Page 1


คํานํา เอกสารนี ้ มี ว ั ต ถุ ป ระสงคในการจั ด ทํ า เพื ่ อประกอบการพั ฒ นาครู ในการวิ จ ั ย และพั ฒ นา เรื ่ อ ง “โปรแกรมพัฒนาครูด'วยการบูรณาการ ICT เพื่อการจัดการเรียนการสอน ในโรงเรียนประถมศึกษา” ตาม หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแก6น โดยใช' พั ฒ นาครู ต ามโครงการที ่ 1 ของโปรแกรม “โครงการพั ฒ นาครู จ ากการเรี ย นรู ' ด' ว ยตนเอง: การบูรณาการ ICT ในการจัดการเรียนการสอน” ขอขอบคุณอาจารยที่ปรึกษา ผศ.ดร.ทวีชัย บุญเติม อาจารยที่ปรึกษาร6วม รศ.ดร.กนกอร สมปราชญ และอาจารยผู'สอน ดร.ประยุทธ ชูสอน ที่กรุณาให'ความช6วยเหลือแนะนําเสมอมา ขอขอบคุณคณะครู โรงเรียนบ'านหนองสระพังโนนสะอาด ผู'อํานวยการโรงเรียนและครูในศูนยพัฒนาคุณภาพการศึกษาเขวาไร6 ผู'อํานวยการโรงเรียนและครูโรงเรียนบ'านแก'งขิงแคง โรงเรียนบ'านเขวาสะดืออีสาน และโรงเรียนบ'าน ยางสินไชยหนองหาด ศูนยพัฒนาคุณภาพการศึกษาสะดืออีสาน สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา มหาสารคาม เขต 3 ที ่ ให' ความร6 ว มมื อในการตรวจสอบและปรั บ ปรุ งโปรแกรมและเอกสารประกอบ การพัฒนาครูให'บรรลุเป?าหมายของโปรแกรมนี้มา ณ โอกาสนี้ ทองไส เทียบดอกไม'


สารบัญ หัวขอ

หนา

การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน ............................

1

ความรู'เบื้องต'นเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ ................................................................................................................................... การใช'งานลิขสิทธิ์ที่เปBนธรรมในการเรียนการสอน ...................................................................................................... ความหมายและประเภทของซอฟตแวร ....................................................................................................................... การใช'งานลิขสิทธิ์ที่เปBนธรรม สําหรับโปรแกรมคอมพิวเตอรแต6ละประเภท ............................................................... ปGญหาละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟตแวร ................................................................................................................................... การแก'ปGญหาละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟตแวร ........................................................................................................................ นโยบายส6งเสริมการใช'ซอฟตแวรเพื่อป?องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ ................................................................................. โปรแกรมคอมพิวเตอรที่เหมาะสมต6อการใช'เพื่อป?องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ ................................................................. บริการด'านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอแนะเพื่อป?องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ ......................................... บัญชี Google .............................................................................................................................................................. การสื่อสารบนอินเทอรเน็ตด'วย Gmail ....................................................................................................................... การค'นหาแหล6งความรู'ทางอินเทอรเน็ตด'วยเว็บบราวเซอร Google Chrome และเครื่องมือค'นหา Google ............. การสร'างและใช'เว็บไซตเครือข6ายสังคมออนไลน Google Plus .................................................................................. การจัดการเอกสารแบบคลาวดด'วย Google Drive ................................................................................................... การสร'างเอกสารไฟล PDF ด'วยโปรแกรม PDF Creator .......................................................................................... การอ6านไฟลเอกสาร PDF ด'วยโปรแกรม Foxit Reader ............................................................................................ การบีบอัดและคลายไฟลเอกสารด'วยโปรแกรม 7-Zip ................................................................................................ การใช'โปรแกรมกราฟdก TuxPaint, Inkscape, Gimp, และ Greenshot ................................................................. การสร'างวิดีโองานนําเสนอด'วยโปรแกรม Audacity, CamStudio, LeawoPowerPoint to Video Free, FormatFactory, Avidemux, Aegisub และ MKVMergeGUI ................................................................................. การเขียนข'อมูลลง CD และ DVD ด'วยโปรแกรม InfraRecorder .............................................................................. การเล6นไฟลมัลติมีเดียด'วยโปรแกรม VLC Media Player .......................................................................................... การสร'างและเผยแพร6 E-book บนเว็บไซต issuu.com ............................................................................................. การใช'หลักสูตรสถานศึกษา ......................................................................................................................................... การจัดทําโครงสร'างหลักสูตรของสถานศึกษา ............................................................................................................. การจัดทําคําอธิบายรายวิชา ........................................................................................................................................ การจัดทําหน6วยการเรียนรู' .......................................................................................................................................... แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู'ของครูกลุ6มเป?าหมาย .................................................................................................... แบบบันทึกถอดบทเรียนสะท'อนผลการเรียนรู'ของครูกลุ6มเป?าหมาย ....................................................................... แบบประเมินคุณภาพการเรียนรู'จากเอกสารของครูกลุ6มเป?าหมาย ........................................................................... แบบสอบถามปฏิกิริยาของครูกลุ6มเป?าหมายผู'รับการพัฒนาต6อโครงการ .................................................................... แบบบันทึกการถอดบทเรียนสะท'อนปฏิกิริยาต6อโครงการของครูกลุ6มเป?าหมาย ...................................................... แบบประเมินปฏิกิริยาต6อคุณภาพเอกสารของครูกลุ6มเป?าหมาย ..................................................................................

2 3 7 8 14 16 18 19 21 21 23 25 27 31 33 34 34 35 36

บรรณานุกรม ...................................................................................................................................

69

37 38 38 39 40 44 47 55 61 62 64 66 67


การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน ทองไส เทียบดอกไม' การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT: Information and Communication Technology) เพื่อการจัดการเรียนการสอน สําหรับสถานศึกษาโดยทั่วไปโดยเฉพาะโรงเรียนประถมศึกษา ที่มีงบประมาณสนับสนุนการใช'สื่อ ICT ไม6เพียงพอ ควรทําความเข'าใจสาระสําคัญ ดังนี้ 1. ความรู'เบื้องต'นเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ 2. การใช'งานลิขสิทธิ์ที่เปBนธรรมในการเรียนการสอน 3. ความหมายและประเภทของซอฟตแวร 4. การใช'งานลิขสิทธิ์ที่เปBนธรรมสําหรับโปรแกรมคอมพิวเตอรแต6ละประเภท 5. ปGญหาละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟตแวร 6. การแก'ปGญหาละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟตแวร 7. นโยบายส6งเสริมการใช'ซอฟตแวรเพื่อป?องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ 8. โปรแกรมคอมพิวเตอรที่เหมาะสมต6อการใช'เพื่อป?องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ 9. บริการด'านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอแนะเพื่อป?องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ 10. บัญชี Google 11. การสื่อสารบนอินเทอรเน็ตด'วย Gmail 12. การค'นหาแหล6งความรู'ทางอินเทอรเน็ตด'วยเว็บบราวเซอร Google Chrome และเครื่องมือ ค'นหา Google 13. การสร'างและใช'เว็บไซตเครือข6ายสังคมออนไลน Google Plus 14. การจัดการเอกสารแบบคลาวดด'วย Google Drive 15. การสร'างเอกสารไฟล PDF ด'วยโปรแกรม PDF Creator 16. การอ6านไฟลเอกสาร PDF ด'วยโปรแกรม Foxit Reader 17. การบีบอัดและคลายไฟลเอกสารด'วยโปรแกรม 7-Zip 18. การใช'โปรแกรมกราฟdก TuxPaint, Inkscape, Gimp, และ Greenshot 19. การสร'างงานมัลติมีเดียด'วยโปรแกรม Audacity และ Avidemux 20. การเขียนข'อมูลลง CD และ DVD ด'วยโปรแกรม InfraRecorder 21. การเล6นไฟลมัลติมีเดียด'วยโปรแกรม VLC Media Player 22. การสร'างและเผยแพร6 E-book บนเว็บไซต issuu.com 23. การใช'หลักสูตรสถานศึกษา 24. การจัดทําโครงสร'างหลักสูตรของสถานศึกษา


2 25. การจัดทําคําอธิบายรายวิชา 26. การจัดทําหน6วยการเรียนรู' ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ ความรู'เบื้องต'นเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ที่ควรรู'เพื่อการป?องกันและ แก'ไขการละเมิดลิขสิทธิ์ในการใช'เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน มีดังนี้ (พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537, 2537) ลิขสิทธิ์ คือ สิทธิแต6ผู'เดียวที่จะทําการใดๆ เกี่ยวกับงานที่ ผู'สร'างสรรคได'ทําขึ้น เช6น การทําซํ้า ดัดแปลง หรือเผยแพร6ต6อสาธารณะ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 6 และมาตรา 15 กําหนดให'เจ'าของลิขสิทธิ์ในงาน สร'างสรรคประเภทต6างๆ ดังต6อไปนี้ คือ งานวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร สิ่งบันทึกเสียง งานแพร6เสียงแพร6ภาพ หรืองานอื่นใดในแผนกวรรณคดี วิทยาศาสตร หรือศิลปะ มีสิทธิแต6เพียงผู'เดียวในการทําซํ้า ดัดแปลง หรือเผยแพร6ต6อสาธารณชน รวมทั้งการอนุญาตให'บุคคลอื่นใช' งานลิขสิทธิ์โดยกระทําการดังกล6าว และหากเปBนงานประเภท โสตทัศนวัสดุ สิ่งบันทึกเสียง ภาพยนตร หรือ โปรแกรมคอมพิวเตอร เจ'าของลิขสิทธิ์ก็จะมีสิทธิแต6เพียงผู'เดียวในการให'บุคคลอื่นเช6าต'นฉบับหรือสําเนา งานเหล6านั้นด'วย ดังนั้น หากบุคคลอื่นต'องการจะใช'สิทธิดังกล6าวจะต'องขออนุญาตจากเจ'าของลิขสิทธิ์ก6อน เสมอ (กรมทรัพยสินทางปGญญา, 2552) แม'ว6ากฎหมายลิขสิทธิ์จะให'ความคุ'มครองงานสร'างสรรคประเภทต6างๆ ตามมาตรา 6 แต6ก็มีบางสิ่ง ที่กฎหมายลิขสิทธิ์ไม6ให'ความคุ'มครอง ได'แก6 ขั้นตอน ความคิด วิธีการ กรรมวิธี แนวความคิด หลักการ การค'นพบ หรือทฤษฏีทางวิทยาศาสตรหรือคณิตศาสตร นอกจากนั้นตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 7 ยังกําหนดให'งานดังต6อไปนี้ไม6ถือเปBนงานลิขสิทธิ์ ดังนี้ (กรมทรัพยสินทางปGญญา, 2552) 1. ข6าวประจําวัน และข'อเท็จจริงต6างๆ ที่มีลักษณะเปBนเพียงข6าวสาร อันมิใช6งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร หรือแผนกศิลปะ 2. รัฐธรรมนูญและกฎหมาย 3. ระเบียบ ข'อบังคับ ประกาศ คําสั่ง คําชี้แจง และหนังสือโต'ตอบของหน6วยงาน 4. คําพิพากษา คําสั่ง คําวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ 5. คําแปลและการรวบรวมสิ่งต6างๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรืองานอื่นใดของรัฐ หรือของท'องถิ่นจัดทําขึ้น ดังนั้น สาธารณชนสามารถใช'งานดังกล6าวเหล6านี้ได'อย6างเสรีโดยไม6ต'องขออนุญาตผู'ใด แม'สิ่งดังกล6าว เหล6านั้นจะปรากฏอยู6ในงานลิขสิทธิ์ของผู'อื่น หากผู'ใช'งานไม6ได'ลอกถ'อยคําใดในการนําเสนอผลงานของ

การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


3 บุคคลอื่น เช6น หนังสือพิมพไม6มีลิขสิทธิ์ในข'อเท็จจริงที่อยู6ในรายงานข6าวเปBนต'น เนื่องจากไม6อยู6ภายใต' การคุ'มครองลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย มาตรา 27 การกระทําอย6างใดอย6างหนึ่ง คือ 1. ทําซํ้าหรือดัดแปลง หรือ 2. เผยแพร6ต6อสาธารณชน แก6งานอันมีลิขสิทธิ์ โดยไม6ได'รับอนุญาตให'ถือว6าเปBนการละเมิดลิขสิทธิ์ การใชงานลิขสิทธิ์ที่เป0นธรรมในการเรียนการสอน กรมทรัพยสินทางปGญญา (2550) จัดทํา “คู6มือการใช'งานลิขสิทธิ์ที่เปBนธรรมในการเรียนการสอน” มี สาระเกี่ยวกับ 1. ลักษณะการใช'งานลิขสิทธิ์ 2. ข'อยกเว'นการละเมิดลิขสิทธิ์ 3. เกณฑการพิจารณา 4. ปริมาณการใช'งานลิขสิทธิ์ และ 5. การรับรู'ความเปBนเจ'าของลิขสิทธิ์ ดังนี้ 1. ลักษณะการใชงานลิขสิทธิ์ในการเรียนการสอน ในการวิจัยหรือศึกษางาน อาจมีการทําซํ้างานวรรณกรรม เช6น บทความ ข'อความจากหนังสือ หรืองานศิลปกรรม (เช6น รูปภาพ) จากงานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นเพื่อประโยชนในการเรียนการสอน ซึ่ง กฎหมายลิขสิทธิ์กําหนดให'การกระทําในลักษณะต6าง ๆ ดังกล6าว เปBนสิทธิแต6เพียงผู'เดียวของเจ'าของ ลิขสิทธิ์ และเพื่อส6งเสริมความก'าวหน'าทางการศึกษา กฎหมายจึงกําหนดข'อยกเว'นการละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อประโยชนในการเรียนการสอนได'ตามสมควร เช6น การทําซํ้า ดัดแปลงบางส6วนของงาน หรือตัดทอน หรือทําบทสรุปโดยผู'สอน หรือสถาบันศึกษา เพื่อประโยชนในการเรียนการสอน หรือนํางานนั้นมาใช'เปBน ส6วนหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ 2. ขอยกเวนการละเมิดลิขสิทธิ์ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 32 มาตรา 33 และมาตรา 34 กําหนดข'อยกเว'น การละเมิดลิขสิทธิ์ไว'หลายประการ ดังนี้ 2.1 การวิจัยหรือศึกษางาน อันมิใช6การกระทําเพื่อหากําไร เช6น ผู'เรียนนําบทความมาทําสําเนา เพื่อทําแบบฝ~กหัดในการศึกษา 2.2 การทําซํ้า ดัดแปลง นําออกแสดง หรือทําให'ปรากฏโดยผู'สอน เพื่อประโยชนในการสอน ของตน อั นมิใช6การกระทํ าเพื ่อหากําไร เช6น ผู 'ส อนทํา สํ าเนาขยายภาพแผนภูมิและนํา ออกแสดงเพื่ อ ประกอบการสอนหน'าชั้นเรียน 2.3 การทําซํ้า ดัดแปลงบางส6วนของงาน หรือตัดทอน หรือทําบทสรุปโดยผู'สอน หรือสถาบัน ศึกษา เพื่อแจกจ6ายหรือจําหน6ายแก6ผู'เรียนในชั้นเรียนหรือในสถาบันศึกษา โดยไม6ใช6การกระทําเพื่อหากําไร เช6น ผู'สอนจัดทําสรุปสาระสําคัญของบทเรียนที่ผ6านมา และแจกจ6ายแก6นักศึกษาจํานวนจํากัดเพื่อใช'อ6าน เตรียมการสอบ

ทองไส เทียบดอกไม


4 2.4 การนํางานลิขสิทธิ์มาใช'เปBนส6วนหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ เช6น ผู'สอนยกบทกวี นิพนธหนึ่งบทมาเปBนข'อสอบเพื่อให'นักศึกษาวิจารณ หรือนักศึกษาทําข'อสอบโดยอ'างข'อความจากตําราที่ได' ศึกษามาเปBนคําตอบ 2.5 การกล6าว คัด ลอก เลียน หรืออ'างอิงงานบางตอนจากงานลิขสิทธิ์ โดยมีการรับรู'ถึงความเปBน เจ'าของลิขสิทธิ์หรือกล6าวถึงที่มาของงานลิขสิทธิ์ เช6น นักศึกษาจัดทําวิทยานิพนธโดยคัดลอกข'อความจาก งานวิจัยของบุคคลอื่น โดยมีการอ'างที่มาในเชิงอรรถและ/หรือบรรณานุกรม การกระทําตามตัวอย6างเหล6านี้ไม6ถือว6าเปBนการละเมิดลิขสิทธิ์ อย6างไรก็ตาม การกระทําดังกล6าว จะต'องอยู6ภายใต'กฎเกณฑของการใช'สิทธิที่เปBนธรรม 2 ประการ คือ (1) ต'องไม6ขัดต6อการแสวงหาประโยชน จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ'าของลิขสิทธิ์ และ (2) ต'องไม6กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด'วย กฎหมายของเจ'าของลิขสิทธิ์เกินสมควร 3. เกณฑ6การพิจารณา เกณฑการใช'ลิขสิทธิ์ที่เปBนธรรมในการเรียนการสอน ต'องคํานึงถึงวัตถุประสงคในการใช'งาน ลิขสิทธิ์ทั้งหมด 4 ประการประกอบกัน ดังนี้ 3.1 คํานึงถึงวัตถุประสงคและความเหมาะสมในการใช'งานลิขสิทธิ์ 3.2 คํานึงถึงลักษณะของงานลิขสิทธิ์ 3.3 คํานึงถึงปริมาณการใช'งานและสัดส6วนของงาน โดยอาจพิจารณาจากเกณฑในข'อ 4 3.4 คํานึงถึงผลกระทบต6อการตลาดหรือมูลค6าของงานลิขสิทธิ์ 4. ปริมาณการใชงานลิขสิทธิ์ การใช'ลิขสิทธิ์ที่เปBนธรรมในการเรียนการสอน มีปริมาณการใช'งาน จําแนกตาม (4.1) ภาพยนตร และโสตทัศนวัสดุ (4.2) งานแพร6เสียงแพร6ภาพ (4.3) ดนตรีกรรม (4.4) รูปภาพและภาพถ6าย และ (4.5) วรรณกรรม/สิ่งพิมพ ดังนี้ 4.1 ภาพยนตร6และโสตทัศนวัสดุ เช6น วีดิทัศน ดีวีดี เลเซอรดิสก และซีดีรอมสารานุกรม เปBนต'น 1) การนําออกฉาย ผู'สอนนําออกให'ผู'เรียนในชั้นเรียนชมได'ไม6จํากัดความยาวและจํานวนครั้ง ภายใต'เงื่อนไข คือ ก. สําเนางานที่นําออกฉายต'องเปBนสําเนาที่มีลิขสิทธิ์ถูกต'อง ข. เปBนการนําออกฉายใน ชั้นเรียน โดยไม6แสวงหากําไร และ ค. เปBนการนําออกฉายเพื่อประโยชนในการเรียนการสอนโดยตรง 2) การทําสําเนา โดย ก. ผู'สอนทําสําเนาทั้งเรื่องที่จําเปBนต'องใช'เพื่อประโยชนในการสอน ณ ขณะนั้นได' หากได'พยายามใช'วิธีการและมีระยะเวลาอันสมควรแล'ว แต6ไม6สามารถจัดซื้อจัดหาสําเนา ภาพยนตรหรือโสตทัศนวัสดุที่มีลิขสิทธิ์ถูกต'องตามกฎหมายได' และ ข. ผู'เรียนทําสําเนาภาพยนตรหรือโสต ทัศนวัสดุเพื่อใช'ในการศึกษาได'ไม6เกินร'อยละ 10 หรือ 3 นาที ของแต6ละผลงาน (แล'วแต6ว6าจํานวนใดน'อย กว6ากัน) ทั้งนี้ ภาพยนตรหรือโสตทัศนวัสดุที่ใช'ในการจัดทําสําเนานั้นต'องมีลิขสิทธิ์ถูกต'องตามกฎหมาย

การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


5 4.2 งานแพร9เสียงแพร9ภาพ เช6น รายการวิทยุ/โทรทัศน เปBนต'น ผู'สอนทําสําเนาและฉายงาน แพร6เสียงแพร6ภาพหรือเทปบันทึกภาพงานเพื่อการเรียนการสอนได' โดยสถาบันศึกษาใช'เทปบันทึกภาพงาน ดังกล6าวได'ในระยะเวลาหนึ่งป€การศึกษาหรือสามภาคเรียน 4.3 ดนตรีกรรม 1) การทําสําเนา โดย ก. ผู'สอนทําสําเนาในกรณีเร6งด6วน เนื่องจากไม6สามารถซื้อสําเนางานที่มี ลิขสิทธิ์มาใช'ได'ทันการแสดงที่จะมีขึ้น ทั้งนี้จะต'องจัดซื้อสําเนางานที่มีลิขสิทธิ์มาใช'ทันทีที่ทําได' และ ข. ผู'สอนทําสําเนาหนึ่งชุดหรือหลายชุด จากท6อนใดท6อนหนึ่งของงาน (excerpts of works) เพื่อการศึกษา ไม6ใช6เพื่อนําออกแสดง ทั้งนี้ ต'องไม6เกินร'อยละ 10 ของแต6ละงาน และไม6เกิน 1 สําเนา ต6อผู'เรียน 1 คน และ ค. ผู'สอนทําสําเนาสิ่งบันทึกเสียงงานเพลง เช6น แถบบันทึกเสียง หรือซีดี จํานวน 1 ชุด โดยสําเนาจาก สิ่งบันทึกเสียงที่มีลิขสิทธิ์ถูกต'องตามกฎหมาย ซึ่งผู'สอนหรือสถาบันศึกษานั้นเปBนเจ'าของกรรมสิทธิ์งานสิ่ง บันทึกเสียงดังกล6าว เพื่อจัดทําเปBนแบบฝ~กหัดสําหรับการร'อง การฟGงหรือเพื่อใช'ในการเรียนการสอน 2) การดัดแปลง โดยดัดแปลงสําเนางานเพื่อประโยชนในการเรียนการสอนได' แต6จะ ดัดแปลงคุณลักษณะสําคัญของงาน รวมถึงเนื้อร'องไม6ได' 3) การบันทึกงาน บันทึกการแสดงของผู'เรียน ซึ่งใช'ดนตรีกรรมจํานวน 1 ชุดได' เพื่อฝ~กซ'อม หรือการประเมินผล โดยผู'สอนหรือสถาบันศึกษาเก็บรักษาบันทึกการแสดงนั้นไว'ได' 4.4 รูปภาพและภาพถ9าย 1) ใช'ได'อย6างน'อย 1 ภาพแต6ไม6เกิน 5 ภาพ ต6อผู'สร'างสรรค 1 ราย หรือ ร'อยละ 10 ของ จํานวนภาพของผู'สร'างสรรค 1 ราย (แล'วแต6ว6าจํานวนใดน'อยกว6ากัน) 2) ผู'สอนและผู'เรียนดาวนโหลดภาพจากอินเทอรเน็ต เพื่อใช'ในการศึกษาได'ในปริมาณ เท6ากับ (4.4.1) แต6จะอัพโหลดงานนั้นกลับขึ้นบนอินเทอรเน็ตไม6ได' หากไม6ได'รับอนุญาตจากเจ'าของลิขสิทธิ์ 4.5 วรรณกรรม/สิ่งพิมพ6 1) การทําสําเนา 1 ชุด สําหรับผู'สอนเพื่อใช'ในการสอน หรือเตรียมการสอนหรือเพื่อใช'ใน การวิจัย คือ ก. 1 บทจากหนังสือ 1 เล6ม ข. บทความ 1 บท จากนิตยสาร/วารสาร หรือหนังสือพิมพ ค. เรื่องสั้น หรือเรียงความขนาดสั้น 1 เรื่อง บทกวีขนาดสั้น 1 บท ไม6ว6าจะนํามาจากงานรวบรวมหรือไม6ก็ ตาม และ ง. แผนภูมิ กราฟ แผนผัง ภาพวาด ภาพลายเส'น การตูน รูปภาพ หรือภาพประกอบหนังสือ จาก หนังสือ นิตยสาร/วารสาร หรือหนังสือพิมพ จํานวน 1 ภาพ 2) การทําสําเนาจํานวนมากเพื่อใช'ในห'องเรียน ทําได'ไม6เกิน 1 ชุดต6อนักเรียน 1 คน โดย ผู'สอน เพื่อใช'ในการสอนหรือการอภิปรายในห'องเรียน โดยสําเนาที่ทําขึ้นจะต'องไม6ยาวจนเกินไป และต'องมี การระบุรับรู'ความเปBนเจ'าของลิขสิทธิ์ไว'ในสําเนาทุกฉบับด'วย คือ ก. ร'อยกรอง ถ'าเปBนบทกวีที่ไม6เกิน 250 คํา เมื่อพิมพแล'วไม6เกิน 2 หน'า (หน'าละ 2,000 ตัวอักษร ตัวอักษรขนาด 16) หรือถ'าเปBนบทกวีขนาดยาว ตัดตอนมาได'ไม6เกิน 250 คํา และ ข. ร'อยแก'ว สําเนาโดย (1) บทความ 1 บท เรื่อง 1 เรื่อง หรือ ทองไส เทียบดอกไม


6 เรียงความ เรื่อง หรือไม6เกิน 2,500 คํา (2) ตอนใดตอนหนึ่งของร'อยแก'วซึ่งไม6เกิน 1,000 คํา หรือร'อยละ 10 ของงานนั้น (แล'วแต6ว6าจํานวนใดน'อยกว6ากัน) แต6ได'อย6างน'อย 500 คํา หรือยืดหยุ6นได'ตามความ เหมาะสม (3) แผนภูมิ กราฟ แผนผัง ภาพวาด ภาพลายเส'น การตูน รูปภาพ หรือภาพประกอบหนังสือ จากหนังสือนิตยสาร/วารสาร หรือหนังสือพิมพ จํานวน 1 ภาพ (4) งานที่มีลักษณะเฉพาะ งานที่อยู6ในรูป ของร'อยกรองหรือร'อยแก'ว หรือผสมผสานกันซึ่งมักจะมีภาพประกอบ อาทิ หนังสือเด็ก ทําทั้งฉบับไม6ได' แต6 ใช'ได'ไม6เกิน 2,500 คํา และทําสําเนาตอนใดตอนหนึ่ง ของงานได'ไม6เกิน 2 หน'าพิมพของงานนั้น หรือไม6 เกินร'อยละ 10 ของคําที่ปรากฏในงานนั้น และ (5) งานของผู'สร'างสรรคคนเดียวกัน ทําสําเนาบทกวี บทความ เรื่อง หรือเรียงความ ได'ไม6เกิน 1 เรื่อง หรือสามารถตัดตอนมาจากผลงานของผู'สร'างสรรคคน เดียวกันได'ไม6เกิน 2 ตอน หรือทําสําเนาผลงานได'ไม6เกิน 3 เรื่อง จากงานรวบรวมเล6มเดียวกัน หรือจาก นิตยสาร/วารสารรวมเล6ม ในเวลา 1 ภาคการศึกษา 5. การรับรูความเป0นเจาของลิขสิทธิ์ การนํางานลิขสิทธิ์มาใช'ในการเรียนการสอนจะต'องแสดงความรับรู'ความเปBนเจ'าของลิขสิทธิ์ โดย ต'องแจ'งให'ทราบชื่อเจ'าของลิขสิทธิ์ และ/หรือผู'สร'างสรรค ชื่อผลงาน (ถ'ามี) และ/หรือแหล6งที่มาด'วย (ถ'ามี) ดังตัวอย6าง 5.1 ภาพยนตร6และโสตทัศนวัสดุ ชื่อผู'สร'างสรรค……………....ภาพจากภาพยนตรหรือจากโสตทัศนวัสดุเรื่อง.......................ป€ที่ผลิต………….…… 5.2 ดนตรีกรรม ผู'แต6งคําร'อง/ทํานอง/ผู'เรียบเรียงเสียงประสาน………………….……………ชื่อเพลง……………………………..…......... 5.3 รูปภาพและภาพถ9าย ชื่อผู'สร'างสรรค…………ชื่อภาพ…………จากหนังสือ…………หรือจากเว็บไซต…………ดาวนโหลดวันที…่ ……….… 5.4 วรรณกรรม ชื่อผู'เเต6งหรือนามแฝง. ชื่อบรรณาธิการ (ถ'ามี). (ป€ที่พิมพ). ชื่อหนังสือ. ครั้งที่พิมพ. สถานที่พิมพ: สํานักพิมพ หรือโรงพิมพ/เจ'าของลิขสิทธิ์. 5.5 วรรณกรรมแปล ชื่อผู'แต6ง. ชื่อหนังสือไทย. ชื่อหนังสือภาษาอังกฤษ. ชื่อผู'แปลหรือนามแฝง. (ป€ที่พิมพ). ครั้งที่พิมพ. สถานที่ พิมพ : สํานักพิมพหรือโรงพิมพ/เจ'าของลิขสิทธิ์. 5.6 ขอมูล/ตัวเลข/สถิติ ชื่อผู'เเต6ง. (ป€ที่พิมพ). ชื่อหนังสือ. สถานที่พิมพ : สํานักพิมพหรือโรงพิมพ/เจ'าของลิขสิทธิ์.

การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


7 ความหมายและประเภทของซอฟต6แวร6 กรมทรัพยสินทางปGญญา(2551) ให'ความหมายและจัดแบ6งประเภทของซอฟตแวร ดังนี้ ซอฟต6แวร6(Software) หมายถึง คําสั่ง หรือชุดคําสั่งหรือสิ่งอื่นใด ที่นําไปใช'กับเครื่องคอมพิวเตอร เพื่อให'เครื่องคอมพิวเตอรทํางาน หรือเพื่อให'ได'รับผลอย6างหนึ่งอย6างใด ทั้งนี้ ไม6ว6าจะเปBนภาษาในลักษณะ ใด ซึ่งแบ6งออกเปBน 2 ประเภท คือ ซอฟตแวรกรรมสิทธิ์(Proprietary Software) และ ซอฟตแวรแบบ รหัสเปdด(Open-source Software) ซอฟต6แวร6กรรมสิทธิ์(Proprietary Software) คือ ซอฟตแวรที่สิทธิในการใช'งานและทําซํ้าถูก จํากัดหรือสงวนสิทธิไว'โดยเจ'าของซอฟตแวรหรือผู'จัดทํา ผู'อื่นไม6สามารถนํามาใช'งานหรือทําซํ้าได'นอกจาก ได'รับอนุญาตในสิทธินั้นจากเจ'าของ เช6น Mircrosoft Windows, Realplayer, Adobe Photoshop, Mac OS และ WinZip เปBนต'น โดยทั่วไป Proprietary Software แบ6งออกเปBน 2 ประเภท คือ ซอฟตแวรระบบ (System Software) และ ซอฟตแวรประยุกต (Application Software) ดังนี้ 1. ซอฟตแวรระบบ (System Software) คือ ซอฟตแวรที่ใช'ควบคุมการทํางานของระบบและ จัดการทรัพยากรของระบบคอมพิ วเตอร โดยมีหน' าที่หลักคือการรั บส6งข'อมูล การจัดการกับข' อมูลใน หน6วยความจํา ซึ่งเปBนโปรแกรมพื้นฐานที่จําเปBน หากไม6มีซอฟตแวรระบบปฏิบัติการ เครื่องคอมพิวเตอรจะ ไม6 ส ามารถทํ า งานหรื อแม' แต6 เ ปdด หรื อบู „ต เครื ่ องคอมพิว เตอรได' ซึ ่ งเปB นตั ว เชื ่ อมระหว6า งผู' ใช' งานกั บ คอมพิวเตอร ซึ่งซอฟตแวรประเภทนี้ สามารถแบ6งได'เปBน 3 ประเภท คือ (1) ระบบปฏิบัติการ (Operating System) เปBนซอฟตแวรที่ใช'ในการควบคุมการบริหารจัดการการทํางานของระบบและจัดการทรัพยากร ของระบบคอมพิวเตอร เครื่องคอมพิวเตอรทุกเครื่องจะมีระบบปฏิบัติการ เช6น Microsoft Windows, Mac OS, Unix และ Linux เปBนต'น (2) ตัวแปลภาษา (Compiler) และเครื่องมือในการพัฒนา (Developer Tools) การพัฒนาซอฟตแวร จําเปBนต'องมีซอฟตแวรที่ใช'ในการแปลภาษาระดับสูงเพื่อแปลให'เปB น ภาษาเครื่อง และ (3) ซอฟตแวรอรรถประโยชน (Utilities) หมายถึง ซอฟตแวรที่ถูกสร'างขึ้นมาเพื่อ สนับสนุนการทํางานด'านอื่นๆให'มีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปเปBนซอฟตแวรที่สร'างขึ้นเพื่อช6วยการจัดการระบบ คอมพิวเตอรให'มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช6น ซอฟตแวรตรวจสอบไวรัสคอมพิวเตอรซอฟตแวรตรวจสอบ ฮารดดิสก ซอฟตแวรซ6อมบํารุงระบบไฟลหรือระบบฮารดแวร เปBนต'น 2. ซอฟตแวรประยุกต (Application Software) เปBนโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อทําหน'าที่เฉพาะ อย6าง ตามความต'องการของผู'ใช' ซึ่งซอฟตแวรประเภทนี้แบ6งออกได'เปBน 2 ประเภท คือ (1) ซอฟตแวร สําเร็จรูป (Software Package) ซอฟตแวรที่ผู'ผลิตได'พัฒนาขึ้น และจําหน6ายสําเร็จรูป ซึ่งสามารถนําไปใช' งานได'ทันที โดยส6วนใหญ6จะเปBนซอฟตแวรที่ใช'กับงานในสํานักงานทั่วๆไป โดยบางบริษัท จะมีราคาพิเศษ สําหรับหน6วยงานของราชการและสถาบันการศึกษา เช6น Word processors, Spreadsheets และ Media player และ (2) ซอฟตแวรเฉพาะงาน เปBนซอฟตแวรที่ถูกจัดทําขึ้น โดยเน'นเฉพาะเพื่อสนองความต'องการ แต6ละหน6วยงาน เช6น ระบบการจัดเก็บข'อมูลลูกค'า ระบบการคํานวณทางบัญชี เปBนต'น ทองไส เทียบดอกไม


8 ซอฟต6แวร6แบบรหัสเปAด (Open-source Software) คือ ซอฟตแวรที่ยอมให'ผู'ใช'สามารถเรียกใช' ซอรสโค'ดหรือชุดคําสั่งได'โดยไม6เสียค6าใช'จ6าย ภายใต'ข'อกําหนดในการจําหน6ายต6อ แก'ไขหรือเพิ่มเติมด'วย ข'อจํากัดหรือข'อห'ามบางประการ ซึ่งอาจมีหลายองคกรสนับสนุน ฝ~กอบรม อัพเดท หรือให'บริการอื่น โดย ปกติโปรแกรม Open Source มักได'รับการพัฒนาจากความร6วมมือของหลายๆ ฝ†ายอย6างไม6เปBนทางการ ซึ่งผู'พัฒนาจะแจกจ6ายรหัสต'นฉบับหรือซอรสโค'ด(Source Code) ไปพร'อมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร ภายใต'เงื่อนไขของสัญญาอนุญาต เช6น GNU/GPL (GNU General Public License) หรือ BSD License (Berkeley Software Distribution License) เปBนต'น ส6วนใหญ6แล'วโปรแกรมคอมพิวเตอรแบบรหัสเปdด มักให'ดาวนโหลดได'ฟรีทางอินเตอรเน็ต หรืออาจคิดราคาจําหน6ายแผ6นโปรแกรมคอมพิวเตอรกรณีการซื้อ จากผู ' จ ั ด จํ า หน6า ยทั ่ ว ไป ซึ ่ งราคาจํ า หน6 า ยนี ้ ร วมถึ งซอรสโค' ด บริ การด' า นเทคนิ คและการพั ฒ นาหลั ง การจําหน6ายด'วย การใชงานลิขสิทธิ์ที่เป0นธรรม สําหรับโปรแกรมคอมพิวเตอร6แต9ละประเภท โปรแกรมคอมพิวเตอรเปBนงานลิขสิทธิ์ประเภทหนึ่ง ซึ่งได'รับความคุ'มครองในฐานะงานวรรณกรรม ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งกําหนดให'ความคุ'มครองเจ'าของลิขสิทธิ์เปBนผู'มีสิทธิแต6เพียง ผู'เดียวที่จะกระทําการใดๆ ในงานลิขสิทธิ์ของตน ในขณะเดียวกันกฎหมายได'กําหนดข'อยกเว'นการละเมิด ลิขสิทธิ์เพื่อต'องการให'สังคมได'ใช'ประโยชนจากงานอันมีลิขสิทธิ์ เพื่อมิให'เจ'าของลิขสิทธิ์ผูกขาดงานลิขสิทธิ์ ของตน ซึ่งจะเปBนการขัดขวางการพัฒนาการศึกษาและการใช'ประโยชนโดยสาธารณชนตามสมควรอย6าง เปBนธรรม อย6างไรก็ดี นอกเหนือจากสิทธิแต6เพียงผู'เดียวของเจ'าของลิขสิทธิ์และข'อยกเว'นการละเมิดลิขสิทธิ์ ที่กฎหมายได'กําหนดไว' ผู'เปBนเจ'าของลิขสิทธิ์โปรแกรมคอมพิวเตอรแต6ละรายมักจะกําหนดเงื่อนไขการใช' งานที่แตกต6างกันออกไป ซึ่งผู'ใช'สามารถอ6านดูได'จากสัญญาอนุญาตให'ใช'สิทธิในงานโปรแกรมคอมพิวเตอร (Licensing Agreement) ทั้งนี้ผู'ใช'ควรอ6านสัญญาอนุญาตฯ ให'ละเอียดก6อนนําโปรแกรมคอมพิวเตอรไปใช' หรือกระทําการใดๆ ต6อโปรแกรมคอมพิวเตอรนั้น กรมทรัพยสินทางปGญญาได'จัดทํา “คู6มือการใช'งาน ลิขสิ ทธิ์ ที ่เ ปB นธรรมสํา หรับโปรแกรมคอมพิ วเตอรแต6 ละประเภท” เพื่ อให' ผู 'อ6า นเข' าใจถึงลั กษณะของ โปรแกรมคอมพิวเตอรแต6ละประเภทรวมถึงสิทธิในการใช'งานโปรแกรมคอมพิวเตอร อันจะเปBนการลด ความเสี่ยงจากการละเมิดลิขสิทธิ์ ดังนี้ (กรมทรัพยสินทางปGญญา, 2551) 1. โปรแกรมคอมพิวเตอรเพื่อการจําหน6าย (Commercial Software) 2. โปรแกรมคอมพิวเตอรแบบทดลองใช' (Shareware Software หรือ Trialware) 3. โปรแกรมคอมพิวเตอรแบบใช'ได'เสรี (Freeware Software) 4. โปรแกรมคอมพิวเตอรสาธารณะ (Public Domain Software) 5. โปรแกรมคอมพิวเตอรแบบรหัสเปdด (Open-Source Software) 6. โปรแกรมคอมพิวเตอรประเภทอื่นๆ การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


9 1. โปรแกรมคอมพิวเตอร6เพื่อการจําหน9าย (Commercial Software) โปรแกรมคอมพิวเตอรเพื่อการจําหน6าย หมายถึง โปรแกรมที่ถูกออกแบบและพัฒนาเพื่อการขาย ในท'องตลาด ในอดีตซอฟตแวรประเภทนี้ได'รับความนิยมเปBนอย6างมาก แต6ในปGจจุบันผู'ใช'มีทางเลือกมากขึ้น เนื่องจากมีผู'ผลิตซอฟตแวรประเภทต6างๆ เช6น โปรแกรมคอมพิวเตอรแบบใช'ได'เสรี (Freeware Software) โปรแกรมคอมพิวเตอรสาธารณะ (Public Domain Software) และโปรแกรมคอมพิวเตอรแบบรหัสเปdด (Open-source Software) เปBนต'น ลักษณะของโปรแกรมคอมพิวเตอรเพื่อจําหน6ายโดยส6วนใหญ6 มีดังนี้ 1.1 สามารถซื้อหาได'จากผู'แทนจําหน6าย ผู'ผลิต และร'านค'า เปBนต'น 1.2 เปBนซอฟตแวรที่มีลิขสิทธิ์ 1.3 ผู'ซื้อควรอ6านสัญญาอนุญาตประเภทนี้อย6างระมัดระวัง เนื่องจากโปรแกรมประเภทนี้ เจ'าของ ลิขสิทธิ์จะมีข'อสงวนสิทธิมากกว6าโปรแกรมคอมพิวเตอรประเภทอื่น 1.4 ผู'ซื้อจะต'องได'รับอนุญาตจากเจ'าของลิขสิทธิ์ให'ใช' ซึ่งในทางปฏิบัติผู'ซื้อจะได'รับสัญญา อนุญาตระบุเงื่อนไขการใช'ต6างๆ เมื่อผู'ซื้อได'ชําระค6าโปรแกรม ทั้งนี้ผู'ซื้อต'องเข'าใจว6าสัญญาอนุญาตเพียง ให'ใช'เท6านั้น ไม6ได'มอบลิขสิทธิ์ให'แก6ผู'ซื้อ 1.5 ผู'ใช'ไม6สามารถทําซํ้าโปรแกรมคอมพิวเตอรได' ยกเว'นกรณีการทําสําเนาเก็บไว'ใช'ประโยชนใน การบํารุงรักษาหรือป?องกันการสูญหาย และจะใช'สําเนาที่ทําสํารองไว' (backup copy) ได'เฉพาะกรณีที่ โปรแกรมต'นฉบับสูญหาย หรือเสียหายจนไม6สามารถใช'งานได'เท6านั้น 1.6 ไม6อนุญาตให'ดัดแปลงหรือต6อยอด เว'นแต6ได'รับอนุญาตจากเจ'าของลิขสิทธิ์ 1.7 ไม6สามารถศึกษาหรือทําวิศวกรรมย'อนกลับได' เว'นแต6ได'รับอนุญาตจากเจ'าของลิขสิทธิ์ เว็บไซตที่แนะนําที่แนะนําการค'นหาซอฟตแวรประเภทนี้ คือ www.soft14.com และ www tucows.com เปBนต'น 2. โปรแกรมคอมพิวเตอร6แบบทดลองใช (Shareware Software หรือ Trialware) โปรแกรมคอมพิ ว เตอรแบบทดลองใช' หมายถึ ง โปรแกรมคอมพิ ว เตอรซึ ่ ง มี ล ิ ข สิ ท ธิ ์ โดย สาธารณชนสามารถนําไปทดลองใช'ได'ฟรี ภายใต'เงื่อนไขที่ว6าหากต'องการใช'ต6อไปหลังจากครบกําหนด ระยะเวลาทดลองใช' ผู'ใช'จะต'องจ6ายค6าธรรมเนียมการใช' ผู'พัฒนาซอฟตแวรซึ่งส6วนใหญ6เปBนบุคคลธรรมดา เลือกทําธุรกิจซอฟตแวรประเภทนี้ เนื่องจากต'องการขายตรงต6อผู'ใช' การซื้อซอฟตแวรประเภทนี้จึงถูกกว6า การซื้อซอฟตแวรโดยผ6านร'านค'า ลักษณะของโปรแกรมคอมพิวเตอรแบบทดลองใช' โดยส6วนใหญ6 มีดังนี้ 2.1 ในอดีตโปรแกรมคอมพิวเตอรประเภทนี้จะทํางานบน Dos แต6ปGจจุบันโดยส6วนใหญ6จะทํางาน ได'บน Microsoft Window 2.2 โปรแกรมคอมพิวเตอรประเภทนี้ส6วนใหญ6ไม6สามารถทํางานได'บน Macintosh และ Unix 2.3 ผู'ใช'สามารถค'นหาซอฟตแวรประเภทนี้ได'จากการดาวนโหลดทางอินเทอรเน็ต หรือบางครั้ง อาจพบได'จากการแถมมาจากหนังสือนิตยาสารต6างๆ เปBนต'น ทองไส เทียบดอกไม


10 2.4 ไม6สามารถทําวิศวกรรมย'อนกลับได' เว'นแต6ได'รับอนุญาตจากเจ'าของลิขสิทธิ์ 2.5 โดยทั่วไปไม6มีการเปdดเผยซอรโค'ด 2.6 ไม6สามารถดัดแปลงหรือพัฒนาต6อยอดได' เว'นแต6ได'รับอนุญาตจากเจ'าของลิขสิทธิ์ 2.7 ผู'ใช'ไม6สามารถทําซํ้าโปรแกรมคอมพิวเตอรได' ยกเว'นกรณีการทําสําเนาเก็บไว'ใช'ประโยชนใน การบํารุงรักษาหรือป?องกันการสูญหาย และจะใช'สําเนาที่ทําสํารองไว' (backup copy) ได'เฉพาะกรณีที่ โปรแกรมต'นฉบับสูญหาย หรือเสียหายจนไม6สามารถใช'งานได'เท6านั้น 2.8 ผู'ใช'สามารถทําซํ้าและแจกจ6ายแก6ผู'อื่นต6อไปได' โดยผู'ได'รับสามารถทดลองใช' หากตัดสินใจที่ จะใช'ซอฟตแวรนั้นต6อ จะต'องจ6ายค6าธรรมเนียมการใช'แก6เจ'าของลิขสิทธิ์ 2.9 ผู'ใช'ไม6สามารถขายหรือแจกจ6ายเพื่อแสวงหากําไร เว'นแต6ได'รับอนุญาตจากเจ'าของลิขสิทธิ์ 2.10 ในบางครั้งผู'ใช'สามารถต6อรองราคาค6าธรรมเนียมการใช' (licensing fee) กับผู'เปBนเจ'าของ ลิขสิทธิ์ได' 2.11 โดยส6วนใหญ6 สัญญาอนุญาตให'ใช'ซอฟตแวรประเภทนี้จะระบุเรื่องการบริการหลังการขาย รวมถึงได'รับเอกสารเกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอรเพิ่มเติม และยังมีการอัพเกรด (upgrade) โปรแกรม คอมพิวเตอรให'ภายหลังด'วย website ที่แนะนําการค'นหาซอฟตแวรประเภทนี้ คือ www.shareware.com และ www. download.com เปBนต'น 3. โปรแกรมคอมพิวเตอร6แบบใชไดเสรี (Freeware Software) โปรแกรมคอมพิวเตอรแบบใช'ได'เสรี หมายถึง โปรแกรมคอมพิวเตอรให'ใช'โดยเจ'าของลิขสิทธิ์ ไม6คิดมูลค6า โดยเจ'าของลิขสิทธิ์จะกําหนดเงื่อนไขการอนุญาตและข'อจํากัดต6างๆ บางประการไว' ลักษณะ ของโปรแกรมคอมพิวเตอรแบบใช'ได'เสรี โดยส6วนใหญ6 มีดังนี้ 3.1 ผู'ใช'สามารถค'นหาซอฟตแวรประเภทนี้ได'จากการดาวนโหลดทางอินเทอรเน็ต หรือบางครั้ง อาจพบได'จากการแถมมาจากหนังสือนิตยาสารต6างๆ รวมทั้งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส เปBนต'น 3.2 เปBนซอฟตแวรที่มีลิขสิทธิ์ และมีเงื่อนไขต6างๆที่ถูกกําหนดไว'โดยเจ'าของลิขสิทธิ์ 3.3 สามารถทําซํ้าโปรแกรมคอมพิวเตอรได'เพื่อป?องกันการสูญหายและสามารถจําหน6ายจ6ายแจก ได' ทั้งนี้จะต'องไม6มีวัตถุประสงคเพื่อแสวงหากําไร 3.4 สามารถดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอรได' โดยไม6ต'องขออนุญาตจากเจ'าของลิขสิทธิ์ 3.5 สามารถศึกษาและทําวิศวกรรมย'อนกลับโปรแกรมคอมพิวเตอรได' โดยไม6ต'องขออนุญาตจาก เจ'าของลิขสิทธิ์ 3.6 สามารถพัฒนาต6อยอดโปรแกรมคอมพิวเตอรได' โดยไม6ต'องขออนุญาตจากเจ'าของลิขสิทธิ์ ทั ้ ง นี ้ ผ ู ' พั ฒ นาต6 อ ยอดจะต' อ งยิ น ยอมให' โ ปรแกรมคอมพิ ว เตอรที ่ พั ฒ นาต6 อ ยอดขึ ้ น นั ้ น เปB น โปรแกรม

การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


11 คอมพิวเตอรแบบใช'ได'เสรีเช6นกัน เว'นแต6ได'รับอนุญาตจากเจ'าของลิขสิทธิ์ กล6าวคือ ไม6สามารถกล6าวอ'าง สิทธิในลักษณะของโปรแกรมคอมพิวเตอรเพื่อการจําหน6ายหรือโปรแกรมคอมพิวเตอรแบบทดลองใช' website ที่แนะนําการค'นหาซอฟตแวรประเภทนี้ คือ www.freeware.com และ www. freeware-guide.com เปBนต'น 4. โปรแกรมคอมพิวเตอร6สาธารณะ (Public Domain Software) โปรแกรมคอมพิวเตอรสาธารณะ หมายถึง โปรแกรมคอมพิวเตอรที่เจ'าของลิขสิทธิ์ได'สละลิขสิทธิ์ เพื่อเปBนประโยชนแก6สาธารณชน หรือเปBนโปรแกรมคอมพิวเตอรที่หมดอายุการคุ'มครอง ซึ่งสาธารณชน สามารถใช'ได'อย6างไม6มีข'อจํากัด ลักษณะของโปรแกรมคอมพิวเตอรสาธารณะ โดยส6วนใหญ6 มีดังนี้ 4.1 เปBนโปรแกรมคอมพิวเตอรที่เจ'าของลิขสิทธิ์ได'สละลิขสิทธิ์หรือเปBนโปรแกรมคอมพิวเตอรที่ หมดอายุการคุ'มครองลิขสิทธิ์ 4.2 สามารถทําซํ้าโปรแกรมคอมพิวเตอรได'เพื่อป?องกันการชํารุดสูญหายและจําหน6าย จ6ายแจก อย6างไม6มีข'อจํากัด 4.3 สามารถดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอรนี้ได' โดยไม6ต'องได'รับอนุญาตจากเจ'าของลิขสิทธิ์ 4.4 สามารถศึกษาและทําวิศวกรรมย'อนกลับได' โดยไม6ต'องได'รับอนุญาตจากเจ'าของลิขสิทธิ์ก6อน 4.5 สามารถพัฒนาต6อยอดได'โดยไม6ต'องขออนุญาตและไม6มีเงื่อนไขในการใช'และจําหน6ายจ6าย แจกโปรแกรมคอมพิวเตอรที่ได'มีการพัฒนาต6อยอดขึ้นมานั้น ข'อควรพิจารณาว6าเปBนโปรแกรมคอมพิวเตอรสาธารณะ หรือประเภทอื่นๆ ที่มีลิขสิทธิ์ ให'ผู'ใช' สันนิษฐานไว'ก6อนว6าโปรแกรมคอมพิวเตอรทุกประเภทมีลิขสิทธิ์ เว'นแต6มีข'อความหรือสัญลักษณที่กําหนด ชัดว6าเปBนโปรแกรมคอมพิวเตอรสาธารณะ เช6น ข'อความที่แสดงว6าเจ'าของได'สละลิขสิทธิ์แล'ว หรือเปBน โปรแกรมที่หมดอายุการคุ'มครองลิขสิทธิ์แล'ว ทั้งนี้ กรณีที่ไม6มีสัญลักษณ © ไม6ได'หมายความว6า โปรแกรม คอมพิวเตอรนั้นไม6มีลิขสิทธิ์ เนื่องจากการคุ'มครองลิขสิทธิ์เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติทันที ไม6ต'องจดทะเบียนและ แสดงเครื่องหมาย © หรือสัญลักษณใดๆ และควรอ6านเอกสารข'อกําหนดและพิจารณาหีบห6อซึ่งระบุ รายละเอียดเกี่ยวกับสัญญาอนุญาต วิธีการใช' และข'อจํากัดสิทธิต6างๆ ให'ละเอียด website ที่แนะนําการค'นหาซอฟตแวรประเภทนี้ คือ www.aixpdslib.seas. ucla.edu, www. awug.org/library/software.html และ www.ibiblio.org/jmaynard เปBนต'น 5. โปรแกรมคอมพิวเตอร6แบบรหัสเปAด (Open-source Software) โปรแกรมคอมพิวเตอรแบบรหัสเปdด หมายถึง โปรแกรมคอมพิวเตอรซึ่งผู'เปBนเจ'าของเปdดเผยรหัส ต'นฉบับหรือซอรสโค'ด (Source Code) ภายใต'เงื่อนไขซึ่งอนุญาตให'ผู'ใช'สามารถทําการศึกษเปลี่ยนแปลง แก'ไข และพัฒนาซอฟตแวร รวมทั้งจําหน6ายจ6ายแจกโปรแกรมคอมพิวเตอรที่ได'พัฒนาต6อยอดนั้นได' ลักษณะของโปรแกรมคอมพิวเตอรแบบรหัสเปdด โดยส6วนใหญ6 มีดังนี้ 5.1 สามารถขายและจําหน6ายจ6ายแจกซอฟตแวรประเภทนี้ได' ทองไส เทียบดอกไม


12 5.2 ผู'เปBนเจ'าของลิขสิทธิ์จะเปdดเผยซอรสโค'ดไปพร'อมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร ในกรณีไม6มี การเปdดเผยซอรสโค'ดพร'อมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร ในทางปฏิบัติผู'เปBนเจ'าของจะเผยแพร6ซอรสโค'ดทาง สื่ออินเทอรเน็ตโดยไม6คิดค6าธรรมเนียม 5.3 ผู'ใช'สามารถพัฒนาต6อยอดโปรแกรมคอมพิวเตอรได'โดยไม6ต'องขออนุญาต เมื่อพัฒนาต6อยอด แล'ว จะต'องระบุที่มาของโปรแกรมคอมพิวเตอรเดิมที่ได'ถูกพัฒนาต6อยอดขึ้น 5.4 เมื่อพัฒนาต6อยอดโปรแกรมคอมพิวเตอรประเภทนี้แล'ว ผู'พัฒนาจะต'องใช'ชื่อโปรแกรมใหม6 5.5 สัญญาอนุญาตจะต'องไม6มีลักษณะกีดกันบุคคลใดหรือกลุ6มบุคคลใด 5.6 สัญญาอนุญาตจะต'องไม6มีลักษณะกีดกันบุคคลที่จะใช'โปรแกรมคอมพิวเตอรเพื่อการเฉพาะ เช6น ไม6สามารถกีดกันการใช'โปรแกรมคอมพิวเตอรเพื่อใช'ในทางธุรกิจหรือการค'นคว'าวิจัย เปBนต'น 5.7 การจําหน6ายจ6ายแจกโปรแกรมคอมพิวเตอรต6อๆ กันไป ไม6ทําให'เงื่อนไขของสัญญาอนุญาต ในลักษณะของโอเพ6นซอรสสิ้นสุดลง 5.8 โปรแกรมคอมพิวเตอรโอเพ6นซอรส จะต'องมีความเปBนกลาง ไม6จํากัดว6าสามารถใช'ร6วมกับ โปรแกรมหรือระบบปฏิบัติการบางประเภทเท6านั้น website ที่แนะนําการค'นหาซอฟตแวรประเภทนี้ คือ www.gnu.org www.freebsd.org และ www.searchopensource.com เปBนต'น 6. ตัวอย9างชื่อลิขสิทธิ์โปรแกรมคอมพิวเตอร6ประเภทอื่นๆ Shovelware หมายถึง ซอฟตแวรของแถมซึ่งอาจจะเปBน Freeware, Shareware หรือ Public Domain Software โดยส6วนใหญ6มักจะแถมรวมกับซอฟตแวรประเภทอื่นๆ เพื่อให'สินค6าดูมีมูลค6ามากขึ้น Postcareware หรือ Cardware หมายถึง ซอฟตแวรซึ่งอาจจะเปBน Shareware หรื อ Freeware โดยเจ'าของลิขสิทธิ์กําหนดให'ผู'ใช'ส6งไปรษณียบัตรกลับไปยังผู'เปBนเจ'าของลิขสิทธิ์ Ransomware หรือ Hostageware หมายถึง ซอฟตแวรซึ่งจะทําการเข'ารหัส ใน Hard Drive ทําให'ผู'ใช'ไม6สามารถใช'งานเครื่องคอมพิวเตอรของตนได' เว'นแต6จะจ6ายเงินเพื่อทําการถอนรหัส Adware หรือ Advertisementware หมายถึง ซอฟตแวรซึ่งถูกโฆษณาผ6านเครื่องคอมพิวเตอร ของผู'ใช' ในขณะที่ผู'ใช'กําลังใช'งานเครื่องคอมพิวเตอรอยู6 (Pops Up) ทั้งนี้การโฆษณาที่เกิดขึ้นจะเกิดขึ้นก็ ต6อเมื่อผู'ใช'ใส6คําค'นหา (key word) ลงในโปรแกรมค'นหา (Search engine) และเกิดจากการพิมพชื่อเข'า เว็บไซตที่ผู'ใช'ต'องการค'นหา Spyware, Parasite Software, Scumware, Junkware หรือ Thiefware หมายถึง ซอฟตแวร ซึ่งถูกติดตั้ง (install) ลงในเครื่องโดยอัตโนมัติ โดยปราศจากความยินยอมของผู'ใช'และไม6มีการแจ'งผู'ใช'ว6าได' มีการติดตั้งซอฟตแวรชนิดนี้ลงในเครื่องของผู'ใช'แล'วซอฟตแวรนี้จะทําการเก็บข'อมูลเว็บไซตต6างๆ ที่ผู'ใช' มักจะเข'าเยี่ยมชม ซึ่งซอฟตแวรประเภทนี้จะใช'เพื่อธุรกิจการค'าต6างๆ เช6น เมื่อผู'ใช'ค'นหาข'อมูลในเว็บไซต A

การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


13 และ B เพื่อหาซื้อโทรทัศน Spyware ก็จะทําหน'าที่ส6งโฆษณาขายโทรทัศนของบริษัทคู6แข6ง ผ6านทางเครื่อง คอมพิวเตอรของผู'ใช'ทันที ในขณะที่ผู'ใช'กําลังใช'งานเครื่องคอมพิวเตอรอยู6 (Pops Up) Beerware หมายถึง ซอฟตแวรซึ่งผู'ใช'จะต'องซื้อเบียรให'แก6ผู'เปBนเจ'าของ Careware, Charityware, Helpware หรือ Goodware หมายถึง ซอฟตแวรถูกจําหน6ายจ6าย แจกเพื่อผลประโยชนการกุศล ซึ่ง Careware ซึ่งอาจจะเปBนได'ทั้ง Freeware และ Shareware โดยทั่วไป Careware อาจจะถูกแจกจ6ายในลักษณะที่ให'เปล6า โดยเจ'าของลิขสิทธิ์จะขอรับบริจาคเพื่อการกุศล Guiltware หมายถึง ซอฟตแวรซึ่งอาจเปBน shareware หรือ freeware โดยเจ'าของลิขสิทธิ์ได' เขียนข'อความบอกกล6าวผู'ใช'ถึงความยากลําบากในการสร'างสรรคเพื่อจูงใจให'ผู'ต'องการใช'สนใจจะซื้อ Crippleware หมายถึง ซอฟตแวรซึ่งใช'แสดงตัวอย6างการทํางานของโปรแกรมเพียงบางส6วน เช6น สามารถแสดงผลได'แต6ไม6สามารถทําการบันทึกข'อมูลและสั่งพิมพ หรืออาจสั่งพิมพได'แต6ปรากฏเครื่องหมาย การค'าขนาดใหญ6ตรงกลางหน'ากระดาษเมื่อสั่งพิมพงาน ซอฟตแวรประเภทนี้จะถูกแจกจ6ายให'ทดลองใช' โดยไม6คิดมูลค6า หากผู'ใช'ประสงคจะใช'งานได'อย6างสมบูรณจะต'องจ6ายเงินเสียก6อน Demoware หมายถึง ซอฟตแวรที่มีลักษณะให'ทดลองใช'ก6อนตัดสินใจซื้อ โดยทั่วไปจะมีลักษณะ จํากัดวันเวลาในการใช' ใช'งานโปรแกรมได'แต6เพียงบางส6วน เช6น ไม6สามารถบันทึกข'อมูลได' Donationware หมายถึง ซอฟตแวรซึ่งผู'ใช'จะต'องบริจาคเงินให'แก6นักพัฒนา ทั้งนี้ขึ้นอยู6กับ เงื่อนไขของนักพัฒนาซอฟตแวรที่จะกําหนด ซึ่งโดยทั่วไปแบ6งออกเปBน 2 ลักษณะ คือ 1. กําหนดให'ผู' ตัดสินใจใช'ซอฟตแวรบริจาคเงินเมื่อต'องการจะใช' หรือ 2. ผู'ใช'ซอฟตแวรสามารถตัดสินใจที่จะบริจาคเงินก็ ต6อเมื่อได'ใช'ประโยชนและได'รับความพึงพอใจจากโปรแกรมนั้นแล'ว Freely Redistributable Software (FRS) หมายถึง ซอฟตแวรซึ่งทุกคนสามารถจําหน6ายจ6าย แจกได' ซึ่งมีหลักการเช6นเดียวกับ Freeware และ Shareware Greenware หมายถึง ซอฟตแวรซึ่งเจ'าของลิขสิทธิ์กําหนดให'ผู'ใช'โปรแกรมกระทําการช6วยรักษา สภาพแวดล'อม เช6น จะต'องใช'กระดาษรีไซเคิล จะต'องใช'ระบบขนส6งสาธารณะ และ ไม6สูบบุหรี่ เปBนต'น Nagware, Begware หรือ Annoyware หมายถึง เปBนซอฟตแวรประเภท Shareware ซึ่ง กําหนดให'ผู'ใช'จ6ายค6าธรรมเนียม ซึ่งการโฆษณาซอฟตแวรประเภทนี้จะกระทําผ6านเครื่องคอมพิวเตอรของ ผู'ใช' ในขณะที่ผู'ใช'กําลังใช'งานเครื่องคอมพิวเตอรอยู6 (Pops Up) Malware, Malicious Software หรือ Badware หมายถึง ซอฟตแวรซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเข'า แทรกซึมหรือทําลายระบบคอมพิวเตอรโดยปราศจากความยินยอมของเจ'าของเครื่องคอมพิวเตอร ซึ่ง โดยทั่วไปจะเรียกซอฟตแวรชนิดนี้ว6าไวรัส (Virus) Snoopware หมายถึง ซอฟตแวรที่ใช'สําหรับติดตามเฝ?าดูการใช'งานของผู'ใช'เครื่องคอมพิวเตอร โดยส6วนใหญ6จะใช'ในการติดตามเฝ?าดูลูกจ'าง บุตร หรือคู6สมรสเกี่ยวกับ พฤติกรรมต6างๆ โดย Snoopware สามารถบันทึกการกดพิมพแป?นคีบอรด แอบถ6ายรูปและแอบ และดักฟGง เปBนต'น ทองไส เทียบดอกไม


14 ปEญหาละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต6แวร6 ข6าวสารการเข'าจับกุมการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟตแวรมีถี่มากขึ้น เริ่มจากเข'าจับกุมบริษัทเอกชน ร'าน อินเทอรเน็ตและเกม ร'านคาราโอเกะ และสถานศึกษา ทําให'เจ'าของผู'ใช'คอมพิวเตอรวิตกกังวลเพราะ ตนเองใช'งานซอฟตแวรละเมิดลิขสิทธิ์ หรือบางรายก็ไม6แน6ใจว6าเครื่องคอมพิวเตอรที่ตนเองใช'ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือไม6 ปGญหาดังกล6าวเนื่องจากพื้นฐานการใช'งานคอมพิวเตอรของผู'ใช'ทั่วไป ค6อนข'างจะมีประสบการณ น'อย ขาดการเรียนรู' และไม6ศึกษาเพิ่มเติม ทุกอย6างทําไปด'วยความเคยชิน เคยใช' เคยเห็น และเลียนแบบ โดยไม6รู'จริง เช6น เคยใช'เครื่องคอมพิวเตอรของหน6วยงาน ของคนอื่น พอใช'ได' เมื่อวันหนึ่งมีเงินพอที่จะซื้อ เครื่องคอมพิวเตอรเปBนของตนเอง สิ่งแรกที่คิดคือต'องมีโปรแกรมที่เคยใช'งานเหมือนๆ กับที่เคยใช' โดยคิด เอาเองว6าเครื่องคอมพิวเตอรราคานี้ย6อมมีทุกสิ่งที่เคยใช'งานมาพร'อมแล'ว อีกทั้งการซื้อขายคอมพิวเตอร ของบ'านเรา ไม6มีใครเคยกล6าวถึงตัวเครื่อง(ฮารดแวร) และโปรแกรม(ซอฟตแวร )นั้นขายแยกจากกัน มี มูลค6าต6างกันการจะติดตั้งโปรแกรมอะไรเพิ่มเติมจะต'องจ6ายเพิ่ม ด'วยสาเหตุจากการแข6งขันทางการตลาดที่ สูงมาก ต'องการขายได'จํานวนมากก็ต'องขายราคาตํ่า เมื่อราคาตํ่าบริษัทผู'ผลิตก็ต'องไม6มีซอฟตแวรติดตั้งมา ในเครื่อง ไม6รู'ว6าระบบปฏิบัติการและซอฟตแวรอื่นๆ ที่มีอยู6ในเครื่องมาจากไหน จริงแล'วมาจากร'านตัวแทน ขายย6อยที่ต'องการเพิ่มจํานวนขายสินค'าติดตั้งมาให' ติดตั้งให'ฟรี รวมทั้งซอฟตแวรอื่นๆ ด'วย ร'านไหนที่ ซื่อสัตยขายสินค'าตามที่บริษัทกําหนด ก็จะถูกกลุ6มผู'ซื้อแนะนําต6อๆ กันไปว6า ไปซื้อที่นั่นซิที่นี่ซิ เขาติดตั้งให' ทุ กอย6 างฟรี ห มด สุ ด ท' า ยก็ ขายไม6 ได' ถ' าไม6 ย อมหาซอฟตแวรเถื ่ อนๆ มาบริ การลู กค' า ถ' าบริ ษั ทผู ' ผ ลิ ต ซอฟตแวรบีบให'บริษัทผู'ผลิตเครื่องติดตั้งซอฟตแวรมาพร'อมเครื่อง ต'นทุนค6าซอฟทแวรจะทําให'เครื่องมี ราคาสูงขึ้นอีก (มนตรี โคตรคันทา, 2552) นายชวลิ ต สาลี ผ ล รั กษาการผู ' อํ า นวยการสํ า นั กงานส6 งเสริ มอุ ต สาหกรรมซอฟตแวรแห6 งชาติ (องคการมหาชน) หรือ ซิป?า กล6วว6า ประเทศไทยมีสถิติการละเมิดลิขสิทธิ์หรือใช'ซอฟตแวรผิดกฎหมาย เพิ่มขึ้น เช6น ซอฟตแวรระบบปฏิบัติการ ซอฟตแวรโปรแกรม และซอฟตแวรแอพลิเคชั่น เปBนต'น โดย ซอฟตแวรเหล6านี้ถูกนําไปใช'อย6างกว'างขวางโดยไม6ได'รับการตอบแทน ไม6คํานึงถึงความเสียหายทาง เศรษฐกิจ ทั้งนี้ หากปGญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟตแวรลดลงจะส6งผลให'ผลิตภัณฑมวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพี ดีขึ้น เกิดการจ'างงานในประเทศมากขึ้น และภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศมั่นคงขึ้น ในทางกลับกัน ด'วยช6องทางการจําหน6ายซอฟตแวรละเมิดลิขสิทธิ์หลากหลายทั้งย6านชุมชนและอินเทอรเน็ต ก็ส6งผลให' ธุรกิจซอฟตแวรถูกทําลายเร็วขึ้นด'วย(สํานักงานส6งเสริมอุตสาหกรรมซอฟตแวรแห6งชาติ, 2553) นางสาวเขมะศิริ นิชชากร หัวหน'างานส6งเสริมงานลิขสิทธิ์ สํานักลิขสิทธิ์ กรมทรัพยสินทางปGญญา กล6าวว6า ปGญหาการละเมิดซอฟตแวรในองคกร คือ การติดตั้งซอฟตแวรมากกว6าจํานวนลิขสิทธิ์ที่มีอยู6 และ ได'รับการติดตั้งซอฟตแวรละเมิดมาพร'อมกับเครื่องคอมพิวเตอร รวมทั้ง ใช'สินค'าละเมิดโดยไม6เข'าใจปGญหา การละเมิดลิขสิทธิ์ ขณะเดียวกัน ผู'ละเมิดก็จะได'รับความเสี่ยงหลายอย6าง อาทิ เสี่ยงต6อการจ6ายค6าดูแล ระบบสูงกว6าเท6าที่ควร เสี่ยงต6อปGญหาไวรัส และเสี่ยงต6อการละเมิดลิขสิทธิ์ กรณีละเมิดลิขสิทธิ์โปรแกรม การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


15 คอมพิวเตอร แบ6งออกเปBน 2 ประเภท คือ ละเมิดโดยตรง ได'แก6 ทําซํ้า ดัดแปลง เผยแพร6ต6อสาธารณะชน ให'เช6าต'นฉบับหรือสําเนา และละเมิดโดยอ'อม ได'แก6 1. ขาย มีไว'เพื่อขาย ให'เช6าเสนอให'เช6า ให'เช6าซื้อ หรือ เสนอให'เช6าซื้อ เผยแพร6ต6อสาธารณชน แจกจ6ายในลักษณะที่อาจก6อให'เกิดความเสียหายแก6เจ'าของลิขสิทธิ์ และ 2. นําหรือสั่งเข'ามาในราชอาณาจักร สําหรับผู'ละเมิดลิขสิทธิ์มีบทกําหนดโทษแบ6งเปBน 2 ประเภท คือ การละเมิดขั้นต'น ปรับ 2 หมื่น ถึง 2 แสนบาท การกระทําเพื่อการค'า จําคุก 6 เดือน ถึง 4 ป€ หรือปรับ 1 แสน ถึง 8 แสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และ การละเมิดขั้นรอง ปรับ 1 หมื่น ถึง 1แสนบาท กระทําเพื่อ การค'า จําคุก 3 เดือน ถึง 2 ป€ หรือ ปรับ 5 หมื่น ถึง 4 แสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ (สํานักงานส6งเสริม อุตสาหกรรมซอฟตแวรแห6งชาติ, 2553) ประเทศไทยได'รับการจัดอันดับให'อยู6ในอันดับ 4 ของประเทศในภาคพื้นเอเชียและแปซิฟdกส ที่มี การละเมิดลิขสิทธิ์ทางปGญญาสูงสุดโดยเฉพาะโปรแกรมซอฟตแวรคอมพิวเตอร ขณะที่อินเดียผู'นําหน'าด'าน ไอทีไม6มีปGญหาการละเมิดลิขสิทธิ์เหมือนในประเทศ ไทย ย6อมทําให'การพัฒนาซอฟตแวรสามารถกระทําได' อย6างราบรื่น เกิดมูลค6าเพิ่มและกลายเปBนสินค'าส6งออกที่สําคัญ ถ'าเรายังปล6อยให'มีการละเมิดลิขสิทธิ์ ซอฟตแวร คนไทยก็จะไม6พัฒนาซอฟตแวรเพื่อการค'า ประเทศก็จะไม6มีนักพัฒนาซอฟแวรคนไหนอยาก พัฒนา และอุตสาหกรรมซอฟตแวรก็ไม6สามารถเติบโตได'ในประเทศไทย คนไทยเองแม'ก็อปป€•โปรแกรม มาใช' แต6ก็ไม6สามารถพัฒนาโปรแกรมตนเองเพื่อขายให'ใครได' ผลกรรมก็จะตกอยู6กับประเทศที่ไม6สามารถ พัฒนาอุตสาหกรรมซอฟตแวรได' เพราะคําถามแรกคือ “ถ'าผมพัฒนาซอฟตแวรขึ้นมาแล'วมีคนก็อปป€•เอา ไปขาย ผมจะพัฒนาไปทําไม” (ปรัชญนันท นิลสุข, 2555) สถานศึกษาส6วนใหญ6ในปGจจุบันแม'ว6าจะเริ่มให'ความสนใจต6อปGญหาการละเมิดลิขสิทธิ์กันอย6างจริงจัง แต6จากสภาพจริงนั้นพบว6า ยังขาดความเข'าใจในสิทธิของการใช'โปรแกรม หรือตัวซอฟตแวรที่มีอยู6ภายใน เครื ่ องคอมพิ ว เตอรของสถานศึ กษาที ่ มี อยู 6 ว 6 า ถู กต' องลิ ขสิ ทธิ ์ ห รื อไม6 ตามกฎหมายการรั บ ผิ ด ชอบต6 อ การละเมิดสิทธิ์ในโปรแกรม หรือซอฟทแวรดังกล6าวจะตกเปBนของผู'ครอบครองการใช'งานในเครื่อง คอมพิวเตอร นั้นๆ รวมถึงผู'บริหารสถานศึกษาในทุกระดับ ซึ่งในลิขสิทธิ์ในที่นี้ มีอยู6 3 ลักษณะ อันได'แก6 1. ลิขสิทธิ์ในตัวโปรแกรมหรือซอฟตแวรที่ติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร และระบบเครือข6ายคอมพิวเตอร สถานศึกษา 2. ลิขสิทธิ์ของผลงานทางวิชาการของสถานศึกษา และ 3. ลิขสิทธิ์ผลงาน สื่อรูปแบบต6างๆที่ นําเข'ามาไว'ในเครื่องคอมพิวเตอรของสถานศึกษา ในปGจจุบันพบว6าสถานศึกษามีศักยภาพในการจัด การศึกษา มีห'องคอมพิวเตอรเพื่อสนับสนุนการเรียนรู' มีโปรแกรมดําเนินกิจกรรมทางการศึกษาที่ หลากหลาย แต6สถานศึกษาส6วนใหญ6ไม6ได'ตระหนักถึงสิทธิที่มีในโปรแกรมหรือซอฟตแวรเหล6านั้น ซึ่งพบว6า โปรแกรมหรือซอฟตแวรที่มีอยู6นั้นผิดกฎหมาย ละเมิดลิขสิทธแทบทั้งสิ้น ช6องทางสําหรับการรับส6งสัญญาณ (Bandwidth) ของสถานศึกษานั้นอาจถูกนําไปใช'ในทางที่ผิด โดยอาจเปBนแหล6งที่เก็บข'อมูลสื่อละเมิดสิทธิ์ ต6างๆ (อาทิ ผลงานทางวิชาการต6างๆ ไฟลเพลง ไฟลวิดีทัศน รูปภาพ ที่มีจุดประสงคในเชิงพานิชย โปรแกรมหรือ ซอฟทแวรต6างๆ) และอาจเปBนเครือข6ายออนไลนที่เปBนต'นทางในการป?อนหรือคัดลอกข'อมูล ทองไส เทียบดอกไม


16 ให'แก6ผู'ดาวนโหลดทั่วโลก การใช'ไฟลร6วมกันอย6างผิดกฎหมาย (illegal file-sharing) อาจก6อให'เกิด ความเสียหายแก6เครือข6ายคอมพิวเตอร อันเนื่องมาจากการได'รับไวรัสคอมพิวเตอร การจารกรรมข'อมูล และการคุกคามความปลอดภัยทางข'อมูลของสถานศึกษาด'วย การละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล6าว ทั้งครูผู'สอน ผู'เรียน ของสถานศึกษาต'องถูกไต6สวนทางกฎหมาย ซึ่งถือได'ว6าการกระทําความผิด รวมถึงสถานศึกษาอาจ ต'องร6วมรับผิดชอบจากผลของการกระทําดังกล6าวด'วยเช6นกัน (สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยภาคเหนือ, 2555) การแกปEญหาละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต6แวร6 นาวาตรี วุฒิพงศ พงศสุวรรณ รองผู'อํานวยการถ6ายทอดเทคโนโลยี รักษาการผู'อํานวยการสํานักงาน ส6งเสริมอุตสาหกรรมซอฟตแวรแห6งชาติ (องคการมหาชน) หรือ ซิป?า กล6าวว6า การส6งเสริมการใช'โปรแกรม โอเพ6นซอรซ ถือเปBนภารกิจหลักของซิป?าที่ได'ดําเนินการมาตลอดตั้งแต6ตั้งหน6วยงานมา แต6เนื่องจากในช6วงป€ ที่ผ6านมาบริษัทเจ'าของลิขสิทธิ์ซอฟตแวรเข'มงวดกับ การละเมิดลิขสิทธิ์ จึงเปBนโอกาสที่ดีของซิป?าที่จะ รณรงคการใช'โอเพ6นซอรซในประเทศไทยให'เข'มข'นขึ้น โดยได'ร6วมมือกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวง แรงงาน และกระทรวงศึกษาธิการ ในการรณรงคให'หน6วยงานภายใต'สังกัด ทั้งในส6วนกลางและองคการ บริหารท'องถิ่น เลิกใช'ซอฟตแวรที่ละเมิดลิขสิทธิ์ และสนับสนุนให'ใช'โปรแกรมโอเพ6นซอรซแทน "โปรแกรม โอเพ6นซอรซใน ปGจจุบัน มีคุณภาพสูงมากแล'ว ไม6ใช6แค6พอใช'งานได' แต6ต'องถือว6าใช'งานได'ดี เพียงแต6 อุปสรรคสําคัญคือ ผู'ใช'ยังไม6มั่นใจ ซึ่งสาเหตุเพราะยังไม6คุ'นเคย ไม6เคยลองใช' ซิป?าจึงจะสนับสนุนในส6วนนี้ ทั้งการเผยแพร6โปรแกรม และการอบรมการใช'งาน ทั้งการจัดทําคู6มือ ซีดี สื่อการสอนออนไลน การฝ~ก อบรมตามศูนยของซิป?าที่กระจายอยู6ตามภูมิภาคต6าง ๆ เพราะมั่นใจว6าหากได'ลองใช'แล'วแทบจะไม6รู'สึกถึง ความแตกต6างกับการใช'งาน โปรแกรมลิขสิทธิ์ทั่ว ๆ ไป สามารถใช'งานแทนกันได'"(ประชาชาติธุรกิจ, 2553) ในระดับสถานศึกษาต6างๆ ได'สร'างทัศนคติของนักเรียนนักศึกษาที่มีต6อเรื่องลิขสิทธิ์ ซึ่งก็มีขั้นตอน มากมายที่สถานศึกษาสามารถทําได'และควรกระทําเพื่อเปBนการป?องกัน หรือเฝ?าระวังพฤติกรรมการละเมิด ลิขสิทธิ์ ซึ่งเกียวโยงถึงปGญหาด'านความปลอดภัยต6อเครือข6าย รวมถึงการสื่อสารการทําความเข'าใจและให' ความรู'แก6นักเรียนนักศึกษา และบุคคลากรที่เกี่ยวข'อง รวมทั้ง การเฝ?าระวังเพื่อให'สภาวะออนไลนมี ความปลอดภัย และการใช'เครื่องมือป?องกันทางเทคโนโลยีอย6างมีประสิทธิภาพ(สมาคมการค'าผู'ประกอบ ธุรกิจบันเทิงไทย, 2553) จากปGญหาการใช'ซอฟตแวรผิดกฎหมาย การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟตแวร และความเสี่ยงจากพระราช บัญญัติการกระทําความผิดทางคอมพิวเตอร พ.ศ. 2551 ส6งผลให'หน6วยงานหลายแห6งให'ความสนใจกับ ซอฟตแวรในกลุ6มรหัสเปdด หรือที่เรียกว6า โอเพ6นซอรสซอฟตแวร (OSS: Open Source Software) โดยมี การศึกษาซอฟตแวรในกลุ6ม OSS เพื่อนํามาประยุกตใช' หรือใช'ทดแทนซอฟตแวรลิขสิทธิ์ต6างๆ OSS คือ ซอฟตแวรที่ผู'พัฒนาเปdดเผย Source Code เพื่อให'ผู'ที่นําไปใช'งานหรือนักพัฒนาโปรแกรมต6างๆ สามารถ การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


17 ศึกษาพัฒนาต6อยอดได' เปBนเครื่องมือการศึกษาการพัฒนาซอฟตแวรที่มีคุณภาพสําหรับนักเรียน นักศึกษา ในสถาบันการศึกษาด'วย OSS ส6วนมากเปBนซอฟตแวรฟรี คือ สามารถดาวนโหลดมาใช'ได'โดยไม6ต'องเสีย ค6าใช'จ6าย ลักษณะเดียวกับ Freeware ภายใต'เงื่อนไขที่ผู'พัฒนาระบุ ซึ่งส6วนมากคือ ห'ามจําหน6ายต6อนั่นเอง (บุญเลิศ อรุณพิบูลย, 2552) กรณีที่ซื้อเครื่องคอมพิวเตอรมาพร'อมระบบปฏิบัติการวินโดว ลิขสิทธิ์ถูกต'อง ผู'ใช'สามารถใช'งาน ร6วมกับซอฟทแวรโอเพ6นซอรส และ Freeware ทดแทนการใช'ซอฟทแวรลิขสิทธิ์อื่นๆ ได' ในประเทศไทย ของเรามีหน6วยงานที่รวบรวมซอฟตแวรโอเพ6นซอรสที่เหมาะสมกับการใช'งานปกติทั่วไป ออกแจกจ6ายอย6าง สมํ่าเสมอ คือ เนคเทค และซีป?า ขอแนะนําแผ6นซีดีรวมซอฟตแวรโอเพ6นซอรส Chantra จากซีป?า ที่ สามารถติดตั้งโปรแกรมในแผ6นซีดีนี้ลงในเครื่องคอมพิวเตอรโดยไม6ต'องลบโปรแกรมอื่นๆ ที่อยู6ในเครื่องออก ติดต6อขอรับแผ6นซีดี Chantra หรือดาวนโหลดได'จาก สํานักงานส6งเสริมอุตสาหกรรมซอฟตแวรแห6งชาติ (องคกรมหาชน) หรือซีป?า(SIPA) ที่ http://www.sipa.or.th/ (มนตรี โคตรคันทา, 2552) Chantra เปBนซีดีรวมซอฟตแวรโอเพนซอรสสําหรับ Windows ที่น6าใช' โดย SIPA เห็นว6าปGจจุบันมี ซอฟตแวรโอเพนซอรสจํานวนมาก ซึ่งทําให'ผู'ที่สนใจจะนําซอฟตแวรดังกล6าวไปใช'งานเกิดความสับสนใน การเลือกใช' ทาง SIPA จึงทําการคัดเลือกซอฟตแวรโอเพนซอรสที่มีการใช'งานแพร6หลายและได'รับการยอม รับจากนานาชาติ รวบรวมไว'ในซีดีเพื่อให'เกิดความสะดวกในการเลือกใช' โดยซอฟตแวรทุกตัวในชุดนี้จะ ทํางานบนระบบปฏิบัติการ Windows เพื่อให'ผู'ใช'เกิดความคุ'นเคยกับการใช'งานซอฟตแวรโอเพนซอรส เพื่ อให'ง6 ายต6 อการปรับ ตั ว ไปใช' ระบบที่ เ ปB นโอเพนซอรสโดยสมบู รณในอนาคต (สํ า นั กงานส6งเสริ ม อุตสาหกรรมซอฟตแวรแห6งชาติ, 2554) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และกระทรวงศึกษาธิการ ได'จัดทําบันทึกข'อตกลง ความร6วมมือส6งเสริมการใช'ซอฟตแวรโอเพ6นซอรสในสถานศึกษา เพื่อแก'ปGญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟตแวร ในสถานศึกษาและเพิ่มทางเลือกให'กับผู'ใช'ซอฟตแวร ด'วยซอฟตแวรโอเพ6นสซอส สุริยัน-จันทรา(SuriyunChantra) ที่รวบรวมโดยสํานักงานส6งเสริมอุตสาหกรรมซอฟตแวรแห6งชาติ หรือซิป?า ซึ่งซอฟตแวรสุริยัน จันทรา จะสามารถทดแทนซอฟตแวรที่ใช'อยู6 ซึ่งมีราคาสูงมากจึงลดค6าใช'จ6ายให'กับโรงเรียนได'เปBนจํานวน มาก และที่สําคัญการส6งเสริมใช'โอเพ6นสซอสในสถานศึกษาจะก6อให'เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีสองประการ คือ การลดปGญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟตแวรประการหนึ่ง และช6วยปลูกจิตสํานึกให'เยาวชนไทยมี ความเข'าใจในเรื่องของการเคารพสิทธิของผู'อื่น ตลอดจนเปBนการช6วยส6งเสริมและใช'ซอฟตแวรที่พัฒนาโดย คนไทยซึ่งมีคุณภาพมาตรฐานระดับสากล (กรมประชาสัมพันธ, 2553) ข'อดีของซอฟตแวรโอเพ6นซอรส คือ 1. ลดค6าใช'จ6ายจากค6าลิขสิทธิ์ซอฟตแวร 2. ปรับเปลี่ยนได'ตาม ความต'องการของผู'ใช' 3. เพิ่มทางเลือกให'ผู'ใช' และ 4. เปdดโอกาสในการพัฒนาทักษะของโปรแกรมเมอร ไทย (มนตรี โคตรคันทา, 2552)

ทองไส เทียบดอกไม


18 ซอฟตแวรโอเพนซอรสมีประโยชนหลายประการ ได'แก6 ประการแรก สามารถนําไปใช'ช6วยในลด ค6าใช'จ6ายในด'านการบริหารจัดการ โดยเฉพาะค6าใช'จ6ายในการจัดซื้อซอฟตแวรลิขสิทธิ์ ป ร ะ ก า ร ท ี ่ ส อ ง สามารถแก'ไขโปรแกรมโดยบุคลากรภายในหน6วยงานตนเองได' ทําให'ประหยัดค6าใช'จ6าย และไม6ต'องรอให' บริ ษั ทที ่เ ปB น เจ' าของซอฟตแวรมาเปB น ผู ' ทํ าการแก' ไข และยั งสามารถปรับ แต6 งซอฟตแวร ให' ต รงตาม ความต'องการของหน6วยงานได'ด'วย ประการที่สาม เปBนพื้นฐานที่สําคัญสําหรับการพัฒนาระบบ ทั้งนี้เพราะ เราสามารถนําซอฟตแวรโอเพนซอรส มาทําการต6อยอดเพื่อนํามาให'บริการกับผู'ใช'ในหน6วยงานของท6านเอง ได' ด'ว ย และประการสุดท'า ย ส6งเสริมให' เกิ ดการสร' างนวั ตกรรมและการพั ฒนาที ่ยั ่งยืน โดยจะเห็น ว6 า ประเทศทั่วโลก ต6างก็ให'ความสนใจและดําเนินนโยบายสนับสนุนการใช'ประโยชนจากซอฟตแวรโอเพ6น ซอรสอย6างจริงจัง (สือ ล'ออุทัย. 2551) นโยบายส9งเสริมการใชซอฟต6แวร6เพื่อปFองกันการละเมิดลิขสิทธิ์ แผนแม6บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ฉบับที่ 2) ของประเทศไทย พ.ศ. 2552-2556 มี มาตรการส6งเสริมการใช' Open Source ไว'ว6า “สนับสนุนให'เกิดชุมชนของผู'พัฒนาในสาขาต6างๆ อาทิ Open Source Software / Embedded Software ทั้งนี้รวมถึงการมีกลไกสนับสนุนให'บุคลากรนักพัฒนา ของไทย สามารถเข'าร6วมโครงการระดับโลก (International Forum) ได' เพื่อสร'างให'เกิดการวิจัยพัฒนาต6อ ยอดเทคโนโลยี และทําให'เกิดความเข'มแข็งของบุคลากรไอซีทีไทย” โดยศูนยเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกสและ คอมพิวเตอรแห6งชาติ มีส6วนร6วมตั้งเป?าหมายผลักดันความร6วมมือระดับองคการ เพื่อให'เปBนหน6วยงาน ต'นแบบการใช'งานซอฟตแวรโอเพ6นซอรส เพื่อสร'างความร6วมมือด'านการพัฒนาและการใช'งานซอฟตแวร โอเพ6นซอรส สําหรับการใช'งานในระบบเครือข6ายคอมพิวเตอร ตามความต'องการขององคการ กรณีตัวอย6าง คือ ซอฟตแวรสําหรับเครือข6ายคอมพิวเตอร เพื่อการใช'งานในโรงเรียนมากกว6า 1,000 แห6ง(วิรัช ศรเลิศลํ้า วาณิช, 2552) ตั้งแต6ป€ พ.ศ. 2546 แล'วที่ ศูนยเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกสและคอมพิวเตอรแห6งชาติ (NECTEC) ได' มอบหมายให' โครงการเครือข6ายคอมพิวเตอรเพื่อโรงเรียนไทย (SchoolNet) ได'จัดทําโครงการ "ห'องเรียน สอนคอมพิวเตอรด'วยซอฟตแวรโอเพนซอรส" ขึ้นโดยมีวัตถุประสงคเพื่อให'มีโรงเรียนตัวอย6างที่จะนํา ซอฟตแวรโอเพนซอรสไปใช'ในกิจกรรมการเรียนการสอน อันจะเปBนการส6งเสริมให'โรงเรียนมีอีกทางเลือก หนึ่งในการใช'งานซอฟตแวรโอเพนซอรสเข'ามาทดแทนซอฟตแวรลิขสิทธิ์ที่ใช'งานอยู6ภายในโรงเรียน ซึ่งเปBน การช6วยลดภาระต'นทุนของโรงเรียนในการจัดการเรียนการสอนด'านเทคโนโลยีสารสนเทศ และช6วยลด ปGญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ อีกทั้งยังเปBนการปลูกฝGงให'คนไทยมีจริยธรรมในการใช'ซอฟตแวรอย6างถูก กฎหมายอีกด'วย (อานนท สายคําฟู, 2546) การปฏิบัติงานในหน6วยงานทั้งของภาครัฐและเอกชนก็ได'มีการนํา Software มาใช'เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และเพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของการทํางาน แต6 Software ประมาณร'อยละ 80 ที่ใช'อยู6 การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


19 ในประเทศไทย เปBน Software นําเข'าจากต6างประเทศ ซึ่งแสดงว6าในแต6ละป€ประเทศไทยต'องเสียเงินใน การจัดซื้อ จัดหา และบํารุงรักษา Software เปBนจํานวนมาก ด'วยเหตุนี้ สถาบันส6งเสริมการสอน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี(สสวท) ร6วมกับสํานักงานส6งเสริมอุตสาหกรรมซอฟตแวรแห6งชาติ (องคการ มหาชน) หรือซีปา กําหนดนโยบาย และโครงการส6งเสริมการใช'เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอน จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการการใช' Open Source ในโรงเรียน ซึ่งเปBนโปรแกรมใช'งานได'ฟรี ให'แก6ครูแกน นําคอมพิวเตอร เพื่อนําความรู'ที่ได'ไปขยายผล เผยแพร6แก6ครูและนักเรียนในโรงเรียนต6อไป (สินีนาฏ ทาบึงกาฬ, 2550) โปรแกรมคอมพิวเตอร6ที่เหมาะสมต9อการใชเพื่อปFองกันการละเมิดลิขสิทธิ์ โปรแกรมคอมพิวเตอรที่เหมาะสมต6อการใช'เพื่อป?องกันการละเมิดลิขสิทธิ์มากที่สุด ได'แก6 โปรแกรม คอมพิว เตอรแบบรหัส เปd ด (Open-source Software) และโปรแกรมคอมพิ ว เตอรแบบใช' ได' เสรี (Freeware Software) ซึ่งมีความหมายและลักษณะสําคัญ ดังนี้ 1. โปรแกรมคอมพิวเตอร6แบบรหัสเปAด (Open-source Software) โปรแกรมคอมพิวเตอรแบบรหัสเปdด หมายถึง โปรแกรมคอมพิวเตอรซึ่งผู'เปBนเจ'าของเปdดเผยรหัส ต'นฉบับหรือซอรสโค'ด (Source Code) ภายใต'เงื่อนไขซึ่งอนุญาตให'ผู'ใช'สามารถทําการศึกษเปลี่ยนแปลง แก'ไข และพั ฒนาซอฟตแวร รวมทั้งจําหน6ายจ6า ยแจกโปรแกรมคอมพิวเตอรที่ ได' พัฒนาต6 อยอดนั้ นได' ลักษณะของโปรแกรมคอมพิวเตอรแบบรหัสเปdด โดยส6วนใหญ6 มีดังนี้ 1.1 สามารถขายและจําหน6ายจ6ายแจกซอฟตแวรประเภทนี้ได' 1.2 ผู'เปBนเจ'าของลิขสิทธิ์จะเปdดเผยซอรสโค'ดไปพร'อมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร ในกรณีไม6มี การเปdดเผยซอรสโค'ดพร'อมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร ในทางปฏิบัติผู'เปBนเจ'าของจะเผยแพร6ซอรสโค'ดทาง สื่ออินเทอรเน็ตโดยไม6คิดค6าธรรมเนียม 1.3 ผู'ใช'สามารถพัฒนาต6อยอดโปรแกรมคอมพิวเตอรได'โดยไม6ต'องขออนุญาต เมื่อพัฒนาต6อยอด แล'ว จะต'องระบุที่มาของโปรแกรมคอมพิวเตอรเดิมที่ได'ถูกพัฒนาต6อยอดขึ้น 1.4 เมื่อพัฒนาต6อยอดโปรแกรมคอมพิวเตอรประเภทนี้แล'ว ผู'พัฒนาจะต'องใช'ชื่อโปรแกรมใหม6 1.5 สัญญาอนุญาตจะต'องไม6มีลักษณะกีดกันบุคคลใดหรือกลุ6มบุคคลใด 1.6 สัญญาอนุญาตจะต'องไม6มีลักษณะกีดกันบุคคลที่จะใช'โปรแกรมคอมพิวเตอรเพื่อการเฉพาะ เช6น ไม6สามารถกีดกันการใช'โปรแกรมคอมพิวเตอรเพื่อใช'ในทางธุรกิจหรือการค'นคว'าวิจัย เปBนต'น 1.7 การจําหน6ายจ6ายแจกโปรแกรมคอมพิวเตอรต6อๆ กันไป ไม6ทําให'เงื่อนไขของสัญญาอนุญาต ในลักษณะของโอเพ6นซอรสสิ้นสุดลง 1.8 โปรแกรมคอมพิวเตอรโอเพ6นซอรส จะต'องมีความเปBนกลาง ไม6จํากัดว6าสามารถใช'ร6วมกับ โปรแกรมหรือระบบปฏิบัติการบางประเภทเท6านั้น ทองไส เทียบดอกไม


20 website ที่แนะนําการค'นหาซอฟตแวรโอเพ6นซอรส มีดังนี้ http://www.youtube.com/user/sipaopensource/ http://thaiopensource.org/project/chantra http://www.openoffice.org/ ดาวนโหลดโปรแกรม OpenOffice.org http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=6aa984cd68e704b2 ทํ า ไมคนไทยไม6 เ ห็ น ความสําคัญ Open Source Software http://elearning.nectec.or.th/index.php http://cs.udru.ac.th/it/OSS.htm ซอฟทแวรรหัสเปdดโดย สรภ อุดรธานี www.gnu.org www.freebsd.org www.searchopensource.com 2. โปรแกรมคอมพิวเตอร6แบบใชไดเสรี (Freeware Software) โปรแกรมคอมพิวเตอรแบบใช'ได'เสรี หมายถึง โปรแกรมคอมพิวเตอรให'ใช'โดยเจ'าของลิขสิทธิ์ ไม6คิดมูลค6า โดยเจ'าของลิขสิทธิ์จะกําหนดเงื่อนไขการอนุญาตและข'อจํากัดต6างๆ บางประการไว' ลักษณะ ของโปรแกรมคอมพิวเตอรแบบใช'ได'เสรี โดยส6วนใหญ6 มีดังนี้ 2.1 ผู'ใช'สามารถค'นหาซอฟตแวรประเภทนี้ได'จากการดาวนโหลดทางอินเทอรเน็ต หรือบางครั้ง อาจพบได'จากการแถมมาจากหนังสือนิตยาสารต6างๆ รวมทั้งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส เปBนต'น 2.2 เปBนซอฟตแวรที่มีลิขสิทธิ์ และมีเงื่อนไขต6างๆที่ถูกกําหนดไว'โดยเจ'าของลิขสิทธิ์ 2.3 สามารถทําซํ้าโปรแกรมคอมพิวเตอรได'เพื่อป?องกันการสูญหายและสามารถจําหน6ายจ6ายแจก ได' ทั้งนี้จะต'องไม6มีวัตถุประสงคเพื่อแสวงหากําไร 2.4 สามารถดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอรได' โดยไม6ต'องขออนุญาตจากเจ'าของลิขสิทธิ์ 2.5 สามารถศึกษาและทําวิศวกรรมย'อนกลับโปรแกรมคอมพิวเตอรได' โดยไม6ต'องขออนุญาตจาก เจ'าของลิขสิทธิ์ 2.6 สามารถพัฒนาต6อยอดโปรแกรมคอมพิวเตอรได' โดยไม6ต'องขออนุญาตจากเจ'าของลิขสิทธิ์ ทั ้ ง นี ้ ผ ู ' พั ฒ นาต6 อ ยอดจะต' อ งยิ น ยอมให' โ ปรแกรมคอมพิ ว เตอรที ่ พั ฒ นาต6 อ ยอดขึ ้ น นั ้ น เปB น โปรแกรม คอมพิวเตอรแบบใช'ได'เสรีเช6นกัน เว'นแต6ได'รับอนุญาตจากเจ'าของลิขสิทธิ์ กล6าวคือ ไม6สามารถกล6าวอ'าง สิทธิในลักษณะของโปรแกรมคอมพิวเตอรเพื่อการจําหน6ายหรือโปรแกรมคอมพิวเตอรแบบทดลองใช' website ที่แนะนําในการค'นหาซอฟตแวรเสรี มีดังนี้ http://arit.rmutl.ac.th/opensource/ซอฟทแวรเสรี www.freeware.com www.freeware-guide.com http://www .sangdown.com/copyright การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


21 บริการดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอแนะเพื่อปFองกันการละเมิดลิขสิทธิ์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที (ICT: Information and Communication Technology) ที่โรงเรียนจะนําไปในการจัดการเรียนการสอน ในความหมายของผู'เขียน หมายถึง โปรแกรม คอมพิวเตอรแบบรหัสเปdดและแบบใช'ได'เสรีตาม “คู6มือการใช'งานลิขสิทธิ์ที่เปBนธรรมสําหรับโปรแกรม คอมพิวเตอรแต6ละประเภท” ของกรมทรัพยสินทางปGญญา และบริการด'าน ICT อื่นๆ ที่ใช'ได'ในลักษณะ รหัสเปdดและใช'ได'เสรี ผู'เขียนเสนอแนะบริการด'าน ICT ที่เหมาะสมต6อการนําไปใช'ในการจัดการเรียน การสอน เพื่อป?องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ ดังนี้ 1. บัญชี Google 2. การสื่อสารบนอินเทอรเน็ตด'วย Gmail 3. การค'นหาแหล6งความรู'ทางอินเทอรเน็ตด'วยเว็บบราวเซอร Google Chrome และเครื่องมือ ค'นหา Google Search 4. การสร'างและใช'เว็บไซตเครือข6ายสังคมออนไลน Google Plus 5. การจัดการเอกสารแบบคลาวดด'วย Google Drive 6. การสร'างเอกสารไฟล PDF ด'วยโปรแกรม PDF Creator 7. การอ6านไฟลเอกสาร PDF ด'วยโปรแกรม Foxit Reader 8. การบีบอัดและคลายไฟลเอกสารด'วยโปรแกรม 7-Zip 9. การใช'โปรแกรมกราฟdก TuxPaint, Inkscape, Gimp, และ Greenshot 10. การสร'างวิดีโองานนําเสนอด'วยโปรแกรม Audacity, CamStudio, LeawoPowerPoint to Video Free, FormatFactory, Avidemux, Aegisub และ MKVMergeGUI 11. การเขียนข'อมูลลง CD และ DVD ด'วยโปรแกรม InfraRecorder 12. การเล6นไฟลมัลติมีเดียด'วยโปรแกรม VLC Media Player 13. การสร'างและเผยแพร6 E-book บนเว็บไซต issuu.com บัญชี Google Google Accounts (2555) ให'ข'อมูลเกี่ยวกับ “บัญชี Google” ผ6านทางหน'าหลักเว็บไซต “Google Accounts: บัญชี Google ความช6วยเหลือ” ที่ http://goo.gl/NL7B2 และลิงคหัวข'อย6อย มีสาระสําคัญ หลักเกี่ยวกับภาพรวมบัญชี Google และลักษณะสําคัญของบัญชี Google ดังนี้ 1. ภาพรวมบัญชี Google 1.1 Google Accounts คือ ระบบลงชื่อเข'าใช'แบบรวมเปBนหนึ่งเดียวที่ให'เราสามารถเข'าถึง ผลิตภัณฑที่ให'บริการฟรีจาก Google ซึ่งได'แก6 iGoogle, Gmail, Google Groups, Picasa, Web History และอื่นๆ อีกจํานวนมาก ซึ่งหากเราเคยใช'ผลิตภัณฑเหล6านี้ แสดงว6ามีบัญชี Google แล'ว หาก ทองไส เทียบดอกไม


22 ต'องการลองใช'ผลิตภัณฑใหม6ๆ ของ Google เพียงแค6ลงชื่อเข'าใช'ด'วยบัญชี Google ที่มีอยู6ของเราเท6านั้น โดยชื่อผู'ใช'ของบัญชีก็คือที่อยู6อีเม็ลที่เราป?อนเมื่อสร'างบัญชี Google ของเรานั่นเอง 1.2 การมีบัญชี Google จะไม6สร'างบัญชี Gmail ให'โดยอัตโนมัติ แต6เราสามารถสร'างบัญชี Gmail ได'ฟรี เพียงไปที่หน'าแรกของ Gmail และลงชื่เข'าใช'งานด'วยชื่อผู'ใช'และรหัสผ6านของบัญชี Google ปGจจุบันที่เรามี แล'วคลิกที่ “ลงชื่อเข'าใช'งาน” เราก็มีบัญชี Gmail แล'ว ซึ่งก็คือบัญชี Google นั่นเอง 1.3 แม'ว6าผลิตภัณฑของ Google ส6วนใหญ6จะเข'าสู6ระบบด'วยบัญชี Google แต6บริการบางอย6าง เช6น Blogger และ Google AdSense ส6วนใหญ6จะใช'ระบบที่แยกต6างหาก หากเรามีคําถามเกี่ยวกับการลง ชื่อเข'าใช'ผลิตภัณฑเหล6านี้ โปรดดูที่ “ศูนยช6วยเหลือ” ของ Blogger หรือ “ศูนยช6วยเหลือ”ของ AdSense 1.4 หากเราสามารถเข'าสู6ระบบอีเม็ลและปฏิทินได' แต6ไม6สามารถเข'าสู6หน'าแรกของบัญชี Google แสดงว6าเราอาจใช' Google Apps อยู6 แต6ไม6ใช6บัญชี Google ปGจจุบัน ผลิตภัณฑบางอย6างของ Google ยังไม6สามารถใช'งานได'กับ Google Apps เมื่อต'องการเข'าถึงผลิตภัณฑอื่นๆ ของ Google โปรด สร'างบัญชี Google 1.5 ความเกี่ยวข'องระหว6าง Gmail กับบัญชี Google ก็คือ หากเรามีบัญชี Gmail แล'ว แสดงว6า มีบัญชี Google แล'วและสามารถเข'าถึงผลิตภัณฑที่ให'บริการฟรีของ Google ซึ่งได'แก6 iGoogle, Google Groups, Picasa, Web History และอื่นๆ เพียงป?อนชื่อผู'ใช' Gmail ของเราทุกตัวอักษรที่ปรากฏหน'า "@gmail.com" และรหัสผ6านของเราเมื่อต'องการลงชื่อเข'าใช'งานผลิตภัณฑต6างๆ ที่กล6าวถึงข'างต'นโดยชื่อ ผู'ใช' Gmail ของเราจะกลายเปBนชื่อผู'ใช'หลักสําหรับบัญชีของเรา โดยจะเปBนชื่อที่ผู'อื่นเห็นเมื่อเราแบ6งปGน ข'อมูล เช6น เอกสารหรือรูปภาพ จากบัญชี Google ของเรา ที่อยู6อีเม็ลเดิมของเราถ'ามีจะกลายเปBนที่อยู6 สําหรับกู'คืนรหัสผ6านของบัญชีของเรา 1.6 มีข'อกําหนดเกี่ยวกับอายุขั้นตํ่าในการเปBนเจ'าของบัญชี Google บางประเทศ ได'แก6 สหรัฐ อเมริกา ตั้งแต6 13 ป€ขึ้นไป, สเปน ตั้งแต6 14 ป€ขึ้นไป, เกาหลีใต' ตั้งแต6 14 ป€ขึ้นไป, เนเธอรแลนด ตั้งแต6 16 ป€ขึ้นไป, และประเทศอื่นๆ ทั้งหมด ตั้งแต6 13 ป€ขึ้นไป 1.7 ผลิตภัณฑบางประเภทของ Google มีข'อกําหนดด'านอายุเปBนการเฉพาะเจาะจง ดังตัวอย6าง บางส6วน ได'แก6 1. วิดีโอ YouTube มีการจํากัดอายุ โดยจะมีหน'าจอคําเตือนปรากฏขึ้นว6า “เฉพาะผู'ใช'ที่มี อายุตั้งแต6 18 ป€ขึ้นไปเท6านั้นจึงจะสามารถดูได'” 2. Google Wallet: กําหนด 18 ป€ขึ้นไป 3. AdSense กําหนด 18 ป€ขึ้นไป และ 4. AdWords กําหนด 18 ป€ขึ้นไป เปBนต'น 1.8 ใน Google Plu และผลิตภัณฑอื่นๆ ของ Google หากเราป?อนวันเดือนป€เกิดที่ระบุว6าเรามี อายุน'อยเกินกว6าที่จะมีบัญชี Google บัญชีของเราอาจถูกปdดใช'งาน หากเราป?อนวันเดือนป€เกิดไม6ถูกต'องให' เรียนรู'วิธีเปdดใช'งานบัญชี Google ของเราอีกครั้ง

การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


23 2. ลักษณะสําคัญของบัญชี Google บัญชี Google มีลักษณะสําคัญอันเปBนจุดเด6นที่มากกว6าการค'นหาเพียงอย6างเดียว ใช'ได'กับหลาย อุปกรณ แบ6งปGนน'อยหรือมากก็ได' และทํางานในสไตลโลกอนาคต ดังนี้ 2.1 มีความสามารถมากกว6าการค'นหาเพียงอย6างเดียว โดยสามารถพูดคุย แชท แบ6งปGน กําหนดเวลา จัดเก็บ จัดระเบียบ ทํางานร6วมกัน ค'นหา และสร'าง เราใช'ผลิตภัณฑของ Google ตั้งแต6 Gmail ไปจนถึง Google Plus และ YouTube ดูประวัติการค'นหาของเรา ทําทั้งหมดนี้โดยใช'ชื่อผู'ใช'และ รหัสผ6านเดียว ข'อมูลทั้งหมดจะได'รับการสํารองไว'ตลอดเวลาและหาเจอได'ง6ายดายที่ Google.com 2.2 ใช'ได'กับหลายอุปกรณ ช6วยให'เราเข'าถึงข'อมูลทั้งหมดของเราได' ไม6ว6าจะเปBน Gmail รูปภาพ และอื่นๆ จากทุกๆ อุปกรณ ค'นหาด'วยการถ6ายรูปหรือใช'เสียง รับการนําทางแบบเลี้ยวต6อเลี้ยว อัพ โหลดภาพของเราโดยอัตโนมัติ และแม'กระทั่งซื้อของด'วยโทรศัพทของเราโดยใช' Google Wallet 2.3 แบ6งปGนน'อยหรือมากก็ได' โดยเลือกแบ6งปGนกับเพื่อน ครอบครัว หรือใครๆบน Google Plus เริ่มต'นใช'วิดีโอ Hangout กับเพื่อน ส6งข'อความถึงทุกคนในกลุ6มด'วยการส6งเพียงครั้งเดียวหรือเพียงแค6 ติดตามโพสตจากคนที่เราประทับใจ ทั้งหมดนี้เราเลือกได'เลย 2.4 ทํางานในสไตลโลกอนาคต เปBนการเข'าสู6ยุคใหม6ของการทําทุกสิ่ง ดูเพื่อนร6วมงานหรือเพื่อน เพิ่ มรูป อั พเดตสเปรดชี ต หรื อแก'ไขข'อความในย6อหน' าแบบเรี ยลไทมแม' จะอยู 6ห 6า งกั นนับ พั น ไมล ใช' “Google เอกสาร” ด'วยบัญชี Google ได'ฟรี การสื่อสารบนอินเทอร6เน็ตดวย Gmail ก6อนอื่นมาทําความเข'าใจเกี่ยวกับอีเมล(Email: Electronic Mail) ฟรีอีเม็ล(Free Email) และอีเมล แอดเดรส (Email Address) จนถึงจีเม็ล(Gmail) ดังนี้ อีเมล(Email: Electronic Mail) คือ การรับส6งจดหมายอิเล็กทรอนิกสในแบบเดียวกับจดหมายทั่วไป คือส6งแล'วข'อมูลที่ส6งนั้นจะไปกองรอไว' เมื่อผู'รับว6างจึงจะเข'ามาเปdดอ6านโดยไม6จําเปBนต'องมีการโต'ตอบกัน ทันที เปBนรูปแบบการสื่อสารที่ใช'กันแพร6หลายบนอินเทอรเน็ตมานานแล'ว (วิโรจน ชัยมูล และ สุพรรษา ยวงทอง, 2552) ฟรีอีเม็ล(Free Email) คือ อีเม็ลที่มีผู'ให'บริการ Mailbox หรือตู'ไปรษณียฟรีบนอินเทอรเน็ต ใน ปGจจุบันมีเว็บไซตที่ให'บริการด'านนี้จํานวนมาก เช6น hotmail.com, yohoo.com, และ gmail.com เปBนต'น ซึ่งมีทั้งแบบที่ให'บริการฟรีอีเม็ลโดยตรงและบริการอื่นๆด'วย เช6น ให'พื้นที่โฮมเพจฟรี, ศูนยรวมลิงค ของเว็บไซตต6างๆ และบริการเครื่องมือค'นหา(Search Engine) เปBนต'น แต6ละแห6งก็พยายามพัฒนา ความสามารถของฟรีอีเม็ลในด'านต6างๆ เพื่อเรียกความสนใจให'มีผู'เข'ามาขอใช'บริการมากๆ เช6น ให'พื้นที่ เก็บข'อมูลมากขึ้น รายได'ของเว็บไซตที่ให'บริการด'านนี้จะมาจากป?ายโฆษณาที่มาแปะเอาไว'ให'ผู'ใช'ฟรีอีเม็ลดู

ทองไส เทียบดอกไม


24 นั่นเอง นั่นหมายถึงถ'ามีสมาชิกเข'ามาใช'ฟรีอีเม็ลมากเท6าใด เขาก็สาสมารถต6อรองอัตราค6าโฆษณาได'มาก เท6านั้น(สุพรรษา ยวงทอง และ วิโรจน ชัยมูล, 2551) อีเมลแอดเดรส (Email Address) คือ ที่อยู6ในอินเทอรเน็ต หรือที่อยู6ของตู'จดหมายของผู'ใช' อินเทอรเน็ต ใช'สําหรับบอกตําแหน6งของผู'รับว6าอยู6ที่ไหน ส6วนประกอบของอีเมลแอดเดรส ประกอบด'วย ส6วนสําคัญ ดังนี้ (สุจิตราภรณ สําเภาอินทร, 2551) 1. ชื่อบัญชีสมาชิกของผู'ใช'เรียกว6า User Name ซึ่งเราจะใช'ชื่อจริง ชื่อเล6น หรือชื่อองคกรก็ได' 2. เครื่องหมาย @ (at sign) อ6านว6า “แอท” 3. โดเมนเนม(Domain Name) เปBนที่อยู6ของอินเทอรเน็ตเซิรฟเวอร ที่เราสมัครเปBนสมาชิกอยู6 เพื่อ อ'าง ถึงเมลเซิรฟเวอร 4. รหัสบอกประเภทขององคกรและประเทศ เช6น .co.th โดยที่ .co หมายถึง Commercial เปBน บริการเกี่ยวกับการค'าส6วน .th หมายถึง Thailand อยู6ในประเทศไทย ในจํานวนบริการฟรีอีเม็ลที่ให'บริการอยู6ในปGจจุบัน ต'องยอมรับว6าจีเม็ล(Gmail) เปBนบริการฟรีอีเมล (Free Email) ของ Google ที่ได'รับความนิยมมีคนใช'จํานวนมาก สามารถใช'งานได'ง6าย และหลากหลาย ให' พื้นที่ใช'งานมาก ทําให'หลังเปdดตัวได'รับความนิยมอย6างรวดเร็ว Gmail สามารถใช'งานได'บนหลากหลาย Platform ไม6ว6าจะเปBนคอมพิวเตอรส6วนบุคคลหรืออุปกรณมือถือที่ใช'งานทั่วไป (สมาคมส6งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ†น), 2555) ต6อไปนี้เ ปB นนิ ยามความหมายของจี เม็ ล(Gmail)จากแหล6 งข'อมูลต6า งๆ ที่ มี การเปลี่ ยนแปลงตาม กาลเวลาและพัฒนาการของ Gmail ดังนี้ 1. บริการฟรีอีเม็ล(Free Email) ที่มีความสามารถหลากหลาย เพิ่มความสามารถใหม6บ6อยครั้ง เมื่อ สมัคร Gmail เพียงบัญชีเดียว สามารถใช'บริการต6าง ๆ ของ Google ที่มีอยู6เปBนจํานวนมากได' (Alongkorn Tensamut, 2555) 2. อีเมลจาก Google เซิรสเอนจิ้นที่รู'จักกันดี มีขนาดพื้นที่เก็บเมลมากถึงขนาด 2400MB ขึ้นไป มี ระบบการป?องกัน Spam Mail ที่ดีมาก และเรื่องจดหมายที่เพื่อนๆส6งมาแล'วแนบไฟลภาพมาด'วย จะแสดง เปBนแบบ Thumbnails ถ'าจะเลือกดูขนาด Original ก็คลิก View ได'เลย (สุดา สุวรรณชาตรี, 2550) 3. บริการฟรีอีเมลที่ทํางานบนระบบเครื่องมือค'นหา(Search Engine) ซึ่งมีหน'าตาไม6แตกต6างจาก รูปแบบของ Google เท6าไหร6 คือไม6มีลูกเล6น ดูเรียบง6ายแต6เน'นที่ความรวดเร็วในการเข'าถึงเปBนหลัก Gmail มีระบบการจัดเก็บที่ดี มีระบบค'นหาตามหัวเรื่องจดหมาย ส6งเมล POP 3 ได' มีระบบการป?องกันไวรัสที่ดี มาก มีระบบป?องกัน Spam ไว ใช'ง6าย และส6งไฟลประกอบง6าย (อัมราภรณ สอางจิตร, 2555) สรุปได'ว6าจีเม็ล(Gmail) คือ บริการอีเม็ลฟรีที่ใช'บัญชีผู'ใช'ของ Google แม'เพียงบัญชีเดียว ก็สามารถ ใช'ได'กับผลิตภัณฑอื่นๆของ Google ที่มีอยู6เปBนจํานวนมาก มีความสามรถหลากหลาย เช6น ระบบการ

การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


25 จัดเก็บจดหมายที่ดี ให'พื้นที่เก็บมากกว6าเมื่อเทียบกับฟรีอีเม็ลอื่นและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีระบบป?องกัน จดหมายขยะและไวรัสที่ดี และมีระบบค'นหาตามหัวเรื่องจดหมาย(Search Engine) ในตัว การคนหาแหล9งความรูทางอินเทอร6เน็ตดวยเว็บบราวเซอร6 Google Chrome และเครื่องมือคนหา Google Search การค'นหาแหล6งความรู'ทางอินเทอรเน็ตด'วยเว็บบราวเซอรของ Google Chrome และเครื่องมือ ค'นหาของ Google Search ประกอบด'วยสาระสําคัญ ได'แก6 1. อินเทอรเน็ต และเว็บบราวเซอร 2. เว็บ บราวเซอร Google Chrome 3. เครื่องมือค'นหา(Search Engine) 4. Google เครื่องมือค'นหาที่ได'รับ ความนิยมสูงที่สุด และ 5. การใช'เว็บไซต Google ค'นหาแหล6งความรู'ทางอินเทอรเน็ต ดังนี้ 1. อินเทอร6เน็ต และเว็บบราวเซอร6 การค'นหาแหล6งความรู'ทางอินเทอรเน็ต มีคํา 2 คําที่เกี่ยวข'องกัน ได'แก6 คําว6า “อินเทอรเน็ต” และคําว6า “เว็บบราวเซอร” โดยมีความหมายและความเกี่ยวข'องกัน ดังนี้ อินเทอรเน็ต (Internet) คือ เครือข6ายคอมพิวเตอรที่ใหญ6ที่สุดในโลกซึ่งรวมเอาเครือข6ายย6อย เปBน จํานวนมากต6อเชื่อมภายใต'มาตรฐานเดียวกันจนเปBน เครือข6ายคอมพิวเตอรขนาดใหญ6 ทําให'ทั่วโลก เชื่อมโยงกัน เปBนเครือข6ายเดียวกันได'ในแพลตฟอรมของ เวิลด ไวด เว็บ (World Wide Web) (นิคม วัชรินทรกร, 2553) เว็บบราวเซอร(Web Browser) หรือมักนิยมเรียกกันว6า Browser คือ โปรแกรมที่ใช'สําหรับเปBน ประตูเปdดเข'าสู6โลก WWW (World Wide Web) หรือพูดกันอย6างง6ายก็คือ โปรแกรมที่ใช'สําหรับเล6น อินเทอรเน็ต นั่นเอง (สุธารัตน จําปาทิพย, 2552) โดยโปรแกรมเว็บบราวเซอรที่เปBนที่นิยมสูงสุดลงมา ตามส6วนแบ6งการตลาดโลก (นับถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2555) 1. Google Chrome 2. Internet Explorer 3. Mozilla Firefox 4. Safari และ 5. Opera (Stat Counter, 2012) 2. เว็บบราวเซอร6 Google Chrome Google Chrome เปBนเว็บบราวเซอรของ Google ที่ใช'งานได'ฟรี ติดตั้งได'อย6างรวดเร็ว บน ระบบปฏิบัติการ Windows XP, Vista และ 7 มีความสามารถในการค'นหาข'อมูล แชท อีเมล ซื้อสินค'า ทํา ธุรกรรมทางธนาคาร อ6านข6าวสาร และดูวิดีโอออนไลน Google Chrome มีคุณลักษณะสําคัญ ดังนี้ (Google, 2555) 2.1 เปdดหน'าเว็บและค'นหาเว็บจากแถบอเนกประสงคโดยตรง 2.2 ใช'แท็บเพื่อเปdดเว็บไซตหลายหน'าค'างไว'ได'พร'อมกัน 2.3 สร'างบุ„กมารคสําหรับเว็บไซตที่ชอบและค'นหาเว็บไซต 2.4 ตรวจสอบไฟลดาวนโหลด เปdดไฟลดาวนโหลด และดูประวัติการดาวนโหลด

ทองไส เทียบดอกไม


26 3. เครื่องมือคนหา(Search Engine) เครื่องมือค'นหา(Search Engine) หมายถึง เครื่องมือการค'นหาแหล6งความรู'ทางอินเทอรเน็ต โดย เพียงกรอกข'อมูลที่ต'องการค'นหา หรือ คียเวิรด(Keyword) ที่ช6อง Search Box แล'วกด Enter ข'อมูลที่เรา ค'นหาก็จะถูกแสดงออกมา ตรงกับความต'องการใช'งาน โดยลักษณะการแสดงผลของ Search Engine นั้น จะเปBนแบบ เรียงอันดับ Search Results ผ6านหน'าจอคอมพิวเตอรของเรา (สุจิตรา หรัญรัตน, 2553) เครื่องมือค'นหา(Search Engine) ในการค'นหาแหล6งความรู' มี 3 ประเภท คือ 1. Keyword Index 2. Subject Directories และ 3. Metasearch Engines (ขจรศักดิ์ หลักแก'ว, 2553) Keyword Index เปBนการค'นหาข'อมูลโดยการค'นจากข'อความในเว็บเพจที่ได'ผ6านการสํารวจ มาแล'ว จะอ6านข'อความ ข'อมูล ประมาณ 200-300 ตัวอักษรแรกของเว็บเพจ วิธีการค'นหาของเครื่องมือ ค'นหาประเภทนี้จะให'ความสําคัญกับการเรียงลําดับข'อมูลก6อนหลัง การค'นหาข'อมูล โดยวิธีการเช6นนี้จะมี ความรวดเร็วมาก แต6มีความละเอียดในการจัดแยกหมวดหมู6ของข'อมูลค6อนข'างน'อย เนื่องจากไม6ได'คํานึงถึง รายละเอียดของเนื้อหาเท6าที่ควร แต6ถ'าต'องการแนวทางด'านกว'างของข'อมูล การค'นหาแบบนี้จะเหมาะสม ที่สุด เว็บที่ให'บริการเครื่องมือค'นหา แบบ Keyword Index ได'แก6เว็บไซต https://www.google.co.th/ และ http://www.altavista.com/ Subject Directories การจําแนกหมวดหมู6ข'อมูลเครื่องมือค'นหา ประเภทนี้ จัดแบ6งโดย วิเคราะหเนื้อหา ของแต6ละเว็บเพจ ว6ามีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร โดยจัดแบ6งแบบนี้จะใช'คนพิจารณาเว็บเพจ แต6ละเว็บ แล'วทําการจัดหมวดหมู6 โดยจะขึ้นอยู6กับวิจารณญาณของคนจัดหมวดหมู6แต6ละคนว6าจะจัดเก็บ ข'อมูลนั้นๆ อยู6ในกลุ6มของอะไร ดังนั้นฐานข'อมูลของเครื่องมือค'นหา ประเภทนี้จะถูกจัดแบ6งตามเนื้อหา ก6อน แล'วจึงนํามาเปBนฐานข'อมูลในการค'นหาต6อไปเครื่องมือค'นหาแบบ Subject Directories ที่ได'รับ ความนิยม ได'แก6 http://www.sanook.com Metasearch Engines เปBนเครื่องมือค'นหาที่ใช'ค'นหาเว็บด'วยตัวเอง และที่เด6นกว6านั้นคือยัง สามารถเชื่อมโยงไปยังเครื่องมือค'นหาประเภทอื่นๆ เพื่อเรียกดูข'อมูลที่เครื่องมือค'นหาอื่นๆ ค'นพบ โดย สังเกตได'จากจะมีคําว6า [Found on Google, Yahoo!] ต6อทางด'านท'าย นั้นก็หมายความว6าการค'นหา ข'อความนั้นๆ มีการเชื่อมโดยไปค'นข'อมูลจาก เว็บ Google และ Yahoo แต6การค'นหาด'วยวิธีนี้มีจุดด'อย คือ วิธีการนี้จะไม6ให'ความสําคัญกับขนาดเล็กใหญ6ของตัวอักษรและมักจะไม6ค'นหาคําประเภท Natural Language (ภาษาพูด) และที่สําคัญเครื่องมือค'นหาแบบ Metasearch Engines ส6วนมากไม6รองรับ ภาษาไทย ได'แก6 http://www.dogpile.com และ http://www.kartoo.com/

การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


27 4. Google เครื่องมือคนหาที่ไดรับความนิยมสูงที่สุด เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2555 บริษัท ศูนยวิจัยนวัตกรรมอินเทอรเน็ตไทย จํากัด ได'จัด “งาน ประกาศผลรางวัลเว็บไซตยอดนิยม Truehits.net Web Award 2011” ในงานได'แสดงเครื่องมือค'นหา ยอดนิยม แสดงสถิติการใช'เครื่องมือค'นหาในการค'นหาข'อมูลทางอินเทอรเน็ตของคนไทย ซึ่งพบว6า ในเดือน เมษายน 2555 คนไทยใช'เครื่องมือค'นหาของ Google ค'นหาข'อมูลทางอินเทอรเน็ตคิดเปBนร'อยละ 99.18 และ Microsoft Bing คิดเปBนร'อยละ 0.47 ส6วน Yahoo! ตกไปจากอันดับการสํารวจ (ปdยะ ตัณฑวิเชียร, 2555) 5. การใชเว็บไซต6 Google คนหาแหล9งความรูทางอินเทอร6เน็ต เว็บไซต www.google.co.th เปBนเว็บไซตที่ให'บริการในการค'นหาข'อมูลในโลกของอินเทอรเน็ต โดยค'น หาข'อมู ลจากข'อความ หรือตั วอั กษรที ่พิ มพเข'าไป แล'วทําการค'น หาข'อมู ล รูปภาพ เว็บ เพจที่ เกี่ยวข'องนํามาแสดงผล เว็บไซต Google เปBนเครื่องมือค'นหาทางอินเทอรเน็ตที่ได'รับความนิยมสูงที่สุดใน กลุ6มผู'ใช'งานอินเทอรเน็ตที่ต'องการค'นหาข'อมูล (ธนกร ศิริกิจ, 2554) Google มีบริการค'นหาสําคัญ ดังนี้ (Google, 2555) 5.1 Alerts รับข6าวสารล6าสุดทางอีเม็ลในหัวข'อที่เราเลือก 5.2 บล็อก ค'นหาบล็อกตามหัวข'อที่เราชื่นชอบ 5.3 หนังสือ ค'นหาข'อความทั้งหมดในหนังสือ 5.4 Google Chrome เบราวเซอรที่ได'รับการสร'างขึ้นมาให'สามารถทํางานได'รวดเร็ว เรียบง6าย และมีความปลอดภัย 5.5 Custom Search สร'างประสบการณการค'นหากําหนดเองสําหรับเว็บไซตของเรา 5.6 iGoogle เพิ่มข6าวสาร เกม และอื่นๆ อีกมากมายไปยังหน'าแรกของ Google ของเรา 5.7 รูปภาพ ค'นหารูปภาพบนเว็บ 5.8 แผนที่ ดูแผนที่และเส'นทาง 5.9 ข6าวสาร ค'นหาบทความข6าวสารหลายพันรายการ 5.10 เว็บ ค'นหาหน'าเว็บหลายพันล'านหน'าเว็บ การสรางและใชเว็บไซต6เครือข9ายสังคมออนไลน6 Google Plus การสร'างและใช'เว็บไซตเครือข6ายสังคมออนไลน Google Plus ประกอบด'วยสาระสําคัญ ได'แก6 1. รู'จักกับเว็บไซตเครือข6ายสังคมออนไลน (Social Network) 2. กูเกิลพลัส (Google Plus): เว็บไซต เครือข6ายสังคมออนไลนที่ผู'ใช'พึงพอใจมากที่สุด 3. กูเกิลพลัส (Google Plus) คืออะไร 4. เมนูหลักการใช' งานของ Google Plus และ 5. เครื่องมือแชท (Chat) ดังนี้

ทองไส เทียบดอกไม


28 1. รูจักกับเว็บไซต6เครือข9ายสังคมออนไลน6 (Social Network) เว็บไซตเครือข6ายสังคมออนไลน (Social Network) เปBนการติดต6อสื่อสารกันระหว6างบุคคลและ กลุ6มบุคคลบนอินเทอรเน็ต โดยการแบ6งปGนทั้งข'อความ ภาพ วิดีโอ และหรือสนทนาแบบเห็นหน'ากันในเวลา ปGจจุบัน ผ6านเครื่องคอมพิวเตอรประเภทต6างๆ และโทรศัพทมือถือ Social Network ที่ได'รับความนิยมใน ปGจจุบันมีหลายประเภท เช6น Aggregate, Google Plus, Wikipedia, YouTube, Pinterest, Twitter, Linkedln, Facebook, และอื่นๆ (Donna Tam, 2012) 2. กูเกิลพลัส(Google Plus): เว็บไซต6เครือข9ายสังคมออนไลน6ที่ผูใชพึงพอใจมากที่สุด American Customer Satisfaction Index E-Business (ACSI) ที่ได'สํารวจความพึงพอใจของ ชาวอเมริกันในป€ 2012 เปรียบเทียบกับป€ 2011 และป€ 2010 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน Google Plus เปBนอันดับ 1 ได' 78 คะแนน ในขณะที่ Facebook ได'เพียง 61 คะแนน และที่สําคัญความพึงพอใจของ ผู'ใช'งานต6อ Facebook ยังลดลงร'อยละ 8 เมื่อเทียบกับป€ที่แล'ว สําหรับเหตุผลที่ผู'ใช'งานเลือก Google Plus นั้น เปBนเพราะเรื่องของความปลอดภัย และไม6ค6อยมีโฆษณารบกวน ในขณะที่ Facebook นอกจาก จะเต็มไปด'วยโฆษณาแล'ว ความปลอดภัยยังน'อยกว6า อีกทั้งการเปลี่ยนหน'าโปรไฟลมาเปBน Timeline ทําให' ความนิยมตกอีกด'วย (TechmoBlog.com, 2555) 3. กูเกิลพลัส (Google Plus) คืออะไร ต6อไปนี้เปBนการกล6าวถึง Google Plus ในลักษณะการนิยามความหมายจากแหล6งข'อมูลต6างๆ ที่ มีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาและพัฒนาการของ Google Plus ดังนี้ 3.1 Google Plus เขียนได'อีกอย6างหนึ่งว6า “Google+” อ6านว6า “กูเกิลพลัส” เปBนเว็บไซต Social Network กลยุทธตัวใหม6ของ Google สร'างมาแข6งขันกับ Facebook และหวังชิงความได'เปรียบใน การแข6งขันกลับคืนมา โดยเปdดตัวโครงการ Google Plus ทดลองใช'ครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2554 (อิทธิวัฒน รัตนพองบู6, 2555) 3.2 The Google Plus Project หรือ G+ เปBนโครงการที่บริษัท Search Engine หมายเลข หนึ่งของโลกอย6าง Google ได'ซุ6มพัฒนาขึ้นมาเพื่อก'าวสู6 Social Network อย6างเต็มตัว โดยเปdดตัวเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2554 (ชรัตน เพ็ชรธงไชย, 2554) 3.3 Google+ หรือ Google Plus เปBนระบบเครือข6ายสังคม (Social Network) ของ Google ผู'นําด'าน Search และบริการอื่นๆบนอินเทอรเน็ต เพื่อแข6งขันกับ Facebook ที่เปBนผู'นําในธุรกิจ Social Network อันดับ 1 ของโลก (วศิน เพิ่มทรัพย, ภวธัญชนรัตน ภู6วิจิตร, และ ปวีณา มีป?อง, 2554) 3.4 กูเกิลพลัส(Google Plus) เปBนบริการเครือข6ายสังคมให'บริการโดยกูเกิล โดยเปdดให'ใช'งาน ครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ผู'ที่จะเข'ามาทดลองใช'ต'องได'รับเชิญจากบุคคลที่ใช'อยู6เท6านั้น อย6า งไรก็ต ามระบบการเชิ ญถูกยุ ติ เนื ่องจากมี การใช'งานเปBน จํา นวนมากเกิ นกว6 าที่ ระบบจะรองรั บได' ภายหลังในวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554 จึงเปdดให'ผู'ใช'ทั่วไปได'ใช'งาน (วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, 2555) การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


29 สรุปได'ว6า กูเกิลพลัส (Google Plus) คือ เว็บไซตเครือข6ายสัสังคมออนไลนของ Google เปBนกล ยุทธที่สร'างขึ้นมาเพื่อสร'างความได'เปรียบในการแข6งขันเว็บไซตเครือข6ายสังคมออนไลนอื่นที่ครองตลาดอยู6 ก6อน ได'แก6 Facebook 4. เมนูหลักการใชงานของ Google Plus เมนูหลักการใช'งานของ Google Plus จะเปBนเมนูหลักด'านซ'าย (Left Left Side S Menu) ของหน'า เว็บไซต ใช'ขับเคลื่อนการใช'งานของ Google Plus จะแสดงตลอดเวลาที่เราใช'งาน Google Plus ประกอบ ด'วย ช6องค'นหา เมนูหลักหน'าแรก โปรไฟล สํารวจ กิจกรรม รูปภาพ แวดวง ท'องถิ่น และเพิ่มเติมอื่นๆ โดย เมื่อเลือกใช'แต6ละเมนูหลักเหล6านี้จะแสดงผลการทํางานในส6วนที่ 4 ดังนี้ เปBนช6องค'นหา(Search Box) เพื่อค'นหาข'อมูลใน Google Plus และในเว็บไซต “ าแรก (Home)”เพื เพื่อลิงคเข'าดูหน'าแรกของเว็บไซต Google Plus ของ เมนูหลัก “หน' เรา ซึ่งโดยปกติหลังจากลงชื่อเข'าใช' าใช'งานก็จะแสดงหน'านี้โดยอัตโนมัติอยู6แล'ว แต6ก็ยังต'องใช'เมื่อต'องการ กลับมาที่หน'าหลักหรือหน'าแรกนี้ขณะใช'งานหน'าอื่นอยู6 เมนูหลัก “โปรไฟล (Profile)”เพื่อลิงคเข'าดูโปรไฟล Google Plus ของเรา เปBนวิธี นําเสนอตัวตนของเราในผลิตภัณฑของ Google และทั่วทั้งเว็ งเว็บไซต เราสามารถใช'โปรไฟลเพื่อจัดการข'อมูล ที่คนอื่นเห็น เช6น ประวัติส6วนตัวของเรา รายละเอียดในการติดต6อกับเรา และลิงกไปยังเว็บไซตอื่นๆ ที่ เกี่ยวกับเราหรือที่เราสร'างขึ้น เมนูหลัก “สํสํารวจ (Explore)” เพื่อดูหน'าสํารวจซึ่งเปBนหน'าแสดงเนื้อหาที่แนะนําซึ่งมี ความโดดเด6น น6าสนใจ และเหมาะสม ซึ่งจะแสดงข'อมูลที่หลากหลายตามโอกาส นอกจากนั้นโพสตที่ กําลังฮอตและโพสตแนะนํา จากหน'าสํารวจนี ้ อาจจะแสดงในสตรีมหลัก “ทัทั้งหมด” หมด ในหน' าหลักของ Google Plus ซึ่งมีแบนเนอรด'านบนของโพสตที่ระบุว6า “สิสิ่งทีกําลังมาแรงและสิ่งทีแนะนํา” เมนูหลัก “กิกิจกรรม (Events)” เพื่อนัดผู'คนมารวมตัวกัน รวบรวมและแบ6งปGนความทรง จําที่น6าประทับใจ หรือพบกันโดยไม6ได'นัดหมาย โดยกิจกรรมนี้และยังปรากฏบน “Google “ ปฏิทิน” ของ เราอีกด'วย เมนูหลัก “รูรูปภาพ (Photos)” เปลี่ยนชื่อมาจาก “Picasa” เปBนบริการพื้นที่จัดการภาพ ออนไลน ได'แก6 เพิ่มรูปภาพและวิดีโอโดยใช'แท็บ “อัพโหลดทันใจ” และดูภาพจากแท็บที่ชื่ออัลบั้ม, จาก โพสต, และรูปภาพของคุณ รวมทั้งแบ6งปGนภาพและวิดีโอกับผู'ติดต6อด'วย

ทองไส เทียบดอกไม


30

เมนูหลัก “แวดวง แวดวง (Circles)” ช6วยให'เราสามารถบริหารบุคคลต6าง ๆ ตามความเชื่อมโยง ทางสังคมในชีวิตจริงของเรา สร'างแวดวงสําหรับบุคคลทุกกลุ6มในชีวิต ตั้งแต6ครอบครัว เพื่อนร6วมรุ6นไป จนถึงรุ6นพี่ แบ6งปGนข'อมูลที่เกี่ยวข'องให'กับบุคคลที่เหมาะสม และยังค'นหาเนื้อหาที อหาที่เราให'ความสนใจได' เมนูหลัก “ท'ท'องถิ่น (Local)” ช6วยให'เราสามารถค'นพบและแบ6งปGนสถานที่ต6างๆ รับ คําแนะนําเกี่ยวกับสถานที่จากแวดวง ความเห็นที่ผ6านมา และตําแหน6งที่ตั้งของเรา เผยแพร6ความเห็นและ รูปภาพของสถานที่โปรดของเรา อ6านข'อมูลสรุปของ Zagat เกี่ยวกับความเห็ บความเห็นของผู'ใช'สําหรับสถานที่ต6างๆ ดูหน'าเว็บ Google Plus ในท'องถิ่นของธุรกิจ เพื่อดูความเห็น รูปภาพ และข'อมูลอื่นๆ ที่เปBนประโยชนและ ค'นหาความเห็นจากคนที่เรารู'จักและเชื่อถือ ซึ่งเน'นอยู6ในผลการค'นหาของเรา เมนูหลักเพิ่มเติม “เกม (Game)” ใช'เข'าชมหน'าเกม เรียกดูเกมใหม6และยอดนิยมโดย เลื่อนที่ด'านบนของหน'า หากต'องการดูรายการเกมที่มีทั้งหมด คลิก “ไดเรกทอรี” ที่ด'านบนของหน'าเกมส เมื่อเลือกเกมได'แล'ว เราสามารถคลิก “เล6น” จากนั้นตรวจทานการขออนุญาตของเกม และเริ่มเล6นได'เลย เมื่อเล6นเกม เราอาจมีโอกาสแบ6งปGนอัพเดตของเกม ให'ของขวัญ และส6งข'อความถึงแวดวงของเรา นอกจาก นี้ยังสามารถเชิญคนในแวดวงให' ให'ร6วมเล6นเกมกั เกมกับเรา เมื่อคนในแวดวงแบ6งปGนอัพเดตของเกม จะเห็นคน เหล6านั้นใน “สตรีมเกม” ข'อความเชิญเล6นเกม ของขวัญ และข'อความอื่นๆ จะปรากฏใน “การแจ'งเตือน” ของเกม เมนูหลักเพิ่มเติม “แฮงเอาท(Hangout)” ใช'วิดีโอแชทกับใครๆ แบบเห็นหน'ากันได'ถึง เก'าคน พร'อมๆ กัน เมนูหลักเพิ่มเติม “เพจ(Page)” ใช'จัดการหน'าเว็บของเรา โดย “Google Google Plus เพจ ท'องถิ่น” นั้นแตกต6างจากหน'าเว็บหมวดหมู6อื่นๆ ทั้งหมด เนื่องจากมีคุณลักษณะที่ช6วยให'ลูกค'าสามารถ ติดต6อกับตําแหน6งทางกายภาพของธุรกิจได' เช6น หน'าเว็บท'องถิ่นจะมีแผนที่ที่ตั้งธุรกิจ ที่อยู6 หมายเลข โทรศัพท ตลอดจนเวลาทําการ นอกจากนี้หน'าเว็บท'องถิ่นยังมีฟGงกชันของ “Google Google Plus เพจ” อื่นๆ คือ เราสามารถสร'างและจัดการแวดวง เริ่มและเข'าร6วม Hangout และแบ6งปGนเนื้อหาเช6นโพสตและภาพได' 5. เครื่องมือแชท (Chat) ช6องเครื่องมือ “แชท” บริเวณด'านขวาล6างของหน'าต6าง Google Plus เปBนอีกเมนูหลัก ซึ่งจะแสดงตลอดเวลาที่เราใช'งาน Google Plus ใช'เลือกแชทกับบุคคลในแวดวงของเรา และบุคคลอื่นที่เลือก

การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


31 การจัดการเอกสารแบบคลาวด6ดวย Google Drive การจัดการเอกสารแบบคลาวดด'วย Google Drive ประกอบด'วยสาระสําคัญเกี่ยวกับ 1. บริการ พื้นที่เก็บข'อมูลแบบคลาวด 2. ภาพรวมของ Google Drive 3. มุมมองด'านซ'ายของ Google Drive และ 4. การสร'างงานบน Google Drive ดังนี้ 1. บริการพื้นที่เก็บขอมูลแบบคลาวด6 ปGจจุบันบริการเก็บข'อมูลแบบคลาวด (Cloud Storage) กําลังได'รับความนิยมจากผู'ใช'งาน อินเทอรเน็ ตเปB นอย6างมาก เพราะนอกจากสามารถใช'เก็บข'อมู ล แบ6งปGนไฟล หรือซิงคข' อมู ลระหว6า ง คอมพิวเตอรกับอุปกรณเคลื่อนที่แล'ว ผู'ให'บริการบางรายยังมีบริการสําหรับเปdด สร'าง และแก'ไขไฟล เอกสาร หรือแม'แต6ทํางานบนเอกสารพร'อมกันได'อีกด'วย นอกจากนี้ การเก็บข'อมูลบนระบบคลาวดยังช6วย ลดปGญหาแฟลชไดรฟœติดไวรัสหรือหายได'อีกด'วย การที่บริการเก็บข'อมูลแบบคลาวดได'รับความนิยมสูง ส6งผลให'การแข6งขันของผู'ให'บริการสูงตามไปด'วย โดยล6าสุดกูเกิลได'เข'าร6วมแข6งขันการให'บริการเก็บข'อมูล อีกหนึ่งราย โดยข'อดีของการแข6งขันสูงคือผู'ใช'จะมีตัวเลือกมากขึ้นและมีโอกาสที่จะได'รับบริการที่ดีขึ้น แต6 ในขณะเดียวกันอาจสร'างความสับสนในการเลือกใช'บริการได'เพราะผู'บริการแต6ละรายก็มีข'อเสนอ เงื่อนไข จุดเด6นและจุดด'อยแตกต6างกัน ในปGจจุบันมีผู'ให'บริการเก็บข'อมูลแบบคลาวด 4 รายใหญ6 คือ SkyDrive ของไมโครซอฟท Dropbox ของดร็อปบ็อกซ iCloud ของแอปเปdล และ Google Drive ของกูเกิล (เดชฐิพงศ เลิศไกร, 2555) 2. ภาพรวมของ Google Drive Google Drive คือ บริการทางอินเตอรเน็ตที่ให'บริการแชรไฟลและเอกสารต6าง ๆ ลักษณะ เหมือน SkyDrive, 4share, Dropbox, และ Apple iCloud แต6 Google ได'รวมฟ€เจอรอื่น ๆ เช6น บริการ โปรแกรมออฟฟd ศออนไลน สามารถสร'า งเอกสารจํา พวก Word Document, Spread Sheet, Presentation และ Image นอกจากนี้ยังอํานวยความสะดวกในการส6งเมลออกได'ทันที ทําให'เราไม6ต'องปdด โปรแกรม เปdดเมล และกดแนบไฟล เปBนต'น (พิสัณห เอนกบุญญาภิรมย, 2555) Google Drive เปBน เหมือนฮารดไดรฟœที่ ติ ดตามเราไปได' ทุ กแห6 ง ช6 วยให' เราสามารถเก็ บและแบ6งปG นได' ทุ กอย6 าง เปB นไฟล โฟลเดอร และ Google Docs ส6วนตัวที่เราสามารถเข'าถึงจากเว็บบราวเซอรหรืออุปกรณอะไรก็ได'ที่เราได' ติดตั้ง Google Drive ไว' โดยแสดงภาพรวมของ Google Drive ดังนี้ (Google ไดรฟœ, 2555) 2.1 เก็บไฟล 5GB แรกได'ฟรี ขนาดพื้นที่จัดเก็บข'อมูลฟรี 5 GB และยังสามารถอัพเกรดเปBน 25 GB สนนราคาอยู6ที่ $2.49/เดือน, 100 GB $4.99/เดือน และ 1 TB $49.99/เดือน โดยการอัพเกรดจะทํา ให'ได'ความจุ Gmail เพิ่มเปBน 25 GB ด'วย (ทัศไนย ต6วนแวนา, 2555) 2.2 เข'าถึงทุกอย6างใน Google Drive ได'จากอุปกรณของเรา Google Drive ของเราทํางานอยู6 ในระบบคลาวด แต6เราสามารถติดตั้งแอปพลิเคชันสําหรับเดสกท็อปและแอปพลิเคชันมือถือเพื่อเข'าถึง เนื้อหาของเราด'วยคอมพิวเตอร สมารทโฟน หรือแท็บเล็ต นอกเหนือไปจาก drive.google.com ได' ทองไส เทียบดอกไม


32 2.3 ทําให'ไฟลมีข'อมูลตรงกันอยู6เสมอ เพียงเชื่อมต6อกับเว็บจะทํางานอัตโนมัติ ความสามารถใน การซิงคภายใน Google Drive จะทําให'ไฟล โฟลเดอร และ Google Docs ของเรามีเนื้อหาเหมือนกันใน อุปกรณทุกชนิด 2.4 เลิกส6งไฟลแนบทางอีเมล เริ่มแบ6งปGนกัน Google Drive ช6วยให'เราเลือกได'ตามต'องการว6า จะแบ6งปGนไฟลกับใครบ'าง ไม6ว6าจะเปBนเพื่อน เพื่อนร6วมงาน หรือครอบครัว ไม6ต'องกังวลกับไฟลแนบอีเมล เพียงแบ6งปGนไฟลโฟลเดอร หรือ Google Docs จากอุปกรณของเราก็ใช'ได'แล'ว 2.5 ทํางานร6วมกันได'อย6างต6อเนื่อง เรามีการทํางานร6วมกันกับคนอื่นใน Google Docs หรือไม6 Google Drive ช6วยให'เราสามารถสร'าง เข'าถึง และทํางานร6วมกันในโลกที่ไม6ต'องแบ6งเวอรชัน 3. มุมมองดานซายของ Google Drive ที่หน'าหลักของเว็บไซต Google Drive แสดงมุมมองด'านซ'าย ดังนี้ เปBนแท็บที่ใช'สร'างงานออนไลน ผ6านหน'าเว็บไซต Google Drive เปBนแท็บที่ใช' “อัปโหลด” ไฟลและโฟลเดอรจากคอมพิวเตอรของเราขึ้นสู6หน'าเว็บไซต Google Drive เปBนทุกอย6างใน Google Drive ที่เราสร'าง ซิงค และอัปโหลดไว' เราสามารถซิงค “ไดรฟœของฉัน” โดยอัตโนมัติกับโฟลเดอร Google Drive ในคอมพิวเตอรของเรา เปBนมุมมองที่ใช'สําหรับดูไฟล โฟลเดอร และ Google Docs ที่ผู'ทํางานร6วมกัน ได'แบ6งปGนกับเรา มุมมองนี้จะเปลี่ยนชื่อเปBน “ใช'ร6วมกันกับฉัน” เมื่อผู'ทํางานร6วมกันได'แบ6งปGนต6อกัน เปBนรายการที่เราติดดาวไว' เพื่อเน'นว6าไฟลนี้มีความสําคัญ เปBนไฟลส6วนตัวและไฟลที่แบ6งปGนทั้งหมดที่เราเปdดตามลําดับเวลาล6าสุด เปBนทุกอย6างใน Google Drive ตามลําดับที่มีการปรับปรุงแก'ไขครั้งล6าสุด เปBนทุกอย6างใน Google Drive ของเรา ตัวกรองนี้จะไม6รวมสิ่งที่เราใส6ไว'ใน “ถัง ขยะ” คลิก “เพิ่มเติม”เพื่อดูตัวกรองนี้ในการนําทางด'านซ'าย เราสามารถทิ้งถังขยะเฉพาะรายการที่เราเปBนเจ'าของเท6านั้น สําหรับรายการที่เราไม6ได' เปBนเจ'าของสามารถเลือก “นําออก” จากเมนู หลังการคลิกเลือกรายการเอกสาร 4. การสรางงานบน Google Drive การสร'างงานบน Google Drive เปBนการสร'างงานออนไลนบนเว็บไซตที่มีการทํางานร6วมกันแบบ เรียลไทม ผู'ใช'สามารถแก'ไขไฟลเดียวกันได'พร'อมกันจึงมีเวอรชั่นล6าสุดอยู6เสมอ สามารถเข'าถึงงานได'ทุกที่ ทุกเวลา ขับเคลื่อนด'วยเว็บไซตอย6างปลอดภัย สร'างความยืดหยุ6นในการทํางานจากโต„ะทํางาน บนท'องถนน ที่บ'าน และบนโทรศัพทมือถือ แม'ว6าเราจะอ็อฟไลนอยู6ก็ตาม ทํางานได'ในหลายระบบปฏิบัติการ บน บราวเซอรคอมพิวเตอร PC, Mac และ Linux และสนับสนุนรูปแบบไฟลที่เปBนที่นิยม ช6น .doc, .xls, .ppt และ .pdf มีการเข'าถึงการควบคุมที่ปลอดภัย ผู'ดูแลระบบสามารถจัดการสิทธิ์การแบ6งปGนไฟลให'กับทั้ง การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


33 ระบบ และเจ'าของงานสามารถแบ6งปGนและยกเลิกการเข'าถึงไฟลเมื่อใดก็ได' ในการจัดการเรียนการสอน นั กเรี ย นสามารถสร' า งชิ ้ น งานในลั กษณะการเก็ บ เอกสาร และครู ส ร' า งฟอรมให' น ั กเรี ย นเข' า มากรอก แบบสอบถามได'ด'วย (วราภรณ เฉิดดิลก, 2554) การสร'างงานบน Google Drive เปBนการทํางานบนเว็บไซตที่ไม6สามารถดาวนโหลดมาติดตั้งบน เครื่องคอมพิวเตอรของเราได' ผู'ใช'ต'องเชื่อมต6ออินเทอรเน็ตและลงชื่อเข'าใช'งานด'วยอีเม็ลซึ่งควรเปBนอีเม็ล แบบ Gmail ของ Google ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการใช'ร6วมกับผลิตภัณฑอื่นของ Google ด'วย เริ่มสร'าง งานบน Google Drive ที่ https://drive.google.com/ ที่หน'าเริ่มสร'างงานบน Google Drive เมื่อคลิกที่ แท็บ จะแสดงแท็บลิงคเพื่อสร'างงานออนไลน ดังนี้ เปBนแท็บลิงคเพื่อคลิกเปdดใช'งานสร'างเอกสาร (Document) เปBนแท็บลิงคเพื่อคลิกเปdดใช'งานสร'างงานนําเสนอ (Presentation) เปBนแท็บลิงคเพื่อคลิกเปdดใช'การสร'างงานประเภทสเปรดชีต (Spread Sheet) เปBนแท็บลิงคเพื่อคลิกเปdดใช'การสร'างแบบฟอรมการกรอกข'อมูล (Form) เปBนแท็บลิงคเพื่อคลิกเปdดใช'งานสร'างภาพประกอบ (Drawing) การสรางเอกสารไฟล6 PDF ดวยโปรแกรม PDF Creator ในปGGจจุบันนี้ได''มีการนิยมใช''เอกสารที่เปBBนไฟล PDF (Portable Document Format) เปBBนเอกสาร e-Book (Electronics Book) รูปแบบหนึ่งที่ได''รับความนิยมอย66างสูงในปGGจจุบัน โดยเฉพาะการนําเสนอผ6าน internet เอกสาร PDF เปBนรูปแบบของเอกสารที่พัฒนาโดยบริษัท Adobe เอกสารลักษณะนี้ มีรูปแบบ และการจัดหน''ากระดาษ เหมือนเอกสารต'นฉบับทุกประการ ไม6ว6าผู'อ6านจะเปdดอ6านเอกสารจากที่ใดในโลก แม''แต6ในเครื่องคอมพิวเตอรที่ไม66มีรูปแบบตัวอักษรแบบเดียวกับที่ใช'ในเอกสารก็ตาม อีกทั้งมีขนาดไฟลไม6 ใหญ66 มากนักและสามารถทํา งานข'า มระบบ (Cross Platform)ได' ทํ าให' 'เ อกสารเปB นอิส ระจากฮารด แวร และระบบปฏิบัติการ (OS) กล6าวคือ เอกสาร PDF นั้น สร''างได'ทั้งจากเครื่องคอมพิวเตอรระบบ Macintosh และ PC และสามารถเรียกดูร6วมกันได''นั่นเอง เราสามารถสร'างเอกสาร PDF โดยตรง จาก โปรแกรมบนวินโดวสโปรแกรมใดก็ได''เอกสาร PDF เปBBนมาตรฐาน สําหรับสิ่งพิมพ อิเล็กทรอนิกส เพราะ มั่นใจได'ว6าเอกสารจะสามารถแสดงออกมาได''เหมือนกับที่ตั้งใจไว'บนทุก Platform ปกติในการอ66านข'อมูล PDF สามารถใช'โปรแกรม Adobe Reader ซึ่งเปBBนโปรแกรม Freeware ทําการอ6านได'อย6างไม66มีปGญหา แต6 ว6าในการที่จะสร''าง PDF นั้น อาจจะเปBนการยากลําบากสําหรับผู'ใช''งานบางท6าน เพราะต'องหาโปรแกรมที่ ใช'สร'าง ซึ่งส66วนใหญ66แล'ว เปBนโปรแกรมที่ต' องจัดซื้อมาใช'งาน รวมถึงปGญหาความยากง66ายในการใช''งาน MUCC Newsletter บีบบังคับให'ผู'ที่ต'องการสร'างไฟล PDF แบบฟรีๆ นั้น ต'องหันไปหาโปรแกรมตัวอื่นๆ มาใช' ไม6ว6าจะเปBน Freeware, Shareware และโปรแกรมเถื่อนอีกหลายตัว เพื่อส6งเสริมให''มีการใช'งาน ทองไส เทียบดอกไม


34 โปรแกรมที่ถูกกฏหมาย ขอแนะนําโปรแกรมที่ใช''สร''างไฟล PDF ได'ดีอีกตัวหนึ่ง เพราะเปBน Open Source ไม6ต'องจ6ายเงิน ดาวนโหลดเอาไปใช'กันได'ฟรีๆ ไม6ต'องกังวลเรื่องลิขสิทธิ์ในการใช''งานให'ยุ6งยากใจอีกต6อไป นั่นก็คือ “โปรแกรม PDF Creator” เปBนโปรแกรมสําหรับสร''างเอกสาร PDF โดยตรง จากโปรแกรมบน ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows โปรแกรมใดก็ได'' เอกสาร PDF เปBBนมาตรฐานสําหรับสิ่งพิมพ อิเล็กทรอนิกส เมื่อเราใช''งานหรือสร'างไฟล PDF ขึ้นมาแล''ว Font จะถูกฝGGงไว'ใ' นเอกสาร ทําให''เวลาเปdดอ66าน แล'วจะไม6ทําให''เกิดความผิดพลาดขึ้นอย6างโปรแกรม PDF Creator เปBBนโปรแกรมที่ใช''สร''างเอกสาร PDF ผ6านทางการสั่งงาน Print โดยหลังจากติดตั้งโปรแกรม เสร็จแล'ว จะเพิ่มไอค6อน Printer พิเศษชื่อว66า PDF Creator สําหรับสร'างเอกสาร PDF เมื่อผูใ' ช'งานต'องการทํา เอกสารปGจจุบันกับโปรแกรมต6างๆ (ส6วนใหญ66แต6 ไม6ใช6ทุกโปรแกรม) ให'เปBนเอกสาร PDF ก็ทําการสั่งพิมพแล''วเลือกเครื่องพิมพเปBBน PDF Creator และเมื่อ ทําการสั่งพิมพแล''วจะปรากฏ Dialog ให'ทําการบันทึกไฟลเปBน PDF นอกจากจะบันทึกไฟลเปBน PDF แล'ว โปรแกรมนี้ ยังสามารถทําการบันทึกไฟลแบบ Postscript และแบบรูปภาพต66างๆ เช6น PNG, JPEG, และ BMP เปBนต'น ได''อีกด'วย เอกสาร PDF นับเปBBนเอกสารที่ได'รับความนิยมสูงมากในการแลกเปลี่ยนเอกสาร เนื่องจากฟอรแมตของเอกสารไม6ถูกเปลี่ยนแปลง การสร''างเอกสาร PDF เดิมจําเปBนต'องติดตั้งโปรแกรม เฉพาะที่มีราคาสูงพอสมควร PDF Creator นับเปBBน Open Source Software ที่อํานวยความสะดวกใน การสร'างเอกสาร PDF ให''รวดเร็ว ง6าย และที่สําคัญคือประหยัดเงิน (สํานักงานส6งเสริมอุตสาหกรรมซอฟท แวรแห66งชาติ(องคการมหาชน), 2550) การอ9านไฟล6เอกสาร PDF ดวยโปรแกรม Foxit Reader Foxit Corporation (2012) สหรัฐอเมริกา ได'โพสทนําไว'ในเว็บไซตของบริษัท Foxit Corporation ที่ http://www.foxitsoftware.com/Secure_PDF_Reader/ ว6า “Foxit Reader เปBนโปรแกรมฟรีอ6าน ไฟลPDF(Portable Document Format) ที่ดีที่สุด มีผู'ใช'(User) มากกว6า 130 ล'านคน” เพราะไม6ว6า องคกรผู'บริโภค ธุรกิจ หน6วยงานของรัฐ หรือ สถาบันการศึกษา ก็ต'องอ6าน อธิบาย และกรอกแบบฟอรม เอกสาร PDF นั่นคือ ต'องการใช'โปรแกรมอ6านเอกสารไฟล PDF ที่มีความรวดเร็ว(Fast) สามารถอ6านไฟล PDF โดยไม6ต'องรอ มีนํ้าหนักเบา(Lightweight) สามารถอ6านไฟล PDF ได'ง6ายและไม6เปลืองทรัพยากรระบบ และมีความปลอดภัย(Secure) ไม6ติดไวรัส และเก็บข'อมูลสําคัญไว'อย6างปลอดภัยในเอกสาร PDF การบีบอัดและคลายไฟล6เอกสารดวยโปรแกรม 7-Zip โปรแกรม 7-Zip เปBนโปรแกรมบีบอัดและคลายไฟลยอดนิยมแบบ Open Source จาก 7-Zip. org สามารถบีบอัดไฟลให'มีขนาดเล็กมากๆด'วยความเร็วสูงและรองรับไฟลได'หลายนามสกุลช6วยให'สะดวก ในการถ6ายโอนหรือแชรข'อมูล เพราะถ'าไม6บีบอัดไฟลก6อนเวลาแชรข'อมูลจะใช'เวลาในการแชรนานยิ่งถ'าเปBน ไฟลใหญ6ๆก็จะยิ่งนานมากๆ ซึ่งการบีบอัดจะช6วยย6นเวลาในการแชรได'หลายเท6า คุณสมบัติของโปรแกรม 7การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


35 Zip คือมีอัตราส6วนการบีบอัดรูปแบบ 7z กับ LZMA และ LZMA2 สูง สนับสนุนการบีบอัดไฟล 7z, XZ, bzip2, GZIP, TAR, ZIP และ WIM มีการเข'ารหัส AES-256 สําหรับไฟลที่บีบอัดเพื่อความปลอดภัยของ ข'อมูล มีตัวจัดการไฟลที่มีประสิทธิภาพ มีการทํางานร6วมกับ Windows Shell มีปลั๊กอินสําหรับจัดการ FAR รองรับการคลายหรือแตกไฟลได'หลากหลายนามสกุลไม6ว6าจะเปBน ARJ, CAB, CHM, cpio, DMG CramFS, DEB, FAT, HFS, ISO, LZH, LZMA, MBR, MSI, NSIS, NTFS, RAR, RPM, SQUASHFS, UDF, VHD, WIM, xar และ Z มี localizations หรือรองรับการใช'งานมากกว6า 79 ภาษา จึงคุ'มค6ามากถ'าเราจะ ดาวนโหลดมาติดตั้งและใช'งานในเครื่องของเรา (Download Jaew, 2555) การใชโปรแกรมกราฟAก TuxPaint, Inkscape, Gimp, และ Greenshot โปรแกรมกราฟdก TuxPaint, Inkscape, Gimp, และ Greenshot เปBนโปรแกรมคอมพิวเตอรในกลุ6ม Open Source Software และ Freeware ด'าน Graphic เพื่อการเรียนรู' ใช'งานสําหรับคอมพิวเตอรส6วน บุคคล ได'แก6 Notebook/Netbook Computer ที่ทํางานบนระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows เหมาะสมกับการนํามาปรับใช'ในการจัดการเรียนการสอน ตามแนวทางการป?องกันการละเมิดลิขสิทธิ์การใช' เทคโนโบยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในการจัดการเรียนการสอน โดยสรุปดังนี้ TuxPaint เปBนโปรแกรมที่ผใู' ช''วัยเยาวสามารถนํามาวาดรูปในแบบง66ายๆ และเหมาะสําหรับเด็กตั้งแต66 3 ขวบขึ้นไป ตัวโปรแกรมเน'นการใช'งานที่ง6าย พร'อมเครื่องมือมากมายเหมาะสําหรับการส6งเสริมความคิด สร''างสรรคให''กับเด็กๆ โปรแกรมนี้ทํางานคล''ายกับโปรแกรม Paint บนวินโดวสนั่นเอง (สํานักงานส6งเสริม อุตสาหกรรมซอฟทแวรแห6งชาติ(องคการมหาชน), 2550) Inkscape เปBนโปรแกรมวาดภาพในแบบเวกเตอร 2 มิติ โดยใช''ฟอรแมตมาตรฐานเปddดของ W3C ที่ ชื่อว66า Scalable Vector Graphics (หรือ SVG) ในตัวโปรแกรมยังมีเครื่องมือในแบบเวกเตอรต66างๆ และ ไฟล SVG ยังสามารถแลกเปลี่ยนกับโปรแกรมอื่นๆ ได''อีกด'วย (สํานักงานส6งเสริมอุตสาหกรรมซอฟทแวร แห6งชาติ(องคการมหาชน), 2550) Gimp เปBนโปรแกรมแต6งภาพที่ไม66เพียงแค66คนใช'จะได''เพลิดเพลินกับการนําภาพของเราที่มีเข'าไป ตกแต66งให''สวยงาม เพื่อพิมพกันสนุกๆ ภายในบ''านเท6านั้น ผู' ที่ต'องทํางานด'านกราฟddกอื่นยังสามารถนํา ซอฟทแวร GIMP ไปตกแต66งเพื่อใช'ในงานด''านกราฟdกด'วยลูกเล66นมากมายที่มีให''อีกด'วย GIMP (GNU Image Manipulation Program) จึงเปBนโปรแกรมจัดการทางด'านรูปภาพที่มีความสามารถไม66แพ'โปรแกรมใด ใช'' โปรแกรมนี้เพื่อตกแต66งรูปภาพดิจิตอล การออกแบบกราฟddก สําหรับสร'างงานเว็บเพจ การแปลงไฟล และ การสร''างภาพความละเอียดสูง เพื่อใช''สําหรับงานพิมพ ทําได''มากมายหลากหลายจริงๆ และยังฟรีอีกด''วย (สํานักงานส6งเสริมอุตสาหกรรมซอฟทแวรแห6งชาติ(องคการมหาชน), 2550)

ทองไส เทียบดอกไม


36 Greenshot เปBนโปรแกมจับภาพหน'าจอฟรีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด นํ้าหนักเบา (Light-weight) ถูกเผยแพร6ภายใต'สัญญาอนุญาตแบบ GPL(General Public License) คือ สามารถดาวนโหลดและใช'งาน ได'ฟรี (getgreenshot.org, 2011) การสรางวิดีโองานนําเสนอดวยโปรแกรม Audacity, CamStudio, LeawoPowerPoint to Video Free, FormatFactory, Avidemux, Aegisub และ MKVMergeGUI Audacity เปBนโปรแกรมที่ทํางานด'านเสียงประเภท Open Source ที่สามารถนําไปใช'งานได'ฟรี (Freeware) ไม6มีค6าใช'จ6าย จึงสามารถหาดาวนโหลดมาใช'งานได'อย6างถูกกฏหมายจากเว็บไซตของผู'ผลิต มี ความสามารถสูงไม6แพ'โปรแกรมเชิงพาณิชยที่วางขายอยู6ในท'องตลาด มีขนาดเล็ก ใช'งานได'ง6าย รองรับ ระบบปฏิบัติการที่หลากหลาย มีปลั๊กอินเสริมความสามารถของโปรแกรมฟรี จัดการเสียงได'ทั้งการเล6น การบันทึกเสียงได'หลายนามสกุล ผสมเสียงจากหลายแทร็ค ซ'อนเสียง ตัดเพลงเฉพาะท6อน เพิ่มลดระดับ เสียง และสร'างเอฟเฟBกต และมีการพัฒนาโปรแกรมอย6างต6อเนื่อง (กิตติ เหมือนจันทรแจ6ม, 2554; นพพร สิโตทัย, 2551; นรศิษฏ เปล6งรัศมี, 2555; สํานักงานส6งเสริมอุตสาหกรรมซอฟตแวรแห6งชาติ, 2550 และ องคการพิพิธภัณฑวิทยาศาสตรแห6งชาติ, 2555) CamStudio เปBนโปรแกรมบันทึกวิดีโอภาพเคลื่อนไหวบนหน'าจอคอมพิวเตอร และบันทึกเสียง เก็บไว'เปBนไฟลวีดีโอ จัดอยู6ในประเภทโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์แบบ Open Source ที่อนุญาตใหนํามาใช'งานได' อย6างเสรี สามารถแจกจ6ายและเผยแพร6โปรแกรมได' ปรับปรุงพัฒนาต6อได'ไม6มีข'อจํากัด ใช'งานง6าย เหมาะ สําหรับใช'ทําวีดีโอบทเรียนสาธิตการใช'งานโปรแกรมคอมพิวเตอร งานบันทึกวีดีโอผ6านหน'าจอคอมพิวเตอร และใช'เปBนสื่อการเรียนการสอนได'เปBนอย6างดี โปรแกรม CamStudio มีสาระสําคัญที่ควรศึกษาดังนี้ (ธนกฤต เดชนาเกร็ด, 2552; ศิริพงษ ศิริวรรณ, 2555 และ Zodiac Fresh, 2012) Leawo PowerPoint to Video Free เปBนโปรแกรมแปลงไฟลพาวเวอรพอยนทเปBนไฟลวิดีโอ ประเภทใช'งานฟรี รองรับไฟลพาวเวอรพอยนทนําเข'าประเภท PPT, POT, PPTX, และ PPS และไฟลวิดีโอ ส6งออกประเภท ASF และ WMV (Leawo.com, 2012) Format Factory เปBนโปรแกรมแปลงไฟลฟรี(Freeware) มีความสามารถแปลงไฟลวิดีโอ เสียง รูปภาพ และอุปกรณ ROM DVD CD และ ISO ได' ไฟลวิดีโอหลายไฟลที่เก็บไว'ใช'งานอาจมีนามสกุลไฟลไม6 เหมือนกัน ก6อนนําไปใช'งานต6อ เช6น รวมเข'ากับไฟลอื่นเพื่อสร'างวิดีโอนําเสนองาน ควรแปลงไฟลให'เปBน นามสกุลเดียวกันก6อนโดยอาจใช'โปรแกรม Format Factory แปลงไฟล เช6น แปลงเปBนไฟลวิดีโอนามสกุล .mkv เพื่อสะดวกต6อการนําไปปรับปรุงแก'ไขและรวมไฟลเพื่อสร'างวิดีโอนําเสนองานต6อไป (Softonic Enjoin Software, 2012) Avidemux เปBนโปรแกรมตัดต6อวีดีโอแบบ Multi-purpose หรือหลากหลายวัตถุประสงค หรือใช' งานได'หลายด'านนั่นเอง มีขนาดเล็กใช'งานง6าย ทํางานได'กับหลายระบบปฏิบัติการ รองรับไฟลวิดีโอใน การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


37 ฟอรแมทต6างๆ ได'หลากหลาย ดาวนโหลดไปใช'งานและพัฒนาต6อได'ฟรีเพราะเปBนโปรแกรมประเภท Open Source (ขวัญฤทัย แย'มสืบพันธุ, อ'อย ชัยสุวรรณ และดนุพล เตชะสุขถาวร, 2554; เมธาวี หวานเสียง, 2553; สยาม ศรีพั่ว, 2554; สารสิน อิ่มโอษฐ, 2554; สํานักงานส6งเสริมอุตสาหกรรมซอฟตแวรแห6งชาติ, 2550 และ Download Jaew, 2555) Aegisub เปBนโปรแกรมสร'างซับไตเติ้ลที่ได'รับความนิยมอย6างสูง เนื่องจากเปBนโปรแกรมที่ใช'งาน ง6าย มีเทคนิคในการสร'างซับไตเติ้ลที่หลากหลายไม6ว6าจะเปBนการใส6สีตัวอักษร ทําคาราโอเกะ หรือการจัด วางมี ล ู ก เล6 น ต6 า ง ๆ ในการทํ า ซั บ ไตเติ ้ ล ที ่ น 6 า สนใจจํ า นวนมาก สามารถทํ า งานร6 ว มกั บ ระบบ ปฏิบัติการ window ,OS X และ Unix และเปBนโปรแกรมประเภท Open Source ที่ใช'งานได'ฟรี (ลลิตา ธรรมภิบาล, 2555 และ Ubasti, 2555) mkvmerge GUI เปBนส6วนหนึ่งของชุดโปรแกรมปรับแต6งแก'ไขไฟลนามสกุล .mkv ที่ชื่อ “ชุด โปรแกรม MKVToolNix” ซึ ่งเปBน โปรแกรมประเภท Open Source ใช'งานได' ฟรี โดยโปรแกรม mkvmerge GUI มีความสามารถในการรวมไฟลวิดีโอ ไฟลเสียง และซับไตเติ้ลเข'าด'วยกันให'เปBนไฟล นามสกุล .mkv หรือในบางกรณีก็ใช'ลบองคประกอบในไฟล .mkv ที่เราไม6ต'องการใช'งาน เพื่อลดขนาดของ ไฟลให'เล็กลง (มิตรไทย, 2555 และ Moritz Bunkus, 2012) การเขียนขอมูลลง CD และ DVD ดวยโปรแกรม InfraRecorder InfraRecorder เปBนโปรแกรมบริการฟรีเขียนข'อมูลลงบน CD และ DVD สําหรับระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ที่มีคุณสมบัติที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ ด'วยอินเตอรเฟซที่ง6ายต6อการใช'งาน กลมกลืนไปกับอินเตอรเฟซของ Windows Explorer (Christian Kindahl, 2012) เมนูหลักในการเขียนข'อมูลของโปรแกรม ประกอบด'วย Data Disc ใช'เขียนไฟลเอกสารข'อมูลธรรมดาลงแผ6น Audio Disc ใช'เขียนไฟลเสียงแบบ Audio ลงแผ6น Video Disc ใช'เขียนไฟล VCD/DVD ลงแผ6น Write Image ใช'เขียนไฟล Image ของแผ6น Copy Disc ใช'คัดลอกแผ6นซีดี Read Disc ใช'นําเข'าไฟลจาก CD ทําให'เปBนไฟล Image

ทองไส เทียบดอกไม


38 การเล9นไฟล6มัลติมีเดียดวยโปรแกรม VLC Media Player วีแอลซีมีเดียเพลเยอร (VLC Media Player) คือโปรแกรมเล6นไฟลสื่อเช6นเพลงและภาพเคลื่อนไหว ได'หลายสกุล รวมทั้งไฟลที่เล6นบนมือถือ พัฒนาโดยโครงการวิดีโอแลน (VideoLAN) โดยเปBนซอฟตแวรเสรี ที่ใช'สัญญาอนุญาตแบบ GPL สําหรับเล6นไฟลมีเดียต6างๆ (วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, 2555) โปรแกรม VLC Media Player มีคุณสมบัติโดดเด6นที่ไม6ด'อยไปกว6าโปรแกรมเล6นไฟลมัลติมีเดียอื่น ดังนี้ (VedioLan ORGANIZATION, 2012) 1. เปBนโปรแกรมเล6นสื่อที่เรียบง6าย รวดเร็ว และทรงพลัง 2. เล6นได'กับทุกแฟ?ม แผ6นดิสก เว็บแคม อุปกรณ และกระแสข'อมูล 3. เล6นได'กับตัวถอด/ลงรหัสส6วนมาก โดยไม6จําเปBนต'องลงชุดตัวถอด/ลงรหัส MPEG-2, DivX, H.264, MKV, WebM, WMV, และ MP3... 4. เล6นได'ทุกแพลตฟอรม ได'แก6 Windows, Linux, Mac OS X, และ Unix 5. ใช'งานได'ฟรี สปายแวรรวมถึงโฆษณาเปBน 0 และไม6จัดเก็บพฤติกรรมการใช'งานของผู'ใช' 6. สามารถแปลงและทํากระแสสื่อได' การสรางและเผยแพร9 E-book บนเว็บไซต6 issuu.com เว็บไซต issuu.com เปBนเว็บไซตที่รวบรวมเนื้อหา E-book เอาไว'หลากหลายจากทั่วโลก E-book ส6วนใหญ6บนเว็บไซตนี้ จะเปBนเนื้อหาที่ถูกสร'างขึ้นเฉพาะบนโลกออนไลน มีทั้งมินิแม็คกาซีน นิตยสารฉบับ ย6อม หนังสือออนไลนในแบบเฉพาะ รวมทั้งสมุดภาพสวยๆ ของบรรดาช6างภาพมืออาชีพบนโลกออนไลน เนื ้ อหานั ้น ถู กแบ6 งออกเปB นหมวดหมู 6 เช6 น เรื ่ องที ่ อ6า นเพื่ อสร'า งแรงบั น ดาลใจ งานอดิเ รก กี ฬา เรื ่ อง สิ่งแวดล'อม วิธีการคิดเพื่อบริหารธุรกิจ รวมไปถึงพอรตโฟลิโอของกราฟฟdกดีไซนทั่วโลก ใครสนใจดูงานที่ มีไอเดียแปลกใหม6 ก็สามารถคลิกดูได'ในส6วนนี้ เว็บไซต issuu.com ยังอนุญาตให'ผู'ใช'งานสมัครสมาชิกฟรี เพื่ออัฟโหลดไฟลเอกสารหรือ งานนิตยสาร E-book ของตัวเอง ซึ่งอาจจะสร'างขึ้นในรูปแบบ PDF เมื่ออัฟ โหลดขึ้นไปแล'ว ระบบก็จะสร'าง E-book ให'ฟรี ในแบบที่สามารถเปdดหน'าหนังสือดูได'ทันที ที่สําคัญคือ ผู' เข'าชมนั้น ไม6จําเปBนต'องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมใดๆ เพราะใช' Flash ในการนําเสนอ ฟ€เจอรที่น6าสนใจคือ การกระจายตัว E-book ที่เราสร'างขึ้น โดยวิธีการคัดลอกโค„ดไปวางได'ตามเว็บไซตต6างๆ ซึ่งอนุญาตให'ใส6 โค„ดในรูปแบบ HTML ได' จึงทําให'สํานักพิมพหน'าใหม6ในไทยหลายราย หันมาสนใจใช'งานเว็บไซตนี้ด'วย เหมือนกัน (อภิรักษ หาญพิชิตวณิชย และ พิเชฐ สุวิยานนท, 2553) ปวริศร อนันตสุทธิรักษ(2553) ได'เสนอเกี่ยวกับเว็บไซต Issuu.com ในบทความเรื่อง “Vitual Book ด'วย Issuu.com” ว6า การอ6านหนังสือเสมือนจริงผ6านโลกออนไลน กําลังจะเปBนรูปแบบที่ได'รับความนิยมไป พร'อมๆ กับเครื่องมือจําพวก Netbook หรือ ipad โดย issuu.com เปBน web application ที่ให'บริการ จัดทํา Virtual Book (หนังสือเสมือนจริง) โดยแปลงไฟล pdf ที่มีอยู6อย6างง6ายและสะดวกมาก และยังเปBน การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


39 เว็บไซตที่รวมสิ่งพิมพทั้งหลายที่ผู'ใช'นําขึ้นไปแบ6งกันดู มีทั้งผู'ใช'ประเภทที่อยากทําหนังสือบ'าง อยากแสดง หนังสือบ'าง และที่เอาอะไรก็ได'มาแสดงบ'าง สอดคล'องกับ ธนันชนัย อุ6นสิม (2551) ที่กล6าวถึงเว็บไซต issuu.com ในบทความออนไลน เรื่อง “อ6านแม็กกาซีน ออนไลน เปBนร'อยฉบับ ที่ ISSUU” ว6า ปGจจุบันมี หนังสือแนวใหม6 ซึ่งเปBนรูปแบบ Magazine Online ให'ผู'อ6านเข'ามาอ6านในเว็บไซต หรือไม6ก็ให'ผู'อ6านดาวน โหลดไฟลที่อยู6ในรูปแบบ .exe โดยเมื่อดาวนโหลดเสร็จก็เปdดอ6านได'เลย หน'าตาจะเหมือนกับหนังสือ และ อีกแบบหนึ่งอยู6ในรูปแบบ .pdf โดยเปdดอ6านได'ทีละหน'า ที่เว็บไซต http://issuu.com/ เปBนแหล6ง รวม Magazine หลายสิบหรือหลายร'อยฉบับ มารวมอยู6ที่นี่ ซึ่งหน'าตาจะเปBนเว็บเพจแบบ Filipping Book คือ ต'องอ6านในรูปแบบเหมือนหนังสือจริงๆ ซึ่งผู'จัดทําสามารถใส6ข'อมูลที่เปBนภาพ เสียง และวิดิโอ เข'าไปในหน'าหนังสือออนไลน การใชหลักสูตรสถานศึกษา การจัด ทํ า หน6 ว ยการเรีย นรู ' เปB นขั ้ นตอนที่ มี ส ํา คั ญ ที ่ ส ุ ดในการใช' หลั กสูต รสถานศึ กษา เพื่ อนํ า มาตรฐานการเรียนรู'สู6การปฏิบัติในการจัดการเรียนรู'เพื่อพัฒนานักเรียน แสดงภาพรวมการนําหลักสูตร สถานศึกษาไปใช'เพื่อให'เห็นตําแหน6งของการจัดทําหน6วยการเรียนรู' ดังนี้ (เฉลิม ฟGกอ6อน, 2552) 1. จัดทําโครงสร''างหลักสูตรของสถานศึกษา 2. ครูผู'สอนจัดทําคําอธิบายรายวิชา 3. ครูผู' สอนจัดทําโครงสร'างรายวิชา 4. ครูผู'สอนจัดทําหน66วยการเรียนรู' แผนการจัดการเรียนรู' และสร''างเครื่องมือวัดผล 5. จัดทําระเบียบการวัดและประเมินผล 6. ครูสอนตามหน66วยและแผนการจัดการเรียนรู' 7. ครูประเมินผลการเรียนรู' ตามตัวชี้วัดชั้นป€/ช6วงชั้น 8. สถานศึกษาตรวจสอบจํานวนหน6วยกิตที่ผู' เรียนเรียนกับเกณฑการจบหลักสูตรฯ 9. สถานศึกษาออกหลักฐานการศึกษาให'กับผู'เรียน การจัดทําหน6วยการเรียนรู' จะอยู6ในขั้นตอนที่ 4 ของการนําหลักสูตรสถานศึกษาไปใช' เมื่อ พิจารณารายละเอียดแล'วพบว6า ขั้นตอนที่ 3 การจัดทําโครงสร'างรายวิชา เปBนส6วนหนึ่งของขั้นตอนที่ 4 การจัดทําหน6วยการเรียนรู'ได' จึงเรียบเรียงใหม6 ได'แก6 1. การจัดทําโครงสร'างหลักสูตรของสถานศึกษา 2. การจัดทําคําอธิบายรายวิชา และ 3. การจัดทําหน6วยการเรียนรู' และเพื่อให'เกิดความเชื่อมโยง ความสัมพันธของเหตุและผลการจัดทําหน6วยการเรียนรู' จะแสดงภาพรวมของการจัดทําหน6วยการเรียนรู' บูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เริ่มมาตั้งแต6ขั้นตอนที่ 1-2 ได'แก6 1. จัดทําโครงสร'าง หลักสูตรสถานศึกษา 2. การจัดทําคําอธิบายรายวิชา จนถึง 3. การจัดทําหน6วยการเรียนรู'

ทองไส เทียบดอกไม


40 การจัดทําโครงสรางหลักสูตรของสถานศึกษา ในการจัดทําโครงสร'างหลักสูตรของสถานศึกษา ต'องพิจารณาข'อมูลจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป?าหมาย/จุดมุ6งหมายในการพัฒนาผู'เรียน ระดับท'องถิ่น(หลักสูตรท'องถิ่น) แล'วจึงดําเนินการจัดทําโครงสร'างหลักสูตรของสถานศึกษา ดังนี้ (สําหรับความเปBนท'องถิ่นสถานศึกษา สามารถสอดแทรกในรายวิ ช าพื ้ นฐาน สอดแทรกหรื อจั ด ทํ า เปB นรายวิ ชาในวิ ช าเพิ่ มเติ ม และสามารถ สอดแทรกในกิจกรรมพัฒนาผู'เรียน) (เฉลิม ฟGกอ6อน, 2552) 1. รายวิชาพื้นฐาน ทุกกลุ6มสาระการเรียนรู'ต'องให'จํานวนหน6วยกิต/ชั่วโมงตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กําหนด การให'ชื่อวิชาในโครงสร'างหลักสูตรสถานศึกษา ระดับประถมศึกษาให' ชื ่ อวิ ช าตามกลุ 6มสาระการเรี ย นรู ' ระดับ มั ธ ยมศึกษาตอนต' น และตอนปลาย ให' ช ื ่ อวิ ช าตามกลุ 6 มสาระ การเรียนรู' หรือให'ชื่อตามเนื้อหาสาระของรายวิชานั้น(โครงสร'างเวลาเรียนกําหนดในเอกสารหลักสูตร แกนกลาง หน'า 20) ระดับมัธยมศึกษาตอนต'น และตอนปลาย แต6ละกลุ6มสาระการเรียนรู' สามารถจัดแยก ได'มากกว6า 1 รายวิชา(1 รายวิชาต'องมีหน6วยกิตไม6น'อยกว6า 0.5 หน6วยกิต) แต6รวมจํานวนชั่วโมงของกลุ6ม สาระแล'วต'องไม6เกินจํานวนชั่วโมงที่กําหนดในโครงสร'างเวลาเรียนของแต6ละกลุ6มสาระการเรียนรู'ที่กําหนด โดยหลักสูตรแกนกลาง การจัดรายวิชา จัดโดยนําตัวชี้วัดที่กําหนดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มาจัดวางในแต6ละป€(ระดับประถมศึกษา) หรือภาคเรียน(ระดับมัธยมศึกษาตอนต'นและตอนปลาย) ให' เปBนลําดับที่เหมาะสมกับการรับรู'ของผู'เรียน สําหรับระดับชั้นมัธยมศึกษาต'อนต'น และชั้นมัธยมศึกษาตอน ปลาย แต6ละกลุ6มสาระการเรียนรู'ในโครงสร'างเวลาเรียนของหลักสูตรถานศึกษา สามารถแยกมากกว6า 1 รายวิชาได' เช6น กลุ6มสาระการเรียนรู'สุขศึกษาและพลศึกษา อาจจะแยกเปBน 2 รายวิชาเปBนวิชาสุขศึกษา และวิชาพลศึกษา วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี อาจจะแยกเปBน 2 รายวิชา คือ วิชาคอมพิวเตอร และ วิชาการงานและอาชีพ เปBนต'น แต6จํานวนหน6วยกิต หรือจํานวนชั่วโมง/ป€ของ 2 รายวิชารวมกันแล'วต'องไม6 เกินจํานวนชั่วโมงในโครงสร'างเวลาเรียนของกลุ6มสาระการเรียนรู'นั้นที่กําหนดในหลักสูตรแกนกลาง 2. รายวิชาเพิ่มเติม ระดับประถมศึกษา จัดรายวิชาป€ละไม6เกิน 80 ชั่วโมง ระมัธยมศึกษาต'อนต'น จัดรายวิชาป€ละไม6 เกิน 240 ชั่วโมง และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จัดรายวิชาป€ละไม6น'อยกว6า 1,680 ชั่วโมง ให'ชื่อวิชา สอดคล'องกับเนื้อหาสาระของรายวิชา รายวิชาเพิ่มเติม กําหนดเป?าหมายการเรียนรู'ให'ชัดเจนเรียกว6า “ผล การเรียนรู'” เนื่องจากไม6มีตัวชี้วัดรายป€/รายช6วงชั้น และให'ใช'คําว6า “ผลการเรียนรู'” เท6านั้น ไม6ใช'คําว6า “ผลการเรียนรู'ที่คาดหวัง”

การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


41 3. การกําหนดรหัสวิชา มีหลักเกณฑ ดังนี้ หลักที่ 1

หลักที่ 2

หลักที่ 3

หลักที่ 4

หลักที่ 5

กลุ6มสาระฯ

ระดับ

ป€ในระดับ การศึกษา

ประเภทของ รายวิชา

ลําดับของ รายวิชา

1

0

1

2

1

2

3

2

3

4

5

6

หลักที่ 6

01-99

ใช'รหัสตัวอักษรตามรายการรหัสตัวอักษรกลุ6มสาระการเรียนรู'ภาษาต6างประเทศ เช6น ภาษาอังกฤษ ใช' อ ภาษาญี่ปุ†น ใช' ญ ภาษาจีน ใช' จ เปBนต'น

หลักที่ 1 เปBนรหัสตัวอักษรแสดงกลุ6มสาระการเรียนรู' คือ ท หมายถึง กลุ6มสาระการเรียนรู'ภาษาไทย ค หมายถึง กลุ6มสาระการเรียนรู'คณิตศาสตร ว หมายถึง กลุ6มสาระการเรียนรู'วิทยาศาสตร ส หมายถึง กลุ6มสาระการเรียนรู'สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม พ หมายถึง กลุ6มสาระการเรียนรู'สุขศึกษาและพลศึกษา ศ หมายถึง กลุ6มสาระการเรียนรู'ศิลปะ ง หมายถึง กลุ6มสาระการเรียนรู'การงานอาชีพและเทคโนโลยี  หมายถึง กลุ6มสาระการเรียนรู'ภาษาต6างประเทศ ให'ใช'รหัสของแต6ละภาษาตามรายการที่ กําหนด คือ ข หมายถึงภาษาเขมร จ หมายถึงภาษาจีน ซ หมายถึงภาษารัสเซีย ญ หมายถึงภาษาญี่ปุ†น ต หมายถึงภาษาเวียตนาม น หมายถึงภาษาลาติน บ หมายถึงภาษาบาลี ป หมายถึงภาษาสเปน ฝ หมายถึง ภาษาฝรั่งเศส ม หมายถึงภาษามลายู ย หมายถึงภาษาเยอรมัน ร หมายถึงภาษาอาหรับ ล หมายถึงภาษา ลาว อ หมายถึงภาษาอังกฤษ และ ฮ หมายถึงภาษาฮินดู

ทองไส เทียบดอกไม


42 กรณีที่สถานศึกษาได'จัดรายวิชาภาษาต6างประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากที่กระทรวงกําหนดไว' ให'สถานศึกษาทําเรื่องเสนอ สพฐ. เพื่อกําหนดรหัสตัวอักษรกลุ6มสาระการเรียนรู'ต6างประเทศเพิ่มเติม และ ประกาศให'สถานศึกษาทั่วประเทศได'รับทราบและใช'ให'ตรงกัน หลักที่ 2 เปBนรหัสตัวเลขแสดงระดับการศึกษา ได'แก6 1 หมายถึง รายวิชาระดับประถมศึกษา 2 หมายถึง รายวิชาระดับมัธยมศึกษาตอนต'น 3 หมายถึง รายวิชาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หลักที่ 3 เปBนรหัสตัวเลขแสดงป€ที่เรียนของรายวิชา ได'แก6 0 หมายถึง รายวิชาไม6กําหนดป€ที่เรียน จะเรียนป€ใดก็ได'ในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา ตอนต'น และมัธยมศึกษาตอนปลาย 1 หมายถึง รายวิชาที่เรียนในป€ที่ 1 ของระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต'น และมัธยม ศึกษาตอนปลาย(ป.1 ม.1 และ ม.4) 2 หมายถึง รายวิชาที่เรียนในป€ที่ 2 ของระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต'น และมัธยม ศึกษาตอนปลาย(ป.2 ม.2 และ ม.5) 3 หมายถึง รายวิชาที่เรียนในป€ที่ 3 ของระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต'น และมัธยม ศึกษาตอนปลาย(ป.3 ม.3 และ ม.6) 4 หมายถึง รายวิชาที่เรียนในป€ที่ 4 ของระดับประถมศึกษา (ป.4) 5 หมายถึง รายวิชาที่เรียนในป€ที่ 5 ของระดับประถมศึกษา (ป.5) 6 หมายถึง รายวิชาที่เรียนในป€ที่ 6 ของระดับประถมศึกษา (ป.6) หลักที่ 4 เปBนรหัสตัวเลขแสดงประเภทของรายวิชา ได'แก6 1 หมายถึง รายวิชาพื้นฐาน 2 หมายถึง รายวิชาเพิ่มเติม หลักที่ 5 และหลักที่ 6 เปBนรหัสตัวเลขแสดงลําดับของรายวิชาแต6ละกลุ6มสาระการเรียนรู'ในป€/ ระดั บ การศึ กษาเดี ย วกั น มีจ ํ า นวนตั ้ งแต6 01-99 สํา หรั บ กลุ 6 มสาระการเรี ย นรู ' ว ิ ทยาศาสตร กลุ6 มสาระ การเรียนรู'สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และกลุ6มสาระการเรียนรู'การงานอาชีพและเทคโนโลยี ควร กําหนดรหัสวิชาเปBนช6วงลําดับ ดังนี้ กลุ6มสาระการเรียนรู'วิทยาศาสตร 1-19 รายวิชาในกลุ6มฟdสิกส 21-39 รายวิชาในกลุ6มเคมี 41-59 รายวิชาในกลุ6มชีววิทยา 61-79 รายวิชาในกลุ6มโลกและอวกาศ การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


43 81-99 รายวิชาในกลุ6มวิทยาศาสตรอื่น ๆ กลุ6มสาระการเรียนรู'สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 01-19 รายวิชาในกลุ6มศาสนา 21-39 รายวิชาในกลุ6มหน'าที่พลเมือง 41-59 รายวิชาในกลุ6มเศรษฐศาสตร 61-79 รายวิชาในกลุ6มประวัติศาสตร 81-99 รายวิชาในกลุ6มภูมิศาสตร กลุ6มสาระการเรียนรู'การงานอาชีพและเทคโนโลยี 01-19 รายวิชาในกลุ6มการดํารงชีวิตและครอบครัว 21-39 รายวิชาในกลุ6มการออกแบบและเทคโนโลยี 41-59 รายวิชาในกลุ6มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 61-99 รายวิชาในกลุ6มการอาชีพ 4. กิจกรรมพัฒนาผูเรียน ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต'นจัดให'ผู'เรียนป€ละ 120 ชั่วโมง ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จัดให'ผู'เรียนป€ละ 360 ชั่วโมง กิจกรรมพัฒนาผู'เรียนแบ6งเปBน 3 ลักษณะ ได'แก6 กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน (ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู'บําเพ็ญประโยชน นักศึกษาวิชาทหาร กิจกรรมชุมนุม ชมรม) และกิจกรรมเพื่อสังคม และสาธารณประโยชน ตามความสนใจของผู 'เรียนที่ จะทํา เพื ่อบุคคลอื่น สั งคม ชุ มชน เพื่ อพั ฒนาจิ ต สาธารณะ ระดับประถมศึกษา รวม 6 ป€ ให'ได'จํานวน 60 ชั่วโมง ระดับมัธยมศึกษาตอนต'น (3 ป€) จํานวน 45 ชั่วโมง ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (3 ป€) จํานวน 60 ชั่วโมง จํานวนชั่วโมงของกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน ที่กําหนดในหลักสูตรแกนกลาง สถานศึกษาอาจจะจัดเปBนกิจกรรมสอดแทรกในรายวิชาต6าง ๆ (วิชาพื้นฐาน และวิชาเพิ่มเติม) หรือใน กิจกรรมพัฒนาผู'เรียน หรือจัดนอกเวลาก็ได' โดยต'องมีหลักฐานการปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังคมของผู'เรียน ครบจํานวนชั่วโมงตามที่หลักสูตรแกนกลางฯ กําหนด ซึ่งสถานศึกษาจะจัดให'มีทุกป€ หรือทุกภาคเรียน หรือ เปBนบางป€ บางภาคเรียน ก็ได' แต6ต'องมีจํานวนชั่วโมงครบตามที่หลักสูตรแกนกลางฯ กําหนด การกําหนดโครงสร'างหลักสูตรของสถานศึกษา สถานศึกษาสามารถกําหนดจํานวนชั่วโมงรวม ทั ้ งหมด(วิ ช าพื ้ น ฐาน วิ ช าเพิ ่ มเติ ม และกิ จ กรรม)มากกว6 า ที ่ ห ลั ก สู ต รแกนกลางการศึ กษาขั ้ น พื ้ น ฐาน พุทธศักราช 2551 กําหนดไว'ได'ตามความเหมาะสม และบริบทของสถานศึกษา โดยต'องหมายเหตุ แสดง รายวิชาที่จัดเกินจากที่หลักสูตรแกนกลางฯ กําหนดพร'อมให'เหตุผลไว'นอกกรอบหลักสูตรแกนกลาง ด'วย

ทองไส เทียบดอกไม


44 เมื่อสถานศึกษากําหนดจํานวนชั่วโมงสําหรั หรับแต6ละกลุ6มสาระการเรียนรู'ตามโครงสร'างหลักสูตร แกนกลางแล'ว จึงประกาศให'คณะครูได'ทราบ และเตรียมวางแผนการพัฒนาผู'เรียนต6อไป การจัดทําคําอธิบายรายวิชา ในการจัดทําคําอธิบายรายวิชาทุกวิชา ทุกระดับชั้น ต'องนําเป?าหมายการพัฒนาผู'เรียนของหลักสูตร ระดับท'องถิ่นที่กําหนด โดยสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามาจัดการเรี ดการเรียนรู'ให'กับผู'เรียนด'วยเนื ย ่องจาก สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีหน'าที่จะต'องประเมินคุณภาพของผู'เรียนตามเป?าหมายของหลักสูตรระดับ ท'องถิ่นด'วย ในการจัดทําคําอธิธิบายรายวิชามีแนวทางในการดําเนินการ ดังนี้ (เฉลิ เฉลิม ฟGกอ6อน, น 2552) 1 ระดับประถมศึกษา 1.1 ครูในกลุ6มสาระการเรียนรู'เดียวกัน สอนระดับชั้นเดียวกัน ร6วมกันศึกษาและวิเคราะหตัวชี้วัด ชั้นป€ และสาระการเรียนรู'แกนกลางตามที่หลักสูตรแกนกลางกําหนด แต6ละตัวชี้วัดว6า มีคํา หรือข'อความ สําคัญ(Key words)ใดที่เปBน “ความรู ความรู'(K)” “ทักษะ/กระบวนการ(P)” และ “คุคุณลักษณะ(A)” ษณะ (เปBน คุณลั กษณะของรายวิช าที่ป รากฏตามตั วชี ้ว ัด อาจจะไม6ตรงกับคุณลั กษณะอันพึงประสงคที่ หลั กสูต ร แกนกลาง กําหนดก็ได') จัดแยกไว'เปBนส6วน ๆ วิเคราะหให'ครบทุกตัวชี้วัดที่กําหนดในรายวิชาโดยอาจจะใช' แบบฟอรมข'างล6าง 1.2 นําข'อความที่วิเคราะหไว' (ด'านความรู' ทักษะ/กระบวนการ กระบวนการ และคุณลักษณะ) ษณะ มาสังเคราะห หรือร'อยเรียงเขียนเปBนคําอธิบายรายวิชา โดยอาจจะให'ข'อความทั้ง 3 ส6วนที่วิเคราะหไว'ผสมกลมกลืน หรือ เขียนแยกส6วนของความรู' ทักษะ/กระบวนการ กระบวนการ และคุณลักษณะไว'คนละย6อหน'าก็ได' และย6อหน'าสุดท'าย ของคํ า อธิบ ายรายวิช า ต' องระบุ ด' ว ยว6า วิ ช านี้ มี ตั ว ชี้ ว ั ด อะไรบ' า ง โดยเขี ย นเปB นรหั ส กํ า กั บ มาตรฐาน การเรียนรู'และตัวชี้วัดไว'ด'วย ดังนี้

2. ระดับมัธยมศึกษาตอนตน นตน 2.1 ครูที่สอนกลุ6มสาระการเรียนรู'เดียวกัน ระดับชั้นเดียวกัน ศึกษาและวิเคราะหตัวชี้วัดชั้นป€ ตามที่หลักสูตรแกนกลางฯ กําหนด แล'วช6วยกันจัดวางตัวชี้วัดไว'ในภาคเรียนที่ 1 และภาคเรียนที่ 2 ตัวชี้วัด ที่จัดวางในภาคเรียนที่ 1 และภาคเรียนที่ 2 อาจจะซํ้ากัน หรือไม6ซํ้ากันก็ได' แล'วแต6ดุลพินิจของผู'สอน ซึ่ง ต'องคํานึงถึงเวลาที่ใช'สอนในแต6ละภาคเรียนด'วยว6ามีเพียงพอหรือไม6 และถ'านําตัวชี้วัดใดไว'ในภาคเรียนใด ในภาคเรียนนั้นต'องประเมินผลการเรียนรู'ของผู'เรียนตามตัวชี้วัดนั้นด'วยทุกตัวชี้วัด

การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


45 2.2 ครูผู'สอนวิ นวิเคราะหตัวชี้วัดชั้นป€ และสาระการเรียนรู'แกนกลางตามที่หลักสูตรแกนกลางฯ กําหนดสําหรับภาคเรียนที่ 1 แต6ละตัวชี้วัดว6า มีคํา หรือข'อความสําคัญ(Key Key words)ใดที words) ่เปBน “ความรู'(K)” “ทักษะ/กระบวนการ(P)” และ “คุณลักษณะ(A)” (เปB เปBนคุณลักษณะของรายวิชาที่ปรากฏตามตัวชี้วัดอาจจะ ไม6ตรงกับคุณลักษณะอันพึงประสงคที่หลักสูตรแกนกลางฯ กําหนดก็ได') จัดแยกไว'เปBนส6วน ๆ ให'ครบทุก ตัวชี้วัดของภาคเรียนนั้น โดยอาจจะใช'แบบฟอรมข'างล6าง 2.3 นําข'อความที่วิเคราะหไว'(ด'านความรู' ทักษะ/กระบวนการ กระบวนการ และคุณลักษณะ) ษณะ มาสังเคราะห หรือร'อยเรียงเขียนเปBนคํ นคําอธิบายรายวิชา โดยอาจจะให'ข'อความทั้ง 3 ส6วนที่วิเคราะหไว'ผสมกลมกลืน หรือ เขียนแยกส6วนของความรู' ทักษะ/กระบวนการ ษะ กระบวนการ และคุณลักษณะไว'คนละย6อหน'าก็ได' และย6อหน'าสุดท'าย ของคํ า อธิบ ายรายวิช า ต' องระบุ ด' ว ยว6า วิ ช านี้ มี ตั ว ชี้ ว ั ด อะไรบ' า ง โดยเขี ย นเปB นรหั ส กํ า กั บ มาตรฐาน การเรียนรู'และตัวชี้วัดไว'ด'วย ดังนี้

3. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เนื่องจากหลักสูตรแกนกลางฯ กําหนดตัวชี้วัดเปBนช6วงชั้น (ม.4-6) ทุกกลุ6มสาระการเรียนรู' ดังนั้น ครูผู'สอนควรดําเนินการ ดังนี้ 3.1 ครูที่สอนกลุ6มสาระการเรียนรู'เดียวกัน ระดับชั้นเดียวกัน ศึกษาและวิเคราะหตัวชี้วัดช6วงชั้น ตามที่หลักสูตรแกนกลางฯ กําหนด แล'วช6วยกันจัดวางตัวชี้วัดไว'ในแต6ละระดับชั้น (มม.4, ม.5, และ ม.6) ใน แต6ละภาคเรียน (ภาคเรียนที่ 1-6) 1 ตัวชี้วัดที่จัดวางในแต6ละภาคเรียน อาจจะซํ้ากัน หรือไม6ซํ้ากันก็ได' แล'วแต6ดุลพินิจของผู'สอน ซึ่งต' งต'องคํานึงถึงเวลาที่ใช'สอนในแต6ละภาคเรียนด'วยว6ามีเพียงพอหรือไม6 และถ'า นําตัวชี้วัดใดไว'ในภาคเรียนใด ในภาคเรียนนั้นต'องประเมินผลการเรียนรู'ของผู'เรียนตามตัวชี้วัดนั้นด'วยทุก ตัวชี้วัด 3.2 ครูผู'สอนวิเคราะหตัวชี้วัดช6วงชั้น และสาระการเรียนรู'แกนกลางตามที่หลักสูตรแกนกลางฯ กําหนดสําหรับแต6ละภาคเรียน พิจารณาว6า แต6ละตัวชี้วัด มีคํา หรือข'อความสําคัญ(Key ( words)ใดที่เปBน “ความรู'(K)” “ทักษะ/กระบวนการ กระบวนการ(P)” และ “คุณลักษณะ(A)” (เปB เปBนคุณลักษณะของรายวิชาที่ปรากฏตาม ตัวชี้วัด อาจจะไม6ตรงกับคุณลักษณะอันพึงประสงคที่หลักสูตรแกนกลางฯ รแกนกลางฯ กําหนดก็ได') จัดแยกไว'เปBนส6วน ๆ ให'ครบทุกตัวชี้วัดของภาคเรียนนั้น โดยอาจจะใช'แบบฟอรมข'างล6าง 3.3 นําข'อความที่วิเคราะหไว'(ด'านความรู' ทักษะ/กระบวนการ กระบวนการ คุณลักษณะ) ษณะ มาสังเคราะห หรือ ร'อยเรียงเขียนเปBนคําอธิบายรายวิชา โดยอาจจะให'ข'อความทั้ง 3 ส6วนที่วิวเิ คราะหไว'ผสมกลมกลืน หรือเขียน แยกส6วนของความรู' ทักษะ/กระบวนการ กระบวนการ และคุณลักษณะไว'คนละย6อหน'าก็ได' และย6อหน'าสุดท'ายของ

ทองไส เทียบดอกไม


46 คําอธิบายรายวิชา ต'องระบุด'วยว6า วิชานี้มีตัวชี้วัดอะไรบ'าง โดยเขียนเปBนรหัสกํากับมาตรฐานการเรียนรู' และตัวชี้วัดไว'ด'วย ดังนี้

การเขียนคําอธิบายรายวิชา อาจดําเนินการตามตารางวิเคราะหคําอธิบายรายวิชา และ แบบฟอรมการเขียนคําอธิบายรายวิชาอาจจะเปBน ดังนี้ การวิเคราะห6เพื่อจัดทําคําอธิบายรายวิชา กลุ6มสาระการเรียนรู'............................วิ ............................ ชา.......................... ระดับชั้น.............ภาคเรี ภาคเรียนที่............... ตัวชี้วัด ว1.1ป.1/1เปรียบเทียบ สิ่งมีชีวิตและสิง่ ไม6มชี ีวิต ว1.1ป.1/2สังเกตและ อธิบายลักษณะและ หน'าที่ของโครงสร'าง ภายนอกของพืชและสัตว ....................................

สาระการเรียนรู'แกนกลาง/ท'องถิ่น ความรู' ทักษะ/กระบวนการ 1.สิสิ่งมีชีวิต 2.สิสิ่งใม6มีชีวติ 1.ลัลักษณะและหน'าที่ของ โครงสร'างภายนอกของพืช 2.ลัลักษณะและหน'าที่ของ โครงสร'างภายนอกของสัตว ...........................................

คุณลักษณะฯ

1.การสังเกตและเปรียบเทียบ สิ่งมีชีวิตและสิง่ ไม6มชี ีวิต 1.การสังเกตลักษณะและ หน'าที่ของโครงสร'างภายนอก ของพืชและสัตว

1.มีความสนใจ สังเกตสิ่งต6าง ๆ 1.มีความสนใจ สังเกตสิ่งต6าง ๆ

..................................

.......................

คําอธิบายรายวิชา กลุ6มสาระการเรียนรู'................................................ วิชา.............................................. ..............................................ชั้น.........เวลาเรียน..........ชัว่ โมง จํานวน....... .......หน6วยกิต คําอธิบายรายวิชา ............................................................................................................................. .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... รหัสตัวชี้วัด .................................................................................................................................................. ................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................. การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


47 การจัดทําหน9วยการเรียนรู การจัดทําหน6วยการเรียนรู' เปBนหน6วยการเรียนรู'ที่อิงมาตรฐาน มีมาตรฐานการเรียนรู'/ตัวชี้วัดเปBน เป?าหมายของหน6วย ขั้นตอนนี้เปBนขั้นตอนสําคัญที่สุดของการใช'หลักสูตรสถานศึกษา เปBนการนํามาตรฐาน การเรียนรู'สู6การปฏิบัติในการจัดการเรียนรู'เพื่อพัฒนาผู'เรียน เริ่มจากจัดทําโครงสร''างรายวิชา และ การออกแบบการจัดการเรียนรู'โดยเทคนิค Backward Design ซึ่งมี 3 ขั้นตอนใหญ6 ๆ ได'แก6 1. กําหนด เป?าหมายการเรียนรู' 2. กําหนดหลักฐานที่เปBนผลการเรียนรู'ของผู'เรียนตามเป?าหมายการเรียนรู'ที่กําหนด และ 3. ออกแบบการจัดการเรียนรู'เพื่อให'ผู'เรียนมีผลการเรียนรู'ตามเป?าหมายที่กําหนด (เฉลิม ฟGกอ6อน, 2552) เรียบเรียงเปBนขั้นตอนการจัดทําหน6วยการเรียนรู' ดังนี้ 1. จัดทําโครงสร'างรายวิชา 2. กําหนดเป?าหมายการจัดการเรียนรู' 3. กําหนดหลักฐานที่ เปBนผลการเรียนรู' ตามเป?าหมายที่กําหนด (ออกแบบการประเมินผล การเรียนรู' และกําหนดผลงาน/ชิ้นงาน/ภาระงาน) 4. ออกแบบการจัดการเรียนรู' ให'ผู' เรียนมีความรู' ความสามารถตามเป?าหมายที่กําหนด (โดย ตรวจสอบผลการจัดการเรียนรู' จาก“หลักฐานที่เปBนผลการเรียนรู'” 1. การจัดทําโครงสรางรายวิชา เมื่อได'รายวิชาลงโครงสร'างของหลักสูตรสถานศึกษาเรียบร'อยแล'ว ครูผู'สอนจัดทําโครงสร'าง รายวิชาโดยดําเนินการ ดังนี้ 1.1 กําหนดชื่อหน6วยการเรียนรู' โดยพิจารณาคํา/ข'อความสําคัญ(Key words) หรือเนื้อหา ใน ตัวชี้วัดของรายวิชามาจัดกลุ6ม โดยนําตัวชี้วัดที่มีเนื้อหาอยู6ในกลุ6มเดียวกัน หรือเปBนเรื่องเดียวกัน มารวมกัน จัดเปBน 1 หน6วยการเรียนรู' ซึ่งใน 1 รายวิชาจะมีหลายหน6วยฯ และแต6ละหน6วยฯ จะมีตัวชี้วัดซํ้าหรือไม6ซํ้า กันก็ได' อยู6ในดุลพินิจของผู'สอน แต6เวลาที่ใช'จัดการเรียนรู'รวมทั้งหมด ต'องไม6เกินจํานวนชั่วโมงที่กําหนดใน โครงสร'างหลักสูตรสถานศึกษา แล'วตั้งชื่อหน6วยให'น6าสนใจสําหรับผู'เรียน 1.2 ระบุมาตรฐานการเรียนรู'และตัวชี้วัดที่นํามาจัดทําเปBนหน6วยการเรียนรู'แต6ละหน6วยการ เรียนรู'โดยเขียนรหัสมาตรฐาน ระดับชั้นและตัวชี้วัดที่นํามาจัดทําหน6วยฯ ทั้งหมด 1.3 กําหนดสาระสําคัญของแต6ละหน6วยการเรียนรู' เปBนข'อความที่ระบุว6าผู'เรียนรู'อะไร มีทักษะ อะไร (อาจจะมีคุณลักษณะอย6างไรด'วย) และหน6วยนี้มีคุณค6าต6อผู'เรียนอย6างไรในระยะสั้นและระยะยาวโดย ร'อยเรียงข'อมูลของทุกตัวชี้วัด และเขียนเปBน Concept ภาพรวมของหน6วยที่ต'องการให'เปBนองคความรู'เปBน ความเข'าใจที่ฝGงติดตัวผู'เรียนเปBนเวลานาน และสามารถนํามาใช'ได'เมื่อต'องการ มีวิธีเขียน 4 แนวทาง ได'แก6 1) เขียนลักษณะหลักเกณฑ หรือหลักการ เช6น “พืชตอบสนองต6อแสง เสียง และการสัมผัส ซึ่งเปBนสภาพแวดล'อมภายนอก” “การบวก คือการนําจํานวนตั้งแต6สองจํานวนขึ้นไปมารวมกัน จํานวนที่ได'

ทองไส เทียบดอกไม


48 จากการรวมจํานวนต6าง ๆ เข'าด'วยกัน เรียกว6า ผลรวม หรือ ผลบวก และใช'เครื่องหมาย + เปBนสัญลักษณ แสดงการบวก” 2) เขียนลักษณะความคิดรวบยอด เช6น “พืชและสัตวต'องการอาหาร นํ้าและอากาศ เพื่อ การดํารงชีวิต และการเจริญเติบโต” หรือเขียนแบบความเข'าใจที่คงทน เช6น“ความเข'าใจจํานวนนับ สัญลักษณที่ใช'ในสมการ การบวกลบคูณหารจํานวนนับ และความเท6ากัน ทําให'สามารถแก'ปGญหาภายใต' ข'อจํากัดต6าง ๆ ในชีวิตประจําวันได'” “การดํารงชีวิตท6ามกลางการเปลี่ยนแปลงโดยประยุกตใช'แนวคิด ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทําให'ชีวิตมีความสุข” 3) เขียนลักษณะกระบวนการ(กรณีที่ภาพรวมของหน6วยฯ เน'นกระบวนการ) เช6น หน6วยฯ นี้ เน'นกระบวนการแก'ปGญหา เขียนสาระสําคัญได' คือ “การวิเคราะหสาเหตุ ของปGญหาอย6างกว'างขวางหลาย มิติ กําหนดทางเลือกในการแก'สาเหตุของปGญหาอย6างหลากหลาย เลือกทางเลือก ในการแก'ปGญหาอย6าง เหมาะสม ดําเนินการแก'ปGญหาตามทางเลือกที่กําหนด ประเมินและปรับปรุง การแก'ปGญหาอย6างรอบคอบ เปBนระยะ ๆ ช6วยให'สามารถแก'ปGญหาได'อย6างมีประสิทธิภาพ” 4) เขียนลักษณะความสัมพันธ เช6น “วิธีการดํารงชีวิตของมนุษย มีผลกระทบต6อระบบนิเวศ ในสายนํ้า” 1.4 กําหนดระยะเวลา (จํานวนชั่วโมง) สําหรับแต6ละหน6วยการเรียนรู' รวมทุกหน6วยฯ แล'ว มี จํานวนชั่วโมงเท6ากับจํานวนชั่วโมงของรายวิชา 1.5 กําหนดนํ้าหนักคะแนนของแต6ละหน6วยการเรียนรู' ตามความสําคัญของแต6ละหน6วยเพื่อ กําหนดคะแนนสําหรับการประเมินผลการเรียนรู'ของแต6ละหน6วยให'เหมาะสมตามความสําคัญ การจัดทําโครงสร'างรายวิชา อาจจะใช'แบบฟอรมในการบันทึก ดังต6อไปนี้ การจัดทําโครงสรางรายวิชา โครงสร'างรายวิชา................................................ กลุ6มสาระการเรียนรู'.......................................... ชั้น.................................. เวลา..............ชั่วโมง จํานวน............หน6วยกิต ภาคเรียนที่..................... ที่ ชื่อหน6วยการเรียนรู' มฐ. ตัวชี้วัด

สาระสําคัญ

เวลา(ชั่วโมง) นํ้าหนักคะแนน

รวมตลอดป€/ภาค

การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


49 2. การกําหนดเปFาหมายการเรียนรู จากที่เปBนหน6วยการเรียนรู'อิงมาตรฐานเป?าหมายการเรียนรู'ของหน6วยฯ ได'แก6 ชื่อหน9วย.................................................... เปFาหมายการเรียนรู สาระสําคัญ ........................(นํามาจากโครงสร'างรายวิชา)................................. ตัวชี้วัด....(นํามาจากโครงสร'างรายวิชาเขียนรหัสและรายละเอียดของแต6ละตัวชี้วัด).... คุณลักษณะ...(นํามาจากตารางการวิเคราะหตัวชี้วัดเพื่อจัดทําคําอธิบายรายวิชา หรืออาจจะ เลือกคุณลักษณะที่สําคัญและเด6น กําหนดเปBนคุณลักษณะของหน6วยฯ).................. 3. การกําหนดหลักฐานที่เป0นผลการเรียนรูของผูเรียน เปBนการนําเป?าหมายทุกเป?าหมาย(สาระสําคัญ ตัวชี้วัดทุกตัวชี้วัด และคุณลักษณะ) มากําหนด หลักฐานที่เปBนผลการเรียนรู'ของผู'เรียน อาจจะใช'ตาราง ดังนี้ เป?าหมาย สาระสําคัญ ...................................................................... ตัวชี้วัด ว1.1ป.1/1..................................................... คุณลักษณะ ......................................................................

หลักฐานที่เปBนผลการเรียนรุ' (ผลงาน/ชิ้นงาน/ภารงาน) .............................................................................. (ผลงาน/ชิ้นงาน/ภารงาน) .............................................................................. (ผลงาน/ชิ้นงาน/ภารงาน) ………………………......................………………………..

การกําหนดหลักฐานที่เปBนผลการเรียนรู' เปBนการประเมินผลการเรียนรู'ของผู'เรียน โดยออกแบบ การประเมินผลการเรียนรู'ให'เหมาะสม ซึ่งโดยทั่วไปได'กําหนดเปBน 6 เทคนิคประเมินผลการเรียนรู' ดังนี้ 1) Selected Response หมายถึง ข'อสอบปรนัยเลือกตอบ จับคู6 ถูกผิด 2) Constructed Response หมายถึง ข'อสอบเติมคํา หรือเติมข'อความ หรือเขียน Mind map 3) Essay หมายถึง เขียนบรรยาย เขียนเรียงความ เขียนเล6าเรื่อง เขียนรายงาน 4) School Product/Performance หมายถึง การแสดงหรือการปฏิบัติในสถานศึกษา เช6น โต'วาที พูดสนทนาภาษาอังกฤษ ทดลองทางวิทยาศาสตร อ6าน... แสดงบทบาทสมมุติ(Role play)… ประกอบอาหาร.. สืบค'นข'อมูล......(โดยใช' internet ในโรงเรียน) 5) Contextual Product/Performance หมายถึง การแสดงในสถานการณจริง หรือสภาพชีวิต จริงนอกสถานศึกษา เช6น “สํารวจราคาพืชผักในตลาด สรุป และนําเสนอผลการสํารวจ” “สํารวจสินค'า OTOP สรุป และนําเสนอผลการสํารวจ” “สัมภาษณชาวต6างประเทศ แล'วเขียนรายงานส6ง หรือนํามาเล6าให' เพื่อนนักเรียนฟGงในชั่วโมง” ทองไส เทียบดอกไม


50 6) On-going Tools หมายถึง เปBนหลักฐานแสดงการเรียนรู'ของผู'เรียน ที่มีการประเมินผู'เรียน ตลอดเวลา ทุกวัน เช6น ผู'เรียนบันทึกพฤติกรรม........ หรือการสังเกตพฤติกรรม......ของผู'เรียนตลอดเวลา ตั้งแต6ตื่น จนหลับนอนทุกวัน ใน 1 เป?าหมายการเรียนรู' อาจจะมีหลักฐาน(ผลงาน/ชิ้นงาน/ภาระงาน)มากกว6า 1 อย6างก็ได' เพื่อเปBนการยืนยัน สร'างความมั่นใจให'กับครูผู'สอนว6า ผู'เรียนมีความเข'าใจในเรื่องนั้น ๆ จริง และหลักฐานที่ เปBนผลการเรียนรู' 1 อย6าง อาจจะตอบได'หลายเป?าหมายก็เปBนได' ก็เขียนซํ้ากันหลายเป?าหมายได' เนื่องจาก เปBนหลักฐานที่เปBนผลการเรียนรู'ของผู'เรียนที่ชัดเจน 4. ออกแบบการจัดการเรียนรู มีแนวดําเนินการ ดังนี้ 4.1 จัดลําดับหลักฐานที่เปBนผลการเรียนรู' โดยนําหลักฐานที่เปBนผลการเรียนรู'ทั้งหมดที่ระบุใน ขั้นกําหนดกหลักฐาน(หลักฐานที่ซํ้ากัน ให'นํามาจัดลําดับครั้งเดียว) ตามลําดับที่ครูผู'สอนจะทําการสอน ผู'เรียน ให'เปBนลําดับให'เหมาะสม 4.2 กําหนดการจัดกิจกรรมการเรียนรู' โดยนําหลักฐานที่เปBนผลการเรียนรู'เปBนหลักการออกแบบ การจัดการเรียนรู' เพื่อให'ผู'เรียนทําภาระกิจ หรือผลิตผลงาน/ชิ้นงานได'ตามที่กําหนดใน ขั้นที่ 2 ด'วยตัวของ ผู'เรียนเอง โดยครูเปBนคนกําหนดกิจกรรมให'ผู'เรียนเกิดการเรียนรู'อย6างเข'าใจ แล'วทํางานได'บรรลุเป?าหมาย การจัดการเรียนรู'ของหน6วยฯที่กําหนด โดยอาจจะออกแบบตารางบันทึก ดังนี้ หลักฐาน 1............................. 2............................. 3.............................

กิจกรรมการเรียนรู'

สื่อ อุปกรณ

ชั่วโมง

กิจกรรมที่ 1(เขียนกิจกรรมหลัก ๆ) 1...................................................................... 2...................................................................... กิจกรรมที่ 2 1...................................................................... 2......................................................................

ในการออกแบบการจั ดการเรียนรู' 1 ชุดของกิจกรรม อาจจะสามารถทําให' ผู'เรียนมี ผลงาน/ ชิ้นงาน/ ทําภาระงานได'ตามหลักฐานที่กําหนดหลายหลักฐานก็ได' หรือ 1 หลักฐาน ต6อ 1 ชุดของกิจกรรมก็ ได' อยู6ในดุลพินิจของผู'สอน และขณะออกแบบกิจกรรมการเรียนรู' ครูควรออกแบบกิจกรรมการเรียนรู'ที่ พัฒนาสมรรถนะ 5 สมรรถนะตามที่กําหนดในหลักสูตรแกนกลางฯให'แก6ผู'เรียนด'วย เมื่อออกแบบกิจกรรมการเรียนรู'ครบทุกหลักฐานแล'ว ให'นําข'อมูลทั้งหมดตั้งแต6เริ่มกําหนดหน6วย มาเขียนรายละเอียดลักษณะเดียวกับแผนการจัดการเรียนรู' และแผนการจัดการเรียนรู'ที่แนะนํา คือเปBน แผนการจัดการเรียนรู'ใหญ6 1 แผนฯ ต6อ 1 หน6วยการเรียนรู' โดยในขั้นกิจกรรมการเรียนรู' ให'แยกกิจกรรม 1 ช6 ว ง(นํ า เข' า สู 6 บ ทเรี ย น-สอน-สรุ ป ประเมิ น )ให' ต รงกั บ จํ า นวนชั ่ ว โมงในตารางสอน โดยอาจจะให' มี องคประกอบ ดังนี้ การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


51 แผนการจัดการเรียนรูที่... กลุ6มสาระการเรียนรู'.................................................................... รายวิชา................................................. ชั้น.......................... ภาคเรียนที่..........ป€การศึกษา.............. ชื่อหน6วยการเรียนรู'........................................................................ เวลา.........ชัว่ โมง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………. มาตรฐานการเรียนรู ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ตัวชี้วัด ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สาระสําคัญ ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สาระการเรียนรู(วิเคราะหจากตัวชี้วัดทั้งหมดของหน6วยฯ) ความรู' ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ทักษะ/กระบวนการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณลักษณะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………… กิจกรรมการเรียนรู ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สื่อ อุปกรณ6 และแหล9งการเรียนรู ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ทองไส เทียบดอกไม


52 การวัดและประเมินผลการเรียนรู เป?าหมาย หลักฐาน วิธีวัด เครื่องมือวัด สาระสําคัญ ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ตัวชี้วัด ……………………………… ……………………………… ……………………………… ว1.1ป.1/1 คุณลักษณะ ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… จากนี้ ครูผู'สอนต'องสร'างเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู'ของผู'เรียนตามที่กําหนดข'างบนให'ครบ เมื่อครูผู'สอนออกแบบการจัดการเรียนรู' เรียบร'อยแล'ว ควรให'ผู'เชี่ยวชาญ(ครูผู'สอนในกลุ6มสาระ การเรียนรู'เดียวกัน)อย6างน'อย3 คน ช6วยกันตรวจสอบความถูกต'อง เหมาะสมของหน6วยการจัดการเรียนรู'ที่ จะนําไปจัดการเรียนรู' ให'กับผู'เรียน โดยอาจจะใช'แบบประเมิน ดังนี้ แบบประเมินการจัดทําหน9วยการจัดการเรียนรู กลุ6มสาระการเรียนรู'................................................ชื่อหน6วยการจัดการเรียนรู'.......................................... ชั้น............................เวลา..........................ครูผู'สอน.................................................................................. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… คําชี้แจง โปรดทําเครื่องหมาย √ ในช6องตารางความเหมาะสมให'ตรงกับความคิดเห็นของท6าน 4 หมายถึง เหมาะสมมากที่สุด 3 หมายถึง เหมาะสมมาก 2 หมายถึง เหมาะสมน'อย 1 หมายถึง เหมาะสมน'อยที่สุด รายการ

ความเหมาะสม 4 3 2 1

1.ชื่อหน6วยฯ กระทัดรัด ชัดเจน ครอบคลุมเนื้อหาสาระ น6าสนใจ 2.มาตรฐานการเรียนรู' และตัวชี้วัดมีความเชื่อมโยงกันอย6างเหมาะสม 3.ความสอดคล'องของสาระสําคัญ กับมาตรฐานการเรียนรู' และตัวชี้วัด

การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


53 ความเหมาะสม 4 3 2 1

รายการ 4.ความครอบคลุมของสาระสําคัญกับตัวชี้วัดทั้งหมดของหน6วยฯ 5.ความเหมาะสมของจํานวนชั่วโมง 6.ความครบถ'วนของสาระการเรียนรู'กับตัวชี้วัด 7.ความครบถ'วนของทักษะ/กระบวนการกับตัวชี้วัด 8.ความครบถ'วนของคุณลักษณะกับตัวชี้วัด 9.ความเหมาะสมของผลงาน/ชิ้นงาน/ภาระงานเพื่อการประเมินผลการเรียนรู' รวบยอดของหน6วย 10.กิจกรรมการเรียนรู' สามารถทําให'ผู'เรียนมีความรู' ทักษะ/กระบวนการ และ คุณลักษณะ ครบตามตัวชี้วัดของหน6วยฯ และเน'นสมรรถนะสําคัญที่หลักสูตร แกนกลางฯ กําหนด 11.ความเหมาะสมของสื่อ อุปกรณ และแหล6งการเรียนรู' 12.ความเหมาะสมของวิธีการวัด และประเมินผลการเรียนรู' 13.ความเหมาะสมของเครื่องมือวัด และประเมินผลการเรียนรู' 14.ความเหมาะสมของเกณฑการวัด และประเมินผลการเรียนรู' 15.หน6วยการเรียนรู'สามารถนําไปจัดการเรียนรู'ให'กับผู'เรียนได'จริง รวมคะแนน/สรุปผลการประเมิน หรือ คะแนนเฉลี่ย

เกณฑการตัดสินคุณภาพของหน6วยการเรียนรู' กรณีใช'คะแนนรวม คะแนน 15-30 หมายถึง ปรับปรุง คะแนน 31-40 หมายถึง พอใช' คะแนน 41-50 หมายถึง ดี คะแนน 51-60 หมายถึง ดีมาก กรณีใช'คะแนนเฉลี่ย คะแนนเฉลี่ย 1.00-1.75 หมายถึง ปรับปรุง คะแนนเฉลี่ย 1.76-2.50 หมายถึง พอใช' คะแนนเฉลี่ย 2.51-3.25 หมายถึง ดี คะแนนเฉลี่ย 3.26-4.00 หมายถึง ดีมาก เมื่อหน6วยการเรียนรู'ที่ได'ออกแบบมีคุณภาพผ6านเกณฑการประเมินแล'ว ครูผู'สอนจึงนําไปจัด การเรียนรู'ให'แก6ผู'เรียน เพื่อให'ผู'เรียนมีความรู'ความสามารถตามที่หลักสูตรสถานศึกษากําหนด และมี คุณภาพตามที่ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาได'มุ6งหมายไว' ทองไส เทียบดอกไม


54 ในการบริหารจัดการศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษา ที่มีปGญหางบประมาณการบริหารจัดการไม6 เพียงพอในการจัดซื้อซอฟทแวรโปรแกรมคอมพิวเตอรที่มีลิขสิทธิ์ วิธีป?องกันการละเมิดลิขสิทธิ์การใช' ซอฟทแวรหรือบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่เหมาะสมที่สุดในการจัดการเรียนการสอน ได'แก6 การใช'ซอฟทแวรโปรแกรมหรือบริการประเภทรหัสเปdดและฟรี(Open Source Software and Freeware) และในขั้นการนําไปใช'ในการจัดการเรียนการสอน จะเปBนการจัดทําหน6วยการเรียนรู'บูรณาการ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สู6 การจัด การเรีย นการสอนเพื่ อพัฒนาคุ ณภาพนักเรี ยน ซึ ่งเปB น เป? า หมายสุ ด ท' า ย คื อ นั กเรี ย นมี ความรู ' ทั กษะ และทั ศนคติ ที ่ ดี ต6 อการใช' เ ทคโนโลยี ส ารสนเทศและ การสื่อสารเปBนเครื่องมือการเรียนรู'

การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


55 แบบทดสอบวัดผลการเรียนรูของครูกลุ9มเปFาหมาย ในความรูและทักษะใหม9ที่ไดรับ โครงการที่ 1 การพัฒนาครูจากการเรียนรูดวยตนเอง : การบูรณาการ ICT ในการจัดการเรียนการสอน เรื่อง การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน

คําชี้แจง : 1. แบบทดสอบนี้มีลักษณะเปBนแบบทดสอบชนิดเลือกตอบ(Multiple Choices) 4 ตัวเลือก ตอบถูกได' 1 คะแนน และตอบผิดได' 0 คะแนน จํานวน 30 ข'อ 2. ให'ครูกลุ6มเป?าหมายผู'รับการพัฒนา เลือกตําตอบที่ถูกที่สุดเพียงตัวเลือกเดียว จาก 4 ตัวเลือก ก, ข, ค, และ ง ........................................................................................................................................................................ 1. ลิขสิทธิ์ คือ สิทธิ์แต6ผู'เดียวที่จะทําการใดๆ เกี่ยวกับงานที่ผู'สร'างสรรคได'ทําขึ้น เช6น การดําเนินการ ตามข'อใด? ก. การทําซํ้า ดัดแปลง หรือเผยแพร6ต6อสาธารณะ ข. การดําเนินการ ดัดแปลง หรือเผยแพร6ต6อสาธารณะ ค. การทําซํ้า ต6อเติม หรือเผยแพร6ต6อสาธารณะ ง. การทําซํ้า ดัดแปลง หรือเปdดเผย 2. เพียงข'อใดข'อหนึ่งต6อไปนี้อยู6ในกําหนด “ข'อยกเว'นการละเมิดลิขสิทธิ์” ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ก. ครูตั้งร'านรับทําวิจัยหรือศึกษางาน และนําบทความมาทําสําเนาเพื่อทําแบบฝ~กหัดในการศึกษา ข. ครูนําวิดีโอที่มีลิขสิทธิ์มาแสดงในร'านคาราโอเกะของตนเอง ค. ครูกล6าว คัด ลอก เลียน หรือใช'งานบางตอนจากงานลิขสิทธิ์ โดยไม6อ'างอิง ง. ครูทําซํ้า ดัดแปลง นําออกแสดง ในการสอนของตน อันมิใช6การกระทําเพื่อหากําไร 3. ความหมายของซอฟตแวร(Software) ที่ถูกที่สุดคือข'อใด ก. คําสั่งเปลี่ยนแปลงการมอบหมายงานรับผิดชอบด'านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ข. ชุดคําสั่งหรือสิ่งอื่นใด ที่นําไปใช'กับเครื่องคอมพิวเตอร เพื่อให'เครื่องคอมพิวเตอรทํางาน ค. เอกสารการสอนสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ง. สื่อการเรียนการสอนกลุ6มการงานอาชีพและเทคโนโลยีทั้งหมด 4. มีอยู6หนึ่งตัวเลือกต6อไปนี้ที่ไม6น6าจะเปBนไปได'ในปGจจุบัน ก. Open-source Software ยอมให'ผู'ใช'เรียกใช'ชุดคําสั่งได'โดยไม6เสียค6าใช'จ6าย ข. Microsoft Word เปBนซอฟตแวรประยุกตประเภทซอฟตแวรกรรมสิทธิ์ ค. สถานศึกษาขั้นพื้นฐานส6วนมากใช'ระบบปฏิบัติการ Linux ง. ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows เปBนซอฟตแวรกรรมสิทธิ์ ทองไส เทียบดอกไม


56 5. ปGญหาการละเมิดลิขสิทธิ์การใช'บริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ICT) ที่พบมากที่สุด ได'แก6 การละเมิดตามข'อใด? ก. ตัวเครื่องคอมพิวเตอร(Hardware) ข. อุปกรณประกอบคอมพิวเตอร ค. ตัวเครื่องและโปรแกรมที่ใช'บนเครื่องคอมพิวเตอร ง. โปรแกรมที่ใช'บนเครื่องคอมพิวเตอร(Software) 6. ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการเลือกใช'บริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ICT) เพื่อป?องกัน การละเมิดลิขสิทธิ์ ในการจัดการเรียนการสอน คือข'อใด? ก. เลือกใช'บริการ ICT ประเภท Open-Source Software และ Freeware Software ข. เลือกดาวนโหลดโปรแกรมอะไรก็ได'จากอินเทอรเน็ต ค. เลือกซื้อสําเนาโปรแกรมจากร'านค'า ICT ทั่วไป ง. เลือกใช'บริการ ICT ประเภท Commercial Software 7. นโยบายส6งเสริมการใช' ซอฟตแวรโปรแกรมคอมพิวเตอรเพื่ อป?องกั นการละเมิดลิขสิทธิ ์ ระดับชาติ ปรากฏในแผนใด? ก. พระราชบัญญัติการศึกษาแห6งชาติ ข. แผนพัฒนากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ค. แผนแม6บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ของประเทศไทย ง. นโยบายด'านการศึกษาของรัฐบาล 8. โปรแกรมคอมพิวเตอรประเภท Open-source Software และ Freeware Software มีคุณลักษณะ เหมือนกันตามข'อใด ก. เจ'าของลิขสิทธิ์จะเปdดเผยซอรสโค'ดไปพร'อมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร ข. ผู'ใช'สามารถพัฒนาต6อยอดโปรแกรมได' โดยไม6ต'องขออนุญาตจากเจ'าของลิขสิทธิ์ ค. เมื่อพัฒนาต6อยอดโปรแกรมแล'ว ผู'พัฒนาจะต'องใช'ชื่อโปรแกรมใหม6 ง. เปBนโปรแกรมคอมพิวเตอรที่ไม6มีลิขสิทธิ์ 9. บริการ ICT ตามข'อใดไม6เข'ากลุ6มกับข'ออื่น? ก. Microsoft Word, Adobe Acrobat Reader, WinZip, Photoshop, Adobe Premiere Pro ข. Google Account, Gmail, Google Chrome, Google Search, Google Plus, และ issuu.com ค. Google Drive, PDF Creator, Foxit Reader, 7-Zip, TuxPaint, Inkscape, Gimp, และ Greenshot ง. Audacity, Avidemux, InfraRecorder, และ VLC Media Player

การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


57 10. เหตุผลที่ดีที่สุดในการเลือกใช'บัญชีผู'ใช'อินเทอรเน็ต “บัญชี Google(Google Account)” คือข'อใด? ก. เพื่อความสะดวกในการใช'ร6วมกับผลิตภัณฑหรือบริการต6างๆ ของ Google ข. เพราะได'รับความนิยมจากผู'ใช'มากที่สุด ค. เพราะเปBนของ Google ง. เหมือนกันกับ Hotmail, Yahoo, และ Windowslive 11. ต6อไปนี้เปBนคํากล6าวที่ถูกต'องที่สุดเกี่ยวกับ Gmail ก. รหัสประเภทองคกรหลังโดเมนเนมของ Gmail กําหนดได'ทั้ง .com, .org, และ .co ข. Gmail ใช'งานได'ดีแต6ต'องเสียค6าใช'จ6ายมาก ค. ต'องใช' Gmail เท6านั้นกับผลิตภัณฑอื่นของ Google ง. Gmail เปBน “บัญชี Google” บริการอีเม็ลฟรีที่ใช'กับอีกหลายผลิตภัณฑของ Google 12. เมื่อต'องใช'โปรแกรมเล6นอินเทอรเน็ต(Web Browser) ของ Google จะเลือกใช' Web Browser ใด? ก. Safari ข. Internet Explorer ค. Firefox ง. Chrome 13. กูเกิลค'นหา(Google Search) เปBนเครื่องมือค'นหาแหล6งความรู'บนอินเทอรเน็ตของ Google ผ6าน การค'นหาที่พื้นที่ใด? ก. ช6องที่อยู6อินเทอรเน็ต(URL : Uniform Resource Locator) ข. ช6องค'นหา(Search Box) ค. ค'นหาผ6าน บุ„คมารค(Bookmark) ง. ค'นหาผ6านที่อยู6อินเทอรเน็ตและบุ„คมารค 14. Google Plus คืออะไร? ก. เว็บไซตเครือข6ายสังคมออนไลน ลักษณะเดียวกันกับ Twitter ข. เว็บไซตเครือข6ายสังคมออนไลน ลักษณะเดียวกันกับ Facebook ค. เว็บไซตแลกเปลี่ยนภาพวิดีโอ ลักษณะเดียวกันกับ Youtube ง. เว็บไซตธรรมดาโดยทั่วไป 15. Google Drive เปBนบริการสร'าง เก็บ และแชรไฟลบนอินเตอรเน็ต ลักษณะเดียวกันกับโปรแกรมใด? ก. Facebook, Twitter, Youtube, และ Google Plus ข. Microsoft Office, OpenOffice, และ LibreOffice ค. SkyDrive, 4share, Dropbox, และ Apple iCloud ง. Microsoft Windows, Linux, Unix, และ Apple OS ทองไส เทียบดอกไม


58 16. ผู'ใช'สามารถลงชื่อเข'าใช' Gmail เพื่อใช' Google Drive สร'างงานอะไรบนเว็บไซตได'บ'าง? ก. LibreOffice Writer, LibreOffice Impress, และ LibreOffice Calc ข. Microsoft Word, Microsoft PowerPoint, และ Microsoft Excel ค. Document, Presentation, Spread Sheet, Form, และ Drawing ง. Adobe Acrobat Reader, PDF Creator, Foxit Reader, 7-Zip, และ WinZip 17. ข'อใดกล6าวถึงโปรแกรม PDF Creator ได'ถูกต'องที่สุด? ก. โปรแกรมสร'างไฟลเอกสาร PDF ที่เปBน Open Source Software ข. โปรแกรมบีบอัดและคลายไฟลเอกสาร PDF ที่เปBน Open Source Software ค. โปรแกรมสร'างเอกสารธรรมดาโดยทั่วไป ที่เปBน Freeware Software ง. โปรแกรมสร'างไฟลเอกสาร PDF ประเภท Commercial Software 18. ถ'าให'เลือกโปรแกรมฟรีเพื่ออ6านไฟลเอกสาร PDF ที่มีมีนํ้าหนักเบา กินพื้นที่เครื่องคอมพิวเตอรน'อย ปลอดภัย และไม6ติดไวรัส ตัวเลือกใดจะน6าสนใจที่สุด ก. Adobe Reader ข. Foxit Reader ค. PrimoPDF ง. PDF Reader 19. 7-Zip คืออะไร? ก.โปรแกรมที่ มี คุณลั กษณะทั ้งหมดและหลักการทํ า งานเช6 น เดี ย วกั น กั บโปรแกรมบี บอั ดไฟลตาม ท'องตลาด คือ WinZIP ข. โปรแกรมที่มีคุณลักษณะทั้งหมดและหลักการทํางานเช6นเดียวกันกับโปรแกรมบีบอัดไฟลตาม ท'องตลาด คือ WinRAR ค. โปรแกรมบีบอัดและคลายไฟลแบบ Open Source ที่มีขนาดเล็ก ความเร็วสูง และรองรับไฟลได' หลายนามสกุลช6วยให'สะดวกในการถ6ายโอนหรือแชรข'อมูล ง. โปรแกรม 7-Zip เปBนโปรแกรมประเภท Commercial Software เช6นเดียวกันกับโปรแกรม WinZIP และ WinRAR 20. ข'อใดเปBนโปรแกรมประเภทกราฟdกที่ส6งเสริมป?องกันการละเมิดลิขสิทธิ์การใช'เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ในการจัดการเรียนการสอนทั้งหมด? ก. Paint, Draw, Photoshop, และ Snagit ข. TuxPaint, Inkscape, Photoshop, และ Snagit ค. Paint, Draw, Gimp, และ Greenshot ง. TuxPaint, Inkscape, Gimp, และ Greenshot การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


59 21. ถ'าจะต'องเลือกโปรแกรมจัดการรูปภาพที่มีความสามารถไม66แพ'โปรแกรมใด ตกแต66งรูปภาพดิจิตอล ออกแบบกราฟddก สร'างงานเว็บเพจแปลงไฟล สร''างภาพความละเอียดสูง และยังฟรีอีกด''วย ควรเลือก โปรแกรมตามข'อใด? ก. Photoshop ข. Gimp ค. Paint ง. Inkscape 22. โปรแกรมแรกเปBนโปรแกรมด'านความบันเทิงใช'จัดการกับไฟลเสียงโดยเฉพาะ และเปdดไฟลเสียงได' หลากหลายนามสกุ ล โปรแกรมหลั งเปB น โปรแกรมตั ด ต6 อวิดี โ อ เขี ยนหรืออ6 า นไฟลวิ ดีโ อได' หลายนามสกุล ทั้งสองเปBนโปรแกรมคอมพิวเตอรในกลุ6ม Open Source Software และ Freeware ด'าน Multimedia ตามข'อใด? ก. โปรแกรม VLC Media Player และ Avidemux ข. โปรแกรม Avidemux และ VLC Media Player ค. โปรแกรม Adacity และ Avidemux ง.โปรแกรม VLC Media Player และ Adacity 23. โปรแกรม InfraRecorder เปBนโปรแกรมที่มีความสามารถเขียนไฟลประเภทใดลงแผ6น CD และ DVD? ก. ไฟลเอกสาร, ไฟลเสียง Audio, ไฟล VCD/DVD, และไฟล Image ข. ไฟลเอกสารข'อมูลธรรมดา และไฟลเสียงแบบ Audio ค. ไฟลเสียงแบบ Audio และไฟล VCD/DVD ง. ไฟล VCD/DVD และไฟล Image 24. โปรแกรมเล6นไฟลมัลติมีเดีย VLC Media Player ใช'ป?องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ตามข'อใด? ก. เล6นได'ทุกแพลตฟอรม ได'แก6 Windows, Linux, Mac OS X, และ Unix ข. เปBนโปรแกรมเล6นสื่อที่เรียบง6าย รวดเร็ว และทรงพลัง ค. เล6นได'กับทุกแฟ?ม แผ6นดิสก เว็บแคม อุปกรณ และกระแสข'อมูล ง. เปBนโปรแกรมในกลุ6มซอฟตแวรเสรี (Freeware Software) 25. เลือกหนึ่งตัวเลือกที่กล6าวถึงการสร'างและเผยแพร6 E-book บนเว็บไซต issuu.com ไม6ถูกต'อง ก. issuu.com เปBนเว็บไซตที่รวบรวมเนื้อหา E-book เอาไว'หลากหลายจากทั่วโลก ข. เว็บไซต issuu.com สมัครสมาชิกใช'งานได'ฟรี เพื่ออัฟโหลดไฟลเอกสาร PDF แสดงเปBน E-book ค. issuu.com เปBน web application ที่ให'บริการจัดทํา หนังสือเสมือนจริง(Virtual Book) ง. เอกสารไฟลนามสกุลอะไรก็ได'สามารถอัพโหลดขึ้นสร'างเปBน E-book บน issuu.com

ทองไส เทียบดอกไม


60 26. ขั้นตอนใดสําคัญที่สุดในการใช'หลักสูตรสถานศึกษา? ก. การจัดทําหน6วยการเรียนรู' ข. จัดทําโครงสร''างหลักสูตรของสถานศึกษา ค. ครูผู'สอนจัดทําคําอธิบายรายวิชา ง. ครูผู' สอนจัดทําโครงสร'างรายวิชา 27. ข'อใดลําดับการจัดทําหน6วยการเรียนรู'แบบ Backward Design ได'ถูกต'อง? ก. กําหนดเป?าหมายการจัดการเรียนรู' > จัดทําโครงสร'างรายวิชา > กําหนดหลักฐานที่ เปBนผล การเรียนรู'>ออกแบบการจัดการเรียนรู' ข. กําหนดเป?าหมายการจัดการเรียนรู' > จัดทําโครงสร'างรายวิชา > ออกแบบการจัดการเรียนรู'> กําหนดหลักฐานที่ เปBนผลการเรียนรู' ค. จัดทําโครงสร'างรายวิชา > กําหนดเป?าหมายการจัดการเรียนรู' > กําหนดหลักฐานที่ เปBนผล การเรียนรู' >ออกแบบการจัดการเรียนรู' ง. ออกแบบการจัดการเรียนรู' > กําหนดหลักฐานที่ เปBนผลการเรียนรู' > กําหนดเป?าหมายการจัด การเรียนรู' >จัดทําโครงสร'างรายวิชา 28. ขั้นตอน “การออกแบบการจัดการเรียนรู'” ในการจัดทําหน6วยการเรียนรู' ให'ความสําคัญครอบคลุม กิจกรรมอะไรบ'าง? ก. จัดหลักฐานที่ซํ้ากันมาจัดลําดับครั้งเดียว ข. การจัดลําดับหลักฐานที่เปBนผลการเรียนรู' เพื่อกําหนดการจัดกิจกรรมการเรียนรู' ค. ครูเปBนผู'กําหนดกิจกรรมให'นักเรียนเกิดการเรียนรู'อย6างเข'าใจ ง. จัดกิจกรรมให'นักเรียนทํางานได'บรรลุเป?าหมายการจัดการเรียนรู'ของหน6วย 29. การจัดทําแผนการจัดการเรียนรู'ตามแนวทาง Backward Design มีลักษณะตามข'อใด? ก. เปBนแผนการจัดการเรียนรู'ใหญ6 1 แผนต6อ 1 หน6วยการเรียนรู' ข. เปBนแผนการจัดการเรียนรู'ใหญ6 1 แผนต6อกี่หน6วยการเรียนรู'ก็ได' ค. เปBนแผนการจัดการเรียนรู'ใหญ6 1 แผนต6อการสอน 1 ครั้ง ง. เปBนแผนการจัดการเรียนรู'ใหญ6 1 แผนต6อ 1 ชั่วโมง 30. ให'คิดทบทวนเนื้อหาของเอกสารเล6มนี้ แล'วให'ความคิดเห็นว6าควรนําบริการด'านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร มาบูรณาการหรือใส6ไว'ในส6วนใดของแผนการจัดการเรียนรู'ของหน6วยการเรียนรู' ก. ทุกหัวข'อของแผนการจัดการเรียนรู' ข. มาตรฐานการเรียนรู' และตัวชี้วัด ค. การวัดและประเมินผลการเรียนรู' ง. กิจกรรมการเรียนรู' และสื่อ อุปกรณและแหล6งเรียนรู' การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


61 แบบบันทึกถอดบทเรียนสะทอนผลการเรียนรู โครงการที่ 1 การพัฒนาครูจากการเรียนรูดวยตนเอง : การบูรณาการ ICT ในการจัดการเรียนการสอน เรื่อง การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน วันที่ ...... เดือน ................. พ.ศ. ................ เวลา .......... น. สถานที่ ........................................................................... ......................................................................................................................................................................... คําชี้แจง เครื่องมือนี้มีวัตถุประสงคในการสร'าง เพื่อบันทึกถอดบทเรียนสะท'อนผลการเรียนรู'ตามโครงการ ที่ 1 “การพัฒนาครูจากการเรียนรู'ด'วยตนเอง : การบูรณาการ ICT ในการจัดการเรียนการสอน” เปBน ส6วนหนึ่งของการวิจัยและพัฒนาครูด'วยโปรแกรมบูรณาการ ICT เพื่อการจัดการเรียนการสอน ในโรงเรียน ประถมศึกษา ให' ครูกลุ 6มเป?า หมายบัน ทึ กถอดบทเรีย นสะท'อนผลการเรี ยนรู ' ตามขอบข6า ยเอกสารประกอบ การพัฒนาตามโครงการ เรื่อง “การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ICT) เพื่อการจัด การเรียนการสอน” ตามประเด็นคําถาม ดังนี้ 1. ได'รับความรู'อะไร และมีทัศนคติอย6างไรกับการป?องกันการละเมิดลิขสิทธิ์การใช' ICT ใน การจัดการเรียนการสอน ? ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 2. ได'รับความรู'อะไร และมีทัศนคติอย6างไรกับสื่อ ICT เสนอแนะในการป?องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ ? ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 3. ได' รับได' รับความรู' อะไร และมี ทัศนคติ อย6 างไรกั บการจัด ทํา หน6ว ยการเรียนรู'ต ามหลักสูต ร สถานศึกษา ? ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... (ลงชื่อ) ............................................... ผู'บันทึก (..............................................) ครูกลุ6มเป?าหมายผู'รับการพัฒนา

ทองไส เทียบดอกไม


62 แบบประเมินคุณภาพการเรียนรูจากเอกสาร โครงการที่ 1 การพัฒนาครูจากการเรียนรูดวยตนเอง : การบูรณาการ ICT ในการจัดการเรียนการสอน เรื่อง การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน ......................................................................................................................................................................... คําชี้แจง 1. เครื่องมือนี้มีวัตถุประสงคในการสร'างเพื่อเปBนเครื่องมือสําหรับครู ในการประเมินการเรียนรู'ของ ตนเองจากเอกสารโครงการที่ 1 “พัฒนาครูจากการเรียนรู'ด'วยตนเอง : การบูรณาการ ICT ในการจัด การเรียนการสอน” เรื่อง “การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียน การสอน” เปBนส6วนหนึ่งของการวิจัยและพัฒนาครูด'วยโปรแกรมบูรณาการ ICT เพื่อการจัดการเรียน การสอนในโรงเรียนประถมศึกษา 2. เครื่องมือมีเกณฑการให'ระดับคุณภาพรูบริคแบบภาพรวม(Holistic Rubric) 5 ระดับ ได'แก6 5, 4, 3, 2, และ 1 หมายถึง ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช' และปรับปรุง ตามลําดับ ดังนี้ ระดับ 5 (ดีเยี่ยม) สอดคล'องกับวัตถุประสงคของโครงการและโปรแกรม ส6งเสริมการพัฒนาอย6าง ต6อเนื่อง มีการพัฒนาทั้งระดับบุคคล กลุ6ม และองคการ เริ่มจากชุดเล็กที่ละชุดจนครบทุกชุด เรียนรู'ด'วย ตนเองได' ฝ~กปฏิบัติได' นําไปใช'จัดการเรียนการสอนได' และส6งผลต6อพัฒนาการเปลี่ยนแปลงโรงเรียน และ พัฒนาการการเรียนรู'ของนักเรียนที่ตรวจสอบประเมินผลได' ระดับ 4 (ดีมาก) สอดคล'องกับวัตถุประสงคของโครงการและโปรแกรม ส6งเสริมการพัฒนาอย6าง ต6อเนื่อง มีการพัฒนาทั้งระดับบุคคล กลุ6ม และองคการ เริ่มจากชุดเล็กที่ละชุดจนครบทุกชุด เรียนรู'ด'วยต เองได' ฝ~กปฏิบัติได' นําไปใช'จัดการเรียนการสอนได' และส6งผลต6อพัฒนาการเปลี่ยนแปลงโรงเรียน และ พัฒนาการการเรียนรู'ของนักเรียน ระดับ 3 (ดี) สอดคล'องกับวัตถุประสงคของโครงการและโปรแกรม ส6งเสริมการพัฒนาอย6าง ต6อเนื่อง มีการพัฒนาทั้งระดับบุคคล กลุ6ม และองคการ เริ่มจากชุดเล็กที่ละชุดจนครบทุกชุด เรียนรู'ด'วย ตนเองได' ฝ~กปฏิบัติได' นําไปใช'จัดการเรียนการสอนได' และส6งผลต6อพัฒนาการการเรียนรู'ของนักเรียน ระดับ 2 (พอใช') สอดคล'องกับวัตถุประสงคของโครงการและโปรแกรม ส6งเสริมการพัฒนาอย6าง ต6อเนื่อง มีการพัฒนาทั้งระดับบุคคล กลุ6ม และองคการ เริ่มจากชุดเล็กที่ละชุดจนครบทุกชุด เรียนรู'ด'วย ตนเองได' ฝ~กปฏิบัติได' และนําไปใช'จัดการเรียนการสอนได' ระดับ 1 (ปรับปรุง) สอดคล'องกับวัตถุประสงคของโครงการและโปรแกรม ส6งเสริมการพัฒนา อย6างต6อเนื่อง มีการพัฒนาทั้งระดับบุคคล กลุ6ม และองคการ เริ่มจากชุดเล็กที่ละชุดจนครบทุกชุด เรียนรู' ด'วยตเองได' ฝ~กปฏิบัติได' และยังไม6ชัดเจนในการนําไปใช'จัดการเรียนการสอน

การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


63 3. ให'ครูกลุ6มเป?าหมายประเมินการเรียนรู'จากเอกสาร เรื่อง “การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน” โดยทําเครื่องหมาย √ ในวงเล็บหน'าระดับคุณภาพการ เรียนรู'ที่เกิดขึ้นจริง ดังนี้ (......) ระดับ 5 ดีเยี่ยม (......) ระดับ 4 ดีมาก (......) ระดับ 3 ดี (......) ระดับ 2 พอใช' (......) ระดับ 1 ปรับปรุง

(ลงชื่อ) ............................................... ผู'ประเมิน (..............................................) ครูกลุ6มเป?าหมายผู'รับการพัฒนา

ทองไส เทียบดอกไม


64 แบบสอบถามปฏิกิริยาของครูกลุ9มเปFาหมายผูรับการพัฒนาต9อโครงการที่ 1 การพัฒนาครูจากการเรียนรูดวยตนเอง : การบูรณาการ ICT ในการจัดการเรียนการสอน .............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

คําชี้แจง 1. แบบสอบถามนี้ มีวัตถุประสงคเพื่อประเมินปฏิกิริยาตอบสนองของครูกลุ6มเป?าหมายผู'รับการพัฒนาต6อ โครงการที่ 1 “การพัฒนาครูจากการเรียนรู'ด'วยตนเอง : การบูรณาการ ICT ในการจัดการเรียนการสอน” หลัง การดําเนินโครงการ ในการวิจัยและพัฒนาครูด'วยโปรแกรมบูรณาการ ICT เพื่อการจัดการเรียนการสอน ใน โรงเรียนประถมศึกษา 2. ให'ครูผู'รับการพัฒนาทําเครื่องหมาย √ ลงในช6อง “ระดับปฏิกิริยา” ให'ตรงกับระดับปฏิกิริยาที่เปBนจริง ของท6านว6า มีคุณภาพหรือเห็นด'วยระดับใดต6อการดําเนินโครงการที่ 1 ตามรายการประเมินด'านซ'ายตาราง ด'วย ระดับคุณภาพ 5 ระดับ คือ 5, 4, 3, 2, 1 หมายถึง มากที่สุด มาก ปานกลาง น'อย และน'อยที่สุด ตามลําดับ

รายการประเมิน

ระดับปฏิกิริยา มาก ปาน น'อย มาก น'อย ที่สุด กลาง ที่สดุ

ดานที่ 1 เนื้อหา 1. ชื่อเรื่องสื่อความหมายชัดเจน จูงใจให'เข'ารับการพัฒนา 2. เนื้อหาถูกต'องตามหลักการ ทฤษฎี 3. เนื้อหาการพัฒนาสื่อความหมายชัดเจน เข'าใจง6าย 4. ความยากง6ายของเนื้อหาเหมาะสมกับผู'เข'ารับการพัฒนา 5. เนื้อหามีความสอดคล'องกับวัตถุประสงค 6. วัตถุประสงคสอดคล'องกับเป?าหมายของโครงการ 7. เนื้อหาเปBนปGจจุบัน ทันต6อการเปลี่ยนแปลง 8. เนื้อหาสอดคล'องกับความต'องการของผู'รับการพัฒนา

ดานที่ 2 ปEจจัยปFอน 9. กําหนดกลุ6มเป?าหมายชัดเจน 10. จํานวนผู'เข'ารับการพัฒนาเหมาะสมกับกิจกรรม 11. ผู'เข'ารับการพัฒนาสมัครใจเข'ารับการพัฒนา 12. วัสดุอุปกรณ ข'อมูลและสารสนเทศ และแหล6งเรียนรู'เพียงพอ เหมาะสม 13. เอกสารประกอบโครงการเหมาะสม 14. สถานที่พัฒนาเหมาะสม 15. บริการด'านอาหาร อาหารว6าง นํ้าดื่ม เหมาะสม 16. ความรู'และประสบการณในเรื่องที่นําเสนอของวิทยากรน6าเชื่อถือ

17. วิทยากรมีความสามารถในการถ6ายทอดความรู'

การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


65

รายการประเมิน

ระดับปฏิกิริยา ปาน น'อย มาก มาก น'อย กลาง ที่สดุ ที่สุด

18. วิทยากรมีเทคนิควิธีในการนําเสนอเนื้อหา 19. วิทยากรมีความสามารถในการสร'างบรรยากาศการเรียนรู' 20. วิทยากรมีความชัดเจนในการตอบข'อซักถามและให'คําแนะนํา 21. วิทยากรเปdดโอกาสให'ผู'เข'ารับการพัฒนามีส6วนร6วมในการทํากิจกรรมและแสดง ความคิดเห็น 22. วิทยากรมีบุคลิกภาพดี

ดานที่ 3 กระบวนการ 23. การแจ'งรายละเอียดของโครงการ 24. การจัดลําดับความสัมพันธของเนื้อหาในการพัฒนา 25. ขั้นตอนการดําเนินกิจกรรมของโครงการเหมาะสม 26. การกําหนดรูปแบบกิจกรรมเหมาะสมกับผู'เข'ารับการพัฒนา 27. ระยะเวลาการฝ~กอบรมเหมาะสม 28. การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกับวัตถุประสงคของโครงการ 29. กิจกรรมการพัฒนาตามโครงการเหมาะสมสอดคล'องกับความต'องการพัฒนาตนเอง 30. กิจกรรมการพัฒนาตามโครงการเหมาะสมสอดคล'องกับความต'องการพัฒนา ของกลุ6ม 31. กิจกรรมการพัฒนาตามโครงการเหมาะสมสอดคล'องกับความต'องการพัฒนาของ สถานศึกษา

32. การนําเสนอเนื้อหาน6าสนใจและต6อเนื่อง ดานที่ 4 ผลผลิต 33. การเข'ารับการพัฒนาในครั้งนี้ทําให'เกิดความรู'ความเข'าใจเรื่องการบูรณาการ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน 34. การเข'ารับการพัฒนาในครั้งนี้ทําให'มีทัศนคติที่ดีต6อการบูรณาการเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน 35. การเข'ารับการพัฒนาในครั้งนี้ทําให'ทราบถึงคุณลักษณะของการบูรณาการ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน 36. การเข'ารับการพัฒนาในครั้งนี้ช6วยเสริมการปกิบัติงานในหน'าที่และความรับผิดชอบ 37. การพัฒนาตามโครงการมีความคุ'มค6า

ข'อเสนอแนะ ............................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................

ทองไส เทียบดอกไม


66 แบบบันทึกการถอดบทเรียนสะทอนปฏิกิริยาต9อโครงการที่ 1 การพัฒนาครูจากการเรียนรูดวยตนเอง : การบูรณาการ ICT ในการจัดการเรียนการสอน วันที่ ...... เดือน ................. พ.ศ. ................ เวลา .......... น. สถานที่ ........................................................................... ......................................................................................................................................................................... คําชี้แจง เครื่องมือนี้มีวัตถุประสงคในการสร'าง เพื่อบันทึกการถอดบทเรียนสะท'อนปฏิกิริยาต6อโครงการที่ 1 “การพัฒนาครูจากการเรียนรู'ด'วยตนเอง : การบูรณาการ ICT ในการจัดการเรียนการสอน” เปBนส6วนหนึ่ง ของการวิจัยและพัฒนาครูด'วยโปรแกรมบูรณาการ ICT เพื่อการจัดการเรียนการสอน ในโรงเรียนประถม ศึกษา ให'ครูกลุ6มเป?าหมายผู'รับการพัฒนาบันทึกการถอดบทเรียนสะท'อนปฏิกิริยาต6อโครงการที่ 1 ตาม ประเด็นสําคัญ 4 ประเด็น ดังนี้ 1. ปฏิกิริยาต6อเนื้อหาของโครงการ ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 2. ปฏิกิริยาต6อปGจจัยป?อนของโครงการ ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 3. ปฏิกิริยาต6อกระบวนการของโครงการ ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 4. ปฏิกิริยาต6อผลผลิตของโครงการ ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... (ลงชื่อ) ............................................... ผู'บันทึก (..............................................) ครูกลุ6มเป?าหมายผู'รับการพัฒนา การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


67 แบบประเมินปฏิกิริยาต9อคุณภาพของเอกสารโครงการที่ 1 การพัฒนาครูจากการเรียนรูดวยตนเอง : การบูรณาการ ICT ในการจัดการเรียนการสอน เรื่อง การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน .............................................................................................................................................................................. คําชี้แจง 1. เครื่องมือนี้มีวัตถุประสงคในการสร'างเพื่อเปBนเครื่องมือสําหรับครู ในการประเมินปฏิกิริยาต6อ คุณภาพของเอกสารโครงการที่ 1 “พัฒนาครูจากการเรียนรู'ด'วยตนเอง : การบูรณาการ ICT ในการจัด การเรี ยนการสอน” เรื ่อ ง “การบู รณาการเทคโนโลยีส ารสนเทศและการสื ่อ สาร เพื ่ อการจั ดการเรี ยน การสอน” เปBนส6วนหนึ่งของการวิจัยและพัฒนาครูด'วยโปรแกรมบูรณาการ ICT เพื่อการจัดการเรียน การสอนในโรงเรียนประถมศึกษา 2. เครื่องมือมีเกณฑการให'ระดับคุณภาพรูบริคแบบภาพรวม(Holistic Rubric) 5 ระดับ ได'แก6 5, 4, 3, 2, และ 1 หมายถึง ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช' และปรับปรุง ตามลําดับ ดังนี้ ระดับ 5 (ดีเยี่ยม) เอกสารมีเนื้อหาสมบูรณ ถูกต'องตามหลักวิชาการ ริเริ่มสร'างสรรค การพิมพและ รูปเล6มเหมาะสม เปBนประโยชนต6อท'องถิ่น ชุมชน โรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา และมีเป?าหมาย สูงสุดที่การพัฒนาการเรียนรู'ของนักเรียน ที่สามารถตรวจสอบและประเมินผลได' ระดับ 4 (ดีมาก) เอกสารมีเนื้อหาสมบูรณ ถูกต'องตามหลักวิชาการ ริเริ่มสร'างสรรค การพิมพและ รูปเล6มเหมาะสม เปBนประโยชนต6อท'องถิ่น ชุมชน โรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา และมีเป?าหมาย สูงสุดที่การพัฒนาการเรียนรู'ของนักเรียน ระดับ 3 (ดี) เอกสารมีเนื้อหาสมบูรณ ถูกต'องตามหลักวิชาการ ริเริ่มสร'างสรรค การพิมพและ รูปเล6มเหมาะสม เปBนประโยชนต6อท'องถิ่น ชุมชน โรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน ระดับ 2 (พอใช') เอกสารมีเนื้อหาสมบูรณ ถูกต'องตามหลักวิชาการ ริเริ่มสร'างสรรค การพิมพและ รูปเล6มเหมาะสม เปBนประโยชนต6อท'องถิ่น ชุมชน และโรงเรียน ระดับ 1 (ปรับปรุง) เอกสารมีเนื้อหาสมบูรณ ถูกต'องตามหลักวิชาการ ริเริ่มสร'างสรรค การพิมพ และรูปเล6มเหมาะสม แต6ไม6มีลักษณะที่แสดงว6าเปBนประโยชนต6อการเรียนการสอนและครูนักเรียนอย6างไร 3. ให'ครูกลุ6มเป?าหมายประเมินปฏิกิริยาต6อคุณภาพของเอกสาร เรื่อง “การบูรณาการเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน” โดยทําเครื่องหมาย √ ในวงเล็บหน'าระดับคุณภาพ การเรียนรู'ที่เกิดขึ้นจริง ดังนี้ (...) ระดับ 5 ดีเยี่ยม

(...)ระดับ 4 ดีมาก

(...) ระดับ 3 ดี

(...) ระดับ 2 พอใช'

(...) ระดับ 1 ปรับปรุง

(ลงชื่อ) ............................................... ผู'ประเมิน (..............................................) ครูกลุ6มเป?าหมายผู'รับการพัฒนา

ทองไส เทียบดอกไม


บรรณานุกรม กรมทรัพยสินทางปGญญา. (2550). คู9มือการใชงานลิขสิทธิ์ที่เป0นธรรมในการเรียนการสอน. ค'นเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2552, จาก http://www.ipthailand.org/ipthailand/index.php?option= com_content&task=category&sectionid=21&id=207&Itemid=232 _____. (2551). คู9มือการจัดซื้อและตรวจรับซอฟต6แวร6สําหรับหน9วยงานราชการ. ค'นเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2552, จาก http://www.ipthailand.org/ipthailand/index.php?option=com_ content&task=view&id=670&Itemid=232 _____. (2551). คู9มือการใชงานลิขสิทธิ์ที่เป0นธรรมสําหรับโปรแกรมคอมพิวเตอร6แต9ละประเภท. ค'น เมื ่ อ วั น ที ่ 23 พฤศจิ ก ายน 2552, จาก http://www.ipthailand.org/ipthailand /index.php?option=com_content&task=view&id=673&Itemid=232 _____. (2552). คู9มือการใชงานลิขสิทธิ์ที่เป0นธรรม. ค'นเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2552 จาก http:// www.ipthailand.org/ipthailand/index.php?option=com_content&task=view&id=1 1 1 5 &Itemid=232 กรมประชาสัมพันธ. (2553). ก.ไอซีที ผนึก ก.ศึกษา ดันซอฟต6แวร6โอเพ9นส6ซอสใชงานในโรงเรียน หวัง แกปEญหาละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต6แวร6ทั่วประเทศ. ค'นเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2555, จาก http:// www.senate.go.th/security/index.php?option=com_content&view=article&id=52:2010 -03-02-01-37-42&catid=2:news&Itemid=11 กิตติ เหมือนจันทรแจ6ม. (2554). เอกสารคําแนะนําเรื่อง ตัดต9อคลิบเสียงดวยโปรแกรม Audacity. ราชบุรี. สํานักงานส6งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 2 จังหวัดราชบุรี กรมส6งเสริมการเกษตร. แก'เกมไมโครซอฟทบี้ละเมิดลิขสิทธิ์ ภาครัฐสั่งถอด “ออฟฟdศ”หนุนใช'โอเพ6นซอรซแทน. (2553, 7 มกราคม). ประชาชาติธุรกิจ, หน'า 24. ขจรศักดิ์ หลักแก'ว. (2553). การสืบคนขอมูลบนอินเทอร6เน็ต. ค'นเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2555, จาก http://www.patwit.ac.th/search/index.html ขวัญ ฤทัย แย'มสื บ พั นธุ , อ' อย ชั ยสุว รรณ และดนุ พล เตชะสุ ขถาวร. (2554). โปรแกรม Avidemux. ค'นเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2555, จาก http://siam4911700007.blogspot. com/2011/02/avidemux.html เฉลิม ฟGกอ6อน. ( 2552). การใชหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. ลําพูน: สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาลําพูน เขต 1. ชรัตน เพ็ชรธงไชย. (2554). Google+ จัดให. กรุงเทพฯ : บริษัท จูปdตัส จํากัด.


70 เดชฐิพงศ เลิศไกร. (2555). เปรียบเทียบ SkyDrive vs iCloud vs Google Drive vs Dropbox. ค'น เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2555, จาก http://thaiwinadmin.blogspot.com/2012/04/skydrivevs-icloud-vs-google-drive-vs.html ทัศไนย ต6วนแวนา. (2555). จาก Google Docs สู9 Google Drive บริการเก็บขอมูลแบบเต็มตัว. ค'น เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2555, จาก http://www.siamexpert.com/2012/04/google-docsgoogle-drive.html ธนกร ศิริกิจ (ผู'ผลิต). (2554). เทคนิคการสืบคนสารสนเทศทางวิทยาศาสตร6และเทคโนโลยี จาก อินเทอร6เน็ตอย9างมีประสิทธิภาพ (สไลด6). กรมวิทยาศาสตรบริการ กระทรวงวิทยาศาสตรและ เทคโนโลยี ธนกฤต เดชนาเกร็ ด. (2552). การสรางสื่อการสอนด วยโปรแกรม CamStudio. ศรีสะเกษ: กลุ6มงาน ส6งเสริมพัฒ นาสื่อ นวัต กรรม และเทคโนโลยีทางการศึกษา กลุ6มนิเ ทศติด ตามและ ประเมินผลการจัดการศึกษา สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 3 ธนันชนัย อุ6นสิม. (2551). อ9านแม็กกาซีน ออนไลน6 เป0นรอยฉบับ ที่ ISSUU. ค'นเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2555, จาก http://www.thaidesignblog.com/?p=72 นพพร สิโตทัย. (2551). แนะนําโปรแกรม Audacity. ค'นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2555, จาก http://www.ram.edu/elearning/tutorial/audacity/index.html นรศิษฏ เปล6งรัศมี. (2555). คู9มือการใช Audacity เบื้องตน. ค'นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2555, จาก http://www.slideshare.net/norasitp/audacity-13-beta-unicode-14960107 นิคม วัชรินทรกร. (2553). ความรูพื้นฐานก9อนสรางเว็บไซต6. ค'นเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2555, จาก http: //www.com-learning2u.com/unit/unit1/1.html บุญเลิศ อรุณพิบูลย. (2554). กลุ6ม Multimedia ใน OSS/Freeware สําหรับคอมพิวเตอร6ส9วนบุคคล. ค'นเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2555, จาก http://stks.or.th/wiki/doku.php?id=oss:start%20#กลุ6ม -multimedia _____. (2552). ซอฟต6แวร6ทางเลือก Open Source Software & Freeware. ค'นเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2552, จาก http://stks.or.th/wiki/doku.php?id=oss:start ปรัชญนันท นิลสุข. (2555). กรณีศึกษา : ประเทศไทยอันดับ 4 การละเมิดลิขสิทธิ์ไอทีภาคพื้นเอเชีย และแปซิฟAกส6. ค'นเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2555, จาก http://www.gotoknow.org/blogs/ posts/143436 ปวริศร อนันตสุทธิรักษ. (2553). Vitual Book ดวย Issuu.com. ค'นเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2555, จาก https://sites.google.com/site/pawarisornarti3319/home/vitual-book-by-issuu-com

การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


71 ปdยะ ตัณฑวิเชียร. (2555). งานประกาศผลรางวัลเว็บไซต6ยอดนิยม Truehits.net Web Award 2011. ค'นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2555, จาก http://truehits.net/awards2011/download /truehits-awards2011-14May2012.pdf พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537. (2537). ราชกิจจานุเบกษา. เล6มที่ 111. ตอนที่ 59 ก. หน'า 1, 5, 7, 9. 21 ธันวาคม 2537. พิสัณห เอนกบุญญาภิรมย. (2555). Google Drive มากกว9าแชร6ไฟล6. ค'นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2555, จาก http://www.diythailand.com/ มิตรไทย. (2555). รวมร9างไฟล6 .mkv ดวยโปรแกรม MKVMerge GUI. ค'นเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2555, จาก http://www.mythpcthai.com/wp/?p=795 วราภรณ เฉิดดิลก. (2554). คู9มือการใชงาน Google Docs. หนองคาย: โรงเรียนราชประชานุเคราห 27. วศิน เพิ่มทรัพย, ภวธัญชนรัตน ภู6วิจิตร, และ ปวีณา มีป?อง. (2554). Google+. กรุงเทพฯ: บริษัท โปรวิชั่น จํากัด. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2555ก). กูเกิล+. ค'นเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2555, จาก http://goo.gl/SwVOe _____. (2555ข). วีแอลซีมีเดียเพลเยอร6. ค'นเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2555, จาก http: //goo.gl/972U วิโรจน ชัยมูล และ สุพรรษา ยวงทอง. (2552). ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร6และเทคโนโลยี สารสนเทศ ฉบับปรับปรุงใหม9. กรุงเทพฯ : บริษัท โปรวิชนั่ จํากัด. มนตรี โคตรคันทา. (2552). Open Source ในโรงเรียน (1). ค'นเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2554, จาก http://www.krumontree.com/site/index.php/The-News/133-open-source-in-school-1 _____. (2552). Open Source ในโรงเรียน (2). ค'นเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2554, จาก http://www. krumontree.com/site/index.php/The-News/134-open-source-in-school-2 เมธาวี หวานเสียง. (2553). Multimedia - Audio & Video Editor - Avidemux. ค'มเมื่อ วั น ที ่ 20 ธั น วาคม 2555, จาก http://maxos.know2pro.com/multimedia-tools/ audio-a-video-editor/36-avidemux ลลิตา ธรรมภิบาล. (2555). What is Aegisub. ค'นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2555, จาก http:// student.st.ac.th/3339837/index.html วิรัช ศรเลิศลํ้าาวาณิช. (2552). Ecolonux ติดป•กผูประกอบการไทยดวยโอเพนซอร6ส. ศูนยเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกสและคอมพิวเตอรแห6งชาติ.

ทองไส เทียบดอกไม


72 ศิริพงษ ศิริวรรณ. (2555). แนะนําโปรแกรม CamStudio Recorder. ค'นเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2555, จาก http://it.pharmacy.psu.ac.th/index.php/2009-06-25-03-23-36/32008-03-28-09-37-51/258-itc-talk-242555--camstudio-recorder สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคเหนือ. (2555). ปEญหาการละเมิด ลิขสิทธิ์ในสถานศึกษา. ค'นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2555, จาก http://www.northeducation. ac.th/etraining/courses/3/itedu/chap6/index06_1.php สมาคมการค'าผู'ประกอบธุรกิจบันเทิงไทย. (2553). การละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน6ในสถาบันการศึกษา. ค'น เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2555, จาก http://www.teca.co.th/index.php/knowledge-aboutpiracy/7-2008-06-10-18-31-40.html สมาคมส6งเสริมเทคโนโลยี(ไทย-ญี่ปุ†น). (2555). การสมัครและใชงาน Gmail. ค'นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2555, จาก http://goo.gl/T0aSX สยาม ศรี พั่ว. (2554). โอเพนซอรสซอฟตแวรทางเลือก: ตอนที ่ 5–การตั ดต6อวิดี โอด'วย Avidemux. ค' น เมื ่ อวั น ที ่ 20 กั น ยายน 2555,จาก http://www.ict.buu.ac.th/Blog/Lists/Posts/ Postaspx?ID=201 สารสิน อิ่มโอษฐ. (2554). โปรแกรมตัดต9อวีดีโอ Avidemux. ค'มเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2555, จากhttp://e-library.bangkok.go.th/index.php?option=com_content&view= article&id= 5:-avidemux&catid=5:programs&Itemid=5 สินีนาฏ ทาบึงกาฬ. (2550). สสวท. – SIPA ส9งเสริมใหใชซอฟต6แวร6รหัสเปAด (Open Source) ใน โรงเรียน. ค'นเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2552, จาก http://www.vcharkarn.com/vcafe/94145 สือ ล'ออุทัย. (2551). แผนการส9งเสริมการใชซอฟต6แวร6โอเพนซอร6สในภาครัฐ. กระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร สุจิตราภรณ สําเภาอินทร. (2551). การรับส9งและประโยชน6ของอีเม็ล. ค'นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2555, จาก http://mickeymous.blogspot.com/ สุจิตรา หรัญรัตน. (2553). การสืบคนขอมูลทางอินเทอร6เน็ต. ค'นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2555, จาก http://media.rajsima.ac.th/sujittra/unit3.html สุดา สุวรรณชาตรี. (2550). Gmail คืออะไร. ค'นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2555, จาก http://www. learners.in.th/blogs/posts/101238 สุพรรษา ยวงทอง และ วิโรจน ชัยมูล. (2551). ครบเครื่องเรื่องอินเทอร6เน็ตฉบับสมบูรณ6. กรุงเทพฯ : บริษัท โปรวิชั่น จํากัด.

การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


73 สํานักงานส6งเสริมอุตสาหกรรมซอฟตแวรแห6งชาติ (องคการมหาชน). (2550). คู9มือการใชงาน Open Source ฉบับคุมค9า Chantra 53.05 Handbook. กรุงเทพฯ: อาคารรวมหน6วยงานราชการ บี ศูนยราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550. _____. (2553). กรมทรัพย6สินฯ ชี้ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต6แวร6เสี่ยงปEญหาไวรัส. ค'นเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2555, จาก http://www.thairath.co.th/content/tech/91608 _____. (2554). โครงการภายใตการดูแลของ Thai Open Source. ค'นเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2555, จาก http://www.sipa.or.th/ewt_news.php?nid=547&filename=index1 องคการพิพิธภัณฑวิทยาศาสตรแห6งชาติ. (2555). เอกสารประกอบการอบรม การอัดและต9อเสียง ดวย Audacity. ปทุ มธานี . พิ พิ ธ ภั ณฑเทคโนโลยี ส ารสนเทศ องคการพิ พิ ธ ภั ณฑ วิทยาศาสตรแห6งชาติ. อภิรักษ หาญพิชิตวณิชย และ พิเชฐ สุวิยานนท. (2553). Issuu.com. ค'นเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2555, จาก http://www.60vi.com/clip/e-book-creater-issuu/ อัมราภรณ สอางจิตร. (2555). Gmail คือ. ค'นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2555, จาก http://ummara phonmak.blogspot.com/2012/05/gmail.html อานนท สายคําฟู. (2546). ซอฟแวร6โอเพ9นซอร6ส (Software Open Source). ค'นเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2552, จาก http://www.anubal-lp.ac.th/Arnon_web/_teabook/anon_file/anon 4.html อิทธิวัฒน รัตนพองบู6. (2555). Marketing on Google Plus การทําการตลาดออนไลน6ดวยกูเกิ้ล พลัส. นนทบุรี: บริษัท ธิงค บียอนด บุ„คส จํากัด. Alongkorn Tengsamut. (2555). การแทรกรูปภาพใน Gmail. ค'นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2555, จาก http://www.ninetechno.com/a/gmail/562-insert-picture.html Download Jaew. (2555). โปรแกรม 7-Zip 9.22. ค'นเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2555, จาก http:// www.downloadjaew.com/7-zip-9-22.html _____. (2555). Avidemux 2.6.1. ค'นเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2555, จาก http:// www.download jaew.com/avidemux-2-6-1.html Google ไดรฟœ. (2555). ภาพรวมของ Google ไดรฟ…. ค'นเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2555, จาก https: //support.google.com/drive/?hl=th Google Accounts. (2555). บัญชีผูใช Google ความช9วยเหลือ. ค'นเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2555, จาก http://goo.gl/NL7B2

ทองไส เทียบดอกไม


74 Google. (2555). ผลิตภัณฑ6อื่นๆ จาก Google. ค'นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2555, จาก https:// www.google.co.th/intl/th/options/ TechmoBlog.com. (2555). ชาว Social Network ยกให Google+ เป0นอันดับหนึ่ง ดัน Facebook ครองที่โหล9. ค'นเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2555, จาก http://goo.gl/2p9Wc Ubasti. (2555). แนะนําโปรแกรม Aegisub. ค'นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2555, จาก http:// www.9neko.com/index.php/program/aegisub Zodiac Fresh. (2012). วิธีใชโปรแกรม CamStudio แบนโปร แบบง9ายๆ. ค'นเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2555, จาก http://bbs.playpark.com/topic/98122-วิธี ใช'โปรแกรมม-cam studio-แบนโปร-แบบง6/ Audacity Team. (2012). Download Audacity 2.0.2. Retrieved August 30, 2012, from http://audacity.sourceforge.net/ avidemux.sourceforge.net. (2012). win32 2.6.0 Install (32 bits), SourceForge, Berlios. Retrieved September 20, 2012, from http://avidemux.sourceforge.net/download. Html Christian Kindahl. (2012). InfraRecorder. Retrieved February 1, 2012, from http:// infrarecorder.org/ Donna Tam. (2012). Facebook users not as satisfied as Google+ users. Retrieved July 20, 2012, from http://goo.gl/jpf1s Foxit Corporation. (2012). Foxit Reader: The Best PDF Reader –Over 130 Million Users. Retreived April 24, 2012, from http://www.foxitsoftware.com/Secure_PDF_Reader/ getgreenshot.org. (2011). Greenshot - a free screenshot tool optimized for productivity. Retreived May 8, 2012, from http://getgreenshot.org/ Leawo.com. (2012). Leawo PowerPoint to Video Free V 2.6.0.68. Retrieved December 30, 2012, from http://www.leawo.com/ Moritz Bunkus. (2012). A guide to mkvmerge GUI (mmg). Retrieved December 25, 2012, from http://www.bunkus.org/videotools/mkvtoolnix/doc/mkvmerge- gui. html Softonic Enjoin Software. (2012). Format Factory. Retrieved December 25, 2012, from http://format-factory.en.softonic.com/

การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดการเรียนการสอน


75 Stat Counter. (2012). StatCounter Global Stats Top 5 Browser from W20 2011 to W20 2012. Retrieved May 3, 2012, from http://gs.statcounter.com/#browser-ww-weekly201120-201220 VedioLan ORGANIZATION. (2012). VLC Media Player. Retrieved October 22, 2012, from http://www.videolan.org/

ทองไส เทียบดอกไม


1 การบูรณาการ ict เพื่อการจัดการเรียนการสอน  

เอกสารโครงการที่ 1 การพัฒนาครูจากการเรียนรู้ด้วยตนเอง : การบูรณาการ ICT ในการจัดการเรียนการสอน

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you