ONLINE SHOPPING
BEHAVIOR ++ marketing case study BEYOND STRATEGY & CONSUMER LIFESTYLE JULY 2564
VOL.8 ISSUE 62
THAILAND'S FIRST FREE E-MARKETING MAGAZINE
ONLINE SHOPPING
BEHAVIOR ++
SHUTTERSTOCK
it's FREE
62 I S S U E
Fresh - Baked Dairy The Europeans baking kitchen Enjoy a cup of warm chocolate
AnnaNita
SUKH UMVI T So i 1 1 n ear NA NA BTS Sky trai n SUKH UMVIT R d. BKK
01
HOMEROOM
EDITORIAL บรรณาธิการบริหาร
ภาวนา อรัญญิก
EDITORIAL STAFF > หัวหน้ากองบรรณาธิการ > กองบรรณาธิการ
บัณฑิต โชคสิทธิกร กัลชนา ทิชากร ปรัชญ์ พันแสงระวี
> ศิลปกรรม
cymk@bangkok
ADVERTISING STAFF > ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา > กองโฆษณา
วิโรจน์ ธนวัฒน์วาทิน สุนิสา อดุลย์วิทย์
บจ.มาร์เก็ตอินโฟ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น 3769/46 เจริญราษฎร์ บางโคล่ บางคอแหลม กทม. 10120 tel.062-4836903 email>>magketing.editor@gmail.com
CONTENTS
INFORMATION
17
8 12
FLASH PODIUM
ANALYSIS
18
27
32
17 18 24 27 32
BEHAVIOR CASE STUDY FACTOR DIGITAL LIFE RESEARCH
DATABASE
37 38 39
MOVEMENT
>> FOOD & IT
MOVEMENT
>> HOME & FINANCE
MOVEMENT
>> ETC.
FLASH
กท.ประกันภัย
กรุงเทพประกันภัย ชูระบบ Cloud@Customer
เบนซ์
กรุงเทพประกันภัย (Bangkok Insurance: BKI) ยกระดับประสิทธิภาพการด�ำเนิน ธุรกิจด้านการประกันภัย และการใช้งานคลังข้อมูลขององค์กร ด้วย Oracle Exadata Cloud@Customer เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการฐานข้อมูลของบริษัท ทั้งหมดเป็นแหล่งเดียว และใช้ข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์เป็นพื้นฐานเพื่อการตัดสินใจ ในการปรับปรุงการบริการ และเพิ่มขีดความสามารถในการด�ำเนินธุรกิจและผลการ ด�ำเนินงาน
บู๊ทส์
“Talk to Pharmacist”
เมืองไทยฯ
เมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมมอบประสบการณ์ความหรูหรา ความสะดวกสบาย และความ ปลอดภัย ด้วยที่สุดแห่งยนตรกรรม กับการเปิดตัว “The new S-Class” อย่างเป็น ทางการในประเทศไทย ในราคาเริ่มต้นที่ 6,690,000 บาท โดยลูกค้าสามารถเข้ามาลง ทะเบียนเพื่อจองรถยนต์คันนี้ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ผู้จ�ำหน่ายรถยนต์เมอร์เซ เดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
THE 1
บู๊ทส์ ประเทศไทย ผู้ผลิตและจ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามชั้นน�ำระดับ โลก ส่งเสริมสุขภาพที่ดีของคนไทยฝ่าวิกฤต COVID-19 ด้วยการเปิดตัว “Boots app” แอปสุขภาพครบวงจร กับฟีเจอร์ใหม่ใช้ฟรี “Talk to Pharmacist’ หรือชื่อ ไทย “ปรึกษาเภสัชกรบู๊ทส์” เพื่อยกระดับคุณภาพการดูแลสุขภาพของคนไทยให้ดี ยิ่งขึ้น
ออมสบาย จ่ายสะดวก แบบ Cashless
ประกาศความส�ำเร็จของแคมเปญ 7.7
The 1 ผู้น�ำดิจิทัลไลฟ์สไตล์และลอยัลตี้แพลตฟอร์มอันดับ 1 ของไทย ภายใต้กลุ่ม เซ็นทรัล ประกาศความส�ำเร็จของแคมเปญแลกดีลออนไลน์ ในช่วงเทศกาล 7.7 ตั้งแต่วันที่ 1-13 ก.ค. ที่ผ่านมา มอบความวันเดอร์ให้ลูกค้าสนุกกับการแลกและ สะสมคะแนน The 1 ทั้งดีลช้อปมันส์ และดีล Take Home อิ่มคุ้มจุใจจากร้านค้าใน เครือเซ็นทรัลและพันธมิตรบนแอป The 1 เผยสถิติยอดแลกดีลทะลุเป้า และมียอด Engagement เพิ่มขึ้นถึง 60%
ทรูมันนี่
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จํากัด (มหาชน) จับมือ ทรูมันนี่ จัดแคมเปญ “ออมสบาย จ่ายสะดวก ที่ TrueMoney Wallet ปีที่ 2” ออมเงินและวางแผนลดหย่อนภาษี พร้อมความคุ้มครองชีวิตผ่านแบบประกัน “เมืองไทย อีซี่ แพลน 11/1” จ่ายเบี้ยครั้ง เดียวแบบไร้เงินสดผ่านแอปฯ ทรูมันนี่ วอลเล็ท รับความคุ้มครองชีวิต 11 ปี และผล ประโยชน์รวมสูงสุด 112%(2) ตลอดสัญญา พร้อมรับสิทธิพิเศษ 2 ต่อภายหลังช�ำระ เบี้ยประกัน มูลค่ารวมสูงสุด 2,000 บาท
เปิดตัว “The new S-Class”
คนไทยไม่ทิ้งกัน
ทรูมันนี่ ร่วมกับ มูลนิธิหลักประกันสุขภาพไทย ในโครงการ “ทุก(ข์)ภัยไทยช่วยกัน” ขยายช่องทางรับบริจาคผ่านแอปฯ ทรูมันนี่ วอลเล็ท เพื่อสมทบทุนจัดซื้อ “เครื่องช่วย หายใจแบบไฮโฟลว์” (High-Flow Nasal Cannula Oxygen) และอุปกรณ์ทางการ แพทย์ที่จ�ำเป็น ส่งมอบให้โรงพยาบาลที่ขาดแคลนทั่วประเทศ น�ำไปช่วยเหลือผู้ป่วย โควิด-19 โดยในการนี้ ทรูมันนี่ได้บริจาค 1 ล้านบาท ให้กับมูลนิธิฯ พร้อมด�ำเนินการ ประชาสัมพันธ์ให้พนักงานของบริษัทฯ และผู้ใช้ร่วมบริจาคด้วยอีกทางหนึ่ง
MAGKETING l 8
FLASH
MAGKETING l 9
FLASH
CPANEL
ผนังคอนกรีตส�ำเร็จรูป Precast
EPG
CPANEL เผยธุรกิจครึ่งปีหลังแนวโน้มเติบโตแม้ภาพรวมอสังหาฯชะลอ ผนังคอนกรีต ส�ำเร็จรูป Precast ได้รับความนิยมเพิ่ม แก้ปัญหางานก่อสร้าง ผู้ประกอบการ ผู้รับ เหมา เน้นความรวดเร็ว ลดสต็อก ลดต้นทุน ชูกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงขยายฐาน ลูกค้าโครงการใหม่ทั้งแนวราบ และแนวสูง โชว์ Backlog 900 ล้านบาท ตั้งเป้าอัตรา เติบโตของยอดขาย 40%
เฮเฟเล่
พัฒนางานบริการด้วยแนวคิด “We Care”
กรุงศรี
บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จ�ำกัด (มหาชน) หรือ EPG มอบอาหารกล่องและน�้ำ ดื่มให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ภายใต้โครงการ “EPG ร่วมใจสู้ภัยโควิด–19” จ�ำนวน 2,000 ชุด ตั้งแต่วันที่ 21 มิ.ย. - 19 ก.ค.64 โดยมอบให้โรงพยาบาลกว่า 11 แห่ง เพื่อ เป็นส่วนหนึ่งในการส่งก�ำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ดูแล ผู้ป่วยภายใต้วิกฤตโควิด–19
ส.เทคโนฯปทุมวัน
เฮเฟเล่ น�ำเสนอภาพการบริการภายใต้แนวคิด เราใส่ใจ หรือ “We Care” ด�ำเนินงาน เพื่อตอบสนองและสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า ด้วยความมุ่งมั่นที่สอดแทรกในทุกการ บริการ ทั้ง เครื่องมือการตลาด การวางแผนงาน สินค้าสั่งท�ำ ค�ำแนะน�ำจากบุคลากร คุณภาพ ไปจนถึงบริการโลจิสติกส์ที่สมบูรณ์แบบ เพื่อให้เกิดผลบรรลุเป้าหมายเร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และประสบความส�ำเร็จมากขึ้นในทุกการบริการ
บรรเทาความเดือดร้อนจากโควิด19-
ถวายพระพรชัยมงคล
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน น�ำคณะผู้บริหารและบุคลากรสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ร่วมใจถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 10) เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2564 เพื่อแสดงความ จงรักภักดี และส�ำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมด�ำเนินการตามมาตรการป้องกัน การติดเชื้อโควิด-19 และปฏิบัติตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
คริสตัล
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) ขอเชิญชวนร่วมสนับสนุนโครงการ “เพื่อน พึ่งพา เพราะเพื่อนไม่ทิ้งกัน” ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ด้วยการสนับสนุนร้านอาหารรายเล็กในการจัดท�ำอาหารกล่อง “พึ่งพา” พร้อมทาน เพื่อน�ำไปแจกจ่ายชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนในเขตพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ที่ได้รับ ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19
เติมพลังใจให้นักรบเสื้อกาวน์
“คริสตัล แคน” น�้ำดื่มบรรจุกระป๋อง
น�้ำดื่มคริสตัลเปิดตัว “คริสตัล แคน” ครั้งแรกของน�้ำดื่มคุณภาพแบบบรรจุกระป๋อง อนาคตใหม่ของบรรจุภัณฑ์ที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สานต่อแนวคิด Crystal CARE การด�ำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบใส่ใจในทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับสังคม และสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่ให้ความส�ำคัญกับการใช้และ สร้างความสมดุลในการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดโดยไม่มีของเสีย
MAGKETING l 10
FLASH
MAGKETING l 11
PODIUM
โอสถสภาเปิดโรดแมปความยั่งยืน มุ่งมั่นลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม วรรณิภา ภักดีบุตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. โอสถสภา เปิดเผยว่า โอสถสภามี แนวทางการพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจเพื่อสร้างพลังชีวิตที่ยั่งยืน ด้วยการเชื่อมโยงเสาหลัก 3 ด้านเข้าด้วยกัน ได้แก่ 1) เสาหลักด้านธุรกิจ ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตแบบยั่งยืน ให้กับธุรกิจของโอสถสภาและคู่ค้าที่อยู่ในห่วงโซ่คุณค่า 2) เสาหลักด้านสังคม ซึ่งมุ่ง สร้างสุขภาพที่ดีให้กับผู้บริโภคผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ส่งเสริมพนักงานในองค์กร ให้เติบโตไปพร้อมๆ กับการขยายตัวของธุรกิจ และสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนด้วย โครงการที่มุ่งพัฒนาและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้กับคนในสังคม 3) เสาหลักด้าน สิ่งแวดล้อม ซึ่งมุ่งมั่นลดผลกระทบจากกระบวนการผลิตที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อม โดยเสา หลักทั้งสามนี้มีบุคลากรในองค์กร (People) เป็นแกนส�ำคัญในการขับเคลื่อนแผนให้ บรรลุตามเป้าประสงค์ที่วางไว้ จากแนวคิดของเสาหลักทั้งสาม โอสถสภาได้ก�ำหนด โรดแมปความยั่งยืนไว้ 5 ด้านหลัก โดยมีการตั้งเป้าหมายในแต่ละด้านตามแผน 5 ปี (2563 – 2568) ไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ 1. การสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน (Sustainable Supply chain) โอสถสภามุ่งมั่น จัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน และช่วยยกระดับความรู้และช่วยพัฒนาศักยภาพให้กับคู่ค้า รายย่อย โดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกสมุนไพรซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตให้แก่บริษัท สมุนไพรที่สามารถปลูกและเติบโตในประเทศได้นั้น โอสถสภาจะลดการน�ำเข้า โดย ใช้วัตถุดิบสมุนไพรจากแหล่งผลิตในประเทศ ส�ำหรับสมุนไพรที่ไม่สามารถปลูกใน ประเทศได้ ก็จะส่งเสริมการศึกษาทดลองปลูกในประเทศอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยัง มีการประเมินด้านความยั่งยืน และสร้างความรู้ความเข้าใจที่ดีในการด�ำเนินธุรกิจให้ แก่คู่ค้าอีกด้วย 2. การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้บริโภค (Consumer Health & Well-being) โอสถสภามุ่งมั่นที่จะส่งมอบสินค้าที่ดีต่อสุขภาพให้กับผู้บริโภค โดย ตั้งเป้าหมายว่าภายใน 5 ปี 100% ของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มจะมีส่วนประกอบ ของน�้ำตาลน้อยลง และ 50% ของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและลูกอมจะเป็นสูตร ปราศจากน�้ำตาล ที่ผ่านมา ได้เริ่มปรับลดปริมาณน�้ำตาลในผลิตภัณฑ์บางรายการแล้ว อาทิ ผลิตภัณฑ์แบรนด์โบตัน นับเป็นอีกหนึ่งความส�ำเร็จในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ ตอบโจทย์สุขภาพที่ดีให้กับคนไทย 3. การใช้บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน (Sustainable Packaging) เนื่องจากมีการบริโภคสินค้า อุปโภคบริโภคเป็นจ�ำนวนมากในแต่ละวัน การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนจึงเป็นหัวใจ ส�ำคัญของการลดปริมาณขยะ โอสถสภามีเป้าหมายอย่างชัดเจนว่า ภายในปี 2573 ผลิตภัณฑ์ของสินค้าในเครือทั้งหมดจะใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถน�ำมารีไซเคิลได้ เพื่อลด ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและเพิ่มอัตราการรีไซเคิลพลาสติกในประเทศไทย 4. การบริหารจัดการน�้ำในกระบวนการผลิต (Water Management) น�้ำเป็นวัตถุดิบ หลักในการผลิตเครื่องดื่ม และเป็นทรัพยากรส�ำคัญที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีของ ชุมชนท้องถิ่น โอสถสภาจึงให้ความส�ำคัญกับการใช้น�้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โอสถสภา ตั้งเป้าลดการใช้น�้ำในการผลิตลงให้ได้ 40% แม้จะเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง แต่ด้วย ความมุ่งมั่น และการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โอสถสภาจึงพร้อมที่จะเผชิญ
กับความท้าทายดังกล่าว 5. การบริหารจัดการพลังงานและสภาพภูมิอากาศ (Energy & Climate Change Management) โอสถสภามุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ อากาศตลอดห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท โดยวางเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนว่าภายในปี 2568 จะลดการใช้พลังงานสิ้นเปลืองให้ได้ 10% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลง 15% โดยเลือกใช้พลังงานทางเลือกต่างๆ อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานชีว มวล รวมทั้งส่งเสริมกิจกรรมการลดการใช้พลังงานและการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด นอกจากนี้ ในฐานะผู้ผลิตเครื่องดื่ม ซึ่งมีปริมาณการบริโภคเป็นจ�ำนวนมากในแต่ละ วัน โอสถสภาพร้อมเป็นอีกหนึ่งพลังในการช่วยลดปริมาณขยะ จับมือกรุงเทพมหานคร กรมควบคุมมลพิษ กรมการค้าภายใน กองบังคับการต�ำรวจนครบาล 4 และคณะ กรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานของต�ำรวจ จัดท�ำโครงการ “Bottle to Bottle” หรือ “ส่งขวดแก้วสู่ขวดแก้ว” ส่งเสริมการน�ำขวดแก้วที่ใช้แล้วมารีไซเคิลเป็น วัตถุดิบส�ำหรับผลิตขวดใหม่ โดยจะเริ่มทดลองน�ำร่องในชุมชนย่านหัวหมาก ซึ่งเป็น พื้นที่ตั้งของโอสถสภาในปลายปี 2564 “ผลิตภัณฑ์ของโอสถสภาเข้าไปอยู่ในชีวิตประจ�ำวันของคนไทยมาอย่างยาวนานกว่า 130 ปี ความผูกพันกับสังคมไทยท�ำให้โอสถสภามีความรับผิดชอบและมุ่งมั่นสร้าง ความยั่งยืนให้กับองค์กร ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง สังคม และสิ่งแวดล้อม เราเชื่อว่าด้วยเป้า หมายที่ชัดเจนและการผลักดันแผนการสร้างความยั่งยืนด้านธุรกิจ สังคม และสิ่ง แวดล้อมอย่างเต็มที่ จะท�ำให้โอสถสภาสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ และเติบโตอย่าง มั่งคงและยั่งยืนร่วมกับสังคมไทย” วรรณิภา กล่าวสรุป
MAGKETING l 12
PODIUM
กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ร่วมต้านภัยโควิด-19 ส่งมอบหน้ากากแรงดันลบและแรงดันบวกเพิ่ม ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่กระจายวงกว้าง กองทุน ฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มบริษัทฮอนด้าใน ประเทศไทย ขอเป็นอีกหนึ่งพลังในการส่งมอบความช่วยเหลือเพื่อเสริมเกราะป้องกัน และสนับสนุนการท�ำงานให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างหนัก และช่วยป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ในผู้ป่วย ด้วยการส่งมอบนวัตกรรมหน้ากากแรงดันลบและแรงดันบวกที่ผลิตโดยทีมวิศวกร ฮอนด้าจิตอาสา เพิ่มเติมจ�ำนวน 1,100 ชิ้น รวมมูลค่า 42 ล้านบาท ให้แก่กระทรวง สาธารณสุขและโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อจัดสรรตามความต้องการและกระจายต่อ ไปยังโรงพยาบาลรัฐ จ�ำนวน 114 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงกรมราชทัณฑ์ เพื่อกระจาย ต่อไปยังทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ โรงพยาบาลเรือนจ�ำกลางบางขวาง และโรง พยาบาลเรือนจ�ำกลางสมุทรปราการ พิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการผู้จัดการกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย กล่าวว่า “ปัจจุบัน สถานการณ์โควิด-19 ได้กลับมาระบาดอีกครั้ง มีจ�ำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ท�ำให้ บุคลากรทางการแพทย์รวมถึงผู้ป่วยมีความต้องการอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อและ แพร่กระจายเชื้อมากขึ้น” ๐กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย โดยทีมวิศวกรฮอนด้าจึงได้เร่งด�ำเนินการผลิตหน้ากาก แรงดันฯ เพิ่มเติมอีก 1,100 ชิ้น เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลรัฐ รวมทั้งเรือนจ�ำและ ทัณฑสถาน ซึ่งเชื่อว่าความร่วมมือและความพยายามของทุกภาคส่วนจะช่วยให้เราก้าว ข้ามวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ และขอเป็นก�ำลังใจให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ อาสา รวมถึงผู้ป่วยทุกคน ให้พร้อมต่อสู้เพื่อเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ไปได้ด้วยดี” อายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า “กรมราชทัณฑ์ ได้ร่วมมือกับกรม ควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จัดตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาด ของโควิด-19 ด�ำเนินมาตรการเชิงรุก เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในเรือน จ�ำและทัณฑสถาน” โดยปรับพื้นที่บางแห่งเป็นโรงพยาบาลสนามและปรับบทบาทเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ให้ท�ำ หน้าที่สายการแพทย์ร่วมด้วย เพื่อแก้ไขสถานการณ์การติดเชื้อภายในเรือนจ�ำ ขณะ ที่โรงพยาบาลภายนอกไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ ท�ำให้จ�ำเป็นต้องใช้วัสดุอุปกรณ์ ป้องกันส�ำหรับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และผู้ต้องขังจ�ำนวนมาก โดยหน้ากากแรงดันลบและแรงดันบวกที่ได้รับจากกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย จ�ำนวน 100 ชิ้น จะสามารถป้องกันการติดเชื้อและแพร่กระจายเชื้อจากผู้ต้องขังในเรือนจ�ำ และทัณฑสถาน และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ท�ำหน้าที่ดูแลผู้ ป่วยและบุคคลกลุ่มเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น “กรมราชทัณฑ์ขอขอบคุณกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ส�ำหรับความช่วยเหลือเพื่อ บรรเทาความเดือดร้อนของผู้ต้องขัง เพื่อให้ผู้ต้องขังได้เห็นถึงคุณค่าของตนเอง และรับ
รู้ถึงความห่วงใยของสังคม ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการสร้างจิตส�ำนึกที่ดีและประพฤติปฏิบัติ ตนให้เป็นพลเมืองดีของสังคมต่อไป” นับตั้งแต่ปี 2563 ที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤติโควิด-19 จนถึงปัจจุบัน ทางกอง ทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยได้มอบความช่วยเหลือไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ รวม ถึงกรมราชทัณฑ์ ด้วยการผลิตและบริจาคเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแรงดันลบจ�ำนวน 100 เตียง ซึ่งมี ต้นแบบมาจากคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช และยัง ต่อยอดนวัตกรรมมาเป็นหน้ากากแรงดันลบและแรงดันบวก 2,100 ชิ้น พร้อมด้วย เครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อฮอนด้า และอุปกรณ์การแพทย์ที่จ�ำเป็น อาทิ ชุดป้องกันเชื้อ PPE หน้ากาก Face Shield หน้ากากอนามัยแบบผ้า รวมถึงการบริการรถยนต์และรถจักรยานยนต์พยาบาลกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย เพื่อร่วมต้านภัยโควิด-19 รวมงบประมาณกว่า 122 ล้านบาท (ข้อมูลเดือนกรกฎาคม 2564) “โดยงบประมาณส่วนนี้มาจากเงินสมทบจากการซื้อรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และ เครื่องยนต์อเนกประสงค์ กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ขอขอบคุณลูกค้าฮอนด้าทุก ท่าน เราพร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทย เพื่อก้าวผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปด้วย กัน”
MAGKETING l 13
PODIUM
กรุงศรีเผยผลก�ำไรครึ่งแรกปี 2564 หนุนช่วยฟื้นฟูธุรกิจ-เศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เผยผลประกอบ การครึ่งแรกปี 2564 โดยมีก�ำไรสุทธิจ�ำนวน 21,048 ล้านบาท หลังออกมาตรการ เพื่อช่วยบรรเทาภาระทางการเงินแก่ลูกค้าผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบ จาก COVID-19 อย่างต่อเนื่อง หนุนสินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเติบโต อย่างต่อเนื่องที่ 3.5% ภายใต้การบริหารความเสี่ยงด้วยความรอบคอบระมัดระวัง โดย มีคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งและอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ในระดับต�่ำ เพียง 2.03% สรุปผลประกอบการและฐานะการเงินที่ส�ำคัญส�ำหรับช่วงครึ่งแรกของปี 2564 > ก�ำไรสุทธิ จ�ำนวน 21,048 ล้านบาท เพิ่มสูงขึ้นอย่างแข็งแกร่ง 55.5% ส�ำหรับครึ่ง แรกของปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยส�ำคัญของรายได้ที่มิใช่ ดอกเบี้ย จากการบันทึกก�ำไรจากเงินลงทุนจากการขายหุ้นในบริษัท เงินติดล้อ จ�ำกัด (มหาชน) (เงินติดล้อ) ในไตรมาสสองของปี 2564 > หากไม่รวมการบันทึกก�ำไรพิเศษ ก�ำไรสุทธิจากการด�ำเนินธุรกิจปกติส�ำหรับครึ่งแรก ของปี 2564 ลดลง 5.0% หรือจ�ำนวน 678 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลด ลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อ ช่วยลดภาระทางการเงินให้กับลูกค้าธุรกิจและลูกค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการ แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ยืดเยื้อ > เงินให้สินเชื่อรวม สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่ 3.5% หรือจ�ำนวน 9,775 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกรุงศรีในการ ให้ความช่วยเหลือด้านสภาพคล่องทางการเงินแก่ผู้ประกอบการ SME ขณะที่สินเชื่อ ธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อเพื่อรายย่อยลดลง 1.2% และ 1.6% ตามล�ำดับ > เงินรับฝาก เพิ่มขึ้น 3.1% หรือจ�ำนวน 56,434 ล้านบาทจากสิ้นเดือนธันวาคม 2563 โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินรับฝากออมทรัพย์ > ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 3.08% ในครึ่งแรกของปี 2564 > รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งจ�ำนวน 11,913 ล้านบาท หรือ 75.0% จากช่วงครึ่งแรกของปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบันทึกก�ำไรจากเงินลงทุนจาก การขายหุ้นในบริษัท เงินติดล้อ จ�ำกัด (มหาชน) (เงินติดล้อ) > อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ อยู่ที่ 43.4% เทียบกับ 41.4% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ทั้งนี้ หากรวมก�ำไรจากการขายหุ้นเงินติดล้อ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จาก การด�ำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 37.1% > อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ยังคงอยู่ในระดับต�่ำที่ 2.03% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2564 เมื่อเทียบกับ 2.00% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2563
> อัตราส่วนเงินส�ำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ อยู่ในระดับสูงที่ 175.8% เมื่อเทียบกับ 175.1% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2563 > อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (ของธนาคาร) อยู่ที่ 17.80% ลดลงจาก 17.92% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2563 เซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุง ศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรียังคงให้การสนับสนุนการฟื้นตัวของ เศรษฐกิจผ่านมาตรการด้านสินเชื่อและการปรับโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่อง ตลอดจน การสนับสนุนด้านสภาพคล่องและสินเชื่อฟื้นฟูเพิ่มเติมตามความจ�ำเป็น” “แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะได้รับอานิสงส์จากการส่งออกสินค้าที่ฟื้นตัวตามการขยายตัว ทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า การแพร่ระบาดระลอกใหม่ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อและ รุนแรงขึ้นจากการกลายพันธุ์ของไวรัสในไตรมาสที่สองของปี 2564 ท�ำให้แนวโน้มการ ฟื้นตัวของเศรษฐกิจมีความล่าช้าและเผชิญความเสี่ยงด้านต�่ำอย่างมีนัยส�ำคัญ โดย เฉพาะผลกระทบต่ออุปสงค์ภายในประเทศและการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่อง เที่ยว กรุงศรีจึงปรับลดประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2564 จาก 2.0% มาอยู่ที่ 1.2% ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2564” ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 เงินกองทุนของธนาคารอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 275.46 พันล้านบาท หรือเทียบเท่า 17.80% ของสินทรัพย์เสี่ยง โดยเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่ เป็นของเจ้าของคิดเป็น 12.76%
MAGKETING l 14
PODIUM
ทาโก้ เบลล์ เผยแผนยุทธศาสตร์ใหม่ในการขยายสาขา ชิมลางสาขาแรกที่ปั๊มน�้ำมันคาลเท็กซ์ บริษัท สยาม ทาโก้ จ�ำกัด ผู้บริหารแฟรนไชส์ ทาโก้ เบลล์ ในประเทศไทย เดินหน้า ตามแผนยุทธศาสตร์ใหม่ในการขยายสาขาตามสถานีบริการน�้ำมัน ประเดิมเปิดตัวทา โก้ เบลล์ สาขาแรก ณ สถานีบริการน�้ำมันคาลเท็กซ์ ประชานุกูล ในรูปแบบ “เดล โก้ (Delco)” ซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจจากลูกค้าจ�ำนวนมากและสร้างการรับรู้ต่อ แบรนด์ได้ในวงกว้าง เนื่องจากร้านทาโก้ เบลล์ โมเดลใหม่ ในรูปแบบ “เดลโก้” มีขนาดพื้นที่เพียงครึ่งหนึ่ง ของร้านทาโก้ เบลล์ แบบเดิม และใช้เงินลงทุนในการเปิดสาขาใหม่ลดลงไปได้เกือบ ครึ่งหนึ่ง ท�ำให้การเปิดร้านใหม่เป็นไปได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ รูปแบบร้าน “เดลโก้” ถูก ออกแบบมาให้เหมาะกับสถานที่ที่มีพื้นที่จ�ำกัดและเอื้อต่อการให้บริการแบบเดลิเวอรี และซื้อกลับบบ้านอีกด้วย เฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โท รีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จ�ำกัด (มหาชน) หรือ TTA และกรรมการ บริษัท สยาม ทาโก้ จ�ำกัด กล่าวว่า “ทาโก้ เบลล์ ทราบดีว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจค้าปลีกในสถานี บริการน�้ำมันเติบโตอย่างก้าวกระโดด บริษัทฯ จึงตัดสินใจปรับกลยุทธ์ในการขยาย สาขาใหม่ หันมาเน้นเปิดสาขาในสถานีบริการน�้ำมันแทนการเปิดสาขาในห้างสรรพ สินค้า อีกทั้งพบว่าผู้บริโภคในปัจจุบันใช้ชีวิตเร่งรีบและต้องปฏิบัติตามวิถีปกติแบบใหม่ (new normal) ในขณะที่เมนูทาโก้ ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของทาโก้ เบลล์ มีทั้งความอร่อยและ รสชาติจัดจ้านที่สามารถซื้อกลับไปรับประทานที่บ้านก็ได้ และซื้อไปรับประทานใน รถก็สะดวก นับว่าตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ได้เป็นอย่างดี ส�ำหรับเหตุผลที่ บริษัทฯ มาเปิดร้านทาโก้ เบลล์ สาขาแรกที่สถานีบริการน�้ำมันคาลเท็กซ์ ประชานุกูล (บจก. ซี.แทรค เอนเนอร์ยี่) เนื่องจากสถานีบริการน�้ำมันแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนสายหลัก ที่มีผู้สัญจรไปมาหนาแน่นมาในแต่ละวัน ทั้งนักท่องเที่ยวและประชาชนที่อาศัยอยู่ใน ละแวกนี้ที่จะต้องเดินทางไปท�ำงานในเขตอื่นๆ จึงคาดว่าจะมียอดการสั่งซื้อกลับบ้านเป็นจ�ำนวนมาก นอกจากนี้ บริษัทฯ เห็นว่า ทา โก้ เบลล์ สาขานี้มีศักยภาพที่จะเป็น “Delivery Hub” รองรับการให้บริการแก่แฟนๆ ของทาโก้ เบลล์ ในพื้นที่บริเวณแถบนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ ที่โรคโควิด-19 (COVID-19) ยังคงแพร่ระบาด และผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะรับประทาน อาหารที่บ้าน” ในโอกาสฉลองการเปิดร้านใหม่ครั้งนี้ ทาโก้ เบลล์ ร่วมกับทางสถานีบริการน�้ำมันคาล เท็กซ์ ประชานุกูล จัดแคมเปญพิเศษเฉพาะลูกค้าที่เติมน�้ำมันครบ 500 บาทขึ้นไป จะ ได้รับเมนูทาโก้ ซูพรีม 1 ชิ้น ไปอร่อยกันฟรีๆ (จ�ำกัด 1 คูปองต่อ 1 ใบเสร็จเติมน�้ำมัน) ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 กรกฎาคม 2564 เท่านั้น อลิซ พอตเตอร์ ประธานกรรมการและผู้จัดการใหญ่ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จ�ำกัด ผู้
ให้บริการสถานีบริการน�้ำมันคุณภาพระดับโลกภายใต้แบรนด์ “คาลเท็กซ์” กล่าวว่า “ร้านทาโก้ เบลล์ รูปแบบใหม่เดลโก้ (Delco) ในสถานีบริการน�้ำมันคาลเท็กซ์ เกิด ขึ้นจากความร่วมมือและความตั้งใจที่จะเติมเต็มความสุขให้กับลูกค้า และตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ ยังเป็นการตอบสนอง พฤติกรรมของผู้บริโภคที่มองหาสิ่งอ�ำนวยความสะดวกและบริการเพิ่มเติมจากสถานี บริการน�้ำมัน อาทิ ร้านอาหาร บริการซ่อมบ�ำรุงรถยนต์ และการจับจ่ายสินค้าประจ�ำ วันควบคู่ไปกับการแวะเติมน�้ำมัน โดยความร่วมมือกันในครั้งนี้จะเข้ามาช่วยเสริมความ แข็งแกร่งให้กับสถานีบริการน�้ำมันให้ครบวงจร เพื่อขยายบริการและเพิ่มความสะดวก ให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการให้มากกว่าการเข้ามาเติมน�้ำมันเพียงอย่างเดียว” “การน�ำร่องเปิดให้บริการร้าน ทาโก้ เบลล์ รูปแบบใหม่เดลโก้ (Delco) สาขาแรกใน สถานีบริการน�้ำมันคาลเท็กซ์ สาขาประชานุกุล (บจก. ซี.แทรค เอนเนอร์ยี่) เป็นส่วน หนึ่งของการพัฒนาสถานีบริการน�้ำมันในรูปโฉมใหม่ ภายใต้ภาพลักษณ์ร่วมสมัย โดด เด่นด้วยองค์ประกอบการออกแบบภายใต้รูปแบบ Smart Station เพื่อเสริมสร้าง ประสบการณ์อันน่าประทับใจในแบบฉบับของคาลเท็กซ์" "ซึ่งความร่วมมือกันในครั้งนี้ยังถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Smart Partnership ของ เราที่มุ่งมั่นเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นการร่วมมือกับพันธมิตรค้าปลีก เพื่อกระตุ้นยอดขายภายในสถานีบริการน�้ำมัน และเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ บริษัทฯ คาด ว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคและผู้ใช้รถ เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้ บริการ และช่วยสร้างการเติบโตโดยรวมให้กับธุรกิจในอีกช่องทางหนึ่ง” อลิซ กล่าว
MAGKETING l 15
PODIUM
MAGKETING l 16
BEHAVIOR
UNSPLASH
ผลส�ำรวจชี้ หญิงไทยรู้สึกเสี่ยงทางการเงินจากโควิด-19 บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เผยผลส�ำรวจออนไลน์จากกลุ่มแอกซ่า พบว่า จาก การระบาดของไวรัสโควิด-19 ผู้หญิงไทยกว่า 70% รู้สึกว่าตนมีความเสี่ยงทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงด้านก�ำลังซื้อ และความเสี่ยงที่จะตกอยู่ในภาวะความยากจน หรือความไม่แน่นอนทางการเงิน โดยการส�ำรวจดังกล่าวเป็นมาจากกลุ่มผู้หญิงไทย จ�ำนวน 1,000 คน ในช่วงอายุ ระหว่าง 18 – 55 ปี ทั่วประเทศ ซึ่งการส�ำรวจครั้งนี้ได้จัดท�ำขึ้นใน 8 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี สเปน อังกฤษ เม็กซิโก ไนจีเรีย และประเทศไทย โดยเป็นการ ส�ำรวจภายใต้หัวข้อ “ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ต่อ ผู้หญิง” ทั้งนี้ผลของการส�ำรวจได้สะท้อนถึงภาวะทางด้านจิตใจของผู้หญิงในแต่ละ ประเทศ ภควิภา เจริญตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายลูกค้า บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกัน ชีวิต เปิดเผยว่า “จากการส�ำรวจเรื่องดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่มีต่อ ประชากรทั้งด้านเศรษฐกิจ และสภาวะของจิตใจที่ต้องเผชิญกับวิกฤติการระบาดของ ไวรัสโควิด-19 ที่เศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบรวมถึงประเทศไทย โดยผู้หญิงไทยส่วน ใหญ่สูญเสียรายได้ และก�ำลังซื้อลดลงในช่วงที่มีการแพร่ระบาด คิดเป็น 65% อีกทั้งยัง ต้องน�ำเงินเก็บสะสมมาใช้จ่าย 59%
โดยทุกวันนี้การระบาดของโรค ยังคงท�ำให้ผู้หญิงต้องดิ้นรนกับปัญหาทางการเงิน รวม ทั้งความเครียด และความเหนื่อยล้าจากชีวิตประจ�ำวันถึง 65% นอกจากนั้นผู้หญิง ไทยจ�ำนวน 62% ตระหนักว่ามีความไม่มั่นคงในชีวิต ทั้งสุขภาพและการเงิน อีกทั้ง ได้รับความคุ้มครองไม่เพียงพอทั้งจากรัฐสวัสดิการ และการจัดการส่วนบุคคล และที่ ส�ำคัญการระบาดของไวรัสโควิด-19 ท�ำให้ผู้หญิงไทยกว่า 70% รู้สึกเสี่ยงต่อความเสี่ยง ทางการเงิน กลัวว่าจะสูญเสียก�ำลังซื้อ รวมถึงการตกอยู่ในสภาวะความยากจน” ผลการส�ำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบ ทั้งทางตรง และทางอ้อมต่อผู้หญิงไทย อีกทั้งเป็นการบ่งชี้ให้ทุกคนได้ตระหนักถึง ความเสี่ยงทางการเงิน และการวางแผนทางการเงิน ซึ่งเป็นสิ่งส�ำคัญในชีวิต เพราะ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคใหม่ หรือวิกฤตต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ดัง นั้นหากเรามีการวางแผนทางการเงินที่ดี ย่อมท�ำให้เราสามารถผ่านทุกวิกฤตได้อย่าง ราบรื่น และยังช่วยจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ โดยการมีประกันชีวิต ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการวางแผนทางการเงิน และสุขภาพ ที่มีหลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับความเหมาะสม และความต้องการของแต่ละบุคคล โดยเฉพาะการวางแผนด้านสุขภาพที่มีความส�ำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน
MAGKETING l 17
CASE STUDY
ONLINE SHOPPING
BEHAVIOR ++
MAGKETING VOL.62
MAGKETING l 18
CASE STUDY
iNTROdUCTION เรื่อง : วันเดอร์แมน ธอมสัน ประเทศไทย
ผลการศึกษา ฟิวเจอร์ ช้อปเปอร์ 2021 (Future Shopper 2021) ในประเทศไทย โดย วันเดอร์แมน ธอมสัน ประเทศไทย ชี้ว่าผู้บริโภค ชาวไทยก�ำลังก้าวขึ้นเป็นผู้น�ำเทรนด์การช้อปปิ้งออนไลน์ทั่วโลก และ ยังพบว่าการย้ายฐานความคิดของผู้ซื้อจะสร้างทัศนคติและพฤติกรรม ออนไลน์คอมเมิร์ซที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องหลังช่วงการระบาดของ โควิด-19
MAGKETING l 19
CASE STUDY
การศึกษาครั้งนี้จะช่วยให้ธุรกิจมองอนาคตได้ชัด คม และกว้างไกลยิ่งขึ้น เห็นถึงโอกาส มากมายและความท้าทายที่ต้องเผชิญ ให้แบรนด์เดินหน้าวางแผนธุรกิจและการลงทุน ได้อย่างรอบรู้เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว Future Shopper เป็นรายงานการวิจัยตลาดในหมวดธุรกิจพาณิชย์ทั่วโลก โดย วันเด อร์แมน ธอมสัน ได้ด�ำเนินการส�ำรวจความคิดเห็นผู้ตอบแบบสอบถาม 28,000 คนใน 17 ประเทศทั่วโลก นับเป็นการศึกษาชุดที่ 3 ในซีรีส์ Future Pulse Survey ของวัน เดอร์แมน ธอมสัน ซึ่งการส�ำรวจครั้งนี้ได้ศึกษาทัศนคติและพฤติกรรมในโลกดิจิทัล รวมถึงผลกระทบจากโควิด-19 ตลอดจนประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ชื่นชอบ ความคาดหวัง ช่องทางออนไลน์คอมเมิร์ซอื่นๆ ที่ก�ำลังมาแรง และความแตกต่างด้าน พฤติกรรมการจับจ่ายของคนแต่ละรุ่น ในส่วนของประเทศไทย การส�ำรวจ Future Shopper 2021 ได้ศึกษาผู้บริโภคชาว ไทยทั่วประเทศ โดยใช้กลุ่มตัวอย่าง 1,025 คน ครอบคลุมทั้ง Gen X, Gen Y และ Gen Z แบ่งเป็นเพศชาย 46% และเพศหญิง 54% โดย 58.8% อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และที่เหลือ 41.2% อาศัยอยู่ในจังหวัดหัวเมืองทั่วประเทศ มัวรีน ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร วันเดอร์แมน ธอมสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “การศึกษครั้งนี้ได้เผยแง่มุมต่างๆ ว่า ผู้ซื้อออนไลน์ก�ำลังมีบทบาทก�ำหนดอนาคตของ ธุรกิจพาณิชย์อย่างไร ผู้บริโภคต้องการสิ่งใดจากประสบการณ์ช้อปปิ้งดิจิทัลของตน ท�ำไมธุรกิจจะต้องเริ่มตอบสนองตั้งแต่วันนี้ แล้วพวกเขาจะต้องท�ำอย่างไรเพื่อให้ธุรกิจ อยู่รอดและประสบความส�ำเร็จ แบรนด์ที่ด�ำเนินธุรกิจในประเทศไทยสามารถใช้ข้อมูล เชิงลึกเหล่านี้เป็นแนวทางด�ำเนินกลยุทธ์ ให้บริการ และวางแผนการใช้เทคโนโลยีเพื่อ ให้เท่าทันกับความคาดหวังของผู้บริโภคที่ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วในโลกของการช้อป ปิ้งแบบดิจิทัล” พฤติกรรมการช้อปปิ้งได้ก่อตัวขี้นแล้ว โควิด-19 ได้เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคไปอย่างถาวร กลายเป็นฐานของผู้ซื้อที่คุ้นเคย กับเทคโนโลยีและพร้อมใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น การศึกษาครั้งนี้พบว่าชาว ไทยมีอัตราการใช้ช่องทางช้อปปิ้งออนไลน์สูงที่สุดในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการ ระบาดของโควิด-19 ผู้บริโภคถึง 94% ระบุว่าการช้อปปิ้งออนไลน์เป็นช่องทางที่มาช่วยพวกเขาไว้ในปี 2563 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในโลก เทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 72% นอกจากนี้ 90% ตอบว่าจะใช้ช่องทางดิจิทัลต่อไปในปีหน้า เทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 62% พวก เขามั่นใจว่าพฤติกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ของตนเองได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วตลอดกาล เนื่องจากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลถูกกระตุ้นให้เกิดขึ้นเร็วยิ่งขึ้น (88%) และความกลัวที่ จะไปเดินจับจ่ายภายในร้านค้า (62%) นอกจากนี้ผู้บริโภคชาวไทยยังใช้เงินผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นกว่าในอดีต โดยใช้ เพื่อซื้อทั้งสินค้าและบริการ และมีถึง 45% ที่ยินดีจ่ายเงินตั้งแต่ 1,000 – 8,000 บาท ในการช้อปปิ้งออนไลน์ แม้ว่าโดยรวมการใช้จ่ายในช่องทางออฟไลน์จะยังอยู่ในระดับที่สูงกว่า แต่การช้อปปิ้ง ออนไลน์มีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นและอยู่ในระดับสูงต่อไปในอนาคต โดยผู้บริโภคชาว
ไทย 62% พบว่าตนเองใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้นในช่วงโควิด-19 และ 92% ระบุว่าจะยังคงซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ต่อไปเช่นเดิมหลังการระบาดสิ้นสุดลง ในขณะที่คนไทยนิยมจับจ่ายผ่านช่องทางออนไลน์มากที่สุดในโลกเช่นนี้ ฌอน ลี ออง ผู้อ�ำนวยการฝ่ายวางแผน ได้เน้นย�้ำว่าแบรนด์จะต้องพิจารณาผลปรากฏการณ์นี้ใน ทั้งสองด้าน “แม้จะมีโอกาสใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย แต่นั่นก็หมายความว่าผู้บริโภค ชาวไทยอาจจะเป็นลูกค้าที่เอาใจยากด้วยเช่นกัน แบรนด์จะต้องส�ำรวจและปรับปรุง ประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ของตนเองให้อยู่ในเกณฑ์ที่ได้รับการยอมรับในระดับ สากลเช่นเดียวกับที่ผู้บริโภคคาดหวัง” ประสบการณ์ที่ฉลาด รวดเร็ว และครบถ้วนมากยิ่งขึ้น ประเด็นส�ำคัญไม่ใช่เพียงแค่เป็นช่องทางออนไลน์ แต่เป็น Omnichannel เพราะว่า ช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์ยังคงมีความส�ำคัญทั้งคู่ ผู้บริโภคชาวไทย 82% ชอบ ซื้อกับแบรนด์ซึ่งมีทั้งหน้าร้านปกติและหน้าร้านออนไลน์ แม้จะรู้สึกว่าพวกเขา ล�้ำหน้ากว่าแบรนด์เหล่านี้เสียอีกในเรื่องการช้อปปิ้งออนไลน์ พวกเขาคิดว่าแบรนด์น่าจะใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างสรรค์ประสบการณ์ได้ดีกว่านี้ (89%) พวกเขารู้สึกว่าผู้ค้าปลีกและบริการพาณิชย์ที่พวกเขาเป็นลูกค้าอยู่ยังก้าวไม่ทัน พวกเขาในเรื่องชีวิตดิจิทัล (77%) และหวังว่าแบรนด์น่าจะสื่อสารข้ามช่องทางต่างๆ ได้อย่างไร้รอยต่อได้มากกว่าที่เป็นอยู่ (86%) พวกเขาต้องการได้รับประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบ Omnichannel ที่ล�้ำสมัย ผสาน ประสบการณ์ออฟไลน์และออนไลน์ไว้ด้วยกันอย่างราบรื่นไร้การสะดุด โดยที่ทุกทัช พอยท์จดจ�ำสิ่งที่พวกเขาสนใจ ชื่นชอบ ตลอดจนวิธีการช�ำระเงินและประวัติการซื้อใน อดีตของพวกเขาได้ ซึ่งจะท�ำให้ได้รับประสบการณ์ช้อปปิ้งที่รวดเร็วและดียิ่งขึ้น ประสบการณ์ออนไลน์ที่คุณมีให้ ดีพอที่จะรับมือดับความต้องการและความคาดหวังที่ สูงขึ้นแล้วหรือยัง? ผู้บริโภคชาวไทยจะไม่ซื้อสินค้าจากธุรกิจที่ไม่ตอบสนองความคาดหวังของพวกเขา และทุกวันนี้พวกเขาตั้งความคาดหวังจากการช้อปปิ้งออนไลน์ไว้สูงด้วยเช่นกัน ผู้ บริโภคชาวไทย 95% คิดว่าผู้ค้าปลีกต้องผลักดันตนเองให้ดียิ่งขึ้นในการส่งมอบ ผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ที่พวกเขาควรจะได้รับจากการช้อปปิ้ง ซึ่งคิดเป็น สัดส่วนที่สูงที่สุดในโลก ประสบการณ์ที่ไม่น่ารื่นรมย์จะท�ำให้เสียลูกค้าไป โดยผู้บริโภค ชาวไทยถึง 64% ระบุว่าจะไม่ซื้อสินค้ากับใครก็ตามที่ไม่ตอบโจทย์ความต้องการของ พวกเขา และในขณะที่ผู้ซื้อต่างพากันย้ายเข้าสู่ช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น การช้อปปิ้งในร้าน ค้าแบบเดิมอาจถูกฉกชิงยอดขายไป ไม่น้อยหากไม่มีการปรับตัวใดๆ 4 เรื่องที่ร้านค้าและผู้ค้าปลีกสามารถด�ำเนินการได้ 1) จัดพื้นที่และวางแผนการขายในส่วน Curbside Shopping ให้ดี: ลองมองไปถึงการ ขายไขว้ (Cross-selling) และขายเพิ่ม (Up-selling) ให้กับลูกค้าที่อาจจะไม่เดินเข้าไป เลือกซื้อในร้านอีกต่อไป โดยจัดพื้นที่ให้ลูกค้าจอดรถริมขอบทางเพื่อแวะรับสินค้าที่
MAGKETING l 20
CASE STUDY
FREEPIK FREEPIK
สั่งซื้อไว้ (Curbside Pickup) ได้สะดวกรวดเร็ว พร้อมกับน�ำเสนอสินค้าเป็นแพ็คใหญ่ สินค้าราคาพิเศษ สินค้าแพ็คใหญ่ที่เย้ายวนให้ซื้อโดยไม่ได้วางแผนล่วงหน้า (Impulse Purchase) และการขายปลีกข้างตัวร้าน ฯลฯ 2) อ�ำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเลือกซื้อและกลับออกนอกร้านได้อย่างรวดเร็ว: ช่วง ที่ใช้เวลารอคอยนานที่สุดคือจุดช�ำระเงิน ลองหาวิธีลดเวลาในส่วนนี้ลง เช่น เปิดช่อง ช�ำระเงินแบบบริการตัวเอง ซึ่งจะเอื้อให้ใช้วิธีการช�ำระเงินแบบไร้การสัมผัสได้มากขึ้น อีกด้วย 3) ทบทวนการจัดพื้นที่ร้านใหม่: ในอดีตสินค้าซึ่งเป็นที่นิยมและสินค้าจ�ำเป็นต่างๆ จะถูกจัดให้อยู่ในส่วนที่ลึกสุดของร้าน อาจถึงเวลาแล้วที่ต้องจัดให้สินค้าเหล่านี้อยู่ ส่วนหน้าสุดของร้าน นอกจากนี้บริการแบบไร้การสัมผัส อาทิ เทคโนโลยีค้นหาสินค้า ภายในร้านด้วยเสียง หรือเคาน์เตอร์บริการตัวเอง จะช่วยให้ลูกค้ารักษาระยะห่างจาก ผู้อื่นได้มากยิ่งขึ้น 4) ประสบการณ์ Omnichannel: ผู้ค้าปลีกจะต้องวางแผนให้ผู้บริโภคมีเส้นทางลูกค้า ที่เป็นองค์รวมมากยิ่งขึ้น ครบถ้วนยิ่งขึ้นทั้งในช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ นอกจากนี้ เส้นทางลูกค้า ประสบการณ์ และความคาดหวังของผู้บริโภคชาวไทยก�ำลัง ก่อตัวขึ้นในรูปแบบใหม่ท่ามกลางการเติบโตของการช้อปปิ้งออนไลน์
เส้นทางผู้ซื้อสั้นกระชับยิ่งขึ้น – ยิ่งเร็วยิ่งดี! ทุกวันนี้ผู้บริโภคสามารถจุดแรงบันดาลใจ ค้นหา และจบด้วยการซื้อได้บนแพลทฟอร์ม เดียว ยิ่งเส้นทางผู้บริโภคสั้นกระชับมากขึ้น การเปลี่ยนสถานะสู่การซื้อก็ยิ่งเกิดขึ้นได้ เร็ว ผู้บริโภคชาวไทย 97% ต้องการขยับจากช่วงแรงบันดาลใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ไปสู่ ช่วงของการซื้อให้ได้เร็วที่สุด ยิ่งสามารถจบด้วยการซื้อได้ในที่เดียวยิ่งดี ซึ่งนับเป็นทั้ง ภัยคุกคามและเป็นทั้งโอกาสส�ำหรับแพลทฟอร์มโซเชียลมีเดียและธุรกิจตรงสู่ผู้บริโภค (Direct-to-Consumer – D2C) ในการดึงผู้ซื้อกลับสู่แพลทฟอร์มของตนเองและท�ำให้ เกิดการซื้อขึ้น ตลาดออนไลน์น�ำโด่งในโลกช้อปปิ้งออนไลน์ ตลาดออนไลน์ (e-marketplace) เป็นผู้น�ำอันดับหนึ่งในทั้ง 3 ช่วงหลักของเส้นทาง ลูกค้า คือ แรงบันดาลใจ (Inspiration), ค้นหา (Search) และซื้อ (Purchase) ในช่วง ของการจุดแรงบันดาลใจมีการย้ายฐานจากเดิมที่เคยเป็นเซิร์ชเอนจิ้น โดยในปัจจุบันผู้บริโภค 70% มุ่งตรงไปที่ตลาดออนไลน์ (เช่น Lazada และ Shopee) มากที่สุด รองลงมาคือช่องทางโซเชียล (61%) และเซิร์ชเอนจิ้น (38%) ส่วนในช่วงของ การค้นหา เซิร์ชเอนจิ้นก็ไม่ใช่จุดหมายหลักอันดับหนึ่งอีกต่อไปเช่นกัน ซึ่งพบว่า 78% จะเริ่มต้นการค้นหาที่ตลาดออนไลน์ ตามด้วยช่องทางโซเชียล (58%) และเซิร์ชเอน จิ้น (44%) จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้บริโภคชาวไทยส่วนใหญ่จะจบด้วยการซื้อที่ตลาด
MAGKETING l 21
CASE STUDY
ออนไลน์ (45%) ทิ้งห่างอันดับสอง คือ เว็บไซต์ผู้ค้าปลีก (11%) และอันดับสาม คือ โซเชียลมีเดีย (10%) เมื่อพิจารณาตามกลุ่มผลิตภัณฑ์พบว่าสินค้าเพื่อความงามและ เสื้อผ้ามีแนวโน้มจะเกิดการซื้อมากที่สุดที่ตลาดออนไลน์ กลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มีการซื้อสูงสุดในตลาดออนไลน์ได้แก่ ของเล่น สินค้าฟุ่มเฟือย ของตกแต่งบ้าน และสินค้าส�ำหรับสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ยังมีแง่มุมที่น่าสนใจคือ แอป พลิเคชั่นจัดส่งแบบออนดีมานด์เป็นช่องทางที่มีการซื้อของอุปโภคบริโภคมากที่สุด (35%) รองลงมาคือตลาดออนไลน์ (22%) และเว็บไซต์ของผู้ค้าปลีก (15%) ช่องทาง D2C ก�ำลังจะตกขบวน แบรนด์ต่างๆ ได้มุ่งเน้นไปที่การสร้างความโดดเด่นให้กับแบรนด์ของตนในช่องทาง ตลาดออนไลน์ แต่พวกเขาควรค�ำนึงถึงกลยุทธ์ระยะยาวในการดึงผู้บริโภคกลับสู่ช่อง ทางของตนเองด้วยเช่นกัน ในปัจจุบันเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นของแบรนด์และเว็บไซต์ของผู้ค้าปลีก เป็นจุด หมายอันดับท้ายๆ ในทุกช่วงของเส้นทางลูกค้า คือ ช่วงแรงบันดาลใจ 17% และ 15% ตามล�ำดับ ช่วงค้นหา 19% เท่ากัน และช่วงของการซื้อ 10% และ 11% ตามล�ำดับ ในประเทศจีน แบรนด์ต่างๆ สามารถดึงผู้บริโภคให้กลับสู่เว็บไซต์ของพวกเขาโดยตรง ได้มากถึง 30% ซึ่งเป็นการน�ำพาแบรนด์ออกจากความแออัดในตลาดออนไลน์ ฌอน ลี ออง ชี้ว่าประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ก�ำลังถูกครอบง�ำโดยแพลทฟอร์มตลาด ออนไลน์ เช่นเดียวกับประสบการณ์ ช้อปปิ้งออฟไลน์ที่มีเครือข่ายไฮเปอร์มาร์เก็ต ขนาดใหญ่เป็นผู้ครองเกม “หากแบรนด์ไม่ต้องการตกเป็นเบี้ยล่างของผู้ทรงอิทธิพลใน ตลาดทั้งสองฟากฝั่ง พวกเขาจะต้องเริ่มพัฒนาแพลทฟอร์ม D2C และเส้นทางใหม่เพื่อ อนาคตของตนเองในระยะยาว” 4 เรื่องที่แบรนด์ D2C สามารถด�ำเนินการได้ ท�ำให้การช้อปปิ้งที่ D2C เป็นช่องทางที่ดีกว่า : D2C เป็นเจ้าของแบรนด์และ ผลิตภัณฑ์ และมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่น�ำเสนอผลิตภัณฑ์ได้อย่างครบถ้วนที่สุดและ ให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ดีกว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องใช้จุดแข็งเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ บนเว็บไซต์ของตนเอง ทุกวันนี้การเสนอราคาที่ถูกกว่าและจัดส่งฟรีอาจเป็นสิ่งพื้น ฐานในโลกของการช้อปปิ้งออนไลน์ไปแล้ว แต่แบรนด์ยังคงสามารถให้สิ่งทดแทนจาก “มูลค่า” อื่นๆ ที่หาไม่ได้ในตลาดออนไลน์ อาทิ นโยบายคืนสินค้าได้ฟรี สินค้าเอ็กซ์คลู ซีฟ และสิทธิพิเศษต่างๆ ส�ำหรับลูกค้า สร้างกองหนุน : ผู้ซื้อส่วนใหญ่ที่มายังเว็บไซต์ของแบรนด์ล้วนแต่รู้จักและให้ความ ไว้วางใจแบรนด์นั้นๆ อยู่แล้ว แม้ว่าพวกเขาจะต้องหาบทรีวิวผลิตภัณฑ์จากตลาด ออนไลน์หรือเว็บไซต์อื่นๆ ก็ตาม แพลทฟอร์มของแบรนด์ต้องยินดีที่จะสร้างความ โปร่งใส 100% ในการน�ำเสนอรีวิวและค�ำติชมของลูกค้า หรือแม้กระทั่งมีสิ่งจูงใจให้แก่ ผู้เขียนรีวิวหรือค�ำชมบนเว็บไซต์ของพวกเขา ทั้งนี้เพื่อสร้างชุมชนผู้สนับสนุนแบรนด์ ขึ้นมา และแท้จริงแล้วการท�ำเช่นนั้นอาจเป็นช่องทางในการเปิดรับข้อคิดเห็นที่เป็น ประโยชน์อย่างยิ่งในการพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ต่อไป คอนเทนที่มีพลังสร้างสรรค์และตอบโจทย์ผู้บริโภค : แบรนด์ต่างๆ ได้พยายายาม
สร้างคอนเทนท์ทั้งในรูปแบบวีดีโอ อัลบั้มภาพ ข้อมูลผลิตภัณฑ์ บทรีวิว ถาม-ตอบข้อ สงสัยฯลฯ แต่ที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่ตอบโจทย์ คอนเทนท์ที่ใช่จะ ต้องมีพลังสร้างสรรค์และตอบข้อสงสัย คลายกังวล และตอบสนองความต้องการส่วน ตัว แบรนด์จะต้องรู้จักผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ และสร้างคอนเทนท์ที่ตรงกับสิ่งที่พวก เขาต้องการ ต้องสร้างความภักดี : ใช้พลังของข้อมูลผู้บริโภคให้เกิดประโยชน์ด้วยการมอบ โปรแกรม CRM ที่เป็นมากกว่าสิ่ง ตอบแทนที่เป็นสิ่งของ แต่ต้องให้รางวัลทางใจด้วย เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกดีและหวนกลับมาอีกเรื่อยๆ ท่ามกลางการเติบโตของออนไลน์คอมเมิร์ซ แบรนด์ยังควรต้องติดตามสถานการณ์ว่ามี แพลทฟอร์มอื่นใดบ้างที่ก�ำลังแจ้งเกิดหรือตีตื้นขึ้นมา โซเชียลคอมเมิร์ซจะมีบทบาทส�ำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะช่องทางการขายออนไลน์ ผู้บริโภคชาวไทย 66% เคยซื้อสินค้าบนโซเชียลแพลทฟอร์ม ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดใน โลก ในขณะที่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 44% โดยพวกเขาชี้ว่า Facebook เป็นช่องทางโซ เชียลคอมเมิร์ซที่ดีที่สุด (68%) และมี IG ตามมาห่างๆ เป็นอันดับสอง (13%) นอกจากนี้ 82% ยังคิดว่าจะซื้อผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซอีก โดยที่ 42% ระบุว่าปัจจัยที่ จะท�ำให้พวกเขาซื้อผ่านแพลทฟอร์มนี้อีกในอนาคตคือความง่ายในการซื้อ ซึ่งบอกเป็น นัยถึงความรู้สึกของพวกเขาว่าโซเชียลคอมเมิร์ซยังไม่สะดวกราบรื่นดังใจนึก ปัจจัย อื่นๆ คือ การหาข้อเสนอและส่วนลดที่ดีกว่า (38%) และต้องการเห็นผลิตภัณฑ์เมื่ออยู่ ในครอบครองของลูกค้าตัวจริง (35%) โซเชียลมีเดียก�ำลังก�ำหนดเส้นทางช้อปปิ้งในโลกดิจิทัล ในเมื่อการ “ส่งอิทธิพล” และ “แนะน�ำ” เป็นสองเทรนด์ที่ก�ำลังเติบโตขึ้นในโซเชีย ลมีเดีย แพลทฟอร์มเหล่านี้จึงก�ำลังสร้างเส้นทางใหม่ในการจุดแรงบันดาลใจ ค้นหา และส่งอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างมาก ผู้บริโภค ในประเทศไทย 77% ระบุว่าพวกเขาเคยแนะน�ำผลิตภัณฑ์ให้กับเพื่อนๆ ด้วยการแท็ก หรือส่งข้อความถึงเพื่อนโดยตรง ฯลฯ ทั้งนี้ กลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อพวกเขามากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สมาชิกในครอบครัว (24%), อินฟลูเอนเซอร์ทางโซเชียลมีเดีย (19%) และเพื่อนๆ (12%) เกมมิ่งคอมเมิร์ซเป็นอีกช่องทางที่ก�ำลังโตวันโตคืนโดยที่หลายๆ แบรนด์ยังคงมองไม่ เห็น การศึกษานี้ได้พบข้อมูลที่น่าสนใจว่าผู้ซื้อออนไลน์กว่าครึ่งหนึ่งเป็นเกมเมอร์! ในช่วง การระบาดของโควิด-19 ผู้บริโภคชาวไทยมีเวลาเล่นเกมมากขึ้น โดย 54% เล่นเกมบน มือถือ และ 32% เล่นบนคอมพิวเตอร์ ที่ส�ำคัญ ผู้ที่เคยใช้เงินจับจ่ายบน แพลทฟอร์ม นี้มีสัดส่วนสูงถึง 72% ซึ่งท�ำให้แพลทฟอร์มเกมมิ่งเป็นช่องทางที่น่าสนใจอย่างมาก นอกจากนี้ยังพบว่าผู้บริโภค 66% มีแนวโน้มจะซื้อสินค้าแบบเดียวกันให้กับตัวเองและ อวตาร์ของตนบนแพลทฟอร์มเกมมิ่ง เนื่องจากพวกเขาเห็นว่าอวตาร์ของตนคืออีกหนึ่ง อัตลักษณ์ที่พวกเขาใช้ท่องไปในโลกดิจิทัลและสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น แบรนด์จึงควรวางแผนการใช้โซเชียลมีเดียให้เกิดประโยชน์มากกว่าเป็นเพียงแค่ช่อง
MAGKETING l 22
CASE STUDY
นอกจากนี้ การศึกษาครั้งนี้ยังเผยให้เห็นคุณลักษณะที่แตกต่างกัน ของผู้บริโภคต่างรุ่นต่างยุค ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้ถึงพฤติกรรมการ ช้อปปิ้งที่แตกต่างกัน และเป็นแนวทางให้แบรนด์ปรับใช้กลยุทธ์กับ กลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ Gen X – มือใหม่ดิจิทัล เกมเมอร์ตัวยง และรู้ดีว่าตนเอง ต้องการอะไร ชาว Gen X เป็นกลุ่มที่ประกอบด้วยเกมเมอร์ในสัดส่วนสูงที่สุด (55%) พวกเขารู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดส�ำหรับตนเอง (66%) และ เป็นผู้ซื้อที่ไม่ค่อยอดทนกับการรอคอย (84%) โดย 69% คาดหวัง ว่าจะต้องจัดส่งของถึงมือได้ภายใน 2-3 วัน มิลเลนเนียล – ขอหาดูรีวิวก่อนนะ ชาวมิลเลนเนียลจะศึกษาหาข้อมูลจากบทรีวิวที่น่าเชื่อถือก่อนจะ ตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ (88%) Facebook ได้กลาย เป็นแพลทฟอร์มที่พวกเขาสามารถตัดสินใจซื้อสินค้าได้เลย (69%) โดยเป็นอีกหนึ่งแพลทฟอร์มที่พวกเขาจบการซื้อได้ในที่เดียว นอก เหนือจาก Lazada และ Shopee Gen Z – ต้องดูสุดยอดทั้งในโลกความจริงและโลกเสมือน FREEPIK
ทางสร้างการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค แต่ต้องกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนสถานะสู่การซื้อด้วย 4 เรื่องที่แบรนด์สามารถยกระดับขึ้นอีกขั้นในโซเชียลและเกมมิ่งคอมเมิร์ซ เติมจิ๊กซอว์ตัวส�ำคัญ ให้ลูกค้าจบด้วยการซื้อได้บนช่องทางโซเชียล : เปิดใช้ฟีเจอร์เพื่อใช้งานระบบ โซเชียลคอมเมิร์ซที่แท้จริงในแอปพลิเคชั่น โดยเริ่มจาก Facebook และ Instagram ก่อน เตรียมพร้อม ผสานตัวกับเทคโนโลยีเหล่านี้ เพื่อที่เมื่อใดก็ตามที่มันผ่านการทดสอบและพร้อมเปิดใช้งาน คุณก็จะ พร้อมเริ่มต้นทันทีด้วยเช่นกัน อินฟลูเอนเซอร์และไลฟ์สตรีมมิ่ง : ในประเทศไทย ผู้ซื้อ 27.9% ระบุว่าการขายแบบไลฟ์สดจะ กระตุ้นให้พวกเขาซื้อผ่านช่องทางโซเชียลได้มากขึ้น วีดีโอต่างๆ สามารถจุดแรงบันดาลใจให้ซื้อได้เป็น อย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งวีดีโอที่เป็นค�ำยืนยันจากผู้ใช้จริงหรือการแนะน�ำโดยอินฟลูเอนเซอร์ เข้าสู่โลกเกมมิ่งอย่างมีชั้นเชิง : ลองมองหาแง่มุมที่แบรนด์ของคุณกับวงการเกมมิ่งสามารถเสริมส่ง กันได้ กลยุทธ์ระยะยาวและกลวิธีต่างๆ ในการก้าวเข้าสู่โลกเกมมิ่ง สร้างพันธมิตรและความร่วมมือ: หาโอกาสสร้างพันธมิตรกับบริษัทเกมเพื่อสร้างสรรค์ความร่วมมือทั้ง ในรูปแบบที่ จับต้องได้และในโลกดิจิทัล หรืออาจร่วมกันสร้างผลิตภัณฑ์ของคุณในเวอร์ชั่นดิจิทัลซึ่งจะ ปรากฎอยู่ภายในเกมตามบริบทที่เข้ากับกลุ่มเป้าหมายของคุณ
MAGKETING l 23
ชาว Gen Z คุ้นเคยสุดๆ กับเทคโนโลยีดิจิทัลอยู่แล้ว (76%) พวก เขาเป็นกลุ่มที่มีโอกาสสูงที่จะซื้อสินค้าให้กับอวตาร์ของตนเองใน โลกเกมมิ่งเพื่อเป็นตัวตนของพวกเขาในเวอร์ชั่นดิจิทัล (78%) ชาว Gen Z ชอบการเรียนรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เนื่องจากท�ำให้พวก เขาตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ใดของแบรนด์ ใด (77%) “โลกช้อปปิ้งในอนาคตของไทยได้ก้าวล�้ำไปมากในช่วงเวลาเพียง ไม่กี่ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการระบาดของโควิด-19 กระทั่งใน ปัจจุบันเป็นอันดับหนึ่งในโลกในเรื่องการปรับพฤติกรรมเข้าหาการ ช้อปปิ้งออนไลน์ แบรนด์จึงต้องคอยจับสัญญาณและก้าวให้เท่าทัน อยู่เสมอ และพร้อมชนะใจผู้ซื้อยุคอนาคตเพื่อคว้าโอกาสที่พวกเขา มีให้” มัวรีน ตัน กล่าวสรุป
วันเดอร์แมน ธอมสัน ประเทศไทย เป็นเอเยนซีที่ให้บริการ ด้านความคิดสร้างสรรค์ ข้อมูล และเทคโนโลยีแบบครบ วงจร รวมถึงความเชี่ยวชาญในด้านการวิจัยตลาดเพื่อ สนับสนุนลูกค้าที่จ�ำเป็นต้องมีข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค ทั้งยังมุ่งเน้นให้บริการ ในฐานะเอเยนซีที่พร้อมรับมือกับ อนาคตได้ดีที่สุดในประเทศไทย
FACTOR
SHUTTERSTOCK
กรุงศรี ปรับลดจีดีพีเติบโตเหลือ 1.2 % หลังโควิดระบาด เรื่อง : ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
วิจัยกรุงศรีคาดการระบาดรอบล่าสุดฉุด GDP ลงจากประมาณการเดิม 0.8% ตามอุปสงค์ในประเทศที่ซบเซา ท่องเที่ยวฟื้น ตัวช้า สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ได้เข้าสู่กรณีเลวร้ายที่วิจัยกรุงศรีเคยคาดการณ์ไว้ครั้งก่อน จึงได้ปรับขยับ สถานการณ์การระบาดดังกล่าวมาเป็นกรณีฐานในการประมาณการครั้งล่าสุด เนื่องจากจำ�นวนผู้ติดเชื้อรายวันที่เร่งขึ้นใกล้แตะ ระดับ 10,000 รายในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม
MAGKETING l 24
FACTOR
วิจัยกรุงศรีคาดการระบาดรอบล่าสุดฉุด GDP ลงจากประมาณการเดิม 0.8% ตาม อุปสงค์ในประเทศที่ซบเซา ท่องเที่ยวฟื้นตัวช้า สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ได้เข้าสู่กรณีเลวร้ายที่วิจัยกรุงศรีเคยคาดการณ์ไว้ครั้งก่อน จึงได้ปรับขยับสถานการณ์ การระบาดดังกล่าวมาเป็นกรณีฐานในการประมาณการครั้งล่าสุด เนื่องจากจ�ำนวนผู้ ติดเชื้อรายวันที่เร่งขึ้นใกล้แตะระดับ 10,000 รายในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม
จะยังฟื้นตัวได้ช้าแม้จะสามารถเริ่มโครงการภูเก็ตแซนด์บอกซ์ได้ แต่การระบาดที่ รุนแรงและยาวนานเกินคาด ท�ำให้จ�ำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้คาดว่าจะมีเพียง 0.21 ล้านคน (เดิมคาด 0.33 ล้านคน) ด้านตลาดแรงงานที่อ่อนแอ หนี้ภาคครัวเรือน ในระดับสูงและรายได้ที่ลดลง รวมถึงมาตรการพยุงเศรษฐกิจที่มีจ�ำกัด การบริโภคภาค เอกชนในปีนี้อาจมีแนวโน้มเติบโตชะลอลงเหลือ 1.1% (เดิม 1.8%)
นอกจากนี้ ภายใต้สมมติฐานการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในระยะข้างหน้าคาด ว่าจะมีสาเหตุจากไวรัสสายพันธุ์เดลตาและเบตาเป็นหลัก ดังนั้น ข้อมูลรูปแบบการ ติดเชื้อจึงอ้างอิงจากประเทศอินเดีย แอฟริกาใต้ และอังกฤษ กอปรกับมาตรการล็อค ดาวน์ในบางพื้นที่ของไทยในช่วงเดือนกรกฎาคมคาดว่าจะมีผลกระทบราว 70% ของ ช่วงที่มีมาตรการล็อคดาวน์ในเดือนเมษายน 2563
ส่วนในแง่บวก อานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการกลับมาเปิดด�ำเนิน การของกิจกรรมเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ช่วยหนุนให้การขยายตัวของ ภาคส่งออกของไทยในปีนี้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยคาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 15% (ฐานตัวเลขของ ธปท) จากเดิมคาดโต 9.5% แนวโน้มการส่งออกที่เพิ่มสูงขึ้นนี้จะช่วย บรรเทาผลกระทบต่อการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนภาคเอกชนในปีนี้ได้บ้าง
แบบจ�ำลองชี้ว่าจ�ำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่อาจเพิ่มขึ้นเป็น 15,000 รายต่อวันได้ภายใน ต้นเดือนสิงหาคม ขณะที่สมมติฐานด้านการฉีดวัคซีนของไทย คาดอัตราการฉีดเฉลี่ย อยู่ที่ 250,000 โดสต่อวันในช่วงที่เหลือของปีนี้ ท�ำให้เมื่อถึงสิ้นปีจะมีจ�ำนวนวัคซีน ฉีดแล้วราว 55 ล้านโดส ซึ่งอาจช่วยลดจ�ำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวันได้บ้างโดย เฉพาะหลังจากเดือนกันยายน
ด้านเศรษฐกิจโลก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังจ�ำเป็นต้องได้รับแรงหนุนจาก มาตรการทางการเงินผ่อนคลายต่อไป เงินเฟ้อสหรัฐฯพุ่งโดยคาดว่าเกิดจากปัจจัย ชั่วคราว ขณะที่แถลงการณ์เฟดสะท้อนการไม่เร่งรีบถอนการผ่อนคลายทางการเงิน ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 5.4% YoY สูงสุดในรอบ 13 ปีและสูงกว่า ที่นักวิเคราะห์คาด ขณะที่ยอดค้าปลีกเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 ส่วนในเดือน กรกฎาคมดัชนีการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์กแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 43.0 ล่าสุดจ�ำนวนผู้ยื่นขอรับสิทธิสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 10 กรกฎาคม ลดลงสู่ระดับต�่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ที่ 3.6 แสนราย
อย่างไรก็ดี ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของวัคซีนเป็นส�ำคัญที่จะช่วยลดจ�ำนวนผู้ติดเชื้อ รายวัน (สมมติฐานประสิทธิภาพของวัคซีนอยู่ที่ 60%) ในกรณีฐานดังกล่าวนี้ คาดว่า จ�ำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันจะลดลงมาต�่ำกว่า 1,000 ภายในเดือนพฤศจิกายน วิจัยกรุงศรีปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2564 ลง 0.8% เหลือขยายตัว 1.2% จาก ผลกระทบของการระบาดของ COVID-19 ที่รุนแรงและยาวนานกว่าคาด ท่ามกลาง มาตรการช่วยเหลือที่ค่อนข้างจ�ำกัด โดยมีผลเชิงบวกอยู่บ้างจากภาคส่งออกที่เติบโต แข็งแกร่ง จ�ำนวนผู้ติดเชื้อรายวันในประเทศทวีเพิ่มขึ้นจากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดล ตา กอปรกับความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีน และการฉีดวัคซีนที่ยังมีความ ล่าช้า ชี้ว่าการด�ำเนินมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มข้นอาจด�ำเนินต่อไปจนถึงเดือน ตุลาคม จึงคาดว่าผลกระทบเชิงลบโดยรวมที่เกิดจากการหยุดชะงักของอุปทาน การ ลดลงของอุปสงค์ และกิจกรรมการท่องเที่ยวอ่อนแอลง ฉุดการเติบโตของ GDP ของ ไทยในปีนี้ลดลง 2.0% อย่างไรก็ตาม คาดว่าการส่งออกที่แข็งแกร่งจะช่วยหนุนการเติบโตของ GDP ปีนี้บวก ขึ้น 0.6% ส�ำหรับการออกมาตรการเยียวยาจากภาครัฐที่คาดว่าจะมีเพิ่มเติมวงเงิน 1 แสนล้านบาทในปีนี้ น่าจะสามารถช่วยเพิ่มการเติบโตของ GDP ได้อีก 0.6% แต่ มาตรการทั้งทางการคลังและการเงินอาจมีผลบวกค่อนข้างจ�ำกัดเมื่อเทียบกับขนาด ของผลกระทบจากการระบาดรอบนี้และขนาดของมาตรการที่ด�ำเนินการในอดีตที่ ผ่านมา ผลกระทบสุทธิต่อการเติบโตของ GDP ของไทยรวมแล้วจะลดลงจากคาดการณ์เดิม 0.8% ท�ำให้ประมาณการอัตราการขยายของเศรษฐกิจในปี 2564 เหลือเติบโตเพียง 1.2% จากเดิมครั้งก่อนคาดไว้ที่ 2.0% วิจัยกรุงศรีประเมินการฟื้นตัวในรูปแบบตัว “K” จะปรากฎชัดขึ้น โดยภาคท่องเที่ยว
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯสะท้อนสัญญาณบวกต่อเนื่อง ส่วนการฟื้นตัวในระยะต่อไปยังมี ปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ล่าสุด ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ พยายามผลักดันแผนการจัดสรรงบประมาณมูลค่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อใช้จ่าย ทางด้านสาธารณสุข สวัสดิการสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยอาจเลือกใช้แนวทางการจัด ท�ำงบประมาณแบบ Budget reconciliation ซึ่งไม่จ�ำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนจาก พรรครีพับลิกัน ขณะที่ประธานเฟดระบุว่าการฟื้นตัวในขณะนี้ยังห่างไกลจากเป้าหมายระยะยาวของ เฟด อัตราเงินเฟ้อซึ่งเพิ่มเร็วกว่าคาดเกิดจากปัจจัยชั่วคราวทั้งจากฐานต�่ำในปีก่อนและ การผลิตบางสาขาที่มีข้อจ�ำกัดในการกลับมาเปิดด�ำเนินการ ส่วนตลาดแรงงานยังอยู่ใน ระดับต�่ำกว่าการจ้างงานสูงสุด จึงเร็วเกินไปที่จะถอนมาตรการ QE และยืนยันว่าจะไม่ เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย วิจัยกรุงศรีคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะปรับลดลงในช่วงปลายปีเมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาคบริการกลับมาด�ำเนินการได้อย่างเต็มที่ ขณะที่แรงงานบางส่วนจะ ทยอยกลับสู่ตลาดแรงงานหลังมาตรการจ่ายเงินชดเชยการว่างงานสิ้นสุดในเดือน กันยายน ธนาคารกลางญี่ปุ่นปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ และส่งสัญญาณคงดอกเบี้ย ติดลบอย่างน้อยจนถึงปี 2566 ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ย นโยบายและมาตรการ QE รวมทั้งมาตรการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร รัฐบาลต่อไป นอกจากนี้ ยังได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตของ GDP ปี 2564 ลงสู่ 3.8% (จากเดิม 4% เมื่อเดือนเมษายน 2564) พร้อมกับปรับเพิ่มประมาณการอัตราเงินเฟ้อ
MAGKETING l 25
FACTOR
เดือนพฤษภาคม เช่นเดียวกับดัชนีความเชื่อมั่น ภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สู่ระดับต�่ำสุดในรอบ 1 ปีที่ 80.3 จาก 82.3 เดือนเมษายน สาเหตุหลักจากการระบาดของ COVID-19 ระลอกสามที่ยังมีจ�ำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้น ต่อเนื่องอยู่ในระดับสูง และพบการระบาดเป็น คลัสเตอร์ๆ ในกลุ่มแรงงานก่อสร้างและภาค อุตสาหกรรม รวมถึงความกังวลการฉีดวัคซีนที่ ยังมีความล่าช้า การแพร่ระบาดของเชื้อสายพันธุ์เดลตาใน ประเทศไทย ท�ำให้สถานการณ์การระบาด ของ COVID-19 เป็นที่น่ากังวล โดยทางการ ประกาศยกระดับมาตรการควบคุมการระบาด ที่เข้มงวดเพิ่มขึ้นกับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและ เข้มงวด จะมีการจ�ำกัดการเคลื่อนย้ายและ การด�ำเนินกิจกรรมของบุคคลให้มากที่สุด โดย เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฏาคม ที่ ผ่านมา พื้นฐานในปี 2564 เป็น 0.6% (จากเดิม 0.1%) การปรับประมาณการเศรษฐกิจของ BOJ สะท้อนปัจจัยลบจากการ ประกาศภาวะฉุกเฉินครั้งล่าสุดในพื้นที่กรุงโตเกียวและจังหวัดโอกินาวาจนถึงวันที่ 22 สิงหาคม 2564 ภายหลังจากญี่ปุ่น ต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลตา ล่าสุดจ�ำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันในกรุงโตเกียวแตะระดับ 1,308 รายสูงสุดในรอบ 6 เดือน
ความเชื่อมั่นและกิจกรรมทางเศรษฐกิจใน ระยะข้างหน้าจึงเผชิญความเสี่ยงขาลงมากขึ้น และกระทบต่อประมาณการ GDP ไทยในปีนี้ จากเดิมที่คาดไว้ที่ 2%
วิจัยกรุงศรีประเมินว่าการแพร่ระบาดรวมถึงมาตรการควบคุมที่เข้มงวดมากขึ้นอาจกระทบเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสที่ 3/2564 ส่งผลให้การฟื้นตัวล่าช้ากว่ากลุ่มประเทศชั้นน�ำ นอกจากนี้ BOJ ได้คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในปี 2566 ที่ 1.0% ต�่ำ กว่าเป้าหมาย บ่งชี้ว่า BOJ จะยังคงอัตราดอกเบี้ยติดลบต่อไปอย่างน้อยอีกสองปีข้างหน้า
เนื่องจากสถานการณ์การระบาดได้เข้าสู่ กรณีเลวร้ายสุดของแบบจ�ำลองที่วิจัยกรุงศรี ประมาณการไว้ โดยจ�ำนวนผู้ติดเชื้อต่อวันใกล้ แตะระดับ 10,000 ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ภายใต้สมมติฐานว่าการติดเชื้อของไทยในระยะ ข้างหน้ามีสาเหตุหลักจากเชื้อสายพันธุ์เดลตา และเบตา ดังนั้น ข้อมูลรูปแบบการติดเชื้อจึง อ้างอิงจากประเทศอินเดีย และแอฟริกาใต้
GDP จีนไตรมาส 2/2564 ชะลอตัวจากต้นปี คาดธนาคารกลางจีนอาจจ�ำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยต�่ำต่อไป GDP ไตรมาส 2/2564 ขยายตัว 7.9% YoY ชะลอจากไตรมาส 1/2564 ที่เติบโต 18.3% โดยการขยายตัวของการผลิตภาคอุตสาหกรรม (8.9% YoY) ยอดค้าปลีก (13.9%) และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (16.0%) ในไตรมาส 2/2564 ต่างชะลอตัวจากไตรมาส ก่อนทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม การส่งออกในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 32.2% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 ขณะที่อัตราการว่าง งานทรงตัวที่ 5.0% ต�่ำสุดในรอบ 2 ปี การเติบโตของเศรษฐกิจจีนชะลอลงจากต้นปี ทางการได้ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมโดยการออกพันธบัตรเพื่อการ ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลท้องถิ่นซึ่งในเดือนพฤษภาคมแตะระดับ 8.75 แสนล้านหยวนสูงสุดนับตั้งแต่เดือน กันยายน 2563 ส่วนธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้ปรับลดสัดส่วนการกันส�ำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) เพื่อหนุนการ ปล่อยสินเชื่อ คาดว่า PBOC จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับต�่ำและใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายต่อไปเพื่อบรรเทา การชะลอตัวและสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจจริง ก่อนหน้านี้วิจัยกรุงศรีได้รายงานว่า ทางการยกระดับมาตรการควบคุมการระบาดในกรุงเทพฯและปริมณฑลเข้มขึ้น กระทบ กิจกรรมทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นในไตรมาสสาม ในเดือนมิถุนายน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงต่อเนื่องเป็นเดือน ที่ 4 อยู่ที่ 43.1 ซึ่งเป็นระดับต�่ำสุดเป็นประวัติการณ์หรือนับตั้งแต่เริ่มส�ำรวจในเดือนตุลาคม 2541 และลดลงจาก 44.7
MAGKETING l 26
อย่างไรก็ตาม ภายใต้การคาดการณ์เป้าหมาย การฉีดวัคซีนไว้ที่ 250,000 โดสต่อวันจนถึง สิ้นปีนี้ ผนวกกับผลของมาตรการควบคุมการ ระบาดที่เข้มงวดขึ้นล่าสุด คาดว่าจ�ำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่จะลดลงอย่าง ช้าๆ นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม โดยเฉพาะภาย หลังจากเดือนกันยายนซึ่งคาดว่าจะมีประชาชน ที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้วเป็นอย่างน้อยที่ 2530 ล้านคน หรือราว 40% ของประชากร
DIGITAL LIFE
PEXELS
ผลวิจัย เด็กไทย สนใจ YOUTUBE YouTub อันดับหนึ่ง เรื่อง : แคสเปอร์สกี้
ผลการศึกษาล่าสุดของ Kaspersky Safe Kids เรื่อง Kids on the Web in 2021: Infinite creativity เปิดเผยความสนใจของเด็กๆ ในช่วงปี 2020 – 2021 โดยในปีที่ผ่านมา ความสนใจของเด็กไทยเพิ่มขึ้นในหมวดหมู่ ‘ซอฟต์แวร์ คอนเทนต์เสียงและวิดีโอ’ และ ‘อีคอมเมิร์ซ’ ในขณะที่ ‘สื่อการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต’ และ ‘เกมคอมพิวเตอร์’ ลดลงเล็กน้อย แอปพลิเคชั่นยอดนิยมสูงสุดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ได้แก่ YouTube, TikTok และ Line โดย YouTube ได้รับความนิยมสูงสุดถึง 30.30% ทิ้งห่างแอปอื่นๆ
MAGKETING l 27
DIGITAL LIFE
ผลการศึกษาล่าสุดของ Kaspersky Safe Kids เรื่อง Kids on the Web in 2021: Infinite creativity เปิดเผยความสนใจของเด็กๆ ในช่วงปี 2020 – 2021 โดยใน ปีที่ผ่านมา ความสนใจของเด็กไทยเพิ่มขึ้นในหมวดหมู่ ‘ซอฟต์แวร์ คอนเทนต์เสียง และวิดีโอ’ และ ‘อีคอมเมิร์ซ’ ในขณะที่ ‘สื่อการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต’ และ ‘เกม คอมพิวเตอร์’ ลดลงเล็กน้อย แอปพลิเคชั่นยอดนิยมสูงสุดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ได้แก่ YouTube, TikTok และ Line โดย YouTube ได้รับความนิยมสูงสุดถึง 30.30% ทิ้งห่างแอปอื่นๆ ปี 2020 กลายเป็นปีที่ไม่ธรรมดาที่สุดปีหนึ่งส�ำหรับเด็กยุคใหม่ การระบาดใหญ่ได้ เปลี่ยนสถานการณ์ชีวิตปกติไปทั่วโลก รวมถึงเรื่องการศึกษา การพบปะเพื่อนฝูงและ ครอบครัว นันทนาการ และความบันเทิง แคสเปอร์สกี้วิเคราะห์ข้อมูลที่ไม่ระบุตัว ตน เช่น ค�ำค้นหา แอปพลิเคชั่นแอนดรอยด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และหมวดหมู่ เว็บไซต์ต่างๆ ที่ผู้ใช้ Kaspersky Safe Kids ยินดีให้ข้อมูลโดยสมัครใจ เพื่อส�ำรวจว่า ความสนใจและความต้องการของเด็กๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรภายใต้เงื่อนไขใหม่ PEXELS
หมวดหมู่เว็บไซต์ที่เด็กไทยนิยมมากที่สุด ได้แก่ ‘ซอฟต์แวร์ คอนเทนต์เสียงและ วิดีโอ’ (43.79%) ‘สื่อการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต’ (24.85%) และ ‘เกมคอมพิวเตอร์’ (12.54%) ในบรรดาแอปที่ได้รับความนิยมมากที่สุด YouTube ขึ้นน�ำอันดับหนึ่ง และ ยังคงเป็นบริการสตรีมวิดีโอที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่เด็กๆ ทั่วโลก อันดับที่สอง คือ Cong GuardTour อันดับสามคือ TikTok โซเชียลเน็ตเวิร์กยอดนิยม อันดับสี่คือ Line แอปพลิเคชั่นรับส่งข้อความ โดย 10 อันดับยอดนิยมของเด็กไทยนี้ มีวิดีโอเกม รวมอยู่ด้วยสองเกมนั่นคือ Roblox และ RoV เด็กทั่วโลกกระตือรือร้นสนใจฟังและดูมิวสิควิดีโอบน YouTube อย่างมาก ในการใช้ ค�ำค้นเพื่อเนื้อหาที่ต้องการ พบอัตราส่วนการค้นหาเพลงและวิดีโออยู่ที่ 17.35% วิดีโอ ที่เป็นกระแส อย่างแอคเคาต์ ‘pop it and simple dimple’ และ ‘ASMR’ คิดเป็น 4.43% ในปีนี้ค�ำค้นที่เกี่ยวข้องกับผู้ผลิตวิดีโอเกม Gacha Life ยังโดดเด่นในการจัด อันดับด้วยสัดส่วนเกือบ 4% เมื่อพูดถึงรสนิยมทางดนตรี นักร้อง Ariana Grande, Billie Eilish และ Travis Scott เป็นที่นิยมอย่างมาก ควบคู่ไปกับผู้น�ำวงการ K-POP ดั้งเดิมอย่างวง BTS และ BLACKPINK แนวดนตรี ‘phonk’ ก็ได้รับความนิยม นอกจากนี้ยังมีกระแสความนิยม ทั่วโลกเรื่อง ‘วิดีโอสร้างสรรค์’ พบการค้นหาเรื่องจังหวะ ตัวอย่าง และบทเรียนเกี่ยว กับการสร้างสรรค์เพลงในโปรแกรมต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกัน TikTok ก็ยัง คงเป็นแอปผู้น�ำเทรนด์ด้านดนตรีส�ำหรับเด็กๆ ทั่วโลก ผลการค้นหาวิดีโอทั้งหมดโดยเด็กทั่วโลก การ์ตูนมีสัดส่วนมากถึงครึ่งหนึ่ง (50.21%) เรื่องที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Lady Bug and Super Cat, Gravity Falls และ Peppa Pig อันดับที่สองคือรายการทีวีต่างๆ การค้นหาเป็นภาษาอังกฤษบ่อยที่สุด คือรายการ The Voice Kids ตัวอย่างภาพยนตร์และซีรีส์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ Godzilla vs Kong, Justice League เวอร์ชั่นล่าสุดของ Zach Snyder และ มินิซีรีส์ของ Disney+ เรื่อง WandaVision แอป Netflix ยังคงดึงดูดความสนใจจาก เด็กๆ มากขึ้นเรื่อยๆ ค�ำค้นที่พบบ่อยที่สุดบนแพลตฟอร์มนี้ คือเรื่อง Cobra Kai และ Stranger Things
มองต่อโซเชียลเน็ตเวิร์กนี้ก็เริ่มเปลี่ยนไป ตอนนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งคลิปและการ ลิปซิงค์อีกต่อไปแล้ว แต่มีเนื้อหาด้านการศึกษาและความคิดสร้างสรรค์เริ่มปรากฏบน แพลตฟอร์มมากขึ้น นอกจากนี้ในการสร้างวิดีโอ TikTok ผู้ใช้หนึ่งคนจะต้องท�ำงาน ทุกด้าน ทั้งโอเปอเรเตอร์ นักแสดง ผู้ก�ำกับ และเป็นทีมงานภาพยนตร์ ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ พัฒนาทักษะที่ไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์กับเด็กๆ ในอนาคตเท่านั้น แต่ยังสามารถ ช่วยเด็กๆ ในการเลือกเป็นอาชีพได้อีกด้วย ส�ำหรับวิดีโอเกม เกมที่ได้รับความนิยมจากเด็กทั่วโลก ได้แก่ Minecraft (22.84%), Fortnite (6.73%), Among Us (3.80%), Brawl Stars (6.34%) และเกม Roblox (3.82%) เกมที่เล่นบ่อยที่สุดในเกือบทุกประเทศคือ Roblox จากข้อมูลพบว่า เด็กจาก ประเทศคาซัคสถานเป็นผู้น�ำในการเยี่ยมชมเว็บไซต์ด้านเกมคอมพิวเตอร์มากที่สุดเป็น อันดับหนึ่ง (26.01%.) อันดับที่สองเป็นเด็กจากสหราชอาณาจักร (19.40%) ส�ำหรับ อินเดีย พบว่าเด็กๆ แทบไม่เคยเข้าชมเว็บไซต์ที่เน้นวิดีโอเกมจากพีซีเลย (เพียง 5.08% เท่านั้น) แอนนา ลาร์คิน่า ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์เนื้อหาเว็บ แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า “เด็ก สมัยใหม่เติบโตมาพร้อมอุปกรณ์พกพาตั้งแต่อายุยังน้อย จึงสามารถปรับตัวเข้ากับ พื้นที่ดิจิทัลและเชี่ยวชาญเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้เร็วกว่ามาก เราเห็นว่า TikTok กลาย เป็นหนึ่งในผู้น�ำเทรนด์หลักในหมู่เด็กๆ ได้ในเวลาอันสั้นและได้รับความสนใจยาวนาน แต่ YouTube ก็ไม่ได้สูญเสียพื้นที่และยังคงเป็นผู้น�ำด้านความนิยมในหมู่เด็ก ส่วนหนึ่ง เป็นเพราะวิดีโอที่หลากหลาย ตั้งแต่ ‘มาเล่นกันเถอะ’ การบันทึกการเล่นวิดีโอเกม ไปจนถึงการบรรยายและคลิปเพื่อการศึกษา การท�ำความเข้าใจและวิเคราะห์ความ สนใจของเด็กบนอินเทอร์เน็ตช่วยให้เราใส่ใจในประเด็นด้านความปลอดภัย เมื่อรู้ว่า เพลงประเภทไหนที่เด็กฟัง ใครเป็นบล็อกเกอร์คนโปรด หรือเด็กก�ำลังเล่นเกมอะไร ผู้ ปกครองจะสามารถเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ไว้ใจได้กับเด็กๆ ตัวอย่างเช่น ผู้ปกครอง และเด็กสามารถถ่ายวิดีโอ TikTok ด้วยกันได้ ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถช่วย เหลือบุตรหลานในการป้องกันตนเองจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นทางออนไลน์”
TikTok ยังคงเป็นผู้น�ำเทรนด์ในหมู่เด็กๆ อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง แต่ในขณะเดียวกัน มุม
MAGKETING l 28
hat Pay
DIGITAL LIFE
UNSPLASH
โควิดระลอก 3 ดัน Mobile Banking เติบโต การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นแรงหนุนส�ำคัญที่ท�ำให้การท�ำธุรกรรมผ่าน Mobile Banking และ e-Wallet มีการเร่งการเติบโตสูงขึ้น สะท้อนจากผลส�ำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่พบว่า ผู้บริโภคไทยโดยภาพรวมมีการ โอนเงินและช�ำระค่าสินค้าและบริการผ่าน Mobile banking และ e-Wallet อยู่ที่ 19 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งเพิ่มมากกว่าการใช้งานในช่วงการระบาดระลอกแรกที่มีอัตราการใช้งานอยู่ที่ 17 ครั้งต่อสัปดาห์ ขณะที่มีผู้บริโภคกว่าร้อยละ 53.9 มีการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น
UNSPLASH
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ด้วยอานิสงส์ของกิจกรรมการใช้จ่ายออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น ในช่วงโควิดระลอกสาม คงท�ำให้ปี 2564 ยังคงเป็นอีกปีหนึ่งที่การท�ำธุรกรรมผ่าน Mobile Banking และ e-Wallet มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
มูลค่าการท�ำธุรกรรมผ่าน Mobile Banking คาดว่าจะขยายตัวราวร้อยละ 36.5 – 38.0 YoY ใกล้เคียงกับปี 2563 ขณะที่ มูลค่าการท�ำธรกรรมผ่าน e-Money คาดว่า จะขยายตัวประมาณร้อยละ 15.5-17.7 ซึ่งสะท้อนการเติบโตเร่งขึ้นจากร้อยละ 9.9 ในปี 2563
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประมาณว่า ปริมาณการท�ำธุรกรรมโอนเงินและช�ำระเงินผ่าน Mobile Banking ในปี 2564 จะขยายตัวราวร้อยละ 80.2 – 83.5 YoY ซึ่งเร่งขึ้นจาก ปี 2563 ที่ร้อยละ 79.7 เช่นเดียวกับประมาณธุรกรรมผ่าน e-Money ที่คาดว่าจะ เติบโตราวร้อยละ 15.8 – 18.0 ซึ่งสูงกว่าปี 2563 ที่ร้อยละ 8.7
โดยทั้งปริมาณและมูลค่าการท�ำธุรกรรมผ่าน e-Money ที่เร่งตัวขึ้นนั้น น่าจะมีแรง ผลักดันหลักมาจากการใช้ G-Wallet (เป๋าตัง) จากโครงการช่วยเหลือของภาครัฐที่น่า จะมีอย่างต่อเนื่องในปี 2564 อีกทั้ง ยังได้รับแรงผลักดันจากกลุ่มผู้ประกอบการราย ใหม่ที่มีความน่าเชื่อถือและมีศักยภาพที่เข้ามาท�ำการตลาดมากขึ้น
MAGKETING l 29
RESEARCH
PIXABAY
สัมมนาชี้ วัคซีนคือโอกาสฟื้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว เรื่อง : สมาคมโรงแรมและร้านอาหารแห่งอาเซียน
ตัวแทนจากธุรกิจโรงแรมจากประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม ต่างแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์การฉีดวัคซีนในกลุ่ม ประเทศอาเซียนที่อาจชะลอการฟื้นตัวของภาคธุรกิจโรงแรม-การท่องเที่ยว แต่เชื่อมั่นว่า บริบทการท่องเที่ยวหลังวิกฤตโควิด-19 จะพลิกโฉมสู่ความยั่งยืน-เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
MAGKETING l 30
RESEARCH
ภายในงานสัมมนาออนไลน์ ในหัวข้อ “สถานการณ์ท่องเที่ยวและการโรงแรมใน ภูมิภาคอาเซียนและเทรนด์การท่องเที่ยวในอนาคต” จัดโดยสมาคมโรงแรมและร้าน อาหารแห่งอาเซียน สมาคมโรงแรมไทย ร่วมกับอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผู้จัดงาน “ฟู้ด แอนด์โฮเทล ไทยแลนด์” เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ.2564 ที่ผ่านมา ตัวแทนจาก ธุรกิจโรงแรมจากประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม ต่างแสดงความห่วงใย ต่อสถานการณ์การฉีดวัคซีนในกลุ่มประเทศอาเซียนที่อาจชะลอการฟื้นตัวของภาค ธุรกิจโรงแรม-การท่องเที่ยว แต่เชื่อมั่นว่า บริบทการท่องเที่ยวหลังวิกฤตโควิด-19 จะ พลิกโฉมสู่ความยั่งยืน-เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น กวี เว่ยหลิน (Kwee Wei-Lin) นายกสมาคมโรงแรมสิงค์โปร์ กล่าวว่า สิงคโปร์เลือก น�ำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ภายใต้แนวคิดการให้บริการแบบไร้สัมผัส (Contactless Service) เพื่อให้ปลอดภัยต่อสุขภาพพนักงานและนักท่องเที่ยว โดยมีมาตรการช่วย เหลือจากรัฐบาลช่วยบรรเทาความสาหัสจากพิษโควิด-19 อาทิ การสนับสนุนภาค เอกชนในการจ่าย 75% ของเงินเดือนพนักงานที่ท�ำงานอยู่ในอุตสาหกรรมได้รับผลก ระแทบอย่างหนัก กวีกล่าวอีกว่า รัฐบาลสิงคโปร์ยังเร่งฉีดวัคซีนให้คนที่ท�ำงานในธุรกิจการท่องเที่ยว ก่อน เนื่องจากเป็นด่านหน้าทางด้านการท่องเที่ยว หากมีการเปิดประเทศในวันข้าง หน้า “รัฐบาลสิงคโปร์เริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับบุคลากรทางด้านการท่องเที่ยว โดย เฉพาะพนักงานโรงแรม ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา วันนี้ บุคลากรในอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวและโรงแรมได้รับวัคซีนเกือบครบทุกคนแล้ว” แม้อัตราการฉีดวัคซีนของประเทศสิงคโปร์จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบัน 37% ของประชากรสิงคโปร์ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ก�ำหนด ผนวกกับความตั้งใจของ ทางการสิงคโปร์ที่ต้องการกระจายวัคซีนโควิด-19 ให้ได้ 75% หรือ 2 ใน 3 ของ ประชากรทั้งหมด ภายในวันชาติสิงคโปร์ ซึ่งตรงกับวันที่ 9 สิงหาคม แต่ในสายตาของ กวี การจัดท�ำ Travel Bubble หรือ Travel Corridor เพื่อส่งเสริมการเปิดประเทศ ท่องเที่ยวแบบจับคู่ระหว่างประเทศอาเซียนยังเป็นไปได้ยาก เนื่องจากอัตราการฉีด วัคซีนของประเทศใกล้เคียงยังอยู่ในเกณฑ์น่ากังวล ในขณะที่ลิม ชุงเซียน (LIM Choong Sean) รองนายกสมาคมโรงแรมมาเลเซียเผย ถึงแผนของทางการที่ตั้งเป้าเปิด ‘เกาะลังกาวี’ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรก เพื่อ ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วในเดือนกันยายนปีนี้ พร้อมเสนอ แนะให้ทางการมาเลเซียวางแผนด้านการตลาด ควบคู่ไปกับแผนกระจายวัคซีนและ เปิดประเทศ “จ�ำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี พ.ศ.2563 ลดลงกว่า 83% เมื่อเทียบจ�ำนวนนัก ท่องเที่ยวต่างชาติในปี พ.ศ.2562ภาครัฐต้องลดความซับซ้อนของกระบวนการตรวจ คนเข้าเมือง และจ�ำเป็นต้องมีโปรโมชันหรือแคมเปญ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว เพื่อไม่ ให้การเปิดสถานที่ท่องเที่ยวเสียเปล่า” ลิม กล่าว ทางการมาเลเซียได้ประกาศตั้งเป้าฉีดวัคซีนแก่ประชาชนให้ได้อย่างน้อย 60% ภายใน สิ้นเดือนกันยายนนี้ และครอบคลุม 80% หรือประมาณ 26 ล้านคนของจ�ำนวน ประชากรทั้งหมดภายในเดือนธันวาคมปีนี้ โดยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีประชาชน ชาวมาเลเซียได้รับวัคซีนโควิด-19 โดสแรกแล้ว คิดเป็นสัดส่วน 12% ของประชากร ทั้งหมด
“การเดินทางระหว่างประเทศน่าจะกลับมาเต็มรูปแบบได้อีกครั้งภายในไตรมาสที่ 1 ของปี พ.ศ.2565 หรือเร็วที่สุดคือไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ อาจมีเมืองท่องเที่ยวเปิดรับ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนน�ำร่องไปก่อน อย่างกรณีภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” มาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย และรองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มโรงแรมในเครือสุโกศล แสดงความคิดเห็น มาริสา ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การเร่งฉีดวัคซีนให้ประชากรให้เร็วที่สุด ไม่เพียงแต่จะท�ำให้ นักท่องเที่ยวกล้าเดินทาง และรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น แต่ยังเป็นตัวช่วยให้ผู้ประกอบการ ธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะ SMEs ฝ่าวิกฤตโรคระบาดนี้ไปได้ ในขณะเดียวกัน มาริสามองว่า บริบทการท่องเที่ยวหลังโควิด-19 จะมีความยั่งยืนและ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น พร้อมเสนอให้รัฐบาลไทยใช้โอกาสนี้ แสดงศักยภาพ ผู้น�ำด้านการท่องเที่ยววิถีใหม่ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน และกระตุ้นให้ผู้ประกอบ การปฏิบัติตามข้อก�ำหนดของมาตรฐานความปลอดภัยของสาธารณสุข โดยเน้นให้ เข้าพักในโรงแรมที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย หรือ Amazing Thailand Safety and Health Administration (SHA) “เมืองไทยมีศักยภาพในการขึ้นมาเป็นผู้น�ำการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพในอาเซียน เรา มีโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Hotels จ�ำนวนมาก และเป็นผู้ริเริ่ม แนวคิดนี้สู่สมาคมอาเซียน การท่องเที่ยวชุมชน การท่องเที่ยวเชิงสิ่งแวดล้อม และการ ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ยังคงเป็นเป้าหมายอันดับต้น ๆ ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติรอที่จะ กลับเข้ามาสัมผัสในเมืองไทย” ทางด้านปีเตอร์ ฟาน เดอร์ โฮเวน (Pieter van der Hoevan) ผู้จัดการทั่วไปภูมิภาค อินโดจีน กลุ่ม Minor International กล่าวว่า ประเทศเวียดนามหันมาเน้นการท่อง เที่ยวภายในประเทศเชิงสร้างประสบการณ์ใหม่ (Experimental tourism) ระหว่างรอ การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยชาวเวียดนาม โดยเฉพาะประชาชนในเมืองฮานอยและโฮจิมินห์นิยมการท่องเที่ยว แบบ Luxury ที่ผู้คนในยุคนี้สามารถเข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น เพราะราคาที่ถูกปรับลดลงมา เช่น การเข้าพักโรงแรมระดับ 4 หรือ 5 ดาว การให้บริการอาหารนานาชาติ รวมถึง อาหารไทย และการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมภายในประเทศ “60% ของแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังตกงาน บริษัทน�ำเที่ยวทยอยปิดตัว ไปแล้ว 95% ผมยังมองไม่เห็นโอกาสเปิดประเทศเร็ว ๆ นี้ แต่ตอนนี้ การท่องเที่ยว ภายในประเทศช่วยท�ำให้ธุรกิจโรงแรมในเวียดนามมีกระแสเงินสดกลับคืนมา” ปีเตอร์ กล่าว งานสัมมนาออนไลน์ครั้งนี้จัดขึ้นบนแพลตฟอร์มออนไลน์ใหม่ หรือ “สลัดเพลท” เป็น ตัวกลางช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจด้านอาหาร และด้านการบริการจากทุกมุมโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Food & Hotel Thailand เพื่อสร้างความรู้ในการปรับตัว รับมือการเดินทางท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเรียน รู้กลยุทธ์การตลาดภายในของแต่ละประเทศ และเตรียมความพร้อมให้แก่นักธุรกิจใน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรมเปิดรับนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอาเซียน รวมถึง การเดินทางเข้าจากนักท่องเที่ยวต่างชาติในระยะยาว
MAGKETING l 31
RESEARCH
UNSPLASH
วิเคราะห์ แบรนด์ความงามมีโอกาสเติบโตในไทย เรื่อง : Mintel
> ชี้ 70% ของผู้บริโภคเห็นด้วยว่า สิวที่เกิดจากการใส่หน้ากากอนามัยเป็นปัญหาผิวเรื้อรัง > ในขณะที่ผู้บริโภคบางรายระบุว่ามลภาวะ (37%) และแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ (16%) เป็นปัจจัยที่ทำ�ให้ผิวแก่ก่อนวัย > กุญแจสำ�คัญที่จะปลดล็อคการเติบโตของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในประเทศไทยคือ การสร้างฐานการรับรู้เกี่ยวกับส่วน ผสมของผลิตภัณฑ์
MAGKETING l 32
RESEARCH
สกินแคร์ กลับพูดถึงส่วนผสมดังกล่าวในตลาดน้อยมาก ในสถานการณ์เช่นนี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะเพิ่มหรือเปิด ตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีส่วนผสมด้านฟังก์ชั่นในตลาด ประเทศไทย เพื่อเพิ่มการรับรู้และความสนใจในเรื่องดัง กล่าวในอนาคต นอกจากนั้นแบรนด์ต้องให้ความส�ำคัญ เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นอันดับ แรก รวมถึงความโปร่งใสและกลยุทธ์การให้ข้อมูลความรู้ เพื่อเป็นเครื่องมือในการสื่อสารที่ดีกว่ากับผู้บริโภค และ สุดท้ายเพื่อที่จะ ดึงดูดผู้บริโภคให้กลายเป็นลูกค้าของ เรา” ความกังวลเรื่องปัญหาผิวพรรณเป็นปัจจัยที่เปิดโอกาสให้ กับส่วนผสมใหม่ ๆ
UNSPLASH
เป็นที่รู้กันดีว่าส่วนผสมที่มีบทบาทในเรื่องการท�ำหน้าที่หรือฟังก์ชั่นนั้น (Functional Ingredients) ในสินค้า หมวดผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เป็นส่วนผสมที่มอบคุณประโยชน์ ผ่านหลักการทางวิทยาศาสตร์และสามารถพิสูจน์ถึง ประสิทธิภาพได้จริง อย่างไรก็ตามยังมีผู้บริโภคจ�ำนวนไม่มากนักที่รู้และเข้าใจเกี่ยวกับส่วนผสมด้านความงามเหล่า นั้น จากผลการวิจัย ชิ้นใหม่จาก Mintel ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับความต้องการและเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังของผู้ บริโภค เปิดเผยว่า 28%* ของผู้บริโภคชาวไทยกล่าวว่า ตัวเองไม่ได้ พิจารณาส่วนผสมของผลิตภัณพ์เมื่อเลือกซื้อ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ในขณะเดียวกันผู้บริโภค รู้จักส่วนผสมเพียง 3 (จาก 10 ส่วนผสมที่ท�ำการส�ำรวจ) ของส่วนผสม ตามฟังก์ชั่นในหมวด BPC ได้แก่ เปปไทด์ (44%) เซราไมด์ (41%) และเรตินอล (38%)
โรคระบาดที่เกิดขึ้นท�ำให้ผู้บริโภคชาวไทยจ�ำนวนมาก วิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาของผิวพรรณทั้งปัญหาที่มีอยู่ เดิมและปัญหาใหม่ๆ จากงานวิจัยของ Mintel ชี้ให้เห็น ว่า 70% ของผู้บริโภคเห็นด้วยว่า สิวที่เกิดจากการใส่ หน้ากากอนามัยเป็นปัญหาผิวเรื้อรัง ในขณะที่ผู้บริโภค บางรายระบุว่ามลภาวะ (37%) และ แสงสีฟ้าจากอุปก รณ์อิเล็กโทรนิกส์ (16%) เป็นปัจจัยที่ท�ำให้ผิวแก่ก่อน วัย นอกจากนี้ยังพบว่า มากกว่า 1 ใน 3 (34%) ของ คนไทยเห็นด้วยว่าส่วนผสมที่มีผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ รองรับสามารถแก้ปัญหาใหม่ๆเหล่านี้ได้ดีที่สุด
แม้ว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะอ้างว่าตนเองรู้จักส่วนผสมด้านฟังก์ชั่นในผลิตภัณฑ์ความงามที่ใช้อยู่ แต่ในทางกลับกัน นวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ยังค่อนข้างที่จะ ตามหลังอยู่ เราสามารถพลิกวิกฤตนี้เป็นโอกาสได้ โดย Mintel Global New Products Database (GNPD) ได้ชี้ให้เห็นถึงประเด็นหลักๆ ของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ได้มีการเปิดตัว ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ถึงมกราคม 2564 ในตลาดประเทศไทยว่า ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเพียง 10% มีส่วนผสม ของเซราไมด์ ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเปปไทด์และเรตินอลมีเพียง 3% และ 1% ตามล�ำดับ
ยิ่งสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป ศัตรูด้านความงาม ใหม่ ๆ ก็จะยิ่งเกิดขึ้นตามมาเรื่อย ๆ ในขณะที่โรคระบาด ท�ำให้ไลฟ์สไตล์ของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปและท�ำให้เกิด ปัญหาผิวพรรณใหม่ ๆ เช่น การใส่หน้ากาก ที่ท�ำให้ ผิวหนังระคายเคืองจากมลภาวะ และ แสงสีฟ้าจากอุ ปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ ที่เป็นอันตรายต่อผิว แน่นอนว่าผู้ บริโภคพยายามมองหาวิธีแก้ปัญหาที่แตกต่างกันไป ซึ่ง แบรนด์สามารถโฟกัสปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วรวบรวมปัญหา เหล่านี้มาใช้เป็นปัจจัยกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาทบทวน การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของตนเองเสียใหม่ โดยแบรนด์ควร จะลองพิจารณาเรื่องส่วนผสมที่จะมาเป็นตัวเอกในการ หาทางออกให้กับปัญหาของผู้บริโภค”
พงศ์พีระ มิตรธรรมพิทักษ์ ผู้ช่วยผู้อ�ำนวยการรายงานผู้บริโภคด้านความงาม ภูมิภาคเอเชียใต้ที่ Mintel กล่าวว่า “กุญแจส�ำคัญที่จะปลดล็อคการเติบโตของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สกินแคร์ในประเทศไทยคือ การสร้างฐานการ รับรู้เกี่ยวกับส่วนผสมของผลิตภัณฑ์” แบรนด์จ�ำเป็นต้อง ผันมาเป็นให้ความรู้และเติมเต็มช่องว่างการรับรู้เกี่ยว กับข้อมูลของส่วนผสมในผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายให้ดียิ่งขึ้น นับเป็นเรื่องส�ำคัญที่แบรนด์จะต้องสร้างกลยุทธ์และยก ระดับปัจจัยที่จะสร้าง ความสนใจให้กับผู้บริโภค เพื่อมอบความรู้เกี่ยวกับส่วนผสมในผลิตภัณฑ์อย่างค่อยเป็นค่อย ไป
ในขณะที่วิธีแก้ปัญหาผิวพรรณแบบเดิมๆ กลับมาได้รับ ความสนใจอีกครั้งว่า จะมีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นกับผิวพรรณได้จริงหรือไม่ ส่วนผสมด้าน ฟังก์ชั่นที่ได้รับการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ให้สามารถเติม เต็มช่องว่างของปัญหาจึงเข้ามามีบทบาทส�ำคัญในกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ความงามยุคใหม่มากยิ่งขึ้น พงศ์พีระ กล่าว
“แม้ว่า เปปไทด์ เซราไมด์ และเรตินอล จะเป็นส่วนผสมด้านฟังก์ชั่นที่ผู้บริโภคต่างรับรู้ มากที่สุด แต่ผลิตภัณฑ์
* ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวไทยจ�ำนวน 2,000 คน อายุ 18+
MAGKETING l 33
RESEARCH
UNSPLASH
ผลวิจัย ทางออกเมื่อคนไทยเครียด เรื่อง : วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล
วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ ซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) เผยข้อมูลงานวิจัย “Marketing in the Uncertain World การตลาดของคนอยู่เป็น” พบหลากหลายปัจจัยที่ทำ�ให้คนไทยเกิดความกังวลและรู้สึกถึงความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็น โรคอุบัติใหม่และโรคระบาด
MAGKETING l 34
RESEARCH
ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร หัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัย มหิดล (CMMU) กล่าวว่า เมื่อโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะด้านใด ๆ ก็ตาม โดย ธรรมชาติของมนุษย์ก็จะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการด�ำเนินชีวิตให้สอดคล้องไป กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นเพื่อความอยู่รอด อันจะเห็นได้จาก สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 ที่เกิดขึ้นไปทั่วโลกได้ส่งผลกระทบ เป็นวงกว้างในหลากหลายด้าน ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องเผชิญความท้าทายอย่างต่อเนื่อง ภาคธุรกิจต่าง ๆ ต้องมีการปรับกลยุทธ์การตลาดให้เท่าทันไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมาก ยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถด�ำเนินธุรกิจต่อไปได้ ด้วยเหตุนี้ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) จึงได้ท�ำการวิจัยการ ตลาด “Marketing in the Uncertain World การตลาดของคนอยู่เป็น” พบหลาก หลายปัจจัยที่ท�ำให้คนไทยเกิดความกังวลและรับรู้ถึงความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็น โรคอุบัติใหม่และโรคระบาด เช่น โควิด-19 คิดเป็น 76.8% ตามมาด้วยอันตรายจาก ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น PM2.5 ไอเสีย ขยะล้นโลก ฯลฯ คิดเป็น 74.6% ด้านสังคมในเรื่องความเหลื่อมล�้ำทางการศึกษาและความเห็นต่างกันในสังคม คิดเป็น 65% ด้านเศรษฐกิจทั้งเรื่องค่าครองชีพสูงและความไม่มั่นคงในหน้าที่การงาน คิดเป็น 64% ด้านเทคโนโลยีที่ไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่ๆ คิดเป็น 62.8% และด้านการเมืองที่มีสถานการณ์อันส่งผลกระทบกับชีวิตประจ�ำวัน คิดเป็น 62.6% ใน ขณะที่ข้อมูลยังเผยให้เห็นว่ากลุ่มคนเจนเอ็กซ์ (Gen X) กลุ่มคนเบบี้ บูมเมอร์ (Baby Boomer) กลุ่มคนเจนวาย (Gen Y) และกลุ่มคนเจนซี (Gen Z) มีความกังวลเกี่ยวกับ ด้านโรคระบาดมากที่สุด จากความกังวลและความไม่แน่นอนดังกล่าว ท�ำให้คนไทยในทุกกลุ่มเจเนอเรชันต้องหา วิธีจัดการกับความรู้สึกซึ่งพบว่าคนไทยหันหน้าพึ่งความเชื่อโชคลาง (Superstitious) โดยที่ 5 อันดับความเชื่อโชคลางที่มีผลต่อคนไทยมากที่สุดคือ 1.พยากรณ์ โหราศาสตร์ ลายมือ ไพ่ยิปซี 2.พระเครื่องวัตถุมงคล 3.สีมงคล 4.ตัวเลขมงคล และ 5.เรื่องเหนือ ธรรมชาติ ตามล�ำดับ ผ่านช่องทาง ได้แก่ โซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ คิดเป็น 73.8% บุคคลรอบข้าง เช่น พ่อแม่ พี่น้อง คิดเป็น 59.6% ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์นั้น ๆ คิดเป็น 29.7% หนังสือพิมพ์และนิตยสาร คิดเป็น 20.1% และสื่อโทรทัศน์และวิทยุ คิดเป็น 19.6% พร้อมกันนี้ข้อมูลยังพบว่า อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ได้เข้ามามีอิทธิพลและผล ต่อการรับรู้และวิถีการด�ำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก ซึ่งเหตุผลที่ติดตามจ�ำนวน 81.9% เพราะเนื้อหา ตามมาด้วย 69.2% เพราะรูปแบบการน�ำเสนอ และ 45.3% เพราะ ความน่าเชื่อถือ ในขณะที่แฟลตฟอร์มที่คนไทยใช้ติดตามอินฟลูเอนเซอร์มากที่สุดคือ 1.ยูทูป (Youtube) 2.เฟซบุ๊ก (Facebook) และ 3.อินสตาแกรม (Instagram) โดยที่ กลุ่มคนเจนเอ็กซ์และกลุ่มคนเบบี้ บูมเมอร์ นิยมใช้แฟลตฟอร์มเฟซบุ๊กและยูทูป กลุ่ม คนเจนวายนิยมใช้แฟลตฟอร์มยูทูปและเฟซบุ๊ก ส่วนกลุ่มคนเจนซีนิยมใช้แฟลตฟอร์ม ยูทูปและอินสตาแกรม ในขณะเดียวกันจากความกังวลและสถานการณ์ “Social Distancing” หรือการเว้น ระยะห่างทางสังคม ท�ำให้คนไทยนั้นเข้าสู่การสร้างความสัมพันธ์ในรูปแบบออนไลน์ คอมมูนิตี้ (Online Community) มากขึ้นผ่านหลากหลายกลุ่ม เช่น 1.กลุ่มอาหาร และเครื่องดื่ม 2.กลุ่มท่องเที่ยว 3.กลุ่มครอบครัว 4.กลุ่มสุขภาพและความงาม 5.ความ บันเทิง ดนตรี ภาพยนตร์ 6. ธรรมชาติ 7. ชอปปิ้ง 8.การศึกษา 9.การเงินและการ
ลงทุน และ 10.สัตว์เลี้ยง โดยกลุ่มคนเบบี้ บูมเมอร์ ส่วนใหญ่ให้ความสนใจกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงกลุ่ม สุขภาพและความงาม ผ่านการรับรู้ข้อมูลบนแฟลตฟอร์มเฟซบุ๊กและไลน์ กลุ่มคนเจน เอ็กซ์และกลุ่มคนเจนวายมีความสนใจกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มรวมถึงการท่องเที่ยว ผ่านบนแฟลตฟอร์มไลน์ เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม ส่วนกลุ่มคนเจนซีสนใจกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มรวมถึงการศึกษาผ่านบนแฟลตฟอร์ม เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม โดยการมีส่วนร่วมในคอมมูนิตี้ ได้แก่ ติดตามและกดไลค์ คิด เป็น 72.9% แชร์ข้อมูล คิดเป็น 44.6% แสดงความคิดเห็น คิดเป็น 37.2% และซื้อขายสินค้า คิดเป็น 24.4% ดร.บุญยิ่ง กล่าวสรุป ด้าน มูรธา จรรยาวรลักษณ์ หัวหน้าทีมวิจัย Marketing in the Uncertain World การตลาดของคนอยู่เป็น นักศึกษาปริญญาโท สาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เพื่อเป็นประโยชน์แก่ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ นักวิจัย การตลาดซีเอ็มเอ็มยูจึงได้คิดค้นกลยุทธ์เซอเทิ่น (Certain Strategy) กลยุทธ์ทางการ ตลาดที่เป็นกุญแจด้านการสื่อสารที่ส�ำคัญจะมาช่วยท�ำให้ภาคธุรกิจสามารถด�ำเนินต่อ ไปได้พร้อมทั้งตอบโจทย์และมัดใจผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ประกอบไปด้วย Content First เนื้อหาต้องดีโดนใจ – จากปริมาณข้อมูลที่มีอยู่มากมาย อีกทั้ง ผู้บริโภคมีข้อจํากัดในเรื่องเวลาและความสามารถในการบริโภคข้อมูล ภาคธุรกิจ ต้องสร้างสรรค์เนื้อหาในการสื่อสารกับกลุ่มตลาดอย่างมีศักยภาพ ตรงใจ ตรงความ ต้องการ Engagement with Faith การเข้าถึงด้วยความเชื่อ – จากข้อมูลพบว่าคนไทยใน ทุกกลุ่มมีความเชื่อเป็นพื้นฐาน ดังนั้นหนึ่งในการเข้าถึงผู้บริโภคได้คือสร้างผสมผสาน ความเชื่อ Reliable Data ข้อมูลที่เชื่อถือได้ – ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะตัดสินใจเชื่อข้อมูลจาก แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ Trust in Community ความเชื่อในสิ่งเดียวกัน – ผู้บริโภคในปัจจุบันนั้นมีความ เชื่อมั่นในกลุ่มที่เต็มไปด้วยข้อมูลจากคนที่มีความเชี่ยวชาญและสนใจในเรื่องเดียวกัน Agility ต้องมีความคล่องตัว – ในยุคที่อะไรก็มีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการ ท�ำงานอย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว เพื่อให้สามารถตอบสนองลูกค้าได้อย่างฉับไวในสภาวะ ที่มีความไม่แน่นอนจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่มีความส�ำคัญเป็นอย่างยิ่ง Influencer Leading ใช้บุคคลที่มีอิทธิพลทางความคิด – ปัจจุบันการที่จะทําให้ ผู้บริโภคนั้นมั่นใจและตัดสินใจได้แน่นอนมากขึ้น การมีกระบอกเสียงหรืออินฟลูเอน เซอร์คอยรีวิวหรือแนะนําก็จะช่วยทําให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจได้ง่ายอีกทางหนึ่ง New Equilibrium ความสมดุลใหม่ – ไม่ว่าจะท�ำอะไรก็ตามต้องค�ำนึงอยู่บนพื้น ฐานของความสมดุล ไม่ว่าจะเป็น การสื่อสารของแบรนด์ผ่านตัวแบรนด์เอง การใช้ Key Opinion Leader (KOL) หรือรีวิวการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ใช้ผู้ บริโภคเอง (User-Generated Content)
MAGKETING l 35
MOVEMENT
MAGKETING l 36
MOVEMENT
HOMEPRO โฮมโปรจัดแคมเปญ “PAY DAY SALE” ลดสูงสุด 50%!! เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ ลดเพิ่มสูงสุดอีก 33% เมื่อใช้คะแนน เท่ายอดช�ำระ สมาชิก HomeCard ลดสูงสุด 20%เฉพาะสินค้า The Power ช้อปสินค้าเรื่องบ้านลดเพิ่ม 12.5% เมื่อใช้ คะแนนบัตรเครดิตโฮมโปร วีซ่า แพลทินัม รับส่วนลดเพิ่มอีก 13% ช้อปสะดวกไม่มีสะดุด ได้ทุกช่องทาง ช้อปออนไลน์ได้ที่ www.homepro.co.th และบริการ Chat Shop4You ทักมาเราช้อปให้ ที่ไลน์ @HomePro พร้อมบริการจัดส่งภายในวัน SAMEDAY Delivery Strategy
:: การลดราคาเพื่อการส่งเสริมการขาย
(Cent-off promotion)
KRUNGSRI ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุนการลดและก�ำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธีตามมาตรฐาน สากล ผ่านโครงการ “ทิ้ง...ให้ถูกที่กับ Trusted by Synnex E-Waste” ของซินเน็ค (ประเทศไทย) โดยตั้งกล่องรับขยะ อิเล็กทรอนิกส์และสื่อประชาสัมพันธ์แก่ธนาคาร เพื่อน�ำไปจัดตั้งที่อาคารส�ำนักงานของกรุงศรีและบริษัทในเครือ เป็นการ ขยายช่องทางจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น Strategy
::
Green Marketing
SAMSUNG บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จ�ำกัด ผู้ผลิตและจัดจ�ำหน่ายบะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูปและสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้า “ไวไว” และ “เส้นหมี่อบแห้งไวไว” มอบผลิตภัณฑ์ในเครือ ให้แก่ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เพื่อส่งมอบต่อแก่ทีมบุคลากร ทางการแพทย์ประจ�ำศูนย์ฯ ได้น�ำไปใช้ประโยชน์ และเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบก�ำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ภาย ใต้โครงการ ไวไวห่วงใย...ร่วมใจสู้ภัยโควิด-19 Strategy
:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)
AIRASIA แอร์เอเชียเพิ่มความคุ้ม “ตั๋วบินรัวๆทั่วไทย”และผู้ใช้บริการสิทธิ์ “แพ็กโหลดกระเป๋าบินรัวๆ ทั่วไทย” ขยายระยะเวลาใช้ บริการใหม่ได้จนถึง 26 มีนาคม 2565 ให้คุณบินมั่นใจ ปลอดภัย ภายใต้เงื่อนไขเดิม ได้แล้วผ่านทาง www.airasia.com/ deals หรือแอปพลิเคชั่นแอร์เอเชีย ระยะเวลาการเเลกสิทธิ์เริ่มตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2564 - 12 มีนาคม 2565 และ เดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2564 - 26 มีนาคม 2565 Strategy
:: การลดราคาเพื่อการส่งเสริมการขาย
MAGKETING l 37
(Cent-off promotion)
MOVEMENT
SOOK บริษัท ฟู้ดสตาร์ จ�ำกัด ผู้ผลิตและจ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์น�้ำผลไม้พร้อมดื่ม ภายใต้แบรนด์ “ดีโด้” และ “มิกกุ” น�ำเสนอ ผลิตภัณฑ์ใหม่ “น�้ำดื่ม Sook” น�้ำดื่มสะอาดที่ไม่ได้ผ่านแค่การกรอง แต่ผ่านการฆ่าเชื้อ ด้วยเทคโนโลยี “ดับเบิ้ล ไฮยีน ” (Double Hygiene Technology) โดยการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูงถึง 80 องศา และฆ่าเชื้อด้วยรังสี UV อีกหนึ่งขั้นตอน เพื่อฆ่าเชื้อโรคที่มองไม่เห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ถึงน�้ำดื่มที่ไร้สารปนเปื้อน สะอาดกว่า ปลอดภัยกว่า ใน ขนาด 450 มล. Strategy
:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
(New Product Development)
AIRASIA BIG Rewards (ชื่อเดิม AirAsia BIG Loyalty) ฉลองความส�ำเร็จครั้งส�ำคัญในโอกาสที่จ�ำนวนผู้ถือบัตรเครดิตแอร์เอเชีย ใกล้ครบ 1 ล้านคน จัดแคมเปญมอบ 1 ล้าน BIG Points! เมื่อสมัครบัตรเครดิตแอร์เอเชีย ธนาคารกรุงเทพเพื่อร่วมลุ้น 1 ล้าน BIG Points ได้ตั้งแต่ 9 กรกฎาคม - 31 สิงหาคม 2564 ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา หรือ airasiabig.com/th/en/ cobrand/bangkok-bank Strategy
:: จัดชิงโชค
(Sweepstakes)
WACOAL วาโก้ร่วมโครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” หนุนโครงการรัฐเพิ่มสิทธิประโยชน์ผู้ใช้จ่าย นอกจากนี้วาโก้ยังมอบความพิเศษกับ โปรโมชัน “วาโก้ยิ่งช้อปยิ่งคุ้ม” ทุกการจ่ายได้กางเกงในฟรี เพียงซื้อสินค้าวาโก้ทุกรายการทั้งในราคาปกติและราคาพิเศษ ครบ 2,000 บาทต่อใบเสร็จ ฟรีกางเกงใน 2 ชิ้น ซื้อครบ 3,000 บาท ฟรี 4 ชิ้น และซื้อสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาทต่อใบเสร็จ รับฟรีถึง 6 ชิ้น โปรฯ คุ้มๆ คุมเข้มรายจ่าย เริ่มวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 ถึง 31 กรกฎาคม 2564 Strategy
:: แถมสินค้า
(Premiums & Gifts)
GOJEK Gojek (โกเจ็ก) จัดแคมเปญเดือนกรกฎาคม 7th Heaven Deals ลดสูงสุด 50% และ 1 แถม 1 จากหลากหลายร้านที่เข้า ร่วมรายการ อาทิ ทิม ฮอร์ตันส์ (Tim Hortons), ชุงมัน ชิคเค่น (Choong Man Chicken), คามุ ที (Kamu Tea), แหลม เจริญซีฟู้ด, อืมม!.. มิลค์ (Umm!..Milk) และชินคันเซ็น ซูชิ (Shinkanzen Sushi) ลดสูงสุด 60 บาท เมื่อสั่งขั้นต�่ำ 200 บาท Strategy
:: การลดราคาเพื่อการส่งเสริมการขาย
MAGKETING l 38
(Cent-off promotion)
MOVEMENT
HOMEPRO โฮมโปรจัดแคมเปญ 7:7 “Double Day Double Deal” ลดเพิ่มสูงสุด 20% (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ) พิเศษส�ำหรับ สมาชิกโฮมการ์ดลดเพิ่มสูงสุด 20% เมื่อใช้คะแนนโฮมการ์ดเท่ายอดซื้อที่สาขาส�ำหรับสินค้ากลุ่มเดอะเพาเวอร์ พร้อมมอบ สิทธิพิเศษ 2 เด้ง ลด / รับเพิ่มสูงสุด 15% เมื่อใช้คะแนนเท่ายอดช�ำระ ส�ำหรับผู้ถือบัตรเครดิตชั้นน�ำ ที่โฮมโปรทุกสาขา ทั่วประเทศ หรือที่แอปพลิเคชั่น HomePro , เว็บไซต์ www.homepro.co.th ระหว่าง 5-7 กรกฎาคม 2564 Strategy
:: การลดราคาเพื่อการส่งเสริมการขาย
(Cent-off promotion)
WAIWAI บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทยจ�ำกัด ผู้ผลิตและจัดจ�ำหน่ายบะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูปไวไว เข้ามอบกระเช้าของที่ระลึกและ ผลิตภัณฑ์ให้แก่ นายภัทรกร ศรีเมือง (ขวา) พนักงานร้านเซเว่นอีเลฟเว่นน�้ำใจงาม ที่หยิบยื่นน�้ำใจให้แก่คุณลุงท่านหนึ่ง จน กลายเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ พร้อมเป็นตัวแทนทีมงานภายใต้แคมเปญ ท�ำวันนี้ท�ำไวไว ร่วมชื่นชมและขอสนับสนุนคนใน สังคมให้ท�ำความดีเช่นนี้ต่อไป เข้ามอบ ณ เซเว่นอีเลฟเว่น เทศบ�ำรุง-สะพานปทุมธานี เมื่อเร็วๆ นี้ Strategy
:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)
CRYSTAL คริสตัลได้ดีไซน์บรรจุภัณฑ์ 4 แบบ โดยใช้คาแรกเตอร์ที่อยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ซึ่งออกแบบโดย “ยุรี เกนสาคู” ศิลปินร่วม สมัยชั้นน�ำของประเทศ เป็นตัวแทนน�้ำดื่มคริสตัล ที่จะมาตอกย�้ำให้ผู้บริโภคชาวไทยได้มั่นใจในคุณภาพมาตรฐานการผลิต ระดับสากลหนึ่งเดียวในทุกๆ โรงงานคริสตัลทั่วประเทศ พร้อมทั้งส่งมอบความสนุกสนานผ่านแลนด์มาร์กสุดปังของแต่ละ พื้นที่ให้ผู้บริโภคคลายความคิดถึง Strategy
:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
(New Product Development)
KRUNGSRI กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน)) จัดงาน Krungsri Virtual Business Matching 2021 กิจกรรมเจรจาจับ คู่ธุรกิจออนไลน์ ที่เปิดโอกาสให้มีการพบปะเจรจาการค้าระหว่างผู้ประกอบการไทยและผู้ประกอบการในอาเซียนผ่านช่อง ทางออนไลน์ โดยเกิดการเจรจาจับคู่ธุรกิจกว่า 300 คู่ จากบริษัทในประเทศไทย กัมพูชา ลาว และเวียดนาม Strategy
:: การตลาดเชื่อมตรง
(Online Marketing)
MAGKETING l 39
+ +
หากคุณต้องการไอเดีย+จุดประกายความคิดทางธุรกิจ พร้อมกับศึกษาข้อมูลสภาวะการแข่งขันอย่างรอบด้าน
“แมกเก็ตติ้ง
(MAGKETING)”
แมกเก็ตติ้ง (MAGKETING) นิตยสารออนไลน์ด้านการตลาด (E-Magazine) รายเดือน ประเภท Free view ซึ่งน�ำเสนอข่าว ความเคลื่อนไหว ข่าวเชิงวิเคราะห์ รวมถึงข้อมูล ในรูปแบบ Database ในแวดวงธุรกิจการตลาด สามารถเลือกช่องทางการอ่านได้หลากหลาย
พร้อมเสิร์ฟฟรี ทุกที่ ทุกเวลา อ่านได้ทันทีที่