Page 1

ÅÙ¡äÁ´Õ á¡·Õè¾ÍáÁ ¾ÍáÁäÁ´Õ á¡·ÕèÅÙ¡


ทานสามารถติดตอขอหนังสือเลมนีไ้ ดฟรีที่ เว็บไซตพระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/board/ สามารถดาวนโหลดตนฉบับหนังสือเลมนีไ้ ดที่ เว็บไซตพระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/digitallibraly-book.html


ผแู ตง (ผเู รียบเรียง) คณะทำงาน ออกแบบศิลป ออกแบบรูปเลม จัดรูปเลม พิสจู นอกั ษร ประสานงานการผลิต

พระอาจารยสายัณห ติกขปฺโญ mongkol65@gmail.com ณัฐวรรธน ภรนรา, สมศักดิ์ ชูศรีขาว, ประมวล วิทยบำรุงกุล, ภารดี ศิระวงศประเสริฐ, สุวมิ ล โสวรรณพงษ, ปติ ลลิตโรจนวงศ และทานอืน่ ๆ ทีม่ ไิ ดเอยนามไว ณ ทีน่ ี้ สุดารัตน จันโพธิ์ ณัฐวรรธน ภรนรา ศรินยา พึง่ ทรัพย ธนวัฒน รงุ มณี เสรีรตั น ปน ทอง, ณัฐวรรธน ภรนรา

ไมสงวนลิขสิทธิ์

ตามคำสอนของพระเดชพระคุณหลวงพอจรัญ ฐิตธมฺโม

“ของดีของเราไมตองสงวนลิขสิทธิ์ ใครอยากไดก็ใหเขาไป แตของไมดขี องเราตองสงวนไว ไมใหคนอืน่ มาใช” จากหนังสือกฎแหงกรรม เลม ๑๖ เรือ่ ง ความเสือ่ ม โดยพระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule16p1301.html

ทานสามารถอานเจตนารมณของการจัดทำหนังสือเลมนีไ้ ดทที่ า ยเลม

ISBN พิมพครัง้ ที่ ๑ จำนวนทีพ่ มิ พ ราคา สรางสรรคผลงานโดย

จัดพิมพและดูแลโดย

๙๗๘-๙๗๔-๓๒๘-๕๑๓-๔ ตุลาคม ๒๕๕๑ ๑๐,๐๐๐ เลม จัดพิมพเพือ่ เผยแผเปนธรรมทาน บริษทั คอนเน็ค พีเพิล จำกัด ๓๐๕ ซ. รังสิต-นครนายก ๔๔ ซ.๑ ต.ประชาธิปต ย อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ๑๒๑๓๐ โทรศัพท ๐-๒๙๗๔-๑๐๐๑ แฟกซ ๐-๒๙๗๔-๑๑๒๐ อีเมลล info@connexpeople.com เว็บไซต http://www.connexpeople.com บริษทั รงุ เรืองวิรยิ ะพัฒนาโรงพิมพ จำกัด ๑๐๖/๒๐๔ หมู ๔ แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๓๐ โทรศัพท ๐-๒๙๑๘-๐๑๙๒ แฟกซ ๐-๒๙๑๗-๙๐๗๒ อีเมลล viriya_999@yahoo.com


“ของดีของเราไมตอ งสงวนลิขสิทธิ์ ใครอยากไดกใ็ หเขาไป แตของไมดขี องเราตองสงวนไว ไมใหคนอืน่ มาใช”

พระเดชพระคุณหลวงพอจรัญทานไดเทศนาสัง่ สอนอยเู สมอ ดังนัน้ หนังสือเลมนีจ้ งึ ไมสงวนลิขสิทธิ์ ทานสามารถถายเอกสาร สงตอทางอีเมลล หรือเผยแผดว ยวิธกี ารใดก็ได โดยไมตอ งขออนุญาตจากคณะผจู ดั ทำ เพียงแตทา นควรนำไปเผยแผ ใหถกู ตองครบถวน ตรงตามตนฉบับนีท้ กุ ประการเทานัน้


สารบัญ ครอบครัวไมสขุ เปนเพราะเหตุใด ? ชีวิตมาเดนกลับไปดอย ถาใครตองการใหตวั เองดี ตองมีกจิ กรรม ๔ ประการ วันเกิดของเรา คือ วันตายของใคร ? วันเกิดของเราอยาลืมพอ-แม นึกถึงผูมีพระคุณ คุณมารดา บิดา ใชคาน้ำนมแม ลูกทำกรรมฐานใหแม ลูกไมดแี กทพี่ อ -แม พอ-แมไมดแี กทลี่ กู พอ-แมทดี่ ี ตองทำดีใหลกู เห็น ปลุกลูกใหตนื่ เสกลูกใหเปนงาน หนามแหลมใครเสีย้ ม มะนาวกลมเกลีย้ งใครไปกลึง ไมออ นดัดงาย ไมแกดดั ยาก มีลกู ตองเสีย้ มสอน ใหลกู ดีตงั้ แตหวั เทากำปน สรางความดีไวใหกบั ลูก อานิสงสของการสวดพุทธคุณ พอ-แมทำกรรมฐานใหกบั ลูก ทำกรรมฐานแกกรรมใหลูก นั่งกรรมฐานใหพอแมเปนใหญเปนโต พอแมจะสรางบานเมืองใหยงิ่ สุข ลูกจะตองสรางชาติใหยงิ่ ใหญ

๗ ๑๕ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ ๒๑ ๓๑ ๓๑ ๓๓ ๓๔ ๓๕ ๓๖ ๓๗ ๓๘ ๓๙ ๔๐ ๔๑ ๔๕ ๔๖ ๔๘ ๔๘


กตัญูนะลูก พอ-แมไมเคยดูแลลูก พอ-แมเปนทีพ่ งึ่ ใหลกู ไมไดเพราะอะไร ? เลีย้ งลูกเอาบุญ กำลังใจของบรรพบุรษุ - ผสู งู อายุ อุทศิ สวนกุศลใหบรรพบุรษุ ภรรยาแผสว นกุศลใหสามี ปจฉิมโอวาทในพิธปี ด การอบรมสามเณรภาคฤดูรอ นป ๒๕๓๒ วีโก บรูน อุทศิ สวนกุศลใหพอ -แม ทรพีทรพา ขออโหสิกรรม ขอขมาแกพอ-แม สวดมนตแผเมตตาใหลูก ใหพรลูก นึกถึงตัวเอง สงสารตัวเอง

๕๓ ๕๔ ๕๔ ๕๕ ๕๖ ๕๗ ๕๘ ๕๙ ๖๒ ๖๔ ๖๕ ๖๖ ๖๗ ๖๗ ๖๘

ภาคผนวก ตองการใหจติ อยทู ี่ ตองการใหมกี ารกำหนดจิต วิปส สนากรรมฐานเบือ้ งตน อานิสงสของการปฏิบัติธรรม ประโยชนของการปฏิบตั วิ ปิ ส สนา กรรมฐาน

บทสวดมนต

๗๓ ๘๕ ๙๒ ๙๔ ๙๖


ครอบครัวไมสขุ เปนเพราะเหตุใด ? ๑. ครอบครัวไมมีความสุข เพราะไมเคยสวดมนตไหวพระ ไมเคยปฏิบัติธรรม หาความสุขไมไดไมมีความผูกพันกันเลย สามี ภรรยาทะเลาะกัน ๒. แกไขชีวติ ไมได ขาดสติสมั ปชัญญะ เครียดกลายเปนโรค ประสาท เดีย๋ วนีเ้ ปนกันมาก หลายปญหาแกปญ  หาชีวติ ไมได ถาเจริญ พระกัมมัฏฐานจะแกไดถกู จุด ๓. ปญหาลูกไมยอมเรียนหนังสือ ไมตองการเรียนหนังสือ ไปทีว่ ดั อัมพวันเปนจำนวนมาก เถียงพอเถียงแมมที กุ วัน ลูกไมยอมเรียน หนังสือ ไมอยากจะเรียนหนังสือ เปนเวรกรรมของพอแม สรางความ ไมดใี หกบั ลูก ทำไมถกู ใหกบั หลาน รักไมถกู วิธี ทำความไมดใี หลกู ดู บานนั้นหาความเจริญไมไดแน คนที่เถียงพอเถียงแม พอแมก็เจง รับราชการก็ไมไดตำแหนง เปนนักธุรกิจก็คาขายไมดี เอาดีไมได คิดไมดกี บั พอกับแม เทานีเ้ องไมใชกฎหมาย กฎหมายตองลงมือทำ กฎหมายมีโจทก จำเลย กฎหมายลงมือทำแลวมีโจทก จำเลย เราจะถูก ยืนยันจากเอกสาร ศาลเชือ่ แน แตเดีย๋ วนีไ้ มเปนเชนนัน้ แลว แตหลัก ธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจาไมใชแบบกฎหมาย เพียงแตคิด เทานั้น คิดวาพอเราเปนคนไมดี เจงเลยนะ รับราชการก็โดนถอด แคเพียงคิดก็บาปแลว กฎหมายทำอะไรไมได ขาดเหตุผลอยางนี้ ศีลธรรมหมดแลว เพียงแตคดิ ก็ออกหลายราย คิดวาแมเปนคนไมดี ไมตอ งลงมือกระทำกอน เพียงคิดไมไดทำ ธรรมะโดนแลว กฎหมาย ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


ทำอะไรไมได แตหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจา ขาดเหตุผล ขอ ๓ ลูกไมยอมเรียนหนังสือ จะแกอยางไร แกไขไดแนนอน พอกัน เลย ลูกก็ดไี มได ๔. เศรษฐกิจไมพอปากพอทอง เปนหนีเ้ ปนสินเขา แตเราตาม คำสอนของพระพุทธเจา เศรษฐกิจมันตก แตไมเปนหนี้ใครเลย สรางฐานะแตพอตัว รับผิดชอบจะเสียหาย นาจะแกตรงนี้ มีเงิน แค ๓๐ % ไปกมู าตัง้ ๘๐ % ไปไมรอด ทำงานแตพอตัว นกขมิน้ เหลืองออนเอย ทำรังแตพอตัว เศรษฐกิจเลวรายทีจ่ ะแกปญ  หาชีวติ ได เศรษฐกิจไมพอปากพอทอง เปนหนีเ้ ปนสินมากมาย ๕. มีเงินมีทองมากมายกายกองยังไมพอ ตะเกียกตะกาย ไปยากจน เอาเงินตามเงิน อยาเอาเงินตามเงินเจงทุกราย ยกตัวอยางให ทานเห็นไปเลนการพนันเสียไป ๑ หมืน่ เอาเงินไปตามอีก ๒ หมืน่ ไดมา ๕ หมืน่ และไปตามอีกหมดไปแสนหนึง่ หมดเลย อยาเอาเงิน ไปตามเงิน มีทไี่ หน งานตามงาน งานเดินเงินก็ตาม เงินเขา ไปกเู งิน เขารัฐบาลไปกเู งินเขามาเมืองไทย งานจะเดินเงินจะตามมา ไมใหกู ไมสะพัด ไมคลองแคลววองไว เงินจะมาได ขอฝากไว งานจะเดิน ไดเงินจะตามมาหาทานเอง งานไมเดินเงินก็ไมตาม ชีวติ จะแรนแคน ไมมีแปลนและแผนผัง พระพุทธเจาคิดจะแกปญหา มีเหตุผลมาก หลายครอบครัวไมดี ทำใหลกู ติดยาเสพติด เด็กเรียบรอยเหมือนกันไมได บางคนเรียบรอยไมเหมือนกัน บางคนเรียบรอยไหวพระสวดมนต บางคนเจอผูหลักผูใหญ ผูเฒา ผแู ก ผสู งู อายุ ออนนอมถอมตน เด็กบางคนปกกลาขาแข็ง มาจากไหน 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


สิ่งแวดลอมมาจากพอแม ขอฝากไว สิ่งแวดลอมมาจากพอแม บางบานชวนลูกสวดมนตไหวพระ แมก็สวดพอก็สวด ลูกสวดเอง ตามโดยอัตโนมัติ บานนัน้ ก็เปนบานแสนสุข ครอบครัวเปนจุดมุงหมาย ครอบครัวสำคัญเปนสถาบันที่จะ แกไขตัง้ แตเริม่ ตน พอแมตอ งรักลูกคิดปลูกฝง คิดตัง้ ตนใหลกู มีการ ศึกษา ลูกไดดีมีปญญา เปนคนดีมีวิชา สรางใหลูกเปนคนดีใหได พอแมสำคัญ สถาบันครอบครัวสำคัญ พอแมไมรจู กั จะแกไขปญหา แมบดิ าเจาชเู ลนการพนัน จะไม สามารถดูแลลูกได แตมารดาก็สามารถทำใหเปนแบบอยางแกลูก สรางตัวใหดีดูแลลูกใหได รับรองไปรอด ใหแผเมตตาใหสามี ไดลกู ดีทกุ คน ถาแมดเี สียคนหนึง่ “กันอยทู แี่ ม แกอยทู พี่ อ กออยทู ลี่ กู ปลูกอยทู คี่ รู ความรอู ยทู ศี่ ษิ ย จะไดเปนมิตรกัน” ถาพอแมไมดี ลูกจะกอเรือ่ งใหพอ แมเดือดรอน จะไมเชือ่ ฟง พอแม ถาพอแมดมี ปี ญ ญา ลูกจะกอวิชาใหพอ แม จะเรียนเกงเรงกาวหนา ไมเถียงพอเถียงแม ใหสวดมนตเปนนิจ อธิษฐานจิตเปนประจำ อโหสิกรรมกอนแผเมตตา ครอบครัวนั้นไปรอด ลูกหลานเรียน เปนดอกเตอรหมด นีเ่ รียกวากรรมอยทู แี่ ม แมสำคัญมากในครอบครัวนัน้ ถึงเรียกวาเปนแมแบบ แมแผน แมแปลน สามีจะดีชั่วไมเปนไร แตถา สามีดที สี่ ดุ แตภรรยาแตกแหลกลาญ รับรองลูกดีไมได เพราะ ลูกกับแมผูกพันกันมากกวาพอ แบบแผนที่จะใหกับลูกก็ดีกวาพอ เพราะพอนี่หางมาก พอไปงานสังคมเยอะแมงานมาก การเรือน เคหศาสตรที่เขาไปรบกันเขาเรียกพอทัพ มีแตแมทัพ เปนผูชาย ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


แตควบคุมกองทัพได ก็เรียกวาแมทพั จะเปนชายก็ไดหญิงก็ได แต ใครคุมเรือไดเรียกวากัปตัน อยทู ตี่ น หนตนกลกราบเรือ ยกตัวอยางใหญาติโยมไดทราบวาเมือ่ เดือนกอนโนน พอเปน ฝรั่ง แมเปนคนไทย ลูกเปนเด็กผูหญิง ๓ ขวบ มาที่วัดอัมพวัน คลานเขาเลย แลวก็กราบ ตั้งนะโม ๓ จบ อิติปโส ภะคะวาฯ สวากขาโตฯ สุปฏิปน โนฯ พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ และก็สวด พาหุงมหากา คาถาสมเด็จพระพนรัตน วัดปาแกว ถวายพรชัยมงคล สมเด็จพระนเรศวร ไมเคยแพทพั วาไดจบ อาตมาก็ถามหนูอายุเทาไร ยังไมไดเขาโรงเรียนโรงเรียนอนุบาล อายุ ๓ ขวบ ทำไมสวดมนตเกง วาไดชัดเจนเหมือนผูใหญ วาไดจังหวะจะโคน แมก็ยิ้ม พอก็ยิ้ม ฝรัง่ อเมริกนั อาตมาบอกเอาปจจัยมา ๑,๐๐๐ บาท เรียกมาหนูเธอ จะตองเปนดอกเตอรนะ หลวงพอใหหนู หนามแหลมใครเสี้ยม แหลมออกจากทองแมได ดูเสือ่ ใหดลู าย ดูชายใหดพู อ ไมตอ งมีใครสอน กราบก็สวย คุกเขาแบบเทพธิดา แมเขาปริญญาโท พอเปนอเมริกนั เป น ดอกเตอร ขอบพระคุ ณ หลวงพ อ มากที่ ใ ห ห นู ไ ปเรี ย นเป น ดอกเตอร ขอบพระคุณอยางสูงแลวกราบลง ๓ หน การออนนอม ถอมตน ปากหวาน นอบนอม ตัวออน มือเปนหงอน กตัญู เชิดชูระเบียบ คุณหนูจำใสใจ นี่เปนวิทยานิพนธชีวิต ฝรั่งคนนั้น เปนคริสตพดู ไมคอ ยชัดบัดนีเ้ ปนพุทธ ปริญญาโทอเมริกา เอาใจใส มีเมตตาดีเหลือเกิน เขายกยองพุทธศาสนา วาสามารถแกปญ  หาได ทุกอยาง ทำใหเขามีความสุขมาก เขาจึงรักเมืองไทยผูกพันกับเมือง ไทยมากแทจริง เวลาทำงานรับราชการในตางประเทศ สามีจะกลับ 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


ก็มาคอยรับ ถอดเสือ้ ถอดรองเทา ปฏิบตั อิ ยางดี เพราะภรรยาเปน คนดี เขาจึงหันมาสวดพาหุง สวดไดชดั เจนลูกสวดไปดวย สวดมา ไมกี่เดือน ลูกสวดไดหมด ๕ โมงเย็น พอยังไมมา ลูกบอกแม สวดมนตเถอะ นี่ลูกนำพอแมมีเหตุผลและพอแมก็ยิ้มแยมแจมใส บอกวาลูกเตือนพอใหสวดมนต เด็กพอเขาถึงธรรมะเด็กจะทำตาม เวลา ตรงเวลา คุณบิดามารดาทีร่ กั โปรดผลิตลูกใหดหี นอยไดไหม กอนจะมี บุตรธิดา สวดมนตภาวนา บานไหนสะอาดนักปราชญมาเกิด บาน ไหนสกปรกสั ต ว น รกมาเกิ ด บ า นไหนสกปรกลามกเหลื อ เกิ น ใจก็สกปรก บานไหนสะอาดเฉียบขาดเปนธรรม เทพเจาทุกแหลงหลา ก็จะสงเทพเจามาเกิดประเสริฐทุกประการ นักปราชญมาเกิดบานนัน้ แน อยูเย็นเปนสุขใหชวยกันผลิต ชวยกันสวดมนตไหวพระ ชวยกัน กำหนดจิตทีล่ นิ้ ปใ หแกไว ถามีลกู มีหลาน อยาใหอยวู า ง อยาใหหา งผใู หญ จะหลงทาง ไดงา ย โดยเสียใจตอภายหลัง จะแกไขไมได ตรงนีน้ า คิด ถาทานมีลูกผูหญิงโปรดสอนวิชาเอกของพระพุทธเจาคือ แมบา นการเรือนเคหศาสตร แมแบบ แมแผน แมแปลน เรือน ๓ น้ำ ๔ สรางความดีในลูกสาว ถามีลกู สาวถึงสำเร็จจะปริญญาโท - เอก ก็ตองใหมีแมบานการเรือนเคหศาสตรใหได จะไดรูหลักของลูก ผูหญิง ลูกผูหญิงเดี๋ยวนี้ทำกับขาวก็ไมเปน รับแขกกันอยางไร เดินจะเหยียบหัวคนเฒาคนแก ใชไมได ไมมรี ะบบ ไมมรี ะเบียบเลย อาตมาเห็นพระเจาหลานเธอฯ คลาน เห็นแลวขนหัวลุก สวยนารัก ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




คลานตลอด เขาหองน้ำก็คลาน ออกจากหองน้ำก็คลาน เด็กเดีย๋ วนี้ เดิ น จะเหยี ย บหั ว คนแก ค นเฒ า ไปลามาไหว ขอประทานโทษ โปรดอภัยขอทางไปไดไหม ไมมเี ลย ไมมใี ครสอน เพราะพอแมเขา เปนอยางนัน้ ก็ขอฝากพี่นองสาธุชนและพุทธศาสนิกชนทั่วไปในประเทศ ไทยนี้ โปรดตีความคิดใหเขามาหาตัวทานเองใหชดั นีแ่ หละตามใจตัว เสียคนหมด ไมรูจักจะฝนใจ คนที่เลวรายมันตามใจตัว มันกลัว ลำบาก ความยากจะเกิดขึน้ คนทีไ่ มตามใจตัว ไมกลัวลำบาก ฝนใจ เขาไปสูความดีได สมมุติวาเราติดเหลา ฝนใจไมกินซะอยางเดียว ถือสัจจะรับรองแกไดแนนอน แตฝน ใจไมได ปลอยไปตามอารมณ ตามใจคนเชนนี้ ขอฝากทานผใู หญไวดว ยปลอยใหลกู ตามใจตัว แลว ตัวเองก็ตามใจดวย รับรองเอาดีไมไดแนนอน มีลูกขอใหเรียนหนังสือ หาวิชาใสตัวลูกใหได ถึงจะยากดี มีจนก็ไมเปนไร พอก็จนแมกจ็ น ไมจนปญญา ไมจนสติ รับจางหากิน เอาลูกเรียนเปนดอกเตอรได ที่จังหวัดสิงหบุรีเปนตัวอยาง พอเปน จับกัง แมรบั จางซักรีด ลูก ๕ คน เปนดอกเตอร ๓ คน เปนเถาแกเนีย้ ขายทองทีเ่ ยาวราช ๒ คน เพราะลูกเขาทัง้ หมด ๕ คนสวดมนต ภาวนาเจริญพระกรรมฐาน แตบางครอบครัวพอเปนนายพล พอเปน เศรษฐี พอเปนอาเสีย่ ลูกเปนอาเฮียหลายคน ตามใจลูก พระพุทธเจา ตามใจไมไดนะ ตามใจก็เสียคนหมด ตรงนี้เปนตนเหตุปลอยไป ตามใจตามอารมณ จะเสียคน เสียอนาคตของเขาเอง จะเสียใจ ตอภายหลังโดยไมรตู วั 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


วันเกิดนี่สำคัญเปนการกตัญูกตเวทีธรรมอยางยิ่ง วันขึ้น ปใหมนี้ก็เปนการกตัญูกตเวทีตอตัวเอง ที่เรารำลึกคุณงามความดี ถึงบิดามารดาผใู หกำเนิดเกิดมาเปนตัวตน ลูกไมสนใจในการเรียน รองไหมาทีว่ ดั อัมพวันเปนจำนวนมาก เพราะตามใจลูก จนไมอยากเรียนหนังสือไปติดเพือ่ นอันธพาล ความ ผูกพันกับพอแมไมมี หาความผูกพันกับพอแมไดยาก เลยลูกก็ตอง ไปติดเพือ่ น ไปรักเพือ่ นมากกวาพอแม เพราะพอแมทกุ วันนีใ้ หโอกาส ลูกไดยากมาก ไมมเี วลาใหลกู เลย เพราะยากจน ตองไปทำมาหากิน สามีกไ็ ปทางหนึง่ ภรรยาไปทางหนึง่ ตางคนตางไป ในเมือ่ ตางคน ตางไปก็เกิดปญหา ลูกก็เลยไมมคี วามผูกพันกับพอแม กินขาวก็คน ละหมอ อยกู นั คนละทิศคนละทาง ลูกก็เลยเลเพลาดพาดไปคบเพือ่ น อันธพาล คบพาลมันจะไดผดิ คบบัณฑิตไดผล คบคนชัว่ ทำตัวให อับจน คบคนดีใหผลจนวันตาย เมาเพศก็หมดคา เมาสุราหมดความ สำคัญ เมาการพนันหมดตัว เมาเพือ่ นชัว่ หมดดี เอาดีไมได นีต่ รงนี้ เปนเรือ่ งสำคัญทีแ่ กไมได เลยลูกไมเชือ่ พอแมเพราะความผูกพันกับ พอแมยคุ ใหมสมัยนีไ้ มมแี ลว เลยไปผูกพันกับเพือ่ น บานนัน้ ครอบครัวดีหมดทัง้ บาน ดีทงั้ ลูกทัง้ หลานในอนาคต ดวย มาจากพอแมทั้งสิ้น พอแมไมเคยชวนลูกสวดมนตไหวพระ ลูกก็เลเพลาดพาดเหมือนพอแมดงั กลาวแลว ทะเลาะใหลกู เห็น หลัง่ น้ำตาใหลกู เห็น เลนการพนันใหลกู เห็น กินเหลาใหลกู เห็น ลูกก็เปน พยานหลักฐาน ลูกมันก็บนั ทึกหลักฐานความชัว่ มาจากพอแม ไวใน จิตใจของเขาไหนเลยเขาจะดีได ทานทัง้ หลายเอย ตีความใหตวั ทานเอง ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




ถาทานยังกินเหลาเมายา เลนการพนันบาบออยูเชนนี้ ลูกทานจะดี ไมไดแนนอนนี่มีความหมาย ถาทานหมั่นสวดมนตไหวพระพาหุง มหากาฯ จิตใจก็ซงึ้ ไปในรสพระธรรม ฝงจริยธรรมใหแนน ลูกทาน จะดีทุกคน นี่แหละตีลูกดวยแบบอยาง อยาตีลูกใหหัวแตก เอาไม หวดลูก เมตตาเจือโทสะอยางนีล้ กู ทานดีไมไดแนนอน ลูกทำเลวเสียหายอยาไปเขาขางลูก สวนมากพอแมจะเขาขางลูก ทำใหลกู เสียหาย กันอยทู แี่ ม แกอยทู พี่ อ กออยทู ลี่ กู ปลูกอยทู คี่ รู ความรอู ยทู ศี่ ษิ ย จะไดเปนมิตรกัน แมจะตองกันลูกตลอดลูกจะเสียหาย อยางไรก็ตาม พอตองแกใหลูก แมกันไมไดแลวตองไปใหพอแก แตลกู ถาเกิดเลวรายขึน้ มาแลวจะกอเรือ่ งเดือดรอนใหกบั พอแมตลอด ถาลูกดีมปี ญ  ญาจะกอวิชาการ กอความดีใหกบั พอแมไดชนื่ อกชืน่ ใจ ขอฝากพอแมไวดวย

คำกลอนจากลูก อันแมนี้ แมพันผูก แมผูเบง เห็นหนาแม คลาลูกหิว เช็ดมูตรคูต ลูกไมหลับ ในโลกนี้



อุมทอง ใจดี เกงกลา ฉันชมุ ชืน่ แมก็ปอน สารพัด แมกลอมไกว คุณใครเลา

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู

ประคองลูก เมื่อมีฉัน สุดจาบัลย รื่นฤดี สอนใหพดู คอยขัดสี ใหเปรมปรีดิ์ เทาแมเอย.


ชีวติ มาเดนกลับไปดอย โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

ผูเกิดมาในตระกูลที่พอแมเดน เดนดวยวิทยฐานะ เดนดวย ตำแหนงหนาที่ และเดนดวยยศศักดิ์ หากแตเขาประมาทหลงงมเมา ในปมเดนของตระกูลวงศ หารูสึกไมวาการศึกษาและการงานเปน สิ่งจำเปนแกปมเดนของคน ที่จริงการศึกษาคือการสรางความฉลาด และการงานคือการสรางสมรรถภาพ ไวเพื่อเผชิญกับสถานการณ แหงชีวิต ความฉลาดและสมรรถภาพนี่แหละคือ เหตุแหงปมเดน ของคน แตเขาไมสนใจที่จะบำเพ็ญตนใหฉลาดและมีสมรรถภาพ ดีแตมุงมั่นสนุกสนานเพลิดเพลินจนเลยเถิด เมื่อเขามาเกิดในรมเงา ของปมเดนแลว นาจะสรางตนใหเดนยิง่ ขึน้ แตกลับหลงเพลินไมเอา งานเอาการอะไรเลย ลืมนึกวา ปมเดนที่ตนอาศัยอยูเปนของพอแม เกิดกำเริบเหิมหื่นสำคัญเอาวาปมเดนเปนของตน มัวดูคนอื่นดวย ตาหนา ดูตวั เองดวยตาหลัง ประมาณตนจนเกินคาของตน เทีย่ วเอา รัศมีศรีศักดิ์ของพอแมไปอวดวาตัวดีเดน ใหเปนเครื่องขันสำหรับ เพือ่ นบานเขาแยมสรวลเลน เมือ่ พอแมนนั้ หาไมแลวปมเดนนัน้ ก็หายไป ปมด อ ยที่ อ ยู ใ นตั ว ได ผุ ด ขึ้ น มาแทนที่ และกดดั น ให เ ขาด อ ยลง ดอยอยางลมจม ไดในคำวา กระเบือ้ งจะเฟอ งฟูลอย น้ำเตาอันนอย จะถอยจม นีค่ นมีชวี ติ มาเดนกลับไปดอย

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




การสรางความดีใหกบั ลูกทำถูกใหกบั หลานนัน้ ไมใชเปนของยาก แตกไ็ มใชของงาย การทีเ่ ลีย้ งลูกใหเปนคนดีไดกไ็ มใชของงาย แตก็ ไมใชของยาก ถาทานทั้งหลายสรางความดีไว ลูกเขาก็จะตามทาน ถาทานสรางความไมดีไวเขาก็จะไปทางไมดี จะไปโทษลูกไมดี เกะกะกินเหลาเมายาติดยาเสพติดและเลนการพนันก็ไมได พอเขาเลน และในบานนั้นก็เลนกันกินเหลาเมายาทะเลาะวิวาทกัน ลูกเสียหมด มันยอมจะติดเปนกฎแหงกรรมทีส่ รางกรรมไวใหลกู

อันดวงใจพอดวงใจแมสะอาดแทกวาทุกสิ่ง ดวงใจพอดวงใจแมสะอาดแทกวาสิ่งไหน ดวงใจพอดวงใจแมสะอาดแทกวาสิง่ ใด ดวงใจพอดวงใจแมทานมีไวเพื่อลูก...เอยฯ



ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


ถาใครตองการใหตวั เองดี ตองมีกจิ กรรม ๔ ประการ คือ ๑. ตองแสวงหาความรใู หไดทงั้ หมด อยานิง่ ดูดาย รไู วใชวา ใสบา แบกหาม ขอใหทา นทัง้ หลายโปรดทราบ วิชาความรตู อ งแสวงหา ปญหาอยตู รงนี้ สุนทรภู กลาววา “อันขาไทมีอำนาจวาสนา เขาไม อยคู ชู วี า แตวชิ าความรอู ยคู กู ายจนวายปราณ” รไู วใชวา ใสบา แบกหาม นีพ่ ระพุทธเจาสอนไวชดั เจน ทานจบถึง ๑๘ ศาสตร อยางนัน้ ทาน สอนพวกเราไมได ทานรูทางโลกแลว มีครอบครัวมีลูกมีเมียแลว รูหมดแลวทั้งทางโลก รูไมจริงอยาไปสอนเขา ถารูจริงไปสั่งสอน คนอืน่ จะขลัง ถารไู มจริงไปสอนคนอืน่ จะคลัง่ ๒. สรางความดีตอ งละความชัว่ ใหได สรางบุญก็ตอ งละบาป ใหได ตองรู ตองมีเหตุมผี ล ตองมีขอ เท็จจริง ตองอยทู จี่ ติ ตองละ เลิกอบายมุข ละใหหมด อยาเอามาพันพัว จงขจัดออกไป ๓. ตองพัฒนาตนเอง “อานตัวออก บอกตัวได ใชตัวเปน จะไดเห็นตัวตาย จะไดคลายทิฏฐิ จะไดดำริชอบ จะไดประกอบกุศล ไดผลอนันตเปนหลักฐานสำคัญ” ตองพัฒนาใหได มือ ๒ เทา ๒ สมอง ๑ ถาเราขาดไปเสียซึง่ มือ ๒ เทา ๒ สมอง ๑ ทานจะพัฒนา ไมได ตองใชมอื ๒ เทา ๒ สมอง ๑ ตองใชสงิ่ นีช้ ว ยเหลือตนเอง ในการพัฒนาตนเอง ๔. จะทำใหแจงถึงใจ ทำอะไรใหมีเหตุมีผล ถาทำไมแจง ถึงใจแลว มันจะหละหลวม เหลาะแหละ เหลวไหล มันจะไดแต ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




เปลือกไป ทำอะไรใหมนั ถึงจิตใจ ใหมนั ผูกพันถึงจิตใจดวยรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ คุณบิดามารดา คุณครูบาอาจารย รับรองทานมีบญ ุ วาสนาในโอกาสหนา ทานจะตองมีบญ ุ วาสนาตอไป ในอนาคต ถาทานทำตัวดีรบั รองตองดีแน จะตองเปนใหญในอนาคต ครอบครัวของทานจะมีสนั ติสขุ จะสนุกสนาน สบายในครอบครัว ท า นจะไม มี ป ญ หาในครอบครั ว ท า นถ า ทำได นี่ แ หละกิ จ กรรม พฤติกรรมแสดงออกใหคนอื่นเขาเห็นชัดวาครอบครัวนี้เปนคนดี แสดงออกทางกิรยิ า แสดงออกทางมารยาท แสดงออกทางวาจา

วันเกิดของเรา คือ วันตายของใคร ? โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

คนหมดอายุแลวตออายุได นีจ่ ะถึงวันตายของอาตมาแลว ๑๔ ตุลาคม เราตออายุมาไดตงั้ ๒๒ ปแลว รถชนคอหักตาย ตกเหวตาย แตทำไมไมตาย ขอฝากพีน่ อ งทุก ๆ คน ตออายุได เวลาวันเกิดของ โยมนะ จะเปนโยมหญิงโยมชาย โยมผนู อ ย โยมผใู หญกต็ าม ถาถึง วันเกิดขอรองใหสวดมนตแผเมตตา ตักบาตรหนาบาน ไมตองทำ อะไรมาก อยาเลีย้ งเหลา อยาดืม่ สุรายาเมาในวันเกิด แลวถามีพอ มีแม เลี้ยงพอแมใหอิ่มเลย วันเกิดของเราคือวันตายของแม ถาทำไดก็ สวดมนตนั่งกรรมฐานในวันเกิด จะเลี้ยงเพื่อนก็เลี้ยงในภายหลัง รับรองไปรอด อายุกย็ นื ถาคนไหนวันเกิดเลีย้ งเหลา แลวก็ไมไปเลีย้ ง พอแม ไปเลีย้ งเพือ่ น รับรองหารไดเลย เอา ๒ หารอายุ ตองตาย อายุไมยนื 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


วันเกิดของเราอยาลืมพอ-แม โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

วันเกิดของเราทุกคนอยาลืมพอลืมแมนะ อยาใหพอ แมอดอยาก ปากแหงแตประการใด ทัง้ อามิสบูชา และปฏิบตั บิ ชู า อามิสบูชา คือ เตรียมอาหารการบริโภค ผาผอนทอนสไบ ยารักษาโรค เตรียมใหเต็มไมเต็มมือไปเลย ปฏิบตั บิ ชู า หมายความวา พอแมไมมที าน ใหทา นมาบำเพ็ญ ทานเสียบาง พอแมเราไมมศี ลี ก็ใหพอ แมมารักษาศีลอุโบสถ เจริญ กรรมฐาน เจริญภาวนาบาง นีแ่ หละเปนอภิชาตบุตร บุตรทีส่ นองพระ เดชพระคุณบิดามารดา ตามคำสอนของพระพุทธเจา มีหลักฐานยืนยันพิสูจนได พระพุทธเจาสำเร็จพระสัมมา สัมโพธิญาณแลว รำลึกถึงพุทธมารดากอน ไปโปรดบนสรวงสวรรค แมกระทั่งไปเกิดเปนเทพบุตร เปนชาย ก็ยังติดตามไปใหคาปอน น้ำนม ที่สิทธัตถะไดดูดเลือดในอกของแมมา ก็ไปสนองพระคุณ นีเ่ ปนตำราชัดเจน

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




นึกถึงผมู พี ระคุณ โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

คนทีเ่ ห็นแกตวั ไมมรี ะลึกถึงพระคุณของครูอาจารยและพอแม ใชไมไดแคนนั้ เอง ดีกวานีไ้ มไดแน ๆ ถาทานเจริญกุศลภาวนา จิตใจ ทานจะสบาย สงบ เกิดผลคือความสุขทีแ่ นนอนและแทจริง ไมเจือ ปนดวยความทุกขอีกแลว จะมีแตความเจริญรุงเรืองวัฒนาสถาพร ตอไปในอนาคตถึงลูกหลานของทาน ตรงนีซ้ บิ ญ ุ ถาเราเกิดความสุข แทจริงเมื่อใด จะนึกถึงแม นึกถึงพอ นึกถึงครูบาอาจารย นึกถึง อุปกรณใชสอยประจำวัน ถวยโถโอชาม แกวน้ำรอนแกวน้ำชา อุปกรณ ตาง ๆ ที่ใหความสะดวกสบายแกเรา เราจะไมลืมพระคุณมันเลย จะรักษาไว นอกจากจะไมลมื พระคุณคนแลว จะไมลมื พระคุณสัตว ทีเ่ ลีย้ งไว จะไมลมื พระคุณชาติภมู ิ มาตุภมู บิ า นเกิดของตน แหลงให เกิดวิชา แหลงใหเกิดสภาพชีวติ คือความดี จะยอนกลับคืนรังคืนบาน เกาที่ชวยเหลือ จะไมลืมพระคุณเครื่องอุปกรณใชสอยที่พอแมหา มาให หรือทีผ่ มู พี ระคุณมอบหมายมาให อีกประการหนึง่ จะไมลมื พระคุณ มือสอง เทาสอง สมองหนึง่ เปนทีพ่ งึ่ พอใหหวั ใจ แมให น้ำเลือดน้ำเหลืองแลว จะตองเรงรัดพัฒนาใหยงิ่ ใหญ



ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


คุณมารดา บิดา โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

มารดา บิดา เปนบุคคลทีร่ จู กั กันทัว่ โลก คนเราเกิดมาเห็นโลก อันกวางใหญนไี้ ด เพราะมารดาบิดาเปนผใู หกำเนิด เปนผใู หอวัยวะ ทุกสวนของรางกายแกลกู ซ้ำมารดาบิดายังบำเพ็ญตนเปนยอดนักบุญ สำหรับชีวติ ของลูกอีกดวย เปนผเู สียสละความสุขของตนเองทุก ๆ อยาง เฝาทะนุถนอมเอาใจใสลกู ทุกเวลา ทำทุกอยาง เพือ่ ความผาสุก ของลูก ลูกตองการปรารถนาสิง่ ใด อันเปนสิง่ ทีไ่ มเหลือวิสยั ก็พยายาม จัดหาใหทกุ อยาง เปนผใู กลชดิ ลูกยิง่ กวาใคร ๆ ทุกคนจึงรจู กั มารดา บิดาดี สวนลูกสวนมาก หารูจักและซึ้งถึงพระคุณของผูเปนมารดา บิดาไม คงรจู กั แตเพียงวาชายผใู หกำเนิดแกตนเรียกวา บิดา หญิงผใู ห กำเนิดแกตน เรียกวามารดาเทานั้น แทจริงแลว ทานผูใหกำเนิด ทัง้ สองนัน้ เปนผมู พี ระคุณมากมาย สุดทีล่ กู ผกู ตัญูรคู ณ ุ จะทดแทน พระคุณใหสิ้นสุดได เพราะเหตุนเี้ อง พระสัมมาสัมพุทธเจาผเู ปนนาถของโลก ทรง ซึง้ ถึงพระคุณของผเู ปนมารดาบิดาผอู นุเคราะหบตุ รวา เปนพระพรหม เปนบุรพเทวดา เปนบุรพาจารย เปนอาหุเนยยบุคคล ของบุตรดังนี้ มารดาบิดา เปนผทู มี่ นั่ คงในพรหมวิหารธรรมโดยไมยอมทิง้ เมตตา กรุณา มุทติ า อุเบกขา ในลูกของตน ยอมมีเมตตารักใครในลูก ปรารถนาจะเห็นลูกของตนปราศจากโรคภัยเบียดเบียน มีความสุข ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




ราเริง แจมใส มีกรุณา สงสาร เมือ่ ลูกของตนตองประสบความทุกข คิดแตจะชวยใหพนจากความทุกขความเดือดรอน มีความสุขความ เจริญ เมื่อเห็นวาลูกของตนมีความสุข สามารถเลี้ยงและปกครอง ตนเองและครอบครัวใหมีความสุขได ก็พลอยมีมุทิตายินดีดวย ไม อิจฉาริษยาในความสุขของลูก เมือ่ เห็นลูกตองประสบทุกขเดือดรอน ก็ไมซ้ำเติม วางจิตมัธยัสถเปนกลางเสมอ มารดาบิดา จึงเปนดุจ ทาวมหาพรหมทีไ่ มเคยละภาวนา ๔ ในหมสู ตั ว จึงไดรบั นามบัญญัติ วาเปน “พระพรหมของลูก” มารดา บิดา เปนผพู ทิ กั ษรกั ษาลูกกอนเทวดาทัง้ ปวง นับตัง้ แต ลูกอยใู นครรภ เมือ่ ลูกเกิดมาแลว ก็เอาใจใสดแู ล แมบางคราวลูกทุบตีตน เพราะไมรเู ดียงสา แทนทีม่ ารดาบิดาจะเกลียดและโกรธกลับยกโทษ ใหและยังเพิ่มความรักใครในลูกของตนเสียอีก ไมคำนึงถึงความผิด ใด ๆ ของลูกทั้งสิ้น บางครั้งลูกทำผิด มารดาบิดาก็ดุวากลาวหรือ ลงโทษ แตดวยใจจริงแลว ไมปรารถนาจะใหลูกของตนเดือดรอน ทำไปดวยความรักความหวังดี ปรารถนาใหลูกของตนมีความสุข ความเจริญ มารดาบิดาจึงชือ่ วาเปนเทวดา คือ ผปู ระเสริฐสุดสำหรับลูก ทานไมพยายามที่จะทำความชั่วใหปรากฏแกลูก เกรงลูกจะถือเอา แนวปฏิบัติสรางตนในทางที่ผิด เมื่อลูกรูจักคุณแลว ทำปฏิการะ ตอบแทน จึงเปนบุญเปนกุศลอันยิ่งใหญ เพราะเหตุที่ทานทั้งสอง บำเพ็ญตนเปนเหมือนพระวิสุทธิเทพผูประเสริฐ ซึ่งทานไมปรารภ ถึงความผิดใด ๆ ที่พวกคนพาลกอขึ้น มุงแตใหพวกเขามีความสุข ความเจริญฝายเดียว คุณความดีของมารดาบิดาขอนี้เอง ทานจึงได นามวา “บุรพเทวดาของลูก” 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


มารดา บิดา เปนทัง้ ครูอาจารยกอ นกวาครูอาจารยอนื่ ๆ เปน ผแู นะนำอบรมสัง่ สอนใหลกู รจู กั กิน นอน พูด ทำ รจู กั ดีชวั่ ควรไมควร เปนทัง้ ผสู อนและผฝู ก หัดใหทกุ อยาง ทานจึงสงเคราะหมารดาบิดาวา เป น บุ ร พทิ ศ ในทิ ศ ๖ คุ ณ ความดี ข อ นี้ เ อง ท า นจึ ง ได น ามว า “บุรพาจารยของลูก” มารดา บิดา เปนผูมีพระคุณหลายประการดังกลาวมาแลว เปนทัง้ ผใู หกำเนิด เปนทัง้ ผเู ลีย้ งดูใหอปุ การะและสัง่ สอน จนเปนผู สมควรอยางยิ่งที่ลูกผูกตัญูรูคุณ จะพึงนำสักการะ มีอาหารและ ผาผอนทอนสไบ เปนตน มาบูชาเปนการตอบแทนพระคุณทาน เพราะเมื่อสักการบูชาทานแลว ยอมไดผลานิสงสมาก เหมือนได สักการบูชาแดพระอรหันตขณ ี าสพ ทานจึงไดนามวาเปน “อาหุเนยย บุคคลของลูก มารดา บิดา เปนทัง้ ผสู ราง และผอู ปุ ถัมภ เปนผใู หกำเนิดแก ลูกแลว ก็ตอ งรับภาระเปนผอู นุเคราะหเลีย้ งดูอกี ไมทอดทิง้ พยายาม ทีจ่ ะเสกสรรปน แตงลูกของตนใหเปนคนดี เพราะเหตุนเี้ อง พระมหา มุนศี าสดาจารย จึงตรัสแกคฤหบดีบตุ รชือ่ สิคาลกะวา ดูกร คฤหบดี บุตร มารดาบิดาพึงอนุเคราะหบตุ รของตนโดยสถาน ๕ คือ ๑. ปองกันบุตรธิดามิใหทำความชัว่ ๒. สงเสริมใหตงั้ อยใู นความดี ๓. ใหศกึ ษาศิลปวิทยา ๔. หาคคู รองทีส่ มควรให ๕. มอบทรัพยใหในสมัย ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




เพราะมารดาบิดา มีพระคุณอันใหญหลวงดังกลาวมานี้ ผเู ปน ลูกจึงตองคำนึงระลึกถึงเสมอ และหาทางตอบแทนพระคุณ แมองค สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจาก็ทรงสนองพระคุณของพระชนนี เพื่อ ชดใชคา ขาวปอนและคาน้ำนม โดยเสด็จไปจำพรรษา ณ ดาวดึงส พิภพ แลวทรงแสดงพระอภิธรรมโปรด จึงเปนเนติแบบอยางอันดี สำหรับพุทธบริษทั ผเู คารพนับถือในพระองค จึงพึงปฏิบตั ติ าม ถาหวัง จะบำเพ็ญตนเปนลูกที่ดี จึงเปนการสมควรแลว ที่จะหาทางสนอง พระคุณทาน ตามฐานะและโอกาส ดวยการเลี้ยงดูทานใหไดรับ ความสุข เปนการแสดงกตัญูกตเวทิตาธรรม ตอทานผดู ำรงอยใู น ฐานะบุพการี ผทู ำอุปการะใหแกตนกอน ขอนีพ้ ระสัมมาสัมพุทธเจา ตรัสแกคฤหบดีบตุ ร ชือ่ สิคาลกะวา ดูกร คฤหบดีบตุ ร เมือ่ มารดา บิดา ไดอนุเคราะหบตุ รธิดาโดยสถาน ๕ แลว บุตรธิดาพึงปฏิการะ ตอบแทนโดยสถาน ๕ เชนเดียวกัน คือ ๑. ทานเลีย้ งมาแลว เลีย้ งทานตอบ ๒. ชวยทำกิจของทาน ไมดดู าย ๓. ดำรงวงศสกุล ไมใหเสือ่ ม ๔. ประพฤติตนใหเปนคนควรไดรบั มรดก ๕. เมือ่ ทานลวงลับไป ทำบุญอุทศิ ใหแกทา น ทัง้ ๕ สถานนี้ สถานตนเปนขอทีผ่ เู ปนลูกควรทำ เพราะเรา เจริญเติบโตไดก็อาศัยที่ทานมีเมตตาจิตใหการเลี้ยงดู เมื่อทานแกเฒา ลงจึงเปนหนาที่ที่ลูกจะพึงเลี้ยงดูทาน เปนการตอบแทน เปนการ ชดใช ห รื อ ทดแทนพระคุ ณ ท า นที่ ทำไว ก อ น มี ภ าษิ ต บทหนึ่ ง 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


สำหรับเตือนใจผูเปนลูก ใหทดแทนพระคุณทานดวยการเลี้ยงดูวา อันทิศเบือ้ งหนา บิดามารดาพึง่ อาศัย อยาไดดถู กู หมัน่ ปลูกอาลัย หมัน่ เลีย้ งทานไป ตราบมวยชีวา การเลีย้ งทานนัน้ ทานแสดงไว ๒ ประการ คือ ๑. การเลีย้ งภายนอก ไดแก การอุปฏ ฐากอยางต่ำ ๒. การเลีย้ งภายใน ไดแก การอุปฏ ฐากอยางสูง การเลีย้ งภายนอกนัน้ ไดแก การจัดหาขาวปลาอาหาร และ ผาผอนทอนสไบใหแกทาน เปนการเลี้ยงและใหความสุขทางกาย แกทา น อันนับวาเปนอามิสบูชา เปนสวนการอุปฏ ฐากอยางต่ำ สวน การเลีย้ งดูภายใน นัน้ ไดแก การเลีย้ งดูน้ำใจทาน โดย เปนผเู ชือ่ ฟงตัง้ อยใู นคำสัง่ สอนไมขดั ของ ทัง้ เปนผหู าโอกาส ทำให ทานเปนผมู จี ติ ใจ เปนผเู จริญดวยคุณธรรม หาทางนำทานผไู มมศี รัทธา ใหมีศรัทธา ผูไมมีศีลใหมีศีล ผูไมมีจาคะการบริจาค ใหมีจาคะ การบริ จ าค ผู ไ ม มี ป ญ ญาให มี ป ญ ญา ดั ง พระสารี บุ ต รเถระเจ า แนะนำมารดาผเู ปนมิจฉาทิฏฐิ ใหเปนสัมมาทิฏฐิ นับวาเปนปฏิบตั ิ บูชา เปนสวนแหงการอุปฏ ฐากอยางสูง ลูกบางคนเลีย้ งมารดาบิดา เพราะเห็นแกทรัพยสมบัติ ไมคำนึง ถึงพระคุณเปนสวนใหญ การทำเชนนั้นไมชื่อวาเปนการสนอง พระคุณทาน อันเปนสวนกตัญูกตเวทีเลย หากมารดาบิดาไมมที รัพย สมบัตแิ ลว ลูกก็ไมเลีย้ งดูนำพาปลอยใหเปนอยตู ามยถากรรม ลูกเชน วานีเ้ ปนลูกอกตัญู ไมรจู กั คุณ เพราะเหตุนนั้ การเลีย้ งดูทา น จึงเปน หลักอันสำคัญทีล่ กู ผกู ตัญูกตเวที จะพึงทำ เพราะเปนเหตุนำมงคล คือความเจริญมาให ดังพระศาสดาตรัสไวในมงคลสูตรวา ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




มาตาปตอุ ปุ ฏฐานํ เอตมฺมงฺคลมุตตฺ มํ การเลีย้ งดูมารดาบิดา เปนมงคลอยางสูงสุด พระพุทธเจาทรงยกยองและสรรเสริญผเู ลีย้ งมารดาบิดาไวมาก แมภกิ ษุผบู วชในพระธรรมวินยั ก็ยงั ทรงอนุญาตใหเลีย้ งมารดาบิดาได เที่ยวบิณฑบาตไดอาหารมา แมตนเองมิยังไมไดฉันก็ใหแกมารดา บิดาได ไมชอื่ วาทำศรัทธาไทยของทายกใหเสียไป ทัง้ ไมมโี ทษทาง พระวินยั ดวย การชวยเหลือทำกิจการงานของทานนัน้ เปนหนาทีท่ ลี่ กู จะพึงกระทำ เพราะเปนการผอนแรงทาน ที่ตรากตรำหาเลี้ยงเรามา ไมทำตนเปนคนดูดาย เอาแตเที่ยวเตรหาความสนุกสนานปลอยให ทานทั้งสองทำงานอาบเหงื่อตางน้ำไปตามลำพัง อยางนอยผูเปนลูก ตองนึกบางวา มารดาบิดาของลูกทุกคน เมือ่ มีลกู ก็ยอ มปรารถนาหวัง พึง่ พาอาศัยบาง โบราณภาษิตบทหนึง่ กลาวไววา “มีลูกเหมือนปลูกตนโพธิ์ เมื่อใหญเมื่อโตจะไดอาศัย ยาม เจ็บไขจะไดฝากไข ยามตายจะไดฝากผี เวลาดี ๆ เอาไวใชสอย” ฉะนั้น จึงเปนหนาที่ที่ลูกไมพึงละเลยในการชวยเหลือทำ กิจการงานของทาน สวนการประพฤติตนเปนคนดี เพือ่ รักษาวงศสกุล ของตนไมใหเสียหาย และการประพฤติตนใหเปนคนสมควรรับและ ปกครองทรัพยมรดกของทานนัน้ ก็ลว นเปนหลักสำคัญทัง้ นัน้ นอก จากจะเปนการทำตนใหเจริญแลว ยังเปนการทำใหทา นพอใจและเกิด ความสุข อันเปนการเลีย้ งน้ำใจทานดวย สวนประการหลังนัน้ เปนการสนองพระคุณครัง้ สุดทาย แม จะเปนการทำลับหลังก็ตาม ก็เปนการแสดงออกใหเห็นวา ตนเปนลูก 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


กตัญูกตเวที ไมลืมความดีที่ทานทำไวแกตน ขวนขวายที่จะทำ ตอบแทนในเมือ่ มีโอกาส เปนการประกาศใหทราบวาเปนคนนาคบหา สมาคม แมฝา ยหนึง่ ลวงลับไปแลว ก็ยงั ระลึกถึงและหาทางสนองคุณ ฉะนัน้ เมือ่ มารดาบิดาลวงลับไปจึงเปนหนาที่ ทีล่ กู ตองทำบุญอุทศิ ให โดยแท ถาอยากเปนลูกดี ก็ควรนึกถึงภาษิตเตือนใจบทหนึง่ ทีว่ า ลูกไมดี มีเทาไร ไมคมุ ดุจลูกตมุ แกวงไกว ไพรสถุล แตลกู ดี มีหลัก รจู กั คุณ หมัน่ ทำบุญ อุทศิ ให เมือ่ วายปราณ. การทดแทนพระคุณมารดาบิดานั้น พระสัมมาสัมพุทธเจา ตรัสไว ในมาตาปตคุ ณ ุ สูตรทุตนิบาต อังคุตตรนิกาย ความวา ภิกษุทั้งหลาย เราไมกลาว การทำตอบแทนไดงายแกทาน ทั้งสอง ทานทั้งสองนั้นคือใคร? คือ มารดาบิดา บุตรพึงประคับ ประคองมารดาด ว ยบ า ขวาบิ ด าด ว ยบ า ซ า ย เขามี ชี วิ ต อยู ถึ ง ๑๐๐ ป และเขาพึงบำรุงมารดาบิดานัน้ ดวยการอบกลิน่ การนวด การให อ าบน้ำ และการดั ด และท า นทั้ ง สองนั้ น พึ ง ถ า ยอุ จ จาระ ปสสาวะรดบนบาทัง้ สอง นัน่ แหละ ภิกษุทงั้ หลาย อนึง่ บุตรพึงสถาปนามารดาบิดาไวในราชสมบัติ อันเปนอิสราธิปต ยแหงแผนดินใหญนี้ อันมีรตั นะ ๗ ประการมากมาย กิจอยางนั้นยังไมเปนอันบุตรทำแลวหรือทำตอบแลวแกมารดาบิดา นั้นเลย ขอนั้นเปนเพราะเหตุไร? ภิกษุทั้งหลาย เพราะมารดาบิดา เปนผูมีอุปการะมาก เปนผูบำรุงเลี้ยง แสดงโลกนี้แกบุตรทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลาย ก็บุตรใดและยังมารดาบิดาผูไมมีศรัทธาใหดำรงมั่น ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




อยูในศรัทธา ยังมารดาบิดาที่ทุศีลใหสมาทานดำรงมั่นอยูในศีล ยังมารดาบิดาตระหนีเ่ หนียวแนน ใหดำรงมัน่ อยใู นจาคะ ยังมารดา บิดาผูไรปญญา ใหสมาทานดำรงมั่นอยูในปญญา ภิกษุทั้งหลาย ดวยเหตุนมี้ ปี ระมาณเทานีแ้ หละ กิจนัน้ จึงชือ่ วา เปนอันบุตรทำแลว ทำตอบแทนแลว ทำยิง่ แลวแกมารดาบิดา ดังนี้ เมือ่ ลูกทำไดดงั แสดง มานี้ จึงชื่อวาเปนการทดแทนพระคุณทาน เปนเหตุใหบุตรไดรับ ผลานิสงสหลายประการคือ ๑. เปนมงคล คือมีความสุขความเจริญแกชวี ติ ๒. เปนทีส่ รรเสริญของนักปราชญ ๓. เปนเหตุใหปฏิบตั นิ นั้ พนจากทุกขทงั้ ปวง เพื่อจะแสดงอานิสงสของบุตรเพื่อเลี้ยงมารดาบิดานั้น พระ สัมมาสัมพุทธเจาทรงแสดงเรื่อง พญานกแขกเตาบรมโพธิสัตวเปน อุทาหรณ ความวา ดังไดยินมาแตกาลกอน พระบรมโพธิสัตว เสวยพระชาติ เปนพญานกแขกเตา อาศัยอยปู า ไมงวิ้ แถบไหลเขา วันหนึง่ พาบริวาร ไปหาอาหารยังปาหิมพานต เพื่อเลี้ยงมารดาบิดาของตน ครั้งนั้น มีพราหมณผูหนึ่งชื่อวาโกสิยะพราหมณ อาศัยอยูในสาลิยะคาม พราหมณไดใชบริวารไปหวานขาวสาลี ในเนือ้ ทีป่ ระมาณ ๗,๐๐๐ ไร แลวใหบริวารอยูรักษา พระโพธิสัตวก็พาบริวารไปลงในนาของ โกสิยะพราหมณ ฝูงนกแขกเตาทัง้ หลาย กินอิม่ แลวบินมาแตปากเปลา สวนพระโพธิสตั วเจากินแลวก็คาบรวงขาวมาเลีย้ งมารดาบิดาทุก ๆ วัน บุรษุ ทีร่ กั ษานาขาวสาลี จึงไปบอกแกโกสิยะพราหมณ พราหมณกส็ งั่ ใหจบั พญานกแขกเตาทัง้ เปน อยาฆาใหตาย บุรษุ ผรู กั ษานาก็ทำบวง 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


แลวดักพระโพธิสัตว จับพระโพธิสัตวได มัดมาใหแกพราหมณ พราหมณจงึ ไตถามวา ดูกรทานผเู ปนปกษี ทานมาคาบรวงขาวสาลี ของเราไปทุก ๆ วัน ทานมีความโกรธเคืองเราหรือ ๆ ทานนำไปใส ยงุ ใสฉางไวเปนประการใด พระโพธิสตั วจงึ แจงวา เรามิไดโกรธเคือง ทาน ยุงฉางสำหรับใสก็ไมมี เรานำขาวสาลีของทานไปเพราะเหตุ ๓ ประการ คือ ๑. เอาไปใชหนีเ้ กา ๒. เอาไปฝงไว ๓. เอาไปใหเขายืม พราหมณ จึ ง ถามว า เอาไปใช ห นี้ เ ก า ก็ ดี เอาไปฝ ง ไว ก็ ดี เอาไปใหเขายืมก็ดี ทานทำอยางไร? พระโพธิสตั วบอกวา เอาไปใชหนี้เกา นั้นคือ เอาไปเลี้ยงมารดาบิดาที่ชราหากิน ไมได ทานเลีย้ งเรามาไวเติบใหญ เหมือนหนึง่ เปนเจาหนีเ้ ราควรเลีย้ ง ดูทา นเหมือนเปนลูกหนี้ เพราะฉะนัน้ เราจึงคาบรวงขาวสาลีไปให แกมารดาบิดาทุกวัน เอาไปฝงไว นั้นคือไปใหนกทั้งหลายที่เจ็บไขและมีขนปก ยังออนหากินไมได ใหเปนทานการกุศล เอาไปใหเขายืม นัน้ คือ เอาไปใหลกู ยังอยใู นรังยังหากินไมได นานไปเขาโตใหญ เขาจะเลีย้ งเราเมือ่ แกชรา พราหมณทราบดังนั้น มีความโสมนัสยินดี บอกแกพระ โพธิสตั ววา นับแตนไี้ ป เราจะมอบนาขาวสาลีใหทา น จงพาบริวาร มากินเถิด แลวแกเชือกที่มัดเทาออกให ฝายพระโพธิสัตวก็รูจัก ประมาณ รับเอาเพียงเนือ้ ที่ ๘ ไรเทานัน้ แลวใหโอวาทแกพราหมณ ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




ใหตงั้ อยใู นธรรมสุจริต ลาพราหมณไปสปู า ไมงวิ้ อันเปนทีอ่ ยแู หงตน เรือ่ งนีช้ ใี้ หเห็นวา การเลีย้ งมารดาบิดานัน้ เปนมงคล คือเปน ความดีสำหรับผปู ฏิบตั ิ ดังเชนพระยานกแขกเตา ไดรบั นาขาวสาลีจาก พราหมณ ไมตอ งเดือดรอนอีกตอไป เปนทีส่ รรเสริญของนักปราชญ คือผรู ู ดังเชนพญานกแขกเตาไดรบั การสรรเสริญจากโกสิยะพราหมณ เปนเหตุทำตนใหพนจากความทุกขทั้งปวง เหมือนพญานกแขกเตา ไดรบั อิสระพนจากเครือ่ งพันธนาการของพราหมณ เพราะฉะนัน้ เราทัง้ หลายหญิงชายทีเ่ กิดมาจงอยาไดประมาท จงปฏิบตั มิ ารดาบิดาใหมคี วามสุข ทัง้ สวนทีเ่ ปนอามิสบูชา และปฏิบตั ิ บูชา เพราะเหตุวา มารดาบิดา เปนผมู คี ณ ุ มาก จะเอาแผนดินและน้ำ ทองฟาอากาศและเขาสุเมรุราช มาชัง่ ดวยคุณมารดาบิดาเบากวา และ ยังชือ่ วาผปู ฏิบตั ยิ อ มไดรบั ประโยชนทงั้ ชาตินแี้ ละชาติหนาดวย แขงบุญวาสนาเราแขงกันไมได ภาษิตทานกลาวไววา ยามบุญมา กาไก ก ลายเป น หงส ยามบุ ญ ลงหงส เ ป น กาน า ฉงน น้ำ ไม เ ซาะ เกาะไมพงั พึงวังวน วิสยั ผลทีจ่ ะผลิตเพราะเหตุมี หรือดังคำพังเพย ทีก่ ลาววา เวลาบุญมา ปญญาก็ชว ย ทีป่ ว ยก็หาย ทีห่ นายก็รกั เวลา บุญไมมา ปญญาก็ไมชวย ที่ปวยก็หนัก ที่รักก็หนาย สิ่งทั้งหมด ทีม่ นั ปรากฏการณอยแู กตวั เราในปจจุบนั มันเปนผลทีไ่ หลมาจากเหตุ จากภพกอนทัง้ นัน้ สมดังคำพระอัสสชิเถระกลาวแกอปุ ติสสะมาณพวา เย ธมฺมา เหตุปพฺพวา เตสํ เหตุํ ตถาคโต ธรรมทัง้ หลายยอมไหลมาจากเหตุ คือมีเหตุเปนแดนเกิด พระตถาคตตรัสเหตุแหงธรรมเหลานัน้ ดังนี.้ 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


ใชคา น้ำนมแม โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

ใครทำกรรมฐานได จะรู น้ำ พระคุ ณ ของแม น้ำ ใจของพ อ รแู น ๆ คือรจู กั ตัวเอง สรางความดีใหเห็นเดนชัดขึน้ มา นัน่ แหละ ใชคา น้ำนมของแมได โยมจะเปนสาว หรือเปนผสู งู อายุ หรือพอแม ลมหายตายจากไปแลวดวยกันทุกคนก็ตาม สามารถติดตามผลไป ชวยพอแมทลี่ งนรกได พอแมทปี่ ว ยไขขอใหหายวันหายคืน ฟน คืน มาอยกู บั ลูกกับหลานตอไป เปนการสวัสดีมชี ยั ในโลกมนุษยตอ ไปเถิด ประเสริฐทีส่ ดุ ซึง่ ไดมาจากการเจริญวิปส สนาสูงสุด

ลูกทำกรรมฐานใหแม เด็กหญิงทัศนีย อยโู รงเรียนสงวนหญิง จ.สุพรรณบุรี บาน ตำบลมะขามลม อำเภอบางปลามา จังหวัดสุพรรณบุรี เธออยู ม.๑ ไปปฏิบตั ธิ รรมทีว่ ดั อัมพวัน ๒๘๐ คน เมือ่ สมัยนัน้ ๕-๖ ปแลว แมเปนโรคมะเร็ง แมเปนครูทโี่ รงเรียนทีอ่ ำเภอบางปลามา วาระสุดทาย ของโรคมะเร็งขั้นสุดทายแลว เหลือแตกระดูก อาเจียน มดลูกเนา หมดแลว ตองตายภายใน ๓ เดือน แตลกู สาวคนนีด้ มี าก ก็เรียนให อาตมาทราบวา หลวงพอคะ หนูนแี่ มจะตายแลว หนูยงั ไมไดทดแทน บุญคุณพอแมเลย แมกจ็ ะมาตายแลว ถาแมตายแลวหนูจะอยกู บั ปา ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




ก็ไมเหมือนอยูกับแม อะไรหนอจะอุนเทากับตักแมเราไมมีแลว พูดนาสงสาร หลวงพอคะ หนูจะชวยแมไดอยางไรบาง หนูมศี รัทธา ไหม นัง่ กรรมฐาน พอนัง่ กรรมฐานได ๓ วัน โรงเรียนสงวนหญิง ลากลับ อาจารยบรรเลง เปนผชู ว ยผอู ำนวยการ จังหวัดสุพรรณบุรี ก็บอกวาหลวงพอ ฝากเด็กไวสักคนหนึ่งนั่งกรรมฐานตอ ๗ วัน สวดพาหุงมหากาฯ เขา หลวงพอคะ หนูจะทำไดไหมคะ ถาหากวา แมจะตองตาย ทดแทนบุญคุณแมดว ยน้ำนมทีแ่ มเลีย้ งมาไดไหม ได เลยเขาก็นั่งกรรมฐานตอไป ๗ วัน กลับไปแมหายจากโรคมะเร็ง จนทุกวันนี้ บัดนี้ ด.ญ.ทัศนีย เปนนางสาวทัศนีย อยู ม.๖ โรงเรียน สงวนหญิง สุพรรณบุรี ไปถามไดเดีย๋ วนี้ ลูกชวยพอแมไดแนนอน พอแมกำลังปวยไข ลูกสาวหรือลูกชายเจริญสมาธิ สวดพาหุงมหากาฯ สวดพุทธคุณเทาอายุเกินหนึง่ แมกลับหายจากโรคมะเร็งไดจนทุกวันนี้ ขอฝากไววา ลูกชวยพอแมได พอแมกช็ ว ยลูกได ตองการใหบตุ รธิดา ของทานเปนคนดี ทานทัง้ สองสามีภรรยาอยาทะเลาะกัน แลวก็สวด มนตไหวพระ สวดพาหุงมหากาฯ เขา อธิษฐานจิตใหลกู ทานเปนคนดี เทานี้เอง ลูกทานจะกลับรายกลายเปนดี จะไมไปในสวนรายตอไป ก็เกิดประโยชนดี กันอยทู แี่ ม แกอยทู พี่ อ กออยทู ลี่ กู ปลูกอยทู คี่ รู ความรอู ยทู ศี่ ษิ ย จะไดเปนมิตรกัน 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


ลูกไมดแี กทพี่ อ -แม พอ-แมไมดแี กทลี่ กู โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

สามีไมดแี กทภี่ รรยา ภรรยาไมดแี กทสี่ ามี ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมกนิ เหลาเมายาสอนลูกใหเปนโจร ตองแกทลี่ กู ใหลกู สรางแต ความดี อยาเชือ่ ฟงพอแมทสี่ อนลูกใหเปนโจร ขอฝากทานไว ไมใชเขาวัดไปหาพระชวยนะ พระทานชวยไมได แตตถาคต เพียงชี้บอกหนทางใหเราเดินกันเทานั้น ใหเราทำหนาที่ใหถูกตอง สำหรับมนุษย แตถาทานทำหนาที่ไมถูกตองและก็ปฏิบัติไมถูกทาง พระทานจะชวยไดไหม ยกตัวอยาง ขออภัยที่จะขออนุญาตกลาว ถาทานดืม่ เหลาเมาสุรา เลนการพนันมีอบายมุข สนุกในสังคมแลว ก็ ไ ปบนบานศาลกล า วขอให พ ระช ว ย พระคงช ว ยท า นไม ไ ด อยางแนนอน ทานอยาโงตอ ไป ทานจะเปนชาวพุทธซังกะตาย เปน ชาวพุทธ แบบฟอรม ไมเขาถึงพระพุทธศาสนาโดยแทจริง เขาใจวา พระพุทธศาสนาคือเครือ่ งรางของขลัง เปาหัวใหลกู หนอยจะไดสอบ เขามหาวิทยาลัยได แตแมเชาหนังมาใหลูกดูทุกวัน พระชวยไมได ทานตีความใหเขาใจในขอนีใ้ หมากทีส่ ดุ

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




พอ-แมทดี่ ี ตองทำดีใหลกู เห็น โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

พอแมทดี่ ี สรางความดีใหกบั ลูก ทำถูกใหกบั หลาน พอแมทดี่ ี รักลูกใหถกู วิธี ทำความดีใหลกู ดู อันนีก้ รรมฐานทัง้ หมด ไมใชนอกกรรมฐานเลย พอแมทไี่ มมี กรรมฐาน ไมมศี ลี สมาธิ ปญญาแลว จะสรางแตความไมดใี หกบั ลูก ทำไมถูกไวกับหลาน แถมรักลูกไมถูกวิธี ทำความไมดีใหลูกดู ยกตัวอยางใหเห็น เชน พอแมทะเลาะกันใหลกู เห็นใหลกู ฟง พอก็ ดืม่ เหลาใหลกู เห็น แมกเ็ ลนการพนันใหลกู ดู พอแมรบราฆาฟนกัน ทะเลาะกัน ลูกก็เห็นกำหนดจดจำเปนกฎแหงกรรมใชหรือไม ทานทั้งหลายเอย ฟงแลวคิดสักหนอย ไมใชพูดใหทานมี ความรู ทีบ่ รรยายธรรมะมานี้ ถาโยมปฏิบตั จิ ติ ไดจะเห็นดวย ๑๐๐% พอมีสติแมมีสติสัมปชัญญะ ลูกดีทุกคน ไมทำแบบเสียใหลูกดู รักวัวใหผกู รักลูกตองตี รักมีตอ งคา รักหนาตองคิด รักมิตรตอง เตือนกัน รักวัวตองผูกไว เดีย๋ วมันจะหาย จะเสียดายมัน



ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


ปลุกลูกใหตนื่ เสกลูกใหเปนงาน โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

ถาทานไดกรรมฐานแลว ทานจะไปปลุกลูกใหตนื่ เสกลูกให เปนงาน จะพูดกับลูกก็เพราะ ไมดุไมดาลูกตอไป และเปนภรรยา แมบานแมเรือนที่ดี จะไมดาเสียดสีสามีเลย สามีก็เห็นใจภรรยา จะไมวาเสียดสีภรรยาเชนเดียวกัน ยกยองภรรยา อุตสาหเลี้ยงลูก ตั้งหลายคน และยังเอาใจใสสามีอยางดีดวย ภรรยาก็เห็นใจสามี หาเงินหาทองมากมายไวในครอบครัว ผูที่จะรูจริงอยางนี้ตองเจริญ กรรมฐาน ถาทานเจริญกรรมฐานเขาขั้นของเขาแลว โยมจะรูเลยวา มีกรรมอะไรลูกจึงเปนเชนนี้ พอแมหดู ตี าดี มีลกู ๖ คน หูตงึ หมดเลย เปนเพราะอะไร ถาโยมเจริญกรรมฐานเขาขั้นของเขาแลว ปญญา เกิดแลว จะไดรูวาทำไมลูกหูตึงหมด เพราะเวรกรรมตามสนองมา ครัง้ อดีตชาติ ควรจะแกไขอยางไร นาจะเขาใจตรงนี้

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




หนามแหลมใครเสีย้ ม มะนาวกลมเกลีย้ งใครไปกลึง โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

เรือ่ งมีอยวู า มีเด็กประถม ๔ คนหนึง่ เดีย๋ วนีเ้ ปนดอกเตอร อยสู หรัฐอเมริกา พอกินเหลา สูบกัญชายาฝน ชอบเลนการพนัน ตีไก อยทู บี่ างระจัน สิงหบรุ ี แมกห็ าหวยตามวัด อาตมาดูหนูคนนีแ้ ลวบอก ตองเปนใหญเปนโตแน จดไวเปนกฎแหงกรรม ติดตามดูแลโดย ตอเนื่อง อาตมาประสบมาเราก็ตองจดตองจำ จึงจะกำหนดจดจำ ก็จดชือ่ ไว บอกเด็กไปวาหลวงพอจะสอน จะใหตงั คไป ๑๐๐ บาท ถามวา เขาเกิดวันอะไร เขาบอกเกิดวันอังคาร หลวงพอสอนเด็กคนนี้ ครัง้ เดียวจำได บอกวันเกิด หนูซอื้ ขนม ๒ หอ เรียกพอแมมาคกู นั แลวกราบนะลูกนะ พอก็เมา แมกบ็ อกเดีย๋ วจะรีบไปวัด ลูกก็บอกเดีย๋ ว ความผิดอันใดทีล่ กู พลัง้ เผลอดวยกาย วาจา ใจ ทีค่ ดิ ไปไมดตี อ คุณพอ คุณแม ขอใหคณ ุ พอคุณแมอโหสิกรรมใหแลวลางเทาใหพอ แม ลูก ไมมสี ตางค ลูกซือ้ ขนมมา ๒ หอ ใหแมกอ น ๑ หอ เพราะแมอมุ ทองมา แลวจึงใหพอ อีก ๑ หอ ลูกขอปฏิญาณตนวา ลูกขอเปนลูกทีด่ ี ตอพอแมแลวจะเปนศิษยทดี่ ขี องครูบาอาจารย ลูกจะไมทำใหพอ แม ผิดหวัง แลวลูกจะเรียนหนังสือใหเกงใหกา วหนา พอฟงแลวน้ำตารวง สรางเมาเลย สวนแมกร็ อ งไห ลูกไปโรงเรียนแลว พอแมกส็ ำนึกได บอกลูกมันปฏิญาณตนเปนคนดีแลว เรายังทำตัวอยางไมดีใหลูกดู อีกหรือ ตกลงพอแมกป็ ฏิญาณตนกัน พอก็บอกขาจะเลิกสูบกัญชา 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


เลิกกินเหลา และขางฝายแมก็เลิกหาหวยตามวัด ลูกจบปริญญาโท ทีจ่ ฬุ าลงกรณมหาวิทยาลัย ไปตอดอกเตอรทสี่ หรัฐฯ ไดดแี ลวเขาก็ไม ลืมวัดอัมพวัน ไมลืมอาตมา ยังมาทำบุญถวายขาวสารทีละ ๕๐ กระสอบ

ไมออ นดัดงาย ไมแกดดั ยาก โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

ญาติโยมก็เชนเดียวกัน เปนผูนำเขาตองตามดูตัวเองวาทำถูก หรือผิดประการใด แลวก็ไปดูลูกของตัวเองดวย ลูกดีหรือลูกชั่ว ประการใด ไปแกไขใหทนั ปจจุบนั ถาแกไขไมได ลูกเสียหายไมตอ ง ไปแก จนโตเหมือนตนตาล เปนหนมุ เปนสาวใหญ แลวก็แกไมได แมทกุ คน ไมออ นบอกออนหัดไมแกไปแกมนั ไดหรือ มันจะรัดเอา มันแก แกเกินการเกิด แกเกินแก แลวจะแกไมทนั มันจะเสียกาลเวลา ไมแกนี่ดัดยาก มันจะหักกลางคัน ไมออนบอกออนหัด พอดัดได นีอ่ ยางนีเ้ ปนตน

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




มีลกู ตองเสีย้ มสอน โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

ขอฝากเปนการบานไปดวยวา มี ลู ก มี ห ลานหั ด สวดมนต ลูกจะไดวา นอนสอนงาย เจอพระธุจะ นมัสการ เจอคนแกเลีย่ งทาง จะออนนอมถอมตน โดยไมตอ งตามไปสอนลูกอีกตอไป เรามีลกู ตองเสีย้ มสอนนะ ถาไมเสีย้ มสอน มันเปนไปไมได ตองฝกลูกตัง้ แตยงั เล็ก ๆ นกอยใู นกรงใหรบี สอน มีปก มีหาง หนี ออกจากกรงแลว ไมตอ งตามไปสอนนะ จะเสียใจอยางนาเสียดาย ลูกกระดางลางแข็งมาจากพอแมไมดี ไมเคยสอนลูกสวดมนต ไหวพระ ลูกจะมีระเบียบวินัยไดอยางไร พอแมเขายังไมมีระบบ จะใหลกู เขามีระเบียบยังไมได เปนทีพ่ อ แมนำไมดี และไมไดตามดูลกู แตประการใด ผลงานรายก็ออกมาจากลูกของเขาดวยพอแมนนั่ เอง พอแมดีมีปญญา ลูกหลานดีหมด ถาพอแมไมมีเหตุมีผล ลูกหลานเสียหมด ติดยาเสพติดในสังคม โปรดดูลกู หลานตอไปดวย



ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


ใหลกู ดีตงั้ แตหวั เทากำปน โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

โบราณทานพูดไว บวชเณรใหแม บวชพระใหพอ เขาพูดกัน อยางนั้น เรามานึกดูวาทำไมหนอบวชเณรจึงใหแม บวชพระใหพอ เราจะเห็นลานนาไทย มีลกู แกวลูกขวัญตัวเล็ก ๆ นอย ๆ ปยู า ตายาย รับมิง่ ชิงขวัญ ลูกเกิดมาเปนชาย เขาเรียกลูกแกวลูกขวัญ ลูกทีจ่ ะดำรง วงศตระกูลตอไป บรรพชาเปนสามเณรลานนาไทย เขาจะแหรอบบาน ขีค่ อแตงตัวเหมือนเทวดา วาบานนีม้ ชี ายโสภา ลูกดีมปี ญ  ญา ลูกแกว ลูกขวัญ แหกนั รอบหมบู า นของตน เขามาวัดแหมา ญาติวงศพงศามากมายเปนการรับมิ่งชิงขวัญ วาลูกแกวลูกขวัญยังเด็กเล็กนัก มาบรรพชาเปนสามเณร คนแกคนเฒา ก็มารับมิง่ ชิงขวัญ เชิญบายศรีขนึ้ หลัก ดอกไมนานาชนิด และเอาดาย สายสิญจนมาผูกมือลูกหลานรับมิง่ ชิงขวัญ เรียกสามเณรแกวสามเณร ขวัญ จะดำรงวงศตระกูลเขาตอไป นี่แหละพอแมครั้งโบราณรักลูก อยางนี้ เขาก็ตอ งใหลกู ดีตงั้ แตลกู หัวเทากำปน

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




สรางความดีไวใหกบั ลูก • สรางถูกในการใชสถานที่ทางพระพุทธศาสนา คือ วัด หรือ สถานทีต่ า ง ๆ (ไมทำบาป ทำชัว่ ในสถานทีน่ นั้ ) • สรางถูกในการจัดงานบวช ไมมอี บายมุขในงานบวชนัน้ ๆ • สรางถูกในการจัดงานศพ ไมมอี บายมุขในงานศพนัน้ ๆ • สรางถูกในการเคารพทิศทัง้ ๖ (เบือ้ งหนา - ขวา - ซาย หลัง -บน - ลาง) • สรางถูกในการรจู กั แสวงหาอริยทรัพยภายใน • สรางถูกเรือ่ งเห็นโทษของอบายมุขทัง้ ๖ • สรางถูกเรือ่ งเห็นคุณของชีวติ ในกาลทัง้ ๓ กาล • สรางถูกเรือ่ งการเคารพเวลา • สรางถูกเรือ่ งการเคารพผสู งู โดยวัย - โดยชาติ - โดยคุณธรรม - สมณพราหมณ - ศีลธรรม - กฎหมาย • สรางถูกเรือ่ งไมนอนตืน่ สาย - ไมอายหากิน ไมหมิน่ เงินนอย - ไมคอยวาสนา • สรางถูกเรือ่ งแตงตัวพอเหมาะพอดี ไวผมพอเหมาะพอดี • สรางถูกเรือ่ งการรักนวลสงวนตัวของกุลสตรี • สรางถูกเรือ่ งใหเห็นความสำคัญในวันสำคัญทางพระพุทธ ศาสนา



ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


อานิสงสของการสวดพุทธคุณ โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

พระพุทธคุณ อาตมาสังเกตมาวา บางคนเขาไปหาหมอดู เคราะหรายก็ตองสะเดาะเคราะห อาตมาก็มาดูเหตุการณ โชคลาง ไมดกี เ็ ปนความจริงของหมอดู อาตมาก็ตงั้ ตำราขึน้ มาดวยสติ บอกวา โยมไปสวดพุทธคุณเทาอายุใหเกินกวา ๑ ใหได เพือ่ ใหสติดี แลว สวดพาหุงมหากาฯ หายเลย สติก็ดีขึ้น เทาที่ใชไดผล สวดตั้งแต นะโม พุทธัง ธรรมมัง สังฆัง พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ พาหุง มหากาฯ จบแลวยอนกลับมาขางตน เอาพุทธคุณหองเดียว หองละ ๑ จบ ตอ ๑ อายุ อายุ ๔๐ สวด ๔๑ อายุ ๓๕ สวด ๓๖ ก็ไดผล

พุทธคุณกับชาวคริสต มีชาวคริสตคนหนึ่ง มีลูกชายคนเดียว อยูที่ลาดพราว เปน เศรษฐีทดี่ นิ อายุ ๕๑ ป มีลกู ชายคนเดียว สามีตาย ลูกชายเรียน หนังสือไมเกง ก็ไปสงเรียนปริญญาทีอ่ เมริกา เปนเศรษฐีทกี่ ทม. ราชา ทีด่ นิ ทีด่ นิ ขางคลองแสนแสบของเขาทัง้ นัน้ ไปจรดลาดพราวหลาย รอยไร เมือ่ สมัยกอนก็ขายไดหลายรอยลาน เปนผมู เี งิน ก็สง ลูกไป เรียนเมืองนอก ลูกไมเอาไหน ไปก็ไปซือ้ รถเกง พาจิก๊ โกไปหาจิก๊ กี๋ ๓ ปมาแลว แลวก็มหี นังสือมาหลอกแมเรือ่ ย เรียนจวนใกลสำเร็จ ขอเงินอีก ๑ แสน ขอเงินอีก ๕ แสน ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




แลวในทีส่ ดุ เขาก็ไมรจู ะไปหาทีพ่ งึ่ ทีไ่ หน ก็ไปหาหมอดู หมอดูกเ็ อา เงินสะเดาะเคราะห ลูกถึงจะเรียนได แลวก็ไดเงินสะเดาะเคราะห ไปหาหมอทำก็ไมสามารถจะสำเร็จได แตพอดีกม็ คี นสิงหบรุ ไี ปเปน ลูกจางบานนัน้ เขาเปนนายทุนใหกพ็ ากันไปนครสวรรค กลับมาเขา ก็เลยแวะ เขาบอกอยาแวะ ก็เลยแกลงเพทุบายวาปวดทอง แวะเขา มาวัดนีห้ นอย จะหาหองน้ำแวะเขามาแลว นายทุนคนนีก้ เ็ ขาหองน้ำ ดวย คนนัน้ ก็มาบอกกับอาตมาวาหลวงพอชวยทีเถอะ แตอาตมาก็ยงั ไมรวู า เขาเปนคริสต บอกชวยหนอยเถอะเขามีลกู ชายคนเดียว ผมก็ ขอยืมเงินเขาใชเรือ่ ย เราก็นกึ ในใจวา ขอดูหนากอน แลวเขาก็พามา แลวก็บอกใหฟง วา ลูกชายไปเรียนทีอ่ เมริกา ไมเอาไหนเลย พอรู เขาวาเรียนไมสำเร็จ ไปเทีย่ วพานักศึกษาไทยไปเสียหายกัน ฉันก็จะ เปนโรคประสาทแลว ทานจะมีทางชวยไดไหม ดูหนาแลวก็รูวา ลูกชายตองสำเร็จปริญญาโท และจะสำเร็จปริญญาเอกดวย แตทำไม เรียนไมสำเร็จ เดี๋ยวมีวิธีทางแก เพราะลักษณะบอกใหรูถึงลูกดวย วาลูกชายตองเรียนสำเร็จ แตทำไมถึงเรียนไมสำเร็จ มีวิธีแก อาตมาก็บอกวา โยมไปสวดมนต สวดพุทธคุณ ๕๒ จบ เพราะตอนนีอ้ ายุ ๕๑ เขาบอกวา “ฉันสวดไมได ฉันเปน คริสต” “พระบิดา พระบุตร พระจิต สวดไดไหม” “ฉันก็เปนคริสต แบบชาวพุทธทีส่ วดมนตไมเปน ไปวัดเขาโบสถกเ็ ขาไปอยางนัน้ เอง” วันนัน้ ก็เจากันไป ไมยอมรับ ก็อยไู ดอกี ๔ - ๕ เดือน อาตมาจำหนา ได ทีนมี้ คี นพามาละ เขามากันเอง ๓ คน บอกวา “ฉันยอมจำนน” บอก “เอาอยางนีโ้ ยม ไปซือ้ หนังสือสวดมนตเขาเลมหนึง่ ” “ฉันไม อยากใหหนังสือสวดมนตมีในบานฉัน ทานชวยเขียนใหหนอย” 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


อาตมาก็ตอ งเขียน พอตอนหลังขีเ้ กียจเขียนตองพิมพเปนใบ นีพ่ ทุ ธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ พาหุงมหากาฯ “ฉันไมนบั ถือพระ ฉันจะสวดได หรือ” “ที่นอนนั้นแหละสวดไปกอน” อาตมาหาอุบาย เลยก็สวด พาหุงมหากาฯ “ฉันทองไมได อานตามตัวแลวฉันจะรไู ดอยางไรวา อายุ ๕๑ สวด ๕๒” “ใชกา นไมขดี ทิง้ เขาซิ ทำไปกอน” เขาเลย มั่นใจวาคิดวาจะทำได บอกวา “โยมสวดมนตเสร็จแลวแผเมตตา ใหลกู อยาดาลูกนะ อยาแชงลูก ใหลกู มีความเจริญสุข และใหลกู มี ความตัง้ ใจเรียนหนังสือใหสำเร็จ” พอไปสวดได ๓ เดือน ทองไดหมดเลย หนักเขาก็ไมตอ งใช กานไมขดี แลว จึงเกิดอานิสงส ๒ ประการ หนึง่ โรคประสาทหาย กินไดนอนหลับ ชืน่ อกชืน่ ใจ นอน หลับก็ใจดี เริม่ แผสว นกุศลใหถงึ ลูกแลว บุญกุศลของแมจะถึงลูกถึง ตอนไหน รกู นั ตอนนี้ เพราะลูกนีเ่ ฟอในการเงิน ขอเงินแมเรือ่ ยเลย ไมรบู ญ ุ กุศลของแมแตประการใด วันนัน้ บุญกุศลของแมถงึ ประมาณ ๖ เดือนหลังจากสวดมนต อาตมาจดไว วันนัน้ พอดีลกู ชายพาพวก นักศึกษาไทยที่สงดวยทุนของตัวเองไปเที่ยว ขับรถไปชนเสาไฟฟา เพื่อนอยูขางหลังกระเด็นออกจากรถหมด ไมตายไมเปนอะไรเลย แตเจานีต่ อ งไปอัดกอปปก บั เสาไฟฟา เสาลม ตองเสียเงินหลายแสน พวงมาลัยอัดหนาอกไปโคมาอยโู รงพยาบาล ไมรสู กึ ตัว แลวพอดีมี ลูกพีอ่ ยคู นหนึง่ เปนแพทยอยทู อี่ เมริกาเปนลูกพีล่ กู นองกัน ก็ไปเยีย่ ม ถาจะไมรอดแน ก็ใหออ กซิเจน นายแพทยอเมริกาบอกวาไมรอดแน วันนั้นผานไป รุงขึ้นลืมตา พอรอดมาแลวปวดเมื่อยจะตาย น้ำตารวงคิดถึงแม มันเฟอไปในสังคม มันจะไมคดิ ถึงแม บางคนอายุ ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




๘๐ แกจะตาย เวลาใกลตายหลงคิดถึงแมจา กระทัง่ แมตายไปตัง้ นาน แลวอยางนี้แนนอน มันทุกขหนัก บอกปวดเมื่อยทั่วสรรพางคกาย คุณแมจารำพันคิดถึงแม ขอสอง ลูกคิดถึงแม ถาแมทราบวาหนูไมเรียนหนังสือแลว แมจะเสียใจแคไหน ทราบเขาก็ดีอกดีใจมาวัดเลย เลี้ยงเพลพระ สวดธรรมจักรให ๑ จบ ในที่ สุ ด พอลู ก กลั บ จากอเมริ ก าพาลู ก มาเลย อาตมาให พระบูชาไป ๑ องค แมกเ็ ลาใหฟง เพราะเหตุอยางนี้ ลูกเลยสวดมนต ภาวนาแลวไปเขาวัดไทย ไปนั่งวิปสสนาที่เมืองนอก เจาคุณเทพ โสภณรจู กั แตไมรเู รือ่ งวัดอัมพวัน รวู า เจานีม่ นั นักกรรมฐานปริญญาเอก เดีย๋ วนีไ้ มยอมกลับบาน แมบอกหลวงพอใหฉนั สวดมนตอะไรใหลกู กลับประเทศไทย ไมมกี ลับเรารแู ลวไมกลับแน อันนี้ไดผลแนนอน ขอฝากไววาเด็กหรือใครก็ตาม ก็ตอง ประสบทุกขจะคิดถึงแม ถาไมประสบทุกขใหเงินไปเฟอ ไมคดิ ถึงแน ตองประสบทุกขจงึ จะเห็นตัวธรรมะ เห็นอกเห็นใจเลยเชียว เขามาเลา ใหอาตมาฟง บอกหลวงพอครับ ผมไมคดิ ถึงแมเลย ๓-๔ ป ทีอ่ เมริกา แตกค็ ดิ ถึงแมวา อยกู บั แมปอ นขาวใหพดั วีให ไดคดิ อยางนีเ้ ลยจึงกลับ แมกเ็ ลยเลาใหฟง วาหลวงพอนีช่ ว ยเอาไว เขาเลือ่ มใส อาตมาบอกวา ถาเชือ่ นะ ไปเดีย๋ วนี้ ตัดผม เพราะผมเขายาวประบา เลยตัดผมทีน่ ี่ สิงหบรุ เี ห็นไดชดั มาก เจาคนนี้ บอกแหมหลวงพอวาผมนีผ่ ลาญเงิน แมไปหลายลานบาท ดังที่กลาวแลว อาตมาก็ตั้งตำรา ถาคนไหน เคราะหรา ยสวดพุทธคุณ 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


พอ-แมทำกรรมฐานใหกบั ลูก โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

ถาพอมีบุญแมมีบุญไดเจริญกรรมฐาน ลูกออกมาก็จะมีบุญ วาสนาดวย สมองกลดลบันดาล ลูกก็มปี ญ  ญา ถาพอมีเวร แมซ้ำมีเวร สรางเวรสรางกรรมกันมา ลูกจะมีสมองดีไมได ออกมาก็เปนคน ใบบา เสียจริตผิดมนุษย เปนคนปญญาออนไมสามารถจะสอนใหเขา ดีได นีแ่ หละกรรมมาจากพอแม เพราะฉะนัน้ การเจริญพระกรรมฐานทำใหสะสมบุญ ทำให มีคณ ุ ประโยชนถงึ บุตรของตน อันนีพ้ ระพุทธเจาสอนไว ทีเ่ ราสวด มนตวา “กัมมะทายาโท กัมมะโยนิ กัมมะพันธุ กัมมะปะฏิสะระโณ ยังกัมมัง กะริสสามิ กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา” ทานทัง้ หลายเอย ทีเ่ ราสรางบุญสรางบาปกันมาเอง นีแ่ หละพอแมสรางความไมดใี หกบั ลูก ทำความไมถกู ใหกบั หลาน เวรกรรมก็จะโยนใหกบั ลูกของตน จุดมงุ หมายอันนี้ นีแ่ หละปญจสาขา แยกออกมาจากทองของ มารดา บางคนก็ออกมามืองอย ขาก็งอ ย แถมหัวโตมีน้ำอยใู นสมอง แลวก็อยอู ยางเปนทุกข บางคนก็เปนโรคตับโรคไต ก็เนือ่ งจากพอแม สมประดีสรางปาณาติบาตมา ใจดำอำมหิตเหี้ยมโหด ทารุณดุราย ลูกก็จะเปนอยางนี้ ออกมาอาการ ๓๒ ไมครบ เอาดีไมไดอยางนี้ เปนตน

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




ทำกรรมฐานแกกรรมใหลกู โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

ขอเจริญพรใหญาติพี่นองไดทราบวา กรรมฐานแกกรรมได มีนายทหารคนหนึง่ ยศรอยโท อยศู นู ยการทหารปนใหญมาบวชทีน่ ี่ พ.ศ.๒๕๐๐ มีลกู ผหู ญิง ๒ คนแลว ปยู ปี่ ยู ำกับผหู ญิงจริง ๆ ไมเชือ่ บุญ เชือ่ กุศล ไมเชือ่ เวรเชือ่ กรรมดวย อาตมาบอก “ผบู งั คับหมวด อาตมาขอบิณฑบาต สึกหาลา เพศแลว อยาไปยงุ กับผหู ญิงเขานะ” “โอยหลวงพอ ผมไมเชื่อ ไมมีทางหรอก สนุกสนานไป ชัว่ คราวเทานัน้ ตอนตายแลวมันก็สญ ู จะไปเกิดทีไ่ หนอีก ทีผ่ มมาบวช ที่นี่ไมใชเพราะศรัทธานะ แมใหมาบวช แมบอกวาสำเร็จนักเรียน นายรอยแลวบวชใหแมหนอย เลยผมก็ไปมีครอบครัวเสียกอน” “เอาละผหู มวด ไมเชือ่ อาตมาไมเปนไรนะ จดไวนะไมมลี กู ผหู ญิงบางก็แลวไปนะ” “โอย ผมมี ๒ คนแลว” “จดไวเผือ่ จะมีลกู ผหู ญิงอีก” ในที่สุดก็สึกหาลาเพศไป จากไปเปนเวลานานหลายสิบป ยศสุดทายกอนทีจ่ ะมาพบกัน เปนนายพันเอกพิเศษ มีลกู สาว ๓ คน ลูกชาย ๒ คน ภรรยาเปนอาจารยทจี่ ฬุ าลงกรณมหาวิทยาลัย ขอฝาก ขอคิดทานทัง้ หลายไว 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


หนักเขาลูกสาวสามคนเปนอยางไร ลูกสาวจบ ม.๖ ทุกคน จบแลวออกเลเพลาดพาดไปดวยกฎแหงกรรมจากที่พอทำใหกับลูก มาหาพอพอก็เตะทั้งรองเทา มาหาแมแมก็บนจูจี้ สอนลูกดวยดา ลูกดวย ลูกก็เลยออกจากบานไป ไปรองเพลงอยูตามโฮเต็ล ตาม โรงแรม ทำเสียหายนาบัดสีในวงศตระกูลเหลือเกิน ลูกชายสอง คนดีหมด นีแ่ หละกฎแหงกรรม หนักเขาสามีภรรยาก็รองไหมาหา เพราะวาบันทึกหลักฐาน จำไดวาบวชที่วัดนี้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ บันทึกไววา ไมเชื่อตามใจ ลูกจะตองเสียหาย มากราบนมัสการอาตมา อาตมาบอก ทานจะแกไหมละ ถาจะแกลาพักรอนมาดวยกันทัง้ คู มานัง่ เจริญกรรมฐาน ๗ วัน แลว ก็แผเมตตาใหลกู อโหสิกรรมใหลกู ทุกวัน ๆ อยาดาลูกอีกตอไป ตัง้ แต นาทีนเี้ ปนตนไป ลู ก มาแล ว ก็ อ ย า ไปพู ด เรื่ อ งเก า มาเล า กั น ใหม โ ดยเด็ ด ขาด เอาเรือ่ งใหมเลย ใหลกู ไปเรียนปริญญาตอไป ก็ไดความวา กลับไป ลูกกลับทีละคน ไปตามนองมาหมด พอแมไมไดวา อะไร หนักเขาทัง้ สามคนก็ไปเรียนรามคำแหง สำเร็จ ปริญญาดวยกันทัง้ หมด และบัดนีเ้ ขาทำงานดวยกันทัง้ หมด ลูกสาว ก็มานัง่ วิปส สนาทีน่ ดี่ ว ย

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




นัง่ กรรมฐานใหพอ แมเปนใหญเปนโต ลูกแผสว นกุศลใหพอ -แมได พระณรงคศกั ดิ์ ฐิตเปโม เปน บุตรของ พ.อ. ประกิต ศิรพิ นั ธุ กรุงเทพมหานคร ทานบวชหนาศพ ใหคณ ุ ปู บวชแลวโยมนำมาฝากเจริญกรรมฐานทีว่ ดั นี้ จะขออยู ๗ วัน แลวจึงจะสึก พอเจริญกรรมฐานได ๗ วัน โยมแมมารับ บอกกับ โยมแมวา ขออยตู อ อีก ๑ เดือน นัง่ เจริญกรรมฐานแลวแผเมตตา ใหปู ใหพอ ใหแม บัดนีน้ า อนุโมทนา คุณพอไดเลือ่ นยศเปนนายพล เลย และเลื่อนตำแหนงเปนผูบัญชาการศูนยปองกันภัยทางอากาศ กองทัพบก เมื่อสองสามวันมานี้ นำสายสะพายมาใหเจิม บอกวา หลวงพอครับ ผมไมเคยคิดวาจะเปนนายพลเลย เสนก็ไมมี ผมดีใจมาก ตอนนีล้ กู ยังบวชอยู ลูกนัง่ กรรมฐานใหพอ แมเปนใหญเปนโตก็ได

พอแมจะสรางบานเมืองใหยงิ่ สุข ลูกตองสรางชาติใหยงิ่ ใหญ การสิน้ สุดของสูตรทีไ่ มคาดคิด อาตมาจดจำมา โยมเปนพอ เปนแมสรางบานเมืองใหลกู ใหลกู อยเู ย็นเปนสุข ลูกตองสรางชาติให ยิง่ ใหญ เรียนหนังสือใหเปนปริญญาเอก เปนรัฐมนตรี ชวยเหลือชาติ ศาสน กษัตริย 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


พอแมตอ งสรางบานเมืองใหยงิ่ สุข หมายความวา พอแมตอ ง สรางความดีใหกบั ลูก ทำถูกใหกบั หลาน รักใหมนั ถูกวิธี ทำความ ดีใหลกู ดู ลูกตองสรางชาติใหยงิ่ ใหญ หมายความวา ลูกตองเรียนหนังสือ ใหเกง กลาประหยัด ไมขาดพวกพรรค รักษาความสะอาด ฉลาด รอบคอบ ชอบระวัง ตัง้ ใจตรง ดำรงศีลธรรม นำทางถูก ปลูกสติ ดำริชอบ ประกอบกุศล ไดผลอนันตเปนหลักฐานสำคัญ ชาติคือ ตัวเรา ดูชาติกค็ อื ดูลกู รักลูกจึงคิดปลูกฝง ใหลกู ตัง้ ตนรับฝกศึกษา ใหลูกไดดีมีปญญา ใหลูกมีวิชาตั้งตนเปนคนดี นี่แหละไดจาก กรรมฐานทัง้ หมด ถาไมไดกรรมฐานจะออกมาไดอยางไร ก็ขอเจริญพรตอไป พอแมปลูก เหมือนปลูกตนไม ปลูกใน กระถาง ขึ้นในกระถาง ปลูกถี่ขึ้นถี่ ปลูกหางขึ้นหาง ตนไมมันโต แลวเราจะบอกตนไมบา อะไรขึน้ ไมมรี ะเบียบ ขึน้ ไมเทากัน หางบาง สั้นบาง ถาตนไมพูดไดจะบอกวาใครเปนคนปลูก เดี๋ยวนี้สถาบัน ๓ สถาบันทำลายสังคม คือ วัด โรงเรียน ครอบครัว พอแมไมได ดูแลลูก ลูกจึงติดยาเสพติดกันมากมาย ถาบานไหนทำกรรมฐาน ทัง้ โรงเรียนทำกรรมฐาน รับรองไปรอดแน ไมใชกรรมฐานแบบไป สวรรคนพิ พาน ญาณ ๑๖ อยางทีเ่ ขาพูดกันในกรุงเทพฯ นีแ่ หละพอ แมทเี่ คารพรักของลูก อาตมาจึงไดพดู กับผวู า ราชการจังหวัดสิงหบรุ วี า กลมุ บาน กลมุ วัด ตองชวยกลมุ เมือง กลมุ เมืองตองเขากับกลมุ วัด ช ว ยกลุ ม บ า นและกลุ ม เมื อ ง เพราะสามั ค คี ส ร า งความดี ร ว มกั น “รักสามัคคี สรางความดีรว มกัน” ในหลวงทานรับสัง่ ไว ไมมกี าร ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




รักสามัคคี สรางความดีรว มกันไมได แตกแยกกันไปหมด แตกพรรค แตกพวก ควรจะรักสามัคคี สรางความดีรว มกัน อยาเปนพลูตา งใบ ไมรว มใจกัน นีแ่ หละความรคู กู บั ความดีมปี ญ  ญา ไมใชพระพุทธเจา สอนใหนงั่ หลับตาตามวัด สถาบันครอบครัวนีส้ ำคัญ ถาเราไมมกี ารเคารพผใู หญจะไมมรี ะเบียบวินยั ประเพณีไทย ก็หมดไปแลวไมมีการเคารพผูใหญ ในเมื่อขาดการเคารพผูใหญ ประเพณีไทยหมด แตทำไมเด็กเสียหาย เพราะไมเคารพผูใหญ เถียงพอเถียงแมคำไมตกฟาก เสียหายตรงนี้ ก็ขอฝากญาติพนี่ อ งไว ในโอกาสนี้ เราทุกคนตองมีการงาน ถาไมมกี ารงาน ไมรบั ผิดชอบ ถาจะ อยูในโลกได ประการใดเลา ขอฝากไตเติ้ลไปฝากลูกหลานดวย “อยาใหลกู อยวู า ง อยาใหหา งผใู หญ จะหลงทางไดงา ย” คนเรายุคใหม สมัยนี้ มันอยวู า งกันมาก มันถึงเลวรายเหลือเดน สรางความดีไมได “โลกเจริญไปขางหนาไกลแสนไกล แตจติ ใจมันลาหลังเหลือ เกิน จิตใจกาวไมทนั จิตใจกาวหลัง จิตใจเจริญกาวหลัง โลกเจริญ กาวหนาไปไกลแสนไกลแตจิตใจลาหลังเหลือเกิน จิตใจจึงเลวทราม ต่ำชา” จึงมีปญ  หา สรางปญหาทีเ่ ลวทรามต่ำชาในระหวางครอบครัว สามี ภรรยา เปนตน ลูกหลานในครอบครัวของทานสรางปญหา ลูกสรางปญหาใหกับพอแม ลูกศิษยสรางปญหาใหครูบาอาจารย ครูบาอาจารยกส็ รางปญหาใหกบั โรงเรียน ปญหามีอยมู ากมาย และ เราจะเอาอะไรมาเปนหลัก องคสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจาของ เรานั้น ทานทรงเห็นการณไกล ทานทรงสรางบารมี หลายชาติ 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


หลายกัป หลายกัลปแลว ไมใชชาติเดียว ไมใชทำความดีวันเดียว ก็ไดเลย ไปนัง่ หลับตาแลวไปสวรรค ไปนิพพานเลย สรางโบสถ สรางวิหารแลวไปสวรรคนิพพานเลย นาจะตีปญหาใหมันเขามา หาตัวเอง เราจึงควรสรางตัวเองใหได “ปลุกตัวเองใหตนื่ เสกตัวเอง ใหเปนงาน” จะไดรบั ผิดชอบตอการงานในหนาที่รบั ผิดชอบตัวเอง อยาเกียจครานการงานและหนาที่ แตเดี๋ยวนี้ไมมีความรับผิดชอบ ตัวเองในการงานและหนาที่ เราจะอยไู มไดถา ไมมกี ารงานและหนาที่ อันเปนศักยภาพของมนุษย ไรแบบแปลนและแผนผัง ไมมีโอกาส ที่จะดีได นาจะแกนสิ ยั ตัง้ แตตน จนอวสาน ชีวติ นีจ้ ะไดมแี บบแปลน และแผนผัง จะไดไปสจู ดุ มงุ หมายปลายทางได ทานโปรดจำไว วันเกิดของลูกคือวันตายของแม เพราะวันที่ ลูกเกิดนัน้ แมอาจตองเสียชีวติ การออกศึกสงครามเปนการเสีย่ งชีวติ สำหรับคนเปนพอฉันใด การคลอดลูกก็เปนการเสี่ยงตายสำหรับ คนเปนแมฉนั นัน้ ในสมัยโบราณทีว่ ทิ ยาการตาง ๆ ยังไมเจริญกาวหนา เหมือนสมัยนี้ อัตราการตายเพราะคลอดลูกมีสูงมาก คนโบราณ เขาจึงกลาววา วันเกิดของลูกคือวันตายของแม พอแมเลีย้ งลูก เปรียบเสมือนปลูกตนไม ปลูกอยางมีระเบียบ แบบแผน ตนไมก็จะขึ้นอยางมีระเบียบสวยงามตามแบบตามแผนที่ วางไว ถาปลูกอยางไมมรี ะเบียบปลูกตรงโนนตนหนึง่ ตรงนีต้ น หนึง่ นึกจะปลูกตรงไหนก็ปลูก เกะกะเต็มไปหมด มองดูรกรุงรัง หาความ สวยงามไมได ถาเปนอยางนีจ้ ะไปโทษตนไมวา มันขึน้ ไมเปนระเบียบ จะถูกหรือ จะตองโทษคนปลูก เพราะคนปลูกไมมรี ะเบียบ ตนไม ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




จึงขึน้ อยางไมมรี ะเบียบ อาตมาไมสอนใครไปสสู วรรคนพิ พาน แตสอนกรรมฐานให ระลึกชาติได ระลึกบุญคุณคนได นึกถึงพอแม นึกถึงตัวเองและ สงสารตัวเอง จะไดทำแตสงิ่ ดี ๆ แคนพี้ อกอน บางคนลืมพอลืมแม อยาลืมนะการเถียงพอเถียงแมไมดี ขอบิณฑบาต สอนลูกหลาน อยาเถียงพอแม อยาคิดไมดีกับพอแม ไมงั้นจะกาวหนาไดอยางไร กาวถอยหลังเลยดำน้ำไมโผล หนี้ บุ ญ คุ ณ อั น ยิ่ ง ใหญ เ หลื อ จะนั บ จะประมาณนั้ น คื อ หนีพ้ ระคุณของบิดามารดา คำพังเพยเปรียบเทียบสัง่ สอนมาสองพัน กวาปแลว วาจะเอาทองฟาหรือแผนดินมาเปนกระดาษ เอาเขาพระ สุเมรุมาศมาเปนปากกา จะเอาน้ำมหาสมุทรมาเปนน้ำหมึก ก็ไม สามารถจะจารึกพระคุณของบิดามารดาไวได เพราะน้ำในมหาสมุทร จะเหือดแหงหมด กอนทีจ่ ะจารึกพระคุณบิดามารดาไดจบสิน้

พระองคแรก ครูคนแรก หมอคนแรก รวมคุณคา 

ผแู สนดี ผปู ระสิทธิ์ ผูถือชอน นีไ้ ดแก

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู

ใหชวี ติ การศึกษา คอยปอนยา พอแมฉนั เองฯ


กตัญูนะลูก โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

อาตมาสอนเด็กนะโมทุนหลัก คือ กตัญูนะลูกนะ นอบนอม กตัญูเชิดชูระเบียบ เรียบดวยวินยั หนูจงตัง้ ใจศึกษา นำมาพนทุกข เป น สุ ข อนั น ต เป น หลั ก สำคั ญ คุ ณ หนู จำใส ใ จ ถ า เห็ น ครู เหยียบหัวครูตลอดรายการ รับรองเปนใหญเปนโตไมได ไมตอ งอะไร พระสารีบตุ ร อุปติสสะปริพาชก เห็นพระอัสสชิแลวเลือ่ มใส ถามวา มีธรรมอะไร บวชทีส่ ำนักไหน พระอัสสชิตอบวา เกิดขึน้ ตัง้ อยู แปรปรวน ดับไป จงไปหาครูบาอาจารยเอาเอง เทานี้ ยังลืมบุญคุณไมได คือ พระสารีบตุ ร หันหนาไปทางทิศทีค่ รูบาอาจารยอยู เจอบาน เจอปา เจอภูเขาก็ไหว พระพุทธเจาถูกพระภิกษุฟอ งจึงสอบสวน พระสารี บุตรบอกวา เปนทีอ่ ยขู องครูบาอาจารยสอนหนังสือ ขาพระพุทธเจา จึงไหวครู ไมใชไหวภเู ขา ทีไ่ หวทา น้ำเพราะบานของขาพระพุทธเจา อยตู รงนัน้ และทาน้ำก็มปี ระโยชนแกขา พระพุทธเจามาก พระสารี บุตรจึงมีปญ  ญาเทียมเวหา คลายคลึงกับพระพุทธเจา มียศศักดิเ์ ปนถึง อัครสาวกของสมเด็จพระชินสีหศ าสดาสัมมาสัมพุทธเจา

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




พอ-แมไมเคยดูแลลูก โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

พอแมไมเคยดูแลลูกเลย ยกตัวอยางทีเ่ พชรบุรี พอเปนอาจารย ใหญ ซี เ จ็ ด แม ก็ เ ป น อาจารย ใ หญ ซี เ จ็ ด เอาไปฝากน อ งสาว เรียนหนังสือทีโ่ รงเรียนอัสสัมชัญ นองสาวทำงานทีก่ ระทรวงมหาดไทย เขาจะมีเวลาดูลูกใหหรือ ตีสี่ตองออกไปทำงานแลว ขอฝากทาน ทั้งหลาย ทานเปนพอแมเขา เปนผูนำลูก ตองไปตามดูลูกดวยนะ ไมอยางนีล้ กู เสียนะ เด็กเสียหายนี่ อาตมาไมโทษเด็กเลยนะ โทษพอ แมไมดี เลี้ยงลูกไมโต ปลูกตนโพธิ์ไมไดรม ยังมีตัวอยางอีก รองศาสตราจารยทจี่ ฬุ าฯ มีลกู ๕ คน ติดยาเสพติดไป ๓ คนแลว พอแมเปนใหญเปนโต เปนถึงรองศาสตราจารยเปน ดร. ดวย มันมา จากตรงไหน

พอ-แมเปนทีพ่ งึ่ ใหลกู ไมไดเพราะอะไร ? โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

พอแมแกไขปญหาชีวติ ไมไดเลย หาทีพ่ งึ่ ใหลกู ไมได ลูกพิการ หรือเปนอะไรก็ตาม พอแมจะชวยกันสวดมนตภาวนา เจริญกรรมฐาน บางทีก็หายไดเลยนะ พอแมบางคนก็ไมเอาไหนอีก สรางความดี ไมถงึ ทีด่ ไี มถงึ ขัน้ ดีไมพอลูกจะดีไดอยางไร พอแมเลีย้ งลูก ไมไดดลู กู เพราะไมไดสวดมนต เจริญกรรมฐาน อาตมาจับจุดไดหมด คือ 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


กฎแห ง กรรม เอาลู ก ไปฝากวั ด ไม เ คยให เ งิ น ลู ก เรี ย นหนั ง สื อ มีตัวอยางที่ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี อาตมาตองแกปญหาใหเด็ก ใหทนุ ไปเรียนหนังสือ วันนีใ้ หไปอีกเปนทุนตอเนือ่ ง เด็กรองไหเลยบอกวา หลวงพอไมไดเปนอะไรกับผม พอผม ยังไมเคยใหเลยแมแตสตางคเดียว เอาละ! หลวงพอจะสงเรียน บัดนี้ เรียนมหาวิทยาลัยแลว เขาเขียนจดหมายมาบอกวา จะหางานทำดวย ชวยหลวงพอ พอมีงานทำแลว หลวงพอจะไดสง นอยลงไป จะได ชวยอีกแรงหนึง่ เด็กดีนะ มีลกั ษณะอยางนี้

เลีย้ งลูกเอาบุญ โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

“ปวดหนอ” ลูกเอยมาชวยบีบใหพอ แมหนอย ลูกเขาไมมาบีบ ก็เสียใจ แลวใหสมบัติเขาไปแลวหวังผลตอบแทนจากเขา เขาก็ไป ดีแลวก็ตามใจ เลีย้ งลูกเอาบุญเถอะ อยาเอาคุณประโยชน ทำใจใหได เถอะ เราจะไดไปสวรรคนพิ พานได โปรดทำใจ เรารักลูก หวังจะพึง่ ลูกนีแ้ ลวไมไดพงึ่ เตรียมทำใจไวกอ น เจ็บนีล่ กู เขาจะมาปฏิบตั ไิ หม จะเอาใจเราไหม โปรดอยาคิดอยางนั้นเลย จงทำใจเสียใหได ณ บัดนี้ แฟนเขาไมไดรักเราดวยใจจริง เขารักเราดวยกามคุณทั้ง ๖ ไมไดรกั ดวยน้ำใจดวยเมตตาเลย เขาจึงไมมาชวยเรา ดังนัน้ ทัง้ เงิน ทองทรัพยสนิ สมบัตพิ สั ถาน เราชวยใครไป อยาหวังผลตอบแทนเลย มิฉะนั้น เราจะเสียใจไปนรก ถาทานผูใดเจริญวิปสสนากรรมฐาน ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




จิตมัน่ คง จะไมงอ ใครแลว เราตองชวยตัวเองได ทำใจได เราจะไม เสียใจ ไมนอยใจตอบุคคลใด ความเสียใจนอยใจเปนเมืองอบาย เปนเมืองนรก หมกไหมตวั เอง

กำลังใจของบรรพบุรษุ - ผสู งู อายุ โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

บรรพบุรุษคือ พอแม เปนพระอรหันตของลูก ไมตองไป ตามพระอรหันตทไี่ หนหรอก เหลียวดูพอ แมในบานบาง โยมทุกคน ทีเ่ ปนพอแม อยาเอาบุญคุณกับลูก เลีย้ งเอาบุญอยางเดียว ไมตอ งเอาคุณ มาตอบแทน จะเสียใจภายหลัง คนเดี๋ยวนี้มีนอยเหลือเกินที่จะมี กตัญูตอ พอแม อาตมาตั้งแตคอหักมา หายใจทางสะดือ พองหนอยุบหนอ คิดถึงแมทกุ วัน หายใจเขาก็คดิ ถึงแม หายใจออกก็คดิ ถึงแม เพราะ เราอยใู นทองแม กินเลือดเนือ้ แมทางสะดือ แตคนเราไมไดเคยคิดเลย พอแมเลีย้ งลูกเหมือนปลูกตนโพธิ์ เมือ่ ใหญเมือ่ โตจะไดอาศัย ถึงคราว เจ็บจะไดฝากไข ถึงคราวตายจะไดฝากผี ดี ๆ เอาไวรบั ใชสอย โยมจำ อาตมาไว คนแกวา เหว ปยู า ตายาย พอแมทแี่ กแลววาเหวตลอดชาติ ลูกไมมาหาหลานไมมาสพู อ แมกห็ มดกำลังใจ ปยู า ตายายไมมกี ำลังใจ พอเห็นลูกหลานมาหา หลานมาสู ชืน่ อกชืน่ ใจ ไมวา เหวแตประการใด ตรงนีเ้ ปนกำลังใจใหแกบรรพบุรษุ เปนกำลังใจตอผสู งู อายุ พอสูงอายุ แลวเปนอยางนีท้ กุ คน 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


อุทศิ สวนกุศลใหบรรพบุรษุ โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

วันนีเ้ ปนวันปูชนียบุคคล เปนวันทีเ่ ราไดบำเพ็ญกุศลอุทศิ ใหแก บรรพบุรษุ มีบดิ ามารดา ปยู า ตายาย ผมู พี ระคุณทัง้ หลาย จะเปนสามี ภรรยา หรือญาติวงศพงศา หลายชาติ หลายกัปหลายกัลป ทัง้ บิดา มารดายุคใหมปจ จุบนั นีท้ ยี่ งั มีชวี ติ อยกู ไ็ ดผลดวย บิดามารดาชาติเกา ครั้งอดีตก็มีโอกาสมารับสวนบุญกุศลดวย เรามีบิดามารดามาหลาย ชาติ หลายกัปหลายกัลป มาชาตินี้ก็มิไดทราบวาคนนั้นเปนบิดา มารดาของเราหรือไม พระเกจิอาจารยทา นเลาสืบมา บางทีบดิ ามารดาญาติวงศพงศา มาเกิดเปนสุนขั เปนวัว เปนควาย เปนมา เปนชาง และเราก็หารู ไมวา เขาเหลานัน้ เปนญาติของเรา เพราะลมหายตายจากไปหลายชาติ หลายกัปหลายกัลปแลว

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




ภรรยาแผสว นกุศลใหสามี โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

ภรรยาแผสวนกุศลใหสามี มีขาราชการซีเจ็ดคนหนึ่งรับ ราชการทีจ่ งั หวัดลพบุรี แตตอนนีย้ า ยไปแลว จะไมขอออกชือ่ สามี รับราชการระดับซีแปด สามีเปนคนเจาชู เลนการพนัน กลับบานเทีย่ ง คืนทุกวัน ภรรยาก็เสียใจ รองไหมาหาอาตมา บอกวาสามีไปชอบ เด็กสาวที่ศาลากลาง ชื่อนางสาววาสนา อาตมาก็บอกวา เอาละ คุณนายไมเปนไร จะแกที่โยมภรรยา โยมลาพักรอนสัก ๗ วัน ไดไหม มานัง่ กรรมฐาน เขาก็มาทีน่ ี่ พอนัง่ กรรมฐานเสร็จ แผเมตตา ทุกวัน ใหสามีมคี วามสุข แผเทานีเ้ ปนการแกกรรม กลับไปบานแลว ก็ไปนัง่ สวดมนตไหวพระ สามีมาก็ไมวา กระไร ไมชวนทะเลาะอีก ตอไป หากับขาวใหเต็มสำรับไว เขาจะทานหรือไมทานก็แลวไป ทำหนาทีแ่ มบา นการเรือนอยางดียงิ่ และจะไมพดู ถึงเรือ่ งนีอ้ กี ขอเจริญพรวา จะแกบทใดอยาพูดเรือ่ งนัน้ อยาไปดาวาสามี เจาชู เลนการพนัน จะไมมที างแกไขได จะเปนการหยิกเล็บเจ็บเนือ้ จะเหลือวิสัย อยาไปจี้แผลนัก เดี๋ยวจะกลายเปนโรคมะเร็ง และ จะแกไขปญหาไมได ในทีส่ ดุ สามีกก็ ลับใจ เลิกเทีย่ ว หันมาดูแลลูก เพิ่มขึ้น มานั่งสวดมนตกับภรรยา และนางสาววาสนาที่ศาลากลาง ก็กลับมาหาคุณนายนี้ บอกวา “คุณพี่ขา หนูไมมีอะไรหรอกนะ” คุณนายก็บอกวา “ฉันไมวา อะไรเธอหรอก ตามใจเธอ ฉันแผใหเธอ 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


มีความสุขแลว” เลยรายกลับกลายดี นางสาววาสนามีพี่ชายเปน นายแพทยใหญอยอู เมริกา ไดอปุ การะลูกบานนีไ้ ปเรียนตอทีอ่ เมริกา มันชวยกันไดอยางนี้ แตไมไดเปนสามีภรรยากันดังทีก่ ลาวแลว สามี บานอยสู นั ปาขอย จังหวัดเชียงใหม ยังไมเคยบวช ไดปรึกษากับภรรยา วาจะบวชทีว่ ดั อัมพวัน เลยขออนุญาตลาอุปสมบท ๑๒๐ วัน ภรรยา พาสามีบวชไดแลว วิธแี กกรรมอยาไปผูกใจเจ็บ ใหอโหสิกรรมเสีย ก็จะเปนสุขทุกฝาย

ปจฉิมโอวาทในพิธปี ด การอบรมสามเณร ภาคฤดูรอ นป ๒๕๓๒ โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

มีพอ แมบางคนทีไ่ มเขาใจ พอเณรบวชไดสองสามวัน รองไห จะไปเลนสงกรานต โยมตามใจใหเณรสึกไป นีเ่ ห็นไหม ใหลกู อยวู า ง ห า งผู ใ หญ หลงทางได ง า ย ตามใจลู ก ถึ ง ขนาดนี้ รับรองโยม ลูกของโยมไมดแี น เอาดีไมได บางทีลูกรองไหจะไปกับเพื่อน นัดเพื่อนไว แมตามใจให เณรสึก ขอฝากไวดว ยนะ สวนใหญหาหนังมาใหลกู ดู ทัง้ ทีล่ กู ยังอยใู นการเรียน ในการ ศึกษา แลวลูกไมดขี นึ้ มา ตอภายหลัง อยาไปดาลูกนะ เพราะพอแม เปนคนกอสราง ปลูกนิสยั ลูกออกมาไมดเี ชนนี้ ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




และพอแมไมใหความอบอนุ ลูก และไมใหการแนะแนวแกลกู ลูกก็ไปติดเพือ่ น โชคดีของตระกูลเรา ไปติดเพือ่ นดีกพ็ าไปทางดี ถาโชคราย ไปติดเพือ่ นเลว อันธพาลก็จะพาลูกเราไปเสียหาย ลูกเราอยากไดดมี ปี ญ  ญาทุกคน แตเขาไมทราบ เขาไมเขาใจ ทำไมไมบอกเขา รักวัวตองผูกไวกอ น เดีย๋ วมันจะหาย รักลูกตองตี ดวยเปนแบบอยาง ไมตีใหหัวรางขางแตก ตีดวยเมตตา ไมใชตี ดวยโทสะ ตองเมตตาปรารถนาดีกบั ลูกเรา นีต่ ดี ว ยแบบอยาง อาตมาไมโทษเด็ก เด็กเขาเกิดมาอยากเปนพระเอกทั้งนั้น อยากรวย อยากสวย อยากดี อยากมีปญ  ญา แตเขาไมรู เขาไมทราบ เขาไมมีวันเขาใจ ไปโรงเรียน โรงเรียนเขาก็สอนดี เจาคะเจาขา วาจาดี มาถึง บานมีแตคำหยาบคาย นีเ่ ปนทีพ่ อ แมนะ ขอฝากไวดว ย สิง่ แวดลอม ในบานไมดี ลูกจึงเลว คุณธรรมทางศาสนานี้ ทำคนดีใหขยันหมั่นเพียรเรียนวิชา ใหมคี วามรู มีหลักฐาน มีงานทำ ใหมคี คู รอง และมีมนุษยสัมพันธ กันในสังคม อยดู ว ยเมตตาธรรมกันอยางนี้ โลกจึงจะเปนสุข โบราณ ทานวาไว รักวัวตองผูก รักลูกตองตี รักมีตองคา รักหนาตองคิด รักมิตรตองเตือนกัน เพราะเด็กเขาไมรู พอแมเทานัน้ เปนครูใหญ สำคัญมากกวาครูนะ พอเณรเอย เรามาปฏิบัติธรรมแลว อยาเถียงผูใหญ ตอง ดุษณีภาพนิ่งไวดวยความเคารพ และสงบจิตดวยการเจริญวิปสสนา 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


กรรมฐาน อยาเถียงพอไมเถียงครูบาอาจารยเถียงผใู หญเลย ถึงทาน จะผิดถูกประการใด ทานเปนรัตตัญูรเู วลากาลกวาเรา เราเปนเด็ก เกิดมาภายหลัง เราวาทานพูดไมถกู สำหรับเรา แตถกู สำหรับทานนะ พอแมเกิดมากอน อยาเถียงนะ เปนบาป และเรียนหนังสือไมจบ เรียน หนังสือไมไดดี ไมมปี ญ  ญา อยางนีเ้ ปนตน ขอฝากขอคิดอีกนิดเดียว ไปไหน ไปลา มาไหว พบผหู ลัก ผใู หญออ นนอมถอมตน ปากหวาน ตัวออน มือเปนหงอน นอบนอม กตัญู เชิดชูระเบียบ จงเพียรดวยวินยั จงตัง้ ใจศึกษา นำมาพนทุกข เปนสุขอนันต เปนหลักฐานสำคัญ พอเณรจงจำใสใจ เอาไปใช เวลาไปโรงเรียนกราบพอแม ๓ ครัง้ ตามประเพณีสว นใหญ เขากราบครั้งเดียว เรากราบถึงพระรัตนตรัยเลย คุณพอ คุณแม พระพุทธเจา พระสงฆ เปนพอแมของเราอยางแนนอน

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




วีโก บรูน อุทศิ สวนกุศลใหพอ -แม โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

วีโกกป็ ฏิบตั ิ เดินจงกรม ๑ ชัว่ โมง นัง่ ๑ ชัว่ โมง แลวอุทศิ สวนกุศลใหพอ แม สงโทรจิตไปใจความวา ขาพเจาวีโก บรูน ได บวชแลว จะเอาของดีไปฝากปใู หจงได ไดนงุ เหลืองหมเหลือง และ เจริญกรรมฐาน ขอแผสว นกุศลทีล่ กู ชายทำกรรมฐานไดดี ขอใหแม หายวันหายคืน จากโรคภัยไขเจ็บ ณ บัดนี้ อีกขอหนึง่ ขอใหปขู องขาพเจาไดรบั ทราบวา หลานไดของดี ใสตัวแลวจะเอาไปฝากปู และขอใหพอของขาพเจามีความเจริญ รุงเรือง ดวยการเจริญกรรมฐานของขาพเจา และขอใหเพื่อนของ ขาพเจา ๓ คนทีอ่ ยอู อสโลนัน้ จงมีความเจริญเทาเทียมกัน แคกะพริบ ตาเดียว วินาทีเดียว แลววันนัน้ ตรงกับวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๑๐ เปนวันชาตินอรเวย ทุกคนหยุดงานทัว่ ประเทศ แมกำลังปวยพักฟน อยูในหอง ปูกับเพื่อนอีก ๓ คน และพอเขากำลังนั่งรับประทาน อาหารกัน ขณะนั้นเวลา ๙ นาฬิกา แตเปนเวลากลางคืนที่นี่ เกิดสังหรณจิต เห็นผาเหลืองลอยมาแวบแลวออกไป เขาก็ตกใจ ปคู ดิ ไดเลย ชืน่ ใจวาหลานคงไดบวชในพระพุทธศาสนาแลว และได ของดีจากเมืองไทยแลว และพวกเขาก็พดู วีโก บรูน ออกมาพรอมกัน แมกำลังปวยหนัก ไดยนิ เสียงวีโก ดวยความรักลูกอยแู ลว คลานออก มาจากหองมานั่งรวมวง หายเลย แลวก็เขียนจดหมายสงมา เขียน 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


วันเดือนปและเวลาดวย ปกู ย็ งั ฝากความมาดวยวา หลานเอย อยเู มือง ไทยสงสัยเหลือเกินวาคงไดบวช เพราะมีผาเหลืองลอยมา นี่แหละ โทรจิต เลยแมหายวันหายคืน ใชไหมละ ยามแกเฒา ยามปวยไข เมื่อถึงยาม หวังลูกชวย

หวังเจา หวังเจา ตองตาย ปดตา

เฝารับใช เฝารักษา วายชีวา เมื่อสิ้นใจ

การมาเจริญกรรมฐานเปนการใชหนี้กรรม ที่เราทำไวเมื่อ ชาติกอน เปนการอโหสิกรรม และเปนการใชบุญ คุณคนตั้งแต ครัง้ อดีตมา จะรำลึกถึงบุพการีได จะนึกถึงบุญคุณคนขึน้ มา นีข่ อ นี้ อยาผัด ถาเราขาดความสบาย มีความทุกข แผตอนนั้นไปใหใคร แผใหลูก ลูกก็ทุกขดวย เอาความทุกขไปใหลูกเสียแลว แผตอน ไมสบายใจ ตอนเศราใจ หมองใจ คิดถึงแมแลวก็แผออกไปรับรอง ไมไดผลนะ เอาของไมดไี ปใหแมของเรา

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




ทรพีทรพา โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

นานาจิตตัง ตางเวรตางกรรมกันมา บางคนมาจากนรกมาเกิด ในโลกมนุษยไมสามารถเจริญกรรมฐานได เขาวัดก็เดินผานไปผานมา เพราะกรรมมันบังจิตใจ คือ ทรพีทรพา อกตัญูตอ พอแมตลอดมา คนประเภทนี้จะเจริญกรรมฐานไมได ถาเจริญกรรมฐาน ตองอก แตกตาย เพราะคิดไมดกี บั พอแม คิดจะฆาพอฆาแม เมือ่ เร็ว ๆ นีฆ้ า พอตาย บอกใหมาเจริญกรรมฐานมันรอนหมด พอเขาวัดทนไมไดตอ งเอารถออกไป นีเ่ รือ่ งจริงทีว่ ดั นี้ ฆาพอตายแลว แมเขาสงสารลูกเขา อุตสาหพาลูกมาจะเจริญกรรมฐาน นีโ่ ยมเห็นไหม กรรมมันบัง รอน พอรถมาถึงวัดอัมพวันเขาวัดไมได รอนหมดเลย ปวดหัวเขาไมได แมนกึ วาผีพอ สิงเลยเขามาบอกอาตมาวา หลวงพอชวยดูลกู ชายสิผพี อ เขาสิงไหม เปลาเลยเวรกรรมมัน ตามสนอง ปตฆุ าต มาตุฆาต หามสวรรค หามนิพพาน นีฆ่ า พอ ขอฝากไวทำกรรมฐานไมไดแน เลยก็ตองหันรถกลับ นี่เรื่องจริงที่ วัดนี้ ผานมาสิบกวาวันมานีเ่ อง คนประเภทนีไ้ ปสวรรคไปนิพพาน ไมได



ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


ขออโหสิกรรม โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

นีข่ อฝากญาติโยมไวไปสอนลูกหลาน อยาคิดไมดกี บั พอแมเลย ไมตอ งถึงกับฆาหรอก แคคดิ วาพอแมเราไมดี จะทำมาหากินไมขนึ้ เจ ง ท า นต อ งแก ป ญ หาก อ น คื อ ถอนคำพู ด ขอสมาลาโทษ พอแมเสีย แลวมาเจริญกรรมฐาน รับรองสำเร็จแน มรรคผลเกิดแน ถายังดาพอดาแมทงิ้ ไว แลวมาเจริญกรรมฐาน อาตมาขอเจริญพรวา เจริญไปอีกรอยปกไ็ มไดผล เพราะเวรกรรมตามสนอง หากทานทั้งหลาย เคยดาทานผูมีพระคุณ ถอนคำพูดแลว ขอสมาลาโทษเสีย ทานจะไดผลจากการเจริญกรรมฐานทันที เหมือน พระภิกษุตอ งแสดงอาบัตใิ หบริสทุ ธิเ์ สียกอน แลวมาเจริญกรรมฐาน จึงจะไดผล เชน แมแตมอยทู บี่ า นเตาปูนใตวดั สวาง เจริญกรรมฐาน มาตัง้ ๗-๘ ปไมไดผลเพราะเรือ่ งอะไร ออ! แกดาสามีแกทีเ่ ปนปลัด อำเภอชือ่ ปลัดเขียว แมแตมดาผัวเกง มาปฏิบตั คิ ราวรนุ แมใหญ บอกแมแตมเอย ขออโหสิกรรมเสีย บอกดวงวิญญาณใหอนุโมทนาตอพระสงฆดวย หลังจากนั้นก็ขอ อโหสิกรรมใหดวงวิญญาณรับทราบวา พอเอย ฉันขอสมาลาโทษ กายกรรม วจีกรรมตอดวงวิญญาณ ขอพระสงฆรบั ทราบ อนุโมทนา แลวยะถาสัพพีให ตั้งแตนั้นมาแมแตมเขาผลสมาบัติได เจริญ กรรมฐานไดผลวันนัน้ เลย ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




ขอขมาแกพอ -แม โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

เขามานัง่ กรรมฐานหายใจยาว ๆ กำหนดไดรอ งไหเลย บอกวา “หลวงพอคะ หนูเสียใจทีด่ า แม แมเกลียดหนูเหลือเกิน แมไมอยาก เลี้ยงลูกสาว หนูก็ดาแม ไปดูเพื่อน พอแมเขาก็รักลูกเหลือเกิน แตทำไมแมดา หนูทกุ วัน หนูกเ็ สียใจ” มานัง่ กรรมฐานก็เกิดคุณสมบัติ กลับไปนำเทียนแพ ไปขอขมา กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม แกพอแมเขา อาตมาใหไปทั้งชุด รวมทั้งทานดวย พอแมเขาเปนคนจีนไมรูเรื่องหรอก อยูตอมาอีก ๕ เดือน เตีย่ ตาย ไมอยางนัน้ ก็เปนเวรกรรมติดตัวไปอีก เพราะไป ดาเตีย่ ดวย ตั้งแตกราบขอขมาลาโทษ แลวสงเงินเดือนใหแม และแผ เมตตาใหแม ตัง้ แตนนั้ มาแมไมเคยดาลูกเลย และตัวเองก็ไดเลือ่ นเปน ผอู ำนวยการ ซี. ๘ กลิน่ ตัวหาย แตเวลามีเหงือ่ ก็เหม็นเหมือนกันนะ ทีว่ ดั เปนพยานกันเยอะ



ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


สวดมนตแผเมตตาใหลกู โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

การแผเมตตาสรุปผลงานทีข่ อนแกน ลูกติดยาเสพติด พอแม สวดมนตไมเปน ลูกไมเคยเขาวัด คาเฮโรอีนดวย ทำอยางไรถึงจะ แกได ตำรวจบอกวา ลูกคุณพี่ถายังคาอยู จะเก็บเลยนะ ลูกก็หนี ไปอยูกรุงเทพฯ พอแมก็เสียใจ ไปเขาศูนยฯ เวฬุวันที่ขอนแกน ไปสวดมนตไหวพระตามแบบเขาไปกอน พออานไดคลองปาก คลองใจ แลวจึงมีสมาธิ จิตใจดี แลวนึกถึงลูก ใหลกู อยเู ย็นเปนสุข ลูกก็เลยหันเหเรเขาไปพบหนังสือธรรมะ เอามาอาน เลิกไดเลย สั จ จะตั ว เดี ย วทำกั น ไม ไ ด เลยกลั บ มาบ า น เดี๋ ย วนี้ ช ว ยพ อ แม คาขายอยางดีแลว พอแมกเ็ ขาวัดไป สวดมนตไมเปนก็ตอ งสวดเปน

ใหพรลูก โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

คำวา “พร” นี้ เมือ่ ใหแลว จะถอนไมไดมนั เปนบาป พอแม ที่ใหพรลูกใหมีความรุงเรืองแลว พอโมโหจะถอนพรก็จะถอนไมได จะเปนบาปอยางรายแรง แตพอแมสมัยนี้ทำได พอโมโหไมพอใจ ก็แชงลูก ขับไลลกู ออกจากบานไป พอแมสมัยนีท้ ำได แตพระอินทร ทานทำไมได ใหพรแลวจะมาถอนไมได เพราะฉะนั้นกัมมัฏฐาน ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




ก็สามารถแกปญหาตรงนี้ไดอีกอันหนึ่ง เราจะไดรูวาเราไดรับพรมา จากชาติไหนบาง

นึกถึงตัวเอง สงสารตัวเอง โดย พระธรรมสิงหบุราจารย

เด็กคนหนึง่ มานัง่ กรรมฐานได ๗ วัน บอกขอกราบลาจะไป ชวยคุณแมคณ ุ พอขายของ เมือ่ กอนไมเคยชวยเลย กลับไปไดสกั พัก พาแม ม าเข า กรรมฐาน แม ไ ม เ คยเข า วั ด ลู ก นำแม ม าเข า วั ด เปนอภิชาตบุตร แมไมมีทานใหแมบำเพ็ญทาน แมไมมีศีลใหแม บำเพ็ญศีล แมไมมีภาวนาใหแมมาสวดมนตไหวพระ ปฏิบัติธรรม จะไดไปสวรรคนพิ พาน ตอมาไมชา นานก็พาเตีย่ มาอีกนัง่ ได ๗ วัน กลับไปนำญาติพนี่ อ งมาหมด นีท่ วี่ ดั นีเ้ ปนตัวอยาง ทานทั้งหลาย เมื่อคนเราเกิดความสุขแลวจะนึกถึงกัน คนที่ ไมมีความสุขจากการชำระใจจะไมคิดถึงใครเลย แมแตตัวเองก็ยัง ไมคดิ ถึง ถามีคณ ุ คาของคน มีบญ ุ เมือ่ ไร ชำระใจใหหมดจด ใจสบาย ไมเศราหมองแลว จะนึกถึงตัวเองสงสารตัวเอง เมือ่ กอนนีเ้ คยเลนการ พนันก็ขอเลิก เคยดืม่ เหลาก็ขอเลิก เคยเทีย่ วเสียเงินเสียทองเลิกหมด จะรวบรวมเงินทองไวเลี้ยงครอบครัว ไวใหลูกเรียนหนังสือ ไวให คุณพอคุณแมทแี่ กเฒาไมมคี นเลีย้ งดู คนไหนมีความสุขแลวจะนึกถึงคุณ เรียกวากตัญูกตเวทิตาธรรม จะระลึกถึงแมกอ น ระลึกถึงพอกอน เมือ่ กอนนีค้ ณ ุ ยายดาก็วา ชอบบน 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


พอมานัง่ กรรมฐาน นึกถึงคุณยายเลย ทีด่ า วานะถูกแลว ดาใหเราดี เลยกลับไปนอนกับยาย ซือ้ ผาซือ้ ผอนไปใหคณ ุ ยาย ใหของขวัญ ทำความดี ใหทา นชืน่ ดีกวาเปน

แกทาน ตอบแทน หัวใจ คนดีได

นับแตนี้ ใหทา นเห็น ทุกเชาเย็น เมือ่ วายชนม

ทำอยางไรใหไดชื่อวา ไดทดแทนบุญคุณพอแมอยางเลิศที่สุด สรุปคือ ถาพอแมเปนมิจฉาทิฏฐิแลว ลูกสามารถชักจูงพอแมใหกลับ เปนสัมมาทิฎฐิไดนนั้ ถือวาไดทดแทนคุณอยางเลิศ เชน พอแมมคี วาม เห็นผิด เปนตนวาไมเชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ แลวลูกสามารถชักจูง ชี้แจงใหทานมีความเห็นที่ถูกตอง เชื่อวาทำดีไดดี ทำชั่วไดชั่ว บุญบาปมีจริง ถาทำอยางนีไ้ ดถอื วา ทดแทนบุญคุณอยางเลิศทีส่ ดุ วิธใี ชหนีพ้ อ แมไมยากเลยลูกทัง้ หลายเอย จงสรางความดีใหกบั ตัวเองและก็เปนการใชหนีต้ วั เองนีเ่ ปนเรือ่ งสำคัญ ตัวเราพอใหหวั ใจ แมใหน้ำเลือดน้ำเหลืองแลวอยใู นตัวเรา จะไปแสวงหาพอทีไ่ หน จะไป แสวงหาแมทไี่ หนอีกเลา บางคนรังเกียจแม วาแกเฒาไมสวยไมงาม พอตัวเองแกกเ็ ลย ถูกลูกหลานรังเกียจ จึงเปนกงกรรมกงเกวียนยืดเยือ้ กันตอไปอีก ใครที่ คุณแมลว งลับไปแลวก็ใหหมัน่ ทำบุญอุทศิ สวนกุศลไปใหทา น และถา จะทำบุญดวยการมาเจริญกรรมฐานแลวอุทิศสวนกุศลไป การทำ เชนนี้ ถือวาไดบญ ุ มากทีส่ ดุ ทัง้ ฝายผใู หและผรู บั ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




มีลกู ใหเรียนหนังสือ ถาลูกไมอยากเรียนไมยอมเรียน มีวธิ กี าร พอแมใหแผเมตตาอยาไปดุลูกไปตีลูกนะ ไอที่ภาษาโบราณที่วา รักวัวใหผกู รักลูกใหตี รักมีใหคา รักหนาใหคดิ รักมิตรใหเตือนกัน ตีตวั นีไ้ มใชตดี ว ยไมเรียว แตตดี ว ยแบบอยาง จะพูดกับลูกจะสอนลูก อยาโมโหนะ ถาเมตตาเจือโทสะลูกจะเสียหาย จะสอนลูกจะพูดอะไร เมตตา อยาเจือดวยโทสะ พูดให เพราะ ๆ ลูกจะเชื่อถือ จะเคารพบูชาพอแม ถาพูดดวยโมโหดวย ดาดวยลูกจะไมเชือ่ ฟง พูดจนเคยชินดาจนเคยชิน พอดาเขาไปแลวปบ ลูกไมเอาไหนก็ไปหาเพือ่ น พูดใหเพราะ ๆ พูดใหมมี นุษยสัมพันธ พูดใหดงึ น้ำใจลูกไดไหม ไมมเี ลย พูดใหลกู ออกจากบานไป การแกกรรมที่เยี่ยมยอดที่สุดคือ การที่ญาติโยมมานั่งเจริญ กรรมฐาน แลวแผสว นกุศลใหเจากรรมนายเวร ทุกทานจะกลับราย กลายดี ลูกหลานจะมัง่ มีศรีสขุ จะประกอบอาชีพการงานก็จะมีเงิน ไหลนองทองไหลมา ปฏิบตั ไิ ดแลวออกจากกรรมฐาน โยมจิตวาง จะแผไปใหใคร ก็แผไป แผไปใหลกู อยเู ย็นเปนสุข แผใหบดิ ามารดา จงเกิดเจริญสุข เมื่อเกิดมีสุขในพฤติกรรมของเราอยางไร พอแมเราก็มีความสุข อยางนัน้ เพราะพอแมกอ็ ยากใหลกู มีความสุข แตลกู มีความทุกข ไหนเลย พอแมจะชวยลูกใหถงึ เหตุดบั ทุกข ใหเกิดความสุขได เพราะฉะนัน้ เราทานทัง้ หลาย ตองชวยตัวเอง ชวยตัวเองทำอยางไร? ชวยตัวเอง ก็มาเจริญกุศล สรางบุญไวในใจ สรางจิตใจใหสบาย ทำใจใหเปนสุข 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


ปราศจากทุกข ทำใจใหผอ งแผว ทำใจใหบริสทุ ธิ์ ตรงนีซ้ ทิ า นชวย ตัวของทานไดเอง ทานจะเกิดความสุข มีความสนุกในการทำงาน ในครอบครัวของตน ทานจะมีความสุข ทานจะไมทะเลาะวิวาทกัน ระหวางสามีภรรยา แลวลูกก็จะดีมปี ญ  ญาทุกคน นีแ่ หละพระพุทธเจา ทรงแนะแนวอยางนี้ ถาพอแมเจริญวิปส สนา รับรองลูกจะเปนคนดีมปี ญ  ญา จะไม วานอนสอนยาก ลูกจะไมหวั ดือ้ หัวรัน้ แตประการใด การอุทศิ สวนกุศล และการแผสว นกุศลไมเหมือนกัน การแผ คือ การแพรขยาย เปนการเคลียรพนื้ ที่ แผสว นบุญออกไป เรียกวา สัพเพสัตตา สัตวทั้งหลายที่เปนเพื่อนทุกข เกิดแกเจ็บตายดวยกัน ทัง้ หมดทัง้ สิน้ เรียกวาการแผแพรขยาย แตการอุทศิ ให เปนการให โดยเจาะจง ถาเราจะใหตัวเองไมตองบอก ไมตองบอกวาขอให ขาพเจารวย ขอใหขา พเจาดี ขอใหขา พเจาหมดหนี้ ทำบุญก็รวยเอง เราเปนคนทำ เราก็เปนคนได และการใหบดิ ามารดานัน้ ก็ไมตอ งออก ชื่อแตประการใด ลูกทำดีมีปญญา ไดถึงพอแม เพราะใกลตัวเรา พอแมอยใู นตัวเรา เราสรางความดีมากเทาไรจะถึงพอแมมากเทานัน้ เรามีลกู ลูกเราดี ลูกมีปญ  ญา พอแมกช็ นื่ ใจโดยอัตโนมัติ ไมตอ งไป บอก คนไมทำกิจวัตร ไมปฏิบัติหนาที่ ไมรับผิดชอบ แปลวา คนนัน้ เกลียดตัวเอง กินเหลาเมาสุรา เลนการพนัน เทีย่ วสรวลเสเฮฮา กินโตรงุ พอแมกเ็ สียใจยังไปวาพอแม ไปทวงหนี้ เอาทรัพยสมบัติ พอแมมาฉุยแฉกแตกราน นีค่ อื ลูกสะสมหนี้ ไมยอมใชหนี้ ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




ภาคผนวก

สติปฏ ฐาน ๔ รวบรวมจากหนังสือกฎแหงกรรม ภาคธรรมปฏิบตั ิ ของ พระเดชพระคุณพระธรรมสิงหบุราจารย (หลวงพอจรัญ ฐิตธมฺโม)

สติปฏ ฐาน ๔ – ภาคปฏิบตั ิ (จากหนังสือกฎแหงกรรม ธรรมปฏิบตั ิ เลม ๓ หนาที่ ๑๘๙ - ๑๙๙)

สติปฏ ฐาน สติอยทู ฐี่ าน ไม ใหจติ เพนพาน ไม ใหจติ ฟงุ ซาน 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู

เปนการรองรับใหจิตอยูที่ ไม ใหจติ มันไปเครียด


ตองการใหจติ อยทู ี่ ตองการใหมกี ารกำหนดจิต

การบำเพ็ญจิตภาวนาตามแนวสติปฏ ฐานสี่

ของพระพุทธเจา ของเรานี้ วิธปี ฏิบตั เิ บือ้ งตน ตองยึดแนวหลักสติ เปนตัวสำคัญ สติปฏ ฐานสี่ มีอยู ๔ ขอสำหรับผปู ฏิบตั ธิ รรมใหม จงทอง ความหมายนีไ้ วกอ น ขอที่ ๑ กายานุปส สนาสติปฏ ฐาน แปลตามศัพทวา พิจารณากาย ในกายนีส้ กั แตวา กาย ไมมตี วั ตนบุคคลเราเขา แตโดยวิธปี ฏิบตั แิ ลว ใหเอาสติ เอาจิตเพงดูกาย ยืน เดิน นัง่ นอน เหลียวซายแลขวา จะคแู ขนเหยียดขาตองติดตามดู คือ ใชสตินเี่ อง ดูรา งกายสังขารของเรา อันนีเ้ รารไู วเปนเบือ้ งตนกอนสำหรับขอทีห่ นึง่ ขอที่ ๒ เวทนานุปส สนาสติปฏ ฐาน เวทนาเปนสภาพทีท่ นอยู ไมได บัญชาการไมได ตองเปนตามสภาพนีแ้ ละเปนไปตามธรรมชาติ เหลานี้ เวทนามีอยู ๓ ประการ ไดแก สุขเวทนา ทุกขเวทนา อุเบกขา เวทนา ทัง้ ๓ ประการนี้ จุดมงุ หมายก็ตอ งการจะใหสติไปพิจารณา เวทนานั้น ๆ เชน ฝายสุข ก็มีทั้งสุขกายสุขใจ อันนี้เรียกวา “สุขเวทนา” แลวก็ทุกขกายทุกขใจ หรือจะวาทุกขทางดานกาย และใจก็ได เรียกวา “ทุกขเวทนา” อุเบกขาเวทนา ก็คอื ไมสขุ ไมทกุ ข จิตใจมักจะเลือ่ นลอยหาทีเ่ กาะไมได เรียกวา “อุเบกขาเวทนา”

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




วิธปี ฏิบตั ติ อ งใชสติกำหนดคือ ตัง้ สติระลึกไว ดีใจก็ใหกำหนด กำหนดอยางไรหรือ กำหนดทีล่ นิ้ ป หายใจยาว ๆ จากจมูกถึงสะดือ ใหได หายใจขึน้ ลงยาว ๆ กำหนดวา ดีใจหนอ ดีใจหนอ ทำไมตองปฏิบตั เิ ชนนีเ้ ลา เพราะความดีใจและสุขกายสุขใจนัน้ เดีย๋ วก็ทกุ ขอกี สุขเจือปนดวยความทุกขอยางนี้ เพือ่ ความไมประมาท ในชีวติ ของเรา จะตองรลู ว งหนา รปู จ จุบนั ดวยการกำหนด จึงตอง กำหนดทีล่ นิ้ ป บางคนบอก กำหนดที่หัวใจ ถูกที่ไหน? หัวใจอยูที่ไหน ประการใด อันนีผ้ ปู ฏิบตั ยิ งั ไมตอ งรับรวู ชิ าการ ทิง้ ใหหมด ปฏิบตั ิ ตรงนีใ้ หได ลิน้ ปเ ปนขัว้ แบตเตอรีช่ ารจไฟฟาเขาหมอ ทุกคนไปแปรธาตุ การปฏิบตั ไิ มใชการวิจยั ไมใชประเมินผล แตเปนการใหผดุ ขึน้ มาเอง โดยปกติธรรมดา นี่แหละ ใหมันใสสะอาด รูจริงรูจัง รูปจจัตตัง เวทิตพั โพ วิญูหตี ิ ใหรขู นึ้ มาเอง คำวา “รเู อง” นีท่ ำยาก รวู ชิ าการทำงาย อานหนังสือทองได ก็ได แตรูเองใหใสสะอาดขึ้นมารูยาก ทำไมจะรูไดงาย ตองปฏิบัติ ขึน้ มา ดีใจ เสียใจ มีความสุขกาย สุขใจ อยาประมาทเลินเลอนัก เราตองตัง้ สติทกุ อิรยิ าบถตามกำหนด การกำหนดจิต นี้ หมายความวา ใหตั้งสติ เปนวิธีปฏิบัติ สัมปชัญญะ มีความรตู วั อยตู ลอดปจจุบนั อยางนี้ เปนตน อดีตไมเอา อนาคตไมเอา ใหเอาปจจุบนั ทีม่ นั เกิดขึน้ ใหปฏิบตั อิ ยางนี้ โดยขอ ปฏิบตั งิ า ย ๆ 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


ถาเสียใจ มีความทุกขใจ มันอยใู นขอนี้ จึงตองกำหนดทีล่ นิ้ ป เสียใจหนอ ๆ หายใจลึก ๆ ยาว ๆ เสียใจเรือ่ งอะไร เปนการปอน ขอมูลไวใหถกู ตอง สตินี่ระลึกได หมายถึง ตัวแจงงาน หาเหตุที่มาของทุกข ตัวสัมปชัญญะเปนตัวบอกใหรู ใหมคี วามเขาใจเรียกวา ปญญา รเู ทา ทันเหตุการณทเี่ กิดขึน้ ปจจุบนั นัน่ เอง คนเรานีจ่ งึ ตองกำหนดทีเ่ วทนา นี้ ปวดเมือ่ ย เปนเวทนาทางกาย แตจติ ไปเกาะอุปาทานยึดมัน่ ก็ปวดใจไปดวย เชน เราเสียใจ รางกายไมดี สุขภาพไมดเี ปนโรคภัย ไขเจ็บ จิตมันก็เกาะทีเ่ จ็บนัน้ จึงตองใหกำหนดดวยความไมประมาท เปนวิธฝี ก ปฏิบตั กิ ก็ ำหนดเวทนานัน้ ปวดหัวเขา ปวดที่ไหนก็ตาม ตองตามกำหนด กำหนด เปนตัวปฏิบตั เิ ปนตัวระลึก เอาจิตไปสจู ดุ นัน้ เปนอุปาทานยึดมัน่ กอน เพราะเราจะกาวขึ้นบันไดก็ตองเกาะยึด เราจะกาวตอไปก็ตองปลอย นีอ่ ปุ าทาน ถาใหม ๆ นีเ้ รียกวาสมถะ สมถะยึดกอนแลวปลอยไป ก็เปนวิปสสนา เปนตน เราจะทราบความจริงถึงจะเปนวิปสสนา ขึน้ มาตอภายหลัง เพราะฉะนัน้ ผปู ฏิบตั ติ อ งเขาใจอยางนี้ ตองกำหนด สวนใหญ ไมกำหนดกัน จึงไมรเู รือ่ งราวอยางนี้ เปนตน มีความสุขทางไหน ก็ตาม เดีย๋ วจะทุกขอกี นีม่ นั แกไมไดเพราะอยางนี้ เกิดทีไ่ หนตองแกทนี่ นั่ ไมใชไปแกกนั ทีอ่ นื่ หาเหตุทมี่ าของมัน คือ สติ สติเปนตัวกำหนด เปนตัวหาเหตุ เปนตัวแจงเบี้ยบอก ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




ใหรถู งึ เหตุผล ตัว สัมปชัญญะ รทู วั่ รนู อก รใู น นัน่ แหละ คือ ตัวปญญา ความรมู นั เกิดขึน้ ตัวสมาธิ หมายความวา จับจุดนัน้ ใหได เชน เวทนาปวดเมือ่ ย เปนอุปสรรคตอการปฏิบัติมาก จึงตองใหกำหนด ไมใชวากำหนด แลวมันจะหายปวดก็หามิได ตองการจะใชสติไปควบคุมดูจติ ทีม่ นั ปวด เพราะปวดนีเ่ ราคอยยึดมัน่ จิตก็ไปปวดดวย เลยก็กลับกลายให เกิดทุกขใจขึน้ มา เพราะอุปาทานไปยึดขึน้ มาอยางนี้ เปนตน จุดมงุ หมาย ก็ ต อ งการให เ อาสติ ไ ปดู ไปควบคุ ม จิ ต ว า มั น ปวดมากแค ไ หน ประการใด อุเบกขาเวทนาไมสขุ ไมทกุ ข ใจก็ลอยหาทีเ่ กาะไมได ใจลอย เหมอมองไปแลว เห็นคนเปนสองคนไป จึงตองกำหนดอุเบกขา เวทนา กำหนดทีไ่ หน กำหนดทีล่ นิ้ ป หายใจยาว ๆ ลึก ๆ สบาย ๆ แลวก็ตงั้ สติระลึกกอน กำหนดรหู นอ ๆ ๆ ถาเราสรางคอมพิวเตอรขึ้นมาไดครบ ปอนขอมูลเขาไป รหู นอ ๆ เดีย๋ วสติกร็ วมยึดมัน่ ในจิต จิตก็แจมใส ความทุกขนนั้ ก็จะ หายไป อุเบกขาเวทนาไมสขุ ไมทกุ ข สวนใหญจะประมาทพลาดพลัง้ จึงตองพยายามมีสติกำหนดทุกอิรยิ าบถดังทีก่ ลาวนี้ ขอที่ ๓ จิตตานุปส สนาสติปฏ ฐาน ตองทองใหได ทำไมเรียก จิตตานุปสสนาสติปฏฐาน ฐานของจิตตองยึดในฐานทัพนี้ จิตเปน ธรรมชาติทคี่ ดิ อานอารมณ รับรอู ารมณไวไดเหมือนเทปบันทึกเสียง จิตเกิดทีไ่ หน ผพู ฒ ั นาจิตตองรทู เี่ กิดของจิตอีกดวย 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


จิตเกิดทางอายตนะธาตุอินทรียนี่เอง จะพูดเปนภาษาไทย ใหชัด ตาเห็นรูปเกิดจิตที่ตา หูไดยินเสียงเกิดจิตที่หู จมูกไดกลิ่น เกิดจิตทีจ่ มูก ลิน้ รับรสเกิดจิตทีล่ นิ้ กายสัมผัสรอนหรือหนาว ออนหรือ แข็งทีน่ งั่ ลงไป เกิดจิตทางกาย เรียกวา จิตตานุปส สนาสติปฏ ฐาน วิธปี ฏิบตั ทิ ำอยางไร? ใหทำอยางนี้ ทีม่ าของจิตรแู ลว เกิดทางตา ตาเห็น เห็นอะไรก็ตงั้ สติไว จับจุดไวทหี่ นาผาก อุณาโลมา..กดปมุ ใหถกู เหมือนเรากดเครือ่ งคิดเลข บวกลบคูณหารมีครบ กดปมุ ใหถกู แลวผลลัพธจะตีออกมาอยางนี้ เห็นหนอ ๆ เห็นอะไร? เห็นรูป รูปอยทู ไี่ หน สภาวะรูปนัน้ เปนอยางไร สภาพผันแปรกลับกลอกหลอกลวงได เยื้องยายไดทุก ประการ เรียกวา รูป เปนเรือ่ งสมมติ และเปนเรือ่ งทำลายได เกิดขึน้ ตัง้ อยู แปรปรวน ดับไป คือรูป ตองกำหนด นักปฏิบตั อิ ยาทิง้ ขอนี้ ไมได ในจิตตานุปสสนาสติปฏฐาน เปนธรมชาติของจิต เกิดที่ตา เกิดแลวกำหนด ไมใชวา เราแสไปหากำหนดขางนอก ตาเห็นอะไร ก็กำหนดวา เห็นหนอ ทำไมตองกำหนดดวย เพราะจิตมันเกิด ตาสัมผัสกับรูปเกิดจิต ในเมือ่ เกิดขึน้ แลว เห็นของเหลานัน้ เรายัง ไมมปี ญ  ญา เราชอบไหม ชอบเปนโลภะ ไมชอบเปนโทสะ เราไมใชสติ เลยกลายเปนคนโมหะ รไู มจริงรแู คตาเนือ้ ไมรตู าใน ดูดว ยปญญา ไมได เลยดูดว ยโมหะ คนเราจึงไดเลอะเทอะเปรอะเปอ น ไปดังที่ กลาวแลว ตองใชสติ ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




นีข่ อ จิตตานุปส สนาสติปฏ ฐาน เปนธรรมชาติของจิต ตองพัฒนา ตรงนี้ ตองกำหนดทุกอาการทุกอิริยาบถ หูไดยินเสียง หูกับเสียง อยางไร? ไกลแคไหนอยางไรไมตองไปประเมินผล ไมตองวิจัย หาม! หามเพราะเหตุใด เพราะมันเปนวิปสสนึกไป นึกขึ้นมาก็วิจัยตามหลักวิชาการ มันจะไมไดผล เราก็ตงั้ สติไวทหี่ ู ฟงเสียงหนอ เราฟงเฉย ๆ ไมไดหรือ ทำไมตองกำหนดดวย? ถาเราไมกำหนดเราจะขาดสติ ถากำหนดก็เปนตัวฝกสติ ใหมี สติอยทู หี่ ู จะไดรวู า เสียงอะไร? เสียงหนอ ๆ กำหนดเสียงเฉย ๆ ไดไหม ได แตไมดเี พราะเหตุใด หนอ นีเ้ ปนการรัง้ จิตใหมสี ติดี มีความหมายอยางนัน้ คำวา หนอตัวนี้ เปนภาษาไทย หนอดีมาก เราจะบอกวาเสียงหนอ มันรัง้ จิตไดดีมาก มีสติดีในการฟง ระลึกหนอวาเสียงเขาดา เสียงเขาวา หรือเสียงเขาสรรเสริญเยินยอ ประการใด สัมปชัญญะ ตัวรวู า เสียงนีข้ องนาย ก. เสียงนีข้ องนาง ข. มาพูด เรื่องอะไร ตัวสติจะแจงเบี้ยหาเหตุที่พูด ทำไมเขาจึงพูดเชนนี้ ตัว สัมปชัญญะก็บอกกับเราวา ออเขาพูดนี่ เพราะอิจฉาเรา เขาดาเรา มาว า เรา สติ บ อก สั ม ปชั ญ ญะเป น ตั ว คิ ด ป ญ ญาก็ แ สดงออก คอมพิวเตอรตอี อกมาวา เสียงนีไ้ รประโยชน เกิดขึน้ ตัง้ อยกู ว็ บู ดับไป ทันทีทหี่ ู เลยก็ไมตอ เนือ่ งเขามาภายในจิต เราก็ไมมกี ารเศราหมองใจ เพราะขอคิดนี้ เพราะฉะนั้นนักปฏิบัติ ตองกำหนดตรงนี้ ไมใชเดินจงกรม 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


นัง่ ปฏิบตั พิ องหนอยุบหนอใหได ไมใชตรงนัน้ ตรงนัน้ เปนตัวสราง คอมพิวเตอรใหมีพลังในขอคิดของวิปสสนาญาณอีกประการหนึ่ง ตางหาก ผปู ฏิบตั ติ อ งเริม่ ตนดวยการพิจารณาดูจติ จิตเกิดทางหู ถาเรา สรางเครือ่ งไดดแี ลว ปอนขอมูลถูก สรางระบบถูก ขอมูลในจิตคือ อารมณที่เราเก็บเอาไวนานนักหนาแลวคลี่คลายไมออก แฝงไวใน อารมณ คือ โลภะ โทสะ โมหะ ทำใหจติ เศราหมองมาชานานไม ผองใส จึงตองกำหนดอยางนี้ เสียงหนอ ๆ ไมใชเทานีเ้ ลยนะ เสียงเขาดา ใชแลว ถาเรามี สมาธิดี สะสมหนวยกิตสติปฏ ฐานสูตรไวชดั เจน เสียงหนอก็รแู ลว ออเขาดาเรา ดาเราตรงไหน มีตวั ตนตรงไหนบาง ทีเ่ ราจะถูกดาแลว เจ็บช้ำน้ำใจเชนนี้ เราก็ใชปญ  ญานีเ้ อง ฟง ออเขาดา ดามาโดยสมมติวา ดาเรา คิดวาอยางนัน้ แตเรา อยตู รงไหน ก็หาตัวเราไมได ตัวเราไมดี อยางนีค้ อื ปญญา ไมมตี วั ตน ไมมีบุคคล แตเปนโดยสมมติขึ้นมาที่เขาดาเทานั้น แลวก็แปร ปรวนเปลีย่ นแปลงสภาพของมันแลวก็หลุดไป ดับวูบไปทีห่ ู อันนัน้ ก็หมดสิน้ ไป นีเ้ รียกวา ตัวปญญา นักปฏิบตั ติ อ งกำหนดทุกอิรยิ าบถในการฝก เปนการดัดนิสัย ใหเขาสจู ดุ มงุ หมายของผมู ปี ญ  ญา เปนความเคยชินจากการปฏิบตั ธิ รรม สวนใหญพดู อยางนีใ้ ครก็ทำไดใครก็รู แตปฏิบตั จิ ริง ๆ ไมได เพราะ ไมเคยกำหนดเลยปลอยเลยไปหมด เขามาถึงจิตใจภายในจิต คือ ประตู ทัง้ ๖ ชอง เขามาถึงหองในทีน่ อนของเราแลวจนแตม จนดวยเกลา ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




จนดวยปญญา แกไขปญหาไมไดเลย เพราะมันอยูในจุดนี้เปนจุด สำคัญ แตผูปฏิบัติธรรมเอาไปทิ้งหมด ไมเคยปฏิบัติจุดนี้เลย มีแต จะจองเดินจงกรม จองทองพองหนอยุบหนออยางเดียว เปนไปไมได ไมครบสติปฏ ฐานสี่ ปฏิบตั ใิ นขอจิตตานุปส สนาสติปฏ ฐานสูตร ขอ นีเ้ ปนขออินทรียห นาทีก่ ารงาน ทีจ่ ะตองรับผิดชอบตัวเอง ตองกำหนด เสียงหนอ ๆ ถากำหนดไมทนั มันเลยเปนอดีตไปแลว เกิดเขามาใน จิตใจเกิดโทสะ เกิดโกรธขึน้ มาทันที ทำอยางไร? ไปเสียงหนออีก ไมได ตองกำหนดตัวสัมปชัญญะ กำหนดทีไ่ หน กำหนดทีล่ นิ้ ป บางทีไปสอนไมเหมือนกันเสียแลว หลับหูหลับตาวาสงเดชไป จะถูกจุดไดอยางไร กดเครือ่ งคอมพิวเตอรไมถกู กดไมถกู จุดแลวมัน จะออกมาอยางทีเ่ ราตองการไมได นีส้ ำคัญ ผูปฏิบัติเนนในขอนี้ใหมากตองกดที่ลิ้นป แตอรรถาธิบาย อยางไรนัน้ จะไมอธิบายในทีน่ ี้ ขอใหทา นโงไวกอ น อยาไปฉลาด ตอนปฏิบตั เิ ดีย๋ วจะไปคิดเอาเอง เกิดขึน้ มาเดีย๋ วทานจะไดของปลอม ไปนะ จะไดของไมจริงไปอยางนี้ กำหนดทีเ่ ลยเปนอดีตแลว ตองกำหนดอยอู ยางเดียว คือ รหู นอ ไวกอ น รวู า อะไรก็ยงั บอกไมได ทำไมจะรจู ริงทุกสิง่ ตองกำหนด ทัง้ นัน้ ทีล่ นิ้ ป หายใจยาว ๆ หายใจอยางไร? ตองตัง้ สติไวทลี่ นิ้ ป ดูลมหายใจจากจมูกถึงสะดือ แลวก็ตงั้ สติ ไวที่ลิ้นป หายใจยาว ๆ รูหนอ ๆ เพราะมันเลยไปแลวเปนอดีต กำหนดปจจุบนั ไมได ตองกำหนดตัวรอู ยางนี้ เปนตน รับรองไดผลแน 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


ขอที่ ๔ ธรรมานุปส สนาสติปฏ ฐาน ธรรมในธรรม หมาย ความวา เรามีสติปญ  ญาจะรแู ยกจิตของเราวา คิดเปนกุศลหรืออกุศล ถูกตองหรือไมถกู ตอง จะตัดสินอยทู ธี่ รรมานุปส สนาสติปฏ ฐาน ใน ขอที่ ๔ นี้ ขาพเจาทำงานนีไ้ ปเปนกุศลหรืออกุศล เดีย๋ วจะรตู วั ตนขึน้ มา ทันทีมีปญญา เรียกวา ธรรมานุปสสนาสติปฏฐาน อาตมาหมาย ความถึง ปฏิบตั กิ ารไมใชวชิ าการ วิชาการจะไมอธิบายอยางนี้ เปนการปฏิบตั กิ ารในธรรมานุปส สนาสติปฏ ฐาน ธรรมในธรรม ทำนอกทำใน ธรรมกับทำมันตางกัน ทำไปแลวเปนกุศลหรืออกุศล ทัง้ ทางโลกทางธรรมมันอยรู วมกันนี่ ธรรมานุปส สนาสติปฏ ฐาน เรียกวา ทำนอก ทำใน ทำจิต ทำใจ ทำอารมณ แสดงออก เปนกุศลบาง อกุศลบาง สวนใหญเราจะเขาขางตัวเอง เลยคิดวา ตัวเองนะคิดถูก ทำถูกแลว ถาเรามานัง่ เจริญกรรมฐานแกไขปญหา กำหนดรหู นอ ๆ คือ ธรรมานุปสสนาสติปฏฐาน เพราะเรายังไมรูจริง รูหนอ หายใจ ยาว ๆ รหู นอ ๆ ๆ เดีย๋ วรเู ลย วาทีเ่ ราทำพลาดผิดเปนอกุศลไมใช กุศล เปนอกุศลกรรมจากการกระทำทางกาย วาจา ใจ ก็ถา แสดงออก เปนอกุศล นีธ่ รรมานุปส สนาเชิงปฏิบตั กิ าร ไมใชวชิ าการนะ บางคนบอกหลวงพอวัดอัมพวันอธิบายผิดแลว ใช มันผิดหลัก วิชาการ แตมนั ถูกปฏิบตั กิ าร มันจะรตู วั เลยวา เราทำไปนัน่ เปนกุศล ผลงานสงผล คือเปนบุญ เปนความสุข

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




รหู นอ! ออรแู ลวไปโกรธมันทำไม ไปโกรธรูปนาม หรือไป โกรธใคร ตัวโกรธอยทู คี่ นโนนทำใหเราโกรธหรือ ตัวโกรธไมใชอยู ทีค่ นโนน อยทู เี่ รา อยทู ไี่ หน อยทู ใี่ จ อยทู จี่ ติ เก็บความโกรธเอาไว ทานจะมีแตความเปนโทษ มีแตความเศราหมองใจตลอดเวลา ทานจะไมเปนผมู ปี ญ  ญา เปนผแู กปญ  หาไมไดเลย ก็สรางปญหาดวย โทสะ สรางปญหาดวยผูกเวร สรางปญหาดวยผูกพยายาท นอยไป! ดูถกู เรา นีท่ า นจะตองสรางปญหาแน อยางนี้ เปนตน การปฏิบตั เิ ปนการแกปญ  หา ไมใชสรางปญหาเหมือนอยางที่ ทานเขาใจ และมีปญ  ญา เห็นอารมณเรา ดูอารมณจติ ของเรา ดูจติ ใจ ของเราตางหากอยางนีเ้ ปนตน สำคัญมาก บางคนไปสอนกันไมถกู โกรธหนอ ๆ ๆ ๆ เอาจิตตัง้ ตรงไหน? เอาสติไวตรงไหน? ไปกดไมถกู กดเครือ่ งคอมพิวเตอรผดิ มันก็เลย ออกมาแบบอยางนัน้ เอง จะวางจิตไวตรงไหน ก็ไมรู นีส่ ำคัญนะ เห็นหนอ อยาลืมนะสงกระแสจิตไวทหี่ นาผากไมใชหลับตาวา กันสง ถาทานทำดังทีอ่ าตมาแนะแนวแลว รับรองไดผลทุกคน เห็นหนอ ก็ตอ งสงกระแสจิตจากหนาผากออกไป เพราะวาเรา จะสังเกตตัวเองไดทกุ คน ความรสู กึ จะมารวมทีห่ นาผากหมด ภาษา จีนเรียกวา โหงวเฮง มันจะมีแสงทีห่ นาผากนะ ตอนนีไ้ มอรรถาธิบาย จิตทานสูงทานจะเห็นเองวา ดูหนาคนดูตรงไหน โหงวเฮงอยตู รงไหน อยาลืม ทีอ่ าตมาพูดหลายครัง้ ยังไมมใี ครตีปญ  หาไดเลย อุณาโลมา ...มันเปนการสงกระแสจิตไดดีมากในจุดศูนยสมาธิ นี่แหละจะเกิด 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


ปญญาได สำหรับตัวตนบุคคลปฏิบตั ิ ไมใชมานัง่ เห็นนิมติ ถามกันไมพักเลย หลวงพอคะ ฉันมีนิมิตอยางนี้ ฝนวา อยางนี้ จะไดแกอะไร? ไมตองมาถามแลว ฝนปลอมก็มีอุปาทาน ยึดมัน่ ก็ฝน ได ถาจิตทานโกรธ ผูกพยาบาทเกง จะฝนราย จะฝนหนี โจร เปนนิมติ ทีเ่ ลวราย เพราะจิตมันไมดี ถาสติดี มีปญญาดี จะฝนเรื่องจริงได ฝนแลวเปนเรื่องจริง ถาจิตเก ก็ฝน เก ๆ จิตปลอมก็ฝน ปลอมออกมา อาจารยสอบอารมณบางคนชอบถามวา “เห็นอะไรหรือยัง เห็นโนนเห็นนีไ่ หม” ไมตอ งไปถามเขาอยางนัน้ นะ ถามวากำหนด หรือเปลา เวทนาเกิดขึน้ กำหนดอยางไร ตองถามอยางนี้ จะถูกตอง มากกวา ไมตอ งถามเห็นอะไร ไปแนะแนวเขาทำไมอยางนัน้ มีความ หมายในการปฏิบตั มิ าก เพราะฉะนัน้ ปกจุดใหถกู กดปมุ ใหถกู เหมือนทานทัง้ หลาย คิดเลข ลองกดปมุ ผิด ๆ ซิ มันจะออกมาผิด ถากดปมุ ถูกแตไฟฟา ทานหมด หมายความวาสมาธิไมมี กดอยางไรไมออกมาตามรูปแบบนัน้ ตองมีสมาธิ สมาธิ คือ จับจุดงานของเราไมวางธุระ การกำหนดจิตใหอยู ในจุดเดียวกันอยางนีค้ อื กระแสไฟ ถากระแสไฟมันพรองไป ไฟไม ไดกำหนด กดมาผิดทัง้ นัน้ จะไปโทษเครือ่ งเขาไมดไี มได เครือ่ งเขา ดีเราบอกวาไฟไมมี คือ ไมมสี มาธิอยนู นั่ เอง มีความหมายอยางนัน้ ตองจับจุดใหถกู อยางนี้ ถาหากวาไมรจู ะกำหนดอยางไร? ก็เอาความรมู ากำหนดทีล่ นิ้ ป ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




คิดไมออกเลย ทำอยางไรก็ทำแบบเดิม มันเปนอดีตไปแลว คิดไม ออกไมรจู ะบอกไดอยางไร ก็ทบทวน การทบทวน ดูหนังสือก็ตอ งไปดูซ้ำ เรียกวา “ทบทวนหนังสือ” ถาทบทวนอารมณกต็ อ งไปกำหนดอยางนี้ หายใจยาว ๆ นัง่ ทาสบาย อยูตรงไหนก็ตาม อยูบนรถก็ได ทบทวนชีวิต ทบทวนอารมณ วาอารมณลมื อะไรไปบาง? เก็บของไวทไี่ หนมันลืม ก็หายใจยาว ๆ มีประโยชนมาก ตัง้ สติไวทลี่ นิ้ ปด วงหทัย เรียกวา เจตสิก อาศัยหทัย วัตถุอยทู ลี่ นิ้ ป วิธปี ฏิบตั อิ ยตู รงนีน้ ะ หายใจยาว ๆ คิดหนอ คิดหนอ หายใจลึก ๆ ยาว ๆ เขาไว เพราะทางปญญาอยูตรงจมูกของเราถึงสะดือของเรานะ สั้นยาวไม เทากันอยางนี้ อีกสักครหู นึง่ ถามีกระแสไฟฟาครบ คือ สมาธิดี หลักฐานดี เก็บหนวยกิตไวไดมาก คอมพิวเตอรจะตีออกมาทันที คิดออกแลว คิดทีแ่ กปญ  หาไมได ไมรวู า จะเอาวิชาขอไหนมาแก ปญญาจะออกมา บอกเราเปนเครื่องคอมพิวเตอรตีออกมา แสดงอยางนี้ และเอาไป ใชเถอะไดประโยชนมาก คิดออกแน ของใครของมันตองทำขึ้นมา คือ ปญญา ตองทำใหถกู จุดนี้



ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


วิปส สนากรรมฐานเบือ้ งตน (จากหนังสือสวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ)

การยืน กอนเดินใหยกมือไขวหลัง มือขวาจับขอมือซาย วางไวตรง กระเบนเหน็บ ยืนตัวตรง เงยหนา หลับตา ใหสติจบั อยทู ปี่ ลายผม กำหนดวา “ยืนหนอ” ชา ๆ ๕ ครัง้ เริม่ จากศีรษะลงมาปลายเทา และจากปลายเทาขึ้นไปบนศีรษะ กลับขึ้นกลับลงจนครบ ๕ ครั้ง แตละครัง้ แบงเปนสองชวง ชวงแรก คำวา “ยืน” จิตวาดมโนภาพ รางกาย จากศีรษะลงมาหยุดทีส่ ะดือ คำวา “หนอ” จากสะดือลงไป ปลายเทา กำหนดคำวา “ยืน” จากปลายเทามาหยุดที่สะดือ คำวา “หนอ” จากสะดือขึน้ ไปปลายผม กำหนดกลับไปกลับมา จนครบ ๕ ครัง้ ขณะนัน้ ใหสติอยทู รี่ า งกาย อยาใหออกไปนอกกาย เสร็จแลว ลืมตาขึน้ กมหนาทอดสายตาไปขางหนาประมาณ ๑ ศอก

การเดินจงกรม สติจับอยูที่เทา การเดิน กำหนดวา “ขวา...” “ยาง...” “หนอ...” กำหนดในใจ คำวา “ขวา” ตองยกสนเทาขวาขึน้ จากพืน้ ประมาณ ๒ นิว้ เทากับใจนึกตองใหพรอมกัน “ยาง” ตองกาวเทา ขวาไปขางหนาชาทีส่ ดุ เทายังไมเหยียบพืน้ คำวา “หนอ” เทาลงถึง พื้นพรอมกัน เวลายกเทาซายก็เหมือนกัน กำหนดวา “ซาย...” ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




“ยาง...” “หนอ...” คงปฏิบัติเชนเดียวกันกับ “ขวา...” “ยาง...” “หนอ...” ระยะกาวในการเดินหางกันประมาณ ๑ คืบ เปนอยางมาก เพื่อการทรงตัว ขณะกาวจะไดดีขึ้น เมื่อเดินสุดสถานที่ใชแลว ใหนำเทามาเคียงกัน เงยหนาหลับตากำหนด “ยืนหนอ” ชา ๆ อีก ๕ ครัง้ ทำความรสู กึ โดยจิต สติ รอู ยตู งั้ แตกลางกระหมอม แลว กำหนด “ยืนหนอ” ๕ ครัง้ เบือ้ งต่ำตัง้ แตปลายผมลงมาถึงปลายเทา เบื้องบนตั้งแตปลายเทาขึ้นมา “ยืนหนอ” ๕ ครั้ง แลวหลับตา ตัง้ ตรง ๆ เอาจิตปกไวทกี่ ระหมอม เอาสติตามดังนี้ “ยืน.....” (ถึงสะดือ) “หนอ.....” (ถึงปลายเทา) หลับตาอยา ลืมตา นึกมโนภาพ เอาจิตมอง ไมใชมองเห็นดวยสายตา “ยืน……” (จากปลายเทาถึงสะดือ หยุด) แลวก็ “หนอ…….” ถึงปลายผม คนละ ครึง่ พอทำไดแลว ภาวนา “ยืน…หนอ..” จากปลายผม ถึงปลายเทา ไดทนั ที ไมตอ งไปหยุดทีส่ ะดือ แลวคลองแคลววองไว ถูกตองเปน ธรรม ขณะนัน้ ใหสติอยทู รี่ า งกายอยาใหออกไปนอกกาย เสร็จแลวลืม ตาขึน้ กมหนาทอดสายตาไปขางหนาประมาณ ๑ ศอก สติจบั อยทู ี่ เทา การเดิน กำหนดวา “ขวา...” “ยาง...” “หนอ...” กำหนดในใจ • คำวา “ขวา” ตองยกสนเทาขวาขึน้ จากพืน้ ประมาณ ๒ นิว้ เทากับใจนึกตองใหพรอม • คำวา “ยาง” กาวเทาขวาไปขางหนาใหชา ทีส่ ดุ เทายังไม เหยียบพืน้ • คำวา “หนอ” เทาเหยียบพืน้ เต็มฝาเทา อยาใหสน เทาหลัง เปด 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


เวลายกเทาซายก็เหมือนกัน กำหนดคำวา “ซาย...” “ยาง...” “หนอ...” คงปฏิบตั เิ ชนเดียวกับ “ขวา...” “ยาง...” “หนอ...” ระยะ กาวในการเดินหางกันประมาณ ๑ คืบ เปนอยางมากเพือ่ การทรงตัว ขณะกาวจะไดดขี นึ้ เมือ่ เดินสุดสถานทีใ่ ชเดินแลว พยายามใชเทาขวา เปนหลักคือ “ขวา...” “ยาง...” “หนอ...” แลวตามดวยเทา “ซาย...” “ยาง...” “หนอ...” จะประกบกันพอดี แลวกำหนดวา “หยุด... หนอ..” เหมือนกับทีไ่ ดอธิบายมาแลว ลืมตา กมหนาทากลับ การกลับกำหนด วา “กลับหนอ” ๔ ครัง้ คำวา “กลับหนอ” ครัง้ ที่ ๑ ยกปลายเทาขวา ใชสน เทาขวาหมุนตัวไปทางขวา ๙๐ องศา ครัง้ ที่ ๒ ลากเทาซายมาติดกับเทาขวา ครัง้ ที่ ๓ ทำเหมือนครัง้ ที่ ๑ ครัง้ ที่ ๔ ทำเหมือนครัง้ ที่ ๒ หากฝกจนชำนาญแลวเราสามารถกำหนดใหละเอียดขึน้ โดย การหมุนตัวจาก ๙๐ องศา เปน ๔๕ องศา จะเปนการกลับหนอ ทั้งหมด ๘ ครั้ง เมื่ออยูในทากลับหลังแลวตอไปกำหนด “ยืน... หนอ...” ชา ๆ อีก ๕ ครัง้ ลืมตา กมหนา แลวกำหนดเดินตอไป กระทำเชนนีจ้ นหมดเวลาทีต่ อ งการ

การนัง่ กระทำตอจากการเดินจงกรม อยาใหขาดตอนลงเมื่อเดิน จงกรมถึงทีจ่ ะนัง่ ใหกำหนด “ยืน... หนอ...” อีก ๕ ครัง้ ตามที่ กระทำมาแลวเสียกอน แลวกำหนดปลอยมือลงขางตัววา “ปลอยมือ หนอ ๆ ๆ ๆ ๆ ” ชา ๆ จนกวาจะลงสุด เวลานัง่ คอย ๆ ยอตัวลง ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




พรอมกับกำหนดตามอาการทีท่ ำไปจริง ๆ เชน “ยอตัวหนอ ๆ ๆ ๆ ” “เทาพืน้ หนอ ๆ ๆ ” “คุกเขาหนอ ๆ ๆ” “นัง่ หนอ ๆ ๆ” เปนตน วิธนี งั่ ใหนงั่ ขัดสมาธิ คือ ขาขวาทับขาซาย นัง่ ตัวตรง หลับตา เอาสติ ม าจั บ อยู ที่ ส ะดื อ ที่ ท อ งพองยุ บ เวลาหายใจเข า ท อ งพอง กำหนดวา “พอง หนอ” ใจนึกกับทองทีพ่ องตองใหทนั กัน อยาให กอนหรือหลังกัน หายใจออกทองยุบ กำหนดวา “ยุบ หนอ” ใจนึก กับทองทีย่ บุ ตองทันกัน อยาใหกอ นหรือหลังกัน ขอสำคัญใหสติจบั อยทู พี่ องยุบ เทานัน้ อยาดูลมทีจ่ มูก อยาตะเบ็งทอง ใหมคี วามรสู กึ ตามความเปนจริงวาทองพองไปขางหนา ทองยุบมาทางหลัง อยาให เห็นเปนไปวา ทองพองขึน้ ขางบน ทองยุบลงขางลาง ใหกำหนดเชน นีต้ ลอดไป จนกวาจะถึงเวลาทีก่ ำหนด เมือ่ มีเวทนา เวทนาเปนเรือ่ งสำคัญทีส่ ดุ จะตองบังเกิดขึน้ กับ ผปู ฏิบตั แิ นนอน จะตองมีความอดทนเปนการสรางขันติบารมีไปดวย ถาผปู ฏิบตั ขิ าดความอดทนเสียแลว การปฏิบตั วิ ปิ ส สนากรรมฐานนัน้ ก็ลม เหลว ในขณะทีน่ งั่ หรือเดินจงกรมอยนู นั้ ถามีเวทนาความเจ็บ ปวด เมือ่ ย คัน เกิดขึน้ ใหหยุดเดิน หรือหยุดกำหนดพองยุบ ใหเอา สติไปตั้งไวที่เวทนาเกิดและกำหนดไปตามความเปนจริงวา “ปวด หนอ ๆ ๆ” “เจ็บหนอ ๆ ๆ” “คันหนอ ๆ ๆ” เปนตน ใหกำหนดไป เรือ่ ย ๆ จนกวาเวทนาจะหายไป เมือ่ เวทนาหายไปแลว ก็ใหกำหนด นัง่ หรือเดินตอไป จิต เวลานัง่ อยหู รือเดินอยู ถาจิตคิดถึงบาน คิดถึง ทรัพยสนิ หรือคิดฟงุ ซานตาง ๆ นานา ก็ใหเอาสติปก ลงทีล่ นิ้ ปพ รอม กับกำหนดวา “คิดหนอ ๆ ๆ ๆ” ไปเรือ่ ย ๆ จนกวาจิตจะหยุดคิด 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


แมดใี จ เสียใจ หรือโกรธ ก็กำหนดเชนเดียวกันวา “ดีใจหนอ ๆ ๆ ๆ” “เสียใจหนอ ๆ ๆ ๆ” “โกรธหนอ ๆ ๆ” เปนตน (จากหนังสือระเบียบปฏิบตั สิ ำหรับผปู ฏิบตั ธิ รรม วัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงหบรุ )ี

เวลานอน เวลานอนคอย ๆ เอนตัวนอนพรอมกับกำหนดตามไปวา “นอนหนอ ๆ ๆ ๆ” จนกวาจะนอนเรียบรอย ขณะนัน้ ใหเอาสติจบั อยกู บั อาการเคลือ่ นไหวของรางกาย เมือ่ นอนเรียบรอยแลวใหเอาสติ มาจับทีท่ อ ง แลวกำหนดวา “พอง หนอ” “ยุบ หนอ” ตอไปเรือ่ ย ๆ ใหคอยสังเกตใหดีวา จะหลับไปตอนพอง หรือตอนยุบ อิริยาบถ ตาง ๆ การเดินไปในที่ตาง ๆ การเขาหองน้ำ การเขาหองสวม การรับประทานอาหาร และการกระทำกิจการงานทัง้ ปวง ผปู ฏิบตั ติ อ ง มีสติกำหนดอยทู กุ ขณะในอาการเหลานี้ ตามความเปนจริง คือ มีสติ สัมปชัญญะ เปนปจจุบนั อยตู ลอดเวลา หมายเหตุ การเดินจงกรมนัน้ กระทำการเดินไดถงึ ๖ ระยะแตใน ทีน่ อี้ ธิบายไวเพียงระยะเดียว การเดินระยะตอไปนัน้ จะตองเดินระยะ ที่ ๑ ใหถกู ตอง คือ ไดปจ จุบนั ธรรมจริง จึงจะเพิม่ ระยะตอไปตาม ผลการปฏิบตั ขิ องแตละบุคคล ทานสามารถเขาชมวีดโี อสอน “การปฏิบตั วิ ปิ ส สนากรรมฐาน” โดย หลวงพอจรัญไดที่ http://www.jarun.org/v6/th/dhamma-meditation.html#4 ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




สรุปการกำหนดตาง ๆ พอสังเขป ดังนี้ ๑. ตาเห็นรูป จะหลับตาหรือลืมตาก็แลวแต ใหตั้งสติไวที่ ตากำหนดวา เห็น หนอ ๆ ๆ ๆ ไปเรือ่ ย ๆ จนกวาจะรสู กึ วาเห็น ก็สกั แตวา เห็น ละความพอใจและความไมพอใจออกเสียได ถาหลับ ตาอยกู ก็ ำหนดไปจนกวาภาพนัน้ จะหายไป ๒. หูไดยนิ เสียง ใหตงั้ สติไวทหี่ ู กำหนดวา เสียงหนอ ๆ ๆ ๆ ไปเรือ่ ย ๆ จนกวาจะรสู กึ วาเสียง ก็สกั แตวา เสียง ละความพอใจและ ความไมพอใจออกเสียได ๓. จมูกไดกลิน่ ตัง้ สติไวทจี่ มูก กำหนดวา กลิน่ หนอ ๆ ๆ ๆ ไปเรือ่ ย ๆ จนกวาจะรสู กึ วากลิน่ ก็สกั แตวา กลิน่ ละความพอใจและ ความไมพอใจออกเสียได ๔. ลิน้ ไดรส ตัง้ สติไวทลี่ นิ้ กำหนดวา รสหนอ ๆ ๆ ๆ ไป เรือ่ ย ๆ จนกวาจะรสู กึ วารส ก็สกั แตวา รส ละความพอใจและความ ไมพอใจออกเสียได ๕. การถูกตองสัมผัส ตัง้ สติไวตรงทีส่ มั ผัส กำหนดตามความ เปนจริงทีเ่ กิดขึน้ ละความพอใจและความไมพอใจออกเสียได ๖. ใจนึกคิดอารมณ ตัง้ สติไวทลี่ นิ้ ป กำหนดวาคิดหนอ ๆ ๆ ๆ ไปเรือ่ ยจนกวาความนึกคิดจะหายไป ๗. อาการบางอยางเกิดขึน้ กำหนดไมทนั หรือกำหนดไมถกู วาจะกำหนดอยางไร ตัง้ สติไวทลี่ นิ้ ป กำหนดวา รหู นอ ๆ ๆ ๆ ไป เรือ่ ย ๆ จนกวาอาการนัน้ จะหายไปการทีเ่ รากำหนดจิต และตัง้ สติไว 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


เชนนี้ เพราะเหตุวา จิตของเราอยใู ตบงั คับของความโลภ ความโกรธ ความหลง เชน ตาเห็นรูปชอบใจ เปนโลภะ ไมชอบใจ เปนโทสะ ขาดสติไมไดกำหนดเปนโมหะ หูไดยนิ เสียง จมูกไดกลิน่ ลิน้ ไดรส กายถูกตองสัมผัสก็เชนเดียวกัน การปฏิบตั วิ ปิ ส สนากรรมฐาน โดย เอาสติเขาไปตั้งกำกับตามอายตนะนั้น เมื่อปฏิบัติไดผลแกกลาแลว ก็จะเขาตัดทีต่ อ ของอายตนะตาง ๆ เหลานัน้ มิใหตดิ ตอกันได คือวา เมือ่ เห็นรูปก็สกั แตวา เห็นเมือ่ ไดยนิ เสียงก็สกั แตวา ไดยนิ ไมทำความ รูสึกนึกคิดปรุงแตงใหเกิดความพอใจหรือความไมพอใจในสิ่งที่ ปรากฏใหเห็น และไดยนิ นัน้ รูปและเสียงทีไ่ ดเห็นและไดยนิ นัน้ ก็จะ ดับไป เกิด และดับอยทู นี่ นั้ เอง ไมไหลเขามาภายใน อกุศลธรรมความ ทุกขรอ นใจทีค่ อยจะติดตาม รูป เสียง และอายตนะภายนอกอืน่ ๆ เขามาก็เขาไมได สติที่เกิดขึ้นขณะปฏิบัติวิปสสนากรรมฐานนั้น นอกจาก จะคอยสกัดกั้นอกุศลธรรม และความทุกขรอนใจที่จะเขามาทาง อายตนะแลว สติเพงอยูที่ รูป นาม เมื่อเพงเล็งอยูก็ยอมเห็น ความเกิดดับของรูป นาม ทีด่ ำเนินไปตามอายตนะตาง ๆ อยางไม ขาดสาย การเห็นการเกิดดับของรูป นาม นั้นจะนำไปสูการเห็น พระไตรลักษณคอื ความไมเทีย่ ง ความทุกข และความไมมตี วั ตน ของสังขาร หรืออัตภาพอยางแจมแจง (จากหนังสือระเบียบปฏิบตั สิ ำหรับผปู ฏิบตั ธิ รรม วัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงหบรุ )ี

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




อานิสงสของการปฏิบตั ธิ รรม ๑. มีวนิ ยั ในตัวเอง ๓ ประการคือ z z z

๑ รจู กั ระวังตัว ๒ รจู กั ควบคุมตัวได ๓ รจู กั เชือ่ ฟงผใู หญ ถาเปนเด็กจะไมเถียงผใู หญ

๒. มีกจิ นิสยั ๔ ประการ z z z z

๑ ๒ ๓ ๔

ขยัน ไมจบั จด รักงาน สงู าน ประหยัด รจู กั ใชชวี ติ และทรัพยสนิ อยางถูกตองและคมุ คา พัฒนา รจู กั พัฒนาตัวเอง และอาชีพใหดขี นึ้ สามัคคี รักครอบครัว รักหมคู ณะ และรักประเทศชาติ

๓. มีลกั ษณะนิสยั ๔ ประการ z z z z

๑ ๒ ๓ ๔

มีสมั มาคารวะ อุตสาหะพยายาม ปฏิบตั ติ ามระเบียบวินยั รจู กั เด็ก รจู กั ผใู หญ วางตัวไดเหมาะสม

๔. มีความรคู กู บั คุณธรรมเพือ่ พัฒนาคุณภาพชีวติ ๔ ประการได z z z



๑ รจู กั คิด ๒ รจู กั ปรับตัว ๓ รจู กั แกปญ  หา ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


๔ มี ทั ก ษะในการทำงานและค า นิ ย มที่ ดี ง ามในอนาคต เจานายทิง้ ลูกนองไมได ลูกนองทิง้ เจานายไมได เขาหลักทีว่ า ผใู หญ ดึง ผนู อ ยดัน คนเสมอกันจะไดอปุ ถัมภค้ำจุนตอไป z

๕. อานิสงสในการเดินจงกรม ๑. อดทนตอการเดินทางไกล z ๒. อดทนตอความเพียร z ๓. มีอาพาธนอย z ๔. ยอยอาหารไดดี z ๕. สมาธิ ที่ ไ ด ข ณะเดิ น ตั้ ง อยู ไ ด น าน (ในป ญ จกนิ บ าต อังคุตตรนิกาย เลม ๓๒) z

จากหนังสือกฎแหงกรรมเลมที่ ๗ ภาคธรรมบรรยาย-ธรรมปฏิบตั ิ เรือ่ ง คติกรรมฐาน โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule07p0601.html

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




ประโยชนของการปฏิบตั วิ ปิ ส สนากรรมฐาน การปฏิบตั วิ ปิ ส สนากรรมฐานนัน้ มีประโยชนมากมายเหลือที่ จะนับประมาณได จะยกมาแสดงตามที่ปรากฏอยูในพระไตรปฎก สักเล็กนอยดังนี้ คือ z สัตตานัง วิสท ุ ธิยา ทำกายวาจาใจ ของสรรพสัตวใหบริสทุ ธิ์ หมดจด z โสกะปะริ เ ทวานั ง สะมะติ ก กะมายะ ดั บ ความเศร า โศก ปริเทวนาการตาง ๆ z ทุ ก ขะโทมะนั ส สานั ง อั ต ถั ง คะมายะ ดั บ ความทุ ก ข ก าย ดับความทุกขใจ z ญาณัสสะ อะธิคะมายะ เพือ ่ บรรลุมรรคผล z นิพพานัสสะ สัจฉิกร ิ ยิ ายะ เพือ่ ทำนิพพานใหแจง และยังมีอยอู กี มาก เชน ๑. ชือ่ วาเปนผไู มประมาท ๒. ชือ่ วาเปนผไู ดปอ งกันภัยในอบายภูมทิ งั้ สี่ ๓. ชือ่ วาไดบำเพ็ญไตรสิกขา ๔. ชือ่ วาไดเดินทางสายกลาง คือ มรรค ๘ ๕. ชือ่ วาไดบชู าพระพุทธเจาดวยการบูชาอยางสูงสุด ๖. ชือ่ วาไดบำเพ็ญ ศีล สมาธิ ปญญา ใหเปนอุปนิสยั ปจจัย ไปในภายหนา 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


๗. ชือ่ วาไดปฏิบตั ถิ กู ตองตามพระไตรปฎกโดยแทจริง ๘. ชือ่ วาเปนผมู ชี วี ติ ไมเปลาประโยชนทงั้ สาม ๙. ชือ่ วาเปนผเู ขาถึงพระรัตนตรัย อยางถูกตอง ๑๐. ชือ่ วาไดปฏิบตั เิ พือ่ ใหเกิดวิปส สนาญาณ ๑๖ ๑๑. ชือ่ วาไดสงั่ สมอริยทรัพยไวในภายใน ๑๒. ชือ่ วาเปนผมู าดีไปดีอยดู กี นิ ดีไมเสียทีทเี่ กิดมาพบ พระพุทธศาสนา ๑๓. ชือ่ วาไดรกั ษาอมตมรดกของพระสัมมาสัมพุทธเจาไว เปนอยางดี ๑๔. ชือ่ วาไดชว ยกันเผยแผพระพุทธศาสนาใหเจริญรงุ เรือง ยิง่ ๆ ขึน้ ไปอีก ๑๕. ชือ่ วาไดเปนตัวอยางอันดีงามแกอนุชนรนุ หลัง ๑๖. ชือ่ วาตนเองไดมธี นาคารบุญติดตัวไปทุกฝกา ว จากหนังสือคมู อื การฝกอบรมพัฒนาจิต วัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงหบรุ ี โดย พ.ท.วิง รอดเฉย ป ๒๕๒๙

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




บทสวดมนต กราบพระรัตนตรัย อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ) สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ) สุปะฏิปน โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ)

นมัสการ (นะโม) นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)

ไตรสรณคมน (พุทธัง ธัมมัง สังฆัง) พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


ทุตยิ มั ป ทุตยิ มั ป ทุตยิ มั ป ตะติยัมป ตะติยัมป ตะติยัมป

พุทธัง ธัมมัง สังฆัง พุทธัง ธัมมัง สังฆัง

สะระณัง สะระณัง สะระณัง สะระณัง สะระณัง สะระณัง

คัจฉามิ คัจฉามิ คัจฉามิ คัจฉามิ คัจฉามิ คัจฉามิ

พระพุทธคุณ (อิตปิ  โส) อิตปิ  โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปนโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุต ตะโร ปุรสิ ะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติฯ

พระธรรมคุณ สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปสสิโก โอปะนะยิโก ปจจัตตัง เวทิตพั โพ วิญูหตี ฯิ (อานวา วิญูฮตี )ิ ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




พระสังฆคุณ สุปะฏิปน โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชปุ ะฏิปน โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปน โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจปิ ะฏิปน โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทงั จัตตาริ ปุรสิ ะยุคานิ อัฏฐะ ปุรสิ ะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย* ปาหุเนยโย* ทักขิเณยโย* อัญชะลี กะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติฯ (อานออกเสียง อาหุไนยโย ปาหุไนยโย ทักขิไณยโย โดยสระเอ กึง่ สระไอ)

พุทธชัยมงคลคาถา (พาหุงฯ) พาหุง สะหัสสะมะภินมิ มิตะสาวุธนั ตัง ครีเมขะลัง อุทติ ะโฆระสะเสนะมารัง ทานาทิธมั มะวิธนิ า ชิตะวา มุนนิ โท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง ขันตีสทุ นั ตะวิธนิ า ชิตะวา มุนนิ โท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ นาฬาคิรงิ คะชะวะรัง อะติมตั ตะภูตงั ทาวัคคิจกั กะมะสะนีวะ สุทารุณนั ตัง เมตตัมพุเสกะวิธนิ า ชิตะวา มุนนิ โท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง อิทธีภสิ งั ขะตะมะโน ชิตะวา มุนนิ โท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ กัตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินยี า จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ สันเตนะ โสมะวิธนิ า ชิตะวา มุนนิ โท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




สัจจัง วิหายะ มะติสจั จะกะวาทะเกตุง วาทาภิโรปตะมะนัง อะติอนั ธะภูตงั ปญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนนิ โท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพธุ งั มะหิทธิง ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต อิทธูปะเทสะวิธนิ า ชิตะวา มุนนิ โท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ ทุคคาหะทิฏฐิภชุ ะเคนะ สุทฏั ฐะหัตถัง พรัหมัง* วิสทุ ธิชตุ มิ ทิ ธิพะกาภิธานัง ญาณาคะเทนะ วิธนิ า ชิตะวา มุนนิ โท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ เอตาป พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที หิตวานะเนกะวิวธิ านิ จุปท ทะวานิ โมกขัง สุขงั อะธิคะเมยยะ นะโร สะปญโญฯ * พรัหมัง อานวา พรัมมัง 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


มหาการุณิโก มะหาการุณโิ ก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณินงั ปูเรตวา ปาระมี สัพพา ปตโต สัมโพธิมตุ ตะมัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เต ชะยะมังคะลังฯ ชะยันโต โพธิยา มูเล สักยานัง นันทิวฑ ั ฒะโน เอวัง ตวัง วิชะโย โหหิ ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล อะปะรา ชิตะปลลังเก สีเส ปะฐะวิโปกขะเร อะภิเสเก สัพพะพุทธานัง อัคคัปปตโต ปะโมทะติฯ สุนัก ขัตตัง สุมังคะลัง สุปะภาตัง สุหุฏฐิตัง สุขะโณ สุมหุ ตุ โต จะ สุยฏิ ฐัง พรัหมะจาริสุ ** ปะทักขิณงั กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณัง ปะทักขิณัง มะโนกัมมัง ปะณิธี เต ปะทักขิณา ปะทักขิณานิ กัตวานะ ละภันตัตเถ ปะทักขิเณฯ ** พรัหมะจาริสุ อานวา พรัมมะจาริสุ

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ หลังจากสวดมนตตงั้ แตตน จนจบบทพาหุงมหากาฯ แลว ก็ใหสวดเฉพาะบทพระพุทธคุณ หรืออิตปิ โ ส ใหไดจำนวนจบ เทากับอายุของตนเอง แลวสวดเพิม่ ไปอีกหนึง่ จบ ตัวอยางเชน ถาอายุ ๓๕ ป ตองสวด ๓๖ จบ จากนัน้ จึงคอยแผเมตตา อุทศิ สวนกุศล

พุทธคุณเทาอายุเกิน ๑ (อิตปิ โ สเทาอายุ+๑) อิตปิ  โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปนโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุต ตะโร ปุรสิ ะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติฯ 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


“สวดมนตเปนนิจ อธิษฐานจิตเปนประจำ

อโหสิกรรมเสียกอน และเราก็แผเมตตา ใหสรรพสัตวทงั้ หลาย” จากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๓ เรือ่ ง กรรมฐานแกกรรมไดอยางไร โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule03p0201.html

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




“หายใจยาว ๆ ตัง้ กัลยาณจิตไวทลี่ นิ้ ป ไม ใชพดู สงเดช” “จำนะทีล่ นิ้ ป เปนการแผเมตตา” “จะอุทศิ ก็ยกจากลิน้ ป สหู นาผาก เรียกวา อุณาโลมา ปจชายเต....” จากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๙ เรือ่ ง วิธแี ผเมตตาและอุทศิ สวนกุศล โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule09p0301.html



ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


บทแผเมตตา สัพเพ สัตตา สัตวทงั้ หลาย ทีเ่ ปนเพือ่ นทุกข เกิดแกเจ็บ ตาย ดวยกันทัง้ หมดทัง้ สิน้ อะเวรา โหนตุ จงเปนสุขเปนสุขเถิด อยาไดมีเวรแกกัน และกันเลย อั พ ยาป ช ฌา โหนตุ จงเป น สุ ข เป น สุ ข เถิ ด อย า ได พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย อะนีฆา โหนตุ จงเปนสุขเปนสุขเถิด อยาไดมคี วามทุกข กาย ทุกขใจเลย สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนใหพน จากทุกขภยั ทัง้ สิน้ เทอญ

บทอุทศิ สวนกุศล (บทกรวดน้ำ) อิทงั เม มาตาปตนู งั โหตุ สุขติ า โหนตุ มาตา ปตะโร ขอสวนบุญนี้จงสำเร็จ แกมารดาบิดาของขาพเจา ขอใหมารดาบิดาของขาพเจา จงมีความสุข ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย ขอสวนบุญนี้จงสำเร็จ แกญาติทั้งหลายของขาพเจา ขอให ญาติทงั้ หลายของขาพเจา จงมีความสุข

อิทงั เม คุรปู ช ฌายาจะริยานังโหตุ สุขติ า โหนตุ คุรปู ช ฌายาจะริยา ขอสวนบุญนีจ้ งสำเร็จ แกครูอปุ ช ฌาย อาจารยของขาพเจา ขอใหครูอปุ ช ฌายอาจารยของขาพเจา จงมี ความสุข

อิทัง สัพพะเทวานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา ขอสวนบุญนีจ้ งสำเร็จแกเทวดาทัง้ หลายทัง้ ปวง ขอให

เทวดาทัง้ หลายทัง้ ปวง จงมีความสุข

อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา ขอสวนบุญนีจ้ งสำเร็จ แกเปรตทัง้ หลายทัง้ ปวง ขอให เปรตทัง้ หลายทัง้ ปวง จงมีความสุข

อิทงั สัพพะเวรีนงั โหตุ สุขติ า โหนตุ สัพเพ เวรี ขอสวนบุญนี้จงสำเร็จ แกเจากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอใหเจากรรมนายเวรทัง้ หลายทัง้ ปวง จงมีความสุข

อิทงั สัพพะสัตตานัง โหตุ สุขติ า โหนตุ สัพเพ สัตตา ขอสวนบุญนีจ้ งสำเร็จ แกสตั วทงั้ หลายทัง้ ปวง ขอให สัตวทงั้ หลายทัง้ ปวง จงมีความสุข 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


วิธกี ารสวดมนต การสวดมนตเปนนิจนี้ มงุ ใหจติ แนบสนิทติดในคุณของพระพุทธเจา พระธรรม และพระสงฆ จิตใจจะสงบเยือกเย็นเปนบัณฑิต มีความคิดสูง ทิฏฐิมานะทัง้ หลายก็จะคลายหายไปได เราจะไดรบั อานิสงสเปนผลของ ตนเองอยางนีจ้ ากสวดมนตเปนนิจ การอธิษฐานจิตเปนประจำนัน้ มงุ หมายเพือ่ แกกรรมของผมู กี รรม จากการกระทำครั้งอดีตที่เรารำลึกได และจะแกกรรมในปจจุบันเพื่อสู อนาคต กอนทีจ่ ะมีเวรมีกรรม กอนอืน่ ใด เราทราบเราเขาใจแลว โปรด อโหสิกรรมแกสัตวทั้งหลาย เราจะไมกอเวรกอกรรมกอภัยพิบัติ ไมมี เสนียดจัญไรติดตัวไปเรียกวา เปลา ปราศจากทุกข ถึงบรมสุข คือนิพพาน ได เราจะรไู ดวา กรรมติดตามมา และเราจะแกกรรมอยางไร ในเมือ่ กรรม ตามมาทันถึงตัวเรา เราจะรตู วั ไดอยางไร เราจะแกอยางไร เพราะมันเปน เรือ่ งทีแ่ ลว ๆ มา การอโหสิกรรม หมายความวา เราไมโกรธ ไมเกลียด เรามีเวร กรรมตอกันก็ใหอภัยกัน อโหสิกันเสีย อยางที่ทานมาอโหสิกรรม ณ บัดนี้ ใหอภัยซึง่ กันและกัน พอใหอภัยได ทานก็แผเมตตาได ถาทานมี อารมณคางอยูในใจ เสียสัจจะ ผูกใจโกรธ อิจฉาริษยา อาสวะไมสิ้น ไหนเลยละทานจะแผเมตตาออกได เราจึงไมพนเวรพนกรรมในขอนี้ การอโหสิกรรมไมใชทำงาย จากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๔ เรือ่ ง แกกรรมดวยการกำหนด โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule04p0301.html จากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๙ เรือ่ ง ทำความดีนแี้ สนยาก โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule09p0401.html

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




วิธใี นการสวดมนตพระเดชพระคุณหลวงพอไดสอนไววา “เอาตำรามาดูกนั ก็ไมไดผล แตดตู ำราเพือ่ ใหถกู วรรคตอน และใหคลองปาก แลวจะไดคลองใจ เปนสมาธิ” ทานสามารถฟงเสียงสวดมนต บทพาหุงมหากาฯ ไดที่ http://fs1.netdiskbytrue.com/Pub014/44/249321_praypahung.wma

การวางจิต เมือ่ สวดมนตไดถกู วรรคตอน เปนสมาธิดแี ลว ก็วางจิตใหถกู ตอง สวดมนตเปนนิจ อธิษฐานจิตเปนประจำ (ลิน้ ป) อโหสิกรรมเสียกอนและเราก็แผเมตตา... (ลิน้ ป) มีเมตตาดีแลว ไดกศุ ลแลวเราก็อทุ ศิ เลย (อุณาโลม) “แผสว นกุศลทำอยางไร อุทศิ ตรงไหน ทำตรงไหน และวาง จิตไวตรงไหน ถึงจะได อยาลืมนะ ทีล่ นิ้ ป หายใจยาว ๆ สำรวม เวลาสวดมนตนนั้ นะ ไดบญ ุ แลว ไมตอ งเอาสตางคไปถวายองคโนน องคนหี้ รอก แลวสำรวมจิต สงกระแสจิตทีห่ นาผาก อุทศิ สวนกุศล..” สวดมนตเปนนิจ (ลิน้ ป) “ลิน้ ป จะอยคู รึง่ ทางระหวางจมูกถึงสะดือ” 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


“........อธิษฐานจิต หมายความวา ตัง้ สติสมั ปชัญญะ ไวทลี่ นิ้ ป สำรวมกาย วาจา จิตใหตงั้ มัน่ แลว จึงขอแผเมตตาไวในใจ สักครหู นึง่ แลวก็อทุ ศิ ใหมารดา บิดาของเรา วาเราไดบำเพ็ญกุศล ทานจะไดบญ ุ ไดกศุ ลแน ๆ เดีย๋ วนีด้ ว ย ผมเรียนถวายนะ มิฉะนัน้ ผมจะอุทศิ ไปยุโรป ไดอยางไร..........” อธิษฐานจิตเปนประจำ (ลิน้ ป) แผเมตตากับอุทศิ มันตางกัน ทำใจใหเปนเมตตาบริสทุ ธิก์ อ น ไมอจิ ฉา ริษยา ไมผกู พยาบาทใครไวในใจ ทำใจใหแจมใส ทำให ใจสบาย คือ เมตตาแลวเราจะอุทศิ ใหใครก็บอกกันไป มันจะมีพลังสูง สามารถจะอุทิศให คุณพอคุณแม ของเรากำลังปวยไขใหหายจาก โรคภัยไขเจ็บได เชน วีโก บรูน ชาวนอรเวยที่เคยมาบวชที่วัดนี้ เปนตน...” อโหสิกรรมกอนแลวคอยแผเมตตา “หายใจยาว ๆ ตัง้ กัลยาณจิตไวทลี่ นิ้ ป ไมใชพดู สงเดช จำนะ ทีล่ นิ้ ป เปนการแผเมตตาจะอุทศิ ก็ยกจากลิน้ ป สหู นาผาก เรียกวา อุณาโลมา ปจชายเต....” แผเมตตา (ลิน้ ป) อุทศิ สวนกุศล (อุณาโลม) จากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๖ เรือ่ ง การอุทศิ สวนกุศล โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule06p0101.html และหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๙ เรือ่ ง วิธแี ผเมตตาและอุทศิ สวนกุศล โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule09p0301.html ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




ลำดับการสวดมนต “พระพุทธคุณ อาตมาสังเกตมาวา บางคนเขาไปหาหมอดู เคราะหรายก็ตองสะเดาะเคราะห อาตมาก็มาดูเหตุการณโชคลาง ไมดกี เ็ ปนความจริงของหมอดู อาตมาก็ตงั้ ตำราขึน้ มาดวยสติ บอกวา โยมไปสวดพุทธคุณเทาอายุใหเกินกวา ๑ ใหได เพื่อใหสติดี แลวสวด “พาหุงมหากาฯ” หายเลย สติกด็ ขี นึ้ เทาทีใ่ ชไดผล สวด ตัง้ แต นะโม พุทธัง ธัมมัง สังฆัง พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ พาหุงมหากาฯ จบแลวยอนกลับมาขางตน เอาพุทธคุณหองเดียว (อิตปิ โ ส ภะคะวา จนถึง พุทโธ ภะคะวาติ) หองละ ๑ จบ ตอ ๑ อายุ อายุ ๔๐ สวด ๔๑ ก็ไดผล” z ตัง ้ นะโม ๓ จบ z สวดพุทธัง ธัมมัง สังฆัง z สวดพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ z สวดพุทธชัยมงคลคาถา (พาหุงฯ) z สวดมหาการุณโ ิก z สวดพุทธคุณ อยางเดียวเทากับอายุ บวก ๑ เชน อายุ ๒๘ ป ใหสวด ๒๙ จบ อายุ ๕๔ ป ใหสวด ๕๕ จบ เปนตน z แผเมตตา z อุทศ ิ สวนกุศล จากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๓ เรือ่ ง อานิสงสของการสวดพุทธคุณ โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule03r0801.html



ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


เหตุใดตองสวดพุทธคุณเทาอายุเกิน ๑ (อิตปิ โ สเทาอายุ+๑) “อาตมาเคยพบคนแกอายุ ๑๐๐ กวาป มีคนเอากับขาวมาให ก็สวด อิตปิ โ ส ภควา อรหัง สัมมาสัมพุทโธ ๑ จบ ใหตวั เองกอน สวนอีกจบหนึง่ ใหคนทีน่ ำมาให เสร็จแลวใหถว ยคืนไป อาตมาจับ เคล็ดลับได จะใหใครตองเอาทุนไวกอ น ถึงไดเรียกวา สวดพุทธคุณ เทาอายุเกินหนึง่ ไงเลา” จากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๙ เรือ่ ง ทำความดีนแี้ สนยาก โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule09p0401.html

ทีว่ า ใหวา สวดเทาอายุนี่ หมายความวาอายุเทาไหร ๒๐ ถาเรา สวดแค ๑๐ เดียว มันก็ไมเทาอายุสวดไปเนีย่ เทาอายุกอ นนะมันคุม ใหมีสติ แลวก็เกินหนึ่งเพราะอะไร ที่พูดเกินหนึ่งเนี่ยหมายความ คนมักงายมักได คือมันมีเวลานอย ถาสวดแคเกินหนึง่ ทำอะไรใหมนั เกินไว เหมือนคุณโยมเนี่ยไปคาขาย ยังไมไดขายไดสักกะตังคเลย จะเอาอะไรไปใหทาน ยังไมไดกำไรเลยตองใหตวั เองกอนนะ นีต่ อ ง คาขายตองลงทุนนี่ ตองลงทุนก็สวดไป แตสวดมากเทาไรยิง่ ดีมาก ไดมีสมาธิมาก แตอาตมาที่พูดไวคือคนมันไมมีเวลา ก็เอาเกินหนึ่ง ไดไหม เกินหนึง่ ไดกใ็ ชไดนะ แตถา เกินถึง ๑๐๘ ไดไหม ยิง่ ดีใหญ ทำใหเกิดสมาธิสงู ขึน้ จากบทสัมภาษณในรายการ “ชีวติ ไมสนิ้ หวัง” ทางชอง ๓ ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




การเปลีย่ นจาก “เต” เปน “เม” ในบทสวดมนต “เม” คือ ขา หมายถึง ผสู วดนัน่ แหละ สวน “เต” คือทาน พระเดชพระคุณหลวงพอ ไดเทศนตอบผใู หสมั ภาษณจากเทปธรรมบรรยาย “สวดมนตจนหายปวย” และ “มารไมมี บารมีไมเกิด” เราสามารถเลือกสวดไดทงั้ “เม” และ “เต” แตขอฝากย้ำคำสอน ของพระเดชพระคุณหลวงพอเรือ่ งการแผเมตตาและอุทศิ สวนกุศล มาให พิจารณาดังนี้ “ทานไปขุดน้ำกินเสียบานเดียว ทานจะไดอะไรหรือ ขุดบอน้ำ สาธารณะกินไดทุกบาน ใครมาก็กิน ใครมาก็ใช ทานไดบุญมาก มีถนนสวนบุคคล ทานเดินไดเฉพาะบานเดียว ไมสาธารณะแกคน ทั่วไป ทานจะไดบุญนอยมาก มีอานิสงสนอยมาก นี่เปรียบเทียบ ถวาย เรือ่ งจริงเปนอยางนัน้ ” จากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๙ เรือ่ ง วิธแี ผเมตตาและอุทศิ สวนกุศล โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule09p0301.html



ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


วิธกี ารแผเมตตาและอุทศิ สวนกุศล วันนี้จะขอฝากญาติโยมไว การอุทิศสวนกุศล และการแผ สวนกุศลไมเหมือนกัน การแผคอื การแพรขยาย เปนการเคลียรพนื้ ที่ แผสว นบุญออกไป เรียกวา สัพเพสัตตา สัตวทงั้ หลายทีเ่ ปนเพือ่ นทุกข เกิดแกเจ็บตายดวยกันทัง้ หมดทัง้ สิน้ เรียกวาการแผแพรขยาย แตการ อุทศิ ให เปนการใหโดยเจาะจง ถาเราจะใหตวั เองไมตอ งบอก ไมตอ ง บอกวาขอใหขาพเจารวย ขอใหขาพเจาดี ขอใหขาพเจาหมดหนี้ ทำบุญก็รวยเอง เราเปนคนทำ เราก็เปนคนได และการใหบดิ ามารดา นัน้ ก็ไมตอ งออกชือ่ แตประการใด ลูกทำดีมปี ญ  ญา ไดถงึ พอแม เพราะ ใกลตวั เรา พอแมอยใู นตัวเรา เราสรางความดีมากเทาไรจะถึงพอแม มากเทานัน้ เรามีลกู ลูกเราดี ลูกมีปญ  ญา พอแมกช็ นื่ ใจโดยอัตโนมัติ ไมตอ งไปบอก จากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๖ เรือ่ ง การอุทศิ สวนกุศล โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule06p0101.html

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




ผปู รารถนาจะปลูกเมตตาใหงอกงามอยใู นจิต พึงปลูกดวยการ คิดแผ ในเบือ้ งตนแผไปโดยเจาะจงกอน ในบุคคลทีช่ อบพอ มีมารดา บิดา ญาติมติ ร เปนตน โดยนัยวาผนู นั้ ๆ จงเปนผไู มมเี วร ไมมี ความเบียดเบียน ไมมที กุ ข มีสขุ สวัสดี รักษาตนเถิด เมือ่ จิตไดรบั การฝกหัดคุนเคยกับเมตตาเขาแลว ก็แผขยายใหกวางออกไปโดย ลำดับดังนี้ ในคนทีเ่ ฉย ๆ ไมชอบไมชงั ในคนไมชอบนอย ในคนที่ ไมชอบมาก ในมนุษยและดิรจั ฉานไมมปี ระมาณ เมตตาจิต เมือ่ คิด แผกวางออกไปเพียงใด มิตรและไมตรีกม็ คี วามกวางออกไปเพียงนัน้ เมตตา ไมตรีจติ มิใชอำนวยความสุขใหเฉพาะบุคคล ยอมใหความสุข แกชนสวนรวมตั้งแตสองคนขึ้นไป คือ หมูชนที่มีไมตรีจิตตอกัน ยอมหมดความระแวง ไมตองจายทรัพย จายสุข ในการระวังหรือ เตรียมรุกรับ มีโอกาสประกอบการงาน อันเปนประโยชนแกตนเอง และหมเู ต็มที่ มีความเจริญรงุ เรืองและความสงบสุขโดยสวนเดียว จากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๑๓ เรือ่ ง สุจริตธรรมเหตุแหงความสุขทีแ่ ทจริง โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule13p0303.html



ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


สวดมนตเปนนิจ อธิษฐานจิตเปนประจำ อโหสิกรรมเสียกอน และเราก็แผเมตตาใหสรรพสัตวทั้งหลาย ที่เราไปสรางกรรมมา ครัง้ อดีต รบู า ง ไมรบู า ง รเู ทาทันหรือไมเทาทันก็ตาม ถารเู ทาไมถงึ การณเชนนี้แลว ขอสรรพสัตวทั้งหลายจงอโหสิกรรมใหแกขาพเจา มันก็จะนอยลงไป จากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๓ เรือ่ ง กรรมฐานแกกรรมไดอยางไร โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule03p0201.html

“ตัง้ สติหายใจยาว ๆ ตอนทีก่ รวดน้ำเสร็จแลวอธิษฐานจิตไวกอ น อธิษฐานจิตหมายความวา ตั้งสติสัมปชัญญะไวที่ลิ้นป สำรวมกาย วาจา จิต ไดตงั้ มัน่ แลว จึงขอแผเมตตาไวในใจสักครหู นึง่ แลวก็ขอ อุทิศใหบิดามารดาของเราวา เราไดบำเพ็ญกุศล ทานจะไดบุญได ผลแน ๆ เดีย๋ วนีด้ ว ย...” “หายใจยาว ๆ ตัง้ สติกอ น หายใจลึก ๆ ยาว ๆ แลวก็แผเมตตา กอน มีเมตตาดีแลว ไดกศุ ลแลว เราก็อทุ ศิ เลย อโหสิกรรม ไมโกรธ ไมเกลียด ไมพยาบาทใครอีกตอไป และเราจะขออุทศิ ใหใคร ญาติ บุพเพสันนิวาสจะไดกอ น ญาติเมือ่ ชาติกอ นจะไดมารับ เราก็มทิ ราบ วาใครเปนพอแมในชาติอดีตใครเปนพีน่ อ งของเราเราก็ไมทราบ แต แลวเราจะไดทราบตอนอุทิศสวนกุศลนี้ไปให เหมือนโทรศัพทไป เขาจะไดรบั หรือไม เราจะรไู ดทนั ที” ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




“นีก่ เ็ ชนเดียวกัน เราจะปลืม้ ปตทิ นั ทีนะ เราจะตืน้ ตันขึน้ มาเลย ถาทานมีสมาธิ น้ำตาทานจะรวงนะ ขนพองสยองเกลาเปนปติ เบือ้ งตน ถาทานมาสวดมนตกนั สงเดช ไมเอาเหนือเอาใต ทานไมอทุ ศิ ทานจะไมรเู ลยนะ... ” “วันนี้ทานทำบุญอะไร สรางความดีอะไรบาง ดูหนังสือ ทองจำบทอะไรไดบา ง ก็อทุ ศิ ได เมืองฝรัง่ เขาไมมกี ารทำบุญ เราไป ทอดกฐิน ผาปา ถวายสังฆทาน เขาทำไมเปน แตทำไมเขาเปนเศรษฐี ทำไมเขามีความเจริญทางดานเทคโนโลยี ทำไมถึงเจริญดวยอารยธรรม ของเขา เพราะเขามีบญ ุ วาสนา เขาตัง้ ใจทำ มีกจิ กรรมในชีวติ ของเขา จะยกตัวอยาง วันนี้เขาคาขายไดเปนพันเปนหมื่นดวยสุจริตธรรม เขาก็เอาอันนัน้ แหละอุทศิ ไป วันนีเ้ ขาปลูกตนไมไดมากมาย เขาก็เอา สิ่งนี้อุทิศไป วาไดสรางความดีในวันนี้ ไมไดอยูวางแตประการใด เขาก็ไดบุญ ไมจำเปนตองเอาสตางคมาถวายพระเหมือนเมืองไทย ถวายสังฆทานกันไมพกั ถวายโนนถวายนีแ่ ตใจเปนบาป อุทศิ ไมออก บอกไมไดอยางนีเ้ ปนตน จะไมไดอะไรเลยนะ ... ” “...ทีผ่ มแผเมตตาและอุทศิ สวนกุศล ไปเขาบานลูกสาวญวนที่ กรุงปารีส ฝรัง่ เศส ทำอยางนีน้ ะ เวลาสวดมนต อิตปิ โ ส... ยาเทวตา... ตัง้ ใจสวดดวยภาษาบาลีเชนนี้ ทีห่ ยุดเงียบไปนะ ผมสำรวมจิตตัง้ สติ แผเมตตา จิตสงบดีแลวจึงอุทศิ ไป” “… ที่ทองจำโคลงใหไดนะเพื่อใหคลองปาก วาใหคลองปาก แลวก็จะคลองใจ คลองใจแลวถึงจะเปนสมาธิ เปนสมาธิแลวถึง จะอุทศิ ได ไมอยางนัน้ ไมไดนะ” 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


“เอาตำรามาดูกันก็ไมไดผล แตดูตำราเพื่อใหถูกวรรคตอน และใหคลองปาก แลวจะไดคลองใจ เปนสมาธิ ถึงจะมีกำลังสงอุทศิ ไมอยางนัน้ ไมมกี ำลังสงเลยนะ” “การอุทศิ สวนกุศล นีส่ ำคัญนะ แตตอ งแผเมตตากอน แผเมตตา ใหมสี ติกอ น แผเมตตาใหมคี วามรวู า เราบริสทุ ธิ์ ใจมีเมตตาไหม และ อุทศิ เลย มันคนละขัน้ ตอนกันนะ แผเมตตากับอุทิศมันตางกัน ทำใจใหเปนเมตตาบริสุทธิ์กอน ไมอจิ ฉา ไมรษิ ยา ไมผกู พยาบาทใครไวในใจ ทำใหแจมใส ทำใจ ใหสบาย คือเมตตา แลวเราจะอุทศิ ใหใครก็บอกกันไป มันจะมีพลัง สูง สามารถจะอุทศิ ใหคณ ุ พอคุณแมของเรากำลังปวยไข ใหหายจาก โรคภัยไขเจ็บได เชน วีโก บรูน ชาวนอรเวย ทีเ่ คยมาบวชทีว่ ดั นี้ เปนตน” “เรามาสวดมนตไหวพระกันวา โยโสภะคะวา.... ใจเปนบุญ ไหม สวากขาโต... สุปฏิปน โน... ใจเปนบุญไหม ทานจะฟงุ ซานไป ทางไหน สำรวมอินทรีย หนาทีค่ อยระวัง เอาของจริงไปใช อยาเอา ของปลอมมาใชเลย ... ทานทำประโยชนอะไรในวันนี้ เอามาตีความ สำรวมตัง้ สติไว กอน วาขาดทุนหรือไดกำไรชีวติ และจะไปเรียงสถิตใิ นจิตใจเรียกวา เมตตา แปลวาระลึกกอน เมตตาแปลวาปรารถนาดีกบั ตนเอง สงสาร ตัวเองทีไ่ ดสรางความดีหรือความชัว่ เชนนี”้ ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




“หายใจยาว ๆ ตัง้ กัลยาณจิตไวทลี่ นิ้ ป ไมใชพดู สงเดช จำนะ ทีล่ นิ้ ปเ ปนการแผเมตตา จะอุทศิ ก็ยกจากลิน้ ปส หู นาผาก เรียกวา อุณา โลมา ปจชายเต นะอยหู วั สามตัวอยาละ นะอยทู ไี่ หน ตามเอามา แลวก็อทุ ศิ ทันที จึงถึงตามทีป่ รารถนา ไมวา เปนโยมพอ โยมแม จะใหนอ งเรียน หนังสือ จะใหพเี่ รียนหนังสือ หรือจะใหบตุ รธิดาของตน จะไดผลขึน้ มาทันที” “ลู ก ว า นอนสอนยาก ลู ก ติ ด ยาเสพติ ด ถ า ทำถู ก วิ ธี แ ล ว มันจะหันเหเรมาทางดีได พอแมกนิ เหลาเมายา เลนการพนัน ลูกจะ ไปสอนพอแมไมได มีทางเดียวคือ เจริญพระกรรมฐาน สำรวมจิต แผเมตตา อุทศิ สวนกุศล นะอยหู วั สามตัวอยาละ นะอยทู ไี่ หนตามเอามาใหได หมาย ความวากระไร ถาทานทำกรรมฐาน ทานจะทายออก นะตัวนีส้ ำคัญ นะ มีทงั้ เมตตามหานิยม นะ แปลวา การกระทำอกุศลใหเปนกุศล นะ แปลวา ทำศัตรูใหเปนมิตร สรางชีวติ ในธรรม แลวก็อทุ ศิ สวน กุศลไป” “… อยาทำดวยอารมณ อยาทำดวยความผูกพยาบาท อาฆาตตอ กัน ละเวรละกรรมเสียบาง แลวจิตจะโปรงใส ใจก็จะสะอาด แลวก็อทุ ศิ ไป 

ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู


จิตมันไมติดไฟแดง จิตไมเลี้ยวซายเลี้ยวขวา จิตมันทะลุฝา ผนังได ทานเขาใจคำนี้หรือยัง จิตมันตรงที่หมาย จิตไมมีตัวตน จิตคิดอานอารมณ มีจิตโปรง ทานจะทำอะไรก็โลงใจ สบายอก สบายใจ นะอยหู วั สามตัวอยาละ เอานะไปอุทศิ ใหได ถาทานมี ครอบครัวแลวโปรดตัง้ ปฏิญาณในใจวา ใหบตุ รธิดาของเรารวยสวย เกง เรงเปนดอกเตอร อยางนีซ้ ถิ งึ จะถูกวิธขี องผม” “ทานไปขุดน้ำกินเสียบานเดียว ทานจะไดอะไรหรือ ขุดบอน้ำ สาธารณะกินไดทุกบาน ใครมาก็กิน ใครมาก็ใช ทานไดบุญมาก มีถนนสวนบุคคล ทานเดินไดเฉพาะบานเดียว ไมสาธารณะแกคน ทัว่ ไป ทานจะไดบญ ุ นอยมาก มีอานิสงสนอ ยมาก นีเ่ ปรียบเทียบถวาย เรือ่ งจริงเปนอยางนัน้ ” “…อยาลืมนะ ทีล่ นิ้ ป หายใจยาว ๆ สำรวมเวลาสวดมนตนนั้ นะ ไดบญ ุ แลว … แลวสำรวมจิตสงกระแสจิตทีห่ นาผาก อุทศิ สวนกุศล เวลาแผเมตตาเอาไวที่ลิ้นป สำรวมอินทรีย หนาที่คอยระวัง นะ อุ อุอะมะ อุอะมะ อะอะอุ นะอยตู รงไหน เอามาไวตรงไหน จับให ไดแลวอุทศิ ไป” “ผมทำมา ๔๐ กวาปแลว ทำไดผล ขอถวายความรเู ปนบุญ เปนกุศล ใหทานไดบุญอยางประเสริฐไป จะไดอุทิศใหโยมเขา เขาเปนโรคภัยไขเจ็บ ถาไมเหลือวิสยั มันก็หายได” คัดยอความจากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๙ เรือ่ ง วิธแี ผเมตตาและอุทศิ สวนกุศล โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule09p0301.html ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู




“ยิ่ ง ให ยิ่ ง ได ยิ่ ง หวงยิ่ ง อด

หมดก็ ไ ม ม า

เราไม ห วงกั น เราก็ ไ ม อ ด

หมดก็ ม าเรื่ อ ย ๆ”

จากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๖ เรือ่ ง เมือ่ อาตมาไปอยกู บั หลวงปสู ด วัดปากน้ำ โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule06h0501.html

หากทานตองการพิมพหนังสือเลมนี้เพื่อเผยแผเปนธรรมทาน หรือใชใน งานบุญ งานพิธีตาง ๆ ทานสามารถสั่งพิมพไดที่ บริษัท รุงเรืองวิริยะพัฒนา โรงพิมพ จำกัด โดยรายไดสวนหนึ่งจากการพิมพหนังสือเลมนี้จะนำไปสมทบ จัดสรางการตนู ธรรมะชุด “หลวงปจู รัญกับเณรนอยชางคิด” เพือ่ เผยแผชวี ประวัติ และคำสอนของพระเดชพระคุณหลวงพอจรัญตอไป ทางคณะทำงานผเู รียบเรียงหนังสือ “ลูกไมดแี กทพี่ อ แม พอแมไมดแี กทลี่ กู ” ขออนุโมทนาและขอขอบคุณทุก ๆ ทาน ที่มีสวนรวมในการจัดทำและจัดพิมพ หนังสือเลมนี้ ทานสามารถดูรายชือ่ ผรู ว มจัดพิมพหนังสือเลมนีไ้ ดจาก http://www.dhammasatta.com และสัง่ พิมพหนังสือไดที่ บริษทั รงุ เรืองวิรยิ ะพัฒนาโรงพิมพ จำกัด รหัสการสัง่ พิมพ “วิรยิ ะ ๖๒๖” ๕๘/๑๘๘ ซ.รามอินทรา ๖๘ ถ.รามอินทรา แขวง/เขต คันนายาว กทม. ๑๐๒๓๐ โทรศัพท ๐-๒๙๑๘-๐๑๙๒ แฟกซ ๐-๒๙๑๗-๙๐๗๒ อีเมลล viriya_999@yahoo.com


Profile for bon kalasin

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่ พ่อแม่ไม่ดี แก้ที่ลูก  

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่ พ่อแม่ไม่ดี แก้ที่ลูก โดย หลวงพ่อจรัญ ธิตธััมโม

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่ พ่อแม่ไม่ดี แก้ที่ลูก  

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่ พ่อแม่ไม่ดี แก้ที่ลูก โดย หลวงพ่อจรัญ ธิตธััมโม

Profile for padthai
Advertisement