Page 1

(เผยแพรเชิงวิชาการ) ผลของ Transfer Factor Riovida ในการชวยลดอนุมูลอิสระและกระตุนการสรางอินเตอรลิวคิน-ทู ในคนหลังออกกําลังกายอยางหนัก โดย ดลรวี ลีลารุงระยับ นักวิจัยอิสระ และทีมงาน

-----------------------------------------------------------------------------------วัตถุประสงคของการศึกษาครั้งนี้ เพื่อศึกษาประสิทธิผลของผลิตภัณฑเสริมอาหาร ชนิด Transfer factor Riovida ตอภาวะ ออกซิเดทีฟสเตรท และอินเตอรลิวคิน-ทู โดยทําการ ศึกษาในอาสาสมัครเพศชายอายุเฉลี่ย 18.5+1.5 ปที่มีสุขภาพแข็งแรง ไดแบงระยะศึกษาออก เปนชวงควบคุม เปนเวลา 1 สัปดาห และชวงที่ไดรับประทาน ริโอวิดา เปนจํานวน 60 ซีซี ตอ1 ครั้ง 3 ครั้งตอวัน เปนเวลาติดตอกัน 14 วัน และทําการเจาะเลือด เปนจํานวน 3 ครั้งคือ ในชวงควบคุม 2 ครั้งและหลังจากที่รับประทานริโอวิดาครบ 14 วันแลว โดยกอนการเจาะเลือดทุกครั้ง จะให อาสาสมัคร วิ่งจนกระทั่งเหนื่อยจนทนไมไหวจะนําเลือดมาตรวจวัดตัวแปรภาวะ ออกซิเดทีฟสเตรส ไดแก สารที่ถูกทําลายจากไขมันหรือมาลอนไดออลดีไฮด สารอนุมูลอิสระชนิดไนตริก ออก ไซต ฤทธิ์ตานอนุมูลอิสระโดยรวมและ ปริมาณของอินเตอรลิวคิน-ทู ผลการศึกษาพบวาการใชริโอวิดาเปนระยะเวลา 14 วันอยางตอเนื่อง พบวาสามารถชวยปองกัน ไขมันในรางกายไมให ถูกทําลายและ ลดการปลอยสาร อนุมูลอิสระไนตริกออกไซต และสําคัญ ยัง พบวาฤทธิ์ตานอนุมูลอิสระโดยรวมและปริมาณของอินเตอรลิวคิน-ทู มีคาเพิ่มขึ้นอยางมีนัยสํา คัญ โดยเปรียบเทียบ กับชวงที่ไมไดรับประทานริโอวิดา สรุปผลการศึกษา แสดงใหเห็นวา ริโอ วิดา สามารถชวยลดภาวะ ออกซิเดทีฟเสตรสและเพิ่มปริมาณของอินเตอรลิวคิน-ทู ในราง กายคน ได -------------------------------------------------------------------------------------------------------งานวิจัยนี้ไดผานคณะกรรมการจริยธรรมในมนุษย คณะเทคนิคการแพทย มหาวิทยาลัยเชียงใหม เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2552 -------------------------------------------------------------------------------------------------------อนุมูลอิสระ (Free radical) อนุมูลอิสระ(Free radical) เปนโมเลกุลหรืออิออนที่มีอิเลคตรอนโดดเดี่ยวอยูรอบนอก และมีอายุสั้นมาก จัดเปนโมเลกุลที่ไมเสถียรและมีคุณสมบัติเฉพาะคือ มีความไวสูงในการเกิด ปฏิกิริยากับโมเลกุลอื่นๆ อนุมูลอิสระที่มีความสําคัญทางชีวภาพ ไดแก อนุมูลซุปเปอรออกไซด แอนอิออน (O2 -°) อนุมูลไฮดรอกซี (OH°) อนุมูลอัลดอกซี (RO°) และอนุมูลเปอรไฮดรอกซี (HO2 °) อนุมูลอิสระเหลานี้จัดเปนอนุมูลที่ไวในการเกิดปฏิกิริยาสูงมากและในขณะที่ไนตริกออก ไซด (NO) หรืออนุมูลไนตริกออกไซด (NO°)

อนุมูลอิสระชนิดตางๆ ที่มากเกินไป จะทําอันตรายตอไมโตคอนเดีย เกิดการทําลาย โครงสรางตางๆ ในรางกายไดแก ไขมัน (Lipid peroxidation) (Yagi 1992) หากเกิดที่อวัยวะที่สําคัญเชน สมอง ไต หัวใจ ก็จะ สงผลทําใหเกิดโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อม (Degenerative diseases ) นอกจากนี้ยังไปทําลาย โปรตีน (Protein oxidation) จะทําใหเกิดปฏิกิริยาลูกโซของเอนไซม ในระบบทางเดินหายใจ และ ถามีการทําลาย β-cells ที่ตับออน ก็จะสงผลทําใหเกิดโรคเบาหวานทั้งชนิดที่หนึ่งและสอง


(Diabetes type I&II) นอกจากนี้ยังทําใหไมโตคอนเดียทํางานผิดปกติหรือไมทํางาน ซึ่งสงผลทํา ใหเกิดโรคทางระบบประสาทที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของเซลล เชน โรคพากินสัน (Parkinson’s diseases) โรคความจําเสื่อม (Alzheimer’s diseases) โรคของระบบประสาทยนต เชน Multiple sclerosis (MS) และยังทําใหเกิดโรคในระบบอื่นๆ อีก เชน โรคกลามเนื้อหัวใจ หรือ อวัยวะตางๆในรางกายทํางานลมเหลว เปนตน การสรางสารอนุมูลอิสระในไมโตคอนเดรีย ยังมีผล ทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือกลายพันธุของยีนส ทําใหเกิดโรคตางๆ ในระบบหายใจ(Rosario และคณะ, 2006)เชนโรคหอบหืด(Asthma),โรคปอดอุดกั้นเรื้อรง(Chronic obstructive disease; COPD),โรคมะเร็งปอด (Lung cancer) หรือโรคทางหลอดเลือดและหัวใจ (Sofian และคณะ, 2006) เปนตน และยังอาจสงผลทําใหระบบตางๆ ในรางกายเกิดความผิดปกติไดอีก อาทิ โรคทาง พันธุกรรม โรคมะเร็ง อัมพาต และโรคอื่นๆ นอกจากอนุมูลอิสระที่มากเกิน ไป มีผลตออวัยวะตางๆ ในรางกายแลว ยังมีผลตอระบบภูมิคุมกันในรางกาย คือทําใหเกิดโรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุมกัน (Autoimmune diseases) ซึ่งพบบอยไดแก Systemic lupus erythematosus (SLE) และ Rheumatoid arthritis (RA) (Jun และคณะ, 1999) เปนตน อนุมูลอิสระชนิดไนตริกออกไซด (Nitric oxide) (Endo และคณะ, 1994) เปนสารที่หลั่ง ออกมาจากการทํางานของเอนไซม Nitric oxide synthase (NOS) ที่อยูในผนังหลอดเลือดและใน กลามเนื้อ ถึงแมนวาสารไนตริกออกไซดมีประโยชนอยางยิ่งในการชวยควบคุมการขยายตัวของ หลอดเลือด ทําใหเลือดไหลเวียนมากขึ้น สงผลทําใหสามารถออกกําลังกายไดนานขึ้น แตหาก มากเกินไปก็อาจใหเกิดผลเสียเชนเดียวกับสารอนุมูลอิสระอื่นๆ สารตานอนุมูลอิสระโดยรวม (Total antioxidant capacity) เปนสารแอนติออกซิแดนท (Antioxidant) ซึ่งสามารถทําปฏิกิริยากับอนุมูลอิสระ โดยตรง เพื่อกําจัดอนุมูลใหหมดไป หรือปฏิกิริยาลูกโซไมใหดําเนินตอได สารตานอนุมูลอิสระที่มี ตามธรรมชาติ เชน กรดยูริค บิลิรูบิน จะทําหนาที่ในการกําจัดอนุมูล สวนวิตามินซี วิตามินอี กลูตาไทโอน เบตาแคโรทีน และยูบิควิโนน จะหยุดปฏิกิริยาลูกโซ ของการเกิดอนุมูล ภายในรางกาย มีสารตานอนุมูลอิสระอยู 3 กลุม ดวยกันไดแก 1) กลุมที่เปนเอนไซม (Enzyme Antioxidant) เอนไซมที่อยูในพลาสมาในเลือดที่ทําหนาที่นี้ ประกอบดวย Superoxide Dismutase (SOD), Catalase, Glutathione peroxidase (GSH– Px),Glutathione Reductase เปนตน 2) กลุมที่เปนโปรตีน ไดแก โปรตีนที่จับโลหะหรือธาตุใหอยูในโครงสราง เชน Ceruloplasmin และโปรตีนที่มีกลุมซัลไฟดเปนสวนประกอบ เชน อัลบูมินในเลือด และ 3) กลุมที่เปนสารโมเลกุลขนาดเล็ก มีทั้งที่ละลายน้ํา (Water soluble antioxidant) ไดแก วิตามินซี น้ําตาล กรดยูริค กลูตาไทโอน และชนิดที่ละลาย ไขมัน (Lipid soluble antioxidant) ไดแก วิตามิน E หรือแคโรทีนอยด เปนตน (Davies 1995; Gluliani 1997) กระบวนการติดเชื้อและการอักเสบ กับ IL-2 : Interleukin 2 เปนไกลโคโปรตีนที่มีน้ําหนักก โมเลกุลเทากับ 15,000 dalton เปนสารที่มีผลกระตุนตอการทํางานและการเจริญเติบโตของ T-cell ซึ่ง IL-2 นี้ผลิตจาก CD4+ และ CD8+ T cells เมื่อรางกายถูกกระตุนดวยสิ่งแปลก ปลอม (Antigen) จะทําใหT-Lymphocytes (โดยเฉพาะ CD4+) จะตอบสนอง โดยการสราง IL-


2 ออกมาซึ่งจะสงผลใหรางกายสามารถกําจัดเชื้อโรคและหายจากโรคได โดย IL-2 สามารถทําให Lymphocytes แบงตัวเพิ่มจํานวนและเกิดพัฒนาการเจริญเติบโตจนถึงขั้นสุดทาย ดังนั้น IL-2 จึง สามารถชวยระงับกระบวนการติดเชื้อหรืออักเสบไดในที่สุด ซึ่งถือวาเปนระบบคุมกันในราง กาย แบบจําเพาะเจาะจงตอสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคนั้นๆ (Zhendong 2007) การออกกําลังกายอยางหนัก (Siodin และคณะ, 1990) ในชวงเวลาสั้นๆเทานั้น เปนการ ออกกําลังกายคอนขางหนักและนาน อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นมีมากถึง 20% เกินความสามารถของ ระบบตานอนุมูลอิสระในรางกาย จึงทําใหปริมาณอนุมูลอิสระเหลือมากพอที่จะทําลายเซลลตางๆ ได และยังทําปฏิกิริยาลูกโซใหเกิดอนุมูลอิสระอื่นๆ เชน จากไขมัน Lipid peroxidation และจาก โปรตีน (protein oxidation) เพิ่มมากขึ้นไปอีก การออกกําลังกายหนักเกินไป อาจทําใหเกิด อันตรายเกิดกระบวนการอักเสบขึ้นในรางกายได การอักเสบที่เกิดขึ้นนั้นเปนผลมาจากเนื้อเยื่อ กลามเนื้อเกิดการบาดเจ็บ ขณะออกกําลังกาย (Armstrong และคณะ, 1991) เมื่อรางกายมีอาการ ผิดปกติระบบภูมิคุมกันของรางกายจะกระตุนให T-cell ผลิตโปรตีน Interleukin 1,2 เพื่อชวยระงับ สารกระตุนการอักเสบที่เกิดขึ้นได ผลิตภัณฑเสริมอาหาร Riovida Transfer factor4 เปนผลิตภัณฑเสริมอาหารอีกชนิดหนึ่ง ที่ มีสวนประกอบหลายประการ เชน น้ําองุน (grape juice) มีสารออกฤทธิ์ที่เปนสารตานอนุมูลอิสระ (antioxidant function) (Ariga, 2004) โดยเปนกลุมของโพลีฟนอย (polyphenols) โดยเฉพาะ Proanthocyanidins โดย มีฤทธิ์ตานอนุมูลอิสระที่สูงกวาวิตามิน-ซี และ วิตามิน-อี มาก น้ําทับทิม (Pomegranate juice) ไดมีการศึกษาผลของน้ําทับทิมพบวามีฤทธิ์ตานอนุมูล อิสระ (antioxidant) ที่สูงกวาน้ําเอบเบิล (apple juice) โดยมีออกฤทธิ์ที่สําคัญคือ Punicalagin และ Ellagic acid (EA) จึงทําใหน้ําทับทิมสด จะทําใหมีฤทธิ์ตานอนุมูลอิสระสูง (Seeram และคณะ, 2005) น้ําเบอรี่ (Berry juice) (Seeran, 2008) เปนน้ําผลไมชนิดหนึ่งที่คัดไดจากผลไมเบอรี่ ที่ ปลูกในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีหลายพันธมาก ไดแก blackberry (Rubus spp.), black raspberry (Rubus occidentalis), blueberry (Vacciniumcorymbosum), cranberry, red raspberry (Rubus idaeus) และ strawberry (Fragaria x ananassa) ซึ่งสารออกฤทธิ์ ยังคงเปนกลุม Polyphenol ไดแก Anthocyanins, Phonolic acids, flavonol glycosides และ Flavan-3-ols (Fang และคณะ, 2009). จากงานวิจัยมากมาย พบวาที่นาสนใจคือ งานวิจัยของ Sacheck และคณะ (2003) ได ทําการศึกษาผลของวิตามิน-อี ตอภาวะ 3.3 ป จากการออกกําลังกายแบบ Eccentric exercise เปนเวลา 12 สัปดาห±ออกซิเดทีฟสเตรส ในกลุมคนปกติ เพศชาย อายุ 26.4 พบวาสามารถชวย ลดปริมาณ Creatine kinase (CK) แตไมไดลดปริมาณ Malondialdehdye และงานวิจัยของ Schoen และคณะ (2009) ไดศึกษาผลของอาหารหมักที่ประกอบดวยผลไม ถั่วและผัก ในคน สุขภาพแข็งแรงเพศชาย จํานวน 20-48 ป จํานวน 48 ราย โดยใหรับประทานเปนจํานวน 2 ครั้งตอ วัน เปนจํานวนติดตอกัน 4 สัปดาห พบวา สามารถชวยลดปริมาณ Lipid peroixdation และเพิ่ม ปริมาณ glutathione ในเซลลเม็ดเลือดขาวชนิด lymphocyte, monocytes และ\ กระตุนการทํางานของ NK-cells ที่กระตุนดวย IL-2 เพิ่มขึ้น อยางมีนัยสําคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับ กลุมควบคุม รวมไปถึงงานวิจัยของ Guo และคณะ (2008) ไดทําการศึกษาผลของการรับประทาน


น้ําทับทิม ในปริมาณ 250 มิลลิลิตรตอวัน เปนเวลาติดตอกัน 4 สัปดาห ในผูสูงอายุ จํานวน 26 ราย พบวาสามารถชวยเพิ่มฤทธิ์ในการตานอนุมูลอิสระโดยรวม (Total antioxidant) และลดปริมาณ โปรตีนที่ถูกทําลาย (Protein carbonyl) ไดอยางมีนัยสําคัญ เพิ่มเปรียบเทียบกับน้ําแอปเบิ้ล ดังนั้นจากที่ไดกลาวไปทั้งหมด ทําใหเปนจุดสนใจอยางยิ่งในการศึกษา เพื่อพิสูจนประสิทธิผล ของ Riovida Transfer factor 4Life ในการทําหนาที่ในการลดอนุมูลอิสระและตอการเปลี่ยนแปลง ของ IL-2 ในรางกายคนที่มีภาวะออกซิเดทีฟสเตรสเกิดขึ้นจากการวิ่งอยางหนักในระยะสั้น ซึ่งจะ เปนขอมูลในการใหผูบริโภคไดมีทางเลือกในการดูแลสุขภาพตอไปได -------------------------------------------------------------------------------------------------------ขั้นตอนการศึกษา กลุมอาสาสมัคร ระยะเวลาศึกษา ผลิตภัณฑ จํานวนครั้ง ตรวจวัดสาร

เพศชาย อายุ 18.5+1.5 ป สุขภาพแข็งแรง ระยะควบคุม 1 สัปดาห และระยะศึกษา (รับประทาน ริโอวิดา) 2 สัปดาห

RiovidaTM, 4Life Transfer factor®, USA (อย 10-3-10449-1-0004) ปริมาณ 60 ซีซีตอครั้ง 3 วันตอสัปดาห ติดตอกัน 14 วัน ประเมิน 3 ครั้ง กอนใชริโอวิดา 2 ครั้ง และหลังใชริโอวิดา 1 ครั้ง กอนเจาะเลือดทุกครั้ง จะใหวิ่งบนสายพานอยางหนักจนเหนื่อยลา ตามโปรแกรม ACSM, 2006) อนุมูลอิสระชนิดไนตริกออกไซด (Nitric oxide;NOx) (Griess reagent) ไขมันที่ถูกทําลาย (Malondiladehye หรือ MDA) (TBARs) (Chirico, 1994) ฤทธิ์ตานอนุมูลอิสระโดยรวม (Total antioxidant capacity; TAC) (Re และคณะ 1991) อินเตอรลิวคิน ทู (Interleukin 2; IL-2) (ELISA kit) (R&D systems Europe,Ltd.UK)

วิเคราะหผล

Repeated measurement (SPSS)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------


3.งานวิจัย Riovida  

(เผยแพร เชิงวิชาการ) กระตุนการทํางานของ NK-cells ที่กระตุนดวย IL-2 เพิ่มขึ้น อยางมีนัยสําคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับ กลุมควบคุม รวมไปถึงงา...