CONSUMER++ TRENDS SUMMARY marketing case study
BEYOND STRATEGY & CONSUMER LIFESTYLE JANUARY 2563
VOL.6 ISSUE 44
THAILAND'S FIRST FREE E-MARKETING MAGAZINE
CONSUMER++ TRENDS SUMMARY
PIXABAY
it's FREE
44 I S S U E
Fresh - Baked Dairy The Europeans baking kitchen Enjoy a cup of warm chocolate
AnnaNita
SUKH UMVI T So i 1 1 n ear NA NA BTS Sky trai n SUKH UMVIT R d. BKK
01
HOMEROOM
EDITORIAL บรรณาธิการบริหาร
ภาวนา อรัญญิก
EDITORIAL STAFF > หัวหน้ากองบรรณาธิการ > กองบรรณาธิการ
บัณฑิต โชคสิทธิกร กัลชนา ทิชากร ปรัชญ์ พันแสงระวี
> ศิลปกรรม
cymk@bangkok
ADVERTISING STAFF > ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา > กองโฆษณา
วิโรจน์ ธนวัฒน์วาทิน สุนิสา อดุลย์วิทย์
บจ.มาร์เก็ตอินโฟ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น 3769/46 เจริญราษฎร์ บางโคล่ บางคอแหลม กทม. 10120 tel.062-4836903 email>>magketing.editor@gmail.com
CONTENTS
INFORMATION
17
8 12
FLASH PODIUM
ANALYSIS
20
27
30
17 20 27 28 32
BEHAVIOR BIG ISSUE FACTOR DIGITAL LIFE RESEARCH
DATABASE
37 38 39
MOVEMENT
>> FOOD & IT
MOVEMENT
>> HOME & FINANCE
MOVEMENT
>> ETC.
FLASH
MAGKETING l 8
FLASH
MAGKETING l 9
FLASH
MAGKETING l 10
FLASH
MAGKETING l 11
PODIUM
MAGKETING l 12
PODIUM
MAGKETING l 13
PODIUM
MAGKETING l 14
PODIUM
MAGKETING l 15
PODIUM
MAGKETING l 16
BEHAVIOR
PEXELS
เจาะลึก
เมื่อคนวัยท�ำงานเข้าสู่ภาวะหมดไฟ
เรื่อง : วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล
- เผยผลงานวิจัย "การตลาดเติมพลัง "BURNOUT IN THE CITY: ก่อนสังคมจะหมดไฟ ธุรกิจอะไรที่ตอบโจทย์คุณ" - ประชากรวัยทำ�งานในกรุงเทพฯ มากถึง 69% เครียดจนน่าเป็นห่วง - เสวนาเจาะลึกแนวทางการทำ�การตลาดแบบเติมไฟคนวัยทำ�งานที่กำ�ลังเข้าสู่ภาวะหมดไฟ
MAGKETING l 17
BEHAVIOR
วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ ซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) เผยผลข้อมูลงาน วิจัยหัวข้อการตลาดเติมพลัง "BURNOUT IN THE CITY" พบว่า ผู้บริโภควัยท�ำงาน ในกรุงเทพฯ จ�ำนวน 12% อยู่ในภาวะหมดไฟในการท�ำงาน หรือเบิร์นเอาท์ ซินโดรม (Burnout Syndrome) และมีจ�ำนวนมากถึง 57% ที่อยู่ในภาวะที่มีความเสี่ยงสูงที่จะ เข้าสู่ภาวะหมดไฟ เมื่อปี 2562 องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศให้ Burnout Syndrome เป็น ภาวะทางสุขภาพที่ต้องได้รับการดูแลรักษา และเป็นภาวะที่ก�ำลังจะเกิดในสังคมคน เมืองและคนรุ่นใหม่มากขึ้น ซึ่งภาวะหมดไฟหรือหมดแรงบันดาลใจในการท�ำงานนี้ งานวิจัยของต่างประเทศระบุว่าอาจส่งผลให้กลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ในระยะยาว และ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 2 ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีจ�ำนวนผู้เสียชีวิตเป็นจ�ำนวน มากต่อปี วันนี้ภาวะหมดไฟจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัย มหิดลจึงศึกษาพฤติกรรมของผู้ที่อยู่ในภาวะหมดไฟ เสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะหมดไฟ และ ผู้ที่มีพลังใจในการท�ำงานสูง ว่ากลุ่มผู้บริโภควัยท�ำงานเหล่านี้ท�ำกิจกรรมอะไร เพื่อ ที่จะคลายความเครียดที่ก�ำลังเผชิญ หรือเพิ่มพลังใจที่หดหายให้กลับมาและสู้กับ สถานการณ์ที่เจอ เพื่อที่จะได้กลับมาใช้ชีวิตประจ�ำวันได้ตามปกติ วิทยาลัยการจัดการมหิดล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ริเริ่มจัดงานสัมมนาการตลาด ต่อ เนื่องเป็นประจ�ำทุกปี และได้รับความสนใจจากบรรดาผู้ประกอบการ นักการตลาด รวมถึงสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ โดยหยิบยกประเด็นส�ำคัญที่ก�ำลังถูกพูดถึงในสังคมหรือ ควรค่าแก่การศึกษาเพื่อต่อยอดความคิดทางการตลาด ส่งต่อให้เกิดกลยุทธ์ในการ สร้างธุรกิจ ทีมผู้จัดงานเห็นว่าปัญหาความเครียดที่เกิดขึ้นภายในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสังคมเมือง หรือที่ก�ำลังลุกลามไปทั่วโลก อาจท�ำให้เกิดปัญหาในอนาคตได้ เราจึง จ�ำเป็นที่ต้องเตรียมรับมือกับปัญหา และเยียวยาผู้คนในสังคม เพื่อให้อาการที่เกิดขึ้น นั้นบรรเทาเบาบางลง จนสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ จากการเก็บผลส�ำรวจผู้บริโภควัยท�ำงานในกรุงเทพมหานครในช่วงปลายปี 2562 จ�ำนวน 1,280 คนโดยในจ�ำนวนนั้นเป็นผู้หญิง 66% ผู้ชาย 34% พบว่า 12% อยู่ใน ภาวะหมดไฟในการท�ำงาน 57% อยู่ในภาวะที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเข้าสู่ภาวะหมดไฟ และมีจ�ำนวนเพียง 31% เท่านั้นที่อยู่ในภาวะไฟแรง เมื่อคิดเป็นสัดส่วนของประชากร ในกรุงเทพมหานคร มากกว่า 3.7 ล้านคน* อยู่ในภาวะเครียดจนน่าเป็นห่วง (*จ�ำนวน ประชากรวัยท�ำงานในกรุงเทพจ�ำนวน 5.3 ล้านคน) โดยผลส�ำรวจพบว่า ช่วงอายุที่น้อยลงกลับมีโอกาสที่จะเข้าสู่ภาวะหมดไฟได้มากกว่า โดยกลุ่ม Gen Z หรือช่วงอายุต�่ำว่า 22 ปี ก�ำลังตกอยู่ในภาวะหมดไฟมากที่สุดถึง 17% ขณะที่กลุ่ม Gen Y หรือช่วงอายุ 23 – 38 ปี ก็ตกอยู่ในสภาวะใกล้เคียงกัน ที่ 13% แต่กลับกันในกลุ่ม Baby boomer หรือช่วงอายุ อายุ 55 - 73 ปี กลับอยู่ใน ภาวะหมดไฟเพียง 7% โดยเมื่อดูตามกลุ่มอาชีพ พบว่า พนักงานรัฐวิสาหกิจคือกลุ่มที่อยู่ในภาวะหมดไฟ และ ก�ำลังเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะหมดไฟมากเป็นอันดับแรกที่ 77% รองลงมาคือ พนักงาน เอกชน 73% และข้าราชการที่ 58% และธุรกิจส่วนตัว 48% ซึ่งมี 3 สาเหตุหลักที่
ท�ำให้อยู่ในภาวะหมดไฟ 1. งาน OVERLOAD : ภาระงานที่เยอะและไม่สมดุลกับปริมาณคนท�ำงาน 2. NO MODE สนับสนุน : ไม่ใช้เครื่องมือหรือระบบที่เหมาะสมท�ำให้ไม่ สามารถลดเวลาและกระบวนการท�ำงานได้ 3. โครงสร้างวุ่นๆ กับเจ้านายเย็นชา : หัวหน้างานที่ขาดความรับผิดชอบ ไม่ รับฟังความคิดเห็นรวมถึงโครงสร้างองค์กรที่ไม่มีความยืดหยุ่น เมื่อภาวะหมดไฟไม่ใช่เรื่องไกลตัวอักต่อไป จึงต้องมีกิจกรรมที่จะมาช่วยคลาย ความเครียดจากการท�ำงานในแต่ละวัน กลุ่มกิจกรรมที่ช่วยคลายความเครียด ได้แก่ การใช้โซเชียลมีเดีย การพูดคุยกับครอบครัว การพูดคุยกับเพื่อน การฟังเพลง การออก ก�ำลังกาย การเล่นเกมส์ รับประทานอาหารที่อร่อย การท�ำบุญ การชมภาพยนตร์ จากผลการส�ำรวจความคิดเห็นผลว่า กิจกรรมที่ผู้ชายเลือกใช้เพื่อคลายเครียด 3 ล�ำดับ แรก คือ การเล่นเกมส์ การออกก�ำลังกาย การใช้โซเชียลมีเดีย ขณะที่กิจกรรมที่ผู้หญิง เลือกท�ำเพื่อคลายเครียด 3 ล�ำดับแรก ได้แก่ การพูดคุยกับเพื่อน การใช้โซเชียลมีเดีย การพูดคุยกับครอบครัว และเมื่อแบ่งตามเจเนอเรชั่น กลุ่ม Baby Boomer เลือกที่จะ การออกก�ำลังกาย การสวดมนต์ การพูดคุยกับครอบครัว กลุ่ม Gen X เลือกการใช้โซเชียลมีเดีย การพูดคุยกับเพื่อน การพูดคุยกับครอบครัว ส่วนกลุ่ม Gen Y เลือกการใช้โซเชียลมีเดีย การพูดคุยกับเพื่อน การพูดคุยกับ ครอบครัว ในกลุ่ม Gen Z เลือกการใช้โซเชียลมีเดีย การฟังเพลง การพูดคุยกับ ครอบครัว และกิจกรรมที่กลุ่มคนไฟแรงเลือกใช้ คือ การพูดคุยกับครอบครัว การออก ก�ำลังกาย การใช้โซเชียลมีเดีย ดังนั้น หากคุณคิดว่า ตัวเองก�ำลังทรมานจากความเหนื่อยหน่าย การลดความเสี่ยงที่จะ เกิดภาวะหมดไฟคือการเลือกใช้กิจกรรมที่เหมาะสม และไม่มากจนเกินไป ก็จะมีส่วน ช่วยผ่อนคลายความเครียดและเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้กลับมามีไฟกันอีกครั้ง กลยุทย์การตลาดที่จะมาช่วยเติมไฟ เพิ่มความสดชื่น สดใจ ลดภาวะหมดไฟ ที่นักการ ตลาด เจ้าของธุรกิจ หรือ ผู้ประกอบแต่ละขนาดจะสามารถน�ำไอเดียไปพัฒนาธุรกิจให้ ตอบโจทย์ผู้ที่ก�ำลังเผชิญกับความเครียด และเติมพลังไฟให้ได้ คือ FRESH Strategy F มาจาก Fulfill Friend and Family จากผลงานวิจัยพบว่าการพูดคุยกับ เพื่อนและครอบครัวมาเป็น 2 อันดับแรก ในมุมมองของนักการตลาด อาจเริ่มจาก กิจกรรมที่ใกล้ตัวก่อนเช่นการพูดคุย เพิ่มไอเดียทางธุรกิจจากการสร้างแอปพลิเคชั่น ส�ำหรับการพูดคุยของครอบครัวขึ้นมาโดยเฉพาะให้มากขึ้น หลังจากนั้นพัฒนากิจกรรมที่มีขอบเขตที่กว้างขวางมากขึ้น เช่น ร่วมกันท�ำ อาหาร ออกไปท่องเที่ยวกับครอบครัว ดูหนัง หรือแม้กระทั่งกิจกรรมยอดนิยมของวัย รุ่นในปัจจุบัน เช่น การเล่นบอร์ดเกม โดยผู้ผลิตหรือทางร้านอาจออกแบบกิจกรรมให้ เน้นรูปแบบของครอบครัวมากขึ้น R มาจาก Recharge your energy ความต้องการอย่างเร่งด่วนของคนหมด ไฟ คือ พลังงานที่ช่วยให้กลับมามีพลังได้อีก จากผลการวิจัยในต่างประเทศระบุว่า
MAGKETING l 18
BEHAVIOR
PEXELS
สัตว์เลี้ยง มีผลช่วยเยียวยาจิตใจของคนที่มีอาการเครียดหรือซึมเศร้าได้ E มาจาก Entertain ความบันเทิง เพราะเป็นตัวช่วยที่ง่ายที่สุดที่บรรเทา ความเครียดลงได้ และยิ่งในปัจจุบันความบันเทิงมีหลายรูปแบบ ทั้ง ดูหนัง ฟังเพลง โซเชียล มีเดีย ที่หาได้ง่ายๆผ่านสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มต่างๆ แต่ในความธรรมดาเหล่า นี้ นักการตลาดควรสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ของตัวเอง และสร้างความเฉพาะ เจาะจงเพื่อให้ตรงกับกลุ่มลูกค้ามากที่สุด S มาจาก Start something new เพราะการต้องติดอยู่กับสภาพแวดล้อม การท�ำงานแบบเดิมๆ งานที่หนัก ไม่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่สามารถออกไปไหน ได้เพราะติดพันกับงาน ความคิด หรือสถานการณ์แบบเดิมๆ จนเกิดเป็นความเครียด สะสม ทางออกที่เราสามารถช่วยได้คือ การออกไปยังสถานที่ใหม่ๆ หรือเริ่มต้นท�ำ
กิจกรรมที่แปลกแตกต่างออกไปจากเดิม ให้ได้เจอสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น ไม่ต้องจมกับ เรื่องน่าปวดหัวสักระยะ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวที่เน้นความสงบให้ธรรมชาติมาช่วย บ�ำบัดจิตใจ หรือแบบแอดเวนเจอร์ ที่ไม่เน้นพักผ่อนร่างกาย แต่หัวใจได้ปลดปล่อย อย่างเต็มที่ ใช้ชีวิตให้สุดขีด เพราะการหยุดพักท�ำให้ไม่ต้องโฟกัสกับปัญหาที่ท�ำให้เรา หมดไฟกับมันอยุ่ แล้วเมื่อเรามองกลับมาอาจค้นพบวิธีการแก้ปัญหาใหม่ๆ ออกมาได้ เช่นกัน H มาจาก Heal your health สุดท้ายแล้วปัญหาความเครียดสะสมเป็น ปัญหาเรื่องสุขภาพ ซึ่งจะส่งผลไปต่อสุขจิตและสุขภาพกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชาว Burnout ทุกคนปรารถนาจะมีสุขภาพที่ดี ปัจจุบันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้ช่วย พัฒนาให้มีอุปกรณ์ช่วยเหลือให้เราสุขภาพดีขึ้น อาทิ Chatbot ที่จะช่วยคุยกับคุณเพื่อ ระบายความเครียด คอยแนะน�ำเสมือนคนใกล้ตัวให้คุณวางใจได้
MAGKETING l 19
CASE STUDY
CONSUMER ++
TRENDS SUMMARY
MAGKETING VOL.44
MAGKETING l 20
CASE STUDY
iNTROdUCTION เรื่อง : บัณฑิต โชคสิทธิกร
เตรียมปรับตัวรับพฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภคคือการติดอาวุธให้กับธุรกิจประเภทหนึ่ง ถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกในการจัดการการตลาดที่นักการตลาดและผู้ประกอบการต้อง ใส่ใจ โดยเฉพาะปัจจุบันที่เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกโฉมของธุรกิจตลอดเวลา ซึ่ง เป็นผลมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป การใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือที่ เพิ่มขึ้น การเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น ผู้บริโภคจึงมีความเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตไปอย่าง รวดเร็วและหลากหลายตามรสนิยมและความสนใจ ดังนั้นการมีข้อมูลอยู่ในมือจึง เสมือนเป็นแผนที่น�ำทางในการด�ำเนินธุรกิจให้มีความเสี่ยงที่ลดลงได้ทางหนึ่ง
MAGKETING l 21
CASE STUDY
แคมเปญ "Rebuild The World" ของเลโก้
อ มก่ อ ตั ว ขึ้ น ในทศวรรษใหม่ เทรนด์เทรนด์ ที่พร้อมก่อทตัี่ พ วขึร้้นในทศวรรษใหม่ วันเดอร์แมน ธอมสัน อินเทลลิเจนซ์ (Wunderman Thompson Intelligence) ได้ เปิดเผย 100 เทรนด์แห่งอนาคตด้วยการเผยแพร่รายงาน "เดอะ ฟิวเจอร์ วันฮันเดรด (The Future 100)" วันเดอร์แมน ธอมสัน มีส�ำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครนิวยอร์ก เป็นเอเยนซี่ผู้ให้บริการงาน ด้านความคิดสร้างสรรค์ ข้อมูล และเทคโนโลยีเพื่อช่วยสร้างการเติบโตให้กับลูกค้าที่ใช้ บริการ ทั้งงานด้านความคิดสร้างสรรค์ ข้อมูล อีคอมเมิร์ซ การให้ค�ำปรึกษา และการ ให้บริการทางเทคโนโลยี ปัจจุบันมีครีเอทีฟ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล นักวางแผนกลยุทธ์ และผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีต่างๆ กว่า 2 หมื่นคน โดยมีเครือข่ายการให้บริการใน 90 ประเทศทั่วโลก "The Future 100" จะช่วยให้ผู้อ่านได้เตรียมปรับตัวรับพฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภค กับ 100 เทรนด์ที่ ดิ อินโนเวชั่น กรุ๊ป (The Innovation Group) คาดการณ์ว่าจะ เกิดขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 10 หมวด และแต่ละเทรนด์ให้ภาพรวมของกระแสที่เกิดขึ้น จนถึงปัจจุบันไว้อย่างกระชับ เข้าใจง่าย พร้อมกับค�ำอธิบายอย่างชัดเจนว่าเพราะเหตุ ใดแบรนด์และนักการตลาดจึงควรให้ความสนใจกับเทรนด์นั้นๆ จากเทรนด์ที่หลากหลายตั้งแต่เครื่องดื่มค็อกเทลอันแสนซับซ้อนและสปาดิจิทัลไป จนถึงประกันภัยแบบบอกรับเป็นสมาชิกและการเดินทางส�ำรวจทางวิทยาศาสตร์ "The Future 100" คาดว่าปี 2020 จะเป็นการเปิดศักราชใหม่ที่อยู่กับความเป็นจริง แต่ใน ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งจินตนาการสร้างสรรค์ ด้วยพลังของนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและ ประสบการณ์ที่ถูกนิยามขึ้นใหม่เพื่อนักช้อปสายไฮสตรีท รายงานฉบับนี้อัดแน่นด้วย ข้อมูลเชิงลึกและมุมมองที่ สดใหม่เกี่ยวกับปีนี้และปีต่อๆ ไป เอมม่า ชิว (Emma Chiu) Global Director ของวันเดอร์แมน ธอมสัน อินเทลลิเจน ซ์ กล่าวถึงรายงานฉบับนี้ว่า "การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมที่แท้จริงได้เกิดขึ้นแล้ว โดยที่เจตนารมณ์และความโปร่งใสจะเป็นคุณสมบัติส�ำคัญที่สุดที่ท�ำให้ลูกค้าเกิดความ จงรักภักดี ในขณะที่จินตนาการจะมีบทบาทเหนือข้อมูลในเรื่องการดึงดูดผู้บริโภค "The Future 100" คือวิธีหนึ่งในการเกาะติดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และแนวโน้ม ย่อยที่ขยับตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นโอกาสให้นักการตลาดได้พาตัวเองขึ้นน�ำหน้า รายงานฉบับนี้จัดแบ่งเทรนด์ต่างๆ ออกเป็น 10 หมวดหมู่ ได้แก่ วัฒนธรรม (Culture), เทคโนโลยีและนวัตกรรม (Tech & Innovation), การเดินทางและภาค บริการ (Travel & Hospitality), แบรนด์และการตลาด (Brands & Marketing), อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Drink), ความงาม (Beauty), ค้าปลีก (Retail), สินค้า และบริการระดับหรูหรา (Luxury), สุขภาพ (Health) และการเงิน (Finance) ไฮไลท์ปี 2020 - มองอนาคตในแง่บวก (Optimistic Futures) – ช่วงเวลาแห่งความไม่ แน่นอนทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ท�ำให้ผู้บริโภคตกอยู่กับความกับ วิตกกังวลใจ แต่บริษัทที่คิดการณ์ไกลหลายรายก�ำลัง ท�ำให้บรรยากาศที่หมองหม่น กลับสดใสขึ้นด้วยภาพอนาคตที่เป็นไปได้จริงและมองโลกในแง่ดี ไม่ว่าจะด้วยสีแพน โทนในเฉดแดง Flame Scarlet สุดร้อนแรงส�ำหรับฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน ปี 2020 หรือ
- ยุคแห่งความเป็นส่วนตัว (The Privacy Era) – ครั้งหนึ่งการเก็บรวบรวม ข้อมูลเคยถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ช่วยผู้บริโภค แต่ในปัจจุบันมันกลับถูกตราหน้าว่ามีวาระ ซ่อนเร้นและไร้ซึ่งจริยธรรม ผู้บริโภคได้มาถึงจุดแตกหักแล้ว ท่ามกลางสภาวะที่มีการ ล�้ำเส้นในเรื่องข้อมูลอยู่บ่อยครั้งและรุนแรง โครงการต่างๆ ที่บาง แบรนด์ได้ด�ำเนิน การไปในปี 2019 ถือเป็นก้าวแรกเพื่อไถ่โทษของตนเอง และแนวคิดที่จะให้ผู้บริโภคมี อ�ำนาจควบคุมข้อมูลของตนเองก็ก�ำลังมีความเป็นไปได้อย่างชัดเจน - แบรนด์ที่ดีต่อภูมิอากาศ (Climate Positive Brands) – ในขณะที่ปัญหา เรื่องสภาพภูมิอากาศยังคงเป็นข่าวใหญ่อยู่เนืองๆ แบรนด์ต่างๆ จึงมุ่งสร้างหลักประกัน ว่าตนเองจะมีแผนธุรกิจที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงและ มีนโยบายที่ท�ำให้อัตราการปล่อย คาร์บอนไดออกไซด์สุทธิของตนเองเป็นศูนย์ (Carbon-neutral) ตลอดจน มีความ โปร่งใสในเรื่องความรับผิดชอบของตน การท�ำเช่นนี้ไม่เพียงสร้างความเชื่อถือ แต่ยัง ช่วยสร้างความจงรักภักดีของลูกค้าอีกด้วย เนื่องจากผู้บริโภคมีความตระหนักและ รอบรู้เรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างดี - การปลดเปลื้องสิ่งต้องห้ามในโลกตะวันออก (Untabooing in the East) – ความเปลี่ยนแปลงที่น�ำมาซึ่งการเปิดกว้างในเรื่องสิ่งต้องห้ามและข้อจ�ำกัดทางเพศตาม ขนบเดิมๆ ในเอเชียก�ำลังจุดประกายให้เกิดแนวทางการตลาดที่สดใหม่ในภูมิภาคนี้ ทัศนคติต่อสุขภาพจิต สุขภาพทางเพศ และเพศสภาพ ก�ำลังเปลี่ยนแปลงไป ด้วยพลัง สนับสนุนของเทคโนโลยีและเศรษฐกิจที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว - สวนสนุกความงามรูปแบบใหม่ (New Beauty Playgrounds) – การช้อป ปิ้งแบบสร้างประสบการณ์ มีความสอดคล้องกับเทรนด์ของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ความงาม ในปัจจุบันที่ยังคงชื่นชอบการได้ลองและเลือกซื้อเครื่องส�ำอางเองภายในร้าน จากเท รนด์ดังกล่าวแบรนด์ความงามจึงมุ่งสร้างพื้นที่ที่จะเป็นสวนสนุกที่สร้างประสบการณ์ ให้ผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้อย่างแท้จริง พร้อมกับจินตนาการสร้างสรรค์เคาน์เตอร์ผลิตภัณฑ์ ความงามขึ้นใหม่ให้เป็นที่หมายซึ่งผู้บริโภคสามารถใช้เวลาสนุกไปกับการเล่นการลอง และแน่นอนว่าจะต้องซื้อผลิตภัณฑ์ได้ด้วย - ระบบสมาชิกบุกโลกตะวันออก (Subscription Goes East) – ระบบสมาชิก ไม่ได้จ�ำกัดอยู่แค่เรื่องการรับข่าว การเข้าฟิตเนสเซ็นเตอร์ หรือการฟังเพลงอีกต่อไป โลกของการใช้ชีวิตในระบบสมาชิกก�ำลังเฟื่องฟูถึงขีดสุดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทุกวันนี้ คุณสามารถเป็นสมาชิกได้ทุกอย่าง ตั้งแต่เครื่องดื่มที่บาร์ไปจนถึงการท�ำผมและการ รักษาความงาม การเสาะหาเสื้อผ้าส�ำหรับสวมไปท�ำงาน หรือแม้กระทั่งรถยนต์เล็กซัส - สนามบินยกระดับ (Elevated Airports) – สนามบินก�ำลังก้าวไกลเกิน ความเป็นสิ่งอ�ำนวยความสะดวกเพื่อการเดินทาง สู่การเป็นที่หมายทางวัฒนธรรมที่มี เอกลักษณ์โดดเด่นอยู่ในตัวของมันเอง ดังที่ได้เห็นจากท่าอากาศยานชางงีของสิงคโปร์ ซึ่งมีน�้ำตกในร่มที่สูงที่สุดในโลก (Jewel Changi) และท่าอากาศยานนานาชาติต้า ซิง (Daxing International Airport) ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นรูป ปลาดาว โดยสถาปนิก ซาฮา ฮาดิด ผู้ล่วงลับ
MAGKETING l 22
CASE STUDY
ผู้บริโภคยุคดิจิทัลกับสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค
ผู ้ บ ริ โ ภคยุ ค ดิ จิ ทั ล กั บ สิ น ค้ า อุ ป โภคบริ โ ภค
เมื่อพิจารณาถึงร้านขายสินค้าอุปโภคบริโภคแล้ว การช็อปปิ้งในร้านเหล่านี้ยังคงเป็น ค่าใช้จ่ายที่สูงถึง 1 ใน 3 ของการใช้จ่ายทั้งหมด และเป็นส่วนส�ำคัญของงบประมาณ และเวลาที่เราก�ำหนดไว้ ขณะที่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นก�ำลังท�ำให้ ประสบการณ์ของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ด้านล่างนี้คือรายงานของพีซี แอนด์ แอสโซซิ เอทส์ คอนซัลติ้ง วิเคราะห์ถึง 3 วิถีดิจิทัลที่ไม่เพียงส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมค้า ปลีกเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงระบบซัพพลายเชนของสินค้าเพื่อการบริโภคอีกด้วย การเพิ่มขึ้นของดิจิทัลและความต้องการข้อมูล ในขณะที่ก�ำลังตัดสินใจซื้อผู้บริโภคมีความคาดหวังว่าจะได้รับข้อมูลมากขึ้น ต้องการ ข้อมูลข่าวสารเพิ่มขึ้น แทนที่จะหลับหูหลับตาเชื่อในสิ่งที่แบรนด์ใหญ่ ๆ พูดถึงเรื่อง ราวของตน ผู้บริโภคฝึกตนเองให้ค้นหาข้อมูลของสิ่งที่พวกเขาก�ำลังจะซื้อ และไม่เพียง แต่จะค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์เท่านั้น แต่ผู้บริโภคยังคาดหวังที่จะเข้าถึงองค์ความ รู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้น ๆ มากกว่าในอดีต ผู้บริโภคไม่ได้พอใจเพียงแค่ฉลากทั่ว ๆ ไป ที่มีจ�ำนวนแคลอรี่และส่วนผสมเท่านั้น แต่ยังต้องการทราบถึงแหล่งที่มาของสินค้าว่า ขนส่งมาอย่างไร และตอบโจทย์ข้อก�ำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนถ้าจ�ำเป็นต้องมีหรือ ไม่ และยังมีอีกหลากหลายเรื่องราว สิ่งนี้คือสิ่งที่ผู้ขายสินค้าบริโภคและผู้ผลิตอาหารที่ รู้เท่าทันความต้องการของผู้บริโภคจะต้องถือเป็นเรื่องส�ำคัญที่จะต้องแจ้งรายละเอียด เหล่านี้ให้ผู้บริโภคในยุคดิจิทัลรับทราบ การเชื่อมต่อกับผู้บริโภค ยิ่งผู้บริโภครู้เท่าทันและฉลาดมากขึ้น ยิ่งหมายถึงโอกาสส�ำหรับผู้ขายสินค้าที่จะเข้าถึง และเชื่อมต่อกับผู้บริโภคมากขึ้น ในยุคดิจิทัลนี้ ผู้ขายสินค้าอุปโภคบริโภค และผู้ที่อยู่ ในอุตสาหกรรมซัพพลายเชนของสินค้าเพื่อการบริโภคจะได้รับโอกาสที่จะเชื่อมต่อกับ ผู้ซื้อได้ดียิ่งขึ้น มีความเข้าใจและความใกล้ชิดกับลูกค้าปลายทางมากขึ้น อีกไม่นานผู้บริโภคอาจจะได้รับข้อความดิจิทัลจากแบรนด์อาหารชั้นน�ำต่าง ๆ ที่เป็น สูตรอาหารเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการซื้อสินค้าชนิดนั้น ๆ หรือผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมจะ สามารถเพิ่มฉลากอัจฉริยะที่สื่อสารกับสมาร์ทโฟนของผู้บริโภคเพื่อเตือนถึงคุณภาพ ของผลิตภัณฑ์ว่าอยู่ในสถานะใด สินค้านั้น ๆ จะถึงวันหมดอายุเมื่อใด เป็นต้น ระบบซัพพลายเชนของสินค้าเพื่อการบริโภคจะท�ำงานได้ชาญฉลาดขึ้น ระบบซัพพลายเชนของสินค้าเพื่อการบริโภคที่มีการน�ำระบบดิจิทัลมาใช้มากขึ้น จะ ท�ำให้เกิดความมั่นใจในความปลอดภัย สามารถตรวจสอบกระบวนการทั้งหมดได้ และ มีประสิทธิภาพโดยรวมดีขึ้น เช่นเดียวกันกับซัพพลายเชนของธุรกิจหรืออุตสาหกรรม อื่น ๆ การน�ำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้นจะน�ำไปสู่การมองเห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้น ซึ่ง หมายถึงการจัดการที่ดีขึ้น และซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาความท้าทายด้านซัพพลายเชนของสินค้าเพื่อการบริโภค คือ การเคลื่อนย้ายสินค้าที่อาจเน่าเสียได้ง่าย และไวต่อสิ่งกระทบภายนอก เช่น สภาพ อากาศ การกระทบกระแทก และการจัดการ ระหว่างขนส่งหรือขนถ่ายสินค้า ผู้ขาย
และซัพพลายเออร์จ�ำเป็นต้องพึ่งพาระบบดิจิทัลมากขึ้น เพื่อควบคุมและจัดการกับผล ที่เกิดขึ้น เช่น การจัดส่งสินค้าเพื่อการบริโภคจากแหล่งผลิตไปจนถึงชั้นวางสินค้าใน เมืองที่ห่างไกล ที่ตลอดระยะทางจะต้องมีการจัดวางในคอนเทนเนอร์ส�ำหรับส่งสินค้า การส่งผ่านรถบรรทุกหรือช่องทางคมนาคมอื่น ๆ และการเก็บรักษาสินค้าไว้ในห้องเย็น จนกว่าจะไปถึงชั้นวางสินค้าของร้านในเป็นขั้นตอนสุดท้าย สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดล้วนเป็นเคล็ดลับที่ท�ำให้สินค้าเพื่อการบริโภคนั้นมาถึงชั้นวาง สินค้าในเวลาที่เหมาะสม กระบวนการทั้งหมดนี้มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดผ่าน การจัดการทางดิจิทัล เพื่อท�ำให้ผู้ผลิตมั่นใจได้ว่าสามารถส่งสินค้าเพื่อการบริโภคนั้น ๆ ในจ�ำนวนสูงสุดถึงชั้นวางสินค้าได้ในเวลาที่เหมาะสม แม้ว่าเทคโนโลยีจะไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์ แต่เทคโนโลยีก็ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทุกประเภท ส�ำหรับธุรกิจอาหารและธุรกิจด้านสินค้าอุปโภคบริโภค เทคโนโลยีช่วยให้ซัพพลายเชน ของธุรกิจประเภทนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ที่ส�ำคัญที่สุดคือมีความปลอดภัยมาก ยิ่งขึ้น ไม่จงรักภักดีต่อแบรนด์
ไม่ จ งรั ก ภั ก ดี ต ่ อ แบรนด์
การส�ำรวจผู้บริโภคทั่วโลกของนีลเส็น ส�ำรวจผู้ใช้อินเตอร์เน็ตกว่า 30,000 รายทั่ว โลกซึ่งเป็นกลุ่มตัวแทนของประชากรออนไลน์กว่า 2 พันล้านคน รายงานส�ำรวจนี้ ครอบคลุม 64 ประเทศ การส�ำรวจเป็นแบบสอบถามทางอินเตอร์เน็ตที่ใช้เวลาประ มาน 30 นาทีในการตอบแบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่างมาจากการคัดกรองโดยบริษัท ภายนอก และประกอบด้วยผู้ใช้อินเตอร์เน็ตที่ยินยอมให้ความร่วมมือในการส�ำวจ การ ส�ำรวจมีโควต้าขึ้นอยู่กับอายุและเพศของแต่ละประเทศ ผลจากรายงานล่าสุดของนีลเส็นในการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกเผยถึงระดับ ของความ 'ไม่' จงรักภักดีต่อแบรนด์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีเพียง 8% ของผู้บริโภคทั่ว โลกที่เชื่อว่าตนเองเป็นผู้ที่ภักดีต่อแบรนด์หากพูดถึงแบรนด์โปรดของพวกเขา การศึกษาความภักดีของผู้บริโภคทั่วโลกของนีลเส็นแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความ กระตืนรือร้นในการมองหาแบรนด์ใหม่ เนื่องจากการวางเดิมพันในการทดลองซื้อ ผลิตภัณฑ์ใหม่นั้นถูกมองว่าไม่ได้มีความเสี่ยงมากนัก จากระดับของรายได้ที่เพิ่มขึ้นใน ประเทศที่ก�ำลังพัฒนา ทั้งนี้ 42% ของผู้บริโภคทั่วโลกบอกว่าพวกเขาชอบลองของใหม่ และเกือบครึ่ง (49%) ของผู้บริโภคกล่าวว่าถึงแม้ปกติจะซื้อสินค้าที่ตัวเองรู้จักดีอยู่แล้ว แต่ก็มีโอกาสเปิดใจที่จะลองของใหม่ได้ ผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกมีความนิยมในการเปลี่ยนแบรนด์มากที่สุดโดย 47% ยินดี ที่จะเปลี่ยนแบรนด์หรือลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ตามด้วยแอฟริกาและตะวันออกกลาง (45%) และละตินอเมริกา (42%) แต่ผู้บริโภคในอเมริกาเหนือและยุโรปนั้นมี โอกาสน้อยกว่าที่จะเปลี่ยนแบรนด์ (36% และ 33% ตามล�ำดับ) ทั้งนี้แนวโน้มของ ประเทศไทยได้ตอกย�้ำเทรนด์ของเอเชียแปซิฟิก ที่ซึ่ง 46% ของผู้บริโภคไทยเปิดรับสิ่ง ใหม่และมองหาผลิตภัณฑ์ใหม่ "การที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่กระตือรือร้นที่จะเปิดกว้างและเปิดรับสิ่งใหม่ๆมากขึ้นเป็นการ ส่งสัญญาณเตือนให้กับเจ้าของแบรนด์ถึงความเสี่ยงยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา" ่
MAGKETING l 23
CASE STUDY
สมวลี ลิมป์รัชตามร กรรมการผู้จัดการ บริษัทเดอะ นีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย) จ�ำกัด ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่าสาเหตุหนึ่งมาจากการเติบโตและการเปิดรับของผู้บริโภคต่อ ตลาดอีคอมเมิร์ซที่มากขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มตัวเลือกของสินค้าให้กับผู้บริโภคและเพิ่มโอกาส ในการรับรู้ข้อมูลสินค้าและตรวจสอบราคา อย่างไรก็ตามยังมีสาเหตุที่มากกว่านั้น "การขยายตัวของสังคมเมืองในประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้เพิ่มขึ้นเป็นอย่าง มาก และจะมีอัตราการเติบโตที่เร่งขึ้นอีกใน 5-10 ปีข้างหน้าจากโครงการเมกะโปรเจ็ คหลายโครงการของรัฐ เช่น โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และการ พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ จึงเห็นได้ว่าเทรนด์ของผู้บริโภคที่เน้นความสะดวกสบาย และความยืดหยุ่นในการซื้อของหรือสั่งของนั้นมีเพิ่มมากขึ้น" "นอกจากนี้การเข้าถึงของอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นยังท�ำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูล ได้ง่ายขึ้น ท�ำให้มีความต้องการความชัดเจนของข้อมูลที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน จากการที่ผู้ บริโภคได้รับตัวเลือกที่มากขึ้นนั้นท�ำให้ทั้งนักการตลาดและผู้ค้าปลีกต่างก็จ�ำเป็นต้องมี ความคล่องตัวเพียงพอที่จะเคลื่อนตัว ปรับตัวได้เร็ว ต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและ เป็นผู้น�ำเทรนด์ โดยมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการในอนาคต" เมื่อพูดถึงปัจจัยหลักที่มีผลต่อการเลือกแบรนด์ของผู้บริโภคชาวไทย ความคุ้มค่าของ เงิน ถือเป็นปัจจัยส�ำคัญสูงสุด ซึ่งผู้บริโภคชาวไทยกว่า 52% เห็นพ้องตรงกันว่ามีผล ต่อการตัดสินใจของพวกเขาต่อการลองแบรนด์ใหม่หรือเปลี่ยนจากแบรนด์โปรด ตาม มาด้วยคุณภาพหรือฟังค์ชั่นการใช้งานที่เหนือกว่า (43%) ทั้งสองปัจจัยนี้ยังได้รับการ จัดอันดับสูงสุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้วยกัน ซึ่งสูงกว่าค่า เฉลี่ยของผู้บริโภคในภูมิภาคที่มีอัตราอยู่ที่ 40% ในเรื่องความคุ้มค่าของเงิน และ 42% ส�ำหรับคุณภาพที่เหนือกว่า นอกเหนือจากสองปัจจัยข้างต้น เรื่องของราคา ประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น และความสะดวก สบายก็ยังเป็นปัจจัยโดดเด่นที่มีผลต่อการเลือกแบรนด์ของคนไทย (43% 43% และ 42% ตามล�ำดับ) สมวลีชี้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากเจ้าของแบรนด์ไม่เริ่มคิดใหม่ ท�ำใหม่ ในการสร้าง แคมเปญที่จะช่วยเพิ่มจ�ำนวนหรือรักษาลูกค้าที่ภักดีเอาไว้ "ผลกระทบที่ลากยาวจาก การที่ผู้บริโภคต้องการตัวเลือกมากขึ้น และมีสิทธิ์ในการเลือกมากขึ้น จะท�ำให้ตลาด ต้องท�ำการสร้างหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องขึ้นเรื่อยๆเพื่อเข้าสู่การแข่งขันหาก แบรนด์ต่างๆไม่เริ่มจริงจังในการสร้างฐานลูกค้าที่ภักดี"
ในอีกด้านหนึ่ง ผู้บริโภคจ�ำนวนเกือบครึ่งในกลุ่มประเทศที่ก�ำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก (50%) ละตินอเมริกา (49%) แอฟริกาและตะวันออกกลาง (42%) ให้ความ สนใจในผลิตภัณฑ์ใหม่ และมีการตัดสินใจในการเปลี่ยนแบรนด์ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากใน อดีต การแบ่งประเภทสินค้าในตลาดเหล่านี้ในหลายประเทศยังไม่เป็นระบบและมีตัว เลือกเพียงสองถึงสามตัวเลือกบนชั้นวางสินค้าต่อหนึ่งประเภทสินค้า ผู้บริโภคจึงมอง หาโอกาสในการลองสิ่งใหม่ ทั้งนี้ 41% ของผู้บริโภคชาวไทยยอมรับว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะลองใช้แบรนด์ใหม่ มากกว่าเมื่อ 5 ปีที่แล้ว นอกจากนี้ ผู้บริโภคชาวไทยมากกว่าหนึ่งในสี่ (27%) เห็นด้วยว่าพวกเขาทบทวนการ เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ในกลุ่มตัวเลือกที่กว้างขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา เราเรียกกลุ่มนี้ว่า"ผู้ซื้อ ที่พิจารณา" และพวกเขามีความส�ำคัญเพราะแม้ว่าพวกเขาจะเลือกสินค้าอย่างกว้าง ขวางมากขึ้นกว่าที่เคย แต่ผู้บริโภคกลุ่มนี้บอกว่าพวกเขาชอบที่จะอยู่กับสิ่งที่เคยลอง มาในอดีตมากกว่า ซึ่งเจ้าของแบรนด์ต้องใช้เวลามากขึ้นในการโน้มน้าวให้ผู้บริโภค เหล่านี้เปลี่ยนใจ แต่พวกเขายังคงส่งสัญญาณของความไม่ภักดีต่อแบรนด์สินค้าและ พร้อมที่จะเปลี่ยนตลอดเวลา พฤติกรรมสั่งอาหารออนไลน์
พฤติ ก รรมการสั่ ง อาหารออนไลน์
มีรายงาน 2 ฉบับของผู้ประกอบการแอพพลิเคชั่นสั่งอาหารออนไลน์คือ GET (เก็ท) และ ที่ต่างได้พูดถึงพฤติกรรมที่น่าสนใจและแนวโน้มของผู้บริโภคที่มีต่อฟู้ดเดลิเวอรี่ แอพพลิเคชั่น GET เดินหน้าสนับสนุนร้านค้าขนาดกลางและขนาดเล็ก เพื่อช่วยให้ร้าน ค้าสามารถเติบโตได้ในยุคที่การสั่งอาหารออนไลน์กลายมาเป็นไลฟสไตล์แบบใหม่ โดย กลุ่มลูกค้าหลักของ GET ยังคงเป็นคนในกลุ่มมิลเลนเนียล หรือคนที่เป็นกลุ่มระหว่าง GEN Z และ GEN Y ที่อยู่ในช่วงอายุ 23-38 ปี และเป็นคนกลุ่มที่เติบโตมาในช่วงของ การพัฒนาทางเทคโนโลยี วงศ์ทิพพา วิเศษเกษม ผู้อ�ำนวยการฝ่ายแพลตฟอร์มโอเปอเรชั่น GET กล่าวว่า "ที่ ผ่านมาเราได้มีการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้ของลูกค้ามาวิเคราะห์โดยตลอด เพื่อน�ำ ข้อมูลดังกล่าวมาช่วยให้ร้านค้าสามารถพัฒนาสินค้าและบริการได้ตอบโจทย์และตรง ใจคนสั่งอาหาร
โดยรวมแล้ว ผู้บริโภคมีความเต็มใจที่จะลองใช้แบรนด์ใหม่ๆเพิ่มขึ้น โดย 50% ของผู้ บริโภคทั่วโลกกล่าวว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะลองใช้แบรนด์ใหม่ที่ไม่เคยลองมาก่อนสูง ขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อห้าปีที่แล้ว ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วในภูมิภาคอเมริกาเหนือ เอเชียแปซิฟิก และยุโรปตะวันตก
จากการสังเกตจะพบว่าคนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการสั่งอาหารแบบ Order for One หรือสั่งรับประทานคนเดียว โดยจะสั่งแค่ 1 หรือ 2 เมนูต่อหนึ่งออเดอร์ ซึ่งเป็นผลมา จากการที่คนโสดเพิ่มมากขึ้นและครอบครัวเดี่ยวมีจ�ำนวนมากขึ้น ในขณะเดียวกันผู้ หญิงชอบสั่งอาหารเดลิเวอรี่มากกว่าผู้ชาย
เพียงหนึ่งในสามของผู้บริโภคชอบที่จะลองของใหม่ เนื่องจากสภาพตลาดที่สร้างโอกาส ที่จะถูกดึงความสนใจจากสินค้าเดิมนั้นเกิดขึ้นมาซักพักหนึ่งแล้ว จากการที่แพลตฟอร์ม การขายสินค้าทั้งออนไลน์และร้านค้าเกิดขึ้นและเติบโตด้วยกันมาเป็นระยะเวลานาน แล้ว รวมถึงมีการน�ำเสนอชั้นวางสินค้าที่มีการสต็อคสินค้าอย่างดี และมีตัวเลือกสินค้า และราคาที่หลากหลาย
ในขณะที่มื้ออาหารที่คนนิยมสั่งมากที่สุดคือมื้อเย็น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยให้ร้าน อาหารสามารถน�ำไปปรับใช้เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ได้มากขึ้น "ในหนึ่งเดือน GET มียอดสั่งชานมไข่มุกกว่า 3 แสนแก้ว ซึ่งตอกย�้ำกระแสชานม ไข่มุกที่ยังแรงไม่ตก ในขณะเดียวกัน นอกจากอาหารมื้อหลักและเครื่องดื่มแล้ว คน กรุงเทพฯ ยังมีพฤติกรรมการสั่งอาหารตลอดทั้งวัน โดยมีการสั่งอาหารว่างทั้งมื้อเช้า
MAGKETING l 24
CASE STUDY
มื้อบ่าย และมื้อดึก คิดเป็นยอดประมาณ 28% ของยอดสั่งตลอดวัน เช่น ขนมปังไส้ ต่างๆ ที่เป็นของกินเล่นนั้น มียอดขายต่อเดือนกว่า 190,000 ชิ้นในเดือนตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา" ผู้บริโภคในกลุ่มมิลเลนเนียลเป็นกลุ่มที่อยู่ในวัยท�ำงานและมีก�ำลังซื้อ ในขณะเดียวกัน ก็มีไลฟสไตล์ที่ใช้เวลากับการออนไลน์มากขึ้น ดังนั้น การสั่งฟู้ดเดลิเวอรี่จึงเข้ามาตอบ โจทย์ของคนกลุ่มนี้เป็นหลัก
แม้งานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่จะเป็นช่วงเวลาแห่งความสนุกสนาน แต่คน ไทยก็ไม่ละเลยความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อรักษาความสมบูรณ์ของโลกนี้เอา ไว้ โดยเห็นได้จากผู้ใช้บริการแกร็บฟู้ดถึง 84 เปอร์เซ็นต์ เลือกที่จะไม่รับช้อนส้อม พลาสติก Influencer Marketing
INFLUENCER MARKETING
แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนในกลุ่มวัยอื่นที่ถือเป็น Early Adopter ที่หันมาใช้บริการนี้ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน จึงถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจที่จะหันมา ใช้ประโยชน์จากการเติบโตของธุรกิจนี้ในการช่วยเพิ่มยอดขายของตนเอง
“แคสติ้งเอเชีย” ผู้น�ำด้านแพลตฟอร์ม Influencer ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและมี ส�ำนักงานมากกว่า 13 ประเทศทั่วโลก จัดงาน Thailand InfluTalk การตลาดด้วย Influencerในปี 2020
ขณะที่แกร็บได้เก็บพฤติกรรมคนกรุงในช่วงการฉลองเคานต์ดาวน์ปีใหม่ 2563 ที่ผ่าน มาพบว่า
ปัจจุบัน Influencer นับเป็นหนึ่งในเครื่องมือด้านกลไกการตลาด แต่การใช้ Influencer เพียงอย่างเดียวไม่พอส�ำหรับยุคนี้ แต่แบรนด์ต้องมีความรู้ความเข้าใจ หลักการใช้ Influencer ให้เหมาะสมกับแคมเปญหรืองานชิ้นนั้นๆด้วย โดยสิ่งที่ควร น�ำมาใช้ในกระบวนการคัดสรรการเลือก Influencer ที่ส�ำคัญประกอบด้วย Data, Influencer ที่เหมาะสมกับแบรนด์ก่อนจะบรีฟ, การบริหารจัดการแคมเปญ และ การ วัดผล
1) ฉลองที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเรา แม้หลายคนจะชอบออกไปกินข้าวนอกบ้าน หรือร่วมปาร์ตี้เคานต์ดาวน์ปีใหม่ข้างนอก แต่คนไทยจ�ำนวนไม่น้อยยังเลือกที่จะส่งท้ายปีเก่าท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นที่บ้าน ไม่ ว่าจะล้อมวงเล่นเกมกับเพื่อน หรือกินข้าวร่วมกับครอบครัว ซึ่งการสั่งอาหารผ่านแกร็บ ฟู้ดยังครองใจคนไทยอยู่เสมอ โดยยอดสั่งอาหารเดลิเวอรี่ผ่านแกร็บฟู้ดทั่วประเทศใน คืนข้ามปีเพิ่มขึ้นถึง 16 เท่า นอกจากอาหารจะเป็นองค์ประกอบส�ำคัญในการเฉลิมฉลองแล้ว ปริมาณอาหารรวม ถึงความอร่อยที่จะช่วยเติมเต็มงานรื่นเริงก็ถือเป็นความส�ำคัญเช่นกัน ซึ่งคนไทยได้ส่ง ท้ายปีเก่าอย่างอิ่มหน�ำส�ำราญในปีนี้ โดยมีปริมาณอาหารต่อออร์เดอร์เพิ่มขึ้นถึง 35 เปอร์เซ็นต์ทั่วประเทศ 2) อาหารเรียบง่ายเฉือนชนะของหรู เมื่อพูดถึงการเฉลิมฉลอง อาหารที่เลือกมานั้นก็ส�ำคัญไม่แพ้กัน แม้แต่ในค�่ำคืนสุดท้าย ของปี 2562 คนไทยก็ยังคงชื่นชอบอาหารไทยสุดเรียบง่ายและอาหารจานด่วนไม่เสื่อม คลาย โดยกว่าครึ่งหนึ่งหรือ 54 เปอร์เซ็นต์ เป็นเมนูอาหารไทย อีก 31 เปอร์เซ็นต์เป็น อาหารฝรั่ง ขณะที่อาหารเอเชียน เช่น อาหารจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ได้รับความนิยมน้อยที่สุดที่ 15 เปอร์เซ็นต์ และสัดส่วนยอดสั่งอาหารคาวอยู่ที่ 75 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ของหวานและ เครื่องดื่มอยู่ที่ 25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อลองมาส�ำรวจเมนูยอดฮิตติดเทรนด์ส�ำหรับงานเลี้ยงส่งท้ายปี พบว่า "ไก่ทอด" น�ำ ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ส่วนที่ไล่ตามมาติดๆ เป็นอันดับ 2 คือ "คอหมูย่าง" และ "ส้มต�ำ" เองก็ไม่น้อยหน้าขึ้นแท่นมาอยู่ที่ 3 โดยมียอดสั่งแซงหน้าอาหารจานด่วนสัญชาติ อิตาเลียนอย่าง "พิซซ่า" ในอันดับ 4 แต่ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ "ชานมไข่มุก" ซึ่งสายของ หวานพร้อมใจออร์เดอร์จนเข้ามาอยู่ล�ำดับ 5 3) รักษ์โลกรับปีใหม่เพื่ออนาคต
“แม้จะมีจ�ำนวน Influencer มากและแต่ละรายจะมียอด Follow สูงแต่ก็ไม่ได้ หมายความว่าจะมียอด Engagement สูงหรือน�ำผู้บริโภคไปสู่การตัดสินใจซื้อสินค้า ได้ และหากย้อนไปในอดีตในยุคสมัยหนึ่งเคยเลือกใช้เซเลบริตี เป็นกระบอกเสียงพูดถึง ผลิตภัณฑ์และโน้มน้าวให้ผู้บริโภคซื้อสินค้า" แต่ปัจจุบันอิทธิพลของเทคโนโลยีเข้ามา ผู้บริโภครู้เท่าทันสื่อและค้นหาข้อมูลสินค้า มากขึ้น จากเดิมที่เคยให้ความส�ำคัญกับเซเลบริตีอาจไม่เพียงพอ เพราะโลกขณะนี้ ก�ำลังเข้าสู่ยุคที่เรียกว่าค้นหาข้อมูลความจริงจึงท�ำให้เกิด Micro Influencer ตามมา สินันทะวดี วรเทพนิตินันท์ ผู้จัดการส่วนการตลาดดิจิทัล บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จ�ำกัด กล่าวว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคนี้ต้องการสิ่งใดต้องได้ทันที หรือยุคที่เรียกว่า “I want” ดังนั้นผู้บริโภคจะค้นหาข้อมูลหรือสินค้าที่เกี่ยวกับแบรนด์ที่ต้องการอย่าง ละเอียดและสามารถตอบโจทย์ความเป็นตัวตนของลูกค้ามากที่สุด ซึ่งแบรนด์ต้องสร้างภาพลักษณ์และสื่อสารออกไปให้ชัดเจนมากที่สุด และเข้าไปสู่อิน ไซด์ของผู้บริโภคได้ พร้อมทั้งต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมายที่แบรนด์ต้องการเข้าถึงว่ากลุ่ม เป้าหมายของแบรนด์ตอนนี้อยู่ที่ไหน เช่น กลุ่ม Gen Z ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ในโลกมือถือ หรือออนไลน์ส่วนใหญ่ แบรนด์ก็ต้องพาตัวเองไปอยู่ที่นั่น “วันนี้แค่การรู้จักกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ดีแล้วไม่เพียงพอ เพราะโลกมีความซับ ซ้อนมากขึ้น แต่แบรนด์ยังต้องใช้กลยุทธ์ด้านต่างๆเพื่อเจาะกลุ่มเป้ามหายให้ได้ ซึ่ง กลยุทธ์ที่ส�ำคัญ คือ 5 Cs & E ประกอบด้วย Clarification, Customer Centric , Collaboration, Creative, Communication และ Evaluation" "สุดท้ายสิ่งที่ส�ำคัญในโลกของการท�ำธุรกิจ ไม่ว่าพฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงไป อย่างไร และจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเสมอ แต่สิ่งส�ำคัญที่ยังต้องคงอยู่คือ แบรนด์”
MAGKETING l 25
FACTOR
UNSPLASH
คาดการณ์ เศรษฐกิจไทยปี 2563 อีไอซี ธนาคารไทยพาณิชย์ คาดเศรษฐกิจไทยปี 2563 เติบโตที่ 2.7% ฟื้นตัวเล็กน้อย จากปี 2562 ที่คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวที่ 2.5% ตามภาคส่งออกที่มีแนวโน้มฟื้น ตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากภาวะการค้าโลกที่น่าจะปรับดีขึ้นบ้าง ส่วนหนึ่งเกิดจาก การบรรลุข้อตกลงทางการค้าระยะแรกระหว่างสหรัฐฯ และจีน (Phase 1) ที่จะน�ำไป สู่การยกเลิกและลดภาษีสินค้าน�ำเข้าบางส่วนที่ขึ้นไปก่อนหน้า รวมถึงแนวนโยบายการ เงินและการคลังของหลายประเทศทั่วโลกที่มีทิศทางผ่อนคลายเพื่อประคับประคอง เศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี เงินบาทที่แข็งค่าสะสมกว่า 24% เมื่อเทียบกับคู่ค้าคู่แข่งในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาและยังมีแนวโน้มทรงตัวในระดับแข็งค่าต่อเนื่อง จะยังเป็นปัจจัยกดดันต่อ รายได้ผู้ส่งออกในรูปเงินบาทและความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าส่ง ออกไทย รวมถึงรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยว ที่ชะลอตัวลง นอกจากนั้นแม้จ�ำนวนนักท่องเที่ยวจะยังขยายตัวได้แต่ก็เติบโตในอัตรา ที่ชะลอลงเช่นกัน
ก�ำหนดแนวนโยบายเศรษฐกิจที่สนับสนุนการด�ำเนินธุรกิจของภาคเอกชน (Enabler) โดยเฉพาะการเปิดประมูลโครงการ 5G ที่จะผลักดันให้เกิดการลงทุนภาคโทรคมนาคม และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ประกอบกับการจัดท�ำงบประมาณที่ล่าช้าจาก เมื่อปลายปี 2562 จึงท�ำให้หลายโครงการมีการเลื่อนเบิกจ่ายมาในปี 2563
ด้านอุปสงค์ในประเทศของภาคเอกชน มีแนวโน้มขยายตัวได้แต่ในอัตราที่ชะลอ ลง โดยแม้ว่าภาคส่งออกจะมีโอกาสฟื้นตัว แต่การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน ยังมีทิศทางชะลอตัวต่อเนื่องตามหลายปัจจัยกดดัน ไม่ว่าจะเป็นการลดลงของการ จ้างงานโดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดต�่ำต่อเนื่อง ราย ได้นอกภาคเกษตรที่เริ่มหดตัว ส่วนรายได้ภาคเกษตรก็มีแนวโน้มได้รับผลกระทบ จากภัยแล้ง รวมถึงหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ล้วนส่งผลกระทบต่อการจับจ่าย ใช้สอยของครัวเรือนโดยเฉพาะในหมวดสินค้าคงทนในระยะต่อไป นอกจากนี้ ยอด ขายรถยนต์เพื่อการบริโภคและการพาณิชย์ที่มีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่อง รวมถึงการ ก่อสร้างภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ LTV ในช่วงก่อนหน้า ก็ จะเป็นอีกปัจจัยกดดันภาคอุปสงค์ในประเทศในระยะต่อไป อย่างไรก็ดี ภาครัฐจะเข้า มามีบทบาทมากขึ้นในการประคับประคองเศรษฐกิจปี 2563 ทั้งในรูปแบบการกระ ตุ้นเศรษฐกิจและดูแลกลุ่มเปราะบางระยะสั้น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการ
ความเสี่ยงหลักของเศรษฐกิจไทยปี 2563 มี 3 ปัจจัย ได้แก่ ความไม่แน่นอนของ สงครามการค้า ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และความเปราะบางทางการเงินของ ภาคครัวเรือนและธุรกิจ ด้านสงครามการค้า แม้ล่าสุดจะมีข้อตกลงการค้าระยะแรก ระหว่างสหรัฐฯ และจีน (Phase-1 deal) แต่นโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ยัง มีความไม่แน่นอนสูงและอาจกระทบต่อการค้าโลกได้ อาทิ การเจรจากับจีนในระยะ ต่อไป การตอบโต้ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับสหภาพยุโรป และการพิจารณาของ สหรัฐฯ ในการตัดสิทธิ GSP ของหลายประเทศ ขณะที่ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risks) โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ การประท้วง ที่ยืดเยื้อในฮ่องกง และประเด็น Brexit ขณะที่ความเสี่ยงภายในประเทศ คือ ความ เปราะบางทางการเงินของภาคครัวเรือนและธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีหนี้ในระดับสูง และการสร้างรายได้ถูกกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงด้าน เทคโนโลยี (technology disruption) และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
ส�ำหรับภาวะการเงินในประเทศ อัตราดอกเบี้ยจะยังอยู่ในระดับต�่ำต่อเนื่องทั้งปี ขณะ ที่เงินบาทจะมีแรงกดดันให้อยูในระดับแข็งค่าต่อเนื่อง โดยอีไอซีคาดว่าคณะกรรมการ นโยบายการเงิน (กนง.) จะยังใช้นโยบายการเงินในระดับผ่อนคลายต่อเนื่องเพื่อ ช่วยสนับสนุน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดย กนง. มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.25% ตลอดทั้งปี 2563 และอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมอีก 1 ครั้ง หากเศรษฐกิจชะลอตัวมากกว่าที่คาด ส�ำหรับค่าเงินบาทมีแนวโน้มทรงตัวในระดับแข็ง ค่าต่อเนื่อง
MAGKETING l 26
FACTOR
FREEPIK
แนวโน้ม การค้าโลกยังเผชิญความไม่แน่นอน ศิระ อินทรก�ำธรชัย ประธานกรรมการบริหาร และหุ้นส่วน บริษัท PwC ประเทศไทย เปิดเผยถึงรายงาน Global Economy Watch ฉบับล่าสุดว่า ภาพรวมการเติบโตของ เศรษฐกิจโลกในปี 2563 ยังคงเป็นไปในระดับทรงตัว โดยเศรษฐกิจหลักของโลกจะ ได้รับแรงหนุนจากภาวะทางการเงินที่ผ่อนคลายลงและการพึ่งพาการบริโภคภาคครัว เรือนที่เพิ่มขึ้น ทดแทนการส่งออกและการลงทุน บาร์เร็ต คูเพเลียน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ PwC ประเทศอังกฤษ กล่าวว่า "เป็นที่แน่ชัดว่า เราก�ำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัวของโลกาภิวัตน์ หรือ Slowbalisation โดยการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจและการค้ายังคงด�ำเนินต่อไปแต่จะเติบโตในอัตราที่ช้า ลง โดยเมื่อเชื่อมโยงภาพของปริมาณการค้าและอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเข้าด้วย กัน ท�ำให้เราคาดว่า จะเห็นการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ต�่ำกว่าค่าเฉลี่ยในปี 2563" นอกจากนี้ PwC ยังคาดการณ์ว่า กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นน�ำของโลก 7 ประเทศ (G7) จะยังคงสร้างงานต่อไป โดยจะมีต�ำแหน่งงานใหม่เกิดขึ้นราว ๆ 2 ล้านต�ำแหน่ง โดย 4 ใน 5 ของต�ำแหน่งงานใหม่ในกลุ่ม G7 จะอยู่ในสหรัฐฯ อังกฤษ และญี่ปุ่น ใน ขณะที่แหล่งทรัพยากรแรงงานในกลุ่ม G7 ค่อย ๆ ลดลง เราประเมินว่า ผลประกอบ การจะยังคงอยู่ในภาวะขาขึ้น แต่การขาดการปรับปรุงการเพิ่มผลผลิตอาจจะท�ำให้ อัตราก�ำขั้นต้นของบริษัทถูกบีบได้ เช่นเดียวกัน องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization หรือ ILO) คาดว่า กลุ่ม E7 จะสร้างงานประมาณ 8 ล้านต�ำแหน่ง โดยไอแอลโอคาด การณ์ว่า การจ้างงานในกลุ่ม G7 จะมีการกระจายตัวอย่างเท่าเทียมระหว่างผู้ชายและ ผู้หญิง แต่การจ้างงานภายในกลุ่ม E7 ไอแอลโอคาดว่า การจ้างงานจะมีการกระจาย ตัวอย่างเท่าเทียมกันน้อยกว่าทั่วทุกเพศ
คาดอินเดียขยับขึ้นติด 1 ใน 3 ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก PwC ยังคาดการณ์ด้วยว่า การใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานนิวเคลียร์ทั่วโลกจะ มีสัดส่วนมากกว่า 20% ของการใช้พลังงานทั่วโลก ซึ่งสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งการใช้ พลังงานทดแทนที่เพิ่มขึ้นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวและการปรับทัศนคติของภาค ธุรกิจ ภาคครัวเรือน และภาครัฐ ทั้งนี้ คาดว่า จีนจะเป็นผู้ใช้พลังงานประเภทนี้รายใหญ่ที่สุดของโลกตามมาด้วยยุโรป อย่างไรก็ตาม คาดว่า น�้ำมันจะยังคงเป็นแหล่งพลังงานที่มีการบริโภคมากที่สุดในปี 2563 ตามมาด้วยถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ โดยสหรัฐฯ และจีนจะยังคงเป็นผู้บริโภค น�้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกในปีนี้ จ�ำนวนประชากรโลก-ผู้สูงอายุสูงสุดเท่าที่เคยมีมา ในปี 2563 คาดว่า จ�ำนวนประชากรโลกจะสูงถึง 7.7 พันล้านคน เพิ่มขึ้นประมาณ 10% เมื่อเทียบกับทศวรรษที่ผ่านมา โดย คาดว่าจีน อินเดีย และ แอฟริกาใต้เขตตอน ใต้ทะเลทรายซาฮาราจะช่วยผลักดันการเติบโตของประชากรโลกให้เพิ่มขึ้นกว่าครึ่ง หนึ่งในทุก ๆ ปี ในขณะเดียวกันก็คาดว่า จ�ำนวนประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปีทั่ว โลกจะมีมากกว่า 1 พันล้านคน โดยจีนจะมีจ�ำนวนประชากรที่อายุมากกว่า 65 ปีสูง กว่าประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่ใหญ่ที่สุดของโลก 6 แห่งรวมกันด้วย ศิระ กล่าวทิ้งท้ายว่า "ส�ำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจของไทยปี 2563 ก�ำลังเผชิญกับภาวะ ชะลอตัวของโลกาภิวัตน์ไม่แตกต่างจากเศรษฐกิจโลก โดยคาดว่า GDP ปีนี้จะเติบโต ต�่ำกว่า 3% โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากภาคการท่องเที่ยว และแรงหนุนจากการ ลงทุนของภาครัฐ และการบริโภคภายในประเทศ แต่ปัจจัยเสี่ยงส�ำคัญต้องติดตาม คือ สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านว่า ยังไม่รวมถึงปัจจัยลบจาก สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ยังคงกดดันเศรษฐกิจไปทั่วโลก และท�ำให้ค่า เงินบาทผันผวนอยู่ในเวลานี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อภาคการส่งออกของไทยในปีนี้"
MAGKETING l 27
DIGITAL LIFE
Pixabay
พฤติกรรม การใช้บริการสาขาธนาคารแต่ละวัย เรื่อง : พีซี แอนด์ แอสโซซิเอสท์ คอนซัลติ้ง
ธนาคารต่างมีความกังวลเกี่ยวกับข่าวปิดสาขาธนาคารหลายๆ แห่ง อย่างที่พวกเขาเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น กับอุตสาหกรรมค้าปลีก ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวคือการใช้งานอินเทอร์เน็ตแพร่หลายมากขึ้น ไม่เพียงแต่เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค แต่ยังรวมถึงรูปแบบการทำ�ธุรกิจที่เปลี่ยนไปอีกด้วย
MAGKETING l 28
DIGITAL LIFE
ธนาคารต่างมีความกังวลเกี่ยวกับข่าวปิดสาขาธนาคารหลายๆ แห่ง อย่างที่พวก เขาเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมค้าปลีก ปัจจัยที่ส่งผลต่อการ เปลี่ยนแปลงดังกล่าวคือการใช้งานอินเทอร์เน็ตแพร่หลายมากขึ้น ไม่เพียงแต่เปลี่ยน พฤติกรรมของผู้บริโภค แต่ยังรวมถึงรูปแบบการท�ำธุรกิจที่เปลี่ยนไปอีกด้วย ร้านโช ห่วยหรือร้านค้าปลีกคือตัวอย่างธุรกิจที่ต้องปรับตัวอย่างเห็นได้ชัดที่สุด แม้แต่อุตสาหกรรมธนาคารเองก็ต้องปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยเช่น กัน เริ่มจากการพัฒนาบริการดิจิทัลแบงค์กิ้งเพื่ออ�ำนวยความสะดวกให้ลูกค้าใช้บริการ ธนาคารผ่านระบบออนไลน์ได้ เริ่มจาก บริการช�ำระเงินออนไลน์ และยกระดับไปสู่ การบริหารการเงินส่วนบุคคล ซึ่งจะเห็นได้ว่าบริการดิจิทัลต่างๆ มีความซับซ้อนมาก ยิ่งขึ้น และมีผู้เล่นในอุตสาหกรรมเดียวกันต่างพัฒนาความสามารถด้านการให้บริการ ดิจิทัลของตนเองให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค การบริหารจัดการธนาคารโดย ไม่มีการวางแนวทางในยุคนี้ว่าจะเดินไปในทิศทางใด ใช้ช่องทางอะไรในการท�ำการ ตลาด จะลงทุนอย่างไรเพื่อให้บริหารสาขาได้ไม่สะดุด ล่าสุดอะโดบีอนาลิติกส์ได้จัดท�ำผลส�ำรวจ เกี่ยวกับ ความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรม ธนาคารกับผู้ตอบแบบสอบถามต่างวัยหลายกลุ่มถึงความต้องการใช้บริการธนาคาร โดยผู้ตอบแบบสอบถามชาวสหรัฐอเมริกามากกว่า 1000 คน โดยรายงานเผยให้เห็น ถึงแนวโน้มที่ชวนทึ่งอย่าง คนรุ่นใหม่หันมาให้ความสนใจกับการวางแผนการใช้เงิน กันเยอะขึ้น โดยพวกเขายังเชื่อว่า การใช้บริการจัดการการเงินส่วนตัวของพวกเขาจะ ท�ำได้สะดวกยิ่งขึ้นหากเข้าใช้บริการที่สาขา โดยในจ�ำนวนนี้แบ่งออกเป็นคน GenZ (8%), มิลเลนเนียล (36%), GenX (17%), คนรุ่นบูมเมอร์ (35%) และกลุ่มเทรดดิชั่น นอลลิสต์ (5%) และมีแนวโน้มว่าพวกเขาจะเปิดรับกับเทคโนโลยี เช่น แชทบอท วอยซ์ รวมทั้งชื่อเสียงของบริการดิจิทัลที่ธนาคารน�ำเสนอให้กับผู้บริโภคก็ส�ำคัญไม่แพ้กัน ธนาคารมีสาขายังตอบโจทย์หรือไม่ ผลส�ำรวจยังพบว่า คนส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าประสบการณ์ใช้บริการธนาคารตามสาขา ยังคงมีความส�ำคัญ โดยแบ่งเป็นผู้ตอบแบบสอบถามจาก GenZ (66%) มิลเลนเนีย ล (68%) GenX (70%) คนรุ่นบูมเมอร์ (83%) กลุ่มเทรดดิชั่นนอลลิสต์ (92%) โดย 72% ของ GenZ ไปท�ำธุรกรรมที่ธนาคารอย่างน้อยเดือนละครั้ง (ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ตอบ แบบสอบถามที่มีจ�ำนวนเยอะที่สุด) ตามมาด้วย มิลเลนเนียล (60%), กลุ่มเทรดดิชั่น นอลลิสต์ (58%), คนรุ่นบูมเมอร์ (55%) และ GenX (50%) โดยกลุ่ม กลุ่มเทรดดิชั่น นอลลิสต์ (25%) เข้าธนาคารทุกสัปดาห์ ตามด้วย GenZ (18%) และ มิลเลนเนียล (16%) ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ผู้ตอบแบบสอบถามราวๆ 54% ยังไปถอนเงินที่ธนาคารและ ขอรับเป็นเงินสด (35%) นับเป็นการท�ำธุรกรรมสองอันดับแรกที่คนเข้าไปใช้บริการ ที่ธนาคารในคนทุกกลุ่มที่ตอบแบบสอบถาม ตามด้วยการรับบริการจากพนักงานที่ หน้าเคาน์เตอร์ (24%) ขณะที่ GenZ มีความแตกต่างเล็กน้อยคือ เลือกใช้การถอน เงินสูงสุดเป็นอันดับแรก (45%) ตามด้วย จ่ายบิล (28%) ใช้บริการที่หน้าเคาน์เตอร์ (25%) กิจกรรมอื่นๆ ที่คนยังเชื่อว่าต้องใช้บริการผ่านสาขาของธนาคารเท่านั้น ได้แก่ ขึ้นเช็ค แลกเปลี่ยนสกุลเงิน หรือเปลี่ยนแบงค์เก่าเป็นแบงค์ใหม่ ส�ำหรับกิจกรรมอื่นๆ ที่ GenZ และ มิลเลนเนียล เข้าใช้บริการที่สาขาธนาคารมากที่สุด การขอใบรับรอง และยื่นขอสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งท�ำมากกว่า คนกลุ่มอื่นๆ
รายงานยังเผยให้เห็นข้อมูลที่น่าสนใจ เกี่ยวกับความคิดเห็นของการใช้งานโมบายล์ แบงค์กิ้งและแอปส�ำหรับช�ำระเงิน แต่อย่างที่เราเห็นตัวอย่างจากอุตสาหกรรมค้าปลีก ไม่มีช่องทางใดที่ตอบความต้องการของผู้ใช้บริการได้ครบทุกอย่าง การซื้อสินค้าผ่าน ออนไลน์แต่เลือกไปรับสินค้าด้วยตนเองที่หน้าร้าน (BOPIS) ยังคงเติบโตอย่างไม่น่าเชื่อ และก�ำลังสร้างก�ำลังซื้อรูปแบบใหม่ให้ลูกค้ากลับเข้ามาใช้บริการหรือเลือกซื้อสินค้าที่ หน้าร้านกันมากขึ้น หากพูดเรื่องการขอรับบริการด้านการเงินส่วนบุคคล ผู้บริโภคยังต้องการใช้บริการ และรับค�ำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ธนาคารที่สาขา จึงเป็นโอกาสของธนาคารที่จะรวม ประสบการณ์ใช้งานที่สาขาโดยอาศัยสามารถของเทคโนโลยีดิจิทัลและ AR ตอบโจทย์ การใช้งานของลูกค้าทุกคนได้แบบเรียลไทม์ เพื่อด�ำเนินธุรกิจธนาคารให้ประสบความ ส�ำเร็จ ธนาคารจะต้องท�ำหน้าที่เป็นตัวกลางที่ส่งมอบประสบการณ์มาตรฐานที่ยอด เยี่ยมแก่ลูกค้าได้เพิ่มทางช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า และเชื่อมช่องทางการ เข้าถึงผู้บริโภคทั้งหมดที่มีอยู่เข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจให้สามารถ อ�ำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่ใช้บริการออฟไลน์และออนไลน์ โดยผู้ตอบแบบสอบถามเกือบครึ่งหนึ่งของ GenZ (42%) และ มิลเลนเนียล (49%) จะ เลือกใช้บริการของธนาคารที่ไม่มีสาขาและเปิดให้บริการระบบออนไลน์เท่านั้น จาก ตัวเลขข้างต้นนี้แสดงให้เห็นถึงความต้องการใช้งานระบบออนไลน์ของผู้บริโภคกลุ่มคน รุ่นใหม่ซึ่งธนาคารต่างๆ เองต้องเร่งปรับตัว เทคโนโลยีใหม่เพื่อการบริหารการเงินส่วนบุคคล ผลส�ำรวจยังเผยอีกว่า GenZ (44%) และมิลเลนเนียล (31%) เลือกใช้บริการแชทบอท ของธนาคาร (GenX 17%, คนรุ่นบูมเมอร์ 6%, กลุ่มเทรดดิชั่นนอลลิสต์ 5%) ซึ่งแสดง ให้เห็นว่าเริ่มมีการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นบ้างแล้ว โดย 66% ของ GenZ และ 53% ของมิลเลนเนียล กล่าวว่า แชทบอทให้บริการดีกว่าเจ้าหน้าที่ธนาคาร อย่างไรก็ดี มีคน GenZ เพียง 21% และมิลเลนเนียล 23% อยากให้มีบริการแชทบอท เพียงอย่างเดียวไม่ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ หลายคนคงมีข้อสงสัยว่า จากผลการศึกษานี้จะเป็นสัญญาณเตือนให้ธนาคารปรับตัว หรือไม่? จริงๆ ก็ไม่ส่งผลเท่าไหร่ เพราะหากนับตั้งแต่มีการผลิตตู้เอทีเอ็มที่เกิดขึ้นก็ ไม่ได้ท�ำให้เจ้าหน้าที่ธนาคารถูกลดบทบาทหรือตกงานแต่อย่างใด ส�ำหรับบางคนตู้ เอทีเอ็มจ�ำเป็นมากต่อการเบิกถอนเงินสดหรือธนบัตร ซึ่งนับเป็นต้นแบบของฟีเจอร์ "ฮีโร่" ที่ท�ำให้ธนาคารกระจายการให้บริการแก่ผู้คนได้อย่างทั่วถึง ดังนั้นธนาคารควรต้องสร้างฮีโร่ฟีเจอร์ที่เหมาะสมกับธนาคารแบรนด์ต่างๆ และความ ต้องการของลูกค้าธนาคารแต่ละแบรนด์ เช่นเดียวกันกับการสร้างโมบายล์แอป เพราะ สามารถแก้ปัญหาความต้องการที่เฉพาะเจาะจงและท�ำให้ชีวิตของลูกค้าสะดวกยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ด้วยความซับซ้อนของการใช้งานผ่านดิจิทัล ท�ำให้การปฏิสัมพันธ์ระหว่าง ลูกค้ากับเจ้าหน้าที่ธนาคารยังคงเป็นที่ต้องการ เราเห็นแนวโน้มส�ำคัญของเทคโนโลยีการสั่งงานด้วยเสียง (บนแพลตฟอร์มเช่น Amazon Alexa หรือ Google Home) โดย 37% ของ GenZ และ 28% ของมิลเลน เนียลระบุว่า พวกเขาใช้บริการสั่งงานด้วยเสียงบนแพลตฟอร์มที่ระบุข้างต้น (GenX 15%, คนรุ่นบูมเมอร์ 5%, กลุ่มเทรดดิชั่นนอลลิสต์ 6%) ซึ่ง 64% ของ GenZ และ
MAGKETING l 29
DIGITAL LIFE
Freepik
54% ของมิลเลนเนียล ระบุว่า ได้รับประสบการณ์ที่ดีกว่าการโต้ตอบกับเจ้าหน้าที่ ธนาคาร นอกจากนี้ เมื่อสอบถามในประเด็นเกี่ยวกับการบริการลูกค้า พบว่า 27% ของ GenZ และ 21% ของมิลเลนเนียล ระบุว่า รู้สึกสะดวกสบายที่ใช้บริการสั่งงาน ด้วยเสียง เช่นเดียวกันกับความต้องการของบริการด้านการจัดการการเงินส่วนบุคคล พบ 22% ของ GenZ และ 25% ของมิลเลนเนียล รู้สึกสะดวกสบายในการใช้ผู้ช่วย ด้านเสียงมากกว่าเจ้าหน้าที่ธนาคาร ท�ำไมธนาคารยังต้องมีสาขา ขณะที่ผู้บริโภคอยู่ระหว่างการเลือกผู้ให้บริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ที่สุด ความ ปลอดภัยและต�ำแหน่งที่ตั้งสาขาเป็นเรื่องหลักๆ ที่ลูกค้าทุกเพศทุกวัยให้ความสนใจ โดยส่วนใหญ่จะเน้นที่ผู้ให้บริการที่มีชื่อเสียง ส�ำหรับผู้ใช้งานกลุ่มคนรุ่นใหม่ (GenZ และ มิลเลนเนียล) ส่วนใหญ่จะพิจารณาจากตัวเลือกในการให้บริการผ่านระบบดิจิทัล แต่ยังต้องการเข้ารับบริการที่สาขาด้วยเช่นกัน โดยผลการศึกษาระบุดังนี้ : - ผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่ม GenZ จ�ำนวน 32% ระบุว่า ให้ความส�ำคัญกับ เรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ตามมาด้วย ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของ ธนาคาร (17%) บริการดิจิทัล/แอป (12%) และที่ตั้งของสาขา (11%) - ผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่ม มิลเลนเนียล จ�ำนวน 30% ให้ความส�ำคัญกับความ ปลอดภัยเป็นอันดับแรก ตามมาด้วย ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของธนาคาร (15%) บริการดิจิทัล/แอป (13%) และที่ตั้งของสาขา (12%) โดยผู้ตอบแบบสอบถามในกลุ่มวัยกลางคนและผู้สูงอายุแตกต่างจากกลุ่มคน รุ่นใหม่เล็กน้อย และยังไม่สนใจใช้บริการด้านดิจิทัลจากธนาคาร :
- ผู้ตอบแบบสอบถาม GenX จ�ำนวน 36% ให้ความส�ำคัญกับเรื่องความ ปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วย ที่ตั้งของสาขา (20%) ชื่อเสียงและความน่าเชื่อ ถือของธนาคาร (14%) และการเข้ารับบริการกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร (11%) - ผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่ม คนรุ่นบูมเมอร์ จ�ำนวน 30% ให้ความส�ำคัญกับ เรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วย ที่ตั้งของสาขา (24%) ชื่อเสียงและ ความน่าเชื่อถือของธนาคาร (12%) และใช้บริการกับธนาคารที่ก่อตั้งภายในประเทศ หรือเครดิตอยู่เนี่ยน (12%) - ขณะที่ ผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่ม กลุ่มเทรดดิชั่นนอลลิสต์ จ�ำนวน 25% ให้ ความส�ำคัญกับชื่อเสียงละความน่าเชื่อถือของธนาคารเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วย ที่ ตั้งของสาขา (23%) เรื่องความปลอดภัย (19%) และการเข้ารับบริการกับเจ้าหน้าที่ ธนาคาร (19%) นอกจากนี้ เรายังเห็นแนวโน้มเกี่ยวกับการสร้างความสัมพันธ์ของผู้ให้บริการและผู้ เข้ารับบริการ ตั้งแต่การสร้างความสัมพันธ์หรือการเชื่อมต่อกันด้านการท�ำธุรกรรม ทางการเงินผ่านการใช้งานวอลเล็ท ระหว่างบุคคลที่สามารถเชื่อถือได้ รวมทั้งการให้ ค�ำแนะน�ำเกี่ยวกับเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นทางการเงินให้แก่ผู้บริโภคอีกด้วย ขณะ นี้ 50% ของ GenZ และ 48% ของมิลเลนเนียลอยากให้ธนาคารสามารถให้ค�ำแนะน�ำ เกี่ยวกับการบริหารทางการเงินและการสร้างวินัยทางการเงินที่ดีเพื่ออนาคต (GenX 43%, คนรุ่นบูมเมอร์ 41%, กลุ่มเทรดดิชั่นนอลลิสต์ 46%) นี่เป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่ง ที่เราคัดมาจากทุกกลุ่มเพื่อให้แบงค์เล็งเห็นความส�ำคัญของความต้องการที่เกิดขึ้นของ ผู้บริโภค และวิธีการเข้าถึงความต้องการต่างๆ ของพวกเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่ธนาคารสาขา ต่างๆ จ�ำเป็นต้องมี
MAGKETING l 30
hat Pay
DIGITAL LIFE
เผยสตาร์อัพ กว่า 90% ทั่วโลกล้มเหลว CIBA มธบ. เผยสตาร์ทอัพกว่า 90 % ทั่วโลกล้มเหลว 3 อันดับแรก ด้านไอที ก่อสร้าง และอุตสาหกรรม เหตุเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วและขาดประสบการณ์ แนะจะให้รอดต้อง ออกแบบธุรกิจให้ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงเร็วทั้งในปัจจุบันและ อนาคตได้ ดร.ศิริเดช ค�ำสุพรหม คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (College of Innovative Business and Accountancy: CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) เปิดเผยว่า ธุรกิจ Startup เป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นใหม่และมาแรงในยุคนี้ โดย ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจด้านไอที เช่น การคิดค้นแอพพลิเคชั่นต่างๆ แต่จากรายงานของ Worldwide Business startup by Moya k. ในเว็บไซต์ Moyak.com ในปี 2019 รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสตาร์ทอัพทั่วโลก พบว่า ธุรกิจที่เกิดใหม่มีจ�ำนวน 137,000 รายต่อวัน หรือประมาณ 50 ล้านรายต่อปี แต่มีอัตราการล้มเหลวถึง 90 % มีเพียง 10% เท่านั้นที่ประสบความส�ำเร็จ ซึ่งกลุ่มธุรกิจที่ล้มเหลว 3 อันดับแรกมีดังนี้ 1.ธุรกิจด้านไอที(Information) 2.ธุรกิจ ด้านก่อสร้าง(construction) และ 3.ธุรกิจด้านอุตสาหกรรม(Manufacturing) เหตุที่ ธุรกิจด้านไอทีล้มเหลวเป็นอันดับแรก เนื่องจากมี Tech startup เกิดขึ้นมามากมาย แต่ขณะเดียวกันเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็ว ส�ำหรับสตาร์อัพไทย สาเหตุหลักที่ ท�ำให้กลุ่มธุรกิจเหล่านี้ไม่ค่อยประสบความส�ำเร็จ โดยเฉพาะด้านไอที เนื่องมาจาก
การขาดประสบการณ์ในการบริหารวางแผนการท�ำงานเพราะถึงแม้มีไอเดียแต่ขาด ประสบการณ์ก็ไปต่อไม่ได้ จึงต้องมี 2 อย่างร่วมกัน รวมถึงความคล่องตัวเพราะ เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ไอเดียแนวคิดต้องตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบัน และเทรนด์ความต้องการในอนาคตข้างหน้าให้ได้ด้วย เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน เร็ว นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการขาดประสบการณ์ด้านสินค้า ความสามารถในการก�ำหนด ราคารวมถึงต้นทุนของวัตถุดิบที่สูงเกินไป และเรื่องสิทธิประโยชน์ของภาษีที่ไม่เอื้อ อ�ำนวยต่อการลงทุน รวมถึงปัญหาหุ้นส่วนที่มีไอเดียสวนทางกัน ดร.ศิริเดช กล่าวด้วยว่า เจ้าของธุรกิจ Startup ที่จะประสบความส�ำเร็จในการท�ำธุรกิจ ต้องมองการบริหารความเสี่ยงหลายบริบท มีการวางแผนการตลาดที่ดี มีการปรับ เปลี่ยนรูปแบบธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และเน้นการออกแบบธุรกิจให้ตอบโจทย์พฤติกรรม ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งในปัจจุบันและอนาคต ที่ส�ำคัญต้องมี Venture Capital (VC) ที่ทุนหนาและเก่งด้านการบริหารมาช่วยธุรกิจให้โตขึ้นด้วย ทั้งนี้การน�ำ Big Data มาวิเคราะห์ เพื่อคาดการณ์ความต้องการของคนในอนาคตก็ยัง เป็นอีกปัจจัยที่ท�ำให้ธุรกิจดังกล่าวอยู่รอดได้ ท้ายที่สุดหากมีการระดมทุนเพื่อรองรับ การเติบโตของธุรกิจ จะท�ำให้ธุรกิจปลอดภัยและลดอัตราเสี่ยงในการปิดกิจการ
MAGKETING l 31
RESEARCH
UNSPLASH
วิจัยการใช้ชีวิต ในที่อยู่อาศัยแนวตั้ง เรื่อง : สำ�นักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)
การศึกษาที่อยู่อาศัยแบบแนวตั้ง คอนโดมิเนียม อพาร์ทเมนท์ หรือแฟลต ในเมืองหลวง 3 ประเทศ กรุงเทพมหานคร สิงคโปร์ และกัวลาลัมเปอร์ ว่าการใช้ชีวิตและผังพื้นที่การใช้งานของคนเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) จะเหมือน หรือแตกต่างกันอย่างไร จากกรณีศึกษาที่อยู่แนวตั้งที่มีการอยู่อาศัยจริงจำ�นวน 50 ตัวอย่าง ในโครงการวิจัยเกี่ยวกับการ เปลี่ยนแปลงของวิถีการอยู่อาศัยในสังคมเมือง กรณีศึกษากรุงเทพมหานครเปรียบเทียบกับการเปลี่ยนแปลงของที่อยู่อาศัย ในสามมหานครของกลุ่มประเทศอาเซียน
MAGKETING l 32
RESEARCH
หากพูดถึงค�ำว่า "ที่อยู่อาศัย" ภาพในจินตนาการของคุณเป็นแบบไหน ภาพของการอยู่ อาศัยร่วมกันเป็นครอบครัว ที่พ่อ แม่ ลูก ปู่ ย่า ตา ยาย อาศัยอยู่ร่วมกันหลาย ๆ รุ่น หรือเป็นภาพห้องขนาดกระทัดรัดที่อยู่ตัวคนเดียวหรือกับพาร์ทเนอร์สักคน ด้วยบริบทของที่อยู่อาศัยของสังคมเมืองในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฏฐิณี กาญจนาภรณ์ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นักวิจัยส�ำนักงานคณะกรรมการส่ง เสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และคณะ จึงท�ำการศึกษาที่อยู่อาศัย แบบแนวตั้ง คอนโดมิเนียม อพาร์ทเมนท์ หรือแฟลต ในเมืองหลวง 3 ประเทศ กรุงเทพมหานคร สิงคโปร์ และกัวลาลัมเปอร์ ว่าการใช้ชีวิตและผังพื้นที่การใช้งานของ คนเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) จะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร จาก กรณีศึกษาที่อยู่แนวตั้งที่มีการอยู่อาศัยจริงจ�ำนวน 50 ตัวอย่าง ในโครงการวิจัยเกี่ยว กับการเปลี่ยนแปลงของวิถีการอยู่อาศัยในสังคมเมือง กรณีศึกษากรุงเทพมหานคร เปรียบเทียบกับการเปลี่ยนแปลงของที่อยู่อาศัยในสามมหานครของกลุ่มประเทศ อาเซียน สิงคโปร์และกัวลาลัมเปอร์ เป็นเมืองที่มีบริบททางวัฒนธรรมคล้ายกันด้วยเหตุผลทาง ประวัติศาสตร์และเชื้อสายของผู้อยู่อาศัย ทั้งสองพื้นที่มีระบบการจัดการจ�ำหน่าย อสังหาริมทรัพย์แบบ HBD (Housing and Development Board) หรือระบบที่ รัฐบาลเข้ามามีส่วนในการควบคุม (คล้ายกับการเคหะแห่งชาติของบ้านเรา) โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ณัฏฐิณี อธิบายว่า ทั้งสองเมืองมีที่อยู่อาศัยแบบแนวตั้งอยู่ มากเหมือนกับกรุงเทพฯ โดยสิ่งที่เป็นจุดร่วมของทั้ง 2 เมือง คือ ที่อยู่อาศัยจะเน้นการ อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวขยาย หรือการอยู่ร่วมกันของผู้อยู่อาศัยหลายรุ่น มี 2 – 4 ห้องนอน ในพื้นที่ประมาณ 75 – 100 ตารางเมตร และมีห้องครัวแบบปิดสามารถท�ำ อาหารได้จริง มีการถ่ายทอดการท�ำอาหารกันรุ่นต่อรุ่น คนอินเดียก็ยังท�ำอาหารอินเดีย คนจีนก็ยังท�ำอาหารจีน การออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านจะเกิดขึ้นเพื่อการสัง สรรเป็นครั้งคราวเท่านั้น การใช้ชีวิตจะเน้นการอยู่ร่วมกันมากกว่าการมีพื้นที่ส่วนตัว พื้นที่ห้องนั่งเล่นจึงมีขนาดใหญ่กว่าห้อง ไม่เพียงการใช้ชีวิตในบ้านที่แตกต่าง แต่การส่งเสริมด้านอสังหาริมทรัพย์ก็แตกต่างเช่น กัน "ในสิงคโปร์จะมีการส่งเสริมเรื่องการอยู่เป็นครอบครัวขยายและครอบครัวใหญ่ มี การดูแลเกื้อกูลกัน ดังนั้นแล้ว หากรุ่นพ่อแม่ซื้อที่อยู่อาศัยในพื้นที่ตรงไหน แล้วรุ่นลูก ซื้อในพื้นที่เดียวกันหรือละแวกใกล้ชิดก็จะได้ส่วนลดเป็นพิเศษด้วย นอกจากนั้นเมื่อ ผ่านไปประมาณ 20 ปี บางอาคารก็จะมีการสร้างต่อเติมพื้นที่ส่วนของระเบียบให้เป็น ห้องเพิ่มเติม เพื่อให้มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น และทุกที่อยู่อาศัยทั้งของรัฐและเอกชนจะ มีการสร้างห้องหลบภัยที่มีอยู่ในทุกห้องชุด (Bomb shelter) ซึ่งมีสิ่งอ�ำนวยความ สะดวกให้สามารถใช้ชีวิตได้จริงเตรียมไว้เสมอ เพื่อพร้อมรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหรือ สงคราม ด้วยความเชื่อว่าประชาชนของเขาจะต้องมีชีวิตรอด" ภาพของครอบครัวที่อบอุ่น การได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน หากมองมองที่กรุงเทพฯ เมือง หลวงของไทย จากกรณีศึกษาและข้อมูลเชิงสถิติในปัจจุบัน จะพบว่าสถานการณ์ของ กรุงเทพฯ แตกต่างออกไป การอยู่อาศัยในกรุงเทพฯ การอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ มีแนวโน้มลดลงอย่างมาก คนส่วนใหญ่เลือกที่จะอาศัยอยู่คนเดียวหรือกับพาร์ทเนอร์ สักคน ด้วยข้อจ�ำกัดของราคาที่อยู่อาศัยและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป พื้นที่แนวราบถูก แปลงไปเป็นพื้นที่อยู่อาศัยแนวตั้งและเป็นอสังหาริมทรัพย์สร้างผลก�ำไรมหาศาล ที่พัก
อาศัยเติบโตในแนวตั้ง คนรุ่นใหม่หลายคนจ�ำยอมอย่างมีความสุขที่จะสละคุณภาพชีวิต บางอย่างเพื่อแลกกับความสะดวกสบายของเมืองหลวง รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฏฐิณี อธิบายถึงการอยู่อาศัยในพื้นที่แนวตั้งของคนกรุงเทพฯ ว่า จากการส�ำรวจที่อยู่อาศัยส�ำหรับคนที่มีเงินเดือนประมาณ 35,000 บาท จะ สามารถซื้อที่อยู่อาศัยได้ขนาด 25 – 35 ตารางเมตร มีห้องนอน 1 ห้อง และมีครัว แบบเปิดเป็นส่วนใหญ่ ด้วยข้อจ�ำกัดเรื่องขนาดของที่อยู่อาศัยท�ำให้บ่อยครั้งเกิดการ ซ้อนทับของพื้นที่ใช้งาน (Overlapping Functions) เช่น โต๊ะอาหาร เป็นทั้งที่รับ ประทานอาหาร ที่ท�ำงาน ที่วางของ หรือใช้งานอเนกประสงค์ เป็นต้น ครัวแบบเปิดที่ ไม่สามารถท�ำครัวไทยหรือปรุงอาหารต่าง ๆ ได้สะดวก ท�ำให้ผู้คนเลือกจะใช้บริการส่งอาหารหรือทานอาหารแช่แข็งที่สามารถซื้อมาตุนและ อุ่นรับประทานได้สะดวก นอกจากนั้นคนเมืองยังเลือกที่จะใช้พื้นที่อ�ำนวยความสะดวก ภายนอกที่อยู่อาศัยมากกว่าการท�ำกิจกรรมในห้องขนาดกะทัดรัด เพราะพื้นที่ในแนว ราบไม่กี่ร้อยตารางเมตรกลับกลายเป็นที่อยู่อาศัยแนวตั้งที่มีปริมาณคนอยู่อาศัยแทบ เทียบเท่าระดับต�ำบลของต่างจังหวัด ดังนั้นสิ่งอ�ำนวยความสะดวกย่อมไม่เพียงพอ ต่อการรับจ�ำนวนคน สถานที่ที่คนเมืองนิยมไปใช้บริการ เช่น การไปท�ำงานที่ Coworking space ตามย่านต่าง ๆ รับประทานอาหารและพักผ่อนหย่อนใจที่ห้างสรรพ สินค้า และใช้บริการฟิตเนสเพื่อออกก�ำลังกาย เป็นต้น "สาเหตุที่ท�ำให้คนส่วนใหญ่ 'จ�ำยอมอย่างมีความสุข' ที่จะอยู่อาศัยในพื้นที่ลักษณะนี้ โดยต้องสละคุณภาพชีวิตบางอย่างไป ก็เพื่อให้ได้มาซึ่งการเดินทางที่สะดวก การได้อยู่ ใกล้ที่ท�ำงาน สถานศึกษา และการได้อยู่ใกล้ชิดแหล่งอ�ำนวยความสะดวกต่าง ๆ ของ เมือง" แต่กระนั้นการจ�ำยอมก็ต้องแลกมากับคุณภาพชีวิตบางอย่างด้วยเช่นกัน รอง ศาสตราจารย์ ดร.ณัฏฐิณี สะท้อนว่า จะพบเห็นได้ว่าปัจจุบันมีคนเป็นโรคซึมเศร้าเพิ่ม ขึ้นมาก ซึ่งสาเหตุหนึ่งอาจมาจากความเหงาของการที่ต้องแยกจากครอบครัวมาอยู่ อาศัยเอง , การอยู่ตัวคนเดียว, ความเหนื่อยล้าจากการท�ำงานที่ท�ำให้ขี้เกียจออกไป สังคมกับเพื่อนฝูง , ขี้เกียจออกก�ำลังกาย และอีกสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือสุขภาพที่แย่ลง จากการรับประทานอาหารที่ไม่มีคุณภาพ ที่เน้นความเร็วและความสะดวกเป็นหลัก ดังนั้นแล้ว หากจะเลือกซื้อที่อยู่อาศัย นอกจากการมองถึงความสะดวกในเรื่องการ เดินทาง และแหล่งอ�ำนวยความสะดวกของเมืองหลวงแล้ว ยังควรค�ำนึงถึงการลงทุน แผนการใช้ชีวิตในระยะยาว และยังควรศึกษาข้อมูลของที่อยู่อาศัยให้ดี เพื่อให้ไม่ต้อง อยู่หรืออยู่ภายใต้ข้อจ�ำกัดในการใช้ชีวิตให้น้อยที่สุด ทั้งเรื่องของการออกแบบพื้นที่ ใช้สอย ภายในห้องชุดที่ตรงโจทย์การใช้ชีวิต และการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่ง ทั้งหมดล้วนมีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ผลจากการท�ำวิจัยร่วมกับในครั้งนี้ จึงเกิดการขยายผลไปสู่การท�ำกิจกรรมการเรียนรู้ที่ ให้นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบได้ตระหนักถึงการออกแบบที่ อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตจริง โดยค�ำนึงถึงคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย และ ขยายผลไปถึงการชักชวนผู้ประกอบการทางด้านอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่มาร่วมสร้าง ความตระหนักในด้านนี้ ซึ่งเราอาจได้เห็นอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ที่มีราคาจับต้อง ได้ และเอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพให้เห็นในบ้านเราในอนาคต
MAGKETING l 33
RESEARCH
UNSPLASH
วิเคราะห์ อิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเครื่องส�ำอาง CIBA มธบ.เผยผลส�ำรวจ 4 ปัจจัย ที่ Beauty Influencers มีอิทธิพลต่อการตัดสิน ใจซื้อเครื่องส�ำอางของสาวๆ ชี้ บุคลิกภาพน�ำโด่ง ตามด้วยความน่าเชื่อถือ รูปแบบ และเนื้อหาการน�ำเสนอ แนะ ผปก.จัดท�ำสื่อออนไลน์เนื้อหาเข้าใจง่าย Influencers มี ความน่าเชื่อถือ รีวิวสม�่ำเสมอและไม่โฆษณาเกินจริง ดร.ศิริเดช ค�ำสุพรหม คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (College of Innovative Business and Accountancy: CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) เปิดเผยว่า จากการประเมินผลของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย พบว่า ปี 2562 ธุรกิจเครื่องส�ำอางและสกินแคร์เป็นธุรกิจรุ่งที่มาแรง เป็นอันดับ 3 และยังคาดการณ์ว่าตลาดเครื่องส�ำอางของไทยปี 2562-2566 จะเติบโต ราว 7.14% มีมูลค่ารวมสูงถึง 1.68 แสนล้านบาท จากข้อมูลดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการศึกษาวิจัยถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Beauty Influencers ต่อกระบวนการตัดสินใจซื้อเครื่องส�ำอางของผู้บริโภคเพศหญิงในเขต กรุงเทพมหานคร ของนายศุภวัฒน์ ทองดี สาขาวิชาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มธบ. โดยส�ำรวจในกลุ่มตัวอย่างจ�ำนวน 400 คน ทั้งนี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจเครื่อง ส�ำอางในการวางแผนกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดโดยเลือกใช้บุคคลออนไลน์หรือ Influencers ให้เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยจากผลวิจัยพบ 4 ปัจจัยที่ Beauty Influencers มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ เครื่องส�ำอาง โดยปัจจัยด้านบุคลิกภาพมีอันดับสูงสุด รองลงมาเป็น ความน่าเชื่อถือ รูปแบบการน�ำเสนอ และเนื้อหาในการน�ำเสนอเป็นล�ำดับสุดท้าย "Beauty Influencers ที่มีบุคลิกภาพที่ดีเหมาะสมกับสินค้า จะท�ำให้ลูกค้ารู้สึกสนใจ
และน่าใช้สินค้า อีกทั้งบุคลิกที่โดดเด่นเป็นที่น่าจดจ�ำท�ำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ ชื่นชอบ และ Influencers ที่มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องส�ำอางมีความสามารถในการให้ ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องส�ำอางได้เป็นอย่างดี มีหลักฐานที่มาที่ไปของสินค้าจะท�ำให้ลูกค้า มีความเชื่อมั่นมากขึ้น รวมถึงมีรูปแบบการน�ำเสนอที่เข้าใจง่ายไมเหมือนใคร มีภาพ ประกอบให้เห็นผลลัพธ์ในการใช้สินค้า มีการอัพเดทเครื่องส�ำอางใหม่ๆมาน�ำเสนอได้ อย่างสม�่ำเสมอ จะท�ำให้เกิดความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น" ส่วนเนื้อหาในการน�ำเสนอต้องมีการใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนและไม่ก่อให้เกิด ความสับสน อีกทั้งต้องมีข้อมูลสินค้าที่แปลกใหม่น่าสนใจกว่าที่อื่นๆด้วย ดร.ศิริเดช กล่าวด้วยว่า จากรายงานการวิจัยมีข้อเสนอแนะต่อผู้บริหารในธุรกิจเครื่อง ส�ำอาง โดยระบุว่า ควรมีการจัดท�ำการน�ำเสนอในรูปแบบต่างๆ ที่ท�ำให้เข้าใจง่ายต่อ การซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องส�ำอาง นอกจากนี้การบอกต่อจากคนใกล้ชิดมีความส�ำคัญมาก ในด้านการแสวงหาข้อมูล ดังนั้น ผู้บริหารควรมีการจัดท�ำสื่อออนไลน์ที่มีประโยชน์ต่อ ลูกค้า ให้สามารถเลือกดูสินค้าและเพื่อให้ลูกค้าเกิดความไว้วางใจและมีการบอกต่อ การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ต่อบุคคลใกล้ชิด และผลส�ำรวจยังพบว่าผู้บริโภคสนใจซื้อเมื่อ ได้มีการทดลองใช้สินค้าฟรีก่อน ดังนั้น จึงควรมีสินค้าตัวอย่างให้กับลูกค้าได้มีการทดลองใช้ โดยมีการก�ำหนด ฉลาก วัน เดือน ปี ที่ผลิตและวันหมดอายุที่มีความชัดเจน และควรจัดท�ำโปรโมชั่นที่มี ประโยชน์ต่อลูกค้า โดยมีส่วนลดส�ำหรับลูกค้าที่มีการสั่งซื้อสินค้าจ�ำนวนมากๆ และ ควรให้ Beauty Influencers รีวิวสินค้าอย่างต่อเนื่องและสม�่ำเสมอ ไม่โอ้อวด สรรพคุณเกินจริง เพื่อท�ำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจและต้องการสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นอีก ในครั้งต่อไปได้
MAGKETING l 34
JIGSAW
ตลาดเครื่องดื่มชูก�ำลัง MARKET SHARE
M-150 คาราบาวแดง กระทิงแดง
YEAR 2560
57.7%
21.1%
16.3%
YEAR 2561
54.4%
23.2%
15.3%
YEAR 2562
53.0%
22.7%
15.0%
MARKET SIZE 20,294
20,924 20,882
YEAR 2560 YEAR 2561 YEAR 2562
ตลาดไอศกรีมพรีเมี่ยม MARKET SIZE 6,400
6,490 6,450
YEAR 2560 YEAR 2561 YEAR 2562
ที่มา : รวบรวมจากผู้ประกอบการ MAGKETING MAGKETING ll 35 35 PEXELS
MOVEMENT
MAGKETING l 36
MOVEMENT
KRUNGSRI กรุงศรีขอมอบความร�่ำรวย โชคดี ผ่าน “ปิ่นโตมั่งคั่ง” ในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ เพียงเปิดบัญชีเงินฝากประจ�ำกรุงศรี 6 เดือน ขั้นต�่ำ 50,000 บาท ในช่วงระหว่าง วันนี้ ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2563 รับฟรี ปิ่นโตมั่งคั่ง 1 ชุด Strategy
:: การส่งเสริมการขายในช่วงเทศกาล
(Seasonal Program)
HOMEPRO โฮมโปรจัดโปรโมชั่น “เครื่องฟอกอากาศ” รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 2,000 บาท ด้วยเครื่องฟอกอากาศหลากหลายแบรนด์ ดูแลได้ทั้งห้องขนาดเล็กและห้องขนาดใหญ่ อาทิ Sharp, Philips, BWELL, Hitachi, Electrolux, Tefal, Robot สามารถ ฟอกอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีเสียงรบกวน ประหยัดไฟ ให้บ้านสะอาด ปลอดภัย ดักจับทุกฝุ่นละออง เชื้อโรค หมดกังวลเรื่องกลิ่น ห่างไกลจากภูมิแพ้ เติมเต็มอากาศบริสุทธิ์ได้ทุกช่วงเวลา Strategy
:: การลดราคาเฉพาะช่วงเวลา
TMB บัตรเครดิตทีเอ็มบีจัดโปรโมชั่นช่วยกระตุ้นการจับจ่ายของนักช้อปในช่วงตรุษจีน เพียงช้อปตามเงื่อนไขรับเครดิตเงินคืน สูงสุดรวม 30,000 บาท เพื่อให้นักช้อปได้สิทธิประโยชน์ที่มากกว่า ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ - 29 กุมภาพันธ์นี้ Strategy
:: การส่งเสริมการขายในช่วงเทศกาล
(Seasonal Program)
JETS เจ็ทส์ ฟิตเนส 24 ชั่วโมง ฟิตเนสที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย ประกาศเปิดตัว “ทีมเจ็ทส์ (Team Jetts)”ครั้งแรกของ ธุรกิจฟิตเนสที่ก้าวขึ้นมาบุกเบิกการสร้างคอมมูนิตี้เพื่อให้คนที่รักการออกก�ำลังกายและเล่นกีฬาได้เข้ามาฝึกฝนเรียนรู้กับ ผู้เชี่ยวชาญและโค้ชโดยตรง พร้อมกับพบปะผู้ที่มีความชื่นชอบคล้ายกัน ผ่านกิจกรรมเวิร์คช็อปและการออกก�ำลังกายที่ สนุกสนานเป็นกันเอง Strategy
:: การพัฒนาบริการใหม่
(New Service Development)
MAGKETING l 37
MOVEMENT
HOMEPRO บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จ�ำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” จัดโครงการ “โฮมโปร อาสาเคียงข้างคุณรับมือภาวะวิกฤต ภัยแล้ง น�้ำกร่อย และฝุ่น PM 2.5” พร้อมจัดเตรียมสินค้า ด้วยบริการครบวงจรเรื่องน�้ำ พร้อมติดตั้งแล้วเสร็จภายใน 1 วัน และเครื่องฟอกอากาศจากแบรนด์ชั้นน�ำ และแท้งค์น�้ำ ปั๊มน�้ำ ร่วมลดราคาพิเศษ
Strategy
:: การลดราคาเฉพาะช่วงเวลา
GET GET (เก็ท) แอพพลิเคชั่นไลฟสไตล์ออนดีมานด์ชั้นน�ำ จับมือนักพยากรณ์ดวงสุดฮอตแห่งยุคดิจิตัล “ต๊อกแต๊ก A4” (@ toktak_A4) หมอดูเงินล้านที่คิวแน่นที่สุดคนหนึ่งในตอนนี้ จัดแคมเปญฉลองต้อนรับเทศกาลตรุษจีนกับ “GET LUCKY 8” ส่งมอบทั้งคอลเลคชั่นอาหารเสริมดวงประจ�ำราศี โปรโมชั่นส่วนลดพิเศษ โปรค่าส่ง และพิเศษส�ำหรับลูกค้า GET! รับสิทธิ์ ดูดวงกับหมอต๊อกแต๊ก แคมเปญเสริมเฮง “GET Lucky 8” เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 - 31 มกราคม 2563
Strategy
:: การส่งเสริมการขายในช่วงเทศกาล
(Seasonal Program)
NESCAFE ตรุษจีนปีนี้ รีบไปเสริมมงคลสุดล�้ำ กับคอลเลคชั่นแก้วมงคล “ชงโชครับตรุษจีน” สไตล์อินเตอร์แอคทีฟและผลิตภัณฑ์เน สกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ดีไซน์จีนลิมิเต็ดเอดิชั่น พร้อมสนุกกับสื่อต่างๆ ใกล้บ้านคุณเพื่อเสริมเฮงตลอดปีเพียงสะสมแก้ว มงคลเนสกาแฟให้ครบทั้ง 8 ลาย เมื่อซื้อเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู หรือ เนสกาแฟ อเมริกาโน่ มูลค่า 219 บาท รับฟรี แก้วมงคลเสริมเฮง 1 ใบ ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ตที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มกราคม 2563 Strategy
:: การส่งเสริมการขายในช่วงเทศกาล
(Seasonal Program)
KRUNGSRI ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) จัดงาน “กรุงศรีอยุธยา คิซูน่า เอกิเด้ง 2020” (Krungsri Ayutthaya KIZUNA Ekiden 2020) พร้อมให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชนที่ร่วมกิจกรรมวิ่งผลัดส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งกรุงศรีเป็นผู้ สนับสนุนหลักและจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา Strategy
:: การจัดกิจกรรมกีฬา
(Sport Event Marketing)
MAGKETING l 38
MOVEMENT
HAIER ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด ร่วมกับ ห้างหุ้นส่วนจ�ำกัด กิจนิยม (สมัยใหม่) ตัวแทน จ�ำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ไฮเออร์ ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี มอบกระเป๋าผ้าลดโลกร้อน ของเล่นนานาชนิดแก่เด็กๆและ เยาวชน ในกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจ�ำปี 2563 อ�ำเภอโคกส�ำโรง จังหวัดลพบุรี
Strategy
:: การจัดกิจกรรมช่วงเทศกาล
(Seasonal Event Marketing)
EUCERIN ยูเซอริน ผู้น�ำด้านผลิตภัณฑ์เวชส�ำอางความงามอันดับหนึ่งที่ได้รับความไว้วางใจและแนะน�ำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน ผิวหนังทั่วโลก เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ยูเซอริน ไฮยาลูรอน เฟิร์ส ซีรั่ม” (Eucerin Hyaluron First Serum) (ขนาด 30 มล. ราคา 1,350 บาท) ครั้งแรก! กับไฮยาลูรอนเนื้อเจลลี่ เข้มข้น 3 เท่า เอกสิทธิ์เฉพาะของยูเซอริน ช่วยเติมเต็มและล็อค ผิวให้อิ่มฟู แน่นเด้ง พร้อมลดริ้วรอยแรกเริ่ม เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สุดแอคทีฟของคนรุ่นใหม่ Strategy
:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
(New Product Development)
IKEA อิเกียจัดโปรโมชั่นค่าบริการจัดส่งราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 570 บาท ส่งตรงจากอิเกียถึงเชียงใหม่ ชลบุรีประจวบคีรีขันธ์ สุ ราษฏร์ธานี และกระบี่ (ปกติ 880 - 2000 บาท) และยังมีบริการจัดส่งสินค้าถึงเกาะลันตา เกาะสมุย และเกาะพะงันใน ราคาเพียง 2000 บาท (ปกติ 3800 บาท) ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563 Strategy
:: การลดราคาเฉพาะช่วงเวลา
THAI AIR ASIA สายการบินแอร์เอเชีย เริ่มให้บริการด้วยเครื่องบินรุ่นใหม่ แอร์บัส A321neo จ�ำนวน 236 ที่นั่ง เป็นครั้งเเรกใน ประเทศไทย ประเดิมล�ำเเรกที่บางเที่ยวบินของเส้นทาง กรุงเทพ(ดอนเมือง) สู่เชียงใหม่ เชียงราย เเละหาดใหญ่ ส่วนล�ำที่ 2 จะเริ่มบิน 18 มกราคมนี้ ในบางเที่ยวบินของเส้นทางของ ดอนเมือง สู่สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต เเละขอนเเก่น พร้อมชูจุดขายที่ นั่งเเบบใหม่ เเละสามารถชาร์ต USB ได้ทุกที่นั่ง Strategy
:: การพัฒนาบริการใหม่
(New Service Development)
MAGKETING l 39
+
หากคุณต้องการไอเดีย+จุดประกายความคิดทางธุรกิจ พร้อมกับศึกษาข้อมูลสภาวะการแข่งขันอย่างรอบด้าน
+
“แมกเก็ตติ้ง
แมกเก็ตติ้ง
(MAGKETING)”
(MAGKETING)
นิตยสารออนไลน์ด้านการตลาด (E-Magazine) ราย 2 เดือน ประเภท Free view ซึ่งน�ำเสนอข่าว ความเคลื่อนไหว ข่าวเชิงวิเคราะห์ รวมถึงข้อมูล ในรูปแบบ Database ในแวดวงธุรกิจการตลาด สามารถเลือกช่องทางการอ่านได้หลากหลาย
พร้อมเสิร์ฟฟรี ทุกที่ ทุกเวลา อ่านได้ทันทีที่
ทั้งการดาวน์โหลดนิตยสารผ่านอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ
Computer PC , MAC , Notebook หรือเปิดวิวผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อเก็บไว้ดูได้ทั้งใน
Smartphone , Phablet , Tablet , iPad