Issuu on Google+

1


ส�ำนักงานอุทยานการเรี ยนรู้ สังกัดส�ำนักงานบริ หารและพัฒนา องค์ความรู้ (องค์การมหาชน) เลขที่ 999/9 อาคารส�ำนักงาน เซ็นทรัลเวิลด์ ชัน้ 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทรศัพท์ 02 264 5963-5 โทรสาร 02 264 5966 ที่ปรึกษา ดร.ทัศนัย วงศ์พิเศษกุล รองผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานบริ หารและพัฒนาองค์ความรู้ และผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานอุทยานการเรี ยนรู้ หัวหน้าฝ่ายกิจกรรม อัศริ นทร์ นนทิหทัย บรรณาธิการบริหาร ณัฐจรัส เองมหัสสกุล กองบรรณาธิการ ลฎาภา อินทรมหา, กานต์ชนก จุลกิจวัฒน์, วัชราพร ผลดี, ณัฐชยา เอกพิมพ์, จารุวรรณ เเซ่ลี, อภิสรา นันทชัย, สรัญรส ทรัพย์ชนะสิทธิ์, ยุพาฝั น ประชุมทอง, สุพิเศษ ศศิวิมล, สุพิชชา จินดา, ทินกร บุญแจด กราฟิกดีไซน์เนอร์ น� ้ำใส ศุภวงศ์ พิสูจน์อักษร ประสานงาน วิชญ์พล พลพิทกั ษ์ ชยั ผลิตโดย

www.tkpark.or.th www.facebook.com/tkparkclub www.facebook.com/readmeegazine www.twitter.com/tkpark_TH


ก.ไก่ กระบองเพชร ความทรงจ�ำ ตุ๊กตา บ้านฟาง หมาและแมว ผ้าห่ม ฝน พจนานุกรม เพื่อนเก่า เมฆ

10 18 27 38 46 54 62 70 84 92 98


คำ�นำ� ชาวสวนไม่สามารถเร่งให้ผลผลิตสุกงอมตามใจชอบได้ สิง่ ที่พวกเขาพอจะท�ำได้ ระหว่างรอการเจริ ญเติบโตของพวกมันก็อย่างเช่น ลาก เก้ าอี ้มานัง่ เฝ้าดูผลผลิตอย่างใกล้ ชิด เดินส�ำรวจใบอย่างละเอียดว่ามีแมลงอะไรก�ำลังกัด กินใบแล้ วหาทางก�ำจัดก่อนจะลุกลามไปทัว่ ทังแปลง ้ ทดลองท�ำปุ๋ยชนิดใหม่ที่วา่ กันว่าจะ ท�ำให้ ลกู ดก ซื ้อยาฆ่าแมลงที่ออกฤทธิ์ทนั ที ศึกษาวิธีดแู ลผ่านการอ่านหนังสืออย่าง ละเอียด ฟั งผู้ใหญ่บ้านบอกเล่าประสบการณ์แบบที่อาบน� ้ำร้ อนมาก่อน พูดคุยแลกเปลี่ยน กับชาวสวนแปลงถัดไปถึงเทคนิคหรื อปั ญหาที่เขาพบเจอ หรื อแม้ กระทัง่ วางแผนติดต่อร้ าน ขายผักสดในตลาดไว้ ตงแต่ ั ้ เนิ่นๆ นี่คือความน่าจะเป็ นเพียงไม่กี่ตวั อย่างที่จะเกิดขึ ้นกับชาวสวนที่ไม่งอมืองอเท้ า ถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ ้นกับผลผลิตของเขาจะมีความแตกต่างกันออกไปตามแต่วิธีที่แต่ละคน เลือกใช้ แต่รับรองได้ วา่ ผลผลิตจากสวนเหล่านี ้จะเป็ นผลผลิตที่ถกู รับรองด้ วยเครื่ องหมาย การันตีถงึ ‘ความซื่อสัตย์’ ทุกราย ความตังใจที ้ ่ไม่คดงอนันจะแสดงออกผ่ ้ านทางการทุม่ เท และการลงทุนลงแรงที่บอกให้ เห็นอย่างเป็ นรูปธรรมว่าพวกเขาไม่ได้ มวั แต่นงั่ รอให้ ฟ้าฝน เป็ นใจหรื อบนบานศาลกล่าวให้ ดอกผลเบ่งบานชัว่ ข้ ามคืน และผลักภาระไปให้ ธรรมชาติ หรื อลิขิตสวรรค์ทงหมด ั้ ปลาทอง กระบองเพชร และพจนานุกรม บันทึกหลากหลายรูปแบบของเหล่าวัย เยาว์ในโครงการ TK young writer 2012 ทัง้ 11 คนนี ้เป็ นชาวสวนประเภทนัน้ พวกเขากล้ า หาญ เด็ดเดี่ยว และมีเครื่ องหมายการันตีแห่งความซื่อสัตย์นนประทั ั้ บอยูบ่ นบ่า เขาไม่ ปล่อยให้ ผลผลิตต้ องเติบโตอย่างโดดเดี่ยว แต่ประคับประคอบ ประคบประหงม และเฝ้ารอ วันที่พวกมันจะสุกงอมอย่างใจจดใจจ่อ ณัฐจรัส เองมหัสสกุล บรรณาธิการบริ หาร


ก.ไก่ สุพิชชา จินดา

10


กาลครัง้ หนึง่ นานมาแล้ ว ในหมูบ่ ้ านเล็กๆ ที่มีชื่อว่าหมูบ่ ้ านภาษาสยาม เหล่าพยัญชนะไทยต่างอาศัยอยูด่ ้ วยกันอย่างมีความสุขเรื่ อยมา จนกระทัง่ วัน หนึง่ ฮ.นกฮูก เกิดอาการน้ อยเนื ้อต�่ำใจที่ตนเองต้ องเป็ นที่โหล่ เขาตังค� ้ ำถามขึ ้น ในใจว่าท�ำไมเด็กๆ ถึงเอ่ยชื่อของเขาเป็ นล�ำดับสุดท้ าย และเอ่ยชื่อ ก.ไก่ เป็ น ล�ำดับแรกทุกครัง้ ไป ฮ.นกฮูกชอบเสียงเด็กๆ ท่องอาขยานเหมือนที่พยัญชนะ ไทยตัวอื่นๆ ชอบโดยเฉพาะเวลาที่เด็กๆ เอ่ยชื่อตนเอง แต่ส�ำหรับฮ.นกฮูกแล้ ว เขาต้ องอดใจรอเกือบนาทีกว่าจะได้ ยินชื่อตัวเองจากปากเล็กๆ ของเหล่าเด็ก น้ อยที่นา่ รัก เท่านันยั ้ งไม่พอ เด็กๆ ยังเติมค�ำอธิบายรูปลักษณ์ผิดๆ ให้ กบั ฮ.นก ฮูกด้ วย เขาจึงรู้สกึ ไม่พอใจสักเท่าไหร่ “ฉันไม่ได้ ตาโตสักหน่อย นัน่ มันแว่นของ ฉันต่างหาก” ฮ.นกฮูกพยายามบอกหลายต่อหลายครัง้ แต่ก็ไม่มีใครสนใจฟั ง ก.ไก่ ผู้มีความมัน่ ใจในตัวเอง เธอมักจะภูมิใจทุกครัง้ ที่ได้ ยินเด็กน้ อย ทังหลายเรี ้ ยกชื่อเธอเป็ นล�ำดับแรก เธอเชื่อว่าตัวเองส�ำคัญกว่าใครๆ เพราะ ฉะนันเธอจึ ้ งไม่เห็นหัวใคร แม้ แต่ ฒ.ผู้เฒ่า เธอก็ไม่เคยยกมือไหว้ เลยสักครัง้ 11


“เพราะฉันส�ำคัญกว่าทุกคน ทุกคนต้ องมาเอาใจฉัน” ก.ไก่ใช้ อ�ำนาจ ของตนข่มขูค่ นอื่นเพื่อให้ ได้ มาซึง่ สิง่ ที่ตนเองต้ องการโดยไม่สนใจความเดือด ร้ อนของใครทังสิ ้ ้น ไม่วา่ จะใช้ ให้ ถ.ถุง ท�ำงานบ้ านให้ ใช้ บริ การเรื อโดยสารของ ร.เรื อ แล้ วไม่ยอมจ่ายค่าโดยสาร เข้ าร้ านเสริ มสวย ฎ.ชฎาบาร์ เบอร์ โดยไม่จา่ ย เงินค่าใช้ บริ การ ก.ไก่สร้ างความเดือดร้ อนทังเรื ้ ่ องเล็กๆ ไปจนกระทัง่ ลุกลามไป ถึงขันไม่ ้ จา่ ยภาษี หมูบ่ ้ าน ยึดที่ท�ำกินของ ฌ.เฌอ มาเป็ นที่ของตัวเองและอื่นๆ อีกมากมายเท่าที่ก.ไก่จะใช้ อ�ำนาจของตนได้ “ถ้ าไม่ยอมล่ะก็ ฉันจะไปจากที่นี่ แล้ วเด็กๆ จะไม่มีวนั ได้ เรี ยกชื่อพวกแกอีก เมื่อไม่มี ก.เอ๋ย ก.ไก่ ก็ไม่มีตวั อื่นๆ ตามมาหรอก อีกอย่างนะ ถ้ าไม่มีตวั ฉันแม้ แต่ ย.ยักษ์ w ที่วา่ แข็งแกร่งก็ไม่มี ทางเป็ นย.ยักษ์ ไปได้ ฮ่าๆ” ฮ.นกฮูกทนการใช้ อ�ำนาจแบบเผด็จการของก.ไก่ไม่ไหว เขาน�ำเรื่ องที่ เกิดขึ ้นเข้ าไปคุยในสภาภาษาสยาม “แบบนี ้ต้ องท�ำให้ มนั รู้ส�ำนึก” ฅ.ฅน พูด ด้ วยความคับแค้ นใจ “แล้ วเราจะท�ำยังไงล่ะ” ญ.หญิงถามเสียงเบา “ต้ องไล่มนั ออกจากหมูบ่ ้ านของเรา” ย.ยักษ์ เสนอความคิดเห็นด้ วย เสียงแข็งกร้ าว “แต่ถ้าไม่มี ก.ไก่ พวกเราก็แย่ส”ิ ค.ควาย พูดบ้ าง “เงียบไปเลยไอ้ ค.ควาย แกนี่มนั โง่จริ งๆ โดนก.ไก่ขกู่ ็เชื่อ ถ้ ามันคิดว่า มันส�ำคัญมากเราก็ต้องท�ำให้ มนั เห็นว่ามันไม่ได้ ส�ำคัญอย่างที่เราคิด” ท.ทหาร พูดเสียงห้ าว ทุกคนต่างพากันเห็นด้ วยกับไอเดียของ ย.ยักษ์ และไล่ ก.ไก่ออก จากหมูบ่ ้ าน แต่เธอไม่ได้ สนใจหรื อส�ำนึกต่อความผิดใดๆ สักนิด “ไอ้ พวก หางแถว ขาดฉันแล้ วจะรู้สกึ ” ก.ไก่เชิดหน้ าพูดแล้ วเดินจากไป หมูบ่ ้ านภาษาสยามไม่มี _.ไ_่อี _ต่อไปแล้ ว ทุ_คนต่างดีใจ ถึงแม้ วา่ เสียงอาขยานของเด็_ๆ จะหายไปด้ วย_็ตาม เหมือนว่าเหตุ_ารณ์ทงหมดจะสงบ ั้ ลง แต่_ลับไม่เป็ นเช่นนัน้ แม้ จะไม่มี_.ไ_่ แต่ตวั อื่นๆ _็ยงั คงแย่ง_ันเป็ นที่หนึง่ 12


ไม่มีใครยอมใคร ทุ_คนอยา_เป็ นคนส�ำคัญ จนลืมสังเ_ตุเห็นถึงความผิดป_ติ บางอย่าง “ทุ_คน รู้ส_ึ แปล_ๆ _ันบ้ างไหม” พ.พานร้ องถามขึ ้น “อืม...จะพูดยังไงดีละ่ ฉันว่ามัน_็แปล_ๆ อยูเ่ หมือน_ันนะ” “นัน่ สิ เพราะอะไร_ัน อย่าบอ_นะว่าเพราะ _.ไ_่ หายไป ไม่มีทาง มันไม่ ได้ ส�ำคัญขนาดนัน” ้ “ใช่ๆ ฉันล่ะเ_ลียดมันจริ งๆ” “ว่าแต่... ตอนนี ้ไม่มี_.ไ_่แล้ ว งันฉั ้ น_ต้ องเป็ นผู้น�ำน่ะสิ” ข.ไข่ พูดด้ วย ความตื่นเต้ น “แ_เนี่ยนะ ปา_ยังไม่สิ ้น_ลิน่ น� ้ำนมเลย จะมาน�ำพว_เรา เฮอะ! ต้ อง เป็ นฉันถึงจะถู_” ง.งู ขูฟ่ ่ อ “แ_มันดีแต่ใช้ _ำ�ลัง ผู้น�ำเขาต้ องเลือ_ที่มีสมองที่ชาญฉลาดอย่างฉันนี่” ฅ.ฅน ลุ_ขึ ้นเถียงเสียงดัง “ฉลาดแต่โลภ สนใจแต่ผลประโยชน์ของตัวเองอย่างแ_ สู้ย_อ�ำนาจให้ ค.ควายยังดีซะ_ว่า” “เอ๊ ะ! ไอ้ ฉ.ฉิ่งนี่ ท�ำไมมา_ล่าวหาคนอื่นแบบนี ้ล่ะ เออๆ ถ้ าพวก แ_อยา_ให้ คนโง่ๆ เป็ นผู้น�ำก็ตามใจ ไม่อยูแ่ ล้ วโว้ ยหมูบ่ ้ านด้ อยพัฒนาแบบนี ้” ฅ.ฅนพูด_่อนจะเดินฉับๆ ออ_ไปจา_หมูบ่ ้ าน “ไปพู���แบบนัน้ _._น มันโ_รธใหญ่แล้ วเห็นไหม จริ งๆ แ_อยา_เป็ นผู้น�ำ เองล่ะสิ” ง.งูหนั ไปพูดใส่ ฉ.ฉิ่ง “แล้ วแ_ไม่อยา_เลยรึไง ง.งู” น.หนูพดู ขึ ้นบ้ าง หลังจา_ที่เงียบมานาน “_ฉันเหมาะสมที่สดุ แล้ วนี่” ง.งูชคู อแผ่แม่เบี ้ย “จะเป็ นผู้น�ำมันต้ องมีสมอง ไม่ใช่เอาแต่ขคู่ นอื่น” “อ้ าวลุง ฒ.ผู้เฒ่า ลุงหาว่าฉันโง่หรอ ถ้ าอย่างนันฉั ้ นไม่ยงุ่ ด้ วยแล้ ว” ง.งู โมโหจัดเดินออกจากหมูบ่ ้ านไปอีกคน 13


“ฉันเหมาะสมที่สดุ เพราะฉันสามารถป่ าวประ_าศสิง่ ต่า_ๆ ให้ ท_ุ คนรับ รู้ได้ ” ฉ.ฉิ่_เสนอตัวเอ_ “ดีแต่พดู ล่ะสิ” ฟ.ฟั น กระแท_เสียงใส่ “หนอย! แล้ วอย่า_แ_ไม่ดีแต่พดู เลยสินะ ฉันเชื่อว่าเด็_ๆ อยา_เอ่ยชื่อ ฉันเป็ นล�ำดับแร_” “ฉันต่า_หา_ที่เด็_ๆ ชอบ เพราะเวลาเด็_ๆ พูดแทนตัวเอ_ยั_ใช้ ฉนั เป็ น ตัวแร_เลย” ห.หีบ พูด “แต่เด็_ๆ เขาอยา_ออ_เสีย_ฉันต่า_หา_ พี่นนั่ แหละเสนอหน้ ามาเอ_” น.หนู เถีย_ “อ้ าว! ไอ้ นี่ไม่ร้ ูเสียแล้ วว่าใครเป็ นใคร มาหาว่าข้ าเสนอหน้ า ที่เอ็_อยูด่ ี มีสขุ มาจนถึ_ทุ_วันนี ้ไม่ใช่เพราะข้ าหรอ_รึ” ห.หีบ ชี ้หน้ าตะคอ_ใส่ น.หนู “พี่อย่ามาทว_บุญคุณ_บฉันนะ ฉันไม่เคยขอร้ อ_ให้ พี่เสนอหน้ า มาสั_หน่อย พี่มาเอ_ช่วยไม่ได้ ” “เอาสิวะ ให้ มนั รู้วา่ ถ้ าไม่มีข้าเอ็_จะท�ำยังไ_” ห.หีบโ_ รธเป็ นฟื นเป็ นไฟก่อน จากไป “เพราะแ_เลย น._นู ท�ำใ_ _._บโมโ_ แ_นี่มนั สร้ า_แต่เรื่ อ_” ฉ.ฉิ่_ต�ำ_นิ “อ้ าวๆ แล้ วตัวแ_ดีน_ั นี่ คิดแต่จะเป็ นใ_ญ่” “อย่ามาปา_ _มานะ ไอ้ น._นู ไอ้ คนไม่มี_วนอนปลายเท้ า ออ_ไปเลยไป _มูบ่ ้ าน นี ้ไม่ต้อนรับแ_” “เออ ฉันไม่อยู_่ ได้ ” น._นท�ำท่าจะวิ่_ออ_ไป ล.ลิ_ คว้ าตัวไว้ ทนั เขาไม่อยา_ให้ เรื่ อ_ยุ_่ ยา_ไป_ว่านี ้ แต่ น._นูก็น_ั่ นิ่_ไม่ยอมท�ำอะไรทั_สิ ้ ้_ “ฉ.ฉิ่_ เอ็_จะไปว่ามันแร_ๆท�ำไม มั_ไม่ใช่ประเด็_แล้ ว_ะ” “ลุ_ ฒ.เฒ่า อย่าพูดมา_ดี_ว่า แ_่ _อยูส่ ว่ _แ_่เถอะ” “ฉ.ฉิ่_แ_ไปว่าลุ_ท�ำไม เรื่ อ_ใครจะเป็ _ค_แร_ไม่ต้อ_เถีย_ __ ฉั_เ_มาะสมที่สดุ ” 14


ท.ท_ารพูด “อย่ามาใช้ อ�ำ_าจ_ารท_าร ใช้ _ำ�ลั_เปลี่ย_แปล_ผู้_ำ�_ะ” ธ.ธง พูด “ใช่ๆ” เสีย_ทุ_ค_ตะโ__เ__ด้ วย “น้ าๆ ทะเลาะ_ นท�ำไม ฟั งไม่ร้ ูเรื่ องแล้ ว ถ้ าพวกน้ าๆ ไม่เลิ_ ทะเลาะ_ น แล้ วหนู จะเรี ยนอะไร!” ด.เด็_ รวบรวมความ_ ล้ าทังหมด_ ้ ่อนจะพูดขึ ้นมา หลังจา_ ที่นงั่ ฟั งอยูน่ าน ทุ_ คนเริ่ มมองหน้ า_ น และเห็นด้ วย_บ ด.เด็_ เสียง_ารทะเลาะสิ ้นสุดลง คนที่ยงั ถือทิฐิแต่หลายคน_ ยอม_ ลับมาท�ำหน้ าที่ของตัวเองอี_ ครัง้ แม้ จะเป็ นการท�ำ ไปเพื่อตัวเอ_ไม่ใช่เพื่อส่วนรวมก็ตาม พายุแห่ง_ารช่วงชิงอ�ำนาจคล้ ายจะสงบ ลง ทุกคนต่างแย_ย้ าย_ลับบ้ าน ด้ วยความรู้ส_ึ อยากเป็ นคนส�ำคัญอันดับหนึง่ ที่ ยังฝั งอยูล่ _ึ ๆ ในใจ ด.เด็_ยังคงวิ่งเล่นอยูแ่ ถวนัน้ ท�ำให้ เขาพบ_ับใครบางคนเข้ าโดยบังเอิญ “น้ าๆ นัน่ น้ า_.ไ_ใช่ไหมฮะ น้ าหายไปไหนมาฮะ” ด.เด็_ตะโ_นถาม _.ไ_ได้ แต่ นิ่งเงียบ ช่วงเวลาที่เธอจา_ไป ท�ำให้ เธอคิดได้ วา่ เมื่อเธอต้ องอยูโ่ ดดเดี่ยวเพียง ตัวคนเดียว เธอกลับไม่มีความหมายอะไรเลย ไม่ใช่เธอเท่านันที ้ ่ส�ำคัญ แต่ ทุ_คนเป็ นคนส�ำคัญเท่าเทียม_นหมด หน้ าที่ของทุ_คนคือ_ารร่วมมือ_ันเพื่อ สร้ างสรรค์สงั คมที่นา่ อยูร่ ่วมกัน “น้ า_.ไ_่ฮะ งันผมไปเล่ ้ นทางโน้ น_่อนนะฮะ” ด.เด็_วิ่งหายไปไ_ล _.ไ_่หวังแต่ เพียงว่าเมื่อเขาจะเติบโตขึ ้นมาเป็ นคนไม่หล_มัวเมาในอ�ำ_าจของตัวเองเหมือน

15


17


กระบองเพชร อภิสรา นันทชัย

18


เมื่อเด็กหญิงอยากเคลื่อนที่ เคลื่อนที่โดยปราศจากการย่างก้ าว เธอเฝ้ามองดูการเคลื่อนที่ของบางสิง่ ... บางสิง่ ที่หมุนกลิ ้งตามกันไป บ้ างก็หมุนอย่างเชื่องช้ า บ้ างก็หมุนอย่างรวดเร็ ว เด็กหญิงอยากลองเคลื่อนที่เช่นนันดู ้ บ้าง เธอจึงเริ่ มฝึ กควบคุมการเคลื่อนที่ของพวกมัน หลายสิง่ หลายอย่างอาจจะไม่ใช่เรื่ องง่ายส�ำหรับมือใหม่ เริ่ มต้ นด้ วยการออกตัวไปอย่างช้ าๆ เมื่อทุกอย่างเข้ าที่ เธอจึงเร่งความเร็วเพิ่มมากขึ ้น มากขึ ้น และมากขึ ้น ไม่นาน สรรพสิง่ ข้ างกายเธอล้ วนกลายเป็ นภาพตราตรึงเพียงชัว่ วินาที ผ่านไปและผ่านไปและผ่านไปและผ่านไป... เด็กหญิงเคลื่อนที่โดยปราศจากการย่างก้ าวอย่างคล่องแคล่ว ตลอดระยะทาง ไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ เกิดขึ ้นกับเธอเลย เมื่อเด็กหญิงอยากเคลื่อนที่ในวิถีที่เปลี่ยนไป เธอจึงต้ องทิ ้งบางสิง่ ไว้ ให้ หยุดนิ่ง การควบคุมองค์ประกอบที่น้อยลง กลับกลายเป็ นเรื่ องที่ยากมากยิ่งขึ ้นส�ำหรับเธอ เด็กหญิงไม่เข้ าใจในสิง่ ที่เกิดขึ ้นเลย แต่ในทุกครัง้ ที่เธอเคลื่อนที่ เคลื่อนที่ไปกับสิง่ ที่เหลืออยู่ 19


เธอสามารถรับรู้ได้ ถงึ การสัมผัส สัมผัสด้ วยสองมือที่สร้ างความมัน่ ใจให้ กบั เธออย่างแปลกประหลาด เธอไม่เคยรู้สกึ กลัว เมื่อมีสมั ผัสนี ้อยูเ่ คียงข้ าง การเคลื่อนที่โดยปราศจากการย่างก้ าว ยังคงด�ำเนินต่อไป ความเชื่อมัน่ น�ำภาพที่สวยงามเข้ ามาปรากฏในห้ วงของความคิด แม้ วา่ เธอจะเริ่ มรู้สกึ ถึงแรงสัน่ ไหวเบาๆ เธอก็เชื่อเสมอว่า สัมผัสประหลาดที่วา่ นันจะคอยโอบอุ ้ ้ มดูแลเธอ เอียงไปบ้ าง พลาดไปบ้ าง ก็ไม่เป็ นไร หากเธอตังใจมากขึ ้ ้น พยายามมากขึ ้น อย่างไรเสียเธอก็จะควบคุมมันให้ ได้ แต่แม้ วา่ เธอจะพยามยามมากขึ ้นสักเพียงใด ความโน้ มเอียงสัน่ ไหวก็ยงั คงอยู่ แรงสัน่ ไหวรุนแรงมากขึ ้น มากขึ ้น! เด็กหญิงพยายามต้ านทานสุดก�ำลัง แต่ทกุ อย่างกลับยิ่งดูเลวร้ ายลง เลวร้ ายลง ความมัน่ ใจเลือนหายไปพร้ อมกับสองมือที่สร้ างมันมา ทุกอย่างหายไปโดยที่เธอไม่ร้ ูตวั สุดท้ าย เด็กหญิงก็ล้มลง... มันเป็ นช่วงเวลาที่รวดเร็ วมาก เร็ วพอๆ กับภาพตราตรึงเพียงไม่กี่ชวั่ วินาทีที่ผา่ นมา เสี ้ยววินาที ก่อนที่ทกุ สิง่ จะเอนกายลงนอน เด็กหญิงควานหาที่ยดึ เหนี่ยวตัวเธอไว้ โดยพลัน สิง่ ที่เคลื่อนไหวต่างหยุดนิ่ง 20


ไม่มีการควบคุมใดๆ หลงเหลือให้ เห็นอีก จักรยานสองล้ อล้ มคว�่ำ! สองแขนของเด็กหญิง โอบรอบต้ นกระบองเพชรเอาไว้ ... หนามของมันกลายเป็ นอุปสรรคจ�ำนวนมหาศาลต่อการหัดขี่จกั รยานของเธอ ความเจ็บปวดแทรกซึมไปทัว่ ทังสองแขน ้ เด็กหญิงไม่คาดคิดเลยว่า อ้ อมกอดนี ้จะท�ำร้ ายเธอได้ อย่างเลือดเย็น วันเวลาออกเดินทางต่อไปตามปกติ เด็กหญิงคนเดิมนัง่ เล่นอยูใ่ นสวนสาธารณะ เธอสังเกตดูสงิ่ ต่างๆ รอบตัว จนเหลือบไปเห็นเพื่อนเก่าของเธอคนหนึง่ เด็กหญิงส่งยิ ้มให้ เขา ไม่มีสงิ่ ใดๆ ตอบสนองกลับมา แต่เธอก็ยงั มัน่ ใจว่าต้ องเป็ นเขาคนนันแน่ ้ ๆ เธอจึงลองชักชวนเขาออกไปเดินเล่น เราทังสองคนออกเดิ ้ นไปด้ วยกันตามทางอย่างรวดเร็ ว เด็กหญิงเคลื่อนที่โดยปราศจากการย่างก้ าวไปพร้ อมกับเขา ยิ่งเธอปั่ นเร็ วขึ ้นมากเท่าใด วงล้ อทังสองของเพื ้ ่อนเก่า ก็ยิ่งหมุนเร็ วขึ ้นตามไปด้ วยเท่านัน้ ถ้ าในตอนนัน้ เด็กหญิงหมดความพยายาม ณ ตอนนี ้ เธอคงไม่สามารถขี่จกั รยานสองล้ อได้ ถ้ าในตอนนันเด็ ้ กหญิงหมดความอดทน หนามที่ทิ่มแทงแขนของเธอทังสองข้ ้ าง ก็จะไม่สามารถถูกก�ำจัดออกให้ หมดไป แม้ วา่ ความเจ็บปวดที่เคยเกิดขึ ้น ส่วนใหญ่จะถูกเปลี่ยนจากใบให้ กลายเป็ นหนามไปแล้ ว 21


เด็กหญิงก็ไม่สามารถลดการคายน� ้ำ (ตา) ของเธอลงได้ เลย อาจเป็ นเพราะว่า เธอ ไม่ใช่ กระบองเพชร ที่สามารถใช้ วิธีนี ้ปรับตัวเพื่อความอยูร่ อดในทะเลทราย แม้ เด็กหญิงจะคายน� ้���ตาออกมามากสักเพียงใด แต่เมื่อเธอหยุดร้ องไห้ เธอก็พร้ อมที่จะลุกขึ ้นเพื่อเคลื่อนที่ตอ่ ไป... อีกครัง้

22


23


24


ความทรงจำ� ทินกร บุญแจด

26


“ตะวัน เธอเป็ นโรคโหยหาอดีตแน่ๆ ไปพบหมอเถอะ” หลายปี มานี ้มีแต่ คนทักและมักให้ ค�ำวินิจฉัยอาการของผมอยูเ่ สมอ ทังเพื ้ ่อนที่ท�ำงาน พี่ๆ ที่ผม สนิทสนมด้ วยหรื อแม้ กระทัง่ เพื่อนสนิทของผมเองก็ยงั พูดเป็ นเสียงเดียวกันว่า ไอ้ อาการ ‘เห็นสายฝนพร� ำตอนหัวค�่ำทีไรก็จะมีน� ้ำใสๆ ไหลอาบแก้ มทุกครัง้ โดย หาเหตุผลไม่ได้ เสมอนัน’้ มักจะเกิดขึ ้นเมื่อเห็นภาพเหตุการณ์เก่าๆ มื่อเกิดอาการเหล่านี ้นานวันเข้ าทังเพื ้ ่อนๆ พี่ๆ ก็เห็นพ้ องต้ องกันว่าผม เป็ นโรคโหยหาอดีต จนผมเริ่ มเชื่อสนิทใจว่าผมคงจะเป็ นโรคนันจริ ้ งๆ “อาการ คือมักเห็นภาพเก่าๆ ที่ตนเองจ�ำฝั งใจผ่านภาพเหตุการณ์เดิมๆ สภาพแวดล้ อม เดิมๆ แต่คนที่อยูใ่ นภาพเหตุการณ์นนกลั ั ้ บไม่ใช่คนที่เราคิดถึงหรื อคนที่อยูใ่ น ความทรงจ�ำ ก็เลยท�ำให้ นกึ ย้ อนไปถึงเหตุการณ์ของตนเองในวันนัน้ วันที่เรามี ความสุขที่สดุ และเศร้ ามากที่สดุ พอเธอเห็นภาพเก่าๆ พวกนี ้เธอถึงได้ ร้องไห้ เพราะความคิดถึงคนที่อยูใ่ นภาพความทรงจ�ำไงละตะวัน” นี่คือค�ำอธิบายของ เพื่อนๆ ที่มกั พูดกรอกหูผมอยูท่ กุ วี่วนั จนรู้สกึ คุ้นชิน 27


จะว่าไปมันก็จริ งอย่างที่เพื่อนว่า เพราะผมชอบท�ำอะไรที่ดยู ้ อนยุคขัด แย้ งกับเพื่อนอยูห่ ลายอย่าง ทังชอบฟั ้ งเพลงเก่าๆ แนวเพลงหวานกลางกรุง ชอบดูหนังเก่าๆ แนวย้ อนยุคอย่าง ข้ างหลังภาพ หรื อชอบอ่านนวนิยาย สี่ แผ่นดิน ซึง่ ขัดแย้ งกับรสนิยมของกลุม่ เพื่อนๆ ที่ชอบฟั งเพลงสตริ ง ชอบดูหนัง แนวโรแมนติกคอเมดี ้ เวลาไปไหนด้ วยกันผมมักรู้สกึ ว่าตัวเองแปลกประหลาด และถูกคัดแยกออกจากกลุม่ เพื่อนอยูเ่ สมอ และผมยังชอบเปิ ดแฟ้มภาพสมัยเด็กๆ ที่มีรูปภาพความทรงจ�ำเกี่ยวกับผู้หญิง คนหนึง่ และมักพกมันติดตัวไปทุกครัง้ ที่ต้องไปไหนไกลๆ ดูอยูบ่ อ่ ยๆ แล้ วก็เกิด อาการเหงาอ้ างว้ างอยากกลับไปอยูใ่ นช่วงเวลานันอี ้ กครัง้ วันนี ้ก็เช่นเดียวกัน ผมเดินตรงไปที่หวั เตียงเพื่อหยิบอัลบัมรู ้ ปภาพเพื่อ เปิ ดดูก่อนนอน เหมือนทุกคืนที่ผา่ นมา อัลบัมรู ้ ปหายไป!!! ผมหาอย่างไรก็หาไม่เจอ ผมเริ่ มรู้สกึ หงุดหงิดมากขึ ้นเรื่ อยๆ เพราะถ้ าอัลบัมภาพนั ้ นหายขึ ้ ้นมาจริ งๆ ผมก็ไม่สามารถมีชีวิตต่อไปได้ รูปภาพ ที่ถกู เก็บไว้ อลั บัมนั ้ นเป็ ้ นภาพความทรงจ�ำที่ผมมีตอ่ ผู้หญิงคนหนึง่ ซึง่ ผู้หญิงคน นี ้เป็ นผู้หญิงที่ผมรักและอยูใ่ นความทรงจ�ำของผมตลอดเวลาร่วม 16 ปี สิง่ ใด จะคอยเป็ นแรงพลังให้ ผมกล้ าก้ าวไปข้ างหน้ าได้ อย่างทุกวันนี ้ ผมนัง่ ลงพร้ อมหลับตาเพื่อนึกถึงอัลบัมภาพที ้ ่หายไป คิดถึงผู้หญิงที่ถกู ซุกซ่อนไว้ ในภาพนัน้ แล้ วความทรงจ�ำเบื ้องลึกเหล่านันก็ ้ ก่อรูปร่างฉาย เหตุการณ์เหล่านันขึ ้ ้นมา 01 “ตะวันอยูก่ บั ยายนะลูก” แม่กบั พ่อพาผมมาอยูก่ บั ยายที่บ้านต่างจังหวัดได้ หลายเดือนแล้ ว ท่าน ทังสองบอกว่ ้ าต้ องไปท�ำงานอยูใ่ นตัวเมือง นานๆ ทีถงึ จะได้ กลับมาเยี่ยมเยียน สักหน 28


ตังแต่ ้ ผมย้ ายมาอยูท่ ี่นี่ก็ไม่มีเพื่อนสักคน มีเพียงยายที่คอยเล่นเป็ นเพื่อน จะมี พี่ๆ ละแวกบ้ านอีกสองสามคนที่คอยแวะเวียนมาเล่นด้ วยบ้ างเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ เพราะพี่ๆ ก�ำลังเรี ยนอยูโ่ รงเรี ยนในตัวจังหวัด จะกลับมาบ้ านก็เป็ นช่วง วันหยุดสุดสัปดาห์อย่างวันนี ้ “ตะวันๆ เข้ าบ้ านลูก เดี๋ยวก็เป็ นไข้ ไม่สบายเอาหรอก” เสียงยายดังแว่ว แข่งกับสายฝนที่กระหน�่ำตกลงมาอย่างไม่มีทีทา่ ว่าจะหยุดหย่อน ผมไม่ได้ สนใจเสียงยายร้ องเรี ยกเลยแม้ แต่น้อย กลับวิ่งเล่นอาบน� ้ำฝนด้ วยตัวเปลือย เปล่าล่อนจ้ อนกับกลุม่ พี่ๆ ละแวกบ้ านอีกสองสามคน อย่างสนุกสนาน เพราะ นานๆ ทีผมถึงจะมีเพื่อน “ไอ้ ตะวัน ยายบอกให้ เข้ าบ้ าน” เสียงตะโกนร้ องเรี ยกมาอีกครัง้ แต่ครัง้ นี ้ไม่ได้ มีแต่เสียงที่น�ำหน้ ามาก่อนเท่านัน้ แต่ภาพที่เห็นคือ ภาพหญิงวัยชรารูป รางอ้ วนท้ วน ผิวหนังเหี่ยวย่นไปตามอายุ หลังงอเล็กน้ อย สีผมเปลี่ยนจากสีด�ำ เงากลายมาเป็ นสีขาว นุง่ ผ้ าซิน่ เสื ้อคอกระเช้ า ก�ำลังยืนถือไม้ เรี ยวพลางชี ้มา ทางผม นัน่ เป็ นสัญญาณเตือนที่ผมรู้ดีวา่ จะเกิดอะไรขึ ้นหากไม่ท�ำตาม ผมยังคงวิ่งเล่นตากน� ้ำฝนเช่นเดิม โดยไม่สนใจเสียงเรี ยกแม้ แต่น้อย ท�ำให้ ไม้ เรี ยวในมือของยายฟาดลงกลางหลังของผม ผมรู้สกึ เจ็บปวดจนผมร้ อง ลัน่ ออกมาและวิ่งเข้ าไปแอบสะอื ้นไห้ ในห้ องน� ้ำ “ตะวันเกลียดยาย ฮือๆ ” ผม ร้ องตะโกนด้ วยความโกรธที่ยายไม่ชอบให้ เล่นน� ้ำฝนทังๆ ้ ที่ก็ร้ ูวา่ ผมชอบเล่น มากขนาดไหน ยายมาเคาะประตูห้องน� ้ำเรี ยกให้ ผมออกมาเปลี่ยนเสื ้อผ้ าอยู่ หลายครัง้ แต่ผมก็ไม่ยอมเปิ ด และยังคงตะโกนค�ำว่า “ตะวันเกลียดยาย” อยู่ เช่นเดิม ยายร้ องไห้ ด้วยเสียงสะอื ้นพร้ อมบอกเหตุผลที่ไม่ให้ เล่นน� ้ำฝน “ยาย กลัวตะวันไม่สบายไงลูก ถ้ าตะวันไม่สบายไปยายจะท�ำยังไง น้ านวลก็ไม่อยู่ บ้ านด้ วย ฮือๆ” เสียงยายร้ องไห้ อยูห่ น้ าประตูห้องน� ้ำ ผมจึงตัดสินใจเปิ ดประตู วิ่งมากอดยาย “ยายรักตะวันนะลูก อย่าเกลียดยายเลย” ยายพูดพลางเอามือ 29


ลูบหัวผมพร้ อมทังน� ้ ้ำตาที่ไหลอาบแก้ มไม่หยุด “ฮือ ฮือ ตะวันก็รักยายครับ” ผม กับยายโผเข้ ากอดกันแน่น บ้ านเรื อนไทยโบราณยกพื ้นสูงผมอยูก่ บั ยายเพียงสองคน ส่วนพี่นวล ลูกของยายก็นานๆ ทีจะแวะเวียนมาเยี่ยมบ้ านสักครัง้ เพราะพี่นวลเป็ น พยาบาลประจ�ำโรงพยาบาลจังหวัด ส่วนพ่อกับแม่ของผมนันกลั ้ บมาเยี่ยม เพียงปี ละสองหน เฉพาะช่วงเทศกาลหยุดยาวอย่างปี ใหม่สงกรานต์เท่านัน้ ค�่ำคืนแห่งฝนพร� ำแบบนี ้ ยายมักจะเปิ ดฉากเล่านิทานเรื่ องโปรดให้ ผม ฟั งเสมอ “นางยักษ์ ร้ายวิ่งตามหญิงสาวทังสิ ้ บสองด้ วยเสียงร้ องเรี ยกโอดครวญ หลังพวกลูกๆ ของนางรู้ความจริ งว่าแม่เลี ้ยงเป็ นยักษ์ ” ผมนอนฟั งนิทานเรื่ อง นางสิบสอง อยูข่ ้ างๆ ยายอย่างสุขใจ ผมมักมีความสุขทุกครัง้ ที่ยายเล่านิทานให้ ฟัง โดยเฉพาะค�่ำคืนแห่งฝน พร� ำอย่างวันนี ้ บรรยากาศทุกอย่างเหมาะเจาะทังเสี ้ ยงยายและเสียงสายฝน กระทบหลังคาดัง เปาะแปะ เปาะแปะ แล้ วยังมีเสียงกบเขียดอึง่ อ่างร้ องระงม ประสานเสียง ราวกับว่าทุกเสียงเหล่านันก� ้ ำลังกล่อมผมให้ หลับฝั นดี 02 “ไอ้ ตะวันท�ำไมเอ็งไม่ชว่ ยยายเอ็งท�ำงานบ้ านบ้ าง” ยายพวนผู้เป็ นน้ อง ของยายผม ท�ำให้ ผมไม่ชอบยายพวน แกมาบ้ านยายทีไรมีอนั ต้ องด่าผมเพราะ เรื่ องเล็กน้ อยทุกที “ก็ยายไม่ยอมให้ ตะวันช่วยเอง ตะวันไม่ผิดสักหน่อย” ผมก็ มักจะกล่าวตอบเหตุผลไปแบบนี ้เสมอ “ไม่ใช้ วา่ เอ็งขี ้เกียจหรอกหรื อไอ้ ตะวัน” ยายพวนยังไม่เลิกราต่อว่าผม “เปล่าขี ้เกียจสักหน่อย” ผมชอบตอบไปแบบ เหนื่อยอกเหนื่อยใจกับถ้ อยค�ำเสียดสีเหล่านัน้ ยายพวนมาช่วยยายท�ำขนมเทียนเพื่อเตรี ยมน�ำไปถวายเพลที่วดั ในวัน พรุ่งนี ้ ซึง่ ตรงกับวันพระใหญ่ ผมก็มกั จะไปวัดกับยายทุกครัง้ ครัง้ นี ้ก็เช่น 30


เดียวกัน เมื่อวานผมขี่คอยายไปสวนกล้ วยหลังบ้ าน เพื่อตัดใบกล้ วยมาตาก แดดเตรี ยมไว้ หอ่ ขนมเทียนในวันนี ��� แต่เมื่อวานดันฝนตกหนักใบกล้ วยที่ตากไว้ เลยเปี ยกชุม่ ไปด้ วยน� ้ำฝน ท�ำให้ ยายพวนต้ องนัง่ เช็ดใบกล้ วยไปบ่นไปเรื่ อยตาม ประสาของแก ยายมักให้ ผมช่วยเช็ดใบกล้ วยให้ สะอาดไว้ รอยายห่อเสมอ ใบกล้ วยที่ถกู ผึง่ แดดแล้ วยังมาถูกน� ้ำฝนตกใส่อีกท�ำให้ ใบกล้ วยดูรูปร่างผิดแปลกไปจากเดิม พิลกึ พอช่วยได้ สกั พักผมก็เริ่ มเบื่อ จึงเดินเข้ าบ้ านไปดูโทรทัศน์การ์ ตนู เรื่ อง โปรดที่ก�ำลังฉายอยู่ แต่ไม่พ้นสายตายายพวนที่คอยเหน็บแนมฟ้องยายอยู่ เสมอ ว่าผมเป็ นอย่างนันอย่ ้ างนี ้ ซึง่ ยายก็มกั จะช่วยแก้ ตา่ งให้ ผมเสมอ ว่าผมยัง เด็กอยูท่ �ำอะไรลงไปโดยไม่ได้ ยงคิ ั้ ด และนี่อาจจะเป็ นอีกเหตุผลที่ผมรักยายมากมายขนาดนี ้ เพราะทุกครัง้ ที่ผมท�ำ ผิดแล้ วร้ องไห้ ยายก็มกั จะร้ องเป็ นเพื่อนเสมอ ทุกครัง้ ที่ยายพวนดุดา่ ว่าผม ยาย ก็เป็ นคนแก้ ตา่ งรับผิดแทนตลอด จนบางครัง้ ผมรู้สกึ ว่าถ้ าวันหนึง่ ต้ องจากยาย ไปไกล ผมจะทนอยูไ่ ด้ อย่างไรถ้ าไม่ได้ ฟังนิทานก่อนนอนในค�่ำคืนฝนพร� ำ ผม จะทนอยูไ่ ด้ หรื อเปล่าถ้ าไม่มียาย “ตะวันๆ ไปสวนกล้ วยหลังบ้ านกับยายไหม” “ไปครับยาย” ผมร้ องตอบพร้ อมปิ ดโทรทัศน์โดยเร็ วแล้ วรี บวิ่งไปหา ยายที่ใต้ ต้นมะม่วง ยายกับยายพวนก�ำลังนัง่ ห่อขนมเทียนกันอยู่ “ไปสวนกล้ วยอีกท�ำไมครับยาย เมื่อวานก็เพิ่งไปมา” ผมถามยายไปด้ วยความ สงสัย “ใบกล้ วยมันไม่พอจ้ ะ ยายเสียดาย เลยว่าจะไปตัดมาผึง่ แดดไว้ หอ่ พรุ่งนี ้ เผื่อ เก็บไว้ ให้ ตะวันกินไงลูก” ว่าแล้ วผมก็รีบเดินน�ำหน้ ายายไปก่อน เพราะยายเดินกลับเข้ าไปเอามีดอีโต้ ใน ครัว “ตะวันรอยายด้ วย” เสียงยายร้ องเรี ยกผมจึงหยุดรอที่ปากทางเข้ า สวนกล้ วย 31


แห่งนี ้ยายปลูกไว้ หลายปี แล้ ว แต่ด้วยความที่ยายไม่คอ่ ยได้ เข้ ามาดูแลตังแต่ ้ คุณตาลาโลกนี ้ไป สภาพที่เห็นเลยรกรุงรังเต็มไปด้ วยหญ้ าฟางและวัชพืชชนิด อื่นๆ เวลาเดินจึงต้ องระมัดระวังสัตว์มีพิษเป็ นอย่างมาก ยายจะพาผมข้ ามคลองน� ้ำไปตัดต้ นกล้ วยอีกฝั่ งหนึง่ ทันใดนันเอง! ้ ยายถูกงูเห่า กัดเข้ าที่ขา “ยาย!!!” ผมร้ องเรี ยกจนเสียงหลง ยายรี บโบกไม้ โบกมือให้ ผมรี บ ออกจากตรงนันไปก่ ้ อน ด้ วยกลัวว่าจะเป็ นอันตรายไปอีกคน ผมมองยายที่ ก�ำลังทรุดนัง่ กับพื ้นด้ วยน� ้ำตา พอตังสติ ้ ได้ จงึ รี บวิ่งไปหายายพวนที่นงั่ ห่อขนม เทียนอยูห่ น้ าบ้ านให้ มาช่วย “ยายพวนๆ ช่วยด้ วยๆ ยายถูกงูกดั อยูใ่ นสวน กล้ วย” พอยายพวนรู้ความก็รีบตระโกนบอกชาวบ้ านในละแวกบ้ านใกล้ เรื อน เคียงให้ ไปช่วยกัน “ยายสี!!! ตื่นๆ ยายสี” ยายพวนรองเสียงหลงด้ วยความตกใจ “ยายสีเสียแล้ ว ฮือ ฮือ” ยายพวนตะโกนดังลัน่ จนชาวบ้ านที่วิ่งตามกัน มากลุม่ ใหญ่ ต้ องรี บวิ่งเข้ ามาด้ วยความตกใจ “ยาย!!!” ผมตระโกนร้ องจนหน้ ามืดหมดสติไป... 03 “ตะวัน... แม่กบั พ่อมารับกลับบ้ านแล้ วลูก” หลังงานศพยาย พ่อกับแม่ก็มารับผมกลับไปอยูบ่ ้ าน เพราะตังแต่ ้ ยาย จากไปผมยังไม่เอ่ยปากพูดกับใครอีกเลย เอาแต่นอนอยูแ่ ต่ในห้ อง ผมเดินไปเก็บกระเป๋ าเสร็จก็ไปกราบอัฐิยายที่ตงอยู ั ้ ใ่ นห้ องพระ “ตะวัน กลับก่อนนะครับยาย เดียวจะมาเยี่ยมยายบ่อยๆ” ผมพูดทังน� ้ ้ำตา น้ านวลเดิน เข้ ามาในห้ องแล้ วเอามือลูบที่หวั ผมบอกว่า “ถ้ าตะวันคิดถึงยายก็มาหายายได้ ตลอดเวลาเลยนะ ยายไม่ไปไหนหรอกยายจะอยูก่ บั เราที่นี่” น้ านวลพูดเสร็ จก็ กอดผมพลางปาดน� ้ำตาด้ วยความคิดถึงยาย 32


“ตะวัน กลับได้ แล้ ว” เสียงแม่ร้องเรี ยกอยูห่ น้ าบ้ าน น้ านวลจึงช่วยถือ กระเป๋ าผมลงมาส่งที่รถ “มาเยี่ยมน้ าบ่อยๆ นะตะวัน” เสียงน้ านวลตระโกนบอก ขณะที่รถก�ำลังเลี ้ยวออกจากบ้ าน “ครับ...น้ านวล” ผมร้ องตะโกนตอบกลับ รถแล่นออกจากบ้ านได้ สกั พักก็พลบค�่ำ ผมมองเห็นเพียงแสงไฟริ บหรี่ ที่บ้าน ของยาย จากนันก็ ้ เลือนหายไปกับความมืด ยิ่งรถเคลื่อนไกลออกมาจากบ้ าน ยายมากเท่าไหร่ น� ้ำใสๆ จากตาของผมก็ไหลอาบแก้ มมากเท่านัน้ เพียงได้ ยิน เสียงกบเขียนอึง่ อ่างร้ องระงมท่ามกลางสายฝนโปรยกระหน�่ำ ผมก็ร้ ูสกึ คิดถึง ยายแทบขาดใจ ค�่ำคืนฝนพร� ำต่อจากนี ้คงไม่มีเสียงนิทานก่อนนอนจากยายอีก แล้ ว 04 ผมค่อยๆ ลืมตาขึ ้นปล่อยให้ น� ้ำตาที่ไหลริ มอาบแก้ มอยูอ่ ย่างนันพร้ ้ อม พูดกับตัวเอง ถึงแม้ อลั บัมรู ้ ปภาพเหล่านันจะหายไป ้ แต่ในความทรงจ�ำเบื ้องลึก ที่มีตอ่ ผู้หญิงคนนี ้ก็ไม่ได้ จางหายไปไหน และยังจดจ�ำภาพเหตุการณ์เหล่านัน้ ได้ เสมอ ผมคงเป็ นโรคโหยหาอดีตอย่างที่เพื่อนพยายามบอกจริ งๆ แต่ถ้าให้ ผมเลือก ระหว่างจดจ�ำภาพความทรงจ�ำเบื ้องลึกเหล่านี ้แล้ วมีอาการน� ้ำตาไหล กับให้ ผม ลืมเลือนทุกสิง่ ไปแล้ วใช้ ชีวิตอย่างคนปกติ ผมก็ขอเลือกที่จะจดจ�ำดีกว่า เสียงสายฝนกระหน�่ำตกมาอย่างไม่ขาดสาย เช่นเดียวกับน� ้ำตาของผมที่ไหล อาบแก้ มเพราะความคิดถึง ยังคงด�ำเนินไปเฉกเช่นเดิม...

33


35


ตุ๊ก ตา สุพิเศษ ศศิวิมล

38


“ตื่นๆ นายก�ำลังไปโรงเรี ยนสายนะ” เสียงหนึง่ เรี ยกให้ เด็กชายตื่นจาก นิทราอันยาวนาน เขายังสลึมสลืออยูแ่ ต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นเมื่อหน้ าปั ดนาฬิกาชี ้ไป ที่เลขเจ็ด ส่งผลให้ หนุม่ น้ อยรี บกระวีกระวาดวิ่งเข้ าห้ องน� ้ำไปจัดการกิจวัตร ประจ�ำวันอย่างรวดเร็ ว “วันนี ้นายต้ องพาฉันไปเล่นที่โรงเรี ยนด้ วยนะ” เพื่อนสนิทของเขากล่าว ขึ ้น ไม่มีใครได้ ยินเสียงของเพื่อนคนนี ้ยกเว้ นเด็กชายคนเดียว ในสายตาของคน ทัว่ ไปเพื่อนสนิทของเด็กชายเป็ นสิง่ ไม่มีชีวิต ไม่มีความรู้สกึ เปล่งเสียงไม่ได้ เป็ นเพียงสิง่ ของน่ารักน่ากอดและมีขนนุม่ นิ่มให้ เราจามเวลาสูดดม เพื่อนของเด็กชายคือตุ๊กตานัน่ เอง เด็กชายเจอกับเพื่อนสนิทคนนี ้ที่ห้างสรรพสินค้ าแห่งหนึง่ ในย่าน ใจกลางเมือง เขาถูกใจในหน้ าตาอันใสซื่อ น่ารักน่ากอดของเพื่อนคนนี ้มาก จึง ขออนุญาตพ่อกับแม่ชวนเพื่อนใหม่มาอยูด่ ้ วยกัน และด้ วยความน่ารักและนุม่ นิ่มนันเองจึ ้ งเป็ นที่มาของชื่อ ‘อุกอุย’ 39


นับแต่นนมา ั ้ อุกอุยก็กลายมาเป็ นสมาชิกใหม่ในบ้ านแห่งนี ้ เขาเข้ ากัน ได้ ดีกบั ทุกคน พ่อและแม่ตา่ งก็ดีใจที่ลกู ชายมีเพื่อนเล่น จะได้ ไม่ใช้ เวลาไปกับ การเล่นเกมในคอมพิวเตอร์ จนท�ำให้ เสียการเรี ยน อุกอุยกับเด็กชายสนิทกัน อย่างรวดเร็ ว ทังคู ้ ใ่ ช้ เวลาอยูด่ ้ วยกันตลอดเวลา เขาไปไหนมาไหนด้ วยกันเสมอ เหมือนแคบหมูกบั น� ้ำพริ กหนุม่ ที่ต้องอยูค่ กู่ นั ตลอดเวลา มิตรภาพและความผูกพันของเขาทังสองเริ ้ ่ มแน่นแฟ้นและขาดกันไม่ ได้ ตอนที่เกิดอุบตั ิเหตุจนเด็กชายจนต้ องเข้ ารับการผ่าตัด พ่อแม่ตา่ งก็หวาด วิตกว่าเรื่ องไม่ดีจะเกิดขึ ้นกับลูกชายคนเดียวของตน ส่วนอุกอุยก็คอยอยูข่ ้ างๆ เป็ นก�ำลังใจให้ กบั เพื่อนสนิทคนแรกและคนเดียว เขาคอยดูแลเพื่อนซี ้อย่างไม่ร้ ู จักเหน็ดเหนื่อย แม้ จะง่วงขนาดไหนตุ๊กตากระรอกขนปุยก็ไม่ยอมหลับ เขาจะ ไม่นอนจนกว่าเพื่อนของเขาจะหายดี อุกอุยได้ แต่ภาวนาให้ เด็กชายอาการดีขึ ้น ไวๆ การผ่าตัดด�ำเนินไปอย่างรวดเร็ วด้ วยความสามารถและวิทยาการ แพทย์ที่ทนั สมัย เด็กชายพ้ นจากขีดอันตรายแล้ ว แต่ยงั ไม่ได้ สติ “หายไวๆ นะ เพื่อน ฉันรอนายอยูน่ ะ” ตุ๊กตาตัวน้ อยกล่าวเบาๆ ก่อนจะหลับ���ปด้ วยอาการ เหนื่อยล้ าเนื่องจากไม่ได้ พกั ผ่อนมาหลายวัน สองวันหลังจากนันเด็ ้ กชายก็ฟืน้ เป็ นปกติ ภาพแรกที่เขาเห็นคืออุกอุย เพื่อนรักของเขานอนหลับอยูข่ ้ างกายไม่หา่ ง เด็กชายน� ้ำตารื น้ และโอบกอด ตุ๊กตาเพื่อนซี ้ด้ วยความรัก กระรอกน้ อยขนปุยกล่าวกับเด็กชายว่า “ฟื น้ แล้ วเห รอ ปล่อยให้ รอตังนาน ้ นึกว่านายจะไม่มาเล่นกับฉันอีกซะแล้ ว” คนป่ วยเพิ่งฟื น้ หัวเราะทังน� ้ ้ำตา มันเป็ นน� ้ำตาแห่งความดีใจและประทับใจในความรักที่ต๊ กุ ตา ตัวน้ อยๆ ตัวนี ้มีให้ กบั เขา “เจ้ าบ้ า ถ้ าไม่มีฉนั แล้ วนายจะเล่นกับใครล่ะ” หลังจากนันมาเด็ ้ กชายก็พาเพื่อนของเขาไปด้ วยกันทุกที่ ตอนพักกลาง วันเพื่อนๆ ทุกคนก็มกั จะเอาของเล่นออกมาเล่นกัน เด็กชายรู้สกึ ว่าเพื่อนๆ หลายคนมองเขาด้ วยสายตาแปลกๆ ที่เขาหยิบอุกอุยเพื่อนรักออกมาเล่นและ 40


พูดคุยกับมัน บางคนก็แอบไปนินทาลับหลังว่าเขาเพี ้ยนบ้ าง เบี่ยงเบนบ้ าง แต่ เขาก็ไม่สนใจ หลายคนมักจะคิดว่าเด็กผู้ชายที่เล่นตุ๊กตามักจะไม่คอ่ ยปกติ มีที่ไหน เด็กผู้ชายจะเล่นตุ๊กตา เพราะส่วนมากเพื่อนๆ ผู้ชายในชันถ้ ้ าไม่เอาพวกหุน่ ยนต์ การ์ ดเกม รถบังคับมาเล่นกันตอนพักเที่ยง ก็มกั จะออกไปเล่นฟุตบอลหรื อ เล่นกีฬากันมากกว่า ไม่มีเด็กผู้ชายคนไหนเล่นตุ๊กตาเลย เด็กชายจึงถูกเพื่อนๆ มองด้ วยสายตาแปลกๆ เช่นนันตลอดมา ้ “ท�ำไมเธอถึงไม่เล่นหุน่ ยนต์หรื อเล่นกีฬาเหมือนพวกผู้ชายล่ะ” เด็ก หญิงหน้ าตาสดใสน่ารักคนหนึง่ เอ่ยถามขึ ้น เธอรู้สกึ ตะขิดตะขวงใจกับ พฤติกรรมของเด็กชายมานานแล้ ว และเธอคิดว่าเพื่อนๆ ทุกคนก็คงจะอยากฟั ง ค�ำตอบของเขาเช่นกัน “อ๋อ อุกอุยน่ะเหรอ เขาเป็ นเพื่อนคนแรกของเรา ไปไหนมาไหนด้ วยกัน ตลอด อีกอย่างเราไม่คอ่ ยชอบพวกหุน่ ยนต์เท่าไหร่ เล่นกับอุกอุยสนุกกว่าเยอะ เขาพูดได้ นะ เธออยากคุยกับเขาหรื อเปล่าล่ะ” เด็กชายยิ ้มอย่างร่าเริ ง คนที่ ได้ ยินเสียงของอุกอุยมีเพียงแค่เขาคนเดียวในโลก เพราะเสียงนันเป็ ้ นเสียงที่ เปล่งออกมาจากหัวใจด้ วยความรักและความผูกพัน เมื่อได้ ยินดังนันเด็ ้ กหญิงก็ เข้ าใจแล้ วว่าเด็กชายเป็ นคนอย่างไร เขาต้ องเพี ้ยนมากแน่ๆ ที่คยุ กับตุ๊กตา เธอ เพิ่งจะเคยเห็นกับตาก็วนั นี ้นี่เอง เพื่อนๆ ในห้ องเห็นเด็กหญิงเดินเข้ ามากับคุยกับเขาจึงเกิดความสงสัย เป็ นธรรมดา ปริ ศนาที่ปกคลุมห้ องป.5 ค. จะถูกตีแผ่เสียที “ฉันว่าเขาต้ องบ้ า แน่ๆ มีอย่างที่ไหนคุยกับตุ๊กตาได้ แถมยังชวนฉันคุยกับมันอีกด้ วยนะ ประหลา ดจริ งๆ” หลังจากนันก็ ้ เกิดเสียงซุบซิบนินทาเด็กชายอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน ข้ อ สันนิษฐานที่เด็กชาย wเบี่ยงเบนทางเพศเริ่ มถูกแทนที่ด้วยค�ำถามใหม่ที่วา่ เขา ปั ญญาอ่อนหรื อเปล่า? แม้ จะถูกเพื่อนๆ มองว่าเป็ นคนอย่างไรเด็กชายก็ไม่สนใจ อุกอุยเป็ น 41


เพื่อนที่ดีที่สดุ ของเขา ใครจะพูดอย่างไรเขาก็ไม่สนใจ เพราะสิง่ ที่เขาคิดกับสิง่ ที่ คนอื่นมองเห็นนันไม่ ้ มีทางจะเหมือนกันได้ อยูแ่ ล้ ว ถ้ าไม่เป็ นเขาก็ไม่มีวนั รู้วา่ ตุ๊กตากระรอกขนปุยนี ้ตัวมีความส�ำคัญอย่างไร และท�ำไมเขาถึงรักมันมาก ขนาดนี ้ ด้ วยความผูกพันกันมายาวนาน และผ่านอะไรด้ วยกันมามากมาย อุก อุยเป็ นเพื่อนคนแรกของเขา เป็ นเพื่อนที่เขาคุยด้ วยเป็ นคนแรก จนกลายมาเป็ น ความรักที่ตดั ไม่ขาด และไม่มีใครจะมาแทนมิตรภาพของทังสองได้ ้ เขาได้ แต่ หวังว่าสักวันหนึง่ ทุกคนจะเข้ าใจตัวเขา สักวันหนึง่ ... “อย่าคิดมากนะ ฉันเชื่อว่าเพื่อนๆ ต้ องเข้ าใจนายอย่างแน่นอน” ตุ๊กตา เพื่อนรักเอ่ยออกมาเรี ยกรอยยิ ้มเล็กๆ ให้ ผดุ ขึ ้นตรงมุมปากของเด็กชายอีกครัง้ หลังจากที่บึ ้งตึงมานาน เขาอยากให้ เพื่อนๆ ทุกคนเข้ าใจเขา ยอมรับเขา และ เขาเองก็อยากเป็ นส่วนหนึง่ ของทุกคนเช่นเดียวกัน ในที่สดุ เด็กชายก็รวบรวมความกล้ า เปิ ดอกพูดคุยกับเพื่อนๆ ถึงสิง่ ที่ เขารัก ความผูกพันระหว่างเขากับตุ๊กตากระรอกตัวนี ้ เขาเล่าถึงความสัมพันธ์ ความประทับใจ ตลอดจนเหตุการณ์อบุ ตั เิ หตุในวันนัน้ เพื่อนๆ ผู้หญิงหลายคน ได้ ฟังแล้ วถึงกับกลันน� ้ ้ำตาไว้ ไม่อยู่ ส่วนทางฝ่ ายผู้ชายแม้ จะไม่ร้องไห้ แต่ก็ เห็นใจและเข้ าใจเด็กชายเช่นเดียวกัน เพื่อนๆ ในห้ องป.5 ค. ต่างก็ขอโทษที่คิด ว่าเด็กชายเป็ นคนแบบนันโดยไม่ ้ เคยฟั งในสิง่ ที่เขาจะพูดเลย เด็กชายน� ้ำตา คลอที่เพื่อนๆ เข้ าใจและยอมรับเขา มือเล็กๆ ของอุกอุยแตะหลังเขาเบาๆ แล้ ว พูดว่า “ดีใจด้ วยนะเพื่อน” หลังจากนันเด็ ้ กชายก็ไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป เขามีเพื่อนมากขึ ้น มีรอย ยิ ้มที่สดใส เข้ ากันได้ ดีกบั เพื่อนๆ ได้ เป็ นอย่างดีทงเพื ั ้ ่อนผู้หญิงและผู้ชาย ไม่มี ใครล้ อเขาอีกแล้ วที่เขาเล่นตุ๊กตา ในตอนนี ้ทุกๆ ต่างล้ อมวงกันเล่นของด้ วยกัน ไม่แบ่งแยกชาย-หญิง ยิ่งท�ำให้ ชีวิตในวัยเด็กของเขาสดใสขึ ้นมาทันที จากเด็กชายเขาเริ่ มเติบโตขึ ้นเป็ นวัยรุ่น เขาได้ เรี ยนรู้อะไรใหม่ๆ 42


มากมาย แต่ไม่วา่ เขาจะโตขึ ้นแค่ไหน เขาก็ยงั ให้ ความส�ำคัญกับอุกอุย เพื่อน คนแรกในชีวิตของเขาอยูเ่ สมอ จนเมื่อเขาแต่งงานและมีลกู ชายหนึง่ คน เขาพา ลูกชายหัวแก้ วหัวแหวนไปเดินเลือกซื ้อของที่ห้างสรรพสินค้ ากลางใจเมือง ลูกชายวิ่งซนไปทัว่ แต่กลับมาหยุดนิ่งอยูท่ ี่แผนกของเล่น ก่อนพูดกับเขาขึ ้นว่า “พ่อฮะ ผมอยากได้ ต๊ กุ ตาตัวนี ้ พ่อซื ้อให้ ผมได้ ไหมฮะ” เด็กชายกล่าวพลางหยิบตุ๊กตาตัวดังกล่าวให้ พอ่ ดู มันเป็ นตุ๊กตา กระรอกน่ารักนุม่ นิ่มหน้ ากอด ที่ส�ำคัญมันเหมือนกันกับอุกอุยเพื่อนรักของเขา ไม่มีผิดเพี ้ยน! ชายหนุม่ จ่ายเงินซื ้อโดยไม่ต้องคิด นี่คงเป็ นโชคชะตาของเขา สองพ่อลูกที่ผกู พันกับตุ๊กตากระรอกตัวนี ้ “นี่ไม่ใช่ต๊ กุ ตาธรรมดา แต่เขาคือเพื่อน ของเรา ดูแลเขาดีๆ นะลูก” เด็กชายพยักหน้ ารับก่อนจะหยิบเอาตุ๊กตามากอด อย่างมีความสุข เขาได้ แต่หวังว่าลูกของเขาจะได้ ยินเสียงของอุกอุยเช่นเดียวกันกับเขา เสียงที่ ต้ องใช้ หวั ใจฟั ง เสียงแห่งมิตรภาพ และความผูกพัน

43


บ้านฟาง สรัญรส ทรัพย์ชนะสิทธิ์

46


คนเราเกิดมาทุกคน ย่อมมีความฝั น ฝั นเล็กบ้ าง ใหญ่บ้าง ก็วา่ กันไป บางคนอาจจะฝั นให้ ได้ เป็ นนักเรี ยนที่รักของคุณครู บางคนก็ฝันอยากเป็ น คุณครูที่รักของนักเรี ยน บางคนก็ฝันอยากเป็ นเด็กดีของพ่อแม่ บางคนอยาก เป็ นพ่อแม่ที่ดีของลูก บางคนอาจจะฝั นบางคนฝั นอยากเป็ นซูเปอร์ สตาร์ อยาก เป็ นมหาเศรษฐี บางคนฝั นอยากเป็ นนายกรัฐมนตรี นอกจากขนาดความเล็ก ใหญ่ของความฝั นแล้ ว ส�ำหรับฉัน ฝั นยังมีระยะทางอีกด้ วย ฉันมีความฝั นระยะ สันอยู ้ ห่ ลายฝั น แต่มีอยูห่ นึง่ ฝั นที่เดินทางมากับฉันตังแต่ ้ เด็กจนโต ฉันเรี ยกมัน ว่าความฝั นมาราธอน ฝั นระยะทางไกลๆ ของฉันคือฝั นที่อยากจะมีบ้านเป็ น ของตัวเอง ฉันเชื่อว่าเมื่อคนเรามีฝัน ก็ควรจริ งจังกับความฝั นของเราเอง ไม่รอช้ า ฉันจึงเริ่ มมองหาท�ำเลสร้ างบ้ านของตัวเอง และในที่สดุ ฝั นของฉันก็เป็ นความ จริ ง ฉันพบที่ที่เหมาะส�ำหรับสร้ างบ้ านหลังแรกของฉัน มันเป็ นที่ที่ไม่ใหญ่มาก และอยูใ่ กล้ นิดเดียว เพราะมันอยูใ่ ต้ เตียงนัน่ เอง เตียงที่วา่ เป็ นเตียงไม้ ที่ใช้ 47


ส���ำหรับนัง่ เล่นของคนในบ้ าน ซึง่ มีพื ้นที่มากพอให้ เด็กคนหนึง่ มุดไปอยูข่ ้ างในได้ ฉันจึงจัดการเอาผ้ าห่มมาคลุมเตียงไว้ เพื่อเป็ นผนังของบ้ านและป้องกันแสง เข้ า เพราะฉันคิดว่า คนเราจะนอนในบ้ านที่มนั สว่างๆ ได้ ยงั ไงกัน บ้ านใต้ เตียง หลังแรก จึงมีอายุแค่ครึ่งวัน เพราะมันมืดและร้ อนมาก ฉันไม่ถอดใจและล้ มเลิกความฝั นนี ้ไปง่ายๆ เพราะหลังจากนันไม่ ้ นาน บ้ านหลังที่สองของฉันก็ตามมา จากประสบการณ์บ้านหลังแรก ฉันเรี ยนรู้ความ ผิดพลาดจากบ้ านหลังแรก ท�ำให้ ฉนั ออกแบบบ้ านหลังนี ้โดยค�ำนึงถึงหลัก สถาปั ตยกรรมมากขึ ้น บ้ านหลังนี ้ของฉันจึงมีเสาเพื่อเป็ นฐานรองรับหลังคา เสา ที่บ้านฉันคือตะกร้ า และมีหลังคาเป็ นเสื่อ ฉันได้ แนวคิดนี ้มาจากเพลงเพลงหนึง่ ที่คนแถวบ้ านร้ องกันบ่อยในวงเหล้ าที่มีเสียงเคาะขวดประกอบจังหวะ โดย เฉพาะท่อนที่วา่ ฉันมีฟ้าเป็ นมุ้ง ฉันมียงุ เป็ นเพื่อน ฉันมีพื ้นดิน เหมือนดัง่ พื ้น เรื อน นกหนูเป็ นเพื่อน กล่อมเตือนให้ สขุ ใจ... แต่บ้านหลังนี ้ก็มีอายุไม่ถงึ หนึง่ วัน เช่นกัน เพราะเสาบ้ านฉัน เป็ นเสาอเนกประสงค์ ที่เป็ นได้ ทงเสาบ้ ั้ านและตะกร้ า ใส่ผ้าในเวลาเดียวกัน มันจึงต้ องท�ำหน้ าที่ที่ส�ำคัญและเหมาะกับมันมากกว่า เพราะเหตุนี ้ฉันจึงต้ องยอมให้ ตะกร้ ากลับไปท�ำหน้ าที่ของมันต่อไป นอกจาก เตียง ตะกร้ า ผ้ าห่ม และเสื่อแล้ ว สิง่ ของอื่นๆ ภายในบ้ าน ต่างก็ได้ รับเชิญมาท�ำหน้ าที่เสริ มที่ดจู ะไม่เหมาะกับตัวเองสักเท่าไหร่ มีทงผ้ ั้ า นวม ลังกระดาษ กะละมัง โต๊ ะที่ทยอยกันมาท�ำหน้ าที่เสริ มนี ้ แม้ แต่ต้ เู สื ้อผ้ าก็ เคยเปลี่ยนสถานะมาเป็ นบ้ านชัว่ คราวของฉันมาแล้ ว ทังมื ้ ดและร้ อน แถมยังมี ยุงเป็ นเพื่อน แต่ฉนั ก็ยงั มีความสุขที่ได้ อยูใ่ นโลกแห่งจินตนาการของตัวเอง จินตนาการเป็ นผู้สนับสนุนหลักของนักฝั น ฉันที่(คิดเองเออเองว่า)เป็ น นักฝั นมาราธอน จึงสนุกกับจิตนาการอันล� ้ำเลิศของตัวเองอย่างเต็มที่ ครัง้ หนึง่ ฉันเคยมีสระว่ายน� ้ำส่วนตัว เพียงแค่ฉนั พาตัวเองลงไปในอ่างที่ใส่น� ้ำไว้ เต็มอ่าง เพื่อคนในบ้ านจะใช้ ล้างหน้ า สระผม แปรงฟั น แต่ฉนั กลับลงไปแหวกว่ายและ คิดว่าเป็ นสระว่ายน� ้ำส่วนตัวซะนี่ หลังจากนันฉั ้ นก็ไม่อาจจินตนาการได้ อีกว่า 48


น� ้ำในอ่างยังมีคณ ุ สมบัตทิ างเคมีพอที่จะท�ำปฏิกิริยากับสบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม จนเกิดฟองได้ อีกหรื อเปล่า? แต่จินตนาการบ้ านในฝั นของฉันก็ไม่ได้ จบไปตามปฏิกิริยาเคมีของน� ้ำ เมื่อวัสดุอปุ กรณ์ทงหลายในบ้ ั้ านได้ ทยอยมารับหน้ าที่เสริ มกันครบแล้ ว ฉันจึง มอบโอกาสนันให้ ้ กบั สมาชิกนอกบ้ านบ้ าง บ้ านหลังต่อมาของฉันจึงเป็ นบ้ านที่ สร้ างจากทางมะพร้ าวหรื อใบมะพร้ าวนัน่ เอง โดยการเอาไม้ มาปั กเป็ น โครงสร้ างของบ้ าน แล้ วก็เอาทางมะพร้ าวที่ลากมาจากใต้ ต้นมะพร้ าวมาวาง พาดๆ เป็ นหลังคาและผนัง นอกจากท�ำหน้ าที่เป็ นบ้ านแล้ วบ้ านหลังนี ้ของฉัน ยังได้ รับเกียรติเป็ นห้ องเรี ยนให้ เด็กๆ ในละแวกบ้ านของฉันด้ วย โดยมีพี่สาว ใจดีข้างบ้ านที่มีความฝั นอยากจะเป็ นคุณครูที่รักของนักเรี ยนมาเล่นเป็ นคุณครู นักเรี ยนกัน พี่สาวสอนจริ งจังและมีสมุดการบ้ านให้ พี่คณ ุ ครูตรวจด้ วย ใครชอบ บอกว่า เด็กท�ำอะไรชอบท�ำแบบเล่นๆ แต่การเล่นแบบจริ งจังก็มีนะ หลังจากนันฉั ้ นก็ได้ เรี ยนรู้วา่ นอกจากปูนตราเสือ ตราช้ าง ตรานก อินทรี ตราสารพัดสัตว์ทงหลาย ั้ ไม้ ฝาเชอรี่ เอ้ ย! ไม้ ฝาเชอร่า และหลังคาตรา ห้ าห่วงแล้ ว ก็ยงั มีวสั ดุอื่นๆ อีกมากมายนักที่สามารถน�ำมาสร้ างบ้ านได้ แล้ ว คุณเชื่อหรื อไม่วา่ แม้ กระทัง่ ขวดพลาสติกก็สามารถน�ำมาสร้ างบ้ านได้ เช่นกัน ในต่างประเทศ อัลเฟรโด ซานตา ครูซ ชาวอาร์ เจนตินา ก็สร้ างบ้ านจากวัสดุ เหลือใช้ จ�ำพวกขวดน� ้ำพลาสติกทังหลั ้ งมาแล้ ว นับตังแต่ ้ ผนัง เสา เตียงนอน โต๊ ะ เก้ าอี ้ ฯลฯ เพื่อให้ เป็ นบ้ านส�ำหรับผู้ที่ใส่ใจสิง่ แวดล้ อมและชื่นชอบวิถีชีวิต แบบพอเพียง สวนกับวิถีชีวิตแบบตามความพอใจในทุกวันนี ้ ส่วนตัวอย่างใน ประเทศไทยของเราก็มีบ้านดินของ โจน จันใด ผู้เชี่ยวชาญในการสร้ างบ้ านดิน ของประเทศไทย เจ้ าของปรัชญาชีวิตที่วา่ “ชีวิตมันเป็ นเรื่ องง่าย ๆ แต่เราท�ำให้ มันยากเอง” ที่เผยแพร่การสร้ างบ้ านดินเพื่อให้ คนเราหันกลับมาพึง่ ตนเอง ใน ยุคที่ทกุ คนหันไปพึง่ พา Facebook, Google, Apple และ Twitter กันมากขึ ้น แต่มีวสั ดุอีกชนิดหนึง่ ที่ฉนั ในวัยเด็กคาดไม่ถงึ ว่าจะสามารถน�ำมาส 49


ร้ างบ้ านได้ เพราะถ้ าเอามาสร้ างบ้ านต้ องมีคนเคือง เอ๊ ะ! หรื อสัตว์มีเขาเคือง แน่ๆ และยังอาจถูกแม่ดุ เพราะทุกครัง้ ที่เล่นมันจะคันมาก แต่ก็ยงั มีผ้ เู ชี่ยวชาญ ที่สามารถออกแบบจนกลายเป็ นที่อยูอ่ าศัยที่เป็ นมิตรกับสิง่ แวดล้ อมได้ มันก็ คือ บ้ านฟางข้ าวหรื อ Cob ซึง่ เป็ นวัสดุผสมจากโคลนและฟาง ข้ อดีของมันก็คือ มีคณ ุ สมบัตใิ นการป้องกันความร้ อนและความหนาวได้ ดีมาก แถมยังสามารถ ประหยัดพลังงานที่จะใช้ ในการปรับอุณหภูมิบ้านได้ มากกว่าบ้ านธรรมดาถึง กว่า 20 เปอร์ เซ็นต์ นอกจากนี ้ยังมีคณ ุ สมบัติพิเศษที่บ้านแบบไหนๆ ก็ท�ำไม่ได้ นัน่ ก็คือการปรับความชื ้นของตัวบ้ าน ในช่วงที่ความชื ้นสูง ผนังบ้ านจะดูด ความชื ้นเข้ าเก็บไว้ ท�ำให้ ห้องไม่ชื ้นมากเกินไป ขณะที่เมื่อความชื ้นต�่ำ อากาศ แห้ ง ผนังก็จะคลายความชื ้นออกมาในห้ อง สร้ างความสบายให้ กบั เจ้ าของบ้ าน ได้ ตลอดเวลา โดยไม่ต้องพึง่ พาเทคโนโลยีชนสู ั ้ งแต่ประการใด ฉันก็เคยมีบ้านฟางเหมือนกัน บ้ านฟางหรื อกระท่อมฟางสมัยฉันเป็ น เด็กๆ ถูกสร้ างขึ ้นในฤดูหนาว (ในสมัยที่ประเทศไทยยังมีฤดูหนาวเกิน 10 วัน) มันดูคล้ ายกับบ้ านเอสกิโมอยูม่ ากทีเดียว แค่เปลี่ยนจากน� ้ำแข็งเป็ นฟางเท่านัน้ ข้ อดีของบ้ านฟางหลังนี ้ก็คือมีคณ ุ สมบัตใิ นการป้องกันความหนาวกายและ หนาวใจได้ ดีมาก สามารถประหยัดพลังงานในการปรับอุณหภูมิของร่างกาย และจิตใจได้ ดี นอกจากนี ้ยังมีคณ ุ สมบัตพิ ิเศษที่บ้านแบบไหนๆ ก็ท�ำไม่ได้ คือ การปรับความสุข ทุกข์ของคนในบ้ าน ในช่วงที่ความทุกข์สงู คนในบ้ านจะช่วย แบ่งเบาความทุกข์นนมาเก็ ั้ บไว้ ท�ำให้ เราไม่ทกุ ข์มากเกินไป ในขณะที่เมื่อความ ทุกข์ต�่ำ มวลความสุขสูง ทุกคนในบ้ านก็จะมาช่วยกันยินดีปรี ดากับความสุขนัน้ ให้ เพิ่มมากขึ ้นจนแทบล้ นทะลัก สร้ างความอบอุน่ ให้ กบั คนในบ้ านได้ ตลอด เวลา โดยไม่ต้องพึง่ พาเทคโนโลยีชนสู ั ้ งแต่ประการใดเช่นเดียวกัน จ�ำได้ วา่ ในคืนนันเราทุ ้ กคนในบ้ านมานอนรวมกันในบ้ านฟาง และเป็ น ฤดูหนาวที่อากาศเย็นมาก และฉันก็ยงั จ�ำความรู้สกึ ในคืนนันได้ ้ ดี ความรู้สกึ ที่ ได้ นอนในบ้ านฟางกับทุกคนในครอบครัว ท�ำให้ เราได้ นอนเบียดกัน กอดกัน 50


ก่ายกัน และเกยกัน อุณหภูมิที่เกือบติดลบท�ำอะไรเราไม่ได้ เลย มันเป็ นค�่ำคืนที่ อบอวลไปด้ วยความสุข และอบอุน่ ไปพร้ อมกัน การมีฝันมาราธอนท�ำให้ ฉนั มีบ้านมาแล้ วหลายหลัง แต่เมื่อมีบ้านฟาง ฉันก็ เข้ าใจอย่างถ่องแท้ วา่ บ้ านให้ ความอบอุน่ แก่เราก็จริ ง แต่คงไม่มากเท่าเราให้ ไอ อุน่ แก่กนั

51


หมา และ แมว วัชราพร ผลดี

54


จูๆ่ เพื่อนช���่อเต๋า ก็โทรศัพท์มาชวนไปย่านขายสัตว์เลี ้ยงแห่งหนึง่ ใน จังหวัดอยุธยาหลังเลิกเรี ยน เมื่อฉันเดินจากเต๋าซึง่ พูดคุยอยูก่ บั เจ้ าของร้ านขาย อาหารสัตว์ ผ่านร้ านขายแม่พนั ธุ์กระต่ายที่นอนขี ้เกียจ เหยียดตัวยาวอยูใ่ น กระบะหน้ าร้ าน ผ่านกรงนกหัวจุกที่สง่ เสียงเจื ้อยแจ้ วคุยกันข้ ามกรง จนเท้ าทัง้ สองข้ างพาตัวฉันมาหยุดอยูห่ น้ าร้ านขายปลาขนาดย่อม ฉันก้ าวขาเข้ าไปด้ วยความสนใจตามทางเดินแคบๆ ซึง่ ไม่สามารถเดิน สวนกันได้ เพราะทังฝั ้ ่ งซ้ ายและขวาถูกขนาบด้ วยตู้มจั ฉาหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึง ‘ปลาทอง’ ที่นนั่ ไม่ได้ กว้ างขวางหรื อมีสตั ว์แปลกๆ เหมือนสวนจตุจกั ร แต่มนั ก็ท�ำให้ ความทรงจ�ำของฉันผุดขึ ้นมาราวกับดอกเห็ด เมื่อก่อนที่ฉนั ตัวกะเปี๊ ยกหมาเลียตูดถึง ฉันจ�ำได้ ดีวา่ ฉันอยากมีสตั ว์เลี ้ยงมาก ถึงแม้ บ้านเราเคยเลี ้ยงนกแก้ ว กระรอก ปลา แต่นนั่ ไม่ใช่ของฉันสักตัว ความ อยากได้ อยากมีสตั ว์เลี ้ยงเป็ นของตัวเองท�ำให้ ฉนั อ้ อนวอนขอเลี ้ยงสัตว์เลี ้ยง จากแม่อยูบ่ อ่ ยครัง้ แต่ไม่มีทีทา่ ว่าแม่จะใจอ่อนยอมให้ ฉนั เลี ้ยงสัตว์เลย และ 55


ทุกครัง้ แม่จะยกเหตุผลต่างๆ นานาให้ ฟังจนคล้ อยตาม แม้ พอ่ จะเข้ ามาช่วยฉัน พูดบ้ าง แต่ค�ำตอบที่ได้ รับมาก็ไม่ตา่ งจากเดิมเลย ทังฉั ้ นและพ่อจึงไม่ร้ ูวา่ สาเหตุแท้ จริ งที่แม่ไม่ยอมให้ ฉนั เลี ้ยงสัตว์คืออะไร ป.2 “แม่ ซื ้อแฮมเตอร์ ให้ หนูเลี ้ยงหน่อยนะ” “อย่าเลยลูก มันซนมากเลยนะ เดี๋ยวจะหลุดมากัดเสื ้อผ้ าเสียเปล่าๆ” แม่ชกั จูงฉันด้ วยเหตุผล ม.1 “แม่ๆ หนูอยากเลี ้ยงกระต่าย” “บ้ านเราอากาศร้ อน แถมยังเลี ้ยงหมาอีก กระต่ายมันตกใจง่าย กลัว จะช็อกตายซะก่อนโต” เหตุผลของแม่ฟังขึ ้นจนฉันคล้ อยตาม ม.4 “แม่ หนูจะเลี ้ยงปลาทองนะ” “ปูนไปโรงเรี ยนแล้ วใครจะให้ อาหาร ความรับผิดชอบก็ไม่มี แม่วา่ ตังใจเรี ้ ยนเอาตัวเองให้ รอดก่อนเถอะ” แม่ของฉันเป็ นแม่คนเดิมที่ยงั มีเหตุมีผล กับลูกเสมอ จึงท�ำให้ ฉนั ต้ องพับโครงการเลี ้ยงปลาทองเก็บไปอย่างจ�ำใจ “ปูน! มึงอยากเลี ้ยงก็ซื ้อไป ยืนจ้ องอยูไ่ ด้ ” เสียงของเต๋าเรี ยกฉันออกมา จากภวังค์แห่งความทรงจ�ำ ฉันใช้ เวลาอยูก่ บั การตัดสินใจไม่นานนักก็ตกลงซื ้อ ลูกปลาทองมาเลี ้ยงสองตัว เหตุผลที่ฉนั เลือกเลี ้ยงปลาทองนันเป็ ้ นเหตุผลค่อนข้ างจะเอาแต่ใจมาก หนึง่ มันต้ องว่ายน� ้ำเก่ง...ส�ำหรับฉันการว่ายน� ้ำเก่งหมายถึง ปลาที่มี ลักษณะซุกซน ไม่เซื่องซึมเป็ นปลาป่ วย สอง ฉันอยากได้ ลกู ปลาทองที่ขนาดตัว ไม่เท่ากัน ตัวนึงใหญ่ ตัวนึงเล็ก เพื่อที่ฉนั จะได้ สมมติให้ มนั เป็ นพี่น้องกัน 56


คงจะเป็ นเรื่ องยากที่จะหาลูกปลาทองลักษณะอย่างว่า ท่ามกลางเพื่อนร่วม สปี ชีส์เดียวกันนับร้ อยตัวในตู้ปลาทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ า ยาวประมาณเมตรครึ่ง แต่ความสามารถที่ฉนั มีในดวงตาคูซ่ กุ ซนก็สง่ ผลให้ ฉนั ไปสะดุดกับลูกปลาทอง ทังสองจนได้ ้ ฉันถึงบ้ านพร้ อมลูกปลาทองสองตัวโดยที่ไม่มีโหลแก้ วทรงกลมติดมือ กลับมาด้ วย เป็ นเพราะฉันอยากให้ ปลาได้ แหวกว่ายอยูใ่ นบริ เวณกว้ าง เต๋า บอกกับฉันว่าการใช้ โหลแก้ วเลี ้ยงจะท�ำให้ ปลาทองของฉันเสียศูนย์ได้ งา่ ย เพราะมันจะว่ายวนตามรูปโหลเป็ นวงกลม ฉันไม่ร้ ูวา่ ที่เต๋าพูดจริ งหรื อเปล่าแต่ ที่ฉนั รู้แน่ๆ โหลแก้ วร้ านนี ้มีราคาแพงมาก ฉันจึงใช้ อา่ งบัวที่ไม่มีบวั ของแม่เป็ น บ้ านให้ พวกมัน ผลพวงจากการใช้ อา่ งบัวคือเสียงบ่นของแม่ที่ตามมาไม่หยุด หย่อน ถึงแม้ ปากแม่จะบ่นฉัน แต่มือแม่นนก็ ั ้ คอยให้ อาหารพวกมันอยูไ่ ม่ได้ ขาด ‘หมา’ และ ‘แมว’ คือชื่อสมมติซงึ่ ฉันคิดขึ ้นมาให้ ลกู ปลาทองทังสอง ้ เพื่อเลียนแบบเทคนิคการตังชื ้ ่อนกแก้ วของเต๋าที่มีชื่อว่า ‘ไก่’ หลังจากนันพอมี ้ เวลาว่างฉันจะนัง่ กอดเข่าอยูข่ ้ างอ่างบัวหน้ าบันไดบ้ าน ดูมนั ส่ายสะบัดไขมัน ไปมาได้ ทงวั ั ้ น บางครัง้ เอานิ ้วไปแหย่พงุ มันบ้ าง ให้ อาหารบ้ างหรื อนัง่ มองเฉยๆ และฉันมักยิ ้มออกมากับรูปร่างแสนตลกของมัน ฉันสมมติเจ้ าหมาให้ เป็ นพี่ ใหญ่ตามขนาดของมัน รูปร่างที่อ้วน มีครี บและหางค่อนข้ างสัน้ ส่วนเจ้ าแมว น้ องเล็กตรงปากของมันจะเป็ นรอบวงสีขาวราวกับผู้หญิงทาลิปสติก หน้ าตาผิด แปลกจากปลาทองตัวอื่นที่ฉนั เคยเห็นมา เหตุการณ์วนเวียนซ� ้ำอย่างนี ้เรื่ อยมา จนเย็นวันหนึง่ ถัดจากคริ สต์มาส ได้ สองวัน ฉันก�ำลังจะให้ อาหารเจ้ าหมากับเจ้ าแมวเหมือนทุกวัน แต่เมื่อมาถึง อ่างบัวฉันรู้ได้ ทนั ทีวา่ มันไม่เหมือนทุกวันที่ผา่ นมา มีเพียงเจ้ าแมวเท่านันที ้ ่ยงั คงว่ายน� ้ำอยู่ และใกล้ ๆ กันฉันพบเจ้ าหมานอนหงายท้ องชิงตายจากเจ้ าแมวไป ตอนไหนก็ไม่ร้ ู... 57


ฉันเคยถกเถียงกับเต๋าเรื่ องการตายของเจ้ าหมา ฉันให้ เหตุผลว่า “ปลาทองมีความจ�ำสันท� ้ ำให้ มนั กินอาหารได้ ตลอดเวลาจนท้ องอืดตาย” แต่ เต๋าบอกว่า “ปลาทองก็มีความจ�ำเหมือนปลาตัวอื่นๆ คือมีระยะเวลาความจ�ำ สามเดือน และพวกมันสามารถจดจ�ำปลาอีกตัวที่อยูด่ ้ วยกันได้ ” ฉันยอมแพ้ ตอ่ เหตุผลของเต๋าทังที ้ ่ฉนั เองก็ไม่ร้ ูวา่ ข้ อมูลที่เต๋าบอกนันเป็ ้ นความจริ งหรื อเปล่า ในที่สดุ เจ้ าแมวก็ตายตามเจ้ าหมาไปในกลางเดือนแรกของปี โดยไม่ร้ ูสาเหตุ บางทีมนั คงจดจ�ำเจ้ าหมาที่อยูด่ ้ วยกันได้ เหมือนที่เต๋าเคยบอก บางทีมนั คง คิดถึงเจ้ าหมา บางทีมนั คงไม่อยากอยูล่ �ำพังในอ่างบัว ฉันน�ำเจ้ าแมวไปกลบฝั ง ในกระถางกุหลาบหนูของแม่ที่เดียวกับเจ้ าหมา เจ้ าหมาและเจ้ าแมวเป็ นปลาทองคูแ่ รกในชีวิต พวกมันท�ำให้ ฉนั ได้ ร้ ูซึ ้ง ถึงประโยคที่วา่ “เราเสี่ยงต่อการร้ องไห้ เมื่อเราปล่อยตัวให้ สร้ างความสัมพันธ์ ขึ ้นมา” เหมือนนักบินที่ได้ เข้ าใจเจ้ าชายน้ อยและสุนขั จิ ้งจอกใน เจ้ าชายน้ อย วรรณกรรมเล่มโปรดของฉันของ อองตวนเดอ แซงเตก-ซูเปรี คุณลุงนักเขียน ชาวฝรั่งเศส ความพิเศษของหมาและแมวท�ำให้ น� ้ำตาของฉันพรั่งพรูออกมาทุกครัง้ ที่ตวั ใดตัวหนึง่ จากไป และทุกครัง้ แม่จะยืนข้ างฉัน เอามือลูบหัวแล้ วบอกว่า “อย่าคิดมากเลยปูน สักวันสัตว์มนั ก็ต้องตายไปตามธรรมชาติ” ฉันคิดว่าแม่คง ไม่อยากเห็นฉันเสียใจ และอาจเป็ นสาเหตุที่แม่คอยห้ ามปรามไม่ให้ ฉนั เลี ้ยง สัตว์ตงแต่ ั ้ เล็กจนโต ถึงแม้ วา่ แม่จะแอบดีใจที่ได้ อา่ งบัวซึง่ เคยเป็ นบ้ านของหมา และแมวกลับไปเป็ นอ่างบัวที่มีบวั สมใจแม่เหมือนเคย ฉันยังคงหวนระลึกถึงเจ้ าหมาและเจ้ าแมวเมื่อเห็นสีส้มของมันเสมอ เหมือน สุนขั จิ ้งจอกที่ระลึกถึงเจ้ าชายน้ อย เมื่อเห็นสีเหลืองอร่ามของทุง่ ข้ าวสาลี ซึง่ เป็ น สีเดียวกับผมของเจ้ าชายน้ อย

58


59


61


ผ้าห่ม จารุวรรณ แซ่ลี

62


ชื่อมันก็แปลตรงตัวและบอกหน้ าที่ในตัวมันเองอยูแ่ ล้ วว่าเป็ นผ้ าที่เอา ไว้ ใช้ หม่ แต่ส�ำหรับฉัน ผ้ าห่มไม่ได้ เป็ นแค่ผ้าที่ชว่ ยกันความหนาวเย็นยามนอน หลับเท่านัน้ มันยังเป็ น ‘ผ้ าดม’ อีกด้ วย ฉันชอบดม ‘กลิน่ ’ ของผ้ าห่มมาก คุณ แม่เล่าให้ ฉนั ฟั งว่าตอนเด็กๆ ฉันชอบดมผ้ าห่มมาก ไม่วา่ จะอยูท่ ี่บ้านหรื อไป นอกบ้ าน จนพ่อของฉันต้ องแอบขโมยเอาผ้ าห่มของฉันไปทิ ้ง เนื่องจากมันขาด รุ่งริ่ งเหมือนผ้ าขี ้ริ ว้ และท่านก็กลัวว่าฉันจะดมจนติดเป็ นนิสยั โตไปจะท�ำให้ เสีย บุคลิก (ถ้ าตัวฉันตอนนี ้ ในวัยยี่สบิ สองยังคงยืนดมผ้ าห่มนอกบ้ านอยูล่ ะ่ ก็… คง เป็ นสภาพที่เกินจะอธิบายได้ ) และฉันก็คงติดผ้ าห่มมากอย่างที่แม่บอกจริ งๆ เพราะในรูปถ่ายสมัยเด็กของฉันหลายใบ มีรูปผ้ าห่มสีเขียวอ่อน ผืนเล็กๆ ผืนนึง ปรากฏให้ เห็นอยูเ่ สมอ ฉันยังจ�ำได้ เลือนรางว่าทันทีที่ร้ ูวา่ ผ้ าห่มหายไป ฉันร้ องไห้ ฟมู ฟาย เดิน กระเตาะกระแตะหาทุกซอกทุกมุมทัว่ บ้ าน แต่หายังไงก็หาไม่เจอ พอรู้วา่ พ่อ 63


ฉันเอาไปทิ ้งที่ถงั ขยะ ฉันก็เดินไปคุ้ยขยะ แต่มนั ก็สายเกินไป…รถขยะมารับ ผ้ าห่มของฉันไปสูส่ ขุ คติเสียแล้ ว มานึกดูตอนนี ้ หากฉันได้ เห็นภาพตัวเองในตอนนัน้ คงอดที่จะข�ำตัว เองไม่ได้ มันคงตลกน่าดู แต่ความรู้สกึ ของฉันในตอนนัน้ ฉันว่าฉันคงข�ำไม่ ออกเลยสักนิดเดียว ฉันเสียใจที่ฉนั จะไม่มีวนั ได้ ดม ไม่มีวนั ที่จะได้ กลิน่ ผ้ าห่ม ผืนนันอี ้ กแล้ ว ฉันโกรธพ่อที่ทิ ้งผ้ าห่มสุดที่รักของฉัน ฉันโมโหตัวเองที่ไปช่วย ผ้ าห่มจากกองขยะไว้ ไม่ทนั ฉันรู้สกึ เจ็บใจที่ยอมให้ ผ้าห่มอยูห่ า่ งกายในวันนัน้ ‘ผ้ าห่มสีเขียวอ่อน’ ผืนนัน้ เป็ นผ้ าห่มผืนแรกของฉัน เป็ นผ้ าห่มที่ฉนั รักมาก ต่อ ให้ มนั จะสภาพเหมือนเศษผ้ าไร้ ราคา แต่ฉนั ก็ใช้ เวลากับผ้ าห่มผืนนี ้มากกว่ากับ ตุ๊กตาราคาแพงเสียอีก และก็เป็ นเพราะ ‘ผ้ าห่ม’ ที่ท�ำให้ ฉนั รู้ซึ ้งถึงความรู้สกึ ที่ ถูก ‘พลัดพราก’ จากของส�ำคัญเป็ นครัง้ แรก ติดแล้ ว…ติดเลย ผ้ าห่มผืนปั จจุบนั ของฉัน เป็ นผ้ าห่มสีแดงเข้ ม ปกคลุมด้ วยลวดลาย ของดอกไม้ ผืนหนา ลักษณะคล้ ายกับพรมผืนย่อมๆ สภาพก็สมบุกสมบันจาก ระยะเวลาการใช้ งานอันยาวนานนับ 10 ปี ในสายตาคนทัว่ ไป มันก็เป็ นแค่ ผ้ าห่มธรรมดาผืนหนึง่ เท่านัน้ แต่ ‘กลิน่ ’ เป็ นสิง่ ที่ท�ำให้ ผ้าห่มผืนนี ้เป็ นสิง่ พิเศษ ส�ำหรับฉัน ฉันติดกลิน่ ของมัน มันเป็ นกลิน่ หอมจางๆ ของน� ้ำยาซักผ้ า ผสมกับ กลิน่ ผ้ าเก่าๆ เหมือนผ้ าที่ถกู พับเก็บไว้ ในตู้นานๆ เป็ นกลิน่ เฉพาะของบ้ านฉัน ที่ ท�ำให้ ฉนั รู้สกึ อบอุน่ สงบ และปลอดภัยทุกครัง้ ได้ กลิน่ มันเป็ นเหมือนยาดม วิเศษแบรนด์เดียวในโลกเลยทีเดียว เวลาที่ฉนั รู้สกึ เหนื่อย ท้ อแท้ เบื่อหน่ายกับ ชีวิต แค่ได้ ดมผ้ าห่ม ฉันก็จะรู้สกึ ดีขึ ้นมาทันที ช่วงแรกๆ ที่เอาไปซัก กลิน่ มันจะ เปลี่ยนไป มันจะหอมฉุนด้ วยกลิน่ ของน� ้ำยาซักผ้ า แต่พอใช้ ไปสักพัก กลิน่ มัน จะค่อยๆ กลับมาเป็ นกลิน่ เดิม…กลิน่ ที่ฉนั คุ้นเคย…กลิน่ ของบ้ าน 64


อุน่ ไอ…อ้ อมกอด ‘ผ้ าห่ม’ ไม่ได้ ชว่ ยให้ ร่างกายฉันอุน่ ขึ ้นเท่านัน้ แต่ในยามที่ฉนั ต้ องการ ความอบอุน่ ทางใจ มันก็ท�ำหน้ าที่ได้ ดีไม่แพ้ กนั แปลกนะ เพียงแค่ได้ กลิน่ ได้ สัมผัส มันก็ท�ำให้ ฉนั มีก�ำลังใจขึ ้นอย่างน่าประหลาด จนมันท�ำให้ ฉนั อดคิดไม่ ได้ วา่ นี่ฉนั พึง่ พาผ้ าห่มมากเกินไปหรื อเปล่า? พึง่ พากลิน่ …พึง่ พาสัมผัสอันอ่อน โยนของมัน ฉันใช้ ผ้าห่มผืนนี ้มานานมาก…นานซะจนเคยชิน เพราะฉันรู้วา่ มัน เป็ นสิง่ ที่ฉนั สามารถพึง่ พาและไว้ ใจได้ เสมอ มันสามารถปลอบโยนฉันได้ โดย ไม่จ�ำเป็ นต้ องพูดอะไรสักค�ำ เป็ นที่ซบั น� ้ำตายามฉันร้ องไห้ เป็ นผ้ าคลุมโปงยาม ดูหนังผี เป็ นของเล่นอเนกประสงค์ชิ ้นโปรดสมัยเด็ก ฉันยังจ�ำได้ ดี ว่าเคยใช้ ผ้ าห่มผืนนี ้แทนผ้ าคลุมทุกครัง้ เวลาที่ฉนั เล่นเป็ นจอมยุทธหญิง ใช้ แทนผ้ าปูพื ้น เวลาเล่นขายของท�ำกับข้ าวกับน้ องสาว ใช้ สมมติวา่ เป็ นชุดราตรี สีแดงสวยหรู ยามเล่นแต่งตัว มันเป็ น มากกว่าแค่ผ้าห่ม มันเป็ นเหมือนอ้ อมกอดแสนวิเศษที่ไม่สามารถหาที่ไหนได้ อีกแล้ ว แม้ กระทัง่ อ้ อมกอดของคนรัก ยามที่เขาคนนัน้ กอดฉัน ฉันมีความสุขเหนือค�ำบรรยาย ยามเราสองกอดกัน ท่ามกลางหิมะโปรยปราย ฉันไม่ร้ ูสกึ หนาวเลย แต่…. มันก็ไม่ใช่ความอบอุน่ แบบเดียวกับที่ฉนั ได้ รับจากผ้ าห่มผืนนี ้ ไม่ใช่เลย ฉันรู้ดี มันไม่ใช่สงิ่ ที่สามารถเอามาเปรี ยบเทียบกันได้ แต่หากคุณเคยมี ความรู้สกึ คล้ ายๆ กันนี ้… คุณคงจะเข้ าใจ วันเวลาที่ยาวนาน ยามที่ความผูกพันมากมายได้ ก่อตัวขึ ้น จนอะไร บางอย่างได้ กลายมาเป็ นส่วนหนึง่ ในชีวิตของเรา และเราต่างก็ร้ ูดีวา่ ไม่วา่ ใคร หรื ออะไร ก็ไม่สามารถมาแทนที่ความรู้สกึ นี ้ได้ 65


เปลี่ยน? ‘ผ้ าห่ม’ เปลี่ยนไป มันดูเก่าขึ ้น เต็มไปด้ วยรอยขาด รูโหว่ ขนาดมันก็ เล็กลงไม่เหมือนก่อน จากที่เคยคลุมได้ เลยขาของฉัน ตอนนี ้ ห่มได้ แค่ครึ่งตัว ฉันเท่านันเอง ้ ฉันเองก็ ‘เปลี่ยน’ ไป ฉันสูงขึ ้น โตขึ ้น ความใสซื่อ จินตนาการที่เคยมีในวัยเด็ก ก็ลดน้ อยลง ตามกาลเวลา เด็กหญิงในวันนัน้ กลายเป็ นหญิงสาวในวันนี ้ เด็กผู้หญิงคนเดิมเมื่อ 10 ปี ก่อน เธอไม่ได้ อยูท่ ี่นี่แล้ ว เธอค่อยๆ หาย ไป…

เด็กผู้หญิงคนหนึง่ เธอรอให้ ฉนั ปลุกจากการหลับใหล เธอหลับมานานแล้ ว แม้ ไม่ถงึ 100 ปี เหมือนเจ้ าหญิงนิทรา แต่ฉนั คงต้ องรี บปลุกเธอขึ ้นมา ก่อนที่เธอจะหลับใหลไปตลอดกาล

ขาด

ฉันต้ องท�ำอะไรสักอย่าง…ฉันจะไม่มีวนั ยอมให้ เด็กคนนี ้หายไปเป็ นอัน

“ขอบคุณนะ… คุณผ้ าห่ม”

‘ผ้ าห่ม’ เก่าๆ ผืนนี ้ ช่วยท�ำให้ ตวั ตนของเด็กหญิงคนหนึง่ ยังอยู่ ในยาม ที่ตวั ฉันเองเกือบจะลืมเลือนมันไป มันช่วยเก็บรักษาเด็กสาวหน้ าสิว ผมบ๊ อบ 66


สัน้ ที่ชอบเล่นบาส ชอบกินช็อคโกแลตคิทแคทเป็ นชีวิตจิตใจเอาไว้ ให้ ฉนั คอย ย� ้ำเตือนฉันถึงตัวตนในวัยเยาว์ วัยที่ไร้ ความกังวล ได้ เล่นสนุก ได้ อ้อนแม่โดย ไม่ต้องแคร์ สายตาใคร ที่ส�ำคัญมันท�ำให้ ฉนั ตระหนักได้ วา่ อย่ายอมให้ ตวั ตนใน วัยเด็กของเราหายไป ให้ ความฝั นในวัยเด็กนัน้ เป็ นแรงบันดาลใจให้ เราท�ำวันนี ้… วันที่เรา เป็ นผู้ใหญ่ให้ ดีและมีความหมายที่สดุ เพราะท้ ายที่สดุ แล้ ว มันก็จะเป็ นอีกช่วง เวลาหนึง่ ที่ผา่ นมา… แล้ วก็จะผ่านไป เป็ นดัง่ สายน� ้ำที่ไม่มีวนั ไหลย้ อนกลับ ผู้ใหญ่ถงึ ไม่ใช่เด็ก แต่ก็เคยเป็ นเด็ก แล้ วท�ำไมตัวเราถึงปฏิเสธว่า ครัง้ หนึง่ ตัวเราเคยเป็ นยังไงด้ วยล่ะ? คุณยังจ�ำได้ ใช่ไหม? ช่วงเวลาๆ ดีที่ได้ ดกู าร์ ตนู เรื่ องโปรด สะสมการ์ ดของแถมจากขนม แปลงร่างเป็ นยอดมนุษย์กบั หุน่ ยนต์คใู่ จ แต่งตัวเข้ าชุดกับตุ๊กตาตัวสวย ช่วงเวลาส่วนตัวที่มีแค่ ‘คุณ’ กับ ‘ของในความทรงจ�ำ’ ของคุณเท่านัน้ ไม่มีข้อ จ�ำกัดเรื่ องเวลาหรื ออายุ ส�ำหรับฉัน…ฉันไม่ลงั เลเลยที่จะบอกว่า ฉันต้ องการผ้ าห่มผืนนี ้เสมอ ไม่วา่ เมื่อไหร่ก็ตาม และฉันก็กล้ าที่จะยืดอกยอมรับอย่างอาจหาญว่า ฉัน ‘ติด’ ผ้ าห่มผืนนี ้ และยังชอบที่จะ ‘ดม’ ผ้ าห่มอยูบ่ อ่ ยๆ

67


ฝน ยุพาฝัน ประชุมทอง

72


ค�่ำวันหนึง่ ของวันที่ 17 ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2538 เด็กหญิงกิ่งก้ านก�ำลังหมกหมุน่ อยูก่ บั การคัดลายมือตัวเท่าหม้ อแกง ซึง่ เกินขนาดความจ�ำเป็ นของรอยประที่ก�ำหนดไว้ เด็กหญิงกิ่งก้ านรู้สกึ หงุดหงิด ในใจว่าท�ำไมจึงเกิดมามีปมด้ อยเรื่ องลายมือไม่สวยเหมือนยิ ้มแย้ ม เพื่อนร่วม ชันที ้ ่เธอสนิทสนมเสมอมาเป็ นระยะเวลาสามปี เต็ม เด็กหญิงกิ่งก้ านในช่วงชัน้ ประถมศึกษาปี ที่ 2 ก�ำลังไม่พอใจลายมือที่ตวั เองได้ รับการถ่ายทอดพันธุกรรม ผ่านแม่ หญิงผู้���งึ่ กิ่งก้ านเชื่อมาเสมอว่า ลายมือของแม่ไม่สมประกอบเลยสัก นิด และถูกถ่ายทอดไปสูต่ วั เธอ ซึง่ เป็ นความผิดร้ ายแรงที่เด็กหญิงกิ่งก้ านไม่คดิ จะให้ อภัยแม่เลยสักครัง้ หลังจากใช้ ยางลบราคาถูกลบแล้ วลบอีกไม่นบั ครัง้ เด็กหญิงกิ่งก้ านก็ยอมแพ้ ตอ่ พันธุกรรมที่แม่มอบให้ เธอตัดสินใจคัดลายมือใน แบบฉบับไร้ รอยเส้ นประต่อไป... “วันนี ้หลายพื ้นที่มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้ อยละ 50 ของพื ้นที่ ส่วนมาก บริ เวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขนั ธ์ ชุมพร สุราษฎร์ ธานี และ 73


นครศรี ธรรมราช อุณหภูมิต�่ำสุดอยูท่ ี่ 21-24 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิสงู สุด อยูท่ ี่ 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ มีความเร็ ว…” พ่อผู้ตดิ ตาม ข่าวพยากรณ์อากาศก�ำลังจดจ่ออยูก่ บั หน้ าจอสี่เหลี่ยมเครื่ องใหม่ที่ซื ้อมาได้ สี่ วัน เด็กหญิงกิ่งก้ านเคยสงสัยว่าท�ำไมพ่อไม่นกึ ดูขา่ วดาราเหมือนเธอบ้ าง ข่าวพยากรณ์อากาศจะฉายในเวลาเดียวกับข่าวดาราที่เด็กหญิงกิ่งก้ านชื่นชอบ เสมอ นัน่ ท�ำให้ เธอตกข่าวเพราะพ่อเป็ นผู้ครอบครองรี โมททีวีแต่ผ้ เู ดียว และนัน่ เป็ นสาเหตุส�ำคัญที่ท�ำให้ เธอไม่ยดึ ติดค�ำพยากรณ์ฟ้าฝนในทีวีเลย ไม่วา่ ฝนใน ค�ำพยากรณ์จะตกหรื อไม่ แต่เด็กหญิงกิ่งก้ านก็เชื่อว่าฝนจะต้ องตกมาให้ เรา เห็นต่อหน้ าต่อตา จึงเชื่อได้ วา่ ฝนตกจริ งๆ เด็กหญิงกิ่งก้ านเป็ นลูกสาวคนเดียวของครอบครัวสุขเสมอ พ่อของเธอ ท�ำงานเป็ นบุรุษไปรษณีย์ แม่เป็ นผู้หญิงที่ท�ำงานในบ้ าน แม่ชอบบ่นขณะกวาด บ้ าน ถูบ้าน กิ่งก้ านจะต้ องเป็ นผู้ฟังไปโดยไม่ได้ ตงใจ ั ้ ทุกเช้ าพ่อจะออกไป ท�ำงานและพกร่มติดกระเป๋ าท�ำงานไปด้ วย พ่อบอกว่า พ่อเชื่อพยากรณ์อากาศ 85 เปอร์ เซ็นต์ อีก 15 เปอร์ เซ็นต์พอ่ เชื่อตัวเอง จ�ำได้ วา่ พ่อเคยพูดขณะหยิบร่มสี ด�ำคันเก่าในเช้ าวันใสสด “แดดส่องเปรี ย้ งขนาดนี ้ เราควรพกร่มไว้ อย่างแน่นอน ตอนเย็นๆ ฝนร่วงเป็ นแน่” น� ้ำเสียงพ่อฟั งแล้ วหนักแน่นน่าไว้ ใจ แต่ก็วางใจไม่ ได้ หนึง่ เดือนมีสามสิบวัน สิบสองวันเป็ นวันฝนตก อีกสิบแปดวันเป็ นวันแดด ส่อง พ่อทายผิดหมด เพราะปรากฏการณ์ธรรมชาติของฝนร่วงลงมาจากฟ้าคือ ฝนตกสลับแดดออกตลอดเดือน ซึง่ เดือนที่แล้ วพิสจู น์ได้ อย่างแจ่มชัดว่า 15 เปอร์ เซนต์ของพ่อเชื่อไม่ได้ เลย เด็กหญิงกิ่งก้ านรักฝน ฝนเป็ นน� ้ำที่ร่วงโรยลงมาจากสวรรค์ เป็ นฝี มือ ของนางฟ้า เด็กหญิงกิ่งก้ านสรุปเอาเองด้ วยตาเปล่า แต่เธอเคยศึกษาเรื่ องฝน อย่างจริ งจังด้ วยการดูสารคดีชดุ ‘มาท�ำความรู้จกั ฝนกันเถอะ’ ในสารคดีชดุ นัน้ เล่าว่าฝนที่ตกลงมาเป็ นส่วนหนึง่ ของวัฏจักรของน� ้ำ มันเกิดจากผิวน� ้ำใน 74


มหาสมุทรจะระเหยกลายเป็ นไอ แล้ ว ควบแน่นเป็ นละอองน� ้ำในอากาศ รวมตัว กันเป็ นเมฆ จนในที่สดุ ตกลงมาเป็ นฝน ไหลลงสูแ่ ม่น� ้ำ ล�ำคลอง ไปสูท่ ะเล  มหาสมุทร มันจะวนเวียนเช่นนี ้เป็ นวัฏจักรไม่มีที่สิ ้นสุด นัน่ ท�ำให้ เธอมหัศจรรย์ ใจในธรรมชาติของฝนมากยิ่งขึ ้น แปะ แปะ แปะ…เสียงบรรเลงของเม็ดฝนเริ่ มโปรยปรายลงบนหลังคา บ้ าน ในวันเสาร์ ของช่วงเย็นช่วยปกปิ ดสีเหลืองนวลของพระจันทร์ มิดชิด แม่ผ้ มู ี พลังเสียงสนัน่ แก้ วหูตะโกนบอกเด็กหญิงกิ่งก้ านให้ ชว่ ยปิ ดหน้ าต่างกันฝนสาด เข้ ามาในบ้ าน เด็กหญิงกิ่งก้ านที่ก�ำลังเปลี่ยนเสื ้อผ้ าเตรี ยมออกไปเล่นน� ้ำฝน ไม่ สามารถท�ำตามได้ เนื่องจากจิตใจจดจ่ออยูท่ ี่สายฝนนอกบ้ านที่ก�ำลังร่วงหล่น ลงมาให้ ความชุม่ ฉ�่ำแก่ดวงใจของเธอ กิ่งก้ านรักฝน กิ่งก้ านชอบเล่นน� ้ำฝน มากกว่าน� ้ำจากฝั กบัว กิ่งก้ านเชื่อว่านอกจากวัฏจักรของน� ้ำจะท�ำให้ เกิดฝนแล้ ว ความเย็นฉ�่ำที่สวรรค์เสกสรรให้ มนุษย์ชะโลมร่างกาย เพื่อเพิ่มพลังงานในชีวิต ให้ มีความกระปรี ก้ ระเปร่าก็เป็ นส่วนส�ำคัญที่เธอทึกทักเอาเอง เธอเงยหน้ าขึ ้นมองสายฝนที่ก�ำลังร่วงหล่นลงมา แววตาเปี่ ยมสุข ใบหน้ ายินดีต้อนรับ ทุกอย่างดูมีชีวิตในห้ วงเวลาที่เธอได้ เล่นน� ้ำฝนนอกบ้ าน วัน ไหนมีเพื่อนมาเล่นด้ วย เด็กหญิงกิ่งก้ านจะยืดเวลาเล่นน� ้ำฝนไปจนนิ ้วเริ่ มเหี่ยว ไม่มีอะไรหยุดยังหรื ้ อชะลอการเล่นน� ้ำฝนของเธอได้ นอกจากฝนจะหยุดตัวลง แม่จะบ่นกิ่งก้ านทุกครัง้ ที่เธอออกไปเล่นน� ้ำฝน เคยมีครัง้ หนึง่ ที่แม่ห้ามไม่ให้ เธอ อกไปเล่นด้ วยการหักค่าขนม เด็กหญิงกิ่งก้ านพูดในใจว่าแม่ไม่ควรขูล่ กู สาว ด้ วยเรื่ องอันตรายแบบนี ้ แต่ไม่เป็ นไรเธอมีเงินในกระปุกออมสินที่นา่ จะพอมา ทดแทนเงินที่แม่หกั ออกไปได้ เธอจึงออกไปเล่นน� ้ำฝน หากช่วงไหนฝนตกทัง้ สัปดาห์ กิ่งก้ านก็ไม่เคยพลาดสักวัน แม่เคยลงโทษขันรุ ้ นแรงกับเธอนัน่ คือใช้ ก้ านมะยมฟาดไปตรงน่อง กิ่งก้ านแสบๆ คันๆ และร้ องไห้ อยูใ่ นห้ องเกือบ ชัว่ โมง แต่ก้านมะยมของแม่ไม่ได้ ท�ำให้ เธอเลิกเล่นน� ้ำฝน… เด็กหญิงกิ่งก้ านเคยป่ วยเพราะฝนหลายครัง้ เธอจ�ำได้ วา่ คุณครู 75


วิทยาศาสตร์ เคยตังค� ้ ำถามว่า ท�ำไมโดนฝนถึงเป็ นหวัด ไม่มีใครในห้ องให้ ค�ำ ตอบได้ “ก่อนฝนตกจะมีกระแสลมที่คอยพัดให้ พวกไวรัสลอยฟุ้งในอากาศ หาก เด็กๆ อยูใ่ นบริ เวณนันก่ ้ อนฝนตกมีโอกาสได้ สมั ผัสเจ้ าไวรัสในปริ มาณมาก แน่ๆ” คุณครูวิทยาศาสตร์ รีบแถลงไขเพื่อท�ำลายความเงียบ “แล้ วใครรู้บ้างจ๊ ะ ว่าเจ้ าเชื ้อโรคหรื อเจ้ าไวรัสเนี่ย มันเข้ าไปอยูใ่ นร่างกายของ เราได้ อย่างไร” คุณครูวิทยาศาสตร์ ตงค� ั ้ ำถามอีกครัง้ “เข้ ามาทางหัวเราใช่ไหมครับครู เพราะฝนจะตกลงโดนหัวเราก่อน ไอ้ ไวรัสจึง เข้ าไปในหัวของเราครับครู” เด็กชายแสนกล้ า หัวหน้ าห้ องแสดงตัวเป็ นผู้น�ำคน เก่ง คุณครูวิทยาศาสตร์ ยิ ้มอย่างพอใจในความสนใจของเหล่านักเรี ยน “หากเราตากฝน ศีรษะของเราก็จะเปี ยกฝนก็จริ งจ้ ะ แต่พวกเชื ้อโรคไม่ได้ เข้ า ทางศีรษะหรอกจ้ ะ แต่ถ้าศีรษะเด็กๆ เปี ยกฝน จะท�ำให้ อณ ุ หภูมิในเยื่อบุจมูก ลดต�่ำลงประมาณ 1-2 องศาเซลเซียส ซึง่ อุณหภูมิระดับนี ้จะท�ำให้ เจ้ าเชื ้อโรคห รื อเจ้ าไวรัสมีการแบ่งตัว และตกค้ างอยูใ่ นรูจมูกของเรานัน่ เอง ฉะนันเด็ ้ กๆ ไม่ ควรเล่นน� ้ำฝนเวลาฝนตกรู้ไหมจ้ ะ เดี๋ยวจะโดนเจ้ าไวรัสไปสิงอยูใ่ นร่างกาย” เพื่อนร่วมชันของเด็ ้ กหญิงกิ่งก้ านหัวเราะพออกพอใจ คุณครูวิทยาศาสตร์ ก�ำลังวาดรูปน� ้ำฝนอธิบายเรื่ องราวให้ เห็นแจ่มชัด ขึ ้นด้ วยชอล์กสีฟ้า หยดน� ้ำฝนที่คณ ุ ครูวาดหน้ าตาคล้ ายหยดน� ้ำตาที่มีก้นกลม และปลายบนแหลมๆ เหมือนเคยเห็นในการ์ ตนู “คุณครูคะ รูปหยดน� ้ำฝนต้ องเป็ นทรงกลมนะคะ” น� ้ำเสียงหนักแน่น ของเด็ก หญิงกิ่งก้ านท�ำให้ คณ ุ ครูวิทยาศาสตร์ หมดความมัน่ ใจ และแก้ เขินด้ วย วิธีการอันชาญฉลาด “แสดงว่าครูวาดไม่สวยถูกใจกิ่งก้ านสินะ งันเธอออกมาวาดให้ ้ เพื่อนๆ ดูสจิ ๊ ะ หยดน� ้ำฝนของเธอหน้ าตาจะสวยแค่ไหน” เด็กหญิงกิ่งก้ านเดินออกมา จากที่นงั่ บรรจงจับชอล์กวาดรูปหยดฝนที่เคยดูในสารคดีอย่างมุง่ มัน่ 76


“หยดฝนจะมีขนาดเล็ก มีรูปเกือบเป็ นทรงกลมนะคะ แต่ถ้าหยดฝนมี ขนาดใหญ่ขึ ้นก็จะมีรูปร่างแบนๆ คล้ ายขนมปั งแฮมเบอร์ เกอร์ คะ่ ส่วนเม็ดที่ ใหญ่มากๆ จะมีรูปร่างคล้ ายร่มชูชีพเลยนะคะ” เด็กหญิงกิ่งก้ านวาดรูปพลาง อธิบายให้ เพื่���นๆ ฟั งอย่างมัน่ ใจ เพื่อนๆ ต่างตังหน้ ้ ารอดูหยดฝนของเธอ คาบ วิชาวิทยาศาสตร์ วนั นันเธอได้ ้ รับเสียงปรบมืออย่างท่วมท้ น เพราะไม่มีใครรู้มา ก่อนว่าหยดฝนจะมีรูปร่างทรงกลม โรงเรี ยนของกิ่งก้ าน ในคาบวิชาภาษาไทย คุณครูสงั่ การบ้ านชวนขี ้ เกียจนัน่ คือเรี ยงความเรื่ อง ‘สิง่ ที่ฉนั รัก’ เด็กหญิงกิ่งก้ านไม่ชอบเรี ยงความ เพราะต้ องใช้ เวลาเขียนยาวประมาณหนึง่ หน้ ากระดาษตามที่คณ ุ ครูก�ำหนด แถมไม่สามารถลอกเพื่อนได้ แต่อย่างไรก็ตาม เรี ยงความคือการบ้ าน เด็กหญิง กิ่งก้ านนัง่ เหลาดินสอไม้ ที่เก็บได้ จากโรงอาหารด้ วยความรู้สกึ ยินดีเพราะมัน เป็ นสมบัตชิ ิ ้นใหม่ที่มีสภาพดีเยี่ยม เรี ยงความถูกมอบหมายเบ็ดเสร็ จจาก คุณครู พร้ อมก�ำหนดส่งในวันศุกร์ เด็กหญิงกิ่งก้ านมีเวลาเหลือเฟื อ เพราะยังไง เสียพรุ่งนี ้ก็เป็ นวันพฤหัสบดี เธอยังคงเหลาดินสอที่ตนเป็ นเจ้ าของเมื่อตอนเก็บ ได้ อย่างภูมิใจ ฤดูฝนของประเทศไทย 18 ปี ต่อมา “ฤดูฝนของประเทศไทยในปี นี ้ได้ เริ่ มต้ นขึ ้นแล้ วนะครับ จากต้ นเดือน พฤษภาคม จะเห็นได้ วา่ เริ่ มมีฝนตกต่อเนื่องในภาคใต้ ก่อนตังแต่ ้ ปลายเดือน เมษายนเลยนะครับคุณผู้ชม สาเหตุมาจากลมที่พดั ปกคลุมประเทศไทยเริ่ ม เปลี่ยนเป็ นลมตะวันตกเฉียงใต้ ซึง่ น�ำเอาความชื ้นจากทะเลอันดามันพัดเข้ า มาปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทย ประกอบกับมีฝนตกติดต่อกันในทุกภาค ของประเทศด้ วยครับ ซึง่ ถือว่าเป็ นการเข้ าสูฤ่ ดูฝนของประเทศไทยในปี นี ้แล้ ว นะครับ” เสียงรายการวิเคราะห์สภาพอากาศของกรมอุตนุ ิยมจากจอทีวีดงั ขึ ้น นางสาวกิ่งก้ านเปิ ดมันทิ ้งไว้ เพื่อท�ำลายความเงียบในห้ องขณะที่เธอใช้ ผ้า 77


ขนหนูเช็ดผมที่เปี ยกเพราะเพิ่งอาบน� ้ำเสร็จ เธอมีใบหน้ าชวนมอง ดวงตากลมใส ผิวพรรณขาวเหลืองเนื ้อตัวนิ่มน่า แตะต้ อง เธอก้ าวมาใช้ ชีวิตในเมืองตังแต่ ้ เรี ยนมหาวิทยาลัย ด้ วยความเป็ นเด็ก ต่างจังหวัดจึงไม่เคยชินกลิน่ อายของรถราและตึกสูง เธอท�ำงานเป็ นสาว ธนาคารที่นงั่ ตากแอร์ ทกุ วัน เพื่อนร่วมงานก็มีหลากหลายระดับให้ ปรึกษาหรื อ เที่ยวเล่น นางสาวกิ่งก้ านปิ ดหน้ าต่างสนิทในวันที่ฟ้าฝนคะนองตามค�ำพยากรณ์ อากาศในทีวีวนั นี ้ ฝนโปรยปรายอย่างหนักหน่วงแลดูฉนุ เฉียว ไหนจะต้ อง ปะทะกับแรงลมที่พดั ผ่านไปมาชวนไร้ ทิศทางในคืนนี ้ หยดน� ้ำฝนเม็ดโตตกจาก ฟากฟ้าที่มืดสนิทไร้ ร่องรอยของแสงจันทรา ท้ องฟ้าครึม้ กลบเกลื่อนภาพ ธรรมชาติของเจ้ าต้ นพลูดา่ งที่แขวนเรี ยงรายอยูต่ รงระเบียงก็ยงั แลเลือนรางเห็น เป็ นเงา หยาดฝนที่ร่วงหล่นลงมาเรี ยบร้ อยแล้ วยังคงติดค้ างอยูต่ ามวัตถุมีชีวิต บ้ าง ไร้ ชีวิตบ้ าง พอให้ ร้ ูสกึ ถึงความหนาวเหน็บในราตรี นี ้ นางสาวกิ่งก้ านรักฤดูฝน นางสาวกิ่งก้ านยังรักสายฝน แปลกก็ตรงที่ เธอไม่กล้ าออกไปเล่นน� ้ำฝนเสียแล้ ว พร้ อมให้ เหตุผลว่า ฝนท�ำให้ เป็ นไข้ ได้ หลายวัน ฝนท�ำให้ รถติดขัดยืดยาว ฝนท�ำให้ ต้องกลับบ้ านช้ า ฝนมักจะมาพร้ อม กับความแฉะที่ไม่นา่ ถวิลหาสักนิด ฝนท�ำให้ เสื ้อผ้ าบางๆ ดูโปร่งใสขึ ้นมาทันตา ฝนมีข้อเสียมากไปเกินกว่าจะออกไปเล่น นางสาวกิ่งก้ านเคยบ่นในใจว่า ฉันยังรักเธอนะ…สายฝน แต่มนั น่า กลัวนะยามฟ้าผ่าเปรี ย้ งขึ ้นมาใครจะช่วย แล้ วถ้ าบังเอิญฉันป่ วยจนไปท�ำงาน ไม่ได้ ก็ต้องโดนหักเงินเดือน ฉันกลัวนะ กลัวว่าคนจะมองมาที่ฉนั ขณะยืนเล่น น� ้ำฝนอย่างฉ�่ำใจในเวลาที่มนุษย์หลายคนก�ำลังรี บวิ่งหลบฝนราวกับหนีสตั ว์ ประหลาด ฉันโตแล้ วนะ แม่จะต้ องเป็ นห่วงฉันแค่ไหนหากยังเล่นน� ้ำฝนเหมือน ตอนเป็ นเด็ก ไม่ไหวหรอกนะที่ต้องมานัง่ กินยาอัดเม็ดแล้ วรอวันที่น� ้ำมูกหดหาย ไปจากรูจมูก และนัน่ เป็ นเหตุผลมากมายที่ท�ำให้ ฉนั ยุติสงิ่ ที่อยากท�ำ 78


ว่ากันว่ามนุษย์มีมมุ มองต่อฝนที่แตกต่างกันไปตามความรู้สกึ ส่วนตัว บางคนเปรี ยบฝนเป็ นความเศร้ าโศก ชวนหม่นหมอง แต่ตรงข้ ามบางคนกลับ เชื่อว่าฝนเป็ นสัญลักษณ์ของความหวัง ความชื่นชมยินดี และการเจริ ญงอกงาม หรื อหลายครัง้ ที่ฝนตกพร� ำๆ อาจหมายถึงห้ วงเวลาแห่งความโรแมนติกของใคร หลายคน และฝนในเวลานี ้ของฉันมันคือความกลัวที่มาจากเหตุผลมากมาย ฉันเลิกเล่นน� ้ำฝนมาหลายปี แล้ วล่ะ แม้ วา่ ฉันจะอยากกลับไปเล่นน� ้ำฝนเหมือน ตอนเด็กก็ตาม หลายครัง้ ที่นางสาวกิ่งก้ านรู้สกึ ท้ อกับชีวิตการงานอันไม่เป็ นที่รัก ซึง่ เธอเลือกมันเองกับมือ ถ้ าเธอเป็ นเด็กในตอนนันเธอคงจะเล่ ้ นน� ้ำฝนไม่ต้องกลัว แม่บน่ ไม่ต้องกลัวใครมอง ไม่กลัวเจ็บป่ วย แม้ ใจอยากจะเล่นน� ้ำฝนระบาย ความทุกข์ออกไปมากก็ตาม แต่ความกลัวที่เรี ยงร้ อยเป็ นภาพสายตาใครต่อ ใคร ภาพอาการป่ วยหรื ออะไรนานาที่เธอให้ เหตุผลไว้ มารุมล้ อมเธอไม่ให้ เดิน ออกไปแตะเม็ดฝนสักหยดเสียด้ วยซ� ้ำ…หรื อนางสาวกิ่งก้ านโตแล้ ว ไม่ควรเล่น น� ้ำฝนด้ วยเหตุผลทางแพทย์และทางสังคม นางสาวกิ่งก้ านนอนกระสับกระส่าย คิดวกไปวนมา เพราะวันนี ้เธอโดนไล่ออกจากงานจึงนอนข่มตาไม่ลง จะด้ วย สาเหตุอะไรไม่ส�ำคัญ รู้เพียงว่าเธอเต็มใจและยินดีอย่างยิ่งกับการถูกไล่ออกใน วันนี ้ แม้ วา่ พรุ่งนี ้จะมีสถานะเป็ นผู้วา่ งงานก็ตาม นางสาวกิ่งก้ านตัดพ้ อชีวิตแบบนี ้เสมอยามที่ฝนตก ยิ่งค�่ำไหนฝน ตกหนักเธออยากจะลุกไปเล่นน� ้ำฝนแล้ วลืมความทุกข์ในใจเสียให้ ร้ ูแล้ วรู้รอด แต่เธอกลับเลือกนัง่ มองฝนที่ตกลงมาด้ วยความรู้สกึ ยินดี และรู้วา่ หัวใจพองโต มากขึ ้นยามแบมือสองข้ างยื่นออกไปรับน� ้ำฝนเพียงไม่กี่นาที ทังที ้ ่ใจอยากท�ำ มากกว่านัน้ ไม่ร้ ูวา่ กี่โมงไปแล้ ว…นางสาวกิ่งก้ านยังคงข่มตาหลับไม่ลงเสียที เธอ จึงเคลื่อนลิ ้นชักออกมาเพื่อเปิ ดกล่องไม้ สีเหลืองที่พอ่ ท�ำให้ เป็ นชิ ้นงานส่ง อาจารย์วิชางานประดิษฐ์ สมัยมัธยมศึกษาปี ที่ 4 ในนันเต็ ้ มไปด้ วยจดหมายจาก 79


เพื่อนรัก เต็มไปด้ วยของขวัญวันปั จฉิมนิเทศ เต็มไปด้ วย ส.ค.ส วันปี ใหม่ และ ภาพถ่ายหน้ าตาหลายอารมณ์ของคนรักคนสนิทของเธอ ในนันมี ้ แผ่นกระดาษ เรี ยงความเรื่ อง ‘สิง่ ที่ฉนั รัก’ ฉันชื่อเด็กหญิงกิ่งก้ าน สุขเสมอ ฉันเป็ นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว สุขเสมอ ฉันมีพอ่ และแม่เป็ นสมาชิกในบ้ าน ส�ำหรับสิง่ ที่ฉนั รัก ฉันรักพ่อ ฉันรัก แม่แต่พอ่ กับแม่ไม่ใช่สงิ่ ของ ฉันจึงไม่ควรเขียนถึงสองคนนี ้ สิง่ ที่ฉนั รักคือ น� ้ำฝน หรื อบางคนก็เรี ยกสันๆ ้ ว่า ฝน ฉันเคยได้ ยินบาง คนเรี ยกว่าสายฝน พอฉันไปถามพ่อ พ่อบอกว่าเรี ยกได้ หลายชื่อ หยดฝนก็ได้ ฉันจึงตัดสินใจไม่ถกู ว่าจะเรี ยกอย่างไรดี แต่ฝนมากจากน� ้ำ ฉันจะเรี ยกน� ้ำฝนก็ แล้ วกัน น� ้ำฝนเป็ นน� ้ำที่ร่วงมาจากสวรรค์ เป็ นฝี มือของนางฟ้า เพราะมันท�ำให้ ฉันรู้สกึ มีความสุขเมื่อเห็นน� ้ำฝน ฉันรู้สกึ ชื่นใจเหมือนตอนกินไอติมครัง้ แรกตอน อนุบาลสอง ฉันรู้สกึ อย่างนันจริ ้ งๆ นะ เมื่อน� ้ำฝนตกลงมา จะมีเสียงแปะ แปะ แปะ บางทีก็มีเสียงซูซ่ า่ ๆ มีครัง้ หนึง่ น� ้ำฝนตกหนักจนหลังคาบ้ านฉันรั่ว แต่ฉนั ก็ รักน� ้ำฝนอยูด่ ี ถ้ าน� ้ำฝนเป็ นคน มันก็จะเป็ นเพื่อนที่ท�ำให้ ฉนั หัวเราะ เป็ นแม่ที่คอย ปลอบฉันเวลาร้ องไห้ เมื่อฉันคัดลายมือไม่ตรงเส้ ���ประ เป็ นพ่อที่ปรบมือให้ ฉนั เวลาฉันสอบตก ฉันจะลืมเรื่ องเศร้ าทันทีที่น� ้ำฝนตกลงมา ฉันรักน� ้ำฝน และฉันก็ อยากเปลี่ยนชื่อเป็ นเด็กหญิงน� ้ำฝนมากๆ แต่เด็กหญิงกิ่งก้ านก็เป็ นชื่อที่พอ่ และ แม่บอกว่าคุณปู่ ชอบ ตอนที่ฉนั ป่ วยเพราะออกไปเล่นน� ้ำฝนนอกบ้ าน แม่ก็จะแสดงอาการ เป็ นห่วงฉัน พ่อก็จะเอาใจฉันโดยเปิ ดข่าวดาราทิ ้งไว้ ให้ ฉนั ดู พ่อจะกลับบ้ านเร็ ว แม่จะไม่บน่ และเราก็จะได้ กินอาหารพร้ อมหน้ ากัน

เรี ยงความถูกปั๊ มรูปดาวเพียงหนึง่ ดวง แต่พอ่ วาดรูปดาวต่อท้ ายไปอีก 80


81


พจนานุกรม ณัฐชยา เอกพิมพ์

84


นานมากแล้ วที่ผมไม่ได้ พบหน้ าเขา… เพื่อนเก่าของผม บ่ายวันหนึง่ ผมพบใครคนหนึง่ ที่แสนจะคุ้นหน้ าโดยบังเอิญ ใบหน้ าที่ ถูกแต่งแต้ มด้ วยริ ว้ รอยแห่งกาลเวลานันไม่ ้ สามารถมองปราดเดียวก็ร้ ูได้ ผม พยายามพิจารณาเขาตังแต่ ้ สว่ นบนสุดจรดเบื ้องล่าง ไม่ร้ ูวา่ เพราะสายตาที่เริ่ ม พร่าเลือนหรื อเป็ นเพราะตัวเขาเองที่เปลี่ยนไป ผมงกๆ เงิ่นๆ มองเขาอยูน่ าน ความทรงจ�ำที่แสนเลือนรางก็เริ่ มเป็ นรูปเป็ นร่างขึ ้น เราสองคนย้ ายตัวเองออกมานัง่ รับลมที่ระเบียงไม้ นอกตัวบ้ าน นัง่ พิจารณาหน้ ากันเป็ นนานสองนาน ผมรู้สกึ ได้ วา่ เขาแทบไม่มีสงิ่ ใดที่ เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตเลย รูปร่างแบบหนายังคงเดิม แม้ หน้ าตาจะซีดเซียว มีริว้ รอยบนใบหน้ ามากมาย แต่มนั กลับช่วยขลับให้ ใบหน้ าของเขาดูภมู ิฐานยิ่ง ขึ ้น ในทางกลับกันสภาพของผมในตอนนี ้ไม่ตา่ งจากตาแก่ใกล้ ลงโรง หน้ าตา เหี่ยวย่น สันหลังงองุ้ม สายตาหรื อก็พร่าเลือนเต็มที ขนาดมือไม้ ที่ยื่นไปสัมผัส เขายังยับยูย่ ี่จนแทบดูไม่ได้ แม้ เขาจะเห็นผมในสภาพแบบนี ้แต่ก็ไม่ได้ กล่าว 85


อะไรแม้ ค�ำเดียว ความเงียบสงบถูกแทนที่ด้วยภาพเหตุการณ์ที่แสนจะซีดจางราวกับ ภาพถ่ายในอดีต ผมเห็นตัวเอง… ในวันนัน้ วันแรกที่ผมและเขาได้ ร้ ูจกั กันตามค�ำชักชวนของหญิงวัย กลางคนผู้หนึง่ ที่ผมนับถือ “ไปท�ำความรู้จกั เขาเสียหน่อยเถอะ ค�ำถามไหนที่คาใจ เขาสามารถ ตอบให้ ได้ รู้จกั เขาไว้ จะไม่เสียใจ” แม้ วา่ ใจยังกังขาแต่ก็ยอมไปท�ำความรู้จกั กับ ‘เขา’ผู้นนถึ ั ้ งที่บ้านแต่ โดยดี บ้ านของเขากว้ างขวางโอ่อา่ แต่เพราะเพื่อนฝูงและญาติพี่น้องของเขา เต็มไปหมดท�ำให้ พื ้นที่กว้ างแคบลงไปถนัดตา เธอไม่ยกั บอกว่า เขามีฝาแฝด… ผมคิดในใจเมื่อตระหนักได้ วา่ ผู้คนที่อาศัยอยูใ่ นบ้ านหลังนันมี ้ หน้ าตาที่ เหมือนกันราวกับโคลนนิ่งกันมา ท�ำให้ ผมชักคลื่นเหียนเวียนหัวกับคนหน้ าเดิม ที่เดินสวนไปมาภายในบริ เวณบ้ าน ผมออกจะหงุดหงิดขึ ้นมาเล็กน้ อยเมื่อคิดได้ ว่าท�ำอย่างไรจึงจะรู้วา่ ‘เขา’ ที่เธอหมายถึงนันคื ้ อผู้ใด ผมยืนละล้ าละลังอยูน่ าน จึงตัดสินใจย่างเท้ าเข้ าไปถามไถ่กบั แฝดคน หนึง่ ที่ยืนอยูบ่ ริ เวณประตูบ้าน ว่าใครคนใดในที่นี ้จะสามารถตอบทุกข้ อข้ องใจ ให้ ผมได้ บ้าง เขาตอบออกมาอย่างไม่ลงั เลใจว่า ฝาแฝดทุกคน ณ ที่แห่งนี ้ สามารถตอบทุกสิง่ ที่คณ ุ ไม่เข้ าใจได้ เราเป็ นผู้ร้ ูทกุ คน นี่คือจุดเริ่ มต้ นของค�ำว่ามิตรภาพระหว่างเรา… เมื่อแรกที่เรายังไม่คอ่ ยสนิทกันผมอยากจะรู้เรื่ องราวของเขามาก จึง ลองค้ นหามันด้ วยตัวเอง ผมพบว่าบรรพบุรุษของเขานันเป็ ้ นชาวละติน อีกทังมี ้ การอพยพและก่อร่างสร้ างตัวขึ ้นมาใหม่ ท�ำให้ ครอบครัวของเขามีหลาย สัญชาติ แม้ ข้อมูลที่ได้ จะน้ อยนิด แต่นนั่ ก็ท�ำให้ ผมทึง่ เขามากทีเดียว ประวัติ ของครอบครัวเขาช่างน่าอัศจรรย์เสียจริ ง! 86


ผมเคยถามเขาว่า เหตุใดที่บ้านของเขาจึงมีแต่แขกรุ่นราวคราวพ่อทัง้ นัน้ ไม่มีเด็กตัวเล็กๆ บ้ างเลย ครอบครัวของเขาไม่ชอบเด็กอย่างนันหรื ้ อ ค�ำ ตอบที่ได้ สร้ างความกระจ่างแก่ใจผมนัก เขาว่า ไม่ใช่วา่ ครอบครัวของเขาไม่ ชอบเด็ก แต่เด็กต่างหากที่ไม่ชอบพวกเขา เขาไม่เป็ นที่รักในหมูเ่ ด็กๆ เนื่องจาก การแต่งกายที่เนี ้ยบและล้ าสมัยเกินไป อีกทังลั ้ กษณะนิสยั ส่วนตัวของ ครอบครัวเขาไม่มีความสนุกสนานอย่างที่เด็กๆ ต้ องการ เด็กๆ จึงไม่สนใจ... หลังจากนันไม่ ้ นานผมกับเขาก็ตวั ติดกันเป็ นตังเม เราไปไหนมาไหน ด้ วยกันและพึง่ พาอาศัยกันราวกับโปรโตซัวที่อิงแอบซุกไซ้ อยูใ่ นล�ำไส้ ของปลวก เขาเป็ นเหมือนเพื่อนคูใ่ จของผม ผมถาม-เขาตอบ ทุกค�ำถาม ทุกความสงสัย เขาช่วยท�ำให้ มนั กระจ่างได้ เป็ นอย่างดี ผมชอบเขาที่เขาไม่เรื่ องมากไม่อวดภูมิ ความรู้(ที่ถงึ แม้ จะมีเป็ นกระตักก็ตาม) และเขาเองก็พร้ อมจะสนับสนุนให้ ผม เป็ นผู้บอกผ่านความรู้นนต่ ั้ อ หลายครัง้ มีเพื่อนๆ เข้ ามาถามผมในสิง่ ที่ไม่เข้ าใจ เขาก็พร้ อมจะปิ ด ทองหลังพระให้ ผมได้ เชิดหน้ าชูตาตอบค�ำถามเหล่านันเจื ้ ้อยแจ้ ว จนใครต่อใคร ต่างก็ชื่นชมผม ด้ วยความที่ชว่ งนันผมเริ ้ ่ มเติบโตเป็ นหนุม่ ความชื่นชมเยินยอ ต่างๆนานานันท� ้ ำให้ ผมรู้สกึ กลายเป็ นหนุม่ น้ อยรู้ผ้ ทู รงความรู้ นานวันเข้ าความรู้ที่ได้ จากเขาก็เข้ าไปฝั งตัวอยูต่ ามเส้ นหยักของสมอง ผมเรี ยบร้ อย ท�ำให้ ผมไม่หนั ไปพึง่ พาเขาอย่างเคย ผมเพิกเฉยต่อการมีอยูข่ อง เขา ผมตีตวั ออกห่างจากเขาทีละน้ อยและมันก็มากขึ ้น มากขึ ้น จนกระทัง่ เพื่อน สนิทกลับกลายเป็ นเพื่อนที่ไม่สนิทไป ผมไม่สนใจ ผมยังคงด�ำเนินชีวิตในแบบที่เป็ นและในแบบที่อยากให้ เป็ น จนกระทัง่ เด็กชายกลายเป็ นนายนัน่ แหละ เรื่ องที่ไม่เข้ าใจจึงหวนกลับมาทักทายผมอีก ครัง้ เมื่อหลายเดือนที่ผา่ นมา ก่อนความไม่เข้ าใจจะแวะมาทักทาย ผมได้ 87


พบกับเด็กสาวหน้ าใสคนหนึง่ เธอมีความเป็ นตัวของตัวเองและมีเสน่ห์ เธอโด่ง ดังมากในหมูน่ กั ท่องโลกไซเบอร์ (ผมไม่อยากท�ำให้ เธอเสียหายหรอกนะ แต่ถ้า คุณอยากจะรู้จกั เธอ ผมจะใบ้ ชื่อให้ ชื่อของเธอขึ ้นต้ นด้ วยอักษร G และมี O อยู่ ในชื่อมากกว่า 1 ตัว) เธอคอยอยูเ่ คียงข้ างผมทุกครัง้ เมื่อผมมีปัญหา ไม่วา่ จะใน การท�ำงานหรื อการในใช้ ชีวิตประจ�ำวัน เธอท�ำให้ ชีวิตประวันของผมสะดวก สบายขึ ้น ช่วงเวลานันผมรู ้ ้ สกึ ได้ ถงึ ค�ำว่า ‘โลกสดใส’ อย่างแท้ จริ ง โลกที่มีแค่เรา สองคน โลกที่หนั ไปทางไหนก็มีแต่ความสุข ความหอมหวาน แม้ จะปนความ กระวนกระวายเล็กน้ อยเมื่อไม่เห็นหน้ า แต่นนั่ ก็ท�ำให้ ผมรู้สกึ ได้ วา่ ชีวิตมันช่างมี สีสนั แต่เมื่อวันเวลาล่วงเลยดูเหมือนสีสนั จะเข้ มข้ นขึ ้นเรื่ อยๆ จนกลายเป็ น ปั ญหาในที่สดุ ปั ญหาแห่งความวุน่ วาย เริ่ มต้ นจากอะไรผมไม่ร้ ู ผมรู้เพียงว่าระยะหลังมานี ้ผมเริ่ มไม่พอใจกับ ค�ำตอบของค�ำถามที่เธอให้ ผมกลับมามากมาย มันมากมายเสียจนไม่สามารถรู้ ได้ วา่ อันไหนจริ งหรื อเท็จ แม้ วา่ เธอจะท�ำแบบนันมาตั ้ งแต่ ้ ต้นแล้ ว แต่ตอนนี ้ผม กลับรู้สกึ เบื่อหน่ายเหลือเกินกับการที่จะวิเคราะห์และแยกแยะความจริ งจาก ปากของเธอ พอกันที! เหตุการณ์เหล่านี ้ท�ำให้ เกิดการเปรี ยบเทียบขึ ้นในใจผมเงียบๆ ระหว่าง ตัวเธอและเพื่อนเก่าที่เคยสนิทของผม มีอยูค่ รัง้ หนึง่ ผมถามเธอว่า รัก คืออะไร? เธอให้ ค�ำตอบกับผมเสียกระจ่าง(?) ว่า... รัก คือ อะไรก็ตามที่คณ ุ ยอมและพร้ อมจะทุม่ เทให้ / รัก คือ น� ้ำหล่อ เลี ้ยงชีวิต/ รัก คือ สิง่ ดีๆ ที่คนสองคนรู้สกึ ต่อกัน/ รัก คือ ความเข้ าใจ/ รัก คือ การเสียสละ/ รัก คือ การยอมรับซึง่ กันและกัน/ รัก คือ การยอมปรับตัวเข้ าหา 88


กัน/ รัก คือ การเอาใจใส่/ รัก คือ การเรี ยนรู้ซงึ่ กันและกัน/ รัก คือ การเปิ ดใจ พูดคุยกัน/ รัก คือ หนังสือ ที่ต้องใช้ เวลาศึกษา ท�ำความเข้ าใจ ฯลฯ ตามแต่คณ ุ จะนิยามมันขึ ้นมา... แล้ วสรุปว่าผมควรเลือกใช้ ค�ำตอบไหน หรื อจะต้ องให้ ผมไปนิยามขึ ้น เอง? ค�ำตอบที่มากมายเต็มไปด้ วยความรู้สกึ หากไม่สามารถให้ ความเข้ าใจ ที่แท้ จริ งได้ ซึง่ ในหลายครัง้ ก็ท�ำให้ เราเวียนหัวได้ ไม่น้อย ในทางกลับกันหาก เป็ นเพื่อนเก่าของผม เขาคงจะตอบว่า รัก [ก.] มีใจผูกพันด้ วยความห่วงใย สันๆ ้ ง่ายๆ แต่ได้ ใจความ นี่แหละครับคือความตรงไปตรงมาของเพื่อน ผม เพราะในบางสถานการณ์เราไม่ได้ ร้ ูสกึ ต้ องการถ้ อยค�ำที่ยาวเฟื อ้ ยเป็ นกิโลฯ แต่เปี่ ยมด้ วยน� ้ำหรื อความรู้สกึ เสียหน่อย มีครัง้ หนึง่ ผมท�ำงานอย่างรี บเร่งในเวลาที่จ�ำกัด ผมหันไปถามเธอถึง ความหมายของค�ำนัน้ เธอตอบกลับมาเสียยาวเฟื อ้ ยจนผมต้ องเสียเวลาอ่าน และประมวลผลอยูน่ าน เป็ นอันว่างานชิ ้นนันของผมก็ ้ สง่ ไม่ทนั เวลา ท�ำเอาผม อยากจะพ่นไฟใส่เธอเสียให้ ร้ ูแล้ วรู้รอด แต่ที่ผมพูดมาทังหมดไม่ ้ ได้ ต้องการจะสื่อว่าเธอไม่ดี แค่ในบางครัง้ ผม ไม่ได้ ต้องการคนที่พดู น� ้ำไหลไฟดับเช่นเธอ คนที่พดู น้ อยประหยัดถ้ อยค�ำอย่าง เพื่อนเก่าคนเดิมของผมต่างหาก ที่ท�ำตัวเหมาะสมกับสถานการณ์ แม้ เขาจะประหยัดค�ำพูดไปสักหน่อย อีกทังค� ้ ำตอบที่ได้ ก็ไม่ได้ กินใจ และไร้ ความรู้สกึ แต่มนั ก็เต็มไปด้ วยความกระจ่าง ความดีของเขามีมากเสียจน นึกอยากจะเอ่ยค�ำขอบคุณสักล้ านครัง้ แต่นา่ เสียดายที่เขาไม่อยูต่ รงนี ้กับผม เสียแล้ ว บางทีเขาอาจจะเก็บตัวเงียบอยูบ่ นชันหนั ้ งสือฝุ่ นเขรอะสักชันในบ้ ้ าน ของผม หรื ออาจจะถูกมืออวบหนาของแม่จบั ยัดลงไปในกล่องสักใบไหนสักใบ ในห้ องเก็บของ อย่างไรก็ตามผมอยากจะขอบคุณเขา ผู้ซงึ่ ยืนหยัดท�ำหน้ าที่ของตัวเอง 89


เพื่อนเก่า กานต์ชนก จุลกิจวัฒน์

92


ห้ องนอนเดิม เตียงหลังเดิม 464 หมูท่ ี่ 3 ต.พนมทวน อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี 71140 13 มกราคม 2555 วันเยาว์ เพื่อนรัก ตังแต่ ้ จากกันไปไม่คดิ เลยว่าจะมีโอกาสเขียนจดหมายหาเธออีก ฉัน คิดถึงเธออยูเ่ สมอๆ แต่ไม่ได้ คดิ ถึงตลอดเวลา เพราะอะไรน่ะหรื อ? ก็เพราะว่า ฉันมีเรื่ องราวให้ คดิ ให้ ท�ำเยอะแยะมากมายทีเดียว บางเรื่ องก็สนุกท้ าทาย แต่ บางเรื่ องก็ท�ำให้ กงั วลใจและเครี ยดไม่น้อยเลย ในเวลาที่ฉนั มีเรื่ องเครี ยดหรื อไม่สบายใจ ฉันก็มกั จะคิดถึงเธอนะวัน เยาว์ ตังแต่ ้ เราจากกันนัน้ ฉันได้ เรี ยนรู้และเข้ าใจอะไรหลายอย่างในโลกกว้ างๆ ใบนี ้ บางอย่างที่เธอเคยบอกว่าไม่เข้ าใจและคงจะไม่มีวนั เข้ าใจถ้ าไม่มาเป็ นฉัน เธอเองก็ยงั เคยบอกว่าอยากมาเป็ นตัวฉันไม่ใช่หรื อ? แต่แปลกมากทีเดียว ใน วันนี ้ที่ฉนั เข้ าใจอะไรหลายอย่างที่เธอไม่เข้ าใจ ฉันกลับอยากเป็ นตัวเธอเสีย จริ งๆ สิง่ แรกที่ฉนั เข้ าใจได้ ด้วยตัวเองตอนที่ฉนั คิดถึงเธอคือ การได้ เป็ นเธอ นันช่ ้ างแสนสบายและมีความสุขเสียจริ งๆ เธอควรจะดีใจนะวันเยาว์ที่อย่าง น้ อยเธอก็ได้ ท�ำอะไรตามที่ใจปรารถนา โดยไม่ต้องกังวลว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร จะมองอย่างไร เธออาจจะคิดว่าการมาเป็ นฉันจะท�ำให้ มีอิสระในการใช้ ชีวิต มากกว่าเธอ แต่ฉนั ขอบอกว่าไม่จริ งเลย ยิ่งเราโตขึ ้น เราก็จะยิ่งรู้สกึ เหมือนกับมี ก้ อนอะไรหนักๆ โถมทับลงมาบนตัวเราท�ำให้ เราไม่สามารถท�ำอะไรได้ ตามใจ อีกแล้ ว เพราะเราต้ องมัวกังวลกับไอ้ ก้อนหนักๆ เหล่านัน้ ซึง่ ต่อมาฉันก็ได้ เรี ยนรู้ ว่ามันมีชื่อเรี ยกแตกต่างกันออกไปว่า หน้ าที่ ความรับผิดชอบ ความจ�ำเป็ น 93


ความเหมาะสม ฯลฯ ตัวฉันเองยังไม่เข้ าใจมันทังหมดหรอก ้ แต่คดิ ว่าวันหนึง่ ข้ างหน้ าฉันก็คงจะเข้ าใจมันมากขึ ้นเองแหละ และฉันขอยืนยันว่าช่วงเวลาของ เธอนันเป็ ้ นช่วงเวลาที่ได้ อยูก่ บั จินตนาการของตัวเองอย่างเต็มที่และเป็ นช่วง เวลาที่แสนมีความสุขที่สดุ แล้ วล่ะ พูดถึงเรื่ อง จินตนาการ เธอรู้ไหมว่าฉันก็มีจินตนาการเหมือนกันนะ แต่ฉนั ขอเรี ยกมันว่าความฝั นก็แล้ วกัน เธอเคยบอกว่าเธอมักจะจินตนาการตัว เองให้ อยูใ่ นห้ องสมุดกว้ างสุดลูกหูลกู ตา จินตนาการว่าตัวเองอยูท่ า่ มกลาง หนังสือหลายหมื่นเล่มและตังหน้ ้ าตังตาอ่ ้ านอย่างมีความสุข ฉันยังจ�ำได้ ดีวา่ เธอชอบอ่านหนังสือขนาดไหน ฉันเองก็ชอบอ่านหนังสือเหมือนเธอ เธอคงคิด ไม่ถงึ อย่างแน่นอนว่าฉันอยากจะเป็ นนักเขียน ตัวฉันเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือน กัน การอยากเป็ นนักเขียนของฉันก็มาจากความชอบอ่านของเธอนัน่ แหละ การ ได้ อา่ นอะไรเยอะๆ และหลากหลายมันท�ำให้ ฉนั อยากจะลองถ่ายทอดความคิด ของตัวเองออกมาเป็ นตัวหนังสือดูบ้าง แต่หลายคนก็ทดั ทานและไม่เห็นด้ วย กับความคิดของฉันเท่าไร เขาเตือนว่าเป็ นนักเขียนระวังจะไส้ แห้ ง ฉันไม่เห็น ด้ วยกับเขาเลย เหตุผลที่ฉนั อยากเป็ นนักเขียน ก็เพราะว่าฉันอยากเขียน ไม่ได้ คาดหวังว่าจะร�่ ำรวยจากอาชีพนี ้หรอก แค่ฉนั ได้ เขียนก็มีความสุขแล้ ว จริ งๆ แล้ วฉันก็เกือบจะล้ มเลิกความฝั นนี ้อยูเ่ หมือนกัน เพราะฉันคิดว่าตัวเองไม่มี ความสามารถมากพอ หรื อบางครัง้ ฉันก็ร้ ูสกึ ว่าตัวฉันเองไม่มี แรงบันดาลใจ ใน การเขียน แต่เธอจ�ำได้ ไหมวันเยาว์ เธอเคยบอกกับฉันว่า “แรงบันดาลใจ อยูท่ ี่ ใจจะบันดาล” ตอนแรกฉันก็งงๆ และไม่คอ่ ยเข้ าใจที่เธอบอกสักเท่าไร ตอนนี ้ ฉันโตขึ ้น เข้ าใจอะไรได้ มากขึ ้นอย่างที่บอก และตอนนี ้ฉันก็คดิ ว่าเธอพูดถูก เธอ กลายเป็ นแรงบันดาลใจของฉันไปแล้ วรู้ตวั ไหม? แถมเธอยังบอกอีกว่าอยาก อ่านหนังสือที่ฉนั เขียน แล้ วแบบนี ้จะให้ ฉนั ล้ มเลิกความคิดที่จะเป็ นนักเขียนได้ อย่างไร ในเมื่อมีคนอยากอ่านงานเขียนของฉันตังแต่ ้ ยงั ไม่ได้ เริ่ มเขียนเลย จริ งๆ แล้ วก็มีอีกสิง่ หนึง่ ที่เป็ นแรงบันดาลใจให้ ฉนั อยากจะเป็ นนัก 94


เขียน นัน่ ก็คือ ความรัก ซึง่ เป็ นอีกเรื่ องหนึง่ ที่ฉนั ได้ เรี ยนรู้และเข้ าใจ แม้ จะไม่ใช่ ทังหมด ้ แต่เมื่อฉันโตขึ ้น ฉันก็ได้ ร้ ูวา่ ความรักไม่ได้ มีความหมายอย่างที่เธอ เข้ าใจหรอกนะ ความรักไม่ได้ หมายถึงการที่ชายหญิงคูห่ นึง่ ชอบพอกัน แต่งงานกัน มีลกู มีครอบครัวด้ วยกันเท่านัน้ ความรักที่เธอเข้ าใจมันมีความ หมายแคบเกินไปส�ำหรับฉัน ฉันคิดว่าความรักหมายถึง ความปรารถนาดีตอ่ ใครก็ได้ เป็ นความรู้สกึ ดีๆ ที่เมื่อเกิดขึ ้นแล้ วท�ำให้ ฉนั อยากร้ อยเรี ยงความคิด ความรู้สกึ นันออกมาเป็ ้ นตัวอักษร เป็ นค�ำที่สละสลวย เป็ นประโยคที่งดงาม ประทับใจ เป็ นเรื่ องราวที่นา่ จดจ�ำ แต่เมื่อมีความฝั น มีความคาดหวัง ก็ยอ่ มต้ องมีสมหวัง ผิดหวัง ความ ทุกข์ ความสุข ฯลฯ เธอคงไม่เข้ าใจเรื่ องพวกนี ้หรอกใช่ไหม? ตัวฉันเองก็มีความ ฝั น มีความคาดหวัง และก็พบเจอมาแล้ วกับความรู้สกึ สมหวัง ผิดหวัง ดีใจ เสียใจ จนวันหนึง่ ฉันก็เริ่ มเรี ยนรู้วา่ เมื่อเราโตขึ ้น ครอบครัว เพื่อน สิง่ แวดล้ อม สังคมรอบตัว กฎ กติกาต่างๆ หรื อแม้ แต่มมุ มองที่เปลี่ยนไปของตัวเราเอง ล้ วน แต่เป็ นกรอบ เป็ นขอบเขตที่ท�ำให้ เราไม่สามารถท�ำสิง่ ที่ตนเองปรารถนาได้ เสมอไป เธอเห็นไหมว่ายิ่งวันเวลาที่เราจากกันเนิ่นนานเท่าไร เราก็จะยิ่งแตก ต่างกันมากขึ ้นเท่านัน้ เธออาจจะคิดไม่ถงึ ว่าวันหนึง่ ฉันคนที่เธอรู้จกั ดีจะ เปลี่ยนแปลงไปได้ ขนาดนี ้ ฉันเองก็คดิ ไม่ถงึ เหมือนกัน แต่มนั ก็จะเป็ นอย่างนี ้ ตลอดไปนัน่ แหละ แม่บอกฉันว่ามันเป็ นธรรมดาของโลก ไม่มีอะไรหยุดนิ่งไป จนนิรันดร์ ไม่เว้ นแม้ กระทัง่ ร่างกายและความคิดของฉันเองก็จะเปลี่ยนแปลง ไปเรื่ อย ๆ จนกว่าจะตาย โลกที่หมุนไปตามวันและเวลาท�ำให้ ฉนั ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงและแตกต่างจากเธอ แต่ใช่วา่ เราจะไม่มีโอกาสได้ พบเจอกันอีก นะวันเยาว์ เพราะฉันรู้สกึ ได้ วา่ ตัวเธอนันไม่ ้ ได้ หายไปไหนเลย แต่เธออยูใ่ นตัว ของฉันนี่เอง ไม่ใช่สิ เธอเป็ นส่วนหนึง่ ของฉันต่างหาก 95


เมฆ ลฎาภา อินทรมหา

96


97


98


แสงตะวันแรกของวันโผล่พ้นขอบฟ้าเป็ นสัญญาณบอก สมาชิกตัวเล็ก ประจ�ำหมูบ่ ้ านว่าได้ เวลาสนุกกันแล้ ว! เด็กตัวเล็กต่างวิ่งกรูออกมาจากบ้ านตรง ไปยัง ลานโล่งกลางหมูบ่ ้ าน ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊ าวดังลัน่ ไปทัว่ พาให้ ชาวบ้ านที่เดิน ผ่านไปมายิ ้มด้ วยความเอ็นดู แถมด้ วยเสียงก�ำชับอย่างเป็ นห่วงของพ่อแม่ดงั ไล่หลังมา นิ่ม: มาครบยัง? ขวัญ: (หันไปดูเพื่อนๆ รอบๆ ) หนึง่ โย่ง ป้อง กาย แก้ ว เชี่ยว ยุด... ครบแล้ ว! นิ่ม: วันนี ้เล่นอะไรดี ซ่อนหาไหม? (เพื่อนทุกคน): เอ้ าๆ ! ใครจะเป็ นคนหา? นิ่ม: โอน้ อยออกกัน หนึง่ สอง สาม โอน้ อย ออก! (ยุดกับขวัญคว�่ำมือ คนอื่นหงายมือกันหมด) ยุด: ว้ า ต้ องเป็ นคนหาเลย 99


กาย: ปิ ดตาแล้ วนับเร็วยุด ยุดและขวัญ: หนึง่ สอง สาม... (เพื่อนๆ วิ่งไปหาที่ซอ่ น เงาวิ่งวูบวาบ ตามตัวรับกับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้ า ที่สอ่ งผ่านเมฆหนาสีขาวหม่นเต็ม ท้ องฟ้า) ยุด: (ลืมตา) ขวัญหาทางโน้ นนะ ยุดจะหาทางนี ้ ขวัญ: ได้ (ยุดวิ่งน�ำไปก่อน มองเห็นใครวิ่งผ่านพุม่ ไม้ แวบๆ จึงแอบวิ่ง อ้ อมไปด้ านหลังพุม่ ไม้ ) โป้ง! หนึง่ ... โป้ง! กาย... โป้ง!... แก้ ว (ขวัญวิ่งไปทาง กระต๊ อบหลังเล็กข้ างบ้ านก�ำนัน เมฆกลุม่ ใหญ่เคลื่อนตัวมาบังพระอาทิตย์ เงามืดทอดลงมาท�ำให้ ขวัญมองไม่เห็นเชี่ยวที่แอบอยูห่ ลังเสากระต๊ อบ จึงเดิน ไปทางอื่นต่อ) (เชี่ยวค่อยๆ เขย่งเท้ าเดินออกมาจากหลังเสากระต๊ อบ แต่ชนกับฝาโอ่ง น� ้ำที่ปิดไม่สนิทเข้ าให้ ) เคร้ ง!... ขวัญ: (รี บหันมาดู) โป้ง! เชี่ยว โป้ง! ป้อง โป้ง! โย่ง (เชี่ยว ป้อง โย่ง เดิน หน้ ามุย่ ออกมาจากที่ซอ่ น) โย่ง: ขวัญหาครบหมดยัง ขวัญ: ไม่ร้ ู ต้ องไปถามยุดทางโน่นด้ วย (ลมหนาวพัดแรงจนกลุม่ เมฆ เริ่ มลอยกระจัดกระจายออกไปบนท้ องฟ้า ยุดกับเพื่อนอีกสามคนวิ่งเข้ ามาหา) ขวัญ: ยุด หาครบยัง? (ตะโกนถาม) ยุด: ยังหานิ่มไม่เจอ ขวัญล่ะ? ขวัญ: ยังหาไม่เจอเหมือนกัน (นิ่มแอบอยูห่ ลังโอ่งน� ้ำข้ างศาลาริ มทาง กลุม่ เมฆสีเทาเริ่ มลอยไกลออกไป แทนที่ด้วยเมฆก้ อนใหญ่สีขาวที่เกาะกลุม่ กัน อยู)่ นิ่ม: (รอเพื่อนนานจนเริ่ มเบื่อ) นานจังเลย ยังหากันไม่เสร็ จเหรอ เมฆก้ อนหนึง่ เห็นนิ่มแอบอยูค่ นเดียว จึงส่งเสียงลงมาทักทาย 100


เมฆ: แล้ วท�ำไมเธอไม่ไปหาเพื่อนล่ะ? นิ่ม: (สะดุ้ง ผุดลุกขึ ้นนัง่ ) นัน่ เสียงใครน่ะ? เมฆ: เสียงฉันเองแหละ ลองเงยหน้ าขึ ้นสิ นิ่ม: เมฆเหรอ เธอพูดได้ ด้วยเหรอ เมฆ: ได้ สจิ ๊ ะ ท�ำไมเธอไม่ไปหาเพื่อนๆ ล่ะ นิ่ม: ก็เล่นซ่อนหาอยูน่ ี่นา วิ่งเข้ าไปเดี๋ยวเพื่อนเห็นก็แพ้ นะ่ สิ เมฆ: เหรอ แล้ วเมื่อไหร่จะจบเกมล่ะ? นิ่ม: ไม่ร้ ูเหมือนกันสิ สงสัยจะอีกนาน เมฆ: เอาอย่างนี ้ อยากไปเที่ยวกับฉันก่อนไหม แล้ วค่อยกลับมาก็ได้ นิ่ม: ไปสิๆ จะพาไปไหนเหรอ เมฆ: ไปดูบ้านเกิดของฉันไง ขึ ้นมาเลย นิ่มปี นขึ ้นไปเกาะบนเมฆ เธอลอยสูงขึ ้นๆ บ้ านเรื อนผู้คนดูหา่ งไกล ออกไปจนเล็กจิ๋วเหมือนเมืองของเล่น รอบข้ างแปรเปลี่ยนเป็ นสีฟ้าสด ตัดกับสี ขาวของก้ อนเมฆหลายพันก้ อนที่โบกมือทักทายเธออยูร่ อบด้ าน สัมผัสนุม่ ละมุนของก้ อนเมฆบวกกับสายลมเย็นที่ปะทะหน้ าชวนให้ เคลิ ้มหลับ แต่... เมฆ: ถึงแล้ วจ้ ะ นี่ไงล่ะที่ที่ฉนั เกิด นิ่ม: (มือเกาะขอบเมฆ ชะโงกหน้ าลงไปดูข้างล่าง เห็นภาพผืนน� ้ำ สีน� ้ำเงินเข้ มกว้ างใหญ่ชวนตื่นตาตื่นใจ) ว้ าว! ที่นี่เหรอ มีแต่น� ้ำเต็มไปหมดเลย เมฆ: ใช่แล้ วจ้ ะ ที่นี่เรี ยกว่า ‘มหาสมุทร’ จ้ ะ พอน� ้ำจากมหาสมุทรโดน ความร้ อนจากพระอาทิตย์ มันก็ระเหยขึ ้นไปข้ างบน... นิ่ม: ‘ระเหย’ คืออะไรเหรอ? เมฆ: ระเหยคือน� ้ำที่แปลงร่างเป็ นไอน� ้ำไง นิ่ม: งันพระอาทิ ้ ตย์ก็ต้องร้ อนมากๆ เลยน่ะสิ น� ้ำถึงกลายเป็ นไอน� ้ำได้ เมฆ: ร้ อนมากเลยล่ะ... เอ้ า แล้ วพอน� ้ำกลายเป็ นไอน� ้ำ ก็ลอยขึ ้นไป เรื่ อยๆ แบบนันไงล่ ้ ะ (เมฆลอยไปใกล้ ๆ กลุม่ ไอน� ้ำที่อยูข่ ้ างหน้ า) ไอน� ้ำๆ ฉันพา 101


เพื่อนมาให้ ร้ ูจกั แน่ะ นิ่ม: สวัสดีจ้ะไอน� ้ำ เธอก�ำลังจะไปไหนน่ะ ไอน� ้ำ: ฉันก็ลอยไปเรื่ อยๆ แหละจ้ ะ (ไอน� ้ำยิ ้มให้ ) ลอยสูงขึ ้น สูงขึ ้น จนกลายเป็ นหยดน� ้ำ นิ่ม: เธอกลายเป็ นหยดน� ้ำได้ ยงั ไงล่ะ ไอน� ้ำ: ฉันจะไปเจอความเย็นที่อยูข่ ้ างบน เขาจะท�ำให้ พวกฉันมารวม ตัวเกาะกลุม่ ใกล้ ๆ กัน แล้ วรวมกันเป็ นหยดน� ้ำเล็กๆ เต็มไปหมดเลยจ้ ะ เมฆ: พอหยดน� ้ำมารวมกันมากขึ ้นๆ ก็กลายเป็ นเมฆอย่างฉันนี่แหละ นิ่ม: โห! ยากนะเนี่ยกว่าจะมาเป็ นเมฆได้ ขอบคุณนะไอน� ้ำ เธอต้ อง กลายเป็ นเมฆให้ ได้ นะ ไอน� ้ำ: ขอบคุณจ้ ะ แล้ วพวกเธอจะไปไหนต่อเหรอ เมฆ: ฉันจะพาเขาไปรู้จกั เพื่อน ๆ คนอื่นของฉันจ้ ะ ไอน� ้ำ: ขอให้ โชคดีในการเดินทางนะ ฉันเองก็ต้องไปแล้ วล่ะ ลาก่อนนะ ไอน� ้ำลอยตัวขึ ้นสูง ในขณะที่เมฆลอยโฉบไปทางแนวภูเขาหิมะสูงตระหง่าน แวดล้ อมด้ วยเมฆก้ อนอื่นๆ ลอยลดหลัน่ ไปตามระดับความสูง ยอดเขาบาง ยอดล้ อมด้ วยทิวเมฆปกคลุม คล้ ายยอดเขาก�ำลังสวมหมวกแก็ปอยู่ เมฆ: เธอเห็นเมฆที่เป็ นริ ว้ ๆ ข้ างบนไหม เขาเป็ นเพื่อนสนิทของฉันเลย ล่ะ นิ่ม: เขาชื่ออะไรเหรอ เมฆ: ฉันเรี ยกเขาว่า ‘ซีร์รัส’ แต่เธอจะตังชื ้ ่อใหม่ให้ เขาก็ได้ นะ เขาไม่ ค่อยชอบชื่อนี ้หรอก นิ่ม: ตัวเขาเป็ นเส้ นๆ ปุยๆเหมือนหางม้ าเลย หนูเรี ยกเขาว่า ‘ม้ าปุย’ ได้ ไหม (เสียงใส) เมฆ: (อมยิ ้ม) ลองไปคุยกับเขาดูไหมล่ะ ดูวา่ เขาจะชอบชื่อนี ้หรื อเปล่า (เมฆลอยสูงขึ ้นไปเรื่ อยๆ ทันใดนันก็ ้ ชนกับเมฆสีเทาแผ่นใหญ่เข้ าให้ โครม!) 102


เมฆ: (ลอยกระเด็นไปไกล) โอ๊ ย! เจ็บชะมัด นิ่ม: (ค่อยๆ โผล่หน้ าออกมาดู แววตาเต็มไปด้ วยความสงสัย) เมื่อกี๊ชน อะไรเหรอ เมฆเทา: นี่! เจ้ าเด็กบ้ า ลอยไม่ดตู าม้ าตาเรื อมาชนฉันได้ ยงั ไง แล้ วยัง ไม่ร้ ูจกั ขอโทษผู้หลักผู้ใหญ่อีก เมฆ: ขอโทษจ้ ะลุง ฉันไม่ได้ ตงใจจริ ั้ งๆ นี่นา เมฆเทา: คราวหน้ าคราวหลังก็หดั หลีกทางให้ ผ้ ใู หญ่ซะด้ วยนะ ฮึย! เด็กอะไรช่างไร้ มารยาทเสียจริ ง ๆ นิ่ม: ลุงจ๋า ก็เมฆเขาขอโทษไปแล้ วนี่จ๊ะ ไม่เห็นต้ องว่าขนาดนันเลย ้ เมฆเทา: เจ้ าหนูนี่เป็ นใครล่ะเนี่ย (ตาเบิกกว้ างด้ วยความแปลกใจ) นิ่ม: หนูเป็ นเพื่อนของเมฆจ้ ะ เมฆพาหนูมารู้จกั เพื่อนๆ ของเขา เมฆเทา: งันเหรอ ้ เที่ยวให้ สนุกนะหนู วันหลังว่างๆ มาหาลุงก็ได้ นะ นิ่ม: จ้ ะลุง ขอบคุณนะจ๊ ะ (หันกลับมาหาเมฆที่ยงั คงซึมอยูห่ ลังจากถูก ดุ) ไม���เป็ นไรหรอกเมฆ ลุงเขาไม่วา่ อะไรแล้ วนี่นา เมฆ: ฉันไม่ได้ เสียใจที่ถกู ดุหรอก แต่เสียใจที่เราจะได้ เป็ นเพื่อนกันอีก ไม่นานนะสิ นิ่ม: เธอพูดเรื่ องอะไรนะ ฉันยังอยากไปเที่ยวกับเธออยูเ่ ลย ท�ำไมถึงจะ เลิกเป็ นเพื่อนกับฉันล่ะ (เริ่ มร้ องไห้ ) เมฆ: เพราะฉันก�ำลังจะกลายเป็ นฝนไงล่ะ นิ่ม: ฝน! ถ้ าเธอเป็ นฝนเธอจะค่อยๆ หายไปเหรอ (มองไปรอบด้ าน ขอบเมฆค่อยๆ หายไปกลายเป็ นหยาดน� ้ำฝนตกลงสูเ่ บื ้องล่าง) เมฆ: อย่าร้ องไห้ สนิ ิ่ม ฉันไม่หายไปไหนหรอก พอฉันกลายเป็ นฝน สุดท้ ายฉันก็จะไปที่มหาสมุทรแล้ วกลับมาเป็ นเมฆได้ อีก นิ่ม: แต่ฉนั ไม่อยากให้ เธอไปนี่นา เมฆ: (ลอยลงต�่ำเรื่ อยๆ) ฉันคงต้ องส่งเธอแค่นี ้แล้ วล่ะ แล้ วเราจะได้ พบ 103


กันอีกครัง้ นะนิ่ม นิ่ม: เดี๋ยวก่อนสิ! (เมฆค่อยๆ วางเธอลงกับพื ้นหญ้ าอย่างเบามือ ก่อน จะลอยจากไปพร้ อมกับรอยยิ ้ม) ...

104


105


106


สายลมพลิ ้วไหวลูบยอดหญ้ าเล่นเป็ นระลอก เด็กสาวผมซอยสันในชุ ้ ด นักเรี ยนมัธยมเดินทอดน่องไปตามถนนลูกรังที่ตดั ผ่านทุง่ หญ้ า ขอบฟ้าวันนี ้ถูก โอบล้ อมด้ วยก�ำแพงเมฆสีขาวสูงใหญ่ ประดับด้ วยล�ำแสงสีฟ้าพุง่ สูงจากยอด เมฆ ขับผิวท้ องฟ้ารอบข้ างให้ แต่งแต้ มด้ วยสีสนั สดใส หากแต่นิ่มมองไม่เห็นความงดงามนัน้ สายตามองเหม่อไปตามเส้ น ทางที่ก�ำลังเดิน ภาพทางลูกรังสีน� ้ำตาลเข้ มค่อยๆ เลือนราง แทนที่ด้วย ห้ องเรี ยนวิทยาศาสตร์ ที่ปรากฏขึ ้นชัดเจนในห้ วงมโนนึก เบื ้องหน้ าคือสไลด์บท เรี ยน เสียงอาจารย์ดาวบรรยายผ่านเข้ ามาในหูค�ำแล้ วค�ำเล่า สายตาของนิ่ม มองสไลด์สลับกับก้ มลงจดเนื ้อหาลงสมุด อาจารย์ดาว: ‘เมฆ’ เป็ นกลุม่ ละอองน� ้ำที่เกิดจากการควบแน่น ซึง่ เกิด จากการยกตัวของกลุม่ อากาศ ผ่านความสูงเหนือระดับควบแน่น และมี อุณหภูมิลดต�่ำกว่าจุดน� ้ำค้ าง... นิ่ม: (หันไปคุยกับขวัญ) ขวัญ เย็นนี ้ไปเดินเล่นกันหน่อยไหม ตรงทุง่ 107


หญ้ าหลังโรงเรี ยนน่ะ ขวัญ: ท�ำไมต้ องไปที่ทงุ่ หญ้ าล่ะ เดินเล่นแถวนี ้ก็ได้ นี่นา อาจารย์ดาว: ซึง่ นักอุตนุ ิยมวิทยาจัดแบ่งเมฆออกเป็ นสามลักษณะ คือเมฆก้ อน (ภาพก้ อนเมฆสีขาวกลุม่ หนึง่ ขึ ้นบนสไลด์) เมฆแผ่น (ผืนเมฆสีเทาทะมึน ปกคลุมท้ องฟ้าปรากฏขึ ้น) และ เมฆฝอย (อาจารย์ดาวกดเลื่อนสไลด์ ภาพริ ว้ เมฆสีขาวตัดกับท้ องฟ้าสดขึ ้นมาแทนที่) นิ่ม: (คุยกับขวัญต่อ มือจดเนื ้อหาลงสมุดไปด้ วย) ก็อยากเปลี่ยน บรรยากาศบ้ าง อยูแ่ ต่ในตึกน่าเบื่อจะตาย ขวัญ: ไม่ดีกว่า เย็นนี ้เขาอยากท�ำงาน ช่วงนี ้การบ้ านเยอะจะตาย อาจารย์ดาว: แต่ในการแบ่งเมฆอย่างละเอียด นักอุตนุ ิยมวิทยาใช้ ค�ำ ศัพท์เดียวกับที่นกั พฤกษศาสตร์ ใช้ จ�ำแนกพืชคือ Genus, Family, Species และ Variety มาใช้ ในการจัดจ�ำแนกเมฆออกเป็ นประเภทต่างๆ ซึง่ เมฆมี ทังหมด ้ 10 Genus... นิ่ม: แหมขวัญ จะขยันไปไหน งานเดี๋ยวค่อยท�ำก็ได้ ไปเดินเล่นกัน หน่อยนะ (เสียงเริ่ มดัง) อาจารย์ดาว: (ได้ ยินเสียงคุยกัน หันมาดุ) นิ่มคะ จะฟั งครูหรื อจะคุยกับ เพื่อนคะ? นิ่ม: (สะดุ้งโหยง) เอ่อ... ขอโทษค่ะ อาจารย์ดาว: (หันไปสอนต่อ) เมฆยังแบ่งย่อยได้ อีก 14 Species คือ Fibratus เป็ นเมฆในสกุล Cirrus และ Cirrostratus... นิ่ม: (แอบนินทากับขวัญ) สอนน่าเบื่อขนาดนี ้จะไม่ให้ อยากคุยได้ ไงละ เนี่ย ขวัญ: แปลก ปกติเห็นเป็ นเด็กดีขยันท�ำงาน วันนี ้ดันอยากออกไปเดิน เล่น แต่จะให้ ไปด้ วยก็ได้ นะ นิ่ม: จริ งนะ งันเดี ้ ๋ยวเลิกเรี ยนแล้ วเจอกันหน้ าตึกนะ 108


... ระฆังบอกเวลาหมดคาบสุดท้ ายไพเราะเหมือนเสียงดนตรี สวรรค์ นิ่ม รี บเก็บข้ าวของลงกระเป๋ าเป้ ก่อนเดินลงบันไดไปหน้ าตึกเรี ยนเพื่อรอเพื่อนของ เธอ ห้ านาทีผา่ นไป สิบนาทีผา่ นไป เพื่อนของเธอก็ยงั ไม่มา จนเธอขี ้เกียจคอย อีกต่อไป จึงตัดสินใจไปทุง่ หญ้ าคนเดียว เธอก้ าวเท้ าเร็ วไวราวกับอยากให้ ถงึ จุด หมายเร็ วๆ ไม่นานนัก ทุง่ หญ้ าสีเขียวขจี นกหลากหลายชนิดบินอยูเ่ หนือหมูไ่ ม้ สีเขียวเข้ ม ตัดกับฟ้าสีสดใสก็ปรากฏแก่สายตา นานแล้ วที่เธอไม่ได้ มาที่นี่ตงแต่ ั ้ ขึ ้นชันมั ้ ธยมปลาย เวลาทังหมดก็ ้ ถกู เท ให้ กบั การเรี ยนที่ทงหนั ั ้ ก ยาก และเยอะ ทุกสิง่ ทุกอย่างดูวนุ่ วายไปหมด จน แทบไม่มีเวลาให้ นงั่ พักนิ่งๆ อยูก่ บั ตัวเอง วันนี ้ เธอจึงอยากวางภาระนี ้สักครู่ ... นิ่ม: (เดินเข้ าไปในทุง่ หญ้ า ได้ ยินเสียงคนวิ่งตามมาจึงหันกลับไปดู) ขวัญ: ขอโทษๆ พอดีครูเรี ยกไปคุยงานเลยมาช้ า นี่รีบวิ่งมาเลยนะเนี่ย นิ่ม: โห วันหลังเดินมาก็ได้ วิ่งมาเดี๋ยวเหนื่อยตาย ขวัญ: เอาน่า จะเดินเล่นไม่ใช่เหรอ ไปสิ นิ่ม: (เดินไปตามถนนลูกรัง) เหนื่อยไหมช่วงนี ้ ขวัญ: เหนื่อยสิ เรี ยนหนัก งานเยอะ คนนะไม่ใช่หนุ่ ยนต์ จะไม่ให้ เหนื่อยได้ ไง นิ่ม: นัน่ สิ วันนี ้ถึงได้ อยากออกมาเดินเล่นไง พักบ้ าง ขวัญ: อ๋อ เออ จะเล่าให้ ฟัง หมาที่บ้านเราตลกมาก คือเราไปหยิบของ มาจากตู้เย็น เอาช็อกโกแลตออกมากิน เดินไปหน้ าบ้ านมันก็กระโดดใส่ซะล้ ม แล้ วก็งบั ช็อกโกแลตไปกินเฉยเลย นิ่ม: ทังแท่ ้ งเลยเหรอ ขวัญ: ใช่ กินทุกอย่างแหละตัวนี ้ กุยช่ายยังกินเลย ขนมจีบนี่เขา อุตส่าห์วางไว้ บนโต๊ ะแล้ วไปเข้ าห้ องน� ้ำ กลับมาอีกทีหายเรี ยบทังจาน ้ หมา 109


ขโมยไปกินแล้ ว นิ่ม: บอกให้ มนั มาเกิดเป็ นคนได้ แล้ วมัง้ กินขนาดนี ้ ขวัญ: ฮ่าๆ เดี๋ยวบอกให้ นะ... ดูนนั่ สิ! ท้ องฟ้าสวยมากเลย นิ่ม: (เงยหน้ ามองตาม) เฮ้ ย สวยจริ งด้ วย ดูสๆิ สีเหมือนไอติมเลย มี แสงพุง่ ออกมาจากเมฆด้ วย สุดยอด ขวัญ: เรี ยกว่าอะไรนะ อาจารย์ดาวสอนเมื่อเช้ า นิ่ม: รังสีอะไรสักอย่าง ขวัญ: อ๋อ รังสีพสั คิวลาร์ ไง นิ่ม: นัน่ แหละ แต่ถงึ จะไม่ร้ ูวา่ มันเรี ยกว่าอะไร เมฆมันก็สวยอยูด่ ีแหละ ขวัญ: นัน่ สิ แต่ถ้าเรารู้ชื่อมันก็ชว่ ยให้ สนุกขึ ้นนะ ฝึ กการคิดเชื่อมโยง กับเรื่ องที่เรี ยนด้ วยไง... ดูเมฆทางโน้ นสิ สวยเหมือนกัน นิ่ม: ไหน ที่เป็ นก้ อนๆ ใหญ่ๆ เกาะกลุม่ กันอยูเ่ หรอ (มองไปทางเมฆ ก้ อนมหึมาที่เกาะกลุม่ กันอยู่ รูปร่างขนาดที่แตกต่างกันไปท�ำให้ เมฆดูคล้ าย ภูเขาขนาดใหญ่สีขาวบนท้ องฟ้า) ขวัญ: ใช่ สวยสุดยอดเลยเนอะ อยากรู้จงั ว่าถ้ าขึ ้นไปอยูบ่ นเมฆก้ อน นันแล้ ้ วจะเป็ นยังไง นิ่ม: คงจะนุม่ ๆ นิ่มๆ ดีละมัง้ ขวัญ: หรื อไม่ก็อาจจะหล่นตุ๊บลงมาก็ได้ เมฆมันเกิดจากไอน� ้ำนี่นา จะ รับน� ้ำหนักเราไหวเหรอ นิ่ม: (หัวเราะร่วน) นัน่ สินะ ว่าแต่เราไม่ได้ ดเู มฆกันนานเท่าไหร่แล้ วนี่? ขวัญ: นานมากแล้ ว ปกติเขาก็ชอบมองท้ องฟ้านะ แต่ก็ไม่ได้ สนใจ อะไรหรอก มองเสร็จก็ไปท�ำอย่างอื่นต่อ นิ่ม: เหมือนกัน จ�ำได้ วา่ ตอนเด็กๆ เราชอบดูเมฆมากเลย ชอบบอกแม่ ว่า นัน่ เค้ ก ตรงนันมี ้ มงั กร ทางโน้ นเป็ นรถยนต์ ขวัญ: ใช่ๆ ตอนนันสนุ ้ กมาก แค่ดเู มฆก็สนุกแล้ วล่ะ เขาชอบนะ เวลา 110


นอนดูเมฆมันรู้สกึ สบายใจดี ไม่ต้องคิดอะไร แค่ปล่อยใจไปสบายๆ เหมือนเรา ได้ พกั สมองสักห้ านาที เมฆ: กลับมากันแล้ วเหรอ นิ่มและขวัญ: (สะดุ้งสุดตัว เหลียวไปมองรอบข้ าง ไม่เห็นใคร) ใครน่ะ? เมื่อกี๊ เสียงใคร? เมฆ: เมฆ ไงล่ะ เราเคยเจอกันตอนเด็กๆ น่ะ จ�ำได้ ไหม ฉันเคยพาเธอ ไปหาเพื่อนๆ ของฉันด้ วย ขวัญ: เคยเจอด้ วยเหรอ? (หันมาถาม) นิ่ม: (ขมวดคิ ้ว) จ�ำไม่ได้ แฮะ เมฆ: เจอลุงเมฆสีเทาด้ วยนะ ที่เคยดุฉนั ไง นิ่ม: ยังจ�ำไม่ได้ อยูด่ ีแหละ ช่างเถอะ เธอเป็ นเม��� ท�ำไมพูดได้ ละ่ เมฆ: ทุกอย่างก็พดู ได้ หมดแหละ ต้ นไม้ ก็พดู ได้ เธอไม่ร้ ูเหรอ นิ่ม: อย่ามาหลอกกันเลยน่า สิง่ ไม่มีชีวิตจะพูดได้ ยงั ไง เมฆ: ฉันไม่ได้ หลอกเธอนะ ตอนนี ้เธอก็ได้ ยินฉันพูดไม่ใช่เหรอ นิ่ม: เออ จริ งด้ วย เมฆ: ใช่ไหมล่ะ ที่เธอไม่ได้ ยินฉันพูด เพราะใจเธอไม่อนุญาตให้ เธอ ได้ ยิน เธอรู้ไหมว่าทังเสี ้ ยงพูดที่เธอได้ ยิน ทังภาพที ้ ่เธอเห็นก้ อนเมฆเป็ นรูปต่างๆ ก็ล้วนแล้ วแต่มีจดุ เริ่ มต้ น มาจากจินตนาการของเธอเองทังนั ้ นแหละ ้ แล้ วเสียงของบทสนทนาก็เริ่ มต้ นขึ ้นอีกครัง้ หลังจากเงียบเชียบมานาน นิ่ม: (หันกลับมาบอก) ฉันดีใจที่เจอเธออีกนะเมฆ เมฆ: (มองเด็กสาวทังสองคนเดิ ้ นไปที่ทางออก ยิ ้มให้ แล้ วลอยขึ ้นฟ้า) ฉันก็ดีใจที่เจอเธออีกเหมือนกัน กลับบ้ านกันดีๆ ล่ะ ... ฉันจะรอเธออยูท่ ี่นี่ เหมือนเดิมแล้ วเจอกันวันหลังนะ ฉันมีเรื่ องจะคุยกับเธออีกเพียบเลย

111


112


113


ก.ไก่ กระบองเพชร ความทรงจ�ำ ตุ๊กตา บ้านฟาง หมาและแมว ผ้าห่ม ฝน พนานุกรม เพื่อนเก่า เมฆ

114


สุพิชชา จินดา อภิสรา นันทชัย ทินกร บุญแจด สุพิเศษ ศศิวิมล สรัญรส ทรัพย์ชนะสิทธิ์ วัชราพร ผลดี จารุวรรณ เเซ่ลี ยุพาฝัน ประชุมทอง ณัฐชยา เอกพิมพ์ กานต์ชนก จุลกิจวัฒน์ ลฎาภา อินทรมหา

115


116


117


118


ปลาทอง กระบองเพชร และพจนานุกรม