Skip to main content

Magketing Vol.53

Page 1

LOW & NO SUGAR MARKETING ++ marketing case study BEYOND STRATEGY & CONSUMER LIFESTYLE OCTOBER 2563

VOL.6 ISSUE 53

THAILAND'S FIRST FREE E-MARKETING MAGAZINE

LOW & NO SUGAR MARKETING ++

NO SUGAR

UNSPLASH

it's FREE

53 I S S U E


Fresh - Baked Dairy The Europeans baking kitchen Enjoy a cup of warm chocolate

AnnaNita

SUKH UMVI T So i 1 1 n ear NA NA BTS Sky trai n SUKH UMVIT R d. BKK


01

HOMEROOM

EDITORIAL บรรณาธิการบริหาร

ภาวนา อรัญญิก

EDITORIAL STAFF > หัวหน้ากองบรรณาธิการ > กองบรรณาธิการ

บัณฑิต โชคสิทธิกร กัลชนา ทิชากร ปรัชญ์ พันแสงระวี

> ศิลปกรรม

cymk@bangkok

ADVERTISING STAFF > ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา > กองโฆษณา

วิโรจน์ ธนวัฒน์วาทิน สุนิสา อดุลย์วิทย์

บจ.มาร์เก็ตอินโฟ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น 3769/46 เจริญราษฎร์ บางโคล่ บางคอแหลม กทม. 10120 tel.062-4836903 email>>magketing.editor@gmail.com


CONTENTS

INFORMATION

17

8 12

FLASH PODIUM

ANALYSIS

20

29

33

17 20 26 28 34

BEHAVIOR CASE STUDY FACTOR DIGITAL LIFE RESEARCH

DATABASE

37 38 39

MOVEMENT

>> FOOD & IT

MOVEMENT

>> HOME & FINANCE

MOVEMENT

>> ETC.


FLASH

กรุงศรี

รางวัล Best Sustainable Bank จาก FinanceAsia

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) เป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของไทยที่ได้ รับรางวัล Best Sustainable Bank จาก FinanceAsia นิตยสารการเงินชั้นน�ำของ ภูมิภาคเอเชีย รางวัลดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นและการให้บริการทางการเงินที่ เข้าถึงและครอบคลุมทุกภาคส่วน (Financial Inclusion) โดยกรุงศรีเป็นธนาคาร พาณิชย์แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ออกพันธบัตรเพื่อสังคมที่ค�ำนึงถึงเพศสภาพ )(Gender Bond

ทีเอ็มบี

ทีเอ็มบีและธนชาตลุยงาน Money Expo 2020

“HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2020”

เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) ได้รับมอบรางวัล “HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2020 (Thailand Edition)” ณ Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา ตอกย�้ำการน�ำองค์กรขับเคลื่อนไปสู่ผู้น�ำ ธุรกิจเพื่อบ้านและอาคารที่มั่นคงและยั่งยืน และสามารถยกระดับการบริหารบุคลากร ให้ก้าวสู่ระดับเอเชีย ท�ำให้ เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) ได้รับรางวัล “บริษัทดีเด่นที่น่า ท�ำงานมากที่สุดในเอเชีย” ในปีนี้นั่นเอง

ไหว้เจ้า 9 ศาล เทศกาลกินเจสมุทรสาคร ปี63

บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จ�ำกัด ผู้ผลิตและจัดจ�ำหน่าย “เส้นหมี่อบแห้งไว ไว” น�ำทีมร่วมงานบุญ "ไหว้เจ้า 9 ศาล เทศกาลกินเจสมุทรสาคร ประจ�ำปี 2563” กิจกรรมเนื่องในเทศกาลถือศีลกินเจ หนึ่งในมนต์เสน่ห์แห่งสมุทรสาคร พร้อมเป็นผู้ แทนเข้ารับโล่เกียรติคุณ ในฐานะผู้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมและผู้ร่วมสืบสานวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของพี่น้องชาวสมุทรสาคร

เอเซอร์

ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ประธานในพิธี ร่วมเปิดบูธทีเอ็มบีและธนชาตในงานมหกรรมการเงิน Money Expo 2020 ซึ่ง เป็นการผนึกพลังร่วมกันจัดงานครั้งแรกของทั้งสองธนาคาร ภายใต้แนวคิดการสร้าง ชีวิตทางการเงินดีขี้นให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม หรือ Financial Well – being ที่ปรับให้ สอดคล้องกับสถานการณ์การเงินในยุค New Normal

เฮเฟเล่

ไวไว

Porsche Design Acer Book RS

Porsche Design จับมือ Acer ผนึกปรัชญาการออกแบบส�ำหรับการใช้งานของ Porsche Design เข้ากับแนวคิดทางวิศวกรรมด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีจาก Acer สร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์และล�้ำสมัย อาทิ Porsche Design Acer Book RS ไฮเอนด์โน้ตบุ๊คที่ผสมสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับองค์ประกอบที่พิถีพิถันและเรียบง่าย

ทรูมันนี่

“รวยทองเป็นล้าน กับทรูมันนี่ วอลเล็ท”

ทรูมันนี่ ผู้น�ำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์ชั้นน�ำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียง ใต้ มอบแคมเปญพิเศษ “รวยทองเป็นล้าน กับทรูมันนี่ วอลเล็ท” เอาใจลูกค้าแม็คโคร และกระตุ้นการใช้จ่ายแบบแทนเงินสดลดสัมผัสอย่างต่อเนื่อง เพียงจับจ่ายซื้อของ และช�ำระเงินผ่านแอปพลิเคชั่น TrueMoney Wallet ที่แม็คโครทุกสาขาหรือช็อป ออนไลน์กับแม็คโครคลิก

MAGKETING l 8


FLASH

MAGKETING l 9


FLASH

ซิซซา

รพ.สุขภาพและความงาม ควบ รีสอร์ทหรู

เรเซอร์

บริษัท ซิซซา กรุ๊ป จ�ำกัด พัฒนาเมกะโปรเจ็กต์ในรูปแบบ รพ.สุขภาพและความงาม ควบคู่ไปกับ รีสอร์ทหรูระดับ 6 ดาว เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ด้านการดูแลสุขภาพมาก ขึ้น รวมไปถึงการพิจารณาการเข้าพักในโรงแรมที่มีการดูแลด้านสุขอนามัยอย่างจริงจัง ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด – 19 ภายใต้ชื่อโครงการ นาใต้ เมดิ คอล เซ็นเตอร์ แอนด์ รีสอร์ท (Natai Medical Center & Resort) ตั้งอยู่ติดหาดนา ใต้ จังหวัดพังงา

เวิล์ดแก๊ส

เผยโฉมคลังเก็บและจ่ายก๊าซบางปะกง เฟส 3

กรุงศรี

บริษัท เรเซอร์การไฟฟ้า (ประเทศไทย) จ�ำกัด เรเซอร์ (RACER) เปิดงาน โคมไฟ อัจฉริยะสั่งการด้วยเสียง “Racer AI Lamp Voice Control” เหนือกว่าโคมไฟ ธรรมดา สามารถเชื่อมต่อกับระบบสารสนเทศ IOT ในแอปพลิเคชั่น Racer Smart Pro” ที่สามารถควบคุมการเปิด-ปิด, การปรับเพิ่ม-ลดแสดง การเปลี่ยนสีของแสง ทั่วไป และโหมดแสง RGB ให้โทนสีหลากหลายเฉดสี ด้วยการสั่งผ่าน 16 ชุดค�ำสั่ง เสียง

สตาร์มาร์ค

ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ ผู้จัดจ�ำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ภายใต้แบรนด์เวิลด์ แก๊ส ปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 2 ของไทย เตรียมเปิดด�ำเนินการคลัง เก็บและจ่ายก๊าซบางปะกง ส่วนต่อขยายเฟส 3 ด้วยความจุกว่า 8,700 ตัน ซึ่งส่งผล ให้คลังเก็บและจ่ายก๊าซบางปะกงเป็นคลังก๊าซขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัทด้วยความจุ รวมทั้ง 3 เฟส ถึง 13,015 ตัน ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จและอยู่ในช่วงทดลองระบบ

Best Sponsored Stickers in Finance & Insurance

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) รับ 2 รางวัล จากงาน LINE THAILAND AWARDS 2020 ได้แก่ รางวัล Best Sponsored Stickers in Finance & Insurance สติ๊กเกอร์แบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรมการเงินและประกัน ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ด้วยยอดดาวน์โหลดสูงถึงกว่า 3.3 ล้านครั้งในปี 2562 และรางวัล Best LINE Ads Platform in Finance & Insurance จากแผนการสื่อสารแคมเปญ ”“Plearn เพลิน by Krungsri GURU

โคมไฟอัจฉริยะสั่งการด้วยเสียง

โครงการ “อิ่มนี้เพื่อน้อง ครั้งที่ 7”

บริษัท สตาร์มาร์ค แมนูแฟคเชอร์ริ่ง จ�ำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบชุดครัว Built-in และผลิตเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งระดับคุณภาพมานานกว่า 38 ปี ร่วมจัดกิจกรรม เพื่อสังคมกับโครงการ ”อิ่มนี้เพื่อน้อง ครั้งที่ 7” กิจกรรมแบ่งปันความสุข เต็มหัวใจ ดวงน้อยแก่นักเรียนโรงเรียนวัดหวายเหนียว “ปุณสิริวิทยา” จ.กาญจนบุรี

อิออน

“บัตรเครดิต อิออน แรบบิท แพลทินัม”

บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จ�ำกัด (มหาชน) ผู้น�ำการให้บริการสินเชื่อ รายย่อย และบริษัท บางกอก สมาร์ทการ์ด ซิสเทม จ�ำกัด (บัตรแรบบิท) ร่วมเปิดตัว “บัตรเครดิตอิออน แรบบิท แพลทินัม” บัตรส�ำหรับชีวิตยุคดิจิทัล ที่ตอบโจทย์ไลฟ์ สไตล์ชีวิตคนเมือง New Normal ช้อปซื้อสินค้าออนไลน์ หรือเดินทางโดยสารรถไฟ ฟ้าบีทีเอส (BTS) ในบัตรเดียว

MAGKETING l 10


FLASH

MAGKETING l 11


PODIUM

เนลฟี่ สตูดิโอ ร้านอุปกรณ์ท�ำเล็บใหญ่สุดในประเทศ เล็งยกระดับธุรกิจเล็บไทยสู่ระดับโลก อมลณัฐ สิริวัฒน์ธนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนลฟี่ ซัพพลาย จ�ำกัด เปิดเผยว่า “เนลฟี่ ซัพพลาย” เป็นบริษัทค้าส่ง-ปลีก อุปกรณ์ทุกชนิดที่ใช้ในร้านท�ำเล็บ ที่มีสินค้า ที่หลากหลายมากที่สุดและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีสีเล็บให้เลือกมากกว่า 10,000 เฉดสี มีสต็อกสีทาเล็บมากกว่า 100,000 ขวด โดยเรามีโชว์รูมชื่อว่า “เนลฟี่ สตูดิโอ” ตั้งอยู่บนชั้น 2 ศูนย์การค้า เดอะสตรีท รัชดา มีพื้นที่มากกว่า 750 ตร.ม.และมีโกดัง สินค้าขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า1,500 ตร.ม. ในการสต็อคสินค้า “เนลฟี่ สตูดิโอ เป็นร้านอุปกรณ์ท�ำเล็บที่มีจุดเด่นในความครบครันและคุ้มค่า จาก สินค้าทุก SKU ที่หมุนเวียนสับเปลี่ยนตามเทรนด์ทุกวัน และสามารถรองรับตลาดได้ ทุกระดับ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราให้ค่าจุดเด่นขึ้นกับตัวสินค้าอย่างเดียวเท่านั้น ครบในอีกความหมายหนึ่งของเราคือการบริการที่ครบทั้งระหว่างและหลังการขาย พนักงานในร้านทุกคนต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการท�ำเล็บ เข้าใจการแก้ ปัญหา รู้จักความเคลื่อนไหวของเทรนด์การท�ำเล็บ และสามารถอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจ เพื่อน�ำข้อมูลไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์กับตัวลูกค้าเองได้ ดังนั้นอุปกรณ์จาก เนลฟี่ สตูดิโอ ที่ลูกค้าถือออกไปจากร้าน นอกจากจะต้องเป็นของมีคุณภาพแล้ว ยังต้องเป็น ของที่เหมาะสมกับธุรกิจของพวกเขาหรือกระทั่งในด้านสไตล์การท�ำงาน” ปัจจุบัน “เนลฟี่ สตูดิโอ” จัดจ�ำหน่ายสินค้าอุปกรณ์ท�ำเล็บครบวงจร น�ำเข้าจาก ประเทศจีน รวมถึงแบรนด์ชั้นน�ำใน สหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ นอกจากนี้ยัง จ�ำหน่ายสินค้า House Brand ภายใต้ชื่อ “Nailfie Signature” “จุดเด่นของ Nailfie Signature คือการเป็น House Brand ที่เหมาะกับการเติม เต็มช่องว่างในตลาดได้พอดี” นางสาวอมลณัฐ กล่าวว่า “Nailfie Signature ผลิตใน ประเทศจีน หนึ่งในหลายๆ โรงงานคุณภาพสูงที่เรามีคอนแทคด้วย ดังนั้นเราจึงรู้ว่า โรงงานไหนมีจุดแข็งด้านใด และเราได้เลือกโรงงานที่มีจุดแข็งเรื่องสีคุณภาพสูงที่สุด มาเป็นสถานที่ผลิต House Brand ของตัวเอง อีกทั้งในหลายๆ แบรนด์สีทาเล็บที่เรา รู้จักมา ส่วนใหญ่แล้วจะคละรูปแบบของสีรวมกันในแต่คอลเลคชั่น เช่น plain 80 ต่อ glitter 20 ซึ่งแตกต่างจาก Nailfie Signature ที่เราเลือกเติมช่องว่างนี้ด้วยรูปแบบสีที่ เต็ม 100% เช่น Nailfie Signature คอลเลคชั่นแรก ที่เป็นการรวม glitter ทั้งหมด มี ทุกความละเอียดให้ลูกค้าเลือกสรร จากนั้นเราจะเริ่มพยายามสร้าง House Brand ให้ แข็งแรงขึ้น และมีคุณภาพที่ทัดเทียมกับแบรนด์อเมริกา-เกาหลีใต้ ในอนาคต” อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาสินค้า House Brand เพื่อสร้าง มาตรฐานใหม่ให้กับธุรกิจท�ำเล็บในประเทศ แต่สถานการณ์ของเนลฟี่ สตูดิโอ กลับต้อง เผชิญความท้าทายในหลายๆ ด้าน เริ่มตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ความเสี่ยงต่อ การโดน disruption จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ คู่แข่งที่มีสินค้าจัดจ�ำหน่าย อยู่ในไลน์เดียวกัน รวมไปถึงความเสี่ยงที่ใกล้ตัวที่สุด จากสถานการณ์ในธุรกิจท�ำเล็บ ที่ทรงตัว และไม่มีวี่แววจะเติบโตเมื่อเทียบกับประเทศอย่างญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และ เกาหลีใต้ หรือแม้แต่การเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เวียดนาม ก็ยังดู ห่างไกล เหตุผลหลักที่อมลณัฐ ให้ คือจุดอ่อนในตลาดท�ำเล็บประเทศไทย ที่ยังไม่มี บรรทัดฐานที่ดีพอ

“ตลาดท�ำเล็บเป็นตลาดที่เทียบกับตลาดความงามอื่นๆ ได้ยาก การเติบโตของธุรกิจไม่ ได้อิงจากการโตด้วยการท�ำเล็บโดยตรง แต่พึ่งอุตสาหกรรมอื่น เช่น ท�ำขนตา ดึงแว๊กซ์ สักคิ้ว เข้ามาในร้านให้ธุรกิจดูโตขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ธุรกิจนี้จะมีผู้ให้บริการออกไป และเข้าใหม่อยู่เรื่อยๆ ปัญหาจุดใหญ่ที่เห็นชัดคือประเทศไทยยังไม่มีองค์กรในการ ดูแลด้านนี้โดยเฉพาะ และยังไม่มีการออกใบรับรองความเป็นมืออาชีพในแบบเดียวกับ ต่างประเทศ และถ้าจะแก้เรื่องดังกล่าว ตัวช่างเองก็ต้องยกระดับให้คุณค่าตัวเองใน ฐานะ Artist ที่ผ่านการฝึกฝนจริงจังและมีคุณภาพ ซึ่งเมื่อจุดแรกถูกแก้ไข ปัญหาการ disrupt ของเครื่องปริ้นเล็บหรือเล็บปลอมก็จะถูกปัดตกตามไปด้วย เพราะ ณ ตอนนี้ สิ่งที่ว่ายังไม่สามารถเข้ามาแทนที่เสน่ห์ของการท�ำเล็บขึ้นด้วยฝีมือศิลปินแต่ละคน” “อีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการโตของตลาดท�ำเล็บโดยตรงคือความชอบของลูกค้า แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่ชื่นชอบการท�ำเล็บ แต่อย่างไรตลาดยังมีอีกจุดเด่นคือสีสันของ เทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามแฟชั่นอื่นๆ เช่น จากวงการแฟชั่น หรือ influencer ที่ อาจมีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ศิลปินต้องคอยติดตาม แน่ นอนว่าเนลฟี่เองก็ต้องติดตามด้วยเช่นกัน เพราะการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ก็เท่ากับ ความต้องการของสินค้าก็เปลี่ยนไป สินค้าในร้านจึงต้องพร้อมที่จะรับกับความต้องการ ต่างๆ ได้ และนอกจากสิ่งเหล่านี้แล้ว ธุรกิจของเรายังต้องให้คุณค่ากับลูกค้าด้วย เช่น ในแง่ของการเป็นร้านที่ให้ความรู้กับผู้ประกอบการ ด้วยการเชิญศิลปินที่มีฝีมือ มา ถ่ายทอดเทคนิคใหม่ๆ ให้ลูกค้าเรา ให้พวกเขาได้รู้สึกพัฒนาตัวเอง ที่ส�ำคัญคือเห็นว่า เรา แตกต่าง จากร้านขายของทั่วไป เป็นร้านที่พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ ผลักดันให้พวก เขาเห็นคุณค่าของอาชีพท�ำเล็บในตัวเองมากยิ่งขึ้น” อมลณัฐ กล่าวทิ้งท้าย

MAGKETING l 12


PODIUM

พิซซ่า ฮัท จับมือเลย์ มุ่งขยายฐานลูกค้าใหม่ สั่นสะเทือนวงการพิซซ่าและขนมขบเคี้ยวในคราวเดียว เมื่อพิซซ่า ฮัท 1150 แบรนด์ พิซซ่าระดับโลกซึ่งบริหารโดยบริษัท พีเอช แคปปิตอล จ�ำกัด ร่วมกับเบอร์หนึ่งแห่ง วงการมันฝรั่งทอดกรอบของเมืองไทยอย่างเลย์ (Lay’s) ใช้กลยุทธ์ทางการตลาด Brand Collaboration ร่วมกันเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ในแคมเปญ “Pizza Hut x Lay’s” กรอบฟินกับพิซซ่าขอบใหม่ “3 ชีสกรอบ ขอบเลย์ หน้าฮอกไกโดชีส ซูเปอร์ ฮาวายเอี้ยน” และเลย์ รสชีสพิซซ่า และรสซีฟู้ดชีสพิซซ่า ที่ได้แรงบันดาลใจจากพิซซ่า ยอดนิยมอย่างหน้าฮอกไกโดชีส ถือเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กันและกัน ทั้งการพัฒนา สินค้าในรสชาติใหม่ เมนูใหม่ การเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ และการสร้างความเชื่อถือให้กับ แบรนด์ตัวเองมากขึ้น อุษณา มหากิจศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอช แคปปิตอล จ�ำกัด เปิดเผย ว่า “เราเลือก Lay’s เป็น Partner Brand เนื่องจากเลย์เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและ ครองส่วนแบ่งทางการตลาดมันฝรั่งทอดกรอบในไทยเป็นอันดับหนึ่งมาโดยตลอด ที่ ส�ำคัญ เลย์มี Brand Essence ตรงกับแบรนด์พิซซ่า ฮัท ในเรื่องการสร้างสีสันและ ความแปลกใหม่ให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การที่พิซซ่า ฮัท จับมือกับเลย์ และน�ำกลยุทธ์ Brand Collaboration มาใช้ จึงเป็นการเสริมภาพลักษณ์ของทั้งสอง แบรนด์ให้ชัดเจนและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ส�ำหรับแคมเปญ “Pizza Hut x Lay’s” ผู้บริโภคจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ความ อร่อยเซอร์ไพรส์คูณสองจากพิซซ่า ฮัท ขอบใหม่ “3 ชีสกรอบ ขอบเลย์” เต็มอิ่มด้วย ชีสถึง 3 ชั้น โรยแน่นด้วยมันฝรั่งทอดกรอบของเลย์ ฟินแบบเวอร์ๆ อร่อยกันตั้งแต่ ขอบยันหน้า ส่วนเลย์มาพร้อมมันฝรั่งทอดกรอบรสใหม่ “รสชีสพิซซ่า” “รสซีฟู้ดชีส พิซซ่า” และ “เลย์เพลย์ รสชีสพิซซ่า” ที่ได้แรงบันดาลใจจากรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ของฮอกไกโดชีสที่หอมมันเข้มข้นจากพิซซ่า ฮัท ให้ผู้บริโภคยิ่งทานยิ่งฟิน เราคาดหวัง ว่าแคมเปญ “Pizza Hut x Lays” ซึ่งพ่วงด้วยโปรโมชั่นสุดคุ้มให้กับแฟนพิซซ่า ฮัท และแฟนเลย์ จะช่วยให้พิซซ่า ฮัท เข้าถึงกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น วัยท�ำงาน และกลุ่มมิลเลน ”เนียลในวงกว้างขึ้น ตลอดจนดันยอดขายให้สูงขึ้นด้วย นาเดียร์ โอเมอร์ ผู้อ�ำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจอาหารประเทศไทย บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จ�ำกัด เปิดเผยว่า “เลย์ ในฐานะผู้น�ำอันดับหนึ่งในตลาด ขนมขบเคี้ยว ไม่เคยหยุดยั้งที่จะพัฒนานวัตกรรมและสินค้าใหม่เพื่อตอบสนองความ ต้องการของผู้บริโภค และในปีนี้เลย์ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการขนมขบเคี้ยว ครั้งแรกของเลย์ในการ collaborate กับแบรนด์ร้านอาหารชั้นน�ำ โดยร่วมมือกับ พิซซ่า ฮัท แบรนด์พิซซ่าระดับโลก เปิดตัวเลย์รสชาติใหม่ที่ได้แรงบัลดาลใจจากเมนูสุด ฮิต พิซซ่าฮอกไกโดชีสของพิซซ่าฮัท เพื่อสร้างความตื่นเต้นแปลกใหม่ให้กับผู้บริโภค วัยรุ่นและกลุ่มคนรักชีสอีกด้วย โดย “Lay’s x Pizza Hut” มีด้วยกันสองรสชาติคือ “เลย์รสชีสพิซซ่า” ความกรุบกรอบเต็มพิกัดจากเลย์ที่มาพร้อมความหอมของชีสแบบ เต็มๆ ตั้งแต่ค�ำแรกที่ได้ชิม วางขายแล้วที่ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และห้างสรรพ สินค้าชั้นน�ำทั่วประเทศ และ “เลย์รสซีฟู้ดชีสพิซซ่า” ที่น�ำเอาความหอมจากชีสคลุก เคล้าด้วยรสซีฟู้ดสูตรพิเศษให้ได้รสชาติกลมกล่อมถูกปากคนไทย วางขายแล้วเฉพาะ ที่เซเว่น อิเลฟเว่นทั่วประเทศ และสามารถติดตามความพิเศษของหนังโฆษณาของ

“Lay’s x Pizza Hut” ได้ในช่องทางดิจิทัล โดยเราได้นักแสดงวัยรุ่นชื่อดังอย่างสกาย ต้าเหนิง พีพี และบิวกิ้น มาเป็นตัวแทนในการน�ำเสนอรสชาติใหม่นี้ ซึ่งเรามั่นใจว่าการ collaborate นี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งแฟนๆ ของเลย์และพิซซ่า ฮัท ติดตาม ความสนุกและตื่นเต้นจากเลย์ได้อีกเร็วๆ นี้ เพื่อสร้างความฟินเวอร์ ผู้ที่ทานมันฝรั่งทอดกรอบ “รสชีสพิซซ่า” “รสซีฟู้ดชีสพิซซ่า” และ “เลย์เพลย์ รสชีสพิซซ่า” จากเลย์ สามารถน�ำส่วนลดมุมซองมาฟินสุดขอบกับ พิซซ่า “3 ชีสกรอบ ขอบเลย์” จัดเต็มชีส 3 ชั้น ได้แก่ มอซซาเรลลาชีส เชดดาชีส และ ชีสพาวเดอร์ และท็อปปิ้งพิเศษฮอกไกโดชีส ซูเปอร์ ฮาวายเอี้ยน พร้อมโปรโมชั่นเด็ด สุดคุ้ม ซื้อ 1 แถมซีฟู้ดพิซซ่า ฟรีอีก 1 ถาด ในราคาเพียง 499 บาท และมีสิทธิ์ซื้อชุด คอมโบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Hut X Lay’s ในราคาเพียง 555 บาท ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2563 – 27 มกราคม 2564 ณ ร้านพิซซ่า ฮัท ทุกสาขาทั่วประเทศ ทั้งรับประทานที่ ร้าน ซื้อกลับบ้าน หรือบริการเดลิเวอรีส่งตรงถึงบ้าน โทร. 1150 และสั่งผ่านออนไลน์ www.pizzahut.co.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Pizzahutthailand ส�ำหรับการเปิดตัวเมนูใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเป็นไปตามทิศทางการด�ำเนินธุรกิจ“ และ Brand Positioning ของพิซซ่า ฮัท ที่ว่า “รวมตัวกันอย่างมีรสชาติ” (Make Gathering Always Meticulously Delicious) ที่ประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2562 เพื่อยึด ต�ำแหน่งแบรนด์อันดับหนึ่งในใจลูกค้าพิซซ่าในประเทศไทย โดยเติมเต็มสีสันด้วยเมนู แปลกใหม่ให้กับทุกช่วงเวลาของชีวิต” อุษณา กล่าวเสริม

MAGKETING l 13


PODIUM

แอสเสท เวิรด์ เป็นบ.อสังหาฯรายแรกของไทย ได้รับสินเชื่อสีเขียวจากกลุ่มธนาคารโลก วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอส เสท เวิรด์ คอร์ป จ�ำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า “AWC มุ่งมั่นอย่างจริงจังต่อ การสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อม เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ลงนามในสิน เชื่อสีเขียวร่วมกับ IFC เป็นครั้งแรกของประเทศไทย การได้รับอนุมัติสินเชื่อสีเขียว ครั้งนี้คือข้อพิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องยาวนานของเราในการด�ำเนิน แนวคิดด้านความยั่งยืนต่าง ๆ ที่ให้ความส�ำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประหยัดพลังงาน และใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผล ให้เราสามารถสร้างความพร้อมอย่างรวดเร็วเพื่อด�ำเนินการให้สอดคล้องกับข้อก�ำหนด ของมาตรฐานอาคารสีเขียวซึ่งมี “ความเป็นเลิศในการออกแบบเพื่อประสิทธิภาพที่ เหนือกว่า” หรือมาตรฐาน Excellence in Design for Greater Efficiencies: EDGE ของไอเอฟซี กับโครงการต่าง ๆ ในพอร์ตของเรา ตลอดจนส่งเสริมการน�ำมาตรฐาน EDGE มาใช้ให้แพร่หลายยิ่งขึ้นในประเทศไทย ขณะเดียวกัน ก็เป็นการจุดประกายให้ กับแวดวงธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยวในประเทศไทยให้เดินหน้าสู่อนาคตที่ดีขึ้น และ ยั่งยืนมากขึ้น” AWC นับเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่พัฒนาโครงการต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับ มาตรฐาน EDGE ซึ่งเป็นระบบการรับรองมาตรฐานอาคารสีเขียวของไอเอฟซีที่พัฒนา ขึ้นส�ำหรับประเทศเศรษฐกิจใหม่ โดยโรงแรมต่าง ๆ ในเครือ AWC จะเป็นโรงแรมกลุ่ม แรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน EDGE ซึ่งเป็นการวางรากฐานที่ส�ำคัญ ให้กับแนวทางการก่อสร้างอาคารที่ค�ำนึงถึงการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมให้เกิด ขึ้นอย่างจริงจังในภาคการท่องเที่ยวของไทย วิเวก พาทัค ผู้อ�ำนวยการประจ�ำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ไอเอฟซี กล่าว ว่า “วัตถุประสงค์ของเราคือการส่งเสริมให้ AWC ก้าวสู่ความเป็นผู้น�ำในด้านการท่อง เที่ยวอย่างยั่งยืนในประเทศไทย สินเชื่อสีเขียวเป็นการสนับสนุนภาพรวมของธุรกิจ โรงแรมและการท่องเที่ยวของไทยให้กลับมาแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน ด้วยการสร้างเสริม ให้ผู้น�ำธุรกิจในการพัฒนาพอร์ตโฟลิโอที่ให้ความส�ำคัญด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อให้ AWC พร้อมส�ำหรับการเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทยที่ออก ตราสารหนี้สีเขียว (Green Bond) ในอนาคต และยังเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับ การด�ำเนินธุรกิจของโรงแรมต่าง ๆ ภายหลังการปิดชั่วคราวเนื่องจากผลกระทบของ โควิด-19” สินเชื่อสีเขียวของไอเอฟซี ด�ำเนินการตามมาตรฐานของหุ้นกู้เพื่อการอนุรักษ์สิ่ง แวดล้อม (Green Bond) ของสมาคมตลาดทุนระหว่างประเทศ (International Capital Market Association: ICMA) โดย AWC มีแผนที่จะน�ำเงินกู้ดังกล่าวไปใช้ใน การปรับปรุงและยกระดับเทคโนโลยีเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในโรงแรม ในเครือหลาย ๆ แห่งทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ ปั๊มความร้อนแบบประหยัดพลังงานที่โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง และโรงแรม มีเลีย เชียงใหม่, ประเทศไทย และการก่อสร้างโรงแรมใหม่สองแห่ง คือ โรงแรม เจดับบลิว แมริออท มาร์คีส์ โฮเทล เอเชียทีค กรุงเทพ และโรงแรม อินน์ไซด์ กรุงเทพ สุขุมวิท ตลอดจนน�ำไปใช้เป็นเงินทุนในการด�ำเนินธุรกิจเพื่อรองรับการทยอย

กลับมาเปิดให้บริการของโรงแรมต่าง ๆ ในเครือซึ่งปิดชั่วคราวจากผลกระทบของโค วิด-19 นอกจากนั้น ไอเอฟซียังช่วยเหลือ AWC ในการเสริมสร้างศักยภาพภายใน องค์กรที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานอาคารสีเขียว เพื่อให้โรงแรมในเครือ AWC ได้รับการ รับรองมาตรฐาน EDGE อย่างน้อย 5 โรงแรม เงินทุนดังกล่าวยังส่งผลให้ AWC สามารถสร้างโอกาสในการจ้างงานใหม่ ๆ ทั้งทาง ตรงและทางอ้อม ซึ่งเป็นผลดีต่อห่วงโซ่คุณค่าในภาคอุตสาหกรรมโรงแรมและการท่อง เที่ยวของไทย โดยคาดว่าโรงแรมใหม่ในเครือสองแห่งจะสร้างงานได้ประมาณ 1,500 ต�ำแหน่ง และยังส่งผลให้เกิดการจ้างงานอื่น ๆ ในซัพพลายเชนของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ โรงแรม เช่น บริษัทให้บริการแท็กซี่ และบริษัทน�ำเที่ยว ซึ่งผู้ที่ด�ำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้อง กับซัพพลายเชนของ AWC เกือบ 100% ล้วนเป็นผู้ประกอบการในประเทศ ไม่ว่าจะ เป็นซัพพลายเออร์ของสินค้าและบริการต่าง ๆ ที่ต่างได้รับประโยชน์จากความต้องการ ผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพที่เพิ่มสูงขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทย ที่มุ่งสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูงขึ้น นอกจากนั้น AWC ยังเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการ จัดการสิ่งแวดล้อมและสังคมถึง 3 มาตรฐาน โดยมีนโยบายด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัย (Environmental, Health, and Safety - ESMS) ใน ระดับองค์กรที่น�ำไปใช้ในทุกหน่วยธุรกิจของบริษัท โดยนโยบาย ESMS ของบริษัท ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 (ด้านการจัดการคุณภาพ), ISO 14001 (ด้าน การจัดการสิ่งแวดล้อม) และ ISO 45001 (ด้านการจัดการอาชีวอนามัยและความ ปลอดภัย) โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล

MAGKETING l 14


PODIUM

Beauty On Demand มิติใหม่แอปพลิเคชั่นความงาม

ใช้เทคโนโลยีสร้างงาน และตอบโจทย์การบริการ ธันย์ชนก จงยศยิ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิวตี้ แอท โฮม เซอร์วิส ผู้ให้บริการแอป พลิเคชั่น Beauty On Demand เปิดเผยว่า แอปพลิเคชั่น Beauty On Demand เกิดจากที่เราเป็นผู้ใช้บริการด้านความงามอยู่บ่อยครั้ง ด้วยหน้าที่การงานที่สวมหมวก อีกใบ ในฐานะผู้ประกาศข่าวของสถานีข่าว TNN ช่อง 16 จึงมีงานที่ต้องใช้บริการแต่ง หน้าและท�ำผม นอกสถานที่อยู่เป็นประจ�ำ แต่กลับพบว่า เมื่อต้องการหาช่างสักคนใน ราคาที่สมเหตุสมผล แต่ไม่สามารถหาได้ง่ายนัก รวมถึงที่ผ่านมา คนรอบข้างมักขอค�ำ แนะน�ำให้ช่วยหาผู้ให้บริการอยู่บ่อยครั้ง จึงท�ำให้เห็น pain point ด้วยตัวเอง ว่ายัง ไม่มีแพลตฟอร์มที่รวมผู้ให้บริการด้านความงามและสุขภาพหลากหลายสไตล์และราคา ที่ส่งตรงถึงบ้าน หรือนอกสถานที่ให้กับผู้บริโภค จากประสบการณ์ส่วนตัว ท�ำให้เรามีความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาการเข้าถึงผู้บริการด้าน ความงามในไทยได้เป็นอย่างดี ผู้ให้บริการกลุ่มใหญ่มักกระจุกตัวในตลาดกลุ่มเดียวหรือ ในแวดวงของตนเอง ซึ่งมีการหางานผ่านคอนเนคชั่นส่วนตัวหรือคนรู้จัก ทั้งๆ ที่อันที่ จริง ตลาดบริการด้านความงามส่งตรงถึงบ้านนั้นมีฐานที่ใหญ่กว่านั้นมาก เพียงแต่ยัง ไม่มีแพตลฟอร์มสื่อกลางที่รวมบริการไว้ด้วยกัน ดังนั้น โปรเจคในการสร้างจุดกึ่งกลาง จึงเกิดขึ้น โจทย์แรกที่เราเริ่มด�ำเนินการคือการโฟกัสไปยังบริการ 6 ประเภทหลัก คือ การตกแต่งผม การตัดผม การแต่งหน้า การท�ำเล็บ บริการแวกซ์ การนวดเพื่อสุขภาพ และยังบริการย่อยอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ แอปพลิเคชั่นเดียวในชื่อ “Beauty On Demand” “Beauty On Demand เป็นแอปพลิเคชั่นใหม่ ที่แทบจะเป็น platform เดียวที่ สามารถสร้างงานและรายได้เพิ่มกับผู้ให้บริการ โดยที่ไม่ต้องเสียเงินในการสมัครหรือ ซื้อพื้นที่โฆษณา เพียงแต่ใช้ความเป็นมืออาชีพในการท�ำงานเท่านั้น ผู้ที่จะเข้ามาเป็น ผู้ให้บริการ จะผ่านการคัดกรองจากทางแอปฯ โดยต้องมีเอกสารยืนยันตัวตน พร้อม ประกาศนียบัตรรับรองวิชาชีพ และผลงานที่ผ่านมา เพื่อซื้อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ในอีกด้านหนึ่ง ผู้บริโภคก็จะได้การันตีความสะดวกสบาย ด้วยศักยภาพที่เป็น one stop service platform ที่ทุกคนสามารถเลือกทุกบริการได้ในที่เดียว ทั้งยังอยู่ในจุดที่ ผู้บริโภคสามารถเลือกผู้ให้บริการ ไฟล์สไตล์ของผู้ให้บริการ และราคาในการให้บริการ ที่เหมาะกับตัวเองได้ โดยที่ไม่ต้องปรับเปลี่ยนข้าม platform ไปมาอีกด้วย” นอกเหนือจากบริการ 6 ประเภทหลักแล้ว แอปฯ Beauty On Demand ยังมี ฟังก์ชัน เด่นอื่นๆ อาทิ Filters เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถค้นหาการบริการ อิงกับระยะทาง, Points สะสมคะแนนแลกสิทธิพิเศษของแคมเปญต่างๆ, Chat box เพื่อให้ทั้งสองฝ่าย ได้เจรจาหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องของการบริการ เพื่อจะได้ตกลงราคาสุดท้ายที่เป็น ธรรมกับทั้งสองฝ่าย ก่อนการยืนยันช�ำระเงิน ธันย์ชนก กล่าวเสริมถึงด้านกลยุทธ์ ว่า “แน่นอนว่าแอปพลิเคชั่นของเราจะใช้ digital marketing รุกตลาดเป็นหลัก เพียงแต่เราต้องการสื่อสารกับ service provider ให้ พวกเขาเห็นถึงข้อดีของการเข้าร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับแอปฯ ซึ่งจะเป็นช่องทางในการ หารายได้ใหม่ๆ ของพวกเขา โดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไร และผู้ให้บริการสามารถเลือก รับงานได้ตามความพอใจ และการตกลงกันกับลูกค้า ในขณะเดียวกับการมีแคมเปญ

สมนาคุณต่างๆ ตามมาอีกมากมายตามฤดูกาล เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ ทั้งนี้ แอปพลิเคชั่น “Beauty On Demand” มีก�ำหนดเปิดตัว pre-launch ในช่วง กลางเดือนตุลาคม มอบโปรโมชั่นลดค่าบริการส�ำหรับ “first time user” ตามมา ด้วยก�ำหนด soft-launch ในเดือนพฤศจิกายน และเริ่มแคมเปญ festive season ครั้งแรกขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม ตามล�ำดับ ที่ส�ำคัญแอปพลิเคชั่น “Beauty On Demand” สามารถดาวน์โหลด และใช้บริการได้แล้ววันนี้ ทั้งในระบบปฏิบัติการ IOS และระบบ Android “บริการความงามและสุขภาพ ที่แต่เดิมเป็นอาชีพที่เราคิดว่าอยู่แต่ในร้าน ไม่จ�ำเป็น ต้องปรับตัวอะไร แต่เราได้เห็นแล้วว่า digital disruption ค่อยๆ เข้ามาแทรกซึมการ ใช้ชีวิตประจ�ำวันของเรา และ disruption นี้ ถูกเร่งเร้าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้ง ใหญ่ ซ�้ำเติมเข้าไปอีกจากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 เราจะเห็นผู้คนทั้งโลกในทุก สาขาอาชีพ ต้องปรับตัวกับโลกแบบ new normal นี้อย่างทันที โดยแทบไม่มีเวลาตั้ง ตัว อุตสาหกรรมความงามและสุขภาพก็เช่นกัน เราแค่คิดว่า มันถึงเวลาแล้วที่เราต้อง รีบปรับตัวและน�ำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับอาชีพดั้งเดิม เพื่อให้ทุกคน อยู่รอด สามารถหางานได้ และสร้างรายได้เพิ่มส�ำหรับผู้ให้บริการ ส่วนผู้ใช้บริการ ก็ได้ ความสะดวก รวดเร็ว และมีทางเลือก ยิ่งปรับตัวเร็ว ท�ำให้เราฟื้นตัวได้เร็วและไปได้ ไกล แต่เดิมเราอาจมีรายได้จ�ำนวนหนึ่ง การเข้าร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับ Beauty On Demand ก็ท�ำให้เราขยายฐานลูกค้าและรายได้ของเรา โดยไม่ได้เสียอะไร ในขณะที่ ลูกค้าก็มีตัวเลือกมากมายในการหาช่างแต่งหน้าหรือท�ำผมสักหนึ่งคนมาให้บริการที่ บ้าน เพียงแค่เปิดหาคนที่คุณถูกใจในแอปพลิเคชั่นของเรา”

MAGKETING l 15


PODIUM

MAGKETING l 16


BEHAVIOR

FREEPIK

5 เทรนด์ ปัจจัยเร่งสู่สังคมไร้เงินสด เรื่อง : กรุงศรี คอนซูมเมอร์

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการด้านบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล เผยพฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตชี้ ผลกระทบจาก COVID-19 ทำ�พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ชีวิตวิถีใหม่เร่งสังคมไทยก้าวสู่ยุคสังคมไร้เงินสด เผยผู้บริโภคทุกวัยหันมาใช้จ่ายออนไลน์เพิ่ม ขึ้น แม้ภาพรวมยอดใช้จ่ายผ่านบัตรลด แต่ความต้องการซื้อของผู้บริโภคยังคงอยู่ หมวดบริการส่งอาหาร ช้อปปิ้งออนไลน์ สินค้าไอที ซุปเปอร์มาร์เก็ต ยังโตพุ่ง เปิด 5 เทรนด์ใหม่ครองใจลูกค้า แนะธุรกิจเร่งปรับกลยุทธ์คว้าโอกาส เน้นการวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมรุกทำ�การ ตลาดในหมวดที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตรูปแบบใหม่

MAGKETING l 17


BEHAVIOR

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการด้านบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล เผยพฤติกรรม การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตชี้ ผลกระทบจาก COVID-19 ท�ำพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ชีวิตวิถีใหม่เร่งสังคมไทยก้าวสู่ยุคสังคมไร้เงินสด เผยผู้บริโภคทุกวัยหันมาใช้จ่าย ออนไลน์เพิ่มขึ้น แม้ภาพรวมยอดใช้จ่ายผ่านบัตรลด แต่ความต้องการซื้อของผู้บริโภค ยังคงอยู่ หมวดบริการส่งอาหาร ช้อปปิ้งออนไลน์ สินค้าไอที ซุปเปอร์มาร์เก็ต ยังโต พุ่ง เปิด 5 เทรนด์ใหม่ครองใจลูกค้า แนะธุรกิจเร่งปรับกลยุทธ์คว้าโอกาส เน้นการ วิเคราะห์ข้อมูล พร้อมรุกท�ำการตลาดในหมวดที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ ฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการด้านบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล อันประกอบไปด้วย บัตรเครดิตกรุงศรี, บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อย ส์, บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน และบัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส วีซ่า กล่าวว่า “วิกฤติ COVID-19 ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจในวงกว้าง แต่ยังส่งผลต่อ พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค" ข้อมูลจากฝ่าย Data Intelligence & Customer Insights (DICI) ของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ซึ่งวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและบัตรสินเชื่อในเครือ ของบริษัท ตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนเมษายน 2563 ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ชีวิต วิถีใหม่ (The New Normal) ที่คนไม่ค่อยเดินทางออกนอกบ้าน เร่งให้สังคมไทยก้าวสู่ สังคมไร้เงินสด โดยคนทุกวัยเริ่มคุ้นชินกับการใช้จ่ายออนไลน์และไลฟ์สไตล์ดิจิทัล เช่น สั่งอาหาร ช้อปปิ้ง รับชมความบันเทิงต่างๆ ผ่านทางออนไลน์ แม้ในภาพรวม ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของบริษัทจะลดลง (ลดลง 37% ในเดือน เมษายน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) แต่จากข้อมูลชี้ให้เห็นว่า ยังคงมีความ ต้องการซื้อในตลาด เพียงแต่เปลี่ยนหมวดการใช้จ่าย ไปตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ธุรกิจต่างๆ จึงควรเร่งปรับกลยุทธ์ โดยหันมาให้ความส�ำคัญกับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิง ลึก และมุ่งเจาะตลาดที่ยังคงมีศักยภาพสูง เพื่อน�ำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโปร โมชั่นที่เหมาะกับชีวิตวิถีใหม่ของลูกค้า เช่น โปรโมชั่นที่เกี่ยวกับการช้อปปิ้งออนไลน์ บริการส่งอาหาร สินค้าไอที ความบันเทิงออนไลน์ ฯลฯ ผ่านช่องทางที่เหมาะสม ใน เวลาที่ทันท่วงที เพื่อให้ยังคงสามารถครองใจลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง” เผย 5 เทรนด์พฤติกรรมการใช้จ่ายหลัง COVID-19 จากข้อมูลของฝ่าย DICI กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ก้าวสู่สังคมไร้เงินสด - ทุกวัยหันมาใช้จ่ายออนไลน์ จากข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตร ชี้ให้เห็นว่าช่วงมีนาคมถึงเมษายน 2563 จ�ำนวนผู้ใช้ บัตรเครดิตที่ท�ำรายการใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์เฉลี่ยต่อสัปดาห์ เพิ่มขึ้นถึง 37% โดยในจ�ำนวนนี้ 10% เป็นผู้ใช้รายใหม่ ทั้งนี้ พบว่า ทุกวัยมีแนวโน้มใช้จ่ายผ่านช่อง ทางออนไลน์เพิ่มขึ้น แม้ว่ากลุ่มผู้ใช้ที่มีจ�ำนวนมากที่สุดจะเป็นกลุ่ม Gen Y แต่กลุ่ม Baby Boomers ก็ปรับตัวมาใช้ช่องทางดิจิทัลได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะหมวดบริการส่งอาหาร และการช้อปปิ้งออนไลน์ โดยพบว่ากลุ่ม Baby Boomer มีจ�ำนวนครั้งที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในบางแพลทฟอร์มเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า แสดงให้เห็นว่า ชีวิตวิถีใหม่เป็นตัวเร่งให้สังคมไทยก้าวสู่ยุคสังคมไร้เงินสด

กิน ช้อป ออนไลน์ ชีวิตต้องง่าย แค่ปลายนิ้ว - ยอดช้อปปิ้งออนไลน์ บริการส่ง อาหาร เติบโตก้าวกระโดด ในช่วงที่ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ไม่สามารถเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบ ผู้บริโภค

MAGKETING l 18


BEHAVIOR

SHUTTERSTOCK

เริ่มปรับตัว คุ้นชินกับวิถีชีวิตที่ง่าย สะดวกสบาย นิยมการสั่งอาหาร ช้อปปิ้งผ่านทาง ออนไลน์ เห็นได้จากยอดใช้จ่ายผ่านบัตรในหมวดดังกล่าวในช่วงเดือนมีนาคมและ เมษายน 2563 ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยหมวดช้อปปิ้งออนไลน์มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้น 46% ในเดือนมีนาคม และ 75% ในเดือนเมษายน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนบริการส่งอาหาร มียอด ใช้จ่ายผ่านบัตรในเดือนมีนาคมและเมษายนเพิ่มขึ้น ถึง 300% เทียบกับช่วงเดียวกัน ของปีก่อน ในขณะที่ช่วงเวลาการสั่งอาหารก่อนเที่ยงมีการเติบโตขึ้นมากจากก่อนหน้าช่วงโควิด น่าจะเป็นการหลีกเลี่ยงการกระจุกตัวของค�ำสั่งซื้อในช่วงเที่ยงถึงบ่ายโมง ทั้งนี้ พบว่า 92% ของลูกค้ามักใช้บริการผู้ให้บริการเพียงรายเดียว มากกว่าจะเปลี่ยนผู้ให้บริการ ไปมา เป็นโอกาสที่ดีส�ำหรับ แบรนด์ผู้ให้บริการที่ควรเร่งสร้าง brand loyalty ใน หมู่ลูกค้า เว้นระยะห่าง แต่เชื่อมต่อกันด้วยเทคโนโลยี - อินกับอุปกรณ์ไอที และความ บันเทิงออนไลน์ จากข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตร พบว่า หมวดอุปกรณ์ไอที มียอดใช้จ่ายสูงขึ้น ใน ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคม ก่อนที่จะเริ่มลดลงในเดือนเมษายน เนื่องจาก นโยบายเว้นระยะห่างทางสังคม ส่งผลให้หลายบริษัทให้พนักงาน Work from Home โดยกลุ่มที่มียอดใช้จ่ายในหมวดนี้สูงสุด คือ กลุ่ม Gen Y นอกจากนี้ การใช้จ่ายใน หมวดความบันเทิงออนไลน์ เช่น บริการสตรีมมิ่ง เกมออนไลน์ โซเชียลมีเดียในช่วง เดือนมีนาคมถึงเมษายน 2563 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน เทียบกับค่าเฉลี่ยยอดใช้ จ่ายในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

เน้นใช้จ่ายในสิ่งจ�ำเป็น – ยอดใช้จ่ายหมวดซุปเปอร์มาร์เก็ต เติบโตต่อเนื่อง วิกฤติที่เกิดขึ้น ท�ำให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มใช้จ่ายในหมวดสินค้าฟุ่มเฟือยลดลง แต่หันมา ใช้จ่ายในหมวดสินค้าจ�ำเป็นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหมวดซุปเปอร์มาร์เก็ต ทั้งนี้ หมวดที่ได้ รับผลกระทบ คือ หมวดสายการบิน หมวดโรงแรมและหมวดท่องเที่ยว ซึ่งยอดใช้จ่าย ผ่านบัตรลดลงถึง 100%, 89% และ 66% ตามล�ำดับในเดือนเมษายน 2563 เทียบกับ ช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนหมวดร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า รวมถึงสินค้าแฟชั่น ลดลง 85%, 72% และ 77% ตามล�ำดับ ในทางตรงกันข้าม หมวดซุปเปอร์มาร์เก็ต ในเดือนมีนาคม เติบโตถึง 34% และมียอดใช้จ่ายรายวันเฉลี่ยเติบโตถึงสองเท่า เทียบกับยอดเมื่อปีที่ผ่านมา ส�ำหรับพฤติกรรมการซื้อเห็นได้ชัดว่าเปลี่ยนไป โดยลูกค้าจ�ำนวนมาก ใช้จ่ายในหมวด นี้ ก่อนเที่ยง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และมีจ�ำนวนการใช้จ่ายลดลงหลัง สองทุ่ม ยอดใช้จ่ายต่อครั้ง เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ราว 15% ในเดือนมีนาคม และมีการซื้อ จ�ำนวนมากในช่วงสัปดาห์ที่สามของเดือนมีนาคม เนื่องจากประชาชนส่วนหนึ่งซื้อเพื่อ กักตุนสินค้า ก่อนจะลดลงในเดือนเมษายน โดยยอดใช้จ่ายในหมวดนี้ในเดือนเมษายน เติบโต 2% และมียอดใช้จ่ายรายวัน ใกล้เคียงกับยอดใช้จ่ายรายวันของปีที่ผ่านมา สนใจการออมและความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น – ยอดใช้จ่ายหมวดกองทุนรวมพุ่ง ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวดกองทุนรวม เพิ่มขึ้น 196% ในเดือนมีนาคม และ 157% ในเดือนเมษายน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เป็นการ ใช้เพื่อซื้อกองทุน SSF และยอดใช้จ่ายเพื่อช�ำระเบี้ยประกันกรมธรรม์ควบการลงทุน แสดงให้เห็นว่า กลุ่มผู้บริโภคที่ยังมีก�ำลังซื้อ หันมาให้ความส�ำคัญกับการออม และการ ลงทุน เพื่อความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น

MAGKETING l 19


CASE STUDY

LOW & NO SUGAR MARKETING

++

MAGKETING VOL.53

MAGKETING l 20


CASE STUDY

iNTROdUCTION เรื่อง : บัณฑิต โชคสิทธิกร

พฤติกรรมการบริโภคของคนไทยให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์ที่มี ประโยชน์ต่อสุขภาพเพิ่มมากขึ้น พิจารณาได้จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น เรื่อยๆ ในทุกปีเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตลาดเครื่องดื่มที่มีอัตราการขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น

MAGKETING l 21


CASE STUDY

ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสังคมในการจัดท�ำโครงการ มาตรการ และ ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการบริโภคน�้ำตาล จะช่วยให้ประเทศไทยรับมือกับการก้าวเข้าสู่ การเป็นสังคมสูงอายุได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคจะมีความเสี่ยงจาก โรคไม่ติดต่อเรื้อรังลดลง ภาระของภาครัฐและสังคมในการดูแลผู้ป่วยเหล่านี้จะลดลง เช่นกัน กระแสตื่นตัวเรื่องปริมาณน�้ำตาล และการจัดเก็บภาษีของภาครัฐ ท�ำให้ผู้ประกอบการ ในอุตสาหกรรมต้องเร่งวางกลยุทธ์ปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทั้งการแตกไลน์ โปรดักต์ใหม่ ๆ การปรับสูตร ลดความหวานหรือใช้สารให้ความหวานอื่นที่มีแคลอรีต�่ำ กว่าน�้ำตาลมาทดแทน

จ จั้นย กระตุ ้ น ปัจจัยปักระตุ

ตลาดเนื่องจากมองว่าผู้บริโภคยังต้องใช้เวลาในการปรับตัว หากปรับเปลี่ยนทันทีจะ ท�ำให้เสียส่วนแบ่งทางการตลาดแก่คู่แข่งขันทั้งทางตรงหรือทางอ้อมได้ ดังนั้นในวันที่ 1 ต.ค.2562 กรมสรรพสามิตจึงมีการปรับภาษีสรรพสามิตความหวาน แบบขั้นบันได ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นทุก 2 ปี หากยังไม่สามารถลดปริมาณน�้ำตาลได้จะต้อง เสียภาษีอีกเท่าตัว ส�ำหรับอัตราภาษีเครื่องดื่มที่มีความหวานที่กรมสรรพสามิต บังคับใช้เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2560 ถึง 30 ก.ย. 2562 ได้แก่ 1.เครื่องดื่มที่มีปริมาณน�้ำตาลไม่เกิน 6 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เว้นการเก็บภาษี 2. ที่มีปริมาณน�้ำตาลเกิน 6 กรัม แต่ไม่เกิน 8 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 0.10 บาทต่อลิตร 3. ที่มีปริมาณน�้ำตาลเกิน 8 กรัมแต่ไม่เกิน 10 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 0.30 บาทต่อลิตร 4. ที่มีปริมาณน�้ำตาลเกิน 10 กรัม แต่ไม่เกิน 14 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 0.50 บาทต่อลิตร และ 5. ที่มีปริมาณ น�้ำตาลเกิน 14 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 1 บาทต่อลิตร ส่วนที่บังคับใช้ หลังจากวันที่ 1 ต.ค.2562 ถึง 30 ก.ย.2564 ได้แก่ เครื่องดื่มที่มี ปริมาณน�้ำตาลเกิน 14 กรัม แต่ไม่เกิน 18 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 3 บาทต่อ ลิตร และ ที่มีปริมาณน�้ำตาลเกิน 18 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 5 บาทต่อลิตร

กระแสสุขภาพ กระแสรักสุขภาพ หรือ “Healthy Trend” ที่ก�ำลังเกิดขึ้นทั่วโลกรวมถึงใน ประเทศไทย โดยกลุ่มที่หันมาสนใจดูแลสุขภาพส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ทั้ง ใส่ใจในเรื่องของการเลือกบริโภคอาหารที่ดี รวมไปถึงการออกก�ำลังกายอย่างสม�่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือ NCD ข้อมูลวิจัยของ Kantar Worldpanel (คันทาร์ เวิร์ลพาแนล) ชี้ว่าแม้ว่าสัดส่วนของ ปริมาณเครื่องดื่มหวานน้อยที่คนไทยจับจ่ายและซื้อเข้าบ้านในปัจจุบันนั้นจะยังมี สัดส่วนเพียงประมาณ 3.8% ของปริมาณเครื่องดื่มทั้งหมดในตลาด แต่ว่าสัดส่วนนี้ กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแง่ของปริมาณที่ถูกขายออกไปทั้งหมดเมื่อเทียบกับปีที่ ผ่านมา และถ้าพูดถึงจ�ำนวนคนแล้ว ถือว่ามีจ�ำนวนกว่าครึ่งของครัวเรือนไทยทั้งหมด หรือประมาณ 13 ล้านครัวเรือนที่เคยซื้อเครื่องดื่มหวานน้อยอย่างน้อยหนึ่งครั้งในปีที่ ผ่านมา และเพิ่มขึ้นอีกกว่า 6 แสนครัวเรือนในปีนี้ ซึ่งเป็นจ�ำนวนที่สูงมากและสามารถ ช่วยยืนยันถึงการเข้าถึงและชื่นชอบของสินค้าประเภทนี้จากผู้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค โดยทั่วไปที่มากขึ้นจริงๆ ภาษีความหวาน แนวคิดเรื่องการเก็บภาษีน�้ำตาลในเครื่องดื่มและอาหารมาจากข้อเสนอแนะของ องค์การอนามัยโลกหรือ WHO ซึ่งชี้ว่าการบริโภคน�้ำตาลเกินค่ามาตรฐานของ ประชากรโลกเป็นสาเหตุส�ำคัญที่ก่อให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยเฉพาะ โรคเบาหวานและโรคอ้วนซึ่งตามมาด้วยผลกระทบทางเศรษฐกิจที่สูญเสียไปกับงบ ประมาณค่ารักษาพยาบาลและสวัสดิการด้านสาธารณสุข WHO จึงเสนอว่ามาตรการ ทางภาษีจะเป็นกุญแจส�ำคัญในการลดปริมาณน�้ำตาลในอาหารและเครื่องดื่มได้ กรมสรรพสามิตเริ่มมีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตความหวานตั้งแต่ 16 ก.ย. 2560 แต่ พบว่าผู้ประกอบการยังไม่มีการตื่นตัวมากนัก แต่ใช้วิธีพัฒนาสินค้าใหม่ที่มีปริมาณ น�้ำตาลต�่ำแทน เนื่องจากไม่ต้องการให้กระทบกับยอดจ�ำหน่ายสินค้าเดิมที่ขายอยู่ใน

ส�ำหรับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2564 จนถึงวันที่ 30 ก.ย.2566 เครื่องดื่มที่มีปริมาณน�้ำตาล ไม่เกิน 8 กรัม แต่ไม่เกิน 10 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 1 บาทต่อลิตร เครื่อง ดื่มที่มีปริมาณน�้ำตาลเกิน 10 กรัมแต่ไม่เกิน 14 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 3 บาทต่อลิตร และ ที่มีปริมาณน�้ำตาลเกิน 14 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 5 บาท ต่อลิตร ขณะที่ตั้งแต่ 1 ต.ค.2566 เป็นต้นไป เครื่องดื่มที่มีปริมาณน�้ำตาลเกิน 6 กรัม แต่ไม่เกิน 8 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 1 บาทต่อลิตร เครื่องดื่มที่มีปริมาณน�้ำตาลเกิน 8 กรัม แต่ไม่เกิน 10 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 3 บาทต่อลิตร และเครื่องดื่มที่มี ปริมาณน�้ำตาลเกิน 10 กรัมต่อลิตร เสียภาษี 5 บาทต่อลิตร นอกจากนี้ กรมฯเตรียมหารือกับคณะท�ำงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวง สาธารณสุข และองค์การอาหารและยา (อย.) เข้าไปก�ำกับดูแลผู้ประกอบการให้เพิ่ม ขนาดเครื่องหมายแจ้งเตือนปริมาณน�้ำตาล ให้สามารถสังเกตเห็นได้ง่ายขึ้น อ่านได้ง่าย ขึ้น เช่นเดียวกับการแจ้งเตือนโทษด้านสุขภาพบนหน้าฉลากบุหรี่ ซึ่งจะเป็นหลักเกณฑ์ ให้ได้รับประโยชน์ในภาษีด้วย กรมฯ ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปส�ำรวจความรับรู้ มาตรการภาษีความหวานกับประชาชน พบว่ามาตรการภาษีจูงใจให้ผู้ประกอบการ ปรับตัว โดยลดประมาณน�้ำตาลในเครื่องดื่ม และมีการติดฉลาก เพื่อแจ้งให้ประชาชน รับทราบเพิ่มขึ้นกว่า 200% จากเดิม 60-70 รายการเป็น 200-300 รายการ แต่ในการ รับรู้ประชาชนยังไม่มาก กลุ่มที่ตื่นตัวคือกลุ่มอายุต�่ำกว่า 30 ปี และกลุ่มอายุมากกว่า 60 ปี ส่วนวัยท�ำงานยังสนใจน้อย และยังมีการบริโภคเครื่องดื่มที่มีความหวานสูงอยู่ มาก ข้อมูลจากเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ระบุว่า ผลดีของการปรับขึ้นภาษีความหวาน ที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2560 พบว่าคนไทยบริโภคน�้ำตาลดลงอย่างเห็นได้ชัด

MAGKETING l 22


CASE STUDY

จากเดิมคนไทยบริโภคน�้ำตาลโดยรวมทั้งหมดประมาณ 100 กรัมต่อคนต่อวัน แต่การ บริโภคน�้ำตาลจากเครื่องดื่มคิดเป็นครึ่งหนึ่งของการบริโภคน�้ำตาลต่อวัน ดังนั้นคนไทย บริโภคน�้ำตาลจากเครื่องดื่มจึงอยู่ที่ 50 กรัมต่อคนต่อวัน คิดเป็น 12 ช้อนชาต่อคน ต่อวัน แต่หลังจากได้มีการปรับขึ้นภาษีความหวาน ตั้งแต่ปี 60 พบว่าคนไทยบริโภค น�้ำตาลจากเครื่องดื่มลดลงเหลือ 8 ช้อนชาต่อคนต่อวัน

มีการคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดสารให้ความหวานแทนน�้ำตาลแบบสารสังเคราะห์ของ โลกปี 2562 น่าจะอยู่ที่ 7.22 พันล้านเหรียญสหรัฐฯและน่าจะเติบโตเฉลี่ย 5.05% ในช่วงปี 2561-2567 หลังจากที่หลายประเทศทั่วโลกพร้อมใจกันรณรงค์และออก มาตรการลดการบริโภคน�้ำตาลมากขึ้น อาทิ หลายประเทศในฝั่งตะวันตก และประเทศ ในแถบเอเชียอย่าง อินเดีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย รวมถึงไทย

การปรับอัตราภาษีความหวานขึ้น เป็นการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการลดปริมาณน�้ำตาล ในเครื่องดื่มลง ผลที่ตามมาคือประชาชนได้รับความหวานจากเครื่องดื่มลดลง ท�ำให้ โรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคที่เกิดจาก NCDs ซึ่งโรคนี้มีสาเหตุหนึ่งมาจากการบริโภค น�้ำตาลเกินกว่าร่างกายต้องการ

จากการส�ำรวจตลาด พบว่า ผู้ประกอบการบางรายเริ่มออกมาปรับสูตรเครื่องดื่มให้ได้ ตราสัญลักษณ์ "ทางเลือกสุขภาพ" (Healthier Choice) ซึ่งเป็นเครื่องหมายแสดงทาง เลือกสุขภาพที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้ออาหารและเครื่องดื่ม เพราะ สัญลักษณ์นี้จะแสดงคุณสมบัติทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์อาหารอย่างชัดเจน เช่น น�้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ที่ไม่เกินเกณฑ์ก�ำหนด

อย่างไรก็ตาม กรณีที่ผู้ประกอบการไม่ยอมลดปริมาณน�้ำตาลลง ก็ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น ตามขั้นบันได เมื่อเสียภาษีเพิ่มขึ้นอาจต้องขยับราคาขายเพิ่มขึ้นด้วย ผลที่ตามมาคือ ประชาชนต้องซื้อเครื่องดื่มที่เคยดื่มในราคาสูงขึ้น กรณีนี้อาจมีผลกับประชาชนบาง กลุ่ม ท�ำให้เลิกทาน หรือเลิกซื้อผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ไปเลย เนื่องจากไม่สามารถจ่ายเงินกับ ราคาที่เพิ่มขึ้นได้

ตราสัญลักษณ์ที่เป็นเครื่องการันตี ความหวานที่ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานก�ำหนดดังกล่าว ท�ำให้หลายบริษัทเริ่มปรับสูตรเครื่องดื่ม เพื่อให้ได้ตราสัญลักษณ์มาติดไว้ที่บรรจุภัณฑ์ ของเครื่องดื่ม

ไวตามิ้ ล ค์

ไวตามิลค์

ผู ้ ป ระกอบการปรั บ ตั ว ผู้ประกอบการปรับตัว ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า สินค้ากลุ่มเครื่องดื่มที่มีน�้ำตาลเป็นองค์ประกอบ อาทิ เครื่องดื่มฟังก์ชันนอลดริงค์ เครื่องดื่มชูก�ำลัง ชาเขียว น�้ำอัดลม น�้ำผลไม้ กลุ่มนม ปรุงแต่ง (อาทิ นมเปรี้ยว) ฯลฯ จะเป็นกลุ่มสินค้าที่เข้าข่ายได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ดี คาดว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นน่าจะไม่กระทบมากเมื่อเทียบกับครั้งก่อน เพราะ ผู้ประกอบการปรับตัวมาแล้วเป็นส่วนใหญ่ในรอบแรกและส�ำหรับรอบที่ 2 นี้ก็มีเวลา ปรับตัวมาระยะหนึ่งแล้ว โดยการปรับตัวก็มีทั้งในรูปแบบของการปรับสูตร-ลดความ หวานในผลิตภัณฑ์ การน�ำสารให้ความหวานทดแทนต่างๆ มาใช้ เพื่อจะท�ำให้เสียภาษี ความหวานน้อย หรือในบางผลิตภัณฑ์ที่ต้องการรสชาติเดิม หรือไม่สามารถปรับสูตร ได้จริงๆ เพราะสินค้าเป็นที่ต้องการของลูกค้าปลายทาง ก็มีความจ�ำเป็นต้องปรับขึ้น ราคา ให้สอดรับกับภาษีที่เปลี่ยนไป แต่ก็อาจปรับราคาขึ้นได้จ�ำกัด เพราะการแข่งขัน ในตลาดที่สูงและมีสินค้าทดแทนอยู่มาก ในด้านการแข่งขันของผู้ประกอบการมีการแข่งขันที่ยังเข้มข้น เช่น การเข้ามาท�ำตลาด ของกลุ่มเครื่องดื่มที่ปราศจากน�้ำตาล น�้ำตาลน้อย หรือเครื่องดื่มที่ให้ความหวานแต่ ไม่มีน�้ำตาล โดยใช้แหล่งความหวานทางเลือกอื่นแทน ฯลฯ หากพิจารณาแหล่งความหวานทางเลือกที่ใช้ทดแทนน�้ำตาลในปัจจุบัน พบว่า ส่วน ใหญ่ที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม มักเป็นสารให้ความหวานแทนน�้ำตาลแบบ สารสังเคราะห์ (Artificial sweetener) อาทิ แอสพาแตม (Aspartame) ซูคราโลส (Sucralose) ฯลฯ เพราะมีราคาปานกลางไม่สูงมาก ในขณะที่สารให้ความหวานจาก ธรรมชาติ (Natural Sweeteners) อย่างหญ้าหวาน (Stevia) ยังมีไม่มากนัก เพราะ มีราคาสูง

ไวตามิ้ลค์ถือเป็นหนึ่งในภาคเอกชนรายแรกที่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ โดยได้น�ำร่องด้วยการติดตราสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพบนผลิตภัณฑ์ไวตามิ้ลค์ สูตร กลมกล่อม ลดน�้ำตาลลงจากเดิม แต่ยังคงรสชาติอร่อยเช่นเดิม ซึ่งมีน�้ำตาลต�่ำเพียง 4 กรัมต่อ 100 มล. มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ.2560 เข้ามาท�ำตลาดตั้งแต่กฎหมายยัง ไม่ประกาศใช้ เนื่องจากต้องการให้ผู้บริโภคคุ้นชินกับสินค้าใหม่ และเตรียมจะพัฒนา สูตรอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง โดยไวตามิ้ลค์ยังได้ใช้ความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในการปรับสูตร ผลิตภัณฑ์เพื่อลดปริมาณน�้ำตาลลง แต่ยังคงไว้ซึ่งรสชาติที่กลมกล่อม โดยเริ่มตั้งแต่ ต้นน�้ำด้วยการร่วมกับเกษตรกรปลูกถั่วเหลืองด้วยวิธีธรรมชาติที่ท�ำให้ผลผลิตมี คุณภาพ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง สามารถน�ำมาผลิตเป็นนมถั่วเหลืองที่มีรสชาติ อร่อยกลมกล่อม เชื่อว่าทั้งการติดตราสัญลักษณ์และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ นอกจาก จะเพิ่มทางเลือกแล้ว ยังจะท�ำให้เกิดการตระหนักถึงการบริโภคเพื่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ต่อมาในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2563 ไวตามิ้ลค์วางจ�ำหน่าย “ไวตามิ้ลค์ ทูโก ชานม บรา วน์ชูการ์” นมถั่วเหลือง รสชานม บราวน์ชูการ์รายแรก ฉีกกรอบเครื่องดื่มชานมทั่วไป ในท้องตลาดมาเป็นเครื่องดื่มสายเฮลตี้ ดูแลสุขภาพและรูปร่าง ด้วยน�้ำนมถั่วเหลืองรส ชานม บราวน์ชูการ์ ที่ไม่มีส่วนผสมของครีมเทียม อร่อย น�้ำตาลน้อย สายผลิตภัณฑ์ของเครือไวตามิลค์ที่มีน�้ำตาลน้อย ประกอบด้วย ไวตามิ้ลค์ สูตร กลมกล่อม (Smooth & Milky) , ไวตามิ้ลค์ สูตรโลว์ ชูการ์ , ไวตามิ้ลค์ ทูโก ชานม บราวน์ชูการ์ , วีซอย ไฮแคลเซียม สูตรหวานน้อย ผู้บริหารไวตามิลค์มองว่าผู้ผลิตเป็นต้นทางในการแก้ปัญหาสุขภาพ ดังนั้น นอกจาก

MAGKETING l 23


CASE STUDY

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หวานน้อยแล้ว จึงให้ความส�ำคัญกับการปลูกฝังความรู้เรื่อง โภชนาการ และสร้างนิสัยในการรับประทานที่ถูกต้องตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อให้เด็กเติบโต ขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักดูแลสุขภาพของตนเอง ดังนั้น ไวตามิ้ลค์จึงจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพให้เยาวชนไทย ผ่านโรงเรียน 750 แห่ง เข้าถึงนักเรียนกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศเพื่อสร้างพฤติกรรมการบริโภคอย่างเหมาะสม ร่วมกับการออกก�ำลังกายอย่างสม�่ำเสมออันจะน�ำไปสู่สังคมสุขภาพที่ยั่งยืน

ทิ ป โก้

ทิปโก้

ปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพก�ำลังมาแรง ประกอบกับรัฐบาลมีการประกาศใช้ มาตรการภาษีความหวานฉบับใหม่ เพื่อควบคุมปริมาณความหวานในเครื่องดื่มและ ให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น บริษัทจึงต้องมีการปรับสูตรเครื่องดื่มใหม่ให้ สอดคล้องกับสถานการณ์ เดือนพฤศจิกายน 2561 ทิปโก้วางตลาดน�้ำผลไม้พรีเมียม "ทิปโก้ มี" (Tipco Me) ด้วย การชูจุดเด่นของสินค้าน�้ำตาลน้อย แคลอรีต�่ำ เจาะกลุ่มเป้าหมายที่รักสุขภาพ ในแบบ ขวดพกพา เน้นกลุ่มบริโภคผู้หญิงที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ระมัดระวังเรื่องแคลอรี่และ น�้ำตาล ทิปโก้ มี เป็นเครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice) สอดคล้องภาวะปัจจุบัน ที่รัฐบาลได้มีมาตรการภาษีความหวานฉบับใหม่ที่ออกมาเพื่อดูแลสุขภาพคนไทย โดย คิดค้นสูตรลดน�้ำตาลลง แต่ยังคงความอร่อย และคงคุณประโยชน์ ตามสโลแกน อร่อย ก็Me ประโยชน์ก็Me โดยมีให้เลือก 4 รสชาติ คือ 1. ทิปโก้ มี มัลเบอร์รี่ ผสมผสานของน�้ำมัลเบอร์รี่ น�้ำ องุ่นแดง น�้ำทับทิมและน�้ำแอปเปิ้ล 2.ทิปโก้ มี เสาวรส ผสมผสานของน�้ำเสาวรส น�้ำส้ม น�้ำสัปปะรด และน�้ำแอปเปิ้ล, 3.ทิปโก้ มี แอปเปิ้ล ผสมผสานของน�้ำแอปเปิ้ล และน�้ำองุ่นขาว และ 4.ทิปโก้ มี ทับทิม กับ ซึ่งทิปโก้ มี ใช้สารสกัดจากใบหญ้าหวาน ในการให้ความหวาน

แทนน�้ำตาล มาตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ.2557 รวมถึงผลิตภัณฑ์ผลไม้กระป๋องสูตร หวานน้อย ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ รายแรกในเมืองไทย มาลีในฐานะผู้น�ำนวัตกรรมใหม่ๆ จึงได้เล็งเห็นช่องว่างในตลาดจึงได้วางจ�ำหน่าย ผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดดังกล่าว โดยกลุ่มเป้าหมายของสูตรหวานน้อย คือ กลุ่มคน ท�ำงาน ประชาชนทั่วไป แม่บ้าน ทุกเพศทุกวัย และกลุ่มที่ดูแลห่วงใยสุขภาพ ในปี 2562 มาลีได้ปรับโปรดักต์พอร์ตโฟลิโอให้เหมาะสมกับเทรนด์ของตลาด ไม่ว่าจะ เป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ทั้งกลุ่มไฮเอนด์อย่าง Malee Fruit Fresh น�้ำผลไม้ 100% กลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ Dr.Drink สายผลิตภัณฑ์ของทิปโก้ที่มีน�้ำตาลน้อย/ไม่มีน�้ำตาล ประกอบด้วย มาลี ไลท์ สูตร แคลอรีต�่ำ หวานน้อย ใช้สารสกัดจากหญ้าหวานสตีเวียแทนน�้ำตาล , มาลีนิวเทรียนท์ นมอัลมอนด์ สูตรดั้งเดิม ไม่เติมน�้ำตาล แต่ให้ความหวานจากน�้ำตาลดอกมะพร้าว

เนสท์ เ ล่

เนสท์เล่

ปี 2560 บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จ�ำกัด ได้วางจ�ำหน่ายตัวผลิตภัณฑ์ “ไมโล” สูตร น�้ำตาลน้อยกว่า 30% เพื่อเป็นตัวเลือกผู้บริโภค พบว่าได้รับการตอบรับดี โดยมี สัดส่วน 10% ของพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ไมไล และยังมีแนวโน้มเติบโตจากเทรนด์ผู้ บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มมองหาสินค้าที่ไม่มีน�้ำตาลทรายมาก ขึ้น หลังการเปิดตัวไมโลสูตรน�้ำตาลน้อยกว่า 30% เนสท์เล่ได้ผนึกความร่วมมือของ 3 ทีม นักวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความเชี่ยวชาญจากศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ เนสท์เล่ในระดับโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระดับภูมิภาคจากประเทศสิงคโปร์ และระดับท้องถิ่นจากประเทศไทย ในการคิดค้นไมโล ยูเอชที สูตรไม่มีน�้ำตาลทราย จนส�ำเร็จ และที่ส�ำคัญยังได้รับสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ ของคุณแม่ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ให้กับลูกๆและตอบรับนโยบายสุขภาพของรัฐบาล ในการส่งเสริมให้ผู้บริโภครับประทานน�้ำตาลอย่างเหมาะสม

สายผลิตภัณฑ์ของทิปโก้ที่มีน�้ำตาลน้อย/ไม่มีน�้ำตาล ประกอบด้วย น�้ำผลไม้ทิปโก้ 100% สูตรไม่เติมน�้ำตาล , ทิปโก้ สควีซ น�้ำผลไม้พาสเจอร์ไรส์ 100% สูตรไม่เติม น�้ำตาล ไม่เติมวัตถุให้ความหวาน , ทิปโก้ มี ให้แคลอรี่น้อยลง 50% ใช้สารสกัดจาก หญ้าหวาน , ทิปโก้ โปรไฟเบอร์ น�้ำผักผสมน�้ำผลไม้และใยอาหารรวม 100% สูตรไม่ เติมน�้ำตาล

เดือนมีนาคม พ.ศ.2562 บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จ�ำกัด ได้วางจ�ำหน่ายไมโล ยูเอชที สูตรไม่มีน�้ำตาลทราย โดยใช้เวลา 2 ปี ในการพัฒนาไมโล สูตรไม่มีน�้ำตาลทราย เพื่อ มาเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ที่สนใจสุขภาพ ถือเป็น คิดค้นนวัตกรรมครั้งแรกในรอบกว่า 6 ทศวรรษของแบรนด์ “ไมโล” กับการผลิตภัณฑ์ สูตร “ไม่เติมน�้ำตาลทราย” โดยเครื่องดื่มจะได้ความหวานธรรมชาติจากส่วนผสมนม และมอลต์

มาลี มาลี

การเปิดตัว “ไมโล ยูเอชที สูตรไม่มีน�้ำตาลทราย” ถือเป็นการท�ำตลาดรายแรกของ กลุ่มเครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์ ที่ไม่เติมน�้ำตาลทราย จึงเตรียมใช้งบประมาณสื่อสาร และการตลาด 200 ล้านบาท เพื่อสร้างการรับรู้กับกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายหลักคือคุณ แม่ยุคใหม่ที่มีลูกอายุ 7-12 ปี ผ่านแคมเปญสื่อดิจิทัลหลากหลายเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับ การบริโภคน�้ำตาลอย่างเหมาะสม

ก่อนที่ภาษีความควานจะบังคับใช้ บริษัท มาลี กรุ๊ป จ�ำกัด (มหาชน) ได้วางจ�ำหน่าย น�้ำผลไม้มาลี ไลท์ (Malee Light) น�้ำผลไม้ที่มีแคลอรี่น้อยกว่าเดิมเพราะใช้หญ้าหวาน

MAGKETING l 24


CASE STUDY

นอกจากนี้จะมีกิจกรรมการแจกผลิตภัณฑ์ไมโล ยูเอชที สูตรไม่มีน�้ำตาลทราย ใน โมเดิร์นเทรดหลักแสนกล่อง และโปรโมชั่นร่วมกับร้านค้าและร้านสะดวกซื้อที่ร่วม รายการทั่วประเทศ ขณะที่เดือนเมษายน พ.ศ.2563 เนสท์เล่วางจ�ำหน่ายนมตราหมียูเอชที ผสมน�้ำผึ้งแท้ สูตรไม่มีน�้ำตาลทราย มีปริมาณน�้ำตาลที่น้อยลง โดยให้ความหวานตามธรรมชาติจาก นมและน�้ำผึ้งแท้จากดอกล�ำไยที่รับซื้อตรงมาจากเกษตรกรเลี้ยงผึ้งทางภาคเหนือของ ประเทศไทย โดยทางบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จ�ำกัด มีส่วนในการเข้าไปช่วยเหลือชุมชน เกษตรกรเลี้ยงผึ้ง มีทั้งการให้วิทยากรไปให้ความรู้ ฝึกอบรม ทั้งในเรื่องการจัดการ ฟาร์มเลี้ยง วิธีเลี้ยง รวมถึงปัญหาไรผึ้งที่เกิดขึ้นด้วย สายผลิตภัณฑ์ของเนสท์เล่ที่มีน�้ำตาลน้อย/ไม่มีน�้ำตาลนอกจากไมโล ยูเอชที สูตรไม่มี น�้ำตาลทราย และนมตราหมียูเอชที ผสมน�้ำผึ้งแท้ สูตรไม่มีน�้ำตาลทราย ประกอบด้วย เนสกาแฟ อเมริกาโน่ ซีโร่ชูการ์ กาแฟด�ำปรุงส�ำเร็จสูตรไม่มีน�้ำตาล , เนสกาแฟ เบ ลนด์ แอนด์ บรู สูตรไม่มีน�้ำตาลทราย , เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ สปาร์คกลิ้ง วอเตอร์ น�้ำ กลิ่นผลไม้ ไม่มีน�้ำตาล , นมตราหมี นมUHT เอ็นริช น�้ำผึ้ง สูตรไม่มีน�้ำตาล เป๊ปซีเป๊ ่ ป ซี่ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จ�ำกัด วางนโยบายการตลาดเพิ่มการ ท�ำตลาดเพื่อสร้างการเติบโตรายได้ในกลุ่มน�้ำอัดลมไม่มีน�้ำตาลให้เติบโตขึ้นเท่าตัว จาก เดิมที่มีสัดส่วนรายได้ 5% เป็น 10% รวมถึงกลุ่มโลว์ชูการ์ก็จะมีการออกสินค้าใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยได้น�ำพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มและศักยภาพของบริษัทชั้นน�ำระดับโลกอย่างซันโท รี่และเป๊ปซี่โค เป็นจุดแข็งสร้างการเติบโตในระยะยาว ภายใต้วิสัยทัศน์ GROWING FOR GOOD ผ่านกลยุทธ์หลักคือ การลงทุนในผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทสร้างแบรนด์ เพื่อรักษาความเป็นผู้น�ำในตลาดน�้ำด�ำ การขยายพอร์ทโฟลิโอด้วยนวัตกรรมเครื่อง ดื่มใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ การรุกขยายระบบการกระจายสินค้าและเพิ่ม พันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เดือนมีนาคม พ.ศ.2562 ได้วางจ�ำหน่ายสินค้าใหม่ในกลุ่มนี้ อาทิ “เป๊ปซี่ แม็กซ์ เทสต์ กลิ่นราสป์เบอรี่” และ “กู๊ดมู้ด” น�้ำดื่มแต่งกลิ่นและรสชาติ มีความหวานจากน�้ำตาล น้อยกว่า 6 กรัมกลิ่นแบล็คเคอแรนท์ และกลิ่นโยเกิร์ต น�้ำอัดลมเป๊ปซี่สูตรดั้งเดิมยังคงเป็นสินค้าหลักที่สร้างรายได้ แม้จะมีน�้ำตาลอยู่ในเกณฑ์ ที่ต้องเสียภาษีเพิ่ม แต่เป็นสูตรที่ได้รับความนิยมจากแฟนคลับทั่วโลก ท�ำให้ยังคงสูตร เดิมเอาไว้ ในอนาคตเมื่ออัตราภาษีเพิ่มขึ้น บริษัทยังคงมีนโยบายตรึงราคา โดยจะหัน ไปลดต้นทุนในส่วนอื่นแทน ตลอดจนบาลานซ์รายได้จากเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่จะมี เข้ามามากขึ้น ส�ำหรับสายผลิตภัณฑ์ของเป๊ปซี่และซันโตรี่มีน�้ำตาลน้อย/ไม่มีน�้ำตาล ประกอบ ด้วย เครื่องดื่มอความฟิน่า วิต ซ่า, มิรินด้า มิกซ์-อิท, เป๊ปซี่ แม็กซ์ เทสต์ (ปราศจาก

น�้ำตาล), ชาเขียวลิปตัน กลิ่นมะม่วงใบเตย และเซเว่นอัพ โลว์ชูการ์ โคคา โคคา โคล่า

โคล่ า

นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์โค้ก สูตรไม่มีน�้ำตาล ที่วางจ�ำหน่ายในตลาดมานานจนผู้ บริโภคคุ้นเคยแล้ว บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จ�ำกัด ได้ขยายสายผลิตภัณฑ์ เครื่องดื่มน�้ำตาลน้อย/ไม่มีน�้ำตาลเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นอีก คือ “สไปรท์ เครื่องดื่มอัดลม กลิ่นเลมอนไลม์สูตรไม่มีน�้ำตาล” ในเดือนเมษายน พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา โคคา-โคลา มองว่าเมื่อเทรนด์สุขภาพมีความส�ำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะแบรนด์ เครื่องดื่มระดับโลกที่เข้าใจและมุ่งมั่นในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาโคคา-โคลาจึงพัฒนา สไปรท์ สูตรไม่มีน�้ำตาล ขึ้นเพื่อตอบ โจทย์ผู้บริโภคที่ยังคงมองหาเครื่องดื่มเติมความสดชื่น แต่ให้แคลอรีและความหวานลด ลง โดยบริษัทฯ พร้อมจะเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมเครื่องดื่มใหม่ๆ ในเซ็กเม้นต์ต่างๆ เพื่อสร้างทางเลือกที่หลากหลายและครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภคทุกเพศ ทุกวัย ในทุกโอกาส ตามความมุ่งมั่นของบริษัทที่จะก้าวสู่การเป็นบริษัทเครื่องดื่มเต็ม รูปแบบ ที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง สไปรท์ กลิ่นเลมอน ไลม์ สูตรไม่มีน�้ำตาลได้รับการรับรองสัญลักษณ์ “ทางเลือก สุขภาพ” (Healthier Choice) จากมูลนิธิส่งเสริมโภชนาการฯ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เหมาะส�ำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ โดยยังคงให้รสชาติของส ไปรท์ในแบบซ่าสดชื่นที่ผู้บริโภคชื่นชอบและคุณภาพสูงสุด ส่วนในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2563 โคคา-โคลา วางจ�ำหน่าย “โค้ก สูตรไม่มีน�้ำตาล กลิ่นออร์เรนจ์” พบว่าผู้บริโภคชาวไทยต้องการผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่ไม่เพียงช่วยเติม ความสดชื่น แต่ต้องมีรสชาติดี และตอบรับกับกระแสการดูแลสุขภาพที่ยังมาแรงอย่าง ต่อเนื่อง โดยเทรนด์นี้ถูกสะท้อนผ่านการเติบโตอย่างรวดเร็วของผลิตภัณฑ์กลุ่มไม่มี น�้ำตาล ซึ่งในปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 52.5% หรือคิดเป็นเกือบ 4 เท่าของ อัตราการเติบโตผลิตภัณฑ์น�้ำอัดลมโดยรวม แม้ว่าโค้กเป็นผู้น�ำอยู่แล้วโดยมี “โค้ก สูตรไม่มีน�้ำตาล” เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในกลุ่ม สินค้าเครื่องดื่มน�้ำอัดลมไม่มีน�้ำตาล1 แต่ยังคงไม่หยุดนิ่งในการแสวงหานวัตกรรม ใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและรักษาความเป็นผู้น�ำให้ได้อย่างต่อ เนื่อง สะท้อนถึงการให้ความส�ำคัญต่อกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ของโคคา-โคล่า มาโดยตลอด หลังจากในเดือนกันยายน พ.ศ.2560 ได้วางจ�ำหน่าย “โค้ก สูตรไม่มีน�้ำตาล” ได้รับ การพัฒนามาจาก “โค้ก ซีโร่” สูตรเดิม แต่ปรับปรุงรสชาติให้อร่อยซ่าเหมือนโค้ก รสชาติออริจินอล พร้อมปรับการดีไซน์แพคเกจเพิ่ม “ซีโร่ ชูการ์ (ZERO SUGAR)” ที่ ด้านบนของแพค ให้ผู้บริโภครับรู้ได้ทันทีว่าผลิตภัณฑ์นี้เป็นเครื่องดื่มไม่มีน�้ำตาล โดยปีที่ผ่านมาได้โคคา-โคลา เปิดตัวเครื่องดื่มน�้ำตาลน้อย-เพื่อสุขภาพ จ�ำนวนหลาย รายการ ไม่ว่าจะเป็น ฟิวซ์ที เสาวรส, มินิทเมด ออเร้นจ์ ไฟเบอร์, โค้ก พลัส คอฟฟี่ ฯลฯ ส่งผลให้สายผลิตภัณฑ์ไม่มีน�้ำตาล/น�้ำตาลน้อยของโคคา โคล่า มีหลากหลายนอก เหนือจากโค้ก สูตรไม่มีน�้ำตาล และโค้ก ไลท์ ที่วางจ�ำหน่ายอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว

MAGKETING l 25


FACTOR

SHUTTERSTOCK

แนวโน้ม ความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจไทย เรื่อง : สำ�นักงานเศรษฐกิจการคลัง

ดัชนีRSI เดือนกันยายน2563 ชี้แนวโน้มความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้นในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียง เหนือ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกในภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรมจากมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐและสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019: COVID-19) ที่มีแนวโน้มคลี่คลายลง อย่างไรก็ตามดัชนีแนวโน้มด้านการลงทุนและการจ้างงานของ กทม. และปริมณฑลยังชะลอตัว

MAGKETING l 26


FACTOR

ดัชนีRSI เดือนกันยายน2563 ชี้แนวโน้มความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้นใน ทุกภูมิภาค โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกในภาค เกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรมจากมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐและสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019: COVID-19) ที่มีแนวโน้มคลี่คลายลง อย่างไรก็ตามดัชนีแนวโน้มด้านการลงทุนและการ จ้างงานของ กทม. และปริมณฑลยังชะลอตัว วุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุลที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการ คลังและนายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อ�ำนวยการส�ำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค เปิดเผย รายงานดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจ�ำเดือนกันยายน 2563 ที่ เป็นการประมวลผลข้อมูลการส�ำรวจภาวะเศรษฐกิจรายจังหวัด จากส�ำนักงานคลัง จังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสภาหอการค้า แห่งประเทศไทย เพื่อจัดท�ำดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคพบว่า ดัชนีRSI เดือนกันยายน2563 ชี้แนวโน้มความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้นในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือภาคเหนือและภาคตะวันออกในภาคเกษตรกรรม และภาคอุตสาหกรรมจากมาตรการต่างๆของภาครัฐและสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (Coronavirus Disease 2019: COVID-19) ที่มีแนว โน้มคลี่คลายลง อย่างไรก็ตามดัชนีแนวโน้มด้านการลงทุนและการจ้างงานของกทม. และปริมณฑลยังชะลอตัว

ได้เพิ่มขึ้น

ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ระดับ 62.7แสดงถึง ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนที่แล้วโดยมีภาคเกษตรและภาค บริการเป็นปัจจัยสนับสนุนเนื่องจากปริมาณผลผลิตการเกษตรมีทิศทางปรับตัวดีขึ้น อาทิ ข้าวยางพาราและสับปะรดเป็นต้น

ประกอบกับแนวโน้มการจ้างงานภาพรวม 6 เดือนข้างหน้ายังอยู่ในเกณฑ์ดีตามการ คาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่มีแนวโน้มดีขึ้นจากการด�ำเนินมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจในภาคธุรกิจต่างๆทั้งการช่วยเหลือด้านเงินทุนและกระตุ้นการใช้จ่ายท�ำให้ เกิดความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตให้เพียงพอกับความต้องการ

นอกจากนี้ หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เริ่ม คลี่คลาย ร้านค้าเริ่มทยอยเปิดกิจการและเริ่มมีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นส�ำหรับดัชนี ความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคเหนือ อยู่ที่ระดับ 60.3 สะท้อนถึงการคาดการณ์ การขยายตัวของเศรษฐกิจต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า

ส�ำหรับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจของภาคใต้อยู่ที่ 57.2 แสดงถึงความเชื่อมั่น เศรษฐกิจในอนาคตที่เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าโดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาค เกษตรและภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากอุปสงค์การใช้ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ท�ำจาก ยางพาราปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลก

โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเนื่องจากเป็นช่วงที่พืชผล ทางการเกษตรหลายชนิดออกสู่ตลาดเช่นข้าวนาปีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ชาและกาแฟ เป็นต้นและท�ำให้มีวัตถุดิบป้อนโรงงานมากขึ้นด้วย ส�ำหรับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจของภาคตะวันออก อยู่ที่ระดับ60.0 แสดง ถึงความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในอนาคตที่ขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าเช่นกันโดย มีภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมเป็นปัจจัยสนับสนุนหลัก เนื่องจากปริมาณน�้ำ ฝนเพิ่มมากขึ้นท�ำให้เกษตรกรเพาะปลูกข้าวเพิ่มขึ้นและมีการลงทุนในการผลิตสินค้า เกษตรเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เริ่ม คลี่คลายจึงคาดว่าจะมีความต้องการซื้อสินค้าที่สูงขึ้น ส�ำหรับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคต เศรษฐกิจภาคตะวันตกอยู่ที่ 57.6 แสดงถึงความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในอนาคตที่ขยาย ตัวโดยมีภาคเกษตรและภาคการจ้างงานเป็นปัจจัยสนับสนุนหลัก เนื่องจากคาดว่า ปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตรออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นและมีแนวโน้มที่จะส่งออกอาหารทะเล

FREEPIK

รวมถึงมาตรการของภาครัฐที่ช่วยเหลือภาคเกษตรกรรมของภาคใต้อีกทั้งเศรษฐกิจไทย มีแนวโน้มฟื้นตัวตามการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 โดยอนุญาตให้จัดกิจกรรมและเปิดสถานประกอบการได้เพิ่มขึ้นภายใต้ แนวทาง Social Distancing ซึ่งรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือด้านสินเชื่อและการลงทุน ให้แก่ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ส�ำหรับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจของภาคกลางอยู่ที่ระดับ 56.2 ปรับเพิ่มขึ้น จากเดือนก่อนหน้าโดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ตามการฟื้นตัวจาก สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลให้ประชาชนเริ่ม ออกมาท่องเที่ยวและใช้บริการโรงแรมและภัตตาคารมากขึ้น ส�ำหรับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจของ กทม. และปริมณฑลอยู่ที่ระดับ 49.9 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าโดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาคบริการ อย่างไรก็ดี ภาคการลงทุนและการจ้างงานยังชะลอตัว

MAGKETING l 27


DIGITAL LIFE

FREEPIK

3 ปัจจัย เพื่อให้ร้านค้าอยู่รอดในโลกอีคอมเมิร์ซ เรื่อง : MyCloudFulfillment

ชี้การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจออนไลน์จากวิกฤตโควิด19 (New Normal) และทิศทางการขายในโลกอนาคต (New Future) หรือ Data Commerce พร้อมทั้งเผยให้เห็นว่าประเทศไทยอยู่ในจุดที่หอมหวานในการประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซ อย่างไรก็ตาม ได้ส่งสัญญานเตือน 3 ข้อที่ธุรกิจต้องทำ�ความเข้าใจ และเตรียมรับมือเพื่อให้อยู่รอดในโลกอีคอมเมิร์ซในอนาคต

MAGKETING l 28


DIGITAL LIFE

นิธิ สัจจทิพวรรณ กรรมการผู้จัดการ และผู้ร่วมก่อตั้ง MyCloudFulfillment บริษัท อี-เอ็มพาวเวอร์เมนท์ จ�ำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันแนวโน้มตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ หรือ อีคอมเมิร์ซทั่วโลก ที่มีการเติบโตต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก Statista คาดการณ์ ปี 2563 มูลค่าตลาดทั่วโลกจะอยู่ที่ 75 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากปี 2562 มี จ�ำนวนผู้ใช้งานมากถึง 3,468 ล้านคน เพิ่มขึ้น 9.6% จากปี 2562 เช่นกัน ทั้งนี้ ความน่าสนใจในตลาดอีคอมเมิร์ซ คือรายได้ของทั่วโลกในปี 2563 มาจาก ภูมิภาคเอเชียมูลค่าอยู่ที่ 45 ล้านล้านบาท เติบโต 29% จากจ�ำนวนผู้ใช้ถึง 2,133 ล้านคน คิดเป็น 61.5% ของผู้ใช้ทั่วโลก สะท้อนขนาดตลาดที่ใหญ่สุดในโลก หาก มองเจาะลึกลงไปในภูมิภาคเอเชีย ยังพบว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาดที่มูลค่า อีคอมเมิร์ซเติบโตสูงสุดถึง 44% ซึ่งมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยจะอยู่ที่ 2 แสนล้าน บาท โตขึ้นมาถึง 42% จากปีที่แล้ว โดยตลาดที่มีก�ำลังซื้อ คนมีศักยภาพในการใช้จ่ายสูงอันดับหนึ่ง ได้แก่ คนอินโดนีเซีย มีอัตราการใช้จ่ายผ่านอีคอมเมิร์ซต่อผู้ใช้ต่อปีที่ 219 เหรียญสหรัฐ คิดเป็น 6,856 บาทต่อคนต่อปี และที่รองลงมาก็คือ คนไทย 215.67 เหรียญสหรัฐ คิดเป็น 6,752 บาทต่อคนต่อปี แต่ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังมีอัตราคาดการณ์ของการเข้า ถึงอินเตอร์เน็ตที่ต�่ำกว่าอินโดนีเซียอยู่มาก นั่นหมายความว่าตลาดอีคอมเมิร์ซใน ประเทศไทยเป็นตลาดที่ คนมีก�ำลังซื้อ และ ยังขยายได้อีกมากในอนาคต “ตลาดการซื้อขายสินค้าออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ถือว่าอยู่ในจุดที่เรียก ว่า Sweet spot คือไม่ใช่จุดที่ดีที่สุด แต่เราอยู่ในจุดที่หอมหวานที่สุด คนไทยชื่นชอบ และนิยม การซื้อสินค้าออนไลน์ ใช้จ่ายเฉลี่ยใกล้เคียงกับผู้บริโภคชาวอินโดนีเซีย แต่ เทียบประชากรเราแล้ว การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตเราต�่ำกว่า จึงสะท้อนว่าโอกาสทางการ ตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยยังมีอีกมหาศาล ในอนาคตจะมีผู้คนเข้ามาโลกออนไลน์มากขึ้น เรื่อยๆ ลูกค้าหน้าใหม่ยังเกิดใหม่เรื่อยๆ หากผู้ประกอบการต้องการลงทุน ขยายตลาด ช่องออนไลน์ ต้องด�ำเนินการตอนนี้เลย” นิธิ ยังเล่าให้ฟังว่าธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ โควิดจนถึงตอนนี้ และ จะ เติบโตต่อไปอีกในอนาคต คือ อุตสาหกรรมอาหารเครื่องดื่มที่ผ่านการบรรจุภัณฑ์, อุปกรณ์ที่ใช้ภายในบ้าน และ ผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก สืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลง ทางพฤติกรรมของผู้ซื้อ (New normal) และ จากกลุ่มลูกค้าหน้าใหม่ที่เข้ามาทดลอง ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งติดใจกับการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนธุรกิจที่น่าจับตามองคือ ความงามเครื่องส�ำอาง,ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย, และ ธุรกิจ กลุ่มสุขภาพและอาหารเสริม เนื่องจากมีการเติบโตที่น่าสนใจช่วงโควิด ถึงจะลดตัวลง นิดหน่อยจากการกลับมาของหน้าร้าน แต่ จะกลับมาเติบโตได้ดีบนออนไลน์อีกครั้งใน อนาคต โดยสุดท้ายแล้ว อุตสาหกรรมที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือธุรกิจแฟชั่น ที่ตกลงอย่าง ต่อเนื่อง จากผลกระทบของการท่องเที่ยว เตือน 3 สิ่งควรระวัง เพื่อให้ร้านค้าอยู่รอดในโลกอีคอมเมิร์ซแห่งอนาคต ถึงแม้ว่าธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะมีการขยายตัว และเป็นขุมทรัพย์ตลาดที่มีมูลค่ามหาศาล แต่ก่อนจะบุกท�ำตลาดผู้ประกอบการต้องเข้าใจทิศทางตลาดและผู้บริโภคให้ถ่องแท้ เพื่อระมัดระวัง เตรียมตัวรับมือ และสามารถอยู่รอดในโลกของอีคอมเมิร์ซในอนาคต ซึ่งหากเจาะลึกจะมี 3 อย่างที่ต้องท�ำความเข้าใจ ประกอบด้วย

1. Understand lifestyles not trend ต้องเข้าใจไลฟ์สไตล์ของลูกค้าก่อน ไม่ใช่เท รนด์ เนื่องจากยุคดิจิทัลเทรนด์ตลาดหรือผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาจ อยู่ได้ไม่กี่วัน เทียบอดีตอยู่ได้เป็นเดือนหรือเป็นปี แต่การเข้าใจพฤติกรรมและความ ต้องการของผู้บริโภคเชิงลึกจะท�ำให้ผู้ประกอบการขายสินค้าได้อย่างยั่งยืน เช่น ผู้ บริโภคซื้อแอลกฮอล์ หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 และมองหาสินค้าอื่น เพื่อดูแลสุขอนามัย สะท้อนความต้องการสินค้าอื่นอย่างต่อเนื่อง เพราะไลฟ์สไตล์กลัว เชื้อโรค รักสุขภาพไม่เปลี่ยน แต่ความต้องการสินค้าเปลี่ยนได้ “หากผู้ประกอบการยึดติดที่ตัวสินค้าจะขายดีแค่ช่วงเวลาหนึ่งแต่การเข้าใจปัญหา ลูกค้า จะสามารถขายดีได้อย่างต่อเนื่อง” 2. Understand journey not channels ต้องเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าก่อนเลือก ช่องทาง การเข้าใจเส้นทางการซื้อสินค้าของผู้บริโภค (Customer journey) มีความ ส�ำคัญมาก เพื่อให้พ่อค้าแม่ขายสามารถน�ำเสนอสินค้าและบริการ โปรโมชั่น ผ่านช่อง ทางออนไลน์ไม่ว่าจะเป็น Marketplace อย่างLazada, Shopee, JD Central Social Commerce อย่าง Facebook, Instagram หรือ ช่องทางเว็ปไซต์ ได้ตรงใจกลุ่มเป้า หมาย “ปัจจุบันทุกช่องทางจ�ำหน่ายมีความส�ำคัญเท่าๆกัน เพราะตอบโจทย์คนละอย่างกัน ไม่มีช่องทางออฟไลน์ หรือออนไลน์ส�ำคัญกว่ากัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้าน, Shopee, Lazada หรือFacebook เพราะแต่ละช่องทางมีวัตถุประสงค์แตกต่างกันไป ไม่ใช่ว่า ทุกช่องทางจะเหมาะกับทุกคน เช่น Marketplace เป็นการค้นหาสินค้าใหม่ๆ โซเชียล คอมเมิร์ซเป็นช่องทางอ้างอิงว่าสินค้าน่าเชื่อถือ และ Website หรือ Line @ เป็นช่อง ทางช่วยท�ำให้เกิดการซื้อซ�้ำ" "แต่ละช่องทางคาแร็กเตอร์ต่างกัน ผู้คนที่เข้ามาในช่องทางแต่ละอันก็คาดหวังไม่ เหมือนกัน เส้นทางการซื้อสินค้า (Customer journey) ต่างกัน หากคุณท�ำช่อง ทางMarketplace แพงๆ หวังก�ำไร โพสขายของหนัก ๆ บนโซเชียลมีเดีย และ ท�ำ เว็บไซต์ตัวเองหรือไลน์ไว้เพื่อหาลูกค้าใหม่ ธุรกิจคุณไปต่อได้ยากแน่ ๆ เพราะใช้แต่ละ ช่องทางผิดจุดประสงค์ ผู้ประกอบการต้องท�ำความเข้าใจเส้นทางการซื้อสินค้าของผู้ บริโภคกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ก่อน เพื่อน�ำเสนอสินค้าและบริการ โปรโมชั่นที่สอดคล้อง กับความต้องการลูกค้า” 3. Understand patterns not numbers ต้องเข้าใจรูปแบบไม่ใช่ตัวเลข การ ขายสินค้าออนไลน์ค่อนข้างมีรูปแบบ อย่างการจัดโปรโมชั่น 11 11, 12 12 ของ Marketplace แบรนด์ต่างๆ หรือสถานการณ์ก่อนและหลังการแพร่ระบาดของโรคโค วิด-19 จะรู้ทิศทางสินค้าที่ผู้บริโภคต้องการ สินค้าขายดี เช่น สินค้าแฟชั่น เชื่อมโยงกับ การท่องเที่ยว เมื่อถูกกระทบจากโควิดยอดขายจึงหดตัว เป็นต้น “ไม่ต้องการให้ผู้ประกอบการยึดติดกับตัวเลขที่คาดการณ์ไปล่วงหน้า เพราะความไม่ แน่นอนคือสิ่งที่แน่นอน แม้จะมีดาต้า เราก็ไม่สามารถคาดการณ์อนาคตว่าจะเกิดอะไร ขึ้นอีก แต่การเข้าใจแพทเทิร์น ท�ำให้รู้ว่าหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ�้ำเราจะไม่พลาดอีก เช่น หากเกิดโรคระบาดอีกครั้ง จะทราบว่าสินค้าหมวดไหนจะตก อันไหนจะเติบโต ที่ ส�ำคัญคุณต้องไว้วางใจผู้อื่นมากขึ้นอย่าถือทุกอย่างไว้ที่ตัวเอง กระจายการท�ำงานที่ ไม่ถนัดให้คนที่เค้าถนัดท�ำ คุณจะได้สามารถโฟกัสเฉพาะแค่สิ่งที่ถนัดได้ และหากเกิด วิกฤตอีก จะได้ยืดหยุ่นพอที่จะปรับแปลงบริบทได้แบบทันท่วงที ทั้งนี้ต้องระมัดระวัง

MAGKETING l 29


DIGITAL LIFE

SHUTTERSTOCK

เรื่องการน�ำเงินไปลงทุน ต้องกระจายความเสี่ยง อย่าเพิ่งลงทุนหวังผลระยะยาวและ ความคุ้มค่า ลงทุนเพื่อสร้างความยืดหยุ่นก่อนดีกว่า”

ทราบได้ว่าสินค้าตัวไหนขายแล้วได้ก�ำไรดี ตัวไหนขายแล้วขาดทุน สามารถช่วยแนะน�ำ วิธีให้ร้านค้าท�ำให้การซื้อต่อครั้งแพงขึ้น และ ช่วยให้ท�ำก�ำไรได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม 3 สิ่งที่พึงระวังดังกล่าว การใช้ข้อมูลหรือดาต้า ถือเป็นหัวใจส�ำคัญ มาก ข้อมูลในอดีตเป็นสิ่งที่ท�ำให้ผู้ประกอบการวางแผนงานได้แม่นย�ำ สังเกตเห็น ว่าเราท�ำอะไรที่ผิดพลาด และ ท�ำยังไงให้ธุรกิจการค้าท�ำดีขึ้นกว่าเมื่อวานได้ ซึ่ง MyCloudFulfillment ในฐานะผู้ให้บริการด้านคลังสินค้าออนไลน์ครบวงจร มีจุดแข็ง ด้านดาต้าในกระบวนการ เก็บ แพ็ค ส่งที่ช่วยลูกค้าได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการบริหาร จัดการข้อมูลการสั่งซื้อสินค้า (Order Management Data) ที่สามารถช่วยรวมออเด อร์ของแต่ละช่องทางการขายมาเป็นที่เดียว และ ช่วยให้จัดการข้อมูลการซื้อของลูกค้า จัดการช่องทางการขาย จัดโปรโมชั่นอย่างมีประสิทธิภาพ และ มองเห็นโอกาสการ เติบโตได้ (Growth potential)

MyCloudFulfillment ได้รับเงินลงทุน Series A มูลค่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จาก ผู้ลงทุน ได้แก่ ECG-RESEARCH, Gobi Partners, NVest Venture และ SCB 10X พร้อมขยายธุรกิจรับช้อปปิ้งออนไลน์โต

การบริหารจัดการข้อมูลการเก็บสต็อคสินค้า (Inventory Management Data) ที่ สามารถช่วยแนะน�ำสต็อคสินค้าที่เหมาะสมของแต่ละ SKU ได้ (Stock optimization) ให้สามารถเห็นได้ว่าสินค้าตัวไหนเก็บเยอะเกินไปหรือน้อยเกินไป ขั้นต�่ำที่ควรเก็บคือ จุดไหน เมื่อสต็อคเหลือถึงจุดไหนถึงควรเติม ทั้งหมดจะช่วยให้ธุรกิจบริหารค่าใช้จ่าย ค่าเช่า การเก็บสินค้า และ การขนส่งเติมสินค้าให้พอดี เพื่อช่วยไม่ให้เงินจม และ การ บริหารจัดการข้อมูลการแพ็คและส่งสินค้า (Fulfillment Performance Data) ที่ สามารถช่วยให้มองเห็นก�ำไรและต้นทุนของ แต่ละสินค้าแต่ละออเดอร์ได้ ร้านค้าจะ

MyCloudFulfillment บริษัทคลังสินค้าออนไลน์ครบวงจร ผู้ให้บริการ Fulfillment ที่มาพร้อมกับระบบจัดการออเดอร์ (OMS) และระบบจัดการ คลังสินค้า (WMS) ช่วยร้านค้าจัดการ เก็บ แพ็ค ส่งสินค้า และเชื่อมต่อ API เข้ากับช่องทางการขายต่าง ๆ ได้แบบอัตโนมัติ (API Lazada, Shopee, etc.) ด้วยรูปแบบบริการที่ยืดหยุ่น มีบริการแพ็คสินค้า ที่สามารถ customize ได้ ตามต้องการ เช่น แพ็คแบบพิเศษ QCสินค้า จัดเซ็ท เพิ่มมูลค่าสินค้าที่มากก ว่าแค่ รับแพ็คสินค้าทั่วไป อีกทั้งยังช่วยจัดการSupply Chain จัดการค�ำสั่ง ซื้อ และ น�ำข้อมูลการขายมาใช้เป็นข้อมูลวิเคราะห์ประกอบการตัดสินใจทาง ธุรกิจได้ เผยว่า บริษัทมี SKU ในระบบมากกว่า 100,000 SKUs, มียอดออ เดอร์สูงสุดต่อวันถึง 50,000 ออเดอร์, โดยที่ออเดอร์เติบโตขึ้นจากปีที่แล้วก ว่า 6 เท่า และ ภายในครึ่งปีที่ผ่านมามีมูลค่าซื้อขายสินค้าผ่านคลังกว่า 500 ล้านบาท

MAGKETING l 30


hat Pay

DIGITAL LIFE

SHUTTERSTOCK

IDC

รายงานยอดจําหน่ายสมาร์ตโฟนไตรมาส 2

เรื่อง : IDC

ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 ยอดจําหน่ายสมาร์ตโฟนอยู่ที่4.3 ล้านเครื่องเพิ่มขึ้น 21.2% ไตรมาสต่อไตรมาส แต่ลดลง 8.8% ปีต่อปี

MAGKETING l 31


DIGITAL LIFE

FREEPIK

เป็นปกติที่ในไตรมาสที่ 2 ของทุกปีเป็นฤดูกาลเพิ่มขึ้นของยอดจําหน่ายสมาร์ตโฟน และการระบาดของโควิด-19 ก็ไม่ได้ยับยั้งการเติบโตตามฤดูกาลนี้เพราะบรรดาผู้ผลิต สมาร์ตโฟนสามารถปรับตัวไปใช้ช่องทางออนไลน์ได้อย่างกว้างขวางขึ้นและมีโปรโมชั่ นที่มากขึ้นทําให้การขายทางหน้าร้านแทบจะเหมือนเดิมเมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว ใน ขณะที่ช่องทางออนไลน์โตขึ้นเกือบ 4 เท่า

“ในขณะที่ร้านค้าเริ่มกลับมาเปิดปกติหลังการล๊อคดาวน์การเปลี่ยนแปลงของช่อง ทางการขายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ก็เริ่มกลับมาเป็นปกติหลังจากที่ออนไลน์เพิ่มขึ้น อย่างมากในไตรมาสที่ 2 ” – ธีริทธิ์ เปาวัลย์, Market Analyst IDC Thailand กล่าว

แบรนด์สมาร์ตโฟนและค่ายโทรคมนาคมปรับตัวต่อการหยุดชะงักของหน้าร้านโดย เปลี่ยนไปทํากิจกรรมการขาย, การตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ ทําให้สามารถดําเนิน กิจกรรมต่อไปได้ผ่านเว็ปไซด์ทางการและมาร์เก็ตเพลสตลอดจนการทําโปรโมชั่นผ่าน สื่อโซเชียลมีเดียอื่นด้วย

วีโว่ขึ้นเป็นอันดับ 1 ได้โดยเน้นไปที่รุ่นเล็กอย่างรุ่น Y ด้วย Y11 และ Y15 ในขณะ ที่รุ่นกลางที่เปิดตัวใหม่อย่าง Y30 และ Y50 ยังได้รับความนิยมในระดับที่ดี

สมาร์ตโฟนเปิดตัวใหม่ เช่น OPPO’s A12, Xiaomi’s Redmi Note 9 และ Huawei’s Y5p ได้กระแสตอบรับที่ดีด้วยราคาที่น่าดึงดูด อย่างไรก็ตามมือถือในช่วง ราคากลางถึงสูงมีการเติบโตขึ้นเนื่องจาก Samsung A71 และ Apple iPhone SE (2020) ได้รับกระแสตอบรับที่ดี ในขณะที่ตลาดสมาร์ตโฟนในไทยเริ่มฟื้นตัว IDC คาดว่ายอดขายในไตรมาสที่ 3 ยังคง ลดลงเนื่องจากเป็นฤดูกาลที่ความต้องการต�่ำและความกดดันทางเศรษฐกิจยังคงมีผล ต่อความต้องการในตลาดต่อไปอีก2 – 3 เดือน อย่างไรก็ตามในไตรมาสที่ 4 คงได้เห็น การโตของไอโฟนรุ่นใหม่ ซึ่งการเปิดสาขาของแอปเปิลสโตร์ที่เซ็นทรัลเวิลด์เป็นการ เสริมโมเมนตัมของไอโฟนที่แข็งแรงอยู่แล้ว

ภาพรวมของแบรนด์ 5 อันดับแรก

ซัมซุงยังคงเป็นหนึ่งในผู้นําตลาดด้วย Galaxy รุ่น A ในขณะที่รุ่นที่ราคาสูง อย่าง Galaxy A71 เป็นหนึ่งในรุ่นที่ขายดีที่สุดซัมซุงมีแคมเปญมาเก็ตติ้ง เช่น “Edu Buddy”, “Super-Hot Sales”, “Butler to Go” ออปโป้เสียอันดับ 1 ในไตรมาสที่ 2 เนื่องจากการขึ้นราคาในบางช่วงของรุ่นเปิดตัว ใหม่ ออปโป้ยังคงเน้นที่การตลาดและกิจกรรมของช่องทางการขาย เรียลมีมาแทนที่หัวเว่ยในอันดับ 4 มือถือรุ่นเล็กได้รับการตอบรับดีและยังมีรุ่น X50 Pro มาเสริมสร้างภาพลักษณ์ของ 5G เรียลมียังคงขยายช้อปอย่างต่อเนื่องในต่าง จังหวัด แอปเปิ้ลรักษาอันดับ5ไว้ได้เนื่องจาก iPhone SE ได้รับความนิยมในช่วงโควิด-19 แต่ iPhone 11 ยังคงเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด

MAGKETING l 32


RESEARCH

UNSPLASH

ส�ำรวจ คอนโดฯ ให้เช่า่สวนใหญ่สนใจขนาด 1 ห้องนอน เรื่อง : ดีดีพร็อพเพอร์ตี้

จาก “ผลสำ�รวจผู้ประกอบการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19” ของ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ พบว่า ผู้ประกอบการอสังหาฯ ส่วนมากได้รับผลกระทบทำ�ให้ยอดขายลดลงมากกว่า 50% และมีผลก ระทบต่อลูกค้าที่จองซื้อไปแล้วทั้งในเรื่องการถูกปฏิเสธการให้สินเชื่อจากธนาคาร วงเงินที่ได้รับอนุมัติไม่เพียงพอ การขาดส่งเงินดาวน์ หรือลูกค้าขอชะลอการรับโอนกรรมสิทธิ์ออกไปเนื่องจากเห็นความไม่แน่นอนเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต

MAGKETING l 33


RESEARCH

แม้ประเทศไทยจะได้รับการยกย่องจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และนานาประเทศ ว่าสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายอุตสาหกรรมในเวลานี้ยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องโดย เฉพาะภาคท่องเที่ยวและส่งออกที่ยังคงซบเซา ข้อมูลจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เผยว่า พฤติกรรมการออมเพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต (precautionary saving) ที่ได้ ปรับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนหลังการระบาดของโควิด-19 สะท้อนว่าประชาชนส่วนใหญ่ เน้นเก็บออมในช่วงเวลาวิกฤติเนื่องจากยังกังวลต่อความไม่แน่นอนในอนาคต ซึ่งจะ ท�ำให้ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น เมื่อรวมกับก�ำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังคง ชะลอตัวต่อเนื่องตามสภาวะเศรษฐกิจตอนนี้ แน่นอนว่าปัจจัยเหล่านี้ย่อมส่งผลต่อการ เติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างเลี่ยงไม่ได้ จาก “ผลส�ำรวจผู้ประกอบการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจาก การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19” ของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ พบว่า ผู้ ประกอบการอสังหาฯ ส่วนมากได้รับผลกระทบท�ำให้ยอดขายลดลงมากกว่า 50% และมีผลกระทบต่อลูกค้าที่จองซื้อไปแล้วทั้งในเรื่องการถูกปฏิเสธการให้สินเชื่อจาก ธนาคาร วงเงินที่ได้รับอนุมัติไม่เพียงพอ การขาดส่งเงินดาวน์หรือลูกค้าขอชะลอการ รับโอนกรรมสิทธิ์ออกไปเนื่องจากเห็นความไม่แน่นอนเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต ปัจจัยแวดล้อมส่งผลคนตัดสินใจซื้อบ้าน แต่ในวิกฤติยังมีโอกาส กมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจ�ำประเทศไทยของดีดีพร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า “เมื่อแผนการเงินของผู้บริโภคเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ปัจจุบันย่อมส่งผลต่อการ ตัดสินใจซื้อหรือลงทุนหรือชะลอการขอสินเชื่อเพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้ก้อนใหญ่ออก ไปก่อน ในขณะที่ฝั่งสถาบันการเงินก็มีมาตรการในการพิจารณาสินเชื่อที่รัดกุมขึ้นเพื่อ ป้องกันการเกิดหนี้เสีย คาดว่าการขอสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยในปีนี้ยังคงมีแนวโน้ม ชะลอตัวอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งจะเรียกความเชื่อมั่นจาก ธุรกิจทุกภาคส่วนกลับมาได้ ท�ำให้การเติบโตในตลาดซื้อ-ขายลดลง" "หลายคนมองว่าเป็นโอกาสของตลาดอสังหาฯ ส�ำหรับให้เช่าได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะในมุมผู้บริโภคแล้วมีความเสี่ยงน้อยกว่า แม้ว่าเจ้าของอสังหาฯ บางส่วนจะยังได้ รับผลกระทบบ้างโดยเฉพาะคอนโดฯ ให้เช่าที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติที่ท�ำงาน ในไทย (Expat) หรือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ยังไม่สามารถกลับมาไทยได้ตามปกติ" "แต่เชื่อว่าหากผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาฯ และนักลงทุนลองศึกษาการเปลี่ยนแปลง ของตลาดอสังหาฯ และเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคช่วงนี้ให้มากขึ้น จะสามารถปรับ กลยุทธ์ให้ตอบโจทย์ตลาดและผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น เพื่อพลิกวิกฤติเป็นโอกาสให้สามารถ ข้ามผ่านความท้าทายในช่วงนี้ไปได้อย่างราบรื่น” ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย ขอ แนะน�ำแนวทางในการปรับตัวเพื่อให้ผู้ปล่อยเช่าคอนโดฯ และนักลงทุนท�ำความเข้าใจ การแข่งขันในตลาดปัจจุบันและสามารถพลิกมุมมองในการดึงดูดผู้บริโภค เพื่อสร้าง โอกาสในการปล่อยเช่าคอนโดฯ ในช่วงนี้ - ศึกษาข้อมูลตลาด มองทิศทางการแข่งขัน ซื้อของดีราคาดี ในเวลาที่เหมาะสม

สร้างโอกาสก่อนใคร การศึกษาข้อมูลตลาดอสังหาฯ และติดตามบทวิเคราะห์อย่างต่อ เนื่องจะช่วยให้มองเห็นโอกาสในการเติบโต และปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงของตลาด ได้ง่ายขึ้น ข้อมูลจากรายงาน DDproperty Thailand Property Market Index ฉบับล่าสุด พบ ว่า ดัชนีราคาคอนโดมิเนียมลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ลดลง 9% ในรอบ 1 ปี ผู้ ประกอบการยังคงเร่งระบายสต็อกสินค้าคงค้างโดยอัดโปรโมชั่นอย่างหนักเพื่อกระตุ้น การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ถ้ามองอีกมุมจะเห็นว่านี่คือโอกาสทองที่นักลงทุนและผู้ บริโภคที่ต้องการซื้อคอนโดฯ เป็นของตัวเองและมีความพร้อมด้านการเงินควรรีบซื้อไว้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโค วิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย อาจท�ำให้หลายคนต้องคิดทบทวนอย่างรอบคอบยิ่งขึ้นเมื่อต้อง ใช้เงินก้อนใหญ่ในการซื้อทรัพย์สินที่ยังไม่จ�ำเป็นในช่วงนี้ ดังนั้น จึงเป็นโอกาสในการ รุกตลาดของอสังหาฯ ให้เช่าทั้งคอนโดฯ และบ้าน ที่ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจของผู้ บริโภคยุคนี้เมื่อต้องการหาที่อยู่อาศัยโดยไม่สร้างภาระผูกพันระยะยาว และสามารถ เก็บเงินสดไว้กับตัวเพื่อใช้จ่ายสิ่งที่จ�ำเป็นด้านอื่นได้ - สรรหาจุดเด่น สร้างจุดขายให้โดนใจผู้เช่า แม้นักลงทุน/ผู้ซื้อเพื่อปล่อยเช่าจะ ทราบข้อมูลเบื้องต้นก่อนที่จะตัดสินใจซื้อโครงการคอนโดฯ ต่าง ๆ เพื่อลงทุนอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันสภาพแวดล้อมและหลายสิ่งอาจมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม รวมทั้งไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคด้วย ดังนั้นผู้ให้เช่าจึงควรเลือกจุดเด่นมาเป็นจุดขาย และ สร้างความแตกต่างด้วยการน�ำเสนอจุดเด่นที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค โดยอ้างอิงจากความ ต้องการของผู้อยู่อาศัยในปัจจุบัน นอกจากการตั้งอยู่ในท�ำเลที่มีศักยภาพ เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า ระบบรักษาความ ปลอดภัยที่รัดกุมของโครงการ มีพื้นที่ส่วนกลางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ เช่น Co-Working Space, สวนดาดฟ้า, พื้นที่สันทนาการ, ห้องฟิตเนสและสระว่ายน�้ำ ขนาดใหญ่ เป็นต้น นอกจากนี้ผู้ให้เช่ายังสามารถสร้างจุดขายที่แตกต่างได้ด้วยการลงทุนตกแต่งและ ปรับปรุงห้องโดยค�ำนึงถึงความต้องการของผู้อยู่อาศัยผนวกเข้ากับเทรนด์ไลฟ์สไตล์ ยุคใหม่ เช่น ติดตั้ง Digital Door Lock ที่เชื่อมต่อการใช้งานผ่านสมาร์ตโฟนเพื่อ เสริมความมั่นใจด้านความปลอดภัย, เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีช่วยประหยัด พลังงาน หรือเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบ Multi-Function เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ ได้อย่างคุ้มค่าและประหยัดพื้นที่ในการใช้งาน - รู้จักคว้าโอกาส ปรับเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นอีกปัจจัยที่ท�ำให้ทิศทางตลาดอสังหาฯ ทั้งเช่าและซื้อ เปลี่ยนไปอย่างมาก นอกจากจะส่งผลให้ชาวต่างชาติไม่สามารถกลับเข้ามาท�ำงานใน ประเทศไทยได้เหมือนเดิมแล้ว หลายบริษัทยังจ�ำเป็นต้องปรับลดงบประมาณการเช่าที่ อยู่อาศัยส�ำหรับพนักงานต่างชาติลงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันด้วย หากผู้ให้เช่าจะรอกลุ่มลูกค้าต่างชาติอย่างเคยจึงถือเป็นเรื่องท้าทายอย่างมากในเวลานี้ โดยเฉพาะหากผู้ให้เช่าที่ขอสินเชื่อเพื่อซื้อคอนโดฯ มาปล่อยเช่าอีกทอด โดยที่ไม่มีเงิน เก็บหรือการวางแผนประเมินความเสี่ยงมาก่อน ก็เปรียบเสมือนการเอาหนี้มาลงทุน โดยไม่สามารถสร้างก�ำไรได้ในช่วงนี้ กลายเป็นว่าต้องแบกรับภาระในการผ่อนช�ำระ

MAGKETING l 34


RESEARCH

ทางเดียวและอาจขาดสภาพคล่องทางการเงินได้ อย่างไรก็ดี หากลองปรับเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายจากชาวต่างชาติมาเป็นวัยท�ำงานหรือ นักศึกษามหาวิทยาลัย โดยปรับลดค่าเช่าหรือต่อรองเรื่องสิ่งอ�ำนวยความสะดวกให้ เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายใหม่และสภาพเศรษฐกิจ เลือกท�ำสัญญากับผู้เช่าในระยะ สั้น ๆ เช่น ราคาโปรโมชั่นในช่วง 3 เดือนแรก เพื่อไม่ให้เป็นการปิดโอกาสสร้างก�ำไรใน อนาคตหากทิศทางตลาดอสังหาฯ เริ่มดีขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจส�ำหรับ ผู้ให้เช่าที่ต้องการเงินหมุนเวียน เพราะถ้าปล่อยห้องทิ้งไว้ อย่างไรก็ต้องมีค่าใช้จ่ายที่ผู้ ให้เช่าต้องรับผิดชอบเองอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นค่าส่วนกลาง ค่าบ�ำรุงรักษา หรือค่าท�ำความ สะอาดเพื่อป้องกันการเสื่อมโทรมของห้อง - รู้จักหลักในการค�ำนวณค่าเช่าให้คุ้มทุน ผู้ลงทุนอสังหาฯ ให้เช่าควรยึดหลัก เกณฑ์ในการค�ำนวณค่าเช่าที่เหมาะสม ในเบื้องต้นมีอยู่ 2 รูปแบบด้วยกัน คือ 1. การ ก�ำหนดค่าเช่าเบื้องต้นโดยคิดเป็นตารางเมตร จากการเปรียบเทียบห้องชุดรูปแบบ เดียวกัน (เป็นการค�ำนวณจากห้องเปล่า) และ 2. การก�ำหนดค่าเช่าเบื้องต้นจากการ เปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนจากการเช่า (Rental Yield) นอกจากวิธีค�ำนวณเบื้องต้นตามนี้แล้ว อีกสิ่งที่ต้องไม่ลืมน�ำมารวมในการค�ำนวณค่า เช่าคือต้นทุนและค่าซ่อมบ�ำรุง เช่น ค่าเฟอร์นิเจอร์-สิ่งอ�ำนวยความสะดวก, ค่าส่วน กลาง, ค่าล้างแอร์ ฯลฯ ซึ่งสามารถเลือกก�ำหนดราคาให้สูงขึ้นหรือถูกกว่าอัตราเบื้อง ต้นได้ โดยปรับให้เหมาะกับการตกแต่งและแบบแปลนห้อง สิ่งส�ำคัญในการตั้งราคา คือ อย่าลืมพิจารณาจากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่ส่งผลต่อก�ำลังซื้อของกลุ่มเป้าหมาย

โดยตรง และการแข่งขันในตลาดที่ตอนนี้หลายรายเลือกที่จะลดราคาจากปกติเพื่อช่วย เหลือและดึงดูดให้มีผู้เช่าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง (สามารถศึกษาวิธีการค�ำนวณค่าเช่าเพิ่ม เติมได้ที่นี่) คนรุ่นใหม่นิยมเช่าอพาร์ตเมนต์/คอนโดฯ มากขึ้น แต่ต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ จากผลส�ำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดอสังหาฯ DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study ฉบับล่าสุด เผยว่า ปัจจุบันผู้บริโภคชาว ไทยที่ก�ำลังมองหาที่อยู่อาศัยเพื่อเช่า สนใจเลือกเช่าห้องที่มีขนาดกะทัดรัดเพื่อสร้าง พื้นที่ส่วนตัว โดยอพาร์ตเมนต์/คอนโดฯ ขนาด 1 ห้องนอนเป็นที่นิยมมากที่สุด (40%) และผู้ตอบแบบส�ำรวจฯ เผยว่า พึงพอใจที่จะจ่ายค่าเช่าประมาณ 6,645 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ ปัจจัยที่มีอิทธิพลในการน�ำมาพิจารณาเมื่อต้องเลือกเช่าอสังหาฯ ของผู้ บริโภคชาวไทยอันดับแรก คือ โครงการที่มีท�ำเลใกล้กับที่ท�ำงาน 73% แสดงให้เห็นถึง การให้ความส�ำคัญในเรื่องการเดินทางไปท�ำงาน สอดคล้องกับแนวคิดการท�ำงานแบบ Work-Life Integration ที่หลอมรวมชีวิตส่วนตัวกับชีวิตการท�ำงานเข้าด้วยกัน ตามมา ด้วยความปลอดภัย (55%) และความครบครันที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยของท�ำเล (52%) เรียกได้ว่าคอนโดฯ ในท�ำเลต่าง ๆ ก็ยังมีโอกาสในการหาผู้เช่าใหม่ได้ ไม่จ�ำกัดเฉพาะ โครงการในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ เท่านั้น การท�ำความเข้าใจความต้องการของผู้ บริโภคและศึกษาทิศทางตลาดอย่างต่อเนื่องก็ถือเป็นอีกเรื่องที่นักลงทุน/ผู้ให้เช่าอสัง หาฯ ไม่ควรละเลยเช่นกัน

MAGKETING l 35


MOVEMENT

MAGKETING l 36


MOVEMENT

TRUEMONEY ทรูมันนี่ จับมือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จ�ำกัด (มหาชน) อ�ำนวยความสะดวกผู้ใช้ให้สามารถเปิดบัญชีออมทรัพย์ “KKP Start Saving” กับธนาคารเกียรตินาคินภัทรผ่านแอปพลิเคชั่น TrueMoney Wallet ได้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อม มอบดอกเบี้ยเงินฝากสูงถึง 1.55% ต่อปี ตั้งแต่บาทแรก ชู 4 จุดเด่น 1. เปิดบัญชีง่ายได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ง้อเอกสาร 2. ถอน ฝาก หรือโอนเงินจากบัญชีธนาคารผ่าน TrueMoney Wallet ได้ไม่จ�ำกัดจ�ำนวนครั้งแบบฟรีค่าธรรมเนียม 3. เช็คยอดเงิน ฝากพร้อมดอกเบี้ยสะสมแต่ละวัน หรือตรวจสอบประวัติการท�ำธุรกรรมได้แบบเรียลไทม์ 4. มีความปลอดภัยในการใช้งาน ระดับสถาบันการเงินชั้นน�ำตามมาตรฐานของธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยระบบยืนยันตัวตน e-KYC ที่ตรวจสอบสองชั้น ด้วยบัตรประชาชนและสแกนใบหน้า Strategy

:: กลยุทธ์ความร่วมมือ

(Collaboration)

LINE LINE ประเทศไทย ประกาศจัดงาน LINE HACK 2020 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ผลักดันนักพัฒนาไทยผ่านการแข่งขัน Hackathon มุ่งเฟ้นหาสุดยอดทีมนักพัฒนา ที่สามารถสร้างโปรแกรมหรือรูปแบบบริการบนแพลตฟอร์ม LINE ได้อย่าง ยอดเยี่ยม ตอบโจทย์คนไทย รับสถานการณ์ใหม่ยุค New Normal ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 500,000 บาท ครั้งแรกกับการ จัด Hackathon ในรูปแบบออนไลน์จาก LINE ประเทศไทย Strategy

:: การจัดการแข่งขัน

(Competition)

WAIWAI บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จ�ำกัด ผู้ผลิตและจัดจ�ำหน่ายบะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูป “ไวไว” ในฐานะผู้สนับสนุนรายการ เก่งจริงชิงค่าเทอม เป็นตัวแทนมอบค่าเทอมจ�ำนวน 50,000 บาทให้แก่ น้องทอม-ชัยชนะ ศรีทอง เด็กเก่ง เรียนดีจาก จังหวัดก�ำแพงเพชร ที่สามารถใช้ไหวพริบพิชิตทุกการศึกษาด้วยโจทย์ คณิตศาสตร์ สุดท้าทายได้เป็นผลส�ำเร็จ Strategy

:: การเป็นผู้สนับสนุนด้านสื่อ

(Broadcast Sponsorship Marketing)

TMB ธนาคารทหารไทย จ�ำกัด (มหาชน) จัดสัมมนาในหัวข้อ “Reinventing HR through Data Analytics: ติดอาวุธให้ HR ใน การวิเคราะห์ข้อมูลส�ำคัญเพื่อบริหารค่าตอบแทนบุคลากรในยุค New Normal” โดยมีเจ้าของกิจการและผู้บริหารด้าน ทรัพยากรบุคคล ร่วมรับฟังแนวการบริหารผลตอบแทนหลังช่วงสถานการณ์โควิด-19 และการใช้ความรู้ด้านการวิเคราะห์ ข้อมูลเชิงลึกเพื่อสร้างประสิทธิผลสูงสุดจากการออกแบบผลตอบแทนให้แก่บุคคลากร Strategy

:: การจัดงานสัมมนา

(Seminar of conference)

MAGKETING l 37


MOVEMENT

POWERBUY เพาเวอร์บาย (Power Buy) ผู้น�ำธุรกิจศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เดินหน้าเสริมแกร่ง ทุกช่องทางการขาย เปิดบริการ “ส่งด่วน” ภายใน 3 ชั่วโมง ส�ำหรับการสั่งซื้อช่องทาง powerbuy.co.th เพียงเลือกสินค้า ที่ต้องการในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก Gadget และอุปกรณ์เสริม สินค้าจะถูกจัดส่งถึงมือลูกค้าภายใน 3 ชั่วโมง โดย Grab Express เป็นผู้ให้บริการ Strategy

:: การพัฒนาช่องทางจัดจำ�หน่าย

(Place)

GOODYEAR บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด (มหาชน) มอบยางรุ่นกู๊ดเยียร์ คาร์โก้ แมกซ์ ให้แก่ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อใช้ในงาน รถพยาบาล รวมมูลค่า 100,000 บาท การมอบยางครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในแคมเปญ Goodyear Goodcare ที่ จัดท�ำขึ้นเพื่อส่งมอบความห่วงใยและคืนก�ำไรสู่สังคม โดยยางรุ่นนี้เป็นยางระดับพรีเมี่ยม ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานใน รถกระบะและรถตู้โดยเฉพาะ มีความโดดเด่นในเรื่องความปลอดภัย การบรรทุก และอายุการใช้งานที่ยาวนาน Strategy

:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)

OSOTSPA บริษัท โอสถสภา จ�ำกัด (มหาชน) จัดโครงการ Life must go on…พลังเพื่อก้าวต่อไป พร้อมร่วมเป็นอีกหนึ่งพลังสนับสนุน คนไทยฝ่าวิกฤติโรคโควิด-19 ผ่านการสร้างโอกาสทางการประกอบอาชีพให้แก่ผู้ว่างงานจากผลกระทบของโควิด-19 ใน จังหวัดต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่ตั้งของส�ำนักงานและโรงงานของโอสถสภา คัดเลือกผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด โดยเฉพาะผู้ที่ ตกงานจ�ำนวน 200 ครอบครัวในจังหวัดกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี เพื่อเข้าร่วม โครงการ โดยมีการส่งเสริมอาชีพใน 2 รูปแบบ ได้แก่ การเปิดร้านขายเครื่องดื่มสูตรพิเศษที่มีผลิตภัณฑ์ของโอสถสภาเป็น ส่วนผสม เช่น ซี-วิทเลม่อนน�้ำผึ้งโซดา ฉลามกระชายด�ำเสาวรสน�้ำผึ้งปั่น และการจ�ำหน่ายเครื่องดื่มโอสถสภาแบบเดลิเวอรี เพื่อสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้อีกครั้ง Strategy

:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)

DUNKIN ดังกิ้น (DUNKIN’) ดึง2นักแสดงหนุ่มชื่อดัง“ไบร์ท-วิน”ร่วมงานเปิดตัวคอลเล็กชั่นพิเศษ #Still2getherCollection ออก โดนัท 2 รสชาติพิเศษ #คั่นกู และ #คู่กัน พร้อมออกโปรโมชั่นสุดปัง เอาใจแฟนคลับรับการกลับมาของซีรีส์ “เพราะ เรา(ยัง)คู่กัน” และเสริมการมีส่วนร่วมให้ผู้บริโภค วางกลยุทธ์รีวิวความอร่อยจาก ไบร์ท-วิน ในอีก 1 รสชาติความพิเศษ “CANDY CRACK” วางจ�ำหน่ายถึงปลายปี หวังดึงยอดขายครึ่งปีหลังให้เติบโตเพิ่มขึ้น แบบสวนกระแส Strategy

:: การออกสินค้ารุ่นพิเศษ

(Limited Edition)

MAGKETING l 38


MOVEMENT

TRUE บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ปรับโฉมชุดยูนิฟอร์มของพนักงานทรูช็อปให้เป็น “ยูนิฟอร์มดิจิทัลรักษ์โลก” ภายใต้แนวคิด “From Waste to Wear” เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 100 % เปลี่ยนขยะที่ไม่ใช้แล้วให้เป็นชุดที่สวมใส่สบายแบบอีโคแฟชั่น โดยน�ำพลาสติกรีไซเคิล (PET) มาถักทอเป็นเส้นใยร่วมกับฝ้ายธรรมชาติใช้เป็นเสื้อยูนิฟอร์ม พร้อมสกรีนโลโก้ TRUE Strategy

::

Green Marketing

AIRASIA airasia.com เปิดตัวภาพลักษณ์ใหม่ทางออนไลน์แล้ววันนี้! ก้าวสู่การเป็นสุดยอดแอปแห่งอาเซียน พร้อมเปลี่ยนโฉมแอร์ เอเชียจากสายการบินดิจิทัล เป็นแพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ที่ให้บริการครอบคลุมส�ำหรับทุกคน ทั้งนี้ถือเป็นก้าวใหม่ที่ส�ำคัญ ของกลุ่มแอร์เอเชีย เมื่อแอปพลิเคชัน airasia.com พัฒนาเป็นสุดยอดแอป ที่มอบประสบการณ์การใช้งานที่ง่าย รวดเร็ว และสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยสินค้าและบริการกว่า 15 ประเภท ใน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ การเดินทาง อีคอมเมิร์ช และฟินเทค Strategy

:: การตลาดเชื่อมตรง

(Online Marketing)

CANON บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จ�ำกัด และ บริษัท แมทธีเรียล ออโตเมชั่น จ�ำกัด จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตแคน นอน ประจ�ำปี 2563 (Canon Blood Donation Day 2020) โดยได้เปิดจุดรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ เพื่ออ�ำนวยความ สะดวกให้พนักงานจากหน่วยงาน และบริษัทต่างๆ ในย่านสาทร ได้ร่วมบริจาคโลหิตให้กับสภากาชาดไทย เพื่อใช้เป็นโลหิต ส�ำรองในการรักษาผู้ป่วยและส่งต่อให้แก่โรงพยาบาลที่ขาดแคลนทั่วประเทศ Strategy

:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)

SAMSUNG กรุงศรีและโกลบอลเฮ้าส์ได้ร่วมกันพัฒนาระบบช�ำระเงินด้วย MyPromptQR ซึ่งเป็น QR code payment ในรูปแบบ ร้านค้าสแกนลูกค้า (B scan C) โดยเป็นฟีเจอร์หนึ่งในบริการกรุงศรี Biz มั่งมี ลูกค้าที่มาใช้บริการที่สาขาของโกลบอลเฮ้าส์ สามารถช�ำระเงินได้ง่ายผ่านโมบายแอปพลิเคชั่น เพียงแค่เปิด MyPromptQR จากแอปพลิเคชั่นบนมือถือของธนาคารใด ก็ได้ และให้ร้านค้าสแกน เท่านี้ก็สามารถจ่ายค่าสินค้าได้สะดวกรวดเร็วโดยไม่ต้องพกเงินสด ช่วยลดความเสี่ยง หลีกเลี่ยง การสัมผัส อีกทั้งยังลดขั้นตอนและเวลาของแคชเชียร์ในการรับช�ำระเงิน ลดโอกาสในการเกิดความผิดพลาด Strategy

::

Cashless

MAGKETING l 39


+ +

หากคุณต้องการไอเดีย+จุดประกายความคิดทางธุรกิจ พร้อมกับศึกษาข้อมูลสภาวะการแข่งขันอย่างรอบด้าน

“แมกเก็ตติ้ง

(MAGKETING)”

แมกเก็ตติ้ง (MAGKETING) นิตยสารออนไลน์ด้านการตลาด (E-Magazine) รายเดือน ประเภท Free view ซึ่งน�ำเสนอข่าว ความเคลื่อนไหว ข่าวเชิงวิเคราะห์ รวมถึงข้อมูล ในรูปแบบ Database ในแวดวงธุรกิจการตลาด สามารถเลือกช่องทางการอ่านได้หลากหลาย

พร้อมเสิร์ฟฟรี ทุกที่ ทุกเวลา อ่านได้ทันทีที่


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
Magketing Vol.53 by MAGKETING - Issuu