Skip to main content

Magketing Vol.64

Page 1

RECHARGE AFTER

COVID-19 ++ marketing case study BEYOND STRATEGY & CONSUMER LIFESTYLE SEPTEMBER 2564

VOL.8 ISSUE 64

THAILAND'S FIRST FREE E-MARKETING MAGAZINE

RECHARGE AFTER

COVID-19 ++

UNSPLASH

it's FREE

64 I S S U E


Fresh - Baked Dairy The Europeans baking kitchen Enjoy a cup of warm chocolate

AnnaNita

SUKH UMVI T So i 1 1 n ear NA NA BTS Sky trai n SUKH UMVIT R d. BKK


01

HOMEROOM

EDITORIAL บรรณาธิการบริหาร

ภาวนา อรัญญิก

EDITORIAL STAFF > หัวหน้ากองบรรณาธิการ > กองบรรณาธิการ

บัณฑิต โชคสิทธิกร กัลชนา ทิชากร ปรัชญ์ พันแสงระวี

> ศิลปกรรม

cymk@bangkok

ADVERTISING STAFF > ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา > กองโฆษณา

วิโรจน์ ธนวัฒน์วาทิน สุนิสา อดุลย์วิทย์

บจ.มาร์เก็ตอินโฟ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น 3769/46 เจริญราษฎร์ บางโคล่ บางคอแหลม กทม. 10120 tel.062-4836903 email>>magketing.editor@gmail.com


CONTENTS

INFORMATION

17

8 12

FLASH PODIUM

ANALYSIS

20

28

34

17 18 24 33 35

BEHAVIOR CASE STUDY FACTOR DIGITAL LIFE RESEARCH

DATABASE

37 38 39

MOVEMENT

>> FOOD & IT

MOVEMENT

>> HOME & FINANCE

MOVEMENT

>> ETC.


FLASH

ททท

แคมเปญ “Unseen More Fun วันธรรมดา@ชลบุรี”

ททท. ส�ำนักงานพัทยา ผุดแคมเปญ “Unseen More Fun วันธรรมดา@ชลบุรี” หลัง ประกาศเปิดเมืองพร้อมรับนักท่องเที่ยวตุลาคมนี้ ชูกลยุทธ์เซเลบริตี้ มาร์เก็ตติ้ง ดึง “เบลล่า ราณี” ชวนเที่ยวพัทยาผ่าน “Photo Series” กับหุบเขาไดโนเสาร์ Unseen New series แห่งใหม่ของพัทยา พร้อมเตรียมคลอดแพ็คเกจวันธรรมดา ตอบโจทย์ ความต้องการของนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม

ทราเวลโลก้า

แคมเปญ “ฉีดวัคซีนแล้ว บินได้คุ้มกว่า”

โฉมใหม่สินเชื่อ Krungsri iFIN

ฟินเทคยูนิคอร์นรายแรกของประเทศไทย

แอสเซนด์ มันนี่ ผู้ให้บริการ ทรูมันนี่ แพลตฟอร์มดิจิทัลเพย์เมนต์ เผยบริษัทฯ มีมูลค่า เพิ่มเป็น 1,500 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ภายหลังระดมทุนรอบล่าสุดจ�ำนวน 150 ล้านดอล ล่าร์สหรัฐ และก้าวสู่การเป็นบริษัทฟินเทคยูนิคอร์นรายแรกของประเทศไทย เป็นฟิน เทคสัญชาติไทยเพียงรายเดียวที่ให้บริการครอบคลุม 6 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้ ผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูมันนี่ วอลเล็ท และเครือข่ายตัวแทนกว่า 88,000 รายทั่วภูมิภาค

สสว

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน)) เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ลูกค้าเป็น ศูนย์กลาง ต่อยอดนวัตกรรม Digital Lending เปิดตัวบริการสินเชื่อ Krungsri iFIN รูปแบบใหม่ ที่พัฒนาให้สมัครออนไลน์ได้ง่ายกว่าเดิม ไม่ต้องเป็นลูกค้ากรุงศรีมาก่อน ภายใต้แนวคิด “โหลด อัป รับ ฟิน” ยื่นกู้ง่ายได้ทุกที่ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคล )ค�้ำประกัน เพียงดาวน์โหลดกรุงศรี โมบาย แอปพลิเคชัน (KMA

เตาอบลมร้อน เฮเฟเล่ นวัตกรรมครัวยุคใหม่

HAFELE OVEN AIR FRYER เตาอบลมร้อน ขนาด 25 ลิตร จากเฮเฟเล่ ออกแบบผสม ผสานสองเครื่องใช้ไฟฟ้าแห่งยุค เตาอบ-หม้อทอดลมร้อน สู่ความเป็นอันหนึ่งอันเดียว กับนวัตกรรมที่ตอบทุกเมนูความต้องการ จากลมร้อนประสิทธิภาพสูง ปรับอุณหภูมิได้ ตั้งแต่ 38-230 องศาเซลเซียส กระจายความร้อนทั่วถึง ความสูง 4 ชั้นวาง ความจุ 25 ลิตร สามารถปรุงอาหารได้หลากหลายและรวดเร็วทุกเมนูที่ต้องการ รวมถึง 10 เมนู อัตโนมัติในตัว

แอสเซนด์ มันนี่

ทราเวลโลก้า ซูเปอร์แอปเพื่อไลฟ์สไตล์ชั้นน�ำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อม สนับสนุนการเสริมภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีนในประเทศไทยในฐานะที่เป็น แพลตฟอร์มด้านการเดินทางและไลฟ์สไตล์ จับมือกับสายการบินในการเปิดแคมเปญ “ฉีดวัคซีนแล้ว บินได้คุ้มกว่า” มอบดีลพิเศษในการจองตั๋วสายการบินภายในประเทศ ให้แก่ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มแรก และผู้ที่ได้รับวัคซีนครบทั้งสองเข็ม

กรุงศรี

เฮเฟเล่

สสว.-ส.อ.ท. น�ำเอสเอ็มอีขายสินค้าผ่าน Shopee

สสว. และส.อ.ท. ได้ร่วมกันเปิดตลาดการค้าออนไลน์ ภายใต้ชื่อร้าน “ไทยท�ำ ไทย ช้อป ไทยใช้” Made in Thailand ผ่านทางเว็บไซต์ Shopee.com ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 2564 ตลอด 24 ชั่วโมง มีผู้ประกอบการไทยกว่า 200 ราย สร้างยอดขายได้นับล้าน และยังจับคู่ทางธุรกิจได้อีก 170 คู่ คาดว่าจะ สามารถต่อยอดการซื้อขายได้ต่อเนื่องมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท

MAGKETING l 8


FLASH

MAGKETING l 9


FLASH

ควิกแสบ

ควิกแสบ มอบผลิตภัณฑ์ เพื่อบรรจุลงกล่อง «ก�ำลังใจ»

สรวัฒน์ สัตยาสุนทร ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหาร ไทย จ�ำกัด ผู้ผลิตและจัดจ�ำหน่ายบะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูป “ควิกแสบ” เป็นผู้แทนเข้ามอบ ผลิตภัณฑ์ ให้แก่ ทีมงานรายการไนน์เอ็นเตอร์เทน เพื่อน�ำไปบรรจุลงกล่อง "ก�ำลังใจ" ส่งต่อให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในชุมชน ต่างๆ ทั่วประเทศ ผ่าน “โครงการ 19th Anniversary NineEntertain Birthday ”Charity

แอร์เอเชีย

รางวัลสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลก

Unithai ร่วมมือ ร่วมใจ ปันน�้ำใจ สู้ภัย COVID19-

กลุ่มบริษัทยูนิไทย มอบเครื่องผลิตออกซิเจนให้กับกรมการแพทย์ กระทรวง สาธารณสุข เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ในโครงการ “Unithai ร่วมมือ ร่วมใจ ”ปันน�้ำใจ สู้ภัย COVID-19

กระแสตอบรับงาน IP Fair 2021

กระทรวงพาณิชย์เปิดผลความส�ำเร็จการจัดงานมหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา (IP Fair 2021) ตลอด 5 วัน เสียงตอบรับดีเยี่ยม มีผู้สนใจเข้าร่วมงานจากทุกภาคส่วนกว่า 26,000 คน น�ำไอเดียทรัพย์สินทางปัญญาไปต่อยอดธุรกิจกว่า 100 ราย สร้างมูลกว่า 33 ล้านบาท

ปตท.สฝ

แอร์เอเชียฉลองรางวัลแห่งความภูมิใจ “สายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลก ต่อ เนื่องเป็นปีที่ 12” จากการประกาศของ Skytrax 2021 World Airline Awards โดยเป็นรางวัลที่ได้รับต่อเนื่องมาจากรางวัล สุดยอดธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Business Innovation Award) โดย Flight Global’s Airline Strategy Awards 2021 ที่ประกาศเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2564

ยูนิไทย

ก.พาณิชย์

ชนะเลิศโครงการเพื่อสังคมด้านการพัฒนาสุขภาพ

บริษัท ปตท.ส�ำรวจและผลิตปิโตรเลียม จ�ำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้รับรางวัล ชนะเลิศจากเวทีระดับสากล The Asia Responsible Enterprise Awards (AREA) 2021 ประเภท Health Promotion จากการด�ำเนินโครงการเพื่อสังคมด้านการ พัฒนาสุขภาพในหลายโครงการ อาทิ โครงการพยาบาลชุมชน โครงการพัฒนา ศักยภาพโรงพยาบาลลานกระบือ โครงการรถรักษ์สุขภาพ เป็นต้น

ไฮบรารี่

เปิดตัว ไฮบรารี่ ระบบห้องสมุดออนไลน์

ไฮเท็คซ์ อินเตอร์แอคทีฟ สตาร์ทอัพสัญชาติไทยสบช่องเปิดตัว ไฮบรารี่ ระบบห้อง สมุดออนไลน์องค์กรที่สมบูรณ์ที่สุดของไทย รุกตลาดกลุ่มการศึกษา องค์กรภาครัฐเอกชน คาดกวาดลูกค้า 120 ราย ก่อนสิ้นปี 64 พร้อมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้อย่าง เท่าเทียม ช่วยเรียนออนไลน์และการศึกษายุคใหม่ เผยปี 65 ตลาดองค์กรคึกคักต่อ เนื่องมั่นใจโตก้าวกระโดดอีก 100% มูลค่าแตะ 200 ล้านบาท

MAGKETING l 10


FLASH

MAGKETING l 11


PODIUM

เร่งเปิดมิกซ์ยูสศูนย์รวมไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ คอนโดฯใกล้ม.มหาสารคาม DHOUSE เผยทิศทางธุรกิจโค้งสุดท้าย เร่งด�ำเนินการ UPark Market โครงการมิกซ์ ยูส แหล่งศูนย์รวมไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ร้านค้าปลีก ปั๊มน�้ำมัน และร้านอาหาร ใกล้ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมแผนการเปิดโครงการ River Condo คอนโดมีเนียม โลว์ไรส์ 8 ชั้น ชูกลยุทธ์บริหารจัดการต้นทุน รักษาความสามารถการท�ำก�ำไร พงศ์พจน์ เลิศรุ้งพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีเฮ้าส์พัฒนา จ�ำกัด (มหาชน) หรือ DHOUSE ผู้น�ำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดมหาสารคาม ประเภทที่ อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์เพื่อขายหลากหลายรูปแบบ อาทิ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์ โฮม โฮมออฟฟิศ และอาคารพาณิชย์ เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง 2564 บริษัท เร่งด�ำเนินงานโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารที่มีการใช้งานแบบผสมผสาน ( Mixed-Use) ตั้งอยู่บนถนนสายบ้านท่าขอนยาง-บ้านขี ใกล้มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โครงการดังกล่าว ถือเป็นแหล่งศูนย์รวมไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ทั้งร้านค้าปลีก ปั๊มน�้ำมัน และร้านอาหาร บนเนื้อที่ 12 ไร่ 3 งาน 52 ตร.ว. ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1. สถานี บริการน�้ำมัน และร้านค้าปลีก ภายใต้แบรนด์ ปตท. ขนาด 4 เครื่อง 16 หัวจ่าย และ ร้านค้าเสริม 2 อาคาร 2. UPark Street อาคาร Street Food ขนาด 1,990 ตร.ม. ประกอบด้วย ร้านขายอาหาร 86 ร้าน และลานโล่งส�ำหรับวางเต็นท์ ขายสินค้า ขนาด 7,010 ตร.ม. ประกอบด้วย ร้านอาหาร 26 ร้าน และ ร้านค้า 132 ร้าน ขณะนี้ได้รับ การอนุญาตก่อสร้างแล้ว และคาดว่าพร้อมทยอยให้บริการในช่วงไตรมาส 1/65 นอกจากนี้ บริษัทมีแผนเปิดโครงการ River Condo คอนโดมีเนียมโลว์ไรส์ 8 ชั้น จ�ำนวน 2 อาคาร รวม 336 ยูนิต ริมคลองสมถวิล จ.มหาสารคาม พื้นที่โครงการ 3 ไร่ ภายใต้แนวคิด สุนทรียภาพของการใช้ชีวิต ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ เติม เต็มความสุขด้วยสิ่งอ�ำนวยความสะดวกมากมาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งสระว่าย น�้ำ สวนสาธารณะ คลับเฮ้าส์ และ ฟิตเนส คาดว่าจะสามารถด�ำเนินการก่อสร้างได้ใน ไตรมาส 2/65 ทั้งนี้ บริษัทมีการท�ำแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เตรียมความพร้อมส�ำหรับ การขยายธุรกิจ โดยมีโครงการในอนาคตตามแผนการพัฒนาที่ดินทุกแปลงของบริษัท หลากหลายรูปแบบ ทั้งโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย หรือท�ำการค้าใน เชิงพาณิชย์ อีกทั้งบริษัทมุ่งเน้นกลยุทธ์บริหารจัดการต้นทุน เพื่อรักษาความสามารถ การท�ำก�ำไร ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน รวมไปถึงการ สร้าง Landmark แห่งใหม่ภายในมหาวิทยาลัยมหาสารคามในรูปแบบมิกซ์ยูส ในนาม UPark Market รวมถึงการขยายไปสู่คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ ซึ่งการออกแบบโครงการที่ หลากหลายมาจากการพิจารณาปัจจัยต่างๆ ทั้งด้านความเหมาะสมของพื้นที่ กฎหมาย เกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารและที่อยู่อาศัยท�ำเลที่ตั้งของโครงการ รวมถึงรูปแบบ ลักษณะผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าในพื้นที่นั้นๆ ปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่เปิดขาย 3 โครงการ มูลค่ารวม 803.63 ล้านบาท ได้แก่ โครงการเดอะแกรนด์ คาแนล โครงการแกรนด์ บิซ และโครงการพฤกภิรมย์ ซึ่งบริษัท เชื่อว่าหากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย จะมียอดจองและยอดโอนทยอยเข้ามาอย่าง

ต่อเนื่อง ส�ำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรก 2564 บริษัทมีรายได้รวม 37.54 ล้านบาท ลดลง จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 47.07 ล้านบาท จ�ำนวน 9.53ล้านบาท หรือลด ลง 20.24% และมีขาดทุนสุทธิ 2.39 ล้านบาท สาเหตุที่ผลประกอบการปรับตัวลดลงเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 กลับมาระบาดหนักและทวีความรุนแรงในช่วงไตรมาส 2/64 ส่งผลให้การด�ำเนิน งานบางส่วนของบริษัทเกิดความล่าช้า กระทบถึงแผนการโอนกรรมสิทธิ์บ้านไม่เป็น ไปตามคาด อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อให้บริษัทสามารถท�ำงาน ตามปกติ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

MAGKETING l 12


PODIUM

โฮมโปรถอดแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านผลิตภัณฑ์ขวดน�้ำสู่นวัตกรรมสิ่งทอ โฮมโปร ผู้น�ำในธุรกิจ Home Solution and Living Experience พร้อมตอบทุก โจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยบริษัทฯ มุ่งสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ลูกค้าผ่าน การพัฒนานวัตกรรมสินค้า และบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกไลฟ์ สไตล์ มีความปลอดภัย และค�ำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นส�ำคัญ อิษฏพร ศรีสุขวัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มออกแบบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ เปิดเผยว่า ส�ำหรับโฮมโปร ในฐานะผู้น�ำในธุรกิจเรื่องบ้าน ยังคงเน้นย�้ำในเรื่องของ การพัฒนาสินค้า และบริการ เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่สังคมผ่านการพัฒนา สินค้า และบริการที่มีคุณภาพ โดยสนับสนุนการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Consumption) พร้อมส่งเสริมการใช้สินค้าพลาสติกอย่างมีความ รับผิดชอบ (Responsible Plastic Consumption) ด้วยสินค้ารีไซเคิล (Recycled) จากขวดพลาสติก (PET) ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และให้ ความส�ำคัญกับการน�ำทรัพยากรที่ใช้แล้วกลับมาแปรรูปในกระบวนการผลิตใหม่ เพื่อ เป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยได้พัฒนาสินค้า ECO Choice กลุ่ม หมอนหนุน แผ่นรองนอน ผ้าห่ม ผ้าม่าน พรม หมอนอิง เบาะรองนั่ง ชุดกันเปื้อน ถุงมือ ผ้าเช็ดมือ และแผ่นรองจานภายใต้แบรนด์ HOME LIVING STYLE (HLS) ซึ่ง เป็นสินค้าที่ผ่านการรับรองสินค้าระดับสากลจากสถาบันทดสอบสิ่งทอ OEKO-TEX Standard 100 มีคุณสมบัติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และปลอดภัยต่อผู้บริโภค โดยกระบวนการผลิตกลุ่มสินค้าดังกล่าว บริษัทฯ เลือกใช้เม็ดพลาสติก ที่ผ่าน กระบวนการรีไซเคิลจากขวดพลาสติก (PET) มาแปรรูปเป็นเส้นใย และใช้เป็นไส้ หมอนอิง รวมถึงเป็นเส้นใยในการผลิตพรม และผ้าม่าน เพื่อเป็นการลดขยะจากขวด พลาสติก และส่งเสริมการใช้พลาสติกอย่างมีความรับผิดชอบ โดยได้น�ำขวดพลาสติก (PET) ใช้งานแล้ว มาเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเส้นใยโพลีเอสเตอร์ ผลิตเป็นสิ่งทอ แบรนด์ HOME LIVING STYLE (HLS) ไปแล้ว มากกว่า 4 ล้านขวด สร้างสรรค์ขึ้นเป็น ผลิตภัณฑ์มากมาย ที่ได้รับการยอมรับจากตัวผู้ใช้งานจริง ด้วยคุณสมบัติโดดเด่นให้ ชีวิตในบ้านง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น หมอนหนุน / ผ้านวม / แผ่นรองนอน HOME LIVING STYLE รุ่น OCEANCYCLE ไส้ ในผลิตจากเส้นใยนวัตกรรม Ocean Cycle หรือเส้นใยจากพลาสติกรีไซเคิล ให้ความ รู้สึกที่นุ่ม สบายทุกครั้งที่สัมผัส หุ้มด้วยผ้าผลิตจาก POLYESTER มีความยืดหยุ่นสูง ระบายอากาศได้ดี ไม่อับชื้น ผ้าม่าน UV DIM-OUT รุ่น MOSSEL UV และรุ่น SEQUIN UV ผ้าทอลายผสมเส้นใย รีไซเคิลจากขวด PET มีน�้ำหนักทิ้งตัวดี ขึ้นลอนสวย สามารถป้องกันแสงแดดได้กว่า 60-90% และยังป้องกันรังสี UV ได้ถึง 99% ทั้งยังผ่านการทดสอบ Smart Fabric จากสถาบันสิ่งทอ ปราศจากสารเคมีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ผ้าม่านโปร่ง รุ่น HOLMA UV สีเทา และรุ่น SVEN UV สีขาว เป็นผ้าโปร่งทอลาย ผสมใย PET มีน�้ำหนักทิ้งตัวดี ขึ้นลอนสวย ทั้งยังใช้กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน Oeko-tex ปราศจากสารเคมีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ

พรมทอลาย รุ่น TOKYO, OSAKA และ NARA เป็นพรมทอรูปแบบ Cut Loop มี ความหนาแน่นของเส้นใย ทนทานต่อการใช้งาน ปลอดภัยต่อการใช้งานด้วยวัสดุกันลื่น ด้านหลังแบบเม็ดดอต (non slip backing) ที่ช่วยในการยึดเกาะพื้นได้ดี หมอนอิง และเบาะรองนั่ง รุ่น PINKU สีชมพู และสีเทา ผ้าปลอก และไส้หมอนอิงผสม ใย PET เนื้อผ้าเคลือบกันละอองน�้ำ (น�้ำกลิ้ง) แต่งกุ๊นรอบ มีซิปสามารถถอดปลอกซัก ท�ำความสะอาดได้ แผ่นรองจาน ชุดกันเปื้อน ถุงมือ และผ้าเช็ดมือ รุ่น PINKU & รุ่น GRID สีชมพู และสี เทา ผ้าทอผสมใย PET แผ่นรองจานใช้งานได้ 2 ด้าน : ด้านทอลาย และด้านสีพื้น เนื้อ ผ้าเคลือบกันละอองน�้ำ (น�้ำกลิ้ง) ชุดกันเปื้อนปรับระดับความยาวสายคล้องคอได้ โฮมโปร ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาสินค้า และบริการที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนคัด สรรผลิตภัณฑ์ และมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า เพื่อส่งมอบประสบการร์ที่ดี และคุ้ม ค่ากับราคาให้กับลูกค้า ใส่ใจกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย และทุกช่วงวัยไม่หยุดยั้งที่ จะพัฒนาสินค้า และบริการให้เกิดกลุ่มสินค้า และบริการใหม่ๆ พร้อมสร้างความแตก ต่างของสินค้า เพื่อตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป อิษฏ พร กล่าวทิ้งท้าย

MAGKETING l 13


PODIUM

ออฟฟิศเมทปรับสู่ควิกวินพาร์ทเนอร์ จับมือผู้ผลิตป้อนสินค้าสู่ผู้ซื้อด้วยแนวคิดมีครบจบไว ออฟฟิศเมท ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ยกเครื่องแนวทางการท�ำธุรกิจผ่านการปรับจุดยืน ของแบรนด์ใหม่ในฐานะ “ควิกวินพาร์ตเนอร์ (Quick Win Partner)” เพื่อตอกย�้ำ ความมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรในการสร้างธุรกิจไว ให้ทุกธุรกิจวิน! ผ่านการช่วยให้ผู้ ประกอบการทุกอุตสาหกรรมปรับตัวเข้ากับการท�ำธุรกิจวิถีใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์การน�ำเสนอโซลูชันแบบวันสต็อปเซอร์วิสเพื่อให้ลูกค้า “มีครบ จบ ไว” พร้อมเริ่มต้นหรือต่อยอดธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการรวบรวมสินค้าและบริการ ที่มากกว่าอุปกรณ์ส�ำนักงาน แต่มีให้ช้อปครบครันทุกประเภทกว่า 100,000 รายการ ตอบโจทย์ทุกธุรกิจ รวมทั้งครอบคลุมความต้องการของธุรกิจเฉพาะทาง อาทิ โรงงาน อุตสาหกรรม ภาคการผลิต และคลังสินค้า จิตรลดา หาญวรวงศ์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ ออฟฟิศเมท ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “สถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องท�ำให้ผู้ประกอบการหลายภาค ส่วนประสบกับความท้าทายในการด�ำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ “ความไว” กลายเป็นตัวชี้วัด ความอยู่รอดและโอกาสเติบโตในการท�ำธุรกิจยุค Next Normalดังนั้นออฟฟิศเมทจึง ปรับแนวทางธุรกิจเพื่อให้พร้อมเป็นทางลัดส�ำหรับคนท�ำธุรกิจให้ก้าวได้ไวกว่าเดิมด้ว ยจุดยืนใหม่ในฐานะ “ควิกวินพาร์ตเนอร์ (Quick Win Partner)” ที่จะเป็นพันธมิตร เร่งเครื่องให้ผู้ประกอบการปรับตัวได้เร็ว สร้างรายได้ได้ไว ช่วย “ประหยัดเวลา” และ “ประหยัดต้นทุน” โดยออฟฟิศเมทพัฒนาโซลูชั่นแบบ One Stop Service ตอบโจทย์ ทั้งเรื่องความครบครันของสินค้าที่มีมากกว่า 100,000 รายการ ในราคาที่คุ้มค่าตรงใจ พร้อมเชื่อมต่อประสบการณ์การเลือกสรร สั่งซื้อ และจัดส่งสินค้าอย่างลงตัว ทั้งช่อง ทางออนไลน์และหน้าร้านแบบ Omnichannel ด้วยคอนเซ็ปต์ “สั่งง่าย ได้เร็ว” ออฟฟิศเมท มุ่งมั่นตอบโจทย์ธุรกิจเหนือกว่าแค่ “ออฟฟิศส�ำนักงาน” พร้อมเดินหน้า เสิร์ฟความครบครันถึงเซกเมนต์โรงงาน อุตสาหกรรม และคลังสินค้าอย่างเต็มที่ โดย เพิ่มรายการสินค้าโรงงานรวมกว่า 30,000 รายการ จากผู้ผลิตแบรนด์ชั้นน�ำมาตรฐาน สากลและผู้จัดจ�ำหน่ายรายใหญ่ อาทิ ไทวัสดุและ เจนบรรเจิด มาจัดจ�ำหน่ายครบครัน ในที่เดียวแบบ “One Stop Factory Solution” - อุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคล (Safety & PPE) ครบครันตั้งแต่หัวจรดเท้า แบรนด์ 3M, Microtex, Pangolin, Yamada, Safety Jogger, Giant Kingkong เป็นต้น - อุปกรณ์คลังสินค้า (Warehouse Supplies) ส�ำหรับแพ็ค-จัดเก็บ-เคลื่อนย้าย แบรนด์ Jumbo, Happy Move, Sanki, Kassa, Apex, Nuvo, Barco เป็นต้น - อุปกรณ์อุตสาหกรรมและเครื่องมือช่าง (Manufacturing Supplies) แบรนด์ Misumi, Bosch, Stanley, Tajima, Hachi, Pumpkin, Makita, Toolmax, Kendo, Truper เป็นต้น - อุปกรณ์โรงงานเบ็ดเตล็ด (Factory Miscellaneous) แบรนด์ Masterkool, Hitachi, Hatari, Mitsuta, Fire Winner, Combi Ware เป็นต้น ในปี 2564 นี้ ออฟฟิศเมทมีฐานลูกค้าโรงงาน คลังสินค้า โลจิสติกส์ และก่อสร้าง รวม กว่า 80,000 ราย โดยเมื่อเทียบกับปี 2563 พบว่า ตั้งแต่เดือนม.ค. – ส.ค. 2564 จ�ำนวนลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าโรงงานของออฟฟิศเมทเติบโตกว่า 21% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็น

ผลมาจากการที่ธุรกิจภาคผลิต การส่งออก และคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าเติบโต ขึ้น ผลักดันให้ยอดขายในกลุ่มสินค้าโรงงานเพิ่มขึ้นมากกว่า 43% และเติบโตดีทุกช่อง ทางการขายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ สอดคล้องกับรายงานของส�ำนักงานเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม (สศอ.) ที่เผยว่า ดัชนีอุตสาหกรรมรายปี 2564 อยู่ที่ระดับ 100.72 เพิ่ม ขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ 92.57* เติบโต 8.8% ออฟฟิศเมทพร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการโรงงาน อุตสาหกรรม ภาคการผลิต/ส่งออก และคลังสินค้า โดยมอบสิทธิประโยชน์เหนือระดับแก่ลูกค้าธุรกิจ เพื่อเพิ่มความคล่อง ตัวทางการเงินและมอบความสะดวกสบายในการจัดซื้อสินค้าที่ใช้ในธุรกิจ ดังนี้ - ยินดีมอบส่วนลดราคาจ�ำนวนตามระยะเวลาสัญญาจัดซื้อแก่ลูกค้านิติบุคคล และ มอบส่วนลด 3-5% แก่สมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมากกว่า 12,000 ราย ผ่าน FTI e-Member Card เพื่อใช้ช้อปสินค้าราคาปกติที่ร่วมรายการได้ทุกช่องทางสั่ง ซื้อของออฟฟิศเมท ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. 64 – 31 มี.ค. 65 - บริการเคียงข้างธุรกิจคุณโดยทีมขายเชี่ยวชาญด้านสินค้าโรงงาน (Professional Client Service) พร้อมบริการจัดหาสินค้าตามความต้องการธุรกิจ (Product & Material Sourcing Service) และมอบเครดิตเทอมนาน 30 วัน - บริการจัดส่งรวดเร็วและฟรี! เมื่อช้อปครบ 499.- (ตามก�ำหนด) ช่วยเพิ่มสภาพ คล่องของกระแสเงินสดรายวันได้โดยลูกค้าไม่จ�ำเป็นต้องสต็อคสินค้านานๆ โดยลูกค้า กทม.และปริมณฑล สั่งซื้อ จ-ศ ก่อน 18:00 น. 99% รับสินค้าในวันท�ำการถัดไป ส่วน ลูกค้าต่างจังหวัด รับสินค้าใน 3 วันท�ำการ

MAGKETING l 14


PODIUM

สมุนไพรวังพรมต่อยอดสินค้า แตกไลน์สู่ธุรกิจกัญชงครบวงจร แบรนด์ ‘สมุนไพรวังพรม’ เป็นแบรนด์ที่คุ้นหูหนุ่มสาวออฟฟิศและผู้ชื่นชอบการออก ก�ำลังกาย ซึ่งแม้ตลาดยาหม่อง-น�้ำมันนวดจะซบเซาในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 แต่ทว่าตลาดสมุนไพรไทยกลับโตสวนกระแส และล่าสุดแบรนด์ ‘สมุนไพร วังพรม’ วางแผนต่อยอดสินค้าจับพืชเศรษฐกิจอย่างกัญชงลงขวดน�้ำมันนวดและยา หม่อง พร้อมลุยธุรกิจกัญชงครบวงจร ภายใต้ชื่อ‘บริษัท สัมผัสเวลเนสเฮมพ์ จ�ำกัด’ ในปี 2565 วัชรีภรณ์ วังพรม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท วังพรม เทรดดิ้ง จ�ำกัด และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สัมผัส เวลเนส เฮมพ์ จ�ำกัด กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจ น�้ำมันนวด-ยาหม่องสมุนไพร ตั้งแต่ช่วงเดือน มกราคม-กันยายน 2564 นี้ว่า “ตลาด ยาหม่องสมุนไพรช่วง ช่วงปี 2563-2564 ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 ทางอ้อม จากมาตรการล็อคดาวน์ ที่จ�ำเป็นต้องปิดร้านนวด-สปา-ฟิตเนส จ�ำนวนนักท่องเที่ยว ต่างชาติที่หายไปท�ำให้ Demand สินค้าประเภทนี้ที่ส่วนใหญ่นิยมซื้อเป็นของฝาก หายไปหมด จึงเหลือเพียงการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก โดยสัดส่วนการใช้ใน ประเทศคิดเป็นร้อยละ 80 และยังมีส่งออกต่างประเทศบ้างอีกร้อยละ 20 โดยที่ผ่าน มา สมุนไพรวังพรมอยู่ในกลุ่ม Top 5 น�้ำมันนวดและยาหม่องสมุนไพรยอดนิยมใน ประเทศไทย” ในอดีตฐานลูกค้ายาหม่องและน�้ำมันนวดวังพรมเป็นเกษตรกรที่ใช้ร่างกายค่อนข้าง หนัก ต่อมาได้มีการขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มหมอนวดแผนไทย นักกายภาพบ�ำบัดและ เทรนเนอร์ฟิตเนสเพื่อให้บริการลูกค้า จึงได้เริ่มขยายฐาน สู่กลุ่มคนเมือง พนักงานออฟฟิศ ที่ท�ำงานเคร่งเครียด มีอาการปวดเมื่อยตึงตัวจาก ออฟฟิศซินโดรม และการ Work from Home ด้วยเนื้อสัมผัสยาที่ดี ให้สรรพคุณจาก สมุนไพรแท้จึงกลายเป็นที่นิยมในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา “ปัจจุบันแบรนด์สมุนไพรวังพรมท�ำการตลาดในรูปแบบ Omni Channel เพื่อให้ ลูกค้าเข้าถึงสินค้าและบริการได้หลายช่องทาง โดยแบบออฟไลน์ (Offline) มีจ�ำหน่าย ตามร้านขายยาชั้นน�ำทั่วไป และแบบ Modern trade และ Convenience Store เช่น เซเว่นอีเลฟเว่น ส่วนแบบออนไลน์(Online) เข้าถึงทุก Ecommerce Platform อาทิ ชอปปี้ ลาซาด้า เจดีเซ็นทรัล ฯลฯ พร้อมทั้งมีเว็บไซต์ www.wangpromherb. co.th และLine OA ในชื่อ “@wangpromherb” ซึ่งมีผู้ติดตามหลักหมื่น มากที่สุด ในกลุ่มสินค้าประเภทเดียวกัน ท�ำให้ปัจจุบันสัดส่วนการจ�ำหน่ายช่องทางออนไลน์ คิด เป็น 1 ใน 10 ของการขายทั้งหมด จากในอดีตที่ยอดขายออนไลน์ไม่ถึงร้อยละ 3” บริษัท วังพรม เทรดดิ้ง จ�ำกัด มีแผนแตกไลน์ธุรกิจสู่พืชเศรษฐกิจใหม่ นั่นคือ กัญชง ซึ่งก�ำลังเป็นที่ต้องการของตลาด โดยได้ศึกษาคุณประโยชน์ของสารซีบีดีในกัญชงเพื่อ ประโยชน์ต่อผู้บริโภค และน�ำมาพัฒนาสินค้าใหม่ วัชรีภรณ์ กล่าวว่า “เราตั้งเป้าให้บริษัท สัมผัสเวลเนสเฮมพ์ จ�ำกัด เป็นผู้ผลิตในธุรกิจ กัญชงครบวงจรตั้งแต่การปลูก โดยขณะนี้เริ่มต้นสร้างโรงเรือนเพื่อการเพาะปลูกบน พื้นที่ของบริษัทไปแล้ว โดยผลผลิตกัญชงที่ได้จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1.การท�ำโรงสกัด

เพื่อน�ำสารส�ำคัญมาจ�ำหน่ายและ supply ให้แก่ภาคอุตสาหกรรมกลุ่มสินค้าอุปโภค บริโภค และผลิตภัณฑ์ยาและอาหารเสริม และ2.น�ำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่าน แบรนด์สมุนไพรวังพรม เพื่อจ�ำหน่าย แก่บุคคลทั่วไป โดยเป็นกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ และดูแลร่างกายรวมไปถึงสินค้า wellness” ส�ำหรับปลายปี 2564 นี้ บริษัท สัมผัสเวลเนสเฮมพ์ จ�ำกัด อยู่ในขั้นตอนเฟสหนึ่ง สร้างโรงเรือนแบบปิดโดยใช้ระบบสมาร์ทฟาร์ม บนพื้นที่เกือบ 10 ไร่ เพื่อการควบคุม อุณหภูมิ,ความชื้น,สารอาหารและป้องกันแมลง และคัดเลือกเมล็ดพันธ์กัญชงที่ให้ค่า ซีบีดีสูง ทั้งนี้บริษัทฯ มีอาคารโรงงานที่น�ำมาพัฒนาเป็นโรงสกัดและโรงงานผลิตอาหาร เสริมจากกัญชงบริสุทธิ์ โดยบริษัทยังเตรียมที่ดินเปล่าไว้อีกกว่า 100 ไร่ส�ำหรับการ พัฒนาต่อในเฟสที่ 2 และ 3 “เราเป็นผู้ผลิตโดยเริ่มตั้งแต่การปลูก จนกระทั่งถึงการสกัดสารออกฤทธิ์ แล้วน�ำเอา สารสกัดนั้นมาผลิตเป็นสินค้าส�ำเร็จรูป เราจึงต้องการควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นจนจบ โดยวางแผนเพาะปลูกฤดูแรกในไตรมาสแรกปี 2565 และคาดว่าสารสกัดแรกจะได้ใน ไตรมาสที่ 2 ซึ่งเราให้ความส�ำคัญกับกระบวนการสกัดสารออกฤทธิ์ ที่เด่นในเรื่องความ บริสุทธิ์ของสาร และด้วยประสบการณ์ด้านการใช้สมุนไพรไทยมาผลิตสินค้ายาวนาน กว่า 30 ปี เรามีแผนจะเปิดตัวสินค้าตัวแรกจากกัญชง ผ่านแบรนด์สมุนไพรวังพรม สู่ผู้ บริโภคในไตรมาสที่ 3 ของปี 2565 ” วัชรีภรณ์กล่าวทิ้งท้าย

MAGKETING l 15


PODIUM

MAGKETING l 16


BEHAVIOR

PEXELS PIXABAY

พฤติกรรม การใช้เงินในช่วง WFH เรื่อง : สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย)

เปิด 10 อันดับการเสพข่าวคนไทย “โควิด - การจัดสรรวัคซีน - การเมือง” ยังรั้งท็อป 3 พร้อมเผย “หวยแม่น�้ำหนึ่ง-แสวงหา รายได้ออนไลน์” ความหวังใหม่ช่วงล็อกดาวน์

MAGKETING l 17


BEHAVIOR

สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) ร่วมกับ บริษัท โซซิอัส จ�ำกัด เผยผลส�ำรวจการคาดการณ์พฤติกรรมผู้บริโภคไทยประจ�ำเดือนสิงหาคม 2564 พบว่า คนไทยมีความสุขลดลง ซึ่งมีผลกระทบมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ใน ระลอกที่สี่ ในขณะเดียวกัน มีการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับสภาวะเศรษฐกิจที่ฝืด เคือง โดยส่วนใหญ่เน้นใช้จ่ายในสิ่งที่จ�ำเป็น รวมไปถึงการกักตุนอาหารเพื่อการด�ำรง ชีพของตนเองและครอบครัวภายในบ้าน และวางแผนใช้จ่ายในช่วงเทศกาลวันแม่ สร้างความสุขเล็กๆ น้อยๆ เพื่อลดความตึงเครียดจากข่าวสารเรื่องวัคซีนโควิด ซึ่งเป็น ประเด็นข่าวอันดับต้นๆ ที่ผู้คนสนใจไม่น้อยไปกว่าข่าวการเมืองและสถานการณ์ความ เป็นไปในสังคมที่เข้มข้น รวมถึงหาแนวทางในการปรับตัวและด�ำเนินชีวิตให้อยู่รอดใน ช่วงนี้ นางสาวชุติมา วิริยะมหากุล ผู้อ�ำนวยการฝ่ายธุรกิจ สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮ โด อาเซียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงมากขึ้นในขณะนี้ ส่งผลให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องใช้ชีวิตอยู่บ้านเป็นหลักโดย เฉพาะในพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเพิ่มความรู้และทักษะในการหารายได้จากออนไลน์ มากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจากการส�ำรวจพบว่าสังคมไทยส่วนใหญ่มีความวิตก กังวลอย่างเห็นได้ชัดว่า คนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และในจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม มี ความสุขลดลง 2% เมื่อเทียบจากผลส�ำรวจในช่วงเดือนมิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา โดย มีข้อบ่งชี้ส�ำคัญเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคอยู่ 2 ข้อ ได้แก่ 1. วางแผนการใช้เงินให้เกิดประโยชน์ และพัฒนาความสามารถในการหารายได้ คน ไทยส่วนใหญ่ยังคงมีความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย โดยเน้นซื้อของที่คิดว่า จ�ำเป็นก่อน เช่น ของใช้ในชีวิตประจ�ำวัน และเครื่องใช้ภายในบ้าน รวมไปถึงมีการ วางแผนใช้จ่ายล่วงหน้าพร้อมรับมือกับสถานการณ์โควิด ที่ส�ำคัญคือ มีการปรับตัวใน การด�ำรงชีพ ด้วยการเพิ่มความรู้และทักษะในการหารายได้ โดยโทรศัพท์มือถือและ คอมพิวเตอร์ ยังคงเป็นสิ่งส�ำคัญมากส�ำหรับทุกอาชีพในตอนนี้ เพื่อใช้ในการเรียนรู้สิ่ง ต่างๆ จากออนไลน์ที่จะสามารถท�ำอะไรได้ด้วยตัวเองเพื่อความประหยัด

2. คนกรุงเทพเน้นการใช้จ่ายเพื่อใช้ชีวิตที่สะดวกในบ้าน ในขณะที่คนต่างจังหวัดอยาก จับจ่ายนอกบ้านมากขึ้น ถึงแม้จะมีความอัดอั้นตึงเครียดต่อเนื่อง แต่ก็ต้องการให้ชีวิต มีความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น คนกรุงเทพและจังหวัดข้างเคียงจึงเน้นการซื้อสิ่งอ�ำนวย ความสะดวกในบ้าน เช่น เครื่องนอน เครื่องใช้ไฟฟ้า ในขณะที่ภาคเหนือและภาค ตะวันออก ผู้คนอยากออกไปใช้ชีวิตนอกบ้าน มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทานอาหารนอก บ้าน กิจกรรมกลางแจ้ง รวมไปถึงการท่องเที่ยว เพราะสถานการณ์โควิดในภูมิภาคนั้นไม่รุนแรงเท่า อีกปัจจัยหนึ่งในการใช้จ่ายก็คือ เทศกาลวันแม่ นอกจากมีโอกาสพาแม่ไปทานอาหาร แล้วผู้คนยังวางแผนซื้อกระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับเป็นของขวัญในวันแม่อีกด้วย โดยมีข้อเสนอแนะสองส่วนคือ (1) การสื่อสารที่แตกต่างกันในพื้นที่เสี่ยง (โซนสีแดง เข้ม) เน้นสื่อสารแบบออนไลน์กับคนที่ต้องท�ำงาน รวมถึงการเรียนออนไลน์ที่บ้าน ส่วน ในพื้นที่ควบคุม (โซนสีแดง-สีเหลือง-สีส้ม-สีเขียว) เน้นการสื่อสารทั้งแบบออนไลน์และ ออฟไลน์ ให้เข้าถึงประชาชนที่ยังต้องเดินทางและใช้ชีวิตนอกบ้าน (2) เน้นการสื่อสาร แบบแบ่งแยกตามกลุ่มที่มีความสนใจเน้นกิจกรรมในที่พักอาศัย การพัฒนาทักษะใหม่ ๆ เพื่อพึ่งพาและเพิ่มรายได้ให้กับตนเอง ซึ่งแบรนด์ยังคงสามารถช่วยเพิ่มความสุขให้ กับประชาชนที่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้านได้ ทางด้าน นางสาวอานันท์ปภา ศิริวรรณ ผู้อ�ำนวยการสายงานวางแผนกลยุทธ์ บริษัท โซซิอัส จ�ำกัด กล่าวว่า จากผลวิจัยในครั้งนี้ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ ปัญหาปากท้อง ของประชาชนที่มองว่าไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไปและต้องปรับตัวอย่างมากเพื่อ อยู่รอด เมื่อดูจากพฤติกรรมผู้บริโภคทั้งในกลุ่มเสี่ยง (พื้นที่สีแดงเข้ม) และกลุ่มพื้นที่ เสี่ยงในต่างจังหวัด (พื้นที่ควบคุม) หากแบ่งตามภูมิภาคจะพบว่า ภาคตะวันออกเฉียง เหนือ หลังจากภาครัฐประกาศล็อกดาวน์ท�ำให้ผู้คนต่างกลับภูมิล�ำเนาและวางแผนอยู่ แบบระยะยาว ส่งผลให้มีแนวโน้มการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งนอกจากเครื่องอุปโภคบริโภคที่ มากขึ้นแล้ว ยังรวมถึงค่าน�้ำมันและยานพาหนะ และใช้จ่ายเกี่ยวกับที่พักอาศัยไม่ว่าจะ เป็นการต่อเติมหรือตกแต่งบ้าน

MAGKETING l 18


BEHAVIOR

หากจ�ำแนกเป็นช่วงอายุ ส�ำหรับวัย 20-39 ปี พบว่ามีความต้องการซื้อผลิตภัณฑ์ที่ รองรับในช่วง Work from home เช่น ของตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ และในช่วง อายุ 50-59 ปี มีความต้องการสิ่งที่จ�ำเป็นในชีวิตประจ�ำวันเพื่อความสะดวกสบายและ มีการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในเรื่องสุขภาพและความงามจากข้อมูลพบว่า 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ คนไทยใช้จ่ายมากที่สุดในช่วงสถานการณ์ล็อกดาวน์ เป็นกลุ่มสินค้าที่เน้นอ�ำนวยความ สะดวกการใช้ชีวิตในบ้านเป็นหลัก ได้แก่ -อาหาร 25% -ของใช้เป็นในประจ�ำวัน 17% -โทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟน 11% -อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และแท็บเล็ต 6% -เสื้อผ้าและเครื่องประดับ 5% นางสาวอรุณโรจน์ เหล่าเจริญวงศ์ รองผู้อ�ำนวยการสายงานวางแผนกลยุทธ์ บริษัท โซซิอัส จ�ำกัด กล่าวเสริมว่า จากแนวโน้ม “การคาดการณ์พฤติกรรมการใช้จ่ายของ ผู้บริโภคในประเทศไทยประจ�ำเดือนสิงหาคม 2564” พบประเด็นที่น่าจับตาในบท วิเคราะห์นี้ คือประเด็นข่าวร้อนที่คนไทยติดตามและถูกพูดถึงมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวประเด็นสังคมที่เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 คิดเป็นร้อยละ 40 รอง ลงมาอันดับที่ 2 ข่าวที่รัฐบาลด�ำเนินการจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ซึ่งเป็นความหวังของ ประชาชน ร้อยละ 24 เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง ประชาชนมีความ แคลงใจในประสิทธิภาพของวัคซีน และอันดับที่ 3 ข่าวกระแสสังคมการเมือง ร้อย ละ 8 ที่หวังจะเห็นการท�ำงานที่มีความโปร่งใสของภาครัฐปรับเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดี ขึ้น ส่วนอันดับ 4 และ 5 ได้แก่ข่าวลุงพล-น้องชมพู่ และอุบัติเหตุรถ BMW Z4 และ ในอันดับที่ 6 ถึง 10 ยังคงเป็นข่าวเศรษฐกิจ การช่วยเหลือจากภาครัฐ หรือแม้กระทั่ง การหารายได้ด้วยการเสี่ยงโชคจากหวยแม่น�้ำหนึ่ง ที่จะช่วยเยียวยาสถานการณ์ด้าน การเงิน รายจ่ายที่เพิ่มมากขึ้นของพวกเขาแทนการช่วยเหลือจากภาครัฐได้เบื้องต้น

ผลส�ำรวจครั้งล่าสุดในเดือนสิงหาคมนี้ ทางสถาบันวิจัยฯ ได้ท�ำการส�ำรวจทางออนไลน์ “การคาดการณ์พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศไทย” ทุก 2 เดือน ร่วม กันระหว่างสถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) กับบริษัทใน เครือ มุ่งเน้นที่คาดการณ์แนวโน้มการบริโภคของคนไทยในอนาคต โดยผู้ร่วมตอบ แบบสอบถามประกอบไปด้วยเพศชายและเพศหญิงจ�ำนวน 1,200 คน อายุระหว่าง 20-59 ปี จาก 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ

MAGKETING l 19


CASE STUDY

RECHARGE AFTER

COVID-19

++

MAGKETING VOL.64

MAGKETING l 20


CASE STUDY

iNTROdUCTION เรื่อง : ปรัชญ์ พันแสงระวี

ผลวิจัยจากกรุงศรีชี้เศรษฐกิจเสี่ยงหดตัวในไตรมาส 3 ผลกระทบ จากการระบาดระลอกสามของไวรัสสายพันธุ์เดลต้า ส่งผลกระทบ ต่อภาคธุรกิจโดยรวมทั้งระบบ ท�ำให้ภาครัฐต้องเร่งแอคทีพมาตรการ ช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งมาตรการการคลังและ มาตรการส่งเสริมด้านการตลาดโดยหน่วยงานราชการเองออกมาเป็น หัวรถจักรในการแหวกทางและฉุดภาคเอกชนให้เดินหน้าไปด้วยกัน

MAGKETING l 21


CASE STUDY

วิจัยกรุงศรีรายงานว่า การใช้จ่ายในประเทศและการผลิตภาคอุตสาหกรรมล่าสุด เดือนกรกฎาคมได้รับผลกระทบมากขึ้นจากการระบาดของ COVID-19 ที่รุนแรง โดย ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนเดือนกรกฎาคมลดลงมากจากเดือนก่อน (-5.3% MoM sa) ตามก�ำลังซื้อที่อ่อนแอลง กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ถูกจ�ำกัดจากมาตรการควบคุม การระบาดที่เข้มงวดขึ้น รายได้และความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง ด้านดัชนีการลงทุน ภาคเอกชนลดลงจากเดือนก่อนเช่นกัน (-3.8%) โดยลดลงทั้งในหมวดเครื่องจักรและ อุปกรณ์ และหมวดก่อสร้าง สอดคล้องกับอุปสงค์ที่ซบเซาและความเชื่อมั่นของภาค ธุรกิจที่อ่อนแอ อีกทั้งยังได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากมาตรการควบคุมการระบาดใน พื้นที่ก่อสร้างที่เข้มงวดขึ้น ขณะที่ภาคส่งออกยังเติบโตได้แต่มีอัตราที่ชะลอลง เนื่องจากการแพร่ระบาดที่รุนแรง ขึ้นในบางประเทศคู่ค้าท�ำให้ความต้องการสินค้าลดลง ส�ำหรับดัชนีผลผลิตภาค อุตสาหกรรมลดลงมากจากเดือนก่อน (-5.1%) เนื่องจากอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ อ่อนแอลง กอปรกับการแพร่ระบาดในบางโรงงานท�ำให้ต้องหยุดการผลิตชั่วคราว ส่วน ภาคท่องเที่ยว แม้เริ่มเปิดโครงการภูเก็ตแซนบ็อกซ์ในเดือนกรกฎาคมแต่ยังมีจ�ำนวน นักท่องเที่ยวต่างชาติเพียง 18,056 คน ซึ่งต�่ำกว่าระดับปกติอยู่มาก วิจัยกรุงศรีประเมินเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ของปีนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะกลับมาติดลบ จากไตรมาสก่อน ซึ่งจะนับเป็นการติดลบครั้งแรกตั้งแต่ไตรมาส 2 ปีที่แล้ว จากการ ระบาดที่รุนแรงของ COVID-19 จากไวรัสสายพันธุ์เดลต้าที่แพร่ กระจายรวดเร็วตั้งแต่ ต้นเดือนกรกฎาคมและลากยาวกว่าคาด ท�ำให้ต้นเดือนสิงหาคมทางการประกาศขยาย มาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดเพิ่มเป็น 29 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม ทั้งนี้ จากการประเมินผลกระทบจากวิกฤต COVID-19 หากไม่มีมาตรการรัฐเพิ่มเติม คาดว่าธุรกิจราว 27.6% ของจ�ำนวนธุรกิจทั้งหมด จะประสบปัญหาสภาพคล่อง จนน�ำ ไปสู่ความเสี่ยงของการเลิกกิจการ ท�ำให้แรงงาน 9.3 ล้านคนมีความเสี่ยงที่จะถูกเลิก จ้างหรือลดเงินเดือน ล่าสุดแม้ทางการจะได้เริ่มปรับมาตรการควบคุมการระบาดใน บางกิจการ/กิจกรรมกลับมาด�ำเนินการได้บ้างภายใต้เงื่อนไขที่ก�ำหนดมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา แต่โดยภาพรวมแล้วยังต้องอยู่ภายใต้พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด อยู่ จึงคาดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายภาคธุรกิจและการจ้างงานยังคงซบเซาแม้ อาจเห็นการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงที่เหลือของปีก็ตาม ธปท.ปรับมาตรการทางการเงินเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ สะท้อนการมุ่งเน้นใช้ นโยบายการเงินที่ตรงกลุ่มเป้าหมายเป็นส�ำคัญ ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท). ร่วมกับสมาคมธนาคารไทยชี้แจงมาตรการสนับสนุนการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระ ทบจากการระบาดของ COVID-19 เพิ่มเติม เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับลูกหนี้ได้มาก ขึ้นในสถานการณ์ที่การระบาดยังคงยืดเยื้อ โดยมาตรการเพิ่มเติมประกอบด้วย (i) มาตรการรักษาสภาพคล่องและเติมเงินใหม่ให้กับลูกหนี้ SMEs และรายย่อย อาทิ การปรับปรุงหลักเกณฑ์สินเชื่อฟื้นฟู เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงสินเชื่อ ได้มากขึ้น รวมถึงการผ่อนปรนหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสินเชื่อรายย่อยเป็นการชั่วคราว ใน ส่วนของบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล (ii) มาตรการแก้ไขหนี้เดิมอย่างยั่งยืน โดยผ่อนคลายหลักเกณฑ์การจัดชั้นและการ กันเงินส�ำรองเพื่อสนับสนุนให้สถาบันการเงินมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาวที่ เหมาะสมแก่ลูกหนี้แต่ละราย เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน

ผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ที่รุนแรงและมาตรการควบคุมการระบาด ที่เข้มงวด เป็นผลให้เศรษฐกิจซบเซาลงมาก กระทบต่อภาคธุรกิจและครัวเรือนไทยใน วงกว้าง ซึ่งจากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและข้อมูลการส�ำรวจภาวะเศรษฐกิจ และสังคมของครัวเรือนพบว่า ธุรกิจใน 29 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม มีทั้งหมด 615,813 ราย (คิดเป็น 76.6% ของจ�ำนวนธุรกิจทั้งหมด) และสร้างรายได้ประมาณ 93% ของ รายได้รวมทั้งประเทศ ส่วนด้านแรงงานใน 29 จังหวัดนั้น มีประมาณ 18 ล้านคน โดยเป็นกลุ่มที่มีรายได้น้อย ถึงปานกลาง 8.8 ล้านคน (24% ของแรงงานทั้งหมด) ทั้งนี้ มาตรการทางการเงินที่ เพิ่มเติมดังกล่าวคาดว่าจะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของลูกหนี้โดยเฉพาะ กลุ่มที่เปราะบาง นอกจากนี้ ยังสะท้อนการด�ำเนินนโยบายการเงินของทางการที่เน้น การแก้ปัญหาที่เฉพาะเจาะจงสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ภาครัฐช่วยกระตุ้น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย น�ำผู้ประกอบการไทยฝ่าวิกฤตโควิด-19 เดินหน้า โครงการ Made in Thailand โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาสามารถผลักดันสินค้า Made in Thailand : MiT เข้าสู่การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้แล้วกว่า 68,000 ล้านบาท คาดสิ้นปี 64 จะมีมูลค่าการค้าทะลุ 100,000 ล้านบาท พร้อมทั้งจับมือเครือเซ็นทรัล กรุ๊ป น�ำผู้ประกอบการในเครือข่ายขึ้นทะเบียนเพิ่ม และต่อยอดส่งออก น�ำร่องเจรจา การค้ากับบาห์เรน จีน อินเดีย ขยายตลาดต่างประเทศ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย ว่า ในภาวการณ์ แพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างรุนแรง และการออกมาตรการล็อก ดาวน์ของภาครัฐ ท�ำให้ก�ำลังซื้อภายในประเทศลดลงเป็นอย่างมาก ส่งผลกระทบอย่าง รุนแรงกับภาคธุรกิจโดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่พึ่งพาตลาดภายในประเทศ ดังนั้นจึงมีเพียง ตลาดการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเท่านั้นที่มีก�ำลังซื้อเพียงพอที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการ ให้ผ่านสภาวะที่ยากล�ำบาก โดยแนวทางที่ส�ำคัญในการเจาะตลาดภาครัฐของเอกชน คือ โครงการ Made in Thailand ที่ ส.อ.ท. ได้ผลักดันร่วมกับภาครัฐในการปรับกฎระเบียบเอื้อประโยชน์กับผู้ ประกอบการในประเทศไทย ที่เข้ามาขึ้นทะเบียนสินค้า Made in Thailand : MiT ได้ มากขึ้น เพื่อเข้าถึงเม็ดเงินการจัดจ้างภาครัฐมีมากกว่า 1.3 ล้านล้านบาทต่อปี โดยใน ช่วง 6 เดือน ที่ผ่านมา ส.อ.ท. ได้เร่งด�ำเนินการขึ้นทะเบียนสินค้า Made in Thailand ให้กับผู้ประกอบการแล้วกว่า 2,000 ราย โดยล่าสุดข้อมูลจากกรมบัญชีกลางพบว่ามีผู้ ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกว่าร้อยละ 52 สามารถยื่นเสนองานต่อภาครัฐได้แล้วคิด เป็นมูลค่ากว่า 68,000 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมสินค้าหลากหลายทั้งอุตสาหกรรมขนาด ใหญ่รวมไปถึงผู้ประกอบการ SMEs ทั้งนี้คาดว่าสิ้นปี 2564 จะมีผู้ประกอบการเข้ามาลงทะเบียนกว่า 5,000 ราย มีจ�ำนวน สินค้ากว่า 50,000 รายการ โดยที่ผ่านมามีสินค้าที่มาขึ้นทะเบียนมากที่สุด 5 อันดับ แรก ได้แก่ อันดับ 1. อุปกรณ์งานก่อสร้าง อันดับ 2.ผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อันดับ 3 เครื่องปรับอากาศ อันดับ 4 สินค้าและอุปกรณ์ทางการแพทย์ และอันดับ 5.สิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม “จากการด�ำเนินโครงการ Made in Thailand ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากหน่วย

MAGKETING l 22


CASE STUDY

ราชการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมที่ผู้บริหารต่าง ผลักดันนโยบายร่วมกัน หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่สอบถามเพื่อสืบค้นส่วนของที่หน่วย งานมีความต้องการในฐานของ MiT เข้ามาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ท่าอากาศยาน, กรมทางหลวง, สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ , การท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทย, ส�ำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล, กรมที่ดิน, กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น, โรงพยาบาล และหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งต้องขอขอบคุณแทนผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก ถือว่าทุกภาคส่วนได้ร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศที่ก�ำลังยากล�ำบากจาก สถานการณ์โควิด-19 ให้สามารถเดินต่อไปได้” นายสุพันธุ์ กล่าว นางพิมพ์ใจ ลี้อิสระนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและประธาน สายงานมาตรฐานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบงาน Made in Thailand ของสภา อุตสาหกรรมฯ กล่าวว่า นอกจากหน่วยงานภาครัฐที่เป็นคู่ค้าส�ำคัญที่ตอบรับสินค้า Made in Thailand เป็นอย่างดีแล้ว โอกาสทางการตลาดอื่นๆ ของสินค้า Made in Thailand ก็มีมากเช่นเดียวกัน โดย ส.อ.ท. ได้หารือร่วมกับหน่วยงานเอกชนในส่วน ของการขายปลีกและขายส่ง ซึ่งในปัจจุบันได้มีพันธมิตรภาคเอกชนรายใหญ่ให้การสนับสนุน อาทิ กลุ่มเซ็นทรัลกรุ๊ป ที่ก�ำลังผลักดันผู้ค้าในเครือข่ายมาขึ้นทะเบียน Made in Thailand โดยกลุ่มบริษัทใน เครือเซ็นทรัลกรุ๊ป เช่น ไทวัสดุ บีทูเอส และ ออฟฟิศเมท ได้เข้ามาเจรจาธุรกิจกับเอส เอ็มอี ที่ขึ้นทะเบียน Made in Thailand เพิ่มเติมด้วย และหลังจากนี้ ส.อ.ท. จะหารือ กับภาคเอกชนรายอื่น ๆ ให้ช่วยสนับสนุนเพิ่มเติม เช่น สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้าง

ไทย, สมาคมค้าปลีกไทย คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะเป็นส่วนส�ำคัญในการ ช่วยเหลือเอสเอ็มอีไทยในภาวะที่ยากล�ำบาก นอกจากตลาดในประเทศแล้ว ส.อ.ท. ยังร่วมกับส�ำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดย่อม (สสว.) สร้างโอกาสทางการค้าในต่างประเทศ โดยน�ำร่องกลุ่ม SMEs เจรจาธุรกิจที่ตลาดบาห์เรน, ตลาดอินเดียและตลาดจีน ที่นิยมสินค้าไทยอยู่ ระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งหากสินค้าได้รับการรับรอง Made in Thailand ก็ยังจะสร้างความ น่าเชื่อถือและมั่นใจให้กับคู่ค้าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรอง Made in Thailand ก็จะได้เปรียบคู่แข่งขันรายอื่นๆ โดยหลังจากนี้ ส.อ.ท. จะมีการผลัก ดันโอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น จึงขอเชิญชวนผู้ ประกอบการให้มาขึ้นทะเบียน เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจในอนาคต ทั้งนี้ ขอเชิญชวนภาคอุตสาหกรรม ภาคการค้า ภาคบริการ และเอสเอ็มอี ทั้งสมาชิก ส.อ.ท. และเครือข่ายพันธมิตร เข้าร่วมการรับรองสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยหรือ Made in Thailand : MiT เพื่อร่วมกันสร้างโอกาสขยายตลาดเข้าสู่การจัดซื้อจัดจ้าง ของภาครัฐ และโอกาสการค้าในรูปแบบหน่วยงานธุรกิจกับหน่วยธุรกิจ (B2B) และ โอกาสการค้ากับผู้บริโภคโดยตรง (B2C) ทั้งในประเทศและต่างประเทศก่อให้เกิดราย ได้ทั้งซัพพลายเชน เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศจากผลกระทบของ Covid-19 สามารถขึ้นทะเบียนสินค้า Made in Thailand ได้ที่ www.mit,or,th สอบถามเพิ่ม เติมได้ที่ สายงานมาตรฐานอุตสาหกรรม ส.อ.ท. โทร. 02-345-1109 และ 02-3451100 หรือ Line : @mitofficial

MAGKETING l 23


CASE STUDY

PIXABAY

ปลดล็อกท่องเที่ยว 3 จังหวัดกลุ่มภาคกลางตอนล่าง 1 ผสานพลังเปิดเกมรุกอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เมืองรองรอบกรุง(เทพฯ) เปิดประสบการณ์ “เที่ยวทริป..ไฮบริดทัวร์” เที่ยวปลอดภัย ในยุคโควิด ปลดล็อกนักเดินทางทั้งไทยและเทศไปกับครั้งแรกของการท่องเที่ยวในรูป แบบ “Virtual Trip ท่องเที่ยวเสมือนจริง บนแพลตฟอร์ม Virtual Tour 360๐ ที่ก้าว ล�้ำ และสมบูรณ์ที่สุด พบไฮไลต์จาก “Hybrid Tour” ที่จะน�ำนักท่องเที่ยวก้าวข้าม ผ่านมิติของแพลตฟอร์ม สัมผัสความงดงาม พร้อมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์โอทอป (OTOP) ได้โดยตรงจากผู้ขายผ่าน “Digital Eye” ในรูปแบบของ World of VR 360º เสมือน ยกแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นใน 3 จังหวัดให้มาอยู่ตรงหน้า เพียงปลายนิ้วสัมผัส หลังจากที่โลกของการเดินทางต้องหยุดนิ่งมานาน อันเนื่องมาจากสถานการณ์การ แพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส (โควิด-19) ท�ำให้นักเดินทางต่างโหยหาประสบการณ์ จากการออกไปท่องเที่ยว โดยจากการเก็บข้อมูลจากสื่อโซเชียลในช่วงการ ล็อก ดาวน์ระหว่างเดือนมิถุนายน – สิงหาคมที่ผ่านมาพบว่า มีการพูดถึงความต้องการท�ำ กิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ซึ่งกิจกรรมที่ผู้คน “อยากท�ำ” และพูดถึงมากที่สุดบนโลก ออนไลน์ คือ “อยากไปเที่ยว” โดยมีผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมสูงถึง กว่า 3.7 ล้านเอ็นเกจ เมนต์ นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ท่ามกลาง ความกังวลใจต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้คนส่วนใหญ่ต่างมีความกังวลจึงไม่

กล้าออกมาท่องเที่ยว ท�ำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหยุดชะงักมาเป็นเวลานาน แม้ว่ากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัด ราชบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี จะมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชน แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยว ธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกสร้างขึ้น แต่ที่ผ่านมายัง ขาดกิจกรรมที่จะมาช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวกันเพิ่มขึ้น จ�ำนวน นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศจึงลดลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายใต้สถานการณ์นี้ กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอน ล่าง 1 จึงมีแนวคิดพัฒนาการตลาดและการประชาสัมพันธ์ โดยการน�ำเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ทันสมัย มาสร้างสรรค์และพัฒนาเป็นสื่อประชาสัมพันธ์การท่อง เที่ยวในแบบ Virtual Tour 360๐ หรือ ทัวร์เสมือนจริงอย่างเต็มรูปแบบมาใช้ในการ ประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความน่าสนใจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้อยากกลับมาเที่ยวซ�้ำ เมื่อสถานการณ์คลี่คลายขึ้น ไฮไลต์ของ Virtual Tour 360๐ นี้ เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีสุดล�้ำ VR 360º ทั้ง ภาคพื้นดิน และบนอากาศ การสร้างสรรค์แมสคอต และของดีประจ�ำจังหวัดมาในแบบ โมเดล 3 มิติที่สามารถดูได้รอบทิศ พร้อมสเปเชียลเอฟเฟ็กต์ที่จะสร้างมิติแห่งการท่อง เที่ยวที่ให้มุมมองแบบ 2 แสง คือ กลางวันและกลางคืน ซึ่งจะน�ำนักท่องเที่ยวก้าวข้าม ผ่านมิติของแพลตฟอร์มไปสู่สถานที่ท่องเที่ยวจริง ได้สัมผัสความงดงาม ตื่นตากับความ หลากหลายของสถานที่และวัฒนธรรม บริบทของการใช้ชีวิตของผู้คนในชุมชนในทุกแง่

MAGKETING l 24


CASE STUDY

PEXELS

มุม ผ่านดิจิทัลอาย (Digital Eye) ในรูปแบบ World of VR 360º ที่เสมือนยกแหล่ง ท่องเที่ยวที่โดดเด่นใน 3 จังหวัดให้มาอยู่ตรงหน้าเพียงปลายนิ้วสัมผัส นายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า นอกจากนักท่องเที่ยว จะประทับใจแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่หลากหลายแล้วในมุมมองรอบทิศทางแล้ว ยัง จะเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าโอทอปจากผู้ขายในชุมชนได้โดยตรงผ่านแชต Facebook และ Line ได้ด้วย และเพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และเข้าถึงช่อง ทางการสื่อสารของกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น นักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสประสบการณ์ ของ Virtual Tour 360๐ ในรูปแบบของ Hybrid Tour ร่วมด้วยได้ และยังสามารถ บันทึกภาพความประทับใจระหว่างการท่องเที่ยวได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพาตนเองไป ยังสถานที่นั้น ๆ หรือย้ายสิ่งของจากแหล่งท่องเที่ยวมาอยู่ใกล้ตัวเพื่อเซลฟี่ ก็สามารถ ท�ำได้ในคลิกเดียว “ด้วยเทคโนโลยี VR 360º ที่ผสานกับ 3D AR จะสร้างมิติมุมมองให้ชวนติดตาม จะ ท�ำให้แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งของ 3 จังหวัดในกลุ่มการท่องเที่ยวภาคกลางตอนล่าง 1 กลับพลิกฟื้นมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ซึ่งการท่องเที่ยวในรูปแบบของ Virtual Tour นี้ นอกจากจะเป็นการกระตุ้นและเสริมภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นการ กระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม ช่วยกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวเมืองหลักสู่การท่อง เที่ยวเมืองรอง และกระจายลงสู่พื้นที่ชุมชนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง สอดรับกับการท่อง เที่ยวในวิถีใหม่ (New Normal) ได้อย่างลงตัว” นางสาวกิรดา ล�ำโครัตน์ ท่องเที่ยว และกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวสรุป

น�ำทัพเอสเอ็มอีไทยบุกส่งออก นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาด ย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า แม้ว่าในขณะนี้ไทยจะประสบกับการระบาดของโควิด-19 อย่างรุนแรง ท�ำให้ก�ำลังซื้อภายในประเทศลดลงไปมาก อย่างไรก็ตาม ก�ำลังซื้อในต่าง ประเทศก�ำลังฟื้นตัว เห็นได้จากการส่งออกของไทยที่ขยายตัวมากในช่วง 7 เดือนที่ ผ่านมา ดังนั้น สสว. จึงได้ร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในการน�ำ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยออกไปเปิดตลาดการค้าในต่างประเทศ โดยได้เริ่มใน 3 ประเทศที่ส�ำคัญ ได้แก่ จีน อินเดีย และบาห์เรน ซึ่ง สสว. และ ส.อ.ท. ได้เชิญบริษัท ผู้น�ำเข้ารายใหญ่ของทั้ง 3 ประเทศ ในหลากหลายกลุ่มธุรกิจเข้าร่วมการเจรจาจับคู่ ธุรกิจในครั้งนี้ ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมเจรจาจับคู่ธุรกิจในครั้งนี้ 100 ราย และมีผู้ประกอบ การจาก 3 ประเทศ จ�ำนวน 100 ราย สามารถเจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย ได้ 324 คู่ แบ่งเป็นประเทศจีน มีผู้ประกอบการไทย 30 บริษัท เจรจากับผู้ค้าประเทศ จีน 15 บริษัท จับคู่เจรจาได้ 62 คู่ โดยสินค้าที่ฝ่ายจีนให้ความสนใจมากที่สุด ได้แก่ อาหารเกษตรแปรรูป อาทิ ผัก-ผลไม้อบแห้ง รวมถึงคุกกี้สอดไส้ผลไม้ ส่วนประเทศอินเดีย มีผู้ประกอบการไทย 40 บริษัท เจรจากับผู้ค้าประเทศอินเดีย 60

MAGKETING l 25


CASE STUDY

FREEPIK

บริษัทจับคู่เจรจาได้ 168 คู่ สินค้าที่ผู้น�ำเข้าอินเดียให้ความสนใจ ได้แก่ อาหารแปรรูป จากพืช อาหารทานเล่นจากผักและไม้ รวมถึงไปของใช้ของตกแต่งภายในบ้าน และประเทศบาห์เรน มีผู้ประกอบการไทย 30 บริษัท เจรจากับผู้ค้าประเทศบาห์เรน 17 บริษัท จับคู่เจรจาได้ 96 คู่ โดยมีสินค้าที่บาห์เรนให้ความสนใจมากที่สุด ได้แก่ สินค้าเพื่อสุขภาพ และรองลงมาคือสินค้าเกษตรแปรรูป ส�ำหรับในภาพรวมแล้ว กลุ่มสินค้าที่จับคู่มากสุดได้แก่ อาหาร เครื่องส�ำอาง เครื่องใช้ และของตกแต่งบ้าน เครื่องประดับ โดยคาดว่าจะเกิดเม็ดเงินในการเจรจาธุรกิจเบื้อง ต้นกว่า 230 ล้านบาท และมั่นใจว่าจะเกิดเม็ดเงินตามมาอีกมาก “โครงการเจรจาจับคู่ธุรกิจในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในการน�ำเอสเอ็มอีของไทย ออกไปเปิดตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพเหล่านี้ และจะเกิดการต่อยอดซื้อขายจากนี้ อีกเป็นจ�ำนวนมาก โดย สสว. และ ส.อ.ท. จะเดินหน้าจัดโครงการในลักษณะนี้ร่วมกัน กับประเทศอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยให้เอสเอ็มอีไทยฝ่าวิกฤตโควิด-19 ในครั้งนี้ไปได้ และเกิด ลูกค้าต่างชาติรายใหม่ ๆ มากขึ้นในอนาคต”นายวีระพงศ์ กล่าว ผู้ซื้อเปลี่ยนพฤติกรรม เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ผู้บริหารท็อปส์ และ แฟมิลี่มาร์ทในเครือเซ็นทรัล รีเทล เผยนัก ช้อปยุคโควิด-19 ปรับพฤติกรรมใช้ชีวิตวิถีใหม่ หลีกเลี่ยงการใช้เงินสด เข้าสู่ระบบ

การช�ำระเงินแบบไร้สัมผัส (Contactless Payment) เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรค ส่งผลยอดช�ำระค่าสินค้าแบบไม่ใช้เงินสดผ่าน e-Payment โตก้าวกระโดด คิดเป็น สัดส่วนกว่า 60% ของยอดการช�ำระค่าสินค้า นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จ�ำกัด ในเครือ เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “จากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้เกิด พฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภค ที่เรียกว่า Touchless Society คือ ไม่สัมผัสกับของใช้ สาธารณะ สิ่งของต่าง ๆ ช�ำระค่าสินค้าแบบไร้การสัมผัส ซึ่งพบว่า e-Payments ได้ เข้ามามีบทบาทส�ำคัญในการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินสดของผู้บริโภค" จากข้อมูลธนาคารแห่งประไทยแม้คนไทยยังนิยมใช้เงินสด แต่การใช้ e-Payment มี แนวโน้มเพิ่มมากขึ้นและเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในปี 2563 สถิติเฉลี่ยแล้ว คนไทยใช้ e-Payment มากถึง 151 ครั้งต่อคนต่อปี ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าจากปี 2559 ทั้งนี้หนึ่ง ในปัจจัยหลักที่เป็นตัวเร่งมาจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ท�ำให้ผู้คนเลี่ยงการ สัมผัส ลดการใช้เงินสด เปลี่ยนพฤติกรรมในการช�ำระค่าสินค้า จนเป็นเทรนด์ใหม่ของ ผู้บริโภคเข้าสู่ระบบการช�ำระเงินแบบไร้สัมผัส (Contactless Payment) จากสถิติดังกล่าว บริษัทฯ เล็งเห็นและคาดการณ์เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยน ไป ที่ไม่ใช่เพียงแค่ในประเทศไทย แต่เป็นเทรนด์ของทั่วโลก จึงได้มีการเก็บข้อมูลการ ช�ำระค่าสินค้าผ่าน e-Payment ของลูกค้าท็อปส์ และ แฟมิลี่มาร์ท พบว่ามีความ เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด นับตั้งแต่ปี 2562 ก่อนการระบาดโควิด จนถึงปัจจุบันในปี

MAGKETING l 26


CASE STUDY

UNSPLASH

2564 เมื่อพิจารณาสัดส่วนการช�ำระค่าสินค้าพบว่า ลูกค้าเลือกช�ำระผ่าน e-Payment สูงถึง 60% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีการใช้จ่ายผ่าน e-Payment 50 % จากสัดส่วน การช�ำระค่าสินค้าโดยไม่ใช้เงินสดที่เติบโตมากขึ้น ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงจากระบบ ช�ำระเงินที่ใช้เงินสดเป็นหลักไปสู่การช�ำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยเลือกใช้จ่ายผ่าน บัตรเครดิต แอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน เพราะเชื่อว่าจะมีส่วนช่วยลดการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ประกอบกับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ได้รับมากกว่าการใช้เงินสด เช่น การช�ำระผ่านแอปพลิเคชั่น Dolfin ที่มีส่วนลดพิเศษ, รับ Cash Back เมื่อช�ำระ ด้วยบัตรเครดิตต่าง ๆ การสะสมคะแนน รวมถึงการช�ำระด้วย e-Gift Card หรือโปร โมชั่นอื่น ๆ เฉพาะสมาชิกบัตรเท่านั้น นอกจากนี้ ยังพบสถิติที่น่าสนใจเพิ่มเติม ได้แก่ ลูกค้าท็อปส์ที่ใช้ e-Payment มาก ที่สุดอยู่ในกลุ่มอายุ 35-44 ปี รองลงมาคือ อายุ 45-54 ปี และ 25-34 ปีตามล�ำดับ ซึ่ง กลุ่มคนเหล่านี้ ถือเป็นลูกค้าหลักของการใช้จ่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่แล้ว จากข้อมูล สะท้อนให้เห็นว่า การใช้ e-Payment นั้นครอบคลุม ทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 45-54 ปี ที่เริ่มคุ้นเคยกับการใช้จ่ายโดยไม่ใช้เงินสดมากขึ้น ปัจจุบัน “ท็อปส์ และ แฟ มิลี่มาร์ท” รองรับการช�ำระเงินผ่าน e-Payment หลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น QR Payment ผ่าน Mobile Banking และพร้อมเพย์, RFID Ship Card, e-Wallet ต่างๆ อาทิ Dolfin, Rabbit LINE Pay, Alipay, WeChat Pay รวมไปถึงการช�ำระ เงินผ่านมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ ซึ่งบริษัทฯ ได้ให้ความส�ำคัญและมองหาสิทธิ ประโยชน์ต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นเพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกคุ้มค่าถึงทุกการใช้จ่าย ยิ่งขึ้นกว่าเดิม เช่น ช�ำระค่าสินค้าผ่านแอปพลิเคชั่น Dolfin ครบ 800 บาท รับคูปองส่วนลดทันที 50

บาท ตั้งแต่วันที่ 1-30 กันยายน 2564 หรือ สมาชิกเดอะวัน เพียงมียอดซื้อสินค้าครบ 800 – 1,499 บาทต่อใบเสร็จ และเลือกช�ำระผ่าน e-Payment รับคูปองส่วนลด 100 บาทส�ำหรับการซื้อสินค้าในครั้งถัดไป นอกจากนั้นระบบการช�ำระเงินแบบไร้สัมผัส (ContactlessPayment) จะเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่องเพราะผู้บริโภคเกิดความคุ้นเคย ท�ำให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น” นายสเตฟาน กล่าวเพิ่มเติมถึงการคาดการณ์เทรนด์ในอนาคตของธุรกิจค้าปลีกหลัง สถานการณ์ โควิด-19 ว่า “ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป Touchless Society จะมี บทบาทเพิ่มขึ้นในทุกธุรกิจ ทั้งระบบ Online Business และ Financial Business โดยสัดส่วนของการใช้ e-Payment จะเพิ่มเป็นร้อยละ 80 แอปพลิเคชั่นบนสมาร์ท โฟนจะเข้ามามีบทบาทแทน Credit card และ Physical card โดยผู้บริโภคเกือบ ทั้งหมดจะหันมาใช้ e-Wallet หรือ e-Payment แทน ซึ่งสะดวกและปลอดภัย มากกว่าเดิม ใบเสร็จรับเงินจะถูกส่งให้ลูกค้าโดยตรงผ่านโทรศัพท์มือถือแทนการออก ใบเสร็จฯ ที่เป็นกระดาษ รวมไปถึงคูปองส่วนลดต่างๆ และในอนาคต ลูกค้าสามารถ ใช้โทรศัพท์มือถือสแกนบาร์โค้ดบนผลิตภัณฑ์ได้เอง แล้วจึงน�ำมารวมยอดช�ำระที่ เคาน์เตอร์ ผ่านระบบ e-Payment ซึ่งระบบนี้จะช่วยลดระยะเวลาในการรอคิวเพื่อ ช�ำระเงินค่าสินค้า ซึ่งท็อปส์ และ แฟมิลี่มาร์ท ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าและการบริการ อยู่เสมอ ให้สามารถตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันรวมไปถึงอนาคต เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดและรักษาไว้ซึ่งการเป็นผู้น�ำซูเปอร์มาร์เก็ตทั้งแบบออฟ ไลน์และออนไลน์

MAGKETING l 27


FACTOR

PEXELS

กรุงศรี ปรับลดจีดีพีจากปัจจัยด้านต่างๆที่อ่อนแอลง เรื่อง : ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

แบบจำ�ลองของวิจัยกรุงศรีบ่งบอกว่า จำ�นวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 อาจสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยอัตราการเสียชีวิต จะเป็นปัจจัยสำ�คัญที่มีผลต่อการกำ�หนดมาตรการล็อกดาวน์

MAGKETING l 28


FACTOR

แบบจ�ำลองของวิจัยกรุงศรีบ่งบอกว่า จ�ำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 อาจสูงกว่าที่คาด การณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยอัตราการเสียชีวิตจะเป็นปัจจัยส�ำคัญที่มีผลต่อการก�ำหนด มาตรการล็อกดาวน์ จ�ำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 อาจสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้อันมีสาเหตุมาจากสายพันธุ์ เดลต้าที่เป็นสายพันธุ์หลักในช่วงที่ผ่านมา แบบจ�ำลองกรณีฐานของกรุงศรีระบุว่ามี แนวโน้มที่อัตราการเสียชีวิตรายวันจะสูงสุดในกลางเดือนกันยายน โดยอัตราการเสีย ชีวิตที่ลดลงจะเป็นปัจจัยในการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ของภาครัฐในปลาย เดือนกันยายน ถึงแม้ว่ามาตรการควบคุมการแพร่ระบาด (non-pharmaceutical interventions (NPIs)) จะยังคงอยู่ตลอดปีนี้ก็ตาม ทั้งนี้ การคาดการณ์ดังกล่าวอยู่ใน ภายใต้ข้อสมมติว่าจะมีการฉีดวัคซีนตกวันละ 250,000 โดส และประสิทธิภาพของ วัคซีนอยู่ที่ 50% การระดมฉีดวัคซีน ประสิทธิภาพของวัคซีน และประสิทธิภาพของ มาตรการล็อกดาวน์ล้วนเป็นตัวแปรส�ำคัญต่อการควบคุมการระบาดในประเทศว่าจะ ยาวนานเพียงใด ในกรณีเลวร้ายที่จ�ำนวนผู้ติดเชื้อรายวันอาจมีจ�ำนวนสูงตลอดทั้งปีนี้ เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์และวัคซีนที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ซึ่งอาจส่งผลให้ ยังคงมีการใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดจนถึงเดือนพฤศจิกายน ผลกระทบจากการระบาดที่รุนแรงกว่าคาดและผลต่อภาคการผลิต บั่นทอน GDP ปีนี้ลงจากประมาณการครั้งก่อน ล่าสุดวันที่ 27 สิงหาคม ที่ประชุมศูนย์บริหาร สถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แม้เห็นชอบให้คงมาตรการเคอร์ฟิวในพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด 29 จังหวัด ต่อไปอีก 14 วัน แต่ได้ผ่อนปรนให้เปิดกิจการ/กิจกรรมภาย ใต้เงื่อนไขที่ก�ำหนด เช่น การเปิดบริการของร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า (ยกเว้นบาง แผนก อาทิ โรงภาพยนต์ สวนน�้ำ สวนสนุก) ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอล์ สนามกีฬา เป็นต้น ทั้งนี้มี ผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564

ใช้ไฟฟ้า (+21.9%) และหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (+20.9%) อย่างไรก็ตาม การส่ง ออกสินค้าเกษตรบางรายการหดตัวต่อเนื่อง อาทิ ข้าว จากการแข่งขันทางด้านราคา อาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูปซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ใน ประเทศ ด้านตลาดส่งออกพบว่าขยายตัวต่อเนื่องในเกือบทุกตลาด ในระยะข้างหน้า การส่งออกของสินค้าไทยยังคงได้แรงสนับสนุนจากหลายปัจจัย ทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ทยอยเพิ่มขึ้น การกลับมาด�ำเนินการของกิจกรรม ทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว การผ่อนคลายลงของภาวะขาดแคลนตู้ คอนเทนเนอร์ และการอ่อนค่าของเงินบาท อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากปัจจัยภายใน ประเทศมีเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากสถานการณ์การระบาดที่รุนแรงและแพร่เข้าสู่ภาคการ ผลิต ส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานและการปิดชั่วคราวในบางโรงงาน ซึ่ง อาจกระทบต่อการส่งออกบางสาขา โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เน้นใช้แรงงาน ดังนั้น แม้แรงส่งจากปัจจัยภายนอกแข็งแกร่งและสัญญาณเชิงบวกจากตัวเลขส่งออกล่าสุดที่ ยังเติบโตมากกว่าคาด แต่ปัจจัยลบภายในประเทศอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการส่ง ออกของไทยในช่วงที่เหลือของปี วิจัยกรุงศรีจึงยังคงประมาณการการเติบโตของการ ส่งออกของปีนี้ไว้ที่ 13.5% เทียบกับในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ที่เติบโต 16.2% (บน ฐานข้อมูลกระทรวงพาณิชย์)

แม้บางกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่สีแดงเข้มจะเริ่มกลับมาด�ำเนินการได้ภายใต้ เงื่อนไขข้อก�ำหนดตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน แต่การระบาดของ COVID-19 ในประเทศ ที่เลวร้ายกว่าคาดจากไวรัสสายพันธุ์เดลตา ส่งผลให้มีการล็อกดาวน์เข้มงวดนานขึ้น และขยายวงกว้างพื้นที่สีแดงเข้ม นอกจากนี้ การระบาดที่ลุกลามไปยังกลุ่มโรงงาน ก่อ ให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานในบางภาคอุตสาหกรรม ปัจจัยเหล่านี้คาดว่าจะ กระทบต่อ GDP รวม -2.9% ซึ่งในการประมาณการครั้งก่อนเมื่อกลางเดือนกรกฎาคม ได้ประเมินผลดังกล่าวไว้แล้ว -2.0% ดังนั้น ผลกระทบเชิงลบที่เพิ่มเติมจากการระบาด ของ COVID-19 ต่อ GDP ปี 2564 ในประมาณการครั้งล่าสุดคือ -0.9% ส�ำหรับผลเชิง บวก คาดว่าจะมีเม็ดเงินจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทางการเพิ่มเติมในปีนี้อีก ราว 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยหนุน GDP ได้ +0.3% ผลกระทบสุทธิต่อการเติบโต ของ GDP ในปีนี้โดยรวมแล้วจึงคาดว่าจะะลดลงจากคาดการณ์เดิม -0.6% วิจัยกรุงศรี จึงปรับลดประมาณการ GDP ไทยปีนี้เติบโตเหลือ 0.6% จากเดิมคาด 1.2% ส่งออกเดือนกรกฎาคมเติบโตดีกว่าคาด แต่ผลกระทบจากการระบาดในภาคการผลิตมี ความเสี่ยงสูงขึ้น มูลค่าส่งออกในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 22.7 พันล้านดอลลาร์ ขยายตัว 20.3% YoY แม้ชะลอลงจากเดือนก่อนที่ขยายตัวสูงสุดในรอบ 11 ปี แต่สูงกว่าที่วิจัย กรุงศรีคาดการณ์ไว้ที่ 18.7% หากหักสินค้าที่เกี่ยวข้องกับน�้ำมัน ทองค�ำ และอาวุธ มูลค่าส่งออกเดือนนี้ขยายตัว 25.4% ด้านการส่งออกสินค้าส�ำคัญส่วนใหญ่ยังเติบโต กระจายตัวอย่างต่อเนื่อง อาทิ ผลิตภัณฑ์เคมี (+54.0%) ผลิตภัณฑ์เกษตร (+46.4%) ผลิตภัณฑ์พลาสติก (+43.4%) และยานพาหนะและอุปกรณ์ (+36.1%) หมวดเครื่อง

MAGKETING l 29


FACTOR

MAGKETING l 30


FACTOR

UNSPLASH

วิเคราะห์ แม้จ�ำนวนผู้ติดโควิดผ่านจุดสูงสุดแต่ยังน่ากังวล เรื่อง : ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

วิจัยกรุงศรีรายงานว่า ทางการเลื่อนเปิดกรุงเทพฯ ขณะที่การผ่อนคลายระยะต่อไปยังต้องระมัดระวังและอาจขึ้นอยู่กับอัตรา การเสียชีวิตที่ลดลงอย่างมีนัยสำ�คัญ แผนการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติระยะที่ 2 เบื้องต้นเตรียมเปิดเพิ่มอีก 4 จังหวัดพื้นที่นำ�ร่องในวันที่ 1 ตุลาคม ได้แก่ เชียงใหม่ (อ.เมือง อ.แม่ริม อ.แม่แตง อ.ดอยเต่า) ชลบุรี (พัทยา สัตหีบ อ.บางละมุง) เพชรบุรี (ชะอำ�) และประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) ส่วนกรุงเทพฯ อาจต้องเลื่อนออกไปจนกว่าจำ�นวนประชากรในพื้นที่จะได้รับ วัคซีน 2 โดส ตามเกณฑ์ที่ 70% ของประชากร ล่าสุด ณ วันที่ 19 กันยายน มีอัตราการฉีดที่ 40.7%

MAGKETING l 31


FACTOR

วิจัยกรุงศรีรายงานว่า ทางการเลื่อนเปิดกรุงเทพฯ ขณะที่การผ่อนคลายระยะต่อไปยัง ต้องระมัดระวังและอาจขึ้นอยู่กับอัตราการเสียชีวิตที่ลดลงอย่างมีนัยส�ำคัญ แผนการ เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติระยะที่ 2 เบื้องต้นเตรียมเปิดเพิ่มอีก 4 จังหวัด พื้นที่น�ำร่องในวันที่ 1 ตุลาคม ได้แก่ เชียงใหม่ (อ.เมือง อ.แม่ริม อ.แม่แตง อ.ดอยเต่า) ชลบุรี (พัทยา สัตหีบ อ.บางละมุง) เพชรบุรี (ชะอ�ำ) และประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) ส่วน กรุงเทพฯ อาจต้องเลื่อนออกไปจนกว่าจ�ำนวนประชากรในพื้นที่จะได้รับวัคซีน 2 โดส ตามเกณฑ์ที่ 70% ของประชากร ล่าสุด ณ วันที่ 19 กันยายน มีอัตราการฉีดที่ 40.7%

ได้ปรับยกระดับค�ำเตือนนักท่องเที่ยวให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมาประเทศไทย อาทิ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และอังกฤษ นอกจากนี้ การฟื้นตัวของตลาดนักท่องเที่ยว ที่ส�ำคัญของไทยโดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียอาจล่าช้า เนื่องจากจ�ำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน ที่ยังอยู่ในระดับสูง และมีความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีน และการกลาย พันธุ์ของไวรัส

แม้ทางการจะทยอยเปิดพื้นที่น�ำร่องเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ก็ตาม แต่ความ กังวลและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการติดเชื้อ COVID-19 ในไทยจะยังสูงอยู่อย่างน้อย จนถึงสิ้นปี 2564 หลังการทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุม ซึ่งในกรณีฐาน การฉีด วัคซีนจ�ำนวนมากในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า คาดว่าจะช่วยควบคุมการติดเชื้อได้ระดับ หนึ่ง ภายใต้ข้อสมมติว่า ฉีดวัคซีนเฉลี่ยวันละ 460,000 โดส และประสิทธิภาพของ วัคซีนต่อไวรัสสายพันธุ์เดลต้าอยู่ที่ 50% วิจัยกรุงศรีประเมินว่าจ�ำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน ได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว แต่มีแนวโน้มลดลงอย่างช้าๆ ตลอดช่วงที่เหลือของปี โดยคาดว่า ในช่วงสิ้นปีจะมีผู้ติดเชื้อประมาณ 2,500 รายต่อวัน และเสียชีวิตราว 40 รายต่อวัน ดังนั้น มาตรการควบคุมการระบาดจึงยังมีความจ�ำเป็น การผ่อนคลายมาตรการควร ด�ำเนินการไปทีละขั้นตอนแต่ยังคงข้อจ�ำกัดบางประการด้วยความระมัดระวังตลอดทั้ง ปี ทั้งนี้ อาจมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมเพิ่มเติมในช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้หรือ เป็นช่วงที่จ�ำนวนผู้เสียชีวิตลดลงต�่ำกว่า 150 รายต่อวัน ส�ำหรับกรณีเลวร้าย แม้จะฉีด วัคซีนได้ 90 ล้านโดสภายในสิ้นปีนี้ จ�ำนวนผู้ติดเชื้อรายวันอาจยังอยู่ในระดับสูงตลอด ช่วงที่เหลือของปี เนื่องจากวัคซีนมีประสิทธิภาพต�่ำและผ่อนคลายมาตรการควบคุมเร็ว เกินไป ในกรณีนี้อาจเห็นการกลับมาล็อกดาวน์อีกครั้ง ทางการเตรียมออกมาตรการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ตั้งเป้า 5 ปี ไว้ที่ 1 ล้านล้านบาท หวังสร้างรายได้เข้าประเทศในช่วงที่ภาคท่องเที่ยวยังฟื้นช้า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็น ชอบหลักการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน โดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มี ศักยภาพสูงในลักษณะผู้พ�ำนักระยะยาว (long-term stay) ใน 4 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ 1. กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง 2. กลุ่มผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ 3. กลุ่มที่ต้องการ ท�ำงานจากประเทศไทย และ 4. กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ โดยตั้งเป้า 5 ปี (ปี 2565-2569) ไว้ที่ 1 ล้านคน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยเพิ่ม 1 ล้าน ล้านบาท เพิ่มการลงทุนในประเทศ 8 แสนล้านบาท สร้างรายได้จากการเก็บภาษีเพิ่ม ขึ้น 2.7 แสนล้านบาท ในระยะเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา การระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและ ทางอ้อมต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจาก การสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติปีละเกือบ 2 ล้านล้านบาท จากจ�ำนวนนัก ท่องเที่ยวเกือบ 40 ล้านคนต่อปี ขณะที่การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวมีแนวโน้มล่าช้า โดยวิจัยกรุงศรีคาดว่าจ�ำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่าจะกลับสู่ระดับก่อนเกิดการ ระบาดอาจต้องใช้เวลาหลายปีหรือราวปี 2568 ปัจจุบันแม้แผนการฉีดวัคซีนจะเร่งขึ้น แต่คาดว่าจ�ำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีเพียง 0.15 ล้านคน และ 2.5 ล้านคน ในปี 2564 และปี 2565 ตามล�ำดับ ผลจากการระบาดที่รุนแรงกว่าคาดจึงอาจเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางและท�ำให้ แผนการเปิดสถานที่ท่องเที่ยวหลักบางแห่งเลื่อนช้าออกไป อีกทั้งหลายประเทศส�ำคัญ

MAGKETING l 32


DIGITAL LIFE

FREEPIK

ผลวิจัย คนไทยปฏิเสธบช.แบงก์ออนไลน์หากขั้นตอนมาก เรื่อง : FICO

ผลสำ�รวจธนาคารดิจิทัลประจำ�ปี 2564 ของ FICO แสดงให้เห็นว่า ชาวไทยคาดหวัง ที่จะได้รับประสบการณ์ใช้บริการทางธนาคารที่ราบรื่น เมื่อเปิดบัญชีธนาคารผ่านแอปมือถือหรือเว็บไซต์ โดยคนไทย 1 ใน 2 คาดหวัง ที่จะต้องตอบคำ�ถามไม่เกิน 10 ข้อ มิเช่นนั้นจะเลิกสมัครไปเลย ขณะที่คนไทย 1 ใน 5 จะเลิกสมัครหากต้องตอบคำ�ถามเกิน 5 ข้อ

MAGKETING l 33


DIGITAL LIFE

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก�ำลังขับเคลื่อนวิธีคิดที่มุ่งเน้นดิจิทัลเป็นหลักในเรื่อง บริการทางการเงิน *ไทย 1 ใน 2 คาดหวัง ที่จะต้องตอบค�ำถามไม่เกิน 10 ข้อ มิเช่นนั้นจะเลิกสมัคร *ผู้บริโภค 66% มีแนวโน้มเปิดบัญชีทางระบบดิจิทัลมากกว่าปีที่ผ่านมา

นี้คุณไม่ได้แก้ไขปัญหาให้ลูกค้า วันพรุ่งนี้คู่แข่งก็จะท�ำ ผู้บริโภคต้องการให้ธนาคาร ใช้เทคโนโลยีหาค�ำตอบให้กับค�ำถามในการสมัครใช้งานผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น การ ปรับปรุงกลไกตรวจสอบอัตลักษณ์ การวิเคราะห์ประวัติการท�ำธุรกรรม ฐานข้อมูล บริการธนาคารและฐานข้อมูลรัฐบาลแบบเปิด” การสมัครสินเชื่อจ�ำนองควรตรวจสอบให้ละเอียดกว่าเดิม

*คนไทย 25% เปิดเผยว่า สถาบันการเงินถามค�ำถามมากเกินไป ผลส�ำรวจธนาคารดิจิทัลประจ�ำปี 2564 ของ FICO แสดงให้เห็นว่า ชาวไทยคาดหวัง ที่จะได้รับประสบการณ์ใช้บริการทางธนาคารที่ราบรื่นเมื่อเปิดบัญชีธนาคารผ่านแอ ปมือถือหรือเว็บไซต์ โดยคนไทย 1 ใน 2 คาดหวัง ที่จะต้องตอบค�ำถามไม่เกิน 10 ข้อ มิเช่นนั้นจะเลิกสมัครไปเลย ขณะที่คนไทย 1 ใน 5 จะเลิกสมัครหากต้องตอบค�ำถาม เกิน 5 ข้อ “การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก�ำลังขับเคลื่อนวิธีคิดที่มุ่งเน้นดิจิทัลเป็นหลักใน ไทย โดยผู้บริโภค 66% มีแนวโน้มเปิดบัญชีทางระบบดิจิทัลมากกว่าปีที่ผ่านมา” คุณ Aashish Sharma ผู้อ�ำนวยการบริหารระดับอาวุโสด้านโซลูชันการตัดสินใจ ของ FICO ประจ�ำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าว “จ�ำนวนผู้บริโภคที่ต้องการเปิดบัญชีธนาคารทางดิจิทัลนั้นปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะ 44% และยังคงเพิ่มขึ้น ซึ่งมีนัยส�ำคัญอย่างยิ่งในประเทศที่นิยมใช้บริการที่สาขาเป็นส่วน ใหญ่” ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://www.fico.com/en/solutions/account-opening เปลี่ยนอุปสรรคเป็นพลังกระตุ้น ผลส�ำรวจพบว่า ความอดทนของผู้บริโภคในการสมัครบัญชีนั้นแตกต่างกันตามลักษณะ ของผลิตภัณฑ์ คนไทยมีความคาดหวังมากที่สุดในการสมัครบัญชีให้ส�ำเร็จโดยตอบ ค�ำถามไม่เกิน 10 ข้อส�ำหรับบัญชีเงินฝาก (62%) บัญชีรองรับการท�ำธุรกรรม (58%) และผลิตภัณฑ์ Buy Now Pay Later (55%) สิ่งที่น่าสนใจคือความคาดหวังที่ว่านี้สูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในการส�ำรวจอย่างมีนัย ส�ำคัญ ยกตัวอย่างเช่น ผู้บริโภคในสหราชอาณาจักรเพียง 41% และผู้บริโภคชาว ออสเตรเลียเพียง 51% หวังที่จะต้องตอบค�ำถามไม่เกิน 10 ข้อเมื่อเปิดบัญชีซื้อขาย ในภาพรวมนั้น ผู้บริโภคชาวไทยต้องการประสบการณ์ดิจิทัลที่ลดอุปสรรคและความ ไม่สะดวกสบาย พวกเขาคาดหวังว่าธนาคารที่ใช้บริการเป็นประจ�ำต้องรู้จักพวกเขา อยู่แล้ว โดย 85% ต้องการพิสูจน์อัตลักษณ์ของตนเองทางระบบออนไลน์ และคนไทย 25% เปิดเผยว่าสถาบันการเงินถามค�ำถามมากเกินไป

ผลส�ำรวจพบว่า ผู้บริโภคยอมให้มีอุปสรรคและความปลอดภัยมากขึ้น ในการสมัคร และให้ข้อมูลต่าง ๆ ส�ำหรับผลิตภัณฑ์การเงินที่มี มูลค่าสูงบางประเภท แม้ผู้บริโภคคาดหวัง ให้การสมัครใช้งานผลิตภัณฑ์ทางการเงินออนไลน์ในแต่ละวัน ต้องมีความสะดวกง่ายดายให้มาก ๆ เข้าไว้ ไม่ว่าจะเป็นบัญชีกระแสรายวัน บัญชีเงิน ฝาก เงินกู้ และบัตรเครดิต แต่ลูกค้ากว่าครึ่งหนึ่ง (61%) ในการส�ำรวจ คาดหวังว่าการ สมัครสินเชื่อจ�ำนองควรจะมีการตรวจสอบเข้มงวดยิ่งขึ้น ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่ามีคนไทยเพียง 27% ที่ยินดีสมัครสินเชื่อจ�ำนองทางออนไลน์ เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในการส�ำรวจที่ราว 1 ใน 3 (34%) โดยทุกประเทศยกเว้น สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร การสมัครใช้บริการในสาขาเป็นที่นิยมมากกว่า ออนไลน์ ขณะที่แอฟริกาใต้นั้นแตกต่างจากประเทศอื่น เนื่องจากมีลูกค้านิยมสมัครสิน เชื่อจ�ำนองออนไลน์ถึง 43% คนไทยเกือบ 1 ใน 2 (48%) ในการส�ำรวจ ยินดีตอบค�ำถาม 11-20 ข้อหรือมากกว่า นั้นในการสมัครสินเชื่อทางออนไลน์ อย่าเปลี่ยนช่องทาง คนไทยที่เปิดบัญชีออนไลน์ต้องการด�ำเนินขั้นตอนอื่น ๆ ทั้งหมดในช่องทางที่เลือก ไว้ ไม่ว่าจะผ่านสมาร์ทโฟนหรือเว็บไซต์ หากลูกค้าต้องเปลี่ยนช่องทางเพื่อพิสูจน์อัต ลักษณ์ของตนเอง ลูกค้าหลายคนจะเลิกสมัคร ไม่ว่าจะเลิกสมัครเปิดบัญชีไปเลยหรือ ไม่ก็ไปสมัครกับคู่แข่งแทน ส่วนในจ�ำนวนลูกค้าที่ไม่ได้เลิกสมัครทันทีนั้น ลูกค้าอีก 20% จะยืดเวลาด�ำเนินการออกไป ผลส�ำรวจพบว่าอุปสรรคทุกรูปแบบมีความส�ำคัญ การขอให้ผู้ใช้สแกนและส่งเอกสาร ทางอีเมล หรือใช้ช่องทางอื่นในการพิสูจน์ตัวตนนั้น ส่งผลให้ผู้บริโภคเลิกสมัครใช้ บริการได้แทบจะพอ ๆ กับขอให้ไปที่สาขาหรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ แบบส�ำรวจนี้จัดท�ำขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2564 โดยบริษัทวิจัยอิสระรายหนึ่งและยึด ตามมาตรฐานวงการวิจัย จากการส�ำรวจความคิดเห็นของผู้ใหญ่ชาวไทย 1,000 คน รวมถึงผู้บริโภค 13,000 รายในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดา แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม บราซิล โคลอมเบีย และเม็กซิโก

“อย่างที่เขาพูดกันว่า ที่ใดมีอุปสรรค ที่นั่นย่อมมีโอกาส” คุณ Sharma กล่าว “ถ้าวัน

MAGKETING l 34


RESEARCH

PEXELS

วิเคราะห์ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย นายฮิโรนาริ โทมิโอกะ (Hironari Tomioka) ประธานกรรมการและประธาน กรรมการบริหาร บริษัท เอ็นทีที เดต้า (ประเทศไทย) จ�ำกัด หรือ NTT DATA (Thailand) ในเครือบริษัท เอ็นทีที เดต้า คอร์ปอเรชัน จ�ำกัด เปิดเผยว่า มีความ เชื่อมั่นในศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ (Automotive) และอุตสาหกรรมการ ผลิตชิ้นส่วนเพื่อประกอบยานยนต์ ของประเทศไทย โดยมี 5 จุดแข็งส�ำคัญ ได้แก่ 1.ยุทธศาสตร์ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน เป็นฐานการผลิตชิ้นส่วน ยานยนต์ โดยเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 11 ของโลก และเป็นอันดับที่5 ของ เอเชีย โดยเป็นรองเพียงประเทศจีน ญี่ปุ่น อินเดีย และเกาหลีใต้ ทั้งยังเป็นฐานการ ผลิตเป็นสินค้าประเภทอื่น เช่น สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สินค้า อุปโภคและบริโภค ฯลฯ ที่ส�ำคัญของโลก 2.มีระบบขนส่งทางบกและทางน�้ำโดยเฉพาะ ท่าเรือน�้ำลึกมีศักยภาพส่งออกสินค้าข้ามทวีป 3.ประเทศไทยเป็นฐานของอุตสาหกรรม การยานยนต์และอุตสาหกรรมการผลิตมานาน เครื่องจักรมีคุณภาพและมาตรฐาน การผลิตเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก 4.ภาครัฐให้นโยบายการสนับสนุนยกระดับขีดความ สามารถของอุตสาหกรรมเต็มที่ เช่น นโยบายผลักดันไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่ส�ำคัญของโลก รวมถึงศูนย์กลางการผลิตรถไฟฟ้าทุกประเภทของ ภูมิภาค ด้วยเป้าหมายผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศในปี 2568 จะมีจ�ำนวนรวมทั้ง สิ้น 1,051,000 คัน ไปพร้อมกับการเร่งพัฒนาทักษะแรงงาน เพื่อดึงดูดผู้ผลิตยานยนต์ ไฟฟ้าจากทั่วโลก 5.มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ทันสมัย โดยเป็นประเทศต้นๆ ในภูมิภาค ที่มีการลงทุนขยายเครือข่าย 5จี ต่อเนื่องพร้อมรองรับการใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อ ยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี อย่างไรก็ดี ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนเพื่อ ประกอบรถยนต์ในประเทศไทย ก�ำลังถูกท้าทาย ด้วยทั่วโลกก�ำลังมุ่งน�ำเอาเทคโนโลยี สมัยใหม่ไปสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต นอกจากนี้ยังมี แนวคิด “MaaS (Mobility as a Service)” เปรียบได้กับคลื่นลูกใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้ง

เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า, Connected Car, ระบบขับขี่อัตโนมัติ และอื่นๆ และแนวคิด นี้ก�ำลังวิวัฒนาการไปพร้อมกับเทคโนโลยีต่างๆ เช่น AI เทคโนโลยี 5จี และ IoT “อุตสาหกรรยานยนต์และอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนเพื่อประกอบรถยนต์จ�ำเป็น ต้องมีการวางกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีให้สอดคล้องเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการ เปลี่ยนแปลงและสร้างโอกาสทางการแข่งขันด้วย 4 กลยุทธ์ส�ำคัญคือ 1.Digital Supply Chain and Connected Manufacturing น�ำเทคโนโลยีและข้อมูลเข้ามา เป็นศูนย์กลาง เพื่อเปลี่ยนกระบวนการการผลิตและการจัดจ�ำหน่ายให้มีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล 2.Engaging the Changing Workforce เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ ดีในการท�ำงานของพนักงานทุกคน ผ่านการใช้ข้อมูลเชิงลึกปรับเปลี่ยนวิธีการท�ำงาน และการดูแลพนักงานของธุรกิจอย่างชาญฉลาด3.Customer Centricity น�ำข้อมูลเชิง ลึกและพฤติกรรมของลูกค้ามาออกแบบสินค้าและบริการโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง 4.Digital Smart Products พัฒนาปรับปรุงเทคโนโลยียานยนต์ครบทุกมิติ ตั้งแต่การ เชื่อมต่อ, การเสริม AI ในยานยนต์ไร้คนขับ, การใช้พลังงานไฟฟ้าและการน�ำเสนอ Digital Product ที่หลากหลายไปกับยานยนต์” นายฮิโรนาริ กล่าวเสริมว่า ในอุตสาหกรรมยานยนต์การวางแผนเพิ่มการใช้เทคโนโลยี เพื่อปรับการท�ำงานให้เป็นดิจิทัล ด้วยการมุ่งสร้างนวัตกรรมจากการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีเพื่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ส�ำหรับสร้างประสบการณ์ใหม่อ�ำนวยความ สะดวกให้กับผู้บริโภค ที่ผ่านมา NTT DATA ประสบผลส�ำเร็จจากการร่วมมือกับ พาทเนอร์ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นน�ำของโลก ในการพัฒนาแพลทฟอร์มส�ำหรับรวบรวม ข้อมูลต่างๆ ผ่านยานพาหนะ Connected Car เพื่อน�ำไปต่อยอดพัฒนาสินค้าและ บริการที่ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่และมากไปกว่านั้นคือการยก ระดับประสบการณ์ผู้บริโภคในด้านยานยนต์อัจฉริยะที่มีความปลอดภัยและประหยัด พลังงานสูง และยังต่อยอดสู่การริเริ่มบริการ MaaS ได้อีกด้วย

MAGKETING l 35


MOVEMENT

MAGKETING l 36


MOVEMENT

HOMEPRO โฮมโปร จัดแคมเปญ Home Card Day ชวนคนรักบ้าน สมัครสมาชิกผ่านแอปพลิเคชั่น “HomeCard” พิเศษ !! โหลด ปั๊ป...รับเลย คูปองส่วนลดมูลค่ารวมกว่า 250 บาท พร้อมจัดเต็ม 5 คุ้ม คุ้ม1 SUPER DEAL สินค้าราคาพิเศษ คุ้ม2 รับ ส่วนลด 5% เมื่อช้อปครบ 10,000 บาทขึ้นไป ลด และรับเพิ่มสูงสุดอีก 5% เมื่อช้อปผ่านบัตรโฮมโปร วีซ่า แพลทินัม ครบ 10,000 บาท คุ้ม3 รับสิทธิ์ง่ายๆ คลิกปุ๊ป...รับเลย คูปองส่วนลดมูลค่า 500 บาท เพียงแอดมาที่ @homepro LineConnect คุ้ม4 คูปองลดเพิ่ม 500 บาท เมื่อช้อปครบ 10,000 บาทขึ้นไป คุ้ม5 ใช้คะแนนจากบัตรโฮมการ์ด และบัตร เครดิตที่ร่วมรายการ รับเพิ่มสูงสุดถึง 33% Strategy

:: การจัดงานส่งเสริมการขาย

(Sales Promotion activity)

JD CENTRAL เจดีเซ็นทรัลจัดแคมเปญมหกรรมแจกความสุขในเดือนเกิด ช้อปจุใจกับโปรโมชั่นและส่วนลดพิเศษสุดๆ ให้นักช้อปได้จอย ตลอดแคมเปญ เริ่มตั้งแต่ ส่งฟรีทั่วประเทศ ลูกค้าใหม่รับคูปองรวมมูลค่า 3,000.- , จัดโปรลดสูงสุด 90%, แจกคูปองใหญ่ ลดสูงสุด 999.-, ดีลพิเศษสุดเซอร์ไพรส์จากแบรนด์ชั้นน�ำ, MAD RUSH ช้อปด่วน ดีลเด็ด ปิดท้ายกับช้อปฉลองวันเกิดสุด ยิ่งใหญ่กับ JD CENTRAL Strategy

:: การจัดงานส่งเสริมการขาย

(Sales Promotion activity)

KRUNGSRI กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน)) เปิดตัว “กรุงศรี มั่งมี ช้อป” แอปพลิเคชั่นโฉมใหม่ส�ำหรับร้านค้า ที่มา พร้อมฟังก์ชั่นใหม่อัดแน่น ใช้งานง่าย ช่วยหนุนทุกการขายให้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ ปริมาณธุรกรรมการซื้อขายออนไลน์มีเพิ่มขึ้น และผู้บริโภคต้องการเลี่ยงการใช้เงินสด สะดวกยิ่งขึ้นส�ำหรับร้านค้าที่มีบัญชี กรุงศรีและใช้งานกรุงศรี โมบาย แอปพลิเคชั่นอยู่แล้ว สามารถดาวน์โหลดและสมัครใช้งานได้ทันที โดยไม่จ�ำเป็นต้องเดิน ทางไปที่สาขา Strategy

:: การตลาดเชื่อมตรง

(Online Marketing)

HAFELE เฮเฟเล่จัดแคมเปญซื้อสินค้าเฮเฟเล่ที่ร่วมรายการครบ 5,000 บาท รับฟรี ถ้วยพร้อมแปลงซิลิโคนส�ำหรับบาร์บีคิว ครบ 8,000 บาท รับฟรี ไม้เสียบส�ำหรับย่างบาร์บีคิวพร้อมที่วาง และถ้วยพร้อมแปลงซิลิโคนส�ำหรับบาร์บีคิว ครบ 12,000 บาท รับฟรี ชุดอุปกรณ์เสริมสแตนเลสส�ำหรับท�ำบาร์บีคิว 5 ชิ้น ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564 Strategy

:: แถมสินค้า

(Premiums & Gifts)

MAGKETING l 37


MOVEMENT

PTTEP บริษัท ปตท.ส�ำรวจและผลิตปิโตรเลียม จ�ำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้กับโรงพยาบาล และส�ำนักงานสาธารณสุข เพิ่มอีก 43 แห่ง ทั่วประเทศ อาทิ รถเข็นและเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแรงดันลบ เครื่องให้อากาศ ผสมออกซิเจนอัตราการไหลสูง (Oxygen High Flow) เครื่อง Mobile X-Ray เครื่องผลิตออกซิเจน ฯลฯ และ กล่องความ ห่วงใยส�ำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ต้องดูแลตนเองที่บ้าน รวมมูลค่ากว่า 36,000,000 บาท Strategy

:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)

VIRGIN ACTIVE เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ จัดแคมเปญประจ�ำเดือนกันยายนส�ำหรับสมาชิกใหม่ชาวเชียงใหม่เท่านั้น ด้วย 4 ข้อเสนอแบบไม่เล่นไม่ได้ แล้ว! ทั้ง 1. ฟรีค่าแรกเข้า 2. จ่ายเพียงสัปดาห์ละ 360 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 3. เป็นสมาชิกสั้น ๆ สองสัปดาห์ได้ โดยไม่มีข้อผูกมัด และ 4. สนุกกับคลาสออกก�ำลังกายไลฟ์สดและ On-demand แบบไม่จ�ำกัด ที่ส�ำคัญคือ สามารถเข้าใช้ บริการและสนุกกับอุปกรณ์ออกก�ำลังกายทันสมัยในคลับเชียงใหม่ได้อย่างจุใจตลอดระยะเวลาการเป็นสมาชิก Strategy

:: การจัดงานส่งเสริมการขาย

(Sales Promotion activity)

PIZZA HUT พิซซ่า ฮัท 1150 ร่วมกับเชฟอ๊อฟ ณัฐวุฒิ ธรรมพันธุ์ เชฟชื่อดังระดับประเทศ ครีเอทเมนู “ฟิลลี่ ชีส พิซซ่า - ขอบชีส ทรัฟเฟิล (Philly Cheese Pizza)” ได้รับแรงบันดาลใจจากฟิลลี่ ชีส สเต๊ก อาหารประจ�ำเมืองฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา ที่น�ำเนื้อชิ้นโตมาวางบนหน้าพิซซ่า โดยวางจ�ำหน่าย 2 สูตร คือ “ฟิลลี่ ชีส บีฟ” พิซซ่าหน้าเนื้อวัวโคขุนพรีเมียมพันธุ์ Charolais ขอบชีสทรัฟเฟิล ถาดกลาง ราคาเพียง 459 บาท และ “ฟิลลี่ ชีส พอร์ค” พิซซ่าหน้าเนื้อหมูสูตรพิเศษสไตล์จีน ยูนนาน ขอบชีสทรัฟเฟิล ในราคา 399 บาท วางจ�ำหน่ายถึง 3 พฤศจิกายน 2564 Strategy

:: การออกสินค้ารุ่นพิเศษ

(Limited Edition)

KRUNGSRI ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) มอบเงินสนับสนุนจ�ำนวน 2 ล้านบาท ให้แก่ศิริราชมูลนิธิ ภายใต้โครงการ “ต่อลม หายใจ” เพื่อจัดซื้อเครื่องให้ออกซิเจนด้วยอัตราการไหลสูง (High Flow Nasal Cannula Oxygen Therapy Device: HFNC) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ส�ำคัญที่ช่วยลดความจ�ำเป็นในการใส่ท่อช่วยหายใจ (Ventilator) และลดการเสียชีวิตในผู้ป่วยโค วิด-19 ให้แก่โรงพยาบาลที่มีความขาดแคลนทั่วประเทศ Strategy

:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)

MAGKETING l 38


MOVEMENT

AIRASIA แอร์เอเชีย จัดโปรโมชั่น ส�ำหรับผู้ถือบัตรข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ สมาชิกสภาอุตสาหกรรม สมาชิกหอการค้าไทย พร้อมผู้ติดตาม 1 ท่าน ลดเพิ่มทันที 100 บาทต่อเที่ยวบินต่อท่าน พร้อมสิทธิประโยชน์มากมาย ทั้งโหลดกระเป๋าฟรี 40 กิโลกรัม โหลดอุปกรณ์กีฬา ได้ 20 กิโลกรัม รับอาหารและเครื่องดื่มจาก AirAsia Santan การเลือกที่นั่ง Hot Seat เปลี่ยนแปลงวันและเวลาล่วงหน้า 24 ชั่วโมงก่อนเดินทาง สะสม Big Point แลกตั๋วฟรี และอีกมากมาย จองด่วนตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31ตุลาคม 2564 เพื่อทางได้ตั้งแต่วันที่ 1ตุลาคม 2564 จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564 Strategy

:: การจัดงานส่งเสริมการขาย

(Sales Promotion activity)

KRUNGSRI กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน)) ส่งมอบความห่วงใยให้กับลูกค้าและผู้ประกอบการรายย่อย จับมือ ช้อป ปี้ ผู้น�ำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน สานต่อโครงการ Shopee University: Financial Edition ติวเข้มธุรกิจติดปีกออนไลน์ ปี 2 ด้วยหลักสูตรพิเศษ “ก้าวต่อไปหลังโควิด กับเทรนด์ธุรกิจยุค Digital by กรุงศรี” ซึ่งในครั้งนี้ยังคงได้รับความสนใจจากลูกค้าและผู้ประกอบการรายย่อยจ�ำนวนมาก พร้อมประเด็นค�ำถามที่ น่าสนใจอีกมากมาย สะท้อนถึงความตื่นตัวในการประยุกต์ใช้เครื่องมือทางการเงินบนดิจิทัลแพลตฟอร์มในการสร้างความ เติบโตให้กับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ Strategy

:: การจัดกิจกรรมอบรม

(Workshop)

7 ELEVEN โครงการต้องรอด กลุ่ม Up For Thai รับมอบอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทานและหน้ากากอนามัย จากเซเว่น อีเลฟเว่นใน โครงการ “ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19” ของเครือซีพี เพื่อสนับสนุนการท�ำงานของศูนย์อาสาต้องรอด กลุ่ม Up For Thai และเพื่อส่งต่อให้กับพี่น้องประชาชนชนในชุมชนต่างๆที่รับผลกระทบจากโควิด-19 ระยะเวลารวมกว่า 40 วัน ณ ศูนย์อาสาต้องรอด วัดเทวสุนทร (สุนทริการาม) เมื่อเร็วๆนี้ Strategy

:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)

KRUNGSRI มูลนิธิกรุงศรี มอบทุนการศึกษาจํานวน 15 ทุน แก่เยาวชนที่มีผลการเรียนและความประพฤติดี ในความดูแลของสถาน สงเคราะห์เด็กชายบ้านมหาเมฆ เนื่องในโอกาส “วันเยาวชนแห่งชาติ” ประจําปี 2564 โดยมีผู้แทนเยาวชนรับมอบทุนการ ศึกษาและเกียรติบัตร ณ อาคารสํานักงานใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

Strategy

:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)

MAGKETING l 39


+ +

หากคุณต้องการไอเดีย+จุดประกายความคิดทางธุรกิจ พร้อมกับศึกษาข้อมูลสภาวะการแข่งขันอย่างรอบด้าน

“แมกเก็ตติ้ง

(MAGKETING)”

แมกเก็ตติ้ง (MAGKETING) นิตยสารออนไลน์ด้านการตลาด (E-Magazine) รายเดือน ประเภท Free view ซึ่งน�ำเสนอข่าว ความเคลื่อนไหว ข่าวเชิงวิเคราะห์ รวมถึงข้อมูล ในรูปแบบ Database ในแวดวงธุรกิจการตลาด สามารถเลือกช่องทางการอ่านได้หลากหลาย

พร้อมเสิร์ฟฟรี ทุกที่ ทุกเวลา อ่านได้ทันทีที่


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
Magketing Vol.64 by MAGKETING - Issuu