Skip to main content

วัด วัฒนะ

Page 1

วัด : วัฒนะ

คู่มือการพัฒนาสาธารณูปการ วัดล้านนา

ส�ำนักพระพุทธศาสนา จังหวัดเชียงใหม่


ค�ำนิยม

พระครู ธีรสุจพจน์ ดร.(พระมหาสง่า ธีรสวโร)


สารบัญ

ค�ำน�ำ วัดวาวาอารามมิได้เป็ นเพียงพุทธศาสนสถาน หากแต่เป็ น “ศูนย์กลางแห่งศรัทธา” และเป็ น “มรดกทางปั ญญาและศิปวัฒนธรรม” ที่สืบทอดมายาวนานนอกจากเสนาสนะแล้ว บริเวณพืน้ ที่ วัดยังต้องสอดคล้องกับทัง้ หลักธรรมค�ำสอนและคติความเชื่อดัง้ เดิม ในขณะเดียวกันก็ตอ้ งพร้อมรับ การใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย กรรมมาธิการสถาปนิกล้านนา สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตระหนักถึงความ ท้าทายในการดูแลรักษาและปรับปรุ งพืน้ ที่วดั ให้ยงั คงไว้ซง่ึ ความสง่างาม ความเหมาะสมตามคติ การสร้างวัด และความยั่งยืนของการใช้งาน คู่มือการดูแลรักษาพืน้ ทีว่ ัด เล่มนี ้ จึงได้ถกู จัดท�ำขึน้ ด้วยเจตนารมณ์ท่ีจะเป็ นสะพานเชื่อมโยงองค์ความรูด้ า้ นสถาปั ตยกรรมและการวางผังพืน้ ที่ เข้ากับ การท�ำนุบำ� รุงพระพุทธศาสนาอย่างมีหลักการ สถาปนิก คือผูท้ ่ีมีความเข้าใจอย่างลึกซึง้ ในเรื่องการออกแบบ การใช้งาน วัสดุ และการ จัดการพืน้ ที่ให้เกิดประโยชน์สงู สุด ทั้ง ยัง สามารถผสานความรู ท้ างเทคนิ ค เข้า กับ หลัก การทาง ศาสนาและวัฒนธรรมได้ การบูรณะ ปรับปรุ ง หรือแม้กระทั่งการวางแผนการใช้สอยพืน้ ที่ใหม่ใน วัด จึงเป็ นเรือ่ งที่ตอ้ งการ ค�ำแนะน�ำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ เพื่อให้ม่ นั ใจว่าทุกการ เปลี่ยนแปลงจะคงรักษาไว้ซง่ึ “ความสวยงามและความเหมาะสมตามคติของการสร้างวัด” อย่างแท้จริง คูม่ ือนีจ้ งึ เป็ นจุดเริ่มต้นที่จะแสดงให้เห็นว่า สถาปนิกสามารถเป็ นที่ปรึกษาคนส�ำคัญ ของวัดในการพัฒนาพืน้ ที่อย่างยั่งยืน กรรมาธิการฯ ขอส่งมอบคูม่ ือนีใ้ ห้แก่ท่านเจ้าอาวาส คณะกรรมการวัด และผูท้ ่ีมีส่วนร่วมใน การดูแลพืน้ ที่ทกุ ท่าน ด้วยความหวังว่า องค์ความรูท้ ่ีได้รวบรวมไว้ จะเป็ นเข็มทิศน�ำทางให้การดูแล รักษาพืน้ ที่วดั เป็ นไปอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ และน�ำไปสู่การรักษาคุณค่าของมรดกทาง ศรัทธานีใ้ ห้คงอยูค่ สู่ งั คมไทยตลอดไป

คณะจัดท�ำคู่มอื วัด : วัฒนะ

เรื่อง

หน้า

วัดในอุดมคติ สัปปายะ พืน้ ทีร่ มณีย ์ คติการสร้างวัด วัดป่ า วัดบ้าน โครงสร้างวัดไทย รู ปแบบสถาปั ตยกรรมของวิหารล้านนา สกุลช่างล้านนา การเรียนรู้และการเสริมสร้างสุขภาวะเชิงพุทธบูรณาการ สิ่งแวดล้อม หลักการและข้อก�ำหนดในการอนุรักษ์สากล พืน้ ฐานในการอนุรักษ์ การบันทึกและการออกแบบ พืน้ ฐานในการจัดการ ภัยธรรมชาติและการจราจร การสนับสนุนการท่องเทีย่ ว ความร่วมมือและสนับสนุน การส�ำรวจภาคสนาม การจดบันทึก ่ บบ่อย ค�ำถามทีพ ข้อก�ำหนดและกฎหมายทีเ่ กีย่ วข้องกับศาสนสถาน หน่วยงานทีส่ ่งเสริมด้านสถาปั ตยกรรมในภาคเหนือ

๑ ๔ ๑๐ ๑๑ ๑๖ ๑๗ ๒๐ ๒๑ ๒๓ ๒๕ ๒๖ ๒๘ ๒๙ ๓๐ ๓๑ ๓๒ ๓๓ ๓๗ ๓๙ ๔๐


สัปปายะ พืน้ ทีร่ มณีย ์

“วัดในอุดมคติ”

นามธรรม / คติความเชื่อ (Abstract Aspects/Beliefs)

วัตถุประสงค์และแนวคิดทางศาสนา จุดมุง่ หมายของวัด: จุดหมายหลัก ๒ ประการของวัดในสมัยพุทธกาลคือ (๑) ท�ำให้เป็ นพืน้ ทีล่ ะกิเลส [ปหานาราม] (๒) ท�ำให้เป็ นเขตพัฒนากุศล [ภาวนาราม] วัดควรเป็ นสถานทีท่ ท่ี ำ� ให้คนเข้าถึงวัดพร้อมกับการเข้าถึงธรรมในทีส่ ดุ หลักการสัปปายะ (เชิงนามธรรม): ความเป็ นสัปปายะไม่ได้ขนึ ้ อยูก่ บั พืน้ ที่ภายนอกเท่านัน้ แต่ตอ้ งอาศัยองค์คณ ุ เฉพาะบุคคลของผูอ้ ยูอ่ าศัย (เช่น พระภิกษุ) ซึง่ รวมถึงการมีศรัทธาตัง้ มั่น, สุขภาพดี, ศีลาจารวัตรดีงาม, และมุง่ ผลดับทุกข์ สัปปายะ ๗ ยังรวมถึง ภัสสสัปปายะ(การพูดคุยที่เหมาะกัน), ปุคคลสัปปายะ(บุคคลที่ถกู กันเหมาะกัน), โภชนสัปปายะ(อาหารที่เหมาะกัน), อุตสุ ปั ปายะ(ดินฟ้าอากาศที่เหมาะกัน), และอิรยิ าปถสัปปายะ(อิรยิ าบถที่เหมาะกัน)

1

ภูมิทัศน์และสถาปั ตยกรรมในวัดไทย

กายภาพ (Physical Aspects)

แนวคิดและโครงสร้างทางภูมิสถาปั ตยกรรมของวัด การแบ่งพืน้ ที่ ภูมิสถาปั ตยกรรมของวัดไทยทัง้ ในอดีตและปั จจุบนั ถูก วิเคราะห์โดยแบ่งออกเป็ น พืน้ ที่ทางกายภาพ (Physical Space), พืน้ ที่ทางสังคม, และพืน้ ที่ทางจิตวิญญาณหรือ ปั ญญา หลักการดัง้ เดิม (สัปปายะ): วัดในสมัยพุทธกาล พัฒนามาจากหลักคิดพืน้ ฐานคือ พืน้ ที่ตอ้ งมีความเป็ น “สัปปายะ” หรือเป็ น “พื น้ ที่ ร มณี ย”์ (Joyful/Pleasant Territory) ซึ่งเน้นความร่มรื่นเป็ นหลัก ลักษณะทางกายภาพที่สำ� คัญคือ เน้นความเป็ นถิ่นรมณีย ์ มีร่มไม้ มีสายน�ำ ้ มีป่าเป็ นส่วนประกอบวัดในพุทธกาล ไม่เน้นสิ่งปลูกสร้างที่ใหญ่โตโอ่โถง (ยกเว้นบางวัดที่สร้าง โดยฆราวาส) และเสนาสนะ (เช่น กุฏิ) ถูกก�ำหนดขนาด ตายตัวตามพระวินยั (ยาวไม่เกิน ๑๒ คืบ กว้าง ๗ คืบพระสุคต) 2


คติการสร้างวัด การสร้างวัด ตามคติโ บราณสัม พัน ธ์กับ คติว่า ด้ว ยโลกและจัก รวาล (จัก รวาลวิ ท ยาและไตรภูมิ ) มูลเหตุแห่งการสร้างวัดยังมาจากคติการบรรจุอฐั ิ ธาตุในสถูปหลังการมรณภาพของผูม้ ีคณ ุ ธรรมในศาสนา บทบาททางสังคมและจิตวิญญาณ วัดเป็ นศูนย์รวมทางสังคมและวัฒนธรรม พืน้ ที่ทางสังคมเป็ นพืน้ ที่เปิ ด ส�ำหรับทุกคนทุกชนชัน้ (เช่น วัดอัมพปาลีวนั ). พืน้ ที่ทางจิตวิญญาณหรือปั ญญาถือเป็ นเป้าหมายหลัก โดยมุ่งเน้นการเพิ่มปั ญญาและลดละกิเลส

เขาพระสุเมรุ

แนวคิดเรื่องภูมจิ กั รวาล ผังของแนวล�ำน�ำ้ ที่ไหลวนจากยอดเขาหิมาลัย กับแนวตัดภูมิประเทศ ตามแนวคิดของฮินดู ท�ำให้เกิดแนวเชื่อในเรื่องภูมิจกั รวาล

สุเมรุ ก�ำแพงจักรวาล

ชมพูทวีป

อรูปพรหมภูมิ ๔ อรูปพรหมภูมิ ๑๖ ปรนิยมิตสวตตีเทวภูมิ นิมานรดี ดุสติ าเทวภูมิ ดาวดึงเทวภูมิ จาตุมหาราชิกา

เทวภูมิ ๑๖

ยุคนุ ธร อิสนิ ทร กรวิก สุทศั น์ เนมินทร อินนั ตก อัสสกัน

ก�ำแพงจักรวาล

สุเมรุ

จุดประชิดของโลกนตนรก

พระนิพพาน

สัตตบริพนั ธ์

แกนจักรวาล

สีทนั ดรสมุทร

ก�ำแพงจักรวาลอื่น

ชมพูทวีป

มนุษย์ ดิระฉาน ตรีกฎุ บรรพต อสุรกาย เปรต นรก

3

ยมโลก หรือ มหนรกใหญ่ ๘ ขุม

4


วิหารพระเจ้าละโว้

รอยพระพุทธบาท

อุโบสถ

วิหารน�ำ้ แต้ม

วิหารพระพุทธ

วิหารต้นแก้ว

ผังวัดแบบล้านนา วัดพระธาตุลำ� ปางหลวง

บันไดนาค

ภาพไตรภูมิและจักรวาลที่ประมวลจากแบบวัดต่าง ในสมัยรัชกาลที่ ๑ - ๒

5

6


ภูมิจกั รวาลและสัตว์หิมพานต์ในงานองค์ประกอบ

7

8


วัดป่ า

วัดบ้าน

อรัญวาสี

คามวาสี

อรัญวาสี (วัดป่ า) คือวัดที่ตงั้ อยูใ่ นป่ า เน้นการปฏิบตั ธิ รรม : “อรัญ” แปลว่า ป่ า “วาสี” แปลว่า ผูอ้ ยูอ่ าศัย รวมกันหมายถึง พระภิกษุผจู้ ำ� พรรษาในป่ า หรือวัดที่ตงั้ อยูใ่ นบริเวณห่างไกลจากชุมชน แนวทางปฏิบตั ิ : เน้น วิปัสสนาธุระ คือการปฏิบตั ภิ าวนา เจริญสมาธิและปั ญญา ลักษณะวัด : มักตัง้ อยูใ่ นป่ า ภูเขา หรือสถานที่สงบ เช่น โคนไม้ ถ�ำ ้ ป่ าช้า ตามแนวทางที่พระพุทธเจ้า ทรงแนะน�ำให้ภิกษุเสพเสนาสนะอันสงัด พระสงฆ์ทน่ี ิยม : พระสายปฏิบตั ิ เช่น หลวงปู่ ม่นั ภูรทิ ตั โต และพระสายวัดป่ าทั่วไทย ความหมาย

คามวาสี (วัดบ้าน) คือวัดที่ตงั้ อยูใ่ นเมืองหรือหมูบ่ า้ น เน้นการศึกษาธรรมะและการบริหารกิจสงฆ์ : “คาม” แปลว่า หมูบ่ า้ น “วาสี” แปลว่า ผูอ้ ยูอ่ าศัย รวมกันหมายถึง พระภิกษุผจู้ ำ� พรรษา ในเมืองหรือหมูบ่ า้ น มูลนิธิศกึ ษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา - บ้านธัมมะ แนวทางปฏิบตั ิ : เน้น คันถธุระ คือการศึกษาพระธรรมค�ำสอน การสอน การเทศนา และการบริหารกิจสงฆ์ ลักษณะวัด : ตัง้ อยูใ่ นชุมชนเมืองหรือหมูบ่ า้ น มีบทบาทในการเผยแผ่ธรรมะแก่ประชาชนทั่วไป พระสงฆ์ทน่ี ิยม : พระนักเทศน์ นักบริหาร เช่น เจ้าอาวาสวัดใหญ่ในเมือง ความหมาย

ประเด็น

9

อรัญวาสี

คามวาสี

สถานที่ตงั้

ป่ า, ภูเขา, ที่สงบ

เมือง, หมูบ่ า้ น

แนวทาง

วิปัสสนาธุระ

คันถธุระ

จุดเน้น

ปฏิบตั ภิ าวนา

ศึกษาและเผยแผ่ธรรมะ

บทบาท

เน้นความสงบและวิเวก

เน้นสื่อสารกับชุมชน

10


โครงสร้างวัดไทย พืน้ ที่ ใช้ประโยชน์ (ธรณีสงฆ์)

สังฆาวาส

พุทธาวาส

วัดไทยในอดีตและปั จจุบนั ได้รบั อิทธิพลจากแนวคิดหลัก ๓ ประการ ได้แก่ จักรวาลวิทยาและไตรภูมิ, หลักสัปปายะ, และแนวคิดที่ผสมผสานระหว่างเรือ่ งจักรวาลวิทยา, ไตรภูมิ, หลักสัปปายะ และภูมิปัญญาชาวบ้าน การวางผังมักจ�ำลองจักรวาล (เขาพระสุเมรุ ) โดยมีเจดียห์ รือ พระอุโบสถเป็ นแกนกลาง เขตพืน้ ที่ใช้สอย: วัดพุทธนิกายเถรวาทแบ่งพืน้ ที่หลักออกเป็ น ๓ ส่วน ได้แก่ ๑. เขตพุทธาวาส (สถานที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าและพิธีกรรม เช่น โบสถ์ วิหาร เจดีย)์ ๒. เขตสังฆาวาส (ที่พกั อาศัยของพระสงฆ์) ๓. เขตพืน้ ที่ใช้ประโยชน์ (พืน้ ที่สาธารณะ, โรงเรียน, เมรุ, ที่ธรณีสงฆ์)

สระน�ำ้ กุฎิ

โรงเรียน

6

กุฎิ 1

4

กุฎิ

พุทธาวาส

2

พืน้ ที่สำ� หรับประกอบศาสนกิจ 3

โรงเรียน ธรรมราชศึกษา

ศาลา

5

ศาลา

- พระธาตุเจดีย ์ - พระวิหารหลวง - ศาลาบาตร - ลานทราย - วิหารน้อย - อุโบสถ - ต้นศรีมหาโพธิ์

- หอธรรม - ซุม้ ประตูโขง - บันไดนาค - หอระฆัง - หอกลอง

ผังวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร 11

12


สังฆาวาส

เขตพ�ำนักของพระสงฆ์ - กุฎิ - โรงฉัน หรือ หอฉัน - เว็จกุฎี (ห้องน�ำ้ ) - บริเวณที่วา่ ง - บ่อน�ำ้

ธรณีสงฆ์ (พืน้ ทีใ่ ช้ประโยชน์)

ที่วา่ ง ส�ำหรับพทธศาสนิกชน ด�ำเนินกิจกรรมตามประเพณีทางพุทธศาสนา หรือ ประเพณีของวัด,หมูบ่ า้ น ตลอดจนพืน้ ที่วดั ที่ให้ใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์ตา่ งๆ - ศาลาอเนกประสงค์ - ข่วงวัด ,ข่วงหน้าวัด - พืน้ ที่ให้เช่า ,พักอาศัย .พาณิชยกรรม ฯลฯ - โรงเรียนวัด - เมรุ - ฯลฯ

กุฎิ ๑๐๐ ปี โยนการพิจิตร วัดแสนฝาง เชียงใหม่ สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๖ - ๒๕๒๗ ในรูปแบบสถาปัตยกรรมประยุกต์ ล้านนา ไทย พม่า ยุโรป กุฎิในพืน้ ที่ตวั เมืองเชียงใหม่มกั เป็ นอาคารหลายห้อง อยูอ่ าศัยรวม 13

14


๑

๒

๒

๓

รู ปแบบสถาปั ตยกรรม ของวิหารล้านนา การซดหลังคาแบบล้านนา การซดหลังคา หมายถึงการลดชัน้ หรือการ แบ่งผืนหลังคาให้มีระดับต่างกันเป็ นชัน้ ๆ ถื อเป็ นลักษณะเด่น ของสถาปั ตยกรรม ล้านนา ส่งผลท�ำให้การซ้อนกันหลายผืน เกิดความสวยงามและสง่างาม โดยมีสดั ส่วน แบ่งเป็ น ๓ ส่วน ส่วนที่ ๑ เป็ นส่วนกลางของตัวอาคารที่มี ความสูงที่สดุ ส่วนที่ ๒ คือการย่อโครงสร้าง ของหลังคาลง และส่วนที่ ๓ คือการย่อให้ ทางเข้า มีความสอดรับกัน การเข้าไปสู่พืน้ ที่จากภายนอกไปสู่ภายใน จึงส่งผลต่อความรูส้ กึ จากส่วนที่เล็ก (ส่วนที่ ๓) ไปสูห่ อ้ งภายในทีก่ ว้างและสูงกว่า

โล่ง

15

โล่ง

โล่ง

โล่ง

โล่ง

โล่ง

วิหารโถง เปิ ดโล่งไม่มีผนัง

โล่ง

โล่ง

โล่ง

โล่ง

โล่ง

วิหารกึง่ โถง เปิ ดโล่ง มีผนังบางส่วน

โล่ง

วิหารแบบทึบหรือมีปางเอก มีผนังทุกด้าน ยกเว้นส่วนโถงทางเข้า 16


๑ ๒

๕ ๓ ๔

สกุลช่างล้านนา ๑. วิหารน�ำ้ แต้ม วัดพระธาตุ ล�ำปางหลวง สกุลช่างฮ่างปู้ ๒. วิหารวัดต้นเกว๋น สกุลช่างฮ้างแม่ ๓. วิหารวัดหนองแดง สกุลช่างไทลือ้ น่าน ๔. วัดทรายมูล(พม่า) เชียงใหม่ ๕. วัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน สกุลช่างหลวง อิทธิพลสยาม

สกุลช่างล้านนา สกุลช่างฮ้างแม่ เป็ นการสร้างวิหารล้านนาที่เน้นความววิจิตรอ่อนช้อย ประดับตกแต่ง โครงสร้างคล้ายผูห้ ญิงใส่เครือ่ งประดับงามสง่า แม่ แปลว่า แม่(ญิง), สตรี จึงเปรียบสกุลช่างนี ้ ดั่งผลงานที่สตรีเป็ นผูส้ ร้าง สกุลช่างฮ้างปู้ เป็ นการสร้างวิหารล้านนาที่ มีความแข็งแรงและโครงสร้างขนาดใหญ่ รูปร่างตรงไปตรงมา ประดับลวดลายเรียบง่าย ปู้ แปลว่า ผู(้ ชาย), บุรุษ จึงเปรียบสกุลช่างนี ้ ดั่งผลงานที่บรุ ุ ษเป็ นผูส้ ร้าง สกุลช่างไทลือ้ ,ไทใหญ่ วิหารไทลือ้ มีแผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า แกนยาวจากตะวันออกไปตะวันตก คล้ายวิหารล้านนา แต่มกั มีขนาดเล็ก ความยาว ๕-๘ ห้อง กว้าง ๓ ห้อง นิยม ท�ำเป็ นผนังรับน�ำ้ หนักที่มีความหนา แทนเสาไม้ ไม่นิยมยกเก็จ เหมือนล้านนา มีการเจาะช่องหน้าต่างขนาดเล็ก และมีประตูหน้าและด้านข้าง เพื่อควบคุมแสง สว่างไปสู่พระประธาน อัน เป็ น ผลพวงจากความจ�ำ เป็ น ทางสถาปั ต ยกรรม ในพืน้ ที่ภมู ิอากาศหนาวเย็น สกุลไทลือ้ -ไทใหญ่ในล้านนา พบมากทีล่ ำ� ปาง, น่านและแม่ฮอ่ งสอน ในยุค สัมปทานค้าไม้สกั โดยมีลกั ษณะทางสถาปั ตยกรรมคล้ายศิลปะมัณฑะเลย์และ มักเป็ นอาคารไม้ “ ๑ หลัง สามการใช้งาน” (วิหาร กุฎิ และเจดีย ์ รวมในอาคาร เดียว) ซึง่ แตกต่างจากวิหารล้านนาเดิมอย่างชัดเจน สกุลช่างหลวง อิทธิพลสยาม พบในยุค “เชือ้ เจ็ดตน” (ต้นกรุ งรัตนโกสินทร์) เป็ นการพัฒนาร่วมสมัยระหว่าง ล้านนาและสยาม โดยคงทรวดทรงพืน้ เมืองไว้ และมีการประดับลวดลายแบบ สยามเช่น ช่อฟ้า ใบระกา แบบรัตนโกสินทร์

17

18


การเรียนรู้และการเสริมสร้างสุขภาวะเชิงพุทธบูรณาการ กรอบการวิเคราะห์สขุ ภาวะ สุขภาวะที่วดั ส่งเสริมแบ่งเป็ น ๔ ด้าน สุขภาวะทางกาย, ทางจิต, ทางสังคม, และ ทางจิตวิญญาณหรือปั ญญา การเรียนรู ้ (ปั ญญา) วัดส่งเสริมการเรียนรูท้ างปั ญญาในทุกกิจกรรม (เช่น การบรรยายธรรม) พืน้ ที่การเรียนรู จ้ ะเกิดขึน้ ได้โดยอาศัยการท�ำงาน ร่วมกันเชิงบูรณาการระหว่างวัด รัฐ และชุมชน ความส�ำคัญของบุคลากร การเสริมสร้างสุขภาวะทางจิตวิญญาณ หรือปั ญญาจ�ำเป็ นต้องมี “บุคลากร” (พระสงฆ์ผนู้ ำ� ) ที่มีศกั ยภาพ, ความรู ้ ความสามารถ, มีปฏิปทาน่าเลื่อมใส, และมีความเสียสละ ธรรมะกับการจัดการขยะ วัดจากแดงใช้หลักอริยสัจ ๔ ในการวิเคราะห์ และแก้ไขปั ญหาขยะ การจัดการขยะถื อเป็ นการท�ำบุญรู ปแบบหนึ่งที่ สามารถน�ำไปสู่ ธรรมเบือ้ งสูง (ปั ญญา) และการหลุดพ้นจากกิ เลส (อริยทรัพย์) ได้

ปั ญหาทางนามธรรมและการอนุรักษ์

ความเสื่อมศรัทธา เกิดจากกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม (เช่น การสร้าง รู ปเคารพที่ไม่มาจากค�ำสอนของพระพุทธเจ้า, ไสยศาสตร์, การสร้างวัด ใหญ่โตเกินความจ�ำเป็ น), พุทธพาณิชย์, และการเน้นวัตถุนิยม

แนวคิดการอนุรักษ์

การอนุร ัก ษ์ม รดกวัฒ นธรรมในปั จ จุบัน มุ่ง เน้น การให้คุณ ค่า กับ ความแท้ (Authenticity) และ บูรณภาพ (Integrity) มีการเน้นย�ำ้ ถึงการให้ความส�ำคัญกับ มรดกวัฒนธรรมที่จบั ต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage) เช่น ภูมิปัญญา ความเชื่อ และ ขนบธรรมเนียมประเพณี ซึง่ สร้างความหมายให้กบั โบราณสถาน ในกรณีของปูชนียสถาน (Living monument) การบูรณะควรคงรักษา ภาพลักษณ์ท่ีคนุ้ ชินไว้ เพื่อรักษาคุณค่าทางจิตใจ (แม้จะต้องโอนอ่อนจาก รูปแบบดัง้ เดิมทัง้ หมด) ธรรมาภิบาล ปั ญหาส�ำคัญคือการขาดความโปร่งใสในการบริหาร จัดการเงินและมรดกทางวัฒนธรรม, การขาดการมีส่วนร่วมจากชุมชน และการตัดสินใจโดยผูน้ ำ� วัดที่เน้นวัตถุมากเกินไป ข้อเสนอแนะคือการ สร้างธรรมาภิบาล และลดทอนอ�ำนาจของพระสงฆ์ในการจัดการทางโลก โดยให้ฆราวาสที่มีประสิทธิภาพเข้ามาบริหารแทน.

19

20


7R

สิ่งแวดล้อม ทีว่ ่าง

อาคาร

๖๐% ๔๐% เกณฑ์มาตราฐาน อัตราส่วนพืน้ ทีว่ ่างในศาสนสถาน

๑.๙๘%

ความส�ำคัญของพืน้ ทีส่ เี ขียว : วัดเป็ นพืน้ ทีศ่ นู ย์กลางทีส่ ามารถพัฒนาเพือ่ เพิม่ พืน้ ทีส่ เี ขียวของเมืองได้ เนื่องจาก มีการกระจายตัวอยูใ่ นทุกชุมชน.มาตรฐานพืน้ ที่วา่ ง : เกณฑ์มาตรฐานผังเมืองรวมก�ำหนดให้อตั ราส่วนพืน้ ที่วา่ งใน ศาสนสถานควรมีไม่ต่ำ� กว่าร้อยละ ๖๐ ของพืน้ ที่ดนิ

สถานการณ์ในเมือง

เทศบาลนครเชียงใหม่มีพืน้ ที่สีเขียวรวมคิดเป็ นร้อยละ ๑.๙๘ ของพืน้ ที่เมือง ซึ่งน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน งานวิจยั พบวัดที่มีโอกาสในการเพิ่มพืน้ ที่สเี ขียว โดยเฉพาะในเขตพุทธาวาสและพืน้ ที่ใช้ประโยชน์ ควรปรับปรุงภูมิทศั น์ เพิ่มพืน้ ที่สีเขียว หรือผลิตพืน้ ที่สีเขียวในพืน้ ที่วา่ ง (Green Productivity: GP). ควรก�ำหนด เขตปลอดมลภาวะ เช่น พืน้ ที่หา้ มสูบบุหรี่ รักษาความสะอาดและจัดเก็บขยะอย่างเป็ นระบบ

21

RE-USE

RE-CYCLE

RE-PAIR

RE-FUSE

RE-TURN

พืน้ ทีส่ ีเขียว ในเทศบาลนครเชียงใหม่ ในปั จจุบนั

การจัดการพืน้ ทีส่ ีเขียวและสิ่งแวดล้อม

ข้อเสนอแนะด้านกายภาพ

RE-DUCE

RE-THINK

ปั ญหาและความเสียหายทางกายภาพ ปั ญหาด้านอนุรักษ์

ในปั จจุบนั มีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพในวัดหลายแห่งที่ขาดหลักการ เช่น การรือ้ ถอนท�ำลายโบราณ สถาน, การบูรณะซ่อมแซมที่ไม่เหมาะสม (เช่น ใช้ปนู ซีเมนต์, เปลี่ยนรู ปแบบเดิม), การก่อสร้างอาคารใหม่ท่ี บดบังทัศนียภาพหรือขาดการวางแผนในภาพรวม

ปั ญหาด้านการใช้งาน

มีการใช้พืน้ ที่เพื่อหารายได้มากขึน้ (พุทธพาณิ ชย์) และการใช้พืน้ ที่จอดรถแทนพืน้ ที่สีเขียวหรือสวน การจัดการขยะ (กรณีวดั จากแดง): วัดจากแดงแก้ไขปั ญหาสิ่งแวดล้อม (กลิ่นเหม็น, มลพิษ, สุนขั จรจัด) โดยใช้ หลัก 7R (Reduce, Reuse, Recycle, Repair, Refuse, Return, Rethink) มีการจัดการขยะเปี ยกเพื่อท�ำปุ๋ ย ชีวภาพ และแปรรู ปพลาสติกเป็ นน�ำ้ มันเชือ้ เพลิงส�ำหรับใช้ในวัด

22


หลักการและข้อกำ�หนด ในการอนุรักษ์สากล

สำ�รวจ

เข้าใจ คุณค่า

พิจารณา

โบราณสถาน

หมายถึง อสังหาริมทรัพย์ และศิลปวัตถุท่ี ติดตั้งประจ�ำ กับอสังหาริมทรัพย์นั้น ซึ่งโดยอายุหรือโดยลักษณะ แห่งการ ก่อสร้างหรือโดยหลักฐานเกี่ยวกับประวัติของอสังหาริมทรัพย์นนั้ เป็ นประโยชน์ในทางศิลปะ ประวัติศาสตร์ และ โบราณคดีตอ้ งมี สาระส�ำคัญด้านใดด้านหนึง่ หรือหลายด้านคือ ๑. มีคณ ุ ค่าด้านอายุ ๒. มีคณ ุ ค่าด้านการก่อสร้าง ๓. มีคณ ุ ค่าด้านประวัตศิ าสตร์

ก�ำหนดขัน้ ตอนก่อนด�ำเนินการอนุรักษ์ดงั นี้

๑. ส�ำรวจสภาพเดิมและสภาพปั จจุบนั บันทึกเป็ นเอกสาร ภาพ และเขียนแบบโดยละเอียด ๒. จัดท�ำโครงการ พิจารณาให้ความส�ำคัญกับคุณค่าหรือจุดเด่นของโบราณสถาน ๓. พิจารณาประวัตกิ ารบูรณะ ต่อเติม แก้ไข เพื่อพิจารณารือ้ ถอนหรือแก้ไขส่วนต่อเติมที่ทำ� ให้เสียคุณค่า

ปกป้อง

คุ้มครอง

อนุรักษ์

โบราณสถาน มาตรการการอนุรักษ์ มีคุณค่า ด้านอายุ

มีคุณค่าด้าน การก่อสร้าง

มีคุณค่าด้าน ประวัติศาสตร์

ท�ำได้ ๓ ระดับ ๑. การปกป้อง เช่น การขึน้ ทะเบียน กันเขต ผลักดันผูบ้ รุ ุก ๒. การอนุรกั ษ์ เช่น การสงวนรักษา การบูรณะ และ ๓. การคุม้ ครอง เช่น การป้องกัน รักษาภูมิทศั น์สภาพแวดล้อม และการบริหารจัดการ

สามสิ่งนี ้ เป็ นหลักการพืน้ ฐานที่ใช้เสนอแนะแนวทางในการ สงวนรักษาและบูร ณะอาคารโบราณให้แ ต่ ล ะประเทศน�ำ ไป ประยุกต์ใช้ภายใต้กรอบแห่งวัฒนธรรมของตน โดยแนวคิดเกี่ยวกับโบราณสถานต้องไม่ครอบคลุมเฉพาะ สถาปัตยกรรมเพียงเท่านัน้ แต่รวมถึงพืน้ ที่ท่ีพบหลักฐาอารยธรรม หรือพัฒนาการที่ ส ำ� คัญ หรือเหตุการณ์ประวัติศาสตร์และไม่ได้ เจาะจงเฉพาะงานศิลปะที่ย่ิงใหญ่เท่านัน้ แต่รวมถึงงานธรรมดา สามัญด้วย การอนุรกั ษ์โบราณสถาน จึงต้องสงวนรักษาบริเวณที่ ตั้งใน ขอบเขตที่เหมาะสมกับขนาดของโบราณสถานด้วย โบราณสถานทั้ง ที่ ขึ น้ ทะเบี ย นและไม่ ขึ น้ ทะเบี ย นต้อ งมี มาตรการบ�ำรุ งรักษาให้อยู่สภาพมั่นคงและสวยงามอยู่เสมอ ต้องยอมรับ การเปลี่ ย นแปลงตามช่ ว งเวลาในฐานะที่ เ ป็ น ลักษณะส�ำคัญของสถาปั ตยกรรมพืน้ ถิ่น ไม่ยดึ เอาลักษณะตาม แบบของยุคใดยุคหนึง่ มาเป็ นเป้าหมายในการท�ำงาน การอนุรกั ษ์ความเป็ นของแท้ดงั้ เดิมของโบราณสถานถือเป็ น สิ่งส�ำคัญ เพราะเป็ นสิ่งส�ำคัญที่ทำ� ให้เกิดคุณค่าทางวัฒนธรรม ระบุวตั ถุประสงค์หลักของแผนการอนุร ัก ษ์ ใ ห้ชัด เจน เพื่ อ ให้ม าตรการทางกฎหมาย การบริห ารและการเงิ น บรรลุต าม วัตถุประสงค์นนั้ 23

24


พืน้ ฐานการอนุรักษ์ • การขุดค้นโบราณสถาน ควรด�ำเนินการให้สอดคล้องกับ มาตรฐานและข้อแนะน�ำ มาตรา ที่กำ� หนดหลักการระหว่างประเทศ ส�ำหรับขุดค้นทางโบราณคดี ซึ่งยูเนสโกรับรอง ฐาน (พ.ศ.๒๔๙๙) ต้องบ�ำรุงรักษาซากโบราณสถานอย่างถาวร และพยายามท�ำความ เข้าใจโบราณสถาน และน�ำเสนอโดยไม่บิดเบือนความหมาย • กฎบัตรระหว่างประเทศและการขึน้ ทะเบียนมรดกโลก เป็ นมาตรการการอนุรกั ษ์ ในลักษณะจูงใจที่ ได้ผลดี เพราะ ท�ำให้ประชาชนตื่ น ตัว และอยากให้เ มื องและ โบราณสถานของตนได้รบั การขึน้ ทะเบียนมรดกโลก • ก่ อนการบูรณะ ต้องศึกษาทางโบราณคดี และประวัติศาสตร์ เกี่ ยวกับโบราณ สถานเสมอ และขั้น ตอนการบู ร ณะต้อ งอาศัย ความช�ำ นาญเฉพาะสาขา ความรู้ • ต้องน�ำเทคนิควิทยาการทุกสาขามาใช้ในการด�ำเนินการศึกษาและคุม้ ครอง • ในบางกรณี ท่ี ตอ้ งใช้ผูเ้ ชี่ ยวชาญเฉพาะด้าน ให้ติดต่อขอความร่วมมื อจาก หน่วยงานอื่นหรือสถาบันเอกชน • แผนการอนุรกั ษ์เมืองและชุมชนเมืองประวัติศาสตร์ ต้องให้ความส�ำคัญกับ ทุกปั จจัยที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย โบราณคดี ประวัติศาสตร์ สถาปั ตยกรรม เทคนิควิทยา สังคมศาสตร์ และเศรษฐศาสตร • จุดมุง่ หมายในการอนุรกั ษ์ตอ้ งอยู่ท่ีคณ ุ ค่าทัง้ ความเป็ น งานศิลปะและความ ความ เป็ นหลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ โดยไม่ย่ิงหย่อนกว่ากัน มุ่งรักษาและแสดงคุณค่าทางศิลปะและประวัติศาสตร์ บนพืน้ ฐานของความ เคารพ • เคารพต่อวัสดุเดิม • การเคารพต่อ สถานที่ ศัก ดิ์สิ ท ธิ์ และขนบธรรมเนี ย มที่ เ กี่ ย วข้อ งสิ่ ง เหนื อ ธรรมชาติในแหล่ง ต้องถูกพิจารณาเป็ นอันดับแรก กระตุน้ เตือนให้ผมู้ าเยือน ให้ความเคารพ ต่อคุณค่าและวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น • สนับสนุนการใช้สอยโบราณสถานสนองวัตถุประสงค์ท่ีเป็ นประโยชน์ของสังคม ความ แต่ตอ้ งไม่เปลี่ยนแปลงผังบริเวณหรือการตกแต่งอาคาร สอดคล้อง • แผนการอนุรกั ษ์ควรได้รบั การสนับสนุนจากผูอ้ ยูอ่ าศัยในพืน้ ที่ประวัตศิ าสตร์นนั้ ๆ • การใช้สอยและกิจกรรมใหม่ควรเข้ากันได้กบั ลักษณะของเมืองและชุมชน ประวัตศิ าสตร์ การประยุกต์การใช้สอยพืน้ ที่ประวัตศิ าสตร์ให้สอดคล้องกับ วิถีชีวิตปั จจุบันต้องมี การปรับปรุ งสาธารณูปโภคด้วยความระมัดระวัง • ควรสนับสนุนการมีสว่ นร่วมของท้องถิ่นในการอนุรกั ษ์และบ�ำรุงรักษามรดก ทางโบราณคดี โดยเฉพาะอย่างยิง่ เมือ่ เป็ นมรดกทางโบราณคดี ของกลุม่ คน

25

การบันทึกและการออกแบบ พืน้ เมืองหรือกลุม่ วัฒนธรรมพืน้ ถิ่น การ • สิ่งก่อสร้างพืน้ ถิ่นไม่ได้หมายถึงเฉพาะรูปทรงทางกายภาพ วัสดุ โครงสร้าง บันทึก และที่ตงั้ เท่านัน้ แต่รวมถึงแนวทางที่ส่งิ ปลูกสร้างเหล่านัน้ ถูกใช้สอยและเป็ น ที่เข้าใจ • ในการด�ำเนินงานอนุรกั ษ์ ต้องมีการบันทึกข้อมูลอย่างชัดเจน ทุกขัน้ ตอน ในรู ปแบบของ รายงานการวิเคราะห์วิจารณ์ พร้อมแบบและภาพถ่ายเสมอ รวบรวมไว้ในหอจดหมายเหตุ และจัดพิมพ์เผยแพร่ดว้ ย

การ ออกแบบ

• ในการอนุรกั ษ์โบราณสถาน ก�ำหนดให้คำ� นึงถึงภูมิทศั น์และสิ่งแวดล้อมด้วย • ก�ำหนดให้ใช้เทคนิคการอนุรกั ษ์ท่ีผ่านการศึกษาและทดลองจนเป็ นที่พอใจแล้ว • ก�ำหนดให้พิจารณาแบบที่เหมาะสมที่สดุ ในการอนุรกั ษ์ไม่จำ� เป็ นต้องเป็ นแบบหนึง่ แบบใดเสมอ • การก่อสร้างสิ่งอ�ำนวยความสะดวกต่างๆ ต้องมีการค�ำนึงถึงมิตทิ างสุนทรียภาพ ทางด้าน สังคมและวัฒนธรรม ภูมิทศั น์ ทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรม ลักษณะเฉพาะแห่ง และความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทัง้ สิ่งแวดล้อมทางสายตา ควรใช้วสั ดุในท้องถิ่น และเอกลักษณ์ของสถาปั ตยกรรมในท้องถิ่น • ก�ำหนดให้แสดงหลักฐานการเปลีย่ นแปลงแก้ไขด้วยวิธีการ จดบันทึก เขียนแบบ หุน่ จ�ำลอง หรือวิธีอ่ืนใด

26


สถาปนิก มีความสามารถด้านใดบ้าง ออกแบบ สร้างสรรค์ อาคารและสิ่งแวดล้อมให้นา่ ดู น่าอยู่ และน่าสร้างได้

สถาปนิก

เข้าใจคุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่ดี อาคารทรงคุณค่า และประโยชน์ของการคงคุณค่านัน้ รูแ้ ละเข้าใจกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการวางผังและก่อสร้างอาคาร

ผู้เชี่ยวชาญด้านอืน่ ๆ ท�ำอะไรบ้าง นัก วิชาการ กรม ศิลปากร

ผู้เชี่ยวชาญ

พืน้ ฐานในการจัดการ • ต้องมีการรักษา บันทึก และส่งผ่านระบบการก่อสร้างแบบดัง้ เดิม กษะฝี มือช่างที่มา พร้อมกับมรดก สิ่งก่อสร้างพืน้ ถิ่น ซึ่งเป็ น การ และทั น้ ฐานการแสดงออกถึงลักษณะความเป็ นพืน้ ถิ่น และให้ความ ซ่อม พื ส�ำคัญสิ่งเหล่านีใ้ นการซ่อมแซมและบูรณะสิ่งปลูกสร้างเหล่านี ้ • การซ่อมแซมส่วนที่ขาดหายไปต้องกลมกลืนกับสภาพโดยรวมแต่ ต้อ งแสดงให้เ ห็นความแตกต่า งด้ว ย เพื่ อ ไม่ใ ห้ การบูรณะสร้า ง หลักฐานที่เป็ นเท็จ • โบราณสถานที่เป็ นปูชนียสถานอันเป็ นเคารพบูชา ซึง่ เป็ นทีร่ ูจ้ กั กันดี ของประชาชนโดยทั่วไป จะต้องบูรณะโดยไม่มี การแก้ไข เปลีย่ นแปลง ลักษณะสีและทรวดทรง ซึง่ จะท�ำให้ โบราณสถานนัน้ หมดคุณค่า หรือเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ไป • โบราณสถานที่ยงั ใช้ประโยชน์อยู่ ให้สามารถต่อเติมเสริมสร้างสิ่ง จ�ำเป็ นขึน้ ใหม่ได้เพื่อความเหมาะสม ไม่จำ� เป็ นต้องเหมือนของเดิม แต่ตอ้ งมีลักษณะกลมกลืนและไม่ทำ� ลายคุณค่าของโบราณนั้น • การเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบสนองประโยชน์ใช้สอยใหม่ควรใช้วสั ดุ ใหม่ท่ีช่วยรักษาลักษณะเดิมที่ไม่เปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ พืน้ ผิว สัมผัส และรูปทรงผ่านทางโครงสร้างและวัสดุกอ่ สร้างเดิม • ก�ำหนดให้เสริมความมั่นคงแข็งแรงเท่าที่จำ� เป็ น เรียบง่ายและ กลมกลืนกับของเดิม

การย้าย • ไม่อนุญาตให้มีการเคลื่อนย้ายโบราณสถาน ทัง้ หมดหรือ บางส่วน ตำ�แหน่ง เว้นแต่มีเหตุผลส�ำคัญยิ่งในระดับนานาชาติ นักวิชาการ เข้าใจและซาบซึง้ เรือ่ งการอนุรกั ษ์วฒ ั นธรรม

กรมศิลปากรมีหน้าที่ตามกฎหมายในการปกป้อง รักษา และเสนอแนะการอนุรกั ษ์ฯ

ผูเ้ ชี่ยวชาญด้านต่างๆ มีความรูแ้ ละประสบการในด้านของต้น ให้ขอ้ เสนอแนะในการดูแลรักษา หรือแก้ไขปั ญหาของวัดได้

• จะแยกงานจิตรกรรม ประติมากรรมหรือองค์ประกอบตกแต่งที่รวม การแยก เข้าเป็ นโบราณสถานออกจากโบราณสถานนัน้ ได้ในกรณีท่ีจำ� เป็ น ออก เพราะเป็ นวิธีเดียวที่จะรักษางานเหล่านัน้ ไว้ได้ • โบราณสถานที่มีการก่อสร้างยุคต่าง ๆ ทับซ้อนกัน การรือ้ ส่วนทับ อ นเพื่ อ เปิ ด เผยชั้นล่า งที่ ซ่อ นอยู่ ให้ทำ� ได้ใ นกรณี พิเ ศษ และท�ำ รือ้ ซ้ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยส่วนที่ถูกรือ้ ออกต้องมีส่ิงน่าสนใจเพียง เล็กน้อยและส่วนล่างต้องมีคณ ุ ค่าสูง • ก�ำหนดให้ใช้การสงวนรักษาส�ำหรับโบราณสถานที่มีความส�ำคัญ ่ยมยอด รวมทัง้ ชิน้ ส่วนทางจิตรกรรม ประติมากรรม และโบราณ การ เยี วัตถุท่ีมีคณ ุ ค่าเยี่ยมยอดด้วย ยกเว้นปูชนียวัตถุ ที่มีการเคารพบูชา สงวน มาโดยตลอด • เมื่อไม่สามารถป้องกันการโจรกรรม หรือการช�ำรุ ดเสียหายของชิน้ ส่วนโบราณสถาน ประติมากรรม จิตรกรรม และ ศิลปกรรม ด้วยวิธี อื่นแล้ว ให้ใช้การน�ำชิน้ ส่วนนัน้ มาเก็บรักษาไว้ในสถานที่ อันปลอดภัยและท�ำแบบจ�ำลองให้เหมือนของเดิม ไปประกอบไว้ ที่เดิมแทนได้

27

28


ภัยธรรมชาติและการจราจร ภัย ธรรมชาติ

การ จราจร

• เมืองประวัติศาสตร์ควรได้รบั การปกป้องคุม้ ครองจากภัยธรรมชาติ และสิ่งรบกวน ต่าง ๆ เช่น มลภาวะและแรงสั่นสะเทือนต่าง ๆ จะต้องน�ำมาตรการในการป้องกันและ ซ่อมแซม มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละพืน้ ที่

• ควรมีการควบคุมการจราจรภายในเมืองหรือชุมชนเมืองประวัตศิ าสตร์ และวางผัง ก�ำหนดพืน้ ที่จอดรถเพื่อไม่ให้ส่ิงเหล่านี ้ สร้างความเสียหาย แก่ส่ิงปลูกสร้างที่มี ความส�ำคัญทางประวัตศิ าสตร์ หรือสภาพแวดล้อม • ต้องไม่มีการก่อสร้างเส้นทางหลักตามผังเมืองผ่านเข้าไปในพืน้ ที่ประวัติศาสตร์

การสนับสนุนการท่องเทีย่ ว ท่อง เทีย่ ว

• โครงการและกิจกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยว ต้องผ่าน กระบวนการวางแผนการจัดการซึง่ ค�ำนึงถึงคุณค่าของแหล่งมรดก ทางวัฒนธรรม เพื่อพิจารณาถึงผลกระทบ หากผลกระทบมาก จนยอมรับไม่ได้ การพัฒนานัน้ ต้องแก้ไขหรือทบทวน • การพัฒนาการท่องเที่ยวควรตัง้ อยู่บนพืน้ ฐานของความเข้าใจ ในคุณค่าความส�ำคัญเฉพาะของแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมพร้อม ด้วยการศึกษา วิจยั ค้นคว้าข้อมูลใหม่ๆอย่างต่อเนื่องถือเป็ นส่วน ส�ำคัญของความเข้าใจและซาบซึง้ ในคุณค่า ของมรดกทางวัฒนธรรม • ชุมชนและประชาชนในท้องถิ่นควรมีสว่ นร่วมในการวางแผน การอนุรกั ษ์และการจัดการการท่องเที่ยว • กิจกรรมด้านการท่องเที่ยวและการอนุรกั ษ์ตอ้ งสร้างผลตอบแทน แก่ชมุ ชนท้องถิ่น โดยส่งเสริมมาตรการการกระจายรายได้ให้ท่วั ถึง • รายได้ทม่ี าจากผลประโยชน์ของการท่องเทีย่ ว จะต้องถูกน�ำกลับมา ใช้ในการปกป้องคุม้ ครอง การอนุรกั ษ์ และการเผยแพร่นำ� เสนอ ข้อมูลของแหล่ง • ต้องสนับสนุนให้มีการฝึ กอบรมและสร้างงานมัคคุเทศก์นำ� ชม โบราณสถานให้กับชุมชน เพื่อพัฒนาความรู ข้ องประชาชนใน ท้อ งถิ่ น ที่ จ ะน�ำ เสนอ และสื่อ ความหมายถึงสิ่งที่ มี คุณ ค่า ทาง วัฒนธรรม

29

30


ความร่วมมือและสนับสนุน ร่วม มือ

• การอนุรกั ษ์เมืองประวัตศิ าสตร์และชุมชนเมืองจะต้องรวมเป็ น ส่วนหนึง่ ของนโยบายหรือแผนพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม • ควรมีมาตรการช่วยเหลือด้านการเงินเพื่อการอนุรกั ษ์ • มาตรการการอนุรกั ษ์ มีทงั้ ที่มีลกั ษณะบังคับ และลักษณะส่งเสริม และจูงใจโดยภาครัฐและภาคเอกชน • มาตรการการอนุรกั ษ์โดยภาครัฐในลักษณะบังคับ ได้แก่ การใช้ระเบียบ กฎหมาย ในลักษณะส่งเสริมและจูงใจ เช่น การยกย่อง ให้รางวัล การลดภาษี การให้ทนุ กูย้ ืมหรือให้เปล่า การรณรงค์ประชาสัมพันธ์

การส�ำรวจภาคสนาม การส�ำรวจภาคสนาม (Field Survey)

ส�ำรวจอาคารทุกหลังในพืน้ ที่เป้าหมาย บันทึกลักษณะ เช่น อายุ วัสดุ โครงสร้าง การตกแต่ง การคงสภาพ ดัง้ เดิม การกลมกลืนกับบริบท ฯลฯ

การประเมินคุณค่า (Evaluation)

ใช้เกณฑ์หลายด้าน เช่น คุณค่าทางประวัติศาสตร์ สถาปั ตยกรรม ภูมิสถาปั ตย์ และความสัมพันธ์กบั สภาพแวดล้อมโดยรอบ

• มาตรการการอนุรกั ษ์โดยภาคเอกชนมีเพียงในลักษณะจูงใจ เช่น การยกย่อง ให้รางวัล การสนับสนุนทางวิชาการวิชาชีพ การรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ

31

32


การจดบันทึก

อุปกรณ์จดบันทึก

การจดบันทึก ถือเป็ นสิ่งส�ำคัญ ส�ำหรับการเข้าใจถึงคุณค่าของพืน้ ที่ และองค์ประกอบต่างๆ รวมทัง้ ยังเป็ น การเก็ บข้อ มูล เพื่ อเป็ นแหล่งอ้างอิ ง ส�ำคัญในการพัฒนา ในอดีตที่ผ่านมา ศิลปกรรมและ สถาปั ตยกรรมหลายแห่ง ได้เลือนหาย และหาข้อมูลที่ อา้ งอิ งได้ยาก จึงมัก สืบค้นโดยผ่านทางการเปรีย บเที ยบ หรือเรือ่ งเล่าบอกต่อ ส่งผลให้เมือ่ สิง่ นัน้ สูญสลาย หรือช�ำรุด มีความยากในการ ฟื ้ นฟูกลับขึน้ มาใหม่ ปั จ จุบัน เรามี เ ครื่ อ งมื อ ในการ บันทึกอยูม่ ากมาย และมีแหล่งอ้างอิง ข้อมูลที่ ง่า ยและแม่นย�ำกว่าในอดี ต ด้วยเหตุนีก้ ารจดบันทึกจึงมีประโยชน์ ในหลายแง่มมุ

อุปกรณ์บนั ทึกภาพ : กล้องถ่ายรู ป กล้องมือถือ

การบันทึกภาพ, ถ่ายภาพที่เหมาะสม ควรถ่ายให้ครบองค์ประกอบของสถาปั ตยกรรม ศิลปกรรม หรือองค์ ประกอบนัน้ ๆ ถ่ายในมุมมองที่สามารถน�ำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น บันทึกภาพเพื่อน�ำไปเขียนแบบ ควรถ่ายให้ ครบทุกมุมมอง มีรูปด้านทุกด้าน อาจมีการวางไม้บรรทัด หรือตลับเมตร เพื่อให้เห็นระยะในการอ้างอิงประกอบ นอกจากกล้องถ่ายรู ปแบบปกติแล้ว ยังมีกล้อง ๓๖๐ องศา ที่สามารถบันทึกภาพให้เห็นทุกด้าน สามารถหมุนมองภาพได้เหมือนจริง, โดรนถ่ายภาพ เพื่อมองเห็นมุมสูงหรือมุมที่ไม่สามารถมองเห็นได้ เช่น ส�ำรวจรอยรั่วหลังคา วัชพืชบนโบราณสถาน ฯลฯ

อุปกรณ์จดบันทึก : กระดาษ, ดินสอ, ปากกา, ยางลบ

ในการบันทึก การใช้ดินสอจะสะดวกต่อการลบแก้ไข และการใช้สีต่างๆ ในการแทนค่าจะท�ำให้เข้าใจได้ ง่ายมากขึน้ เช่น การเน้นย�ำ้ ส่วนส�ำคัญด้วยสีท่ีตา่ งไป กระดาษที่เหมาะสมในการจดบันทึกมีอยู่ ๒ ประเภท ๑.กรณีท่ีไม่ได้ใช้ไม้บรรทัดสัดส่วน(scale ruler) สามารถใช้กระดาษแบบตารางเพื่ออ้างอิงระยะให้เห็น สัดส่วน ระยะ เช่น ๑ ช่องต่อ ๑ หน่วย (เซ็นติเมตร, เมตร ฯลฯ) ๒.กระดาษไม่มีเส้น ไม่มีตาราง เหมาะส�ำหรับผูท้ ่ีถนัดและมีทกั ษะในการวาดและจดบันทึก กรณีนีเ้ มื่อ ต้องการระยะที่ถกู ต้อง จะใช้ไม้บรรทัดสัดส่วนร่วมด้วย

อุปกรณ์วัดระยะ : ตลับเมตร, ไม้บรรทัด, เครื่องวัดเลเซอร์

อุปกรณ์วดั ระยะ จะมีความเหมาะสมที่ตา่ งกันไป ๑. ตลับเมตร โดยปกติใช้ในการวัดพืน้ ที่ โดยมีหลายระยะ ที่พบในท้องตลาดโดยทั่วไป จะมีตงั้ แต่ ๒ เมตร ไปจนถึง ๕๐ เมตร ๒. ไม้บรรทัด ใช้สำ� หรับประกอบการจดบันทึก, วาด หรือใช้ในการวัดสิ่งของที่มีขนาดไม่ยาวมาก ๓. เครือ่ งวัดระยะเลเซอร์ สามารถวัดระยะได้โดยละเอียดและรวดเร็ว ในท้องตลาดทั่วไปมีตงั้ แต่ ๑๐ - ๑๐๐ เมตร เพื่อการใช้งานที่ครอบคลุมควรเลือกใช้ชนิดที่สามารถใช้กลางแจ้งได้ กรณีท่ีไม่มีอปุ กรณ์วดั ระยะ สามารถเทียบสัดส่วนกับความสูงของคน หรือระยะอ้างอิงจากส่วนอื่นได้ เช่น คนสูง ๑.๗๐ เมตร, กระเบือ้ งพืน้ , ความสูงของขอบประตู, การนับก้าว ทัง้ นีท้ ัง้ นัน้ ถื อเป็ นการวัดโดยคร่าว ไม่สามารถน�ำไปใช้เป็ นระยะ ตามมาตราฐานการออกแบบ เขียนแบบได้

แทปเล็ต คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มอื ถือ

การใช้อปุ กรณ์และเทคโนโลยีในการจดบันทึก จะเพิ่มความสะดวกและแม่นย�ำ ต่อการท�ำงาน,จดบันทึก มากขึน้ สามารถใช้แอปพลิเคชั่นในการวัดระยะ หรือ เขียนผังในรู ปแบบสามมิติ รวมถึงการเปิ ดข้อมูลอ้างอิง จากอินเตอร์เน็ต หรือ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้

อืน่ ๆ

- แบบก่อสร้าง, พิมพ์เขียว และข้อมูลของสถานที่จดบันทึกที่มีอยูเ่ ดิม - หนังสือ, คู่มือ หรือข้อมูลทางวิชาการ ในเนือ้ หาที่เกี่ยวข้องกัน - เครือ่ งวัดต่างๆ เช่น เข็มทิศ เครือ่ งวัดความชืน้ เครือ่ งวัดอุณหภูมิ ฯลฯ

33

34


การจัดกลุ่มอาคารตามคุณค่า (Categorization) อาคารจะถูกจัดระดับเป็ นกลุม่ ๆ เพื่อสะท้อนความส�ำคัญในการอนุรกั ษ์ เช่น สีแดง

อาคารที่มีคณ ุ ค่าสูง (High value / Core buildings)

สีเหลือง

อาคารที่มีคณ ุ ค่ารองลงมา (Contributory / Supporting buildings)

สีเทาหรือสีอ่อน

อาคารที่มีการเปลี่ยนแปลงมากหรือคุณค่าน้อย แต่ยงั คงมีสว่ นร่วมในภาพรวม (Neutral buildings)

สีขาวหรือไม่ลงสี

อาคารใหม่หรือไม่เกี่ยวข้องกับคุณค่าประวัตศิ าสตร์ แต่ไม่ขดั แย้งรุนแรงกับบริบท

สีเทาเข้มหรือสีฟ้า อาคารใหม่หรือไม่เกี่ยวข้องกับคุณค่าประวัตศิ าสตร์ และส่งผลลบต่อภาพรวม

คุณค่า สูง

ไม่แตะต้อง ส�ำหรับผูเ้ ชี่ยวชาญ เท่านัน้

มีคุณค่า

เปลี่ยน แปลงมาก

อาคาร ใหม่

ส่งผลลบ ต่อภาพรวม

ไม่แตะต้อง ส�ำหรับผูเ้ ชี่ยวชาญ เท่านัน้

ไม่แตะต้อง ส�ำหรับผูเ้ ชี่ยวชาญ เท่านัน้

คงไว้ได้ ปรับปรุงได้

น�ำออก,ทิง้ ปรับปรุงให้ดีขนึ ้

การจัดท�ำผังสรุ ป (Evaluation Map)

แผนผังจากการสรุปผลส�ำรวจ ถือเป็ นผลลัพธ์สำ� คัญของการส�ำรวจ ช่วยให้มองเห็น “ภาพรวมคุณค่า” ของทัง้ ย่านได้ชดั เจน และใช้ประกอบการวางแผนอนุรกั ษ์หรือปรับปรุงได้

35

36


่ บบ่อย (FAQ) ค�ำถามทีพ ปุจฉา

วิสัชนา

การถวายจากญาติโยม

บางครัง้ มีศรัทธาในการถวายอาคาร มีตำ� แหน่ง และรูปแบบตามที่ตงั้ ใจ อาจไม่สอดคล้องกับ บริบทของวัด พระไม่อยากขัดศรัทธาหรือไม่เข้าใจ แบบ ท�ำให้วดั มีอาคารที่มีตำ� แหน่งและรูปแบบ ที่ไม่เหมาะสม

การก�ำจัดขยะ

ขยะที่เกิดขึน้ จากชีวิตประจ�ำวันหรือวันส�ำคัญทาง ศาสนาที่มีศรัทธาญาติโยมจ�ำนวนมากใช้งาน อาจสร้างปั ญหาภายในวัดในการจัดเก็บ จัดวาง และก�ำจัด

การจัดสวน,ภูมทิ ศั น์

การปลูกต้นไม้ จัดสวน รวมทัง้ ลานวัด ล้วนมีผล ต่อความสวยงามและการน�ำ เสนอคุณค่า ของ อาคาร ซึง่ บางครัง้ อาจขัดแย้งกับการใช้งานและ ความร่มรืน่ ซึง่ ต้องหาจุดลงตัว หรือต้องเลือกทาง ใดทางหนึง่

การตัดสินใจ คุณค่าทางศิลปกรรม และสถาปั ตยกรรม

37

บางครัง้ ประโยชน์ใช้งาน อาจขัดแย้งกับการสร้าง คุณค่าทางด้านศิลปกรรม จนต้องตัดสินใจเลือก ทางใดทางหนึ่ง การตัดสิน ใจความเกิ ดขึน้ จาก การระดมสมอง ขอความเห็นจากหลายๆฝ่ าย ทัง้ ผูม้ ีสว่ นได้สว่ นเสีย ชุมชน และผูเ้ ชี่ยวชาญ

ปุจฉา

วิสัชนา

ผู้ทพ ุ ลภาพ,ผู้สูงอายุ

การจัดการให้มีส่งิ อ�ำนวยความสะดวกส�ำหรับผู้ ทุพลภาพและผูส้ งู อายุ เป็ นสิ่งที่ควรค�ำนึงอย่าง มากส�ำหรับวัด แม้ในอดีตโบราณมาจะไม่มีส่งิ นี ้

กิจกรรมในพืน้ ทีส่ าธารณะ ประโยชน์ เช่น ร้านนวด ตลาดนัด ลานอาหาร ร้านค้า การจอดรถ

กิจกรรมอื่นๆ โดยปกติควรสร้างในเขตธรณีสงฆ์ แต่เขตธรณีสงฆ์ในวัดหลายแห่งอาจไม่มี หรืออยู่ ในบริเวณที่ไม่เอือ้ ต่อกิจกรรมนัน้ และใช้พืน้ ที่ใน เขตอื่น เช่น พุทธาวาสหรือสังฆาวาสแทน ซึง่ ต้อง ค�ำนึงถึงความเหมาะสมทัง้ ในแง่ความงามและ การใช้งานที่ไม่เหมาะสมได้ กลายเป็ นการท�ำลาย บรรยากาศของเขตนัน้ ไป

การสร้างอาคารใหม่

เมื่อวัดมีความจ�ำเป็ นในการใช้งาน ต้องสร้างอาคาร ใหม่ท่ีใหญ่ขนึ ้ ให้เพียงพอกับการใช้งาน ในการ พิจารณาต�ำแหน่งที่จะสร้างจ�ำเป็ นต้องพิจารณา ให้ดี ภายใต้คำ� แนะน�ำของผูเ้ ชี่ยวชาญ เพื่อไม่ให้ อาคารใหม่ไปท�ำลายบรรยากาศที่ไม่พงึ ประสงค์ ของวัดได้

ปั ญหางานระบบไฟฟ้ า ระบบสุขาภิบาล และการป้ องกันอัคคีภยั

กฎกระทรวงของ พรบ. ควบคุมอาคาร ที่ครอบคลุม เรือ่ งนี ้ เป็ นข้อเสนอแนะที่ดี ที่​่ควรใช้เป็ นข้อก�ำหนด แม้วา่ อาคารในวัดได้รบั การยกเว้นก็ตาม

38


ข้อก�ำหนดและกฎหมาย ทีเ่ กีย่ วข้องกับศาสนสถาน การก่อสร้างอาคารใดๆในวัด ไม่ตอ้ งขออนุญาติก่อสร้างตาม พรบ. ควบคุมอาคาร แต่ตอ้ งแจ้งและส่งแผนผัง แบบแปลน และรายการประกอบแบบให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบก่อน และต้องเป็ นไปตามกฏเกณฑ์ท่ีกำ� หนด ในกฏหระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรือ่ งความมั่นคงแข็งแรง ความปลอดภัย การป้องกันอัคคีภยั การระบายอากาศ และถ้าอาคารใดๆในวัดเป็ นโบราณสถาน การค�ำนึงถึงความเหมาะสมของบริบท บรรยากาศ และระยะห่างจาก ตัวศิลปกรรมเป็ นสิ่งที่ตอ้ งค�ำนึงถึง ไม่วา่ โบราณสถานนัน้ จะได้รบั การขึน้ ทะเบียนแล้วหรือไม่ การดูแลรักษาและซ่อมแซมโบราณสถานในวัด ควรได้รบั ค�ำแนะน�ำจากผูเ้ ชี่ยวชาญ และโบราณสถานที่ขึน้ ทะเบียนแล้ว ต้องผ่านการเห็นชอบจากกรมศิลปากรด้วย การสร้างเมรุ ต้องปฏิบตั ิตามกฏหระทรวงฉบับที่ 9 ของ พรบ.ควบคุมอาคาร และยื่นค�ำร้องขออนุญาตจัดตัง้ สุสานและฌาปนสถานและข้อบัญญัตขิ องท้องถิ่นที่ตงั้ อยู่

39

หน่วยงานทีส่ ่งเสริมด้านสถาปั ตยกรรม หน่วยงาน

ช่องทางการติดต่อ

ส�ำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่

053 222 262

กรรมาธิการสถาปนิกล้านนา สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์

053 114 392

สถาบันการศึกษาด้านสถาปั ตยกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยนเรศวร พิษณุโลก

083 582 0788 053 942 806 053 873 360 054 466 666 055 962 450

40


กรรมาธิการสถาปนิกล้านนา วาระปี พ.ศ.๒๕๖๗-๒๕๖๙

คณะจัดท�ำและด�ำเนินการโครงการ วัด : วัฒนะ คู่มอื การพัฒนาสาธารณูปการวัดล้านนา พระครู ธีรสุจพจน์ ดร.(พระมหาสง่า ธีรสวโร) ผศ..สืบพงศ์ จันทร์สืบศรี อ.ธนิตพงศ์ พุทธวงศ์ นาย วีรพงษ์ พรหมาวัฒน์ นาย นฤเทพ ปิ งเมือง อ.กอปรพร นุกูลคาม

ที่ปรึกษาโครงการ ประธานจัดท�ำคูม่ ือ,ผูเ้ ชี่ยวชาญสถาปั ตยกรรมอนุรกั ษ์ ผูเ้ ชี่ยวชาญด้านสถาปั ตยกรรมล้านนา ฝ่ ายกิจกรรมการเรียนรูเ้ ชิงปฎิบตั กิ าร ฝ่ ายจัดท�ำคูม่ ือ ฝ่ ายสนับสนุนกิจกรรม

เนือ้ หาอ้างอิงจาก - กฎบัตรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรกั ษ์และบูรณะโบราณสถานและแหล่งที่ตงั้ - พระราชบัญญัตโิ บราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ์ - ระเบียบกรมศิลปากรว่าด้วยการอนุรกั ษ์โบราณสถาน ขอขอบพระคุณคณาจารย์ผู้ให้คำ� ปรึกษา ดร.โชคอนันต์ วานิชเลิศธนาสาร, อ.วีรพจน์ การคนซือ่ , อ.เจษฎา สุภาศรี, อ.วราชัย ขิงทอง, อ.กิจปกรณ์ โสตถิวรนันท์

41

นาย สันธยา ผศ. พันศักดิ์ นาย วีรพงษ์ ผศ.ดร.วิทยา

คชสารมณี ภักดี พรหมาวัฒน์ ดวงธิมา นาย ศตคุณ สมมะโน นาย พีรดลย์ ศรียะวงษ์ นาย วิสิฐ เจริญทรัพย์ นาย เสน่ห ์ จันทราพิพฒ ั น์ นาย ชุตพ ิ งศ์ วงศ์ภงู า นาย นฤเทพ ปิ งเมือง นาย ณัฐพล อุประเสน นางสาว กิตยิ า สิริมะโน

ประธานกรรมาธิการวถาปนิกล้านนาฯ รองประธานกรรมาธิการ ฝ่ ายวิชาการ รองประธานกรรมาธิการ ฝ่ ายวิชาชีพ รองประธานกรรมาธิการฝ่ ายกิจกรรมเมือง และนโยบายสาธารณะ รองประธานกรรมาธิการ ฝ่ ายกิจกรรมพิเศษ รองประธานกรรมาธิการ ฝ่ ายต่างประเทศ รองประธานกรรมาธิการ ฝ่ ายภูมิภาค กรรมาธิการเหรัญญิก เลขานุการกรรมาธิการ กรรมาธิการฝ่ ายปฏิคม กรรมาธิการ ฝ่ ายประชาสัมพันธ์ กรรมาธิการ ฝ่ ายทะเบียน

นาย ประกิต ค�ำภิไหล นาย วรรัตน์ รัตนไตร ์ นาย กวีวัธน์ มนูสุรสิทธิ ว่าที่ รต.เตชธร เล็กศิริ นาย จักรพันธ์ จันทร์ศรี นางสาว จีราพร กาติ๊บ นาย กอปรพร นุกูลคาม

กรรมาธิการกลาง กรรมาธิการกลาง กรรมาธิการกลาง กรรมาธิการกลาง กรรมาธิการกลาง กรรมาธิการกลาง กรรมาธิการกลาง

ที่ทำ� การสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ (ล้านนา) เลขที่ 257 ต.ดอนแก้ว อ.แม่รมิ จ.เชียงใหม่ 50180 โทร 053-114-392 The Association od Siamese Architects under Royal Patronage (Lanna Branch) 257 m.2 Donkeaw Maerim Chiangmai 50180 E- mail : asalanna@gmail.com, www.facebook.com/Asalanna Lanna

44


เท

นครเชียงใ

ส�ำนักพระพุทธศาสนา จังหวัดเชียงใหม่

ARCHITECTURE

CMRU

FACULTY OF ARCHITECTURE AND ENVIRONMENTAL DESIGN

MAEJO UNIVERSITY

ห

ม่

าล ศบ

เชียงใหม่ ที่คุณไม่เคยเห็น

ARCHITECTURE

FACULTY OF ARCHITECTURE.CMU


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
วัด วัฒนะ by TheZeroBooks - Issuu