Page 1

เรื่ องวัวเลี ้ยงลูกด้ วยนม

จัดทำโดย เด็กชำยณัฐพงศ์ จันดี เลขที่ 7 ม1/3 ร.ร บัวแก้ วเกษร


แม่พนั ธ์ววั

สัตว์เลี ้ยงลูกด้ วยน ้ำนม มีวิวฒ ั นำกำรในระยะตอนต้ นของ มหำยุคมีโซโซอิก ซึง่ เป็ นระยะเวลำยำวนำนก่อนหน้ ำที่ ไดโนเสำร์ จะมีวิวฒ ั นำกำรจนถึงระดับสูงสุด มีกลุม่ ของ สัตว์เลื ้อยคลำนกลุม่ หนึง่ ที่มีลกั ษณะรูปร่ำงคล้ ำยคลึงกับ สัตว์เลี ้ยงลูกด้ วยน ้ำนมปรำกฏขึ ้น ได้ แก่เธอแรพ สิด (Therapsids) ที่มีวิวฒ ั นำกำรมำจำก สัตว์เลื ้อยคลำน เธอแรพสิดมีกำรเปลี่ยนแปลงร่ำงกำย รวมทังโครงสร้ ้ ำงหลำย ๆ อย่ำง


พ่อพันธ์ววั

ตำมประวัติกำรก่อตังวั ้ วสำยพันธุ์อเมริ กนั บรำห์ มันที่สมำคม American Brahman breeder association(ABBA)ได้ กล่ำว ไว้ ได้ อ้ำงอิงถึงต้ นกำเนิดวัวสำยพันธุ์อินเดียกลุม่ หนึง่ ที่นำเข้ ำไปอเมริ กำในช่วงปี คศ.1845-1926 จำนวนรวมตัวผู้ 266 ตัว และตัวเมีย 22 ตัว ซึง่ ส่วนใหญ่เป็ นวัวอินเดียที่มีกำรพัฒนำพันธุ์ขึ ้นใน ประเทศบรำซิล ในกำรนำเข้ ำวัวเที่ยวใหญ่เที่ยว หนึง่ ในปี คศ.1924 เป็ นวัวตัวผู้ 122 ตัว


ลูกวัว

วัวเนื ้อในประเทศไทยนันหำกจะย้ ้ อนดูถงึ ประวัติควำมเป็ นมำก็คงแบ่ง ได้ เป็ นประวัติของวัวเนื ้อพันธุ์พื ้นเมือง วัวเนื ้อจำกต่ำงประเทศ รวมถึง วัวเนื ้อพันธุ์ผสม สำหรับวัวเนื ้อพันธุ์พื ้นเมืองของไทย เป็ นวัวที่มีสำย พันธุ์ลกั ษณะใกล้ เคียงกับวัวเนื ้อของประเทศพื ้นบ้ ำนในแถบอำเซี่ยน ของเรำ มีควำมเป็ นมำยำวนำนตังแต่ ้ สมัยที่เมืองไทยยังไม่เป็ น รำชอำณำจักรไทยในปั จจุบนั วัวเนื ้อไมยแต่เดิมไม่ได้ ถกู เลี ้ยงไว้ สำหรับ บริ โภค คนไทยนิยมเลี ้ยงวัวไว้ สำหรับใช้ งำน เทียมเกวียน ทุน่ แรง ใช้ เป็ นพำหนะสัญจรมำกกว่ำ แต่ไม่พบประวัติว่ำคนไทยเริ่ มรับประทำน เนื ้อวัวในสมัยใด


วัวแดง

วัวแดงมีลกั ษะทัว่ ไปคล้ ำยวัวบ้ ำน ขนตำมลำตัวสัน้ สีน ้ำตำลแดง ขำทัง้ สี่มีสีขำวดูเหมือนสวมถุงเท้ ำ ก้ นสีขำว ปำกสีขำว และมีจดุ สีขำวเหนือ ลูกตำ เขำสันโค้ ้ งเป็ นวง ยำวได้ ถงึ 75 เซนติเมตร เขำของตัวเมียจะเล็ก กว่ำและเป็ นวงแคบกว่ำ ปลำยเขำชี ้เข้ ำหำกัน ส่วนเขำของตัวผู้ใหญ่ กว่ำและปลำยเขำชี ้ขึ ้น มีโหนกสูงบริ เวณหลังเหนือหัวไหล่ ควำมยำว ลำตัว 190-225 เซนติเมตร ควำมสูงที่หวั ไหล่ 160 เซนติเมตร หำงยำว 65-70 เซนติเมตร หนัก 600-800 กิโลกรัม สีลำตัวของตัวผู้จะเข้ มขึ ้น ตำมอำยุ


ลูกวัวแดง

วัวแดง เป็ นวัวป่ ำชนิดหนึง่ มีชื่อวิทยำศำสตร์ วำ่ Bos javanicus รูปร่ำงคล้ ำยวัวบ้ ำน (B. taurus) ทัว่ ไป แต่มี ลักษณะสำคัญที่ตำ่ งไปจำกวัวบ้ ำนและกระทิง (B. gaurus) คือ มี วงก้ นขำวทังในตั ้ วผู้และตัวเมีย มีเส้ นขำวรอบจมูก ขำทัง้ 4 ข้ ำงมีสีขำว ตังแต่ ้ หวั เข่ำจนถึงกีบเท้ ำ ระหว่ำงโคนขำของตัวผู้ไม่มีขน แต่เป็ นหนัง ตกกระแข็ง ๆ เรี ยกว่ำ "กระบังหน้ ำ" ควำมยำวลำตัวและหัวประมำณ 190–255 เซนติเมตร หำงยำว 65–70 เซนติเมตร สูงประมำณ 155– 165 เซนติเมตร และมีน ้ำหนักรำว 600–800 กิโลกรัม


แม่ววั ดำ

..“ กำรพัฒนำพันธุ์ของวงกำรวัวงำม มีกำรพัฒนำที่ไม่เคยหยุดนิ่ง แม้ กระแสจะเป็ นอย่ำงไรก็ตำม ก็เพื่อรองรับตลำดใหม่ๆแล้ วเพื่อ เป็ นกำรทำให้ กระแสวัวงำมไม่มีตกเทรนด์ แถมยังช่วยให้ เรำ สำมำรถเตรี ยมตัวเพื่อก้ ำวเข้ ำสูป่ ระชำคมอำเซี่ยนได้ อย่ำงเต็มที่ ครำวนี ้เรำก็สำมำรถพูดถึงโลกแห่งควำมเป็ นจริ งได้ อย่ำงไม่มีกำร สร้ ำงภำพเกี่ยวกับวงกำรวัวงำม เพรำะเคยมีนกั เล่นวัวบำงรำย บอกว่ำ “ วัวดำเลือดไม่นิ่งบ้ ำง ตลำดวัวดำไปได้ ไม่ไกล ” แต่บำง รำยก็บอกว่ำ “ ตลำดวัวดำกำลังกลับมำอีกครัง้ แล้ ว ” โดยสังเกต ได้ จำกวันนันจนถึ ้ งวันนี ้ วัวดำเริ่ มมีกำรเพิ่มจำนวนมำกยิ่งขึ ้น ซึง่ ตลำดวัวดำก็อำจจะได้ เวลำเริ่ มต้ นใหม่อีกครัง้ แล้ ว และด้ วยวัฏ จักรต่ำงๆนำๆก็คงไม่มีใครสำมำรถทำนำยอนำคตได้ วำ่ วัวดำจะ ก้ ำวเดินไปในทิศทำงใด นอกเสียจำกว่ำเรำทุกคนร่วมมือและร่วม


ลูกวัวดำ

วัวไทยเป็ นวัวขนำดเล็ก เมื่อเทียบกับวัวพันธุ์อื่น ตัวผู้โตเต็มที่มีน ้ำหนัก โดยเฉลี่ย ๓๐๐-๓๕๐ กิโลกรัม ตัวเมียโตเต็มที่มีน ้ำหนักเฉลี่ย ๒๐๐๒๕๐ กิโลกรัม วัวไทยมีกระดูกเล็บบอบบำง ในหน้ ำยำวหน้ ำผำกแคบ ตำขนำดปำนกลำง ขนตำมใบหน้ ำสันเกรี ้ ยน จมูกแคบ ใบหูเล็ก กะทัดรัด ปลำยหูเรี ยวแหลม โดยทัว่ ไปมีเขำสันถึ ้ งยำวปำนกลำง ตังแต่ ้ ๑๕-๔๕ เซนติเมตร ตัวเมียมักมีเขำสัน้ หรื อไม่มีเขำ เขำมี ลักษณะตังขึ ้ ้นโง้ งงุ้มเข้ ำหำกัน และยื่นไปข้ ำงหน้ ำเล็กน้ อย ลำคอบอบ บำง ใต้ คอมีเหนียงคอเป็ นแถบลงไปถึงอก ส่วนต่อระหว่ำงคอและไหล่ มองเห็นได้ ชดั เหนือไหล่ของวัวตัวผู้มีก้อนเนื ้อ


วัวนม

ถิ่นกำเนิด สก๊ อตแลนด์ ลักษณะสำคัญ เป็ นโคที่แข็งแรง แทะเล็มหญ้ ำเก่ง แม่โคโตเต็มที่หนัก ประมำณ 544 กก. พ่อโคหนักประมำณ 861 กก. มีสีขำว - น ้ำตำลแดง เขำมีลกั ษณะโค้ งและกำงออก พันธุ์แอร์ ไซร์ จดั เป็ นพันธุ์ที่ให้ นมสูงในลำดับที่สำมระหว่ำงพันธุ์โคนม ด้ วยกันปริ มำณน ้ำนมโดยเฉลี่ยประมำณ 5,307 กก./ปี เปอร์ เซ็นต์ ไขมันนมประมำณ ร้ อยละ 4 จัดเป็ นลำดับที่สี่ในกลุม่ พันธุ์หลัก


กำรเลื ้ยงวัว

สำหรับผู้เลี ้ยงวัวเนื ้อมือใหม่ จำเป็ นที่จะต้ องเรี ยนรู้และเพิ่มพูน ประสบกำรณ์ รวมถึงเทคนิคในกำรเลี ้ยงวัว เพรำะในกำรเลี ้ยงวัวเนื ้อนัน้ มีขนตอน ั้ รำยละเอียดปลีกย่อยที่น่ำสนใจ ควรที่จะนำไปปฎิบตั ิเพื่อให้ กำรเลี ้ยงวัวเนื ้อได้ ประสิทธิภำพ ได้ ผลที่ดี สำมำรถทำกำไรในระยะเวลำ สันและมี ้ มลู ค่ำที่น่ำพึงพอใจสำหรับผู้เลี ้ยง เทคนิคที่วำ่ นันได้ ้ แก่


ฟำร์ มวัว

วัวเนื ้อในประเทศไทยนันหำกจะย้ ้ อนดูถงึ ประวัติควำมเป็ นมำก็คงแบ่ง ได้ เป็ นประวัติของวัวเนื ้อพันธุ์พื ้นเมือง วัวเนื ้อจำกต่ำงประเทศ รวมถึง วัวเนื ้อพันธุ์ผสม สำหรับวัวเนื ้อพันธุ์พื ้นเมืองของไทย เป็ นวัวที่มีสำย พันธุ์ลกั ษณะใกล้ เคียงกับวัวเนื ้อของประเทศพื ้นบ้ ำนในแถบอำเซี่ยน ของเรำ มีควำมเป็ นมำยำวนำนตังแต่ ้ สมัยที่เมืองไทยยังไม่เป็ น รำชอำณำจักรไทยในปั จจุบนั วัวเนื ้อไมยแต่เดิมไม่ได้ ถกู เลี ้ยงไว้ สำหรับ บริ โภค คนไทยนิยมเลี ้ยงวัวไว้ สำหรับใช้ งำน เทียมเกวียน ทุน่ แรง ใช้ เป็ นพำหนะสัญจรมำกกว่ำ แต่ไม่พบประวัติว่ำคนไทยเริ่ มรับประทำน เนื ้อวัวในสมัยใด โคเนื ้อพันธุ์ตำ่ งประเทศ โคเนื ้อพันธุ์ผสม มีควำมเป็ นมำในหลำยร้ อยปี มำแล้ ว วัวจำกประเทศอินเดียในหลำยสำยพันธุ์ได้ ถกู


งาน2  
งาน2  
Advertisement