_ _ _ _ _ _
(คน สัตว สิ่งของ) คือนิทรรศการสำรวจเรื่องเลาอันพิสดารที่ซอนทับกันอยูในภาพของสัตว
มนุษย และความเปนวัตถุ เพื่อนำเสนอความขัดแยงภายในรางกายและสังคม ทุกเรื่องราวของความรัก โลภ โกรธ หลง ที่รวมตัวกันเปนความหวาดกลัวชนิดหนึ่ง ไดแรงบันดาลใจจากแนวคิดเรื่อง คติชนวิทยา โดยเฉพาะเรื่องเลาที่วนเวียนอยูในสังคมและ วัฒนธรรมของเรา ตำนานตางๆ ที่ มนุษย สัตว และสิ่งของ ลวนสามารถสื่อสารและมีปฏิสัมพันธตอกัน สิ่งสำคัญคือความสัมพันธระหวาง มนุษย และสิ่งที่ถูกเปรียบกับมนุษย ความเชื่อ ชนชั้น ความขัดแยง และเรื่องราวตำนานเหนือจริง ที่แผ ขยายไป สูความคิดของผูคนไดดั่งโรคระบาด ทำหนาที่เผยธรรมชาติและแกนแทของความเปนคนผาน บุคลิกภาพ ที่หลากหลายภายใตนิยามของศิลปะ เมื่อขอสังเกตที่มีตอการนำเสนอรางกาย ในรูปแบบผลงานศิลปะรวมสมัย การผสมผสาน ดัดแปลง การกลาย การสรางบุคลิกเหนือจริงเหลานี้ไดเปนภาษาหนึ่งที่บอยครั้งถูกนำมาใชอธิบาย สภาวการณทางสังคม ความเปนการเมือง รวมไปถึงความเปนอื่นของรางกายผานรูปแบบที่หลากหลาย นิทรรศการ ครั้งนี้จะยิ่งตอกย้ำถึงวิธีคิดอันพิสดารที่ถายทอดความหวาดกลัว ความไมแนนอน ุ หมัน่ กิจ ในบรรยากาศทางสังคมปจจุบนั ไมวา จะเปนผลงานของ , คมกฤษ เทพเทียน และกิตคิ ณ ที่ไดดัดแปลงรางกายมนุษย ผสมผสานกับสัตวเพื่อบอกเลาสถานการณที่นาหวาดหวั่น ทั้งในทาง ประวัติศาสตร และการเมือง รวมถึงการสรางตัวละครผสมผสานสภาวะพิเศษที่ภาพแทนมนุษยจะไดรับ การดัดแปลงในผลงานของ ปรียวิศว นิลจุลกะ, , ราช บุนนาค และวิภู ศรีวิลาศ เพื่อตอบโตกับ คำถามของชีวิต และขับเนนความตองการของมนุษยที่ดูราวกับจะไมมีขอบเขต รวมถึงภาพยนตรสั้นของ ไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ นำเสนอภาพเคลื่อนไหวและเสียงที่สั่นสะเทือนความเปราะบางของมนุษย เรือ่ งเลารวมสมัยในสังคมของเรากับการสรางปฏิสมั พันธกนั ระหวางสิง่ มีชวี ติ และไมมชี วี ติ ไดรบั การสือ่ สาร ผานการทำงานของศิลปะ สถานการณของยุคสมัยเปนพลังงานชัน้ ดีใหกบั เรือ่ งเลาทางศิลปะ และศิลปะก็ เปนสิ่งชี้วัดใหเห็นวามีเรื่องราวความขัดแยง ความเชื่อ หรือความหวาดกลัว ที่แฝงฝงอยูในสังคม ผลงาน ศิลปะเมื่อมองลึกลงไปถึงเรื่องราวที่ซอนเอาไว เราจะพบวาความหวาดกลัวมักจะเปนจุดรวมที่ทำใหเกิด ภาพของมนุษย สัตว สิง่ ของ ปนเปกันอยางมีนยั ยะสำคัญ เรือ่ งเลาหรือตำนานทีข่ บั เคลือ่ นศิลปะรวมสมัย จึงพบไดบอยครั้ง ไมวาจะเปนเหตุการณสมมติที่อาจจะยังไมไดเกิดขึ้นจริง หรือกำลังดำเนินอยู ศิลปะ รวบรวมเรื่องเลาอยางไมเปนทางการ เพื่อแสดงความคิดเห็นตอบสนองกับความคิดของศิลปน เมื่อศิลปะคือการสื่อสารและสรางปฏิสัมพันธกันเชิงสัญลักษณ ผลงานเหลานี้ลวนเผยใหเห็นธรรมชาติ ของการเลนแรแปรธาตุในทางภาษาเพือ่ สะทอนการปรากฏรางกายในฐานะสือ่ กลาง ทีน่ า สนใจ ในงานศิลปะรวมสมัย เรื่องเลา ตำนาน หรือสิ่งที่พูดคุยกันอยางลับๆ ในทางสังคมไดกลายเปนสิ่ง เหนือธรรมชาติที่ถูกจัดการใหสมเหตุสมผลในรูปแบบของศิลปะ สิ่งสำคัญคือผูชมที่อยูในฐานะผูรับสาร ซึง่ มีประสบการณ หรือการรับรูร ว มไปกับเรือ่ งเลาของศิลปน ทำใหผชู มไมไดเปนเพียงผูเ ฝามอง แตไดถูก เลือกใหไดเปนสวนหนึ่งของชุมชนเรื่องเลาเหลานั้น ศิลปะรวมสมัยจึงเรียกไดวาเปนสิ่งชี้วัดวาเราตางอยู ในสังคม วัฒนธรรมเดียวกัน โดยเฉพาะการเปนสิ่งมีชีวิตรูปแบบเดียวกันที่ยังคงมีคำถามตอโลกที่บิด เบี้ยวใบนี้เชนกัน
The Cocaine Hurricane, 2020 Relief linocut, 55 x 112 cm
¡ ¢ ¡ £££
“เสียง” เปนหนึ่งในหาสัมผัสที่สามารถสรางอารมณไดมากมาย ใหแกผูรับฟง เสียงดนตรีที่บรรเลงในหวงของการแสดงคอนเสิรต มักพาอารมณของผูคนใหเคลิบเคลิ้มไปกับจังหวะที่ผสมผสานกัน ของเครื่องดนตรีแตละชนิด หากเพียงแคไดรับรูวาในอีกมุมหนึ่ง ที่ไหนสักแหง เสียงที่เกิดขึ้นสำหรับใครบางคนอาจเปนเสียงแหง ความรุนแรง ความขัดแยง กอเกิดเปนเมโลดีข้ องสงครามทีก่ กึ กอง และดำเนินเปนโลกคูข นานกับการรับรูข องผูค นมากมาย ในผลงาน ชุด “Monster Music” ศิลปน Aof Smith ไดสรางตัวละครทีเ่ กิด ขึ้นภายใตจิตใจมนุษยที่คุกรุนดวยความขัดแยง และเผยตัวตน ผานการแสดงที่ผสมผสานดวยเสียงแหงดนตรี เปรียบดั่งการ กอเกิดความรุนแรงทีผ่ คู นชินชาจนเปนเหตุแหงสงครามทีไ่ มสน้ิ สุด
AOF SMITH
RAJ BUNNAG
ในผลงานชุดนี้ ราช บุนนาค ไดนำเอา แรงบันดาลใจจากรูปภาพอันแปลก ประหลาดพิลึกพิลั่นจากภาพพิมพใน ประวัติศาสตร โดยศิลปน Jacques Callot และ Francisco Goya เชน ผลงาน The Miseries and Misfortunes of War (1633) และ The Disasters of War (1810-1820) มาใช เปนแรงบันดาลใจในการสรางสรรคผล งานดวยเทคนิคภาพพิมพนูน (relief printmaking) ที่ดึงเอาพลังงานแหง การทำลายลางของสารเสพติดในยุค สงครามออกมาใหผูชมไดสัมผัส ผาน ภาพสะทอนทางอารมณของความโหด ราย การทรมาน และการสูญเสียจาก นโยบายตอตานการผลิต จำหนายและ เสพสารกระตุน ตางๆ โดยรัฐบาลอเมริกนั ในยุค 1970s ซึง่ เต็มไปดวยความรุนแรง และการคอรรปั ชัน่ ภายใตหนากากของ ภาครัฐ หรืออำนาจมืดในเงือ้ มมือมาเฟย ตลาดคายาขนาดใหญ วางตัวประดุจ ปศาจรายทีพ่ รอมจะกลืนกินผูบ ริสทุ ธิ์ ดังเชนทีศ่ ลิ ปนเคยกลาวไวอยางเจ็บปวด ครัง้ หนึง่ วา “ไมวา ใครก็ตาม... เราตาง มีคนใกลตัว หรือรูจักคนบางคน หรือ สูญเสียคนบางคนใหตออำนาจและ ผลลัพธของยาเสพติดกันทั้งนั้น...”
Monster Music, 2021. Oil on linen, 150 cm x 150 cm.
¡ ¤ £££
¡ ¢ ¡ £££
¨¨¨ ¡ ¢ ¡ ¢©
PREYAWIT NILACHULAKA
TAIKI SAKPISIT
Trouble in Paradise, 2017 Duration 13 minutes, Digital, 16:9, Sound, Colour
ผลงานอนาลัยนคร โดย ไทกิ ศักดิ์พิสิษฐนำเราไปพิจารณาเขตแดนแหง มายาภาพที่วิวัฒนาการขึ้นรอบๆ ทัศนียภาพคลายภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่นและ ตัวละครทีด่ นู ง่ิ เฉยราวกับเปนเพียงหุน ประกอบฉากกอปรกันใหเราสัมผัสถึง ทิวทัศนของประเทศไทยชวงหลังป 2559 จนถึงปจจุบนั ผลงานชิน้ นีป้ ระกอบ ไปดวย 5 องค ไดแก 1. กอนเที่ยงคืน 2. มหรสพ 3. ทองฟาสายัณห 4. อนาลัย 5. อนาลัยนคร จำลองเรือ่ งราวประสบการณของศิลปน การระลึก ชาติ เดจาวู และสภาวะประสาทหลอนขณะเดินทางไปสูโลกหลังความตาย
¥
ในผลงานชุด ‘Death of Bob’ ปรียวิศว นิลจุลกะ สำรวจความรูส กึ โดดเดีย่ ว และความตาย ที่นำเอาแนวคิด ‘มรณานุสติ’ ในพุทธศาสนามาเลาผานผล งาน เพื่อเปนเครื่องระลึกถึงและยอนเตือนใจเราเสมอวาอยางไรเสียเราก็ ตองตายในวันหนึง่ และยิง่ สำหรับสถานการณการแพรระบาดของโรคโควิด-19 ทำใหหลายๆ ครอบครัวตองแยกจากกันดวยมาตรการตางๆ เชนการกักตัว และการเวนระยะหางทางสังคม นำพาผูคนไปสูอาการเจ็บไขไดปวยทางใจ จากความเปลี่ยวเหงา
ศิลปนไดสรางตัวละคร ‘Bob’ ขึน้ มาเพือ่ สำรวจสภาวะ ณ จุดกึง่ กลางระหวาง ความเปนและความตาย ดวยวันหนึ่งตัวละครคนพบวาตัวเองอยูในสภาวะที่ ใกลเคียงกับความเปนอมตะ จึงพาตัวเองไปทำความเขาใจความตายผานการ ตายทีร่ นุ แรงขึน้ เรือ่ ยๆ เพือ่ คนพบวาวิธกี ารเดียวทีจ่ ะคืนความมีชวี ติ ชีวาของ ความตายภายใตความเปนกึ่งอมตะนี้ คือการพาตัวเองไปใหใกลชิดที่สุดกับ การลืมเลือน
¥ ¤
¥
If you can can !!!!, 2021 Acrylic on linen 100 x 150 cm.
¢ ¢ ¦ §
VIPOO SRIVILASA
three
กลุมศิลปนจากฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุน ทำงานรวมกันในชื่อ three ภายใตธีมของ ‘การบริโภค’ ศิลปนนำเอากระบวนการสรางสรรค ชิ้นงานมาใชในการสื่อถึงผลลัพธจากพฤติกรรมการบริโภคของผู เขาชมและเชื้อเชิญตระหนักถึงประเด็นและอารมณตางๆ ที่เปน ผลมาจากการบริโภค ผลงานของ three ในชุดนี้ไดแรงบันดาล ใจมาจากโมเดลฟกเกอร ศิลปนสำรวจลึกลงไปในวัสดุพื้นฐานของ ชิ้นงาน ปริมาณอันมหาศาลและความเปลี่ยนแปลงของมูลคาของ โมเดลเหลานั้น ศิลปนนำเอาโมเดลฟกเกอรมารวมเขาดวยกันเพื่อ ถอดความหมายเดิมออกจากคาแร็กเตอรของโมเดล และลดทอน ใหเหลือเพียงวัสดุสามัญที่เฉยชาเหลือเพียงความแตกตางของสี และน้ำหนักของผลงานแตละชิ้นกลายเปนชื่องาน ซึ่งเปนน้ำหนัก รวมของโมเดลทัง้ หมดทีศ่ ลิ ปนใชในผลงานแตละชิน้ โมเดลทัง้ หมด ถูกนำไปละลายและประกอบยึดเขาดวยกันใหมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อ สื่อถึงสภาวะของขอมูลปริมาณมหาศาลที่ผสมปนเปกันอยูบนโลก อินเทอรเน็ต ทำใหผคู นในสังคมสมัยใหมไมสามารถระบุตวั ตนของ ตนเองได ¥
¢ 2211g, 2020 Figure (PVC resin), stainless steel, FRP, PVC, wood and acrylic box, 30 x 20 x 43 cm
¡ ¢ ¡ £££
วิภู ศรีวิลาศ สรางสรรคผลงานดวยเซรามิก ถายทอดผาน ประติมากรรมพอรซเลนรวมสมัยเพือ่ สำรวจประสบการณแตก ตางระหวางวัฒนธรรมและวัฒนธรรมขามชาติ ผลงานของเขา โดดเดนดวยความสนุกสนานมีชีวิตชีวาในการผสมผสานรูป ลักษณอนั สือ่ เรือ่ งราวและบุคคลในประวัตศิ าสตรกบั ความงาม แบบศิลปะตกแตงที่กลมกลืนเขากับวัฒนธรรมรวมสมัย อยางลงตัว การยายถิ่นฐานถาวรไปอยูที่ประเทศออสเตรเลีย ทำใหเขาสนใจในประเด็นของความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทีเ่ ต็มไปดวยมิตขิ องความทับซอน ภายใตประสบการณดงั กลาว ชวยใหเขาเขาใจถึงความหลากหลาย ความไมลงรอย และ ความขัดแยงทางเชือ้ ชาติ ศาสนา รวมถึงอาชญากรรมทางเพศ ที่เกิดจากมุมมองของปจเจกบุคคล ศาสนา และสากล ¢
ª
Deity 2, 2016 Clay, gold luster and acrylic, 17 x 9 x 12 cm
¨¨¨ ¡ ¢ ¡ ¡¡
ผลงาน Castor & Pollux โดยคมกฤษ เทพเทียน ไดหยิบเอาชวงเวลา หนึ่งในความสัมพันธทางประวัติศาสตรระหวางประเทศไทยและประเทศ ฝรั่งเศสมารอยเรียง ปะติดปะตอขึ้นใหม ความสัมพันธที่ถูกบันทึกผาน เครื่องราชบรรณาการที่เปนสัตวและสิ่งของการแปรเปลี่ยนไปของเรื่อง เลาทางสังคม ผลักดันใหทกุ อยางแปรเปลีย่ น ความรูส กึ และความหมาย ที่ถูกเก็บไวในเครื่องราชบรรณาการเหลานั้นถูกเปลี่ยนความสำคัญไปสู ความจริงอีกชุดหนึ่ง ความรูสึกที่แสดงผานวัตถุ ไดเคลื่อนที่ไป เหลือไว แตรูปทรง สีสัน น้ำหนัก และความเปนอื่น
KITIKUN MANKIT
KOMKRIT TEPTHIAN
«
Castor & Pollux, 2021 Sculpture, Material: Fiber glass, iron, stainless, resin and metal padlock, H 209 x 130 x 103 cm
¡ ¢ ¡ ¡ £££
กิตคิ ณ ุ หมัน่ กิจ สรางผลงานทีท่ ำใหผชู มรูส กึ ถึงการถูกจับจอง จนเกิดคำถามขึน้ จาก ความอึดอัดของการถูกจองมองโดยภาพเขียนของเขา ศิลปนไดนำเอาองค ประกอบ ของสังคมทั้ง ทัศนคติ การเมือง อำนาจ ชนชั้น ฐานะ หรือแมกระทั้งความเชื่อเปน จุดเริม่ ตน และวิพากษกลับดวยวิธกี ารทีเ่ รียบงายทีส่ ดุ คือการนำเอาความรูส กึ ตาง ๆ มาถายทอด ทำใหเกิดอารมณทแ่ี ตกตางกันไป ทัง้ ความอึดอัด ความฉงน ความเศรา ความโกรธ ความหวาดระแวง รังเกียจเดียดฉันท เยาะเยยถากถาง หรือแมกระทั้ง ตลกขบขัน ศิลปนไดนำเอาความรูส กึ เหลานัน้ มาสงตอผานรูปลักษณทบ่ี ดิ เบีย้ ว ผสม ผสานระหวางภาพเขียนบุคคล ทีผ่ นวกเอาสัญญะของสิง่ ตางๆ ลงไปในภาพ ภายใต นิยาม “ประโยคสัญลักษณ” ดวยแรงบันดาลใจจากความชอบในผลงานศิลปะยุค โบราณ ทั้งดานคุณคาทางศิลปะและประวัติศาสตร ความสนใจในเชิงคริสตศิลปที่ ศิลปนในยุคนั้นนิยมใชภาษาของเครื่องหมาย ตลอดจนสัญลักษณตาง ๆ ในการ ถายทอดความคิด ในนิทรรศการครัง้ นีจ้ ดั แสดงผลงาน 3 ชิน้ จากชุด ‘The ProPhet Series’ จากสัญญะของภาพปรากฏบนไพเพื่อสื่อสารความรูสึกของเรื่องราวและ วิพากษสภาวะทางสังคมการเมืองรอบตัวในปจจุบัน ¤ ¤ ¤ ¤
The Tower, 2021 Oil on linen 140 x 160 cm
¡ ¢ ¡ £££
Support by Managing Director
The exhibition “MONSTER” on display between 16 Nov 2021 – 12 Feb 2022 at SAC Gallery www.sac.gallery https://www.facebook.com/sacbangkok E-mail : Manager@sac.gallery Tel: +66 2 2585580 Ext. 401
#sacmonster #sacbangkok
Curator Co-curator Graphic Designer Coordinator
Production
Sithikaj Angsuvarnsiri Jongsuwat Angsuvarnsiri Chol Janepraphaphan Patticha Thitithammaporn Saruda Suansa-ard Chuthamat Suwannasri Methinee Boonyuen Krittathat Taveetanathada Charun Lunsucheep Pinyaphat Satchukorn Phansak Kaeosalapnil Panupong Prasetthassut