Issuu on Google+

ขอคิดเห็นเพื่อขอใหถอดถอนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2552 ที่รับหลักการรางพระราชบัญญัติวาดวยแร พ.ศ. .... โดย เครือขายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.) ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๒

มาตรา ๓ (วรรคสอง) บรรดาบทบั ญ ญั ติ กฎและข อ บั ง คั บ อื่ น ในส ว นที่ มี บั ญ ญั ติ ไ ว แ ล ว ใน พระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแยงกับบทแหงพระราชบัญญัตินี้ ใหใชพระราชบัญญัตินี้แทน ขอคิดเห็น การบัญญัติมาตรานี้ไวตามรางพระราชบัญญัติวาดวยแร พ.ศ. .... มีผลกระทบกับ กฎหมายอื่น ๆ ที่มีผลใชบังคับอยูได (๑)

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “แร” หมายความวา ทรัพยากรธรณีที่เปนอนินทรียวัตถุ มีสวนประกอบทางเคมีกับลักษณะทาง ฟสิกสแนนอนหรือเปลี่ยนแปลงไดเล็กนอย ไมวาจะตองถลุงหรือหลอมกอนใชหรือไมและหมายความ รวมตลอดถึงถานหิน หินน้ํามัน หินออน โลหะและตะกรันที่ไดจากโลหกรรม น้ําเกลือใตดิน หิน ซึ่ง ประกาศกระทรวงกําหนดเปนหินประดับหรือหินอุตสาหกรรม และดิน ทราย ซึ่งประกาศ กระทรวงกําหนดเปนดิน ทราย เพื่ออุตสาหกรรม .... ขอคิดเห็น เมื่อพิจารณามาตรานี้ประกอบกับมาตรา ๓๔ ขอ (๑) ของรางกฎหมายฉบับนี้ ที่ระบุ วา “ผูถือประทานบัตรมีสิทธิในแรที่ระบุในประทานบัตรและแรอื่นซึ่งเปนผลพลอยไดจากการทํา เหมือง” จะเห็นไดวาการกําหนดใหหิน ดิน ทราย เปนหินอุตสาหกรรม ดินอุตสาหกรรม ทราย อุตสาหกกรรม โดยการออกเปนประกาศกระทรวงแทนการออกเปนกฎกระทรวงเพื่อใหดําเนินการ ไดรวดเร็วและไมมีขั้นตอนมากนั้น จะนํามาซึ่งความเสียหายตอประเทศชาติและประชาชนอยาง รุนแรง เนื่องจากเปนการเปดโอกาสใหมีการทําลายสิ่งแวดลอมอยางมโหฬาร โดยใหผูถือประทาน บัตรทําเหมืองแรกอบโกยผลประโยชนจากทรัพยากรแรของประเทศชาติไปอยางสะดวกงายดายโดย ไมคํานึงถึงผลกระทบหรือความเสียหายดานตาง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนเลย ยกตัวอยางเชน การ ทําเหมืองแรทองคําหากพบแรเงิน เหล็กและอื่น ๆ ก็ถือเสียวาแรนั้น ๆ เปนผลพลอยไดจากการทํา เหมืองแรทองคํา รวมทั้งผูถือประทานบัตรทําเหมืองแรทองคําสามารถขนหิน ดิน ทราย ที่เปนแรผล (๒)

1


มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ (วรรคสิบ) “ขุดหาแรรายยอย” หมายความวา การกระทําแกพื้นที่ไมวาจะเปนที่บกหรือที่น้ํา เพื่อใหไดมาซึ่งแร โดยวิธีการใชแรงคน หรือใชเครื่องจักร ตามประเภท ชนิด และลักษณะที่กําหนด ในประกาศกระทรวง “รอนแร” หมายความวา การกระทําแกพื้นที่ไมวาจะเปฯที่บกหรือที่น้ํา เพื่อใหไดมาซึ่งแร โดยวิ ธี ก ารใช แ รงคน หรื อ ใช เ ครื่ อ งจั ก ร ตามประเภท ชนิ ด และลั ก ษณะที่ กํ า หนดในประกาศ กระทรวง .... มาตรา ๒๔ นอกจากการไดมาซึ่งแรตามมาตรา ๒๙ หามผูใดทําเหมืองในที่ใดไมวาที่ซึ่งทํา เหมืองนั้นจะเปนสิทธิของบุคคลใดหรือไม เวนแตจะไดรับประทานบัตรจากรัฐมนตรีหรือผูซึ่ง รัฐมนตรีมอบหมาย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑวิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง .... มาตรา ๒๙ ผูใดประสงคใหไดมาซึ่งแรดวยวิธีการขุดหาแรรายยอย การรอนแร หรือวิธีการ อื่นใดตามที่กําหนดในประกาศกระทรวง ตองจดทะเบียนตอเจาพนักงานอุตสาหกรรมแรประจํา ทองที่ ให รั ฐ มนตรี กํ า หนดชนิ ด แร ขนาดพื้ น ที่ แ หล ง แร คุ ณ สมบั ติ ข องผู ข อจดทะเบี ย น การ ลงทะเบียน การเพิกถอนทะเบียน การเรียกเก็บ หรือยกเวนการเรียกเก็บคาภาคหลวงแร และอัตรา คาธรรมเนียมการขุดหาแรรายยอย การรอนแร หรือวิธีการอื่นใด ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กําหนดในประกาศกระทรวง ขอคิดเห็น เมื่อดูประกอบกันทั้งสามมาตรา คือ มาตรา ๔, ๒๔ และ ๒๙ การใหนิยาม “การขุด หาแรรายยอย” และ “การรอนแร” สามารถใชเครื่องจักรแทนการใชแรงคนได โดยอางเหตุผลวาใน สภาพปจจุบันการขุดหาแรรายยอยสามารถกระทําไดกับแรหลายชนิดมากกวาเดิม และวิธีการไดมา ซึ่งแรบางชนิดหากตองใหขอประทานบัตรอาจจะไมคุมคาตอการลงทุน ในความเปนจริงหากการขุด หาแร ร ายย อ ยและการร อ นแร อ นุ ญ าตให มี ก ารใช เ ครื่ อ งจั ก รได นั่ น ย อ มหมายความว า บุ ค คล/ ผูประกอบการซึ่งขออนุญาตขุดหาแรรายยอยและการรอนแรมีเงินทุนสูงพอที่จะประกอบการสํารวจ และทําเหมืองแรตามปกติของกฎหมายได แลวทําไมรางกฎหมายนี้ถึงตองยกเวนใหการขุดหาแรราย ยอยและการรอนแรเปน ‘ขอยกเวนการทําเหมือง’ ตามที่ระบุไวในมาตรา ๒๔ และ ๒๙ ? หรือจงใจที่จะออกประกาศกระทรวงเพื่อทําการสงเสริมใหมีการขุดหาแรรายยอยและรอน แรในพื้นที่ขนาดใหญขึ้น (อาจจะเทียบเทากับการทําเหมืองแรปกติ) เพื่อเปดโอกาสใหมีการทํา (๓)

2


(๔) มาตรา ๖ แรเปนของรัฐ ผูใดจะสํารวจ ทําเหมือง หรือขุดหาแรในที่ใด ไมวาที่นั้นเปนของ ตนเองหรือบุคคลอื่นตองปฏิบัติตามบทบัญญัติแหงพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๕ หามผูใดสํารวจแรในที่ใดไมวาที่ซึ่งสํารวจแรนั้นจะเปนสิทธิของบุคคลใด หรือไม เวนแตจะไดรับอาชญาบัตรสํารวจแรหรืออาชญาบัตรพิเศษจากอธิบดีหรือผูซึ่งอธิบดี มอบหมาย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง .... มาตรา ๒๔ นอกจากการไดมาซึ่งแร ตามมาตรา ๒๙ หามผูใดทําเหมืองในที่ใดไมวาที่ซึ่ง ทําเหมืองนั้นจะเปนสิทธิของบุคคลใดหรือไม เวนแตจะไดรับประทานบัตรจากรัฐมนตรีหรือผูซึ่ง รัฐมนตรีมอบหมาย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง .... ขอคิดเห็น มาตรา ๖, ๑๕ และ ๒๔ ตามพระราชบัญญัติวาดวยแร พ.ศ. .... ไดยกเวนเรื่องแดน กรรมสิทธิ์ โดยกําหนดใหแรที่อยูที่ดินของเอกชนเปนทรัพยสินของรัฐ ซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๔๑ ซึ่งบัญญัติวา “สิทธิของบุคคลในทรัพยสินยอมไดรับ ความคุมครอง ขอบเขตแหงสิทธิและการจํากัดสิทธิเชนวานี้ยอมเปนไปตามที่กฎหมายบัญญัติ” และ บทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยมาตรา ๑๓๓๕ ซึ่งบัญญัติวาเจาของกรรมสิทธิ์มี แดนกรรมสิทธิ์เหนือพื้นดินและใตพื้นดิน แมจะกําหนดวาแรเปนทรัพยสินของรัฐก็ตาม แตสิทธิของ เจาของที่ดินไมเพียงแตสมควรไดรับ ‘คาที่ดิน’ จากการซื้อขายปกติเทานั้น เจาของที่ดินยังสมควร ไดรับ ‘คาสินแร’ ในที่ดินดวย เหตุที่ตองระบุถึง ‘คาที่ดิน’ และ ‘คาสินแร’ เพื่อใหเกิดการทดแทนที่เปนธรรมแกเจาของ ที่ดินนั้น ก็เนื่องมาจากวาผูประกอบการเหมืองแรมักจะใชวิธีการซื้อที่ดินโดยทําการกอตั้งบริษัทลูก เพื่อเปนนายหนาหาซื้อที่ดินในเขตแหลงแรที่ตนเองวางแผนทําเหมืองไว โดยปกปดหรือหลอกลวง เจาของที่ดินวาจะซื้อที่ดินไปทําการเกษตร บานจัดสรร เปนตน เพื่อปองกันการโกงราคาที่ดินให สูงขึ้นหากเจาของที่ดินรูวาที่ดินที่ตนเองครอบครองอยูมีสินแรที่มีคา เชน บริษัท อัคราไมนิ่ง จํากัด ผูประกอบการทําเหมืองแรทองคําในเขตจังหวัดพิจิตร เพชรบูรณ และพิษณุโลก ไดกอตั้งบริษัท สวนสักพัฒนา จํากัด ขึ้นมา เพื่อกวานซื้อที่ดินในเข���แหลงแรทองคําที่ตนเองวางแผนทําเหมืองไว 3


มาตรา ๗ การบริหารจัดการแรตองเปนไปตามวัตถุประสงคหลัก ดังนี้ (๑) เพื่อประโยชนแหงรัฐ (๒) เพื่อการใชประโยชนทรัพยากรแหลงแรใหสอดคลองกับดุลยภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอม (๓) เพื่อประโยชนทางดานเศรษฐกิจและสังคมของทองถิ่น (๔) เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมตอเนื่อง ในการบริหารจัดการแรตามวรรคหนึ่ง ตองคํานึงถึงการมีสวนรวมขององคกรปกครองสวน ทองถิ่นในการใชทรัพยากรธรรมชาติและการจัดการสิ่งแวดลอมอยางสมดุลและยั่งยืน ขอคิดเห็น มาตรา ๗ วรรคสอง กําหนดเฉพาะบทบาทหนาที่ขององคกรปกครองสวนทองถิ่น แตไมไดกําหนดบทบาทหนาที่การมีสวนรวมของประชาชนใหครอบคลุมตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด เชน ชุมชนทองถิ่น ผูมีสวนไดเสีย หรือชุมชนทองถิ่นดั้งเดิม ฯลฯ (๕)

มาตรา ๒๑ (วรรคสอง) คําขออาชญาบัตรพิเศษแตละคําขอใหขอไดไมเกินเนื้อที่ที่สามารถดําเนินการ สํารวจ จนแลวเสร็จครบถวนไดภายในหาป ทั้งนี้ ใหขอไดไมเกินคําขอละหนึ่งหมื่นไร ยกเวนคําขอ อาชญาบัตรพิเศษในทะเลใหขอไดไมเกินคําขอละหาแสนไร ขอคิดเห็น คําขออาชญาบัตรพิเศษในทะเลคําขอละหาแสนไร เปนพื้นที่ที่กินบริเวณกวางใหญ จนเกินกําลังหนาที่ของสวนราชการและผูถืออาชญาบัตรพิเศษที่จะควบคุมผลกระทบตอสิ่งแวดลอม จากการขุดเจาะสํารวจได (๖)

มาตรา ๒๘ (วรรคสอง) การขอประทานบัตรจะขอไดไมเกินคําขอละหกรอยยี่สิบหาไร เวนแตการขอ ประทานบัตรในทะเลจะขอไดไมเกินคําขอละหาหมื่นไร การขอประทานบัตรในเขตอาชญาบัตรพิเศษ จะขอไดเขตหนึ่งไมเกินคําขอละหนึ่งพันสอง รอยหาสิบไร เวนแตเปนการขอประทานบัตรทําเหมืองใตดินและประทานบัตรในทะเล ในกรณีเพื่อประโยชนแหงรัฐ รัฐมนตรีโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีจะกําหนดเขตเหมืองแร ใหแกผูขอประทานบัตรสําหรับทําเหมืองเกินที่กําหนดในวรรคสองหรือวรรคสามก็ได ขอคิดเห็น คําขอประทานบัตรในทะเลคําขอละหาหมื่นไรตามวรรคสอง เปนพื้นที่ที่กินบริเวณ กวางใหญจนเกินกําลังความสามารถของสวนราชการและผูถือประทานบัตรที่จะควบคุมผลกระทบ (๗)

4


(๘) มาตรา ๓๒ การปลูกสรางอาคารเกี่ยวกับการทําเหมือง การจัดตั้งสถานที่เพื่อการแตงแรหรือ การเก็บขังน้ําขุนขนหรือมูลดินทรายจะกระทํานอกเขตเหมืองแรมิได เวนแตจะไดรับอนุญาตจาก อธิบดีหรือผูซึ่งอธิบดีมอบหมาย .... ขอคิดเห็น เปนการเขียนกฎหมายเพื่อละเวนการปฏิบัติในสิ่งที่สมควรปฏิบัติอยางเขมงวดเพื่อ ปองกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เปนมาตราที่จงใจละเวนการปฏิบัติหนาที่ของหนวยงานราชการที่ เกี่ยวของกับการตรวจสอบ ควบคุม กํากับ ดูแล ผลกระทบตอสิ่งแวดลอมและสุขภาพจากการทํา เหมืองแร โดยจงใจเปดชองใหสามารถอนุญาตใหมีการเก็บขังน้ําขุนขนหรือมูลดินทรายนอกเขต เหมืองแรได ซึ่งการเก็บขังน้ําขุนขนหรือมูลดินทรายเปนสิ่งที่ไมสมควรทําอยางยิ่งในการทําเหมือง แร เพราะควบคุมผลกระทบไดยาก (๙) ดังนี้

มาตรา ๓๓ ผูถือประทานบัตรตองทําเหมืองตามแผนผังโครงการทําเหมืองและตองปฏิบัติ

(๑) หามทําเหมืองใกลทางหลวงหรือทางน้ําสาธารณะภายในระยะหาสิบเมตร (๒) หามปดกั้น ทําลาย หรือกระทําดวยประการใดใหเปนการเสื่อมประโยชนแกทางหลวง หรือทางน้ําสาธารณะ (๓) หามทดน้ํา หรือชักน้ําจากทางน้ําสาธารณะไมวาจะอยูภายในหรือนอกเขตเหมืองแร (๔) หามปลอยน้ําขุนขนหรือนํามูลดินทรายหรือมูลแรอันเกิดจากการทําเหมืองออกนอกเขต เหมืองแร ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรเปนเหตุใหมิอาจปฏิบัติตามวรรคหนึ่งได ใหผูถือประทานบัตร ยื่นคํา ขออนุญาตการปฏิบัติตามวรรคหนึ่งตอเจาพนักงานอุตสาหกรรมแรประจําทองที่ .... ขอคิดเห็น มาตรา ๓๓ วรรคสอง เชน เดียวกับมาตรา ๓๒ ที่เ ขีย นกฎหมายเพื่อละเว น การ ปฏิบัติในสิ่งที่สมควรปฏิบัติอยางเขมงวดเพื่อปองกันการละเมิดทรัพยสินและประโยชนสวนรวม ซึ่ง เจาพนักงานเปดชองใหผูถือประทานบัตรทําเหมืองแรละเมิดทรัพยสมบัติสาธารณะที่ประชาชนใช ประโยชนรวมกัน โดยไมคํานึงถึงผลกระทบใด ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนเลย มิหนําซ้ําการยื่นขอ 5


(มาตรา ๖๗ ของพระราชบัญญัติแร พ.ศ. ๒๕๑๐ “หามมิใหผูถือประทานบัตรปลอยน้ําขุน ขนหรือมูลดินทราย อันเกิดจากการทําเหมืองออกนอกเขตเหมืองแร เวนแตน้ํานั้นจะมีความขุนขน หรือมูลดินทรายไมเกินอัตราที่กําหนดในกฎกระทรวง ในกรณีจําเปนรัฐมนตรีมีอํานาจออกใบอนุญาตยกเวนการบังคับตามวรรคหนึ่งได โดย กําหนดเงื่อนไขตามที่เห็นสมควร”) มาตรา ๓๓ (วรรคสี่) ผูถือประทานบัตรอาจรวมโครงการทําเหมืองเปนเหมืองเดียวกันได ตาม หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง .... ขอคิดเห็น เปนการจงใจลบลางมาตรา ๗๗ และ ๘๓ ของรางกฎหมายฉบับเดียวกันนี้ ที่ กําหนดใหมีการฟนฟูสภาพสิ่งแวดลอมจากการทําเหมือง โดยผูถือประทานบัตรทําเหมืองแรจะ หลีกเลี่ยงการฟนฟูเหมืองโดยทําการขอประทานบัตรแปลงตอไปเพื่อขอรวมโครงการทําเหมืองเปน เหมืองเดียวกันกับแปลงประทานบัตรเดิมที่หมดอายุแลว เพื่อที่จะไมตองเสียคาใชจายในการฟนฟู สภาพสิ่งแวดลอมจากการทําเหมืองของแปลงประทานบัตรเดิม (มาตรา ๗๗ สําหรับการทําเหมือง ผูถือประทานบัตรตองทําการปรับสภาพและฟนฟูพื้นที่ที่ เปนเงื่อนไขที่กําหนดไวในการออกประทานบัตร การกําหนดแผนฟนฟูเพื่อเปนเงื่อนไขที่กําหนดไวในการออกประทานบัตรตามวรรคหนึ่งให เปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในประกาศกระทรวง มาตรา ๘๓ ในกรณีที่เจาพนักงานอุตสาหกรรมแรประจําทองที่ตรวจสอบการทําเหมืองแลว เห็นวาผูทําเหมืองรายใด มิไดทําเหมืองตามแผนฟนฟูพื้นที่อันเปนเงื่อนไขที่กําหนดไวในการออก ประทานบัตร ใหเจาพนักงานอุตสาหกรรมแรประจําทองที่มีอํานาจสั่งการเพื่อใหผูทําเหมืองรายนั้น กระทําการใดเพื่อใหเปนไปตามแผนฟนฟูที่กําหนดไวนั้นได กรณีที่เจาพนักงานอุตสาหกรรมแรประจําทองที่สั่งการเพื่อใหผูทําเหมืองกระทําการใด เพื่อใหเปนไปตามแผนฟนฟูที่กําหนดไวตามวรรคหนึ่งแลวผูทําเหมืองไมปฏิบัติตาม ใหเจาพนักงาน (๑๐)

6


มาตรา ๓๔ ผูถือประทานบัตรมีสิทธิดังนี้ (๑) มีสิทธิในแรที่ระบุในประทานบัตรและแรอื่นซึ่งเปนผลพลอยไดจากการทําเหมือง (๒) .... (๓) นําคดีขึ้นสูศาลในกรณีที่มีผูโตแยงหรือขัดขวางสิทธิในการทําเหมือง .... ขอคิดเห็น ในข อ (๑) ของมาตรานี้ เป น การเป ด โอกาสให มี ก ารทํ า ลายสิ่ ง แวดล อ มอย า ง มโหฬาร โดยให ผู ถื อ ประทานบั ต รทํ า เหมื อ งแร ก อบโกยผลประโยชน จ ากทรั พ ยากรแร ข อง ประเทศชาติไปอยางสะดวกงายดายโดยไมคํานึงถึงผลกระทบหรือความเสียหายดานตาง ๆ ที่จะเกิด ขึ้นกับประชาชนเลย ยกตัวอยางเชน การทําเหมืองแรทองคําหากพบแรเงิน เหล็กและอื่น ๆ ก็ถือเสีย วาแรนั้น ๆ เปนผลพลอยไดจากการทําเหมืองแรทองคํา เมื่อดูมาตรา ๔ ของรางกฎหมายฉบับนี้ประกอบกับมาตรา ๓๔ ขอ (๑) ผูถือประทานบัตรทํา เหมืองแรทองคําสามารถขนหิน ดิน ทราย ที่เปนแรผลพลอยไดจากการทําเหมืองแรทองคํานําไปขาย ได นั่นก็เทากับวาจะเกิดการระเบิดชั้นหิน ดิน ทราย กันอยางมโหฬารเพื่อหวังขายหิน ดิน ทราย ดวย สวนในขอ (๓) ของมาตรานี้ ทําใหผูถือประทานบัตรอยูเหนือรัฐธรรมนูญ เพราะลิดรอน สิ ท ธิ เ สรี ภ าพของประชาชนในการมี ส ว นร ว มกั บ รั ฐ เพื่ อ ทํ า การอนุ รั ก ษ บํ า รุ ง รั ก ษา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมตามมาตรา ๖๖ และ ๖๗ ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ (๑๑)

(๑๒) มาตรา ๓๕ สิทธิตามประทานบัตรไมอยูในความรับผิดแหงการบังคับคดี เวนแตผูที่ยื่นฟอง ตอศาลเพื่อขอโอนประทานบัตรเปนผูมีคุณสมบัติของผูถือประทานบัตร ขอคิดเห็น เชนเดียวกับมาตรา ๓๔ ขอ (๓) (๑๓) มาตรา ๔๔ การทําเหมืองใตดินที่ตอเนื่องจากการทําเหมืองในประทานบัตรตามบทบัญญัติ ในหมวด ๓ สวนที่ ๒ (การทําเหมืองบนดิน) และการทําเหมืองดังกลาวเปนการทําเหมืองในที่วาง หรือที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองไมอยูในบทบังคับตามหมวดนี้ ขอคิดเห็น หากการทําเหมืองดังกลาวไมตองปฏิบัติตามวิธีการทําเหมืองใตดินตามหมวด ๓ สวนที่ ๓ (การทําเหมืองใตดิน) ที่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยและผลกระทบสิ่งแวดลอม ไวอยางเขมงวดแลวอาจเกิดผลกระทบดานความปลอดภัย หรือสิ่งแวดลอม หรืออาจมีการทําเหมือง ใตดินรุกล้ําเขาไปในเขตอุทยานแหงชาติ เขตรักษาพันธุสัตวปา หรือเขตหามลาสัตวปาได 7


(๑๔) มาตรา ๔๕ รัฐมนตรีมีอํานาจกําหนดเขตเหมืองแรใหแกผูขอประทานบัตรสําหรับทําเหมือง ใตดินไดไมเกินรายละหนึ่งหมื่นไร ในกรณีเพื่อประโยชนแหงรัฐ รัฐมนตรีโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีจะกําหนดเขตเหมืองแร ใหแกผูขอประทานบัตรสําหรับทําเหมืองใตดินเกินที่กําหนดในวรรคหนึ่งก็ได .... ขอคิดเห็น มาตรานี้เชนเดียวกับวรรคสองและสี่ของมาตรา ๒๘ คือใหอํานาจแกรัฐมนตรีและ คณะรัฐมนตรีกําหนดเขตเหมืองแรเกินที่กําหนดในวรรคหนึ่งไดมากจนเกินกําลังความสามารถของ สวนราชการและผูขอประทานบัตรที่จะควบคุมผลกระทบตอสิ่งแวดลอมและสุขภาพไดเชนกัน เปน การใหอํานาจแกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเปนไปในทาง ‘ลุแกอํานาจ’ จนเกินไป (๑๕) มาตรา ๖๙ ในการกระทําของสวนราชการที่มีภารกิจตามกฎหมายในการดําเนินการเพื่อ ประโยชนเกี่ยวกับบริหารจัดการแร การสํารวจ การทดลอง การศึกษา การวิเคราะห และการวิจัย เกี่ยวกับแรมิใหตกอยูในบังคับแหงพระราชบัญญัตินี้ ขอคิดเห็น เชนเดียวกับมาตรา ๓๔ ขอ (๓) และมาตรา ๓๕ โดยจะทําใหสวนราชการอยูเหนือ รัฐธรรมนูญ เพราะลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการมีสวนรวมกับรัฐเพื่อทําการอนุรักษ บํารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมตามมาตรา ๖๖ และ ๖๗ ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๗๑ ขอ (๒) ในกรณีที่รัฐมนตรีวาการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมเห็นสมควร ใหมีอํานาจกําหนดพื้นที่ใหเปนเขตแหลงแรตามมาตรา ๗๒ และอาจนําพื้นที่แหลงแรดังกลาวมาจัด ใหมีการแขงขันโดยเสรีดวยวิธีเปดประมูลแหลงแร มาตรา ๗๒ เพื่อประโยชนแกการบริหารจัดการแรดานเศรษฐกิจของประเทศและการไดมา ซึ่งทรัพยากรแรอันมีคา รัฐมนตรีวาการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมโดยอนุมัติของ คณะรัฐมนตรีมีอํานาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา กําหนดพื้นที่ใดใหเปนเขตแหลงแรเพื่อการทํา เหมืองไดเปนอันดับแรกกอนการสงวนหวงหามหรือใชประโยชนอยางอื่นในพื้นที่นั้น โดยพืน้ ทีท่ จี่ ะ กําหนดใหเปนเขตแหลงแรเพื่อการทําเหมืองแรไดตองเปนพื้นที่ดังตอไปนี้ (๑) มีแหลงแรอุดมสมบูรณและมีมูลคาทางเศรษฐกิจสูง (๒) มิใชพื้นที่ตามกฎหมายเฉพาะเรื่องหามการเขาทําประโยชนใด ๆ โดยเด็ดขาดรวมถึง พื้นที่ตามกฎหมายวาดวยเขตปลอดภัยและความมั่นคงแหงชาติ (๑๖)

8


ขอคิดเห็น การประกาศดังกลาวอาจเกิดผลกระทบตอคุณภาพสิ่งแวดลอมได ซึ่งตามมาตรา ๖ จัตวา แหงพระราชบัญญัติวาดวยแร พ.ศ. ๒๕๑๐ และที่แกไขเพิ่มเติมไดกําหนดใหการประกาศ กําหนดพื้นที่ใดเปนเขตแหลงแรตองคํานึงถึงผลกระทบกระเทือนตอคุณภาพสิ่งแวดลอม (มาตรา ๖ จั ตวา ตามพระราชบั ญญัติ แ ร พ.ศ. ๒๕๑๐ เพื่อ ประโยชน แ กเ ศรษฐกิ จ ของ ประเทศ รัฐมนตรีวาการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี มีอํานาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา กําหนดพื้นที่ใด ที่มิใชแหลงตนน้ําหรือปาน้ําซับซึมที่ไดทํา การสํารวจแลวปรากฏวามีแหลงแรอุดมสมบูรณ และมีมูลคาทางเศรษฐกิจสูงใหเปนเขตแหลงแร เพื่อออกประทานบัตรชั่วคราว หรือประทานบัตรไดเปนอับดับแรกกอนการสงวน หวงหาม หรือใช ประโยชน อ ย า งอื่ น ในที่ ดิ น ในพื้ น ที่ นั้ น แต ทั้ ง นี้ ให คํ า นึ ง ถึ ง ผลกระทบกระเทื อ นต อ คุ ณ ภาพ สิ่งแวดลอมดวย) (๑๗) มาตรา ๘๑ ในกรณีที่เจาพนักงานอุตสาหกรรมแรประจําทองที่เห็นวาการประกอบกิจการแร หรือธุรกิจแรจะเปนอันตรายแกบุคคล สัตว พืช ทรัพยสิน หรือสิ่งแวดลอม ใหสั่งเปนหนังสือแกผู ประกอบกิจการแรหรือผูประกอบธุรกิจแรใหเปลี่ยนแปลงหรือแกไขวิธีการตามที่เห็นวาจําเปน เพื่อ ปองกันอันตรายนั้นไดหรือสั่งเปนหนังสือใหหยุดการประกอบการเสียทั้งสิ้นหรือสวนหนึ่งสวนใด มาตรา ๘๒ พนักงานเจาหนาที่สามารถเขาไปในเขตประกอบกิจการแรหรือธุรกิจแรเพื่อ ตรวจการประกอบกิจการแรหรือธุรกิจแรไดทุกเวลา ใหผูครอบครองเขตการประกอบกิจการแรหรือ ธุรกิจแรนั้นอํานวยความสะดวกตามควรแกกรณี และใหพนักงานเจาหนาที่สั่งเปนหนังสือแกผู ประกอบกิจการแร หรือผูประกอบธุรกิจแรใหจัดการปองกันอันตรายอันอาจเกิดจากการประกอบ กิจการแรหรือธุรกิจแรได มาตรา ๘๔ ผู ป ระกอบกิ จ การแร ห รื อ ผู ป ระกอบธุ ร กิ จ แร มี สิ ท ธิ์ อุ ท ธรณ คํ า สั่ ง ของเจ า พนักงานอุตสาหกรรมแรประจําทองที่ตามมาตรา ๘๑ หรือคําสั่งของพนักงานเจาหนาที่ตามมาตรา ๘๒ ตอรัฐมนตรีโดยยื่นอุทธรณตอเจาพนักงานอุตสาหกรรมแรประจําทองที่ภายในสิบหาวัน นับแต วันที่ทราบคําสั่งตามแตกรณี รัฐมนตรีมีอํานาจสั่งใหยกอุทธรณ หรือแกไขคําสั่งของเจาพนักงาน อุตสาหกรรมแรประจําทองที่หรือของเจาพนักงานเจาหนาที่ไดตามแตกรณี .... ขอคิดเห็น สวนราชการที่เกี่ยวของไดใหโอกาสผูประกอบกิจการแรหรือผูประกอบธุรกิจแรมี สิทธิ์อุทธรณคําสั่งของสวนราชการตามมาตรา ๘๑ และ ๘๒ เพื่อเปดโอกาสใหมีการทําเหมืองแร ตอไปไดงายเกินไป เทากับเปนการจงใจละเวนการปฏิบัติหนาที่ที่จะควบคุมบังคับมิใหการทําเหมือง แรเปนอันตรายแกบุคคล สัตว พืช ทรัพยสิน หรือสิ่งแวดลอม เสมือนใหความสําคัญตอคุณคาของ บุคคล สัตว พืช ทรัพยสิน หรือสิ่งแวดลอม นอยเกินไป แตถาหากบัญญัติใหผูประกอบกิจการแร หรือผูประกอบธุรกิจแรมีสิทธิ์ฟองคดีในศาลเพื่อใหยกเลิกคําสั่งสวนราชการตามมาตรา ๘๑ และ 9


(๑๘) มาตรา ๘๖ เมื่อเจาพนักงานอุตสาหกรรมแรประจําทองที่ไดรับจดทะเบียนคําขออาชญา บัตรสํารวจแร หรืออาชญาบัตรพิเศษ หรือประทานบัตรแลวใหกําหนดเขตพื้นที่อาชญาบัตรสํารวจ แร หรืออาชญาบัตรพิเศษ หรือประทานบัตรโดยการรังวัดหรือวิธีอื่นก็ไดตามหลักเกณฑ วิธีการ และ เงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง การกําหนดเขตโดยการรังวัดหรือวิธีอื่นใดตามวรรคหนึ่ง ใหเปนหนาที่ของผูยื่นคําขอ อาชญาบัตรสํารวจแร หรืออาชญาบัตรพิเศษ หรือประทานบัตร จัดหาชางรังวัดเอกชนที่ขึ้นทะเบียน ไวตามที่กําหนดในกฎกระทรวงดําเนินการได โดยใหพนักงานเจาหนาที่ตรวจสอบความถูกตอง .... ขอคิดเห็น สวนราชการจงใจหลีกเลี่ยงการชี้แจงรายละเอียดและทําความเขาใจกับประชาชนที่ เปนเจาของที่ดินโดยโยนหนาที่รังวัดปกหมุดไปใหกับเอกชน มาตรา ๘๗ (วรรคสอง) ใหพนักงานเจาหนาที่ คนงานของพนักงานเจาหนาที่ และชางรังวัดเอกชนมี อํานาจเขาไปในที่ดินของผูมีสิทธิในที่ดินหรือผูครอบครองในเวลากลางวันได แตจะตองแจงใหผูมี สิทธิในที่ดินหรือผูครอบครองทราบเสียกอน ทั้งนี้ ใหรวมถึงผูยื่นคําขอ และใหผูมีสิทธิในที่ดินหรือ ผูครอบครองที่ดินนั้นอํานวยความสะดวกตามควรแกกรณี ในกรณีตองสรางหมุดหลักฐานการแผนที่ในที่ดินของผูใด พนักงานเจาหนาที่และคนงาน ของพนักงานเจาหนาที่และชางรังวัดเอกชนมีอํานาจสรางหมุดหลักฐานไดตามความจําเปน ในการรังวัด เมื่อมีความจําเปนและโดยสมควร พนักงานเจาหนาที่และคนงานของพนักงาน เจาหนาที่และชางรังวัดเอกชนมีอํานาจที่จะขุด ตัดตนไม หรือรานกิ่งไม หรือกระทําการ อยางอื่นแก สิ่งที่กีดขวางตอการรังวัดไดเทาที่จําเปน ทั้งนี้ใหคํานึงถึงการที่จะใหเจาของไดรับความเสียหายนอย ที่สุด ขอคิดเห็น การกระทําดังกลาวถือวาเปนการละเมิดสิทธิโดยทําการบุกรุกที่ดินของเจาของที่ดิน

(๑๙)

(๒๐) มาตรา ๙๘ ผูประกอบกิจการแร ผูประกอบธุรกิจแร ที่สามารถบริหารจัดการทรัพยากรแร ใหเกิดดุลยภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอม อาจไดรับสิทธิประโยชนในการลดหยอน หรือ ยกเวนคาธรรมเนียม หรือคืนคาภาคหลวงแร รวมถึงการบริการอื่นๆ ทั้งนี้ ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง

10


ขอคิดเห็น ร า งพระราชบั ญ ญั ติ ว า ด ว ยแร ฉ บั บ นี้ ได เ อื้ อ อํ า นวยผลประโยชน ใ ห กั บ ผูประกอบการเหมืองแรมากพออยูแลว แมไมมีมาตรานี้ ในหลายพื้นที่ที่เกิดการทําเหมืองแรชนิดตาง ๆ และเกิดผลกระทบดานสิ่งแวดลอมและสุขภาพของประชาชนขึ้นมา หนวยงานรัฐไมสามารถมี มาตรการเยียวยา ชดใชความเสียหายและแกไขปญหาผลกระทบได โดยอางเหตุผลวารัฐมีรายไดจาก คาภาคหลวงแรนอยมากไมเพียงพอที่จะนํามาแกไขปญหาตาง ๆ ที่เกิดขึ้นได มาตรานี้ไดสะทอนให เห็นวารัฐเอื้อประโยชนตอการลงทุนใหเกิดเหมืองแรตาง ๆ อยางเต็มกําลังที่ไมสอดคลองสมดุลยกับ ความเสื่ อ มโทรมของทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล อ มที่ สู ญ เสี ย ไป โดยละเลยจั ด เก็ บ ผลประโยชนที่ภาครัฐและประชาชนไทยควรจะไดรับอยางเปนธรรม

11


ประชา่สังคมถอดถอนมติครม.รับหลักการร่างพรบ.ว่าด้วยแร่