Skip to main content

Magketing Vol.59

Page 1

CONVENIENCE STORE

COFFEE ++ marketing case study BEYOND STRATEGY & CONSUMER LIFESTYLE APRIL 2564

VOL.8 ISSUE 59

THAILAND'S FIRST FREE E-MARKETING MAGAZINE

CONVENIENCE STORE

COFFEE ++

FREEPIK

it's FREE

59 I S S U E


Fresh - Baked Dairy The Europeans baking kitchen Enjoy a cup of warm chocolate

AnnaNita

SUKH UMVI T So i 1 1 n ear NA NA BTS Sky trai n SUKH UMVIT R d. BKK


01

HOMEROOM

EDITORIAL บรรณาธิการบริหาร

ภาวนา อรัญญิก

EDITORIAL STAFF > หัวหน้ากองบรรณาธิการ > กองบรรณาธิการ

บัณฑิต โชคสิทธิกร กัลชนา ทิชากร ปรัชญ์ พันแสงระวี

> ศิลปกรรม

cymk@bangkok

ADVERTISING STAFF > ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา > กองโฆษณา

วิโรจน์ ธนวัฒน์วาทิน สุนิสา อดุลย์วิทย์

บจ.มาร์เก็ตอินโฟ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น 3769/46 เจริญราษฎร์ บางโคล่ บางคอแหลม กทม. 10120 tel.062-4836903 email>>magketing.editor@gmail.com


CONTENTS

INFORMATION

17

8 12

FLASH PODIUM

ANALYSIS

20

28

32

17 20 28 29 30 32

BEHAVIOR CASE STUDY FACTOR JIGSAW DIGITAL LIFE RESEARCH

DATABASE

37 38 39

MOVEMENT

>> FOOD & IT

MOVEMENT

>> HOME & FINANCE

MOVEMENT

>> ETC.


FLASH

ECF

ผู้ถือหุ้น “ECF” ไฟเขียวจ่ายปันผลหุ้นละ 0.0125 บาท

บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จ�ำกัด (มหาชน) (ECF) จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจ�ำปี 2564 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.0125 บาท หรือคิดเป็นอัตรา การจ่ายเงินปันผล 41.49 % ของก�ำไรสุทธิของบริษัท (งบเฉพาะกิจการ) หลังหัก ส�ำรองตามกฎหมาย ส�ำหรับผลการด�ำเนินงานประจ�ำปี 2563 โดยก�ำหนดรายชื่อผู้ถือ หุ้นที่มีสิทธิรับเงินเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 30 เม.ย. 64 และก�ำหนดจ่าย เงินปันผลใน วันที่ 21 พ.ค.64

เฮเฟเล่

รางวัล ‘แบรนด์ที่ท�ำผลงานยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดีย’

บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จ�ำกัด รับรางวัล Thailand Zocial Awards 2021 แบรนด์ที่ท�ำผลงานยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดียในกลุ่ม Construction Material ประเภทวัสดุก่อสร้าง จัดโดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด โดย “HAFELE” มุ่งเน้นให้ข้อมูลความรู้เรื่องวัสดุก่อสร้างและบริการ รวมทั้งความรู้ทั่วไปในการก่อสร้าง ที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ มุ่งเน้นการน�ำ Data มาใช้ในการวิเคราะห์และวางแผนการ สื่อสาร ช่วยท�ำให้สร้างสรรค์เนื้อหาได้ตรงความต้องการของลูกค้า

APCO

APCO จัดงานประชุมผู้ถือหุ้น

FTE

FTE คว้างานใหม่ภาคเอกชน 3 โครงการ จัดหาและติดตั้งระบบ-อุปกรณ์ดับเพลิง เติม พอร์ตมูลค่ารวม 78 ล้านบาท หนุน Backlog 450 ล้านบาท เริ่มด�ำเนินงานเดือนเมษา คาดรับรู้รายได้ไตรมาสในปีนี้ เดินหน้าตามกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงไม่พึ่งพารายได้ จากแหล่งเดิม ขณะที่ Q2/64 เสนองานภาครัฐ-เอกชนต่อเนื่อง หวังรับงานมูลค่ารวม กว่า 100 ล้านบาท

เมซองฯ

ให้ทุกวันคือ Earth Day

เมซอง แบร์เช่ ปารีส (Maison Berger Paris) ในฐานะของแบรนด์ที่ต้องการมีส่วน“ ร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและให้ความส�ำคัญต่อสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมรณรงค์และด�ำเนิน โครงการที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและเป็นรูป ธรรม ผ่านโครงการ From Bottle to Energy ซึ่งเราท�ำอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว ในปี 2564 นี้ ด้วยแนวคิดในการน�ำขวดน�้ำหอมชนิดเติม REFILL ที่ใช้แล้ว น�ำเข้าสู่ กระบวนการที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด

โฮมโปร

บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จ�ำกัด (มหาชน) (APCO) จัดการประชุมสามัญผู้ถือ หุ้นประจ�ำปี 2564 อนุมัติจ่ายปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.12 บาท หรือคิดเป็น 100% ของก�ำไรสุทธิต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 ก�ำหนด Record Date 27 เม.ย.64 จ่าย ปันผล 10 พ.ค. 64 พร้อมบรรยายความก้าวหน้าการพัฒนานวัตกรรม และแนวทาง การพัฒนาธุรกิจในการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สุขภาพ ความงาม และการเผยแพร่ นวัตกรรมให้เพิ่มมากขึ้น

FTE คว้างานใหม่ 3 โครงการ มูลค่า 78 ล้าน

โฮมโปร ร่วมสู้สถานการณ์ COVID19-

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จ�ำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” ส่งมอบชุดเครื่อง นอน และอุปกรณ์ของใช้อื่นๆ อาทิ ท็อปเปอร์ (ที่นอน), หมอนหนุน, ปลอกหมอน, ผ้าปูเตียง, ผ้าห่ม, ถังขยะ และถุงขยะ มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาลสนาม จังหวัดนนทบุรี เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับผู้ป่วยโควิด-19 (COVID-19 ณ โรงพยาบาลสนามจังหวัดนนทบุรี เมื่อเร็วๆ

MAGKETING l 8


FLASH

MAGKETING l 9


FLASH

เนสกาแฟ

เนสกาแฟ ทริปเปิ้ล เอสเปรสโซ

SCG

เนสกาแฟเปิดตัว “เนสกาแฟ ทริปเปิ้ล เอสเปรสโซ” นวัตกรรมกาแฟกระป๋องพร้อม ดื่มมีวิตามินของเนสกาแฟครั้งแรกในโลกและในไทย ชูจุดเด่นของกาแฟเอสเปรสโซ 3 ช็อต ผสมนมแท้ ๆ มีวิตามินบี2 และบี3 ไนอะซิน มีส่วนช่วยในการท�ำงานตามปกติ ของระบบประสาท และยังมีวิตามินบี6 และวิตามินดี มีส่วนช่วยในการท�ำหน้าที่ตาม ปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ในคอนเซ็ปต์ “อร่อยเข้ม คูณสาม มีวิตามิน” เจาะกลุ่มผู้ บริโภคนิวเจน เกมเมอร์ และลูกค้าเครื่องดื่มชูก�ำลังที่ต้องการความตื่นตัวและใส่ใจ

อิเกีย

อิเกียจัดโปรโมชั่นลด %15 ฟูกที่นอน และชุดเครื่องนอน

อิเกียจัดโปรโมชั่นพิเศษลด 15% ส�ำหรับฟูกที่นอน ผ้าคลุมเตียง ปลอกผ้านวม ปลอกหมอน ฯลฯ ตั้งแต่วันนี้ - 3 พฤษภาคมนี้ เพื่อให้ทุกคนมีห้องนอนในฝันได้อย่าง ใจ ไม่ว่าจะมีพื้นที่หรืองบประมาณเท่าไร นอกจากนี้ ยังมีบริการรับคืนที่นอนเก่า ส�ำหรับลูกค้าที่ซื้อที่นอนของอิเกียและใช้บริการจัดส่ง โดยอิเกียจะน�ำที่นอนเก่าไป จัดการแยกขยะและรีไซเคิลอย่างถูกวิธี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชั่นและ เงื่อนไขการใช้บริการรับคืนที่นอนเก่าได้ที่เว็บไซต์อิเกีย

โอสถสภา

โอสถสภาร่วมส่งพลังให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข

บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ – ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จ�ำกัด ประกาศพร้อมร่วมงานสถาปนิก’64 ระหว่างวันที่ 22-27 มิถุนายน 2564 ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เตรียมขนทัพนวัตกรรมสินค้าและบริการ ตอบรับวิถีชีวิตยุค New Normal ไปร่วม จัดแสดง

พิซซ่า

“มายบ็อกซ์ ซีรีส์” จากพิซซ่า ฮัท

พิซซ่า ฮัท 1150 เปิดตัว “มายบ็อกซ์ ซีรีส์” (My Box Series) ชุดพิซซ่าหรือสปาเก็ตตี้ ที่มาพร้อมของทานเล่น 1 เมนู อิ่มคนเดียว ไม่ต้องง้อใคร ในราคาเริ่มต้นสุดพิเศษเพียง 129 บาท เปิดประสบการณ์ความอร่อยฟินกับ “มายบ็อกซ์ ซีรีส์” ได้ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2564 เป็นต้นไป ที่ร้านพิซซ่า ฮัท ทุกสาขา หรือสั่งผ่านบริการเดลิเวอรี 1150 และ www.pizzahut.co.th

ซือดะ

บริษัท โอสถสภา จ�ำกัด (มหาชน) ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ บริษัท เฮ้าส์ โอสถสภา ฟู้ดส์ จ�ำกัด เจ้าของเครื่องดื่มแบรนด์ซีวิท และ บริษัท ยันฮี วิตามิน วอเตอร์ จ�ำกัด ผู้ผลิตเครื่องดื่มยันฮี วิตามิน วอเตอร์ ส่งมอบเครื่องดื่มวิตามิน และเครื่องดื่มผสม สมุนไพร รวมมูลค่ากว่า 5.5 ล้านบาท เพื่อร่วมเป็นพลัง เสริมสร้างก�ำลังใจ และเสริม สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข แนวหน้าในการสู้ภัยโควิด-19

SCG เตรียมขนทัพสินค้าร่วมงานสถาปนิก›64

“ซือดะ” จัดกิจกรรมปันรัก ปันน�้ำใจ

บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จ�ำกัด ผู้ผลิตและจัดจ�ำหน่าย บะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูป ซือดะ ร่วมใจกันจัดกิจกรรม CSR เพื่อแบ่งปันความรัก ให้แก่น้องๆ บ้านเด็กก�ำพร้า อิสลามมัสยิด อัลมุมิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ภายในงานมีการมอบอุปกรณ์กีฬาและการ เรียน, บูทกองทัพผลิตภัณฑ์พร้อม Topping รวมทั้งมอบชุดเซ็ทผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่ง ส�ำเร็จรูปแบรนด์ซือดะ พร้อมผ้าละหมาดซือดะ ให้แก่น้องๆ จ�ำนวน 50-60 ชุด ตลอด จนอุปกรณ์ที่เป็นประโยชน์อื่นๆ ของซือดะให้แก่ทางโรงเรียน

MAGKETING l 10


FLASH

MAGKETING l 11


PODIUM

เมอร์เซเดส-เบนซ์ แชมป์ยอดขายรถไตรมาส 1 ทั่วโลกเติบโตกว่า 20 เปอร์เซนต์ มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์มีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เห็นการฟื้นตัวของตลาดรถ ยนต์ลักชัวรีในไทย โดยในไตรมาสแรกของปี 2564 ด้วยความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อ แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งในเรื่องนวัตกรรม บริการที่ยอดเยี่ยม ตลอดจนวิสัยทัศน์ ในการสร้างสรรค์ยานยนต์ รวมถึงเครือข่ายดิจิทัลของเทคโนโลยีแห่งอนาคต ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้เมอร์เซเดส-เบนซ์มียอดขายรถยนต์ที่จดทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบกแล้ว ทั้งสิ้นถึง 3,178 คัน ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มรถยนต์ลักชัวรี" "ทั้งนี้ยังเป็นผลมาจากการที่เราสามารถเพิ่มปริมาณรถยนต์ให้เพียงพอต่อการส่งมอบ ในเดือนมีนาคม โดยยังรวมถึงการน�ำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ออกมาได้อย่างหลาก หลายรุ่นมากที่สุดในตลาดรถยนต์ไทย โดยรถที่ได้ความนิยมสูงอยู่ในกลุ่มรถยนต์ Mercedes-AMG รถยนต์เอสยูวี และกลุ่มรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด" ทั้งนี้ ยอดขายในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ ยังไม่รวมยอดจองในงานบางกอก อินเตอร์ เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2021 ที่ผ่านมา ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์มียอดจองเป็นอันดับ 1 ของตลาดรถยนต์ลักชัวรีด้วยเช่นกัน และเช่นเดียวกับในตลาดโลก เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จะยังคงมีบทบาท ส�ำคัญอย่างยิ่งในการช่วยผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมและตลาดรถยนต์ใน ประเทศไทย โดยเรามีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 15 รุ่น ซึ่งรวมถึงรถยนต์รุ่นปลั๊ก อินไฮบริดอีกหลายรุ่นด้วย เพื่อตอบรับกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงใจในปีนี้ ยอดขายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในภูมิภาคและรายตลาดเป็นดังนี้ ยอดขายในตลาดเอเชีย-แปซิฟิกเพิ่มขึ้น 46.6% เป็นผลมาจากการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในประเทศจีนที่มีการส่งมอบรถยนต์ 222,520 คันในไตรมาสที่ 1 คิดเป็นการเติบโตถึง 60.1% เฉพาะในเดือนมกราคมที่ผ่านมาสร้างสถิติยอดขายถึงเกือบ 100,000 ภายใน เวลาเพียง 1 เดือน ขณะที่ในยุโรป ท่ามกลางการมาตรการล็อกดาวน์ต่อเนื่องในช่วงต้นปีนี้ เราสามารถ ท�ำยอดขายได้สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วคือเพิ่มขึ้น 1.8% ในเยอรมนี เมอร์ เซเดส-เบนซ์ ท�ำยอดขาย 54,446 คัน (ลดลง 15.4%) ตลาดอเมริกาเหนือมียอดขาย รวม 88,318 คัน (เพิ่มขึ้น 12.5%) ในจ�ำนวนนี้ 78,256 คัน เป็นรถยนต์ที่ส่งมอบใน ตลาดสหรัฐอเมริกา (เพิ่มขึ้น 15.5%) นอกจากนี้ ในตลาดสหรัฐอเมริกา เมอร์เซเดสเบนซ์ยังเป็นแชมป์ยอดขายสูงสุดของตลาดรถยนต์ลักชัวรีในไตรมาสแรกอีกด้วย สรุปจ�ำนวนยอดขายรถยนต์นั่งและรถตู้ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในตลาดโลก จ�ำนวนยอดขายทั่วโลก 581,270 คัน เพิ่มขึ้น 21.8% ระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม โดยยอดขายของรถยนต์ New S-Class ได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างดีด้วยสถิติ ยอดจองมากกว่า 50,000 คัน นอกจากนี้ การเติบโตของยอดขายของรถยนต์รุ่นต่าง

ๆ ยังแบ่งออกได้ดังนี้ รถยนต์รุ่น S-Class เพิ่มขึ้น 17% กลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ SUV เพิ่มขึ้น 54.3% รถยนต์รุ่น E-Class ทั้งแบบรถยนต์นั่ง 4 ประตูและแบบเอสเตท เพิ่มขึ้น 23.9% ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของอัตราการเติบโตของยอดรถยนต์ส่งมอบยัง แข็งแกร่งในระดับเลขสองหลัก ส�ำหรับกลุ่มไฟฟ้าขนาดเล็กแบรนด์สมาร์ท (Smart) มี ยอดขายทั้งรถแบบ 2 ประตูและ 4 ประตูรวม 9,729 คัน มีอัตราการเติบโตรวมสูงถึง 65.9% จากความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในเยอรมนี จากสถานการณ์ที่หลายประเทศในยุโรปยังมีการล็อกดาวน์ กลุ่มรถตู้เพื่อการพาณิชย์ มีอัตราเติบโต 18.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ยอดขายรวมของรถตู้สปริน เตอร์ วีโต้ วีโต้ทัวเรอร์ และ ซีตัน มีจ�ำนวน 76,328 คัน ในสหรัฐอเมริกาและในยุโรป ท�ำยอดขายรถตู้เพื่อการพาณิชย์ได้ดีกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ในยุโรปรถตู้ไฟฟ้าส ปรินเตอร์ โดยรถยนต์รุ่น eSprinterและeVito ถือเป็นรุ่นที่ช่วยเพิ่มการเติบโตอย่าง มีนัยส�ำคัญ “ยอดขายรถตู้ไฟฟ้า 1,200 คันในไตรมาสแรกนับว่าได้สร้างสถิติใหม่ของอัตราการ เติบโตที่สูงถึง 150%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เป็นการตอกย�้ำเป้าหมาย เชิงกลยุทธ์ที่จะผลักดันการรถใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งหลังของปี นี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์จะเปิดตัวรถตู้รุ่นซีตัน (Citan) ใหม่ โดยจะมีรุ่นที่เป็นรถไฟฟ้า ตามมาในปีหน้า นั่นหมายความว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์จะเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มี รถตู้ ไฟฟ้าในทุกเซกเมนต์” มร. มาร์คุส ไบรท์ชแวท หัวหน้ากลุ่มรถยนต์ตู้กล่าวแสดงความ มั่นใจ

MAGKETING l 12


PODIUM

พัฒนาโมเดลใหม่ รุกตลาดค้าปลีกรายย่อยในประเทศ BEAUTY

BEAUTY พัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ รุกตลาดร้านค้าปลีกรายย่อยในประเทศ ปั๊มยอด ขาย ขยายช่องทางจัดจ�ำหน่ายสินค้าอุปโภค (Consumer Product) เจาะกลุ่มผู้ค้าส่ง ผลิตภัณฑ์ความงามรายใหญ่ และรายย่อยในหัวเมืองใหญ่และต่างอ�ำเภอ ตั้งเป้าแต่ง ตั้ง Distributor รายใหญ่ 8 ราย ครอบคลุมทั่วประเทศมากกว่า 16,000 ร้านค้า ดร.พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิ ตี้ จ�ำกัด (มหาชน) (BEAUTY) ผู้น�ำธุรกิจค้าปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องส�ำอาง ผลิตภัณฑ์ เพื่อความงาม สุขภาพและบ�ำรุงผิวด้วยแนวคิด Live a beautiful life ภายใต้แบรนด์ Beauty Buffet , Beauty Cottage , GINO McCRAY , SCENTIO , MADE IN NATURE เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทปรับกลยุทธ์และแผนธุรกิจตามสถานการณ์และ สภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งปรับรูปแบบช่องทางจัดจ�ำหน่ายใหม่ทั้งในและ ต่างประเทศ เพื่อเป็นฐานการขยายตลาดต่อเนื่อง มุ่งเน้นขยายช่องทางการจ�ำหน่าย ที่มีการขยายตัวสูง (Re-new) และมีโอกาสเติบโต เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้น ไม่จ�ำกัด เฉพาะการเปิดสาขาร้านค้าปลีก ส�ำหรับช่องทางการจัดจ�ำหน่ายในประเทศ บริษัทจะมุ่งเน้นช่องทางสินค้าอุปโภค (Consumer Product) เจาะกลุ่มผู้ค้าส่งผลิตภัณฑ์ความงาม รายใหญ่ และราย ย่อยในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ และต่างอ�ำเภอ (Local Distributor) เพื่อบริหารการกระ จายสินค้าและท�ำตลาดทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสัดส่วนการขายจาก 1% เป็น 10% โดยปีนี้มีแผนแต่งตั้ง Distributor รายใหญ่ 8 ราย ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันแต่งตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วจ�ำนวน 5 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 5 เขต 49 จังหวัด คือ เขตภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด, เขตภาคตะวันตก 8 จังหวัด, เขตภาค ใต้ 14 จังหวัด, เขตภาคตะวันออก 7 จังหวัด และเขตภาคอีสานตอนบน 12 จังหวัด ส่วน 3 รายที่เหลือคาดว่าจะแต่งตั้งแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/64 “เชื่อว่าช่องทางจ�ำหน่ายใหม่ เป็นช่องทางที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ง่าย และทั่ว ถึงครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และยังมองเห็นโอกาสทางการตลาดจากการขยาย ตัวของช่องทางดังกล่าว จากข้อมูลการส�ำรวจของนีลเส็นประเทศไทยปี 2561 พบว่ามี จ�ำนวนร้านค้าปลีกดั้งเดิมทั่วประเทศ 480,000 กว่าร้านค้า โดย BEAUTY ได้วางเป้าหมายในปีนี้ไว้ จ�ำนวน 16,696 ร้านค้า หรือ คิดเป็น 3.5 %ของร้านค้าปลีกรายย่อยทั่วประเทศ ซึ่งถือว่ายังมีโอกาส เติบโตในช่องทางนี้อีกมาก อีกทั้งจะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมียอด จ�ำหน่ายเพิ่มขึ้น จากการหาซื้อผลิตภัณฑ์ได้สะดวก ประกอบกับสินค้า BEAUTYยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นสินค้าที่ มีคุณภาพและราคาไม่แพง ตอบโจทย์ก�ำลังซื้อปัจจุบันของผู้บริโภค” ดร.พีระพงษ์ กล่าว ส�ำหรับกลยุทธ์ทางการตลาด บริษัทจะร่วมกับตัวแทนจ�ำหน่ายจัดกิจกรรมทางการ ตลาด สนันสนุนการจัดท�ำสื่อประชาสัมพันธ์ ณ จุดขาย POP Shef Talker เพื่อสร้าง การรับรู้ต่อกลุ่มเป้าหมาย จัดโปรโมชั่นพิเศษ รวมทั้งใช้กลยุทธ์ O2O ออฟไลน์และ

ออนไลน์ผสานเข้าด้วยกัน เพื่อส่งเสริมการขาย อีกทั้งยังมีการคัดสรรผลิตภัณฑ์ให้ เหมาะสมกับช่องทางจ�ำหน่ายดังกล่าว ในแต่ละพื้นที่ อาทิ การปรับขนาดและราคา สินค้า เพื่อตอบโจทย์และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับกลุ่มลูกค้า ภาพรวมตลาดเทรดดิชั่นนอลเทรด ที่เกี่ยวข้องกับความงาม ถึงแม้ว่าจะได้รับผลกระ ทบจากสถานการณ์โควิด-19 แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่ายังมีการขยายตัวอย่าง ค่อยเป็นค่อยไป โดยคาดการณ์ว่ามีมูลค่าตลาดสูงถึง 3-5 หมื่นล้านบาท บริษัทตั้งเป้า หมายแชร์ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 5-10% ใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเป็นช่องทางที่ช่วย เพิ่มศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง เพราะความต้องการผลิตภัณฑ์ด้านความงามและสุขภาพ มีความหลากหลายเพิ่มขึ้นตาม ซึ่งการขยายตัวดังกล่าวเป็นโอกาสในการด�ำเนินธุรกิจ ของบริษัทที่จะสามารถน�ำเสนอผลิตภัณฑ์ให้เข้าถึงผู้บริโภคทั้งในประเทศและในระดับ นานาชาติ

MAGKETING l 13


PODIUM

กรุงศรีเผยผลก�ำไรไตรมาสแรก พร้อมดูแลลูกค้า-หนุนเศรษฐกิจฟื้น กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เผยผลประกอบ การไตรมาสแรก โดยมีก�ำไรสุทธิจ�ำนวน 6,505 ล้านบาท จากการเติบโตของสินเชื่อ เพื่อธุรกิจ ซึ่งรวมสินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและสินเชื่อธุรกิจขนาด ใหญ่ ที่ 1.63% ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ท้าทาย คุณภาพสินทรัพย์ของ ธนาคารยังคงแข็งแกร่งภายใต้การบริหารความเสี่ยงด้วยความรอบคอบระมัดระวัง โดย ธนาคารมีอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) เพียง 1.99% และอัตราส่วนเงิน ส�ำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) ในระดับสูงที่ 175.0% สรุปผลประกอบการและฐานะการเงินที่ส�ำคัญส�ำหรับไตรมาสแรก • ก�ำไรสุทธิ: จ�ำนวน 6,505 ล้านบาท เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยส�ำคัญที่ 92.2% หรือ จ�ำนวน 3,120 ล้านบาทจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการตั้งส�ำรอง เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Management Overlay) ในไตรมาสก่อนหน้า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ก�ำไรสุทธิลดลง 7.5% หรือจ�ำนวน 528 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลง ของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ • เงินให้สินเชื่อรวม: เพิ่มขึ้น 0.3% หรือจ�ำนวน 6,365 ล้านบาท จากไตรมาสก่อน หน้า โดยสินเชื่อเพื่อธุรกิจ ซึ่งรวมสินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและสิน เชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เติบโต 1.63% ขณะที่สินเชื่อเพื่อรายย่อยลดลง 1.0% จากการ ช�ำระคืนสินเชื่อของลูกค้าตามปัจจัยด้านฤดูกาลและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับลดลง อย่างต่อเนื่อง • เงินรับฝาก: เพิ่มขึ้น 2.9% หรือจ�ำนวน 53,959 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนหน้า โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินรับฝากออมทรัพย์ • ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM): อยู่ที่ 3.07% เทียบกับ 3.14% ในไตรมาส ก่อนหน้า • รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย: ลดลงจ�ำนวน 256 ล้านบาท หรือ 2.9% เมื่อเทียบกับ ไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ สุทธิจากกิจกรรมทางธุรกิจของลูกค้ารายย่อยที่สูงขึ้นตามฤดูกาลในไตรมาสก่อนหน้า • อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้: ด้วยนโยบายการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มี ประสิทธิภาพ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ของกรุงศรี ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 43.8% เทียบกับ 46.5% ในไตรมาสก่อนหน้า • อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio): ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 1.99% เทียบ กับ 2.00% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2563 •

อัตราส่วนเงินส�ำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ: อยู่ในระดับสูงที่ 175.0% เทียบกับ

175.1% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2563 • อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคาร: อยู่ที่ 17.85% เทียบกับ 17.92% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2563 เซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภายใต้นโยบายการด�ำเนินธุรกิจด้วยความ รอบคอบระมัดระวังของกรุงศรี ในท่ามกลางสภาวะการณ์ที่ท้าทาย พอร์ตสินเชื่อเพื่อ ธุรกิจของธนาคารยังคงเติบโตที่ 1.63% ในไตรมาสแรกของปี 2564 ซึ่งเกิดจากการ สนับสนุนในด้านสภาพคล่องและสินเชื่อให้แก่ลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และธุรกิจขนาดใหญ่ ตลอดจนการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม” “เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรก มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงสนับสนุนจาก การขยายตัวของการส่งออก สะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์จากประเทศคู่ค้าหลักที่เพิ่มขึ้น รวมถึงมาตรการทางเศรษฐกิจที่ออกมาเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ ทั้งนี้ การกลับมาแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในช่วงต้นเดือน เมษายน 2564 เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส�ำคัญต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศ” “ทั้งนี้ ธนาคารจะด�ำเนินการปรับเปลี่ยนองค์กรให้เป็นดิจิทัล เพื่อเสริมสร้าง ประสิทธิภาพและผลิตภาพให้แข็งแกร่ง พร้อมสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่น่าประทับ ใจต่อไป”

MAGKETING l 14


PODIUM

เนสท์เล่ร่วมกับยังแฮปปี้ สนับสนุนคนวัยเก๋ามีสุขภาพดี ปี พ.ศ. 2564 ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์เป็นปีแรก โดยมีผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไปเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด เพื่อสนับสนุนผู้สูงอายุให้ มีความสุข สุขภาพดี เนสท์เล่จึงร่วมกับยังแฮปปี้ (YoungHappy) เปิดตัวแคมเปญ “ภารกิจสูงวัยท�ำได้: แข็งแรงด้วย 3 อ.” ปีที่ 2 ภายใต้คอนเซปต์เนสท์เล่คนไทยแข็ง แรงด้วย 3อ. ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง ผ่านการท�ำ กิจกรรม 21-Day Challenge โดยเนสท์เล่ได้ใช้ความเชี่ยวชาญด้านโภชนาการเพื่อ สุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงความเข้าใจผู้สูงอายุ ร่วมมือกับยังแฮปปี้ คอม มูนิตี้ส�ำหรับผู้สูงอายุเพื่อสร้างสรรค์ให้แคมเปญนี้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้สูง วัยได้อย่างตรงจุด พร้อมเริ่มภารกิจให้วัยเก๋าได้ฟิตในช่วงวันผู้สูงอายุ ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน 2564 สมฤดี บุญให้เจริญ ผู้อ�ำนวยการด้านการสื่อสารและบริการทางการตลาด บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จ�ำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันทั่วโลกได้ก้าวสู่สังคมสูงอายุ ซึ่งถือเป็นจุด เปลี่ยนทางสังคมที่ส�ำคัญ และมีผลกระทบอย่างมากต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของ ผู้คน ส�ำหรับประเทศไทยในปี 2564 ได้เข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ เนสท์เล่ใน ฐานะบริษัทผู้น�ำด้านโภชนาการจึงอยากส่งเสริมให้ผู้สูงวัยก้าวสู่วัยเก๋าอย่างมั่นใจ พึ่งพาตัวเองได้ ใช้ชีวิตอย่างแอกทิฟ และมีความสุข ด้วยการน�ำเสนอความรู้ด้าน โภชนาการ และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของ เนสท์เล่ในการเปิดพลังแห่งอาหารเพื่อเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตที่ดี ส�ำหรับทุกคนในวันนี้ และในอนาคต “เราน�ำความรู้ในการดูแลสุขภาพและข้อมูลโภชนาการที่เหมาะสม ถ่ายทอดสู่ผู้สูงอายุ ผ่านกิจกรรมที่ร่วมกับยังแฮปปี้ คอมมูนิตี้ส�ำหรับผู้สูงอายุบนแพลตฟอร์มออนไลน์ จาก จุดมุ่งหมายเดียวกันที่อยากส่งเสริมให้ผู้สูงอายุดูแลตัวเองอย่างมีความสุข และใช้ชีวิต อย่างแอกทิฟ โดยปีนี้ได้ต่อยอดภารกิจเป็นปีที่ 2 และพัฒนาให้มีความเข้มข้นมากยิ่ง ขึ้นใน กิจกรรม 21-Day Challenge โดยในทุกภารกิจได้รับการออกแบบเพื่อส่งเสริม 3อ. อาหาร ออกก�ำลังกาย และอารมณ์ พร้อมข้อมูลโภชนาการและเคล็ดลับการดูแล สุขภาพที่มีประโยชน์ ที่ผู้สูงอายุต้องอ่านข้อมูลเหล่านี้ก่อนเริ่มภารกิจ เพื่อให้น�ำความรู้ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ�ำวันได้” ธนากร พรมยศ ผู้ก่อตั้งยังแฮปปี้ กิจการเพื่อสังคมที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการ สร้างคอมมูนิตี้และจัดกิจกรรมเพื่อผู้สูงวัย กล่าวว่า “ปัจจุบันประชากรผู้สูงอายุใน ประเทศไทยมีจ�ำนวน 14 ล้านคน เป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในเมือง 3 ล้านคน ซึ่ง 60% ของผู้สูงวัยกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าผู้ที่อาศัยอยู่นอกเมือง เนื่องจากไม่มีกิจกรรมให้ผู้สูงอายุเข้าไปมีส่วนร่วม ท�ำให้รู้สึกเหงาและก่อให้เกิดปัญหา สุขภาพตามมาจากการซึมเศร้า ยังแฮปปี้เห็นความส�ำคัญของปัญหานี้และอยากช่วยให้ คนวัยเก๋าได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว จึงจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ผู้สูง อายุสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างกัน และรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น “ปีที่ผ่านมา เราได้ร่วมมือกับเนสท์เล่จัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านโภชนาการแก่ผู้สูง อายุผ่าน LIVE และจัดแคมเปญ “ภารกิจสูงวัยท�ำได้: แข็งแรงด้วย 3อ.” โปรแกรม

ออนไลน์ที่ผู้สูงอายุสามารถร่วมกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพยามอยู่บ้าน ซึ่งมีผลตอบรับที่ ดี มีสมาชิกเข้าร่วมกิจกรรมจ�ำนวนกว่า 1,000 คน และมีผู้ท�ำภารกิจจนจบจ�ำนวนกว่า 70% ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด ในปีนี้เราจึงต่อยอดกิจกรรม 21-Day Challenge ให้คนวัยเก๋าได้มาสนุกกับการพิชิตภารกิจที่เราออกแบบโดยเน้นการดูแลสุขภาพตาม หลัก 3อ. เช่น ภารกิจรับประทานอาหารที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ภารกิจฟิตด้วยการยก ดัมเบลขวดน�้ำ และ ภารกิจถ่ายคลิปโชว์เสียงร้องเพลงโปรดที่ชอบ เป็นต้น ภารกิจ เหล่านี้ยังสอดคล้องกับดัชนีพฤฒพลัง (Active Aging Index) หรือการเก็บข้อมูลเพื่อ ใช้วัดระดับคุณภาพการด�ำรงชีวิตของผู้สูงอายุซึ่งพบว่าผู้สูงอายุไทยมีคุณภาพในการดํา รงชีวิตอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น ผมหวังว่าการท�ำภารกิจครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งใน การเพิ่มดัชนีพฤฒพลังของประเทศไทยให้เพิ่มขึ้น” ในปีนี้ ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมโดยลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน ทั้งใน YoungHappy แอปพลิเคชัน http://onelink.to/9dfkjz หรือ ไลน์ YoungHappy https://line.me/R/ti/p/%40younghappy และเริ่มภารกิจได้ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน – 11 พฤษภาคม นี้ “เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้สูงอายุจะมีความสุขและสนุกไปกับ “ภารกิจสูงวัยท�ำได้: แข็ง แรงด้วย 3 อ.” ตลอดทั้ง 21 วันและมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงด้วย 3อ. เนสท์เล่ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรากฐานสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทยให้แข็งแกร่ง” สมฤดี กล่าวทิ้งท้าย

MAGKETING l 15


PODIUM

MAGKETING l 16


BEHAVIOR

MAGKETING l 17


BEHAVIOR

แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะยังคงชะลอตัว แต่การน�ำเข้าวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ก็ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคและเร่งการฟื้นตัว ของเศรษฐกิจได้ในอนาคต ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย เผยผลส�ำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกุมภาพันธ์ 2564 อยู่ที่ 49.4 โดยปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน หลังจากการแพร่ระบาดฯ ระลอก ใหม่ แม้ว่าจะยังไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องมาจากยังไม่มีไทม์ไลน์ที่ชัดเจนของแผนการฉีดวัคซีนทั้ง ประเทศ ท�ำให้ผู้บริโภคยังมีความกังวลกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโค วิด-19 ที่มีผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคส่วนใหญ่จึงชะลอการซื้อสินค้าที่ไม่จ�ำเป็น หรือสินค้าที่มีราคาสูงในช่วงนี้ออกไปก่อน เห็นได้จากผลส�ำรวจพฤติกรรมการซื้อของคนไทยในสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ ปี 2563 ของวันเดอร์แมน ธอมสัน และแดทเทล พบว่า ความตั้งใจในการซื้อสินค้าที่ต้อง ใช้ข้อมูลในการตัดสินใจซื้อ (High Involvement) เช่น ยานยนต์ อสังหาริมทรัพย์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดฯ ของผู้บริโภคลดลงทุกกลุ่มสินค้า ผู้ มีรายได้น้อยกว่า 40,000 บาทต่อเดือนมีแนวโน้มที่จะลดหรือหยุดการซื้อสินค้าและ บริการออกไป และส่วนใหญ่ไม่มีแนวโน้มจะกลับมาซื้อสินค้าเหล่านี้ภายใน 1 ปี สอดคล้องกับผลส�ำรวจล่าสุดจากวันเดอร์แมน ธอมสัน ณ เดือนกันยายน 2563 ที่ ได้คาดคะเนพฤติกรรมของผู้บริโภคช่วงหลังการแพร่ระบาดฯ ว่าในอนาคตในระยะ สั้น-กลาง (0-1 ปี) ผู้บริโภคจะมีพฤติกรรมไม่ชอบความเสี่ยง และเลือกที่จะถือเงินสด หรือฝากธนาคาร รวมถึงหารายได้เสริมจากช่องทางอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการ เงินมากขึ้น

ในขณะที่ความสนใจซื้อมีการเติบโตในสัดส่วนเพียง 7% เท่านั้น เมื่อพิจารณาแนวโน้ม ประกาศที่อยู่อาศัยให้เช่าบนเว็บไซต์ (Supply) ในช่วงสองเดือนแรกของปีนี้พบว่า เพิ่ม ขึ้นมากกว่าครึ่ง (52%) เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2563 ซึ่งการแพร่ระบาดฯ ยังไม่แพร่หลายในไทย “ความจ�ำเป็น” ผลักให้ผู้บริโภคเลือกเช่าเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ เผยปัจจัยแวดล้อมที่มีบทบาทส�ำคัญท�ำให้ผู้บริโภคยุคนี้หันมา พิจารณาและสนใจเลือกเช่าที่อยู่อาศัยมากกว่าการซื้อ แม้จะมีโปรโมชั่นสงครามราคา ออกมากระตุ้นการซื้อมากมายก็ตาม ดังนี้ ด้านเศรษฐกิจ เศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง กระทบความมั่นคงต่ออาชีพ ผลกระทบทางเศรษฐกิจตั้งแต่ ปี 2562 รวมกับวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตลอดปี 2563 กินระยะเวลา ยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ ท�ำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจปีนี้ยังคงไม่แน่นอน โดยข้อมูลจากส�ำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ คาดว่าแนวโน้มผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือ GDP ของปี 2564 จะขยาย ตัวอยู่ที่ 2.5%-3.5% ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงจากคาดการณ์เดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.5%-4.5% เนื่องจากยังมีผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผล ต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่จะลงทุนและจ้างงานในอนาคต ท�ำให้ผู้บริโภคมีความกังวลกับความมั่นคงของอาชีพการงาน จึงให้ความส�ำคัญกับการ วางแผนการเงินของครอบครัวมากขึ้น ปรับลดการใช้จ่ายที่ไม่จ�ำเป็นเร่งด่วน เก็บเงิน ส�ำรองเพื่อลดปัญหาสภาพคล่องทางการเงินหากมีการเปลี่ยนแปลงด้านอาชีพ

โควิด-19 ตัวแปรส�ำคัญ ดันอสังหาฯ ให้เช่าโตต่อเนื่อง ภาคอสังหาฯ ยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นตัวแปรส�ำคัญที่มีอิทธิพลต่อ ความเชื่อมั่นในการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค เนื่องจากบ้าน/คอนโดฯ เป็น ทรัพย์สินที่มีราคาสูงและมีระยะเวลาผ่อนช�ำระยาวนาน แม้คนไทยจะมีประสบการณ์ตรงในการรับมือการแพร่ระบาดฯ ในรอบแรก แต่การ แพร่ระบาดฯ ระลอกใหม่ที่มาอย่างไม่มีใครคาดคิด ท�ำให้ทุกคนต้องปรับแผนการใช้ จ่ายอย่างรัดกุมอีกครั้ง จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้เทรนด์การเช่าอสังหาฯ กลับมาเติบโตอย่างเห็นได้ชัดในช่วง นี้ ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย เผยข้อมูลผู้เข้าเยี่ยมชมในเว็บไซต์ DDproperty.com ทั่วประเทศในช่วง เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2564 พบว่า ความสนใจเช่าที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มเติบโต อย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากยอดเข้าชมประกาศที่อยู่อาศัยให้เช่าที่เพิ่มขึ้นถึง 31% เมื่อ เทียบกับเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2563 ที่เริ่มมีการแพร่ระบาดฯ ระลอกใหม่

ด้านระดับราคา ผู้บริโภคมองหาที่อยู่อาศัยในราคาที่เอื้อมถึง เนื่องจากความสามารถในการใช้จ่าย (Affordability) ของผู​ู้บริโภคในปัจจุบันลดลง ท�ำให้ต้องวางแผนการใช้จ่ายอย่างรัดกุม และให้ความส�ำคัญกับการมีเงินเก็บมากขึ้น ผู้บริโภคจึงใช้เวลาและความรอบคอบในการพิจารณาซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ มากตามไปด้วย โดยเน้นไปที่ความคุ้มค่าที่ได้รับบวกกับราคาที่เหมาะสม โดยเฉพาะ ทรัพย์สินที่มีราคาสูง มีการเปรียบเทียบความเหมาะสมของค่าใช้จ่ายและความคุ้มค่าที่ จะได้รับเมื่อเลือกซื้อหรือเช่าบ้าน/คอนโดฯ โดยมีตัวแปรส�ำคัญ คือ ก�ำลังซื้อที่มีจ�ำกัดในเวลานี้ของผู้บริโภค ด้วยเหตุนี้จึงท�ำให้การ เช่าที่อยู่อาศัยเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากกว่าการซื้อ นอกจากนี้อสังหาฯ ให้เช่าส่วน ใหญ่จะมีการตกแต่งอย่างสวยงามและเฟอร์นิเจอร์พร้อมเข้าอยู่ทันที ช่วยให้ผู้บริโภค ประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ และไม่จ�ำเป็นต้องมีเงินเป็นค่าบ�ำรุงรักษา หรือเสียภาษีต่าง ๆ เหมือนการมีบ้านเป็นของตัวเอง

MAGKETING l 18


BEHAVIOR

เพื่อความคล่องตัวในการตัดสินใจ เลือกเช่าเพื่อลดภาระผูกพันในระยะยาว สร้าง Safe Zone ด้านค่าใช้จ่าย เพราะการ เช่ามีภาระผูกพันที่น้อยกว่าการซื้อ ไม่มีสัญญาผูกมัดระยะยาว การเช่าที่อยู่อาศัยเป็น ทางเลือกที่น่าสนใจส�ำหรับผู้บริโภควัยเริ่มต้นท�ำงานที่ก�ำลังเริ่มสร้างฐานะ หรือมีภาระ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อยู่แล้ว เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จ�ำเป็นบางส่วน ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถวางแผนการเงิน เพื่อรองรับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและสร้าง Safe Zone ลดความ เสี่ยงปัญหาค่าใช้จ่ายจากเหตุการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ได้ เพราะการมีเงินออมเก็บไว้ถือเป็น สิ่งที่ผู้บริโภคยุคนี้ไม่ควรมองข้าม การเช่าที่อยู่อาศัยจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการผ่อนดาวน์ และ สามารถน�ำเงินเก็บไปใช้ในเรื่องที่จ�ำเป็นกว่าได้ ป้องกันปัญหาการเงินขาดสภาพคล่อง จากความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต จึงช่วยให้ผู้บริโภคสามารถวางแผนการ บริหารจัดการค่าใช้จ่ายและเงินเก็บได้ดียิ่งขึ้น มีความยืดหยุ่นในการโยกย้ายท�ำเล ได้ทดลองอยู่ก่อนซื้อขาด ปัจจุบันความต้องการ เช่าที่อยู่อาศัยไม่ได้กระจุกตัวอยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ (CBD) อีก ต่อไป เมื่อมีการขยายตัวของเมือง การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและระบบขนส่ง มวลชนอย่างรถไฟฟ้า ท�ำให้การจ้างงานและแหล่งที่อยู่อาศัยมีการขยายไปในท�ำเลที่มี ศักยภาพเป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ (New CBD) และแถบชานเมืองมากขึ้น

ผู้บริโภคจึงมีทางเลือกในการเช่าที่อยู่อาศัยที่มีราคาเหมาะสมในท�ำเลที่ไม่แออัด และ เดินทางไปท�ำงานใจกลางเมืองได้สะดวก เมื่อมีความจ�ำเป็นต้องเปลี่ยนงานหรือโยก ย้ายท�ำเลก็ท�ำได้ง่ายกว่า เพราะการเช่าไม่มีสัญญาผูกมัดในระยะยาว และยังมีข้อดี ตรงที่ช่วยให้ผู้บริโภคได้ทดลองอยู่อาศัยในท�ำเลที่สนใจเพื่อประเมินความพึงพอใจจาก สภาพแวดล้อม ความเจริญในพื้นที่ รวมถึงการเดินทาง ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อบ้าน/คอน โดฯ ในท�ำเลนั้น ๆ ในอนาคตได้ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกเช่าที่อยู่อาศัยในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อปรับเปลี่ยนให้เข้ากับ ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างไปในแต่ละช่วงวัยได้ง่ายขึ้น คนรุ่นใหม่ยังออมเงินหวังซื้อบ้าน แต่คนโสดหันไปเลือกเช่ามากขึ้น การซื้อที่อยู่อาศัย ยังคงเป็นหนึ่งในความต้องการอันดับต้น ๆ ของคนรุ่นใหม่อยู่เสมอ ข้อมูลล่าสุดจากผล ส�ำรวจ DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study พบว่า แผนการ ใช้จ่ายใน 1 ปีข้างหน้าของผู้บริโภคกลุ่มมิลเลนเนียล หรือ Gen Y นั้นมากกว่าครึ่ง (59%) ตั้งใจออมเงินเพื่อวางแผนซื้อบ้าน อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาจากความต้องการและความจ�ำเป็นในการด�ำเนินชีวิตแล้ว การเลือกเช่าอสังหาฯ ก็ได้รับความนิยมและมีแนวโน้มเติบโตในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มี สถานภาพโสดเช่นกัน โดย 8% ของผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ความสนใจเช่าบ้าน/คอนโดฯ สูง กว่าคนรุ่นใหม่ที่มีสถานะอื่น ๆ การเช่าที่อยู่อาศัยช่วยให้คนโสดที่อยู่ตัวคนเดียว ไม่มี ภาระผูกมัดทางครอบครัวมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายมากกว่า

MAGKETING l 19


BEHAVIOR

เมื่อพิจารณาความเหมาะสมด้านอื่น ๆ แล้วถือว่าเพียงพอกับไลฟ์สไตล์ประจ�ำวัน มี ความคุ้มค่า ไม่เป็นการสร้างหนี้เกินก�ำลังอย่างไม่จ�ำเป็น ตอบโจทย์ความต้องการใช้ ชีวิตอิสระของคนโสดได้เป็นอย่างดี คนชะลอการซื้อแต่ยังไม่พับแผน แม้การเช่าที่อยู่อาศัยจะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการควบคุมค่าใช้ จ่ายในขณะนี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าส่วนใหญ่ยังอยากมีบ้านเป็นของตัวเองเมื่อมีความ พร้อมมากพอ เนื่องด้วยความท้าทายจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันท�ำให้ผู้บริโภคที่ วางแผนซื้อบ้านจะใช้เวลาในการตัดสินใจนานขึ้นเพื่อรอดูทิศทางสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ เข้ามาอิทธิพลด้านการเงินและการงาน ผลส�ำรวจล่าสุดเผยว่ามีผู้บริโภคเพียง 13% เท่านั้นที่ตัดสินใจจะซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของ ตนเองภายใน 1 ปี ในขณะที่อีก 18% ยังไม่มีแผนการซื้อที่อยู่อาศัยในช่วงระยะเวลา อันใกล้ โดยตั้งใจจะซื้อบ้าน/คอนโดฯ ในช่วงเวลามากกว่า 5 ปีหลังจากนี้ นอกจากนี้ในกลุ​ุ่มผู้บริโภคที่เป็นผู้เช่ายังมีการวางแผนขยับขยายที่อยู่อาศัยในอนาคต เพื่อสร้างความมั่นคงและรองรับความต้องการของครอบครัว โดยกว่า 3 ใน 5 (64%) มีเหตุผลส�ำคัญในการวางแผนซื้อบ้านใหม่ คือ ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเองแทนการ เช่าในปัจจุบัน ตามมาด้วยต้องการพื้นที่ส่วนตัว และพื้นที่ส�ำหรับพ่อแม่และบุตรหลาน

ที่มากขึ้น (46% และ 31% ตามล�ำดับ) จะเห็นได้ว่าความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยนั้นยังมีอยู่ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งใจพับ แผนการซื้อแค่เลือกชะลอออกไปก่อน เพื่อเก็บเงินสดไว้กับตัวและรอดูแนวโน้มจาก สถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมส�ำหรับผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยและ ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ทั้งนี้เว็บไซต์ที่เป็นสื่อกลางอย่างดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (https://www.ddproperty.com/) ได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเและเป็นประโยชน์ส�ำหรับผู​ู้บริโภคที่ก�ำลังมองหาบ้าน/ คอนโดฯ ให้เช่า โดยรวบรวมข้อมูลประกาศให้เช่า/ซื้อ (Listings for rent/sale) ที่น่า สนใจมากมายในหลากหลายท�ำเลครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมทั้งมี “AreaInsider” ที่น�ำเสนอข้อมูลเชิงลึกของแต่ละท�ำเลครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ช่วยให้ ผู้บริโภคศึกษาข้อมูลท�ำเลที่สนใจได้อย่างง่ายดาย และตัดสินใจเลือกท�ำเลได้ตรงไลฟ์ สไตล์มากขึ้น นอกจากนี้ เมื่อผู้บริโภคมีความพร้อมในการซื้อที่อยู่อาศัยก็สามารถใช้เครื่องมือ ค�ำนวณยอดเงินกู้ที่จะได้รับเมื่อยื่นขอสินเชื่อจากธนาคาร (Affordability calculator) ช่วยประเมินความสามารถในการซื้อเพื่อเป็นข้อมูลล่วงหน้า เป็นการเตรียมความพร้อม ก่อนการด�ำเนินการในขั้นตอนต่อไป พร้อมกันนี้ยังสามารถศึกษาข้อมูลเชิงลึก/ความรู้ จากผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอสังหาฯ ได้โดยตรงเพื่อช่วยให้ตัดสินใจซื้อ/เช่าที่อยู่อาศัยได้ อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

MAGKETING l 20


CASE STUDY

CONVENIENCE STORE

COFFEE

++

MAGKETING VOL.59

MAGKETING l 21


CASE STUDY

iNTROdUCTION เรื่อง : ปรัชญ์ พันแสงระวี

เมื่อพฤติกรรม On the Go กลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้ ตลาดกาแฟ Out of home หรือร้านกาแฟมีการเติบโตค่อนข้างดี แม้ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เนื่องจากการดื่มกาแฟนอกบ้านกลายเป็น ไลฟ์สไตล์ของคนไทย ส่งผลให้มีผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ กลาง และ เล็ก ต่างเข้ามาท�ำตลาดร้านกาแฟแล้ว ยังท�ำให้ผู้ประกอบการค้าปลีก ให้มาให้ความสนใจต่อตลาดนี้ด้วยเช่นกัน เพราะเคาน์เตอร์กาแฟใน คอนวีเนียนสโตร์กลายเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เนื่องจาก สามารถเจาะขยายฐานจากกลุ่มลูกค้าประจ�ำของร้านและราคาจับต้อง ได้มากกว่าร้านระดับพรีเมียมในยุคที่ภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

MAGKETING l 22


CASE STUDY

ออลล์CASE คาเฟ่

แล้วเช่นกัน

STUDY #1 ออลล์ คาเฟ่

กลุ่มธุรกิจกาแฟทั้งแบรนด์กาแฟมวลชน และ ออลล์ คาเฟ่ (All Cafe) ในเครือซีพี ออลล์ อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จ�ำกัด โดยวางต�ำแหน่งทางการ ตลาดให้แบรนด์ออลคาเฟ่เป็นเซ็กเม้นต์ส�ำหรับคนดื่มทั่วไป ในราคาที่สามารถจ่ายได้ ง่าย ตั้งแต่ 25 – 40 บาท ซึ่งแพงกว่าร้านกาแฟรถเข็นไม่มากนัก นอกจากนี้ยังมีแบรนด์“ออลล์ คาเฟ่ โกลด์” ที่เน้นลูกค้ากลุ่มพรีเมียม ในสาขาของเซ เว่น อีเลฟเว่น ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวมีความเป็นพรีเมียมมากกว่า เพราะใช้วิธีการชง ผ่านเครื่องชงมือซึ่งจะต่างจากออลคาเฟ่ ที่ใช้เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ กลุ่มซีพีพยายามส่งแบรนด์ร้านกาแฟ ทั้งออลล์ คาเฟ่ (All Cafe) “ออลล์ คาเฟ่ โกลด์” (All Cafe Gold) คัดสรร มีการท�ำ Branding อย่างเต็มตัว โดยเน้นเปิดมุมขาย ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่มีมากกว่า 10,000 สาขาเป็นตัวช่วยในการขยายตลาด กลาย เป็นเครือข่ายร้านกาแฟที่ขยายตัวได้รวดเร็วและมีขนาดใหญ่ที่สุด ไม่เพียงเท่านั้นกลุ่มซีพียัขยายแบรนด์ร้านกาแฟต่างๆ เพื่อจับทุกกลุ่มลูกค้าตั้งแต่ราก หญ้าถึงพรีเมียม อาทิ แบรนด์อาราบิเทีย (Arabitia) ราคาเริ่มต้นแก้วละ 35 บาท เจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางหรือตลาดวัยรุ่น, แบรนด์จังเกิ้ลคาเฟ่ (Jungle Cafe) ราคา เริ่มต้นแก้วละ 40 บาท เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบีบวกซึ่งเป็นกลุ่มคนท�ำงาน รวมถึง แบรนด์กาแฟมวลชนราคาเริ่มต้นแก้วละ 25 บาท ที่รุกผ่านรูปแบบการขายแฟรนไชส์

อาริกาโตะมีจุดแข็งในฐานะแบรนด์กาแฟเกรดพรีเมียมน�ำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นและ ราคาไม่แพงสามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้ โดยเมนูร้อนเริ่มต้นแก้วละ 25 บาท เมนูกาแฟเย็นเริ่มต้นแก้วละ 35 บาท และมีเมนูเครื่องดื่มตามเทศกาลต่างๆ หรือเมนู ยอดนิยม เช่น กลุ่มชานมไข่มุกที่ชูจุดขายเน้นปริมาณมุกมากกว่าร้านทั่วไป กาแฟอาริกาโตะถือเป็นส่วนหนึ่งที่เกิดมาจากจุดแข็งที่ทางกลุ่มเซ็นทรัลมีฐานสมาชิก เดอะวันมากถึง 12 ล้านราย ขณะที่ของกลุ่มท็อปส์เองก็มีฐานลูกค้าประมาณ 8 ล้าน ราย ถือเป็นบิ๊กดาต้าที่น�ำมาวิเคราะห์ข้อมูลถึงพฤติกรรมผู้บริโภคได้ว่ามีความต้องการ อะไร ชอบซื้ออะไร สามารถน�ำข้อมูลมาบริหารจัดการ จัดโปรโมชันได้ตรงตามความ ต้องการของลูกค้าในเชิงลึกได้มากขึ้น ท�ำให้สามารถน�ำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพ กลยุทธ์ การตลาด และบริการที่ตรงตามความต้องการ ที่ผ่านมากาแฟอาริกาโตะพยายามเติมเต็มความต้องการตามไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้า เป้าหมาย กลุ่มคนรุ่นใหม่ พนักงานออฟฟิศ นักเรียนนักศึกษา เน้นการเพิ่มรสชาติ ใหม่ๆ กาแฟจึงถือเป็นอีกซิกเนเจอร์ของแฟมิลี่มาร์ทและในสาขาแฟลกชิปสโตร์จะมี เคาน์เตอร์บริการทั้งกาแฟอิตาเลียนเซกาเฟรโด (Segafredo) จับกลุ่มผู้บริโภคระดับ บนและกาแฟอาริกาโตะจับกลุ่มลูกค้าระดับกลาง

ขณะที่แบรนด์ “เบลลินี่ (Bellinee Bake & Brew)” ร้านเบเกอรี่อบสดและเครื่อง ดื่ม กลิ่นอายอิตาลีแบบมาดามเบลลินี่ หญิงสาวชาวยุโรปที่ได้แรงบันดาลใจจาก Vincenzo Bellini นักประพันธ์เพลงชื่อก้องโลกชาวอิตาลี เป็นตัวเจาะฐานตลาด พรีเมียม

นอกจากนี้ในปี 2562 บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จ�ำกัด (CRG) ยังได้ร่วมทุนกับ บริษัท พีทีที โออาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้งส์ (สิงคโปร์) จ�ำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ของบริษัท ปตท. น�้ำมันและการค้าปลีก จ�ำกัด (มหาชน) หรือ OR ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ของบริษัท ปตท. จ�ำกัด (มหาชน) หรือ PTT อีกที ในสัดส่วน 60% และกลุ่ม CRG 40% เพื่อด�ำเนินธุรกิจกาแฟ Cafe Amazon ในเวียดนาม การร่วมทุนครั้งนี้เป็นไป ตามแผนของ OR ในการขยายธุรกิจและแบรนด์ไทย Cafe Amazon สู่ระดับโลก

โดยแบรนด์ “ออลล์คาเฟ่” มีอัตราการเติบโตตามการเติบโตของร้านสะดวกซื้อเซเว่ นอีเลฟเว่นจนประสบความส�ำเร็จ ทั้งในแง่การรับรู้ของกลุ่มลูกค้า รสชาติเครื่องดื่ม และราคาไม่ได้อยู่ในระดับสูงมาก

ในฝั่ง CRG ใช้บริษัทย่อยที่อยู่ระหว่างการจัดตั้งใหม่ในเวียดนามเป็นผู้เข้าไปลงทุน โดย CRG ถือหุ้นทางอ้อมผ่าน Central Restaurants Group (HK) Limited บริษัทย่อยที่ จัดตั้งขั้นในฮ่องกง เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2562 ที่ผ่านมา

อาริกาโตะ

CASE STUDY #2 อาริ ก าโตะ

ขณะที่การแข่งขันด้านเมนูกาแฟในร้านโดนัทที่คู่แข่งขันหลายรายหันมาให้ความส�ำคัญ มากขึ้น เครือซีอาร์จี (CRG) ได้น�ำโมเดล Shop in shop โดยน�ำแบรนด์ร้านกาแฟอา ริกาโตะ (Arigato) ในเครือซีอาร์จีเองเข้ามาเสริมในร้านต่างๆในเครือ โดยเริ่มจากการ เปิดเป็นเคาน์เตอร์หรือมุมกาแฟในมิสเตอร์ โดนัท เพราะมองของหวานกับกาแฟคือ ของคู่กัน รวมถึงได้ขยายไปในร้านอื่นๆในเครือ เช่น ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต , แฟมิลี่ มาร์ท เป็นต้น กาแฟอาริกาโตะที่เบื้องต้นเกิดมาจากการเป็นเพียงเคาน์เตอร์กาแฟในร้านแฟมิลี่มาร์ ทของบริษัทฯ ก็ได้มีการขยายจุดจ�ำหน่ายเป็นร้านกาแฟออกไปนอกร้านแฟมิลี่มาร์ท

ส�ำหรับเหตุผลในการร่วมทุนดังกล่าวเนื่องจากประเทศเวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่ มีศักยภาพในการขยายธุรกิจต่างประเทศของ OR เนื่องจากมีแนวโน้มการเติบโตทาง เศรษฐกิจสูง เปิดกว้างทางการลงทุนจากต่างประเทศ อีกทั้งมีแนวโน้มการเติบโตของ การผลิต การบริโภค และการขยายธุรกิจร้านกาแฟสูง OR จึงได้ร่วมมือกับ CRG จัดตั้ง บริษัทร่วมทุนในประเทศเวียดนาม ขณะที่พฤติกรรมการดื่มกาแฟของชาวเวียดนาม ที่นิยมดื่มกาแฟวันละหลายแก้ว ใน หลายโอกาสของวัน และด้วยไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นกลุ่มวัยท�ำงาน-วัย รุ่น ที่ชอบใช้เวลาอยู่ในร้านกาแฟ รวมทั้งชอบทดลองสิ่งใหม่ๆ ท�ำให้บริษัทฯ เล็งเห็น โอกาสการเติบโตและการลงทุนขยายตลาดในเวียดนามได้อีกมาก โดย OR ซึ่งมีความรู้ความช�ำนาญในธุรกิจกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน ซึ่งเป็นแบรนด์ไทยที่ อยู่คู่คนไทยมาเกือบ 20 ปี จะรับผิดชอบการบริหารธุรกิจ การขยายสาขา การพัฒนา

MAGKETING l 23


CASE STUDY

MAGKETING

เมนูเครื่องดื่ม ตลอดจนการจัดหาวัตถุดิบหลักให้กับบริษัทร่วมทุน ซึ่ง OR จะให้สิทธิ สัญญามาสเตอร์แฟรนไชส์แก่บริษัทร่วมทุนเพื่อขยายสาขาร้าน คาเฟ่ อเมซอน เอง และให้สิทธิการขยายสาขากับนักลงทุนท้องถิ่นในประเทศเวียดนามด้วย การร่วมทุนยังเป็นการผนึกก�ำลังสร้างข้อได้เปรียบจากการเป็นที่รู้จักของตราสินค้า คาเฟ่ อเมซอน บวกกับความเชี่ยวชาญในการบริหารแบรนด์ร้านอาหารและบริการ ของซีอาร์จี รวมถึง Local Network และองค์ความรู้ในการบริหารงานของเซ็นทรัล รีเทล ในประเทศเวียดนาม โดยตั้งเป้าจะขยายสาขาไปในโลเกชั่นที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ ง่าย ซึ่งคาเฟ่ อเมซอน สาขาแรก จะเปิดให้บริการที่ศูนย์การค้าบิ๊กซี /โก! (Big C / GO!) ที่บริหารงานโดยเซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 และมี แผนการขยายสาขาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในอนาคต ทั้งนี้ ร้าน คาเฟ่ อเมซอน ในประเทศเวียดนาม จะใช้แนวคิด Restful Oasis for City Lifestyle หรือ โอเอซิสใจกลางเมือง ที่ลูกค้าจะได้สัมผัสกับบรรยากาศความสงบร่มรื่น ของธรรมชาติ โดยมีพื้นที่สีเขียวเพื่อให้ลูกค้าได้ผ่อนคลายเช่นเดียวกับแนวคิด Green Oasis ของแบรนด์ คาเฟ่ อเมซอน นอกจากนี้ คาเฟ่ อเมซอน จะปรับเปลี่ยนเมนูเครื่องดื่มบางรายการให้สอดคล้องกับ ความชื่นชอบของผู้บริโภคชาวเวียดนาม เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้บริโภค

เทสโก้ คอฟฟี่

CASE STUDY #3 เทสโก้ คอฟฟี ่

เทสโก้ คอฟฟี่ เกิดขึ้นจากการที่กลุ่มเทสโก้ โลตัส ได้ปรับกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย การโฟกัสฟอร์แมต Convenience Store เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคใน ปัจจุบัน รวมทั้งทิศทางในตลาดค้าปลีก ที่การเติบโตส่วนใหญ่จะมาจากสโตร์ขนาดเล็ก ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ดีกว่า ท�ำให้ เทสโก้ โลตัส เลือกใช้ร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส เป็น หัวหอกส�ำคัญในการลุยธุรกิจในปี 2562 เป็นต้นมา รวมทั้ง การวางต�ำแหน่งร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ในฐานะ Top Up Convenience Store เพื่อสร้างความแตกต่าง และสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ บริโภคในยุคปัจจุบันได้อย่างครอบคลุม โดยเฉพาะการเลือกสินค้าเข้ามาเติมในร้าน ที่ เน้นกลุ่มสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตลูกค้ายุคใหม่ เพื่อให้ Tesco Lotus Express เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่คนรุ่นใหม่จะนึกถึง และหนึ่งในกลุ่มสินค้าที่เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส โฟกัส เพราะเห็นการเติบโตมา พร้อมๆ กับกระแส Urbanization คือ ธุรกิจกาแฟ ที่สะท้อนผ่านการเติบโตของการ ขยายธุรกิจร้านกาแฟมากขึ้นและกระจายไปทั่วประเทศ รวมทั้งการยกระดับการดื่มมา สู่กาแฟที่มีคุณภาพและรสชาติที่ดีมากขึ้นจากการดื่มกาแฟ 3 อิน 1 มาเป็นการเลือก

MAGKETING l 24


CASE STUDY

MAGKETING

ดื่มกาแฟคั่วบด หรือกาแฟสดมากขึ้น กลุ่มกาแฟ Out of home หรือร้านกาแฟของไทย มีหลายเซ็กเม้นต์ ไม่ว่าจะเป็นเชน ร้านกาแฟแบรนด์จากต่างประเทศ ธุรกิจร้านกาแฟของกลุ่ม SME ร้านกาแฟแบรนด์ ไทยที่ส่วนใหญ่จะเน้นโลเกชั่นตามสถานีบริการน�้ำมัน เพื่อจับกลุ่มนักเดินทาง รวมทั้ง การขยายแบรนด์กาแฟของร้านสะดวกซื้อ เพื่อเติมสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟสไตล์ลูกค้า ยุคใหม่อย่างครบถ้วน เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายหลักของร้านสะดวกซื้อส่วนใหญ่จะ เป็นกลุ่มคนในเมือง ตามโลเกชั่นที่ขยายสาขาเข้าไป ท�ำให้หลังๆ ร้านสะดวกซื้อราย หลักๆ จะมีกาแฟสดเป็นอีกหนึ่งสินค้าหลักไว้ให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นเซเว่น อีเลฟเว่น แฟมิลี่มาร์ท ลอว์สัน พีทีมาร์ท รวมทั้งเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส เป็นต้น ปัจจุบันความนิยมดื่มกาแฟของคนไทยได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และก�ำลัง จะขยับมาเป็นสังคมของการดื่มกาแฟ จากปัจจุบันที่อาจจะโฟกัสอยู่แค่ในพื้นที่ กทม. หรือตามหัวเมืองใหญ่ๆ แต่ในอนาคตจะขยายการบริโภคออกไปทั่วทั้งประเทศ เป็น เหตุผลให้ร้านสะดวกซื้อ หันมาให้ความส�ำคัญกับการเพิ่มธุรกิจกาแฟสดมาเป็นอีกหนึ่ง สินค้าหลัก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เช่นเดียวกับเทสโก้ โลตัส ที่เลือกธุรกิจกาแฟสดมาเพิ่มไว้ในหมวดของ Service โดยจะ มีการฝึกอบรมพนักงานในสาขาร้านสะดวกซื้อ ให้มีทักษะของบาริสต้าเพื่อไว้คอยให้ บริการลูกค้า พร้อมวางเป้าหมายในการเข้ามาบุกธุรกิจกาแฟครั้งนี้ คือ การขยับเป็น หนึ่งใน Key Player ของผู้ให้บริการกาแฟในร้านสะดวกซื้อ และท�ำให้กาแฟของเทส โก้ โลตัส เป็นหนึ่งใน Top of Mind ของลูกค้า ที่ต้องการดื่มกาแฟสดคุณภาพดี ใน

ราคาที่เอื้อมถึงได้ ด้วยการวางราคาจ�ำหน่ายต่อแก้วอยู่ที่ 25-35 บาท เพื่อเป็นอีกหนึ่ง ทางเลือกให้กับลูกค้า ท�ำให้การตอบรับต่อสินค้าในกลุ่มกาแฟอยู่ในทิศทางที่ดี และเชื่อ ว่าจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่องกลายเป็น Top 5 ของสินค้าที่ลูกค้านิยมซื้อเมื่อมาใช้จ่ายในเท สโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ปี 2562 ได้เปิดให้บริการเทสโก้ คอฟฟี่ น�ำร่องในเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส จ�ำนวน 44 สาขา ก่อนจะตั้งเป้าขยายเป็นมากกว่า 1 พันสาขาในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งหนึ่งในความ ความแตกต่างของกาแฟสดในเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส นอกเหนือจากการเป็นกาแฟ คุณภาพดี ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายแล้ว ยังเลือกใช้วัตถุดิบตามแนวทางในการด�ำเนิน ธุรกิจอย่างยั่งยืน ด้วยการใช้กาแฟแบบ Direct Sourcing ร่วมกับทางมูลนิธิแม่ฟ้า หลวง เลือกใช้วัตถุดิบเมล็ดกาแฟสดจากโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อัน เนื่องมาจากพระราชด�ำริ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการด�ำเนินธุรกิจภายใต้แนวทาง ของความยั่งยืน ซึ่งกาแฟดอยตุงได้รับการยอมรับทั้งในเรื่องของคุณภาพเมล็ดกาแฟ การส่งเสริมการเพาะปลูกอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรใน ท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ด้วยนโยบายและทิศทางการในการท�ำธุรกิจที่ตรงกันของเทสโก้ โลตัส และดอยตุง ใน การเป็น Sustainable Sourcing คือการให้ความส�ำคัญกับการด�ำเนินธุรกิจภายใต้ ความยั่งยืน หรือ SD (Sustainable Development) ท�ำให้ดอยตุงเลือกที่จะซัพพลาย กาแฟให้เทสโก้โลตัส และถือเป็นรายแรกในรูปแบบของร้านกาแฟ ที่น�ำมาเมล็ดกาแฟ ดอยตุงมาชงเป็นแก้ว เพื่อขายให้ลูกค้า ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะส่งผลให้เกษตรภาย ใต้โครงการพัฒนาดอยตุงมีรายได้เพิ่มขึ้น และสม�่ำเสมอ จากการขยายตลาดได้มากขึ้น

MAGKETING l 25


FACTOR

PEXELS

มุมมอง การลงทุนยุคนิวนอร์มอลของเจ้าสัวเอเชีย เรื่อง : ลอมบาร์ด โอเดียร์

Lombard Odier (ลอมบาร์ด โอเดียร์) ร่วมกับ KBank Private Banking (เคแบงก์ ไพรเวทแบงกิ้ง) และพันธมิตรทาง ธุรกิจทั้ง 5 รายในภูมิภาคเอเชีย เผยผลสำ�รวจล่าสุด ‘สานสัมพันธ์ เปลี่ยนผ่าน และพลิกโฉม: การเข้าถึงผู้มีความมั่งคั่งสูงใน ภูมิภาคเอเชีย ในยุค New Normal’ ซึ่งศึกษามุมมองและข้อกังวลของบุคคลผู้มีความมั่งคั่งสูง (UHNWIs) และผู้นำ�ธุรกิจใน ภูมิภาคเอเชียท่ามกลางช่วงเวลาแห่งความท้าทาย พร้อมเสนอแนวทางในการขับเคลื่อนบริการการบริหารความมั่งคั่ง เพื่อตอบ สนองความต้องการของบุคคลกลุ่มนี้ได้ดียิ่งขึ้น

MAGKETING l 26


FACTOR

รายงานฉบับนี้ได้จัดท�ำขึ้นโดยการรวบรวมความคิดเห็นของบุคคลผู้มีความมั่งคั่งสูง 150 รายในหลากหลายประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น และไต้หวัน ครอบคลุมมุมมองในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเทคโนโลยี การ ลงทุน ครอบครัว และความยั่งยืน วินเซนต์ มาเนียนาต์ Limited Partner and Chief Executive Officer, Asia, Lombard Odier กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และผลกระทบจากวิกฤต โควิด-19 ที่ซับซ้อน ส่งผลให้หลากหลายครอบครัวและนักธุรกิจชั้นน�ำในภูมิภาคต้อง ปรับเปลี่ยนมุมมองต่อสิ่งต่างๆ รอบตัว ที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ บุคคลผู้มีความมั่งคั่ง สูงหลายรายต้องการพึ่งพาที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญในประเทศนั้นๆ ซึ่งสามารถ ให้ค�ำแนะน�ำและช่วยให้พวกเขาเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้ในช่วงเวลาที่การเดินทาง กลายเป็นเรื่องยากล�ำบากยิ่งขึ้น" รวมไปถึงบริการจากธนาคารที่ให้ความส�ำคัญกับหลักการและความเชื่อที่สอดคล้อง กันกับสิ่งที่พวกเขาให้คุณค่าและรู้สึกเชื่อมโยงด้วย การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ KBank Private Banking ได้ตอบโจทย์ความต้องการนี้ และท�ำให้ผู้มีความมั่งคั่งสูงใน ประเทศไทยสามารถเข้าถึงโอกาสด้านการลงทุน ผ่านเครือข่ายของ Lombard Odier ในภูมิภาคเอเชีย” เทคโนโลยี : สร้างสมดุลระหว่างเทคโนโลยีและมนุษย์ โรคโควิด-19 ได้กลายเป็นตัวแปรส�ำคัญที่ท�ำให้ทั่วทั้งโลกต้องตกอยู่ในสภาวะที่ไม่เคย เป็นมาก่อน รายงานฉบับนี้ได้แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนของ บุคคลผู้มีความมั่งคั่งสูงในด้านการเปลี่ยนผ่านเชิงดิจิทัล โดย 81% ของผู้มีความมั่งคั่ง สูงในเอเชียกล่าวว่า ‘การติดต่อผ่านช่องทางดิจิทัลเพิ่มขึ้น และลดการพบปะกันลง’ จะ กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ ซึ่งผู้มีความมั่งคั่งสูงในประเทศไทยที่คิดเห็นเช่นนี้มีจ�ำนวน มากเป็นล�ำดับที่ 3 ในเอเชีย อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกอย่างที่สามารถขับเคลื่อนบนโลกดิจิทัลได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส�ำหรับการติดต่อสื่อสาร และการสร้างความไว้วางใจระหว่างลูกค้าและไพรเวทแบงก์ โดย 59% ของผู้มีความมั่งคั่งสูงในเอเชียและในประเทศไทยส่วนใหญ่ ยังคงต้องการ พบปะพูดคุยที่ธนาคารหรือสถานที่อื่นๆ มากกว่าการติดต่อผ่านทางอีเมล จดหมาย วิดี โอคอล หรือโทรศัพท์ เมื่อสถานการณ์โควิด-19 จบลง ผู้มีความมั่งคั่งสูงในประเทศไทย จ�ำนวนหนึ่งกล่าวว่า การพบปะกันยังคงเป็นสิ่งส�ำคัญอย่างมากส�ำหรับการด�ำเนินธุรกิจ และไม่คิดว่ากิจกรรมเหล่านี้จะสามารถทดแทนได้ผ่านการติดต่อสื่อสารแบบออนไลน์ การลงทุน : มองหาบริการอื่นๆ ที่มากกว่าการลงทุน สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ท�ำให้ผู้มีความมั่งคั่งสูงในเอเชียเล็งเห็นถึงความ ผันผวนของตลาดมากขึ้น ทั้งนี้ นักลงทุนที่เคยผ่านวิกฤตทางเศรษฐกิจและการเงินใน ครั้งก่อนๆ ไม่ได้ตื่นตระหนกต่อวิกฤตครั้งนี้มากนัก จากผลส�ำรวจพบว่า 70% ของผู้มี ความมั่งคั่งสูงในประเทศไทย ไม่ได้ปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุน โดยเฉพาะระยะเวลา ของการลงทุน ส�ำหรับด้านการบริหารสินทรัพย์ แม้ว่าจะมีผู้มีความมั่งคั่งสูงในเอเชียบางส่วนเลือกที่จะบริหารจัดการแบบที่ความเสี่ยง ค่อนข้างต�่ำ (Conservative) โดยเลือกลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองค�ำ เงิน

ฟรังก์สวิส เงินเยน และพันธบัตรรัฐบาล แต่ก็ยังมีผู้มีความมั่งคั่งสูงอีกจ�ำนวนหนึ่งที่ มองเห็นโอกาสในช่วงเวลานี้ โดยให้ความสนใจกับหุ้น และตราสารหนี้ภาคเอกชน เนื่องจากเล็งเห็นแนวโน้มว่าภาวะดอกเบี้ยต�่ำจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตวิถีใหม่ ด้วยแนวโน้มการหมุนกลับของโลกาภิวัตน์ ผู้มีความมั่งคั่งสูงหลายรายต้องการพึ่งพา ที่ปรึกษาด้านการจัดการบริหารสินทรัพย์ที่มีความน่าเชื่อถือและมีความเชี่ยวชาญใน ประเทศนั้นๆ เพื่อช่วยเสนอแนวทางและให้ค�ำแนะน�ำ ช่วยให้พวกเขาเข้าถึงตลาด ต่างประเทศได้ และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการบริหารสินทรัพย์ท่ามกลาง สภาวะความไม่แน่นอน โดย 87% ของผู้มีความมั่งคั่งสูงในประเทศไทยกล่าวว่า การ มีบริการพิเศษที่นอกเหนือบริการด้านลงทุนจะส่งผลอย่างมากต่อการตัดสินใจในการ เลือกธนาคาร โดยบริการ 3 อันดับแรกที่ผู้มีความมั่งคั่งสูงในไทยให้ความส�ำคัญสูงสุด ได้แก่ ความ สามารถในการบริหารจัดการทรัพย์สิน การเข้าถึงโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์จริง เช่น อสังหาริมทรัพย์ และความสามารถในการเข้าถึงเครือข่ายผู้ประกอบการ บริการส�ำหรับครอบครัว : ธรรมาภิบาลของครอบครัวคือเรื่องเร่งด่วน วิกฤตโควิด-19 ส่งผลให้ครอบครัวของผู้มีความมั่งคั่งสูงในเอเชียเริ่มกลับมาทบทวน เรื่องแนวทางจัดการธุรกิจและทรัพย์สินครอบครัว และธรรมาภิบาลในการจัดการ ทรัพย์สินครอบครัว ด้วยเหตุนี้ หลายครอบครัวจึงก�ำลังพิจารณาที่จะเริ่มวางแผนด้าน ธรรมาภิบาลครอบครัว ส�ำหรับประเทศไทย 35% ของครอบครัวผู้มีความมั่งคั่งสูงได้ มีการจัดท�ำธรรมาภิบาลของครอบครัวแล้ว และวิกฤตในครั้งนี้ก็ได้ส่งผลให้อีก 45% ของครอบครัวที่ยังไม่ได้จัดท�ำธรรมาภิบาลของครอบครัวสนใจที่จะเริ่มวางแผนใน อนาคต นอกจากนี้ บริการที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Advisory Service) ได้ กลายเป็นอีกหนึ่งบริการที่เติบโตสูงที่สุด และเข้ามาตอบโจทย์การบริหารจัดการที่ดิน ของครอบครัวผู้มีความมั่งคั่งสูงในประเทศไทย ส�ำหรับในปี 2020 ที่ผ่านมา KBank Private Banking ได้ท�ำการศึกษาและดูแลพอร์ตการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ กลุ่มลูกค้าผู้มีความมั่งคั่งสูงจ�ำนวน 121 ราย โดยครอบคลุมที่ดินทั้งหมด 940 แปลง ความยั่งยืน : การลงทุนอย่างยั่งยืนคือวิถีแห่งอนาคต กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงเริ่มหันกลับมาตระหนักถึงสิ่งที่มีคุณค่าต่อการด�ำเนินชีวิตหลัง วิกฤตโควิด-19 ซึ่งกระแสด้านความยั่งยืนคือหนึ่งในองค์ประกอบที่ส�ำคัญที่สุดส�ำหรับ การตัดสินใจเลือกไพรเวทแบงก์ โดย 69% ของผู้มีความมั่งคั่งสูงในประเทศไทยได้จัด อันดับให้เทรนด์ด้านความยั่งยืนเป็น 1 ใน 3 ประเด็นที่ส�ำคัญที่สุด ซึ่งประเทศไทยคือ ประเทศที่ให้ความส�ำคัญกับเรื่องนี้มากที่สอง รองจากประเทศญี่ปุ่น แม้ว่า 89% ของผู้มีความมั่งคั่งสูงในเอเชียกล่าวว่า เทรนด์ความยั่งยืนจะยังคงมี บทบาทส�ำคัญในระยะยาว แต่กลับมีเพียง 61% ที่วางแผนการลงทุนโดยค�ำนึงถึงมิติ ด้าน ESG และการพัฒนาอย่างยั่งยืน สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความส�ำคัญของไพรเวท แบงก์ในการให้ค�ำแนะน�ำ เพื่อแสดงให้กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงเห็นถึงศักยภาพและ แนวทางการสร้างผลก�ำไรของการลงทุนอย่างยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

MAGKETING l 27


DIGITAL LIFE

MAGKETING l 28


DIGITAL LIFE

ศูนย์ศึกษาสื่อและการสื่อสารอาเซียน (AMSAR) ร่วมกับปริญญาโท สาขาวิชา นิเทศศาสตร์การตลาด ม.หอการค้าไทย เปิดเผยผลวิจัย “การวิเคราะห์รูปแบบการน�ำ เสนอเนื้อหาเพจสะท้อนชีวิตคนท�ำงานออฟฟิศ” ของชญานี โชติสุขรัตน์ โดยมี ผศ.ดร. สุทธนิภา ศรีไสย์ ผู้อ�ำนวยการศูนย์ AMSAR เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา งานวิจัยชิ้นนี้ เป็นงานวิจัยที่ใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) เพื่อศึกษารูปแบบและ เนื้อหาบนเพจสะท้อนชีวิตคนท�ำงานออฟฟิศที่ได้รับความนิยม 3 เพจ ได้แก่ เพจบรีฟ เหี้ย เพจกว่าจะถึงออฟฟิศ และเพจชีวิตเอเจนซี่ ผู้ศึกษาได้ท�ำการวิเคราะห์เนื้อหาบน โพสต์เฟซบุ๊กชีวิตคนท�ำงานออฟฟิศรวม 153 โพสต์ โดยศึกษาเนื้อหาทุกชิ้นที่โพสต์ ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 14 มิถุนายน 2563 เป็นเวลา 3 เดือน ศึกษา เนื่องจาก เป็นช่วงเวลาที่มีข้อก�ำหนดพระราชก�ำหนดฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ฉบับที่ 1 เพื่อ ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 บริษัท บริษัทส่วนใหญ่ประกาศให้พนักงาน ออฟฟิศอยู่ท�ำงานที่บ้าน (Work From Home) หรือบางบริษัทมีการจ�ำกัดเวลาการ ท�ำงานเป็นการปรับสถานการณ์ให้เข้ากับพรก.ฉุกเฉินฉบับที่ 1 ด้วยเวลาที่จ�ำกัด ซึ่ง เนื้อหาแต่ละโพสต์มียอดไลก์อยู่ที่ 2,6,9 – 11,217 ไลก์ ยอดแชร์ 50 – 8,000 แชร์ และยอดคอมเมนต์อยู่ที่ 50 ไปจนถึง 100 คอมเมนต์ ผลการศึกษาพบ 19 ประเภทของคอนเทนท์แทนใจคนท�ำงานออฟฟิศ ผลการวิจัยพบ เนื้อหาบนเพจสะท้อนชีวิตคนท�ำงานออฟฟิศ สามารถแบ่งออกเป็น 19 ประเภทตามล�ำดับ ได้แก่ 1) เนื้อหาสร้างความบันเทิง 2) เนื้อหาประชดประชัน 3) เนื้อหาแทนการบ่น 4) เนื้อหาเกาะกระแสข่าว สดใหม่ ทันเหตุการณ์ 5) เนื้อหาเกี่ยว กับความต้องการของลูกค้า 6) เนื้อหาเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้า 7) เนื้อหาเรื่อง กิน 8) เนื้อหาเรื่องปัญหาการเงิน 9) เนื้อหาการใช้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการส่งเสริม การขาย 10) เนื้อหาเรื่องการหยุดงาน 11) เนื้อเพลง 12) เนื้อหาเลียนแบบค�ำพูดใน ละครหรือภาพยนตร์ 13) เนื้อหาเกี่ยวกับคนที่ท�ำงาน 14) เนื้อหาเรื่องการตื่นนอน 15) เนื้อหาบอกแนวทางการแก้ปัญหา 16) เนื้อหาการส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการซื้อ สินค้าและบริการ 17) เนื้อหาเรื่องการประชุม 18) เนื้อหาเรื่องสภาพอากาศ และ 19) เนื้อหาค�ำคม / ข้อความโดนใจ เนื้อหาสร้างความบันเทิง คือ เนื้อหายอดฮิตบนเพจสะท้อนชีวิต ผลการวิจัยพบว่า เนื้อหาสร้างความบันเทิง เป็นเนื้อหาที่มีจ�ำนวนการโพสต์เป็นอันดับ แรก คิดเป็น 66.01% ของเนื้อหาทั้งหมด และเป็นเนื้อหาที่ได้รับการปฏิสัมพันธ์อย่าง มากจากคนท�ำงานออฟฟิศ โดยเนื้อหาประเภทนี้เป็นเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้าง อารมณ์ความรู้สึกที่สนุกสนาน ความบันเทิง ตลก รวมถึงการน�ำความโศกเศร้ามาสร้าง ความบันเทิง และรอยยิ้มให้กับผู้บริโภคด้วยตัวอักษรและรูปภาพ ตามมาด้วย อันดับ สอง คือ เนื้อหาประชดประชัน หมายถึง เนื้อหาที่มีการเสียดสี แดกดัน ที่มีความหมา ยั้งในเชิงลบและเชิงบวก อย่างไรก็ดี ผลการวิจัยพบว่า แม้จะเป็นเนื้อหาประชดประชัน ชีวิต แต่ก็ยังแฝงไว้ด้วยความบันเทิง (เหมือนหัวเราะแห้งด้วยความสะใจ) การบ่นเปรียบเหมือนการได้ระบายอารมณ์ของคนท�ำงานออฟฟิศ ผลการวิจัยพบว่า เนื้อหาแทนการบ่น เป็นเนื้อหาที่พบเป็นอันดับสาม เกือบครึ่งหนึ่ง ของเนื้อหาทั้งหมด (42.48%) รองจากเนื้อหาสร้างความบันเทิงและประชดประชัน เนื้อหาประเภทนี้เป็นเนื้อหาที่คนท�ำงานออฟฟิศบ่นออกมาเพื่อระบายความทุกข์ใน ใจ เมื่อเราต้องรับผิดชอบงานพร้อมกับเรื่องราวต่างๆในชีวิต เป็นการบ่นเอาสิ่งที่ไม่

ดี หรือไม่ได้ดั่งใจออกมา ผลการวิจัยพบว่า เนื้อหาการบ่นนี้ประกอบไปด้วย การบ่น 3 เรื่อง คือ ลูกค้า เป็นเนื้อหาที่กล่าวออกมาเพื่อเป็นการระบายความทุกข์ใจที่เกี่ยวกับเรื่อง ของลูกค้าผู้ว่าจ้าง จะสังเกตได้ว่าเนื้อหาในลักษณะนี้จะถูกกล่าวออกมาจากพนักงาน ที่ได้รับมอบหมายงานหรือค�ำสั่งจากลูกค้า ซึ่งลูกค้าอาจมองไม่เห็นความเป็นไปได้ของ เนื้องานเท่ากับพนักงานผู้ลงมือท�ำ ท�ำให้เกิดความไม่พอใจกับงานที่ลูกค้ามอบหมาย ให้และพนักงาน ความเหนื่อยล้าในการท�ำงาน เป็นเนื้อหาที่กล่าวออกมาเพื่อเป็นการระบายความ ทุกข์ใจเกี่ยวกับความเหนื่อยล้าในการท�ำงานในชีวิตประจ�ำวันของคนท�ำงานออฟฟิศที่ ต้องพบเจอกับเหตุการณ์มากมาย รวมถึงเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพซึ่งจัดอยู่ในเรื่องความ เหนื่อยล้าในการท�ำงาน ในแต่ละเหตุการณ์อาจท�ำให้เกิดความทุกข์ใจ ไม่พอใจ เรื่องเจ้านาย หมายถึงเนื้อหาที่กล่าวออกมาเพื่อเป็นการระบายความทุกข์ใจที่เกี่ยว กับเรื่องของเจ้านาย หรือผู้บังคับบัญชา เนื้อหาในลักษณะนี้จะถูกกล่าวออกมาจากผู้ ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาหรือลูกน้อง เป็นเรื่องของความคิดความเข้าใจที่ไม่ตรงกันระหว่าง เจ้านายกับลูกน้องที่คิดต่างกัน มองคนละมุมกัน จึงท�ำให้เกิดความทุกข์ใจ ความไม่ สบายใจระหว่างกัน นอกจากนี้ยังพบเนื้อหาการระบายความในใจของคนท�ำงาน ออฟฟิศถึงความต้องการของลูกค้าเมื่อต้องท�ำงานร่วมกัน รวมถึงการเล่าเหตุการณ์ หรือรายละเอียดงานที่ได้รับมอบหมายจากลูกค้าที่มักไม่สมเหตุสมผล แต่ละคนที่มี ความเชื่อและลักษณะการท�ำงานแตกต่างกันไป มุมมองในการท�ำงานต่างกัน จึงท�ำให้ เกิดปัญหาการสื่อสารในการท�ำงาน ปัญหาเหล่านี้ล้วนแล้วเกิดจากการความต้องการ ของลูกค้าทั้งสิ้น ปัญหาเรื่องเงินกับคนท�ำงานออฟฟิศ ปัญหาการเงิน ตลอดจนการหาเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวเป็นเรื่องส�ำคัญซึ่งอาจส่ง ผลให้เกิดความเครียดในขณะท�ำงาน และอาจท�ำให้ลดประสิทธิภาพในการท�ำงาน ผล การวิจัยพบว่า เนื้อหาเกี่ยวกับปัญหาการเงิน แบ่งออกเป็น 3 เรื่อง คือ 1) เรื่องความ ส�ำคัญของเงินเดือน เป็นการเล่าถึงค่าตอบแทนในการท�ำงานของคนท�ำงานออฟฟิศ เป็นเนื้อหาที่เล่าถึงในช่วงต้นเดือนชีวิตจะอยู่อย่างสุขสบายเนื่องจากได้รับเงินในช่วง ต้นเดือนได้ไม่นาน เมื่อถึงช่วงปลายเดือน วิถีชีวิตคนท�ำงานออฟฟิศกลับเปลี่ยนไป อยู่ อย่างประหยัดมากขึ้นเพื่อให้ตนเองมีเงินใช้เพียงพอถึงวันที่เงินเดือนออก 2) เรื่องเงิน ไม่พอใช้ เป็นการเล่าถึงพฤติกรรมของคนท�ำงานออฟฟิศในการใช้เงินเป็นจ�ำนวนมาก เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้เงินช่วงเงินเดือนออกอย่างบ้าคลั่ง การขาดวินัยใน การใช้เงินของคนท�ำงานออฟฟิศ เป็นส่วนหนึ่งท�ำให้เงินหายไปอย่างรวดเร็ว และ 3) เรื่องการทวงเงิน หมายถึง เนื้อหาเกี่ยวกับคนท�ำงานออฟฟิศและลูกค้าผู้ว่าจ้างในเรื่อง ของค่าใช้จ่ายในการจ้างงาน การเล่าถึงคนที่ท�ำงาน-บรรยากาศในการท�ำงาน เนื้อหาเกี่ยวกับคนในที่ท�ำงาน-บรรยากาศในการท�ำงาน เป็นการเล่าเรื่องราวของเกี่ยว กับผู้คนที่ท�ำงาน ไม่ใช่การบ่นถึง แต่เป็นเพียงการพูดถึง ผลการวิจัยพบว่า เนื้อหาที่ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคนที่ท�ำงานด้วยกันในออฟฟิศ เนื้อหาส่วนใหญ่มีทั้งเชิงบวกและ เชิงลบเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับผู้อ่าน โดยบุคคลที่อยู่ในเรื่องเล่าที่พบ ได้แก่ เรื่อง ราวของเจ้านาย และเพื่อนร่วมงาน นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังพบ เนื้อหาเกี่ยวกับการ ประชุมของคนท�ำงานออฟฟิศ รวมทั้งการเล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะ

MAGKETING l 29


DIGITAL LIFE

ประชุม การยกตัวอย่างบทสนทนาในที่ท�ำงานระหว่างคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่ง เนื้อหาประเภทเพลง-ละคร-ค�ำคม-ทันเหตุการณ์ สามารถเข้าถึงคนท�ำงานออฟฟิศ ผลการวิจัยพบว่า เพจมีการน�ำเนื้อเพลงมาเล่าเรื่องโดยส่วนใหญ่ใช้ท่อนฮุคของเพลง มาเป็นเนื้อหาหลัก และส่วนใหญ่ใช้เพลงที่เป็นที่รู้จักในคนหมู่มาก เพื่อให้เข้าถึงผู้อ่าน ได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีเนื้อหาเลียนแบบค�ำพูดในละครหรือภาพยนตร์ โดยการน�ำเอา ประโยคที่ตัวละครพูดในละครหรือภาพยนตร์มาดัดแปลงให้เข้ากับเนื้อหา ซึ่งส่วนใหญ่ จะเป็นละครหรือภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียง และถูกพูดถึงในคนหมู่มาก และยังน�ำเนื้อหา ค�ำคม/ข้อความโดนใจ หรือ เนื้อหาที่ท�ำให้ผู้อ่านรู้สึกโดนใจ ประโยคกินใจ มาโพสต์ ซึ่ง ได้รับความนิยมจากคนท�ำงานออฟฟิศ โดยจะเห็นได้จากยอดไลก์และยอดแชร์จ�ำนวน มากของแต่ละโพสต์ นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังพบเนื้อหาเกาะกระแสข่าวสาร สดใหม่ ทันเหตุการณ์บน เพจ เป็นรนื้อหาที่เท่าทันเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงจากคนหมู่มากอยู่ในขณะนั้นๆ ซึ่งการใช้ เนื้อหาในลักษณะนี้ผู้อ่านจะเกิดความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว กิน-ตื่นนอน-สภาพอากาศ อุปสรรคของคนท�ำงานออฟฟิศ ในขณะที่โหยหาวันหยุด ผลการวิจัยพบเนื้อหาบนเพจเล่าถึงพฤติกรรมการทานอาหารและเครื่องดื่มของคน ท�ำงานออฟฟิศ อุปสรรคในการตื่นนอนเพื่อไปท�ำงาน การพูดถึงเรื่องความยากล�ำบาก ของการตื่นนอนเพื่อไปท�ำงานของคนท�ำงานออฟฟิศในแต่ละวัน เนื่องจากมีความ รู้สึกว่าตนเองพักผ่อนไปมากเพียงใด ก็ยังไม่รู้สึกเพียงพอต่อการพักผ่อน สภาพอากาศ ปัญหาอันเป็นอุปสรรค์ในการท�ำงานของคนท�ำงานออฟฟิศ นอกจากนี้ยังพบเนื้อหา เล่าถึงวันหยุดของคนท�ำงานออฟฟิศ ยกตัวอย่างเช่น การลาป่วย ลากิจ หรือการลา พักร้อน เป็นเนื้อหาที่พูดถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ท�ำให้บริษัทต่างๆ หยุด ท�ำให้พนักงาน ออฟฟิศมีโอกาสได้พักผ่อนนอกเหนือจากวันเสาร์อาทิตย์ เป็นเนื้อหาที่พยายามสื่อถึง ความรู้สึกของคนท�ำงานออฟฟิศที่ถูกปลอบประโลมความเหนื่อยล้าด้วยวันหยุดนักขัต ฤกษ์ สื่อสารตราสินค้าบนเพจด้วยการบอกแนวทางการแก้ปัญหา-ให้ข้อมูลโปรโมชั่นกระตุ้นให้ซื้อสินค้า ผลการวิจัยพบว่า 1 ใน 5 ของเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการสื่อสารตราสินค้าบนเพจ โดย มีการสื่อสารผ่านเนื้อหาประเภท 1) บอกแนวทางการแก้ปัญหา (6.54 %) โดยผู้ ผลิตเนื้อหาหรือเจ้าของตราสินค้า หรือบริการแนะน�ำวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เป็น ประโยชน์กับลูกค้า ซึ่งตัวลูกค้าสามารถน�ำไปปรับใช้จริงได้ ท�ำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจและแบ่งปันเนื้อหาไปในวงกว้าง อาทิ การท�ำวิดีโอ อธิบายถึงปัญหาของคนท�ำงานออฟฟิศในการใส่เสื้อเชิ้ตไปท�ำงาน สามารถตอบโจทย์ การใช้ชีวิตคนท�ำงานออฟฟิศได้ในทุกด้าน เป็นตัวอย่างเนื้อหาที่น�ำเสนอปัญหาและ แก้ปัญหา โดยมีเนื้อหายาวและระบุลิ้งค์ (Link) เว็บไซต์เพื่อให้ผู้อ่านสามารถกดอ่าน ข้อมูลเพิ่มเติมได้ 2) การให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการส่งเสริมการขายสินค้าและบริการ (8.50%) เป็นการชี้แจงรายละเอียดสินค้าหรือบริการที่ต้องการให้ผู้บริโภครับทราบถึงโปรโม

ชั่น (Promotion) ส่วนลดต่างๆ ที่ชักจูงความสนใจของผู้บริโภค โดยจะประกอบไป ด้วยอัลบั้มรูปภาพหลายภาพ พร้อมทั้งแฮชแท็ก (Hashtag) ซึ่งเป็นชื่อของสินค้าหรือ บริการที่ต้องการจะสื่อสาร อาทิ เมื่อวันที่มีงานยุ่ง จนไม่มีเวลาทานข้าว สินค้าหรือ บริการ delivery จึงเข้ามาช่วยอ�ำนวยความสะดวกเพื่อพ้นความวุ่นวายในการท�ำงาน รวมถึงระบุว่ามีโปรโมชั่นใด และ 3) การส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการซื้อสินค้าและ บริการ (5.88%) เป็นการบอกรายละเอียดสินค้าหรือบริการ เพื่อเป็นการบอกลูกค้า เกี่ยวกับข้อมูลของสินค้า เนื้อหาที่ไม่ยาวมากนัก มีการใส่ลิ้งค์ (Link) มีการใส่แฮชแท็ก (Hashtag) ชื่อแคมเปญ ตราสินค้าหรือบริการ อาทิ เป็นภาพคนท�ำงานออฟฟิศท�ำงาน ไป เล่นเกมส์ไป เพื่อเป็นการบอกว่า เกมส์นี้สามารถเล่นได้ทุกที่ทุกเวลา 22 ประเภทของรูปแบบการน�ำเสนอเนื้อหาบนเพจสะท้อนชีวิตคนท�ำงานออฟฟิศ ผลการวิจัยพบว่า เนื้อหาบนเพจมีรูปแบบการน�ำเสนอการน�ำเสนอเนื้อหา (Presentation) 8 ประเภทประกอบไปด้วย 1) ข้อความ (Text) 2) ภาพอีโปสเตอร์ (E-Poster) 3) ภาพวาดลายเส้น 4) แฮชแท็ก (Hashtag) 5) การให้เครดิตที่มา 6) อัลบั้มภาพ (Photo Album) 7) วิดีโอ (Video) และ 8. ลิ้งค์ (Link) นอกจากนี้ ยัง พบกลยุทธ์การน�ำเสนอเนื้อหา 14 ประเภท โดย 5 อันดับที่ใช้ในการน�ำเสนอเนื้อหา คือ 1) การใช้สีเพื่อการจดจ�ำ น�ำเสนอโดยใช้สีในรูปภาพ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ลักษณะ เด่น ให้จดจ�ำง่าย 2) การใช้ความอารมณ์ขัน (Humor) น�ำเสนอโดยใช้อารมณ์ความ รู้สึกตลก ขบขัน เพื่อสร้างความบันเทิงให้กับผู้อ่าน 3) การใช้ตัวหนังสือเล่าเรื่อง น�ำ เสนอโดยใช้ตัวหนังสือเป็นแกนหลักในการเล่าเรื่อง โดยตัวหนังสือจะมีขนาดใหญ่เป็น พิเศษ เพื่อให้เห็นใจความของเรื่องอย่างชัดเจน 4) การน�ำเสนอกระแสนิยม น�ำเสนอ โดยอาศัยกระแสนิยมของสังคมในช่วงเวลานั้นๆ หรือเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงในช่วงเวลา นั้นๆ น�ำเอามาเป็นแกนหลักของรูปแบบ และ 5) การใช้ฉากในละครหรือภาพยนตร์ เป็นการหยิบยกฉากในละครหรือภาพยนตร์มาเป็นแกนหลักของเรื่องมาเชื่อมโยงกับ คนท�ำงานออฟฟิศ ส่วนใหญ่มักใช้กับละครหรือภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียง ถูกพูดถึงในคน หมู่มาก แนะ 4 แนวทางออกแบบเนื้อหาบนเพจด้วยข้อความสั้น-ใช้รูปภาพ-ใช้สีสร้าง ความจดจ�ำ และเน้นความบันเทิง ชญานี ผู้วิจัย กล่าวว่า จากผลการวิจัยสามารถสรุปเป็นแนวทางในการออกแบบเนื้อหา บนเพจเพื่อสื่อสารกับคนท�ำงานออฟฟิศได้ ดังนี้ การใช้ข้อความสั้นในการน�ำเสนอเนื้อหา ท�ำให้คอนเทนต์ย่อยง่าย เนื่องจากเฟซบุ๊ก เป็นแพล็ตฟอร์มที่มีคนไทยเล่นจ�ำนวนมาก ประกอบกับคนท�ำงานออฟฟิศมีเวลาจ�ำกัด เพราะฉะนั้นการท�ำคอนเทนต์ ควรใช้ตัวอักษรไม่ควรใช้ข้อความที่ยาว ควรใช้ค�ำที่สั้น กระชับ ได้ใจความ ซึ่งรูปแบบการน�ำเสนอแบบนี้จะท�ำให้ผู้อ่านเข้าใจมากกว่าการมี รูปภาพเพียงอย่างเดียว ภาพอินโฟกราฟฟิกดึงดูดผู้อ่านมากกว่าตัวหนังสือ จากการวิเคราะห์เนื้อหาบนเพจ จะสังเกตได้ว่าทุกเพจมีการใช้รูปภาพประกอบตัวหนังสือที่สั้น กระชับ เพราะพวกเขารู้ ใจผู้อ่านเป็นอย่างดีการดูรูปภาพและตัวหนังสือเพียงเล็กน้อย มักถูกดึงความสนใจจาก ผู้อ่านได้มากกว่า คอนเทนต์ที่มีตัวหนังสือจ�ำนวนมาก การใช้สีท�ำให้ผู้อ่านจดจ�ำเพจได้ เรื่องของการใช้สีก็ส�ำคัญไม่แพ้กัน คนเราเลือก จดจ�ำสิ่งต่าง ๆ ได้โดยมีสีเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งสีสามารถบอกถึงเอกลักษณ์ใน แต่ละสินค้าและบริการได้ เพจก็เช่นกัน

MAGKETING l 30


DIGITAL LIFE

การเล่าเรื่องโดยใช้ความบันเทิง ผลวิเคราะห์เพจพบการน�ำเนื้อหาที่แฝงความสนุก ความตลกขบขัน และมีการจิกกัดแสบๆคันๆในเรื่องของการท�ำงาน ทั้งนี้จุดประสงค์ ของงคอนเทนต์ในแต่ละโพสต์มักสร้างมาเพื่อความบันเทิง เนื่องจากผู้เสพคอนเทนต์ที่ เป็นกลุ่มคนท�ำงานออฟฟิศ ไม่ได้ต้องการเสพเนื้อหาที่ซับซ้อน ต้องการเนื้อหาที่ตรงใจ คล้ายกับชีวิตประจ�ำวันของพวกเขาเท่านั้นเอง ดังนั้นแบรนด์อาจพิจารณาใช้ “ความ บันเทิง” เป็นตัวด�ำเนินเรื่อง หรือเล่าเรื่องเล่า เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น เนื้อหาบนเพจสะท้อนชีวิตคนท�ำงานออฟฟิศในช่วงภาวะวิกฤติโควิด-19

อาทิ เนื้อหาสร้างแรงบันดาลใจ เนื้อหาให้ไอเดียหรือสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ เนื้อหา เชิงให้ค�ำแนะน�ำหรือบอกวิธีการใช้สินค้าหรือบริการ ตลอดจนการสื่อสารตราสินค้า ที่ช่วยคนท�ำงานออฟฟิศแก้ปัญหาด้านการเงิน การตื่นนอน การกิน รวมถึงข่าวสาร ภาพยนตร์ เพลง ละคร ตราสินค้าที่สอดคล้องกับปัญหา Work Life Balance นอกจากนี้ เพจ/องค์กร/ตราสินค้าอาจพิจารณาน�ำเสนอเนื้อหาที่จะช่วยแก้ปัญหา หรือ ช่วยสังคม อาทิ โครงการรณรงณ์ต่าง หรือการสื่อสารตราสินค้าผ่านโครงการรณรงค์ หรือ CSR (Corporate Social Responsibility) ที่เกี่ยวข้องกับคนท�ำงานออฟฟิศ อาทิ รณรงค์ให้คนลดใช้พลังงาน รณรงค์ให้คนลดใช้กระดาษ

ชญานี ผู้วิจัยกล่าวว่า จากการสังเกตเนื้อหาในช่วงการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 กับก่อนการแพร่ระบาด แทบไม่พบเนื้อหาที่แตกต่างกัน มีเพียงการหแทรกสถานการณ์ ไปในเนื้อหาในบางอย่าง อาทิ เนื้อหาเกี่ยวกับการกิน อาจมีการสอดแทรกสถานการณ์ ว่า เป็นช่วงที่มีวิกฤติไวรัสโควิด-19 จึงท�ำให้กิจกรรมนัดทานข้าวหลังเลิกงานน้อยลง เนื่องจากทุกคนต้องรักษาระยะห่างกันและกัน ไม่สามารถอยู่ใกล้ชิดหรือกินอาหาร ร่วมโต๊ะกันได้ หรือแทรกในเนื้อหาเกี่ยวกับสภาพอากาศ ว่า สภาพอากาศในเดือนที่มี ฤดูร้อนเกิดขึ้นในช่วงภาวะวิกฤติโควิด-19 คนท�ำงานออฟฟิศท�ำงานอยู่ที่บ้านท�ำให้ส่ง ผลเสียต่อการท�ำงานของคนท�ำงานออฟฟิศ รวมถึงการต้องอดทนกับอากาศร้อน ทาง เดียวที่จะท�ำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงฤดูร้อนคือการเปิดแอร์ห้องเดียวในบ้าน และ ให้ทุกคนในครอบครัวมาอยู่รวมห้องเดียวกัน หรือ เนื้อหาประเภทเนื้อหาเกาะกระแส ข่าวสาร สดใหม่ ทันเหตุการณ์ ที่พูดถึงเรื่องสัญญาณอินเตอร์เน็ตช้า ท�ำให้การประชุม ออนไลน์ของคนท�ำงานออฟฟิศที่ท�ำงานที่บ้านสะดุด

ผศ.ดร.สุทธนิภา กล่าวว่า “ผลการศึกษาพบโอกาสในการสื่อสารการตลาดผ่านเพจ มากมาย เราพบ Pain points ของคนท�ำงานออฟฟิศ ท�ำไมคนออฟฟิศถึงมาตามไลก์ แชร์ คอมเมนต์เนื้อหาเหล่านี้ เพราะว่าเนื้อหาคือ ถูกใจ โดนใจพวกเขา ดังนั้น นัก สื่อสารการตลาดสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ไปออกแบบการสื่อสารเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้า หมาย โดยอาจเลือกประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเราไปเล่าเรื่องของเราเพื่อให้เขาจดจ�ำ ตราสินค้าของเราได้ดียิ่งขึ้น อาทิ ตราสินค้าเกี่ยวกับอาหารการกิน ก็อาจสื่อสารกับผู้ บริโภคว่า มาช่วยเขาตอบโจทย์การกินได้อย่างไร หรือการเงินการธนาคาร ก็สามารถ เข้ามาสื่อสารเพื่อช่วยแก้ปัญหาการเงินของผู้บริโภคได้ หรือแม้กระทั่งคอนเทนต์ที่มี ประโยชน์ แนะน�ำเขาได้ จะจัดการกับเจ้านาย/เพื่อนร่วมงานอย่างไร อย่างไรก็ดี ข้อ พึงระวังในการน�ำเสนอเนื้อหาบนเพจคือ พยายามท�ำให้เนื้อหาตราสินค้าให้กลมกลืม กับเนื้อหาบนเพจ และไม่ยัดเยียด เนื้อหา ตลอดจนไม่ท�ำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าก�ำลังถูก รบกวน”

โอกาสในการสื่อสารตราสินค้าและบริการผ่านเพจสะท้อนชีวิตคนท�ำงานออฟฟิศ

“เป็นที่น่าสังเกตได้ว่า เพจที่ได้รับความนิยมจากคนท�ำงานออฟฟิศ จะเป็นเพจที่มี เนื้อหาที่เป็นตัวแทน เป็นปากเป็นเสียงของคนท�ำงานออฟฟิศ การมีปฏิสัมพันธ์กับ เนื้อหาบนเพจนับรูปแบบหนึ่งที่ใช้ในการสื่อสารความรู้สึกของคนในสังคมไทย ใน สภาวะที่อยากระบายแต่กลัวจะกระทบกับชีวิตและสังคมท�ำงาน ในสภาวะที่ฉันอยาก ระบายบรรยายความอัดอั้น ตันใจ แต่ท�ำไม่ได้อย่างเปิดเผย…การ “เข้าใจ” pain points ของผู้บริโภค จะท�ำให้ “เข้าถึง” ผู้บริโภคได้ และสามารถสื่อสารตราสินค้าให้ “กลมกลืน” กับวิถีชีวิตของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด” ผศ.ดร.สุทธนิภา กล่าวทิ้งท้าย

ข้อน่าสังเกตจากผลการวิจัยพบว่า ยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับการสื่อสารตราสินค้า หรือส่ง เสริมการขายสินค้า/บริการ อยู่จ�ำนวนน้อย ดังนั้น แบรนด์ หรือเจ้าของสินค้า อาจ พิจารณาสื่อสารแบรนด์/สินค้า/บริการ ผ่านเพจได้ เนื่องจากมีผู้ติดตามจ�ำนวนมาก และเป็นเพจที่อินไซต์คนท�ำงานออฟฟิศ ดังนั้น ผู้ผลิตเนื้อหาสามารถเปิดพื้นที่ให้ ตราสินค้าหรือบริการเข้ามามีพื้นที่ในเพจสะท้อนชีวิตคนท�ำงานออฟฟิศเพิ่มมากขึ้น

MAGKETING l 31


RESEARCH

PEXELS

แนวโน้ม ตลาดรถยนต์เชิงพาณิชย์ฟื้นตัวหลังโควิด เรื่อง : บริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำ�กัด

ABeam คาดยอดขายรถยนต์เชิงพาณิชย์ฟื้นตัวในระยะยาว มั่นใจการเติบโตมาจาก 3 ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจมหภาค ได้แก่ 1. ประเทศไทยดำ�เนินนโยบายเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม2. การพัฒนาโครงสร้างพื้น ฐานในประเทศส่งผลให้มีปริมาณการค้าที่เพิ่มขึ้น และ 3. ธุรกิจขายของออนไลน์ที่เติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่เร่งให้ เจ้าของฟลีทยานพาหนะนำ�เทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับปรุงประสิทธิภาพ และจัดการต้นทุนในการบริหารจัดการอย่างจริงจัง

MAGKETING l 32


RESEARCH

ABeam คาดยอดขายรถยนต์เชิงพาณิชย์ฟื้นตัวในระยะยาว มั่นใจการเติบโตมาจาก 3 ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจมหภาค ได้แก่ 1. ประเทศไทยด�ำเนินนโยบายเพื่อรักษา ขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม2. การพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานในประเทศส่งผลให้มีปริมาณการค้าที่เพิ่มขึ้น และ 3. ธุรกิจขายของ ออนไลน์ที่เติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่เร่งให้เจ้าของฟลีทยานพาหนะ น�ำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับปรุงประสิทธิภาพ และจัดการต้นทุนในการบริหารจัดการ อย่างจริงจัง อิชิโร ฮาระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จ�ำกัด บริษัท ที่ปรึกษาชั้นน�ำระดับโลก ซึ่งเป็นผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญด้านการปรับเปลี่ยน องค์กรธุรกิจในรูปแบบดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ในเครือบริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง จ�ำกัด ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยข้อมูลผลวิจัยเกี่ยวกับ อนาคตของตลาดรถยนต์เชิงพาณิชย์ ที่ ถือว่าเป็นส่วนส�ำคัญของอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศ ว่าตั้งแต่ปี 2558 - 2562 รถยนต์ปิคอัพขนาด 1 ตัน มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 4.40% ในขณะที่ยอดขายรถเชิง พาณิชย์อื่น ๆ เติบโตเพียง 2.51% ในช่วงปีเดียวกัน

โดย ABeam คาดว่าโครงการลักษณะนี้และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ จะ ท�ำให้ตลาดรถยนต์เชิงพาณิชย์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป เนื่องจากความต้องการของรถยนต์ที่ใช้ในงานก่อสร้าง และปริมาณการค้าที่มากขึ้น ผ่านยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมใหม่ ประการที่สาม เทรนด์การค้าออนไลน์ที่ไม่มีท่าที่ว่าจะลดลงแม้จะเป็นยุคหลังโควิด-19 ตลาด e-commerce ต้องพึ่งพารถบรรทุกขนาดใหญ่ส�ำหรับการขนส่งสินค้าจาก ท่าเรือไปยังคลังสินค้า รวมถึงรถยนต์เชิงพาณิชย์อย่างรถกระบะส�ำหรับการขนส่งใน ช่วงสุดท้ายก่อนถึงมือลูกค้า ตัวอย่างเช่น Kerry Express ที่ปัจจุบันมีรถบรรทุก 6 ล้อ จ�ำนวน 420 คัน และรถ บรรทุก 4 ล้อ จ�ำนวน 7,334 คัน ผลส�ำรวจขององค์การสหประชาชาติเมื่อปี 2563 ซึ่ง ท�ำการส�ำรวจในประเทศก�ำลังพัฒนาและประเทศที่พัฒนาแล้วรวม 9 ประเทศ ชี้ให้ เห็นว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม จะยังคงมีพฤติกรรมซื้อสินค้าออนไลน์ ต่อไป แม้ว่าการระบาดจะสิ้นสุดลงก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้ยอดขายรถกระบะขนาด 1 ตัน ในปี 2563 หดตัวอย่างมาก ถึง 17% เมื่อเทียบกับปี 2562 ในขณะที่ยอดขายรถเชิง พาณิชย์อื่น ๆ ลดลงเพียง 8%

ในภาพรวม ตลาดรถเชิงพาณิชย์จะฟื้นตัวขึ้นในระยะยาว เจ้าของธุรกิจฟลีทรถ จ�ำเป็น ต้องคิดหากลยุทธ์ในการน�ำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการ แข่งขันและสร้างการเติบโตภายในประเทศ

ตัวเลขเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่าแม้จะเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ตลาดรถยนต์ที่ ไม่ใช่รถกระบะ (non-pickup truck) ถือว่ามีภูมิที่แข็งแรง เมื่อเทียบกับตลาดรถยนต์ กลุ่มอื่น ๆ

ABeam เห็นว่าระบบบริหารยานพาหนะ และการขนส่งครบวงจร (Advanced Telematic Service) จะเป็นหนึ่งในดิจิทัลโซลูชั่นที่ดีที่สุดส�ำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพ การจัดการ รองรับการขยายตัวของฝูงรถ และการดูแลรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานค่อน ข้างนาน

การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของตลาดรถยนต์เชิงพาณิชย์ในช่วงหลายปีจากนี้ คาดว่า จะเกิดขึ้นจาก 3 ปัจจัยหลัก ประการแรก คือ ประเทศไทยยังคงนโยบายเสริมความ สามารถในการแข่งขัน ทั้งด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม ท�ำให้การใช้รถยนต์เชิง พาณิชย์จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ABeam ประมาณการว่า 49% ของรถยนต์เชิง พาณิชย์ที่มีน�้ำหนักเกิน 2.5 ตัน ถูกใช้ในภาคเกษตรกรรม ในขณะที่อีก 42% ถูกใช้ใน ภาคอุตสาหกรรม จากการวิเคราะห์ของ ABeam ยังแสดงให้เห็นโอกาสการเติบโต สืบเนื่องจากการ วิจัยและพัฒนา ที่ยกระดับเมล็ดพันธุ์และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันผ่าน เทคโนโลยีหลายรูปแบบ เช่น การน�ำเทคโนโลยีมาผสมผสานเพื่อพัฒนาเป็นการเกษตร ยุคดิจิทัล ที่จัดการดูแลการเพาะปลูกผ่านแอปพลิเคชั่น นอกจากนี้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ท�ำให้ภาคอุตสาหกรรมจ�ำเป็นต้องลดความ เสี่ยง และเพิ่มความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดให้ดีขึ้น ด้วย การย้ายฐานการผลิตโดยให้ห่วงโซ่การผลิตสั้นลง ลดการพึ่งพาในระยะไกล และหันมา พึ่งพาระยะใกล้ในระดับภูมิภาคแทน ประการที่สอง จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับประเทศไทยให้ก้าวสู่ ศูนย์กลางการค้าการลงทุน ท�ำให้เกิดปริมาณการค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ตัวอย่างคือ “โครงการ รถไฟไทย – จีน” ซึ่งมีเป้าหมายเชื่อมต่อประเทศไทยเข้ากับเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 ที่เชื่อมโยงจีนกับนานาชาติกว่า 64 ประเทศ

ปัจจุบัน กรมการขนส่งทางบกมีการออกกฎหมายเพื่อก�ำหนดให้ รถบรรทุกหนัก หรือ 10 ล้อขึ้นไป ต้องติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณทางไกล (GPS tracking) โดยรายงานจากก รมฯ ระบุไว้ว่าตอนนี้ได้ติดตั้งแล้ว 90.31% เงื่อนไขที่กรมฯ ก�ำหนดมีเพียงการบันทึก ความเร็ว ต�ำแหน่ง และข้อมูลของคนขับเท่านั้น แต่บริษัทสามารถน�ำข้อมูลจากอุปกรณ์เหล่านี้ มาประยุกต์ใช้และพัฒนาเพื่อสร้าง ระบบดูแลฟลีทรถให้กลายเป็นการจัดการยานยนต์แบบอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ให้กับการบริการ จ�ำนวนรถยนต์เชิงพาณิชย์ในประเทศไทย นับรวมรถปิคอัพที่ใช้ในการสัญจรปริมาณ 32.88% ที่มีอายุการใช้งานของรถมากกว่า 20 ปี เอบีม คาดคะเนว่าในอีก 9 ปีข้าง หน้า จะมีปริมาณรถยนต์ฯ ที่มีน�้ำหนักมากกว่า 2.5 ตันมากถึง 506,000 คัน (หรือ 38.56 % ของจ�ำนวนรถยนต์เชิงพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ) ส่งผลให้ค่าบ�ำรุงรักษารถจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมีผลกระทบอย่างยิ่งต่อก�ำไรของบริษัท การน�ำระบบการบริหารยานพาหนะ และการขนส่งครบวงจรมาใช้งาน เช่น วางแผน เส้นทางการเดินรถเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดจ�ำนวนรอบในการขนส่ง ติดตาม พฤติกรรมการขับขี่เพื่อลดอุบัติเหตุ รวมถึงบ�ำรุงรักษารถยนต์เชิงป้องกันเพื่อยืดอายุ การใช้งาน จะท�ำให้เพิ่มความยืดหยุ่น ลดต้นทุน และเสริมประสิทธิภาพในการจัดการ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับตลาดได้

MAGKETING l 33


RESEARCH

PEXELS

อสังหาฯ หวังวัคซีนต้านไวรัสเป็นอัศวินขี่ม้าขาว เรื่อง : ดีดีพร็อพเพอร์ตี้

แม้ภาครัฐในหลายประเทศแถบอาเซียนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อหวังฟื้นความเชื่อมั่นและกระตุ้นกำ�ลังซื้อใน ประเทศของตนให้กลับมา แต่แน่นอนว่าอิทธิพลจากปัจจัยต่าง ๆ ในตอนนี้ย่อมส่งผลให้ผู้บริโภคยังคงไม่มั่นใจในการใช้จ่ายมากพอ ข้อมูล จากรายงาน “Global Economic Prospects” ฉบับล่าสุดของธนาคารโลก เผยแนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและ แปซิฟิกในระยะสั้นยังคงมีความไม่แน่นอนสูงจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คาดว่าการฟื้นตัวจะไม่สม�่ำเสมอและ เปราะบาง ในขณะที่ความเสี่ยงด้านลบที่เพิ่มขึ้นอาจทำ�ให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้

MAGKETING l 34


RESEARCH

ภาคอสังหาริมทรัพย์ในอาเซียนยังคงได้รับผลกระทบ เนื่องจากการซื้อที่อยู่อาศัยถือ เป็นทรัพย์สินที่มีราคาสูงและเป็นภาระทางการเงินระยะยาว เมื่อผู้บริโภคต้องเผชิญ ความท้าทายทั้งจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและได้รับผลกระทบของการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงต้องวางแผนการเงินอย่างเข้มงวดและชะลอแผนการซื้ออสัง หาฯ ออกไป ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย เผยผลส�ำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดที่อยู่อาศัยในไทย DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study ฉบับล่าสุด และผล ส�ำรวจจากเว็บไซต์ในเครือ PropertyGuru Group (พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป) ในสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ชี้ให้เห็นว่าแม้ก�ำลังซื้อผู้บริโภคในอาเซียนจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดฯ อย่างต่อเนื่อง แต่ความต้องการที่อยู่อาศัยยังมีแนวโน้มเติบโตในอนาคตแน่นอน เห็น ได้จากแผนการใช้จ่ายของผู้บริโภคกลุ่ม Millennials (มิลเลนเนียล) หรือ Gen Y มากกว่าครึ่งในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทยที่ยังคงให้ความส�ำคัญไป ที่การออมเงินเพื่อซื้อบ้านใน 1 ปีข้างหน้า (69%, 59%, 77%, และ 59% ตามล�ำดับ) เศรษฐกิจซบเซาท�ำคนไทยพึงพอใจต่อตลาดอสังหาฯ ต�่ำที่สุดในอาเซียนจากผลส�ำรวจ ล่าสุดในภูมิภาคยังเผยให้เห็นว่าคะแนนความพึงพอใจต่อสภาพตลาดที่อยู่อาศัยของผู้ บริโภคชาวไทยลดลงอย่างต่อเนื่องจากที่เคยแตะ 66% ในปี 2562 ปัจจุบันเหลือเพียง 48% ถือเป็นระดับที่ต�่ำที่สุดในรอบ 2 ปี ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนมีทิศทาง เติบโตขึ้นลงสลับกันในช่วงที่ผ่านมา สาเหตุหลักที่ท�ำให้ชาวไทยไม่พึงพอใจต่อสภาพตลาดที่อยู่อาศัยมากขึ้นมาจากผลกระ ทบของสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง 68% และมองว่าตลาดอสังหาฯ ไม่มี เสถียรภาพเพียงพอ 33% ซึ่งค่าเฉลี่ยของสองปัจจัยนี้สูงที่สุดเมื่อเทียบกับผู้บริโภค ประเทศอื่น ในขณะที่อันดับสามมาจากการไม่สามารถหาที่อยู่อาศัยในท�ำเลที่ต้องการ ภายในงบประมาณที่มี 32% เกาะติดเทรนด์ความต้องการที่อยู่อาศัยชาวอาเซียน หลังเผชิญโควิดอย่างต่อเนื่องจาก ผลส�ำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดที่อยู่อาศัยล่าสุดใน 4 ตลาดหลักของ อาเซียน เผยมุมมองและเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคที่น่าสนใจ เมื่อต้องมองหาที่อยู่ อาศัยท่ามกลางความท้าทายจากสภาพเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ที่เป็นตัวแปรส�ำคัญ ผู้บริโภคส่วนใหญ่มองว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจและ มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ จากภาครัฐมีบทบาทส�ำคัญต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาฯ ในเวลานี้ นอกจากนี้ วัคซีนป้องกันโควิด-19 ก็ถือเป็นปัจจัยส�ำคัญที่ช่วยดึงก�ำลังซื้อของผู้บริโภค ให้กลับมาและส่งเสริมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้ ปัจจุบันสิงคโปร์ อินโดนีเซียเป็น ประเทศที่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไปแล้ว ด้านมาเลเซียจะเริ่มโครงการฉีดวัคซีน ในวันที่ 24 ก.พ. นี้ ในขณะที่ไทยแม้จะมีการยืนยันและเตรียมการขนส่งวัคซีนล็อตแรก ไว้แล้วแต่ยังไม่มีรายละเอียดวันเวลาในการเริ่มฉีดที่ชัดเจน ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นใน การใช้จ่ายของผู้บริโภคอย่างเลี่ยงไม่ได้ ชาวสิงคโปร์ส่วนใหญ่ (56%) มองว่าผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

โควิด-19 ส่งผลให้ราคาอสังหาฯ มีความผันผวนมากขึ้น โดย 1 ใน 2 เผยว่าความไม่ คุ้นเคยในการยื่นเอกสารเป็นอุปสรรคส�ำคัญในการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่พวกเขาต้อง เผชิญ ตามมาด้วยมีเงินดาวน์ไม่เพียงพอ (39%) แม้ชาวสิงคโปร์จะยังมีความต้องการ ที่อยู่อาศัยแต่ต้องยอมรับว่าเรื่องค่าใช้จ่ายยังคงเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อไม่ น้อย ผู้บริโภคส่วนใหญ่ 49% คาดหวังให้ภาครัฐออกมาตรการลดเงินดาวน์เพื่อช่วย เหลือผู้ต้องการซื้ออสังหาฯ ในตอนนี้ ต่างจากประเทศอื่น ๆ ที่ต้องการให้ภาครัฐปรับ ลดดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเพิ่มมากกว่า อย่างไรก็ดี 3 ใน 5 ของชาวสิงคโปร์ (60%) ตั้งใจ จะซื้อบ้านเป็นของตัวเองภายใน 2 ปีนี้ ครึ่งหนึ่งของชาวมาเลเซีย (52%) มองว่าราคาอสังหาฯ มีความไม่แน่นอนมากขึ้น จากสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ เช่นเดียวกับชาวสิงคโปร์ โดยเมื่อต้องเลือกซื้อ/เช่า ที่อยู่อาศัย ชาวมาเลเซียจะพิจารณาจากประเภทที่อยู่อาศัยเป็นอันดับแรกถึง 49% ตามมาด้วยขนาดที่อยู่อาศัย (38%) และราคาเฉลี่ยต่อพื้นที่ (38%) ในขณะที่ปัจจัย ภายนอกโครงการที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ ได้แก่ ท�ำเลที่ตั้ง และความปลอดภัยในการ ด�ำรงชีวิต (76% และ 66% ตามล�ำดับ) นอกจากนี้ สภาพคล่องทางการเงินถือเป็นอุปสรรคส�ำคัญของชาวมาเลเซียเมื่อต้องขอ สินเชื่อบ้าน โดย 52% เผยว่ายังมีเงินดาวน์ไม่เพียงพอ และส่วนใหญ่ต้องการมาตรการ ลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมจากภาครัฐ เพื่อกระตุ้นการซื้อขายในตลาดอสังหาฯ ถึง 68% 52% ของชาวอินโดนีเซียเห็นว่าการแพร่ระบาดฯ ส่งผลให้ต้องชะลอการซื้อ-ขา ยอสังหาฯ ออกไป ส่วนใหญ่ให้ความส�ำคัญกับประเภทการถือครองกรรมสิทธิ์อสังหาฯ มาเป็นอันดับแรกเมื่อมองหาที่อยู่อาศัยถึง 65% ตามมาด้วยการออกแบบและการ ก่อสร้างของโครงการ 35% นอกจากนี้สองอันดับแรกของปัจจัยภายนอกโครงการที่ใช้พิจารณาเป็นหลัก คือ ความ สะดวกของระบบขนส่งสาธารณะ และท�ำเลที่ตั้งของโครงการ (59% และ 57% ตาม ล�ำดับ) อย่างไรก็ตาม ชาวอินโดนีเซียมองว่าหน้าที่การงานที่ไม่มั่นคงและรายได้ที่ไม่ แน่นอนถือเป็นอุปสรรคส�ำคัญในการขอสินเชื่ออสังหาฯ ถึง 63% สูงที่สุดเมื่อเทียบกับ ประเทศอื่นในอาเซียน และกว่า 4 ใน 5 ของผู้บริโภค (85%) ต้องการให้ภาครัฐช่วย ลดดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเพิ่ม ผู้บริโภคไทย 56% ตัดสินใจชะลอการซื้อขายอสังหาฯ ช่วงนี้ออกไป เนื่องจาก ผลกระทบของการแพร่ระบาดฯ เมื่อต้องเลือกซื้อ/เช่าที่อยู่อาศัย ผู้บริโภคไทยยังคง ให้ความส�ำคัญกับขนาดที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ตามมาด้วยสิ่งอ�ำนวยความสะดวกใน สัดส่วนที่ไล่เลี่ยกัน (48% และ 44% ตามล�ำดับ) ในขณะที่ปัจจัยภายนอกโครงการจะ พิจารณาจากท�ำเลที่ตั้ง และการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะมาเป็นอันดับต้น ๆ (54% และ 50% ตามล�ำดับ) โดยเหตุผลยอดนิยมในการตัดสินใจซื้อบ้านใหม่มาจากความต้องการพื้นที่ส่วนตัว ถึง 47% ต่างจากชาวสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซียที่เลือกซื้อเพื่อลงทุนเป็น หลัก อย่างไรก็ตาม ชาวไทยส่วนใหญ่ 60% มองว่าอุปสรรคหลักเมื่อต้องขอสินเชื่อ อสังหาฯ มาจากความไม่มั่นคงในอาชีพและรายได้ ซึ่งกว่าครึ่ง (52%) หวังให้ภาครัฐ ออกมาตรการ/นโยบายลดดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่ อาศัยจริง (Real Demand) ที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยในเวลานี้

MAGKETING l 35


MOVEMENT

MAGKETING l 36


MOVEMENT

MK จัดแคมเปญ “ใช้ง่าย จ่ายคุ้ม” เพียงลูกค้าช�ำระเงินผ่านแอปฯ TrueMoney Wallet เมื่อทานอาหารที่ “MK” มูลค่าครบ 500 บาท รับเงินคืน 50 บาท หรือเลือกทานอาหารญี่ปุ่นที่ “ยาโยอิ” มูลค่าครบ 300 บาท รับเงินคืน 30 บาท ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 พฤษภาคม 2564 (หรือจนกว่าจ�ำนวนสิทธิ์จะหมด) เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสและความเสี่ยงจากการติดเชื้อโรคจาก เงินสด Strategy

:: การส่งเสริมการขายร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ

(Cooperative Promotion)

THAI AIR ASIA การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดตัวแคมเปญ “เมืองรอง...ต้องไป เมืองมีสไตล์ เที่ยวควบได้” ตอกย�้ำการเดินทางสู่เมืองรองอย่างมั่นใจ เดินทางได้ตลอดปี แอร์เอเชียให้บริการเส้นทางภายในประเทศ ด้วยเครือข่ายบินที่ครอบคลุมมากที่สุด รวมทั้งเที่ยวบินที่บินตรงไปยังเมืองรอง 15 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย น่าน พิษณุโลก นครศรีธรรมราช ตรัง ระนอง ชุมพร นราธิวาส อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด นครพนม สกลนคร บุรีรัมย์ เลย Strategy

:: การส่งเสริมการขายร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ

(Cooperative Promotion)

WAIWAI บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จ�ำกัด ผู้ผลิตและจัดจ�ำหน่ายบะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูปไวไว ร่วมงานประเพณีสงกรานต์ เชียงใหม่ (ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่) ประจ�ำปี 2564 โดยในปีนี้จัดขึ้น ภายใต้แนวคิด “สืบฮีตโตยฮอย เมืองเจียงใหม่ 725 ปี๋” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่นและสนับสนุนประเพณีท้องถิ่นที่ปฏิบัติสืบเนื่องกันมาแต่อดีต พร้อมร่วม ขานรับมาตรการป้องกันโรคระบาดอย่างเคร่งครัด Strategy

:: การจัดกิจกรรมช่วงเทศกาล

(Seasonal Event Marketing)

NOKIA เอชเอ็มดี โกลบอล เจ้าของลิขสิทธิ์การจัดจ�ำหน่ายสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริมแบรนด์โนเกียทั่วโลก ประกาศเปิดโฉมสมา ร์ทโฟนรุ่นใหม่จ�ำนวน 6รุ่น ได้แก่ Nokia X20, Nokia X10, Nokia G20, Nokia G10, Nokia C20 และ Nokia C10Nokia แบ่งเป็น 3 ซีรีส์ ได้แก่ 1. ซีรีส์ X ซึ่งเป็นระดับบนสุด 2. ซีรีส์ G ในระดับกลาง และ 3. ซีรีส์ C ในระดับเริ่มต้น มีความ ทนทานและมาพร้อมกับซอฟต์แวร์ใหม่ล่าสุดเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้สมาร์ทโฟนได้ยาวนานยิ่งขึ้น Strategy

:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

(New Product Development)

MAGKETING l 37


MOVEMENT

WAIWAI บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จ�ำกัด ผู้ผลิตและจ�ำหน่ายบะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูปไวไว แบรนด์เจ้าแคมเปญดัง “ไวไวเข้มข้น จนต้องเบิ้ล” ร่วมกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจ�ำปี 2564 ซึ่งได้เลื่อนจากก�ำหนดการเดิม เนื่องด้วยสถานการณ์แพร่ ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) พร้อมมอบผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูปไวไว “รสหมูสับ” และ “รสหมูสับ ต้มย�ำ” จ�ำนวน 1,080 ซอง ให้แก่น้องๆโรงเรียนวัดศรีส�ำราญราษฎร์บ�ำรุง(แช่มประชาอุทิศ) อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร Strategy

:: การจัดกิจกรรมช่วงเทศกาล

(Seasonal Event Marketing)

VOLVO วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัว VOLVO XC40 RECHARGE PURE ELECTRIC เอสยูวีพลังไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของ แบรนด์และยังเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในไทยและอาเซียน ทั้งยังเป็นรถยนต์พลังไฟฟ้าที่มีสมรรถนะเทียบเคียงได้กับรถยนต์ เครื่องสันดาปตัวท็อปของโลก และปลดข้อจ�ำกัดด้านการใช้งานรถยนต์พลังไฟฟ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธี ยมไออน 78 กิโลวัตต์ชั่วโมงที่พัฒนาขึ้นใหม่ที่ใช้เวลาชาร์จไฟจาก 0-100% เพียง 6-8 ชั่วโมงด้วยเครื่องชาร์จไฟมาตรฐาน ขนาด 11 กิโลวัตต์ Strategy

:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

(New Product Development)

THAI AIR ASIA แอร์เอเชียจัดโปรโมชั่นเเรง THE AIRASIA SUPER SALE เส้นทางบินภายในประเทศราคาดีๆ ราคาสมาชิก BIG รวมเที่ยว เดียวเริ่มต้นที่ 499 บาท จองได้เลยตั้งเเต่ 5-11 เมษายน 2564 เพื่อเดินทางได้ตั้งเเต่ 12 เมษายน-14 พฤศจิกายน 2564 ชี้หลังเริ่มเปิดให้บริการทุกเส้นทางบินครบ 100% ได้รับเสียงตอบรับที่ดี มีอัตราขนส่งผู้โดยสารล่วงหน้าช่วงเทศกาล สงกรานต์ สูง 80-85% เนื่องจากบรรยากาศท่องเที่ยวเดินทางภายในประเทศที่ผ่อนคลาย พร้อมมั่นใจมาตรการด้านสุข อนามัย Strategy

:: การลดราคาเพื่อการส่งเสริมการขาย

(Cent-off promotion)

LINE LINE สานฝัน SME แฟชั่นไทยก้าวไกลสู่ระดับมืออาชีพ เปิดตัว 15 แบรนด์ที่ได้รับการคัดเลือกร่วมงาน LINE FASHION ANNUALE 2021 เดินหน้าเข้าสู่การกรูมมิ่งและเวิร์คช้อปกับมืออาชีพแถวหน้าของเมืองไทย อาทิ ป้าตือ-สมบัษร ถิร ะสาโรช ฟอร์ด-กุลวิทย์ เลาสุขศรี และเหล่ากูรูในโลกแฟชั่นมากมาย พร้อมเรียนรู้การตลาดยุคดิจิทัลแบบจัดเต็ม เพื่อ สร้างสรรค์ผลงานคอลเลคชั่นใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เฉิดฉายบนรันเวย์สุดล�้ำ LINE FASHION ANNUALE 2021 เดือน กรกฎาคมนี้ Strategy

:: การจัดกิจกรรมด้านแฟชั่น

(Fashion Event Marketing)

MAGKETING l 38


MOVEMENT

KRUNGSRI มูลนิธิกรุงศรีมอบทุนการศึกษาต่อเนื่องให้แก่เยาวชน 76 คนในความดูแลของสถานสงเคราะห์และมูลนิธิต่างๆ 7 แห่ง เพื่อ สนับสนุนให้เยาวชนที่มีผลการเรียนและความประพฤติดีได้รับโอกาสทางการศึกษาจนส�ำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ทั้งนี้ การมอบทุนการศึกษาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนตามพันธกิจของมูลนิธิกรุงศรี โดยจัดขึ้น ณ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา อาคารส�ำนักงานใหญ่ ถนนพระราม 3 Strategy

:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)

IKEA อิเกีย จัดโปรโมชั่นพิเศษเอาใจลูกค้า ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ 2564 น�ำสินค้ามาลดราคาพิเศษ เริ่มต้น 25 บาท และ ลดเพิ่มอีก 15% ส�ำหรับสมาชิก IKEA Family เฉพาะวันที่ 13 - 15 เมษายน 2564 และจัดกิจกรรมสงกรานต์ อาทิ เวิร์ค ช็อปจัดโต๊ะอาหาร แต่งชุดไทยถ่ายรูปลุ้นรับบัตรของขวัญอิเกีย กิจกรรมงานวัดส�ำหรับคุณหนูๆ ฯลฯ ที่อิเกีย บางนา อิเกีย บางใหญ่ และ อิเกีย ภูเก็ต Strategy

:: การส่งเสริมการขายในช่วงเทศกาล

(Seasonal Program)

HOMEPRO โฮมโปร ส่ง E-catalog “HOME LIVING by HomePro” ฉบับใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ WE MAKE A BETTER LIVING “ตอบโจทย์วิถีใหม่ ทุกไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณ” พร้อมสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ สะดวกสบายกว่าด้วยฟังก์ชั่นหลาก หลาย เชื่อมต่อ Omni Channel ช้อปไร้รอยต่อ ไม่มีสะดุด ทุกช่องทางโฮมโปร ง่ายๆ แค่คลิก promotion.homepro. co.th/homeliving Strategy

:: การตลาดเชื่อมตรง

(Online Marketing)

NOKIA เอชเอ็มดี โกลบอล ยกระดับบริการหลังการขาย เปิดบริการใหม่ Nokia Mobile Care Delivery อยู่ที่ไหนก็ซ่อมได้ ง่าย ๆ ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ มีบริการให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งาน ด้วยบริการส่งซ่อมฟรี! ผ่าน EMS ของไปรษณีย์ไทยกว่า 1,200 สาขาทั่วประเทศ พร้อมบริการ Pick Up Service รับเครื่องซ่อมนอกสถานที่ บริการครบจบที่เดียวผ่านช่องทาง NPK Call Center 02-005-0195 Strategy

:: บริการหลังการขาย

(After Sales Service)

MAGKETING l 39


+ +

หากคุณต้องการไอเดีย+จุดประกายความคิดทางธุรกิจ พร้อมกับศึกษาข้อมูลสภาวะการแข่งขันอย่างรอบด้าน

“แมกเก็ตติ้ง

(MAGKETING)”

แมกเก็ตติ้ง (MAGKETING) นิตยสารออนไลน์ด้านการตลาด (E-Magazine) รายเดือน ประเภท Free view ซึ่งน�ำเสนอข่าว ความเคลื่อนไหว ข่าวเชิงวิเคราะห์ รวมถึงข้อมูล ในรูปแบบ Database ในแวดวงธุรกิจการตลาด สามารถเลือกช่องทางการอ่านได้หลากหลาย

พร้อมเสิร์ฟฟรี ทุกที่ ทุกเวลา อ่านได้ทันทีที่


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
Magketing Vol.59 by MAGKETING - Issuu