Skip to main content

ถอดบทเรียนโรงเรียนบ้านระหว่างควน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ปศท.๒

Page 1

สรุปถอดบทเรียน โครงการนารํองการจัดการศึกษาแบบมีสํวนรํวมขององค์กรในชุมชน เพื่อสุขภาวะคนไทย (ปศท.๒) โรงเรียนบ๎านระหวํางควน สพป.พัทลุง เขต ๑

โดยการสนับสนุนของสานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)


คานา การนาเสนอรายงานสุรปกิจกรรม การถอดบทเรียนของโครงการนารํองการจัดการศึกษาแบบมี สํวนรํวมขององค์ก รในชุ มชนเพื่ อสุข ภาวะคนไทย ฉบับนี้ โรงเรียนบ๎านระหวํางควนได๎ส รุปการทา กิจกรรม บทสรุป (ความรู๎) ที่ได๎จากกระบวนการทางานในโครงการนารํองฯ ของโรงเรียน จานวน ๔ โครงการ คือ ๑) โครงการสถานศึกษาพอเพียง ๒) โครงการศึกษาตานานเมืองเกําชัยบุรี ๓) โครงการสํงเสริม สืบสาน วัฒนธรรมท๎องถิ่นพนมวังก์ และ ๔) โครงการสํงเสริมการอํานนิทาน พื้นบ๎านตานานเมืองลุง (๒ ภาษา) ซึ่งบทสรุปดังกลําวได๎สรุปผลที่เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมตามเป้าหมายของ แตํละโครงการที่ได๎กาหนดไว๎ รวมทั้งเป็นการอธิบายถึงการบริหารจัดการโครงการ การนิเทศติดตามผล การประเมินโครงการ การระดมทรัพยากร การมีสํวนรํวมขององค์กร/ชุมชน นวัตกรรมที่เกิดขึ้น รวมทั้ง ผลผลิต ผลลัพธ์ที่นําภาคภูมิใจในการดาเนินงานทุกโครงการ เอกสารสรุ ป กิ จ กรรม/ถอดบทเรี ย นฉบั บ นี้ ค งจะเป็ น ประโยชน์ แ กํ ห นํ ว ยงานต๎ น สั ง กั ด ของ โครงการ (สสส.) เพื่อรับทราบผลการดาเนินงานตามโครงการ และเป็นประโยชน์แกํองค์กร/ชุมชน โรงเรียนและหนํวยงานที่เกี่ยวข๎องในการที่จะพัฒนาการจัดการศึกษา โดยการมีสํวนรํวมขององค์กรใน ชุมชน ในโอกาสตํอไป

โรงเรียนบ๎านระหวํางควน มกราคม ๒๕๕๕


สารบัญ คานา สารบัญ สํวนที่ ๑ ข๎อมูลพื้นฐานของโรงเรียน ๑. ข๎อมูลทั่วไป ๒. ข๎อมูลด๎านวิชาการ ๓. ข๎อมูลนักเรียน ๔.ข๎อมูลบุคลากร ๕. สภาพชุมชนโดยรวม สํวนที่ ๒ สาระสาคัญของโครงการที่ดาเนินการ - โครงการสถานศึกษาพอเพียง - โครงการศึกษาตานานเมืองเกําชัยบุรี - โครงการสํงเสริมการอํานนิทานพื้นบ๎านตานานเมืองลุง(สองภาษา) - โครงการสํงเสริมสืบสานวัฒนธรรมท๎องถิ่นพนมวังก์ สํวนที่ ๓ การบริหารจัดการ / ดาเนินการ - การแตํงตั้งคณะทางาน - การดาเนินโครงการ - การนิเทศติดตามผล - การรายงานผลการดาเนินงาน - การระดมทรัพยากรและการมีสํวนรํวมขององค์กรในชุมชน สํวนที่ ๔ เครือขํายการดาเนินงานและความรํวมมือ เครือขํายครอบครัว เครือขํายชุมชน - สถาบันศาสนา - เอกชน - องค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น - องค์กรอื่นๆ สํวนที่ ๕ บทสรุป - นวัตกรรมที่เกิดขึ้นของโครงการ - ผลผลิต ผลลัพธ์ และความภาคภูมิใจที่เกิดขึ้นของโครงการ ภาคผนวก

ก ข ๑ ๑ ๓ ๓ ๔ ๘ ๘ ๑๔ ๑๖ ๒๐ ๒๓ ๒๓ ๒๓ ๒๓ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ๒๕ ๒๕ ๒๖ ๒๖ ๒๖ ๒๖ ๒๗ ๒๙ ๓๑


ส่วนที่ ๑ ข้อมูลพื้นฐานและบริบทของสถานศึกษา/ชุมชน/แหล่งเรียนรู้/วัด ๑. ข้อมูลทั่วไป โรงเรียนบ๎านระหวํางควนตั้งอยูํเลขที่ ๒๔๒ หมูํ ๒ ตาบลพนมวังก์ อาเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง รหัสไปรษณีย์ ๙๓๑๑๐ โทร. ๐๗๔-๖๗๔๕๗๕ สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ เปิดทาการสอนตั้งแตํ วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๔๙๙ โดยเปิดสอนตั้งแตํระดับปฐมวัยถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ๒. ข๎อมูลด๎านการบริหาร ๒.๑ ชื่อ – สกุล ผูบ๎ ริหาร นายสุวิทย์ สินน๎อย วุฒิการศึกษาสูงสุด กศ.ม. สาขาการบริหารการศึกษา ดารงตาแหนํงที่โรงเรียนนี้ตั้งแตํวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑ จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา ๒ ปี ๗ เดือน ๒.๒ ประวัติโดยยํอของโรงเรียน โรงเรียนบ๎านระหวํางควน มีเนื้อที่ ๔๕ ไรํ ๒ งาน ๕๗ ตารางวา ณ ทุํงสงวนเลี้ยงสัตว์เขา บํอลา ตั้งอยูํหํางจากสานักงานการประถมศึกษาอาเภอควนขนุน ประมาณ ๗ กิโลเมตร อยูํใกล๎เขตแดน ตาบลชัยบุรี อาเภอเมือง จังหวัดพัทลุง การจัดตั้ง นายอาเภอควนขนุนได๎จัดตั้งขั้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙ สมัย นายสิลาส ถาวโรจน์ เป็น ศึกษาธิการอาเภอควนขนุน โดย นายนา ศรีเพชร ผู๎ใหญํบ๎าน อาจารย์แจ๎ง นิลพัฒน์ ครูโรงเรียนวัดแจ๎ง นายแดง ทองหนูนุ๎ย นายพรหม หนูหวัง นายคง ตุ๎งแก๎ว และนายจุล ทองขาวเผือก ได๎ชักชวนราษฎร ในหมูํบ๎านชํวยกันสละทรัพย์ และ กาลังกาย ดาเนินการกํอสร๎างอาคารเรียน ๑ หลัง ขนาด ๘ x ๑๖ เมตร จานวน ๒ ห๎องเรียน สภาพอาคารพื้นดิน หลังคามุงจาก ฝาไม๎ไผํขัดแตะ ใช๎เงินกํอสร๎าง ๕,๐๐๐ บาท โดย ไมํมีงบประมาณจากทางราชการเลย เปิดการสอน ได๎ทาการเปิดสอนครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๔๙๙ เป็นสาขาของโรงเรียน วัดทุํงขึงหนัง และเปิดเป็นเอกเทศเมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๐ และดารงอยูํด๎วยเงินงบประมาณ การศึกษา จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรประถมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยมี นายพํวง ฤทธิ์ชู เป็นครูใหญํคนแรก - พ. ศ. ๒๕๐๐ เปิดสอนตั้งแตํชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๔ - พ.ศ. ๒๕๒๐ ขยายการศึกษาเปิดสอนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย - พ.ศ. ๒๕๒๘ ได๎รับอนุญาตเปิดสอนเด็กเล็ก - พ.ศ. ๒๕๓๕ ได๎รับอนุญาตเปิ-๒ดสอนระดับมัธยมศึกษาตอนต๎นตามโครงการขยาย โอกาสทางการศึกษา - พ.ศ. ๒๕๔๐ ได๎รับอนุญาตเปิดสอนชั้นอนุบาลชนบท จานวน ๓ ห๎องเรียน คือ อนุบาล ๑ - ๓ และกาหนดให๎เป็นโรงเรียนปฏิรูปการศึกษา


ผู๎บริหารโรงเรียน ตั้งแตํ พ.ศ. ๒๔๙๙ – ปัจจุบัน ดังนี้ ๑. นายพํวง ฤทธิ์ชู ครูใหญํ พ.ศ. ๒๔๙๙ - ๒๕๐๓ ๒. นายแจ๎ง นิลพัฒน์ ครูใหญํ พ.ศ. ๒๕๐๓ - ๒๕๒๒ ๓. นายเยื้อง คงสม อาจารย์ใหญํ พ.ศ. ๒๕๒๒ - ๒๕๒๙ ๔. นายปรีชา เทพรักษ์ อาจารย์ใหญํ พ.ศ. ๒๕๒๙ - ๒๕๓๖ ๕. นายวิศิษฐ์ วรศรี อาจารย์ใหญํ พ.ศ. ๒๕๓๖ - ๒๕๓๙ ๖. นายประพาส นิ่มดา ผู๎อานวยการ พ.ศ. ๒๕๓๙ - ๒๕๔๖ ๗. นายมานิต บุญสนิท ผู๎อานวยการ พ.ศ. ๒๕๔๖ - ๒๕๔๙ ๘. นางสุทธิวรรณ ไชยด๎วง ผู๎อานวยการ พ.ศ. ๒๕๔๙ - ๒๕๕๑ ๙. นายสุวิทย์ สินน๎อย ผู๎อานวยการ พ.ศ. ๒๕๕๑ – ปัจจุบัน คาขวัญของโรงเรียน สีประจาโรงเรียน อักษรยํอโรงเรียน ปรัชญาโรงเรียน ๒.๓ ระบบโครงสร๎างการบริหาร

เรียนดี กีฬาเดํน เน๎นคุณธรรม น้าเงิน - ขาว บ.ว .ค. สุวิชฺชาโน ภว โหติ

โครงสร้างการบริหาร

คณะกรรมการที่ปรึกษา

นายสุวิทย์ สินน้อย

คณะกรรมการสถานศึกษา

ผู้อานวยการสถานศึกษา

นายจารัส เจ้ยแก้ว รอง ผอ. สถานศึกษา

กลุ่มงานวิชาการ

นางวิไลวรรณ บัญถะ จารัส/ชนพล/จรูญ จรีรัตน์/ พิมพ์ประไพ

กลุํมงานงบประมาณ นางจวน จูห๎อง จรูญ/เตือนใจ

-๓-

กลุํมบริหารงานบุคคล

กลุํมงานบริหารทั่วไป

นายจารัส เจ๎ยแก๎ว

นายจรูญ เหมพัฒน์

อารีย์รัตน์/จาปี

นิยม/จาปี/เตือนใจ/

ประดับ/ชาติไทย/ชนพล/ ๓. ข้อมูลนักเรียน วิไลวรรณ/จรี รัตน์/ศุภพจนี ในปีการศึกษา ๒๕๕๔ โรงเรียนบ๎านระหวํางควน มีจานวนนักเรียน ดังรายละเอียดตํอไปนี ้


๑. นักเรียนทีใ่ ห๎บริการทั้งหมด ๑๓๔ คน ๒. จานวนนักเรียนแยกตามรายชั้น

กราฟแทํงแสดงจานวนนักเรียน ปีการศึกษา ๒๕๕๔ ๒๐ ๑๘ ๑๖ ๑๔ ๑๒ ๑๐

๑๙

๘ ๖

๑๙

๑๖ ๑๒

๑๒

๑๓

๔

๑๓ ๘

๖

๒

๑๐ ๖

๐ อ.๑

อ.๒

ป.๑

ป.๒

ป.๓

ป.๔

ป.๕

ป.๖

ม.๑

ม.๒

ม.๓

๓. นักเรียนที่มีความบกพรํองเรียนรํวม ๒ คน ๔. นักเรียนที่มีภาวะทุพโภชนาการทั้งโรงเรียน (น้าหนักเกินเกณฑ์และต่ากวําเกณฑ์ ๗ คน คิดเป็นร๎อยละ ๕.๒๕) ๕. นักเรียนปัญญาเลิศ ๑๑ คน ๖. นักเรียนที่ต๎องการความชํวยเหลือพิเศษ ๑๘ คน ๗.จานวนนักเรียนตํอห๎อง (เฉลี่ย) ๑ : ๑๒ คน ๘. อัตราครู : นักเรียน ๑ : ๙ คน ๔. ข้อมูลบุคลากร จานวนอัตรากาลังข๎าราชการครูทั้งหมดมีจานวน ๑๕ คน ครูเพศหญิง ๙ คน เพศชาย ๖ คน มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท ๑ คน ปริญญาตรี ๑๔ คน อายุเฉลี่ยของครูประมาณ ๕๒ ปี ครูอัตราจ๎าง ๑ คน พนักงานธุรการ ๑ คน นักการภารโรง ๑ คน ครูพี่เลี้ยงเด็กพิการ ๑ คน ประสบการณ์การทางานของครูโดยเฉลี่ย ๓๐ ปี มีครูสอนตรงตามวิชาเอก ๕ คน คิดเป็นร๎อยละ ๓๕.๗๑ ครูที่สอนวิชาที่ตรงกับความถนัด ๙ คน คิดเป็นร๎อยละ ๖๔.๒๙ -๔-

๕. สภาพชุมชนโดยรวม


๑. สภาพชุมชน โรงเรียนบ๎านระหวํางควนตั้งอยูํในชุมชนชนบทประชากรร๎อยละ ๑๐๐ นับถือ ศาสนาพุทธ การคมนาคมสะดวกมีถนนทางหลวงชนบทสายสี่แยกไสยวน – บ๎านใหมํ ตัดผํานหน๎า โรงเรียน สามารถติดตํอกั บสํวนราชการ หนํวยงานอื่น ๆ ได๎สะดวก ชุมชนมีความใกล๎ชิดกับโรงเรียนมี สํวนรํวม สนับสนุนและให๎ความรํวมมือกับโรงเรียนในการบริหารจัดการระดับดี ๒. ผู้ปกครองนักเรียน สํวนใหญํจบการศึกษาในระดับประถมศึกษา ประกอบอาชีพ ดังนี้ ร๎อยละ ๕๐ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ร๎อยละ ๓๕ ประกอบอาชีพรับจ๎าง ร๎อยละ ๑๕ ประกอบอาชีพค๎าขาย หัตถกรรมและอื่น ๆ ฐานะทางเศรษฐกิจ / รายได๎เฉลี่ยตํอปี ๒๐,๐๐๐ บาท ๓. โอกาสและข้อจากัดของโรงเรียน โอกาส ผู๎ปกครองและชุมชนรํวมมือกับโรงเรียนในทุกด๎านทาให๎โรงเรียนพัฒนามาอยําง ตํอเนื่อง และโรงเรียนมีพื้นที่คํอนข๎างมาก และในปีการศึกษา ๒๕๕๔ โรงเรียนบ๎านระหวํางควนได๎รับ การคัดเลือกเป็นโรงเรียนดีประจาตาบล สํงผลให๎ผู๎เรียนมีแหลํงเรียนรู๎ที่สามารถบูรณาการจัดการเรียนรู๎ ได๎อยํางกว๎างขวาง และมีความพร๎อมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ข๎อจากัด โรงเรียนตั้งอยูํในชนบท อาชีพผู๎ปกครองสํวนใหญํทานาทาให๎เศรษฐกิจคํอนข๎าง ฝืดเคือง เมื่อวํางจากฤดูทานาผู๎ปกครองจะออกหางานทานอกพื้นที่ทาให๎นักเรียนต๎องอยูํอาศัยอยูํกับปู่ ยํา ตา ยาย ทาให๎เด็กขาดการดูแลเอาใจใสํในด๎านการเรียนและความประพฤติ สํงผลให๎คุณภาพทางการเรียน ของนักเรียนยังไมํเป็นที่นําพอใจ ๖. ด้านอาคารสถานที่ ๖.๑ อาคารเรียนและอาคารประกอบ ๕ หลัง ได๎แกํ อาคารเรียน ๔ หลัง อาคารอเนกประสงค์ ๑ หลัง ส๎วม ๓ หลัง ๑๐ ที่นั่ง ๖.๒ จานวนห๎องเรียนทั้งหมด ๑๑ ห๎อง แบํงเป็น ปฐมวัย จานวน ๒ ห๎องเรียน ชั้น ป. ๑ - ป. ๖ จานวน ๖ ห๎องเรียน ชั้น ม. ๑ – ม. ๓ จานวน ๓ ห๎องเรียน ๗. แหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ๗.๑ ห๎องสมุดโรงเรียน ๗.๒ มุมหนังสือในห๎องเรียน ๗.๓ แหลํงเรียนรู๎และภูมิปัญญาท๎องถิ่น ๗.๓.๑แหลํงเรียนรู๎ภายในและนอกโรงเรียนและการใช๎ -๕-


แหล่งเรียนรู้ภายใน

แหล่งเรียนรู้นอกโรงเรียน สถิติการใช้ จานวนครั้ง/ปี

ชื่อแหล่งเรียนรู้ ๑.สวนยางพารา ๒.บํอเลี้ยงปลา ๓.โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ ๔.สนามกีฬา ๕.ห๎องคอมพิวเตอร์ ๖.ห๎องสหกรณ์ ๗.ห๎องสมุด ๘.ห๎องวิทยาศาสตร์ ๙. แปลงเกษตรพอเพียง

๔๕ ๕๐ ๔๐ ตลอดปีการศึกษา ๓๕๐ ตลอดปีการศึกษา ตลอดปีการศึกษา ตลอดปีการศึกษา ตลอดปีการศึกษา

สถิติการใช้ จานวน ชื่อแหล่งเรียนรู้ ครั้ง/ปี

๑.วนอุทยานเมืองเกําชัยบุรี ๒.วัดหนองโต๏ะปาน ๓.วัดศรีธรรมาราม ๔.วัดเขาเมืองเกําชัยบุรี ๕.อํางเก็บน้าเขาบํอลา ๖.องค์การบริหารสํวนตาบลพนมวังก์ ๗.สมุนไพรไทย คุณบุญทอง เกตุแก๎ว ๘.การทาลูกโพนและการทากลองพรก ของนายจารัส เกลี้ยงมาก ๙.การรามโนราห์ ของนายทิ้ง ไขํชํวย ๑๐.ผลิตภัณฑ์กะลามะพร๎าว ของนายสุชาติ จันทร์ขุน นายปลื้ม ชูคง

๕ ๘ ๓ ๒ ๓ ๒ ๑ ๑๕ ๑๒ ๒

๘. ผลการดาเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา ในรอบปีการศึกษา ๒๕๕๓ โรงเรียนได๎จัดทาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา / แผนปฏิบัติการ ประจาปี ได๎กาหนดโครงการ/กิจกรรมที่ประจักษ์แกํบุคลากรในโรงเรียนชุมชน ผู๎ปกครองได๎รํวมชื่นชม และภาคภูมิใจดังตํอไปนี้

-๖-


๘.๑ งานโครงการที่ประสบความสาเร็จ ชื่องาน / โครงการ ๑.โครงการวันกตัญญู (รดน้าผู๎สูงอายุ) ๒.โครงการโรงเรียนสํงเสริมสุขภาพ ๓.โครงการปรับปรุงระบบงานสารสนเทศ ๔.โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ในโรงเรียน ๕.โครงการพัฒนาบุคลากร ๖.โครงการประกันคุณภาพภายใน ๗.โครงการพัฒนาคุณภาพนักเรียนปฐมวัย ๘.โครงการพัฒนาห๎องสมุดเป็นแหลํงเรียนรู๎ ๙.โครงการนานักเรียนไปศึกษาแหลํงเรียนรู๎ ๑๐.โครงการนิเทศภายใน ๑๑.โครงการสืบสานวัฒนธรรมและสํงเสริมเอกลักษณ์ ของท๎องถิ่น ๑๒.โครงการจัดนิทรรศการและรายงานผลทางวิชาการ ในรอบปี ๑๓.โครงการกิจกรรมวันสาคัญ ๑๔.โครงการแขํงขันกีฬากรีฑานักเรียน ๑๕.โครงการสํงเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน ๑๖.โครงการปรับปรุงสื่อ ICT. ๑๗.โครงการพัฒนาการอําน คิดวิเคราะห์และเขียนสื่อ ความ ๑๘.โครงการเศรษฐกิจพอเพียง ๑๙.พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ๒๐.โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ๒๑.โครงการพัฒนาการเรียนภาษาอังกฤษ

-๗-

หลักฐานยืนยันความสาเร็จ รายงานโครงการ / ภาพถํายกิจกรรม รายงานโครงการ / ภาพถํายกิจกรรม รายงานโครงการ รายงานโครงการ / บรรยากาศในโรงเรียน รายงานโครงการ / แบบประเมินความพึงพอใจ รายงานโครงการ รายงานโครงการ / ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายงานโครงการ รายงานโครงการ/แบบประเมินความพึงพอใจ รายงานโครงการ รายงานโครงการ / ผลงานนักเรียน รายงานโครงการ /สถิติการใช๎ห๎องสมุด รายงานโครงการ / ภาพถํายกิจกรรม ผลงานเด็ก / แบบประเมินความพึงพอใจ รายงานโครงการ / ผลงานนักเรียน แบบประเมินความพึงพอใจ รายงานโครงการ / ภาพถํายกิจกรรม รายงานโครงการ / ผลงานนักเรียน รายงานโครงการ รายงานโครงการ/ภาพถํายกิจกรรม รายงานโครงการ รายงานโครงการ รายงานโครงการ


ที่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔

๘.๒ ผลงานครูและนักการภารโรง ชื่อ - สกุล ผลงานดีเด่น / ในรอบปี นายจรูญ เหมพัฒน์ ครูสอนภาษาไทยดีเดํน(ระดับประถม) นางประดับ เดชฤกษ์ปาน ครูจัดกิจกรรมอนามัยดีเดํน นายชาติไทย ชูเชิด ผู๎พัฒนาวินัยนักเรียนดีเดํน นางศุภพจนี พันธุรัตน์ ครูผู๎สอนการแสดงพื้นบ๎านดีเดํน(กลองยาว) นางอารีย์รัตน์ ทองเรือง ครูสอนนาฏศิลป์ไทยและนาฏศิลป์พื้นบ๎านดีเดํน นายจารัส เจ๎ยแก๎ว ครูจัดกิจกรรมการสอนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงดีเดํน นางจาปี เสาวคนธ์ ครูสอนวิชางานบ๎านดีเดํน นางจรีรัตน์ พุฒขาว ครูสอนภาษาไทยระดับมัธยมดีเดํน นายนิยม ไขํชํวย ครูสอนสังคมศึกษาดีเดํน นายชนพล ชูชํวย ครูสอนเทคโนโลยีดีเดํน นางจวน จูห๎อง ครูจัดกิจกรรมพัฒนาคุณธรรมดีเดํน นายเตือนใจ วงศ์วิสุทธิ์ ครูปฐมวัยดีเดํน นายพสิษฐ์ เทพรักษ์ ครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ดีเดํน นายอพิศักดิ์ ทองด๎วง ครูสอนวิชาพลศึกษาดีเดํน


ส่วนที่ ๒ สาระสาคัญของโครงการที่ดาเนินการ โรงเรียนบ๎านระหวํางควน ได๎คัดเลือกโครงการจัดทาประชาคมในระดับตาบล เพื่อรํวมกันระดม ความคิดเห็น รํวมแก๎ปัญหา และศึกษาความต๎องการของท๎องถิ่น เพื่อหาข๎อสรุปรํวมกัน และได๎รับการ อนุมัติโครงการจากคณะทางานโครงการนารํองการจัดการศึกษาแบบมีสํวนรํวมขององค์กรในชุมชน เพื่อ สุขภาวะคนไทย (ปศท ๒) จานวน ๔ โครงการดังนี้ ๑.โครงการสถานศึกษาพอเพียง ๒.โครงการศึกษาตานานเมืองเกําชัยบุรี ๓.โครงการสํงเสริมสืบสานวัฒนธรรมท๎องถิ่นพนมวังก์ ๔.โครงการสํงเสริมการอํานนิทานพื้นบ๎านตานานเมืองลุง (๒ ภาษา) สาระของโครงการที่ดาเนินการทั้ง ๔ โครงการ มีดังนี้ ๑.โครงการสถานศึกษาพอเพียง เป้าประสงค์/เป้าหมาย ๑.๑ เชิงปริมาณ ๑.) จัดทาหลักสูตรบูรณาการ หลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียง ในระดับชั้น ป.๔ - ม.๓ ๒.) จัดทาแผนการเรียนรู๎ และจัดกิจกรรมการเรียนรู๎ตามแผนแกํนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ – ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ จานวน ๗๐ คน ๓.) จัดตั้งศูนย์การเรียนรู๎ด๎านภูมิปัญญาท๎องถิ่น คือ การรามโนราห์ รากลองยาว ขนมพื้นบ๎าน การผูกผ๎า ๔.) จัดกิจกรรมสํงเสริมคุณธรรม จริยธรรม คือ การหิ้วปิ่นโตไปวัดในวันพระ การฝึกศาสนพิธี การไหว๎พระ ฟังธรรม การออมทรัพย์ การทาบัญชีรับ – จําย ๕) ศูนย์การเรียนรู๎ด๎านการเกษตร เชํน ปลูกผัก เลี้ยงหมู เลี้ยงไกํ เลี้ยงปลา ทาปุ๋ยหมักชีวภาพ ๑.๒ ด๎านคุณภาพ ๑) นักเรียน ชุมชน รู๎เข๎าใจหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๒) โรงเรียนเป็นศูนย์การเรียนรู๎ด๎านภูมิปัญญาท๎องถิ่น และการทาเกษตรพื้นฐาน และสามารถนาไปประยุกต์ใช๎ในชีวิตประจาวัน ๓) นักเรียน ชุมชน มีรายได๎ระหวํางเรียน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รู๎จักการพึ่งตนเอง ๔) นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ด๎านความพอเพียง รู๎จักปฏิบัติตน ตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง -๙๕) นักเรียนมีนิสัยประหยัด และอดออม สามารถทาบัญชีรับ – จําย ของตนเองได๎


วัตถุประสงค์ ๒.๑ เพื่อให๎นักเรียน ชุมชน มีความรู๎ เข๎าใจ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และวิธี ปฏิบัติเพื่อให๎เกิดความพอเพียง ๒.๒ เพื่อให๎โรงเรียนเป็นศูนย์การเรียนรู๎ภูมิปัญญาท๎องถิ่น ในด๎านการเกษตร ด๎าน วัฒนธรรมภูมิปัญญาท๎องถิ่น ๒.๓ เพื่อสํงเสริมให๎นักเรียนมีรายได๎ระหวํางเรียนและรู๎จักพึ่งตนเอง ๒.๔ เพื่อให๎นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ที่พึงประสงค์และหลักธรรมทางศาสนาที่ตน นับถือ ผลผลิต/ผลลัพธ์ ๓.๑ นักเรียน มีความรู๎ เข๎าใจหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ร๎อยละ ๑๐๐ ๓.๒ นักเรียน ชุมชน นาความรู๎ไปประยุกต์ใช๎ในชีวิตประจาวัน น๎อยละ ๑๐๐ ๓.๓ นักเรียนไมํต่ากวําร๎อยละ ๙๐ รู๎เข๎าใจเกี่ยวกับภูมิปัญญาท๎องถิ่นของตน และ สามารถปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู๎ด๎านภูมิปัญญาท๎องถิ่นไมํน๎อยกวําร๎อยละ ๙๐ โรงเรียนได๎จัดกิจกรรมตามโครงการสรุปได๎ดังนี้ ๑.๑ จัดทาหนํวยการเรียนรู๎บูรณาการหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยให๎ครูผู๎สอนทุก กลุํมสาระการเรียนรู๎ จัดทาหนํวยการเรียนรู๎เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง จานวน ๑ หนํวยการเรียนรู๎ ในชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๔ ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ซึ่งมีเนื้อหาสาระที่สาคัญคือ ความเป็นมาของปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การทาบัญชีรับจํายของตนเอง/ครอบครัว เกษตรทฤษฎี ใหมํ วัฒนธรรมภูมิปัญญาท๎องถิ่น การผลิตการบริโภค อบายมุข จัดทาแผนการจัดการเรียนรู๎ จัดหาวัสดุ อุปกรณ์และดาเนินการสอนตามแผนที่ได๎จัดทาไว๎

ผลการปฏิบัติ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ทุกคน มีความรู๎ เข๎าใจในความเป็นมา และหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาความรู๎ที่ได๎รับไปประยุกต์ใช๎ในชีวิตประจาวันได๎ ๑.๒ กิจกรรมสํงเสริมคุณธรรมจริยธรรมนักเรียน ได๎ดาเนินการดังนี้


-๑๐-

๑) กิจกรรมหิ้วปิ่นโตไปวัด โดยนานักเรียนในโรงเรียนตั้งแตํชั้นอนุบาล ๑ ถึงชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๓ จานวน ๑๓๐ คน นาปิ่นโตไปวัดหนองโต๏ะปานในทุกวันพระและรํวมปฏิบัติ กิจกรรมทางศาสนากับชุมชน ฝึกการเป็นศาสนพิธีกร การรํวมพัฒนาวัด ผลการปฏิบัติ นักเรียนทุกคนมีความรู๎ ความเข๎าใจในการประกอบพิธีทางศาสนา การเป็นศาสนพิธีกร เข๎าใจใน หลักธรรมของศาสนาและปฏิบัติตามหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือได๎

๒) กิจกรรมการออมทรัพย์ นักเรียนในโรงเรียนทุกคนจะมีการออมทรัพย์ โดยให๎ฝาก เงินออมกับครูทุกวัน ควบคูํกับการทาบัญชีรับ – จํายของตนเอง เพื่อให๎นักเรียนรู๎รายรับ รายจํายของ ตนเอง และให๎มีเงินเหลือเก็บออมในแตํละวัน ผลการปฏิบัติ นักเรียนสามารถทาบัญชีรับ – จํายของตนเองเพื่อได๎ถูกต๎อง และรู๎จักการประหยัดเก็บออมเงินใน แตํละวันและนาความรู๎ที่ได๎รับ ไปใช๎ในการทาบัญชีรับ – จํายของครอบครัวรํวมกับพํอแมํผู๎ปกครอง ๓) จัดตั้งศูนย์การเรียนรู๎ด๎านภูมิปัญญาท๎องถิ่น โรงเรียนได๎สํงเสริมภูมิปัญญาท๎องถิ่น เข๎ามามีสํวนรํวมในการจัดการเรียนรู๎ในด๎านวัฒนธรรมท๎องถิ่น ดังนี้ ๓.๑) การรามโนราห์ ฝึกให๎นักเรียนรามโนราห์ โดยเชิญให๎คุณลุงทิ้ง ไขํชํวย เป็น วิทยากรให๎นักเรียน และได๎นานักเรียนไปแสดงในงานตําง ๆ ตามโอกาส


-๑๑-

๓.๒) การตีกลองยาว ฝึกนักเรียนให๎รู๎จักการตีกลองยาว โดยภูมิปัญญาท๎องถิ่น คุณเขียว สุดมาดา แกํนักเรียนกลุํมสนใจ จานวน ๕๐ คน และนาคณะกลองยาวไปรํวมงานกิจกรรม ของชุมชน เชํน งานทอดผ๎าป่า งานทอดกฐิน เป็นต๎น

๓.๓) การทาขนมพื้นบ๎าน โรงเรียนได๎เชิญวิทยากรภูมิปัญญาท๎องถิ่น คือ นาง อิ่ม ทองหนูนุ๎ย การทาขนมจาก นางเปี้ยน หนูเอียด การทาขนมพิมพ์ นางเอื้อน ทองมี มารํวมการ จัดการเรียนรู๎ในการทาขนมพื้นบ๎าน

ผลการดาเนินงาน นักเรียนมีความรัก หวงแหนในวัฒนธรรมภูมิปัญญาท๎องถิ่น และสามารถรามโนราห์ รากลองยาว และทาขนมพื้นบ๎าน และสํงเสริมให๎นักเรียนมีรายได๎ระหวํางเรียน รวมทั้งเป็นการสํงเสริมความสัมพันธ์ อันดีระหวํางโรงเรียนกับชุมชน ๔) จัดตั้งศูนย์การเรียนรู๎ด๎านการเกษตร โรงเรียนได๎ดาเนินการจัดการเรียนรู๎ในด๎าน การเกษตร ดังนี้ ๔.๑) การปลูกผักปลอดสารพิษ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ถึงชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๓ จานวน ๖๗ คน รํวมกับผู๎ปกครอง รํวมกันปลูกผักในพื้นที่เกษตรของโรงเรียน


-๑๒-

๔.๒) การเลี้ยงสุกรขุน ฝึกให๎นักเรียนที่มีความสนใจในการเลี้ยงสุกร (กลุํมสนใจ) จานวน ๑๕ คน ในการดูและบารุงรักษา

๔.๓) การเลี้ยงปลา จัดกิจกรรมให๎ความรู๎และฝึกปฏิบัติการดูแล บารุงรักษาปลา

๔.๔ การเลี้ยงไกํพันธุ์เนื้อ จัดกิจกรรมให๎ความรู๎ และฝึกปฏิบัติการเลี้ยงไกํ แกํ นักเรียนกลุํมสนใจ จานวน ๒๐ คน


-๑๓-

๔.๕) การทาสวนยางพารา ฝึกการบารุงดูแล บารุงรักษา โดยใช๎พื้นที่แปลง สาธิตการปลูกยางพารา ของโรงเรียนจานวน ๑๕ ไรํ

๔.๖) การทาปุ๋ยหมักน้า/ปุ๋ยหมักแห๎งชีวภาพ โรงเรียนได๎เชิญวิทยากร คือคุณกมล เนตินานนท์ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท๎องถิ่น มาให๎ความรู๎ และฝึกปฏิบัติในการทาปุ๋ยหมักชีวภาพ แกํนักเรียนและชุมชนที่มีความสนใจ จานวน ๕๐ คน

โครงการจัดทาปุ๋ยหมัก ผลการดาเนินงาน นักเรียนมีความรู๎ เข๎าใจ ในการทาการเกษตร เชํน วิธีการปลูกผักปลอดสารพิษ การใสํปุ๋ยพืชผัก สวนครัว การเลี้ยงสุกร การให๎อาหารสุกร การเลี้ยงปลากินพืช การเลี้ยงไกํ การปลูกยางพารา การดูแล บารุงรักษา นอกจากนี้โรงเรียนได๎รับความรํวมมือจากผู๎ปกครองนักเรียน ชุมชน องค์กรตํางๆ ให๎การ สนับสนุน เชํน สถานีประมงน้าจืดจังหวัดพัทลุงให๎การสนับสนุนพันธุ์ปลา สานักงานเกษตรอาเภอให๎การ สนับสนุนปุ๋ย พันธุ์ผัก ผู๎ปกครองนักเรียนให๎การสนับสนุนปุ๋ยคอก และการรํวมปฏิบัติทุกขั้นตอน


-๑๔-

นอกจากนี้ จากการดาเนินงานของโครงการนี้ เกิดผลที่นําภาคภูมิใจคือ ๑) โรงเรียนได๎รับการคัดเลือกจากคณะทางานโครงการนารํองการจัดการศึกษาแบบมี สํวนรํวมขององค์กรในชุมชน (ปศท.๒) ให๎เป็นตัวแทนเครือขํายจังหวัดพัทลุง ไปนาเสนอโครงการ สถานศึกษาพอเพียง ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๔ ๒) โรงเรียนได๎รับการคัดเลือกจากเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ ไปรํวม จัดนิทรรศการ โครงการสถานศึกษาพอเพียง ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคใต๎ ณ จังหวัดชุมพร เมื่อ วันที๖่ -๘ ธันวาคม ๒๕๕๔ ๓) โรงเรียนได๎รับรางวัล การจัดกิจกรรมสถานศึกษาพอเพียงดีเดํน ของเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ ในงานเปิดโลกการศึกษาสร๎างปัญญาเด็กพัทลุง ประจาปีการศึกษา ๒๕๕๔

๒. โครงการศึกษาตานานเมืองเก่าชัยบุรี เป้าประสงค์/เป้าหมาย ๑. จัดทาหลักสูตรสถานศึกษาสาระประวัติศาสตร์(เพิ่มเติม) หนํวยการเรียนรู๎ท๎องถิ่น ของเราเรื่อง เมืองเกําชัยบุรี ๒. จัดทาแผนการจัดการเรียนรู๎ เรื่อง เมืองเกําชัยบุรี และจัดกิจกรรมการเรียนรู๎ใน โรงเรียนสังกัดองค์การบริหารสํวนตาบลพนมวังก์ จานวน ๕ โรงเรียน จานวนนักเรียน ๑๐๐ คน ๓. นักเรียนจัดทาโครงงาน เรื่อง เมืองเกําชัยบุรี ๔. นานักเรียนรํวมกิจกรรมแรลลี่ศึกษาประวัติความเป็นมา ที่ตั้งเมืองเกําชัยบุรี ร๎อยละ ๑๐๐ ๕. นักเรียนสรุปบทเรียน โดยจัดทาเอกสารรายงาน เรื่อง เมืองเกําชัยบุรี เป็นรูปเลํม คนละ ๑ เลํม ร๎อยละ ๑๐๐


-๑๕-

วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อให๎นักเรียนรู๎และเข๎าใจ ความเป็นมาของเมืองเกําชัยบุรี ๒. เพื่อปลูกจิตสานึกให๎นักเรียนมีความรักหวงแหนและมีความภูมิใจในท๎องถิ่นของตน ๓. เพื่อให๎นักเรียนรู๎จักศึกษาค๎นคว๎า หาความรู๎ด๎วยตนเอง จากแหลํงเรียนรู๎ตํางๆ ๔. เพื่อนักเรียนรู๎วิธีการเรียนรู๎ โดยใช๎รูปแบบโครงงาน ผลผลิต/ผลลัพธ์ ๑. โรงเรียนมีหลักสูตรท๎องถิ่น สาระประวัติศาสตร์ เรื่อง เมืองเกําชัยบุรี ๒. โรงเรียนทุกโรงในสังกัด อบต.พนมวังก์ จัดกิจกรรมการเรียนรู๎ เรื่อง เมืองเกําชัยบุรี แกํนักเรียน ๓. นักเรียนมีความรู๎ เข๎าใจในความเป็นมาของเมืองเกําชัยบุรี ๔. นักเรียนมีเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง เมืองเกําชัยบุรี ๕. นักเรียนมีความรักหวงแหนในท๎องถิ่นของตน กิจกรรมที่ได้ดาเนินการตามโครงการสรุปได้ดังนี้ ๑. การจัดทาหลักสูตร โรงเรียนทุกโรงในสังกัดองค์การบริหารสํวนตาบลพนมวังก์ มี หลักสูตรท๎องถิ่นสาระประวัติศาสตร์ เรื่อง เมืองเกําชัยบุรี และมีการจัดการเรียนรู๎ตามหลักสูต ๒. เชิญวิทยากรภายในที่มีความรู๎ เรื่อง เมืองเกําชัยบุรี (นายกิตติพันธ์ ทองดีเพ็ง) มาให๎ ความรู๎แกํนักเรียน จานวน ๒ ครั้ง

๓. จัดกิจกรรมแรลลี่ศึกษาเมืองเกําชัยบุรี โดยมีนักเรียนตามเป้าหมายของโครงการและ นักเรียนในเครือขํายจตุรมิตร จานวน ๑๐ โรงเรียน เข๎ารํวมกิจกรรมด๎วยรวมทั้งสิ้น ๒๑๐ คน ครู จานวน ๔๐ คน เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔


-๑๖-

๔. นักเรียนจัดทาเอกสารรายงาน เรื่อง ตานานเมืองเกําชัยบุรี เป็นรูปเลํม คนละ ๑ เลํม เพื่อนาเสนอแกํครู ผลการดาเนินงาน ๑. โรงเรียนมีหลักสูตรสถานศึกษา เรื่อง ตานานเมืองเกําชัยบุรี ซึ่งมีสาระสาคัญ คือ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ สภาพภูมิศาสตร์ การปกครอง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล๎อม และภูมิปัญญา บุคคลที่ สาคัญ ๒. นักเรียนมีความรู๎ เข๎าใจ เกี่ยวกับความเป็นมาของเมืองเกําชัยบุรี ๓. นักเรียนมีความรักหวงแหน และความภาคภูมิใจในท๎องถิ่นของตน ๔. ชุมชนองค์กรในชุมชน เชํน บุคคลดั้งเดิมที่อาศัยในท๎องถิ่นที่เคยเป็นที่ตั้งเมืองเกํา พระภิกษุวัดเขาเมืองเกํา เจ๎าหน๎าที่วนอุทยานเขาเมืองเกําให๎ความรํวมมือในการจัดกิจกรรม เป็นวิทยากร ในการให๎ความรู๎ได๎เป็นอยํางดี ๕. นักเรียนมีความสุข สนุกสนานในการศึกษาเรียนรู๎นอกสถานที่

๓. โครงการส่งเสริมการอ่านนิทานพื้นบ้านตานานเมืองลุง (๒ ภาษา) เป้าหมาย ด้านปริมาณ ๑. นักเรียนโรงเรียนบ๎านระหวํางควน มีความรู๎ความภาคภูมิใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาใน สถานที่ และในชุมชนและในจังหวัดพัทลุง ๒. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๖และมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓ สามารถศึกษาค๎นคว๎าข๎อมูล ตํางๆเกี่ยวกับการเป็นมาของสถานที่สาคัญในชุมชน และ ในจังหวัดพัทลุงจากภูมิปัญญาในชุมชนและสื่อ ประเภทตํางๆ ด๎วยตนเองได๎เป็นอยํางดี และมีประสิทธิภาพ ๓. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔- มัธยมศึกษาปีที่ ๓ สามารถถํายทอดความรู๎ที่ได๎รับเกี่ยวกับ ประวัติความสาคัญและความเป็นมาของสถานที่สาคัญตํางๆในชุมชนและพัทลุง ในรูปแบบ กระบวนการ โครงงาน โดยนาเสนอ ในรูปแบบหนังสือเลํมเล็กได๎อยํางถูกต๎อง สวยงาม มีเนื้อหา สาระนําสนใจอยําง น๎อยคนละ ๒ เรื่อง/ภาคเรียน


-๑๗-

๔. นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่๑- มัธยมศึกษาปีที่ ๓ มีความรู๎ความเข๎าใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ของสถานที่สาคัญในชุมชนและในจังหวัดพัทลุง สามารถนาความรู๎ที่ได๎รับจากโรงเรียนไปเลําตํอผู๎คน ใกล๎ชิดในครอบครัว และคนในชุมชน ได๎สํงผลเกิดความรักความผูกพันความภาคภูมิใจในถิ่นฐานบ๎าน เกิด ของตนเอง ได๎รวมกันได๎เป็นอยํางดี ๕. โรงเรียนเป็นสํวนรวมการด๎านวิชาการ และด๎านพึ่งประสงค์ ทุกด๎านของชุมชน ด้านคุณภาพ ๑. นักเรียน ทุกคนมีความภาคถูมิใจ ประวัติความเป็นมาของสถานที่สาคัญ และชุมชนและ จังหวัดพัทลุงได๎เป็นอยํางดีทุกคนคิดเป็นร๎อยลํะ ๑๐๐ ๒. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔- มัธยมศึกษาปีที่ ๓ สามารถศึกษาค๎นคว๎าข๎อมูล ประวัติความ เป็นมาของสถานที่สาคัญในชุมชน และในจังหวัดพัทลุงจากถูมิปัญญาในชุมชน และสื่อประเภทตํางๆได๎ ดีมีประสิทธิ์ภาพ ทุกคน ๓. นักเรียนเข๎ารํวมกิจกรรมของโครงการทุกคน สามารถนาความรู๎ความเข๎าใจเกี่ยวกับประวัติ ความเป็นมาของสถานที่สาคัญตํางๆที่มีอยูํในชุมชนและจังหวัดพัทลุงโดยถํายทอดความรู๎ความเข๎าใจที่ ได๎รับออกมาในรูปแบบหนังสือเลํมเล็กได๎อยํางน๎อย ๒ เรื่อง\ปีการศึกษาซึ่งมีเนื้อหาสาระนําสนใจ สามารถนาไปเผยแพรํตํอสาธารณะชนได๎ ๔. โรงเรียนบ๎านระหวํางควนเป็นที่ยอมรับของชุมชน และเป็นสํวนรวม ทางด๎านการวิชาการ และด๎านที่พึ่งประสงค์ทุกด๎านของชุมชนและหนํวยงานตํางๆที่เกี่ยวข๎อง วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อให๎ผู๎เรียนมีความรู๎ ความภาคภูมิใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ของสถานที่ที่สาคัญ ที่มีอยูํในชุมชนและในจังหวัดพัทลุง ๒. เพื่อปลูกฝังให๎นักเรียนเป็นบุคคลแหํงการเรียนรู๎ ใฝ่รู๎ ใฝ่เรียนสามารถศึกษาข๎อมูลที่ เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของสถานที่สาคัญในชุมชนและที่มีอยูํในจังหวัดพัทลุงจากภูมิปัญญาท๎องถิ่น และสื่อตํางๆได๎เหมาะสมกับเนื้อหาสาระที่ต๎องการเรียนรู๎ ๓. เพื่อให๎นักเรียนเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ สามารถสังเคราะห์ ข๎อมูลที่ได๎รับจากสื่อ ตํางๆมา สรุปเป็นองค์ความรู๎ ด๎วยตนเองในรูปแบบหนังสื่อเลํมเล็กให๎มีเนื้อหาถูกต๎องสวยงามและ นําสนใจมีข๎อคิดเตือนใจแดํผู๎อํานและสามารถนาไปเผยแพรํ ตํอสาธารชนได๎ ๔. เพื่อปลูกจิตสานึกรักถิ่นฐานบ๎านเกิดให๎เกิดขึ้นกับผู๎เรียนทุกคน ๕. เพื่อสานความสัมพันธ์อันดี ด๎านความรักสามัคคีรักถิ่นฐานบ๎านเกิดรวมกันระหวําง โรงเรียนและคนในชุมชน


-๑๘-

ผลผลิต/ผลลัพธ์ ๑. นักเรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์สังเคราะห์องค์ความรู๎ที่เกี่ยวกับประวัติ ความเป็นมา สถานที่สาคัญที่มีอยูํในชุมชนโดยถํายทอดออกมาในรูปแบบหนังสือเลํมเล็กได๎อยํางน๎อยคนละสองเรื่อง ตลอดปีการศึกษาได๎ทุกคน ๒. รักเรียนเกิดความรักความสามัคคีขึ้นในหมูํคณะและรักถิ่นฐานบ๎านเกิดของต๎นเองมาก ขึ้น ๓. โรงเรียนเป็นศูนย์รํวมทางด๎านวิชาการ และด๎านที่พึงประสงค์ทุกด๎านของชุมชน โรงเรียนได๎ดาเนินการจัดกิจกรรมตามโครงการ ดังนี้ ๑. ขั้นเตรียมการ จัดทาแผนการดาเนินกิจกรรม จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ สื่อการเรียนรู๎ เชํน ตารา เอกสาร นิทานพื้นบ๎านตํางๆ ทาหนังสือเชิญวิทยากรภายนอกให๎ความรู๎ ๒. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โรงเรียนได๎ดาเนินการสอนในรูปแบบของการจัดทา โครงงานโดยใช๎นักเรียนกลุํมเป้าหมายคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ จานวน ๘๗ คนจัดการเรียนการสอน โดยการสอดแทรกในสาระการเรียนรู๎ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยให๎นักเรียนไปศึกษาค๎นคว๎าจากแหลํงเรียนรู๎ สื่อเอกสาร สิ่งพิมพ์ สื่ออินเตอร์เน็ท และวิทยากรภูมิ ปัญญาท๎องถิ่นมาให๎ความรู๎ในเรื่องเกี่ยวกับความเป็นมาสถานที่สาคัญตํางๆในจังหวัดพัทลุงแล๎วให๎ นักเรียนสรุปความรู๎ที่ได๎รับโดยการนาเสนอในรูปแบบของหนังสือเลํมเล็ก เกี่ยวกับนิทานพื้นบ๎านของ จังหวัดพัทลุง เป็นนิทาน ๒ ภาษา คือ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ และจัดให๎มีการประกวดหนังสือเลํม เล็กในวันภาษาไทยของโรงเรียน

ผลการดาเนินงาน ๒.๑ นักเรียนสามารถศึกษาหาความรู๎เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของสถานที่สาคัญ ตํางๆ ในจังหวัดพัทลุง ได๎ด๎วยตนเอง ๒.๒ นักเรียนมีความรู๎ความภูมิใจ เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของท๎องถิ่นตน ๒.๓ ได๎หนังสือเลํมเล็กที่เป็นนิทานพื้นบ๎าน ๒ ภาษา จานวน ๗ เลํม คือ เขาปู่ เขายํา เขาอกทะลุ หนังตะลุง มโนราห์ การแขํงโพนลากพระ เสียงดังจากกลองพรก และตานานเมืองลุง โรงเรียนเป็นศูนย์รวมด๎านวิชาการและเป็นแหลํงศึกษาหาความรู๎ของชุมชน


-๑๙-

๒.๔ โรงเรียนได๎รับการคัดเลือกให๎เป็นโรงเรียนสํงเสริมการอํานดีเดํนของสานักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ ประจาปีการศึกษา ๒๕๕๔ ๒.๕ โรงเรียนรับรางวัล “ผู๎บริหารสํงเสริมการอํานดีเดํน” ประจาปีการศึกษา ๒๕๕๔

๒.๖ โรงเรียนได๎รับรางวัล ครูผู๎สอนสํงเสริมการอํานดีเดํน ในระดับประถมศึกษาและ มัธยมศึกษา ๒.๗ โรงเรียนได๎รับเกียรติเป็นเจ๎าภาพในการจัดกิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ ตาม โครงการนารํองการจัดการศึกษาแบบมีสํวนรํวมขององค์กรในชุมชน ขององค์กรเครือขํายที่เข๎ารํวม โครงการของจังหวัดพัทลุงเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ และได๎นาเสนอผลงานโครงการสํงเสริม การอํานนิทานพื้นบ๎านตานานเมืองลุง แกํ นักเรียน ครูอาจารย์ องค์กรตํางๆในชุมชน จานวน ๑๕๐ คน


-๒๐-

๔. โครงการส่งเสริม สืบสาน วัฒนธรรมท้องถิ่นพนมวังก์ เป้าประสงค์/เป้าหมาย ๑. จัดทาหลักสูตรท๎องถิ่น เรื่อง กลองพรกและ เรื่อง โพนพัทลุง ๒. จัดทาแผนการจัดการเรียนรู๎ เรื่อง กลองพรก และ โพนพัทลุง ๓. จัดกิจกรรมการเรียนรู๎แกํนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ จานวน ๗๔ คน ๔. เชิญวิทยากรภูมิปัญญาท๎องถิ่นให๎ความรู๎ เรื่อง กลองพรก โพนพัทลุง ๕. จัดกิจกรรมการแขํงขันการตีกลองพรก และตีโพนและเผยแพรํการราระบากลองพรก และระบาโพน ๖. นักเรียนมีความรู๎ เข๎าใจ ในวัฒนธรรมท๎องถิ่นของตนเอง รวมทั้งรํวมกันอนุรักษ์ วัฒนธรรมท๎องถิ่นของตน ร๎อยละ ๑๐๐ ๗. ชุมชนมีสํวนรํวมในการจัดการศึกษา วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อให๎มีหลักสูตรท๎องถิ่น เรื่อง กลองพรก และโพน ๒. เพื่อให๎นักเรียนมีความรู๎ เข๎าใจ เรื่องวัฒนธรรมท๎องถิ่นพนมวังก์ ๓. เพื่อสํงเสริมให๎ชุมชนภูมิปัญญาท๎องถิ่นเข๎ามามีสํวนรํวมในการจัดการศึกษา ๔. เพื่อปลูกจิตสานึกให๎นักเรียน ชุมชน มีความรักท๎องถิ่น และรํวมกันอนุรักษ์ วัฒนธรรมในท๎องถิ่นของตน ผลผลิต ผลลัพธ์ ๑. มีหลักสูตรท๎องถิ่น เรื่อง กลองพรก และโพน ๒. นักเรียนมีความรู๎ เข๎าใจ ในวัฒนธรรมท๎องถิ่นพนมวังก์ ๓. นักเรียน ชุมชน รักหวงแหนวัฒนธรรมในท๎องถิ่นของตน และรํวมกันอนุรักษ์ให๎คง อยูํสืบไปกิจกรรมที่ดาเนินการตามโครงการ มีดังนี้ ๑. โรงเรียนได๎ดาเนินการจัดทาหลักสูตรท๎องถิ่น เรื่อง กลองพรก และโพน โดยจัดทา เป็นหลักสูตรบูรณาการในกลุํมสาระการเรียนรู๎ศิลปะ ๒. จัดทาแผนการจัดการเรียนรู๎และจัดกิจกรรมตามแผนที่กาหนดไว๎


-๒๑-

๓. เชิญวิทยากรภูมิปัญญาท๎องถิ่นรํวมการจัดการเรียนรู๎ คือ นายผัน คลิ้งคล๎าย เรื่องการ ทากลองพรกนายจารัส เกลี้ยงมาก เรื่องการทาโพน

๔. จัดกิจกรรมการแขํงขันกลองพรกรํวมกับชุมชนในท๎องถิ่นพนมวังก์ ในงานกิจกรรมเสวนา แลกเปลี่ยนเรียนรู๎ตามโครงการนารํองการจัดการศึกษาฯ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ณ โรงเรียนบ๎านระหวํางควน ซึ่งมีผู๎รํวมชมกิจกรรม จานวน ๒๓๐ คน

๕. เป็นตัวแทนของเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ นานักเรียนไปเผยแพรํผลงาน ด๎านศิลปะการแสดง การระบากลองพรก และนาผลิตภัณฑ์กลองพรกไปจาหนํายในงานศิลปหัตถกรรม นักเรียนระดับภาคใต๎ ณ จังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ ๖ – ๘ ธันวาคม ๒๕๕๔ ซึ่งได๎รับความสนใจจาก ผู๎ปกครองนักเรียนครู ประชาชนทั่วไปที่ไปรํวมงานเป็นอยํางมาก โดยเฉพาะอยํางยิ่งผลิตภัณฑ์กลองพรก ของนักเรียนที่นาไปจาหนํายเป็นที่ยอมรับดีมาก สํงผลถึงการมีรายได๎ระหวํางเรียนของนักเรียน


-๒๒-

๖. นานักเรียนไปเผยแพรํผลงาน เรื่องการทากลองพรก และการระบากลองพรก ในงานโครงการ พัฒนาสังคมสัญจร ณ องค์การบริหารสํวนตาบลพนมวังก์ เมื่อ วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๔

๗. เป็นตัวแทนของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ นานักเรียนไปสาธิต การทากลองพรกและจาหนํายผลิตภัณฑ์และนาศิลปะการแสดงพื้นบ๎าน การราระบากลองพรกไปแสดง ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับประเทศ ประจาปี ๒๕๕๔ “สุดยอดเด็กไทย ก๎าวล้าสูํผู๎นาอาเซียน” ในวันที่ ๒๕-๒๗ มกราคม ๒๕๕๕ ณ เมืองทองธานี กรุงเทพมหานคร ผลการดาเนินงาน ๑. โรงเรียนมีหลักสูตรท๎องถิ่น เรื่อง กลองพรกและโพน ๒. นักเรียน ชุมชน ได๎ศึกษาเรียนรู๎เกี่ยวกับวัฒนธรรมท๎องถิ่นพนมวังก์และได๎รํวมกันอนุรักษ์ไว๎ ๓. โรงเรียนได๎นาวัฒนธรรมท๎องถิ่นไปเผยแพรํให๎เป็นที่รู๎จักแกํสังคมทั่วไป ๔. ชุมชน องค์กรตํางๆ ในชุมชนได๎มีสํวนรํวมในการจัดการเรียนรู๎และรํวมกันภาคภูมิใจใน วัฒนธรรมท๎องถิ่นของตน ๕. นักเรียนมีรายได๎ในการดาเนินงานตามโครงการ


ส่วนที่ ๓ การบริหารจัดการ / ดาเนินการ ในการดาเนินงานตามโครงการ โรงเรียนได๎ดาเนินการดังนี้ ๓.๑ การแต่งตั้งคณะทางาน ๑) จัดประชุมคณะทางานประกอบด๎วย ผู๎นาชุมชน ผู๎นาองค์กรชุมชน ผู๎นาองค์กร ปกครองสํวนท๎องถิ่น ตัวแทนสถานศึกษา เพื่อรํวมกันศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต๎องการของ ชุมชนรํวมเสนอโครงการ และจัดทาประชาคม เพื่อคัดเลือกโครงการเป็นโครงการนารํอง การจัดการศึกษา แบบมีสํวนรํวมขององค์กรชุมชน เพื่อสุขภาวะคนไทย ๒) โรงเรียนแตํงตั้งคณะทางาน ซึ่งประกอบด๎วย ครู ตัวแทนชุมชน ตัวแทนองค์กร ท๎องถิ่น ถูมิปัญญาท๎องถิ่น คณะกรรมการสถานศึกษา จัดทาโครงการเสนออนุมัติจากคณะทางานในระดับ จังหวัด และเสนอคณะทางานของ สสส. เพื่อพิจารณาอนุมัติ ๓) จัดทาสัญญา เพื่อดาเนินงาน ตามโครงการ ระหวํางผู๎จัดการโครงการ ผู๎อานวยการ โรงเรียน กับ คณะทางานโครงการนารํองการจัดการศึกษาแบบมีสํวนรํวมขององค์กรในชุมชนเพื่อสุขภาวะ คนไทย (ปศท. ๒) ๔) เปิดบัญชีธนาคาร เพื่อเบิกจํายเงินในกิจกรรมของโครงการ โรงเรียนได๎แตํงตั้ง คณะกรรมการ การเบิกเงินตามงวดที่กาหนด ๓.๒ การดาเนินโครงการ ในการดาเนินงานตามโครงการทุกโครงการ โรงเรียนได๎จัดให๎มีการประชุมคณะทางาน โครงการเดือนละ ๑ ครั้ง เป็นประจาทุกเดือน และให๎เลขานุการโครงการ ได๎บันทึกการประชุมไว๎เป็น หลักฐานทุกครั้ง นอกจากนี้โรงเรียนได๎ทาเขตการปฏิบัติธรรม ให๎เป็นเขตปลอดสุรา บุหรี่ โดยการติดป้าย รณรงค์ การบริโภคสุรา บุหรี่ได๎ยํางชัดเจน ๓.๓ การนิเทศติดตามผล โรงเรียนได๎ดาเนินการนิเทศติดตามผลการดาเนินงานตามโครงการ โดยได๎กาหนดตารางนิเทศ และได๎แตํงตั้งคณะกรรมการ เพื่อนิเทศติดตามผล โครงการได๎อยํางชัดเจน ๓.๔ การรายงานผลการดาเนินงาน โรงเรียนโดยคณะทางาน ในแตํละโครงการ ได๎จัดทา รายงานการปฏิบัติงานตามงวดที่คณะทางาน โครงการนารํองการจัดการศึกษาแบบมีสํวนรํวมขององค์กรใน ชุมชนเพื่อสุขภาวะคนไทย (ปศท. ๒) กาหนด นอกจากนี้ ในการรายงานผลการจัดกิจกรรมแตํละโครงการ โรงเรียนได๎เผยแพรํ ประชาสัมพันธ์ การทากิจกรรมเดํน ผํานสถานีวิทยุกระจํายเสียงในท๎องถิ่น เพื่อให๎สาธารณะชนได๎รับทราบ


-๒๔-

๓.๕ การระดมทรัพยากรและการมีส่วนร่วมขององค์กรในชุมชน ในการดาเนินงานตามโครงการ โรงเรียนได๎รับความรํวมมือ และการให๎การสนับสนุน จากบุคคล ชุมชน องค์กรชุมชน และองค์กรในท๎องถิ่นดังนี้ ๑) องค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่นพนมวังก์ ๒) ผู๎นาชุมชน เชํน กานัน ผู๎ใหญํบ๎าน อสม. ในตาบลพนมวังก์ ๓) เจ๎าหน๎าที่วนอุทยานเมืองเกําชัยบุ รี ๔) วัดเขาเมืองเกํา วัดหนองโต๏ะปาน ๕) ภูมิปัญญาท๎องถิ่นด๎านตํางๆ ดังนี้ - การทากลองพรก นายผัน คลิ้งคล๎าย - การทาโพน นายจารัส เกลี้ยงมาก - การทาปุ๋ยหมักชีวภาพ นายกมล เนตินานนท์ - ประวัติเมืองเกําชัยบุรี นายกิตติพันธ์ ทองดีเพ็ง


ส่วนที่ ๔ เครือข่ายการดาเนินงานและความร่วมมือ ในการดาเนินงานตามโครงการนารํองการจัดการศึกษาแบบมีสํวนรํวมขององค์กรในชุมชน โรงเรียนบ๎านระหวํางควนได๎ดาเนินการทั้ง ๔ โครงการ โรงเรียนได๎รับความรํวมมือจากองค์กรและ หนํวยงานที่เกี่ยวข๎องในการให๎คาแนะนา ปรึกษา และรํวมกันจัดกิจกรรม ดังนี้ เครือข่ายครอบครัว - นักเรียนและผู๎ปกครอง มีความคิดเห็นวํา ในการดาเนินงานตามโครงการสถานศึกษาพอเพียง ที่ บ๎านของนักเรียนทุกคนนําจะจัดทาแปลงเกษตร ปลูกผักสวนครัวรั้วกินได๎ - นักเรียนจัดทากองปุ๋ยหมักไว๎ใช๎เองที่บ๎าน - นักเรียนได๎รู๎ประวัติความเป็นมาของท๎องถิ่นตนเองและมีความภูมิใจในท๎องถิ่นของตนเอง - นักเรียนได๎ใช๎เวลาวํางให๎เกิดประโยชน์ โดยการจัดทาหนังสือเลํมเล็ก การทากลองพรก - นักเรียนมีรายได๎พิเศษระหวํางเรียน จากการทากลองพรกและเผยแพรํนาฏศิลป์พื้นบ๎าน (รากลองพรก) เครือข่ายชุมชน - โรงเรียนจัดตั้งศูนย์การเรียนรู๎เศรษฐกิจพอเพียง และเชิญวิทยากรภูมิปัญญาท๎องถิ่น คือ คุณกมล เนตินานนท์ มารํวมการจัดการเรียนรู๎ การเกษตร เรื่อง การนาปุ๋ยหมักแห๎งและปุ๋ยหมักทาจาก เศษพืช - หนํวยงาน /องค์กรในชุมชน ให๎ความรํวมมือ สนับสนุน เชํน พัฒนากรอาเภอ ให๎การสนับสนุน ด๎านพันธ์ผัก /ปุ๋ย สานักงานประมงจังหวัด ให๎การสนับสนุนด๎านพันธ์ปลากินพืช - ทาให๎เกิดความสัมพันธ์อันดีระหวํางชุมชนใกล๎เคียง (เชํน ชุมชนบ๎านระหวํางควน และชุมชนวัดแจ๎ง) - เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู๎วัฒนธรรมท๎องถิ่นกับตาบลข๎างเคียง เชํน กะลาลุงปลื้มกับกลองพรก พนมวังก์ - ได๎เชิญภูมิปัญญาท๎องถิ่น อาจารย์บุญเลื่อง บุญหนูกลับ มาเผยแพรํความรู๎ให๎กับนักเรียนใน เรื่อง นิทานพื้นบ๎านตานานเมืองลุง และเชิญ อาจารย์กิตติพันธ์ ทองดีเพ็งมาเผยแพรํเรื่อง ตานานเมืองเกําชัยบุรี


-๒๖-

สถาบันศาสนา ทั้ง ๔ โครงการที่โรงเรียนบ๎านระหวํางควนได๎ดาเนินการนั้น ได๎รับความรํวมมือเป็นอยํางดี จากวัด ตํางๆ ไมํวําจะเป็นวัดในตาบลพนมวังก์หรือวัดในตาบลชัยบุรี เชํน วัดหนองโต๏ะปาน วัดแจ๎ง วัดถ้าพระนอน วัดเขาเมืองเกํา เอกชน โรงเรียนได๎นาผลิตภัณฑ์ที่นักเรียนจัดทาขึ้นไปเผยแพรํยังศูนย์หัตถกรรมใกล๎เคียง เชํน ศูนย์กะลาลุง ปลื้ม บ๎านทาโพน และนานักเรียนไปเผยแพรํนาฎศิลป์ตามโอกาสตํางๆ เชํน มังกรทองพัทลุง ทาให๎ นักเรียนได๎มีรายได๎ระหวํางเรียน และได๎แสดงออกในสิ่งที่ดีงาม เป็นการเผยแพรํวัฒนธรรมในท๎องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จาการทาประชาคม เพื่อให๎ได๎มาซึ่งโครงการตํางๆ นั้น โรงเรียนได๎รับความรํวมมือด๎วยดีจาก องค์การบริหารสํวนตาบลพนมวังก์ จนทาให๎เกิดพนมวังก์โมเดล และได๎รับความรํวมมือจากองค์การ บริหารสํวนตาบลชัยบุรี ในการจัดเตรียมข๎อมูลแรลลี่ เมืองเกําชัยบุรี องค์กรอื่นๆ จากการดาเนินงานตามโครงการนารํองการจัดการศึกษาโดยมีสํวนรํวมขององค์กรในชุมชนนั้น ได๎รับความรํวมมือด๎วยดีจากโรงเรียนในเครือขํายจตุรมิตร ทั้ง ๑๖ โรงเรียน นักเรียน ผู๎ปกครองและชุมชน ในเครือขํายเกิดความตระหนักหวงแหนบ๎านเกิดและรู๎จักเมืองเกําชัยบุรีมากขึ้น รู๎จักวิธีการทากลองพรก และ ได๎รู๎เกี่ยวกับนิทานพื้นบ๎านตานานเมืองลุง ทาให๎โรงเรียนเป็นแหลํงเรียนรู๎ที่ดีของโรงเรียนใกล๎เคียง นอกจากนี้ยังได๎รับความรํวมมือจากอุทยานนกน้าทะเลน๎อยและวนอุทยานเมืองเกําชัยบุรีในการเผยแพรํ ประวัติเมืองเกําชัยบุรีและกิจกรรมการแรลลี่


ส่วนที่ ๕ บทสรุป ๑. นวัตกรรมที่เกิดขึ้นของโครงการ จากการดาเนินการโครงการนารํองการจัดการศึกษาแบบมีสํวนรํวมขององค์กรในชุมชน เพื่อสุข ภาวะคนไทย ( ปศท ๒) ได๎เกิดนวัตกรรม ดังตํอไปนี้ ๑.๑ ชุมชน/หมูํบ๎าน ในเขตบริการของโรงเรียน คือ หมูํที่ ๑ และหมูํที่ ๒ ตาบลพนมวังก์ รณรงค์ให๎ ทุกบ๎านจัดทากิจกรรมเกษตรพอเพียง “แปลงผักสวนครัวรั้วกินได๎” และ “พืชผักสวยด๎วยปุ๋ยอินทรีย์” ๑.๒ โรงเรียนมีสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบของ ชุดกิจกรรมการเรียนรู๎ เรื่อง ปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง สาหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๔ – ๖ ๑.๓ หนังสือนิทานประกอบภาพเกี่ยวกับ ตานานประวัติความเป็นมาของสถานที่สาคัญของจังหวัด พัทลุง ซึ่งเป็นนิทานเขียนไว๎เป็นสองภาษา คือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จานวน ๕ เรื่อง คือ มโนราห์ เขาอกทะลุ แขํงโพนเมืองลุง กลองพรกบ๎านเรา และหนังตะลุง

นิทานเรื่อง มโนราห์

นิทานเรื่อง เขาอกทะลุ

๑.๔ ผลิตภัณฑ์ของนักเรียน “หนึ่งโรงเรียนหนึ่ง ผลิตภัณฑ์” (one school one product) คือ กลองพรก


-๒๘-

๑.๕ ศิลปะ การแสดงพื้นบ๎านของท๎องถิ่น ตาบลพนมวังก์ คือ ระบากลองพรก และระบาโพน

ราระบากลองพรกในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน

ราระบากลองพรก ในงานเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ ๑๑ พ.ย. ๕๔

ระดับประเทศ

นักเรียนร่วมรายการ STAR JUNIOR

นักเรียนราระบาโพน

๑.๖ เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง ประวัติเมืองเกําชัยบุรี ๑.๗ ตํอยอดโครงการทั้งตาบลเป็น “พนมวังก์โมเดล” เน๎นให๎เยาวชนในตาบลเป็นคนดี คนเกํง และมี ความสุข


-๒๙-

คนดี เน๎นคุณธรรมพื้นฐาน ๘ ประการ ของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คนเกํง เน๎นคะแนน โอเน็ต สูงขึ้น ๕ % และ นักเรียนสอบเข๎าโรงเรียนยอดนิยมของจังหวัดพัทลุง ได๎ร๎อยละ ๑๐ คนมีความสุข เด็กมีสมรรถภาพทางกายตามเกณฑ์ของกรมอนามัย มีสุนทรียภาพทางด๎านดนตรี กีฬา เป็นการสร๎างความเข๎มแข็งที่มีรากฐานที่ครอบครัว ชุมชน ท๎องถิ่น สถาบันศาสนา เอกชน และ องค์กรเอกชน องค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น และองค์กรอื่นๆ ที่เกี่ยวข๎อง รํวมกันเติมเต็มจัดการศึกษา เพื่อ นาไปสูํสุขภาวะของคนไทยทั้งด๎าน กาย จิต สังคมและสติปัญญา ๒. ผลผลิต ผลลัพธ์ และความภาคภูมิใจที่เกิดขึ้นของโครงการ ๒.๑ ผู๎เรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดี ๒.๒ ผู๎เรียนมีเจตคติที่ดีตํอการจัดการเรียนการสอน ทาให๎ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน สูงขึ้นทุกกลุํมสาระ ๒.๓ โรงเรียนได๎รับรางวัล โรงเรียนสํงเสริมการอํานดีเดํน ประจาปีการศึกษา ๒๕๕๔ ของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ ๒.๔ โรงเรียนได๎รับรางวัล ผู๎บริหารสงเสริมการอํานดีเดํน ประจาปีการศึกษา ๒๕๕๔ ของ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ ๒.๕ โรงเรียน ได๎รับรางวัลครูผู๎สอน สํงเสริมการอํานดีเดํน ในระดับประถมศึกษาและ มัธยมศึกษาของ สานักงานเขตพื้นที่การศึกประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ ๒.๖ โรงเรียนได๎รับการคัดเลือกจากสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ เป็น โรงเรียนสถานศึกษาพอเพียง ๒.๗ โรงเรียนไดัรับการคัดเลือกจากสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ เป็น ตัวแทนของจังหวัด ไปแสดงนิทรรศการ เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง และการจาหนําย ผลิตภัณฑ์ “ กลองพรก” ในงานศิลปะหัตกรรมนักเรียนภาคใต๎ ณ จังหวัดชุมพร เมื่อ วันที่ ๖-๘ ธันวาคม ๒๕๕๔ ๒.๘ โรงเรียนบ๎านระหวํางควนได๎รับเกียรติเป็นเจ๎าภาพ ในการจัดกิจกรรมเวทีเสวนาแลกเปลี่ยน เรียนรู๎ การดาเนินงานโครงการนารํองการจัดการศึกษาแบบมีสํวนรํวมขององค์กรชุมชน ของโรงเรียน / องค์กร ในจังหวัดพัทลุง ที่เข๎ารํวมโครงการ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ๒.๙ โรงเรียนบ๎านระหวํางควน ได๎เผยแพรํผลงาน และชื่อเสียงให๎สาธารณชนได๎รู๎จัก ทาให๎ชุมชน มีความภูมิใจในท๎องถิ่นของตน ๒.๑๐ เกิดความสัมพันธ์อันดีระหวํางโรงเรียนกับชุมชน ผู๎ปกครอง องค์กรตํางๆในท๎องถิ่น นักเรียน และชุมชน มีความรัก ศรัทธาในโรงเรียน ๒.๑๑ โรงเรียนเป็นศูนย์กลางในการจัดการเรียนรู๎ ของนักเรียนและชุมชม


-๓๐-

๓. จุดอ่อนของโครงการ ๔. ข้อจากัดของโครงการ โรงเรียนมีข๎อจากัดในการจัดกิจกรรมตามโครงการบางประการ เชํน ด๎านความพร๎อมของชุมชน เนื่องจากสภาพชุมชนของโรงเรียน ผู๎ปกครองนักเรียน ชุมชนบางสํวนไปทางานนอกบ๎าน หรือตํางจังหวัด ไมํสามารถเข๎ารํวมกิจกรรมได๎อยํางเต็มที่ ๕. ปัญหา อุปสรรค แก้ปัญหาและการพัฒนา ๖. ข้อเสนอแนะ สสส. ควรให๎การสนับสนุนและสํงเสริมการจัดทาโครงการตํอเนื่องในปีตํอไป เพื่อให๎การดาเนิน งานตามโครงการนารํองการจัดการศึกษาแบบมีสํวนรํวม เกิดประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลถึงสุขภาวะคน ไทยอยํางแท๎จริง


ภาคผนวก


ภาคผนวก ก. ประมวลภาพสถานศึกษาพอเพียง


ภาคผนวก ข ประมวลภาพโครงการศึกษาตานานเมืองเก่าชัยบุรี

เชิญวิทยากร(อาจารย์กิตติพันธ์ ทองดีเพ็ง) มาให้ความรู้แก่นักเรียน

นักเรียนเรียนรู๎จากครูพรหมพินิต


กิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้

นักเรียนลงทะเบียนแรลลี่ แรลลีต่ ามสถานทีต่ ่างๆ วัดถ้าพระนอน


วนอุทยานเมืองเก่าชัยบุรี


ศาลหลักเมือง


วัดเขาเมืองเก่า


ชมนิทรรศการตามซุ้ม


โครงการเมืองเก่าชัยบุรี


ภาคผนวก. ค ประมวลภาพ โครงการสํงเสริมการอํานนิทานพื้นบ๎านตานานเมืองลุง (๒ ภาษา)

อ. บุญเลื่อง บุญหนูกลับ วิทยากรภูมิปัญญาในท๎องถิ่นให๎ความรู๎นักเรียน

นักเรียนฝึกการทาหนังสือเลํมเล็ก


การทาหนังสือเลํมเล็ก


ผู๎เยี่ยมชมโครงการ

กิจกรรมหนังสือเลํมเล็ก ภาษาไทย


กิจกรรมหนังสือเลํมเล็ก (2 ภาษา) The Manohra or Nora

้ องที่สืบ ทอดกันมานานและนิ ยมกันอย่ างแพร่หลายใน ภาคใต ้ เป็ น โนรา หรือ มโนห ์รา (เขียนเป็ น มโนรา หรือ มโนราห ์ ก็ได)้ เป็ นการละเล่นพื นเมื

้ั ่ ่เป็ นพิธีกรรม การละเล่นที่มีทงการร ้อง การรา บางส่วนเล่นเป็ นเรื่อง และบางโอกาสมีบางส่วน แสดงตามคติความเชือที

The Manohra or Nora is the local derivative. Fry for a long time and widely popular in the South is playing with her dance and play a part. And occasionally there are some belief that the ritual.


รางวัลที่ได๎รับ  ผู๎อานวยการ สุวิทย์ สินน๎อย ได๎รับรางวัลผู๎บริหารสํงเสริม- การอํานดีเดํน ของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา พัทลุง เขต ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๔

 โครงการสํงเสริมการอํานนิทานพื้นบ๎านเมืองลุง (2 ภาษา ไทย-อังกฤษ) ได๎รับรางวัลโรงเรียนสํงเสริมการอํานดีเดํน ของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๔

นางพิมพ์ประไพ บัวแก๎ว ผู๎นาเสนอผลงาน


ภาคผนวก ง ประมวลภาพ โครงการส่งเสริม สืบสาน วัฒนธรรมท้องถิ่นพนมวังก์

นักเรียนทากลองพรก


นักเรียนสาธิตการตีกลองพรก ในงานเสวนาแลกเลียนเรียนรู้ ๑๑ พ.ย. ๕๕

นักเรียนโชว์การตีกลองพรก ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาค ณ จังหวัดชุมพร


แข่งขันการตีกลองพรก


การรากลองพรก


การจัดนิทรรศการและการจาหนํายกลองพรก


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
ถอดบทเรียนโรงเรียนบ้านระหว่างควน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ปศท.๒ by Veerapong Kanasirivong - Issuu