Page 1

คูมือ ศิษยาภิบาล


คูมือศิษยาภิบาล

กองคริสเตียนบรรณศาสตร ซี.เอ็ม. เอ. มิชชั่น 201 ตรอกฮิกส ถนนสาธรเหนือ พระนคร

2


สารบัญ หนา ผูรับใชพระเจา ...........................................................................................................................5 พิธีสมรส....................................................................................................................................6 พิธีสมรสแบบที่หนึ่ง ............................................................................................................8 พิธีสมรสแบบที่สอง ..........................................................................................................11 พิธีสมรสแบบที่สาม ..........................................................................................................14 พิธีฝงศพ ..................................................................................................................................17 ขอพระธรรมที่ใชสําหรับคนทั่วไป....................................................................................21 ขอพระธรรมสําหรับเด็กหรือชุมชน...................................................................................23 ขอพระธรรมสําหรับผูใหญที่ซื่อสัตยตอพระเจา ................................................................24 ขอพระธรรมสําหรับผุอาวุโส.............................................................................................25 พิธีฝงศพที่สุสาน......................................................................................................................28 สําหรับฝงศพคริสเตียน......................................................................................................28 สําหรับฝงศพเด็ก ...............................................................................................................30 สําหรับฝงศพผูที่ไมเปนคริสเตียน......................................................................................31 ศีลบัพติศมา .............................................................................................................................33 ศีลมหาสนิท .............................................................................................................................35 แบบที่หนึ่ง การถือศีลมหาสนิทพรอมกัน ..........................................................................35 แบบที่สอง การถือศีลมหาสนิทโดยรับประทานขนมปงและน้ําองุนติดตอกันไป .............37 แบบที่สาม การถือศีลมหาสนิทโดยใหทุกคนบริการแกอีกคนหนึ่งกอน...........................37 แบบที่สี่ การถือศีล มหาสนิทที่โตะพรอมกับการนมัสการ................................................37 พิธีถวายเด็ก .............................................................................................................................39 การรับเขาเปนสมาชิกของคริสตจักร .......................................................................................42 การรับโอนสมาชิก .............................................................................................................44 พิธีแตงตั้งเจาหนาที่ของคริสตจักร...........................................................................................46 ระเบียบวาระแตงตั้งเจาหนาที่แผนกรวีวารศึกษา...............................................................47 พิธีสถาปนาศิษยาภิบาล ...........................................................................................................50 3


พิธีถวายตัวเพือ่ ออกไปทํางานของพระเจา ...............................................................................52 พิธีการกอสรางคริสตจักร........................................................................................................54 พิธีขุดดิน............................................................................................................................54 พิธีวางศิลาหัวมุมอาคาร.....................................................................................................54 พิธีถวายคริสตจักร แบบทีห่ นึ่ง ..........................................................................................55 พิธีถวายคริสตจักร แบบที่สอง...........................................................................................59 พิธีถวายบานหลังใหมของศิษยาภิบาลหรือบานคริสเตียน.......................................................60

4


0

ผูรับใชพระเจา

ศิษยาภิบาลและผูปกครองเปนผูรับใชพระเจาซึ่งมีหนาทีอ่ ันศักดิ์สิทธิ์และนาเคารพ ไมวาจะ เปนพิธีถวายเด็กก็ดี หรือจะเปนพิธีสมรสของคูบาวสาวก็ดี หรือการประกอบพิธีศพคนชราก็ดี ความ รับผิดชอบอันใหญหลวงนี้จะตองตกอยูกบั ผูรับใชของพระเจา หนาที่บริสุทธิ์อันสูงศักดิ์เชนนี้เราจะ กระทําโดยเต็มความสามารถไดอยางไร? นี่เปนปญหาของผูรับใชพระเจาซึ่งมีความศรัทธาในพระเจา ดวยใจจริงจะตองคิดพิจารณา ประการแรก ใหศิษยาภิบาลไดพิจารณาดูน้ําใจของตนเองเสียกอน อยาใหศษิ ยาภิบาลทําพิธีให เปนกิจจําเปนในตําแหนงโดยปราศจากความเห็นอกเห็นใจ ไมวาจะเปนพิธีอะไร ยอมมีความหมายตอผู ที่เกี่ยวของ คนที่มีสวนในพิธีจะรูสึกวามีความหมายสําคัญตอชีวิตของเขา ผูประกอบพิธีควรจะถือวาทุก ๆ พิธีนั้นมีความสําคัญถาผูประกอบพิธีไมสนใจขณะทีก่ ําลังทําพิธีอยูน ั้นอาจจะเปนเหตุใหผูอื่นเห็นวา พิธีนั้นไมศักดิส์ ิทธิ์เปน “เพียงพิธีประชุมอยางหนึ่งเทานัน้ ” ประการที่สอง ใหศษิ ยาภิบาลระมัดระวังการแตงกายใหสุภาพ และเหมาะสมกับประเพณีนยิ ม ของทองถิ่นนั้น ๆ ศิษยาภิบาลไมจําเปนตองสวมเสื้อผาที่มีราคาแพง แตเสื้อผานั้นควรจะใหเรียบรอย ถา เสื้อขาดก็ควรปะชุนใหดี อยาปลอยใหความโออาหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดในตัวของศิษยาภิบาลเปนเหตุใหคน ฟงลืมความสําคัญของพระเจา ความสะอาดเปนอันดับรองลงมาจากความบริสุทธิ์ ทานทั้งหลายจงเปน ภาชนะที่สะอาดของพระเจา นั้นมีความหมายอยางกวางขวาง แตการขาดความสะอาดก็เปนเรื่องที่จะ อภัยกันไมได ประการที่สาม ศิษยาภิบาลจะตองสํารวจอิริยาบถของตน และเปนผูรูจกั กาลเทศะ กิรยิ าทาทาง ของศิษยาภิบาลจะสะทอนแสงใหคนเห็นความสําคัญของพิธีนั้น ผูปฏิบัติพระราชกิจของพระเจา ควร ทําหนาที่เปนตัวแทนของพระเจาจริง ๆ ความสงบอยางมีคารวะยอมเปนเครื่องหมายของความเปน สุภาพบุรุษ พิธีที่ไมเรียบรอยเปนเหตุใหคนไมเลื่อมใสพิธีนั้น การมาไมทันกําหนดเวลาประชุม การทํา ใหพิธีมีน้ําหนักเบาลง หรือการทําพิธียาวนานจนเกินไปยอมเปนการทําลายความศักดิส์ ิทธิ์และเปนรอย ดางพรอยของพิธีนั้น ๆ ศิษยาภิบาลควรแสดงกิริยาทาทางซึ่งจะไมกอใหเกิดความเสียใจแกคนอืน่ ๆ ทานที่เคารพ พระเจาทรงเรียกทานใหมาเปนศิษยาภิบาลที่ดีของพระองค จงรักษาตําแหนงอันมีเกียรตินี้ ใหเหมาะสม

5


พิธีสมรส คํานํา พิธีแตงงานควรจะทําใหมีสงาและศักดิ์สิทธิ์เทา ๆ กับทําพิธีศีลมหาสนิท คูสมรสควรจะรูสึกวา เขา ทั้งสอง กําลังมาทํา สัตยสัญญาในการสมรสครั้งนี้เฉพาะพระพักตรพระเจา ความสัมพันธ ระหวาง พระคริสตกับคริสตจักรและกับสาวกของพระองค ในทํานองเดียวกันกับความสัมพันธในการสมรส ซึ่ง เปนแบบฉบับอันดีเหตุฉะนัน้ ในสมัยนี้เมือ่ มีการหยารางกันมาก พิธีแตงงานควรเปนเครื่องผูกมัดคู สมรสที่จะทําตามคําสั่งของพระเจาอยางยิง่ ศิษยาภิบาลจะตองหาหลักประกัน สวัสดิภาพใหแกคูสมรส และจัดตองจําไวเสมอวา ขอพระ ธรรมของพระเจาไดหามบางคนไวมใิ หสมรสเชนคนที่ฟอ งหยาภรรยา หรือหยาสามีมาแลวหรือคนที่ไม เชื่อพระเจา ดังที่พระคัมภีรกลาววา “อยาเขาเทียมแอกดวยกันกับคนที่ไมเชื่อ” การปฏิเสธดวยความ นุมนวลและมีไหวพริบไมยอมทําพิธีใหแกคูสมรสที่เห็นวายังไมสมควรนั้นก็ตองใชความฉลาด และถา หากวาศิษยาภิบาลจะชี้แจงใหเหตุผลอยางสุภาพก็จะมีโอกาสใหคําแนะนําตักเตือน ศิษยาภิบาลไมมี ความจําเปนใด ๆ ที่จะตองประกอบ พิธสี มรสให แกบคุ คลที่ไมอยูในมาตรฐานพระคริสตธรรมคัมภีร หมายเหตุ ผูประกอบพิธีสมรสในประเทศไทยพึงสังวรณใหจงหนักวา กฎหมายของประเทศ ไทย ชายหญิง จะเปนสามีภรรยากันถูกตองตามกฎหมายนั้นจําเปนตองจดทะเบียนสมรสกันตามแบบ ของทางราชการ ซึ่งไดกําหนดไวเทานั้นจึงจะเปนสามีภรรยากันไดการประกอบพิธีทางศาสนาอยาง เดียวไมทําใหหญิงชายคูนั้นเปนสามีภรรยากันได ฉะนั้นศิษยาภิบาลควรจะแนะนําใหคูสมรสไปจด ทะเบียนสมรสกอน แลวจึงจะทําพิธีทางศาสนาให ทั้งนีเ้ พื่อปองกันความยุงยากซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได ศิษยาภิบาลควรจะปรึกษาหารือ กับคูบาวสาวถึงเรื่องตาง ๆ กอนทําพิธีแตงงาน เชน (ก) ความศักดิส์ ิทธิ์ และขอผูกพันจะตองมีตอไปอยางไรภายหลังการแตงงานแลว (ข) ความจําเปนที่จะตองปรับปรุงตัวเองทั้งสองฝายใหเขาระดับมาตรฐาน เพื่อใหการสมรสมี ความสุขตลอดไป (ค) สงวนชีวติ สมรสไวดวยความรัก ดวยความคิดไตรตรองใหรอบคอบ และใหเขาใจชีวิตใน เรื่องเพศและเชิงสวาท ดวยกันทั้งสองฝาย (ง) เตรียมกายในดานชีวิตสมรสโดยหารือกับแพทยผูทรงคุณวุฒิที่เราไววางใจได (จ) ความเขาใจในเรื่องเศรษฐกิจของครอบครัวการใชจายในบาน การออมทรัพย และการถวาย สิบลดสําหรับงานของพระเจา

6


(ฉ) คําแนะนําที่จะถวายตัวและถวายครอบครัวไวกับพระคริสตทั้งหมด ใหพระองคเปนเอกใน จิตใจ บานและชีวิต และจัดใหมีการนมัสการประจําครอบครัว รูจักรักษาวันของพระเจาไวใหบริสุทธิ์ และไปนมัสการพระเจาเปนประจํา นอกจากนั้นหากยังมีเรื่องใด ๆ ที่เหมาะสมกับชีวิตสมรสก็ควรนํามาบอกเลา ซึ่งกันและกันโดย ไมรีบดวน พิธีแตงงาน อยางยอ จะทําโดยศิษยาภิบาลพรอมกับพยานสองหรือสามคนเทานั้นก็ได หรือจะ เปนพิธีที่ทําตอจากการนมัสการในคริสตจักรก็ได หรือถาอยากจะใหเปนงานใหญจะทําพิธีในคริสตจักร หรือที่บานก็ได ซึ่งไดเตรียมงานไวเรียบรอยแลว และเชิญแขกผูมีเกียรติมาในพิธจี ะจัดใหมีการเลี้ยง อาหาร หรือ น้าํ ชา และขนมก็แลวแตความพอใจ ไมจําเปนเลยที่จะใชจา ยเงินมาก ในการเลี้ยงไมควรให มีสุรา หมากพลู บุหรี่ ไวตอนรับแขกอยางเด็ดขาด ถึงแมวาแขกผูรับเชิญบางทานจะมิไดเปนคริตเตียน พิธีแตงงานไมวาจะเปนงานใหญหรืองานเล็ก ความมุงหมายก็คือในการที่ทั้งสองคนไดมารวมสัมพันธ กันดวยความรัก และการปฏิบัติซึ่งกันและกันและตอพระเจา เปนหนาที่ของเจาสาว เจาบาว ผูปกครอง หรือเจาภาพที่ จะจัดการเลือกวันเวลาและสถานที่ เกี่ยวกับงานสมรส ถาจัดเปนพิธีใหญควรจะปรึกษาแผนการและตกลงทุกสิ่งกับศิษยาภิบาลหรือศาสนา จารย กอนที่จะลงมือซอมทําพิธีแตงงาน ทุกคนที่มีสวนจะตองรูจักหนาที่ของตนวาจะตองทําอะไรเมื่อ ซอมพิธีนี้ ขอนี้รวมทั้งคนรองเพลง คนดีดหีบเพลง คนเชื้อเชิญแขกและคนที่จะรวมเดินขบวนเขาพิธีกับ เจาสาวดวย ขบวนเขาพิธีอาจแตกตางกันตามจํานวนคนที่รวมพิธีและสถานที่ ตามปกติศิษยาภิบาล เจาบาว และเพื่อนเจาบาวจะเดินออกมาจากหองขาง ๆ เวที และมายืนอยูหนาเวที ผูประกอบพิธีจะยืนตรงกลาง เจาบาวและเพือ่ นเจาบาวยืนทางเบื้องซายมือของผูประกอบพิธี ทั้งสามคนหันหนาไปทางผูรับเชิญมาใน งาน เพื่อนเจาสาวคนหนึ่งหรือสองคนเดินนํากอน ตอมาเด็กหญิงเดินชา ๆ และโปรยดอกไม แลวขบวน สุดทายก็คือเจาสาวเดินคลองแขนซายของบิดาหรือผูปกครองหรือเจาภาพ แลวมาหยุดอยูตรงหนาดาน ขวามือของผูประกอบพิธี ผูที่มากอนใหยนื หางสุดและคนตอ ๆ มาก็ยืนอยูใ กล ผูประกอบพิธีตามลําดับ จนในที่สดุ เจาสาว และบิดาเจาสาวจะยืนอยูตรงหนาผูประกอบพิธี แลวเจาบาวเพื่อนเจาบาวหันหนายืน อยูขางมือขวาเจาสาว โดยธรรมเนียมทั่ว ๆ ไปแลวขณะที่ขบวนนําเจาสาวเขามาในสถานทีป่ ระกอบพิธี แขกผูรับเชิญ จะยืนขึ้นตอนรับเปนการใหเกียรติ จนถึงเจาสาวมายืนตอหนาผูประกอบพิธี แลวแขกจะนั่งลงได เมื่อ เสร็จพิธีแลวเจาบาวและเจาสาวนําขบวนซึ่งติดตามดวยเพือ่ นเจาสาวและเพื่อนเจาบาว และเด็กหญิง โปรยดอกไมเดินออกไปจากสถานที่ประกอบพิธี 7


เจาสาวโดยมาก มัก จะมาถึงสถานที่ทําพิธีสมรสลาชาผิดเวลาซึ่งเปนการไมสมควรเลยที่จะให แขกผูรับเชิญตองมาคอย คูสมรสและคณะควรมาถึงที่ทาํ พิธีใหตรงเวลา และขอแนะนําใหเจาภาพใหบอก แกชางภาพวา ไมควรถายภาพขณะที่กําลังประกอบพิธีสมรส ชางภาพอาจถายภาพเวลาขบวนเดินเขาหรือขบวนเดินออกเมื่อกอนหรือหลังพิธีสมรส หากวาจะ ถายภาพขณะกําลังสวมแหวนหรือภาพใด ๆ ก็ใหชางภาพถายหลังจากเสร็จพิธีแลว โดยแสดงทาทาง อยางเดียวกับที่ทําในพิธีก็ได ผูประกอบพิธีควรเตรียมตัวที่จะกลาวไดอยางชัดถอยชัดคําและไมประหมา ถามีอะไรบกพรอง หรือคนใดลืมหนาที่ ผูประกอบพิธีควรจะแกไขโดยพูด อยางเสียงธรรมดา และดําเนินพิธีตอไป

พิธีสมรสแบบที่หนึ่ง เมื่อทุกสิ่งพรอมแลว ผูประกอบพิธีจะกลาววา “ขอใหเราอธิษฐาน” อธิษฐานสั้น ๆ เปดประชุม “และบัดนีน้ าย.... (ชื่อของเจาบาวในพระวจนะของพระเจาตรัสสั่งสอนผูเปนสามีไวดงั นี้ “สามีจงรักภรรยาของตน เหมือนอยางพระคริสตไดทรงรักคริสตจักร และไดทรงประทาน พระองคเองเพือ่ คริสตจักรนั้น เพื่อพระองคจะไดคริสตจักรซึ่งมีสงาราศี ไมมีตําหนิรอยยน หรือมลทิน อื่น ๆ อยางหนึ่งอยางใดเลย แตบริสุทธิ์และปราศจากตําหนิ เชนนั้นแหละสามีควรรักภรรยาของตน” “และนางสาว..... (ชื่อของเจาสาว) ในพระวจนะของพระเจาก็ทรงสั่งสอนภรรยาไวดว ย เหมือนกันดังนี้วา “ภรรายาจงยอมฟงสามีของตน เหมือนยอมฟงองคพระผูเปนเจา เพราะวาสามีนนั้ เปนศีรษะ ของภรรยาเหมือน พระคริสตเปนศีรษะของคริสตจักร โดยที่พระองคเปนผูทรงชวยรางกายใหรอด คริสตจักรยอมฟงพระคริสตฉันใด ภรรยาก็ควรยอมฟงสามีทุกประการฉันนั้น” “และสําหรับคูสมรสทั้งสองคน พระคริสตโอวาทไดทรงสั่งสอนไวดังนี้วา “จงยอมฟงซึ่งกัน และกันดวยเกรงกลัวพระคริสต” “พระเจาทรงผูกพันกันดวยการสมรสโดยใชชีวิตมนุษยเปนเครื่องพันธนาการ และเปน ศูนยกลางของชีวิต เมื่อชายหญิงไดเลือกคูค รองของตนแลว และมาถึงวาระที่เขาทั้งสองยินดีและเต็มใจ ที่จะประกาศการรวมสัมพันธไมตรีกันโดยเปดเผยตลอดชีวิต เขาทั้งสองไดนําตนเองมาวางไว ณ แทน บูชาอันควรแกการสักการะเฉพาะพระพักตรองคพระผูเปนเจา และปรากฏตัวอยูตอหนากันและกัน และ ตอหนาเพื่อนมนุษย การกระทําเชนนี้คสู มรสไดปฎิบัติตามพระบัญชาของพระผูเปนเจา และกําลัง ดําเนินไปตามวิถีทางที่จะนําไปถึงความสุข อันแทจริงไดทานที่รัก การผูกพันซึ่งทานทั้งสองกําลังจะ ประกอบขึ้น ณ บัดนี้ เปนการผูกพันที่ใกลชิดสนิทสนนกันที่สดุ และเปนการผูกพันที่สุภาพออนโยน ที่สุด และเปนสัมพันธภาพที่กอรากฐานขึ้นดวยประสบการณ และดวยความรักใครของแตละฝาย 8


สําหรับบุคคลที่เชื่อองคพระผูเปนเจายอมเชื่อวา การสมรสคือการผูกพันกันตอองคพระผูเปนเจา พระ เจาทรงสถาปนาการแตงงานเพื่อใหมนุษยมีความสุข และมีสวัสดิภาพ ถาวรอันแทจริง “พระวจนะของพระเจาสั่งสอนเราวา “ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทําคุณใหความรักไม อิจฉา ไมอวดตัว ไมจองหองไมไดกระทําสิ่งอันเปนทีน่ าอายกระดากไมคิดเห็นแกตนเองฝายเดียวไมมี ใจหงุดหงิดไมชางจดจําความผิด ไมยินดีในการประพฤติผิด แตมีความยินดีในการประพฤติชอบไมแคะ ไดคุยเขีย่ ความผิดของเขา และเชื่อในสวนดีของเขาอยูเสมอและมีความหวังอยูเสมอ และเพียรทนเอาทุก อยาง ความรักนั้นจะสูญไปก็หามิได” “ความสัมพันธทางใจและกายดวยอุดมคติอันสูงสุดเชนนี้ไมใชเปนการผูกพัน ดวยความหมาย ตื้น ๆ หรือไรสติ แตควรจะเขามาอยูในความสัมพันธนี้ดวยความเคารพ ดวยการไตรตรองอยางสขุม รอบคอบและดวยความเกรงกลัวพระเจา บัดนี้ทานทั้งสองก็กําลังเขามาอยูในความสัมพันธอยางวานี้ แลว (ถาเจาสาวมีบดิ าหรือผูอาวุโสเปนผูพาตัวมามอบผูประกอบพิธีจะถามวา) “ใครเปนผูมอบนางสาว... (ชื่อและนามสกุลเจาสาว) ใหมาสมรสกับนาย.... (ชื่อและนามสกุล เจาบาว)” แลวบิดาของเจาสาวจะตอบวา “ขาพเจาเปนผูมอบ” (หรือจะตอบวา “มารดาของเขาและขาพเจา เปนผูมอบ)” แลวบิดาหรือผูปกครองอาวุโสที่จูง เจาสาวมาจะจับมือ ของเจาสาววางลงในมือเจาบาว แลวกลับไปนัง่ ลง ณ ที่นั่งของตน ผูประกอบพิธีจะพูดตอไปวา “เฉพาะพระพักตรของพระเจาผูทรงทิพยเนตรทิพยกรรณ และตอหนาผูมาเปนสักขีพยานใน ที่นี้วา นาย... (ชื่อและนามสกุล เจาบาว) จะรับนางสาว ..... (ชื่อและนามสกุลเจาสาว) ไวเปนภรรยาของ ทานหรือ? ทานจะรักเขา และเลาโลมใจเขา ใหเกียรติแกเขา และจะพิทกั ษรักษาเขาไมวายามสุขหรือยาม ทุกข โดยสัญญาวา จะสงวนหญิงนี้ไวในพันธสัญญาที่บริสุทธิ์ และจะเลิกสัญญาไมไดจนกวาพระเยซู คริสตจะเสด็จกลับมา หรือจนกวาพระเจาจะทรงแยกทานทั้งสองดวยความตาย “ทานสัญญาอยางนี้หรือ?” เจาบาวจะตอบวา “ขาพเจาขอสัญญาอยางนั้น” “เฉพาะพระพักตรของพระเจาผูทรงทิตยเนตรและทิตยกรรณ และตอหนาผูมาเปนสักขีพยาน ในที่นวี้ า นางสาว.... (ชื่อและนามสกุลเจาสาว) จะรับนาย.... (ชื่อและนามสกุลเจาบาว) ไวเปนสามีของ ทานหรือ? ทานจะรักเขา และเลาโลมใจเขา ใหเกียรติแกเขา และจะพิทกั ษรักษาเขาไมวายามสุขหรือยาม สุขหรือยามทุกข โดยสัญญาวาจะสงวนชายนีไ้ วในพันธสัญญาที่บริสุทธิ์ และจะเลิกสัญญาไมได จนกวาพระเยซูคริสตจะเสด็จกลับมา หรือจนกวาพระเจาจะทรงแยกทานทั้งสองดวยความตาย “ทานสัญญาอยางนี้หรือ?” เจาสาวจะตอบวา “ขาพเจาขอสัญญาวาเชนนั้น?” 9


เจาบาวจะหันหนาไปทางเจาสาว และจับมือขวาของเจาสาวไว และพูดดังนี้ (โดยวาตามคําพูด ของผูประกอบพิธี) “ขาพเจานาย..... (ชื่อและนามสกุลเจาบาว) ขอรับ นางสาว .......(ชื่อและนามสกุล เจาสาว) ไวเปนภรรยาของขาพเจา และสัญญาวา จะรักใครผูกพันเธอ อยางสิ้นสุดดวงใจ และจะพิทักษ รักษาเธอ ดวยทรัพยสมบัตทิ ั้งหมด ซึ่งเปนสวนของขาพเจาขาพเจาจะใหเกียรติทงั้ หมดแกเธอ และจะ รวมสวน พระมหากรุณาธิคณ ุ ของพระเจา” เจาสาวหันหนามาทางเจาบาวและจับมือขวา ของเขาและจะพูด “ขาพเจานางสาว.... (ชื่อ นามสกุลเจาสาว) ขอรับนาย.... (ชื่อและนามสกุลเจาบาว) ไวเปนสามีของขาพเจา คุณจะไปที่ไหน ขาพเจาจะขอติดตามคุณ ไปที่นั่นคุณพักอยู ณ ที่ใด ขาพเจาจะพักกับคุณที่นั่นญาติของคุณ จะเปนญาติ ของขาพเจา และพระเจาของคุณ จะเปนพระเจาของขาพเจาดวย” ถามีแหวนผูประกอบพิธีจะพูดวา “เพื่อเปนเครื่องหมาย ของสัมพันธไมตรีอันสําคัญครั้งนี้ ทานจะใหและจะไดรับแหวน แตงงาน” ตอนนี้เจาบาว และเจาสาว จะสวมแหวนใหกันและกัน เพื่อนเจาบาว จะตองเตรียมแหวนยื่นให เจาบาว แลวเจาบาวจะสวมแหวนที่นวิ้ นางมือซายเจาสาว ถาเจาสาวจะใหแหวน เพื่อนเจาสาวจะยื่น แหวนใหแกเจาสาว แลวเจาสาวจะสวมนิ้วนางมือซายของเจาบาว ผูประกอบพิธี “แหวนนี้เปนวงกลมตอกันสนิท ไมมที ี่สิ้นสุด และทองคําเปนธาตุบริสุทธิ์ทั้ง เปนวัตถุทนทาน ดวยลักษณะเหลานี้ แหวนทองคําจึงเปนเครื่องหมาย แสดงถึงความยืนยาวนานของ ความรักที่จะทําลายใหสูญเสียไปไมไดนี้เปนพันธะแหงความเชื่อของบุคคลทั้งสองซึ่งไดใหสัญญาแก กันทั้งสองฝาย โดยการใหและการรับแหวนจากกันและกัน เครื่องหมายเหลานีแ้ สดงถึงความบริสุทธิ์ และเปนการพลีและเสียสละอยางไมมีวนั สิ้นสุด เครื่องหมายแหงการสมรสนี้จะเปนตราประทับดวงใจ ของทานทั้งสองตลอดกาลนาน ตั้งแตบัดนีต้ อไปเปนนิจนิรันดรเทอญ “ใหเรารวมใจกันอธิษฐานถวายตัว” คูสมรสจะคุกเขาลง ขณะที่กาํ ลังคุกเขาอยูนนั้ ที่ประชุมจะรองเพลงสักหนึ่งบท หรือจะรองเพลง พิเศษก็ได แลวอธิษฐาน “ตามที่ทานนาย..... (ออกชื่อเจาบาว) และทานนางสาว.... (ออกชื่อเจาสาว) ไดตกลงสมรสกัน ในพิธีบริสุทธิ์นี้ ซึ่งพระจาและแขกผูมีเกียรติเปนพยาน ณ ที่นี้ โดยอาศัยอํานาจทีไ่ ดรับจากองคพระผู เปนเจา ในฐานะที่ขาพเจาเปนผูรับใชของพระองค บัดนี้ขาพเจาขอประกาศวา ทานทั้งสองเปนสามี ภรรยากันแลว และไดผูกพันกันดวยพิธสี มรสอันบริสุทธิ์เมื่อพระเจาไดทรงทําใหสองคนนี้ผูกพันกัน และกัน อยาใหมนุษยใดบังอาจแยกเขาออกจากกัน” 10


แลวเจาบาวเจาสาวลุกขึ้น “ตั้งแตบัดนีเ้ ปนตนไป ทานทั้งสองจงรวมกันเดินไปตามวิถีของชีวิตอยางเคียงบาเคียงไหลจง ใหความรัก เปนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในการเกีย่ วของกับการงานของทานทุกดาน และจงใหแหวนซึ่งทานสวม ใหแกกนั และกันนั้นเปนเครือ่ งหมายวานี่แหละคือสัญญาแหงความรักและความสุขที่ไมรูจักสิ้นสุด ขอใหพระคริสตทรงเปนประมุขในครอบครัวของทานทั้งสอง และอัญเชิญ พระเยซูคริสตใหทรงเปน ผูรับเชิญประจําบานของทานเสมอในเมื่อทานนั่งลงรับประทานอาหาร จงใหพระเยซูคริสตผูรวมฟงการ สนทนาของทานทุกครั้ง และขอใหพระพรหลั่งไหลลงมาจากสวรรคเบื้องบน และประสิทธิ์ประสาทพร ใหครอบครัวใหมของทานเพิม่ พูนทวีความสุข ความเจริญ จนหัวใจของทานจะเปย มลนไปดวยพระพร แหงพระคุณ และความรักของพระองค ซึ่งดลบันดาลใหการสมรสของทานมีความผาสุกตลอดไป “ขอพระเจาจง อวยพรทานและปกปองรักษาทาน ขอใหพระพักตรของพระองคทรงสองสวาง ในชีวิตของทานและแสดงพระมหากรุณาธิคุณแกทาน ขอใหพระเจาทรงทอดพระเนตรดูทาน และ ประทานความสันติสุขแกทานขาพเจาขอสิง่ เหลานี้ในพระนามของพระบิดาพระบุตร และพระวิญญาณ บริสุทธิ์ อาเมน” ตอนนี้เปนจังหวะที่ศิษยาภิบาลจะเสนอใหที่ประชุมรับทราบโดย ขนาน นามใหมของคูสมรส วา “ขาพเจาขอแนะนําใหทา นรูจักนาย.............และนาง............. (นามสกุลของเจาบาว) ตั้งแตบัดนี้เปน ตนไป สวัสดี” เสร็จพิธีแลว ใหเจาบาวเจาสาวเดินออกไปคอยอยู ณ ที่สมควรเพื่อตอนรับการแสดงความยินดี จากผูมาในงาน

พิธีสมรสแบบที่สอง “พระเยซูคริสตพรอมกับมารดาของพระองค และอัครสาวกไดรวมความยินดีรับเชิญไปในงาน สมรสของบาวสาวครูหนึ่ง และไดไปเปนพยานและรวมความชื่นชมยินดีในงานนัน้ พระเยซูไดทรง กระทําการอัศจรรยครั้งแรก เพื่อชวยใหงาน สมรส ครั้งนั้น สนุกสนานครึกครื้น ยิ่งขึ้นและทําใหเจาภาพ ไดรับเกียรติอยางสุข ในทํานองเดียวกัน เราพากันมาชุมนุมในทีน่ ี้เพื่อเปนสักขีพยานของคูสมรส ซึ่งจะ ทําการปฏิญาณและทําสัตยสัญญาระหวางนาย....... (ชื่อเจาบาว) และนางสาว........ (ชื่อเจาสาว) เพื่อจะมี หุนสวนในความสุขของการสมรสครั้งนี้ เราขอแสดงความยินดีในการมงคลสมรสครั้งนี้ ดวยคํา อธิษฐานและไมตรีจิตของคริสเตียน “ทานนาย........ (ชื่อเจาบาว) และทานนางสาว......... (ชื่อเจาสาว) บัดนี้ไดเขามาผูกพันกันโดย รวมพิธีสมรส ซึ่งเปนพิธีแรกและเปนพิธีที่เกาแกที่สุดของโลก พิธีสมรสนี้องคพระผูเปนเจาไดทรง สถาปนาขึ้นเอง และทรงประกอบพิธีสมรส ครั้งแรก ดวยพระองคเองทั้งนี้หวังวาทานทั้งสองที่เปน คู 11


สมรสวันนี้พึงสังวรณไดวา พิธีสมรสที่ทานกําลังเขารวมผูกพันอยูนี้เปนสิ่งศักดิส์ ิทธิ์เพียงไร แมวา มนุษยจะพากันเหลวไหลหลงกระทําผิดทําบาป แตสาระของพิธีสมรสนี้หาไดเลิกลม หรือเหลวไหลแต ประการใดไม เพราะวาพระเจาไดทรงอวยพระพรการสมรสครั้งปฐมกาลนั้นอยางไร พระองคจะอวย พระพรการสมรสครั้งตอมาอยางนั้น เชนกันทานจะประสบการเลาโลมใจและความสุขในชีวิตสมรส ของทาน หากวาทานจะรับพระพรนั้นเขามาไวในดวงใจของทาน ดวยความออนโยน ดวยการใช ความคิด ความอดทน ความเมตตากรุณาความระมัดระวังหลาย ๆ อยาง ซึ่งทานสามารถเสียสละใหกัน และกันได และบัดนี้ขาพเจาขอกําชับทานใหระลึกอยูเสมอวา การเสียสละพลีตนเองให แกกันและกัน นั้นเปนสิ่งสําคัญยิ่งนักซึ่งพระเจาทรงหวังอยูเสมอวา ทานจะอุทิศตัวของทานใหแกกันและกัน ตลอดเวลา “และบัดนีน้ าย..... (ชื่อเจาบาว)พระคริสตโอวาทไดทรงสอนไวดังนี้วา “สามีจงรักภรรยาของตน เหมือนอยางพระคริสตไดทรงรักคริสตจักรดวย และไดทรงประทาน พระองคเองเพือ่ คริสตจักรนั้น เพื่อพระองคจะไดคริสตจักรซึ่งมีสงาราศี ไมมีตําหนิรอยยนหรือมลทิน อื่น ๆ อยางหนึ่งอยางใดเลยแตบริสุทธิ์และปราศจากตําหนิ เชนนั้นแหละสามีควรจะรักภรรยาของตน” “และนางสาว........ (ชื่อเจาสาว) พระคริสตโอวาทก็สอนภรรยาไวดังนีว้ า “ภรรยาจงยอมฟงสามีของตน เหมือนยอมฟงองคพระผูเปนเจา เพราะวาสามีนนั้ เปนศีรษะของ ภรรยา เหมือนพระคริสตเปนศีรษะของคริสตจักร โดยทีพ่ ระองคเปนผูท รงชวย (คริสตจักรคือ) รางกาย (ของพระองค) ใหรอด แตคริสตจักรยอมฟงพระคริสตฉันใด ภรรยาควรยอมฟงสามีทุกประการฉันนั้น” และทั้งสามีภรรยา พระธรรมโอวาทของพระเจาก็ไดทรงสอนไวดังนี้วา “จงยอมฟงซึ่งกันและกันดวยเกรงกลัวพระคริสต “นาย..... (ชื่อเจาบาว) ทานจะรับนางสาว......(ชื่อเจาสาว) ไวเปนภรรยาของทาน และสัญญาวา จะรักษาเลี้ยงดูทะนุถนอม และจะใหความอารักขาแกเขา ทั้งสัญญาวาจะเปนสามีที่ซื่อสัตยสุจริตจน ตลอดชีวิตของทานทั้งสองอยางนั้นหรือ?” เจาบาวตอบวา “ขาพเจาขอสัญญาเชนนั้น” “นางสาว....... (ชื่อเจาสาว) ทานสัญญาวาจะรับนาย......... (ชื่อเจาบาว) ไวเปนสามีของทาน และ สัญญาวาจะรักเขา ใหเกียรติแกเขา เชื่อฟงเขา และจะเปนภรรยาทีซ่ ื่อสัตยสุจริตของเขาจนตลอดชีวิต ของทานทั้งสองอยางนั้นหรือ?” เจาสาวตอบวา “ขาพเจาขอสัญญาเชนนั้น” “ใครเปนผูมอบหญิงใหสมรสแกชายผูนี้?”

12


บิดาของเจาสาวหรือผูปกครองหรือเจาภาพจะตอบวา “ขาพเจาเปนผูม อบ” แลวจับมือเจาสาว ไปวางไวในมือขวาเจาบาว บิดาเจาสาวจะกลับไปนั่ง ณ ที่ไดกําหนดไว ใหเจาบาวหันหนาไปทางเจาสาว และจับมือขวาของเจาสาวไว แลวพูดตามี่ผูประกอบพิธีกลาว นํา “ขาพเจานาย.......... (ชื่อเจาบาว) ขอรับนางสาว......... (ชื่อเจาสาว) ไวเปนภรรยาของขาพเจา และ ตั้งแตบัดนีเ้ ปนตนไปขาพเจาจะรับและรักษาหญิงนี้ไว ไมวาจะดีขึ้นหรือเลวลง ไมวาจะสุขสบายหรือ เจ็บปวย ไมวา จะยากจนลง หรือร่ํารวยขึน้ ขาพเจาจะรักเขาและจะถนอมเขาไวในดวงใจ ดวยความรัก ใครจนกวาความตาย จะมาแยกเราทั้งสอง ขาพเจาขอปฏิญาณและสัญญา ขอความเหลานี้ ตาม บทบัญญัติ ขององคพระผูเปนเจา” แลวใหเจาสาวหันหนาไปทางเจาบาว และจับมือขวาของเจาบาวไว แลวพูดตามถอยคํา ของผู ประกอบพิธีจะกลาวนําวา “ขาพเจานางสาว....... (ชื่อเจาสาว) ขอรับนาย........... (ชือ่ เจาบาว) ไวเปนสามีของขาพเจา และ ตั้งแตบัดนีเ้ ปนตนไป ขาพเจาจะรับ และรักษาชายนี้ไว ไมวาจะดีขึ้น หรือเลวลง ไมวาจะสุขสบาย หรือ เจ็บปวย ไมวาจะยากจนลง หรือร่ํารวยขึ้น ขาพเจาจะรักเขาและจะถนอมเขา ไวในดวงใจ ดวยความรัก ใครจะเชื่อฟงเขา จนกวาความตาย จะมาแยกเราทั้งสอง ขาพเจาขอปฏิญาณและสัญญา ขอความเหลานี้ ตามบทบัญญัติขององคพระผูเปนเจา” ผูประกอบพิธีจะถามวา “นาย...... (ชื่อเจาบาว) ทานมีอะไรเปน เครื่องหมายสําหรับคํามั่นสัญญาของทานครั้งนี้?” เจาบาวตอบวา “ขาพเจามีแหวน” เพื่อนเจาบาวจะมอบแหวนใหผูประกอบพิธี ผูประกอบพิธีชูแหวนขึ้นแลวกลาววา “แหวนนี้ทําดวยทองคําบริสุทธิ์ เปนของมีราคาและ ประเสริฐ ดังนัน้ จงใหความรักของทานทั้งสองมีความบริสุทธิ์ทั้งยั่งยืนอยูตลอดไป” ผูประกอบพิธียื่นแหวนใหเจาบาว ๆ สวมนิ้วนางมือซายของเจาสาว แลวผูประกอบพิธีพูดกับ เจาสาววา “นางสาว........... (ชื่อเจาสาว) ทานมีอะไรเปนเครื่องหมายสําหรับคํามั่นสัญญาของทานครั้ง นี้” เจาสาวตอบวา “ขาพเจามีแหวน” เพื่อนของเจาสาวยืน่ แหวนใหแกผูประกอบพิธี แลวผูประกอบพิธียื่นแหวนใหเจาสาว สั่งวา “จงสวมแหวนนี้ที่นวิ้ นางมือซายของเจาบาว” แลว กลาววา “แหวนวงนี้ทําเปนวงกลมหารอยตอประสานกันไมได เปนสัญลักษณของการไมมีวันสิน้ สุด ดังนั้นขอใหความรักของทานทั้งสองมีอายุยืนนาน ไมรูจกั สิ้นสุดเหมือนกัน “แหวนนี้เปนสัญลักษณของความบริสุทธิ์และเปนการเสียสละโดยไมรูจักสิ้นสุด จงใหคํามัน่ สัญญาของทั้งสองฝายนี้ถาวร สมกับเครื่องหมายที่ทานทัง้ สองไดมอบไวตอกัน “ใหเรารวมใจกันอธิษฐาน” 13


เมื่ออธิษฐานจบ แลวผูประกอบพิธี จับมือขวาของเจาบาวและเจาสาวประสานกัน แลวผู ประกอบพิธีวางมือบนมือของเจาบาวและเจาสาว แลวกลาววา “ตามที่ทานทั้งสองไดปลงใจรวมกันทําสัตยปฏิญาณในการสมรสอันบริสุทธิ์นี้ และไดให คํามั่นสัญญาเฉพาะพระพักตรพระเจา และตอหนาประจักษพยานของบรรดาญาติมิตร ของทานทั้งสอง พรอมทั้งมีเครื่องหมายคือแหวนเปนสัญลักษณแหงคํามัน่ สัญญาตอกัน ขาพเจาในฐานะที่เปนผูรับใช พระเจาโดยทําหนาที่ประกาศสั่งสอนพระวจนะของพระองคเจา ขาพเจาขอประกาศวา ทานทั้งสองเปน สามีภรรยาดวยการสมรสกันถูกตองตามบทบัญญัติของพระผูเปนเจาเมื่อพระเจาทรง กระทําใหเขาทั้ง สองผูกพันกันแลว อยาใหมนุษยผูใดบังอาจแยกเขาออกจากกันเลย” ผูประกอบพิธีอธิษฐานขอพระพรปดพิธีสมรสหลังจากนั้นใหผูประกอบพิธี แนะนําใหที่ ประชุมรับทราบและแสดงความยินดีกับ นาย..... และ นาง....... (นามสกุลของเจาบาว)

พิธีสมรสแบบที่สาม “องคพระผูเปนเจาตรัสวา ซึง่ มนุษยผูนนั้ จะอยูคนเดียวก็ไมเหมาะ เราจะสรางขึ้นอีกคนหนึ่งให เปนคูเคียงเหมาะกับเขา เพระเหตุนั้นผูชายจึงจะละบิดามารดา ของตนไปผูกพันอยูก บั ภรรยา และเขาทั้ง สองจะเปนเนือ้ หนังอันเดียวกัน” “คนใดที่ไดภรรยาก็ไดของทีด่ ี และเขาจะไดรับการโปรดปรานจากพระเจา” “ใครจะไดพบสตรีที่เปนแมเรือนดี เพราะวาคาของนางนั้นล้ํากวาทับทิมอีก สตรีนั้นเปนที่ ไววางใจของสามี และสามีของเขาจะไมขาดกําไรเลยตลอดอายุของนาง นางจะทําใหเกิดคุณงามความดี แกสามี และไมกอใหเกิดความเสียหาย” “การสมรสเปนวาระทีน่ ําความชื่นชมยินดีมาใหเสมอ และเรายินดีมากขึ้นในเมื่อพระเยซูเสด็จ มาประทับและทรงอวยพระพร และพระเจาไดประทานเกียรติยศและสงาราศีแกพธิ ีนี้เพราะวาพระเจา ทรงมุงหมายทีจ่ ะประทานพระพร และความสุขมาสูชีวิตของทาน ฉะนั้นใหเราอัญเชิญพระองค เขามา ประทับและเปนประธานในที่นี้เพื่อทรงเปนพยานและทรงอวยพระพรใหคํามั่นสัญญาของทานสัมฤทธิ์ ผลตอหนาที่ประชุมนี้ดว ย “ใหเราอธิษฐาน” อธิษฐานเปดพิธีแตเพียงยอ ๆ ผูประกอบพิธีจะถามวา “ใครเปนผูมอบนางสาว.... (ชื่อเจาสาว) ใหสมรสกับ นาย...... (ชื่อ เจาบาว)” บิดาของเจาสาวหรือผูแทนจะตอบวา “ขาพเจาเปนผูมอบ” (หรือจะพูดวา “มารดาของเขาและ ขาพเจาเปนผูม อบ”) แลวบิดาของเจาสาวจะไปยัง ณ ทีน่ ั่งของตนตามที่จัดไว

14


ผูประกอบพิธีจะถามวา “นาย......... (ชื่อเจาบาว) ทานจะรับนางสาว.......... (ชื่อเจาสาว) ไวเปน ภรรยาของทานหรือ? ทานสัญญาหรือวาทาน จะรัก และใหเกียรติแกหญิงนีแ้ ละจะอารักขาเขาไป ปลอดภัย จะทะนุถนอมเขาไวดว ยความรัก จะเปนผูเลาโลมใจเขา และจะรับเขาไวไมวาร่ํารวยหรือ ยากจน ไมวาจะดีหรือเลว ไมวาจะสุขสบายหรือเจ็บปวย จะรับและพิทกั ษรักษาไวตั้งแตบัดนีเ้ ปนตนไป และจะผูกสมัครรักใครกับหญิงนี้แตผูเดียวจนวันตายทานสัญญาอยางนั้นหรือ? เจาบาวจะตอบวา “ขาพเจาขอสัญญาอยางนั้น” แลวผูประกอบพิธีจะพูดกับเจาสาววา “นางสาว...... (ชือ่ เจาสาว) ทานจะรับนาย ......... (ชื่อ เจาบาว) ไวเปนสามีของทานหรือ ทานสัญญาวาทานจะรักเขา จะใหเกียรติแกเขา และจะเชื่อฟงเขา จะ ทะนุทถอมเขาดวยความรัก และจะเลาโลมจิตใจเขา และจะสมัครรักใครอยูกับเขา ไมวาจะร่ํารวยหรือ ยากจนไมวาจะดีหรือเลว ไมวาจะสุขสบายหรือเจ็บปวย ทานสัญญาจะผูกสมัครรักใคร อยูกับเขาจนวัน ตาย ทานสัญญาอยางนั้นหรือ?” เจาสาวจะตอบวา “ขาพเจาขอสัญญาอยางนั้น” ผูประกอบพิธีจะถามวา “ทานมีอะไรเปนเครื่องหมายแหงคําสัญญาของทาน?” เจาบาวตอบวา “ขาพเจามีแหวนวงนี”้ เพือ่ นเจาบาว จะยื่นแหวนใหเจาบาว ๆ จึงมอบใหผู ประกอบพิธี ๆ จะกลาวดังนี้ “นางสาว..... (ชื่อเจาสาว) ทานยินดีและเต็มใจรับแหวนวงนีว้ าเปนเครือ่ งหมายแหงความรัก ที่ ทานไววางใจดวยความจริงใจหรือ?” เจาสาวตอบวา “ขาพเจายินดีรับ” ผูประกอบพิธีจะพูดวา “แหวนวงนี้ เปนสงกลมทําดวยทองคํา ที่มีคา วงกลมเปนสัญลักษณของความบริบูรณ และเปนเครื่องหมายของความถาวรนิรันดร ทองคํา ประเสริฐชิ้นนีเ้ ปนเสมือนบทพิสูจน ความรักของทานวาเปนความจริงที่บริสุทธิ์สะอาดจริง ๆ แหวนนี้ เปนเครื่องหมายแหงความรักและความเขาไววางใจ ที่เหมาะสมกับทานจริง ๆ ซึ่งทานไดมอบใหแกกัน และกันไว เมือ่ การทดสอบมาถึงจะเหมือนไฟที่เผาทองคําบริสุทธิ์ ฉะนั้นจงใหความรักของทานมั่นคง เหมือนกับทองคําทนไฟ จนกระทั่งความตายเทานัน้ ที่จะมาแยกตัวทานทั้งสองออกจากกัน” ผูประกอบพิธี มอบแหวนใหเจาบาวและสั่งวา “จงสวมแหวนนี้ที่นวิ้ นางมือซายของเจาสาวและ พูดตามขาพเจาดังนี้วา “ขาพเจานาย...... (ชือ่ เจาบาว) ขอมอบแหวนวงนี้ใหแกนางสาว ........ (ชื่อเจาสาว) เพื่อเปนสักขีพยานวา ขาพเจาจะรัก และถนอมเธอไวเสมอดวยใจจริง” (ถาเจาสาวมีแหวนใหเจาบาว ผูประกอบพิธีก็จะถามเจาสาวตามทํานองเดียวกับเจาบาววา “ทาน มีอะไรเปนเครื่องหมายความรักแหงการสมรสของทานวันนี”้ เจาสาวตอบวา “ขาพเจามีแหวน” 15


เพื่อนเจาสาวจะยื่นแหวนใหเจาสาว แลวเจาสาวยืน่ ใหผปู ระกอบพิธี และผูประกอบพิธีมอบ แหวนใหเจาสาวและสั่งวา “จงสวมแหวนนี้ที่นวิ้ นางมือซายของเจาบาว และพูดตามขาพเจาดังนี้วา “ขาพเจานางสาว....... (ชื่อเจาสาว) ขอมอบแหวนวงนี้ใหแกนาย..... (ชื่อเจาบาว) เพื่อเปนเครื่องหมาย แหงความผูกพัน ของเราทั้งสองตลอดกาล” ครั้นแลวผูประกอบพิธีจะจับมือขวาของเจาบาวและเจาสาวประสานกันและกลาวดังนี้ “ตามที่ทานทั้งสองตางรวมใจกันใหคํามั่นและปฏิญาณสัญญาตอพระพักตรพระเจาและตอ หนาที่ประชุมนี้ ในฐานะที่ขาพเจาเปนผูรับใชพระเจาขอประกาศวา ทานทั้งสองเปนสามีภรรยากัน ถูกตองในพระนามพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผูใดที่พระเจาทรงกระทําใหผกู พันกัน แลว อยาใหมนุษยบังอาจแยกเขาออกจากกัน “ใหเรารวมใจกันอธิษฐาน ทั้งเจาบาวและเจาสาวคุกเขาลงเพื่อรับพระพรจากพระเจา เมื่ออธิษฐานเสร็จแลวใหคูสมรสลุก ขึ้นแลวผูประกอบพิธีกลาววา “นาย..... และนาง.... พระเจาขออวยพระพรแกทานและปกปองรักษาทาน พระเจาจงกระทําใหพระพักตรของพระองคสองสวางแกทาน และทรงพระกรุณาโปรดแกทาน พระเจา จงเงยพระพักตรของพระองคขึ้นเหนือทานและประทานความสุขสําราญแกทาน เอเมน” เปนการเสร็จพิธี แลวเจาบาวเจาสาวเดินออกไปรออยู ณ ที่สมควรเพื่อตอนรับการแสดงความ ยินดีจากผูที่มาในงาน

16


1

พิธีฝง ศพ

คํานํา เมื่อความตายไดเขามาคุกคามครอบครัวคริสเตียน จึงเปนโอกาสที่ดีที่สุดที่ศิษยาภิบาลจะ ชวยเหลือสมาชิกไดมาก ในยามที่เขาไดรบั ความทุกขโศกเศรา และความตายไดเขามาคุกคามครอบครัว ของเขา ไมมีเวลาใดที่คริสตสมาชิกจะตองพึ่งพาอาศัยศิษยาภิบาลเทากับเวลานี้ และไมมีครั้งใดที่จติ ใจ ของสมาชิกจะเปดกวางออกตอนรับความชวยเหลือจากศิษยาภิบาลของเขาเทาเวลานี้ ความรักและการ เลาโลมจิตใจในยามทุกขที่ศษิ ยาภิบาลแสดงจะตรึงจิตใจของสมาชิกอยูเปนเวลานาน โดยมากศิษยาภิ บาลจะทราบขาวเมื่อสมาชิกปวยหนัก และควรจะอยูใ กลคนปวยในยามที่ใกลความตาย เมื่อคนใดถึงแก ความตายศิษยาภิบาลควรจะรีบไปรวม ความทุกขโศกกับครอบครัวนั้นโดยเร็วที่สุด เพื่อนําพระพรของ พระเจาใหแกครอบครัวนั้น ในวาระที่เหมาะสมศิษยาภิบาลควรเสนอการชวยเหลือในเรื่องจัดการฝงศพรวมมือกับเจาภาพ ควรจะใหคําแนะนําแกครอบครัวนั้นถึงระเบียบการที่กระทํากอนฝงศพ ทั้งพิธีฝงศพและหลังพิธฝี งศพ ดวยตามแบบคริสเตียน สมาชิกของคริสตจักรควรจะไปปลอบโยน และชวยเหลือตามโอกาสและ ความสามารถของตน และไปรวมในพิธีฝง ศพ เพื่อเปนพยานแกเพื่อนบานที่ไมเปนคริสเตียน การแตงกายของศิษยาภิบาลควรใหเหมาะสมกับงานศพ ทั้งกิริยาและวาจา ศิษยาภิบาลควรรูสึก อิสระที่จะกลาวถึงชีวิตของผูต าย และการเกี่ยวของคริสตจักรและเกีย่ วของกับประชาชนหรือไม ถา เหตุการณและสิ่งแวดลอมอํานวยใหพูดเชนนั้น ไมมีความจําเปนใด ๆ เลยที่จะพูดเสริมหรือตอเติม ชีวประวัติของผูตายคําเทศนาในงานศพจะตองสั้นและเขาใจไดงายบรรจุขอความที่ชวยบรรเทาทุกข และมีขอความที่ชวยคนบาปใหรอดพนบาป และกลาวถึงความหวังอันรุงโรจนของทุกคนที่มีความเชื่อ ในพระคริสต อยาแสดงความเห็นเกี่ยวกับหลักคําสั่งสอนในสาสนาคริสต และอยาพูดขอความอันใดซึ่ง มิใหพระวิญญาณทรงกระทํางานในจิตใจของผูฟง พิธีที่หลุมฝงศพในสุสาน ควรทําใหสั้นหลังจากพระพรปดการประชุม ณ หลุมฝงศพแลว ศิษ ยาภิบาลควรจะแสดงคารวะแกครอบครัวของผูตายที่กําลังทุกขโศก และควรจะพูดดวยถอยคําทีห่ นุนใจ และเลาโลมใจคนเหลานั้นทีก่ ําลังโศกเศรา จงสัญญาวาจะไปเยี่ยมที่บา น ภายในวันหนึ่งหรือสองวัน และจงทําตามที่สัญญานั้นเสมอ ถาคริสตจักรมีวารสารประจําสัปดาห ก็ควรลงขาวแสดงความเสียใจ มีบอ ยครั้งที่ทางคริสตจักร จะจัดใหมีการรองเพลงระลึกถึงผูตายจากบทเพลงที่ผูตายชอบรองเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู การรองเพลง

17


เชนนี้จดั ใหมีในอาทิตยแรกถัดจากวันฝงศพเรียบรอยแลว ทั้งนี้เปนการตรึงตราความเห็นอกเห็นใจ ของคริสเตียนใหแนนแฟนยิง่ ขึ้น และทําใหความรักในคริสตจักรเพิ่มพูนและอบอุนยิง่ ขึ้น ระเบียบวาระพิธีฝงศพ พิธีฝงศพไมควรขาดการเลาโลมใจ และความหวังใจในระเบียบการประชุมนั้น อันดับตอไปนี้ เปนขอความทีข่ อแนะนําเพื่อประโยชนแกศิษยาภิบาล รายการที่บรรจุในวงเล็บอาจเวนเสียไมตอง ปฏิบัติตามก็ได หรือจะทําก็ไดสุดแลวแตมีเหตุผลที่เหมาะสม ระเบียบวาระที่แนะนําใหใช เพลงนํากอนประชุมหรือที่ประชุมจะรองเพลง อานพระคัมภีรเปนขอ ๆ เปดประชุม อธิษฐานเปดการประชุม เพลงพิเศษ (ถามี) (ขาวมรณกรรมและประวัตขิ องผูตาย) อานพระธรรมในเรื่องที่จะเทศนา อธิษฐาน เพลงพิเศษ (ถามี) เทศนา ขอพระพรปดประชุม เพลงปดประชุม คําแนะนําสําหรับเตรียมพิธีฝง ศพ ขอพระธรรมสําหรับเปดประชุม จงใชความคิดพิจารณาเลือกขอพระธรรมอยางระมัดระวังใหเหมาะสมกับใจของผูกําลังทุกข โศกเศราศิษยาบาลอาจใชขอพระธรรมในพระวจนะของพระเจาเปนเปาหมายของระเบียบการประชุม ในงานศพนี้โดยตลอดก็ได เชนการสอนถึงเรื่องความเชือ่ การเลาโลมใจ ความหวัง พลังแรง และเรื่อง เมืองสวรรค ฯลฯ นี่เปนเพียงตัวอยางที่ยกมาอางเทานัน้ เองศิษยาภิบาลอาจหา ขอพระธรรมที่เหมาะสม กับเรื่องที่ตนจะพูดไดอีกมากมาย “พระเจาตรัสวา เราจะไปกับเจาหนาและใหเจาไดที่พกั สบาย” อพยพ 13:14

18


“ขอใหขาตายเหมือนคนที่สตั ยซื่อนั้นขอใหที่สุดชีวิตของขาเปนเหมือนชีวิตของผูเหลานั้น” กันดารวิถี 23:10 “เหตุฉะนัน้ เจาทั้งหลายจงรูว าพระเยโฮวาหพระเจาพระองคทรงเปนพระเจา เปนพระเจาผูทรง ซื่อสัตย ผูทรงรักษาคําสัญญาไมตรีพระกรุณาคุณแกคนทัง้ หลายที่รักพระองค และผูทรี่ ักษาบัญญัติของ พระองค จนถึงพันชั่ว อายุคน” เฉลยธรรมบัญญัติ 7:9 “พระเจาผูทรงพระชนมอยูเ ปน นิตยเปนทีอ่ าศัย (ลี้ภยั ) ของเจา และพระหัตถอันถาวรเปนนิจ ของพระองคกร็ ับรองเจาอยู” เฉลยธรรมบัญญัติ 33:27 “พระเจาไดทรงประทานให และพระเจาไดทรงเรียกกลับเมืองคืนไปอีก จงสรรเสริญพระนาม ของพระเจา” ยากอบ 1:21 “แมวาพระองคทรงสังหารขาฯ เสีย ขาฯ ก็ยังไววางใจในพระองค” ยากอบ 13:15 “ตัวขานั้น ขาฯ ทราบวาผูอปุ ภัมภของขา ฯ ทรงพระชนมอยู และในทีส่ ุดพระองคจะทรงยืนขึ้น บนพื้นแผนดิน... พระองคนั่นแหละที่ขาฯ จะเห็น คือขาฯ นี่แหละจะเห็นพระองคอยูฝายขาฯ และตา ของขาฯ จะมองดูพระองคและไมใชอยางมองดูคนที่ไมรูจักกัน” ยากอบ 19:25, 27 “พระเจาเปนทีพ่ ึ่งพํานักและเปนกําลังของพวกขาพเจา พระองคเปนผูทรงชวยอันเลิศสถิตอยู ใกลในเวลาลําบาก” สดุดี 46:1 “พระนามพระเจาเปนปอมเขมแข็ง คนชอบธรรมทั้งปวงวิง่ เขาไปก็พนภัย” สุภาษิต 18:10 ขาแตองคพระผูเปนเจา พระองคเปนที่อาศัยของพวก ขาพเจาทุกชัว่ อายุตอ ๆ กันมากอนภูเขา ทั้งหลายไดบังเกิดขึ้น และกอนพระองคไดทรงสรางแผนดินกับพิภพโลก พระองคทรงเปน พระเจาอยู ตั้งแตอดีตกาลจนตลอดอนาคตกาล” สดุดี 90:1, 2 “ผูใดอาศัยอยูใ นที่อันลับ แหงผูใหญยิ่งสูงสุด ผูนั้นจะไดอาศัยอยูในรมของพระองคผูทรงฤทธิ์ ใหญยิ่ง ขาพเจาจะกลาวถึงพระเจาวาพระองคเปนที่พึ่งพํานักและเปนปอมของขาพเจาพระองคเปนพระ เจาของขาพเจา ๆ จะวางใจในพระองค” สดุดี 91:1, 2 “นี่แนะ พระเจาเปนความรอดของขาพเจาขาพเจาจะไววางใจและจะไมมีความกลัวเลยเพราะ พระเยโฮวาหพระเจาทรงเปนกําลัง และเปนบทเพลงของขาพเจา และพระองคทรงเปนความรอดของ ขาพเจา” อิสยาห 12:2 “ผูที่มีจิตใจแนวแนนั้น พระองค จะทรงรักษาไวในความสงบสุขอยางครบบริบูรณ เพราะเขา ไดไววางใจในพระองค ทานทั้งหลายจงวางใจในพระเจาเสมอเปนนิจ เพราะพระเจาฯ คือพระเจาองค เอง เปนศิลาที่ตั้งมั่นคงไมรูสิ้นสุดเลย” อิสยาห 26:3, 4

19


“ตาของเจาจะไดเห็นพระบรมกษัตริยทรงสงาราศี เขาทั้งหลายจะไดแลเห็นแผนดินของ พระองคแผออกไปกวางขวาง” อิสยาห 33:17 “พระองคจะทรงเลี้ยงฝูงแกะ ของพระองคดุจผูเลี้ยงแกะ พระองคจะทรงอุมลูกแกะไวในพระ พาหุและจะกอดไวในพระทรวง และตัวแมลูกออนพระองคจะทรงคอย ๆ ตอนไปดวยพระทัยเอ็นดู” อิสยาห 40:11 “อยากลัวเลย ดวยวาเราอยูกบั เจา อยาทอใจ เพราะเราเปนพระเจาของเจา เราจะหนุนกําลังเจา เออ เราจะชวยเจา เออเราจะยกชูเจาไวดว ยมือขวาอันชอบธรรมของเรา” อิสยาห 41:10 “เมื่อเจาลุยขามน้ําเราจะอยูกบั เจา และเมื่อลุยขามแมน้ํา แมน้ํานัน้ จะไมทวมเจา เมื่อเจาเดินผาน เขาไปกองไฟ ไฟจะไมลวกเจาหรือเปลวเพลิงจะไมไหมเจา ดวยเราคือพระเจาของเจา องคบริสุทธิ์แหง ชนชาติอิสราเอลเปนผูชวยใหรอดของเจา” อิสยาห 42:2, 3 “เราเปนเหตุใหคนทั้งปวงเปนขึ้นและใหมชี ีวิต ทุก ๆ คนที่วางใจในเรา แมวาเขาตายแลวก็ยัง จะมีชวี ิตอีก และทุกคนที่มีชวี ิตและวางใจในเราจะไมตายเลย” ยอหน 11:25, 26 “จงสรรเสรญพระเจา พระบิดาแหงพระเยซูคริสตเจาของเรา คือพระบิดาผูทรงความเมตตา และ พระเจาผูทรงชูใจทุกอยาง พระองคผูทรงโปรดใหเราไดรับความชูใจในการทุกขยากทั้งสิ้นของเรา เพื่อ เราจะไดชูใจคนเหลานั้นที่มคี วามทุกขยากอยางหนึ่งอยางใด ดวยความชูใจซึ่งตัวเราเองไดรับพระเจา” 2 โครินธ 1: 3, 4 “ขาพเจาเขาในการปล้ําสูอยางดีแลว ขาพเจาวิ่งแขงถึงทีส่ ุดปลายทางแลว ขาพเจาไดรักษาความ เชื่อนั้นไวแลว ตั้งแตนี้ไปมีมงกุฎแหง ความชอบธรรมเก็บไว สําหรับขาพเจาซึ่งองคพระผูเปนเจาผู พิพากษาอันชอบธรรมจะทรงประทานแกขา พเจาในกาลวันนั้น และไมใชแกขาพเจาคนเดียว แตจะทรง ประทานแกคนทั้งปวงที่มีใจรักยินดีในการที่พระองคจะเสด็จมาปรากฏนั้น” 2 ทิโมเทีย 4:7, 8 คําอธิษฐานเปดพิธี คําอธิษฐานนีค้ วรเปนแบบคําอธิษฐานสั้น ๆ พูดออกมาอยางแจมใสชัดถอยชัดคําและสําเนียง สูงต่ําพอเหมาะสมกับเหตุการณ ทั้งนี้จะเปนการปลุกจิตวิญญาณใหสงบลง และทําใหจิตใจผูฟงออน นอมลงยอมรับพระปญญาของพระเจา ทัง้ สํานึกถึง พระมหากรุณาธิคุณ ของพระเจาในชัว่ โมงนี้และ รูสึกอยางลึกซึ้งวาพระเจาเสด็จมาประทับ และประทานการเลาโลมใจแกผูที่กําลังทุกขโศกเศรา เพลงพิเศษ ศิษยาภิบาลควรปรึกษากับครอบครัวผูตายเพื่อจัด เพลงพิเศษตาม ความประสงค ของเขาอาจจะ เปนเพลงที่ผูตายชอบรองก็ได หรือจะเปนเพลงที่มีขอความเกี่ยวกับความหวังและความไวใจในพระเจา 20


ถาไมมีนักรองเดี่ยวหรือคณะนักรอง จะจัดใหหมูประชุมรองเพลงบทนั้นก็ได หรือศิษยาภิบาลจะอาน ขอความในบทเพลงหรือ คํากลอนซึ่งจะเปนที่เลาโลมใจผูมาประชุมก็ได การกลาวประวัติผตู าย ในพิธีฝงศพ ถามีผูที่ไมเคยรูจักผูตายตลอดชีวิตก็ใหทางฝายครอบครัวเรียบเรียงประวัติผูตาย อยางยอ ๆ เพือ่ ใหศิษยาภิบาลอานประวัติในประวัตนิ ั้นไมควรยกยองผูตายจนเกินไป การอานขอพระธรรม ขอพระคิรสตธรรมคัมภีรควรอานชา ๆ และชัดถอยชัดคํา เปนขอพระธรรมซึ่งเกี่ยวกับหัวขอที่ จะเทศนา ศิษยาภิบาลจะเลือกพระธรรมเรื่องหนึ่งเรื่องใดตามที่พิมพไวนี้ หรือจะเลือกเรื่องอื่นก็ได

ขอพระธรรมที่ใชสําหรับคนทั่วไป “พระเจาฯ เปนสวางและความรอดของขาพเจา ขาพเจาจะตองกลัวผูใดเลา? พระเจาฯ เปนกําลัง วังชาแหงชีวิตของขาพเจา ขาพเจาจะตองไปกลัวใคร?... สิ่งเดียวซึ่งขาพเจาไดขอจากพระเจาฯ แลว ขาพเจาจะเสาะหา สิ่งนั้นคือที่จะไดอาศัยอยูในพระวิหาร ของพระองค ตลอดชั่วชีวิตของขาพเจา เพื่อจะ ไดเห็นความสงางามของพระเจา ฯ และจะไดพินจิ พิจารณาพระวิหารของพระองค เพราะในยาม ยากลําบากพระองคจะไดเก็บขาพเจาไวในที่เรนในพลับพลาของพระองค จะทรงซอนขาพเจาไวในที่ กําบังของพระองค จะทรงยกตั้งขาพเจาไวบนศิลาเมื่อนัน้ ศีรษะ ของขาพเจาจะตองยกสูงขึ้นไปอยูเหนือ พวกศัตรูที่ลอมขาพเจาไว แลวขาพเจาจะถวายเครื่องบูชาแหงความยินดีในพระวิหารของพระองค ขาพเจาจะรองเพลงถวายความสรรเสริญแกพระเจาฯ ขาแตพระเจาฯ ขอพระองคทรงสดับฟงเสียงรอง ของขาพเจา ขอทรงพระกรุณาโปรดตอบขาพเจา เมื่อพระองคทรงรับสั่งวา จงแสวงหาพักตรของเรา จิตใจของขาพเจาทูลตอบวา ขาแตพระเจาฯ ขาพเจาจะแสวงหาพระพักตรของพระองค ... จงคอยทาพระ เจาฯ จงตั้งขอใหแข็งและทําใจไวใหกลาหาญ จงคอยทาพระเจาเถิด” สดุดี 27:1, 4-8, 14 “คนที่ดําเนินในทางชอบธรรม และพูดอยางจริงใจ รังเกียจผลประโยชนที่ไดจากการขมเหง หด มือไมรับสินบน ไมเอียงหูฟง เรื่องฆามตกรรม ไมชําเลืองตาดูความชัว่ ผูนี้แหละจะดํารงอยูใ นทีส่ ูง ที่ กําบังของเขาจะเขมแข็งดังศิลา เขาจะไดรบั อาหารอยางบริบูรณ และรับน้ําไมขาด ตาของเจาจะไดเห็น พระบรมกษัตริยทรงสงาราศี เขาทั้งหลายจะไดแลเห็นแผนดินของพระองคแผออกไปกวางขวาง... เพราะในที่นั้นเราจะมีพระคงคาแหงพระเจาฯ แทนแมน้ําและลําธารกวางขวางจะไมมีเรือกําปนกรรเชียง และไมมีเรือทรงจะแลนไปมาบนแมน้ํานั้นได สายโยงใบจะหอยหยอน มันจะดึงใบใวใหอยูกบั เสา

21


ไมได หรือกางใบก็ไมได ... จะไมมีใครทีอ่ าศัยอยูที่นนั่ พูดวา “ขาพเจาปวยอยู” เพราะเหตุวา พลเมือง ทั้งหมดจะไดรับการอภัยโทษแลว” อิสยาห 33:15-17,21,22,24 “เจาไมไดรหู รือ? เจายังไมไดยนิ หรือวาพระเจาฯ ทรงเปนพระเจาที่ทรงพระชนมอยูเปนนิจ พระองคเปนผูท รงสรางกระทั่งสุดปลายแผนดินโลก พระองคมิไดทรงอิดโรยและออนเปลี้ยไมมีผูใด หยั่งรูถึงพระปญญาของพระองคไดพระองคทรงประทานแรงแกผูที่อิดโรย สวนผูท ี่ออนเปลี้ยพระองค ทรงประทานกําลังให ถึงแมนคนหนุมก็ยงั มีเวลาอิดโรยและออนเปลี้ย และชายฉกรรจก็อาจหมดกําลัง ทีเดียว แตผูทคี่ อยทาพระเจาฯ จะไดรับกําลังเพิ่มขึ้น เขาจะกางปกบินขึ้นไปดูจนกอินทรี เขาจะวิ่งไป และไมรูจกั ออนเปลี้ย เขาจะเดินไป และไมรูจักอิดโรย” อิสยาห 40:28-31 “ดูกอนพีน่ องทั้งหลาย ขาพเจากลาวดังนี้วา เนื้อและเลือดจะมีสว นในแผนดินของพระเจาไมได และสิ่งซึ่งเปอยเนาจะมีสวนในสิ่งซึ่งไมรูเปอยเนาก็ไมได ดูกอนทานทั้งหลาย ขาพเจามีขอลับลึกที่จะ บอกทาน คือวาเราจะไมลวงหลับหมดทุกคน แตเราถูกเปลี่ยนแปลงใหมหมด ในขณะเดียว ในกะพริบ ตาเดียวเมื่อเปาแตรครั้งที่สุดนั้น เพราะวาจะมีเสียงแตรและคนที่ตายแลวจะเปนขึ้นมาปราศจากเปอยเนา แลวเราทั้งหลายจะถูกเปลี่ยนแปลงใหม ดวยวาซึ่งจะเปอยเนานีต้ องสวมซึ่งจะเปอยเนาไมไดและซึง่ จะ ตายนี้ตองสวมซึ่งจะไมรูตาย เมื่อความซึ่งไมอาจเปอยเนานี้จะสวมความซึ่งไมอาจเปอ ยเนา และมฤตยูนี้ จะสวมมฤตยู เมื่อนั้นคําซึ่งเขียนไวแลวจะสําเร็จคือวา ความตายก็ถึงปราชัยแลว โอ ความตาย ชัยชนะ ของเจาอยูที่ไหน? โอ ความตาย เหล็กไนของเจาอยูทไี่ หน? เหล็กไนของความตายนั้นคือความบาปและ ฤทธิ์ของความบาปนั้นคือพระบัญญัติ แตจงขอบพระคุณพระเจาผูทรงประทานชัยชนะแกเราทั้งหลาย โดย พระเยซูคริสตองคพระผูเปนเจาของเรา เหตุฉะนัน้ พี่นองทั้งหลายที่รักของขาพเจาทานทั้งหลายจง ตั้งมั่นคงอยูอยาสะเทือนสะทาน จงกระทําการขององคพระผูเปนเจาใหบริบูรณทุกเวลา ดวยวาทาน ทั้งหลายรูวา โดยองคพระผูเปนเจานัน้ การของทานจะไรประโยชนกห็ ามิได” 1 โครินธ 15:50-58 “ดูกอนพีน่ องทั้งหลาย ขาพเจาอยากใหทานทั้งหลายทราบถึงคนเหลานัน้ ที่ลวงลับไปแลว เพื่อ ทานจะไมเปนทุกขโศกเศราเหมือนอยางคนอื่นที่ไมมีหวัง เพราะถาเราเชื่อวาพระเยซูวายพระชนมและ คืนพระชนม แลว ฉันใดโดยพระเยซูนั้นพระเจาจะทรงนําบรรดาคนที่ลวงหลับไปแลวใหเขามากับ พระองคฉันนัน้ เพราะเราจะบอกขอนี้ใหทานทราบตามคําขององคพระผูเปนเจาวา เราผูยังเปนอยูแ ละ คอยทาองคพระผูเปนเจาเสด็จมาจะลวงหนาไปกอน คนเหลานั้นที่ลวงหลับไปแลวก็หามิได ดวยวาองค พระผูเปนเจาจะเสด็จมาจากสวรรคดวยเสียงกูกองดวยสําเนียงของเทพบดี และดวยเสียงแตรสังขของ พระเจา และคนทั้งหลายที่ตายแลวในพระคริสตจะเปนขึน้ มากอน ภายหลังนั้นเราผูยงั เปนอยู และคอย อยู จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพรอมกับคนเหลานั้น และจะไดพบองคพระผูเปนเจาในทองฟา อยางนั้น แหละเราจึงจะอยูกับองคพระผูเปนเจาเปนนิตย เหตุฉะนัน้ จงเลาโลมซึ่งกันและกันดวยคําเหลานี้เถิด” 22


1 เธสะโลนิกา 4: 13-18

ขอพระธรรมสําหรับเด็กหรือชุมชน “ดาวิดก็ทรงออนวอน พระเจาเพราะทารกนั้น และถือศีลไมเสวยพระกระยาหาร ไปบรรทมที่ พื้นดินตลอดคืน พวกผูเฒาแกในราชวังเชิญเสด็จใหขนึ้ จากพื้นดิน แตทานไมทรงยอมลุกขึ้น ไมเสวย กระยาหารกับเขา ถึงวันที่เจ็ดทารกนั้นก็สิ้นพระชนม สวนขาราชการมิกลาทูลใหทรงทราบ จึงพากันคิด วาเมื่อทารกนัน้ ยังทรงพระชนมอยู เราทูลเทาไร ๆ ทานก็ไมทรงสดับฟง ถาจะทูลวากุมารนั้น สิ้นพระชนมแลว ทานจะทรงเปนทุกขโศกเศราสักเทาไร? ครั้นดาวิดทรงเห็นขาราชการพูดกระซิบกัน จึ ทราบวากุมารสิ้นพระชนมแลว ทรงตรัสถามขาราชการวา ทารกตายแลวหรือ เขาทูลวา สิ้นพระชนมแลว ดาวิดก็ทรงลุกขึ้นจากพืน้ ดิน ชําระพระกายเอาน้ํามันชโลมพระองค แลวทรงพระภูษา ใหมเสด็จเขาพระวิหารนมัสการพระเจาฯ แลวเสด็จกลับพระราชวัง รับสั่งใหเอาพระกระยาหารมาเสวย ขาราชการทูลถามวา เปนอยางไรพระองคจึงทรงนําเชนนี้? คือทรงถือศีลอดพระกระยาหารและทรงกระ กรรแสง เมื่อพระกุมารยังทรงพระชนมอยู แตครั้นสิ้นพระชนมแลว ทานทรงลุกขึ้นเสวยพระกระยาหาร ดาวิดมีพระราชดํารัสตอบวา ขณะเมื่อทารกยังเปนอยูเราถือศีลอดอาหารและรองไห ใครอาจจะรูว าพระ เจาฯ จะทรงพระเมตตาเราโปรดใหกุมารมีชีวิตหรือไม? แตบัดนี้ตายแลว เราจะถือศีลอดอาหารเพื่อจะ ใหทารกกลับเปนมาอีกไดหรือ? เราจะไปตามทางทารกก็ไดแตทารกจะกลับมาหาเราอีกไมได” 2 ซามูเอล 12: 16-23 “พระเจาฯ เปนผูทรงบํารุงเลี้ยงขาพเจา ขาพเจาจะไมขัดสน พระองคทรงโปรดใหขา พเจานอน ลงในที่หญาเขียวสด ทรงนําขาพเจาไปริมฝงแมน้ําที่สงบเงียบ พระองคทรงโปรดใหจิตใจขาพเจาฟน ชื่นขึ้น ทรงพาขาพเจาไปตามชอบธรรม เพราะเห็นแกพระนามของพระองคแมวาขาพเจาจะดําเนินไป ตามหวางเขาอันมัวมืดแหงความตาย ขาพเจาจะไมกลัวอันตรายเลยเพราะพระองคทรงสถิตอยูดวย ขาพเจา ไมทณ ั ฑกร และทานพระกรของพระองคทรงประเลาประโลมขาพเจา พระองคทรงจัดเตรียม โตะไวตอหนาพวกศัตรูสําหรับขาพเจา พระองคไดทรงชโลมศีรษะขาพเจาดวยน้ํามัน จอกดื่มของ ขาพเจาเต็มลนอยู พระเมตตาและพระกรุณาคุณคงจะติดตามขาพเจาไป ตลอดวันคืนแหงชีวติ ของ ขาพเจาและขาพเจาจะอาศัยอยูในพระบรมมหาราชวังของพระเจาฯ เปนนิจกาล” สดุดี บทที่ 23 “ขณะนัน้ เขาพาเด็กเล็ก ๆ มาหาพระองคเพือ่ จะใหพระองคทรงจับตองตัวเด็กนั้น แตเหลาสาวก ก็หามปรามไว เมื่อพระเยซูทรงเห็นดังนั้นก็เคืองพระทัย จึงตรัสแกเหลาสาวกวา “จงยอมใหเด็กเล็ก ๆ เขามาหาเรา อยาหามเขาเลย เพราะวาชาวแผนดินของพระเจายอมเปนคนอยางนัน้ เราบอกทานทั้งหลาย ตามจริงวาผูหนึ่งผูใดมิไดรับแผนดินของพระเจาเหมือนเด็กเล็ก ๆ ผูน ั้น จะเขาในแผนดินนั้นไวได” แลวพระองคทรงอุมเด็กเล็ก ๆ เหลานั้นวางพระหัตถบนเขา และทรงอวยพรให มาระโก 10:13-16 23


ขอพระธรรมสําหรับผูใ หญที่ซื่อสัตยตอพระเจา “ความสุข ยอมมีแกผูที่ดําเนินตามคําชักชวนของคนชั่ว และไมไดยนื อยูในทางของคนกระทํา ผิด หรือนั่งอยูใ นที่นั่งของคนหมิ่นประมาท ความยินดีของผูนั้นอยูในพระบัญญัติของพระเจาฯ และเขา คิดรําพึงอยูในพระธรรมของพระองคทั้งกลางวันและกลางคืน เขาเปนดุจดังตนไมที่ปลูกไวริมทางน้ํา ซึ่งเกิดผลตามฤดู ใบก็ไมรูเหี่ยวแหง และบรรดากิจการที่เขากระทํานั้นก็เจริญขึ้น ฝายคนชั่วหาเปน เชนนั้นไม แตเปนเหมือนแกลบที่ลมพัดกระจายปลิวฟุงไป เหตุฉะนัน้ คนชัว่ จะตั้งยั่งยืนอยูในวัน พิพากษาไมได หรือคนที่กระทําผิดจะยั่งยืนอยูใ นที่ประชุม ของผูชอบธรรมไมได เหมือนกันเพราะพระ เจาฯ ทรงทราบทางของคนชอบธรรมแตทางของคนอธรรมนั้นจะพินาศไป” สดุดี บทที่ 1 “ขาแตพระเจาฯ ผูใดจะพักอยูในพลับพลาของพระองค? ใครจะอาศัยอยูที่ภูเขาอันบริสุทธิ์ของ พระองค? คือคนที่ประพฤติเที่ยงตรง ที่กระทําการยุติธรรมและพูดแตคําจริงจากใจของตน คนที่มไิ ดพูด นินทาดวยลิ้นของตน คนทีไ่ มกระทําชัว่ รายแกเพื่อน และไมนําความชั่วรายมากลาวสอเสียดเพื่อนบาน เขาประมาทหมิ่นผูประพฤติในทางชั่ว แตนับถือผูที่เกรงกลัวพระเจาฯ เมื่อใหสัตยสาบานแลวถึงจะเสีย ประโยชนกไ็ มกลับถอยคืนคํา เงินที่ใหเขากูไปนัน้ ก็ไมคิดดอกเบีย้ หรือรับสินบนลงโทษผูที่ปราศจาก ความผิด คนทีป่ ระพฤติเชนนั้นจะไมหวาดหวัน่ ไหวเลย” สดุดี บทที่ 15 “ใคร จะไดพบสตรีที่เปนแมเรือนดี? เพราะวาคาของนางนั้นล่ํากวาทับทิมอีก สตรีนั้นเปนที่ ไววางใจของสามี และสามีของเขาจะไมขาดกําไรเลย ตลอดอายุของนาง นางจะทําใหเกิดคุณงามความดี แกสามี และไมกอใหเกิดความเสียหาย... นางหยิบยื่นใหแกคนจน เออนางเอื้อมมือออกชวยคนเข็ญใจ... ความขยันขันแข็งและความเปนสงาเปนอาภรณของนาง และนางหัวเราะเยาะตอเหตุการณอันจะเกิดขึ้น ภายหนานางพูดจาลวนแตคําเฉลียวฉลาด และลิ้นของนางพูดเปนคําเตือนสติดวยความปราณี นางดูแล ฝายการของครอบครัวเปนอยางดี และไมเปนคนอยางชุบมือเปบ บุตรของนางก็ลุกขึ้นชมเชยเขา สามี ของนางก็สรรเสริญเขาดวยวาสตรีหลายคนไดประพฤติดี แตเธอนั้นเยี่ยมกวาเพื่อน ทาทางนวยนาดเปน ของลวง และความสวยงามเปนของไมเที่ยง แตสตรีที่ยําเกรงพระเจาฯ นัน้ จะรับคําชมเชย จงให เกียรติยศแกนางสมกับเกียรติยศของเขา และใหการงานของนางเปนทีส่ รรเสริญเขาที่ประตู สุภาษิต 31: 10-12, 20, 25, 31 “อยาใหใจทานทั้งหลายวิตกเลย ทานวางใจในพระเจา จงวางใจในเราดวย ในประสาทพระบิดา ของเรามีที่อยูหลายแหง ถาไมมีเราคงไดบอกทานแลว เพราะเราไปจัดแจงที่สําหรับทานทั้งหลาย ถาเรา ไปจัดแจงที่สําหรับทานแลวเราจะมาอีกรับทานใหไปอยูก ับเรา เพื่อเราอยูที่ไหนทานทั้งหลายจะอยูท ี่นั่น ดวย เราจะไปทางไหน ทานทั้งหลายก็รูจักทางนัน้ โธมาจึงทูลพระองควา พระองคเจาขา ขาพเจา ทั้งหลายไมรูวา พระองคจะไปทางไหน ขาพเจาจะรูจักทางนั้นอยางไรได?” พระเยซูตรัสแกเขาวา “เรา 24


เปนทางนั้น เปนความจริง และเปนชีวิตไมมีผูใดมาถึงพระบิดาเวนไวมาทางเรา... เรามอบความสุขไว แกทานทั้งหลาย ความสุขของเรา ๆ ใหแกทาน เราใหแกทานไมเหมือนโลกใหอยาใหใจทานเปนทุกข อยากลัวเลย” ยอหน 14:1-6, 27 “จงสรรเสริญพระเจา คือพระบิดาแหงพระเยซูคริสตเจาของเรา ผูไดทรงพระมหากรุณาแกเรา โปรดใหเราบังเกิดใหม ใหมีความหวังใจอันมีชีวิตอยู โดยทรงบันดาลใหพระเยซูคริสตเปนขึ้นมาจาก ตายแลว คือไดโปรดใหรบั มรดกซึ่งไมรูเปอยเนา อันปราศจากมลทินและที่จะหารวงโรยไปไม ซึ่ง เตรียมไวในเมืองสวรรคสําหรับทานทั้งหลาย ผูที่ฤทธิ์เดชของพระเจาไดทรงรักษาไวโดยความเชือ่ ให ถึงความรอดซึ่งทรงจัดไวพรอมจะไดปรากฏในเวลาที่สุด ในความรอดนั้นทานทั้งหลายมีใจชืน่ ชมยินดี มากมาย ถึงแมวาเดีย๋ วนี้จําเปนทานจะตองทน ยาก ลําบาก สักหนอยหนึ่งดวยการทดลองตาง ๆ เพื่อการ ลองดูความเชือ่ ของทาน ที่ประเสริฐยิ่งกวาทองคําที่ตองเสียไป ถึงแมวาทองคํานั้นลองดวยไฟแลวจะได เปนเหตุใหเกิดความสรรเสริญสงาราศี และเกียรติยศในเวลาที่พระเยซูคริสตมาปรากฏ คือพระองคผูที่ ทานทั้งหลาย ยังไมไดเห็นแตทานยังรัก พระองคอยูแมทา นไมเห็นพระองคเดี๋ยวนี้ แตโดยความเชื่อทาน ยังมีใจยินดีมาก ดวยความยินดีอันเหลือลนและประกอบดวยสงาราศี แลวทานทั้งหลายก็รับเหตุผลซึ่ง เกิดแกความเชือ่ ของทาน คือวาซึ่งใหวิญญาณจิตของทานรอด” 1 เปโตร 1:3-9

ขอพระธรรมสําหรับผุอาวุโส “ขาแตองคพระผูเปนเจา พระองคเปนที่อาศัยของพวกขาพเจาทุกชัว่ อายุตอ ๆ กันมากอนภูเขา ทั้งหลายไดบังเกิดขึ้น และกอนพระองคไดทรงสรางแผนดินกับพิภพโลก พระองคทรงเปนพระเจาอยู ตั้งแตอดีตกาลจน ตลอดอนาคตกาล พระองคทรงบันดาลใหมนุษยโลกกลับเปนผลคลีดิน และตรัสวา ลูกหลานมนุษยเอยจงกลับคืนเถิด เพราะในพระเนตรของพระองคพันปก็เหมือนเวลานี้ที่ลวงไปแลว และเหมือนยามเดียวในเวลาเดียวกลางคืน พระองคทรงกวาดเขาไปเสียเชนน้ําทวมกวาดไป เหมือน นอนหลับไปงีบเดียว ครั้นเวลาเชาเขาก็เหมือนตนหญาที่งอกขึ้น ในเวลาเชามันก็สดใสเบิกบาน ครั้น เวลาเย็นก็ถูกหวดลง เหีย่ วแหงไป... เพราะวันคืนของพวกขาพเจาลวงไปหมดโดยถูกความพิโรธของ พระองค ปเดือนทั้งหลายของพวกขาพเจายอมสิ้นไปดุจเสียงถอนใน ในชัว่ อายุของขาพเจามีสักเจ็ดสิบ ปเทานั้น ถาแมวาที่กําลังมากก็จะยืนไดถึงแปดสิบป กําลังที่ตนอวดนัน้ ยอมประกอบไปดวยการลําบาก และความทุกข เพราะไมชาก็จะเสียไป และขาพเจาทั้งหลายจะลวงลับไป... เพราะฉะนั้นขอทรงโปรด สอนใหขาพเจานับวันคืนทั้งหลายของพวกขาพเจาเปน เพือ่ จะไดมใี จประกอบไปดวยสติปญญา สุดดี 90: 1-6, 9, 10, 12 “ผูใดอาศัย อยูในที่อนั ลับแหงผูใหญยิ่งสูงสุด ผูนั้นจะไดอาศัยอยูในรมของพระองคผูทรงฤทธิ์ ใหญยิ่ง ขาพเจาจะกลาวถึงพระเจาฯ วา พระองคเปนทีพ่ ึ่งพํานักและเปนปอมของขาพเจา พระองคเปน 25


พระเจาของขาพเจา ๆ วางใจในพระองค ดวยพระองคจะทรงชวยทานใหพนจากบวงแรวของนายพราน และใหพนจากโรครายนั้น พระองคจะทรงปกคลุมทานไวดว ยปกของพระองค และทานจะอาศัยอยูใต ปกของพระองค ความสัตยธรรมของพระองคเปนโลและเปนดั้ง” สดุดี 91:1-4 “ขาพเจาไดเห็นฟาอากาศใหม และแผนดินโลกใหม เพราะฟาอากาศเดิมและแผนดินโลกเดิม นั้นลวงไปแลว และทะเลไมมีตอไปเลยขาพเจาไดเห็น เมืองบริสุทธิ์คือ เมืองเยรูซาเล็มใหม เลื่อนลอยลง มาจากสรรคแตพระเจา ทรงจัดเตรียมไวแลว เหมือนอยางเจาสาวตกแตงตัวไวสําหรับสามี ขาพเจาไดยนิ เสียงดังมาจากพระที่นั่งวา “จงดูเถิด พลับพลาของพระเจาก็อยูก ับมนุษยแลว พระองคจะสถิตอยูกบั เขา และพระเจาจะทรงเช็ดน้ําตาทุก ๆ หยด จากตาของเขา ความตายจะไมมีตอไป การคร่ําครวญและรองไห และการเจ็บปวดอยางหนึ่งอยางใดจะไมมอี ีกเลย เพราะเหตุการณทไี่ ดมีอยูแ ตดั้งเดิมนั้นไดลวงพนไป แลว” พระองคผูประทับบนพระที่นั่งนั้นจึงตรัสวา “จงดูเถิดเรากําลังสรางสิ่งสารพัดขึ้นใหม” และ พระองคไดตรัสแกขาพเจาวา “จงจารึกไวเถิด เพราะวาถอยคําเหลานี้เปนคําสุจริตและสัตยจริง” พระองคไดตรัสแกขาพเจาวา “ถอยคําเหลานี้สําเร็จแลวเราเปนอาละฟาและโอเมฆา คือเบื้องตนและ เบื้องปลาย ผูใดกระหาย เราจะใหผูนั้นดืม่ จากบอน้ําพุที่ประกอบดวยชีวิตโดยไมตอ งเสียคาอันใด ถา ผูใดมีชัยชนะผูนั้นจะไดสิ่งเหลานี้เปนมรดก และเราจะเปนพระเจาของเขา และเขาจะเปนบุตรของเรา” วิวรณ 21: 1-7 “ทานไดชี้ใหขา พเจาเห็นแมน้ําแหงชีวิตใสดุจแกวไหลออกมาจาก พระที่นั่ง ของพระเจาและ พระที่นั่งของพระเมษโปดกที่ทามกลางถนนในเมืองนัน้ ริมแมน้ําทั้งสองฟากมีตนไมแหงชีวติ ซึ่ง ผลิตผลทุก ๆ เดือน ปละสิบสองครั้งและใบของตนไมนั้นสําหรับรักษาพวกนานาประเทศใหหาย และ จะไมมกี ารสาปแชงใด ๆ ตอไปอีกเลย แตพระที่นั่งของพระเจาและของพระเมษโปดกนั้นจะตั้งอยูที่นั่น และบรรดาผูทาสของพระองคจะปรนนิบัตพิ ระองค และเขาทั้งหลายนั้นจะเห็นพระพักตรของพระองค และพระนามของพระองคจะอยูที่หนาผากเขา ที่นั่นจะไมมีกลางคืนตอไป และเขาไมตองการตะเกียง หรือแสงสวางแหงดวงอาทิตย เพราะวาพระองคผูเปนพระเจาจะประทานแสงสวางใหแกเขา และจะ ครอบครองอยูเปนนิตยนิรันดร” วิวรณ 22:1-5 คําอธิษฐาน จงใหคําอธิษฐานในงานศพเปนเรื่องที่เขาใจงาย ๆ เปนคําอธิษฐานที่ออกมาจากใจจริงที่ผู อธิษฐานรองทูลตอพระเจาแทนดวงใจทีก่ ําลังโศกเศรา ถาพี่นองของผูตายเปนสมาชิกของคริสตจักร หรือเปนเพื่อนของคริสตจักรที่รูจักดี บางทีศิษยาภิบาลก็อธิษฐานเผื่อพี่นองเหลานัน้ เปนรายบุคคล ถา หากวามีบางคนที่ยังไมรับพระเยซูคริสตกใ็ หอธิษฐานเผื่อคนเหลานั้นดวยโดยไมออกชื่อ เพื่อเปนการ ชักชวนใหเขารับความรอด 26


คําเทศนา ขอพระคริสตธรรมคัมภีรมีมากมายที่จะใชเทศนาเกีย่ วกับงานฝงศพ คําเทศนาควรเปนขอความ กะทัดรัดสั้น ๆ เปนคําพูดเขาใจงาย ๆ และพูดเปนการเลาโลมจิตใจของผูฟงที่กําลังระทมทุกขเนื่องจาก ผูที่รักจากไป อยาเทศนาดวยคําพูดทีแ่ ข็งกราวและดังเกินควร จงพูดใหคนเปนฟง ไมใชเทศนาใหคนที่ ตายแลวฟง พูดเปนการเลาโลมอยางเห็นอกเห็นใจใหมาก ๆ ดังขอพระธรรมที่กลาว “จงเลาโลมโอจง เลาโลมพลไพรของเรา” ถอยคําชนิดนี้แหละจะเปนการเหมาะสมสําหรับเทศนาใหผมู ีความทุกขฟง เพื่อ ดับความทุกข หากผูตายเปนคนที่เราทราบวาเขาเปนบุตรของพระเจา ก็ไมขาดขอพระคัมภีรเกี่ยวกับการ บรรเทาทุกข การเลาโลมใจ และความหวังในชีวิตอนาคตดวยเสมอ คําเทศนา ควรเปน ขอเสนอชี้ทางรอดพน จากความผิดบาปสําหรับผูฟงทุกคน คําเทศนาที่อาง วา ทุกคนจะไปสวรรคนั้นเปนการไมสมควร และเปนการพูดขัดแยงกับความจริงทีม่ ีอยูในพระคัมภีร ถา สงสัยวาคนทีต่ ายแลวไดไปอยูกับพระเจา อยาออกความเห็นพระเจาผูทรงพิพากษาโลกจะทรงจัดการ ทุกสิ่งทุกอยางไปในทางที่ถกู ที่ควรเสมอ ผูรับใชของพระเจาไมควรจะกลาวคําพิพิากษาใด ๆ เลย ถา ผูรับใชของพระเจาเห็นสมควร ก็อาจชวนเชิญใหคนฟงยินดีตอนรับเชือ่ พระเยซูหลังจากไดเทศนาจบลง แลว เพียงแตเชิญใหคนยกมือขึ้น หรือเชิญใหเขายืนขึ้น ก็เปนการเพียงพอแลว ผูเทศนาอาจพูดเพิม่ เติม ไดวาเขาอยากจะพูดกับคนเหลานี้เปนสวนตัว หลังจากการประชุมครั้งนี้เทาที่เปนสวนตัว หลังจากการ ประชุมครั้งนี้เทาที่โอกาสจะอํานวยใหเร็วที่สุด ทั้งนี้เพื่อเปนการย้ําและยืนยันการตัดสินใจของเขาอีก ครั้งหนึ่ง แตการเทศนาจะมีการเชิญคนใหรับเชื่อพระเยซูดวยหรือไมก็ตาม คําเทศนานั้นตองเนนใหผูฟง ทราบถึงความรอดในพระเจา คําอธิษฐานปดประชุม อธิษฐานสั้น ๆ ขอใหผูที่เศราโศกไดอานพระวจนะของพระเจา เพื่อจิตใจของเขาจะไดรับความ ชูใจและมีกําลัง เพื่อชีวิตตอไปภายหนา หมายเหตุ ถาจะมีการดูศพเปนครั้งสุดทายก็เปดหีบใหคนที่ตองการดูได แตตามปกติมักไมนยิ มเปดหีบดู ศพ เวนแตญาติสนิทที่อยูหางไกลเพิ่มมาถึง และอยากเห็นหนาเปนครั้งสุดทาย เมือ่ ปดหีบศพแลว ผูมี หนาที่หามศพจะชวยกันเคลือ่ นศพขึ้นรถ หรือเดินเปนขบวนไปสุสาน ศิษยาภิบาลจะนําหนาขบวนศพ ญาติพี่นองและมิตรสหายจะไปตามหลังศพ

27


2

พิธีฝง ศพที่สุสาน

หลังจากที่เคลือ่ นศพมาสูสุสาน เรียบรอยแลวศิษยาภิบาลนําขบวนศพมาสูหลุมฝงศพชา ๆ และศิษยาภบาลจะยืนอยูขางหลุม ณ ทีห่ นึง่ ที่ใดที่เหมาะสมรอจนทุก ๆ คนมายืนลอมรอบหลุมที่จะฝง ศพเรียบรอยแลว ศิษยาภิบาลจะอานขอพระธรรม หรือจะรองเพลงที่เหมาะสมกับงานศพสักหนึ่งบท แลวจึงทําพิธีฝง ศพ โดยศิษยาภิบาลวางดอกไมและดินเปนคนแรกพรอมกับพูดวา “ซึ่งเปนดินจะกลับ เปนดิน ซึ่งเปนเถาจะกลับเปนเถา ซึ่งเปนธุลีจะกลับเปนธุลี” แลวแขกผูมารวมพิธี และญาติมิตร จะวาง ดอกไมและดินศิษยาภิบาลขอพระพรปดการประชุม การวางดอกไมและดิน บางแหงนิยมวางดอกไมและดินเวลาฝงศพ ดินจะปนกอนกลม ๆ หอ ดวยกระดาษสีดําหรือกระดาษสีขาวก็ได ทั้งนี้ยอมแลวแตความนิยม และความสะดวกของเจาภาพที่จะ จัดทํา

สําหรับฝงศพคริสเตียน อาน 1 เธสะโลนิกา 4: 13-18 หรือ 1 โครินธ 15:51-58 “พี่นองและสหายที่เคารพ เราไดมาชุมนุมกันในที่นี้ เพือ่ นําเอารางกายของญาติของเราคนนี้มา ไว ณ ที่นี้ สวนวิญญาณของเขาไดไปอยูกบั พระเจาแลว ณ ที่หลุมฝงศพนี้เรานําเอารางกายของเขามาฝาก ไวกับดินแหงโลกนี้ เพือ่ เปนที่ระลึก เราไมไดมองดูสถานที่นี้ดวยความเศราโศกและหมดหวัง เหมือนกับคนที่ไมมีพระเจาเราเชื่อวาการจากไปจากรางกายของผูนี้เปนการไปเฝาอยูเฉพาะพระพักตร พระเจา ฉะนัน้ การตายจึงดีกวา ดังนั้นเราจึงมอบรางกายของผูนี้ไวกบั ดิน เรากําลังคอยดวยความหวังใน การเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต เราเชื่อวาผูที่ตายแลวในพระคริสตจะฟนคืนชีพอีก และเราซึ่งเปน คนของพระเยซูคริสต ซึ่งยังเปนอยูแ ละคอยอยูจะถูกรับขึ้นไปในเมฆพรอมกับคนเหลานั้น และจะได พบองคพระผูเปนเจาในทองฟา อยางนัน้ แหละเราจึงจะอยูกับองคพระผูเปนเจาเปนนิตยเหตุฉะนัน้ ทาน ทั้งหลายจงเลาโลม ซึ่งกันและกันดวยขอความเหลานีเ้ ถิด” หรือจะอาน ขอเชิญทานที่เคารพไดสดับพระธรรมโอวาทของพระเจาดังนี้วา “พระเจาไดทรงประทานให และพระเจาไดทรงเรียกกลับคืนไปอีกจงสรรเสริญพระนามของพระองค” “อยาใหใจของทานเปนทุกข อยากลัวเลย”

28


“ทานที่เคารพ เราไดมาชุมนุมกัน ณ ทีน่ ี้เพื่อนํารางกายของผูที่รักของเราผูนี้มาฝากไวกับดินให เราระลึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจาอยูเสมอเปนนิจนิรันดร จงใหชีวิตของทานดํารงอยูดว ยความเชื่อ ซึ่งมั่นคงกวาความตาย จงเลาโลมซึ่งกันและกันดวยความหวังแหงชีวิตซึ่งจะไมรูจักสูญสิ้นตอไปอีก นิรันดร เราจึงมอบรางกายคือ เรือนดินของผูที่รักของเราไวกับดินเมือ่ เราทั้งหลายมีลักษณะสมกับดิน มาแลว เราก็จะมีลักษณะสมกับสวรรคเหมือนกัน” หรือจะอาน “พระเจาฯ ทรงเปนสวางและความรอดของขาพเจา ขาพเจาจะตองกลัวผูใดเลา? พระเจาฯ ทรง เปนกําลังวังชา แหงชีวติ ของขาพเจาขาพเจาจะตองไปกลัวใคร... สิ่งเดียวซึ่งขาพเจาไดขอจากพระเจา แลวขาพเจาจะเสาะหา สิ่งนัน้ คือที่จะไดอาศัยอยูใน พระวิหาร ของพระองคตลอดชั่วชีวิตของขาพเจา เพื่อจะไดเห็นความสงางามของพระเจาฯ และจะไดพนิ จิ พิจารณาพระวิหารของพระองค” มีมิตรสหายของเราบางคนไดมีหุนสวนรวมสุขรวมทุกขกับพี่นองในพระคริสตของเราที่ ลวงลับไปแลวนี้มาเปนเวลาแรมป เราคงจําเรื่องราวตาง ๆ ที่เปนพระพรแหงความสุขและความเจริญใน พระเจาตลอดระยะเวลาเหลานั้นที่ผานมาซึ่งเราจะถนอมความรูสึกดีเหลานี้ไวเสมอ ความซื่อสัตยสุจริต การเปนมิตร และชีวิตทีพ่ ลีอุทิศเพื่อพระเจา จะเปนพยานในชีวิต ของเราทุกคนทั้งในคริสตจักรและใน ตําบลนี้ ผูนี้ไดรักบูชาและปฏิบัติมาเปนเวลานาน เราจึงขอมอบรางกายของเขาใหพกั อยู ณ ทีน่ ี้ และเรารู แนนอนวาจิตวิญญาณของเขาไดอยูกับพระเจาแลว ในปราสาทของพระองค และในพิธีเชนนี้เราจึงมอบ จิตใจของเราไวดว ยความไววางใจ และความหวังอันแนนอนแหงการฟนคืนชีพ ดวยการมีชีวิตนิรันดร กับองคพระเยซูคริสตตลอดสืบ ๆ ไป” หรือจะอาน “ดวยวาพระเจาผูทรงฤทธานุภาพทรงพอพระทัย กอปรดวย พระมหากรุณาธิคุณอันใหญหลวง ของพระองค ไดทรงรับเอาดวงวิญญาณของนาย..... (หรือนาง..... หรือนางสาว....... หรือคุณ..............) ไปจากเรา เหตะฉะนัน้ เราจึงมอบรางกายของเขาฝากไวกับดิน ซึ่งเปนดินจะกลับเปนดิน ซึ่งเปนเถาจะ กลับเปนเถา ซึ่งเปนธุลีจะกลับเปนธุลี แตเราเชื่อและแนใจในการฟน คืนชีพดวยรางกายใหมในอนาคต สูชีวิตนิรันดรรวมกับองคพระเยซูคริสต ผูซึ่งจะทรงเปลี่ยนรางกายทีเ่ ปอยเนาของเรานี้ไปสูรางกายที่ไม รูจักเปอยเนา ซึ่งเปนการที่มสี งาราศี สมกับพระกายอันทรงเกียรติของพระองค ทั้งนี้พระองคทรงฤทธา นุภาพทีจ่ ะดลบันดาลใหทกุ ๆ สิ่งเปนไปตามพระประสงคของพระองคทุกประการ อาเมน”

29


สําหรับฝงศพเด็ก อานอิสยาห 40: 11 หรือมาระโก 10:13-16 “พระเยซูทรงอุมเด็ก เล็ก ๆ ไวในพระหัตถของพระองค และทรงอวยพระพรใหแกเด็ก ๆ เหลานั้น” ใหเราใชเรื่องนี้ซึ่งแสดงพระลักษณะของพระเยซู ขณะที่พระองคประทับอยูในโลกนี้ แลว เปลี่ยนเรื่องจากโลกนี้ใหเปนภาพของสวรรค อีกครั้งหนึ่งพระองคทรงกางพระหัตถออกตอนรับเด็ก แลวโอบเขาไวในพระทรวงของพระองค ดวยความรักทีส่ ุดซึ่งออกมาจากพระทัยของพระองค พระองค ไดสั่งเราวาจงยอมใหเด็ก ๆ มาหาพระองค อยาหามเขาเลย การจากไปของเด็กที่เรารักมากก็เปนการนํา สวรรคใหเขามาใกลจิตใจของเรามากขึ้น เพราะเด็กนี้ไปอยูกับพระเยซูเจาแลว” หรือจะอาน “อาณาจักรสวรรคเปนเสมือนอาณาจักรของเด็ก ๆ วันนี้เรารูสึกวาสวรรคเปนของจริงสําหรับ เรามากขึ้นยิ่งกวาวันกอน และเรารูสึกวาเรากําลังโอบอุมเอาชีวิตนิรันดรไวในมือของเรา ขณะที่เรากําลัง อุมเด็กเล็ก ๆ เชนนี้ไวในแขนของเรา จงใหเราฟงและประพฤติตามพระธรรมโอวาทของพระเยซู ใหเรา มีน้ําใจเปนเหมือนจิตใจของเด็กเล็ก ๆ เพื่อเราจะเขาอาณาจักรสวรรคของพระเจาได เราใครปรารถนาวา ทุกคนมีความแนใจวาจะเขาในสวรรคเชนเดียวกับเด็กเล็กนี้ เนื่องจากเราไดรับการเลาโลมใจจากความ จริงขอนี้เราจึงฝากรางกายของทารกคนนี้ไวในดินเพื่อเปนที่พักผอนของเขา เหตุฉะนั้นใหเราตั้งใจอีก ครั้งหนึ่งวาเรา จะดําเนินชีวิต เพื่อรับชีวิตนิรันดรโดยพระเยซูคริสตเจา” หรือจะอาน “จงยอมใหเด็กเล็ก ๆ เขามาหาเรา อยาหามเขาเลย เพราะชาวแผนดินสวรรคของพระเจายอม เปนคนอยางนัน้ ” “พระเจาผูทรงพระชนมอยูเปนนิจเปนที่อาศัยของเจา และพระหัตถอันถาวรเปนนิจ ของพระองคกร็ ับรองเจาอยู” เนื่องจากเปนที่พอพระทัยของพระทัยของบิดาเจาผูสถิตอยูในมหาสวรรค และพระองคทรงเปน ผูเลี้ยงแกะ ของบรรดาลูกแกะทั้งหลาย จะรับจิตวิญญาณของเด็กนีเ้ ขาไวในคอก แกะแหงเมืองสวรรค ดังนั้นเราจึงมอบรางกายของเด็กคนนี้ไวกับดิน พระเจาแหงพลโยธาตรัสวา “ใน วันที่เราจะเก็บรวบรวมเพชรพลอยของเราไว เขาทั้งหลายก็จะเปนคนของเรา “แตนี้ไปเขาจะไมหวิ กระหาย และแสงแดดและความรอนจะไมสองตองเขาตอไป เพราะวา พระเมษโปฏกที่ทรงอยูทามกลางพระที่นั่งนั้นจะอนุบาลเขาไว และจะทรงนําเขาไปถึงน้ําพุอัน ประกอบดวยชีวิต และพระเจาจะทรงเช็ดน้ําตาทุก ๆ หยดจากตาเขาทัง้ หลาย”

30


สําหรับฝงศพผูที่ไมเปนคริสเตียน เลือกบางขอจาก สดุดี 46,90,19,103 ยอหน 14 หรือ ยอหน 11: 25-36 “ณ ที่นี้เปนสถานที่ซึ่งเราผูยังไมตายไดมาแสดงคาราวะและไวอาลัยแกผูตาย “มนุษยซึ่งเกิดจาก เพศหญิงยอมมีแตวนั เวลานอยนัก และประกอบไปดวยความทุกขยากลําบาก” “เพราะวาเราเขามาใน โลกไมไดเอาอะไรมาฉันใด เราไปจากโลกก็เอาอะไรไปไมไดฉันนั้น” ในทามกลางการมีชีวิตอยู เราก็ อยูทามกลางความตายเราจะไปขอความชวยเหลือ จากใครไดนอกจากพระเจา ผูซึ่งทรงรังเกียจตอความ บาปของเรา? นี่แหละเปนสุดปลายทางของการมีชีวิต และจงใหคนทีม่ ีชีวิตอยูไดพจิ าณา และตรึกตรอง ความจริงขอนี้ ไมมีการงานที่ตองทํา ไมมีความรูใด ๆ หรือไมมีการบายเบี่ยงเลี่ยงได และไมมีสติปญ  ญา ใด ๆ ในหลุมฝงศพซึ่งเราจะตองไปเราทราบวา “มนุษยทั้งหลายมีกําหนดไวแลววาจะตองตายหนหนึ่ง และภายหลังนัน้ จะถึงการพิพากษา ดังนั้นใหเรา ณ ทีน่ ี้จงแสวงหาพระเจาดวยสิ้นสุดจิตใจของเรา และ จงตอนรับเอาความรอดพนบาป ซึ่ง พระองคทรงยื่นใหแกเราดวยพระคุณของพระองค พระคริสตธรรม คัมภีรไดสอนเราวา “พระกรุณาของพระเจานั้นเปนที่จะนําเราใหกลับใจเสียใหม” และการกลับใจเสีย ใหม จะนําเรามาถึงของประทานอันยิ่งใหญของพระเจาคือการไดรับชีวิตนิรันดรโดยอาศัยพระบารมี ของพระเยซูคริสตเจา ขอใหพระมหากรุณาธิคุณของพระเจาเปนการเตือนเราถึงความรักของพระองค เจาซึ่งมีตอเราในองคพระคริสตบัดนี้เราไดมอบรางกายของคนที่รักของเราคนนี้มาฝากไวในทีห่ ยุดพัก และเรามอบจิตวิญญาณไวกบั พระเจา เพราะเรารูวาพระเจาเปนผูพิพากษาโลก จะทําสิ่งที่ถูกตองเสมอ” หรือจะอาน “พระเยซูตรัสวา “เราบอกทานทั้งหลายตามจริงวา ถาผูใดฟงคําของเรา และเชื่อพระองคที่ทรง ใชเรามา ผูนั้นมีชีวิตนิรันดร และมิไดเขาในการพิพากษา แตไดพน จากความตายเขาในชีวิตแลว... ทาน ทั้งหลายอยาประหลาดใจในขอนี้เลย เพราะเวลาจะมาเมื่อบรรดาคนที่อยูในอุโมงค ฝงศพจะไดยิน สําเนียง ของพระองคและจะไดเปนขึ้นมา ผูที่ไดประพฤติดีจะเปนขึ้นมาสูชีวิต แตผูที่ไดประพฤติชั่วจะ เปนขึ้นมาสูการพิพากษา” ดังนั้นจึงเปนการพอพระทัยพระเจาผูทรงฤทธาศักดานุภาพทีไ่ ดรับจิต วิญญาณของเพื่อนที่รักของเราไปจากโลกนี้ เหตุดังนั้นเราจึงฝากรางกายของผูนี้ไวกับดิน เพื่อจะคอย การฟนขึ้นมาจากความตายดังที่พระเยซูไดตรัสไวแลว” ขอพระพรปดประชุม หลังจากทําพิธบี รรจุศพแลว ควรมีการอธิษฐานอีกครั้งหนึ่งพรอมกับขอพระพรปดประชุม การ อธิษฐานครั้งหลังนี้เปนการอธิษฐานขอการเลาโลมจากพระเจามาใหแกผูที่กําลังประสบความทุกข และ

31


ใหอธิษฐานเผื่อผูเปนอยูจะไดเตรียมตัว สําหรับวันขางหนาศิษยาภิบาลอธิษฐานขอพระพร คัดจากขอ พระคัมภีรดังนี้วา “พระเจาฯ จงอวยพระพรแกทานและปกปองรักษาทาน พระเจาฯ จงกระทําใหพระพักตรของ พระองคสองสวางแกทาน และทรงพระกรุณาโปรดแกทาน พระเจาฯ ทรงเงยพระพักตรของพระองค ขึ้นเหนือทาน และประทานความสุขสําราญแกทาน”กันดารวิถี 6:24-26 “สันติสุขแหงพระเจา ซึ่งเหลือที่จะเขาใจได จะคุมครองใจและความคิดของทานทั้งหลายไวใน พระเยซูคริสต” ฟลิปป 4:7 “บัดนี้ขอใหพระองคพระเยซูคริสตเจาของเราเอง และพระเจาคือพระบิดาของเรา ผูทรงรักเรา และทรงประทานใหเรามีความชูใจนิรันดรและความหวังอันดีโดยพระคุณ ทรงชูใจและตั้งใจของทาน ไวใหมั่นคงในกิจการ และในวาจาอันดีทุกอยาง” 2 เธสะโลนิกา 2:16, 17 “ขอพระเจาแหงสันติสุข ผูไดทรงบันดาลใหพระเยซูเจาของเราเปนขึ้นมาจากตาย คือพระองคผู ทรงเปนผูเลี้ยงแกะอันเลิศ โดยโลหิตแหงคําสัญญาไมตรีนิรันดร ทรงกระทําใหทานทั้งหลายเปนคน สําเร็จถวนถี่ในการดีทุกอยางเพื่อจะไดประพฤติตามพระทัยของพระองค และทรงตกแตงเราทั้งหลาย ใหเปนที่ชอบพระทัยตอคลอง พระเนตรของพระองคโดย พระเยซูคริสตจงถวายสงาราศีแกพระองคนั้น สืบ ๆ ไปเปนนิตย อาเมน” ฮีบรู 13:20, 21 หมายเหตุ มีบอยครั้งที่พิธีซึ่งทําขางหลุดฝงศพนี้รูสึกวา มีผูโศกเศราเปนทุกขหนักใจมากที่สดุ คือบางที เขาจะรูสึกวาเหวและอางวางชอบกล โดยนึกวาคนที่รักของตัวตองถูกฝงอยูในดินแตคนเดียว และไมได เห็นหนากันอีกเลย เพราะฉะนั้นศิษยาภิบาลควรไปพูดจาปลอบโยนทันทีที่ทําพิธีเสร็จ อาจเดินเลีย่ งเขา ไปใกล ๆ ตัวในขณะนัน้ และใหคาํ ปลอบโยนหนุนใจเขาเปนพิเศษ เปนการเฉพาะตัวสําหรับคนนั้น ๆ ศิษยาภิบาลควรอยูสนทนาปราศัยกับผูเศราโศกใหนานพอสมควรแกเวลา และถามีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่อาจ เปนคุณประโยชนแกเขาหรืออาจจะชวยเหลือเขาไดก็ควรลงมือทําทันที ทั้งนี้เพื่อระงับความโศกเศราที่ ตื่นตัวอยูในขณะนั้น และในโอกาสเชนนีแ้ หละที่ศษิ ยาภิบาลจะมีโอกาสงาม ๆ พูดเงียบ ๆ กับคนที่กําลัง ทุกขโศกเกีย่ วกับชีวิตทางดานจิตวิญญาณ

32


3

ศีลบัพติศมา

คํานํา พระเยซูตรัสสั่งเราทั้งหลายวาใหคริสเตียนพึงปฏิบัติแตเพียงศีลสองอยางเทานั้น คือศีลบัพติศ มาและศีลมหาสนิท คริสเตียนทัว่ โลกพากันยืนยันอยางแนนอนวา การรับ ศีลบัพติศมานั้นเปน ประสบการณแหงวิญญาณจิตที่สําคัญอันหนึ่งในชีวิตของคริสเตียน เพราะฉะนัน้ ใหผูรับใชของพระเจา จงทําตามจุดประสงคของพิธีบัพติศมาซึ่งวางแบบไวในพระคัมภีร และพิธีเชนนี้ควรไดรับการ สนับสนุนให คนเชื่อ พระเจาพึงปฏิบัติตาม มีขอปลีกยอยอยูสองสามขอ ซึ่งศิษยาภิบาลควรปฏิบัติเพื่อใหพิธีดําเนินไปอยางเรียบรอย ก. สิ่งแรกศิษยาภิบาลจะตองรูแนวาคนทีม่ าขอรับศีลบัพติศมานั้นไดบังเกิดใหมจริง ๆ แลวมี บอยครั้งที่คนมาขอใหทํา พิธีบัพติศมาก็เนือ่ งจากเห็นคนอื่นทํา ตัวเองก็เลยอยากทําตามบางหรือเห็นวา เปนสิ่งสมควรจะทําได แตเขายังไมไดกลับใจเสียใหม ข. จงอธิบายอยางระมัดระวัง แตตองใหผูมารับบัพติศมาทุกคนเขาใจความหมายของศีล บัพติศมาอยางแจมแจง ค. จงอบรมถึงการแตงกายใหเหมาะสมกับพิธีบัพติศมา และแนะนําใหเอาเสื้อผามาอีกชุดหนึ่ง เพื่อเปลี่ยนชุดที่เปยก เปนการชวยใหผูรับศีลไมรูสึกกระดากอายหรืออึดอัดเวลาเขาพิธจี ริง ๆ การไวสงาของพิธีควรรักษาไว ขอแนะนําตอไปนี้ควรอธิบายใหผูรับพิธีทราบ คืนคนที่จะรับ พิธีบัพติศมา เวลาลงในน้ําให หันหนาไปสูที่ประชุม เมือ่ ศิษยาภิบาลกลาวคําของพิธีแลวศิษยาภิบาลจะ เอาผาเช็ดหนาสะอาดปดปากปดจมูกของผูรับศีล แลวใชมืออีกขางหนึ่งชอนประคองบาของผูนั้น เพื่อ ชวยพยุงใหหลังเอนลงไปในน้ําและกลับขึ้นมาไดสะอวด บางคนก็จบั ที่ขอมือของศิษยาภิบาลดวย เมื่อ กลับยืนเปนปกติ แลวใหผูรบั ศีลยืนสงบ จนถึง ทุกคนรับพิธีบัพติศมาเสร็จ พิธีศีลบัพติศมา การรับพิธีบัพติศมาควรไดรบั การไตรตรองและเอาใจใสมาแลวอยางดี ไมวาพิธีบัพติศมานั้นจะ ทํารวมกับพิธนี มัสการปกติหรือจะแยกทําพิธีบัพติศมาตางหาก ขอแนะนําใหใชระเบียบวาระดังนี้ 1. เลือกรองเพลงใหเหมาะสมกับพิธี 2. เลือกอานหรือทองจําจากขอเหลานี้ หรือ ขออื่น ๆ ที่เหมาะสม มัทธิว 3: 13-17 กิจการ 8:35-39 33


มัทธิว 28: 16-20 โรม 6:1-5 มาระโก 16: 14-18 โคโลสี 2:12-14 3. อธิบายความหมายของบัพติศมาเพียงสัน้ ๆ 4. ศิษยาภิบาลและผูรับศีลจะลงไปในน้ํา ศิษยาภิบาลพูดกับผูมารับบัพติศมาที่ละคน “ทานแนใจหรือวาทานไดเปนบุตรของพระเจาแลว เพราะอาศัยบารมีแหงความเชื่อในองคพระ เยซูคริสตวา พระองคทรงเปนผูปลดเปลื้องบาปของทานแลว ทานเห็นชัดเจนในขอนีจ้ ริง ๆ หรือ?” ผูรับบัพติศมาจะตอบวา “ขาพเจาเห็นแลว” ทานมีความประสงค จะติดตามพระเยซูคริสตในการที่ตัวของทานเองไดตายแลวในชีวิตเกา เพื่อเดินไปในชีวิตใหมกับองคพระเยซูคริสตหรือ?” ผูรับบัพติศมาจะตอบวา “ขาพเจาขอสัญญาอยางนั้น” หมายเหตุ หลังจากไดไตถามปากคํา แตละคนแลวจะใหโอกาสแกผทู ี่รับพิธีบัพติศมากลาวคํา เปนพยานก็ได ถาประสงคเชนนั้น “นาย.... หรือนาง...... หรือ....... นางสาว ....... โดยการรับดวยปากของทานเองวา ทานมีความ เชื่อในองคพระเยซูคริสตโดยนับถือวา พระเยซูคริสตทรงเปนพระผูไถบาปประจําตัวของทาน โดยเฉพาะ และโดยการเชื่อฟงพระเยซูคริสต ทานไดสําแดงความประสงคของทานที่จะติดตามพระองค ไปโดยยอมใหตัวเองตายไปจากชีวิตเกา และยอมเดินตามพระเยซูคริสตในชีวติ ใหม ขาพเจาจึงใหทาน รับบัพติศมาในนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ อาเมน” (ณ ทีน่ ี้ผูรับพิธีบัพติศมา จะจุมลงไปในน้ําดังที่อธิบายมาแลว) 5.จะรองเพลงสักขอหนึ่ง หรือขอรองรับระหวางผูรับพิธีบัพติศมาแตละคนก็ได เปนสิ่งที่ดีถาจะมอบประกาศนียบัตรใหแกผูเขารับพิธีบัพติศมาไวเปนหลักฐาน (สัง่ ซื้อไดจาก กองคริสเตียนบรรณศาสตร กรุงเทพ)

34


4

ศีลมหาสนิท

คํานํา พิธีศีลมหาสนิท หรือ ศีลระลึกนั้นเปนการผูกมัดอันศักดิ์สิทธิ์ของผูเชื่อกับ พระองคเจาผูทรง ฟนคืนพระชนม และเปนการผูกมัดคริสเตียนใหมีสามัคคีธรรมซึ่งกันและกัน เพื่อไดรับพระพรจากพระ เจา ศีลมหาสนิทเปนพิธีทรี่ ะลึกถึงพระเยซูคริสต และกิจกรรมที่พระองคไดทรงกระทําไว และการ สิ้นพระชนมบนกางเขนการรวมโตะเสวยกับพระเยซูคริสตเปนเวลาทีจ่ ิตวิญญาณไดรับประสบการณ อันสูงสุด ไมมีการประชุมนมัสการอื่นใดที่มีคาเทากับพิธีศีลมหาสนิท แตนาเสียดายที่พิธีอันสูงศักดิ์ เชนนี้หลายคนทําใหกลายเปนพิธีที่ไรความหมาย จงใหศิษยาภิบาลเขาใจจุดประสงคแหงความจริงขอนี้ เพื่อจะไดปฏิบตั ิตอพิธีในทางที่ถูกที่ควร การเตรียมเครือ่ งถือศีลมหาสนิทนั้นเปนหนาที่ซึ่งศิยาภิบาลจะตองเปนหวง ถาศิษยาภิบาลจะไม เตรียมเองก็จงมอบใหคนหนึง่ รับผิดชอบ ผาปูโตะควรสะอาดจริง ๆ ถวยน้ําองุนและภาชนะใสขนมปง ควรสะอาดเปนพิเศษและเจาหนาที่ซึ่งเปนผูสงน้ําองุนกับขนมปงควรแตงกายสะอาด คนเหลานั้นที่มี สวนชวยในพิธีจะไดรับการบอกเลากอนลวงหนาวา แตละคนมีหนาทีอ่ ยางไร และพิธีจะตองดําเนินไป อยางไรจะตองรูกันหมด เมื่อพิธีศีลมหาสนิท อยาใหเกิดความคิดทีว่ า การทําพิธีศีลระลึกรวมโตะเสวยกับพระเยซูนั้น เปนการเพิ่มเติมจากการนมัสการพระเจาตามปกติ แตการประชุมนมัสการนั้นควรใหคําเทศนาเปน ขอความที่เตรียมจิตใจ เพื่อเขาพิธีศีลมหาสนิท และการประกอบพิธีศลี มหาสนิทนี้ไมควรทําใหเปนการ เรงรีบ จงใหทกุ ๆ อยางในการนมัสการเล็งถึงพิธีศีลมหาสนิทอันศักดิ์สทิ ธิ์ ศิษยาภิบาลควรเชื้อคริสเตียนทุกคนที่มารวมการนมัสการใหเขารวมพิธีศีลมหาสนิทถึงแมวา คริสเตียนผูนนั้ จะมาถามคณะอื่น โดยเฉพาะผูที่รูวาตนไดบังเกิดใหมแลว และมีความประสงคที่จะ ดําเนินชีวิตคริสเตียน ศิษยาภิบาลไมควรหามผูใด แตเชิญเขาโดยกลาววา “จงใหทุกคนพินิจดูใจของตนเสียกอน”

แบบที่หนึ่ง การถือศีลมหาสนิทพรอมกัน การถือศีลมหาสนิท พรอมกันเปนแบบที่โดยมากกระทําคลาย ๆ กันทั่วโดย กลาวคือ แจกขนม ปงใหแกคริสตสมาชิกผูเขารวมพิธีทั่วทุกคน และใหถือขนมปงไวกอนจนกวาจะใหอาณัติสัญญาณ รับประทานพรอม ๆ กัน และการทําพิธีกับถวยน้ําองุนก็ใหทําอยางเดียวกัน

35


คณะผูปกครองของคริสตจักรจะเขามาประจําโตะมหาสนิท อยางมีระเบียบและเปนสงานา เคารพ (คอย ๆ เปดผาคลุมขนมปงและถวยน้ําองุน) ศิษยาภิบาลจะอานขอพระธรรม (หรือเลาจากความจําดีกวา วา) “ดวยวาขาพเจาไดรบั เรื่องพิธี ศีลระลึกจากองคพระผูเปนเจา ขาพเจาจึงไดมอบเรื่องนี้ไวกับทานทัง้ หลายแลว คือในกลางคืนวันนัน้ เมื่อเขาทรยศขายพระเยซูเจาพระองคทรงหยิบขนมปง ครั้นขอบพระคุณแลวจึงทรงหักเสียตรัสวา “นี่ เปนกายของเรา ซึ่งทรงประทานใหทานทัง้ หลาย จงกระทําอยางนี้ใหเปนที่ระลึกถึงเรา” (1 โครินธ 11: 23, 24) อธิษฐานขอบพระคุณสําหรับเครื่องหมายขนมปง (จงใหผูปกครองคนหนึ่งอธิษฐานแทนก็จะ เปนการดี) ศิษยาภิบาลกลาวนําตอไป “ครั้นขอบพระคุณแลวจึงทรงหักเสียตรัสวา “นี่เปนกายของเราซึ่ง ทรงประทานใหทานทั้งหลาย จงกระทําอยางนี้ใหเปนที่ระลึกถึงเรา” ศิษยาภิบาลจะขอรองใหที่ประชุมถือขนมปงไวจนแจกใหทั่งถึงกันทุกคน แลวจึงสั่งถาดขนม ปงใหแกบรรดาผูปกครองไปแจกแกมวลสมาชิก และศิษยาภิบาลจะนัง่ ลงขณะที่ผูปกครองแจกขนมปง ขณะทีแ่ จกขนมปง ดนตรีจะบรรเลงเพลงเบา ๆ หรือจะใหที่ประชุมรองเพลงก็ได หรือจะ อธิษฐานเงียบ ๆ ขณะแจกขนมปงก็ได เมื่อผูปกครองแจกขนมปง และนําถาดมาสงใหศิยาภิบาล แลวไปสั่งซึ่งสํารองไวโดยเฉพาะ ศิษยาภิบาลจะรับถาดขนมปงแลวก็สงขนมปงใหแกผูปกครอง ศิษยาภิบาลอานขอพระธรรม หรือจะพูดปากเปลาก็สุดแตเห็นควร แตถอยคําของศิษยาภิบาลควรมุง ตรงไปที่พระเยซูคริสตดวยความ เคารพ หมายเหตุ เพื่อเปนการเปลีย่ นรสนิยม ศิษยาภิบาลจะอธิษฐานขอบพระคุณในเมื่อขนมปงไดสง จนทั่วทุกคนแลว พออธิษฐานจบก็รับประทานพรอมกัน เมื่อรับประทานขนมปงเสร็จแลว ใหทุกคนสงบใจอธิษฐานเงียบ ๆ เพียงระยะครูห นึ่ง ครั้น แลวศิษยาภิบาลจึงอางขอพระธรรมที่วา “เมื่อรับประทานขนมปงแลว พระองคจึงทรงหยิบจอก (ผูปกครองยืนขึ้น แลวศิษยาภิบาลหรือผูปกครองคนหนึง่ อธิษฐานขอบพระคุณสําหรับน้ําองุน) ศิษยาภิ บาลอางขอพระธรรม “เมื่อรับประทานขนมปงแลว พระองคจึงทรงหยิบจอกดวยอาการอยางเดียวกัน ตรัสวา “จอกนี้คือคําสัญญาใหมดว ยโลหิตของเรา เมื่อทานดื่มจากจอกนี้เวลาใด จงดื่มเปนที่ระลึกถึงเรา เพราะวาเมื่อทานทั้งหลายกินขนมปงนี้และดื่มจากจอกนีเ้ วลาใด ทานก็ประกาศการวายพระชนมของ องคพระผูเปนเจาวาพระองคจะเสด็จมา” ศิษยาภิบาลจะขอรองใหที่ประชุมถือถวยน้ําองุนไว จนกวาทุก ๆ คนจะไดรับถวยน้ําองุนทัว่ กัน ศิษยาภิบาลจะมอบถาดน้ําองุนยืน่ ใหแกผูปกครอง ผูปกครองจึงนําออก 36


แจกแกที่ประชุม และศิษยาภิบาลกลับไปนั่งที่เดิม (ในที่นี้ดนตรีจะบรรเลงเพลงเบา ๆ ก็ไดหรือจะใหที่ ประชุมรองเพลงก็ได หรือจะเชิญชวนใหทุกคนสงบใจอธิษฐานขณะที่แจกน้ําองุนก็ได) เมื่อผูปกครอง สงทั่วแลวศิษยาภิบาลจะรับถาดน้ําองุนจากผูปกครอง แลวผูปกครองนั่งที่ซึ่ง สํารองไว ศิษยาภิบาลสงน้ําองุนใหผูปกครองทีละคน ศิษยาภิบาลหยิบจอกน้ําองุนแลวอธิษฐาน หรือจะ อานขอพระธรรมตอนหนึ่งตอนใดที่เหมาะสมกับพิธีนี้ หรือจะพูดดวยปากเปลาก็ได ที่ประชุมรับประทานน้ําองุนพรอมกัน แลวสงบใจอธิษฐาน ศิษยาภิบาลจะอธิษฐานอีกที (ถาไม มีที่สําหรับวางถวยเปลา ศิษยาภิบาลจะสงถาดใหผูปกครองเพื่อเก็บถวยเหลานั้น) การถวายทรัพยเพื่อการกุศลใด ๆ (ถาเปนธรรมเนียม ของคริสตจักร จะมีการเรียไร เปนพิเศษ เจาหนาทีก่ ็ควรไดรับคําบอกเลาลวงหนาเพือ่ เตรียมทุกอยางใหพรอม) ถวายเพลงบทสุดทาย ขอพระพรปดประชุม

แบบที่สอง การถือศีลมหาสนิทโดยรับประทานขนมปงและน้ําองุนติดตอกันไป ถามีคนมาก และมีผูปกครองหลายคนจะชวยกันผูปกครองพวกหนึ่งแจกขนมปง และอีกพวก หนึ่งแจกน้ําองุน และแจกขนมปงและน้าํ องุนติดตอกันไปเลยแตทั้งนี้ตองระวังการแจกใหกระทําดวย เปนระเบียบและใหเปนที่นานับถือ สวนการรับประทานนั้นจะรับประทานขนมปงและน้ําองุนติดตอกัน ไป พรอมทุกคน เมื่อศิษยาภิบาลกลาวคําเชิญใหรับประทาน

แบบที่สาม การถือศีลมหาสนิทโดยใหทุกคนบริการแกอีกคนหนึ่งกอน จะใหมวลสมาชิกสงขนมปงและน้ําองุนตอ ๆ กันไปเองก็ยอมทําได เพื่อกอใหเกิดความสนิท สนมเปนกันเองมากขึ้นระหวางสมาชิกดวยกัน ณ โตะเสวยของพระเยซูคริสต ผูปกครองจะสงถาดขนม ปงใหสมาชิกคนที่สองในแถวแรกรับไว คนนั้นจะยืน่ ใหคนที่หนึ่งหยิบขนมปง แลวคนที่สองสงถาดให คนที่สามรับไวคนที่สามยื่นถาดใหคนที่สองหยิบ คนที่สามสงตอไปคนที่สี่ และทําดังนัน้ ตลอดแถว จนถึงคนสุดทาย คนสุดทายสงใหผูปกครอง ผูปกครองจะยืน่ ถาดใหคนสุดทายหยิบ แลวทําอยาง เดียวกัน เมื่อสงน้ําองุนดวย

แบบที่สี่ การถือศีล มหาสนิทที่โตะพรอมกับการนมัสการ การประกอบพิธี ศีลมหาสนิท อาจ การะทําไดจากโตะที่ระลึกถึงพระเยซูคริสต โดยไมมกี าร เทศนาแตการเตรียมพิธีตองเตรียมอยางละเอียดถี่ถวน มิฉะนั้นแลวพิธีมหาสนิทจะขาดความสําคัญ

37


ถามีคนปวย หรือ คนชราซึ่งไมสามารถไป รวมการถือศีลมหาสนิทที่คริสตจักรได ศิษยาภิบาล นําขนมปงและน้ําองุนไปใหผูนั้น

38


5

พิธีถวายเด็ก

คํานํา พิธีถวายตัวเล็ก ๆ แกพระเจา ไมมีพระบัญญัติขอใดในพระคริสตธรรมคัมภีรสั่งไว แตวาใน พระคัมภีรก็มคี นทําเปนตัวอยางแลว เรื่องมีอยูวา พระเจาทรงอางสิทธิวา บุตรชายหัวปของชนชาติ อิสราเอลนั้นเปนสมบัติของพระองค ยกตัวอยางเรื่องนางฮันนาถวาย ซามูเอลเมื่อยังเล็กโยเซฟและนาง มาเรียไดนําพระกุมารเยซูมาถวายพระเจาทีโ่ บสถเมื่อยังทรงเปนทารก เรื่องนี้เปนตัวอยางอันดี ใครบางที่ควรถวายเด็กของตนแกพระเจา? ถาบิดามารดาเปนคริสเตียนก็เปนการดีสุดที่จะถวาย เด็ก แตถาบิดาไมเปนคริสเตียน มารดาจะนําบุตรมาถวายพระเจาก็ได หรือฝายหนึ่งฝายใดเปนคริสเตียน ก็ยอมทําได เมื่อศิษยาภิบาลทราบวาบิดามารดาของเด็กมีความประสงคจะทําพิธีถวายบุตรของตน ศิษยาภิ บาลควรไปเยีย่ มบิดามารดาของเด็กที่บาน และสนทนา กันถึงเรื่องเกีย่ วกับการทําพิธีถวายเด็กและพูดถึง ความสําคัญของพิธีนี้วามีอะไรบางบิดามารดาไมควรถวายเด็กเพราะเปนธรรมเนียมเทานั้น แต ศิษยาภิบาลควรชี้แจงใหบิดามารดาเขาใจถึงความสําคัญของพิธี ศิษยาภิบาลควรอธิบายถึง ลักษณะของพิธีวา จะตองประกอบขึ้นดวยลักษณะและสภาพอยางไร และพิธีถวายเด็กก็จะตองนัด ประกอบพิธีกนั เวลาไหน ศิษยาภิบาลตองรูจักชื่อของเด็ก และใชตวั อักษรสะกดการันตใหถูกตองวา ชื่อ เด็กนัน้ เขียนอยางไรนามสกุลอะไร และบิดามารดาของเด็กชื่ออะไรและวันเดือนปเกิดของเด็กก็ตอ งให ตรงกับใบสูตบิ ัตร เพราะรายการตาง ๆ ของเด็กจะตองเขาอยูในทะเบียนของคริสตจักรตอไป เปนการ สมควร จะมอบประกาศนียบัตรสําหรับการถวายบุตรธิดา ศิษยาภิบาลจะมอบประกาศนียบัตรใหแกบดิ า มารดา ของเด็กหลังจากทําพิธีแลวในวันนั้น (ติดตอซื้อประกาศนียบัตรนี้ไดทกี่ องคริสเตียนบรรณา ศาสตร กรุงเทพฯ) การทําพิธีถวายเด็ก ที่ประชุมรองเพลง ที่เหมาะสมกับเด็ก เชน “เมื่อพระเยซูมาเลือกหาผูเปนศิษย” บิดามารดาของ เด็กมายืนอยูตรงหนาศิษยาภิบาล บิดาหรือมารดาอุมเด็กถาเด็กยังเล็กมาก ศิษยาภิบาลอานขอพระธรรม สักหนึ่งหรือสองตอนเชน “ดูกรพวกอิสราเอล จงฟงเถิด พระเยโฮวาห พระเจาของเราเปนเอกพระเจาฯ และเจาจงรักพระ เยโฮวาหพระเจาของเจาดวยสุดในสุดจิตของเจา และดวยสิ้นสุดกําลังของเจา และถวยคําเหลานีซ้ ึ่งเรา สั่งไวแกเจาทั้งหลายในวันนี้ ก็ใหตั้งอยูใ นใจของเจาทั้งหลาย และจงอุตสาหสั่งสอนบุตรทั้งหลายของ 39


เจาดวยคําเหลานี้ และเมื่อเจาทั้งหลายจะนัง่ อยูในเรือน หรือเดินในหนทาง หรือนอนลง และตืน่ ขึ้น” เฉลยธรรมบัญญัติ 6:4-7 หรือ “แตวาพระกรุณาคุณแหงพระเจาฯ แกคนที่ยําเกรงพระองคนั้นก็มั่นคงอยูตั้งแตอดีตกาลตลอด อนาคตกาล และความชอบธรรมของพระองคคงถาวรแกลูกหลานสืบ ๆ ไป คือแกคนทั้งปวงที่รกั ษาคํา สัญญาไมตรี ของพระองคและแกคนทีจ่ ดจําขอพระบัญญัติของพระองคไวและประพฤติตาม” สดุดี 103: 17, 18 หรือ “พระองคจึงทรงเรียกเด็กเล็ก ๆ คนหนึ่งใหยืนทามกลางเขา แลวตรัสวา “เรากลาวแกทั้งหลาย ตามจริงวา ถาพวกทานไมกลับใจเปนเหมือนเด็กเล็ก ๆ ทานจะเขาในแผนดินสวรรคไมไดเลย เหตุ ฉะนั้นถาผูใดถอมจิตใจลงเหมือนเด็กเล็ก ๆ คนนี้ ผูนั้นจะเปนใหญแผนในดินสวรรค ถาผูใดจะรับเด็ก เล็ก ๆ เชนนี้คนหนึ่งในนามของเรา ผูนั้นก็รับเราดวยแตผูใดจะนําผูเล็กนอย เหลานี้ คนหนึ่งที่เชื่อในเรา ในหลงผิด ถาไดเอาหินโมกอ นใหญผูกคอผูนั้นถวงเสียทีท่ ะเลลึกดีกวา” มัทธิว 18:2-6 ศิษยาภิบาลอธิษฐานขอบพระคุณที่มีบิดามารดาเปนคริสเตียน และขอพระพรจากพระเจาเพื่อ อวยพระพรแกบิดามารดาและเด็ก คําปราศัยแกบดิ ามารดา “ทานผูเปนบิดามารดา ในการที่ทานนําเอาบุตรธิดาของทานมาถวาย พระเจาในวันนี้ นับวาทานกําลังทําความสัมพัธธอันศักดิ์สิทธิ์ ระหวางตัวทานกับพระเจาผูทรงรักษาคํา สัญญาของพระองคมาตลอดพันชั่วอายุคนแลว ตลอดหลายยุคหลายสมัยบิดามารดาที่นับถือเกรงกลัว พระเจา ยอมนําบุตรของตนมาถวายพระเจา ทั้งนี้นับวาทานทําตามการสืบมรดกที่นาสรรเสริญ เพราะทานเชื่อวาเด็กคนนี้เปนของพระราชทานมาจากพระเจาและทานจะตองรับผิดชอบเพื่อ ชีวิตของเขาทานมีความประสงคจะถวายเด็กนี้แกพระเจา เพื่อใหเขาปฏิบัติพระองคหรือทานสัญญาหรือ วาทานจะอธิษฐานกับเขา และจะอธิษฐานเพื่อเขา ทั้งสัญญาวาจะสั่งสอนเขาใหรูจกั พระธรรมโอวาท ของพระคริสตและสอนใหรูจักอานพระคัมภีรสอนใหอธิษฐานสวนตัวเพื่อนําไปสูชีวิตบริสุทธิ์ และจะ พาเขาไปนมัสการพระเจาที่โบสถวิหารเสมอ ๆ และพยายามจะทําทุกวิถีทางใหรูจกั พระเยซูคริสตวา เปนพระผูชวยใหรอดและเปนพระเจาของเขา ทานสัญญาดังนี้หรือ?” บิดามารดาของเด็กจะรับคําวา “ขาพเจาขอสัญญาดังนั้น” การถวายเด็ก ศิษยาภิบาลรับเด็กมาอุมไว และวางมือบนศีรษะของเด็ก พูดใหดังและชัดเจนวา “.......... (ชื่อเด็ก) บัดนี้ขาพเจาไดมอบถวายตัวของทานตอพระเจาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ขอใหชีวติ อันเยาววยั ของทานนีไ้ ดรับการชุบเลี้ยงใหเจริญเติบโตขึ้นมาโดย 40


อิทธิพลแหง พระคุณของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ขอใหพระเจาทรงเรียกทานเขามาอยูในแผนดินของ พระองคโดยเร็วเพื่อทานจะไดปฏิบัติพระเจาตลอดชีวิตของทานเพื่อถวายพระเกียรติแดพระองค และ เปนการเรงใหพระเยซูเสด็จกลับมาโดยเร็ว” ศิษยาภิบาลอธิษฐาน เพื่อการพิทักษรักษาของพระเจา ใหคุมภัยจากการจูงใจใหทําชั่ว และ อธิษฐานขอใหเด็กคนนี้ตอนรับพระเยซูเปนพระเจา และเปนพระผูชว ยใหรอดเร็วขึ้น และใหเขามีอาชีพ การงานที่เปนไปตามแผนการของพระเจา ศิษยาภิบาลสงเด็กใหแกบิดาหรือมารดา ขอพระพร แลวบิดามารดาจะกลับไปนั่งทีเ่ ดิม

41


6

การรับเขาเปนสมาชิกของคริสตจักร

คํานํา ศิยาภิบาล ควรอธิบายแกคนที่จะขอเขาเปนสมาชิกใหเขาใจถึงความสําคัญ ของการเปนสมาชิก ภาพ กลาวคือบางคนอาจเขาใจผิดวาการเปนสมาชิกของคริสตจักรเปนของจําเปน สําหรับความรอดพน บาป ถาไมเปนสมาชิกแลวจะตองตกนรกทีเดียว หรือมิฉะนั้นก็ทําตรงกันขามคือบางคนก็เพิกเฉยละเลย ตอความสําคัญของการเปนสมาชิกภาพ ไมมีการรวมแรงรวมใจกัน และการเปนสมาชิกนั้นก็เลย กลายเปนเพียงพิธีอยางหนึ่งเทานั้น แตอยางไรก็ดี การเปนสมาชิกก็ยังมีสวนชวยที่จะทําให ระดับ มาตรฐานของจิตใจของเราสูงขึ้น และหลักการใหญที่สําคัญ ๆ ก็ควรรักษาไว มูลฐานที่สําคัญซึ่งเราควร จะรักษาไวในการเปนสมาชิกภาพก็คือ จําเปนตองเปนคริสตจักรที่เชื่อฟงคําสั่ง ของพระเยซูคริสตตาม หลักพระคัมภีร ประการที่ 1 คริสตจักรควรมีมาตรฐานที่เหมาะสมกับคนทั่ว ๆ ไป พรอมกันนั้นจะตองมี หลักฐานการเกิดใหม ของสมชิกผูนั้นตรงกับหลักขอเชือ่ ของคริสตจักร และถูกตองตามคริสตธรรมนูญ ของสภาคริสตจักร ประการที่ 2 จะตองมีกรรมการของคริสตจักรรับบานที่ตรวจและพิจารณา การรับสมาชิกใหม ประการที่ 3 ผูสมัครเปนสมาชิกทุกคนควรไดรับการไตสวนชีวประวัติและความประพฤติจาก คณะกรรมการนี้ การสัมภาษณและสอบสวนเชนนี้ควรทําดวย ลักษณะที่เปนกันเองแตการสนทนากัน นั้นมีจุดประสงคที่จะรูความจริงของเขาในการที่สมัครเขาเปนสมาชิก ของคริสตจักร การทําพิธีรับคริสตสมาชิก การรับเปนสมาชิกของคริสตจักรอาจทําพิธรี ับในเวลามีการนมัสการตามปกติพรือเวลาทําพิธี ศีลมหาสนิทก็ได ศิษยาภิบาลจะประกาศรับสมาชิกใหม โดยขานชื่อและอางหลักฐานของผูนั้น (1. คนที่มีความ เชื่อใหม หรือ 2. คนที่โอนมาจากคริสตจักรอื่น หรือ 3. ผูที่หลงไปแลว และไดกลับใจใหม) ตามที่ คณะกรรมการไดตกลงรับไวแลว คณะผูปกครองของคริสตจักรจะยืนอยูขางศิษยาภิบาลก็ไดในการตอนรับสมาชิกใหม ขอพระคริสตธรรมคัมภีร ตอไปนี้ ควร อานเพื่อแสดงการตอนรับ “ขาพเจาจะสนองพระเดชพระคุณแกพระเจาฯ ตอบแทนคุณที่ทรงประทานแกขาพเจานั้น อยางไรได ขาพเจาจะหยิบจอกแหงความรอดและจะทูลออกพระนามของพระเจาฯ ขาพเจาจะแกบนตอ พระเจาฯ ตอหนาพลไพรทั้งปวงของพระองคพระเจาคะ” สดุดี 116:12-14 42


“ดวยวา ซึ่งมีใจเชื่อ ก็เปนการชอบธรรมและซึ่งรับดวยปากก็เปนที่รอด” โรม 10:10 “เหตุดังนัน้ ทุกคนที่จะรับเราตอหนามนุษยเราจะรับผูนั้นเฉพาะพระพักตรพระบิดาของเราผูอยู ในสวรรค” มัทธิว 10:32 หรือจะอาน กิจการ 19: 1-6; 1 ทิโมเธีย 4:14-16 ฮีบรู 6:1, 2 1 เปโตร 1:1-12 ครั้นแลวศิษยาภิบาลจะอานขอสัญญาดังนี้ “เรา ซึ่งเปนสมาชิกคริสตจักรไดทําสัญญากับพระเจา และทําสัญญาตอกันวา เราจะละเวนจาก การปฏิบัติใด ๆ ตามราคะตัณหาของเนื้อหนังซึ่งเปนปฏิปกตกับเรื่องของวิญญาณจิต และเราจะแสดง ความเอื้ออารียต อกันและกัน โดยสลัดทิ้งความขมขื่น ความโกรธ ความเครียดแคนเวนการพูดเอะอะ โวยวาย และไมพูดหยาบคายและเราจะมีใจออน สุภาพ และอภัยโทษใหกันและกัน เหมือนกับพระ คริสตทรงอภัยโทษใหแกเรา “เราซึ่งเปนหัวหนาของครอบครัวจะจัดใหมีการนมัสการพระเจาใน ครอบครัว ของเราเองและ จะพยายามนําเด็ก ๆ ของเราและคนอื่น ๆ ในบานใหรูจกั พระคุณและความรักของพระเยซูคริสตเจา เรา จะหมัน่ ไปนมัสการพระเจาเสมอในวันของพระองคที่คริสตจักร และการประชุมตาง ๆ ซึ่งคริสตจักรได ตกลงกันไว เราจะหมัน่ ไปรวมใจกันทําพิธถี ือศีลมหาสนิท และเราจะชวยเหลือซึ่งกันและกันตามทีพ่ ระ เจาทรงอวยพระพรใหแกเรา เราจะทะนุบํารุงคริสตจักรของพระเยซูใหรุงเรืองขึ้นตามที่พระองคทรง ประทานใหแกเรา และในการประกาศเผยแพรพระกิตติคุณของพระเยซูคริสตแกมนุษยทวั่ โลก “เราจะระลึกถึงเจาหนาที่ของบานเมืองทุกตําแหนงที่ทาํ การปกครองเรา ดังนัน้ เราจะตอง อธิษฐานเผื่อเจาหนาที่เหลานัน้ และเราจะรวมมือรวมใจกับเขาเหลานั้นตามที่จะทําไดทุกโอกาส โดยไม ผิดหลักพระธรรมคัมภีร “ขอใหพระเจาทรงเปนผูชวยของเราใหสามารถทําตามคําสัญญานี้ (ถาหากตองการอาจใชรายการตอไปนี้แทนก็ได) “สหายคริสเตียนทั้งหลาย เราชื่นชมยินดีในการที่ทานมีความประสงค จะรวมสังคม กับเราใน การที่ทานมีความประสงค จะรวมสังคมกับเราในคริสตจักรนี้ เพราะทานไดเปนพยานยืนยันความเชื่อ อยางดีของทาน ทานเปนอันหนึ่งอันเดียวกันกับ บรรดาผูเชื่อพระจาซึ่งไดรับความรอดพนบาปตลอด หลายชั่วอายุมาแลว โดยการเขารวมเปนสมาชิก ทานไดรับสิทธิอันศักดิ์สิทธิ์และจะตองรับผิดชอบดวย เปนหนาที่ของทานที่จะเปนพยาน ยืนยันตอคนอื่น ๆ ใหรูจักพระคริสต จงอธิษฐานเพื่อใหสัมฤทธิ์ผล สมประสงคจงชวย กันทะนุบํารุงคริสตจักรตามกําลังความสามารถที่พระเจาประทานให จงไปรวม ประชุมและหนุนใจการงานของครสิตจักร จงสนับสนุนดวยความรัก ดวยการงาน และดวยการยอม เสียสละ จงหนุนใจผูเปนหัวหนาใหมีกาํ ลังใจซึ่งในเวลาเดียวกัน จะเพิ่มพูนความอุดมสมบูรณใหแก 43


จิตใจของทานเองดวย จงดําเนินใหสมกับพระนามของพระคริสต และใหสมกับชื่อของคริสตจักร อะไร ๆ ที่ชั่วก็จงเวนเสีย จงรักพีน่ องและใหความเคารพนับถือตอผูรับใชพระเจา” แลวใหที่ประชุมยืนขึ้นตอนรับ “ทานที่รัก ในการตอนรับพีน่ องคริสเตียนเหลานี้ไวในความสามัคคีธรรม ของคริสตจักรเราจึง เขาไปพิธีอันศักดิ์สิทธิ์และสําคัญของพระเจา อยาใหสมาชิกใหม เหลานี้นองอับอายขายหนาเพราะ สมาชิกเกา ๆ ทําสิ่งที่ไมดีไมงาม หรืออยาทําสิ่งใด ๆ ใหเปนการผิดหวัง และกอใหเกิดความทอถอย ขอใหเขารูวา พระวิหารของพระเจาแหงนี้เปนที่บํารุงจิตใจใหเจริญขึ้นในพระคริสตและเปนสถานที่ลี้ ภัย เราสมาชิกเกา ๆ ควรพรอมที่จะตอนรับสมาชิกใหมเหลานี้เปนพีน่ อ งกันในพระคริสต จงแบกภาระ ของเขาดวย ความรักในพระคริสต จงแบงทุกขปนสุขซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่พระวจนะของพระเจาบอก แกเขาอยางไร เราก็ควรจะปฏิบัติตามอยางนั้น โดยพระคุณของพระเจาในการที่เรารวมสามัคคีกันเราจง ใหคํามั่นสัญญา แกคนเหลานี้ เหมือนกับที่เขาใหคํามั่นสัญญาแกเรา เพื่อจะกอใหเกิดชีวิตบริสุทธิ์อยู เสมอ จงใหความสนิทสนมของเราเปนที่ชนื่ ชมยินดี” อธิษฐานของพระพรสั้น ๆ ตอจากนัน้ ศิษยาภิบาลและผูปกครองก็ควรแสดงความยินดีตอคริส เตียนใหม เพลง “ความรักนั้นไซรไดผกู ” อาจรองเกีย่ วกับการรับสมาชิกใหม ก็ได หมายเหตุ ศิษยาภิบาลควรสํารวจดูวาบันทึกชีวประวัตแิ ละรายการตาง ๆ ของสมาชิกใหมได เขียนไวในทะเบียนคริสตจักรเปนที่เรียบรอยแลว

การรับโอนสมาชิก ถาเราทราบวาผูที่มาสมัครเขาเปนสมาชิกเคยเปนสมาชิกของคริตสจักรอื่นอยูแลว ก็เปนการ สมควรที่จะขอรองใหผูนั้นโอนสํามะโนครัวคริสตจักรมายังคริสตจักรเรา โดยมากสมาชิกที่มาสมัคร ใหมมักไมเขาใจวาจะขอโอนอยางไร ศิษยาภิบาลควรขอใบโอนสมาชิกของผูนั้น ตัวอยางจดหมายขอยายทะเบียนสมาชิก วันที่......................................... คํานับศิษยาภิบาลคริสตจักร........................ ดวยนาย................ นาง................นางสาว....................... ไดขอรองใหขา พเจามายังทาน เพื่อจะขอยายทะเบียนออกจากคริสตจักร ของทานมาเขาเปน สมาชิกในคริสตจักรของขาพเจา ซึ่งจะรับเขาเปนสมาชิกในไมชา นี้ ขอโปรดสงใบโอนของ................... มาใหขาพเจาโดยเร็ว 44


ขาพเจาหวังวาคงไดรับความรวมมือจากทานในการนี้เปนแน ขาพเจาขอขอบพระคุณลวงหนา ในการเอื้อเฟอของทาน ขอแสดงความนับถือ ................................. ศิษยาภิบาลคริสตจักร...... ตัวอยางใบยายทะเบียนสมาชิก วันที่............................... คํานับศิษยาภิบาลคริสตจักร....................... หนังสือสําคัญฉบับนี้แสดงวานาย................................. นาง................ นางสาว..................... ไดเปนสมาชิกของคริสตจักรนี้ การเปนสมาชิกของ คริสตจักรนี้จะสิ้นสุดลงตั้งแตวนั นี้เปนตนไป หวังวาผูนี้จะเปนสมาชิกที่ดีของทานตอไป และเชื่อวา ทานคงจะรักคุม ครองเขาดวย ความรักของพระคริสต ขอแสดงความนับถือ ............................... ศิษยาภิบาลคริสตจักร......................

45


7

พิธีแตงตั้งเจาหนาที่ของคริสตจักร

คํานํา งานทุกอยางทีท่ ําในพระนามของพระเยซูและทําเพื่อถวายพระเกียรติแดพระองคยอมเปนงาน สําคัญทั้งสิ้น บางคนในคริสตจักรมักจะมีความคิดเห็นบอย ๆ วา “งานของคริตสจักรนั้นเปนธุระกิจ ของศิษยาภิบาลจะตองรับผิดชอบ” แตความสําคัญที่เดนที่สุดของคริสตจักรนั้น คือ “เราทั้งหลายเปนผู รวมทําการดวยกันกับพระเจา” ฉะนัน้ การทําพิธีแตงตั้งเจาหนาที่ทกุ แผนก ควรไดวางโครงการไวให เรียบรอย และใหเปนพิธที ี่สงานานับถือ และจะทําใหผูนําของคริสตจักรรูสึกเปนเกียรติทจี่ ะทํางาน รวมมือ กับพระคริสต หากวา ศิษยาภิบาล จะเลือกเทศนา หัวขอที่เกี่ยวกับหนาที่และตําแหนงของ คริสตจักรจะเปนการเหมาะสมมาก การทําพิธีแตงตั้งเจาหนาที่ของคริสตจักรอาจทํากอนพิธีถือศีลมหา สนิทก็ไดหรือเมื่อมีเวลาที่เหมาะสม และศิษยาภิบาลควรอธิบาย ระเบียบวาระใหผูที่รับการแตงตั้งทราบ อยางละเอียดวาจะตองทําประการใดบาง เพื่อจะดําเนินตามระเบียบวาระโดยไมผิดพลาด ควรจะให เจาหนาทีใ่ หมนั่งแถวหนาของที่ประชุม ระเบียบวาระแตงตั้งเจาหนาที่คริสตจักร เพลง ขอแนะนําใหเลือกบทหนึ่ง “ยามเชาแลวจงจับการไว” “พระเยซูทรงเรียกไว” “อยูเพื่อพระเยซู” “ชีวิตของขาถวายแกทาน” ขอพระธรรม ที่แนะนําใหอา นในพิธีนี้คือ กิจการ 6: 1-6 หรือ 1 ธิโมที 3:1-7 หรือ 1 ธิโมที 3:847 หรือ 1 ธิโมที 5:1, 2, 17-22 หรือ ทิตัส 1:5-9 หรือ 1 เปโตร 5:2-4 ศิษยาภิบาล เชิญผูรับหนาที่ยืนขึ้นตอหนาศิษยาภิบาล “สหายที่รักและเคารพ ทานถูกเลือกให เขาประจําในหนาที่นี้โดยมติของสมาชิกในคริสตจักรนี้ ดังนั้นจึงเปนหนาที่ของขาพเจาจะตองเนนให ทานทราบถึงความใหญหลวง ถึงความศักดิ์สิทธิ์ และถึงความสําคัญของงานนี้วา เหตุไรทานจึงถูกเลือก ใหรับหนาที่นี้ ทานจะตองระมัดระวังและสังวรณตวั เอง ทานจะตองเปนแบบอยางอันดีแกสมาชิก ทั้งหลายในชีวติ ประจําวันของทาน จงเอาใจใสดแู ลฝูงแกะของพระเจาซึ่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรง มอบหมายหนาที่การงานใหทานเปนผูดแู ล จงหมั่นทํางานนี้ดว ยคําอธิษฐานเพื่อเห็นแกพระคริสตในทุก กรณีและโดยการรับหนาทีน่ ี้ ทานก็ยอมอุทิศตัวโดยเต็มใจ ทานจะยอมทํากิจการทีพ่ ระเจาทรง 46


มอบหมายอยางจงรักภักดีตอพระองค และจะซื่อสัตยตอ พระพระวจนะของพระองค จงซื่อสัตยตอ หนาที่ของทาน ซึ่งพระเจาองคเดียวเทานัน้ ที่จะทรงคิดบัญชีสวนตัวของทาน และทานจะตองรายงาน กิจการทุกสิ่งทุกอยางตอพระเจา “บัดนี้ทานที่รกั ทานจะยอมรับหนาทีอ่ ันศักดิ์สิทธิ์และสําคัญนี้ซึ่งพระเจาทรงมอบหมายให ทานทําในพระนามขององค พระเยซูคริสตและสัญญาตอพระเจาและตอคริสตจักรนี้วา ทานยินดีและ เต็มใจจะรีบหนาที่นี้ดว ย สุดความสามารถของทานหรือ?” เจาหนาที่ซึ่งจะรับแตงตั้ง ทุกคนยอมรับดวยปากวา “ขาพเจาสัญญาจะทําเชนนั้น” ศิษยาภิบาล “ทานจะพยายามเปนตัวอยางอันดีแกสมาชิกของคริสตจักรนี้ซึ่งพระเจาทรงตั้งทาน ไวเปนผูน ําคนหนึ่ง และทานสัญญาวาจะรักษาความลึกลับมหัศจรรย ของความเชือ่ นี้ดวยมโนธรรมที่ สุจริตใจจริง ๆ หรือ?” เจาหนาที่ “ขาพเจาสัญญาอยางนั้น” ศิษยาภิบาล (พูดกับสมาชิก) “ทานสมาชิกทั้งหลาย ทานยอมรับเจาหนาที่เหลานี้ และรวมใจใน คําสัญญาของเขาตอพระเจาและตอคริสตจักรนี้ ทานสัญญาวาจะใหเกียรติแกเจาหนาที่เหลานี้จะหนุนใจ เขา จะรวมมือกับเขา และจะอธิษฐานเพื่อเขาโดยเดิน ตามหลักพระธรรมโอวาท ของพระเจาและกฏของ คริสตจักรนี้หรือ? ขอใหพี่ประชุมยืนขึ้น เพื่อแสดงวา ทานจะยืนอยูดว ยกันกับเจาหนาที่เหลานี้ ใน ราชกิจของพระองค” ที่ประชุมจะยืนขึ้น ศิษยาภิบาล “ใหเรารวมใจกันอธิษฐานเพื่อการถวายตัวของผูรับใชเหลานี้ของพระเจา จงใหแต ละคนทูลอธิษฐานเพื่อผูนําของทานเหลานี้ ใหถวายแตตวั แกพระเจา และจงถวายตัวของทานเองตอพระ เจาใหมอกี ครัง้ หนึ่ง ใหเราสนิทสนมกันเพื่อความเจริญของคริสตจักร และเพื่อรับพระพรของพระเยซู คริสตผูเปนประมุขของคริสตจักร” ครั้นแลวศิษยาภิบาล จะนําการอธิษฐานถวายตัวแลวดําเนินตามระเบียบการนมัสการปกติ โดย ถวายเพลงหนึง่ บท

ระเบียบวาระแตงตั้งเจาหนาที่แผนกรวีวารศึกษา การทําพิธีนี้นยิ มทําในการนมัสการเชาวันอาทิตยตนเดือนของปใหมแหงรวีวารศึกษา เพลง ที่ใชประกอบพีธีนี้ขอแนะนําใหเลือกบทหนึ่ง “พระเยซูทรงเรียกเรา” “ชีวิตของขาถวาย แกทาน” “พระเยโฮวาหแหงการเก็บเกีย่ ว” ศิษยาภิบาล “เมื่อพระองคทอดพระเนตรเห็นประชาชนก็ทรงพระกรุณาเขา ดวยเขาอิดโรย กระจัดกระจายไปดุจฝูงแกะไมมีผูเลี้ยง แลวพระองคตรัสแกพวกศิษยของพระองควา การเกี่ยวนัน้ เปน 47


การใหญนกั หนา แตคนทําการยังนอยอยูในปนี้ทานถูกคัดเลือกใหเขามารวมงานกับพระเจา ในแผนกรวี วารศึกษาของเรา วันนี้ทานเต็มใจอุทิศถวายตัวแกพระองคหรือ? ขอเชิญทานยืนขึน้ ผูรับหนาที่รวีวารศึกษา จะยืนขึ้นขางหนาที่ประชุม ศิษยาภิบาล “ทานซึ่งมีหนาที่เปนผูนําในกิจการแผนกรวีวารศึกษา ไดรับหนาที่ใหญและสําคัญ เหมือนกับงานแขนงอื่น ๆ ของคริสตจักร พระเยซูผูเปนอาจารยยิ่งใหญของเราตรัสวา “ทานทั้งหลาย มิไดเลือกเรา แตเราไดเลือกทานทั้งหลาย และไดตงั้ ทานไวเพื่อจะไปเกิดผล และผลของทานจะอยู ถาวร” “จงอุตสาหสําแดงตนใหเปนที่พอพระทัยพระเจา เปนคนงานที่ไมตองอายเพราะเปนคนที่ ซื่อตรงในการที่ใชคําแหงความจริงนั้น” “ทานยินดีและเต็มใจรับหนาที่ซึ่งพระเจาทรงเรียกทาน และมอบหมายใหทานทําอยางนั้นหรือ? ทานจะซื่อสัตยตอหนาที่ ตอคําสั่งสอนและตอกฏของคริสตจักรนี้หรือ?” ผูรับหนาที่ ทุกคนจะพูดพรอมกัน (ศิษยาภิบาลกลาวคําและทุกคนวาตาม) “โดยรูวา พระเจาทรงเรียกขาพเจาใหเปนผูรับใชพระองค ที่จะสอนนักเรียน ทั้งชายและหญิง ขาพเจาขอสัญญาวา จะถวายชีวิต เพื่อรับใชพระองค ขาพเจาขอนอมรับ การพึ่งพาอาศัย จากพระเจา เพื่อจะทําหนาที่นี้ ดวยสุดความสามารถ และจะมีชีวิตอยู ตามแบบอยางของคริสเตียน และจะพยายาม จนสุดกําลังทีจ่ ะนําคน ใหรับเชื่อพระเจา และโดยเฉพาะคนที่อยูใ น ความรับผิดชอบของขาพเจา ขาพเจาขอยอม อุทิศถวายตัวทั้งหมด แกพระเจาและจะจงรักภักดี ตอพระวจนะของพระองคและดําเนิน ตามกฎ และระเบียบของคริสตจักรนี้ขาพเจาขอสัญญานั้น” ศิษยาภิบาล “เหตุฉะนัน้ พีน่ องทั้งหลายที่รักของขาพเจา ทานทั้งหลายจงตั้งมัน่ คงอยู อยา สะเทือนสะทาน จงกระทําการขององคพระผูเปนเจาใหบริบูรณทุกเวลา ดวยวาทานทั้งหลายรูวาโดย องคพระผูเปนเจานั้นการของทานจะไรประโยชนก็หามิได” 1 โครินธ 15:58 “พระองคจึงไดประทานใหบางคนเปนอัครสาวก และใหบางคนเปนศาสดาพยากรณ และให บางคนเปนผูเผยแพรกิตติคณ ุ และใหบางคนเปนศิษยาภิบาลและอาจารย สําหรับใหสิทธชนเปนคนดี รอบคอบ และสําหรับใชเพื่อปฏิบัติการงาน และสําหรับบํารุงใหพระกายของพระคริสตจําเริญขึ้น” เอเฟซัส 4: 11, 12 เพลง “ตามน้ําพระทัย” หรือเพลงบทอื่นที่เหมาะ ศิษยาภิบาล (กลาวแกที่ประชุม) “ขอใหสมาชิกทุกคนของคริสตจักรนี้ จงยอมรับความจริงจาก พระวจนะของพระเจาซึ่งเราจะรวมใจกันศึกษาตลอดปนี้ “คําโอวาทของพระองคขาพเจาไดพบแลว และขาพเจาไดกินคํานั้น และคําโอวาทของพระองคเปนที่ใหเกิดความอภิรมยยนิ ดีในใจขาพเจา” จง สังเกตดูวาพระเยซูคริสตจวนจะเสด็จกลับมา และทุงนากําลังเหลืองอรามดวยธัญญผล ทานทั้งหลายจะ 48


ไมรวมใจกันชวยเกี่ยวเก็บในงานนี้หรือ? “เหตุฉะนัน้ พีน่ องทั้งหลายโดยเห็นแกความเมตตากรุณาของ พระเจา ขาพเจาจึงวิงวอนทานทั้งหลายใหถวายตัวแกพระองคเปนเครือ่ งบูชาอันมีชีวิตอยู อันบริสุทธิ์ และเปนที่ชอบพระทัยพระเจา ซึ่งเปนการปฏิษัติสมกับฝายวิญญาณจิตของทานทั้งหลาย” เราจะถวาย... แกพระเจาของเราเปลา ๆ หามิได” ศิษยาภิบาล “ใหเราอธิษฐาน ขอเชิญใหที่ประชุมยืนขึน้ ” แลวอธิษฐานมอบตัวบรรดาผูรับ หนาที่รวีวารศึกษาแกพระเจา เพลง “พระวิญญาณขอเติมใหเต็มในใจขา” ขอพระพรปดประชุม “จงถวายสรรเสริญแดพระองคผูทรงฤทธิ์อาจจะกระทําสารพัดมากยิ่ง กวาที่เราจะขอหรือคิดได ตามฤทธิ์เดชที่ทรงกระทําภายในตัวเรา จงถวายเกียรติยศแดพระองคใน คริสตจักร และในพระเยซูคริสต ทุกสมัยสืบ ๆ ไปเปนนิตต อาเมน” เอเฟซัส 3:20, 21

49


8

พิธีสถาปนาศิษยาภิบาล

คํานํา พิธีสําคัญนี้โดยมาก มอบใหประธานสภาหรือประธานภาคเปนผูจัดพิธีสถาปนา ศิษยาภิบาล พรอมดวยสมาชิกของคริสตจักร ควรจะเชิญศิษยาภิบาลในคริสตจักรอื่น ๆ มารวมในพิธีดวยถาสามารถ จัดได และจะตองเตรียมระเบียบวาระไดลว งหนาวา จะใหศิษยาภิบาลของคริสตจักรใดมีสวนชวยในพิธี นี้อยางไรบาง ก็ใหประธานสภาติดตอกับบุคคลเหลานั้นลวงหนา พิธีสถาปนาเขารับตําแหนงศิษยาภิบาลประจําคริสตจักรควรจัดทําโดยเร็ว หลังจากที่ศิษยาภิ บาลคนนั้นตอบรับแลว กําหนดเวลาทําพิธีสถาปนาศิษยาภิบาลจะใชเวลา ประชุมนมัสการพระเจาใน เชาวันอาทิตยก็ได หรือจะเปนเวลาบายก็ได หรือระหวางวันหนึ่งวันใดในสัปดาหทสี่ ะดวกแกทุกคน การทําพิธีสถาปนาศิษยาภิบาล อันดับตอไปนีเ้ ปนระเบียบวาระที่ขอเสนอใหจัดทําในพิธสี ถาปนาศิษยาภิบาล 1. เพลง 2. อธิษฐานเปดประชุม 3. อานพระธรรมคัมภีร หรือขอพระธรรมสลับกัน 4. เพลงพิเศษ (ควรมีถาจัดได) 5. กลาวตอนรับแขกผูไดรบั เชิญ แสดงความหวังแกศษิ ยาภิบาลที่จะรวมกันกับคริสตจักรเพื่อ จะไดเกิดผลอันสมบูรณ และสัญญาวาสมาชิกจะจงรักภักดี และอธิษฐานและทํางานดวยกับศิษยาภิบาล โดยผูปกครองอาวุโส 6. กลาวแสดงความยินดี โดยแขกผูหนึ่ง 7. พิธีกลาวกําชับศิษยาภิบาลใหม โดยประธานสภาหรือศิษยาภิบาลอาวุโส 8. เพลงพิเศษ (ถามี) 9. กําชับหนาที่ ของมวลสมาชิกที่พึงมีตอศิษยาภิบาล โดยประธานภาค หรือศิษยาภิบาลอาวุโส 10. อธิษฐานเพื่อศิษยาภิบาลใหม โดยศิษยาภิบาลหรืออาจารย (ศิษยาภิบาลใหมคุกเขาลง และศิษยาภิบาลที่มารวมพิธีจะวางมือบนศิษยาภิบาลใหม ขณะอธิษฐาน) 11. ศิษยาภิบาลใหมกลาวตอบสั้น ๆ 12. เพลงปดประชุม 13. ขอพระพรปดประชุมโดยศิษยาภิบาลคนใหม 50


ถาจะมีการเลี้ยงตอนรับเมื่อเสร็จการประชุมแลวก็ได

51


9

พิธีถวายตัวเพื่อออกไปทํางานของพระเจา

คํานํา การถวายตัวของสมาชิก เชนผูที่สมัครไปเรียนที่สถานศึกษาพระคริสตธรรม หรือผูที่สมัคร ออกไปทําการของพระเจายังตางจังหวัดหรือตางประเทศ หรือผูที่สําเร็จการศึกษาจากสถานศึกษา พระ คริสตธรรมออกไปเปนศิษยาภิบาลคริสตจักรใดที่มีสมาชิกเปนผูรับใชของพระเจามาก คริสตจักรนั้น ยอมไดรับพระพรอยางเหลือลน การที่มีคนสมัครทํางานของพระเจาเต็มเวลานั้น เราควรทําพิธีพิเศษ พิธี นี้ควรทําอยางเรียบ ๆ และเนนความสําคัญเกี่ยวกับ ดานจิตใจมากกวาอยางอื่น และควรเปนพิธีสั้น ๆ และหลีกเลีย่ งจากการโออวดใด ๆ ทั้งสิ้น อาจทําแทรกเขาในพิธีนมัสการตอนเชาวันอาทิตยกย็ อมทําได ระเบียบวาระอุทิศถวายตัว เมื่อกําหนดเวลาแลวศิษยาภิบาลก็จะประกาศทําพิธีอุทิศถวายตัว ผูอุทิศถวายตัวจะออกมาขาง หนาที่ประชุม เจาหนาที่หรือผูแทนของคริสตจักรทุกแผนก (เชนรวีวารศึกษา อนุชน และสตรีคริส เตียน) ควรมาอยูขางหนาพรอมกัน ศิษยาภิบาล อานขอพระธรรมตอนหนึ่งหรือสองตอน อพยพ 33: 12-18 เนหะมีย 8:1-3, 5, 6, 8 กิจการ 12:2, 3 ศิษยาภิบาล ขอเชิญนาย.......... นาง ........... นางสาว .............. ยืนขึ้น ทัง้ นี้เปนการแสดงวาทาน ประกาศตนใหคนทั้งหลายทราบวาพระเจาทรงเรียกทาน เพื่อทํางานของพระองคเต็มเวลา ทานเต็มใจ อุทิศตัวเชนนัน้ หรือ?” ตอนนี้อาจจะใหผูถวายตัวกลาวคําพยานบางสักเล็กนอยก็ได เพื่อสมาชิกจะมีความสนใจ และ อธิษฐานเพื่อเขา ศิษยาภิบาล “ในที่นี้ใครบางที่ยินดีจะสนับสนุนทีจ่ ะใหแกนาย.................. นาง.............. นางสาว.......... เปนคนงานของพระเจา ทานจะสนับสนุนเขาทั้งทางวัตถุและทางจิตใจ โดยสัญญาวาจะ อธิษฐานเผื่อเขา และยินดีบริจาคทรัพยเพื่อใหเขาออกไปทํางานของพระเจาไดเต็มที่โดยไมตอ งหวง หนาหวงหลัง ผูที่ยินดีดว ย ขอเชิญยืนขึ้น” (ที่ประชุมยืน) “ขอใหนาย..................... นาง...................... นางสาว................ คุกเขาลง แลวขอเจาหนาที่ คริสตจักรทุกแผนกวางมือบนผูนี้ ในการอธิษฐานอุทิศถวายตัว” ศิษยาภิบาล นําการอธิษฐาน (หากมีของขวัญหรือของระลึกจากคริสตจักรจะมอบใหในเวลานีก้ ็ได) 52


เพลงปดพิธี (ถาจะมีการเลีย้ งสงเมื่อเสร็จประชุมแลวก็ได)

53


พิธีการกอสรางคริสตจักร

10

พิธีขุดดิน คํานํา เมื่อคริสตจักรไดซื้อที่ดินเพือ่ จะทําการกอสรางคริสตจักรหรืออาคารใด ควรจะถวายที่ดินนั้น ตอพระเจากอน กรรมการควรตัดสินวาจะกอสรางอาคารนั้นที่ตรงไหน แลวจึงจะทําพิธีขุดดินเพื่อการ กอสรางตอไป สวนกําหนดวันเวลาควรเลือกใหสะดวกแกทุกคน ระเบียบวาระการทําพิธีขุดดิน 1. อานขอพระธรรม เชน 1 พงศาวดาร 21: 22-26 1 พงศาวดาร 22:11-16, 19 2 พงศาวดาร 2:1-9 เอษรา 7: 11-26 สดุดี 24, 29, 34 หรือ อิสยาห 12 2. อธิษฐานเปดประชุม แลวอธิษฐานตามแบบพระเยซู 3. อานขอพระธรรมสลับกัน 4. เพลงหรือเพลงพิเศษ 5. เทศนาสั้น ๆ โดยศิษยาภิบาล หรือแขกอาวุโส 6. การขุดดิน ศิษยาภิบาลหรือผูมีเกียรติเอาจอบขุดดินครัง้ เดียวเปนปฐมฤกษ และใหเจาหนาที่ บางคนขุดดินเปนคนตอมา ขุดเพียงคนละหนึ่งครั้งเทานั้น 7. อธิษฐานขอพระเจาอวยพรในการสรางคริสตจักรใหม 8. เพลงหรือเพลงพิเศษ 9. ขอพระพรปดประชุม

พิธีวางศิลาหัวมุมอาคาร คํานํา เมื่อไดถวายทีด่ ินแลว และกําลังสรางคริสตจักรเปนตึก ยอมมีโอกาสดีที่จะทําพิธวี างศิลาหัวมุม ระเบียบวาระการทําพิธีวางศิลาหัวมุม 1. เพลงสรรเสริญพระเจา 2. อธิษฐานเปดการประชุม แลวอธิษฐานตามแบบพระเยซู

54


3. เพลง เชน “สาธุ สาธุ สาธุ” “ผูถือในพระเจามีรากแข็งแรงลนเหลือ” “รากฐานของคริสตจักร เรา” “องคพระเยซูดังศิลา” 4. ขอพระธรรม ขอแนะนําใหอานบางตอน อิสยาห 28: 16 เอเฟซัส 4:11-16 สดุดี 118:22, 23 มัทธิว 7:24-27 เอษรา 3:10-13 1 โครินธ 3: 10-17 เอเฟซัส 2:19-22 1 เปโตร 2:4-8 5. อธิษฐาน โดยศาสนาจารยอื่นผูมารวมงาน หรือประธานคณะกรรมการอํานวยการกอสราง หรือผูปกครองอาวุโสของคริสตจักร 6. เพลงพิเศษ 7. เทศนาสั้น ๆ โดยศิยาภิบาล หรือ โดยแขกอาวุโส 8. การหยอนหีบวางลงในศิลาหัวมุม โดย ศิษยาภิบาล หรือผูมีเกียรติอาวุโสเปนผูวาง สิ่งที่ บรรจุลงในหีบศิลาหัวมุม ควรแจงใหที่ประชุมรับทราบ ซึ่งโดยมากมักมีพระคริสตธรรมคัมภีรหนึ่งเลม ประวัติของคริสตจักร และรายชื่อสมาชิกทัง้ หมดที่มีอยูใ นทะเบียนของคริสตจักร รายชื่อของเจาหนาที่ คริสตจักร ชื่อคณะกรรมการกอสราง และรายชื่อผูมีเกียรติในการถวายทรัพยสรางอาคาร ควรเตรียมทุก สิ่งใหพรอมทีจ่ ะใสลงในหีบ 9. อธิษฐานขอบพระคุณพระเจา สําหรับอาคารที่กําลังกอสราง และความเจริญซึ่งมีอยูเรื่อย ๆ เกี่ยวกับอาคารนี้ อธิษฐานขอบพระคุณเพื่อคริสตจักรนี้จะไดใชใหเปนที่ถวายเกียรติแกพระองค 10. เพลง 11. ขอพระพรปดประชุม

พิธีถวายคริสตจักร แบบที่หนึ่ง คํานํา ไมมีประวัติศาสตรของคริสตจักรตอนใดที่นาตื่นเตนและปลื้มใจเทากับมีคริสตจักรที่กอสราง ใหม และไมมีพิธีใดจะตืน่ เตนยินดีแกมวลสมาชิกของคริสตจักรเทากับพิธีถวายโบสถใหมแกพระเจา เปนการจําเปนที่ระเบียบวาระตองเตรียมไวใหเรียบรอย และเปนการสําคัญที่ผูมีสวนในพิธีจะไดเตรียม ตัวตามที่รับหนาที่นั้น ถาศิษยาภิบาลและสมาชิก ของคริสตจักรอื่นจะมารวมประชุมไดก็เปนการดี ควรแจงลวงหนา ระเบียบวาระถวายคริสตจักรใหม 1. เพลง (ที่ประชุมยืน) “สาธุนามฤทธิ์พระเยซูคริสต” 2. คําเชิญชวนนมัสการ 55


3. ผูนําอานพระธรรมสดุดีบทที่ 24 สลับกับที่ประชุม 4. อธิษฐานเปดประชุม แลวใหที่ประชุมอธิษฐานตามแบบพระเยซู 5. เลือกอานขอพระธรรม ซึ่งขอแนะนําดังนี้ (หรือจะอานขออื่นก็ได 2 พงศาวดาร 6; สดุดี 84: 1-4, 10-12; เอเฟซัส 2:20:-22; 1 เปโตร 2:1-10 6. เพลงพิเศษ (หมูหรือเดี่ยว) 7. ศิษยาภิบาลกลาวมอบคริสตจักรแกคณะกรรมการ เพือ่ ดูแลและรับผิดชอบคริสตจักรตอไป “ทานคณะกรรมการที่เคารพ ในนามของคริสตจักรนี้ขาพเจาขอขอบพระคุณทีท่ านไดเอื้อเฟอ และอุทิศเวลารับผิดชอบตอการสรางคริสตจักรสําหรับนมัสการพระเจาหลังจากนี้จนสําเร็จบัดนี้เราจะ ทําพิธีถวายคริสตจักรหลังนี้ แกพระเจากิจการที่คณะกรรมการไดทําไวนี้จะอยูในความทรงจํา ตลอดเวลา พระวิหารของพระเจาเปนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเราจะใชเปนที่นมัสการพระองคเจาดวย ความ สวยงามแหงความบริบูรณและความรัก ไมควรใหมีอะไรที่เปนของมลทิน และ สกปรกเขามาใน สถานที่บริสุทธิ์นี้ จงปองกันไวตลอดเวลา จงรักษาไวเพื่อจะไดใชนมัสการพระเจา จงทะนุบํารุงและปรับปรุงให ดีขึ้นเสมอ ทานทั้งหลายมีหนาที่จะตองพิทักษรักษาชือ่ เสียง และเกียรติคุณของคริสตจักรนี้เพราะเปน พระวิหารของพระเจา ตั้งแตบัดนีเ้ ปนตนไป ทานจะเปนตัวแทนของคริสตจักรที่จะรักษาทรัพยสมบัตินไี้ วใหถาวร ตลอดกาลนาน ขอใหความศรัทธา ความหวัง และความรักของพระเจาจงสถิตสถาพรอยูภายในดวงใจ ของทาน และขอใหพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนําทาง และทรงชี้แจงใหทานปฏิบัติกจิ ในหนาที่ของทาน ในคริสตจักรนี้” 8. คําปฏิญาณของคณะกรรมการ (ใหศิษยาภิบาลพูดนําแลวกรรมการพูดตาม) “เราทั้งหลายใน ฐานะตัวแทน ดูแลทรัพยสมบัติ ของคริสตจักรของพระเจา เราขอปฏิญาณตอพระพักตรพระเจา และต หนาที่ประชุมนี้วา เราจะทําหนาที่ของเรา อยางซื่อสัตยสุจริต และจะรักษาทรัพยสิน ของคริสตจักรนี้ไว เพื่อเปนสถานที่สําหรับนมัสการพระเจา และเราวางใจ ในพระเจาวา สถานที่นี้ จะใชเปนประโยชนแก พระนามของพระองคเจา สืบตอ ๆ ไป เปนเวลานาน เพื่อจะใชเปนสถานที่ ประกาศเผยแพรพระกิตติ คุณและพระวจนะของพระเจา ตอคนทั้งหลาย ในละแวกนี้ และในที่อื่น ๆ อีกตามสมควร” 9. ผูแทนคณะกรรมการคนหนึ่ง จะเสนอรายงานการกอสราง (แลวมอบกุญแจคริสตจักรใหแก ศิษยาภิบาล หรือจะเปนพิธีเปดผาคลุมปายชื่อคริสตจักรก็ได) 10. การกลาวถวายคริสตจักร 56


ผูนํา “เพื่อเปนสงาราศี แกพระบิดาเจาและเพื่อเทิดพระเกียรติ ของพระเยซูคริสตและบุตรองค เดียวของพระองค ซึ่งเปนพระผูชวยใหรอดของเรา และเพื่อเปนการสดุดีถวายพระเกียรติแกพระ วิญญาณบริสุทธิ์ผูทรงเลาโลมจิตใจของเรา” ที่ประชุม “เราจึงขอถวายโบสถหลังนี้ไวแดพระเจา” ผูนํา “เพื่อนมัสการพระเจาในการอธิษฐานและเพื่อสดุดีเทิดพระเกียรติพระเจา เพื่อเปนสถานที่ เผยแพรพระวจนะของพระเจา และเพื่อทําพิธีศีลระลึกและศีลบัพติศมา เพื่อจะใชเปนสถานที่แนะนํา อบรมเด็ก และเปนสถานที่ใหใหทกุ คนในครอบครัวมารวมใจกันในความรักของพระเยซูคริสต” ที่ประชุม “เราจึงของถวายโบสถหลังนี้ไวแดพระเจา” ผูนํา “เพื่อเปนสถานที่สําหรับปลุกปลอบใจคนที่มีความทุกข เพื่อเปนสถานที่จะกอกําลังใหแก คนออนกําลัง และจะเปนสถานที่ชวยชูใจคนที่ถูกทดลอง และเปนสถานที่สั่งสอนทางชอบธรรม” ที่ประชุม “เราจึงขอถวายโบสถ หลังนี้ไวแดพระเจา” ผูนํา “พระเจาสถานที่สั่งสอนหลักคําสอนของคริสตจักรของเรา และเปนคริสตจักรที่รอนรน เพื่อนําคนในตําบลนี้ใหรับความรอด และเปนคริสตจักรที่ประกาศขาวประเสริฐ ใหแกคนทัว่ โลก และ โดยความหวังวาพระเยซูคริสตเจาจะเสด็จกลับมารับคริสตจักรของพระองคในไมชา ” ผูนําและที่ประชุมพูดพรอมกัน “ขาพระองคขอถวายโบสถหลังนี้ ไวตอพระบิดาเจา พระบุตร เจา และพระวิญญาณบริสุทธิ์เจา ซึ่งเปนพระเจาผูทรงดํารงพระชนมอยูตลอดกาลนิรันดร เปนองค บริสุทธิ์ และทรงเปนสงาราศี ในพระตรีเอกานุภาพ แตทรงเปน พระเจาองคเดียว ขาพระองค ขอมอบ คริสตจักรหลังนี้ ไวแดพระเจา ตั้งแตบัดนี้เปนตนไป 11. อธิษฐานถวายคริสตจักร 12. เพลง “รากฐานของคริสตจักรเรา” 13. กลาวขอบคุณ โดยศิษยาภิบาลผูเคยประจําคริสตจักรนี้ หรือผูเคยบริหารงาน หรือคนอื่น 14. เพลงพิเศษ 15. คําเทศนาถวายคริสตจักร 16. เพลงปดประชุม 17. ขอพระพรปดประชุม การกลาวถวายคริสตจักร อีกแบบหนึ่ง ตรงกับเลข 10 ผูนํา “เพราะเรามีเจตนาในใจของเรา จะตองสรางพระวิหารหลังนี้เพื่อ นมัสการพระเจาผูทรง พระชนมอยูเ สมอ และเพื่อกิจการของพระเยซูคริสตเจาของเรา ขาพเจาเชิญชวนบรรดาทานที่เคารพซึ่ง

57


มาประชุม ณ ที่นี้ยืนขึ้น เพื่อเปนการถวายพระเกียรติแกพระเจาในการถวายคริสตจักรหลังนี้แดพระองค เจา และเพื่อเปนการถวายสงาราศีแกพระบิดาเจา และเปนการเทิดพระเกียรติแกพระเยซูคริสต และเปน การสดุดีพระวิญญาณบริสุทธิ์” ที่ประชุม “ขาพระองคขอถวายคริสตจักรนีแ้ ดพระเจา” ผูนํา “เราทราบแนนอนวาในผูอื่นความรอดไมมีเลย ดวยวานามอื่นซึง่ เปนที่รอดแกเราทั้งหลาย ไมทรงโปรดใหมีในทามกลางมนุษยทวั่ ใตฟา” ที่ประชุม “ขาพระองคขอถวายคริสตจักรนี้แดพระเจาเพื่อจะไดใชเปนสถานที่เผยแพรขาว ประเสริฐของพระเยซูคริสต เพื่อใหบรรดามนุษยทั้งหลายที่ยังไมรอดพนบาปไดพบทางรอดซึ่งมีอยูทาง เดียวเทานัน้ ” ผูนํา “เพื่อเปนการแสดงวาเราเชื่อฟงพระบัญชาของพระเยซูคริสตเจา ซึ่งพระองคไดทรงมีพระ บัญชาใหเราออกไปเผยแพรขาวประเสริฐ ของพระองคแกมนุษยทั่วโลก” ที่ประชุม “ดังนั้นขาพระองคจึงขอมอบคริสตจักรนี้ไวแกพระเจาเพื่อจะไดใชเปนสถานที่ ประกาศพระกิตติคุณแกชาวโลก จนทุก ๆ อาณาจักรของโลกนี้ กลายเปน อาณาจักร ของพระเจาและ ของพระเยซูคริสตเจา” ผูนํา “เนื่องจากเราทราบวาเราจะตองเลี้ยงดูบุตรธิดาของเราใหเติบโตขึ้นในความศรัทธาของ พระเจา” ที่ประชุม “ขาพระองคจึงอุทิศคริสตจักรนี้ไวเพื่อจะไดเปนสถานที่สําหรับใชสั่งสอนและฟอก ลางใหบานและครอบครัวทั้งหลายเปนครอบครัวของพระองคเจา และใหเปนแหลงอบรมสั่งสอน กุลบุตร กุลธิดา อนุชน และผูอาวุโสใหเจริญรอยตามพระบาทของพระเยซูคริสต และขอใหสถานที่นี้ เต็มไปดวยพระคุณ และมีความสนิทสนมกันดุจพีน่ องในพระคริสต” ผูนํา “เพื่อเปนการแสดงวา เราไดเชื่อฟงพระบัญชาของพระเยซูคริสตวา เราจะรักเพื่อนบาน ของเราเหมือนรักตนเอง” ที่ประชุม “ขาพระองค จึงขออุทิศคริสตจักรนี้แดพระองคเจา เพื่อเปนที่ลี้ภัยแกบคุ คลที่จิตใจ เดือนรอนจะไดพบความสุขสงบสุข ทั้งจะเปนแหลงสันติสุขและเปนความหวังแกคนที่ถูกขมเหง และ เปนสถานที่เลาโลมจิตใจของผูทุกขโศกและจะเปนแหลงชุมนุมความสุข แกคนเหลานั้นที่มีความศัทธา อันประเสริฐในพระเยซูคริสตเจา” ผูนําและที่ประชุมพูดพรอม ๆ กัน “เราบรรดาสมาชิก และสหายของคริสตจักรนี้ ขอขอบพระคุณพระเจา ในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระราชทานมรดก อันสําคัญนี้ใหแกเรา และเรารูสึก

58


ถึง ขอผูกพันที่เรามี ตอพระเจา และที่มตี อกันและกัน เราจึงขอรวมใจกัน ถวายตัวของเราแดพระองค ใหมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อจะทํางานและนมัสการพระบิดาเจา โดยอาศัยพระบารมีของพระเยซูคริสต อาเมน”

พิธีถวายคริสตจักร แบบที่สอง 1. เพลงนมัสการ 2. คําเชิญชวนนมัสการ ผูนํา “แนนอนพระเจาทรงประทับอยูในทีน่ ี้” ที่ประชุม “เปนโบสถของพระเจา” ผูนํา “ขาพระองคจะเปลงเสียงสดุดีพระองคในพระวิหารนี”้ ที่ประชุม “ขาพระองคจะสดุดีพระองคเจาดวยบทเพลงแหงความยินดี เพราะพระองคทรงเปน ศิลาแหงความรอดของขาพระองค” ผูนํา “เชิญมาเถิด ใหเราพากันนมัสการและกมกราบลง ใหเราคุกเขาลงเฉพาะพระพักตร พระองคผูทรงเนรมิตตัวเรา” ที่ประชุม “เพราะพระองค เปนพระเจาของเราพวกเราเปนพลไพรที่พระองคทรงเลี้ยงไว และ เราเปนประดุจฝูงแกะอยูในเงือ้ มพระหัตถของพระองค” 3. อธิษฐาน แลวที่ประชุมอธิษฐานตามแบบพระเยซู 4. กลาวแสดงความยินดี และประกาศขาวใหที่ประชุมทราบ 5. อานขอพระธรรม 6. เพลงพิเศษ 7. คําเทศนาเกีย่ วกับการอุทิศพระวิหาร (หรือ จะทําพิธีอุทศิ ถวายติดตอกับคําเทศนาเลยก็ได) 8. ถวายทรัพยและของถวายแกพระวิหาร 9. อธิษฐานขอบพระคุณสําหรับของถวาย 10. เพลงพิเศษ (หมูหรือเดี่ยว) 11. ขอพระพรปดประชุม

59


พิธีถวายบานหลังใหมของศิษยาภิบาลหรือบานคริสเตียน

11

คํานํา ความสัมพันธ ระหวางชนชาติอิสราเอลกับพระเจา เปนความสัมพันธที่ซาบซึ้งตรึงใจพวก อิสราเอลไดเคยถวายบาน ครอบครัว ไรนาฝูงสัตวเลี้ยง และสิ่งของตาง ๆ ซึ่งพระเจาพระราชทานให เพราะวาพระวาเจาทรงยินดีอวยพระพรแกเขาเหลานั้น ในสมัยนีเ้ ราก็มีโอกาสกระทําไดเชนเดียวกัน เราทุกคนมีบาน เหตุฉะนั้นจึงเปนการสมควรที่ เราจะถวายบานนั้นแกพระเจา การถวายบานแกพระเจา จะชวยทุกคนในบานครอบครัวใหประพฤติสม กับเปนบานของพระองคและเปนตัวอยางอันดีตอเพื่อนบาน เราจะรักษาบานของเราไวเปนสมบัติของ พระเจา เมื่อเปนเชนนีจ้ งใหคริสตจักรกระทําเปนตัวอยางในการทําพิธีของพระพรจากพระเจาเพื่อที่อยู อาศัย การงานอาชีพ หรืออาคารใด ๆ ที่คริตสจักรซื้อหรือสรางขึ้น แลวบรรดาคริสตสมาชิกก็จะได เจริญรอยตามพิธีขอพระพรจากพระเจาในเมื่อเขามีบานใหมหรือทรัพยสมบัติใหมของเขาเอง พิธีถวาย เชนนี้นับวาเปนการรับพระพรจากพระเจาซึ่งเหลือจะนับได ระเบียบวาระถวายบาน เมื่อผูรับเชิญมาพรอมเพรียงกันแลว ก็เริ่มพิธีขึ้นบานใหมไดเลย 1. ถวายเพลง 2. อธิษฐานเปดประชุม 3. เพลงพิเศษ (ถามี) 4. ศิษยาภิบาลจะกลาวดังนี้ “ทานผูเปนสมาชิกของครอบครัวนี้ และทานผูรับเชิญที่เคารพ การ ที่เรามาชุมนุมกันในที่นี้กเ็ พือ่ จะถวายบานนี้ไวในความพิทักษรักษาของพระเจา ในฐานะที่เราเปนคริส เตียน เรามีความหวังใจและเชื่อวา บานหลังนี้จะเปนสถานที่ที่มีความสุขความเจริญแท คําวา “บาน” นี้เปนสถาบันแรกซึ่งพระบิดาไดทรงสถาปนาขึ้นไวสําหรับบรรดาบุตรของ พระองค กอนที่จะมีสถาบันเปนรูปคริสตจักรและกอนที่จะมีรัฐบาลใด ๆ ในโลกปกครองประเทศ “บาน” ก็เปนสถาบันชนิดหนึ่งซึ่งพระเจาทรงพระราชทานแกมนุษย ความรักเปนเครื่องผูกพันอันแรก ซึ่งผูกวิธีมนุษยให ประสานสัมพันธเขาเปนอันเดียวกัน และบานเปนสถานที่แหงแรกที่มนุษย จะสําแดง ความรักของตนออกมาใหประจักษ “บาน” กลายเปนสถานที่ประคับประคองและทะนุบํารุงความ ศรัทธาที่แทจริงเปนสถานศึกษา เปนแหลงอบรมวัฒนธรรมความสวยงาม ถาจะพูดสั้น ๆ บานเปน

60


แหลงกําเนินของความเจริญทุก ๆ อยางที่โลกมี เหนือสิ่งอื่นใด “บาน” ก็ยังเปนสถาบันที่ใหญยิ่งที่สุด สําหรับมนุษย และเปนสถานที่ที่สีแดงความจริงของพระเจา “บาน” เปนสถานที่ที่เราจะไดรับการปองกันใหพนจากความรอน หนาว ของดิน ฟา อากาศ และบานเปนสถานที่สําหรับเตรียมอาหารเพื่อการเลี้ยงดู เปนที่สําหรับนอนและพักผอน จากความ เหนื่อยยากตรากตรํางาน “บาน” เปนเสมือนหนึ่งสัญลักษณของเมืองสวรรค ซึ่งพระเยซูคริสตเจาได เสด็จไปเตรียมที่สําหรับทานทั้งหลายซึ่งเปนคนที่พระองคไดทรงไถไว เรามีบานแหงหนึ่งซึ่งไมได สรางดวยมือมนุษย และอยูในสวรรคสถานเปนนิจนิรันดร” ซึ่งพระองคทรงเตรียมไวสําหรับเรา ในการ นมัสการพระเจาวันนี้เราไดมอบถวายบาน ของเราไวแกพระองคตามอุดมคติของคริสเตียน ซึ่งเราหวัง ความพิทักษรักษาคุมครองใหอยูในสันติสขุ กับพระเจาโดยอาศัยความศรัทธาที่เรามีอยูตอองคพระเยซู คริสตเจาของเรา ถาพระเยโฮวาหไมทรงสรางตึกขึ้น ชางกอก็จะเสียแรงเปลา ๆ” ศิษยาภิบาลจะหักขนมปงหรือบิขาวสุก (ขาวเจาหรือขาวเหนียวก็ได) แลวสงใหแกผูเปน ประมุขแหงบานหลังนั้นบาง และจะสงใหแกแขกที่รับเชิญคนใดคนหนึ่งก็ได หรือศิษยาภิบาลจะรับไว เองก็ไดแลวพูดวา “ธรรมเนียมโบราณเคยปฏิบัติกันมาแลวคือ เจาบานแสดงความโอบออมอารียในการแบง อาหารการกินใหแกผูอื่น การรับประทานขาวหมอเดียวกัน หรือขนมปงกอนเดียวกันนี้ เปนสัญลักษณ วา เราจะตองแบงปนสิ่งที่เรามีอยูใหกันและกันดวยความเต็มใจ คําอธิษฐานที่คริสเตียนทัว่ ๆ ไปรวมใจ กันอธิษฐานก็คือ ขอทรงโปรดประทานอาหารเลี้ยง ขาพเจาในกาลวันนี”้ 5. ขอความตอไปนี้ ศิษยาภิบาลจะกลาว แลวผูมารวมประชุมจะตอบพรอมกัน ผูนํา บานใหมหลังนี้ ซึ่งครอบครัวนี้ไดสรางขึ้นโดยพระคุณของพระเจา ที่ประชุม เราขอถวายบานหลังนี้แดพระเจา ผูนํา ดวยคําอธิษฐานขอตอพระเจาเพื่อจะพิทักษรักษาใหพนจากอัคคีภัย พนจากลมพายุ และ พนจากอันตรายตาง ๆ ที่ประชุม เราขอถวายบานหลังนี้แดพระเจา ผูนํา ดวยความขอบพระคุณพระเจา เพื่อความสวยงามของตนไม ดอกไม นก และแสงแดดและ สิ่งลอมรอบอื่น ๆ ที่อยูในบริเวณนี้ ที่ประชุม เราขอถวายบานหลังนี้แดพระเจา ผูนํา ดวยความชื่นชมยินดี เราขอตอนรับมิตรสหายและคนขัดสน เพือ่ รวมสุขรวมทุกขกับบาน นี้ ที่ประชุม เราขอถวายบานหลังนี้แดพระเจา 61


ผูนํา เพื่อความสุขสบายของบานนี้ และเพือ่ พระเจาจะทรงประทานความสุขแทตลอดไป ที่ประชุม เราขอถวายบานหลังนี้แดพระเจา ผูนํา เพื่อเปนการเทิดพระเกียรติและ สงาราศีของพระเยซูคริสตพระผูชวยใหรอดของเราและ เพื่อถวายพระเกียรติ แกพระองคผูทรงเปนประมุขของบานนี้ ที่ประชุม เราขอถวายบานหลังนี้แดพระเจา 6. ศิษยาภิบาลขอพระพร “ขอพระเจาจงอวยพรแกทาน และปกปองรักษาทาน พระเจาจง กระทําใหพระพักตรของพระองคสองสวางแกทานและทรงพระกรุณาโปรดแกทาน พระเจาจงเงยพระ พักตรของพระองคขึ้นเหนือทาน และประทานความสุขสําราญแกทาน วันนี้และสืบไปเปนนิจ อาเมน”

62

คู่มือศิษยาภิบาล  

คู่มือศิษยาภิบาล