Issuu on Google+


บทบรรณาธิการ หลั ง จากที่ว ารสารท่า พระจัน ทร์ ฉ บั บ แรกได้อ อกเผยแพร่ สู่ สายตาของนักศึกษาและบุคลากรชาวท่าพระจัน ทร์ รวมถึงชาว รังส\ิตอี กหลายร้อยคู่ พวกเราก็ได้ทราบถึงกระแสตอบรับจากผู้ อ่ า นในทางที่ ดี ย\ิ่ ง ทางคณะผู้ จั ด ทำา จึ ง ขอขอบพระคุ ณ เป็ น อย่างย\ิ่ง และขอฝากวารสารท่าพระจัน ทร์ ฉบับต่อ ๆ ไปไว้ ใน อ้อมอกอ้อมใจของผูอ้ ่านทุกท่านด้วยแล้วกันนะคะ (ลิเกไปไหม นะ) สำา หรั บ ฉบับนี้ จะขอนำา เสนอความเป็น ธรรมศาสตร์ ท่า พระ จัน ทร์ ทพี่ วกเราชาวท่าพระจัน ทร์ ต่างภาคภูมิใจ เพราะพวกเรา มีโอกาสใช้ชีวิตนักศึกษาสี่ปีบ้างห้าปีบ้างบนพืน้ ทีป่ ระวัตศิ าสตร์ แหล่งกำา เนิ ดมหาวิ ทยาลัย แห่งนี้ ในขณะทีน่ ั กศึกษาเหลือ เกิน ครึ่งมหาวิทยาลัยไม่มีทางได้ฝนั ถึง “เข้าท่า(พระจัน ทร์)” พร้อมจะบอกเล่าเรื่อ งราวทัง้ ในกาลอดีต และปัจจุ บัน ของธรรมศาสตร์ ท่าพระจัน ทร์ ทั้ง ที่เป็น รู ปธรรม และนามธรรม สถานที่ต่างๆ แนวความคิด และที่สำา คัญ “จิต วิญญาณธรรมศาสตร์ ” ที่เรามั กได้ยินใครกล่าวอ้างถึง ทั้งหมด นี้ม าจากหยดนำ้า หมึ ก ของผู้เขียนทั้ง ศิษ ย์ เก่ าและศิษ ย์ ปัจ จุบัน เรียงร้อยอยู่บนแผ่น กระดาษในวารสารฉบับนี้ รวมถึงบทความ เกี่ยวกับเรื่อ งราวบ้านใกล้ เรือ นเคีย งธรรมศาสตร์อ ย่างร้ านค้า ต่างๆ ทีใ่ ช้พนื้ ที่ทา่ พระจัน ทร์เป็น แหล่งประกอบอาชีพ หวังเป็น อย่ างย\ิ่ งว่ า ท่า พระจัน ทร์ จ ะเข้ า ท่า เมื่ อ เราได้ ล องเหยี ย บเข้ า ท่าพระจันทร์ ลองเข้า ท่าพระจัน ทร์ ดูซิ แล้ว คุณจะรู้ว่ า ท่าพระจัน ทร์ เข้าท่า แค่ไหน กองบรรณาธ\ิการ

ความคิดเห็นที่ปรากฏในวารสารเล่มนี้ เป็นความค\ิดเห็นของผู้เขียนแต่ละบทความ ซึ่งไม่จำาเป็นต้องสะท้อนความคิดเห็นของกองบรรณาธิการ หรือองค์การนักศึกษามหาว\ิทยาลัยธรรมศาสตร์แต่อย่างใด

วารสารท่าพระจันทร์ ฉบับ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553 ฝ่ายวิชาการ องค์การนักศึกษามหาว\ิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ศูนย์ท่าพระจันทร์ บรรณาธิการ พีรพรรณ สุวรรณรัตน์ กองบรรณาธิการ ซอลีฮีน บ\ิลังโหลด ณพงศ์ มาลีหอม ภมร พงษ์พานิช ญานี เรืองกระจ่าง นพวรรณ จึงธีรพานิช ณรรฐพล กมลบาล พัชรี ตาสาย อาร์ตเวิรก์ และ กราฟิกดีไซน์ ชญานิน วิภษู ณวรรณ การเงิน ทศพร ขำาสมวงษ์ \ประชาสัมพันธ์ ปัญจพร เติมเลิศมนัสวงษ์


สารบัญ

4

อะไรอยู่ใต้...ดิน

แด่หนุ่มสาว...ก้าวทีใ่ ด

12

จิตวิญญาณธรรมศาสตร์?

28 things about ดูดวง @ ท่าพระจันทร์

20

8 16

ศาลเจ้าแม่สิงโต


25

การปลูกฝังจิตวิญญาณธรรมศาสตร์

กับเจ้าหน้าทีม่ หาวิทยาลัย

ความไม่เข้าท่าของ

จินตนากรรมชาตินิยมไทย

36

28

บทวิเคราะห์สิ่งที่ได้พบและเห็น จากการเป็นอุปนายกฯ ท่าพระจันทร์


❝ ครั้งหนึง่ ฝ่ายอนุรักษ์นยิ ม กล่าวว่า นีค่ ือจานบินยูเอฟโอในมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ติดต่อกับฝ่ายคอมมิวนิสต์

ภาพ: ชญานิน วิภูษณวรรณ


ในปัจจุบัน หากมีคนมาบอกว่า ในธรรมศาสตร์ไม่มี อุโมงค์เก็บอาวุธ ผมเองต้องขอเถียงและต่อสูอ้ ย่างใจ ขาดดิ้น ผมขอยืนยัน นอนยัน และนั่งยันว่า ธรรมศาสตร์มีคลังอาวุธอยู่ใต้ดนิ อย่างสมบูรณ์แบบ และซับซ้อนจนต้องใช้คอมพิวเตอร์ค้นหา

รูน้ ้อย หลับใน

☽ อะไรอยู่ใต้...ดิน เดิม มี ชื่ อ ว่ า “มหาวิ ทยาลั ย วิ ช า ธรรมศาสตร์ และการเมื อ ง” เดิ ม ที ก่ อ ตั้ ง โดย นายปรี ดี พนมยงค์... ธรรมศาสตร์มีบทบาททางการเมืองมาเรื่อย ไม่ว่าจะเหตุการณ์ 14 ตุลา 6 ตุล า หรือ/ซึ่ง สองวัน ดัง กล่าวนั้น ผู้คนทัว่ ไปอาจสามารถเอามารวมกัน เป็นวันที่ 16 ตุลาได้ ที่เกริ่นมานั้นมีความเกี่ยวข้องกับที่จะร่ายยาวในต่อ ไปนี้ เพียงแค่เล็กน้อย เท่านั้น เพียงเพือ่ ให้หน้ากระดาษมันแลดูเยอะขึน้ แค่นั้นเอง ปัจจุบนั การศึกษาของนักศึกษาธรรมศาสตร์สว่ นใหญ่แล้วจะอยู่ในส่วนของ ธรรมศาตร์ ณ ทุ่งรังสิตเสียส่วนใหญ่ ตัว ผู้เขียนเองมันเป็น คนส่วนน้อยที่ เรียนในท่าพระจัน ทร์ แต่ต่างมีความภูมิใจอย่างยิ่ง ในเมื่อ ตัว ผู้เขียนได้ม า ศึกษาในที่แห่งนี้ แล้ว ส่วนหนึ่ง ทีจ่ ะเรียนและปรั บตัว ให้เข้ากับชีวิ ตใหม่ได้ คือ การเรียนรู้อดีตของมหาวิทยาลัย จากการศึกษาทัง้ จากตำารา หนังสือ วิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ จดหมาย อีเมลล์ ข้อ ความผ่านโทรศัพท์มือ ถือ ผ่านปากต่อปาก หรือแม้กระทัง่ ผ่านทางฝาผนังห้องนำ้า ตัว กระผมเองเนี่ย

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

มหาวิท ยาลั ยธรรมศาตร์

5


มักจะมีขอ้ สงสัยเกิดขึน้ มาเรื่อยๆ แต่ทสี่ งสัยทีส่ ุดคือ อะไรมันอยูใ่ นใต้ดนิ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์....

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

จากการแถลงการณ์ของนายสมั คร สุน ทรเวช อดีตนั กการเมือ งไทยผู้มี ชีวิ ตที่โลดโผนในเส้น ทางการเมือง ซึ่งได้ทิ้งวาทะไว้ว่ า มีอุโมงค์ใต้ดิน ใน ธรรมศาสตร์ มีห้องซ่องสุม เก็บคลังอาวุ ธไว้ พร้อมกับมี คนจากป่าเข้ามา ก่อการปะปนในหมูน่ ักศึกษา “อุโมงค์ในธรรมศาสตร์ ?” “คนป่า?” คำาถาม ที่ก้อ งอยู่ในหัว ที่มีร ะบบการคิด แบบประหลาดๆ ของตัว ผู้เขียนเอง คือ อุโมงค์ทวี่ ่ าเนี่ยไปถึงท่าวังหลังเลยหรือ เปล่ า เผื่อว่ าวันหลังเวลาไปซื้อ ของ หรือหาอะไรรั บประทานทีว่ ังหลังจะได้ไม่ ตอ้ งข้ามเรือ ไป แล้ว คนป่าถ้าเข้า มาในเมืองทำาไมยังเรียกคนป่าอยู่ไม่ เรียกคนเมือง แล้ว คนป่าเขาจะเข้ามา ทำาไม คนป่ามีการศึกษาเรื่องคอมมิวนิสต์ตามทีถ่ ูกกล่าวหาในช่วงนั้นด้ว ย หรือ นี้ เ ป็น คำา ถามเพีย งส่ว นหนึ่ ง ที่ก้อ งอยู่ใ นหัว แต่ ไม่ รู้ จ ะหาคำา ตอบ อย่างไร

6

หากเราลองย้อนเวลาสูอ่ ดีตตามหน้าหนังสือ ตามตัวอักษร ตามอาจารย์ที่ เขียน แล้วสะท้อนออกมาเป็นภาพขาวดำาในหัวจะลำาดับเหตุการณ์ 6 ตุลา โดยย่ อ ที่สุ ด ได้ว่ า เหตุ ก ารณ์ ที่ เ กิ ด ขึ้น ในวั น ที่ 6 ตุล าคม 2519 เป็น เหตุการณ์ทนี่ ่าเศร้ามาก มีการปลุกระดมคนฝ่ายขวาให้ไปจัดการคนฝ่าย ซ้าย (ฝ่ายขวานี้ไม่ใช่พวกนักรถเมล์ฝงั่ ขวา หรือ ประชาชนทีอ่ ยู่ฝงั่ พระนคร ถ้าหากดูจากเส้น แบ่งจากแม่นำ้า เจ้าพระยาแต่อย่างใด แต่ฝ่ายขวา ผู้เขียน ขอสรุปสัน้ ๆ ว่าคือ พวกสนับสนุนรัฐบาลทีม่ าจากการปฎิวัติ และชาตินิยม ที่รุน แรงเกิน ไป แล้ว ฝ่ายซ้ายล่ะ ฝ่ายซ้ายไม่ ผ่านตลอด แต่ฝ่ายซ้ายโดย ความจริ ง แล้ ว คือ ฝ่ า ยที่ ฝั ก ใฝ่ลั ก ธิ สั ง คมนิ ย ม ซึ่ ง สั ง คมนิ ย มเป็น สิ่ ง ที่ นักศึกษากำาลังศึกษาอยู่ในขณะนั้น และกำาลังร้อนวิชานั่น เอง) ซึ่งมี ผลสืบ เนื่องมาจากการกลับมาของถนอมทีไ่ ปบวชเป็นเณรทีส่ ิงคโปร์ ผลทีอ่ อกมา คือ มีนักศึกษาเสียชีวิตในเหตุการณ์นั้นไปหลาย การกล่าวหานักศึกษาในตอนนัน้ มีม ากมาย จนกระทัง่ ถึงเรื่องของ อาวุธใน ธรรมศาสตร์ เรื่ อ งมั น มี อ ยู่ คราวๆว่ า วิ ทยุ ย านเกราะป่าวประโคมว่ า ภายในธรรมศาสตร์มีอาวุธร้ายแรงอยู่ เช่น ลูกระเบิด ปืนกลหนัก เป็นต้น ซึ่งสวนทางกับความเป็น จริ ง เมื่อ ตำารวจ/กลุ่ม กระทิง แดง/กลุ่ม นวพลบุก เข้าไปกวาดล้ าง หลัง จากการชุม นุม ประท้ว งจอมพลถนอมแล้ว ก็มิ ได้ แสดงหลักฐานประการใดว่าได้มีอาวุธสะสมไว้ในธรรมศาสตร์ หรือ “อาวุธนั้นจะอยู่ใต้ดนิ ”...... จากการสืบสวนสอบสวนของตำารวจและ ทางการเท่าที่ปรากฏในเวลาข่าวคำ่านั้น มีขอ้ กล่าวหาว่า ในธรรมศาสตร์มี


มีอุโมงค์อยู่หลายแห่ง เจ้าหน้าที่ก็มิ ได้แสดงภาพของอุโมงค์ให้ดูเป็นหลัก ฐาน เห็น ช��� ด เลยว่ ามัน เป็น การปัน้ นำ้า เป็น ตัว ชั ดๆ คุ ณดำา รง ชลวิ จ ารณ์ อธิ บ ดี ก รมโยธาธิ ก ารและประธานกรรมการสำา รวจความเสี ย หาย มหาวิ ทยาลัยธรรมศาสตร์ชี้แจ้งว่า ไม่พบอุโมงค์ในธรรมศาสตร์ เลย และ ยำ้าด้ว ยว่าไม่มีจริงๆ สิ่งที่เกิดขึน้ มัน เป็น ข่าวลือ ทัง้ นั้น (จากหนังสือ 14 ถึง 6 ตุล า หน้ า 60 เรื่ อ งความรุ น แรงและรั ฐ ประหาร 6 ตุล าคม 2519 อาวุธในธรรมศาสตร์ โดย ป๋วย อึง๊ ภากรณ์) จากย่อหน้าที่แล้ว งั้นซิหมายความว่า อุโมงค์นั้น ไม่มีในธรรมศาสตร์ แต่ มันไม่ได้หมายความว่า คนป่าจะไม่ได้อยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ ตัว ผูเ้ ขียนเองเชือ่ ว่า ด้วยความโหดและขีต้ ดื ของยามธรรมศาสตร์ แม้เพียง แค่เอารถเข้ามารั บเพื่อนก็ยังไม่อนุญ าตให้เข้าไป พวกเขาคงไล่คนป่าออก ไปแล้ว เป็น แน่ แท้ หรือ ไม่ ก็คนป่า เหล่ านั้ น ไปเป็น ยามธรรมศาสตร์ เสีย เอง!!!!!! ถึงอย่ างไรก็ต าม ในปัจ จุ บัน หากมี คนมาบอกว่ า ในธรรมศาสตร์ ไม่ มี อุโมงค์เก็บอาวุธ ผมเองต้องขอเถียงและต่อ สูอ้ ย่างใจขาดดิน้ ผมขอยืนยัน นอนยัน และนั่งยันว่ า ธรรมศาสตร์มี คลั งอาวุ ธอยู่ใ ต้ดิน อย่างสมบูร ณ์ แบบ และซับซ้อนจนต้องใช้คอมพิวเตอร์คน้ หา

สุดท้ายนี้แล อาวุธทีอ่ ยู่ใต้ดนิ ในธรรมศาสตร์ หามิใช่อ าวุธปืน หรือระเบิด หรือ เครื่อ งยิงลูกระเบิด M 203 ไม่ แต่มัน คือ หนังสือ ที่เปรีย บเสมือน ปัญญา ซึ่ง ปัญญาประดุจดั่งอาวุธ ที่ส่ง เสริม ให้มนุษย์ เอาไปไว้ใช้ ตอ่ กรกับ อำานาจทีไ่ ม่เป็น ธรรมได้ และอุโมงค์ทเี่ ก็บอาวุธเหล่านี้ แล มันจักเป็นอื่น ไป ได้ไม่ มัน คือ หอสมุ ด ปรี ดี พนมยงค์นั่น เอง ที่มี เนื้อ ที่ลึ กลงไปด้านล่ าง ของพืน้ ดินนัน้ เองหละพีน่ ้องชาวธรรมศาสตร์ทรี่ ักเอย ✍

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

อาวุธใต้ดนิ ในธรรมศาสตร์ ปัจจุบนั มีหลายรู ปมากและมาจากหลายแขนง ทั้งจาก ฝ่ายคอมมิว นิ ส ต์ ฝ่ายทุน นิ ยม ฝ่ายจักรวรรดินิ ยม ฝ่ายรั ก เจ้ า ฝ่ายไม่รักเจ้า ฝ่ายเทคโนแครต ฝ่ายราชการ ฝ่ายอะไรต่อมิอะไรเยอะเยะ ไปหมด

7


ภาพ: พิชญ์พงศ์ ทรงทรัพย์กุล


รลัล

☽ แด่หนุ่มสาว...ก้าวที่ใด ก้าวที่ 1 ก้าวที่ 2 ก้าวที่ 3 ..... ....เธอก้าวเข้ามาอย่างมั่นใจ ณ มหาวิทยาลัยอันเลือ่ งชือ่ แรกเริ่มเดิม ทีตน้ หางนกยูง ผลิ ดอกสี แดงบานสะพรั่ ง ไปทั่ว วัน ที่แม่ นำ้า เจ้ าพระยาล้น ตลิ่ง เธอมีอุดมการณ์ฝงั แน่นในใจ ท่าทางช่างมี เกียรติเหมือนดอกหางนกยูง ที่ อยู่บนต้น เมื่อใครถามถึงสถาบัน เธอก็จะพูดแต่ว่า “มหาวิทยาลัยอุปมาประดุจบ่อนำ้า บำา บั ด ความ กระหายของราษฎร” เธอย่ า งก้ า วสู่ อี ก สั ง คมหนึ่ ง ใน มหาวิทยาลัย อย่างทีใ่ ครบางคนเคยบอกไว้ว่า “มหาวิทยาลัย” นอกจากจะ ผลิตคนสูส่ งั คมแล้ว ยังเป็น ทีเ่ ลื่อนสถานภาพทางสังคมไปโดยปริยาย ทีซ่ ึ่ง หลายคนใฝ่ฝนั เพือ่ เป็นสะพานทีก่ ้าวไปสู่การประสบความสำาเร็จในชีวิต...

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

--1–

9


ความสำาเร็ จทีห่ มายถึง กลายเป็น คนเก่ง คนทีม่ ีชื่อ เสียงในสังคม รำ่ารวย หรือ การได้ทำา ในสิ่ง ที่รั ก คำา จำา กัดความดัง กล่ าวช่ างมากมายและมัน จะ สามารถพบหนทางได้ในดิน แดนแสนวิเศษที่เรียกว่า “มหาวิ ทยาลัย ” เช่น นัน้ หรือ รู้แต่ว่า ณ ขณะนั้นเธอเห็น แต่กลีบดอกไม้ร่วง เรือ แล่นสู่เจ้าพระยา หูเธอ ได้ยิน แต่เสียงเพลงเชียร์อันภาคภูมิ และเสียงพูดคุยของเพือ่ นในสังคมที่ดี เลิศ.... ✏✏✏ --2--

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

เธอก้าวเข้ามาอย่างลังเล ณ มหาวิ ทยาลัย แห่งเสรีชน วัน ทีด่ อกหางนกยูง ร่วงหล่นตามรายทาง แม่นำ้าเจ้าพระยาไม่ลน้ ตลิ่ง ... ณ วันนัน้ อุดมการณ์ บ้าๆ และท่า ทางมี เกีย รติไม่ ใ ช่ สิ่ง สำา คัญ อะไร วัน ที่หัว ใจเพรี ย กร้ อ งหา “ความผิด” ที่ไม่ผิด “ความถูก” ที่ไม่ถูก แต่ห ากมีใครถามถึงสถาบัน เธอ กลั บไม่มีอ ะไรจะตอบ... เปล่ าเลย เธอไม่ เคยละทิ้งอุ ดมการณ์ในใจ แต่ เพราะ “การก้าวสูม่ หาวิทยาลัยมีอะไรสำาคัญมากกว่านั้น”

10

...ไม่ว่าจะเป็น ท่าพระจัน ทร์ ชุมชนทีไ่ ม่เคยหยุดนิ่ง ...สนามหลวง เวทีแห่งเสรีภาพของคนทุกเพศทุกวัย ... ถนนข้าวสาร เส้น ทางสีเทากับ unseen ที่ทกุ คนมองข้าม ณ วัน นั้น สิ่ง ที่อ ยู่ร อบๆ มหาวิ ทยาลัย ทำา ให้ เธอไม่ ได้เห็น แค่ ดอกไม้ ร่ ว ง แต่ความทุกข์ยากของคน ความอยุติธรรมต่อคนตัว เล็กๆ ความเป็น สีเทา ของสังคมได้โคจรมาอยูใ่ นความนึกคิด หู ที่ไม่ ไ ด้ยิ น แค่ เสี ย งเพลงเชี ย ร์ ที่ถู ก บัง คั บให้ ฟั ง เช่ น เดิม แต่มี พื้น ที่ใ ห้ หลายๆ เสียงมากขึน้ ทั้งคนที่รู้ จัก และไม่รู้ จัก ไม่ว่ าจะเป็น คนบนรถเมล์ หรือลุงทีท่ า่ พระจันทร์ “การศึกษาทำาให้เธอค้นพบว่า เธอไม่รู้อะไรสักเท่าไหร่” ✏✏✏ --3-เธอก้าวเข้ามาเฉกเช่น “นั กศึกษา” ทั่ว ไป ณ มหาวิ ทยาลัย ที่ไร้ คำา จำา กัด ความ ขึ้นอยู่กับ “ใจใคร ใจมัน ” วัน ทีห่ างนกยูงจะร่ว งหล่นหรือ ไม่ ก็เป็น เรื่องที่แสนธรรมดา รู้แต่ว่าแม่นำ้า เจ้าพระยายังมีผคู้ นข้ามฟากไปมาเพือ่ ใช้


ชีวิตเหมือนทุกๆ วัน... ณ วัน นี้ ที่ทุ กอย่ างดำา เนิ น ไปอย่ างที่มั น ควรจะเป็น ที่ซึ่ ง ตระหนั ก ได้ถึ ง “ความธรรมดาสามัญ ” ที่หมุน เวียนไปตามฤดูกาล โดยมี “ความเหมาะ สม” เป็นหัวใจของทุกสรรพสิง่ หากใครถามถึงสถาบัน เธอรู้ว่ามิควรจะตอบเป็นอย่างอื่น นอกเสียจากว่า “มหาวิทยาลัยชีวิต” หรือ “เมืองแห่งการเรียนรู้” ณ วันนี้ที่เธอไม่ได้คิดถึงแค่ตวั เองกับมหาวิ ทยาลัย และความคิดไม่ ได้ถูก ล้อมกรอบแค่ทา่ พระจันทร์หรือสนามหลวง แต่มุมมองกลับกว้างไกลกว่า เดิม ในขณะที่ประสาทสัม ผัสทัง้ หกของเธอรับรู้ได้ม ากขึน้ แต่ทว่ ารู้ว่าควร “วางใจ” ไว้ ที่ใ ด ทำา ได้ แค่ ไหนและเข้าใจกับสิ่ง ที่เผชิญ อยู่ รวมทั้ง การ ตระหนักรูว้ ่า “ความผิด” “ความถูก” เป็นการเรียนรูอ้ ันสมบรูณแ์ บบ “เพราะการศึกษาทำาให้รู้ความหมายของการดำารงอยู่ เปรียบเหมือนการขึน้ เขาไปเรื่อยๆ เป็น การงอกงามจากภายในคลับคล้ายกับการเติบโตของต้น หางนกยูง!” ✏✏✏ --4--

นักศึกษาหลายกว่าชีวิตมารวมตัว กัน เพื่องานรั บเพื่อนใหม่ในธรรมศาสตร์ ท่ า พระจั น ทร์ ใน ขณะที่ มี ก ารพาน้ อ งใหม่ เ ดิ น ชมสถาน ที่ ภ ายใน มหาวิทยาลัยอยูน่ ั้น มีน้องใหม่คนหนึ่งถามรุ่นพีว่ ่า “พี่ค่ะ เรียนมหาวิทยาลัยเนี่ยต้องปรับตัวมากไหม เรียนยากไหมคะ?” “ก็ไม่ยากหรอก เหมือนดอกหางนกยูงนั่นแหละ” เธอตอบด้วยยิม้ ละมุน ในขณะที่ในหัว ของเธอนั้น ได้ยิน เสีย งก้อ งของอาจารย์ ปรั ช ญาที่กล่ าวว่ า ‘เธอต้องอยู่เหนือ ทฤษฎี นำาทฤษฎีม าย่อยแล้ว ติดปีกให้ตวั เอง’ “รู้ไหม การศึกษาคือ การเรียนรู้ทจี่ ะเป็นอิสระนะ” เธอบอกน้องใหม่พร้อม กั บให้ห นั งสือ รั บเพื่อ นใหม่ เ ป็น ที่ร ะลึ ก ก่อ นปลี ก ตัว ออกมา... ในขณะที่ ใบหน้าของน้องใหม่คนนัน้ ยังเต็ม ไปด้วยความฉงน ✍

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

... ณ วัน ทีด่ อกหางนกยูงบานสะพรั่งอีกรอบหนึ่ง แม่นำ้า เจ้าพระยายังคง เคียงคู่ตึกโดม วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา เพราะบรรยากาศกับมวลรอบข้าง ดูครึกครื้นเป็นพิเศษ

11


ภาพโดย adaptorplug http://www.flickr.com/photos/11401580@N03/2828289338/


เหลือนักศึกษากี่คนทีต่ ระหนักว่าการเป็น นักศึกษาธรรมศาสตร์ มีอะไรมากกว่า การยืดอกภูมิใจในอดีตที่ยิ่งใหญ่ (ที่ตวั เอง ไม่ได้สร้าง)

นายรักนิรันดร์ ชูสกุล

☽ จิตวิญญาณธรรมศาสตร์? เข้ามาอยู่ ท่ามกลางปัญญาชน ที่มี ความคิด และอุ ดมการณ์แรงกล้ าเรื่อ ง ประเทศชาติ ประชาชน และประชาธิปไตย และผมเชื่อว่ าใครหลายๆ คนเข้ามาเรี ย นที่ธรรมศาสตร์ ด้ว ยความฝัน และความหวั งว่ าจะได้ เจอ บรรยากาศทำานองนี้ ทำา ไมถึงฝัน หรือหวังว่ าจะได้เจอสิ่งเหล่านี้ห รือ? ก็ เพราะประวัติศาสตร์ ที่เราเรียนๆ กัน มหาวิ ทยาลัย แห่งนี้ช่างยิ่งใหญ่เสีย เหลือเกิน ไหนจะเป็นฐานของขบวนการเสรีไทย ไหนจะกล้าเดินขบวนยึด มหาวิทยาลัยคืนจากทหาร ไหนจะชุมนุมสูก้ ับเผด็จการทหารถนอมจนเป็น เหตุการณ์ 14 ตุล าคม 2516 อันลือลั่น หรือ แม้ กระทัง่ เป็น ทีช่ ุมนุม ก่อน โดยอำา น าจน อ กระบบเหนื อ รั ฐ ทำา ล ายในวั น ที่ 6 ตุ ล าคม 2519 ประวัตศิ าสตร์เช่นนี้บอกผม และหลายๆ คนว่า มหาวิทยาลัยของเรา ช่าง ยิ่งใหญ่ซะจริงๆ ช่ว งระยะเวลาเกือ บสี่ปีที่รังสิตคงบอกได้ดีว่ าความฝัน ความหวัง ของผม เป็นยังไง ผมไม่รู้สึกว่ าธรรมศาสตร์ ทรี่ ังสิต จะต่างกันมหาวิ ทยาลัยอื่นๆ

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

ผมมาเรียนธรรมศาสตร์ดว้ ยความฝัน ความฝันว่าจะได้

13


วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

ตรงไหนเลย เด็ ก ธรรมศาสตร์ บ างส่ว นชอบพยายามยกตัว เองเหนื อ มหาวิ ทยาลัย เอกชนชื่อ ดัง ข้างเคีย ง ว่าเรามีอ ะไรดีกว่ าบ้าง ซึ่งจากที่ผม สัม ผัส ผมก็ไม่ เห็น ความแตกต่างอะไร ในขณะที่บ้านเมือ งกำา ลังวุ่นวาย เพราะกลุ่ม อำา นาจนอกระบบเมื่ อ ปี 49-51 นั้น หัว ข้อ การถกเถี ย งของ นั ก ศึ ก ษาก็ยั ง เป็น เรื่ อ งบัน เทิง ทั่ว ๆ ไป ไม่ สนใจอะไรที่ เ กิ ด ขึ้น ทีวี ใ น มหาวิทยาลัยทีร่ ังสิต ก็ไม่ได้เปิดรายการทีม่ ีสาระ หรือเปิดข่าวในนักศึกษา ดู กลั บ เปิ ด แต่ ร ายการวั ย รุ่ น ที่ ไ ร้ ส าระและมอมเมา (ถามนั ก ศึ ก ษา ธรรมศาสตร์ ทนี่ ั่น ได้ครั บว่ าทุกตอนเที่ย ง และเย็น ทีวีในโรงอาหารกลาง เปิดช่องอะไร)

14

หลายคนมองว่ าการเปลี่ยนชื่อ มหาวิ ทยาวิ ช าธรรมศาสตร์ และการเมือ ง โดยตั ด การเมื อ งออกจากชื่ อ มหาวิ ย าลั ย ทำา ให้ นั ก ศึ กษามหาวิ ท ยาลั ย ธรรมศาสตร์ เลิกฝักใฝ่การเมือ ง แต่เมื่อลองพิจารณาดูจะพบว่ าหลังการ เปลี่ยนชือ่ มหาวิ ทยาลัยประมาณ 20 ปี นักศึกษาธรรมศาสตร์ยังออกมา เคลื่อนไหวทางการเมือ งอยู่เป็น ระยะ และสามารถเป็น จุดศูน ย์รวมการ ชุมนุม ใหญ่ ที่สุดในเหตุการณ์ 14 ตุล าคม 2516 ได้ ในทัศนะของผมซึ่ง เป็ น ผู้ ที่ ส นใจประวั ติ ศ าสตร์ อ ยู่ ด้ ว ยนั้ น พบว่ า จริ ง ๆ แล้ ว นั ก ศึ ก ษา ธรรมศาสตร์ เ ริ่ ม หมดบทบาททางการเมื อ งตั้ ง แต่ ย้ า ยมหาวิ ท ยาลั ย ธรรมศาสตร์ ไปยั งศูน ย์รั ง สิตต่างหาก ตั้ง แต่ ปี 2531 สิ่ง ที่เห็น ได้ชั ดคือ ช่วงการก่อรัฐ ประหารปี 2534 นัน้ (จนนำาไปสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬใน ปี 2535) ไม่ ปรากฏว่ามีนั กศึกษาธรรมศาสตร์ ที่สามารถรวมตัว ได้อย่าง เต็ม ทีเ่ ช่นในอดีต กล่าวคือ ไม่สามารถเป็นแกนนำาภาคนักศึกษาได้เลย ใน ทางกลับกันนักศึกษาทีม่ ีพลังทางการเมืองจนสามารถนำาการต่อสู้ได้ในช่วง นัน้ กลับกลายเป็นมหาวิทยาลัยรามคำาแหง ที่กล่ าวข้างต้น ไม่ ใ ช่ เป็น การกล่ าวให้ เปรี ย บเทีย บระหว่ างมหาวิ ทยาลัย หรอกครั บ แต่อยากให้เรารู้ “พัฒนาการ” ของ “ความเสื่อมถอย” ของ มหาวิ ทยาลัย ของเรา มหาวิ ทยาลัย ที่เคยเป็น เลิศในด้านวิชาการ เป็นอัน ดั บ ต้ น ๆ ของการเลื อ กเข้ า ศึ ก ษา มหาวิ ทยาลั ย ที่ เ ด่ น เรื่ อ งกิ จ กรรม นั ก ศึ ก ษา มหาวิ ท ยาลั ย ที่มี บ ทบาทการเคลื่ อ นไหวในทางการเมื อ ง มหาวิ ทยาลั ย ที่กล้ า ต่อ สู้ เพื่อ รากหญ้ า ชาวนาชาวไร่ ที่ เ ดือ นร้ อ นจาก การเอารั ดเอาเปรี ย บของข้าราชการและผู้ปกครองผู้ไม่ เป็น ธรรม วัน นี้ เหลื อ นั ก ศึ กษากี่ ค นที่ยั ง สนใจประเด็น เหล่ านี้ เหลื อ นั ก ศึ ก ษากี่ ค นที่ ตระหนักว่าการเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ มีอะไรมากกว่าการยืดอกภูมิใจ ในอดีตทีย่ ิ่งใหญ่ (ที่ตวั เองไม่ได้สร้าง)


ดั ง นั้ น จึ ง ไม่ แ ปลกอะไร ที่ รั ฐ ประหารครั้ ง ล่ า สุ ด แทบไม่ ปรากฏเด็ ก ธรรมศาสตร์ลุกขึน้ มาคัดค้านเผด็จการทหารเลย จะมีก็แต่กลุ่ม กิจกรรม แนวสัง คมนิ ย มเท่านั้ น ที่ ก ลายเป็น หัว หอกในการต่อ สู้ ที่ จ ริ ง จะโทษ นักศึกษาเพียงฝ่ายเดียวก็มิ ได้ เพราะขนาดผู้ใหญ่ บางคนยัง ทำา ตัว ฝักใฝ่ อำานาจนอกระบบ ไปสนั บสนุนรั บใช้อำา นาจเผด็จการเพียงเพราะหวัง ผล ประโยชน์ ส่ว นตน บางคนก็อ าจจะฝัน ไปไกลว่ าจะได้ส้ม หล่น เป็น นายก รั ฐ มนตรี พ ระราชทาน หรื อ รั ฐ มนตรี ก ระทรวงเกี่ ย วกั บ กฎหมายสั ก กระทรวง

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

สิ่งสุดท้ายทีอ่ ยากฝากกับเพื่อนธรรมศาสตร์ คือ บุญ เก่าของมหาวิ ทยาลัย เราใกล้จะหมดแล้ว เราอ้างอดีตอันยิ่งใหญ่ของเราจนพรำ่าเพรื่อ และไม่เคย ได้สร้างอะไรใหม่ๆ เลย มหาวิ ทยาลัยจะดำารงอยู่ได้ คนรุ่นใหม่ตอ้ งสร้ าง สิ่งดีเพิ่ม ขึน้ ครั บ คนธรรมศาสตร์ ทุกวันนี้จำา นวนไม่น้อ ยหลงใหลไปตาม กระแส กระแสอำานาจนอกระบบที่ไม่เป็น ประชาธิปไตย หลงใหลจนลืม ไป แล้วว่าประชาธิปไตยคืออะไรกัน แน่ ลืม ไปว่ า ผู้ประศาสน์การปรี ดี พนม ยงค์เคยทำาอะไรไว้ แต่ผมก็ยังไม่หมดความหวังไม่สนิ้ ความฝัน ผมยังหวัง ว่า ธรรมศาสตร์จะไม่ ขาดคนกล้า จะมีผกู้ ล้าคนใหม่ๆ คนทีม่ าด้ว ยความ หวัง และความฝัน หวังให้คนเหล่านั้นเมื่อ ได้เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยนี้ สมใจแล้ ว จะไม่ ลื ม คว ามหวั ง และคว าม ฝั น ที่ ตั้ ง ใจ ขอให้ รั กษ า ประชาธิปไตย และจบออกไปรับใช้ประชาชนครับ ✍

15


28 things about ดูดวง @ ท่าพระจันทร์ และอื่นๆ ภาพ: ชญานิน วิภูษณวรรณ

โดย Noppatoy


นอกจากของกินอร่อยๆ พระเครื่อง

แต่ล ะเดือ นเขาสามารถสร้ างรายได้จ าก การดูดวงได้ถึง 300,000 บาทเลยทีเดียว (โปรดใช้วิจารณญาณในการฟัง)

และ “แหล่งศึกษาร่ม เย็น เด่นริม สายชล” ที่รัก ของพวกเราแล้ว อีกสิง่ หนึ่งทีถ่ ้าไม่กล่าวถึงก็คง ไม่ ครบถ้ว นสำาหรั บความเป็น “ท่าพระจัน ทร์ ” 6. ตำา แ ห น่ ง “ Tha Prachan’s Hottest Fortune Teller” คงต้อ งตกเป็น ของ “พี่ ก็คือ “หมอดู” นั่น เอง ฉะนั้นวารสารท่าพระ จอยยิ ป ซี ” อย่ า งไม่ ต้ อ งสงสั ย เพราะ จัน ทร์ ฉบั บนี้ ก็ เลยนำา เสนอเรื่อ ง 28 สิ่ง ที่น่ า นอกจากจะมีควิ ยาวมากที่สุดคนหนึ่งแล้ว สนใจเกี่ยวกับหมอดูท่าพระจัน ทร์ แก่ผอู้ ่ านค่ะ ยัง ได้รั บเชิญ ให้ ไ ปเขียนหนัง สือ หลายต่อ อาจจะมีหมอดูทอี่ ื่นทีอ่ ยู่ในละแวกนี้รวมอยู่ดว้ ย หลายเล่ม และยัง เป็น พรี เซนเตอร์สิน ค้า ประปรายนะคะ ซึง่ รับรองว่าน่าสนใจไม่ แพ้กนั อีกต่างหาก ใครอยากดูไพ่ยิปซีกับพี่จอย เอาเป็นว่าถ้าคุณผูอ้ ่านทีน่ ่ารักพร้อมแล้ว (เร็ว แนะนำา ว่ าควรโทรนั ดล่ว งหน้ า มิเช่น นั้น มา! จะช้าอยู่ใย!) ลุยเลยดีกว่า !!!! อาจไปเสียเทีย่ ว 1. ประเดิม ด้ว ยเกร็ ด ประวั ติศ าสตร์ ทราบ

3. ปัจจุบนั ในท่าพระจัน ทร์มีร้ านดูดวงทัง้ สิ้น 9. การดูดวงประเภทดวงไทย (ที่ห มอดูเค้า จะผูกดวงเราในรูปกลมๆ ในแผ่นกระดาษ 28 ร้าน (นี่คอื เหตุผลว่าทำาไมเรื่องนี้ ถึงมี นั่ น ล่ ะ ) ต้อ งอาศั ย วั น เดือ นปี เ กิ ด และ 28 ข้อ) เวลาเกิ ด หากหมอดู ค น ไหน บอกว่ า 4. ดวงแม่ น ๆ สำา หรั บ คนที่ เ กิ ด วั น อาทิ ต ย์ สามารถดูได้โดยไม่ ตอ้ งใช้เวลาเกิด แสดง ตามตำาราบอกไว้ว่ า ช่ว งนี้ ดวงอาทิตย์ ยัง ว่า โกหก ค่ะ! ร้อนอยู่ ไม่ควรเดินกลางแดดนานๆ นะจ๊ะ 10. ผูใ้ ดเกิดวันอังคาร หากเป็นหญิงไม่ควรให้ บวชเป็นพระ 5. มีหมอดูในท่าพระจัน ทร์คนหนึ่งเล่าว่า ใน เดีย๋ วจะไม่สบายเอาได้

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

หรือ ไม่ว่าในปี 2525 หมอดูคนแรกที่เข้า 7. ใครทีต่ ิดภาพหมอดูว่าต้องเป็น คุณลุงแก่ๆ นั่งโบราณอยู่ กั บแว่ น ขยายฝุ่น จั บคงต้อ ง ม า ตั้ ง ร้ า น ใ น ท่ า พ ร ะ จั น ทร์ นั้ น คื อ เปลี่ยนความคิด เพราะหมอดูยุคเวิลด์ไวด์ อ .ป ร ะ ภ า ส สุ ท ธิ ภ า ค ใ น ปั จ จุ บั น เว็ บสามารถตอบสนองความต้อ งการของ อ.ประภาส ก็ยังคงดูดวงอยู่ทรี่ ้ าน “หมอดู ลู ก ค้ า ได้ อ ย่ า งทั่ ว ถึ ง และรว ดเร็ ว ผ่ า น ตู้กระจก” (ที่จริ งเค้าไม่ ได้ชื่อ นี้น ะ) ตรง เว็ บไซต์ ของตัว เอง เช่ น หมอดูสุ ด ฮอต ข้ า มร้ า นน้ อ งท่ า พระจั น ทร์ ใครอยาก อ ย่ า ง พี่ จ อ ย ยิ ป ซี ก็ มี สัม ผัส ประสบการณ์ดู ดวงท่าพระจัน ทร์ www.lovejoytarot.com ซึ่ ง มี บริ ก าร ดู แบบ “original” ลองไปใช้บริการดูได้ ดวงฟรีดว้ ยนะ 2. นอกจาก อ.ประภาสแล้ว หมอดูโตซานก็ เป็น หมอดูในยุ ค แรกๆ ที่ม าเปิดร้ านดูด 8. สิทธิการิยะ (โบราณจารย์ ท่านว่าไว้) คน ที่ เ กิ ด ในวั น จั น ทร์ เ ป็ น คน ที่ โ ชคดี ม าก วงในท่าพระจัน ทร์อีกคนหนึ่ง ปัจจุบนั ร้าน เพราะคุณเกิดในวัน ทีม่ ี 24 ชัว่ โมงพอดี ของหมอดูโตซานย้ายไปอยู่ทา่ ช้างแล้ว

17


วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

18

11. เห็น ป้ายร้ านหมอดูบ างร้ านที่โ ฆษณาว่ า นะ สามารถดูดวงได้หลายประเภท เค้าอาจดู 16. แว๊ บๆๆ อีกที ไปที่ทา่ ช้าง ตรงนัน้ จะมีร้าน ได้ทุกอย่ างตามที่โ ฆษณาก็จริ ง แต่ไม่ ได้ หมอดูร้ านหนึ่ ง ที่มี วิ ธี ดู ด วงแปลกๆ น่ า หมายความว่ า จะเชี่ ย วชาญทั้ง หมดนะ สนใจไม่แพ้ทอี่ ื่น นัน่ คือ “หมอดูใบไม้” วิธี อย่าเพิ่งวางใจไป เพราะหมอดูบางคนพอ การดูดวงก็ไม่มีอะไรซับซ้อน แค่เก็บใบไม้ ขอดูล ายมือ ปรากฏว่ า เอาดิน สอมาเขี่ยๆ ที่ช อบไปให้หมอดูดู (ไปเก็บจากที่อื่น นะ สองสาม ที แล้ ว ก็ พู ด แค่ “อายุ ยื น นะ อย่าไปเก็บหน้าร้านเค้านะ) จากนั้นหมอดู สมองดี” จบ (เฮอะ!) ทางที่ดีถ้าอยากดู ก็จะพยากรณ์เรื่องราวอนาคตของเราออก ดวงแบบเฉพาะเจาะจง ควรถามไถ่ กั บ มา หมอดูให้ชัดเจน หมอดูทดี่ ีจะบอกเราตาม 17. คนเกิ ดวั น พฤหั ส ต้อ งระวั ง เรื่ อ งการเดิน ตรงแต่แรก ทางให้ ม าก ถ้ า ขึ้น เรื อ ข้า มฟากให้ ร ะวั ง 12. ชะแว๊บไปที่ฝงั่ ท่านำ้าศิริร าชนิสนึง มีหมอดู อาจต้องเสียเงินสามบาท คนนึงมีวิธกี ารดูดวงทีน่ ่าสนใจ คือ อ.ทิพย์ เพราะเป็น การทำา นายด้ว ย “พลั ง ตาที่ 18. ใครที่ อ ยากดู ด วงแต่ ไ ม่ รู้ จ ะเลื อ กดู กั บ หมอดูคนไหนดี ควรจะถามจากเพือ่ นๆ ที่ สาม” วิธีการทำานายของอ.ทิพย์ คือ จะให้ เคยไปดู ก่อ น ถ้ า ไปลั ง เล ด้อ มๆ มองๆ เราเขีย นชื่ อ นามสกุล แล้ ว อาจารย์ จ ะ แถวท่าพระจัน ทร์ มีหวังเจอเจ๊คนหนึ่งมา ทำานายเรื่อ งราวของเราผ่านทางลายมือนี้ แนะนำา ให้ ไ ปดู กั บหมอดูคนนั้น คนนี้ ซึ่ง นอกจากนี้ยังมีอีกวิธนี ึงที่แปลกมากๆ นัน่ ฝีมือการเลือกของเจ๊นี่น่าผิดหวังชะมัด! คือ อ.ทิพย์ จะจั บมือ ของเรา แล้ว พูดถึง สภาวะจิ ต ของเราได้อ ย่ างแม่ น ยำา (โอ๊ ะ 19. หมอสมศักหายไปไหน? หมอดูขวั ญ ใจ โอ!) เด็ก ท่า พระจัน ทร์ ที่ แต่ก่อ นนั่ ง อยู่ใ นร้ าน ข้ างๆ ร้ านโรตีม ะตะบะ ตอนนี้ห มอสม 13. เชื่อหรือ ไม่ อ.ทิพย์ เล่าให้ฟังว่า เคยบอก ศักย้ายไปนั่งอยู่เยือ้ งๆ ร้านน้องชินในซอย ข้อสอบให้กับเพื่อนของหลานได้ตรงอย่าง กลางแล้ว นะ ด้ว ยเหตุผลกลใดก็ไม่ อ าจ ไม่น่ าเชื่อ ใครอ่านหนังสือ ไม่ ทนั ลองแบก ทราบได้ หนังสือ ไปถามข้อ สอบกับ อ.ทิพย์ ดูสิคะ แต่ ถ้ า อาจารย์ ไ ม่ บ อ กก็ อ ย่ า ไปเซ้ า ซี้ 20. เด็ก ที่เกิดวัน ศุกร์ ถ้ า เป็น ผู้ช ายโตขึ้น จะ เพราะอาจารย์จะ “รำาคาญมากเลยค่ะ” ต้อ งเข้ ารั บ เกณฑ์ ทหาร ถ้ า ไม่ อ ยากถู ก เกณฑ์ ทหารควรแก้ เคล็ ด โดยการเรี ย น 14. อย่างไรก็ตาม อ.ทิพย์ ฝากบอกมาว่า ใคร ร.ด. ที่จ ะมาดู ดวงกั บอาจารย์ ถ้ า ไม่ ไ ด้มี เรื่ อ ง เดือ ดเนื้อ ร้อ นใจอะไรไม่ ต้อ งมา แต่ถ้ ามี 21. ไม่ควรเลือกดูดวงในสถานที่ที่เป็นมุมมืดๆ ปัญ หาจริ ง ๆ ขอให้ ม า อาจารย์ จ ะยิ น ดี ที่คนภายนอกไม่ อ าจมองเห็น ได้ เพราะ มาก อาจจะไม่ปลอดภัยต่อตัวผูด้ ดู วงเอง 15. คนที่เกิดวัน พุธห้ามใส่บาตรตอนกลางคืน


22. หมอดูอีกคนหนึ่ง อ.สมปอง ร้านอยู่ตรง 27. ยังจำา “ลุงมนัส” ได้ไหม หมอดูพิการแขน ลานคนเดิน ท่าพระจัน ทร์ เยื้อ งๆ กับร้ าน ขาลี บ ที่คิ ด ค่ า ดู 39 บาท ที่ช อบอยู่ ตรง ยาท่ า พระจั น ทร์ หลายคน บอกมาว่ า ประตูท่าพระจัน ทร์ ไง แม่ ค้าบางคนเล่าว่า สามารถดูเรื่อ งราวต่างๆ ได้อ ย่างแม่น ยำา ลุงคนนี้เลี้ยงกุมาร และสามารถสือ่ สารกับ โดยใช้ ไ พ่ ยิ ป ซี (ที่ ไ ม่ เหมื อ นร้ า นอื่ น ๆ) สิ่งลี้ลั บ ได้ด้ว ยนะ ล่ าสุ ด ทราบข่าวมาว่ า ลายมือ และโหงว เฮ้ ง คิ ด ค่ า บริ ก ารทั้ง ตอนนี้คุณลุงแกเสียชีวิตแล้ว สิน้ 199 บาท แถมฟรี หนังสือ สวดมนต์ 28. ปิ ด ท้า ยด้ว ยข้อ คิ ด ดี ๆ สำา หรั บ คนดู ดวง ถ้าใครอยากได้ซี ดีเสีย งสวดมนต์ก็ ขอได้ จากพี่จอยยิปซี "อย่าให้ผลของการทำานาย ด้วยนะ มากำา หนดตั ว เราทั้ ง หมด ให้ เ ป็ น เป็ น 23. อ.ปอง บอกว่า ความสามารถในการดูดวง แพลน คิ ดง่ ายๆ ว่ า เราทำา อะไรมาแล้ว นี้เป็นลิขติ จากเบือ้ งบน อ.ปองไม่เคยเรียน ผล ที่ จ ะ เกิ ด ขึ้ น ก็ อ ยู่ ที่ ตั ว เร า ดู เพื่ อ โหราศาสตร์ กั บ คนเลย โดยเรื่ อ งราว ประกอบการตัด สิน ใจ ดู เพื่ อ ที่จ ะเตือ น ทั้ ง หมดเกิ ด ขึ้น หลั ง จาก อ.ปอง ถู ก รถ เพื่อ ที่จะไประมั ดระวัง เพื่อ ที่จะให้ เราไม่ BMW คั น หนึ่ ง ชนตอนสมั ย อายุ 12 ปี ประมาท ให้ไพ่ได้เป็น ส่วนหนึ่ง ที่จะให้ได้ อ่ านแล้ว งงใช่ ไหม? ถ้ าอยากรู้ เพิ่ม เชิ ญ เตรียมตัวเอง” สอบถามโดยตรงกับ อ.ปอง ยิปซี เลยละ ขอปิดท้ายอีกรอบละกัน สำาหรับคนทีค่ ิดจะดูด กัน เพราะคนเขียนก็แอบงง ๆ เหมือนกัน วง ไม่ว่าจะเพือ่ ความบันเทิง หรือมีเรื่องกลุม้ ใจ --“ ก็ ต าม นอกจากจะต้อ งพกตั ง ค์ ไ ปด้ว ยแล้ ว

25. คน ที่ เ กิ ด วั น เสาร์ ไ ม่ ค วรกิ น ของมั น ๆ ทอดๆ เยอะ เพราะจะทำาให้อว้ นได้ 26. แล้ว ก็มีอีกทางเลือกดูดวงแบบประหยัดอีก แบบเหมือ นกัน นั่น คือ ให้ เพื่อ นหรือ คน รู้จักที่ดูดวงเป็น ดูให้ (ได้ยินมาว่าใน BBA มีอ ยู่คนนึง ชื่อ ขึน้ ต้น ด้ว ย ก. ดูดวงแม่น ใช้ ได้ เลยนะ ไม่ บอกหรอกว่ าใคร ไปหา เอาเอง ใบ้อีกนิดว่าอยู่ปสี องแล้ว อ้อๆ ชัน้ ปี เ ดี ย ว กั น ยั ง มี อี ก คน แต่ อ ยู่ SEAs เพือ่ นๆ เรียกกันว่า “แม่หมอ พ.”)

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

24. แถมอี กนิ สนึ ง สำา หรั บสาวๆ ที่ช อบดูดวง อย่ าลืม พก “สติ ” ไปด้ว ยมากๆ นะ ขอให้ ดู ต้อ งระวังตัว ไว้น ะคะ เพราะหมอดูผู้ช าย ดวงให้สนุกทุกคนค่ะ ✍ บางคนอาจหลอกลวงให้ส ะเดาะเคราะห์ ให้ทำาเสน่ห์ เสียเงิน เสีย ทองจำานวนมากๆ บางรายอาจถึงขึน้ ถูกล่วงละเมิดทางเพศ

19


“ธรรมศาสตร์กับความรัก” สองคำำ

วำรสำรท่ำพระจันทร์ 2/2552 มกรำคม – กุมภำพันธ์ 2553

นี้ ดู เหมื อ นจะไม่ มี จุ ด ร่ วมกัน เลยอย่ ำ งสิ้น เชิ ง หลำยคนเมื่อ พูดถึง ธรรมศำสตร์ ก็จ ะนึ ก ถึง แต่ เรื่ อ งของกำร เมื อ ง แต่ ใ ช่ ว่ ำ มห ำวิ ท ยำลั ย ธรรมศำสตร์จะมีแต่เรื่อ งของกำรเมือ ง สถำบัน กำรศึกษำที่แห่ งนี้ยังมีอนุสรณ์แห่ งควำมรั กอัน โศกเศร้ำของสิงโตคู่หนึ่งซึ่งตั้งตระหง่ำน ณ ริม ฝั่ง แม่ นำ้ำ เจ้ ำ พระยำมำจนถึ ง ปัจ จุ บัน อนุ สรณ สถำนแห่งนี้ ก็คือ “ศำลเจ้ ำ แม่ สิง โต” ที่เรำชำว ท่ำพระจันทร์มักจะไปกรำบไหว้นั่นเอง

20

ศำลเจ้ำแม่ สิงโตนั้น ตำมตำำนำนว่ำกัน ว่���ในสมัย รัชกำลที่ 4 มีพอ่ ค้ำชำวจีนคนหนึ่งบรรทุกสินค้ำ ลงเรื อ สำำ เภำแล่น มำตำมลำำ นำ้ำ เจ้ ำ พระยำเพื่อ ค้ำขำยกับชำวไทย และหนึ่งในสิน ค้ำบนเรือ ลำำ นัน้ ก็มีรูปปัน้ สิงโตคู่ขนำดใหญ่ซึ่งคนปัน้ ตัง้ ใจปัน้ ให้เป็นคูก่ นั ถูกบรรทุกมำอยู่ด้วย แต่เมื่อเรือ แล่น ผ่ำนแม่นำ้ำ เจ้ำพระยำบริ เวณใกล้ม หำวิทยำลัยก็ เกิดพำยุโหมกระหนำ่ำขึน้ จนเรือ ไม่สำมำรถแล่น ผ่ำนและทรงตัวต่อ ไปได้ ท้ำยที่สุดเรือ ก็อั บปำง ลง

ศาลเจ้าแม่สิงโต

ตำานานรักแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เรื่อง: พีรพรรณ สุวรรณรัตน์ ภำพ: ชญำนิน วิภษู ณวรรณ

หลังจำกพำยุ ได้ผ่ำนพ้น ไป ชำวบ้ำน ละแวกนั้น ก็ได้ช่วยกัน กู้สิ่งทีจ่ มอยู่ใต้ นำ้ำ ขึ้น มำ รู ป ปั้น สิ ง โตก็ ถู ก กู้ ขึ้น มำ ด้วย แต่น่ำเสียดำยทีม่ ีแค่รูปปัน้ สิงโต ตัวเมียเพียงตัวเดียวเท่ำนั้น ทีส่ ำมำรถ ถูกขึน้ มำ ส่วนตัวผูน้ ั้นไม่มีใครหำพบ รู ป ปั้น สิ ง โตตั ว เมี ย จึ ง ต้อ งอยู่ อ ย่ ำ ง โดดเดีย่ ว


เมื่อชำวบ้ำนกูร้ ู ปปั้น ตัวเมี ย ขึน้ มำได้ก็ตั้ง ไว้ทรี่ ิม แม่นำ้ำ เจ้ำพระยำโดยหันหน้ำสิงโต เข้ำหำฝัง่ แต่น่ำแปลกที่วนั ต่อมำชำวบ้ำน กลั บพบว่ำรู ปปั้น ได้หั น หน้ ำออกไปทำง แม่นำ้ำ ทัง้ ๆทีไ่ ม่มีใครสำมำรถจับมันหันได้ เนื่องจำกรูปปัน้ มีนำ้ำหนักมำก แล้วมันหัน หน้ำไปทำงแม่นำ้ำได้อย่ำงไรกัน

วำรสำรท่ำพระจันทร์ 2/2552 มกรำคม – กุมภำพันธ์ 2553

ไ ม่ น่ ำ เ ชื่ อ ว่ ำ ณ ริ ม แ ม่ นำ้ำ เจ้ ำ พระยำ อั น เงี ย บ สงบแห่ ง นี้ ภำยในรั้ ว ธรรมศำสตร์ ท่ ำ พระ จันทร์จะมีตำำ นำนควำมรัก ซ่อนอยู่ เมื่อพวกเรำรู้เรื่องเล่ำ ควำมเป็นมำ ของศำลเจ้ำแม่สิงโตแล้ว หำกใคร เดิ นผ่ ำ น โร งอำ หำ ร ข้ ำ ง คณ ะ เศรษฐศำสตร์ ก็อย่ำ ลืมแวะเวี ยน กรำบสัก กำระเจ้ำ แม่ สิงโตให้ เป็ น สิริมงคล และยังได้ ร ะลึก ถึงควำม รักอันบริสทุ ธิ์นดี้ ้วยนะคะ

จำกคำำ บอกเล่ ำ ของคุ ณยำยคนหนึ่ ง ซึ่ง อำศัย อยู่ ที่ ท่ ำ พระจั น ทร์ ม ำกว่ ำ 60 ปี เล่ ำ ว่ำ บำงคืน ชำวบ้ำนมั ก จะได้ยิ น เสีย ง ครำ่ำครวญของสิงโตตัวเมียทีร่ ้องเรียกหำคู่ ของมั น ด้ วยควำมคิ ด ถึ ง และเศร้ ำ ใจใน ควำมรั กที่ต้อ งพลั ดพรำกจำกกัน ไป แต่ ถ้ำเป็นคืนวัน เพ็ญบำงคนก็จะเห็นลำำแสงคู่ สี แดงส่อ งขึ้น มำจำกแม่นำ้ำ ซึ่ง เชื่อ กัน ว่ำ เป็น แสงจำกตำของสิงโตตัวผูน้ ั่น เองที่เฝ้ำ คอยมองหำตัวเมียทีอ่ ยู่บนฝัง่ จึงทำำให้รู ป ปัน้ ของสิงโตตัวเมียต้องหันหน้ำไปทำงฝั่ง แม่นำ้ำ เพือ่ มองหำคู่ของมัน ช่ำงเป็นควำม รักอมตะทีต่ ่ำงฝ่ำยต่ำงเฝ้ำมองหำกัน แต่ ก็แฝงด้วยควำมโศกเศร้ ำของสิงโตที่ทั้งคู่ จำำต้องพลัดพรำกไม่อำจได้พบเจอกัน

21


เจ้าพระยาท่าพระจันทร์ตะวันส่อง ลานคนเมืองมากคนจรจากเมืองกรุง อาณาหน้าบริเวณท่าพระจันทร์ สถาบันแดนโดมคูเ่ คียงข้าง

เฉิดแสงสะท้อนงอนงามอร่ามรุง่ เข้าท่ามุ่งหมายมัน่ ตามเส้นทาง มากคนค้าขมันขมีแต่เช้าสาง ใกล้ชดิ ทางหน้าวังฝั่งพระนคร

เข้า ท่า .... ท่า พระจัน ทร์ เดินกินลมชมวิว สูท่ ่าท่าพระจันทร์ มีพระเครือ่ งลานตา แสนชืน่ ทรวงเป็นทวี จิตชะโลมความสุข

เดินชิวชิวชิว่ เฉือ่ ย ทอดน่องเรือ่ ยเข้าท่า ครบครันเรือ่ งอาหาร สู่บนลานคนเมือง มีเสื้อผ้ารองเท้า มีหมอเฝ้าดูดวง ตาหวานหลีสาวหมวย สาวสวยลูกแม่โดม อิ่มจุกกระเป๋าแบน (แฟนตรึม)

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

สูแ่ ดนธ รรม

22

เดินจากท่ามุ่งพลัน นี่หรือธรรมศาสตร์ วีรชนประวัติศาสตร์ ตรึงติดเตือนเดือนโดม ตุลาปกเปือ้ นเลือด

... ธรรมศาสตร์

เดินประจันเข้าสู่ แดนประตูแห่งธรรม มีเบอร์นาดขายถั่ว เสรีทั่วแดนดล นามประกาศก้องไกล แสนชูชยั ใครเหมือน เดือนชะโลมโลหิต ทมิฬมิดพฤษก หลากเดือนเดือดตรึงตา (เตือนจิต)

สู่ร ม่ เงา ... ต้น โพธิ์ ต้นโพธิพ์ ลิ้วใบแผ่ รวมพลนามยามขัน คืนวันผ่านเป็นอดีต เรือ่ งเกร็ดเก่าฝังไว้ ให้เหล่าชนชูชนื่

ตระหง่านแด่วีรชน อดีตชนคนขาม เพือ่ คืนวันแห่งเสรี เพือ่ ศักดิศ์ รีอุดมการณ์ คะนึงนิจพิศเพ่ง ฝากบรรเลงเรือ่ งเล่า สู่รากใบใยโพธิ์ เติบโตเด่นเต็มต้น ล้วนร่มรืน่ ใต้เงา (โพธิง์ าม)


โดม .... ผงาดตระหง่า นฟ้า ดินสอโดมเด่นฟ้า ผ่านวันคืนเหน็บหนาว การเมืองเศร้าเคล้าเลือด โดมวันเดือนยุคนี้ ด้วยเหล่านักศึกษา

เจ้าพระยาเคียงคู่ จากเรือ่ งราวเก่าก่อน เดือนดุเดือดดาวดับ เฟือ่ งฟูศรีชศู กั ดิ์ คณาแขนงเขต (สี่แหล่ง)

สนาม วีร ชน สนามบอลก่อนเก่า เร่งฝีเท้าฮึดสู้ ธิปไตยไพร่ฟา้ ฟ้าแดงฉานเศร้าหมอง สาดกระสุนแดกดัน

ชวนเชิดชูแฉ่มชืน่ ยุคเลือดร้อนเร่งเร้า เลื่อนลาลับลอยเลือน คึกคักครืน้ เครงเร้า

... คนธ รรมศาสตร์

ประวัตเิ หย้าย้อนยุค รวมพลรุกเร่งเร้า กอบกู้เชิดชูชาติ ไร้ผงาดเสียงใด ชีวิตข้ายอมพลี ไม่หนีอุดมการณ์ เสียงปืนก้องหยามเกียรติ ด้วยแรงเกลียดเดียดฉันท์ สาดใส่ฝนั ชาวโดม (เปรีย้ งปัง)

ยูงทองชูดอกเด่นแดงประดับฟ้า ธรรมจักรเชิดชูเกียรติสถาบัน โดมธรรมศาสตร์ศาสตร์แห่งธรรมนำา ชีวิต ท่านปรีดเี ปรื่องปรีดาบิดาโดม

บานอำาภาเคียงโดมโฉมสวรรค์ ประกาศยันแดนแห่งธรรมธรรมแห่ง สายโลหิตเหลืองแดงแสนเฉิดโฉม ที่แห่งนี้ชะโลมดาดด้วยความดี แมวน้อย...

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

ประวัต ิศ าสตร์ ปัจ จุบ ัน แดนแห่ง ธรรม ธรรมแห่ง โดม ..

23


และแล้วธรรมศาสตร์ก็เปลี่ยนไป… เถ้าธรรมจักร1

ธรรมศาสตร์ประกาศนามในยามนัน้ เป็นสีสนั ปัญญาทีก่ ล้าหาญ ชนเชื่อถือลือรำ่าเป็นตำานาน เป็นสถานพิทกั ษ์ธรรมนำาปวงชน ธรรมศาสตร์ประกาศนามในยามนี้ เห็นแต่มีสีสนั อันฉ้อฉล เป็นบริษทั อ้างศรัทธาประชาชน ลวงผู้คนจนสูญค่า จรรยาบรรณ

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

นโยบายย้ายไกลไปรังสิต สิงสถิตสีป่ ีอยูท่ ี่นนั่ หากขาดโดมเจ้าพระยาท่าพระจันทร์ ไม่สำาคัญเท่าขาดผับขับกล่อมใจ

24

ท่าพระจันทร์นั้นมีไว้ให้อินเตอร์ กำาลังเห่อเวอร์ชนั่ ทันสมัย ตามกระแสทุนนิยมสังคมไทย เพิ่มรายได้ขายธรรมจักรอ้างหลักการ ฤาจะไร้ร่มยูงที่สงู แล้ว คงไม่แคล้วเป็นเรื่องเก่าให้เล่าขาน ว่าแดนโดมประโคมธรรมในตำานาน แทบสูญสิน้ ..วิญญาณ..ในวารวัน 1

ได้รบั อนุญาติจากเจ้าของผลงาน ตีพมิ พ์ค รัง้ แรกในหนังสือ ไม้ขดี ไฟ เล่มเปลี่ยนแปลง ร้อยกรอง โดย "เถ้าธรรมจัก ร"


เรามักจะได้ยินเด็กกิจกรรมเหล่านี้ เอ่ยอ้างถึงคำาว่า “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” อยู่บ่อยครั้ง แต่สิ่งที่ทุกคน ท่องบ่นกันด้วยภาคภูมใิ จเป็นหนักหนานั้น จะมีกี่คนกัน แน่ที่รู้จักคำาว่าจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ที่แท้จริง โดย เฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย

สักกพล ภุมรินทร์

☽ การปลูกฝังจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ กับเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย “น้องๆ รอก่อน คนอืน่ ก็ยังไม่ได้อีกเยอะ” “คำาร้องเอาวางไว้ตรงนั้น แหละ เดี๋ยวค่อยดูให้” “ต้องย้ายของออกก่อนสิ้น เดือนนะ ช้ามี ค่าปรั บ คิดเป็น รายวัน ด้ว ย มีการศึกษากัน แล้ว หวังว่ าคงจะรู้ เรื่ อ ง” “ยืม หนั ง สือ แค่นี้ ทำาไมไม่รู้จักดูวัน ที่” “มีอย่างที่ไหนมาดร็อ ปเอาตอนนี้ ไหนๆ ใครบอกว่า ทำาได้ ตามมันมาหน่อยซิ” ...........ฯลฯ.............. หลายๆ คนคงเคยได้ยิน ได้ฟัง และได้เห็น อากัปกิริยาของเจ้าหน้าที่ของ แต่ละคณะและเจ้าหน้าที่ของมหาวิ ทยาลัย หลายคนที่เราไปติดต่อ ไม่ว่ า จะด้วยเรื่องอะไรก็ตาม บางครั้งแค���เราเข้าไปถามดีๆ แต่คำาตอบที่ได้กลาย เป็นเสียงกระโชกโฮกฮาก มองด้วยสายตาแปลกๆ หรือทำาให้เสร็จๆ แล้วก็ หันไปนั่งคุยกันถึงเรื่อง ละครทีวีเมื่อคืน นิน ทาคนคนนัน้ คนนี้ จนหลายคน อาจจะชาชิน หลายคนเคยบอกกล่าวกับอาจารย์หรือ แจ้ง ทางคณะไปแล้ว แต่ก็เงีย บและเลือนหายไปกับสายลม น่าคิดว่านั่น เป็น สิ่งทีถ่ ูกต้องแล้วละ

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

“ทำาไม่ไม่เอาเอกสารมาให้ครบ รอก่อน”

25


หรือ เป็นสิง่ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สนองตอบต่อนักศึก ษาซึ่งถือ เป็นหัวใจสำาคัญของการศึกษาอย่างนัน้ หรือ

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

หากจำากันได้ เมื่อ แรกย่างเท้าก้าวเข้ามาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยอัน ทรง เกียรติ เรามักจะได้รั บการสั่งสอนเรื่องจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ ไม่ว่าจะ เป็น “ฉัน รั กธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์ สอนให้ ฉนั รั กประชาชน” “ธรรมศาสตร์ มีเสรีภาพทุกตารางนิว้ ” “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เปรียบ ประดุจบ่อนำ้า บำาบัดความกระหายของราษฎร” ฯลฯ อาจารย์หลายท่าน ชอบบ่นในห้องเรียนว่า พวกคุณต้องมีจิตวิญญาณความเป็น ธรรมศาสตร์ เวลาทำากิจกรรมต่างๆ เช่น รับน้อง บายเนียร์ งานฟุตบอลประเพณี ฯลฯ เรามั ก จะได้ ยิ น เด็ ก กิ จ กรรมเหล่ า นี้ เอ่ ย อ้ า งถึ ง คำา ว่ า “จิ ต วิ ญ ญาณ ธรรมศาสตร์ ” อยู่บอ่ ยครั้ง แต่สิ่ง ที่ทุกคนท่อ งบ่น กัน ด้ว ยภาคภูมิ ใจเป็น หนักหนานั้น จะมีกี่คนกัน แน่ ทรี่ ู้จักคำาว่าจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ ที่แท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย

26

ถ้าถามว่าจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ ที่แท้คืออะไร หลายคนอาจให้คำาตอบไป ต่างๆ กัน แต่สิ่ง ที่ที่เหมือนและยึดโยงคือ ความเป็น ธรรมศาสตร์ ซึ่ง เมื่อ พิเคราะห์จากประวัตศิ าสตร์ ของมหาวิทยาลัย ทีก่ ้าวผ่านมาพร้อมกับความ เปลี่ ย นแปลงของบ้ า นเมื อ ง อาจกล่ า วได้ ว่ า จิ ต วิ ญ ญาณความเป็น ธรรมศาสตร์คอื จิตวิญญาณทีใ่ ฝ่ความยุตธิ รรม โดยมีเหตุผล และมีจิตใจที่ สำานึกในหน้าที่ ไม่ลว่ งสิทธิผดิ หน้าที่ทตี่ นมีนั่นเอง ทำาอย่างไรทีจ่ ะให้จิตวิญญาณความเป็น ธรรมศาสตร์นี้ไม่ เพียงแต่ถูกปลูก ฝังให้อยู่ใน มโนธรรมสำานึกของนักศึกษาเท่านั้น แต่จะต้องให้จิตวิญญาณ ธรรมศาสตร์นี้ ตราตรึ งอยู่ใน มโนธรรมสำานึ กของทุกๆ คนไม่ว่ าจะเป็น คณาจารย์ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยในทุกระดับชั้น นักศึกษา ที่ต่างคนต่างมาจากหลากหลายที่ เจ้าหน้าที่ของมหาวิ ทยาลัยเองก็ต่างมา จากหลากหลายแห่งเช่นกัน ทำาอย่างไรทีจ่ ะให้แต่ละคนหลอมรวมกัน เป็น หนึ่ง เดียว หลอมรวมจิตใจให้มี ความเป็น ธรรมศาสตร์อ ย่ างแท้จริ ง เจ้ า หน้าที่ทกุ คนมิควรทำาตนเป็นนายเหนือนักศึกษา แต่ตอ้ งสำานึกว่าตนเป็น ผู้ ให้ ซึ่งมิใช่เพียงบริการตามหน้าที่เท่านั้น แต่ต้องให้ ”ใจ” กับหน้าที่ที่ตน รับผิดชอบอยู่ดว้ ย และพึงระลึกอยู่เสมอว่านักศึกษาเหล่านี้คือกำาลังสำาคัญ ของสังคมทีจ่ ะไปทำาประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชน และตน ต้องเป็นพี่เลี้ยงให้กับพวกเขาเหล่านี้ เมื่อนึ กภาพเวลาทีน่ ั กศึกษาไปติดต่อ เจ้าหน้ าที่ที่กองกิจฯ แล้ว ไม่ โดนทำา


หน้ ายั กษ์ใ ส่ ไปติด ต่อ เจ้ าหน้ าที่ที่สำา นั กทะเบียนฯ แล้ว เจ้ าหน้ า ที่พูด จา ไพเราะ ไปติด ต่อ เจ้าหน้ าที่ที่คณะฯ แล้ว ได้รอยยิ้ม กลับมา ไปติดต่อ เจ้า หน้าที่สำานั กงานจัดการทรั พย์สิน ได้รั บบริ การที่ดีเทีย บเท่าได้สักครึ่งหนึ่ง ของพนักงาน 7- 11 หรือไปติดต่อ เจ้าหน้าทีห่ ้อ งสมุดแล้ว ไม่ตอ้ งหวาดผวา ยามหน้าหอพักพูดจาด้วยมธุรสวาจา เพียงเท่านี้มหาวิทยาลัยก็คงจะน่าอยู่ มากขึน้ มิใช่น้อ ย แต่สิ่ง เหล่านี้หลายคนอาจบอกว่ าให้นำ้า ท่ว มหลัง เป็ดยัง ง่ายกว่า ที่กล่าวมานี้มิใช่ว่ าเจ้าหน้ าที่ของมหาวิ ทยาลัย ทุกคนจะเป็น แบบนี้ ไปเสีย ทั้งหมด คนทีด่ ียังมีอยู่และควรค่าแก่การชื่นชม เจ้าหน้าทีห่ ลายต่อหลาย คนปฏิ บตั หิ น้าที่ดว้ ยความวิริยะอุตสาหะ หลายคนทำาหน้าทีโ่ ดยไม่ เห็น แก่ ความเหน็ดเหนื่อย แต่สิ่งที่ไม่ดี ผู้เกี่ยวข้อ งย่อมสมควรทีจ่ ะรั บฟังและนำา ไปปรั บปรุง และพึงระลึกว่า เสียงสะท้อนเหล่านี้คอื กระจกส่อ งการทำางาน ของตนเอง ว่าผู้ที่ได้รั บบริการจากตนนั้นเขามองเราอย่างไร ผู้บริหารและ เจ้ าหน้ าทีม่ หาวิ ทยาลัยนอกจากจะเคร่ งครั ดกับนั กศึกษาแล้ว ยังจะต้อ ง เคร่งครัดกับตนเองและคนของตนเองด้วย เพื่อมิให้เกิดข้อ บกพร่อ งความ รู้สึกทีไ่ ม่ดีตอ่ กัน

มหาวิ ทยาลัยธรรมศาสตร์ กำาลังจะก้าวไปสู่การเป็นมหาวิ ทยาลัย แห่งการ วิจัย เพื่อ ทีจ่ ะเป็นมหาวิ ทยาลัยชั้นนำา และประชาคมธรรมศาสตร์ ทหี่ ลาย คนต้องการเห็นจะเกิดขึน้ จริงไม่ได้หากว่าทุกคนมิได้ตระหนักถึงหน้าที่และ สิง่ ทีต่ อ้ งกระทำาร่วมกัน ท้ายสุดนี้ ขออัญ เชิญ คติที่พระองค์เจ้ ารพีพัฒนศักดิ์ที่ได้ประทานให้ กับผู้ พิ พ ากษาหลายนาย เพื่ อ เป็น สิ่ ง เตือ นใจให้ กั บ ทุ ก คนว่ า “My life is Service.“ ซึ่ ง คำา กล่ า วนี้ ไ ด้ เ คยใช้ เ ป็ น เกณฑ์ ใ นการให้ ค ะแนนผู้ เ ข้ า สัมภาษณ์เมื่อ ตอนคัดเลือกอาสาสมัครงานกีฬามหาวิทยาลัยโลกครั้งทีผ่ ่าน มา ทั้งนี้ เพื่อ ให้ม หาวิ ทยาลัย เต็ม เปี่ยมไปด้ว ยจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ อย่างแท้จริง มิใช่เพียงลมปากเท่านั้น ✍

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

การปลูกฝังให้นั กศึกษามี จิตวิญญาณธรรมศาสตร์นั้น เป็น สิ่ง ที่ดี และควร ปฏิ บตั ยิ ิ่ง แต่ที่สำาคัญกว่าคือ การปลูกฝังให้จิตวิญญาณธรรมศาสตร์ เหล่า นี้ แ ผ่ซ่ านและแทรกซึม ไปในทุก ๆ พื้น ที่ และทุ กๆคนในมหาวิ ทยาลั ย ธรรมศาสตร์อัน ทรงเกียรติแห่งนี้ ได้ตระหนักรู้อ ย่างแท้จริ ง โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย ทีเ่ ปรียบเสมือนแขนขาของมหาวิทยาลัย และได้สมั ผัสกับนักศึกษาแทบจะทุกคน

27


☽ ความไม่เข้าท่า ของจินตนากรรมชาตินิยมไทย

บทความต่อไปนีเ้ รียบเรียงขึ้น โดยกลุ่มกัลยาณมิ ตรปี การศึกษา 2552 แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ประกอบด้วย นางสาวจิตรลดา กิจกมลธรรม นายซอลีฮีน บิลังโหลด นายณพงศ์ มาลีหอม และ นายมัธธาณะ รอดยิ้ม เพือ่ รวมกลุม่ ถกประเด็นทางวิชาการที่เกีย่ วข้องกับการสร้างชาตินิยมไทย ทั้งนี้กลุ่มกัลยาณมิ ตรได้รับการสนับสนุนจากกองบริการการศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


“เราไม่ควรมีความคิดเรื่องถือผิวหรือเชื้อชาติ แต่ควรยึดถือ ในความคิดที่ทกุ ชนชาติอยูร่ ่วมกันได้อย่างสันติในโลกได้” ปรีดี พนมยงค์

ความคุ้นเคยของผูค้ น

ต่อรูปแบบความสัมพันธ์ทางอำานาจสมัย ใหม่อย่าง “รัฐชาติ” นัน้ เติบโตและแพร่หลายขึน้ อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในกรณีรัฐสมัยใหม่ของไทยและชาติไทยในความหมายสมัยใหม่สืบ ย้อนไปไม่ถึงร้อยปีม านี้เอง คำาว่า Thailand Malaysia Burma (Myanmar) Cambodia Laos ได้รั บการกระทำาทางจิน ตนาการบางอย่างในความรั บรู้ ของผูค้ นว่านี่คอื เรา นัน่ คือเขา

สำานึกทีพ่ ยายามสร้างและตอกยำ้า ไม่ให้เห็นความเป็น พลเมืองไทยทีห่ ลาก หลายภายในรัฐชาติของเรานั้น สวนกระแสความเป็น ไปทั้งจากความเป็น จ ริ ง ภ า ย ใ น รั ฐ แ ล ะ ก ร ะ บ ว น ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ใ น สั ง ค ม โลกาภิวั ตน์ ชาตินิยมและความเป็น คนไทยแท้ถู กประดิษฐ์ ขนึ้ เพื่อ ใช้พูด ทาง���ารเมือ งสำาหรั บต่อ สู้ภ ายในประเทศของชนชั้น นำา ในขณะเดียวกัน ชาตินิยมกับความเป็น พวกพ้องของคนไทยถูกใช้เพื่อ ข่ม และเบียดขับทาง ความรู้สึกต่อพลเมืองรัฐแวดล้อมใกล้ๆ รัฐไทยในภูมิภาคเดียวกัน ชาตินิยมและความเป็น คนไทยถูกนำา มาใช้ไม่ เป็น ไปในลักษณะมาตรฐาน เดียวกัน เพราะความเป็นจริงในปัจจุบนั รัฐไทยเปิดต้อนรับการค้าและการ ลงทุน ลักษณะเสรีอ ย่างทัว่ ด้าน ระเบีย บเศรษฐกิจ แบบโลกาภิวั ตน์ ที่เรา ยอมรับและกำาลังเป็นไปนั้น กลับกลายเป็น แนวคิดทีย่ กเลิกพรมแดนทัง้ ใน ด้านเศษรฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ดังนั้นชาตินิยมและความเป็นคนไทยแท้

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

ในขณะเดียวกัน แม้ แต่ในจิน ตนาการเส้น พรมแดนของรัฐ ไทยเอง ความ คุ้นเคยของผูค้ นต่อคำาว่า “คนไทย” นัน้ ซ้อนทับความเป็นจริงทีพ่ นี่ ้องร่วม รัฐ ไทยทีม่ ี ความหลากหลาย อาจารย์ชาญวิ ทย์ เกษตรศิริ กล่าวว่า “ชาติ ของเรานั้น รวมเลือ ดเนื้ อ ชาติเชื้อ ไทย/ไท ยวน ลาว ลื้อ คนเมือ ง คน อีสาน มอญ เขมร กูย แต้จ๋ว กวางตุ้ง ฮกเกี้ยน ไหหลำา แคะ จาม ชวา มลายู ซาไก มอแกน ทมิฬ ปาทาน เปอร์เซีย อาหรับ ฮ่อ พวน ไทยใหญ่ ผู้ไท ขึน เวียด ยอง ลัว๊ ม้ง เย้า กะเหรี่ยง ปะหล่อง มูเซอร์ อะข่า กำาหมุ มลาบรี ชอง บูร ญากูร์ โอรังลาอุต ฝรั่งชาติต่างๆ แขกชาติต่างๆ ลูกครึ่ง เป็น ต้น ” แสดงถึ ง ความหลากหลายของพลเมื อ งรั ฐ ไทย เป็น Plural identity มาแต่ดงั้ เดิม

29


จึ ง มี แนวโน้ ม ที่ จ ะถู ก โจม ตี จ ากปั ญ ญ าชน ที่ ไ ด้ รั บการ บ่ ม เพาะใน มหาวิทยาลัยมากขึน้ จากตัวอย่างข้างต้นนั้น ทำาให้เกิดการรวมกลุ่ม ของนักศึกษามหาวิ ทยาลัย ธรรมศาสตร์ในนาม “กลุ่มกัลยาณมิตร” ที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงิน จากกองบริการการศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ การรวมกลุม่ ของชาว กัล ยาณมิ ตรเพื่อ พู ด คุ ย ถกประเด็น โดยมี อ าจารย์ อั ครพงษ์ คำ่า คูน อาจารย์ ป ระจำา วิ ท ยาลั ย นาน าชาติ ป รี ดี พนมยงค์ มหาวิ ท ยาลั ย ธรรมศาสตร์ ให้ เกียรติเป็น ที่ปรึ กษา ทำา ให้นั กศึกษาได้รั บการฝึกฝนใน การใช้ สิ ทธิ และเสรี ภ าพในการถกเถีย งทางวิ ช าการ ภายในกรอบแห่ ง เหตุผลกฎหมาย ที่สำาคัญการรวมกลุม่ ของนักศึกษากัลยาณมิตรเป็นการ ย้ อ นรำา ลึ ก และสร้ า งบรรยากาศใหม่ ที่ โ ดดเด่ น ของอดี ต นั ก ศึ ก ษา ธรรมศาสตร์ต่อการรวมกลุม่ ถกเถียงทางวิชาการในพืน้ ที่มหาวิท ยาลัย อีกด้วย

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

การรวมตัว ของนักศึกษามหาวิ ทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจัน ทร์ ในนาม กลุ่ม กัล ยาณมิ ตร มุ่งศึกษาประเด็น “ชาตินิ ยม” โดยอาศัยวิ ธีการมอบ หมายให้ สมาชิ ก ไปทบทวนวรรณกรรมแล้ ว มาพู ด คุ ย แลกเปลี่ ย นใน ลั ก ษณะ Analytical Description ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ งกั บ ประเด็ น การสร้ า ง ชาตินิยมไทยโดยการละลายพหุลักษณ์อันโดดเด่น ของพลเมืองในรัฐ ไทย

30

ความคุน้ เคยของผู้คนต่อ คำาว่ า Nation-state สืบเนื่องจากการถูกตอกยำ้า หลังการแพร่กระจายทางอำานาจของตะวัน ตกในยุคใกล้ Nation-state เอง เกิ ด ใน พื้ น ที่ ต ะวั น ตกหลั ง จากการ ทำา สน ธิ สั ญ ญา Westphalia ใน คริ ส ตศักราชที่ 1648 เกี่ย วเนื่อ งกับความเสื่อ มคลายจากการจัดความ สัมพันธ์ทางอำานาจของคริสตจักรโรมันคาทอลิก ในขณะทีร่ ัฐ ไทยสมัยใหม่ นัน้ เกิดขึน้ จากแรงกระตุน้ ทางอำานาจของตะวันตกโยงใยไปเกือบทัว่ โลกไม่ กี่ปมี านี้เอง การเข้ามาเกี่ยวข้องในรู ปแบบต่างๆ ของชาติตะวัน ตกส่ง ผล โดยตรงต่อการจัดระเบียบอำานาจแบบรัฐชาติสมัยใหม่ ในกรณีของประเทศไทย การสร้างชาติของเราเน้นหนักไปที่ผู้กมุ อำานาจรัฐ แบบเดิ ม พยายามปรั บ ตั ว ให้ เ ข้ า กั บ สถานการณ์ ใ หม่ ๆ ของ EthnoLinguistic Nationalism ที่ ก ระตุ้น โดยตะวั น ตก ทำา ให้ ผู้ กุ ม อำา นาจรั ฐ กำาหนดความเป็นชาตินิยมไทยลงมาจากเบือ้ งบน (Top-down) ทำาให้รัฐ ไทยมีลักษณะของ Official Nationalism ความคิดสำาคัญ เรื่อง “ชาติไทย” ในระยะเกือ บร้อยปีที่ผ่านมา มีการสร้าง


การปรั บเปลี่ยน การสื่อ สาร และการให้ความหมาย เพื่อ ตอบสนองต่อ บริ บทแต่ละยุคสมัย ซึ่งมีอิทธิพลต่อ คนในชาติ ส่งผลต่อ “คนไทย” ส่วน ใหญ่ ที่ได้รั บมรดกความคิดเรื่อ ง “ชาติไทย” และ การทำาให้ “กลายเป็น ไทย” ที่มี จุดเน้น แตกต่างกัน ซึ่งถูกสร้ างขึน้ โดยปัญ ญาชนและชนชั้น นำา กระทัง้ กลายมาเป็นชุดความคิดกระแสหลัก จนละเลยความแตกต่างทาง ชาติพัน ธุ์ อัตลักษณ์ ตลอดจนประวั ติศาสตร์ ทอ้ งถิ่น ทั้งนี้ ทงั้ นั้น จึง เป็น เหตุให้เรื่อง “ชาติกระแสหลัก” มีอิทธิพลต่อวิธคี ิดและการแสดงออก ของ คนใน “รั ฐ ไทย” เป็น อย่ า งสู ง จนถึ ง ปัจ จุ บัน และที่สำา คั ญ อาจนำา ไปสู่ “ชาตินิยมสุดโต่ง” ก็เป็น ได้ ดังนั้น จึงร่ว มนำา เสนอสาเหตุและแนวคิดในการรั บมื อ กับ ปัญ หาย้อ นไป แต่ละยุคสมัยโดยสังเขป การนิยามความเป็นชาตินั้น มีมูล เหตุชัดเจนในสมัยรัช กาลที่ 5 แห่งราช สำา นั ก สยาม ซึ่ง ขณะนั้ น ได้ ปกครองในรู ป แบบสมบูร ณาญาสิ ทธิร าชย์ กล่าวคือ เป็นการร่วมอำานาจเข้าสู่ศนู ย์กลาง(ทางทฤษฎี) เป็นครั้งแรก ส่ง ผลให้พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำานาจอย่างแท้จริง แต่ในทางปฏิ บัติ การรวมอำานาจเข้าสู่ศนู ย์กลางยังมีอยู่จำากัด ประชาชน(ไพร่) ส่วนใหญ่ยัง คงอยู่ในระบบการผลิตแบบยังชีพภายใต้กรอบแห่งศักดินา

มโนทัศน์ “เมืองไทยนี้ดี” ต้องการให้เห็นภาพถึงความเป็นมาอันรุ่งเรืองมา แต่โบราณ ซึ่งนำา โดยพระมหากษัตริย์ผ่านช่ว งเวลามาทุกยุค ทุกสมัย อีก ทั้งทรงปฏิรู ปพระราชพิธใี นราชสำานัก เช่น พระราชพิธีสิบสองเดือน เพื่อ เสริม สร้างภาพของพระมหากษัตริ ย์ อัน แสดงถึงพระราชอำา นาจอัน ชอบ ธรรมและสิทธิ์ขาดในการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ต่อมาในสมัยรัช กาลที่ 6 พระองค์ตอ้ งเผชิญ ปัญหาใหญ่อ ยู่สองประการ คือ ปัญ หาความขัด แย้ ง กับเจ้ านายและข้าราชการ และปัญ หาด้านการ แข่งขันในการช่วงชิงความหมายของ “ชาติ” ระหว่างพระมหากษัตริย์ กับ ข้าราชการ/คนจีน /ลูกคนจีน ที่พยายามช่ว งชิงนิ ย ามความหมายนี้ โ ดย นิยามว่า “ชาตินั้นคือประชาชน” ซึง่ แนวความคิดนี้อาจนำาไปสู่แนวคิดแบบ สาธาร ณรั ฐ อี ก ทั้ ง ยั ง มี ก ร ณี ก ลุ่ ม ทห ารหนุ่ ม ที่ รู้ จั ก กั น ใน ชื่ อ ว่ า

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

ดังนั้น เพือ่ ให้เกิดการจัดระเบียบความสัม พัน ธ์เชิงอำานาจแบบใหม่ ปัญญา ชนในสมั ย นั้ น จึ ง พยายามนิ ย าม “ความเป็น ชาติ ” ขึ้ น โดยการสร้ า ง จิตสำา นึ กถึงความเป็นชาติผ่านมโนทัศน์ว่ า “เมือ งไทยนี้ ดี” แต่ไม่ ทรงลง รายละเอียดว่า “ชาติ” นัน้ คืออะไร

31


“กลุม่ กบฏ รศ.130” ดังนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูห่ วั จึงต้องทรงเร่งนิยาม “ชาติ ไทย” และ “ความเป็น ไทย” โดยเน้น ความสำา คัญ ที่พระมหากษั ตริ ย์ ต่อ ชาติ และเน้นความเป็น “คนอืน่ ” ของชาวจีน อนึ่ง ปัญหาความตึงเครียดและขัดแย้งระหว่างเจ้านายกับข้าราชการทำาให้ ทรงเน้น “ความเป็น ไทย”ในแง่ที่คนในชาติตระหนักถึงพระมหากษัตริย์ที่ ทรงเป็นผูน้ ำาชาติ นำาไปสู่ความทันสมัย เป็นชาติทมี่ ีอารยะ อีกทัง้ จึงนิยาม จิน ตนากรรมใหม่ว่ า “ชาติ ศาสนา พระมหากษั ตริ ย์ ” เพื่อ ตอกยำ้า และ จรรโลงโครงสร้างการเมืองทีร่ วมศูนย์อำานาจไว้ทพี่ ระมหากษัตริย์ตอ่ ไป จะเห็ น ได้ ว่ า “ชาติ ไ ทย” และ “ความเป็ น ไทย” ที่ ส ร้ า งขึ้ น ในสมั ย สมบูร ณาญ���สิทธิร าชย์ เป็น การให้นิยามและการสร้ างมโนทัศน์ ที่ยึ ดโยง กับราชสำานัก ไม่เกีย่ วกับเรื่อง “เชื้อชาติ” โดยตรงแต่อย่างใด

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

การเน้นความสำาคัญกับเรื่อง “เชื้อชาติ” อย่างตรงไปตรงมาเริ่ม ต้น ในช่วง ทศวรรษที่ 1930 ตรงกับสมัยรัฐ บาลของ จอมพลแปลก พิบูล สงคราม โดยได้เปลี่ยนชื่อ ประเทศจาก สยาม เป็น ไทย ในคริ สตศักราช 1939 นั บ เป็น ก้ าวแรกของการนิ ย ามความเป็น ชาติล งไปในเชื้ อ ชาติ โดยให้ เหตุผลว่า

32

“เมื่อ เราได้กำา หนดวัน ที่ 24 มิถุน ายน ให้ เป็ นวัน ชาติแ ล้ว ฉะนั้น ควร เปลี่ยนนามประเทศ “สยาม” เป็นประเทศไทย เพราะประเทศต่างๆเขาก็ ตั้งชื่อ ประเทศตามเชื้อ ชาติ ของเขา เรื่ อ งข้าพเจ้ าได้ป รึ กษาหลวงวิ จิ ตร วาทการแล้ว ก็เห็นชอบด้วย” นอกจากการเน้น “เชื้อชาติไทย” แล้วจอมพล ป. และหลวงวิจิตรวาทการ ได้พยามสร้าง “ความเป็นไทย” ชุดใหม่ขนึ้ มารองรับระบอบ (รัฐธรรมนูญ นิยม) ใหม่ดว้ ย กล่าวคือ เป็นการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวทางวัฒนธรรม ตามแนวรัฐนิยม และวิธคี ิดดังกล่าวยังคงครอบงำาสืบเนืองมาจนปัจจุบนั จะเห็น ได้ว่า “รัฐชาติไทย” ได้ถือ กำาเนิดขึน้ เมื่อมีการขีดเส้นพรมแดนลง บนแผนที่เ พื่อ กำา หนดอาณาเขตของความเป็น “รั ฐ ” ให้ ชั ด เจน เส้ น พรมแดนดังกล่ าวได้ถูกลากเส้น ตีกรอบเพื่อ กำา หนดว่ าพื้น ที่ที่อ ยู่ภ ายใน บริ เวณเส้น กรอบนี้ เป็น ของ “เรา” ส่วนพื้น ที่บริ เวณทีอ่ ยู่นอกกรอบเป็น ของ “เขา” เป็น การแบ่ง แยกความเป็น “ชาวเขา-ชาวเรา” และเป็น การ แบ่ ง พื้น ที่ “รั ฐ -ชาติ ” ที่ เ ป็น พื้น ที่ ของเราและของเขาให้ ชั ด เจนยิ่ ง ขึ้น


หลังจากที่ “รัฐ ชาติ-พรมแดน” ได้เกิดขึน้ การประดิษฐ์ สำานึ กแห่ งความ เป็น ชาติก็ปรากฏขึน้ ตามมา เพื่อ ที่จะรวมผู้คนในรัฐนั้นๆ ให้มี จิ ตสำา นึ ก แห่งความเป็นชาติร่วมกัน รวมทัง้ ในประเทศไทยซึง่ เป็นดินแดนทีป่ ระกอบ ไปด้ว ยผู้คนหลากหลายเชื้ อ สายชาติพัน ธุ์ห รื อ ที่เรี ย กกัน ว่ า เป็น สั ง คม พหุลักษณะ แต่ทงั้ หมดก็ถูกชุดความคิดเกี่ยวกับ “ความเป็น ไทย” กล่อม เกลาให้มีความคิดและความรู้สึกถึง “ความเป็นชาตินิยม(ไทย)” ของเรา ร่วมกัน

คงจะปฏิ เสธไม่ ได้ว่า “โลกาภิวั ตน์ ” ในปัจจุบนั ได้ส่งผลให้อ ะไรหลายต่อ หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปท่ามกลางกระแสโลกไร้พรมแดน โลกาภิวั ตน์ ทำาให้โลกมี ขนาดเล็กลง ซึ่งเป็น เรื่องที่เกิดขึ้น จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับ ระบบโทรคมนาคมที่ทำา ให้รัฐ-ชาติต่างๆ สามารถติดต่อ สื่อ สารส่ง ข้อ มูล ข่ าวสารกัน ได้ ง่ า ยดายยิ่ ง ขึ้น และยั ง เอื้ อ ประโยชน์ ต่อ การค้ าระหว่ า ง ประเทศ-ทุนนิยมข้ามชาติได้ดียิ่ง ขึน้ ปัจจุบนั เส้น พรมแดนที่แบ่งเขตแดน ของประเทศต่างๆ ดูเหมือนจะไม่เป็น ผลต่อระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่ แพร่ กระจายไปสู่ทุกภูมิภ าคของโลก จากวิกฤติทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ใน หลายครั้งทีผ่ ่านมา ก็ทำาให้เห็นชัดเจนแล้วว่า เส้นพรมแดนทีก่ นั้ ความเป็น รัฐ ของแต่ละชาตินั้น ไม่สามารถป้องกันผลกระทบจากวิกฤติทางเศรษฐกิจ ไม่ให้ลุ กลามเข้ามาสู่รัฐ ของตนได้ วิกฤติทางการเงินอาจเริ่ม ต้น ขึน้ จาก รัฐหนึ่ง แต่กล็ ุกลามส่งผลกระทบไปสู่เศรษฐกิจของรัฐอืน่ ได้เช่นกัน

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

ในอดี ต ประเทศไทยปกครองด้ ว ยระบบแบบรวมศูน ย์ ม าตั้ ง แต่ ส มั ย สมบูร ณาญาสิทธิราชย์ การกำาหนดจินตนากรรมชาตินิยมและการปลูกฝัง แนวคิดดังกล่าวก็สามารถดำาเนินการจากเบือ้ งบนลงมาสู่เบือ้ งล่างได้อย่าง ไม่ย ากเย็นนัก การปลูกฝัง แนวคิดความเป็น ชาติร่วมกันมี ประวั ติศาสตร์ ร่วมกันนัน้ ดูเหมือนว่าจะช่วยเอื้อ ประโยชน์ในการรวมผูค้ นให้เข้ามาอยู่ใต้ อำา นาจแบบรวมศู น ย์ ไ ด้ ดี ยิ่ ง ขึ้ น ปั จ จุ บั น แม้ จ ะมี ก ารปกครองแบบ ประชาธิปไตย มีการปกครองทั้งจากภาครัฐ ส่ว นกลาง และการกระจาย อำานาจสูร่ ะดับท้องถิน่ แต่ในทางปฎิ บตั ิจริงนั้นการปกครองของไทยกลับดู ไม่ต่างจากการรวมศูนย์อำานาจตามแบบฉบับดั้งเดิม ผู้คนในระดับท้อ งถิ่น ยั ง ไม่ ได้มี ส่ว นร่ ว มต่อ การปกครองได้อ ย่ า งเต็ม ที่ แต่ ท่ ามกลางความ เปลี่ยนแปลงตามกระแสโลกาภิวัตน์ในปัจจุบนั เห็นได้ว่าผูค้ นมีความตืน่ ตัว ทางการเมือ งมากยิ่ง ขึ้น การปิด กั้น ข่าวสารในการรั บรู้ เรื่อ งราวทางการ เมือ งของประชาชนเริ่ม ทำาได้น้อ ยลง การควบคุมระบบข่าวสารบนโลกไร้ พรมแดนนัน้ เป็นสิง่ ทีย่ ากเกินกว่าความสามารถของภาครัฐพึงจะกระทำาได้

33


และไม่ เว้น แม้ แต่กับรัฐ ไทยเองซึ่ง เคยประสบวิ กฤติต้ม ยำา กุ้ง และก็เป็น ประเทศที่ได้รั บผลกระทบจากวิ กฤติการณ์ทางการเงิน โลกอยู่ห ลายครั้ ง แม้ว่ารัฐ(ไทย)จะพยายามสร้างนโยบายเศรษฐกิจโดยมีจุดมุ่งหมายเพือ่ ผล ประโยชน์ แห่งชาติ แต่ในทางปฏิ บัติจริงนั้น การดำาเนิน การทางเศรษฐกิจ ของรัฐ ก็ไม่ สามารถดำารงอยู่ด้ว ยตัว เองตามลำา พัง ได้ ระบบเศรษฐกิจใน ปัจจุบนั กลายเป็นสิง่ ทีไ่ ม่มีอาณาเขต ไม่มีพรมแดนของรัฐมาขวางกัน้

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

ในแง่ ของการเมือ งนั้น รัฐ แต่ล ะรัฐ รวมทั้งรัฐ ไทยเองต่างก็มี การจัด การ ปกครองเป็น ของตนเอง แม้ชื่อ ของระบอบการปกครองของหลายรัฐ จะมี ความเป็น สากลเหมือนกัน เช่น ระบอบประชาธิปไตย (Democracy) ซึ่ง เป็นระบอบการปกครองสากลของประเทศส่วนใหญ่ในโลก แต่ความเป็น สากลในทางปฏิ บัติต่อ การจัดการปกครองของแต่ล ะรัฐ นั้น ก็มี ความแตก ต่างกันไปตามปัจจัยภายในของรัฐต่างๆ สำาหรับรัฐบางแห่งอาจไม่ยินดีทจี่ ะ เปิดรั บกระแสโลกาภิวัตน์หรือโลกไร้พรมแดน เหตุเพราะอาจนำามาสู่การ เปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครองและกระทบต่อฝ่ายอำานาจของรัฐได้ ในภายหลัง แต่เมื่อเศรษฐกิจแบบทุนนิยมข้ามชาติเข้ามามีอิทธิพลบนเวที โลก ก็ทำาให้เหล่าผู้คนและบรรษัทของแต่ละรัฐนั้น ต่างก็มีส่วนได้ส่วนเสีย ต่อกระแสทุนนิยมข้ามชาติดงั กล่าวเข้ามาเกีย่ วข้อง

34

ตั้ ง แต่ อ ดี ต จนปั จ จุ บัน การเมื อ งของหลายรั ฐ ในอดี ต ก็ ต้ อ งเกิ ด การ เปลี่ยนแปลงเพราะเรื่องของทางเศรษฐกิจ ซึง่ เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับปาก ท้องและความเป็นอยู่ของผูค้ นภายในรัฐ และอาจส่งผลต่อความมั่น คงทาง อำานาจของผู้ปกครองด้ว ย และต้องไม่ลืมว่ารัฐชาติและเส้น พรมแดนเกิด ขึน้ มาได้ เพราะมีเรื่องทางเศรษฐกิจเข้ามาเกีย่ วข้อง ปัจจุบนั เส้นพรมแดน ที่ยั ง คงปรากฏให้ เห็น อยู่ บนแผนที่ห รือ ลูกโลกนั้น อาจเป็น สิ่ง ที่บ่ง บอก เพียงแค่ที่ตั้งและอาณาเขตของแต่ละชาติแต่ล ะประเทศ ซึ่งเส้น พรมแดน ดังกล่าวอาจไม่มีผลต่อจิตสำานึกแห่งความเป็นชาติ หรือชาตินิยมในแง่ของ เศรษฐกิจ บนโลกไร้ พรมแดน และกระแสโลกาภิ วั ติ-โลกไร้ พรมแดนใน ปัจจุบนั ก็เติบโตขึน้ อย่างรวดเร็ว เกิน กว่ ากำาลังการควบคุม ของรัฐ โลกไร้ พรมแดนที่ข ณะนี้ กำา ลั ง มี ร ะบบเศรษฐกิจ แสดงบทบาทเด่น อยู่นั้ น ใน อนาคตอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะ จากอดีตที่ผ่านมาก็แสดงให้เห็น แล้วว่าเศรษฐกิจมีส่วนเกี่ยวข้อ งกับเรื่อ ง ทางการเมืองอยากหลีกเลี่ยงไม่ได้


ความล้าหลังของผู้กุมอำา นาจรัฐในการใช้กลไกต่างๆ ทั้งสถาบัน การเมือ ง สถาบัน เศรษฐกิจ ตลอดจนกลไกอื่ น ที่เกี่ ย วข้อ ง เช่ น สถาบัน สื่อ สาร มวลชน ในการละลายถึงขัน้ ทำาลาย ความเป็นพหุลักษณ์ทหี่ ลากหลายทาง วัฒนธรรมและชาติพัน ธุ์ของพลเมืองไทย สวนทางกับการเข้าไปในสัง คม โลกาภิ วั ตน์ การสร้ างจิ ต สำา นึ ก ความเป็น อย่ างเดีย วกัน ของรั ฐ ทำา ให้ พลเมืองทีถ่ ือ บัตรประชาชนไทยถูกกดทับอย่างซับซ้อน ทั้งจากโครงสร้าง ทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองโดยไม่รู้ตวั ดังนั้น เพือ่ ความเป็น ธรรม ต่อ ประชาชนทัว่ ทุกคนในรัฐนี้ กลุ่ม กัลยาณมิตรปีการศึกษา 2552 แห่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ เสนอให้สังคมไทย รัฐบาลไทย สถาบั น การศึก ษาไทย ตลอดจนสื่อ สารมวลชนแขนงต่ างๆ ส่ง เสริ ม สนับสนุน เน้นหนักไปที่สังคมหลากหลายเชื้อชาติเป็นหัวใจหลักในการ สร้ างสำา นึก ความเป็ น ชาติ ของไทย ที่ สำา คัญ คือ การให้ ความสำา คัญ ต่ อ ความหลากหลายทางภาษา (Multilingualism) และระบบที่เน้นถึงการ ให้ความดีความชอบตามความสามารถ (Meritocracy) โดยไม่คำานึงถึง ความแตกต่างทางเชื้อชาติวัฒนธรรม การยอมรับ ความเสมอภาคของ ชุม ชนต่างๆ ที่มี ความแตกต่ างกันทั้งข้อปฎิบัติท างศาสนา จารีต และ ประเพณีเพือ่ สร้างความเชื่อมโยงสัม พันธ์กันใหม่ในบริบทความเป็นจริง แห่งปัจจุบัน และเป็นการส่งเสริม ความมั่นคงที่ดี กว่าภายในรัฐ ตลอด จนสามารถลดข้อพิพาทระหว่างรัฐใกล้เคียงด้วย ✍ วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

35


บทวิเคราะห์สิ่งที่ได้พบและเห็น จากการเป็นอุปนายกฯ ท่าพระจันทร์☽ ผมเริ่มนั่งพิม พ์บทความชิ้นนี้อย่างจริงๆจังๆเมื่อ วัน ที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เป็น วัน ทีห่ ่างจากวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒ มาแล้วเกือ บ ๑ ปี... วัน ที่ผมได้รั บเลือ กตั้งให้ เข้ามาดำารงตำา แหน่งอุ ปนายกองค์การนั กศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฝา่ ยท่าพระจัน ทร์

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

เป็น วัน ทีอ่ ีก ๑๕ วันจะมีการเลือกตัง้ ให้คนทีเ่ หมาะสมคนต่อไปขึน้ มาดำารง ตำาแหน่งนี้แทน

36

เป็น วัน ทีอ่ ยู่ๆ ก็เกิดคำา ถามขึน้ ในหั วผมว่า “๑ ปีที่ผ่านมา...เกิดอะไรขึน้ บ้าง?” ✏✏✏ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒... ...บนวิทยาเขตขนาดกะทัดรัดในพืน้ ที่ ๔๙ ไร่ ติดริม ฝัง่ เจ้าพระยาแห่งนี้ มี นักศึกษาระดับปริญญาตรี เหลืออยูร่ าวๆ ๒,๒๐๐ คน โดยส่วนที่เหลือถูก คำา สั่ง เชิงนโยบายจาก “ผู้บริห าร” ให้โยกย้ ายไปทำา การเรี ยนการสอนที่ วิทยาเขตรั งสิ ตแทน ด้วยเหตุผลของ “ความคุ้ม ค่าในการใช้สถานที่อัน จำากัด” บรรยากาศในวิทยาเขตแห่งนี้จึงดูเงียบเหงาไปกว่าแต่กอ่ น เงี ย บ...จากการเห็ น นั ก ศึ ก ษามาซ้ อ มกิจ กรรมในพื้น ที่ ว่ า งต่ า งๆ ของ มหาวิทยาลัยน้อยลง เงี ย บ...จากการเห็น นั ก ศึกษามาเตรี ย ม และจั ด กิจ กรรมในวาระต่างๆ เบาบางลง ไม่ใช่เพราะไม่มีนักศึกษาทีอ่ ยากทำากิจกรรมหลงเหลืออยู่แล้ว


แต่เพราะกิจกรรมทีเ่ คยมีในท่าพระจัน ทร์ บัดนี้ห ายไปอยู่ทรี่ ังสิตเสีย ส่วน ใหญ่ ตึกกิจกรรมทีม่ ักถูกปลุกให้ตนื่ ขึน้ ด้วยเสียงเอิกเกริกของนักศึกษาที่เข้ามา ใช้ตึกในช่ว งเวลาหลังเลิกเรียน และจะเงีย บลงก็ร าวเทีย่ งคืน ของแต่ล ะวัน บัดนี้เสียงนั้นกลับหรี่ลง ครั้นจะกลับมาเอิกเกริกบ้างก็ตอ่ เมื่อมีกิจกรรมที่ ต้องมีการฝึกซ้อมกันจนเกิน เวลาทำาการ ซึง่ ต้องมีการทำาเรื่อ งขอให้เปิดตึก กิจกรรมฯในช่วงเวลาหลังทำาการเป็นคราวๆ ไป... เราๆ ท่านๆ จึงได้แต่พยายามอนุมานและเข้าใจตามเหตุผลของผูบ้ ริห ารว่า มันคงเป็นเรื่องของ “ความจำาเป็น ด้านงบประมาณ” ที่เราไม่ควรจะเสียมัน โดยใช่ เหตุ และควรเอาไปพั ฒนาอาคารสถานที่ใ ห้ สวยงามแก่ ต าคน ภายนอกมากกว่า ตึกกิจกรรมจึงควรถูกปิดเร็ว กว่าปกติ เพราะไม่มีคนใช้ ตึกตามความเข้าใจของ “ผู้บริหาร” การใช้ชีวิตของนักศึกษานับวันจึงดูจะเปลี่ยนไป จากฉากเดียวกันเมื่อ ๓๖ ปีก่อน... ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ทีน่ ักศึกษาธรรมศาสตร์ใช้เวลาในการเป็น พลัง หลักเพื่อ เปลี่ยนแปลงบ้านเมือ งไปในทางทีช่ อบธรรม ความคึกคักบนพืน้ ฐานของเสรีธรรมดูจะเป็นภาพชินตาของฉากนี้ในช่วงเวลานั้น

“เราหลงลืม อะไรบางอย่ าง” ชื่อ หนั ง สือ รางวั ล ซี ไรต์ปี ’๕๑ บนชั้น วาง กระตุกให้ผมถามคำาถามเดียวกันกับตัว เองต่อปัญหาทีผ่ ดุ ขึน้ มาในสมองผม ดังทีเ่ ขียนมาข้างต้น... “เราจะอยู่ในภาวะจำา ยอมและปล่อ ยให้นั กศึกษากลายเป็น เพีย งผู้ม าใช้ บริ การทางการศึกษาเป็น เรื่อ งธรรมดาเช่นนี้ ต่อ ไปไม่ ได้ ” ผมแย้ง กับตัว เอง...คำาถามก็คอื ว่า อะไรจะเป็นจุดเริ่ม ต้นใหม่สำาหรับนักศึกษาในท่าพระ จันทร์ได้บา้ ง? หลังการรับตำาแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒ ความพยายามอย่าง หนึ่งที่ผมและคณะทำางานท่าพระจัน ทร์ ตั้ง เอาไว้ในตอนนั้น คือ การสร้าง

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

เฝ้าดูกาลเวลาทีเ่ ปลี่ยนไป สิ่งต่างๆ ย่อมเปลี่ยนไปตามเหตุตามปัจจัย ของ กาลเวลา นักศึกษาค่อยๆ หลงจนลืมจิตสาธารณะทีน่ ักศึกษาเคยมี และพึง มี อุดมการณ์ธรรมศาสตร์ ค่อ ยๆ จางลงตามกาลหลังสงครามเพื่อ ความ ชอบธรรมทางการเมืองยุตลิ ง และถูกแทนที่ดว้ ยอำานาจของวัตถุนิยมโดย ปริยาย เรื่องนี้จะโทษแต่นักศึกษาก็ไม่ได้ เพราะมัน เป็นกันตัง้ แต่คนระดับ ผู้บริหาร ยัน รปภ.เฝ้าประตูไปเสียแล้ว

37


วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

จุด เริ่ม ต้น ให้วิ ทยาเขตท่าพระจัน ทร์ เป็น ธรรมศาสตร์ สมชื่อ ไม่ ใช่ เพีย ง สถานที่ที่ดูสวยหรู และดูร าวกับศูน ย์ กวดวิ ช าที่ผู้ม าใช้ บริ การมานั่ ง ฟัง ผู้ บรรยายจนจบ หรือบางคนก็ออกก่อนเวลา หรือซำ้าร้ายก็เข้าห้องเรียนสาย กว่ากำาหนด แล้ว ก็กลับออกไปอย่างผูม้ าใช้บริการคนหนึ่งดังที่กำาลังเป็นๆ กันอยูใ่ นหลายๆ คณะหลายๆ โครงการ

38

สิ่ง ที่เราทำา ไปตลอดเวลา ๑ ปี ที่ ผ่านมา คือ ความพยายามในการสร้ าง ความปรองดองและจุดร่วมระหว่างนั กศึกษาทั้งภายในและต่างคณะผ่าน กรอบหน้าที่ที่เราทำาได้ซึ่งก็คอื “กิจกรรมนักศึกษา” ซึง่ ผมและคณะทำางาน ต่างก็ทมุ่ เทแรงกายแรงใจริ เริ่ม และจัดการมัน ขึน้ เพื่อ เป้าหมายทีว่ างไว้ อาทิ งานธรรมศาสตร์รั กกัน ที่จั ดกิจกรรมต้อนรั บเพื่อนๆ ที่เพิ่ง เข้ามา เรียนในรั้ว ท่าพระจัน ทร์ เป็น ปีแรก ให้ได้รู้จักตัว เองและมหาวิ ทาลัย แห่งนี้ มากขึน้ , งานท่าพระจัน ทร์ เฟสติวัล ที่เปิดโอกาสให้นั กศึกษาได้มี โอกาส พบชมรมทีย่ ังหลงเหลืออยู่ในท่าพระจัน ทร์ และให้ชมรมเหล่านั้นมีโอกาส รั บสมาชิกเพิ่ม เติม เพื่อในอนาคตชมรมเหล่านี้จะได้ริ เริ่ม จัดกิจกรรมใน ท่ า พระจั น ทร์ เ พิ่ ม เติ ม ต่ อ ไป, งานลอยกระทง ที่ เ ปิ ด โอกาสให้ ค น ธรรมศาสตร์ ท่าพระจัน ทร์ ได้ม าเจอกัน ในกิจ กรรมกึ่ง เทศกาลอย่ างลอย กระทงเป็น ครั้ง แรก ดัง เช่น ทีว่ ิ ทยาเขตรั งสิตก็มี การจัดงานเทศกาลเช่น เดียวกันนี้ทุกปี, งานรับบริจาคโลหิต ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทำาสิ่งดีๆ สะดวกขึน้ โดยยกทีร่ ั บบริจาคโลหิตมาไว้ในมหาวิ ทยาลัย เพื่อในท้ายทีส่ ุด จะเป็น การปลูกและปลุกจิตอาสา และจิตสาธารณะในใจนักศึกษาเราขึน้ มา, งานท่าพระจัน ทร์ เกมส์ ทีน่ ักศึกษาในท่าพระจัน ทร์ ได้ม าเล่นกีฬาด้ว ย กัน ได้ทำาอะไรที่ตอ้ งอาศัยนำ้าหนึ่งใจเดียวกันจึงจะสำาเร็จได้ดว้ ยกัน ได้ม า เจอกัน และทำา ควา���รู้ จั กกัน ในและระหว่ างคณะมากยิ่ ง ขึ้น , แม้ กระทั่ง วารสารทีท่ ่านถืออยู่ในมือนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งทีเ่ ราเปิดโอกาสให้เพือ่ นๆ ในรั้ว ท่าพระจัน ทร์ ได้สื่อ สารสิ่งดีๆ ที่เคยได้แต่คิด แต่ไม่มี โอกาสได้ถ่ ายทอดสู่ สาธารณะได้นำา เสนอความคิดนั้นออกมา เพื่อ ยำ้าถึงเสรีภ าพทางความคิด ในทุกตารางนิ้ว ของมหาวิยาลัย แห่งนี้, ค่ายเตรียมธรรมศาสตร์ ที่เตรียมให้ น้องๆ ที่ยังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายได้เข้ามาสัม ผัส และเรียนรู้ ความเป็นธรรมศาสตร์กอ่ นจะตัดสินใจเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่ตนเข้าใจว่า เหมาะสมกับตนเอง โครงการเหล่ านี้ เกิ ด ขึ้น ด้ว ยต้อ งการให้ พ วกเราได้ เ ข้ า ใจว่ า เราก็ เ ป็น นั ก ศึ ก ษาธรรมศาสตร์ มากกว่ า จะเป็น ผู้ม าใช้ บริ ก ารการศึ ก ษาของ ธรรมศาสตร์ กล่าวคือ เป็น ผู้ทมี่ ี เสรีภ าพทางความคิด เป็น ผู้ทมี่ ีความสุข


ในขณะทีไ่ ด้ทำาอะไรเพือ่ คนอืน่ และส่วนรวม รวมถึงเป็นผู้ที่แพ้เป็น และชนะ เป็น ทั้งนี้ห ากนั กศึกษากัน เองยัง ไม่มีความสมานฉัน ท์ ยังไม่รู้ว่าอะไรคือ เจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ก็คงจะไปสร้างสิ่งเดียวกันให้กับสังคม ยาก ✏✏✏ การทำางานเป็น อมธ. ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างทีค่ ิด โดยเฉาพะอย่างยิ่งการเป็น อุปนายกคนแรกของท่าพระจัน ทร์ในประวัตศิ าสตร์ อมธ. เพราะนอกจาก จะต้อ งวางแนวทางการทำางานในท่าพระจัน ทร์ ไว้ เป็น เส้นนำา ร่อ งให้กับรุ่น ต่อๆ ไปแล้ว ยังต้องต่อ สู้กับทั้งความไม่ชอบมาพากลในเรื่อ งงบประมาณ กิจกรรมนักศึกษาทีห่ ายเข้ากลีบเมฆไปปีละหลายแสน และถ้านับสะสมมา ก็หลายล้าน ทัง้ ทีค่ นทำากิจกรรมก็แทบไม่เคยมีงบประมาณเพียงพอแก่การ ใช้จ่ายในแต่ละโครงการ เสนองบประมาณไปก็ตอ้ งถูกตัดโดยไม่ได้ดูความ จำาเป็น ของงบประมาณว่าต้องใช้ตอ้ งจ่ายอย่างไร ปีที่แล้ว เคยได้เท่าไร ปีนี้ ก็ไม่ควรได้เกินนั้น เช่นนี้แล้วจะพัฒนากันไปได้อย่างไร หรือ ปัญหาในเรื่อง ความคิดเห็น ที่แตกต่างกัน ระหว่ าง “ผู้บริ ห าร” กับนั กศึกษาในหลายๆ ประเด็น อาทิ เรื่องสวัสดิการนักศึกษา เรื่องการจัดสรรงบประมาณ ฯลฯ หรือ แม้แต่ปญ ั หาในเรื่องการรักษานำ้าใจคนภายในองค์กรเอง

มาวันนี้...ผมไม่อ าจบอกได้ว่ าทุกโครงการที่ทำา กันมานั้น จะประสบความ สำาเร็จไปเสีย ทัง้ หมด แต่อย่างน้อ ยทีส่ ุดผมและคณะทำางานก็รู้ว่าเรากำาลัง ทำาอะไรอยู่ และกำาลังทำาไปเพือ่ อะไร เพราะอย่างน้อยเราก็อุ่นใจ ว่าเราได้ สร้างจุดเริ่ม ต้น ทีด่ ีไว้แล้ว และเพราะอย่างนั้น เราจึงพร้อมทีจ่ ะต่อ สู.้ ..ต่อสู้ แม้มองไม่เห็นชัยชนะ อีกไม่กวี่ ัน ข้างหน้า ไม่ว่ าใครจะได้รั บเลือ กตั้งมาทำาหน้ าทีน่ ี้ สืบต่อ ไป ผม หวังว่าหลังเลือ กตัง้ เราทุกคนจะสามารถวางทิฐิทตี่ ่างเคยปฏิปกั ษ์ตอ่ กันโดย ฝ่ า ยที่เคยสัง กั ด ลงไว้ มองข้ามสิ่ ง สมมติ ที่ ไม่ เ คยมี อ ยู่ จ ริ ง แล้ ว ยื ด ผล ประโยชน์ ของมหาวิ ทยาลัย และของเพื่อนนั กศึกษาเป็น สำา คัญ ในการคิด และตัดสินใจในทุกๆ เรื่อง แล้วการตัดสินใจนัน้ จะไม่มวี ันผิด

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

ผมคิดอยู่ เสมอในการทำางานว่ า ในเมื่อ เราจะทำา ก็ต้อ งทำา ให้ดีที่สุ ด แม้ ปัญ หาต่ างๆ จะถู ก แย้ ง ว่ า แก้ ไ ปยั ง ไงก็ แ ก้ ไม่ ตก ถ้ า จะแก้ ก็อ าจกลาย เป็นการหลบข้างซ้ายไปชนข้างขวา แต่โดยหน้าที่ทเี่ ขาวางใจเลือกเราขึน้ มา ทำางาน เราก็จำา เป็น ที่จะต้อ งหาทางออกที่ดีที่สุด ที่เป็น ไปได้ตามที่ควรจะ เป็น แล้ว แปรแรงกดดันให้กลายเป็นแรงกระตุน้ ในการทำางานต่อไป

39


มีคนเคยกล่าวไว้ว่า “ดอกไม้จะถูกจดจำา ก็ตอ่ เมื่อมันบาน” ถ้าเป็น เช่นนั้น จริง..ผมคงได้แต่หวังว่า สักวัน...ดอกไม้จะบาน... จิตวิญญาณธรรมศาสตร์คงไม่ใช่เรื่องทีน่ านเกินรอ ที่เราจะพูดได้เต็ม ปาก ว่ามันไม่เปลี่ยนแปลง. ภานุพัฒน์ ขจรณรงค์ว ณิช

วารสารท่าพระจันทร์ 2/2552 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ๑๖.๐๐น. ✍

40



Tha Phrachan Vol.2