LIVERPOOL FC
PREmIER LEaguE
![]()
จุดเริ่มต้นที่ถนนแอนฟิลด์
สโมสรลิเวอร์พูลก่อตั้งขึ้นวันที่ 15 มีนาคม
ค.ศ. 1892 โดย John Houlding ซึ่งนักธุรกิจ
ท้องถิ่น และว่าที่นายกเทศมนตรีเมืองลิเวอร์พูล เขาเริ่มจากการเช่าพื้นที่บริเวณถนนแอนฟิลด์ ของเมืองลิเวอร์ุัพูลเพื่อสร้างสนามฟุตบอล และ
ได้ปล่อยให้ทางสโมสรเอฟเวอร์ตันเช่าในปีค.ศ.
1884 จนกระทั่งเอฟเวอร์ตันเข้าเป็นสมาชิิก
ฟุตบอลลีก และไม่ต่อสัญญาเช่าอีกในปีค.ศ.
1892 เนื่องจากเขาต้องการขึ้นค่าเช่าสนามจาก
100 ปอนด์ เป็น 250 ปอนด์ต่อปี และพยายาม
จะเข้าบริหารงาน ของสโมสร ทางเอฟเวอตัน
จึงตัดสินใจย้ายไปใช้สนามอีกฝากของสวนสา ธารณะสแตนลี่ย์พาร์ค และใช้ชื่อสนามว่า กูดิสัน
พาร์ค มาจนถึงทุกวันนี้ และเมื่อสนามไม่ได้ใช้
ประโยชน์ John Houlding จึงจัดตั้งทีมฟุตบอล
ของเขาขึ้นมาเองโดยให้เพื่อนสนิทอย่าง John McKenna มาเป็นประธานสโมสรและตั้งชื่อทีม ว่าลิเวอร์พูล ฟุตบอล คลับอย่างในปัจจุบัน
http://www.lfcthailand.com/history.php
หลังจากตั้งสโมสรก่อตั้งขึ้นมาไม่นาน ลิเวอร์พูลก็โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมา โดยตลอด โดยประเดิมสนามนัดแรกด้วยการเอาชนะทีม Rotherham Town ไปถึง 7-1 อีกทั้งการแข่งขันฟุตบอลลีก ของแคว้นแลงคาเชียร์ ซึ่งสามารถเอาชนะทีม Higher Walton ด้วยสกอร์ 8-0 ที่สนามแอนฟิลด์ โดยลิเวอร์พูลลงแข่งทั้งหมด 22 นัด ชนะถึง 17 นัด และได้แชมป์ไปครอง ส่งผลให้ทางสโมสรสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีก โดยให้ลงเล่นในดีวิชั่น 2 ก่อน ในฤดูกาล 1893-1894 ซึ่งสโมสรสามารถเก็บชัยชนะได้แบบ 100% (ทั้งหมด 28 นัด) แต่การคว้าแชมป์ลีกดิวิชั่น 2 ในตอนนั้นยังไม่ได้เลื่อนชั้นโดยทันที ต้องไปแข่งนัดชิงดำากับทีมอันดับสองก่อน โดยทีมอันดับสองในขณะนั้นคือ ทีมนิวตัน ฮีธ หรือก็คือทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปัจจุบัน ซึ่งลิเวอร์พูลก็เอาชนะไปได้ 2-0 และได้เลื่อน ขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 ได้ในที่สุด ทั้งนี้สโมสรได้เลือกสัญลักษณ์เป็นนกลิเวอร์เบิร์ด ซึ่งเป็นนกแถบ ทะเลไอริช บริเวญแม่น้ำาเมอร์ซี่ โดยที่ปากนกนั้นคาบใบไม้ไว้
http://www.lfcthailand.com/history.php
ในช่วงศตวรรษที่ 20-50 ลิเวอร์พูล
ไม่ใช่ทีมที่ยิ่งใหญ่อย่างที่คาดไว้ เพราะทีมยัง
ต้องขึ้นๆ ลงๆ อยู่เป็นประจำาระหว่างดิวิชั่น
1 และดิวิชั่น 2 จนในปีค.ศ. 1954 ลิเวอร์พูล
ต้องลงไปเล่นอยู่ในดิวิชั่น 2 นานกว่าปกติและ
ก็ยังไม่มีผู้จัดการคนไหนสามารถพาทีมกลับขึ้น
มาสู่ดิวิชั่น 1 ได้สักที จนเมื่อชายที่ชื่อว่า บิล
ล์ แชงค์ลี่ย์ เข้ามาคุมทีมได้เพียง 2 ฤดูกาล
เขาก็พาทีมขึ้นมาสู่ดิวิชั่น 1 ในฐานะแชมป์ของ
ดิวิชั่น 2 ได้สำาเร็จในปีค.ศ. 1962 ซึ่งแชงค์ลี่
ย์มีปรัชญาการคุมทีมอย่างง่ายๆ คือ ฟุตบอล
แบบพื้นๆ แต่เน้นการส่ง และรับบอล อย่าง
แม่นยำา เล่นกันเป็นทีมมากกว่า ซึ่งเป็นหัวใจ
สำาคัญของทีมลิเวอร์พูลมาจวบจนปัจจุบัน
Bill Shankly
บ็อบ เพสลี่ย์ ผู้สืบทอดของแชงค์ลี่ย์
แต่หลังจากอังกฤษคว้าแชมป์โลก
บิลล์ แชงค์ลี่ย์ ก็ประกาศลาออกจาก ตำาแหน่งในปี 1973 หลังจากพาลิเวอร์พูล
คว้าแชมป์ยูฟ่า คัพได้ในปี 1972 โดยมีบ๊อบ
เพสลี่ย์ มีขวาของเขามารับช่วงต่อแทน และ
บ๊อบใช้เวลาเพียง 4 ปี ในการพาลิเวอร์พูล
คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพเป็นครั้งแรกได้
สำาเร็จ และในปีต่อมาเขาก็พาลิเวอร์พูล
ประกาศความยิ่งใหญ่อีกครั้งเมื่อพาทีมคว้าดับ เบิ้ลแชมป์ จากดิวิชั่น 1 และยูโรเปี้ยน คัพ มาครอง อีกทั้งยังคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพมาได้อีก 2 ครั้งในปี 1981 และ 1984
โจ เฟแกน คือผู้จัดการทีมต่อจากบ็อบ เพสลี่ย์ ซึ่งในการคุมทีมของเขาได้เกิด
โศกนาฏกรรมขึ้น มีผู้เสียชีวิต 39 คนจากการที่ทีมลิเวอร์พูลแพ้ทีมยูเวนตุส 1-0 จากลูก จุดโทษ ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโรเปี้ยน คัพ ที่สนามเฮย์เซล สเตเดี้ยม ในกรุงบรัส
เซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม
ซึ่งทำาให้เฟแกนตัดสินใจลาออกจากการคุมทีม ทำาให้เคนนี่ ดัลกลิช ผู้เล่น ที่ก้าวมาเป็นผู้จัดการทีมคนแรกของสโมสร และเขาก็พาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์
หลังจากในปี 1990 หรือตั้งแต่ดัลกลิช ทนรับความเครียดจากเหตุการณ์ เศร้าสลดที่ สนามฮิลส์โบโร่ ได้จึงลาออกจากการคุมทีม จากนั้นมาลิเวอร์พูลก็ไม่ ประสบความสำาเร็จในลีกสูงสุดอีกเลยไม่ว่าจะเป็นยุค ของแกรม ซูเนส, รอย อีแวน ส์, หรือเชรา อุลลิเยร แม้ว่าอุลลิเยร์จะสามารถคว้าทริปเปิลแชมป์ ในปี 2001 คือ
League Cup, UEFA Cup และFA Cupัพ แต่ดูเหมือนว่าไม่ใช่ความสำาเร็จที่แฟน บอลรอคอยนัก มีดวามเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นในทีม ทั้งวิธีการซื้อนักเตะ รูปแบบการเล่น ซึ่งนั่นอาจจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำาให้ลิเวอร์พูลประสบปัญหาใน
เรื่องฟอร์ม การเล่น
http://www.lfcthailand.com/history.php
ราฟาเอล เบนิเตส ผู้จัดการ ทีมคนใหม่ที่แฟนๆ หงส์แดงฝาก
ความหวังไว้มากทีเดียว เขาผ่าตัดทีม ลิเวอร์พูลครั้งใหญ่ พร้อมทั้งนำาทั้ง สต๊าฟและผู้เล่นชาวสเปนเข้ามาเสริม
ทีมหลายคน แม้ผลงานในลีกอังกฤษ จะไม่ดีอย่างที่แฟนๆคาดไว้ แต่ผล
งานของทีมในระดับประเทศยุโรป
นั้นดีมากๆ จากการที่เขานำาทีมคว้า แชมป์ UEFA Champions League
และในฤดูกาลที่ผ่านมาเขาก็นำาทีมคว้าแชมป์ FA Cup 2006 ได้อีกด้วย แถม ทีมก็อยู่ในอันดับ 3 ของลีกอีกต่างหาก ส่วนในฤดูกาลนี้จะสามารถคว้าเอาแชมป์ พรีเมียร์ชิพแรกของทีมได้หรือไม่...
http://www.lfcthailand.com/history.php
1892 สโมสรลิเวอร์พูลได้ก่อตั้งขึ้น
1892 ลิเวอร์พูลเก็บชัยชนะได้เป็นนัดแรกในลีก
1893 ลิเวอร์พูลลงเล่นเกมแรกในเกมลีก
1894 ลิเวอร์พูลได้เลื่อนชั้นในการเล่นเพียงฤดูกาลแรก
1896 ลิเวอร์พูลทำาสถิติในลีก
1896 ลิเวอร์พูลแต่งตั้งทอม วัตสัน เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่
1901 ลิเวอร์พูลได้ครองแชมป์ลีกเป็นครั้งแรก
1906 แชมป์ลีกกลับมายังแอนฟิลด์อีกครั้ง
1914 ลิเวอร์พูลเข้ารอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ เป็นครั้งแรก
1922 ลิเวอร์พูลได้แชมป์ลีกเป็นครั้งที่สาม
1923 ลิเวอร์พูลได้แชมป์ลีกติดต่อกันสองปี
1928 สแตนด์ฝั่งเดอะ ค็อป ถูกติดตั้งหลังคาเป็นครั้งแรก
1938 บาล์มเมอร์ ทำาสถิติยิงประตูได้รวดเร็วที่สุดให้ลิเวอร์พูล
https://thailand.liverpoolfc.com/history
1946 สตับบินส์ เซ็นสัญญาเป็นนักเตะลิเวอร์พูลด้วยค่าตัวที่สูงที่สุด
1946 บาล์มเมอร์ ทำาสถิติใหม่ให้กับลิเวอร์พูลด้วยการทำาแฮตทริก ได้ถึงสามนัดติดต่อกัน
1947 ลิเวอร์พูลได้แชมป์ลีกเป็นทีมแรกหลังจากสงครามโลกครั้งที่ สองจบลง
1950 ลิเวอร์พูลพ่ายแพ้ในนัดชิงเอฟเอ คัพ
1952 แอนฟิลด์ทำาสถิติใหม่ ด้วยจำานวนผู้เข้าชมมากที่สุด
1954 ลิเวอร์พูลตกชั้นจากลีกสูงสุด
1954 ลิเวอร์พูลทำาสถิติพ่ายแพ้ยับเยิน
1959 ทำาผลงานได้ย่ำาแย่ในการเจอกับทีมวูสเตอร์
1959 แชงค์ลีย์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล
https://thailand.liverpoolfc.com/history
1961 ลิเวอร์พูลสร้างสถิติการซื้อขายผู้เล่นอีกครั้ง
1962 ลิเวอร์พูลได้เลื่อนขึ้นจากดิวิชั่นสอง
1964 ลิเวอร์พูลฉลองแชมป์ที่หกของสโมสร
1964 ลิเวอร์พูลครองแชมป์แชริตี ชิลด์ ร่วมกับเวสต์แฮม
1964 ลิเวอร์พูลลงเล่นในถ้วยยูโรเปียนเป็นครั้งแรก
1964 ลิเวอร์พูลใส่ชุดแข่งสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์เป็นครั้งแรก
1965 ลิเวอร์พูลได้แชมป์บอลถ้วยเป็นครั้งแรก ในรอบ 73 ปี
1965 ลิเวอร์พูลครองแชมป์แชริตี ชิลด์ ร่วมกับแมนฯ ยูไนเต็ด
1966 ลิเวอร์พูลได้แชมป์ลีกอีกครั้งหลังเอาชนะเชลซี
1966 ลิเวอร์พูลพ่ายในนัดชิงชนะเลิศรายการยุโรปเป็นครั้งแรก
1966 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ชาริตี ชิลด์ ได้สำาเร็จ
https://thailand.liverpoolfc.com/history
1973 ลิเวอร์พูลคว้าถ้วยยุโรปได้เป็นถ้วยแรก นั่นคือรายการยูฟ่าคัพ
1974 ถ้วยเอฟเอ คัพ กลับมายังแอนฟิลด์อีกครั้ง
1974 แชงค์ลีย์ลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล
1974 เพลสลีย์ รับตำาแหน่งผู้จัดการทีมคนใหม่ของลิเวอร์พูล
1974 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์แชริตี ชิลด์ จากการดวลจุดโทษ
1974 ลิเวอร์พูลถล่มคู่แข่ง 11 ประตู
1976 ลิเวอร์พูลรักษาแชมป์ลีก สมัยที่ 9 ไว้ได้ ที่สนามโมลิเนอซ์
1976 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ ได้เป็นครั้งที่สอง
1976 ลิเวอร์พูลเอาชนะนักบุญ คว้าแชมป์แชริตี ชิลด์
1977 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีก สมัยที่ 10
1977 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูโรเปียน คัพ ที่โรม
1977 เคนนี ดัลกลิช เซ็นสัญญาเป็นนักเตะลิเวอร์พูล โดยย้ายมาจากทีมเซลติก
1977 ลิเวอร์พูลครองแชมป์แชริตี ชิลด์ ร่วมกับแมนฯ ยูไนเต็ด
1977 ลิเวอร์พูลยิง 6 ประตู ในนัดที่คว้าแชมป์รายการซูเปอร์ คัพ
1978 ลิเวอร์พูลผิดหวังในเกมลีกคัพ นัดรีเพลย์
1978 ลิเวอร์พูลคว้าชัยที่เวมบลีย์ หลังเอาชนะบรูกส์
1979 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีก หลังเอาชนะวิลลา
1979 ลิเวอร์พูลเอาชนะอาร์เซนอลในเกมชาริตี ชิลด์
https://thailand.liverpoolfc.com/history
1980 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 12
1981 แชมป์แชริตี ชิลด์ กลับมายังแอนฟิลด์อีกครั้ง
1981 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีก คัพ
1982 เคนเนดีเป็นฮีโร่ช่วยให้ลิเวอร์พูลเอาชนะมาดริด
1982 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีก คัพ หลังเอาชนะสเปอร์ส
1982 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 13
1983 ลิเวอร์พูลครองแชมป์แชริตี ชิลด์ อีกครั้ง
1983 เพสลีย์คุมทีมคว้าแชมป์ลีก คัพ หลังเอาชนะแมนฯ ยูไนเต็ด
1984 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีก สมัยที่ 14 พร้อมการอำาลาทีมของเพสลีย์
1984 ลิเวอร์พูลเริงร่าคว้าชัยในศึกเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี นัดชิงชนะเลิศลีกคัพ
1984 โจ เฟแกน ได้แชมป์ลีกกับลิเวอร์พูล
1985 เคนเนดี พาทีมคว้าชัยในการดวลจุดโทษนัดชิงชนะเลิศถ้วยยูโรเปียนที่กรุงโรม
1986 เฟแกนอำาลาตำาแหน่งหลังโศกนาฎกรรมเฮย์เซล
1986 ดัลกลิชพาทีมคว้าดับเบิลแชมป์ที่เวมบลีย์
1988 ลิเวอร์พูลครองแชมป์ชาริตี ชิลด์ ร่วมกับเอฟเวอร์ตัน
1988 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีก สมัยที่ 17 หลังเอาชนะสเปอร์ส
1988 ลิเวอร์พูลผิดหวังพ่ายในเกมนัดชิง
1989 ลิเวอร์พูลของอัลโด้คว้าแชมป์แชริตี ชิลด
1989 ฮิลล์สโบโรห์ วันที่มืดมนที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูล
1989 รัชยิงสองประตูช่วยให้ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์บอลถ้วย
1989 ลิเวอร์พูลเสียแชมป์ลีกในวันสุดท้ายของฤดูกาล จากประตูของโธมัส
https://thailand.liverpoolfc.com/history
1990 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีก สมัยที่ 18
1990 ลิเวอร์พูลครองแชมป์แชริตี ชิลด์ ร่วมกับแมนฯ ยูไนเต็ด
1991 เคนนี ดัลกลิช ลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล
1992 โธมัส และรัช คว้าแชมป์บอลถ้วย ครั้งที่ 5
1992 รัชสร้างสถิติใหม่ในการทำาประตูสูงสุด
1994 แฟนๆ ลิเวอร์พูลยืนเชียร์จากฝั่งสแตนด์เดอะ ค็อป เป็นครั้งสุดท้าย
1995 แม็คก้าทำาสองประตูให้ทีมลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกคัพ
1996 โอเว่น และคาร์รา ช่วยให้ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูธ คัพ
1997 โอเว่นทำาสถิตินักเตะอายุน้อที่สุดที่ทำาประตูให้ลิเวอร์พุล
1998 อุลลิเยร์เข้ารับตำาแหน่งผู้จัดการร่วมคู่กับรอย อีแวนส์
2001 ลิเวอร์พูลเอาชนะเบอร์มิงเเฮม คว้าแชมป์ที่คาร์ดิฟฟ์
2001 โอเว่น ทำาสองประตูช่วยให้ลิเวอร์พูลเอาชนะอาร์เซน่อลในนัดชิงเอฟเอ คัพ
2001 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่าได้ที่ดอร์ทมุนด์
2001 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์แชริตี ชิลด์ หลังเอาชนะแมนน ยูไนเต็ด
2001 ถ้วยซูเปอร์คัพ กลับมายังแอนฟิลด์เป็นครั้งที่สอง
2003 เจอร์ราร์ด และโอเว่น ช่วยทีมเอาชนะแมนฯ ยูไนเต็ด ที่คาร์ดิฟฟ์
2004 ราฟา เบนิเตซ มาถึงแอนฟิลด์ในฐานะผู้จัดการทีมคนใหม่
2005 มหัศจรรย์อิสตันบูล
2005 เวอร์พูลเอาชนะซีเอสเค มอสโก คว้าแชมป์ซูเปอร์คัพ
2006 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ซูเปอร์คัพ
2006 ชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ในชัยชนะนัดชิงเอฟเอ คัพ
2006 ลิเวอร์พูลเอาชนะเชลซี คว้าแชมป์แชริตี ชิลด์
2007 ฮิคส์ และจิลเล็ตต์ เข้าซื้อสโมสรลิเวอร์พูล
2007 ทีมเยาวชนคว้าแชมป์ยูธคัพ
2007 ลิเวอร์พูลพ่ายแพ้มิลานในนัดชิงรายการยุโรปที่กรุงเอเธนส์
2007 ลิเวอร์พูลทำาลายสถิติเมื่อเซ็นสัญญาคว้าตัวตอร์เรสมาร่วมทีม
2010 เบนิเตซอำาลาลิเวอร์พูล
2010 NESV ซื้อกิจการสโมสรลิเวอร์พูล
2011 ลิเวอร์พูลแต่งตั้งฮ็อดจ์สัน
2011 ฮ็อดจ์สันอำาลาลิเวอร์พูล และดัลกลิชกลับมาคุมทีมอีกครั้ง
2011 ดัลกลิชเซ็นสัญญาระยะยาว
2012 สิ้นสุดการรอคอย ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีก คัพ
2012 ลิเวอร์พูลประกาศแยกทางกับดัลกลิช
2012 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล
2014 ลิเวอร์พูลผิดหวังจากการลุ้นแชมป์ลีก แต่ได้กลับไปเล่นแชมเปียนส์ลีกอีกครั้ง
2015 ลิเวอร์พูลประกาศแยกทางกับร็อดเจอร์ส
2015 เจอร์เก้น คล็อปป์ รับตำาแหน่งผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล
https://thailand.liverpoolfc.com/history
วันที่ 8 ตุลาคม 2015 เหล่า เดอะ ค็อป ก็ได้ต้อนรับผู้จัดการทีมคนใหม่
เมื่อ คล็อปป์ จรดปากกาเซ็นสัญา และเปิดตัวเป็นกุนซือคนใหม่แห่งถิ่นแอนฟิลด์ แทนที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือคนเก่าที่พาทีมยังทำาผลงานไม่เข้าเป้าตามที่ บอร์ดบริหารหวังเอาไว้
คล็อปป์ เข้ามาวางรากฐานใหม่ให้กับทีม ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงทุกอย่างใน
ทัพ “หงส์แดง” เหมือนสมัยที่เขาคุม ดอร์ทมุนด์ ไล่ตั้งแต่ตัวนักเตะ การฝึกซ้อม
รูปแบบการเล่น และอื่นๆ อีกมากมาย และผลงานการคุมทีมนัดแรกของกุนซือ เยอรมัน เขาก็พาทีมบุกไปเสมอ สเปอร์ส 0-0 เมื่อ 17 ตุลาคม 2015 ต่อมาในวัน ที่ 28 ตุลาคม เขาก็พาทีมเก็บชัยชนะนัดแรก ทว่าเป็นการฟาดแข้งศึกลีกคัพ ด้วย การเฉือนชนะ บอร์นมัธ 1-0 ส่วนชัยชนะนัดแรกในพรีเมียร์ลีกนั้น เกิดขึ้นในเกมที่ ทีมบุกไปถล่ม เชลซี 3-1 ถึง สแตมฟอร์ด บริดจ์ นั่นเอง ซึ่งบทสรุปสุดท้ายของซีซั่นนี้ คล็อปป์ ก็ยังทำาผลงานได้ไม่ดีเท่าไหร่ เขาพา ลิเวอร์พูล จบเพียงอันดับ 8 ของตารางเท่านั้น มีแต้มตามหลัง ทีมแชมป์อย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ถึง 21 คะแนน เลยทีเดียว
https://sport.trueid.net/detail/KL20NND8AnO3
เป็นฤดูกาลที่ คล็อปป์ เริ่ม
เปลี่ยนแปลงทีมครั้งใหญ่ เขาปล่อย
นักเตะส่วนเกินที่ไม่อยู่ในแผนการ
ทำาทีมออกไปมากมายหลายคน
และทำาการดึงผู้เล่นใหม่เข้ามาเติม
เต็มทีม โดยมี ซาดิโอ มาเน่, จอร์
จินิโอ ไวจ์นัลดุม, โจเอล มาติป
รวมทั้ง ลอริส คาริอุส เป็นดาว
ดังที่เข้ามาสู่ทีมและเมื่อได้นักเตะ
ที่เข้ามาเติมเต็มแผนการเล่นให้
กับ คล็อปป์ ได้ ทีมก็มีผลงานการ
เล่นที่ดีขึ้น มีรูปแบบและแนวทางที่
ชัดเจน จนสุดท้ายทีมสามารถจบ
อันดับ 4 ของตาราง คว้าตั๋วไปลุย
ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำาเร็จ อีกครั้ง
https://sport.trueid.net/detail/KL20NND8AnO3
เป็นอีกฤดูกาลที่ คล็อปป์
ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงทีมอีกครั้ง โดยช่วงต้นฤดูกาล เขาได้ทุ่มเงินดึง
ตัว โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่โชว์ฟอร์ม
ได้อย่างร้อนแรงกับ โรม่า มาร่วม ทีม รวมทั้ง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน
และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์
เลน เข้ามาสู่ทีม เท่านั้นไม่พอในช่วง
ตลาดซื้อขายเดือนมกราคม ทีมยัง
ได้ทำาการปล่อยตัว ฟิลิปเป้ คูตินโญ่
จอมทัพอันดับ 1 ของทีม ไปให้กับ
บาร์เซโลน่า พร้อมกันนั้นก็ได้ดึงตัว
เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังจอม
แกร่งมาจาก เซาแฮมป์ตัน ด้วย
ค่าตัวที่เป็นสถิติโลก อีกด้วย
เป็นอีกฤดูกาลที่ คล็อปป์ ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงทีมอีกครั้ง โดยช่วงต้น ฤดูกาล เขาได้ทุ่มเงินดึงตัว โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงกับ
โรม่า มาร่วมทีม รวมทั้ง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์
เลน เข้ามาสู่ทีม เท่านั้นไม่พอในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคม ทีมยังได้ทำาการ ปล่อยตัว ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ จอมทัพอันดับ 1 ของทีม ไปให้กับ บาร์เซโลน่า พร้อม กันนั้นก็ได้ดึงตัว เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังจอมแกร่งมาจาก เซาแฮมป์ตัน ด้วย ค่าตัวที่เป็นสถิติโลก อีกด้วย
https://sport.trueid.net/detail/KL20NND8AnO3
เป็นฤดูกาลที่ คล็อปป์ เริ่มเปลี่ยนแปลงทีมครั้งใหญ่ เขาปล่อยนักเตะ
ส่วนเกินที่ไม่อยู่ในแผนการทำาทีมออกไปมากมายหลายคน และทำาการดึงผู้ เล่นใหม่เข้ามาเติมเต็มทีม โดยมี ซาดิโอ มาเน่, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, โจเอล มาติป รวมทั้ง ลอริส คาริอุส เป็นดาวดังที่เข้ามาสู่ทีมและเมื่อได้นักเตะที่ เข้ามาเติมเต็มแผนการเล่นให้กับ คล็อปป์ ได้ ทีมก็มีผลงานการเล่นที่ดีขึ้น มี รูปแบบและแนวทางที่ชัดเจน จนสุดท้ายทีมสามารถจบอันดับ 4 ของตาราง
คว้าตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำาเร็จ อีกครั้ง
https://sport.trueid.net/detail/KL20NND8AnO3
ส่วนในถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทีมก็ยังทำาผลงานได้สุดร้อนแรง ผ่าน
รอบแบ่งกลุ่ม รอบน็อกเอาต์ จนกระทั่งเข้าชิงชนะเลิศได้อีกครั้ง ทว่า ฟอร์ม การเล่นที่ยอดเยี่ยมในบอลถ้วยยุโรปนี้ มันดันไปสวนทางกับฟอร์มการเล่นใน ลีก ที่ในช่วงท้ายๆ ซีซั่น ทีมกลับเล่นพลาด จนโดน แมนฯ ซิตี้ ที่กลับมาเล่น
ได้แน่นอนอีกครั้ง แซงหน้าขึ้นนำาเป็นจ่าฝูงแทน และท้ายที่สุด ทัพ “เรือใบสี ฟ้า” ก็ไม่พลาดอีกแล้ว เข้าป้ายคว้าแชมป์สำาเร็จ ดวยการมีแต้มชนะ “หงส์ แดง” เพียงแค่ 1 แต้ม เท่านั้น ซึ่งสร้างความชอกช้ำาให้กับ คล็อปป์ และลูก ทีมอย่างมาก
ทว่า คล็อปป์ และพลพรรค “หงส์แดง” ก็มาได้รางวัลปลอบใจที่ยิ่ง
ใหญ่สุดๆ เมื่อทีมสามารถ ทุบเอาชนะ สเปอร์ส คู่แข่งร่วมลีก ไปได้แบบ
สบาย 2-0 ในนัดชิงบอลถ้วยยุโรป คว้าแชมป์มาครองได้สำาเร็จ หลังจากที่ ต้องผิดหวังเมื่อฤดูกาลที่แล้ว
https://sport.trueid.net/detail/KL20NND8AnO3
คล็อปป์ได้วางรากฐาน และ
สร้างเอาไว้ ก็ออกดอกออกผลอ ย่างเต็มที่ เมื่อเริ่มการฟาดแข้งศึก
พรีเมียร์ลีก ซีซั่นใหม่ขึ้นมา พลพรรค
นักเตะ “หงส์แดง” ก็เดินหน้าฆ่า
มัน ระเบิดฟอร์มโหดตั้งแต่ต้น เก็บ
ชัยชนะอย่างต่อเนื่อง จนทำาแต้มนำาที มอื่นๆ แบบขาดลอย และเมื่อผ่านมา ถึงครึ่งฤดูกาลทีมก็แทบจะแบเบอร์ว่า
คว้าแชมป์แล้ว เนื่องจากแต้มขาดกับ อันดับ 2 อย่างมาก ทว่าในช่วงต้นปี
2020 โลกก็ได้มีสถานการณ์การแพร่
ระบาดของโควิด-19 เข้ามา ทำาให้ วงการกีฬาต้องหยุดชะงัก รวมทั้งศึก
พรีเมียร์ลีกที่ต้องหยุดแข่งขันไปด้วย ทำาให้ คล็อปป์ และลูกทีมยังต้องรอ การฉลองแชมป์ลีกเป็นครั้งแรกต่อไป ทว่า คล็อปป์ และพลพรรค “หงส์แดง” ก็มาได้รางวัลปลอบใจที่ยิ่งใหญ่สุดๆ เมื่อทีม สามารถ ทุบเอาชนะ สเปอร์ส คู่แข่งร่วมลีก ไปได้แบบสบาย 2-0 ในนัดชิงบอลถ้วย ยุโรป คว้าแชมป์มาครองได้สำาเร็จ หลังจากที่ต้องผิดหวังเมื่อฤดูกาลที่แล้ว
https://sport.trueid.net/detail/KL20NND8AnO3
สนามแอนฟีลด์ ในปัจจุบันเป็นสนามที่นั่งทั้งหมด โดยมีที่นั่งรองรับ
จำานวนผู้เข้าชมได้ 45,577 ที่นั่ง ตลอดช่วงศตวรรษที่ผ่านมาสนามแห่งนี้ ก็ได้มีการปรับปรุงมาโดยตลอดเพื่อห้มีความทันสมัยและเหมาะสมกับกาล
เวลา
อัฒจันทร์หลัก หรือว่า เมน สแตนด์ (Main Stand) นั้น ถือว่าเป็น หัวใจหลักของสนามแห่งนี้ เพราะว่านอกจากจะเป็นอัฒจันทร์ที่เก่าแก่ที่สุด ในขณะนี้แล้ว ห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวของนักเตะ ที่นั่งของนักเตะ และ ผู้
จัดการทีม รวมถึง ผู้บริหาร กับ แขกรับเชิญพิเศษนั้น ลั้วนแล้วแต่อยู่ภายใน
บริเวณ อฒจันทร์ เมน สแตนด์ ทั้งหมด
ความจุของ เมน สแตนด์ ในปัจจุบันนั้นอยู่ที่ 12,277 ที่นั่ง แต่นับ ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมของ ปี 2016 ทางสโมสรได้เริ่มต้นการขยายต่อ เติมอัฒจันทร์แห่งนี้ ซึ่งจะทำาให้มีจำานวนที่นั่งเพิ่มขึ้น 8,500 ที่นั่ง และจะ ทำาให้จำานวนที่นั่งรวมของอัฒจันทร์แห่งนี้เพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ที่นั่ง ตรงกันข้ามกับ อัฒจันทร์ เมน สแตนด์ ในปัจจุบันก็คือ เซ็นเท็นแน รี่ สแตนด์ ที่ทำาการเปิดใช้ครั้งแรกใน ค.ศ. 1992 ซึ่งเป็นปีที่สโมสรครบรอบ
100 ปี และเป็นที่มาของชื่อของอัฒจันทร์แห่งนี้นั่นเอง โดย เซ็นเท็นแนรี่
สแตนด์ นั้น เป็นอัฒจันทร์ 2 ชั้น มีความจุรวมกว่า 12,000 ที่นั่ง นอกจาก
นี้ยังมี ห้องชม ส่วนตัว ประมาณ 30 ห้อง และ ห้องเลี้ยงรับรองที่จะมี
อาหารคอยเสิร์ฟให้กับผู้ถือตั๋ว วี ไอ พี อีกด้วย
สำาหรับ อัฒจันทร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของ แอนฟีลด์ ก็คือ อัฒจันทร์
เดอะค็อป หรือ ชื่อเต็ม คือ เดอะ สปีอ้อน ค็อป นั้น ถือกำาเนิดขึ้นมาจาก
การปรับปรุงอัฒจันทร์ ฝั่งถนน วอลตั้น เบร็ค ในปี ค.ศ. 1906 โดยนำาดิน และเศษหินมาก่อตัวเป็นเนินเอียงก็สร้างที่ยืนชมด้วยคอนกรีตทับลงไปโดย เป็นแนวขั้นบันได และมีราวเหล็กกั้นเพื่อป้องกันการล้ม
http://www.lfcthailand.com/anfield.php
อัฒจันทร์ เดอะค็อป หรือ ชื่อเต็มว่า เดอะสปีอ้อน ค็อป นั้น ถือ
กำาเนิดเกิดขึ้นมาจากการปรับปรุงอัฒจันทร์ฝั่งถนน วอลตั้น เบร็ค ในปี ค.ศ.
1906 จากคำาสั่งของ จอห์น โฮลดิ้ง ประธานสโมสร และจอห์น แม็คเค็นน่า เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการคว้าแชมป์ของสโมสร โดยนำาเอาเศษหิน และ ดิน มาอัดแน่นเพื่อก่อตัวให้เป็นเนินเอียงจากนั้นก็สร้างที่ยืนชมเป็นแนวขั้น บันไดด้วยคอนกรีตทับลงไปบนเนินดิน และ มีราวเหล็กกั้นเพื่อป้องกันการล้ม
และ การไหลเป็นคลื่นของแฟนบอลที่ยืนอยู่บนอัฒจันทร์ เดอะค็อปใด้ต้อนรับสาวกที่เข้ามาส่งแรงใจแรงเชียร์นับแต่นั้นมา แต่ โดยปราศจากหลังคา จนกระทั่ง ค.ศ. 1928 ถึงได้มีการสร้างหลังคา และ เมื่อหลังคาสร้างเสร็จแล้ว ก็ได้ฤกษ์เปิดอัฒจันทร์ แห่งนี้ อย่างเป็นทางการ เสียทีโดย จอห์น แม็คเค็นน่า
จากนั้นเดอะค็อปก็ได้คงสภาพเดิมและอยู่เคียงข้างแอนฟีลด์มาตลอด จนกระทั่ง ค.ศ. 1994เดอะค็อปก็ถูกสร้างขึ้นใหม่โดยเปลี่ยนจาก อัฒจันทร์
ยืนทั้งหมด มาเป็นนั่งทั้งหมดเพื่อความปลอดภัของแฟนบอลที่เข้ามาชมการ
แข่งขันในสนาม โดยในปัจจุบัน อัฒจันทร์ เดอะค็อป สามารถจุผู้ชมได้กว่า
12,000 คน
ส่วนอัฒจันทร์ที่มีชื่อเดียวกับชื่อสนามก็คือ อัฒจันทร์ แอนฟีลด์
เนื่องจากอัฒจันทร์ฝั่งนี้อยู่ติดกับถนน แอนฟีลด์ และ ได้รับการสร้างใหม่
และ ปรับปรุง หลายครั้ง โดยครั้งล่าสุด คือ ใน ค.ศ. 1998 เมื่อ แอนฟีลด์
กลายเป็นอัฒจันทร์ 2 ชั้น ด้วยการสร้างใหม่ และ หลังจากนั้นไม่นาน ก็ มีการนำาเสา มาเสริม ด้านหลังเพื่อค้ำาอัฒจันทร์ชั้น 2 ทั้งนี้เพื่อเสริมความ
แข็งแกร่งให้มีมากขึ้น ในอนาคตอันไม่ไกล อัฒจันทร์ ฝั่งแอนฟีลด์ ก็อาจจะ ได้รับการปรับปรุงอีก เพื่อความจุที่นั่งของสนาม ซึ่งถ้าสโมสรตัดสินใจ ที่ จะขยาย ความจุของสนาม แล้วล่ะก็ อัฒจันทร์ฝั่งแอนฟีลด์ จะกลายเป็น
อัฒจันทร์ 3 ชั้น ขึ้นมาโดยปริยาย
http://www.lfcthailand.com/anfield.php
ศูนย์ฝึกซ้อมอย่างเป็นทางการของสโมสรลิเวอร์พูล โดยอยู่ในเขตเวสต์
ดาร์บี้ ของเมืองลิเวอร์พูล เชื่อหรือไม่ว่าแต่เดิมนั้นสถานที่แห่งนี้เคยเป็นโรง เรียนเซนต์ฟรังซิสซาเวียมาก่อน ส่วนชื่อ เมลวู้ด นั้น ก็มาจากการนำาเอาคำา
แรกในชื่อของบาทหลวง เมลลิ่ง กับ บาทหลวง วู้ดล็อค ซึ่งเป็นบาทหลวง ของโรงเรียนมารวมกันจนกลายเป็นชื่อ เมลวู้ด นั่นเอง
ในช่วงต้นทศวรรษที่ 50 ที่ดินของโรงเรียนแห่งนี้ได้ถูกขายต่อให้ กับสโมสรลิเวอร์พูล แต่ว่าทางสโมสร ก็ไม่ได้นำามาใช้ประโยชน์มากนัก เนื่องจากในสมัยนั้น การซ้อมของทีมนั้น ทำากันที่แอนฟีลด์ จนกระทั่งในไม่กี่ปี ถัดมาเมื่อ บิล แช้งค์ลี่ย์ ได้กลายมาเป็นเผู้จัดการทีมของลิเวอร์พูล บิล แช้งค์ลี่ย์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ อัตชีวประวัติ ของเขาว่า ?ครั้งแรกที่ได้ ย่างก้าวเข้าสู่ เมลวู้ด นั้น เหมือน กับว่า เขาได้เดินอยู่ในป่าเสื่อมโทรม โดย สนามหญ้านั้นเต็มไปด้วยหลุมด้วยบ่อเสมือนกับถูก ทหารเยอรมันทิ้งระเบิด ใส่? แต่เขาก็ได้บอกกับภรรยาเขาไว้ว่า ?ข้อดีของ เมลวู้ด มีพื้นที่เหลือเฟือ ที่จะขยับขยายและปรับปรุง? และ นั่นเปรียบเสมือนจุดกำาเนิดของเมลวู้ดก็ ว่าได้
แช้งค์ส ได้ปรับปรุงสภาพภายในของอาคารเก่าให้ดีขึ้น และ สามารถ
ใช้เป็นที่ปฏิบัติงานได้ พร้อมกับการ ปรับปรุงสนามหญ้าให้อยู่ในสภาพที่ ดีพร้อมสำาหรับการฝึกซ้อม และเมื่อการพลิกโฉมของเมลวู้ดสำาเร็จ แล้ว แช้งค์ส ก็ได้เปลี่ยนแปลงสถานที่ซ้อมจากแอนฟีลด์ มาเป็น เมลวู้ด
http://www.lfcthailand.com/melwood.php
ในปัจจุบันลิเวอร์พูล เผยชื่อศูนย์ฝึกแห่งใหม่ในย่าน เคิร์กบี้ โดยได้ขาย
สิทธิ์ชื่อของศูนย์ฝึกแห่งนี้ให้แก่ AXA (แอกซ่า) บริษัทประกันภัยระดับโลก
โดยสนามซ้อมแห่งใหม่ที่ใช้เงินสูงถึง 50 ล้านปอนด์ จะมีชื่ออย่างเป็น
ทางการว่า AXA Training Center (แอกซ่า เทรนนิ่ง เซนเตอร์) ซึ่งนี่เป็น
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ สโมสรหงส์แดง ใช้ชื่อสนามซ้อมตามสปอนเซอร์
ก่อนหน้านี้ AXA เป็นสปอนเซอร์สนับสนุนชุดแข่งของ ลิเวอร์พูล ชุด
ใหญ่ และการขยายสัญญาใหม่ครั้งนี้ จะมีผลให้ AXA เป็นสปอนเซอร์ชุด ซ้อมของ ลิเวอร์พูล ทั้งหมดอีกด้วย .
ชื่อ-นามสกุล : นายศรัญ ปิ่นแก้ว
ชื่อเล่น : บิว
อายุ : 21
เริ่มชอบลิเวอร์พูลตั้งแต่ตอนไหน : ดูครั้งแรกตอนยังไม่จริงจังยุค
เจอราด ตอเรส 2009 ดูจริงจังตอน JK มาคลุมทีม ช่วง 2016
ทำาไมถึงชอบลิเวอร์พูล : ชอบชุดสีแดงเพลิง มีเอกลักษณ์ และชอบ
เพลง YWNA
นักเตะในดวงใจ : สตีเวน เจอร์ราร์ด , ติอาโก อัลคันทารา้ , อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์
.
ชื่อ-นามสกุล : นายภูวเดช ฉุ้นย่อง
ชื่อเล่น : ภู
อายุ : 21
เริ่มชอบลิเวอร์พูลตั้งแต่ตอนไหน : ประมาณตอนอายุ 12
ทำาไมถึงชอบลิเวอร์พูล : เห็นอาใส่เสื้อลิเวอร์พูลบ่อย เลยลองไปหา
ข้อมูลดู เลยเริ่มดูตั้งแต่ตอนนั้น
นักเตะในดวงใจ : ดาร์วิน นุญเญซ
ชื่อ-นามสกุล : จีรภัทร ทองสุข ชื่อเล่น : กร
อายุ : 20
เริ่มชอบลิเวอร์พูลตั้งแต่ตอนไหน : ตั้งเเต่จำาความได้เชียร์ตามพ่อ
ทำาไมถึงชอบลิเวอร์พูล : ในตอนที่ดูบอลรู้เรื่องเเล้วก็ชอบสไตล์เเนว
ทางของ klopp
นักเตะในดวงใจ : สตีเวน เจอร์ราร์ด