DIGITAL ++
TRENDS SUMMARY marketing case study BEYOND STRATEGY & CONSUMER LIFESTYLE DECEMBER 2563
VOL.6 ISSUE 55
THAILAND'S FIRST FREE E-MARKETING MAGAZINE
DIGITAL ++
TRENDS SUMMARY
UNSPLASH
it's FREE
55 I S S U E
Fresh - Baked Dairy The Europeans baking kitchen Enjoy a cup of warm chocolate
AnnaNita
SUKH UMVI T So i 1 1 n ear NA NA BTS Sky trai n SUKH UMVIT R d. BKK
01
HOMEROOM
EDITORIAL บรรณาธิการบริหาร
ภาวนา อรัญญิก
EDITORIAL STAFF > หัวหน้ากองบรรณาธิการ > กองบรรณาธิการ
บัณฑิต โชคสิทธิกร กัลชนา ทิชากร ปรัชญ์ พันแสงระวี
> ศิลปกรรม
cymk@bangkok
ADVERTISING STAFF > ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา > กองโฆษณา
วิโรจน์ ธนวัฒน์วาทิน สุนิสา อดุลย์วิทย์
บจ.มาร์เก็ตอินโฟ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น 3769/46 เจริญราษฎร์ บางโคล่ บางคอแหลม กทม. 10120 tel.062-4836903 email>>magketing.editor@gmail.com
CONTENTS
INFORMATION
17
8 12
FLASH PODIUM
ANALYSIS
20
29
34
17 20 29 32 34
BEHAVIOR CASE STUDY FACTOR DIGITAL LIFE RESEARCH
DATABASE
37 38 39
MOVEMENT
>> FOOD & IT
MOVEMENT
>> HOME & FINANCE
MOVEMENT
>> ETC.
FLASH
กรุงศรี
แรบบิท ไลน์ เพย์ เติมเงินผ่านกรุงศรี โมบาย แอป
เดอะโปเกมอน
เปิดตัวบริการเติมเงินเข้ากระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ Rabbit LINE Pay e -Wallet ส�ำหรับ ผู้ใช้กรุงศรีโมบาย แอป (Krungsri Mobile App: KMA) ผ่านบริการ Make a Pay – Pay with KMA โดยลูกค้าสามารถเติมเงินได้ง่ายๆ สะดวก ไม่ต้องผูกบัญชีธนาคาร ไม่ ต้อง log-in เข้าแอปของธนาคาร และไม่ต้องกรอกหมายเลขอ้างอิง (Reference No.) บัญชี Rabbit LINE Pay
วาโก้
Wacoal Lucky Bag
ทรู
เดอะ โปเกมอน คอมพานี จับมือ ทรู ร่วมด้วย สยามเซ็นเตอร์ จัดงาน Pokémon X’mas Special by true ส่งมอบความสุขผ่านกิฟต์เซ็ต “โปเกมอน เทรดดิ้งการ์ด เกม” พบซานต้าพิคาชู แจกของขวัญ 25 ธ.ค. ณ ลานเอเทรียม 2 สยามเซ็นเตอร์ และ พร้อมกระจายสู่ 80,000 ครอบครัวให้สนุกทั่วไทย 22-25 ธ.ค.นี้
ควิก
Wacoal Lucky Bag เซตสินค้า 4 ชิ้น ราคาคุ้มจนช็อกจ่ายเพียง 1,000 บาท โชคดี เลือกรับ Lucky Bag มูลค่าสูงสุด 5,900 บาท โดยในเซตจะประกอบด้วยบราไร้โครง รุ่น Best Seller 1 ชิ้น พร้อมบราแฟชั่นอีก 1 ชิ้น กางเกงชั้นใน 1 ชิ้นและกางเกง กระชับสัดส่วน 1 ชิ้น ในรุ่นที่ร่วมรายการ ขอสงวนสิทธิ์ 1 ท่าน ต่อ 2 เซตตลอดระยะ เวลาการส่งเสริมการขาย เริ่มวันที่ 25 - 31 ธันวาคม 2563
[U] by UAG
ขอบคุณผู้สนับสนุนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต
บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จ�ำกัด ผู้ผลิตและจัดจ�ำหน่ายบะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูป ควิกแสบ ร่วมยินดีใน กิจกรรมเลี้ยงขอบคุณผู้สนับสนุนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต ประจ�ำปี 2563 พร้อมขึ้นรับของที่ระลึกในฐานะที่แบรนด์ควิกแสบเป็นผู้ให้การ สนับสนุนสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ ภายใต้การด�ำเนิน งานของ บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต จ�ำกัด ด้วยดีมาโดยตลอด
เอเซอร์
กลุ่มทรู แท็คทีม UAG เปิดตัวแบรนด์ใหม่ล่าสุด [U] by UAG ตอบโจทย์ผู้หญิงยุคใหม่ ที่มีสไตล์ผสานความแข็งแกร่ง ด้วยแนวคิด STRONG IS BEAUTIFUL สะท้อนตัวตน ที่เข้มแข็งแต่เปล่งประกายความสวยงาม ประเดิมด้วยเคสมือถือส�ำหรับ iPhone 12, เคส AirPods, เคส iPad และ สาย Apple Watch ดีไซน์เรียบหรูผสานแฟชั่นอันทัน สมัย รองรับไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่งของคนรุ่นใหม่ และยังคงเอกลักษณ์ความแข็งแรง ตามแบบฉบับของ UAG
เดอะ โปเกมอน
Altos BrainSphere™ P15 F7
อัลทอส คอมพิวติ้ง (Altos Computing Inc.) บริษัทในเครือบริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จ�ำกัด เปิดตัว Altos BrainSphereTM P15 F7 เวิร์กสเตชั่นรุ่นแรกที่ขับ เคลื่อนด้วยซีพียู Ryzen 5000 series ใหม่ล่าสุดจากเอเอ็มดี ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การประมวลผลของระบบอย่างเหนือชั้น พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ ส�ำหรับเวิร์กโหลดจ�ำนวนมาก รองรับการท�ำงานได้หลากหลาย
MAGKETING l 8
FLASH
MAGKETING l 9
FLASH
ไรมอน แลนด์
ไรมอน แลนด์ คว้ารางวัล
ทรูมันนี่
บริษัท ไรมอน แลนด์ จ�ำกัด (มหาชน) (RML) ร่วมรับรางวัล BEST LUXURY CONDOMINIUM Southeast Asia Awards 2020 ในงาน Dot Property Southeast Asia Awards 2020 ซึ่งเป็นงานมอบรางวัลให้กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่ดีที่สุดในประเทศไทย ถือเป็นการการันตีความเป็นผู้น�ำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ระดับลักซ์ชัวรี่ของประเทศไทย ที่ส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดและสิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกค้า ทั้ง ในด้านการออกแบบ คุณภาพโครงการ และบริการ
โอสถสภา
ลดราคาสินค้า ผ่านร้านธงฟ้าทั่วประเทศ
รพ.พระรามเก้า
TrueMoney จับมือ EVEANDBOY เพิ่มประสบการณ์ Cashless Payment แก่ลูกค้า สายบิวตี้ ช็อปสะดวก ปลอดภัยรับปีใหม่ กับแคมเปญ “จ่ายปั๊ป รับคุ้ม” เพียงซื้อ สินค้าที่ร้าน EVEANDBOY ทุกสาขา มูลค่า 600 บาทขึ้นไป และช�ำระเงินด้วยแอปฯ TrueMoney Wallet รับเงินคืนทันที 40 บาท ตั้งแต่วันนี้ - 31 ม.ค. 64 ด่วน! สิทธิ์มี จ�ำนวนจ�ำกัด
คิสออฟบิวตี้
โอสถสภา ผู้ผลิตและจ�ำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นน�ำของไทย ขานรับนโยบาย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐอย่างต่อเนื่อง ประสานพลังกรมการค้าภายใน กระทรวง พาณิชย์ เพิ่มรายการสินค้าอุปโภค-บริโภคราคาพิเศษ เสริมทัพโครงการร้านธงฟ้าราคา ประหยัด เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
รพ.พระรามเก้า ส่งท้ายปี จัดแคมเปญพิเศษ
“สเปรย์ไฮยา 4D และ สเปรย์ปราบสิว”
คิสออฟบิวตี้ ขอแนะน�ำผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด ตอบโจทย์การดูแลผิวปัญหาผิวจากฝุ่น PM 2.5 ในยุคนิวนอร์มอล ด้วย 2 สูตรที่แตกต่าง กับ สกินอ๊อกซี่ แอดวานซ์ โฟร์ดี ไฮยาลูลอน บูสเตอร์ สเปรย์ ช่วยให้ผิวอุ้มน�้ำ 1,000 เท่า สามารถกักเก็บความชุ่มชื้น ยาวนานถึง 6 ชั่วโมง และ สกินอ๊อกซี่ แอดวานซ์ ซิก้า-ไฟโต แอนตี้ แอคเน่ สเปรย์ ลด อักเสบสิวยุบลงใน 24 ชั่วโมง ทั้งสองตัวมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ช่วยปกป้องผิวจาก มลภาวะ PM 2.5 และ น�้ำแร่มาริสแห่งมหาสมุทร
เดอะปาร์ค
โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดตัวแคมเปญสุขภาพครั้งพิเศษรับปีใหม่ ด้วยโปรแกรม ตรวจสุขภาพ “New Year New Me 2021” บริการตรวจสุขภาพโดยทีมแพทย์ผู้ เชี่ยวชาญ ให้บริการตรวจที่ครอบคลุม พร้อมสิทธิ์เลือกรับบริการตรวจเพิ่มเติมที่เลือก ได้เอง ตั้งแต่วันนี้ - 31 มกราคม 2564
Cashless Payment
คว้ารางวัล “Best Office Development (Asia)
บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด รับมอบรางวัล Best Office Development (Asia) และ Best Commercial Green Development (Thailand) จากการประกาศผลในงาน PropertyGuru Asia Property Awards Grand Final 2020 ตอกย�้ำความเป็นผู้น�ำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับเอเชีย พร้อมทั้ง แสดงวิสัยทัศน์ที่ก้าวล�้ำน�ำสมัยและคงซึ่งมาตรฐานสูงสุดของการพัฒนาโครงการ ตลอดจนความเชื่อมั่นจากผู้ใช้อาคาร
MAGKETING l 10
FLASH
MAGKETING l 11
PODIUM
บาฟส์ ทุ่มเกือบสองพันล้าน ซื้อโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ 7 โรง บริษัท บาฟส์ คลีน เอนเนอร์ยี่ คอร์เปอเรชั่น จํากัด ในเครือบริษัท บริการเชื้อเพลิง การบินกรุงเทพ จ�ำกัด (มหาชน) หรือ บาฟส์ เข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสง อาทิตย์ 7 โรง ก�ำลังผลิตรวม 36.4 เมกะวัตต์ มูลค่าประมาณ 1,704.67 ล้านบาท เป็น ก้าวส�ำคัญในการขยายพอร์ตพลังงานทดแทน เพิ่มรายได้ใหม่ตามเป้าหมาย ประกอบเกียรติ นินนาท กรรมการผู้อ�ำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการ บินกรุงเทพ จ�ำกัด(มหาชน) หรือ บาฟส์ (BAFS) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2563 ได้พิจารณาอนุมัติให้บริษัท บาฟส์ คลีน เอนเนอร์ ยี่ คอร์เปอเรชั่น จ�ำกัด (BC) บริษัทย่อยของบาฟส์ เข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสง อาทิตย์จ�ำนวน 3 บริษัท ซึ่งมีโรงไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 7 โรง จากบริษัท พีดีไอ เอ็นเนอร์ยี จ�ำกัด บริษัทย่อยของ บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จ�ำกัด (มหาชน) โดยเป็นการเข้าซื้อหุ้น ในสัดส่วน 100% มูลค่าการซื้อหุ้นประมาณ 1,704.67 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. บริษัท เอ ที ซี เอ็นไวโร จ�ำกัด มีโรงไฟฟ้าจ�ำนวน 5 โรง ก�ำลังผลิตรวม 29 เมกะ วัตต์ ได้แก่ โรงที่ 1-3 ตั้งอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรี และโรงที่ 4-5 ตั้งอยู่ที่จังหวัด สมุทรสาคร โดยมีอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาครวม 25 ปี ซึ่ง ปัจจุบันมีอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าคงเหลือ 20 ปี 2. บริษัท พีดีไอ แม่ระมาด จ�ำกัด มีโรงไฟฟ้าจ�ำนวน 1 โรง ก�ำลังการผลิต 6.3 เมกะ วัตต์ ตั้งอยู่ที่จังหวัดตาก โดยมีสัญญารับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบ Adder ที่สามารถขยาย ระยะเวลาต่อไปคราวละ 5 ปี 3. บริษัท พี.พี. โซล่า (หนองโน) จ�ำกัด มีโรงไฟฟ้าจ�ำนวน 1 โรง ก�ำลังการผลิต 1.1 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น โดยมีสัญญารับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบ Adder ที่ สามารถขยายระยะเวลาต่อไปคราวละ 5 ปี ทั้งนี้ รายละเอียดของโครงการเป็นไปตาม สารสนเทศที่ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ไปแล้ว โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 7 โรง มีก�ำลังการผลิตรวม 36.4 เมกะวัตต์ ซึ่งเปิด ด�ำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว การลงทุนในครั้งนี้จึงสามารถสร้างรายได้ตั้งแต่ปี แรกของการซื้อกิจการ โดยเบื้องต้น คาดว่าจะมีรายได้รวมในปี 2564 ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสการ เติบโตทางธุรกิจ โดยบาฟส์ สามารถใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญและความรู้ของ พนักงานที่มีประสบการณ์และมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการ (O&M) ในธุรกิจพลังงานมาอย่างยาวนาน ซึ่งจะลดความเสี่ยงด้านอุปสรรคการท�ำงานหลังการ เข้าซื้อกิจการ รวมทั้งช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งภายในองค์กร ตลอดจนการพัฒนา และขยายธุรกิจต่อไปในอนาคต
ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บาฟส์ คลีน เอนเนอร์ยี่ คอร์เปอเรชั่น จํากัด กล่าวว่า การลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใน ครั้งนี้ นับเป็นก้าวแรกที่ส�ำคัญของบริษัทในการขยายธุรกิจไปยังพลังงานหมุนเวียน ซึ่ง นอกจากจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่กลุ่มบริษัท ยังสอดคล้องกับ แผนกลยุทธ์หลักและบรรษัทภิบาลของกลุ่มบริษัทที่มุ่งเน้นการท�ำธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยหลังจากนี้ บาฟส์ คลีน เอนเนอร์ยี่ ได้เตรียมงบลงทุนไว้ประมาณ 5,000 ล้านบาท เพื่อขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศในช่วง 5 ปีข้างหน้า บริษัท บาฟส์ คลีน เอนเนอร์ยี่ คอร์เปอเรชั่น จํากัด จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2563 ด้วยทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท โดยมีบาฟส์ถือหุ้น 100% ประกอบธุรกิจลงทุน หรือร่วมทุนในโครงการพลังงานทดแทนและสิ่งแวดล้อมทั้งในและต่างประเทศ รวมถึง ให้บริการด้านการบริหาร ให้บริการด้านเทคนิค ให้บริการด้านการบริหารเงินและให้ บริการสนับสนุนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานทดแทนและสิ่งแวดล้อม
MAGKETING l 12
PODIUM
ฟิลิป เวน ผุดแคมเปญลุ้นรางวัลรวม 2 แสน ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าเพิ่ม ฟิลิป เวน คลับสุขภาพและความงามระดับไฮเอนด์ส�ำหรับสุภาพสตรี หนึ่งเดียวใน เอเชียแปซิฟิก จัดกิจกรรมส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่ กับแคมเปญ “Infinite Happiness” เติมความสุขให้ท่านสมาชิกตลอดเดือนพฤศจิกายนและเดือนธันวาคม พบกับไฮไลท์ Live Music และกิจกรรม Lucky Draw ลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท เผยผลตอบรับดีจากแผนการตลาดผ่าน Social Video Marketing เล็งตั้งเป้าปีหน้า ขยายฐานลูกค้ากลุ่ม New Gen เพิ่มขึ้น 15% พรทิพย์ เวสารัชเวศย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ฟิลิป เวน (ประเทศไทย) จ�ำกัด กล่าวว่า “ฟิลิป เวน จัดแคมเปญ “Infinite Happiness” เพื่อเป็นของขวัญให้กับสมาชิก ได้ ร่วมกันเฉลิมฉลองในโอกาสส่งท้ายปี 2020 เปรียบเสมือนการมอบความสุขไม่สิ้นสุด โดยมีกิจกรรมและของขวัญเซอร์ไพรส์ท่านสมาชิกตลอดทั้ง 2 เดือนสุดท้ายของปี ซึ่ง ไฮไลท์จะอยู่ในช่วงคริสต์มาส กับกิจกรรม “Lucky Year Lucky You” จับฉลากลุ้น รางวัลจากตุ๊กตาหมีซานต้า โดยรางวัลที่จะได้รับมีตั้งแต่แพ็กเกจทรีตเม้นท์จาก ฟิลิป เวนชุดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระดับพรีเมียม ไปจนถึงรางวัลใหญ่เป็นบัตรก�ำนัลห้องพัก โรงแรม 5 ดาว มูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท” “นอกจากนี้ ยังมีการน�ำ Live Music Band เข้ามาสร้างสีสันในบรรยากาศแห่งการ เฉลิมฉลอง ให้ท่านสมาชิกได้เพลิดเพลินตลอดการเข้ามารับบริการที่ ฟิลิป เวน อีก ด้วย และเพื่อให้เข้ากับเทศกาลปีใหม่ที่ก�ำลังจะมาถึง ฟิลิป เวน ยังได้ถือโอกาสเปิด ตัวทรีตเม้นท์ล่าสุด ชื่อ “Make A Wish” โปรแกรมดูแลผิวหน้าที่ควบรวมการใช้ 2 นวัตกรรมเข้าด้วยกัน คือ Light Therapy และ Magnetic Infusion Technology จากอิสราเอล ผสานคุณค่าผลิตภัณฑ์จากสวิตเซอร์แลนด์ ให้ผลเทียบเท่าการฉีด Botox และ Filler เพื่อให้ท่านสมาชิกได้ฟื้นฟูผิวหน้าให้สวยรับปี 2021 ก่อนใคร เรียก ได้ว่าปีนี้เรามุ่งเน้นที่จะสร้างความสุขและคืนก�ำไรให้กับสมาชิกที่สนับสนุนเรามาโดย ตลอดอย่างแท้จริง” “ส�ำหรับการท�ำการตลาดที่ผ่านมา เรามุ่งเน้นไปที่การสื่อสารเพื่อแสดงถึงภาพลักษณ์ที่ ดีต่อแบรนด์และบริการอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเมื่อเดือนที่ผ่านมาเราได้เปิดตัว Social Video Marketing ที่ชื่อ The Fit Girl Gang โดยมีสมาชิกที่เป็นตัวแทนผู้หญิงรุ่นใหม่ มาร่วมถ่ายทอดความประทับใจ ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีเกินคาด ขณะที่ทิศทางธุรกิจใน ปี 2021 นั้น ฟิลิป เวน ได้ตั้งเป้าในการขยายฐานลูกค้าใหม่ที่เป็นผู้หญิงระดับ Young Executive เพิ่มขึ้น 15% ภายในไตรมาสแรกของปี โดยเล็งเห็นถึงความต้องการของ ลูกค้าในกลุ่มนี้ที่ต้องการบริการระดับพรีเมี่ยมลักชัวรี่ รวมถึงการที่ช่วงต้นปีจะเป็น ช่วงที่ผู้หญิงมักจะให้ความส�ำคัญกับการดูแลความสวยงามของตัวเองเป็นพิเศษ ซึ่ง ฟิลิป เวน เอง ตอบโจทย์ครบในด้านที่มีการดูแลทั้งสุขภาพและความงามแบบครบ
วงจร โดยได้ถือโอกาสจับมือกับบิ๊กพาร์ทเนอร์ทั้งกลุ่มแบงค์และนอนแบงค์มอบสิทธิ พิเศษต่างๆ มากมายแบบเอ็กซ์คลูซีฟ นอกจากนี้ภายในปี 2021 ฟิลิป เวน ยังมีแผนที่ จะน�ำนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในยุคนี้ ที่ต้องการ เห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ใช้เวลาในการรับบริการที่สั้นลง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีความ ปลอดภัยสูงสุดอีกด้วย” พรทิพย์ เวสารัชเวศย์ กล่าวปิดท้าย ส�ำหรับ ฟิลิป เวน ประเทศไทยนั้น ด�ำเนินธุรกิจในรูปแบบคลับสุขภาพและความงาม ระดับไฮเอนด์ ครบวงจรส�ำหรับสุภาพสตรี ปัจจุบันเปิดให้บริการ 2 สาขา ประกอบ ด้วย คลับราชประสงค์ และคลับลาดพร้าว บนพื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร พร้อม บริการด้วยผู้เชี่ยวชาญ และเจ้าหน้าที่ที่มีความช�ำนาญเฉพาะทางกว่า 150 ท่าน เพื่อ ตอบสนองความต้องการของผู้หญิงยุคใหม่ทั้งนี้ กว่า 4 ทศวรรษในธุรกิจความงามและ สุขภาพ ฟิลิป เวน ได้มุ่งเน้นการดูแลแบบองค์รวม ครบครันทั้ง Fitness, Aerobic Studio, Pilates Studio และโปรแกรมความงาม ไม่ว่าจะเป็น Slimming, Facial, Spa, Hair Studio และ Health Juice Bar (บาร์อาหารเพื่อสุขภาพ) ประกอบกับ แนวคิด HQ (Health Quotient) ที่ให้ความส�ำคัญกับการดูแลสุขภาพควบคู่กับความ งามเพื่อให้เกิดความแข็งแรงและสุขภาพดีจากภายในสู่ความงามภายนอกที่แท้จริง
MAGKETING l 13
PODIUM
ถอดรหัส “ดังกิ้น” การจัดการองค์กรและแนวทางรับมือ ปี 2021 ภาคิน เพ็ญภาคกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลเด้น โดนัท (ประเทศไทย) จ�ำกัด เปิดเผยว่า ในภาพรวมของตลาดโดนัทนั้น ต้องบอกเลยว่า สร้างความท้าทายให้ผู้ ประกอบการเป็นอย่างมาก ด้วยถ้ามองเผินๆ อาจเป็นสิ่งที่สามารถเลือกบริโภคใน ปริมาณที่ลดลงได้ แต่ตัวเลขที่ปรากฏออกมานั้นกลับสร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้น ให้วงการอย่างมากเมื่อ ซึ่งผลประกอบการภาพรวมถ้าเทียบกับปีที่แล้ว ถือว่าดีกว่าที่ คาดเอาไว้ โดยภาพรวมบริษัทฯ ยังมีก�ำไรเติบโตอยู่ประมาณ 30-35 % กลยุทธ์หลักส�ำคัญ มี 3 แก่นหลัก เพื่อติดติดสปีด โตสวนวิกฤต แก่นแรกคือ Management: Down to earth ตัวสินค้าแข็งแรงเป็นเรื่องของหน้าบ้านที่กลุ่มเป้า หมายรับรู้ แต่อีกส่วนที่ท�ำงานกันหนัก และให้ความส�ำคัญไม่แตกต่างก็คือการบริหาร งานภายใน ที่ในมุมของการนั่งแท่นบริหารสูงสุด แก่นที่ 2 คือ Overview: Flexibility is the key เข้าใจการบริหารงานอย่างตรงจุด แล้ว อีกสิ่งที่ท�ำให้ก้มหน้าก้มตาไม่หันมองมาไม่ได้ก็คือ เทรนด์ หรือกระแสของตลาด ที่มีขึ้น-ลง, เข้า-ออก อยู่ตลอดเวลา ท�ำให้ค�ำตอบของแก่นสุดท้ายเป็นการมองภาพ กว้างให้ออกและพร้อมจะปรับเปลี่ยน “ให้ทัน” ตามสถานการณ์ตรงหน้า เพราะบาง ครั้งการเต็มใจปรับเปลี่ยนรูปแบบทางการตลาดอาจไม่ทันต่อการหมุนผ่านของกระแส อันเกรี้ยวกราดในยุคนี้ เห็นได้จากสถานการณ์โควิด-19 ผ่านไป บริษัทได้มีการเติบโต อย่างต่อเนื่อง และในการขยายสาขาในปีนี้ได้เปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 20 สาขา และ มียอดขายด้าน Delivery เติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 3,000 % แก่นสุดท้ายคือ Power Question: What's next ด้วยเชื่อว่าความค�ำถามที่ดี จะส่ง ผลต่อการไปต่อที่โตกระโดด เมื่อก�ำลังจะหมดปี 2020 ที่ผันผวนหนัก ปีหน้าจะใช้ไม้ ไหนเข้าโต้คลื่น ซึ่งจากการลงพื้นที่ ส�ำรวจตลาดด้วยตัวเอง ท�ำให้เห็นช่วงว่างของตลาด ใหม่ๆ และจากกลยุทธ์การบริหารภาพรวม ท�ำให้ตัดสินใจขยายสาขาสวนกระแสแบ รนด์อื่นๆ ถือเป็นการตัดสินใจที่สร้างความแปลกใจให้ตลาดไม่น้อย ส�ำหรับในสภาวะ ที่ไม่เอาแน่เอานอนไม่ได้ในภาพใหญ่นี้ “การวางแพลนต่อไปยังปีหน้า 2021 นั้น เรามองว่า จะขยายไปในพื้นใหม่ๆ ที่เรายัง ไม่เคยไป ในปัจจุบัน “ดังกิ้น” มีอยู่ทั้งหมด 296 สาขา โดยในปีหน้าตั้งเป้าจะเปิดอีก อย่างน้อย 60 สาขา ทั้งรูปแบบที่เป็นร้านเต็มรูปแบบและคีออส พร้อมการขยายเข้าไป ช่องทางใหม่ๆ เช่น โรงพยาบาล และไฮเปอร์มาร์เก็ต หรือห้างค้าส่งมากขึ้น จากการ ส�ำรวจ customer insight มาแล้วพบว่าโดนัทนั้น เป็นสิ่งที่ “อร่อย ง่าย และเร็ว” หมายถึงสามารถซื้อแล้วไปต่อได้เลย ไม่ต้องเสียเวลารอหน้าร้านมาก อีกทั้งหยิบทาน ได้ตลอดเวลาหิว และช่วยปรับอารมณ์ให้ดีขึ้นได้หลังจากการบริโภคเข้าไปทันที นี่จึง เป็นอีกจุดแข็งที่ท�ำให้การขยายตลาดเข้าไปในช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายใช้ Lifestyle ที่ รวดเร็ว และไม่ต้องการเสียเวลารออาหารนานๆ ต้องการ ทางด้าน ระวีพรรณ์ ประกอบวรรณกิจ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท โกลเด้นโดนัท (ประเทศไทย) จ�ำกัด กุนซือหญิงเหล็กแห่ง “ดังกิ้น” เผยกลยุทธ์การ
ตลาดว่า ในปี 63 นี้ ดังกิ้น ได้ถูกพูดถึงกันอย่างต่อเนื่องตลอดปี ซึ่งที่ผ่านมาเราได้ Clear 'brand identity' ตัวตนของแบรนด์ตัวเองว่า เราต้องการส่งมอบประสบการณ์ และความรู้สึกแบบไหนไปสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเรา เพื่อไม่ให้เข้าถึงระหว่างทาง ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของ “ดังกิ้น” ที่ตอกเสาแบรนด์คาแรคเตอร์ชัดเจนใน การย�้ำภาพขนมโดนัท ที่ผู้บริโภคจะได้ทั้งความอร่อยและสนุกสนาน ดังนั้นไม่ว่าจะกี่ แคมเปญ หรือการ Launch Product ในช่วงไหนก็จะต้องตอบสนอง กระตุ้นการรับรู้ ด้านอารมณ์ความสนุกและอร่อยให้ได้อย่างชัดเจน ซึ่งจุดนี้ Customer Centric strategy เป็นสิ่งแรกที่ถูกดึงขึ้นมาเป็นหมากเด็ดเสมอ ในการคิดเพื่อตอบโจทย์การเข้าไปนั่งในใจผู้บริโภค รวมทั้งการสร้าง Customer Journey Experience ให้ได้เข้ามาสัมผัสกับความเป็น “ดังกิ้น” ที่ต้องการส่งผ่าน ความอร่อยพร้อมอารมณ์สนุกเข้าไปในทุก Touch Point ของกลุ่มเป้าหมาย “อย่างในแคมเปญที่เราได้ดึงตัวสองหนุ่ม “ไบร์ท-วิน” มาร่วมงานในการเปิดตัวคอล เล็กชั่น #Still2getherCollection พร้อมด้วยโดนัท Candy Crack ก็นับเป็นอีกความ ส�ำเร็จที่ให้เราได้ Earned Media สูงมากจากการที่ทั้งฐานแฟนคลับของสองหนุ่มเอง ที่ก�ำลังมาแรง และตัวลูกเล่นของ โดนัท Candy Crack ที่เคาะแล้วมีเสียง ที่บางกลุ่ม ก็เอาไปครีเอท Content ต่อได้สนุกขึ้น เช่น การเคาะเป็นเพลง หรือ อัดเสียงเคาะลง Social Media ส่วนตัวจ�ำนวนมากในหลากหลาย platform ไม่ว่าจะเป็น facebook, Instagram, twitter และ tiktok เพราะ เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ของโดนัท และ สร้างความสนใจให้กับเพื่อนได้แชร์ต่อๆ กัน” ระวีพรรณ์ กล่าว
MAGKETING l 14
PODIUM
ไรมอน แลนด์ จับมือ ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด ประเดิมเจ้าแรกร่วมโครงการ Elite Flexible One กรณ์ ณรงค์เดช ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ไรมอน แลนด์ จ�ำกัด (มหาชน) ( RML) ผู้น�ำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี่ของประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทลงนามสัญญาความร่วมมือกับ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จ�ำกัด (TPC) เพื่อเป็นผู้แทนจ�ำหน่ายบัตรสมาชิกพิเศษ Elite Flexible One รายแรก ซึ่งความร่วม มือครั้งนี้ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ส�ำคัญในการขยายฐานลูกค้าชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น โดย TPC ในฐานะผู้ด�ำเนินโครงการบัตรเอกสิทธิ์พิเศษชั้นน�ำของประเทศ ด้วยผล งานแห่งความส�ำเร็จ ที่ผ่านมาจากการให้สิทธิประโยชน์ด้านวีซ่าในการอยู่อาศัยระยะ ยาวในประเทศไทย ร่วมกับการบริการอ�ำนวยความสะดวกในการเข้าออก และการ อยู่อาศัยในประเทศไทย ยังไม่รวมถึงเอกสิทธิทางด้านสิทธิประโยชน์ภาคธุรกิจ และ บริการต่าง ๆ จากเครือพันธมิตร เพื่อมุ่งเน้นให้สมาชิกได้รับบริการที่ดีที่สุด ไรมอน แลนด์ จึงมั่นใจในรากฐานทางธุรกิจอันแข็งแกร่ง และความเชี่ยวชาญของ TPC จะช่วย ส่งเสริมการท�ำงานร่วมกันในมิติใหม่ให้ประสบผลส�ำเร็จได้ด้วยดี แม้ภาพรวมสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันจะยังไม่ปกติ แต่เชื่อว่าใน ปี 64 จะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว คาดว่าผู้ซื้อในและต่างประเทศจะทยอยเพิ่ม ขึ้น เนื่องด้วยความน่าสนใจของราคาอสังหาริมทรัพย์ไทย ในปัจจุบันที่มีราคาที่ น่าดึงดูด และมีผลตอบแทนในการลงทุนที่สูง เมื่อเทียบกับการลงทุนประเภทอื่นๆ ประกอบกับศักยภาพของประเทศไทยมีความพร้อมในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางด้านสาธารณสุข และการที่ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในเป้าหมายส�ำหรับการลงทุน ของนักธุรกิจทั่วโลก รวมถึงชาวต่างชาติที่มีความต้องการที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะชาว จีน ที่มองหาบ้านหลังที่สองในประเทศที่มีความปลอดภัยและสาธารณสุขที่ดี จึงถือเป็น โอกาสทองส�ำหรับผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ ไรมอน แลนด์ วางแผนการตลาดเน้นเจาะฐานลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยการท�ำกิจกรรมการตลาดและการขายแบบเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย แนะน�ำบัตร Elite Flexible One ให้เป็นที่รู้จักผ่านการออกบูธแนะน�ำ และโฆษณาในสื่อต่างๆ ที่เข้าถึง กลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีก�ำลังซื้อ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส�ำหรับเงื่อนไขและข้อตกลงโครงการบัตรสมาชิกพิเศษ Elite Flexible One ผู้ ยื่นค�ำขอสมัครสมาชิกจะต้องถือครองกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ของ ไรมอน แลนด์ ซึ่งได้น�ำคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ร่วมรายการ 3 โครงการ อาทิ คอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ The Lofts Silom, The River และ The Diplomat 39 มูลค่า 10 ล้านบาทขึ้นไป โดยไรมอน แลนด์ มอบสิทธิพิเศษการเป็นสมาชิกบัตรฟรี ทันที พร้อมรับสิทธิประโยชน์ เช่น สิทธิประโยชน์ด้านวีซ่าในการเข้า-ออกประเทศไทย เป็นเวลา 5 ปี ( Privilege Entry Visa) รวมถึงเอกสิทธิ์ระดับ VIP ต่าง ๆ อาทิ บริการ สนามบิน EPA & Premium Lane 12 ครั้งต่อปี, บริการสนามบิน (ห้องรับรองผู้ โดยสารขาออกและรถยนต์ไฟฟ้า) 6 ครั้งต่อปี, ผู้ประสานงานส่วนบุคคล เป็นต้น สมชัย สูงสว่าง ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จ�ำกัด (TPC) กล่าว ว่า บริษัทร่วมลงนามในสัญญาความร่วมมือโครงการบัตร "Elite Flexible One" เพื่อ
ขยายการค้าการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย พร้อมกับแต่งตั้งให้ บริษัท ไรมอน แลนด์ จ�ำกัด (มหาชน)( RML) เข้าร่วมโครงการเป็นรายแรก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในการดึงให้ กลุ่มนักธุรกิจ นักลงทุนที่มีศักยภาพเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และช่วยให้ผู้ประกอบ การธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขายโครงการ ได้เร็วขึ้น สร้างกระแสเงินสด และท�ำให้ธุรกิจ ด�ำเนินต่อไปได้ด้วยดี รวมทั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจต่อภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ผ่านบัตรสมาชิก "Elite Flexible One" “ไรมอน แลนด์ ในฐานะตัวแทนพันธมิตรองค์กรภาคเอกชนกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ที่มี ศักยภาพและจุดเด่นด้านการขายอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี่ที่ประสบความส�ำเร็จ รวมถึงเข้าใจพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี เพื่อขยายฐานลูกค้าชาวไทยและชาว ต่างชาติร่วมกัน ซึ่งลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ในการให้บริการที่ดีที่สุดจาก TPC” ส�ำหรับเงื่อนไขการสมัครสมาชิกบัตร Elite Flexible One ผู้สมัครต้องมีการลงทุน ในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมใหม่ที่ก่อสร้างเสร็จพร้อมอยู่ใน ประเทศไทย โดยมีมูลค่ารวมไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งห้องชุดที่ซื้อนั้นจะต้องเป็น ของผู้ประกอบการรายเดียวกัน หรือบริษัทเดียว แต่สามารถกระจายท�ำเลในการซื้อ ห้องชุดได้ ในกรณีที่ห้องชุดมีราคาต�่ำกว่า 10 ล้านบาท หรืออาจเลือกซื้อห้องชุดใน โครงการเดียวกัน แต่ต้องมีมูลค่ารวมไม่ต�่ำกว่า 10 ล้านบาท โดยโปรแกรมพิเศษดัง กล่าวจะมีระยะเวลาด�ำเนินการ 2 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 64 และจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค. 65 โดยคาดว่าโครงการจะได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง
MAGKETING l 15
PODIUM
MAGKETING l 16
BEHAVIOR
PEXELS
3 ปัญหา ที่คนรุ่นใหม่ต้องเผชิญ เรื่อง : SEA
Sea ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์มระดับโลก ซึ่งดำ�เนินธุรกิจด้านดิจิทัลเอนเตอร์เทนเมนท์ (Garena) อีคอมเมิร์ซ (Shopee) และ บริการด้านการเงินแบบดิจิทัล (SeaMoney) เผยผลสำ�รวจ Thai Youth 2020 “COVID-19: Challenges & Opportunities for Transformation” ที่เจาะลึกสำ�รวจคนรุ่นใหม่ไทยซึ่งจะกลายเป็นผู้กำ�หนดอนาคตของประเทศต่อไปในช่วงโควิด-19 พบ 3 มิติความท้าทาย ที่คนรุ่นใหม่ต้องเผชิญ พร้อมเสนอแนวทางการอุดช่องโหว่ในการปรับเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัล การเรียนรู้ และการเงิน เพื่อช่วยให้คนรุ่นใหม่ สามารถรับมือและต่อสู้กับความท้าทายใหม่นี้ได้ ด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม
MAGKETING l 17
BEHAVIOR
Sea ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์มระดับโลก ซึ่งด�ำเนินธุรกิจด้านดิจิทัลเอนเต อร์เทนเมนท์ (Garena) อีคอมเมิร์ซ (Shopee) และบริการด้านการเงินแบบดิจิทัล (SeaMoney) เผยผลส�ำรวจ Thai Youth 2020 “COVID-19: Challenges & Opportunities for Transformation” ที่เจาะลึกส�ำรวจคนรุ่นใหม่ไทยซึ่งจะกลาย เป็นผู้ก�ำหนดอนาคตของประเทศต่อไปในช่วงโควิด-19 พบ 3 มิติความท้าทายที่คน รุ่นใหม่ต้องเผชิญ พร้อมเสนอแนวทางการอุดช่องโหว่ในการปรับเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัล การเรียนรู้ และการเงิน เพื่อช่วยให้คนรุ่นใหม่สามารถรับมือและต่อสู้กับความท้าทาย ใหม่นี้ได้ ด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ดร.สันติธาร เสถียรไทย Group Chief Economist, Sea Group กล่าวว่า “ช่วง สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา มีความท้าทายใหม่เกิดขึ้นในหลาย ด้าน ดังนั้น Sea Insights หน่วยงานที่รับผิดชอบการวิจัยด้านนโยบายสาธารณะภาย ใต้ Sea Group จึงได้ร่วมกับ สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ท�ำงาน วิจัยที่ส�ำรวจคนรุ่นใหม่ 70,000 คนทั่วอาเซียน อายุระหว่าง 16-35 ปี และยังเจาะลึก เฉพาะคนรุ่นใหม่ของไทย เพื่อค้นหาว่าพวกเขาเผชิญกับความท้าทายอะไรบ้าง อะไร คือสิ่งที่พวกเขารู้สึกว่าเป็นปัญหา อะไรคือสิ่งที่อยากจะปรับตัว และอะไรคือสิ่งที่พวก เราทุกคนทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งผมเชื่อว่าผลกระทบ จากโควิด-19 จะมีผลกระทบกับชีวิตของคนรุ่นใหม่มหาศาล ซึ่งจะมีผลไปตลอดใน อนาคตด้วย เพราะฉะนั้นการเข้าใจพวกเขาจะเข้าใจอนาคตของประเทศไทยด้วย” จากผลส�ำรวจ Thai Youth 2020 “COVID-19: Challenges & Opportunities for Transformation” พบว่า ความท้าทายของคนรุ่นใหม่ไทยในช่วงโควิด-19 มาจาก 3 มิติ ได้แก่ Disruptions to work/study การเผชิญอุปสรรคในการท�ำงานหรือการ เรียน โดย 76% ระบุว่าการเรียนหรือท�ำงานทางไกลในสถานการณ์โรคระบาดเป็นเรื่อง ยาก โดยนักเรียน นักศึกษา และกลุ่มคนในวัยท�ำงานจากภาคสังคมและเกษตรกรรม พบอุปสรรคมากที่สุด ซึ่งมีสาเหตุมาจากคุณภาพของอินเทอร์เน็ต 36% โดยเฉพาะใน พื้นที่ห่างไกล ในขณะที่อุปสรรคที่ขัดขวางการท�ำงานหรือการเรียนทางไกลมากที่สุด คือความคุ้นเคยกับเครื่องมือดิจิทัล โดย88% ของผู้ที่ขาดทักษะดิจิทัลระบุว่า พบความ ยากล�ำบากในการท�ำงาน นอกจากนี้ ยังพบอุปสรรคในการท�ำงานจากบ้านอันเป็นผล จากจากกฎระเบียบของภาครัฐ เช่น เอกสารทางราชการ มิติที่ 2 Downturns in demand เนื่องจากโควิด-19 ท�ำให้เศรษฐกิจไทยเผชิญสภาวะ ขาดรายได้อย่างรุนแรงและกะทันหัน เพราะเศรษฐกิจไทยพึ่งพาภาคการท่องเที่ยว ในสัดส่วนที่สูงถึง 18% ของ GDP สภาวะความไม่แน่นอนที่สูงขึ้นจากสถานการณ์นี้ ท�ำให้คนรุ่นใหม่มีการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น โดยจากผลส�ำรวจเผยให้เห็นว่า 63% ของคนรุ่นใหม่ใช้จ่ายอย่างประหยัดมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่า 48% ได้เรียนรู้ ถึงความส�ำคัญของการมีเงินออมเผื่อฉุกเฉินที่เพียงพอ และ 44% ได้เรียนรู้ที่จะซื้อใน สิ่งที่จ�ำเป็นเท่านั้น และมิติสุดท้าย Deficits in funding พบว่า 26% ของคนรุ่นใหม่เผชิญอุปสรรค ทางการเงิน ซึ่งนับว่าเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าสถิติของภูมิภาค (19%) โดยสิ่งที่น่าสนใจ คือ คนรุ่นใหม่ในธุรกิจสตาร์ทอัพและกิจการเพื่อสังคม มีอุปสรรคทางการเงินมากที่สุด ตามมาด้วยผู้ประกอบการและผู้ที่รับจ้างรายได้ไม่แน่นอน ต่างกับสถิติในอาเซียนที่ โดยทั่วไปแล้วผู้ประกอบการและผู้ที่ท�ำงานรับจ้างถือเป็นสองอันดับแรกที่ระบุว่าพบ อุปสรรคทางการเงินมากที่สุด ทั้งนี้ ในกรณีของกิจการเพื่อสังคม การขาดเงินทุนส่วน หนึ่งอาจสะท้อนให้เห็นถึงการที่กลุ่มเปราะบางต้องการสิ่งของบริจาคมากขึ้น เนื่องจาก
กลุ่มนี้ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์โควิด-19 ในขณะที่ในกรณีของสตาร์ท อัพ ส่วนหนึ่งอาจมาจากเงื่อนไขการเข้าถึงเงินทุนซึ่งมีความเข้มงวดยิ่งขึ้น นอกจากความท้าทายและอุปสรรคของคนรุ่นใหม่ไทย ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจจากผล ส�ำรวจ นั่นคือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ไทยมีการปฏิวัติตัวเองใน 3 ด้าน ด้านแรกคือ วิถีดิจิทัล (Digitalization) พบว่า ภาคประชาชนมีการปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ โค วิด-19 อย่างมีนัยยะส�ำคัญ โดยหันมาใช้เครื่องมือดิจิทัลมากขึ้น ซึ่ง 81% เพิ่มการใช้ งานเครื่องมือดิจิทัลขึ้นอีกอย่างน้อยหนึ่งช่องทาง และ 41% เริ่มหันมาใช้เครื่องมือ ดิจิทัลเป็นครั้งแรก และภายหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย การเปลี่ยนแปลงไปสู่ ระบบดิจิทัลก็จะยังด�ำเนินต่อไปและกลายเป็นเรื่องปกติที่จ�ำเป็นในชีวิตประจ�ำวัน โดย 60% จะใช้งานโซเชียลมีเดียในการท�ำธุรกรรมการเงินออนไลน์ อีคอมเมิร์ซ และการ ส่งอาหาร เป็นพฤติกรรมติดตัวไปตลอด ส�ำหรับในภาคธุรกิจ ช่วงโควิด-19 ผู้ประกอบ การหันมาใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อกระจายสินค้าและเพิ่มยอดขาย โดย 21% ของผู้ ประกอบการ ใช้อีคอมเมิร์ซเป็นช่องทางการขายมากขึ้น และ 33% ของผู้ประกอบการ ที่ใช้อีคอมเมิร์ซมากขึ้นเป็นผู้ประกอบการที่เริ่มหันมาใช้อีคอมเมิร์ซเป็นครั้งแรก ด้านต่อมาคือ การเรียนรู้ (Lifelong Learning) พบว่า การเรียนออนไลน์พุ่งสูงขึ้น โดย เห็นได้ชัดเจนที่สุดในกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่เรียนเต็มเวลา ในขณะที่กลุ่มคนท�ำงานก็ เรียนออนไลน์เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดย 49% ของเยาวชนไทยใช้เครื่องมือการเรียนการสอน ออนไลน์มากขึ้นในช่วงโควิด-19 แต่ยังต�่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค (64%) โดย 31% ใช้ งานเป็นครั้งแรก และแม้หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย 55% จะยังใช้เครื่องมือ การเรียนการสอนออนไลน์ และ 30% ของกลุ่มวัยท�ำงานได้ใช้เครื่องมือการเรียนการ สอนออนไลน์เพิ่มขึ้นในช่วงโควิด-19 นอกจากการปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิทัลแล้ว กลุ่มคนรุ่นใหม่จ�ำนวนมากยังแสดงให้ เห็นถึงสัญญาณแห่งการฟื้นตัวและความสามารถในการปรับตัวท่ามกลางสถานการณ์ โควิด-19 โดย 63% ของกลุ่มคนรุ่นใหม่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว และการฟื้นตัวท่ามกลางสถานการณ์ อาทิ เรียนรู้ที่จะฟื้นตัวในสถานการณ์โรคระบาด เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และ มองหารูปแบบธุรกิจใหม่ๆ โดยทั่วไป เราอาจจะเชื่อกันว่าคน วัยหนุ่มสาวน่าจะมีความสามารถในการฟื้นตัวได้เร็วกว่า แต่ผลส�ำรวจของเราแสดงให้ เห็นว่าคนวัยหนุ่มสาวอาจไม่ได้ฟื้นตัวได้เร็วกว่าเสมอไป ผลส�ำรวจพบว่า กลุ่มคนใน ช่วงอายุ 26-35 ปี มีแนวโน้มที่จะแสดงสัญญาณแห่งการฟื้นตัวและความสามารถใน การปรับตัวได้ดีกว่ากลุ่มเยาวชนที่อายุต�่ำกว่า 25 ทั้งนี้ ผลส�ำรวจของเราแสดงให้เห็น ว่าเยาวชนในช่วงอายุ 16-25 ปียังมีความได้เปรียบเล็กน้อยในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และด้านสุดท้าย การเงิน (Financing) แหล่งเงินทุนภายนอกมีความส�ำคัญมากขึ้น ส�ำหรับคนรุ่นใหม่ และมีส่วนน้อยที่เลือกใช้บริการของธนาคาร โดยคนรุ่นใหม่มักจะ ใช้เงินเก็บของตัวเองและเลือกที่จะขอความช่วยเหลือทางการเงินจากครอบครัวและ เพื่อนก่อน โดย 63% เรียนรู้ที่จะบริหารการเงินอย่างระมัดระวังมากขึ้น และมักจะใช้ ประโยชน์จากเงินเก็บส่วนตัวก่อน และ 25% ของผู้ที่พบอุปสรรคทางการเงิน ระบุว่า มักจะเลือกใช้ช่องทางการกู้เงินจากธนาคาร ซึ่งต�่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค (33%) โดย เฉพาะกลุ่มคนที่มีการศึกษาในระดับไม่สูง และก�ำลังอยู่ในวัยเรียนยิ่งมีแนวโน้มต�่ำที่ จะเลือกกู้เงินจากธนาคาร ดังนั้น แหล่งเงินทุนทางเลือกจึงเป็นแหล่งส�ำคัญส�ำหรับผู้ที่ เผชิญอุปสรรคทางการเงิน การสนับสนุนจากรัฐบาล แหล่งเงินทุนจากออนไลน์ และ แหล่งเงินทุนอย่างไม่เป็นทางการเป็นช่องทางส�ำคัญอย่างยิ่งส�ำหรับผู้ที่พบอุปสรรค ทางการเงิน ข้อค้นพบดังกล่าวนี้ชี้ให้เห็นถึงความส�ำคัญของการสนับสนุนจากภาครัฐ
MAGKETING l 18
BEHAVIOR
PEXELS
และความต้องการในโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น จากผลส�ำรวจในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่ายังมี 3 ช่องโหว่ที่ต้องช่วยกันอุด เพื่อสนับสนุน ให้คนรุ่นใหม่สามารถต่อสู้ เอาชนะความท้าทายต่างๆ จากไวรัสและมาตรการระยะ ห่างทางสังคมได้ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน กล่าวคือ ช่องโหว่ ในการปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิทัล เมื่อการปรับเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัลกลายเป็นเรื่อง จ�ำเป็น การอุดช่องว่างความแบ่งแยกทางดิจิทัลต้องอาศัยการขจัดข้อจ�ำกัดแก่ทุกคน นั่นคือ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่มีคุณภาพได้ ทั่วถึงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล การปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการเปลี่ยน กระบวนการจากในรูปแบบเอกสารไปสู่ออนไลน์ และกระบวนการที่ไม่ต้องใช้การ สัมผัส และการให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับดิจิทัลแก่ทุกคน ช่องโหว่ในการเรียนรู้ การส�ำรวจนี้แสดงให้เห็นถึงความส�ำคัญของการฟื้นตัวและความ สามารถในการปรับตัว ซึ่งต้องมีมาตรการมาช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ไปตลอดชีวิต โดย สามารถเริ่มได้จากหลักสูตรที่จะช่วยปรับและเพิ่มทักษะที่จ�ำเป็น ทั้งในรูปแบบออฟ ไลน์และออนไลน์ ที่ส�ำคัญยิ่งกว่าเนื้อหาวิชา คือการปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่มีทัศนคติแห่ง การเติบโตและความพร้อมทางจิตใจและอารมณ์ในการฟื้นตัวจากความท้าทาย เพื่อฝึก ให้พร้อมรับมือกับอนาคตที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และสุดท้าย ช่องโหว่ในเงินทุน ผลส�ำรวจเผยว่าเยาวชนในธุรกิจสตาร์ทอัพและกิจการ เพื่อสังคม รวมไปถึงกลุ่มเยาวชนที่ท�ำงานรับจ้าง และเป็นผู้ประกอบการถือเป็นกลุ่มที่ มีแนวโน้มสูงกว่าที่จะประสบปัญหาทางการเงิน แม้ในระยะสั้นจะได้รับการสนับสนุน จากนโยบายทางการเงิน แต่ข้อค้นพบจากผลส�ำรวจบ่งชี้ว่า ในระยะต่อๆ ไป บริการ ทางการเงินในระบบดิจิทัลจะมีศักยภาพในการช่วยให้ทุกคนเข้าถึงบริการทางการ เงินได้อย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะส�ำหรับกลุ่มประชากรที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการ ทางการเงินได้
“ถ้ามองว่าคนรุ่นใหม่เป็นไม้แห่งอนาคต อยากให้เติบโตขึ้นไป ต้นไม้ก็ต้องมีทั้ง น�้ำ ดิน และแสงแดด ซึ่งเราก็จะเห็นช่องว่างแต่ละอันอยู่ ดิน เปรียบเทียบกับทักษะแห่ง อนาคต ถ้าเรามี Growth Mindset มีทักษะที่เปิดรับความรู้ใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา จะ ท�ำให้เราสามารถดูดสารอาหารออกมาได้ เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา แสงแดด เปรียบได้กับดิจิทัลที่ตอนนี้แม้สาดส่องตลอดเวลาแต่ยังไม่ทั่วถึง หลายคนเข้าไม่ถึง อินเทอร์เน็ต ขณะเดียวกันต้องมีทักษะดิจิทัลด้วย เรื่องนี้ต้องช่วยทั้งภาครัฐและเอกชน สุดท้าย น�้ำ เปรียบได้กับการเงิน สิ่งที่ค้นพบคือ ในช่วงที่ผ่านมาคนรุ่นใหม่ของไทย พึ่งพาการเงินจากภาครัฐค่อนข้างเยอะ คนที่ยังเข้าไม่ถึงแหล่งการเงินแบบธนาคารใน เมืองไทยยังมีค่อนข้างพอสมควร ดังนั้น หน้าที่ให้น�้ำ ดิน และแสงแดด เป็นของทุก คน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ตอนแรกที่ท�ำงานวิจัยชิ้นนี้มองว่า เป็นบท ทดสอบของคนรุ่นใหม่ แต่ท�ำเสร็จแล้วถึงเข้าใจว่า โควิด-19 ไม่ใช่บททดสอบของคน รุ่นใหม่ แต่เป็นบททดสอบของทั้งสังคมไทยว่าสุดท้ายแล้วเราเห็นคนรุ่นใหม่ที่เป็นนัก สู้ที่สามารถปรับตัวได้ขนาดนี้ บางคนโต้คลื่น แต่บางคนยังไม่มีแม้กระทั่งกระดาน เรา จะหากระดานให้กับคนเหล่านั้นได้อย่างไร ทุกคนต้องมาร่วมท�ำด้วยกันหมด” ดร.สันติ ธาร กล่าวเพิ่มเติม เกี่ยวกับ Sea (ประเทศไทย) Sea เป็นผู้น�ำในการให้บริการอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์มระดับโลก ซึ่งด�ำเนินธุรกิจด้าน ดิจิทัลเอนเตอร์เทนเมนท์ (Digital Entertainment) อีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) และ บริการด้านการเงินแบบดิจิทัล (Digital Financial Services) กลุ่มบริษัทใน เครือ Sea (ประเทศไทย) ประกอบด้วย บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) บริษัท ช้อปปี้ ประเทศไทย และ บริษัท ซีมันนี่ (ประเทศไทย) โดยพันธกิจของ Sea คือการ ท�ำให้ชีวิตของผู้บริโภคและผู้ประกอบการรายย่อยมีความสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วย เทคโนโลยี นอกจากนี้ Sea ยังเป็นบริษัทที่ได้รับการจดทะเบียนในตลาดทุน NYSE โดยใช้สัญลักษณ์ SE
MAGKETING l 19
CASE STUDY
DIGITAL
++
TRENDS SUMMARY
MAGKETING VOL.55
MAGKETING l 20
CASE STUDY
iNTROdUCTION เรื่อง : บัณฑิต โชคสิทธิกร
ตลอดปี 2563 เทรนด์การเปลี่ยนแปลงดิจิทัลที่ส�ำคัญถูกคอนโทรลให้ อยู่ภายใต้การตอบโจทย์ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) อันเนื่องมาจาก สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งความใส่ใจความปลอดภัย เพื่อตอบโจทย์การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และ การท�ำงานแบบ Work From Home กันมากขึ้น แพลตฟอร์มดิจิทัล ต่างๆจึงมีความจ�ำเป็นและถูกกระตุ้นให้มาถึงก่อนเวลามากขึ้น
MAGKETING l 21
CASE STUDY
เทคโนโลยี เทคโนโลยี มาแรง ม าแรง อินฟอร์ คาดการณ์ 3 เทคโนโลยีมาแรงปี 2564 ได้แก่ Multi-tenant Cloud จะขึ้น แท่นเป็นมาตรฐานสูงสุด | ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงกระบวนการ จ้างงาน และจะเป็นเทคโนโลยีส�ำคัญด้านการดูแลสุขภาพ | ดิจิทัลซัพพลายเชนจะ พัฒนาอย่างรวดเร็ว คลาวด์ เทคโนโลยีคลาวด์จะสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับการจัดการแข่งขันต่างๆ การจัด แข่งขันเทนนิสยูเอสโอเพ่นปีนี้ประสบความส�ำเร็จในการน�ำระบบคลาวด์และปัญญา ประดิษฐ์ (AI) มาใช้ยกระดับประสบการณ์เสมือนจริงให้กับเหล่าแฟนคลับที่ไม่สามารถ อยู่ในสนามแข่งขันจริงได้ และต่อจากนี้เราจะได้เห็นการจัดงานต่าง ๆ ที่ต้องจัดใน สถานที่หันมาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคลาวด์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหมาะสมกับ ผู้รับชมแต่ละรายมากขึ้น การแข่งขันส�ำคัญหลายรายการที่วางแผนไว้ในปีหน้า (2564) จะดึงดูดความสนใจผู้คนจากทั่วโลก เช่น การแข่งขันโอลิมปิคฤดูร้อนที่กรุงโตเกียว และการแข่งขันเทนนิสวิมเบิลดัน และแน่นอนว่าเทคโนโลยีคลาวด์ก็ยืนหยัดพร้อมพลิก โฉมประสบการณ์ในการชมการแข่งขันที่แฟน ๆ ทั่วโลกเคยได้รับอยู่ในปัจจุบัน ด้วย การสร้างประสบการณ์การรับชมรูปแบบใหม่อย่างเต็มรูปแบบ ความเป็นไปได้ในการ ใช้เทคโนโลยีคลาวด์มาทรานส์ฟอร์มการจัดงานต่าง ๆ นั้นมีมากมายมหาศาล เช่น การวิเคราะห์ความตื่นเต้นของกลุ่มผู้ชมแบบเรียลไทม์ เพื่อน�ำเสนอเป็นไฮไลท์และ จัดการเรื่องการโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพ, การฟีดรายการสดได้ด้วยความหน่วง (latency) ที่ต�่ำมากจริง ๆ และการโต้ตอบกับกลุ่มผู้ชมที่เลือกไว้ และแน่นอนว่าการ ท�ำกิจกรรมทั้งหมดนี้ โฮสต์อยู่บนแพลตฟอร์มคลาวด์ที่ทรงพลัง Multi-tenant cloud จะเป็นระบบใหม่ที่เหมาะสมที่สุด การใช้โซลูชั่น multi-tenant คลาวด์ จะช่วยให้บริษัทต่าง ๆ อัปเดตโซลูชั่นต่าง ๆ ให้ ทันสมัยอยู่ตลอดเวลาโดยอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด โดยไม่ต้องกังวลว่า จะต้องท�ำการอัปเดตแบบแมนนวลด้วยตนเองหรือต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ เพื่อให้รองรับ แอปพลิเคชั่นหรือเวิร์กโหลดใหม่ ๆ การที่เราก�ำลังจะก้าวเข้าสู่ปีใหม่ที่ดูเหมือนจะมี ความไม่แน่นอนมากขึ้น โซลูชั่น multi-tenant cloud จะเป็นเทคโนโลยีส�ำคัญที่ช่วย สร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจ ช่วยให้ธุรกิจมีความคล่องตัวและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ใน ขณะเดียวกันก็ช่วยลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ และช่วยให้ธุรกิจเข้าใกล้เป้าหมาย ด้านความยั่งยืนมากขึ้น ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ใช้ข้อมูลเพื่อวัดคุณภาพของการจ้างงานแต่ละครั้ง นวัตกรรมต่าง ๆ เช่น ซอฟต์แวร์ ในการคัดกรองอัจฉริยะที่สามารถคัดกรองใบสมัครได้แบบอัตโนมัติ แชทบอทที่ท�ำ หน้าที่เป็นผู้สรรหาพนักงานที่สามารถนัดหมายกับผู้สมัครได้แบบเรียลไทม์ และการ สัมภาษณ์แบบดิจิทัลที่ท�ำผ่านออนไลน์ ซึ่งช่วยให้สามารถประเมินความเหมาะสมของ ผู้สมัครแต่ละรายได้ จะเริ่มกลายเป็นวิธีการท�ำงานปกติของแผนกทรัพยากรบุคคล AI ยังมีศักยภาพสูงมากในการสร้างเวิร์กสเปซที่หลากหลายและครบวงจร สามารถลด อคติ และเพิ่มความเป็นกลางในการตัดสินใจเรื่องการจ้างงานผ่านอัลกอริทึ่มต่าง ๆ ที่ ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งจะแยกแยะคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกันของผู้สมัครแต่ละคน ออกมาให้เห็น การใช้ AI ในการดูแลสุขภาพจะกลายเป็นภารกิจส�ำคัญ ตลอดปี 2564 จะมีการน�ำ AI ไปใช้กับการดูแลสุขภาพในหลายด้านอย่างรวดเร็ว การ ใช้แมชชีนเลิร์นนิ่งกับชุดข้อมูลต่าง ๆ ทั่วโลกได้แบบเรียลไทม์ จะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการดูแลสุขภาพสามารถติดตามการสัมผัสระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ได้อย่างละเอียด, ช่วยให้การวินิจฉัยแม่นย�ำ, ใช้การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ต่าง ๆ ให้เป็นประโยชน์ในการติดตามอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (personal protective equipment: PPE), จัดสรรบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาการให้วัคซีน ให้มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนมากขึ้น ซัพพลายเชน ซัพพลายเชนจะกลายเป็นระบบดิจิทัลอย่างรวดเร็ว โควิด-19 ส่งผลกระทบโดยตรงท�ำให้ดิจิทัลซัพพลายเชนพัฒนาอย่างรวดเร็วในปี 2564 มุมมองเดิม ๆ ของผู้รับผิดชอบด้านซัพพลายเชนที่เกี่ยวกับดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น คือ เน้นไปที่เรื่องของประสิทธิภาพและค่าใช้จ่าย แต่ปัจจุบันจะเปลี่ยนไปเน้นในเรื่อง ของความคล่องตัวและความยืดหยุ่น และนั่นคือจุดที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้อง ดิจิทัลซัพพลายเชนจะช่วยให้ธุรกิจหนึ่ง ๆ ที่ประกอบด้วยองค์กรหลายแห่งท�ำงานร่วม กัน (multi-enterprise) สามารถเห็นและรับรู้ความเป็นไปในการท�ำงานตั้งแต่ต้นจน จบกระบวนการ สามารถวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ได้ดีขึ้น และใช้ระบบอัตโนมัติที่ชาญ ฉลาดได้มากขึ้น ผู้รับผิดชอบด้านซัพพลายเชนจะสามารถปรับและใส่ความยืดหยุ่นให้ กับระบบซัพพลายเชนของตนได้ตามความต้องการของตลาด และใช้ระบบนิเวศด้าน พันธมิตรให้เป็นประโยชน์ได้มากขึ้น เครื่องมือดิจิทัลต่าง ๆ เหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีที่ผสานระหว่างโลกความจริงและความเสมือนจริงเข้า ด้วยกัน (AR) และการท�ำงานอัตโนมัติด้วยหุ่นยนต์ที่มนุษย์เป็นผู้ออกแบบกระบวนการ และขั้นตอน รวมถึงการตัดสินใจต่าง ๆ (robotic process automation: RPA) และ คาดว่าจะยกระดับศักยภาพที่มีอยู่ในช่วงต้นให้เป็นการน�ำเสนอสินค้าและบริการใหม่ ๆ ที่น่าสนใจและมีอิทธิพลต่อลูกค้าเป็นอย่างมาก
AI จะท�ำให้กระบวนการจ้างงานเปลี่ยนแปลงไป
AI มีความส�ำคัญมากต่อการจับคู่อุปสงค์และอุปทานแบบเรียลไทม์
ตลาดแรงงานปี 2564 ที่ไม่สามารถคาดการณ์ใด ๆ ได้ ท�ำให้องค์กรต่าง ๆ จ�ำเป็น ต้องน�ำปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปช่วยในการเฟ้นหาผู้สมัครที่เหมาะสมกับต�ำแหน่งงาน AI จะช่วยให้แผนกทรัพยากรบุคคลท�ำงานเชิงรุกในการจ้างงานได้มากขึ้น และช่วย ให้สามารถตัดสินใจได้ว่าผู้สมัครใดเข้ากันได้กับวัฒนธรรมองค์กรของบริษัทด้วยการ
การถูกดิสรับ (disruptions) ของระบบซัพพลายเชนอย่างไม่น่าเชื่อที่เกิดขึ้นในปี 2563 แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการจับคู่ความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการที่มีในตลาด ณ ขณะใดขณะหนึ่งเข้าด้วยกันได้แบบเรียลไทม์ และการคาดการณ์ต่าง ๆ ไม่ใช่งานที่ มนุษย์จะท�ำได้ส�ำเร็จเพียงล�ำพังอีกต่อไป มันไม่สมเหตุสมผลอีกต่อไปที่จะมาคาดหวัง
MAGKETING l 22
CASE STUDY
ให้ผู้รับผิดชอบด้านซัพพลายเชนท�ำการคาดการณ์ถึงการปิด-เปิดของตลาดในประเทศ ใดประเทศหนึ่งอย่างฉับพลัน หรือให้มาอธิบายถึงวัสดุ และค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลง ตลอดเวลาโดยคาดเดาไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ ขอบเขตและข้อจ�ำกัด ด้านการขนส่งและการเดินทางของภาครัฐมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในปี 2564 เราจะได้เห็นผู้บริหารด้านซัพพลายเชนเร่งน�ำ AI มาใช้เพิ่มพูนประสบการณ์ และเสริม ความมั่นใจในการท�ำงานให้กับพนักงาน, ให้ข้อมูลเชิงลึกที่มีประโยชน์เกี่ยวกับสภาวะ ตลาดที่เปลี่ยนแปลงให้กับพนักงานของตน เพื่อให้สามารถคาดการณ์อุปสงค์ และอุป ทานแบบเรียลไทม์ได้อย่างแม่นย�ำ
5G
ถึ ง เวลา 5จี
อีริคสัน (NASDAQ: ERIC) คาดว่าจ�ำนวนผู้ใช้ระบบเครือข่าย 5G ทั่วโลกจะเพิ่มเป็น 2.6 พันล้านคนภายในอีก 6 ปีข้างหน้า โดยเป็นผลมาจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อ เนื่องและระบบนิเวศ 5G ที่มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลคาดการณ์ดังกล่าว ได้ระบุไว้ในรายงาน Ericsson Mobility Report ประจ�ำเดือนพฤศจิกายน 2562 รวม ไปถึงข้อมูลการคาดการณ์อื่น ๆ จนถึงช่วงปลายปี 2568 และข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้ให้ บริการสื่อสารโทรคมนาคม ปริมาณการใช้ดาต้าอินเตอร์เน็ตเฉลี่ยต่อเดือนของสมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่องคาดว่าจะ เพิ่มขึ้นจาก 7.2 GB ในปัจจุบันเป็น 24 GB ภายในสิ้นปี 2568 โดยเป็นผลมาจาก พฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ตแบบใหม่ของผู้บริโภค เช่น การสตรีมมิ่งแบบ Virtual Reality (VR) ทั้งนี้ การใช้งานดาต้าอินเตอร์เน็ต 7.2 GB ต่อเดือน จะสามารถสตรี มวิดีโอ ความละเอียดระดับ HD (1280 x 720) ได้ที่ความยาว 21 นาทีในแต่ละวัน แต่หากใช้เพิ่มเป็น 24 GB จะรองรับการสตรีมวิดีโอ ความละเอียดระดับ HD ได้ที่ ความยาว 30 นาที และ VR เพิ่มเติมได้อีก 6 นาทีในแต่ละวัน นอกจากนั้น รายงานดังกล่าวยังคาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2568 เครือข่าย 5G จะ ครอบคลุมสัดส่วนราว 65 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั่วโลก และคิดเป็น 45 เปอร์เซ็นต์ ของจ�ำนวนการใช้ดาต้าอินเตอร์เน็ตบนมือถือทั่วโลก ปี 2562 เป็นช่วงเวลาที่ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารชั้นน�ำในเอเชีย ออสเตรเลีย ยุโรป ตะวันออกกลาง และอเมริกาเหนือได้ด�ำเนินการเปลี่ยนย้ายไปสู่เครือข่าย 5G ส่วน เกาหลีใต้มีการใช้งาน 5G เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่เริ่มเปิดใช้งานเมื่อเดือน เมษายน 2562 โดยผู้ให้บริการในเกาหลีใต้รายงานว่ามีจ�ำนวนผู้ใช้งาน 5G กว่า 3 ล้าน คนแล้ว ณ สิ้นเดือนกันยายน 2562 นอกจากนี้ การเปิดตัวระบบ 5G ในจีนเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีการ อัพเดตตัวเลขประมาณการผู้ใช้ 5G ส�ำหรับสิ้นปี 2562 ใหม่ เพิ่มจาก 10 ล้านคนเป็น 13 ล้านคน เฟรดริก เจดลิงก์ รองประธานบริหารและหัวหน้าฝ่ายเครือข่ายของอีริคสัน กล่าวว่า "เป็นเรื่องน่ายินดีที่ระบบเครือข่าย 5G ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากผู้ผลิต อุปกรณ์เกือบทุกรายในปัจจุบัน และในปี 2563 อุปกรณ์ที่รองรับ 5G จะได้รับการวาง
จ�ำหน่ายในตลาดอย่างแพร่หลาย ซึ่งจะช่วยผลักดันการใช้งาน 5G เพิ่มมากขึ้น ค�ำถาม ส�ำคัญก็คือเราจะสามารถกระตุ้นการประยุกต์ใช้งานเครือข่าย 5G ที่เกี่ยวข้องกับผู้ บริโภคและองค์กรได้รวดเร็วแค่ไหน แม้ว่าระบบ 4G จะยังรองรับการเชื่อมต่ออย่าง แข็งแกร่งในหลาย ๆ ประเทศ แต่การปรับปรุงเครือข่ายให้ทันสมัยก็เป็นปัจจัยส�ำคัญ ส�ำหรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เราจะต้องด�ำเนินการ" แม้ว่าวันนี้ WCDMA / HSPA จะยังเป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทส�ำคัญต่อผู้ใช้งาน โทรศัพท์มือถือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียอยู่ แต่คาดว่าภายใน ปี 2568 ระบบ 4G (LTE) จะกลายเป็นเทคโนโลยีหลักโดยมีจ�ำนวนผู้ใช้งานถึง 63% ของจ�ำนวนผู้ใช้งานทั้งหมด ในขณะที่สัดส่วนผู้ใช้งาน 5G คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 21% ภายในปี 2568 ผู้ให้บริการและผู้ประกอบการ ICT จะมีบทบาทมากขึ้นในการใช้งานระบบและแอป พลิเคชันในเครือข่าย 5G ซึ่งจะเห็นได้จากจ�ำนวนผู้ใช้งาน 5G ที่เพิ่มขึ้น จากการ ศึกษาล่าสุดของอีริคสัน ในหัวข้อ '5G ส�ำหรับธุรกิจ: เข็มทิศการตลาดปี 2030' ระบุว่า รายงานมูลค่าธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B) ที่เปิดใช้งาน 5G จะมีมูลค่าสูงถึง 700,000 ล้าน เหรียญสหรัฐฯ ในปี 2573 ซึ่งสอดคล้องกับประมาณการณ์จากผู้ประกอบการ ICT ถึง ยอดผู้ใช้งานในตลาดที่รองรับ 5G ที่จะเพิ่มขึ้นถึง 47% ท่ามกลางสภาพแวดล้อมปัจจุบัน คาดว่าความนิยมของการใช้งาน 5G จะเพิ่มขึ้น รวดเร็วกว่าเครือข่าย LTE โดยภูมิภาคที่มีการเติบโตเร็วที่สุดได้แก่ อเมริกาเหนือ คาด ว่า 5G จะครองสัดส่วน 74 เปอร์เซ็นต์ของจ�ำนวนผู้ใช้งานมือถือในภูมิภาคดังกล่าว ภายในสิ้นปี 2568 ส่วนเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือคาดว่าจะอยู่ที่ 56 เปอร์เซ็นต์ และ ยุโรปอยู่ที่ 55 เปอร์เซ็นต์ ข้อมูลคาดการณ์อื่น ๆ ที่น่าสนใจมีดังนี้: จ�ำนวนการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT บนเครือ ข่ายเซลลูลาร์ทั้งหมดจะแตะระดับ 5 พันล้านชิ้น ภายในสิ้นปี 2568 เพิ่มขึ้นจาก 1.3 พันล้านชิ้น ในช่วงสิ้นปี 2562 คิดเป็นอัตราการเติบโต 25 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ทั้งนี้คาด ว่าเทคโนโลยี NB-IoT และ Cat-M จะครองสัดส่วน 52 เปอร์เซ็นต์ของการเชื่อมต่อ อุปกรณ์ IoT บนเครือข่ายเซลลูลาร์ภายในปี 2568 การเติบโตของปริมาณการใช้งานดาต้าอินเตอร์เน็ตส�ำหรับไตรมาสที่สามของปี 2562 สูงถึง 68 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว เป็นผลมาจากการจ�ำนวน ผู้ใช้สมาร์ทโฟนในอินเดียที่เพิ่มขึ้น ปริมาณการใช้งานดาต้าอินเตอร์เน็ตในแต่ละเดือน บนสมาร์ทโฟนในจีน ความสามารถที่ดีขึ้นของอุปกรณ์ การเพิ่มขึ้นของคอนเทนต์ที่ใช้ ปริมาณดาต้าเน็ตจ�ำนวนมาก และค่าบริการที่ถูกลง โมบายแบงก์กิ้ง
โมบาย แบงก์ กิ้ ง
ธนาคารต่างมีความกังวลเกี่ยวกับข่าวปิดสาขาธนาคารหลายๆ แห่ง อย่างที่พวก เขาเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมค้าปลีก ปัจจัยที่ส่งผลต่อการ เปลี่ยนแปลงดังกล่าวคือการใช้งานอินเทอร์เน็ตแพร่หลายมากขึ้น ไม่เพียงแต่เปลี่ยน พฤติกรรมของผู้บริโภค แต่ยังรวมถึงรูปแบบการท�ำธุรกิจที่เปลี่ยนไปอีกด้วย ร้าน โชห่วยหรือร้านค้าปลีกคือตัวอย่างธุรกิจที่ต้องปรับตัวอย่างเห็นได้ชัดที่สุด แม้แต่
MAGKETING l 23
CASE STUDY
อุตสาหกรรมธนาคารเองก็ต้องปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยเช่นกัน เริ่มจากการพัฒนาบริการดิจิทัลแบงค์กิ้งเพื่ออ�ำนวยความสะดวกให้ลูกค้าใช้บริการ ธนาคารผ่านระบบออนไลน์ได้ เริ่มจาก บริการช�ำระเงินออนไลน์ และยกระดับไปสู่ การบริหารการเงินส่วนบุคคล ซึ่งจะเห็นได้ว่าบริการดิจิทัลต่างๆ มีความซับซ้อนมาก ยิ่งขึ้น และมีผู้เล่นในอุตสาหกรรมเดียวกันต่างพัฒนาความสามารถด้านการให้บริการ ดิจิทัลของตนเองให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค การบริหารจัดการธนาคารโดย ไม่มีการวางแนวทางในยุคนี้ว่าจะเดินไปในทิศทางใด ใช้ช่องทางอะไรในการท�ำการ ตลาด จะลงทุนอย่างไรเพื่อให้บริหารสาขาได้ไม่สะดุด ล่าสุดอะโดบีอนาลิติกส์ได้จัดท�ำผลส�ำรวจ เกี่ยวกับ ความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรม ธนาคารกับผู้ตอบแบบสอบถามต่างวัยหลายกลุ่มถึงความต้องการใช้บริการธนาคาร โดยผู้ตอบแบบสอบถามชาวสหรัฐอเมริกามากกว่า 1000 คน โดยรายงานเผยให้เห็น ถึงแนวโน้มที่ชวนทึ่งอย่าง คนรุ่นใหม่หันมาให้ความสนใจกับการวางแผนการใช้เงิน กันเยอะขึ้น โดยพวกเขายังเชื่อว่า การใช้บริการจัดการการเงินส่วนตัวของพวกเขาจะ ท�ำได้สะดวกยิ่งขึ้นหากเข้าใช้บริการที่สาขา โดยในจ�ำนวนนี้แบ่งออกเป็นคน GenZ (8%), มิลเลนเนียล (36%), GenX (17%), คนรุ่นบูมเมอร์ (35%) และกลุ่มเทรดดิชั่น นอลลิสต์ (5%) และมีแนวโน้มว่าพวกเขาจะเปิดรับกับเทคโนโลยี เช่น แชทบอท วอยซ์ รวมทั้งชื่อเสียงของบริการดิจิทัลที่ธนาคารน�ำเสนอให้กับผู้บริโภคก็ส�ำคัญไม่แพ้กัน ธนาคารมีสาขายังตอบโจทย์หรือไม่ ผลส�ำรวจยังพบว่า คนส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าประสบการณ์ใช้บริการธนาคารตามสาขา ยังคงมีความส�ำคัญ โดยแบ่งเป็นผู้ตอบแบบสอบถามจาก GenZ (66%) มิลเลนเนีย ล (68%) GenX (70%) คนรุ่นบูมเมอร์ (83%) กลุ่มเทรดดิชั่นนอลลิสต์ (92%) โดย 72% ของ GenZ ไปท�ำธุรกรรมที่ธนาคารอย่างน้อยเดือนละครั้ง (ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ตอบ แบบสอบถามที่มีจ�ำนวนเยอะที่สุด) ตามมาด้วย มิลเลนเนียล (60%), กลุ่มเทรดดิชั่น นอลลิสต์ (58%), คนรุ่นบูมเมอร์ (55%) และ GenX (50%) โดยกลุ่ม กลุ่มเทรดดิชั่น นอลลิสต์ (25%) เข้าธนาคารทุกสัปดาห์ ตามด้วย GenZ (18%) และ มิลเลนเนียล (16%) ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ผู้ตอบแบบสอบถามราวๆ 54% ยังไปถอนเงินที่ธนาคารและ ขอรับเป็นเงินสด (35%) นับเป็นการท�ำธุรกรรมสองอันดับแรกที่คนเข้าไปใช้บริการ ที่ธนาคารในคนทุกกลุ่มที่ตอบแบบสอบถาม ตามด้วยการรับบริการจากพนักงานที่ หน้าเคาน์เตอร์ (24%) ขณะที่ GenZ มีความแตกต่างเล็กน้อยคือ เลือกใช้การถอน เงินสูงสุดเป็นอันดับแรก (45%) ตามด้วย จ่ายบิล (28%) ใช้บริการที่หน้าเคาน์เตอร์ (25%) กิจกรรมอื่นๆ ที่คนยังเชื่อว่าต้องใช้บริการผ่านสาขาของธนาคารเท่านั้น ได้แก่ ขึ้นเช็ค แลกเปลี่ยนสกุลเงิน หรือเปลี่ยนแบงค์เก่าเป็นแบงค์ใหม่ ส�ำหรับกิจกรรมอื่นๆ ที่ GenZ และ มิลเลนเนียล เข้าใช้บริการที่สาขาธนาคารมากที่สุด การขอใบรับรอง และยื่นขอสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งท�ำมากกว่า คนกลุ่มอื่นๆ รายงานยังเผยให้เห็นข้อมูลที่น่าสนใจ เกี่ยวกับความคิดเห็นของการใช้งานโมบายล์ แบงค์กิ้งและแอปส�ำหรับช�ำระเงิน แต่อย่างที่เราเห็นตัวอย่างจากอุตสาหกรรมค้าปลีก ไม่มีช่องทางใดที่ตอบความต้องการของผู้ใช้บริการได้ครบทุกอย่าง การซื้อสินค้าผ่าน ออนไลน์แต่เลือกไปรับสินค้าด้วยตนเองที่หน้าร้าน (BOPIS) ยังคงเติบโตอย่างไม่น่าเชื่อ และก�ำลังสร้างก�ำลังซื้อรูปแบบใหม่ให้ลูกค้ากลับเข้ามาใช้บริการหรือเลือกซื้อสินค้า ที่หน้าร้านกันมากขึ้น หากพูดเรื่องการขอรับบริการด้านการเงินส่วนบุคคล ผู้บริโภค
ยังต้องการใช้บริการและรับค�ำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ธนาคารที่สาขา จึงเป็นโอกาส ของธนาคารที่จะรวมประสบการณ์ใช้งานที่สาขาโดยอาศัยสามารถของเทคโนโลยี ดิจิทัลและ AR ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าทุกคนได้แบบเรียลไทม์ เพื่อด�ำเนิน ธุรกิจธนาคารให้ประสบความส�ำเร็จ ธนาคารจะต้องท�ำหน้าที่เป็นตัวกลางที่ส่งมอบ ประสบการณ์มาตรฐานที่ยอดเยี่ยมแก่ลูกค้าได้เพิ่มทางช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับ ลูกค้า และเชื่อมช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภคทั้งหมดที่มีอยู่เข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มขีดความ สามารถของธุรกิจให้สามารถอ�ำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่ใช้บริการออฟไลน์และ ออนไลน์ โดยผู้ตอบแบบสอบถามเกือบครึ่งหนึ่งของ GenZ (42%) และ มิลเลนเนีย ล (49%) จะเลือกใช้บริการของธนาคารที่ไม่มีสาขาและเปิดให้บริการระบบออนไลน์ เท่านั้น จากตัวเลขข้างต้นนี้แสดงให้เห็นถึงความต้องการใช้งานระบบออนไลน์ของผู้ บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ซึ่งธนาคารต่างๆ เองต้องเร่งปรับตัว เทคโนโลยีใหม่เพื่อการบริหารการเงินส่วนบุคคล ผลส�ำรวจยังเผยอีกว่า GenZ (44%) และมิลเลนเนียล (31%) เลือกใช้บริการแชทบอท ของธนาคาร (GenX 17%, คนรุ่นบูมเมอร์ 6%, กลุ่มเทรดดิชั่นนอลลิสต์ 5%) ซึ่งแสดง ให้เห็นว่าเริ่มมีการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นบ้างแล้ว โดย 66% ของ GenZ และ 53% ของมิลเลนเนียล กล่าวว่า แชทบอทให้บริการดีกว่าเจ้าหน้าที่ธนาคาร อย่างไรก็ดี มีคน GenZ เพียง 21% และมิลเลนเนียล 23% อยากให้มีบริการแชทบอท เพียงอย่างเดียวไม่ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ หลายคนคงมีข้อสงสัยว่า จากผลการศึกษานี้จะเป็นสัญญาณเตือนให้ธนาคารปรับตัว หรือไม่? จริงๆ ก็ไม่ส่งผลเท่าไหร่ เพราะหากนับตั้งแต่มีการผลิตตู้เอทีเอ็มที่เกิดขึ้นก็ ไม่ได้ท�ำให้เจ้าหน้าที่ธนาคารถูกลดบทบาทหรือตกงานแต่อย่างใด ส�ำหรับบางคนตู้ เอทีเอ็มจ�ำเป็นมากต่อการเบิกถอนเงินสดหรือธนบัตร ซึ่งนับเป็นต้นแบบของฟีเจอร์ "ฮีโร่" ที่ท�ำให้ธนาคารกระจายการให้บริการแก่ผู้คนได้อย่างทั่วถึง ดังนั้นธนาคารควรต้องสร้างฮีโร่ฟีเจอร์ที่เหมาะสมกับธนาคารแบรนด์ต่างๆ และความ ต้องการของลูกค้าธนาคารแต่ละแบรนด์ เช่นเดียวกันกับการสร้างโมบายล์แอป เพราะ สามารถแก้ปัญหาความต้องการที่เฉพาะเจาะจงและท�ำให้ชีวิตของลูกค้าสะดวกยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ด้วยความซับซ้อนของการใช้งานผ่านดิจิทัล ท�ำให้การปฏิสัมพันธ์ระหว่าง ลูกค้ากับเจ้าหน้าที่ธนาคารยังคงเป็นที่ต้องการ เราเห็นแนวโน้มส�ำคัญของเทคโนโลยีการสั่งงานด้วยเสียง (บนแพลตฟอร์มเช่น Amazon Alexa หรือ Google Home) โดย 37% ของ GenZ และ 28% ของมิลเลน เนียลระบุว่า พวกเขาใช้บริการสั่งงานด้วยเสียงบนแพลตฟอร์มที่ระบุข้างต้น (GenX 15%, คนรุ่นบูมเมอร์ 5%, กลุ่มเทรดดิชั่นนอลลิสต์ 6%) ซึ่ง 64% ของ GenZ และ 54% ของมิลเลนเนียล ระบุว่า ได้รับประสบการณ์ที่ดีกว่าการโต้ตอบกับเจ้าหน้าที่ ธนาคาร นอกจากนี้ เมื่อสอบถามในประเด็นเกี่ยวกับการบริการลูกค้า พบว่า 27% ของ GenZ และ 21% ของมิลเลนเนียล ระบุว่า รู้สึกสะดวกสบายที่ใช้บริการสั่งงานด้วยเสียง เช่น เดียวกันกับความต้องการของบริการด้านการจัดการการเงินส่วนบุคคล พบ 22% ของ GenZ และ 25% ของมิลเลนเนียล รู้สึกสะดวกสบายในการใช้ผู้ช่วยด้านเสียงมากกว่า เจ้าหน้าที่ธนาคาร
MAGKETING l 24
CASE STUDY
ท�ำไมธนาคารยังต้องมีสาขา ขณะที่ผู้บริโภคอยู่ระหว่างการเลือกผู้ให้บริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ที่สุด ความ ปลอดภัยและต�ำแหน่งที่ตั้งสาขาเป็นเรื่องหลักๆ ที่ลูกค้าทุกเพศทุกวัยให้ความสนใจ โดยส่วนใหญ่จะเน้นที่ผู้ให้บริการที่มีชื่อเสียง ส�ำหรับผู้ใช้งานกลุ่มคนรุ่นใหม่ (GenZ และ มิลเลนเนียล) ส่วนใหญ่จะพิจารณาจากตัวเลือกในการให้บริการผ่านระบบดิจิทัล แต่ยังต้องการเข้ารับบริการที่สาขาด้วยเช่นกัน โดยผลการศึกษาระบุดังนี้ : - ผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่ม GenZ จ�ำนวน 32% ระบุว่า ให้ความส�ำคัญกับเรื่องความ ปลอดภัยเป็นอันดับแรก ตามมาด้วย ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของธนาคาร (17%) บริการดิจิทัล/แอป (12%) และที่ตั้งของสาขา (11%) - ผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่ม มิลเลนเนียล จ�ำนวน 30% ให้ความส�ำคัญกับความ ปลอดภัยเป็นอันดับแรก ตามมาด้วย ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของธนาคาร (15%) บริการดิจิทัล/แอป (13%) และที่ตั้งของสาขา (12%) โดยผู้ตอบแบบสอบถามในกลุ่มวัยกลางคนและผู้สูงอายุแตกต่างจากกลุ่มคนรุ่นใหม่เล็ก น้อย และยังไม่สนใจใช้บริการด้านดิจิทัลจากธนาคาร: - ผู้ตอบแบบสอบถาม GenX จ�ำนวน 36% ให้ความส�ำคัญกับเรื่องความปลอดภัยเป็น อันดับหนึ่ง ตามมาด้วย ที่ตั้งของสาขา (20%) ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของธนาคาร (14%) และการเข้ารับบริการกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร (11%) - ผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่ม คนรุ่นบูมเมอร์ จ�ำนวน 30% ให้ความส�ำคัญกับเรื่องความ ปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วย ที่ตั้งของสาขา (24%) ชื่อเสียงและความน่าเชื่อ ถือของธนาคาร (12%) และใช้บริการกับธนาคารที่ก่อตั้งภายในประเทศหรือเครดิตอยู่ เนี่ยน (12%) - ขณะที่ ผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่ม กลุ่มเทรดดิชั่นนอลลิสต์ จ�ำนวน 25% ให้ความ ส�ำคัญกับชื่อเสียงละความน่าเชื่อถือของธนาคารเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วย ที่ตั้งของ สาขา (23%) เรื่องความปลอดภัย (19%) และการเข้ารับบริการกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร (19%) นอกจากนี้ เรายังเห็นแนวโน้มเกี่ยวกับการสร้างความสัมพันธ์ของผู้ให้บริการและผู้ เข้ารับบริการ ตั้งแต่การสร้างความสัมพันธ์หรือการเชื่อมต่อกันด้านการท�ำธุรกรรม ทางการเงินผ่านการใช้งานวอลเล็ท ระหว่างบุคคลที่สามารถเชื่อถือได้ รวมทั้งการให้ค�ำ แนะน�ำเกี่ยวกับเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นทางการเงินให้แก่ผู้บริโภคอีกด้วย ขณะนี้ 50% ของ GenZ และ 48% ของมิลเลนเนียลอยากให้ธนาคารสามารถให้ค�ำ แนะน�ำเกี่ยวกับการบริหารทางการเงินและการสร้างวินัยทางการเงินที่ดีเพื่ออนาคต (GenX 43%, คนรุ่นบูมเมอร์ 41%, กลุ่มเทรดดิชั่นนอลลิสต์ 46%) นี่เป็นเพียงข้อมูล ส่วนหนึ่งที่เราคัดมาจากทุกกลุ่มเพื่อให้แบงค์เล็งเห็นความส�ำคัญของความต้องการที่ เกิดขึ้นของผู้บริโภค และวิธีการเข้าถึงความต้องการต่างๆ ของพวกเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่ ธนาคารสาขาต่างๆ จ�ำเป็นต้องมี
SHOPPING Shopping at Home
AT HOME
ผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ท�ำให้พฤติกรรมและรูปแบบการ ใช้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปจากเดิม คือลดการเดินทาง ใส่ใจความปลอดภัย เพื่อตอบ โจทย์การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ลดความเสี่ยงจนกลายเป็น เรื่องคุ้นชิน รวมถึงท�ำให้ผู้บริโภคหันมาให้ความส�ำคัญเรื่องความสะอาดกันมากขึ้น ยิ่งเมื่อรวม กับมาตรการ Work From Home ของหลายๆ บริษัท ท�ำให้ปัจจัยด้านความสะอาด ภายในบ้านถูกยกระดับความส�ำคัญขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การรณรงค์ Social Distancing ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ท�ำให้การสั่งซื้อสินค้าผ่าน แพลตฟอร์มออนไลน์ ส่งถึงบ้าน หรือ โทรศัพท์สั่งสินค้าแล้วมารับที่สาขา ได้เปลี่ยน จากหนึ่งในตัวเลือก สู่ ‘ความจ�ำเป็น’ ที่ผู้บริโภคมีแนวโน้มใช้บริการเติบโตขึ้นอย่าง ก้าวกระโดด ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์ระบุว่าวิกฤตโควิด-19 ท�ำพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน หลีก เลี่ยงการจับเงินสด งดเดินทางออกจากบ้านโดยไม่จ�ำเป็น หันมาใช้ช่องทางดิจิทัลมาก ขึ้นในการท�ำธุรกรรมการเงิน อะโดบี (Adobe) ชี้ว่า “การมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า” นั้นเป็นสิ่งที่ องค์กรธุรกิจทั่วโลกก�ำลังมองหาในช่วงวิกฤต COVID-19 ขณะที่ทุกคนก�ำลังเผชิญกับ ปรากฎการณ์ต่างๆ เช่น การชัทดาวน์, Social Distancing, Work From Home ฯลฯ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่แบรนด์หรือธุรกิจต่างๆต้องคิดถึง ประสบการณ์ลูกค้า (CX) เป็นส�ำคัญขณะที่การด�ำเนินธุรกิจก็อาจจะยังไม่เข้าสู่รูปแบบ ปกติเช่นกัน แบรนด์จึงควรปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ต่างๆ ให้เข้ากับสถานการณ์ ในต่างประเทศพบว่า Sephora แบรนด์ความงามระดับโลก ก็พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส เช่น งดเก็บค่าจัดส่งสินค้า จนถึงต้นเดือนเมษายน นอกจากนี้ยังให้ลูกค้ารีฟันสินค้าได้ ภายใน 30 วันหลังจากเปิดร้านค้าอีกครั้ง รวมถึงเพิ่มระยะเวลาส�ำหรับการคืนสินค้า ผ่านออนไลน์เป็น 60 วัน การเดินซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ตที่มีคนพลุกพล่านสามารถเพิ่มระดับความวิตกกังวล ให้กับผู้คนได้ ดังนั้นการสั่งซื้ออาหารผ่านบริการเดลิเวอรี่ช่วยคลายกังวลในเรื่องนี้ได้ Uber Eats ประกาศงดเก็บค่าธรรมเนียมการจัดส่งส�ำหรับร้านอาหารมากกว่า 10,000 แห่ง และบริจาคอาหารฟรีกว่า 300,000 ชุด ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการตามสถาน พยาบาลในสหรัฐอเมริกา และแคนาดา ส่วนร้านขายยา CVS และ Walgreens ก็ยกเว้นค่าธรรมเนียมในการจัดส่ง prescription ให้ลูกค้าที่บ้าน นอกจากนี้ Walgreens ยังจัดส่งฟรีส�ำหรับการสั่งซื้อ ผ่านเว็บไซต์อีกด้วย
MAGKETING l 25
CASE STUDY
ขณะที่การปิดให้บริการเพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อ Covid-19 ยิมหรือ ฟิตเนสเป็นอีกสถานที่หนึ่งซึ่งมีความส�ำคัญต่อจิตใจและร่างกายส�ำหรับผู้รักสุขภาพ จ�ำนวนมาก Planet Fitness เป็นหนึ่งฟิตเนสที่ต้องปิดให้บริการแต่ Planet Fitness ยังต้องการให้สมาชิกได้ออกก�ำลังกาย จึงช่วยสมาชิกให้เข้าถึงเนื้อหาการออกก�ำลัง กาย และแบบฝึกหัดเทรนนิ่งนับร้อยที่สามารถท�ำได้ที่บ้าน Planet Fitness ยังเปิดให้ บริการ “Home Work-Ins” ผ่าน Facebook ที่ผู้สอนไลฟ์ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ “สุขภาพกายและสุขภาพใจมีความส�ำคัญอย่างยิ่งต่อผู้คนโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ ไม่แน่นอน ถึงแม้เราจะไม่เห็นลูกค้าในฟิตเนสของเราในระยะเวลาหนึ่ง แต่เรายัง สนับสนุนให้พวกเขามีช่วงเวลาดีๆจากการออกก�ำลังกายกับเราเสมอ” ผู้บริหาร Planet Fitness กล่าว ส�ำหรับในไทยข้อมูลจากเฟซบุ๊กระบุว่ากลุ่มใหม่ที่เป็นกระแสแรงมากในเฟซบุ๊กไทย อย่าง “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เเละการฝากร้าน” หรือ “จุฬาฯมาร์เก็ตเพลส” ถูก จัดเป็นกลุ่มที่มีเนื้อหาซื้อขายสินค้าที่เน้นเรื่องโซเชียลคอมเมิร์ซ โดยสถิติวันที่ 27 เมษายน พบว่ากลุ่มมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เเละการฝากร้าน มี สมาชิก 162,501 รายทั้งที่เพิ่งก่อตั้ง 20 วัน (กลุ่มสร้างขึ้นเมื่อ 7 เมษายน 2020) ขณะ ที่จุฬาฯมาร์เก็ตเพลส มีสมาชิก 217,350 รายหลังจากก่อตั้งวันที่ 11 เมษายน 2020 ทั้ง 2 กลุ่มขนานนามตัวเองว่าเป็นกลุ่มแลกเปลี่ยน ซื้อขาย สินค้า และบริการ ของ นิสิตเก่า นิสิตปัจจุบัน และบุคลากรของมหาวิทยาลัย ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ให้บริการส่งสินค้าออนไลน์ก็ออกมาตรการเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ สั่งสินค้าออนไลน์ ทั้งยังเป็นการสร้างความปลอดภัยให้แก่บุคคลากรของตนเองด้วยใน ขณะที่สถานการณ์โรค COVID-19 ยังคงต่อเนื่อง อาทิ GET (เก็ท) ออนดีมานด์แอพพลิ เคชั่นส�ำหรับหลากหลายบริการได้สนับสนุนพาร์ทเนอร์คนขับและร้านอาหาร โดยการ แจกหน้ากากผ้ากว่า 20,000 ชิ้น ให้กับทั้งพาร์ทเนอร์คนขับและร้านอาหารขนาดเล็ก และขนาดกลางที่มีความต้องการใช้หน้ากากเพื่อการป้องกันโรคในการท�ำงานในทุกวัน รวมถึงการร่วมกับ INSTAWASH (อินสตาวอซ) แอพพลิเคชั่นบริการท�ำความสะอาด รถถึงที่ ใช้น�้ำน้อยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จัดโปรแกรมท�ำความสะอาดรถให้พาร์ทเนอ ร์คนขับของ GET เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดความเสี่ยงของโรค COVID-19 โดยพาร์ทเนอร์คนขับของ GET สามารถเข้ารับบริการล้างรถจักรยานยนต์และกล่องใส่ อาหารพร้อมเช็ดฆ่าเชื้อโรค โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 25 -31 มีนาคม 2563 โดยกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ #letsGETsafe เพื่อช่วยสนับสนุนเอเวอรี่ เดย์ฮีโร่ ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทเนอร์คนขับ และพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร และเพื่อสร้างความ มั่นใจและความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการอีกด้วย โควิด-19 เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างรวดเร็ว บริษัท PwC ประเทศไทย เปิดเผยถึงผลส�ำรวจ 'Evolving priorities: COVID-19 rapidly reshapes consumer behavior’ ที่จัดท�ำโดยบริษัท Strategy& (สแตร็ดติ จี้ แอนด์) ของ PwC ว่าได้ท�ำการสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภคในกลุ่มผู้ใหญ่ของ สหรัฐอเมริกาจ�ำนวนกว่า 1,600 รายเพื่อท�ำความเข้าใจว่า พวกเขาได้ปรับรูปแบบการ ใช้ชีวิตประจ�ำวันและพฤติกรรมการใช้จ่ายอย่างไรเพื่อรับมือกับโรคระบาด ทั้งนี้ ผล
ส�ำรวจพบว่าวิกฤตด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากไวรัสโควิด-19 ก�ำลังผลัก ดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของผู้บริโภคที่อาจส่งผลกระทบคงอยู่เป็น ระยะเวลานาน ผู้บริโภคยังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยังไม่ชัดเจน ผลจากการส�ำรวจพบว่า 57% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีการเว้นระยะห่างทางสังคม จากเพื่อนฝูง และ 50% บอกว่า พวกเขาท�ำงานจากที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ หรือตลอด เวลา ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด-19 ผู้ตอบแบบสอบถาม 49% ยังกล่าวด้วยว่า พวก เขาหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน ขณะที่ 42% หลีกเลี่ยงการใช้บริการระบบขนส่ง สาธารณะ เมื่อต้องออกไปธุระข้างนอก นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ (78%) ยังมีความกังวลต่อต้นทุนทาง เศรษฐกิจที่เป็นผลพวงจากโรคระบาดนี้ เช่น การว่างงาน ภาวะถดถอย และความยาก ล�ำบากทางเศรษฐกิจ โดย 71% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า มีความกังวลเกี่ยวกับ การล้มป่วย และการสูญเสียชีวิต และ 48% กล่าวว่า พวกเขาเป็นห่วงเรื่องการติดเชื้อ โควิด-19 ของสมาชิกในครอบครัว ทั้งนี้ จากการศึกษาซึ่งจัดท�ำโดยทีมนักยุทธศาสตร์เชิงปฏิบัติระดับโลกยังพบว่า ผู้ บริโภคต่างเลือกซื้อสินค้าที่มีความจ�ำเป็นมากขึ้น หลังมีการก�ำหนดมาตรการเว้นระยะ ห่างทางสังคมเพื่อลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่น วัตถุดิบที่ไม่เน่าเสียง่าย (27%) ของใช้ในครัวเรือนและอุปกรณ์ท�ำความสะอาด (25%) และอาหารแช่แข็ง (25%) ซึ่ง สินค้าเหล่านี้ล้วนเป็นที่ต้องการสูง ชอปปิงออนไลน์และบริการจัดส่งมาแรง ในขณะที่ผู้คนหลีกเลี่ยงการออกไปข้างนอก และแยกตัวเองออกจากสังคม นี่จึงท�ำให้ พฤติกรรมการชอปปิงเปลี่ยนมาเป็นออนไลน์มากขึ้น โดยการส�ำรวจพบว่า ความ ต้องการซื้อสินค้าออนไลน์ที่มาพร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านส�ำหรับสินค้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นของช�ำและอาหารแช่แข็ง ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ส�ำหรับดูแลสัตว์เลี้ยง และ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ได้รับความนิยมสูงกว่าการซื้อสินค้าออนไลน์โดยที่ผู้บริโภค ต้องเข้ามารับสินค้าที่ร้านด้วยตนเอง นอกจากนี้ ผลส�ำรวจยังพบว่า การอยู่ที่บ้านมากขึ้น ยังหมายถึงการที่ผู้บริโภคมีเวลา มากขึ้นในการท�ำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อความบันเทิง การท�ำอาหาร การท�ำงานบ้าน และ การออกก�ำลังกายด้วย ล�ำดับความส�ำคัญที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคอาจส่งผลกระทบในระยะยาว เมื่อให้ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกกิจกรรมซึ่งตนใช้เวลามากขึ้นจากการอยู่ที่บ้านพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าครึ่ง (56%) กล่าวว่า พวกเขาได้มีเวลาทบทวนการใช้ชีวิต มากขึ้น ในขณะที่ 28% ได้ท�ำงานอดิเรกใหม่ ๆ และ 48% มีความตั้งใจที่จะดูแลรักษา สุขภาพและพฤติกรรมเพื่อการใช้ชีวิตที่ดีในระยะยาว วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า “โควิด-19 ได้กระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจ�ำวันมากขึ้น
MAGKETING l 26
CASE STUDY
UNSPLASH
อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตั้งแต่การหาข้อมูลสินค้าและบริการ การสั่งอาหาร การตรวจ สอบสถานะการจัดส่ง ไปจนถึงการเรียนหนังสือในห้องเรียนเสมือนจริง ซึ่งผลส�ำรวจ นี้ชี้ให้เห็นว่า คนจ�ำนวนมากได้ปรับรูปแบบการชีวิตให้เป็นไปออนไลน์ เชื่อว่า หลังโค วิด-19 สิ้นสุดลง พฤติกรรมเหล่านี้ก็จะยังติดตัวผู้บริโภคต่อไปและจะท�ำให้สัดส่วนการ ใช้บริการออนไลน์สูงต่อไปด้วย “ก่อนวิกฤตโควิด-19 ผู้ประกอบการค้าปลีกไทยบางรายสามารถปรับตัวให้เข้ากับ โลกยุคดิจิทัลได้ดี โดยได้มีการสร้างช่องทางดิจิทัลต่าง ๆ ให้ลูกค้าท�ำรายการได้ และ มีการน�ำข้อมูลมาวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อให้เข้าใจถึงพฤติกรรมลูกค้า แต่ก็ยังมีหลายราย ที่ยังไม่ได้เริ่ม หรือท�ำไปแค่เบื้องต้น ซึ่งผู้ประกอบการเหล่านี้จะต้องปรับตัวแบบ 180 องศา เพื่อให้สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมและน�ำข้อมูลมาปรับใช้เพื่อเพิ่มยอดขายและ ผลก�ำไรต่อไป” “ในช่วงที่เราทุกคนยังต้องประคับคองธุรกิจและให้บริการลูกค้าในช่วงเวลาที่ท้าทาย แบบนี้ ผู้ค้าปลีกอาจจะมองหาแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้วในตลาด และไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร เพื่อสร้างธุรกิจบนสังคมออนไลน์ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ต้องมั่นใจว่า เนื้อหามีกา รอัปเดตอยู่เรื่อย ๆ และมีความเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ รวมถึงสร้างประสบการณ์ที่ดีกับ ลูกค้าที่นอกเหนือไปจากการสร้างความสัมพันธ์ผ่านการท�ำธุรกรรมระหว่างกันเพียง อย่างเดียว” -การใช้ จ ่ า ยแบบสั ม ผั ส การใช้จ่ายแบบไร้สัมผัส มาสเตอร์การ์ดเผยผลส�ำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคทั่วโลกที่ก�ำลังเปลี่ยนไป
จาก 19 ประเทศ พบว่า การใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสมีการเติบโตอย่างรวดเร็วและมี แนวโน้มที่จะยังคงอยู่ต่อไปเหมือนเดิมหลังจากผ่านวิกฤติโรคโควิด-19 ครั้งนี้ไปแล้ว ทั้งนี้ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ผ่านมา หลายประเทศออกกฎระเบียบคุม เข้มมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing ท�ำให้ผู้คนจ�ำนวน มากหันไปใช้จ่ายแบบ “คอนแทคเลส” หรือ “การใช้จ่ายแบบไร้สัมผัส” ในการจับจ่าย ของใช้ในชีวิตประจ�ำวัน จากผลส�ำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกของมาสเตอร์การ์ด 79% ของประชากรทั่ว โลกและ 91% ของประชากรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกล่าวว่า ตอนนี้พวกเขาได้หันมา ใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสแล้ว โดยให้เหตุผลเรื่องความปลอดภัยและลดความกังวลใน การสัมผัสเงินสดและอุปกรณ์ต่างๆของการช�ำระเงิน ทั้งนี้เมื่อต้องออกไปซื้อของข้างนอก พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สามารถเห็นได้ชัดเจนเมื่อถึงเวลาจ่ายเงินที่แคชเชียร์ ผู้คนเริ่มแสดงความต้องการช�ำระ สินค้าด้วยรูปแบบคอนแทคเลส รวมทั้งแสดงความกังวลเรื่องความสะอาดและความ ปลอดภัยของจุดช�ำระเงิน ผลส�ำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคของมาสเตอร์การ์ด บัตรคอนแทคเลสถูกเก็บเป็นใบแรกๆ ในกระเป๋าเงิน – การค�ำนึงถึงความปลอดภัย และความสะดวกในการแตะเพื่อจ่ายท�ำให้ผู้คนหันมาใช้บัตรคอนแทคเลสมากขึ้น 46% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ทั่วโลกได้เปลี่ยนบัตรช�ำระเงินที่ใช้เป็นประจ�ำเป็นบัตร ที่รองรับระบบคอนแทคเลส เช่นเดียวกันกับ 51% ของประชากรในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกที่หันมาใช้บัตรที่รองรับระบบคอนแทคเลสแล้วเช่นกัน
MAGKETING l 27
CASE STUDY
UNSPLASH
ผู้คนมั่นใจกับการใช้จ่ายแบบคอนแทคเลส – โรคโควิด-19 ท�ำให้เกิดความกังวลใน การใช้เงินสดและน�ำไปสู่ทัศนคติที่ดีต่อการใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสด้วยเหตุผลเรื่อง ความปลอดภัยและความสบายใจ 82% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลกมองว่าการใช้ จ่ายแบบคอนแทคเลสเป็นช่องทางการช�ำระเงินที่ลดความเสี่ยงจากการแพร่กระจาย ของเชื้อที่ดีกว่า ซึ่ง 80% ของผู้ตอบแบบสอบถามในเอเชียแปซิฟิกมองแบบเดียวกัน นอกจากนี้ เพราะการใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสเร็วกว่าการใช้จ่ายที่ไม่ใช่คอนแทคเลส ถึง 10 เท่า ท�ำให้ผู้บริโภคสามารถเข้า-ออกร้านค้าได้เร็วขึ้น ผู้คนจึงมีความมั่นใจต่อ การใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสมากขึ้น การใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสจะอยู่กับเราต่อไป – ตอนนี้เป็นช่วงที่ผู้บริโภคให้ความ ส�ำคัญกับวิธีการช�ำระเงินเป็นอย่างมาก การใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสในประเทศที่มี การใช้อย่างแพร่หลายอยู่แล้วถูกน�ำมาปรับใช้มากขึ้นอีก ในขณะเดียวกันก็เกิดการกระ ตุ้นให้มีการใช้จ่ายเงินแบบคอนแทคเลสในประเทศ ที่วิธีนี้ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย จาก ผลส�ำรวจ 74% ของประชากรทั่วโลก และ 75% ของประชากรในเอเชียแปซิฟิกกล่าว ว่า พวกเขาจะยังคงใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสต่อไปแม้จะผ่านวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้ ไปแล้ว “ผลส�ำรวจของมาสเตอร์การ์ดแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนไปใช้จ่ายแบบคอนแทคเลส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 ที่ท�ำให้วิธีการช�ำระเงินและการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจ�ำวันของผู้คน เปลี่ยนไป” แซนดีป มอลโฮทรา รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์และ นวัตกรรมประจ�ำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มาสเตอร์การ์ด กล่าว “ความจริงที่ว่า 3 ใน 4 ของประชากรมีความตั้งใจที่จะใช้จ่ายแบบคอนแทคเลส หรือ แตะเพื่อจ่ายต่อไป แม้ สถานการณ์โควิดจะจบลง เป็นสัญญาณที่ชัดเจนจากผู้บริโภคถึงประโยชน์ของการ ใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสในระยะยาวในเรื่องของความปลอดภัย ความสะอาด ความ รวดเร็วและความรับผิดชอบต่อสังคม”
การเติบโตของการใช้จ่ายแบบคอนแทคเลส มาสเตอร์การ์ดเป็นผู้น�ำในการผลักดันให้มีการใช้ระบบคอนแทคเลสในการช�ำระ เงินทั่วโลก เพื่อให้มีความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย สอดคล้องกับความต้องการ ปัจจุบันของผู้บริโภคที่มองหาวิธีที่พวกเขาสามารถเข้า-ออกร้านค้าได้เร็วที่สุดโดยที่ ไม่ต้องสัมผัสกับจุดช�ำระเงิน มาสเตอร์การ์ดพบว่ายอดการท�ำธุรกรรมแบบคอนแทค เลสเติบโตกว่า 40% ทั่วโลกในไตรมาสแรกของปี 20201 โดยที่กว่า 80% ของการ ท�ำธุรกรรมมีมูลค่าต�่ำกว่า 25 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 800 บาท ซึ่งโดยปกติจะ เป็นการใช้จ่ายด้วยเงินสดเสียมากกว่า แม้ว่าแต่ละประเทศจะอยู่ในช่วงที่ต่างกันของการน�ำคอนแทคเลสมาใช้ในชีวิตประจ�ำ วัน แต่ด้วยพฤติกรรมและการเลือกวิธีการช�ำระเงินของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ข้อมูลเชิง ลึกจากผลส�ำรวจของมาสเตอร์การ์ดพบว่า แนวโน้มการจับจ่ายด้วยบัตรคอนแทคเลส เพื่อซื้อสิ่งของจ�ำเป็นในชีวิตประจ�ำวันในร้านสะดวกซื้อและร้านขายยาในช่วงเดือน กุมภาพันธ์และมีนาคมมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเกือบทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยที่การ ใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสทั่วโลกเติบโตสูงกว่าการใช้จ่ายที่ไม่ใช่คอนแทคเลส 2 เท่า1 และ 2.5 เท่าส�ำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก2 ในเดือนที่ผ่านมามาสเตอร์การ์ดได้ประกาศเพิ่มวงเงินส�ำหรับบัตรคอนแทคเลสใน 50 กว่าประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะในทวีปยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน และประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นส่วน หนึ่งของความพยายามของมาสเตอร์การ์ดในการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ร้าน ค้าและธุรกิจขนาดเล็กว่าพวกเขาเหล่านี้จะมีเครื่องมือในการท�ำธุรกรรมการเงินที่ ปลอดภัยและจะยังคงด�ำเนินกิจการต่อไปได้ในช่วงวิกฤติโควิดนี้
MAGKETING l 28
FACTOR
PEXELS
แนวโน้ม เศรษฐกิจและเมกะเทรนด์โลกปี 64 เรื่อง : กรุงศรี
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำ�กัด (มหาชน)) เผยแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจไทยและอาเซียนปี 2564 ในงานสัมมนา Krungsri Business Talk: Thailand and ASEAN Economic Outlook 2021 งานสัมมนาแบบไฮบริดทั้งออนไลน์และ ออนกราวด์ ที่จัดขึ้นเพื่อลูกค้าธุรกิจของกรุงศรี ด้วยการผสานพลังศักยภาพระหว่างกรุงศรีและ MUFG รวมทั้งเครือข่าย ธนาคารพันธมิตรที่เป็นสถาบันการเงินชั้นนำ�ในอาเซียน
MAGKETING l 29
FACTOR
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน)) เผยแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจไทยและ อาเซียนปี 2564 ในงานสัมมนา Krungsri Business Talk: Thailand and ASEAN Economic Outlook 2021 งานสัมมนาแบบไฮบริดทั้งออนไลน์และออนกราวด์ ที่จัด ขึ้นเพื่อลูกค้าธุรกิจของกรุงศรี ด้วยการผสานพลังศักยภาพระหว่างกรุงศรีและ MUFG รวมทั้งเครือข่ายธนาคารพันธมิตรที่เป็นสถาบันการเงินชั้นน�ำในอาเซียน ระดมวิทยากร ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการเงินมาร่วมวิเคราะห์และประเมินภาพรวมเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมการเงินโลก พร้อมเจาะลึกอินไซต์ใน 4 ประเทศอาเซียน - ไทย เวียดนาม อินโดนิเซีย และเมียนมา ท่ามกลางสถานการณ์ที่โลกยังต้องเผชิญกับความ ไม่แน่นอนจากวิกฤตการระบาดของโควิด-19 พรสนอง ตู้จินดา ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้าธุรกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) กล่าวว่าการจัดงานสัมมนาครั้งนี้แสดงถึงศักยภาพที่โดดเด่นของกรุงศรีใน การผสานความร่วมมือกับเครือข่ายที่ครอบคลุมของ MUFG โดยมีวิทยากรทั้งจาก MUFG Bank ในสิงคโปร์ และธนาคารพันธมิตรคือ Bank Danamon Indonesia และ VietinBank ประเทศเวียดนาม ร่วมให้ข้อมูลเชิงลึกผ่านทางออนไลน์อีกด้วย โดยกรุงศรีมีความพร้อมทั้งบริการทางการเงิน บริการให้ค�ำปรึกษาและข้อมูลเชิงลึก เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตให้กับลูกค้าที่มองหาตลาดที่มีศักยภาพในภูมิอาเซียน และ เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความผันผวนของโลกธุรกิจ ตอกย�้ำพันธกิจของกรุง ศรีในการสนับสนุนลูกค้าธุรกิจอย่างครบวงจร เพื่อมุ่งไปสู่การเป็นธนาคารพันธมิตรที่ ลูกค้าไว้วางใจ ภายในงาน ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน วิจัยและหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) เปิดประเด็น ว่าเศรษฐกิจของโลกก�ำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังจากที่วิกฤตโควิค19 ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อศักยภาพของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกตลอดปี 2563 และมีแนวโน้มว่าภาคธุรกิจต่างๆ ของไทยจะมีทิศทางที่ดีขึ้นในปีหน้า แต่ภาคท่องเที่ยว ยังคงชะลอตัว อัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อก�ำลังซื้อในประเทศ กลุ่มผู้ที่มีราย ได้สูงจึงเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลักที่จะผลักดันอัตราการใช้จ่ายในประเทศ ส�ำหรับแนวโน้มเมกะเทรนด์ของโลกที่จะมีผลต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคม คือ การ ทวนกระแสโลกาภิวัตน์ (Deglobalization) ที่ต่อเนื่องจากปีนี้ โดยประเทศในแถบ เอเชียจะสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าประเทศในแถบยุโรปและอเมริกา ซึ่งส่งผลต่อการ เปลี่ยนแปลงอุปสงค์ ความผันผวนของตลาด การใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้ ธุรกิจ ลดความเกี่ยวข้องกับคน ห่วงโซ่อุปทานจะสั้นลง ขณะเดียวกันแนวโน้มRegionalization หรือการรวมกลุ่มระหว่างประเทศในภูมิภาค เดียวกัน จะมีบทบาทมากขึ้น ซึ่งกลุ่มประเทศอาเซียนเองมีจุดเด่นที่มีความได้เปรียบ โดยเปรียบเทียบ (Comparative Advantage) ในการผลิตสินค้าแต่ละชนิดที่ต่างกัน จึงเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจและการลงทุนใหม่ๆ ภายในอาเซียน ด้าน Ms. Sook Mei LEONG, ASEAN Head of Global Markets Research,
MUFG Bank Singapore ให้ความเห็นว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปี 2564 มี แนวโน้มดีกว่าปีนี้จากปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศที่มีความส�ำคัญต่อ เศรษฐกิจโลก ตลอดจนภาพรวมของตลาดในเอเชีย รวมทั้งท่าทีและนโยบายของผู้น�ำ ประเทศคนใหม่ของญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ขณะที่เงินเยนและเงินหยวนมีแนวโน้มแข็ง ค่ามากขึ้น และเศรษฐกิจของจีนจะฟื้นตัวได้เร็วที่สุดในบรรดาประเทศ G10 ส�ำหรับ อาเซียน การเลือกตั้งที่ประเทศมาเลเซียและเวียดนามในปีหน้า อาจส่งผลต่อการ เปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของภูมิภาค รมเกียรติ แก้วรัตนอัมพร ผู้อ�ำนวยการฝ่ายบริหารจัดการกลุ่มธุรกิจ ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) และคณะกรรมการสมาคมนักธุรกิจไทย ประเทศ สาธารณรัฐเมียนมา กล่าวถึงสถานการณ์และโอกาสทางเศรษฐกิจของเมียนมาว่าเป็น ตลาดที่มีศักยภาพมากในระยะยาวส�ำหรับธุรกิจไทย เพราะคนเมียนมามีทัศนคติที่ดี และเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้าไทย ธุรกิจที่น่าสนใจส�ำหรับนักลงทุนไทย ได้แก่ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจเครื่องจักรการเกษตร การท่องเที่ยว บรรจุภัณฑ์อาหาร และอีคอมเมิร์ซ โดยกรุงศรีมีส�ำนักงานตัวแทน ณ กรุงย่างกุ้ง พร้อมให้บริการลูกค้าทั้งด้านการเงิน ข้อมูลด้านกฎระเบียบ ข้อมูลเชิงลึก และการแนะน�ำเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐและเอกชนให้กับนักธุรกิจไทยที่สนใจลงทุน ในเมียนมา ส�ำหรับ Mr. Wisnu Wardana นักเศรษฐศาสตร์ประจ�ำธนาคาร Danamon ประเทศ อินโดนีเซีย กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจอินโดนีเซีย แนวทางการส่งเสริมการลงทุนด้าน ไอซีที และการปรับแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน รวมทั้งการอ�ำนวยความ สะดวกแก่ธุรกิจ และสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่เอื้อต่อการจ้างงานที่มากขึ้น ส่วน ธุรกิจที่น่าสนใจ ได้แก่ ธุรกิจด้านไอซีที การเงิน และอาหารและเครื่องดื่ม ปิดท้ายที่ Mr. Le Duy Hai, Head of Corporate Banking Division, VietinBank ประเทศเวียดนาม กล่าวเสริมว่าเวียดนามมีความพร้อมด้วยปัจจัยต่างๆ ที่เอื้ออ�ำนวย ต่อการลงทุน เช่น สิทธิทางภาษีต่างๆ ส�ำหรับการลงทุนแบบ Public-PrivatePartnership หรือ PPP ค่าแรงที่ถูกกว่า ความมั่นคงทางการเมืองที่สูงกว่า นอกจากนั้นยังได้รับสิทธิพิเศษจากข้อตกลงเศรษฐกิจต่างๆ เช่น CPTPP (Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-Pacific Partnership) หรือข้อตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าส�ำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิกที่ จะมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้งานสัมมนาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 7 ของซีรีส์สัมมนาที่จัดขึ้นเป็นพิเศษส�ำหรับลูกค้า ธุรกิจของกรุงศรี ภายใต้บริการ Krungsri Business Empowerment ที่เน้นการให้ บริการข้อมูลเชิงลึกผ่านกิจกรรมสัมมนาและการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจที่จะช่วยสร้าง โอกาสในการต่อยอดธุรกิจและสร้างการเติบโตให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง สามารถชม งานสัมมนาย้อนหลังได้ที่ Krungsri Business Empowerment Facebook, Krungsri Simple Youtube และ Krungsri.com
MAGKETING l 30
FACTOR
PIXABAY
บีโอไอชี้ นักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นพร้อมเดินหน้าลงทุน บีโอไอเผยผลส�ำรวจความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างประเทศในไทยประจ�ำปี 2563 นักลงทุน ต่างชาติมั่นใจศักยภาพประเทศไทย ร้อยละ 96 มีแผนขยายการลงทุนและรักษาระดับ การลงทุน แม้จะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ระบุไทยมีสิทธิประโยชน์จูงใจกระตุ้นให้ เกิดการลงทุน มีวัตถุดิบเพียงพอ และมีอุตสาหกรรมสนับสนุนพร้อม ซ่อนกลิ่น พลอยมี ที่ปรึกษาด้านการลงทุน ส�ำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยผลส�ำรวจความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติในประเทศไทย ประจ�ำ ปี 2563 ในงานสัมมนาเรื่อง “ลงทุนไทย 2563: มุมมองอนาคตไทยในสายตาต่าง ชาติ” เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2563 ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร โดยได้ส�ำรวจจาก กลุ่มตัวอย่าง จ�ำนวน 600 บริษัท พบว่าผู้ตอบแบบส�ำรวจร้อยละ 96 มีแผนการลงทุน ในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยร้อยละ 76.67 ยังคงรักษาระดับการลงทุน ในขณะที่ร้อยละ 19.33 มีแผนจะขยายการลงทุนเพิ่มเติม แม้จะอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ส�ำหรับปัจจัยหลักที่ท�ำให้นักลงทุนตัดสินใจขยายหรือรักษาระดับการลงทุนใน ประเทศไทยนั้น พบว่าอันดับแรก คือการมีสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนที่กระตุ้นให้ ลงทุนในประเทศไทย อันดับสอง มีวัตถุดิบและชิ้นส่วน และอันดับสาม คือมีความ พร้อมของอุตสาหกรรมสนับสนุน ทั้งนี้ ผลส�ำรวจนักลงทุนถึงผลกระทบจากโควิด-19 พบว่า ร้อยละ 63.17 นั้น ธุรกิจ ได้รับผลกระทบแต่ยังสามารถด�ำเนินธุรกิจได้ ร้อยละ 29.17 ธุรกิจได้รับผลกระทบ อย่างมาก แต่ยังสามารถด�ำเนินธุรกิจได้ ร้อยละ 7.5 ธุรกิจไม่ได้รับผลกระทบ สามารถ ด�ำเนินธุรกิจได้ตามปกติ มีเพียงร้อยละ 0.17 หยุดการด�ำเนินธุรกิจ
“แม้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 จะส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมทั้ง ประเทศไทย แต่นักลงทุนยังมีแผนขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยนัก ลงทุนมีความเห็นว่าประเทศไทยมีปัจจัยเอื้ออ�ำนวยหลายด้าน ทั้งวัตถุดิบและชิ้นส่วน ที่เพียงพอ มีบริการด้านการสื่อสาร ระบบขนส่งและโลจิสติกส์ รวมทั้งสิทธิประโยชน์ ต่างๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุน” นางสาวซ่อนกลิ่นกล่าว ทั้งนี้ มาตรการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอที่นักลงทุนใช้และคาดว่าจะใช้มากที่สุด คือ มาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ร้อยละ 44.86 อันดับสอง คือ มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ร้อยละ 37.74 และ อันดับสาม คือมาตรการกระตุ้นการลงทุน ร้อยละ 31.45 ส�ำหรับผลการส�ำรวจความพึงพอใจต่อการบริการของบีโอไอ พบว่านักลงทุนต่างชาติ มีความพึงพอใจค่อนข้างมากเกือบทุกด้าน รวมทั้งนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่รับทราบ ถึงการให้บริการของบีโอไอผ่านระบบออนไลน์ โดยบริการที่ใช้มากที่สุด ร้อยละ 75.94 คือระบบรายงานผลประกอบการและรายงานความคืบหน้าของโครงการ รองลงมา คือ ระบบตรวจสอบสถานภาพเอกสารทางอินเทอร์เน็ต และการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ส�ำหรับงานสิทธิประโยชน์ด้านวัตถุดิบ นักลงทุนมีความเห็นเพิ่มเติมว่ารัฐบาลไทย รวมทั้งบีโอไอควรมีการด�ำเนินการต่างๆ เพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุนให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น การปรับปรุงระบบราชการ ให้มีประสิทธิภาพ การยกเลิกใบอนุญาตหรือกระบวนการต่างๆ ที่ไม่จ�ำเป็น การมี แนวทางการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ที่ชัดเจน เป็นต้น
MAGKETING l 31
DIGITAL LIFE
MAGKETING l 32
DIGITAL LIFE
TikTok จึงถือเป็นพื้นที่แห่งโอกาสของแบรนด์และธุรกิจในปัจจุบัน ที่ในวันนี้เราไม่ได้ เป็นเพียงแพลตฟอร์มที่เติบโตเร็วที่สุด แต่มาพร้อม TikTok For Business โซลูชั่น การตลาดดิจิทัลที่จะตอบโจทย์แบรนด์และธุรกิจในทุกขนาด ควบคู่ไปกับการสร้าง ผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อบรรลุเป้าหมายทางการตลาดได้อย่างครบ วงจร ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ (Awareness) การมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค (Engagement) พร้อมต่อยอดไปถึงการพิจารณาเลือกซื้อ (Consideration) สู่การ ตัดสินใจซื้อ (Conversion) นอกจากนี้ยังมี โซลูชั่น Self-Serve ที่จะเข้ามาช่วยธุรกิจ SMEs ในการการบริหารจัดการโฆษณาบน TikTok ได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดายและมี ประสิทธิภาพ โดยวันนี้จึงขอสรุปเหตุผลที่น่าสนใจที่ท�ำให้แบรนด์และธุรกิจควรเริ่มต้น ท�ำการตลาดดิจิทัลบน TikTok และเป็นเพราะเหตุใด TikTok จึงได้เข้ามามีบทบาทกับ การตลาดดิจิทัลในปัจจุบันจนได้ชื่อว่า เป็นแพลตฟอร์มการตลาดดิจิทัลที่มาแรงแห่งยุค ไม่ตกเทรนด์วิดีโอสั้นกับ TikTok แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่มาแรงที่สุด ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจุบันคอนเทนต์ได้เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก โดยมีค�ำเปรียบ เปรยว่า Content is a King และด้วยความแรงของคอนเทนต์ประเภทวิดีโอโดยเฉพาะ อย่างยิ่งวิดีโอสั้น จึงท�ำให้ในวันนี้รูปแบบของคอนเทนต์ที่ได้ชื่อว่า เป็นคอนเทนต์ที่ มีความโดดเด่นมีประสิทธิภาพสามารถท�ำหน้าที่สื่อสารและกระตุ้นการมีส่วนร่วม มากที่สุด คือ Short Video หรือ วิดีโอสั้นนั่นเอง เนื่องจากเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่ เสพย์ง่ายในเวลาอันสั้นแต่สามารถดึงดูดผู้คนได้เป็นอย่างมาก โดย TikTok ถือเป็น แพลตฟอร์มที่ได้จุดกระแสวิดีโอสั้นจนเกิดเป็นปรากฏการณ์ทั่วโลกในช่วง 2 ปีที่ผ่าน มา ซึ่งสอดคล้องกับผลส�ำรวจที่อ้างอิงข้อมูลจาก We are social ในปี 2020 ที่พบว่า กว่า 90% ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกนิยมชมวิดีโอออนไลน์ โดย 72% ชื่นชอบ และสนใจรับชมเรื่องราวของแบรนด์ผ่านรูปแบบวิดีโอ และอีก 90% ที่ชื่นชอบการ รับชมวิดีโอในรูปแบบวิดีโอสั้น จึงท�ำให้แบรนด์หรือธุรกิจที่ก�ำลังมองหาโอกาสในการ บอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์และการพัฒนาสู่การท�ำการตลาดดิจิทัลแบบครบวงจรใน ปัจจุบันจึงต้องไม่ควรตกกระแสวิดีโอสั้นที่ก�ำลังมาแรง และแน่นอนว่า TikTok จะเป็น พื้นที่แห่งการเริ่มต้นที่น่าสนใจ TikTok ตอบโจทย์เทรนด์การตลาดดิจิทัล ความโดดเด่นของ TikTok คือ การเป็นผู้น�ำคอนเทนต์วิดีโอสั้นที่มาพร้อมกับโซลูชั่น การตลาดที่สามารถตอบโจทย์แบรนด์และธุรกิจทุกขนาดได้อย่างครบวงจร ด้วยรูป แบบการโฆษณาที่หลากหลายไม่เหมือนใคร อาทิ Brand Takeover, Top View , In-Feed Ads , Hashtag Challenge , Branded Effect ที่จะช่วยให้นักการตลาด สามารถท�ำการตลาดในรูปแบบ Video Marketing ได้อย่างมีประสิทธิภาพและโดด เด่น รวมไปถึงกระแสที่มาแรงของครีเอเตอร์บน TikTok และเหล่า Influencer ที่ เข้ามาใช้ TikTok เป็นพื้นที่ส�ำหรับส่งการสร้างสรรค์และเผยแพร่คอนเทนต์และความ เป็นตัวตนที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร จึงท�ำให้ TikTok สามารถเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์ม ที่จะช่วยเติมเต็มประสิทธิภาพของกลยุทธ์ Influencer Marketing ที่ก�ำลังมาแรงใน ปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจ และส�ำหรับ Hashtag Marketing ที่ถือเป็นต้นทางความ ส�ำเร็จของการสร้างคอมมิวนิตี้ของกลุ่มผู้ชมที่สนใจในเรื่องเดียวกัน ซึ่งจะมีส่วนช่วย ให้นักการตลาดสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างกิจกรรมการตลาดผ่านชาเลนจ์ต่างๆ ได้ อย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ
TikTok ถือเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสไวรัลมากมายในช่วงเวลาที่ผ่านมา และล้วนแล้ว แต่เป็นไวรัลที่ได้สร้างปรากฏการณ์ที่ไม่ใช่แค่การบอกต่อหรือพูดถึง แต่ยังได้สร้างไวรัล ที่ชวนผู้คนมากมายเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างน่าสนใจ และถือเป็นพื้นที่แห่งการแจ้งเกิด Challenge Marketing ที่โดดเด่นด้วยการสร้างไวรัลในระดับที่สามารถสร้างการมีส่วน ร่วมควบคู่ไปกับการเติบโตของยอดขายได้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังจะเห็นได้ จากความส�ำเร็จของแบรนด์ดังทั้งในระดับโลกและในประเทศและที่เลือกใช้ TikTok ใน การสร้าง Challenge Marketing มากมาย อาทิ แคมเปญ #walkwithpomelo จาก Pomelo ที่ชวนผู้คนเข้าร่วมกิจกรรมด้วยการถ่ายคลิปวิดีโอของตัวเองในท่าทางการ เดินอย่างมั่นใจ ที่สามารถท�ำยอดวิววิดีโอรวมที่สูงถึง 179.6 ล้าน และจากแคมเปญนี้ สามารถสร้างการเติบโตของยอดขายให้กับ Pomelo ได้สูงเทียบเท่ากับช่วงเมกะเซลล์ 11 .11 ในปีที่ผ่านมา และ แคมเปญ #PutURHandsUpChallenge ของ NIVEA ได้ เชิญชวนให้ผู้คนเข้ามาถ่ายคลิปวิดีโอสั้นโพสต์ท่าโชว์ใต้วงแขนอย่างมั่นใจประกอบ เพลง PutURHandsUp ซึ่งท�ำยอดวิวทะลุ 157.3 ล้าน และแคมเปญนี้ยังเพิ่มยอดขาย ของนีเวียโรสเซรั่มซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ของ NIVEA ได้มากกว่า 26% อีกด้วย แบรนด์และธุรกิจสามารถแสดงความเป็นตัวตนได้บน TikTok สิ่งที่พิเศษอีกอย่างหนึ่งของการท�ำโฆษณาบน TikTok คือ การบอกเล่าตัวตนของ แบรนด์ผ่านการสร้างสรรค์ที่หลากหลาย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Don’t Make Ads. Make TikToks.” ที่เน้นการบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ในรูปแบบที่สร้างสรรค์และ น่าสนใจ ซึ่งจะท�ำให้ผู้ชมและกลุ่มเป้าหมายเกิดความสนใจ สนุก และอยากเข้าไป ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับกิจกรรมของแบรนด์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนแบรนด์และสร้างการรับ รู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังพบว่า ผลการส�ำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภค ที่มีต่อแบรนด์ที่ท�ำการตลาดบน TikTok โดยอ้างอิงข้อมูลจาก GWI หรือ Global Web Index ปี 2019 พบว่า ผู้ชมกว่า 74% มองว่า ภาพลักษณ์ของแบรนด์เกิดการ เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีและน่าสนใจมากยิ่งขึ้นหลังท�ำการตลาดบน TikTok TikTok เปิดโอกาสให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ปัจจุบัน TikTok ถือว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ก�ำลังมาแรง ท่ามกลางกลุ่มผู้ใช้ที่หลาก หลาย ครอบคลุมทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้อายุ 16 – 34 ปีในประเทศไทย ที่ คิดเป็นสัดส่วน 60% และมากกว่า 80% พบว่า เป็นกลุ่มนักศึกษาและคนท�ำงานรุ่น ใหม่ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีก�ำลังซื้อสูงและก�ำลังเป็นที่จับตาของแบรนด์และนักการตลาด ในปัจจุบัน อีกทั้งหากมองลึกไปถึงพฤติกรรมของผู้ใช้ TikTok ที่มีความโดดเด่นในการ มีส่วนร่วมกับแบรนด์ซึ่งแตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่มุ่งเน้นเพียงแค่การสร้างการ รับรู้ จึงถือเป็นพื้นที่แห่งโอกาสในการที่แบรนด์และธุรกิจทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ควร มาปักหมุดและขยายโอกาสใน TikTok เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่ก�ำลังมี อิทธิพลในโลกการตลาดดิจิทัลในปัจจุบัน และทั้งหมดนี้ คือ สิ่งที่จะสะท้อนให้เห็นว่า TikTok เป็นพื้นที่แห่งโอกาสของแบรนด์ และธุรกิจในปัจจุบัน ที่ไม่ใช่เพียงแค่ความโดดเด่นในการเป็นแพลตฟอร์มที่เติบโตเร็ว ที่สุดเท่านั้น แต่ TikTok ยังมาพร้อมโซลูชั่นการตลาดดิจิทัลที่จะตอบโจทย์แบรนด์ และธุรกิจในทุกขนาด ที่จะท�ำให้การเดินเกมรุกของธุรกิจในสมรภูมิดิจิทัลนี้ท�ำได้อย่าง สร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
TikTok คือ จุดก�ำเนิดในการสร้างไวรัล
MAGKETING l 33
RESEARCH
PEXELS
ส�ำรวจ การท�ำงานที่เปลี่ยนไปในยุคโควิด จ๊อบไทย (JobThai) ผู้ให้บริการหางาน สมัครงาน ออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลการส�ำรวจความคิดเห็นเรื่องโลกการท�ำงานที่เปลี่ยนไปในยุค Post COVID-19 Pandemic จากคนท�ำงานทั่วประเทศจ�ำนวน 7,548 คน และส�ำรวจความ คิดเห็นขององค์กรทั่วประเทศจ�ำนวน 1,019 องค์กร พบว่า ในช่วงที่มีมาตรการล็อก ดาวน์มีผู้ที่ได้ท�ำงานที่บ้านเพียง 34.1% และผู้ที่ไม่ได้ท�ำงานที่บ้าน 65.9% ส�ำหรับ ผู้ที่ได้ท�ำงานที่บ้านระบุข้อดีของการท�ำงานที่บ้านว่า ท�ำให้เขามีโอกาสได้ใช้เวลากับ ครอบครัวมากขึ้น มีเวลาท�ำงานที่ยืดหยุ่นขึ้น ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาการเมืองในองค์กร ได้ มีช่วงเวลาในการท�ำงานนานขึ้นกว่าการท�ำงานในออฟฟิศ และยังสามารถจัดสภาพ แวดล้อมในการท�ำงานดีกว่าในออฟฟิศ
ใช้เอกสารแบบกระดาษ ซึ่งกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ (New Normal) ขององค์กร
ส�ำหรับองค์กรนั้นมีการปรับเปลี่ยนสวัสดิการหลังจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยมีการเพิ่มสวัสดิการให้พนักงานท�ำงานที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องเข้าออฟฟิศ (Work From Home / Remote Working) มากที่สุด เพิ่มสวัสดิการเวลาท�ำงานสามารถ ยืดหยุ่นได้ (Flexible Hours) และสวัสดิการเงินกู้ยืม ส่วนสวัสดิการที่ถูกยกเลิก ได้แก่ กิจกรรมสันทนาการ เช่น งานกีฬาสี งานเลี้ยงสังสรรค์ ท่องเที่ยวประจ�ำปี การให้โบนัส และเงินรางวัลประจ�ำปี /รางวัลพนักงานดีเด่น เป็นต้น ส่วนอุปสรรคในการท�ำงาน ของฝั่งองค์กรที่พบมากที่สุด คือ การสรรหาและว่าจ้างพนักงานใหม่ การฝึกอบรมและ พัฒนาทักษะให้กับพนักงาน การดูแลเรื่องสวัสดิการให้กับพนักงาน การสื่อสารภายใน องค์กร และการสร้างความเชื่อมั่นในองค์กรให้กับพนักงาน ตามล�ำดับ
ผู้ตอบแบบสอบถามฝั่งคนท�ำงานแบ่งเป็นผู้มีงานท�ำ 62.7% ผู้ว่างงานที่ได้รับผลกระ ทบจากโควิด-19 23.7% อีก 13.6% เป็นผู้ว่างงานที่เกิดจากเหตุผลอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง กับโควิด-19 โดยผู้ตอบแบบสอบถามในกลุ่มผู้ว่างงานที่เกิดจากผลกระทบจากโค วิด-19 เป็นผู้ที่ท�ำงานในประเภทธุรกิจการบริการ ธุรกิจการท่องเที่ยว และธุรกิจการ ขายปลีก ตามล�ำดับ
จากการสัมภาษณ์องค์กรเกี่ยวกับรูปแบบการท�ำงานหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่า องค์กรที่ให้พนักงานท�ำงานที่บ้าน (Work From Home) มีรูปแบบการท�ำงาน ที่เปลี่ยนไป เนื่องจากองค์กรมีการน�ำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น เช่น การประชุมออนไลน์ (Video Conference) ทั้งกับบุคคลภายในและภายนอก ท�ำให้คนท�ำงานต้องเกิดการ ปรับตัว การเรียนรู้ เลือกใช้เครื่องมือต่าง ๆ ตลอดจนลดขั้นตอนในการท�ำงาน ลดการ
พนักงานกว่า 81% มองหางานใหม่ในปีหน้า
นอกจากนี้ จ๊อบไทยยังได้ส�ำรวจเรื่องค่าตอบแทนของพนักงานในปี 2564 พบว่า องค์กรส่วนใหญ่มีแผนปรับขึ้นเงินเดือนตามโครงสร้างปกติ 48.2% องค์กรที่มีแผนปรับ เงินเดือนแต่จะเพิ่มขึ้นน้อยกว่าปกติ 28.9% องค์กรที่จะไม่มีการปรับเงินเดือน 18.1% องค์กรที่ยังไม่ได้สรุปนโยบาย 3.2% และองค์กรที่ปรับลดเงินเดือนของพนักงานลง 1.6% ธุรกิจท่องเที่ยว ว่างงานสูงสุดจากเหตุโควิด-19
เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนคนมีงานท�ำกับคนว่างงานที่ท�ำงานในประเภทธุรกิจเดียวกัน พบว่าประเภทธุรกิจที่มีผู้ว่างงานเนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 สูงสุดคือ ธุรกิจการท่องเที่ยว โดยมีสัดส่วนผู้ว่างงานที่เป็นผลกระทบจากโควิด-19 สูงถึง 71.9%
การส�ำรวจแผนการหางานใหม่ในปี 2564 ของผู้ตอบแบบสอบถามที่มีงานท�ำ พบว่า มี ผู้ที่จะหาใหม่อย่างจริงจัง 26.4% ไม่ได้หาอย่างจริงจังแต่เปิดโอกาสส�ำหรับงานใหม่ 55.4% และมีเพียง 18.2% ที่คิดว่าจะไม่หางานใหม่
MAGKETING l 34
RESEARCH
ส�ำหรับสาเหตุที่พนักงานต้องการเปลี่ยนงาน อันดับหนึ่ง ไม่พึงพอใจเรื่องเงินเดือน อันดับสอง ไม่มีความก้าวหน้าในสายงาน อันดับสาม ไม่พึงพอใจเรื่องสวัสดิการ อันดับ สี่ ไม่พึงพอใจเรื่องวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมขององค์กร อันดับห้า งานที่ท�ำไม่มี ความท้าทาย
จ้างงานเด็กจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์การท�ำงาน อันดับสาม กังวลเรื่องรายได้จะไม่ เพียงพอในการเลี้ยงชีพ อันดับสี่ กังวลว่าจะได้งานที่ไม่ตรงกับความต้องการ อันดับห้า กังวลเรื่องหัวหน้าเเละเพื่อนร่วมงานจะไม่ดี
ส�ำหรับคนท�ำงานที่ไม่มีแผนเปลี่ยนงาน ปัจจัยที่จูงใจให้อยากเปลี่ยนงาน อันดับหนึ่ง เงินเดือนสูงขึ้น อันดับสอง สวัสดิการดีขึ้น อันดับสาม ต�ำแหน่งงานก้าวหน้าขึ้น อันดับ สี่ การเดินทางสะดวกขึ้น อันดับห้า มีเวลาท�ำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
โดยจุดมุ่งหมายที่นักศึกษาจบใหม่มีในการท�ำงาน อันดับหนึ่ง ได้ท�ำงานที่มีเงินเดือน และสวัสดิการที่ดี 83.6% อันดับสอง มีโอกาสได้พัฒนาทักษะและเติบโตในหน้าที่การ งาน 82.6% อันดับสาม ได้มีเพื่อนร่วมงานที่ดี 61.1% อันดับสี่ ได้ท�ำงานในองค์กรที่มี วัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมที่ดี 58.0% และอันดับห้า ได้ท�ำงานที่ตนเองรัก 53.4%
การส�ำรวจคนท�ำงานเกี่ยวกับการหางานในช่วงนี้ พบว่า มีคนหางานที่ต้องการเปลี่ยน สายงาน 47.3% ซึ่งสายงานที่คนต้องการเปลี่ยนไปท�ำมากที่สุดเป็นสายงานที่ไม่ได้ใช้ ทักษะเฉพาะ
ส�ำหรับสายงานที่เปิดรับนักศึกษาจบใหม่มากที่สุดในช่วงนี้ ได้แก่ อันดับหนึ่ง งานขาย อันดับสอง งานช่างเทคนิค อันดับสาม งานบริการลูกค้า อันดับสี่ งานผลิต/ควบคุม คุณภาพ อันดับห้า งานวิศวกรรม
ในช่วงที่ว่างงาน คนหางาน 54.1% เลือกเรียนออนไลน์เพื่อเพิ่มทักษะและความ สามารถในการแข่งขัน โดยอันดับหนึ่ง เรียนรู้เรื่องการเตรียมตัวหางาน สมัครงาน อันดับสอง ภาษาต่างประเทศ อันดับสาม การเงิน การลงทุน
แสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการจ๊อบไทย มีมุม มองต่อตลาดแรงงานและการหางานว่า จากการระบาดของโควิด-19 ภาคธุรกิจต้องมี การปรับตัวซึ่งส่งผลกระทบกับการจ้างงาน จะเห็นได้ว่าในช่วงที่มีการระบาดหนักและ ล็อกดาวน์ องค์กรต่าง ๆ ออกมาตรการที่จะเป็นการลดค่าใช้จ่ายของบริษัท เช่น การ ปลดพนักงาน การลดสวัสดิการ นอกจากนี้อัตราการเปิดรับสมัครงานลดลงกว่าปีก่อน และจ�ำนวนผู้ว่างงานในตลาดแรงงานมีมากขึ้น ส่งผลให้การสรรหาบุคลากรนั้นมีความ เข้มข้นมากขึ้น ซึ่งเว็บไซต์หางานเป็นช่องทางที่องค์กรและคนหางานนิยมใช้มากที่สุด
เมื่อสอบถามถึงความกังวลในการหางานใหม่ อันดับแรกที่กังวล คือ เรื่องวิกฤต เศรษฐกิจ 72.6% อันดับที่สอง กังวลเรื่องการแข่งขันในตลาดแรงงานที่สูงขึ้น 66.3% อันดับสาม กังวลเรื่องความสามารถในการสื่อสารภาษาต่างประเทศไม่เพียงพอ 59.9% อันดับสี่ ทักษะความสามารถของตนเองอาจมีไม่เพียงพอ 56.9% และอันดับห้า กังวล ว่าประสบการณ์ในการท�ำงานไม่เพียงพอต่อการสมัครงานใหม่ 55.7% ส�ำหรับซอฟต์สกิล (Soft Skills) ที่องค์กรมองหาจากคนท�ำงานหลังจากการแพร่ ระบาดของโควิด-19 พบว่า อันดับหนึ่ง ความสามารถในการเรียนรู้และเปิดรับสิ่งใหม่ 49.6% อันดับสอง ความสามารถในการท�ำงานเชิงรุก (Proactive) 49.1% อันดับสาม การจัดล�ำดับความส�ำคัญของงาน 47.6% อันดับสี่ การสื่อสารและการถ่ายทอดข้อมูล 45.3% และอันดับห้า การบริหารเวลา 44.0% นักศึกษาจบใหม่หวั่นตกงาน บริษัทไม่จ้างเด็กจบใหม่ ด้านนักศึกษาจบใหม่ที่จบการศึกษาในปีนี้มีปัญหาการว่างงานสูง และต้องเจอกับ สภาวะการแข่งขันในตลาดแรงงานที่สูงขึ้น จ๊อบไทยจึงส�ำรวจความคิดเห็นนักศึกษา จบใหม่ที่ยังว่างงานและก�ำลังหางานท�ำอยู่จ�ำนวน 1,496 คน พบว่า นักศึกษาจบใหม่ ที่ก�ำลังหางานได้หางานมาเป็นเวลา 1-3 เดือน 44.0% หางานมาเป็นเวลา 4-6 เดือน 31.9% และหางานน้อยกว่า 1 เดือน 9.8% โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่ไม่เคยได้รับการเรียกสัมภาษณ์งาน 36.2% กลุ่มที่ได้รับการ สัมภาษณ์แล้วแต่ไม่ผ่านการสัมภาษณ์งาน 35.4% จากการสอบถามในกลุ่มนักศึกษา จบใหม่ทั้งหมดว่าต้องการจะท�ำงานอยู่ในองค์กรแรกประมาณกี่ปี พบว่า นักศึกษาจบ ใหม่อยากท�ำงานในองค์กรแรกประมาณ 1-3 ปี 65.5% 3-5 ปี 12.7% ไม่เกิน 1 ปี 11.2% และ 5 ปีขึ้นไป 10.7% นอกจากนี้นักศึกษาจบใหม่ยังมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับชีวิตหลังเรียนจบ ดังนี้ อันดับ หนึ่ง กังวลว่าจะหางานท�ำไม่ได้ อันดับสอง กังวลเรื่องเศรษฐกิจตกต�่ำจะท�ำให้บริษัทไม่
อีกหนึ่งอย่างที่กระทบกับองค์กรโดยตรงคือเรื่องวัฒนธรรมองค์กร เนื่องจากรูปแบบ การท�ำงานไม่สามารถเข้าไปท�ำงานด้วยกันได้เหมือนก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการปรับเปลี่ยนสวัสดิการไปตามข้อจ�ำกัดของสถานการณ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบ กับความรู้สึก และความเป็นอยู่ในองค์กรของพนักงาน หลังจากนี้องค์กรจะมีวิธีการ อย่างไรที่จะสร้างวัฒนธรรมองค์กร และสภาพแวดล้อมการท�ำงานที่ดี ท�ำให้พนักงาน รับรู้และเข้าใจค่านิยมขององค์กร (Core Value) ให้พนักงานมีประสบการณ์ที่ดีเหมือน ที่เคยเป็นมา และสามารถสร้างแบรนด์ภาพลักษณ์องค์กร (Employer Branding) ที่ ดี ดึงดูดคนให้เข้ามาสมัครกับองค์กรได้ เป็นเรื่องที่องค์กรอาจจะต้องกลับมาพิจารณา และก�ำหนดแนวทางการท�ำงานกันใหม่ ส่วนด้านคนหางาน สมัครงาน มีการแข่งขันที่สูงขึ้น เพื่อสร้างความสามารถในการ แข่งขัน คนหางานต้องปรับตัวพร้อมรับกับเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ส�ำหรับนักศึกษาจบ ใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์การท�ำงาน จะมีโอกาสได้งานมากขึ้นถ้าสามารถสร้างจุดเด่นให้ ตัวเองน่าสนใจ เช่น การท�ำเรซูเม่ (Resume) ควรมีการปรับข้อมูลเพื่อน�ำเสนอตัวเอง ให้เข้ากับต�ำแหน่งงานและองค์กรที่เราสมัครมากขึ้น ในการสัมภาษณ์งานควรวางตัว พูดคุยแบบมืออาชีพ และอธิบายถึงประสบการณ์ที่เรียนมาว่าจะสามารถน�ำไปปรับใช้ กับต�ำแหน่งงานที่สมัครได้อย่างไรบ้าง นอกจากนี้การเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการจ้าง งานใหม่ส�ำหรับผู้จบการศึกษาใหม่โดยภาครัฐและเอกชนเป็นอีกทางที่ช่วยส่งเสริมให้ นักศึกษาจบใหม่มีโอกาสได้งานมากขึ้นได้ เราจะเห็นว่า โลกการท�ำงานมีการเปลี่ยนอยู่เสมอ คนท�ำงานการต้องพร้อมรับสิ่งใหม่ ๆ พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เปิดรับและเรียนรู้สิ่งใหม่ พัฒนาทักษะในด้าน ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทักษะทางด้านภาษา ด้านเทคโนโลยี และซอฟต์สกิล (Soft Skills) เพื่อสร้างโอกาสและเพิ่มความสามารถให้กับตัวเองอยู่เสมอ
MAGKETING l 35
MOVEMENT
MAGKETING l 36
MOVEMENT
IKEA อิเกีย จัดมหกรรมลดราคาครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี “IKEA SALE” พบกับเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านคุณภาพระดับโลก ในราคาสบายๆ ช้อปของจ�ำเป็นเพื่อบ้านที่คุณรักให้น่าอยู่และตอบโจทย์ทุกความต้องการในบ้านมากยิ่งขึ้น พิเศษส�ำหรับ สมาชิก IKEA Family ลดเพิ่มอีก 10% ส�ำหรับสินค้า SALE ทุกรายการเมื่อซื้อสินค้าที่สโตร์อิเกีย ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2563 – 3 มกราคม 2564 ที่อิเกีย บางนา อิเกีย บางใหญ่ อิเกีย ภูเก็ต และอิเกียออนไลน์ Strategy
:: การจัดงานส่งเสริมการขาย
(Sales Promotion activity)
HEAD & SHOULDERS เฮด แอนด์ โชว์เดอร์ เปิดตัว “Head & Shoulders ซุปเปอร์เฟรช” แชมพูขจัดรังแคสูตรใหม่ที่โดดเด่นเรื่องการสยบความ มัน มั่นใจ 100% พร้อมกลยุทธ์สร้างความสุดเอ็กซ์คลูซีฟด้วยขวดแชมพูลิมิเต็ดอิดิชั่น ที่มีภาพมาริโอ เมาเร่อ นักแสดงชื่อ ดังบนขวด Head & Shoulders ครั้งแรกของเมืองไทย หวังขยายฐานแฟน Strategy
:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
(New Product Development)
AIRASIA airasia.com สุดยอดแอปพลิเคชั่นของอาเซียน มอบโปรโมชั่นสุดพิเศษ Super Sale สุดท้ายของปี 2563 จัดหนักโปร โมชั่นตั๋วเครื่องบินหลากหลายสายการบินลดสูงสุดถึง 70% และอื่นๆ อีกมากมาย ได้แก่ SNAP, Hotel, น�้ำหนักกระเป๋า อาหารร้อน และการเลือกที่นั่ง โดยสามารถจอราคาโปรโมชั่นได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ที่ airasia.com Strategy
:: การลดราคาเฉพาะช่วงเวลา
TRUE MONEY ทรูมันนี่ขยายฐานผู้ใช้งานอีวอลเล็ทชาวต่างชาติในประเทศไทย เปิด “TrueMoney Wallet for Foreigners” เพื่อสร้าง Financial Inclusion และมอบประสบการณ์ Cashless Payment ให้กับชาวต่างชาติและแรงงานต่างชาติในไทย โดยนอก เหนือจากแอปฯ เวอร์ชั่นภาษาไทยและอังกฤษ ยังได้เพิ่มเวอร์ชั่นภาษาพม่า เพื่อรุกเจาะกลุ่มผู้ใช้แรงงานชาวเมียนมาร์โดย เฉพาะกว่า 2 ล้านคนในประเทศไทย พร้อมมอบบริการ “In-App TrueMoney Transfer” โอนเงินจากประเทศไทยกลับ ประเทศเมียนมาร์ได้โดยตรง Strategy
:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
(New Product Development)
MAGKETING l 37
MOVEMENT
IKEA อิเกีย พลิกโฉม “มีทบอล” เมนูยอดนิยมตลอดกาลที่ครองใจแฟนอิเกียทั่วโลก เปิดตัว “แพลนต์บอล” HUVUDROLL เมนู ใหม่สูตรไร้เนื้อสัตว์ แต่ยังคงรสชาติความอร่อยไม่เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมคือดีต่อโลก เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และห่วงใย สุขภาพมากขึ้นกว่าเดิม ผ่านกระบวนการผลิตซึ่งมีปริมาณการปล่อยก๊าซที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพียง 4% ใน 2 เมนู ได้แก่ แพลนต์บอล 8 ลูก เสิร์ฟพร้อมมันบด และบรอกโคลี่ 100 บาท และแพลนต์บอล 8 ลูก เสิร์ฟพร้อมข้าวไรซ์เบอร์รี่, เบบี้แครอท และซอสต้มย�ำ 90 บาท Strategy
:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
(New Product Development)
TMB บัญชีออลล์ฟรี (ALL FREE) จาก ทีเอ็มบี จัดกิจกรรมเอาใจลูกค้าที่รักในเสียงดนตรีด้วยสตรีมมิ่งไลฟ์คอนเสิร์ต TMB ALL FREE presents ‘เจ็บได้อีก it’s OKAY’ โดยศิลปินเจ้าของพลังเสียงคุณภาพ ทอม อิศรา กิจนิตย์ชีว์ กับ playlist เพราะ หวาน ซึ้ง เอาใจแฟนคลับโดยเฉพาะ พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ ว่าน ธนกฤต พานิชวิทย์ และ พี่เอ็ดดี้ จุมพฎ จรรยหาญ ที่มา ร่วมสร้างบรรยากาศให้กิจกรรมครั้งนี้ Strategy
::
Music Marketing
PIZZA HUT พิซซ่า ฮัท เปิดตัวแก้ว “To-Go” ที่บรรจุได้ทั้งอาหารและน�้ำ ลูกค้าสามารถเลือกชุดคอมโบ อิ่มเบาๆ กับอาหารว่างอย่าง ชีสซี่ป๊อป ฟิชโดนัท หรือสปาเก็ตตี้จานโปรดที่เลือกได้ถึง 3 เมนู คือ สปาเก็ตตี้ไวท์ครีมซอส สปาเก็ตตี้เบคอน และสปา เก็ตตี้ผัดฉ่าไส้กรอกไก่ พร้อมเครื่องดื่มเป๊ปซี่ ในราคาพิเศษ 139-199 บาท หรือสนใจซื้อเฉพาะแก้ว “To-Go” ด้วยราคา เพียง 99 บาท ที่ร้านพิซซ่า ฮัท ทุกสาขา ยกเว้นสาขาเมกาบางนา รวมถึงบริการเดลิเวอรี 1150 ส่งตรงถึงบ้าน หรือสั่งผ่าน ออนไลน์ www.pizzahut.co.th Strategy
:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
(New Product Development)
GOJEK Gojek (โกเจ็ก) จับมือแมคโดนัลด์จัดโปรแรงส่งท้ายปี ลดราคา 4 เมนูยอดนิยมเหลือเพียง 39 บาท ได้แก่ เฟรนช์ฟรายส์ ขนาด XL (ราคาปกติ 80 บาท) ซามูไรเบอร์เกอร์หมู (ราคาปกติ 95 บาท) แมคไก่ (ราคาปกติ 95 บาท) และแมคนักเก็ต 6 ชิ้น (ราคาปกติ 95 บาท) ทั้ง 4 เมนู ลดราคาเหลือเพียงเมนูละ 39 บาท ลดทั้งวัน ลดทุกวัน ตั้งแต่ 7 -20 ธันวาคม 2563 Strategy
:: การลดราคาเฉพาะช่วงเวลา
MAGKETING l 38
MOVEMENT
KRUNGSRI มูลนิธิกรุงศรี โดยธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) มอบเงินสนับสนุนการจัดท�ำถุงยังชีพจ�ำนวน 400,000 บาท แก่ พลโทนายแพทย์ อ�ำนาจ บาลี ผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ที่ก�ำลังได้รับความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ อันสะท้อนถึงพันธกิจหลักของมูลนิธิกรุงศรีในการให้ ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยพิบัติอย่างเร่งด่วน Strategy
:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)
IKEA อิเกีย ประเทศไทย ปั้นโมเดลใหม่ต่อยอดตลาดออนไลน์ เปิด Nong Khai Collection Point หรือจุดรับสินค้า หนองคาย เดินหน้าขยายช่องทางเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น เพิ่มความสะดวกให้ชาวอีสานสามารถเข้าถึงสินค้าที่ตนเองต้องการได้ง่ายขึ้น เพียงสั่งซื้อผ่าน IKEA.co.th หรือแอปพลิเคชัน IKEA Shopping เพื่อให้ลูกค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและพื้นที่ใกล้ เคียงสามารถรับสินค้าได้ที่จุดรับสินค้า หนองคาย หรือส่งตรงถึงบ้าน โดยไม่ต้องเดินทางมาที่กรุงเทพฯ Strategy
:: การพัฒนาช่องทางจัดจำ�หน่าย
(Place)
HONDA บริการ “Honda Drop & Go” โดยลูกค้าสามารถนัดหมายและยืนยันงานบริการ “Honda Drop and Go” ล่วงหน้า ผ่านทาง “Online Service Booking” คลิกที่เว็บไซต์ servicebooking.honda.co.th หรือ LINE: @Honda-Thailand หรือช่องทางติดต่อของโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าที่สะดวกเข้ารับบริการ และเมื่อถึงวันนัด ลูกค้าสามารถน�ำรถมาจอด และฝากกุญแจ ณ จุดบริการ โดยสามารถอัปเดตสถานะการเข้ารับบริการผ่านมือถือ และช�ำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ (e-Payment) ได้ ท�ำให้ลูกค้าสะดวกสบายและประหยัดเวลามากยิ่งขึ้น Strategy
:: การพัฒนาบริการใหม่
(New Service Development)
KRUNGSRI กรุงศรีได้ติดตั้งเครื่องก�ำจัดและแปรเศษอาหารที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการย่อยสลายขยะเศษอาหารจากห้องอาหาร พนักงานให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเพื่อใช้ในเชิงเกษตรกรรม โดยสามารถลดปริมาณขยะจากอาหารได้ถึง 90% ภายใน เวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งนอกจากเป็นการลดปริมาณขยะซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมแล้วยังเป็นการสร้างอาหารบ�ำรุงพืชและ ช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสภาพแวดล้อมอีกด้วย Strategy
::
Green Marketing
MAGKETING l 39
+ +
หากคุณต้องการไอเดีย+จุดประกายความคิดทางธุรกิจ พร้อมกับศึกษาข้อมูลสภาวะการแข่งขันอย่างรอบด้าน
“แมกเก็ตติ้ง
(MAGKETING)”
แมกเก็ตติ้ง (MAGKETING) นิตยสารออนไลน์ด้านการตลาด (E-Magazine) รายเดือน ประเภท Free view ซึ่งน�ำเสนอข่าว ความเคลื่อนไหว ข่าวเชิงวิเคราะห์ รวมถึงข้อมูล ในรูปแบบ Database ในแวดวงธุรกิจการตลาด สามารถเลือกช่องทางการอ่านได้หลากหลาย
พร้อมเสิร์ฟฟรี ทุกที่ ทุกเวลา อ่านได้ทันทีที่