Issuu on Google+

นายมงคล ว่องไว ปรศ.4 รหัส 52-1-2655

ปฏิญญาสากลว่าด้วยเรื่อง สิทธิมนุษยชน ด้วยเหตุที่การยอมรับศักดิศ์ รีประจาตัว และสิทธิที่เสมอกันไม่อาจโอนแก่กันได้ของสมาชิกทั้งปวงแห่งครอบครัวมนุษย์ เป็นรากฐานของเสรีภาพ ความยุติธรรมและสันติภาพ ด้วยเหตุที่การเฉยเมยและดูหมิ่นเหยียดหยามสิทธิมนุษย์ด้วยกัน เอง ได้ก่อให้เกิดการกระทาอันโหดร้ายป่าเถื่อนทารุณ กระทบกระเทือนมโนธรรมของมนุษยชาติอย่างรุนแรง โดยเหตุที่ได้มี การประกาศปณิธานสูงสุดของสามัญชนว่า ถึงวาระแห่งโลกแล้วทีม่ ลมนุษย์จะมีเสรีภาพในการพูด ในความเชื่อถือ และทั้ง มีเสรีภาพจากความกลัวและความต้องการ ด้วยเหตุที่เป็นสิ่งจาเป็นที่สิทธิมนุษยชนควรได้รับการคุ้มครองโดยหลักนิติ ธรรม ถ้าไม่ต้องการให้มนุษย์ถูกบีบบังคับ ให้หาทางออกโดยการกบฎต่อทรราชย์และการกดขี่อันเป็นที่พึ่งสุดท้าย ด้วยเหตุที่เป็นสิงจาเป็นที่จะส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างชาติต่างๆ ด้วยเหตุที่บรรดาประชาชนแห่ง สหประชาชาติได้ยืนยันไว้ในกฎบัตร ถึงความเชื่อมั่นในสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ในศักดิ์ศรีและคุณค่าของตัวบุคคล และ ความเสมอกันแห่งสิทธิทั้งชายหญิง และได้ตัดสินใจที่จะส่งเสริมความก้าวหน้า ทางสังคมตลอดจนมาตรฐานแห่งชีวิตให้ดี ขึ้น มีเสรีภาพมากขึ้น ด้วยเหตุที่รัฐสมาชิกได้ปฏิญาณที่จะให้ได้มา โดยการร่วมมือกับสหประชาชาติ ซึ่งการส่งเสริม การ เคารพ และการถือปฏิบัติโดยสากลต่อสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ด้วยเหตุที่ความเข้าใจตรงกันในเรื่องสิทธิ และเสรีภาพ มีความสาคัญยิ่ง เพื่อให้คาปฏิญาณนี้เกิดสัมฤทธิ์ผลอย่างเต็มเปี่ยม ดังนั้น ณ บัดนี้ สมัชชา จึงขอประกาศให้.... ปฏิญญาสากลว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชนนี้ เป็นมาตรฐานร่วมกันแห่งความสาเร็จ สาหรับประชาชนทั้งหลาย และประชาชาติทั้งปวง ด้วยจุดประสงค์ที่จะให้ปัจเจกบุคคล ทุกผู้ทุกนามและองค์กรของสังคมทุกหน่วย โดยการราลึก เสมอถึงปฏิญญานี้ พยายามสั่งสอนและให้การศึกษาเพื่อส่งเสริม การเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพเหล่านี้ ด้วยมาตรการที่ เจริญก้างไปข้างหน้า ทั้งในและระหว่างประเทศ เพื่อให้ได้มาซึง่ การยอมรับและถือปฏิบัตติ ่อสิทธิเหล่านั้น อย่างเป็นสากล และได้ผล ทั้งในหมู่ประชาชนของรัฐสมาชิกเอง และในหมู่ของประชาชนแห่งดินแดน ที่อยู่ภายใต้ดุลอาณาของรัฐสมาชิก ดังกล่าว. ข้อ 1. มนุษย์ทั้งหลายทั้งหลายเกิดมามีอิสรเสรี เท่าเทียมกันทั้งศักดิ์ศรีและสิทธิ ทุกคนได้รับการประสิทธิ์ประสาทเหตุผล และมโนธรรม และควรปฏิบัติต่อกันอย่างฉันพี่น้อง ข้อ 2.บุคคลชอบที่จะมีสิทธิและเสรีภาพตามที่ระบุไว้ในปฏิญญานี้ ทั้งนีโ้ ดยไม่มีการจาแนกความแตกต่างในเรื่องใดๆ เช่น เชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความเห็นทางการเมือง หรือทางอื่นใด ชาติหรือสังคมอันเป็นที่มาเดิม ทรัพย์สิน กาเนิด หรือสถานะอื่นใด นอกจากนี้การจาแนกข้อแตกต่าง โดยอาศัยมูลฐานแห่งสถานะทางการเมือง ทางดุลอาณาหรือทาง เรื่องระหว่างประเทศของประเทศ หรือดินแดนซึ่งบุคคลสังกัดจะทามิได้ ทั้งนี้ไม่ว่าดินแดนดังกล่าวจะเป็นเอกราช อยู่ใน ความพิทักษ์ มิได้ปกครองตนเอง หรืออยู่ภายใต้การจากัดแห่งอธิปไตยอื่นใด


ข้อ 3.บุคคลมีสิทธิในการดาเนินชีวิต ในเสรีธรรมและในความมั่นคงแห่งร่างกาย ข้อ 4.บุคคลใดจะถูกบังคับให้เป็นทาส หรืออยู่ในภาระจายอมใดๆมิได้ การเป็นทาสและการค้าทาสจะมีไม้ได้ทุกรูปแบบ ข้อ 5.บุคคลใดจะถูกทรมานหรือได้รับการปฏิบัติ หรือลงทัณฑ์ซึ่งทารุณโหด ไร้มนุษยธรรมหรือเหยียดหยามเกียรติมิได้ ข้อ 6.ทุกๆคนมีสิทธิที่จะได้รับ การยอมรับว่าเป็นบุคคลในกฎหมาย ไม่ว่า ณ ที่ใดๆ ข้อ 7.ทุกๆคน ต่างเสมอกันในกฎหมายและชอบที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน โดยปราศจากการ เลือกปฏิบัติใดๆ ทุกคนชอบที่จะได้รับการคุ้มครองอย่างเสมอหน้าจากการเลือกปฏิบัติใดๆ อันเป็นการล่วงละเมิดปฏิญญา นี้ และต่อการยุยงส่งเสริมให้เกิดการเลือกปฏิบัตเิ ช่นนั้น ข้อ 8.บุคคลมีสิทธิที่จะได้รับการเยียวยาอย่างได้ผล โดยศาลแห่งชาติซึ่งมีอานาจเนื่องจากการกระทาใดๆ อันละเมิดต่อ สิทธิขั้นมูลฐาน ซึ่งตนได้รับจากรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย ข้อ 9.บุคคลใดจะถูกจับ กักขัง หรือเนรเทศโดยพลการมิได้ ข้อ 10.บุคคลชอบที่จะเท่าเทียมกันอย่างบริบูรณ์ ในอันที่จะได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรมและเปิดเผย โดยศาลที่เป็น อิสระและ ไร้อคติ ในการวินิจฉัยชี้ขาดสิทธิและหน้าที่ ตลอดจนข้อที่ตนถูกกล่าวหาใดๆ ทางอาญา ข้อ 11.บุคคลที่ถูกกล่าวหาด้วยความผิดทางอาญา มีสิทธิ์ที่จะได้รับการสันนิฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ จนกว่าจะจะมีการ พิสูจน์ว่า มีความผิดตามกฎหมาย ในการพิจารณาโดยเปิดเผย ณ ที่ซึ่งตนได้รับหลักประกันทั้งหมดที่จาเป็นในการต่อสู้คดี บุคคลใดจะถูกถือว่ามีความผิดอันมีโทษทางอาญาใดๆ ด้วยเหตุที่ตนได้กระทาหรือละเว้นการกระทาใดๆ ซึ่งกฎหมาย ของประเทศหรือกฎหมายระหว่างประเทศ ในขณะที่ได้กระทานั้นมิได้ถูกระบุว่ามีความผิดทางอาญามิได้ และโทษที่จะลง แก่บุคคลนั้นหนักกว่าโทษที่ใช้อยู่ในขณะที่การกระทาความผิดทางอาญานั้นเกิดขึ้นมิได้ ข้อ 12.การเข้าไปสอดแทรกโดยพลการในกิจส่วนตัว ครอบครัว เคหะสถาน การส่งข่าวสาร ตลอดจนการโจมตีต่อเกียรติยศ และ ชื่อเสียงของบุคคลนั้นจะทามิได้ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายจากการสอดแทรก และการโจมตี ดังกล่าว ข้อ 13.บุคคลมีสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการเคลื่อนย้ายและในถิ่นที่อยู่ภายในขอบเขตดินแดนของแต่ละรัฐบุคคลมีสิทธิที่จะ เดินทางออกนอกประเทศใดๆ รวมทั้งของตนเอง และมีสิทธิที่จะกลับสู่บ้านเกิดเมืองนอน ข้อ 14.บุคคลมีสิทธิที่จะแสวงหาและพักพิงในประเทศอื่นๆ เพื่อลี้ภัยจากการถูกกดขี่ข่มเหงสิทธินี้จะถูกกล่าวอ้างมิได้ใน กรณีการฟ้องคดี ซึ่งโดยจากความจริงเกิดจากความผิดที่ไม่ใช่เรื่องทางการเมือง หรือจากการกระทาที่ขัดต่อความมุ่ง ประสงค์และหลักการของสหประชาชาติ


ข้อ 15.บุคคลมีสิทธิในการถือสัญชาติ การถอนสัญชาติโดยพลการ หรือปฏิเสธสิทธิที่จะเปลี่ยนสัญชาติ ของบุคคลใดนั้น จะกระทามิได้ ข้อ 16.ชายหญิงเมื่อเจริญวัยบริบรู ณ์แล้ว มีสิทธิที่จะสมรสและสร้างครอบครัว โดยไม่มีการจากัดใดๆเนื่องจาก เชื้อชาติ สัญชาติ หรือศาสนา บุคคล ชอบที่จะมีสิทธิเท่าเทียมกันในเรื่องการสมรส ในระหว่างการสมรส และในการขาดจากการ สมรส การสมรสจะกระทาได้โดยการยินยอมอย่างเสรี และเต็มใจ ของคู่ที่ตั้งใจจะกระทาการสมรส ครอบครัวคือ กลุ่มซึ่ง เป็นหน่วยทางธรรมชาติและพื้นฐานทางสังคม และชอบที่จะได้รับความคุ้มครองโดยสังคมและรัฐ ข้อ 17.บุคคลมีสิทธิในการเป็นเจ้าของทรัพย์สินโดยลาพังตนเอง และโดยการร่วมกับผู้อื่น การยึดเอาทรัพย์สินของบุคคล ใดไปเสียโดยพลการจะกระทามิได้ ข้อ 18.บุคคลมีเสรีภาพทางความคิด มโนธรรม และศาสนา สิทธินี้รวมถึงเสรีภาพที่จะเปลี่ยนศาสนา หรือความเชื่อ และ เสรีภาพที่จะแสดงให้ศาสนาหรือความเชื่อประจักษ์ในรูปแบบการสั่งสอน การปฏิบัติกิจ การเคารพสักการบูชา สวดมนต์ ���ละพิธีกรรม ไม่ว่าจะโดยลาพังตนเอง หรือร่วมกับผู้อื่นในประชาคม ในที่สาธารณะหรือในที่ส่วนตัว ข้อ 19.บุคคลมีสิทธิและเสรีภาพในความเห็น และการแสดงออก สิทธินี้รวมถึงเสรีภาพที่จะยึดมั่น ในความคิดเห็นโดย ปราศจากการสอดแทรก และที่จะแสวงหารับ ตลอดจนการแจ้งข่าว รวมทั้งความคิดเห็นโดยผ่านสื่อใดๆ โดยมิต้อง คานึงถึงเขตแดน ข้อ 20.บุคคลมีสิทธิและเสรีภาพในการชุมนุม และสมาคมโดยสงบ การบังคับให้บุคคลเป็นเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมจะ กระทามิได้ ข้อ 21. บุคคลมีสิทธิที่จะเข้าร่วมในรัฐบาลของตนไม่ว่าจะโดยหรือผู้แทนที่ผ่านการเลือกอย่างเสรีบุคคลมีสิทธิที่จะเข้าถึง การบริการสาธารณะในประเทศของตน เจตจานงของประชาชน จะเป็นฐานอานาจของรัฐบาล เจตจานงนี้จะแสดงออก โดยการเลือกตั้ง เป็นครั้งเป็นคราวอย่างแท้จริง โดยการให้สิทธิออกเสียงอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมและโดยการลงคะแนน ลับ หรือโดยวิธีการลงคะแนนอย่างเสรี ข้อ 22.ในฐานะสมาชิกของสังคม ด้วยความเพียรพยายามของชาติตลอดจนความร่วมมือระหว่างประเทศ และโดย สอดคล้องกับการจัดระเบียบและทรัพยากรของแต่ละรัฐบุคคลมีสิทธิในความมั่นคงทางสังคม และชอบที่จะได้รับผลแห่ง สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ซึ่งจาเป็นต่อศักดิ์ศรีและการพัฒนาบุคลิกภาพ อย่างเสรีของตน ข้อ 23.บุคคลมีสิทธิที่จะทางาน และเลือกงานอย่างเสรี และมีสภาวะการทางานที่ยุติธรรมและพอใจ ที่จะได้รับการ คุ้มครองจากการว่างงาน บุคคลมีสิทธิที่จะรับค่าตอบแทนเท่ากัน สาหรับการทางานที่เท่ากัน โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติใดๆ บุคคลที่ทางานมีสิทธิในรายได้ซึ่งยุติธรรม และเอื้อประโยชน์เฟือ่ เป็นประกันสาหรับตนเอง และครอบครัวให้การดารงมีด่า


ควรแก่ศกั ดิ์ศรี ของมนุษย์ และถ้าจาเป็นก็ชอบที่จะได้รับการคุ้มครองทางสังคมอื่นๆ เพิ่มเติม บุคคลมีสิทธิที่จะก่อตั้งและ เข้าร่วมสหภาพแรงงาน เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของตน ข้อ 24. บุคคลมีสิทธิในการพักผ่อนและเวลาว่าง รวมทั้งการจากัดเวลาทางานที่ชอบด้วยเหตุผล และมีวันหยุดเป็นครั้ง คราวที่ได้รับค่าตอบแทน ข้อ 25. บุคคลมีสิทธิในมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอสาหรับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีสาหรับตนเองครอบครัว รวมทั้งอาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย การรักษาพยาบาลและบริการทางสังคมที่จาเป็น และสิทธิในความมั่นคงในกรณีย์ ว่างงาน เจ็บป่วย ทุพพลภาพ เป็นหม้าย วัยชรา หรือการขาดปัจจัยในการเลี้ยงชีพ อื่นใดในพฤติการณ์อันเกิดจากที่ตน ควบคุมได้ มารดาและบุตรชอบที่จะได้รับการดูและความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เด็กทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นบุตรในหรือนอก สมรส ย่อมได้รับการคุ้มครอง ทางสังคมเช่นเดียวกัน ข้อ 26. บุคคลมีสิทธิในการศึกษา การศึกษาจะเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์โดยไม่คิดมูลค่า อย่างน้อยที่สุดในขั้นประถมศึกษา และขั้นพื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาให้เป็นการศึกษาภาคบังคับ ขั้นเทคนิคและประกอบอาชีพเป็นการศึกษาที่ต้องจัดให้มี โดยทั่วๆไป ขั้นสูงสุดเป็นขั้นที่จะเปิดให้ทุกคนเท่ากันตามความสามารถ การศึกษาจะมุ่งไปทางการพัฒนาบุคลิกภาพของ มนุษย์อย่างเต็มที่ เพื่อเสริมพลังการเคารพสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพขั้นพื้นฐานให้แข็งแกร่ง และมุ่งเสริมความเข้าใจ ขันติและมิตรภาพระหว่างประชาชาติ กลุ่มเชื้อชาติและศาสนา และจะมุ่งขยายกิจกรรมของสหประชาชาติเพื่อธารง สันติภาพ ผู้ปกครองมีสิทธิก่อนผู้อื่นที่จะเลือกชนิดของการศึกษา สาหรับบุตรหลานของตน ข้อ 27. บุคคลมีสิทธิที่จะเข้าร่วมการใช้ชีวิตทางวัฒนธรรมในประชาคมออย่างเสรี ที่จะพึงพอใจในศิลปะและมีส่วนใน ความคืบหน้า และผลประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ บุคคลมีสิทธิในการได้รับการคุ้มครองประโยชน์ทางด้านศีลธรรม และ ทางวัตถุอันเป็นผลได้จากการประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ วรรณกรรม และศิลปะที่ตนเป็นเจ้าของ ข้อ 28.บุคคลชอบที่จะได้รับประโยชน์จากระเบียบสังคมและระหว่างประเทศ อันจะอานวยให้การใช้สิทธิและเสรีภาพ บรรดาที่ได้ระบุไว้ใน ปฏิญญานี้ทาได้อย่างเต็มที่ ข้อ 29. บุคคลมีหน้าที่ต่อประชาคมอันเป็นที่เดียวซึ่งบุคลิกภาพของตนจะพัฒนาได้อย่างเสรีเต็มความสามารถ ในการใช้ สิทธิและเสรีภาพบุคคลต้องอยู่ภาพใต้เพียงเช่นที่จากัดโดยกฎหมายเฉพาะเพื่อความมุ่งประสงค์ ให้เได้มาซึ่งการยอมรับ และเคารพในสิทธิและเสรีภาพของผู้อนื่ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกาหนดของศีลธรรม ความสงบเรียบร้อยของประชาชน และสวัสดิการโดยทั่วๆไป ในสังคมประชาธิปไตย สิทธิและเสรีภาพเหล่านี้ มิว่าด้วยกรณีย์ใด จะใช้ขัดกับความมุ่งประสงค์ และหลักการ ของสหประชาชาติไม่ได้ ข้อ 30. ข้อความต่างๆตามปฏิญญานี้ ไม่เปิดช่องที่จะแปลความได้ว่า ให้สิทธิใดๆแก่รัฐ กลุ่มชนหรือบุคคลใดๆ ที่จะ ประกอบกิจกรรม หรือกระทาการใดๆ อันมุ่งต่อการทาลายสิทธิและเสรีภาพใดๆ ที่ได้ระบุไว้ในบทบัญญัติฉบับนี.้


สิทธิมนุษยชน