Skip to main content

โรคมาลาเรีย จาก เวบไซต์คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่

Page 1

โรคมาลาเรีย (Malaria) อะไรเปนสาเหตุของโรค โรคมีสาเหตุจากปรสิตสปอโรซัวใน genus Plasmodium กอโรคมาลาเรียในคนและสัตว เชื้อพลาสโม เดียมพบไดในสัตวเลี้ยงลูกดวยนม สัตวปก และ สัตวเลื้อยคลาน รวมพลาสโมเดียมทั้งหมดมากกวา 120 ชนิด พลาสโมเดียมที่กอโรคในคนที่สําคัญมีเพียง 4 ชนิด ไดแก Plasmodium vivax, P. ovale, P.malariae, และ P. falciparum วา “มาลาเรีย” มีตนกําเนิดมาจากในศตวรรษที่ 17 ที่มีคนเลาลือถึง “Roman Airs” แพทยและคนอิตาเลียนตางกลาววา อากาศเสียเปน สาเหตุของไข และเรียกวา mal'aria หมายถึง อากาศเสีย; ในเวลาใดเวลาหนึ่งในยุคกลางเครื่องหมาย ' หายไปกลายเปน malaria ซึ่งจริง ๆ แลวไมใชโรค แตกลาวถึงสาเหตุของโรค แตตอมาเปลี่ยนแปลงจนปจจุบันหมายถึงกลุมของโรคหรือไขที่เกิดจากปรสิตใน ตระกูลพลาสโมเดียม วงจรชีวิตเปนอยางไร วงจรชีวิตอาศัยคนและยุงกนปลอง การเจริญเติบโตของพลาสโมเดียมในยุงเปนแบบอาศัยเพศ เรียกวา “สปอ โรโกนี” ในคนเปนแบบไมอาศัยเพศ เรียกวา “ชิโซโกนี” และพลาสโมเดียมในเลือดคนยังมีการสรางเซลล เพศ เรียกวา “แกมีโตไซโตโกนี”การเจริญเติบโตของพลาสโมเดียมในคน เกิดในเซลลตับและในเซลลเม็ด เลือดแดง 1. การเจริญของเชื้อในตับ: เมื่อยุงกัดคนระยะติดตอของเชื้อในน้ําลายยุง เรียกวา สปอโรซอยต มีลักษณะ เรียวยาวคลายกระสวย ยาว 11-12 ไมโครเมตร กวางประมาณ 1 ไมโครเมตร เขาสูกระแสโลหิต และไชเขา เซลลตับ เปลี่ยนรูปรางเปนกลมรีและโตขึ้นมีการแบงนิวเคลียสเปนหลาย ๆ กอน ระยะนี้เรียกวาชิ ซอนต ตอมาเมื่อเจริญเต็มที่จะแบงแยกตัวได เมโรซอยต รูปรางกลมรีขนาด 1.5-2 ไมโครเมตร จํานวนหลาย ตัว เมโรซอยตนี้จะเขาสูเม็ดเลือดแดงตอไป การเจริญในตับกินเวลา 5-16 วัน

ยุงกนปลอง

สปอโรซอยตยอมสี


2. การเจริญเติบโตในเม็ดเลือดแดง เมโรซอยตจากเซลลตับเขาในเม็ดเลือดแดง และเติบโตระหวางการ เติบโตจะมีรูปรางเปลี่ยนไป เริ่มแรกมีรูปรางวงแหวน จึงเรียกกันทั่วไปวาระยะวงแหวน “ring form”, เมื่อ เจริญเต็มที่เรียกวาซิซอนตเต็มวัย มีเมโรซอยตเกิดเปนตัวเรียบรอยแลว จํานวนเมโรซอยตในเม็ดเลือด แดง มีจํานวน 4-24 ตัว ขึ้นกับชนิดของพลาสโมเดียม เมโรซอยตจากชิซอนตเต็มวัยออกมาในกระแสโลหิต และจะเขาเม็ดเลือดแดงตัวใหมตอไป เจริญเติบโตอีกครั้งหนึ่ง เปนวงจรซ้ํา ๆ เชนนี้ เรียกวา วงเม็ดเลือด แดง erythrocytic (ER) schizogony หรือ cycle ระยะเวลาที่ใชในแตละวงจรจะเปนทวีคูณของ 24 ชั่วโมง แลวแตชนิดของพลาสโมเดียม คือ 48 ชั่วโมง ใน P. falciparum, P. vivax, P. ovale และ 72 ชั่วโมง ใน P. malariae เมโรซอยตที่เขาเม็ดเลือดแดงบางตัวไมเขาสูการเจริญเติบโตแบงตัว แตจะกลายเปนระยะแกมีโตไซต ซึ่งมี เพศผูและเมีย เพศเมียเรียกวา แมโครแกมีโตไซต, เพศผูเรียกวาไมโครแกมีโตไซต กระบวนการสรางแกมี โตไซตเรียกวา แกมีโตไซโตโกนี

เชื้อระยะตาง ๆ ในเม็ด เลือดแดงยอมสียิมซา


การเจริญเติบโตของเชื้อพลาสโมเดียมในยุงกนปลอง ยุงกนปลองกินเลือดที่มีแกมีโตไซตเขาในกระเพาะ แมโครแกมีโตไซตกลายเปน แมโครแกมีต ซึ่ง ลักษณะทั่วไปไมเปลี่ยนไปจากเดิม สวนไมโครแกมีโตไซตเปลี่ยนสภาพไปอยางสมบูรณ โดยงอกเสน ออกมา 8 เสน แตละเสนก็คือไมโครแกมีต ขบวนการงอกเสนนี้เรียกวาexflagellation ไมโครแกมีตเขา รวมตัวกับ แมโครแกมีต กลายเปนไซโกตซึ่งตัวยาวออกคลายหนอนเคลื่อนที่ไดภายใน 18-24 ชั่วโมง เรียก ตัวนี้วา โอโอไคนีต ซึ่งจะไชผนังกระเพาะยุงสูดานนอก กลายเปน โอโอซิสต ซึ่งเติบโตจนสุดทายสรางสปอ โรซอยตมากมาย; เมื่อโอโอซิสตแตก สปอโรซอยตเขาสู ตอมน้ําลายเจริญเปนสปอโรซอยตระยะติดตอ การเจริญเติบโตของพลาสโมเดียมในยุงกินเวลาประมาณ 2 สัปดาห อาการของมาลาเรียเปนอยางไร อาการเริ่มแรกของมาลาเรียไมจําเพาะ จะเปนอาการคลายไขหวัด เชน มีไข ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตาม ตัว ไอ แตสักระยะหนึ่งที่เชื้อแตละตัวแบงตัวสอดคลองกันดีแลว ผูปวยจะมีไขเปนชวงระยะอยางสม่ําเสมอ แตละชวงเรียกวาแพร็อกซิซึม (paroxysm) ซึ่งแบงเปน 3 ระยะ ไดแก: (1) ระยะหนาวสั่น: ผูปวยมีอุณหภูมิรางกายลดลง มีอาการหนาวสั่น กินเวลา 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง (2) ระยะ ไขตัวรอน: ผูปวยมีไขสูง 40-41 เซลเซียส เปนเวลา 1-4 ชั่วโมง (3) ระยะออกเหงื่อ กินเวลานาน 1-2 ชั่วโมง จากนั้นอุณหภูมิรางกายปกติ เปนชวงปราศจากไข (apyrexia) จากนี้แลว paroxysm เกิดใหม เปนเชนนี้ เรื่อยไป สําหรับ P. vivax และ P. ovale นั้น ทําใหมีไขทุก ๆ 48 ชั่วโมง หรือเรียกวามีไขวันเวนวัน สวน P. malariae นั้น ทําใหมไี ขวันเวนสองวัน ไขกลับ หลังเปนไขครั้งแรกจนหายจากอาการของมาลาเรียดีแลว อาจเปนไขมาลาเรียอีกครั้งหนึ่ง ทั้งที่ไมถูกยุงกัด ปรากฏการณนี้ เรียกวา ไขกลับ (relapse) ซึ่งมี สาเหตุจาก เชื้อที่กบดานอยูในตับ หรือ เกิดจากการมีเชื้อหลงเหลืออยูในกระแสโลหิต แตมีระดับต่ํากวาการตรวจฟลม เลือดจะสามารถตรวจพบได มาลาเรียที่มีอาการรุนแรงและมีภาวะแทรกซอน (severe and complicated malaria) โดยมากเกิดจาก P. falciparum มักเกิดในเด็ก แตอาจเกิดกับผูใหญไดดวยโดยเฉพาะนักทองเที่ยวที่ ไมมีภูมิตานทานตอมาลาเรียเลย อาการมีอยางใดอยางหนึ่งดังนี้: (1) มาลาเรียขึ้นสมอง (2) โลหิตจางอยาง รุนแรง ซึ่งเปนสาเหตุการตายที่สําคัญในเด็ก, (3) ไตวาย (4) ปอดบวมน้ํา (5) น้ําตาลในเลือดต่ํา (6) ระบบ ไหลเวียนโลหิตลมเหลวหรือช็อค มีความดันโลหิตต่ํา ตัวเย็น, (7) เลือดออกตามเหงื่อ จมูก ฯลฯ (8) ชัก (9) เลือดเปนกรด (10) ปสสาวะดํา

อัตราเสียชีวิตของเด็กที่เปนมาลาเรียขึ้นสมองอยูระหวาง 10-40% สวนใหญจะเสียชีวิต ในชวง 24 ชั่วโมง แรกของการรักษา


พบโรคที่ใดบาง มาลาเรียพบไดถึงละติจูดที่ 64 องศาเหนือถึง 32 องศาใต พบทั้งเขตรอนและเขตอบอุน โดยทั่วไปพบความ ชุกของเชื้อสูงเรียงตามลําดับดังนี้ P. falciparum, P. vivax, P. malariae, P. ovaleมาลาเรียพบไดในกวา 100

ประเทศ แตกวารอยละ 90 ของผูปวยอยูในแอฟริกา มีผูเสียชีวิตประมาณปละลานคนในประเทศไทยพบโรค ชุกชุมแถวชายแดนเนื่องจากสภาพพื้นที่เปนปาและมีการเดินทางขามไปมาของเพื่อนบานซึ่งติดเชื้อ

โรคมาลาเรียแพรโดยวิธีใด การแพรโรคมาลาเรีย อาจเกิดโดย (1) การแพรในธรรมชาติ (natural transmission) เกิดจากการถูกยุงกัด เปน วิธีหลัก (2) การแพรโดยบังเอิญ (accidental transmission) เชน การถายเลือด, การใชเข็มฉีดยารวมกันในผู เสพยาเสพติด (3) การแพรผานทางรก (congenital transmission) พบนอยมาก (4) การแพรโดย เจตนา (deliberate transmission) เชน ใชมาลาเรียรักษาโรคซิฟลิส โดยเอาเลือดจากผูปวยมาลาเรียใหแก ผูปวยเปนซิฟลิสขึ้นสมอง


ปองกันและควบคุมโรคอยางไร (1) ปองกันไมใหยุงกัดโดยนอนในมุงหรือมุงชุบน้ํายากันยุง หรือทาสารกันยุง (2) ทําลายแหลงแพร ยุง เชนที่น้ําขัง (3) หลีกเลี่ยงการเขาไปในพื้นที่มีมีการแพรโรคสูง หากจําเปนอาจกินยาปองกันกอนเขาไป ในพื้นที่ และเมื่อออกมาแลวตรวจเลือดหาเชื้อ (4) แรงงานหรือกลุมคนที่เคลื่อนยายมาจากประเทศเพื่อนบานตองไดรับการตรวจหาเชื้อและถาพบ ตองรักษา

จะวินิจฉัยโรคมาลาเรียไดโดยวิธีใด โดยทั่วไปทําไดโดยการตรวจเลือดหาเชื้อภายใตกลองจุลทรรศน การตรวจแบบนี้ตองยอมสีเลือดใหเห็นตัว เชื้อ วิธีที่ยังยอมรับกันวาเปนวิธีมาตรฐานเพื่อวินิจฉัยโรคมาลาเรีย คือการตรวจดูฟลมเลือดที่ยอมสียิมซา (Giemsa) อีกวิธีหนึ่งคืออาศัยชุดตรวจหาแอนติเจนของเชื้อซึ่งมีจําหนายแตราคาคอนขางแพง เพียงหยดเลือด ลงในแผนที่เตรียมมาใหแลวดูแถบสีที่เกิดขึ้นก็จะบอกไดวาเปนโรคหรือไม เปนวิธีที่สะดวกและรวดเร็ว รักษาอยางไร มียาฆาเชื้อพลาสโมเดียมทั้งในตับหรือในเม็ดเลือดแดง ยาที่ใชในการรักษาไขมาลาเรียมีหลายขนาน เชน คลอโรควิน เมโฟลควิน อารทีเมเทอร เตตราชัยคลิน เปนตน การใหยาขนานใดขึ้นกับปจจัยหลายอยาง เชน ชนิดของเชื้อ เชื้อดื้อยา ระยะของโรค ความรุนแรงของโรค จึงตองปรึกษาแพทย ผูปวยมาลาเรียชนิดรุนแรง ตองใหการรักษาพยาบาลอยางอื่นเสริมดวย


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook