Page 30

TECHNOLOGY

S-Monovette Reduces the Burden of Hemolysis

Author info กองบรรณาธิการ นิตยสารอินโนแล็บ INNOLAB team innolab@media-matter.com

การแตกตัวหรือฮีโมไลซิสของตัวอย่างเลือดเป็นความท้าทายหลักเมือ ่ กล่าวถึงคุณภาพของการตรวจวินจ ิ ฉัย แม้วา่ การวินจ ิ ฉัย สุดท้ายจะพบภาวะเลือดจางจากเม็ดเลือดแดงแตก (Hemolytic anemia) โดยจะพบในผู้ป่วยเพียงส่วนน้อย การเกิดฮีโมไลซิส ในห้องปฏิบัติการเกิดจากตัวอย่างที่เกิดฮีโมไลซิสจากห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ตัวอย่างเลือดที่เกิดฮีโมไลซิสพบมากเป็น พิเศษในสถานพยาบาลซึ่งจะเก็บตัวอย่างเลือดด้วยการดูดจากหลอดเลือด รวมทั้งหน่วยการรักษาพยาบาลที่ใช้เวลาสั้นๆ เช่น แผนกฉุกเฉิน ห้องดูแลผู้ป่วยหนัก วอร์ดเด็กและวอร์ดมะเร็ง โดยเฉพาะในแผนกฉุกเฉิน อัตราการเกิดฮีโมไลซิสของตัวอย่างจะ สูงถึง 12%

เนื่ อ งจากตั ว อย่ า งที่ เ ก็ บ จากแผนก ฉุกเฉินมีการเกิดฮีโมไลซิสในอัตราสูงจึงมี การใช้กลยุทธ์หลายด้านเพือ่ แก้ไขปัญหานี้ มีการแนะนำ�ให้ใช้วธิ กี ารดัง้ เดิมในการเก็บ ตัวอย่างเลือดแทนการดูดจากหลอดเลือด แต่คำ�แนะนำ�นี้มักถูกมองข้ามเนื่องจาก การดูดเก็บตัวอย่างเลือดโดยใช้สายสวน หลอดเลือดเป็นวิธกี ารทีป่ ระหยัดเวลา รวม ทั้งประหยัดกำ�ลังคนและทรัพยากรทั้งใน ส่วนการดูแลผู้ป่วยและการเก็บตัวอย่าง เลื อ ด ประสิ ท ธิ ภ าพของการใช้ ห ลอด ขนาดเล็กก็ยังเป็นที่น่าสงสัยเนื่องจากการ ใช้เครื่องมือเหล่านี้ช่วยลดภาระที่เกิดจาก การฮีโมไลซิสในสถานพยาบาลบางแห่งแต่ ไม่พบในสถานพยาบาลอื่น และผลลัพธ์ที่ แตกต่างกันจากการศึกษาต่อเนื่องจาก กลุ่มประชากรที่ศึกษาต่างกลุ่มและการใช้ หลอดต่างประเภทกัน การใช้ตัวจับหลอด 30

www.innolabmagazine.com

เฉพาะ เช่น หลอดฉีดยาแบบหัวล็อกด้าน ข้าง (eccentric leur) ช่วยลดการเกิด ไฮโดรไลซิสในระดับสูง ปริมาณฮีโมโกลบิน นอกเซลล์ >3.0 กรัม/ลิตร แต่ไม่มีผลต่อ ฮีโมไลซิสในระดับต่ำ� ปริมาณฮีโมโกลบิน นอกเซลล์ 0.5-3.0 กรัม/ลิตร ผลการศึกษาทีน่ า่ จะใช้อา้ งได้ คือ การ ศึกษาเบือ้ งต้นในกลุม่ ตัวอย่างผูป้ ว่ ยฉุกเฉิน 52 รายต่อเนื่องกัน เมื่อการเก็บตัวอย่าง เลือดโดยใช้ระบบดูดสุญญากาศแบบดัง้ เดิม แทนทีด่ ว้ ยระบบการเจาะเก็บตัวอย่างแบบ ปิดด้วยการดูด (S-Monovette จากบริษทั Sarstedt) หรือให้จำ�เพาะกว่านั้น การใช้ ระบบ S-Monovette ในการดูดตัวอย่าง เลือดสามารถลดอัตราการเกิดฮีโมไลซิสได้ อย่างมีประสิทธิภาพในตัวอย่างที่เก็บจาก หลอดเลือดได้ถึง 27% เมื่อเทียบกับระบบ

การดูดเลือดโดยใช้สุญญากาศแบบเดิม การทดสอบภาคสนาม

การศึกษาของลิปปีและคณะ (2557) ใช้ การจัดจำ�แนกอย่างเป็นระบบของการเกิด ฮีโมไลซิสในตัวอย่างน้�ำ เลือดทีร่ บั จากแผนก ฉุกเฉินของโรงพยาบาลแห่งมหาวิทยาลัย พาร์มาซึ่งเป็นสถานพยาบาลในเมืองที่มีผู้ มาใช้บริการถึง 92,000 คนต่อปี โดยทัว่ ไป จะเก็บตัวอย่างในแผนกฉุกเฉินโดยการดูด จากหลอดเลือด (intravenous catheter) (หลอดขนาด 1.0 x 3.2 มิลลิเมตร ขนาด 20) จากวิธกี ารศึกษาการตรวจสอบจะแบ่ง เป็นสองช่วง ช่วงละ 4 เดือน ในช่วงแรก ตัวอย่างจะใช้การดูดจากหลอดเลือดโดยใช้ หลอดขนาด 13 x 100 มิลลิเมตร x 5.0 มิลลิลติ ร จากผลการทดสอบก่อนหน้านัน้ ที่

INNOLAB magazine #10.59  
INNOLAB magazine #10.59  
Advertisement