Skip to main content

Magketing Vol49

Page 1

RESTART ++ BUSINESS AFTER LOCKDOWN

marketing case study BEYOND STRATEGY & CONSUMER LIFESTYLE JUNE 2563

VOL.6 ISSUE 49

THAILAND'S FIRST FREE E-MARKETING MAGAZINE

RESTART ++ BUSINESS AFTER LOCKDOWN

FREEPIK

it's FREE

49 I S S U E


Fresh - Baked Dairy The Europeans baking kitchen Enjoy a cup of warm chocolate

AnnaNita

SUKH UMVI T So i 1 1 n ear NA NA BTS Sky trai n SUKH UMVIT R d. BKK


01

HOMEROOM

EDITORIAL บรรณาธิการบริหาร

ภาวนา อรัญญิก

EDITORIAL STAFF > หัวหน้ากองบรรณาธิการ > กองบรรณาธิการ

บัณฑิต โชคสิทธิกร กัลชนา ทิชากร ปรัชญ์ พันแสงระวี

> ศิลปกรรม

cymk@bangkok

ADVERTISING STAFF > ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา > กองโฆษณา

วิโรจน์ ธนวัฒน์วาทิน สุนิสา อดุลย์วิทย์

บจ.มาร์เก็ตอินโฟ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น 3769/46 เจริญราษฎร์ บางโคล่ บางคอแหลม กทม. 10120 tel.062-4836903 email>>magketing.editor@gmail.com


CONTENTS

INFORMATION

17

8 12

FLASH PODIUM

ANALYSIS

20

30

34

17 20 30 32 34

BEHAVIOR CASE STUDY FACTOR DIGITAL LIFE RESEARCH

DATABASE

37 38 39

MOVEMENT

>> FOOD & IT

MOVEMENT

>> HOME & FINANCE

MOVEMENT

>> ETC.


FLASH

ททท

การเดินทางท่องเที่ยวแนวใหม่ (New Normal)

บาโอจิ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) น�ำเสนอมุมมองของการออกเดินทางท่องเที่ยว ในวิถีแบบ New Normal ผ่านภาพยนตร์ออนไลน์ชุด “WORK FROM HEART” เพื่อ สร้างความเชื่อมั่นให้กับในการออกเดินทางท่องเที่ยวไทย ด้วยการสื่อสารกับคนไทย ทุกคนให้รับรู้ว่าภายใต้ช่วงเวลาแห่งวิกฤตนี้ ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย Amazing ไทยเท่ และ Amazing Thailand อาทิ Facebook, Instagram, YouTube, Line Official : Amazing Thailand

ปตท.สผ

3G Best Social Empowerment Award

กรุงศรี

บริษัท หลงไทย อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จ�ำกัด และบริษัทในเครือ ภายใต้รองเท้า แบรนด์ “บาโอจิ” เพื่อเป็นการต่อยอดกิจกรรมทางสังคมของ “บาโอจิ” อย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบรองเท้าให้กับส�ำนักงานจเรต�ำรวจ ในโครงการ “บาโอจิรวมใจ มอบให้ ทีมต�ำรวจ” มูลค่ารวมกว่า 400,000 บาท เพื่อเป็นสวัสดิการการช่วยเหลือ และบ�ำรุง ขวัญก�ำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชา

ควิกแสบ

บริษัท ปตท.ส�ำรวจและผลิตปิโตรเลียม จ�ำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้รับรางวัล ชนะเลิศ ประเภท 3G Best Social Empowerment Award จากการด�ำเนินโครงการ ศูนย์การเรียนรู้เพาะฟักลูกปู เพื่อรักษาทรัพยากรทางทะเลให้สมบูรณ์ต่อเนื่องและ สร้างคุณค่าให้ชุมชนอย่างยั่งยืน ในงานประกาศรางวัล Global Good Governance (3G) Awards 2020 ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ผ่านช่องทางออนไลน์ โดย ปตท.สผ. ได้รับรางวัลจากเวทีดังกล่าว ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

กรุงศรีจัด Krungsri Virtual Business Matching

“ควิกแสบ ระเบิดแสบ แจกจริง” ครั้งที่ 3

บะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูป ‘ควิกแสบ(Quickzabb)’ เป็นผู้แทนจับรางวัลแคมเปญ “ค วิกแสบ ระเบิดแสบ แจกจริง” กิจกรรมร่วมสนุกด้วยการซื้อผลิตภัณฑ์ บะหมี่กึ่ง ส�ำเร็จรูป ‘ควิกแสบ(Quickzabb)’ ตามเงื่อนไข ลุ้นรับ โทรศัพท์มือถือ iPhone 11รุ่น (PRODUCT)RED ความจุ 128 GB และ Apple Watch Series 5 (PRODUCT)RED รวมมูลค่าของรางวัลทั้งสิ้นกว่า 880,000 บาท ซึ่งครั้งนี้เป็นการจับรางวัลครั้งที่ 3

โรสวูด

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน)) จัดงาน Krungsri Virtual Business Matching การเจรจาจับคู่ธุรกิจทางออนไลน์ เพื่อสร้างโอกาสรีสตาร์ทธุรกิจฝ่าโค วิด-19 และเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงลูกค้าซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SME ในการน�ำเสนอ ผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ของกรุงศรีซึ่งเป็นผู้จัดจ�ำหน่ายสินค้าชั้นน�ำของ ประเทศครอบคลุมช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและ สร้างการเติบโตให้กับผู้ประกอบการ SME ได้อย่างตรงจุด

โครงการ “บาโอจิรวมใจ มอบให้ทีมต�ำรวจ”

โรสวูด กรุงเทพฯ พร้อมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง

โรสวูด กรุงเทพฯ กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2563 นี้ พร้อมสี่ข้อเสนอสุดพิเศษส�ำหรับห้องพักและทรีตเมนต์ ณ เซนส์ อะ โรสวูด สปา ทาง โรงแรมมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยเพื่อต้อนรับ แขกทุกท่านส�ำหรับประสบการณ์การเข้าพักอันน่าจดจ�ำและเชยชมความสวยงามของ กรุงเทพฯอย่างสุนทรีย์

MAGKETING l 8


FLASH

MAGKETING l 9


FLASH

ททท

โฆษณาแนว Hip รับ New Normal จากทรูมันนี่

แอ็กซอลตา

ทรูมันนี่ปล่อยภาพยนตร์โฆษณาชิ้นล่าสุด “คลายล็อกแล้ว!! เอาไงต่อดี” ร่วมรณรงค์ ให้คนไทยกลับมาใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยและใส่ใจสุขภาพอย่างต่อเนื่อง และปลุกพลัง คนรุ่นใหม่ร่วมขับเคลื่อนไลฟ์สไตล์ New Normal ได้อย่างมั่นใจ น�ำเสนอแนวทางการ ใช้ชีวิตแบบไม่ให้โควิดกลับมารอบสอง โดยยึดหลัก “ห่าง (เว้นระยะ), ปิด (กั้นเชื้อ โรค), ติด (เจลล้างมือ), จ่าย (แทนเงินสด ลดสัมผัส)” ให้ทุกคนกล้าออกไปใช้ชีวิตได้ อย่างเต็มที่และรับผิดชอบต่อสังคม

ปุ๋ยยารา

ประกวดร้องเพลงชิงรางวัลจาก “ปุ๋ยยารา”

ย�ำย�ำ

บริษัท แอ็กซอลตา โค้ทติ้ง ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด ผู้น�ำระบบสีพ่นรถยนต์ จัด อบรมหลักสูตร ระยะเวลา 2 วัน ให้ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด ได้แก่ หลักสูตรการฝึกอบรมงานซ่อมเฉพาะจุดส�ำหรับที่ปรึกษาด้านบริการ และหลักสูตรการ ฝึกอบรมงานซ่อมเฉพาะจุดส�ำหรับช่างเทคนิคการพ่นซ่อม โดยมีตัวแทนและทีมช่าง จากศูนย์บริการมาสด้าทั่วประเทศให้ความสนใจเข้าร่วมการอบรมจ�ำนวนมาก

สวทช

ปู-พงษ์สิทธิ์ ค�ำภีร์ และสุนารี ราชสีมา ที่สร้างสรรค์ขึ้นในโอกาสครบรอบ 115 ปี ของแบรนด์ “ยารา” ปุ๋ยธาตุอาหารคุณภาพสูงจากประเทศนอร์เวย์ เพื่อให้ก�ำลัง ใจ และยกย่องเกษตรกรไทยที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ ให้ผ่านพ้นสถานการณ์อัน ยากล�ำบากอย่างภัยแล้งและการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไปด้วยกัน และยารายังมี กิจกรรมประกวดร้องเพลงชิงรางวัลปุ๋ยและเงินสดส่งคลิปได้ที่ กล่องข้อความ (inbox) เฟซบุ๊คยารา ประเทศไทย วันนี้ – 10 ก.ค. นี้เท่านั้น

แคมเปญ #ย�ำย�ำส่งยิ้ม แก่มูลนิธิกระจกเงา

ขับเคลื่อนนวัตกรรมและงานวิจัยการแพทย์

ส�ำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และศูนย์ความเป็น เลิศทางด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือทีเซลส์ (TCELS) ลงนามความ ร่วมมือ “ด้านการเพิ่มศักยภาพการพัฒนานวัตกรรมและงานวิจัยทางการแพทย์ด้วย เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ในประเทศไทย” เพื่อพัฒนาส่งเสริมให้เกิดงานวิจัย และนวัตกรรมทางการแพทย์ และผลักดันภาคเอกชนในการทดสอบเครื่องมือแพทย์ และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

โฮมโปร

บริษัท วันไทยอุตสาหกรรมการอาหาร จ�ำกัด ตัวแทนพนักงานและประชาชนจาก การเข้าร่วมแคมเปญ #ย�ำย�ำส่งยิ้ม โพสต์รูปรอยยิ้มส่งก�ำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระ ทบจากวิกฤตโควิด-19 ผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดีย โดยรวบรวมและส่งมอบเงินพร้อม ผลิตภัณฑ์ ย�ำย�ำ รวมมูลค่า 100,000 บาท แก่มูลนิธิกระจกเงา

แอ็กซอลตา จัดอบรมแก่มาสด้า เซลส์

โฮมโปร มอบเงินสนับสนุน เพื่อจัดสร้างห้องคัดกรอง

บริษัทฯ โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จ�ำกัด (มหาชน) มอบเงินสนับสนุนให้แก่ นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อจัดสร้างห้องคัดกรอง และตรวจผู้เสี่ยงติดเชื้อ COVID-19 และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 และตระหนักถึงความส�ำคัญในการ รักษาสุขอนามัยที่ดีของประชาชน

MAGKETING l 10


FLASH

MAGKETING l 11


PODIUM

เอไอเอสสู้ภัยโควิท-19 ติดอาวุธอสม.นักรบเสื้อเทา อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว ว่า “แม้ว่าสถานการณ์ภาพรวมประเทศไทยในวันนี้จะดีขึ้นมาก แต่ก็ยังเป็นช่วงหัว เลี้ยวหัวต่อที่เราต้องท�ำงานอย่างหนัก เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ เอไอเอส ได้น�ำความรู้ ความเชี่ยวชาญที่มีอยู่มาสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพผ่าน แอปฯ อสม.ออนไลน์ และยังได้พัฒนาฟีเจอร์คัดกรองและติดตามโควิด-19 เพื่อให้ อสม.ใช้ เป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวังความเสี่ยง คัดกรอง และติดตามผลกลุ่มเสี่ยงในชุมชน ผม เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า แอปฯ อสม.ออนไลน์ พร้อมฟีเจอร์ใหม่เฝ้าระวังไวรัสโควิด-19 จะ เป็นเสมือนการติดอาวุธดิจิทัลให้กับเจ้าหน้าที่นักรบเสื้อเทาของเรา สามารถท�ำงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเป็นก�ำลังส�ำคัญในการน�ำพาประเทศก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ ไปได้ด้วยดี” ล่าสุด เอไอเอส น�ำโดย สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส พร้อม ด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายระพี ผ่องบุพกิจ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมฐาน ปฏิบัติการเพื่อสุขภาพคนไทย ส่งมอบก�ำลังใจและเทคโนโลยีดิจิทัลให้อาสาสมัคร สาธารณสุขประจ�ำหมู่บ้าน (อสม.) รพ.สต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา และ เยี่ยมชมการท�ำงานเชิงรุก ในการเป็นด่านหน้าเฝ้าระวัง และติดตามกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 อย่างใกล้ชิด สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า “ครั้งนี้เราได้น�ำความ รู้ ความเชี่ยวชาญ พร้อมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและขีดความสามารถของเครือข่าย 5G ร่วมเสริมการท�ำงานของภาคสาธารณสุขไทย ภายใต้โครงการ “เอไอเอส 5G สู้ภัยโค วิด-19” โดยมุ่งเน้นไปที่สาธารณสุขระดับมูลฐานทั่วประเทศ ผ่านการท�ำงานอย่าง ใกล้ชิดกับ อสม. เพื่อร่วมแบ่งเบาและเสริมขีดความสามารถของ อสม. ยุคดิจิทัลใน สถานการณ์โควิด-19 ล่าสุด เอไอเอส ได้พัฒนาฟีเจอร์คัดกรองและติดตามโควิด-19 บน แอปฯ อสม.ออนไลน์ เพื่อให้ อสม.ใช้เป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวังความเสี่ยง คัด กรอง และติดตามผลกลุ่มเสี่ยงผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในชุมชน ด้วยรูปแบบรายงานดิจิทัล ที่ อสม.สามารถบันทึกได้ง่าย สะดวก รวดเร็วในการติดตามผลและเรียลไทม์ ทางมือ ถือ ท�ำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รพ.สต. สาธารณสุขอ�ำเภอ และสาธารณสุขจังหวัด สามารถติดตามข้อมูลรายละเอียดการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่อื่นๆ สมาชิก ในบ้านที่อาจมีความเสี่ยง รวมถึงการติดตามกลุ่มเฝ้าระวัง 14 วัน ในแต่ละครัวเรือน ได้อย่างเป็นระบบและทันต่อเหตุการณ์ นอกจากนี้เอไอเอส ยังมอบ “ซิมฮีโร่” เพื่อ สมาชิก อสม. นักรบเสื้อเทา ปราการด่านหน้าต้านภัยโควิด-19 ให้สามารถปฏิบัติ ภารกิจได้แบบไม่มีสะดุด พร้อมส่งความห่วงใยมอบฟรีประกันภัยโควิด-19 เพื่อเป็น ก�ำลังใจและสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจป้องกันการแพร่ระบาดรอบ 2 ให้นักรบเสื้อเทา เพิ่มความอุ่นใจในการปฏิบัติงานอีกด้วย” ด้าน นฤพนธ์ จินดาวัลย์ ผอ.รพ.สต.เสม็ดใต้ กล่าวว่า “ เดิมทีการท�ำงานของ อสม. จะใช้กระดาษในการส�ำรวจข้อมูล การส่งรายงานแต่ละครั้ง อสม. จะต้องเดินทาง จากบ้านมาที่ รพ.สต. แต่ปัจจุบันเมื่อได้มีการน�ำ แอปฯ อสม. ออนไลน์ มาใช้ ท�ำให้ ประหยัดเงินและเวลาในการท�ำงาน ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องใช้บุคลากรในการรวบรวม รายงาน โดยรายงานจะถูกส่งตรงมาที่ รพ.สต.และมีการรวบรวม ประมวลผลผ่าน

แอปฯ เจ้าหน้าที่ รพ.สต.จะรับรู้ปัญหาได้ทันทีว่าจะต้องด�ำเนินการอย่างไร ซึ่ง จ�ำนวน อสม.เสม็ดใต้ มีทั้งหมด 96 คน ทุกคนใช้ แอปฯ อสม. ออนไลน์ หนึ่งร้อย เปอร์เซ็นต์ อสม. หนึ่งคนจะต้องรับผิดชอบดูแลชาวบ้าน 15-20 หลังคาเรือนและใน ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีนโยบายให้ อสม. คัดกรอง โดยการเคาะประตูเยี่ยมบ้านทุกหลังคาเรือน โดยใช้ แอปฯ อสม. ออนไลน์ ในการลง บันทึกรายงาน ส่งมาที่ รพ.สต. ซึ่งช่วยในการท�ำงานได้สะดวก รวดเร็ว และสามารถส่ง รายงานได้อย่างแม่นย�ำ” ด้าน นฉวีวรรณ พุ่มพวง อสม. เสม็ดใต้ กล่าวว่า “แอปฯ อสม. ออนไลน์ สามารถช่วย การท�ำงานได้ง่าย สะดวก และปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะการรายงานติดตามกลุ่ม เสี่ยงโควิด-19 ที่ต้องท�ำอย่างต่อเนื่องทุกวัน นอกจากนี้ใน แอปฯ ยังมีข้อมูล ค�ำแนะน�ำ ในการปฏิบัติตัวและจะประเมินผลให้ว่า คนนั้นอยู่ในกลุ่มเสี่ยงแค่ไหน ที่ส�ำคัญเรา สามารถรายงานถึงคุณหมอได้ทันที ท่านจะทราบว่า อสม.ปฏิบัติงานอยู่จุดไหนเพราะ ในแอปฯ จะมีพิกัดแต่ละครัวเรือนอยู่ด้วย ท�ำให้ท�ำงานได้รวดเร็ว ว่องไว ลดระยะเวลา ในการท�ำงาน การส่งข้อมูลถึงคุณหมอท�ำให้ช่วยเหลือประชาชนได้ทันเหตุการณ์” “อสม. เสม็ดใต้ นับได้ว่าเป็นก�ำลังส�ำคัญ ที่ทุ่มเททั้งแรงกาย และแรงใจ ออกปฏิบัติ งาน เชิงรุกเพื่อท�ำให้สุขภาพของคนในชุมชนเสม็ดใต้ที่มีอยู่กว่า 1 พันครัวเรือน มี สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ปลอดภัยจาก โควิด-19 ประกอบกับเทคโนโลยีดิจิทัล แอปฯ อสม. ออนไลน์ เชื่อว่าจะท�ำให้ อสม. และ รพ.สต. เสม็ดใต้ สามารถท�ำงานร่วมกัน ได้อย่างใกล้ชิดและรวดเร็วทันต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงในรอบวัน” สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าว

MAGKETING l 12


PODIUM

แสนสิริระดมทุนออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ รองรับแผนธุรกิจระยะยาว บริษัท แสนสิริ จ�ำกัด (มหาชน) เตรียมออก Subordinated Perpetual Bond หรือ หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ให้ดอกเบี้ยปีที่ 1 - 5 เท่ากับ 8.50% ต่อปี ใน ภาวะดอกเบี้ยขาลง เสนอขายผู้ลงทุนทั่วไป รองรับแผนการเติบโตระยะยาว 3 ปี ด้วยเป้าหมายยอดขาย 1.2 แสนล้านบาท หลัง ประกาศปรับเป้ายอดขายปี 63 เป็น 35,000 ล้านบาท รับยอดขาย 5 เดือนทะลุ 22,000 ล้านบาท ขณะที่เป้ารายได้ ขยับเพิ่มเป็น 32,000 ล้านบาท จากเดิม 27,000 ล้านบาท เปิดแผนธุรกิจครึ่งปีหลังเตรียมเปิดโครงการใหม่ 14 โครงการ ครอบคลุมทุก เซกเมนต์ระดับราคา ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม มิกซ์โปรเจ็กต์และคอนโดมิเนียม วันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บริษัท แสนสิริ จ�ำกัด (มหาชน) (SIRI) เปิดเผยว่า แสนสิริมีแผนเสนอขาย Subordinated Perpetual Bond หรือ หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ เสนอขายให้แก่ผู้ ลงทุนทั่วไป ไม่เกิน 3,000 ล้านบาท จองซื้อขั้นต�่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท ส�ำหรับอัตราดอกเบี้ยในช่วง 5 ปีแรกเท่ากับ 8.50% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ย ทุก 3 เดือน ทั้งนี้บริษัทฯ จะเปิดจองซื้อหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ดังกล่าว ผ่านสถาบันการเงินชั้นน�ำ 6 แห่งได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จ�ำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุง ไทย จ�ำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จ�ำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จ�ำกัด (มหาชน) ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จ�ำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จ�ำกัด (มหาชน) ระหว่างวันที่ 22 -25 มิถุนายน 2563 โดยอันดับความน่าเชื่อถือของ บริษัทอยู่ที่ BBB+/Negative และอันดับความเชื่อถือของหุ้นกู้อยู่ที่ BBB- จัดอันดับ โดยทริสเรทติ้ง เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563 การเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิฯครั้งนี้ นับเป็นการวางแผนด้านการเงินเพื่อรองรับการ เติบโตที่แข็งแกร่งที่ยั่งยืนในระยะยาว ของบริษัท เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของ การรักษาความเป็นเบอร์หนึ่ง ของการเป็น “แบรนด์อันดับหนึ่งของคนอยากมีบ้านใน วงการอสังหาริมทรัพย์ไทย” อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งรักษาการเติบโตทางธุรกิจอย่าง มั่นคง ซึ่งบริษัทมีแผนผลักดันยอดขายเติบโตสู่ 120,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี ด้วยแผนรุกธุรกิจที่แข็งแกร่ง 3 แนวทางได้แก่ 1. แผนการเปิดตัวโครงการใหม่ ที่รัดกุมพร้อมปรับเปลี่ยนไปตามทุกสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา 2. การบริหารสต็อก ที่ดี ปัจจุบันแสนสิริ มีสินค้าพร้อมขายมูลค่าประมาณ 7,000 ล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็น ปริมาณที่มีความสมดุลในตลาด 3. การบริหารกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและสภาพ คล่องที่ดี โดยได้จัดสรร Cash Flow เงินหมุนเวียนในบริษัทไว้ถึง 10,000 ล้านบาท มี ความพร้อมในการด�ำเนินธุรกิจและมีความแข็งแกร่งในทุกสภาวการณ์ บริษัทยังได้ปรับ เป้ายอดขายปี 2563 เพิ่มขึ้นเป็น 35,000 ล้านบาท จากเป้าหมายเดิมที่วางไว้ 29,000 ล้านบาท เนื่องจากผลการด�ำเนินธุรกิจเพียง 5 เดือนที่ผ่านมาสร้างยอดขายไปได้กว่า 22,000 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 168% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นถึง 76% ของเป้าหมายยอดขายเดิม นอกจากนี้ล่าสุดบริษัทได้ปรับประมาณการเป้าหมายรายได้รวมทั้งปีเพิ่มขึ้นเป็น 32,000 ล้านบาท จากเป้าที่วางไว้เดิม 27,000 ล้านบาท จากการมองเห็นแนวโน้มราย

ได้และก�ำไรที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 เป็นต้นไป โดยบริษัทเริ่มทยอยรับ รู้รายได้จากการโอนโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จ อาทิ ดีคอนโด ริน เชียงใหม่, คาวะ เฮาส์ รีสอร์ทคอนโดริมน�้ำกลางสุขุมวิท ที่มียอดขายแล้วกว่า 80%, และ เดอะ เบส สุขุมวิท 50 เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีโครงการคอนโดมิเนียมเตรียมโอนอีกถึง 5 โครงการในช่วงครึ่งปีหลัง ได้แก่ เดอะ เบส เซ็นทรัล ภูเก็ต, ดีคอนโด บลิส ศรีราชา ชลบุรี, ลา ฮาบานา หัวหิน, เดอะ เบส สะพานใหม่ และ XT เอกมัย รวมถึงแผนการ โอนโครงการแนวราบที่สร้างเสร็จพร้อมโอนอย่างต่อเนื่อง ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทยังมีแผนธุรกิจในการเดินหน้าเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ รองรับการเติบโตอีก 14 โครงการ แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 6 โครงการ ทาวน์โฮมและ มิกซ์โปรเจคต์อีก 6 โครงการ มูลค่ารวม 15,200 ล้านบาท รวมทั้งยังมีแผนเปิดตัว คอนโดมิเนียมอีก 2 โครงการ มูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท ส�ำหรับเงื่อนไขส�ำคัญของหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ประกอบด้วย 1. อายุ ของหุ้นกู้ หุ้นกู้ครั้งนี้เป็นหุ้นกู้ไม่มีก�ำหนดอายุ ผู้ถือหุ้นกู้ไม่มีสิทธิให้ผู้ออกหุ้นกู้ไถ่ถอน หุ้นกู้ก่อนครบก�ำหนดไถ่ถอน แต่ผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนเมื่อครบ 5 ปี 2. ล�ำดับการ ได้รับคืนเงิน ถ้าบริษัทเลิกกิจการ หุ้นกู้นี้จะมีล�ำดับการช�ำระหนี้หลังเจ้าหนี้ทั่วไป แต่ ได้ก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ 3. ผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิ์เลื่อนช�ำระดอกเบี้ยได้ หุ้นกู้นี้ผู้ออกหุ้นกู้ สามารถเลื่อนจ่ายดอกเบี้ยได้ โดยยกยอดไปจ่ายวันใดๆ ก็ได้ไม่จ�ำกัดระยะเวลา และ จ�ำนวนครั้ง แต่หากเลื่อนจ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ ผู้ออกหุ้นกู้จะไม่สามารถประกาศหรือจ่าย เงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นได้ 4. อัตราดอกเบี้ยจะมีการปรับทุกๆ 5 ปี โดยอ้างอิงจากอัตรา ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี

MAGKETING l 13


PODIUM

อนาบูกิ โคซัน กรุ๊ป ยักษ์อสังหาฯญี่ปุ่นบุกไทย จับมือธนาสิริพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จ�ำกัด (มหาชน) หรือ THANA เปิดแผนร่วมทุนกับยักษ์อสังหาฯ จากญี่ปุ่น อนาบูกิ โคซัน กรุ๊ป โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่ายเพื่อน�ำไปสู่การ พัฒนาสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทยอย่างยั่งยืน สุทธิรักษ์ เสถียรภาพอยุทธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จ�ำกัด(มหาชน) เปิดเผยถึงแผนการด�ำเนินงานในครึ่งปีหลัง 2563 ว่า บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จ�ำกัด (มหาชน) หรือ THANA ได้จับมือร่วมทุนกับ บริษัท อนาบูกิ โคซัน จ�ำกัด ซึ่งเป็นก ลุ่มบริษัทภายใต้ชื่อ "Anabuki Kosan Group" ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ใน ตลาดหลักทรัพย์ของญี่ปุ่น ที่ด�ำเนินธุรกิจด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในจังหวัดคากา วะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีประสบการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศญี่ปุ่นมากว่า 50 ปี ที่โฟกัสเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยของผู้สูงวัย สังคมผู้สูงวัยอย่างครบวงจร โดยร่วมกัน ก่อตั้ง “บริษัท อนาบูกิ ธนาสิริ (ประเทศไทย) จ�ำกัด” เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ร่วมกัน โดยการแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญในศาสตร์ของตนเอง ทั้งในด้านนวัตกรรม งานออกแบบ และก่อสร้างตามมาตรฐาน รวมถึงธุรกิจ และการบริการเพื่อรองรับ สังคมผู้สูงอายุ(Senior Management Business) เพื่อน�ำมาปรับใช้กับเมืองไทย เพื่อ การพัฒนาสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทยอย่างยั่งยืน บริษัทร่วมทุนนี้จะช่วยตอบโจทย์ ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่ต้องการพัฒนาให้เป็นบ้านที่มีความสุขของสมาชิกทุกคนใน ครอบครัว เตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพด้วย ส�ำหรับ ANABUKI GROUP ผู้ร่วมทุนจากญี่ปุ่น เป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ประกอบด้วยบริษัทต่างๆ กว่า 35 บริษัท จัดเป็นผู้เซี่ยวชาญด้านพัฒนา อสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ในฝั่งตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น มูลค่าผลประกอบการในปีที่ ผ่านมามากกว่า 30,000 ล้านบาท โดยอนาบูกิมีความโดดเด่นในด้าน Medical Care (Assisted living Management & Nursing Care Insurances) ภายใต้แนวคิด "We support individual freedom" ที่ให้ความส�ำคัญกับการอยู่อาศัยที่สะดวกสบาย มี บริการ Nursing Care และ Medical Care ครบวงจร มีเจ้าหน้าที่กว่า 5,000-6,000 คน เพื่อท�ำธุรกิจบริการที่ดูแลมากกว่า 200,000 ครอบครัวทั่วประเทศญี่ปุ่น จัด เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการท�ำธุรกิจ PM และใหญ่เป็นล�ำดับที่ 12 ของญี่ปุ่น มีโรงเรียน ส�ำหรับฝึกหัดพนักงานถึง 17 แห่ง ที่สอนด้าน Property Management และ Airbnb นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องเพื่ออ�ำนวยความสะดวกให้ผู้รับบริการอีกด้วย อาทิ โรงเรียน, ธุรกิจบันเทิงต่างๆ (Entertainment), Medical Care, ผลิตไฟฟ้า และ Supermarket เป็นต้น ตัวอย่างของ Service apartment for employee ที่เข้ามาท�ำงานในเมืองใหญ่ ซึ่ง Business ประเภทเดียวกันนี้ของทาง Anabuki มีในหลายๆ แห่งกระจายไป ตามเมืองต่างๆถึง 50 Projects 10 Projects ใน Yokohama (เปรียบเทียบเหมือน เมืองนนทบุรี) และใน Osaka โดยเป็นลักษณะของการเช่าอยู่ ด้วย Full Furnish Ready to move in. ราคาเช่าต่อเดือนเฉลี่ยประมาณ 150,000 เยน facility ใน ตึกประกอบด้วย Canteen บริการอาหารช่วงเช้า-เย็น, Public Bath area, บริการ ท�ำความสะอาด และ บริการซักรีดผ้า จาก service ข้างนอก ในหนึ่งตึก จะมี Building Manager คอยอ�ำนวยความสะดวกให้ลูกค้า รวมถึงบริการรับฝาก-ส่งพัสดุ

online. หลายโครงการของ Anabuki Kosan จะเป็นการซื้อตึกเก่ามา Renovate ใหม่เพื่อปรับเป็นธุรกิจ เช่น Service Apartment หรือ โรงแรมในหลายๆ แห่ง Medical University / Anabuki College Service เน้นสอนด้านการฝึกอาชีพ ใน แขนงต่างๆ อาทิ วิชาชีพยาบาล ผู้ช่วยทางด้านทันตกรรม งานดูแลผู้ป่วย และผู้สูง อายุ งานดูแลเด็กอ่อน หลักสูตรการศึกษา 2 ปีปัจจุบันมีนักเรียนประมาณ 400 คน พยาบาลที่จบจะถูกส่งไปฝึกงานในศูนย์พยาบาล 900 ชม. นอกเหนือจากวิชาชีพที่ เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุ ANABUKI ยังเปิดโรงเรียนอาชีวศึกษาในสายงานอื่นๆ อีกมาก เช่น ANIMAL CARE, BUSINESS SCHOOL, BEAUTY AND SALON, COMPUTER GRAPHIC DESIGN เป็นต้น นอกเหนือไปจากนั้น ANABUKI GROUP ยังมีแผนที่จะเติบโตไปยังต่างประเทศ อาทิ พม่า ไต้หวัน เวียดนาม อินโดนีเซีย ตลอดจน ประเทศไทยอีกด้วย โดยในไทยได้เลือกที่ จะร่วมทุนกับ ธนาสิริ กรุ๊ป โดย อนาบูกิ โตซัน เชื่อว่า สังคมที่ดีจะต้องเริ่มต้นจากการ มีชุมชนที่ดี ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยใช้หลักการท�ำงานที่ค�ำนึงถึง คุณภาพเป็น สิ่งส�ำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของธนาสิริ ในการมุ่งมั่นที่จะร่วมสร้างครอบครัว ในสังคม ที่ร่มรื่นและอบอุ่นให้แก่ลูกค้าในทุกช่วงจังหวะชีวิต เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพ ชีวิต...ที่ดี ให้ความส�ำคัญกับชุมชน จึงน�ำไปสู่แนวคิดในการพัฒนาและต้องการสร้างที่ อยู่อาศัย ที่ตอบโจทย์ความต้องการของความต้องการของทุกสมาชิกในครอบครัว ด้วย สังคมส่วนตัวเพียง 88 ยูนิต มูลค่าโครงการที่ 600 ล้านบาท บนท�ำเลศักยภาพติด ถนนใหญ่ ใกล้สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ โอบล้อม ด้วยธรรมชาติสุดร่มรื่น ใกล้ แม่น�้ำจ้าพระยา และติดพื้นสีเขียวขนาดใหญ่ โดยจะเปิดตัวประมาณไตรมาส 4/2563

MAGKETING l 14


PODIUM

เวิลด์แก๊สสานต่อพันธกิจเพื่อสังคม เดินหน้าช่วยส่วนรวมทั้งโควิด-19 และไฟป่า ชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จ�ำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ คือผู้น�ำในธุรกิจจัดจ�ำหน่ายก๊าซปิโตรเลียม เหลว (LPG) ภายใต้แบรนด์เวิลด์แก๊ส ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแบรนด์แก๊สหุงต้มที่เป็นที่รู้จัก และอยู่เคียงข้าง สร้างรอยยิ้มให้กับคนไทยมาอย่างยาวนาน โดยตลอดระยะเวลาที่ ผ่านมาบริษัทขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้พลังของการคิดบวก พร้อมให้ค�ำมั่นสัญญาภาย ใต้แนวคิด “We Promise” ในการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมชุมชน สิ่งแวดล้อม ผู้ที่มีส่วนได้เสีย และผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัททุกฝ่ายอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นผลจากความ ตั้งใจ ที่จะสร้างผลกระทบในแง่บวก และสร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีให้กับ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึงคุณภาพชีวิตและการประกอบอาชีพของคนไทย ด้วยความมุ่งมั่นในการเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ และสามารถพึ่งพาได้ให้กับคนไทยต่อ ไปอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ยากล�ำบากของสถานการณ์โควิด-19 นี้ ซึ่งถือ เป็นวิกฤตการณ์ที่สร้างผลกระทบไปทั่วโลก และในประเทศไทย จึงท�ำให้เราสานต่อ พันธกิจ We Promise สร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสังคมในรูปแบบที่แตกต่างและหลาก หลายตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่การจับมือกับวันเดอร์ ฟู้ด คอมปานี ส่งอาหา รสตรีทฟู้ดเพื่อสุขภาพโดย “เชฟแอนดี้” ไปสนับสนุนและเป็นก�ำลังใจให้กับบุคลากร ทางการแพทย์ในโรงพยาบาลรัฐ ตามด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือในการ ลาดตระเวนและเฝ้าระวังไฟป่าให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่ต้องเผชิญกับไฟป่าใน แนวหน้า ที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงการร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรเพื่อมอบถุงยังชีพให้ กับผู้ประสบปัญหาในช่วงโควิด รวมถึงการมอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือชุมชนรอบคลัง ก๊าซและชุมชนรอบโรงบรรจุ ตลอดจนการช่วยรับซื้อผลิตผลทางการเกษตรจากกลุ่ม เกษตรกรในจังหวัดขอนแก่นที่ได้รับความเดือดร้อน” จากสถานการณ์ไฟป่าที่ค่อนข้างหนักหนาในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งท�ำให้พื้นที่ป่าลดลง ก่อ ให้เกิดมลพิษทางอากาศ และส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่จึงร่วมส่งความช่วยเหลือไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่สถานีควบคุมไฟป่า ขุนขาน-สะเมิง ต.เเม่สาบ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ โดยสนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือที่ จ�ำเป็นในการลาดตระเวนเฝ้าระวังไฟป่า ให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น และเมื่อคนไทยต้องเผชิญหน้ากับวิกฤติโควิด-19 ดับบลิวพี เอ็น เนอร์ยี่ก็มิได้นิ่งนอนใจแต่พร้อมส่งต่อความช่วยเหลือไปยังผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและ ส่งต่อก�ำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ผู้ต้องเป็นด่านหน้าในการต่อสู้กับโควิด-19 เพื่อปกป้องคนไทยให้รอดพ้นจากการเป็นผู้ติดเชื้อ โดยกิจกรรมของดับบลิวพี เอ็นเนอ ร์ยี่มีตั้งแต่การร่วมมือกับวันเดอร์ ฟู้ด คอมปานี โดย “เชฟแอนดี้ ยังเอกสกุล” เชฟ ไทยระดับมิชลินสตาร์ จัดกิจกรรม WP x Wonder Food #StaySafeEatDelicious เพื่อมอบอาหารมื้อเที่ยงที่ท�ำสดใหม่ทุกวัน เพื่อสุขภาพที่ดี จ�ำนวน 3,000 กล่อง โดย น�ำไปส่งมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ผู้ปฏิบัติหน้าที่เป็นทัพหน้าในการต่อสู้กับ วิกฤติด้านสาธารณสุขระดับโลกครั้งนี้ใน 3 โรงพยาบาลของรัฐ ได้แก่ โรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลต�ำรวจ และสถาบันบ�ำราศนราดูร บริษัทฯ ยังร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตร จัดถุงยังชีพเพื่อมอบเครื่องอุปโภคบริโภค จ�ำนวน 10,000 ชุด ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งความช่วยเหลือฉุกเฉินให้กับผู้ที่ก�ำลังยากล�ำบาก ที่ ต้องตกงาน ขายของไม่ได้ ขาดรายได้ ให้ได้อิ่มท้องและผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤติครั้งนี้ไป

ให้ได้ โดยในขณะเดียวกัน ด้วยความใส่ใจในคุณภาพชีวิตของคนใกล้ตัวอย่างชาวชุมชน รอบคลังและชุมชนรอบโรงบรรจุก๊าซ ทางบริษัทฯ จึงได้จัดชุดถุงยังชีพซึ่งประกอบด้วย ข้าวสารอาหารแห้ง หน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์ เพื่อส่งความช่วยเหลือให้กับผู้ที่ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 พร้อมกันนี้ ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ ได้ส่งมอบความช่วยเหลือแก่กลุ่มเกษตรกรชุมชน ในพื้นที่รอบคลังก๊าซ “กลุ่มข้าวกล้องอินทรีย์” ในการรับซื้อผลิตผลทางการเกษตร เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการถูกยกเลิกค�ำสั่งซื้อมะม่วงพันธุ์น�้ำดอกไม้สีทองจาก ต่างประเทศจ�ำนวน 2 ตัน โดยมีการส่งมอบมะม่วงจ�ำนวนหนึ่ง ให้แก่กลุ่มลูกค้าผู้ทรง เกียรติของบริษัทฯเพื่อแสดงออกถึงความห่วงใยในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และน�ำมะม่วง ในบางส่วนส่งมอบให้แก่รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ภายใต้โครงการ เรื่องเล่าแบ่งปัน ซึ่ง เป็นสื่อกลางน�ำอาหาร เครื่องดื่ม ไปแจกจ่ายในชุมชนต่าง ๆ ต่อไป ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ ได้สานต่อการสนับสนุนดูแลช้าง ณ “ศูนย์อนุรักษ์ช้าง กาญจนบุรี” หรือ “บ้านช.ช้างชรา” กาญจนบุรี เพื่อแก้ปัญหาช้างเร่ร่อนช้างบาด เจ็บ พิการ และปลดระวาง ให้กลุ่มช้างเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งในครั้งนี้บ้าน ช.ช้างชราได้รับผลกระทบจากจ�ำนวนนักท่องเที่ยวลดลงทั้งชาวไทยและชาวต่าง ชาติจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากการ เปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ ท�ำให้ขาดแคลนน�้ำส�ำหรับใช้ในแปลงพืชอาหารช้าง จึง สนับสนุนการจัดท�ำระบบน�้ำเพื่อสูบน�้ำจากแม่น�้ำแควใหญ่เพื่อใช้ในแปลงพืชอาหารช้าง อันได้แก่ เครื่องสูบน�้ำ ปั๊มน�้ำ ท่อน�้ำและวัสดุอุปกรณ์ต่อท่อ และถังเก็บน�้ำขนาด 8,000 ลิตร จ�ำนวน 2 ถัง เพื่อสนับสนุนให้ช้างเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว

MAGKETING l 15


PODIUM

MAGKETING l 16


BEHAVIOR

MAGKETING l 17


BEHAVIOR

MAGKETING l 18


BEHAVIOR

มาสเตอร์การ์ดเผยผลส�ำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคทั่วโลกที่ก�ำลังเปลี่ยนไป จาก 19 ประเทศ พบว่า การใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสมีการเติบโตอย่างรวดเร็วและมี แนวโน้มที่จะยังคงอยู่ต่อไปเหมือนเดิมหลังจากผ่านวิกฤติโรคโควิด-19 ครั้งนี้ไปแล้ว ทั้งนี้ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ผ่านมา หลายประเทศออกกฎระเบียบคุม เข้มมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing ท�ำให้ผู้คนจ�ำนวน มากหันไปใช้จ่ายแบบ “คอนแทคเลส” หรือ “การใช้จ่ายแบบไร้สัมผัส” ในการจับจ่าย ของใช้ในชีวิตประจ�ำวัน จากผลส�ำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกของมาสเตอร์การ์ด 79% ของประชากรทั่วโลกและ 91% ของประชากรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกล่าวว่า ตอนนี้พวกเขาได้หันมาใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสแล้ว โดยให้เหตุผลเรื่องความปลอดภัย และลดความกังวลในการสัมผัสเงินสดและอุปกรณ์ต่างๆของการช�ำระเงิน ทั้งนี้เมื่อต้องออกไปซื้อของข้างนอก พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สามารถเห็นได้ชัดเจนเมื่อถึงเวลาจ่ายเงินที่แคชเชียร์ ผู้คนเริ่มแสดงความต้องการช�ำระ สินค้าด้วยรูปแบบคอนแทคเลส รวมทั้งแสดงความกังวลเรื่องความสะอาดและความ ปลอดภัยของจุดช�ำระเงิน ผลส�ำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคของมาสเตอร์การ์ด พบว่า บัตรคอนแทคเลสถูกเก็บเป็นใบแรกๆ ในกระเป๋าเงิน – การค�ำนึงถึงความปลอดภัย และความสะดวกในการแตะเพื่อจ่ายท�ำให้ผู้คนหันมาใช้บัตรคอนแทคเลสมากขึ้น 46% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ทั่วโลกได้เปลี่ยนบัตรช�ำระเงินที่ใช้เป็นประจ�ำเป็นบัตร ที่รองรับระบบคอนแทคเลส เช่นเดียวกันกับ 51% ของประชากรในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกที่หันมาใช้บัตรที่รองรับระบบคอนแทคเลสแล้วเช่นกัน ผู้คนมั่นใจกับการใช้จ่ายแบบคอนแทคเลส – โรคโควิด-19 ท�ำให้เกิดความกังวลใน การใช้เงินสดและน�ำไปสู่ทัศนคติที่ดีต่อการใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสด้วยเหตุผลเรื่อง ความปลอดภัยและความสบายใจ 82% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลกมองว่าการใช้ จ่ายแบบคอนแทคเลสเป็นช่องทางการช�ำระเงินที่ลดความเสี่ยงจากการแพร่กระจาย ของเชื้อที่ดีกว่า ซึ่ง 80% ของผู้ตอบแบบสอบถามในเอเชียแปซิฟิกมองแบบเดียวกัน นอกจากนี้ เพราะการใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสเร็วกว่าการใช้จ่ายที่ไม่ใช่คอนแทคเลส ถึง 10 เท่า ท�ำให้ผู้บริโภคสามารถเข้า-ออกร้านค้าได้เร็วขึ้น ผู้คนจึงมีความมั่นใจต่อ การใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสมากขึ้น การใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสจะอยู่กับเราต่อไป – ตอนนี้เป็นช่วงที่ผู้บริโภคให้ความ ส�ำคัญกับวิธีการช�ำระเงินเป็นอย่างมาก การใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสในประเทศที่มี การใช้อย่างแพร่หลายอยู่แล้วถูกน�ำมาปรับใช้มากขึ้นอีก ในขณะเดียวกันก็เกิดการกระ ตุ้นให้มีการใช้จ่ายเงินแบบคอนแทคเลสในประเทศ ที่วิธีนี้ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย จาก ผลส�ำรวจ 74% ของประชากรทั่วโลก และ 75% ของประชากรในเอเชียแปซิฟิกกล่าว ว่า พวกเขาจะยังคงใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสต่อไปแม้จะผ่านวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้ ไปแล้ว “ผลส�ำรวจของมาสเตอร์การ์ดแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนไปใช้จ่ายแบบคอนแทคเลส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 ที่ท�ำให้วิธีการช�ำระเงินและการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจ�ำวันของผู้คน เปลี่ยนไป” แซนดีป มอลโฮทรา รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์และ

นวัตกรรมประจ�ำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มาสเตอร์การ์ด กล่าว “ความจริงที่ว่า 3 ใน 4 ของประชากรมีความตั้งใจที่จะใช้จ่ายแบบคอนแทคเลส หรือ แตะเพื่อจ่ายต่อไป แม้ สถานการณ์โควิดจะจบลง เป็นสัญญาณที่ชัดเจนจากผู้บริโภคถึงประโยชน์ของการ ใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสในระยะยาวในเรื่องของความปลอดภัย ความสะอาด ความ รวดเร็วและความรับผิดชอบต่อสังคม” การเติบโตของการใช้จ่ายแบบคอนแทคเลส มาสเตอร์การ์ดเป็นผู้น�ำในการผลักดันให้มีการใช้ระบบคอนแทคเลสในการช�ำระเงินทั่ว โลก พบว่ายอดการท�ำธุรกรรมแบบคอนแทคเลสเติบโตกว่า 40% ทั่วโลกในไตรมาส แรกของปี 20201 โดยที่กว่า 80% ของการท�ำธุรกรรมมีมูลค่าต�่ำกว่า 25 เหรียญ สหรัฐฯ หรือประมาณ 800 บาท ซึ่งโดยปกติจะเป็นการใช้จ่ายด้วยเงินสดเสียมากกว่า แม้ว่าแต่ละประเทศจะอยู่ในช่วงที่ต่างกันของการน�ำคอนแทคเลสมาใช้ในชีวิตประจ�ำ วัน แต่ด้วยพฤติกรรมและการเลือกวิธีการช�ำระเงินของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ข้อมูลเชิง ลึกจากผลส�ำรวจของมาสเตอร์การ์ดพบว่า แนวโน้มการจับจ่ายด้วยบัตรคอนแทคเลส เพื่อซื้อสิ่งของจ�ำเป็นในชีวิตประจ�ำวันในร้านสะดวกซื้อและร้านขายยาในช่วงเดือน กุมภาพันธ์และมีนาคมมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเกือบทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยที่การ ใช้จ่ายแบบคอนแทคเลสทั่วโลกเติบโตสูงกว่าการใช้จ่ายที่ไม่ใช่คอนแทคเลส 2 เท่า1 และ 2.5 เท่าส�ำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หมายเหตุ เปอร์เซ็นต์การเติบโตค�ำนวณจากเปอร์เซ็นต์ของการท�ำธุรกรรมแบบคอนแทคเลส เทียบกับเปอร์เซ็นต์ของการท�ำธุรกรรมแบบที่ไม่ใช่คอนแทคเลส โดยค�ำนวณเทียบ ข้อมูลจากเดือนมีนาคมปี 2020 และเดือนมีนาคมปี 2019 ในหมวดหมู่การจับจ่าย ใช้สอยตามร้านสะดวกซื้อและร้านขายยา ข้อมูลจาก Mastercard Data Warehouse เปอร์เซ็นต์การเติบโตค�ำนวณจากเปอร์เซ็นต์ของการท�ำธุรกรรมแบบคอนแทคเลส เทียบกับเปอร์เซ็นต์ของการท�ำธุรกรรมแบบที่ไม่ใช่คอนแทคเลส โดยค�ำนวณเทียบ ข้อมูลจากเดือนมีนาคมปี 2020 และเดือนกุมภาพันธ์ปี 2020 ในหมวดหมู่การจับจ่าย ใช้สอยตามร้านสะดวกซื้อและร้านขายยา ข้อมูลจาก Mastercard Data Warehouse วิธีการส�ำรวจ -สัมภาษณ์ผู้บริโภค 17,000 คนใน 19 ประเทศทั่วโลกผ่านช่องทางออนไลน์ เป็น ผู้ที่มีบัญชีธนาคารจากประเทศต่อไปนี้ประเทศละ 1,000 คน: สหรัฐอเมริกา แคนาดา (ทวีปอเมริกาเหนือ); ออสเตรเลีย สิงคโปร์ (ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก); สหรัฐอาหรับเอ มิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย แอฟริกาใต้ (ภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา); สหราช อาณาจักร อิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมนี สเปน โปแลนด์ รัสเซีย เนเธอร์แลนด์ (ทวีปยุโรป) , ผู้ตอบแบบสอบถามเป็นผู้ที่มีบัญชีธนาคารจากประเทศต่อไปนี้ประเทศละ 500 คน: บราซิล คอสตาริกา โดมินิกัน รีพับบลิค โคลอมเบีย -ผลการส�ำรวจถูกจัดท�ำขึ้นเมื่อวันที่ 10-12 เมษายน 2020 มีการสุ่มตัวอย่างที่ สามารถใช้เป็นตัวแทนของประชากรประเทศนั้นๆ ต่อไปนี้ : Gen Z และมิลเลนเนียล, ผู้ที่มีฐานะดี, ผู้ที่ใช้จ่ายแบบคอนแทคเลส, ผู้ที่ซื้อของเป็นประจ�ำ, ผู้ที่มีความกังวล เกี่ยวกับโรคโควิดเป็นอย่างมาก

MAGKETING l 19


CASE STUDY

RESTART ++ BUSINESS AFTER LOCKDOWN

MAGKETING VOL.49

MAGKETING l 20


CASE STUDY

iNTROdUCTION เรื่อง : บัณฑิต โชคสิทธิกร

การระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นปัจจัยเร่งให้ภาคธุรกิจปฏิรูปสู่มาตรฐานใหม่ หลังพฤติกรรมผู้บริโภค เปลี่ยน ผู้ประกอบการทั้งขนาดใหญ่-เล็ก ต่างต้องเตรียมความพร้อมเพื่อกลับมารีสตาร์ทธุรกิจได้อย่างเท่า ทันในยุคชีวิตปกติรูปแบบใหม่ หรือ “New Normal” ซึ่งการด�ำเนินธุรกิจจะไม่เหมือนเดิมแบบที่คุ้นเคยกัน มาอีกต่อไป เพราะโจทย์ทางการตลาดใหม่ได้เพิ่มขึ้นมาอีกหลายๆประการ อาทิ การเว้นระยะห่างทางสังคม , การจ�ำกัดจ�ำนวนคน , มีการเดินทางลดลง , ไลฟ์สไตล์การท�ำงานแบบ Work Anywhere and Anytime ฯลฯ ความปกติในรูปแบบใหม่ หรือ New Normal จึงถูกคาดหมายว่าต้องอยู่กับสังคมโลกไปอีกระยะหนึ่ง ส่งผล ให้คนต้องปรับพฤติกรรมจากออฟไลน์เป็นออนไลน์ เทคโนโลยีจึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้น รวมถึงคนจะดูแล ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น การบริหารจัดการธุรกิจภายใต้การแข่งขันที่สูงและบริหารความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนถูกน�ำกลับมาให้ ความส�ำคัญมากเป็นอันดับต้นๆ ควบคู่ไปกับการคิดนอกกรอบ และกระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์เพื่อให้ แบรนด์ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าช่วยให้ธุรกิจฟื้นตัว ดังนั้น “การปรับตัว” จึงเป็นกุญแจดอกส�ำคัญส�ำหรับธุรกิจต่างๆในช่วงจากนี้ไป

MAGKETING l 21


CASE STUDY

รีสตาร์รีทสธุตาร์ รกิจ ท ธุ ร กิ จ ข้อมูลของสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) คาดการณ์ว่า การใช้จ่ายผ่านสื่อ ดิจิทัล มีมูลค่าสูงถึง 22,000 ล้านบาท ในปี 2020 คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 13% โดย คาดว่าแพลตฟอร์มที่จะมีการเติบโตค่อนข้างมากในปี 2020 ได้แก่ อินสตาแกรม (Instagram) 24% ทวิตเตอร์ (Twitter) 28% และระบบส่งข้อความทันที (Instant Messaging) 71% ส่วนเฟซบุ๊ค (Facebook) ยูทูป (YouTube) ครีเอทีฟ (creative) และ ดิสเพลย์ (display) คิดเป็นสัดส่วนเงินลงทุนร้อยละ 61 ของเงินลงทุนในโฆษณา ทั้งหมดในปี 2019 อีกทั้งจากสถานการณ์ของโควิด-19 ส่งผลให้ผู้บริโภคใช้เวลาอยู่ บ้านมากขึ้น และหันมาจับจ่ายใช้สอยผ่านโลกออนไลน์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีเม็ดเงิน โฆษณาไหลไปในแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ท�ำให้ในปี 2020 นี้ คาดว่าจะมีการ ลงทุนใน Performance Marketing มากขึ้นเช่นกัน ถึงแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อหลาย ๆ ธุรกิจ หรือ แทบทุกอาชีพ แต่มีแนวโน้มว่าการตลาดออนไลน์และจ�ำนวนเงินโฆษณาสื่อดิจิทัลยังมี แนวโน้มของอัตราการเติบโตที่ดี พิจารณาได้จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ไป โดยเฉพาะการใช้เวลาบนโลกออนไลน์มากขึ้น แอ็กเซสเทรด (ACCESSTRADE) ผู้ให้บริการระบบการตลาดออนไลน์แอฟฟิลิเอ ตมาร์เก็ตติ้ง ที่ใหญ่ที่สุดและเป็นที่แรกในประเทศไทย โดย บริษัท อินเตอร์สเปซ (ประเทศไทย) จ�ำกัด ระบุว่า กลุ่มสินค้าที่เป็นที่นิยมในช่วงที่คนไทยอยู่บ้าน ได้แก่ สินค้าประเภท FMCG ของสดและของแห้ง สินค้าแม่และเด็ก , สินค้าส�ำนักงานส�ำหรับ ช่วงที่มีการ Work From Home , สินค้า Entertainment และ ไอที รวมถึงสินค้า เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว เป็นต้น ณพวีร์ พุกกะมาน ผู้บริหารส่วนภูมิภาค จีเอ็มไอ เอดจ์ กลุ่มสถาบันการเงินจาก ประเทศอังกฤษและผู้ก่อตั้ง Creative Investment Space สถาบันให้ความรู้ด้าน นวัตกรรมการลงทุนรูปแบบใหม่ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ ไวรัสโควิด-19 นอกจากส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินอย่างรุนแรงใน ขณะนี้แล้ว ยังส่งผลท�ำให้ทั่วโลกมีการจัดระเบียบครั้งใหญ่จนน�ำไปสู่มาตรฐานใหม่ (New Normal) ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ โดยหลายธุรกิจ หรืออุตสาหกรรม ก�ำลังปฏิรูปธุรกิจ หรือหยุดชะงัก (Disrupt) จากผลกระทบด้าน เทคโนโลยี และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นตัวกระตุ้นให้ธุรกิจเหล่านั้นล่ม สลายไปเร็วขึ้น ขณะเดียวกันมาตรฐานใหม่ที่เกิดขึ้นจะเป็นโอกาสของธุรกิจยุคใหม่ รวมถึงการลงทุนในกิจการนั้นๆ เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว กลุ่มธุรกิจยุคใหม่ที่ได้รับผลบวกอย่างชัดเจนมาก คือ ตลาดอีคอมเมิร์ซ หรือตลาด ซื้อขายออนไลน์ ที่ก�ำลังจะกลายเป็นกระแสหลักของการค้าขายทั่วโลก ภายหลัง การค้าขายแบบดั้งเดิมหยุดชะงักจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ท�ำให้ตลาด ออนไลน์มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนจากตัวเลขการเติบโตในช่วงวิกฤต โควิด-19 ของ AMAZON ALIBABA หรือ JD.com และเชื่อว่าหลังจากจบวิกฤตครั้งนี้ ผู้บริโภคจะคุ้นชินกับการซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้นแน่นอน ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ตลาดต่าง ประเทศจะเติบโต แต่ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศจะเติบโตขึ้นชัดเจนเช่นเดียวกัน

การเปลี่ยนแปลงสู่มาตรฐานใหม่ถัดมา คือ การช�ำระเงินจะปรับเปลี่ยนมาอยู่ในรูป แบบออนไลน์ แทนวิธีการช�ำระเงินแบบเดิมที่ใช้เงินสด ซึ่งสอดคล้องกับกระแสการ เติบโตของอีคอมเมิร์ซ บวกกับธนบัตรและเหรียญเงิน ต่างเป็นพาหะของเชื้อโรคอย่าง ดี อีกทั้งนโยบาย Lockdown ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อการจับจ่ายซื้อขายด้วย เงินสดของตลาดนัดและห้างสรรพสินค้าที่ลดหายไป ทั้งนี้กลุ่มบริษัทที่ได้รับประโยชน์ ตามกระแสดังกล่าวในระยะยาว และมีความน่าสนใจแน่นอนว่าต้องเป็นบริษัทผู้ให้ บริการช�ำระเงินที่ผู้บริโภคทั่วโลกคุ้นเคย อย่าง VISA, MASTERCARD และ PAYPAL ซึ่งทั้งสามบริษัทต่างมีนโยบายชัดเจนที่จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเทคโนโลยีการช�ำระ เงินทางออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ธุรกิจน�้ำมันแบบฟอสซิลที่มีจุดอ่อน (Pain Point) ในด้านต้นทุนต่อหน่วยที่สูง เริ่ม นับถอยหลังสู่พลังงานยุคใหม่ (New Energy) ที่สามารถแก้ไข Pain Point เดิม ได้ ปรากฏการณ์นี้มาพร้อมกับความขัดแย้งของชาติผู้ผลิตน�้ำมันรายใหญ่อย่าง ซาอุดิอาระเบีย และรัสเซีย ขณะที่การ Lockdown ทั่วโลก กระทบต่อการเดินทาง ระหว่างประเทศอย่างรุนแรง มีการคาดการณ์ว่าอาจต้องใช้เวลากว่าสองปี การเดินทาง ระหว่างประเทศจึงจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติเหมือนเดิมก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 ซึ่งธุรกิจที่จะได้รับผลบวก คือ TESLA ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่มีคนรู้จักมากที่สุด แม้ใน เวลานี้บริษัทยังไม่สามารถท�ำก�ำไรได้ แต่ราคาหุ้นหลังโควิด-19 เริ่มผ่อนคลายลง ดีด ตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนใกล้ที่จะกลับไปใกล้เคียงกับระดับเดิม ก่อนที่ตลาดหุ้นจะถูกเท ขายอย่างหนักแล้ว สอดรับกับความเห็นของมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน และที่ปรึกษา โครงการสร้างเครือข่ายสื่อมวลชนไทยใส่ใจทางเลือกใหม่พลังงานไฟฟ้า กล่าวว่า ธุรกิจ พลังงานจากนี้ไปจะเป็น New Normal เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคและการใช้ ชีวิตประจ�ำวันของผู้คนจะเปลี่ยนไปหลังจากผ่านสถานการณ์โควิด-19 จากดีมานด์ ที่ลดลงทั้งจากภาคอุตสาหกรรม และพฤติกรรมของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไปจากการ บริโภคพลังงานที่ลดลง อาทิ การลดการเดินทางผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่อง บิน การขนส่งสาธารณะ รวมถึงรถยนต์ส่วนตัว ท�ำให้การใช้พลังงานลดลงไป และใน อนาคตพลังงานที่ได้มาจากฟอสซิล ไม่ว่าจะเป็นจากถ่านหิน น�้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติ จะลดน้อยลง ซึ่งสิ่งที่จะมาแทนที่ก็คือพลังงานทดแทน และพลังงานหมุนเวียน ซึ่งแต่เดิมก็มีความ ส�ำคัญอยู่แล้ว แต่เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีการใช้พลังงานเหล่านี้มากขึ้น เนื่องจาก เทคโนโลยีของพลังงานทดแทนจะมีความก้าวหน้าและมีการพัฒนาสูงขึ้นท�ำให้ต้นทุน ของพลังงานเหล่านี้ลดลง โดยเฉพาะพลังงานจากแสงอาทิตย์และเชื้อเพลิงขยะ ต่อไปก็พัฒนาสู่ Energy Storage หรือแบตเตอร์รี่ที่สามารถที่จะเก็บไฟที่ผลิตได้ใน ช่วงกลางวันเก็บไว้ใช้ เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีท�ำให้การใช้พลังงานหมุนเวียนเหล่า นี้มีประโยชน์มากขึ้นและท�ำได้ดีขึ้น ซึ่งพลังงานจากเชื้อเพลิงขยะก็เช่นเดียวกัน ถ้า สามารถน�ำขยะมาท�ำเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าได้ก็จะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้ประโยชน์ ทั้งการก�ำจัดขยะ และสามารถผลิตเป็นไฟฟ้าใช้ได้ด้วย นอกจากนี้รูปแบบการท�ำงานขององค์กรต่างๆยังมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ดิจิทัลเวิร์ค สเปซมากยิ่งขึ้น แม้ว่าการท�ำงานแบบรีโมทไม่ใช่เรื่องใหม่ และเกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ท�ำให้การท�ำงานแบบรีโมทกลายเป็นจุด

MAGKETING l 22


CASE STUDY

เปลี่ยนส�ำคัญของความอยู่รอดขององค์กรต่างๆ เมื่อธุรกิจยังต้องด�ำเนินต่อไปภายใต้ สถานการณ์ทั่วโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้องค์กรสามารถด�ำเนินธุรกิจได้อย่างต่อ เนื่องโดยไม่สะดุด จ�ำเป็นต้องอาศัยดิจิทัลเวิร์คสเปซที่ปลอดภัย รองรับการท�ำงานได้ ทุกที่ทุกเวลา และบนทุกอุปกรณ์

พนักงาน โดยต้องค�ำนึงถึงความสามารถในการรองรับอุปกรณ์ทุกรูปแบบ และลักษณะ การปฏิบัติงานของพนักงานตลอดทั้งวัน รวมถึงความสามารถในการรักษาความ ปลอดภัยข้อมูลองค์กรในเวลาที่พนักงานส่วนใหญ่ท�ำงานนอกสถานที่ หรือท�ำงานจาก ที่บ้าน

บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด ระบุว่า การท�ำงานรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Digital Workplace” จะเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีคุณภาพ รูปแบบของการท�ำงาน จะต้องเป็นพื้นที่ท�ำงานดิจิทัลที่ช่วยให้พนักงานและองค์กรสามารถสื่อสารและอัพเดท กระบวนการท�ำงานได้แบบเรียลไทม์ ผ่านการน�ำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาสนับสนุนการ ท�ำงานที่ท�ำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา เพิ่มประสิทธิภาพการท�ำงานในองค์กรให้ดียิ่งขึ้น นอกจากการท�ำงานในรูปแบบนี้จะช่วยขับเคลื่อนการท�ำงานขององค์กรให้มีความ คล่องตัวมากขึ้นแล้ว ยังช่วยให้พนักงานมีความยืดหยุ่นในการท�ำงานเพิ่มขึ้นด้วย

พนักงานสามารถใช้แอปพลิเคชันที่จ�ำเป็นทั้งหมดผ่านประสบการณ์ดิจิทัลเวิร์ค สเปซ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์พกพา, Cloud-based, Web-based, task-based, Windows legacy ฯลฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และต้องรองรับแอปได้ทั้งหมด ไม่ว่า พนักงานของคุณจะอยู่ที่ใด ต้องสามารถในการเข้าถึงทุกแอปพลิเคชันจากทุกอุปกรณ์ ทุกที่ และทุกเวลา

ผลส�ำรวจ “Digital Revolutionaries Unlock the Potential of the Digital Workplace” จาก Aruba เผยว่า 73% ของพนักงานใน Digital Workplace มอง ว่า เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยสร้างสัมฤทธิ์ผลเชิงบวกต่อผลการท�ำงานของตน และ 70% ยืนยันว่าเทคโนโลยีดิจิทัลท�ำให้การประสานงานร่วมกัน (collaboration) ดีขึ้น สะท้อนให้เห็นว่านอกจากประโยชน์ในเชิงธุรกิจที่องค์กรจะได้รับจากการท�ำงานแบบ Digital Workplace แล้ว ยังส่งผลดีต่อศักยภาพของพนักงานอีกด้วย

การท�ำงานอย่างอัตโนมัติในทุกระดับ เพื่อจัดการกับความซับซ้อนของดิจิทัลเวิร์ค สเปซที่มีขนาดใหญ่ ระบบอัตโนมัติจึงมีความส�ำคัญอย่างยิ่งต่อการเริ่มท�ำงาน รวมถึง ขั้นตอนการแก้ไขอัตโนมัติ

ดังนั้นองค์กรที่ต้องการประสบความส�ำเร็จและขยายขีดความสามารถในยุคนี้จึงควร พิจารณาปรับรูปแบบการท�ำงานให้มีความเป็นดิจิทัลมากขึ้น เลือกใช้โซลูชั่นที่เหมาะ สมเพื่อยกระดับการท�ำงานให้มีความราบรื่นยิ่งขึ้น โดยพิจารณาจากรูปแบบธุรกิจและ ขั้นตอนการท�ำงานในแต่ละแผนก ปัจจุบันกระบวนการท�ำงานในองค์กรจะมีงานเอกสารเป็นงานพื้นฐานที่หลายแผนก ต้องท�ำร่วมกัน การน�ำโซลูชั่นดิจิทัลมาสร้าง Digital Workspace จะช่วยสนับสนุน เวิร์คโฟลว์งานเอกสารทั้งในรูปแบบดิจิทัลและกระดาษให้คล่องตัวและรวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยลดขั้นตอนการท�ำงานที่ซับซ้อนลงได้ ก็จะท�ำให้พนักงานสามารถน�ำเวลาไปใช้ใน งานคิดวิเคราะห์ได้มากขึ้น และส่งเสริมการท�ำงานเป็นทีมที่ทุกคนสามารถอัพเดทงาน ได้แบบเรียลไทม์เมื่ออยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัล เอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการประจ�ำวีเอ็มแวร์ ประเทศไทย ผู้น�ำระดับโลกด้านการ พัฒนาซอฟต์แวร์ ระบุว่า ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่ส�ำคัญนี้ องค์กรต่าง ๆ จ�ำเป็น ต้องให้ความส�ำคัญต่อประสบการณ์การท�ำงานดิจิทัลของพนักงาน เนื่องจากมีผลกระ ทบโดยตรงต่อการท�ำก�ำไรของธุรกิจ ผลการศึกษาของ Forbes พบว่า เมื่อบริษัทให้ พนักงานเข้าถึงแอปพลิเคชันที่จ�ำเป็นขององค์กรได้ทุกที่ ทุกเวลา สามารถประหยัด เวลาท�ำงานได้ถึง 17% ซึ่งท�ำให้พวกเขามีเวลาส�ำหรับพัฒนาทักษะที่จ�ำเป็นต่อการ ท�ำงานและเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรมากขึ้น อย่างไรก็ดีหลายๆองค์กรกลับพบว่าทักษะ เครื่องมือ และกระบวนการต่าง ๆ ที่ใช้กัน อยู่ในปัจจุบันนี้ ล้วนมีรากฐานมาจากเทคโนโลยีระดับพีซีสมัย 20 ปีก่อน จึงจ�ำเป็น ต้องมีวิธีการใหม่ๆ เพื่อให้มั่นใจว่ากลยุทธ์การท�ำงานแบบดิจิทัลเวิร์คสเปซจะประสบ ความส�ำเร็จ ดังนี้ ต้องท�ำหน้าที่ออกแบบเวิร์คสเปซเพื่อส่งต่อประสบการณ์ท�ำงานที่เหมาะสมกับ

ต้องสามารถรองรับได้กับทุกอุปกรณ์ที่พนักงานสามารถน�ำมาใช้งานร่วมด้วย

ในขณะที่เราก�ำลังอยู่ในโลกการท�ำงานแบบรีโมทที่กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ องค์กร ต้องใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีให้ได้มากที่สุดเพื่อให้ธุรกิจด�ำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง นั่นหมายถึงการสร้างรากฐานดิจิทัลที่ช่วยให้องค์กรสามารถออกแบบ และส่งมอบ ประสบการณ์ดิจิทัลให้แก่พนักงาน และลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม

อ งอัอมูพลใหม่ เดทข้ อ มู ล ใหม่ ต้องอัต้ พเดทข้ ผศ.ดร.ศิริเดช ค�ำสุพรหม คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) เปิดเผยว่า การท�ำธุรกิจในยุคปัจจุบันจ�ำเป็น ต้องอาศัยเทคโนโลยีอย่างมาก ยิ่งเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งมี มาตรการท�ำให้ทุกคนต้องปฏิบัติการเว้นระยะห่างทางบุคคล การอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อ ชาติ ยิ่งสะท้อนให้เห็นได้ว่าเทคโนโลยีรวมถึงสื่อต่างๆ มีบทบาทมากยิ่งขึ้น และเป็น หนทางที่จะท�ำให้ธุรกิจเติบโต อยู่รอดได้ ดังนั้น ส่วนประสมทางการตลาดในขณะนี้แม้หลักการจะใช้ 4 P คือ ผลิตภัณฑ์/สินค้า (Product) ราคา (Price) การส่งเสริมการขาย(Promotion) และช่องทางการจัด จ�ำหน่าย (Place) แต่รูปแบบแตกต่างไปจากเดิม เพราะไม่ได้เป็นเพียงการขายผ่าน หน้าร้าน ร้านค้าเท่านั้น แต่ต้องมุ่งเน้นการขายออนไลน์ด้วย “ยุคสมัยใหม่ 4 P ของตลาดออนไลน์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เพราะรูปแบบการน�ำ เสนอสินค้าในออนไลน์สามารถปรับแต่งสินค้าได้ เช่น รองเท้าที่ลูกค้าสามารถบอกได้ ตนเองต้องการแบบไหน แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนสินค้าจะเป็นการท�ำส�ำเร็จรูปแล้วถึงจะมา วางขาย ซึ่งคนที่เรียนด้านการตลาดออนไลน์ วิเคราะห์การตลาดดิจิทัลจะได้เปรียบ คู่แข่งขัน เนื่องจากจะรู้ทิศทางของตลาดออนไลน์ รู้ว่าโปรโมชั่นส�ำหรับการออกแบบ แผนการตลาดออนไลน์ควรเป็นลักษณะใด ต้องมีไวรัล (VIRAL Marketing) ที่เป็นการ โฆษณาของสินค้าต่าง ๆ ที่ใช้กระแสของผู้คนใน Social Media รวมถึงการน�ำโฆษณา ไปแปะเว็บไซต์อื่นๆ เป็นการท�ำโปรโมชั่นไปฝากไว้ที่อื่น ๆ โดยอาจต้องดูลูกค้า แม้จะ

MAGKETING l 23


CASE STUDY

เป็นสินค้าเดียวกัน เป้าหมายเหมือนกัน แต่รูปแบบต่างกัน เลือกแพลตฟอร์มในการน�ำ เสนอที่ดีก็จะช่วยให้สินค้าเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมมากขึ้น” ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าว ทั้งนี้ รูปแบบการตลาดดิจิทัลมีหลากหลาย ซึ่งนักการตลาดดิจิทัลต้องรู้จักการผสม ผสานระหว่างการตลาดแบบเดิมกับการตลาดสมัยใหม่เข้าด้วยกัน ราคา ช่องทางการ จัดจ�ำหน่าย และการส่งเสริมการขายอาจจะไม่สามารถยึดรูปแบบเดิมได้เพียงอย่าง เดียว ต้องมองกลไกต่างๆ หลักการตลาดให้กว้างมากขึ้น และต้องเห็นการตลาด ออนไลน์หรือการตลาดในโลกดิจิทัล ขณะที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) ได้จัดซีรีส์สัมมนาออนไลน์แบบ Exclusive ที่มีเนื้อหาเข้มข้น ภายใต้ธีม “Business Implications from COVID-19, Now and Next Series” ในเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายนเพื่อตอบโจทย์ความ ต้องการที่แตกต่างของลูกค้าธุรกิจทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า SME ลูกค้าธุรกิจขนาด ใหญ่ ลูกค้าสถาบันการเงินและลูกค้าธุรกิจธนกิจพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่น ถือเป็นการยก ระดับบริการ Krungsri Business Empowerment เพื่อให้ลูกค้าธุรกิจได้เข้าถึงแหล่ง ข้อมูลเชิงลึกจากวิทยากรชั้นแนวหน้าในไทยและต่างประเทศ รวมทั้งนักเศรษฐศาสตร์ และนักธุรกิจที่มากประสบการณ์มาร่วมแบ่งปันความรู้และมุมมอง เพื่อให้สามารถปรับตัวและปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนแปลงสู่ชีวิต ปกติรูปแบบใหม่ (New Normal) หลังวิกฤตโควิด-19 อันเป็นประโยชน์ให้กับลูกค้า ธุรกิจด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบของการจัดมาเป็นรูปแบบออนไลน์เสมือนจริง เพื่อให้ ลูกค้าธุรกิจได้เข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และเตรียมความพร้อมเพื่อกลับมารี สตาร์ทธุรกิจได้อย่างเท่าทันในยุคชีวิตปกติรูปแบบใหม่ หรือ “New Normal” ธนาคารจะจัดซีรีส์สัมมนาเจาะลึกเข้มข้น 4 ครั้ง ภายใต้ธีม “Business Implications from COVID-19, Now and Next Series” ประกอบด้วย ตอนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับ ภาคเศรษฐกิจและการเงินที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รวมทั้งมาตรการช่วยเหลือ จากภาครัฐ และแบ่งปันมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย ที่จะเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต ตอนที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “Now and Next for Real Estate & Service” ที่จะจัดใน วันที่ 28 พฤษภาคม เน้นส�ำหรับลูกค้า SME มีเนื้อหาครอบคลุมปัจจัยท้าทายทาง เศรษฐกิจ ผลกระทบของโควิด-19 ต่อภาคธุรกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ไป ตอนที่ 3 หัวข้อ “Building Business Immunity” ส�ำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ลูกค้าธุรกิจธนกิจพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่น และสถาบันการเงินที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการ สร้างภูมิคุ้มกันทางธุรกิจเพื่อให้สามารถยืนหยัดท่ามกลางความไม่แน่นอน รวมทั้งการ ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การด�ำเนิน ตอนที่ 4 ในหัวข้อ “Business Toward the Next Normal” โดยจะเน้นในด้าน กลยุทธ์การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจหลังจากวิกฤตโควิด-19 และการเปลี่ยนผ่าน สู่โมเดลธุรกิจแบบใหม่

ความเชี่ยวชาญด้านการเงินแก่ลูกค้าและบุคคลทั่วไปบนแพลตฟอร์ม Plearn เพลิน by Krungsri Guru คอนเทนต์ฮับออนไลน์ที่อ่านสนุก เข้าใจง่าย โดยได้เชิญกูรูด้าน การเงินชั้นน�ำของประเทศมาให้ความรู้ที่มีประโยชน์เพื่อกระตุ้นให้เห็นถึงความส�ำคัญ ของการวางแผนทางการเงินส�ำหรับมนุษย์เงินเดือน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือแม้ กระทั่งเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กและร้านค้าออนไลน์ โดยครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่เคล็ด ลับการออมเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย การบริหารจัดการเงินสด เทคนิคการลงทุน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด และการวางแผนด้านภาษี เป็นต้น นอกจากการน�ำเสนอเนื้อหาสาระที่สร้างความรู้ความเข้าใจทั้งด้านการเงิน ธุรกิจและ นวัตกรรมแล้ว Plearn เพลิน by Krungsri Guru ยังเชิญอินฟลูเอนเซอร์ หรือ Key Opinion Leader จากหลากหลายสาขามาร่วมสร้างสรรค์คอนเทนต์ น�ำเสนอมุมมอง แนวคิดและเคล็ดลับต่างๆ ในวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ผ่าน Facebook Live และสื่อสังคม ออนไลน์อื่นๆอีกด้วย วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย ให้ ข้อมูลว่า ในขณะที่ผู้คนหลีกเลี่ยงการออกไปข้างนอก และแยกตัวเองออกจากสังคม จึงท�ำให้พฤติกรรมการชอปปิงเปลี่ยนมาเป็นออนไลน์มากขึ้น โดยการส�ำรวจพบ ว่า ความต้องการซื้อสินค้าออนไลน์ที่มาพร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านส�ำหรับสินค้าทุก ประเภท ไม่ว่าจะเป็นของช�ำและอาหารแช่แข็ง ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ส�ำหรับดูแลสัตว์ เลี้ยง และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ได้รับความนิยมสูงกว่าการซื้อสินค้าออนไลน์โดยที่ ผู้บริโภคต้องเข้ามารับสินค้าที่ร้านด้วยตนเอง โควิด-19 ได้กระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจ�ำวันมากขึ้นอย่างที่ไม่ เคยเป็นมาก่อน ตั้งแต่การหาข้อมูลสินค้าและบริการ การสั่งอาหาร การตรวจสอบ สถานะการจัดส่ง ไปจนถึงการเรียนหนังสือในห้องเรียนเสมือนจริง ซึ่งผลส�ำรวจนี้ชี้ให้เห็นว่า คนจ�ำนวนมากได้ปรับรูปแบบการชีวิตให้เป็นไปออนไลน์ เชื่อ ว่า หลังโควิด-19 สิ้นสุดลง พฤติกรรมเหล่านี้ก็จะยังติดตัวผู้บริโภคต่อไปและจะท�ำให้ สัดส่วนการใช้บริการออนไลน์สูงต่อไปด้วย ก่อนวิกฤตโควิด-19 ผู้ประกอบการค้าปลีกไทยบางรายสามารถปรับตัวให้เข้ากับโลก ยุคดิจิทัลได้ดี โดยได้มีการสร้างช่องทางดิจิทัลต่าง ๆ ให้ลูกค้าท�ำรายการได้ และมี การน�ำข้อมูลมาวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อให้เข้าใจถึงพฤติกรรมลูกค้า แต่ก็ยังมีหลายรายที่ ยังไม่ได้เริ่ม หรือท�ำไปแค่เบื้องต้น ซึ่งผู้ประกอบการเหล่านี้จะต้องปรับตัวแบบ 180 องศา เพื่อให้สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมและน�ำข้อมูลมาปรับใช้เพื่อเพิ่มยอดขายและ ผลก�ำไรต่อไป ในช่วงที่ทุกคนยังต้องประคับคองธุรกิจและให้บริการลูกค้าในช่วงเวลาที่ท้าทายแบบ นี้ ผู้ค้าปลีกอาจจะมองหาแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้วในตลาด และไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร เพื่อสร้างธุรกิจบนสังคมออนไลน์ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ต้องมั่นใจว่า เนื้อหามีกา รอัปเดตอยู่เรื่อย ๆ และมีความเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ รวมถึงสร้างประสบการณ์ที่ดีกับ ลูกค้าที่นอกเหนือไปจากการสร้างความสัมพันธ์ผ่านการท�ำธุรกรรมระหว่างกันเพียง อย่างเดียว

นอกจากนี้กรุงศรียังได้พัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ ภายใต้คอนเซปต์แบ่งปันความรู้

MAGKETING l 24


CASE STUDY

THAI AIR ASIA

กลยุทธ์ปรับตัวรับชีวิตใหม่

โดยได้พัฒนาระบบการใช้งาน Seamless เป็นระบบการเปิด-ปิดประกันแบบอัตโนมัติ เมื่อสตาร์ทและดับเครื่องยนต์ ประกันก็จะเปิด-ปิดให้เอง ผ่าน TVI Connect ซึ่งเป็น อุปกรณ์ และจะมีการแจ้งเตือนทุกครั้งผ่านทางแอปพลิเคชัน ‘Thaivivat Motor’ แต่ ถึงผู้ใช้จะไม่เปิด App หรือมือถือแบตเตอรี่หมด การเปิด-ปิดก็ท�ำให้เองทั้งหมดผ่าน ทาง TVI Connect ที่ทางไทยวิวัฒน์มอบให้มาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ ท�ำให้ใช้ งานง่าย สะดวก แบบไม่ต้องกังวลเรื่องการลืมเปิดหรือปิดประกัน

กลยุ ท ธ์ ป รั บ ตั ว รั บ ชี วิ ต ใหม่

น ภัวัฒยน์ไทยวิ วั ฒ น์ ประกัประกั นภัยไทยวิ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จ�ำกัด (มหาชน) เปิดตัวประกันรถเปิดปิดที่ให้ผู้บริโภค สามารถจ่ายค่าเบี้ยตามการใช้รถจริงตอบรับกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องเว้นระยะห่าง ทางสังคม หยุดการเดินทางที่ไม่จ�ำเป็น ท�ำให้ผู้ใช้รถสามารถประหยัดค่าเบี้ยประกัน รถยนต์ได้ถึง 40% ซึ่งเหมาะกับสถานการณ์ในปัจจุบันเป็นอย่างมากที่ผู้คนมีการใช้รถ น้อยลงจากการ Work From Home และการรณรงค์ให้อยู่บ้านเพื่อป้องกันการแพร่ ระบาดของไวรัสโคโรน่า

ประกันรถเปิดปิดเหมาะส�ำหรับผู้ใช้รถโดยทั่วไปที่ใช้รถอยู่เฉลี่ยไม่เกินวันละ 4 ชั่วโมง โดยเฉพาะผู้ที่ขับรถส่วนใหญ่เพื่อไปท�ำงานและกลับบ้าน นอกจากนี้ไทยวิวัฒน์ยังได้ พัฒนารูปแบบของประกันรถเปิดปิดให้ตอบโจทย์สถานการณ์ความปกติใหม่เพิ่มเติมใน รูปแบบของประกันรถเปิดปิดแบบ Top-up ประกันรถยนต์รูปแบบใหม่ที่ได้เพิ่มความ พิเศษให้กับการท�ำประกันรถยนต์ ผู้ใช้งานยังสามารถ Top-up เพิ่มชั่วโมงประกันได้ เอง ท�ำให้ผู้ใช้รถประหยัดค่าเบี้ยเพิ่มมากขึ้น และยังสามารถทยอยจ่ายค่าเบี้ยประกัน ตามที่ใช้งานจริง ซึ่งหมายความว่าหากใช้รถน้อยก็จะสามารถจ่ายค่าเบี้ยประกันรถทั้งปี ลดลงได้สูงถึงประมาณ 70%

MAGKETING l 25


CASE STUDY

ยกตัวอย่างเช่นประกันรถยนต์ ชั้น 1 จากราคาเบี้ยในท้องตลาดของประกันรายปีทั่วไป ค่าเบี้ยจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาทต่อปี ส่วนประกันรถเปิดปิดแบบ Top-up ราคา เริ่มต้นทั้งปี ส�ำหรับประกันชั้น 1 จะคงเหลือเพียง 4,900 บาท เท่านั้น ทั้งนี้จะมีระยะ เวลาความคุ้มครองเริ่มต้นให้ที่ 50 ชั่วโมง ในกรณีนี้หากผู้ใช้บริการต้องการจ�ำนวนชั่วโมงความคุ้มครองเพิ่ม ก็สามารถ Top-up ชั่วโมงความคุ้มครองได้เองตลอดเวลา ผ่านทางแอปพลิเคชัน ‘Thaivivat Motor’ ใน ราคาเริ่มต้นส�ำหรับประกันชั้น 1 เพียง 400 บาท ต่อ ทุกๆ 50 ชั่วโมงความคุ้มครอง ท�ำให้ผู้ใช้รถจ่ายค่าเบี้ยประกันเฉพาะเท่าที่ใช้งานรถจริง หรือค่อยๆ ทยอยจ่ายค่าเบี้ย ตามที่จ�ำเป็นเท่านั้น นอกจากประกันชั้น 1 แล้ว ยังมีประกันชั้น 2+ และ ชั้น 3+ ให้ลูกค้าเลือกได้ตาม ความเหมาะสมเช่นกัน โดยราคาเบี้ยประกันชั้น 2+ ต่อปีเริ่มต้นเพียง 2,900 บาท และ ราคาเบี้ยประกันชั้น 3+ ต่อปีเริ่มต้นเพียง 2,700 บาท ซึ่งการ Top-up เติมชั่วโมงของ ประกันชั้น 2+ และ ชั้น 3+ จะอยู่ที่ 300 บาทต่อ 50 ชั่วโมงเพียงเท่านั้น แอร์เอเชี ย เ อเชี ย แอร์ กลุ่มสายการบินแอร์เอเชียพร้อมใช้ขั้นตอนลดการสัมผัสในช่องทางต่างๆ ให้กับผู้ โดยสารระหว่างการเดินทาง ได้แก่ ลดการสัมผัสในการช�ำระเงิน ขั้นตอนต่างๆ ที่ สนามบิน การลดการสัมผัสตู้คีออส และใช้ระบบ Passenger Reconciliation System (PRS) รวมถึงการพัฒนาแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือให้ง่ายและสะดวกต่อ การใช้งานยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้โดยสารได้เดินทางอย่างมั่นใจ โดยในประเทศไทยจะเริ่มด้วย การใช้ขั้นตอนการลดการสัมผัสตู้คีออสก่อนในทุกสนามบินที่แอร์เอเชียให้บริการ หลัง จากนั้นจะน�ำระบบอื่นๆ มาใช้ตามล�ำดับต่อไป MegaMEGA Trends ในการพั ฒนาที่อยูในการพั ่อาศัยหลังโควิ -19 ่ อ ยู ่ อ าศั ย TRENDS ฒดนาที บริษัท ลุมพีนี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จ�ำกัด (LPN Wisdom) บริษัทด้านการวิจัย และที่ปรึกษาในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเม นท์ จ�ำกัด (มหาชน) ระบุว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมาท�ำให้ พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะการอยู่อาศัยที่ให้ความส�ำคัญในเรื่อง ของสุขอนามัย (Wellness) และรูปแบบการท�ำงานที่ต้องการความสมดุลในการใช้ชีวิต (Work-Life Balance) ปรับเปลี่ยนจากการท�ำงานที่ส�ำนักงาน ไปสู่การท�ำงานที่บ้าน (Work From Home) หรือการท�ำงานในที่อื่น ๆ ในแบบ Anytime Anywhere

ไปโดยค�ำนึงถึง 3 ปัจจัยส�ำคัญที่เราเรียกว่า 3 Mega Trends ในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ซึ่งประกอบด้วย การให้ความส�ำคัญในเรื่องของสุขอนามัย (Wellness) ซึ่งเป็นเรื่อง ที่มาพร้อม ๆ กับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 การออกแบบที่อยู่อาศัยและการ เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ต้องค�ำนึงถึงเรื่องของสภาพแวดล้อมและสุขอนามัยที่ดีต่อผู้อยู่ อาศัย ลดการสัมผัส (Touchless) ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทั้งในพื้นที่ โครงการที่พักอาศัยและเชิงพาณิชย์ เป็นโจทย์ใหม่ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใน ปัจจุบันและในอนาคต นอกจากเรื่องของสุขอนามัยที่เป็นโจทย์หลักของผู้บริโภคในปัจจุบันแล้ว การออกแบบ ที่ค�ำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยที่สร้างสมดุลให้กับการใช้ชีวิตในรูปของการท�ำงานและการ ใช้ชีวิตที่ต้องด�ำเนินไปอย่างสมดุล (Work-Life Balance) ท�ำให้การออกแบบที่อยู่ อาศัยต้องค�ำนึงถึงการจัดสรรพื้นที่ที่ลงตัวตอบทุกโจทย์ของการใช้ชีวิตไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ อาศัยในแนวราบ หรืออาคารชุดที่มีขนาดเล็ก ต้องมีการจัดฟังก์ชั่นการใช้งานที่มีความ หลากหลายและสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน (Multi-Function) เพื่อรองรับ กับรูปแบบการใช้ชีวิตและการท�ำงานที่บ้านได้ การเว้นระยะห่างในพื้นที่ส่วนกลาง การ ปรับเปลี่ยนแนวคิดจากสังคมแบ่งปันในรูปแบบของ Co-Working Space มาสู่แนวคิด การใช้พื้นที่ส่วนกลางในรูปแบบของ Co-Separate Space เป็นการใช้พื้นที่ร่วมกัน แบบมีระยะห่าง ท�ำให้การออกแบบการใช้พื้นที่ส่วนกลางในโครงการทั้งแนวราบและอาคารชุดต้อง เปลี่ยนแนวคิดในการออกแบบเช่นเดียวกับการน�ำเอาเทคโนโลยีดิจิทัล (Virtual Livable Connect) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบโครงการ เพื่ออ�ำนวยความ สะดวกสบายในการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยในโครงการ ตอบโจทย์กับแนวคิดการใช้ชีวิต วิถีปกติใหม่ภายหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แนวทางการออกแบบที่ตอบโจทย์ Mega Trend ที่ก�ำลังเกิดขึ้นในธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ จ�ำเป็นต้องน�ำเอาแนวคิดในการออกแบบที่เรียกว่า การออกแบบเพื่อ ความยั่งยืน (Sustainable Development Design) เป็นแนวคิดของการออกแบบ โดยค�ำนึงถึงการใช้งานอาคารอย่างยั่งยืน โดยการออกแบบค�ำนึงถึงการเลือกใช้วัสดุ การใช้พลังงานและทรัพยากรของอาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสร้างสุข อนามัยที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัย ลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกหรือ คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในอากาศ รวมถึงเรื่องของการประหยัดพลังงาน การใช้ทรัพยากรน�้ำและ ทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ อย่างประหยัด เพื่อตอบโจทย์กับการสร้างสุขอนามัยที่ดีใน การอยู่อาศัยทั้งในรูปแบบของ LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) เกณฑ์อาคารเขียวของ US Green Building Council และ TREES (Thai’s Rating of Energy and Environmental Sustainability ) ของสถาบันอาคารเขียว ไทย

ในขณะที่รูปแบบการท�ำงาน และการใช้ชีวิตในปัจจุบันผู้บริโภคสามารถใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล (Virtual Livable Connect) มาตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้มากขึ้นผ่านแอปพลิ เคชั่นต่าง ๆ ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่ออ�ำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตให้กับผู้บริโภค จน กลายเป็นวิถีปกติใหม่ (New Normal) ในการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน

การออกแบบภายใต้แนวคิดเพื่อความยั่งยืน ต้องอาศัยเทคโนโลยีในการออกแบบที่มี ประสิทธิภาพอย่าง Building Information Modeling หรือ BIM ซึ่งเป็นเทคโนโลยี การออกแบบที่มีประสิทธิภาพในการบริหารการออกแบบและการก่อสร้างโครงการ โดยค�ำนึงถึงสภาพแวดล้อม การจัดฟังก์ชั่นการใช้งาน รวมไปถึงการน�ำเอาเทคโนโลยี การอยู่อาศัยเข้าไปใช้ในการออกแบบเพื่อตอบโจทย์กับรูปแบบการใช้ชีวิตที่ค�ำนึงถึง สุขภาพและสภาพแวดล้อมไปพร้อม ๆ กัน

รูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปท�ำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง

LPN Wisdom ยังวิเคราะห์ว่า จากการวิเคราะห์ก�ำลังซื้อในไตรมาสแรกของปี 2563

MAGKETING l 26


CASE STUDY

พบว่า ความต้องการซื้อเพื่อการอยู่อาศัยยังคงมีก�ำลังซื้ออย่างต่อเนื่องทั้งแนวราบและ อาคารชุดเพื่อการอยู่อาศัย รายได้ที่ลดลงของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์โดยเฉลี่ย ร้อยละ 30.43 ในไตรมาสแรกเป็นผลมาจากการที่ไม่สามารถโอนที่อยู่อาศัยให้กับผู้ซื้อ จากต่างประเทศที่ไม่สามารถมาโอนอาคารชุดได้ตามแผนที่วางไว้ซึ่งเป็นผลจากการ แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และบางส่วนเป็นกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่อการลงทุนที่ชะลอ การลงทุนในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว

การเรียนจึงเป็นหนทางเพิ่มพูนท�ำให้ผู้ประกอบการมีทักษะเพิ่มมากขึ้น เพราะการแชร์ ไอเดียจะได้รับประสบการณ์ จากผู้ประสบความส�ำเร็จได้เร็ว มากกว่าจะไปลองผิดลอง ถูกด้วยตนเอง มีโอกาสที่ประสบความส�ำเร็จได้มากกว่า การเรียนแบบนักวิเคราะห์ การตลาดเชิงดิจิทัล (Digital marketing analyst) จะช่วยท�ำให้ทุกคนสามารถ ออกแบบธุรกิจได้ด้วยตนเอง สอดคล้องกับสโลแกนหลักสูตรปริญญาโทของ CIBA คือ อนาคตธุรกิจออกแบบได้ด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยที่มีแนวโน้ม คลี่คลาย และคาดว่าจะสามารถ ปลดล็อกได้สิ้นไตรมาส 2 ของปี 2563 ท�ำให้ LPN Wisdom คาดว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะค่อยๆ ฟื้นตัว ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4ของปี 2563 โดยคาดว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จะทยอยเปิดตัวโครงการ ใหม่ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ของปี หลังจากที่ชะลอแผนเปิดตัวโครงการใหม่ใน ไตรมาส 2 ของปี 2563

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ออกบทวิเคราะห์ โดยอ้างอิงบทความของ Joshua Kim เรื่อง Teaching and Learning After Covid-19 ที่ลงใน insidehighered.com ได้ท�ำนายการเปลี่ยนแปลงไว้ว่า

LPN Wisdom ประมาณว่าจะมีจ�ำนวนการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2563 จะอยู่ที่ 50,000-55,000 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 175,000-190,000 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 50-55 เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2562 ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่มีการระบาดของ ไวรัส โควิด-19 ระลอกสอง อย่างไรก็ตาม จะมีบางบริษัทที่ยังคงเปิดโครงการใหม่ในบางท�ำเลที่มีก�ำลังซื้อสูง โดยเฉพาะโครงการแนวราบทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ ที่มีความต้องการสูง ตาม พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามรูปแบบการใช้ชีวิตในวิถีปรกติใหม่ (New Normal) ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นตอบโจทย์การท�ำงานที่บ้าน(Work From Home) ที่ก�ำลังกลายเป็นรูปแบบการท�ำงานรูปแบบใหม่ หลังการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ที่ LPN Wisdom เชื่อว่า การท�ำงานที่บ้านจะยังคงอยู่แม้จะไม่มีการแพร่ ระบาดของไวรัสโควิด-19 แล้วก็ตาม มหาวิมหาวิ ทยาลัยปรั บตัว ย ปรั บ ตั ว ท ยาลั วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) ได้จัดการเรียนการสอนในหลักสูตรปริญญาโท กลุ่มวิชาเอก นักวิเคราะห์การ ตลาดดิจิทัล (Digital marketing analyst) นอกจากจะได้เรียนรู้การท�ำตลาดดิจิทัล อย่างทันสมัย เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของตลาดแล้ว มหาวิทยาลัยยังมีพื้นที่ DPU Makerspace ให้ทุกคนได้ทดลองปฏิบัติจริงทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์ การส่งเสริม การขาย และสร้างเนื้อหาต่างๆ ในรูปแบบธุรกิจดิจิทัลได้โดยเฉพาะ ที่ส�ำคัญเรายัง มี สถาบันเพื่อพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการและบุคลากรแห่งอนาคต หรือ DPUX ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประสบความส�ำเร็จในการท�ำตลาดดิจิทัลมาแลกเปลี่ยน สร้าง ประสบการณ์ให้แก่ผู้เรียน ดังนั้น การบ่มเพาะการศึกษาไม่ได้มาพัฒนาความรู้อย่าง เดียว แต่คนที่มาเรียนจะสามารถประกอบธุรกิจ ท�ำการตลาดดิจิทัลได้อย่างเข้าใจ ถูก ต้อง มีเครือข่าย และลดระยะเวลาท�ำให้ประสบความส�ำเร็จได้เร็วขึ้น แม้ว่าขณะนี้ใครๆ ก็สามารถขายของออนไลน์ได้นั้นเป็นเรื่องจริง แต่ขายแล้วจะประสบ ความส�ำเร็จหรือไม่นั้น มีเพียงไม่กี่คนที่ประสบความส�ำเร็จ ซึ่งต้องมีการสะสมทักษะ ในระยะหนึ่ง

การจัดการเรียนแบบผสมผสานจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมาก (Blended learning will dramatically increase) การเรียนในรูปแบบเดิมที่ห้องเรียน (Physical classroom learning) จะถูกปรับให้มีรูปแบบ Online หรือเรียกว่า Remote classroom เพิ่มมากขึ้น ซึ่งท�ำให้ทั้งอาจารย์ผู้สอนและผู้เรียนต้องเริ่มมีการปรับตัว อย่างไรก็ตามสิ่งที่ตามมาก็คือ การเรียนแบบ Online ต้องการคุณภาพของเนื้อหา และโปรแกรมที่ดี รวมทั้งมีลักษณะกระบวนการท�ำงานที่เปลี่ยนไปและต้องดูแลมาก (High-Input operations) แบบที่มหาวิทยาลัยไม่คุ้นเคยมาก่อน จึงต้องมีการลงทุน และมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างมากในช่วงแรก รวมถึงอาจมีโอกาสสูงที่ลงทุนไปแล้วไม่เกิด ความคุ้มค่า นอกจากนี้ในการเผยแพร่หรือถ่ายทอดความรู้ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าวิธีใดหรือ platform ใดที่ควรเลือกใช้ซึ่งปัจจุบันมีทั้ง Canvas, Blackboard, D2L, MS team และ Zoom เป็นต้น ซึ่งจะต้องหาวิธีใช้ร่วมกับการเรียนแบบ Face-to-face ใน Physical classroom ซึ่งแต่ละศาสตร์อาจใช้น�้ำหนักไม่เท่ากัน เช่น การเรียนด้าน วิทยาศาสตร์ที่ยังต้องใช้ Labs เพื่อฝึกปฏิบัติภายใต้การดูแลของอาจารย์ อาจต้องการ สัดส่วนการเรียนแบบ Face-to-face ในสัดส่วนที่มากกว่าบางสาขา เป็นต้น อาจกล่าวได้ว่า แทบทุกมหาวิทยาลัยในตอนนี้ไม่มีที่ใดไม่น�ำกลยุทธ์ Online education มาใช้ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยทราบดีว่า ถ้าท�ำระบบ Online education ได้ดีจะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของมหาวิทยาลัยเพราะนอกจากใช้ประกอบการเรียน ให้นักศึกษาปัจจุบันและดึงดูดนักศึกษาใหม่ แล้วยังอาจดึงประชาชนอีกมหาศาลที่ ต้องการปรับทักษะใหม่เข้ามาเรียนแบบทางไกลได้ด้วย หลัง Covid-19 สังคมจะได้เห็นวิธีจัดงบประมาณแบบใหม่ของมหาวิทยาลัย โดยทุ่มงบ ไปพัฒนาและส่งเสริมการท�ำ Online education มากขึ้น การร่วมมือกับบุคคลภายนอกในการพัฒนาเนื้อหาและการเรียนการสอนอาจมีหลาย รูปแบบ (Existing and potential partnerships will be rethought) โดยปกติ มหาวิทยาลัยจะถือตัวเองว่าเป็นศูนย์กลางพัฒนาเนื้อหา การวิจัย และการเรียนการ สอนเพื่อผลิตคนออกสู่อุตสาหกรรมต่างๆ โดยจ้างคณาจารย์มาท�ำงานเรื่องการศึกษา มหาวิทยาลัยจึงถูกยอมรับว่าควรจะท�ำงานนี้ได้ดีที่สุด (Teaching and learning are core capabilities) แต่อย่างที่เราทราบศาสตร์ด้านใหม่ ๆ ทางอุตสาหกรรมอาจ พัฒนาได้เร็วและใหม่กว่า ซึ่งถ้ามาร่วมมือกับมหาวิทยาลัยที่มีจุดแข็งด้านการเรียบเรียง ให้เป็นระบบเป็นล�ำดับในการเรียนรู้ ก็จะเป็นประโยชน์และเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพใน การสร้างองค์ความรู้ใหม่ เพื่อเตรียมคนเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมใหม่ของโลก

MAGKETING l 27


CASE STUDY

จากน�้ำตาล สู่ แอลกอฮอล์

ไฮบริด ฟิตเนส

แบรนด์ “CHUENJAI by Mitr Phol” ถือก�ำเนิดขึ้นจากแนวคิด "ร่วมอยู่..ร่วมเจริญ" ของกลุ่มมิตรผล ที่ตั้งใจสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนและ สังคม ให้เติบโตก้าวหน้าไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ด้วยการน�ำนวัตกรรมและเทคโนโลยี สมัยใหม่มาพัฒนาต่อยอดคุณค่าอ้อยและน�้ำตาลจนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย ที่มาจากธรรมชาติ ซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันแต่ยังช่วย ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับอาชีพเกษตรกร โดยเฉพาะชาวไร่อ้อยซึ่งเปรียบดังหัวใจ ของอุตสาหกรรมอ้อยและน�้ำตาลอีกต่อหนึ่งตามวิสัยทัศน์ “สร้างคุณค่า สร้างอนาคต ที่ยั่งยืน”

เบส (BASE) ฟิตเนสสตูดิโอในกรุงเทพฯได้เริ่มเปิดให้บริการอีกครั้งหลังมาตรการคลา ยล็อคดด้วยมาตรฐานการป้องกันและความสะอาดอย่างเต็มรูปแบบเพื่อเป้าหมายที่จะ สร้างมาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัยที่สูงที่สุด เบสได้มีมาตรการการป้องกัน หลายรูปแบบ เช่น การวัดไข้, การลดจ�ำนวนคลาสเพื่อลดความหนาแน่นของลูกค้า ที่มาใช้บริการ และตารางการท�ำความสะอาดตลอดทั้งวัน

จากน�้ ำ ตาล สู ่ แอลกอฮอล์

ไฮบริ ด ฟิ ต เนส

ความปกติรูปแบบใหม่ หรือ New Normal ท�ำให้หลาย ๆ คนหันมาระวังและดูแล รักษาความสะอาดกันมากขึ้น ในวันนี้ “ชื่นใจ บาย มิตรผล” ตระหนักถึงความส�ำคัญ ในการดูแลรักษาสุขอนามัย รวมถึงความสะอาดของทุกคน โดยได้คิดค้นและออก ผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ CHUENJAI by Mitr Phol Alcohol Hand Sanitizer Gel (ชื่น ใจ บาย มิตรผล แอลกอฮอล์ แฮนด์ แซนิไทเซอร์ เจล) และ CHUENJAI by Mitr Phol Alcohol Hand Sanitizer Spray (ชื่นใจ บาย มิตรผล แอลกอฮอล์ แฮนด์ แซ นิไทเซอร์ สเปรย์) เจลแอลกอฮอล์และแอลกอฮอล์สเปรย์ส�ำหรับท�ำความสะอาดมือ แบบไม่ต้องล้างออก ปลอดภัยด้วยแอลกอฮอล์ธรรมชาติจากอ้อยกลั่นบริสุทธิ์ ที่มี ความบริสุทธิ์สูงระดับเดียวกับที่ใช้ในวงการแพทย์และเภสัชกรรม (Pharmaceutical grade) ซึ่งมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เข้มข้น 77% v/v (หรือเทียบเท่า 70%w/w) พร้อมผสานคุณค่าจากอโลเวร่า ท�ำให้ชื่นใจเจลแอลกอฮอล์และแอลกอฮอล์สเปรย์ ส�ำหรับท�ำความสะอาดมือช่วยยับยั้งการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้อย่างมี ประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยให้มือนุ่มชุ่มชื่นและอ่อนโยนต่อผิวอีกด้วย การจัการจั ดประชุมดและสั มมนารู ประชุ ม สัปมแบบใหม่ มนารู ป แบบใหม่ โรงแรมแมริออท กรุงเทพฯ สุขุมวิท ได้ปรับรูปแบบการจัดประชุมและสัมมนารูปแบบ ใหม่ ให้เป็นไปตามมาตรฐานและความปลอดภัยในแบบปกติใหม่ (New Normal) ที่ ค�ำนึงถึงความปลอดภัยและการเว้นระยะห่างทางสังคม ประกอบด้วย 1.ลดจ�ำนวนผู้เข้าร่วมการประชุมและจัดที่นั่งโดยเว้นระยะห่างทางสังคม 2.จัดให้มีจุด คัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้างาน ณ บริเวณลงทะเบียน 3.ลงทะเบียนการเข้าออกผ่าน QR Code เพื่อเป็นไปตามมาตรการความปลอดภัยของภาครัฐ 4.ท�ำความ สะอาดบริเวณต่างๆ รวมถึงพื้นผิวที่มีการสัมผัสเป็นประจ�ำมากขึ้นกว่าปกติ 5.มีบริการแอลกอฮอล์เจลตามจุดต่างๆ 6.ท�ำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งก่อนและ หลังใช้งาน 7.เมนูคอฟฟี่ เบรค และมื้อกลางวัน จัดเตรียมแบบถูกหลักอนามัยและ บริการเสิร์ฟเป็นรายบุคคล 8.จัดซุ้มบริการอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีการเว้นระยะ ห่างตามความเหมาะสม

ธุรกิจฟิตเนสทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างมากจากวิกฤติในครั้งนี้ ทั้งในด้านของการกู้ ความมั่นใจจากลูกค้า ข้อก�ำหนดจากทางภาครัฐ หรือแม้แต่พิษเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น หลังจากนี้ เบสเป็นผู้น�ำตลาดฟิตเนสระดับพรีเมียมจึงวางกลยุทธในการก้าวผ่านวิกฤตินี้โดยเน้น ย�้ำถึงจุดแข็งของเบส ซึ่งก็คือเทคโนโลยีในการบันทึกพัฒนาการทางด้านฟิตเนสของ ลูกค้า บริการที่ดีที่สุด รวมไปถึงคอมมูนิตี้ที่เหนียวแน่นของทั้งสมาชิกและเทรนเนอร์ การประชุมสายผ่านแอปพลิเคชันซูม (Zoom) หรือช่องทางออนไลน์อื่น ๆ กลายเป็น เรื่องปกติไปแล้ว ธุรกิจฟิตเนสก็ไม่ต่างจากธุรกิจอื่น ๆ ที่ต้องหันมาให้บริการออนไลน์ ในช่วงล็อคดาวน์ ผู้น�ำตลาดฟิตเนสออนไลน์บางรายได้ประสบความส�ำเร็จอย่างมากใน ช่วงปีนี้ทั้งในด้านของราคาหุ้นและการขยายตัวของฐานลูกค้า เพื่อตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและโอกาสนี้ เบสได้สร้างช่องทางออก ก�ำลังกายออนไลน์ชื่อ “เบส เอนี่แวร์ (BASE Anywhere)” ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ผสม ผสานระหว่างคลาสออกก�ำลังกายถ่ายทอดสดและวิดิโอคลาสของเบสที่ลูกค้าสามารถ เล่นที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ เพียงภายในเวลาไม่กี่เดือนฐานสมาชิกของเบส เอนี่แวร์ ได้ ขยายไปถึง 150 คน หลาย ๆ ฝ่ายได้มองว่าอนาคตของธุรกิจฟิตเนสจะกลายเป็น “โมเดลแบบผสม (Hybrid Model)” ระหว่างการออกก�ำลังกายแบบออนไลน์และออฟไลน์คู่กันไป โมเดลธุรกิจนี้จะเพิ่มความยืดหยุ่นที่มากกว่าแก่ลูกค้าและยังเป็นช่องทางสร้างรายได้ ของฟิตเนสในการเข้าถึงผู้ใช้บริการที่มากขึ้นอีกด้วย ขณะที่เจ็ทส์ฟิตเนสแม้จะยังไม่ได้เปิดบริการออนไลน์อย่างเป็นเชิงพาณิชย์ แต่ไมค์ แลมบ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจ็ทส์ ฟิตเนส 24 ชั่วโมง ภูมิภาคเอเชีย ให้ข้อมูลว่า “ในช่วงล็อคดาวน์เป็นเวลากว่าสามเดือนที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าสมาชิกหลายคนยังคง มุ่งมั่นกับไลฟ์สไตล์การออกก�ำลังกายเพื่อดูสุขภาพ เห็นได้จากจ�ำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม เว็บไซต์และช่องทางโซเชียลต่าง ๆ ของเจ็ทส์ ซึ่งเราได้น�ำเสนอข้อมูลและค�ำแนะน�ำ ต่าง ๆ มากมายในการออกก�ำลังกาย โดยเฉพาะคลาสออกก�ำลังกายผ่านช่องทางเฟ ซบุ้คไลฟ์ของเจ็ทส์ ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบเพื่อให้สมาชิกและผู้ชมสามารถท�ำตามได้ ง่าย ๆ ที่บ้าน ได้รับกระแสตอบรับที่ล้นหลามจากทั้งสมาชิกของเจ็ทส์และผู้ที่รักการ ออกก�ำลังกายจ�ำนวนมาก” “การออกก�ำลังกายคือปัจจัยส�ำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน รวมทั้งสุขภาพที่ดีทั้ง

MAGKETING l 28


CASE STUDY

ทางร่างกายและจิตใจ ฟิตเนสจึงมีบทบาทส�ำคัญอย่างยิ่งในการดูแลสุขภาพและความ เป็นอยู่ของผู้คนทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทย รวมถึงในช่วงเวลาที่เราก�ำลังต่อสู้กับ วิกฤตโควิด-19 และอนาคตหลังจากนี้” ไมค์กล่าวทิ้งท้าย

บริการออกแบบออนไลน์ ให้ลูกค้ารับค�ำแนะน�ำการออกแบบเฟอร์นิเจอร์จัดเก็บ ตู้ เสื้อผ้า PAX/พักซ์ และชุดครัวอิเกีย จากผู้เชี่ยวชาญของอิเกียได้โดยไม่ต้องมาที่สโตร์

VIRTUAL Virtual Pitching

บริ ก ารแบบส่ บริการแบบส่ งตรงถึงบ้านง ตรงถึ ง บ้ า น ฟอร์ด ประเทศไทย ปรับการให้บริการใหม่ให้เข้ากับรูปแบบการด�ำเนินชีวิตใหม่ หรือ นิวนอร์มัล และให้ความส�ำคัญกับสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยในทุกๆ กิจกรรม มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงการเดินทางและสัมผัสกับคนจ�ำนวนมาก เมื่อคนเริ่มด�ำเนินชีวิตตามความปกติใหม่ท�ำให้บริการส่งตรงถึงบ้านหรือ Delivery service ได้รับความนิยมมากขึ้นในหลายภาคธุรกิจรวมถึงในอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วย เช่นกัน ฟอร์ดจึงริเริ่มให้บริการที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าดังกล่าว โดย พัฒนาบริการแบบส่งตรงถึงบ้านในหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการส่งรถทดลอง ขับให้ลูกค้าถึงบ้าน (Delivery Test Drive) , การส่งมอบรถคันใหม่ให้ลูกค้าถึงบ้าน (Home Delivery) , การบริการรับรถเข้าศูนย์บริการและส่งคืนถึงบ้าน (Pick-up and Delivery) โดยพนักงานของผู้จ�ำหน่ายจะเดินทางไปรับรถยนต์ของลูกค้ามาเข้า รับบริการที่ศูนย์บริการ และส่งมอบรถยนต์คืนถึงบ้าน รวมถึงหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Service) ที่ให้บริการลูกค้าถึงบ้านตามเวลานัดหมาย ส�ำหรับบริการที่ไม่ต้อง ใช้เครื่องมือพิเศษ เช่นการตรวจสภาพรถยนต์เบื้องต้น เพื่ออ�ำนวยความสะดวกและ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ส�ำหรับลูกค้าที่เดินทางมาใช้บริการภายในศูนย์บริการนั้น หลังสถานการณ์โควิด-19 พบว่าหลายคนเริ่มให้ความส�ำคัญกับการท�ำความสะอาดและฆ่าเชื้อในรถยนต์ โดย เฉพาะบริเวณจุดสัมผัสบ่อย รวมถึงการเตรียมอุปกรณ์เพื่อสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น เจลล้างมือ แอลกอฮอล์ และหน้ากากอนามัยส�ำรองไว้ในรถตลอดเวลา ดังนั้น เพื่อ มอบความมั่นใจด้านสุขอนามัยสูงสุดให้แก่เจ้าของรถฟอร์ด ฟอร์ดจึงมอบบริการ ท�ำความสะอาดฆ่าเชื้อรถทุกคันที่เข้ารับบริการในโชว์รูม หรือใช้บริการตรวจสภาพ รถยนต์ที่บ้าน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการแนะน�ำโดยฟอร์ดว่าปลอดภัยและไม่มีผลกระ ทบต่ออายุการใช้งานของวัสดุต่างๆ ก่อนส่งมอบให้กับลูกค้า ส่วนเฟอร์นิเจอร์มอลล์ขนาดใหญ่อย่างอิเกีย หลังจากเปิดให้บริการอีกครั้งภายใต้ มาตรการป้องกันต่างๆ อย่างรัดกุม ประกอบด้วย รักษาระยะห่างทางสังคม มีการ เว้นระยะห่างกันอย่างน้อยหนึ่งเมตรทุกพื้นที่ในสโตร์ , ตรวจอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้า สโตร์ ทั้งพนักงานและลูกค้าที่เข้ามาในสโตร์ต้องมีอุณหภูมิร่างกายไม่เกิน 37.5 องศา เซลเซียส , บริการเจลล้างมือในจุดต่าง ๆ ทั่วทั้งสโตร์อิเกีย , ลูกค้าต้องสวมหน้ากาก อนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในสโตร์ ขณะที่พนักงานอิเกียจะสวมหน้ากากอนามัยคู่กับ หน้ากากป้องกันใบหน้าหรือ Face Shield ตลอดเวลา , จ�ำกัดจ�ำนวนผู้เข้าใช้บริการ เพื่อเป็นการป้องกันและดูแลรักษาระยะห่างอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉลี่ยผู้ใช้บริการ หนึ่งท่านต่อพื้นที่ประมาณ 8 ตร.ม. และปิดให้บริการสมอลล์แลนด์ เพื่อรักษาความปลอดภัยและสุขภาพของลูกค้าเด็ก อิเกียได้เพิ่มบริการใหม่ ๆ เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์การช้อปปิ้งให้ลูกค้า ได้แก่ บริการ Click & Collect สั่งซื้อออนไลน์และมารับสินค้าด้วยตนเองที่สโตร์ บริการ จัดส่ง และบริการประกอบสินค้า ซึ่งได้รับการปรับให้เป็นบริการแบบไร้สัมผัส รวมถึง

PITCHING

ปกติการ Pitching โครงการส�ำคัญในช่วงก่อนโควิด-19 คือการเปิดห้องประชุมเพื่อรับ ฟังการพรีเซนต์และซักถามข้อสงสัยต่างๆ แต่หลังจากนี้ไป Virtual Pitching มีแนว โน้มจะเข้ามาแทนที่รูปแบบเดิมๆ กรุงศรี ฟินโนเวต ได้จัดโครงการ Meet the Angels by Krungsri Finnovate ฟอรัม เชื่อมนักลงทุนพบกับกลุ่มสตาร์ทอัพในรูปแบบ Virtual Pitching แบบเข้มข้น เพื่อ เป็นเวทีสร้าง Win-Win Synergy และเป็นแรงส่งให้สตาร์ทอัพไทยสามารถเดินหน้าต่อ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่ส่งผลกระ ทบทุกภาคส่วนในขณะนี้ แซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จ�ำกัด เปิดเผยว่า “กรุง ศรี ฟินโนเวต มีบทบาทส�ำคัญใน Startup Ecosystem และให้การสนับสนุนกลุ่ม สตาร์ทอัพไทยให้ประสบความส�ำเร็จมาโดยตลอด ส�ำหรับในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาด โควิด-19 นี้ สตาร์ทอัพไทยก็เป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสตาร์ทอัพที่เริ่มต้นกิจการมาไม่นาน ซึ่งเป็นก ลุ่มที่เราพบว่ามีความสามารถและพร้อมเติบโตต่อไปแต่ประสบความท้าทายด้านเงิน ทุน ขณะเดียวกัน เราก็มีเครือข่ายนักลงทุนที่มีความพร้อมและต้องการขยายหรือปรับ การลงทุนในธุรกิจที่น่าสนใจ ดังนั้นกรุงศรี ฟินโนเวต จึงใช้ศักยภาพด้านเครือข่ายให้ เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย โดยเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยง (Matching) ระหว่างสตาร์ท อัพกับนักลงทุนอิสระหรือที่เรียกว่า Angel Investors ให้มีโอกาสมาพบและพูดคุย กัน ในรูปแบบของ Virtual Pitching น�ำเสนองานหรือไอเดียผ่านทางออนไลน์ พร้อม Feedback และถาม-ตอบ แบบเรียลไทม์ เพื่อโอกาสในการท�ำงานหรือต่อยอดธุรกิจ” “ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยนวัตกรรมและศักยภาพที่มีอยู่ จะท�ำให้สตาร์ทอัพไทยสามารถเดิน หน้าฝ่าวิกฤตครั้งนี้ได้ ส�ำหรับช่วงหลังสถานการณ์ COVID-19 นั้น โมเดลของหลายๆ ธุรกิจอาจจะเปลี่ยนไปจากเดิม เราอาจเห็นธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้น เนื่องจากไลฟ์สไตล์และ พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปก่อให้เกิดพฤติกรรมรูปแบบใหม่ของผู้บริโภค ที่หลายคนเรียกว่า New Normal ดังนั้นเราเชื่อว่า ธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีความยืดหยุ่นสูง คล่องตัวและปรับตัวได้เร็ว จะสามารถใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มีอยู่ในดีเอ็นเอมา ขับเคลื่อนธุรกิจหรือแจ้งเกิดจากวิกฤตนี้ได้ ซึ่งช่วงนี้เป็นอีกหนึ่งโอกาสส�ำหรับ Angel Investors ที่มองเห็นโอกาสในอนาคตจะเข้ามาช่วยสนับสนุนและลงทุนให้สตาร์ทอัพ ให้เติบโตไปด้วยกัน” แซม กล่าว กิจกรรม Virtual Pitching ของโครงการ Meet the Angels by Krungsri Finnovate มีเดือนละ 2 ครั้ง ในวันพุธเว้นพุธ ระหว่าง เวลา 20.00–22.00 น. โดยได้ เริ่มในวันพุธที่ 29 เมษายน 2563 เป็นครั้งแรกซึ่งได้เสียงตอบรับที่ดีจากกลุ่มสตาร์ท อัพไทยและนักลงทุน Angel Investors ให้ความสนใจร่วมกิจกรรมเกือบ 100 คน ทั้งนี้ กรุงศรี ฟินโนเวต จะคัดเลือกสตาร์ทอัพ 5-6 ทีม ต่อสัปดาห์ เพื่อน�ำเสนอผลงาน ต่อ Angel Investors ที่ร่วมฟัง Pitching โดยมีกรุงศรี ฟินโนเวต พร้อมเป็นที่ปรึกษา และให้ค�ำแนะน�ำเบื้องต้น

MAGKETING l 29


FACTOR

SHUTTERSTOCK

คาดการณ์ เศรษฐกิจไทยใช้เวลา 2 ปีครึ่ง ฟื้นตัว วิจัยกรุงศรี คาดการณ์เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวในรูปแบบตัวยู (U-shaped Recovery) และอาจต้องใช้เวลาถึง 2 ปีครึ่งกว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะกลับสู่ระดับ ก่อนการแพร่ระบาดได้ในไตรมาสที่ 4/2565 โดยแต่ละอุตสาหกรรมจะใช้เวลาในการ ฟื้นตัวไม่เท่ากัน ดร.สมประวิณ มันประเสิรฐ ผู้บริหารสายงานวิจัยและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระ ทบต่อเศรษฐกิจอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน โดยวิจัยกรุงศรียังคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจ ไทยจะติดลบ 5% ในปี 2563 โดยมีความเป็นไปได้มากที่เศรษฐกิจจะค่อยๆ ฟื้นตัว อย่างช้าๆ และภาคธุรกิจต่างๆ จะเริ่มปรับตัวรับเทรนด์ใหม่ๆ ที่จะชัดเจนมากขึ้นใน ปี 2564” ผลกระทบของโควิด-19 ไม่เพียงส่งผลต่อการด�ำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงนี้ แต่ ยังส่งผลในระยะปานกลางและระยะยาวจาก 4 ปัจจัยหลักคือ การปิดการด�ำเนินงาน ของภาคธุรกิจจากมาตรการล็อกดาวน์ การปรับตัวลดลงของอุปสงค์โดยรวม การชะงัก งันของระบบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก และการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค ปัจจัย ทั้ง 4 จะเป็นตัวก�ำหนดรูปแบบการฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจต่างๆ ซึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระ ทบจากมาตรการล็อกดาวน์จะมีการหดตัวมากในช่วงนี้ แต่ฟื้นตัวได้เร็วกว่าธุรกิจอื่น โดยเปรียบเทียบ ในขณะที่ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม ของผู้บริโภคจะใช้เวลายาวนานกว่าในการปรับตัว มาตรการช่วยเหลือในด้านต่างๆ และวิธีการปรับตัวของธุรกิจที่ได้รับผลกระทบในแต่ละกลุ่มจึงควรมีรูปแบบที่แตกต่าง กันตามลักษณะการฟื้นตัวของธุรกิจ ทั้งนี้ วิจัยกรุงศรี ได้วิเคราะห์ผลกระทบของโควิด-19 ที่มีต่อภาคอุตสาหกรรมต่างๆ พบว่า ภาคธุรกิจ 26 ประเภทจากทั้งหมด 60 ประเภท หรือคิดเป็น 46% ของผลผลิต

ทั้งหมด ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤตโควิด-19 ขณะที่ธุรกิจ 24 ประเภท หรือคิดเป็น 43.1% ของผลผลิตทั้งหมด ได้รับผลกระทบปานกลาง และมีภาคธุรกิจ เพียง 10 ประเภท หรือ คิดเป็น 10.9% ของผลผลิตทั้งหมด ได้รับผลกระทบจากโค วิดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น วิจัยกรุงศรีมองว่า ธุรกิจโรงพยาบาลและธุรกิจด้านการผลิต อาหารมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวกลับมาสู่ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดได้ในปี 2564 ขณะ ที่ธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง พลังงานไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติ จะได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่จะสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าภาคธุรกิจอื่นๆ ส่วนภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ อาทิ การขนส่งทางอากาศ และอุตสาหกรรมการบริการ จะใช้เวลาฟื้นตัวยาวนานกว่ากลุ่มอื่นๆ โดยภาคการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับ ผลกระทบอย่างหนัก ขณะที่ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสทางกายหรือการรวมตัว กันในที่สาธารณะจะใช้เวลาในการฟื้นตัวยาวนานกว่ากลุ่มอื่นๆ เช่นกัน “โดยภาพรวม อุตสาหกรรมเกือบทุกกลุ่มจะไม่สามารถฟื้นตัวไปอยู่ที่ระดับก่อนเกิด การแพร่ระบาดได้ในปี 2564 แม้ว่าประเทศไทยจะมีศักยภาพในการจัดการด้านระบบ สาธารณสุขได้เป็นอย่างดีและท�ำให้สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ภายในช่วงครึ่งปี แรกของปี 2563 อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกยังได้รับผลกระทบอย่างหนักและเกิดการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจ�ำวันค่อนข้างมาก เราคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะแตะ ระดับต�่ำสุดในไตรมาส 2 แต่การถดถอยของเศรษฐกิจโลกจะส่งผลต่อเนื่องยาวนาน ไปจนถึงปีหน้า ส�ำหรับประเทศไทย คาดว่าเม็ดเงินจากมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลก ระทบจะเข้าสู่ระบบมากขึ้นในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งจะช่วยพยุงเศรษฐกิจได้ แต่ยังต้อง ติดตามความชัดเจนของมาตรการต่างๆ ในเรื่องประสิทธิภาพการฟื้นฟูเศรษฐกิจว่าจะ สามารถท�ำให้เกิดการจ้างงานเพื่อให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบ ช่วยหนุนภาคครัว เรือนให้มีรายได้เพียงพอต่อการช�ำระหนี้ ลดความเสี่ยงแก่ภาคการเงิน และมีมาตรการ ที่เหมาะกับรูปแบบการฟื้นตัวในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมมากเพียงใด” ดร.สมประวิณ กล่าวเพิ่มเติม

MAGKETING l 30


FACTOR

FREEPIK

ความเสี่ยง การค้าต่างประเทศในช่วงโควิท-19 พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและน�ำเข้าแห่ง ประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า จากผลกระทบของการแพร่ระบาดโควิด-19 ธนาคารโลก (World Bank) ได้คาดการณ์ว่า ในปี 2563 เศรษฐกิจโลกจะหดตัว 5.2% ต�่ำสุดในรอบเกือบ 100 ปีนับตั้งแต่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต�่ำครั้งใหญ่ (The Great Depression) ในช่วงทศวรรษ 1930

สั้นของกลุ่มความร่วมมือองค์กรรับประกันชั้นน�ำของโลก Berne Union เมื่อเดือน เมษายน 2563 ที่ผ่านมา พบว่า องค์กรรับประกันในประเทศต่าง ๆ ทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย เริ่มพบสัญญาณการขอขยายระยะเวลาการช�ำระเงินและช�ำระเงิน ล่าช้าของผู้ซื้อในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา เป็น สัญญาณเตือนการผิดนัดช�ำระเงินค่าสินค้าที่อาจเกิดขึ้นในไตรมาสที่ 3-4 ปี 2563

ขณะที่การค้าโลกจะหดตัว 13.4% เป็นการหดตัวรุนแรงเกินเลข 2 หลัก (-10% ขึ้น ไป) ครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดวิกฤตสินเชื่อซับไพรม์หรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2552 โดย EXIM BANK คาดว่า ในปี 2563 ภาคการส่งออกของไทยจะหดตัว 5-8% สินค้า ที่มีโอกาส เช่น สินค้าจ�ำเป็นประเภทอาหาร และสินค้าตามกระแสเมกะเทรนด์ เช่น อุปกรณ์ส�ำนักงานส�ำหรับท�ำงานจากบ้าน (Work from Home) เครื่องมือแพทย์ เภสัช ภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์

ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2563 (มกราคม-พฤษภาคม 2563) พบว่า ลูกค้าประกันการ ส่งออกของ EXIM BANK ยื่นเอกสารผู้ซื้อในต่างประเทศช�ำระเงินล่าช้าเป็นจ�ำนวนเพิ่ม ขึ้น 195% คิดเป็นมูลค่าการส่งออกค้างช�ำระกว่า 617.33 ล้านบาท ท�ำให้มีลูกค้ายื่น ขอรับค่าสินไหมทดแทนจ�ำนวน 24 ราย มูลค่า 284.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 226% จาก 12 ราย มูลค่า 87.50 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากผู้ซื้อ ไม่ช�ำระเงินค่าสินค้า (92%) รองลงมาคือ ผู้ซื้อล้มละลาย (8%) ประเทศที่มีมูลค่ายื่น ขอรับค่าสินไหมทดแทนสูงสุดได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศส ส่วนประเภทสินค้าที่มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนสูงสุดได้แก่ ข้าว อาหารกระป๋อง อัญมณีและเครื่องประดับ

กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK เปิดเผยต่อไปว่า จากการคาดการณ์ของออยเลอร์เฮ อร์เมส (Euler Hermes) บริษัทประกันสินเชื่อทางการค้าชั้นน�ำของโลก โควิด-19 จะ ส่งผลกระทบให้ธุรกิจการค้าทั่วโลกขาดทุนคิดเป็นมูลค่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งจะมีธุรกิจล้มละลายเพิ่มสูงขึ้นกว่า 20% ผู้ส่งออกไทยจึงต้องบริหารความเสี่ยง ทางการค้าระหว่างประเทศ โดยวิธีกระจายตลาดส่งออกสินค้าไปยังตลาดที่ยังเติบโต หรือมีคนรุ่นใหม่ที่ยังมีก�ำลังซื้ออยู่มาก เช่น ตลาดใหม่อย่าง CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) เอเชียใต้ และแอฟริกา ในขณะเดียวกันผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะ SMEs ซึ่งมีอ�ำนาจการต่อรองต�่ำและ เงินทุนหมุนเวียนไม่มาก ต้องบริหารความเสี่ยงจากการไม่ได้รับช�ำระเงินค่าสินค้า เนื่องจากโควิด-19 อาจท�ำให้ผู้ซื้อในต่างประเทศไม่สามารถกระจายสินค้าได้ ช�ำระเงิน ล่าช้าหรือผิดนัดช�ำระเงิน ซึ่งผลการส�ำรวจผลกระทบของโควิด-19 ต่อธุรกิจในระยะ

“EXIM BANK มีความเชี่ยวชาญในการช่วยผู้ส่งออกบริหารความเสี่ยงทางการค้า ระหว่างประเทศ โดยพัฒนาบริการประกันการส่งออกเพื่อตอบสนองความต้องการของ ผู้ส่งออก โดยเฉพาะ SMEs มานานกว่า 26 ปี นับตั้งแต่ปี 2537 ได้ให้ความคุ้มครอง ธุรกิจส่งออกไทยเป็นมูลค่ากว่า 1.37 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม หัวใจส�ำคัญคือ ผู้ ส่งออกต้องให้ความส�ำคัญกับการบริหารความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศ เพื่อ ให้สามารถด�ำเนินกิจการผลิตและส่งออกสินค้าและบริการให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศได้ อย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุด แม้ในภาวะวิกฤตที่ยังมีโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจอยู่เสมอ” พิศิษฐ์กล่าว

MAGKETING l 31


DIGITAL LIFE

UNSPLASH

โควิท-19 ฉุดยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกร่วง เรื่อง : การ์ทเนอร์

การ์ทเนอร์ เผยยอดจำ�หน่ายสมาร์ทโฟนทั่วโลกไตรมาสแรกปี 2563 ลดฮวบถึง 20.2% เป็นผลจากความ ผันผวนทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำ�ให้อุปสงค์สำ�หรับสมาร์ทโฟนหายไปอันเนื่อง มาจากผู้บริโภคหยุดการใช้จ่ายสินค้าที่ไม่จำ�เป็น

MAGKETING l 32


DIGITAL LIFE

แอนชูล กุปต้า นักวิเคราะห์อาวุโส ฝ่ายวิจัยของการ์ทเนอร์กล่าวว่า “การระบาด ของไวรัสโคโรน่าท�ำให้ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกประสบกับภาวะตกต�่ำที่สุดเป็น ประวัติการณ์ ผู้ผลิตชั้นน�ำส่วนใหญ่จากจีนรวมถึง Apple ต่างได้รับผลกระทบอย่าง รุนแรงจากการปิดโรงงานชั่วคราวในประเทศจีน และอีกตัวแปรส�ำคัญคือการลดค่าใช้ จ่ายของผู้บริโภคทั่วโลกเพื่อกักตัวเองอยู่ในสถานที่ปลอดภัย” Samsung Huawei และ OPPO มียอดขายเติบโตต�่ำสุดใน 5 แบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ท โฟนชั้นน�ำของโลก แบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชั้นน�ำทั้ง 5 รายต่างได้รับผลกระทบ และ มียอดขายลดลงในช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 ยกเว้น Xiaomi (ดูตารางที่ 1) โดย อุปกรณ์มือถือแบรนด์ Redmi ท�ำยอดขายพุ่งกระฉูดในตลาดต่างประเทศ และการรุก หนักในช่องทางออนไลน์ท�ำให้ Xiaomi ประสบความส�ำเร็จ โกยยอดขายได้ดีมากกว่า ที่คาดการณ์ไว้ ตรงข้ามกับ Samsung ที่ยอดขายวูบลง 22.7% แต่ยังคงครองความ เป็นเบอร์ 1 ในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกด้วยส่วนแบ่ง 18.5%

Samsung ได้เพิ่มสินค้าในคลังมากขึ้นเพื่อรองรับการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ ที่ ออกสู่ตลาด แต่เมื่อเกิดสถานการณ์ล็อคดาวน์ผนวกกับช่องทางการขายออนไลน์ที่ยัง ไม่แข็งแกร่งพอ ส่งผลให้ยอดขายสมาร์ทโฟนในกลุ่มเอ็นยูสเซอร์ต�่ำกว่าช่องทางการ ขายปกติมาก นายกัปต้า กล่าวว่า “Samsung ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจาก สถานการณ์โควิด-19 ในไตรมาสแรกอย่างไรก็ตามสถานการณ์อาจจะแย่ลงไปอีก แต่ด้วยสถานะที่จ�ำกัดของ Samsung ในประเทศจีนและที่ตั้งของโรงงานผลิตนอก ประเทศจีนกลายเป็นการป้องกันไม่ให้ยอดขายดิ่งลงไปกว่านี้ จากสมาร์ทโฟน 5 แบรนด์ชั้นน�ำระดับโลก Huawei มียอดขายไตรมาสแรกปีนี้ดิ่งลง ต�่ำสุด โดยยอดขายตกลงเหลือ 42.5 ล้านยูนิต คิดเป็น 27.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส เดียวกันในปีที่แล้ว ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ยอดขายวูบ แต่ Huawei ยังคง ครองอันดับ 2 ในตลาดสมาร์ทโฟน ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 14.2% กัปต้ากล่าววา “ปีนี้ถือเป็นปีที่ท้าทายของ Huawei เนื่องจากแบรนด์ได้พัฒนา Huawei Mobile Service Ecosystem (HMS) มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังขาด Google แอปฯ ยอดนิยม และ Google Play Store อยู่ ดังนั้น จึงท�ำให้ผู้ซื้อสมาร์ทโฟนใหม่ ๆ ในตลาดต่างประเทศไม่สนใจ Huawei มากเท่าที่ควร” ในขณะที่ Apple แม้จะไม่ต้องขึ้นอยู่กับประเทศจีนเหมือนอย่าง Huawei, Oppo

หรือ Vivo แต่ก็ยังต้องเผชิญกับข้อจ�ำกัดทั้งด้านความต้องการของตลาด และการ ปิดร้านค้าซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดขาย iPhone ในไตรมาสแรกของปี 2563 เช่นกัน อย่างไรก็ตาม การระบาดไม่ได้ส่งผลกระทบต่อแบรนด์ Apple เหมือนผู้ผลิตราย อื่น ๆ มากนัก โดยในไตรมาสแรกปีนี้ Apple มียอดขาย iPhone ลดลง 8.2% หรือ ราว 41 ล้านยูนิต แอนเน็ต ซิมแมร์มันน์ รองประธานฝ่ายวิจัยของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “Apple เปิดตัว ได้อย่างร้อนแรงในช่วงต้นปีด้วยไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ และสร้างความสนใจไปทั่วโลก ถ้า ไม่เกิดการระบาดของโควิด-19 เราคงได้เห็นยอดขาย iPhone พุ่งทะยานสูงขึ้นเป็น ประวัติการณ์ในไตรมาสแรกปีนี้ไปแล้ว แต่การหยุดชะงักของซัพพลายเชนและการใช้ จ่ายที่ลดลงของผู้บริโภคเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้ท�ำให้แนวโน้มที่ดีนี้ชะงักงัน อย่างไรก็ตามด้วยศักยภาพในการให้บริการลูกค้าผ่านทางออนไลน์ และการผลิตสินค้า ของ Apple ท�ำให้ยอดขายกลับมาสู่ระดับเกือบปกติเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่าน มา ถือเป็นการพลิกฟื้นโมเมนตัมให้กลับมาดีได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ” ส�ำหรับยอดขายสมาร์ทโฟนไตรมาสแรกปี 2563 ของ Oppo ตกลง 19.1% สาเหตุ หลักประการหนึ่งมาจากการจัดส่งสินค้าแบบออฟไลน์ที่เป็นจุดแข็งนั้นได้รับผลกระทบ จากการที่ผู้บริโภคและธุรกิจส่วนใหญ่ต่างหันไปพึ่งพาช่องทางออนไลน์ในการซื้อสินค้า และผลิตภัณฑ์เมื่อต้องท�ำงานอยู่ที่บ้าน ดังนั้นหาก Oppo ต้องการเพิ่มยอดขายและ ชิงส่วนแบ่งการตลาดกลับคืนมา สิ่งส�ำคัญสูงสุดที่ต้องท�ำคือต้องเสริมความแข็งแกร่งให้ กับช่องทางการขายออนไลน์ของตนเอง”

MAGKETING l 33


RESEARCH

UNSPLASH

โรงแรม

ปรับตัวรอนักท่องเที่ยวกลับมา

เรื่อง : เจแอลแอล

แม้อัตราการเข้าใช้บริการจะอยู่ในระดับต�่ำเป็นประวัติการณ์ ภาคธุรกิจโรงแรมในเอเชียแปซิฟิกยังคงคาดหวังว่า ตลาดลูกค้า ภายในประเทศจะสามารถฟื้นตัวได้เร็วหลังวิกฤติการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และคาดด้วยว่าลูกค้าต่างชาติจะค่อยๆ ทยอย กลับเข้ามาในระยะต่อไป โดยในระหว่างนี้พบว่า เจ้าของและผู้ประกอบการโรงแรมหลายรายพยายามสร้างเสริมระบบด้านสุข อนามัยและความสะอาดภายในโรงแรมเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่ยังคงเข้าใช้บริการในช่วงนี้และที่จะกลับเข้ามาใช้บริการ มากขึ้นหลังสถานการณ์โรคระบาดสิ้นสุดลง ตามการรายงานจากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล

MAGKETING l 34


RESEARCH

เมื่อเร็วๆ นี้ เครือบริหารโรงแรมระดับโลกหลายราย เช่น ไฮแอท แมริออท โฟร์ซีซั่นส์ และฮิลตันได้ประกาศมาตรการด้านความปลอดภัย อาทิ การใช้เทคโนโลยีสเปรย์ ระบบไฟฟ้าสถิตพ่นน�้ำยาค่าเชื้อบนพื้นผิวห้องและวัตถุต่างๆ การร่วมกับบริษัทบริการ ท�ำความสะอาดฆ่าเชื้อ และการใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพให้เข้ามาเป็นผู้ร่วม ก�ำหนดแนวทางและต้นแบบใหม่ส�ำหรับแผนงานด้านสุขอนามัยของโรงแรม เช่นเดียว กับเครือบริหารโรงแรมของไทย เช่น กลุ่มโอนิกซ์ และกลุ่มอนันตรารีสอร์ท รวมจนถึง กลุ่มโอโวโลจากฮ่องกง ที่มีการยกเครื่องมาตรการความปลอดภัยด้านสุขภาพของ โรงแรมในเครือด้วยเช่นกัน อเล็กซ์ ซิเกด้า รองประธานฝ่ายบริหารสินทรัพย์ หน่วยธุรกิจบริการที่ปรึกษาด้าน โรงแรมของเจแอลแอล กล่าวว่า “ในขณะที่ภาคธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทก�ำลังอยู่ใน ช่วงของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ความพยายามต่างๆ ในการรับมือกับผลกระทบจาก โควิด-19 ได้เร่งกระบวนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้เกิดเร็วยิ่งขึ้น โดยมาตรการต่างๆ ที่เจ้าของและผู้ประกอบการโรงแรมด�ำเนินอยู่ในขณะนี้ เน้นที่การสร้างความมั่นใจใน ด้านความปลอดภัยของผู้เข้าใช้บริการและการได้รับการรับรองมาตรฐานที่เข้มงวดด้าน สุขอนามัย” ปรับตัวเพื่อรับ new normal เอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคแรกที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และ เป็นภูมิภาคแรกที่มีสัญญาณของสถานการณ์ที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ปริมาณการเดินทางในจีนเริ่มปรับเพิ่มสูงขึ้น ในเทศกาลวันแรงงานที่มีวัน หยุดติดต่อกันห้าวันเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม มีปริมาณการเดินทางภายในจีนรวม มากถึง 115 ล้านเที่ยว ส่วนที่เกาหลีใต้ สายการบินเอเชียนนาแอร์ไลน์และโคเรียน แอร์ได้กลับมาให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศในความถี่เท่าเดิม ทางด้านเวียดนาม รัฐบาลได้ประกาศผ่อนปรนมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมและกลับมาเปิดการท่อง เที่ยวภายในประเทศ เช่นเดียวกับไทยที่เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ลง สัญญาณบวกที่ก�ำลังเกิดขึ้นดังกล่าว เร่งให้โรงแรมต้องคิดใหม่เกี่ยวกับรูปแบบการให้ บริการต่างๆ ที่ด�ำเนินอยู่ เพื่อเตรียมรองรับการกลับมาของลูกค้า อาทิ การจัดไลน์ อาหารบุฟเฟต์ ขั้นตอนการเช็คอินและเช็คเอาท์ รวมจนถึงการจัดสรรการใช้พื้นที่ ในบริเวณล็อบบี้ ห้องจัดเลี้ยง-จัดประชุม และห้องพัก อีกทั้งยังมีการทบทวนการ ออกแบบเมนูต่างๆ การจัดที่นั่ง และระบบจัดการการจองคิว โดยเน้นความส�ำคัญ มากขึ้นด้านสุขอนามัยและการป้องกันการปนเปื้อน นอกจากนี้ ยังมีการปรับเปลี่ยน โปรแกรมบริการสถานที่จัดเลี้ยงและการประชุมเพื่อให้สอดรับกับข้อก�ำหนดด้านความ ปลอดภัยในส่วนที่เกี่ยวกับบริการอาหารและการรักษาระยะห่างทางสังคม รวมไป จนถึงการพิจารณาปรับปรุงระบบไอทีเพื่อให้สามารถรองรับการประชุมทางไกลที่เพิ่ม มากขึ้น เอเชียเป็นภูมิภาคแรกที่กลุ่มโรงแรมก�ำลังอยู่ในระหว่างประเมินวิธีที่จะให้บริการกับนัก ท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัวหลังจากเริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ภายใต้เงื่อนไข ใหม่ทั้งในเรื่องของเกณฑ์การปฏิบัติและความคาดหวังต่างๆ ตัวอย่างเช่น โรงแรมมาร์ โค โปโล ปรินส์ซึ่งอยู่ระหว่างปรับปรุงในขณะนี้ ก�ำลังขยายคลับเลาจ์ให้มีพื้นที่เพิ่ม ขึ้น 30% เพื่อให้ผู้เข้าใช้บริการมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันได้ปรับ ลดพื้นที่สถานที่จัดประชุม-จัดเลี้ยงเพื่อรองรับการจัดงานที่เล็กลง “นอกเหนือจากการ

เพิ่มพื้นที่ในชั้นและการออกแบบที่ช่วยลดความแออัดและสอดรับมาตรการรักษาระยะ ห่างทางสังคมแล้ว อาจมีการเพิ่มจ�ำนวนลิฟต์เพื่อลดความหนาแน่นของผู้ใช้ หรือแม้แต่ ปรับลิฟต์ขนของให้เป็นลิฟต์โดยสารในช่วงเวลาที่มีแขกจ�ำนวนมากใช้บริการพร้อม กัน” ซิเกด้ากล่าว “รายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆ น้อยๆ ได้รับความส�ำคัญด้วยเช่นกัน อาทิ ในส่วนของ โรงแรมและห้องอาหาร มีการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และวัสดุพื้นผิวที่สามารถป้องกันเชื้อ จุลินทรีย์ และง่ายต่อการท�ำความสะอาด” เทคโนโลยี โรงแรมหลายแห่งก�ำลังลงทุนด้านเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าพักได้รับความ สะดวกสบายและปราศจากการแตะสัมผัส ในขณะที่เทคโนโลยีเช็คอินผ่านมือถือและ บัตรผ่านเข้าออกแบบดิจิตอลที่มีการใช้อย่างแพร่หลายอยู่แล้ว แต่เมื่อมีโรคระบาดขึ้น ท�ำให้เทคโนโลยีเหล่านี้ มีความส�ำคัญยิ่งขึ้นไปอีก ยานอลจา (Yanolja) สตาร์ทอัพมูลค่ากว่าหมื่นล้านเหรียญสหรัฐในธุรกิจออนไลน์ ด้านการเดินทาง เปิดเผยว่า สถานีบริการตนเองที่บริษัทประกาศเปิดตัวเมื่อเดือน พฤศจิกายนปีที่แล้ว มีความต้องการเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของ โรคโควิด-19 โดยนายจอง ยุน คิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชน ว่า บริษัทก�ำลังพัฒนาเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ผู้ให้บริการที่พักสามารถรับเช็คอินได้ง่ายๆ โดยใช้เพียง QR code อีกหนึ่งตัวอย่างคือ การใช้หุ่นยนต์ที่พัฒนาโดยบริษัท ซอฟต์แบงค์ โรโบติกส์กับ โรงแรมในโตเกียวที่ใช้เป็นโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง โดยนอกจากจะให้บริการต่างๆ ที่จ�ำเป็น รวมถึงการส่งอาหารให้กับผู้ป่วยในห้องแล้ว หุ่นยนต์เหล่านี้ยังถูกตั้งโปรแกรมให้สามารถมีปฏิสัมพันธ์และให้ก�ำลังใจผู้ป่วยได้ด้วย ซิเกด้ากล่าวว่า “มีความเป็นไปได้ที่โรงแรมจะพิจารณาเทคโนโลยีอื่นๆ อีก อาทิ ตู้ฆ่า เชื้ออัจฉริยะ หรือเทคโนโลยีสแกนตรวจจับเชื้อโรคด้วยรังสีอัลตราไวโอเล็ตส�ำหรับใน การท�ำความสะอาดห้องพัก และระบบเช็คอินที่สามารถติดตามเพื่อติดต่อผู้เข้าพักได้ นอกจากนี้ เทคโนโลยีจดจ�ำใบหน้าและเอไอ คาดว่าจะเข้ามามีบทบาทในธุรกิจโรงแรม มากขึ้น” “เรายังคาดด้วยว่า ข้อมูลจะมีความส�ำคัญมากขึ้นในการด�ำเนินการโดยทั่วไปของ โรงแรม โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นห้องอาหารและสถานที่ที่นิยมใช้ส�ำหรับเป็นที่จัดเลี้ยงจัดประชุม โรงแรมอาจมีการใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการอาคารและพื้นที่ อาทิ เทคโนโลยีควบคุมการหมุนเวียนของอากาศ การดูแลคุณภาพของอากาศและ น�้ำ การตรวจวัดระดับความชื้นในอาคาร และการบริหารจัดการจ�ำนวนคนในพื้นที่ส่วน กลางเพื่อป้องกันความแออัด” แม้ภาคธุรกิจโรงแรมจะอยู่ในภาวะชะงักงันขณะนี้ แต่แน่นอนว่าในท้ายที่สุด นักท่อง เที่ยวจะกลับมา “เมื่อถึงวันนั้น ประสบการณ์ที่โรงแรมจะมอบให้กับผู้ใช้บริการจะต้อง สอดรับกับ new normal หรือวิถีชีวิตใหม่ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ความคาดหวังที่เพิ่มสูงขึ้น ของนักท่องเที่ยวในด้านความเป็นส่วนตัว ความมั่นคงและความปลอดภัย” ซิเกด้ากล่าว

MAGKETING l 35


MOVEMENT

MAGKETING l 36


MOVEMENT

CANNON แคนนอนขนทัพโปรโมชั่นชุดผลิตภัณฑ์กล้องถ่ายภาพและอุปกรณ์เสริมในราคาสุดคุ้ม เจาะกลุ่มผู้ใช้ที่เป็น Vlogger และ คอนเทนท์ครีเอเตอร์ พร้อมสิทธิพิเศษจุใจ สั่งซื้อได้ง่ายผ่าน Canon E-Store และมีบริการส่งฟรีถึงบ้าน ตอบโจทย์การใช้ ชีวิตแบบ New Normal Strategy

:: การตลาดเชื่อมตรง

(Online Marketing)

NESCAFE เนสกาแฟเปิดตัว “เนสกาแฟ เรดคัพ สูตรปรับปรุงใหม่ ผสมกาแฟอาราบิก้าคั่วบดละเอียด” ครั้งแรกในประเทศไทย ชูจุด ขายเพิ่มความนุ่มของอาราบิก้าคั่วบดละเอียด ผสานความเข้มของโรบัสต้า ยกระดับกาแฟให้ดียิ่งขึ้น ด้วยกลิ่นหอมยิ่งขึ้น และความนุ่มกลมกล่อมยิ่งกว่าเดิม Strategy

:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

(New Product Development)

WACOAL วาโก้จัดโปรโมชั่นคลายทุกข์ “วาโก้ถุงปันสุข” เมื่อซื้อสินค้าวาโก้ทุกรุ่นตั้งแต่ 1,000 บาท ขึ้นไปต่อใบเสร็จ (จ�ำกัด 1 คนต่อ 1 สิทธิ์) รับฟรีวาโก้ถุงปันสุข มูลค่ารวมกว่า 2,000 บาท โดยในถุงปันสุขจะประกอบด้วยเสื้อชั้นในวาโก้ 1 ตัว ที่สามารถ เลือกไซซ์ได้ในรุ่นที่ร่วมรายการ พร้อมน�้ำยาซักชุดชั้นใน หน้ากากผ้าวาโก้และสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จ�ำเป็นต่อการด�ำรงชีพ Strategy

:: แถมสินค้า

(Premiums & Gifts)

THAI AIR ASIA ไทยแอร์เอเชียเปิดให้บริการ “แอร์เอเชีย เดลิเวอรี่ สาขาเชียงใหม่” พร้อมน�ำความอร่อยจากฟ้า ส่งตรงถึงหน้าบ้านคุณ ครบทั้งคาวหวาน น�ำโดย เมนูสุดฮิต ชานมไข่มุกบุก ทั้งเเบบสั่งเป็นเเก้ว หรือขนาดบิ๊กไซส์ 1 ลิตร ข้าวเหนียวมะม่วงทูโก และเย็นตาโฟหม้อไฟผัดแห้ง Strategy

:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

(New Product Development)

MAGKETING l 37


MOVEMENT

HOMEPRO โฮมโปรจัดแคมเปญ “6:6 HomePro - 1 DAY DEAL” วันเดียวเท่านั้น รับส่วนลดสูงสุดถึง 35 % อาทิ เครื่องฟอกอากาศ, เครื่องซักผ้า, ตู้เย็น, โทรทัศน์, สุขภัณฑ์, เฟอร์นิเจอร์ และอีกมากมาย พร้อมรับส่วนลดเพิ่มอีก 20% เมื่อช้อปสินค้าแบรนด์ ดัง ไม่ว่าจะเป็น 3M, STANLEY, BOSCH, EVE, LAMPTAN, HAFELE, PHILIPS, LG, Tefal Strategy

:: การลดราคาเฉพาะช่วงเวลา

KRUNGSRI กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน)) จัดงานสัมมนาออนไลน์ Krungsri Business Talk หัวข้อ “Business Implication from Covid-19, Now and Next for Real Estate & Service” ที่จัดขึ้นเป็นพิเศษส�ำหรับลูกค้าธุรกิจ SME ให้มุมมองผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ต่อภาคธุรกิจและแนวโน้มเมกะเทรนด์ที่จะเป็นโอกาสทางธุรกิจ ส�ำหรับผู้ประกอบการในวิถีชีวิตปกติรูปแบบใหม่ หรือ New Normal Strategy

:: การตลาดเชื่อมตรง

(Online Marketing)

FINN MOBILE FINN MOBILE เสนอ “โปรถูกกว่าเดิม ถูกสุด ๆ แบบไม่เคยมีมาก่อน” ต้อนรับเปิดเทอม ลดภาระค่าโทร-ค่าเน็ต ให้กลาย เป็นเรื่องเบา ๆ แพ็ก XXL ลดเหลือ 299 บาท ได้เน็ตถึง 80GB โทร 600 นาที

Strategy

:: การลดราคาเฉพาะช่วงเวลา

LINE LINE ประเทศไทย จัดประกวดไอดอลยุคดิจิทัลครั้งแรกของเมืองไทย เพื่อปั้น 3 “InfluenceStar” ไอดอลนิยามใหม่ ซึ่ง เป็นส่วนผสมระหว่าง Influencer และ Star ที่มีเสน่ห์และความสามารถครบครันทั้งเรื่องงานสายบันเทิง และทักษะการ เป็นอินฟลูเอนเซอร์ในยุคดิจิทัล ชิงเงินและรางวัลรวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท พร้อมร่วมเวิร์คช็อปใน “ไลน์ เดบิวต์ แคมป์” ฝึก 5 ทักษะจาก 5 ไอดอลเทรนเนอร์ดังจากหลากวงการ Strategy

:: การจัดประกวด

(Contests)

MAGKETING l 38


MOVEMENT

CP โอกิลวี่ และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ปล่อยแคมเปญ “No One Is Too Small to Make A Change” กระตุ้นส�ำนึกรักษ์สิ่ง แวดล้อมผ่านแนวคิด ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ก็เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้ โดยสร้างแรงบันดาลใจผ่านภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ “เด็กหญิงกับปลาวาฬ” ทางเฟซบุ๊คเพจ CP for Sustainability เพื่อต้องการกระตุ้นให้คนไทยเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไข ปัญหา Strategy

::

Green Marketing

RAIMON LAND บริษัท ไรมอน แลนด์ จ�ำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) อย่างต่อเนื่องทุกปี ด้วยหลัก “Building Better Lives” เพื่อชีวิตที่ดีกว่า จัดกิจกรรมมอบถุงยังชีพ ประกอบด้วยข้าวสาร อาหารแห้ง ปลากระป๋อง นม กล่อง ฯลฯ เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 Strategy

:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)

KRUNGSRI กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน)) และ แกร็บ ประเทศไทย ต่อยอดความร่วมมือในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และ บริการทางการเงินเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่เกี่ยวข้องในระบบวงจรธุรกิจของแกร็บ ล่าสุดเปิดตัว “สินเชื่อส่วน บุคคล เพื่อร้านอาหารพาร์ทเนอร์ GRAB” วงเงินสูงสุด 500,000 บาท ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ หรือผู้ค�้ำประกัน ผ่อนสบายๆ 12 เดือน ส�ำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารที่เป็นพาร์ทเนอร์แกร็บ Strategy

:: การส่งเสริมการขายร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ

(Cooperative Promotion)

SAMSUNG บริษัท วันไทยอุตสาหกรรมการอาหาร จ�ำกัด รวบรวมและส่งมอบเงินพร้อมผลิตภัณฑ์ ย�ำย�ำ รวมมูลค่า 100,000 บาท แก่ มูลนิธิวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี โดยมี พระราชฑรรมนิเทศ (พระพยอม กัลยาโณ) เจ้าอาวาสวัดสวนแก้วและประธานมูลนิธิ วัดสวนแก้ว เป็นผู้รับมอบ และน�ำไปส่งต่อให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 Strategy

:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)

MAGKETING l 39


+ +

หากคุณต้องการไอเดีย+จุดประกายความคิดทางธุรกิจ พร้อมกับศึกษาข้อมูลสภาวะการแข่งขันอย่างรอบด้าน

“แมกเก็ตติ้ง

(MAGKETING)”

แมกเก็ตติ้ง (MAGKETING) นิตยสารออนไลน์ด้านการตลาด (E-Magazine) รายเดือน ประเภท Free view ซึ่งน�ำเสนอข่าว ความเคลื่อนไหว ข่าวเชิงวิเคราะห์ รวมถึงข้อมูล ในรูปแบบ Database ในแวดวงธุรกิจการตลาด สามารถเลือกช่องทางการอ่านได้หลากหลาย

พร้อมเสิร์ฟฟรี ทุกที่ ทุกเวลา อ่านได้ทันทีที่


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
Magketing Vol49 by MAGKETING - Issuu