CONSUMER ++ TRENDS SUMMARY marketing case study BEYOND STRATEGY & CONSUMER LIFESTYLE JANUARY 2564
VOL.7 ISSUE 56
THAILAND'S FIRST FREE E-MARKETING MAGAZINE
CONSUMER ++ TRENDS SUMMARY
PEXELS
it's FREE
56 I S S U E
Fresh - Baked Dairy The Europeans baking kitchen Enjoy a cup of warm chocolate
AnnaNita
SUKH UMVI T So i 1 1 n ear NA NA BTS Sky trai n SUKH UMVIT R d. BKK
01
HOMEROOM
EDITORIAL บรรณาธิการบริหาร
ภาวนา อรัญญิก
EDITORIAL STAFF > หัวหน้ากองบรรณาธิการ > กองบรรณาธิการ
บัณฑิต โชคสิทธิกร กัลชนา ทิชากร ปรัชญ์ พันแสงระวี
> ศิลปกรรม
cymk@bangkok
ADVERTISING STAFF > ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา > กองโฆษณา
วิโรจน์ ธนวัฒน์วาทิน สุนิสา อดุลย์วิทย์
บจ.มาร์เก็ตอินโฟ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น 3769/46 เจริญราษฎร์ บางโคล่ บางคอแหลม กทม. 10120 tel.062-4836903 email>>magketing.editor@gmail.com
CONTENTS
INFORMATION
17
8 12
FLASH PODIUM
ANALYSIS
20
29
32
17 20 29 32 34
BEHAVIOR CASE STUDY FACTOR DIGITAL LIFE RESEARCH
DATABASE
37 38 39
MOVEMENT
>> FOOD & IT
MOVEMENT
>> HOME & FINANCE
MOVEMENT
>> ETC.
FLASH
ฮอนด้า
ฮอนด้า ครองอันดับ 1 ตลาดรถยนต์นั่ง
RT
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จ�ำกัด ประกาศผลการด�ำเนินงานประจ�ำปี 2563 ครองอันดับ 1 ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในประเทศไทย (มกราคม - ธันวาคม 2563) ด้วยยอดจ�ำหน่ายสะสมรวม 93,041 คัน (นับรวมกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ ของฮอนด้า) ครองส่วนแบ่งทางการตลาด 27.5%* และครองอันดับ 1 ใน 4 เซกเมน ต์หลัก ได้แก่ กลุ่มซับคอมแพคท์และอีโค ซับคอมแพคท์ กลุ่มคอมแพคท์ กลุ่มซีดาน )ขนาดกลาง (D-segment) และกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ (L-SUV
อลิอันซ์
โครงการพาน้องเที่ยวบางกอก สู่ยุค New Normal
บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เดินหน้าต่อเนื่อง โครงการพาน้องเที่ยวบางกอก พร้อมปรับแนวทางสู่ยุค New Normal พาเด็กไทยเที่ยววิถีใหม่ผ่านรายการ “ยังไกด์ พาเที่ยวบางกอก” ด�ำเนินรายการโดย ยุวมัคคุเทศน์รุ่นพี่ที่จบหลักสูตรภายใต้โครง การฯ ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์ความเป็นไทยจากสถานที่ท่องเที่ยวส�ำคัญ ในกรุงเทพมหานคร ผ่านมุมมองคนรุ่นใหม่ เผยแพร่แล้ววันนี้ รับชมได้ทาง Facebook และ YouTube AZAYFan
วาโก้
Wacoal X Sahred Toy
ชวลิต ถนอมถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จ�ำกัด (มหาชน) หรือ RT ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านวิศวกรรมโยธาและธรณีเทคนิค เปิดเผยว่า บริษัทได้ รับงานใหม่ 8 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 280 ล้านบาท ส่งผลให้งานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) เพิ่มขึ้นเป็น 4,644.33 ล้านบาท จาก ณ สิ้นเดือนพ.ย. 63 มี Backlog อยู่ ที่ 4,364.33 ล้านบาท ซึ่งบริษัทสามารถทยอยรับรู้รายได้ในช่วงปี 64-66
แอร์เอเชีย
รับมอบตราสัญลักษณ์ SHA
ไทยแอร์เอเชีย รับมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety & Health Administration – SHA) จากผู้บริหาร การท่องเที่ยวเเห่งประเทศไทย เเละกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อยืนยันถึง มาตรการด้านสุขอนามัยที่เคร่งครัดเเละสม�่ำเสมอของสายการบินฯ โดยเฉพาะการ ป้องกันเเละลดการเเพร่ระบาดของโควิด-19 ครอบคลุมทั้งการตรวจประเมินโดยคณะ กรรมการ และความพึงพอใจของลูกค้า พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว
อิเกีย
Wacoal X Sahred Toy คอลเลกชันของพรีเมี่ยมลายเที่ยวไทยลิมิเต็ดอิดิชัน ผล งานการวาดของ Sahred Toy ศิลปินนักวาดภาพชื่อดังของไทย จากแรงบันดาลใจ เที่ยวทุกที่แฮปปี้ทุกคัพไซซ์จัดให้เฉพาะลูกค้าวาโก้ เพียงซื้อสินค้าวาโก้ 2,500 บาทขึ้น ไปต่อใบเสร็จ รับฟรีแก้วน�้ำพกพา จ�ำนวน 1 ใบ มูลค่า 390 บาท หรือซื้อสินค้าครบ 5,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับฟรีผ้าห่มพกพาเนื้อผ้านาโน จ�ำนวน 1 ผืน มูลค่า 990 บาท เริ่มวันที่ 15 มกราคม 2564 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2564
RT คว้างานใหม่ 8 โครงการ
อิเกีย ปรับแผนสู้โควิดระลอกใหม่
อิเกีย ประเทศไทย ปรับกลยุทธ์รับมือการระบาดโควิดระลอกใหม่ เพิ่มความสะดวก ให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้น คุ้มค่ามากขึ้น ทั้งช่องทางออนไลน์และที่สโตร์ ช้อปออนไลน์ สะดวกได้ของเร็วทันใจ ฟรีค่าบริการ Click & Collect และลดค่าจัดส่งโดยพัสดุ* 49 บาท จากปกติ 149 บาท ทางด้านการช้อปที่สโตร์ เพิ่มความสบาย และมั่นใจยิ่งขึ้น เปิดอาคารจอดรถใหม่ที่อิเกีย บางนา จุเพิ่มกว่า 2,000 คัน พร้อมเพิ่มมาตรการความ ปลอดภัยฉีดพ่นน�้ำยาฆ่าเชื้อในอากาศทั่วพื้นที่สโตร์อิเกียทุกแห่ง
MAGKETING l 8
FLASH
MAGKETING l 9
FLASH
ไฮเออร์
ไฮเออร์บุกตลาดอีคอมเมิร์ซ
วอลโว่
ไฮเออร์ ผู้น�ำด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลก และเป็นแบรนด์ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอันดับ 1 ของโลกติดต่อกัน 12 ปีซ้อน แนะน�ำแบรนด์น้อง ใหม่ “แคนดี้” (Candy) แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติอิตาลี บุกตลาดอีคอมเมิร์ซ (E-commerce) เน้นชูจุดเด่นผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้งานง่าย ดีไซน์ทันสมัย พร้อมราคาจับต้องได้ จับกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่และวัยท�ำงาน โดยเริ่มจ�ำหน่ายทางช้อป )ปี้ (Shopee) ลาซาด้า (Lazada) และเจดี เซ็นทรัล (JD Central
เนสกาแฟ
หนังโฆษณาใหม่ เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู
เบนซ์
วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัวผู้จัดจ�ำหน่ายใหม่ 3 ราย ใน 3 ท�ำเลหลัก ได้แก่ 14 Auto Marque เขตจอมทอง ถนนพระราม 2, Newton Prestige Auto เขต ตลิ่งชัน ถนนบรมราชชนนี และ Phranakorn Swedish Car สาขาลาดพร้าว พร้อม มอบบริการทั้งก่อนและหลังการขายภายใต้คอนเซ็ปต์ “Volvo Retail Experience ”)(VRE)” และบริการซ่อมบ�ำรุงระดับเวิลด์คลาส “Volvo Personal Service (VPS
เวิลด์แก๊ส
เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู คว้าสองดาราดัง เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข และ ใบเฟิร์นพิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ มาร่วมงานคู่กันเป็นครั้งแรกในหนังโฆษณาที่มีชื่อว่า “สุภาพบุรุษโชคทอง” พร้อมหลากซีนสุดสวีทชวนจิ้น และมุขจีบสาวแบบกวน ๆ ของ หนุ่มเจมส์ที่ขอให้ใบเฟิร์นเปลี่ยนมาใช้นามสกุลตัวเองกับประโยคเด็ดที่บอกว่า “ชื่อคุณ แต่นามสกุลผม” ฟินจิกหมอนจนได้กลิ่นความหอมอร่อยของเนสกาแฟ
“Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium”
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ก้าวข้ามทุกบรรทัดฐานความหรูหราของการสร้างสรรค์รถยนต์เอส ยูวีระดับพรีเมียม ด้วยการเปิดตัว “Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium” สุดยอดยนตรกรรมอเนกประสงค์ พรีเมียม (Large Full-Size SUV) แบบ 7 ที่นั่งรุ่นประกอบในประเทศใหม่อย่างเป็นทางการ ผสานความหรูหราเหนือระดับเช่น เดียวกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ตระกูล S-Class
เปิดตัว 3 ผู้จัดจ�ำหน่ายแห่งใหม่ พร้อมรับรองลูกค้า
โครงการ “กินข้าวรึยัง”
ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ ผู้จัดจ�ำหน่ายก๊าซหุงต้มแบรนด์เวิลด์แก๊ส สรุปความส�ำเร็จของ โครงการ “กินข้าวรึยัง” หนึ่งในกิจกรรมที่ทางบริษัทมุ่งเคียงข้างสร้างรอยยิ้ม เดิน หน้าช่วยเหลือสังคมภายใต้วิสัยทัศน์ “We Promise” โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มี ความยากล�ำบากที่คนทั่วโลกต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (Covid-19) กับการเติมความสุข คลายความหิว ให้กับน้องๆ ผู้ขาดแคลนทางด้าน โภชนาการ ด้วยการจัดเลี้ยงอาหารเพื่อส่งมอบความสุขให้กับน้องๆ
เนสกาแฟ
มอบโต๊ะอาหารให้โรงเรียนในสังกัด สพฐ.
บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จ�ำกัด มอบชุดโต๊ะรับประทานอาหารพร้อมเก้าอี้ชุดแรก ซึ่งเป็น ไม้เทียมท�ำจากซองเปล่า เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ที่ใช้นวัตกรรมการผลิตไม้เทียม เพื่อสิ่งแวดล้อม ในโครงการ “เนสกาแฟ อัพไซคลิ่ง” ให้แก่โรงเรียนจรัสวิทยาคาร ซึ่ง เป็นโรงเรียนวิถีพุทธขนาดเล็กในสังกัดส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. เพื่อใช้ในโรง รวมทั้งสิ้น 16 ล้านซองให้กับโรงเรียนวิถีพุทธขนาดเล็กใน สังกัด สพฐ. 100 โรงเรียนทั่วประเทศ
MAGKETING l 10
FLASH
MAGKETING l 11
PODIUM
บาฟส์ รุกธุรกิจดิจิทัลโซลูชั่น เพิ่มโอกาสเติบโตช่วงโควิด-19 บาฟส์ อินโนเวชั่น ดิเวลลอปเม้นท์ (BAFS Innovation Development) บริษัทย่อย ของบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จ�ำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เปิดตัวธุรกิจ ดิจิทัลโซลูชั่น เพื่อให้บริการด้านดิจิทัลอย่างครบวงจร พร้อมจับมือพันธมิตรให้บริการ ธุรกิจ Blockchain-as-a-Service รายแรกของประเทศไทย รวมถึงบริการด้านระบบ เทคโนโลยีเพื่อบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ BCMS+ ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ให้กับ องค์กรและหน่วยงานทั้งในประเทศและภูมิภาค ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล รองกรรมการผู้อ�ำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบิน กรุงเทพ จ�ำกัด (มหาชน) หรือ BAFS กล่าวว่า BAFS มองเห็นถึงโอกาสในการเจริญ เติบโตของธุรกิจดิจิทัลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลกที่เป็น ตัวแปรส�ำคัญที่เร่งให้เกิด Digital Transformation หรือการน�ำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ใน กระบวนการต่าง ๆ ของธุรกิจมากขึ้น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งขององค์กรในการรับมือ กับวิกฤติโควิด-19 และวิกฤตอื่น ๆ BAFS จึงได้ลงทุนผ่านบริษัท บาฟส์ อินโนเวชั่น ดิเวลลอปเม้นท์ จ�ำกัด หรือ BID ซึ่งเป็นบริษัทย่อย โดยการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 5,000,000 บาท เป็น 70,000,000 บาท เพื่อสนับสนุน BID ในการรุกธุรกิจ Digital Solutions อย่างครบวงจร ตอบสนองความต้องการของหน่วยงานทั้งภาครัฐและ เอกชนในการปรับโครงสร้างองค์กรและขับเคลื่อนธุรกิจสู่ Digital Transformation อย่างจริงจัง ทั้งนี้เพื่อเพิ่มสัดส่วนของรายได้จากธุรกิจอื่นภายใต้กลยุทธ์เพื่อการเติบโต (Growth Strategy) ของ BAFS Group กฤษณ์ มดิศร Chief Executive Officer บริษัท บาฟส์ อินโนเวชั่น ดิเวลลอปเม้น ท์ จํากัด หรือ BID กล่าวว่า BID เปิดตัวบริการและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านดิจิทัลที่ ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า ได้แก่ บริการ Blockchain-as-a-Service (BaaS) แห่งแรกของประเทศไทย โดยร่วมกับ Sapio Asia ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และ Blockchain ระดับโลก จัดตั้งบริษัท SDLT จ�ำกัด เพื่อให้บริการธุรกิจ BaaS ส�ำหรับ หน่วยงานภาครัฐและบริษัทเอกชน บริการระบบเทคโนโลยีเพื่อบริหารความต่อเนื่อง ทางธุรกิจ BCMS+ (Business Continuity Management System) สนับสนุนการ บริหารจัดการให้ธุรกิจสามารถด�ำเนินงานอย่างต่อเนื่องแม้ต้องเผชิญกับวิกฤตต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบัน BID ให้บริการกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จ�ำกัด (มหาชน) ซึ่งครอบคลุม ทั้งส�ำนักงานใหญ่ และท่าอากาศยานทั่วประเทศ บริการระบบ E-ISO (Electronic-ISO) สนับสนุนการบริหารจัดการตามระบบคุณภาพ ISO ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด บริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหาร ความเสี่ยง (RMS) ทั้งในระดับองค์กร และระดับกระบวนการ บริการด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ โดยการออกแบบ ติดตั้ง และให้การสนับสนุนบ�ำรุงรักษาอุปกรณ์และ ซอฟท์แวร์ ที่เกี่ยวข้องกับการวางโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบ
เครือข่ายภายใน บริการระบบบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย เพื่อเป็น เครื่องมือจัดการข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ท�ำให้งานบริหารจัดการความยินยอม ความต้องการลบข้อมูล และข้อ ก�ำหนดอื่น ๆ ของ PDPA มีประสิทธิภาพและสะดวกมากยิ่งขึ้นส�ำหรับเจ้าของข้อมูล และหน่วยงานหรือบริษัทที่ต้องการน�ำข้อมูลไปใช้งาน และบริการระบบบริหารงานให้ บริการน�้ำมันอากาศยาน (Intelligent Refuelling Information System: IRIS) และ ระบบบริหารน�้ำมันคงคลัง (Fuel Inventory Management System: FIMS) เพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายของงานให้บริการเติมน�้ำมันอากาศยาน และการจัด ท�ำบัญชีน�้ำมัน เพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้แก่ BAFS และผู้ให้บริการเติมน�้ำมันอากาศยาน รายอื่นที่สนใจ “การน�ำเทคโนโลยี Digital Transformation มาประยุกต์ใช้ เช่น AI และ Blockchain ควบคู่กับการน�ำหลัก Design Thinking มาช่วยวิเคราะห์ปัญหาและ ความต้องการอย่างแท้จริงของหน่วยงาน จะช่วยลดภาระงานและความผิดพลาดใน การท�ำงาน รวมทั้งสนับสนุนการตัดสินใจหน้างานเพื่อให้การปฏิบัติงานมีความถูกต้อง แม่นย�ำ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สร้างคุณค่าสูงสุดให้กับลูกค้า พร้อม สร้างมาตรฐานการด�ำเนินธุรกิจให้ทัดเทียมกับโลกที่ก�ำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วใน ทุกวันนี้” กฤษณ์ กล่าวทิ้งท้าย
MAGKETING l 12
PODIUM
โออาร์ขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ตั้งเป้าแบรนด์ไทยสู่แบรนด์ระดับโลก บริษัท ปตท. น�้ำมันและการค้าปลีก จ�ำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ ประกาศแผน เสนอขายหุ้น IPO จ�ำนวนไม่เกิน 2,610,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 22.5 ของจ�ำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดที่ออกและจ�ำหน่ายได้แล้วของบริษัทฯ ภายหลังที่ มีการเสนอขายหุ้นสามัญครั้งนี้ (ในกรณีที่มีการเสนอขายหุ้นทั้งจ�ำนวน โดยไม่มีการ จัดสรรหุ้นส่วนเกิน) โดยแบ่งเป็น (ก) หุ้นสามัญเพิ่มทุนจ�ำนวนไม่เกิน 300,000,000 หุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปเฉพาะกลุ่มซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิมของ ปตท. ที่มี สิทธิได้รับการจัดสรรหุ้นตามสัดส่วนการถือหุ้นของ ปตท. (“ผู้ถือหุ้นของ ปตท. เฉพาะ กลุ่มที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรหุ้น”) ทั้งนี้ ณ วันปิดการเสนอขายหุ้นทั้งหมดจ�ำนวน 2,610,000,000 หุ้น หากมีผู้จองซื้อหุ้นเป็นจ�ำนวนมากกว่าหุ้นทั้งหมดที่เสนอขายดัง กล่าว บริษัทฯ อาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกินให้แก่ผู้ลงทุนจ�ำนวนไม่เกิน 390,000,000 หุ้น อีกทั้ง การจัดสรรหุ้นของ OR ในส่วนของผู้ลงทุนรายย่อยในครั้งนี้จะไม่มีการ จัดสรรหุ้นผ่านผู้จัดการการจัดจ�ำหน่ายและรับประกันการจ�ำหน่าย จิราพร ขาวสวัสดิ์ รักษาการแทนประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ โออาร์ กล่าวว่า “เราเชื่อมั่นว่าช่วงเวลานี้ถือเป็นจังหวะเวลาอันเหมาะสมที่ โออาร์ พร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตครั้งใหม่ ด้วยการเสนอขายหุ้น IPO และเข้าจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากจุดแข็ง รากฐานทางธุรกิจและกลยุทธ์การเติบโต อันแข็งแกร่งของ โออาร์ เพื่อก้าวสู่ความเป็นแบรนด์ไทยชั้นน�ำระดับโลกอย่างแท้จริง กับแนวคิดธุรกิจ “Retailing Beyond Fuel” วันนี้ เราพร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มา ร่วมเป็นเจ้าของและต่อยอดสู่การเติบโตที่ไกลกว่าเดิม” โออาร์ ด�ำเนินธุรกิจน�้ำมัน และธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) อย่าง ผสมผสานกันทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบด้วยการจัดจ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์ ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในตลาดค้าปลีกและตลาดพาณิชย์ ธุรกิจร้านกาแฟ ร้านอาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ ร้านสะดวกซื้อ และการบริหารจัดการพื้นที่เช่า มี แบรนด์ซึ่งเป็นที่นิยมและได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง เช่น “PTT Station” แบรนด์สถานีบริการน�้ำมัน ที่มีสาขา 1,968 แห่งในประเทศไทย และ 329 แห่งใน ต่างประเทศ “Café Amazon” แบรนด์ร้านกาแฟชั้นน�ำของประเทศไทยที่มีจ�ำนวน 3,168 ร้านในประเทศไทย และ 272 ร้านในต่างประเทศ ศูนย์บริการยานยนต์ “FIT Auto” จ�ำนวน 56 แห่งในประเทศไทย และ 4 แห่งในต่างประเทศ ร้านสะดวกซื้อภาย ใต้แบรนด์ “7-Eleven” ในสถานีบริการ และแบรนด์ “Jiffy” จ�ำนวนรวมกัน 1,960 ร้านในประเทศไทย และ 86 ร้านในต่างประเทศ เป็นต้น (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2563) ด้วยจุดแข็งและปัจจัยสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โออาร์ ในฐานะบริษัท Flagship ของ กลุ่ม ปตท. ด้านการด�ำเนินธุรกิจน�้ำมันและธุรกิจค้าปลีก มีสถานี บริการน�้ำมัน “PTT Station” ซึ่งเป็นที่ยอมรับในด้านความน่าเชื่อถือ คุณภาพ และ ความสะดวกครบครันในที่เดียว ความเป็นผู้น�ำในการจัดจ�ำหน่ายน�้ำมันเชื้อเพลิงใน ประเทศไทยด้วยส่วนแบ่งการตลาดประมาณร้อยละ 38.9 (เมื่อพิจารณาจากปริมาณ การขายปลีกน�้ำมันเชื้อเพลิงของสถานีบริการในปี 2562 โดย Wood Mackenzie) การมีเครือข่ายระบบจัดเก็บและการกระจายผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทย
การเดินหน้าพัฒนาธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) ซึ่งส่งเสริมธุรกิจค้า ปลีกน�้ำมันเชื้อเพลิงได้เป็นอย่างดี และความมีศักยภาพในการเติบโตสูงทั้งในและต่าง ประเทศ มีรากฐานทางธุรกิจที่มั่นคงในประเทศกัมพูชา ฟิลิปปินส์ และ สปป.ลาว อีก ทั้งยังมีความสามารถในการขยายธุรกิจสู่ประเทศอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมีคณะ ผู้บริหารที่มากประสบการณ์ และให้ความส�ำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิ บาล (ESG) ราชสุดา รังสิยากูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลยุทธ์องค์กร นวัตกรรมและความ ยั่งยืน โออาร์ กล่าวว่า “เราขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ มีคุณภาพที่น่าเชื่อถือ พัฒนาสินค้าและบริการที่ตรงใจผู้บริโภค ควบคู่กับการสร้าง คุณค่าและการมีส่วนร่วมให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม” ทั้งนี้ โออาร์ ได้วาง 6 กลยุทธ์การด�ำเนินงานเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและขยาย ธุรกิจ ประกอบด้วย (1) รักษาความเป็นผู้น�ำทั้งตลาดค้าปลีกและตลาดพาณิชย์ใน ประเทศไทย (2) มุ่งส่งเสริมการเติบโตของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) สร้างฐานรายได้และเพิ่มขีดความสามารถในการท�ำก�ำไร (3) ต่อยอดความ ส�ำเร็จ ความช�ำนาญ เพื่อการขยายตัวสู่ระดับภูมิภาค และระดับโลก (4) เสริมสร้าง ศักยภาพ ขยายโอกาสการเติบโตด้วยเทคโนโลยี และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Big Data Analytics) (5) ลงทุนครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน บริหารต้นทุนอย่างมี ประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี และ (6) มุ่งสร้างคุณค่าและการมีส่วนร่วมต่อผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียทุกกลุ่ม ทั้งประเทศชาติ สังคมชุมชน ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า และพนักงานอย่าง สมดุล
MAGKETING l 13
PODIUM
กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยต้านภัยโควิดระลอกใหม่ บริจาคสิ่งของแก่บุคคลากรทางการแพทย์ ในช่วงปลายปี 2563 บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนชาวไทยต้องเผชิญกับการ แพร่ระบาดระลอกใหม่ของเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกครั้ง และเหตุการณ์ยังคงต่อเนื่อง มาจนถึงปัจจุบัน กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ผนึก ก�ำลังร่วมกับกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้าพัฒนาและผลิต หน้ากาก แรงดันลบและบวก ซึ่งเป็นหน้ากากที่ใช้สวมใส่เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อและแพร่ เชื้อโควิด-19 ที่มีขนาดกะทัดรัด น�้ำหนักเบา พกพาได้สะดวก ซึ่งสามารถปรับใช้ได้ 2 รูปแบบ ทั้งส�ำหรับผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเพื่อ ป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งได้พัฒนาต่อยอดจากเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแบบแรงดันลบ ที่ทาง กองทุนฮอนด้าฯ ได้ผลิตและส่งมอบไปยัง 96 โรงพยาบาลทั่วประเทศไปเมื่อเดือน พฤษภาคม ปี 2563 โดยครั้งนี้ กองทุนฮอนด้าฯ จะท�ำการผลิตและบริจาคหน้ากาก แรงดันลบและบวก จ�ำนวน 1,000 ชิ้น พร้อมเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใน กลุ่มเครื่องยนต์อเนกประสงค์ของฮอนด้า จ�ำนวน 100 ตัว รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท โดยจะเตรียมส่งมอบให้แก่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 พิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการผู้จัดการกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย กล่าวว่า “หลัง จากที่กองทุนฮอนด้าฯ ได้ท�ำการผลิตและส่งมอบเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแบบแรงดัน ลบไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา เป็นที่น่าภูมิใจอย่างยิ่งที่ทีมวิศวกรของฮอนด้าทีมเดิมไม่หยุด นิ่ง แต่ได้ริเริ่มคิดต่อยอดและน�ำเสนอโครงการใหม่กับทางกองทุนฮอนด้าฯ โดยใช้เวลา สร้างสรรค์ต้นแบบและพัฒนารวม 4 เดือน สู่นวัตกรรมหน้ากากแรงดันลบและบวก ซึ่งเป็นอุปกรณ์การแพทย์ที่ป้องกันการติดเชื้อและแพร่เชื้อที่มีประสิทธิภาพ โดยน�ำ เทคโนโลยีฟิลเตอร์ HEPA ระดับ H14 ที่สามารถกรองได้ละเอียดถึง 0.3 ไมครอน และ ระบบ Microcontroller ในการควบคุมความเร็วของพัดลมมาใช้ เพื่อความสะดวกใน การใช้งาน นอกจากนี้ ยังเลือกใช้แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ที่มีน�้ำหนักเบา และสามารถ ใช้งานได้ต่อเนื่องนานถึง 4 - 6 ชั่วโมง โดยนวัตกรรมนี้ จะถูกผลิตขึ้น ณ โรงงานผลิต รถยนต์ฮอนด้า จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้ทันกับการใช้งานจริงในสถานการณ์การ แพร่ระบาดระลอกใหม่ โดยจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และคนไทย ผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน” ผศ.นพ.อนุแสง จิตสมเกษม รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัย นวมินทราธิราช เปิดเผยว่า “หน้ากากแรงดันลบและบวก ที่ทางกองทุนฮอนด้าฯ ด�ำเนินการพัฒนาและผลิตขึ้นมา ผ่านการทดสอบมาตรฐานของอุปกรณ์ทางการแพทย์ จากกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยหน้ากากฯ นี้ สามารถปรับความดันได้ทั้งแบบบวกและลบ ถือว่ามีประโยชน์อย่าง มากในช่วงการแพร่ระบาดระลอกใหม่ในครั้งนี้ เนื่องจากมีจ�ำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง ท�ำให้บุคลากรทางการแพทย์มีความต้องการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งหน้ากากแรงดันบวก หรือ PAPR (Power Air Purifying Respirator) เป็นอุปกรณ์ที่จ�ำเป็นส�ำหรับแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด หรือผู้ป่วยทางเดินหายใจอื่นๆ ซึ่งปัจจุบัน ในประเทศไทยมีรวมกันไม่ถึง 5,000 ชิ้น ดังนั้น หน้ากากฯ ที่ทางกองทุนฮอนด้าฯ ได้พัฒนาและผลิตขึ้นมา จะสามารถช่วยลด ความเสี่ยงให้กับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ได้ดีมากยิ่งขึ้น โดย
มีความพิเศษตรงที่ยังสามารถปรับความดันให้เป็นลบเพื่อใช้ส�ำหรับขนย้ายผู้ป่วยได้ ซึ่ง จะเป็นมิติใหม่ของการรักษา” ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูล นิธิฮอนด้าประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย รวมทั้งเครือข่ายผู้ จ�ำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วย เหลือสังคมไทย ต้านภัยโควิด-19 โดยได้ด�ำเนินการผลิตและส่งมอบเตียงเคลื่อนย้ายผู้ ป่วยแบบแรงดันลบ (Negative Pressure Mobile Bed) จ�ำนวน 100 เตียง และได้ ส่งมอบร่วมกับอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ ให้แก่โรงพยาบาล 96 แห่งทั่วประเทศ รวม มูลค่า 40 ล้านบาท ผ่านเครือข่ายผู้จ�ำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่ว ประเทศไปแล้วนั้น และเมื่อผนวกรวมกับครั้งนี้ หน้ากากแรงดันลบและบวกป้องกัน โควิด-19 จ�ำนวน 1,000 ชิ้น จะถูกผลิตและน�ำไปบริจาคพร้อมกับเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อ 100 ตัว รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท ที่จะส่งมอบในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 เมื่อรวม ความช่วยเหลือที่ทางกองทุนฮอนด้าฯ ได้มอบให้แก่สังคมไทยเพื่อร่วมต้านภัยโควิด-19 รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 80 ล้านบาท โดยลูกค้าผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ของฮอนด้า ทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และเครื่องยนต์ อเนกประสงค์ ล้วนเป็นผู้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมในครั้งนี้ ผ่านการสมทบทุน จากการซื้อผลิตภัณฑ์ ทางกองทุนฮอนด้าฯ พร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยและให้ความช่วย เหลือในด้านต่างๆ เพื่อให้สังคมไทยผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ไปได้ด้วยดีอีกครั้ง และจะ ไม่หยุดการพัฒนาที่มอบประโยชน์สุขให้กับคนไทย ดังเจตนารมณ์ของฮอนด้าในการ สร้างสรรค์คุณค่าเพื่อเป็นองค์กรที่สังคมไทยต้องการให้ด�ำรงอยู่ตลอดไป
MAGKETING l 14
PODIUM
กรุงศรีรายงานก�ำไรสุทธิ ปี 2563 พร้อมเงินส�ำรองที่แข็งแกร่ง กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รายงานผล ประกอบการในปี 2563 โดยมีก�ำไรสุทธิจ�ำนวน 23,040 ล้านบาท ลดลง 14.5% เมื่อ เทียบกับก�ำไรสุทธิจากการด�ำเนินงานตามปกติในปี 2562 โดยเป็นผลมาจากการตั้ง เงินส�ำรองเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ที่กลับมาในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และความเปราะบางทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ กรุงศรียังคงรักษาคุณภาพสินทรัพย์ได้อย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง ด้วยอัตราส่วนสินเชื่อที่ ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) อยู่ในระดับต�่ำที่ 2.00% และอัตราส่วนเงินส�ำรองต่อ สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 175.12% ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายในปีที่ผ่านมา กรุงศรียังเดินหน้าผลักดันแผนเชิง ยุทธศาสตร์ 4 ด้าน คือ การเสริมสร้างประสบการณ์ลูกค้าผ่านกระบวนการพัฒนา โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Customer Experience Enhancement) การขับเคลื่อน ธุรกิจด้วยศักยภาพด้านข้อมูล (Data-Driven Capabilities) กลยุทธ์ความร่วมมือกับ พันธมิตร (Partnership Strategy) และการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ (Overseas Business Expansion) ซึ่งกรุงศรีสามารถด�ำเนินตามแผนสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้เป็น อย่างดี เห็นได้จากความส�ำเร็จของ Hattha Kaksekar Ltd. บริษัทไมโครไฟแนนซ์ เครือกรุงศรีในกัมพูชาในการยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์ สรุปผลประกอบการและฐานะการเงินที่ส�ำคัญส�ำหรับปี 2563 - ก�ำไรสุทธิ: จ�ำนวน 23,040 ล้านบาท ลดลง 14.5% เมื่อเทียบกับก�ำไรสุทธิจาก การด�ำเนินงานตามปกติในปี 2562 โดยเป็นผลมาจากการตั้งเงินส�ำรองเพิ่มขึ้น - เงินให้สินเชื่อ: เพิ่มขึ้น 0.8% หรือจ�ำนวน 15,058 ล้านบาท จาก ณ สิ้นเดือน ธันวาคม 2562 โดยสินเชื่อเพื่อรายย่อย และสินเชื่อเพื่อลูกค้า SME มีการเติบโต 2.2% และ 2.0% ตามล�ำดับ ในขณะที่สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดใหญ่ปรับลดลง 1.5% ส่วนใหญ่เกิดจากการช�ำระคืนเงินกู้ของบรรษัทไทย - เงินรับฝาก: มีจ�ำนวนทั้งสิ้น 1,834,505 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.1% หรือจ�ำนวน 267,620 ล้านบาท จาก ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 ส่วนใหญ่เป็นผลจากการเพิ่มขึ้น ของเงินฝากออมทรัพย์ - ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM): อยู่ที่ 3.47% ปรับลดลงจาก 3.60% ในปี 2562 โดยมีปัจจัยหลักจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อตามมาตรการช่วย เหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 - รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย: ลดลง 3,877 ล้านบาท หรือ 10.6% เมื่อเทียบกับรายได้ที่ มิใช่ดอกเบี้ยจากการด�ำเนินงานตามปกติในปี 2562 ซึ่งเป็นผลจากรายได้ค่าธรรมเนียม และบริการที่ลดลง ตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว - อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้: อยู่ที่ 42.52% ปรับดีขึ้นจาก 45.1% ซึ่งเป็น อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการด�ำเนินงานตามปกติในปี 2562 สะท้อนให้เห็นถึง การบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ - อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio): อยู่ในระดับต�่ำที่ 2.00% เทียบกับ 1.98% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ด้วยความรอบคอบระมัดระวัง
- อัตราส่วนเงินส�ำรองต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้: แข็งแกร่งด้วยอัตราสูงสุดเป็น ประวัติการณ์ที่ 175.12% เทียบกับ 163.82% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 - อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง: โดดเด่นอยู่ที่ระดับ 17.92% เทียบกับ 16.56% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 เซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุง ศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรีมองว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจะต้อง ใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปีก่อนที่จะกลับไปสู่สภาวะก่อนเกิดการระบาด นอกจากนี้วิจัยกรุง ศรีคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 2.5% ในปี 2564 จากฐานที่ต�่ำซึ่งหดตัวลง 6.4% ในปี 2563 อีกทั้งคาดว่าการฟื้นตัวจะอยู่ในระดับที่แตกต่างกันไปใน แต่ละธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม” “ในปี 2564 ในฐานะธนาคารพาณิชย์ที่มีความส�ำคัญเชิงระบบ (D-SIB) ควบคู่ไปกับ ความแข็งแกร่งทางการเงิน กรุงศรีจะยังคงด�ำเนินงานตามนโยบายการบริหารความ เสี่ยงอย่างรอบคอบระมัดระวัง และด�ำเนินมาตรการความช่วยเหลือเชิงรุก เพื่อช่วย เหลืออุตสาหกรรมและกลุ่มลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งสนับสนุนการฟื้นตัวทาง เศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างเต็มที่” ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 กรุงศรี ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ ห้าในระบบเศรษฐกิจไทยจากมูลค่าสินทรัพย์ สินเชื่อและเงินฝาก และเป็นหนึ่งในห้า สถาบันการเงินที่มีความส�ำคัญเชิงระบบ (D-SIB) มีสินเชื่อรวม 1.83 ล้านล้านบาท เงิน รับฝาก 1.83 ล้านล้านบาท และสินทรัพย์รวม 2.61 ล้านล้านบาท
MAGKETING l 15
PODIUM
MAGKETING l 16
BEHAVIOR
MAGKETING l 17
BEHAVIOR
- 45% ของผู้บริโภคทั่วโลกมองบริการดูแลสุขภาพเป็นหนึ่งในสามเหตุผลหลักที่ท�ำให้ เลือกอาศัยอยู่ในเมือง - 69% ของผู้บริโภคทั่วโลกใส่ใจกับสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น - 43% ของผู้บริโภคทั่วโลกคาดหวังให้ภาคธุรกิจรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รายงานฉบับใหม่จาก PwC ระบุว่า แนวโน้มและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วอยู่แล้วก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นั้นได้เร่งความเร็ว ขึ้นไปอีก และจะท�ำให้บริษัทและผู้ค้าปลีกที่สัมผัสกับผู้บริโภคโดยตรงนั้นต้องพลิก แนวทางการท�ำธุรกิจไปจากเดิม PwC ได้เผยแพร่ผลการค้นพบจากการส�ำรวจความคิดเห็น 2 ครั้งโดยท�ำก่อนและหลัง การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในรายงาน Global Consumer Insights Survey ฉบับที่ 11 ของทางบริษัท ผลการค้นพบดังกล่าวเน้นที่ลักษณะและพฤติกรรมในการ ซื้อของผู้บริโภคในเมือง และแสดงให้เห็นว่าการดิสรัปชันที่เกิดขึ้นทั่วโลกนั้นได้เข้ามา เร่งให้เกิดวิถีชีวิตแบบดิจิทัลได้อย่างไรบ้าง ทุกวันนี้ผู้คนกว่าหลายพันล้านคนทั่วโลก อาศัยอยู่ในเมือง และการกระจุกตัวกันเช่นนี้ได้ก่อให้เกิดยุคใหม่แห่งการบริโภคทั่วโลก นั่นคือการที่เมืองต่าง ๆ กลายเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ผลส�ำรวจความคิดเห็นเผยว่า การแพร่ระบาดและมาตรการเว้นระยะทางสังคมที่ ประกาศใช้นั้น ได้เข้ามาพลิกแนวทางในการท�ำงาน ทานอาหาร ติดต่อสื่อสาร และ ดูแลสุขภาพของผู้บริโภคในระดับรากฐาน ผู้บริโภคได้ปรับวิธีการจับจ่ายให้เหมาะกับสถานการณ์ มาตรการเว้นระยะทางสังคมอันเป็นผลจากการแพร่ระบาดนั้นส่งผลกระทบต่อผู้ บริโภคในทุกแง่มุมของชีวิต รวมถึงแนวทางการซื้อของกินของใช้ แม้การซื้อของที่ร้าน จะยังคงเป็นช่องทางหลักในใจ แต่ผู้บริโภคกว่าหนึ่งในสาม (35%) ได้เปลี่ยนไปซื้อ อาหารออนไลน์ และ 86% ในกลุ่มผู้ซื้อออนไลน์มีแผนที่จะซื้อของออนไลน์ต่อไปหลัง ยกเลิกมาตรการเว้นระยะทางสังคมแล้ว โดยส�ำหรับสินค้านอกกลุ่มอาหารนั้น ในช่วงก่อนการแพร่ระบาด การซื้อของที่ร้าน ยังคงเป็นช่องทางที่นิยมมากกว่าการซื้อของออนไลน์ โดยผู้บริโภค 47% เผยว่าตน ซื้อของที่ร้านทุกวันหรือไม่ก็สัปดาห์ละครั้ง เมื่อเทียบกับการซื้อของผ่านมือถือ (30%) คอมพิวเตอร์ (28%) และผู้ช่วยเสมือนจริงที่สั่งการด้วยเสียง (15%) นับตั้งแต่นั้น การ ซื้อสินค้านอกกลุ่มอาหารทางออนไลน์ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก (มือถือ 45%; คอมพิวเตอร์ 41%; แท็บเล็ต 33%) แนวโน้มที่ว่านี้ปรากฏให้เห็นชัดเจนในจีนและตะวันออกกลาง โดยผู้ตอบแบบส�ำรวจ 60% ในจีน และ 58% ในตะวันออกกลางเผยว่า ตนได้เริ่มซื้อของผ่านโทรศัพท์มือถือ มากขึ้น การเชื่อมต่อ ชุมชน และการดูแลตนเอง ปรากฏให้เห็นความส�ำคัญชัดเจน 59% ของผู้ตอบแบบส�ำรวจกลุ่มมิลเลนเนียล และ 57% ของกลุ่มที่มีบุตรนั้น ให้ความ ใส่ใจต่อความเป็นอยู่ที่ดีมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ ผู้บริโภคให้ความส�ำคัญกับการดูแลตนเอง มากขึ้น โดย 51% ของผู้บริโภคในเมืองนั้นเห็นด้วยหรือเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า โควิด-19
ท�ำให้ตนใส่ใจกับการดูแลสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น รวมถึงสุขภาพกาย และการทานอาหารด้วย ผู้อยู่อาศัยในเมืองที่ตอบแบบส�ำรวจหลังเกิดการแพร่ระบาดนั้นมองว่า ความปลอดภัย และความมั่นคง และบริการดูแลสุขภาพ มีความส�ำคัญต่อคุณภาพชีวิตพอ ๆ กับ โอกาสในการจ้างงาน โดยผู้ตอบแบบส�ำรวจ 49% มองว่าความปลอดภัยและความ มั่นคงมีความส�ำคัญ ขณะที่ผู้ตอบแบบส�ำรวจ 45% มองว่าบริการดูแลสุขภาพมีความ ส�ำคัญ เมื่อเทียบกับการจ้างงานที่มีผู้ให้ความส�ำคัญอยู่ที่ 45% ผู้บริโภคกับความยั่งยืน ผลการศึกษาของเราแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคใส่ใจกับแนวคิดความยั่งยืนและหน้าที่ของ พลเมืองอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น ในการส�ำรวจก่อนเกิดการแพร่ระบาด 45% ของ ผู้ตอบแบบส�ำรวจทั่วโลกเผยว่าตนเลี่ยงการใช้พลาสติกเมื่อใดก็ตามที่เป็นไปได้ ขณะ ที่ผู้ตอบแบบส�ำรวจ 43% คาดหวังให้ธุรกิจมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และ 41% คาดหวังให้ผู้ค้าปลีกเลิกใช้ถุงและบรรจุภัณฑ์พลาสติกส�ำหรับสินค้าเน่าเสีย ง่าย และที่น่าสนใจคือ เมื่อเราถามผู้บริโภคว่าใครคือผู้ที่ต้องออกมารับผิดชอบมาก ที่สุดในการส่งเสริมพฤติกรรมความยั่งยืนในเมืองของตน ผู้ตอบแบบส�ำรวจ 20% ตอบ ว่า “ผู้บริโภคอย่างฉันเอง” ขณะที่อีก 15% ตอบว่า “ผู้ผลิตหรือเจ้าของโรงงานผลิต” และเมื่อเราถามผู้บริโภคเกี่ยวกับความสมัครใจในการแบ่งปันข้อมูล ผู้ตอบแบบส�ำรวจ 49% เผยว่าตนยินดีแบ่งปันข้อมูลหากข้อมูลดังกล่าวจะช่วยพัฒนาเมืองของตนให้ดีขึ้น สตีฟ บาร์ หัวหน้าฝ่ายตลาดผู้บริโภคสากลประจ�ำ PwC US กล่าวว่า “แม้แนวโน้ม บางอย่างอยู่ในช่วงขาขึ้นมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ผลการศึกษาของเราพบว่า การแพร่ ระบาดส่งผลให้ผู้บริโภคมองหาความโปร่งใส ความยั่งยืน และความสะดวกสบายมาก ขึ้น โดยบริษัทที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุดคือบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค มีการลงทุนเพื่อส่งเสริมเส้นทางการซื้อของลูกค้าอย่างครบวงจร แนบเนียน และต่อ เนื่อง พร้อมให้ความส�ำคัญต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค” นอกจากนี้ ออซ ออซเทิร์ค หัวหน้าฝ่ายให้ค�ำปรึกษาด้านตลาดผู้บริโภคสากลประจ�ำ PwC UK กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่เราได้ส�ำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคทั่วโลก เราไม่เคยพบการบรรจบกันของความโปร่งใส ความยั่งยืน และจิตส�ำนึกทางสังคมที่ ชัดเจนเช่นนี้มาก่อน โดยในช่วงเวลาที่ส�ำคัญเช่นนี้ บริษัทที่ให้บริการผู้บริโภคโดยตรง นั้นจ�ำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นกับว่าที่ลูกค้าอย่างที่ไม่เคยปรากฏให้เห็นชัดเจนเช่น นี้มาก่อน” หมายเหตุ Global Consumer Insights Survey คือรายงานส�ำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคทั่วโลก ฉบับที่ 11 ของ PwC ซึ่งได้ท�ำการส�ำรวจความคิดเห็นออนไลน์ 2 ครั้ง โดยครั้งแรกได้ รวบรวมความคิดเห็นจากผู้บริโภค 19,098 ราย จาก 27 ประเทศหรือดินแดน และ 74 เมือง ระหว่างเดือนสิงหาคมและกันยายน 2562 ส่วนครั้งที่สองได้รวบรวมความ คิดเห็นจากผู้บริโภค 4,447 ราย จาก 9 ประเทศหรือดินแดน และ 35 เมือง ระหว่าง เดือนเมษายนและพฤษภาคม 2563 ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่ www.pwc. com/consumerinsights
MAGKETING l 18
BEHAVIOR
MAGKETING l 19
CASE STUDY
CONSUMER ++
TRENDS SUMMARY
MAGKETING VOL.56
MAGKETING l 20
CASE STUDY
iNTROdUCTION เรื่อง : บัณฑิต โชคสิทธิกร
พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันเปลี่ยนไปทั้งจากการ Digital Disruption ของเทคโนโลยี และโดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์ แพร่ระบาดของโควิด-19 ท�ำให้พฤติกรรมและรูปแบบการใช้ชีวิตของ ผู้คนเปลี่ยนไปจากเดิม อาทิ ลูกค้านิยมสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์ม ฟู้ดเดลิเวอรีมากขึ้น , การใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์แทนการ จ่ายเงินสด ฯลฯ รวมถึงการท�ำงานจากนอกสถานที่หรือจากที่บ้าน (Remote Work หรือ Work From Home) รวมอยู่ด้วย เพื่อให้สอด รับกับสถานการณ์และเป็นไปตามนโยบายของแต่ละองค์กร
MAGKETING l 21
CASE STUDY
ยังต้องการให้สมาชิกได้ออกก�ำลังกาย จึงช่วยสมาชิกให้เข้าถึงเนื้อหาการออกก�ำลัง กาย และแบบฝึกหัดเทรนนิ่งนับร้อยที่สามารถท�ำได้ที่บ้าน Planet Fitness ยังเปิดให้ บริการ “Home Work-Ins” ผ่าน Facebook ที่ผู้สอนไลฟ์ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์
SHOPPING Shopping at Home AT HOME ผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ท�ำให้พฤติกรรมและรูปแบบการ ใช้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปจากเดิม คือลดการเดินทาง ใส่ใจความปลอดภัย เพื่อตอบ โจทย์การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ลดความเสี่ยงจนกลายเป็น เรื่องคุ้นชิน รวมถึงท�ำให้ผู้บริโภคหันมาให้ความส�ำคัญเรื่องความสะอาดกันมากขึ้น ยิ่งเมื่อรวม กับมาตรการ Work From Home ของหลายๆ บริษัท ท�ำให้ปัจจัยด้านความสะอาด ภายในบ้านถูกยกระดับความส�ำคัญขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การรณรงค์ Social Distancing ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ท�ำให้การสั่งซื้อสินค้าผ่าน แพลตฟอร์มออนไลน์ ส่งถึงบ้าน หรือ โทรศัพท์สั่งสินค้าแล้วมารับที่สาขา ได้เปลี่ยน จากหนึ่งในตัวเลือก สู่ ‘ความจ�ำเป็น’ ที่ผู้บริโภคมีแนวโน้มใช้บริการเติบโตขึ้นอย่าง ก้าวกระโดด ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์ระบุว่าวิกฤตโควิด-19 ท�ำพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน หลีก เลี่ยงการจับเงินสด งดเดินทางออกจากบ้านโดยไม่จ�ำเป็น หันมาใช้ช่องทางดิจิทัลมาก ขึ้นในการท�ำธุรกรรมการเงิน อะโดบี (Adobe) ชี้ว่า “การมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า” นั้นเป็นสิ่งที่ องค์กรธุรกิจทั่วโลกก�ำลังมองหาในช่วงวิกฤต COVID-19 ขณะที่ทุกคนก�ำลังเผชิญกับ ปรากฎการณ์ต่างๆ เช่น การชัทดาวน์, Social Distancing, Work From Home ฯลฯ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่แบรนด์หรือธุรกิจต่างๆต้องคิดถึง ประสบการณ์ลูกค้า (CX) เป็นส�ำคัญขณะที่การด�ำเนินธุรกิจก็อาจจะยังไม่เข้าสู่รูปแบบ ปกติเช่นกัน แบรนด์จึงควรปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ต่างๆ ให้เข้ากับสถานการณ์ ในต่างประเทศพบว่า Sephora แบรนด์ความงามระดับโลก ก็พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส เช่น งดเก็บค่าจัดส่งสินค้า จนถึงต้นเดือนเมษายน นอกจากนี้ยังให้ลูกค้ารีฟันสินค้าได้ ภายใน 30 วันหลังจากเปิดร้านค้าอีกครั้ง รวมถึงเพิ่มระยะเวลาส�ำหรับการคืนสินค้า ผ่านออนไลน์เป็น 60 วัน การเดินซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ตที่มีคนพลุกพล่านสามารถเพิ่มระดับความวิตกกังวล ให้กับผู้คนได้ ดังนั้นการสั่งซื้ออาหารผ่านบริการเดลิเวอรี่ช่วยคลายกังวลในเรื่องนี้ได้ Uber Eats ประกาศงดเก็บค่าธรรมเนียมการจัดส่งส�ำหรับร้านอาหารมากกว่า 10,000 แห่ง และบริจาคอาหารฟรีกว่า 300,000 ชุด ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการตามสถาน พยาบาลในสหรัฐอเมริกา และแคนาดา
“สุขภาพกายและสุขภาพใจมีความส�ำคัญอย่างยิ่งต่อผู้คนโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ ไม่แน่นอน ถึงแม้เราจะไม่เห็นลูกค้าในฟิตเนสของเราในระยะเวลาหนึ่ง แต่เรายัง สนับสนุนให้พวกเขามีช่วงเวลาดีๆจากการออกก�ำลังกายกับเราเสมอ” ผู้บริหาร Planet Fitness กล่าว วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า “โควิด-19 ได้กระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจ�ำวันมากขึ้น อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตั้งแต่การหาข้อมูลสินค้าและบริการ การสั่งอาหาร การตรวจ สอบสถานะการจัดส่ง ไปจนถึงการเรียนหนังสือในห้องเรียนเสมือนจริง ซึ่งผลส�ำรวจ นี้ชี้ให้เห็นว่า คนจ�ำนวนมากได้ปรับรูปแบบการชีวิตให้เป็นไปออนไลน์ เชื่อว่า หลังโค วิด-19 สิ้นสุดลง พฤติกรรมเหล่านี้ก็จะยังติดตัวผู้บริโภคต่อไปและจะท�ำให้สัดส่วนการ ใช้บริการออนไลน์สูงต่อไปด้วย “ก่อนวิกฤตโควิด-19 ผู้ประกอบการค้าปลีกไทยบางรายสามารถปรับตัวให้เข้ากับ โลกยุคดิจิทัลได้ดี โดยได้มีการสร้างช่องทางดิจิทัลต่าง ๆ ให้ลูกค้าท�ำรายการได้ และ มีการน�ำข้อมูลมาวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อให้เข้าใจถึงพฤติกรรมลูกค้า แต่ก็ยังมีหลายราย ที่ยังไม่ได้เริ่ม หรือท�ำไปแค่เบื้องต้น ซึ่งผู้ประกอบการเหล่านี้จะต้องปรับตัวแบบ 180 องศา เพื่อให้สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมและน�ำข้อมูลมาปรับใช้เพื่อเพิ่มยอดขายและ ผลก�ำไรต่อไป” “ในช่วงที่เราทุกคนยังต้องประคับคองธุรกิจและให้บริการลูกค้าในช่วงเวลาที่ท้าทาย แบบนี้ ผู้ค้าปลีกอาจจะมองหาแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้วในตลาด และไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร เพื่อสร้างธุรกิจบนสังคมออนไลน์ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ต้องมั่นใจว่า เนื้อหามีกา รอัปเดตอยู่เรื่อย ๆ และมีความเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ รวมถึงสร้างประสบการณ์ที่ดีกับ ลูกค้าที่นอกเหนือไปจากการสร้างความสัมพันธ์ผ่านการท�ำธุรกรรมระหว่างกันเพียง อย่างเดียว” ส�ำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ส�ำรวจพฤติกรรมทางออนไลน์ เรื่อง “การใช้บริการ Online Food Delivery ของคนไทย” ระหว่างวันที่ 5 – 15 มีนาคม 2563 เพื่อศึกษา ถึงพฤติกรรม ช่องทาง เหตุผล ในการสั่งอาหารทางออนไลน์ของคนไทยว่ามีลักษณะ เป็นอย่างไร และท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีผลต่อการใช้ บริการสั่งอาหารออนไลน์หรือไม่ เพื่อน�ำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ สนับสนุนข้อมูลในการ แผนและนโยบายด้านอีคอมเมิร์ซและธุรกรรมออนไลน์ต่อไป
ส่วนร้านขายยา CVS และ Walgreens ก็ยกเว้นค่าธรรมเนียมในการจัดส่ง prescription ให้ลูกค้าที่บ้าน นอกจากนี้ Walgreens ยังจัดส่งฟรีส�ำหรับการสั่งซื้อ ผ่านเว็บไซต์อีกด้วย
จากการส�ำรวจที่มีผู้ตอบทางออนไลน์รวม 376 คน เป็นผู้ใช้บริการสั่งอาหารออนไลน์ ถึง 85% และเมื่อวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า กลุ่ม Gen Y (อายุ 19-38 ปี) ใช้บริการมาก ที่สุดถึง 51.09% รองลงมาคือกลุ่ม Gen X (อายุ 39-54 ปี), กลุ่ม Baby Boomer (อายุ 55-73 ปี) และกลุ่ม Gen Z (อายุต�่ำกว่า 19 ปี)
ขณะที่การปิดให้บริการเพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อ Covid-19 ยิมหรือ ฟิตเนสเป็นอีกสถานที่หนึ่งซึ่งมีความส�ำคัญต่อจิตใจและร่างกายส�ำหรับผู้รักสุขภาพ จ�ำนวนมาก Planet Fitness เป็นหนึ่งฟิตเนสที่ต้องปิดให้บริการแต่ Planet Fitness
ผู้คนทุกกลุ่มนี้มีเหตุผลที่ใช้บริการสั่งอาหารออนไลน์ โดย 3 อันดับแรก คือ ไม่อยาก จะเดินทางไปนั่งกินที่ร้านเองมากถึง 80.37% หรือไม่อยากเสียเวลาไปนั่งต่อคิวถึง
MAGKETING l 22
CASE STUDY
57.63% หรือ ส่วนลดใน Application หรือช่องทางไหน ๆ ก็มีให้เลือกใช้ถึง 47.04% และหลายคนได้เลือก Platform หรือ Application ที่เป็นตัวกลางในช่วยเราสั่งอาหาร มากสุดถึง 88.47% โดย Application ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Grab Food, Line Man, Foodpanda, Get Food และอื่น ๆ อีกมากมายต่างก็มี Promotion ที่น่าสนใจ แตกต่างกันออกไป รองลงมาเป็น Platform ของร้านอาหารโดยตรง 62.93% ร้าน อาหารต่าง ๆ ในยุคนี้ มี Platform, Website หรือ Application เป็นของตัวเอง เพื่อ เป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้งานหลาย ๆ คน อันดับที่ 3 เลือกสั่งผ่าน Inbox หรือ Direct Message ของร้านใน Social Media ช่องทางทางต่าง ๆ เช่น Facebook, Instagram ถึง 13.08% ซึ่งร้านบน Platform เหล่านี้มีบริการพร้อมเสิร์ฟถึงจุดหมายอีกด้วย Fast Food เช่น ไก่ทอด เบอร์เกอร์ พิซซ่า เป็นอาหารยอดนิยมที่ทุก Gen สั่งมากกว่า 61.06% รองลงมาคือ อาหารตามสั่ง 47.04% และก๋วยเตี๋ยว/อาหารประเภทเส้น 40.50% โดยช่วงเวลาที่คนสั่งอาหารมากสุด คือ ช่วงมื้อกลางวัน (11.00 – 13.00 น.) 42.06% รองลงมาคือมื้อเย็น (17.00 – 20.00 น.) 39.88% และมื้อบ่าย (14.00 – 16.00 น.) 14.02% อีกทั้งหลายคนยังชอบสั่งอาหารออนไลน์เพื่อรับประทานที่บ้านมากที่สุด 87.85% รอง ลงมาคือที่ท�ำงาน 46.11% โดยยอดการจ่ายเงินในการสั่งอาหารแต่ละครั้ง พบว่า กลุ่ม Gen X ใช้จ่ายมากที่สุด ส่วนใหญ่อยู่ที่ 501 – 1,000 บาท รองลงมาคือ กลุ่ม Baby Boomer ส่วนใหญ่ใช้จ่าย 301 – 500 บาท ขณะที่กลุ่ม Gen Y และ Gen Z ใช้จ่าย ไม่แตกต่างกัน ส่วนใหญ่อยู่ที่ 101 – 300 บาท อย่างไรก็ตาม ETDA ยังพบว่า ความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโค วิด-19 ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยส�ำคัญที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจเลือกใช้บริการสั่ง อาหารออนไลน์ของคนไทยด้วย โดยกลุ่มที่เลือกใช้บริการสั่งอาหารออนไลน์ เพราะ กังวลต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากที่สุดคือ Gen Y 40.2% รองลงมาคือ Gen Z 30.0% Baby Boomer 28.6% และสุดท้ายคือ Gen X 26.9% ตามล�ำดับ โดยมี ตัวเลขเฉลี่ยทั้งหมด 33.96% การใช้การใช้ จ่ายแบบไร้ นสด จ ่ าเงิยแบบไร้ เ งิ น สด วีซ่าผู้น�ำการให้บริการการช�ำระเงินดิจิทัลระดับโลก ได้เผยถึงผลการส�ำรวจที่น่า สนใจเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนด้านอุปนิสัยและพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคชาว ไทย ในยุคที่สังคมทั่วโลกก�ำลังปรับตัวเข้าสู่ “นิวนอร์มอล” หรือ “วิถีชีวิตใหม่” โดย ผลการศึกษาครั้งนี้เกิดขึ้นจากการส�ำรวจกลุ่มตัวอย่างใน 40 ประเทศทั่วโลก รวมถึง ประเทศไทยโดย วีซ่า จากการส�ำรวจพบว่า 3 ใน 5 ของคนไทย (61 เปอร์เซ็นต์) ก�ำลังพัฒนานิสัยในการ ใช้จ่ายแบบไร้เงินสด โดยเลือกที่จะใช้จ่ายด้วยบัตรช�ำระเงินหรือผ่านแอปพลิเคชั่ นบนสมาร์ทโฟนมากกว่าการใช้เงินสด นอกจากนี้ เกือบ 7 ใน 10 ของคนไทย (69 เปอร์เซ็นต์) กล่าวว่า พวกเขามีแนวโน้มที่จะผูกติดกับการใช้จ่ายผ่านช่องทางดิจิทัล แทนการกลับไปใช้เงินสดแบบเดิมหลังสถานการณ์ปัจจุบันสิ้นสุดลง สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจ�ำประเทศไทย กล่าวว่า “วีซ่า ท�ำการส�ำรวจ
ในครั้งนี้ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างความเข้าใจในพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยอย่าง ทันท่วงที ถ่องแท้ และชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ทุกฝ่ายก�ำลัง ปรับตัวเข้าสู่ “นิวนอร์มอล” นอกจากนี้เราเชื่อว่าความร่วมมือเป็นกุญแจส�ำคัญสู่ความ ก้าวหน้า ดังนั้นเราประสงค์ที่จะแบ่งปันข้อมูลอันเป็นประโยชน์นี้เพื่อช่วยอีโคซิสเท็ม และธุรกิจต่างๆ ในประเทศไทยเพื่อให้สามารถปรับตัวและเปิดรับสภาพที่เป็นจริงแบบ ใหม่ และท้ายที่สุดความร่วมมือของพวกเราทุกคนจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปใน ทิศทางที่ถูกต้องได้” แม้ว่าประชากรทั่วโลกมีความกังวลในเรื่องสุขภาพร่างกาย กระนั้นก็ยังพบว่าผู้บริโภค ชาวไทยและทั่วโลกกลับมีความกังวลด้านสุขภาพทางการเงินมากกว่า โดย 4 ใน 5 (79 เปอร์เซ็นต์) ของผู้ตอบแบบส�ำรวจชาวไทยเห็นพ้องว่าสถานการณ์ปัจจุบันท�ำให้พวก เขาจ�ำเป็นต้องมีการปฏิบัติตัวในเชิงรุกมากขึ้นกับการวางแผนด้านกรเงิน เปรียบเทียบ กับอีกครึ่งหนึ่งโดยประมาณ (53 เปอร์เซ็นต์) ที่บ่งชี้ถึงความกังวลของพวกเขาในเรื่อง การเจ็บป่วย ผู้บริโภคชาวไทยจ�ำนวนมากเริ่มจับจ่ายใช้สอยผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซเป็นครั้งแรก และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มการซื้อสินค้าออนไลน์มากยิ่งขึ้นในอนาคต จากผลการส�ำรวจ 67 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริโภคชาวไทย กล่าวว่า พวกเขาน่าจะมีการซื้อของออนไลน์เพิ่ม ขึ้น โดยเป็นจ�ำนวนเกือบเท่าตัวของนักช้อปทั่วโลก (35 เปอร์เซ็นต์) และค่อนข้างจะ มากกว่าค่าเฉลี่ย (47 เปอร์เซ็นต์) ส�ำหรับนักช้อปในแถบเอเชียแปซิฟิก เมื่อพูดถึงประสบการณ์การช้อปปิ้ง มากกว่าครึ่ง (54 เปอร์เซ็นต์) ของกลุ่มตัวอย่าง ชาวไทย กล่าวว่า การช้อปปิ้งออนไลน์ให้ประสบการณ์ที่ดีมากกว่าการช้อปปิ้ง ณ ร้าน ค้าแบบเดิม เปรียบเทียบกับข้อมูล 46 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างในเอเชียแปซิฟิก และ 37 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างทั่วโลก การศึกษาครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นด้วยว่าการเสริมสร้างนิสัยการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดก�ำลัง ก่อตัวขึ้นทั่วโลก โดย 61 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างชาวไทย กล่าวว่า พวกเขาชอบ ที่จะช�ำระด้วยวิธีที่ไม่ใช้เงินสดมากกว่า ในท�ำนองเดียวกัน 58 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่ม ตัวอย่างในเอเชียแปซิฟิก และ 64 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างทั่วโลก กล่าวว่า พวก เขาก็ชอบวิธีการช�ำระแบบไร้เงินสดมากกว่า อนึ่ง แนวโน้มด้านการช�ำระเงินของผู้คนทั่วโลกที่จะเกิดขึ้นในอนาคตดูจะเป็นไปใน ทิศทางเดียวกันทั่วโลก โดยผู้บริโภคชาวไทย (69 เปอร์เซ็นต์) เอเชียแปซิฟิก (75 เปอร์เซ็นต์) และทั่วโลก (66 เปอร์เซ็นต์) เลือกที่จะใช้วิธีการช�ำระแบบไร้เงินสดหลัง จากสถานการณ์ในปัจจุบันสิ้นสุดลง ในทางตรงข้าม มีเพียง 1 ใน 4 (24 เปอร์เซ็นต์) ของผู้บริโภคชาวไทย เปิดเผยว่า พวกเขาจะกลับไปช�ำระด้วยเงินสดอีกครั้งเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น เปรียบเทียบกับกลุ่ม ตัวอย่างในเอเชียแปซิฟิก (17 เปอร์เซ็นต์) และทั่วโลก (20 เปอร์เซ็นต์) โดยผู้บริโภค ที่เหลือยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะยังคงเลือกช�ำระเงินด้วยวิธีแบบใหม่นี้หรือกลับไปใช้วิธี การแบบเดิม นั่นคือ 14 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริโภคทั่วโลก ตามมาด้วยผู้บริโภคในเอเชีย แปซิฟิก (8 เปอร์เซ็นต์) และประเทศไทย (7 เปอร์เซ็นต์) อีกทั้งผู้บริโภคยังมีความค�ำนึงในเรื่องของราคามากขึ้นด้วย โดยเกือบ 4 ใน 5 (78 เปอร์เซ็นต์) ของคนไทย กล่าวว่า ในปัจจุบันพวกเขาให้ความส�ำคัญกับเรื่องราคา
MAGKETING l 23
CASE STUDY
มากยิ่งขึ้น เทียบกับผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิก (59 เปอร์เซ็นต์) และทั่วโลก (53 เปอร์เซ็นต์) นอกจากนั้นผู้บริโภคชาวไทยยังให้ความสนใจกับสินค้าลดราคา โดย 65 เปอร์เซ็นต์จะพุ่งความสนใจไปที่สินค้าปรับราคาลง เปรียบเทียบกับผู้บริโภคในเอเชีย แปซิฟิก (45 เปอร์เซ็นต์) และทั่วโลก (41 เปอร์เซ็นต์) ส่วนการวางแผนทางด้านการเงินก็เป็นอีกประเด็นที่ผู้บริโภคให้ความส�ำคัญในอันดับ ต้นๆ โดย 79 เปอร์เซ็นต์ของคนไทยเชื่อว่ายามนี้พวกเขาจ�ำเป็นต้องปรับตัวและให้ ความส�ำคัญด้านการบริหารจัดการด้านการเงินของตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงกว่า กลุ่มตัวอย่างในเอเชียแปซิฟิก (74 เปอร์เซ็นต์) และทั่วโลก (70 เปอร์เซ็นต์) ตามล�ำดับ เทียบกับผลส�ำรวจของมาสเตอร์การ์ดเผยถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคทั่วโลก ที่ก�ำลังเปลี่ยนไป จาก 19 ประเทศ พบว่า การใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสมีการเติบโต อย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ต่อไปเหมือนเดิมหลังจากผ่านวิกฤติโรคโค วิด-19 ครั้งนี้ไปแล้ว ทั้งนี้ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ผ่านมา หลายประเทศออกกฎระเบียบคุม เข้มมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing ท�ำให้ผู้คนจ�ำนวน มากหันไปใช้จ่ายแบบ “คอนแทคเลส” หรือ “การใช้จ่ายแบบไร้สัมผัส” ในการจับจ่าย ของใช้ในชีวิตประจ�ำวัน จากผลส�ำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกของมาสเตอร์การ์ด 79% ของประชากรทั่วโลกและ 91% ของประชากรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกล่าวว่า ตอนนี้พวกเขาได้หันมาใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสแล้ว โดยให้เหตุผลเรื่องความปลอดภัย และลดความกังวลในการสัมผัสเงินสดและอุปกรณ์ต่างๆของการช�ำระเงิน ทั้งนี้เมื่อต้องออกไปซื้อของข้างนอก พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สามารถเห็นได้ชัดเจนเมื่อถึงเวลาจ่ายเงินที่แคชเชียร์ ผู้คนเริ่มแสดงความต้องการช�ำระ สินค้าด้วยรูปแบบคอนแทคเลส รวมทั้งแสดงความกังวลเรื่องความสะอาดและความ ปลอดภัยของจุดช�ำระเงิน ผลส�ำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคของมาสเตอร์การ์ด เผย: > บัตรคอนแทคเลสถูกเก็บเป็นใบแรกๆ ในกระเป๋าเงิน – การค�ำนึงถึงความ ปลอดภัยและความสะดวกในการแตะเพื่อจ่ายท�ำให้ผู้คนหันมาใช้บัตรคอนแทคเลสมา กขึ้น 46% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ทั่วโลกได้เปลี่ยนบัตรช�ำระเงินที่ใช้เป็นประจ�ำเป็น บัตรที่รองรับระบบคอนแทคเลส เช่นเดียวกันกับ 51% ของประชากรในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกที่หันมาใช้บัตรที่รองรับระบบคอนแทคเลสแล้วเช่นกัน > ผู้คนมั่นใจกับการใช้จ่ายแบบคอนแทคเลส – โรคโควิด-19 ท�ำให้เกิดความกังวล ในการใช้เงินสดและน�ำไปสู่ทัศนคติที่ดีต่อการใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสด้วยเหตุผลเรื่อง ความปลอดภัยและความสบายใจ 82% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลกมองว่าการใช้ จ่ายแบบคอนแทคเลสเป็นช่องทางการช�ำระเงินที่ลดความเสี่ยงจากการแพร่กระจาย ของเชื้อที่ดีกว่า ซึ่ง 80% ของผู้ตอบแบบสอบถามในเอเชียแปซิฟิกมองแบบเดียวกัน นอกจากนี้ เพราะการใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสเร็วกว่าการใช้จ่ายที่ไม่ใช่คอนแทคเลส ถึง 10 เท่า ท�ำให้ผู้บริโภคสามารถเข้า-ออกร้านค้าได้เร็วขึ้น ผู้คนจึงมีความมั่นใจต่อ การใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสมากขึ้น > การใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสจะอยู่กับเราต่อไป – ตอนนี้เป็นช่วงที่ผู้บริโภคให้
ความส�ำคัญกับวิธีการช�ำระเงินเป็นอย่างมาก การใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสในประเทศ ที่มีการใช้อย่างแพร่หลายอยู่แล้วถูกน�ำมาปรับใช้มากขึ้นอีก ในขณะเดียวกันก็เกิดการก ระตุ้นให้มีการใช้จ่ายเงินแบบคอนแทคเลสในประเทศ ที่วิธีนี้ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย จาก ผลส�ำรวจ 74% ของประชากรทั่วโลก และ 75% ของประชากรในเอเชียแปซิฟิกกล่าว ว่า พวกเขาจะยังคงใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสต่อไปแม้จะผ่านวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้ ไปแล้ว “ผลส�ำรวจของมาสเตอร์การ์ดแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนไปใช้จ่ายแบบคอนแทคเลส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 ที่ท�ำให้วิธีการช�ำระเงินและการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจ�ำวันของผู้คน เปลี่ยนไป” แซนดีป มอลโฮทรา รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์และ นวัตกรรมประจ�ำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มาสเตอร์การ์ด กล่าว “ความจริงที่ว่า 3 ใน 4 ของประชากรมีความตั้งใจที่จะใช้จ่ายแบบคอนแทคเลส หรือ แตะเพื่อจ่ายต่อไป แม้ สถานการณ์โควิดจะจบลง เป็นสัญญาณที่ชัดเจนจากผู้บริโภคถึงประโยชน์ของการ ใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสในระยะยาวในเรื่องของความปลอดภัย ความสะอาด ความ รวดเร็วและความรับผิดชอบต่อสังคม” การเติบโตของการใช้จ่ายแบบคอนแทคเลส มาสเตอร์การ์ดเป็นผู้น�ำในการผลักดันให้มีการใช้ระบบคอนแทคเลสในการช�ำระ เงินทั่วโลก เพื่อให้มีความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย สอดคล้องกับความต้องการ ปัจจุบันของผู้บริโภคที่มองหาวิธีที่พวกเขาสามารถเข้า-ออกร้านค้าได้เร็วที่สุดโดยที่ ไม่ต้องสัมผัสกับจุดช�ำระเงิน มาสเตอร์การ์ดพบว่ายอดการท�ำธุรกรรมแบบคอนแทค เลสเติบโตกว่า 40% ทั่วโลกในไตรมาสแรกของปี 20201 โดยที่กว่า 80% ของการ ท�ำธุรกรรมมีมูลค่าต�่ำกว่า 25 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 800 บาท ซึ่งโดยปกติจะ เป็นการใช้จ่ายด้วยเงินสดเสียมากกว่า แม้ว่าแต่ละประเทศจะอยู่ในช่วงที่ต่างกันของการน�ำคอนแทคเลสมาใช้ในชีวิตประจ�ำ วัน แต่ด้วยพฤติกรรมและการเลือกวิธีการช�ำระเงินของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ข้อมูลเชิง ลึกจากผลส�ำรวจของมาสเตอร์การ์ดพบว่า แนวโน้มการจับจ่ายด้วยบัตรคอนแทคเลส เพื่อซื้อสิ่งของจ�ำเป็นในชีวิตประจ�ำวันในร้านสะดวกซื้อและร้านขายยาในช่วงเดือน กุมภาพันธ์และมีนาคมมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเกือบทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยที่การ ใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสทั่วโลกเติบโตสูงกว่าการใช้จ่ายที่ไม่ใช่คอนแทคเลส 2 เท่า1 และ 2.5 เท่าส�ำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก2 ในเดือนที่ผ่านมามาสเตอร์การ์ดได้ประกาศเพิ่มวงเงินส�ำหรับบัตรคอนแทคเลสใน 50 กว่าประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะในทวีปยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน และประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นส่วน หนึ่งของความพยายามของมาสเตอร์การ์ดในการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ร้าน ค้าและธุรกิจขนาดเล็กว่าพวกเขาเหล่านี้จะมีเครื่องมือในการท�ำธุรกรรมการเงินที่ ปลอดภัยและจะยังคงด�ำเนินกิจการต่อไปได้ในช่วงวิกฤติโควิดนี้ > หมายเหตุ : เปอร์เซ็นต์การเติบโตค�ำนวณจากเปอร์เซ็นต์ของการท�ำธุรกรรมแบบ คอนแทคเลสเทียบกับเปอร์เซ็นต์ของการท�ำธุรกรรมแบบที่ไม่ใช่คอนแทคเลส โดย ค�ำนวณเทียบข้อมูลจากเดือนมีนาคมปี 2020 และเดือนมีนาคมปี 2019 ในหมวดหมู่ การจับจ่ายใช้สอยตามร้านสะดวกซื้อและร้านขายยา ข้อมูลจาก Mastercard Data
MAGKETING l 24
CASE STUDY
Warehouse เปอร์เซ็นต์การเติบโตค�ำนวณจากเปอร์เซ็นต์ของการท�ำธุรกรรมแบบคอนแทคเลส เทียบกับเปอร์เซ็นต์ของการท�ำธุรกรรมแบบที่ไม่ใช่คอนแทคเลส โดยค�ำนวณเทียบ ข้อมูลจากเดือนมีนาคมปี 2020 และเดือนกุมภาพันธ์ปี 2020 ในหมวดหมู่การจับจ่าย ใช้สอยตามร้านสะดวกซื้อและร้านขายยา ข้อมูลจาก Mastercard Data Warehouse Beauty InfluencersINFLUENCERS มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเครื่องส�ำอางของสาวๆ BEAUTY
ต่อการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ต่อบุคคลใกล้ชิด และผลส�ำรวจยังพบว่าผู้บริโภคสนใจซื้อ เมื่อได้มีการทดลองใช้สินค้าฟรีก่อน ดังนั้น จึงควรมีสินค้าตัวอย่างให้กับลูกค้าได้มีการ ทดลองใช้ โดยมีการก�ำหนด ฉลาก วัน เดือน ปี ที่ผลิตและวันหมดอายุที่มีความชัดเจน และควรจัดท�ำโปรโมชั่นที่มีประโยชน์ต่อลูกค้า โดยมีส่วนลดส�ำหรับลูกค้าที่มีการสั่ง ซื้อสินค้าจ�ำนวนมากๆ และควรให้ Beauty Influencers รีวิวสินค้าอย่างต่อเนื่องและ สม�่ำเสมอ ไม่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริง เพื่อท�ำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจและต้องการ สั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นอีกในครั้งต่อไปได้ สตรีมสตรี มิ่งเคป็มอปครองโลก มิ่ ง เคป็ อ ปครองโลก
CIBA มธบ.เผยผลส�ำรวจ 4 ปัจจัย ที่ Beauty Influencers มีอิทธิพลต่อการตัดสิน ใจซื้อเครื่องส�ำอางของสาวๆ ชี้ บุคลิกภาพน�ำโด่ง ตามด้วยความน่าเชื่อถือ รูปแบบ และเนื้อหาการน�ำเสนอ แนะ ผปก.จัดท�ำสื่อออนไลน์เนื้อหาเข้าใจง่าย Influencers มี ความน่าเชื่อถือ รีวิวสม�่ำเสมอและไม่โฆษณาเกินจริง ดร.ศิริเดช ค�ำสุพรหม คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (College of Innovative Business and Accountancy: CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) เปิดเผยว่า จากการประเมินผลของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย พบว่า ปี 2562 ธุรกิจเครื่องส�ำอางและสกินแคร์เป็นธุรกิจรุ่งที่มาแรง เป็นอันดับ 3 และยังคาดการณ์ว่าตลาดเครื่องส�ำอางของไทยปี 2562-2566 จะเติบโต ราว 7.14% มีมูลค่ารวมสูงถึง 1.68 แสนล้านบาท จากข้อมูลดังกล่าวจึงเป็นที่มาของ การศึกษาวิจัยถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Beauty Influencers ต่อกระบวนการตัดสิน ใจซื้อเครื่องส�ำอางของผู้บริโภคเพศหญิงในเขตกรุงเทพมหานคร ของนายศุภวัฒน์ ทอง ดี สาขาวิชาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มธบ. โดยส�ำรวจในกลุ่มตัวอย่างจ�ำนวน 400 คน ทั้งนี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจเครื่องส�ำอางในการวางแผนกลยุทธ์การสื่อสารการ ตลาดโดยเลือกใช้บุคคลออนไลน์หรือ Influencers ให้เหมาะสมและเกิดประโยชน์ สูงสุด โดยจากผลวิจัยพบ 4 ปัจจัยที่ Beauty Influencers มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ ซื้อเครื่องส�ำอาง โดยปัจจัยด้านบุคลิกภาพมีอันดับสูงสุด รองลงมาเป็น ความน่าเชื่อถือ รูปแบบการน�ำเสนอ และเนื้อหาในการน�ำเสนอเป็นล�ำดับสุดท้าย "Beauty Influencers ที่มีบุคลิกภาพที่ดีเหมาะสมกับสินค้า จะท�ำให้ลูกค้ารู้สึกสนใจ และน่าใช้สินค้า อีกทั้งบุคลิกที่โดดเด่นเป็นที่น่าจดจ�ำท�ำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ ชื่นชอบ และ Influencers ที่มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องส�ำอางมีความสามารถในการให้ ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องส�ำอางได้เป็นอย่างดี มีหลักฐานที่มาที่ไปของสินค้าจะท�ำให้ลูกค้า มีความเชื่อมั่นมากขึ้น รวมถึงมีรูปแบบการน�ำเสนอที่เข้าใจง่ายไมเหมือนใคร มีภาพ ประกอบให้เห็นผลลัพธ์ในการใช้สินค้า มีการอัพเดทเครื่องส�ำอางใหม่ๆมาน�ำเสนอได้ อย่างสม�่ำเสมอ จะท�ำให้เกิดความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ส่วนเนื้อหาในการน�ำเสนอต้อง มีการใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนและไม่ก่อให้เกิดความสับสน อีกทั้งต้องมีข้อมูล สินค้าที่แปลกใหม่น่าสนใจกว่าที่อื่นๆด้วย" ดร.ศิริเดช กล่าว ดร.ศิริเดช กล่าวด้วยว่า จากรายงานการวิจัยมีข้อเสนอแนะต่อผู้บริหารในธุรกิจเครื่อง ส�ำอาง โดยระบุว่า ควรมีการจัดท�ำการน�ำเสนอในรูปแบบต่างๆ ที่ท�ำให้เข้าใจง่ายต่อ การซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องส�ำอาง นอกจากนี้การบอกต่อจากคนใกล้ชิดมีความส�ำคัญมาก ในด้านการแสวงหาข้อมูล ดังนั้น ผู้บริหารควรมีการจัดท�ำสื่อออนไลน์ที่มีประโยชน์ ต่อลูกค้า ให้สามารถเลือกดูสินค้าและเพื่อให้ลูกค้าเกิดความไว้วางใจและมีการบอก
Spotify บริการมิวสิคสตรีมมิ่งระดับโลก ที่เป็นที่นิยมที่สุด ระบุถึงสถิติและกระแสนิยม ต่างๆ ที่จะแสดงให้เห็นว่าโลกของเราตกหลุมรักกระแสเคป็อปมากเพียงใด นับตั้งแต่ ปี 2557 จนถึงเดือนมกราคม 2563 สัดส่วนการฟัง (และแฟนๆ) แนวเพลงเคป็อปบน Spotify เพิ่มขึ้นมากกว่า 1,800% และปัจจุบันเพลย์ลิสต์ "K-Pop Daebak" มีจ�ำนวน ผู้ติดตามมากกว่า 2.4 ล้านคน นับตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา เพลงเคป็อปบน Spotify ถูกสตรีมไปแล้วมากกว่า 134,000 ล้านนาที "เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่ากระแสเคป็อปได้โด่งดังไปทั่วโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และเรา ได้ร่วมเป็นสักขีพยาน ต่อ ปรากฏการณ์นี้บน Spotify" Kossy Ng, Head of Artist and Label Marketing in Asia กล่าว "เคป็อปคือแนว เพลงแรกจากเอเชียที่ดังก้อง กังวาลไปถึงผู้ฟังทั่วโลกอย่างแท้จริง แฟนๆ เคป็อปเป็นหนึ่งในบรรดาแฟนคลับที่ทุ่มเท และกระตือรือร้นมากที่สุด และกลุ่มแฟนคลับเคป็อปนั้นไม่เหมือนใคร ทั้งในแง่ของวิธี ที่แฟนคลับร่วมท�ำงาน สื่อสาร และเชื่อมโยงถึงกัน จึงไม่เป็นที่กังขาเลยว่าความโด่งดัง ของกระแสเคป็อปนั้นมีแต่จะเติบโตต่อเนื่องและเราก็ตื่นเต้น ที่จะได้เดินหน้าผลักดัน การค้นพบ และร่วมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างศิลปินเคป็อปกับแฟนคลับทั่วโลก" ในปี 2558 Spotify เปิดตัว "ฮับ" ส�ำหรับแนวเพลงเคป็อปโดยเฉพาะ ซึ่งภายใน "ฮับ" ดังกล่าวประกอบไปด้วย เพลย์ลิสต์ต่างๆ ที่ครอบคลุมแนวเพลงเคป็อปทั้งหมด ตั้งแต่ ศิลปินดาวรุ่ง ไปจนถึงผลงานที่เป็นการ collaborations รวมทั้งเพลงประกอบละคร และภาพยนตร์เกาหลีหรือ OSTs นอกจากนี้ แฟนๆ ยังสามารถตามไปฟัง MAP OF THE SOUL : 7 The Enhanced Album เพลย์ลิสต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ BTS ท�ำขึ้นมา ร่วมกับ Spotify โดยเฉพาะ ซึ่งภายใน นั้นจะมีคอนเทนต์ออริจินัลจากหนุ่มๆ BTS อีก ด้วย ไฮไลต์ของวงการเคป็อปที่เกิดขึ้นบน Spotify - ปัจจุบันเพลงเคป็อปบน Spotify ถูกสตรีมไปแล้วมากกว่า 41,000 ล้านครั้ง - 53% ของผู้ฟังเพลงเคป็อปอายุระหว่าง 18-24 ปี และ 73% ของผู้ฟังเพลงเคป็อป เป็นเพศหญิง - ผู้ใช้ Spotify ทั่วโลกเพิ่มเพลงเคป็อปเข้าไปในเพลย์ลิสต์ต่างๆ แล้วมากกว่า 9read 6 ล้านเพลย์ลิสต์
MAGKETING l 25
CASE STUDY
- 10 ประเทศที่สตรีมเพลงเคป็อปมากที่สุดในช่วงนี้ (ภายใน 90 วันที่ผ่านมา) ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น บราซิล และเม็กซิโก ตามล�ำดับ (โปรดดู รายชื่อทั้ง 10 ประเทศเต็มๆ ด้านล่าง) - มีการสตรีมเพลงเคป็อปในทั้ง 79 ประเทศที่ Spotify ให้บริการ และอัตราการฟังเพ ลงเคป็อปในประเทศด้านล่างนี้ก�ำลังขยายตัวอย่างเห็นได้ชัด (ตัวเลขเปอร์เซ็นต์แสดง ถึง อัตราการเติบโตของการสตรีมเพลงเคป็อประหว่างเดือนมกราคม 2562 - มกราคม 2563) > อียิปต์ - 33% > เวียดนาม - 30% > ฝรั่งเศส - 13% > โคลอมเบีย - 8% - ศิลปินเคป็อปที่ถูกสตรีมมากที่สุดบน Spotify ได้แก่ BTS, BLACKPINK, EXO, TWICE และ Red Velvet (โปรดดูรายชื่อ 10 ศิลปินที่ถูกสตรีมมากที่สุดได้ด้านล่าง) เพลงของ BTS ถูกสตรีมบน Spotify ไปมากกว่า 8,000 ล้านครั้ง - เพลงเคป็อปที่ถูกสตรีมมากที่สุดบน Spotify คือเพลง "Boy With Luv" ผลงานของ BTS และ Halsey นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน ซึ่งนับเป็นความร่วมมือระหว่างโลกตะวัน ออกกับโลกตะวันตก เพลงดังกล่าวถูกสตรีมไปมากกว่า 380 ล้านครั้ง ปัจจุบัน Spotify คือบริการมิวสิคสตรีมมิ่งที่เป็นที่นิยมที่สุดในโลก ด้วยจ�ำนวนผู้ใช้ ถึง 271 ล้านคน ซึ่งเป็นสมาชิก Spotify Premium มากกว่า 124 ล้านคน ใน 79 ประเทศทั่วโลก เทรนด์เทรนด์ การใช้เทคโนโลยี ขภาพ-ความยั น ข ภาพ-ความยั่ ง ยื น ก ารใช้ด้าเนสุ ทคโนโลยี ด ่ง้ ายืนสุ PwC เผยผลส�ำรวจพบพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดหลัง จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 พบส่วนใหญ่หันมาชอปปิงออนไลน์เพื่อตอบโจทย์ มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม รวมถึงใส่ใจสุขภาพและส่งเสริมพฤติกรรมที่สร้าง ความยั่งยืนในสังคมมากขึ้น ขณะที่มากกว่า 40% ของผู้บริโภคต้องการให้ธุรกิจแสดง ความรับผิดชอบต่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และด�ำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ มากกว่าเดิม แนะบริษัทค้าปลีกและธุรกิจที่ต้องพบปะกับลูกค้าคิดค้นวิธีใหม่ ๆ ในโลก ยุคนิวนอร์มอล ด้านผู้บริโภคไทยหันมาชอปปิงออนไลน์และช�ำระเงินผ่านระบบอีเพย์ เมนต์มากขึ้น แต่ธุรกิจต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่ดี เพื่อสร้างความไว้ วางใจให้กับผู้บริโภค วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย เปิด เผยถึงผลส�ำรวจมุมมองผู้บริโภคทั่วโลก(Global Consumer Insights Survey) ของ PwC ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing) ที่ตามมาน�ำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นฐานในการที่ผู้บริโภคท�ำงาน บริโภค สื่อสาร และดูแลสุขภาพของตนเอง ทั้งนี้ ผลส�ำรวจมุมมองผู้บริโภคทั่วโลก ฉบับนี้ PwC ได้ท�ำการศึกษาติดต่อกันเป็นครั้งที่
11 โดยแบ่งการส�ำรวจออกเป็น 2 ครั้ง ได้แก่ ก่อนและหลังการแพร่ระบาดของโควิด19 ก่อนที่จะน�ำผลมาเผยแพร่ในเดือนกรกฎาคม โดยผลส�ำรวจมุ่งเน้นไปที่การศึกษา พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง รวมทั้งการเร่งตัวขึ้น ของการน�ำดิจิทัลมาใช้ในชีวิตประจ�ำวันของผู้บริโภคหลังการแพร่ระบาดกระทบกับวิถี การใช้ชีวิตในรูปแบบเดิม ซึ่งในปัจจุบัน มีประชากรจ�ำนวนกว่าหลายพันล้านคนทั่วโลก ที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองโดยเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนการบริโภคของโลกยุคใหม่ ขณะที่เมือง ส�ำคัญต่าง ๆ ทั่วโลกเป็นศูนย์กลางที่ก่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอย การใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ ส่งผลกระทบต่อการด�ำเนินชีวิตของผู้บริโภคในทุก ๆ มิติ รวมถึงวิธีที่พวกเขาจับจ่าย ใช้ของช�ำและของใช้ที่จ�ำเป็นด้วย โดยพบว่า แม้การซื้อสินค้าที่ร้านขายของช�ำยังคง เป็นช่องทางหลักที่ผู้บริโภคเลือกใช้ แต่รายงานระบุว่า มากกว่า 1 ใน 3 (35%) ของผู้ บริโภคที่ถูกส�ำรวจ หันมาใช้ช่องทางออนไลน์ในการซื้อหาอาหาร ขณะที่ 86% ของผู้ ที่ซื้อสินค้าออนไลน์ในเวลานี้มีแผนที่จะใช้ช่องทางนี้เพื่อซื้อสินค้าต่อไป หลังมาตรการ เว้นระยะห่างทางสังคมจะถูกยกเลิกไปในที่สุด ส�ำหรับสินประเภทค้าอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารนั้น ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัส การซื้อสินค้าที่ร้านค้ายังเป็นตัวเลือกหลักเมื่อเปรียบเทียบกับช่องทางออนไลน์ โดย 47% ของผู้บริโภคกล่าวว่า พวกเขาจับจ่ายสินค้าที่ร้านค้าเป็นประจ�ำทุกวันหรือทุก สัปดาห์เปรียบเทียบกับการชอปปิงออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ (30%) คอมพิวเตอร์ (28%) และผู้ช่วยเสียงอัจฉริยะ (15%) แต่หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นต้นมา การชอปปิงออนไลน์ส�ำหรับรายการที่ไม่ใช่อาหารได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่าง มาก (ผ่านโทรศัพท์มือถือ 45%, คอมพิวเตอร์ 41% และ แท็บเล็ต 33%) ซึ่งแนวโน้ม ของการชอปปิงออนไลน์ที่เติบโตนี้ เห็นได้เด่นชัดในสาธารณรัฐประชาชนจีน และ ตะวันออกกลาง โดย 60% และ 58% ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่า พวกเขาหันมา ชอปปิงผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้นตามล�ำดับ มิลเลนเนียล-ผู้บริโภคที่มีบุตรให้ความส�ำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีอย่างชัดเจน 59% ของ กลุ่มมิลเลนเนียล และ 57% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่มีบุตร ต่างให้ความส�ำคัญกับ ความเป็นอยู่ที่ดีของตนมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ ทั้งนี้พบว่า ผู้บริโภคให้ความส�ำคัญกับการ ดูแลตนเองเพิ่มขึ้น โดย 51% ของผู้บริโภคในเมืองเห็นด้วย หรือเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า พวกเขาให้ความส�ำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิต รวมถึงสุขภาพทางกาย และการรับประทานอาหารที่ดีขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากโควิด-19 นอกจากนี้ ผู้บริโภคที่อาศัยอยู่ในเมืองซึ่งเข้าร่วมการส�ำรวจหลังจากการแพร่ระบาด ยังมองเรื่องความปลอดภัยและความมั่นคง และการดูแลสุขภาพว่า มีความส�ำคัญต่อ คุณภาพชีวิตพอ ๆ กับการมีงานท�ำ โดย 49% และ 45% ของผู้ตอบแบบสอบถามมี ความเห็นดังกล่าวตามล�ำดับ เปรียบเทียบกับการมีงานท�ำที่ 45% ผู้บริโภคและความยั่งยืน ผลส�ำรวจยังชี้ให้เห็นถึงการหันมาใส่ใจเรื่องของความยั่งยืนและความรู้สึกถึงหน้าที่ ความรับผิดชอบของผู้บริโภค ในฐานะพลเมืองของสังคมอย่างชัดเจน ยกตัวอย่าง เช่น ในผลส�ำรวจที่จัดท�ำขึ้นก่อนเกิดการแพร่ระบาด 45% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่ว
MAGKETING l 26
CASE STUDY
FREEPIK
โลกบอกว่า พวกเขาหลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกทุกครั้งที่ท�ำได้ ขณะที่ 43% ต้องการให้ ธุรกิจแสดงความรับผิดชอบต่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของตน และ 41% ต้องการ ให้ธุรกิจค้าปลีกจ�ำกัดการใช้ถุงพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ส�ำหรับสินค้าที่เน่าเสียง่าย สิ่ง ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ เมื่อถามผู้บริโภคว่า ใครควรมีหน้าที่รับผิดชอบในการ ส่งเสริมพฤติกรรมที่สร้างความยั่งยืนในสังคมมากที่สุด 20% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอบว่า “ตัวฉันเอง ในฐานะผู้บริโภค” ขณะที่ 15% ตอบว่าเป็นหน้าที่ของ “ผู้ผลิต” ทั้งนี้ เมื่อถามผู้บริโภคเกี่ยวกับความ เต็มใจในการแลกเปลี่ยนข้อมูล 49% กล่าวว่า พวกเขายินดีที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลของ พวกเขา หากข้อมูลดังกล่าวจะช่วยปรับปรุงความเป็นอยู่ในเมืองให้ดีขึ้นได้ “ในขณะที่แนวโน้มหลาย ๆ อย่างมีการพัฒนามาสักระยะหนึ่งแล้ว การวิจัยของเรา แสดงให้เห็นว่า การแพร่ระบาดครั้งนี้ยิ่งส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาต้องการความโปร่งใส ความยั่งยืน รวมถึงความสะดวกสบายมากขึ้น ฉะนั้นบริษัทที่จะได้รับประโยชน์มาก ที่สุดคือ บริษัทที่สามารถสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภค มีการลงทุนในสร้าง ประสบการณ์ที่ดีในการจับจ่ายสินค้าของลูกค้าแบบไร้รอยต่อ และค�ำนึงถึงสุขภาพและ ความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นหลัก” สตีฟ บาร์ หัวหน้าสายงานตลาดผู้บริโภคทั่วโลก PwC สหรัฐอเมริกา กล่าว นอกจากนี้ ออซ ออซเทิร์ก หัวหน้าสายงานที่ปรึกษาตลาดผู้บริโภคทั่วโลก PwC สห ราชอาณาจักร กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 11 ปีของการส�ำรวจผู้บริโภคทั่วโลก เราไม่ เคยได้ข้อมูลที่ชัดเจนขนาดนี้มาก่อนว่า ความโปร่งใส ความยั่งยืน และจิตส�ำนึกทาง สังคมเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการมากที่สุด ฉะนั้นในช่วงเวลาที่ส�ำคัญแบบนี้ บริษัทและ ธุรกิจค้าปลีกต่าง ๆ ยิ่งจ�ำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับลูกค้าให้ได้” วิไลพร กล่าวเสริมว่า “การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ท�ำผู้บริโภคไทยปรับตัวไปสู่
ดิจิทัลมากขึ้นภายในเวลาชั่วพริบตา โดยในช่วงล็อกดาวน์คนหันมาชอปปิงออนไลน์กัน เพิ่มขึ้นมาก ซึ่งคาดว่า ยอดขายของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในช่วงเวลานี้จะเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว และผลักดันให้ปีนี้มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยน่าจะสูงกว่า 2 แสนล้านบาท" "ส�ำหรับสินค้าที่ผู้บริโภคหันมาชอปปิงออนไลน์เพิ่มมากมีตั้งแต่สินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพ อย่าง หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ อาหารออร์แกนิก รวมไปถึงเทคโนโลยีเกี่ยวกับ สุขภาพ เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ท�ำให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพและ ความเป็นอยู่มากขึ้น” “นอกจากนี้ ผู้บริโภคไทยยังปรับตัวไปสู่สังคมไร้เงินสดมากขึ้น โดยหันมาใช้บริการอี เพย์เมนต์เพราะนอกจากจะได้รับความสะดวกสบายในการชอปปิงออนไลน์แล้ว ยัง เป็นการช่วยหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเงินสดซึ่งอาจเป็นแหล่งของเชื้อโรค ซึ่งตอนนี้ห้าง สรรพสินค้า และ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่กลับมาเปิดด�ำเนินการอีกครั้งก็หันมาเพิ่มช่อง ทางการช�ำระด้วยผ่านดิจิทัลเพย์เมนต์กัน" "ฉะนั้น ธุรกิจที่หันมามุ่งเน้นท�ำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์จะต้องมีระบบป้องกันความ ปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า และภัยไซเบอร์ในด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและไว้ วางใจให้กับผู้บริโภค” วิไลพร กล่าวสรุป ธุรกิจธุร้ารนอาหารหลั งโควิด กิ จ ร้ า นอาหารหลั งโควิ ด -19 การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มาพร้อมกับพฤติกรรม New Normal กลายเป็น ช่วงเวลายากล�ำบากของ “ธุรกิจร้านอาหาร” ทั่วโลก รวมทั้งในไทย ที่ต้องปิดหน้า ร้านชั่วคราว อันเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 เมื่อภาครัฐจ�ำเป็นต้อง
MAGKETING l 27
CASE STUDY
ประกาศมาตรการ Lockdown บางกลุ่มธุรกิจ และร้านอาหารให้บริการได้เฉพาะ Delivery กับ Takeaway เท่านั้น งดให้บริการส่วน Dine-in ขณะที่ร้านอาหารรายเล็กๆที่ไม่มีแพลตฟอร์มดิลิเวอรี่ที่มีประสิทธิภาพเพียงพอได้เริ่ม ปรับตัวด้วยการพึ่งพาแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่จากแอพพลิเคชั่นสั่งอาหารแทน ส่งผลให้ ปัจจุบัน Food Aggregator จะมีบทบาทมากขึ้นในธุรกิจร้านอาหารเมืองไทย เพราะ ความได้เปรียบของการเป็นแพลตฟอร์มรวบรวมร้านอาหารมากมายเข้ามารวมอยู่บน แพลตฟอร์มเดียว บวกกับฐานผู้ใช้งานจ�ำนวนมาก ผู้ประกอบการร้านอาหารจึงยังต้องเจอโจทย์ทางการตลาดที่ท้าทายต่อไปบนวิถีของ ความเปลี่ยนแปลงใหม่ แม้ว่ารัฐบาลได้มีมาตรการคลายล็อกดาวน์กิจกรรมภายใน ประเทศให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้วก็ตาม ท�ำให้เศรษฐกิจเริ่มกลับมาเดิน หน้าอีกครั้ง แต่ก็ยังคงมาตรการบางประการเพื่อควบคุมไม่ให้โควิด-19 กลับมาระบาด อีกครั้งบนวิถีของ “ความปกติใหม่” หรือ New Normal ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า หลังโควิด-19 ผู้ประกอบการร้านอาหารทุกประเภทจะต้อง เร่งปรับตัวสู่บรรทัดฐานใหม่ทางธุรกิจ (New Normal) ที่สอดรับไปกับพฤติกรรมของ ลูกค้าที่เปลี่ยนไป โดยร้านอาหารเต็มรูปแบบ ร้านอาหารที่มีบริการจ�ำกัดที่อยู่ในห้างฯ และสถานที่ท่อง เที่ยว รวมถึงสวนอาหาร จะเป็นกลุ่มที่เผชิญแรงกดดันด้านผลการด�ำเนินงานในปี 2563 มากกว่ากลุ่มที่เหลือ เนื่องจากโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มอาจมีข้อจ�ำกัดภาย ใต้ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ท�ำให้ผู้ประกอบการในกลุ่มนี้ต้อง 1. กระจายช่องทางการสร้างรายได้ ให้ครอบคลุม กลุ่มลูกค้าในช่องทางอื่น 2.ปรับกระบวนการและรูปแบบธุรกิจให้สอดคล้องกับความ ต้องการของผู้บริโภคและสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ขณะเดียวกัน ร้านอาหารทั่วไป ร้าน อาหารริมทาง และรถเข็นต่างๆ น่าจะได้เปรียบด้านความคล่องตัวมากกว่า ควรปรับ ตัวโดยการ 1. ยกระดับมาตรฐานความสะอาดของร้านอาหาร เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ บริโภค 2. เพิ่มความระมัดระวังในการบริหารจัดการวัตถุดิบและสินค้าคงคลัง และลด ความหลากหลายของเมนู ขณะที่บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จ�ำกัด หรือซีอาร์จี (CRG) ประเมินว่าตลาด ร้านอาหารมูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท ในช่วง 1-2 ปีนี้จะอยู่ในภาวะทรงตัว หรือชะลอ การเติบโตอยู่ที่ซิงเกิลดิจิต ไม่เติบโตสูงอย่างปีที่ผ่าน ๆ มา อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทางการได้คลายล็อกให้เปิดบริการได้ ธุรกิจร้านอาหารก็ค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นในแง่ของยอดขาย และปัจจุบันผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็หันไปให้ความ ส�ำคัญกับออนไลน์หรือดีลิเวอรี่มากขึ้น และมีการแข่งขันที่รุนแรง ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ธุรกิจร้านอาหารที่ต้องเผชิญกับ ความท้าทายครั้งใหม่ หลายร้านต้องปรับตัวเพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้าและ ฝ่าวิกฤติธุรกิจครั้งนี้ไปให้ได้ นี่คือรูปแบบการปรับตัวของร้านอาหารให้พร้อมกับ new normal ในยุคโควิด 19
Delivery รูปแบบแรกคือ การให้บริการส่งถึงบ้านหรือดิลิเวอรีผ่านแอปพลิเคชันผู้ให้บริการอย่าง Grab, LINE MAN, food panda, GET เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นแนวทางแรกที่เกือบทุก ร้านเลือกใช้ เพราะเป็นวิธีที่ตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในยุคโควิด 19 ได้ ตรงจุดที่สุด ซึ่งในบางแอปพลิเคชันมีการจัดโปรโมชันร่วมกับร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดค่าอาหาร ส่วนลดค่าจัดส่งส�ำหรับผู้ที่อยู่อาศัยในละแวกใกล้เคียงกับร้านอาหาร หรือการจัดชุดเมนูในราคาพิเศษอีกด้วย ไม่เว้นแม้แต่ร้านอาหารแนว fine-dining อย่างร้านโบ.ลาน ที่ได้ปรับรูปแบบธุรกิจมา ให้บริการดิลิเวอรีเช่นกัน โดยทางร้านท�ำการจัดส่งเองและก�ำหนดเวลาเป็นรอบ ๆ เพื่อ รักษาคุณภาพของอาหารและมาตรฐานของร้าน รวมไปถึงร้านอาหารญี่ปุ่นแนวโอมา กาเสะ (omakase) อย่างร้าน Sushi Ichizu และร้าน Sushi Masato ที่มีบริการจัด ส่งซูชิเป็นค�ำ ๆ โดยยังคงเอกลักษณ์ในแบบฉบับโอมากาเสะไว้เหมือนเวลาที่ลูกค้าไป รับประทานที่ร้าน Physical Distancing เมื่อประเทศไทยมีมาตรการคลายล็อกที่อนุญาตให้ร้านอาหารสามารถเปิดให้ลูกค้า มานั่งรับประทานในร้านได้ หลายร้านจึงได้พร้อมใจกันปรับรูปแบบการให้บริการตาม แนวทางการเว้นระยะห่างทางกายภาพ (physical distancing) เช่น การจ�ำกัดจ�ำนวน ลูกค้าที่มาใช้บริการในแต่ละรอบ การตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิลูกค้าก่อนใช้บริการ และการท�ำความสะอาดฆ่าเชื้อหลังลูกค้าเข้าใช้บริการ โดยร้านปิ้งย่างชื่อดังอย่าง บาร์บีคิว พลาซ่า ก็ได้เพิ่มความน่าเอ็นดูด้วยการน�ำหุ่นบาบี ก้อน (มาสคอตของร้าน) มานั่งรับประทานอาหารเป็นเพื่อนลูกค้าเพื่อช่วยเว้นระยะ ห่างของลูกค้านั่นเอง นอกจากนี้ จะเห็นได้ว่าร้านอาหารหลายร้านได้ประดิษฐ์คิดค้นฉากกั้นระหว่างลูกค้า ที่นั่งรับประทานอาหารเพื่อช่วยป้องกันการแพร่เชื้อและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า อย่างเช่น ร้านบุฟเฟต์นานาชาติชื่อดังอย่าง Copper และร้านบุฟเฟต์ชาบูยอดนิยม อย่าง Penguin Eat Shabu ก็ได้ปรับตัวตามแนวทางดังกล่าวเช่นกัน Home Cooking ในช่วงที่ผ่านมา เมื่อไม่สามารถท�ำงานประจ�ำได้เหมือนเคยหรือต้องว่างงานจากผลกระ ทบของการระบาด หลายคนได้หันมาท�ำอาหารที่บ้าน (home cooking) กันมากขึ้น และหาอาชีพเสริมด้วยการน�ำมาขายผ่านทางโซเชียลมีเดีย ท�ำให้เกิดธุรกิจการขายรูป แบบใหม่และเป็นอีกช่องทางหนึ่งให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ตัวอย่างที่กล่าวมาข้างต้นถือเป็นรูปแบบใหม่ในยุค new normal กับการปรับตัวของ ร้านอาหารไทยให้อยู่รอดในสถานการณ์ที่โลกยังคงเผชิญกับวิกฤติโควิด 19 ในมุมของ ลูกค้าเองก็ต้องปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อต้องออกมาพบปะ ผู้คน มารับประทานอาหารที่ร้านหรือท�ำกิจกรรมนอกบ้าน การปฏิบัติตามแนวทางของ กระทรวงสาธารณสุขยังคงเป็นสิ่งที่ต้องท�ำอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่กระจาย ของโรค รวมถึงลดความเสี่ยงในการติดเชื้อให้กับตนเองและผู้อื่น
MAGKETING l 28
FACTOR
FREEPIK
แนวโน้ม การลงทุนปี 64 โอกาสท่ามกลางวิกฤติ เรื่อง : แฟรงคลิน เทมเพิลตันแฟรงคลิน รีซอร์ส อิงค์
แนวโน้มการลงทุนปี 2564: “ ขณะที่เราก้าวเข้าสู่ปี 2564 เราก็กำ�ลังเข้าใกล้จุดที่ภาวะการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่าง รุนแรงในปีที่แล้ว กลายเป็นเพียงบทนำ�เรื่องราวทางเศรษฐกิจในอนาคต เราคาดว่าเศรษฐกิจหลาย ๆ ภูมิภาคจะดีขึ้นเนื่องจาก โลกกำ�ลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคหลังโควิด อย่างไรก็ตามยังคงมีความเสี่ยงในระยะสั้นอยู่มาก” ดร. ไมเคิล ฮาเซนสเตบ รองประธาน บริหารประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน เทมเพิลตัน โกลบอล แม็คโคร (Templeton Global Macro)
MAGKETING l 29
FACTOR
แนวโน้มการลงทุนปี 2564: “ ขณะที่เราก้าวเข้าสู่ปี 2564 เราก็ก�ำลังเข้าใกล้จุดที่ ภาวะการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในปีที่แล้ว กลายเป็นเพียงบทน�ำเรื่อง ราวทางเศรษฐกิจในอนาคต เราคาดว่าเศรษฐกิจหลาย ๆ ภูมิภาคจะดีขึ้นเนื่องจากโลก ก�ำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคหลังโควิด อย่างไรก็ตามยังคงมีความเสี่ยงในระยะสั้นอยู่มาก”
อย่างไรก็ตามโอกาสในการลงทุนระยะยาวหลายประเภทก�ำลังเริ่มปรากฏให้เห็นมาก ขึ้น เราคาดว่าเป็นช่วงเวลาที่เหลื่อมกันส�ำหรับการลงทุนบางประเภท เนื่องจากเกิด การเปลี่ยนแปลงในวงกว้างทางด้านเศรษฐกิจมหภาคพื้นฐานและมาตรการควบคุมการ แพร่ระบาดของไวรัสในบางประเทศ
ดร. ไมเคิล ฮาเซนสเตบ รองประธานบริหารประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน เทม เพิลตัน โกลบอล แม็คโคร (Templeton Global Macro) วิเคราะห์ว่า มองแวบแรกดู เหมือนไม่มีอะไรในปี 2564 ที่จะเลวร้ายได้เท่าปี 2563 เราได้เผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ ที่เลวร้ายสุดในรอบ 80 ปีและวิกฤตสุขภาพโลกที่หนักหน่วงที่สุดในรอบ 100 ปีซึ่งเป็น เหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายมหาศาลต่อชีวิตและการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลก
ยอดผู้ป่วยโควิด-19 คาดจะพุ่งสู่จุดสูงสุดในช่วงฤดูหนาวก่อนที่วัคซีนอาจท�ำให้จ�ำนวน การระบาดลดลงในช่วงฤดูร้อนปี 2564 ระยะเวลาและประสิทธิภาพของวัคซีนจะเป็น ตัวก�ำหนดการด�ำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ทางการ เงินที่ส�ำคัญในปีนี้
ซึ่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าเมื่อสิ้นปี 2563 เศรษฐกิจโลกจะหด ตัว 4.4% ยังมีแสงสว่างร�ำไรให้เห็นเมื่อเข้าสู่ปี 2564 เราก�ำลังเข้าใกล้ถึงจุดที่ภาวะ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในปีที่แล้ว จะกลายเป็นบทน�ำไปสู่บทใหม่ ของเศรษฐกิจในอนาคต IMF ยังได้คาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปี 2564 จะขยายตัวถึง 5.2% ดีขึ้นจากระดับต�่ำ สุดของปีที่แล้ว วัคซีนที่เป็นความหวังของทั่วโลกมีการทดลองในหลายเคสและจะถูก ส่งไปประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ภายในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2564 ซึ่งคาดว่าจะมีศักยภาพลด การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงครึ่งหลังของปี ถ้ามองโลกในแง่ดีเราก�ำลังก้าวไปสู่ สถานการณ์ที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามสถานการณ์การแพร่ระบาดในปัจจุบันรุนแรงกว่าที่คาดกันไว้มาก การ แพร่ระบาดรอบสองของโควิด-19 เพิ่มขึ้นสูงอย่างน่าตกใจในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ช่วงเดือนท้าย ๆ ของปี 2563 ท�ำให้หลายภูมิภาคต้องกลับสู่มาตรการล็อกดาวน์ การแพร่ระบาดที่เลวร้ายที่สุดบาง พื้นที่มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนสุดท้ายของปี 2563 ต่อเนื่องไปถึงไตรมาสแรก ของปี 2564 ในกรณีที่ไม่มีมาตรการแก้ไขการแพร่ระบาด จะเกิดความยากล�ำบากทาง เศรษฐกิจที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกเดือนที่มีการยกระดับความเข้มงวดและกิจกรรมทาง เศรษฐกิจที่หยุดชะงัก ส�ำหรับผู้คนและธุรกิจจ�ำนวนมาก “เวลา” เป็นปัจจัยส�ำคัญที่พวกเขาต้องเผชิญกับการ ตกงานหรือภาวะล้มละลาย ในแต่ละวันที่ธุรกิจหยุดชะงัก ไม่มีรายได้และสร้างความ เสียหายรวมถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาว ที่แย่ไปกว่านั้นคือสภาวะที่ก�ำลัง เกิดขึ้นตอนนี้มักจะดิ่งลงไปอีกก่อนที่จะผงกหัวปรับตัวดีขึ้นในที่สุด โอกาสในการลงทุนก�ำลังปรากฏขึ้นจากมุมของการลงทุน การมองบวกในช่วงครึ่ง หลังของปี 2564 ควรสมดุลกันกับการระวังความเสี่ยงระยะใกล้แบบเฉียบพลัน การ ระบาดของโรคสร้างความเสียหายต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิด ความเสี่ยงอย่างมากต่อสินทรัพย์ทางการเงินจ�ำนวนมหาศาล ผลกระทบในวงกว้างที่เกิดจากภาวะเงินเฟ้อลดลงมีแนวโน้มที่จะคงอยู่จนกว่ากิจกรรม ทางเศรษฐกิจจะกลับมาเคลื่อนไหวได้เต็มที่ เรายังคงระมัดระวังสินทรัพย์เสี่ยงจากการ คาดการณ์การระบาดระลอกสองของโควิด-19 ในช่วงฤดูหนาว
การขาดดุลทางการคลังและหนี้ในระดับสูงส่งผลต่อความเสี่ยงระยะยาวนอกจากนี้การ ท�ำแผนการด�ำเนินทิศทางเศรษฐกิจที่นอกเหนือจากแรงกระตุ้นของปี 2564 มีความ ส�ำคัญอย่างมาก โดยอัตราการเติบโตระหว่างการฟื้นตัวของปีนี้จะไม่ส่งผลต่อเนื่องไปสู่ ปี 2565 และปีต่อ ๆ ไป การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของโลก (GDP) จะอยู่ในระดับปานกลาง โดยจะเติบโต 3.8% ในช่วงปี 2565-2568 ตามการคาดการณ์ของ IMF ประเทศที่ พัฒนาแล้วเศรษฐกิจจะเติบโตเฉลี่ย 2.2% ส่วนตลาดเกิดใหม่หรือประเทศก�ำลังพัฒนา จะเติบโตเฉลี่ย 4.9% ในท้ายสุดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจะลดน้อยลงเนื่องจาก รัฐบาลที่มีภาระหนี้ระดับสูงก่อนการระบาดจะมีงบทางการเงินที่จ�ำกัดและขาดดุล ทางการคลังสูงขึ้น อัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (Debt-to-GDP) เพิ่มขึ้น สูงในทุกประเทศ นโยบายกระตุ้นที่แหวกแนว เช่นทฤษฎีการเงินสมัยใหม่ (Modern Monetary Theory) และการพิมพ์เงินเพื่อช�ำระหนี้ (Debt Monetization) มีแนว โน้มที่จะได้รับความสนใจในแง่การเมืองมากขึ้นในปีต่อ ๆ ไป ซึ่งในขณะเดียวกันจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะสร้างความเสียหายเชิงโครงสร้างทาง เศรษฐกิจจากรัฐบาลที่ไม่มีวินัยทางการเงิน ในมุมมองของเราทั้งในประเทศและทาง ภูมิศาสตร์การเมืองอีก 10 ปีข้างหน้าปัจจัยด้านประสิทธิภาพในการบริหารงานรัฐจะ ถูกเพ่งเล็งมากขึ้น ความเสี่ยงด้านภูมิศาสตร์การเมืองเพิ่มสูงขึ้นมิติความซับซ้อนของวิกฤตในปัจจุบันคือ สภาวะความไม่มั่นคงของโลกที่มีอยู่ก่อนการระบาด ความตึงเครียดด้านปัจจัยทางการ เมืองเพิ่มขึ้นสูง กระแสชาตินิยมที่เพิ่มขึ้นและการแบ่งข้างทางการเมืองท�ำให้หลาย ประเทศพบกับความยากล�ำบากในการหาจุดยืนที่จ�ำเป็นร่วมกันในการจัดการกับความ ท้าทายจากทั้งภายในและภายนอก โควิด-19 ยังท�ำให้รัฐบาลหลายประเทศบังคับใช้ข้อกฏหมายที่เกินเอื้อมซึ่งจะท�ำให้เกิด การต่อต้านหรือคัดค้านได้ นอกจากนี้แนวโน้มการทวนกระแสโลกาภิวัตน์หรือ (Deglobalization) ที่มีอยู่ก่อน การระบาดของโรคโควิด-19 จะถูกเร่งให้เกิดเร็วขึ้นเนื่องจากหลายประเทศหันกลับมา ให้ความส�ำคัญกับความกังวลภายในประเทศมากขึ้น ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่าง ประเทศก�ำลังลดถอยลงท่ามกลางระบบเศรษฐกิจหลัก ๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
MAGKETING l 30
FACTOR
UNSPLASH
การเปลี่ยนเชิงโครงสร้างไปสู่การผลิตภายในประเทศและห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคจะมี ผลกระทบอย่างมหาศาลต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงินไปอีกหลายปีข้างหน้า ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคมและธรรมาภิบาล (ESG) จะก�ำหนดสถานการณ์ยุค หลังโควิดปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคมและธรรมาภิบาล (ESG) จะเป็นส่วนส�ำคัญ ในการก�ำหนดทิศทางยุคหลังโควิดของโลกขึ้นใหม่ ความร่วมมือกันเป็นอันดีของคนใน สังคมและรัฐบาลจะเป็นแรงผลักดันเร่งการฟื้นตัวหรืออาจฉุดรั้งการฟื้นตัวหลังวิกฤตโค วิดของประเทศได้ น่าเศร้าที่เราเห็นปัจจัย ESG ที่ไม่แข็งแรงในตลาดเกิดใหม่ในช่วงการแพร่ระบาด ประเทศที่ขาดความพร้อมรับมือโรคระบาดจากระบบการดูแลสุขภาพที่ไม่ดีพอและ โครงสร้างพื้นฐานที่ด้อยพัฒนาหรือขาดการเตรียมพร้อมจากวิกฤตเศรษฐกิจเนื่องจาก ความไม่สมดุลทางการคลัง หนี้ในระดับสูงและการพึ่งพาภาคเศรษฐกิจภายนอก ประเทศเหล่านี้มักได้รับความเสียหายอย่างมาก ในทางตรงกันข้ามประเทศที่มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งมีสถาบันการเงินที่เข้มแข็งกว่า มีหนี้ ในระดับที่ต�่ำ และมีความหลากหลายทางเศรษฐกิจซึ่งโดยทั่วไปจะมีการฟื้นตัวที่ดี โอกาสเชิงกลยุทธ์ส�ำหรับปีใหม่นี้เราคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่พัฒนาขึ้นในหลาย ภูมิภาคเนื่องจากโลกเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคหลังโควิด อย่างไรก็ตามความเสี่ยงในระยะสั้น ก็ยังคงมีอยู่ไม่น้อย การล็อกดาวน์และมาตรการข้อจ�ำกัดในระดับภูมิภาคยังคงด�ำเนินต่อไปเพื่อยับยั้ง การระบาดของโรค ข้อจ�ำกัดด้านการเดินทางหรือเคลื่อนย้ายยังคงเป็นวิธีการที่มี ประสิทธิภาพสูงสุดในการยับยั้งการแพร่ระบาดไวรัสจนกว่าวัคซีนจะพร้อมส�ำหรับการ แจกจ่ายในวงกว้าง กว่าจะถึงเวลานั้นรายได้ที่หายไปและอุปสงค์มวลรวมที่ได้รับผลก
ระทบจะสร้างความเสียหายต่อสภาวะเศรษฐกิจมหภาค เราคาดว่าสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงเเละปลอดภัย (Safe-Haven Assets) ยังคงมี ความส�ำคัญในช่วงเดือนที่การแพร่ระบาดยังรุนแรง แต่ในท้ายสุดสินทรัพย์ที่มีความ มั่นคงเเละปลอดภัยจะส�ำคัญลดน้อยลงเมื่อวัคซีคสามารถยั้บยังการแพร่ระบาดได้ ใน อนาคตเรายังคงมีโอกาสในตลาดสกุลเงินท้องถิ่นบางสกุลขณะที่ยังคงต้องระมัดระวัง กับความเสี่ยงในระยะใกล้ เรายังคงมองสถานการณ์เป็นบวกในปีนี้เนื่องจากศักยภาพทางการแพทย์ในการยั้บยัง และบรรเทาการแพร่ระบาดโควิด-19 อะไรคือความเสี่ยง?การลงทุนทั้งหมดมีความเสี่ยงรวมถึงความเสี่ยงในการสูญเสียเงิน ต้น โดยทั่วไปราคาพันธบัตรจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงกันข้ามกับอัตราดอกเบี้ย ดังนั้นเมื่อราคาของพันธบัตรในพอร์ตการลงทุนปรับตัวขึ้นตามอัตราดอกเบี้ย มูลค่า ของพอร์ตการลงทุนอาจลดลง ความเสี่ยงที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษเกี่ยวข้องกับ การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศรวมถึงความเสี่ยงด้านการพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับ การเมืองและเศรษฐกิจ แนวทางการซื้อขาย ความพร้อมของข้อมูล ตลาดการเงินและ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและนโยบายที่จ�ำกัด ตราสารหนี้ภาครัฐมีความเสี่ยงหลายประการนอกเหนือจากความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ ตราสารหนี้และหลักทรัพย์ต่างประเทศทั่วไปแต่ไปรวมถึง ความเสี่ยงที่หน่วยงานของ รัฐที่ไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยและช�ำระคืนเงินต้นส�ำหรับหนี้สาธารณะได้ การลงทุนใน ประเทศตลาดเกิดใหม่อยู่ภายใต้ความเสี่ยงทั้งหมดของการลงทุนในต่างประเทศทั่วไป และมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเนื่องจากขาดความมั่นคงทางกฎหมาย การเมือง ธุรกิจและ สังคมที่ถูกตีกรอบไว้เพื่อสนับสนุนตลาดหลักทรัพย์
MAGKETING l 31
DIGITAL LIFE
SHUTTERSTOCK
แก้โจทย์ อีคอมเมิร์ซของธุรกิจห้างค้าปลีก จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คลื่นยักษ์ที่ถาโถมเข้าใส่อีคอมเมิร์ซ ในธุรกิจห้าง ค้าปลีกตลอดปี 2563 ที่ผ่านมาได้สร้างปัญหาที่ท�ำให้ธุรกิจห้างค้าปลีกต่างต้องกุมขมับ โดยอัตราก�ำไรจากการขายสินค้าอุปโภคบริโภคนั้นอยู่ในระดับที่ต�่ำเตี้ยเรี่ยดินมากอยู่ แล้ว และส่วนใหญ่ยังมาจากลูกค้าที่เดินทางมายังร้านเพื่อเลือกซื้อสินค้ากลับบ้านเอง อีกด้วย ทั้งนี้เนื่องจากธุรกิจห้างค้าปลีกต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อ ต้องเปิดให้บริการอีคอมเมิร์ซ ส่งผลให้ก�ำไรของธุรกิจค้าปลีกถูกกัดกร่อนลงไปเรื่อยๆ จนอาจไม่มีก�ำไรจากการด�ำเนินงานเหลืออยู่เลย แม้ว่าจะท�ำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มากเพียงใดก็ตาม (โมเดลการขายสินค้าอุปโภคบริโภคแบบออนไลน์ที่ดีที่สุดส�ำหรับ ธุรกิจค้าปลีก มีอัตราก�ำไรสุทธิอยู่ที่ -2% ไม่นับรวมการคิดค่าธรรมเนียมการจัดส่งที่ ราว 200 บาทหรือ 7 ดอลลาร์สหรัฐ) อย่างไรก็ตามหากธุรกิจห้างค้าปลีกไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าผ่าน ช่องทางอีคอมเมิร์ซที่โดดเด่นได้แล้ว ท้ายที่สุดก็จะเสียลูกค้ากลุ่มนี้ไปทั้งหมด ในทาง กลับกัน ธุรกิจห้างค้าปลีกที่สามารถดึงดูดให้ลูกค้ามาใช้จ่ายบนอีคอมเมิร์ซได้มีแนวโน้ม ที่จะท�ำให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันนี้เพิ่มยอดใช้จ่ายรวมได้อีกด้วย แม้การซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์จะไม่สามารถทดแทนการใช้จ่ายภายในห้างร้าน ได้ทั้งหมด แต่ก็นับเป็นการเพิ่มยอดใช้จ่ายรวมมากขึ้นนั่นเอง ทั้งนี้ลูกค้าไม่ได้ใส่ใจ ต้นทุนของธุรกิจค้าปลีกแต่อย่างใด เนื่องจากลูกค้าที่เต็มใจซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคผ่าน ช่องทางออนไลน์เป็นประจ�ำนั้นมักคาดหวังเรื่องความสะดวกสบายและความสะดวก ในการซื้อสินค้า “ธุรกิจห้างค้าปลีกที่ไม่ได้ให้บริการอีคอมเมิร์ซและไม่ลงมาแข่งขันในช่องทางนี้ มีความ
เสี่ยงที่จะกลายเป็นเหมือนแผ่นดีวีดีในยุคแห่งเน็ตฟลิกซ์ที่ตลาดรอบตัวก�ำลังเล็กลง เรื่อยๆ ในขณะที่ธุรกิจห้างค้าปลีกที่ใช้โมเดลอีคอมเมิร์ซและเป็นผู้ชนะในสนามนี้จะ สามารถขยายฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาดได้ แต่ยังคงต้องเผชิญกับโจทย์ที่ ท้าทายความสามารถในการท�ำก�ำไรอยู่” กล่าวโดย มาร์ค เบอร์ตัน มีเดียคอนซัลแทน เอเชียแปซิฟิก ดันน์ฮัมบี้ แพลตฟอร์มสู่ความส�ำเร็จของอีคอมเมิร์ซ การจะแก้โจทย์ที่ท้าทายความสามารถในการท�ำก�ำไรในอนาคตให้ได้นั้น ผู้ขายสินค้า อุปโภคบริโภคจ�ำเป็นจะต้องมองไกลกว่าเรื่องของประสิทธิภาพในการด�ำเนินงาน และรายได้หลักจากการขายสินค้าอุปโภคบริโภค เพราะเราก็ได้ชี้ให้เห็นแล้วว่าแม้แต่ โมเดลที่ดีที่สุดก็อาจไม่ช่วยสร้างก�ำไรให้ธุรกิจได้ ลองหันมาศึกษาและถอดบทเรียนจาก ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีที่สามารถปลดล็อกเรื่องการหาแหล่งรายได้ใหม่ๆ ผ่าน “การ โฆษณา” ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกนี้ไม่มีใครที่ใหญ่เกินจีน ด้วยเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลที่มากกว่า 75% ของงบโฆษณาทั้งหมดในตลาดนี้ คุณคิดว่าใครที่กวาดรายได้จากโฆษณาดิจิทัล ได้มากที่สุด? จะเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างเวยป๋อ (Weibo) หรือเสิร์ชเอนจินอ ย่างไป่ตู้ (Baidu)? ซึ่งค�ำตอบที่ถูกต้องนั้นคือธุรกิจค้าปลีกอย่างอาลีบาบา (Alibaba) นั่นเอง เม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลกว่าหนึ่งในสามของงบโฆษณาทั้งหมดในจีนต่างหลั่งไหลไปสู่อาลี บาบา โดยมีการคาดการณ์กันว่าในปี 2563 อาลีบาบาจะมีรายได้จากค่าโฆษณาเพียง อย่างเดียวมากกว่า 27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งรายได้รวม ของอาลีบาบาในปีนี้ อาจทะยานไปถึง 72 พันล้านดอลลาร์สหรัฐด้วย
MAGKETING l 32
DIGITAL LIFE
เรียกได้ว่าธุรกิจโฆษณาของยักษ์ใหญ่รายนี้คือแหล่งรายได้ที่สร้างความตื่นตะลึงและ สร้างความประหลาดใจอย่างมาก อาลีบาบามองเห็นถึงสิ่งที่ธุรกิจห้างค้าปลีกจ�ำเป็นต้องท�ำก่อนใครอื่น โดยแพลตฟอร์ม อีคอมเมิร์ซของอาลีบาบานั้นถือได้ว่าเป็นสุดยอดปรารถนาส�ำหรับผู้ลงโฆษณาทั้งหลาย เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้ลงโฆษณาต้องการไว้ในที่ เดียวกัน นั่นคือ การเข้าถึงลูกค้าจ�ำนวนมหาศาลที่สนใจสินค้าของผู้ลงโฆษณา ข้อมูลที่ มีรายละเอียดหลายระดับเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้าแต่ละรายเพื่อการ ออกแบบโฆษณาเฉพาะบุคคลที่มีประสิทธิภาพ และที่ส�ำคัญที่สุด การวัดผลที่ชัดเจนและเชื่อมโยงกับยอดขายได้โดยตรง ทั้งสามข้อนี้ ช่วยตอบโจทย์การท�ำการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ธุรกิจค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคควรมองธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ก�ำลังเติบโตของตนว่ามี ความน่าสนใจไม่แพ้กันส�ำหรับผู้ลงโฆษณา CPG (Consumer Packaged Goods)โดย CPG นั้นต้องการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เกี่ยวข้องอย่างมาก ณ จุดที่มีการซื้อสินค้าเพื่อ กระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าของตน ทั้งนี้ โดยปกติแล้วเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้าอุปโภคบริโภคมีพื้นที่แสดงสินค้าอยู่ มากมายที่ลูกค้าสามารถมองเห็น CPG ได้ ไม่ว่าจะเป็นรายการแสดงผลการค้นหาแบบ จ่ายเงินสนับสนุนพื้นที่ แนะน�ำโปรโมชั่นพิเศษ (แบบจ่ายเงินสนับสนุน)หรือการโฆษณา ด้วยแบนเนอร์ในต�ำแหน่งที่โดดเด่น เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การจะปลดล็อกเพื่อเข้าถึงโอกาสนี้ได้นั้น ธุรกิจค้าปลีกจะต้องจัดเตรียม แพลตฟอร์มให้เข้าที่เข้าทางเสียก่อน โดยกุญแจส�ำคัญที่แท้จริงของรายได้มหาศาลจากโฆษณาของอาลีบาบานั้นอยู่ที่ การใช้ แพลตฟอร์มอัตโนมัติที่ให้ผู้ลงโฆษณาบริหารจัดการได้เอง ซึ่งหมายความว่าผู้ลงโฆษณา นับพันราย สามารถสร้าง ประมูล และใช้งานได้พร้อมกันกว่าหมื่นแคมเปญ เช่นเดียว กับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอีกหลายรายที่พึ่งพารายได้จากการโฆษณาไม่ว่าจะเป็นกู เกิ้ล (Google) ไปจนถึงเฟซบุ๊ก (Facebook) และอเมซอน (Amazon) ธุรกิจค้าปลีกจะไม่สามารถไขประตูสู่รายได้มหาศาลก้อนนี้ได้หากปราศจาก แพลตฟอร์มอันแข็งแกร่งที่ผู้ลงโฆษณาสามารถสร้างและบริหารจัดการแคมเปญได้เอง และควรจะแยกส่วนงานนี้ออกจากความรับผิดชอบโดยตรงเสียก่อน ซึ่งในปัจจุบันมีธุรกิจค้าปลีกจ�ำนวนมากที่อนุญาตให้มีการลงโฆษณาบนเว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซของตัวเองได้ แต่มักด�ำเนินการโดยทีมที่ตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะ อันจ�ำกัดความ สามารถในการขยายธุรกิจเป็นอย่างมาก รายได้จากการโฆษณาบนอีคอมเมิร์ซนี้นับเป็นเครื่องมือส�ำคัญส�ำหรับธุรกิจค้าปลีกที่ จะตักตวงความส�ำเร็จในอนาคตได้เพราะนี่คือแหล่งก�ำไรอันมีค่าที่สามารถลงทุนเพิ่มได้ อีกเพื่อสร้างธุรกิจให้ดียิ่งกว่าที่เคยและยังตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงใจ อีกด้วย ที่ส�ำคัญธุรกิจค้าปลีกมีข้อได้เปรียบสูงเนื่องจากมีพื้นที่เหล่านี้อยู่ในมือทั้งหมด ซึ่งนอกเหนือไปจากต้นทุนในการบริหารจัดการแล้ว รายได้อะไรก็ตามที่มาจากการ โฆษณาแทบจะเป็นก�ำไรล้วนๆ เลยทีเดียว
บริหารลูกค้าอย่างไรให้สมดุลและสร้างประสบการณ์ที่ดี การลงโฆษณานับเป็นทางเลือกอันชาญฉลาดที่ผู้ขายสินค้าอุปโภคบริโภคควรศึกษา ไว้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยจ�ำเป็นจะต้องน�ำไปปรับใช้ในวิธีที่ได้ผลกับลูกค้า ทั้งนี้ การหารายได้จากโฆษณาออนไลน์จะไร้ความหมายส�ำหรับธุรกิจค้าปลีกหาก ประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับกลับมานั้นกลายเป็นสิ่งที่เพิ่มอุปสรรคและท�ำให้ลูกค้าหนี หายไป ธุรกิจค้าปลีกที่เชี่ยวชาญจะยืนอยู่บนพื้นฐานของข้อมูล ด้วยมุมมองที่ชัดเจนเกี่ยวกับ พฤติกรรมของลูกค้าทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์จึงท�ำให้ธุรกิจค้าปลีกมั่นใจได้ว่า ลูกค้าจะมองเห็นเฉพาะข้อเสนอ (แบบจ่ายเงินสนับสนุน) ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าเท่านั้น โดยแพลตฟอร์ม Digital Onsite Sponsored Products ของดันน์ฮัมบี้ ที่ขับเคลื่อน โดย CitrusAd คือแพลตฟอร์มแรกที่ผสมผสานการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าแบบ ตัวต่อตัวร่วมกับพลังและขนาดของแพลตฟอร์มโฆษณาส�ำหรับธุรกิจขายสินค้าอุปโภค บริโภคแบบบริหารจัดการได้เอง อย่าลืมว่าสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นสินค้าที่มีความอ่อนไหวต่อประสบการณ์ของลูกค้า อย่างมากโดยเฉพาะประสบการณ์ของลูกค้าที่ไม่ดี เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีความถี่ใน การซื้อสูงมากและยังซื้ออย่างสม�่ำเสมอด้วย โดยลูกค้าจะรู้จักแบรนด์และสินค้าที่ตนซื้อเป็นประจ�ำดี พร้อมทั้งคาดหวังว่าธุรกิจห้าง ค้าปลีกตระหนักในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน เพราะเรามักไม่ค่อยพบเห็นการแนะน�ำสินค้า ประเภทยานยนต์หรือแฟชั่นในเชิงลบสักเท่าใดนัก แต่หากเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคแล้ว การแนะน�ำสินค้าที่ไม่ตรงใจหรือไม่ถูกกาละเทศะ กลับสามารถส่งผลเสียต่อประสบการณ์ของลูกค้าได้ เช่น การแสดงค�ำแนะน�ำสินค้า ของโค้ก (Coke) ให้กับลูกค้าที่เป็นแฟนตัวยงของเป๊ปซี่ (Pepsi) ย่อมไม่ท�ำให้ลูกค้า พอใจและยังไม่ช่วยให้โฆษณามีประสิทธิภาพสูงด้วย “หากแผนด�ำเนินงานต่างๆ ของธุรกิจค้าปลีกตั้งอยู่บนความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก แล้ว การลงโฆษณาบนอีคอมเมิร์ซ จะช่วยตอบโจทย์ที่ท้าทายความสามารถในการท�ำ ก�ำไรบนช่องทางออนไลน์และยังช่วยให้ลูกค้ามีประสบการณ์ในการจับจ่ายใช้สอยที่ ยอดเยี่ยมได้อีกด้วย" "โดยธุรกิจค้าปลีกที่บรรลุเป้าหมายทั้งสองข้อนี้ได้ส�ำเร็จจะครองต�ำแหน่งทางการตลาด ที่ใครหลายคนต่างหมายปอง เนื่องจากการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงมีแนวโน้มที่ จะเปลี่ยนไปสู่ช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้านับจากนี้” มาร์ค กล่าวสรุป เกี่ยวกับดันน์ฮัมบี้ ดันน์ฮัมบี้เป็นผู้น�ำระดับโลกในด้านวิทยาการข้อมูลลูกค้าโดยช่วยเพิ่มขีดความสามารถ ให้กับธุรกิจต่าง ๆ ทุกหนทุกแห่งในการแข่งขันและประสบความส�ำเร็จในเศรษฐกิจที่ ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลที่ทันสมัย
MAGKETING l 33
RESEARCH
UNSPLASH
วิเคราะห์
ทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2564
เรื่อง : สสส
สสส. เจาะลึกทิศทางสุขภาพ 10 ประเด็น ห่วงสุขภาพคนไทยปี 64 ดิ่ง! ดึงเทรนด์รักสุขภาพบูมรับชีวิตวิถีใหม่ ขณะ ที่วิกฤตโควิด-19 มาราธอนเขย่าโลก ข่าวลวงว่อน-เครียด-เนือยนิ่ง-ป่วย NCDs ยิ่งเสี่ยง ปัญหา ‘ฝุ่นควัน PM2.5’ อันตราย พบคนตายจากโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่ม 1.5 เท่า วัยรุ่นไทย 2 ใน 3 มีภาวะซึมเศร้า การกินอยู่อย่างไทยคน เมืองแนวโน้มเกิดมะเร็งลำ�ไส้ใหญ่เพิ่ม 2.4 เท่า
MAGKETING l 34
RESEARCH
สสส. เจาะลึกทิศทางสุขภาพ 10 ประเด็น ห่วงสุขภาพคนไทยปี 64 ดิ่ง! ดึงเทรนด์ รักสุขภาพบูมรับชีวิตวิถีใหม่ ขณะที่วิกฤตโควิด-19 มาราธอนเขย่าโลก ข่าวลวงว่อนเครียด-เนือยนิ่ง-ป่วย NCDs ยิ่งเสี่ยง ปัญหา ‘ฝุ่นควัน PM2.5’ อันตราย พบคนตาย จากโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่ม 1.5 เท่า วัยรุ่นไทย 2 ใน 3 มีภาวะซึมเศร้า การกิน อยู่อย่างไทยคนเมืองแนวโน้มเกิดมะเร็งล�ำไส้ใหญ่เพิ่ม 2.4 เท่า ส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ ส�ำนักงานพัฒนา ระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ บริษัทไวซ์ไซท์ ประเทศไทย และภาคีเครือข่ายทาง วิชาการ จัดเวที “Thaihealth Watch จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2564 Rewind to the future มองเทรนด์สุขภาพ ฉายภาพพฤติกรรม ปรับให้พร้อม เพื่อก้าวไปต่อปี ’ 64” เปิด 10 ประเด็นทิศทางสุขภาพคนไทยที่มีผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และประเด็นที่ยังเป็นกระแสต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ซึ่งแบ่งเป็น 2 หัวข้อ คือ วิกฤตโค วิด-19 มาราธอนเขย่าพฤติกรรมสุขภาพคนไทย 6 ประเด็น และสถานการณ์ที่น่าจับตา ต่อเนื่องจากปี 2563 อีก 4 ประเด็น ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า วิกฤตโควิด-19 มาราธอน เขย่าพฤติกรรมสุขภาพคนไทยมี 6 ประเด็น คือ 1. FAKE NEWS บทเรียนรับมือโรค อุบัติใหม่ พบว่า มีข่าวปลอมบนโลกออนไลน์มากถึง 19,118 ข้อความ จึงเกิดการจัดตั้ง ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม Anti-Fake News และแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อตรวจสอบข่าว โคแฟค 2. ผู้ป่วย NCDs กลุ่มเสี่ยงเฝ้าระวัง ทุกครั้งของการเกิดโรคอุบัติใหม่โดยเน้น โรคโควิด-19 โรคอ้วนเพิ่มความเสี่ยงการเกิดอาการรุนแรงถึง 7 เท่า ผู้สูบบุหรี่ 1.5 เท่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ท�ำให้ภูมิต้านทานต�่ำลง เช่นเดียวกับมลพิษทางอากาศ 3. Digital Disruption หมุนเร็วขึ้น จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต เกิด พฤติกรรมในช่วงล็อคดาว์ที่ “โลกออนไลน์” เข้ามามีบทบาทในชีวิตผู้คนค่อนข้างมาก และปัจจุบันกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ อาทิ การประชุม ช้อป ปิ้ง ออกก�ำลังกาย ดร.สุปรีดา กล่าวต่อว่า 4. การออกก�ำลังกายวิถีใหม่ หลังช่วงล็อกดาวน์คนไทยมี พฤติกรรมเนือยนิ่งเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 14 ชั่วโมง 32 นาทีต่อวัน ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 8 ปี เกิด นวัตกรรมเอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายขึ้น อาทิ แอปพลิเคชัน “ไร้พุง” ที่มีองค์ความ รู้เกี่ยวกับการมีกิจกรรมทางกายในบ้านที่เหมาะสมกับทุกวัย คู่มือมาตรการการจัด กิจกรรมเดิน-วิ่งในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ 5. ภาวะเครียด ผลพวงทางเศรษฐกิจตกต�่ำ การ เยียวยาด้านสุขภาพจิตจึงเป็นปัจจัยส�ำคัญ 6. New Normal ชีวิตวิถีใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม มีการพูดถึงบนสื่อสังคมออนไลน์อย่าง มากคือ ‘การใช้เจลล้างมือ’ ‘การเว้นระยะห่าง’ ‘การสวมหน้ากากอนามัย’ ‘เรื่อง สุขนิสัยและสุขอนามัย’ 212,894 ครั้ง ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ใน ปี 2563 ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 92 สะท้อนให้เห็นกระแสความตื่นตัวในเรื่องการ รักษาสุขอนามัยส่วนตัวและรับผิดชอบต่อส่วนรวม “สถานการณ์โควิด-19 เป็นวิกฤตของมนุษยชาติที่ สสส. ต้องท�ำงานหนักอย่างต่อเนื่อง รองรับการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที เร่งการท�ำงานให้เกิดนวัตกรรม สุขภาพ สร้างความตระหนักรู้ให้คนไทยมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ ที่ผ่านมา ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาระบบสื่อสารข้อมูลสุขภาพ ‘ไทยรู้สู้โควิด’ สร้างกระแส
สังคมให้ทุกคนลดความเสี่ยงติดเชื้อ-แพร่เชื้อ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ รักษาระยะ ห่าง ลดพฤติกรรมเสี่ยงท�ำลายสุขภาพโดยเฉพาะบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อม สนับสนุนการด�ำเนินการของภาครัฐอย่างเต็มที่” ผู้จัดการ กองทุน สสส. กล่าว ดร.สุปรีดา กล่าวต่อว่า ส�ำหรับสถานการณ์ที่น่าจับตาต่อเนื่องจากปี 2563 อีก 4 ประเด็น คือ 1. ‘ฝุ่นควัน’ อันตราย จาก PM2.5 พบสัญญาณการเสียชีวิตจากโรค ระบบทางเดินหายใจ เกิด ‘โรคมะเร็งปอด’ โดยเฉพาะภาคเหนือ และกรุงเทพฯ เพิ่ม ขึ้น 1.5 เท่า สวนทางกับแนวโน้มการสูบบุหรี่ของคนในภาคเหนือลดลงจากร้อยละ 22 ในปี 2550 เหลือเพียงร้อยละ 17 ในปี 2560 ความเสี่ยงส่วนหนึ่งอาจเกิดจากปัญหา มลพิษทางอากาศ สสส. จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดท�ำชุดความรู้ข้อเสนอเชิงนโยบาย มาตรการ และ แนวทางแก้ปัญหามลพิษทางอากาศเชิงระบบ ในรูปแบบ ‘ร่างกฎหมายอากาศเพื่อ สุขภาพ’ และงานวิชาการสมุดปกเขียวอากาศสะอาด 2. “ขยะพลาสติก” ก�ำลังกลับ มา ในช่วงที่ต้องอยู่บ้านคนไทยใช้บริการธุรกิจรับ-ส่งอาหาร เกิดขยะพลาสติกเพิ่มขึ้น เฉลี่ยวันละ 800 ตันต่อวัน ขยะพลาสติกหรือไมโครพลาสติกส่วนใหญ่ที่ตกค้างในสิ่ง แวดล้อม มีงานวิจัยพบการปนเปื้อนในระบบนิเวศ ท�ำให้บริโภคและหายใจน�ำไมโคร พลาสติกเข้าไปในร่างกายเฉลี่ยปีละ 50,000 อนุภาค “3. ‘สุขภาพจิต’ วัยรุ่นไทย เมื่อความสัมพันธ์เป็นเหตุ ผลวิจัยความชุกของภาวะซึม เศร้าและความเสี่ยงฆ่าตัวตาย ในโรงเรียน 13 เขตพื้นที่บริการสุขภาพ พบว่า กลุ่ม ตัวอย่าง ‘2 ใน 3’ มีภาวะซึมเศร้า และ 4. ตามติดพฤติกรรมกินอยู่อย่างไทย พบคน เมืองแนวโน้มเสียชีวิตโรคมะเร็งล�ำไส้ใหญ่เพิ่มขึ้น 2.4 เท่า คนในเขตเมืองมีแนวโน้ม เสียชีวิตสูงกว่าคนนอกเขตเมือง" "โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ มีอัตราการเสียชีวิตมากที่สุด 15.2 คนต่อประชากรแสนคน ตามด้วยภาคกลาง 10.9 คนต่อประชากรแสนคน ภาคเหนือ 8.6 คนต่อประชากร แสนคน ภาคอีสานและภาคใต้ 5.5 คนต่อประชากรแสนคนเท่ากัน ในปี 2564 สหประชาชาติประกาศให้เป็น ‘ปีแห่งผักผลไม้สากล’ ทุกภาคส่วนจึงควรกระตุ้นให้คน ไทยกินผักและผลไม้ให้เพียงพอ” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว นางเบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. และรักษาการผู้อ�ำนวยการ ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. กล่าวว่า Thaihealth Watch 10 ประเด็นทิศทางสุขภาพ คนไทย ปี 2564 ถือเป็นนวัตกรรมการเชื่อมโยงองค์ความรู้ใน 3 ส่วนจากการสานพลัง ความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายท�ำให้เกิดความตระหนักในการหันมาดูแลสุขภาพ ได้แก่ 1. สถานการณ์สุขภาพคนไทย (Situation) จากสถิติสุขภาพ 10 ปี ย้อนหลังรายเขต สุขภาพ ระหว่างปี 2553–2562 เพื่อเห็นทิศทางหรือแนวโน้มภาระโรคที่เกิดขึ้น รวม ถึงสถิติเชิงประเด็นที่เกี่ยวข้อง 2. กระแสความสนใจในสื่อสังคมออนไลน์ (Social Trend) ที่สะท้อนแนวโน้ม พฤติกรรมสุขภาพของคนไทยในแต่ละประเด็น และ 3. ข้อแนะน�ำ (Solution) ทั้ง ในระดับปัจเจกบุคคล อาทิ แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อตรวจสอบข่าว โคแฟค และข้อ เสนอแนะเชิงนโยบายต่อสังคม อาทิ ร่างกฎหมายอากาศเพื่อสุขภาพ ลดปัญหามลพิษ ทางอากาศ พร้อมสื่อสารทิศทางสุขภาพ 10 ประเด็นสุขภาพคนไทย เพื่อสร้างความ ตระหนักรู้อย่างต่อเนื่องตลอดปี 2564
MAGKETING l 35
MOVEMENT
MAGKETING l 36
MOVEMENT
TRUEMOVE H ทรู 5G เปิดจอง Samsung Galaxy S21 I S21+ I S21 Ultra 5G สมาร์ทโฟนเรือธง ในราคาที่ดีที่สุด เริ่มต้นเพียง 2,900 บาท ส�ำหรับลูกค้าทรูการ์ด ที่ย้ายค่ายเบอร์เดิม พร้อมสมัครแพ็กเกจและช�ำระค่าบริการล่วงหน้าตามที่ก�ำหนด และใช้ คะแนนทรูพอยท์ 1,000 ทรูพอยท์ แลกรับส่วนลด 2,000 บาท นอกจากนี้ยังจัดเต็มสิทธิพิเศษมากมาย ส�ำหรับลูกค้าที่จอง Samsung Galaxy S21 Ultra (128 GB) ในวันที่ 15 ม.ค. 64 - 17 ม.ค. 64 นี้ เพื่อรับ The New Galaxy เป็นกลุ่มแรก ของไทยในวันที่ 20 ม.ค. 64 Strategy
:: การส่งเสริมการขายร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ
(Cooperative Promotion)
ACER เอเซอร์เผยโฉม Chromebook Spin 514 รุ่นแรกที่ขับเคลื่อนด้วยโมบายล์โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen และกราฟิก AMD Radeon มีสมรรถนะที่เหนือกว่า ตอบสนองฉับไว เริ่มการท�ำงานของระบบได้อย่างรวดเร็ว อายุแบตเตอรี่ยาวนาน เหมาะ ส�ำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการสตรีมคอนเทนต์หรือท�ำงานและเรียนหนังสือจากที่บ้าน ดีไซน์ใหม่สะดวกแก่การพกพา โครง เครื่องท�ำจากโลหะ แข็งแรงทนทานตามมาตรฐานการใช้งานด้านการทหาร Strategy
:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
(New Product Development)
IKEA อิเกีย ประเทศไทย เตรียมเปิดตัวสินค้าแฟชั่นครั้งแรก คอลเล็คชั่น “EFTERTRÄDA/เอฟเตอร์แทรดา” น�ำโลโก้และบาร์โค้ด อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ผสานความเรียบง่ายสไตล์มินิมัลซึ่งเป็นแนวคิดหลักในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ของอิเกียมา ใช้กับการสร้างสรรค์เสื้อผ้าและแอคเซสซอรี่ต่างๆ ประกอบด้วยเสื้อยืด ฮู้ดแจ็คเก็ต ผ้าเช็ดตัว กระติกน�้ำ กระเป๋าผ้า และ สินค้ารายการอื่นๆ คอลเล็คชั่น “EFTERTRÄDA/เอฟเตอร์แทรดา” เปิดตัวครั้งแรกที่อิเกีย ฮาราจูกุ เมื่อกลางปี 2563 Strategy
:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
(New Product Development)
WACOAL วาโก้เปิดตัว WACOAL CURVE DIVA คัพดีเวอร์ บราที่เกิดมาเพื่อสาวคัพใหญ่ ไซซ์ DIVA โดยเฉพาะ พร้อมเคียงข้างสาว พลัสไซซ์ให้มั่นใจในรูปร่างตามแบบฉบับตัวเอง ชวนสาวๆ มาร่วมเปิดมุมมองใหม่ให้กว้างขึ้นเพื่อพิสูจน์ว่า “ความสวยไม่ได้ มีแค่ไซซ์เดียว” กับการเปิดตัว DIVA MANNEQUIN BY WACOAL CURVE DIVA หรือหุ่นไซซ์ DIVA เจ้าแรกของวงการชุด ชั้นในเพื่อสาวพลัสไซซ์ จากแรงบันดาลใจที่อยากจะสะท้อนให้เห็นถึงความสวยของผู้หญิง แม้จะมีไซซ์ที่ต่างแต่ความสวย บวกความมั่นใจมีได้ไม่ต่างกัน Strategy
:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
(New Product Development)
MAGKETING l 37
MOVEMENT
KRUNGSRI มูลนิธิกรุงศรี โดยนายพูนสิทธิ์ ว่องธวัชชัย (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้ช่วยเลขานุการ มูลนิธิกรุงศรี มอบผ้าห่มจ�ำนวน 500 ผืน เพื่อ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดารที่ก�ำลังประสบภัยหนาวผ่านโครงการ “ไทยพีบีเอสและเครือข่ายมอบไออุ่น ให้พี่น้อง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน ปี 2563” โดยมี นางไขแสง ศักดา (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้จัดการมูลนิธิไทยพีบีเอส เป็นผู้รับ มอบ ณ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เมื่อเร็วๆ นี้ Strategy
:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)
HOMEPRO โฮมโปร เสริมบริการช้อปออนไลน์ ตั้งรับวิกฤติโควิด-19 ระลอก 2 ผ่านช่องทาง www.homepro.co.th, บริการ CHAT SHOP4U และบริการ Call Center หมายเลข 1284 ช่วยช้อปสินค้าเรื่องบ้านได้สะดวก ปลอดภัย ได้ของเร็ว มีคุณภาพ เหมือนไปช้อปเองแม้อยู่ในบ้าน เสริมด้วยบริการ SAMEDAY DELIVERY และ Home Service ติดตั้งฟรี เปลี่ยนคืนสินค้า ซ่อมสินค้า การันตีด้วยทีมช่างมืออาชีพ คอยดูแลทุกช่องทางตลอด 24 ชั่วโมง Strategy
:: การพัฒนาช่องทางจัดจำ�หน่าย
(Place)
DETTOL “เดทตอล” ผลิตภัณฑ์รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลและพื้นผิว โดย บริษัท เรกคิทท์ เบนคีเซอร์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด ปกป้อง คนไทยเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย ให้ผู้คนสัญจรได้อย่างมั่นใจด้วย “วิถีใหม่ไกลโรค” เพื่อการรักษาสุขอนามัยส่วน บุคคล ให้มือสะอาด ลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ โดยมอบเดทตอล ผ้าเช็ดท�ำความสะอาดผิวแบบเปียก แอนตี้แบคทีเรีย และสบู่ก้อนมากกว่า 500,000 ชิ้น ให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารตลอดการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ ณ สถานีรถไฟและ สถานีขนส่งหลักทั่วกรุงเทพฯ Strategy
:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)
TRUEMOVE H ทรูและ อิชิตัน กรุ๊ป จับจัดแคมเปญ “ICHITAN x TRUE 5G สุขปังทุกฝา กับรหัสอัจฉริยะ” เมื่อดื่ม “วินเทอร์ ยูสุ ฟิวส์ ที” ลิมิเต็ด อิดิชั่น ชาด�ำรสชาติพิเศษต้อนรับลมหนาว แสกน True 5G AR บนฉลาก เพื่อส่งรหัสใต้ฝาลุ้นโชคแบบดิจิทัล แจก รางวัล Samsung Galaxy Z Fold 2 หรือ แพ็กเกจทรูพรีเมียร์ลีกตลอดฤดูกาล ทุกวัน ทุกสัปดาห์ รวมมูลค่ากว่า 3.7 ล้าน บาท และส�ำหรับลูกค้าทรูมูฟ เอช ทุกรหัสที่ส่ง รับเพิ่มทันที 5 ทรูพอยท์ และเน็ต 2GB ให้ดูคอนเทนต์จุใจผ่านทรูไอดี Strategy
:: การส่งเสริมการขายร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ
MAGKETING l 38
(Cooperative Promotion)
MOVEMENT
KRUNGSRI กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน)) ร่วมกับ บริษัท ซิกน่า ประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน) ส่งต่อความห่วงใยให้กับ ลูกค้า สนับสนุนการท�ำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ มอบประกันภัยไวรัสโคโรนา (COVID-19) ฟรี! ส�ำหรับลูกค้าจ�ำนวน 1,000 ท่านแรกที่ท�ำธุรกรรมผ่าน Krungsri Biz Online (KBOL) อย่างน้อย 1 ครั้ง ในระหว่างวันที่ 1 ม.ค. – 31 มี.ค. 64 และลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ของธนาคารเพื่อรับสิทธิ์ ประกันภัยคุ้มครองสูงสุด 50,000 บาท เมื่อตรวจพบภาวะ*ไวรัส โคโรนา (COVID-19) อายุกรมธรรม์ระยะเวลา 60 วัน Strategy
:: ลูกค้าสัมพันธ์
(CRM : Customer Relationship Management)
TRUEMOVE H ทรู 5G เปิดให้จอง OPPO Reno5 Series 5G มอบข้อเสนอสุดพิเศษส�ำหรับลูกค้าทรู รับความคุ้มค่าถึง 5 ต่อ ประเดิมด้วย ราคาสบายๆ เพียง 4,490 บาท เมื่อสมัครพร้อมเปิดแพ็กเกจที่ก�ำหนด รับฟรี! ของแถมสุดพิเศษ พร้อมกันนี้ยังสามารถ ผ่อน 0% นานสูงสุด 36 เดือน หรือรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3% ส�ำหรับลูกค้าที่จองล่วงหน้า 27 ม.ค. - 5 ก.พ. 64 เท่านั้น ที่ทรูช็อป ทรูช็อปใน 7-Eleven ทรูพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ หรือสั่งผ่านช่องทางออนไลน์ส่งฟรีถึงบ้านได้ที่ True Store และ LINE@ True Store Strategy
:: การส่งเสริมการขายร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ
(Cooperative Promotion)
ERICSSON อีริคสัน (NASDAQ: ERIC) เปิดตัวโซลูชั่นการจัดสรรเครือข่าย 5G ส�ำหรับโครงสร้างเครือข่ายวิทยุ (Radio Access Network - RAN) ซึ่งจะช่วยผู้ให้บริการด้านการสื่อสารสามารถน�ำเสนอบริการ 5G ตามความต้องการของผู้ใช้พร้อมรับ ประกันประสิทธิภาพการใช้งานเครือข่าย โซลูชั่นซอฟต์แวร์ใหม่นี้ช่วยผู้ให้บริการด้านการสื่อสารส่งมอบประสบการณ์การใช้ งานบนเครือข่าย 5G ที่ทรงประสิทธิภาพให้กับทั้งผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจ Strategy
:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
(New Product Development)
TRUEMONEY ทรูมันนี่ ผู้น�ำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์ชั้นน�ำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จับมือร้านแฟรนไชส์อาหารจาน ด่วนสไตล์ญี่ปุ่น “โชนัน” จัดกิจกรรม “Gyudon Christmas Bowl” เอาใจคนรักข้าวหน้าเนื้อญี่ปุ่นที่ชื่นชอบการใช้จ่าย แบบ Cashless ร่วมสนุกง่าย ๆ ในสไตล์ “อิ่ม-แชะ-แชร์” พร้อมลุ้นรับรางวัลเป็นเงินโอนเข้าแอปพลิเคชั่น TrueMoney Wallet สูงสุด 5,000 บาท ทุกสัปดาห์ และรางวัลใหญ่ “iPhone 12 Pro Max 128GB” มูลค่า 39,900 บาท ส�ำหรับ Champ of the Champ Strategy
:: การส่งเสริมการขายร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ
MAGKETING l 39
(Cooperative Promotion)
+ +
หากคุณต้องการไอเดีย+จุดประกายความคิดทางธุรกิจ พร้อมกับศึกษาข้อมูลสภาวะการแข่งขันอย่างรอบด้าน
“แมกเก็ตติ้ง
(MAGKETING)”
แมกเก็ตติ้ง (MAGKETING) นิตยสารออนไลน์ด้านการตลาด (E-Magazine) รายเดือน ประเภท Free view ซึ่งน�ำเสนอข่าว ความเคลื่อนไหว ข่าวเชิงวิเคราะห์ รวมถึงข้อมูล ในรูปแบบ Database ในแวดวงธุรกิจการตลาด สามารถเลือกช่องทางการอ่านได้หลากหลาย
พร้อมเสิร์ฟฟรี ทุกที่ ทุกเวลา อ่านได้ทันทีที่