Skip to main content

Magketing Vol.63

Page 1

COVID-19 ++

VACCINE marketing case study

BEYOND STRATEGY & CONSUMER LIFESTYLE AUGUST 2564

VOL.8 ISSUE 63

THAILAND'S FIRST FREE E-MARKETING MAGAZINE

COVID-19 ++

VACCINE

UNSPLASH

it's FREE

63 I S S U E


Fresh - Baked Dairy The Europeans baking kitchen Enjoy a cup of warm chocolate

AnnaNita

SUKH UMVI T So i 1 1 n ear NA NA BTS Sky trai n SUKH UMVIT R d. BKK


01

HOMEROOM

EDITORIAL บรรณาธิการบริหาร

ภาวนา อรัญญิก

EDITORIAL STAFF > หัวหน้ากองบรรณาธิการ > กองบรรณาธิการ

บัณฑิต โชคสิทธิกร กัลชนา ทิชากร ปรัชญ์ พันแสงระวี

> ศิลปกรรม

cymk@bangkok

ADVERTISING STAFF > ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา > กองโฆษณา

วิโรจน์ ธนวัฒน์วาทิน สุนิสา อดุลย์วิทย์

บจ.มาร์เก็ตอินโฟ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น 3769/46 เจริญราษฎร์ บางโคล่ บางคอแหลม กทม. 10120 tel.062-4836903 email>>magketing.editor@gmail.com


CONTENTS

INFORMATION

17

8 12

FLASH PODIUM

ANALYSIS

18

27

33

17 18 24 33 35

BEHAVIOR CASE STUDY FACTOR DIGITAL LIFE RESEARCH

DATABASE

37 38 39

MOVEMENT

>> FOOD & IT

MOVEMENT

>> HOME & FINANCE

MOVEMENT

>> ETC.


FLASH

รพ.วิมุต

รพ.วิมุต เปิดให้บริการทุกศูนย์

ซีพี ออลล์

นายแพทย์กฤตวิทย์ เลิศอุตสาหกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จ�ำกัด แถลงข่าวความคืบหน้าธุรกิจ โรงพยาบาลวิมุต ได้เปิดศูนย์บริการต่าง ๆ อาทิ เช่น ศูนย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ศูนย์กระดูกและข้อ ศูนย์สมองและประสาท ศูนย์สุขภาพ ศูนย์ผิวหนังและความงาม โดยในช่วงโควิด-19 โรงพยาบาลวิมุต ได้เปิดตัวบริการ “Safe Save Surgery” ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ใช้ระยะ เวลานอนพักฟื้นระยะสั้น

ททท

“Unseen New Series”

เคาน์เตอร์ฯ

ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่ จึงได้ประสานความร่วม มือกับภาครัฐ, มูลนิธิ ,สือมวลชน รวมพลังส่งมอบอาหารพร้อมรับประทานจ�ำนวน รวมกว่า 300,000 กล่อง รวมระยะเวลารวมกว่า 40 วัน ให้กับผู้ที่ได้รับความเดือด ร้อนจากวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 ภายใต้โครงการ “ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโค วิด-19” เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ชุมชนต่าง ๆ และผู้ประกอบการธุรกิจร้าน อาหารรายย่อยให้สามารถฝ่าวิกฤติโควิด-19 ไปได้

ปตท.สฝ

ททท.สนับสนุนผู้ประกอบการโรงแรมไทยฝ่าวิกฤตโควิด-19 เปิดโครงการ “Unseen New Series” อัดโปรโมชั่น “น�้ำใจไทยช่วยไทย” ซื้อก่อนเที่ยวทีหลัง ช่วยเสริมสภาพ คล่องธุรกิจ มอบส่วนลดโรงแรม-รีสอร์ตกว่า 50 แห่งทั่วไทยในราคาสุดอันซีน พร้อม เตรียมเปิดตัว 25 แหล่งท่องเที่ยวใหม่ “Unseen New series” หลังรัฐบาลประกาศ ยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ หวังปลุกกระแสเที่ยวไทยฟื้นอีกครั้ง

“โอนปุ๊บ รับปั๊บ”

มอบนวัตกรรมหุ่นยนต์ให้กับโรงพยาบาลสนามครบวงจร

บมจ.ปตท.ส�ำรวจและผลิตปิโตรเลียม มอบหุ่นยนต์ “คาร่า” ช่วยบุคลากรทางการ แพทย์ในการน�ำส่งเวชภัณฑ์และอาหาร จ�ำนวน 10 ตัว และ หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อโรค อัตโนมัติด้วยแสงยูวี “เอ็กซ์เตอร์ไลเซอร์” พร้อมเงินสนับสนุน ให้กับโรงพยาบาล สนามครบวงจร ของกลุ่ม ปตท. ซึ่ง คาร่า และ เอ็กซ์เตอร์ไลเซอร์ เป็นนวัตกรรมที่ บริษัทในเครือ ปตท.สผ. และพันธมิตร ร่วมกันพัฒนาขึ้น เพื่อช่วยอ�ำนวยความสะดวก และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อให้กับบุคลากรทางการแพทย์

วาโก้

เคาน์เตอร์เซอร์วิสเปิดตัวนวัตกรรมบริการใหม่ “โอนปุ๊บ รับปั๊บ” โอนเงินทั่วไทย โอนไว ไม่ต้องใช้บัญชี เป็นบริการโอน-รับเงินสดภายในประเทศ โดยไม่ต้องใช้บัญชี ธนาคาร ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส ตอบโจทย์ผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคาร ผู้ที่ไม่สะดวกใช้บัญชี ธนาคาร กลุ่มชาวต่างชาติ รวมถึงแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทย เป็นการท�ำ ธุรกรรมทางการเงินแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง โอนปุ๊บรอรับเงินได้ทันทีที่เคาน์เตอร์ เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขากว่า 12,500 แห่งทั่วประเทศ

“ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด”

วาโก้รับรางวัล No.1 Brand Thailand ต่อเนื่องปีที่ 10

บมจ.ไทยวาโก้ รับมอบรางวัล No.1 Brand Thailand 2020-2021 หมวด Woman Underwear ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 ในฐานะวาโก้คือแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ในหมวด ชุดชั้นในสตรี และเป็นที่ 1 ในใจผู้หญิงไทยทุกช่วงวัย จากผลส�ำรวจพฤติกรรมการ บริโภคสินค้าและการรับข้อมูลข่าวสารของผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยสถาบันวิจัยการ ตลาดชั้นน�ำ บริษัท Kadence International (Thailand) จากประเทศญี่ปุ่น และ Marketeer Research

MAGKETING l 8


FLASH

MAGKETING l 9


FLASH

ไวไว

“ไวไว” ฉีดวัคซีนเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่

GFC

บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จํากัด ผู้ผลิต และจ�ำหน่ายบะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูป แบรนด์ ไวไว, ควิก แสบ, ซือดะ, เส้นหมี่อบแห้งไวไว และผงปรุงส�ำเร็จรสเด็ด เร่งสร้าง ภูมิคุ้มกันหมู่ พร้อมกับท�ำประกันโรคโควิด-19 ให้กับพนักงาน และจัดมาตรการณ์ คุมเข้มป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ Covid-19 ตามประกาศจังหวัดนครปฐมและ แนวทางการป้องกันโรค GFP (Good Factory Practice) เพื่อสร้างเกราะป้องกันโรค ระบาด ลดวงจรคลัสเตอร์

วว

BCG Model เศรษฐกิจใหม่

ไวไว

GFC เผยนักวิทยาศาสตร์สังกัดคลินิกและนักวิทยาศาสตร์ไทยสอบผ่านจ�ำนวน 42 สอบผ่านรับรองด้าน CLINICAL EMBRYOLOGY CERTIFICATION จากสมาคม ด้านการเจริญพันธุ์และการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนแห่งยุโรปจากผู้เข้าร่วมทั่วโลกจ�ำนวน 318 คน ช่วยยกระดับศักยภาพบุคคลกรด้านมีบุตรยากของประเทศ เดินหน้าลงทุน เทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่เสริมจุดแข็งพร้อมประกาศเดินหน้าขยายสาขาเพิ่มใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าจากลาว และเวียดนาม

FTE

ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ ภายใต้การก�ำกับดูแลโดยสถาบันวิจัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เผยความส�ำเร็จ BCG Model – The Green Model ต้นแบบเศรษฐกิจสีเขียวทั่วไทย ปังไกลสู่เวทีโลก ด้วยโครงการ ยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลางตะวันตก ในพื้นที่ต้นแบบ 4 จังหวัด ผลักดันสารชีวภัณฑ์สร้างคลัสเตอร์เกษตรกรรมยั่งยืนบนพื้นที่กว่า 10 ล้าน ไร่

มอบทุนสนับสนุนพร้อมพันธุ์ปลา-พันธุ์ไก่

ลุ้นรับงานเพิ่มกว่า 100 ล้านบาท

บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จ�ำกัด (มหาชน) (FTE) เผยแนวโน้มไตรมาส 3/64 ตุน Backlog แน่น 450 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ลุ้นรับงานเพิ่มกว่า 100 ล้าน บาท ชูกลยุทธ์รักษายอดขายลูกค้ารายใหญ่ ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ เตรียมเพิ่มสินค้าใหม่ ครอบคลุมความต้องการลูกค้า พร้อมบริหารจัดการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ รักษา ส่วนแบ่งตลาดระบบ-อุปกรณ์ดับเพลิงอันดับ 1

EPG

ผลิตภัณฑ์เส้นหมี่อบแห้งไวไว โดย บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จ�ำกัด มอบ ผลิตภัณฑ์พร้อมเงินสนับสนุน ตลอดจนส่งมอบพันธุ์ปลา-พันธุ์ไก่ ให้แก่ มูลนิธิสุธา สินี น้อยอินทร์ เพื่อเด็กและเยาวชน จ.ยโสธร หรือบ้านโฮมฮัก เนื่องในโอกาสครบ รอบ 12 ปี กิจกรรม CSR สานฝัน ปันสุข บ้านโฮมฮัก ประจ�ำปี 2564 และในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราช ชนนีพันปีหลวง

GFC ลุยขยายสาขาเจาะลาว-เวียดนาม

“Engineering Technology to COVID19- for AFEO”

ดร.ภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จ�ำกัด (มหาชน) หรือ EPG ได้รับเชิญให้เข้าร่วมบรรยายผ่านระบบออนไลน์ภายในงาน AFEO Disaster Preparedness & Mitigation Webinar Series 1: “Engineering Technology to COVID-19 for AFEO” จัดโดย สมาพันธ์วิศวกรอาเซียน หรือ )ASEAN Federation of Engineering Organizations (AFEO

MAGKETING l 10


FLASH

MAGKETING l 11


PODIUM

บ้านปูครึ่งปีแรกก�ำไร 93 ล้านเหรียญสหรัฐ เดินหน้าขยายลงทุนธุรกิจพลังงานสะอาด นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จ�ำกัด (มหาชน) เปิด เผยว่า “ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา บ้านปูยังคงเร่งสร้างการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจ (Banpu Transformation) อย่างต่อเนื่องภายใต้กลยุทธ์ Greener & Smarter โดย ประสบความส�ำเร็จในการลงทุนเพื่อขยายพอร์ตธุรกิจพลังงานที่สะอาดมากขึ้น รวม ทั้งยังสามารถสร้างกระแสเงินสดได้ทันที ขณะเดียวกันยังศึกษาความเป็นไปได้ใน ธุรกิจเหมือง Green Tech Minerals ทั้งในออสเตรเลียและอินโดนีเซีย เพื่อส่งเสริม และต่อยอดของกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน รวมทั้งยังศึกษาการลงทุนในโรงไฟฟ้า เสมือน (Virtual Power Plant) และ Data Center ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตสูงและ สามารถเสริมระบบนิเวศทางธุรกิจของกลุ่มบ้านปู หรือ Banpu Ecosystem ให้ครบ วงจรยิ่งขึ้น” ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ทั้ง 3 ธุรกิจหลักของบริษัทฯ มีผลประกอบการที่ดี สร้าง กระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง โดยมีก�ำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) รวม 582 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 17,948 ล้านบาท) ด้านกลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน (Energy Resources) ธุรกิจเหมือง มีผลประกอบการ ที่ดีจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวดีขึ้นสอดคล้องกับแนวโน้มราคาถ่านหินในตลาดโลก ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการใช้พลังงานจากการฟื้น ตัวทางเศรษฐกิจในหลาย ๆ ประเทศ ในขณะที่ผู้ผลิตถ่านหินรายใหญ่หลายรายเผชิญ ความท้าทายในการผลิตถ่านหินออกสู่ตลาด โดยธุรกิจเหมืองมีก�ำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ในครึ่งปีแรก 331 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 10,228 ล้านบาท) ด้านธุรกิจก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ มีราคาขายเฉลี่ยสุทธิปรับ ตัวเพิ่มขึ้น เป็นผลจากความต้องการที่สูงขึ้นจากภูมิอากาศที่ร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วใน ภูมิภาคอเมริกาเหนือ ประกอบกับการเริ่มฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมจากช่วงปีที่ผ่าน มา โดยธุรกิจก๊าซธรรมชาติมี EBITDA ครึ่งปีแรก 178 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5,463 ล้านบาท) ในส่วนของกลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน (Energy Generation) ยังคงสามารถสร้างรายได้ที่ ดีสม�่ำเสมอ โดยเฉพาะจากโรงไฟฟ้าเอชพีซีใน สปป.ลาวที่สามารถผลิตและจ�ำหน่าย กระแสไฟฟ้าด้วยค่าความพร้อมจ่าย หรือ EAF ที่สูงขึ้น ด้านโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี จังหวัดระยอง มีการปิดซ่อมบ�ำรุงเพื่อซ่อมแซมเหตุท่อรั่ว (tube leak) อย่างไรก็ตาม ยังสามารถรักษาระดับ EAF ได้สูง ส่วนโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Combined Heat and Power: CHP) ในจีนมีผลก�ำไรลดลงจากความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน�้ำ ที่ชะลอตัวลงจากลูกค้าบางกลุ่ม และผลกระทบจากต้นทุนถ่านหินในประเทศที่อยู่ใน ระดับสูง ในขณะที่โรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (Shanxi Lu Guang: SLG) ในจีนก�ำลังเตรียม ความพร้อมในการเปิดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ภายในไตรมาส 3 ด้านธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในจีน มีรายได้เพิ่มขึ้น เป็น ผลมาจากสภาพอากาศที่เอื้ออ�ำนวยท�ำให้มีความเข้มของแสงที่สูงขึ้น และมีอัตราความ สามารถในการผลิตไฟฟ้า (Capacity Factor) สูงขึ้นเช่นเดียวกัน ส่วนธุรกิจโรงไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น มีปริมาณการผลิตไฟฟ้าและ Capacity Factor เพิ่มขึ้น

เช่นกัน ในขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Vinh Chau ระยะที่ 1 ในเวียดนาม มีรายงานความคืบหน้าในการก่อสร้างที่ร้อยละ 68 และคาดว่าจะสามารถเปิดด�ำเนิน การเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 4 ของปีนี้ ทั้งนี้ ในครึ่งปีแรกบริษัทฯ มี EBITDA 77 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2,370 ล้านบาท) ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปี บริษัทฯ ประสบความส�ำเร็จในการต่อยอดกลยุทธ์ Greener & Smarter จากการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ โรง ไฟฟ้า Nakoso IGCC ในญี่ปุ่น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Beryl และ Manildra ในออสเตรเลีย และล่าสุดได้เข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ CCGT “Temple I” ในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ถือเป็นการก้าวสู่ตลาดซื้อขายไฟฟ้าที่เปิดเสรีและมีความ ก้าวหน้าอย่างมาก กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน (Energy Technology) ยังคงเร่งเดินหน้าสร้างความ เติบโต โดยเฉพาะการพัฒนาผลิตภัณท์และบริการเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ ของกลุ่มบ้านปู (Banpu Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง โครงการที่ส�ำคัญ ได้แก่ การ ก่อสร้างโครงการโซลาร์ลอยน�้ำขนาด 16 เมกะวัตต์ ที่นิคมหลักชัยเมืองยาง คืบหน้า ไปแล้วกว่าร้อยละ 60 ในขณะที่ธุรกิจติดตั้งโซลาร์บนหลังคา ขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่ม ธุรกิจขนาดกลางมากขึ้น นอกจากนี้ ธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าในญี่ปุ่นท�ำสัญญาระยะเวลา 1 ปี เพิ่มเติมกว่า 10 ฉบับ จากลูกค้ารายใหม่จ�ำนวน 6 ราย ประกอบด้วย โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย และสถาบันแห่งชาติต่าง ๆ คิดเป็นปริมาณผลิตไฟฟ้า 111 กิกะวัตต์ ชั่วโมง

MAGKETING l 12


PODIUM

เวิลด์แก๊สเปิดตัวถังก๊าซหุงต้ม 8 กิโลกรัม ครั้งแรกในไทยเพื่อเติมเต็มช่องว่างทางการตลาด ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ เปิดตัวถังก๊าซหุงต้ม “เวิลด์แก๊ส” ขนาด 8 กิโลกรัม ครั้งแรกใน ประเทศไทย ตอกย�้ำความเป็นผู้น�ำในตลาดก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือน สร้างความแตก ต่าง เติมเต็มช่องว่างในตลาด ด้วยขนาดถังที่พอดี น�้ำหนักที่ขนย้ายสะดวก ด้วยราคา และค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่ากว่า ตอบโจทย์ lifestyle ผู้บริโภคยุคใหม่ รวมทั้งแบ่งเบาภาระต้นทุนผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อย ภายใต้สภาวะความ ท้าทายทางเศรษฐกิจในยุค Next Normal มั่นใจผลตอบรับดีเยี่ยม พร้อมวางจ�ำหน่าย ทั่วประเทศ 1 กันยายน 2564 นี้ นางสาวชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จ�ำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ ธุรกิจ พลังงานจ�ำเป็นต้องปรับตัวให้พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน ในฐานะผู้น�ำในตลาด ก๊าซแอลพีจี เรามุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือกในการใช้งานที่หลาก หลาย และตอบสนองความต้องการได้อย่างลงตัวมากขึ้น เราเล็งเห็นถึงโอกาสทาง ธุรกิจใหม่ ๆ ในตลาดก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือน” จึงได้พัฒนาถังก๊าซหุงต้ม “เวิลด์แก๊ส” ขนาด 8 กิโลกรัมขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นจาก inside ความต้องการของตลาดยุคปัจจุบัน ทั้งการเติบโตของที่พักอาศัย ยุคใหม่ที่มีขนาดพื้นที่ครัวเล็กลง การเกิดผู้ประกอบการร้านอาหารแบบรถเข็นหรือสตรี ทฟู้ดรายใหม่ ๆ หรือแนวโน้มของผู้ที่นิยมกิจกรรม Camping รวมทั้งการที่ผู้บริโภค ต้องใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น “เราจึงเล็งเห็นช่องว่างในตลาดก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือน จากเดิมที่มีถังขนาด 7 และ 9 กิโลกรัมอยู่แล้ว ถังขนาดใหม่ 8 กิโลกรัมจึงอยู่กึ่งกลางพอดี ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป ตอบ โจทย์ทั้งด้านข้อจ�ำกัดของพื้นที่ตั้งถังก๊าซขนาดเล็ก น�้ำหนักที่เคลื่อนย้ายได้สะดวก และ ที่ส�ำคัญคือ คุ้มค่ากว่า ด้วยราคาที่ประหยัดกว่า มั่นใจว่าจะสร้างจุดแข็งที่แตกต่างและ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มเป้าหมายในยุค Next Normal” ถังก๊าซหุงต้ม “เวิลด์แก๊ส” ขนาด 8 กิโลกรัม ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค เป้าหมายหลากหลายได้ลงตัวยิ่งขึ้น ทั้งกลุ่มผู้ค้าอาหารรถเข็นหรือสตรีทฟูดส์ซึ่งมีเงิน ทุนจ�ำกัด กลุ่มครัวเรือนขนาดเล็กที่ปริมาณการใช้น้อย ไม่ได้ใช้เป็นประจ�ำทุกวัน กลุ่ม ผู้บริโภคที่มีข้อจ�ำกัดของสถานที่ตั้งถังก๊าซในที่พักอาศัย ด้วยความสูงเพียง 31 ซม. สามารถจัดเก็บเข้าตู้ซิงค์ในห้องครัวได้ หรือใช้เป็นถังส�ำรอง รวมทั้งกลุ่มผู้นิยมกิจกรรม Camping ที่ต้องการความสะดวกในการขนย้าย นอกจากนั้น ยังเป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภคที่ใช้ถังก๊าซขนาด 7 กก. อยู่แล้ว ด้วย ราคาของถังรวมน�้ำก๊าซที่ใกล้เคียงกัน แต่ปริมาณก๊าซมากกว่า จึงคุ้มค่ากว่า หรือ ส�ำหรับผู้บริโภคที่ใช้ถังก๊าซขนาด 4 กิโลกรัมอยู่แล้ว แต่ปริมาณการใช้มาก จึงสามารถ ใช้ขนาด 8 กิโลกรัมเพียงถังเดียวโดยไม่จ�ำเป็นต้องมีถังส�ำรอง

นอกจากนั้น ถัง “เวิลด์แก๊ส” ขนาด 8 กิโลกรัม ยังใช้วาล์วขนาดเดียวกันกับถังก๊าซ ขนาด 15 กิโลกรัม สามารถใส่หัวปรับทั้งแรงดันสูงและแรงดันต�่ำแต่เข้ากับเตาที่ใช้งาน อยู่ปกติ ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ในความปลอดภัย ถังก๊าซทุกใบของ “เวิลด์แก๊ส” ผลิตขึ้นด้วยความใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรร เหล็กกล้าที่คงทนพิเศษ ผ่านการเชื่อมโดยช่างช�ำนาญการ ทดสอบแรงอัดเพื่อหารอย รั่วด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย พร้อมระบบตรวจสอบความเหนียวและสภาพการทนแรง อัด ผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เลขที่ มอก 27-2543 โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ถังทุกใบมี QR Code เพื่อตรวจสอบประวัติ ทั้ง วันที่ผลิต วันที่ผ่านการทดสอบ และ ประวัติการซ่อมถังเพื่อใช้ในการควบคุมคุณภาพถัง ตลอดจนมีการซ่อมบ�ำรุงสภาพ ถัง และท�ำการทดสอบครบวาระทุก 5 ปี และ 10 ปี เพื่อตรวจสอบคุณภาพและความ ปลอดภัยตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ปัจจุบัน ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ เป็นผู้น�ำอันดับ 2 ในตลาดก๊าซหุงต้มแอลพีจีทั้งใน ภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือน ด้วยส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 18 % มีจ�ำนวนถัง ก๊าซที่อยู่ในตลาด ขนาด 4 กิโลกรัม อยู่ที่ 2,100,000 ถัง ขนาด 13.5 กิโลกรัม อยู่ที่ 580,000 ถัง และขนาด 15 กิโลกรัม อยู่ที่ 3,400,000 ถัง และขนาด 48 กิโลกรัม อยู่ ที่ 360,000 ถัง

MAGKETING l 13


PODIUM

อีเบย์เผยช้อปออนไลน์เติบโตรับโควิด-19 เปิดโครงการใหม่ หนุนเอสเอ็มอีไทยออกสู่ตลาดโลก อีเบย์ (eBay) ผู้น�ำด้านอีคอมเมิร์ซระดับโลก ประกาศพร้อมเดินหน้าส่งต่อโอกาส ส�ำหรับเอสเอมอีไทยในการขายสินค้าไทยที่อยู่ในกระแสหรือเป็นที่ต้องการสูงในตลาด โลก เปิดตัวโครงการ “eBay NextGen” เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้กับเอสเอ็มอีไทยที่ยัง ไม่เคยเปิดร้านกับอีเบย์ให้มาร่วมเป็นผู้ขายใหม่บนอีเบย์ดอทคอม (eBay.com) ได้ อย่างรวดเร็วและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยการได้สิทธิขายสินค้าในหมวดขายดีราคาสูง พร้อมรับ Selling Limit ที่เพิ่มให้เป็น กรณีพิเศษมากขึ้น ให้สามารถลงขายได้มากขึ้น ได้ทันทีโดยไม่ต้องสะสมคะแนน และ สิทธิประโยชน์อื่น ๆ ซึ่งพร้อมผลักดันให้ผู้ค้าไทยเติบโตไปพร้อมกับตลาดโลกที่ยังขยาย ตัวตอบโจทย์ยุคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง นางรินทร์ลิตา ศรีโรจนภิญโญ หัวหน้าฝ่ายการตลาด อีเบย์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ใน ช่วงที่โลกก�ำลังเผชิญกับภัยโควิด-19 อยู่นั้น ผู้คนอยู่ในบ้านมากขึ้น การเลือกซื้อของ ออนไลน์เป็นสิ่งหนึ่งที่คนหันมาให้ความสนใจมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดอีคอมเมิร์ซทั่วโลก กลับมีศักยภาพการเติบโตอย่างทวีคูณ" ในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2564 อีเบย์มีผู้ซื้อทั่วโลกมากกว่า 159 ล้านคน มีผู้ขายกว่า 19 ล้านคนลงขายสินค้ามากกว่า 1,500 ล้านรายการ โดยมียอดการใช้จ่ายมากกว่า 22,100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 730,000 ล้านบาท "และเรายังพบว่าความต้องการสินค้าเฉพาะกลุ่มในอีเบย์นั้น เพิ่มขึ้นสูงมาก ในปีที่ผ่าน มา สินค้าขายดีและมีมูลค่าสูงที่สุดบน eBay ทั่วโลก ประกอบด้วย การ์ดสะสม เช่น การ์ดกีฬา การ์ดเกม และการ์ดโปเกมอน ที่มีการขายไปแล้วมากกว่า 45 ล้านใบในปี 2563 ด้วยอัตราการขายออกสูงถึงกว่า 90 ใบในหนึ่งนาที นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มสินค้าที่ ก�ำลังติดเทรนด์ขายดีได้แก่ กลุ่มอะไหล่ยนต์ อุปกรณ์วิดีโอเกม รองเท้าผ้าใบ และของ สะสมลักซ์ชัวรี" “ผู้ขายไทยยังคงขายสินค้าได้อย่างต่อเนื่องบนอีเบย์ เรายังมองเห็นโอกาสของผู้ขาย ไทยที่สามารถตอบรับความต้องการของตลาดได้ ส�ำหรับสินค้าจากประเทศไทยที่ขาย ดีตลอดกาล ได้แก่ 1) จิวเวลรี เพชรพลอย นาฬิกาหรู2) อะไหล่ยนต์ อุปกรณ์ตกแต่ง รถยนต์และรถจักรยานยนต์ และ 3) สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม" "และเมื่อเราลองศึกษาให้ลึกลงไปในปี 2564 นี้ เรามองเห็นเทรนด์ 5 กลุ่มสินค้าที่มี ความต้องการเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วได้แก่ 1) อะไหล่รถจักรยานยนต์ 2) จิวเวลรี แบบมีพลอยประดับ หรือมีตัวเรือนเป็นเนื้อเงิน เนื้อทองค�ำ 3) เพชรแบบเป็นเม็ดที่มี ใบรับรอง 4) ผลิตภัณฑ์ดูแลและจัดแต่งเส้นผม และ 5) ต้นไม้ตกแต่งบ้าน" โดยทั้งหมดนี้เป็นกลุ่มสินค้าที่เป็นที่นิยมในตลาดที่มีอัตราการเติบโตของยอดขาย มากกว่า ร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว โดยทั้งหมดได้รับความ

นิยมในกลุ่มลูกค้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย "การเปิดโครงการ “eBay NextGen” จะช่วยให้ผู้สนใจขยายธุรกิจไปต่างประเทศ แต่ ยังไม่เคยขายบนอีเบย์มาก่อน ได้สมัครเข้าร่วมโครงการ พร้อมรับสิทธิพิเศษที่จะช่วย ให้ธุรกิจเติบโตและขยายสู่ตลาดโลก ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตอย่างไม่หยุดนิ่งในช่วงต่อ จากนี้” นางรินทร์ลิตา กล่าว โครงการ “eBay NextGen” คือโครงการที่ออกแบบมาส�ำหรับผู้ขายใหม่อย่างแท้จริง พร้อมเปิดโอกาสให้กับเอสเอ็มอีไทยที่ยังไม่เคยค้าขายบนอีเบย์ ได้มีโอกาสขยาย ตลาดสู่แพลตฟอร์มอีเบย์ซึ่งมีผู้ซื้อกว่า 159 ล้านคนทั่วโลกได้โดยง่าย รวดเร็ว และมี ประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยสิทธิพิเศษให้แก่ผู้ขายรายใหม่ พร้อมแนะน�ำตั้งแต่เริ่มเปิด บัญชีจนถึงการลงขายสินค้าชิ้นแรกบนอีเบย์ พร้อมกันนี้ ยังมีสิทธิพิเศษส�ำหรับผู้ที่มี ทะเบียนพาณิชย์ (กิจการเจ้าของคนเดียว) หรือเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนจ�ำกัด และมี หนังสือรับรองนิติบุคคล ผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ “eBay NextGen” ซึ่งเปิด รับผู้ประกอบกิจการทุกขนาด จากทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ตัวแทนจ�ำหน่าย และผู้ขายปลีกทั้งร้านค้าออนไลน์ และร้านค้าออฟไลน์ประเภท นิติบุคคล หรือผู้ที่มีทะเบียนพาณิชย์ที่ยังไม่เคยค้าขายบนอีเบย์ สมัครเข้าร่วมโครงการ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ebaythailand.co.th/eBayNextGen ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2564 ถึง 30 พฤศจิกายน 2564

MAGKETING l 14


PODIUM

กรุงศรีรุกธุรกิจในเวียดนาม ซื้อบริษัทไฟแนนซ์ ตอกย�้ำกลยุทธ์มุ่งสู่อาเซียน กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน)) ประกาศว่าธนาคารได้บรรลุข้อตกลง กับ Saigon-Hanoi Commercial Joint Stock Bank (“SHB”) ธนาคารพาณิชย์ร่วม ทุนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ในประเทศเวียดนาม ในการซื้อและรับโอนเงินทุนก่อ ตั้ง (Charter Capital) 100% ของบริษัท SHBank Finance Company Limited (“SHB Finance”) ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อเพื่อรายย่อย 10 อันดับแรกของ ประเทศเวียดนาม ภายใต้ข้อตกลงนี้ กรุงศรีจะด�ำเนินการรับโอนเงินทุนก่อตั้งของ SHB Finance ใน อัตรา 50% ก่อนและจะรับโอนเงินทุนก่อตั้งอีก 50% ที่คงเหลือ หลังจาก 3 ปี เมื่อ ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามเงื่อนไขและตามข้อก�ำหนดจากหน่วยงานก�ำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง การเข้าซื้อกิจการ SHB Finance ในครั้งนี้นับเป็นความส�ำเร็จครั้งส�ำคัญอีกก้าวหนึ่ง ในทิศทางเชิงกลยุทธ์ของกรุงศรีในการขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Expansion) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเป็น “สถาบันการเงินไทยที่เป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า พร้อมเชื่อมโยงความต้องการของลูกค้าทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน” นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศว่า กรุงศรีได้ลงนามในข้อตกลงกับ SHB เพื่อเข้าซื้อหุ้น 100% ของ SHB Finance ซี่ง เป็นบริษัทให้บริการสินเชื่อเพื่อรายย่อยในเครือธนาคาร SHB เมื่อได้รับการอนุมัติจาก หน่วยงานก�ำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ด้วยความเชี่ยวชาญและเครือข่ายที่ครอบคลุมของ SHB ในประเทศเวียดนาม ผสานเข้ากับความแข็งแกร่งในธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อยของกรุงศรีจะช่วยยกระดับ ศักยภาพการแข่งขันในธุรกิจให้กับ SHB Finance โดยกรุงศรีและ SHB Finance จะร่วมกันพัฒนาและส่งมอบผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อรายย่อยที่มีคุณภาพให้กับผู้บริโภค ในเวียดนาม การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ยังเป็นการตอกย�้ำความมุ่งมั่นของกรุงศรีใน กลยุทธ์การขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาคอาเซียน ตามแผนธุรกิจระยะกลางฉบับปัจจุบัน ซึ่งครอบคลุมปี 2564-2566 ด้วย”

ยกระดับความสามารถทางการเงิน การขยายเครือข่าย และการพัฒนาการผลิตภัณฑ์ ใหม่ๆ ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการยกระดับภาพลักษณ์และชื่อเสียงของ SHB ในระดับภูมิภาคและระดับโลก” กรุงศรี และ SHB จะท�ำงานร่วมกันเพื่อสนับสนุนการเติบโตของตลาดสินเชื่อเพื่อราย ย่อยในประเทศเวียดนาม และสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า ผู้ถือหุ้น และพันธมิตร

ปัจจุบัน กรุงศรีด�ำเนินธุรกิจและมีเครือข่ายแข็งแกร่งครอบคลุมหลายประเทศใน ภูมิภาคอาเซียน ประกอบด้วย สาขาและธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อยใน สปป.ลาว ธุรกิจ ธนาคารพาณิชย์ในประเทศกัมพูชา ธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อยในประเทศฟิลิปปินส์ และ ส�ำนักงานตัวแทนในเมียนมา การเข้าซื้อกิจการ SHB Finance ในประเทศเวียดนาม ครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับต�ำแหน่งผู้น�ำของกรุงศรีในการเชื่อมโยงความ ต้องการของลูกค้าทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน

โดย SHB (Saigon-Hanoi Commercial Joint Stock Bank) หลังการด�ำเนินธุรกิจ เป็นเวลา 28 ปี ปัจจุบัน SHB เป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่อยู่ใน 5 อันดับแรก ของประเทศเวียดนาม ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 SHB มีสินทรัพย์รวมกว่า 458 ล้านล้านดองเวียดนาม ด้วยเงินทุนก่อตั้ง (Charter capital) กว่า 19,260 พันล้าน ดองเวียดนาม และส่วนของเจ้าของ 40,425 พันล้านดองเวียดนาม SHB เติบโตอย่าง แข็งแกร่งมีพนักงานราว 8,500 คน มีจุดบริการกว่า 537 แห่งทั้งในประเทศและต่าง ประเทศ และมีลูกค้ามากกว่า 5 ล้านราย ซึ่งรวมทั้งลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบรรษัท อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับธนาคารตัวแทนต่างประเทศ (Correspondent banks) กว่า 400 แห่งทั่วโลก

นาย Do Quang Hien ประธานกรรมการของ SHB กล่าวว่า “ตลาดสินเชื่อเพื่อราย ย่อยในประเทศเวียดนามมีศักยภาพและมีโอกาสในการเติบโต SHB Finance เป็น ธุรกิจที่มีความน่าสนใจ เหมือน “ผู้หญิงสาวสวย” ที่มีสุขภาพทางการเงินที่ดี ซึ่งหลัง จากการคัดเลือกและเจรจา เราก็ได้พบกับพันธมิตรที่เหมาะสมที่จะสามารถสร้าง คุณค่าร่วมกันในหลายๆ ด้าน อาทิ ประสบการณ์ในการบริหารจัดการ เทคโนโลยี การ

หลังจากประสบความส�ำเร็จในการควบรวมกิจการกับ Habubank ธนาคารมุ่งมั่นใน การด�ำเนินธุรกิจและสร้างผลการด�ำเนินงานที่แข็งแกร่งด้วยการเป็นหนึ่งในธนาคาร ที่สามารถท�ำสร้างอัตราผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ได้สูงที่สุดในระบบธนาคาร พาณิชย์ของเวียดนาม โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นธนาคารพาณิชย์อันดับหนึ่งในเรื่องของ ประสิทธิผลและเทคโนโลยีภายในปี 2025

MAGKETING l 15


PODIUM

MAGKETING l 16


BEHAVIOR

PEXELS PIXABAY

พฤติกรรม การเลือกซื้อบ้านมือหนึ่ง-มือสอง เรื่อง : ดีดีพร็อพเพอร์ตี้

ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์เผยภาพรวมที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศในช่วงไตรมาส 4 ปี 2563 พบว่า มีที่อยู่อาศัยมือสองเสนอขายเฉลี่ยเดือนละ 113,211 หน่วย รวมมูลค่าเฉลี่ยเดือนละ 842,253 ล้านบาท ขณะที่ การโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสองมีสัดส่วนเฉลี่ย 10.9% ต่อเดือน เมื่อเทียบกับจำ�นวนหน่วยที่ประกาศขาย ในขณะที่บ้านมือหนึ่ง ตอบรับกับผู้บริโภคที่ต้องการบ้านและสิ่งอำ�นวยความสะดวกที่ใหม่กว่ามาพร้อมกับความทันสมัยที่มากกว่าโครงการบ้านมือสอง ซึ่งตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้มากกว่า

MAGKETING l 17


BEHAVIOR

จากผลส�ำรวจ DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study พบว่า ผู้ บริโภคส่วนใหญ่ถึง 72% ให้ความสนใจเลือกซื้ออสังหาฯ จากโครงการใหม่ เหตุผล ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อบ้านมือหนึ่งแน่นอนว่าคือ สิ่งอ�ำนวยความสะดวกและ คุณสมบัติในบ้านที่ใหม่และทันสมัยกว่า เป็นเหตุผลอันดับต้น ๆ ที่ดึงดูดให้ผู้บริโภค ส่วนใหญ่ (58%) ตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการสร้างใหม่ ตามมาด้วยการได้อยู่ใน ท�ำเลที่ดี และโครงการตั้งอยู่ในท�ำเลใหม่ที่มีศักยภาพ (44% และ 43% ตามล�ำดับ) โดยผู้บริโภคที่สนใจบ้านมือหนึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่มากที่สุดคือช่วงอายุ 30-39 ปี อยู่ที่ 33% รองลงมาคือช่วงอายุ 22-29 ปี อยู่ที่ 25% ในขณะที่ผู้บริโภค 1 ใน 4 (28%) พิจารณาเลือกซื้อที่อยู่อาศัยมือสองที่น�ำกลับมาขาย ใหม่หรือรีเซล (Resale) โดยเฉพาะในช่วงอายุตั้งแต่ 40-60 ปีขึ้นไปสนใจเลือกซื้ออสัง หาฯ มือสองมากกว่า (ช่วงอายุ 40-49 ปี อยู่ที่ 30%, ช่วงอายุ 50-59 ปี อยู่ที่ 18%, ช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป อยู่ที่ 7%) เมื่อพิจารณาเหตุผลที่มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคที่เลือกซื้อบ้านมือสองส่วนใหญ่ให้ความ ส�ำคัญกับความคุ้มค่าและราคาเป็นหลัก โดยมากกว่าครึ่งมองว่าการซื้อบ้านมือสอง ท�ำให้ได้ที่อยู่อาศัยตรงตามสภาพจริงเพราะได้เห็นโครงการที่ก่อสร้างและตกแต่งแล้ว เสร็จก่อนตัดสินใจซื้อ ตามมาด้วยราคาที่ถูกกว่าโครงการเปิดใหม่ในสัดส่วนที่ไล่เลี่ยกัน (57% และ 56% ตามล�ำดับ) นอกจากนี้ การได้ที่อยู่อาศัยในท�ำเลดีกว่าก็เป็นอีกหนึ่ง เหตุผลส�ำคัญเช่นกัน (43%) ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการสั่งสมประสบการณ์ชีวิตจากการท�ำงานและการสร้างครอบครัว ท�ำให้คนกลุ่มนี้เข้าใจความต้องการของตัวเองที่แท้จริงเมื่อมองหาที่อยู่อาศัยได้ชัดเจน มากขึ้น รวมถึงบทบาทและสถานะของหัวหน้าครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบดูแลสมาชิก ในบ้าน ต้องมีการวางแผนบริหารจัดการการเงินอย่างรอบคอบและคุ้มค่าที่สุด จึงให้ ความส�ำคัญกับการมีเงินเก็บและการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว เมื่อ ต้องเผชิญสภาพเศรษฐกิจที่เปราะบางและส่งผลต่อรายได้โดยตรงในขณะนี้ จึงท�ำให้ผู้ บริโภคกลุ่มนี้พิจารณาที่อยู่อาศัยจากความคุ้มค่าด้านราคาและฟังก์ชันการใช้งานจริง มากกว่าเน้นที่ความสดใหม่ของโครงการ บ้านมือหนึ่ง-บ้านมือสอง แบบไหนเหมาะกับใคร ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย ชี้จุดเด่นของที่อยู่อาศัยมือหนึ่งและมือสองที่น่าสนใจ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบ การตัดสินใจอีกหนึ่งทางเลือกให้ผู้บริโภคที่ก�ำลังมองหาบ้าน มองหาที่อยู่อาศัยในท�ำเลหายาก ในราคาที่รับได้ ท�ำเลถือเป็นปัจจัยส�ำคัญในการ พิจารณาเลือกที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค นอกจากจะต้องค�ำนึงถึงการเดินทางที่สะดวก สบายทั้งในการท�ำงานและการใช้ชีวิตแล้ว ความเจริญรอบพื้นที่โครงการยังเป็นอีกหนึ่ง ปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม ปัจจุบันพื้นที่ใจกลางเมืองมีการพัฒนามากขึ้น ท�ำให้ที่ดินเปล่า มีน้อยตามไปด้วย การมองหาที่อยู่อาศัยสร้างใหม่ในท�ำเลที่ต้องการจึงอาจไม่ใช่เรื่อง ง่ายอีกต่อไป เพราะโครงการที่สร้างใหม่มีน้อยและส่วนใหญ่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นตาม ความเจริญและราคาประเมินที่ดินปัจจุบัน โดยเฉพาะในท�ำเลดี ๆ ที่รายล้อมไปด้วย แหล่งงาน ห้างสรรพสินค้า และสิ่งอ�ำนวยความสะดวก อาจมีราคาสูงกว่าที่อยู่อาศัย ประเภทเดียวในท�ำเลชานเมืองหลายเท่าตัว

ดังนั้น บ้าน/คอนโดมิเนียมมือสองจึงถือเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ผู้บริโภคได้ที่อยู่อาศัย ในท�ำเลทองที่ถูกใจ หรือท�ำเลที่หาซื้อบ้านมือหนึ่งได้ยากในตอนนี้ หาตัวเลือกที่คุ้มค่า หากจ�ำเป็นต้องขยายครอบครัว สภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวยังคง ส่งผลให้ผู้บริโภคต้องควบคุมค่าใช้จ่ายและเก็บเงินสดไว้กับตัวมากขึ้น แต่เมื่อมีสมาชิก ใหม่ก็มีความจ�ำเป็นต้องปรับและขยายที่อยู่อาศัยเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้มากขึ้นอย่าง เลี่ยงไม่ได้ การต่อเติมบ้านถือเป็นตัวเลือกที่ดีส�ำหรับคนที่มีบริเวณบ้านกว้างขวางเพียง พอ แต่หากที่อยู่อาศัยเดิมมีพื้นที่จ�ำกัดและไม่สามารถขยายออกไปได้แล้ว การมองหา บ้านหลังใหม่จึงตอบโจทย์มากกว่า อย่างไรก็ตาม หากมีเงินเก็บมากพอสมควรหรือมีหน้าที่การงานที่มั่นคง การเลือกซื้อ บ้านจากโครงการสร้างใหม่อาจเป็นตัวเลือกที่ดี แต่หากมีความจ�ำเป็นในการใช้จ่าย หรือต้องมีแผนส�ำรองเงินเก็บยามฉุกเฉินในอนาคต การซื้อบ้านมือสองถือเป็นตัวเลือก ที่น่าสนใจ เนื่องจากตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้ไม่แพ้กันและมีราคาที่ย่อมเยากว่าบ้าน มือหนึ่ง นอกจากนี้ ผู้บริโภคสามารถน�ำเงินส่วนต่างนี้ไปเป็นค่าใช้จ่ายของสมาชิกใหม่ ได้อีกด้วย สร้างเสร็จเรียบร้อย พร้อมย้ายเข้าอยู่ทันที หากพิจารณาจากข้อนี้ แน่นอนว่าบ้าน มือสองจะเป็นตัวเลือกของคนส่วนใหญ่ เพราะโดยทั่วไปที่อยู่อาศัยมือสองจะมีการ ก่อสร้างแล้วเสร็จและมีการอยู่อาศัยมาสักระยะหนึ่งแล้ว ต่างจากโครงการใหม่ที่อาจ อยู่ระหว่างการก่อสร้างหรือต้องรอตกแต่งก่อนเข้าอยู่ สามารถเข้าเยี่ยมชมหรือดูสภาพ บ้านจริงได้อย่างละเอียด มีเวลาพิจารณาสถานที่และสภาพแวดล้อมต่าง ๆ จากหน้า งาน สามารถวางแผนต่อเติม/ตกแต่งตามต้องการได้ง่ายขึ้น หมดความกังวลว่าบ้าน ที่ซื้อไปจะไม่ตรงปก นอกจากนี้ การซื้อบ้านมือสองยังมีข้อดีตรงที่สามารถย้ายเข้าอยู่ อาศัยได้ทันที เพราะส่วนใหญ่จะมีการตกแต่งให้พร้อมรองรับการใช้งานจริงตามความ ต้องการของผู้อาศัยไว้เรียบร้อย บางแห่งอาจมีการแถมเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งอ�ำนวย ความสะดวกต่าง ๆ ภายในบ้าน-คอนโดมิเนียมให้อีกด้วย หาบ้านในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่าย ราคาถือเป็นปัจจัยส�ำคัญของการซื้อที่อยู่อาศัยไม่น้อย บ้าน/คอนโดมิเนียมมือสองผ่านการใช้งานมาแล้วแม้จะอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และยัง สวยอยู่ แต่เมื่อคิดค่าเสื่อมราคาแล้วท�ำให้มีราคาต�่ำกว่าบ้านมือหนึ่งเมื่อเทียบปัจจัยที่ เหมือนกัน ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้นเหมาะกับผู้ที่อยากมีบ้านแต่มีก�ำลังซื้อ จ�ำกัดในตอนนี้ ข้อมูลจากผลส�ำรวจฯ DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study ยังเผยว่า เหตุผลแรกที่ท�ำให้ 63% ของผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่ อาศัยมือสองเนื่องจากมีราคาถูกกว่าโครงการที่เปิดใหม่ ในขณะที่ผู้บริโภคที่มีราย ได้ปานกลางและรายได้สูง (51% และ 77% ตามล�ำดับ) สนใจซื้อบ้านมือสองเพราะ อยากได้ที่อยู่อาศัยที่สวยงามตรงตามสภาพจริง ไม่ต้องรอลุ้นหลังโครงการก่อสร้างแล้ว เสร็จ นอกจากนี้ หากผู้ซื้อต้องการรีโนเวทหรือตกแต่งเพิ่มเติมตามสไตล์ที่ชื่นชอบก็ สามารถกันงบประมาณส่วนต่างของการซื้อบ้านใหม่มาใช้ได้ทันที เพราะถึงอย่างไรการ ซื้อบ้านมือหนึ่งก็ต้องมีการตกแต่งเพิ่มให้สวยงามตามใจผู้ซื้ออยู่แล้ว เมื่อน�ำค่าใช้จ่าย ที่ใช้ซื้อบ้านมือสองมารวมกับค่ารีโนเวท/ตกแต่งก็ถือว่าคุ้มค่าและมีราคาไม่สูงเท่าการ ซื้อบ้านมือหนึ่งแน่นอน

MAGKETING l 18


CASE STUDY

COVID-19

++

VACCINE MAGKETING VOL.62

MAGKETING l 19


CASE STUDY

iNTROdUCTION เรื่อง : ปรัชญ์ พันแสงระวี

ทางออกของเศรษฐกิจในยุคการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งไทยและ ทั่วโลก ปฎิเสธไม่ได้ว่าคือการตั้งความหวังไว้ที่การระดมฉีดวัคซีนให้ ครบถึงระดับการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในกลุ่มประชากรของแต่ละประเทศ ได้ เพื่อให้เกิดการต้านทานของร่างกายต่อการคุกคามของไวรัสโควิด19 ได้ หลังจากนั้นระบบเศรษฐกิจจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้เหมือน ก่อนเกิดวิกฤตินี้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้แต่ละหน่วยธุรกิจสามารถลุก ขึ้นมาค่อยๆขับเคลื่อนการด�ำเนินงานอย่างช้าๆ จนกระทั่งสามารถเข้า สู่ระดับปกติที่เคยเป็นมาในช่วงก่อนหน้านี้ได้ในที่สุด

MAGKETING l 20


CASE STUDY

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนี ความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลส�ำรวจในเดือน กรกฎาคม 2564 พบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 64.37 ปรับตัวลดลง 39.3% จาก เกณฑ์ทรงตัวเดือนก่อนมาอยู่ในเกณฑ์ซบเซา นักลงทุนคาดหวังแผนการฉีดวัคซีนเพื่อ คลี่คลายสถานการณ์ Covid-19 เป็นปัจจัยหนุนมากที่สุด รองลงมาคือการฟื้นตัวของ เศรษฐกิจในประเทศ และนโยบายภาครัฐ ส�ำหรับปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมาก ที่สุด ได้แก่ สถานการณ์ระบาดของ Covid-19 ระลอกปัจจุบันที่รุนแรงขึ้น รองลงมา คือความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการถดถอยของเศรษฐกิจในประเทศ

ที่ 26-28 ส.ค. 2564 ซึ่ง Fed อาจมีการส่งสัญญาณการท�ำ QE Tapering การควบคุม และการออกกฎระเบียบจากทางการจีนซึ่งกระทบต่อ sentiment ในการลงทุนหุ้นจีน โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ความขัดแย้งใน “โอเปก” ซึ่งอาจส่งผลต่อความผันผวน ของราคาน�้ำมันโลก ในส่วนของปัจจัยในประเทศที่อาจกระทบต่อการลงทุน ได้แก่ การ บริโภคภาคเอกชนที่อาจจะถูกกระทบอย่างหนักจากมาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวด ขึ้น สภาวการณ์ของเศรษฐกิจไทยที่น่าจะฟื้นตัวได้ยากเนื่องจากแผนการเปิดประเทศ เต็มรูปแบบภายในปีนี้ตามเป้าหมายรัฐบาลที่อาจจะไม่เป็นไปตามแผน ดังนั้น แนวทาง การกระตุ้นการด�ำเนินนโยบายการคลังของภาครัฐเป็นอีกหนึ่งปัจจัยส�ำคัญที่น่าติดตาม ซึ่งจะส่งผลต่อการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ส�ำรวจในเดือน กรกฎาคม 2564 ได้ผลส�ำรวจโดยสรุป ดังนี้

ดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Expectation Index) เดือน สิงหาคม 2564

ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (ตุลาคม 2564) อยู่ ในเกณฑ์ “ซบเซา” (ช่วงค่าดัชนี 40-79) ปรับตัวลดลง 39.3% จากเดือนก่อนมาอยู่ที่ ระดับ 64.37 ความเชื่อมั่นนักลงทุนทุกกลุ่มปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับ “ซบเซา” หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด หมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ETRON) หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดแฟชั่น (FASHION) ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ แผนการฉีดวัคซีนเพื่อคลี่คลาย สถานการณ์ Covid-19 ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ สถานการณ์ระบาดของ Covid-19 ระลอกปัจจุบันที่รุนแรงขึ้น

ผลจากดัชนีสะท้อนการคาดการณ์ของตลาดที่คงมุมมองเช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว ว่า กนง. จะรักษาอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.5% ในการประชุมเดือนสิงหาคมนี้ ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี และอายุ 10 ปี ณ สิ้นไตรมาส 3 มี แนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลงจากการส�ำรวจเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 โดยมีผู้ตอบ แบบสอบถามจ�ำนวนมากขึ้นที่คาดการณ์ว่าอัตราผลตอบแทนอาจเพิ่มขึ้นจากเนื่องจาก เศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มขยายตัวจากการกลับมาเปิดเมืองของประเทศต่างๆที่ได้ ฉีดวัคซีนได้ครอบคลุมประชากรบางส่วนแล้วท�ำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล สหรัฐมีแนวโน้มสูงขึ้นซึ่งจะส่งผลให้พันธบัตรรัฐบาลไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นด้วย ในขณะ เดียวกันผู้ตอบแบบสอบถามบางรายมีความเห็นว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ไทยอาจปรับตัวลดลงจากการที่รัฐบาลอัดฉีดเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

“ผลส�ำรวจ ณ เดือนกรกฎาคม 2564 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่าความเชื่อมั่นกลุ่ม นักลงทุนบุคคลปรับตัวลดลง 40.1% อยู่ที่ระดับ 65.79 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ปรับตัวลดลง 40% อยู่ที่ระดับ 50.00 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับตัวลดลง 55.5% อยู่ที่ระดับ 57.89 และกลุ่มนักลงทุนต่างชาติปรับตัวลดลง 33.3% อยู่ระดับ 66.67 ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2564 สถานการณ์โรคระบาด Covid-19 ในประเทศที่มีผู้ติด เชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นมาก รวมถึงความไม่ชัดเจนของการจัดหาและ กระจายฉีดวัคซีน เป็นปัจจัยหลักที่กดดันต่อการเคลื่อนไหวของ SET index ตลอด ทั้งเดือน และปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของเดือน หลังจากมีการออก มาตรการ Lockdown เพื่อควบคุมการระบาดของโควิด และค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง อย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบให้กระแสเงินลงทุนของกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศทยอย ไหลออกจากตลาดหุ้นไทยกว่า 17,700 ล้านบาทในเดือนกรกฎาคม อย่างไรก็ตาม ตลาดทุนไทยยังได้แรงหนุนจากปัจจัยภายใน อาทิ การประกาศมาตรการเยียวยากลุ่ม แรงงานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ Lockdown ในพื้นที่ 10 จังหวัดสีแดงเข้ม และมาตรการลดค่าไฟฟ้าและน�้ำประปา วงเงินรวม 42,000 ล้าน บาทจากรัฐบาล อีกทั้ง ปัจจัยภายนอก เช่น การประกาศคงดอกเบี้ยนโยบายของ FED และ ECB เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจท่ามกลางความเสี่ยงที่ยังมีอยู่สูง ส่งผล ให้ SET index ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2564 ปิดที่ 1,521.92 จุด ปรับตัวลดลง 4.15% จากเดือนก่อนหน้า ปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ การประชุม Jackson Hole Symposium วัน

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Expectation Index) เดือน สิงหาคม 2564 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม กนง. รอบเดือนสิงหาคมนี้ อยู่ที่ระดับ 47 ไม่เปลี่ยนแปลงจากครั้งที่แล้วและยังอยู่ในเกณฑ์ “ไม่เปลี่ยนแปลง (Unchanged)” สะท้อนมุมมองของตลาดที่คาดว่าการประชุม กนง. ในเดือนสิงหาคม นี้ กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 0.5 เนื่องจาก เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้น ตัวช้าลงจากการระบาดของ COVID-19 และ ธปท. ได้ท�ำการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่าน มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ธุรกิจ SME และหนี้ครัวเรือน ความจ�ำเป็นในการปรับลด อัตราดอกเบี้ยจึงลดลง ดัชนีคาดการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 5 ปีและ 10 ปี ณ สิ้นไตรมาส 3 ยังคงอยู่ในเกณฑ์ “ไม่เปลี่ยนแปลง (Unchanged)” โดยดัชนีอยู่ในระดับเดียวกับ ครั้งที่แล้วจากการมีผู้ตอบแบบสอบถามจ�ำนวนมากขึ้นคาดการณ์ว่าอัตราผลตอบแทน อาจปรับตัวสูงขึ้นในขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามบางส่วนคาดว่าอัตราผลตอบแทนอาจ ปรับลดลง สะท้อนมุมมองของตลาดที่ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 5 ปี และ 10 ปี น่าจะไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับ 0.82% และ 1.66% ตามล�ำดับ ณ วันที่ท�ำการส�ำรวจ (16 กรกฎาคม 2564) โดยปัจจัยที่มีผลต่อการคาดการณ์ ได้แก่ อุปสงค์และอุปทานใน ตลาดตราสารหนี้ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลก รวมถึง เศรษฐกิจในประเทศเป็นหลัก

MAGKETING l 21


CASE STUDY

โควิด-19 ถล่มทั้งภูมิภาค CLMV ศูนย์วิจัย EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า การระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ ในภูมิภาคตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2564 สร้างแรงกดดันต่อแนวโน้มการเติบโตของ เศรษฐกิจ CLMV แม้ว่าการส่งออกที่ยังขยายตัวได้สูงอาจจะช่วยลดความรุนแรงของ ผลกระทบได้บางส่วน ด้านอุปสงค์ภายในประเทศ การระบาดทั่วทั้งภูมิภาค CLMV ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 ที่เพิ่มความรุนแรงขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม ส่ง ผลให้ภาครัฐต้องยกระดับความเข้มงวดของมาตรการควบคุมโรค ท�ำให้กิจกรรมทาง เศรษฐกิจปรับลดลงและสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่ออุปสงค์ในประเทศที่เปราะบางอยู่ เดิมก่อนแล้ว โดยการควบคุมการระบาดของ COVID-19 ระลอกปัจจุบัน นับเป็นความ ท้าทายครั้งใหญ่ของภูมิภาค โดยเฉพาะในเวียดนามที่สามารถควบคุมการระบาดในระลอกก่อนและจ�ำกัดผลกระ ทบต่อเศรษฐกิจภายในได้เป็นอย่างดี แต่ในครั้งนี้ เวียดนามมีรายงานจ�ำนวนผู้ติดเชื้อ สูงสุดใน CLMV ที่สูงถึง 10,000 รายต่อวันในเดือนมิถุนายน ท�ำให้รัฐบาลเวียดนาม ต้องประกาศมาตรการ lockdown ทันทีในเมืองส�ำคัญช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม เช่นเดียวกับเมียนมาที่มียอดผู้ติดเชื้อสูงสุดถึง 6,000 รายต่อวันในเดือนกรกฎาคม แต่ บุคลากรทางการแพทย์กลับไม่เพียงพอจากความไม่สงบทางการเมืองและขบวนการ อารยะขัดขืนโดยมวลชน ส่วนจ�ำนวนผู้ติดเชื้อในกัมพูชาและสปป.ลาว ที่ราว 1,000 รายต่อวัน แม้ว่าจะไม่สูงเท่ากับอีกสองประเทศ และผู้ติดเชื้อรายใหม่ส่วนใหญ่ในสปป. ลาว เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ แต่จ�ำนวนผู้ติดเชื้อดังกล่าวก็ยังสูงมากกว่าการ ระบาดในรอบก่อนหน้า ท�ำให้การจ�ำกัดการเดินทางต้องยกระดับความเข้มงวดเพิ่มขึ้น และขยายระยะเวลาต่อไป ดังนั้น การควบคุมสถานการณ์การระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและการผ่อนคลาย มาตรการ lockdown ภายในไตรมาส 3 – 4 ของปี 2564 จะเป็นปัจจัยส�ำคัญที่ท�ำให้ ผลกระทบต่ออุปสงค์ภายในประเทศลดลงได้ ส�ำหรับอุปสงค์ภายนอก ภาคการส่ง ออกของเศรษฐกิจ CLMV ยังคงส่งสัญญาณการฟื้นตัวแข็งแกร่งท่ามกลางการระบาด ของ COVID-19โดยได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจประเทศพั ฒนาแล้ว การส่งออกจึงเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของภูมิภาคโดยการส่งออก สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของเวียดนามขยายตัวได้สูงอย่างต่อเนื่องและเป็นปัจจัยขับเคลื่อน หลักของภูมิภาค อย่างไรก็ตามการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานจากการระบาดของ COVID-19 ในวงกว้างที่อาจท�ำให้มีการปิดโรงงานเพิ่มขึ้น ยังคงเป็นความเสี่ยงส�ำคัญ และอาจกลายเป็นปัจจัยฉุดภาคการส่งออกได้ตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2564 เป็นต้นไป ในระยะต่อไป ความคืบหน้าด้านการฉีดวัคซีนจะเป็นปัจจัยส�ำคัญต่อการฟื้นตัวของ เศรษฐกิจ CLMV แต่ในปัจจุบัน อัตราการฉีดวัคซีนในภูมิภาคยังคงอยู่ในระดับต�่ำและ จะยังไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ (herd immunity) ได้ภายในปี 2564 จากข้อมูล ล่าสุด ณ วันที่ 22 สิงหาคม 2564 อัตราการฉีดวัคซีนที่ครบโดสแล้วมีความก้าวหน้า สูงสุดในกัมพูชา (47% ของประชากร) และมีความเป็นไปได้ที่จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ ภายในช่วงต้นปี 2565 อย่างไรก็ตาม อัตราการฉีดวัคซีนครบโดสในสปป.ลาว เมียนมา และเวียดนามยังคงอยู่ในระดับต�่ำที่ 20% 2.8% และ 1.8% ตามล�ำดับ (ข้อมูลล่าสุด ของเมียนมา ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2564) ท�ำให้การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในประเทศเหล่านี้ อาจล่าช้าออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการระบาดของสายพันธุ์เดลต้าท�ำให้ประสิทธิภาพ ของวัคซีนลดลง ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดที่รุนแรงขึ้นและการฉีดวัคซีนที่เป็น ไปอย่างช้า ๆ ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2564

ท�ำให้ EIC คาดว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ CLMV ยังคงเปราะบางและ ล่าช้า และต้องอาศัยความส�ำเร็จในการควบคุมสถานการณ์การระบาด นอกจากนี้ การ ฟื้นตัวของเศรษฐกิจ CLMV จะต้องพึ่งพาขนาดและประสิทธิภาพของมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจทางการคลังและการเงิน โดยเฉพาะการบรรเทาผลกระทบของการระบาด ในรอบปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้น ความเสี่ยงรายประเทศ อาทิ ความไม่แน่นอนทางการ เมืองในเมียนมา และความสามารถในการช�ำระหนี้สาธารณะของสปป.ลาว ก็เป็นอีก ปัจจัยที่อาจท�ำให้การขยายตัวชะลอลง โดยรายละเอียดส�ำคัญของคาดการณ์แนวโน้ม เศรษฐกิจของแต่ละประเทศใน CLMV มีดังนี้ แม้ว่าภาคการส่งออกของเวียดนามยังคงเข้มแข็ง แต่ EIC คาดว่าเศรษฐกิจ เวียดนามจะชะลอตัวลงกว่าคาดมาอยู่ที่ 5.6% ในปี 2564 (จากประมาณการเดิมที่ 7%) จากผลกระทบของการระบาดรอบล่าสุด (รอบที่ 4) ที่ผ่านมา โดยแม้ว่าเวียดนาม จะสามารถควบคุมการระบาดได้อย่างดีในรอบก่อนหน้า แต่การระบาดรอบล่าสุดมี ความรุนแรงกว่ารอบที่ผ่านมา ท�ำให้เวียดนามต้องประกาศมาตรการ lockdown เข้ม งวดในหลายเมืองส�ำคัญ ส่งผลกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศและภาคการผลิต อย่างมาก เห็นได้จากยอดค้าปลีกและดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ปรับลดลง ขณะ ที่ปัจจัยด้านบวกคือการส่งออกของเวียดนามที่ขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่องที่ 26.1%YOY ในช่วง 7 เดือนแรกของปี ด้วยแรงสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม โดย เฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและประเทศ พัฒนาแล้วที่เป็นคู่ค้าส�ำคัญของเวียดนามยังเป็นอีกปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของการ ส่งออกของเวียดนาม โดยความเข้มแข็งของภาคการส่งออกจะเป็นปัจจัยส�ำคัญที่ช่วย ลดความรุนแรงของแผลเป็นทางเศรษฐกิจจากการระบาดของ COVID-19 ประกอบ กับรัฐบาลเวียดนามได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังเพิ่มเติมเพื่อช่วย บรรเทาผลกระทบต่อภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การหยุดชะงักของ ห่วงโซ่อุปทานจากการปิดโรงงานและการฉีดวัคซีนที่ล่าช้ายังคงเป็นความเสี่ยงส�ำคัญ ต่อเศรษฐกิจเวียดนามที่ต้องเฝ้าระวังต่อไป เศรษฐกิจกัมพูชาคาดว่าจะโตได้ต�่ำที่ 2.7% ในปี 2564 โดยปรับลดลงจากประมาณ การเดิมที่ 3.0% เนื่องจากการยกระดับมาตรการควบคุมการระบาดของ COVID-19 ที่ ประกาศใช้อีกครั้งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้างผ่านอุปสงค์ภายในประเทศ ที่ลดลงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่อาจเลื่อนออกไปในระยะสั้นจากความเชื่อ มั่นของนักลงทุนชาวต่างชาติที่ลดลง และการขยายระยะเวลาการห้ามการเดินทาง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของการส่งออกอาจช่วยลดผลกระทบบางส่วนจากการระบาด ของ COVID-19 ได้ พร้อมทั้งการฉีดวัคซีนในประเทศที่มีความก้าวหน้า (ประชากร 58% ได้รับวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งโดสแล้ว) และความสามารถในการออกมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังเพิ่มเติมจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวของอุปสงค์ ภายในประเทศอีกทางหนึ่งด้วย เศรษฐกิจสปป.ลาว มีแนวโน้มชะลอตัวลงที่ 3.3% ในปี 2564 จากประมาณการ เดิมที่ 3.5% จากการเพิ่มมาตรการควบคุมการระบาดของ COVID-19 ตั้งแต่เดือน เมษายนเป็นต้นมา อย่างไรก็ดี มาตรการควบคุมบางส่วนได้ถูกผ่อนผันลงแล้วในช่วง ปัจจุบัน ตามจ�ำนวนผู้ติดเชื้อภายในประเทศที่เริ่มลดลงเมื่อเทียบกับในช่วงเดือน เมษายนที่ผ่านมา ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของประชากรทยอยฟื้นตัวต่อเนื่องดีกว่า ประเทศอื่นในภูมิภาค ทั้งนี้การขยายตัวของเศรษฐกิจคาดว่าจะได้รับการสนับสนุนจาก การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และการส่งออกที่พลิกกลับมาฟื้นตัวตามอุปสงค์จาก ต่างประเทศและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงหลักของสปป.

MAGKETING l 22


CASE STUDY

นี้ การหยุดชะงักของระบบการขนส่งที่ท่าเรือและด่านชายแดนจากการ ระบาดระลอกใหม่ยังสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมให้แก่ภาคการส่งออกอีก ด้วย ด้านนักลงทุนชาวต่างชาติยังมีความกังวลต่อโอกาสการถูกคว�่ำบาตร ของเมียนมา จึงคาดว่าจะเลื่อนแผนการลงทุนออกไปจนกว่าสถานการณ์ ทางการเมืองจะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งมีแนวโน้มต้องรออีกระยะ หนึ่ง เนื่องจากการเลือกตั้งทั่วไปและการกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยอาจ ไม่เกิดขึ้นก่อนปี 2566 ประเด็นส�ำคัญต่อเศรษฐกิจเมียนมาที่ต้องจับตา มองในปีนี้ ได้แก่ 1) การคว�่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการเงินเพิ่มเติมจาก ประเทศเศรษฐกิจหลัก 2) การควบคุมการระบาดของ COVID-19 และ ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน 3) ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการคลัง จากการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐที่ลดลง 4) ความรุนแรงของสถานการณ์ การเมือง และ 5) ความเสี่ยงในภาคการเงินจากการอ่อนค่าของเงินจัต การขาดแคลนเงินสด และอันดับความน่าเชื่อถือที่ถูกปรับลง ส�ำหรับนัยต่อเศรษฐกิจไทย พบว่ากิจกรรมการค้าในภูมิภาคฟื้นตัวได้ดี อย่างต่อเนื่อง แต่การลงทุนจากไทยไปยัง CLMV ชะลอตัวลงชัดเจน ทั้งนี้ การฟื้นตัวของการค้าและการลงทุนในระยะข้างหน้าจะขึ้นอยู่กับความ สามารถในการควบคุมการระบาดของ COVID-19ทั่วทั้งภูมิภาค

ลาวคือเสถียรภาพทางการคลังที่เปราะบางจากภาระหนี้สาธารณะในรูปเงินตราต่างประเทศที่อยู่ใน ระดับสูง ขณะที่เงินกีบมีทิศทางอ่อนค่า และทุนส�ำรองระหว่างประเทศก็อยู่ในระดับต�่ำ เมียนมามีแนวโน้มที่จะหดตัวอย่างรุนแรงราว -20% ในปีงบประมาณ 2563/2564 (ตุลาคม 2563 – กันยายน 2564) โดยหดตัวเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่ -10% จากการระบาดของ COVID-19 ที่ซ�้ำเติมผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการรัฐประหาร ซึ่งเมียนมาเผชิญกับวิกฤตต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 ได้แก่ การระบาดของ COVID-19 รอบสองในช่วงปลาย ปี 2563 การท�ำรัฐประหารและขบวนการอารยะขัดขืนของมวลชนตั้งแต่ช่วงต้นปี 2564 เป็นต้น มา และการระบาดรอบล่าสุดที่เริ่มต้นในเดือนมิถุนายนจนถึงปัจจุบัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ ส่งผลกระทบ โดยตรงต่อภาคธุรกิจและภาวะการจ้างงาน โดยข้อมูลจาก The International Labour Organization คาดการณ์ว่ามีแรงงานเมียนมาที่ถูก เลิกจ้างเพิ่มขึ้น 3.2 ล้านคน (คิดเป็น 14% ของแรงงานทั้งหมด) ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2564 เทียบ กับช่วงก่อนเกิดวิกฤต COVID-19 ทางด้านภาคธุรกิจก็ได้รับผลกระทบเช่นกันจากอุปสงค์ที่ลดลง การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และต้นทุนที่สูงขึ้น สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการ ผลิตที่อยู่ในระดับต�่ำกว่า 50 (กิจกรรมลดลงจากเดือนก่อนหน้า) 11 เดือนติดต่อกันต่อเนื่องมาจนถึง เดือนมิถุนายน โดยปัจจัยด้านลบเหล่านี้ จะท�ำให้แผลเป็นทางเศรษฐกิจรุนแรงขึ้นจากจ�ำนวนธุรกิจ จดทะเบียนใหม่ที่น้อยลง ตลาดแรงงานที่อ่อนแอ และรายได้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ปรับลด ลง ด้านอุปสงค์ภายนอกมีแนวโน้มซบเซาเช่นกัน เนื่องจากการส่งออกได้รับผลกระทบจากการหยุด ชะงักของห่วงโซ่อุปทานและการเลื่อนแผนการลงทุนของนักลงทุนชาวต่างชาติ โดยหลายบริษัทจาก ประเทศฝั่งตะวันตกยกเลิกค�ำสั่งซื้อจากเมียนมาซึ่งส่งผลกระทบไปยังการส่งออกสินค้า นอกจาก

MAGKETING l 23

ข้อมูลล่าสุดรายงานว่าการส่งออกจากไทยไปยัง CLMV เร่งตัวสูงใน ไตรมาส 2 ปี 2564 ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากไทย (TDI)ไป CLMV ลดลงอย่างชัดเจนในไตรมาส 1 ปี 2564 ในไตรมาส 2 ปี 2564 การ ส่งออกจากไทยไป CLMV เพิ่มขึ้น 42.3%YOY เร่งตัวสูงขึ้นจากเดิม ที่ 0.6%YOY ในไตรมาส 1 ปี 2564 โดยการขยายตัวของการส่งออก เป็นไปอย่างทั่วถึงในทุกประเทศ CLMV ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยฐานต�่ำปี ก่อนหน้าเป็นส�ำคัญ ทั้งนี้การส่งออกจากไทยไปเวียดนามยังคงเป็นตัว ขับเคลื่อนการขยายตัวหลัก โดยเร่งตัวมาที่ 44.7%YOY ในไตรมาส 2 ปี 2564 จาก 12.9%YOY ในไตรมาสแรก จากการส่งออกรถยนต์และชิ้น ส่วนรถยนต์เป็นสินค้าหลัก ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากไทยไป CLMV หดตัวอย่างมากที่ -26.7%YOY ในไตรมาส 1 ปี 2564 จากที่ขยายตัว ได้ 24.4%YOYในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งมีสาเหตุหลักจากนักลงทุนไทย เลื่อนแผนการลงทุนในเวียดนามออกไปในช่วงการระบาดระลอก 2 ใน ไทยและระลอก 3 ในเวียดนามในช่วงไตรมาส 1 ปี 2564 นอกจาก นี้ การลงทุนของไทยในเมียนมาที่เคยขยายตัวได้ดีในช่วงปี 2563 กลับ หดตัวในไตรมาส 1 ปี 2564 ท่ามกลางการระบาดของ COVID-19 และ สถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองที่ยกระดับขึ้น ตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2564 เป็นต้นไป EIC คาดว่ากิจกรรมการค้า ของไทยกับกลุ่มประเทศ CLMV จะยังคงขยายตัวได้และการลงทุนของ ไทยในภูมิภาคจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยความเร็วในการฟื้นตัว นั้นขึ้นอยู่กับแนวโน้มสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในภูมิภาค และความเสี่ยงรายประเทศ โดยการส่งออกและการลงทุนของไทยใน เวียดนามจะเป็นปัจจัยสนับสนุนหลัก และเป็นไปตามแนวโน้มในระยะ ยาวของเศรษฐกิจเวียดนามที่มีศักยภาพในการขยายตัวสูง อย่างไรก็ตาม การระบาดระลอกใหม่ในเวียดนามและไทยที่มีความรุนแรงกว่ารอบก่อน อาจสร้างแรงกดดันต่อทิศทางการขยายตัวของการค้าและการลงทุนของ


CASE STUDY

ไทยในเวียดนามในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การหยุดชะงักของห่วงโซ่ อุปทานของภูมิภาคจากการปิดโรงงานยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง นอกเหนือ จากเวียดนามแล้ว การค้าและการลงทุนของไทยในเมียนมายังคงเผชิญความเสี่ยงสูง ในด้านความไม่สงบทางการเมืองที่อาจยกระดับความรุนแรงขึ้น ซึ่งจะท�ำให้อุปสงค์ ภายในประเทศซบเซาลงอีก ลุ้นเศรษฐกิจพ้นจุดต�่ำสุดหลังฉีดวัคซีน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต ระบุว่า ส�ำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจฯ (สศช.) รายงานจีดีพีไตรมาส 2 กลับมาขยาย ตัว 7.5% จากช่วงเดียวกันของปี 2563 ซึ่งเป็นผลของปัจจัยฐานต�่ำที่มีการใช้มาตร การฟูลล็อกดาวน์เป็นส�ำคัญ และยังขยายตัวได้ 0.4% เทียบกับการฟื้นตัวในไตรมาส แรก โดยได้รับผลกระทบจากการกลับมาระบาดของโควิดระลอก 3 ซึ่งท�ำให้กิจกรรม ทางเศรษฐกิจในประเทศชะลอลงอีกครั้ง โดยเฉพาะการทั้งการบริโภคและการลงทุน ภาคเอกชนหดตัว 2.5% ซึ่งเป็นผลจากมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดขึ้น การ ปิดกิจการบางประเภท อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว ทั้งนี้ ในไตรมาสนี้ได้ แรงหนุนจากภาคการส่งออกที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องเป็นหลัก ท�ำให้ภาพรวม เศรษฐกิจครึ่งปีแรกยังคงขยายตัวได้ดีกว่าคาด คาด GDP ไตรมาส 3 หดตัวหนัก เหตุได้รับผลกระทบชัดเจนของโควิดระลอก 3 ในช่วงต้นไตรมาส 3 สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 รุนแรงมากขึ้นและ กระจายเป็นวงกว้าง น�ำไปสู่การใช้มาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่สีแดงเข้ม รวม 29 จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจคิดเป็น 77% ของจีดีพีประเทศ ดังนั้น กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบต่อเนื่อง และทรุดตัวลง โดยสะท้อนจาก เครื่องชี้วัดด้านการเดินทางของ Facebook Mobility Index โดยเฉพาะในจังหวัดที่ ล็อกดาวน์ลดลงต�่ำกว่าช่วงล็อกดาวน์ทั้งประเทศในการระบาดระลอกแรก และยังมี แนวโน้มที่จะลดลงได้อีกหากมีการขยายช่วงเวลาล็อกดาวน์เพิ่มเติม นอกจากนี้ การ เกิดคลัสเตอร์โรงงานกระจายไปหลายภาคการผลิตอุตสาหกรรมและหลายจังหวัด น�ำ ไปสู่ปัญหา Supply Disruption และอาจเริ่มส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกที่เป็น ตัวแปรเดียวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีนี้ ทั้งนี้ จากยอดผู้ติดเชื้อรายวันที่ยังคงเพิ่มขึ้น แตะระดับกว่า 2 หมื่นคน ท�ำให้รัฐขยายระยะเวลาล็อกดาวน์คุมเข้มไปถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 เป็นแรงกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ให้ลดลงอย่าง ชัดเจน รุกฉีดวัคซีนในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลได้ 70% เป็นเงื่อนไขน�ำไปสู่การคลายล็อก ดาวน์ ปลุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นไตรมาส 4 ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองเงื่อนไขส�ำคัญที่น�ำไปสู่การผ่อน คลายมาตรการล็อกดาวน์ ได้แก่ สถานการณ์การระบาดอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ซึ่ง สมมติฐานที่ใช้ คือยอดผู้ติดเชื้อรายวันจะเพิ่มขึ้นสูงสุดในระดับ 25,000-30,000 คน ภายในปลายเดือนสิงหาคมนี้ ควบคู่ไปการกระจายวัคซีนสอดคล้องกับยอดผู้ติดเชื้อ ในพื้นที่ ซึ่งใช้ตัวบ่งชี้เป็น 70% ของประชากรกรุงเทพฯและปริมณฑลที่ได้รับวัคซีน เข็มแรก โดยหากประมาณการโดยใช้อัตราฉีดวัคซีน 3 แสนโดสต่อวัน (เป็นค่าเฉลี่ย 7 วันย้อน

หลังจนถึงขณะนี้) จะสามารถครอบคลุมประชากรในกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้ 70% ในต้นเดือนกันยายน (จากขณะนี้มีผู้ที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดสอยู่ 8 ล้านคน คิด เป็น 54%ของประชากรในกรุงเทพฯ และปริมณฑล) ภายใต้การบริหารจัดการวัคซีน ที่เป็นไปตามแผนท�ำให้มีปริมาณวัคซีนรองรับเพียงพอและยอดผู้ติดเชื้อปรับลดลงต่อ เนื่อง ท�ำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะเริ่มกลับมาฟื้นได้ในเดือนตุลาคม 2564 ทั้งนี้ หาก รักษาอัตราการฉีดวัคซีนได้ในระดับนี้ต่อเนื่อง จะสามารถครอบคลุมประชากรในพื้นที่ กรุงเทพฯและปริมณฑลได้ 70% หรืออีกนัยคือประเทศเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ใด้ภายใน เดือนธันวาคม 2564 ส�ำหรับการปรับตัวของแต่ละองค์ประกอบ พบว่าการบริโภคภาคเอกชน จะเริ่มมี สัญญาณดีขึ้นแต่ยังเปราะบางอยู่มากเมื่อมีการปลด ล็อกมาตรการปิดกิจการในพื้นที่ ควบคุมสีแดง การปิดแคมป์ก่อสร้าง การปิดคลัสเตอร์โรงงาน และเมื่อรวมกับเม็ดเงิน จากมาตรการเยียวยาที่คาดว่าจะมีต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือลูกจ้าง แรงงานในกิจการ และอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ รวมทั้งเดินหน้าโครงการในแผน งานกระตุ้นเศรษฐกิจของ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ที่ชะลอไปในช่วงสถานการณ์โค วิดโดยมีการเบิกจ่ายเพียง 28% คาดว่าจะช่วยประคองการบริโภคไม่ให้ทรุดหนัก โดย มีแนวโน้มที่จะทรงตัวจากปีก่อนหน้า ส่วนการลงทุนภาคเอกชน คาดว่าจะยังคงได้รับ ผลกระทบจากมาตรการปิดแคมป์ก่อสร้าง ที่ท�ำให้เกิดปัญหาการโยกย้ายแรงงานจาก พื้นที่ก่อสร้าง และการชะลอโครงการของภาครัฐบางส่วนโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล ท�ำให้การลงทุนภาคเอกชนในปีนี้ฟื้นตัวช้า ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวน�ำร่อง ด้วยภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ คาดว่าเป็นจุดเริ่มต้นการสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวให้เริ่ม กลับมา แต่จ�ำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะยังมีจ�ำนวนไม่มากนัก โดยปรับลดประมาณ การนักท่องเที่ยวทั้งปี 2564 อยู่ที่ 1 แสนคน ทั้งนี้ จากปัจจัยเศรษฐกิจในแทบทุกด้านโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังที่ยังไม่สามารถ กลับสู่ระดับปกติ โดยเป็นเพียงการเริ่มฟื้นตัวจากฐานต�่ำในปีก่อนหน้า มีเพียงภาคการ ส่งออกที่เติบโตได้ โดยคาดว่าทั้งปี 2564 จะโตได้ 9.4% และมาตรการภาครัฐที่เป็น แรงพยุงเศรษฐกิจ แต่โดยรวมก็ไม่สามารถชดเชยกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ ที่ลดลงมากได้ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คาดโมเมนตัม เศรษฐกิจในไตรมาส 3 ปี 2564 นี้ จะยังหดตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และจะกลับ มาเป็นบวกได้เล็กน้อยในไตรมาส 4 หลังประเมินการแพร่ระบาดจะสามารถกลับเข้าสู่ ระดับควบคุมได้อีกครั้ง ซึ่งน�ำไปสู่การคลายล็อกดาวน์ในช่วงต้นกันยายน ซึ่งจะท�ำให้ เศรษฐกิจไทยทั้งปี 2564 ขยายตัว 0.3% ลดลงจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 0.9% ทั้งนี้ หากแผนการฉีดวัคซีนคืบหน้าได้ดีต่อเนื่อง และไม่เกิดการระบาดรุนแรงระลอก ใหม่ คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2565 จะกลับมาขยายตัวได้ที่ร้อยละ 3.2 ซึ่งเป็นการ ฟื้นตัวจากฐานต�่ำ อย่างไรดี หากยอดผู้ติดเชื้อยังคงสูงต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกันยายน ท�ำให้ต้องขยาย การล็อกดาวน์ไปจนถึงสิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 นี้ และเงื่อนไขการกระจายวัคซีน ที่ จะท�ำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ 70% ยืดออกไปเป็นไตรมาส 1 ของปี 2565 กอปรกับการ ส่งออกของไทยอาจได้รับผลกระทบจากความต้องการในตลาดอาเซียนชะลอลง โดย เฉพาะอินโดนีเซีย มาเลเซีย จากการใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง ซึ่งเป็นผลจากเกิด การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ โดยอาจท�ำให้การส่งออกของไทยเติบโตลด ลงไปที่ 6.6% ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้จะฉุดให้เศรษฐกิจทั้งปี 2564 หดตัว หรือกล่าวได้ว่า วิกฤตโควิดท�ำให้เราอยู่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นครั้งแรกหลังวิกฤตเศรษฐกิจใน

MAGKETING l 24


CASE STUDY

ปี 2540 ที่ผ่านมา กสิกรไทยหนุนรัฐเร่งฉีดวัคซีน นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ข่าวการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมที่มีความคืบหน้าในระยะนี้ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทั้ง ภาครัฐและเอกชน ที่ช่วยให้จ�ำนวนยอดการจัดหาวัคซีนเร็วกว่าแผนเดิมที่ตั้งไว้ในสิ้น ปี 2564 นั้น ถือว่าเป็นข่าวดีส�ำหรับประชาชนและธุรกิจในทุกภาคส่วน ทั้งนี้ เนื่องจาก ช่วยคลายความวิตกด้านการจัดหาวัคซีนลงได้ และหนุนความมั่นใจในการเดินแผน ทยอยคลายมาตรการควบคุมลง เพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาเดินหน้าได้มาก ขึ้น ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องเร่งผลักดันกันต่อไป คือ การเร่งฉีดวัคซีน โดยปัจจุบัน มีผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่สองประมาณ 6.4 ล้านโดส คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 8.9 ของประชากร ทั้งหมด ซึ่งยังห่างจากอัตราที่จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ที่ประมาณ 40-50 ล้านโดส ขึ้น กับสถานการณ์ของการแพร่ระบาดและการกลายพันธุ์ของไวรัส ขณะที่ หากทางการ สามารถเร่งอัตราการฉีดเข็มที่สองได้ในอัตราไม่น้อยกว่า 3 แสนโดสต่อวัน จะท�ำให้เป้า หมายของการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ที่นับจากการฉีดวัคซีนเข็มที่สอง ภายในช่วงปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า ซึ่งคือภาพที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนได้ว่าเศรษฐกิจไทย ผ่านพ้นจุดต�่ำสุดแล้วจริง ๆ ภาพดังกล่าวส�ำหรับภาคธนาคารพาณิชย์ถือว่ามีความส�ำคัญมาก เพราะท�ำให้เห็นว่า

จะสามารถทุ่มเททรัพยากรที่มีจ�ำกัดทั้งสภาพคล่องและทุน ในการช่วยเหลือลูกค้า ได้อีกมากแค่ไหนเพื่อให้ลูกค้าอยู่ได้จนถึงวันที่จะผ่านช่วงที่แย่ที่สุดและเตรียมเริ่มต้น ธุรกิจใหม่อีกครั้ง โดยยังต้องประคองสถานะทางการเงินของระบบธนาคารพาณิชย์ ให้เข้มแข็งเหนือเกณฑ์ทางการและไม่ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งจะต่างจาก ก่อนหน้านี้ที่ภาพไม่ชัดเจน มีความไม่แน่นอนอยู่มาก ซึ่งท�ำให้เราต้องเทน�้ำหนักไปที่ การเตรียมรองรับสถานการณ์ที่มีโอกาสแย่ต่อเนื่องยาวนาน แต่ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตาม สถานการณ์ในช่วงต่อไปว่าความรุนแรงของการแพร่ระบาดจะลดลงอย่างที่คาดหวัง มากน้อยเพียงใดด้วย BEST Logistics มุ่งสู่องค์กรปลอดโควิด บริษัท เบสท์ โลจิสติกส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จ�ำกัด ผู้ให้บริการธุรกิจ BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพรส) รับ-ส่ง พัสดุด่วนทั่วไทยครอบคลุม 77 จังหวัด และ ธุรกิจ BEST Supply Chain (เบสท์ ซัพพลายเชน) การบริหารจัดการคลังสินค้าสมัย ใหม่แบบครบวงจรทั้งรูปแบบ Offline (ออฟไลน์) และ Online (ออนไลน์) ทุ่มงบดูแล บุคลากรครั้งใหญ่ พร้อมยกระดับมาตรการสูงสุดให้ความช่วยเหลือดูแลใส่ใจพนักงาน เป็นอันดับแรก เพื่อให้เป็นองค์กรที่ปลอดโควิด และน�ำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการ บริการ สร้างความเชื่อมั่นปลอดโควิดในทุก ๆ กล่องพัสดุที่ส่งถึงลูกค้าทั่วไทย นายเจสัน เชียน ผู้จัดการทั่วไปภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประธานกรรมการ บริษัท เบสท์ โลจิสติกส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จ�ำกัด กล่าวว่า “สถานการณ์โค วิดในปัจจุบันรุนแรงมากขึ้น จากปีที่แล้วมีคนติดเชื้อ 1,000 – 5,000 รายต่อวัน แต่

MAGKETING l 25


CASE STUDY

ปีนี้กลับเพิ่มสูงถึง 19,000 – 23,000 รายต่อวัน ส่งผลกระทบกับบริษัทขนส่งหลาย เจ้าต้องแก้ปัญหาและรับมือกับการป้องกันโควิดครั้งนี้ ซึ่งต่างก็ต้องหาวิธีที่ดีที่สุดใน การรับมือเพื่อให้องค์กรปลอดภัยจากโควิด เราในฐานะผู้ท�ำธุรกิจบริการยิ่งต้องเร่ง สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยก่อนที่เราจะให้บริการกับลูกค้าได้อย่างมี ประสิทธิภาพ เราต้องสร้างความมั่นใจภายในองค์กรให้ปลอดภัยห่างไกลโควิดเช่นกัน ดังนั้นผมและทีมบริหารได้ท�ำการประชุมและวางแผนงานใหม่เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กร ที่ปลอดโควิด โดยทุ่มงบก้อนใหญ่จ�ำนวนหนึ่งเพื่อน�ำมาดูแลพนักงานภายในองค์กร โดยเฉพาะ และมีการมอบหมายให้ฝ่ายประสานงานองค์กรติดต่อไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อจัดหาวัคซีนให้เพียงพอต่อการฉีดให้กับพนักงานภายในองค์กรทุกคน และขณะ นี้พนักงานภายในองค์กรของเรากว่า 80% ได้รับวัคซีนครบ 2 โดสเป็นที่เรียบร้อย แล้ว เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา เพราะเราเชื่อมั่นว่า การให้ความส�ำคัญกับ พนักงาน คือ หัวใจหลักในการสร้างการให้บริการสู่ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ทุกอาทิตย์ตามประกาศจากศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (ศบค.)ที่มีพนักงานในองค์กรมากกว่า 50 คนขึ้นไป การปฏิบัติตามมาตรการภาครัฐอย่างเคร่งครัด อาทิ การท�ำความสะอาดพื้นที่ ปฏิบัติงานทุกจุด และเน้นจุดเสี่ยงต่าง ๆ ภายในองค์กรโดยท�ำการพ่นน�้ำยาฆ่าเชื้อ และเช็ดท�ำความสะอาดทุกวัน รวมถึงกล่องพัสดุของลูกค้าที่ผ่านเข้าออกในระหว่าง การขนส่ง กรณีพนักงานติดเชื้อโควิด ทางบริษัทฯ จะสลับทีมปฏิบัติงานแทน และ ให้พนักงานที่ติดเชื้อหยุดอยู่บ้านเพื่อสังเกตอาการโดยวิธีแบบ Home Isolationจนกว่าทางบริษัทฯ จะสามารถประสานงานหาโรงพยาบาลได้เนื่องจาก สถานการณ์ขณะนี้ ต้องยอมรับว่าเตียงผู้ป่วยโควิดค่อนข้างหายาก และทุกที่ต่าง ๆ ก็ มีเคสเร่งด่วนเช่นกัน แต่เราก็ไม่ทอดทิ้งพนักงานของเรา โดยมีทีมงานคอยติดตาม สอบถามอาการอยู่ตลอด

นอกจากนี้ทาง BEST Logistics ยังคงยกระดับมาตรการการป้องกันโควิดและคุมเข้ม ความปลอดภัยให้กับพนักงานภายในองค์กร ดังนี้

และด้วยมาตรการป้องกันที่ปลอดภัยห่างไกลโควิดของบริษัทฯ นี้ ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจ ได้ว่าการเดินทางเข้าส่งพัสดุที่สาขาหรือพัสดุที่ถูกจัดส่งจากต้นทางมาถึงมือผู้รับ และ พนักงานให้บริการของบริษัทฯ มีความปลอดภัยห่างไกลเชื้อไวรัสโควิด 19 แน่นอน

อัพเดทข่าวสารสถานการณ์โควิดทุกวัน และท�ำการประชาสัมพันธ์วิธีการป้องกัน การติดเชื้อไวรัสและวิธีการสังเกตอาการให้กับพนักงานอยู่เสมอ คุมเข้มการเข้าออกสถานที่ไม่ว่าจะเป็นส�ำนักงาน ศูนย์กระจายสินค้าทุกแห่ง และ ศูนย์บริการสาขาที่ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ จัดเตรียมชุดตรวจ ATK (Antigen Test Kit) ไว้ให้เพียงพอต่อพนักงาน เพื่อตรวจ

นอกจากการดูแลเอาใจใส่พนักงานภายในองค์กรแล้ว เบสท์ เอ็กซ์เพรส ยังมีโครงการ “BEST ปันสุขเพื่อสังคม” ที่เดินหน้าให้การสนับสนุนและช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ก�ำลัง ประสบวิกฤตโควิด 19 อยู่อย่างต่อเนื่อง

MAGKETING l 26


FACTOR

PEXELS

กรุงศรี คาดแนวโน้มส่งออกเติบโตแช็งแกร่ง เรื่อง : ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

วิจัยกรุงศรีคาดครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มเติบโตดีแม้อาจชะลอลงบ้าง โดยมูลค่าส่งออกในเดือนมิถุนายนขยายตัวสูงสุดในรอบ 11 ปี อยู่ที่ 23.7 พันล้านดอลลาร์ ขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2553 ที่ 43.8%YoY และถ้าหักสินค้าที่เกี่ยวข้อง กับน�้ำมัน ทองคำ� และอาวุธ มูลค่าส่งออกเดือนนี้ยังขยายตัวได้ 41.6% ด้านการส่งออกสินค้าสำ�คัญส่วนใหญ่ยังเติบโตกระจาย ตัวอย่างต่อเนื่อง อาทิ ยานพาหนะและอุปกรณ์ (+79.2%) ผลิตภัณฑ์เคมี (+59.8%) ผลิตภัณฑ์เกษตร (+59.8%) และ ผลิตภัณฑ์พลาสติก (+39.8%)

MAGKETING l 27


FACTOR

วิจัยกรุงศรีคาดครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มเติบโตดีแม้อาจชะลอลงบ้าง โดยมูลค่าส่งออก ในเดือนมิถุนายนขยายตัวสูงสุดในรอบ 11 ปี อยู่ที่ 23.7 พันล้านดอลลาร์ ขยายตัว สูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2553 ที่ 43.8%YoY และถ้าหักสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ น�้ำมัน ทองค�ำ และอาวุธ มูลค่าส่งออกเดือนนี้ยังขยายตัวได้ 41.6% ด้านการส่งออก สินค้าส�ำคัญส่วนใหญ่ยังเติบโตกระจายตัวอย่างต่อเนื่อง อาทิ ยานพาหนะและอุปกรณ์ (+79.2%) ผลิตภัณฑ์เคมี (+59.8%) ผลิตภัณฑ์เกษตร (+59.8%) และผลิตภัณฑ์ พลาสติก (+39.8%) นอกจากนี้ นโยบายการท�ำงานจากที่บ้านยังหนุนการขยายตัวของ สินค้าในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า (+42.3%) และหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (+24.0%) อย่างไรก็ตาม การส่งออกสินค้าเกษตรบางรายการยังคงหดตัวอยู่ อาทิ ข้าว จากปัจจัย การแข่งขันทางราคา รวมถึงสินค้าปศุสัตว์และอาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูปซึ่งได้รับ ผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ในประเทศ ด้านตลาดส่งออกพบว่าในเกือบ ทุกตลาดส�ำคัญขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่นและจีนที่เติบโตดีขึ้น มูลค่าการส่งออกในเดือนมิถุนายนถือว่าใกล้เคียงกับระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 24.2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส�ำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของ ปี วิจัยกรุงศรีคาดการเติบโตของการส่งออกอาจไม่แข็งแกร่งมากเมื่อเทียบกับช่วง ครึ่งปีแรกที่เติบโตได้ถึง 15.5% YoY เนื่องจากผลของฐานที่ต�่ำในปีก่อนทยอยลดลง ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในประเทศอาจส่งผลกระ ทบต่อบางภาคของอุตสาหกรรมการผลิตในช่วงต้นไตรมาส 3/2564 ทั้งจากมาตรการ ควบคุมการระบาดที่เข้มงวดขึ้น และภาวะการขาดแคลนแรงงานในบางสาขา อย่างไร ก็ตาม การส่งออกของไทยยังมีแนวโน้มเติบโตในอัตราเลขสองหลักในช่วงครึ่งหลังของ ปีนี้ ปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวดีของเศรษฐกิจโลกน�ำโดยประเทศแกนหลัก การทยอย เปิดประเทศและการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป การเพิ่ม ขึ้นของอุปสงค์ที่คั่งค้างจากช่วงก่อน ภาคบริการที่เริ่มกลับมาด�ำเนินการได้ รวมถึง การจ้างงานที่เพิ่มสูงขึ้นในประเทศเหล่านี้ ตลอดจนการฉีดวัคซีนที่เพิ่มจ�ำนวนมากขึ้น ในหลายประเทศ ปัจจัยข้างต้นดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวของอุปสงค์โลก วิจัย กรุงศรีจึงคาดการณ์มูลค่าการส่งออกของไทยในปีนี้มีแนวโน้มที่จะเติบโตดีขึ้นเป็น 13.5% บนฐานข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ (หรือ +15.0% ฐานข้อมูลธปท.) เทียบ กับ 9.0% ที่เคยคาดการณ์ในครั้งก่อน ธปท.ประเมินการระบาดระลอกล่าสุดกระทบ GDP 0.8-2% สอดคล้องกับการคาด การณ์ของวิจัยกรุงศรี ธปท.ระบุการระบาดของ COVID-19 จากสายพันธุ์เดลต้าท�ำให้ การติดเชื้อรุนแรงและลากยาวกว่าที่คาด เป็นผลให้ทางการต้องออกมาตรการควบคุม การแพร่ระบาด โดยธปท.ประเมินจะท�ำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2564 หายไป 0.8% ในกรณีสามารถควบคุมการระบาดได้ในช่วงเดือนสิงหาคม แต่หากไม่ สามารถคุมได้ท�ำให้การระบาดยืดเยื้อถึงสิ้นปี GDP จะหายไป 2.0% อย่างไรก็ตาม ผลกระทบดังกล่าวธปท.ชี้ว่ายังไม่สามารถน�ำไปหักลบกับการคาดการณ์ GDP ที่คาด ไว้ที่ 1.8% เมื่อเดือนมิถุนายน เนื่องจากยังไม่ได้รวมผลของปัจจัยอื่นๆ ที่อาจจะเข้ามา ช่วยพยุงเศรษฐกิจ ด้านวิจัยกรุงศรีล่าสุดได้ประเมินผลกระทบจากการระบาดรอบนี้จากสายพันธุ์เดลต้า ภายใต้สมมติฐานประสิทธิภาพของวัคซีนอยู่ที่ 60% ท�ำให้จ�ำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวัน จะลดต�่ำกว่า 1,000 ภายในเดือนพฤศจิกายน สะท้อนมาตรการควบคุมยังคงด�ำเนินต่อ ไปจนถึงเดือนตุลาคม โดยประเมินว่าจะมีผลกระทบราว 70% ของช่วงที่มีมาตรการ ล็อคดาวน์ในเดือนเมษายน 2563 ผลเชิงลบโดยรวมที่เกิดจากการหยุดชะงักของ อุปทาน การลดลงของอุปสงค์ และกิจกรรมท่องเที่ยวอ่อนแอลง ฉุด GDP ปีนี้ลดลง

2.0% อย่างไรก็ตาม คาดว่าปัจจัยบวกจากการส่งออกที่เติบโตแข็งแกร่งในปีนี้จะช่วย หนุน GDP ได้ +0.6% รวมถึงมาตรการเยียวยาของรัฐซึ่งคาดว่าจะมีเพิ่มเติมในปีนี้ราว 1 แสนล้านบาท จะหนุน GDPได้อีก +0.6% ดังนั้น ผลกระทบสุทธิต่อการเติบโตของ GDP ในปีนี้โดยรวมแล้วจึงคาดว่าจะะลดลงจากคาดการณ์เดิม -0.8% วิจัยกรุงศรีจึง ปรับลดตาดการณ์ GDP ไทยปีนี้เหลือเติบโต 1.2% (จากเดิมคาด 2.0%) ด้านเศรษฐกิจโลกธนาคารกลางยุโรปปรับเป้าหมายเงินเฟ้อหนุนการฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะที่สหรัฐฯมีสัญญาณชะงักงันชั่วคราวในภาคบริการ ส่วนญี่ปุนเผชิญแรงกดดันจาก ไวรัสสายพันธุ์เดลต้า เศรษฐกิจยูโรโซนปรับตัวดีขึ้น คาดธนาคารกลางยุโรปคงอัตราดอกเบี้ยต�่ำต่อไปอีก อย่างน้อย 2 ปีข้างหน้า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามโครงการ Pandemic Emergency Purchase Program (PEPP) ที่ระดับ 1.85 ล้านล้านยูโรจนถึงเดือนมีนาคมปี 2565 ในการ ประชุมครั้งนี้ยังมีมติปรับเป้าหมายเงินเฟ้อจากเดิมที่ก�ำหนดให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานต�่ำ กว่าหรือเข้าใกล้ 2%เป็นอยู่ที่ระดับ 2% ในระยะปานกลาง เศรษฐกิจยูโรโซนยังมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นโดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวมภาคผลิต และภาคบริการเบื้องต้นเดือนกรกฎาคมแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2543 ที่ 60.0 อย่างไรก็ตาม ECB ยังไม่จ�ำเป็นต้องเร่งปรับดอกเบี้ยเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังต�่ำโดย ECB คาดว่าอัตราเงินเฟ้อช่วงปี 2564-2566 จะอยู่ที่ 1.9% 1.5% และ 1.4% ตาม ล�ำดับ ส่วนการปรับเป้าหมายเงินเฟ้อของ ECB จะเปิดโอกาสให้อัตราเงินเฟ้อสามารถ ดีดตัวชั่วคราวได้สูงกว่า 2% โดย ECB ไม่จ�ำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยและสามารถใช้ นโยบายการเงินผ่อนคลายได้ต่อเนื่อง ซึ่งประธาน ECB ยืนยันว่าธนาคารจะไม่ถอนมา ตการ QE เร็วเกินไปเพราะอาจส่งผลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจต้องหยุดชะงักลง ด้าน วิจัยกรุงศรีคาดว่าหลังโครงการ PEPP สิ้นสุดลงในเดือนมีนาคม 2565 ECB จะปรับ เพิ่มการเข้าซื้อสินทรัพย์ภายใต้ Asset Purchase Program (APP) ส่วนอัตราดอกเบี้ย นโยบายจะยังคงไว้ในระดับต�่ำอย่างน้อยจนถึงปี 2566 เศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้นตัวต่อเนื่องท่ามกลางข้อจ�ำกัดด้านอุปทานในภาคบริการ ส่วน ความไม่แน่นอนจากไวรัสกลายพันธุ์ยังมีจ�ำกัด ในเดือนมิถุนายนตัวเลขการเริ่มต้น สร้างบ้านแตะระดับ 1.64 ล้านยูนิตสูงสุดในรอบ 3 เดือน ส�ำหรับในเดือนกรกฎาคม ดัชนีภาคการผลิตของเฟดแคนซัสซิตี้แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มจัดท�ำข้อมูลเมื่อปี 2544 ส่วนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเบื้องต้นแตะระดับ 63.1 สูงสุดเป็น ประวัติการณ์ ขณะที่จ�ำนวนผู้ยื่นขอรับสิทธิสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องในสัปดาห์สิ้นสุด วันที่ 10 กรกฎาคมลดลงสู่ระดับ 3.24 ล้านรายต�่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 เศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้นตัวต่อเนื่องแม้จะเผชิญปัญหาการชะงักงันด้านอุปทานชั่วคราว ในภาคบริการสะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการเบื้องต้นที่แตะระดับต�่ำ สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 เนื่องจากธุรกิจบางส่วนยังไม่สามารถเปิดด�ำเนินการ ได้เพียงพอ โดยดัชนีย่อยด้านการจ้างงานส่งสัญญาณหดตัวมากขึ้นจากปัญหาการ ขาดแคลนแรงงาน วิจัยกรุงศรีคาดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคบริการจะกลับมา เปิดด�ำเนินการได้มากขึ้นในช่วงปลายปีโดยจ�ำนวนลูกจ้างจะทยอยกลับสู่ตลาดแรงงาน หลังมาตรการจ่ายเงินชดเชยการว่างงานสิ้นสุดลงในเดือนกันยายน ส่วนสถานการณ์ แพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลต้านั้น ล่าสุดจ�ำนวนผู้ติดเชื้อดังกล่าวแตะระดับ 3

MAGKETING l 28


FACTOR

หมื่นรายต่อวันคิดเป็น 83% ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งหมด แต่การระบาดยังคงจ�ำกัด อยู่ในพื้นที่ซึ่งมีอัตราการฉีดวัคซีนต�่ำ เช่น รัฐมิสซูรี อาร์คันซอ เนวาดา และยูทาห์ ซึ่ง มีขนาดเศรษฐกิจรวมกันประมาณ 3.9% ของ GDP ส�ำหรับความคืบหน้าในการฉีด วัคซีนโดยภาพรวมนั้นมีการฉีดไปแล้ว 340.4 ล้านโดส โดยมีผู้ได้รับวัคซีนครบถ้วนคิด เป็น 48.9% ของประชากร ความไม่แน่นอนดังกล่าวจึงยังจ�ำกัดในบางพื้นที่ ขณะที่ เศรษฐกิจโดยรวมยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อไป คาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นรอบใหม่และการส่งออกที่โตต่อเนื่องจะช่วย บรรเทาผลกระทบจากไวรัสสายพันธุ์เดลต้า การส่งออกในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น

48.6% YoY ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.2% ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 การแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลต้าที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นรวมทั้งมาตรการควบคุม ที่เข้มงวดส่งผลต่อเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสที่ 3/2564 อย่างไรก็ตาม คาดว่ารัฐบาล จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีกประมาณ 30 ล้านล้านเยน (คิดเป็น ประมาณ 5.6% ของ GDP) ประกอบกับการส่งออกมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง คาดว่า ปัจจัยหนุนดังกล่าวจะช่วยบรรเทาผลกระทบเชิงลบในช่วงไตรมาสที่ 3/2564 และ สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมในไตรมาสที่ 4/2564 ต่อไป

MAGKETING l 29


FACTOR

PIXABAY

ปรับลด ประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2564 เศรษฐกิจไทยในครึ่งแรกของปี 2564 ขยายตัวได้ดีกว่าที่คาด จากตัวเลขเศรษฐกิจ ไทยในไตรมาส 2/2564 ที่ขยายตัว 7.5% YoY ส่งผลให้ในครึ่งปีแรกของปี 2564 เศรษฐกิจไทยขยายตัวที่ 2.0% YoY อย่างไรก็ดี หากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเพียง 0.4% QoQ แสดงให้เห็นถึงโมเมนตัมของเศรษฐกิจไทย ที่ยังอ่อนแรงจากผลกระทบของการแพร่ระบาดโควิด-19 ทั้งนี้ ในภาพรวมเศรษฐกิจ ไทยในไตรมาส 2/2564 ขยายตัว 7.5% YoY เนื่องจากปัจจัยฐานต�่ำ และการส่งออก ที่เร่งตัวขึ้นเป็นหลัก โดยการส่งออกสินค้าในไตรมาส 2/2564 ขยายตัวที่ 36.2% YoY ในรูปของดอลลาร์สหรัฐฯ สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และการชดเชย อุปสงค์ที่ค้างจากช่วงก่อนหน้า (Pent-up demand) ในขณะที่ การบริโภคเอกชนและ การลงทุนภาคเอกชนในไตรมาส 2/2564 แม้ว่าจะขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันใน ปีก่อนหน้าเนื่องจากฐานที่ต�่ำ แต่การบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาคเอกชนกลับ หดตัวที่ -2.5 QoQ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากการแพร่ระบาดของโค วิด-19 ระลอกใหม่ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 มีความรุนแรงกว่าที่เคย ประเมิน ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่าที่คาด ท�ำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับ ลดประมาณการเศรษฐกิจไทยจากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวที่ 1.0% มาเป็น -0.5% โดย มีรายละเอียดดังนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ก�ำลังเผชิญอยู่มีแนวโน้มรุนแรงและ ลากยาวขึ้นกว่าที่เคยประเมินไว้เมื่อเดือนกรกฎาคม การประเมินสถานการณ์การแพร่ ระบาดของโควิดที่ก�ำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้คาดว่า จ�ำนวนผู้ติดเชื้อรายวันจะแตะระดับ สูงสุดในเดือนกันยายน และจะค่อยๆ ลดจ�ำนวนลง แต่กว่าสถานการณ์จะควบคุมได้ หรือจ�ำนวนผู้ติดเชื้อจะลดลงต�่ำกว่า 1,000 คนต่อวัน คาดว่าไม่เร็วไปกว่าไตรมาสที่ 4 ในปี 2564 นี้ ดังนั้น คาดว่ารัฐบาลจะยังคงมาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดไปไม่ต�่ำกว่า 2

เดือน (เริ่มก.ค. 2564) ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่ตามมา และแม้ว่าภาครัฐจะ มีมาตรการออกมาเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบกับกลุ่มผู้ประกอบการและลูกจ้างใน ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการล็อกดาวน์ แต่คงไม่สามารถชดเชยผลก ระทบได้ทั้งหมด ท�ำให้คาดว่าอัตราการขยายตัวของ GDP ของไทยในไตรมาส 3/2564 จะหดตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน หน้าที่ร้อยละ -3.5 และ -4.9 ตามล�ำดับ นอกจากนี้ แม้ว่ารัฐบาลอาจมีการทยอยผ่อน ปรนมาตรการล็อกดาวน์ในบางธุรกิจ แต่หากจ�ำนวนผู้ติดเชื้อยังคงอยู่ในระดับสูง ใน ขณะที่อัตราประชากรที่ได้รับวัคซีนครบโดสยังไม่สูงมากก็จะท�ำให้ประเด็นความเชื่อ มั่นผู้บริโภคยังไม่กลับมาปกติ ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องมายังกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้ยังไม่ สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ส�ำหรับผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว คาดว่าจ�ำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามา ท่องเที่ยวในไทยอาจน้อยกว่าที่คาด เนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาด ของโควิด-19 โดยการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลต้าส่งผลให้จ�ำนวนผู้ติดเชื้อกลับมา เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ รวมถึงในประเทศไทย ส่งผลให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ ว่าจ�ำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในไทยในปีนี้อาจลดลงอยู่ที่ราว 1.5 แสนคน แม้ว่าจะมีการเริ่มเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ และโครงการสมุย พลัส โมเดล ในขณะที่ ภาคการผลิตเผชิญความเสี่ยงที่สูงขึ้นจากการแพร่ระบาดในโรงงาน โดยหากการแพร่ระบาดยังคงไม่สามารถควบคุมได้ อาจส่งผลให้เกิดการปิดโรงงาน และมีผลต่อเนื่องไปยังห่วงโซ่การผลิต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกซึ่งเป็น ปัจจัยขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ นอกจากนี้ อาจท�ำให้สินค้าในประเทศ เกิดภาวะขาดตลาดในบางช่วงจังหวะเวลาอีกด้วย อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐฯ และอียู ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่า น่าจะยังส่ง ผลให้การส่งออกไทยในปีนี้มีแนวโน้มที่จะยังคงขยายตัวได้ในระดับสูง

MAGKETING l 30


FACTOR

UNSPLASH

กรุงศรี เสนอ 6 มาตรการบรรเทาผลกระทบโควิด-19 เรื่อง : ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับปรุงมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่เปราะบาง พร้อมเสนอรัฐบาลกู้เพิ่มเติมอีก 1 ล้านล้านบาท ด้านวิจัยกรุงศรีเสนอ 6 มาตรการบรรเทาผลกระทบ COVID-19 ธปท.ประเมินการระบาดของไวรัสกลายพันธุ์ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยรุนแรงขึ้น การฟื้นตัวจะช้าออกไปและไม่เท่าเทียมกันในแต่ละภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคบริการ และการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบหนัก รายได้และการจ้างงานที่ลดลงส่งผลซ�้ำเติมฐานะการเงินที่เปราะบางของธุรกิจและครัว เรือน

MAGKETING l 31


FACTOR

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับปรุงมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ที่เปราะบาง พร้อมเสนอรัฐบาลกู้เพิ่มเติมอีก 1 ล้านล้านบาท ด้านวิจัยกรุงศรีเสนอ 6 มาตรการบรรเทาผลกระทบ COVID-19 ธปท.ประเมินการระบาดของไวรัสกลายพันธุ์ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยรุนแรงขึ้น การฟื้นตัวจะช้าออกไปและไม่เท่าเทียมกันใน แต่ละภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคบริการและการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบหนัก รายได้และการจ้างงานที่ลดลงส่งผลซ�้ำเติมฐานะการเงินที่เปราะบางของธุรกิจและครัว เรือน ล่าสุดธปท.ได้ปรับปรุงมาตรการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อฟื้นฟู เพื่อช่วย เหลือลูกหนี้ SMEs ให้มีประสิทธิผลและเกิดผลเป็นวงกว้างมากขึ้น การผ่อนปรนหลัก เกณฑ์เกี่ยวกับสินเชื่อลูกหนี้รายย่อย เพื่อบรรเทาภาระการจ่ายช�ำระหนี้ รวมถึงส่ง เสริมให้เกิดการแก้ไขหนี้เดิมอย่างยั่งยืน โดยเน้นให้สถาบันการเงินช่วยเหลือลูกหนี้ผ่าน การปรับปรุงโครงสร้างหนี้แบบระยะยาว นอกจากนี้ ล่าสุดผู้ว่าธปท.เสนอรัฐบาลกู้เงิน เพิ่มอีก 1 ล้านล้านบาท เพื่อพยุงเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตใกล้ระดับศักยภาพได้เร็ว ขึ้น แม้หนี้สาธารณะอาจขึ้นไปแตะ 70% ของ GDP

แรงส่งจากการเปิดเศรษฐกิจแผ่วลงแต่การฟื้นตัวยังอยู่บนเส้นทางที่จะบรรลุเป้าหมาย ระยะยาวของเฟด โดยการเพิ่มขื้นของดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนกรกฎาคมทรงตัวใน ระดับสูงต่อเนื่องจากเดือนก่อน ส่วนตลาดแรงงานยังปรับตัวดีขึ้น จ�ำนวนผู้ยื่นขอรับ สิทธิสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 14 สิงหาคมลดลงสู่ระดับ 3.48 แสนรายต�่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ทั้งนี้กรรมการเฟดส่วนใหญ่ได้ระบุใน รายงานการประชุมเมื่อเดือนกรกฎาคมว่าเฟดควรจะเริ่มปรับลดวงเงินตามมาตรการ ผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณ (QE) ในปีนี้ เมื่อเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวเป็นวงกว้าง ได้ตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตามความเสี่ยงที่เกิดจากการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ เดลต้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ล่าสุดจ�ำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันแตะระดับ 151,000 ราย และตัวเลขผู้เสียชีวิตพุ่งเกิน 1 พันรายต่อวัน แรงกดดันดังกล่าวอาจท�ำให้เฟดยังไม่ส่ง สัญญาณด�ำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด (Hawkish) ในการประชุมธนาคารกลางทั่ว โลกที่เมืองแจ็กสันโฮลระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคมนี้ หากเทียบกับท่าทีในการประชุม เมื่อเดือนที่แล้วดังที่ปรากฏตามรายงานการประชุมข้างต้น

จากวิกฤต COVID-19 ที่มีความรุนแรงและยาวนาน รวมถึงมีผู้ได้รับผลกระทบเป็น วงกว้าง มาตรการเยียวยาจึงมีความจ�ำเป็นเพื่อควบคุมการระบาดและประคองให้ ภาคธุรกิจและครัวเรือนไทยอยู่รอดต่อไปได้ วิจัยกรุงศรีได้ศึกษาเปรียบเทียบการออก มาตรการบรรเทาผลกระทบจาก COVID-19 ในประเทศต่างๆ พบว่า มาตรการให้เงิน ส�ำหรับผู้ที่ติดเชื้อหรือผู้ที่ต้องกักตัว มาตรการรักษาระดับการจ้างงาน มาตรการให้ เงินช่วยเหลือโดยตรงส�ำหรับภาคธุรกิจ มาตรการลดค่าใช้จ่ายส�ำหรับภาคครัวเรือน มาตรการลดค่าใช้จ่ายส�ำหรับภาคธุรกิจ และมาตรการให้เงินช่วยเหลือโดยตรงส�ำหรับ ภาคครัวเรือน นับเป็น 6 มาตรการที่มีความส�ำคัญและนโยบายที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจ ยังไม่เพียงพอ โดยทั้ง 6 มาตรการมีวงเงินรวมกันประมาณ 7 แสนล้านบาท ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ คาดว่าการใช้มาตรการเหล่านี้จะช่วยให้ศักยภาพการเติบโตทาง เศรษฐกิจของไทยสามารถประคองตัวอยู่ที่ 3.25% จากช่วงก่อนวิกฤต COVID-19 อยู่ ที่ 3.5% และเทียบกับ 3.0% หากไม่มีมาตรการ

เศรษฐกิจยูโรโซนมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยการเติบโตของภาคบริการอาจถูก กดดันจากการระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลต้า ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมเขต ยูโรโซนเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 9.7% YoY ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ส่วนอัตรา เงินเฟ้อทั่วไปในเดือนกรกฎาคมแตะระดับ 2.2% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2561 อย่างไรก็ตาม ในเดือนสิงหาคมดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของสถาบัน ZEW ลดลง ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สู่ระดับ 42.7

แม้ทางการขยายพื้นที่ท่องเที่ยวเชื่อมกับโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ แต่คาดว่าจ�ำนวน นักท่องเที่ยวต่างชาติยังมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า ล่าสุดทางการอนุมัติแนวทาง “7+7” ให้ นักท่องเที่ยวในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ หากอยู่ภูเก็ต 7 วันแรกตรวจไม่พบเชื้อ สามารถเดินทางไปพักอีก 7 วันได้ในพื้นที่ที่ก�ำหนดใน 3 จังหวัดใกล้เคียงได้ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า) กระบี่ (เกาะพีพี เกาะไหง หาดไร่เลย์) และ พังงา โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม วิจัยกรุงศรีคาดจ�ำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2564 อาจลดลงต�่ำกว่าเดิมที่เคยคาด ไว้ที่ 2.1 แสนคน จาก 6.7 ล้านคนในปี 2563 ผลกระทบจากการระบาดที่รุนแรงและ นานเกินคาดในไทย ซึ่งจะเป็นข้อจ�ำกัดต่อการมาเยือนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และ กระทบกับแผนการเปิดสถานที่ท่องเที่ยวส�ำคัญ นับตั้งแต่โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และพื้นที่น�ำร่องอื่นๆ ขณะที่เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม ตลาดนักท่องเที่ยวหลักจาก สหรัฐฯ ได้ประกาศยกระดับค�ำเตือนเดินทางมาไทยเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงสุดระดับ 4 เกี่ยว กับการระบาดของ COVID-19 (“Do not travel”) โดยก่อนหน้านี้ สหภาพยุโรปได้ ถอดไทยออกจากรายชื่อประเทศที่ปลอดภัยจากการระบาดของ COVID-19 นอกจากนี้ การฟื้นตัวของตลาดนักท่องเที่ยวส�ำคัญมีแนวโน้มล่าช้าออกไป โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว จากตลาดเกิดใหม่และประเทศก�ำลังพัฒนา ซึ่งยังประสบกับจ�ำนวนผู้ติดเชื้อรายวันจาก ไวรัสสายพันธุ์เดลตาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อัตราการฉีดวัคซีนยังต�่ำ และมีความกังวล เกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีน

เศรษฐกิจยูโรโซนทยอยปรับตัวดีขึ้นแต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วนอาจได้รับผลกระ ทบจากการระบาดระลอกใหม่ของโรค COIVD-19 ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจแตะ ระดับต�่ำสุดในรอบ 9 เดือนจากความกังวลต่อไวรัสสายพันธุ์เดลต้าที่ส่งผลให้จ�ำนวนผู้ ติดเชื้อรายใหม่ในบางประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสเปน กลับมาเพิ่มขึ้น และอาจมีผลต่อภาคการท่องเที่ยว ในกรณีของสเปนซึ่งต้องพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวนั้น จ�ำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงต�่ำกว่าระดับก่อนการแพร่ระบาดถึง 80% โดยภาพ รวมคาดว่าเศรษฐกิจ ยูโรโซนยังทยอยปรับตัวดีขึ้น แต่แรงกดดันจากไวรัสกลายพันธุ์ อาจส่งผลให้การฟื้นฟูของภาคการท่องเที่ยวต้องใช้เวลานานขึ้น จีนเผชิญปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน คาดทางการเร่งออกมาตรการป้องกันการชะลอตัว รุนแรง ในเดือนกรกฎาคม การผลิตภาคอุตสาหกรรม (+6.4% YoY) ยอดค้าปลีก (+8.5%) และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (+10.3%) ต่างชะลอตัวจากเดือนก่อน ขณะ ที่ราคาบ้านใหม่เพิ่มขึ้นเพียง 4.6% ต�่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่วน อัตราการว่างงานเพิ่มสู่ระดับ 5.1% แต่ยังต�่ำหากเทียบกับตัวเลขเดือนกุมภาพันธุ์ที่ แตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน การเติบโตของเศรษฐกิจจีนช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มชะลอตัว ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบ จากมาตรการเพื่อควบคุมการเก็งก�ำไรที่คาดว่าจะยังออกมาต่อเนื่อง รวมทั้งต้องเผชิญ ความเสี่ยงจากการระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลต้าและการปิดท่าเรือหนิงโป-โจวซาน ชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ทางการจีนได้ประกาศว่าจะใช้มาตรการทางการเงินเพื่อรักษา สภาพคล่องที่สมเหตุสมผลและเพียงพอควบคู่กับมาตรการทางการคลังเชิงรุก ซึ่งมีเป้า หมายเพื่อป้องกันการชะลอตัวรุนแรงและสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจจริง คาดว่าจะด�ำเนินการโดยเร่งรัดการลงทุนของรัฐบาลท้องถิ่น การปรับลดอัตราการด�ำรง เงินส�ำรอง (RRR) และ การออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือ SMEs

MAGKETING l 32


DIGITAL LIFE

FREEPIK

ผลวิจัย พฤติกรรมออนไลน์เด็กไทย เรื่อง : แคสเปอร์สกี้

แคสเปอร์สกี้เปิดเผยรายงานล่าสุดเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนในการใช้เว็บในช่วงปีที่ผ่านมา และในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด ทำ�การเก็บสถิติโดย Kaspersky Safe Kids และพบว่าเด็กไทย 45.31% สนใจเรื่องซอฟต์แวร์และเนื้อหาประเภทภาพและเสียง

MAGKETING l 33


DIGITAL LIFE

แคสเปอร์สกี้เปิดเผยรายงานล่าสุดเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนในการใช้เว็บ ในช่วงปีที่ผ่านมา และในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด ท�ำการเก็บสถิติโดย Kaspersky Safe Kids และพบว่าเด็กไทย 45.31% สนใจเรื่องซอฟต์แวร์และเนื้อหาประเภทภาพ และเสียง เทคโนโลยีเป็นฮีโรที่เข้ามาช่วยชีวิตเราจากการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตแบบหน้ามือเป็น หลังมือในโลกที่ถูกกวนจากการแพร่ระบาด เทคโนโลยีท�ำให้เรายังเรียนหนังสือได้ ยัง คงสื่อสารถึงกันได้ และแม้จะต้องกักตัวรักษาระยะห่างทางสังคมก็ยังช่วยให้เราใช้ ชีวิตไปได้ระดับหนึ่งเท่าที่จะท�ำได้ ผู้ใหญ่และเด็กๆ ต่างตระหนักถึงความส�ำคัญของ คอมพิวเตอร์ที่เป็นมากกว่าความบันเทิง แต่ยังเป็นเครื่องมือการสื่อสาร การเรียนรู้ การพัฒนาตนเองได้อีกด้วย ในปี 2020 เด็กในประเทศไทย (45.31%) เข้าเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาภาพและเสียง มากที่สุด อันดับที่สองเป็นใช้การสื่อสารผ่านทางสื่ออินเทอร์เน็ต (26.06%) เพื่อใช้ โปรแกรมในเวอร์ชั่นเว็บของ WhatsApp, Telegram, Facebook, Instagram และ เว็บไซต์อื่นๆ ในประเภทเดียวกัน และล�ำดับที่สามคือเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ (11.35%) ใน ขณะที่ความสนใจในเกมคอมพิวเตอร์กลับไม่สูงนักมีเพียง 9.93% ข้อมูลของแคสเปอร์สกี้เก็บรวบรวมจาก Kaspersky Security Network (KSN)[1] จากผู้ใช้งานที่ใช้ Kaspersky Safe Kids ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์โซลูชั่นที่ป้องกันเด็กๆ จาก เนื้อหาที่มีความเสี่ยง ทั้งบนแพลตฟอร์มวินโดวส์และ macOS นายเซียง เทียง โยว ผู้จัดการทั่วไปประจ�ำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แคสเปอร์ สกี้ กล่าวว่า “เด็กและเยาวชนทุกวันนี้เริ่มใช้เทคโนโลยีตั้งแต่อายุยังน้อยมากๆ และ ไม่รู้จักโลกที่ไร้อินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์โมบาย และยิ่งมีภาวะการแพร่ ระบาดของโควิด ยิ่งท�ำให้ต้องพึ่งพาและใช้เทคโนโลยีในชีวิตมากยิ่งกว่าช่วงเวลาใดๆ ไม่ว่าจะเพื่อการเรียนรู้หรือสันทนาการ การที่เด็กๆ ใช้ชีวิตในยุคอินเทอร์เน็ต จึงเป็น ความรับผิดชอบของเราเพื่อให้เด็กและเยาวชนปลอดภัยในโลกอินเทอร์เน็ตเพื่อการ เรียนรู้และเติบโตได้อย่างปลอดภัย รวมถึงได้รับการป้องกันให้พ้นจากเนื้อหาอันตราย หรือสิ่งล่อลวงที่ว่อนอยู่ตามเว็บต่างๆ” ในปี 2020 แคสเปอร์สกี้ก็ยังสกัดกั้นเด็กไทยที่พยายามจะเข้าเว็บไซต์ที่มีเนื้อหา อันตราย แม้จะเป็นจ�ำนวนน้อยมากๆ เช่น ลามกอนาจาร (0.28%) ความเกลียดชัง และการแบ่งแยก (0.05%) อาวุธ (0.05%) การพนันทางอินเทอร์เน็ต (0.04%) และ ยาเสพติด (0.01%) “เราไม่สามารถก�ำจัดความชั่วร้ายจากอินเทอร์เน็ตได้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาลามก อนาจาร การพนัน เนื้อหาที่สร้างความเกลียดชัง ความแตกแยก อาวุธ และยาเสพติด เราก็คงไม่สามารถที่จะกันเด็กและเยาวชนออกจากเรื่องเหล่านี้ได้ทั้งหมด เพราะเด็กๆ ก็เติบโตมีอิสระมากขึ้นทุกวัน แต่นอกเหนือจากการตั้งมาตรการเพื่อความปลอดภัย ต่างๆ แล้ว เราก็สามารถอบรมสั่งสอนให้เด็กๆ มีความรู้ความเข้าใจ และรู้เท่าทันสิ่งชั่ว ร้ายแอบแฝงที่ปะปนมากับการใช้อินเทอร์เน็ตได้” นายเซียง เทียง โยวกล่าวเสริม เคล็ดลับส�ำหรับผู้ปกครองในการช่วยให้เด็กและเยาวชนใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่าง ปลอดภัย

ให้เวลากับบุตรหลาน พูดคุยกับเด็กๆ เกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย สิ่ง ที่ควร ไม่ควรท�ำ การรู้จักสังเกตุ ข้อมูลที่ควรหรือไม่ควรโพสต์บนเน็ต ท่องเน็ตไปด้วยกันกับเด็กๆ คอยสังเกตุว่าเขาเข้าเว็บไซต์ใดบ้าง และแนะน�ำเรื่อง ความปลอดภัย เล่นเกมออนไลน์ด้วยกันจะได้เรียนรู้เรื่องต่างๆ ไปด้วยกัน อธิบายเรื่องความอ่อนไหวของข้อมูล เรื่องส่วนตัวที่ควรส่งเฉพาะทางแอปข้อความ และคนที่เรารู้จักตัวตนจริงๆ เท่านั้น เรียนรู้ความสนใจของลูกหลาน Kaspersky Safe Kids สามารถส่งรายงานการใช้ งานอินเทอร์เน็ตแต่ละวัน สามารถวิเคราะห์สิ่งที่เด็กๆ ค้นหาทางออนไลน์ และบริหาร จัดการเรื่องเวลาออนไลน์โดยที่เด็กๆ ไม่รู้สึกว่าถูกจ�ำกัดพื้นที่ส่วนตัว อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่นี่: https://securelist.com/how-kids-coped-withcovid-hit-winter-holidays/100450/ เกี่ยวกับสถิตินี้ Kaspersky Safe Kids สแกนเนื้อหาในเว็บเพจที่เด็กพยายามเข้าใช้งาน หากอยู่ใน ประเภทหนึ่งใดตามรายการเนื้อหาไม่พึงประสงค์ โมดูลจะแจ้งเตือนไปยัง Kaspersky Security Network จะไม่มีการส่งข้อมูลส่วนตัวใดๆ ของผู้ใช้งานทั้งสิ้น และความเป็น ส่วนตัวก็จะเก็บไว้เป็นอย่างดี ประเด็นที่น่าสนใจและส�ำคัญสองประการ คือ เป็นการตัดสินใจของผู้ปกครองในการเลือกเนื้อหาที่จะบล็อกด้วยการตั้งค่าความ ชอบในโซลูชั่น แต่จะมีการเก็บสถิติแบบนิรนามไว้ตามรายการ 14 รายการอยู่ดี ข้อมูลจะถูกเก็บจากคอมพิวเตอร์ที่ใช้วินโดวส์และ macOS เท่านั้น ไม่มีสถิติจากใน ส่วนของอุปกรณ์โมบายในรายงานนี้ Kaspersky Safe Kids กรองเนื้อหาเว็บตามรายการต่อไปนี้ การสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต เนื้อหาส�ำหรับผู้ใหญ่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล บุหรี่ ยาเสพติด ความรุนแรง อาวุธ ระเบิด พลุ ดอกไม้ไฟ ลามกอนาจาร การพนัน การเสี่ยงโชค ชิงโชค ล็อตเตอรี่ เกมคอมพิวเตอร์ ร้านค้าออนไลน์ ธนาคาร ระบบการช�ำระเงิน ซอฟต์แวร์ เนื้อหาภาพและเสียง การเข้าถึงระบบที่ไม่ปรากฎชื่อชัดเจน ปกปิดชื่อ การหางาน ศาสนา ความเชื่อ องค์กรที่เกี่ยวข้องกับศาสนา สื่อ

MAGKETING l 34


RESEARCH

PEXELS

ประเมิน ยอดขายรถยนต์ปี 64 หดตัว จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 3 ได้แพร่กระจายนับตั้งแต่ เดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา ท�ำให้จ�ำนวนผู้ติดเชื้อสะสมรวมกว่า 6.64 แสนคน (ข้อมูล ณ วันที่ 5 สิงหาคม 2564) ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ ให้ชะลอตัวลง ส�ำหรับยอดขายรถยนต์ในประเทศ แม้ว่าครึ่งแรกของปี 2564 จะ สามารถท�ำยอดขายได้ 373,191 คัน หรือ ขยายตัว 13.6% จากช่วงเดียวกันของ ปี 2563 แต่เป็นการเพิ่มขึ้นที่มาจากฐานที่ต�่ำในปี 2563 ที่หดตัว 37.3% ซึ่งเป็นผล มาจากก�ำลังซื้อที่หายไปจากการล็อกดาวน์ติดต่อกัน 3 เดือน (เมษายน – มิถุนายน 2563) เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ในระลอกแรก ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินปี 2564 ยอดขายรถยนต์ ในประเทศจะอยู่ที่ 7.35 แสนคัน หรือ หดตัว 7.1% จากปีก่อน อันเนื่องมาจากการ แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยยอดขายลดลงอย่างมีนัยส�ำคัญในช่วงไตรมาส 3 เป็น ผลมาจากมาตรการล็อกดาวน์ และก�ำลังซื้อในประเทศที่เปราะบาง ก่อนที่ในไตรมาสที่ 4 ยอดขายจะเริ่มทยอยฟื้น โดยได้รับอานิสงส์จากการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมกว่า 70% ของประชากรรวมในประเทศตามแผนของภาครัฐ ผนวกกับได้แรงพยุงจากการส่งออก ที่ฟื้นตัว และรายได้เกษตรกรที่ดีขึ้นจากราคาและผลผลิตที่ดีขึ้น ปี 2564 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลจะได้รับผลกระทบหนักกว่ารถยนต์เชิงพาณิชย์ โดยคาด ว่ารถยนต์นั่งส่วนบุคคลจะหดตัว 11.1% ในขณะที่รถยนต์เชิงพาณิชย์จะหดตัว 4.1% เนื่องจากการแพร่ระบาดจะบั่นทอนก�ำลังซื้อและความเชื่อมั่นให้ลดลง โดยเฉพาะพื้นที่ กรุงเทพและปริมณฑล และจังหวัดท่องเที่ยว ซึ่งความต้องการรถยนต์นั่งส่วนบุคคล สูงกว่ารถยนต์เชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ จากสถิติกรมขนส่งทางบกพบว่า ในช่วงครึ่งแรกของ ปี 2564 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ป้ายแดง ขยายตัว 4.2% จากช่วงเดียวกันของ ปี2563 ที่หดตัว 24.1% โดยพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลยังหดตัวต่อเนื่องที่ 1.9% ขณะที่พื้นที่เศรษฐกิจที่พึ่งพาภาคธุรกิจการส่งออกและภาคเกษตร ได้แก่ ภาคตะวัน

ออก ภาคกลาง และภาคใต้ เริ่มกลับมาขยายตัวได้ 12.2% 12.1% และ 11.8% ตาม ล�ำดับ ดังนั้น หากการแพร่ระบาดบรรเทาลงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 นี้ พื้นที่เศรษฐกิจที่พึ่งพิงภาคธุรกิจการส่งออกและภาคเกษตรคาดว่าจะสามารถกลับ มาฟื้นตัวได้เร็วกว่า ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวผู้บริโภคส่วนใหญ่มีความต้องการรถยนต์เชิง พาณิชย์มากกว่าท�ำให้ยอดขายจะกลับมาฟื้นได้ก่อนรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ (1) การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งหากไม่ คลี่คลายภายในไตรมาส 3 จะส่งผลต่อให้ยอดขายลดลงได้อีก (2) ก�ำลังซื้อที่เปราะบาง และความเชื่อมั่นด้านสถานะการเงินของผู้บริโภค (3) ความเข้มงวดในการปล่อยสิน เชื่อของสถาบันการเงิน (4) หนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงกว่า 93% ต่อจีดีพี และ (5) ปัญหาชิปขาดแคลน ส่งผลต่อการผลิตรถยนต์ ซึ่งคาดกว่าจะเริ่มผ่อนคลายลงใน ช่วงไตรมาส 2 ของปี 2565 ตามอัตราการฉีดวัคซีนทั่วโลกที่ครอบคลุมประชากรมาก ขึ้น ส่งผลให้ผู้ผลิตชิปทั่วโลกกลับมาผลิตได้ปกติอีกครั้ง ประกอบกับความต้องการชิป ส�ำหรับอุปกรณ์การท�ำงานที่บ้าน (Work from home) ทั้งคอมพิวเตอร์ ระบบคลาวด์ ลดลง ท�ำให้ผู้ผลิตรถยนต์มีชิปส�ำหรับผลิตรถยนต์ได้เพียงพอ แม้ว่ายอดขายรถยนต์จะลดลงอย่างมีนัยส�ำคัญในไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 นี้ โดยได้ รับผลจากการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยบวกขั้นพื้นฐานที่ยัง สนับสนุนเป็นแรงส่งให้ยอดขายรถยนต์กลับมาฟื้นตัวได้ในช่วงปลายปี ได้แก่ (1) การ ส่งออกฟื้นตัว (2) รายได้เกษตรกรที่ดีขึ้น (3) การท�ำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายจากดีล เลอร์ (3) ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต�่ำ (4) อายุรถยนต์เฉลี่ยบนท้องถนนที่มากขึ้น (รถยนต์ นั่งส่วนบุคคลอายุเฉลี่ย 9.7 ปี รถยนต์เชิงพาณิชย์อายุเฉลี่ย 12.3 ปี) ท�ำให้เกิดความ ต้องการเปลี่ยนรถใหม่ และ (5) เทคโนโลยีใหม่ของรถยนต์ที่จูงใจผู้ซื้อ ปัจจัยเหล่านี้จะ ช่วยประคองให้ยอดขายรถยนต์ฟื้นตัวได้ในไตรมาสที่ 4 ปี 2564 เป็นต้นไป

MAGKETING l 35


MOVEMENT

MAGKETING l 36


MOVEMENT

HOME PRO โฮมโปร จัด “PAY DAY SALE” ช้อปส่งท้ายเดือน เพลิดเพลินกับขบวนสินค้า และของตกแต่งบ้าน มีให้เลือกครบครัน อยู่ที่ไหนก็ช้อปได้ มาพร้อมความคุ้ม 3 ต่อ สินค้าเรื่องบ้านลดราคาสูงสุดถึง 50% (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ) มอบสิทธิ สุดพิเศษส�ำหรับสมาชิกโฮมการ์ด กดปุ๊บ...รับเลยคูปองส่วนลด 500 บาท เมื่อช้อป 10,000 บาทขึ้นไป เพียงแอดมาที่ @ HomePro LINE CONNECT ลดเพิ่มสูงสุด 33% เมื่อใช้คะแนนสะสมเท่ายอดช�ำระโฮมการ์ด สูงสุด 20% เฉพาะสินค้า The Power ที่ https://homepro-line.com/enrollment/ Strategy

:: การจัดงานส่งเสริมการขาย

(Sales Promotion activity)

IKEA อิเกีย ประเทศไทย เปิดกลยุทธ์รับมือเศรษฐกิจยุคโควิด เน้นการลงทุนด้านราคา ปรับราคาสินค้ายอดนิยมขายดีทั่วโลก กว่า 200 รายการ โดยตลอดทั้งปีจะมีสินค้าราคาลดลงกว่าเดิม (Even Lower Price) เพิ่มมากขึ้นถึง 600 รายการ และยัง ปรับลดราคาโซฟาและโซฟาเบด 15% มีให้เลือกกว่า 20 ซีรีส์ เริ่มปรับลดราคา ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคมนี้ ช่วยผู้บริโภคเติม ความสุขเล็กๆ กับสินค้าราคาดี คุณภาพสูง ช้อปได้ที่ IKEA.co.th Strategy

:: การลดราคาเพื่อการส่งเสริมการขาย

(Cent-off promotion)

MERCEDES-BENZ มอร์เซเดส-เบนซ์ย�้ำความพร้อมในการมุ่งหน้าสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวในประเทศไทยหนุนด้วยกลยุทธ์เพิ่ม ประสิทธิภาพการขายใหม่ด้วยบริการที่เป็นดิจิทัลมากขึ้น เตรียมส่ง 2 รุ่นหรู “Mercedes-Maybach GLS” อีกระดับของ รถยนต์เอสยูวีระดับลักชัวรี และ “The new EQS” ยานยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรกที่ผลิตในประเทศไทย ลุยตลาดครึ่งปี หลัง Strategy

:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

(New Product Development)

HONDA บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จ�ำกัด เปิดตัว“ฮอนด้า ซีอาร์-วี BLACK EDITION ใหม่” เผยตัวตนความสปอร์ต เข้มเต็มสไตล์ ด้วยดีไซน์ภายนอกโทนสีด�ำแบบเอกซ์คลูซีฟรอบคัน ครั้งแรกกับราวหลังคาสีด�ำใหม่ (Roof Rail) แข็งแกร่งใน ทุกมิติด้วยล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สีด�ำแบบสปอร์ต กระจังหน้าโครเมียมรมด�ำ กันชนหน้าสีด�ำแบบสปอร์ตพร้อมคิ้วตกแต่ง โครเมียมรมด�ำ และกันชนหลังสีด�ำแบบสปอร์ต เสริมเอกลักษณ์ความแกร่งด้วยสัญลักษณ์พิเศษ BLACK EDITION Strategy

:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

(New Product Development)

MAGKETING l 37


MOVEMENT

KRUNGSRI กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน)) ร่วมผลักดันนวัตกรรมบริการ cross-border QR payment ช�ำระเงิน ระหว่างประเทศผ่านคิวอาร์ระหว่าง “ไทย-อินโดนีเซีย” ให้ธุรกรรมระหว่างประเทศเป็นเรื่องง่าย สะดวก และปลอดภัย ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนพิเศษ พร้อมเปิดให้บริการผ่านกรุงศรี โมบาย แอปพลิเคชัน (KMA) ในเดือนกันยายน 2564 นี้ Strategy

:: การพัฒนาบริการใหม่

(New Service Development)

MERCEDES-BENZ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ส่งโปรแรง “Season of the ultimate offers” มอบข้อเสนอทั้งในกลุ่ม Compact car, Contemporary Luxury, Dream Cars รวมถึงแบรนด์รถสปอร์ต “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” ทั้งรับฟรี “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เซอร์วิสพลัส” โปรแกรมการบ�ำรุงรักษารถยนต์ตามข้อก�ำหนด MBSP Compact เป็นเวลา 5 ปี ไม่จ�ำกัดระยะทาง รับสิทธิ ส่วนลด เพื่อซื้อ Mercedes-Benz Collection ชุดสินค้าบ�ำรุงรักษารถยนต์ (Car Care) หรือกล้องติดรถยนต์ เมอร์เซเดสเบนซ์ มูลค่า 10,000 บาท ส�ำหรับรุ่นรถยนต์ที่ร่วมรายการ Strategy

:: การจัดงานส่งเสริมการขาย

(Sales Promotion activity)

KRUNGSRI ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) เป็นตัวแทนลูกค้ากรุงศรีที่ใช้ Krungsri GIFT แลกเป็นเงินบริจาคจ�ำนวนทั้งสิ้น 400,000 บาท ภายใต้โครงการ Krungsri GIFT for GIVE ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-30 มิถุนายน 2564 โดยทุก 1 กิฟท์ ที่ ลูกค้ากดแลก มีค่าเท่ากับ 40 บาท เพื่อร่วมบริจาคเงินสมทบทุน ให้แก่ ศิริราชมูลนิธิ, มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี, มูลนิธิ รามาธิบดีฯ และ สภากาชาดไทย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ให้มีความพร้อมรับมือกับ สถานการณ์ COVID-19 Strategy

:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)

TRUE MONEY บริษัท เพย์ โซลูชั่น จ�ำกัด ผู้ให้บริการระบบช�ำระเงินออนไลน์แห่งแรกของเมืองไทย ร่วมกับ ทรูมันนี่ ผู้น�ำด้านบริการ อิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์ชั้นน�ำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขยายฐานร้านค้าที่เปิดให้บริการรับช�ำระเงินผ่านแอปพลิ เคชั่นทรูมันนี่ วอลเล็ท เพื่อสนับสนุนธุรกิจออนไลน์ในยุคสังคมไร้เงินสด และช่วยสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขายและขยาย กิจการให้เข้าถึงฐานลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่รวมถึงผู้ใช้ทรูมันนี่มากกว่า 19 ล้านราย Strategy

:: การพัฒนาช่องทางจัดจำ�หน่าย

(Place)

MAGKETING l 38


MOVEMENT

NESCAFE เนสกาแฟเปิดตัว ‘เนสกาแฟ บาริสต้าสไตล์’ 2 รสชาติ ได้แก่ ‘คาราเมล เอสเปรสโซ’ กาแฟสไตล์คาเฟ่ หอมนุ่ม กลมกล่อม หวานเบา ๆ จากการเบลนด์กาแฟชั้นดีสองสายพันธุ์ อาราบิก้าและโรบัสต้าอย่างลงตัว ผสานนมแท้ ๆ และอบอวลด้วยกลิ่น หอมที่หลายคนชื่นชอบอย่างคาราเมล เหมาะส�ำหรับคอกาแฟสายนุ่ม และ ‘อเมริกาโน’ กาแฟอเมริกาโนสไตล์คาเฟ่ จาก กาแฟอาราบิก้าและโรบัสต้าผสานกันอย่างลงตัว รสชาติเข้มข้น หอม หวานน้อยเหมาะ ขนาด 220 มิลลิลิตร ในราคา 29 บาท Strategy

:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

(New Product Development)

WACOAL วาโก้จัดโปรโมชันต้อนรับวันแม่ Mother’s Day Gift มอบชุดนอนวาโก้เป็นของขวัญส�ำหรับคุณแม่ เพียงซื้อสินค้าวาโก้ครบ 3,500 บาทต่อใบเสร็จ รับฟรีชุดนอนวาโก้ รุ่น Teebazar มูลค่า 990 บาท จ�ำนวน 1 เริ่มวันที่ 12 – 15 สิงหาคม 2564 เฉพาะเคาน์เตอร์วาโก้, วาโก้ช็อปและร้านค้าที่ร่วมรายการ Strategy

:: การส่งเสริมการขายในช่วงเทศกาล

(Seasonal Program)

MERCEDES-BENZ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว “Mercedes-Benz GLA 200 Progressive” ยนตรกรรมคอมแพ็คเอสยูวีที่ผสานความหรูหรา กับดีไซน์สปอร์ตไว้ได้อย่างลงตัว พร้อมน�ำเสนอความอเนกประสงค์ที่บ่งบอกตัวตนไม่ซ�้ำใคร เติมเต็มความโฉบเฉี่ยวในทุก การเดินทางด้วยดีไซน์ภายนอกและภายในที่ตกแต่งแบบ Progressive ดูโดดเด่นและทรงพลังในทุกรายละเอียด ในราคา เริ่มต้น 2,199,000 บาท Strategy

:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

(New Product Development)

HONDA บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จ�ำกัด เปิดตัว ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เจเนอเรชันที่ 11 ตอกย�้ำความเป็นไอคอนของ ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดาน โดยในทุกรุ่นย่อย ใช้เครื่องยนต์ VTEC TURBO 1.5 ลิตร ใหม่ พร้อมระบบเกียร์ CVT ให้ก�ำลังสูงสุด 178 แรงม้า ให้อัตราการประหยัดน�้ำมันดีเยี่ยม 17.2 กม./ลิตร ทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85 และมา พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ด้วยราคาจ�ำหน่ายเริ่มต้น 964,900 บาท Strategy

:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

(New Product Development)

MAGKETING l 39


+ +

หากคุณต้องการไอเดีย+จุดประกายความคิดทางธุรกิจ พร้อมกับศึกษาข้อมูลสภาวะการแข่งขันอย่างรอบด้าน

“แมกเก็ตติ้ง

(MAGKETING)”

แมกเก็ตติ้ง (MAGKETING) นิตยสารออนไลน์ด้านการตลาด (E-Magazine) รายเดือน ประเภท Free view ซึ่งน�ำเสนอข่าว ความเคลื่อนไหว ข่าวเชิงวิเคราะห์ รวมถึงข้อมูล ในรูปแบบ Database ในแวดวงธุรกิจการตลาด สามารถเลือกช่องทางการอ่านได้หลากหลาย

พร้อมเสิร์ฟฟรี ทุกที่ ทุกเวลา อ่านได้ทันทีที่


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
Magketing Vol.63 by MAGKETING - Issuu