Issuu on Google+


ท่านสามารถติดต่อขอหนังสือเล่มนี้ได้ฟรีที่ เว็บไซต์พระธรรมสิงหบุราจารย์ http://www.jarun.org/board/ ท่านสามารถดาวน์โหลดหนังสือเล่มนี้ได้ที่ เว็บไซต์พระธรรมสิงหบุราจารย์ http://www.jarun.org/digitallibrary/


ไม่สงวนลิขสิทธิ์ “ของดีของเราไม่ต้องสงวนลิขสิทธิ์ ใครอยากได้ก็ ให้เขาไป แต่ของไม่ดีของเราต้องสงวนไว้ ไม่ ให้คนอื่นมาใช้” จากธรรมะเทศนาเรื่อง ความเสื่อม โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

พระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัญ ท่านได้เทศนาสั่งสอน อยู่เสมอ ดังนั้นหนังสือเล่มนี้ จึงไม่สงวนลิขสิทธิ์ ท่านสามารถนำ�ไปเผยแผ่เป็นธรรมทานด้วยวิธีการใดก็ได้ เช่น ถ่ายเอกสาร ส่งต่อทางอีเมลล์ ทำ�สำ�เนาใส่ซีดี โดยไม่ต้องขออนุญาตจากคณะผู้จัดทำ� เพียงแต่ท่านควรนำ�ไปเผยแผ่ให้ครบถ้วนทุกหน้า และถูกต้องตรงตามต้นฉบับนี้ทุกประการเท่านั้น

ผู้แต่ง (ผู้เรียบเรียง) คณะทำ�งาน รวบรวมเนื้อหา: ออกแบบศิลป์: จัดรูปเล่ม: พิสูจน์อักษร:

พระอาจารย์สายัณห์ ติกขปญฺโญ (mongkol65@gmail.com) ปรับปรุงเพื่อพิมพ์ครั้งที่ ๒ โดย ณัฐวรรธน์ ภรนรา (webmaster@jarun.org) ณัฐวรรธน์ ภรนรา, สมศักดิ์ ชูศรีขาว, ประมวล วิทยบำ�รุงกุล, สุวิมล โสวรรณพงษ์, ภารดี ศิระวงศ์ประเสริฐ, ปิติ ลลิตโรจน์วงศ,์ ปิยะนุช ตรีรัตนพันธุ์, รจนา ปทุมานนท์ และท่านอื่นๆ ที่มิได้เอ่ยนามไว้ ณ ที่นี้ สุดารัตน์ จันโพธิ์, วิษณุพงศ์ คลื่นแก้ว, ณัฐวรรธน์ ภรนรา ศรินยา พึ่งทรัพย์ (๑), ณัฐวรรธน์ ภรนรา (๒) ธนวัฒน์ รุ่งมณี (๑), คณะทำ�งาน (๒)


ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่ พ่อแม่ ไม่ดีแก้ที่ลูก พิมพ์ครั้งที่ ๑ พิมพ์ครั้งที่ ๒

ตุลาคม ๒๕๕๑ / ๑๐,๐๐๐ เล่ม พฤศจิกายน ๒๕๕๓ / ๑๐,๐๐๐ เล่ม

ราคา

จัดพิมพ์เพื่อเผยแผ่เป็นธรรมทานเท่านั้น

ผู้รับผิดชอบการพิมพ์

สำ�นักพิมพ์ธรรมนำ�ใจ ๔๗๔ ถนนไมตรีจิต แขวงป้อมปราบฯ เขตป้อมปราบฯ กรุงเทพฯ ๑๐๑๐๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๒๒๒ ๐๕๙๙

ดูแลการจัดพิมพ์โดย

บริษัท แซท โฟร์ พริ้นติ้ง จำ�กัด ๑๙๑-๑๙๓ ซ. รามคำ�แหง ๕๓ แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ๑๐๓๑๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๙๓๑ ๘๘๕๗

สร้างสรรค์ผลงาน

บริษัท คอนเน็ค พีเพิล จำ�กัด, ปทุมธานี โทรศัพท์ ๐๒ ๙๗๔ ๑๐๐๑ เว็บไซต์ http://www.connexpeople.com

หากท่านต้องการพิมพ์หนังสือเล่มนี้ เพื่อเผยแผ่เป็นธรรมทาน หรือใช้ ในงานบุญ งานพิธีต่าง ๆ ท่านสามารถสั่งพิมพ์ ได้ที่

บุ๊คดีดอทคอม ๐๘ ๑๕๙๙ ๑๔๓๙

อีเมลล์ book-d@hotmail.com, เว็บไซต์ http://www.book-d.com โทรศัพท์ ๐๒ ๒๒๒ ๐๕๙๙

3 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

๙๗๘-๙๗๔-๓๒๘-๕๑๓-๔

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

ISBN


สารบัญ

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

4 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ครอบครัวไม่สุขเป็นเพราะเหตุใด ? ชีวิตมาเด่นกลับไปด้อย ถ้าใครต้องการให้ตัวเองดี ต้องมีกิจกรรม ๔ ประการ วันเกิดของเรา คือ วันตายของใคร ? วันเกิดของเราอย่าลืมพ่อ-แม่ นึกถึงผู้มีพระคุณ คุณมารดา บิดา ใช้ค่าน้ำ�นมแม่ ลูกทำ�กรรมฐานให้แม่ ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อ-แม่ พ่อ-แม่ไม่ดีแก้ที่ลูก พ่อ-แม่ที่ดี ต้องทำ�ดีให้ลูกเห็น ปลุกลูกให้ตื่น เสกลูกให้เป็นงาน หนามแหลมใครเสี้ยม มะนาวกลมเกลี้ยงใครไปกลึง ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก มีลูกต้องเสี้ยมสอน ให้ลูกดีตั้งแต่หัวเท่ากำ�ปั้น สร้างความดีไว้ให้กับลูก อานิสงส์ของการสวดพุทธคุณ พ่อ-แม่ทำ�กรรมฐานให้กับลูก

๗ ๑๕ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ ๒๑ ๓๑ ๓๒ ๓๓ ๓๔ ๓๕ ๓๖ ๓๗ ๓๘ ๓๙ ๔๐ ๔๑ ๔๕


๗๓ ๘๕ ๙๒ ๙๔ ๙๗

5 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

๔๖ ๔๘ ๔๙ ๕๓ ๕๔ ๕๕ ๕๖ ๕๗ ๕๘ ๕๘ ๖๐ ๖๒ ๖๔ ๖๕ ๖๖ ๖๗ ๖๗ ๖๘

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

ทำ�กรรมฐานแก้กรรมให้ลูก นั่งกรรมฐานให้พ่อแม่เป็นใหญ่เป็นโต พ่อแม่จะสร้างบ้านเมืองให้ยิ่งสุข ลูกจะต้องสร้างชาติให้ยิ่งใหญ่ กตัญญูนะลูก พ่อ-แม่ไม่เคยดูแลลูก พ่อ-แม่เป็นที่พึ่งให้ลูกไม่ได้เพราะอะไร ? เลี้ยงลูกเอาบุญ กำ�ลังใจของบรรพบุรุษ - ผู้สูงอายุ อุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ ภรรยาแผ่ส่วนกุศลให้สามี ปัจฉิมโอวาทในพิธีปิดการอบรมสามเณรภาคฤดูร้อนปี ๒๕๓๒ วีโก้ บรูน อุทิศส่วนกุศลให้พ่อ-แม่ ทรพีทรพา ขออโหสิกรรม ขอขมาแก่พ่อ-แม่ สวดมนต์แผ่เมตตาให้ลูก ให้พรลูก นึกถึงตัวเอง สงสารตัวเอง ภาคผนวก ต้องการให้จิตอยู่ที่ ต้องการให้มีการกำ�หนดจิต วิธีปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเบื้องต้น อานิสงส์ของการปฏิบัติธรรม ประโยชน์ของการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน บทสวดมนต์


“ทานอะไร ไม่ล้ำ�เลิศประเสริฐเท่ากับ ให้ความดีเป็นทานหรือให้ธรรมเป็นทาน

เราช่วยให้เขาเป็นคนดี ดีที่สุดแล้ว เพราะฉะนั้น ทานอะไรหนอทานน้ำ�ใจใสสะอาด ปราศจากมลทินที่เราให้ จะประเสริฐเท่ากับให้ธรรมะ ให้ธรรมะเป็นทานประเสริฐที่สุด” จากธรรมะเทศนาเรื่อง ให้ทานอย่างไรจึงจะได้ผล โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

ทางคณะทำ�งานขออนุโมทนาและขอขอบคุณทุก ๆ ท่าน ที่มีส่วนร่วมในการจัดทำ�และจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ เพื่อแจกเป็นธรรมทานไปยังสาธุชนทั่วไป คงมิมีคำ�ใดจะประเสริฐกว่าคำ�เทศนาสั่งสอน ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัญ ที่น้อมนำ�มาใส่ไว้ ในส่วนแรกของหนังสือเล่มนี้ ท่านสามารถเล่าประสบการณ์ในการใช้ธรรมะจากหนังสือเล่มนี้ เพื่อแก้ปัญหาชีวิต หรือ จะสนทนา สอบถามปัญหาต่าง ๆ สามารถส่งจดหมายไปที่ บ้านธรรมนำ�ใจ ตู้ปณ. ๙ ปณจ.สามแยก กรุงเทพฯ ๑๐๑๐๐ หรืออีเมลล์ talk@dnjfriend.com


ครอบครัวไม่สุขเป็นเพราะเหตุใด ?

๒. แก้ไขชีวิตไม่ได้ ขาดสติสัมปชัญญะ เครียด กลายเป็น โรคประสาท เดี๋ ย วนี้ เ ป็ น กั น มาก หลายปั ญ หาแก้ ปั ญ หาชี วิ ต ไม่ ไ ด้ ถ้าเจริญพระกัมมัฏฐานจะแก้ได้ถูกจุด

7 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

๓. ปัญหาลูกไม่ยอมเรียนหนังสือ ไม่ต้องการเรียนหนังสือ ไปที่ วั ด อั ม พวั น เป็ น จำ � นวนมาก เถี ย งพ่ อ เถี ย งแม่ มี ทุ ก วั น ลู ก ไม่ ย อม เรี ย นหนั ง สื อ ไม่ อ ยากจะเรี ย นหนั ง สื อ เป็ น เวรกรรมของพ่ อ แม่ สร้างความไม่ดีให้กับลูกทำ�ไม่ถูกให้กับหลาน รักไม่ถูกวิธี ทำ�ความไม่ดี ให้ลูกดู บ้านนั้นหาความเจริญไม่ได้แน่ คนที่เถียงพ่อเถียงแม่ พ่อแม่ก็เจ๊ง รั บ ราชการก็ ไ ม่ ไ ด้ ตำ � แหน่ ง เป็ น นั ก ธุ ร กิ จ ก็ ค้ า ขายไม่ ดี เอาดี ไ ม่ ไ ด้ คิ ด ไม่ ดี กั บ พ่ อ กั บ แม่ เท่ า นี้ เ องไม่ ใ ช่ ก ฎหมาย กฎหมายต้ อ งลงมื อ ทำ � กฎหมายมี โ จทก์ จำ � เลย กฎหมายลงมื อ ทำ � แล้ ว มี โ จทก์ จำ � เลย เราจะ ถู ก ยื น ยั น จากเอกสาร ศาลเชื่ อ แน่ แต่ เ ดี๋ ย วนี้ ไ ม่ เ ป็ น เช่ น นั้ น แล้ ว แต่หลักธรรมคำ�สั่งสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่แบบกฎหมาย เพียงแต่คิด

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

๑. ครอบครัวไม่มีความสุข เพราะไม่เคยสวดมนต์ไหว้พระ ไม่เคยปฏิบัติธรรม หาความสุขไม่ได้ ไม่มีความผูกพันกันเลย สามีภรรยา ทะเลาะกัน


เท่านั้น คิดว่าพ่อเราเป็นคนไม่ดี เจ๊งเลยนะ รับราชการก็โดนถอด แค่เพียงคิด ก็บาปแล้ว กฎหมายทำ�อะไรไม่ได้ ขาดเหตุผลอย่างนี้ ศีลธรรมหมดแล้ว เพียงแต่่คิดก็ออกหลายราย คิดว่าแม่เป็นคนไม่ดี ไม่ต้องลงมือกระทำ�ก่อน เพียงคิดไม่ได้ท�ำ ธรรมะโดนแล้ว กฎหมายทำ�อะไรไม่ได้ แต่หลักธรรมคำ�สอน ของพระพุทธเจ้า ขาดเหตุผลข้อ ๓ ลูกไม่ยอมเรียนหนังสือ จะแก้อย่างไร แก้ไขได้แน่นอน พอกันเลย ลูกก็ดีไม่ได้ ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

8 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

๔. เศรษฐกิจไม่พอปากพอท้อง เป็นหนี้เป็นสินเขา แต่เรา ตามคำ � สอนของพระพุ ท ธเจ้ า เศรษฐกิ จ มั น ตก แต่ ไ ม่ เ ป็ น หนี้ ใ ครเลย สร้างฐานะแต่พอตัว รับผิดชอบจะเสียหาย น่าจะแก้ตรงนี้ มีเงินแค��� ๓๐% ไปกู้มาตั้ง ๘๐% ไปไม่รอด ทำ�งานแต่พอตัว นกขมิ้นเหลืองอ่อนเอ๋ย ทำ�รัง แต่พอตัว เศรษฐกิจเลวร้ายทีจ่ ะแก้ปญ ั หาชีวติ ได้ เศรษฐกิจไม่พอปากพอท้อง เป็นหนี้เป็นสินมากมาย ๕. มี เ งิ น มี ท องมากมายก่ า ยกองยั ง ไม่ พ อ ตะเกี ย กตะกาย ไปยากจน เอาเงินตามเงิน อย่าเอาเงินตามเงินเจ๊งทุกราย ยกตัวอย่างให้ทา่ นเห็น ไปเล่นการพนันเสียไป ๑ หมื่น เอาเงินไปตามอีก ๒ หมื่น ได้มา ๕ หมื่น และไปตามอีกหมดไปแสนหนึ่ง หมดเลย อย่าเอาเงินไปตามเงิน มีที่ไหน งานตามงาน งานเดินเงินก็ตาม เงินเข้า ไปกู้เงินเข้ารัฐบาล ไปกู้เงินเข้ามา เมืองไทย งานจะเดินเงินจะตามมา ไม่ให้กู้ไม่สะพัด ไม่คล่องแคล่วว่องไว เงินจะมาได้ขอฝากไว้ งานจะเดินได้เงินจะตามมาหาท่านเอง งานไม่เดิน เงินก็ไม่ตามชีวิตจะแร้นแค้น ไม่มีแปลนและแผนผัง พระพุทธเจ้าคิดจะแก้ ปัญหา มีเหตุผลมากหลาย ครอบครัวไม่ดี ทำ�ให้ลูกติดยาเสพติด


เด็กเรียบร้อยเหมือนกันไม่ได้ บางคนเรียบร้อยไม่เหมือนกัน บางคนเรียบร้อยไหว้พระสวดมนต์ บางคนเจอผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้เฒ่าผู้แก่ ผูส้ งู อายุ อ่อนน้อมถ่อมตน เด็กบางคนปีกกล้าขาแข็ง มาจากไหน สิง่ แวดล้อม มาจากพ่อแม่ ขอฝากไว้ สิ่งแวดล้อมมาจากพ่อแม่ บางบ้านชวนลูกสวดมนต์ ไหว้พระ แม่กส็ วดพ่อก็สวด ลูกสวดเองตามโดยอัตโนมัติ บ้านนัน้ ก็เป็นบ้าน แสนสุข

ถ้าพ่อแม่ไม่ดี ลูกจะก่อเรื่องให้พ่อแม่เดือดร้อน จะไม่เชื่อฟัง พ่อแม่ ถ้าพ่อแม่ดีมีปัญญา ลูกจะก่อวิชาให้พ่อแม่ จะเรียนเก่งเร่งก้าวหน้า ไม่เถียงพ่อเถียงแม่ ให้สวดมนต์เป็นนิจอธิษฐานจิตเป็นประจำ� อโหสิกรรม ก่อนแผ่เมตตา ครอบครัวนั้นไปรอด ลูกหลานเรียนเป็นดอกเตอร์หมด นีเ่ รียกว่ากรรมอยูท่ แี่ ม่ แม่ส�ำ คัญมากในครอบครัวนัน้ ถึงเรียกว่าเป็นแม่แบบ

9 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

พ่ อ แม่ ไ ม่ รู้ จั ก จะแก้ ไ ขปั ญ หา แม้ บิ ด าเจ้ า ชู้ เ ล่ น การพนั น จะไม่สามารถดูแลลูกได้ แต่มารดาก็สามารถทำ�ให้เป็นแบบอย่างแก่ลูก สร้างตัวให้ดีดูแลลูกให้ได้ รับรองไปรอด ให้แผ่เมตตาให้สามีได้ ลูกดีทุกคน ถ้ า แม่ ดี เ สี ย คนหนึ่ ง “กั น อยู่ ที่ แ ม่ แก้ อ ยู่ ที่ พ่ อ ก่ อ อยู่ ที่ ลู ก ปลู ก อยู่ ที่ ค รู ความรู้อยู่ที่ศิษย์ จะได้เป็นมิตรกัน”

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

ครอบครั ว เป็ น จุ ด มุ่ ง หมาย ครอบครั ว สำ � คั ญ เป็ น สถาบั น ทีจ่ ะแก้ไขตัง้ แต่เริม่ ต้น พ่อแม่ตอ้ งรักลูกคิดปลูกฝัง คิดตัง้ ตนให้ลกู มีการศึกษา ลูกได้ดีมีปัญญา เป็นคนดีมีวิชา สร้างให้ลูกเป็นคนดีให้ได้ พ่อแม่สำ�คัญ สถาบันครอบครัวสำ�คัญ


แม่ แ ผน แม่ แ ปลน สามี จ ะดี ชั่ ว ไม่ เ ป็ น ไร แต่ ถ้ า สามี ดี ที่ สุ ด แต่ ภ รรยา แตกแหลกลาญ รับรองลูกดีไม่ได้ เพราะลูกกับแม่ผูกพันกันมากกว่าพ่อ แบบแผนทีจ่ ะให้กบั ลูกก็ดกี ว่าพ่อ เพราะพ่อนีห่ า่ งมาก พ่อไปงานสังคมเยอะ แม่งานมาก การเรือนเคหศาสตร์ ที่เขาไปรบกันเขาเรียกพ่อทัพ มีแต่แม่ทัพ เป็นผู้ชายแต่ควบคุมกองทัพได้ ก็เรียกว่าแม่ทัพ จะเป็นชายก็ได้หญิงก็ได้ แต่ใครคุมเรือได้เรียกว่ากัปตัน อยู่ที่ต้นหนต้นกลกราบเรือ ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

10 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ยกตัวอย่างให้ญาติโยมได้ทราบว่าเมือ่ เดือนก่อนโน้น พ่อเป็นฝรัง่ แม่เป็นคนไทย ลูกเป็นเด็กผู้หญิง ๓ ขวบ มาที่วัดอัมพวัน คลานเข่าเลย แล้วก็กราบ ตั้งนะโม ๓ จบ อิติปิโส ภะคะวาฯ สวากขาโตฯ สุปฏิปันโนฯ พุ ท ธคุ ณ ธรรมคุ ณ สั ง ฆคุ ณ และก็ ส วดพาหุ ง มหากาฯ คาถาสมเด็ จ พระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว ถวายพรชัยมงคล สมเด็จพระนเรศวร ไม่เคยแพ้ทัพ ว่าได้จบ อาตมาก็ถามหนูอายุเท่าไร ยังไม่ได้เข้าโรงเรียน โรงเรียนอนุบาล อายุ ๓ ขวบ ทำ�ไมสวดมนต์เก่ง ว่าได้ชดั เจนเหมือนผูใ้ หญ่ ว่าได้จงั หวะจะโคน แม่ ก็ ยิ้ ม พ่ อ ก็ ยิ้ ม ฝรั่ ง อเมริ กั น อาตมาบอกเอาปั จ จั ย มา ๑,๐๐๐ บาท เรียกมาหนูเธอจะต้องเป็นดอกเตอร์นะ หลวงพ่อให้หนู หนามแหลมใครเสีย้ ม แหลมออกจากท้องแม่ได้ ดูเสื่อให้ดูลาย ดูชายให้ดูพ่อ ไม่ต้องมีใครสอน กราบก็ ส วย คุ ก เข่ า แบบเทพธิ ด า แม่ เ ขาปริ ญ ญาโท พ่ อ เป็ น อเมริ กั น เป็นดอกเตอร์ขอบพระคุณหลวงพ่อมาก ที่ให้หนูไปเรียนเป็นดอกเตอร์ ขอบพระคุณอย่างสูง แล้วกราบลง ๓ หน การอ่อนน้อมถ่อมตน ปากหวาน นอบน้อม ตัวอ่อน มือเป็นหงอน กตัญญูเชิดชูระเบียบ คุณหนูจำ�ใส่ใจ นี่เป็น


ถ้ามีลูกมีหลาน อย่าให้อยู่ว่าง อย่าให้ห่างผู้ใหญ่ จะหลงทาง ได้ง่ายโดยเสียใจต่อภายหลัง จะแก้ไขไม่ได้ ตรงนี้น่าคิด

11 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

คุณบิดามารดาที่รัก โปรดผลิตลูกให้ดีหน่อยได้ไหม ก่อนจะมี บุ ต รธิ ด า สวดมนต์ ภ าวนา บ้ า นไหนสะอาดนั ก ปราชญ์ ม าเกิ ด บ้ า นไหนสกปรกสั ต ว์ น รกมาเกิ ด บ้ า นไหนสกปรกลามกเหลื อ เกิ น ใจก็สกปรก บ้านไหนสะอาดเฉียบขาดเป็นธรรม เทพเจ้าทุกแหล่งหล้า ก็จะส่งเทพเจ้ามาเกิดประเสริฐทุกประการ นักปราชญ์มาเกิดบ้านนั้นแน่ อยู่เย็นเป็นสุข ให้ช่วยกันผลิต ช่วยกันสวดมนต์ไหว้พระ ช่วยกันกำ�หนดจิต ที่ลิ้นปี่ให้แก้ไว้

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

วิทยานิพนธ์ชวี ติ ฝรัง่ คนนัน้ เป็นคริสต์พดู ไม่คอ่ ยชัด บัดนีเ้ ป็นพุทธ ปริญญาโท อเมริกา เอาใจใส่ มีเมตตาดีเหลือเกิน เขายกย่องพุทธศาสนา ว่าสามารถ แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ทำ�ให้เขามีความสุขมาก เขาจึงรักเมืองไทยผูกพัน กับเมืองไทยมากแท้จริง เวลาทำ�งานรับราชการในต่างประเทศ สามีจะกลับ ก็มาคอยรับ ถอดเสื้อ ถอดรองเท้า ปฏิบัติอย่างดี เพราะภรรยาเป็นคนดี เขาจึงหันมาสวดพาหุงฯ สวดได้ชัดเจนลูกสวดไปด้วย สวดมาไม่กี่เดือน ลูกสวดได้หมด ๕ โมงเย็น พ่อยังไม่มา ลูกบอกแม่สวดมนต์เถอะ นีล่ กู นำ�พ่อแม่ มี เ หตุ ผ ล และพ่ อ แม่ ก็ ยิ้ ม แย้ ม แจ่ ม ใส บอกว่ า ลู ก เตื อ นพ่ อ ให้ ส วดมนต์ เด็กพอเขาถึงธรรมะเด็กจะทำ�ตามเวลา ตรงเวลา


ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

12

ถ้ า ท่ า นมี ลู ก ผู้ ห ญิ ง โปรดสอนวิ ช าเอกของพระพุ ท ธเจ้ า คื อ แม่บ้านการเรือนเคหศาสตร์ แม่แบบ แม่แผน แม่แปลน เรือน ๓ น้ำ� ๔ สร้างความดีในลูกสาว ถ้ามีลูกสาวถึงสำ�เร็จจะปริญญาโท-เอก ก็ต้องให้มี แม่บา้ นการเรือนเคหศาสตร์ให้ได้ จะได้รหู้ ลักของลูกผูห้ ญิง ลูกผูห้ ญิงเดีย๋ วนี้ ทำ�กับข้าวก็ไม่เป็น รับแขกกันอย่างไร เดินจะเหยียบหัวคนเฒ่าคนแก่ ใช้ไม่ได้ ไม่มีระบบไม่มีระเบียบเลย อาตมาเห็นพระเจ้าหลานเธอฯ คลาน เห็นแล้ว ขนหัวลุก สวยน่ารัก คลานตลอด เข้าห้องน้ำ�ก็คลาน ออกจากห้องน้ำ�ก็คลาน เด็กเดี๋ยวนี้เดินจะเหยียบหัวคนแก่คนเฒ่า ไปลามาไหว้ ขอประทานโทษ โปรดอภั ย ขอทางไปได้ ไ หม ไม่ มี เ ลย ไม่ มี ใ ครสอน เพราะพ่ อ แม่ เ ขา เป็นอย่างนั้น

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ก็ ข อ ฝ า ก พี่ น้ อ ง ส า ธุ ช น แ ล ะ พุ ท ธ ศ า ส นิ ก ช น ทั่ ว ไ ป ในประเทศไทยนี้ โปรดตีความคิดให้เข้ามาหาตัวท่านเองให้ชดั นีแ่ หละตามใจ ตัวเสียคนหมด ไม่รู้จักจะฝืนใจ คนที่เลวร้ายมันตามใจตัว มันกลัวลำ�บาก ความยากจะเกิดขึ้น คนที่ไม่ตามใจตัว ไม่กลัวลำ�บาก ฝืนใจเข้าไปสู่ความดีได้ สมมุติว่าเราติดเหล้า ฝืนใจไม่กินซะอย่างเดียวถือสัจจะรับรองแก้ได้แน่นอน แต่ฝนื ใจไม่ได้ ปล่อยไปตามอารมณ์ ตามใจคนเช่นนี้ ขอฝากท่านผูใ้ หญ่ไว้ดว้ ย ปล่อยให้ลูกตามใจตัว แล้วตัวเองก็ตามใจด้วย รับรองเอาดีไม่ได้แน่นอน มีลูกขอให้เรียนหนังสือ หาวิชาใส่ตัวลูกให้ได��� ถึงจะยากดีมีจน ก็ไม่เป็นไร พ่อก็จนแม่ก็จน ไม่จนปัญญา ไม่จนสติ รับจ้างหากิน เอาลูกเรียน เป็นดอกเตอร์ได้ ทีจ่ งั หวัดสิงห์บรุ เี ป็นตัวอย่าง พ่อเป็นจับกัง แม่รบั จ้างซักรีด


ลูก ๕ คน เป็นดอกเตอร์ ๓ คน เป็นเถ้าแก่เนี้ยขายทอง ที่เยาวราช ๒ คน เพราะลู ก เขาทั้ ง หมด ๕ คนสวดมนต์ ภ าวนาเจริ ญ พระกรรมฐาน แต่บางครอบครัวพ่อเป็นนายพล พ่อเป็นเศรษฐี พ่อเป็นอาเสี่ย ลูกเป็นอาเฮีย หลายคนตามใจลู ก พระพุ ท ธเจ้ า ตามใจไม่ ไ ด้ น ะ ตามใจก็ เ สี ย คนหมด ตรงนี้ เ ป็ น ต้ น เหตุ ปล่ อ ยไปตามใจตามอารมณ์ จะเสี ย คน เสี ย อนาคต ของเขาเอง จะเสียใจต่อภายหลังโดยไม่รู้ตัว

13 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ลูกไม่สนใจในการเรียน ร้องไห้มาทีว่ ดั อัมพวันเป็นจำ�นวนมาก เพราะตามใจลูก จนไม่อยากเรียนหนังสือไปติดเพื่อนอันธพาล ความผูกพัน กับพ่อแม่ไม่มี หาความผูกพันกับพ่อแม่ได้ยาก เลยลูกก็ต้องไปติดเพื่อน ไปรักเพื่อนมากกว่าพ่อแม่ เพราะพ่อแม่ทุกวันนี้ให้โอกาสลูกได้ยากมาก ไม่มีเวลาให้ลูกเลย เพราะยากจน ต้องไปทำ�มาหากิน สามีก็ไปทางหนึ่ง ภรรยาไปทางหนึ่ง ต่างคนต่างไป ในเมื่อต่างคนต่างไปก็เกิดปัญหา ลูกก็เลย ไม่มีความผูกพันกับพ่อแม่ กินข้าวก็คนละหม้อ อยู่กันคนละทิศคนละทาง ลูกก็เลยเลเพลาดพาดไปคบเพื่อนอันธพาล คบพาลมันจะได้ผิด คบบัณฑิต ได้ผล คบคนชั่วทำ�ตัวให้อับจน คบคนดีให้ผลจนวันตาย เมาเพศก็หมดค่า เมาสุราหมดความสำ�คัญ เมาการพนันหมดตัว เมาเพื่อนชั่วหมดดี เอาดีไม่ได้ นี่ตรงนี้เป็นเรื่องสำ�คัญที่แก้ไม่ได้ เลยลูกไม่เชื่อพ่อแม่เพราะความผูกพัน กับพ่อแม่ยุคใหม่สมัยนี้ไม่มีแล้ว เลยไปผูกพันกับเพื่อน

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

วั น เกิ ด นี่ สำ � คั ญ เป็ น การกตั ญ ญู ก ตเวทิ ธ รรมอย่ า งยิ่ ง วันขึ้นปีใหม่นี้ก็เป็นการกตัญญูกตเวทีต่อตัวเอง ที่เรารำ�ลึกคุณงามความดี ถึงบิดามารดาผู้ให้กำ�เนิดเกิดมาเป็นตัวตน


บ้ า นนั้ น ครอบครั ว ดี ห มดทั้ ง บ้ า น ดี ทั้ ง ลู ก ทั้ ง หลาน ในอนาคตด้วย มาจากพ่อแม่ทั้งสิ้น พ่อแม่ไม่เคยชวนลูกสวดมนต์ไหว้พระ ลูกก็เลเพลาดพาดเหมือนพ่อแม่ดังกล่าวแล้ว ทะเลาะให้ลูกเห็น หลั่งน้ำ�ตา ให้ ลู ก เห็ น เล่ น การพนั น ให้ ลู ก เห็ น กิ น เหล้ า ให้ ลู ก เห็ น ลู ก ก็ เ ป็ น พยาน หลักฐาน ลูกมันก็บันทึกหลักฐานความชั่วมาจากพ่อแม่ไว้ในจิตใจของเขา ไหนเลยเขาจะดีได้ ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

14 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ท่านทัง้ หลายเอ๋ย ตีความให้ตวั ท่านเอง ถ้าท่านยังกินเหล้าเมายา เล่ น การพนั น บ้ า บออยู่ เ ช่ น นี้ ลู ก ท่ า นจะดี ไ ม่ ไ ด้ แ น่ น อนนี่ มี ค วามหมาย ถ้าท่านหมั่นสวดมนต์ไหว้พระพาหุงมหากาฯ จิตใจก็ซึ้งไปในรสพระธรรม ฝั ง จริ ย ธรรมให้ แ น่ น ลู ก ท่ า นจะดี ทุ ก คน นี่ แ หละตี ลู ก ด้ ว ยแบบอย่ า ง อย่าตีลกู ให้หวั แตก เอาไม้หวดลูก เมตตาเจือโทสะอย่างนีล้ กู ท่านดีไม่ได้แน่นอน ลูกทำ�เลวเสียหายอย่าไปเข้าข้างลูก ส่วนมากพ่อแม่จะเข้าข้างลูก ทำ�ให้ลูกเสียหาย กันอยู่ที่แม่ แก้อยู่ที่พ่อ ก่ออยู่ที่ลูก ปลูกอยู่ที่ครู ความรู้ อยู่ที่ศิษย์ จะได้เป็นมิตรกัน แม่จะต้องกันลูกตลอดลูกจะเสียหายอย่างไร ก็ตาม พ่อต้องแก้ให้ลูก แม่กันไม่ได้แล้วต้องไปให้พ่อแก้ แต่ลูกถ้าเกิดเลวร้าย ขึ้ น มาแล้ ว จะก่ อ เรื่ อ งเดื อ ดร้ อ นให้ กั บ พ่ อ แม่ ต ลอด ถ้ า ลู ก ดี มี ปั ญ ญา จะก่อวิชาการก่อความดีให้กับพ่อแม่ได้ชื่นอกชื่นใจขอฝากพ่อแม่ ไว้ด้วย


ชีวิตมาเด่นกลับไปด้อย

โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

15 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ผู้เกิดมาในตระกูลที่พ่อแม่เด่น เด่นด้วยวิทยฐานะ เด่นด้วย ตำ�แหน่งหน้าที่ และเด่นด้วยยศศักดิ์ หากแต่เขาประมาทหลงงมเมาในปมเด่น ของตระกูลวงศ์ หารูส้ กึ ไม่วา่ การศึกษาและการงานเป็นสิง่ จำ�เป็นแก่ปมเด่น ของคน ที่จริงการศึกษาคือการสร้างความฉลาด และการงานคือการสร้าง สมรรถภาพ ไว้เพือ่ เผชิญกับสถานการณ์แห่งชีวติ ความฉลาดและสมรรถภาพ นี่แหละคือ เหตุแห่งปมเด่นของคน แต่เขาไม่สนใจที่จะบำ�เพ็ญตนให้ฉลาด และมีสมรรถภาพดี แต่มงุ่ มัน่ สนุกสนานเพลิดเพลินจนเลยเถิด เมือ่ เขามาเกิด ในร่มเงาของปมเด่นแล้ว น่าจะสร้างตนให้เด่นยิ่งขึ้น แต่กลับหลงเพลิน ไม่เอางานเอาการอะไรเลย ลืมนึกว่าปมเด่นที่ตนอาศัยอยู่เป็นของพ่อแม่ เกิดกำ�เริบเหิมหื่น สำ�คัญเอาว่าปมเด่นเป็นของตน มัวดูคนอื่นด้วยตาหน้า ดูตัวเองด้วยตาหลัง ประมาณตนจนเกินค่าของตน เที่ยวเอารัศมีศรีศักดิ์ ของพ่ อ แม่ ไ ปอวดว่ า ตั ว ดี เ ด่ น ให้ เ ป็ น เครื่ อ งขั น สำ � หรั บ เพื่ อ นบ้ า น เขาแย้มสรวลเล่น เมื่อพ่อแม่นั้นหาไม่แล้ว ปมเด่นนั้นก็หายไป ปมด้อย ที่อยู่ในตัวได้ผุดขึ้นมาแทนที่ และกดดันให้เขาด้อยลง ด้อยอย่างล่มจมได้ ในคำ�ว่ากระเบือ้ งจะเฟือ่ งฟูลอย น้�ำ เต้าอันน้อยจะถอยจม นีค่ นมีชวี ติ มาเด่น กลับไปด้อย


การสร้างความดีให้กับลูก ทำ�ถูกให้กับหลานนั้น ไม่ใช่เป็น ของยาก แต่ก็ไม่ใช่ของง่าย การที่เลี้ยงลูกให้เป็นคนดีได้ ก็ไม่ใช่ของง่าย แต่กไ็ ม่ใช่ของยาก ถ้าท่านทัง้ หลายสร้างความดีไว้ ลูกเขาก็จะตามท่าน ถ้าท่าน สร้างความไม่ดีไว้ เขาก็จะไปทางไม่ดี จะไปโทษลูกไม่ดีเกะกะกินเหล้า เมายาติดยาเสพติด และเล่นการพนันก็ไม่ได้ พ่อเขาเล่นและในบ้านนั้น ก็เล่นกัน กินเหล้าเมายาทะเลาะวิวาทกัน ลูกเสียหมด มันย่อมจะติดเป็น กฎแห่งกรรม ที่สร้างกรรมไว้ให้ลูก ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

16 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

อันดวงใจพ่อดวงใจแม่สะอาดแท้กว่าทุกสิ่ง ดวงใจพ่อดวงใจแม่สะอาดแท้กว่าสิ่งไหน ดวงใจพ่อดวงใจแม่สะอาดแท้กว่าสิ่งใด ดวงใจพ่อดวงใจแม่ท่านมีไว้เพื่อลูก...เอยฯ


ถ้าใครต้องการให้ตัวเองดี ต้องมีกิจกรรม ๔ ประการ โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

๓. ต้องพัฒนาตนเอง “อ่านตัวออก บอกตัวได้ ใช้ตัวเป็น จะได้ เ ห็ น ตั ว ตาย จะได้ ค ลายทิ ฏ ฐิ จะได้ ดำ � ริ ช อบ จะได้ ป ระกอบกุ ศ ล ได้ผลอนันต์เป็นหลักฐานสำ�คัญ” ต้องพัฒนาให้ได้ มือ ๒ เท้า ๒ สมอง ๑ ถ้าเราขาดไปเสียซึ่งมือ ๒ เท้า ๒ สมอง ๑ ท่านจะพัฒนาไม่ได้ ต้องใช้ มือ ๒ เท้า ๒ สมอง ๑ ต้องใช้สิ่งนี้ช่วยเหลือตนเองในการพัฒนาตนเอง

17 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

๒. สร้างความดีต้องละความชั่วให้ได้ สร้างบุญก็ต้องละบาป ให้ได้ ต้องรู้ ต้องมีเหตุมผี ล ต้องมีขอ้ เท็จจริง ต้องอยูท่ จี่ ติ ต้องละเลิกอบายมุข ละให้หมด อย่าเอามาพันพัว จงขจัดออกไป

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

๑. ต้องแสวงหาความรู้ให้ได้ทั้งหมด อย่านิ่งดูดาย รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม ขอให้ท่านทั้งหลายโปรดทราบวิชาความรู้ต้องแสวงหา ปัญหาอยู่ตรงนี้ สุนทรภู่กล่าวว่า “อันข้าไทมีอำ�นาจวาสนา เขาไม่อยู่คู่ชีวา แต่วชิ าความรูอ้ ยูค่ กู่ ายจนวายปราณ” รูไ้ ว้ใช่วา่ ใส่บา่ แบกหาม นีพ่ ระพุทธเจ้า สอนไว้ชัดเจน ท่านจบถึง ๑๘ ศาสตร์ อย่างนั้นท่านสอนพวกเราไม่ได้ ท่านรูท้ างโลกแล้ว มีครอบครัวมีลกู มีเมียแล้ว รูห้ มดแล้วทัง้ ทางโลก รูไ้ ม่จริง อย่าไปสอนเขา ถ้ารู้จริงไปสั่งสอนคนอื่นจะขลัง ถ้ารู้ไม่จริงไปสอนคนอื่น จะคลั่ง


ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

18

๔. จะทำ � ให้ แ จ้ ง ถึ ง ใจ ทำ � อะไรให้ มี เ หตุ มี ผ ล ถ้ า ทำ � ไม่ แ จ้ ง ถึงใจแล้ว มันจะหละหลวม เหลาะแหละ เหลวไหล มันจะได้แต่เปลือกไป ทำ�อะไรให้มนั ถึงจิตใจ ให้มนั ผูกพันถึงจิตใจด้วยรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คุ ณ บิ ด ามารดา คุ ณ ครู บ าอาจารย์ รั บ รองท่ า นมี บุ ญ วาสนา ในโอกาสหน้า ท่านจะต้องมีบุญวาสนาต่อไปในอนาคต ถ้าท่านทำ�ตัวดี รับรองต้องดีแน่ จะต้องเป็นใหญ่ในอนาคต ครอบครัวของท่านจะมีสันติสุข จะสนุกสนาน สบายในครอบครัว ท่านจะไม่มปี ญ ั หาในครอบครัวท่านถ้าทำ�ได้ นี่แหละกิจกรรม พฤติกรรมแสดงออกให้คนอื่นเขาเห็นชัดว่าครอบครัวนี้ เป็นคนดี แสดงออกทางกิริยา แสดงออกทางมารยาท แสดงออกทางวาจา

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

วันเกิดของเรา คือ วันตายของใคร ? โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

คนหมดอายุ แล้ ว ต่ อ อายุ ได้ นี่จะถึงวันตายของอาตมาแล้ว ๑๔ ตุลาคม เราต่ออายุมาได้ตงั้ ๒๒ ปีแล้ว รถชนคอหักตาย ตกเหวตาย แต่ท�ำ ไม ไม่ตาย ขอฝากพีน่ อ้ งทุก ๆ คน ต่ออายุได้ เวลาวันเกิดของโยมนะ จะเป็นโยมหญิง โยมชาย โยมผูน้ อ้ ย โยมผูใ้ หญ่กต็ าม ถ้าถึงวันเกิดขอร้องให้สวดมนต์ แผ่เมตตา ตักบาตรหน้าบ้าน ไม่ต้องทำ�อะไรมาก อย่าเลี้ยงเหล้า อย่าดื่มสุรายาเมา ในวันเกิด แล้วถ้ามีพ่อมีแม่ เลี้ยงพ่อแม่ให้อิ่มเลย วันเกิดของเรา คือวันตาย ของแม่ ถ้าทำ�ได้ก็สวดมนต์นั่งกรรมฐานในวันเกิด จะเลี้ยงเพื่อนก็เลี้ยง ในภายหลัง รับรองไปรอด อายุก็ยืน ถ้าคนไหนวันเกิดเลี้ยงเหล้า แล้วก็ไม่ไป เลีย้ งพ่อแม่ ไปเลีย้ งเพือ่ น รับรองหารได้เลย เอา ๒ หารอายุ ต้องตาย อายุไม่ยนื


วันเกิดของเราอย่าลืมพ่อ-แม่ โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

วั น เกิ ด ของเราทุ ก คนอย่ า ลื ม พ่ อ ลื ม แม่ น ะ อย่ า ให้ พ่ อ แม่ อดอยากปากแห้งแต่ประการใด ทั้งอามิสบูชา และปฏิบัติบูชา

มีหลักฐานยืนยันพิสจู น์ได้ พระพุทธเจ้าสำ�เร็จสัมโพธิญาณแล้ว รำ � ลึ ก ถึ ง พุ ท ธมารดาก่ อ น ไปโปรดบนสรวงสวรรค์ แม้ ก ระทั่ ง ไปเกิ ด เป็นเทพบุตร เป็นชาย ก็ยงั ติดตามไปให้คา่ ป้อนน้�ำ นม ทีส่ ทิ ธัตถะได้ดดู เลือด ในอกของแม่มา ก็ไปสนองพระคุณ นี่เป็นตำ�ราชัดเจน

19 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ปฏิบตั บิ ชู า หมายความว่า พ่อแม่ไม่มที าน ให้ทา่ นมาบำ�เพ็ญทาน เสียบ้าง พ่อแม่เราไม่มีศีล ก็ให้พ่อแม่มารักษาศีลอุโบสถ เจริญกรรมฐาน เจริญภาวนาบ้าง นี่แหละเป็นอภิชาตบุตร บุตรที่สนองพระเดชพระคุณ บิดามารดา ตามคำ�สอนของพระพุทธเจ้า

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

อามิสบูชา คือ เตรียมอาหารการบริโภค ผ้าผ่อนท่อนสไบ ยารักษาโรค เตรียมให้เต็มไม้เต็มมือไปเลย


นึกถึงผู้มีพระคุณ

โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

20 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

คนทีเ่ ห็นแก่ตวั ไม่มรี ะลึกถึงพระคุณของครูอาจารย์และพ่อแม่ ใช้ไม่ได้แค่นนั้ เอง ดีกว่านีไ้ ม่ได้แน่ ๆ ถ้าท่านเจริญกุศลภาวนา จิตใจท่านจะสบาย สงบ เกิดผล คือ ความสุขทีแ่ น่นอนและแท้จริง ไม่เจือปนด้วยความทุกข์อกี แล้ว จะมีแต่ความเจริญรุง่ เรืองวัฒนาสถาพรต่อไปในอนาคตถึงลูกหลานของท่าน ตรงนี้ซิบุญ ถ้าเราเกิดความสุขแท้จริงเมื่อใด จะนึกถึงแม่ นึกถึงพ่อ นึกถึง ครูบาอาจารย์ นึกถึงอุปกรณ์ใช้สอยประจำ�วัน ถ้วยโถโอชาม แก้วน้ำ�ร้อน แก้วน้ำ�ชา อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ให้ความสะดวกสบายแก่เรา เราจะไม่ลืมพระคุณ มันเลย จะรักษาไว้ นอกจากจะไม่ลืมพระคุณคนแล้ว จะไม่ลืมพระคุณสัตว์ ที่เลี้ยงไว้ จะไม่ลืมพระคุณชาติภูมิ มาตุภูมิบ้านเกิดของตน แหล่งให้เกิดวิชา แหล่งให้เกิดสภาพชีวิตคือความดี จะย้อนกลับคืนรังคืนบ้านเก่าที่ช่วยเหลือ จะไม่ลืมพระคุณเครื่องอุปกรณ์ใช้สอยที่พ่อแม่หามาให้ หรือที่ผู้มีพระคุณ มอบหมายมาให้ อีกประการหนึง่ จะไม่ลมื พระคุณ มือสอง เท้าสอง สมองหนึง่ เป็นที่พึ่ง พ่อให้หัวใจ แม่ให้น้ำ�เลือดน้ำ�เหลืองแล้ว จะต้องเร่งรัดพัฒนา ให้ยิ่งใหญ่


คุณมารดา บิดา

โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

เพราะเหตุ นี้ เ อง พระสั ม มาสั ม พุ ท ธเจ้ า ผู้ เ ป็ น นาถของโลก ทรงซึ้งถึงพระคุณของผู้เป็นมารดาบิดาผู้อนุเคราะห์บุตรว่า เป็นพระพรหม เป็นบุรพเทวดา เป็นบุรพาจารย์ เป็นอาหุเนยยบุคคล ของบุตรดังนี้

21 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ส่วนลูกส่วนมาก หารู้จักและซึ้งถึงพระคุณของผู้เป็นมารดา บิดาไม่ คงรู้จักแต่เพียงว่าชายผู้ให้กำ�เนิดแก่ตนเรียกว่า บิดา หญิงผู้ให้กำ�เนิด แก่ตน เรียกว่ามารดา เท่านั้น แท้จริงแล้ว ท่านผู้ให้กำ�เนิดทั้งสองนั้น เป็นผู้มี พระคุณมากมาย สุดที่ลูกผู้กตัญญูรู้คุณ จะทดแทนพระคุณให้สิ้นสุดได้

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

มารดา บิดา เป็นบุคคลที่รู้จักกันทั่วโลก คนเราเกิดมาเห็นโลก อันกว้างใหญ่นี้ได้ เพราะมารดาบิดาเป็นผู้ให้กำ�เนิด เป็นผู้ให้อวัยวะทุกส่วน ของร่างกายแก่ลูก ซ้ำ�มารดาบิดายังบำ�เพ็ญตนเป็นยอดนักบุญ สำ�หรับชีวิต ของลูกอีกด้วย เป็นผู้เสียสละความสุขของตนเองทุก ๆ อย่าง เฝ้าทะนุถนอม เอาใจใส่ลกู ทุกเวลา ทำ�ทุกอย่าง เพือ่ ความผาสุขของลูก ลูกต้องการปรารถนา สิ่งใด อันเป็นสิ่งที่ไม่เหลือวิสัย ก็พยายามจัดหาให้ทุกอย่าง เป็นผู้ใกล้ชิดลูก ยิ่งกว่าใคร ๆ ทุกคนจึงรู้จักมารดาบิดาดี


ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

22

มารดา บิดา เป็นผู้ที่มั่นคงในพรหมวิหารธรรมโดยไม่ยอมทิ้ง เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ในลูกของตน ย่อมมีเมตตารักใคร่ในลูก ปรารถนาจะเห็นลูกของตนปราศจากโรคภัยเบียดเบียน มีความสุข ร่าเริง แจ่มใส มีกรุณา สงสาร เมื่อลูกของตนต้องประสบความทุกข์ คิดแต่จะช่วย ให้พ้นจากความทุกข์ความเดือดร้อน มีความสุขความเจริญ เมื่อเห็นว่า ลูกของตนมีความสุข สามารถเลี้ยงและปกครองตนเองและครอบครัว ให้มีความสุขได้ ก็พลอยมีมุทิตายินดีด้วย ไม่อิจฉาริษยาในความสุขของลูก เมื่ อ เห็ น ลู ก ต้ อ งประสบทุ ก ข์ เ ดื อ ดร้ อ น ก็ ไ ม่ ซ้ำ � เติ ม วางจิ ต มั ธ ยั ส ถ์ เป็นกลางเสมอ มารดาบิดา จึงเป็นดุจท้าวมหาพรหมที่ไม่เคยละภาวนา ๔ ในหมู่สัตว์จึงได้รับ นามบัญญัติว่าเป็น “พระพรหมของลูก”

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

มารดา บิดา เป็นผูพ้ ทิ กั ษ์รกั ษาลูกก่อนเทวดาทัง้ ปวง นับตัง้ แต่ลกู อยู่ในครรภ์ เมื่อลูกเกิดมาแล้ว ก็เอาใจใส่ดูแล แม้บางคราวลูกทุบตีตน เพราะไม่รู้เดียงสา แทนที่มารดาบิดาจะเกลียดและโกรธ กลับยกโทษให้ และยังเพิม่ ความรักใคร่ในลูกของตนเสียอีก ไม่ค�ำ นึงถึงความผิดใด ๆ ของลูก ทัง้ สิน้ บางครัง้ ลูกทำ�ผิด มารดาบิดาก็ดวุ า่ กล่าวหรือลงโทษ แต่ดว้ ยใจจริงแล้ว ไม่ ป รารถนาจะให้ ลู ก ของตนเดื อ ดร้ อ น ทำ � ไปด้ ว ยความรั ก ความหวั ง ดี ปรารถนาให้ลูกของตนมีความสุขความเจริญ มารดาบิดาจึงชื่อว่าเป็นเทวดา คือ ผูป้ ระเสริฐสุดสำ�หรับลูก ท่านไม่พยายามทีจ่ ะทำ�ความชัว่ ให้ปรากฏแก่ลกู เกรงลู ก จะถื อ เอาแนวปฏิ บั ติ ส ร้ า งตนในทางที่ ผิ ด เมื่ อ ลู ก รู้ จั ก คุ ณ แล้ ว ทำ�ปฏิการะตอบแทน จึงเป็นบุญเป็นกุศลอันยิง่ ใหญ่ เพราะเหตุทที่ า่ นทัง้ สอง บำ�เพ็ญตนเป็นเหมือนพระวิสทุ ธิเทพผูป้ ระเสริฐ ซึง่ ท่านไม่ปรารภถึงความผิด


ใด ๆ ที่พวกคนพาลก่อขึ้น มุ่งแต่ให้พวกเขามีความสุขความเจริญฝ่ายเดียว คุณความดีของมารดาบิดาข้อนี้เอง ท่านจึงได้นามว่า “บุรพเทวดาของลูก” มารดา บิ ด า เป็ น ทั้ ง ครู อ าจารย์ ก่ อ นกว่ า ครู อ าจารย์ อื่ น ๆ เป็นผู้แนะนำ�อบรมสั่งสอนให้ลูกรู้จักกิน นอน พูด ทำ� รู้จักดีชั่ว ควรไม่ควร เป็ น ทั้ ง ���ู้ ส อนและผู้ ฝึ ก หั ด ให้ ทุ ก อย่ า ง ท่ า นจึ ง สงเคราะห์ ม ารดาบิ ด าว่ า เป็นบุรพทิศในทิศ ๖ คุณความดีขอ้ นีเ้ อง ท่านจึงได้นามว่า “บุรพาจารย์ของลูก”

๑. ป้องกันบุตรธิดามิให้ทำ�ความชั่ว ๒. ส่งเสริมให้ตั้งอยู่ในความดี ๓. ให้ศึกษาศิลปวิทยา ๔. หาคู่ครองที่สมควรให้ ๕. มอบทรัพย์ให้ในสมัย

23 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

มารดา บิดา เป็นทั้งผู้สร้าง และผู้อุปถัมภ์ เป็นผู้ให้กำ�เนิด แก่ลูกแล้ว ก็ต้องรับภาระเป็นผู้อนุเคราะห์เลี้ยงดูอีก ไม่ทอดทิ้ง พยายาม ที่จะเสกสรรปั้นแต่งลูกของตนให้เป็นคนดี เพราะเหตุนี้เอง พระมหามุนี ศาสดาจารย์ จึงตรัสแก่คฤหบดีบุตรชื่อ สิคาลกะว่า ดูกร คฤหบดีบุตร มารดาบิดาพึงอนุเคราะห์บุตรของตนโดยสถาน ๕ คือ

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

มารดา บิดา เป็นผู้มีพระคุณหลายประการดังกล่าวมาแล้ว เป็นทั้งผู้ให้กำ�เนิด เป็นทั้งผู้เลี้ยงดูให้อุปการะและสั่งสอน จนเป็นผู้สมควร อย่างยิ่งที่ลูกผู้กตัญญูรู้คุณ จะพึงนำ�สักการะ มีอาหารและผ้าผ่อนท่อนสไบ เป็นต้น มาบูชาเป็นการตอบแทนพระคุณท่าน เพราะเมือ่ สักการบูชาท่านแล้ว ย่ อ มได้ ผ ลานิ ส งส์ ม าก เหมื อ นได้ สั ก การบู ช าแด่ พ ระอรหั น ต์ ขี ณ าสพ ท่านจึงได้นามว่าเป็น “อาหุเนยยบุคคลของลูก”


ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

24 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

เพราะมารดาบิดา มีพระคุณอันใหญ่หลวงดังกล่าวมานี้ ผูเ้ ป็นลูก จึงต้องคำ�นึงระลึกถึงเสมอ และหาทางตอบแทนพระคุณ แม้องค์สมเด็จ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงสนองพระคุณของพระชนนี เพือ่ ชดใช้คา่ ข้าวป้อน และค่ า น้ำ � นม โดยเสด็ จ ไปจำ � พรรษา ณ ดาวดึ ง ส์ พิ ภ พ แล้ ว ทรงแสดง พระอภิธรรมโปรด จึงเป็นเนติแบบอย่างอันดี สำ�หรับพุทธบริษัทผู้เคารพ นั บ ถื อ ในพระองค์ จึ ง พึ ง ปฏิ บั ติ ต าม ถ้ า หวั ง จะบำ � เพ็ ญ ตนเป็ น ลู ก ที่ ดี จึงเป็นการสมควรแล้ว ที่จะหาทางสนองพระคุณท่าน ตามฐานะและโอกาส ด้วยการเลี้ยงดูท่านให้ได้รับความสุข เป็นการแสดงกตัญญูกตเวทิตาธรรม ต่ อ ท่ า นผู้ ดำ � รงอยู่ ใ นฐานะบุ พ การี ผู้ ทำ � อุ ป การะให้ แ ก่ ต นก่ อ น ข้ อ นี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสแก่คฤหบดีบตุ ร ชือ่ สิคาลกะ ว่า ดูกร คฤหบดีบตุ ร เมือ่ มารดาบิดา ได้อนุเคราะห์บตุ รธิดาโดยสถาน ๕ แล้ว บุตรธิดาพึงปฏิการะ ตอบแทนโดยสถาน ๕ เช่นเดียวกัน คือ

๑. ท่านเลี้ยงมาแล้ว เลี้ยงท่านตอบ ๒. ช่วยทำ�กิจของท่าน ไม่ดูดาย ๓. ดำ�รงวงศ์สกุล ไม่ให้เสื่อม ๔. ประพฤติตนให้เป็นคนควรได้รับมรดก ๕. เมื่อท่านล่วงลับไป ทำ�บุญอุทิศให้แก่ท่าน

ทั้ง ๕ สถานนี้ สถานต้นเป็นข้อที่ผู้เป็นลูกควรทำ� เพราะเรา เจริญเติบโตได้ก็อาศัยที่ท่านมีเมตตาจิตให้การเลี้ยงดู เมื่อท่านแก่เฒ่าลง จึ ง เป็ น หน้ า ที่ ที่ ลู ก จะพึ ง เลี้ ย งดู ท่ า นเป็ น การตอบแทน เป็ น การชดใช้ หรือทดแทนพระคุณท่านทีท่ �ำ ไว้กอ่ น มีภาษิตบทหนึง่ สำ�หรับเตือนใจผูเ้ ป็นลูก


ให้ทดแทนพระคุณท่านด้วยการเลี้ยงดูว่า อันทิศเบื้องหน้า บิดามารดา พึ่งอาศัย อย่าได้ดูถูก หมั่นปลูกอาลัย หมั่นเลี้ยงท่านไป ตราบม้วยชีวา การเลี้ยงท่านนั้น ท่านแสดงไว้ ๒ ประการ คือ ๑. การเลี้ยงภายนอก ได้แก่ การอุปฐากอย่างต่ำ� ๒. การเลี้ยงภายใน ได้แก่ การอุปฐากอย่างสูง

ลูกบางคนเลี้ยงมารดาบิดา เพราะเห็นแก่ทรัพย์สมบัติ ไม่คำ�นึง ถึงพระคุณเป็นส่วนใหญ่ การทำ�เช่นนั้นไม่ชื่อว่าเป็นการสนองพระคุณท่าน อั น เป็ น ส่ ว นกตั ญ ญู ก ตเวที เ ลย หากมารดาบิ ด าไม่ มี ท รั พ ย์ ส มบั ติ แ ล้ ว ลูกก็ไม่เลีย้ งดูน�ำ พาปล่อยให้เป็นอยูต่ ามยถากรรม ลูกเช่นว่านีเ้ ป็นลูกอกตัญญู ไม่รู้จักคุณ เพราะเหตุนั้นการเลี้ยงดูท่าน จึงเป็นหลักอันสำ�คัญที่ลูกผู้กตัญญู กตเวทีจะพึงทำ� เพราะเป็นเหตุนำ�มงคลคือความเจริญมาให้

25 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ส่วน การเลี้ยงดูภายใน นั้น ได้แก่ การเลี้ยงดูน้ำ�ใจท่าน โดยเป็น ผู้ เ ชื่ อ ฟั ง ตั้ ง อยู่ ใ นคำ � สั่ ง สอนไม่ ขั ด ข้ อ ง ทั้ ง เป็ น ผู้ ห าโอกาส ทำ � ให้ ท่ า น เป็นผูม้ จี ติ ใจ เป็นผูเ้ จริญด้วยคุณธรรม หาทางนำ�ท่านผูไ้ ม่มศี รัทธาให้มศี รัทธา ผู้ไม่มีศีลให้มีศีล ผู้ไม่มีจาคะการบริจาค ให้มีจาคะการบริจาค ผู้ไม่มีปัญญา ให้ มี ปั ญ ญา ดั ง พระสารี บุ ต รเถระเจ้ า แนะนำ � มารดาผู้ เ ป็ น มิ จ ฉาทิ ฏ ฐิ ให้เป็นสัมมาทิฏฐิ นับว่าเป็นปฏิบัติบูชา เป็นส่วนแห่งการอุปฐากอย่างสูง

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

การเลี้ ย งภายนอกนั้ น ได้ แ ก่ การจั ด หาข้ า วปลาอาหาร และผ้าผ่อนท่อนสไบให้แก่ทา่ น เป็นการเลีย้ งและให้ความสุขทางกายแก่ทา่ น อันนับว่าเป็นอามิสบูชา เป็นส่วนการอุปฐากอย่างต่ำ�


ดังพระศาสดาตรัสไว้ในมงคลสูตรว่า มาตาปิตุอุปฏฐานํ เอตมฺมํคลมุตฺตมํ การเลี้ยงดูมารดาบิดา เป็นมงคลอย่างสูงสุด

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

26 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

พระพุทธเจ้าทรงยกย่องและสรรเสริญ ผูเ้ ลีย้ งมารดาบิดาไว้มาก แม้ภิกษุผู้บวชในพระธรรมวินัย ก็ยังทรงอนุญาตให้เลี้ยงมารดาบิดาได้ เที่ยวบิณฑบาตได้อาหารมา แม้ตนเองมิยังไม่ได้ฉันก็ให้แก่มารดาบิดาได้ ไม่ชื่อว่าทำ�ศรัทธาไทยของทายกให้เสียไป ทั้งไม่มีโทษทางพระวินัยด้วย การช่ ว ยเหลื อ ทำ � กิ จ การงานของท่ า นนั้ น เป็ น หน้ า ที่ ที่ ลู ก จะพึ ง กระทำ � เพราะเป็นการผ่อนแรงท่าน ที่ตรากตรำ�หาเลี้ยงเรามา ไม่ทำ�ตนเป็นคนดูดาย เอาแต่เที่ยวเตร่หาความสนุกสนาน ปล่อยให้ท่านทั้งสองทำ�งานอาบเหงื่อ ต่างน้�ำ ไปตามลำ�พัง อย่างน้อยผูเ้ ป็นลูกต้องนึกบ้างว่า มารดาบิดาของลูกทุกคน เมือ่ มีลกู ก็ยอ่ มปรารถนาหวังพึง่ พาอาศัยบ้าง โบราณภาษิตบทหนึง่ กล่าวไว้วา่ “มีลกู เหมือนปลูกต้นโพธิ์ เมือ่ ใหญ่เมือ่ โตจะได้อาศัย ยามเจ็บไข้ จะได้ฝากไข้ ยามตายจะได้ฝากผี เวลาดี ๆ เอาไว้ใช้สอย” ฉะนั้ น จึ ง เป็ น หน้ า ที่ ที่ ลู ก ไม่ พึ ง ละเลยในการช่ ว ยเหลื อ ทำ�กิจการงานของท่าน ส่วนการประพฤติตนเป็นคนดี เมื่อรักษาวงศ์สกุล ของตนไม่ให้เสียหาย และการประพฤติตนให้เป็นคนสมควรรับและปกครอง ทรัพย์มรดกของท่านนั้น ก็ล้วนเป็นหลักสำ �คัญทั้งนั้น นอกจากจะเป็น การทำ � ตนให้ เ จริ ญ แล้ ว ยั ง เป็ น การทำ � ให้ ท่ า นพอใจและเกิ ด ความสุ ข อันเป็นการเลี้ยงน้ำ�ใจท่านด้วย


ส่ ว นประการหลั ง นั้ น เป็ น การสนองพระคุ ณ ครั้ ง สุ ด ท้ า ย แม้จะเป็นการทำ�ลับหลังก็ตาม ก็เป็นการแสดงออกให้เห็นว่า ตนเป็นลูก กตัญญูกตเวที ไม่ลืมความดีที่ท่านทำ�ไว้แก่ตน ขวนขวายที่จะทำ�ตอบแทน ในเมื่ อ มี โ อกาส เป็ น การประกาศให้ ท ราบว่ า เป็ น คนน่ า คบหาสมาคม แม้ ฝ่ า ยหนึ่ ง ล่ ว งลั บ ไปแล้ ว ก็ ยั ง ระลึ ก ถึ ง และหาทางสนองคุ ณ ฉะนั้ น เมื่ อ มารดาบิ ด าล่ ว งลั บ ไป จึ ง เป็ น หน้ า ที่ ที่ ลู ก ต้ อ งทำ � บุ ญ อุ ทิ ศ ให้ โ ดยแท้ ถ้าอยากเป็นลูกดีก็ควรนึกถึงภาษิตเตือนใจบทหนึ่งที่ว่า มีเท่าไร แกว่งไกว มีหลัก อุทิศให้

ไม่คุ้ม ไพร่สถุล รู้จักคุณ เมื่อวายปราณ.

ภิกษุทงั้ หลาย เราไม่กล่าว การทำ�ตอบแทนได้งา่ ยแก่ทา่ นทัง้ สอง ท่านทั้งสองนั้นคือใคร? คือ มารดาบิดา บุตรพึงประคับประคองมารดา ด้วยบ่าขวา บิดาด้วยบ่าซ้าย เขามีชีวิตอยู่ถึง ๑๐๐ ปี และเขาพึงบำ�รุงมารดา บิดานั้น ด้วยการอบกลิ่น การนวด การให้อาบน้ำ� และการดัด และท่าน ทั้งสองนั้นพึงถ่ายอุจจาระปัสสาวะรดบนบ่าทั้งสอง นั่���แหละ ภิกษุทงั้ หลาย อนึง่ บุตรพึงสถาปนามารดาบิดาไว้ ในราชสมบัติ อันเป็นอิสราธิปัตย์แห่งแผ่นดินใหญ่นี้ อันมีรัตนะ ๗ ประการมากมาย

27 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

การทดแทนพระคุณมารดาบิดานั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ในมาตาปิตุคุณสูตรทุตนิบาต อังคุตตรนิกาย ความว่า

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

ลูกไม่ดี ดุจลูกตุ้ม แต่ลูกดี หมั่นทำ�บุญ


ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

28

กิจอย่างนั้น ยังไม่เป็นอันบุตรทำ�แล้วหรือทำ�ตอบแล้ว แก่มารดาบิดานั้นเลย ข้อนั้นเป็นเพราะเหตุไร? ภิกษุทั้งหลาย เพราะมารดาบิดา เป็นผู้มีอุปการะมาก เป็ น ผู้ บำ � รุ ง เลี้ ย ง แสดงโลกนี้ แ ก่ บุ ต รทั้ ง หลาย ภิ ก ษุ ทั้ ง หลาย ก็ บุ ต รใด และยังมารดาบิดาผูไ้ ม่มศี รัทธาให้ด�ำ รงมัน่ อยูใ่ นศรัทธา ยังมารดาบิดาทีท่ ศุ ลี ให้สมาทานดำ�รงมั่นอยู่ในศีล ยังมารดาบิดาตระหนี่เหนียวแน่น ให้ดำ�รงมั่น อยู่ในจาคะ ยังมารดาบิดาผู้ไร้ปัญญา ให้สมาทานดำ�รงมั่นอยู่ในปัญญา ภิกษุทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้มีประมาณเท่านี้แหละ กิจนั้นจึงชื่อว่า เป็นอันบุตร ทำ�แล้ว ทำ�ตอบแทนแล้ว ทำ�ยิ่งแล้วแก่มารดาบิดาดังนี้ เมื่อลูกทำ�ได้ดังแสดง มานี้ จึงชื่อว่าเป็นการทดแทนพระคุณท่าน เป็นเหตุให้บุตร ได้รับผลานิสงส์ หลายประการคือ

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

๑. เป็นมงคล คือมีความสุขความเจริญแก่ชีวิต ๒. เป็นที่สรรเสริญของนักปราชญ์ ๓. เป็นเหตุให้ปฏิบัตินั้นพ้นจากทุกข์ทั้งปวง เพื่ อ จะแสดงอานิ ส งส์ ข องบุ ต รเพื่ อ เลี้ ย งมารดาบิ ด านั้ น พระสั ม มาสั ม พุ ท ธเจ้ า ทรงแสดงเรื่ อ ง พญานกแขกเต้ า บรมโพธิ สั ต ว์ เป็นอุทาหรณ์ ความว่า ดั ง ได้ ยิ น มาแต่ ก าลก่ อ น พระบรมโพธิ สั ต ว์ เ สวยพระชาติ เป็ น พญานกแขกเต้ า อาศั ย อยู่ ป่ า ไม้ งิ้ ว แถบไหล่ เ ขา วั น หนึ่ ง พาบริ ว าร ไปหาอาหารยังป่าหิมพานต์ เพื่อเลี้ยงมารดาบิดาของตน ครั้งนั้นมีพราหมณ์ ผู้หนึ่ง ชื่อว่าโกสิยะพราหมณ์ อาศัยอยู่ในสาลิยะคาม พราหมณ์ได้ใช้บริวาร ไปหว่านข้าวสาลี ในเนื้อที่ประมาณ ๗,๐๐๐ ไร่ แล้วให้บริวารอยู่รักษา


พราหมณ์จงึ ถามว่า เอาไปใช้หนีเ้ ก่าก็ดี เอาไปฝังไว้กด็ ี เอาไปให้ เขายืมก็ดี ท่านทำ�อย่างไร? พระโพธิสัตว์บอกว่า เอาไปใช้หนีเ้ ก่า นัน้ คือ เอาไปเลีย้ งมารดาบิดาทีช่ ราหากินไม่ได้ ท่ า นเลี้ ย งเรามาไว้ เ ติ บ ใหญ่ เหมื อ นหนึ่ ง เป็ น เจ้ า หนี้ เ ราควรเลี้ ย งดู ท่ า น เหมือนเป็นลูกหนี้ เพราะฉะนัน้ เราจึงคาบรวงข้าวสาลีไปให้แก่มารดาบิดาทุกวัน เอาไปฝังไว้ นั้นคือ ไปให้นกทั้งหลายที่เจ็บไข้ และมีขนปีก ยังอ่อนหากินไม่ได้ ให้เป็นทานการกุศล เอาไปให้เขายืม นั้นคือ เอาไปให้ลูกยังอยู่ในรังยังหากินไม่ได้ นานไปเขาโตใหญ่ เขาจะเลี้ยงเราเมื่อแก่ชรา

29 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

๑. เอาไปใช้หนี้เก่า ๒. เอาไปฝังไว้ ๓. เอาไปให้เขายืม

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

พระโพธิสัตว์ก็พาบริวารไปลงในนาของโกสิยะพราหมณ์ ฝูงนกแขกเต้า ทั้งหลาย กินอิ่มแล้วบินมาแต่ปากเปล่า ส่วนพระโพธิสัตว์เจ้ากินแล้ว ก็คาบ รวงข้าวมาเลี้ยงมารดาบิดาทุก ๆ วัน บุรุษที่รักษานาข้าวสาลี จึงไปบอกแก่ โกสิยะพราหมณ์ พราหมณ์ก็สั่งให้จับพญานกแขกเต้าทั้งเป็น อย่าฆ่าให้ตาย บุรุษผู้รักษานาก็ทำ�บ่วงแล้วดักพระโพธิสัตว์ จับพระโพธิสัตว์ได้ มัดมา ให้แก่พราหมณ์ พราหมณ์จึงไต่ถามว่า ดูกรท่านผู้เป็นปักษี ท่านมาคาบ รวงข้าวสาลีของเราไปทุก ๆ วัน ท่านมีความโกรธเคืองเราหรือ ๆ ท่านนำ�ไป ใส่ยุ้งใส่ฉางไว้เป็นประการใด พระโพธิสัตว์จึงแจ้งว่า เรามิได้โกรธเคืองท่าน ยุ้งฉางสำ�หรับใส่ก็ไม่มี เรานำ�ข้าวสาลีของท่านไปเพราะเหตุ ๓ ประการ คือ


พราหมณ์ ท ราบดั ง นั้ น มี ค วามโสมนั ส ยิ น ดี บอกแก่ พระโพธิสัตว์ว่า นับแต่นี้ไป เราจะมอบนาข้าวสาลีให้ท่าน จงพาบริวาร มากินเถิด แล้วแก้เชือกที่มัดเท้าออกให้ ฝ่ายพระโพธิสัตว์ก็รู้จักประมาณ รั บ เอาเพี ย งเนื้ อ ที่ ๘ ไร่ เ ท่ า นั้ น แล้ ว ให้ โ อวาทแก่ พ ราหมณ์ ให้ ตั้ ง อยู่ ในธรรมสุจริต ลาพราหมณ์ไปสู่ป่าไม้งิ้วอันเป็นที่อยู่แห่งตน

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

30 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

เรื่ อ งนี้ ชี้ ใ ห้ เ ห็ น ว่ า การเลี้ ย งมารดาบิ ด านั้ น เป็ น มงคล คื อ เป็นความดีสำ�หรับผู้ปฏิบัติ ดังเช่นพระยานกแขกเต้า ได้รับนาข้าวสาลี จากพราหมณ์ ไม่ต้องเดือดร้อนอีกต่อไป เป็นที่สรรเสริญของนักปราชญ์ คือผู้รู้ ดังเช่นพญานกแขกเต้าได้รับการสรรเสริญจากโกสิยะพราหมณ์ เป็นเหตุทำ�ตนให้พ้นจากความทุกข์ทั้งปวง เหมือนพญานกแขกเต้าได้รับ อิสระพ้นจากเครื่องพันธนาการของพราหมณ์ เพราะฉะนั้น เราทั้งหลายหญิงชายที่เกิดมาจงอย่าได้ประมาท จงปฏิบัติมารดาบิดาให้มีความสุข ทั้งส่วนที่เป็นอามิสบูชา และปฏิบัติบูชา เพราะเหตุวา่ มารดาบิดา เป็นผูม้ คี ณ ุ มาก จะเอาแผ่นดินและน้�ำ ท้องฟ้าอากาศ และเขาสุเมรุราช มาชั่งด้วยคุณมารดาบิดาเบากว่า และยังชื่อว่าผู้ปฏิบัติ ย่อมได้รับประโยชน์ทั้งชาตินี้และชาติหน้าด้วย


แข่ ง บุ ญ วาสนาเราแข่ ง กั น ไม่ ไ ด้ ภาษิ ต ท่ า นกล่ า วไว้ ว่ า ยามบุญมากาไก่กลายเป็นหงษ์ ยามบุญลงหงษ์เป็นกาน่าฉงน น้ำ �ไม่เซาะ เกาะไม่พงั พึงวังวน วิสยั ผลทีจ่ ะผลิตเพราะเหตุมี หรือดังคำ�พังเพยทีก่ ล่าวว่า เวลาบุ ญ มา ปั ญ ญาก็ ช่ ว ย ที่ ป่ ว ยก็ ห าย ที่ ห น่ า ยก็ รั ก เวลาบุ ญ ไม่ ม า ปัญญาก็ไม่ช่วย ที่ป่วยก็หนัก ที่รักก็หน่าย สิ่งทั้งหมดที่มันปรากฏการณ์ อยู่แก่ตัวเราในปัจจุบัน มันเป็นผลที่ไหลมาจากเหตุ จากภพก่อนทั้งนั้น สมดังคำ�พระอัสสชิเถระ กล่าวแก่อุปติสสะมาณพว่า

โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

ใครทำ�กรรมฐานได้ จะรูน้ �้ำ พระคุณของแม่ น้�ำ ใจของพ่อ รูแ้ น่ ๆ คือรูจ้ กั ตัวเอง สร้างความดีให้เห็นเด่นชัดขึน้ มา นัน่ แหละใช้คา่ น้�ำ นมของแม่ได้ โยมจะเป็นสาว หรือเป็นผู้สูงอายุ หรือพ่อแม่ล้มหายตายจากไปแล้วด้วยกัน ทุกคนก็ตาม สามารถติดตามผลไปช่วยพ่อแม่ที่ลงนรกได้ พ่อแม่ที่ป่วยไข้ ขอให้หายวันหายคืน ฟื้นคืนมาอยู่กับลูกกับหลานต่อไป เป็นการสวัสดีมีชัย ในโลกมนุษย์ต่อไปเถิดประเสริฐที่สุด ซึ่งได้มาจากการเจริญวิปัสสนาสูงสุด

31 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ใช้ค่าน้ำ�นมแม่

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

เย ธมฺมา เหตุปพฺพวา เตสํ เหตุ ํ ตถาคโต ธรรมทั้งหลายย่อมไหลมาจากเหตุ คือมีเหตุเป็นแดนเกิด พระตถาคตตรัสเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น ดังนี้.


ลูกทำ�กรรมฐานให้แม่ โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

32 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

เด็กหญิงทัศนีย์ อยูโ่ รงเรียนสงวนหญิง จ.สุพรรณบุรี บ้านตำ�บล มะขามล้ม อำ�เภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เธออยู่ ม.๑ ไปปฏิบตั ธิ รรม ทีว่ ดั อัมพวัน ๒๘๐ คน เมือ่ สมัยนัน้ ๕-๖ ปีแล้ว แม่เป็นโรคมะเร็ง แม่เป็นครู ที่โรงเรียนที่อำ�เภอบางปลาม้า วาระสุดท้ายของโรคมะเร็งขั้นสุดท้ายแล้ว เหลือแต่กระดูก อาเจียร มดลูกเน่าหมดแล้ว ต้องตายภายใน ๓ เดือน แต่ลกู สาวคนนีด้ มี าก ก็เรียนให้อาตมาทราบว่า หลวงพ่อคะ หนูนแี่ ม่จะตายแล้ว หนูยังไม่ได้ทนแทนบุญคุณพ่อแม่เลย แม่ก็จะมาตายแล้ว ถ้าแม่ตายแล้ว หนูจะอยูก่ บั ป้า ก็ไม่เหมือนอยูก่ บั แม่ อะไรหนอจะอุน่ เท่ากับตักแม่เราไม่มแี ล้ว พูดน่าสงสาร หลวงพ่อคะ หนูจะช่วยแม่ได้อย่างไ���บ้าง หนูมีศรัทธาไหม นัง่ กรรมฐาน พอนัง่ กรรมฐานได้ ๓ วัน โรงเรียนสงวนหญิงลากลับ อาจารย์ บรรเลง เป็นผูช้ ว่ ยผูอ้ �ำ นวยการ จังหวัดสุพรรณบุรี ก็บอกว่าหลวงพ่อ ฝากเด็ก ไว้สักคนหนึ่ง นั่งกรรมฐานต่อ ๗ วัน สวดพาหุงมหากาฯ เข้า หลวงพ่อคะ หนูจะทำ�ได้ไหมคะ ถ้าหากว่าแม่จะต้องตาย ทดแทนบุญคุณแม่ ด้วยน้ำ�นม ที่แม่เลี้ยงมาได้ไหม ได้ เลยเขาก็นั่งกรรมฐานต่อไป ๗ วัน กลับไปแม่หาย จากโรคมะเร็ง จนทุกวันนี้ บัดนี้ ด.ญ.ทัศนีย์ เป็น นางสาวทัศนีย์ อยู่ ม.๖ โรงเรียนสงวนหญิง สุพรรณบุรี ไปถามได้เดี๋ยวนี้ ลูกช่วยพ่อแม่ได้แน่นอน พ่อแม่กำ�ลังป่วยไข้ ลูกสาวหรือลูกชายเจริญสมาธิ สวดพาหุงมหากาฯ


สวดพุทธคุณเท่าอายุเกินหนึ่ง แม่กลับหายจากโรคมะเร็งได้จนทุกวันนี้ ขอฝากไว้วา่ ลูกช่วยพ่อแม่ได้ พ่อแม่กช็ ว่ ยลูกได้ ต้องการให้บตุ รธิดาของท่าน เป็นคนดี ท่านทั้งสองสามีภรรยาอย่าทะเลาะกัน แล้วก็สวดมนต์ไหว้พระ สวดพาหุงมหากาฯ เข้า อธิษฐานจิตให้ลูกท่านเป็นคนดี เท่านี้เอง ลูกท่าน จะกลับร้ายกลายเป็นดี จะไม่ไปในส่วนร้ายต่อไป ก็เกิดประโยชน์ดี

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อ-แม่ พ่อ-แม่ ไม่ดีแก้ที่ลูก

โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

33 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ไม่ใช่เข้าวัดไปหาพระช่วยนะ พระท่านช่วยไม่ได้ แต่ตถาคต เพี ย งชี้ บ อกหนทางให้ เ ราเดิ น กั น เท่ า นั้ น ให้ เ ราทำ � หน้ า ที่ ใ ห้ ถู ก ต้ อ ง สำ�หรับมนุษย์ แต่ถา้ ท่านทำ�หน้าทีไ่ ม่ถกู ต้องและก็ปฏิบตั ไิ ม่ถกู ทาง พระท่าน จะช่วยได้ไหม ยกตัวอย่าง ขออภัยที่จะขออนุญาตกล่าว ถ้าท่านดื่มเหล้า เมาสุรา เล่นการพนันมีอบายมุข สนุกในสังคม แล้วก็ไปบนบานศาลกล่าว ขอให้พระช่วย พระคงช่วยท่านไม่ได้อย่างแน่นอน ท่านอย่าโง่ตอ่ ไป ท่านจะเป็น ชาวพุทธซังกะตาย เป็นชาวพุทธแบบฟอร์ม ไม่เข้าถึงพระพุทธศาสนา โดยแท้จริง เข้าใจว่าพระพุทธศาสนา คือเครือ่ งรางของขลัง เป่าหัวให้ลกู หน่อย จะได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แต่แม่เช่าหนังมาให้ลกู ดูทกุ วัน พระช่วยไม่ได้ ท่านตีความให้เข้าใจในข้อนีใ้ ห้มากทีส่ ดุ

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

สามีไม่ดีแก้ที่ภรรยา ภรรยาไม่ดีแก้ที่สามี ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่ พ่อแม่กินเหล้าเมายาสอนลูกให้เป็นโจร ต้องแก้ที่ลูก ให้ลูกสร้างแต่ความดี อย่าเชื่อฟังพ่อแม่ที่สอนลูกให้เป็นโจร ขอฝากท่านไว้


พ่อ-แม่ที่ดี ต้องทำ�ดี ให้ลูกเห็น โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

พ่อแม่ที่ดี สร้างความดีให้กับลูก ทำ�ถูกให้กับหลาน พ่อแม่ที่ดี รักลูกให้ถูกวิธี ทำ�ความดีให้ลูกดู ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

34 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

อันนี้กรรมฐานทั้งหมด ไม่ใช่นอกกรรมฐานเลย พ่อแม่ที่ไม่มี กรรมฐาน ไม่มศี ลี สมาธิ ปัญญาแล้ว จะสร้างแต่ความไม่ดใี ห้กบั ลูก ทำ�ไม่ถกู ไว้กับหลาน แถมรักลูกไม่ถูกวิธี ทำ�ความไม่ดีให้ลูกดู ยกตัวอย่างให้เห็น เช่น พ่อแม่ทะเลาะกันให้ลูกเห็นให้ลูกฟัง พ่อก็ดื่มเหล้าให้ลูกเห็น แม่ก็เล่น การพนันให้ลูกดู พ่อแม่รบราฆ่าฟันกัน ทะเลาะกัน ลูกก็เห็นกำ�หนดจดจำ� เป็นกฎแห่งกรรมใช่หรือไม่ ท่านทัง้ หลายเอ๋ย ฟังแล้วคิดสักหน่อย ไม่ใช่พดู ให้ทา่ นมีความรู้ ที่ บ รรยายธรรมะมานี้ ถ้ า โยมปฏิ บั ติ จิ ต ได้ จ ะเห็ น ด้ ว ย ๑๐๐% พ่ อ มี ส ติ แม่มสี ติสมั ปชัญญะ ลูกดีทกุ คน ไม่ท�ำ แบบเสียให้ลกู ดู รักวัวให้ผกู รักลูกต้องตี รักมีต้องค้า รักหน้าต้องคิด รักมิตรต้องเตือนกัน รักวัวต้องผูกไว้ เดี๋ยวมัน จะหาย จะเสียดายมัน


ปลุกลูกให้ตื่น เสกลูกให้เป็นงาน

โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

35 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ถ้าท่านเจริญกรรมฐานเข้าขัน้ ของเขาแล้ว โยมจะรูเ้ ลยว่ามีกรรม อะไรลูกจึงเป็นเช่นนี้ พ่อแม่หดู ตี าดี มีลกู ๖ คน หูตงึ หมดเลย เป็นเพราะอะไร ถ้าโยมเจริญกรรมฐานเข้าขั้นของเขาแล้ว ปัญญาเกิดแล้ว จะได้รู้ว่าทำ�ไม ลูกหูตึงหมด เพราะเวรกรรมตามสนองมาครั้งอดีตชาติ ควรจะแก้ไขอย่างไร น่าจะเข้าใจตรงนี้

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

ถ้ า ท่ า นได้ ก รรมฐานแล้ ว ท่ า นจะไปปลุ ก ลู ก ให้ ตื่ น เสกลู ก ให้เป็นงาน จะพูดกับลูกก็เพราะ ไม่ดุไม่ด่าลูกต่อไป และเป็นภรรยาแม่บ้าน แม่เรือนทีด่ ี จะไม่ดา่ เสียดสีสามีเลย สามีกเ็ ห็นใจภรรยา จะไม่วา่ เสียดสีภรรยา เช่นเดียวกัน ยกย่องภรรยา อุตส่าห์เลี้ยงลูกตั้งหลายคน และยังเอาใจใส่สามี อย่างดีด้วย ภรรยาก็เห็นใจสามี หาเงินหาทองมากมายไว้ในครอบครัว ผู้ที่ จะรู้จริงอย่างนี้ต้องเจริญกรรมฐาน


หนามแหลมใครเสี้ยม มะนาวกลมเกลี้ยงใครไปกลึง โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

36 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

เรื่องมีอยู่ว่า มีเด็กประถม ๔ คนหนึ่ง เดี๋ยวนี้เป็นดอกเตอร์ อยู่สหรัฐอเมริกา พ่อกินเหล้า สูบกัญชายาฝิ่น ชอบเล่นการพนัน ตีไก่ อยู่ที่บางระจัน สิงห์บุรี แม่ก็หาหวยตามวัด อาตมาดูหนูคนนี้แล้วบอก ต้องเป็นใหญ่เป็นโตแน่ จดไว้เป็นกฎแห่งกรรม ติดตามดูแลโดยต่อเนื่อง อาตมาประสบมา เราก็ ต้ อ งจดต้ อ งจำ � จึ ง จะกำ � หนดจดจำ � ก็ จ ดชื่ อ ไว้ บอกเด็กไปว่าหลวงพ่อจะสอน จะให้ตงั ค์ไป ๑๐๐ บาท ถามว่าเขาเกิดวันอะไร เขาบอกเกิดวันอังคาร หลวงพ่อสอนเด็กคนนี้ครั้งเดียวจำ�ได้ บอกวันเกิด หนูซื้อขนม ๒ ห่อ เรียกพ่อแม่มาคู่กันแล้วกราบนะลูกนะ พ่อก็เมา แม่ก็บอกเดี๋ยว จะรีบไปวัด ลูกก็บอกเดี๋ยว ความผิดอันใดที่ลูกพลั้งเผลอด้วยกาย วาจา ใจ ที่คิดไปไม่ดีต่อคุณพ่อคุณแม่ ขอให้คุณพ่อคุณแม่อโหสิกรรมให้ แล้วล้างเท้า ให้พ่อแม่ ลูกไม่มีสตางค์ ลูกซื้อขนมมา ๒ ห่อ ให้แม่ก่อน ๑ ห่อ เพราะแม่ อุ้มท้องมา แล้วจึงให้พ่ออีก ๑ ห่อ ลูกขอปฏิญาณตนว่า ลูกขอเป็นลูกที่ดี ต่อพ่อแม่ แล้วจะเป็นศิษย์ทดี่ ขี องครูบาอาจารย์ ลูกจะไม่ท�ำ ให้พอ่ แม่ผดิ หวัง แล้วลูกจะเรียนหนังสือให้เก่งให้ก้าวหน้า


พ่อฟังแล้วน้ำ�ตาร่วง สร่างเมาเลย ส่วนแม่ก็ร้องไห้ ลูกไป โรงเรียนแล้ว พ่อแม่ก็สำ�นึกได้บอกลูกมันปฏิญาณตนเป็นคนดีแล้ว เรายัง ทำ�ตัวอย่างไม่ดีให้ลูกดูอีกหรือ ตกลงพ่อแม่ก็ปฏิญาณตนกัน พ่อก็บอก ข้าจะเลิกสูบกัญชา เลิกกินเหล้า และข้างฝ่ายแม่ก็เลิกหาหวยตามวัด ลูกจบ ปริญญาโททีจ่ ฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปต่อดอกเตอร์ทสี่ หรัฐฯ ได้ดแี ล้ว เขาก็ ไม่ลืมวัดอัมพวัน ไม่ลืมอาตมา ยังมาทำ�บุญถวายข้าวสารทีละ ๕๐ กระสอบ

โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

37 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ญาติโยมก็เช่นเดียวกัน เป็นผู้นำ�เขาต้องตามดูตัวเองว่าทำ�ถูก หรือผิดประการใด แล้วก็ไปดูลูกของตัวเองด้วย ลูกดีหรือลูกชั่วประการใด ไปแก้ไขให้ทันปัจจุบัน ถ้าแก้ไขไม่ได้ลูกเสียหาย ไม่ต้องไปแก้จนโต เหมือน ต้นตาล เป็นหนุม่ เป็นสาวใหญ่แล้วก็แก้ไม่ได้ แม่ทกุ คน ไม้ออ่ นบอกอ่อนหัด ไม้แก่ไปแก้มันได้หรือ มันจะรัดเอา มันแก่ แก่เกินการเกิด แก่เกินแก้แล้ว จะแก้ไม่ทัน มันจะเสียกาลเวลา ไม้แก่นี่ดัดยาก มันจะหักกลางคัน ไม่อ่อน บอกอ่อนหัดพอดัดได้ นี่อย่างนี้เป็นต้น

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก


มีลูกต้องเสี้ยมสอน โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

38

ขอฝากเป็นการบ้านไปด้วยว่า มีลกู มีหลานหัดสวดมนต์ ลูกจะได้ ว่านอนสอนง่าย เจอพระธุจะ้ นมัสการ เจอคนแก่เลีย่ งทาง จะอ่อนน้อมถ่อมตน โดยไม่ต้องตามไปสอนลูกอีก���่อไป เรามีลูกต้องเสี้ยมสอนนะ ถ้าไม่เสี้ยมสอน มันเป็นไปไม่ได้ ต้องฝึกลูกตั้งแต่ยังเล็ก ๆ นกอยู่ในกรงให้รีบสอน มีปีก มีหาง หนีออก จากกรงแล้ว ไม่ต้องตามไปสอนนะ จะเสียใจอย่างน่าเสียดาย

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ลูกกระด้างลางแข็งมาจากพ่อแม่ไม่ดี ไม่เคยสอนลูกสวดมนต์ ไหว้พระ ลูกจะมีระเบียบวินัยได้อย่างไร พ่อแม่เขายังไม่มีระบบ จะให้ลูก เขามีระเบียบยังไม่ได้ เป็นที่พ่อแม่นำ�ไม่ดี และไม่ได้ตามดูลูกแต่ประการใด ผลงานร้าย ก็ออกมาจากลูกของเขาด้วยพ่อแม่นั่นเอง พ่ อ แม่ ดี มี ปั ญ ญา ลู ก หลานดี ห มด ถ้ า พ่ อ แม่ ไ ม่ มี เ หตุ มี ผ ล ลูกหลานเสียหมด ติดยาเสพติดในสังคม โปรดดูลูกหลานต่อไปด้วย


ให้ลูกดีตั้งแต่หัวเท่ากำ�ปั้น โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

39 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

เข้ามาวัดแห่มา ญาติวงศ์พงศามากมายเป็นการรับมิ่งชิ่งขวัญ ว่าลูกแก้วลูกขวัญยังเด็กเล็กนัก มาบรรพชาเป็นสามเณร คนแก่คนเฒ่าก็มา รับมิ่งชิงขวัญ เชิญบายศรีขึ้นหลัก ดอกไม้นานาชนิด และเอาด้ายสายสิญจน์ มาผูกมือลูกหลานรับมิ่งชิงขวัญ เรียกสามเณรแก้วสามเณรขวัญ จะดำ�รง วงศ์ตระกูลเขาต่อไป นีแ่ หละพ่อแม่ครัง้ โบราณรักลูกอย่างนี้ เขาก็ตอ้ งให้ลกู ดี ตั้งแต่ลูกหัวเท่ากำ�ปั้น

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

โบราณท่านพูดไว้ บวชเณรให้แม่ บวชพระให้พ่อ เขาพูดกัน อย่างนัน้ เรามานึกดูวา่ ทำ�ไมหนอบวชเณรจึงให้แม่ บวชพระให้พอ่ เราจะเห็น ล้านนาไทย มีลกู แก้วลูกขวัญตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ ปูย่ า่ ตายาย รับมิง่ ชิงขวัญ ลูกเกิด มาเป็นชาย เขาเรียกลูกแก้วลูกขวัญ ลูกที่จะดำ�รงวงศ์ตระกูลต่อไป บรรพชา เป็นสามเณรล้านนาไทย เขาจะแห่รอบบ้าน ขีค่ อแต่งตัวเหมือนเทวดา ว่าบ้านนี้ มีชายโสภา ลูกดีมีปัญญา ลูกแก้วลูกขวัญ แห่กันรอบหมู่บ้านของตน


สร้างความดี ไว้ ให้กับลูก โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

40 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

• สร้างถูกในการใช้สถานทางพระพุทธศาสนา คือวัด หรือสถาน ต่าง ๆ (ไม่ทำ�บาป ทำ�ชั่ว ในสถานที่นั้น) • สร้างถูกในการจัดงานบวช ไม่มีอบายมุขในงานบวชนั้นๆ • สร้างถูกในการงานศพ ไม่มีการจัดอบายมุขในงานศพนั้นๆ • สร้างถูกในการเคารพทิศทัง้ ๖ (เบือ้ งหน้า ขวา ซ้าย หลัง บน ล่าง) • สร้างถูกในการรู้จักแสวงหาอริยทรัพย์ภายใน • สร้างถูกเรื่องเห็นโทษของอบายมุขทั้ง ๖ • สร้างถูกเรื่องเห็นคุณของชีวิตในกาลทั้ง ๓ กาล • สร้างถูกเรื่องการเคารพเวลา • สร้ า งถู ก เรื่ อ งการเคารพผู้ สู ง โดยวั ย โดยชาต โดยคุ ณ ธรรม สมณพราหมณ์ ศีลธรรม กฎหมาย • สร้ า งถู ก เรื่ อ งไม่ น อนตื่ น สาย ไม่ อ ายหากิ น ไม่ ห มิ่ น เงิ น น้ อ ย ไม่คอยวาสนา • สร้างถูกเรื่องแต่งตัวพอเหมาะพอดี ไว้ผมพอเหมาะพอดี • สร้างถูกเรื่องการรักนวลสงวนตัวของกุลสตรี • สร้างถูกเรื่องให้เห็นความสำ�คัญในวันสำ�คัญทางพระพุทธศาสนา


อานิสงส์ของการสวดพุทธคุณ

โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

มีชาวคริสต์คนหนึง่ มีลกู ชายคนเดียว อยูท่ ลี่ าดพร้าว เป็นเศรษฐี ที่ดิน อายุ ๕๑ ปี มีลูกชายคนเดียว สามีตายลูกชายเรียนหนังสือไม่เก่ง ก็ไป ส่งเรียนปริญญาที่อเมริกา เป็นเศรษฐีที่ กทม. ราชาที่ดิน ที่ดินข้างคลอง แสนแสบของเขาทั้งนั้น ไปจรดลาดพร้าวหลายร้อยไร่ เมื่อสมัยก่อนก็ขายได้ หลายร้อยล้าน เป็นผูม้ เี งิน ก็สง่ ลูกไปเรียนเมืองนอก ลูกไม่เอาไหน ไปก็ไปซือ้ รถเก๋ง พาจิ๊กโก๋ไปหาจิ๊กกี๋ ๓ ปีมาแล้ว แล้วก็มีหนังสือมาหลอกแม่เรื่อย เรียนจวนใกล้สำ�เร็จ ขอเงินอีก ๑ แสน ขอเงินอีก ๕ แสน

41 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

พุทธคุณกับชาวคริสต์

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

พระพุ ท ธคุ ณ อาตมาสั ง เกตมาว่ า บางคนเขาไปหาหมอดู เคราะห์ร้ายก็ต้องสะเดาะเคราะห์ อาตมาก็มาดูเหตุการณ์ โชคลางไม่ดีก็เป็น ความจริงของหมอดู อาตมาก็ตงั้ ตำ�ราขึน้ มาด้วยสติ บอกว่าโยมไปสวดพุทธคุณ เท่าอายุให้เกินกว่า ๑ ให้ได้ เพือ่ ให้สติดี แล้วสวดพาหุงมหากาฯ หายเลย สติก็ ดีขนึ้ เท่าทีใ่ ช้ได้ผล สวดตัง้ แต่ นะโม พุทธัง ธรรมมัง สังฆัง พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ พาหุงมหากาฯ จบแล้วย้อนกลับมาข้างต้น เอาพุทธคุณห้องเดียว ห้องละ ๑ จบ ต่อ ๑ อายุ อายุ ๔๐ สวด ๔๑ อายุ ๓๕ สวด ๓๖ ก็ได้ผล


ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

42 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

แล้วในที่สุดเขาก็ไม่รู้จะไปหาที่พึ่งที่ไหน ก็ไปหาหมอดู หมอดู ก็เอาเงินสะเดาะเคราะห์ ลูกถึงจะเรียนได้ แล้วก็ได้เงินสะเดาะเคราะห์ ไปหา หมอทำ�ก็ไม่สามารถจะสำ�เร็จได้ แต่พอดีกม็ คี นสิงห์บรุ ไี ปเป็นลูกจ้างบ้านนัน้ เขาเป็นนายทุนให้กพ็ ากันไปนครสวรรค์ กลับมาเขาก็เลยแวะ เขาบอกอย่าแวะ ก็ เ ลยแกล้ ง เพทุ บ ายว่ า ปวดท้ อ ง แวะเข้ า มาวั ด นี้ ห น่ อ ยจะหาห้ อ งน้ำ � แวะเข้ามาแล้ว นายทุนคนนี้ก็เข้าห้องน้ำ�ด้วย คนนั้นก็มาบอกกับอาตมาว่า หลวงพ่อช่วยทีเถอะ แต่อาตมาก็ยงั ไม่รวู้ า่ เขาเป็นคริสต์ บอกช่วยหน่อยเถอะ เขามีลกู ชายคนเดียว ผมก็ขอยืมเงินเขาใช้เรือ่ ย เราก็นกึ ในใจว่า ขอดูหน้าก่อน แล้วเขาก็พามา แล้วก็บอกให้ฟังว่า ลูกชายไปเรียนที่อเมริกา ไม่เอาไหนเลย พอรู้เข้าว่าเรียนไม่สำ�เร็จ ไปเที่ยวพานักศึกษาไทยไปเสียหายกัน ฉันก็จะเป็น โรคประสาทแล้ว ท่านจะมีทางช่วยได้ไหม ดูหน้าแล้วก็รวู้ า่ ลูกชายต้องสำ�เร็จ ปริญญาโท และจะสำ�เร็จปริญญาเอกด้วย แต่ทำ�ไมเรียน ไม่สำ�เร็จ เดี๋ยวมีวิธี ทางแก้ เพราะลักษณะบอกให้รู้ถึงลูก ด้วยว่าลูกชายต้องเรียนสำ�เร็จ แต่ทำ�ไม ถึงเรียนไม่สำ�เร็จ มีวธิ แี ก้ อาตมาก็บอกว่า โยมไปสวดมนต์ สวดพุทธคุณ ๕๒ จบ เพราะตอนนี้ อ ายุ ๕๑ เขาบอกว่ า “ฉั น สวดไม่ ไ ด้ ฉั น เป็ น คริ ส ต์ ” พระบิดา พระบุตร พระจิต สวดได้ไหม “ฉันก็เป็นคริสต์แบบชาวพุทธ ที่สวดมนต์ไม่เป็น ไปวัดเข้าโบสถ์ก็เข้าไปอย่างนั้นเอง” วันนั้นก็เจ๊ากันไป ไม่ยอมรับ ก็อยู่ได้อีก ๔-๕ เดือน อาตมาจำ�หน้าได้ ทีนี้ไม่มีคนพามาละ เขามากันเอง ๓ คน บอกว่า “ฉันยอมจำ�นน” บอก เอาอย่างนีโ้ ยม ไปซือ้ หนังสือ


พอไปสวดได้ ๓ เดือน ท่องได้หมดเลย หนักเข้าก็ไม่ต้องใช้ ก้านไม้ขีดแล้ว จึงเกิดอานิสงส์ ๒ ประการ

43 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

หนึ่ ง โรคประสาทหาย กิ น ได้ น อนหลั บ ชื่ น อกชื่ น ใจ นอนหลับก็ใจดี เริ่มแผ่ส่วนกุศลให้ถึงลูกแล้ว บุญกุศลของแม่จะถึงลูก ถึงตอนไหน รู้กันตอนนี้ เพราะลูกนี่เฟ้อในการเงิน ขอเงินแม่เรื่อยเลย ไม่รู้ บุญกุศลของแม่แต่ประการใด วันนั้นบุญกุศลของแม่ถึงประมาณ ๖ เดือน หลังจากสวดมนต์ อาตมาจดไว้ วันนั้นพอดีลูกชายพาพวกนักศึกษาไทย ที่ส่งด้วยทุนของตัวเองไปเที่ยว ขับรถไปชนเสาไฟฟ้า เพื่อนอยู่ข้างหลัง กระเด็นออกจากรถหมด ไม่ตายไม่เป็นอะไรเลย แต่เจ้านี่ต้องไปอัดก๊อปปี้ กับเสาไฟฟ้า เสาล้ม ต้องเสียเงินหลายแสน พวงมาลัยอัดหน้าอกไปโคม่า อยูโ่ รงพยาบาล ไม่รสู้ กึ ตัว แล้วพอดีมลี กู พีอ่ ยูค่ นหนึง่ เป็นแพทย์อยูท่ อี่ เมริกา เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ก็ไปเยี่ยม ถ้าจะไม่รอดแน่ ก็ให้อ๊อกซิเจน นายแพทย์ อเมริกาบอกว่าไม่รอดแน่

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

สวดมนต์เข้าเล่มหนึง่ “ฉันไม่อยากให้หนังสือสวดมนต์มใี นบ้านฉัน ท่านช่วย เขียนให้หน่อย” อาตมาก็ตอ้ งเขียน พอตอนหลังขีเ้ กียจเขียนต้องพิมพ์เป็นใบ นี่พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ พาหุงมหากาฯ “ฉันไม่นั���ถือพระ ฉันจะสวด ได้หรือ” ทีน่ อนนัน้ แหละสวดไปก่อน อาตมาหาอุบาย เลยก็สวดพาหุงมหากาฯ “ฉันท่องไม่ได้ อ่านตามตัวแล้วฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าอายุ ๕๑ สวด ๕๒” ใช้ก้านไม้ขีดทิ้งเข้าซิ ทำ�ไปก่อน เขาเลยมั่นใจว่าคิดว่าจะทำ�ได้ บอกว่า “โยมสวดมนต์เสร็จแล้วแผ่เมตตาให้ลูก อย่าด่าลูกนะ อย่าแช่งลูก ให้ลูก มีความเจริญสุข และให้ลูกมีความตั้งใจเรียนหนังสือให้สำ�เร็จ”


วันนั้นผ่านไป รุ่งขึ้นลืมตา พอรอดมาแล้วปวดเมื่อยจะตาย น้ำ�ตาร่วงคิดถึงแม่ มันเฟ้อไปในสังคม มันจะไม่คิดถึงแม่ บางคนอายุ ๘๐ แก่จะตาย เวลาใกล้ตายหลงคิดถึง แม่จา๋ กระทัง่ แม่ตายไปตัง้ นานแล้วอย่างนี้ แน่นอน มันทุกข์หนัก บอกปวดเมือ่ ยทัว่ สรรพางค์กาย คุณแม่จา๋ รำ�พันคิดถึงแม่ ข้อสอง ลูกคิดถึงแม่ ถ้าแม่ทราบว่าหนูไม่เรียนหนังสือแล้ว แม่จะ เสียใจแค่ไหน ทราบเข้าก็ดอี กดีใจมาวัดเลย เลีย้ งเพลพระ สวดธรรมจักรให้ ๑ จบ ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

44 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ในทีส่ ดุ พอลูกกลับจากอเมริกาพาลูกมาเลย อาตมาให้พระบูชา ไป ๑ องค์ แม่ก็เล่าให้ฟังเพราะเหตุอย่างนี้ ลูกเลยสวดมนต์ภาวนา แล้วไป เข้าวัดไทย ไปนั่งวิปัสสนาที่เมืองนอก เจ้าคุณเทพโสภณรู้จัก แต่ไม่รู้เรื่อง วัดอัมพวัน รู้ว่าเจ้านี่มันนักกรรมฐานปริญญาเอก เดี๋ยวนี้ไม่ยอมกลับบ้าน แม่บอกหลวงพ่อให้ฉันสวดมนต์อะไรให้ลูกกลับประเทศไทย ไม่มีกลับ เรารู้แล้วไม่กลับแน่ อันนีไ้ ด้ผลแน่นอน ขอฝากไว้วา่ เด็กหรือใครก็ตาม ก็ตอ้ งประสบ ทุกข์จะคิดถึงแม่ ถ้าไม่ประสบทุกข์ให้เงินไปเฟ้อ ไม่คดิ ถึงแน่ ต้องประสบทุกข์ จึ ง จะเห็ น ตั ว ธรรมะ เห็ น อกเห็ น ใจเลยเชี ย ว เขามาเล่ า ให้ อ าตมาฟั ง บอกหลวงพ่อครับ ผมไม่คิดถึงแม่เลย ๓-๔ ปีที่อเมริกา แต่ก็คิดถึงแม่ว่า อยู่กับแม่ป้อนข้าวให้ พัดวีให้ได้ คิดอย่างนี้เลยจึงกลับ แม่ก็เลยเล่าให้ฟังว่า หลวงพ่อนี่ช่วยเอาไว้ เขาเลื่อมใสอาตมาบอกว่า ถ้าเชื่อนะ ไปเดี๋ยวนี้ตัดผม เพราะผมเขายาวประบ่า เลยตัดผมที่นี่สิงห์บุรีเห็นได้ชัดมาก เจ้าคนนี้บอก แหมหลวงพ่ อ ว่ า ผมนี่ ผ ลาญเงิ น แม่ ไ ปหลายล้ า นบาท ดั ง ที่ ก ล่ า วแล้ ว อาตมาก็ตั้งตำ�รา ถ้าคนไหนเคราะห์ร้ายสวดพุทธคุณ


พ่อ-แม่ทำ�กรรมฐานให้กับลูก โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

จุ ดมุ่ งหมายอันนี้ นี่แหละปัญจสาขา แยกออกมาจากท้ อ ง ของมารดา บางคนก็ออกมามือง่อย ขาก็งอ่ ย แถมหัวโตมีน้ำ�อยูใ่ นสมอง แล้วก็ อยู่อย่างเป็นทุกข์ บางคนก็เป็นโรคตับโรคไต ก็เนื่องจากพ่อแม่สมประดี สร้างปาณาติบาตมา ใจดำ�อำ�มหิตเหี้ยมโหด ทารุณดุร้าย ลูกก็จะเป็นอย่างนี้ ออกมาอาการ ๓๒ ไม่ครบ เอาดีไม่ได้อย่างนี้เป็นต้น

45 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

เพราะฉะนั้น การเจริญพระกรรมฐานทำ�ให้สะสมบุญ ทำ�ให้มี คุณประโยชน์ถึงบุตรของตน อันนี้พระพุทธเจ้าสอนไว้ ที่เราสวดมนต์ว่า “กั ม มะทายาโท กั ม มะโยนิ กั ม มะพั น ธุ กั ม มะปะฏิ ส ะระโณ ยั ง กั ม มั ง กะริสสามิ กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา” ท่านทั้งหลายเอ๋ยที่เราสร้างบุญ สร้างบาปกันมาเองนี่แหละ พ่อแม่สร้างความไม่ดีให้กับลูก ทำ�ความไม่ถูก ให้กับหลาน เวรกรรมก็จะโยนให้กับลูกของตน

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

ถ้ า พ่ อ มี บุ ญ แม่ มี บุ ญ ได้ เ จริ ญ กรรมฐาน ลู ก ออกมาก็ จ ะมี บุญวาสนาด้วย สมองกลดลบันดาล ลูกก็มีปัญญา ถ้าพ่อมีเวร แม่ซ้ำ�มีเวร สร้างเวรสร้างกรรมกันมา ลูกจะมีสมองดีไม่ได้ ออกมาก็เป็นคนใบบ้า เสียจริต ผิดมนุษย์ เป็นคนปัญญาอ่อนไม่สามารถจะสอนให้เขาดีได้ นี่แหละกรรม มาจากพ่อแม่


ทำ�กรรมฐานแก้กรรมให้ลูก โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

46

ขอเจริญพรให้ญาติพนี่ อ้ งได้ทราบว่า กรรมฐานแก้กรรมได้ มีนาย ทหารคนหนึ่ง ยศร้อยโท อยู่ศูนย์การทหารปืนใหญ่มาบวชที่นี่ พ.ศ. ๒๕๐๐ มีลูกผู้หญิง ๒ คนแล้ว ปู้ยี่ปู้ยำ�กับผู้หญิงจริง ๆ ไม่เชื่อบุญเชื่อกุศล ไม่เชื่อเวร เชื่อกรรมด้วย

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

อาตมาบอก “ผู้บังคับหมวด อาตมาขอบิณฑบาต สึกหาลาเพศแล้ว อย่าไปยุ่งกับผู้หญิงเขานะ” “โอ๊ ย หลวงพ่ อ ผมไม่ เ ชื่ อ ไม่ มี ท างหรอก สนุ ก สนาน ไปชัว่ คราวเท่านัน้ ตอนตายแล้วมันก็สญ ู จะไปเกิดทีไ่ หนอีก ทีผ่ มมาบวชทีน่ ี่ ไม่ใช่เพราะศรัทธานะ แม่ให้มาบวช แม่บอกว่าสำ�เร็จนักเรียนนายร้อยแล้ว บวชให้แม่หน่อย เลยผมก็ไปมีครอบครัวเสียก่อน” “เอาละผู้ ห มวด ไม่ เ ชื่ อ อาตมาไม่ เ ป็ น ไรนะ จดไว้ น ะไม่ มี ลูกผู้หญิงบ้างก็แล้วไปนะ” “โอ๊ย ผมมี ๒ คนแล้ว” “จดไว้เผื่อจะมีลูกผู้หญิงอีก”


ในที่ สุ ด ก็ สึ ก หาลาเพศไป จากไปเป็ น เวลานานหลายสิ บ ปี ยศสุดท้ายก่อนทีจ่ ะมาพบกัน เป็นนายพันเอกพิเศษ มีลกู สาว ๓ คน ลูกชาย ๒ คน ภรรยาเป็นอาจารย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอฝากข้อคิดท่านทั้งหลายไว้ หนักเข้าลูกสาวสามคนเป็นอย่างไร ลูกสาวจบ ม.๖ ทุกคน จบแล้ว ออกเลเพลาดพาดไป ด้วยกฎแห่งกรรมจากทีพ่ อ่ ทำ�ให้กบั ลูก มาหาพ่อพ่อก็เตะ ทั้งรองเท้า มาหาแม่แม่ก็บ่นจู้จี้ สอนลูกด้วยด่าลูกด้วย

มากราบนมัสการอาตมา อาตมาบอก ท่านจะแก้ไหมล่ะ ถ้าจะแก้ ลาพักร้อนมาด้วยกันทั้งคู่ มานั่งเจริญกรรมฐาน ๗ วัน แล้วก็แผ่เมตตาให้ลูก อโหสิกรรมให้ลูกทุกวัน ๆ อย่าด่าลูกอีกต่อไป ตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไป ลู ก มาแล้ ว ก็ อ ย่ า ไปพู ด เรื่ อ งเก่ า มาเล่ า กั น ใหม่ โ ดยเด็ ด ขาด เอาเรื่องใหม่เลย ให้ลูกไปเรียนปริญญาต่อไป ก็ได้ความว่า กลับไป ลูกกลับทีละคน ไปตามน้องมาหมด พ่อแม่ ไม่ได้ว่าอะไร หนักเข้าทั้งสามคนก็ไปเรียนรามคำ�แหง สำ�เร็จปริญญาด้วยกัน ทัง้ หมด และบัดนีเ้ ข้าทำ�งานด้วยกันทัง้ หมด ลูกสาวก็มานัง่ วิปสั สนาทีน่ ดี่ ว้ ย

47 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

หนักเข้าสามีภรรยาก็ร้องไห้มาหา เพราะว่าบันทึกหลักฐาน จำ�ได้วา่ บวชทีว่ ดั นีเ้ มือ่ พ.ศ. ๒๕๐๐ บันทึกไว้วา่ ไม่เชือ่ ตามใจ ลูกจะต้องเสียหาย

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

ลูกก็เลยออกจากบ้านไป ไปร้องเพลงอยูต่ ามโฮเต็ล ตามโรงแรม ทำ � เสี ย หาย น่ า บั ด สี ใ นวงศ์ ต ระกู ล เหลื อ เกิ น ลู ก ชายสองคนดี ห มด นี่แหละกฎแห่งกรรม


นั่งกรรมฐานให้พ่อแม่เป็นใหญ่เป็นโต โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

48 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ลู ก แผ่ ส่ ว นกุ ศ ลให้ พ่ อ -แม่ ไ ด้ พระณรงค์ ศั ก ดิ์ ฐิ ต เปโม เป็นบุตรของ พ.อ. ประกิต ศิรพิ นั ธุ์ กรุงเทพมหานคร ท่านบวชหน้าศพให้คณ ุ ปู่ บวชแล้วโยมนำ�มาฝากเจริญกรรมฐานที่วัดนี้ จะขออยู่ ๗ วันแล้วจึงจะสึก พอเจริญกรรมฐานได้ ๗ วัน โยมแม่มารับ บอกกับโยมแม่วา่ ขออยูต่ อ่ อีก ๑ เดือน นั่ ง เจริ ญ กรรมฐานแล้ ว แผ่ เ มตตาให้ ปู่ ให้ พ่ อ ให้ แ ม่ บั ด นี้ น่ า อนุ โ มทนา คุ ณ พ่ อ ได้ เ ลื่ อ นยศเป็ น นายพลเลย และเลื่ อ นตำ � แหน่ ง เป็ น ผู้ บั ญ ชาการ ศูนย์ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก เมื่อสองสามวันมานี้ นำ�สายสะพาย มาให้เจิม บอกว่าหลวงพ่อครับ ผมไม่เคยคิดว่าจะเป็นนายพลเลย เส้นก็ไม่มี ผมดีใจมาก ตอนนีล้ กู ยังบวชอยู่ ลูกนัง่ กรรมฐานให้พอ่ แม่เป็นใหญ่เป็นโตก็ได้


พ่อแม่จะสร้างบ้านเมืองให้ยิ่งสุข ลูกจะต้องสร้างชาติ ให้ยิ่งใหญ่ โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

พ่ อ แม่ ต้ อ งสร้ า งบ้ า นเมื อ งให้ ยิ่ ง สุ ข หมายความว่ า พ่ อ แม่ ต้องสร้างความดีให้กบั ลูก ทำ�ถูกให้กบั หลาน รักให้มนั ถูกวิธี ทำ�ความดีใ���้ลกู ดู

ก็ขอเจริญพรต่อไป พ่อแม่ปลูกเหมือนปลูกต้นไม้ ปลูกใน กระถาง ขึน้ ในกระถาง ปลูกถีข่ นึ้ ถี่ ปลูกห่างขึน้ ห่าง ต้นไม้มนั โต แล้วเราจะบอก ต้นไม้บ้าอะไรขึ้นไม่มีระเบียบ ขึ้นไม่เท่ากัน ห่างบ้างสั้นบ้าง ถ้าต้นไม้พูดได้

49 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ลูกต้องสร้างชาติให้ยงิ่ ใหญ่ หมายความว่า ลูกต้องเรียนหนังสือ ให้เก่งกล้า ประหยัด ไม่ขาดพวกพรรค รักษาความสะอาด ฉลาดรอบคอบ ชอบระวัง ตัง้ ใจตรง ดำ�รงศีลธรรม นำ�ทางถูก ปลูกสติ ดำ�ริชอบ ประกอบกุศล ได้ผลอนันต์ เป็นหลักฐานสำ�คัญ ชาติคือตัวเรา ดูชาติก็คือดูลูก รักลูกจึงคิด ปลูกฝัง ให้ลกู ตัง้ ตนรับฝึกศึกษา ให้ลกู ได้ดมี ปี ญ ั ญา ให้ลกู มีวชิ า ตัง้ ตนเป็นคนดี นี่แหละได้จากกรรมฐานทั้งหมด ถ้าไม่ได้กรรมฐานจะออกมาได้อย่างไร

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

การสิ้นสุดของสูตรที่ไม่คาดคิด อาตมาจดจำ�มา โยมเป็นพ่อ เป็นแม่สร้างบ้านเมืองให้ลกู ให้ลกู อยูเ่ ย็นเป็นสุข ลูกต้องสร้างชาติให้ยงิ่ ใหญ่ เรียนหนังสือให้เป็นปริญญาเอก เป็นรัฐมนตรี ช่วยเหลือชาติ ศาสน์ กษัตริย์


ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

50

จะบอกว่าใครเป็นคนปลูก เดี๋ยวนี้สถาบัน ๓ สถาบันทำ�ลายสังคม คือ วัด โรงเรียน ครอบครัว พ่อแม่ไม่ได้ดแู ลลูก ลูกจึงติดยาเสพติดกันมากมาย ถ้าบ้าน ไหนทำ�กรรมฐาน ทัง้ โรงเรียนทำ�กรรมฐาน รับรองไปรอดแน่ ไม่ใช่กรรมฐาน แบบไปสวรรค์นิพพาน ญาณ ๑๖ อย่างที่เขาพูดกันในกรุงเทพฯ นี่แหละ พ่อแม่ที่เคารพรักของลูก อาตมาจึงได้พูดกับผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีว่า กลุม่ บ้าน กลุม่ วัด ต้องช่วยกลุม่ เมือง กลุม่ เมืองต้องเข้ากับกลุม่ วัด ช่วยกลุม่ บ้าน และกลุ่มเมือง เพราะสามัคคีสร้างความดีร่วมกัน “รักสามัคคี สร้างความดี ร่วมกัน” ในหลวงท่านรับสัง่ ไว้ ไม่มกี ารรักสามัคคี สร้างความดีรว่ มกันไม่ได้ แตกแยกกันไปหมด แตกพรรค แตกพวก ควรจะรักสามัคคี สร้างความดีรว่ มกัน อย่าเป็นพลูต่างใบ ไม่ร่วมใจกัน นี่แหละความรู้คู่กับความดีมีปัญญา ไม่ใช่ พระพุทธเจ้าสอนให้นง่ั หลับตาตามวัด สถาบันครอบครัวนีส้ �ำ คัญ

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ถ้าเราไม่มีการเคารพผู้ใหญ่จะไม่มีระเบียบวินัย ประเพณีไทย ก็ ห มดไปแล้ ว ไม่ มี ก ารเคารพผู้ ใ หญ่ ในเมื่ อ ขาดการเคารพผู้ ใ หญ่ ประเพณีไทยหมด แต่ท�ำ ไมเด็กเสียหาย เพราะไม่เคารพผูใ้ หญ่ เถียงพ่อเถียงแม่ คำ�ไม่ตกฟาก เสียหายตรงนี้ ก็ขอฝากญาติพี่น้องไว้ในโอกาสนี้ เราทุ ก คนต้ อ งมี ก ารงาน ถ้ า ไม่ มี ก ารงาน ไม่ รั บ ผิ ด ชอบ ถ้ า จะอยู่ ใ นโลกได้ ป ระการใดเล่ า ขอฝากไตเติ้ ล ไปฝากลู ก หลานด้ ว ย “อย่าให้ลกู อยูว่ า่ ง อย่าให้หา่ งผูใ้ หญ่ จะหลงทางได้งา่ ย” คนเรายุคใหม่สมัยนี้ มันอยู่ว่างกันมาก มันถึงเลวร้ายเหลือเดน สร้างความดีไม่ได้


51 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ท่านโปรดจำ�ไว้ วันเกิดของลูกคือวันตายของแม่ เพราะวันทีล่ กู เกิดนั้น แม่อาจต้องเสียชีวิต การออกศึกสงครามเป็นการเสี่ยงชีวิตสำ�หรับ

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

“โลกเจริ ญ ไปข้ า งหน้ า ไกลแสนไกล แต่ จิ ต ใจมั น ล้ า หลั ง เหลือเกิน จิตใจก้าวไม่ทนั จิตใจก้าวหลัง จิตใจเจริญก้าวหลัง โลกเจริญก้าวหน้า ไปไกลแสนไกลแต่จติ ใจล้าหลังเหลือเกิน จิตใจจึงเลวทรามต่�ำ ช้า” จึงมีปญ ั หา สร้างปัญหาที่เลวทรามต่ำ�ช้า ในระหว่างครอบครัว สามีภรรยา เป็นต้น ลูกหลานในครอบครัวของท่านสร้างปัญหา ลูกสร้างปัญหาให้กับพ่อแม่ ลู ก ศิ ษ ย์ ส ร้ า งปั ญ หาให้ ค รู บ าอาจารย์ ครู บ าอาจารย์ ก็ ส ร้ า งปั ญ หา ให้ กั บ โรงเรี ย น ปั ญ หามี อ ยู่ ม ากมาย และเราจะเอาอะไรมาเป็ น หลั ก องค์ ส มเด็ จ พระสั ม มาสั ม พุ ท ธเจ้ า ของเรานั้ น ท่ า นทรงเห็ น การณ์ ไ กล ท่านทรงสร้างบารมี หลายชาติ หลายกัปป์ หลายกัลป์แล้ว ไม่ใช่ชาติเดียว ไม่ใช่ทำ�ความดีวันเดียวก็ได้เลย ไปนั่งหลับตาแล้วไปสวรรค์ ไปนิพพานเลย สร้างโบสถ์สร้างวิหารแล้วไปสวรรค์นิพพานเลย น่าจะตีปัญหาให้มันเข้ามา หาตั ว เอง เราจึ ง ควรสร้ า งตั ว เองให้ ไ ด้ “ปลุ ก ตั ว เองให้ ตื่ น เสกตั ว เอง ให้ เ ป็ น งาน” จะได้ รั บ ผิ ด ชอบต่ อ การงานในหน้ า ที่ รั บ ผิ ด ชอบตั ว เอง อย่ า เกี ย จคร้ า น การงานและหน้ า ที่ แต่ เ ดี๋ ย วนี้ ไ ม่ มี ค วามรั บ ผิ ด ชอบ ตั ว เองในการงานและหน้ า ที่ เราจะอยู่ ไ ม่ ไ ด้ ถ้ า ไม่ มี ก ารงานและหน้ า ที่ อันเป็นศักยภาพของมนุษย์ไร้แบบแปลนและแผนผัง ไม่มีโอกาสที่จะดีได้ น่าจะแก้นิสัยตั้งแต่ต้นจนอวสาน ชีวิตนี้จะได้มีแบบแปลนและแผนผัง จะได้ไปสู่จุดมุ่งหมายปลายทางได้


คนเป็นพ่อฉันใด การคลอดลูกก็เป็นการเสี่ยงตายสำ�หรับคนเป็นแม่ฉันนั้น ในสมัยโบราณที่วิทยาการต่าง ๆ ยังไม่เจริญก้าวหน้าเหมือนสมัยนี้ อัตรา การตายเพราะคลอดลูกมีสงู มาก คนโบราณเขาจึงกล่าวว่า วันเกิดของลูกคือ วันตายของแม่

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

52

พ่อแม่เลี้ยงลูก เปรียบเสมือนปลูกต้นไม้ ปลูกอย่างมีระเบียบ แบบแผน ต้นไม้ก็จะขึ้นอย่างมีระเบียบสวยงามตามแบบตามแผนที่วางไว้ ถ้าปลูกอย่างไม่มีระเบียบปลูกตรงโน้นต้นหนึ่ง ตรงนี้ต้นหนึ่ง นึกจะปลูก ตรงไหนก็ปลูก เกะกะเต็มไปหมด มองดูรกรุงรัง หาความสวยงามไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างนี้ จะไปโทษต้นไม้วา่ มันขึน้ ไม่เป็นระเบียบจะถูกหรือ จะต้องโทษ คนปลูก เพราะคนปลูกไม่มีระเบียบ ต้นไม้จึงขึ้นอย่างไม่มีระเบียบ

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

อาตมาไม่สอนใครไปสู่สวรรค์นิพพาน แต่สอนกรรมฐาน ให้ระลึกชาติได้ ระลึกบุญคุณคนได้ นึกถึงพ่อแม่ นึกถึงตัวเองและสงสารตัวเอง จะได้ทำ�แต่สิ่งดีๆ แค่นี้พอก่อน บางคนลืมพ่อลืมแม่ อย่าลืมนะ การเถียงพ่อ เถียงแม่ไม่ดี ขอบิณฑบาต สอนลูกหลานอย่าเถียงพ่อแม่ อย่าคิดไม่ดกี บั พ่อแม่ ไม่งั้นจะก้าวหน้าได้อย่างไร ก้าวถอยหลังเลยดำ�น้ำ�ไม่โผล่ หนี้ บุ ญ คุ ณ อั น ยิ่ ง ใหญ่ เ หลื อ จะนั บ จะประมาณนั้ น คื อ หนี้ พระคุณของบิดามารดา คำ�พังเพยเปรียบเทียบสัง่ สอนมาสองพันกว่าปีแล้วว่า จะเอาท้องฟ้าหรือแผ่นดินมาเป็นกระดาษ เอาเขาพระสุเมรุมาศมาเป็นปากกา จะเอาน้ำ�มหาสมุทรมาเป็นน้ำ�หมึก ก็ไม่สามารถจะจารึกพระคุณ ของบิดา มารดาไว้ได้ เพราะน้�ำ ในมหาสมุทรจะเหือดแห้งหมด ก่อนทีจ่ ะจารึกพระคุณ บิดามารดาได้จบสิ้น


กตัญญูนะลูก

โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

53 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

จงไปหาครูบาอาจารย์เอาเอง เท่านี้ ยังลืมบุญคุณไม่ได้ คือ พระสารีบุตร หันหน้าไปทางทิศที่ครูบาอาจารย์อยู่ เจอบ้าน เจอป่า เจอภูเขา ก็ไหว้ พระพุทธเจ้าถูกพระภิกษุฟอ้ งจึงสอบสวน พระสารีบตุ รบอกว่า เป็นทีอ่ ยู่ ของครูบาอาจารย์สอนหนังสือ ข้าพระพุทธเจ้าจึงไหว้ครู ไม่ใช่ไหว้ภูเขา ทีไ่ หว้ทา่ น้�ำ เพราะบ้านของข้าพระพุทธเจ้าอยูต่ รงนัน้ และท่าน้�ำ ก็มปี ระโยชน์ แก่ ข้ า พระพุ ท ธเจ้ า มาก พระสารี บุ ต รจึ ง มี ปั ญ ญาเที ย มเวหา คล้ า ยคลึ ง กับพระพุทธเจ้า มียศศักดิ์เป็นถึงอัครสาวกของสมเด็จพระชินสีห์ศาสดา สัมมาสัมพุทธเจ้า

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

อาตมาสอนเด็ ก นะโมทุ น หลั ก คื อ กตั ญ ญู น ะลู ก นะ นอบน้อมกตัญญู เชิดชูระเบียบ เรียบด้วยวินยั หนูจงตัง้ ใจศึกษา นำ�มาพ้นทุกข์ เป็นสุขอนันต์ เป็นหลักสำ�คัญ คุณหนูจำ�ใส่ใจ ถ้าเห็นครู เหยียบหัวครู ตลอดรายการ รับรองเป็นใหญ่เป็นโตไม่ได้ ไม่ต้องอะไร พ���ะสารีบุตร อุปติสสะปริพาชก เห็นพระอัสสชิแล้วเลื่อมใส ถามว่า มีธรรมอะไร บวชที่ สำ�นักไหน พระอัสสชิตอบว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แปรปรวน ดับไป


พ่อ-แม่ ไม่เคยดูแลลูก โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

54 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

พ่ อ แม่ ไ ม่ เ คยดู แ ลลู ก เลย ยกตั ว อย่ า งที่ เ พชรบุ รี พ่ อ เป็ น อาจารย์ใหญ่ ซี.๗ แม่กเ็ ป็นอาจารย์ใหญ่ ซี.๗ เอาไปฝากน้องสาวเรียนหนังสือ ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ น้องสาวทำ�งานที่กระทรวงมหาดไทย เขาจะมีเวลา ดูลกู ให้หรือ ตีสตี่ อ้ งออกไปทำ�งานแล้ว ขอฝากท่านทัง้ หลาย ท่านเป็นพ่อแม่เขา เป็นผูน้ �ำ ลูก ต้องไปตามดูลกู ด้วยนะ ไม่อย่างนีล้ กู เสียนะ เด็กเสียหายนี่ อาตมา ไม่โทษเด็กเลยนะ โทษพ่อแม่ไม่ดี เลี้ยงลูกไม่โต ปลูกต้นโพธิ์ไม่ได้ร่ม ยังมี ตัวอย่างอีก รองศาสตราจารย์ที่จุฬาฯ มีลูก ๕ คน ติดยาเสพติดไป ๓ คนแล้ว พ่ อ แม่ เ ป็ น ใหญ่ เ ป็ น โต เป็ น ถึ ง รองศาสตราจารย์ เป็ น ดอกเตอร์ ด้ ว ย มันมาจากตรงไหน


พ่อ-แม่เป็นที่พึ่งให้ลูกไม่ ได้เพราะอะไร? โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

เด็กร้องไห้เลยบอกว่า หลวงพ่อไม่ได้เป็นอะไรกับผม พ่อผม ยังไม่เคยให้เลยแม้แต่สตางค์เดียว เอาละ! หลวงพ่อจะส่งเรียน บัดนี้เรียน มหาวิทยาลัยแล้ว เขาเขียนจดหมายมาบอกว่า จะหางานทำ�ด้วย ช่วยหลวงพ่อ พอมีงานทำ�แล้ว หลวงพ่อจะได้ส่งน้อยลงไป จะได้ช่วยอีกแรงหนึ่ง เด็กดีน่ะ มีลักษณะอย่างนี้

55 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

พ่อแม่เลีย้ งลูก ไม่ได้ดลู กู เพราะไม่ได้สวดมนต์ เจริญกรรมฐาน อาตมาจับจุดได้หมด คือ กฎแห่งกรรม เอาลูกไปฝากวัด ไม่เคยให้เงินลูก เรียนหนังสือ มีตัวอย่างที่ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี อาตมาต้องแก้ปัญหาให้เด็ก ให้ทุนไปเรียนหนังสือ วันนี้ให้ไปอีกเป็นทุนต่อเนื่อง

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

พ่อแม่แก้ไขปัญหาชีวิตไม่ได้เลย หาที่พึ่งให้ลูกไม่ได้ ลูกพิการ หรือเป็นอะไรก็ตาม พ่อแม่จะช่วยกันสวดมนต์ภาวนา เจริญกรรมฐาน บางทีก็หายได้เลยนะ พ่อแม่บางคนก็ไม่เอาไหนอีก สร้างความดีไม่ถึงที่ ดีไม่ถึงขั้น ดีไม่พอลูกจะดีได้อย่างไร


เลี้ยงลูกเอาบุญ

โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

56 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

“ปวดหนอ” ลูกเอ๋ยมาช่วยบีบให้พ่อแม่หน่อย ลูกเขาไม่มาบีบ ก็เสียใจ แล้วให้สมบัติเขาไปแล้วหวังผลตอบแทนจากเขา เขาก็ไปดีแล้ว ก็ตามใจ เลี้ยงลูกเอาบุญเถอะ อย่าเอาคุณประโยชน์ ทำ�ใจให้ได้เถอะ เราจะได้ ไปสวรรค์นิพพานได้ โปรดทำ�ใจ เรารักลูก หวังจะพึ่งลูกนี้แล้วไม่ได้พึ่ง เตรียมทำ�ใจไว้กอ่ น เจ็บนีล่ กู เขาจะมาปฏิบตั ไิ หม จะเอาใจเราไหม โปรดอย่าคิด อย่างนัน้ เลย จงทำ�ใจเสียให้ได้ ณ บัดนี้ แฟนเขาไม่ได้รกั เราด้วยใจจริง เขารักเรา ด้วยกามคุณทั้ง ๖ ไม่ได้รักด้วยน้ำ�ใจด้วยเมตตาเลย เขาจึงไม่มาช่วยเรา ดังนั้น ทั้งเงินทองทรัพย์สินสมบัติพัสถาน เราช่วยใครไป อย่าหวังผลตอบแทนเลย มิฉะนั้น เราจะเสียใจไปนรก ถ้าท่านผู้ใดเจริญ วิปสั สนากรรมฐานจิตมัน่ คง จะไม่งอ้ ใครแล้ว เราต้องช่วยตัวเองได้ ทำ�ใจได้ เราจะไม่เสียใจ ไม่น้อยใจ ต่อบุคคลใด ความเสียใจน้อยใจเป็นเมืองอบาย เป็นเมืองนรกหมกไหม้ตัวเอง


กำ�ลังใจของบรรพบุรุษ - ผู้สูงอายุ

โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

57 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

อาตมาตัง้ แต่คอหักมา หายใจทางสะดือ พองหนอยุบหนอ คิดถึง แม่ทกุ วัน หายใจเข้าก็คดิ ถึงแม่ หายใจออกก็คดิ ถึงแม่ เพราะเราอยูใ่ นท้องแม่ กินเลือดเนือ้ แม่ทางสะดือ แต่คนเราไม่ได้เคยคิดเลยพ่อแม่เลีย้ งลูกเหมือนปลูก ต้นโพธิ์ เมือ่ ใหญ่เมือ่ โตจะได้อาศัย ถึงคราวเจ็บจะได้ฝากไข้ ถึงคราวตายจะได้ ฝากผี ดี ๆ เอาไว้รับใช้สอย โยมจำ�อาตมาไว้ คนแก่ว้าเหว่ ปู่ย่าตายาย พ่อแม่ ที่แก่แล้วว้าเหว่ตลอดชาติ ลูกไม่มาหาหลานไม่มาสู่พ่อแม่ก็หมดกำ�ลังใจ ปูย่ า่ ตายายไม่มกี �ำ ลังใจ พอเห็นลูกหลานมาหา หลานมาสู่ ชืน่ อกชืน่ ใจ ไม่วา้ เหว่ แต่ประการใด ตรงนี้เป็นกำ�ลังใจให้แก่บรรพบุรุษ เป็นกำ�ลังใจต่อผู้สูงอายุ พอสูงอายุแล้วเป็นอย่างนี้ทุกคน

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

บรรพบุรุษคือ พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก ไม่ต้องไปตาม พระอรหันต์ที่ไหนหรอก เหลียวดูพ่อแม่ในบ้านบ้าง โยมทุกคนที่เป็นพ่อแม่ อย่าเอาบุญคุณกับลูก เลี้ยงเอาบุญอย่างเดียว ไม่ต้องเอาคุณมาตอบแทน จะเสียใจภายหลัง คนเดี๋ยวนี้มีน้อยเหลือเกินที่จะมีกตัญญูต่อพ่อแม่


อุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

58

วันนีเ้ ป็นวันปูชนียบุคคล เป็นวันทีเ่ ราได้บ�ำ เพ็ญกุศลอุทศิ ให้แก่ บรรพบุรุษ มีบิดามารดา ปู่ย่าตายาย ผู้มีพระคุณทั้งหลาย จะเป็นสามีภรรยา หรือญาติวงศ์พงศา หลายชาติ หลายกัปป์หลายกัลป์ ทั้งบิดามารดายุคใหม่ ปัจจุบันนี้ที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ได้ผลด้วย บิดามารดาชาติเก่าครั้งอดีต ก็มีโอกาส มารับส่วนบุญกุศลด้วย เรามีบิดามารดามาหลายชาติ หลายกัปป์หลายกัลป์ มาชาตินี้ก็มิได้ทราบว่าคนนั้นเป็นบิดามารดาของเราหรือไม่

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

พระเกจิอาจารย์ทา่ นเล่าสืบมา บางทีบดิ ามารดาญาติวงศ์พงศา มาเกิดเป็นสุนขั เป็นวัว เป็นควาย เป็นม้า เป็นช้าง และเราก็หารูไ้ ม่วา่ เขาเหล่านัน้ เป็นญาติของเรา เพราะล้มหายตายจากไปหลายชาติ หลายกัปป์หลายกัลป์แล้ว

ภรรยาแผ่ส่วนกุศลให้สามี โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

มี ข้ า ราชการซี ๗ คนหนึ่ ง รั บ ราชการที่ จั ง หวั ด ลพบุ รี แต่ ต อนนี้ ย้ า ยไปแล้ ว จะไม่ ข อออกชื่ อ สามี รั บ ราชการระดั บ ซี ๘


59 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ขอเจริญพรว่า จะแก้บทใดอย่าพูดเรือ่ งนัน้ อย่าไปด่าว่าสามีเจ้าชู้ เล่นการพนัน จะไม่มีทางแก้ไขได้ จะเป็นการหยิกเล็บเจ็บเนื้อ จะเหลือวิสัย อย่าไปจี้แผลนัก เดี๋ยวจะกลายเป็นโรคมะเร็ง และจะแก้ไขปัญหาไม่ได้ ในทีส่ ดุ สามีกก็ ลับใจ เลิกเทีย่ ว หันมาดูแลลูกเพิม่ ขึน้ มานัง่ สวดมนต์กบั ภรรยา และนางสาววาสนาที่ศาลากลางก็กลับมาหาคุณนายนี้ บอกว่า “คุณพี่ขา หนูไม่มอี ะไรหรอกนะ” คุณนายก็บอกว่า “ฉันไม่วา่ อะไรเธอหรอก ตามใจเธอ ฉันแผ่ให้เธอมีความสุขแล้ว” เลยร้ายกลับกลายดี นางสาววาสนามีพี่ชาย เป็นนายแพทย์ใหญ่อยู่อเมริกา ได้อุปการะลูกบ้านนี้ไปเรียนต่อที่อเมริกา มันช่วยกันได้อย่างนี้ แต่ไม่ได้เป็นสามีภรรยากันดังที่กล่าวแล้ว สามีบ้านอยู่ สันป่าข่อย จังหวัดเชียงใหม่ ยังไม่เคยบวช ได้ปรึกษากับภรรยาว่าจะบวช ทีว่ ดั อัมพวัน เลยขออนุญาตลาอุปสมบท ๑๒๐ วัน ภรรยาพาสามีบวชได้แล้ว วิธีแก้กรรมอย่าไปผูกใจเจ็บ ให้อโหสิกรรมเสียก็จะเป็นสุขทุกฝ่าย

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

สามีเป็นคนเจ้าชู้ เล่นการพนัน กลับบ้านเทีย่ งคืนทุกวัน ภรรยาก็เสียใจ ร้องไห้ มาหาอาตมา บอกว่าสามีไปชอบเด็กสาวที่ศาลากลาง ชื่อนางสาววาสนา อาตมาก็บอกว่า เอาละคุณนายไม่เป็นไร จะแก้ที่โยมภรรยา โยมลาพักร้อน สัก ๗ วันได้ไหม มานัง่ กรรมฐาน เขาก็มาทีน่ ี่ พอนัง่ กรรมฐานเสร็จ แผ่เมตตา ทุกวัน ให้สามีมีความสุข แผ่เท่านี้เป็นการแก้กรรม กลับไปบ้านแล้วก็ไปนั่ง สวดมนต์ไหว้พระ สามีมาก็ไม่ว่ากระไร ไม่ชวนทะเลาะอีกต่อไป หากับข้าว ให้เต็มสำ�รับไว้ เขาจะทานหรือไม่ทานก็แล้วไป ทำ�หน้าที่แม่บ้านการเรือน อย���างดียิ่ง และจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก


ปัจฉิมโอวาทในพิธีปิดการอบรม สามเณรภาคฤดูร้อนปี ๒๕๓๒ โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

60

มีพ่อแม่บางคนที่ไม่เข้าใจ พ่อเณรบวชได้สองสามวัน ร้องไห้ จะไปเล่นสงกรานต์ โยมตามใจให้เณรสึกไป นีเ่ ห็นไหม ให้ลกู อยูว่ า่ ง ห่างผูใ้ หญ่ หลงทางได้งา่ ย ตามใจลูกถึงขนาดนี้ รับรองโยม ลูกของโยมไม่ดแี น่ เอาดีไม่ได้ บางทีลกู ร้องไห้จะไปกับเพือ่ น นัดเพือ่ นไว้ แม่ตามใจให้เณรสึก ขอฝากไว้ดว้ ยนะ

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ส่วนใหญ่หาหนังมาให้ลูกดู ทั้งที่ลูกยังอยู่ในการเรียนในการ ศึกษา แล้วลูกไม่ดีขึ้นมา ต่อภายหลัง อย่าไปด่าลูกนะ เพราะพ่อแม่เป็นคน ก่อสร้าง ปลูกนิสัยลูกออกมาไม่ดีเช่นนี้ และพ่อแม่ไม่ให้ความอบอุ่นลูก และ ไม่ให้การแนะแนวแก่ลูก ลูกก็ไปติดเพื่อน โชคดีของตระกูลเรา ไปติดเพื่อนดี ก็พาไปทางดี ถ้าโชคร้าย ไปติดเพื่อนเลวอันธพาลก็จะพาลูกเราไปเสียหาย ลูกเราอยากได้ดีมีปัญญาทุกคน แต่เขาไม่ทราบ เขาไม่เข้าใจ ทำ�ไมไม่บอกเขา รักวัวต้องผูกไว้ก่อน เดี๋ยวมันจะหาย รักลูกต้องตีด้วย เป็ น แบบอย่ า ง ไม่ ตี ใ ห้ หั ว ร้ า งข้ า งแตก ตี ด้ ว ยเมตตา ไม่ ใ ช่ ตี ด้ ว ยโทสะ ต้องเมตตาปรารถนาดีกับลูกเรา นี่ตีด้วยแบบอย่าง อาตมาไม่ โ ทษเด็ ก เด็ ก เขาเกิ ด มาอยากเป็ น พระเอกทั้ ง นั้ น อยากรวย อยากสวย อยากดี อยากมีปญั ญา แต่เขาไม่รู้ เขาไม่ทราบ เขาไม่มวี นั เข้าใจ


ไปโรงเรียน โรงเรียนเขาก็สอนดี เจ้าคะเจ้าขา วาจาดี มาถึงบ้าน มีแต่ค�ำ หยาบคาย นีเ่ ป็นทีพ่ อ่ แม่นะ ขอฝากไว้ดว้ ย สิง่ แวดล้อมในบ้านไม่ดี ลูกจึงเลว คุณธรรมทางศาสนานี้ ทำ�คนดีให้ขยันหมั่นเพียรเรียนวิชา ให้มีความรู้ มีหลักฐาน มีงานทำ� ให้มีคู่ครอง และ มีมนุษยสัมพันธ์กัน ในสังคม อยู่ด้วยเมตตาธรรมกันอย่างนี้ โลกจึงจะเป็นสุข โบราณท่านว่าไว้ รักวัวต้องผูก รักลูกต้องตี รักมีต้องค้า รักหน้าต้องคิด รักมิตรต้องเตือนกัน เพราะเด็กเขาไม่รู้ พ่อแม่เท่านัน้ เป็นครูใหญ่ สำ�คัญมากกว่าครูนะ ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

61 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

พ่อเณรเอ๋ย เรามาปฏิบัติธรรมแล้ว อย่าเถียงผู้ใหญ่ ต้องดุษณี ภาพนิ่งไว้ด้วยความเคารพ และสงบจิตด้วยการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน อย่าเถียงพ่อ ไม่เถียงครูบาอาจารย์เถียงผูใ้ หญ่เลย ถึงท่านจะผิดถูกประการใด ท่านเป็นรัตตัญญูรู้เวลากาลกว่าเรา เราเป็นเด็ก เกิดมาภายหลัง เราว่าท่าน พูดไม่ถูกสำ�หรับเรา แต่ถูกสำ�หรับท่านนะ พ่อแม่เกิดมาก่อน อย่าเถียงนะ เป็นบาป และเรียนหนังสือไม่จบ เรียนหนังสือไม่ได้ดี ไม่มปี ญ ั ญา อย่างนีเ้ ป็นต้น ขอฝากข้อคิดอีกนิดเดียว ไปไหน ไปลา มาไหว้ พบผูห้ ลักผูใ้ หญ่ อ่อนน้อมถ่อมตน ปากหวาน ตัวอ่อน มือเป็นหงอน นอบน้อมกตัญญู เชิดชูระเบียบ จงเพียบด้วยวินัย จงตั้งใจศึกษา นำ�มาพ้นทุกข์ เป็นสุขอนันต์ เป็นหลักฐานสำ�คัญ พ่อเณรจงจำ�ใส่ใจ เอาไปใช้ เวลาไปโรงเรียนกราบพ่อแม่ ๓ ครั้ง ตามประเพณีส่วนใหญ่ เขากราบครั้งเดียว เรากราบถึงพระรัตนตรัยเลย คุณพ่อ คุณแม่ พระพุทธเจ้า พระสงฆ์ เป็นพ่อแม่ของเราอย่างแน่นอน


วี โก้ บรูน อุทิศส่วนกุศลให้พ่อ-แม่ โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

62

วีโก้กป็ ฏิบตั ิ เดินจงกรม ๑ ชัว่ โมง นัง่ ๑ ชัว่ โมง แล้วอุทศิ ส่วนกุศล ให้พ่อแม่ ส่งโทรจิตไปใจความว่า ข้าพเจ้าวีโก้ บรูน ได้บวชแล้ว จะเอาของดี ไปฝากปูใ่ ห้จงได้ ได้นงุ่ เหลืองห่มเหลือง และเจริญกรรมฐาน ขอแผ่สว่ นกุศล ทีล่ กู ชายทำ�กรรมฐานได้ดี ขอให้แม่หายวันหายคืน จากโรคภัยไข้เจ็บ ณ บัดนี้

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

อีกข้อหนึ่ง ขอให้ปู่ของข้าพเจ้าได้รับทราบว่า หลานได้ของดี ใส่ตัวแล้วจะเอาไปฝากปู่ และขอให้พ่อของข้าพเจ้ามีความเจริญรุ่งเรือง ด้วยการเจริญกรรมฐานของข้าพเจ้า และขอให้เพื่อนของข้าพเจ้า ๓ คน ที่ อยู่ออสโลนั้น จงมีความเจริญเท่าเทียมกัน แค่กะพริบตาเดียว วินาทีเดียว แล้ววันนั้นตรงกับวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๑๐ เป็นวันชาตินอรเวย์ ทุกคน หยุดงานทั่วประเทศ แม่กำ�ลังป่วยพักฟื้นอยู่ในห้อง ปู่กับเพื่อนอีก ๓ คน และพ่อเขากำ�ลังนัง่ รับประทานอาหารกัน ขณะนัน้ เวลา ๙ นาฬิกา แต่เป็นเวลา กลางคืนทีน่ ี่ เกิดสังหรณ์จติ เห็นผ้าเหลืองลอยมาแวบแล้วออกไป เขาก็ตกใจ ปู่คิดได้เลย ชื่นใจว่าหลานคงได้บวชในพระพุทธศาสนาแล้ว และได้ของดี จากเมืองไทยแล้ว และพวกเขาก็พูด วีโก้ บรูน ออกมาพร้อมกัน แม่กำ�ลัง ป่วยหนัก ได้ยิเสียงวีโก้ ด้วยความรักลูกอยู่แล้ว คลานออกมาจากห้อง


มานัง่ ร่วมวง หายเลย แล้วก็เขียนจดหมายส่งมา เขียนวันเดือนปีและเวลาด้วย ปูก่ ย็ งั ฝากความมาด้วยว่า หลานเอ๋ย อยูเ่ มืองไทยสงสัยเหลือเกินว่าคงได้บวช เพราะมีผ้าเหลืองลอยมา นี่แหละโทรจิต เลยแม่หายวันหายคืนใช่ไหมล่ะ

หวังเจ้า หวังเจ้า ต้องตาย ปิดตา

เฝ้ารับใช้ เฝ้ารักษา วายชีวา เมื่อสิ้นใจ

ถ้ า เราขาดความสบาย มี ค วามทุ ก ข์ แผ่ ต อนนั้ น ไปให้ ใ คร แผ่ให้ลูกลูกก็ทุกข์ด้วย เอาความทุกข์ไปให้ลูกเสียแล้ว แผ่ตอนไม่สบายใจ ตอนเศร้ า ใจ หมองใจ คิ ด ถึ ง แม่ แ ล้ ว ก็ แ ผ่ อ อกไปรั บ รองไม่ ไ ด้ ผ ลนะ เอาของไม่ดีไปให้แม่ของเรา

63 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

การมาเจริ ญ กรรมฐานเป็ น การใช้ ห นี้ ก รรม ที่ เ ราทำ � ไว้ เมือ่ ชาติกอ่ น เป็นการอโหสิกรรม และเป็นการใช้บญ ุ คุณคนตัง้ แต่ครัง้ อดีตมา จะรำ�ลึกถึงบุพการีได้ จะนึกถึงบุญคุณคนขึ้นมา นี่ข้อนี้อย่าผลัด

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

ยามแก่เฒ่า ยามป่วยไข้ เมื่อถึงยาม หวังลูกช่วย


ทรพีทรพา

โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

64

นานาจิตตัง ต่างเวรต่างกรรมกันมา บางคนมาจากนรก มาเกิด ในโลกมนุ ษ ย์ ไ ม่ ส ามารถเจริ ญ กรรมฐานได้ เข้ า วั ด ก็ เ ดิ น ผ่ า นไปผ่ า นมา เพราะกรรมมั น บั ง จิ ต ใจ คื อ ทรพี ท รพา อกตั ญ ญู ต่ อ พ่ อ แม่ ต ลอดมา คนประเภทนี้จะเจริญกรรมฐานไม่ได้ ถ้าเจริญกรรมฐาน ต้องอกแตกตาย เพราะคิดไม่ดีกับพ่อแม่ คิดจะฆ่าพ่อฆ่าแม่

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

เมื่อเร็ว ๆ นี้ฆ่าพ่อตาย บอกให้มาเจริญกรรมฐานมันร้อนหมด พอเข้าวัดทนไม่ได้ต้องเอารถออกไป นี่เรื่องจริงที่วัดนี้ ฆ่าพ่อตายแล้ว แม่เขา สงสารลูกเขา อุตส่าห์พาลูกมาจะเจริญกรรมฐาน นีโ่ ยมเห็นไหมกรรมมันบัง ร้อน! พอรถมาถึงวัดอัมพวันเข้าวัดไม่ได้ ร้อนหมดเลย ปวดหัวเข้าไม่ได้ แม่นึกว่าผีพ่อสิง เลยเข้ามาบอกอาตมาว่า “หลวงพ่อช่วยดูลูกชายสิผีพ่อเข้าสิงไหม” เปล่าเลยเวรกรรม มันตามสนอง ปิตุฆาต มาตุฆาต ห้ามสวรรค์ ห้ามนิพพาน นี่ฆ่าพ่อขอฝากไว้ ทำ�กรรมฐานไม่ได้แน่ เลยก็ตอ้ งหันรถกลับนีเ่ รือ่ งจริงทีว่ ดั นี้ ผ่านมาสิบกว่าวัน มานี่เอง คนประเภทนี้ไปสวรรค์ไปนิพพานไม่ได้


ขออโหสิกรรม

โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

มาปฏิบัติคราวรุ่นแม่ใหญ่ บอกแม่แต้มเอ๊ย ขออโหสิกรรมเสีย บอกดวงวิญญาณให้อนุโมทนาต่อพระสงฆ์ดว้ ย หลังจากนัน้ ก็ขออโหสิกรรม ให้ดวงวิญญาณรับทราบว่า พ่อเอ๋ย ฉันขอสมาลาโทษกายกรรม วจีกรรมต่อ ดวงวิญญาณ ขอพระสงฆ์รับทราบ อนุโมทนาแล้วยะถาสัพพีให้ ตั้งแต่นั้น มาแม่แต้มเข้าผลสมาบัติได้ เจริญกรรมฐานได้ผลวันนั้นเลย

65 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

หากท่ า นทั้ง หลาย เคยด่ า ท่ า นผู้มีพ ระ���ุ ณ ถอนคำ � พู ด แล้ ว ขอสมาลาโทษเสีย ท่านจะได้ผลจากการเจริญกรรมฐานทันที เหมือนพระภิกษุ ต้องแสดงอาบัติให้บริสุทธิ์เสียก่อน แล้วมาเจริญกรรมฐานจึงจะได้ผล เช่น แม่แต้มอยู่ท่ีบ้านเตาปูนใต้วัดสว่าง เจริญกรรมฐานมาตั้ง ๗-๘ ปีไม่ได้ผล เพราะเรือ่ งอะไร อ๋อ! แกด่าสามีแกทีเ่ ป็นปลัดอำ�เภอชือ่ ปลัดเขียว แม่แต้มด่าผัวเก่ง

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

นีข่ อฝากญาติโยมไว้ไปสอนลูกหลาน อย่าคิดไม่ดกี บั พ่อแม่เลย ไม่ต้องถึงกับฆ่าหรอก แค่คิดว่าพ่อแม่เราไม่ดี จะทำ�มาหากินไม่ขึ้น เจ๊ง! ท่านต้องแก้ปัญหาก่อน คือ ถอนคำ�พูด ขอสมาลาโทษพ่อแม่เสีย แล้วมา เจริญกรรมฐาน รับรองสำ�เร็จแน่ มรรคผลเกิดแน่ ถ้ายังด่าพ่อด่าแม่ทิ้งไว้ แล้วมาเจริญกรรมฐาน อาตมาขอเจริญพรว่า เจริญไปอีกร้อยปีก็ไม่ได้ผล เพราะเวรกรรมตามสนอง


ขอขมาแก่พ่อ-แม่ โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

66

เขามานั่งกรรมฐานหายใจยาว ๆ กำ�หนดได้ร้องไห้เลย บอกว่า “หลวงพ่อคะ หนูเสียใจทีด่ า่ แม่ แม่เกลียดหนูเหลือเกิน แม่ไม่อยากเลีย้ งลูกสาว หนูก็ด่าแม่ ไปดูเพื่อน พ่อแม่เขาก็รักลูกเหลือเกิน แต่ทำ�ไมแม่ด่าหนูทุกวัน หนูก็เสียใจ”

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

มานั่งกรรมฐานก็เกิดคุณสมบัติ กลับไปนำ�เทียนแพ ไปขอขมา กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม แก่พอ่ แม่เขา อาตมาให้ไปทัง้ ชุด รวมทัง้ ทานด้วย พ่อแม่เขาเป็นคนจีนไม่รเู้ รือ่ งหรอก อยูต่ อ่ มาอีก ๕ เดือน เตีย่ ตาย ไม่อย่างนัน้ ก็เป็นเวรกรรมติดตัวไปอีก เพราะไปด่าเตี่ยด้วย ตัง้ แต่กราบขอขมาลาโทษ แล้วส่งเงินเดือนให้แม่ และแผ่เมตตา ให้แม่ ตั้งแต่นั้นมาแม่ไม่เคยด่าลูกเลย และตัวเองก็ได้เลื่อนเป็นผู้อำ�นวยการ ซี. ๘ กลิน่ ตัวหาย แต่เวลามีเหงือ่ ก็เหม็นเหมือนกันนะ ทีว่ ดั เป็นพยานกันเยอะ


สวดมนต์แผ่เมตตาให้ลูก โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

คำ�ว่า “พร” นี้ เมือ่ ให้แล้ว จะถอนไม่ได้มนั เป็นบาป พ่อแม่ทใี่ ห้ พรลูก ให้มีความรุ่งเรืองแล้ว พอโมโหจะถอนพรก็จะถอนไม่ได้ จะเป็นบาป อย่างร้ายแรง แต่พ่อแม่สมัยนี้ทำ�ได้ พอโมโหไม่พอใจ ก็แช่งลูก ขับไล่ลูก ออกจากบ้านไป พ่อแม่สมัยนี้ทำ�ได้ แต่พระอินทร์ท่านทำ�ไม่ได้ ให้พรแล้ว จะมาถอนไม่ ไ ด้ เพราะฉะนั้ น กั ม มั ฏ ฐาน ก็ ส ามารถแก้ ปั ญ หาตรงนี้ ไ ด้ อีกอันหนึ่ง เราจะได้รู้ว่าเราได้รับพรมาจากชาติไหนบ้าง

67 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ให้พรลูก

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

การแผ่เมตตาสรุปผลงานที่ขอนแก่น ลูกติดยาเสพติด พ่อแม่ สวดมนต์ไม่เป็น ลูกไม่เคยเข้าวัด ค้าเฮโรอีนด้วย ทำ�อย่างไรถึงจะแก้ได้ ตำ�รวจ บอกว่า ลูกคุณพีถ่ า้ ยังค้าอยู่ จะเก็บเลยนะ ลูกก็หนีไปอยูก่ รุงเทพฯ พ่อแม่กเ็ สียใจ ไปเข้าศูนย์เวฬุวันที่ขอนแก่น ไปสวดมนต์ไหว้พระตามแบบเขาไปก่อน พออ่านได้คล่องปาก คล่องใจ แล้วจึงมีสมาธิ จิตใจดี แล้วนึกถึงลูก ให้ลูก อยู่เย็นเป็นสุข ลูกก็เลยหันเหเร่เข้าไปพบหนังสือธรรมะ เอามาอ่าน เลิกได้เลย สัจจะ ตัวเดียวทำ�กันไม่ได้ เลยกลับมาบ้าน เดีย๋ วนีช้ ว่ ยพ่อแม่คา้ ขายอย่างดีแล้ว พ่อแม่ก็เข้าวัดไป สวดมนต์ไม่เป็นก็ต้องสวดเป็น


นึกถึงตัวเอง สงสารตัวเอง โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

68

เด็กคนหนึง่ มานัง่ กรรมฐานได้ ๗ วัน บอกขอกราบลา จะไปช่วย คุณแม่คุณพ่อขายของ เมื่อก่อนไม่เคยช่วยเลย กลับไปได้สักพัก พาแม่มา เข้ากรรมฐาน แม่ไม่เคยเข้าวัด ลูกนำ�แม่มาเข้าวัดเป็นอภิชาตบุตร แม่ไม่มที าน ให้แม่บ�ำ เพ็ญทาน แม่ไม่มศี ลี ให้แม่บ�ำ เพ็ญศีล แม่ไม่มภี าวนาให้แม่มาสวดมนต์ ไหว้พระ ปฏิบตั ธิ รรม จะได้ไปสวรรค์นพิ พาน ต่อมาไม่ชา้ นานก็พาเตีย่ มาอีก นั่งได้ ๗ วันกลับไปนำ�ญาติพี่น้องมาหมด นี่ที่วัดนี้เป็นตัวอย่าง

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ท่านทั้งหลาย เมื่อคนเราเกิดความสุขแล้วจะนึกถึงกัน คนที่ ไม่มีความสุขจากการชำ�ระใจ จะไม่คิดถึงใครเลย แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่คิดถึง ถ้ามีคณ ุ ค่าของคนมีบญ ุ เมือ่ ไร ชำ�ระใจให้หมดจด ใจสบายไม่เศร้าหมองแล้ว จะนึกถึงตัวเอง สงสารตัวเอง เมือ่ ก่อนนีเ้ คยเล่นการพนันก็ขอเลิก เคยดืม่ เหล้า ก็ ข อเลิ ก เคยเที่ ย วเสี ย เงิ น เสี ย ทองเลิ ก หมด จะรวบรวมเงิ น ทองไว้ เลีย้ งครอบครัว ไว้ให้ลกู เรียนหนังสือ ไว้ให้คณ ุ พ่อคุณแม่ทแ่ี ก่เฒ่าไม่มคี นเลีย้ งดู คนไหนมีความสุขแล้วจะนึกถึงคุณ เรียกว่ากตัญญูกตเวทิตาธรรม จะระลึกถึงแม่กอ่ น ระลึกถึงพ่อก่อน เมือ่ ก่อนนีค้ ณ ุ ยายด่าก็วา่ ชอบบ่น พอมา นัง่ กรรมฐาน นึกถึงคุณยายเลย ทีด่ า่ ว่านะถูกแล้ว ด่าให้เราดี เลยกลับไปนอน กับยาย ซื้อผ้าซื้อผ่อนไปให้คุณยาย


ทำ�อย่างไรให้ได้ชื่อว่า ได้ทดแทนบุญคุณพ่อแม่ อย่างเลิศ ที่ สุ ด สรุ ป คื อ ถ้ า พ่ อ แม่ เ ป็ น มิ จ ฉาทิ ฏ ฐิ แ ล้ ว ลู ก สามารถชั ก จู ง พ่ อ แม่ ให้กลับเป็นสัมมาทิฏฐิได้นั้น ถือว่าได้ทดแทนคุณอย่างเลิศ เช่น พ่อแม่ มีความเห็นผิด เป็นต้นว่าไม่เชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ แล้วลูกสามารถชักจูง ชี้แจงให้ท่าน มีความเห็นที่ถูกต้อง เชื่อว่าทำ�ดีได้ดี ทำ�ชั่วได้ชั่ว บุญบาปมีจริง ถ้าทำ�อย่างนี้ได้ถือว่า ทดแทนบุญคุณอย่างเลิศที่สุด

มี ลู ก ให้ เ รี ย นหนั ง สื อ ถ้ า ลู ก ไม่ อ ยากเรี ย นไม่ ย อมเรี ย น มีวิธีการ พ่อแม่ให้แผ่เมตตาอย่าไปดุลูกไปตีลูกนะ ไอ้ที่ภาษาโบราณที่ว่า รั ก วั ว ให้ ผู ก รั ก ลู ก ให้ ตี รั ก มี ใ ห้ ค้ า รั ก หน้ า ให้ คิ ด รั ก มิ ต รให้ เ ตื อ นกั น ตีตัวนี้ไม่ใช่ตีด้วยไม้เรียว แต่ตีด้วยแบบอย่ าง จะพูดกับลูก จะสอนลูก อย่าโมโหนะ ถ้าเมตตาเจือโทสะลูกจะเสียหาย

69 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

บางคนรังเกียจแม่ ว่าแก่เฒ่าไม่สวยไม่งาม พอตัวเองแก่ก็เลย ถูกลูกหลานรังเกียจ จึงเป็นกงกรรมกงเกวียนยืดเยือ้ กันต่อไปอีก ใครทีค่ ณ ุ แม่ ล่วงลับไปแล้ว ก็ให้หมั่นทำ�บุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน และถ้าจะทำ�บุญ ด้วยการมาเจริญกรรมฐานแล้วอุทิศส่วนกุศลไป การทำ�เช่นนี้ ถือว่าได้บุญ มากที่สุด ทั้งฝ่ายผู้ให้และผู้รับ

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

วิ ธี ใ ช้ ห นี้ พ่ อ แม่ ไ ม่ ย ากเลยลู ก ทั้ ง หลายเอ๋ ย จงสร้ า งความดี ให้กับตัวเองและก็เป็นการใช้หนี้ตัวเองนี่เป็นเรื่องสำ�คัญ ตัวเราพ่อให้หัวใจ แม่ให้น้ำ�เลือดน้ำ�เหลืองแล้วอยู่ในตัวเรา จะไปแสวงหาพ่อที่ไหน จะไป แสวงหาแม่ที่ไหนอีกเล่า


จะสอนลูกจะพูดอะไร เมตตา อย่าเจือด้วยโทสะ พูดให้เพราะ ๆ ลูกจะเชือ่ ถือ จะเคารพบูชาพ่อแม่ ถ้าพูดด้วยโมโหด้วยด่าด้วย ลูกจะไม่เชือ่ ฟัง พูดจนเคยชินด่าจนเคยชิน พอด่าเข้าไปแล้วปั๊บลูกไม่เอาไหน ก็ไปหาเพื่อน พูดให้เพราะ ๆ พูดให้มีมนุษยสัมพันธ์ พูดให้ดึงน้ำ�ใจลูกได้ไหม ไม่มีเลย พูดให้ลูกออกจากบ้านไป

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

70

การแก้ ก รรมที่ เ ยี่ ย มยอดที่ สุ ด คื อ การที่ ญ าติ โ ยมมานั่ ง เจริญกรรมฐาน แล้วแผ่ส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร ทุกท่านจะกลับร้าย กลายดี ลูกหลานจะมัง่ มีศรีสขุ จะประกอบอาชีพการงาน ก็จะมีเงินไหลนอง ทองไหลมา

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ปฏิบัติได้แล้วออกจากกรรมฐาน โยมจิตว่าง จะแผ่ไปให้ใคร ก็ แ ผ่ ไ ป แผ่ ไ ปให้ ลู ก อยู่ เ ย็ น เป็ น สุ ข แผ่ ใ ห้ บิ ด ามารดา จงเกิ ด เจริ ญ สุ ข เมื่อเกิดมีสุขในพฤติกรรมของเราอย่างไร พ่อแม่เราก็มีความสุขอย่า���นั้น เพราะพ่ อ แม่ ก็ อ ยากให้ ลู ก มี ค วามสุ ข แต่ ลู ก มี ค วามทุ ก ข์ ไหนเลย พ่อแม่จะช่วยลูกให้ถึงเหตุดับทุกข์ ให้เกิดความสุขได้ เพราะฉะนั้น เราท่านทั้งหลาย ต้องช่วยตัวเอง ช่วยตัวเองทำ�อย่างไร? ช่วยตัวเองก็มา เจริญกุศล สร้างบุญไว้ในใจ สร้างจิตใจให้สบาย ทำ�ใจให้เป็นสุข ปราศจากทุกข์ ทำ�ใจให้ผอ่ งแผ้ว ทำ�ใจให้บริสทุ ธิ์ ตรงนีซ้ ทิ า่ นช่วยตัวของท่านได้เอง ท่านจะ เกิดความสุข มีความสนุกในการทำ�งาน ในครอบครัวของตน ท่านจะมีความสุข ท่านจะไม่ทะเลาะวิวาทกันระหว่างสามีภรรยา แล้วลูกก็จะดีมีปัญญาทุกคน นี่แหละพระพุทธเจ้าทรงแนะแนวอย่างนี้


ถ้าพ่อแม่เจริญวิปัสสนา รับรองลูกจะเป็นคนดีมีปัญญา จะไม่ ว่านอนสอนยาก ลูกจะไม่หัวดื้อหัวรั้นแต่ประการใด

71 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

คนไม่ทำ�กิจวัตร ไม่ปฏิบัติหน้าที่ ไม่รับผิดชอบ แปลว่าคนนั้น เกลียดตัวเอง กินเหล้าเมาสุรา เล่นการพนัน เที่ยวสรวลเสเฮฮา กินโต้รุ่ง พ่อแม่ก็เสียใจยังไปว่าพ่อแม่ ไปทวงหนี้ เอาทรัพย์สมบัติพ่อแม่มาฉุยแฉก แตกราน นี่คือ ลูกสะสมหนี้ ไม่ยอมใช้หนี้

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

การอุทศิ ส่วนกุศล และการแผ่สว่ นกุศลไม่เหมือนกัน การแผ่คอื การแพร่ขยาย เป็นการเคลียร์พื้นที่ แผ่ส่วนบุญออกไป เรียกว่า สัพเพสัตตา สั ต ว์ ทั้ ง หลายที่ เ ป็ น เพื่ อ นทุ ก ข์ เกิ ด แก่ เ จ็ บ ตายด้ ว ยกั น ทั้ ง หมดทั้ ง สิ้ น เรี ย กว่ า การแผ่ แ พร่ ข ยาย แต่ ก ารอุ ทิ ศ ให้ เป็ น การให้ โ ดยเจาะจง ถ้ า เรา จะให้ตัวเอง ไม่ต้องบอก ไม่ต้องบอกว่าขอให้ข้าพเจ้ารวย ขอให้ข้าพเจ้าดี ขอให้ขา้ พเจ้าหมดหนี้ ทำ�บุญก็รวยเอง เราเป็นคนทำ� เราก็เป็นคนได้ และการให้ บิดามารดานั้น ก็ไม่ต้องออกชื่อแต่ประการใด ลูกทำ�ดีมีปัญญาได้ถึงพ่อแม่ เพราะใกล้ตัวเรา พ่อแม่อยู่ในตัวเรา เราสร้างความดีมากเท่าไรจะถึงพ่อแม่ มากเท่านั้น เรามีลูก ลูกเราดี ลูกมีปัญญา พ่อแม่ก็ชื่นใจโดยอัตโนมัติ ไม่ต้อง ไปบอก


ภาคผนวก

การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน แนวสติปัฏฐาน ๔ ธรรมะเทศนา โดย

พระธรรมสิงหบุราจารย์ (พระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัญ ฐิตฺธมฺโม)

รวบรวมจากหนังสือ “กฎแห่งกรรม ธรรมปฏิบัติ” และหนังสือ “สวดมนต์ ทำ�กรรมฐาน ตามแบบหลวงพ่อจรัญ”


ต้องการให้จิตอยู่ที่ ต้องการให้มีการกำ�หนดจิต โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

“สติ ปั ฏ ฐาน สติ อ ยู่ ที่ ฐ าน เป็ น การรองรั บ ให้ จิ ต อยู่ ที่ ไม่ให้จิตเพ่นพ่าน ไม่ให้จิตฟุ้งซ่าน ไม่ให้จิตมันไปเครียด”

ข้อที่ ๑ กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน แปลตามศัพท์ว่า พิจารณา กายในกายนี้ สักแต่ว่ากาย ไม่มีตัวตนบุคคลเราเขา แต่โดยวิธีปฏิบัติแล้ว ให้เอาสติ เอาจิตเพ่งดูกาย ยืน เดิน นั่ง นอน เหลียวซ้ายแลขวา จะคู้แขน เหยียดขาต้องติดตามดู คือ ใช้สตินี่เอง ดูร่างกายสังขารของเรา อันนี้เรารู้ไว้ เป็นเบื้องต้นก่อนสำ�หรับข้อที่หนึ่ง ข้อที่ ๒ เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน เวทนาเป็นสภาพที่ทนอยู่ ไม่ได้ บัญชาการไม่ได้ ต้องเป็นตามสภาพนี้และเป็นไปตามธรรมชาติเหล่านี้ เวทนามีอยู่ ๓ ประการ ได้แก่ สุขเวทนา ทุกขเวทนา อุเบกขาเวทนา

73 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

สติปัฏฐานสี่ มีอยู่ ๔ ข้อ สำ�หรับผู้ปฏิบัติธรรมใหม่ จงท่อง ความหมายนี้ไว้ก่อน

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

การบำ�เพ็ญจิตภาวนาตามแนวสติปัฏฐานสี่ ของพระพุทธเจ้า ของเรานี้ วิธีปฏิบัติเบื้องต้น ต้องยึดแนวหลักสติ เป็นตัวสำ�คัญ


ทั้ง ๓ ประการนี้ จุดมุ่งหมายก็ต้องการจะให้สติไปพิจารณา เวทนานัน้ ๆ เช่น ฝ่ายสุข ก็มที งั้ สุขกายสุขใจ อันนีเ้ รียกว่า “สุขเวทนา” แล้วก็ ทุกข์กายทุกข์ใจ หรือจะว่าทุกข์ทางด้านกายและใจก็ได้ เรียกว่า “ทุกขเวทนา” อุเบกขาเวทนาก็คือ ไม่สุข ไม่ทุกข์ จิตใจมักจะเลื่อนลอยหาที่เกาะไม่ได้ เรียกว่า “อุเบกขาเวทนา”

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

74

วิธีปฏิบัติต้องใช้สติกำ�หนดคือ ตั้งสติระลึกไว้ ดีใจก็ให้กำ�หนด กำ�หนดอย่างไรหรือ กำ�หนดที่ลิ้นปี่ หายใจยาว ๆ จากจมูกถึงสะดือให้ได้ หายใจขึ้นลงยาว ๆ กำ�หนดว่า “ดีใจหนอ ๆ”

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ทำ�ไมต้องปฏิบตั เิ ช่นนีเ้ ล่า เพราะความดีใจและสุขกายสุขใจนัน้ เดีย๋ วก็ทกุ ข์อกี สุขเจือปนด้วยความทุกข์อย่างนี้ เพือ่ ความไม่ประมาทในชีวติ ของเรา จะต้องรู้ล่วงหน้า รู้ปัจจุบันด้วยการกำ�หนด จึงต้องกำ�หนดที่ลิ้นปี่ บางคนบอก กำ�หนดทีห่ วั ใจ ถูกทีไ่ หน? หัวใจอยูท่ ไี่ หนประการใด อันนี้ผู้ปฏิบัติยังไม่ต้องรับรู้วิชาการ ทิ้งให้หมด ปฏิบัติตรงนี้ให้ได้ ลิ้นปี่เป็นขั้วแบตเตอรี่ชาร์จไฟฟ้าเข้าหม้อ ทุกคนไปแปรธาตุ การปฏิ บั ติ ไ ม่ ใ ช่ ก ารวิ จั ย ไม่ ใ ช่ ป ระเมิ น ผล แต่ เ ป็ น การให้ ผุ ด ขึ้ น มาเอง โดยปกติ ธ รรมดานี่ แ หละ ให้ มั น ใสสะอาด รู้ จ ริ ง รู้ จั ง รู้ ปั จ จั ต ตั ง เวทิตัพโพ วิญญูหีติฯ ให้รู้ขึ้นมาเอง คำ�ว่า “รูเ้ อง” นีท่ �ำ ยาก รูว้ ชิ าการทำ�ง่าย อ่านหนังสือท่องได้กไ็ ด้ แต่รเู้ องให้ใสสะอาดขึน้ มารูย้ าก ทำ�ไมจะรูไ้ ด้งา่ ย ต้องปฏิบตั ขิ นึ้ มา ดีใจ เสียใจ มีความสุขกาย สุขใจ อย่าประมาทเลินเล่อนัก เราต้องตัง้ สติทกุ อิรยิ าบถตามกำ�หนด


การกำ � หนดจิ ต นี้ หมายความว่ า ให้ ตั้ ง สติ เป็ น วิ ธี ป ฏิ บั ติ สั ม ปชั ญ ญะ มี ค วามรู้ ตั ว อยู่ ต ลอดปั จ จุ บั น อย่ า งนี้ เป็ น ต้ น อดี ต ไม่ เ อา อนาคตไม่เอา ให้เอาปัจจุบนั ทีม่ นั เกิดขึน้ ให้ปฏิบตั อิ ย่างนี้ โดยข้อปฏิบตั งิ า่ ย ๆ ถ้าเสียใจ มีความทุกข์ใจ มันอยู่ในข้อนี้ จึงต้องกำ�หนดที่ลิ้นปี่ “เสียใจหนอ ๆ” หายใจลึก ๆ ยาว ๆ เสียใจเรือ่ งอะไร เป็นการป้อนข้อมูลไว้ให้ถกู ต้อง

ปวดหั ว เข่ า ปวดที่ ไ หนก็ ต าม ต้ อ งตามกำ � หนด กำ � หนด เป็ น ตั ว ปฏิ บั ติ เ ป็ น ตั ว ระลึ ก เอาจิ ต ไปสู่ จุ ด นั้ น เป็ น อุ ป าทานยึ ด มั่ น ก่ อ น เพราะเราจะก้ า วขึ้ น บั น ไดก็ ต้ อ งเกาะยึ ด เราจะก้ า วต่ อ ไปก็ ต้ อ งปล่ อ ย นี่อุปาทาน ถ้าใหม่ ๆ นี้เรียกว่าสมถะ สมถะยึดก่อน แล้วปล่อยไปก็เป็น วิปสั สนา เป็นต้น เราจะทราบความจริงถึงจะเป็นวิปสั สนาขึน้ มาต่อภายหลัง เพราะฉะนั้ น ผู้ ป ฏิ บั ติ ต้ อ งเข้ า ใจอย่ า งนี้ ต้ อ งกำ � หนด ส่ ว นใหญ่ ไม่ กำ � หนดกั น จึ ง ไม่ รู้ เ รื่ อ งราวอย่ า งนี้ เป็ น ต้ น มี ค วามสุ ข ทางไหนก็ตาม เดี๋ยวจะทุกข์อีก นี่มันแก้ไม่ได้เพราะอย่างนี้

75 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ปวดเมื่อย เป็นเวทนาทางกาย แต่จิตไปเกาะอุปาทานยึดมั่น ก็ปวดใจไปด้วย เช่น เราเสียใจ ร่างกายไม่ดี สุขภาพไม่ดีเป็นโรคภัยไข้เจ็บ จิ ต มั น ก็ เ กาะที่ เ จ็ บ นั้ น จึ ง ต้ อ งให้ กำ � หนดด้ ว ยความไม่ ป ระมาท เป็ น วิ ธี ฝึกปฏิบัติ ก็กำ�หนดเวทนานั้น

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

สติ นี่ ร ะลึ ก ได้ หมายถึ ง ตั ว แจงงาน หาเหตุ ที่ ม าของทุ ก ข์ ตัวสัมปชัญญะเป็นตัวบอกให้รู้ให้มีความเข้าใจ เรียกว่า ปัญญา รู้เท่าทัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปัจจุบันนั่นเอง คนเรานี่จึงต้องกำ�หนดที่เวทนานี้


เกิดทีไ่ หนต้องแก้ทนี่ นั่ ไม่ใช่ไปแก้กนั ทีอ่ นื่ หาเหตุทมี่ าของมัน คือ สติ สติเป็นตัวกำ�หนด เป็นตัวหาเหตุ เป็นตัวแจงเบี้ยบอกให้รู้ถึงเหตุผล ตัวสัมปชัญญะ รู้ทั่ว รู้นอก รู้ใน นั่นแหละ คือ ตัวปัญญา ความรู้มันเกิดขึ้น ตัวสมาธิ หมายความว่า จับจุดนั้นให้ได้ เช่น เวทนาปวดเมื่อย เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติมาก จึงต้องให้กำ�หนด ไม่ใช่ว่ากำ�หนดแล้��� มันจะหายปวดก็หามิได้ ต้องการจะใช้สติไปควบคุมดูจิตที่มันปวด ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

76

เพราะปวดนี่เราคอยยึดมั่น จิตก็ไปปวดด้วย เลยก็กลับกลาย ให้เกิดทุกข์ใจขึ้นมา เพราะอุปาทานไปยึดขึ้นมาอย่างนี้ เป็นต้น จุดมุ่งหมาย ก็ต้องการให้เอาสติไปดูไปควบคุมจิตว่า มันปวดมากแค่ไหน ประการใด

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

อุเบกขาเวทนาไม่สุข ไม่ทุกข์ ใจก็ลอยหาที่เกาะไม่ได้ ใจลอย เหม่อมองไปแล้วเห็นคนเป็นสองคนไป จึงต้องกำ�หนดอุเบกขาเวทนา กำ�หนด ที่ไหน กำ�หนดที่ลิ้นปี่ หายใจยาว ๆ ลึก ๆ สบาย ๆ แล้วก็ตั้งสติระลึกก่อน กำ�หนด “รู้หนอ ๆ ๆ” ถ้ า เราสร้ า งคอมพิ ว เตอร์ ขึ้ น มาได้ ค รบ ป้ อ นข้ อ มู ล เข้ า ไป “รู้หนอ ๆ” เดี๋ยวสติก็รวมยึดมั่นในจิต จิตก็แจ่มใส ความทุกข์นั้นก็จะหายไป อุเบกขาเวทนาไม่สุขไม่ทุกข์ ส่วนใหญ่จะประมาทพลาดพลั้ง จึงต้องพยายามมีสติกำ�หนดทุกอิริยาบถดังที่กล่าวนี้


ข้อที่ ๓ จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน ต้องท่องให้ได้ ทำ�ไมเรียก จิตตานุปสั สนาสติปฏั ฐาน ฐานของจิตต้องยึดในฐานทัพนี้ จิตเป็นธรรมชาติ ที่คิดอ่านอารมณ์ รับรู้อารมณ์ไว้ได้เหมือนเทปบันทึกเสียง จิตเกิดที่ไหน ผู้พัฒนาจิตต้องรู้ที่เกิดของจิตอีกด้วย

“เห็นหนอ ๆ” เห็นอะไร? เห็นรูป รูปอยู่ที่ไหน สภาวะรูปนั้น เป็นอย่างไร สภาพผันแปรกลับกลอกหลอกลวงได้ เยื้องย้ายได้ทุกประการ เรียกว่า รูป เป็นเรื่องสมมติ และเป็นเรื่องทำ�ลายได้ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แปรปรวน ดับไป คือรูป ต้องกำ�หนด นักปฏิบัติอย่าทิ้งข้อนี้ไม่ได้ ในจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน เป็นธรรมชาติของจิตเกิดที่ตา เกิดแล้วกำ�หนด ไม่ใช่วา่ เราแส่ไปหากำ�หนดข้างนอก ตาเห็นอะไรก็ก�ำ หนดว่า “เห็นหนอ” ทำ�ไมต้องกำ�หนดด้วย เพราะจิตมันเกิด ตาสัมผัสกับรูปเกิดจิต ในเมื่อเกิดขึ้นแล้ว เห็นของเหล่านั้น เรายังไม่มีปัญญา

77 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

วิธปี ฏิบตั ทิ �ำ อย่างไร? ให้ท�ำ อย่างนี้ ทีม่ าของจิตรูแ้ ล้ว เกิดทางตา ตาเห็น เห็นอะไรก็ตั้งสติไว้ จับจุดไว้ที่หน้าผาก อุณาโลมา.. กดปุ่มให้ถูก เหมือนเรากดเครื่องคิดเลข บวกลบคูณหารมีครบ กดปุ่มให้ถูกแล้วผลลัพธ์ จะตีออกมาอย่างนี้

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

จิตเกิดทางอายตนะธาตุอนิ ทรียน์ เี่ อง จะพูดเป็นภาษาไทยให้ชดั ตาเห็นรูปเกิดจิตที่ตา หูได้ยินเสียงเกิดจิตที่หู จมูกได้กลิ่นเกิดจิตที่จมูก ลิ้นรับรสเกิดจิตที่ลิ้น กายสัมผัสร้อนหรือหนาว อ่อนหรือแข็งที่นั่งลงไป เกิดจิตทางกาย เรียกว่า จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน


เราชอบไหม ชอบเป็นโลภะ ไม่ชอบเป็นโทสะ เราไม่ใช้สติ เลยกลายเป็นคนโมหะ รู้ไม่จริง รู้แค่ตาเนื้อไม่รู้ตาใน ดูด้วยปัญญาไม่ได้ เลยดู ด้วยโมหะ คนเราจึงได้เลอะเทอะเปรอะเปื้อน ไปดังที่กล่าวแล้ว ต้องใช้สติ นีข่ อ้ จิตตานุปสั สนาสติปฏั ฐาน เป็นธรรมชาติของจิต ต้องพัฒนา ตรงนี้ ต้องกำ�หนดทุกอาการทุกอิริยาบถ หูได้ยินเสียง หูกับเสียงอย่างไร? ไกลแค่ไหนอย่างไรไม่ต้องไปประเมินผล ไม่ต้องวิจัย ห้าม! ห้ามเพราะเหตุใด ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

78

เพราะมันเป็นวิปัสสนึกไป นึกขึ้นมาก็วิจัยตามหลักวิชาการ มันจะไม่ได้ผล เราก็ตงั้ สติไว้ทหี่ ู ฟัง “เสียงหนอ” เราฟังเฉย ๆ ไม่ได้หรือ ทำ�ไม ต้องกำ�หนดด้วย?

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ถ้ า เราไม่ กำ � หนดเราจะขาดสติ ถ้ า กำ � หนดก็ เ ป็ น ตั ว ฝึ ก สติ ให้มสี ติอยูท่ หี่ ู จะได้รวู้ า่ เสียงอะไร? “เสียงหนอ ๆ” กำ�หนดเสียงเฉย ๆ ได้ไหม ได้! แต่ไม่ดี เพราะเหตุใด “หนอ” นี้เป็นการรั้งจิตให้มีสติดี มีความหมายอย่างนั้น คำ�ว่า “หนอ” ตัวนี้เป็นภาษาไทย หนอดีมาก เราจะบอกว่า “เสียงหนอ” มันรั้งจิต ได้ดีมาก มีสติดีในการฟัง ระลึกหนอว่าเสียงเขาด่า เสียงเขาว่า หรือเสียง เขาสรรเสริญเยินยอ ประการใด สัมปชัญญะ ตัวรู้ว่าเสียงนี้ของนาย ก. เสียงนี้ของนาง ข. มาพู ด เรื่ อ งอะไร ตั ว สติ จ ะแจงเบี้ ย หาเหตุ ที่ พู ด ทำ � ไมเขาจึ ง พู ด เช่ น นี้ ตัวสัมปชัญญะก็บอกกับเราว่า อ๋อเขาพูดนี่เพราะอิจฉาเรา เขาด่าเรา มาว่าเรา สติบอก สัมปชัญญะเป็นตัวคิด ปัญญาก็แสดงออก คอมพิวเตอร์ตีออกมาว่า


เสียงนี้ไร้ประโยชน์ เกิดขึ้นตั้งอยู่ก็วูบดับไปทันทีที่หู เลยก็ไม่ต่อเนื่องเข้ามา ภายในจิต เราก็ไม่มีการเศร้าหมองใจ เพราะข้อคิดนี้ เพราะฉะนั้นนักปฏิบัติ ต้องกำ�หนดตรงนี้ ไม่ใช่เดินจงกรม นั่ ง ปฏิ บั ติ พ องหนอยุ บ หนอให้ ไ ด้ ไม่ ใ ช่ ต รงนั้ น ตรงนั้ น เป็ น ตั ว สร้ า ง คอมพิวเตอร์ให้มีพลังในข้อคิดของวิปัสสนาญาณอีกประการหนึ่งต่างหาก

ฟัง อ๋อเขาด่า ด่ามาโดยสมมติว่าด่าเรา คิดว่าอย่างนั้น แต่เราอยู่ ตรงไหน ก็หาตัวเราไม่ได้ ตัวเราไม่ดี อย่างนี้คือ ปัญญา ไม่มีตัวตน ไม่มีบุคคล แต่เป็นโดยสมมติขึ้นมาที่เขาด่าเท่านั้น แล้วก็แปรปรวนเปลี่ยนแปลงสภาพ ของมันแล้วก็หลุดไป ดับวูบไปที่หู อันนั้นก็หมดสิ้นไป นี้เรียกว่า ตัวปัญญา นักปฏิบัติต้องกำ�หนดทุกอิริยาบถในการฝึก เป็นการดัดนิสัย ให้เข้าสู่จุดมุ่งหมายของผู้มีปัญญา เป็นความเคยชินจากการปฏิบัติธรรม ส่วนใหญ่พูดอย่างนี้ใครก็ทำ�ได้ใครก็รู้ แต่ปฏิบัติจริง ๆ ไม่ได้ เพราะไม่เคย

79 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

“เสียงหนอ ๆ” ไม่ใช่เท่านี้เลยนะ เสียงเขาด่า ใช่แล้ว ถ้าเรา มีสมาธิดี สะสมหน่วยกิตสติปัฏฐานสูตรไว้ชัดเจน เสียงหนอก็รู้แล้ว อ๋อ... เขาด่าเรา ด่าเราตรงไหน มีตัวตนตรงไหนบ้าง ที่เราจะถูกด่าแล้วเจ็บช้ำ�น้ำ�ใจ เช่นนี้ เราก็ใช้ปัญญานี้เอง

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

ผู้ปฏิบัติต้องเริ่มต้นด้วยการพิจารณาดูจิต จิตเกิดทางหู ถ้าเรา สร้างเครื่องได้ดีแล้ว ป้อนข้อมูลถูก สร้างระบบถูก ข้อมูลในจิต คือ อารมณ์ ที่เราเก็บเอาไว้นานนักหนาแล้ว คลี่คลายไม่ออกแฝงไว้ในอารมณ์ คือ โลภะ โทสะ โมหะ ทำ�ให้จิตเศร้าหมองมาช้านานไม่ผ่องใส จึงต้องกำ�หนดอย่างนี้


กำ�หนดเลยปล่อยเลยไปหมด เข้ามาถึงจิตใจภายในจิต คือ ประตูทั้ง ๖ ช่อง เข้ามาถึงห้องในทีน่ อนของเราแล้วจนแต้ม จนด้วยเกล้า จนด้วยปัญญา แก้ไข ปัญหาไม่ได้เลย เพราะมันอยู่ในจุดนี้เป็นจุดสำ�คัญ

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

80

แต่ผู้ปฏิบัติธรรมเอาไปทิ้งหมด ไม่เคยปฏิบัติจุดนี้เลย มีแต่ จะจ้องเดินจงกรม จ้องท้องพองหนอยุบหนออย่างเดียว เป็นไปไม่ได้ ไม่ครบ สติ ปั ฏ ฐานสี่ ปฏิบัติในข้อจิต ตานุปัส สนาสติ ปั ฏฐานสู ต ร ข้ อ นี้ เ ป็ นข้ อ อินทรียห์ น้าทีก่ ารงานทีจ่ ะต้องรับผิดชอบตัวเอง ต้องกำ�หนด “เสียงหนอ ๆ” ถ้ า กำ � หนดไม่ ทั น มั น เลยเป็ น อดี ต ไปแล้ ว เกิ ด เข้ า มาในจิ ต ใจเกิ ด โทสะ เกิดโกรธขึ้นมาทันที ทำ�อย่างไร? ไปเสียงหนออีกไม่ได้ ต้องกำ�หนดตัว สัมปชัญญะ กำ�หนดที่ไหน กำ�หนดที่ลิ้นปี่

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

บางทีไปสอนไม่เหมือนกันเสียแล้ว หลับหูหลับตาว่าส่งเดชไป จะถูกจุดได้อย่างไร กดเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ถูก กดไม่ถูกจุดแล้วมันจะออก มาอย่างที่เราต้องการไม่ได้ นี้สำ�คัญ ผู้ปฏิบัติเน้นในข้อนี้ให้มากต้องกดที่ลิ้นปี่ แต่อรรถาธิบาย อย่ า งไรนั้ น จะไม่ อ ธิ บ ายในที่ นี้ ขอให้ ท่ า นโง่ ไ ว้ ก่ อ น อย่ า ไปฉลาด ตอนปฏิบัติ เดี๋ยวจะไปคิดเอาเอง เกิดขึ้นมาเดี๋ยวท่านจะได้ของปลอมไปนะ จะได้ของไม่จริงไปอย่างนี้ กำ � หนดที่ เ ลยเป็ น อดี ต แล้ ว ต้ อ งกำ � หนดอยู่ อ ย่ า งเดี ย ว คื อ “รู้ ห นอ” ไว้ ก่ อ น รู้ ว่ า อะไรก็ ยั ง บอกไม่ ไ ด้ ทำ � ไมจะรู้ จ ริ ง ทุ ก สิ่ ง ต้องกำ�หนดทั้งนั้น ที่ลิ้นปี่ หายใจยาว ๆ หายใจอย่างไร?


ต้ อ งตั้ ง สติ ไ ว้ ที่ ลิ้ น ปี่ ดู ล มหายใจจากจมู ก ถึ ง สะดื อ แล้ ว ก็ ตั้งสติไว้ที่ลิ้นปี่ หายใจยาว ๆ “รู้หนอ ๆ” เพราะมันเลยไปแล้วเป็นอดีต กำ�หนดปัจจุบันไม่ได้ ต้องกำ�หนดตัวรู้อย่างนี้ เป็นต้น รับรองได้ผลแน่ ข้อที่ ๔ ธรรมานุปสั สนาสติปฏั ฐาน ธรรมในธรรม หมายความว่า เรามี ส ติ ปั ญ ญาจะรู้ แ ยกจิ ต ของเราว่ า คิ ด เป็ น กุ ศ ลหรื อ อกุ ศ ล ถู ก ต้ อ ง หรือไม่ถูกต้อง จะตัดสินอยู่ที่ธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน ในข้อที่ ๔ นี้

เรียกว่า ทำ�นอก ทำ�ใน ทำ�จิต ทำ�ใจ ทำ�อารมณ์ แสดงออก เป็นกุศลบ้าง อกุศลบ้าง ส่วนใหญ่เราจะเข้าข้างตัวเอง เลยคิดว่าตัวเองน่ะ คิดถูก ทำ�ถูกแล้ว ถ้าเรามานั่งเจริญกรรมฐานแก้ไขปัญหา กำ�หนด “รู้หนอ ๆ” คือ ธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน เพราะเรายังไม่รู้จริง “รู้หนอ” หายใจยาว ๆ “รูห้ นอ ๆ ๆ” เดีย๋ วรูเ้ ลย ว่าทีเ่ ราทำ�พลาดผิดเป็นอกุศลไม่ใช่กศุ ล เป็นอกุศลกรรม จากการกระทำ�ทางกาย วาจา ใจ ก็ถา้ แสดงออกเป็นอกุศล นีธ่ รรมานุปสั สนา เชิงปฏิบัติการ ไม่ใช่วิชาการนะ

81 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

เป็นการปฏิบตั กิ ารในธรรมานุปสั สนาสติปฏั ฐาน ธรรมในธรรม ทำ�นอกทำ�ใน ธรรมกับทำ�มันต่างกัน ทำ�ไปแล้วเป็นกุศลหรืออกุศล ทัง้ ทางโลก ทางธรรมมันอยู่รวมกันนี่ ธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

ข้าพเจ้าทำ�งานนี้ไปเป็นกุศลหรืออกุศล เดี๋ยวจะรู้ตัวตนขึ้นมา ทันทีมีปัญญา เรียกว่า ธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน อาตมาหมายความถึง ปฏิบัติการ ไม่ใช่วิชาการ วิชาการจะไม่อธิบายอย่างนี้


บางคนบอกหลวงพ่อวัดอัมพวันอธิบายผิดแล้ว ใช่ มันผิดหลัก วิชาการ แต่มันถูกปฏิบัติการ มันจะรู้ตัวเลยว่า เราทำ�ไปนั่นเป็นกุศล ผลงาน ส่งผล คือเป็นบุญ เป็นความสุข “รู้หนอ” อ๋อรู้แล้วไปโกรธมันทำ�ไม ไปโกรธรูปนาม หรือไป โกรธใคร ตัวโกรธอยู่ที่คนโน้นทำ�ให้เราโกรธหรือ ตัวโกรธไม่ใช่อยู่ที่คนโน้น อยู่ที่เรา อยู่ที่ไหน อยู่ที่ใจ อยู่ที่จิต เก็บความโกรธเอาไว้ ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

82

ท่านจะมีแต่ความเป็นโทษ มีแต่ความเศร้าหมองใจตลอดเวลา ท่านจะไม่เป็นผู้มีปัญญา เป็นผู้แก้ปัญหาไม่ได้เลย ก็สร้างปัญหาด้วยโทสะ สร้างปัญหาด้วยผูกเวร สร้างปัญหาด้วยผูกพยายาท น้อยไป! ดูถูกเรา นี่ท่าน จะต้องสร้างปัญหาแน่ อย่างนี้ เป็นต้น

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

การปฏิบัติเป็นการแก้ปัญหา ไม่ใช่สร้างปัญหาเหมือนอย่าง ทีท่ า่ นเข้าใจ และมีปญ ั ญา เห็นอารมณ์เรา ดูอารมณ์จติ ของเรา ดูจติ ใจของเรา ต่างหากอย่างนี้เป็นต้น สำ�คัญมาก บางคนไปสอนกันไม่ถกู “โกรธหนอ ๆ ๆ ๆ” เอาจิตตัง้ ตรงไหน? เอาสติไว้ตรงไหน? ไปกดไม่ถูก กดเครื่องคอมพิวเตอร์ผิด มันก็เลยออกมา แบบอย่างนั้นเอง จะวางจิตไว้ตรงไหนก็ไม่รู้ นี่สำ�คัญนะ “เห็นหนอ” อย่าลืมนะส่งกระแสจิตไว้ทหี่ น้าผาก ไม่ใช่หลับตา ว่ากันส่ง ถ้าท่านทำ�ดังที่อาตมาแนะแนวแล้ว รับรองได้ผลทุกคน


“เห็นหนอ” ก็ต้องส่งกระแสจิตจากหน้าผากออกไป เพราะว่า เราจะสังเกตตัวเองได้ทุกคน ความรู้สึกจะมารวมที่หน้าผากหมด ภาษาจีน เรียกว่า โหงวเฮ้ง มันจะมีแสงทีห่ น้าผากนะ ตอนนีไ้ ม่อรรถาธิบาย จิตท่านสูง ท่านจะเห็นเองว่า ดูหน้าคนดูตรงไหน โหงวเฮ้งอยู่ตรงไหน อย่าลืม ที่อาตมาพูดหลายครั้ง ยังไม่มีใครตีปัญหาได้เลย อุณาโลมา... มันเป็นการส่งกระแสจิตได้ดีมากในจุดศูนย์สมาธิ นี่แหละจะเกิดปัญญาได้ สำ�หรับตัวตนบุคคลปฏิบัติ ไม่ใช่มานั่งเห็นนิมิต

อาจารย์สอบอารมณ์บางคนชอบถามว่า “เห็นอะไรหรือยัง เห็นโน่นเห็นนี่ไหม” ไม่ต้องไปถามเขาอย่างนั้นนะ ถามว่ากำ�หนดหรือเปล่า เวทนาเกิดขึ้นกำ�หนดอย่างไร ต้องถามอย่างนี้ จะถูกต้องมากกว่า ไม่ต้องถาม เห็นอะไร ไปแนะแนวเขาทำ�ไมอย่างนั้น มีความหมายในการปฏิบัติมาก เพราะฉะนั้นปักจุดให้ถูก กดปุ่มให้ถูก เหมือนท่านทั้งหลาย คิดเลข ลองกดปุ่มผิด ๆ ซิ มันจะออกมาผิด ถ้ากดปุ่มถูกแต่ไฟฟ้าท่านหมด หมายความว่าสมาธิไม่มี กดอย่างไรไม่ออกมาตามรูปแบบนั้น ต้องมีสมาธิ

83 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ถ้าสติดี มีปัญญาดี จะฝันเรื่องจริงได้ ฝันแล้วเป็นเรื่องจริง ถ้าจิตเก๊ ก็ฝันเก๊ ๆ จิตปลอมก็ฝันปลอมออกมา

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

ถามกันไม่พักเลย หลวงพ่อค่ะ ฉันมีนิมิตอย่างนี้ ฝันว่าอย่างนี้ จะได้แก่อะไร? ไม่ต้องมาถามแล้ว ฝันปลอมก็มีอุปาทานยึดมั่นก็ฝันได้ ถ้าจิตท่านโกรธ ผูกพยาบาทเก่งจะฝันร้าย จะฝันหนีโจร เป็นนิมิตที่เลวร้าย เพราะจิตมันไม่ดี


สมาธิ คือ จับจุดงานของเราไม่วางธุระ การกำ�หนดจิตให้อยู่ ในจุดเดียวกัน อย่างนีค้ อื กระแสไฟ ถ้ากระแสไฟมันพร่องไป ไฟไม่ได้ก�ำ หนด กดมาผิดทั้งนั้น จะไปโทษเครื่องเขาไม่ดีไม่ได้ เครื่องเขาดีเราบอกว่าไฟไม่มี คือ ไม่มีสมาธิอยู่นั่นเอง มีความหมายอย่างนั้นต้องจับจุดให้ถูกอย่างนี้ ถ้าหากว่าไม่รจู้ ะกำ�หนดอย่างไร? ก็เอาความรูม้ ากำ�หนดทีล่ นิ้ ปี่ คิ ดไม่ อ อกเลย ทำ�อย่างไรก็ทำ�แบบเดิม มัน เป็ นอดี ต ไปแล้ ว คิ ด ไม่ อ อก ไม่รู้จะบอกได้อย่างไร ก็ทบทวน ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

84 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

การทบทวน ดูหนังสือก็ตอ้ งไปดูซ�้ำ เรียกว่า “ทบทวนหนังสือ” ถ้ า ทบทวนอารมณ์ ก็ ต้ อ งไปกำ � หนดอย่ า งนี้ หายใจยาว ๆ นั่ ง ท่ า สบาย อยู่ตรงไหนก็ตาม อยู่บนรถก็ได้ ทบทวนชีวิต ทบทวนอารมณ์ ว่าอารมณ์ลืม อะไรไปบ้าง? เก็บของไว้ทไี่ หนมันลืม ก็หายใจยาว ๆ มีประโยชน์มาก ตัง้ สติไว้ ทีล่ นิ้ ปีด่ วงหทัย เรียกว่า เจตสิก อาศัยหทัยวัตถุอยูท่ ลี่ นิ้ ปี่ วิธปี ฏิบตั อิ ยูต่ รงนีน้ ะ หายใจยาว ๆ “คิดหนอ ๆ” หายใจลึก ๆ ยาว ๆ เข้าไว้ เพราะทาง ปัญญาอยู่ตรงจมูกของเราถึงสะดือของเรานะ สั้นยาวไม่เท่ากันอย่างนี้ อีกสักครู่หนึ่ง ถ้ามีกระแสไฟฟ้าครบ คือ สมาธิดี หลักฐานดี เก็บหน่วยกิตไว้ได้มาก คอมพิวเตอร์จะตีออกมาทันที คิดออก แล้วคิด ที่แก้ปัญหาไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะเอาวิชาข้อไหนมาแก้ ปัญญาจะออกมาบอกเรา เป็ น เครื่ อ งคอมพิ ว เตอร์ ตี อ อกมา แสดงอย่ า งนี้ และเอาไปใช้ เ ถอะ ได้ประโยชน์มาก คิดออกแน่ ของใครของมันต้องทำ�ขึ้นมา คือ ปัญญา ต้องทำ�ให้ถูกจุดนี้


วิธีปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเบื้องต้น (จากหนังสือ สวดมนต์ ทำ�กรรมฐาน ตามแบบหลวงพ่อจรัญ)

การยืน

สติจับอยู่ที่เท้า การเดิน กำ�หนดว่า “ขวา...” “ย่าง...” “หนอ...” กำ�หนดในใจ คำ�ว่า “ขวา” ต้องยกส้นเท้าขวาขึ้นจากพื้นประมาณ ๒ นิ้ว เท้ากับใจนึกต้องให้พร้อมกัน “ย่าง” ต้องก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าช้าที่สุด

85 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

การเดินจงกรม

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

ก่ อ นเดิ น ให้ ย กมื อ ไขว้ ห ลั ง มื อ ขวาจั บ ข้ อ มื อ ซ้ า ย วางไว้ ตรงกระเบนเหน็บ ยืนตัวตรง เงยหน้า หลับตา ให้สติจบั อยูท่ ปี่ ลายผม กำ�หนดว่า “ยืนหนอ” ช้า ๆ ๕ ครัง้ เริม่ จากศีรษะลงมาปลายเท้า และจากปลายเท้าขึน้ ไป บนศีรษะ กลับขึน้ กลับลงจนครบ ๕ ครัง้ แต่ละครัง้ แบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรก คำ�ว่า “ยืน” จิตวาดมโนภาพร่างกาย จากศีรษะลงมาหยุดทีส่ ะดือ คำ�ว่า “หนอ” จากสะดือลงไปปลายเท้า กำ�หนดคำ�ว่า “ยืน” จากปลายเท้า มาหยุดที่สะดือ คำ�ว่า “หนอ” จากสะดือขึน้ ไปปลายผม กำ�หนดกลับไปกลับมา จนครบ ๕ ครัง้ ขณะนั้นให้สติอยู่ที่ร่างกาย อย่าให้ออกไปนอกกาย เสร็จแล้วลืมตาขึ้น ก้มหน้าทอดสายตาไปข้างหน้าประมาณ ๑ ศอก


ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

86

เท้ายังไม่เหยียบพื้น คำ�ว่า “หนอ” เท้าลงถึงพื้นพร้อมกัน เวลายกเท้าซ้าย ก็เหมือนกัน กำ�หนดว่า “ซ้าย...” “ย่าง...” “หนอ...” คงปฏิบัติเช่นเดียวกัน กับ “ขวา...” “ย่าง...” “หนอ...” ระยะก้าวในการเดินห่างกันประมาณ ๑ คืบ เป็นอย่างมาก เพื่อการทรงตัวขณะก้าวจะได้ดีขึ้น เมื่อเดินสุดสถานที่ใช้แล้ว ให้น�ำ เท้ามาเคียงกัน เงยหน้าหลับตากำ�หนด “ยืนหนอ” ช้า ๆ อีก ๕ ครัง้ ทำ�ความ รูส้ กึ โดยจิต สติ รูอ้ ยูต่ งั้ แต่กลางกระหม่อม แล้วกำ�หนด “ยืนหนอ” ๕ ครัง้ เบือ้ งต่�ำ ตั้งแต่ปลายผมลงมาถึงปลายเท้า เบื้องบนตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมา “ยืนหนอ” ๕ ครั้ง แล้วหลับตา ตั้งตรง ๆ เอาจิตปักไว้ที่กระหม่อม เอาสติตามดังนี้

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

“ยืน.....” (ถึงสะดือ) “หนอ.....” (ถึงปลายเท้า) หลับตาอย่าลืมตา นึกมโนภาพ เอาจิตมอง ไม่ใช่มองเห็นด้วยสายตา “ยืน……” (จากปลายเท้า ถึงสะดือ หยุด) แล้วก็ “หนอ…….” ถึงปลายผมคนละครึง่ พอทำ�ได้แล้ว ภาวนา “ยืน…หนอ...” จากปลายผม ถึงปลายเท้าได้ทันที ไม่ต้องไปหยุดที่สะดือ แล้วคล่องแคล่วว่องไว ถูกต้องเป็นธรรม ขณะนั้นให้สติอยู่ที่ร่างกาย อย่าให้ ออกไปนอกกาย เสร็ จ แล้ ว ลื ม ตาขึ้ น ก้ ม หน้ า ทอดสายตาไปข้ า งหน้ า ประมาณ ๑ ศอก สติจบั อยูท่ เี่ ท้า การเดิน กำ�หนดว่า “ขวา...” “ย่าง...” “หนอ...” กำ�หนดในใจ คำ � ว่ า “ขวา” ต้ อ งยกส้ น เท้ า ขวาขึ้ น จากพื้ น ประมาณ ๒ นิ้ ว เท้ากับใจนึกต้องให้พร้อม คำ�ว่า “ย่าง” ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าให้ช้าที่สุด เท้ายังไม่หยียบพื้น คำ�ว่า “หนอ” เท้าเหยียบพื้นเต็มฝ่าเท้า อย่าให้ส้นเท้าหลังเปิด


เวลายกเท้าซ้ายก็เหมือนกัน กำ�หนดคำ�ว่า “ซ้าย...” “ย่าง...” “หนอ...” คงปฏิบตั เิ ช่นเดียวกับ “ขวา...” “ย่าง...” “หนอ...” ระยะก้าวในการเดิน ห่างกันประมาณ ๑ คืบเป็นอย่างมาก เพือ่ การทรงตัวขณะก้าวจะได้ดขี นึ้ เมือ่ เดิน สุดสถานทีใ่ ช้เดินแล้ว พยายามใช้เท้าขวาเป็นหลักคือ “ขวา...” “ย่าง...” “หนอ...” แล้วตามด้วยเท้า “ซ้าย...” “ย่าง...” “หนอ...” จะประกบกันพอดี แล้วกำ�หนดว่า “หยุ ด ... หนอ...” เหมื อ นกั บ ที่ ไ ด้ อ ธิ บ ายมาแล้ ว ลื ม ตา ก้ ม หน้ า ท่ า กลั บ การกลับกำ�หนดว่า “กลับหนอ” ๔ ครั้ง คำ�ว่า “กลับหนอ”

การนั่ง กระทำ�ต่อจากการเดินจงกรม อย่าให้ขาดตอนลง เมือ่ เดินจงกรม ถึงที่จะนั่ง ให้กำ�หนด “ยืน... หนอ...” อีก ๕ ครั้ง ตามที่กระทำ�มาแล้วเสียก่อน แล้วกำ�หนดปล่อยมือลงข้างตัวว่า “ปล่อยมือหนอ ๆ ๆ” ช้า ๆ จนกว่าจะลงสุด เวลานั่งค่อย ๆ ย่อตัวลงพร้อมกับกำ�หนดตามอาการที่ทำ�ไปจริง ๆ เช่น “ย่อตัวหนอ ๆ ๆ” “เท้าพื้นหนอ ๆ ๆ” “คุกเข่าหนอ ๆ ๆ” “นั่งหนอ ๆ ๆ” เป็นต้น

87 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

หากฝึ ก จนชำ � นาญแล้ ว เราสามารถกำ � หนดให้ ล ะเอี ย ดขึ้ น โดยการหมุนตัวจาก ๙๐ องศา เป็น ๔๕ องศา จะเป็นการกลับหนอทัง้ หมด ๘ ครัง้ เมื่ออยู่ในท่ากลับหลังแล้วต่อไปกำ�หนด “ยืน...หนอ...” ช้า ๆ อีก ๕ ครั้ง ลืมตา ก้มหน้า แล้วกำ�หนดเดินต่อไป กระทำ�เช่นนี้จนหมดเวลาที่ต้องการ

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

ครั้งที่ ๑ ยกปลายเท้าขวา ใช้สน้ เท้าขวาหมุนตัวไปทางขวา ๙๐ องศา ครั้งที่ ๒ ลากเท้าซ้ายมาติดกับเท้าขวา ครั้งที่ ๓ ทำ�เหมือนครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๔ ทำ�เหมือนครั้งที่ ๒


ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

88

วิธีนั่ง ให้นั่งขัดสมาธิ คือ ขาขวาทับขาซ้าย นั่งตัวตรง หลับตา เอาสติมาจับอยู่ที่สะดือที่ท้องพองยุบ เวลาหายใจเข้าท้องพอง กำ�หนดว่า “พอง หนอ” ใจนึกกับท้องที่พองต้องให้ทันกัน อย่าให้ก่อนหรือหลังกัน หายใจออกท้องยุบ กำ�หนดว่า “ยุบ หนอ” ใจนึกกับท้องที่ยุบต้องทันกัน อย่าให้กอ่ นหรือหลังกัน ข้อสำ�คัญให้สติจบั อยูท่ พี่ องยุบ เท่านัน้ อย่าดูลมทีจ่ มูก อย่าตะเบ็งท้อง ให้มีความรู้สึกตามความเป็นจริง ว่าท้องพองไปข้างหน้า ท้องยุบมาทางหลัง อย่าให้เห็นเป็นไปว่า ท้องพองขึน้ ข้างบน ท้องยุบลงข้างล่าง ให้กำ�หนดเช่นนี้ตลอดไป จนกว่าจะถึงเวลาที่กำ�หนด

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

เมื่อมีเวทนา เวทนาเป็นเรื่องสำ�คัญที่สุด จะต้องบังเกิดขึ้น กับผู้ปฏิบัติแน่นอน จะต้องมีความอดทนเป็นการสร้างขันติบารมีไปด้วย ถ้าผู้ปฏิบัติข าดความอดทนเสี ย แล้ ว การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้น ก็ล้มเหลว ในขณะที่นั่งหรือเดินจงกรมอยู่นั้น ถ้ามีเวทนาความเจ็บ ปวด เมื่อย คัน เกิดขึ้นให้หยุดเดิน หรือหยุดกำ�หนดพองยุบ ให้เอาสติไปตั้งไว้ ที่ เ วทนาเกิ ด และกำ � หนดไปตามความเป็ น จริ ง ว่ า “ปวดหนอ ๆ ๆ ๆ” “เจ็บหนอ ๆ ๆ ๆ” “คันหนอ ๆ ๆ ๆ” เป็นต้น ให้ กำ � หนดไปเรื่ อ ย ๆ จนกว่ า เวทนาจะหายไป เมื่ อ เวทนา หายไปแล้ว ก็ให้กำ�หนดนั่งหรือเดินต่อไป จิต เวลานั่งอยู่หรือเดินอยู่ ถ้าจิต คิดถึงบ้าน คิดถึงทรัพย์สินหรือคิดฟุ้งซ่านต่าง ๆ นานา ก็ให้เอาสติปักลง ที่ลิ้นปี่พร้อมกับกำ�หนดว่า “คิดหนอ ๆ ๆ ๆ” ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจิตจะหยุดคิด แม้ ดี ใ จ เสี ย ใจ หรื อ โกรธ ก็ กำ � หนดเช่ น เดี ย วกั น ว่ า “ดี ใ จหนอ ๆ ๆ ๆ” “เสียใจหนอ ๆ ๆ ๆ” “โกรธหนอ ๆ ๆ ๆ” เป็นต้น


เวลานอน

ท่านสามารถเข้าชมวีดีโอการสอน “วิธีปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน” โดย พระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัญได้ที่ http://www.jarun.org/digitallibrary/

89 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

หมายเหตุ การเดินจงกรมนั้น กระทำ�การเดินได้ถึง ๖ ระยะ แต่ ใ นที่ นี้ อ ธิ บ ายไว้ เ พี ย งระยะเดี ย ว การเดิ น ระยะต่ อ ไปนั้ น จะต้ อ งเดิ น ระยะที่ ๑ ให้ ถู ก ต้ อ ง คื อ ได้ ปั จ จุ บั น ธรรมจริ ง จึ ง จะเพิ่ ม ระยะต่ อ ไป ตามผลการปฏิบัติของแต่ละบุคคล

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

เวลานอนค่ อ ย ๆ เอนตั ว นอนพร้ อ มกั บ กำ � หนดตามไปว่ า “นอนหนอ ๆ ๆ ๆ” จนกว่ า จะนอนเรี ย บร้ อ ย ขณะนั้ น ให้ เ อาสติ จับอยู่กับอาการเคลื่อนไหวของร่างกาย เมื่อนอนเรียบร้อยแล้ว ให้เอาสติ มาจับทีท่ อ้ ง แล้วกำ�หนดว่า “พอง หนอ” “ยุบ หนอ” ต่อไปเรือ่ ย ๆ ให้คอยสังเกต ให้ดวี า่ จะหลับไปตอนพอง หรือตอนยุบ อิรยิ าบถต่าง ๆ การเดินไปในทีต่ า่ ง ๆ การเข้าห้องน้ำ� การเข้าห้องส้วม การรับประทานอาหาร และการกระทำ� กิจการงานทั้งปวง ผู้ปฏิบัติต้องมีสติกำ�หนดอยู่ทุกขณะในอาการเหล่านี้ ตามความเป็นจริง คือ มีสติสัมปชัญญะ เป็นปัจจุบันอยู่ตลอดเวลา


สรุปการกำ�หนดต่าง ๆ พอสังเขป ดังนี้ (จากหนังสือ สวดมนต์ ทำ�กรรมฐาน ตามแบบหลวงพ่อจรัญ)

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

90 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

๑. ตาเห็นรูป จะหลับตาหรือลืมตาก็แล้วแต่ ให้ตั้งสติไว้ที่ตา กำ�หนดว่า “เห็นหนอ ๆ ๆ ๆ” ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะรู้สึกว่าเห็นก็สักแต่ว่าเห็น ละความพอใจและความไม่พอใจออกเสียได้ ถ้าหลับตาอยูก่ ก็ �ำ หนดไปจนกว่า ภาพนั้นจะหายไป ๒. หูได้ยินเสียง ให้ตั้งสติไว้ที่หู กำ�หนดว่า “เสียงหนอ ๆ ๆ ๆ” ไปเรื่ อ ย ๆ จนกว่ า จะรู้ สึ ก ว่ า เสี ย ง ก็ สั ก แต่ ว่ า เสี ย ง ละความพอใจและ ความไม่พอใจออกเสียได้ ๓. จมูกได้กลิ่น ตั้งสติไว้ที่จมูก กำ�หนดว่า “กลิ่นหนอ ๆ ๆ ๆ” ไปเรื่ อ ย ๆ จนกว่ า จะรู้ สึ ก ว่ า กลิ่ น ก็ สั ก แต่ ว่ า กลิ่ น ละความพอใจและ ความไม่พอใจออกเสียได้ ๔. ลิ้ น ได้ ร ส ตั้ ง สติ ไ ว้ ที่ ลิ้ น กำ � หนดว่ า “รสหนอ ๆ ๆ ๆ” ไปเรื่ อ ย ๆ จนกว่ า จะรู้ สึ ก ว่ า รส ก็ ส��� ก แต่ ว่ า รส ละความพอใจและ ความไม่พอใจออกเสียได้ ๕. การถู ก ต้ อ งสั ม ผั ส ตั้ ง สติ ไ ว้ ต รงที่ สั ม ผั ส กำ � หนดตาม ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ละความพอใจและความไม่พอใจออกเสียได้ ๖. ใจนึกคิดอารมณ์ ตัง้ สติไว้ทลี่ นิ้ ปี่ กำ�หนดว่า “คิดหนอ ๆ ๆ ๆ” ไปเรื่อยจนกว่าความนึกคิดจะหายไป


๗. อาการบางอย่างเกิดขึ้น กำ�หนดไม่ทัน หรือกำ�หนดไม่ถูก ว่าจะกำ�หนดอย่างไร ตัง้ สติไว้ทลี่ นิ้ ปี่ กำ�หนดว่า “รูห้ นอ ๆ ๆ ๆ” ไปเรือ่ ย ๆ จนกว่า อาการนั้นจะหายไปการที่เรากำ�หนดจิต และตั้งสติไว้เช่นนี้ เพราะเหตุว่า จิตของเราอยู่ใต้บังคับของความโลภ ความโกรธ ความหลง เช่น ตาเห็นรูป ชอบใจเป็ น โลภะ ไม่ ช อบใจเป็ น โทสะ ขาดสติ ไ ม่ ไ ด้ กำ � หนดเป็ น โมหะ หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส กายถูกต้องสัมผัสก็เช่นเดียวกัน

91 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

สติทเี่ กิดขึน้ ขณะปฏิบตั วิ ปิ สั สนากรรมฐานนัน้ นอกจากจะคอย สกัดกัน้ อกุศลธรรม และความทุกข์รอ้ นใจทีจ่ ะเข้ามาทางอายตนะแล้ว สติเพ่ง อยู่ที่รูปนาม เมื่อเพ่งเล็งอยู่ก็ย่อมเห็นความเกิดดับของรูป นาม ที่ดำ�เนินไป ตามอายตนะต่าง ๆ อย่างไม่ขาดสาย การเห็นการเกิดดับของรูปนามนั้น จะนำ�ไปสู่การเห็น พระไตรลักษณ์ คือ ความไม่เที่ยง ความทุกข์ และความ ไม่มีตัวตนของสังขาร หรืออัตภาพอย่างแจ่มแจ้ง

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

การปฏิ บั ติ วิ ปั ส สนากรรมฐาน โดยเอาสติ เ ข้ า ไปตั้ ง กำ � กั บ ตามอายตนะนั้ น เมื่ อ ปฏิ บั ติ ไ ด้ ผ ลแก่ ก ล้ า แล้ ว ก็ จ ะเข้ า ตั ด ที่ ต่ อ ของอายตนะต่ า ง ๆ เหล่ า นั้ น มิ ใ ห้ ติ ด ต่ อ กั น ได้ คื อ ว่ า เมื่ อ เห็ น รู ป ก็สกั แต่วา่ เห็น เมือ่ ได้ยนิ เสียงก็สกั แต่วา่ ได้ยนิ ไม่ท�ำ ความรูส้ กึ นึกคิดปรุงแต่ง ให้เกิดความพอใจหรือความไม่พอใจ ในสิ่งที่ปรากฏให้เห็นและได้ยินนั้น รูปและเสียงทีไ่ ด้เห็นและได้ยนิ นัน้ ก็จะดับไป เกิดและดับอยูท่ นี่ นั้ เอง ไม่ไหล เข้ามาภายใน อกุศลธรรม ความทุกข์ ร้อนใจ ที่คอยจะติดตาม รูป เสียง และ อายตนะภายนอกอื่น ๆ เข้ามา ก็เข้าไม่ได้


อานิสงส์ของการปฏิบัติธรรม

(จากหนังสือ สวดมนต์ ทำ�กรรมฐาน ตามแบบหลวงพ่อจรัญ)

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

92

๑. มีวินัยในตัวเอง ๓ ประการ คือ ๑. รู้จักระวังตัว ๒. รู้จักควบคุมตัวได้ ๓. รู้จักเชื่อฟังผู้ใหญ่ ถ้าเป็นเด็กจะไม่เถียงผู้ใหญ่

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

๒. มีกิจนิสัย ๔ ประการ ๑. ขยัน ไม่จับจด รักงาน สู้งาน ๒. ประหยัด รู้จักใช้ชีวิตและทรัพย์สินอย่างถูกต้องและคุ้มค่า ๓. พัฒนา รู้จักพัฒนาตัวเอง และอาชีพให้ดีขึ้น ๔. สามัคคี รักครอบครัว รักหมู่คณะ และรักประเทศชาติ ๓. มีลักษณะนิสัย ๔ ประการ ๑. มีสัมมาคารวะ ๒. อุตสาหะพยายาม ๓. ปฏิบัติตามระเบียบวินัย ๔. รู้จักเด็ก รู้จักผู้ใหญ่ วางตัวได้เหมาะสม


93 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

๕. อานิสงส์ในการเดินจงกรม ๑. อดทนต่อการเดินทางไกล ๒. อดทนต่อความเพียร ๓. มีอาพาธน้อย ๔. ย่อยอาหารได้ดี ๕. สมาธิที่ได้ขณะเดินตั้งอยู่ได้นาน (ในปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย เล่ม ๓๒)

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

๔. มีความรู้คู่กับคุณธรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ๔ ประการได้ ๑. รู้จักคิด ๒. รู้จักปรับตัว ๓. รู้จักแก้ปัญหา ๔. มีทักษะในการทำ�งานและค่านิยมที่ดีงามในอนาคต เจ้านาย ทิ้ ง ลู ก น้ อ งไม่ ไ ด้ ลู ก น้ อ งทิ้ ง เจ้ า นายไม่ ไ ด้ เข้ า หลั ก ที่ ว่ า ผู้ใหญ่ดึง ผู้น้อยดัน คนเสมอกันจะได้อุปถัมภ์ค้ำ�จุนต่อไป


ประโยชน์ของการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน (จากหนังสือ สวดมนต์ ทำ�กรรมฐาน ตามแบบหลวงพ่อจรัญ)

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

94

การปฏิ บั ติ วิ ปั ส สนากรรมฐานนั้ น มี ป ระโยชน์ ม ากมาย เหลือที่จะนับประมาณได้ จะยกมาแสดงตามที่ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก สักเล็กน้อยดังนี้ คือ

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

• • • • •

สัตตานัง วิสทุ ธิยา ทำ�กายวาจาใจ ของสรรพสัตว์ให้บริสทุ ธิ์ หมดจด โสกะปะริ เ ทวานั ง สะมะติ ก กะมายะ ดั บ ความเศร้ า โศก ปริเทวนาการ ต่าง ๆ ทุ ก ขะโทมะนั ส สานั ง อั ต ถั ง คะมายะ ดั บ ความทุ ก ข์ ก าย ดับความทุกข์ใจ ญาณัสสะ อะธิคะมายะ เพื่อบรรลุมรรคผล นิพพานัสสะ สัจฉิกิริยายะ เพื่อทำ�นิพพานให้แจ้ง


และยังมีอยู่อีกมาก เช่น

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

95 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

๑. ชื่อว่าเป็นผู้ไม่ประมาท ๒. ชื่อว่าเป็นผู้ได้ป้องกันภัยในอบายภูมิทั้งสี่ ๓. ชื่อว่าได้บำ�เพ็ญไตรสิกขา ๔. ชื่อว่าได้เดินทางสายกลาง คือ มรรค ๘ ๕. ชื่อว่าได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยการบูชาอย่างสูงสุด ๖. ชือ่ ว่าได้บ�ำ เพ็ญ ศีล สมาธิ ปัญญา ให้เป็นอุปนิสยั ปัจจัย ไปในภายหน้า ๗. ชื่อว่าได้ปฏิบัติถูกต้องตามพระไตรปิฎกโดยแท้จริง ๘. ชื่อว่าเป็นผู้มีชีวิต ไม่เปล่าประโยชน์ทั้งสาม ๙. ชื่อว่าเป็นผู้เข้าถึงพระรัตนตรัย อย่างถูกต้อง ๑๐. ชื่อว่าได้ปฏิบัติเพื่อให้เกิดวิปัสสนาญาณ ๑๖ ๑๑. ชื่อว่าได้สั่งสมอริยทรัพย์ไว้ในภายใน ๑๒. ชือ่ ว่าเป็นผูม้ าดี ไปดี อยูด่ ี กินดี ไม่เสียทีทเี่ กิดมาพบพระพุทธศาสนา ๑๓. ชื่อว่าได้รักษาอมตมรดกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้เป็นอย่างดี ๑๔. ชือ่ ว่าได้ชว่ ยกันเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เจริญรุง่ เรืองยิง่ ๆ ขึน้ ไปอีก ๑๕. ชื่อว่าได้เป็นตัวอย่างอันดีงามแก่อนุชนรุ่นหลัง ๑๖. ชื่อว่าตนเองได้มีธนาคารบุญติดตัวไปทุกฝีก้าว


“อย่าลืมนะ ที่ลิ้นปี่ หายใจยาว ๆ สำ�รวมเวลาสวดมนต์ นั้นน่ะได้บุญแล้ว” จากธรรมะเทศนาเรื่อง วิธีแผ่เมตตาและอุทิศส่วนกุศล โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์


บทสวดมนต์ กราบพระรัตนตรัย

สุปะฏิปนั โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ)

นมัสการ (นะโม) นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)

97 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ)

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ)


ไตรสรณคมน์ (พุทธัง ธัมมัง สังฆัง)

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

98 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ทุติยัมปิ ทุติยัมปิ ทุติยัมปิ ตะติยัมปิ ตะติยัมปิ ตะติยัมปิ

พุทธัง ธัมมัง สังฆัง พุทธัง ธัมมัง สังฆัง พุทธัง ธัมมัง สังฆัง

สะระณัง สะระณัง สะระณัง สะระณัง สะระณัง สะระณัง สะระณัง สะระณัง สะระณัง

คัจฉามิ คัจฉามิ คัจฉามิ คัจฉามิ คัจฉามิ คัจฉามิ คัจฉามิ คัจฉามิ คัจฉามิ

พระพุทธคุณ (อิติปิ โส) อิ ติ ปิ โส ภะคะวา อะระหั ง สั ม มาสั ม พุ ท โธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุต ตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติฯ


พระธรรมคุณ สวากขาโต ภะคะวะตา ธั ม โม สั น ทิ ฏ ฐิ โ ก อะกาลิ โ ก เอหิ ปั ส สิ โ ก โอปะนะยิ โ ก ปั จ จั ต ตั ง เวทิตัพโพ วิญญูหีติฯ (อ่านว่า วิญญูฮีติ)

พระสังฆคุณ

99 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

(อ่านออกเสียง อาหุไนยโย ปาหุไนยโย ทักขิไณยโย โดยสระเอ กึ่งสระไอ)

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทงั จัตตาริ ปุรสิ ะยุคานิ อัฏฐะ ปุรสิ ะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย* ปาหุเนยโย* ทักขิเณยโย* อัญชะลี กะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติฯ


พุทธชัยมงคลคาถา (พาหุงฯ)

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

100 พ่อแม่ไม่ด���แก้ที่ลูก

พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ


101 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

* พรัหมัง อ่านว่า พรัมมัง

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

กัตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง พรัหมัง* วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญฯ


ชัยปริตร (มหากาฯ)

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

102 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

มะหาการุณิโก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณินัง ปู เ รตวา ปาระมี สั พ พา ปั ต โต สั ม โพธิ มุ ต ตะมั ง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เต ชะยะมั ง คะลั ง ฯ ชะยันโต โพธิยา มูเล สักยานัง นันทิวัฑฒะโน เอวัง ตวัง วิชะโย โหหิ ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล อะปะรา ชิ ต ะปั ล ลั ง เก สี เ ส ปะฐะวิ โ ปกขะเร อะภิ เ สเก สั พ พะพุ ท ธานั ง อั ค คั ป ปั ต โต ปะโมทะติ ฯ สุ นั ก ขั ต ตั ง สุ มั ง คะลั ง สุ ป ะภาตั ง สุ หุ ฏ ฐิ ตั ง สุ ข ะโณ สุมุหุตโต จะ สุยิฏฐัง พรัหมะจาริสุ** ปะทักขิณัง กายะกั ม มั ง วาจากั ม มั ง ปะทั ก ขิ ณั ง ปะทั ก ขิ ณั ง มะโนกัม มัง ปะณิธี เต ปะทัก ขิ ณา ปะทั ก ขิ ณานิ กัตวานะ ละภันตัตเถ ปะทักขิเณฯ ** พรัหมะจาริสุ อ่านว่า พรัมมะจาริสุ


ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตาสัพ พะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตาสัพ พะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ

พุทธคุณเท่าอายุเกิน ๑ (อิติปิโสเท่าอายุ+๑) อิ ติ ปิ โส ภะคะวา อะระหั ง สั ม มาสั ม พุ ท โธ วิ ช ชาจะระณะสั ม ปั น โน สุ ค ะโต โลกะวิ ทู อะนุ ต ตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติฯ

103 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

หลั ง จากสวดมนต์ ตั้ ง แต่ ต้ น จนจบบทพาหุ ง มหากาฯ แล้ ว ก็ ใ ห้ สวดเฉพาะบทพระพุท ธคุ ณ หรื ออิ ติ ปิโ ส ให้ ได้ จำ �นวนจบ เท่ า กับอายุ ของตนเอง แล้ ว สวดเพิ่ ม ไปอี ก หนึ่ ง จบ ตั ว อย่ า งเช่ น ถ้ า อายุ ๓๕ ปี ต้องสวด ๓๖ จบ จากนั้นจึงค่อยแผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศล

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตาสัพ พะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ


“สวดมนต์เป็นนิจ อธิษฐานจิตเป็นประจำ�

อโหสิกรรมเสียก่อน และเราก็แผ่เมตตา ให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย” จากธรรมะเทศนาเรื่อง กรรมฐานแก้กรรมได้อย่างไร โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์


“หายใจยาว ๆ ตั้งกัลยาณจิตไว้ที่ลิ้นปี่ ไม่ ใช่พูดส่งเดช” “จำ�นะที่ลิ้นปี่ เป็นการแผ่เมตตา” “จะอุทิศก็ยกจากลิ้นปี่ สู่หน้าผาก เรียกว่า อุณาโลมา ปจชายเต” จากธรรมะเทศนาเรื่อง วิธีแผ่เมตตาและอุทิศส่วนกุศล โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์


บทแผ่เมตตา

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

106 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลาย ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย อัพยาปัชฌา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย อะนีฆา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ

บทอุทิศส่วนกุศล (บทกรวดน้ำ�) อิทงั เม มาตาปิตนู งั โหตุ สุขติ า โหนตุ มาตาปิตะโร ขอส่วนบุญนี้จงสำ�เร็จ แก่มารดาบิดาของข้าพเจ้า ขอให้มารดาบิดาของข้าพเจ้า จงมีความสุข อิ ทั ง เม ญาตี นั ง โหตุ สุ ขิ ต า โหนตุ ญาตะโย ขอส่วนบุญนี้จงสำ�เร็จ แก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า จงมีความสุข


อิทัง เม คุรูปัชฌายาจะริยานังโหตุ สุขิตา โหนตุ คุรู ปัชฌายาจะริยา ขอส่วนบุญนี้จงสำ � เร็ จ แก่ ครู อุ ปั ช ฌาย์ อ าจารย์ ข องข้ า พเจ้ า ขอให้ ค รู อุ ปั ช ฌาย์ อาจารย์ของข้าพเจ้า จงมีความสุข

อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเวรี ขอส่ ว นบุ ญ นี้ จ งสำ � เร็ จ แก่ เ จ้ า กรรมนายเวร ทั้ ง ห ล า ย ทั้ ง ป ว ง ข อ ใ ห้ เ จ้ า ก ร ร ม น า ย เ ว ร ทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข อิทงั สัพพะสัตตานัง โหตุ สุขติ า โหนตุ สัพเพสัตตา ขอส่ ว นบุ ญ นี้ จ งสำ � เร็ จ แก่ สั ต ว์ ทั้ ง หลายทั้ ง ปวง ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข

107 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเปตา ขอส่ ว นบุ ญ นี้ จ งสำ � เร็ จ แก่ เ ปรตทั้ ง หลายทั้ ง ปวง ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

อิทัง สัพพะเทวานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเทวา ขอส่วนบุญนี้จงสำ �เร็จ แก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข


วิธีการสวดมนต์

(จากหนังสือ สวดมนต์ ทำ�กรรมฐาน ตามแบบหลวงพ่อจรัญ)

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

108

การสวดมนต์ เ ป็ น นิ จ นี้ มุ่ ง ให้ จิ ต แนบสนิ ท ติ ด ในคุ ณ ของพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ จิตใจจะสงบเยือกเย็นเป็นบัณฑิต มีความคิดสูง ทิฏฐิมานะทั้งหลายก็จะคลายหายไปได้ เราจะได้รับอานิสงส์ เป็นผลของตนเองอย่างนี้จากสวดมนต์เป็นนิจ

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

การอธิ ษ ฐานจิ ต เป็ น ประจำ � นั้ น มุ่ ง หมายเพื่ อ แก้ ก รรม ของผูม้ กี รรมจากการกระทำ�ครัง้ อดีตทีเ่ รารำ�ลึกได้ และจะแก้กรรมในปัจจุบนั เพื่อสู่อนาคต ก่อนที่จะมีเวรมีกรรม ก่อนอื่นใด เราทราบเราเข้าใจแล้ว โปรดอโหสิ ก รรมแก่ สั ต ว์ ทั้ ง หลาย เราจะไม่ ก่ อ เวรก่ อ กรรมก่ อ ภั ย พิ บั ติ ไม่ มี เ สนี ย ดจั ญ ไรติ ด ตั ว ไปเรี ย กว่ า “เปล่ า ” ปราศจากทุ ก ข์ ถึ ง บรมสุ ข คือนิพพานได้ เราจะรู้ได้ว่ากรรมติดตามมา และเราจะแก้กรรมอย่างไร ในเมื่อกรรมตามมาทันถึงตัวเรา เราจะรู้ตัวได้อย่างไร เราจะแก้อย่างไร เพราะมันเป็นเรื่องที่แล้ว ๆ มา การอโหสิกรรม หมายความว่า เราไม่โกรธ ไม่เกลียด เรามีเวร กรรมต่อกันก็ให้อภัยกัน อโหสิกันเสีย อย่างที่ท่านมาอโหสิกรรม ณ บัดนี้ ให้อภัยซึ่งกันและกัน พอให้อภัยได้ ท่านก็แผ่เมตตาได้ ถ้าท่านมีอารมณ์ ค้างอยูใ่ นใจ เสียสัจจะ ผูกใจโกรธ อิจฉาริษยา อาสวะไม่สนิ้ ไหนเลยล่ะ ท่านจะ แผ่เมตตาออกได้ เราจึงไม่พน้ เวรพ้นกรรมในข้อนี้ การอโหสิกรรมไม่ใช่ท�ำ ง่าย


วิธีในการสวดมนต์พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้สอนไว้ว่า “เอาตำ�รามาดูกันก็ไม่ได้ผล แต่ดูตำ�ราเพื่อให้ถูกวรรคตอน และให้คล่องปาก แล้วจะได้คล่องใจ เป็นสมาธิ”

ท่านสามารถรับฟังเสียงสวดมนต์ “บทพาหุงมหากาฯ” และบทอื่น ๆ ได้ที่ http://www.jarun.org/digitallibrary/

(จากหนังสือ สวดมนต์ ทำ�กรรมฐาน ตามแบบหลวงพ่อจรัญ)

เมื่อสวดมนต์ได้ถูกวรรคตอน เป็นสมาธิดีแล้ว ก็วางจิตให้ถูกต้อง สวดมนต์เป็นนิจ อธิษฐานจิตเป็นประจำ� (ลิ้นปี่) อโหสิกรรมเสียก่อนและเราก็แผ่เมตตา... (ลิน้ ปี่) มีเมตตาดีแล้ว ได้กุศลแล้วเราก็อุทิศเลย (อุณาโลม)

สวดมนต์เป็นนิจ (ลิ้นปี่) “แผ่ส่วนกุศลทำ�อย่างไร อุทิศตรงไหนทำ�ตรงไหน และวางจิต ไว้ตรงไหนถึงจะได้ อย่าลืมนะ ทีล่ นิ้ ปี่ หายใจยาว ๆ สำ�รวมเวลาสวดมนต์นนั้ น่ะ ได้บุญแล้ว ไม่ต้องเอาสตางค์ไปถวายองค์โน้นองค์นี้หรอก แล้วสำ�รวมจิต ส่งกระแสจิตที่หน้าผาก อุทิศส่วนกุศล ...” “ลิ้นปี่ จะอยู่ครึ่งทางระหว่างจมูกถึงสะดือ”

109 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

การวางจิต


อธิษฐานจิตเป็นประจำ� (ลิ้นปี่) “... อธิษฐานจิต หมายความว่า ตั้งสติสัมปชัญญะ ไว้ที่ลิ้นปี่ สำ�รวมกาย วาจา จิตให้ตั้งมั่นแล้ว จึงขอแผ่เมตตาไว้ในใจ สักครู่หนึ่ง แล้วก็ อุทิศให้มารดา บิดาของเรา ว่าเราได้บำ�เพ็ญกุศล ท่านจะได้บุญได้กุศลแน่ ๆ เดี๋ยวนี้ด้วย ผมเรียนถวายนะ มิฉะนั้นผมจะอุทิศไปยุโรปได้อย่างไร ...”

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

110

อโหสิกรรมก่อนแล้วค่อยแผ่เมตตา

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

“แผ่เมตตากับอุทิศ มันต่างกัน ทำ�ใจให้เป็นเมตตาบริสุทธิ์ก่อน ไม่อิจฉา ริษยา ไม่ผูกพยาบาทใครไว้ในใจ ทำ�ใจให้แจ่มใส ทำ�ให้ใจสบาย คือ เมตตา แล้วเราจะอุทศิ ให้ใครก็บอกกันไป มันจะมีพลังสูง สามารถจะอุทศิ ให้ คุณพ่อคุณแม่ของเรา กำ�ลังป่วยไข้ให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บได้ เช่น วีโก้ บรูน ชาวนอรเวย์ ที่เคยมาบวชที่วัดนี้เป็นต้น ...”

แผ่เมตตา (ลิ้นปี่) อุทิศส่วนกุศล (อุณาโลม) “หายใจยาว ๆ ตั้ ง กั ล ยาณจิ ต ไว้ ที่ ลิ้ น ปี่ ไม่ ใ ช่ พู ด ส่ ง เดช จำ � นะที่ ลิ้ น ปี่ เป็ น การแผ่ เ มตตาจะอุ ทิ ศ ก็ ย กจากลิ้ น ปี่ สู่ ห น้ า ผาก เรียกว่า อุณาโลมา ปจชายเต ...”


ลำ�ดับการสวดมนต์

(จากหนังสือ สวดมนต์ ทำ�กรรมฐาน ตามแบบหลวงพ่อจรัญ)

111 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

• ตั้งนะโม ๓ จบ • สวดพุทธัง ธัมมัง สังฆัง • สวดพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ • สวดพุทธชัยมงคลคาถา (พาหุงฯ) • สวดมหาการุณิโก • สวดพุทธคุณ อย่างเดียวเท่ากับอายุ บวก ๑ เช่น อายุ ๒๘ ปี ให้สวด ๒๙ จบ อายุ ๕๔ ปี ให้สวด ๕๕ จบ เป็นต้น • แผ่เมตตา • อุทิศส่วนกุศล

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

“พระพุทธคุณ อาตมาสังเกตมาว่า บางคนเขาไปหาหมอดู เคราะห์ร้ายก็ต้องสะเดาะเคราะห์ อาตมาก็มาดูเหตุการณ์ โชคลางไม่ดี ก็เป็น ความจริงของหมอดู อาตมาก็ตั้งตำ�ราขึ้นมาด้วยสติ บอกว่า โยมไปสวด พุทธคุณเท่าอายุให้เกินกว่า ๑ ให้ได้ เพื่อให้สติดี แล้วสวด “พาหุงมหากาฯ” หายเลย สติก็ดีขึ้น เท่าที่ใช้ได้ผล สวดตั้งแต่ นะโม พุทธัง ธัมมัง สังฆัง พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ พาหุงมหากาฯ จบแล้วย้อนกลับมาข้างต้น เอาพุทธคุณห้องเดียว (อิตปิ โิ ส ภะคะวา จนถึง พุทโธ ภะคะวาติ) ห้องละ ๑ จบ ต่อ ๑ อายุ อายุ ๔๐ สวด ๔๑ ก็ได้ผล”


เหตุใดต้องสวดพุทธคุณเท่าอายุเกิน ๑ หรือ อิติปิโสเท่าอายุ+๑ (จากหนังสือ สวดมนต์ ทำ�กรรมฐาน ตามแบบหลวงพ่อจรัญ)

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

“อาตมาเคยพบคนแก่อายุ ๑๐๐ กว่าปี มีคนเอากับข้าวมาให้ ก็สวด อิตปิ โิ ส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ๑ จบ ให้ตวั เองก่อน ส่วนอีกจบหนึง่ ให้คนที่นำ�มาให้ เสร็จแล้วให้ถ้วยคืนไป อาตมาจับเคล็ดลับได้ จะให้ใคร ต้องเอาทุนไว้ก่อน ถึงได้เรียกว่า สวดพุทธคุณเท่าอายุเกินหนึ่งไงเล่า”

112 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

“ที่ว่าให้ว่าสวดเท่าอายุนี่ หมายความว่าอายุเท่าไหร่ ๒๐ ถ้าเรา สวดแค่ ๑๐ เดียว มันก็ไม่เท่าอายุสวดไปเนี่ยเท่าอายุก่อนนะมันคุมให้มีสติ แล้วก็เกินหนึ่งเพราะอะไร ที่พูดเกินหนึ่งเนี่ยหมายความคนมักง่ายมักได้ คือ มันมีเวลาน้อย ถ้าสวดแค่เกินหนึ่งทำ�อะไรให้มันเกินไว้ เหมือนคุณโยมเนี่ย ไปค้าขาย ยังไม่ได้ขายได้สกั กะตังค์เลยจะเอาอะไรไปให้ทาน ยังไม่ได้ก�ำ ไรเลย ต้องให้ตัวเองก่อนนะ นี่ต้องค้าขายต้องลงทุนนี่ ต้องลงทุนก็สวดไป แต่สวด มากเท่าไรยิ่งดีมากได้มีสมาธิมาก แต่อาตมาที่พูดไว้คือคนมันไม่มีเวลา ก็เอา เกินหนึ่งได้ไหม เกินหนึ่งได้ก็ใช้ได้นะ แต่ถ้าเกินถึง ๑๐๘ ได้ไหม ยิ่งดีใหญ่ ทำ�ให้เกิดสมาธิสูงขึ้น”


การเปลี่ยนจาก “เต” เป็น “เม” ในบทสวดมนต์

(จากหนังสือ สวดมนต์ ทำ�กรรมฐาน ตามแบบหลวงพ่อจรัญ)

“เม” คือ ข้า หมายถึง ผู้สวดนั่นแหละ ส่วน “เต” คือท่าน

“ท่านไปขุดน้�ำ กินเสียบ้านเดียว ท่านจะได้อะไรหรือ ขุดบ่อน้�ำ สาธารณะกินได้ทุกบ้าน ใครมาก็กิน ใครมาก็ใช้ ท่านได้บุญมาก มีถนน ส่วนบุคคล ท่านเดินได้เฉพาะบ้านเดียว ไม่สาธารณะแก่คนทัว่ ไป ท่านจะได้ บุญน้อยมาก มีอานิสงส์นอ้ ยมาก นีเ่ ปรียบเทียบถวาย เรือ่ งจริงเป็นอย่างนัน้ ”

113 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

เราสามารถเลือกสวดได้ทั้ง “เม” และ “เต” แต่ขอฝากย้ำ� คำ�สอนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เรื่องการแผ่เมตตาและอุทิศส่วนกุศล มาให้พิจารณาดังนี้

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ได้เทศน์ตอบผู้ให้สัมภาษณ์จากเทป ธรรมบรรยาย “สวดมนต์จนหายป่วย” และ “มารไม่มี บารมีไม่เกิด”


วิธีการแผ่เมตตาและอุทิศส่วนกุศล

(จากหนังสือ สวดมนต์ ทำ�กรรมฐาน ตามแบบหลวงพ่อจรัญ)

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

114 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

“วันนี้จะขอฝากญาติโยมไว้ การอุทิศส่วนกุศล และการแผ่ ส่ ว นกุ ศ ลไม่ เ หมื อ นกั น การแผ่ คื อ การแพร่ ข ยาย เป็ น การเคลี ย ร์ พื้ น ที่ แผ่ส่วนบุญออกไป เรียกว่า สัพเพสัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทัง้ หมดทัง้ สิน้ เรียกว่าการแผ่แพร่ขยาย แต่การอุทศิ ให้ เป็ น การให้ โ ดยเจาะจง ถ้ า เราจะให้ ตั ว เองไม่ ต้ อ งบอก ไม่ ต้ อ งบอกว่ า ขอให้ข้าพเจ้ารวย ขอให้ข้าพเจ้าดี ขอให้ข้าพเจ้าหมดหนี้ ทำ�บุญก็รวยเอง เราเป็นคนทำ� เราก็เป็นคนได้ และการให้บิดามารดานั้น ก็ไม่ต้องออกชื่อ แต่ประการใด ลูกทำ�ดีมปี ญ ั ญา ได้ถงึ พ่อแม่ เพราะใกล้ตวั เรา พ่อแม่อยูใ่ นตัวเรา เราสร้ า งความดี ม ากเท่ า ไร จะถึ ง พ่ อ แม่ ม ากเท่ า นั้ น เรามี ลู ก ลู ก เราดี ลูกมีปัญญา พ่อแม่ก็ชื่นใจโดยอัตโนมัติไม่ต้องไปบอก” ผู้ปรารถนาจะปลูกเมตตาให้งอกงามอยู่ในจิต พึงปลูกด้วยการ คิดแผ่ ในเบื้องต้นแผ่ไปโดยเจาะจงก่อน ในบุคคลที่ชอบพอ มีมารดาบิดา ญาติมิตร เป็นต้น โดยนัยว่าผู้นั้น ๆ จงเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียน ไม่มีทุกข์ มีสุขสวัสดี รักษาตนเถิด เมื่อจิตได้รับการฝึกหัดคุ้นเคยกับเมตตา เข้าแล้ว ก็แผ่ขยายให้กว้างออกไปโดยลำ�ดับดังนี้ ในคนที่เฉย ๆ ไม่ชอบไม่ชัง ในคนไม่ชอบน้อย ในคนที่ไม่ชอบมาก ในมนุษย์และดิรัจฉานไม่มีประมาณ


เมตตาจิต เมือ่ คิดแผ่กว้างออกไปเพียงใด มิตรและไมตรีกม็ คี วามกว้างออกไป เพียงนัน้ เมตตาไมตรีจติ มิใช่อ�ำ นวยความสุขให้เฉพาะบุคคล ย่อมให้ความสุข แก่ชนส่วนรวมตั้งแต่สองคนขึ้นไป คือ หมู่ชนที่มีไมตรีจิตต่อกัน ย่อมหมด ความระแวง ไม่ตอ้ งจ่ายทรัพย์ จ่ายสุข ในการระวังหรือเตรียมรุกรับ มีโอกาส ประกอบการงาน อันเป็นประโยชน์แก่ตนเองและหมู่เต็มที่ มีความเจริญ รุ่งเรืองและความสงบสุขโดยส่วนเดียว

“หายใจยาว ๆ ตัง้ สติกอ่ น หายใจลึก ๆ ยาว ๆ แล้วก็แผ่เมตตาก่อน มีเมตตาดีแล้ว ได้กุศลแล้ว เราก็อุทิศเลย อโหสิกรรม ไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่พยาบาทใครอีกต่อไป และเราจะขออุทิศให้ใคร ญาติบุพเพสันนิวาส จะได้ก่อน ญาติเมื่อชาติก่อนจะได้มารับ เราก็มิทราบ ว่าใครเป็นพ่อแม่ ในชาติอดีต ใครเป็นพี่น้องของเราเราก็ไม่ทราบ แต่แล้วเราจะได้ทราบ ตอนอุ ทิ ศ ส่ ว นกุ ศ ลนี้ ไ ปให้ เหมื อ นโทรศั พ ท์ ไ ปเขาจะได้ รั บ หรื อ ไม่ เราจะรู้ได้ทันที”

115 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

“ตัง้ สติหายใจยาว ๆ ตอนทีก่ รวดน้�ำ เสร็จแล้วอธิษฐานจิตไว้กอ่ น อธิษฐานจิตหมายความว่า ตั้งสติสัมปชัญญะไว้ที่ลิ้นปี่ สำ�รวมกาย วาจา จิต ได้ตั้งมั่นแล้ว จึงขอแผ่เมตตาไว้ในใจสักครู่หนึ่ง แล้วก็ขออุทิศให้บิดามารดา ของเราว่า เราได้บำ�เพ็ญกุศล ท่านจะได้บุญได้ผลแน่ ๆ เดี๋ยวนี้ด้วย ...”

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

สวดมนต์เป็นนิจ อธิษฐานจิตเป็นประจำ� อโหสิกรรมเสียก่อน และเราก็แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่เราไปสร้างกรรมมาครั้งอดีต รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง รู้เท่าทันหรือไม่เท่าทันก็ตาม ถ้ารู้เท่าไม่ถึงการณ์เช่นนี้แล้ว ขอสรรพสัตว์ทั้งหลายจงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้ามันก็จะน้อยลงไป


“นี่ก็เช่นเดียวกัน เราจะปลื้มปีติทันทีนะ เราจะตื้นตันขึ้นมาเลย ถ้าท่านมีสมาธิ น้�ำ ตาท่านจะร่วงนะ ขนพองสยองเกล้าเป็นปีตเิ บือ้ งต้น ถ้าท่าน มาสวดมนต์กันส่งเดช ไม่เอาเหนือเอาใต้ ท่านไม่อุทิศท่านจะไม่รู้เลยนะ ... ”

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

116 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

“วันนี้ท่านทำ�บุญอะไร สร้างความดีอะไรบ้าง ดูหนังสือท่องจำ� บทอะไรได้บ้าง ก็อุทิศได้ เมืองฝรั่งเขาไม่มีการทำ�บุญ เราไปทอดกฐิน ผ้าป่า ถวายสังฆทาน เขาทำ�ไม่เป็น แต่ทำ�ไมเขาเป็นเศรษฐี ทำ�ไมเขามีความเจริญ ทางด้านเทคโนโลยี ทำ�ไมถึงเจริญด้วยอารยธรรมของเขา เพราะเขามีบุญ วาสนา เขาตั้งใจทำ� มีกิจกรรมในชีวิตของเขา จะยกตัวอย่าง วันนี้เขาค้าขายได้ เป็นพันเป็นหมื่นด้วยสุจริตธรรม เขาก็เอาอันนั้นแหละอุทิศไป วันนี้เขาปลูก ต้นไม้ได้มากมาย เขาก็เอาสิ่งนี้อุทิศไป ว่าได้สร้างความดีในวันนี้ ไม่ได้อยู่ว่าง แต่ประการใด เขาก็ได้บญ ุ ไม่จ�ำ เป็นต้องเอาสตางค์มาถวายพระเหมือนเมืองไทย ถวายสังฆทานกันไม่พกั ถวายโน่นถวายนีแ่ ต่ใจเป็นบาป อุทศิ ไม่ออก บอกไม่ได้ อย่างนี้เป็นต้น จะไม่ได้อะไรเลยนะ ... ” “... ที่ผมแผ่เมตตาและอุทิศส่วนกุศล ไปเข้าบ้านลูกสาวญวน ที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส ทำ�อย่างนี้นะ เวลาสวดมนต์ อิติปิโส... ยาเทวตา... ตัง้ ใจสวดด้วยภาษาบาลีเช่นนี้ ทีห่ ยุดเงียบไปน่ะ ผมสำ�รวมจิตตัง้ สติ แผ่เมตตา จิตสงบดีแล้วจึงอุทิศไป” “… ที่ท่องจำ�โคลงให้ได้น่ะเพื่อให้คล่องปาก ว่าให้คล่องปาก แล้วก็จะคล่องใจ คล่องใจแล้วถึงจะเป็นสมาธิ เป็นสมาธิแล้วถึงจะอุทิศได้ ไม่อย่างนั้นไม่ได้นะ”


“เอาตำ � รามาดู กั น ก็ ไ ม่ ไ ด้ ผ ล แต่ ดู ตำ � ราเพื่ อ ให้ ถู ก วรรคตอน และให้ ค ล่ อ งปาก แล้ ว จะได้ ค ล่ อ งใจ เป็ น สมาธิ ถึ ง จะมี กำ � ลั ง ส่ ง อุ ทิ ศ ไม่อย่างนั้นไม่มีกำ�ลังส่งเลยนะ” “การอุทิศส่วนกุศล นี่สำ�คัญนะ แต่ต้องแผ่เมตตาก่อน แผ่เมตตา ให้มีสติก่อน แผ่เมตตาให้มีความรู้ว่าเราบริสุทธิ์ ใจมีเมตตาไหม และอุทิศเลย มันคนละขั้นตอนกันนะ

“ท่านทำ�ประโยชน์อะไรในวันนี้ เอามาตีความ สำ�รวมตัง้ สติไว้กอ่ น ว่าขาดทุนหรือได้กำ�ไรชีวิต และจะไปเรียงสถิติในจิตใจเรียกว่าเมตตา แปลว่า ระลึกก่อน เมตตาแปลว่าปรารถนาดีกับตนเอง สงสารตัวเองที่ได้สร้างความ ดีหรือความชั่วเช่นนี้”

117 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

“เรามาสวดมนต์ไหว้พระกันว่า โยโสภะคะวา.... ใจเป็นบุญไหม สวากขาโต... สุปะฏิปนั โน... ใจเป็นบุญไหม ท่านจะฟุง้ ซ่านไปทางไหน สำ�รวม อินทรีย์ หน้าที่คอยระวัง เอาของจริงไปใช้ อย่าเอาของปลอมมาใช้เลย ...”

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

แผ่เมตตากับอุทิศมันต่างกัน ทำ�ใจให้เป็นเมตตาบริสุทธิ์ก่อน ไม่อิจฉา ไม่ริษยา ไม่ผูกพยาบาทใครไว้ในใจ ทำ�ให้แจ่มใส ทำ�ใจให้สบาย คือเมตตา แล้วเราจะอุทิศให้ใครก็บอกกันไป มันจะมีพลังสูง สามารถจะ อุทิศให้คุณพ่อคุณแม่ของเรากำ�ลังป่วยไข้ ให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บได้ เช่น วีโก้ บรูน ชาวนอรเวย์ ที่เคยมาบวชที่วัดนี้เป็นต้น”


“หายใจยาว ๆ ตั้ ง กั ล ยาณจิ ต ไว้ ที่ ลิ้ น ปี่ ไม่ ใ ช่ พู ด ส่ ง เดช จำ�นะที่ลิ้นปี่เป็นการแผ่เมตตา จะอุทิศก็ยกจากลิ้นปี่สู่หน้าผาก เรียกว่า อุณาโลมา ปจชายเต นะอยูห่ วั สามตัวอย่าละ นะอยูท่ ไี่ หนตามเอามา แล้วก็อทุ ศิ ทันที จึงถึงตามที่ปรารถนา ไม่ว่าเป็นโยมพ่อโยมแม่ จะให้น้องเรียนหนังสือ จะให้ พี่เรียนหนังสือ หรือจะให้บุตรธิดาของตน จะได้ผลขึ้นมาทันที” ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

118

“ลูกว่านอนสอนยาก ลูกติดยาเสพติด ถ้าทำ�ถูกวิธีแล้ว มันจะ หันเหเร่มาทางดีได้ พ่อแม่กินเหล้าเมายา เล่นการพนัน ลูกจะไปสอนพ่อแม่ ไม่ได้ มีทางเดียวคือ เจริญพระกรรมฐาน สำ�รวมจิตแผ่เมตตา อุทศิ ส่วนกุศล

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

“นะ” อยู่หัว สามตัวอย่าละ “นะ” อยู่ที่ไหนตามเอามาให้ได้ หมายความว่ากระไร ถ้าท่านทำ�กรรมฐาน ท่านจะทายออก “นะ” ตัวนีส้ �ำ คัญ “นะ” มีทั้งเมตตามหานิยม “นะ” แปลว่า การกระทำ�อกุศลให้เป็นกุศล “นะ” แปลว่า ทำ�ศัตรูให้เป็นมิตร สร้างชีวติ ในธรรม แล้วก็อทุ ศิ ส่วนกุศลไป” “… อย่าทำ�ด้วยอารมณ์ อย่าทำ�ด้วยความผูกพยาบาท อาฆาต ต่อกัน ละเวรละกรรมเสียบ้าง แล้วจิตจะโปร่งใส ใจก็จะสะอาดแล้วก็อทุ ศิ ไป จิตมันไม่ติดไฟแดง จิตไม่เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา จิตมันทะลุฝาผนังได้ ท่านเข้าใจ คำ�นี้หรือยัง จิตมันตรงที่หมาย จิตไม่มีตัวตน จิตคิดอ่านอารมณ์ มีจิตโปร่ง ท่านจะทำ�อะไรก็โล่งใจ สบายอก สบายใจ “นะ” อยู่หัว สามตัวอย่าละ เอา “นะ” ไปอุทิศให้ได้ ถ้าท่านมีครอบครัวแล้วโปรดตั้งปฏิญาณในใจว่า ให้บตุ รธิดาของเรารวยสวยเก่ง เร่งเป็นดอกเตอร์ อย่างนีซ้ ถิ งึ จะถูกวิธขี องผม”


“ท่านไปขุดน้ำ�กินเสียบ้านเดียว ท่านจะได้อะไรหรือ ขุดบ่อน้ำ� สาธารณะกินได้ทุกบ้าน ใครมาก็กิน ใครมาก็ใช้ ท่านได้บุญมากมีถนน ส่วนบุคคล ท่านเดินได้เฉพาะบ้านเดียว ไม่สาธารณะแก่คนทั่วไป ท่านจะได้ บุญน้อยมาก มีอานิสงส์นอ้ ยมาก นีเ่ ปรียบเทียบถวาย เรือ่ งจริงเป็นอย่างนัน้ ”

119 พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

“ผมทำ�มา ๔๐ กว่าปีแล้ว ทำ�ได้ผล ขอถวายความรู้เป็นบุญ เป็นกุศล ให้ทา่ นได้บญ ุ อย่างประเสริฐไป จะได้อทุ ศิ ให้โยมเขา เขาเป็นโรคภัย ไข้เจ็บ ถ้าไม่เหลือวิสัยมันก็หายได้”

ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

“… อย่าลืมนะ ที่ลิ้นป หายใจยาว ๆ สำ�รวมเวลาสวดมนต์ นั้นน่ะได้บุญแล้ว … แล้วสำ�รวมจิตส่งกระแสจิตที่หน้าผาก อุทิศส่วนกุศล เวลาแผ่เมตตาเอาไว้ที่ลิ้นปี่ สำ�รวมอินทรีย์ หน้าที่คอยระวัง นะ อุ อุอะมะ อุ อะมะ อะอะอุ นะอยู่ตรงไหน เอามาไว้ตรงไหน จับให้ได้แล้วอุทิศไป”


“ยิ่งให้ยิ่งได้ ยิ่งหวงยิ่งอด หมดก็ ไม่มา เราไม่หวงกัน เราก็ ไม่อด หมดก็มาเรื่อย ๆ” หนังสือ “สวดมนต์ ทำ�กรรมฐาน ตามแบบห���วงพ่อจรัญ” และ หนังสือ “สวดมนต์ ตามแบบหลวงพ่อจรัญ” ตลอดระยะเวลาหลายสิบปี พระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัญได้สละ เวลา แรงกาย แรงใจ เพื่อสอนวิธีนำ�สติมาใช้ เพราะเมื่อมีสติ จะเกิด ปัญญา จะแก้ปญ ั หาชีวติ ได้ หนังสือเล่มนี้ จะแนะนำ�วิธกี ารสวดมนต์ ทำ�กรรมฐานให้กับท่านตั้งแต่เริ่มต้น และตอบคำ�ถามเกี่ยวกับการ สวดมนต์ ทำ�กรรมฐาน เอาไว้ในเล่มนี้ด้วย (รหัส 424) (รหัส 426)

หนังสือ “ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่ พ่อแม่ ไม่ดีแก้ที่ลูก” และ หนังสือ “สามี ไม่ดีแก้ที่ภรรยา ภรรยาไม่ดีแก้ที่สามี” ลูกไม่ดีแก้ที่พ่อแม่

120

หลายปัญหาในครอบครัว ที่บางครั้งเราเองก็คิดว่าคงไม่มีทางแก้ไข แต่ ด้ ว ยธรรมะที่ พ ระเดชพระคุ ณ หลวงพ่ อ จรั ญ ท่ า นได้ ส อนไว้ จะนำ�พาท่านพบกับทางออกแห่งความสุข ที่ พ่อ แม่ ลูก สามี ภรรยา สามารถอ่านได้กันทุกคน (รหัส 626) (รหัส 828)

หนังสือ “โรคภัยไข้เจ็บ ถ้ามันไม่เหลือวิสัย ก็หายได้” และ “โรคภัยไข้เจ็บ ตำ�รับตำ�รา ยา สมุนไพร”

พ่อแม่ไม่ดีแก้ที่ลูก

หนังสือทีจ่ ะเป็นคูม่ อื ให้ทงั้ คนป่วยและญาติพนี่ อ้ ง ในวันทีโ่ รคภัยไข้ เจ็บได้มาถึง คนป่วยจะได้ทราบวิธปี ฏิบตั ติ น คนทีเ่ ป็นบุตร เป็นสามี ภรรยา เป็นพ่อแม่ญาติพนี่ อ้ ง จะทำ�สิง่ ใดได้บา้ งเมือ่ คนทีร่ กั ต้องพบ กับสัจจะธรรมของชีวิตในข้อนี้ (รหัส 525) (รหัส 526)

หากท่านต้องการจัดทำ�สื่อธรรมะเหล่านี้ เผยแผ่เป็นธรรมทาน หรือใช้ ในงานบุญ งานพิธีต่าง ๆ ท่านสามารถสั่งพิมพ์สั่งผลิตได้ที่

บุ๊คดีดอทคอม 081 599 1439

อีเมลล์ book-d@hotmail.com, เว็บไซต์ http://www.book-d.com

โทรศัพท์ 02 222 0599

ธรรมนำ�ใจ 626


หนังสือธรรมะ ลูกไม่ดี แก้ที่พ่อแม่ พ่อแม่ไม่ดี แก้ที่ลูก