Page 1


ถอดรหัส

วัฒนธรรมฝรั่ง รูจักฝรั่งจากวัฒนธรรม | เทพพนมเล็ก ศิษยครูแอด

Food for Thought

ถอดรหัสวัฒนธรรมฝรั่งในฉบับนี้เราขอเอาใจ ผูที่ชื่นชอบเทพปกรณัมกรีกกันบางครับ คราวนี้เปน เรื่องของวีรบุรุษจอมพลังผูเกรียงไกรที่สุดของกรีก นาม “เฮอรคิวลีส” (Hercules หากเปนภาษากรีกจะ ใชวา Heracles อานวา เฮราคลีส) ตำนานของเขาผูน ี้ ถูกนำมาสรางเปนทั้งภาพยนตรและแอนิเมชั่นแลว หลายครั้ง ครั้งหลังสุดที่คงพอจำกันไดก็คือเวอรชั่น การตูนของวอลท ดิสนีย นับวาหนุมจอมพลังคนนี้ โดงดังพอสมควรเลยทีเดียว แตก็นาสงสัยเหมือนกัน นะครับวาเทพเกงๆ มีตั้งมากมาย แลวทำไมหนอคน ธรรมดาอยางเฮอรควิ ลีสถึงเปนทีร่ จู กั ในฐานะจอมพลัง ผูครอบครองเรี่ยวแรงมหาศาลขนาดทำใหเหลาเทพ สะทานได และนี่ละครับคือสิ่งที่เราจะมาหาคำตอบ ไปพรอมๆ กัน สำหรับเรื่องราวที่เราจะหยิบยกมาเลาในฉบับ นี้เปนชวงสำคัญในตำนานของเฮอรคิวลีสที่แสดงถึง ความเปนจอมพลังของเขา นัน่ คือ ภารกิจ 12 ประการ ที่ เ ฮอร คิ ว ลี ส ต อ งกระทำเพื่ อ ไถ ต นจากบาปกรรม 62 |

สาหัสของการฆาลางครัวตัวเอง (The Twelve Labours of Hercules) เรื่องเกิดขึ้นเมื่อเฮอรคิวลีสอยูกินกับ ภรรยาที่มีชื่อวานางเมการาจนมีบุตรดวยกัน 3 คน ทั้งหมดใชชีวิตดวยกันอยางเปนสุขจนกระทั่งเทพเจา เฮราผู เคื อ งแค น เฮอร คิว ลี ส ดว ยเหตุที่ ว า เขาเปน ประจักษพยานแหงความมากรักของจอมเทพซูสสามี ตน (เฮอรคิวลีสเปนลูกของซูสที่เกิดกับนางแอลกมินี ผูเปนหนึ่งในเหยื่อราคะของจาวแหงโอลิมปส) ได ดลบันดาลใหเฮอรคิวลีสเสียจริตไปชั่วคราว ในชวง ระยะเวลาที่บาคลั่งนี้เอง บุรุษผูทรงพลังที่สุดในโลก ฆาบุตรของตนไป 2 คน และเมื่อนางเมการาเมียรัก ปราดเขาปองกันลูกคนสุดทอง จอมพลังผูกำลังสูญ เสียสติสัมปชัญญะก็ปลิดชีพทั้งคูพรอมกัน เมื่อสติ กลับคืนก็งงงวยทำอะไรไมถูกกับภาพอันนาสลดหดหู ตรงหนา ความเศราโศกและความรูสึกผิดก็เริ่มแทรก ซึมเขาสูจ ติ ใจเฮอรควิ ลีสมากขึน้ เรือ่ ยๆ จนมโนสำนึก เรียกรองใหเขาแสวงหาทางชดใชบาปกรรมสาหัสที่ ตนทำไป

www.iGetEnglish.com


เฮอรคิวลีสคิดถึงความตายของตัวเองกอนสิ่ง อื่นใด ขณะที่กำลังจะลงมือทำตามความคิดนั้น มือคู หนึ่งก็ยื่นมาจับมือเปอนเลือดทั้ง 2 ขางของเขาไว เจาของมือคูน นั้ คือ ธีซสู วีรบุรษุ ผูเ กรียงไกรที่สุดอีกคน ของกรี ก ธี ซู ส เป น เพื่ อ นสนิ ท ผู เ รื อ งป ญ ญาของ เฮอรคิวลีส ตามธรรมเนียมกรีกแลว การที่ใครสักคน ยื่นมือของตนไปจับมือของผูกระทำความผิดเทากับ เปนการยอมเขาไปมีสว นรวมในบาปกรรมนัน้ ถอยคำ ที่ทั้งปลอบประโลมและแสดงความเชื่อมั่นของธีซูส เรียกใหเฮอรคิวลีสมีสติและกำลังใจกลับคืนมาอีกครั้ง เขาชักชวนจอมพลังใหไปอยูดวยกันที่เอเธนสเพื่อ

รวมทุกขรวมสุข เฮอรคิวลีสนิ่งตรองอยูครูหนึ่งจึง คลอยตามคำของธีซูส เมื่อมาอยูที่เอเธนสแลว แม เพือ่ นตนและชาวเมืองจะไมตดิ ใจในความผิดครัง้ เกาที่ เขาเคยกระทำ แตสำนึกผิดชอบชัว่ ดีของเขาเองก็ผลักไส ใหเฮอรควิ ลีสตองออกแสวงหาทางชำระมลทินทีต่ ดิ แนน ในใจตน ที่วิหารเดลฟเขาไดเสี่ยงทายคำพยากรณซึ่ง ทำใหเขาตองไปหากษัตริยยูริสเธียส (Eurystheus) ผู ครองนครไมซีนีเพื่อรับภารกิจ 12 ประการตามแต ท าวเธอจะรับสั่งใหทำ และงานทั้งหมดนั้นมีดังจะ แจกแจงใหฟงตอไปนี้

1. ฆาพญาสิงหแหงนีเมีย

ในราวปารอบนครนีเมีย มีสิงหขนาดใหญตัวหนึ่งเที่ยวเพนพานระรานผูคน เฮอรคิวลีสจึงไดรับภารกิจ แรกใหไปปราบพญาสิงหตัวนี้ มันดุรายกวาทุกตัวที่จอมพลังเคยฆามากอนหลายเทา ทั้งยังหนังเหนียวคงกระพัน ศาสตราวุธใดๆ ก็ไมอาจทำใหเกิดบาดแผลได แมเฮอรควิ ลีสจะใชกระบองเขาจัดการก็ไมเปนผล ลงทายจอมพลังจึง ตองเผด็จศึกดวยมือเปลาโดยการบีบคอจนพญาสิงหขาดใจตาย ในบึงบางของนครอารกอส มีนาคใหญทมี่ พี ษิ รายตัวหนึง่ ชือ่ วาไฮดราอาศัยอยู นาคตัวนีฆ้ า ยาก เพราะเมื่อ หัวหนึ่งของมันถูกตัดขาดแลวจะมีหัวใหมงอกขึ้นมาอีก 2 หัวทุกครั้งไป เฮอรคิวลีสจึงตองพึ่งพาหลานชายนามวา ไอโอลอส (Iolaus) ซึ่ ง เป น บุตรของอิฟฟคลีส นองชาย ฝาแฝดของตน ไอโอลอสจะ เอาเหล็ ก เผาไฟนาบตอของ หัวนาคที่จอมพลังตัดแลวทุก ตอ เพื่ อ ปองกันการงอกใหม นาคไฮดราจึ ง สิ้ น ชื่ อ ด ว ยเหตุ ฉะนี้เอง

63 |

www.iGetEnglish.com

Food for Thought

2. ฆานาคเกาเศียรไฮดรา


for Correspondence เขียนจดหมายอยางมือโปร | มนัญยา แสงพันธุ Let’s read & write!

English

จากฉบับที่แลวเราไดเรียนรูรูปแบบของการเขียนจดหมายเชิญ (Invitation Letter) วาแบง ออกเปน 2 ประเภทใหญๆ คือ 1. จดหมายเชิญอยางเปนทางการ (Formal Invitation Letter) 2. จดหมายเชิญอยางไมเปนทางการ (Informal Invitation Letter) เราไดเรียนรูเ กีย่ วกับจดหมายเชิญในประเภทแรกกันไปแลว ฉบับนีเ้ ราจึงจะมาเรียนรูร ปู แบบ การเขียนจดหมายเชิญประเภทที่สอง ไดแก จดหมายเชิญอยางไมเปนทางการ (Informal Invitation Letter) ซึ่งเรามักใชเชิญญาติมิตรหรือเพื่อนสนิทมางานที่จัดขึ้นอยางเปนกันเอง จึงใช ถอยคำและสำนวนที่ใชพูดคุยกันธรรมดา ไมมีแบบแผนหรือขอจำกัด คลายกับการเขียนจดหมาย สวนตัว

23 |

www.iGetEnglish.com


Êӹǹ·Õè¹ÔÂÁ㪌 Let’s read & write!

¡ÒÃàªÔÞ ◌ I/We would like you to join our (ชื่องาน) . เราอยากใหคุณมารวมงาน (ชื่องาน) ของเรา ◌ We shall be very happy if you can join (ชื่องาน) with us. ฉันจะดีใจมากถาคุณสามารถมารวมงาน (ชื่องาน) กับเราได ◌ I would be greatly pleased if you could come to (ชื่องาน) . ฉันจะดีใจมากถาคุณสามารถมา (ชื่องาน) ◌ Please accept my invitation to (ชื่องาน) . กรุณารับคำเชิญมางาน (ชื่องาน) จากฉัน ◌ We do hope you will be able to come. เราหวังวาคุณจะมาได

¡ÒÃμͺÃѺ¤ÓàªÔÞ

◌ Thank you for your kind invitation to (ชื่องาน) . I’d love to come. ขอบคุณสำหรับคำเชิญไปงาน (ชื่องาน) ฉันยินดีไปรวมงาน ◌ It is kind of you to invite me/us to (ชื่องาน) . I’d like to come. เปนความมีน้ำใจของเธอที่เชิญฉัน/เราไปรวมงาน (ชื่องาน) ฉันยินดีไปรวมงาน ◌ I shall be delighted to come to (ชื่องาน) . ฉันยินดีที่จะมารวมงาน (ชื่องาน)

¡Òû¯Ôàʸ¤ÓàªÔÞ ◌ I regret/I am sorry to say that I am unable to accept your kind invitation to ฉันเสียใจที่ไมสามารถตอบรับคำเชิญไปงาน (ชื่องาน)

24 |

www.iGetEnglish.com

(ชือ่ งาน)

.


เขียง

ลับมีด ทบทวนภาษาอังกฤษจากแบบทดสอบ | อิสรีย แจมขำ

Question sentences สวัสดีคะ ชาว I Get English ทุกๆ คน ตอนนีก้ ค็ รึง่ หลังของปแลวนะคะ เวลาชางผานไปอยางรวดเร็วจริงๆ ดังนั้นเราควรใชเวลาใหเปนประโยชน เพื่อไมใหเปนการเสียเวลาก็หยิบดินสอหรือปากกาขึ้นมาเตรียมพรอมทำ แบบฝกหัดนี้กันเลยคะ สำหรับคราวนี้เปนเรื่อง Question sentences ซึ่งเปนเรื่องของการสรางประโยคคำถามโดย การใช wh-question และการสรางประโยคคำถามแบบ yes-no question คะ

Exercise

I Get Tutor

1. A: is singing on the stage? B: Madonna. a) What b) Who c) When d) Whom 2. A: would you like to drink? B: I’d like a Cappuccino. a) What b) Whom c) Which d) How 3. A: didn’t you go to see a doctor yesterday? B: Because I had some urgent work to do. a) Who b) When c) Why d) What 4. A: are you from? B: I’m from Singapore. a) Who b) When c) How d) Where 5. A: fast does he drive? B: He drives 50 miles an hour. a) When b) What c) How d) Where 98 |

www.iGetEnglish.com


กลอน

พาไป เปดโลกวรรณศิลป โบยบินไปพรอมบทกวี | จิ๊บ

¡Å͹¾Ò仩ºÑº¹Õé ¨Ð´Ù¹Ôè§æ àÂç¹æ ÊÑ¡ ˹‹Í¹ФРàËμØ¡çà¾ÃÒÐÇ‹Ò ¹Í¡¨Ò¡¼ÙŒ¤¹ã¹ º·¡ÇÕ·Õè¡ÁÒ¨ÐäÁ‹ÂÍÁ·ÓÍÐäÃ໚¹ªÔé¹à»š¹Íѹ àÅÂÊÑ¡Í‹ҧáÅŒÇ Âѧ¨Ð¾Ò¡Ñ¹ä»Â×¹ÃѺÅÁ·ÐàÅ ¡Ñ¹Í‹ҧäÁ‹ÃÙŒ¨Ñ¡àÁ×èÍÂÍÕ¡ àÃÒ¤¹Í‹Ò¹¡çàÅÂμŒÍ§ ¾ÅÍ¡ԹºÃÃÂÒ¡ÒÈÃÔÁ·ÐàÅä»´ŒÇÂÍ‹ҧª‹Ç äÁ‹ ä´Œ áμ‹¹Í¡à˹×Í仨ҡÊÀÒÇÐ “¹Ôè§Ê§º ʺ¤ÇÒÁà¤Å×è͹äËÇ” áÅŒÇ º·¡ÇÕº·¹ÕéÂѧÊ×èÍ ¤ÇÒÁËÁÒÂÍѹÅÖ¡«Öé§ (¢Ñ´¡Ñºª×èͧ͢Áѹ) áÅÐ ¡‹ÍãËŒà¡Ô´¢ŒÍ¶¡à¶Õ§Í‹ҧäÁ‹ÃÙŒ¨ºÍÕ¡´ŒÇ Food for Thought

42 |

www.iGetEnglish.com


The people along the sand All turn and look one way. They turn their back on the land. They look at the sea all day.

ผูคนริมชายหาด ตางทอดสายตาไปในทางเดียวกัน พวกเขาหันหลังใหแผนดิน และเฝาแตจองมองทะเล

As long as it takes to pass A ship keeps raising its hull; The wetter ground like glass Reflects a standing gull

เวลาผันผานเคลื่อนคลอย เรือคอยๆ ขยับรางเทอะทะหนาหนัก เลื่อมระยับบนพื้นชุมน้ำ สะทอนเงานางนวลที่ยืนนิ่ง

The land may vary more; But wherever the truth may be-The water comes ashore, And the people look at the sea.

บนแผนดินอาจมีอะไรที่หลากหลายกวา แตไมวาความจริงอยูที่ใด… น้ำทะเลยังคงสาดซัด และคนเหลานั้นก็ยังคงมองทะเล

They cannot look out far. They cannot look in deep. But when was that ever a bar To any watch they keep?

พวกเขามองไกลไดแคสุดสายตา พวกเขามองลึกไดแคตาเห็น แตเคยหรือ…ที่มีอะไรมากางกั้น การเฝามองของพวกเขา?

By Robert Frost

โดย โรเบิรต ฟรอสต

หากจะถือเอา “เหตุผล” หรือ “คำอธิบาย” ในโลกแหงความเปนจริงมาเปนตัวตัง้ ตนในการอานบทกวีชนิ้ นี้ ก็คงจะยากอยู เพราะกิจกรรมของบุคคลในบทกวีนั้นออกจะไรสาระและไมมีเหตุผลโดยสิ้นเชิง “ทะเล” และ “การ จองมอง” ในที่นี้จึงไมไดมีความหมายตรงตัว หากแตเปนสัญลักษณ (symbol) ที่สื่อถึงความหมายทางนามธรรม อยางอื่น กอนที่ผูอานจะเขาใจบทกวีบทนี้ จึงอาจตองทำความเขาใจกับธรรมชาติของทะเลซึ่งผูเขียนไดสรางใหอยู ในดานที่ตรงกันขามกับ “ผืนแผนดิน” เสียกอน 43 |

www.iGetEnglish.com

Food for Thought

ผูคนในบทกวีบทนี้แปลกจริงๆ เลยใชไหมคะ วันๆ ไมยอมทำมาหากิน เอาแตยืนจองทะเล แตคนที่ แปลกกวาก็คือ “ผูพูด” หรือผูที่บอกเลาเรื่องราวของบุคคลเหลานี้ใหเราฟงนี่แหละคะ เพราะดูทาวาพี่แกคงจะ เอาแต “จองมอง” ผูค นทีเ่ คายืนมองทะเลกันอยูต ลอดเวลา จองอยางเดียวไมพอ ยังวิพากษวจิ ารณอกี ดวย อยางไร ก็ตาม ความแปลกหรือไมแปลกนั้นไมใชประเด็นคะ ประเด็นอยูตรงที่วา “การมองทะเลนั้นสำคัญไฉน” ตางหาก


คำ

นี้ทานไดแต ใดมา รูจักที่มาของคำศัพท | อารดา กันทะหงษ

I Get Focus

เมื่อคอมพิวเตอรเครื่องแรกถือกำเนิดขึ้นมา บนโลกใบนี้ ใครเลยจะคิดวาเจาสมองกลขนาดยักษ ในอดีตจะพัฒนาไปไกลจนเกือบไมเหลือเคาเดิมใน ปจจุบัน ดวยรูปลักษณและประสิทธิภาพที่ดีขึ้นกวา ในอดีตแบบกาวกระโดด ทำใหมันกลายเปนอุปกรณ ที่เราแทบจะขาดไมไดในชีวิตประจำวัน นอกจากจะ ใชทำงานและใชเรียนแลว ในโลกสวนตัวของเรา คอมพิวเตอรก็เขามามีบทบาทอยางมาก เห็นไดจาก การที่ผูคนพากันเลน Hi5 แทนการเตะบอลยามวาง เขาเว็บไซต wikipedia แทนการเปดสารานุกรม ฝากอารมณเหงาๆ ไวใน blog แทนการเขียนไดอารี่ และแชทออนไลนทาง MSN แทนการกดโทรศัพท เมาทกับเพื่อนไปเสียแลว คอมพิ ว เตอร เ กื อ บจะกลายเป น ปจจัยที่หาหรือหกในชีวิตใครหลายคน นอกจากจะใหความบันเทิงและ ความรูในศาสตรตางๆ แลว ชาวไทยเราก็ ยั ง ได เ รี ย น 52 |

ศัพทภาษาอังกฤษใหมๆ จากการนั่งหนาจอทุกวัน และหนึ่งในนั้นที่หลายคนเคยสัมผัสและซาบซึ้งมา แลวคือคำวา bug จริงๆ แลวคำวา bug มีอยูดวยกันหลาย ความหมาย ความหมายแรกที่ทุกคนมักจะนึกถึงคือ “แมลงปกแข็ง” แบบที่เคยเห็นในภาพยนตรการตูน “A Bug’s Life” ของ Pixar เมื่ อ หลายป ก อ น นอกจากนั้น bug (คำนาม) ยังหมายถึง “เชื้อโรค” “ความบกพร อ ง” “ความผิ ด พลาด” หรื อ “ผู ที่ คลั่งไคลหมกมุนในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง” ดวย หากเปนคำ กริยาจะหมายถึง “รบกวน” หรือ “ทำใหรำคาญ” นอกจากความหมายกวางๆ ดังกลาวแลว หลายคนคงทราบดีวาคำวา bug ยังเปนศัพทเทคนิค ทางคอมพิวเตอร มีชื่อเรียกเต็มๆ วา “software bug” หรือ “computer bug” หมายถึงปญหาหรือ ขอบกพรองที่เกิดขึ้นกับฮารดแวร (hardware) หรือ ซอฟตแวร (software) ซึ่งผิดไปจากที่ผูพัฒนาตั้งใจ ไว ทำใหโปรแกรมไมสามารถแสดงผลลัพธตามที่

www.iGetEnglish.com


53 |

www.iGetEnglish.com

I Get Focus

ตองการได หากคอมพิวเตอรใครเกิดอาการเบลอๆ เหมอลอย ไมยอม ปฏิบัติตามคำสั่ง จูๆ เกิดแฮงค นิ่งเปนยักษวัดโพธิ์ แลวขอจรลีปด โปรแกรมไปแบบไมพูดไมจา หรือหากเปนคอมพิวเตอรยุคคุณแมยัง สาวก็จะปรับหนาจอเปนสีน้ำเงิน ตอกบัตรกอนเวลา แลวทำการปดตัว เองลงหนาตาเฉย แถมเอางานที่ยังไมไดเซฟไวจากไปอยางสงบดวย ปลอยใหเรากรี๊ดชักดิ้นชักงออยูตรงหนาจอที่วางเปลานั้น นั่นแหละคือ ตัวอยางที่บอกวา คอมพิวเตอรของเราเจอ bug ตัวแสบเขาแลว คำวา bug ที่มีความหมายเกี่ยวกับปญหาทางเทคนิคนั้น มี ประวัติอันยาวนานยอนไปไดถึงศตวรรษที่ 19 เลยทีเดียว ในหนังสือ “Starboard Home: And Other Language Myths” (Penguin, 2005) ของไมเคิล ควินเนียน (Michael Quinion) ผูเขียนไดอางถึงรายงาน ฉบับหนึ่งของพอล มอล กาเซท (Pall Mall Gazette) ที่เขียนถึงนัก ประดิษฐลือชื่อ โทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison) ไวในป ค.ศ. 1889 ในนั้นมีคำวา bug อยูดวย เนื้อความตอนดังกลาวมีอยูวา “ผมไดทราบมาวา คุณเอดิสันไมไดหลับไมไดนอนมา 2 คืน เพื่อจะหา “บั๊ก” ในหีบเสียงของเขา สำนวนนี้ใชสื่อถึงการแกไขปญหา และยังบอกเปนนัยใหจินตนาการไปถึงแมลงรายที่ซอนตัวอยูในเครื่อง และสรางปญหาทั้งหมดขึ้น” อยางไรก็ตาม หลายคนเชื่อวา คำวา bug ที่ถูกใชในเชิง เทคนิคเพื่อหมายถึง “ปญหา” นี้ มาแพรหลายในวงการคอมพิวเตอร เอาก็เมือ่ มี bug ทีห่ มายถึง “แมลง” จริงๆ (ไมใชแคในเชิงเปรียบเทียบ) มาเกี่ยวของดวยนั่นแหละ จากคำบอกเลาของเกรซ เมอรเรย ฮอพเพอร (Grace Murray Hopper) หนึ่งในทีมงานผูเชี่ยวชาญดานเทคโนโลยีคอมพิวเตอรซึ่ง ทำงานใหกับกองทัพเรืออเมริกาชวงสงครามโลกครั้งที่สอง ในคืนหนึ่ง ของเดือนสิงหาคม ป ค.ศ. 1945 (ตอมามีการคนควาเพิม่ เติมจนพบวา ในสมุดที่บันทึกไวเปนลายลักษณอักษรนั้นกลับระบุวันที่ 9 กันยายน ป ค.ศ. 1947) ขณะทีท่ มี งานกำลังปฏิบตั หิ นาทีอ่ ยูท มี่ หาวิทยาลัยฮารวารด จูๆ ก็พบปญหารายแรงเกิดขึน้ ทีแ่ ผงวงจรแผงหนึง่ ของคอมพิวเตอรรนุ เดอะ ทีมงานจึงตรวจสอบกันอยางละเอียด และในที่สุดวีรบุรุษผูกลาคนหนึ่ง ก็คนพบที่มาของปญหา เขาเดินดุมไปควาแหนบเรียวเล็กมา จากนั้นก็ จัดการคีบแมลงตัวแสบซึ่งเซอซาบินเขาไปติดแหง็กอยูระหวางแผงตัด ตอวงจรของเครื่องคอมพิวเตอรออกมา


People ยอนรอยชีวิตคนดัง | ธัญชนก หลอนาค Let’s read & write!

Famous

Presently social inequality is one of the major problems that effects the economic development of many countries. It is without doubt that a vast majority of poor and uneducated people struggle to survive in all four corners of the world even in so-called superpowers such as China and the US. Due to the sheer number of people living under the poverty line, aid agencies cannot thoroughly operate and help them. Yet, there is a woman who cared for the underprivileged without asking for anything in return. Self-devotion is the principle to which she adhered throughout her life. She was commonly known as “Mother Teresa”. ปจจุบันนี้ความไมเสมอภาคทางสังคมเปนหนึ่งในปญหาสำคัญที่สงผลกระทบตอการพัฒนาดาน เศรษฐกิจในหลายประเทศ ไมตอ งสงสัยเลยวายังคงมีผยู ากไรและผูท ไี่ มไดรบั การศึกษาจำนวนมากซึง่ ดิน้ รน ที่จะมีชีวิตอยูทั่วทุกมุมโลก ไมเวนแมแตประเทศมหาอำนาจอยางประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา ดวย จำนวนตัวเลขผูยากไรที่สูงเชนนี้ หนวยงานซึ่งมีหนาที่ชวยเหลือพวกเขาจึงไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดอยาง ทั่วถึง กระนั้นก็ตาม ยังมีผูหญิงคนหนึ่งซึ่งหวงใยผูดอยโอกาสเหลานั้นโดยไมหวังสิ่งใดตอบแทน การอุทิศ ตนเปนคติที่หญิงผูนี้ยึดถือชั่วชีวิต คนสวนใหญรูจักเธอในนาม “แมชีเทเรซา”

91 |

www.iGetEnglish.com


Let’s read & write!

The original name of this merciful woman was Agnes Gonxha Bojaxhiu. She was born on August 26, 1910 in Skopje, Macedonia. Her mother was Dronda and her father, Nikola, was a successful merchant. Mother Teresa was the youngest of three siblings. She attended the public school in her hometown and first showed religious interest when she joined a school club that aimed to spread religious beliefs to foreign countries. She spent much of her early life going to church. She was thus deeply interested in many stories of missionary life and service. นามเดิมของหญิงผูเปยมไปดวยความเมตตาทานนี้คือ แอ็กเนส กอนซา โบยาซู ทานเกิดเมื่อ วันที่ 26 สิงหาคม ป ค.ศ. 1910 ที่เมืองสโกเปย ประเทศมาเซโดเนีย มารดาของทานมีชื่อวาดรอนดา และบิดาของทานคือนิโคลาเปนพอคาที่ประสบความสำเร็จ แมชีเทเรซาเปนบุตรคนสุดทองในบรรดา พี่นองทัง้ หมดสามคน ทานเขารับการศึกษาในโรงเรียนรัฐบาลทีบ่ า นเกิดของทานและแสดงความสนใจเรือ่ ง ศาสนาครั้งแรกเมื่อเขาเปนสมาชิกสมาคมของโรงเรียน ซึ่งมีวัตถุประสงคเผยแผความเชื่อทางศาสนาไป สูป ระเทศอืน่ ๆ ทานใชเวลาในวัยเด็กไปกับการเขาโบสถ ทานจึงมีความสนใจเรือ่ งราวตางๆ เกี่ยวกับชีวิต และการใหความชวยเหลือผูอื่นของผูเผยแผศาสนามาก At the age of twelve, she felt the call of God, so she decided to be a missionary and spread the love of Christ. Mother Teresa left her parental home in Skopje to follow the religious path in 1928. She joined the Sisters of Loreto in Ireland. This institute was founded in the 17th century to educate young girls. After being trained, she was sent to Calcutta, India, on January 6, 1929. There she began her career as a teacher of history and geography at St. Mary’s High School. In 1931, she made her first vows as a nun, receiving the name Sister Mary Teresa. เมื่ออายุ 12 ป ทานสัมผัสถึงเสียงเรียกจากพระผูเปนเจา ดังนั้นทานจึงตัดสินใจเปนผูเผยแผ ศาสนาเพื่อเผยแพรความรักของพระเยซูคริสต แมชีเทเรซาไดเดินทางออกจากบานเกิดในเมืองสโกเปย ในป ค.ศ. 1928 เพือ่ ดำเนินตามเสนทางสายศาสนาอยางทีท่ า นตัง้ ใจไว ทานไดศกึ ษาตอทีส่ ำนักชีโลเรโต ในประเทศไอรแลนด ซึ่งไดรับการกอตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 17 เพื่อใหการศึกษาแกหญิงสาว หลังจาก เรียนจบ สำนักชีสง ทานไปประจำทีเ่ มืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย เมือ่ วันที่ 6 มกราคม ป ค.ศ. 1929 ทานเริม่ งานดวยการเปนครูสอนวิชาประวัตศิ าสตรและภูมศิ าสตรทโี่ รงเรียนมัธยมปลายเซนตแมรี่ ตอมา ในป ค.ศ. 1931 ทานไดสาบานตนเปนแมชีครั้งแรก โดยไดรับฉายาวา แมชีแมรี่ เทเรซา 92 |

www.iGetEnglish.com


นิตยสาร I Get English เล่ม 16  

ไอเก็ตอิงลิช นิตยสารเพื่อการเริ่มต้นและพัฒนาทักษะ ภาษาอังกฤษหรับทุกคน

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you