พระราชดำรัส (๑) ในโอกาสที่ประธานศาลปกครองสูงสุด (๒) นำตุลาการศาลปกครองชั้นตน ตำแหนงตุลาการศาลปกครองกลาง เขาเฝาฯ ถวายสัตยปฏิญาณกอนเขารับหนาที่ ณ หองประชุมสมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ชั้น ๑๔ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช วันจันทรที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๕ ข า พเจ า ยิ น ดี ที่ ไ ด ฟ ง ท า นผู ที่ จ ะต อ งปฏิ บั ติ ห น า ที่ เพื่ อ ความเรี ย บร อ ยของประเทศชาติ ไ ด ก ล า วคำปฏิ ญ าณ อย า งเข ม แข็ ง และแน ว แน ที่ จ ะปฏิ บั ติ ง านสำคั ญ ของท า น ซึ่ ง สำคั ญ ที่ ข า ราชการผู ใ หญ ไ ด ป ฏิ บั ติ ง านเพื่ อ ความมั่ น คง ของประเทศ ถาหากวาขาราชการชั้นผูใหญทำหนาที่ แสดงวา ผูใหญเขมแข็ง ผูนอยก็จะตองทำตาม ผูนอยจะตองเกรงความ เข ม แข็ ง ของผู ใ หญ ฉะนั้ น ถ า ท า นปฏิ บั ติ อ ย า งเคร ง ครั ด ตามคำปฏิญาณที่ทานไดกลาวนี้ ก็เชื่อไดวา ประเทศชาติจะมี การปกครองที่ เข ม แข็ ง และเมื่ อ มี ก ารปกครองที่ เข ม แข็ ง ประชาชนก็มีความมั่นใจ วาประเทศชาติจะอยูได ไปได ก็ขอใหทานทำตามคำปฏิญาณอยางเครงครัด และก็ ถื อ ว า ท า นเป น หลั ก ของประเทศชาติ อ ย า งสำคั ญ ถ า ปฏิ บั ติ ดีชอบ ทานก็เทากับเปนผูที่ไดสรางประเทศชาติ ถาละเลย ตอคำปฏิญาณก็เปนอันวา เปนสิ่งที่รายตอสวนรวม ฉะนั้น ก็ขอใหทา นไดปฏิบตั ติ ามทีท่ า นไดกลาวอยางเครงครัดและถือเปน คำพูดที่เปนการตั้งใจที่มั่นคง ที่สำคัญ ที่จะทำใหบานเมือง อยูเย็นเปนสุขได ประชาชนมีความมั่นใจวาประเทศชาติอยูได (๑) เรียบเรียงขึ้นตามที่ไดบันทึกพระสุรเสียงไว (๒) นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล
ถ า เขามี ค วามมั่ น ใจแล ว ก็ เชื่ อ ว า ทุ ก คนจะต อ งร ว มมื อ กั น สรางความปกแผนของประเทศชาติ ก็ขอใหทา นไดมคี วามสำเร็จ ในการปฏิบัติ ทำใหประเทศชาติมีความมั่นคง การปฏิ บั ติ ถู ก ต อ ง จะนำความสุ ข ความก า วหน า ต อ ประเทศชาติ รวมทั้ ง ตั ว ท า นเองซึ่ ง เป น ส ว นสำคั ญ ของ ประเทศชาติ ถ า ท า นทำดี มี ค วามสำคั ญ มาก จึ ง ต อ งไม ผิ ด พลาดในงานการของท า น ขอให ส ำเร็ จ ในกิ จ การต า งๆ ที่จะไดรับมอบหมาย และจะตองปฏิบัติอยางเครงครัดที่สุด ในเวลาเดี ย วกั น ก็ ใ ห ท า นมี ค วามสำเร็ จ ในงานการ เพราะวาความสำเร็จของทาน ก็คอื ความสำเร็จของประเทศชาติ ความสำเร็จของประชาชนทัว่ ไป ประชาชนทัว่ ไปก็จะมีความสงบสุข ซึ่งมาจากความเขมแข็งของทาน ขอทานรักษาความเขมแข็งไว โดยดี ใหทุกสิ่งทุกอยางมั่นคงกาวหนาและมีความปลอดภัย ก็ขอใหทา นปฏิบตั หิ นาทีโ่ ดยเครงครัด ทำใหประเทศชาติ ก า วหน า เข ม แข็ ง และมี ค วามสุ ข ท า นเองก็ จ ะมี ค วามสุ ข ในงานการ หมายความวาทุกคนจะมีความสำคัญความสำเร็จ ในชีวิต เปนเกียรติแกทาน เปนเกียรติแกบานเมือง
สารบัญ สวนนำ หนา ตราสัญลักษณศาลปกครอง .................................................................................................................................๘ ................................................................................๘ ...............................................................................๑๐๐ สารจากประธานศาลปกครองสูงสุด .................................................................................................................๑๐ สารจากเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ........................................................................................................๑๒ ................................................................................๑๑๒ ภาพผูบริหารศาลปกครองและภาพผูบริหารสำนักงานศาลปกครอง กครอง .................................. ................................................................๑๔ .....................................๑๑๔ โครงสรางและอำนาจหนาที่ของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง หนา โครงสรางและอำนาจหนาที่ของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง .......................................................๒๔ แผนยุทธศาสตรศาลปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๔ - ๒๕๕๗ .....................................................................๓๕ ผลการดำเนินงานของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง หนา ยุทธศาสตรที่ ๑ พัฒนาการอำนวยความยุติธรรมทางปกครองใหเปนที่เชื่อมั่นแกสังคมไทย .........................๔๐ ยุทธศาสตรที่ ๒ พัฒนาหลักกฎหมายและองคความรูเพื่อใหเปนศูนยกลางวิชาการ ดานกฎหมายมหาชนที่เปนที่ยอมรับ...................................................................................๕๘ ยุทธศาสตรที่ ๓ คุมครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและเสริมสรางการปฏิบัติราชการที่ดี ใหแกหนวยงานทางปกครองและเจาหนาที่ของรัฐ ..............................................................๖๑ ยุทธศาสตรที่ ๔ พัฒนาระบบบริหารทรัพยากรมนุษยเพื่อมุงสูองคการที่มีขีดสมรรถนะสูง ..........................๖๔ ยุทธศาสตรที่ ๕ พัฒนาระบบบริหารจัดการองคการเพื่อเอื้อตอการปฏิบัติภารกิจของศาลปกครอง ............๖๙ สภาพปญหาและขอจำกัดในการดำเนินงานของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง หนา สภาพปญหาและขอจำกัดในการดำเนินงานของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง ...............................๗๔ การจัดตั้งแผนกคดีสิ่งแวดลอมในศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองชั้นตน หนา การจัดตั้งแผนกคดีสิ่งแวดลอมในศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองชั้นตน...................................................๘๐
กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล หน้า เฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔...................................................................................๘๔ วิชาการคดีปกครอง หน้า คำพิพากษาและคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่น่าสนใจ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๔.......................................................๙๐ รายงานการวิเคราะห์เหตุแห่งการฟ้องคดีปกครอง ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๔...................................................๑๒๐ รายงานสรุปแนวทางการปฏิบัติราชการจากคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๔..........๑๓๘
รายงานการเงิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ หน้า งบแสดงฐานะการเงิน....................................................................................................................................๑๖๒ งบรายได้และค่าใช้จ่าย...................................................................................................................................๑๖๔ หมายเหตุประกอบงบการเงิน........................................................................................................................๑๖๕ การวิเคราะห์ทางการเงิน...............................................................................................................................๑๘๐
ทำเนียบบุคลากร หน้า รายชื่อตุลาการในศาลปกครองสูงสุด.............................................................................................................๑๙๖ รายชื่อตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น............................................................................................................๑๙๗ รายชื่อผู้บริหารสำนักงานศาลปกครอง..........................................................................................................๒๐๖
สวนนำ ตราสัญลักษณศาลปกครอง สารจากประธานศาลปกครองสูงสุด สารจากเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ภาพผูบริหารศาลปกครองและภาพผูบริหารสำนักงานศาลปกครอง
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
ตราสัญลักษณศาลปกครอง
8
ศาลปกครองและสำนั ก งาน ศาลปกครองไดรับพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจาอยูห วั ภูมพิ ล อดุ ล ยเดช พระราชทานพระบรม ราชานุ ญ าตให อั ญ เชิ ญ “พระคทา จอมทั พ ” ซึ่ ง เป น พระคทาประจำ พระองค ไปประกอบเป น ส ว นหนึ่ ง ของสั ญ ลั ก ษณ ศ าลปกครองและ สำนั ก งานศาลปกครอง เพื่ อ เป น การ เทิ ด พระเกี ย รติ ย ศของพระบาทสมเด็ จ พระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชใหสถิตสถาพร ตลอดไป โดยประกอบเปนแกนกลางดุลพาหประดิษฐาน บนพานมีชอชัยพฤกษอยูดานลางภายในขอบวงรี ซึ่งมี ความหมายของตราสัญลักษณ ดังนี้ วงรี มาจากวงกลมที่ รี เ ป น รู ป ไข หมายถึ ง วงกลมที่มีการเคลื่อนไหว หมุนไปตลอดเวลา เปนการ พัฒนาการอยางไมหยุดนิ่ง มีความกาวหนาอยูเสมอ ดุ ล พาหดุ ล หรื อ ตาชั่ ง เป น เครื่ อ งหมายวั ด หาความเสมอกั น หมายถึ ง การสมดุ ล เสมอภาค มีความเปนธรรม และไมเอนเอียงแกฝายใด พระคทาจอมทัพ เปนพระคทาประจำพระองค ในพระบาทสมเด็ จ พระเจ า อยู หั ว ภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช เปนเครื่องหมายแสดงวาศาลปกครองและสำนักงาน ศาลปกครองไดจัดตั้งขึ้นสำเร็จในรัชกาลของพระบาท สมเด็ จ พระเจ า อยู หั ว ภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช เพื่ อ ให ค วาม ยุตธิ รรมแกประชาชนในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย
กับทัง้ เปนมิง่ ขวัญ เครือ่ งเตือนใจใหตลุ าการศาลปกครอง และขาราชการฝายศาลปกครองปฏิบัติหนาที่ใหบรรลุ เจตนารมณในการจัดตั้งศาลปกครอง พาน ใช ส ำหรั บ อั ญ เชิ ญ สิ่ ง สำคั ญ ซึ่ ง ได แ ก การอัญเชิญพระคทาจอมทัพซึ่งเปนพระคทาประจำ พระองค ใ นพระบาทสมเด็ จ พระเจ า อยู หั ว ภู มิ พ ล อดุลยเดช ช อ ชั ย พฤกษ เป น ช อ ใบไม ใช ส วมหั ว เมื่ อ มี ชัยชนะ หมายถึง ความมีชัยชนะในการคิดและการ ดำเนินการแหงสรรพกิจทั้งปวงของศาลปกครองและ สำนักงานศาลปกครอง
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
สารจาก
ประธานศาลปกครองสูงสุด
10
ศาลปกครองเปดทำการมาตัง้ แต วันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๔ ทำหน า ที่ ใ นการตรวจสอบการใช อ ำนาจรั ฐ และแกไขปญหาความไมเปนธรรมในการตอสูข องคูค วาม หรือคูกรณีในคดีปกครอง ซึ่งเปนขอพิพาทที่เกิดจาก การใช อ ำนาจทางปกครองหรื อ การดำเนิ น การ ทางปกครองโดยไม ช อบด ว ยกฎหมายของฝ า ยรั ฐ หรื อ กรณี ที่ ฝ า ยรั ฐ ละเลยล า ช า ในการปฏิ บั ติ ห น า ที่ ตามที่กฎหมายกำหนด โดยปกติคูกรณีในคดีปกครอง จะอยู ใ นสถานะที่ ไ ม เ ท า เที ย มกั น ผู ที่ เ ป น คู ก รณี กั บ ฝ า ยปกครองจะเป น ฝ า ยเสี ย เปรี ย บในการต อ สู ค ดี เพราะเอกสารหลั ก ฐานสำคั ญ ส ว นใหญ จ ะอยู กั บ ฝายปกครอง ดังนั้นการที่ศาลปกครองใชระบบไตสวน โดยตุลาการผูชำนาญการในการไตสวน จึงสามารถ แกปญหาดังกลาวได เนื่องจากศาลปกครองมีบทบาท สำคัญในการแสวงหาขอเท็จจริงและพยานหลักฐานตางๆ ที่จะไมถูกจำกัดอยูเฉพาะเทาที่คูกรณียื่นเสนอตอศาล เทานั้น แตยังสามารถเรียกคูกรณีมาไตสวนหรือเรียก เอกสารหลักฐานตางๆ จากฝายปกครอง หรือออกเดิน เผชิญสืบ เพื่อใหไดขอเท็จจริงที่จำเปนตอการพิจารณา คดีไดอีกดวย นอกจากนี้ศาลปกครองยังมีระบบถวงดุล การใชอำนาจระหวางตุลาการดวยกันเอง ดวยการกำหนด ใหมีตุลาการผูแถลงคดีซึ่งเปนตุลาการนอกองคคณะ ทำหน า ที่ ศึ ก ษาข อ เท็ จ จริ ง และข อ กฎหมายในคดี ทั้งหมดแลวจัดทำคำแถลงการณเสนอตอองคคณะวา หากตนเปนผูพ จิ ารณาตัดสินคดีนนั้ ตนจะมีคำพิพากษา อย า งไร ซึ่ ง คำแถลงการณ นี้ จ ะไม มี ผ ลต อ คดี แต จ ะ ทำให ก ารวิ นิ จ ฉั ย คดี ข ององค ค ณะมี ค วามรอบคอบ มี เ หตุ ผ ลที่ มี ค วามหนั ก แน น และน า เชื่ อ ถื อ ยิ่ ง ขึ้ น นอกจากนี้การฟองคดีปกครองยังเนนความเรียบงาย ผู ฟ อ งคดี ส ามารถยื่ น คำฟ อ งด ว ยตนเองหรื อ ส ง ทาง ไปรษณียลงทะเบียน และไมตองเสียคาธรรมเนียมศาล เว น แต เ ป น การฟ อ งคดี ที่ ข อให ศ าลสั่ ง ให ใช เ งิ น หรื อ
ส ง มอบทรั พ ย สิ น ในคดี พิ พ าทเกี่ ย วกั บ การละเมิ ด ของฝ า ยปกครองหรื อ คดี พิ พ าทเกี่ ย วกั บ สั ญ ญา ทางปกครอง อีกทัง้ กฎหมายมิไดบงั คับใหตอ งมีทนายความ แตอยางใด ป พ.ศ. ๒๕๕๔ ศาลปกครองพิ จ ารณาคดี แล ว เสร็ จ จำนวน ๖,๖๙๑ คดี ในจำนวนนี้ เ ป น คดี ทีร่ บั เขาในป พ.ศ. ๒๕๕๔ จำนวน ๒,๒๑๐ คดี และเปน คดีรบั เขาตัง้ แตป พ.ศ. ๒๕๕๓ ลงไปจำนวน ๔,๔๘๑ คดี ซึ่งตองถือวาเปนปที่ศาลปกครองพิจารณาคดีแลวเสร็จ ไดมากที่สุดตั้งแตเปดทำการศาลปกครองมา นอกจาก ผลการดำเนินงานดานการพิจารณาพิพากษาคดีแลว ศาลปกครองยังมีงานสำคัญๆ ทีด่ ำเนินการเปนผลสำเร็จ อีกหลายเรื่อง เชน การเปดทำการแผนกคดีสิ่งแวดลอม ขึ้ น ในศาลปกครองสู ง สุ ด ศาลปกครองกลาง และ ศาลปกครองในภูมิภาคพรอมกันทุกแหงทั่วประเทศ เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๔ เพื่อใหคดีดานสิ่งแวดลอม ไดรับการดูแลเปนพิเศษจากตุลาการที่มีความเชี่ยวชาญ เฉพาะด า น ซึ่ ง จะช ว ยให ก ารพิ จ ารณาพิ พ ากษาคดี สิ่ ง แวดล อ มแล ว เสร็ จ โดยเร็ ว และทั น ต อ การเยี ย วยา ความเดือดรอนของคูกรณี นอกจากนี้ยังมีการแตงตั้ง โฆษกศาลปกครองเพื่ อ เป น สื่ อ กลางในการทำความ เขาใจทีถ่ กู ตองในแนวทางการวินจิ ฉัยและการดำเนินงาน ตางๆ ของศาลปกครองใหแกประชาชน อีกทั้งมีการ จั ด ตั้ ง หน ว ยบั ง คั บ คดี ป กครองขึ้ น ในศาลปกครอง ภู มิ ภ าคทุ ก แห ง เพื่ อ ช ว ยให ก ารบั ง คั บ คดี ป กครอง ในระดับภูมิภาครวดเร็วและมีประสิทธิภาพขึ้น และ เพื่อเปนการเพิ่มชองทางการใหบริการแกประชาชนให มากขึ้น ศาลปกครองยั ง ได เ ป ด ทำการศาลปกครอง ในภูมภิ าคเพิม่ อีก ๑ แหง ไดแก ศาลปกครองอุบลราชธานี รวมทั้ ง ดำเนิ น ภารกิ จ เสริ ม สร า งความรู ค วามเข า ใจ ที่ ถู ก ต อ ง เ กี่ ย ว กั บ ก า ร คุ ม ค ร อ ง สิ ท ธิ เ ส รี ภ า พ ในกระบวนการยุ ติ ธ รรมทางปกครองแก ป ระชาชน
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
หน ว ยงานและบุ ค ลากรของรั ฐ อย า งทั่ ว ถึ ง ผ า นการ จั ด กิ จ กรรมที่ ห ลากหลาย เช น การจั ด โครงการ ศาลปกครองพบประชาชนและเสริ ม สร า งเครื อ ข า ย สือ่ มวลชนในภูมภิ าค การจัดทำและเผยแพรองคความรู เกีย่ วกับหลักกฎหมายปกครอง ตลอดจนจัดทำคำพิพากษา และคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่นาสนใจ รายงานการ วิเคราะหเหตุแหงการฟองคดี และรายงานสรุปแนวทาง การปฏิบตั ริ าชการจากคำวินจิ ฉัยของศาลปกครองสูงสุด เพื่ อ ใช เ ป น คู มื อ หรื อ แนวทางในการปฏิ บั ติ ง านให แ ก เจาหนาที่ของรัฐ จากผลการดำเนิ น งานที่ ป รากฏในรายงาน การปฏิ บั ติ ง านของศาลปกครองและสำนั ก งาน ศาลปกครอง ประจำป ๒๕๕๔ และจากการสำรวจ ความเชื่ อ มั่ น ของประชาชนที่ มี ต อ การอำนวย ความยุติธรรมของศาลปกครองประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พบวา ประชาชนมีความเชื่อมั่นตอการ อำนวยความยุ ติ ธ รรมของศาลปกครองอยู ที่ ร ะดั บ เชื่อมั่นและเชื่อมั่นมากรอยละ ๙๑ สูงกวาปที่ผานมา ร อ ยละ ๒.๓๐ ซึ่ ง น า จะเป น เครื่ อ งยื น ยั น ให เ ห็ น ถึ ง ความมุงมั่นตั้งใจในการทำหนาที่อำนวยความยุติธรรม ทางปกครองของศาลปกครองไดเปนอยางดี สุ ด ท า ยนี้ ในนามของตุ ล าการศาลปกครอง ข า ราชการและเจ า หน า ที่ ทุ ก คนของสำนั ก งาน ศาลปกครอง ขอขอบคุณผูที่มีสวนเกี่ยวของทุกฝาย ที่ เ ป น กำลั ง ใจและให ก ารสนั บ สนุ น การทำงาน ของศาลปกครองมาโดยตลอด และขอตั้งปณิธานวา จะปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตย กลาหาญ เสียสละ เพื่อใหการพิจารณาพิพากษาคดีปกครองเปนไปดวย ความรวดเร็ว เปนธรรม มีเหตุผล และเปนที่ยอมรับ ของคูค วามหรือคูก รณี ตลอดจนจะนำขอเสนอแนะทีไ่ ด จากประชาชน สือ่ มวลชน และนักวิชาการ ไปปรับปรุง การปฏิบัติงานและการใหบริการของศาลปกครองใหมี
ประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อธำรงไวซึ่งความเชื่อมั่นตอ การอำนวยความยุติธรรมทางปกครองของไทยตลอดไป
นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด 11
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
สารจาก
เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง
สำนักงานศาลปกครองเปนสวนราชการ ที่ เ ป น หน ว ยงานอิ ส ระตามรั ฐ ธรรมนู ญ มี ฐ านะ เปนนิติบุคคล กอตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิ ธี พิ จ ารณาคดี ป กครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เมื่ อ วั น ที่ ๑๑ ตุ ล าคม ๒๕๔๒ ทำหน า ที่ ส นั บ สนุ น การทำงานของศาลปกครอง ในฐานะหนวยธุรการ ซึ่งดำเนินงานมาเปนระยะ เวลากว า ๑๑ ป ท า มกลางสภาพแวดล อ มของ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยางรวดเร็ว สงผลให สำนั ก งานศาลปกครองต อ งพั ฒ นาและปฏิ รู ป ระบบการทำงานให ส อดคล อ งกั บ บริ บ ทต า งๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อใหสามารถใหการสนับสนุน การทำงานของศาลปกครองไดอยางมีประสิทธิภาพ ในป พ.ศ. ๒๕๕๔ สำนักงานศาลปกครอง ได ส นั บ สนุ น การปฏิ บั ติ ง านของศาลปกครอง อยางเต็มที่ จนทำใหศาลปกครองสามารถพิจารณาคดี แล ว เสร็ จ ได เ ป น จำนวนมาก ซึ่ ง ในจำนวนคดี ที่ พิจารณาแลวเสร็จในป พ.ศ. ๒๕๕๔ เปนคดีที่คาง การพิจารณาเกินกรอบเวลามาตรฐานเปนจำนวน มากเชนเดียวกัน นอกจากการสนับสนุนงานดาน การพิ จ ารณาคดี ใ ห กั บ ศาลปกครองแล ว ยั ง มี งานสำคั ญ ๆ อื่ น ๆ อาทิ การสนั บ สนุ น การเป ด ทำการศาลปกครองอุบลราชธานี เพิ่มอีก ๙ แหง และการจัดตั้งแผนกคดีสิ่งแวดลอมในศาลปกครอง สู ง สุ ด และศาลปกครองชั้ น ต น ทั่ ว ประเทศและ 12
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
การจั ด ตั้ ง หน ว ยบั ง คั บ คดี ใ นศาลปกครองในภู มิ ภ าค การสนับสนุนการปฏิบตั งิ านของโฆษกประจำศาลปกครอง การเสริ ม สร า งความรู ค วามเข า ใจที่ ถู ก ต อ งเกี่ ย วกั บ กฎหมายปกครองและการดำเนินงานของศาลปกครอง ให แ ก ป ระชาชนและสื่ อ มวลชนผ า นการจั ด กิ จ กรรม ที่หลากหลาย การจัดทำและเผยแพรองคความรูใหกับ ประชาชน หนวยงานทางปกครอง การจัดทำและเปด พิพิธภัณฑศาลปกครองเพื่อใหเปนแหลงเรียนรูสำหรับ ประชาชนเกี่ยวกับศาลปกครองที่สมบูรณและทันสมัย ตลอดจนการเป ด หลั ก สู ต รอบรมทั้ ง ระยะสั้ น และ ระยะยาวเพือ่ เสริมสรางเครือขายการยุตธิ รรมทางปกครอง และประสานความรวมมือในการทำงานกับทุกภาคสวน ในนามของสำนักงานศาลปกครอง ขอขอบคุณ คณะผูบริหาร ขาราชการ และบุคลากรของสำนักงาน
ศาลปกครองทุกคน ที่อุทิศแรงกาย แรงใจ และตั้งใจ ปฏิบัติภารกิจของสำนักงานศาลปกครองใหสำเร็จลุลวง ไปได ด ว ยดี รวมทั้ ง ร ว มกั น ผลั ก ดั น การทำงานของ ศาลปกครองให บ รรลุ ผ ลสำเร็ จ บั ง เกิ ด ประโยชน ตอประชาชน ตอสังคมโดยรวม และขอตั้งปณิธานวา จะทุมเททำงานอยางกลาหาญ เสียสละ และทำตัวเปน แบบอยางที่ดีใหกับคนในองคกร และพรอมจะรับฟง ความคิดเห็นทั้งจากบุคลากรภายในและจากสาธารณะ เพื่อนำขอคิดเห็นดังกลาวมาปรับเพิ่มสมรรถนะในการ บริหารจัดการงานภายในสำนักงานศาลปกครองใหมี ประสิทธิภาพยิ่งๆ ขึ้น เพื่อธำรงไวซึ่งความเชื่อมั่นของ ประชาชนตอการอำนวยความยุติธรรมทางปกครอง ของศาลปกครอง ดั ง คำที่ ว า “เชื่ อ มั่ น กั น และกั น เชื่อมั่นศาลปกครอง”
นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง
13
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
ผูบริหารศาลปกครองสูงสุด
นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด
นายเกษม คมสัตยธรรม รองประธานศาลปกครองสูงสุด 14
นายวิชัย ชื่นชมพนท ชมพูนุท รองประธานศาลปกครองสูงสุด
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด
แถวนั่ง คนที่ ๔ จากซาย นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด คนที่ ๓ จากซาย นายเกษม คมสัตยธรรม รองประธานศาลปกครองสูงสุด คนที่ ๕ จากซาย นายวิชัย ชื่นชมพูนุท รองประธานศาลปกครองสูงสุด คนที่ ๑ จากซาย นายไพบูลย เสียงกอง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองสูงสุด คนที่ ๒ จากซาย นายปรีชา ชวลิตธำรง* ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองสูงสุด คนที่ ๖ จากซาย นายชาญชัย แสวงศักดิ์ ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองสูงสุด คนที่ ๗ จากซาย นายวรพจน วิศรุตพิชญ ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองสูงสุด แถวยืน คนที่ ๑ จากซาย นายนพดล เฮงเจริญ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด คนที่ ๒ จากซาย นายวราวุธ ศิริยุทธวัฒนา ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
(ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔)
คนที่ ๓ จากซาย นายมนูญ ปุญญกริยากร ตุลาการศาลปกครองสูงสุด คนที่ ๔ จากซาย นายสุชาติ มงคลเลิศลพ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด คนที่ ๕ จากซาย นายสมชาย งามวงศชน ตุลาการศาลปกครองสูงสุด คนที่ ๖ จากซาย นายประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด คนที่ ๗ จากซาย นางมณีวรรณ พรหมนอย ตุลาการศาลปกครองสูงสุด คนที่ ๘ จากซาย นายวิษณุ วรัญู ตุลาการศาลปกครองสูงสุด คนที่ ๙ จากซาย นายวรวิทย กังศศิเทียม ตุลาการศาลปกครองสูงสุด คนที่ ๑๐ จากซาย นายพรชัย มนัสศิริเพ็ญ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด คนที่ ๑๑ จากซาย นายสุเมธ รอยกุลเจริญ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด คนที่ ๑๒ จากซาย นายสมรรถชัย วิศาลาภรณ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
* พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหนายปรีชา ชวลิตธำรง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองสูงสุด พนจาก ตำแหนง เนื่องจากมีอายุครบ ๗๐ ปบริบูรณ เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๔ โดยใหมีผลตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ เปนตนไป 15
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
ผูบริหารศาลปกครองชั้นตน (ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔)
ศาลปกครองกลาง
นายฤทัย หงสสิริ อธิบดีศาลปกครองกลาง
นายไชยวัฒน ธำรงศรีสุข รองอธิบดีศาลปกครองกลาง 16
นายกมล สกลเดชา รองอธิบดีศาลปกครองกลาง
นายชูพงศ เศวตจินดา รองอธิบดีศาลปกครองกลาง
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ผูบริหารศาลปกครองชั้นตน (ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔)
ศาลปกครองขอนแกน
ศาลปกครองเชียงใหม
ศาลปกครองนครราชสีมา
นายประสาท พงษสุวรรณ อธิบดีศาลปกครองขอนแกน
นายดำริห สุตเตมีย อธิบดีศาลปกครองเชียงใหม
นางสายสุดา เศรษฐบุตร อธิบดีศาลปกครองนครราชสีมา
นายประสาน บางประสิทธิ์ รองอธิบดีศาลปกครองขอนแกน
นายบุญอนันต วรรณพานิชย รองอธิบดีศาลปกครองเชียงใหม
นางศิริวรรณ จุลโพธิ์ รองอธิบดีศาลปกครองนครราชสีมา 17
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
ผูบริหารศาลปกครองชั้นตน (ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔)
ศาลปกครองนครศรีธรรมราช
18
ศาลปกครองพิษณุโลก
ศาลปกครองระยอง
นายพัลลภ รัตนจันทรา อธิบดีศาลปกครองนครศรีธรรมราช
นาวาเอก วุฒิ มีชวย อธิบดีศาลปกครองพิษณุโลก
นางปานตา ศิริวัฒน อธิบดีศาลปกครองระยอง
นายถาวร เกียรติทับทิว รองอธิบดีศาลปกครองนครศรีธรรมราช
นายสมชาย เอมโอช รองอธิบดีศาลปกครองพิษณุโลก
นายประทีป วรนิติ รองอธิบดีศาลปกครองระยอง
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ผูบริหารศาลปกครองชั้นตน (ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔)
ศาลปกครองสงขลา
ศาลปกครองอุดรธานี
ศาลปกครองอุบลราชธานี
นายอำพน เจริญชีวินทร อธิบดีศาลปกครองสงขลา
นายกิตดนัย ธรมธัช อธิบดีศาลปกครองอุดรธานี
นางสุกัญญา นาชัยเวียง อธิบดีศาลปกครองอุบลราชธานี
นายโสภณ บุญกูล รองอธิบดีศาลปกครองสงขลา
นายจักริน วงศกุลฤดี รองอธิบดีศาลปกครองอุดรธานี
นายประวิทย เอื้อนิรันดร รองอธิบดีศาลปกครองอุบลราชธานี 19
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
ผูบริหารศาลปกครองชั้นตน (ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔)
นายไกรรัช เงยวิจิตร รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง รักษาการในตำแหนง เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง
นางกาญจนารัตน ลีวิโรจน รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง 20
นายสุรพันธ บุรานนท รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง
นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม* รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง
* พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ แตงตั้งใหนายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ดำรงตำแหนงเลขาธิการสำนักงาน ศาลปกครอง เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๕ โดยใหมีผลตั้งแตวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๕ เปนตนไป
โครงสรางและอำนาจหนาทีข่ องศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครอง โครงสรางและอำนาจหนาที่ของศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครอง แผนยุทธศาสตรศาลปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๔ - ๒๕๕๗
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
โครงสรางและอำนาจหนาที่ ของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง
ศาลปกครอง ศาลปกครองเปนองคกรฝายตุลาการทีม่ อี ำนาจ หน า ที่ พิ จ ารณาพิ พ ากษาคดี ป กครอง ซึ่ ง หมายถึ ง คดี พิ พ าทระหว า งหน ว ยงานของรั ฐ หรื อ เจ า หน า ที่ ของรั ฐ กั บ เอกชน และข อ พิ พ าทระหว า งหน ว ยงาน ของรัฐหรือเจาหนาที่ของรัฐดวยกันเอง โดยที่ขอพิพาท เหลานั้นเกิดจากการที่หนวยงานของรัฐหรือเจาหนาที่ ของรัฐกระทำการโดยไมชอบดวยกฎหมาย หรือละเลย ตอหนาที่หรือปฏิบัติหนาที่ลาชาเกินสมควร หรือเปน คดีอันเนื่องมาจากการกระทำละเมิด หรือความรับผิด อย า งอื่ น ของหน ว ยงานของรั ฐ หรื อ เจ า หน า ที่ ข องรั ฐ หรืออันเนื่องมาจากสัญญาทางปกครอง
24
การจั ด ตั้ ง ศาลปกครองส ว นหนึ่ ง เป น ผลของ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ที่ ก ำหนดให มี ก ารจั ด ตั้ ง ศาลปกครองขึ้ น อี ก ศาลหนึ่ ง แยกต า งหากจากศาลยุ ติ ธ รรม ในอดี ต ประเทศไทย มีศาลยุตธิ รรมเปนศาลทีท่ ำหนาทีพ่ จิ ารณาคดีทกุ ประเภท ซึง่ ทางวิชาการเรียกระบบนีว้ า “ระบบศาลเดีย่ ว” แตเมือ่ จัดตั้งศาลปกครองจึงถือไดวามีการเปลี่ยนระบบศาล ของไทยเปน “ระบบศาลคู” โดยศาลปกครองทำหนาที่ เปนองคกรที่ใชอำนาจตุลาการในกระบวนการยุติธรรม ทางปกครอง (Administrative Justice) เพื่อวินิจฉัย ชีข้ าดคดีปกครองแยกตางหากจากคดีแพงและคดีอาญา
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
โครงสรางศาลปกครอง พระราชบั ญ ญั ติ จั ด ตั้ ง ศาลปกครองและวิ ธี พิ จ ารณาคดี ป กครอง พ.ศ.๒๕๔๒ ได บั ญ ญั ติ ใ ห ศาลปกครองมี ๒ ชั้นศาล คือ ๑) ศาลปกครองสูงสุด ๒) ศาลปกครองชั้นตน ซึ่งมี ๒ ประเภท คือ ๒.๑) ศาลปกครองกลาง โดยมีเขตอำนาจ ตลอดทองที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนครปฐม จังหวัด นนทบุ รี จั ง หวั ด ปทุ ม ธานี จั ง หวั ด ราชบุ รี จั ง หวั ด สมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร และมีเขตอำนาจเพิ่มเติมในจังหวัดนครนายก จังหวัด พระนครศรี อ ยุ ธ ยา จั ง หวั ด ลพบุ รี จั ง หวั ด สระบุ รี จั ง หวั ด สิ ง ห บุ รี จั ง หวั ด อ า งทอง จั ง หวั ด กาญจนบุ รี จั ง หวั ด ชั ย นาท จั ง หวั ด สุ พ รรณบุ รี จั ง หวั ด อุ ทั ย ธานี จังหวัดประจวบคีรีขันธ และจังหวัดเพชรบุรี ๒.๒) ศาลปกครองในภู มิ ภ าค มี เขต อำนาจครอบคลุมพื้นที่จังหวัดตามที่กำหนดในมาตรา ๙๔ แตในระหวางยังไมอาจเปดทำการศาลปกครอง ในภูมิภาคครบตามที่กำหนด ที่ประชุมใหญตุลาการ ในศาลปกครองสู ง สุ ด มี อ ำนาจออกประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา กำหนดใหศาลปกครองในภูมิภาค ที่ เ ป ด ทำการแล ว มี เขตอำนาจในจั ง หวั ด ใดที่ อ ยู ใกลเคียงกับศาลปกครองนั้นเพิ่มเติมไดตามที่สมควร ปจจุบันมีจำนวน ๙ แหง โดยมีเขตอำนาจครอบคลุม พื้นที่ทั่วประเทศ ดังนี้ ๑. ศาลปกครองขอนแกน ตั้งอยู ในจั ง หวั ด ขอนแก น โดยมี เขตอำนาจตลอดท อ งที่ จังหวัดกาฬสินธุ จังหวัดขอนแกน จังหวัดมหาสารคาม และมีเขตอำนาจเพิ่มเติมในจังหวัดมุกดาหาร ๒. ศาลปกครองเชียงใหม ตั้งอยู ในจังหวัดเชียงใหม โดยมีเขตอำนาจตลอดทองที่จังหวัด เชียงราย จังหวัดเชียงใหม จังหวัดแมฮองสอน จังหวัด ลำปาง จังหวัดลำพูน และมีเขตอำนาจเพิม่ เติมในจังหวัด นาน จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร และจังหวัดอุตรดิตถ
๓. ศาลปกครองนครราชสี ม า ตั้งอยูในจังหวัดนครราชสีมา โดยมีเขตอำนาจตลอด ท อ งที่ จั ง หวั ด ชั ย ภู มิ จั ง หวั ด นครราชสี ม า และมี เขตอำนาจเพิ่ ม เติ ม ในจั ง หวั ด บุ รี รั ม ย และจั ง หวั ด สุรินทร ๔. ศาลปกครองนครศรีธรรมราช ตั้ ง อยู ใ นจั ง หวั ด นครศรี ธ รรมราช โดยมี เขตอำนาจ ตลอดท อ งที่ จั ง หวั ด กระบี่ จั ง หวั ด นครศรี ธ รรมราช จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดสุราษฎรธานี และมี เขตอำนาจเพิ่มเติมในจังหวัดชุมพร และจังหวัดระนอง ๕. ศาลปกครองพิษณุโลก ตั้งอยู ในจั ง หวั ด พิ ษ ณุ โ ลก โดยมี เขตอำนาจตลอดท อ งที่ จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดตาก จังหวัดนครสวรรค จังหวัดพิจิตร จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ และ จังหวัดสุโขทัย ๖. ศาลปกครองระยอง ตั้งอยูใน จั ง หวั ด ระยอง โดยมี เขตอำนาจตลอดท อ งที่ จั ง หวั ด จันทบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดตราด จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดสระแกว ๗. ศาลปกครองสงขลา ตั้งอยูใน จั ง หวั ด สงขลา โดยมี เขตอำนาจตลอดท อ งที่ จั ง หวั ด ตรัง จังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล และมี เขตอำนาจเพิ่มเติมในจังหวัดนราธิวาส จังหวัดปตตานี และจังหวัดยะลา ๘. ศาลปกครองอุดรธานี ตั้งอยูใน จังหวัดอุดรธานี โดยมีเขตอำนาจตลอดทองที่จังหวัด เลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัด อุดรธานี และมีเขตอำนาจเพิ่มเติมในจังหวัดนครพนม จังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดสกลนคร ๙. ศาลปกครองอุ บ ลราชธานี ตั้งอยูในจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีเขตอำนาจตลอด ทองที่จังหวัดยโสธร จังหวัดรอยเอ็ด จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดอำนาจเจริญ
25
สถานที่ตั้ง
ศาลปกครองสูงสุด ศาลปกครองกลาง ศาลปกครองในภูมภิ าค และสำนักงานศาลปกครอง
๑. ศาลปกครองสูงสุด ศาลปกครองกลาง และสำนักงานศาลปกครอง เลขที่ ๑๒๐ หมู ๓ ถนนแจงวัฒนะ แขวงทุง สองหอง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๑๐ โทรศัพท ๐ ๒๒๔๑ ๑๑๑๑ ๒. ศาลปกครองเชียงใหม เลขที่ ๓๓๓ ถนนโชตนา ตำบลชางเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม จังหวัดเชียงใหม ๕๐๓๐๐ โทรศัพท ๐ ๕๓๑๐ ๗๙๙๙ ๓. ศาลปกครองสงขลา เลขที่ ๑๑๑๑ หมู ๒ ถนนสงขลา-เกาะยอ ตำบลพะวง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา ๙๐๑๐๐ โทรศัพท ๐ ๗๔๓๓ ๔๗๙๘-๙๐ ๔. ศาลปกครองนครราชสีมา เลขที่ ๓๔๕ หมู ๖ ถนนมิตรภาพ (เลี่ยงเมือง) ตำบลหนองกระทุม อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ๓๐๐๐๐ โทรศัพท ๐ ๔๔๓๐ ๗๗๐๐-๒ ๕. ศาลปกครองขอนแกน เลขที่ ๑๗๗/๔๘ ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแกน จังหวัดขอนแกน ๔๐๐๐๐ โทรศัพท ๐ ๔๓๒๒ ๗๔๓๓-๔
๖. ศาลปกครองพิษณุโลก เลขที่ ๗๒๓/๑๓-๑๗ ถนนพิชัยสงคราม ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ๖๕๐๐๐ โทรศัพท ๐ ๕๕๒๖ ๖๒๓๐-๗ ๗. ศาลปกครองระยอง เลขที่ ๗๗๗ ถนนสุขุมวิท ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ๒๑๑๕๐ โทรศัพท ๐ ๓๘๖๙ ๔๕๑๓-๓๑ ๘. ศาลปกครองนครศรีธรรมราช เลขที่ ๖/๑๕๗-๑๖๖ ถนนพัฒนาการคูขวาง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ๘๐๐๐๐ โทรศัพท ๐ ๗๕๓๒ ๕๒๐๑-๑๐ ๙. ศาลปกครองอุดรธานี เลขที่ ๕๘/๑๒-๑๖ ถนนโพนพิสยั ตำบลหมากแขง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ๔๑๐๐๐ โทรศัพท ๐ ๔๒๒๒ ๔๑๑๐ ๑๐. ศาลปกครองอุบลราชธานี เลขที่ ๔๔๔ หมู ๓ ถนนแจงสนิท ตำบลเจระแม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ๓๔๐๐๐ โทรศัพท ๐ ๔๕๓๑ ๙๖๐๐-๔
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
อำนาจหนาที่ของศาลปกครอง
28
รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๒๓ บัญญัตอิ ำนาจหนาทีข่ องศาลปกครอง ดังนี้ มาตรา ๒๒๓ ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณา พิ พ ากษาระหว า งหน ว ยราชการ หน ว ยงานของรั ฐ รั ฐ วิ ส าหกิ จ องค ก รตามรั ฐ ธรรมนู ญ หรื อ เจ า หน า ที่ ของรัฐกับเอกชน หรือระหวางหนวยราชการ หนวยงาน ของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องคกรปกครองสวนทองถิ่น หรือ องคกรตามรัฐธรรมนูญ หรือเจาหนาที่ของรัฐดวยกัน อันเนื่องมาจากการใชอำนาจทางปกครองตามกฎหมาย หรือเนื่องมาจากการดำเนินกิจการทางปกครองของ หนวยราชการ หนวยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องคกร ปกครองส ว นท อ งถิ่ น หรื อ องค ก รตามรั ฐ ธรรมนู ญ หรื อ เจ า หน า ที่ ข องรั ฐ ทั้ ง นี้ ตามที่ ก ฎหมายบั ญ ญั ติ รวมทั้งอำนาจพิจารณาพิพากษาเรื่องที่รัฐธรรมนูญหรือ กฎหมายบัญญัติใหอยูในอำนาจของศาลปกครอง อำนาจศาลปกครองตามวรรคหนึ่งไมรวมถึง การวินิจฉัยชี้ขาดขององคกรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปน การใช อ ำนาจโดยตรงตามรั ฐ ธรรมนู ญ ขององค ก ร ตามรัฐธรรมนูญ นั้น ให มี ศ าลปกครองสู ง สุ ด และศาลปกครอง ชั้นตน และจะมีศาลปกครองชั้นอุทธรณดวยก็ได พระราชบั ญ ญั ติ จั ด ตั้ ง ศาลปกครองและ วิ ธี พิ จ ารณาคดี ป กครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ได บั ญ ญั ติ ใ ห ศาลปกครองมี อ ำนาจในการพิ จ ารณาพิ พ ากษาคดี ปกครอง ๖ ประเภท ดังนี้ ๑) คดี พิ พ าทเกี่ ย วกั บ การที่ ห น ว ยงาน ทางปกครองหรื อ เจ า หน า ที่ ข องรั ฐ กระทำการโดย ไมชอบดวยกฎหมาย ออกกฎ คำสั่ง หรือการกระทำ ทางปกครองอื่นใด และขอใหศาลพิพากษาเพิกถอนกฎ หรื อ คำสั่ ง หรื อ สั่ ง ห า มการกระทำทางปกครอง ดังกลาว
๒) คดี พิ พ าทเกี่ ย วกั บ การที่ ห น ว ยงาน ทางปกครองหรื อ เจ า หน า ที่ ข องรั ฐ ละเลยต อ หน า ที่ ตามที่กฎหมายกำหนดใหตองปฏิบัติ หรือปฏิบัติหนาที่ ดังกลาวลาชาเกินสมควร ๓) คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือ ความรับผิดอยางอื่นของหนวยงานทางปกครองหรือ เจาหนาที่ของรัฐอันเกิดจากการใชอำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น หรือจาก การละเลยต อ หน า ที่ ต ามที่ ก ฎหมายกำหนดให ต อ ง ปฏิบัติหรือปฏิบัติหนาที่ดังกลาวลาชาเกินสมควร ๔) คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ๕) คดี ที่ มี ก ฎหมายกำหนดให ห น ว ยงาน ทางปกครองหรือเจาหนาทีข่ องรัฐฟองคดีตอ ศาลเพือ่ บังคับ ใหบคุ คลตองกระทำหรือละเวนกระทำอยางหนึง่ อยางใด ๖) คดี พิ พ าทเกี่ ย วกั บ เรื่ อ งที่ มี ก ฎหมาย กำหนดใหอยูในเขตอำนาจศาลปกครอง ขอยกเวน : คดีที่มีลักษณะเปนคดีปกครอง บางเรื่ อ งกฎหมายบั ญ ญั ติ ใ ห ไ ม อ ยู ใ นเขตอำนาจของ ศาลปกครอง ไดแก ๑) การดำเนินการเกี่ยวกับวินัยทหาร ๒) การดำเนินการของคณะกรรมการตุลาการ ตามกฎหมายวาดวยระเบียบขาราชการฝายตุลาการ ๓) คดี ที่ อ ยู ใ นอำนาจของศาลเยาวชนและ ครอบครัว ศาลแรงงาน ศาลภาษีอากร ศาลทรัพยสิน ทางปญญาและการคาระหวางประเทศ ศาลลมละลาย หรือศาลชำนาญพิเศษอื่น อำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลปกครองสูงสุด พระราชบั ญ ญั ติ จั ด ตั้ ง ศาลปกครองและ วิ ธี พิ จ ารณาคดี ป กครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ได บั ญ ญั ติ ใ ห ศาลปกครองสู ง สุ ด มี อ ำนาจพิ จ ารณาพิ พ ากษาคดี ปกครอง ๔ ประเภท คือ
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
๑) ค ดี พิ พ า ท เ กี่ ย ว กั บ ค ำ วิ นิ จ ฉั ย ข อ ง คณะกรรมการวิ นิ จ ฉั ย ข อ พิ พ าทตามที่ ที่ ป ระชุ ม ใหญ ตุ ล าการในศาลปกครองสู ง สุ ด ประกาศกำหนด (ปจจุบันที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ยังไมไดมีการประกาศกำหนดลักษณะของคดีประเภทนี้ ดังนั้น การฟองคดีที่เปนขอพิพาทเกี่ยวกับคำวินิจฉัย ของคณะกรรมการวิ นิ จ ฉั ย ข อ พิ พ าททั้ ง หมดจึ ง ต อ ง ฟองคดีตอศาลปกครองชั้นตน) ๒) คดีพพิ าทเกีย่ วกับความชอบดวยกฎหมาย ของพระราชกฤษฎีกา หรือกฎที่ออกโดยคณะรัฐมนตรี หรือโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ๓) คดี ที่ มี ก ฎหมายกำหนดให อ ยู ใ นเขต อำนาจของศาลปกครองสูงสุด ๔) คดีที่อุทธรณคำพิพากษาหรือคำสั่งของ ศาลปกครองชั้นตน อำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลปกครองชั้นตน พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีการ พิ จ ารณาคดี ป กครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ได บั ญ ญั ติ ใ ห ศาลปกครองชั้ น ต น มี อ ำนาจพิ จ ารณาพิ พ ากษาคดี ที่ อยูในอำนาจของศาลปกครอง เวนแตคดีที่อยูในอำนาจ พิจารณาพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด วิธีพิจารณาคดีปกครอง การพิ จ ารณาคดี ป กครองมี ห ลั ก เกณฑ การพิ จ ารณาที่ เ ป น หลั ก สำคั ญ ขององค ก รตุ ล าการ เชน หลักการฟงความทุกฝาย หลักการพิจารณาคดี โดยเปดเผย หลักการพิจารณาคดีโดยรวดเร็ว เปนตน และเนื่องจากปรัชญาพื้นฐานของการตัดสินขอพิพาท ทางปกครอง และลักษณะของขอพิพาททางปกครอง มี ลั ก ษณะเฉพาะบางประการแตกต า งจากเรื่ อ งอื่ น ๆ การพิ จ ารณาคดี ป กครองจึ ง มี ห ลั ก เกณฑ ท างวิ ธี พิจารณาที่เปนลักษณะเดน ดังตอไปนี้ ๑) วิธีพิจารณาระบบไตสวน การควบคุมตรวจสอบการใชอำนาจหรือ การดำเนินกิจการของฝายปกครองใหเปนไปโดยชอบ
ด ว ยกฎหมาย รวมทั้ ง ให ต อ งมี ค วามรั บ ผิ ด ชอบหาก กอความเสียหายขึ้นแกบุคคลใดนั้น เปนแกนสำคัญของ สังคมที่เปน “นิติรัฐ” ดังนั้น การพิจารณาพิพากษาคดี ปกครองจึงจำเปนที่จะตองไดมาซึ่งความจริง โดยไมได จำกัดหรือผูกพันตามขอเท็จจริงที่คูกรณีเสนอตอศาล เท า นั้ น นอกจากนั้ น คู ก รณี ใ นคดี ป กครองซึ่ ง ปกติ จะไดแกเอกชนฝายหนึ่ง กับหนวยงานทางปกครอง หรือเจาหนาที่ของรัฐอีกฝายหนึ่ง มักจะมีความพรอม หรือความสามารถที่แตกตางกันในการเสนอขอเท็จจริง และแสดงพยานหลักฐานตอศาล โดยสวนใหญเอกสาร หลักฐานตางๆ จะอยูในความครอบครองของฝายรัฐ การใชวธิ พี จิ ารณาระบบไตสวน ซึง่ เปนระบบวิธพี จิ ารณา ที่ศาลจะเปนผูมีหนาที่สำคัญในการควบคุมและกำกับ การดำเนิ น คดี เพื่ อ ให ส ามารถตรวจสอบและค น หา ข อ เท็ จ จริ ง ได อ ย า งถู ก ต อ งและครบถ ว น จึ ง เป น หลักการสำคัญที่จำเปนและสอดคลองกับลักษณะของ การพิจารณาพิพากษาคดีปกครอง ๒) หลักความเรียบงาย การพิจารณาคดีปกครองยึดถือหลักความ เรียบงาย เชน การไมกำหนดใหตองมีคาธรรมเนียมศาล ในคดีทั่วๆ ไป เวนแตคดีที่มีทุนทรัพย การใหผูฟองคดี ยืน่ ฟองและดำเนินคดีไดเอง โดยจะมีทนายความหรือไม ก็ได หรือการใหยื่นฟอง ณ ที่ทำการศาลหรือยื่นฟอง โดยทางไปรษณี ย ล งทะเบี ย นก็ ไ ด เป น ต น ซึ่ ง เป น หลักการที่สอดคลองกับการรับรองสิทธิของประชาชน ในการเขาถึงการอำนวยความยุติธรรม ๓) หลักการพิจารณาคดีเปนลายลักษณอกั ษร การใช อ ำนาจหรื อ การดำเนิ น กิ จ กรรม ทางปกครองมั ก กระทำโดยมี เ อกสารหลั ก ฐานที่ เ ป น ลายลั ก ษณ อั ก ษร การพิ พ ากษาตั ด สิ น คดี ป กครอง จึงสามารถพิจารณาขอเท็จจริงและพฤติการณตางๆ เกี่ ย วกั บ คดี ไ ด จ ากสิ่ ง ที่ ป รากฏเป น เอกสารหลั ก ฐาน ที่เปนหนังสือหรือลายลักษณอักษรนั้น และไมไดเนน การพิจารณาคดีที่ตองมีการสืบพยานบุคคลหลายครั้ง ดั ง ที่ พ บในคดี ป ระเภทอื่ น โดยอาจกระทำได เ ท า ที่ จำเปน
29
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
30
๔) หลักการถวงดุลการใชอำนาจของตุลาการ การใช อ ำนาจตุ ล าการต อ งกระทำโดย ความซื่ อ สั ต ย สุ จ ริ ต และปราศจากอคติ เพราะมี ผลกระทบตอสิทธิหนาที่ของบุคคลเปนอยางมากและ บางครั้ ง ยั ง มี ผ ลต อ สั ง คมส ว นรวม ดั ง นั้ น เพื่ อ เป น หลั ก ประกั น ที่ จ ะสนั บ สนุ น ให ก ารใช อ ำนาจตุ ล าการ ศาลปกครองเปนไปตามครรลองความบริสุทธิ์ยุติธรรม ดังกลาว วิธพี จิ ารณาคดีปกครองจึงมีหลักอีกประการหนึง่ ที่เพิ่มเติมและแตกตางจากวิธีพิจารณาคดีประเภทอื่นๆ ไดแก หลักการถวงดุลการใชอำนาจของตุลาการ โดยใน ระบบวิธพี จิ ารณาคดีปกครองนอกจากจะใหการพิจารณา พิพากษาคดีเปนอำนาจขององคคณะตุลาการเชนเดียวกับ ในคดีประเภทอืน่ ๆ โดยมี “ตุลาการเจาของสำนวน” และ “องคคณะ” เปนผูพิจารณาและกลั่นกรองขอเท็จจริง และข อ กฎหมายต า งๆ ในคดี แ ล ว ยั ง กำหนดให มี ตุ ล าการศาลปกครองอี ก นายหนึ่ ง ซึ่ ง มิ ไ ด ร ว มเป น ตุลาการในองคคณะนั้น เรียกวา “ตุลาการผูแถลงคดี” ทำหน า ที่ พิ จ ารณาข อ เท็ จ จริ ง และข อ กฎหมายต า งๆ ในคดี นั้ น และเสนอข อ วิ นิ จ ฉั ย ตามความเห็ น ชอบ โดยอิสระของตน โดยจัดทำเปนคำแถลงการณเสนอ ในชัน้ การนัง่ พิจารณาคดีกอ นทีอ่ งคคณะจะประชุมปรึกษา เพื่อมีคำพิพากษา ซึ่งจะเปนการถวงดุลการพิจารณา พิพากษาขององคคณะ เพราะถึงแมวาคำพิพากษาของ องคคณะเทานั้นที่จะมีผลบังคับทางกฎหมาย แตการที่ กำหนดให มี ก ารแถลงการณ ข องตุ ล าการผู แ ถลงคดี ในชั้นการนั่งพิจารณาคดีซึ่งกระทำโดยเปดเผย รวมทั้ง การที่ ก ฎหมายกำหนดให ต อ งเผยแพร ค ำพิ พ ากษา ขององคคณะและคำแถลงการณของตุลาการผูแถลงคดี ตอสาธารณะควบคูกันเสมอ ยอมเปนโอกาสที่คูกรณี และสาธารณะจะสามารถทราบและเปรียบเทียบขอวินจิ ฉัย และเหตุผลของตุลาการผูแถลงคดีกับคำพิพากษาของ องคคณะได ซึ่งจะเทากับเปนการถวงดุลการใชอำนาจ ของตุลาการไดเปนอยางดี โดยกลไกทางวิธีพิจารณาคดี นอกจากนั้น การใหมีระบบการเสนอคำแถลงการณ ของตุ ล าการผู แ ถลงคดี ยั ง ช ว ยส ง เสริ ม ให อ งค ค ณะ ใชอำนาจตัดสินคดีไดอยางรอบคอบและถูกตองมากขึ้น
การเสนอคำฟอง • ผูฟองคดีทำคำฟองเปนหนังสือ โดยมีสาระ สำคัญตามที่กฎหมายกำหนด • ยื่นฟองคดีดวยตนเองหรือโดยทางไปรษณีย ลงทะเบี ย นต อ ศาลที่ ผู ฟ อ งคดี มี ภู มิ ล ำเนาหรื อ มู ล คดี เกิดขึ้น การพิจารณาคดี การแสวงหาขอเท็จจริง • การแสวงหาข อ เท็ จ จริ ง ที่ ถู ก ต อ งและ ครบถ ว นโดยระบบไต ส วน โดยเป ด โอกาสให คู ก รณี ทุ ก ฝ า ยได เ สนอข อ อ า งและข อ โต แ ย ง ของตน และ แสวงหาขอเท็จจริงทีจ่ ำเปนแกการพิจารณาพิพากษาคดี เพิ่มเติมตามที่ศาลเห็นสมควร การนั่งพิจารณาคดี • การสงสรุปขอเท็จจริงของตุลาการเจาของ สำนวนให คู ก รณี ท ราบล ว งหน า ก อ นวั น นั่ ง พิ จ ารณา และใหสิทธิคูกรณียื่นคำแถลง • นั่งพิจารณาคดีโดยเปดเผย • การรับฟงคำแถลงการณของตุลาการผูแ ถลงคดี การเสนอคำฟอง • องคคณะประชุมปรึกษาเพื่อมีคำพิพากษา ที่มีสาระสำคัญตามที่กฎหมายกำหนด • และลงลายมือชื่อของตุลาการที่นั่งพิจารณา คดีและพิพากษาคดี • การฟงผลคำพิพากษา • การรับฟงคำแถลงการณของตุลาการผูแ ถลงคดี การบังคับคดี • สำนักงานศาลปกครองดำเนินการบังคับคดี ใหเปนไปตามคำพิพากษา
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
สำนักงานศาลปกครอง
สำนั ก งานศาลปกครองเป น ส ว นราชการ ที่ เ ป น หน ว ยงานอิ ส ระตามรั ฐ ธรรมนู ญ มี ฐ านะเป น นิ ติ บุ ค คล โดยมี เ ลขาธิ ก ารสำนั ก งานศาลปกครอง เปนผูบ งั คับบัญชา ขึน้ ตรงตอประธานศาลปกครองสูงสุด ในการบริหารงานสำนักงานศาลปกครอง กฎหมายได บัญญัติใหมีคณะกรรมการขาราชการฝายศาลปกครอง (ก.ขป.) ขึ้น เพื่อทำหนาที่ออกระเบียบ หรือประกาศ เกี่ยวกับการบริหารงานทั่วไป การบริหารงานบุ ค คล การงบประมาณ การเงิน และทรัพยสนิ และการดำเนินการ อื่ น ๆ ทำให ก ารบริ ห ารงานภายใน ของสำนั ก งานศาลปกครองมี ค วาม คลองตัว ยืดหยุน สามารถปรับเปลีย่ น ตามสถานการณ ไ ด อ ย า งรวดเร็ ว แก ไขป ญ หาได อ ย า งต อ เนื่ อ งและ ทันเหตุการณ
ที่ มี แ ผนจะเป ด ทำการในช ว งแผนยุ ท ธศาสตร ศาลปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๔ - ๒๕๕๗ อีก จำนวน ๕ แหง ไดแก สำนักงานศาลปกครองสุพรรณบุรี สำนักงานศาลปกครองยะลา สำนักงานศาลปกครอง ภู เ ก็ ต สำนั ก งานศาลปกครองนครสวรรค สำนักงาน ศาลปกครองเพชรบุรี) และสำนักบังคับคดีปกครอง
โครงสรางสำนักงานศาลปกครอง สำนั ก งานศาลปกครองจั ด แบ ง ส ว นราชการ ออกเปน ๓๓ สำนักงาน/สำนัก/วิทยาลัย โดยกำหนด บทบาทภารกิ จ หลั ก ที่ ต อ งดำเนิ น การรวม ๓ กลุ ม ภารกิจหลัก ดังนี้
กลุมภารกิจที่ ๓ ดานบริหารจัดการองคการ : กลุม ภารกิจนี้ มีหนวยงานทีร่ บั ผิดชอบ จำนวน ๘ หนวยงาน ไดแก สำนักบริหารยุทธศาสตร สำนักบริหาร ทรัพยากรมนุษย สำนักวิทยาการสารสนเทศ สำนักบริหาร การเงินและตนทุน สำนักบริหารทรัพยสนิ สำนักบริหารกลาง วิทยาลัยตุลาการศาลปกครอง และวิทยาลัยขาราชการ ฝายศาลปกครอง โดยมีสำนักตรวจสอบภายในขึ้นตรง ตอเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง อีก ๑ สำนัก
กลุมภารกิจที่ ๑ ดานพิจารณาพิพากษาคดีปกครอง : กลุม ภารกิจนี้ มีหนวยงานทีร่ บั ผิดชอบ จำนวน ๑๙ หนวยงาน ไดแก สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด สำนักงานศาลปกครองสูงสุด สำนักอธิบดีศาลปกครองกลาง สำนักงานศาลปกครองกลาง สำนักงานศาลปกครอง ในภูมิภาค จำนวน ๑๔ แหง (สำนักงานศาลปกครอง ในภู มิ ภ าคที่ เ ป ด ทำการแล ว จำนวน ๙ แห ง และ เตรียมการสำหรับสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค
กลุ ม ภารกิ จ ที่ ๒ ด า นวิ ช าการคดี ป กครองและ เสริมสรางการปฏิบัติราชการที่ดี : กลุ ม ภารกิ จ นี้ มี ห น ว ยงาน ทีร่ บั ผิดชอบ จำนวน ๕ หนวยงาน ไดแก สำนักวิจัยและวิชาการ สำนักหอสมุด กฎหมายมหาชน สำนักประชาสัมพันธ สำนักการตางประเทศ และวิทยาลัย การยุตธิ รรมทางปกครอง
31
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
โครงสรางการแบงสวนราชการของสำนักงานศาลปกครอง (๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔ – ปจจุบัน)
ศาลปกครอง สำนั ำนักงานศาลปกครอง งานศาลปกคร สำนักตรวจสอบภายใน
กลุมภารกิจดานการพิจารณาพิพากษา คดีปกครอง • สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด • สำนักงานศาลปกครองสูงสุด • สำนักอธิบดีศาลปกครองกลาง • สำนักงานศาลปกครองกลาง • สำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค (๑๔ แหง) • สำนักบังคับคดีปกครอง
กลุมช ม วยอำนวยการเลขาธิการฯ
กลุมภารกิจดานวิชาการคดีีปกครองและ เสริมสรางการปฏิฏบัติราชการที่ดี • สำนักวิจัยและวิชาการ • สำนักหอสมุดกฎหมายมหาชน • สำนักประชาสัมพันธ • สำนักการตางประเทศ • วิทยาลัยการยุติธรรมทางปกครอง
กลุมภารกิจดานบริหารจัดการองคการ • สำนักบริหารยุทธศาสตร • สำนักบริหารทรัพยากรมนุษย • สำนักวิทยาการสารสนเทศ • สำนักบริหารการเงินและตนทุน • สำนักบริหารทรัพยสิน • สำนักบริหารกลาง • วิทยาลัยตุลาการศาลปกครอง • วิทยาลัยขาราชการฝายศาลปกครอง
แผนภาพแสดงการจัดโครงสรางการแบงสวนราชการของสำนักงานศาลปกครองปจจุบัน
32
อำนาจหนาที่ของสำนักงานศาลปกครอง พระราชบั ญ ญั ติ จั ด ตั้ ง ศาลปกครองและ วิ ธี ก ารพิ จ ารณาคดี ป กครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗๗ ได บั ญ ญั ติ ใ ห ส ำนั ก งานศาลปกครองมี อ ำนาจ หนาที่ ดังตอไปนี้ ๑) รับผิดชอบในงานธุรการของศาลปกครอง ๒) ดำเนิ น การเกี่ ย วกั บ คดี ป กครองตาม คำสั่งของศาลปกครอง ๓) ดำเนินการบังคับใหเปนไปตามคำบังคับ ของศาลปกครอง ๔) ศึกษาและรวบรวมขอมูลเพื่อประโยชน แกการปฏิบัติงานของศาลปกครอง ๕) วิ เ คราะห เ หตุ แ ห ง การฟ อ งคดี ป กครอง
เพื่อเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงวิธีปฏิบัติราชการ ตอหนวยงานของรัฐที่เกี่ยวของ ๖) จั ด พิ ม พ แ ละเผยแพร ค ำพิ พ ากษาหรื อ คำสั่งของศาลปกครอง ๗) จัดใหมีการศึกษาอบรมและพัฒนาความรู ของตุลาการศาลปกครอง ขาราชการฝายศาลปกครอง และเจาหนาทีอ่ นื่ ของรัฐทีเ่ กีย่ วของ ตลอดจนประสานงาน กับหนวยงานอื่นที่เกี่ยวของเพื่อพัฒนาหลักกฎหมาย มหาชน การบริ ห ารราชการแผ น ดิ น และบุ ค ลากร ดานกฎหมายมหาชน ๘) ป ฏิ บั ติ ก า ร อื่ น ต า ม บ ท บั ญ ญั ติ แ ห ง พระราชบั ญ ญั ติ นี้ ห รื อ ตามที่ มี ก ฎหมายกำหนด ใหเปนอำนาจหนาที่ของสำนักงานศาลปกครอง
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
อัตรากำลังศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง (ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔)
ในป พ.ศ. ๒๕๕๔ ศาลปกครองและสำนักงาน ศาลปกครองได ด ำเนิ น การสรรหาบุ ค ลากรเพิ่ ม ขึ้ น เพื่ อ ให ส อดคล อ งกั บ การดำเนิ น งานเชิ ง รุ ก สามารถ อำนวยความยุติธรรมทางปกครองดวยความเสมอภาค
โปร ง ใส รวดเร็ ว และมี คุ ณ ภาพ โดยเฉพาะประเด็ น การพิ จ ารณาเป า หมายคดี เข า ใหม และคดี ค งค า ง การพิ จ ารณาให แ ล ว เสร็ จ เร็ ว ขึ้ น พร อ มดำเนิ น การ ใหบังเกิดผลเปนรูปธรรม
อัตรากำลังศาลปกครอง ตารางแสดงจำนวนตุลาการศาลปกครองจำแนกตามเพศ ประเภทบุคลากร
ชาย
หญิง
รวม (คน)
ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
๑๗
๑
๑๘
ตุลาการศาลปกครองชั้นตน
๑๖๓
๓๕
๑๙๘
รวม (คน)
๑๘๐
๓๖
๒๑๖
ตารางแสดงจำนวนตุลาการศาลปกครองจำแนกตามระดับการศึกษาสูงสุด ระดับการศึกษา (คน) ประเภทบุคลากร
ปริญญาตรี
ปริญญาโท
ปริญญาเอก
รวม (คน)
ตุลาการศาลปกครอง
๔๒
๑๕๕
๑๙
๒๑๖
33
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
อัตรากำลังสำนักงานศาลปกครอง ๑.๓ พนักงานคดีปกครอง ๙๖๕ คน อัตรากำลังสำนักงานศาลปกครอง ในป พ.ศ. ๑.๔ เจาหนาที่ศาลปกครอง ๔๖๒ คน ๒๕๕๔ มีบุคลากรทั้งสิ้น ๒,๓๖๙ คน ประกอบดวย ๑.๕ นักวิชาการคอมพิวเตอร ๒๕ คน ๑. ข า ราชการฝ า ยศาลปกครอง จำนวน ๑.๖ เจาหนาทีต่ รวจสอบภายใน ๘ คน ๑,๗๒๗ คน จำแนกตามประเภทตำแหนง และสายงาน ๑.๗ เจาพนักงานธุรการ ๒๔๕ คน เปน ดังนี้ ๑.๘ นายชางเทคนิค ๖ คน ๑.๑ นักบริหารงานศาลปกครอง จำนวน ๒. ลูกจางประจำ ๒๓ คน ๔ คน ๓. พนักงานศาลปกครอง ๕๑๐ คน ๑.๒ เจาหนาที่บริหารงานศาลปกครอง ๔. ลูกจางชั่วคราว ๑๐๙ คน ๑๒ คน ตารางแสดงจำนวนบุคลากรของสำนักงานศาลปกครองจำแนกตามเพศ ประเภทบุคลากร
ชาย
หญิง
รวม (คน)
ขาราชการฝายศาลปกครอง
๖๘๘
๑,๐๓๙
๑,๗๒๗
ลูกจางประจำ
๒๒
๑
๒๓
พนักงานศาลปกครอง
๑๔๘
๓๖๒
๕๑๐
ลูกจางชั่วคราว
๒๐
๘๙
๑๐๙
รวม (คน)
๘๗๘
๑,๔๙๑
๒,๓๖๙
ตารางแสดงจำนวนบุคลากรของสำนักงานศาลปกครองจำแนกตามระดับการศึกษาสูงสุด ระดับการศึกษา (คน)
34
ประเภทบุคลากร
ต่ำกวา ปริญญาตรี
ปริญญาตรี
ปริญญาโท
ปริญญาเอก
รวม (คน)
ขาราชการฝายศาลปกครอง
๕๓
๑,๑๐๘
๕๕๔
๑๒
๑,๗๒๗
ลูกจางประจำ
๒๓
-
-
-
๒๓
พนักงานศาลปกครอง
๒๘๓
๒๑๙
๘
-
๕๑๐
ลูกจางชั่วคราว
๕๓
๕๔
๒
-
๑๐๙
รวม (คน)
๔๑๒
๑,๓๘๑
๕๖๔
๑๒
๒,๓๖๙
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
แผนยุทธศาสตรศาลปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๕๗
เพือ่ ใหการพัฒนาการดำเนินงานของศาลปกครอง เกิดผลสัมฤทธิ์ สามารถตอบสนองตอความคาดหวัง ของประชาชนและทุกภาคสวนของสังคม ศาลปกครอง จึงไดจัดทำแผนยุทธศาสตรศาลปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๔ - ๒๕๕๗ วิสัยทัศน ศาลปกครองเปนสถาบันหลัก ของประเทศที่ ใช อ ำนาจตุ ล าการ อำนวยความยุ ติ ธ รรมเกี่ ย วกั บ ข อ พิ พ าททางปกครอง โดยมุ ง ให เกิ ด ความสมดุ ล ในการคุ ม ครอง สิ ท ธิ เ สรี ภ าพของประชาชนและ การดำเนินงานของรัฐเพื่อประโยชน สาธารณะ พันธกิจ ๑. พิ จ ารณาพิ พ ากษาคดี ดวยความรวดเร็วและเปนธรรม ๒. บั ง คั บ คดี ใ ห เ ป น ไปตามคำพิ พ ากษาและ คำสั่งศาลปกครอง ๓. วางหลั ก กฎหมายเพื่ อ เป น แนวทาง ในการปฏิบัติราชการของหนวยงานทางปกครองและ เจาหนาที่ของรัฐ และเผยแพรคำพิพากษาหรือคำสั่ง ของศาลปกครอง ๔. พัฒนา เผยแพร และถายทอดองคความรู
ดานกฎหมายมหาชนใหแกประชาชนและหนวยงาน ทางปกครอง รวมทั้งเจาหนาที่ของรัฐ เปาประสงคหลัก ๑. คู ก รณี ไ ด รั บ การอำนวยความยุ ติ ธ รรม ทางปกครองด ว ยความเสมอภาค โปร ง ใส รวดเร็ ว และมีคุณภาพ ๒. คูก รณีไดรบั การเยียวยา ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลปกครองอยางครบถวน ๓. หนวยงานทางปกครอง และเจาหนาทีข่ องรัฐนำหลักกฎหมาย ที่ เ ป น แนวทางการปฏิ บั ติ ร าชการ จากคำพิ พ ากษาหรื อ คำสั่ ง ของ ศาลปกครองไปใช เพื่อลดขอพิพาท ทางปกครองและคุมครองประโยชน สาธารณะ ๔. ศาลปกครองเปนศูนยกลางวิชาการดานกฎหมายมหาชนเพื่อใหประชาชน หนวยงานทางปกครอง และเจาหนาที่ของรัฐ สามารถ นำความรู ความเข า ใจด า นกฎหมายมหาชนไปใช คุมครองสิทธิเสรีภาพ ศาลปกครองได ก ำหนดยุ ท ธศาสตร เชิ ง รุ ก ที่เหมาะสม เพื่อใชเปนทิศทางการดำเนินงานระหวาง ปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ - ๒๕๕๗ ใหสอดคลองกับ สถานการณที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งเพื่อเรงยกระดับ
35
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
มาตรฐานการทำงานของศาลปกครองใหอยูในระดับสูง ประกอบดวย ๕ ยุทธศาสตร ดังนี้
๓.๒ เสริมสรางการปฏิบัติราชการที่ดีใหแก หนวยงานทางปกครองและเจาหนาที่ของรัฐ
ยุทธศาสตรที่ ๑ พัฒนาการอำนวยความยุติธรรม ทางปกครองให เ ป น ที่ เชื่ อ มั่ น แก สั ง คมไทย โดยมี กลยุทธรองรับการดำเนินงาน ดังนี้ ๑.๑ เสริมสรางมาตรฐานการพิจารณาพิพากษา คดีของศาลปกครองที่รวดเร็วและมีคุณภาพ ๑.๒ เสริ ม สร า งระบบการบั ง คั บ คดี ต าม คำพิพากษาหรือคำสั่งใหมีประสิทธิผล
ยุทธศาสตรที่ ๔ พัฒนาระบบบริหารทรัพยากรมนุษย เพื่ อ มุ ง สู อ งค ก ารที่ มี ขี ด สมรรถนะสู ง โดยมีกลยุทธ รองรับการดำเนินงานดังนี้ ๔.๑ พั ฒ นาระบบบริ ห ารทรั พ ยากรมนุ ษ ย เพื่ อ เพิ่ ม ประสิ ท ธิ ภ าพในการปฏิ บั ติ ง านให บ รรลุ วัตถุประสงคขององคการ ๔.๒ เ ส ริ ม ส ร า ง ค ว า ม เชี่ ย ว ช า ญ แ ล ะ ขี ด สมรรถนะของบุ ค ลากรของศาลปกครองและ สำนักงานศาลปกครอง ๔.๓ เสริ ม สร า งค า นิ ย มเพื่ อ ให เ กิ ด การ ปรั บ เปลี่ ย นพฤติ ก รรมให ส อดคล อ งกั บ วั ฒ นธรรม ศาลปกครอง
ยุทธศาสตรที่ ๒ พัฒนาหลักกฎหมายและองคความรู เพื่อใหเปนศูนยกลางวิชาการดานกฎหมายมหาชน ที่เปนที่ยอมรับ โดยมีกลยุทธรองรับการดำเนินงาน ดังนี้ ๒.๑ พั ฒ น า ก ฎ ห ม า ย แ ล ะ อ ง ค ค ว า ม รู ด า นกฎหมายมหาชนเพื่ อ สนั บ สนุ น การพิ จ ารณา พิ พ ากษาคดี ป กครองและการบริ ห ารงานของ ศาลปกครอง ๒.๒ เสริ ม สร า งและพั ฒ นาการให บ ริ ก าร เพื่อใหเปนศูนยกลางรวบรวมองคความรูทางวิชาการ ดานกฎหมายมหาชนของประเทศ ๒.๓ เสริ ม สร า งความสั ม พั น ธ แ ละแสวงหา เครือขายความรวมมือทางวิชาการระหวางประเทศ ยุทธศาสตรที่ ๓ คุมครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน และเสริมสรางการปฏิบัติราชการที่ดีใหแกหนวยงาน ทางปกครองและเจาหนาทีข่ องรัฐ โดยมีกลยุทธรองรับ การดำเนินงาน ดังนี้ ๓.๑ สงเสริมโอกาสการเขาถึงกระบวนการ ยุติธรรมทางปกครองของประชาชน
36
ยุทธศาสตรที่ ๕ พัฒนาระบบบริหารจัดการองคการ เพื่อเอื้อตอการปฏิบัติภารกิจของศาลปกครอง โดยมี กลยุทธรองรับการดำเนินงานดังนี้ ๕.๑ ยกระดับขีดความสามารถในการทำงาน และคุณภาพการใหบริการของทุกหนวยงานในสำนักงาน ศาลปกครองใหอยูในระดับสูง เพื่อรองรับการทำงาน เชิงรุกของศาลปกครอง ๕.๒ เพิ่มประสิทธิภาพระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร (Information Communication Technologies: ICT) ใหสามารถสนับสนุนภารกิจหลัก ขององคการและรองรับการพัฒนาองคการในอนาคต ๕.๓ เสริมสรางประสิทธิภาพดานการบริหาร จัดการการบริหารทรัพยสนิ การคลัง และการตรวจสอบ เพื่อสนับสนุนภารกิจองคการ
ารปฏิ บั ติ ง านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
แผนภาพแผนที่ยุทธศาสตรการดำเนินงานของศาลปกครอง วิสัยทัศน ผูไดรับ ประโยชน คุณภาพ การให บริการ ประสิทธิภาพ การปฏิบัติ ราชการ การเรียนรู และพัฒนา
ศาลปกครองเปนสถาบันหลักของประเทศที่ใชอำนาจตุลาการอำนวยความยุติธรรมเกี่ยวกับขอพิพาททางปกครอง โดยมุงใหเกิดความสมดุลในการคุมครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและการดำเนินงานของรัฐเพื่อประโยชนสาธารณะ ๑. ประชาชนมีความเชื่อมั่นตอการอำนวย ความยุติธรรมของศาลปกครอง
๓. ประชาชนไดรับความคุมครองสิทธิเสรีภาพจากการกระทำทางปกครอง หนวยงานทางปกครองและเจาหนาที่ของรัฐมีแนวปฏิบัติราชการที่ดี
คูกรณี ไดรับการรอำนวยความยุติธรรมทางปปกครอง
๑.๑ เสริมสรางมาตรฐาน การพิจารณาพิพากษา คดีปกครองที่รวดเร็ว และมีคุณภาพ
๑.๒ เสริมสรางระบบ การบังคับคดีตาม คำพิพากษา/คำสั่งใหมี ประสิทธิผล
ประชาชน เขาถึงกระบวนนการยุติธรรม ทางปกครองได รองไดดอย อยางถูกตอง
หนวยงานทางปกครอง/เจาหนาที่ของรัฐ มีแนววทางการรปฏิบับัติราชการที่ดี
๓.๑ สงเสริมโอกาสการเขาถึงกระบวนการ ยุติธรรมทางปกครองของประชาชน
๓.๒ เสริมสรางการปฏิบัติราชการที่ดีใหแก หนวยงานทางปกครองและเจาหนาที่ของรัฐ
๒. ศาลปกครองเปนศูนยกลางวิชาการดานกฎหมายมหาชนที่เปนที่ยอมรับ ๒.๒ เสริมสรางและพัฒนาการใหบริการเพื่อเปนศูนยกลางรวบรวมองคความรู ทางวิชาการดานกฎหมายมหาชนของประเทศ
๕. ศาลปกครองมีระบบบริหารจัดการองคการที่สนับสนุนการปฏิบัติ ภารกิจใหสัมฤทธิ์ผล ๕.๑ ยกระดับขีดความสามารถในการทำงานและคุณภาพการใหบริการของทุกหนวยงาน ๕.๒ เพิ่มประสิทธิภาพระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ๕.๓ เสริมสรางประสิทธิภาพดานการบริหารจัดการ การบริหารทรัพยสิน การคลัง และการตรวจสอบ
๔. ศาลปกครองมีขีดสมรรถนะสูงดานทรัพยากรมนุษย ๔.๑ พัฒนาระบบบริหารทรัพยากรมนุษย ๔.๒ เสริมสรางความเชี่ยวชาญและขีด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน สมรรถนะของบุคลากรศาลปกครองและ สำนักงานศาลปกครอง ใหบรรลุวัตถุประสงคขององคการ ๔.๓ เสริมสรางคานิยมเพื่อใหเกิดพฤติกรรมที่สอดคลองกับวัฒนธรรมศาลปกครอง
๒.๑ พัฒนากฎหมายและองคความรูดาน กฎหมายมหาชนเพื่อสนับสนุนการพิจารณา พิพากษาคดีปกครองและการบริหารงานของ ศาลปกครอง สรางองคความรูดานกฎหมายมหาชน เพื่อสนับสนุนการพิจารณาพิพากษาคดี
๒.๓ เสริมสรางความสัมพันธและแสวงหา เครือขายความรวมมือทางวิชาการระหวาง ประเทศ
37
ผลการดำเนินงานของศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครอง
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
ยุทธศาสตรที่ ๑ พัฒนาการอำนวยความยุติธรรมทางปกครองใหเปนที่เชื่อมั่น แกสังคมไทย ๑.๑ เสริมสรางมาตรฐานการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลปกครองที่รวดเร็วและมีคุณภาพ
40
มีคดีที่อยูระหวางการพิจารณา จำนวน ๑๔,๙๑๒ คดี คิ ด เป น ร อ ยละ ๒๑.๒๒ โดยเมื่ อ พิ จ ารณาในแต ล ะ ชั้ น ศาล พบว า ศาลปกครองสู ง สุ ด มี ค ดี เข า สู ก าร พิจารณา จำนวน ๑๘,๔๒๕ คดี ศาลปกครองสูงสุด สามารถพิ จ ารณาแล ว เสร็ จ จำนวน ๑๒,๔๕๖ คดี คิ ด เป น ร อ ยละ ๖๗.๖๐ ของคดี รั บ เข า ทั้ ง หมดของ ศาลปกครองสู ง สุ ด และเป น คดี ที่ อ ยู ร ะหว า งการ พิจารณา จำนวน ๕,๙๖๙ คดี คิดเปนรอยละ ๓๔.๔๐ สำหรั บ ศาลปกครองชั้ น ต น มี ค ดี เข า สู ก ารพิ จ ารณา จำนวน ๕๑,๘๔๔ คดี ศาลปกครองชั้ น ต น สามารถ แผนภูมิที่ ๑ สถิติคดีปกครองของศาลปกครอง ตั้งแตเปดทำการ - วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔
๗ ๕๕,๓.๗๕๘%)
๑ ๔๒๒,๙.๗๐๕%) (๘
ลป สูง กค สุด รอ ง
ศา
๖ ๑๒๗,๔.๖๕๐%) ๕ ๒ ๑๘,๔ (๖
ลป ชั้น กคร ตน อง
(๗๘
ศา
๐๐ ๖๐,๐ ๐๐ ๕๐,๐ ๐๐ ๔๐,๐ ๐๐ ๓๐,๐ ๐๐ ๒๐,๐ ๐๐ ๑๐,๐
๙
๗๐,๒๖
วม
๘๐,๐๐ ๐ ๗๐,๐๐
๔ ๕๑,๘๔
พร
ดี หนวย : ค ๐
ภา
๑.๑.๑ สถิติคดีปกครองในภาพรวม ประจำป พ.ศ. ๒๕๕๔ ศาลปกครองจั ด ตั้ ง ขึ้ น ตามรั ฐ ธรรมนู ญ แห ง ราชอาณาจั ก รไทย พุ ท ธศั ก ราช ๒๕๔๐ และ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ดวยเจตนารมณแหงการเปน องค ก รตุ ล าการเพื่ อ อำนวยความยุ ติ ธ รรมเกี่ ย วกั บ ขอพิพาททางปกครอง จึงไดมงุ มัน่ และทุม เทสรรพกำลัง ในภาระหนาที่อันหนักหนวงตลอดระยะเวลา ๑๐ ป ทีผ่ า นมา เพือ่ พิจารณาพิพากษาคดีและพัฒนาระบบงาน ศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองใหสามารถ บริการประชาชนใหดียิ่งขึ้นอยางตอเนื่อง จากวั น เป ด ทำการศาลปกครองเมื่ อ วั น ที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๔ จนถึงปจจุบนั นับเปนเวลาหนึง่ ทศวรรษ ในการทำหนาที่อำนวยความยุติธรรมทางปกครองแก สังคมไทย การพิจารณาคดีของศาลปกครองไดสราง บรรทัดฐานในการปฏิบัติราชการที่ดี ทำใหไดรับการ ยอมรั บ และความเชื่ อ มั่ น จากประชาชนและสั ง คม ในระดับสูงมาโดยตลอด อยางไรก็ตาม ผลจากการพัฒนา ประเทศและพลวัตรของสังคมอาจทำใหเกิดขอพิพาท ทางปกครองและมีแนวโนมเปนคดีเขาสูการพิจารณา ของศาลปกครองในอัตราที่สูงขึ้นตอไปในอนาคต ตั้ ง แต เ ป ด ทำการจนถึ ง วั น ที่ ๓๑ ธั น วาคม ๒๕๕๔ มีคดีปกครองเขาสูก ารพิจารณาของศาลปกครอง ทั้งสิ้น จำนวน ๗๐,๒๖๙ คดี ศาลปกครองไดพิจารณา แลวเสร็จ จำนวน ๕๕,๓๕๗ คดี คิดเปนรอยละ ๗๘.๗๘
คดีแลวเสร็จ คดีรับเขา
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
แผนภูมิที่ ๒ สถิติคดีรับเขา คดีแลวเสร็จ และคดีคงคางของศาลปกครอง ตั้งแตเปดทำการ - วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ หนวย : คดี
๑๕,๐๐๐
๑๔,๙๑๒ ๑๓,๓๓๕ ๑๒,๓๔๔
๑๒,๐๐๐ ๙,๐๐๐
๘,๗๒๘
๙,๘๕๔
คดีรับเขา
๑๐,๖๙๕ ๘,๒๖๗
๗,๒๓๐ ๗,๒๗๗ ๗,๐๖๙ ๖,๘๘๗ ๖,๑๒๕ ๕,๖๙๕ ๖,๐๐๐ ๕,๒๑๙ ๕,๗๘๙๕,๐๕๔ ๖,๑๕๘ ๕,๗๖๑ ๖,๒๕๒ ๖,๘๘๐ ๖,๖๙๑ ๔,๗๖๒ ๕,๕๑๑ ๕,๕๗๑ ๕,๘๘๘ ๕,๖๒๘ ๕,๔๑๑ ๓,๕๕๙ ๕,๐๕๓ ๔,๔๘๔ ๔,๗๑๘ ๓,๐๐๐ ๔,๐๑๖ ๒,๑๓๖
๐
๒๕๔๔ ๒๕๔๕ ๒๕๔๖ ๒๕๔๗ ๒๕๔๘ ๒๕๔๙ ๒๕๕๐ ๒๕๕๑ ๒๕๕๒ ๒๕๕๓ ๒๕๕๔ ป พ.ศ.
พิ จ ารณาแล ว เสร็ จ จำนวน ๔๒,๙๐๑ คดี คิ ด เป น รอยละ ๘๒.๗๕ ของคดีรับเขาทั้งหมดของศาลปกครอง ชั้นตน และเปนคดีที่อยูระหวางการพิจารณา จำนวน ๘,๙๔๓ คดี คิดเปนรอยละ ๑๗.๒๕ เมื่อพิจารณาคดีรับเขา คดีแลวเสร็จ และคดี ที่อยูระหวางพิจารณาสะสมซึ่งสะทอนใหเห็นภาระงาน ของศาลปกครอง พบวา ปริมาณคดีรับเขามีแนวโนม เพิ่มขึ้นทุกป แมวาในปแรกๆ ปริมาณคดีรับเขาจะมี จำนวนไมมาก เนื่องจากเริ่มเปดทำการ ตอมาเมื่อมีการ ประชาสัมพันธใหความรูแกประชาชนอยางตอเนื่อง จึ ง มี ก ารฟ อ งคดี ป กครองมากขึ้ น และปริ ม าณคดี มีแนวโนมสูงขึ้นทุกป แมวา ศาลปกครองจะไดพยายาม พิ จ ารณาพิ พ ากษาคดี ใ ห ไ ด ม ากที่ สุ ด แต จ ำนวนคดี แลวเสร็จยังคงนอยกวาจำนวนคดีรับเขา ทำใหปริมาณ คดีคงคางสะสมเพิ่มมากขึ้นทุกปดังแผนภูมิที่ ๒ หากพิ จ ารณาผลการพิ พ ากษาคดี ย อ นหลั ง ๕ ป ที่ผานมา คือ จากป พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๔ พบวา ศาลปกครองสามารถลดสัดสวนจำนวนคดีคงคางสะสม
ไดอยางตอเนื่องเมื่อเทียบกับปริมาณคดีรับเขา โดยในป พ.ศ. ๒๕๕๐ มีจำนวนคดีคงคางสะสม ๙,๘๕๔ คดี คิดเปนรอยละ ๒๓.๖๗ ของคดีรับเขาทั้งหมด ป พ.ศ. ๒๕๕๑ จำนวนคดีคงคางสะสม ๑๐,๖๙๕ คดี คิดเปน รอยละ ๒๒.๓๕ ของคดีรับเขาทั้งหมด ป พ.ศ. ๒๕๕๒ จำนวนคดีคงคางสะสม ๑๒,๓๔๔ คดี คิดเปนรอยละ ๒๒.๓๙ ของคดีรับเขาทั้งหมด ป พ.ศ. ๒๕๕๓ จำนวน คดีคงคางสะสม ๑๓,๓๓๖ คดี คิดเปนรอยละ ๒๑.๕๑ ของคดีรับเขาทั้งหมด และป พ.ศ. ๒๕๕๔ จำนวนคดี คงคางสะสม ๑๔,๙๑๒ คดี คิดเปนรอยละ ๒๑.๒๒ ของคดีรับเขาทั้งหมด • เวลาในการพิจารณาคดีของศาลปกครอง ศาลปกครองใหความสำคัญอยางยิง่ กับการเรงรัด พิจารณาพิพากษาคดีเพือ่ อำนวยความยุตธิ รรมแกคกู รณี ตามที่ บั ญ ญั ติ ใ นรั ฐ ธรรมนู ญ แห ง ราชอาณาจั ก รไทย พุ ท ธศั ก ราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๗ ที่ ก ำหนดให ผูพ พิ ากษาและตุลาการมีอสิ ระในการพิจารณาพิพากษา
41
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
แผนภูมิที่ ๓ สถิติคดีรับเขาสะสม คดีแลวเสร็จสะสม และคดีคงคางสะสม ของศาลปกครอง ตั้งแตป พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๔ หนวย : คดี
๘๐,๐๐๐ ๗๐,๐๐๐ ๖๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐ ๒๐,๐๐๐ ๑๐,๐๐๐
๖๒,๐๐๒
๕๕,๑๒๒
๓๑,๗๓๙
๑๒,๓๔๔
๑๐,๖๙๕
๙,๘๕๔
(๒๓.๖๙%)
๔๘,๖๖๖
๔๒,๗๘๘
๓๗,๑๕๐
(๒๒.๓๕%)
(๒๒.๓๙%)
๒๕๕๑
อรรถคดีใหเปนไปโดยถูกตอง รวดเร็วและเปนธรรม ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย จึงไดกำหนดกรอบเวลา มาตรฐานในการพิ จ ารณาคดี ไว ใ นแผนยุ ท ธศาสตร ศาลปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๔ - ๒๕๕๗ โดย กำหนดให ก ารพิ จ ารณาคดี จ ะต อ งแล ว เสร็ จ โดยเร็ ว อยางชาไมเกิน ๒ ป นับจากวันที่ไดรับคำฟอง ตั้ ง แต เ ป ด ทำการจนถึ ง วั น ที่ ๓๑ ธั น วาคม ๒๕๕๔ ศาลปกครองสามารถพิ จ ารณาคดี แ ล ว เสร็ จ ภายในระยะเวลา ๒ ป จำนวน ๔๑,๕๖๙ คดี คิดเปน รอยละ ๗๕.๐๙ ของคดีที่แลวเสร็จทั้งหมด คดีที่ใชเวลา มากกวา ๒ ป แตไมเกิน ๓ ป จำนวน ๖,๑๒๕ คดี คิดเปนรอยละ ๙.๖๒ คดีที่ใชเวลามากกวา ๓ ป แต ไมเกิน ๔ ป จำนวน ๔,๓๐๒ คดี คิดเปนรอยละ ๖.๖๘ และคดีที่ใชเวลามากกวา ๔ ป จำนวน ๓,๓๖๑ คดี คิดเปนรอยละ ๗.๙๖ ของคดีที่แลวเสร็จทั้งหมดของ ศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองชั้นตน เมื่อพิจารณาเวลาที่ใชในการพิจารณาคดีของ ศาลปกครองสูงสุด ตั้งแตเปดทำการจนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ ศาลปกครองสูงสุดสามารถพิจารณา คดีแลวเสร็จภายใน ๒ ป จำนวน ๙,๔๓๔ คดี คิดเปน รอยละ ๗๕.๗๔ ของคดีที่แลวเสร็จทั้งหมด คดีที่ใชเวลา มากกวา ๒ ป แตไมเกิน ๓ ป จำนวน ๑,๑๙๘ คดี
คดีแลวเสร็จสะสม
๕๕,๓๕๗
๔๗,๘๔๕
๔๑,๕๙๓
๒๕๕๐
42
คดีรับเขาสะสม
๗๐,๒๖๙
คดีคงคางสะสม ๑๔,๙๑๒
๑๓,๓๓๖
(๒๑.๒๒%)
(๒๑.๕๑%)
๒๕๕๔
๒๕๕๓
๒๕๕๒
ป พ.ศ.
แผนภูมิที่ ๔ ร อ ยละของคดี แ ล ว เสร็ จ ของศาลปกครอง ตั้ ง แต เปดทำการ - วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ จำแนก ตามระยะเวลาที่ใชในการพิจารณาคดี หนวย : คดี
๓๕,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐ ๒๕,๐๐๐ ๒๐,๐๐๐ ๑๕,๐๐๐ ๑๐,๐๐๐ ๕,๐๐๐
.๐๙%) ๔๑,๕๖๙ (๗๕ ๓๑,๐๐๗๖%๐)
(๔๑.๐
๑๐,๕๐๙
(๓๔.๖๗%)
ภายใน ๑ ป
๖,๑๒๕
(๙.๖๒%)
ภายใน ๒ ป
๔,๓๐๒
๓,๓๖๑
(๖.๖๘%) (๗.๙๖%) ภายใน ๓ ป
ภายใน ๔ ป
มากกวา ๔ ป
คิดเปนรอยละ ๙.๖๒ คดีที่ใชเวลามากกวา ๓ ป แต ไมเกิน ๔ ป จำนวน ๘๓๒ คดี คิดเปนรอยละ ๖.๖๘ และคดี ที่ ใช เวลามากกว า ๔ ป จำนวน ๙๙๒ คดี คิ ด เป น ร อ ยละ ๗.๙๖ ของคดี ที่ แ ล ว เสร็ จ ทั้ ง หมด ของศาลปกครองสูงสุด สำหรับศาลปกครองชั้นตนสามารถพิจารณา คดีแลวเสร็จภายใน ๒ ป จำนวน ๓๒,๑๓๕ คดี คิดเปน รอยละ ๗๔.๙๐ ของคดีที่แลวเสร็จทั้งหมด คดีที่ใชเวลา
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
แผนภูมิที่ ๕ รอยละของคดีแลวเสร็จของศาลปกครองสูงสุด ตัง้ แต เปดทำการ - วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ จำแนก ตามระยะเวลาที่ใชในการพิจารณาคดี หนวย : คดี
๖,๐๐๐ ๕,๐๐๐ ๔,๐๐๐
๔%) ๙,๔๓๔ (๗๕.๗ ๕,๑๑๖ (๔๑.๐๗%) ๔,๓๑๘ ๗%) (๓๔.๖
๓,๐๐๐ ๒,๐๐๐
๙๙๒ ๘๓๘๒%) (๗.๙๖%) .๖
๑,๑๒๙%๘)
(๖
(๙.๖
๑,๐๐๐ ภายใน ๒ ป
ภายใน ๑ ป
ภายใน ๔ ป
ภายใน ๓ ป
มากกวา ๔ ป
แผนภูมิที่ ๖ รอยละของคดีแลวเสร็จของศาลปกครองชัน้ ตน ตัง้ แต เปดทำการ - วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ จำแนก ตามระยะเวลาที่ใชในการพิจารณาคดี
หนวย : คดี
๓๐,๐๐๐ ๒๕,๐๐๐ ๒๐,๐๐๐ ๑๕,๐๐๐
๑๐,๐๐๐ ๕,๐๐๐
.๙๐%)
๓๒,๑๓๕ (๗๔ ๒๕,๙๗๔%๔)
(๖๐.๔
๖,๑๙๑
๔,๙๒๗
,๔๗๐
๒,๓๖๙
%) ) ๓ (๑๔.๔๓%) (๑๑.๔๙% (๘.๐๙%) (๕.๕๒
ภายใน ๑ ป
ภายใน ๒ ป
ภายใน ๓ ป
ภายใน ๔ ป
มากกวา ๔ ป
มากกวา ๒ ป แตไมเกิน ๓ ป จำนวน ๔,๙๒๗ คดี คิ ด เป น ร อ ยละ ๑๑.๔๙ คดี ที่ ใช เวลามากกว า ๓ ป แตไมเกิน ๔ ป จำนวน ๓,๔๗๐ คดี คิดเปนรอยละ ๘.๐๙ และคดีที่ใชเวลามากกวา ๔ ป จำนวน ๒,๓๖๙ คดี คิ ด เป น ร อ ยละ ๕.๕๒ ของคดี ที่ แ ล ว เสร็ จ ทั้ ง หมด ของศาลปกครองชั้นตน ๑.๑.๒ สถิ ติ ค ดี ป กครองของศาลปกครองชั้ น ต น จำแนกตามชองทางการฟอง การฟองคดีตอศาลปกครอง แมวาผูฟองคดี จะสามารถยื่นฟองดวยตนเอง ณ ที่ทำการศาลปกครอง ในเขตอำนาจศาลแหงนัน้ หรือการสงคำฟองทางไปรษณีย ลงทะเบี ย นก็ ไ ด ซึ่ ง ทำให ป ระชาชนมี ค วามสะดวก ในการเลือกชองทางการฟองที่ตองการ แตจากสถิติ การยื่ น ฟ อ งคดี ที่ ผ า นมา ประชาชนนิ ย มมายื่ น ฟ อ ง ดวยตนเองมากกวาการฟองทางไปรษณีย เนื่องจาก ตองการมาขอคำแนะนำเกี่ยวกับการเขียนคำฟองและ การยื่นฟองคดีปกครอง (โปรดดูสถิติการใหคำปรึกษา แนะนำประกอบ) ๑.๑.๓ สถิติคดีปกครองแยกประเภทเรื่องที่ฟองของ ศาลปกครองชั้นตน ตัง้ แตเปดทำการ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ พบว า ประเภทเรื่ อ งที่ มี ก ารฟ อ งคดี ต อ ศาลปกครอง ชั้นตนมากที่สุด ไดแก คดีที่เกี่ยวกับการบริหารบุคคล วิ นั ย คิ ด เป น ร อ ยละ ๒๕.๒๙ รองลงมา ได แ ก คดี ที่ เ กี่ ย วกั บ การเวนคื น อสั ง หาริ ม ทรั พ ย ละเมิ ด ความรั บ ผิ ด อย า งอื่ น คิ ด เป น ร อ ยละ ๑๘.๐๙ และ คดีที่เกี่ยวกับการควบคุมอาคาร ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม คิดเปนรอยละ ๑๔.๖๖ หากพิจารณาสถิติการฟองคดีปกครองจำแนก ประเภทเรื่ อ งที่ ฟ อ งในช ว ง ๕ ป ที่ ผ า นมา พบว า ทุ ก ประเภทคดี มี แ นวโน ม ปริ ม าณคดี สู ง ขึ้ น ทุ ก ป โดยเฉพาะคดี ที่ เ กี่ ย วกั บ การบริ ห ารบุ ค คล วิ นั ย คดี ที่เกี่ยวกับการควบคุมอาคารและสิ่งแวดลอม และคดี ที่เกี่ยวกับการปกครอง การบริหารราชการแผนดิน
43
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
แผนภูมิที่ ๗ สัดสวนรอยละของคดีที่ยื่นฟองดวยตนเองและยื่นฟองทางไปรษณีย ระหวางป พ.ศ. ๒๕๔๔ - ๒๕๕๔
๑๐๐%
๗๑.๒๖ ๒๘.๗๔
๖๙.๓๕ ๓๐.๖๕
๗๓.๐๙ ๒๖.๙๑
๖๗.๙๖ ๓๒.๐๔
๖๘.๘๒ ๓๑.๑๘
๓๔.๒๔ ๖๕.๗๖
๖๔.๑๖ ๓๕.๘๔
๓๕.๖๑ ๖๔.๓๙
๖๘.๑๘
๔๐.๘๑ ๕๙.๑๙
๖๐%
๖๒.๒๙ ๓๗.๗๑
๘๐%
๓๑.๘๒
หนวย : คดี
๔๐%
๒๐% ๐%
ศ.
พ.
๒๕๕๒ ๒๕๕๓ ๒๕๕๔ ๒ ๕ ๒ ๕ ๕ ๒ ๑ ๒ ๒๕ ๕๔๙ ๕๐ ๒๕๔๔ ๒๕๔๕ ๒๕๔๖ ๕๔๗ ๔๘
ฟองทางไปรษณีย
จำนวน ๒๔,๖๓๗ คดี คิดเปนรอยละ ๔๗.๓๕ ของคดี ป กครองทั้ ง หมด ในศาลปกครองชั้นตน รองลงมาไดแก ภาคตะวั น ออกเฉี ย งเหนื อ จำนวน การบริหารงานบุคคล วินัย หนวย : คดี ๑๑,๖๑๖ คดี คิดเปนรอยละ ๒๒.๓๒ การเวนคืนอสังหาริมทรัพย ละเมิด ๔,๘๙๙ การควบคุมอาคารและสิ่งแวดลอม ๑,๔๘๑,๔๗๖ (๙.๓๕%) ภาคเหนือ จำนวน ๖,๘๒๔ คดี คิดเปน ๑๓,๒๕๖ (๒๕.๒๙%) ๒,๑๔๐ (๔๕.๐ (๒.๘๓(%๒.๘) ๒%) การพัสดุ สัญญาทางปกครอง ๘%) รอยละ ๑๓.๑๑ ภาคใต จำนวน ๖,๐๒๔ ๔,๔๘๖ (๘.๕๖%) การปกครอง การบริหารราชการแผนดิน ๗,๕๐๓ คดี คิดเปนรอยละ ๑๑.๕๘ และภาค ๙,๔๘๒ (๑๔.๓๒%) ที่ดิน สาธารณสมบัติของแผนดิน (๑๘.๐๙) ๗,๖๘๐ (๑๔.๖๕%) ที่ มี ค ดี ป กครองเกิ ด น อ ยที่ สุ ด ได แ ก การคมนาคม พาณิชย อุตสาหกรรม การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม ภาคตะวั น ออก จำนวน ๒,๙๓๗ คดี เรื่องอื่นๆ คิดเปนรอยละ ๕.๖๔ หากเปรี ย บเที ย บปริ ม าณคดี ป กครองตาม ๑.๑.๔ สถิติคดีปกครองจำแนกตามพื้นที่มูลคดีเกิด พื้ น ที่ มู ล คดี เ กิ ด ต อ จำนวนประชากรแสนคน พบว า ของศาลปกครองชั้นตน ภาคกลางยั ง คงเป น ภาคที่ มี ป ริ ม าณคดี ป กครอง ตั้งแตเปดทำการถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ มากที่ สุ ด คื อ จำนวน ๑๔๐.๐๗ คดี ต อ ประชากร พบวา ภาคกลางเปนพื้นที่ที่เกิดคดีปกครองมากที่สุด แสนคน โดยเมื่ อ พิ จ ารณาเฉพาะกรุ ง เทพมหานคร แผนภูมิที่ ๘ สถิติคดีปกครองของศาลปกครองชั้นตน จำแนกตามประเภท เรื่องที่ฟองตั้งแตเปดทำการ - วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔
44
ฟองดวยตนเอง
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
แผนภูมิที่ ๙ สถิติคดีปกครองของศาลปกครองชั้นตน จำแนกตามประเภทเรื่องที่ฟอง ตั้งแตป พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๔ หนวย : คดี
๒,๐๐๐ ๑,๘๐๐ ๑,๖๐๐ ๑,๔๐๐ ๑,๒๐๐ ๑,๐๐๐ ๘๐๐ ๖๐๐ ๔๐๐ ๒๐๐ ๒๕๕๐
ป พ.ศ.
๒๕๕๑
๒๕๕๓
๒๕๕๒
แผนภูมิที่ ๑๐ สถิติคดีปกครองของศาลปกครองชั้นตน จำแนกตามภาค ที่มูลคดีเกิดตั้งแตเปดทำการ - วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ ๒,๙๓๗ (๕.๖๔%)
๖,๐๒๔
(๑๑.๕๘%)
๒๔,๖๓๗
(๔๗.๓๕%)
๖,๘๒๔
ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคใต ภาคตะวันออก
(๑๓.๑๑%)
๑๑,๖๑๖
(๒๒.๓๒%)
มีปริมาณคดีปกครองมากถึง ๒๙๔.๒๘ คดีตอ ประชากร แสนคน ภาคที่ มี ป ริ ม าณคดี ม ากรองจากภาคกลาง ไดแก ภาคใต จำนวน ๖๗.๗๔ คดีตอประชากรแสนคน ภาคตะวันออก จำนวน ๖๗.๓๒ คดีตอ ประชากรแสนคน
๒๕๕๔
บริหารบุคคล วินัย เวนคืนอสังหาริมทรัพย พัสดุ สัญญาทางปกครอง ควบคุมอาคาร/สิ่งแวดลอม การปกครอง บริหารราชการ ที่ดิน สาธารณสมบัติของแผนดิน ศึกษา วัฒนธรรม สังคม คมนาคม พาณิชย อุตสาหกรรม
ภาคเหนือ จำนวน ๕๙.๕๕ ตอประชากร แสนคน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป น ภาคที่ มี สั ด ส ว นของปริ ม าณคดี ปกครองตอประชากรแสนคน นอยที่สุด คือจำนวน ๕๒.๘๖ คดี ตอประชากร แสนคน และเมื่อพิจารณาสถิติการฟอง คดีปกครองในชวงเวลา ๕ ปทผี่ า นมา คือ ป พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๔ พบวาภาคกลาง ยังคงเปนภาคที่มีคดีปกครองมากที่สุด อย า งต อ เนื่ อ งเมื่ อ เที ย บกั บ ภาคอื่ น ๆ รองลงมา คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคใต และภาคตะวันออก ตามลำดับ
๑.๑.๕ สถิตคิ ดีหนวยงานระดับกระทรวงทีถ่ กู ฟองคดี ปกครอง ตั้งแตเปดทำการถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ พบวา หนวยงานระดับกระทรวงที่ถูกฟองคดีปกครอง มากที่สุด ๑๐ ลำดับแรก ไดแก กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ สำนักนายกรัฐมนตรีและหนวยงาน
45
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
แผนภูมิที่ ๑๑ สถิติคดีปกครองของศาลปกครองชั้นตนตอจำนวนประชากรจำแนกตามภาคที่มูลคดีเกิด ตั้งแตเปดทำการ - วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ ภาค
จำนวนจังหวัด
จำนวนประชากร* ปริมาณคดีที่ยื่นฟอง จำนวนคดีปกครอง (ลานคน) (คดี) ทีย่ นื่ ฟองตอประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน (คดี)
เหนือ
๑๖
๑๑.๔๖๐
๖,๘๒๔
๕๙.๕๕
กลาง
๒๐
๑๗.๕๘๙
๒๔,๖๓๗
๑๔๐.๐๗
- กรุงเทพมหานคร - อื่นๆ
๑ ๑๙
๕.๗๐๑ ๑๑.๘๘๗
๑๖,๗๗๗ ๗,๘๖๐
๒๙๔.๒๘ ๖๖.๑๒
ตะวันออกเฉียงเหนือ
๒๐
๒๑.๙๗๗
๑๑,๖๑๖
๕๒.๘๖
ตะวันออก
๗
๔.๓๖๓
๒,๙๓๗
๖๗.๓๒
ใต
๑๔
๘.๘๙๓
๖,๐๒๔
๖๗.๗๔
รวม
๗๗
๖๔.๒๘๒
๕๒,๐๓๘
๘๐.๙๕
* ขอมูลจากกระทรวงมหาดไทย ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔
แผนภูมิที่ ๑๒ สถิติคดีปกครองของศาลปกครองชั้นตน ในชวง ๕ ป ที่ผานมา ตั้งแตป พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๔ จำแนกตามพื้นที่มูลคดีเกิด
๑๐๐% ๘๐% ๖๐% ๔๐%
๒๗๗ ๔๙๕ ๗๐๙ ๑,๐๘๔ ๒,๗๑๘
๖๔๑
๒๐% ๐% 46
๑,๕๔๔ ๒,๔๖๑
๑,๑๙๘ ๒,๐๗๖
๒๕๕๒
ศ.
พ.
๒๕๕๐
๒๕๕๑
๕๘๐
๕๖๘
๑,๑๒๔ ๒,๘๗๓
๑,๐๔๖ ๒,๑๓๓
๓๐๘ ๔๘๔
๓๔๑ ๔๖๘
๒๙๑ ๔๓๙ ๔๙๕
๑๘๖ ๔๒๖
หนวย : คดี
กลาง
๒๕๕๔
๒๕๕๓ ตะวันออ
เหนือ
กเฉียงเห
นือ
ใต
ตะวันออก
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
แผนภูมิที่ ๑๓ สถิติคดีหนวยงานระดับกระทรวงที่ถูกฟองคดีปกครอง ตั้งแตเปดทำการ - วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔
หนวย : คดี
๑๕,๘๔๖
๖,๑๖๑
๔,๑๕๔
๔,๓๐๖
๔,๗๙๙
๔,๘๒๘
๕๖๒
๖๔๖
๑,๐๖๒
๑,๖๒๔
ะท
กร โห ม รม
กร
าห
ุตส ม
รร
ัง
ษต
คล
ุข ณส
าร
าธ
าร
งเก
ณ
กร
สห
ม
าค
ละ
รแ
มน
งค รีฯ
นต
ัฐม ร
ิกา
ทย
ดไ
หา
งม
าธ
รว
ึกษ
ะท
งศ
กร
รว
กร
ะท
าย
กร
น นัก
รว
สำ
ะท
รว
งก
ะท
รว
งส
ะท
รว
ุติธ
งย
ะท
รว
งอ
ะท
รว
ลา
งก
ะท
รว
กร กร กร กร
กร กร
๒๐,๐๐๐ ๑๘,๐๐๐ ๑๖,๐๐๐ ๑๔,๐๐๐ ๑๒,๐๐๐ ๑๐,๐๐๐ ๘,๐๐๐ ๖,๐๐๐ ๔,๐๐๐ ๒,๐๐๐
ทีข่ นึ้ ตรงตอนายกรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม กระทรวง เกษตรและสหกรณ กระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงยุตธิ รรม กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวง กลาโหม ๑.๑.๖ การใหคำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับคดีปกครอง การใหความรูและคำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับ คดีปกครองแกประชาชนเปนอีกภารกิจที่ศาลปกครอง ไดใหความสำคัญเปนอยางมาก โดยไดพัฒนารูปแบบ การดำเนิ น งานมาอย า งต อ เนื่ อ ง ซึ่ ง หากประชาชน มีความรูค วามเขาใจเกีย่ วกับคดีปกครองและการฟองคดี ปกครองอยางถูกตอง จะเปนหลักประกันขั้นพื้นฐาน ในการเขาถึงกระบวนการยุติธรรมทางปกครองและ ไดรับความเปนธรรมในเวลาอันรวดเร็ว จากสถิติการใหคำปรึกษาแนะนำแกประชาชน พบวา ประชาชนนิยมมารับคำปรึกษาแนะนำดวยตนเอง มากกว า การขอคำปรึ ก ษาแนะนำเป น หนั ง สื อ หรื อ
ทางโทรศั พ ท โดยตั้ ง แต เ ป ด ทำการศาลปกครอง ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ มีประชาชนมาขอรับ คำปรึกษาแนะนำทั้งสิ้น ๙๒,๑๙๗ ราย หรือมีคาเฉลี่ย เทากับ ๘,๓๘๑ รายตอป และหากพิจารณาจำแนก รายปในระยะ ๕ ปที่ผานมา พบวา ประชาชนไดมา ขอรับคำปรึกษาแนะนำในจำนวนมากทุกปและมีแนวโนม เพิ่มมากขึ้น เมือ่ พิจารณาเรือ่ งทีป่ ระชาชนมาขอรับคำปรึกษา แนะนำในระยะ ๕ ป ที่ ผ า นมา ๒๕๕๔ พบว า ประชาชนมาขอรับคำปรึกษาแนะนำมากที่สุดในทุกป คือ เรื่องเกี่ยวกับการเขียนคำฟองและการยื่นคำฟอง ทั้งนี้ การใหคำปรึกษาแนะนำในเรื่องดังกลาว นับวา มี ค วามสำคั ญ มาก เนื่ อ งจากจะช ว ยลดภาระในการ แกไขคำฟองที่ไมสมบูรณ หรือการปฏิบัติที่ไมถูกตอง ตามวิธแี ละเงือ่ นไขในการฟองคดีปกครอง ซึง่ มีสว นชวย ใหการพิจารณาคดีเปนไปดวยความรวดเร็วยิ่งขึ้น 47
ยงานการปฏิ บั ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
แผนภูมิที่ ๑๔ สถิติการใหคำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับคดีปกครองแกประชาชน ในชวง ๕ ป ที่ผานมา ตั้งแตป พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๔
๑๓,๖๕๐
หนวย : ราย
๑๕,๐๐๐ ๑๒,๐๐๐
๑๑,๔๘๕
๑๐,๔๒๗ ๘,๒๐๐
๙,๐๐๐
๖,๖๐๔
๖,๐๐๐ ๓,๐๐๐ ป พ.ศ.
๒๕๕๐
๒๕๕๒
๒๕๕๑
๒๕๕๔
๒๕๕๓
แผนภูมิที่ ๑๕ สถิติการใหคำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับคดีปกครองแกประชาชน ในชวง ๕ ป ที่ผานมา ตั้งแตป พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๔
๐% ป
ศ.
พ. 48
๒๕๕๒
๒,๒๙๔ ๑,๖๕๑ ๑,๗๖๙ ๒,๓๙๐
๒,๖๕๐ ๑,๘๒๔ ๒,๒๐๐
๓,๓๘๑
๒,๘๔๘
๔,๑๒๘
๒,๑๑๙ ๑,๗๗๓ ๑,๙๗๘ ๒,๑๘๘
๑,๗๔๒ ๑,๑๗๔ ๑,๖๙๗ ๑,๕๒๓
๒๕๕๐
๒๕๕๑
๒,๓๖๙
๒๐%
๒,๐๖๔
๔๐%
๑,๔๔๗
๖๐%
๑,๕๒๗
๑๐๐% ๘๐%
๑,๔๘๘ ๑,๐๖๔ ๑,๐๗๘
หนวย : คดี
๒๕๕๔
๒๕๕๓ การเขีย
น/ยื่นค
ความรูท
ำฟอง
ั่วไปเกี่ย
เขตอำน
วกับศา
าจศาลป
วิธีปฏิบ
ลปกคร
อง
กครอง
ัติกอนก
การใหค
ำปรึกษ
ารฟองต าแนะนำในเร ่อื อศาลป กครอง งอ่นื ๆ
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
๑.๒ เสริมสรางระบบการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งใหมีประสิทธิผล การบังคับคดีปกครอง สำนักงานศาลปกครองมีอำนาจหนาทีด่ ำเนินการ บังคับใหเปนไปตามคำพิพากษาและคำสัง่ ของศาลปกครอง ในคดีปกครองทั่วไป คดีละเมิดทางปกครอง คดีสัญญา ทางปกครอง และคดีอนื่ ทีอ่ ยูใ นอำนาจของศาลปกครอง ทั้งนี้ ตามมาตรา ๗๗(๓) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยมีสำนักบังคับคดีปกครองซึ่งเปนหนวยงานในสังกัด ของสำนักงานศาลปกครองมีหนาที่ดำเนินการบังคับคดี ดังกลาว การบั ง คั บ คดี ต ามคำพิ พ ากษา และคำสั่ ง ของศาลปกครองชั้ น ต น สำนั ก บั ง คั บ คดี ป กครองจะ ปฏิบัติตามมาตรา ๗๐ วรรคสองแหงพระราชบัญญัติ ดังกลาว โดยรอการบังคับคดีไว จนกวาจะพนระยะเวลาอุทธรณ ๓๐ วั น นั บ แต วั น ที่ ศ าลมี ค ำพิ พ ากษา หากเป น กรณี ที่ศาลปกครองสู ง สุ ด มี ค ำพิ พ ากษา สำนั ก บั ง คั บ คดี ป กครองจะ ดำเนิ น การบั ง คั บ คดี ใ ห เ ป น ไป ตามคำบังคับไดทันที ในคดีปกครอง ศาลปกครองจะกำหนดคำบังคับ ตามทีก่ ำหนดไวตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึง่ แหงพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยกำหนดตามลักษณะคำฟองในมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติดังกลาว มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา ศาลปกครอง มีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสัง่ ในเรือ่ งดังตอไปนี้ (๑) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หนวยงานทาง ปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐกระทำการโดยไมชอบ ด ว ยกฎหมาย ไม ว า จะเป น การออกกฎ คำสั่ ง หรื อ
การกระทำอื่นใด เนื่องจากกระทำโดยไมมีอำนาจหรือ นอกเหนืออำนาจหนาที่ หรือไมถูกตองตามกฎหมาย หรือโดยไมถูกตองตามรูปแบบ ขั้นตอน หรือวิธีการ อันเปนสาระสำคัญที่กำหนดไวสำหรับการกระทำนั้น หรือโดยไมสุจริต หรือมีลักษณะเปนการเลือกปฏิบัติ ที่ ไ ม เ ป น ธรรม หรื อ มี ลั ก ษณะเป น การสร า งขั้ น ตอน โดยไม จ ำเป น หรื อ สร า งภาระให เ กิ ด กั บ ประชาชน เกินสมควร หรือเปนการใชดุลพินิจโดยมิชอบ (๒) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หนวยงานทาง ปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐละเลยตอหนาที่ตามที่ กฎหมายกำหนดให ต อ งปฏิ บั ติ หรื อ ปฏิ บั ติ ห น า ที่ ดังกลาวลาชาเกินสมควร (๓) คดีพิพาทเกี่ยวกับ การกระทำละเมิดหรือความรับผิด อยางอืน่ ของหนวยงานทางปกครอง หรือเจาหนาที่ของรัฐอันเกิดจาก การใชอำนาจตามกฎหมาย หรือ จากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือ คำสั่งอื่น หรือจากการละเลยตอ หนาที่ตามที่กฎหมายกำหนดให ตองปฏิบัติ หรือปฏิบัติหนาที่ดังกลาวลาชาเกินสมควร (๔) คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง (๕) คดี ที่ มี ก ฎหมายกำหนดให ห น ว ยงาน ทางปกครองหรือเจาหนาทีข่ องรัฐฟองคดีตอ ศาลเพือ่ บังคับ ใหบคุ คลตองกระทำหรือละเวนกระทำอยางหนึง่ อยางใด (๖) คดี พิ พ าทเกี่ ย วกั บ เรื่ อ งที่ มี ก ฎหมาย กำหนดใหอยูในเขตอำนาจศาลปกครอง มาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ ง บั ญ ญั ติ ว า ในการ พิพากษาคดี ศาลปกครองมีอำนาจกำหนดคำบังคับ อยางหนึ่งอยางใด ดังตอไปนี้
49
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
(๑) สั่งใหเพิกถอนกฎหรือคำสั่งหรือสั่งหาม การกระทำทั้งหมดหรือบางสวนในกรณีที่มีการฟองวา หนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐกระทำการ โดยไมชอบดวยกฎหมายตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) (๒) สั่งใหหัวหนาหนวยงานทางปกครองหรือ เจาหนาที่ของรัฐที่เกี่ยวของปฏิบัติตามหนาที่ภายใน เวลาที่ ศ าลปกครองกำหนด ในกรณี ที่ มี ก ารฟ อ งว า หน ว ยงานทางปกครองหรื อ เจ า หน า ที่ ข องรั ฐ ละเลย ตอหนาที่หรือปฏิบัติหนาที่ลาชาเกินสมควร (๓) สั่งใหใชเงินหรือใหสงมอบทรัพยสินหรือ ใหกระทำการหรืองดเวนกระทำการ โดยจะกำหนด ระยะเวลาและเงื่ อ นไขอื่ น ๆ ไว ด ว ยก็ ไ ด ในกรณี ที่ มี การฟองเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดของ หนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาทีข่ องรัฐหรือการฟอง เกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง (๔) สั่ ง ให ถื อ ปฏิ บั ติ ต อ สิ ท ธิ ห รื อ หน า ที่ ข อง บุคคลทีเ่ กีย่ วของในกรณีทมี่ กี ารฟองใหศาลมีคำพิพากษา แสดงความเปนอยูของสิทธิหรือหนาที่นั้น (๕) สั่ ง ให บุ ค คลกระทำหรื อ ละเว น กระทำ อยางหนึ่งอยางใดเพื่อใหเปนไปตามกฎหมาย วรรคสาม ในกรณีที่ศาลปกครองมีคำพิพากษา
ถึงทีส่ ดุ ใหเพิกถอนกฎ ใหมกี ารประกาศผลแหงคำพิพากษา ดังกลาวในราชกิจจานุเบกษา และใหการประกาศดังกลาว มีผลเปนการเพิกถอนกฎนั้น วรรคสี่ ในกรณีที่ศาลปกครองมีคำบังคับให ผู ใ ดชำระเงิ น หรื อ ส ง มอบทรั พ ย สิ น ตามคำพิ พ ากษา ถาผูนั้นไมชำระเงินหรือสงมอบทรัพยสิน ศาลปกครอง อาจมีคำสั่งใหมีการบังคับคดีแกทรัพยสินของบุคคล นั้นได วรรคห า ในกรณี ที่ ศ าลปกครองมี ค ำบั ง คั บ ตามวรรคหนึ่ง (๕) หรือตามวรรคสี่ ใหนำบทบัญญัติ วาดวยการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพงมาใชบังคับโดยอนุโลม ดังนั้น เมื่อศาลปกครองมีคำพิพากษาถึงที่สุด โดยมีคำบังคับหรือคำสัง่ เปนอยางไร สำนักงานศาลปกครอง โดยสำนักบังคับคดีปกครองก็จะดำเนินการใหเปนไป ตามคำพิ พ ากษานั้ น โดยถื อ ปฏิ บั ติ ต ามกฎหมาย ดั ง กล า ว ระเบี ย บสำนั ก งานศาลปกครองว า ด ว ย การดำเนิ น การบั ง คั บ ให เ ป น ไปตามคำบั ง คั บ ของ ศาลปกครอง มติ ก ารสั ม มนาตุ ล าการศาลปกครอง ชัน้ ตน และนโยบายของผูบ ริหารสำนักงานศาลปกครอง ดังปรากฏตามผลการดำเนินการบังคับคดี ดังนี้ คดีที่อยูระหวางการดำเนินการบังคับคดี ณ สิ้นป ๒๕๕๔
ป พ.ศ. ๒๕๕๔
คดีที่ตองดำเนินการ คดีที่ดำเนินการ บังคับคดีในป ๒๕๕๔ แลวเสร็จในป ๒๕๕๔ อยูร ะหวางการบังคับคดี อยูร ะหวางการดำเนินการ ของคูกรณี* คำพิพากษา
50
วิธีการ วิธีการ วิธีการ วิธีการ คำพิพากษา คำพิพากษา คำพิพากษา ชั่วคราว ชั่วคราว ชั่วคราว ชั่วคราว
ยอดยกมา
๙๕๖
๓๒
รับเขา
๗๖๗
๑๑๖
รวม
๑,๗๒๓
๑๔๘
๔๐๒
๙๕
* รอคูก รณีมานำเจาพนักงานบังคับคดีเพือ่ ดำเนินการยึดอายัดตอไป
๖๘๘
๔๓
๖๑๐
-
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ตัวอยางคดีที่ไดดำเนินการบังคับเสร็จสิ้นในป พ.ศ. ๒๕๕๔ จำแนกตามประเภทของคำบังคับ
๑. คำบังคับใหเพิกถอนกฎหรือคำสั่ง ๑.๑ เพิกถอนกฎ ๑.๑.๑ คดี ศ าลปกครองสู ง สุ ด หมายเลข แดงที่ อ.๒๔๑/๒๕๕๔ ศาลพิ พ ากษาให เ พิ ก ถอน เทศบัญญัติงบประมาณรายจายเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๗ ของเทศบาลนคร ภูเก็ต ตั้งแตวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๗ ซึ่งเปนวันใช บังคับเทศบัญญัติดังกลาว ในชั้นบังคับคดี สำนักงานศาลปกครอง ไดจัดทำประกาศเพิกถอนกฎดังกลาวเพื่อลงประกาศ ในราชกิ จ จานุ เ บกษา และเมื่ อ ได มี ก ารประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาแลว สำนักงานศาลปกครองไดมี หนังสือแจงการประกาศดังกลาวใหผูถูกฟองคดีทราบ ๑.๑.๒ คดี ศ าลปกครองนครราชสี ม า หมายเลขแดงที่ ๘/๒๕๕๔ ศาลพิพากษาใหเพิกถอน ขอบัญญัตอิ งคการบริหารสวนตำบลกุดน้ำใส เรือ่ ง การขุดดิน และถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๙ ลงวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๔๙ ในชั้นบังคับคดี สำนักงานศาลปกครอง ไดจัดทำประกาศเพิกถอนกฎดังกลาวเพื่อลงประกาศ ในราชกิ จ จานุ เ บกษา และเมื่ อ ได มี ก ารประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาแลว สำนักงานศาลปกครองไดมี หนังสือแจงการประกาศดังกลาวใหผูถูกฟองคดีทราบ ๑.๒ เพิกถอนคำสั่ง ๑.๒.๑ เพิกถอนคำสั่งอยางเดียว (๑) คดีศาลปกครองสูงสุด หมายเลข แดงที่ อ.๕๘ - ๕๙/๒๕๕๔ ศาลพิพากษาใหเพิกถอน คำสั่งของผูถูกฟองคดีที่ ๑ ตามหนังสือ ที่ นร ๒๐๐๒/ ๕๔๗, ๕๔๘, ๕๔๙, ๕๕๐, ๕๕๑ และ ๒๓๒๐ ลงวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๔๕ ที่สั่งใหผูฟองคดีที่ ๑ กับพวก
ส ง ใช เ งิ น ค า ใช จ า ยในการเดิ น ทางกลั บ ประเทศไทย ที่อางวาเบิกเกินสิทธิคืน ในชัน้ บังคับคดี ผูถ กู ฟองคดีที่ ๑ ออกคำสั่งใหมเพิกถอนคำสั่งที่พิพาทแลว (๒) คดีศาลปกครองสูงสุด หมายเลข แดงที่ อ.๗๙/๒๕๕๔ ศาลพิพากษาใหเพิกถอนคำสั่ ง ของผูถูกฟองคดีที่ ๖๔/๒๕๔๗ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๗ เฉพาะสวนที่ใหยกเลิกการเลื่อนขั้นเงินเดือน ประจำปงบประมาณ ๒๕๔๗ ของผูฟองคดีตามคำสั่งที่ ๘๕/๒๕๔๖ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๖ ในชัน้ บังคับคดี ผูถ กู ฟองคดีที่ ๑ ออกคำสั่งใหมเพิกถอนคำสั่งที่พิพาทแลว (๓) คดีศาลปกครองกลาง หมายเลข แดงที่ ๑๗๓๒/๒๕๕๓ ศาลพิพากษาใหเพิกถอนคำสั่ง ของผูถูกฟองคดีที่ ๑ ตามประกาศอำเภอเมืองนครปฐม เรื่อง บัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกเปนผูใหญบานหมูที่ ๑๐ ตำบลหนองงู เ หลื อ ม ลงวั น ที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เฉพาะในสวนที่ใหนาย ส. เปนผูสมัครรับเลือก เปนผูใหญบาน ในชั้ น บั ง คั บ คดี ผู ถู ก ฟ อ งคดี ยกเลิ ก ประกาศบั ญ ชี ร ายชื่ อ ผู ส มั ค รรั บ เลื อ กเป น ผูใ หญบา นดังกลาว พรอมกับประกาศรับสมัครผูใ หญบา น แทนตำแหนงที่วางแลว ๑.๒.๒ เพิกถอนคำสั่งโดยมีขอสังเกต (๑) คดี ศ าลปกครองขอนแก น หมายเลขแดงที่ ๑๒๐/๒๕๔๙ ศาลพิ พ ากษาให เพิกถอนคำสั่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแกน เขต ๒ ที่ ๔๓๘/๒๕๔๗ ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๗ เรื่อง เลื่อนขั้นและระดับเงินเดือนขาราชการเฉพาะ ในส ว นที่ สั่ ง เลื่ อ นขั้ น เงิ น เดื อ นให ผู ฟ อ งคดี ๐.๕ ขั้ น
51
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
52
โดยให มี ผ ลย อ นหลั ง ไปตั้ ง แต วั น ออกคำสั่ ง ดั ง กล า ว โดยศาลกำหนดขอสังเกตตามมาตรา ๖๙ (๘) แหง พระราชบัญญัติจั ด ตั้ ง ศาลปกครองและวิ ธี พิ จ ารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เกี่ยวกับวิธีการดำเนินการ ใหเปนไปตามผลของคำพิพากษานี้วา ผูถูกฟองคดี ที่ ๑ จะตองดำเนินการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผล การปฏิ บั ติ ง านครึ่ ง ป ที่ แ ล ว มา (๑ เมษายน ๒๕๔๗ ถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๔๗) ของ ผู ฟ อ งคดี ใ หม ใ ห ถู ก ต อ งตาม หลักเกณฑและวิธกี ารตามกฎ ก.พ. ว า ด ว ยการเลื่ อ นขั้ น เงิ น เดื อ น พ.ศ. ๒๕๔๔ และตามประกาศ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้ น พื้ น ฐาน เรื่ อ ง หลั ก เกณฑ และแนวปฏิบัติในการพิจารณา เลื่อนขั้นเงินเดือนขาราชการสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๔๗ และใหผูถูกฟองคดี ที่ ๒ พิ จ ารณาออกคำสั่ ง เลื่ อ นขั้ น เงิ น เดื อ นประจำ ปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๗ ครัง้ ที่ ๒ (๑ ตุลาคม ๒๕๔๗) เฉพาะผูฟองคดีใหมใหถูกตองและเปนธรรม โดยให ดำเนินการใหแลวเสร็จภายในเกาสิบวันนับแตวันที่คดี ถึงที่สุด ในชั้ น บั ง คั บ คดี ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ไดดำเนินการตามขอสังเกตของศาลโดยไดดำเนินการ ประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงาน ครึ่งปที่แลวมา (๑ เมษายน ๒๕๔๗ ถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๔๗) ของผูฟองคดีใหมตามหลักเกณฑและวิธีการ ตามกฎ ก.พ. วาดวยการเลือ่ นขัน้ เงินเดือน พ.ศ. ๒๕๔๔ และตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้ น พื้ น ฐาน เรื่ อ ง หลั ก เกณฑ แ ละแนวปฏิ บั ติ ใ นการ พิ จ ารณาเลื่ อ นขั้ น เงิ น เดื อ นข า ราชการสำนั ก งาน คณะกรรมการการศึ ก ษาขั้ น พื้ น ฐาน พ.ศ. ๒๕๔๗ และผูถูกฟองคดีที่ ๒ ไดพิจารณาผลการประเมินของ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ดั ง กล า วและออกคำสั่ ง เลื่ อ นขั้ น เงินเดือนประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๗ ครั้งที่ ๒ (๑ ตุลาคม ๒๕๔๗) เฉพาะผูฟองคดีใหมแลว
(๒) คดี ศ าลปกครองขอนแก น หมายเลขแดงที่ ๙๐/๒๕๕๔ ศาลพิพากษาใหเพิกถอน คำสั่ ง สำนั ก งานการปฏิ รู ป ที่ ดิ น เพื่ อ เกษตรกรรม ที่ ๖๑๓/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๑ ที่สั่งยาย ผูฟ อ งคดีจากตำแหนงนายชางสำรวจ ระดับ ๖ กลุม งาน ช า งและแผนที่ ส ำนั ก งานการปฏิ รู ป ที่ ดิ น จั ง หวั ด ขอนแก น ไปดำรงตำแหน ง นายช า งสำรวจ ระดั บ ๖ กลุม งานชางและแผนทีส่ ำนักงาน การปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ โดยใหมีผลยอนหลังไปตั้งแตวัน ออกคำสั่งดังกลาว โดยศาลมีขอสั งเกตเกี่ ย วกั บแนวทางหรื อ วิ ธี การดำเนิ น การให เ ป น ไปตาม คำพิ พ ากษาว า ให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ดำเนิ น การให ต ำแหน ง เดิ ม ของ ผูฟองคดีในสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดขอนแกน ว า งลงเพื่ อ ให ผู ฟ อ งคดี ไ ด ก ลั บ สู ต ำแหน ง เดิ ม เสมื อ น ไมเคยมีคำสั่งยายผูฟองคดนับแตวันที่คดีถึงที่สุด ในชั้ น บั ง คั บ คดี ผู ถู ก ฟ อ งคดี ยกเลิกคำสั่งยายผูฟองคดีจากตำแหนงนายชางสำรวจ ระดับ ๖ กลุมงานชางและแผนที่ สำนักงานการปฏิรูป ที่ดินจังหวัดขอนแกน ไปดำรงตำแหนงนายชางสำรวจ ระดับ ๖ กลุมงานชางและแผนที่ สำนักงานการปฏิรูป ที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ และแจงการยกเลิกคำสั่งดังกลาว ใหผูวาราชการจังหวัดขอนแกนและผูวาราชการจังหวัด กาฬสิ น ธุ ท ราบเพื่ อ ดำเนิ น การในส ว นที่ เ กี่ ย วข อ ง ตอไปแลว ๒. คำบังคับใหเพิกถอนกฎหรือคำสัง่ และใหกระทำการ ๒.๑ เพิกถอนคำสั่งและใหกระทำการ ๒.๑.๑ คดีศาลปกครองสูงสุด หมายเลขแดง ที่ อ.๓๕๔/๒๕๕๒ ศาลพิ พ ากษาแก ค ำพิ พ ากษา ของศาลปกครองกลางที่ พิ พ ากษาให เ พิ ก ถอนมติ ของผูถูกฟองคดีที่ ๒ ในการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๔๗ เมื่ อ วั น ที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๔๗ ที่ ไ ม อ นุ มั ติ ใ ห จ า ง ผูฟองคดีเปนพนักงานมหาวิทยาลัยในตำแหนงอาจารย
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ประจำคณะสั ง คมสงเคราะห ศ าสตร ต ามที่ ผู ฟ อ งคดี ไดรบั การคัดเลือก และใหผถู กู ฟองคดีทงั้ สองดำเนินการ เพื่อจางผูฟองคดีเปนพนักงานมหาวิทยาลัยในตำแหนง อาจารยดังกลาวภายในหกสิบวันนับแตวันที่คดีถึงที่สุด รวมทั้ ง ให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ชดใช ค า สิ น ไหมทดแทน ใหแกผูฟองคดีเปนเงิน ๑,๐๑๔,๔๘๙.๗๔ บาท พรอม ดอกเบี้ยรอยละเจ็ดกึ่งตอปนับแตวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๔๗ ซึ่ ง เป น วั น ฟ อ งคดี จ นถึ ง วั น ที่ ผู ฟ อ งคดี ไ ด รั บ ชดใชคาสินไหมทดแทนดังกลาว และใหผูถูกฟองคดี ที่ ๑ จายเงินใหแกผูฟองคดี เดือนละ ๑๕,๖๓๐ บาท ตั้งแตวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๗ จนถึงวันที่ผูฟองคดี ได รั บ การจ า งเป น พนั ก งานมหาวิ ท ยาลั ย ในตำแหน ง อาจารย ป ระจำคณะสั ง คมสงเคราะห ศ าสตร ตามที่ ผู ฟ อ งคดี ไ ด รั บ การคั ด เลื อ กเป น ให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ชดใชคา สินไหมทดแทนใหแกผฟู อ งคดีเปนเงิน ๔๒,๘๑๓ บาท พรอมดอกเบี้ยรอยละเจ็ดกึ่งตอปนับแตวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๔๗ ซึ่งเปนวันฟองคดีจนถึงวันที่ผูฟองคดี ไดรบั ชดใชคา สินไหมทดแทนดังกลาว และใหผถู กู ฟองคดี ที่ ๑ จายเงินใหแกผูฟองคดีเดือนละ ๖,๐๓๐ บาท ตั้งแตวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๗ จนถึงวันที่ผูฟองคดี ได รั บ การจ า งเป น พนั ก งานมหาวิ ท ยาลั ย ในตำแหน ง อาจารยประจำคณะสังคมสงเคราะหศาสตร ในสังกัด ผูถ กู ฟองคดีที่ ๑ นอกจากทีแ่ กใหเปนไปตามคำพิพากษา ศาลปกครองชั้นตน ในชั้ น บั ง คั บ คดี ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ มีคำสั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร ที่ ๒๒๗๘/๒๕๔๙ ลงวั น ที่ ๒๑ ธั น วาคม ๒๕๔๙ จ า งผู ฟ อ งคดี เ ป น พนั ก งานมหาวิ ท ยาลั ย ตำแหน ง อาจารย สั ง กั ด คณะ สังคมสงเคราะหศาสตร ตั้งแตวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ เปนตนไป และไดชำระเงินคาสินไหมทดแทน ใหแกผูฟองคดีแลว ๒.๑.๒ คดี ศ าลปกครองกลาง หมายเลข แดง ที่ ๓๙๖/๒๕๕๑ ศาลพิ พ ากษาเพิ ก ถอนคำสั่ ง ของผูถูกฟองคดีที่ ๑ ที่ สฎ ๕๒๕๐๔/๓๓๐๒ ลงวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๔๙ ที่ไมรับแจงหนังสือของผูฟองคดี ลงวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๔๙ ที่แจงความประสงค
จะกอสรางอาคาร และใหผถู กู ฟองคดีที่ ๑ ออกใบรับแจง ตามมาตรา ๓๙ ทวิ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัตคิ วบคุม อาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ แกไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติ ควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ แกผูฟองคดี ภายใน ๓๐ วัน นับแตวันที่คำพิพากษาถึงที่สุด และให ผู ฟ อ งคดี เริ่ ม ต น ดำเนิ น การก อ สร า งอาคารได โดยมี กำหนดระยะเวลาการกอสราง ๒ ป นับตัง้ แตวนั ทีไ่ ดรับ ใบแจง และใหเพิกถอนคำวินิจฉัยของผูถูกฟองคดีที่ ๒ ที่ ๒/๒๕๔๙ ลงวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๙ ในชั้ น บั ง คั บ คดี ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ เพิ ก ถอนคำสั่ ง ที่ ไ ม รั บ แจ ง หนั ง สื อ ของผู ฟ อ งคดี ทีแ่ จงความประสงคจะกอสรางอาคาร และไดดำเนินการ ออกใบรับแจงตามมาตรา ๓๙ ทวิ วรรคสอง แหงพระราชบั ญ ญั ติ ค วบคุ ม อาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ แก ไขเพิ่ ม เติ ม โดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ใหแกผูฟองคดีแลว และผูฟองคดีไดดำเนินการ กอสรางอาคารดังกลาวจนแลวเสร็จ ๒.๑.๓ คดี ศ าลปกครองกลาง หมายเลข แดงที่ ๕๒๒/๒๕๕๒ ศาลพิ พ ากษาเพิ ก ถอนคำสั่ ง ของผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ที่ ๖๔๘/๒๕๔๒ ลงวั น ที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๔๒ ทีส่ งั่ ลงโทษไลผฟู อ งคดีออกจากราชการ และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณของผูถูกฟองคดีที่ ๓ ทีส่ งั่ ยกอุทธรณ และใหผฟู อ งคดีไดรบั สิทธิและประโยชน อันพึงมีพงึ ไดตามกฎหมายหรือระเบียบทีเ่ กีย่ วของตัง้ แต วันที่ถูกลงโทษไลออกจากราชการเสมือนหนึ่งไมเคย ถูกคำสั่งไลออกจากราชการ ในชั้ น บั ง คั บ คดี ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ เพิ ก ถอนคำสั่ ง ลงโทษไล ผู ฟ อ งคดี อ อกจากราชการ และได ด ำเนิ น การให ผู ฟ อ งคดี ไ ด รั บ สิ ท ธิ ป ระโยชน อั น พึ ง มี พึ ง ได ต ามกฎหมายและระเบี ย บที่ เ กี่ ย วข อ ง ตั้งแตวันที่ถูกลงโทษไลออกจากราชการ ๒.๑.๔ คดี ศ าลปกครองกลาง หมายเลข แดงที่ ๘๔๓/๒๕๕๓ ศาลพิ พ ากษาเพิ ก ถอนคำสั่ ง ผูถ กู ฟองคดี ที่ ๔๑๖/๒๕๔๙ ลงวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๙ เพิ่มเติมโดยคำสั่ง ที่ ๑๒/๒๕๕๐ ลงวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๐ และให ผู ถู ก ฟ อ งคดี แ ต ง ตั้ ง (ย า ย) ผู ฟ อ งคดี
53
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
54
จากตำแหน ง เจ า หน า ที่ ค ดี พิ เ ศษ ๖ว ไปแต ง ตั้ ง ให ดำรงตำแหนง ระดับ ๖ ทีใ่ ชวฒ ุ ปิ ริญญาโทดานรัฐศาสตร เปนคุณสมบัตเิ ฉพาะสำหรับตำแหนงในชวงเวลาระหวาง วั น ที่ ๑๕ ธั น วาคม ๒๕๔๙ ถึ ง วั น ที่ ๒๑ มิ ถุ น ายน ๒๕๕๐ และพิจารณาแตงตั้งผูฟอ งคดี ใหดำรงตำแหนง เจาหนาทีค่ ดีพเิ ศษ ๖ว ตัง้ แตวนั ที่ ๒๒ มิถนุ ายน ๒๕๕๐ ทั้งนี้ ภายใน ๓๐ วัน นับแตวันที่คดีถึงที่สุด ในชั้นบังคับคดี ผูถูกฟองคดีมีคำสั่ง แตงตั้งผูฟองคดี จากตำแหนงเจาหนาที่คดีพิเศษ ๖ว ไปดำรงตำแหนงเจาหนาทีบ่ ริหารงาน ทั่วไป ๖ (ใชวุฒิปริญญาโทดาน รั ฐ ศาสตร เ ป น คุ ณ สมบั ติ เ ฉพาะ สำหรับตำแหนง) ในชวงระหวาง วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๙ ถึง วันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๐ และ แตงตั้งใหผูฟองคดีดำรงตำแหนง เจ า หน า ที่ ค ดี พิ เ ศษ ๖ว ตั้ ง แต วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๐ แลว ๒.๑.๕ คดี ศ าลปกครองกลาง หมายเลข แดงที่ ๓๘๑/๒๕๕๔ ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งของ ผูถ กู ฟองคดีที่ ๒ ตามคำสัง่ สำนักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษา ราชบุรี เขต ๑ ที่ ๕๖๒/๒๕๕๐ ลงวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เฉพาะในส ว นที่ ไ ม เ ลื่ อ นขั้ น เงิ น เดื อ น ใหผูฟองคดี และใหมีการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน ผูฟองคดีใหมอีกครั้งหนึ่ง โดยใหปฏิบัติตามบทบัญญัติ ของกฎหมายที่ เ กี่ ย วข อ ง รวมทั้ ง หลั ก เกณฑ แ ละวิ ธี ปฏิบัติตามระบบเปดในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน ตามมติคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ ใหดำเนินการใหแลวเสร็จ ภายในหกสิบวันนับแตวันที่คดีถึงที่สุด ในชั้ น บั ง คั บ คดี ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ แตงตั้งคณะกรรมการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนใหแก ผู ฟ อ งคดี ใ หม และได น ำเสนอสำนั ก งานเขตพื้ น ที่ การศึ ก ษามั ธ ยมศึ ก ษา และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้ น ที่ การศึกษามัธยมศึกษา เพื่อพิจารณาอนุมัติใหเลื่อนขั้น เงิ น เดื อ นให แ ก ผู ฟ อ งคดี ต อ มา ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ มีคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนใหแกผูฟองคดีแลว
๒.๒ เพิกถอนคำสั่งและใหใชเงิน ๒.๒.๑ คดี ศ าลปกครองสู ง สุ ด หมายเลข แดงที่ อ.๒๖/๒๕๕๔ ศาลพิ พ ากษาแก ค ำพิ พ ากษา ของศาลปกครองกลางที่มีคำพิพากษาใหเพิกถอนมติ ของผูถูกฟองคดีที่ ๒ ในการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๔๕ เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๔๕ ที่ไมอนุมัติใหจัดสรร เงินกองทุนสิ่งแวดลอมใหแกผูถูกฟองคดี ที่ ๑ สำหรับ จายเงินชดเชยคางานกอสรางตามสัญญาแบบปรับราคาได (คา k) ในสัดสวนรอยละ ๙๐ ของวงเงินคา k ที่สำนัก งบประมาณไดพจิ ารณาตรวจสอบ แลวจำนวน ๘๘,๔๖๖,๒๗๔ บาท และใหผูถูกฟองคดีที่ ๒ จัดสรร เงิ น กองทุ น สิ่ ง แวดล อ มให แ ก ผูถูกฟองคดีที่ ๑ สำหรับจายเงิน คา k ในสัดสวนรอยละ ๙๐ ของ วงเงินคา k ที่สำนักงบประมาณ ไดพจิ ารณาตรวจสอบแลวจำนวน ๘๘,๔๖๖,๒๗๔ บาท พรอมดอกเบี้ยในอัตรารอยละ ๗.๕ ต อ ป ของต น เงิ น ดั ง กล า ว นั บ ถั ด จากวั น ฟ อ ง เปนตนไปจนกวาผูถ กู ฟองคดี ที่ ๒ จะจัดสรรเงินกองทุน สิ่งแวดลอมใหแกผูถูกฟองคดี ที่ ๑ แลวเสร็จ โดยให ดำเนินการใหแลวเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแตวันที่คดี ถึงที่สุด โดยใหผูถูกฟองคดีที่ ๓ กำกับใหผูถูกฟองคดี ที่ ๒ ดำเนินการจัดสรรเงินกองทุนสิ่งแวดลอมใหแก ผูถูกฟองคดี ๑ สำหรับจายเงินคา k ดังกลาว และให ผูถ กู ฟองคดีที่ ๑ จายเงินคา k จำนวน ๙๘,๒๙๕,๘๖๐ บาท พรอมดอกเบี้ยในอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ของตนเงิน ดังกลาว นับถัดจากวันฟองเปนตนไปจนกวาจะชำระ เสร็จใหแกผูฟองคดี โดยใหชำระใหแลวเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแตวันที่คดีถึงที่สุด เปนใหผถู กู ฟองคดีที่ ๑ ชำระเงินจำนวน ๙๘,๒๙๕,๘๖๐ บาท พรอมดอกเบี้ย ของตนเงินจำนวน ๙๘,๒๙๕,๘๖๐ บาท ในอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป นับแตวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๔๕ เปนตนไป จนกวาจะชำระเสร็จ และใหยกฟองผูถูกฟองคดีที่ ๒ และผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๓ นอกจากที่ แ ก ให เ ป น ไปตาม คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นตน
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ในชั้ น บั ง คั บ คดี ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ไดชำระเงินตนพรอมดอกเบี้ยใหแกผูฟองคดีแลว ๒.๒.๒ คดี ศ าลปกครองนครศรี ธ รรมราช หมายเลขแดงที่ ๒๗๗/๒๕๕๓ ศาลพิ พ ากษาให เพิ ก ถอนคำสั่ ง ของผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ไ ม อ นุ มั ติ ใ ห จั ด จ า ง ผูฟ อ งคดีตามโครงการบุกเบิกถนนสายหนาบานนายแดง หมู ที่ ๗ และโครงการปรั บ ปรุ ง ถนนสายหน า บ า น นางจารึ ก - ถนนสายบ า นหน า โด หมู ที่ ๘ ตามที่ ผู ถู ก ฟ อ งคดี แ จ ง ให ผู ฟ อ งคดี ท ราบตามหนั ง สื อ ลงวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๔๙ ใหผูถูกฟองคดีชดใช ค า สิ น ไหมทดแทนให แ ก ผู ฟ อ งคดี เ ป น จำนวนเงิ น ๘,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ ภายใน ๖๐ วัน นับแตวันที่คดี ถึงที่สุด ใหผูถูกฟองคดีชำระดอกเบี้ยรอยละเจ็ดครึ่ง ตอปของตนเงิน ๘,๐๐๐ บาท นับแตวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๙ ไปจนกวาผูถ กู ฟองคดีจะชำระคาสินไหมทดแทน ใหแกผูฟองคดีแลวเสร็จ ในชั้ น บั ง คั บ คดี ผู ถู ก ฟ อ งคดี ไ ด ชำระเงินตนพรอมดอกเบี้ยใหแกผูฟองคดีแลว ๓. คำบังคับใหหัวหนาหนวยงานทางปกครองหรือ เจาหนาทีข่ องรัฐทีเ่ กีย่ วของปฏิบตั ติ ามหนาทีภ่ ายใน กำหนดเวลาทีศ่ าลปกครองกำหนด ๓.๑ คดี ศ าลปกครองกลาง หมายเลขแดงที่ ๑๖๘๔/๒๕๕๓ ศาลพิพากษาใหผูถูกฟองคดีออกโฉนด ที่ ดิ น ให แ ก ผู ฟ อ งคดี ทั้ ง สี่ ต ามคำขอเลขที่ ๑๘/๑๘ ลงวั น ที่ ๒๑ ตุ ล าคม ๒๕๔๗ และเลขที่ ๑๙/๑๙ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๗ ตามผลการรังวัดที่ดิน ในวั น ที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๔๘ โดยให ด ำเนิ น การ ใหแลวเสร็จภายใน ๓๐ วันนับแตวันที่คดีถึงที่สุด ในชั้ น บั ง คั บ คดี ผู ถู ก ฟ อ งคดี ไ ด อ อกโฉนด ที่ดินเลขที่ ๕๖๗๗๗ เลม ๕๖๘ หนา ๗๗ และโฉนด ทีด่ นิ เลขที่ ๕๖๗๗๘ เลม ๕๖๘ หนา ๗๘ ตำบลเกาะเกิด อำเภอบางปะอิ น จั ง หวั ด พระนครศรี อ ยุ ธ ยา ให แ ก ผูฟองคดีทั้งสี่แลว เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ๓.๒ คดี ศ าลปกครองกลาง หมายเลขแดงที่ ๖๘๗/๒๕๕๔ ศาลพิพากษาใหผูถูกฟองคดีปฏิบัติหนาที่
ตามมาตรา ๒๗ และหรือมาตรา ๒๘ แหงพระราชบัญญัติ การสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ ภายใน ๓๐ วัน นับแต วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด ในชั้ น บั ง คั บ คดี ผู ถู ก ฟ อ งคดี ป ฏิ บั ติ ห น า ที่ ตามมาตรา ๒๗ และหรือมาตรา ๒๘ แหงพระราชบัญญัติ การสาธารณสุ ข พ.ศ. ๒๕๓๕ แล ว โดยกำจั ด เหตุ เดือดรอนรำคาญตามความจำเปน ดวยการเขาไปจับ สุนัขและแมวในบานที่กอใหเกิดเหตุเดือดรอนรำคาญ อั น เป น การจั ด การตามความจำเป น เพื่ อ มิ ใ ห เ หตุ เดือดรอนรำคาญเกิดขึ้นอีกตอไป ๓.๓ คดีศาลปกครองเชียงใหม หมายเลขแดงที่ ๑๕๔/๒๕๕๒ ศาลพิพากษาและมีคำบังคับใหผถู กู ฟองคดี โดยนายกองคการบริหารสวนตำบลปฏิบัติหนาที่ตามที่ กฎหมายกำหนดใหตองปฏิบัติ ดังนี้ (๑) ให ด ำเนิ น การรั ก ษาความสะอาด และเก็ บ ขน หรื อ กำจั ด สิ่ ง ปฏิ กู ล หรื อ มู ล ฝอยและ โฆษณาประชาสั ม พั น ธ กวดขั น มิ ใ ห ผู ใ ดปล อ ยวั ว ถายมูลบนทางสาธารณะในพื้นที่ของโครงการหมูบาน แกวเวียงพิงค โดยไมกอใหเกิดเหตุเดือดรอนรำคาญ แกผูฟองคดี (๒) ให ด ำเนิ น การซ อ มแซมดิ น ริ ม รั้ ว และ รางระบายน้ำที่เสียหายใหกลับคืนสูสภาพเดิม ทัง้ นี้ ใหดำเนินการภายใน ๓๐ วัน นับแต วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ในชั้ น บั ง คั บ คดี ผู ถู ก ฟ อ งคดี จั ด เก็ บ ขยะมู ล ฝอย มู ล วั ว และประชาสั ม พั น ธ ไ ปยั ง ชุ ม ชน ใกล เ คี ย งกั บ พื้ น ที่ โ ครงการฯ เพื่ อ มิ ใ ห มี ก ารทิ้ ง และ เผาขยะและนำวัวไปเลี้ยงในพื้นที่โครงการฯ รวมทั้ง จัดเจาหนาที่เขาตรวจตราในพื้นที่ และไดออกประกาศ เพื่ อ กำหนดหลั ก เกณฑ แ ละเงื่ อ นไขในการจั ด การ ขยะมูลฝอยในทองทีต่ ำบลหวยทราย ซึง่ รวมถึงโครงการ บานแกวเวียงพิงคแลว ๓.๔ คดี ศ าลปกครองสงขลา หมายเลขแดงที่ ๑๖๑/๒๕๕๓ ศาลพิพากษาใหผถู กู ฟองคดีที่ ๒ พิจารณา อุทธรณของผูฟองคดี กรณีผูถูกฟองคดีมีคำสั่งปฏิเสธ การออกใบอนุ ญ าตให มี แ ละใช อ าวุ ธ ป น ด ว ยวาจา
55
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
56
ใหแลวเสร็จ และมีหนังสือแจงผูฟ อ งคดีภายในสามสิบวัน นับแตวันที่ศาลมีคำพิพากษา ในชั้นบังคับคดี ผูถูกฟองคดีที่ ๒ พิจารณา อุทธรณของผูฟองคดี และผูถูกฟองคดีที่ ๒ ไดแจงผล การพิจารณาอุทธรณใหผูฟองคดีทราบแลว ๓.๕ คดี ศ าลปกครองพิ ษ ณุ โ ลก หมายเลขแดง ที่ ๒๖๓/๒๕๕๓ ศาลพิ พ ากษาห า มผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ก อ สร า งอาคารอเนกประสงค บ ริ เ วณลำราง สาธารณประโยชน ซอยสวงพัฒนา สวนทีเ่ หลืออีกตอไป และให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ดำเนิ น การตามโครงการที่ ที่ประชุมประชาคม หมูที่ ๖ ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง พิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก มีมติ กั บ ทั้ ง ให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๓ และ ผูถ กู ฟองคดีที่ ๔ สัง่ ใหผถู กู ฟองคดี ที่ ๑ รือ้ ถอน อาคารอเนกประสงค สวนทีก่ อ สรางไปแลว ออกไปจาก บริเวณลำรางสาธารณประโยชน ซอยสวงพัฒนาและปรับปรุงลำราง ดังกลาว ใหกลับคืนสูสภาพเดิม ภายใน ๓๐ วัน นับแตวันที่คดีถึงที่สุด ในชั้นบังคับคดี ผูถูกฟองคดีที่ ๓ และที่ ๔ สั่งใหผูถูกฟองคดีที่ ๑ รื้อถอนอาคารอเนกประสงค ส ว นที่ ก อ สร า งไปแล ว ออกไปจากบริ เ วณลำราง สาธารณประโยชน ซอยสวงพั ฒ นา และปรั บ ปรุ ง ลำรางดังกลาวใหกลับคืนสูสภาพเดิม และผูถูกฟองคดี ที่ ๑ รื้ อ ถอนอาคารอเนกประสงค ส ว นที่ ไ ด ก อ สร า ง ไปแล ว ออกไปจากสถานที่ ตั้ ง บริ เวณดั ง กล า ว โดย ดำเนิ น การก อ สร า งอาคารอเนกประสงค ใ นสถานที่ แหงใหมใหเปนไปตามโครงการที่ที่ประชุมประชาคม มีมติ และดำเนินการขุดลำรางสาธารณประโยชนให กลับคืนสูสภาพเดิมแลว ๓.๖ คดี ศ าลปกครองระยอง หมายเลขแดงที่ ๑๔๕/๒๕๕๓ ศาลพิ พ ากษาให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ พิ จ ารณาคำขออนุ ญ าตก อ สร า งอาคารของผู ฟ อ งคดี ตามคำขออนุญาตกอสรางอาคารตามแบบ ข ๑ เลขรับ ที่ ๑๐๖/๒๕๕๐ ลงวั น ที่ ๕ กุ ม ภาพั น ธ ๒๕๕๐
ให เ สร็ จ สิ้ น ภายในกำหนด ๑๕ วั น นั บ แต วั น ที่ ค ดี ถึงที่สุด ในชัน้ บังคับคดี ผูถ กู ฟองคดีที่ ๒ ไดพจิ ารณา คำขออนุ ญ าตก อ สร า งอาคารของผู ฟ อ งคดี แ ล ว โดยออกคำสั่งไมอนุญาตใหกอสรางอาคาร ๔. คำบังคับใหใชเงิน ใหสงมอบทรัพยสินหรือให กระทำการ ๔.๑ ใหใชเงิน ๔.๑.๑ คดี ศ าลปกครองสู ง สุ ด หมายเลข แดงที่ อ.๑๔๑/๒๕๕๔ ศาลพิพากษาแกคำพิพากษาของ ศาลปกครองสงขลา ที่พิพากษา ให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ จ า ยเงิ น ค า ท ด แ ท น ที่ ดิ น เ พิ่ ม ใ ห แ ก ผูฟองคดี จำนวน ๕,๒๓๒,๙๕๐ บาท พร อ มดอกเบี้ ย ในอั ต รา สู ง สุ ด ของดอกเบี้ ย เงิ น ฝาก ประเภทฝากประจำของธนาคาร ออมสิ น ในจำนวนเงิ น ที่ เ พิ่ ม ขึ้ น นับแตวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๔๗ เปนตนไปจนกวา จะชำระเสร็จแกผูฟองคดี ทั้งนี้ ภายใน ๖๐ วัน นับแต วั น ที่ มี ค ำพิ พ ากษาเป น ให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ ชำระ เงิ น ค า ทดแทนที่ ดิ น เพิ่ ม ให แ ก ผู ฟ อ งคดี เ ป น เงิ น ๓,๖๙๖,๓๕๐ บาท พร อ มดอกเบี้ ย ในอั ต ราสู ง สุ ด ของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคาร ออมสินในจำนวนเงินทีเ่ พิม่ ขึน้ นับแตวนั ที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๔๗ ซึ่ ง เป น วั น ที่ ต อ งมี ก ารจายเงินคาทดแทนนั้น เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ ภายใน ๖๐ วัน นับแตวันที่มีคำพิพากษา นอกจากที่แกใหเปนไปตาม คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นตน ในชั้ น บั ง คั บ คดี ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ ไดชำระเงินคาทดแทนที่ดินเพิ่ม พรอมดอกเบี้ยใหแก ผูฟองคดีแลว ๔.๑.๒ คดี ศ าลปกครองกลาง หมายเลข แดงที่ ๖๙๒/๒๕๔๖ ศาลพิ พ ากษาให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ชำระเงิ น ค า ทดแทนที่ ดิ น ให ผู ฟ อ งคดี เ ป น เงิ น
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
๒๖,๘๑๘,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยในอัตรารอยละ เจ็ ด ครึ่ ง ต อ ป ข องต น เงิ น ดั ง กล า วนั บ ตั้ ง แต วั น ที่ ๒๓ กุ ม ภาพั น ธ ๒๕๔๓ เป น ต น ไปจนกว า ผู ถู ก ฟ อ งคดี จะชำระเงินใหผูฟองคดีแลวเสร็จ แตดอกเบี้ยนับตั้งแต วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ ๒๕๔๓ ถึงวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๔๕ ต อ งไม เ กิ น ๑๙,๕๔๗,๗๓๓ บาท ทั้ ง นี้ ให ชำระเงิ น ค า ทดแทนที่ ดิ น และดอกเบี้ ย ให แ ล ว เสร็ จ ภายในหกสิบวันนับแตวันที่คดีถึงที่สุด ในชั้นบังคับคดี ผูถูกฟองคดีไดชำระ เงินคาทดแทนทีด่ นิ พรอมดอกเบีย้ ใหผฟู อ งคดีแลว ๔.๑.๓ คดีศาลปกครองกลาง หมายเลขแดง ที่ ๒๐๓๖/๒๕๕๒ ศาลพิพากษาใหผูถูกฟองคดีที่ ๑ โดยผูถูกฟองคดีที่ ๒ ชำระเงินคาทดแทนสิ่งปลูกสราง บ า นไม ชั้ น เดี ย วเลขที่ ๒๕๗ เพิ่ ม ให แ ก ผู ฟ อ งคดี อี ก เป น เงิ น ๑๐๗,๗๗๙.๘๒ บาท พร อ มด ว ยดอกเบี้ ย ในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำ ของธนาคารออมสิ น ของต น เงิ น จำนวนดั ง กล า ว ในแตละชวงเวลา นับแตวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ ๒๕๕๐ เปนตนไป จนกวาจะชำระเสร็จสิ้นและดอกเบี้ยจนถึง วั น ฟ อ งต อ งไม เ กิ น ๕,๔๔๖.๗๐ บาท ตามคำขอ ของผูฟองคดี โดยใหชำระใหแลวเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแตวันที่คดีถึงที่สุด ในชั้ น บั ง คั บ คดี ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ได ช ำระเงิ น ค า ทดแทนสิ่ ง ปลู ก สร า งเพิ่ ม พร อ มด ว ย ดอกเบี้ยใหแกผูฟองคดีแลว ๔.๒ ใหกระทำการหรือใหใชเงิน คดี ศ าลปกครองกลาง หมายเลขแดงที่ ๑๒๙/๒๕๕๔ ศาลพิพากษาใหบังคับตามคำชี้ขาดของ อนุ ญ าโตตุ ล าการที่ ใ ห ผู คั ด ค า นทำการซ อ มแซม ความเสี ย หายทางเท า และบริ เ วณเขื่ อ นเรี ย งหิ น ในวงเงิ น ๗๓๔,๐๕๖.๔๐ บาท โดยให ผู ร อ งรั บ ผิ ด จายคาซอมแซมครึ่งหนึ่งของจำนวนเงินดังกลาว คือ ใหจาย ๓๖๗,๐๒๘.๒๐ บาท ใหแกผูคัดคานเพื่อทำการ ซอมแซมหรือหากผูคัดคานไมอาจซอมแซมความชำรุด บกพร อ งดั ง กล า วได ให ผู คั ด ค า นจ า ยค า ซ อ มแซม
ในจำนวน ๓๖๗,๐๒๘.๒๐ บาท ให แ ก ผู ร อ งโดย ใหดำเนินการใหแลวเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแตวันที่ คดีถึงที่สุด ในชั้ น บั ง คั บ คดี ผู คั ด ค า นได ช ำระเงิ น ให แ ก ผู ร อ งแทนการซ อ มแซมความเสี ย หายทางเท า และบริเวณเขื่อนเรียงหิน และผูรองไดรับเงินจำนวน ดังกลาวแลว ๔.๓ ใหกระทำการและใหใชเงิน คดี ศ าลปกครองระยอง หมายเลขแดงที่ ๑๗/๒๕๕๔ ศาลพิ พ ากษาให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ทั้ ง สอง ปฏิ บั ติ ต ามมติ ค ณะรั ฐ มนตรี เ มื่ อ วั น ที่ ๑๗ มิ ถุ น ายน ๒๕๕๑ โดยขยายเวลาตามสัญญาจางเลขที่ ๓/๒๕๕๑ ลงวั น ที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๑ อี ก ๒๘ วั น จนถึ ง วั น ที่ ๒๖ มิ ถุ น ายน ๒๕๕๑ และคื น เงิ น ค า ปรั บ จำนวน ๑๔,๗๕๖ บาท ให แ ก ผู ฟ อ งคดี พ ร อ มทั้ ง ชำระดอกเบี้ยในอัตรารอยละ ๗.๕ ตอปของตนเงิน ดั ง กล า ว นั บ แต วั น ฟ อ งเป น ต น ไปจนกว า จะชำระ เสร็จสิ้น ทั้งนี้ ใหชำระเงินใหเสร็จสิ้นภายใน ๓๐ วัน นับแตคดีถึงที่สุด ในชั้นบังคับคดี ผูถูกฟองคดีขยายระยะเวลา ตามสัญญาจางเลขที่ ๓/๒๕๕๑ ออกไปอีก ๒๘ วัน และไดคืนเงินคาปรับพรอมดอกเบี้ยใหแกผูฟองคดีแลว
57
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
ยุทธศาสตรที่ ๒ พัฒนาหลักกฎหมายและองคความรูเพื่อใหเปนศูนยกลาง วิชาการดานกฎหมายมหาชนที่เปนที่ยอมรับ ๑. พั ฒ นากฎหมายและองค ค วามรู ด า นกฎหมาย มหาชนเพื่อสนับสนุนการพิจารณาคดีปกครอง และการบริหารงานของศาลปกครอง สำนั ก งานศาลปกครองดำเนิ น การจั ด ทำ องค ค วามรู ด า นกฎหมายมหาชนเพื่ อ เผยแพร แกตลุ าการศาลปกครองและขาราชการฝายศาลปกครอง ประกอบดวยความรูท ผี่ า นกระบวนการศึกษา วิเคราะห และรวบรวมไวอยางเปนระบบ เชน คำแปลคำพิพากษา ของตางประเทศ งานวิจยั การศึกษาเปรียบเทียบ เอกสาร ทางวิ ช าการ บทความทั่ ว ไปทั้ ง ในและต า งประเทศ ทันขาวรายสัปดาห คำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด งานสรุปหลักกฎหมายเฉพาะเรื่องจากแนวคำวินิจฉัย ในคดี และจั ด ทำองค ค วามรู ด า นกฎหมายมหาชน เพื่อเผยแพรแกหนวยงานทางปกครองและเจาหนาที่ ของรัฐ ประกอบดวยความรูท ผี่ า นกระบวนการรวบรวม และวิ เ คราะห เ อกสารทางวิ ช าการ บทความทาง วิ ช าการจากคดี ป กครองและข า วทางวิ ช าการ เช น หลักปฏิบัติราชการจากแนวคำวินิจฉัยของศาลปกครอง รายงานวิ เ คราะห เ หตุ แ ห ง การฟ อ งคดี ป กครอง หลั ก กฎหมายปกครองที่ เ ป น บรรทั ด ฐานในการ ปฏิบัติงานของหนวยงานทางปกครอง
58
๒. เสริมสรางและพัฒนาการใหบริการเพื่อใหเปน ศูนยกลางรวบรวมองคความรูทางวิชาการดาน กฎหมายมหาชนของประเทศ ศาลปกครองและสำนั ก งานศาลปกครอง
ได พั ฒ นาหอสมุ ด กฎหมายมหาชน ใ ห เ ป น มี ค ว า ม เป น เลิ ศ ด า นการ บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ทรัพยากรสารนิเทศ ที่ใหบริการสารสนเทศ องคความรูเกี่ยวกับกฎหมาย มหาชนทั้งในและตางประเทศ และองคความรูตางๆ ดวยระบบเทคโนโลยีทที่ นั สมัย โดยมุง ใหเกิดประสิทธิภาพ และประสิ ท ธิ ผ ลในการสนั บ สนุ น การปฏิ บั ติ ง าน ในกระบวนการยุตธิ รรมทางปกครอง เนื่องในโอกาสครบทศวรรษในปพุทธศักราช ๒๕๕๔ ศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองไดมี การจัดทำพิพิธภัณฑศาลปกครอง ตั้งอยูชั้น ๒ ของ อาคารศาลปกครอง ถนนแจงวัฒนะ เพื่อเก็บขอมูล ประวัติศาสตรเกี่ยวกับการจัดตั้งศาลปกครอง และเปน แหล ง เรี ย นรู เรื่ อ งราวเกี่ ย วกั บ กระบวนการยุ ติ ธ รรม
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ทางปกครองของไทย ซึ่ ง มี วิ วั ฒ นาการยาวนานกว า ๑๐๐ ป จากจุ ด เริ่ ม ต น แนวคิ ด ในการจั ด ตั้ ง องค ก ร พิ จ ารณาเรื่ อ งราวร อ งทุ ก ข ท ำหน า ที่ พิ จ ารณาเรื่ อ งที่ ราษฎรได รั บ ความเดื อ ดร อ น พั ฒ นาไปสู ก ารจั ด ตั้ ง องคกรวินิจฉัยคดีปกครองในรูปแบบของศาลปกครอง ในปจจุบัน โดยพิพิธภัณฑศาลปกครองไดจัดสรางเสร็จ เรียบรอยแลว
พิ พิ ธ ภั ณ ฑ ศ าลปกครองเป ด บริ ก ารให ประชาชนทั่ ว ไปเข า ชม ทุ ก วั น ราชการ ตั้ ง แต เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. ผูสนใจสามารถเขาชมไดโดย ไมเสียคาเขาชม สำหรับการเขาชมเปนหมูคณะสามารถ ทำหนังสือขอเขาชมถึงเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ติดตอไดทกี่ ลุม จดหมายเหตุและพิพธิ ภัณฑ สำนักหอสมุด กฎหมายมหาชน โทรศัพท ๐ ๒๑๔๑ ๐๖๘๒-๘๓
นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด กลาวเปด “พิ พิ ธ ภั ณ ฑ ศาลปกครอง” สรางแหลงเรียนรูทางประวัติศาสตรที่ทรงคุณคาเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมทางปกครองของไทย พรอมทัง้ จัดเวทีเสวนา “กวาจะมาเปนศาลปกครอง” ในโอกาสครบทศวรรษเปดทำการศาลปกครองและเปดพิพธิ ภัณฑ ศาลปกครอง เมือ่ วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๔ ณ อาคารศาลปกครอง ถนนแจงวัฒนะ
59
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
๓. การเสริมสรางความสัมพันธและแสวงหาเครือขาย ความรวมมือทางวิชาการระหวางประเทศ ศาลปกครองและสำนั ก งานศาลปกครองได ให ค วามสำคั ญ กั บ การเสริ ม สร า งความสั ม พั น ธ แ ละ ความรวมมือกับตางประเทศ เพื่อนำมาซึ่งประโยชน ในการพั ฒ นางานด า นวิ ช าการ การพั ฒ นาบุ ค ลากร ในกระบวนการยุตธิ รรมทางปกครอง และการเสริมสราง ภาพลักษณของศาลปกครองไทยใหเปนที่ยอมรับจาก นานาประเทศอยางกวางขวาง มีการจัดกิจกรรมสถาปนา ความสั ม พั น ธ การสร า งเครื อ ข า ยและความร ว มมื อ ระหว า งประเทศทั้ ง ในระดั บ ทวิ ภ าคี ไตรภาคี ร ะดั บ ภูมภิ าค และองคการระหวางประเทศ โดยศาลปกครอง และสำนั ก งานศาลปกครองได รั บ ความร ว มมื อ และ
60
การสนับสนุนทางวิชาการและความรวมมือดานอื่นๆ จากรัฐบาลและมูลนิธขิ องตางประเทศ ตลอดจนองคการ ระหว า งประเทศ เช น สาธารณรั ฐ ฝรั่ ง เศส รั ฐ บาล แคนาดา รัฐบาลออสเตรเลีย มูลนิธิคอนราด อาเดนาวร ของสหพั น ธ ส าธารณรั ฐ เยอรมนี สำนั ก งานผู แ ทน คณะกรรมาธิการประชาคมยุโรป เปนตน ซึง่ การดำเนิน ความสั ม พั น ธ แ ละความร ว มมื อ กั บ นานาประเทศนี้ เอื้ อ ให บุ ค ลากรของศาลปกครองและสำนั ก งาน ศาลปกครองได รั บ การพั ฒ นาองค ค วามรู ท างด า น กฎหมายมหาชนมากขึ้น รวมทั้งศาลปกครองสามารถ นำหลักกฎหมายและแนวคำวินิจฉัยของตางประเทศ มาประยุ ก ต ใช ใ นการพิ จ ารณาพิ พ ากษาคดี ไ ด อ ย า ง มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ยุทธศาสตรที่ ๓ คุมครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและเสริมสรางการปฏิบัติ ราชการทีด่ ี ใหแกหนวยงานทางปกครองและเจาหนาทีข่ องรัฐ ๓.๑ สงเสริมโอกาสการเขาถึงกระบวนการยุติธรรม ทางปกครองของประชาชน ๓.๑.๑ กิ จ กรรมผลิ ต สื่ อ ประชาสั ม พั น ธ ศาลปกครอง เพื่อใหประชาชนไดรับขอมูลเกี่ยวกับ ศาลปกครอง กระบวนการยุติธรรมทางปกครอง และ การปกป อ งคุ ม ครองสิ ท ธิ เ สรี ภ าพของตนเองทั้ ง ทาง สือ่ สิง่ พิมพและสือ่ อิเล็กทรอนิกส สำนักงานศาลปกครอง ไดผลิตสื่อประชาสัมพันธ อาทิ หนังสือการตูนสารพัน ปญหาคดีปกครอง ๑ หนังสือการตูนสารพันปญหาคดี ปกครอง ๒ หนังสือที่นี่...สถานีคดีปกครอง ๑ หนังสือ แนะนำศาลปกครอง “เรือ่ งควรรูเ กีย่ วกับคดีปกครอง” แผ น พั บ เรื่ อ ง ๔ ขั้ น ตอนสำคั ญ ของการดำเนิ น คดี ในศาลปกครอง แผนพับเรื่อง ระยะเวลาการฟองคดี ปกครอง แผนพับเรือ่ ง การพิพากษาคดีและการอุทธรณ คำสั่ ง /คำพิ พ ากษา เป น ต น ในป พ.ศ. ๒๕๕๔ มี ผูใหความสนใจรับหนังสือและแผนพับประชาสัมพันธ ดังกลาว จำนวน ๔๗๒,๖๒๑ คน และสื่ออิเล็กทรอนิกส ผานเว็บไซตศาลปกครอง (www.admincourt.go.th) มีผูใหความสนใจเรียกใชงานผานเครือขายอินเทอรเน็ต ดังกลาว จำนวน ๙๑๔,๙๑๗ ครั้ง ๓.๑.๒ โครงการศาลปกครองพบประชาชน และเสริ ม สร า งเครื อ ข า ยด า นสื่ อ มวลชน โครงการ ดังกลาวไดดำเนินการมาตั้งแตเปดทำการศาลปกครอง โดยในป พ.ศ.๒๕๕๔ ได จั ด โครงการศาลปกครอง พบประชาชนใน ๔ จังหวัด คือ จังหวัดตรัง จังหวัด สุ ริ น ทร จั ง หวั ด หนองคาย และจั ง หวั ด เชี ย งราย
ซึง่ ประชาชนทัว่ ไป หนวยงานราชการและเจาหนาทีข่ องรัฐ สถาบันการศึกษา องคกรภาคประชาชน องคกรพัฒนา เอกชน สื่อมวลชนแขนงตางๆ ไดมีโอกาสเขารวมเปน เครือขายภาคประชาชนกับศาลปกครอง ดังนี้ ครั้งที่ ๑ จังหวัดตรัง รวมกับศาลปกครอง สงขลา เมื่ อ วั น จั น ทร ที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ณ โรงแรมธรรมรินทรธนา จังหวัดตรัง โดยมีผูเขารวม โครงการจำนวน ๕๔๓ ราย ครั้งที่ ๒ จังหวัดสุรินทร รวมกับศาลปกครอง นครราชสี ม า เมื่ อ วั น ศุ ก ร ที่ ๑๙ สิ ง หาคม ๒๕๕๔ ณ โรงแรมทองธารินทร จังหวัดสุรินทร โดยมีผูเขารวม โครงการจำนวน ๑,๐๐๖ ราย ครัง้ ที่ ๓ จังหวัดหนองคาย รวมกับศาลปกครอง อุดรธานี เมื่อวันพุธที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๔ ณ โรงแรม รอยัลแมโขง จังหวัดหนองคาย โดยมีผูเขารวมโครงการ จำนวน ๖๔๔ ราย ครัง้ ที่ ๔ จังหวัดเชียงราย รวมกับศาลปกครอง เชี ย งใหม เมื่ อ วั น จั น ทร ที่ ๕ กั น ยายน ๒๕๕๔
61
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
ณ มหาวิทยาลัยแมฟาหลวง จังหวัด เชี ย งราย โดยมี ผู เข า ร ว มโครงการ จำนวน ๑,๗๑๐ ราย ๓.๑.๓ กิ จ กรรมประกวด สื่อกับสถาบันการศึกษา สำนักงาน ศาลปกครองได จั ด กิ จ กรรมตาม โครงการประกวดสือ่ ประชาสัมพันธประเภทสือ่ ผลิตภัณฑ ที่ ร ะลึ ก ศาลปกครอง ในหั ว ข อ “สื่ อ “ศาล” ผ า น ผลิ ต ภั ณ ฑ ” มี ส ถาบั น อุ ด มศึ ก ษาทั่ ว ประเทศส ง นิ สิ ต นักศึกษาเขารวมกิจกรรม จำนวน ๑๘๐ คน ๓.๑.๔ กิ จ กรรมประชาสั ม พั น ธ เ นื่ อ งใน โอกาสครบรอบ ๑๐ ป ศาลปกครอง (วั น ที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๔) เนื่องในโอกาสวันครบรอบ ๑๐ ป ของการเปดทำการศาลปกครอง จึงกำหนดใหมีการ จัดงานครบรอบ “๑๐ ป ศาลปกครอง...หลักประกัน ความเปนธรรมในสังคม” มีการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ เพื่อเผยแพรความรูความเขาใจเกี่ยวกับศาลปกครอง แกประชาชน ไดแก • การจั ด นิ ท รรศการแสดงผลงานด า นการ พิจารณาคดีพิพากษาคดีปกครอง และแนวคำวินิจฉัย ของศาลปกครองที่ เ ป น หลั ก ในการปฏิ บั ติ ร าชการ
62
ใหเปนไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ในระหวางวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ ๒๕๕๔ - ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๔ ณ อาคาร ศาลปกครอง ชั้น ๑ • การแถลงขาวตอสื่อมวลชน เนื่องในโอกาส ครบรอบ ๑๐ ปศาลปกครอง เพือ่ แถลงผลการดำเนินงาน ของศาลปกครองในรอบ ๑๐ ป ที่ ผ า นมา ทิ ศ ทาง ในการดำเนินงานของศาลปกครองในป ๒๕๕๔ โดย นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด • การสัมมนาทางวิชาการ เรือ่ ง “หลักประกัน สิทธิในการฟองคดีตอ ศาลปกครอง” จัดโดยศาลปกครอง และมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร ประเทศไทย ในวันพุธ ที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๔ ณ หองสัมมนา ชั้น ๑๑ อาคาร ศาลปกครอง ถนนแจงวัฒนะ โดยมีวทิ ยากรผูท รงคุณวุฒิ ประกอบดวย ตุลาการศาลปกครองและนักวิชาการ ผูเชี่ยวชาญดานกฎหมายจากตางประเทศ
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
๓.๑.๕ เพื่ อ ให ป ระชาชนสามารถเข า ถึ ง การบริการของศาลปกครองไดโดยสะดวก รวดเร็ว และทั่ ว ถึ ง สำนั ก งานศาลปกครองได ด ำเนิ น การ กอสรางอาคารที่ทำการถาวรแลวเสร็จและเปดทำการ เพิ่มขึ้นอีก ๑ แหง เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๔ คือ ศาลปกครองอุบลราชธานี ๓.๒ เสริมสรางการปฏิบัติราชการที่ดีแกหนวยงาน ทางปกครองและเจาหนาทีข่ องรัฐ ในป พ.ศ. ๒๕๕๔ ศาลปกครองและสำนักงาน ศาลปกครองไดดำเนินการจัดฝกอบรม สัมมนา และ ใหความรูเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมทางปกครอง และการสงเสริมการเรียนรูวิธีปฏิบัติราชการที่ดีใหแก นักบริหารสวนราชการ หนวยงานอื่นๆ และเจาหนาที่ ของรัฐ ไดแก ๑. โครงการอบรมหลั ก สู ต รนั ก บริ ห าร การยุ ติ ธ รรมทางปกครองระดั บ สู ง (บยป.) รุ น ที่ ๒ มีผูเขารับการอบรมจำนวน ๙๖ คน
๒. โครงการอบรมหลักสูตรกฎหมายปกครอง และวิ ธี พิ จ ารณาคดี ป กครองตามมาตรฐานที่ ก.ศป. รับรอง รุนที่ ๒ มีผูเขารับการอบรมจำนวน ๑๗๗ คน ๓. โครงการสั ม มนาเชิ ง ปฏิ บั ติ ก ารเรื่ อ ง หลั ก ปฏิ บั ติ ร าชการเกี่ ย วกั บ สั ญ ญาทางปกครอง รวม ๒ รุน จำนวน ๓๐๑ คน ๔. โ ค ร ง ก า ร สั ม ม น า เจ า ห น า ที่ ข อ ง รั ฐ เรื่อง หลักปฏิบัติราชการเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง: บรรทั ด ฐานจากคดี ป กครอง รวม ๒ รุ น จำนวน ๓๒๗ คน
63
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
ยุทธศาสตรที่ ๔ พัฒนาระบบบริหารทรัพยากรมนุษยเพื่อมุงสูองคการที่มี ขีดสมรรถนะสูง
64
๔.๑ พั ฒ นาระบบบริ ห ารทรั พ ยากรมนุ ษ ย เ พื่ อ เพิ่ ม ประสิ ท ธิ ภ าพในการปฏิ บั ติ ง านให บ รรลุ วัตถุประสงคขององคการ สำนักงานศาลปกครองไดดำเนินการปรับปรุง ภารกิ จ โครงสร า ง และอั ต รากำลั ง ของสำนั ก งาน ศาลปกครอง ประกอบดวย การกำหนดสัดสวนอัตรา กำลังพนักงานคดีปกครองเพิ่มขึ้น เพื่อสนับสนุนการ พิจารณาคดีในองคคณะ การจัดอัตรากำลังสนับสนุน ตุลาการศาลปกครองที่เพิ่มขึ้นตามมติคณะกรรมการ ตุ ล าการศาลปกครอง (ก.ศป.) ทั้ ง การเตรี ย มการ เป ด ศาลปกครองในภู มิ ภ าค และรองรั บ การจั ด ตั้ ง แผนกคดี ที่ มี ชื่ อ เรี ย กอย า งอื่ น การกำหนดขนาด สำนักงานศาลปกครองในภูมิภาคออกเปน ๓ ขนาด ให เ หมาะสมต อ ปริ ม าณคดี ท่ี เ ข า สู ก ารพิ จ ารณา การจั ด อั ต รากำลั ง ในส ว นของการสนั บ สนุ น งานคดี ปกครองและงานบังคับคดีปกครอง ทัง้ นี้ ไดปรับภารกิจ และโครงสรางการแบ ง ส ว นราชการของสำนั ก งาน
ศาลปกครองเป น ๑๖ สำนั ก งานศาล ๑๔ สำนั ก ๓ วิทยาลัย รวม ๓๓ หนวยงาน พรอมการกำหนด ตำแหนงเพิ่มใหม ตำแหนงขาราชการฝายศาลปกครอง อี ก จำนวน ๑,๔๕๕ อั ต รา และตำแหน ง พนั ก งาน ราชการศาลปกครองอีกจำนวน ๕๕๐ อัตรา โดยมีผล ตัง้ แตวนั ที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เปนตนไป ๔.๒ เสริ ม สร า งความเชี่ ย วชาญและขี ด สมรรถนะ ของบุ ค ลากรของศาลปกครองและสำนั ก งาน ศาลปกครอง ศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง ไดใหความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพของบุคลากร โดยถือวา บุคลากรเปนปจจัยสำคัญแหงความสำเร็จใน การขับเคลื่อนการพัฒนาศาลปกครองและสำนักงาน ศาลปกครองเพื่ อ ตอบสนองต อ ความคาดหวั ง ของ ประชาชนและทุกภาคสวนในสังคม โดยมีภารกิจสำคัญ ในการพัฒนาบุคลากร ๒ กลุม ไดแก
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
๔.๒.๑ การพัฒนาตุลาการศาลปกครอง เพือ่ เสริมสรางศักยภาพและความเชีย่ วชาญในการปฏิบตั งิ าน คดีของตุลาการศาลปกครอง รวมทั้งเสริมสรางทัศนคติ คานิยม และวัฒนธรรมองคการศาลปกครองใหแกตลุ าการ ศาลปกครอง โดยไดจดั ทำแผนพัฒนาตุลาการศาลปกครอง ศึกษาวิเคราะหเพื่อพัฒนาระบบ รูปแบบและวิธีการ พัฒนา ดวยวิธีการที่หลากหลาย อาทิ การฝกอบรม การสัมมนา การจัดการบรรยายทางวิชาการ การสง ตุลาการเขารับการศึกษา อบรม/สัมมนาที่หนวยงาน ภายนอกเป น ผู จั ด รวมทั้ ง จั ด ให มี ก ารศึ ก ษาดู ง าน ทั้ ง ภายในประเทศและต า งประเทศ เพื่อใหตุลาการ ศาลปกครองไดรับการเพิ่มพูนองคความรู และทักษะ การปฏิ บั ติ ง านในกระบวนพิ จ ารณาคดี ป กครอง อยางตอเนือ่ ง และเปนระบบ และมีโอกาสไดแลกเปลีย่ น ความคิ ด เห็ น ตลอดจนสร า งเสริ ม ประสบการณ และวิสัยทัศนที่กวางไกลใหตุลาการศาลปกครองอันจะ นำไปสูการพัฒนางานของศาลปกครอง ๔.๒.๒ การพัฒนาขาราชการฝายศาลปกครอง โดยแบงเปน โครงการพัฒนาขาราชการฝายศาลปกครอง ตามเสนทางความกาวหนาในอาชีพ ไดพฒ ั นาหลักสูตร การอบรมพนักงานคดีปกครองและจัดอบรมพนักงาน คดีปกครอง อาทิ หลักสูตรเตรียมความพรอมพนักงาน คดีปกครองบรรจุใหมและรับโอน หลักสูตรพนักงาน คดีปกครองระดับตน ระดับกลาง และระดับสูง รวมทั้ง ศาลปกครองในภู มิ ภ าคแต ล ะแห ง ได จั ด โครงการ เสริ ม สร า งความรู แ ละทั ก ษะเพื่ อ เพิ่ ม ประสิ ท ธิ ภ าพ
ในการปฏิบัติงานใหพนักงานคดีปกครองเชนเดียวกัน นอกจากนี้ยังมี หลักสูตรเตรียมความพรอมกอนเลื่อน ระดับชำนาญการ หลักสูตรเตรียมความพรอมกอนเลือ่ น ระดั บ ชำนาญการพิ เ ศษ หลั ก สู ต รหั ว หน า ที ม และ ผูอำนวยการกลุม เปนตน โครงการพัฒนาขาราชการฝายศาลปกครอง ตามระบบสมรรถนะ โดยพัฒนาและจัดโครงการอบรม เพือ่ พัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานใหแกบคุ ลากรของ สำนักงานศาลปกครองในหลากหลายหลักสูตร อาทิ หลักสูตรการพัฒนาทักษะการคิด หลักสูตรการสราง แรงจูงใจเพือ่ พัฒนาตนเอง หลักสูตรเทคนิคการบริการเพือ่ ความเปนเลิศ หลักสูตรการเขียนหนังสือราชการ เปนตน
65
66
๔.๓ เสริมสรางคานิยมเพื่อใหเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหสอดคลอง กับวัฒนธรรมศาลปกครอง ตลอดระยะเวลากวา ๑ ทศวรรษ ของการจัดตั้งศาลปกครองและ สำนั ก งานศาลปกครอง ผู บ ริ ห ารศาลปกครองและผู บ ริ ห ารสำนั ก งาน ศาลปกครองมีความมุงมั่นและตั้งใจที่จะสรางใหบุคลากรของศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครอง ที่มาจากหลากหลายหนวยงานรวมทั้งบุคลากร ใหมที่ไดรับการบรรจุแตงตั้งครั้งแรกที่สำนักงานศาลปกครอง มีทัศนคติ คานิยม และวัฒนธรรมองคการที่สอดคลองกับลักษณะงานและกอใหเกิด การปรั บ เปลี่ ย นพฤติ ก รรมเพื่ อ พั ฒ นาการดำเนิ น งานของศาลปกครอง ประธานศาลปกครองสูงสุดจึงไดมีคำสั่งแตงตั้งคณะกรรมการเสริมสราง วัฒนธรรมศาลปกครอง เพื่อเปนกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและผลักดัน ใหบุคลากรศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง มีทัศนคติ คานิยม และวั ฒ นธรรมองค ก ารที่ ส อดคล อ งกั บ ลั ก ษณะงานและก อ ให เ กิ ด การ ปรั บ เปลี่ ย นพฤติ ก รรมเพื่ อ พั ฒ นาการดำเนิ น งานของศาลปกครอง ซึ่ ง คณะกรรมการฯ มี ม ติ เ ห็ น ชอบ “แนวทางการเสริ ม สร า งวั ฒ นธรรม ศาลปกครอง” และ “แผนการเสริ ม สร า งวั ฒ นธรรมศาลปกครอง” เพื่ อ ใช เ ป น ทิ ศ ทางในการดำเนิ น งานขั บ เคลื่ อ นวั ฒ นธรรมศาลปกครอง (TRUST) ไปสู ก ารปฏิ บั ติ อ ย า งเป น รู ป ธรรม ตั้ ง แต ป ง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ - ๒๕๕๗ โดยในปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ไดจัดทำคำจำกัด ความ/ความหมายของวัฒนธรรมศาลปกครอง (TRUST) ใหเกิดความ ชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อประโยชนในการสื่อสาร สรางการรับรูและความเขาใจ ที่ถูกตองตรงกันของบุคลากรของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง
วัฒนธรรม ศาลปกครอง
(Administrative Court Way) เป น ความเชื่ อ ค า นิ ย ม และ แบบพฤติ ก รรมร ว มที่ บุ ค ลากร ศ า ล ป ก ค ร อ ง ทุ ก ค น ไ ด ยึ ด ถื อ และปฏิบัติทั้งตองาน และตอผูอื่น อั น สะท อ นให เ ห็ น ถึ ง วิ ถี ชี วิ ต และ วิ ธี ก ารทำงานที่ เ ป น เอกลั ก ษณ ของศาลปกครอง ที่ใหความสำคัญ กับ การปฏิบตั งิ านดวยความโปรงใส (Transparency) การยึ ด มั่ น ใน ความถู ก ต อ ง (Righteousness) ความมีเอกภาพในการปฏิบัติหนาที่ (Unity) และ การสงมอบผลงาน ที่มีคุณภาพมาตรฐาน (Standard) ทามกลางบรรยากาศทีร่ ว มมือรวมใจ กั น ทำงานเป น ที ม (Teamwork) อยางเขมแข็ง หรือทีเ่ ราเรียกรวมกัน วา “TRUST”
Transparency : โปรงใส
Righteousness : ถูกตอง
บุคลากรศาลปกครอง เปนผูที่มุงมั่นปฏิบัติงานอยาง เต็มกำลังความสามารถ เพื่อประโยชนตอสวนรวมและ องคกร ดวยความโปรงใส เปดเผยตรงไปตรงมา และ สามารถตรวจสอบได • ปฏิ บั ติ ง านอย า งโปร ง ใส ถู ก ต อ งตามวิ ธี ก าร และ กระบวนงานที่กำหนด • เปดเผยขอมูลขาวสารการปฏิบตั งิ านใหสาธารณชนทราบ ตามกรอบของกฎหมาย • ปฏิ บั ติ ง านโดยยึ ด ประโยชน ส ว นรวมและองค ก ร มากกวาสวนตน • ประพฤติ ป ฏิ บั ติ ต นเหมาะสม เป น แบบอย า งที่ ดี แกบุคลากรในองคกร รูวาสิ่งใดควรทำ ไมควรทำ • พรอมรับการตรวจสอบการปฏิบัติงาน
บุ ค ลากรศาลปกครอง เป น ผู ที่ ตั้ ง มั่ น ปฏิ บั ติ ง านตาม จรรยาบรรณวิ ช าชี พ ด ว ยความถู ก ต อ ง เป น กลาง ไม เ ลื อ กปฏิ บั ติ ซื่ อ สั ต ย สุ จ ริ ต และยึ ด มั่ น ในคุ ณ ธรรม จริยธรรม • ยืนหยัดในสิ่งที่ถูกตอง • เคารพกฎหมาย กฎ ระเบียบ และหลักเกณฑที่วางไว • รักษาวินัย • ปฏิบัติงานดวยความซื่อสัตยสุจริต • ปฏิบัติงานโดยปราศจากอคติ • รั ก ษาความลั บ ในข อ มู ล ข า วสารลั บ หรื อ ข อ มู ล ขาวสารที่ยังไมถึงเวลาเปดเผย • กลารับผิดชอบตอความบกพรองของตนเอง
67
Unity : เปนเอกภาพ บุคลากรศาลปกครอง เปนผูท ยี่ ดึ มัน่ ปฏิบตั งิ านดวยความ เปนน้ำหนึ่งใจเดียวกัน คำนึงถึงประโยชนขององคกร เปนสำคัญ ภาคภูมิใจในการเปนสวนหนึ่งขององคกร มีความรักและภักดีตอองคกร • มีความสามัคคี • ยอมรับและเคารพในเสียงสวนใหญ • ทำงานโดยมุงความสำเร็จขององคกร • ปฏิบัติตามแนวทางและนโยบายที่องคกรกำหนด • มีสวนรวมในการดำเนินกิจกรรมตางๆ ขององคกร • แตงกายใหถูกตองตามระเบียบ Standard : มีมาตรฐาน บุคลากรศาลปกครอง เปนผูที่มุงมั่นปฏิบัติงานอยาง มืออาชีพ มีมาตรฐาน รับผิดชอบ เปนระบบ สรางสรรคงาน อยางมีคุณภาพและเปนที่ยอมรับ • มีความรอบรูและเชี่ยวชาญในวิชาชีพ • ปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่กำหนด • ศึกษาหาความรูในวิทยาการสมัยใหมอยางตอเนื่อง • ตรงตอเวลา • ริเริ่ม ปรับปรุงการทำงานอยูเสมอ • แลกเปลี่ยนความรูซึ่งกันและกันในทุกระดับ Teamwork : ทำงานเปนทีม
68
บุคลากรศาลปกครอง เปนผูท ยี่ ดึ มัน่ ปฏิบตั งิ านดวยความ รวมมือรวมใจ ทำงานเปนทีมอยางเขมแข็ง เคารพใหเกียรติ ซึ่งกันและกัน • ยอมรับในสถานะและบทบาทของผูรวมงานแตละคน เชื่อมั่นและใหเกียรติซึ่งกันและกัน • มีจิตอาสา เต็มใจชวยเหลือเกื้อกูลเพื่อนรวมงาน • รั บ ฟ ง ความเห็ น ต า ง และเคารพในความคิ ด เห็ น ของผูอื่น • ใหกำลังใจผูรวมงาน • รวมคิดหาวิธีแกไขปญหาอุปสรรคในการทำงาน • รับผิดชอบในผลของงานรวมกัน
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ยุทธศาสตรที่ ๕ พัฒนาระบบบริหารจัดการองคการเพื่อเอื้อตอการปฏิบัติ ภารกิจของศาลปกครอง ๕.๑ ยกระดั บ ขี ด ความสามารถในการทำงานและ คุ ณ ภาพการให บ ริ ก ารของทุ ก หน ว ยงานใน สำนักงานศาลปกครอง แผนยุทธศาสตรศาลปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๔- ๒๕๕๗ ไดกำหนดใหยุทธศาสตรการพัฒนา ระบบการบริหารจัดการองคการเพื่อเอื้อตอการปฏิบัติ ภารกิจของศาลปกครอง เปนหนึ่งในยุทธศาสตรเชิงรุก เพื่ อ ให ห น ว ยงานในสำนั ก งานศาลปกครองและ บุคลากรมีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานใหสนองตอบ ต อ วิ สั ย ทั ศ น พั น ธกิ จ ของศาลปกครอง เหมาะสม สอดคล อ งกั บ บริ บ ทในป จ จุ บั น และสถานการณ ที่ เ ปลี่ ย นแปลงไปอั น จะส ง ผลให เ กิ ด การพั ฒ นา และเสริ ม สร า งประสิ ท ธิ ภ าพของศาลปกครองได อย า งต อ เนื่ อ ง ดั ง นั้ น สำนั ก งานศาลปกครองจึ ง ได กำหนดแนวทางและหลั ก เกณฑ ก ารจั ด ทำข อ ตกลง การปฏิบัติงานระดับหนวยงาน ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยกำหนดใหทุกหนวยงานตองจัดทำ แนวทางการยกระดับขีดความสามารถในการทำงาน และคุณภาพการใหบริการของหนวยงานในสำนักงาน ศาลปกครองใหอยูใ นระดับสูง เพือ่ รองรับการทำงานเชิงรุก ของสำนักงานศาลปกครองไดอยางมีประสิทธิภาพ ๕.๒ เพิ่มประสิทธิภาพระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสือ่ สาร ใหสามารถสนับสนุนภารกิจหลัก ขององคการและรองรับการพัฒนาในอนาคต ศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองไดให
ความสำคั ญ กั บ การนำเทคโนโลยี ส ารสนเทศและ การสื่ อ สาร (ICT) มาช ว ยสนั บ สนุ น การปฏิ บั ติ ง าน ตามภารกิจของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง กำหนดใหเพิม่ ประสิทธิภาพระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ICT) ใหสามารถสนับสนุนภารกิจหลัก ขององคการและรองรับการพัฒนาองคการในอนาคต โดยไดดำเนินการ ดังนี้ การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การพั ฒ นาด า นเทคโนโลยี ส ารสนเทศของ ศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองไดออกแบบ และพั ฒ นาโปรแกรมสำหรั บ ใช ง านขึ้ น เองตาม ความต อ งการของหน ว ยงาน การให บ ริ ก ารข อ มู ล สารสนเทศผ า นเครื อ ข า ยอิ น เทอร เ น็ ต บริ ก ารดู แ ล บำรุงรักษาและซอมแซมแกไขคอมพิวเตอร และบริการ ดานเทคโนโลยีสารสนเทศ ๑. การพัฒนาระบบงานคดีปกครองแผนกคดี สิ่งแวดลอมขึ้นในลักษณะของ WEB APPLICATION เพื่ อ รองรั บ การเป ด แผนกคดี สิ่ ง แวดล อ มขึ้ น ใน ศาลปกครองทั้งสวนกลางและภูมิภาค โดยไดพัฒนา ระบบใหสามารถออกคดีหมายเลขดำ ส. แยกออกจาก ระบบงานคดีปกครองเดิม การพัฒนาระบบดังกลาว จะชวยสนับสนุนการปฏิบตั งิ านของตุลาการศาลปกครอง พนั ก งานคดี ป กครอง และบุ ค ลากรผู ที่ เ กี่ ย วข อ งให สามารถบั น ทึ ก หรื อ สื บ ค น ข อ มู ล ได อ ย า งสะดวก และรวดเร็ว ซึ่งในเบื้องตนไดพัฒนาระบบใหสามารถ จัดเก็บขอมูลคดีเกีย่ วกับสิง่ แวดลอม ในสวนทีเ่ กีย่ วของกับ
69
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
70
• การออกหมายเลขคดี ด ำ/แดงของ ศาลปกครองชั้ น ต น และฟ อ งตรงของ ศาลปกครองสูงสุด • การบั น ทึ ก บุ ค คลในคดี ได แ ก ผู ฟ อ งคดี ผูถูกฟองคดี ผูรองสอด ผูรับมอบอำนาจ/ ผูแทน • การบันทึกสถานที่มูลคดีเกิด • การจายสำนวน • การบั น ทึ ก สารบบความ และสารบบ คำพิพากษา/คำสั่ง • การบันทึกความเคลื่อนไหว • การตรวจฟองซ้ำฟองซอน ๒. ระบบลงเวลาปฏิบตั ริ าชการดวยเครือ่ งอาน ลายพิมพนิ้วมือ เปนระบบงานสารสนเทศที่พัฒนาขึ้น เพื่ อ เอื้ อ ต อ การปฏิ บั ติ ภ ารกิ จ ของศาลปกครองโดย ได น ำเครื่ อ งอ า นลายพิ ม พ นิ้ ว มื อ มาทดลองใช ก อ น มี เ ป า หมายเพื่ อ อำนวยความสะดวกให ก ารลงเวลา เข า ปฏิ บั ติ ง านของข า ราชการทำได ส ะดวก รวดเร็ ว ทั้ ง ผู เ ข า ปฏิ บั ติ ง านและเจ า หน า ที่ ผู ค วบคุ ม ดู แ ล ตรวจสอบการลงเวลา ทั้งยังสามารถลดปริมาณการใช กระดาษในรูปบัตรตอกลงเวลาแบบเดิม ๓. ระบบทะเบียนครุภัณฑดวยรหัสบารโคด เปนระบบงานสารสนเทศที่พัฒนาขึ้นเพื่อเอื้อตอการ ปฏิ บั ติ ภ ารกิ จ ของศาลปกครอง โดยใช เ ทคโนโลยี เข า มาช ว ยในการจั ด ทำฐานข อ มู ล ทะเบี ย นครุ ภั ณ ฑ ชวยใหบริหารจัดการทะเบียนครุภณ ั ฑ การโอน การยาย การตรวจสอบ การตรวจนั บ จำนวนครุ ภั ณ ฑ ต า ง ๆ สามารถทำไดสะดวก รวดเร็ว
การพั ฒ นาระบบติ ด ต อ สื่ อ สารเผยแพร ประชาสัมพันธ การพัฒนาเว็บไซตศาลปกครอง สำนักงานศาลปกครอง ไดเผยแพรขอ มูล บทความ คำพิพากษา/คำสัง่ ทีน่ า สนใจเกีย่ วกับคดีปกครองสิง่ แวดลอม มาอย า งต อ เนื่ อ ง และในโอกาสที่ มี ก ารเป ด แผนก คดีสิ่งแวดลอมในวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๔ จึงมีการ พั ฒ นาและปรั บ ปรุ ง หน า เว็ บ ไซต ค ดี สิ่ ง แวดล อ มเพื่ อ
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ประชาสั ม พั น ธ แ ผนกคดี สิ่ ง แวดล อ มและเผยแพร ขอมูลขาวสารและกิจกรรมของคณะกรรมการดานวิชาการ เกี่ยวกับกฎหมายสิ่งแวดลอม ใหแกประชาชนทั่วไป ผานเว็บไซตศาลปกครอง www.admincourt.go.th ประกอบดวยเมนูหลัก ดังนี้ ๑) เมนูบทบรรณาธิการ ๒) เมนู อ า นเพลิ น ...กั บ คดี สิ่ ง แวดล อ ม เปนการนำเสนอบทความจากคำวินิจฉัยศาลปกครอง สู ง สุ ด นำมาเขี ย นใหม ใ นภาษาที่ อ า นง า ย อ า นสนุ ก ไดสาระและความรู ๓) เมนูรอบโลกวิชาการ...รอบดานสิง่ แวดลอม ซึ่งเปนการนำเสนอบทความสิ่งแวดลอมในตางประเทศ ที่นาสนใจ ๔) เมนูหอ งสมุดสิง่ แวดลอม ปจจุบนั ไดเผยแพร ขอมูลแลวหลายเรื่อง เชน เรื่องการฟองคดีเกี่ยวกับ สิ ท ธิ ข องธรรมชาติ ซึ่ ง จั ด ทำในรู ป แบบของหนั ง สื อ อิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส (e-book) บทความสิ่ ง แวดล อ ม นิ ต ยสาร (Trimester Newsletter) และการ ตู น สิ่งแวดลอม เปนตน ๕) กิจกรรมสิ่งแวดลอม เผยแพรขอมูลการ สัมมนาและโครงการพัฒนาตุลาการดานสิ่งแวดลอม (Green Judge)
๕.๓ เสริมสรางประสิทธิภาพดานการบริหารจัดการ การบริหารทรัพยสนิ การคลัง และการตรวจสอบ เพื่อสนับสนุนภารกิจองคการ หองปฏิบตั กิ ารทางการบริหาร (Management Cockpit) ในการพัฒนาดานบริหารจัดการองคการ ศาลปกครองและสำนั ก งานศาลปกครองได มี ก าร พัฒนาหองปฏิบัติการทางการบริหาร (Management Cockpit) ซึ่ ง เป น เครื่ อ งมื อ สำคั ญ ในการกำกั บ และ บริ ห ารยุ ท ธศาสตร ข ององค ก าร เนื่ อ งจากจะทำให ผู บ ริ ห ารระดั บ สู ง ของศาลปกครองและสำนั ก งาน ศาลปกครอง ได รั บ ทราบข อ มู ล เชิ ง ยุ ท ธศาสตร ที่ มี ความแมนยำ ชัดเจน และครอบคลุมตอการกำกับและ บริ ห ารยุ ท ธศาสตร ข องศาลปกครอง และสามารถ ทำการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตรไดอยางมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ หองปฏิบัติการทางการบริหาร (Management Cockpit) ยังเปนกลไกสำคัญในการ สนั บ สนุ น ขั บ เคลื่ อ นและพั ฒ นามาตรฐานงานหลั ก ดานตางๆ ของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง เชน การพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรมนุษย การสราง วัฒนธรรมองคการ การพัฒนาองคความรูและเผยแพร แนวปฏิบัติราชการที่ดี ซึ่งมีผลโดยตรงตอการบรรลุ เปาหมายโดยรวมของศาลปกครอง
71
สภาพปญหาและขอจำกัดในการดำเนินงาน ของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
สภาพปญหาและขอจำกัดในการดำเนินงาน ของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง
74
ผลการดำเนิ น งานของศาลปกครองและ สำนั ก งานศาลปกครอง ในป พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่ ง เป น ป ที่ ๑๐ ของการจั ด ตั้ ง ศาลปกครอง ถึ ง แม ว า จะ ยั ง ได รั บ ความเชื่ อ มั่ น จากสั ง คมไทยในระดั บ สู ง ถึ ง ร อ ยละ ๙๑ แต ศ าลปกครองและสำนั ก งานศาลปกครองยังมีปญหาและขอจำกัดบางประการ ที่ทำให ผลการดำเนินงานบางสวนไมสามารถบรรลุเปาหมาย ตามแผนยุทธศาสตรศาลปกครองที่กำหนดไว อีกทั้ง ความคาดหวั ง ของกลุ ม เป า หมายตามภารกิ จ ในการ อำนวยความยุ ติ ธ รรมของศาลปกครอง โดยเฉพาะ อยางยิ่งประชาชนผูฟองคดี หนวยงานและเจาหนาที่ ของรัฐ นักวิชาการ ตลอดจนสื่อมวลชน ยังไมไดรับ การตอบสนองเทาที่ควร ปญหาและขอจำกัดที่สำคัญในการดำเนินงาน ของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง สามารถ จำแนกได เ ป น ๓ กลุ ม ป ญ หา คื อ ป ญ หาเกี่ ย วกั บ การพิจารณาพิพากษาคดี ปญหาการวางหลักกฎหมาย เพื่อเปนแนวทางในการปฏิบัติราชการของหนวยงาน ทางปกครองและเจาหนาทีข่ องรัฐ และปญหาการพัฒนา เผยแพร และถายทอดองคความรูดานกฎหมายมหาชน ทั้ ง นี้ ศาลปกครองได ใ ห ค วามสำคั ญ ต อ การแก ไข ปญหาและขอจำกัดดังกลาวมาอยางตอเนื่อง ดวยการ ปรั บ ปรุ ง และพั ฒ นากระบวนการ ขั้ น ตอน รู ป แบบ และวิธีการปฏิบัติงาน เพื่อใหสามารถตอบสนองตอ ความคาดหวั ง ของประชาชนและสั ง คม โดยสรุ ป สาระสำคัญได ดังนี้
๑. ป ญ หาเกี่ ย วกั บ การพิ จ ารณาพิ พ ากษาคดี ปกครอง ประชาชนผูฟองคดีมีความคาดหวังที่จะไดรับ การอำนวยความยุติธรรม ที่สะดวก รวดเร็ว โปรงใส มีมาตรฐาน และเปนธรรม จากศาลปกครองในทุกขัน้ ตอน ของกระบวนการพิจารณาคดีในศาลปกครอง ในปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ศาลปกครอง เปดทำการในภูมิภาคเพิ่มอีก ๑ แหง คือ ศาลปกครอง อุบลราชธานี เพือ่ เพิม่ ชองทางในการเขาถึงกระบวนการ ยุติธรรมทางปกครองใหกับประชาชน และไดปรับปรุง ระบบการบริ ห ารจั ด การคดี ใ ห มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพยิ่ ง ขึ้ น จัดใหมีคณะกรรมการวิ ช าการขึ้ น ถึ ง ๕ คณะ ได แ ก (๑) คณะกรรมการดานวิชาการเกี่ยวกับปญหาอำนาจ หนาที่ระหวางศาล (๒) คณะกรรมการดานวิชาการ เกี่ ย วกั บ กฎหมายสิ่ ง แวดล อ ม (๓) คณะกรรมการ ดานวิชาการเกี่ยวกับกฎหมายวาดวยการบริหารงาน บุ ค คล (๔) คณะกรรมการด า นวิ ช าการเกี่ ย วกั บ วิธีพิจารณาคดีปกครอง และ (๕) คณะกรรมการดาน วิ ช าการเกี่ ย วกั บ กฎหมายว า ด ว ยวิ ธี ป ฏิ บั ติ ร าชการ ทางปกครอง ความรั บ ผิ ด ทางละเมิ ด ของเจ า หน า ที่ และขอมูลขาวสารของราชการ เพื่อใหความชวยเหลือ ทางวิชาการแกตุลาการศาลปกครอง ซึ่งนอกจากจะ ชวยใหการทำงานของตุลาการศาลปกครองรวดเร็วขึ้น โดยยังคงความอิสระในการพิจารณาพิพากษาคดีแลว ยังชวยเสริมสรางความเชีย่ วชาญเฉพาะดานใหกบั ตุลาการ ศาลปกครองอีกทางหนึง่ ดวย รวมถึงการเตรียมการทีจ่ ะ
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
แผนภาพ แสดงสภาพปญหา ขอจำกัด และการดำเนินงานเพื่อแกไขปญหา
ปปญ หหาการพิ าการพจิ ารณาคดี ารณาคดี การดำเนินงานเพื่อแกไขปญหา ความคาดหวังของประชาชนผูฟองคดี ตอความสะดวก รวดเร็ว โปรงใส มีมาตรฐาน และเปนธรรม
ปปญหาการวางหลั หาการวางหลกั กกฎหมาย ฎหมาย ความคาดหวังเกี่ยวกับการเผยแพร คำพิพากษา และคำสั่งศาลปกครอง
ปปญหาการพั หาการพฒ ั นา นา เเผยแพร ผยแพร ถถายทอด ยทอด อองค งคค วามรู วามรู
องคความรูดานกฎหมายมหาชน และกระบวนการยุติธรรมทางปกครอง ยังไมเปนที่แพรหลาย
เพิ่มชชองทางการเขาถึงกระบวนการยุติธรรม (เปดที่ทำการศาล) ปรับปรุ ป งระบบบริหารจัดการคดี พัฒนารู น ปแบบ/ชองทางการใหบริการ (Mo (Mobile Court และ e-Court)
การดำเนินงานเพื่อแกไขปญหา เผยแ หลักปฏิบัติราชการตามแนวคำวินิจฉัยของศาลปกครอง เผยแพร รายงานวิเคราะหเหตุแหงการฟองคดี หลักกฎหมายปกครอง รายง ที่เปนบรรทัดฐาน อบรมหลักสูตรตางๆ อบรม เสริมสรางเครือขายความรวมมือ
การดำเนินงานเพื่อแกไขปญหา พัฒนาหอสมุ น ดกฎหมายมหาชน จัย พัฒนาทำงานวิ น สรางเครื ง อขายความรวมมือตางประเทศ
พั ฒ นารู ป แบบ วิ ธี ก าร และช อ งทางในการฟ อ งคดี ในระบบ Mobile Court และ e-Court ในอนาคต ๒. ปญหาเกีย่ วกับการวางหลักกฎหมายเพือ่ เปนแนวทาง ในการปฏิบตั ริ าชการของหนวยงานทางปกครอง และเจาหนาที่ของรัฐ หนวยงานและเจาหนาทีข่ องรัฐ คาดหวังเกีย่ วกับ การเผยแพร ค ำพิ พ ากษา และคำสั่ ง ศาลปกครอง ซึ่ ง เป น การวางหลั ก กฎหมายและบรรทั ด ฐาน
ในการปฏิบัติราชการทางปกครอง ถึงแมวาสำนักงาน ศาลปกครองจะได จั ด เผยแพร ข อ มู ล ดั ง กล า วในรู ป ของเอกสาร แต ยั ง ขาดการพั ฒ นารู ป แบบ วิ ธี ก าร ประชาสัมพันธในรูปแบบใหมๆ สำนั ก งานศาลปกครองได เ ผยแพร ห นั ง สื อ หลักปฏิบตั ริ าชการตามแนวคำวินจิ ฉัยของศาลปกครอง รายงานวิเคราะหเหตุแหงการฟองคดี หลักกฎหมาย ปกครองทีเ่ ปนบรรทัดฐานใหกบั หนวยงานและเจาหนาที่ ของรัฐ รวมถึงการจัดหลักสูตรการอบรมใหกับบุคลากร
75
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
ภาครัฐและเอกชนมาอยางตอเนื่อง โดยจะไดพัฒนา รู ป แบบช อ งทางการเผยแพร ที่ ห ลากหลายมากขึ้ น และเร ง สร า งเครื อ ข า ยความร ว มมื อ ทางวิ ช าการกั บ หนวยงานของรัฐ อันเปนกลยุทธการใหความรูในเชิง ปองกันการกระทำผิด และเปนแนวทางปฏิบัติราชการ ที่ดีใหกับหนวยงานและเจาหนาที่ของรัฐ ๓. ปญหาเกีย่ วกับการพัฒนา เผยแพร และถายทอด องคความรูดานกฎหมายมหาชน องคความรูด า นกฎหมายมหาชน และกระบวนการ ยุ ติ ธ รรมทางปกครอง เป น เรื่ อ งใหม ใ นสั ง คมไทย ที่ ยั ง ไม เ ป น ที่ แ พร ห ลายเท า ที่ ค วร นั ก วิ ช าการใน สถาบั น การศึ ก ษาหรื อ องค ก รที่ เ กี่ ย วกั บ กฎหมาย ตลอดจนนั ก วิ ช าการอิ ส ระต า งให ค วามสนใจ และ เฝาติดตามพัฒนาการของกฎหมายมหาชน และการ ดำเนิ น งานตามกระบวนการยุ ติ ธ รรมทางปกครอง ในแตละขั้นตอน จนถึงผลการพิจารณาพิพากษาคดี เพื่อนำไปใชประโยชน วิเคราะห พัฒนา และเผยแพร องคความรูดังกลาว สำนักงานศาลปกครองไดมีการพัฒนาหอสมุด กฎหมายมหาชน ศึกษาวิจัยในดานตางๆ เสริมสราง ความสั ม พั น ธ กั บ เครื อ ข า ยความร ว มมื อ ทางวิ ช าการ ระหวางประเทศเพือ่ สรางและพัฒนาองคความรูเ กีย่ วกับ กฎหมายปกครอง โดยมุ ง หวั ง ที่ จ ะให ศ าลปกครอง เป น ที่ ย อมรั บ ทั้ ง ภายในประเทศและนานาประเทศ
76
ในฐานะเปนศูนยกลางวิชาการดานกฎหมายปกครอง และกฎหมายมหาชน ป ญ หาและข อ จำกั ด ในการดำเนิ น งานของ ศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง ดังกลาวขางตน มี ค วามเชื่ อ มโยงสั ม พั น ธ ต อ กั น หากสามารถแก ไข ป ญ หาใดป ญ หาหนึ่ ง ก็ จ ะส ง ผลให บ รรเทาป ญ หา อีกปญหาหนึ่งลงได นอกจากนี้ การแกไขปญหาดังกลาวไมสามารถ ที่ จ ะแก ไ ขหรื อ ตอบสนองต อ ความคาดหวั ง ของ ประชาชนกลุมเปาหมายไดโดยปราศจากการสนับสนุน ทรัพยากรในการดำเนินงานที่สำคัญ ไดแก งบประมาณ ในการดำเนินการ ซึ่งประกอบดวยการกอสรางอาคาร สถานทีท่ ำการ และสิง่ อำนวยความสะดวกแกประชาชน และเครือ่ งมือ วัสดุทจี่ ำเปนในการปฏิบตั งิ าน งบประมาณ ในการเผยแพรประชาสัมพันธ และการจัดกิจกรรมเพื่อ เสริมสรางความรูความเขาใจเกี่ยวกับกฎหมายปกครอง และงบประมาณดานบุคลากรของศาลปกครอง ทามกลางปญหาและขอจำกัดในการดำเนินงาน ตางๆ ศาลปกครองยังคงมุงมั่นที่จะทำหนาที่ในการ อำนวยความยุติธรรมใหกับสังคมไทย ดวยการทบทวน ผลการดำเนิ น งานที่ ผ า นมาและรั บ ฟ ง เสี ย งสะท อ น ที่ ส ำคั ญ จากประชาชน นั ก วิ ช าการและสื่ อ มวลชน เพื่ อ พั ฒ นาการดำเนิ น งานของศาลปกครองให เ ป น “ศาลของประชาชน”
การจัดตัง้ แผนกคดีสงิ่ แวดลอม ในศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองชั้นตน
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
การจัดตั้งแผนกคดีสิ่งแวดลอม ในศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองชั้นตน
80
วั น ที่ ๒ สิ ง หาคม ๒๕๕๔ ศาลปกครอง ประเภทอื่ น ๆ เพราะข อ พิ พ าทเหล า นั้ น ส ว นใหญ ได เ ป ด ทำการแผนกคดี สิ่ ง แวดล อ มในศาลปกครอง มักจะมีหนวยงานทางปกครอง หรือเจาหนาที่ของรัฐ สู ง สุ ด และศาลปกครองกลางอย า งเป น ทางการ เขาไปเกี่ยวของอยูเสมอ ไมวาจะเปนเรื่องของการใช เพื่อพิจารณาพิพากษาคดีปกครองเกี่ยวกับสิ่งแวดลอม อำนาจตามกฎหมายในการออกกฎ คำสั่ง หรือการ โดยมี น ายหั ส วุ ฒิ วิ ฑิ ต วิ ริ ย กุ ล ละเลยตอหนาที่ตามที่กฎหมาย ประธานศาลปกครองสู ง สุ ด กำหนดใหตองปฏิบัติ หรือปฏิบัติ เป น ประธานกดปุ ม เป ด แพร หนาที่ดังกลาวลาชาเกินสมควร ในการควบคุมโครงการหรือกิจกรรม คลุมปาย “แผนกคดีสงิ่ แวดลอม” ณ บริเวณจุดรับฟอง ชัน้ ๑ อาคาร ที่ มี ผ ลกระทบต อ สิ่ ง แวดล อ ม ศาลปกครองพร อ มกั น ในเวลา และขอพิพาทเกีย่ วกับสิง่ แวดลอม เดียวกันนีท้ กุ ศาลปกครองในภูมภิ าค ยั ง มี ป ระเด็ น ที่ จ ะต อ งพิ จ ารณา ทั้ง ๙ แหง ไดแก ศาลปกครอง เกี่ ย วกั บ ความเป น ผู เ ดื อ ดร อ น เชียงใหม ศาลปกครองพิษณุโลก “มีขอพิพาทดานสิ่งแวดลอม หรื อ เสี ย หายที่ จ ะมี สิ ท ธิ ฟ อ งคดี ศาลปกครองระยอง ศาลปกครอง ตอศาล และในบางกรณีปญหา ศาลปกครองพร อ มให สงขลา ศาลปกครองนครศรีธรรมราช ดังกลาวจะมีผลกระทบในวงกวาง ความเป น ธรรม ศาลปกครองขอนแกน ศาลปกครอง แ ล ะ เ มื่ อ ศ า ล มี ค ำ พิ พ า ก ษ า ประเทศชาติพัฒนาได นครราชสีมา ศาลปกครองอุดรธานี หรื อ คำสั่ ง เป น ประการใดแล ว และศาลปกครองอุ บ ลราชธานี ผลจากคำสั่ ง หรื อ คำพิ พ ากษา ประชาชนปลอดภัย ได จั ด พิ ธี เ ป ด ทำการแผนกคดี ข อ ง ศ า ล จ ะ ส ง ผ ล ก ร ะ ท บ ไร ม ลพิ ษ ” สิ่งแวดลอมไปพรอมกันดวย ต อ การพั ฒ นาประเทศในทาง หลั ง จากศาลปกครองได เปดทำการมาตั้งแต เศรษฐกิจและสังคมโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได ป ๒๕๔๔ เพื่อทำหนาที่ในการพิจารณาพิ พ ากษาคดี ทั้งนี้ เพื่อเปนการรักษาประโยชนสาธารณะ ปกครองทุกประเภทตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมาย และคุ ม ครองสิ ท ธิ ข องบุ ค คลในการที่ จ ะดำรงชี พ ไดบัญญัติไว โดยในการพิจารณาพิพากษาคดีที่ผานมา อยู ไ ด อ ย า งปกติ แ ละต อ เนื่ อ งในสิ่ ง แวดล อ มที่ จ ะ เปนที่นาสนใจวาในคดีปกครองเกี่ยวกับสิ่งแวดลอมนั้น ไม ก อ ให เ กิ ด อั น ตรายต อ สุ ข ภาพอนามั ย สวั ส ดิ ภ าพ จะเป น ข อ พิ พ าทที่ มี ลั ก ษณะพิ เ ศษกว า คดี ป กครอง หรือคุณภาพไดอยางเหมาะสม อีกทั้งขอพิพาทดังกลาว
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ยั ง มี ค วามซั บ ซ อ นที่ จ ะต อ งใช ค วามรู ค วามเข า ใจใน ลักษณะของสหสาขาวิชา และในบางกรณียังจำเปน ตองมีการใชพยานผูเชี่ยวชาญและแสวงหาขอเท็จจริง ตามความเหมาะสมเพื่ อ ให ก ารพิ จ ารณาพิ พ ากษา คดีปกครองเกี่ยวกับสิ่งแวดลอมเปนไปอยางรอบคอบ อีกดวย ประกอบกับการพิจารณาพิพากษาคดีดังกลาว จะตองกระทำดวยความรวดเร็ว เพือ่ ทีจ่ ะไดแกไขปญหา ความเดือดรอนหรือเสียหายไดทันทวงที ซึ่งไมเฉพาะ แต คู ก รณี เ ท า นั้ น แต ร วมถึ ง เป น การแก ไขป ญ หา ให กั บ สั ง คมและประเทศชาติ ใ นขณะเดี ย วกั น ด ว ย ด ว ยเหตุ นี้ เ องการดำเนิ น กระบวนพิ จ ารณาทั้ ง ปวง เกีย่ วกับการพิพากษาหรือมีคำสัง่ ในคดีปกครองเกีย่ วกับ สิ่งแวดลอมโดยการจัดตั้งแผนกคดีสิ่งแวดลอมจึงถือ ความจำเปนและเพื่อใหการบริหารจัดการคดีปกครอง ประเภทนี้ เ ป น ไปโดยรวดเร็ ว และมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ
มากยิ่ ง ขึ้ น และเชื่ อ มั่ น ว า ผลจากการจั ด ตั้ ง แผนก ดังกลาวขึ้นในศาลปกครองจะทำใหสามารถแกปญ หา ข อ พิ พ าทในทางปกครองที่ เ กี่ ย วข อ งกั บ สิ่ ง แวดล อ ม เป น ไปอย า งเหมาะสมและสร า งภาวะสมดุ ล ในการ คุมครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน และดำเนินงาน ของรั ฐ เพื่ อ ประโยชน ส าธารณะในเรื่ อ งที่ เ กี่ ย วกั บ สิ่งแวดลอมไดอยางแทจริง
81
กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจาอยูหัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธี มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจาอยูห วั เนือ่ งในโอกาสพระราชพิธมี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
ศาลปกครองได ร ว มดำเนิ น โครงการและ กิ จ กรรมร ว มงานเฉลิ ม พระเกี ย ติ พ ระบาทสมเด็ จ พระเจาอยูหัว ประกอบดวยกิจกรรมที่สำคัญ ไดแก ๑. กิ จ กรรมศาลปกครองมิ นิ ม าราธอน เดิน - วิง่ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจาอยูห วั เนือ่ งในโอกาส พระราชพิธมี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ เมื่อวันอาทิตยที่ ๑๑ กั น ยายน ๒๕๕๔ ณ บริ เ วณอาคารศาลปกครอง และศูนยราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจงวัฒนะ เพื่ อ หารายได ทู ล เกล า ฯ ถวายเงิ น รายได จ ากการ จั ด กิ จ กรรมดั ง กล า ว โดยเสด็ จ พระราชกุ ศ ลตาม พระราชอัธยาศัย โดยมีผูเขารวมการแขงขัน เดิน - วิ่ง เฉลิมพระเกียรติฯ ประมาณ ๑,๕๐๐ คน
84
๒. กิจกรรมบริจาคโลหิตและอวัยวะ ซึ่งไดมี การจั ด กิ จ กรรมทั้ ง ในศาลปกครองส ว นกลาง และ ศาลปกครองในภู มิ ภ าค อาทิ ศาลปกครองสงขลา
ศาลปกครองขอนแก น ศาลปกครองอุ ด รธานี และ ศาลปกครองอุบลราชธานี ๓. กิ จ กรรมอุ ป สมบทเฉลิ ม พระเกี ย รติ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูห วั เนือ่ งในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๘ รอบ วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ ระหวางวันที่ ๑ - ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ณ วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก มีผูอุปสมบท จำนวน ๘๕ คน ประกอบดวย ตุลาการศาลปกครอง
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ขาราชการฝายศาลปกครอง พนักงาน และ ลู ก จ า งสำนั ก งานศาลปกครอง ตลอดจน บุ ต ร คู ส มรสและเครื อ ญาติ ข องบุ ค ลากร ในศาลปกครอง ๔. กิ จ ก ร ร ม ป ลู ก ต น ไ ม ม ง ค ล เฉลิ ม พระเกี ย รติ พ ระบาทสมเด็ จ พระเจ า อยู หั ว เนื่ อ งในโอกาสพระราชพิ ธี ม หา มงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สำนักงานศาลปกครอง ไดดำเนินการ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๕.๐๐ น. โดยมี ป ระธานศาลปกครองสู ง สุ ด เปน ประธานในพิ ธี ป ลู ก ต นไมมงคล ตนแก วเจาจอม จำนวน ๙ ตน บริเวณรั้วดานหนาติดถนนแจงวัฒนะ หนาอาคารที่ทำการศาลปกครอง สำหรั บ สำนั ก งานศาลปกครองในภู มิ ภ าค ดำเนิ น กิ จ กรรมปลู ก ต น ไม ม งคลเฉลิ ม พระเกี ย รติ ด ว ยเช น กั น อาทิ สำนั ก งานศาลปกครองสงขลา สำนั ก งานศาลปกครองอุ บ ลราชธานี สำนั ก งาน ศาลปกครองนครราชสี ม า สำนั ก งานศาลปกครอง เชียงใหม และสำนักงานศาลปกครองระยอง
85
วิชาการคดีปกครอง คำพิพากษาและคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่นาสนใจ ประจำป พ.ศ. ๒๕๕๔ รายงานการวิเคราะหเหตุแหงการฟองคดีปกครอง ประจำป พ.ศ. ๒๕๕๔ รายงานสรุปแนวทางการปฏิบัติราชการจากคำวินิจฉัยของ ศาลปกครองสูงสุด ประจำป พ.ศ. ๒๕๕๔
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
คำพิพากษาและคำสัง่ ศาลปกครองสูงสุดทีน่ า สนใจ ประจำป พ.ศ. ๒๕๕๔
คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิด คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๒๕๐/๒๕๕๔
90
(ก) สรุปคำฟอง คดี นี้ ผู ฟ อ งคดี ทั้ ง สองฟ อ งกรุ ง เทพมหานคร เปนผูถูกฟองคดีที่ ๑ และผูอำนวยการเขตบางกะป เปนผูถูกฟองคดีที่ ๒ โดยฟองวา ผูฟองคดีทั้งสองเปน เจ า ของกรรมสิ ท ธิ์ ใ นที่ ดิ น โฉนดที่ ดิ น เลขที่ ๑๒๗๔๐ เลขที่ดิน ๒๙๘ หนาสำรวจ ๒๙๔๐ ตำบลหัวหมาก (หั ว หมากใต ) อำเภอบางกะป กรุ ง เทพมหานคร พร อ มอาคารตึ ก แถวตั้ ง อยู ริ ม ถนนรามคำแหง ชวงระหวางซอยรามคำแหง ๔๗ และซอยรามคำแหง ๔๙ ประกอบกิจการรานถายรูปและจำหนายอุปกรณ การถ า ยรู ป ชื่ อ ร า น จ. และใช เ ป น คลิ นิ ก ของแพทย เสริมความงามชื่อ น. ตอมา ผูถูกฟองคดีที่ ๒ ไดทำ สัญญาวาจางบริษทั พ. จำกัด ตามสัญญา ลงวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๔๘ ใหดำเนินการกอสรางสะพานคนเดิน ข า มถนนรามคำแหงจำนวน ๑ แห ง ตามมติ ข อง ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณากำหนดจุดกอสราง สะพานคนเดินขามถนน (เขตบางกะป) โดยกำหนด จุ ด ก อ สร า งสะพานคนเดิ น ข า มถนนบริ เ วณหน า มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยใหศูนยกลางตอมอสะพาน คนเดิ น ข า มถนนอยู ร ะหว า งอาคารตึ ก แถวร า น จ. กับ น. ใหมีระยะคลาดเคลื่อนบวกลบไมเกิน ๒ เมตร ใหบันไดสะพานฝงหนามหาวิทยาลัยรามคำแหงทอดไป
ทางทิศตะวันตก และบันไดสะพานฝงตรงขามทอดไป ทางทิศตะวันออก ทำใหผูฟองคดีทั้งสองไดรับความ เดือดรอนเสียหาย ขอใหศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เพิกถอนคำสัง่ อนุญาตใหกอ สรางสะพานคนเดินขามถนน รามคำแหงตรงจุดตามมติที่ประชุมครั้งที่ ๙/๒๕๔๕ ลงวั น ที่ ๔ ธั น วาคม ๒๕๔๕ ตามสั ญ ญาลงวั น ที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๔๘ (ข) สรุปคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ขอเท็จจริงรับฟงไดวา การกำหนดจุดและการ กอสรางสะพานคนเดินขามถนนรามคำแหงเปนไปตาม ความประสงคของมหาวิทยาลัยรามคำแหง เนื่องจาก มีนกั ศึกษาจำนวนมากทีเ่ ดินทางมาเรียน ณ มหาวิทยาลัย รามคำแหง หัวหมาก ทำใหการจราจรติดขัดตลอดจน การสัญจรไปมาไมสะดวก ประกอบกับหนังสือของสำนัก การจราจรและขนสง ลงวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๔๕ ระบุวา ถนนรามคำแหงเป น เส น ทางที่ มี ป ริ ม าณการจราจร อยูใ นเกณฑสงู มาก บริเวณหนามหาวิทยาลัยรามคำแหง จะมีนักศึกษา ประชาชน ฝาฝนในการขามถนน ทำให เกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน ประกอบกับถนนเปนทางโคง ทำใหผูขับขี่รถยนตมองเห็นคนขามในระยะกระชั้นชิด จึงเห็นควรกอสรางสะพานคนเดินขามถนนเพื่อความ ปลอดภัยและความสะดวกในการขามถนนของนักศึกษา และประชาชน นอกจากนี้ ในการกำหนดจุดและกอสราง สะพานคนเดินขามถนนบริเวณหนาอาคารของผูฟ อ งคดี ทัง้ สองมีระยะหางระหวางตัวอาคารของผูฟองคดีทั้งสอง
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
กับสะพานคนเดินขามถนนเปนระยะพอสมควรเพียงพอ ก อ สร า งสะพานคนเดิ น ข า มถนนพิ พ าทจะมี ข อ เสี ย ที่ จ ะไม เ ป น อุ ป สรรคต อ การประกอบกิ จ การค า ของ โดยมี ผ ลกระทบต อ การประกอบกิ จ การการค า ของ ผู ฟ อ งคดี ทั้ ง สอง และจุ ด ที่ จ ะก อ สร า งดั ง กล า วไม มี ผูฟองคดีอยูบาง แตเมื่อเปรียบเทียบสัดสวนระหวาง ป ญ หาอุ ป สรรคด า นสาธารณู ป โภคทั้ ง ใต ดิ น บนดิ น ขอเสียกับผลดีและประโยชนที่สวนรวมจะไดรับหรือ และเหนือผิวดิน และมีระยะหางจากสะพานคนเดิน ประโยชน ส าธารณะแล ว ก็ นั บ ว า ไม ก อ ให เ กิ ด ความ ขามถนนขางเคียงเปนไปตามหลักเกณฑและแนวทาง เสี ย หายแก ผู ฟ อ งคดี ทั้ ง สองเกิ น สมควรแต อ ย า งใด ปฏิ บั ติ ใ นการพิ จ ารณากำหนดจุ ด ก อ สร า งสะพาน การที่ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ ได ร ว มกั บ คณะกรรมการ คนเดิ น ข า มถนนของผู ถู ก ฟ อ งคดี พิจารณากำหนดจุดกอสรางสะพาน ที่ ๑ สวนบันไดทางขึน้ ลงของสะพาน คนเดินขามถนนกำหนดจุดและกอสราง ฝ ง ด า นมหาวิ ท ยาลั ย รามคำแหง สะพานคนเดินขามถนนรามคำแหง อยู ใ กล กั บ ศาลาที่ พั ก ผู โ ดยสาร โดยให ศู น ย ก ลางตอม อ สะพาน ป ร ะ จ ำ ท า ง แ ล ะ อู ร ถ โ ด ย ส า ร อยูระหวางอาคารตึกแถวรานถายรูป ประจำทางรั บ ส ง นั ก ศึ ก ษาและ จ. กับคลินิกเสริมความงาม น. เปน ประชาชนบริ เวณด า นหน า มหาการกระทำโดยชอบดวยกฎหมาย วิ ท ยาลั ย จึ ง เป น การสะดวกต อ และเปนการใชดุลพินิจดำเนินการ การกำหนดจุ ด และ นั ก ศึ ก ษา และประชาชนที่ จ ะใช ที่ ช อบด ว ยกฎหมายแล ว ทั้ ง ไม การก อ สร า งสะพาน สะพาน การกำหนดจุ ด และการ ปรากฏวามีการรุกล้ำเขาไปในที่ดิน คนเดินขามถนนที่ ก อ สร า งสะพานคนเดิ น ข า มถนน ของผูฟองคดีทั้งสอง หรือกอใหเกิด พิพาท จึงสอดคลองกับหลักเกณฑ ความเสียหายตออาคารของผูฟ อ งคดี ชอบดวยกฎหมาย และแนวทางปฏิบัติในการพิจารณา ทั้งสองแตอยางใด การดำเนินการ กำหนดจุดกอสรางสะพานคนเดินขามถนนของผูถ กู ฟอง ได มี ก ารพิ จ ารณาข อ มู ล ข อ เท็ จ จริ ง ที่ เ กี่ ย วข อ ง คดี ที่ ๑ และน า จะเป น จุ ด ที่ มี ค วามเหมาะสมที่ สุ ด อย า งรอบด า นมากพอสมควร และส ง ผลกระทบต อ สำหรับสภาพพื้นที่บริเวณดังกลาว สำหรับผลกระทบที่ ผูฟองคดีทั้งสองเพียงเล็กนอยดังที่กลาวแลว จึงไมเปน ผูฟองคดีทั้งสองไดรับจากการกอสรางสะพานคนเดิน การละเมิดตอผูฟองคดีทั้งสอง ที่ผูฟองคดีทั้งสองอางวา ขามถนน ณ จุดที่พิพาทนั้น มีเพียงการถูกบดบังบริเวณ การกำหนดจุดกอสรางสะพานคนเดินขามถนนที่พิพาท หนารานบางสวน และกีดขวางทางเขาออกทางสาธารณะ ของคณะกรรมการพิจารณากำหนดจุดกอสรางสะพาน บางสวนเทานัน้ ซึง่ มิไดเปนการปดกัน้ การใชทางสาธารณะ คนเดินขามถนน เปนการดำเนินการโดยไมเปดโอกาส ดังกลาวแตอยางใด แตในทางตรงกันขาม การกอสราง ใหผูฟองคดีทั้งสองมีสวนรวมในกระบวนการพิจารณา สะพานพิ พ าทน า จะเป น การอำนวยความสะดวก ทางปกครอง และมิไดรับฟงความคิดเห็นของผูฟองคดี สำหรั บ ลู ก ค า ที่ จ ะมาใช บ ริ ก ารในกิ จ การการค า ของ ทั้ ง สองซึ่ ง เป น ผู ไ ด รั บ ผลกระทบจากการใช อ ำนาจ ผูฟองคดีทั้งสอง ใหไดรับความสะดวกและปลอดภัย ทางปกครองดังกลาว จึงไมเปนไปตามรูปแบบ ขั้นตอน อี ก ด ว ย การก อ สร า งสะพานพิพาทจะเปนประโยชน หรือวิธีการอันเปนสาระสำคัญที่กฎหมายกำหนดและ อย า งยิ่ ง สำหรั บ ประชาชน และนั ก ศึ ก ษาที่ จ ะได รั บ เปนการใชดุลพินิจโดยมิชอบนั้น เมื่อการดำเนินการ ความสะดวกและความปลอดภัยในการขามถนน และ กอสรางสะพานคนเดินขามถนนที่พิพาทของผูถูกฟอง จะเป น ประโยชน ส ำหรั บ การแก ไขป ญ หาการจราจร คดีทั้งสองเปนไปตามความประสงคของมหาวิทยาลัย ในบริเวณดังกลาว ดังนั้น แมวาการกำหนดจุดและการ รามคำแหงและเปนความจำเปนตามสภาพขอเท็จจริง
91
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
92
ที่เปนอยู มีการพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของ ทางราชการอย า งเป ด เผย มี ก ารเสนอและพิ จ ารณา คำร อ งขอให ก อ สร า งตามขั้ น ตอนของทางราชการ มีการศึกษาขอมูลขอเท็จจริงถึงความจำเปนและความ เหมาะสมของสภาพพื้นที่ที่จะกอสรางกอนที่จะมีการ อนุมัติใหกอสราง มีการพิจารณากำหนดจุ ด ก อ สร า ง โดยคณะกรรมการทีม่ อี ำนาจหนาทีโ่ ดยตรง การพิจารณา กำหนดจุดและการวางผังแบบการกอสรางสอดคลองกับ หลักเกณฑและแนวทางปฏิบัติ ในการพิจารณากำหนด จุ ด ก อ สร า งสะพานคนเดิ น ข า มถนนของผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ และมีการทำสัญญาจางกอสรางตามระเบียบของ ทางราชการ เมื่อการพิจารณากำหนดจุดกอสรางและ การดำเนินการกอสรางสะพานคนเดินขามถนนที่พิพาท เป น อำนาจดุ ล พิ นิ จ โดยอิ ส ระที่ จ ะดำเนิ น การได ต าม กฎหมายของผูถ กู ฟองคดีทงั้ สอง ประกอบกับไดกระทำ ในบริเวณทางเทาริมถนนซึง่ เปนพืน้ ทีส่ าธารณะในความ ดูแลของผูถูกฟองคดีทั้งสอง มิไดมีการรุกล้ำที่ดินของ ผูฟ อ งคดีทงั้ สองแตอยางใด ผูฟ อ งคดีทงั้ สองจึงมิใชคกู รณี โดยตรงที่ จ ะได รั บ ผลกระทบจากการดำเนิ น กิ จ การ ทางปกครองดังกลาว กรณีจงึ ไมใชการพิจารณาทางปกครอง ตามมาตรา ๓๐ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ ทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ที่จะตองใหโอกาสคูกรณี รั บ ทราบข อ เท็ จ จริ ง อย า งเพี ย งพอและโต แ ย ง แสดง พยานหลักฐานของตนกอนดำเนินการ แตในฐานะที่ ผู ฟ อ งคดี ทั้ ง สองเป น บุ ค คลภายนอก ซึ่ ง สิ ท ธิ ห รื อ ประโยชน อั น ชอบธรรมอาจจะถู ก กระทบจากการ ดำเนิ น กิ จ การทางปกครองของผู ถู ก ฟ อ งคดี ทั้ ง สอง ดั ง กล า วอยู บ า ง ผู ถู ก ฟ อ งคดี ทั้ ง สองก็ ไ ด รั บ ฟ ง และ พิจารณาขอรองเรียนของผูฟองคดีทั้งสองดวยแลว ซึ่ง ผูถูกฟองคดีที่ ๒ ก็ไดดำเนินการสั่งระงับการกอสราง สะพานคนเดิ น ข า มถนนพิ พ าทไว ก อ น และให มี ก าร ตรวจสอบขอเท็จจริงตามขอรองเรียนดังกลาว จึงถือวา ผูถ กู ฟองคดีทงั้ สองไดมกี ารรับฟงขอโตแยงของผูฟ อ งคดี ทั้งสองแลว และที่ผูฟองคดีทั้งสองอางวาศาลปกครอง ชั้นตนวินิจฉัยโดยใชหลักความไดสัดสวนไมถูกตองนั้น หลั ก ความได สั ด ส ว นถื อ เป น หลั ก รั ฐ ธรรมนู ญ ทั่ ว ไป
ประการหนึ่ง โดยเปนหลักการขั้นพื้นฐานของความ สัมพันธระหวางผูใชอำนาจกับผูที่ตกอยูภายใตอำนาจ บังคับใหผูใชอำนาจจำกัดสิทธิและเสรีภาพของผูท ตี่ กอยู ภายใตอำนาจของตนอยางพอเหมาะ พอประมาณ หรือ บังคับใหฝา ยปกครองออกมาตรการทีส่ ามารถดำเนินการ ใหบรรลุเจตนารมณของกฎหมายฉบับทีใ่ หอำนาจไดจริง แตในขณะเดียวกันก็กอ ความเสียหายแกราษฎรนอยทีส่ ดุ และหามมิใหฝายปกครองออกมาตรการใดๆ ซึ่งหากได ลงมือใชบังคับแลวจะกอใหเกิดประโยชนแกมหาชน นอยมาก ไมคุมกับความเสียหายที่จะตกแกราษฎรและ หรือแกสังคมโดยสวนรวม การที่ศาลปกครองชั้นตน นำหลักความไดสดั สวนมาวินจิ ฉัยประเด็นพิพาทในคดีนี้ จึงชอบแลว
คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๑๒๘/๒๕๕๔ (ก) สรุปคำฟอง คดีนี้ผูฟองคดีฟองนาย ป. เปนผูถูกฟองคดี โดยฟองวา ผูฟองคดีไดมีคำสั่ง ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๙ เรื่อง ใหชดใชคาสินไหมทดแทน โดยนาย ก. ผูต าย ตองรับผิดชดใชคา สินไหมทดแทนเปนจำนวนเงิน ๕๐,๑๐๑.๓๑ บาท เนื่องจากนาย ก. ผูตาย ในฐานะ ศุลการักษมีหนาที่ประทับดวงตราตะกั่ว กศก. หรือ ร อ ยแถบเหล็ ก RTC หลั ง จากที่ น ายตรวจศุ ล กากร ได ท ำการตรวจปล อ ยสิ น ค า และควบคุ ม สิ น ค า เข า ตูคอนเทนเนอรและทำหนาทีเ่ ปนผูช ว ยควบคุมการบรรจุ สินคา ตามคำสั่งกองตรวจสินคาขาออก ที่ ๑๓/๒๕๓๐ และคำสั่งของผูฟองคดี ที่ ๕๑/๒๕๓๑ หากนาย ก. ผูต าย ใชความระมัดระวังแตเพียงเล็กนอยในฐานะผูช ว ย ควบคุมการบรรจุสนิ คา ทีจ่ ะตองชวยนายตรวจศุลกากร ในการตรวจปลอยสินคาและควบคุมการบรรจุสินคา เขาตูคอนเทนเนอร ยอมทราบไดโดยงายวาไมมีสินคา ของหางหุน สวนจำกัด ป. ดังกลาวบรรจุอยูใ นตูค อนเทนเนอร ที่สงออก และจากคำใหการของนาย ก. ผูตายยืนยันวา ไดลงนามรับรองในเอกสารประกอบการสงออกวามีการ ส ง ออกจริ ง แสดงว า นาย ก. ผู ต าย ได ปฏิบัติหนาที่
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
รวมกับนายตรวจศุลกากรจริง เปนชองทางใหหา งหุน สวน จำนวนเงินที่ตองชำระ ตามมาตรา ๑๘ แหงพระราชจำกั ด ดั ง กล า วกระทำการทุ จ ริ ต พฤติ ก ารณ ถื อ เป น บัญญัติชดเชยคาภาษีอากรสินคาสงออกที่ผลิตภายใน การกระทำโดยประมาทเลินเลออยางรายแรง เปนเหตุให ราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๒๕ และมีการวางฎีกาเบิกตาม ทางราชการไดรบั ความเสียหาย ตองรับผิดชดใชคา สินไหม มูลคาบัตรภาษีที่นำไปใชแลวเมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ทดแทน นาย ก. ผูตายไดอุทธรณคำสั่งดังกลาว และ ๒๕๔๐ ผูฟองคดีจึงไดรับความเสียหายจากการกระทำ ผูมีอำนาจพิจารณาอุทธรณมีคำสั่งใหยกอุทธรณ ตอมา ของเจาหนาที่ นับแตวันที่ดังกลาว วันที่ ๑๘ กันยายน นาย ก. ผูตาย ถึงแกความตายเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๐ จึ ง เป น วั น ที่ มี ก ารกระทำละเมิ ด ต อ ผู ฟ อ งคดี ๒๕๕๑ ผู ฟ อ งคดี ไ ด มี ห นั ง สื อ ลงวั น ที่ ๗ มกราคม กรณีที่เจาหนาที่ไมชำระเงินตามคำสั่ง หนวยงานของ ๒๕๕๒ แจ ง ให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ใ น รั ฐ มี อ ำนาจที่ จ ะพิ จ ารณาใช ฐานะทายาทผู มี สิ ท ธิ รั บ มรดก สิทธิฟองคดีของหนวยงาน มาตรการบังคับทางปกครองเพื่อ ของนาย ก. ผูตาย รับผิดชดใช ใหเปนไปตามคำสัง่ ดังกลาวไดตาม ของรั ฐ เพื ่ อ ให ท ายาทของ ค า สิ น ไหมทดแทนแก ผู ฟ อ งคดี มาตรา ๕๖ แหงพระราชบัญญัติ เจ า หน า ที ่ ผ ู ก ระทำละเมิ ด เปนจำนวนเงิน ๕๐,๑๐๑.๓๑ บาท วิ ธี ป ฏิ บั ติ ร าชการทางปกครอง แตผูถูกฟองคดีไมชำระ ผูฟองคดี ชดใชคา เสียหาย พ.ศ. ๒๕๓๙ และโดยทีม่ าตรการ จึงนำคดีมาฟองตอศาลปกครอง บังคับทางปกครอง โดยยึ ด หรื อ ชั้ น ต น เมื่ อ วั น ที่ ๑๙ มิ ถุ น ายน ๒๕๕๒ ขอให ศ าลมี อายัดทรัพยสินและขายทอดตลาด ตามมาตรา ๕๗ คำพิพากษาหรือคำสั่งใหผูถูกฟองคดีชำระเงินจำนวน แหงพระราชบัญญัติเดียวกัน เปนมาตรการหนึ่งเพื่อให ๕๐,๑๐๑.๓๑ บาท พร อ มดอกเบี้ ย ในอั ต ราร อ ยละ ไดชำระเงินโดยครบถวน หากผูฟ อ งคดีซงึ่ เปนหนวยงาน ๗.๕ ตอป นับแตวันตรวจปลอยจนถึงวันฟอง คิดเปน ทางปกครองหรื อ หน ว ยงานอื่ น ที่ มี ห น า ที่ เ กี่ ย วข อ ง ดอกเบี้ยจำนวน ๔๕,๗๒๘.๒๔ บาท รวมเปนเงินตน ยังมีขอ ขัดของในการบังคับใชกฎหมายในสวนทีเ่ กีย่ วกับ พร อ มดอกเบี้ ย จำนวน ๙๕,๘๒๙.๕๕ บาท พร อ ม การบังคับทางปกครอง ก็ไมตดั สิทธิผฟู อ งคดีทจี่ ะใชสทิ ธิ ดอกเบี้ยในอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ของตนเงินจำนวน ทางศาล เพือ่ ใหศาลมีคำพิพากษาหรือคำสัง่ ใหเจาหนาที่ ๕๐,๑๐๑.๓๑ บาท นับถัดจากวันฟองเปนตนไปจนกวาจะ ผู นั้ น ชดใช เ งิ น ตามคำสั่ ง ของผู ฟ อ งคดี ไ ด กล า วคื อ ชำระเสร็จ และใหคนื คาธรรมเนียมศาลทัง้ หมดแกผฟู อ งคดี ผู ฟ อ งคดี ช อบที่ จ ะเสนอข อ พิ พ าทต อ ศาลปกครอง ซึ่ ง เป น องค ก รตุ ล าการพิ จ ารณาพิ พ ากษาอรรถคดี (ข) สรุปคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด เพื่ อ ให ก ารบั ง คั บ ใช ก ฎหมายสั ม ฤทธิ์ ผ ล และยั ง เป น การใชสิทธิเรียกรองคาสินไหมทดแทนจากการ ประโยชน ต อ คู ก รณี ใ นอั น ที่ จ ะได รั บ การรั บ รองและ กระทำละเมิดของเจาหนาที่ หนวยงานของรัฐมีอำนาจ คุม ครองสิทธิโดยศาล เมือ่ ผูฟ อ งคดีซงึ่ เปนหนวยงานของ ออกคำสั่ ง ให เ จ า หน า ที่ ผู นั้ น ชำระเงิ น ภายในเวลา รัฐใชสทิ ธิเรียกรองใหนาย ก. ซึง่ กระทำละเมิดตอผูฟ อ งคดี ที่ ก ำหนดได ตามมาตรา ๑๒ แห ง พระราชบั ญ ญั ติ โดยการออกคำสั่งใหนาย ก. ชำระเงินแกผูฟองคดี แต ความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ โดย นาย ก. ไมชำระ และไดถึงแกความตายในภายหลัง ต อ งใช สิ ท ธิ เรี ย กร อ งภายในกำหนดระยะเวลาสิ บ ป โดยผูฟ อ งคดีแจงใหผถู กู ฟองคดีในฐานะทายาทโดยธรรม นั บ แต วั น ทำละเมิ ด ตามมาตรา ๔๔๘ วรรคหนึ่ ง ของนาย ก. ผูตาย ชำระแทนนาย ก. แลว แตผูถูกฟอง แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยเมื่อบัตรภาษี คดีไมชดใชเงินใหแกผูฟองคดี ผูฟองคดีในฐานะเจาหนี้ ที่ผูฟองคดีออกใหแกผูขอรับเงินชดเชยคาภาษีอากร ในมูลละเมิดจึงจำตองใชสิทธิทางศาลเพื่อขอบังคับตาม ตองมีการนำไปใชประโยชนเพื่อชำระคาภาษีอากรแทน สิทธิเรียกรองอันมี ตอนาย ก. เจามรดก โดยขอใหศาล
93
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
มีคำพิพากษาหรือคำสัง่ ใหผถู กู ฟองคดีใชเงินหรือสงมอบ ทรัพยมรดกใหแกผฟู อ งคดีอนั เปนคำบังคับตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๓) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ผูฟองคดี จึงเปนผูมีสิทธิฟองคดีตอศาลปกครองตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติดังกลาว
คดีพิพาทเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๙๔/๒๕๕๔
94
๒๕๔๖ แจ ง ให ท ราบว า ไม อ าจดำเนิ น การบรรจุ ผู ที่ สอบไดเรียงตามลำดับคะแนนในลำดับที่ ๑ ถึงที่ ๗ เขารับราชการได ซึ่งเปนไปตามมติของผูถูกฟองคดีที่ ๒ ผู ฟ อ งคดี เ ห็ น ว า ประกาศสำนั ก งานคณะกรรมการ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห ง ชาติ เรื่ อ ง การคั ด เลื อ กบุ ค คล เขารับราชการในตำแหนงเจาหนาที่สิทธิมนุษยชน ๓ ลงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๔๖ ที่ไมดำเนินการบรรจุ แต ง ตั้ ง ผู ส อบได เข า รั บ ราชการในตำแหน ง เจ า หน า ที่ สิทธิมนุษยชน ๓ และการไมยอมรับผลการคัดเลือก บุ ค คลเข า รั บ ราชการในตำแหน ง เจ า หน า ที่ สิ ท ธิ มนุ ษ ยชน ๓ ตามมติ ที่ ป ระชุ ม ของผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ เมื่ อ วั น ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๔๖ เป น การกระทำ โดยมิชอบดวยกฎหมาย ขอใหศาลเพิกถอนประกาศ ของผูถูกฟองคดีที่ ๑ และ มติของผูถูกฟองคดีที่ ๒ ดังกลาว
(ก) สรุปคำฟอง คดี นี้ ผู ฟ อ งคดี ฟ อ งสำนั ก งานคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแหงชาติเปนผูถ กู ฟองคดีที่ ๑ คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแหงชาติเปนผูถูกฟองคดีที่ ๒ โดยฟองวา ผู ฟ อ งคดี ไ ด รั บ ความเดื อ ดร อ นเสี ย หายจากการที่ ผูถูกฟองคดีที่ ๑ ไดรับอนุญาตจากสำนักงาน ก.พ. ให (ข) สรุปคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด นำบัญชีผูไดรับปริญญาตรีเกียรตินิยม สาขานิติศาสตร การที่ผูถูกฟองคดีที่ ๒ ไดกำหนดคุณสมบัติ อันดับ ๑ และอันดับ ๒ ทีข่ นึ้ ทะเบียนไวทสี่ ำนักงาน ก.พ. เฉพาะสำหรับตำแหนงเจาหนาที่สิทธิมนุษยชน ๓ วา มาคัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลเขารับราชการในตำแหนง ต อ งได รั บ ปริ ญ ญาตรี ห รื อ เที ย บเท า ทางกฎหมาย เจาหนาทีส่ ทิ ธิมนุษยชน ๓ สำนักคุม ครองสิทธิมนุษยชน หรือทางสังคมศาสตร หรือทางสาขาวิชาอื่นที่ผูถูกฟอง และผูถูกฟองคดีที่ ๑ ไดประกาศรายชื่อผูมีสิทธิเขารับ คดี ที่ ๒ กำหนดว า ใช เ ป น คุ ณ สมบั ติ เ ฉพาะสำหรั บ การคัดเลือกตำแหนงเจาหนาที่ ตำแหน ง นี้ ไ ด ซึ่ ง การกำหนด สิทธิมนุษยชน ๓ จำนวน ๔๔ คน การเลือกปฏิบต ั โิ ดยไมเปนธรรม คุณสมบัตเิ ฉพาะตำแหนงดังกลาว ซึ่ ง ผู ฟ อ ง ค ดี ไ ด ท ำ ก า ร ส อ บ และเปนการขัดตอหลักความ แสดงใหเห็นวา บุคคลที่จบการ ขอเขียน เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ศึ ก ษาในระดั บ ปริ ญ ญาตรี ท าง เสมอภาคตามที ่ ก ำหนดไว ใ น ๒๕๔๖ และทำการสอบสัมภาษณ กฎหมาย ทางสังคมศาสตรหรือ เมื่ อ วั น ที่ ๙ เมษายน ๒๕๔๖ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักร สาขาวิชาอื่นที่ผูถูกฟองคดีที่ ๒ โดยกรรมการผู ส อบสั ม ภาษณ ไทย กำหนดนัน้ สามารถทีจ่ ะทำงานใน ได ชี้ แจงผลคะแนนให ท ราบว า ตำแหนงเจาหนาที่สิทธิมนุษยชน ผู ฟ อ งคดี ส อบข อ เขี ย นได เ ป น อั น ดั บ ที่ ห นึ่ ง โดยได ๓ ในสังกัดของผูถูกฟองคดีที่ ๑ ได โดยไมจำเปนตอง คะแนนรวม ๒๔๐ คะแนน และแจงใหผูฟองคดีทราบ จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีเฉพาะดานกฎหมาย ดวยวาจาวามีความประสงคจะรับผูฟองคดีเพื่อบรรจุ เพี ย งอย า งเดี ย วเท า นั้ น เมื่ อ ข อ เท็ จ จริ ง ปรากฏว า เข า รั บ ราชการตำแหน ง เจ า หน า ที่ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน ๓ คณะอนุกรรมการสรรหาบุคคลไดทำการสรรหาบุคคล แตปรากฏวา เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๖ ผูฟองคดี เพื่ อ บรรจุ แ ละแต ง ตั้ ง ให ด ำรงตำแหน ง เจ า หน า ที่ ไดรบั หนังสือของผูถ กู ฟองคดีที่ ๑ ลงวันที่ ๔ กรกฎาคม สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน ๓ โดยวิ ธี ก ารคั ด เลื อ กเฉพาะผู ที่ จ บ
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
การศึกษาในระดับปริญญาตรีเกียรตินยิ มสาขานิตศิ าสตร เพียงสาขาเดียวเทานัน้ ทีใ่ หมสี ทิ ธิเขารับการสอบคัดเลือก เพื่อบรรจุและแตงตั้งใหดำรงตำแหนงดังกลาว ซึ่งเห็น ไดวาการดำเนินการสรรหาบุคคลของคณะอนุกรรมการ สรรหาบุ ค คลดั ง กล า วเป น การตั ด สิ ท ธิ ข องบุ ค คล ที่ จ บการศึ ก ษาในระดั บ ปริ ญ ญาตรี เ กี ย รติ นิ ย มทาง สั ง คมศาสตร ห รื อ สาขาวิ ช าอื่ น ที่ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ กำหนด ซึ่งควรมีโอกาสที่จะไดรับการคัดเลือกเชนเดียว กับผูจบการศึกษาระดับปริญญาตรีเกียรตินิยม สาขา นิติศาสตรที่ไดรับสิทธิใหเขารับการคัดเลือกดังกลาว ดังนั้น การที่คณะอนุกรรมการสรรหาบุคคลตัดโอกาส บุคคลผูที่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีเกียรตินิยม ทางสังคมศาสตร และสาขาวิชาอื่นไมใหมีสิทธิเขารับ การสอบคัดเลือกเพือ่ เขารับราชการในตำแหนงเจาหนาที่ สิทธิมนุษยชน ๓ จึงเปนการเลือกปฏิบตั โิ ดยไมเปนธรรม และเปนการขัดตอหลักความเสมอภาคตามที่กำหนดไว ในรั ฐ ธรรมนู ญ แห ง ราชอาณาจั ก รไทย ดั ง นั้ น การที่ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ มี ม ติ ไ ม ย อมรั บ ผลการคั ด เลื อ ก บุคคลของคณะอนุกรรมการสรรหาบุคคล โดยเห็นวา เปนการเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมนั้น มติดังกลาว จึงเปนมติที่ชอบดวยกฎหมาย และเมื่อผูถูกฟองคดีที่ ๑ อาศัยมติของผูถูกฟองคดีที่ ๒ ออกประกาศลงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๔๖ ไม ด ำเนิ น การบรรจุ ผู ฟ อ งคดี เขารับราชการ ประกาศของผูถูกฟองคดีที่ ๑ ดังกลาว จึงเปนประกาศที่ชอบดวยกฎหมายดวย
คดีพิพาทเกี่ยวกับวินัย คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๔๖/๒๕๕๔ (ก) สรุปคำฟอง คดี นี้ ผู ฟ อ งคดี ฟ อ งผู อ ำนวยการวิ ท ยาลั ย เทคนิคอุตรดิตถเปนผูถูกฟองคดีที่ ๑ อ.ก.ค. สำนักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา (อ.ก.ค. กรมอาชีวศึกษา เดิ ม ) เป น ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ โดยฟ อ งว า ผู ฟ อ งคดี รับราชการครู ตำแหนงอาจารย ๒ ระดับ ๗ สังกัด
วิทยาลัยเทคนิคอุตรดิตถ ผูถูกฟองคดีที่ ๑ ไดมีคำสั่ง ลงวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๔๐ เรือ่ ง แตงตัง้ คณะกรรมการ สอบสวนกรณี ผู ฟ อ งคดี ข ณะทำหน า ที่ หั ว หน า งาน ทะเบี ย นวิ ท ยาลั ย เทคนิ ค อุ ต รดิ ต ถ ประพฤติ มิ ช อบ โดยจัดทำ แกไขปลอมแปลงผลการเรียน ใบ รบ.๑ ปวช. ๓๐ (๓๓) ของนาย ช. จำนวน ๔ รายวิชา เพื่อแกไข ผลการเรียนจากไมจบการศึกษาใหเปนจบการศึกษา และรับรองเอกสารภาพถายระเบียนแสดงผลการเรียน ฉบับดังกลาว อันพิสูจนไดวาเปนความเท็จ หลังจาก การสอบสวนผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ เห็ น ว า ผู ฟ อ งคดี ไ ด กระทำผิดตามที่ถูกกลาวหาจริง จึงไดมีคำสั่งลงวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๔๐ เรื่อง ตัดเงินเดือนขาราชการครู ลงโทษตั ด เงิ น เดื อ นผู ฟ อ งคดี จ ำนวน ๑๐% ไม เ กิ น สองเดื อ น ผู ฟ อ งคดี ไ ด อุ ท ธรณ ค ำสั่ ง ต อ อธิ บ ดี ก รม อาชีวศึกษา แตตอมาผูถูกฟองคดีที่ ๑ ไดมีคำสั่งลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๔๐ เรื่อง แกไขคำสั่ง เพื่อแกไขคำสั่ง ตัดเงินเดือนผูฟองคดีจาก ๑๐% ไมเกินสองเดือน เปน ๕% ไมเกินหนึ่งเดือน และหัวหนางานการเงินไดตัด เงินเดือนผูฟองคดีในเดือนเมษายน ๒๕๔๐ เปนเงิน ๘๗๙ บาท โดยผู ฟ อ งคดี รั บ ทราบคำสั่ ง และการตั ด เงินเดือนดังกลาวเมือ่ วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๐ ผูฟ อ งคดี จึงไดอุทธรณคำสั่งตัดเงินเดือนดังกลาวตอผูถูกฟองคดี ที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๔๐ และยื่นอุทธรณตอ กรมอาชีวศึกษาเมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๔๐ ตอมา ในเดือนตุลาคม ๒๕๔๐ ผูถูกฟองคดีที่ ๑ ไดมีคำสั่ง ไมเลื่อนขั้นเงินเดือนใหแกผูฟองคดี และเมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๔๕ ผูฟองคดีไดรบั หนังสือกรมอาชีวศึกษา ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๔๕ แจงมติของผูถูกฟองคดี ที่ ๒ ใหยกอุทธรณของผูฟ อ งคดี ขอใหศาลมีคำพิพากษา หรือคำสั่งใหเพิกถอนคำสั่งวิทยาลัยเทคนิคอุตรดิตถ ลงวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๔๐ และลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๔๐ และมติ ข องผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ ซึ่ ง ยื น ตาม คำสั่ ง ของผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ทั้ ง สอง คืนเงินเดือนของผูฟองคดีที่ถูกตัดไปโดยมิชอบ จำนวน ๘๗๙ บาท และใหผูถูกฟองคดีที่ ๑ เลื่อนขั้นเงินเดือน ในปงบประมาณ ๒๕๔๑ ใหแกผูฟองคดี
95
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
96
(ข) สรุปคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ไมเกิน ๕% ไมเกินหนึ่งเดือน ไดตามควรแกกรณี ทั้งนี้ เมือ่ ปรากฏกรณีมมี ลู ทีค่ วรกลาวหาวาผูฟ อ งคดี ตามความในมาตรา ๑๐๓ วรรคหนึง่ แหงพระราชบัญญัติ ในขณะปฏิบตั หิ นาทีห่ วั หนางานทะเบียนวิทยาลัยเทคนิค ระเบียบขาราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ ประกอบกับขอ อุตรดิตถกระทำผิดวินัยโดยมีพยานหลักฐานในเบื้องตน ๓ ของกฎ ก.ค. ฉบับที่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความ อยูแ ลว ผูถ กู ฟองคดีที่ ๑ ซึง่ เปนผูบ งั คับบัญชาของผูฟ อ งคดี ในพระราชบัญญัติระเบียบขาราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ และมี ห น า ที่ ด ำเนิ น การทางวิ นั ย แก ผู ใ ต บั ง คั บ บั ญ ชา อยางไรก็ตาม การดำเนินการสอบสวนทางวินยั ก็ชอบที่จะตองดำเนินการทางวินัยแกผูฟองคดี หรือ ผู ฟ อ งคดี ตั้ ง แต ก ารออกคำสั่ ง แต ง ตั้ ง คณะกรรมการ ถาสงสัยวาผูฟองคดีไดกระทำผิดวินัยโดยยังไมมีพยาน สอบสวน เพื่ อ ทำการสอบสวนทางวิ นั ย ผู ฟ อ งคดี หลักฐาน ผูถูกฟองคดีที่ ๑ จะตองสืบสวนหรือพิจารณา การสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวน และการ พิ จ ารณากำหนดโทษ เป น การ ในเบื้ อ งต น ว า การกระทำของ ผู ฟ อ งคดี มี มู ล ที่ ค วรกล า วหาว า คำสั่ ง ลงโทษตั ด เงิ น เดื อ น พิจารณาทางปกครอง และคำสั่ง กระทำผิดวินัยหรือไม ถาเห็นวา ลงโทษตั ด เงิ น เดื อ นผู ฟ อ งคดี ข า ราชการครู กรณี ถ อ ื ได ว า ไมมีมูลที่ควรกลาวหาวากระทำ ๕% ไมเกินหนึ่งเดือน เปนคำสั่ง ผิ ด วิ นั ย จึ ง จะยุ ติ เ รื่ อ งได แ ต ถ า มี ส ภาพร า ยแรงที่ อ าจทำ ทางปกครอง ทั้งนี้ ตามมาตรา ๕ เ ห็ น ว า มี มู ล ที่ ค ว ร ก ล า ว ห า ใหการพิจารณาทางปกครอง แห ง พระราชบั ญ ญั ติ วิ ธี ป ฏิ บั ติ ว า กระทำผิ ด วิ นั ย ก็ ช อบที่ จ ะ ไมเปนกลางโดยสภาพ ราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ดำเนิ น การทางวิ นั ย ทั น ที ทั้ ง นี้ เมื่ อ พระราชบั ญ ญั ติ ร ะเบี ย บ ตามนั ย มาตรา ๔ แห ง พระราชบั ญ ญั ติ ร ะเบี ย บ ขาราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ มิไดบัญญัติเกี่ยวกับหลัก ข า ราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ ประกอบมาตรา ๙๙ ความเปนกลางของเจาหนาที่ผูมีอำนาจหนาที่ในการ วรรคหนึ่ง วรรคสี่ และวรรคหา แหงพระราชบัญญัติ แตงตั้งคณะกรรมการสอบสวน การพิจารณาความผิด ระเบี ย บข า ราชการพลเรื อ น พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่ ง เป น การกำหนดโทษและการสั่งลงโทษอันเปนการพิจารณา กฎหมายที่ใชบังคับในขณะนั้น ดังนั้น เมื่อผูถูกฟองคดี ทางปกครองไว โ ดยเฉพาะ กรณี จึ ง นำบทบั ญ ญั ติ ที่ ๑ เห็ น ว า การกระทำของผู ฟ อ งคดี ก รณี แ ก ไข ตามมาตรา ๑๖ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ ผลการเรียนในใบ รบ. ๑ ปวช. ๓๐ (๓๓) ของนาย ช. ทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาใชบังคับกับการพิจารณา นั ก ศึ ก ษาแผนกวิ ช าช า งอิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส ซึ่ ง มี ผ ลจาก ทางปกครองตามพระราชบัญญัติระเบียบขาราชการครู ไม จ บการศึ ก ษาเป น จบการศึ ก ษา เป น การกระทำ พ.ศ. ๒๕๒๓ ได ทั้ ง นี้ ตามมาตรา ๓ วรรคหนึ่ ง โดยมิ ช อบและมี มู ล ที่ ค วรกล า วหาว า กระทำผิ ด วิ นั ย แห ง พระราชบั ญ ญั ติ วิ ธี ป ฏิ บั ติ ร าชการทางปกครอง ผูถูกฟองคดีที่ ๑ ยอมมีอำนาจแตงตั้งคณะกรรมการ พ.ศ. ๒๕๓๙ เมื่อขอเท็จจริงปรากฏวา นาย อ. ซึ่งดำรง สอบสวนเพื่ อ ทำการสอบสวนทางวิ นั ย ผู ฟ อ งคดี ไ ด ตำแหน ง ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ในขณะนั้ น ทราบเรื่ อ ง ตามนั ย มาตรา ๔ วรรคหนึ่ ง แห ง พระราชบั ญ ญั ติ ผูฟองคดีไดกระทำผิดวินัยเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๓๙ ระเบียบขาราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ ประกอบกับมาตรา แตมาดำเนินการทางวินยั แกผฟู อ งคดีเมือ่ ป พ.ศ. ๒๕๔๐ ๑๐๒ วรรคหนึ่ง และวรรคสอง แหงพระราชบัญญัติ โดยก อ นที่ น าย อ. จะมี ค ำสั่ ง แต ง ตั้ ง คณะกรรมการ ระเบี ย บข า ราชการพลเรื อ น พ.ศ. ๒๕๓๕ และถ า สอบสวน และมี ค ำสั่ ง ลงโทษตั ด เงิ น เดื อ นผู ฟ อ งคดี ทำการสอบสวนแล ว พบว า ผู ฟ อ งคดี ก ระทำผิ ด วิ นั ย ๕% ไมเกินหนึ่งเดือน นาย อ. และผูฟองคดีมีปญหา อยางไมรายแรง ผูถูกฟองคดีที่ ๑ ยอมมีอำนาจกำหนด ความขัดแยงกันอยางรุนแรงในเรื่องสวนตัวและหนาที่ โทษและสั่งลงโทษภาคทัณฑ หรือตัดเงินเดือนผูฟองคดี ราชการจนถึงขั้นรองทุกขกลาวโทษซึ่งกันและกันตอ
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
พนั ก งานสอบสวน กรณี ดั ง กล า วจึ ง ถื อ ได ว า มี ส ภาพ รายแรงที่อาจทำใหการดำเนินการทางวินัยแกผูฟองคดี อั น เป น การพิ จ ารณาทางปกครองไม เ ป น กลาง โดยสภาพภายในของนาย อ. ซึ่งเปนผูมีอำนาจหนาที่ ในการดำเนินการดังกลาว นาย อ. จึงไมอาจทำการ พิจารณาทางปกครองในเรื่องนี้ได ทั้งนี้ ตามนัยมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ ทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ และเนื่ อ งจากกรณี นี้ มิใชกรณีที่ไมมีเจาหนาที่อื่นปฏิบัติหนาที่แทน เพราะยัง มีผูบังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไปของผูฟองคดีและนาย อ. ทีส่ ามารถดำเนินการแตงตัง้ กรรมการสอบสวน พิจารณา ความผิด กำหนดโทษและสัง่ ลงโทษทางวินยั แกผฟู อ งคดี ไดตามมาตรา ๑๐๒ วรรคสอง และมาตรา ๑๐๓ วรรคหนึง่ และวรรคสาม แหงพระราชบัญญัติระเบียบขาราชการ พลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ ประกอบกฎ ก.ค. ฉบับที่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัตริ ะเบียบ ขาราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ วาดวยอำนาจการลงโทษ ภาคทัณฑ ตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือน และไมใช เปนกรณีที่มีความจำเปนเรงดวน หากปลอยใหลาชาไป จะเสียหายตอประโยชนสาธารณะหรือสิทธิของบุคคล จะเสียหายโดยไมมที างแกไขได อันจะเปนขอยกเวนมิให นำบทบัญญัตมิ าตรา ๑๓ ถึงมาตรา ๑๖ แหงพระราชบัญญัติ วิธปี ฏิบตั ริ าชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาใชบงั คับ ทั้ ง นี้ ตามมาตรา ๑๘ แห ง พระราชบั ญ ญั ติ ดั ง กล า ว ดังนั้น การที่นาย อ. ซึ่งดำรงตำแหนงผูถูกฟองคดีที่ ๑ ในขณะนั้ น ดำเนิ น การทางวิ นั ย แก ผู ฟ อ งคดี โดยการ ออกคำสัง่ แตงตัง้ คณะกรรมการสอบสวน พิจารณาความผิด และพิจารณาโทษโดยมีคำสั่งลงโทษตัดเงินเดือนผูฟอง คดี ๕% ไมเกินหนึ่งเดือน จึงเปนการกระทำที่ไมชอบ ดวยกฎหมาย และเมื่อเปนคำสั่งที่ไมชอบดวยกฎหมาย มติของผูถ กู ฟองคดีที่ ๒ ทีม่ มี ติใหยกอุทธรณของผูฟ อ งคดี จึงไมชอบดวยกฎหมายไปดวย สวนคำขอใหศาลกำหนดคำบังคับใหผถู กู ฟองคดี ทั้งสองคืนเงินเดือนของผูฟองคดีที่ถูกตัดไปโดยมิชอบ และใหผถู กู ฟองคดีที่ ๑ เลือ่ นขัน้ เงินเดือนในปงบประมาณ ๒๕๔๑ ให แ ก ผู ฟ อ งคดี นั้ น เมื่ อ ศาลปกครองสู ง สุ ด
เพิกถอนคำสั่งลงโทษตัดเงินเดือนผูฟองคดี ๕% ไมเกิน หนึ่ ง เดื อ นแล ว ย อ มเป น หน า ที่ ข องผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ที่จะตองพิจารณาคืนสิทธิประโยชนตางๆ ที่ผูฟองคดี ตองเสียไป เนื่องจากการถูกลงโทษทางวินัยตามคำสั่ง ดังกลาว ซึ่งรวมถึงการคืนเงินเดือนที่ถูกตัดไป และการ พิจารณาเลือ่ นขัน้ เงินเดือนประจำปหรือทุกครึง่ ปแลวแต กรณีใหแกผูฟองคดี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑหรือเงื่อนไข ตามที่กฎหมายและระเบียบในเรื่องดังกลาวกำหนดไว
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๕๑/๒๕๕๔ (ก) สรุปคำฟอง คดีนี้ผูฟองคดีฟองผูอำนวยการสำนักงานเขต พื้ น ที่ ก ารศึ ก ษาสุ ริ น ทร เขต ๓ เป น ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ เลขาธิ ก ารคณะกรรมการการศึ ก ษาขั้ น พื้ น ฐานเป น ผูถูกฟองคดีที่ ๒ เลขาธิการคณะกรรมการขาราชการ ครู แ ละบุ ค ลากรทางการศึ ก ษาเป น ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๓ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร เขต ๓ (ผูรองสอด) เป น ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๔ โดยฟ อ งว า ผู ฟ อ งคดี เ ป น ขาราชการครู ไดรับความเดือดรอนหรือเสียหายจาก การที่สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสุรินทรไดมี คำสั่งแตงตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัย กรณีผูฟองคดีเรียกรับเงินจากขาราชการครู เพื่อเปน ค า ช ว ยเหลื อ การย า ยภายในจั ง หวั ด คณะกรรมการ สอบสวนไดสอบสวนแลวเห็นวาผูฟองคดีมีพฤติกรรม เรียกรับเงินจากขาราชการครูในอำเภอกาบเชิง จังหวัด สุรินทร เพื่อเปนคาชวยเหลือในการติดตอประสานงาน กับผูมีอำนาจพิจารณาการยายในระดับจังหวัด เมื่อมี การรองเรียนจึงไดคืนเงินใหกับผูที่ไมไดรับการพิจารณา ใหยายอันเปนความผิดวินยั อยางไมรา ยแรง ฐานไมรกั ษา ชื่อเสียงของตน และรั ก ษาเกี ย รติ ศั ก ดิ์ ข องตำแหน ง หนาที่ราชการของตนมิใหเสื่อมเสีย โดยไมกระทำการ ใดๆ อั น ได ชื่ อ ว า เป น ผู ป ระพฤติ ชั่ ว ผู อ ำนวยการ การประถมศึกษาจังหวัดสุรินทรเห็นชอบกับความเห็น ดั ง กล า วจึ ง ได มี ค ำสั่ ง ลงวั น ที่ ๒ เมษายน ๒๕๔๖ ลงโทษตัดเงินเดือนผูฟองคดี ๕% เปนเวลา ๒ เดือน
97
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
98
และไดรายงานการดำเนินการดังกลาวตอสำนักงาน ฝ า ยปกครองจะต อ งพิ จ ารณาตามเจตนารมณ ข อง คณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน ซึง่ ไดรายงานตอไปยัง กฎหมายและเมื่อพิจารณาจากมาตรา ๙๘ วรรคสอง อ.ก.ค. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แหงพระราชบัญญัติดังกลาว เห็นวา มาตราดังกลาว ในฐานะ อ.ก.พ. กระทรวงศึกษาธิการ อ.ก.ค. สำนักงาน ได บั ญ ญั ติ ถึ ง พฤติ ก ารณ อื่ น ๆ ที่ เ ป น ความผิ ด วิ นั ย คณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พิจารณาแลวเห็นวา อยางรายแรงไววา เปนการกระทำผิดอาญาจนไดรับ พฤติกรรมของผูฟองคดีเปนความผิด โทษจำคุก หรือโทษที่หนักกวาจำคุก ่ โทษทางวินยั โดยคำพิพากษาถึงที่สุดใหจำคุก หรือ วินัยอยางรายแรง โทษที่ไดรับยังไม คำสัง่ เพิม เหมาะสม ผูถูกฟองคดีที่ ๒ จึงไดมี ข า ร า ช ก า ร ที่ ช อ บ ให รั บ โทษที่ ห นั ก กว า จำคุ ก ดั ง นั้ น คำสัง่ เพิม่ โทษเปนปลดออกจากราชการ การกระทำอื่ น ใดอั น ได ชื่ อ ว า เป น ด ว ยกฎหมาย ผูฟองคดีเห็นวาคำสั่งของผูถูกฟองคดี ผู ป ระพฤติ ชั่ ว อย า งร า ยแรง จึ ง ควร ที่ ๒ และผูถ กู ฟองคดีที่ ๓ เปนคำสัง่ ทีไ่ มชอบดวยกฎหมาย เปนการกระทำที่มีระดับความรุนแรงของพฤติการณ ขอให ศ าลมี ค ำพิ พ ากษาหรื อ คำสั่ ง ให เ พิ ก ถอนคำสั่ง เทียบเคียงไดกับการกระทำความผิดอาญาจนไดรับโทษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ลงวันที่ จำคุก หรือโทษที่หนักกวาจำคุก เมือ่ พิจารณาพฤติการณ ๑๙ พฤศจิ ก ายน ๒๕๔๗ และให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ ของผูฟองคดีที่เรียกรับเงินจากนาย ภ. และ นาง ม. มีคำสั่งใหผูฟองคดีกลับเขารับราชการตามเดิม โดยให เพื่ อ ช ว ยเหลื อ ในการทำเรื่ อ งขอย า ยโดยที่ ผู ฟ อ งคดี ดำรงตำแหนงไมต่ำกวาตำแหนงเดิมกอนที่ผูถูกฟองคดี ไมมีอำนาจหนาที่และไมสามารถชวยเหลือได จึงเปน ที่ ๒ จะมีคำสัง่ เพิม่ โทษ ภายในเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาสุรนิ ทร พฤติการณทเี่ ทียบไดกบั ความผิดฐานฉอโกงตามประมวล กฎหมายอาญา คือ การกระทำโดยทุจริต หลอกลวงผูอื่น (ข) สรุปคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ดวยการแสดงขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอความจริง ผูถ กู ฟองคดีที่ ๒ มีคำสัง่ สำนักงานคณะกรรมการ ซึ่งควรบอกใหแจง และโดยการหลอกลวงดังวานัน้ ไดไป การศึกษาขั้นพื้นฐาน ลงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ ซึ่งทรัพยสินจากผูถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ซึ่งมี เพิม่ โทษทางวินยั ผูฟ อ งคดีจากลงโทษตัดเงินเดือนจำนวน โทษจำคุก การที่ผูถูกฟองคดีที่ ๒ วินิจฉัยวาพฤติการณ ๕% เปนเวลา ๒ เดือน เปนปลดออกจากราชการเพราะ ของผูฟองคดีเปนการประพฤติชั่วอยางรายแรง จึงเปน เห็นวา ผูฟองคดีมีพฤติการณประพฤติชั่วอยางรายแรง การวินิจฉัยที่ถูกตองตามกฎหมายแลว ที่ผูถูกฟองคดีที่ ตามมาตรา ๙๘ วรรคสอง แห ง พระราชบั ญ ญั ติ ๒ มี ค ำสั่ ง เพิ่ ม โทษทางวิ นั ย ผู ฟ อ งคดี จ ากลงโทษตั ด ระเบียบขาราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ จึงมีประเด็น เงินเดือนจำนวน ๕% เปนเวลา ๒ เดือน เปนปลดออก ที่ตองพิจารณาวา การที่ผูถูกฟองคดีที่ ๒ วินิจฉัยวา จากราชการ จึงเปนคำสั่งที่ชอบดวยกฎหมายแลว พฤติการณของผูฟ อ งคดีเปนการประพฤติชวั่ อยางรายแรง เปนการวินิจฉัยที่ถูกตองตามกฎหมายหรือไมเห็นวา คดีพพิ าทเกีย่ วกับสิทธิประโยชนและสวัสดิการ เมื่อขอเท็จจริงที่วาผูฟองคดีเรียกรับเงินจากนาย ภ. และ นาง ม. เพื่ อ ช ว ยเหลื อ ในการทำเรื่ อ งขอย า ย คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ฟ.๑๘/๒๕๕๔ มีน้ำหนักรับฟงได แตเนื่องจากพระราชบัญญัติระเบียบ ขาราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ ไมไดนยิ ามความหมาย (ก) สรุปคำฟอง ของคำวาประพฤติชวั่ อยางรายแรงเอาไว จึงเปนดุลพินจิ คดี นี้ ผู ฟ อ งคดี ทั้ ง สองฟ อ งคณะรั ฐ มนตรี ของฝายปกครองที่จะพิจารณาวาพฤติการณอยางไร เปนผูถูกฟองคดี โดยฟองวา เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ที่ จ ะเข า ข า ยเป น การประพฤติ ชั่ ว อย า งร า ยแรง ซึ่ ง ๒๕๕๓ ที่ประชุมของผูถูกฟองคดีไดมีมติเห็นชอบอนุมตั ิ
ารปฏิ บั ติ ง านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
งบประมาณรายจาย จำนวน ๑๓,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท แหงราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๕๐ ดังนั้น มติ โดยสวนหนึ่งของงบประมาณดังกลาวเปนการจัดสรร ของผูถูกฟองคดีจึงเปนเพียงขั้นตอนดำเนินการภายใน งบประมาณ เพื่อเพิ่มเงินประจำตำแหนงและประโยชน ในการอนุ มั ติ ห ลั ก การ เพื่ อ ตราพระราชกฤษฎี ก า ตอบแทนอย า งอื่ น ของสมาชิ ก วุ ฒิ ส ภา (ส.ว.) และ เงินประจำตำแหนงและประโยชนตอบแทนอยางอืน่ ของ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร (ส.ส.) จากเดิมอีกประมาณ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และสมาชิกสภาผูแทนราษฎร รอยละ ๑๔ ถึงรอยละ ๑๕ ทั้งนี้ (ส.ส.) ตอไปเทานั้น ยังมิไดมีผล ฟ อ ง เ พิ ก ถ อ น ม ติ การเพิ่ ม เงิ น ดั ง กล า วของสมาชิ ก บังคับทางกฎหมายออกสูภ ายนอก วุฒสิ ภา (ส.ว.) จะมีผลบังคับในวันที่ ค ณ ะ รั ฐ ม น ต รี ในสถานะเป น กฎที่ ไ ปกระทบ ๑ เมษายน ๒๕๕๔ สวนของสมาชิก กระเทื อ นต อ สิ ท ธิ ห รื อ หน า ที่ ขัน้ ตอนการดำเนินการ ของผูฟองคดีทั้งสองหรือกอความ สภาผูแทนราษฎร (ส.ส.) จะมีผล ในการเลือกสมาชิกสภาผูแ ทนราษฎร เดือดรอนหรือเสียหายหรืออาจจะ ภายใน ในการออกกฎ (ส.ส.) ครั้งตอไป ผูฟองคดีทั้งสอง เดือดรอนหรือเสียหายโดยมิอาจ ในฐานะเป น ประชาชนผู เ สี ย ภาษี อ ากร และเป น ผู มี หลีกเลี่ยงไดแกผูฟองคดีทั้งสองแตอยางใด ผูฟองคดี สิ ท ธิ ใ นการออกเสี ย งเลื อ กตั้ ง สมาชิ ก วุ ฒิ ส ภา (ส.ว.) ทั้ ง สองจึ ง ไม มี สิ ท ธิ น ำคดี ม าฟ อ งต อ ศาลปกครองได และสมาชิกสภาผูแทนราษฎร (ส.ส.) เห็นวา มติของ ตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจัดตั้ง ผูถ กู ฟองคดีดงั กลาวเปนการสรางภาระทางการเงินแกรฐั ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยไมชอบดวยกฎหมายและโดยไมจำเปน จึงเปนมติ ที่ไมชอบดวยกฎหมาย ขอใหศาลมีคำพิพากษาหรือ คดีพิพาทเกี่ยวกับที่ดิน คำสั่งเพิกถอนมติของผูถูกฟองคดีที่อนุมัติใหเพิ่มเงิน ประจำตำแหนงและประโยชนตอบแทนอยางอื่นของ คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๗๓/๒๕๕๔ สมาชิกวุฒสิ ภา (ส.ว.) และสมาชิกสภาผูแ ทนราษฎร (ส.ส.) (ก) สรุปคำฟอง (ข) สรุปคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด คดี นี้ ผู ฟ อ งคดี ฟ อ งเจ า พนั ก งานที่ ดิ น จั ง หวั ด ผูฟองคดีทั้งสองฟองวา ผูถูกฟองคดีไดมีมติ ปทุมธานี สาขาคลองหลวง เปนผูถูกฟองคดีโดยฟองวา เห็นชอบอนุมัติจัดสรรงบประมาณเพื่อเพิ่มเงินประจำ เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๔๕ ผูฟองคดีในฐานะทายาท ตำแหนงและประโยชนตอบแทนอยางอื่นของสมาชิก โดยธรรมและในฐานะผูจัดการมรดกของนาง จ. ไดไป วุฒิสภา (ส.ว.) และสมาชิกสภาผูแทนราษฎร (ส.ส.) ยื่นคำขอรังวัดออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายตอพนักงาน จากเดิมอีกประมาณรอยละ ๑๔ ถึงรอยละ ๑๕ ซึ่งมติ เจาหนาที่ของผูถูกฟองคดี ซึ่งผูถูกฟองคดีไดมีคำสั่ง ดังกลาวเปนการสรางภาระทางการเงินแกรฐั โดยไมจำเปน ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๔๕ ไมรบั คำขอออกโฉนดทีด่ นิ จึ ง ขอให เ พิ ก ถอนมติ ข องผู ถู ก ฟ อ งคดี ดั ง กล า ว คดี นี้ ของผูฟองคดี โดยใหเหตุผลวา พื้นที่อำเภอคลองหลวง จึงเปนคดีพพิ าทตามมาตรา ๑๑ (๒) ประกอบกับมาตรา ๙ ไดมพี ระราชกฤษฎีกากำหนดเปนเขตปฏิรปู ทีด่ นิ ครอบคลุม วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง ทั้งอำเภอเมื่อป พ.ศ. ๒๕๑๙ เมื่อผูฟองคดีมิไดแจงการ และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แตการปรับ ครอบครองที่ดิน ตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติ อัตราเงินดังกลาวจะตองกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ให ใช ป ระมวลกฎหมายที่ ดิ น พ.ศ. ๒๔๙๗ หรื อ ซึ่งเปนพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย ตามนัย มิ ไ ด แจ ง ความประสงค จ ะได สิ ท ธิ ใ นที่ ดิ น ตามมาตรา มาตรา ๑๙๖ ประกอบกับมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญ ๒๗ ตรี แหงประมวลกฎหมายทีด่ นิ ไวกอ นมีการกำหนด
99
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
100
เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พนักงานเจาหนาที่ การครอบครองที่ดินตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติ ยอมไมอาจออกโฉนดทีด่ นิ ใหได ผูฟ อ งคดีจงึ ไดมหี นังสือ ใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ หรือมิได ลงวั น ที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๔๕ อุ ท ธรณ ค ำสั่ ง ไม รั บ แจงความประสงคจะไดสิทธิในที่ดินตามมาตรา ๒๗ ตรี คำขอออกโฉนดที่ ดิ น ดั ง กล า วต อ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ต อ มา แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ไวกอนมีการกำหนดเขต ผูถูกฟองคดีไดมีหนังสือลงวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๔๕ ปฏิ รู ป ที่ ดิ น เพื่ อ เกษตรกรรม จึ ง ไม อ าจดำเนิ น การ แจงผูฟองคดีวา การที่สำนักงานที่ดินจังหวัดปทุมธานี ออกโฉนดที่ดินใหได ตอมา กระทรวงมหาดไทยไดมี สาขาคลองหลวง มีคำสัง่ ไมรบั คำขอออกโฉนดทีด่ นิ เปนการ ประกาศ ลงวั น ที่ ๒๖ สิ ง หาคม ๒๕๔๖ ให จั ง หวั ด ถูกตองแลว จึงไมอาจดำเนินการออกโฉนดที่ดินใหได ปทุมธานีเปนจังหวัดที่จะทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่ ผู ฟ อ งคดี เ ห็ น ว า การมี ค ำสั่ ง ไม รั บ เพื่ อ ออกโฉนดที่ ดิ น และจั ง หวั ด คำขอออกโฉนดทีด่ นิ ของผูถ กู ฟองคดี คำสั่งไมรับคำขอออก ปทุมธานีไดมีประกาศกำหนดทองที่ ดังกลาวขางตนเปนการคลาดเคลื่อน โฉนดที่ ดิ น ที่ ไ ม ช อบ และวั น เริ่ ม ต น ทำการสำรวจรังวัด ทำแผนที่ เพื่อออกโฉนดที่ ดิ น และ ในข อ เท็ จ จริ ง และในข อ กฎหมาย ด ว ยกฎหมาย ขอให ศ าลมี ค ำพิ พ ากษาหรื อ คำสั่ ง สอบเขตโฉนดทีด่ นิ ลงวันที่ ๑ กันยายน ใหเพิกถอนคำสัง่ ทางปกครองทีป่ ฏิเสธการรังวัดออกโฉนด ๒๕๔๖ ตามมาตรา ๕๘ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ทีด่ นิ ของผูฟ อ งคดี และใหผถู กู ฟองคดีดำเนินการรับคำขอ ขอเท็จจริงดังกลาวจึงแสดงใหเห็นวาในทองที่จังหวัด กับรังวัดออกโฉนดทีด่ นิ ใหแกผฟู อ งคดีตามกฎหมายตอไป ปทุ ม ธานี มี ก ารประกาศสำรวจรั ง วั ด ทำแผนที่ เ พื่ อ ออกโฉนดที่ดินและวันเริ่มตนเดินสำรวจรังวัด ภายหลัง (ข) สรุปคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด จากที่ผูฟองคดีมีคำขอออกโฉนดที่ดิน ดังนั้น กอนวันที่ ผูฟองคดีเปนผูครอบครองและทำประโยชน ผูฟองคดีมีคำขอออกโฉนดที่ดิน ที่ดินพิพาทจึงไมเคย ในที่ ดิ น ต อ เนื่ อ งมาจากมารดาของผู ฟ อ งคดี ซึ่ ง ได มี ก ารประกาศกำหนดท อ งที่ แ ละวั น เริ่ ม ต น ของการ ครอบครองและทำประโยชนในที่ดินกอนวันที่ประมวล เดินสำรวจรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรอง กฎหมายที่ ดิ น ใช บั ง คั บ โดยไม มี ห นั ง สื อ สำคั ญ แสดง การทำประโยชนในทองทีอ่ ำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี กรรมสิทธิท์ ดี่ นิ และมิไดแจงการครอบครองทีด่ นิ ตามมาตรา ผูฟองคดีจึงมิอาจแจงการครอบครองที่ดิน หรือไดมา ๕ แห ง พระราชบั ญ ญั ติ ใ ห ใช ป ระมวลกฎหมายที่ ดิ น นำพนักงานเจาหนาที่ทำการสำรวจรังวัดได จึงถือไดวา พ.ศ. ๒๔๙๗ ผู ฟ อ งคดี ไ ด มี ค ำขอออกโฉนดที่ ดิ น ผูฟองคดีมิใชเปนผูซึ่งมิไดปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ ตรี เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๔๕ ซึ่งผูถูกฟองคดีมีคำสั่ง แหงประมวลกฎหมายทีด่ นิ เมือ่ ผูฟ อ งคดีเปนผูค รอบครอง ไมรับคำขอออกโฉนดที่ดิน ผูฟองคดีอุทธรณ ผูถูกฟอง และทำประโยชนในที่ดินอยูกอนวันที่ประมวลกฎหมาย คดี ไ ด แจงผลการพิจารณาอุทธรณใหผูฟองคดีทราบวา ที่ดินใชบังคับ โดยไมมีหนังสือกรรมสิทธิ์ที่ดินและมิได สำนักงานที่ ดิ น จังหวัดปทุมธานีไดพิจารณาแลวเห็นวา แจงการครอบครอง ตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติ การทีผ่ ถู กู ฟองคดีมีคำสั่งไมรับคำขอออกโฉนดที่ดินของ ใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ผูฟองคดี ผูฟองคดีเปนการถูกตองแลว เพราะในทองที่อำเภอ จึงเปนผูมีสิทธิขอออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๙ ทวิ คลองหลวง ไดมพี ระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรปู ทีด่ นิ แห ง ประมวลกฎหมายที่ ดิ น และไม ป รากฏว า ที่ ดิ น ครอบคลุมทั้งอำเภอ เมื่อป พ.ศ. ๒๕๑๙ กอนการแกไข แปลงพิ พ าทเป น ที่ ดิ น ที่ ต อ งห า มมิ ใ ห อ อกโฉนดที่ ดิ น กฎหมายการปฏิรปู ทีด่ นิ เพือ่ เกษตรกรรม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ตามขอ ๑๔ ของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ๒๕๓๒ ที่ดินในเขตเทศบาลและเขตสุขาภิบาลจึงเปน ออกตามความในพระราชบัญญัตใิ หใชประมวลกฎหมาย เขตปฏิรปู ทีด่ นิ ดวย ผูข อหรือเจาของทีด่ นิ เดิมทีไ่ มไดแจง ทีด่ นิ พ.ศ. ๒๔๙๗ ดังนัน้ ผูฟ อ งคดีจงึ เปนผูม สี ทิ ธิขอออก
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
โฉนดที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน และที่ดินพิพาท ที่ผูฟองคดีขอออกโฉนดที่ดินดังกลาวอยูในหลักเกณฑ ที่จะออกโฉนดที่ดินได และโดยที่เขตปฏิรูปที่ดินเปนไป ตามพระราชกฤษฎีกาและแผนที่แสดงเขตปฏิรูปที่ดิน แนบท า ยพระราชกฤษฎี ก า เมื่ อ พระราชกฤษฎี ก า กำหนดเขตที่ดิน ในทองที่อำเภอคลองหลวง อำเภอ หนองเสือ และอำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานีใหเปน เขตปฏิ รู ป ที่ ดิ น พ.ศ. ๒๕๑๙ ดั ง กล า ว กำหนดเขต ปฏิ รู ป ที่ ดิ น เพื่ อ เกษตรกรรมครอบคลุ ม ทั้ ง อำเภอ ตามมาตรา ๒๕ แหงพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดิน เพือ่ เกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ ที่ดินพิพาทตั้งอยูในเขต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จึงเปนที่ดินที่อยู ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม แมที่ดินพิพาทจะ ตั้งอยูในเขตเทศบาล และแมภายหลังไดมีการแกไข การกำหนดเขตปฏิรูปที่ดินตามมาตรา ๒๕ วรรคสาม แหงพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๒ ก็ตาม ที่ดินพิพาทก็ยังคงเปน ที่ดินที่อยูในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม แตที่ดิน พิพาทก็เปนที่ดินที่ผูฟองคดีมีสิทธิครอบครองโดยชอบ ดวยกฎหมาย ที่ดินพิพาทจึงมิใชที่ดินรกรางวางเปลา ที่ ส ำนั ก งานการปฏิ รู ป ที่ ดิ น เพื่ อ การเกษตรกรรม จะมี อ ำนาจนำไปใช ใ นการปฏิ รู ป ที่ ดิ น ได ต ามมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ ง แห ง พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดิน เพื่ อ การเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ ที่ ดิ น พิ พ าท จึงเปนที่ดินที่อยูในหลักเกณฑที่ผูครอบครองโดยชอบ ด ว ยกฎหมายจะขอออกโฉนดที่ ดิ น ได ดั ง นั้ น การที่ ผูถูกฟองคดีมี ค ำสั่ ง ไม รั บ คำขอออกโฉนดที่ ดิ น ของ ผูฟองคดี จึงเปนคำสั่งที่ไมชอบดวยกฎหมาย
คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๒๐/๒๕๕๔ (ก) สรุปคำฟอง คดี นี้ ผู ฟ อ งคดี ฟ อ งเจ า พนั ก งานที่ ดิ น จั ง หวั ด นครราชสี ม า สาขาปากช อ ง เป น ผู ถู ก ฟ อ งคดี โดย ฟองวา ผูฟองคดีเปนผูครอบครองและทำประโยชนใน ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน (น.ส. ๓ ก.)
เลขที่ ๗๘๒ เลขที่ ๗๘๓ และเลขที่ ๗๘๔ ตำบลหมูสี อำเภอปากชอง จังหวัดนครราชสีมา ตอมา นาง พ. ไดยนื่ คำขอรังวัดออกโฉนดทีด่ นิ ตามหลักฐาน น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๗๓๙ เลขที่ ๑๐๒๖ ตำบลหมูสี อำเภอปากชอง จังหวัดนครราชสีมา และไดนำรังวัดรุกล้ำเขาไปในที่ดิน ของผูฟองคดี ผูฟองคดีจึงยื่นคำขอคัดคานการรังวัดตอ ผูถูกฟองคดี จากนั้นผูถูกฟองคดีไดมีหนังสือลงวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๐ แจงผูฟองคดีวาผูถูกฟองคดี ไดมคี ำสัง่ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๖๐ แหงประมวล กฎหมายที่ดิน สอบสวนเปรียบเทียบใหออกโฉนดที่ดิน ให แ ก น าง พ. โดยชอบด ว ยกฎหมายแล ว ผู ฟ อ งคดี จึงนำคดีไปยื่นฟองตอศาลจังหวัดสีคิ้ว ศาลจังหวัดสีคิ้ว ไดมีคำสั่งไมรับคำฟองไวพิจารณาเนื่องจากเห็นวาคดี อยูใ นอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ผูฟ อ งคดี ยื่นอุทธรณ ตอมา ศาลอุทธรณภาค ๓ มีคำพิพากษา ยกคำสั่ ง ของศาลชั้ น ต น โดยให ศ าลชั้ น ต น ดำเนิน กระบวนพิจารณาใหม ศาลจังหวัดสีคิ้วอานคำพิพากษา ศาลอุ ท ธรณ ใ ห ผู ฟ อ งคดี ฟ ง เมื่ อ วั น ที่ ๖ กุ ม ภาพั น ธ ๒๕๕๒ และมีคำสัง่ ใหผฟู อ งคดีนำคดีมาฟองตอศาลปกครอง ผูฟองคดีจึงนำคดีมายื่นฟองตอศาลปกครอง เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๒ ขอใหศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เพิกถอนคำสั่งของผูถูกฟองคดีที่มีคำสั่งออกโฉนดที่ดิน ใหแกนาง พ. และใหผูถูกฟองคดีหักที่ดินของนาง พ. ด า นทิ ศ ตะวั น ออกเฉี ย งเหนื อ (เฉพาะส ว นที่ รุ ก ล้ ำ ) คืนใหแกผูฟองคดี (ข) สรุปคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ผูฟองคดีฟองวา ผูถูกฟองคดีไดมีคำสั่งลงวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๐ สอบสวนเปรียบเทียบตามมาตรา ๖๐ แห ง ประมวลกฎหมายที่ ดิ น ออกโฉนดที่ ดิ น ใหแกนาง พ. โดยไมชอบดวยกฎหมาย มีผลทำใหที่ดิน ของนาง พ. ซอนทับกับที่ดินของผูฟองคดีโดยผูฟองคดี ไดรับแจงหนังสือของผูถูกฟองคดีดังกลาวไมเกิน ๗ วัน นั บ จากวั น ที่ ร ะบุ ใ นคำสั่ ง นั้ น จึ ง ถื อ ได ว า ผู ฟ อ งคดี รู หรือควรรูถึงเหตุแหงการฟองคดีอยางชาที่สุดเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ผู ฟ อ งคดี ต อ งยื่ น ฟ อ งต อ
101
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
102
ศาลปกครองภายในหกสิ บ วั น นั บ แต วั น ทราบคำสั่ ง จึ ง ชอบที่ จ ะนำคดี ม ายื่ น ฟ อ งต อ ศาลปกครองภายใน ตามมาตรา ๖๐ วรรคสอง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน วั น ที่ ๑๖ มี น าคม ๒๕๕๒ เมื่ อ ผู ฟ อ งคดี น ำคดี ม า ประกอบกั บ มาตรา ๔๙ แห ง พระราชบั ญ ญั ติ จั ด ตั้ ง ยื่นฟองตอศาลปกครองเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๒ ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงเปนการยืน่ ฟองคดีเมือ่ พนกำหนดระยะเวลาการฟองคดี แต อ ย า งไรก็ ดี ข อ เท็ จ จริ ง ปรากฏว า ผู ฟ อ งคดี ไ ด ตามมาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายทีด่ นิ ประกอบกับ ยื่นฟองคดีนี้ตอศาลจังหวัดสีควิ้ เมือ่ วันที่ ๑๔ กันยายน มาตรา ๔๙ แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง ๒๕๕๐ ศาลจังหวัดสีคิ้วมีคำสั่งไมรับคำฟองไวพิจารณา และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แตเนื่องจาก เนื่องจากเห็นวาคดีอยูในอำนาจพิจารณาพิพากษาของ คดีนี้เปนคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในทรัพยสินของเอกชน ศาลปกครอง ผูฟ อ งคดียนื่ อุทธรณตอ ศาลอุทธรณภาค ๓ ที่รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยบัญญัติคุมครองไว โดยศาลอุ ท ธรณ ภ าค ๓ ได มี ในมาตรา ๔๑ ประกอบกับการ คำพิพากษาลงวันที่ ๑๗ กันยายน การยืน ่ ฟองคดีเมือ่ พนกำหนด ใชอำนาจของหนวยงานทางปกครอง มีผลโดยตรงตอสิทธิของผูฟ อ งคดี ๒๕๕๑ วา ในกรณีทศี่ าลชัน้ ตน ระยะเวลา กรณี ถ ื อ ว า มี เ หตุ ที่รัฐธรรมนูญคุมครอง หากการ ไมรับคำฟอง เนื่องจากคดี อ ยู ใ น อำนาจของศาลปกครอง หากโจทก จำเป น อื่ น ที่ ศ าลปกครอง กระทำของหนวยงานทางปกครอง อุ ท ธรณ ค ำสั่ ง ไม รั บ คำฟ อ งของ สามารถรับคดีไวพจ ิ ารณาได เปนจริงตามที่ผูฟองคดีกลาวอาง ศาลชั้นตน ศาลชัน้ ตนตองมีคำสัง่ การที่ศาลไมเขาไปตรวจสอบการ ไมรบั อุทธรณ เนื่องจากโจทกจะตองไปฟองคดีตอศาล กระทำดังกลาวของหนวยงานทางปกครอง ยอมทำให ที่มีอำนาจ จึงพิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นตนโดยให ผูฟ อ งคดีไดรบั ความเดือดรอนหรือเสียหายอยางไมมที าง ดำเนิ น กระบวนพิ จ ารณาใหม ศาลจั ง หวั ด สี คิ้ ว อ า น ที่จะเยียวยาได อีกทั้งจะทำใหระบบการบริหารราชการ คำพิพากษาศาลอุทธรณเมือ่ วันที่ ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ แผ น ดิ น ที่ อ ยู ภ ายใต ห ลั ก นิ ติ รั ฐ ต อ งเสี ย ไป และเมื่ อ และมีคำสั่งใหผูฟองคดีนำคดีมาฟองตอศาลปกครอง พิจารณาถึงเจตนาของผูฟองคดีที่มิไดปลอยปละละเลย และโดยที่ผูฟองคดีมิไดยื่นฎีกาตอศาลฎีกาภายในเวลา ใช สิ ท ธิ ท างศาลเพื่ อ คุ ม ครองสิ ท ธิ ข องตน กรณี จึ ง ที่กำหนด คดีจึงเปนที่สุด ตั้งแตระยะเวลาฎีกาสิ้นสุดลง ถือวา มีเหตุจำเปนอื่นที่ศาลปกครองสามารถรับคดีนี้ ตามมาตรา ๑๔๗ วรรคสอง และมาตรา ๒๔๗ ไว พิ จ ารณาได เพื่ อ ประโยชน แ ห ง ความยุ ติ ธ รรม แหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงในวันที่ ๖ ตามมาตรา ๕๒ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติจัดตั้ง มีนาคม ๒๕๕๒ กรณีดังกลาวจึงถือวากำหนดระยะ ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เวลาการฟองคดีสะดุดหยุดอยูเทากับระยะเวลาตั้งแต คดีพพิ าทเกีย่ วกับการพาณิชยและการอุตสาหกรรม วั น ยื่ น คำฟ อ งจนถึ ง วั น ที่ ค ดี ข องศาลอื่ น นั้ น ถึ ง ที่ สุ ด ตามขอ ๓๑ แหงระเบียบของที่ประชุมใหญตุลาการ ในศาลปกครองสูงสุด วาดวยวิธีพิจารณาคดีปกครอง คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๓๘/๒๕๕๔ พ.ศ. ๒๕๔๓ กลาวคือ ระยะเวลาการฟองคดีเริ่มนับ ตัง้ แตวนั ที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ถึงวันที่ ๑๓ กันยายน (ก) สรุปคำฟอง ๒๕๕๐ สะดุดหยุดอยูตั้งแตวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๐ คดีนผี้ ฟู อ งคดีทงั้ หนึง่ รอยคนฟองสถาบันอาหาร จนถึงวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๒ ระยะเวลาการฟองคดี เป น ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ นาย ย. ผู อ ำนวยการสถาบั น ต อ ศาลปกครองจึ ง ล ว งพ น ไปแล ว ๕๐ วั น คงเหลื อ อาหารเปนผูถูกฟองคดีที่ ๒ โดยฟองวา เมื่อป พ.ศ. ระยะเวลาการฟ อ งคดี อ ยู อี ก ๑๐ วั น ผู ฟ อ งคดี ๒๕๔๙ รัฐบาลไดอนุมตั งิ บประมาณจากศูนยอำนวยการ
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ตอสูเพื่อเอาชนะความยากจนแหงชาติ ใหผูถูกฟองคดี เมื่ อ วั น ที่ ๒๔ มี น าคม ๒๕๕๑ และผู ฟ อ งคดี ที่ ๑ ที่ ๑ โดยผูถูกฟองคดีที่ ๒ เปนเจาหนาที่ผูรับผิดชอบ ไดมีหนังสือ ลงวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๑ ถึงรองนายก งานโครงการพัฒนาสัตวน้ำเศรษฐกิจตัวใหมของไทย รั ฐ มนตรี แ ละรั ฐ มนตรี ว า การกระทรวงอุ ต สาหกรรม เพื่อการสงออก : ปลาเผาะ หรือปลาสวายโมง (Thai อีกครั้งหนึ่งเพื่อขอทราบผลการดำเนินการโครงการ Panga) โดยการแปรรูปเปนปลา Filter สงออกไปยัง กอสรางโรงงานผลิตอาหารปลาและโรงงานแปรรูปปลา ตลาดเป า หมายโดยกำหนดให จั ง หวั ด นครพนม แตมิไดมีการแจงผลการดำเนินการใหทราบแตอยางใด เปนพื้นที่นำรองในการดำเนินงานตามโครงการ ซึ่งตาม ขอใหศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหผูถูกฟองคดีทั้งสอง แผนงานไดกำหนดใหมีการจัดสรางโรงงานแปรรูปปลา เริ่ ม ต น ดำเนิ น การก อ สร า งโรงงานผลิ ต อาหารปลา และโรงงานผลิ ต อาหารปลาในพื้ น ที่ ด ำเนิ น งานของ และโรงงานแปรรู ป ปลาตามโครงการพั ฒ นาสั ต ว น้ ำ โครงการ ทัง้ นี้ เพือ่ เปนการสรางอาชีพ เศรษฐกิ จ ตั ว ใหม ข องไทยเพื่ อ การ ที่ยั่งยืนใหกับเกษตรกรและลดตนทุน กรณี เ ป น ประโยชน สงออก : ปลาเผาะ ภายใน ๓๐ วัน การเลี้ ย งปลาของเกษตรกร ต อ มา นั บ แ ต วั น ที่ ศ า ล รั บ ค ำ ฟ อ ง แ ล ะ แก ส ว นรวมและมี เ หตุ ผูถ กู ฟองคดีทงั้ สองไดรบั สมัครเกษตรกร รายงานใหศาลทราบใหผูถูกฟองคดี ่ ทีศ่ าลจะรับ ทั้ ง สองแต ง ตั้ ง ผู แ ทนผู ฟ อ งคดี ห รื อ เขารวมโครงการ ผูฟ อ งคดีทงั้ หนึง่ รอยคน จำเปนอืน เกษตรกรผู เข า ร ว มโครงการจำนวน และเกษตรกรได เข า ร ว มโครงการ คดีไวพิจารณาได ไมนอ ยกวา ๓ คน รวมเปนคณะกรรมการ ดังกลาว และในระหวางการดำเนินการ โครงการในระยะที่ ๒ ผูถูกฟองคดีทั้งสองจายเงินให หรือคณะทำงานในการติดตามการดำเนินการดังกลาว ผูปฏิบัติงานในโครงการและเงินคาตอบแทนจากการ หากไมสามารถดำเนินการได ใหผูถูกฟองคดีทั้งสอง เลี้ ย งปลาเผาะล า ช า อี ก ทั้ ง ยั ง ไม มี ก ารจั ด ตั้ ง โรงงาน โอนโครงการดังกลาวใหกับจังหวัดนครพนมหรือองคกร แปรรูปปลาและโรงงานผลิตอาหารปลาตามที่กำหนด ปกครองสวนทองถิ่นในจังหวัดนครพนมเพื่อดำเนินการ ไวในแผนการดำเนินงานตามโครงการ ทำใหผูเขารวม ตามโครงการ โดยให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ทั้ ง สองจ า ยเงิ น โครงการซึง่ รวมถึงผูฟ อ งคดีทงั้ หนึง่ รอยคนไมสามารถจัดหา ที่เหลือหรือตามโครงการนี้เปนเงินสนับสนุนแกจังหวัด อาหารปลาจากโรงงานที่มีตนทุนต่ำ รวมทั้งปลาเผาะ นครพนมหรื อ องค ก รปกครองส ว นท อ งถิ่ น ทำนอง ที่ เ ลี้ ย งจนโตแล ว ก็ ไ ม มี โรงงานแปรรู ป ปลาในพื้ น ที่ เดี ย วกั บ ที่ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ทั้ ง สองได เ คยดำเนิ น การใน ของโครงการ ทำให มี ป ลาเผาะตกค า งอยู ใ นกระชั ง โครงการอื่นๆ เปนจำนวนมาก นอกจากนี้ หากโครงการสิ้นสุดในป พ.ศ. ๒๕๕๐ แลว ผูฟ อ งคดีทงั้ หนึง่ รอยคนและผูเ ขารวม (ข) สรุปคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด โครงการแตละรายตองรับผิดชอบตนทุนในการเลี้ยง ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ เป น หน ว ยงานที่ จั ด ตั้ ง ขึ้ น ปลาเผาะ ซึ่งไดแก พันธุปลาและอาหารปลา ผูฟองคดี ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๓๙ ทั้ ง หนึ่ ง ร อ ยคนและผู เข า ร ว มโครงการได ยื่ น หนั ง สื อ และตามคำสั่งกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ ๔๔๐/๒๕๓๙ ร อ งเรี ย นต อ รองนายกรั ฐ มนตรี แ ละรั ฐ มนตรี ว า การ เรื่อง การจัดตั้งสถาบันอาหาร ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน กระทรวงอุตสาหกรรมเมือ่ วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๐ และ ๒๕๓๙ มีวัตถุประสงคเพื่อการแกไขปญหาการสงออก พลเอก ช. เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ ซึ่งพลเอก และอุ ป สรรคที่ เ กี่ ย วข อ งกั บ การพั ฒ นาอุ ต สาหกรรม ช. ไดมีหนังสือถึงรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการ อาหารซึ่ ง เป น กิ จ การเพื่ อ บริ ก ารสาธารณะและเป น กระทรวงอุตสาหกรรมเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ นโยบายของรัฐบาล ดังนัน้ การดำเนินงานของผูถ กู ฟอง และมีหนังสือขอทราบผลการดำเนินการอีกครั้งหนึ่ง คดีที่ ๑ จึงมีลักษณะเปนหนวยงานที่ไดรับมอบหมาย
103
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
104
ให ใ ช อ ำนาจทางปกครองหรื อ ให ด ำเนิ น กิ จ การ ทางปกครอง ซึ่งเปนหนวยงานทางปกครองตามมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัตจิ ดั ตัง้ ศาลปกครองและวิธพี จิ ารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ผูถูกฟองคดีที่ ๒ จึงเปน เจาหนาที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติ เดียวกัน ผูถูกฟองคดีที่ ๑ มีหนาที่ในการสงเสริมให เกษตรกรเลี้ยงปลาเผาะหรือปลาสวายโมง เพื่อพัฒนา ใหเกิดสัตวน้ำเศรษฐกิจตัวใหม เพิ่มมูลคาการสงออก ใหกบั ประเทศ ซึง่ ตามแผนงานไดกำหนดใหมกี ารจัดสราง โรงงานแปรรูปปลาและโรงงานผลิตอาหารปลาในพื้นที่ ดำเนินงานของโครงการเพื่อเปนการสรางอาชีพที่ยั่งยืน ให กั บ เกษตรกรและลดต น ทุ น การเลี้ ย งปลาของ เกษตรกร การที่ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ทั้ ง สองมิ ไ ด ด ำเนิ น การ กอสรางโรงงานแปรรูปปลาและโรงงานผลิตอาหารปลา ตามโครงการพัฒนาสัตวน้ำเศรษฐกิจตัวใหมของไทย เพื่อการสงออก : ปลาเผาะ (ปลาสวายโมง) จึงเปน คดี พิ พ าทเกี่ ย วกั บ การที่ ห น ว ยงานทางปกครองหรื อ เจาหนาที่ของรัฐละเลยตอหนาที่ตามที่กฎหมายกำหนด ใหตอ งปฏิบตั หิ รือปฏิบตั หิ นาทีด่ งั กลาวลาชาเกินสมควร ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ ง (๒) แห ง พระราชบั ญ ญั ติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เมื่ อ ผู ฟ อ งคดี ทั้ ง หนึ่ ง ร อ ยคนเป น เกษตรกร ผูเพาะเลี้ยงปลาเผาะในโครงการดังกลาว ผูฟองคดี ทั้ ง หนึ่ ง ร อ ยคนจึ ง เป น ผู ที่ ไ ด รั บ ความเดื อ ดร อ นหรื อ เสียหายอันเนือ่ งจากการงดเวนการกระทำของผูถ กู ฟองคดี ที่ ๑ ตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติ ดังกลาว เมือ่ ขอเท็จจริงปรากฏวาผูฟ อ งคดีทงั้ หนึง่ รอยคน ไดยนื่ หนังสือรองเรียนตอรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี วาการกระทรวงอุตสาหกรรมเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๐ และพลเอก ช. เมื่ อ วั น ที่ ๑๔ กุ ม ภาพั น ธ ๒๕๕๑ รวมทั้งผูฟองคดี ที่ ๑ ไดมีหนังสือลงวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๑ ถึงรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี วาการกระทรวงอุตสาหกรรมอีกครั้ง เพื่อขอทราบผล การดำเนินการโครงการกอสรางโรงงานผลิตอาหารปลา และโรงงานแปรรูปปลา แตมไิ ดมกี ารแจงผลการดำเนินการ ใหทราบแตอยางใด ซึ่งผูฟองคดีทั้งหนึ่งรอยคนจะตอง
นำคดีมาฟองภายในวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๑ เมื่อ ผูฟองคดีนำคดีมาฟองในวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๓ จึงเปนการฟองคดีที่พนกำหนดระยะเวลาการฟองคดี ตามมาตรา ๔๙ แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แตอยางไร ก็ ต ามผู ฟ อ งคดี ทั้ ง หนึ่ ง ร อ ยคนได ติ ด ตามผลการ ดำเนิ น การมาโดยตลอด ประกอบกั บ การฟ อ งคดี นี้ เปนการฟองวาหนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ ของรั ฐ ละเลยต อ หน า ที่ ต ามที่ ก ฎหมายกำหนดให ต อ งปฏิ บั ติ ห รื อ ปฏิ บั ติ ห น า ที่ ดั ง กล า วล า ช า เกิ น สมควร โดยการใหความชวยเหลือสนับสนุนภาคการผลิต และการแปรรูปผลิตภัณฑอาหาร ตลอดจนการแกไข ป ญ หาการส ง ออกของผลิ ต ภั ณ ฑ ดั ง กล า วได อ ย า ง มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ สามารถสร า งมู ล ค า เพิ่ ม และสร า ง ความเข ม แข็ ง ให แ ก อุ ต สาหกรรมดั ง กล า ว รวมทั้ ง สามารถแขงขันในระหวางประเทศได จึงเปนประโยชน แก ส ว นรวม ตามมาตรา ๓ แห ง พระราชบั ญ ญั ติ เดียวกัน ดังนั้น คดีนี้จึงเปนประโยชน แกสวนรวมและ มีเหตุจำเปนอื่นที่ศาลจะรับไวพิจารณาได ตามมาตรา ๕๒ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกอบ ข อ ๓๐ วรรคสอง แห ง ระเบี ย บของที่ ป ระชุ ม ใหญ ตุ ล าการในศาลปกครองสู ง สุ ด ว า ด ว ยวิ ธี พิ จ ารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓
คดีพิพาทเกี่ยวกับการเวนคืนอสังหาริมทรัพย คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๓๒/๒๕๕๔ (ก) สรุปคำฟอง คดีนี้ผูฟองคดีทั้งสองฟองอธิบดีกรมทางหลวง ชนบทเปนผูถูกฟองคดีที่ ๑ กรมทางหลวงชนบทเปน ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ โดยฟ อ งว า ผู ฟ อ งคดี ทั้ ง สองเป น เจาของกรรมสิทธิ์รวมที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๖๐๖ ตำบลราษฎรบรู ณะ (บางแจงรอนใน) อำเภอราษฎรบรู ณะ กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ ๒ ไร ๒ งาน ๗.๕ ตารางวา
ารปฏิ บั ติ ง านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ทีด่ นิ ดังกลาวอยูใ นแนวเขตเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกา (ข) สรุปคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด กำหนดเขตที่ ดิ น ในบริ เ วณที่ ที่ จ ะเวนคื น ในท อ งที่ พระราชบัญญัตวิ า ดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย เขตคลองเตย เขตพระโขนง เขตยานนาวา เขตบางนา พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ ง กำหนดให เขตราษฎร บู ร ณะ เขตทุ ง ครุ กรุ ง เทพมหานครและ เงินคาทดแทนที่จะใหแกผูมีสิทธิไดรับเงินคาทดแทน อำเภอพระประแดง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัด โดยคำนึ ง ถึ ง (๑) ถึ ง (๕) ประกอบกั น เพื่ อ ให เ กิ ด สมุทรปราการ พ.ศ. ๒๕๔๑ ผูฟองคดีทั้งสองถูกเวนคืน ความเป น ธรรมแก ผู ถู ก เวนคื น และสั ง คม ซึ่ ง ราคา เปนเนื้อที่ ๑ ไร ๓ งาน ๓๗ ตารางวา กรมโยธาธิการ ประเมินทุนทรัพยเพื่อเรียกเก็บคาธรรมเนียมในการ กำหนดค า ทดแทนเบื้ อ งต น ให อั ต ราตารางวาละ จดทะเบียนสิทธิและนิตกิ รรมตามมาตรา ๒๑ วรรคหนึง่ ๑๑๐,๐๐๐ บาท รวมเปนเงิน ๘๑,๐๗๐,๐๐๐ บาท (๓) มี วั ต ถุ ป ระสงค เ พื่ อ ใช เรี ย กเก็ บ ค า ธรรมเนี ย ม ผู ฟ อ งคดี ทั้ ง สองได ท ำสั ญ ญา ในการจดทะเบี ย นสิ ท ธิ แ ละ ซื้ อ ขายที่ ดิ น ส ว นที่ ถู ก เวนคื น การกำหนดค า ทดแทนที่ ดิ น นิ ติ ก รรมของกรมที่ ดิ น มิ ใช โดยมี เ งื่ อ นไขว า ยั ง ไม ต กลง เปนราคาซื้อขายกันตามปกติ โดยไม เ หมาะสมและไม เ ป น ธรรม ในเรื่องจำนวนเงินคาทดแทน ในทองตลาด ดังนั้น เมื่อผูฟอง ให ผู ฟ อ งคดี ทั้ ง สองรั บ เงิ น การได รั บ ดอกเบี้ ย ของผู มี สิ ท ธิ คดีทงั้ สองเปนเจาของรวมทีด่ นิ ค า ทดแทนเบื้ อ งต น ในอั ต รา ได รั บ เงิ น ค า ทดแทนในจำนวน ตามโฉนดที่ ดิ น เลขที่ ๖๐๖ ดังกลาวไปกอนโดยสงวนสิทธิ เงิ น ค า ทดแทนที่ เ พิ่ ม ขึ้ น ต อ ง ตำบลราษฎรบูรณะ (บางแจงอุ ท ธรณ ต อ รั ฐ มนตรี ว า การ รอนใน) อำเภอราษฎรบูรณะ เริ ่ ม นั บ ตั ้ ง แต ว ั น ที ่ ม ี ก ารจ า ยเงิ น กระทรวงมหาดไทยภายใน กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ ๒ ไร ๖๐ วัน นับแตวนั ทีไ่ ดรบั หนังสือ คาทดแทน ๒ งาน ๗ ๕/๑๐ ตารางวา แจงจากกรมโยธาธิการใหมา ถู ก เวนคื น ที่ ดิ น เพื่ อ ก อ สร า ง รั บ เงิ น ค า ทดแทน ต อ มา ผู ฟ อ งคดี ทั้ ง สองได ยื่ น สะพานขามแมน้ำเจาพระยา ในเบื้องตนจำนวนเนื้อที่ หนังสืออุทธรณตอรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย ๑ ไร ๓ งาน ๓๗ ตารางวา การที่ ค ณะกรรมการ โดยขอค า ทดแทนที่ ดิ น เพิ่ ม ขึ้ น เป น ตารางวาละ กำหนดราคาเบื้ อ งต น ฯ กำหนดค า ทดแทนที่ ดิ น ให ๒๐๐,๐๐๐ บาท แตผูฟองคดีทั้งสองก็ยังมิไดรับแจง ตารางวาละ ๑๑๐,๐๐๐ บาท รวมเปนเงิน ๘๑,๐๗๐,๐๐๐ ผลการวินิจฉัยอุทธรณดังกลาว เมื่อผูฟองคดีทั้งสองได บาท โดยพิจารณาเพียงราคาประเมินทุนทรัพยเพื่อ รับเงินคาทดแทนเบื้องตนมาแลว ๘๑,๐๗๐,๐๐๐ บาท เรี ย กเก็ บ ค า ธรรมเนี ย มในการจดทะเบี ย นสิ ท ธิ แ ละ ยั ง เหลื อ เงิ น ที่ ผู ฟ อ งคดี ทั้ ง สองเรี ย กร อ งอี ก จำนวน นิ ติ ก รรม โดยไม ค ำนึ ง ถึ ง ราคาซื้ อ ขายกั น ตามปกติ ๖๖,๓๓๐,๐๐๐ บาท ขอให ศ าลมี ค ำพิ พ ากษาให ในทองตลาดของอสังหาริมทรัพยในบริเวณทีท่ จี่ ะเวนคืน ผู ถู ก ฟ อ งคดี ทั้ ง สองร ว มกั น ชำระเงิ น ค า ทดแทนที่ ดิ น จึงไมเหมาะสมและไมเปนธรรมตอผูฟองคดีทั้งสอง ให แ ก ผู ฟ อ งคดี ทั้ ง สองเพิ่ ม ขึ้ น อี ก เป น เงิ น จำนวน นอกจากนี้ การที่คณะกรรมการกำหนดราคา ๖๖,๓๓๐,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของ เบื้องตนฯ กำหนดคาทดแทนที่ดินแปลงเลขที่ ๑๔๗ ดอกเบี้ ย เงิ น ฝากประเภทฝากประจำของธนาคาร ซึ่งอยูติดกับที่ดินของผูฟองคดีทั้งสอง ราคาตารางวาละ ออมสิ น นั บ ตั้ ง แต วั น ที่ ต อ งมี ก ารจ า ยเงิ น ค า ทดแทน ๑๕๐,๐๐๐ บาท โดยให เ หตุ ผ ลว า เป น ที่ ดิ น ที่ ใช คื อ วั น ที่ ๒๗ มี น าคม ๒๕๔๕ เป น ต น ไปจนกว า ประโยชนในการทำธุรกิจ และกำหนดคาทดแทนที่ดิน ผู ถู ก ฟ อ งคดี ทั้ ง สองจะชำระเงิ น ค า ทดแทนให แ ก แปลงที่อยูใกลเคียงกับที่ดินของผูฟองคดีอีก ๑๑ แปลง ผูฟองคดีทั้งสองเสร็จสิ้น ซึง่ ใชเปนทีต่ งั้ อาคารพาณิชย ตารางวาละ ๑๗๐,๐๐๐ บาท
105
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
106
โดยรวมคาเสียโอกาสรอยละ ๔๐ ดวยแตคณะกรรมการ กำหนดราคาเบื้องตนฯ กลับกำหนดคาทดแทนที่ดิน ของผูฟองคดีทั้งสองแปลงที่ใชประโยชนในการทำธุรกิจ เปนสถานีบริการน้ำมัน ต่ำกวาที่ดินแปลงเลขที่ ๑๔๗ ซึ่ ง อยู ติ ด ต อ กั น กั บ ที่ ดิ น ของผู ฟ อ งคดี มี ส ภาพและ ทำเลที่ตั้งเชนเดียวกับที่ดินของผูฟองคดีทั้งสอง จึงมี ลักษณะเปนการเลือกปฏิบัติที่ไมเปนธรรมตอผูฟองคดี ทั้งสอง ตามมาตรา ๔๙ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ แหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ประกอบ กับมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง (๔) แหงพระราชบัญญัติ วาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย พ.ศ. ๒๕๓๐ จึงควร กำหนดค า ทดแทนที่ ดิ น ให แ ก ผู ฟ อ งคดี ทั้ ง สองเป น ตารางวาละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท และแม ค ำฟ อ งและ คำอุทธรณของผูฟองคดีทั้งสองจะกลาวอางวาเนื้อที่ดิน ที่ถูกเวนคืนมีเนื้อที่ ๑ ไร ๓ งาน ๓๗ ตารางวา ก็ตาม แตเมื่อที่ดินของผูฟองคดีทั้งสองถูกเวนคืนเนื้อที่ ๑ ไร ๓ งาน ๗๐ ตารางวา ผูฟองคดีทั้งสองจึงมีสิทธิไดรับ คาทดแทนทีด่ นิ เพิม่ ขึน้ อีกจากเดิมตารางวาละ ๑๒๐,๐๐๐ บาท เปนตารางวาละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท เปนจำนวน ๒๓,๑๐๐,๐๐๐ บาท พร อ มดอกเบี้ ย ตามมาตรา ๒๖ วรรคสาม แหงพระราชบัญญัติวาดวยการเวนคืน อสังหาริมทรัพย พ.ศ. ๒๕๓๐ สวนการไดรบั ดอกเบีย้ ในจำนวนเงินคาทดแทน ทีเ่ พิม่ ขึน้ ตามมาตรา ๒๖ วรรคสาม แหงพระราชบัญญัติ วาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย พ.ศ. ๒๕๓๐ นั้น เปนการเยียวยาความเสียหายใหแกผูมีสิทธิไดรับเงิน คาทดแทน ซึ่งกรณีที่มีการจายเงินคาทดแทน ณ วันใด วั น หนึ่ ง ภายในหนึ่ ง ร อ ยยี่ สิ บ วั น นั บ แต วั น ทำสั ญ ญา ซื้อขายอสังหาริมทรัพย ตามมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน วันดังกลาวถือเปน วันที่ตองมีการจายเงินคาทดแทนแกผูมีสิทธิไดรับเงิน ทดแทนและเมื่ อ ได จ า ยเงิ น ค า ทดแทนแล ว ถื อ ได ว า กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพยไดโอนไปนับแตวันชำระ เงินตามมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติ เดี ย วกั น ดั ง นั้ น ผู มี สิ ท ธิ ไ ด รั บ เงิ น ค า ทดแทนจึ ง ควร ได รั บ เงิ น ค า ทดแทนที่ เ พิ่ ม ขึ้ น ในราคาเดี ย วกั น กั บ
การจายเงินคาทดแทนครั้งแรก ดวยเหตุนี้การไดรับ ดอกเบี้ยของผูมีสิทธิไดรับเงินคาทดแทนในจำนวนเงิน คาทดแทนที่ เ พิ่ ม ขึ้ น จึ ง ต อ งเริ่ ม นั บ ตั้ ง แต วั น ที่ มี ก าร จายเงินคาทดแทนดังกลาว ในคดีนี้เมื่อผูฟองคดีทั้งสอง ได ท ำสั ญ ญาซื้ อ ขายที่ ดิ น ที่ ถู ก เวนคื น กั บ เจ า หน า ที่ เวนคืนเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ ๒๕๔๕ และผูฟองคดี ทั้งสองไปรับเงินคาทดแทนดังกลาวแลวเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๕ ผูฟองคดีจึงชอบที่จะไดรับดอกเบี้ย ในจำนวนเงินคาทดแทนที่เพิ่มขึ้น ในอัตราสูงสุดของ ดอกเบี้ ย เงิ น ฝากประเภทฝากประจำของธนาคาร ออมสินนับแตวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๕ เปนตนไป จึงพิพากษาใหผูถูกฟองคดีที่ ๒ ชำระเงินคาทดแทน ที่ ดิ น เพิ่ ม ขึ้ น แก ผู ฟ อ งคดี ทั้ ง สองเป น ตารางวาละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท โดยใหผูถูกฟองคดีที่ ๒ ชำระเงิน ค า ทดแทนที่ ดิ น เพิ่ ม ให แ ก ผู ฟ อ งคดี ทั้ ง สองอี ก เป น จำนวน ๒๓,๑๐๐,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบีย้ ในอัตราสูงสุด ของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคาร ออมสิน ในจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นตั้งแตวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๕ เป น ต น ไป จนกว า จะชำระเสร็ จ และให คื น คาธรรมเนียมศาลบางสวนตามสวนของการชนะคดี
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๒๔๐/๒๕๕๔ (ก) สรุปคำฟอง คดี นี้ ผู ฟ อ งคดี ทั้ ง สองฟ อ งกรุ ง เทพมหานคร เปนผูถูกฟองคดีที่ ๑ และผูวาราชการกรุงเทพมหานคร เปนผูถูกฟองคดีที่ ๒ โดยฟองวา ผูฟองคดีที่ ๑ เปน เจ า ของที่ ดิ น โฉนดที่ ดิ น เลขที่ ๕๕๑๖๗ ตำบล สีกัน (บานใหม) อำเภอบางเขน (ตลาดขวัญ) จังหวัด กรุงเทพมหานคร เนือ้ ที่ ๑๓ ตารางวา พรอมสิง่ ปลูกสราง อาคารพาณิ ช ย เ ลขที่ ๒๙๑/๙๑ ส ว นผู ฟ อ งคดี ที่ ๒ เปนเจาของที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๐๖๔๙๒ ตำบล สีกัน (บานใหม) อำเภอบางเขน (ตลาดขวัญ) จังหวัด กรุงเทพมหานคร เนือ้ ที่ ๑๑ ตารางวา พรอมสิง่ ปลูกสราง อาคารพาณิ ช ย เ ลขที่ ๒๙๑/๘ ต อ มาได มี ก ารตรา พระราชกฤษฎี ก ากำหนดเขตที่ ดิ น ในบริ เวณที่ ที่ จ ะ
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
เวนคื น เพื่ อ สร า งและขยายทางหลวงเทศบาลสาย เมื่อผูฟองคดีที่ ๑ ยื่นฟองคดีตอศาลเพื่อขอ ถนนสรงประภา พ.ศ. ๒๕๔๔ ที่ดินของผูฟองคดีทั้งสอง ให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ และผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ จ า ยเงิ น ถูกเวนคืนบางสวน ผูฟองคดีทั้งสองเห็นวาที่ดินพรอม คาทดแทนทีด่ นิ และคาทดแทนอาคารเพิม่ พรอมดอกเบีย้ สิ่งปลูกสรางที่ถูกเวนคืนของผูฟองคดีทั้งสองอยูใกล ในอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ของตนเงิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ กั บ ตลาดวั ฒ นานนท ซึ่ ง เป น ทำเลการค า ขายที่ ดี ม าก บาท นับแตวันฟองเปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จใหแก ค า ขายได ท้ั ง กลางวั น และกลางคื น เพราะอยู ใ กล กั บ ผู ฟ อ งคดี ที่ ๑ ประเด็ น ที่ พิ พ าทในคดี นี้ จึ ง มี เ พี ย งว า สนามบินดอนเมือง ซึ่งมีบุคคลที่ทำงานในสนามบิน การกำหนดค า ทดแทนที่ ดิ น และสิ่ ง ปลู ก สร า งให แ ก ดอนเมืองพักอาศัยอยูในบริเวณใกลเคียงจำนวนมาก ผูฟองคดีที่ ๑ ชอบดวยกฎหมายและเปนธรรมหรือไม และในป พ.ศ. ๒๕๓๘ มี ก ารซื้ อ ขายที่ ดิ น พร อ ม เพียงใด เมื่อคำฟองไมปรากฏวาผูฟองคดีที่ ๑ ไดขอ สิ่ ง ปลู ก สร า งในลั ก ษณะเดี ย วกั บ ของ ให ศ าลมี ค ำพิ พ ากษาให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ผูฟองคดีทั้งสองในราคา ๗,๐๐๐,๐๐๐ การพิ พ ากษา ทั้งสองจายเงินคาทดแทนความเสียหาย บาท การกำหนดเงิ น ค า ทดแทนให แ ก จากการขาดประโยชนในการประกอบ คดี เ กิ น คำขอ การคา ประกอบกับผูฟองคดีที่ ๑ ก็มิได ผู ฟ อ งคดี ทั้ ง สองจึ ง ไม เ ป น ธรรม ขอให ยื่นอุทธรณตอรัฐมนตรีวาการกระทรวง ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหผูถูกฟอง คดี ทั้ ง สองจ า ยเงิ น ค า ทดแทนที่ ดิ น โฉนดที่ ดิ น เลขที่ มหาดไทยเพื่อขอเงินคาทดแทนดังกลาว ดังนั้น การที่ ๕๕๑๖๗ และคาทดแทนอาคารเลขที่ ๒๙๑/๙๑ เพิม่ อีก ศาลปกครองชั้นตนเห็นวาผูถูกฟองคดีที่ ๑ จายเงิน เปนเงิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยในอัตรา คาทดแทนที่ดินและสิ่งปลูกสรางชอบดวยกฎหมายและ รอยละ ๗.๕ ตอป ของตนเงินจำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ เป น ธรรมแล ว แต ก ลั บ วิ นิ จ ฉั ย และมี ค ำพิ พ ากษาให บาท นั บ แต วั น ฟ อ งเป น ต น ไปจนกว า จะชำระเสร็ จ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ จ า ยเงิ น ค า ทดแทนความเสี ย หาย ใหแกผูฟองคดีที่ ๑ และใหผูถูกฟองคดีทั้งสองจายเงิน จากการขาดประโยชนในการประกอบการคา ซึ่งเปน ค า ทดแทนที่ ดิ น โฉนดที่ ดิ น เลขที่ ๑๐๖๔๙๒ และ คาทดแทนความเสียหายเนื่องจากการที่ตองออกจาก ค า ทดแทนอาคารเลขที่ ๒๙๑/๘ เพิ่ ม อี ก เป น เงิ น อสังหาริมทรัพยที่ถูกเวนคืนตามมาตรา ๒๑ วรรคหา ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบีย้ ในอัตรารอยละ ๗.๕ แหงพระราชบัญญัติวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย ตอป ของตนเงินจำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท นับแตวนั ฟอง พ.ศ. ๒๕๓๐ ใหแกผูฟองคดีที่ ๑ จึงเปนการวินิจฉัย เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จใหแกผูฟองคดีที่ ๒ นอกประเด็ น และเป น การพิ พ ากษาคดี เ กิ น คำขอ ตามมาตรา ๑๔๒ แหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพงประกอบกับขอ ๕ วรรคสอง แหงระเบียบ (ข) สรุปคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด แมกฎหมายวาดวยการจัดตั้งศาลปกครองและ ของที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด วาดวย วิ ธี พิ จ ารณาคดี ป กครองมิ ไ ด ก ำหนดข อ ห า มมิ ใ ห ศ าล วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ พิพากษาหรือทำคำสั่งเกินไปกวาคำขอไวโดยเฉพาะ แต ส ว นการที่ ศ าลปกครองชั้ น ต น วิ นิ จ ฉั ย ว า ข อ ห า มดั ง กล า วได ก ำหนดไว ใ นมาตรา ๑๔๒ แห ง คณะกรรมการกำหนดราคาคาทดแทนเบือ้ งตนไดกำหนด ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง ซึ่งบทบัญญัติ เงินคาทดแทนที่ดินและสิ่งปลูกสรางใหแกผูฟองคดีที่ ๒ ดังกลาวถือวาเปนหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความทั่วไป ชอบด ว ยกฎหมายและเป น ธรรมแล ว จึ ง ไม มี ก รณี ที่ ที่ศาลปกครองตองนำมาใชบังคับตามขอ ๕ วรรคสอง ผูถูกฟองคดีทั้งสองตองจายเงินคาทดแทนเพิ่มใหแก แหงระเบียบของที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครอง ผูฟ อ งคดีที่ ๒ ผูฟ อ งคดีที่ ๒ ยอมไมมสี ทิ ธิไดรบั ดอกเบีย้ สูงสุด วาดวยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำ
107
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
ของธนาคารออมสิน ตามมาตรา ๒๖ วรรคสาม แหง พระราชบัญญัติวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย พ.ศ. ๒๕๓๐ ซึ่ ง การแบ ง จ า ยเงิ น ค า ทดแทนสิ่ ง ปลู ก สร า ง ใหแกผูฟองคดีที่ ๒ ออกเปน ๒ งวด มิใชการจายเงิน คาทดแทนเพิ่มแตอยางใด ดังนั้น การที่ศาลปกครอง ชัน้ ตนมีคำพิพากษาใหผถู กู ฟองคดีที่ ๑ โดยผูถ กู ฟองคดี ที่ ๒ จ า ยดอกเบี้ ย เงิ น ฝากประเภทฝากประจำของ ธนาคารออมสิ น แต ไ ม เ กิ น ร อ ยละ ๗.๕ ต อ ป แก ผูฟองคดี ที่ ๒ จึงเปนการพิพากษาคดีเกินคำขอตาม มาตรา ๑๔๒ แหงประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความแพง ประกอบกับขอ ๕ วรรคสอง แหงระเบียบของทีป่ ระชุมใหญ ตุ ล าการในศาลปกครองสู ง สุ ด ว า ด ว ยวิ ธี พิ จ ารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ เชนกัน จึงพิพากษากลับ คำพิ พ ากษาของศาลปกครองชั้ น ต น เป น ให ย กฟ อ ง และใหคืนคาธรรมเนียมศาลทั้งหมดแกผูอุทธรณ
คดีพิพาทเกี่ยวกับสิ่งแวดลอม คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๒๑๙/๒๕๕๔
108
(ก) สรุปคำฟอง คดีนผี้ ฟู อ งคดีฟอ งผูว า ราชการกรุงเทพมหานคร เปนผูถ กู ฟองคดีที่ ๑ และผูอ ำนวยการเขตราษฎรบรู ณะ เปนผูถูกฟองคดีที่ ๒ โดยฟองวา ไดรับความเดือดรอน เสียหายจากการที่ผูถูกฟองคดีไดอนุญาตใหผูรองสอด กอสรางและเปดใหบริการสนามฟุตซอล ซึ่งเปนสนาม แบบเปดโลง ณ อาคารเลขที่ ๑๖๙/๒ ซอยประชาอุทิศ ๑๒ ถนนประชาอุทศิ แขวงราษฎรบรู ณะ เขตราษฎรบรู ณะ กรุ ง เทพมหานคร ซึ่ ง สนามฟุ ต ซอลอยู ติ ด กั บ กำแพง หลังบานของผูฟองคดี และเปดใหบริการจนถึงเวลา ประมาณ ๒๔ นาฬกา ถึง ๑ นาฬกา เปนประจำ ซึ่งกอ ให เ กิ ด มลภาวะทางเสี ย งต อ ผู ฟ อ งคดี อ ย า งรุ น แรง โดยเฉพาะในเวลากลางคื น จากการแข ง ขั น ฟุ ต ซอล เสียงเพลงที่ทางสนามเปดผานลำโพง ผูเลนที่ตะโกน เสียงกองเชียร เสียงปรบมือโหรองและเสียงดาทอกันใน สนาม สงผลกระทบตอสุขภาพของผูฟองคดีจากการ
นอนหลั บ พั ก ผ อ นไม เ พี ย งพอ ผู ฟ อ งคดี ไ ด ร อ งเรี ย น ผ า นทางสายดวน กทม. หมายเลข ๑๕๕๕ จำนวน หลายครั้ ง อี ก ทั้ ง ได มี ห นั ง สื อ ร อ งเรี ย นลงวั น ที่ ๑๘ พฤศจิ ก ายน ๒๕๕๓ ถึ ง ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ ต อ มา ผูถ กู ฟองคดีที่ ๒ ก็ไดมหี นังสือ ลงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ แจงใหผูฟองคดีทราบวาไดมีคำสั่งใหผูรองสอด แก ไขและระงั บ เหตุ ร ำคาญแล ว แต ค วามเดื อ ดร อ น ก็ ไ ม ไ ด รั บ การแก ไข และมลภาวะทางเสี ย งก็ ยั ง คงมี อยางตอเนื่องจนถึงวันฟองคดี ขอใหศาลมีคำพิพากษา หรือคำสัง่ ใหผถู กู ฟองคดีเพิกถอนใบอนุญาตกอสรางสนาม ฟุ ต ซอลที่ พิ พ าท ให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ร ะงั บ การให บ ริ ก าร สนามฟุตซอลที่พิพาทหลังพระอาทิตยตกดินจนกวาจะ มีการปรับปรุงเพื่อปองกันเสียง ใหผูถูกฟองคดีมีคำสั่ง ใหผูรองสอดปรับปรุงสนามฟุตซอลเพื่อปองกันเสียงที่มี ผลกระทบตอการดำรงชีวิตของผูฟองคดี (ข) สรุปคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด การกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุมครองเพื่อ บรรเทาทุกขชั่วคราวกอนการพิพากษามีหลักเกณฑ ในการพิจารณาคือ คำฟองตองมีมลู และเหตุผลเพียงพอ ที่จะนำมาตรการหรือวิธีการคุมครองเพื่อบรรเทาทุกข ชั่วคราวกอนการพิพากษาตามที่ขอนั้นมาใช โดยตอง เปนที่พอใจแกศาลวาผูถูกฟองคดีตั้งใจกระทำซ้ำหรือ กระทำตอไป ซึง่ การละเมิด การผิดสัญญาหรือการกระทำ ที่ ถู ก ฟ อ งร อ งหรื อ ผู ฟ อ งคดี จ ะได รั บ ความเสี ย หาย ตอเนื่องจากการกระทำของผูถูกฟองคดีตอไป และตอง คำนึงถึงความรับผิดชอบของหนวยงานทางปกครอง หรือเจาหนาที่ของรัฐ และปญหาอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น แกการบริหารงานของรัฐประกอบกัน ทั้งนี้ ตามมาตรา ๖๖ แห ง พระราชบั ญ ญั ติ จั ด ตั้ ง ศาลปกครองและวิ ธี พิ จ ารณาคดี ป กครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และข อ ๗๗ แหงระเบียบของที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครอง สูงสุด วาดวยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่ง ใหนำความในลักษณะ ๑ ของภาค ๔ แหงประมวล กฎหมายวิ ธี พิ จ ารณาความแพ ง มาใช บั ง คั บ กั บ กรณี ทีเ่ กีย่ วของโดยอนุโลมเมือ่ ขอเท็จจริงปรากฏวา ผูร อ งสอด
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ไดกอสรางและเปดใหบริการสนามฟุตซอลจำนวน ๒ ตามที่ไดกลาวมาจึงเกิดจากการอนุญาตใหกอสรางและ สนาม ซึ่ ง สนามฟุ ต ซอลแห ง นี้ ตั้ ง อยู ติ ด กั บ หลั ง บ า น เปดใหบริการสนามฟุตซอลที่กอใหเกิดเหตุเดือดรอน ผูฟองคดี เปดใหบริการตั้งแตเวลา ๙ นาฬกา จนถึง รำคาญดานเสียงจากผูที่มาใชบริการสนามฟุตซอลของ เวลาชวงกลางคืน ระยะแรกที่เปดใหบริการมีการเปด ผู ร อ งสอดยั ง คงมี อ ยู จึ ง ถื อ ว า ผู ฟ อ งคดี ยั ง คงได รั บ เครื่องเสียงดวย แตเมื่อไดรับการรองเรียนจึงงดการใช ความเดือดรอนรำคาญจากการละเลยตอหนาที่ของ เครื่ อ งเสี ย ง ผู ฟ อ งคดี ไ ด รั บ ความเดื อ ดร อ นรำคาญ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ทั้ ง สองและผู ร อ งสอดอยู อุ ท ธรณ ข อง ดานมลภาวะทางเสียงจากการเปดบริการสนามฟุตซอล ผู ร อ งสอดที่ อ า งว า ผู ร อ งสอดสร า งสนามฟุ ต ซอล ของผูรองสอดและประชาชนที่มาใชบริการเลนฟุตซอล ด ว ยจำนวนเงิ น สู ง ประมาณ ๑๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งชวงเวลากลางวันและชวงเวลากลางคืนซึ่งเปนเวลา โดยกูเงินมากอสรางและมีภาระตองผอนธนาคารสูง พักผอน สงผลกระทบตอการดำรง ถึ ง เดื อ นละ ๑๒๐,๐๐๐ บาท ชี วิ ต อย า งปกติ สุ ข และสภาพ การกอสรางและเปดใหบริการ การตองปดสนามฟุตซอลเวลา รางกายของผูฟ อ งคดี แมวา ตอมา ๒๑ นาฬ ก า มี ผ ลต อ รายรั บ สนามฟุ ต ซอล มาตรการ ของผู ร อ งสอดอย า งรุ น แรงนั้ น ผู ร อ งสอดงดการใช เ ครื่ อ งเสี ย ง ผู ฟ อ งคดี จึ ง ไม ไ ด รั บ ผลกระทบ บรรเทาทุ ก ข ชั่ ว คราวก อ น เป น เรื่ อ งการลงทุ น ในการ ประกอบธุ ร กิ จ ของผู ฟ อ งคดี จากการเปดเครื่องเสียงแลว แตก็ การพิพากษา ซึง่ ยอมมีเสรีภาพในการประกอบ ยังไดรับผลกระทบดานเสียงจาก ประชาชนผูมาใชบริการเลนฟุตซอลโดยเฉพาะในชวง กิ จ การหรื อ ประกอบอาชี พ และย อ มมี ค วามเสี่ ย ง เวลากลางคืนอันเปนเวลาพักผอน เหตุเดือดรอนรำคาญ ในอั น ที่ จ ะได ก ำไรหรื อ ขาดทุ น ได อั น เป น เรื่ อ งของ จึงยังคงมีอยูจนถึงปจจุบัน ประกอบกับการใหถอยคำ ทางธุรกิจ แตในการดำเนินกิจการนั้นจะตองไมเปน ของผูรับมอบอำนาจจากผูถูกฟองคดีทั้งสองที่ระบุวา การละเมิดสิทธิของผูอื่นดวยในขณะเดียวกันเมื่อการ ผูรองสอดมีการเปดใหบริการจนถึงเวลา ๒๓ นาฬกา ให บ ริ ก ารสนามฟุ ต ซอลของผู ร อ งสอดมี ป ระชาชน ซึ่งอยูในระหวางใหฝายเทศกิจดำเนินคดีกับผูรองสอด เขาไปใชบริการและกอใหเกิดเสียงดังขึ้นทำใหผูฟองคดี และยอมรับวาไมเคยวัดระดับเสียง แตหากเกิดมลภาวะ ได รั บ ความเดื อ ดร อ นรำคาญ ส ง ผลกระทบต อ การ ทางเสียงตัง้ แตเวลา ๒๑ นาฬกา ถือวาเปนเวลาพักผอน ดำรงชีวิตอยางปกติสุขและสภาพรางกายของผูฟองคดี ตั้งแตเวลาดังกลาวถือวาเปนเหตุรำคาญแลวไมตองวัด จึงเปนการละเมิดสิทธิของผูฟองคดีแลว ประกอบกับ ระดับเสียง และจากผลการตรวจสอบผูอ ยูอ าศัยบริเวณ ข อ เท็ จ จริ ง ที่ ศ าลปกครองชั้ น ต น ได ไ ต ส วนผู ฟ อ งคดี ใกลเคียงจำนวน ๑๘ ราย ปรากฏวามีจำนวน ๘ ราย ผู ร อ งสอด และผู รั บ มอบอำนาจจากผู ถู ก ฟ อ งคดี ไดรับผลกระทบเชนเดียวกับผูฟองคดี สวนอีก ๑๐ ราย ทั้งสองเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ ๒๕๕๔ รับฟงไดวา แจงวาไมไดรับผลกระทบ ขณะที่ผูรองสอดไดใหถอยคำ ความเดื อ ดร อ นของผู ฟ อ งคดี ยั ง คงมี อ ยู จ ากป ญ หา ในชั้นไตสวนของศาลปกครองชั้นตนวาประสงคจะลด มลภาวะทางเสียง เมือ่ ผูถ กู ฟองคดีที่ ๑ และผูถ กู ฟองคดี ผลกระทบใหผูฟองคดีโดยปรับปรุงสภาพที่พักอาศัย ที่ ๒ มีอำนาจตามพระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสุข พ.ศ. ของผูฟองคดี เนื่องจากจะใชเงินทุนไมมาก โดยไดแจง ๒๕๓๕ ในการระงับเหตุเดือดรอนรำคาญและคำสั่ง ใหผูฟองคดีทราบเมื่อพบกันครั้งแรกในวันไตสวนของ ของศาลปกครองชัน้ ตนซึง่ กำหนดมาตรการบรรเทาทุกข ศาลปกครองชั้นตนเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ ๒๕๕๔ ชั่วคราวกอนการพิพากษาโดยใหผูรองสอดระงับการให แสดงใหเห็นวาผูฟองคดีไดรับความเดือดรอนรำคาญ บริการเฉพาะสนามฟุตซอลที่อยูติดกับหลังบานของ ตามที่ ก ล า วอ า งจริ ง ดั ง นั้ น ความเดื อ ดร อ นรำคาญ ผู ฟ อ งคดี ตั้ ง แต เวลา ๒๑ นาฬ ก า เป น ต น ไป ทั้ ง นี้
109
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
จนกว า ศาลจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเปนอยางอื่น ก็มิไดเปนอุปสรรคแกการบริหารงานของผูถูกฟองคดี ทั้ ง สอง กรณี จึ ง มี เ หตุ สมควรและมีเหตุเพียงพอที่จะ ยังคงมาตรการบรรเทาทุกขชั่วคราวกอนการพิพากษา ของศาลปกครองชัน้ ตนไวตอ ไป
คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๔๕๓/๒๕๕๔
110
(ก) สรุปคำฟอง คดี นี้ ผู ฟ อ งคดี ทั้ ง แปดฟ อ งอธิ บ ดี ก รมที่ ดิ น เป น ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ รองปลั ด กระทรวงมหาดไทย หัวหนากลุมภารกิจดานกิจการความมั่นคงภายใน เปน ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ โดยฟ อ งว า ผู ฟ อ งคดี ทั้ ง แปดเป น ผูมีสิทธิครอบครองในที่ดินตามหลักฐานหนังสือรับรอง การทำประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ตำบลแมรำพึง อำเภอ บางสะพาน จั ง หวั ด ประจวบคี รี ขั น ธ ได รั บ ความ เดือดรอนหรือเสียหายจากการที่ผูถูกฟองคดีที่ ๑ ไดมี คำสั่งลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๓ ใหเพิกถอนและแกไข รูปแผนที่และเนื้อที่ น.ส. ๓ ก. ดังกลาวของผูฟองคดี ทั้ ง แปด เนื่ อ งจากออกโดยคลาดเคลื่ อ นหรื อ ไม ช อบ ดวยกฎหมาย โดยอางวานำหลักฐานสำหรับทีด่ นิ แปลงอืน่ มาใชเปนหลักฐานในการออก น.ส. ๓ ก. และเปนที่ดิน ที่อยูในเขตปาคุมครองตามพระราชกฤษฎีกากำหนดปา คลองแมรำพึง ในทองที่ตำบลบางสะพานใหญ อำเภอ บางสะพาน จังหวัดประจวบคีรขี นั ธ ใหเปนปาคุม ครอง พุทธศักราช ๒๔๘๔ และเขตปาสงวนแหงชาติปาคลอง แมรำพึง ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๖๕ (พ.ศ. ๒๕๐๙) ออกตามความในพระราชบัญญัตปิ า สงวนแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ อันมีลักษณะตองหามมิใหออกหนังสือแสดง สิทธิในทีด่ นิ ผูฟ อ งคดีทงั้ แปดเห็นวาคำสัง่ ดังกลาวไมชอบ ดวยกฎหมาย จึงอุทธรณคำสั่งดังกลาว และไดรับแจง ผลการพิ จ ารณาอุ ท ธรณ ข องผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ ว า ให ยกอุทธรณ ขอใหศาลมีคำพิพากษาหรือคำสัง่ ใหเพิกถอน คำสั่งอธิบดีกรมที่ดินที่มีคำสั่งใหเพิกถอน และแกไขรูป แผนทีแ่ ละเนือ้ ทีห่ นังสือรับรองการทำประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ของผูฟองคดีทั้งแปด และใหเพิกถอนคำวินิจฉัย
อุทธรณของผูถูกฟองคดีที่ ๒ ที่ใหยกอุทธรณ ผู ร อ งสอดกั บ พวกรวมสามสิ บ สามคนได ยื่ น คำรองสอดเขาเปนคูค วามฝายทีส่ ามโดยอางวาผูร อ งสอด ทั้ ง สามสิ บ สามคนมี ภู มิ ล ำเนา ประกอบอาชี พ และ อาศัยอยูรอบพื้นที่ปาสงวนแหงชาติปาคลองแมรำพึง และเนินสันทรายสูงรอบปาชายเลน อีกทั้งยังเปนผูใช ประโยชน แ ละได ป ระโยชน ใ นที่ ป า ชายเลนดั ง กล า ว โดยเป น กลุ ม ที่ ป ระกอบอาชี พ ประมงพื้ น บ า นและ จั บ สั ต ว น้ ำ และอาชี พ เกษตรกรรมทำสวนมะพร า ว ปลูกขาว สับปะรด เลี้ยงปลาในกระชังและหอยแมลงภู และไดรบั ประโยชนจากการระบายน้ำของคลองแมรำพึง และปาชายเลนที่พิพาท และกลุมที่ไมไดประกอบอาชีพ ทีไ่ ดประโยชนโดยตรงจากพืน้ ทีป่ า ชายเลน แตไดประโยชน จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และการระบายน้ำโดยธรรมชาติของคลองแมรำพึงและ ป า ชายเลนที่ พิ พ าทเรื่ อ ยมาจนกระทั่ ง ผู ถู ก ฟ อ งคดี ทั้ ง สองได อ อกเอกสารสิ ท ธิ ใ ห แ ก ผู ฟ อ งคดี ทั้ ง แปด ผูรองสอดทั้งสามสิบสามคนเห็นวาที่ดิน น.ส. ๓ ก. ที่ พิ พ าทมี ลั ก ษณะเป น พื้ น ที่ ป า ชายเลนที่ ติ ด ต อ กั บ คลองแมรำพึงเปนสมบัติสาธารณะดั้งเดิมของชุมชน และของรัฐ พื้นที่ปาชายเลนมีความสำคัญตอชุมชน ระบบนิเวศนและตอประโยชนสาธารณะ ไมสามารถ ออกเอกสารสิ ท ธิ ใ ห แ ก เ อกชนได ดั ง นั้ น การออก เอกสารสิทธิใหแกเอกชนในพืน้ ทีป่ า ชายเลนยอมกอใหเกิด ความเสียหายตอชุมชน ระบบนิเวศน และประโยชน สาธารณะ ย อ มเป น การออกเอกสารสิ ท ธิ ที่ ไ ม ช อบ ด ว ยกฎหมาย การที่ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ทั้ ง สองได มี ค ำสั่ ง เพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดิน จึงเปนการกระทำที่ชอบ ดวยกฎหมายแลว การออกเอกสารสิทธิ น.ส. ๓ ก. ที่ พิพาทสงผลใหมีการปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่ปาชายเลน เปนทีร่ าบโลง สรางถนนทับทีป่ า ชายเลน และการนำทีด่ นิ ไปสรางทาเรือน้ำลึกทำใหปาชายเลนที่พิพาทบางสวน หมดสภาพการเปนปาชายเลนสงผลกระทบใหผรู อ งสอด ทั้ ง สามสิ บ สามคนไม ส ามารถทำอาชี พ ประมงและ จับสัตวน้ำอันเปนวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนได พืชผล ทางการเกษตร ที่อยูอาศัย และเรือถูกน้ำทวมเสียหาย
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ตลอดทั้งเพิ่มตนทุนในการออกเรือ ผลแหงคำพิพากษา กำหนดปาคลองแมรำพึงในทองทีต่ ำบลบางสะพานใหญ ของศาลในคดีนยี้ อ มมีผลโดยตรงตอการสูญเสียปาชายเลน อำเภอบางสะพาน จั ง หวั ด ประจวบคี รี ขั น ธ ให เ ป น แ ล ะ ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ อื่ น ๆ ปาคุมครองพุทธศักราช ๒๔๘๔ และ และกระทบต อ สิ ท ธิ ข องผู ร อ งสอด เข ต ป า ส ง ว น แ ห ง ช า ติ ป า ค ล อ ง ทั้ ง ส า ม สิ บ ส า ม ค น แ ล ะ ชุ ม ช น แม ร ำพึ ง ตามกฎกระทรวง ฉบั บ ที่ อยางไมอาจหลีกเลี่ยงได เนื่องจาก ๑๖๕ (พ.ศ. ๒๕๐๙) ออกตามความ หากศาลมี ค ำพิ พ ากษาให เ พิ ก ถอน ในพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ ค ำ สั่ ง ข อ ง ผู ถู ก ฟ อ ง ค ดี ทั้ ง ส อ ง พ.ศ. ๒๕๐๗ อันเปนสาธารณสมบัติ ของแผนดิน ตามมาตรา ๑๓๐๔ แหง ตามคำขอของผูฟองคดีทั้งแปดก็จะ ประมวลกฎหมายแพ ง และพาณิ ช ย เปนการรับรองสิทธิในทีด่ นิ ปาชายเลน การร อ งสอดเพื อ ่ ื ให ใ ไ ด ซึ่ ง ผู ร อ งสอดทั้ ง สามสิ บ สามคน ที่ พิ พ าทให แกผูฟองคดีทั้งแปดใหมี ครองสิทธิ มีภูมิลำเนาและอยูอาศัยในบริเวณ สิทธิครอบครองและใชประโยชนในที่ รับความคุม พิพาท ผูรองสอดทั้งสามสิบสามคน ในการใชสาธารณสมบัติ ดั ง กล า วย อ มมี สิ ท ธิ ใ ช ป ระโยชน จึงเปนผูม สี ทิ ธิเรียกรองเกีย่ วเนือ่ งดวย ในทีด่ นิ ดังกลาวได การออก น.ส. ๓ ก. ของแผ น ดิ น คำพิ พ ากษาหรื อ คำสั่ ง ในคดี นี้ จึ ง ในบริเวณดังกลาว จึงกระทบตอสิทธิ ประสงค ที่ จ ะร อ งสอดเข า มาเป น คู ค วามฝ า ยที่ ส าม ประโยชนของผูร อ งสอดทัง้ สามสิบสามคน การรองสอด ในคดีนี้เพื่อใหไดรับความรับรอง คุมครอง หรือบังคับ ของผู ร อ งทั้ ง สามสิ บ สามคนจึ ง เป น การร อ งสอด ตามสิ ท ธิ ข องผู ร อ งสอดทั้ ง สามสิ บ สามคนตาม เพื่ อ ให ไ ด รั บ ความคุ ม ครองสิ ท ธิ ข องผู ร อ งในการ มาตรา ๖๖ และมาตรา ๖๗ ของรั ฐ ธรรมนู ญ ใชสาธารณสมบัติของแผนดินตามมาตรา ๕๗ วรรคหนึง่ แหงราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๕๐ โดยขอให (๑) แห ง ประมวลกฎหมายวิ ธี พิ จ ารณาความแพ ง ศาลพิพากษายกฟองผูฟองคดีทั้งแปด ประกอบกับขอ ๗๘ แหงระเบียบของที่ประชุมใหญ ตุ ล าการในศาลปกครองสูงสุด วาดวยวิธีพิจารณาคดี (ข) สรุปคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ เหตุแหงการฟองคดีคือการดำรงอยูของคำสั่ง คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ที่ ใ ห เ พิ ก ถอนและแก ไขรู ป แผนที่ และเนื้อที่หนังสือรับรองการทำประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ของผูฟองคดีทั้งแปด และคำสั่งของผูถูกฟองคดีที่ ๒ คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๓๑๔/๒๕๕๔ ที่ ยกอุทธรณผูฟองคดีทั้งแปด อยางไรก็ตาม การใช อำนาจตามประมวลกฎหมายทีด่ นิ ของพนักงานเจาหนาที่ (ก) สรุปคำฟอง ของผูถูกฟองคดีที่ ๑ ในการออก น.ส. ๓ ก. ดังกลาว คดีนี้ผูฟองคดีฟององคการบริหารสวนตำบล ยอมมีผลกระทบตอสถานภาพของสิทธิหรือหนาที่ของ โคกขามเป น ผู ถู ก ฟ อ งคดี โดยฟ อ งว า ผู ถู ก ฟ อ งคดี บุคคล อันเปนคำสั่งทางปกครองตามมาตรา ๕ แหง ได ท ำสั ญ ญาจ า งผู ฟ อ งคดี ขุ ด เจาะบ อ น้ ำ บาดาลและ พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ติดตัง้ เครือ่ งสูบน้ำซัมเมอรซเิ บิล้ บริเวณทีส่ าธารณะริมถนน ๒๕๓๙ และโดยที่ ที่ พิ พ าทมี ป ญ หาว า เป น ที่ ดิ น ที่ มี สายเจษฎา - โคกขาม หมูท ี่ ๔ โดยขุดเจาะบอน้ำบาดาล ลั ก ษณะต อ งห า มมิ ใ ห อ อกหนั ง สื อ แสดงสิ ท ธิ ใ นที่ ดิ น ขนาดเสนผาศูนยกลาง ๘ นิ้ว ความลึกประมาณ ๔๕๐ เนื่ อ งจากเป น เขตป า คุ ม ครองตามพระราชกฤษฎี ก า เมตร หรือจนกวาจะไดน้ำดีมีคุณภาพสามารถอุปโภค
111
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
112
บริโภคได ตามสัญญาจาง ลงวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๘ และกำหนดส ง มอบงานภายใน ๙๐ วั น นั บ ถั ด จาก วั น เริ่ ม ทำงานตามสั ญ ญา ซึ่ ง จะครบกำหนดในวั น ที่ ๒ มกราคม ๒๕๔๙ ผูฟองคดีไดนำหลักประกันเปน หนังสือค้ำประกันของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาทาพระ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๔๘ เปนจำนวน เงิน ๑๐๔,๒๓๕ บาท มอบใหแกผูถูกฟองคดี ผูฟองคดี ไดลงมือขุดเจาะน้ำบาดาลตามสัญญาทันที และไดทำ รายงานการขุดเจาะบอน้ำบาดาลแจงใหแกผูถูกฟองคดี ทราบเปนระยะตามรายงานลงวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๔๘ ขุดเจาะถึงความลึก ๕๑๐ เมตร และรายงานลงวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ ตอมา ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอมจังหวัดสมุทรสาครไดแจงใหผูฟองคดี หยุดการขุดเจาะทันที และใหนำเครื่องขุดเจาะและวัสดุ ทัง้ หมดออกจากพืน้ ที่ เนือ่ งจากเปนความผิดมีโทษอาญา จำคุก ปรับ และริบเครื่องมือขุดเจาะดวย ผูฟองคดีจึงมี หนั ง สื อ ลงวั น ที่ ๑๘ พฤศจิ ก ายน ๒๕๔๘ แนะนำ ให ผูถูกฟ อ งคดี ป ฏิ บั ติ ตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. ๒๕๒๐ และแจงวาผูฟองคดีจำตองหยุดทำการ ขุดเจาะชั่วคราวจนกวาผูถูกฟองคดีจะแสดงหลักฐาน ว า ได ข อหรื อ ได รั บ อนุ ญ าตให ขุ ด เจาะเสี ย ก อ น เมื่ อ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ป ฏิ เ สธที่ จ ะแสดงหลั ก ฐานคำขอ หรื อ ใบอนุ ญ าตให ขุ ด เจาะบ อ น้ ำ บาดาลหรื อ ชี้ แจง ดวยเหตุผลใดๆ อันเปนการแสดงใหเห็นไดวา ผูถ กู ฟองคดี ไมไดขออนุญาตและไมไดรบั ใบอนุญาตการเจาะน้ำบาดาล ดั ง กล า ว เพื่ อ มิ ใ ห ผู ฟ อ งคดี ต กเป น ผู ก ระทำผิ ด หรื อ รวมกับผูถูกฟองคดีกระทำผิดอาญาที่มีโทษจำคุกและ ปรับและถูกริบเครือ่ งมือเครือ่ งจักรกลทีใ่ ชในการเจาะน้ำ ประกอบกับระยะเวลาที่ผูฟองคดีทวงถามผูถูกฟองคดี ได ล ว งเลยนานกว า เดื อ นแล ว ผู ฟ อ งคดี จึ ง มี ห นั ง สื อ ลงวั น ที่ ๒๖ ธั น วาคม ๒๕๔๘ บอกเลิ ก สั ญ ญาจ า ง ขุดเจาะบอน้ำบาดาลดังกลาว และขอใหผูถูกฟองคดี ชำระเงิ น ค า แรงงานขุ ด เจาะบ อ น้ ำ บาดาล จำนวน ๓๖๐,๐๐๐ บาท คาทำการหยัง่ ธรณี จำนวน ๒๓,๐๐๐ บาท คาขุดเจาะลงทอกันบอพัง จำนวน ๑๒๔,๐๐๐ บาท คาเคลือ่ นยายวัสดุอปุ กรณ ทอกรุบอ ทอกรอง จำนวน
๔๐,๐๐๐ บาท รวมเปนเงินทั้งสิ้น ๕๔๗,๐๐๐ บาท และให คื น หนั ง สื อ ค้ ำ ประกั น ของธนาคารกสิ ก รไทย จำกัด (มหาชน) สาขาทาพระ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๔๘ เป น เงิ น ๑๐๔,๒๓๕ บาท ให แ ก ผู ฟ อ งคดี ภายในกำหนด ๕ วั น นั บ แต ไ ด รั บ หนั ง สื อ ทวงถาม ดังกลาว ซึ่งผูถูกฟองคดีเพิกเฉยไมชำระเงินและคืน หนังสือค้ำประกันดังกลาวแตประการใด ขอใหศาลมี คำพิพากษาหรือคำสัง่ ใหผถู กู ฟองคดีชำระเงินคาแรงงาน ขุ ด เจาะบ อ น้ ำ บาดาล จำนวน ๓๖๐,๐๐๐ บาท คาทำการหยั่งธรณี จำนวน ๒๓,๐๐๐ บาท คาขุดเจาะ ลงทอกันพัง จำนวน ๑๒๔,๐๐๐ บาท คาเคลื่อนยาย วัสดุอปุ กรณ ทอกรุบอ ทอกรอง จำนวน ๔๐,๐๐๐ บาท รวมเปนเงินทั้งสิ้น ๕๔๗,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ย รอยละ ๗.๕ ตอป นับถัดจากวันฟองเปนตนไปจนกวา จะชำระครบถ ว น และคื น หนั ง สื อ ค้ ำ ประกั น ของ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาทาพระ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๔๘ จำนวนเงิน ๑๐๔,๒๓๕ บาท ใหแกผูฟองคดี ใหผูถูกฟองคดีชดใชคาฤชาธรรมเนียม ศาล และคาตั้งตัวแทนดำเนินคดีแกผูฟองคดี (ข) สรุปคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด สั ญ ญาจ า งขุ ด เจาะบ อ น้ ำ บาดาลและติ ด ตั้ ง เครื่องสูบน้ำบริเวณที่สาธารณะริมถนนสายเจษฎา โคกขาม หมู ที่ ๔ ระหว า งผู ฟ อ งคดี กั บ ผู ถู ก ฟ อ งคดี มีคสู ญั ญาฝายหนึง่ เปนราชการสวนทองถิน่ ซึง่ เปนหนวยงาน ทางปกครองตามมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยสัญญาดังกลาวมีวตั ถุประสงคใหผฟู อ งคดีทำการขุดเจาะ บอน้ำบาดาลและติดตั้งเครื่องสูบน้ำ อันเปนทรัพยสิน ที่ผูถูกฟองคดีในฐานะหนวยงานทางปกครองใชเปน เครื่องมือโดยตรงในการจัดทำบริการสาธารณะ เพื่อ ประโยชนแกประชาชนไดใชในสิ่งอุปโภคที่จำเปนตอ การดำเนินชีวิต จึงเปนสัญญาจัดใหมีสิ่งสาธารณูปโภค อั น มี ลั ก ษณะเป น สั ญ ญาทางปกครองตามมาตรา ๓ แห ง พระราชบั ญ ญั ติ ดั ง กล า ว ซึ่ ง การปฏิ บั ติ ต าม สัญญาทางปกครองเพือ่ ใหการบริการสาธารณะบรรลุผล
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
คูสัญญาฝายปกครองจะมีอำนาจพิเศษหรือเอกสิทธิ์ ผูถ กู ฟองคดีวา ผูฟ อ งคดีไดรบั แจงจากทรัพยากรธรรมชาติ เหนือคูสัญญาฝายเอกชน เชน อำนาจในการควบคุม และสิ่ ง แวดล อ มจั ง หวั ด สมุ ท รสาคร ให ท ำการย า ย ดูแลหรือบังคับใหคูสัญญาฝายเอกชนปฏิบัติตามสัญญา เครื่ อ งขุ ด เจาะบ อ น้ ำ บาดาลออกจากพื้ น ที่ โ ดยด ว น อำนาจในการแกไขขอกำหนดของสัญญาไดฝายเดียว เนือ่ งจากไมไดทำการยืน่ ขออนุญาตขุดเจาะจากกรมทรัพยากร และอำนาจในการเลิกสัญญาไดฝายเดียว โดยเอกชน น้ ำ บาดาล เป น การกระทำที่ ฝ า ฝ น พระราชบั ญ ญั ติ ผู เ ข า เป น คู สั ญ ญามี ห น า ที่ ต อ งปฏิ บั ติ ต ามสั ญ ญา น้ำบาดาล พ.ศ. ๒๕๒๐ และเมื่อผูฟองคดีมีหนังสือ และต อ งยอมรั บ อำนาจพิ เ ศษหรื อ เอกสิ ท ธิ์ ดั ง กล า ว แจ ง ผู ถู ก ฟ อ งคดี เ พิ่ ม เติ ม ว า ผู ฟ อ งคดี จ ะดำเนิ น การ ของฝายปกครอง ซึ่งการบอกเลิกสัญญาของคูสัญญา ขุดเจาะบอบาดาลก็ตอเมื่อผูถูกฟองคดีไดขออนุญาต ฝายเอกชนโดยทำใหการบริการสาธารณะตองหยุดชะงัก เจาะน้ ำ บาดาลอย า งถู ก ต อ งจากกรมทรั พ ยากร ไมบรรลุวัตถุประสงคไมอาจกระทำได น้ำบาดาล รวมทั้งขอใหผูถูกฟองคดี นอกจากนี้ ยังปรากฏหลักกฎหมาย สั ญ ญาทางปกครอง ขยายระยะเวลาอยางนอย ๔๕ วัน ทั่วไปที่เกี่ยวกับการสิ้นสุดของสัญญา การบอกเลิกสัญญา นั บ ตั้ ง แต ไ ด รั บ หนั ง สื อ อนุ ญ าตจาก ทางปกครองวา สัญญาทางปกครอง กรมทรั พ ยากรน้ ำ บาดาล และขอ อาจสิน้ สุดไดดว ยเงือ่ นไขอยางใดอยางหนึง่ ใน ๒ ประการ เปลี่ ย นแปลงรู ป แบบบ อ ให เ ป น ไปตามที่ มี ห นั ง สื อ คือสิ้นสุดลงตามปกติเมื่อคูสัญญาบรรลุวัตถุประสงค รับรองของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล แตผูถูกฟองคดี ของสั ญ ญา และสิ้ น สุ ด ลงด ว ยการเลิ ก สั ญ ญา ซึ่ ง ไดมีหนังสือยืนยันใหผูฟองคดีปฏิบัติตามสัญญาตอไป การเลิกสัญญาดังกลาวอาจเกิดขึ้นไดใน ๔ กรณี คือ ต อ มา ผู ฟ อ งคดี ไ ด มี ห นั ง สื อ ลงวั น ที่ ๒๖ ธั น วาคม การเลิกสัญญาโดยความยินยอมของคูส ญ ั ญาทัง้ สองฝาย ๒๕๔๘ แจ ง บอกเลิ ก สั ญ ญาโดยอ า งว า ผู ถู ก ฟ อ งคดี การเลิกสัญญาเมื่อสัญญาเลิกกันโดยปริยาย การเลิก ไม ส ามารถแสดงใบอนุ ญ าตให ขุ ด เจาะบ อ น้ ำ บาดาล สัญญาเมื่อศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหเลิกสัญญา ตามสัญญาจาง และใหผูถูกฟองคดีชดใชคาแรงงานและ และการเลิกสัญญาโดยคูสัญญาฝายปกครองเลิกสัญญา คาดำเนินการตางๆ รวมทั้งคืนหนังสือค้ำประกันใหแก ฝายเดียว ดังนัน้ การเลิกสัญญาทางปกครองจึงไมตกอยู ผูฟองคดี กรณีเห็นไดวาเมื่อสัญญาจางขุดเจาะบอน้ำ ภายใตบังคับมาตรา ๓๘๙ แหงประมวลกฎหมายแพง บาดาลทีพ่ พิ าทมิไดมขี อ กำหนดใหผฟู อ งคดีซงึ่ เปนผูร บั จาง และพาณิชยที่บัญญัติวา ถาการชำระหนี้ทั้งหมดหรือ มีสิทธิบอกเลิกสัญญา และการบอกเลิกสัญญาของฝาย แตบางสวนกลายเปนพนวิสยั เพราะเหตุอยางใดอยางหนึง่ ผูร บั จางไมอาจอางบทบัญญัตมิ าตรา ๓๘๙ แหงประมวล อันจะโทษลูกหนี้ไซร เจาหนี้จะเลิกสัญญานั้นเสียก็ได กฎหมายแพงและพาณิชยได เนื่องจากหลักกฎหมาย คดี นี้ เ มื่ อ ผู ฟ อ งคดี ไ ด รั บ จ า งผู ถู ก ฟ อ งคดี ขุ ด เจาะบ อ ทัว่ ไปเกีย่ วกับสัญญาทางปกครองกำหนดใหฝา ยปกครอง น้ำบาดาลและติดตั้งเครื่องสูบน้ำซัมเมอรซิเบิ้ล โดย มีสทิ ธิบอกเลิกสัญญาไดฝา ยเดียว ดังนัน้ การกลาวอางเหตุ ผูฟองคดีไดเริ่มทำงานขุดเจาะบอน้ำบาดาลที่รับจาง ที่จะไมดำเนินการขุดเจาะบอน้ำบาดาลตามสัญญาจาง ตามสัญญาจนถึงความลึกมีชั้นใหน้ำจืดและมีปริมาณ ตอไป เนื่องจากผูถูกฟองคดีไมสามารถแสดงใบอนุญาต น้ำเพียงพอ ซึง่ ผูถ กู ฟองคดีกไ็ ดตกลงรับงานดังกลาวแลว ให ขุ ด เจาะบ อ น้ ำ บาดาลตามสั ญ ญาจ า ง จึ ง ไม ช อบ แตเมื่อผูฟองคดีไดเสนอขอเปลี่ยนแปลงแกไขรูปบอ ด ว ยข อ กำหนดในสั ญ ญาและหลั ก กฎหมายทั่ ว ไป เพื่อลงทอกรุบอ ซึ่งผูถูกฟองคดีไมยินยอมโดยเห็นวา เกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง เมือ่ ผูฟ อ งคดีประกอบกิจการ ไม เ ป น ไปตามสั ญ ญา จึ ง เป น กรณี ที่ ผู ฟ อ งคดี จ ะต อ ง เกีย่ วกับการขุดเจาะบอน้ำบาดาลมานาน ยอมมีความ ดำเนินการใหเปนไปตามขอสัญญาตอไป ตอมาผูฟ อ งคดี เขาใจเกี่ยวกับหลักเกณฑในการขุดเจาะบอน้ำบาดาล มี ห นั ง สื อ ลงวั น ที่ ๑๘ พฤศจิ ก ายน ๒๕๔๘ แจ ง เป น อย า งดี หากจะกล า วอ า งเหตุ ที่ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ยั ง
113
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
ไม ไ ด รั บ ใบอนุ ญ าตให ขุ ด เจาะบ อ น้ ำ บาดาลดั ง กล า ว เพื่อไมตองปฏิบัติตามสัญญา ยอมที่จะตองกลาวอาง เสี ย ตั้ ง แต ก อ นเข า ทำสั ญ ญาหรื อ ปฏิ เ สธที่ จ ะเข า ทำ สัญญากับผูถูกฟองคดีเสียตั้งแตตน การกลาวอางวา สัญญาทีพ่ พิ าทเปนโมฆะ เนือ่ งจากเห็นวาเปนการกระทำ ที่ขัดตอกฎหมาย ก็ไมอาจกลาวอางได เนื่องจากเปน กรณีทสี่ ามารถแกไขใหถกู ตองโดยการยืน่ ขอรับใบอนุญาต จากผูมีอำนาจได จึงไมอาจถือเปนเหตุที่จะไมปฏิบัติ ตามสั ญ ญาและบอกเลิ ก สั ญ ญาของผู ฟ อ งคดี ไ ด และการที่ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ฟ อ งแย ง เรี ย กค า เสี ย หายจาก ผูฟองคดีไมอาจถือไดวาเปนการบอกเลิกสัญญา เพราะ การบอกเลิกสัญญาตองเปนการแสดงเจตนาโดยชัดแจง ตอคูสัญญาโดยตรง การฟองแยงดังกลาวจึงเปนการใช สิ ท ธิ ท างศาลในการโต แ ย ง คู สั ญ ญา เมื่ อ ผู ฟ อ งคดี บอกเลิ ก สั ญ ญาดั ง กล า วแก ผู ถู ก ฟ อ งคดี โ ดยไม มี สิ ท ธิ ตามกฎหมายและขอกำหนดในสัญญา ขอกลาวอาง ต า งๆ ไม อ าจกล า วอ า งเพื่ อ เป น เหตุ บ อกเลิ ก สั ญ ญา เมื่อผูถูกฟองคดีไมไดใหความยินยอมในการเลิกสัญญา หรื อ ไม มี เ หตุ สุ ด วิ สั ย ที่ จ ะไม ต อ งปฏิ บั ติ ต ามสั ญ ญา หรือมีกรณีที่ผูถูกฟองคดีบอกเลิกสัญญา หรือศาลมี คำพิพากษาหรือคำสั่งใหเลิกสัญญา อันจะมีผลทำให สัญญาเลิกกัน ผูฟองคดีจึงตองปฏิบัติและรับผิดตาม สัญญาจางตอไป ทีศ่ าลปกครองชัน้ ตนพิพากษายกฟองของ ผูฟองคดี และยกฟองแยงของผูถูกฟองคดีนั้น ชอบแลว
คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๕๒๑/๒๕๕๔
114
(ก) สรุปคำฟอง คดีนี้ผูฟองคดีฟองอธิบดีกรมชลประทานเปน ผูถูกฟองคดีที่ ๑ ประธานคณะกรรมการประกวดราคา ซือ้ ดวยวิธกี ารทางอิเล็กทรอนิกส เลขที่ E.ซ.๐๔/๒๕๕๓ เปนผูถูกฟองคดีที่ ๒ โดยฟองวาผูถูกฟองคดีที่ ๑ ได ประกาศประกวดราคาซื้อดินลูกรัง วัสดุคัดเลือก “ก” และวัสดุคัดเลือก “ข” ดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ลงวั น ที่ ๒๙ มิ ถุ น ายน ๒๕๕๓ ของงานก อ สร า ง โครงการหวยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบล
แกงดินสอ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี กำหนดเสนอ ราคาในวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๐.๐๐ ถึง ๑๐.๓๐ นาฬ ก า ณ บมจ.โทรคมนาคม สำนั ก งาน บริการลูกคาสระแกว ผูฟองคดีไดเขารวมประกวดราคา ดังกลาวและไดนำแคชเชียรเช็คของธนาคารกรุงไทย สาขาบางพลัด ลงวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๓ เปนจำนวน เงิน ๔๑๑,๙๑๕ บาท มาเปนหลักประกันซองไวกับ ผูถูกฟองคดีที่ ๒ ซึ่งคณะกรรมการประกวดราคาได พิจารณาคุณสมบัติเบื้องตนแลวใหผูฟองคดีเปนผูผาน การคัดเลือกเขาเสนอราคาได ตอมาในวันยื่นซองเสนอ ราคาผู ฟ อ งคดี ไ ด เ ดิ น ทางไปเพื่ อ เสนอราคาดั ง กล า ว แตปรากฏวารถยนตของผูฟองคดีเกิดอุบัติเหตุเสียหลัก ตกถนนเหตุ เ กิ ด บริ เวณถนนสาย ๓๐๔ กิ โ ลเมตรที่ ๒๙ - ๓๐ หมูท ี่ ๑ ตำบลบุพราหมณ อำเภอนาดี จังหวัด ปราจี น บุ รี ทำให ไ ม ส ามารถเดิ น ทางไปเสนอราคา ไดทันตามเวลาที่กำหนด ซึ่งผูฟองคดีไดโทรศัพทแจง ใหเจาหนาที่ผูดำเนินการประกวดราคาทราบถึงเหตุ ดังกลาวแลว แตสำนักงานกอสราง ๗ สำนักโครงการ ขนาดใหญ ไดมีหนังสือ ลงวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๓ แจ ง ผู ฟ อ งคดี ว า ผูฟองคดีไมสงผูแทนมาลงทะเบียน เพื่อเขาสูกระบวนการเสนอราคาตามวั น เวลา และ สถานที่กำหนด อันเปนการผิดเงื่อนไขประกวดราคา จึงขอยึดหลักประกันซองของผูฟองคดี ผูฟองคดีไดมี หนังสือลงวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๓ อุทธรณการยึดหลัก ประกันซองตอผูถ กู ฟองคดีที่ ๑ ซึง่ สำนักงานกอสราง ๗ ไดมีหนังสือ ลงวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๓ แจงผูฟองคดี วาการเกิดอุบัติเหตุตามที่ผูฟองคดีอาง ไมอาจถือวา เปนเหตุสุดวิสัยตามมาตรา ๘ แหงประมวลกฎหมาย แพ ง และพาณิ ช ย อุ ท ธรณ ข องผู ฟ อ งคดี จึ ง ฟ ง ไม ขึ้ น ขอใหศาลมีคำพิพากษาหรือคำสัง่ ใหผถู กู ฟองคดีทงั้ สอง ไมมีสิทธิยึดหลักประกันซองของผูฟองคดี ใหผูถูกฟอง คดีทั้งสองคืนหลักประกันซองจำนวน ๔๑๑,๙๑๕ บาท พรอมดอกเบี้ยในอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ของตนเงิน ดังกลาวตั้งแตวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๓ เปนตนไป จนกวาจะชำระเสร็จแกผูฟองคดี ใหผถู กู ฟองคดีทงั้ สอง ชำระคาธรรมเนียมศาลแทนผูฟ อ งคดี
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
(ข) สรุปคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด อ า งเก็ บ น้ ำ ตามโครงการห ว ยโสมงอั น เนื่ อ งมาจาก เหตุ แ ห ง การฟ อ งคดี นี้ สื บ เนื่ อ งมาจากการที่ พระราชดำริ ที่ ผู ฟ อ งคดี กั บ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ทั้ ง สอง กรมชลประทานโดยผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ได มี ป ระกาศ มุ ง จะกระทำขึ้ น ในภายหลั ง สั ญ ญาที่ เ กิ ด ขึ้ น ก อ นนี้ ประกวดราคาซื้ อ ดิ น ลู ก รั ง วั ส ดุ คั ด เลื อ ก “ก” และ มี ลั ก ษณะเป น สั ญ ญาเบื้ อ งต น ที่ เ รี ย กว า สั ญ ญา วั ส ดุ คั ด เลื อ ก “ข” ด ว ยวิ ธี ก ารทางอิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส หลักประกันซอง โดยสัญญาดังกลาวมีกรมชลประทาน ของงานก อ สร า งอ า งเก็ บ น้ ำ ตามโครงการห ว ยโสมง โดยผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ เป น คู สั ญ ญาที่ เ ป น หน ว ยงาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลแกงดินสอ อำเภอ ทางปกครอง และมีลักษณะเปนสัญญาที่ผูถูกฟองคดี นาดี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งตามเอกสารประกวดราคา ที่ ๑ ใช เ อกสิ ท ธิ์ ข องรั ฐ ในการกำหนดข อ ตกลงของ ซื้อดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสดังกลาวมีขอแนะนำ สัญญาตามประกาศประกวดราคาประกอบกับเอกสาร และขอกำหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติของ ประกวดราคาซื้ อ ด ว ยวิ ธี ก ารทาง ผูเสนอราคา หลักฐานการยื่นขอเสนอ สัญญาหลักประกันซอง อิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส แ ต เ พี ย งฝ า ยเดี ย ว การเสนอราคาหลั ก ประกั น ซอง สัญญาทางปกครอง โดยการอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติ และโดยการเสนอราคาผู เ สนอราคา วิ ธี ป ฏิ บั ติ ร าชการทางปกครอง พ.ศ. จะต อ งยื่ น ซองเอกสารประกวดราคาซื้ อ ด ว ยวิ ธี ก าร ๒๕๓๙ กฎกระทรวงฉบั บ ที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๔๓) ทางอิเล็กทรอนิกส และหลักประกันซองเปนจำนวนเงิน ออกตามความในพระราชบั ญ ญั ติ วิ ธี ป ฏิ บั ติ ร าชการ ๔๑๑,๙๑๕ บาท หากผูมีสิทธิเสนอราคาไมสงผูแทน ทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ และระเบียบสำนักนายก มาลงทะเบี ย นเพื่ อ เข า สู ก ระบวนการเสนอราคา รั ฐ มนตรี ว า ด ว ยการพั ส ดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ออกคำสั่ ง ตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด กรมชลประทาน ทางปกครองหรื อ ดำเนิ น การในขั้ น ตอนต า งๆ ที่ เ ป น โดยผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ จะยึ ด หลั ก ประกั น ซองทั น ที ขอตกลงของสัญญา ไมวาจะในเรื่องของการกำหนด ซึ่งประกาศดังกลาวนอกจากจะมีสถานะทางกฎหมาย คุณสมบัตขิ องคูส ญ ั ญา วิธกี ารเลือกคูส ญ ั ญา การมีคำสัง่ เป น คำสั่ ง ทางปกครองทั่ ว ไปแล ว ยั ง มี ลั ก ษณะเป น รับคำเสนอราคาของคูสัญญา การควบคุมการปฏิบัติ คำเชื้ อ เชิ ญ ให ผู มี อ าชี พ ขายพั ส ดุ ที่ ป ระกวดราคาซื้ อ ตามสัญญา และการแกไขสัญญาไดแตเพียงฝายเดียว ทำคำเสนอขอเขาทำสัญญาซื้อขายตามแบบสัญญาที่ โดยผูฟองคดีซึ่งเปนคูสัญญาฝายเอกชนไมอาจกำหนด กำหนด อีกทั้งยังมีลักษณะเปนคำเสนอใหผูที่จะเขา เปลี่ยนแปลง หรือปฏิเสธไมยอมรับขอตกลงในสัญญา เสนอราคาปฏิ บั ติ ต ามเงื่ อ นไขของการเสนอราคา ดังกลาวไดเลย อันแสดงใหเห็นถึงขอกำหนดในสัญญา ที่กรมชลประทานโดยผูถูกฟองคดีที่ ๑ กำหนดอีกดวย ดั ง กล า วซึ่ ง มี ลั ก ษณะพิ เ ศษที่ แ สดงถึ ง เอกสิ ท ธิ์ ข อง เมื่ อ ต อ มาผู ฟ อ งคดี ไ ด ยื่ น ซองเอกสารประกวดราคา กรมชลประทาน โดยผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ที่ มี เ หนื อ โดยจั ด ทำหนั ง สื อ แสดงเงื่ อ นไขการซื้ อ และการจ า ง ผูฟองคดี ซึ่งเปนคูสัญญาฝายเอกชน อันเปนลักษณะ โดยการประกวดราคาดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส พิเศษของสัญญาทางปกครองที่ไมอาจพบไดในสัญญา และวางหลั ก ประกั น ซองต อ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ แล ว ทางแพงที่เปนไปตามหลักเสรีภาพในการแสดงเจตนา จึงถือวาผูฟองคดีไดแสดงเจตนาสนองรับคำเสนอของ ของคูส ญ ั ญาในการกำหนดขอตกลงของสัญญาเปนสำคัญ กรมชลประทานโดยผูถูกฟองคดีที่ ๑ และกอใหเกิด นอกจากนัน้ สัญญาดังกลาวยังมีวตั ถุประสงค จัดหาหรือ สัญญาขึ้นตามนัยมาตรา ๓๖๑ วรรคหนึ่ง แหงประมวล จัดใหมีเครื่องมือหรืออุปกรณที่สำคัญหรือจำเปนเพื่อใช กฎหมายแพงและพาณิชย อันเปนสัญญาประเภทหนึ่ง ในการจัดทำบริการสาธารณะใหบรรลุผลดวย กลาวคือ ที่เกิดขึ้นกอนสัญญาซื้อขายดินลูกรัง วัสดุคัดเลือก “ก” หากไมมีดินลูกรังวัสดุคัดเลือก “ก” และ วัสดุคัดเลือก และวัสดุคัดเลือก “ข” เพื่อนำไปใชสำหรับงานกอสราง “ข” ย อ มไม อ าจก อ สร า งอ า งเก็ บ น้ ำ ตามโครงการ
115
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
หวยโสมงอันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ อันเปนการจัดทำ บริ ก ารสาธารณะของกรมชลประทานตามข อ ๑ ของกฎกระทรวงแบ ง ส ว นราชการกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ พ.ศ.๒๕๔๕ ใหบรรลุผล ได ดังนัน้ สัญญาหลักประกันซองดังกลาวจึงเปนสัญญา ทางปกครองตามมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติจั ด ตั้ ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เมื่อผูฟองคดีฟองวา ไดรับความเดือดรอนหรือเสียหาย จากการที่กรมชลประทานโดยผูถูกฟองคดีที่ ๑ ยึดเงิน หลักประกันซองของผูฟองคดีไมชอบดวยหนังสือแสดง เงื่อนไขการซื้อและการจางโดยการประกวดราคาดวย วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส เนื่องจากผูฟองคดีมิไดจงใจ ไมสงผูแทนเขาลงทะเบียนประกวดราคา ขอใหศาล พิ พ ากษาว า ผู ถู ก ฟ อ งคดี ทั้ ง สองไม มี สิ ท ธิ ยึ ด เงิ น หลั ก ประกั น ซองที่ ผู ฟ อ งคดี ว างประกั น ไว แ ละให คืนเงินดังกลาวพรอมดอกเบี้ยแกผูฟองคดี คดีนี้จึงเปน คดี พิ พ าทที่ อ ยู ใ นอำนาจพิ จ ารณาพิ พ ากษาของ ศาลปกครอง ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ ง (๔) แห ง พระราชบัญญัติเดียวกัน
คดีพิพาทเกี่ยวกับทองถิ่น คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๓๑/๒๕๕๔
116
(ก) สรุปคำฟอง คดีนี้ผูฟองคดีฟององคการบริหารสวนตำบล ไชยสถานเปนผูถูกฟองคดีที่ ๑ สภาองคการบริหาร สวนตำบลไชยสถานเปนผูถูกฟองคดีที่ ๒ โดยฟองวา ผูถูกฟองคดีที่ ๒ ไดจัดใหมีการประชุมสภาสมัยสามัญ ที่ ๔ ครั้งที่ ๗/๒๕๔๕ วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ โดยนาย บ. สมาชิกของผูถูกฟองคดีที่ ๒ ไดยื่นญัตติ ดวน ลงวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๔๕ ใหผูถูกฟองคดีที่ ๒ พิจารณาใหผูฟองคดี ซึ่งเปนสมาชิกและดำรงตำแหนง ประธานของผูถูกฟองคดีที่ ๒ พนจากการเปนสมาชิก ซึง่ ญัตติดงั กลาวมีขอ กลาวหาวา ผูฟ อ งคดีมคี วามประพฤติ ในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียและกอความไมสงบ
เรียบรอย หรือกระทำการอันเสื่อมเสียประโยชนของ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ซึ่ ง ที่ ป ระชุ ม ได มี ม ติ เ ห็ น ชอบให ผูฟ อ งคดีพน จากตำแหนง ๑๗ เสียง ไมเห็นชอบ ๓ เสียง งดออกเสียง ๑ เสียง บัตรเสีย ๑ บัตร โดยมีสมาชิก เขารวมประชุม จำนวน ๒๒ คน ผูฟองคดีเห็นวา มติ ของผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ ดั ง กล า ว เป น การใช อ ำนาจ โดยปราศจากการพิจารณาพยานหลักฐาน และการ ตรวจสอบขอเท็จจริงใหรอบคอบ ทั้งเปนการใชอำนาจ โดยไม ค ำนึ ง ถึ ง รั ฐ ธรรมนู ญ แห ง ราชอาณาจั ก รไทย พุ ท ธศั ก ราช ๒๕๔๐ มาตรา ๔๔ และมาตรา ๗๖ นอกจากนี้ ยังเปนการใชอำนาจที่ขัดตอพระราชบัญญัติ สภาตำบลและองคการบริหารสวนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ รวมทั้ ง ที่ แ ก ไขเพิ่ ม เติ ม จนถึ ง ป จ จุ บั น โดยเฉพาะ มาตรา ๔๗ ตรี และมติดังกลาวจะตองมีคะแนนเสียง ไมนอยกวาสามในสี่ของจำนวนสมาชิกองคการบริหาร สวนตำบลทั้งหมดเทาที่มีอยู โดยที่ขอกลาวหาทั้งหมด ไมเปนความจริง เปนการกลั่นแกลงผูฟองคดี เนื่องจาก ที่ผานมาผูฟองคดีเปนผูตรวจสอบการบริหารงานของ องคการบริหารสวนตำบลอยางเครงครัดและตอเนื่อง ขอกลาวหาของนาย บ. และมติของผูถูกฟองคดีที่ ๒ ไม ถู ก ต อ ง ก อ ให เ กิ ด ความไม เ ป น ธรรม ผู ฟ อ งคดี ไ ด อุ ท ธรณ แ ละโต แ ย ง มติ ข องผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ ไปยัง ผูวาราชการจังหวัดนาน เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ และผูวาราชการจังหวัดนานมีหนังสือลงวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๔๖ วินิจฉัยยกอุทธรณของผูฟองคดี นายอำเภอเมืองนานไดแจงผลการพิจารณาอุทธรณ และสิ ท ธิ ใ นการฟ อ งคดี ต อ ศาลปกครองให ผู ฟ อ งคดี ทราบเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๔๖ ผูฟองคดีเห็นวา การที่ผูถูกฟองคดีที่ ๒ มีมติถอดถอนผูฟองคดีออกจาก สมาชิ ก นั้ น เนื่ อ งมาจากความไม พ อใจที่ ผู ฟ อ งคดี นำขอมูลเอกสารประกาศราคาปานกลางทีด่ นิ ไปเผยแพร ใหประชาชนไดทราบวา ผูถูกฟองคดีที่ ๑ เก็บภาษี ในอั ต ราเกิ น กว า ที่ ก ฎหมายให อ ำนาจไว และได มี การชุมนุมเรียกรองสิทธิของประชาชนเมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๔๕ ณ ที่วาการอำเภอเมืองนาน เพื่อให คืนเงินสวนเกินที่เก็บจากประชาชน ซึ่งบัดนี้ไดคืนเงิน
ารปฏิ บั ติ ง านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ใหประชาชนเปนทีเ่ รียบรอยแลว ขอใหศาลมีคำพิพากษา หรือคำสั่งใหเพิกถอนมติของผูถูกฟองคดีที่ ๒ ในการ ประชุมสมัยสามัญที่ ๔ ครั้งที่ ๗/๒๕๔๕ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิ ก ายน ๒๕๔๕ และสั่ ง ให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ มอบสมาชิกภาพสมาชิกสภาองคการบริหารสวนตำบล ไชยสถานและตำแหนงประธานสภาองคการบริหาร สวนตำบลไชยสถาน พรอมทั้งสิทธิและอำนาจหนาที่ อั น พึ ง มี ต ามพระราชบั ญ ญั ติ ส ภาตำบลและองค ก าร บริหารสวนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ใหแกผูฟองคดี
เลขานุการสภาทำใหมกี ารประชุมและจายเงินงบประมาณ โดยไมจำเปน ใชอำนาจประธานสภาโดยมิชอบ รวบรัด การประชุม บายเบีย่ งประเด็นอภิปราย ถวงเวลาการประชุม โดยเฉพาะการเปดประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ ทำใหเกิด ความลาชาในการปฏิบตั งิ านแกไขปญหานัน้ ขอกลาวหา ทีก่ ลาวมาไมปรากฏวามีการระบุวา ผูฟ อ งคดีไดทำหนาที่ ขัดตอขอบังคับกระทรวงมหาดไทย วาดวยการประชุม สภาองคการบริหารสวนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๘ ในขอใด และในการประชุ ม สภา ก็ ไ ม ป รากฏว า มี ส มาชิ ก ของ ผูถูกฟองคดีที่ ๒ ไดทักทวงการทำหนาที่ของผูฟองคดี (ข) สรุปคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ตามข อ บั ง คั บ กระทรวงมหาดไทยดั ง กล า ว และการ ผู ฟ อ งคดี ฟ อ งว า มติ ข องผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ กล า วหาผู ฟ อ งคดี ว า ปฏิ บั ติ ห น า ที่ เ ป น ไปในทางที่ จ ะ ในการประชุ ม สมั ย สามั ญ ที่ ๔ ครั้ ง ที่ ๗/๒๕๔๕ นำมาซึ่งความเสื่อมเสียหรือกอความไมสงบเรียบรอย เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ ใหผูฟองคดีพนจาก แก อ งค ก ารบริ ห ารส ว นตำบล หรื อ กระทำการอั น ตำแหนงสมาชิกสภาองคการ เสื่ อ มเสี ย ประโยชน ข องสภา บริ ห ารส ว นตำบลไชยสถาน มติ ส ภา อบต.ให ส มาชิ ก สภา องค ก ารบริ ห ารส ว นตำบล และตำแหน ง ประธานสภา อบต.พนสภาพการเปนสมาชิก ผู ถู ก ฟ อ งคดี ทั้ ง สองเพี ย งแต องค ก ารบริ ห ารส ว นตำบล ผู มี ค วามประพฤติ ใ นทางที่ จ ะ กล า วอ า งถึ ง ข อ บกพร อ งใน ไชยสถาน ไมชอบดวยกฎหมาย การปฏิ บั ติ ห น า ที่ บ างส ว น นำมาซึ ่ ง ความเสื ่ อ มเสี ย หรื อ ก อ มติของผูถูกฟองคดีที่ ๒ เปน โดยไม มี พ ยานหลั ก ฐานใดที่ คำสัง่ ทางปกครองตามมาตรา ๕ ความไมสงบเรียบรอยแก อบต. นำมาแสดงตอศาลใหปรากฏ วรรคหนึง่ แหงพระราชบัญญัติ หรื อ กระทำการอั น เสื่ อ มเสี ย ตามขอกลาวหาวาผูฟ อ งคดีเปน วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ประโยชนของสภา อบต. ผูมีพฤติกรรมดังกลาว ลำพัง พ.ศ. ๒๕๓๙ คดีนี้จึงเปนคดี ที่ ผู ฟ อ งคดี ไ ม ต รวจรายงาน พิพาทตามมาตรา ๙ วรรคหนึง่ (๑) แหงพระราชบัญญัติ การประชุม ตอมา อำเภอไดทักทวงและสงคืนรายงาน จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ใหแกไข จนตองมีการเปดประชุม แกไขเปลี่ยนแปลง ๒๕๔๒ ผู ฟ อ งคดี จึ ง เป น ผู ไ ด รั บ ความเดื อ ดร อ นหรื อ รายงานทำใหสูญเสียงบประมาณไปโดยไมจำเปน หรือ เสียหายหรืออาจจะเดือดรอนหรือเสียหายโดยมิอาจ การอนุญาตใหประชาชนเขารับฟงการประชุม และมี หลีกเลีย่ งได อันเนือ่ งมาจากการกระทำของผูถ กู ฟองคดี ส ว นร ว มแสดงความคิ ด เห็ น ในที่ ป ระชุ ม หรื อ การที่ ที่ ๒ และการแกไขหรือบรรเทาความเดือดรอนหรือ ผูฟองคดีใชดุลพินิจเกี่ยวกับการลงมติในการพิจารณา เสี ย หายต อ งมี ค ำบั ง คั บ ตามที่ ก ำหนดในมาตรา ๗๒ เรื่องตางๆ ของผูถูกฟองคดีที่ ๒ วาใหทำเปนการลับ ผูฟ อ งคดีจงึ มีสทิ ธิฟอ งคดีตอ ศาลปกครองตามมาตรา ๔๒ หรื อ เป ด เผยนั้ น ก็ เ ป น การปฏิ บั ติ ห น า ที่ แ ละการใช วรรคหนึง่ แหงพระราชบัญญัตเิ ดียวกัน การกลาวอางวา ดุลพินิจโดยทั่วไปในฐานะที่ผูฟองคดีเปนประธานสภา ผู ฟ อ งคดี ว างตั ว ไม เ ป น กลางในการปฏิ บั ติ ห น า ที่ องค ก ารบริ ห ารส ว นตำบลซึ่ ง เป น อำนาจที่ มี อ ยู ประธานสภาองคการบริหารสวนตำบล ปฏิบัติหนาที่ ตามกฎหมาย แมจะปรากฏวาการทำหนาทีข่ องผูฟ อ งคดี บกพร อ งในการกำกั บ ดู แ ลการปฏิ บั ติ ห น า ที่ ข อง มีความบกพรองอยูบางแตก็อยูในวิสัยของการปฏิบัติ
117
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
118
หนาทีโ่ ดยทัว่ ไป กรณีจงึ ยังไมอาจกลาวไดวา ผูฟ อ งคดีเปน ผูมีความประพฤติไปในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสีย หรื อ ก อ ความไม ส งบเรี ย บร อ ยแก อ งค ก ารบริ ห าร ส ว นตำบล หรื อ กระทำการอั น เสื่ อ มเสี ย ประโยชน ของสภาองค ก ารบริ ห ารส ว นตำบล สวนกรณีที่ไดมี การอภิ ป รายเรื่ อ งการแปรญั ต ติ ง บประมาณรายจ า ย คาศึกษาดูงานไปตัง้ จายเปนคาเครือ่ งพนยา แตผฟู อ งคดี ไปกล า วแก ป ระชาชนว า สมาชิ ก สภาองค ก ารบริ ห าร สวนตำบลตั้งงบประมาณไปเที่ยว ทำใหประชาชนมี ปฏิกิริยาตอองคการบริหารสวนตำบลนั้น การกระทำ ดังกลาว หากเปนการกลาวหรือไขขาวขอความอันเปนเท็จ และทำให มี บุ ค คลใดได รั บ ความเสี ย หาย บุ ค คลนั้ น ยอมดำเนินการทางกฎหมายกับผูฟองคดีไดไมวาจะ เปนทางแพงหรืออาญา แตการจะนำเหตุดังกลาวซึ่ง ยังไมไดมกี ารพิสจู นทราบวาเปนความจริงหรือไม นำมา ฟงวาการกระทำของผูฟ อ งคดีดงั กลาว เปนการทีผ่ ฟู อ งคดี มี ค วามประพฤติ ใ นทางที่ จ ะนำมาซึ่ ง ความเสื่ อ มเสี ย หรื อ ก อ ความไม ส งบเรี ย บร อ ยแก อ งค ก ารบริ ห าร สวนตำบล หรือกระทำการอันเสื่อมเสียประโยชนของ สภาองคการบริหารสวนตำบลนั้น ยังไมอาจรับฟงได นอกจากนั้นมีการกลาวหาวา ผูฟองคดีนำเอกสารของ ทางราชการไปเผยแพรโดยมีความประสงคเพื่อหวังผล ทางการเมือง สรางความแตกแยกและความไมสงบสุข ในตำบล ก อ ให เ กิ ด ภาพพจน ข ององค ก ารบริ ห าร สวนตำบลในทางที่เสียหาย รวมถึงการเปนผูปลุกระดม ยั่วยุผูนำทองถิ่น มวลชน รวมกับมวลชนเรียกรองกรณี ขอคืนภาษี ณ ทีว่ า การอำเภอเมืองนานนัน้ ขอเท็จจริง ฟงไดวา ผูฟ อ งคดีไดนำเอาสำเนาประกาศราคาปานกลาง ทีด่ นิ ในการจัดเก็บภาษีบำรุงทองทีป่ ระจำ ป พ.ศ. ๒๕๔๕ ไปแจกจายประชาชนในตำบลทำใหผูที่ชำระภาษีบำรุง ท อ งที่ ใ ห แ ก อ งค ก ารบริ ห ารส ว นตำบลไชยสถาน ผูถ กู ฟองคดีที่ ๑ ไดทราบวา มีการจัดเก็บภาษีบำรุงทองที่ เกินกวาอัตราที่กฎหมายกำหนดไว ทำใหประชาชนไม พอใจ จึงไดมีการชุมนุมประทวงและรองเรียนขอคืน ภาษี ณ ที่วาการอำเภอเมืองนานและศาลากลางจังหวัด ในเมื่อความปรากฏตอมาวาผูถูกฟองคดีที่ ๑ ไดมีการ
ดำเนินการคืนเงินภาษีบำรุงทองที่สวนที่จัดเก็บเกินกวา ที่กฎหมายกำหนดใหแกประชาชน ยอมแสดงใหเห็นวา มีการบริหารงานที่ผิดพลาดของผูถูกฟองคดีที่ ๑ และ การกระทำดังกลาวของผูฟ อ งคดีซงึ่ เปนสมาชิกของผูถ กู ฟอง คดีที่ ๒ มีหนาที่ควบคุมการปฏิบัติงานของผูถูกฟองคดี ที่ ๑ ให เ ป น ไปตามนโยบายและแผนพั ฒ นาตำบล กฎหมาย ระเบี ย บ และข อ บั ง คั บ ของทางราชการ ตามมาตรา ๔๖ แหงพระราชบัญญัติสภาตำบลและ องค ก ารบริ ห ารส ว นตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่ ง แก ไข เพิ่ ม เติ ม โดยพระราชบั ญ ญั ติ ส ภาตำบลและองค ก าร บริหารสวนตำบล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๖ เมื่อไม ปรากฏพยานหลักฐานที่ชัดแจงวาในวันเวลาดังกลาว ผูฟ อ งคดีเปนผูน ำหรือมีสว นเกีย่ วของในการนำประชาชน ไปชุมนุมเรียกรองขอคืนภาษี ณ ที่วาการอำเภอ การที่ ผู ฟ อ งคดี ไ ด ไ ปร ว มสั ง เกตการณ แ ละอยู ใ นที่ ชุ ม นุ ม เรียกรองนั้นดวย ยังไมพอฟงวาผูฟองคดีเปนผูชักนำ หรือยั่วยุประชาชนใหกระทำการดังกลาว สวนการที่ ผู ฟ อ งคดี ไ ด น ำอั ต ราภาษี บ ำรุ ง ท อ งที่ ไ ปเผยแพร แ ก ประชาชนและตอมาไดมีการขอคืนภาษีสวนที่เรียกเก็บ เกินกวาที่กฎหมายกำหนด มิไดเปนการกระทำที่ทำให เสียประโยชนแกองคการบริหารสวนตำบล เอกสาร ขอมูลดังกลาวก็เปนเอกสารที่ประชาชนสามารถรับรูได มิใชเปนเอกสารความลับที่ตองปกปด การกระทำของ ผูฟองคดีก็เปนการทำหนาที่ประการหนึ่งของสมาชิก สภาองคการบริหารสวนตำบลทีต่ อ งควบคุมการปฏิบตั งิ าน ของคณะกรรมการบริหารใหเปนไปตามนโยบายและ แผนพัฒนาตำบล กฎหมาย ระเบียบ และข อ บั ง คั บ ของทางราชการ กรณีจึงยังถือไมไดวา ผูฟองคดีเปน ผูมีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสีย หรือกอความไมสงบเรียบรอยแกองคการบริหารสวนตำบล หรือกระทำการอันเสื่อมเสียประโยชนของสภาองคการ บริหารสวนตำบล ตามมาตรา ๔๗ ตรี วรรคหนึ่ง (๘) แหงพระราชบัญญัตสิ ภาตำบลและองคการบริหารสวนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่ ง แก ไขเพิ่ ม เติ ม โดยพระราชบั ญ ญั ติ สภาตำบลและองคการบริหารสวนตำบล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังนั้น เมื่อการกระทำของผูฟองคดีมิได
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ขัดตอมาตรา ๔๗ ตรี วรรคหนึง่ (๘) แหงพระราชบัญญัติ ดังกลาว มติของผูถูกฟองคดีที่ ๒ ในการประชุมสภา องค ก ารบริ ห ารส ว นตำบลไชยสถานสมั ย สามั ญ ที่ ๔ ครั้งที่ ๗/๒๕๔๕ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ ที่ ใหผูฟองคดีพนจากตำแหนงสมาชิกสภาองคการบริหาร สวนตำบลไชยสถานตามมาตรา ๔๗ ตรี วรรคหนึ่ง (๘) แหงพระราชบัญญัติเดียวกัน จึงไมชอบดวยกฎหมาย
คดีพิพาทเกี่ยวกับการบริหารราชการแผนดิน
และพระราชบัญญัตโิ บราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิ พิ ธ ภั ณ ฑสถานแห ง ชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ซึ่ ง มี ผลกระทบต อ เขตแดนของราชอาณาจั ก รไทย และ เกิดความเสียหายแกประชาชนและยากแกการแกไข เยียวยาในภายหลัง ขอใหศาลปกครองมีคำพิพากษา หรื อ คำสั่ ง ให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ถ อนบั น ทึ ก ข อ ตกลงของ คณะกรรมาธิการเขตแดนรวม ไทย - กัมพูชา ออกจาก การลงมติรับรองของรัฐสภา
(ข) สรุปคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด การที่ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ไ ด น ำบั น ทึ ก ข อ ตกลงของ คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๓๖๒/๒๕๕๔ คณะกรรมาธิการเขตแดนรวมไทย - กัมพูชา (MOU (ก) สรุปคำฟอง ๒๕๔๓ และ JBC) เสนอเพื่ อ ให รั ฐ สภาพิ จ ารณา ค ดี นี้ ผู ฟ อ ง ค ดี ฟ อ ง น า ย ก รั ฐ ม น ต รี เ ป น เห็ น ชอบในวั น ที่ ๒ พฤศจิ ก ายน ๒๕๕๓ เป น การ ผู ถู ก ฟ อ งคดี โดยฟ อ งว า ผู ฟ อ งคดี เ ป น นั ก วิ ช าการ ใช อ ำนาจทางบริ ห ารของรั ฐ โดยฝ า ยบริ ห ารตาม อิ ส ระและอุ ป นายกสมาคม บทบั ญ ญั ติ ข องรั ฐ ธรรมนู ญ นักโบราณคดีแหงประเทศไทย การใช อ ำนาจของฝ า ยบริ ห าร และเมื่ อ บทบั ญ ญั ติ มาตรา ผู ถู ก ฟ อ ง ค ดี ไ ด น ำ บั น ทึ ก ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ๑๙๐ ของรั ฐ ธรรมนู ญ แห ง ขอตกลงของคณะกรรมาธิการ ราชอาณาจักรไทย ไดกำหนด มิ ใ ช ก ารใช อ ำนาจทางปกครอง เขตแดนร ว มไทย - กั ม พู ช า กระบวนการตรวจสอบการ เขาเสนอตอรัฐสภา เพือ่ ใหลงมติ ตามกฎหมายหรื อ การดำเนิ น ใช อ ำนาจของฝ า ยบริ ห าร รับรองในวันที่ ๒ พฤศจิกายน กิจการทางปกครอง ใ น เรื่ อ ง ดั ง ก ล า ว โ ด ย ต อ ง ๒๕๕๓ บันทึกขอตกลงดังกลาว ผ า นการตรวจสอบและให มี ผ ลผู ก พั น กั บ ตำแหน ง ที่ ถู ก ต อ งของหลั ก เขตแดน ความเห็นชอบของรัฐสภาในฐานะฝายนิติบัญญัติกอน ไทย - กัมพูชา โดยจะมีการจัดทำหลักเขตแดนขึ้นใหม อันเปนการควบคุมทางการเมือง ตามหลักการปกครอง โดยคณะกรรมาธิการซึ่งไมมีนักโบราณคดีรวมอยูดวย ระบอบประชาธิ ป ไตยอั น มี พ ระมหากษั ต ริ ย ท รงเป น การตรวจสอบตำแหน ง ที่ ตั้ ง และบู ร ณะซ อ มแซม ประมุข การดำเนินการดังกลาวของผูถูกฟองคดีจึงเปน หลั ก เขตแดนซึ่งเปนโบราณสถานดังกลาวเปนหนาที่ กรณีของการใชอำนาจของฝายบริหารตามบทบัญญัติ ของฝายโบราณคดี ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน ของรัฐธรรมนูญ มิใชการใชอำนาจทางปกครองตาม โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุแ ละพิ พิ ธ ภั ณ ฑสถานแห ง ชาติ กฎหมายหรือการดำเนินกิจการทางปกครอง ดังนั้น พ.ศ. ๒๕๐๔ การกระทำของผู ถู ก ฟ อ งคดี จึ ง ก อ คดีนี้จึงมิใชคดีพิพาทที่อยูในอำนาจพิจารณาพิพากษา ใหเกิดความเสียหายแกประชาชนทุกหมูเหลา สมาคม ของศาลปกครอง ตามมาตรา ๒๒๓ วรรคหนึ่ง ของ นักโบราณคดีแหงประเทศไทย และประเทศชาติ และ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ การลงมติ ข องรั ฐ สภารั บ รองบั น ทึ ก ข อ ตกลงของ ประกอบกับมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติ คณะกรรมาธิการเขตแดนรวมไทย - กัมพูชา ในวันที่ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เปนการกระทำทีข่ ดั ตอรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๒
119
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
รายงานการวิเคราะหเหตุแหงการฟองคดีปกครอง ประจำป พ.ศ. ๒๕๕๔
120
โดยที่ ม าตรา ๗๗ (๕) แห ง พระราชบั ญ ญั ติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ บั ญ ญั ติ ใ ห ส ำนั ก งานศาลปกครองมี ห น า ที่ วิเคราะหเหตุแหงการฟองคดี เพื่อเสนอแนะแนวทาง ปรั บ ปรุ ง วิ ธี ป ฏิ บั ติ ร าชการต อ หน ว ยงานของรั ฐ ที่เกี่ยวของ สำนักงานศาลปกครองจึงจัดทำรายงาน การวิเคราะหเหตุแหงการฟองคดีปกครอง โดยศึกษา วิ เ คราะห จ ากคำวิ นิ จ ฉั ย ของศาลปกครองสู ง สุ ด ในป พ.ศ. ๒๕๕๔ และไดคัดเลือกประเภทคดีที่มีปริมาณ การฟองจำนวนมาก รวมทั้งคดีที่อาจสงผลกระทบตอ ประชาชนเปนวงกวางมาเปนตัวอยางของการศึกษา วิเคราะหเหตุแหงการฟองคดีจำนวน ๔ คดี ไดแก คดี ปกครองเกี่ ย วกั บ องค ก รวิ ช าชี พ (สั ต วแพทยสภา ออกคำสั่งลงโทษผูประกอบวิชาชีพการสัตวแพทยกรณี โฆษณาความรู ค วามสามารถของตน) คดี ป กครอง เกี่ยวกับที่ดิน (เจาพนักงานที่ดินไมตรวจสอบลายมือชื่อ ของผูขอทำนิติกรรม) คดีปกครองเกี่ยวกับการพัสดุ (การออกคำสั่งยกเลิกการสอบราคาและการเผยแพร ประกาศสอบราคาโดยไม ช อบด ว ยกฎหมาย) คดี ปกครองเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลภาครัฐ (การ ออกคำสั่ ง ย า ยข า ราชการครู ใ นตำแหน ง ผู บ ริ ห าร สถานศึ ก ษาโดยไม เ ป น ไปตามความประสงค ข อง ผูยื่นคำขอ) ทั้งนี้ สำนักงานศาลปกครองไดเรียบเรียง นำเสนอผลการศึ ก ษาประกอบด ว ยสาระสำคั ญ ๔ ส ว นด ว ยกั น คื อ สรุ ป ข อ เท็ จ จริ ง ในคดี สรุ ป คำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด บทวิเคราะหเหตุ-
แหงการฟองคดี และขอเสนอแนะสำหรับหนวยงาน ทางปกครองหรื อ เจ า หน า ที่ ข องรั ฐ โดยในส ว นของ บทวิเคราะหเหตุแหงการฟองคดีนั้น พบวา เหตุแหง การฟ อ งคดี ที่ เ กิ ด ขึ้ น สื บ เนื่ อ งจากสาเหตุ ส ำคั ญ ๔ ประการ ได แ ก ๑) เหตุ แ ห ง การฟ อ งคดี อั น เกิ ด จาก ประชาชนโดยตรง ๒) เหตุแหงการฟองคดีอันเกิดจาก ระบบงานหรือขั้นตอนการปฏิบัติงานของหนวยงาน ทางปกครอง ๓) เหตุ แ ห ง การฟ อ งคดี อั น เกิ ด จาก บทบัญญัติของกฎหมาย และ ๔) เหตุแหงการฟองคดี อันเกิดจากหนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐ ซึ่งจากผลการวิเคราะหเหตุแหงการฟองคดีดังกลาว สำนั ก งานศาลปกครองได พิ จ ารณาจั ด ทำข อ เสนอ แนะแนวทางแกไขปญหาที่เกิดขึ้นในแตละคดี เพื่อให สวนราชการที่เกี่ยวของนำไปประกอบการพิจารณา ปรับปรุงวิธีปฏิบัติราชการใหมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นตอไป ซึ่งจะนำไปสูการลดขอพิพาทที่อาจขึ้นสูศาลปกครองได อีกทางหนึ่งดวย โดยรายละเอียดเกี่ยวกับการวิเคราะห เหตุแหงการฟองคดีดังกลาวนั้น มีดังตอไปนี้ ๑. เหตุแหงการฟองคดีอนั เกิดจากประชาชน โดยตรง ผู ป ระกอบวิ ช าชี พ การสั ต วแพทย ฟ อ ง ขอให ศ าลเพิ ก ถอนคำสั่ ง ของนายกสั ต วแพทยสภา ทีล่ งโทษวากลาวตักเตือนกรณีประพฤติผดิ จรรยาบรรณ แหงวิชาชีพการสัตวแพทยตามขอบังคับสัตวแพทยสภา
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
วาดวยจรรยาบรรณแหงวิชาชีพการสัตวแพทย พ.ศ. ๒๕๔๖ ในหมวด ๔ วาดวยการโฆษณาการประกอบวิชาชีพ การสัตวแพทย๑ (ก) สรุปขอเท็จจริง ผูฟ อ งคดีเปนผูป ระกอบวิชาชีพการสัตวแพทย โดยเป น สั ต วแพทย ที่ ป รึ ก ษาแผนกโรคหั ว ใจประจำ โรงพยาบาลสัตวแหงหนึ่ง ไดใหสัมภาษณแกวารสาร ฉบั บ หนึ่ ง เกี่ ย วกั บ ความภู มิ ใจในวิ ช าชี พ สั ต วแพทย ซึง่ ตอมา ปรากฏบทความในวารสารฉบับดังกลาวเกีย่ วกับ เรื่องที่ผูฟองคดีใหสัมภาษณ โดยกลาวถึงการบำบัดโรค ใหแกสนุ ขั พันธุด ลั เมเชีย่ น ความตัง้ ใจเรียนเปนสัตวแพทย ผูเ ชีย่ วชาญทางดานโรคหัวใจในสุนขั และแมวโดยเฉพาะ รวมถึงการเรียนดานดังกลาววามีความยากแตทาทาย ความต อ งการรั ก ษาสั ต ว ใ ห ห ายจึ ง เรี ย นในระบบ ทางไกลด ว ยการติ ด ต อ มหาวิ ท ยาลั ย ที่ ป ระเทศ ออสเตรเลีย เมื่อเรียนจบมาแลวก็รักษาสุนัขและแมว ที่ ป ว ยเป น โรคหั ว ใจให ห ายได ถึ ง ไม ห ายขาดแต ก็ ลดความเจ็ บ ปวดทรมานของสั ต ว ไ ด แ ละยั ง ช ว ยให เจ า ของสั ต ว ส บายใจ พร อ มทั้ ง มี ภ าพผู ฟ อ งคดี ใ นชุ ด ปฏิ บั ติ ง านของโรงพยาบาลสั ต ว แ ห ง หนึ่ ง และข า ง ภาพถ า ยผู ฟ อ งคดี ไ ด ร ะบุ ชื่ อ ผู ฟ อ งคดี ว า สั ต วแพทย ผู เชี่ ย วชาญเฉพาะทางด า นโรคหั ว ใจ ปริ ญ ญาตรี คณะสัตวแพทยศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน Post Grad Foundation ประเทศออสเตรเลีย (การศึกษา ทางไกล) ทางด า นโรคหั ว ใจในสุ นั ข และแมว ต อ มา นายกสัตวแพทยสภา (ผูถูกฟองคดี) ไดมีคำสั่งลงโทษ วากลาวตักเตือนผูฟ อ งคดี กรณีเลขาธิการสัตวแพทยสภา กล า วโทษว า ผู ฟ อ งคดี ป ระพฤติ ผิ ด จรรยาบรรณ แหงวิชาชีพการสัตวแพทยตามขอบังคับสัตวแพทยสภา ว า ด ว ยจรรยาบรรณแห ง วิ ช าชี พ การสั ต วแพทยสภา พ.ศ. ๒๕๔๖ ในหมวด ๔ ว า ด ว ยการโฆษณาการ ประกอบวิ ช าชี พ การสั ต วแพทย เนื่ อ งจากบทความ ดังกลาวทำใหผูอานเขาใจไดวาผูฟองคดีเปนผูมีความรู ๑
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๒๖๕/๒๕๕๔
ความสามารถเชี่ ย วชาญในด า นโรคหั ว ใจของสุ นั ข และแมวโดยเฉพาะ อั น เป น ไปในทำนองโฆษณา คุ ณ วุ ฒิ ความรูความสามารถของตนเองโดยเผยแพร ในสื่อมวลชน อีกทั้ง การที่ผูฟองคดีซึ่งเปนผูประกอบ วิชาชีพการสัตวแพทยไดใหวารสารดังกลาวถายภาพ ขณะที่ตนสวมชุดสัตวแพทยซึ่งติดบัตรประจำตัวที่มี เครือ่ งหมายของโรงพยาบาลดังกลาว ยอมเปนการยินยอม ให ผู อื่ น โฆษณาการประกอบวิ ช าชี พ การสั ต วแพทย ผูฟองคดีเห็นวา คำสั่งของผูถูกฟองคดีดังกลาวไมชอบ ดวยกฎหมายและไมเปนธรรมตอผูฟองคดี เนื่องจาก หัวขอทีส่ มั ภาษณเปนเนือ้ หาเกีย่ วกับความภูมใิ จในวิชาชีพ ไมไดเปนการทำใหเสื่อมเสียตอวิชาชีพ และในขณะ สั ม ภาษณ ไ ม ไ ด มี ก ารกล า วถึ ง ความรู ค วามชำนาญ ในการประกอบวิชาชีพของผูฟองคดีวา เปนผูเชี่ยวชาญ หรือชำนาญเฉพาะทางดานโรคหัวใจในสุนัขและแมว แตอยางใด การที่ปรากฏบทความดานขางรูปภาพของ ผู ฟ อ งคดี ร ะบุ ว า ผู ฟ อ งคดี เ ป น ผู เชี่ ย วชาญเฉพาะ ทางดานโรคหัวใจในนิตยสารดังกลาว เปนการกระทำไป โดยพลการของผูเขียนบทความเอง และในบทความ ที่ปรากฏในวารสารดังกลาวไมมีขอความหรือภาพถาย ทีแ่ สดงใหเห็นวาเปนโรงพยาบาลสัตวแหงใด เครือ่ งหมาย ของโรงพยาบาลสั ต ว ที่ ป รากฏอยู ใ นบั ต รประจำตั ว สัตวแพทยติดอยูที่เสื้อของผูฟองคดีที่สวมใสในขณะ สัมภาษณกไ็ มอาจสังเกตเห็นได จึงไมใชการใหสมั ภาษณ เพื่อโฆษณาโรงพยาบาลสัตวแหงนั้นแตอยางใด และ โดยที่เปนการใหสัมภาษณในระหวางขณะปฏิบตั หิ นาที่ ผูฟองคดีจึงไมสามารถถอดเสื้อไดเนื่องจากเปนไปตาม ระเบี ย บของโรงพยาบาล ผู ฟ อ งคดี จึ ง นำคดี ม าฟ อ ง ขอใหศาลเพิกถอนคำสั่งลงโทษของผูถูกฟองคดี (ข) สรุปคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด การที่ผูฟองคดีซึ่งเปนผูประกอบวิชาชีพ การสั ต วแพทย ไ ม ไ ด ด ำเนิ น การเพื่ อ ให นั ก ข า วของ วารสารนำบทความที่ผูฟองคดีไดใหสัมภาษณเกี่ยวกับ 121
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
การประกอบวิชาชีพการสัตวแพทยของตนเพื่อเผยแพร ลงในวารสารมาตรวจสอบก อ น ว า จะขั ด กั บ การ ประกอบวิ ช าชี พ ของตนหรื อ ไม ก อ นนำตี พิ ม พ เ พื่ อ เผยแพรตอสาธารณชน และการที่ผูฟองคดีใหนักขาว ถายภาพผูฟองคดีในขณะที่ผูฟองคดีสวมเสื้อสัตวแพทย ที่ มี เ ครื่ อ งหมายของโรงพยาบาลดั ง กล า วติ ด อยู เพื่อประกอบบทความ อันอาจนำไปใชในทางโฆษณา การประกอบวิชาชีพของตน แมจะมีขนาดเล็กที่ไมอาจ สังเกตได แตเมื่ออานบทความประกอบแลวยอมทราบ ไดวาเปนของโรงพยาบาลสัตวแหงใด ทั้งที่ผูฟองคดี อาจเพี ย งถอดเสื้ อ สั ต วแพทย ที่ มี ต ราสั ญ ลั ก ษณ ข อง โรงพยาบาลสัตวถงึ แมจะอยูใ นระหวางการปฏิบตั หิ นาที่ ก็ตามก็ยอมสามารถทำได การกระทำของผูฟองคดี จึ ง เป น การไม ร ะมั ด ระวั ง ตามวิ สั ย ที่ พึ ง มี เ พื่ อ ป อ งกั น มิใหมกี ารประกอบวิชาชีพของตนแพรออกไปในสือ่ มวลชน เปนไปในทำนองเผยแพรความรูความสามารถของตน จึงเปนการฝาฝนขอ ๒๔๒ ของขอบังคับแพทยสภาวา ด ว ยจรรยาบรรณแห ง วิ ช าชี พ การสั ต วแพทย พ.ศ. ๒๕๔๖ อีกทั้ง โทษวากลาวตักเตือนเปนโทษที่เบาที่สุด ตามที่กำหนดไวในมาตรา ๔๕๓ แหงพระราชบัญญัติ วิ ช าชี พ การสั ต วแพทย พ.ศ. ๒๕๔๕ ดั ง นั้ น คำสั่ ง ของนายกสั ต วแพทยสภาที่ ล งโทษว า กล า วตั ก เตื อ น ผูฟองคดีจึงชอบดวยกฎหมาย
ขอบังคับแพทยสภาวาดวยจรรยาบรรณแหงวิชาชีพการสัตวแพทย พ.ศ. ๒๕๔๖ ขอ ๒๔ ผูประกอบวิชาชีพการสัตวแพทยตองระมัดระวังตามวิสัยที่พึงมี มิใหการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทยของตนแพรออกไปใน สื่อมวลชนเปนไปในทำนองโฆษณาคุณวุฒิ ความรูความสามารถของตนหรือของผูอื่น ๓ พระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวแพทย พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๔๕ เมื่อคณะกรรมการไดรับสำนวนการสอบสวนและความเห็นของคณะอนุกรรมการสอบสวนแลว ใหคณะกรรมการพิจารณาสำนวน การสอบสวนและความเห็นดังกลาวโดยไมชักชา คณะกรรมการอาจใหคณะอนุกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติมกอนวินิจฉัยชี้ขาดก็ได คณะกรรมการมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดอยางใดอยางหนึ่งดังตอไปนี้ (๑) ยกขอกลาวหาหรือขอกลาวโทษ ในกรณีที่เห็นวาผูประกอบวิชาชีพการสัตวแพทยมิไดกระทำผิดตามขอกลาวหาหรือขอกลาวโทษ หรือ (๒) ลงโทษอยางใดอยางหนึ่งดังตอไปนี้ ในกรณีที่เห็นวาผูประกอบวิชาชีพการสัตวแพทยไดกระทำผิดจริงตามขอกลาวหาหรือขอกลาวโทษ (ก) วากลาวตักเตือน (ข) ภาคทัณฑ (ค) พักใชใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แตไมเกินสองป (ง) เพิกถอนใบอนุญาต ภายใตบังคับมาตรา ๒๘ คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการตามมาตรานี้ ใหทำเปนคำสั่งสัตวแพทยสภาพรอมดวยเหตุผลของการวินิจฉัยชี้ขาด และใหถือเปนที่สุด ๒
122
(ค) บทวิเคราะหเหตุแหงการฟองคดี จากการศึ ก ษาวิ เ คราะห ข อ เท็ จ จริ ง ของ คดี นี้ พ บว า สาเหตุ เ กิ ด จากตั ว ของผู ฟ อ งคดี ซึ่ ง เป น ผูประกอบวิชาชีพการสัตวแพทยขาดความรูความเขาใจ ในขอบังคับแพทยสภาวาดวยจรรยาบรรณแหงวิชาชีพ การสัตวแพทยอันเปนอาชีพของตน คดีนแี้ มขอ เท็จจริงจะปรากฏตามคำวินจิ ฉัย ของศาลปกครองสูงสุดวา ผูฟองคดีซึ่งเปนผูประกอบ วิชาชีพการสัตวแพทยไมไดตรวจสอบบทความที่ผูฟอง คดีไดใหสัมภาษณกอนวาจะขัดกับการประกอบวิชาชีพ ของตนหรือไมกอ นนำตีพมิ พเพือ่ เผยแพรตอ สาธารณชน อันเปนการไมระมัดระวังตามวิสัยที่พึงมีเพื่อปองกัน มิใหมกี ารประกอบวิชาชีพของตนแพรออกไปในสือ่ มวลชน เปนไปในทำนองเผยแพรความรูความสามารถของตน แต ห ากพิ จ ารณาถึ ง ประเด็ น ข อ ต อ สู ข องผู ฟ อ งคดี โดยตลอดแลว ผูฟองคดียังพยายามนำเสนอตอศาลวา ผูฟองคดีเห็นวาพฤติการณของผูฟองคดีไมนาจะถือวา เปนการกระทำผิดจรรยาบรรณแหงวิชาชีพการสัตวแพทย เนือ่ งจากขณะสัมภาษณไมไดกลาวถึงความรูค วามชำนาญ ในการประกอบวิชาชีพ การที่ปรากฏขอความดังกลาว ขางรูปภาพของผูฟองคดีเปนการกระทำโดยพลการ ของผู เขี ย นบทความ หรื อ การที่ ภ าพถ า ยเป น ภาพ
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ผู ฟ อ งคดี ใ ส เ สื้ อ สั ต วแพทย แ ละมี เ ครื่ อ งหมาย ของโรงพยาบาลติ ด อยู เนื่ อ งจากขณะสั ม ภาษณ นั้ น ผู ฟ อ งคดี อ ยู ร ะหว า งปฏิ บั ติ ห น า ที่ ใ นโรงพยาบาล ซึ่งตามระเบียบของโรงพยาบาลตองแตงเครื่องแบบ จากขอเท็จจริงในประเด็นตางๆ ที่ผูฟองคดีพยายาม นำเสนอนั้ น ผู ถู ก ฟ อ งคดี ล ว นใช ดุ ล พิ นิ จ วิ นิ จ ฉั ย ว า เป น กรณี เ ข า ข า ยเป น การยิ น ยอมให ผู อื่ น โฆษณา การประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย ดังนัน้ จึงอาจถือไดวา เหตุแหงการฟองคดีนี้ คือ การที่ผูฟองคดีขาดความรู ความเข า ใจในพฤติ ก ารณ อั น ถื อ เป น การกระทำผิ ด จรรยาบรรณแหงวิชาชีพของตน (ง) ขอเสนอแนะ เนื่องจากการพิจารณาวินิจฉัยวา กรณีใด ถือเปนการแพรออกไปในสื่อมวลชนเปนไปในทำนอง โฆษณาคุ ณ วุ ฒิ ความรู ค วามสามารถของตนหรื อ ของผู อื่ น เป น เรื่ อ งที่ ขึ้ น อยู กั บ ข อ เท็ จ จริ ง เป น รายกรณีและดุลพินิจของสัตวแพทยสภา (พิจารณา โดยคณะกรรมการสั ต วแพทยสภา) ซึ่ ง นั บ ตั้ ง แต มี การใชบังคับขอบังคับแพทยสภาวาดวยจรรยาบรรณ แหงวิชาชีพการสัตวแพทย พ.ศ. ๒๕๔๖ จนถึงปจจุบัน เชื่อวาคงมีกรณีที่ผานการวินิจฉัยของสัตวแพทยสภา แลวจำนวนหนึ่ง จึงสมควรที่สัตวแพทยสภาจะจัดใหมี คู มื อ หรื อ เอกสารเผยแพร แ ก ส มาชิ ก สั ต วแพทยสภา เพื่ อ เป น การประชาสั ม พั น ธ ใ ห ท ราบถึ ง การกระทำ ที่เขาขายถือวาเปนการแพรออกไปในสื่อมวลชนเปนไป ในทำนองโฆษณาคุณวุฒิ ความรูความสามารถของตน หรือของผูอื่น เพื่อเปนเอกสารอางอิงและเปนแนวทาง ใหสมาชิกสัตวแพทยสภาไดระมัดระวังในการกระทำ ทีอ่ าจถือวาเปนการโฆษณาดังกลาว ทัง้ นี้ สัตวแพทยสภา อาจพิจารณาเผยแพรขอ มูลดังกลาวผานทางสือ่ สารสนเทศ อื่นๆ ประกอบดวย
นอกจากการรวบรวมกรณีที่อาจเขาขาย เป น การโฆษณาเพื่ อ เผยแพร แ ล ว สั ต วแพทยสภา ยั ง อาจออกคำแนะนำหรื อ แนวปฏิ บั ติ ใ นการให สั ม ภาษณ สื่ อ มวลชนต อ สมาชิ ก สั ต วแพทยสภาว า หากมีการใหสัมภาษณ ผูใหสัมภาษณควรมีแนวทาง ดำเนินการอยางไร โดยเฉพาะอยางยิง่ การขอตรวจอาน ตนฉบับเอกสารกอนการเผยแพร โดยอาจแนะนำใหทำ หลักฐานการอนุญาตใหเผยแพรตนฉบับบทสัมภาษณ ใหชัดเจน เพื่อปองกันขอกลาวอางวา ผูใหสัมภาษณ ไม ไ ด ใ ห สั ม ภาษณ ต ามที่ มี ก ารนำลงในบทสั ม ภาษณ หรื อ การนำบทความดั ง กล า วไปเผยแพร เ ป น การ ดำเนิ น การโดยพลการของผู สั ม ภาษณ ดั ง เช น การ กลาวอางของผูฟองคดีในคดีนี้ ทั้ ง นี้ การดำเนิ น การตามข อ เสนอแนะ ข า งต น นอกจากจะเป น แนวทางการปฏิ บั ติ ใ นการ ให สั ม ภาษณ ข องผู ป ระกอบวิ ช าชี พ สั ต วแพทย แ ล ว ยั ง จะเป น แนวทางประกอบการใช ดุ ล พิ นิ จ วิ นิ จ ฉั ย ของคณะกรรมการสั ต วแพทยสภาในความผิ ด ฐาน ดังกลาววา หากมีกรณีอันเปนขอเท็จจริงในลักษณะ เชนเดียวกันนี้ จะไดรับการพิจารณาบนบรรทัดฐาน เดี ย วกั น กั บ สมาชิ ก สั ต วแพทยสภารายอื่ น อั น เป น หลั ก ประกั น ให แ ก บ รรดาสมาชิ ก สั ต วแพทยสภา ที่ถูกกลาวหาวากระทำผิดจรรยาบรรณแหงวิชาชีพ อนึง่ โดยที่ มาตรา ๔๖๔ แหงพระราชบัญญัติ วาดวยวิชาชีพสัตวแพทย พ.ศ. ๒๕๔๕ ไดบัญญัติไว โดยชัดแจงวา ใหเลขาธิการแจงคำสั่งสัตวแพทยสภา ตามมาตรา ๔๕ วรรคสี่ ไปยังผูถูกกลาวหาหรือผูถูก กล า วโทษทราบภายในสิ บ ห า วั น นั บ แต วั น ที่ มี ค ำสั่ ง ซึง่ ขอเท็จจริงตามคดีนี้ ผูฟ อ งคดีอา งวาการทีไ่ มแจงคำสัง่ สัตวแพทยสภาภายในกำหนดเวลาตามกฎหมายดังกลาว ยอมเปนเหตุใหคำสั่งดังกลาวไมชอบ แมวาผลในทาง กฎหมายแล ว ความล า ช า ในการแจ ง คำสั่ ง ที่ เ กิ ด ขึ้ น
พระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวแพทย พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๔๖ ใหเลขาธิการแจงคำสั่งสัตวแพทยสภาตามมาตรา ๔๕ วรรคสี่ ไปยังผูถูกกลาวหาหรือผูถูกกลาวโทษทราบภายในสิบหาวันนับแต วันที่มีคำสั่ง และใหบันทึกขอความตามคำสั่งนั้นไวในทะเบียนผูประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย หลักเกณฑและวิธีการแจงคำสั่งตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด ๔
123
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
ดั ง กล า วจะไม เ ป น เหตุ ท ำให ค ำสั่ ง นั้ น ไม ช อบตาม การกลาวอางของผูฟองคดี แตการแจงคำสั่งดังกลาว ก็ ค วรดำเนิ น การตามกรอบระยะเวลาของกฎหมาย เพื่อปองกันการกลาวอางเพื่อเปนเหตุสนับสนุนวาคำสั่ง สัตวแพทยสภาไมชอบดวยกฎหมายดังเชนคดีนี้ ๒. เหตุแหงการฟองคดีอนั เกิดจากระบบงาน หรือขัน้ ตอนการปฏิบตั งิ านของหนวยงานทางปกครอง ผู ฟ อ งคดี ฟ อ งขอให ศาลมี ค ำสั่ ง ให ก รมที่ ดิ น ชดใช ค า เสี ย หายกรณี เ จ า พนั ก งานที่ ดิ น ดำเนิ น การจดทะเบี ย นขายฝาก ที่ ดิ น พร อ มสิ่ ง ปลู ก สร า งในที่ ดิ น โดยไม ต รวจสอบลายมื อ ชื่ อ ของ ผูข อทำนิตกิ รรมขายฝากที่ดิน๕ (ก) สรุปขอเท็จจริง ผู ฟ อ งคดี ไ ด จ ดทะเบี ย นรั บ ซื้ อ ฝากที่ ดิ น โฉนดเลขที่ ๓๘๒๓๘ และที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๘๓๕๗ จากนาง ส. โดยโฉนดที่ดินทั้งสองแปลงเปนสินสมรส ระหว า งนาย น. กั บ นาง ส. แต ต ามหลั ก ฐานมี ชื่ อ นาย น. เปนผูถ อื กรรมสิทธิใ์ นทีด่ นิ เพียงคนเดียว ในการ จดทะเบี ย นขายฝากทั้ ง สองครั้ ง พนั ก งานเจ า หน า ที่ ระดับ ๔ และนักวิชาการที่ดินระดับ ๖ สำนักงานที่ดิน จังหวัดเชียงรายเปนผูรับจดทะเบียนใหผูฟองคดี ตอมา นาย น. ไดเปนโจทกยื่นฟองนาง ส. และผูฟองคดีตอ ศาลจั ง หวั ด เชี ย งราย ขอให ศ าลเพิ ก ถอนนิ ติ ก รรม การขายฝากที่ดินทั้งสองแปลงพรอมทั้งคืนโฉนดที่ดิน ทั้ ง สองฉบั บ ให โจทก เนื่ อ งจากโจทก ไ ม ไ ด เ ป น ผู ไ ป จดทะเบียนขายฝากที่ดินพรอมสิ่งปลูกสรางที่พิพาท และมิไดมอบอำนาจใหผูใดไปดำเนินการ ศาลจังหวัด เชียงรายมีคำพิพากษายกฟอง นาย น. ไดยื่นอุทธรณ คำพิพากษาศาลอุทธรณพิจารณาแลวเห็นวาลายมือชื่อ 124
๕
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๔๐/๒๕๕๔
ของนาย น. ทั้งกอนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุมีลักษณะ ลี ล า รู ป ร า ง เหมื อ นกั น มาโดยตลอด จะมี เ ฉพาะที่ ปรากฏในหนังสือสัญญาขายฝากที่ดินเทานั้นที่แตกตาง และไม เ หมื อ นกั น อย า งเห็ น ชั ด โดยง า ย จึ ง เชื่ อ ได ว า ลายมือชื่อในชองผูขายฝากตามหนังสือสัญญาขายฝาก ทีด่ นิ ไมใชลายมือชือ่ ทีแ่ ทจริงของนาย น. จึงมีคำพิพากษา กลับคำพิพากษาศาลชัน้ ตน โดยใหเพิกถอนการขายฝาก ที่ดินพิพาทและใหผูฟองคดีคืนโฉนดที่ดินทั้งสองฉบับ ใหนาย น. ผูฟองคดีเห็นวากรมที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) ได ก ระทำละเมิ ด ต อ ผู ฟ อ งคดี โดยรั บ จดทะเบี ย นขายฝากที่ ดิ น พร อ มสิ่ ง ปลู ก สร า งที่ พิ พ าทด ว ย ความประมาทเลินเลออยางรายแรง ไมใชความระมัดระวังอยางเพียงพอ ในการตรวจสอบลายมื อ ชื่ อ ของ ผู ม าขอทำนิ ติ ก รรมขายฝากกั บ ลายมื อ ชื่ อ ของนาย น. ที่ แ ท จ ริ ง ทั้ ง ที่ เจ า หน า ที่ ดั ง กล า วมี ค วามชำนาญในการตรวจ พิสูจนลายมือชื่อของผูขอทำนิติกรรม ทำใหผูฟองคดี ไดรับความเดือดรอนเสียหาย จึงไดฟองผูถูกฟองคดี ตอศาลจังหวัดเชียงราย และในระหวางที่คดีดังกลาว อยูในการพิจารณาของศาลจังหวัดเชียงราย ผูฟองคดี ไดใหถอยคำตอคณะกรรมการตรวจสอบขอเท็จจริง ความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาทีว่ า การจดทะเบียน ขายฝากที่ ดิ น พิ พ าททั้ ง สองแปลง นาย น. ได ล งชื่ อ ในสัญญาขายฝากที่ดินและเอกสารตางๆ ดวยตนเอง ทั้ ง หมด ต อ มา ศาลจั ง หวั ด เชี ย งรายพิ จ ารณาแล ว เห็นวาเปนคดีที่อยูในอำนาจพิจารณาของศาลปกครอง เชียงใหมจึงสงความเห็นมายังศาลปกครองเชียงใหม ซึ่งศาลปกครองเชียงใหมเห็นพองดวยวา คดีดังกลาว อยูในเขตอำนาจของศาลปกครองเชียงใหม ศาลจังหวัด เชียงรายจึงมีคำสั่งจำหนายคดีออกจากสารบบความ ผู ฟ อ งคดี จึ ง นำคดี ม าฟ อ งต อ ศาลปกครองเชี ย งใหม ขอใหผูถูกฟองคดีชดใชคาเสียหายใหแกผูฟองคดี
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
(ข) สรุปคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด มาตรา ๗๔ วรรคหนึ่ ง ๖ แห ง ประมวล กฎหมายที่ดิน และขอ ๒๗ ของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบั ญ ญั ติ ใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ไดกำหนดให เจ า หน า ที่ มี อ ำนาจสอบสวนคู ก รณี แ ละตรวจสอบ เอกสารหลักฐานตามความจำเปนและใหดำเนินการ ไปตามสมควรแกกรณี ดังนัน้ ในการตรวจสอบลายมือชือ่ ของผูข อทำนิตกิ รรม เจาหนาทีจ่ งึ มีหนาทีเ่ พียงตรวจสอบ วาลายมือชื่อดังกลาวมีความคลายคลึงกับลายมือชื่อ ที่ปรากฏในเอกสารอื่นหรือไม โดยการตรวจสอบดวย สายตาตามธรรมดาเทาที่วิญูชนพึงกระทำไดเทานั้น การตรวจสอบลายมือชือ่ ดังกลาว เจาหนาทีผ่ ดู ำเนินการ จึ ง ไม อ ยู ใ นฐานะที่ เ ป น ผู ช ำนาญการในการตรวจ พิสูจนลายมือชื่อของผูขอทำนิติกรรม และกรณีการ ลงลายมือชื่อของบุคคลนั้น ตามปกติบุคคลทั่วๆ ไป อาจลงลายมื อ ชื่ อ ที่ มี ลั ก ษณะแตกต า งจากชื่ อ และ นามสกุลจริงจนไมอาจที่จะเห็นไดวา บุคคลนั้นมีชื่อ หรือนามสกุลจริงเปนประการใด ซึ่งแตกตางจากกรณีที่ กำหนดให มี ก ารเขี ย นชื่ อ และนามสกุ ล ด ว ยลายมื อ ตั ว บรรจง หากมี ก ารเขี ย นพยั ญ ชนะหรื อ สระไม ต รง กั บ ชื่ อ และนามสกุ ล จริ ง ย อ มสั ง เกตเห็ น ได โ ดยง า ย เมื่อในกรณีนี้ตามคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม และหนังสือสัญญาขายฝาก ไมไดกำหนดใหเขียนชื่อ และนามสกุลดวยตัวบรรจง คูกรณียอมลงลายมือชื่อ ซึ่งอาจไมตรงกับชื่อและนามสกุลจริงได สวนกรณีที่ ศาลอุทธรณเห็นวา ลายมือชือ่ ในหนังสือสัญญาขายฝาก ทั้งสองฉบับแตกตางและไมเหมือนกันอยางเห็นไดชัด
โดยงายเมือ่ เปรียบเทียบกับเอกสารอืน่ ๆ ของนาย น. นัน้ ที่ศาลอุทธรณมีคำวินิจฉัยในกรณีดังกลาว เปนเพราะ เหตุที่มีการฟองรองวามีการปลอมลายมือชื่อในหนังสือ สั ญ ญาขายฝาก ประเด็ น ว า มี ก ารปลอมลายมื อ ชื่ อ หรือไมจึงเปนประเด็นสำคัญของคดีที่ตองหยิบยกขึ้น วินิจฉัย แตการพิจารณาตรวจสอบลายมือชื่อนาย น. โดยเจ า หน า ที่ ข องผู ถู ก ฟ อ งคดี เ ป น เพี ย งขั้ น ตอน ในรายละเอี ย ดขั้ น ตอนหนึ่ ง ก อ นที่ จ ะรั บ จดทะเบี ย น ขายฝากและมิไดมผี ใู ดโตแยงคัดคานในเรือ่ งความถูกตอง ของลายมื อ ชื่ อ แต อ ย า งใด อี ก ทั้ ง ผู ฟ อ งคดี ก็ ไ ด ใ ห ถอยคำยืนยันและไดบนั ทึกเปนลายลักษณอกั ษรปรากฏ ที่ ด า นหลั ง หนั ง สื อ สั ญ ญาขายฝากที่ ดิ น ทั้ ง สองฉบั บ เปนเหตุใหเจาหนาที่ของผูถูกฟองคดีเชื่อวาคูสัญญา ที่มาในวันจดทะเบียนทั้งสองครั้งเปนคูสัญญาที่แทจริง และไม มี เ หตุ ใ ห เจ า หน า ที่ ข องผู ถู ก ฟ อ งคดี ส งสั ย ว า มีการปลอมลายมือชือ่ ในหนังสือสัญญาขายฝากดังกลาว การตรวจสอบลายมือชื่อนาย น. ของเจาหนาที่ของ ผูถ กู ฟองคดีจงึ อยูบ นพืน้ ฐานทีแ่ ตกตางจากการพิจารณา ของศาลอุทธรณ ดังนั้น จึงถือไดวาในการดำเนินการ ตรวจสอบเอกสารหลักฐานและการจดทะเบียนขายฝาก ที่ ดิ น พร อ มสิ่ ง ปลู ก สร า งที่ พิ พ าททั้ ง สองครั้ ง ดั ง กล า ว เจาหนาที่ข องผู ถู ก ฟ อ งคดี ไ ด ด ำเนิ น การตามสมควร แกหนาทีแ่ ลว มิไดเปนการประมาทเลินเลอดังทีผ่ ฟู อ งคดี กล า วอ า ง เมื่ อ ข อ เท็ จ จริ ง รั บ ฟ ง ได เ ป น ที่ ยุ ติ ว า ในวั น จดทะเบียนผูฟองคดีไดยืนยันตอเจาหนาที่วาไดติดตอ กั บ เจ า ของที่ ดิ น โดยตรง เป น เหตุ ใ ห เจ า หน า ที่ ข อง ผู ถู ก ฟ อ งคดี เชื่ อ ว า บุ ค คลที่ ม าในวั น จดทะเบี ย นคื อ คู สั ญ ญาที่ แ ท จ ริ ง และได จ ดทะเบี ย นให ต ามคำขอ
ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๗๔ ในการดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมของพนักงานเจาหนาที่ ตามมาตรา ๗๑ ใหพนักงานเจาหนาที่มีอำนาจสอบสวน คูกรณี และเรียกบุคคลที่เกี่ยวของมาใหถอยคำ หรือสงเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของไดตามความจำเปน แลวใหพนักงานเจาหนาที่ดำเนินการไปตามควร แกกรณี ฯลฯ ฯลฯ ๗ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ ๒ กอนทำการจดทะเบียนใหพนักงานเจาหนาที่สอบสวนในเรื่องดังตอไปนี้ดวยคือ (๑) สิทธิและความสามารถของบุคคลรวมตลอดถึงความสมบูรณแหงนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย (๒) ขอกำหนดสิทธิในที่ดินและการคาที่ดิน หรือการหลีกเลี่ยงกฎหมาย เชน การไดมาซึ่งที่ดินเพื่อประโยชนแกคนตางดาว ๖
125
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
ประกอบกับผูฟองคดีไดเบิกความในคดีที่ยื่นฟองตอ ศาลจังหวัดเชียงราย และใหถอยคำตอคณะกรรมการ ตรวจสอบข อ เท็ จ จริ ง ความรั บ ผิ ด ทางละเมิ ด ของ เจาหนาที่วา นาย น. ไดมาลงชื่อในสัญญาและเอกสาร ตางๆ ดวยตนเองในวันจดทะเบียนทั้งสองครั้ง ดังนั้น ผูฟองคดีจึงไมอาจกลาวอางในภายหลังไดวาที่ผูฟองคดี ไดเบิกความยืนยันวานาย น. เปนบุคคลทีไ่ ดไปจดทะเบียน ขายฝากที่ ดิ น ด ว ยตนเองทั้ ง สองครั้ ง นั้ น เป น เพราะ ผู ฟ อ งคดี เชื่ อ โดยสุ จ ริ ต ว า เจ า หน า ที่ ข องผู ถู ก ฟ อ งคดี ปฏิบัติหนาที่ดวยความละเอียดรอบคอบดีแลว อันเปน การผลักภาระในการตรวจสอบทั้งหมดใหกับเจาหนาที่ ของผูถูกฟองคดี ทั้งๆ ที่ผูฟองคดีเปนผูรับซื้อฝากที่ดิน ตองจายเงินจำนวนมากเปนคารับซื้อฝากที่ดินและได ติดตอกับเจาของที่ดินกอนมาดำเนินการจดทะเบียน ขายฝาก ซึ่งตามปกติวิญูชนนาจะรูจักเจาของที่ดิน ทีน่ ำมาขายฝากตามสมควร สวนเจาหนาทีข่ องผูถ กู ฟอง คดี มิ ไ ด รู จั ก คุ น เคยกั บ เจ า ของที่ ดิ น ที่ น ำมาขายฝาก แตอยางใด ขอกลาวอางของผูฟองคดีดังกลาวจึงไมมี เหตุผลที่จะรับฟงได พิพากษายกฟอง
126
(ค) บทวิเคราะหเหตุแหงการฟองคดี จากการศึ ก ษาวิ เ คราะห ข อ เท็ จ จริ ง ของ คดีนพี้ บวา เหตุแหงการฟองคดีเกิดจากสาเหตุ ๒ ประการ คือ ประชาชนเขาใจอำนาจหนาทีห่ รือบทบาทของเจาหนาที่ ของรัฐคลาดเคลือ่ น และระบบการตรวจสอบขอเท็จจริง เกี่ ย วกั บ การเป น เจ า ของหรื อ ผู ค รอบครองโดยชอบ ในที่ดินของหนวยงานทางปกครองไมมีประสิทธิภาพ เท า ที่ ค วรเมื่ อ เปรี ย บเที ย บกั บ ความเจริ ญ ก า วหน า ทางเทคโนโลยีในปจจุบัน โดยมีรายละเอียดแหงการ พิจารณาตามบทวิเคราะหตอไปนี้ ๑) คดี นี้ ผู ฟ อ งคดี ซึ่ ง เป น ผู รั บ ซื้ อ ฝาก ที่ดินพิพาทมีความประสงคจะไดรับเงินคาเสียหายจาก การทีศ่ าลยุตธิ รรมไดมคี ำพิพากษาใหเพิกถอนการขายฝาก ที่ ดิ น พิ พ าทและให ผู ฟ อ งคดี คื น โฉนดที่ ดิ น พิ พ าท ใหเจาของที่ดินที่แทจริง ดวยเหตุผูที่นำโฉนดที่ดินมา จดทะเบี ย นขายฝากที่ ดิ น พิ พ าทให แ ก ผู ฟ อ งคดี ไ ม ใช
เจ า ของที่ ดิ น ตั ว จริ ง และมิ ไ ด ม อบอำนาจให ผู ใ ดไป ดำเนินการดังกลาวแทน ซึ่งผูฟองคดีเห็นวา เจาหนาที่ ของกรมที่ ดิ น ควรต อ งรั บ ผิ ด ชอบชดใช ค า เสี ย หาย ในกรณีดังกลาวใหแกผูฟองคดี ดวยเห็นวาเจาหนาที่ ของกรมที่ดินกระทำละเมิดในการปฏิบตั หิ นาที่ โดยรับ จดทะเบียนขายฝากที่ ดิ น พร อ มสิ่ ง ปลู ก สร า งที่ พิ พ าท ดวยความประมาทเลินเลออยางรายแรง ไมใชความ ระมัดระวังอยางเพียงพอในการตรวจสอบลายมือชื่อ ของผู ม าขอทำนิ ติ ก รรมขายฝากกั บ ลายมื อ ชื่ อ ของเจ า ของที่ ดิ น ที่ แ ท จ ริ ง ทั้ ง ที่ เจ า หน า ที่ ดั ง กล า ว มี ค วามชำนาญในการตรวจพิ สู จ น ล ายมื อ ชื่ อ ของ ผูขอทำนิติกรรม ในเรื่ อ งนี้ หากฟ ง ว า ผู ฟ อ งคดี เ ข า ใจ โดยสุ จ ริ ต ว า เจ า หน า ที่ ข องกรมที่ ดิ น มี ห น า ที่ ต อ ง ตรวจสอบอยางละเอียดเนื่องจากเจาหนาที่ดังกลาว ต อ งเป น ผู เชี่ ย วชาญในการตรวจพิ สู จ น ล ายมื อ ชื่ อ ผู ข อทำนิ ติ ก รรม ทั้ ง ที่ ตามมาตรา ๗๔ วรรคหนึ่ ง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน และขอ ๒ ของยุทธศาสตร ตามแผนงานและโครงการยุ ท ธศาสตร ต ามแผนงาน และโครงการที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ไดกำหนดใหเจาหนาที่ มีอำนาจสอบสวนคูก รณีและตรวจสอบเอกสารหลักฐาน ตามความจำเปนและใหดำเนินการไปตามสมควรแก กรณีเทานั้น ซึ่งศาลปกครองสูงสุดไดวินิจฉัยวา โดยผล ของขอกฎหมายดังกลาว ในการตรวจสอบลายมือชื่อ ของผูข อทำนิตกิ รรม เจาหนาทีม่ หี นาทีเ่ พียงตรวจสอบวา ลายมือชือ่ ดังกลาวมีความคลายคลึงกับลายมือชือ่ ทีป่ รากฏ ในเอกสารอื่นหรือไม โดยการตรวจสอบดวยสายตา ตามธรรมดาเทาทีว่ ญ ิ ูชนพึงกระทำไดเทานัน้ เจาหนาที่ ผู ด ำเนิ น การจดทะเบี ย นสิ ท ธิ แ ละนิ ติ ก รรมหาอยู ใ น ฐานะที่เปนผูชำนาญการในการตรวจพิสูจนลายมือชื่อ ของผู ข อทำนิ ติ ก รรมดั ง ที่ ผู ฟ อ งคดี เข า ใจไม ดั ง นั้ น ผลการวิเคราะหเหตุแหงการฟองคดีประการหนึง่ จึงเห็นวา ผู ฟ อ งคดี ใ นฐานะประชาชนเข า ใจอำนาจหน า ที่ ห รื อ บทบาทของเจาหนาที่ของกรมที่ดินคลาดเคลื่อน ๒) แมวา ผลของคำพิพากษาศาลปกครอง สูงสุดคดีนี้ ศาลจะวินิจฉัยวาหนวยงานทางปกครอง
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
หรือเจาหนาที่ของรัฐไมไดกระทำละเมิดตอผูฟองคดี ก็ตาม แตหากพิจารณาตอไปถึงเหตุที่ทำใหเจาหนาที่ ของรั ฐ รั บ จดทะเบี ย นขายฝากจนเป น เหตุ ใ ห เ กิ ด ขอพิพาทอันนำมาสูการฟองคดีทั้งตอศาลยุติธรรมและ ศาลปกครอง จะพบวาการทีเ่ จาหนาทีร่ บั จดทะเบียนให เนื่องจากเขาใจวาผูมายื่นขอจดทะเบียนขายฝากเปน เจ า ของที่ ดิ น ที่ แ ท จ ริ ง ซึ่ ง แสดงให เ ห็ น ว า ในการรั บ จดทะเบี ย นของเจ า พนั ก งานที่ ดิ น ยั ง คงมี ป ญ หาใน เรื่องการพิสูจนขอเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคล ซึ่งยังคงใช การเปรียบเทียบลายมือชื่อโดยบุคคล คือ เจาหนาที่ เปนสำคัญอยู ดังนั้น หากไดมีการปรับปรุงระบบการ ตรวจสอบขอเท็จจริงเกีย่ วกับตัวบุคคลใหมปี ระสิทธิภาพ มากกว า นี้ เช น ให เจ า หน า ที่ ที่ รั บ จดทะเบี ย นเพิ่ ม ความละเอี ย ดรอบคอบในการตรวจสอบข อ เท็ จ จริ ง ตัวบุคคลเจาของที่ดิน การสอบทานโดยสอบถามขอมูล บุ ค คลผู เ ป น เจ า ของที่ ดิ น เช น วั น เดื อ นป เ กิ ด ที่ ตั้ ง ของที่ดิน การทำประโยชนในที่ดิน เปนตน ปญหาเรื่อง การแอบอางเปนเจาของทีด่ นิ แลวนำหลักฐานทางทะเบียน มาขอจดทะเบียนตอพนักงานเจาหนาที่นาจะลดลงได อยางไรก็ดี โดยทีร่ ะบบการตรวจสอบขอเท็จจริงเกี่ยวกับ การเปนเจาของหรือผูค รอบครองโดยชอบดวยกฎหมาย ของกรมที่ ดิ น ได ก ำหนดให เจ า หน า ที่ มี ห น า ที่ เ พี ย ง ตรวจสอบวาลายมือชื่อดังกลาวมีความคลายคลึงกับ ลายมือชือ่ ทีป่ รากฏในเอกสารอืน่ หรือไม โดยการตรวจสอบ ดวยสายตาธรรมดาเทาที่วิญูชนพึงกระทำไดเทานั้น ก็ตาม แตโดยที่ปญหานี้เคยเกิดอยูเสมอดังที่ปรากฏ จำนวนการฟองคดีตอศาลซึ่งมีเปนจำนวนมาก ดังนั้น หากประสงค ใ ห ก ารหลอกลวงในลั ก ษณะนี้ ล ดลง กรมที่ ดิ น จำเป น ต อ งใช ค วามระมั ด ระวั ง เพิ่ ม ขึ้ น ใน การพิสูจนความเปนเจาของที่ดินโดยอาจพิจารณาเลือก วิธกี ารทีม่ ปี ระสิทธิภาพมากขึน้ โดยเฉพาะความเปนไปได ในการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหมมาใช แมวาอาจเปนการดำเนินการที่ตองใชงบประมาณมาก แตโดยที่การดำเนินการแกไขทางทะเบียนหนวยงาน ทางปกครองที่รับผิดชอบมีอำนาจตามกฎหมายที่จะ เรียกเก็บคาธรรมเนียมการดำเนินการได หนวยงาน
ที่เกี่ยวของจึงสมควรพิจารณาจัดสรรเงินรายไดจาก การดำเนิ น การดั ง กล า วไปพั ฒ นาระบบการพิ สู จ น ความเป น เจ า ของที่ ดิ น ให มี ค วามรั ด กุ ม ยิ่ ง ขึ้ น เช น การสแกนลายพิ ม พ นิ้ ว มื อ เพื่ อ เปรี ย บเที ย บ เป น ต น เนือ่ งจากลายพิมพนวิ้ มือไมอาจเปลีย่ นแปลงไดตลอดชีวติ ซึ่งแตกตางจากการลงลายมือชื่อที่อาจเปลี่ยนแปลงได ตามกาลเวลา ป ญ หาที่ เ กิ ด ขึ้ น ตามคดี นี้ น า จะลดลง ซึง่ ในการนำเทคโนโลยีสมัยใหมเกีย่ วกับการจัดเก็บขอมูล มาใชนี้ ไมจำเปนตองอาศัยความสามารถของเจาหนาที่ ของรัฐทีอ่ ยูใ นระดับทีม่ คี วามชำนาญมากกวาบุคคลทัว่ ไป ในการดำเนินการแตอยางใด อนึ่ง หากพิจารณาถึง ความคุม ทุนในการดำเนินการ การทีป่ ลอยใหเกิดชองวาง ในการกระทำการโดยฉ อ ฉลดั ง เช น กรณี ที่ เ กิ ด ขึ้ น นี้ หากเกิดขึน้ ไดงา ยและมีการกระทำเชนนีเ้ ปนจำนวนมาก ย อ มมี ผ ลกระทบต อ ภาพรวมทางเศรษฐกิ จ และ ความน า เชื่ อ ถื อ ของธุ ร กิ จ เกี่ ย วกั บ ที่ ดิ น ได ดั ง นั้ น การออกแบบระบบการตรวจสอบบุคคลทีม่ ปี ระสิทธิภาพ ในเรือ่ งนี้ ยอมเห็นไดวา จะเปนประโยชนทงั้ ในทางสังคม และเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม (ง) ขอเสนอแนะ ๑) ใ น ข ณ ะ ที่ ยั ง ไ ม มี ก า ร น ำ ร ะ บ บ เทคโนโลยี ส มั ย ใหม ม าใช เ พื่ อ ช ว ยในการพิ สู จ น ความเป น เจ า ของหรื อ ผู ค รอบครองที่ ดิ น ที่ แ ท จ ริ ง หากเกิ ด ป ญ หาในทำนองเดี ย วกั น นี้ กรมที่ ดิ น ควร ให ค ำแนะนำแก ผู รั บ จำนองถึ ง การใช สิ ท ธิ เรี ย กร อ ง คาเสียหายแกผูกระทำละเมิดที่แทจริง ไดแก ผูขายฝาก ทั้งนี้ กรมที่ดินอาจแจงเวียนคำพิพากษาศาลปกครอง สูงสุดคดีนี้ไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงาน ที่ดินจังหวัดสาขา เพื่อใชในการอางอิงประกอบการ ชี้แจงตอผูเสียหายดังกลาว ๒) แมศาลปกครองสูงสุดจะมีคำวินิจฉัย ในคดีนี้วา กรณีไมอาจถือวากรมที่ดินกระทำละเมิด ด ว ยเหตุ ผ ลตามที่ ป รากฏในคำพิ พ ากษาคดี นี้ แต กรมที่ ดิ น ควรมี ห นั ง สื อ แจ ง เวี ย นกำชั บ ให ผู มี อ ำนาจ หน า ที่ ใ นการรั บ จดทะเบี ย นแก ไ ขทะเบี ย นที่ ดิ น
127
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
เพิ่มความระมัดระวังในการตรวจสอบขอเท็จจริง และ หลักฐานตางๆ เกีย่ วกับการเปนเจาของหรือผูค รอบครอง ที่ดินที่แทจริงโดยถี่ถวน รวมถึงกรณีการมอบอำนาจ ให ด ำเนิ น การแทน เพื่ อ ไม ใ ห เ กิ ด ความเสี ย หายโดย ไม จ ำเป น แก ป ระชาชนผู สุ จ ริ ต โดยหากมี ข อ สงสั ย แมเพียงเล็กนอย ก็ควรไดดำเนินการตรวจสอบขอเท็จจริง เพิ่มเติมดวยวิธีการตางๆ เทาที่จะสามารถกระทำได เพือ่ การตรวจสอบและปองกันการทุจริตในการจดทะเบียน สิทธิและนิติกรรมในที่ดิน ๓) กรมที่ดินควรศึกษาความเปนไปได ถึ ง การนำเทคโนโลยี ส มั ย ใหม ม าใช เช น การสแกน ลายพิมพนิ้วมือเจาของหรือผูครอบครองที่ดินไวเปน ฐานขอมูลแทนการลงลายมือชื่อ เพื่อใชเปรียบเทียบ กับผูมาจดทะเบียนที่ดินดวยคอมพิวเตอร เนื่องจาก มีความแมนยำกวาการเปรียบเทียบลายมือชือ่ ดวยบุคคล โดยหากมีขอ จำกัดทางงบประมาณ อาจทยอยนำระบบ สารสนเทศดังกลาวมาใชในสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือ สำนั ก งานที่ ดิ น จั ง หวั ด สาขาเพิ่ ม ขึ้ น เรื่ อ ยๆ จนกว า จะครบทุ ก แห ง ทั้ ง นี้ อาจเริ่ ม ต น จากพื้ น ที่ ที่ มี ก าร จดทะเบียนเปนจำนวนมากกอน ๓. เหตุแหงการฟองคดีอนั เกิดจากบทบัญญัติ ของกฎหมาย ผูเขารวมเสนอราคาฟองขอใหหนวยงาน ทางปกครองชดใชคาเสียหายจากการออกคำสั่งยกเลิก การสอบราคาโดยไมชอบดวยกฎหมาย และการเผยแพร ประกาศสอบราคาโดยไมถูกตองตามระเบียบวาดวย การพัสดุ๘ (ก) สรุปขอเท็จจริง นายชางแขวงการทางแมฮอ งสอน (ผูถ กู ฟอง คดีที่ ๒) ประกาศสอบราคาซื้อพัสดุ (หินขนาดตางๆ) จำนวน ๓ ฉบับ โดยปดประกาศสอบราคาดังกลาวไวที่ สำนักงานของแขวงการทางแมฮองสอน (ผูถูกฟองคดี 128
๘
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๓๔๘/๒๕๕๔
ที่ ๑) และจัดสงประกาศสอบราคาซื้อพัสดุทั้ง ๓ ฉบับ ใหแกผูประกอบการที่เกี่ยวของจำนวน ๓ ราย ไดแก บริษทั ร. หางหุน สวนจำกัด ท. และหางหุน สวนจำกัด ป. โดยไมไดสงใหแกผูฟองคดี ตอมา ผูฟองคดีไดเขารวม ยืน่ ซองเสนอราคาตามประกาศสอบราคาทัง้ ๓ ฉบับขางตน แตคณะกรรมการเปดซองสอบราคา (ผูถูกฟองคดีที่ ๓) ไดเปดซองเสนอราคาและตรวจสอบเอกสารของผูฟ อ งคดี แลวพบวา สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิตบิ คุ คล และสำเนาใบทะเบี ย นภาษี มู ล ค า เพิ่ ม ที่ ผู ฟ อ งคดี ใช เป น หลั ก ฐานประกอบการเสนอราคาไม มี ผู รั บ รอง สำเนาถู ก ต อ งและไม ค รบถ ว น จึ ง ไม พิ จ ารณาราคา ของผูฟองคดี และเนื่องจากมีผูฟองคดีเปนผูเสนอราคา เพียงรายเดียว ทำใหไมมีการแขงขันการเสนอราคา จึ ง เสนอความเห็ น ให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ ยกเลิ ก การ สอบราคา ซึ่งผูถูกฟองคดีที่ ๒ เห็นชอบตามความเห็น ของผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๓ จึ ง ได อ าศั ย ข อ สงวนสิ ท ธิ ต าม ขอกำหนดทายประกาศสอบราคาทัง้ ๓ ฉบับ ขอ ๕.๓.๕ ที่กำหนดวา “กรมทรงไวซึ่งสิทธิที่จะไมรับราคาต่ำสุด หรื อ ราคาหนึ่ ง ราคาใดที่ เ สนอทั้ ง หมดก็ ไ ด และอาจ พิ จ ารณาเลื อ กซื้ อ ในจำนวนหรื อ ขนาดหรื อ เฉพาะ รายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะยกเลิกการสอบ ราคาโดยไม พิ จ ารณาซื้ อ เลยก็ ไ ด สุ ด แต จ ะพิ จ ารณา ทั้ ง นี้ เพื่ อ ประโยชน ข องทางราชการเป น สำคั ญ ...” ออกประกาศยกเลิกประกาศสอบราคาซื้อพัสดุพิพาท ทั้ง ๓ ฉบับ และไดสงประกาศยกเลิกการสอบราคา ดังกลาวไปใหแขวงการทางที่เกี่ยวของเพื่อดำเนินการ ปดประกาศตอไป แตเจาหนาที่ของผูถูกฟองคดีที่ ๑ หลงลื ม ไม ไ ด ส ง ประกาศยกเลิ ก การสอบราคาให แ ก ผูฟ อ งคดีในวันทีม่ ปี ระกาศนัน้ แตไดนำสงใหในภายหลัง ตอมา ผูถูกฟองคดีที่ ๒ ไดประกาศสอบราคาซื้อพัสดุ ครั้งใหมซึ่งเปนรายการและจำนวนเดียวกันกับประกาศ สอบราคาครั้งเดิม โดยไดสงประกาศสอบราคาครั้งใหม นีใ้ หแกผปู ระกอบการทีเ่ กีย่ วของจำนวน ๓ รายเชนเดิม ไดแก บริษัท ร. หางหุนสวนจำกัด ช. และหางหุนสวน จำกัด ป. ซึง่ ในการประกาศสอบราคาครัง้ ใหมนี้ ผูฟ อ งคดี
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ไมไดยื่นซองเสนอราคา ผลการสอบราคาปรากฏวา ผูช นะการสอบราคาเสนอราคาต่ำกวาวงเงินงบประมาณ และต่ำกวาราคาทีผ่ ฟู อ งคดีเสนอตามประกาศสอบราคา ครั้งกอน ผูฟองคดีเห็นวาการที่ผูถูกฟองคดีที่ ๒ ยกเลิก การสอบราคาตามความเห็ น ของผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๓ เป น การดำเนิ น การโดยไม ถู ก ต อ งตามข อ ๔๒ และ ข อ ๔๓ ของระเบี ย บสำนั ก นายกรั ฐ มนตรี ว า ด ว ย การพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ เนื่องจากบทบัญญัติดังกลาว ไมไดหา มมิใหพจิ ารณาราคากรณีทมี่ ผี ยู นื่ ซองเสนอราคา เพี ย งรายเดี ย วในการจั ด ซื้ อ โดยวิ ธี ส อบราคา อี ก ทั้ ง ผูถูกฟองคดีที่ ๓ ยังมีสิทธิตอรองราคาของผูฟองคดี ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีตามหนังสือสำนักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี ดวนมาก ที่ สร.๐๒๐๓/ว ๘๐ ลงวันที่ ๘ มิ ถุ น ายน ๒๕๒๑ กำหนดแนวทางไม ใ ห ตั ด สิ ท ธิ ผูเสนอราคารายที่ผิดเงื่อนไขในขอที่มิใชสาระสำคัญ การยกเลิกการสอบราคาของผูถูกฟองคดีที่ ๒ จึงเปน การใชดลุ พินจิ โดยไมชอบ นอกจากนี้ การทีผ่ ถู กู ฟองคดี ที่ ๑ ไม แจ ง ผลการสอบราคาให แ ก ผู ฟ อ งคดี ท ราบ รวมทั้งไมจัดสงประกาศจัดซื้อจัดจางใหแกผูฟองคดี แต จั ด ส ง ให แ ก ผู ป ระกอบการรายอื่ น ทั้ ง ที่ ผู ฟ อ งคดี ได มี ห นั ง สื อ ร อ งขอข อ มู ล ดั ง กล า วมาโดยตลอด
เปนการกระทำโดยมีเจตนาขัดขวาง กลั่นแกลง ไมให ผูฟองคดีไดรับความสะดวกรวดเร็วในการรับรูขอมูล ข า วสารการจั ด ซื้ อ จั ด จ า ง และมี เจตนากี ด กั น ไม ใ ห ผูฟ อ งคดีไดมโี อกาสเขารวมเสนอราคา ผูฟ อ งคดีจงึ นำคดี มาฟองตอศาล ขอใหผูถูกฟองคดีที่ ๑ ชดใชคาเสียหาย พรอมดอกเบี้ยจากการยกเลิกการสอบราคา รวมทั้ง ใหดำเนินการจัดสงเอกสารเผยแพรการจัดซื้อจัดจาง ในครั้งตอๆ ไปใหแกผูฟองคดีดวย (ข) สรุปคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ในการดำเนิ น การสอบราคากรณี ที่ มี ผูเสนอราคาเพียงรายเดียว นั้น ระเบียบสำนักนายก รั ฐ มนตรี ว า ด ว ยการพั ส ดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ กำหนดให คณะกรรมการเปดซองสอบราคาพิจารณาคัดเลือกพัสดุ หรื อ งานจ า งของผู เ สนอราคารายนั้ น ที่ มี คุ ณ สมบั ติ ถูกตองตามเงื่อนไขในเอกสารสอบราคา มีคุณภาพและ คุณสมบัติเปนประโยชนตอทางราชการ และเสนอราคา ต่ำสุดทั้งนี้ ตามขอ ๔๒ (๓)๙ และ (๔)๑๐ ประกอบกับ ขอ ๔๓ (๑)๑๑ ของระเบียบฉบับดังกลาว ดังนั้นเมื่อ ข อ เท็ จ จริ ง ปรากฏว า ผู ฟ อ งคดี ยื่ น เอกสารหลั ก ฐาน โดยไมถกู ตองครบถวนตามขอกำหนดในเอกสารสอบราคา
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ขอ ๔๒ คณะกรรมการเปดซองสอบราคามีหนาที่ดังนี้ ฯลฯ ฯลฯ (๒) ตรวจสอบคุณสมบัติของผูเสนอราคา ใบเสนอราคา แคตตาล็อก หรือแบบรูปและรายการละเอียด แลวคัดเลือกผูเสนอราคาที่ถูกตอง ตามเงื่อนไขในเอกสารสอบราคา (๓) พิจารณาคัดเลือกพัสดุหรืองานจางของผูเสนอราคาที่ถูกตองตาม (๒) ที่มีคุณภาพและคุณสมบัติเปนประโยชนตอทางราชการ และเสนอ ใหซื้อหรือจางจากรายที่คัดเลือกไวแลว ซึ่งเสนอราคาต่ำสุด ในกรณีที่ผูเสนอราคาต่ำสุดดังกลาวไมยอมเขาทำสัญญาหรือขอตกลงกับสวนราชการในเวลาที่กำหนดตามเอกสารสอบราคา ให คณะกรรมการพิจารณาจากผูเสนอราคาต่ำรายถัดไปตามลำดับ ถามีผูเสนอราคาเทากันหลายราย ใหเรียกผูเสนอราคาดังกลาวมาขอใหเสนอราคาใหมพรอมกันดวยวิธียื่นซองเสนอราคา ถาปรากฏวาราคาของผูเสนอราคารายที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจางสูงกวาวงเงินที่จะซื้อหรือจาง ใหคณะกรรมการเปดซอง สอบราคาดำเนินการตามขอ ๔๓ (๔) ในกรณีที่มีผูเสนอราคาถูกตองตรงตามรายการละเอียดและเงื่อนไขที่กำหนดไวในเอกสารสอบราคาเพียงรายเดียว ใหคณะกรรมการ ดำเนินการตาม (๓) โดยอนุโลม ฯลฯ ฯลฯ ขอ ๔๓ การซื้อหรือการจางโดยวิธีสอบราคาที่ปรากฏวาราคาของผูเสนอราคารายที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจางยังสูงกวาวงเงิน ที่จะซื้อหรือจางตามขอ ๒๗ (๔) หรือขอ ๒๘ (๕) แลวแตกรณี ใหคณะกรรมการดำเนินการตามลำดับดังนี้ (๑) เรียกผูเสนอราคารายนั้นมาตอรองราคาใหต่ำสุดเทาที่จะทำได หากผูเสนอราคารายนั้นยอมลดราคาแลว ราคาที่เสนอใหมไมสูงกวาวงเงิน ที่จะซื้อหรือจาง หรือสูงกวา แตสวนที่สูงกวานั้นไมเกินรอยละสิบของวงเงินที่จะซื้อหรือจางหรือตอรองราคาแลวไมยอมลดราคาลงอีก แตสวนที่สูงกวา เงินทีจ่ ะซือ้ หรือจางนัน้ ไมเกินรอยละสิบของวงเงินทีจ่ ะซือ้ หรือจาง ถาเห็นวาราคาดังกลาวเปนราคาทีเ่ หมาะสม ก็ใหเสนอซือ้ หรือจางจากผูเ สนอราคารายนัน้ ฯลฯ ฯลฯ 129 ๙ - ๑๒
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
130
กลาวคือ สำเนาหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน หางหุนสวนบริษัทและสำเนาใบทะเบียนภาษีมูลคาเพิ่ม ที่ ผู ฟ อ งคดี ใช เ ป น หลั ก ฐานประกอบการเสนอราคา ไมมีผูรับรองสำเนาถูกตอง รวมทั้งผูฟองคดีไมไดยื่น สำเนาเอกสารแนบทายหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคลที่ระบุวัตถุประสงคของ ห า งหุ น ส ว นจำกั ด ซึ่ ง เป น ส ว นที่ แสดงให เ ห็ น ได ว า ผู ฟ อ งคดี เ ป น ผูมีคุณสมบัติถูกตองตามประกาศ สอบราคาหรือไม การที่ผูถูกฟอง คดี ที่ ๓ ไม พิ จ ารณาราคาของ ผูฟองคดีและไมตอรองราคาของ ผูฟองคดีที่เสนอราคาสูงกวาวงเงิน ที่ จ ะซื้ อ จึ ง ไม เ ป น การกระทำที่ ไมชอบดวยขอ ๔๒ (๓) และ (๔) ประกอบกับขอ ๔๓ (๑) ของระเบียบฉบับขางตนแตอยางใด นอกจากนี้ ขอกำหนดในเอกสารสอบราคาไดกำหนดไววา หาก ผู เ สนอราคารายใดมี คุ ณ สมบั ติ ไ ม ถู ก ต อ ง หรื อ ยื่ น หลักฐานไมถกู ตองหรือไมครบถวน หรือยืน่ ซองสอบราคา ไม ถู ก ต อ งแล ว คณะกรรมการเป ด ซองสอบราคาจะ ไมพิจารณาราคาของผูเสนอราคารายนั้น เวนแตเปน ข อ ผิ ด พลาดหรื อ หลงผิ ด เพี ย งเล็ ก น อ ยหรื อ ผิ ด พลาด ไปจากเงื่ อ นไขของเอกสารสอบราคาในส ว นที่ มิ ใช สาระสำคั ญ ทั้ ง นี้ เฉพาะกรณี ที่ พิ จ ารณาเห็ น ว า เป น ประโยชน ต อ ทางราชการเท า นั้ น ดั ง นั้ น เมื่ อ ผูถูกฟองคดีที่ ๓ พิจารณาแลวเห็นวาการที่มีผูฟองคดี เป น ผู ยื่ น ซองเสนอราคาเพี ย งรายเดี ย วทำให ไ ม มี การแขงขัน จึงไมพจิ ารณาราคาของผูฟ อ งคดี และเห็นวา ควรยกเลิกการสอบราคาเพื่อประโยชนของทางราชการ โดยไมพิจารณาวาการที่ผูฟองคดียื่นเอกสารหลักฐาน ไมถูกตองครบถวนตามขอกำหนดในเอกสารสอบราคา เป น ข อ ผิ ด พลาดหรื อ หลงผิ ด เพี ย งเล็ ก น อ ยหรื อ ผิดพลาดไปจากเงื่อนไขของเอกสารสอบราคาในสวนที่ มิ ใช ส าระสำคั ญ หรื อ ไม นั้ น เป น การดำเนิ น การตาม ขอกำหนดในเอกสารสอบราคาแลว อีกทัง้ ยังเปนการใช ดุลพินจิ ทีม่ เี หตุผลรับฟงไดอกี ดวย นอกจากนี้ ขอเท็จจริง
ยังปรากฏวา ในชวงเวลาที่มีการยกเลิกการสอบราคา พิพาท ผูถูกฟองคดีที่ ๑ ไดรับรายงานจากองคการ บริ ห ารส ว นตำบลว า ได บ อกเลิ ก สั ญ ญาจ า งเหมา กอสรางงานลาดยางทางหลวงกับผูฟองคดีเนื่องจาก ผูฟองคดีทิ้งงาน ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบกับขอเท็จ จริงที่ปรากฏในภายหลังวา ผลการ ประกาศสอบราคาครั้งใหม ทำให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ สามารถจั ด ซื้ อ พั ส ดุ ไ ด ใ นราคาต่ ำ กว า ที่ ผู ฟ อ งคดี เสนอ จึงเห็นไดวา การทีผ่ ถู กู ฟองคดี ที่ ๒ ออกประกาศยกเลิกประกาศ สอบราคาซื้อพัสดุพิพาท เนื่องจาก ห ลั ก ฐ า น ก า ร เ ส น อ ร า ค า ข อ ง ผู ฟ อ ง ค ดี ไ ม มี ผู รั บ ร อ ง ส ำ เ น า ถู ก ต อ งและไม ค รบถ ว น ประกอบกั บ มี ผู เ สนอราคา รายเดียวทำใหไมมีการแขงขัน จึงไมเปนการใชดุลพินิจ โดยมิชอบ และไมใชการกระทำที่เปนการละเมิดตอ ผูฟองคดี (ค) บทวิเคราะหเหตุแหงการฟองคดี จากการศึกษาขอกฎหมายตามระเบียบสำนัก นายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุฯ ซึ่งเปนกฎหมายกลาง เกี่ ย วกั บ การจั ด ซื้ อ จั ด จ า งที่ ใช บั ง คั บ แก ส ว นราชการ เป น การทั่ ว ไป พบว า ข อ กฎหมายในแต ล ะขั้ น ตอน ของการดำเนินการจัดซื้อจัดจางมีความซับซอนและ มี ร ายละเอี ย ดค อ นข า งมาก และโดยส ว นใหญ แ ล ว ขอกฎหมายดังกลาวจะเปดโอกาสใหหนวยงานทางปกครอง หรือเจาหนาทีข่ องรัฐใชดลุ พินจิ ในการพิจารณาดำเนินการ แตโดยทีท่ ผี่ า นมานัน้ ยังไมมแี นวทางหรือกรอบในการใช ดุลพินิจกำหนดไวเปนลายลักษณอักษร คงมีแตเพียง การตอบขอหารือทีส่ ว นราชการไดหารือไปยังคณะกรรมการ วาดวยการพัสดุ (กวพ.) เทานั้น ที่ไดใหรายละเอียด หรื อ แนวทางในการใช ดุ ล พิ นิ จ ของหน ว ยงานทาง ปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐเพื่อใหการดำเนินการ จัดซื้อจัดจางเปนไปโดยถูกตองและชอบดวยกฎหมาย แตทั้งนี้ การตอบขอหารือดังกลาวสวนใหญมีลักษณะ
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
เป น การตอบข อ หารื อ ภายในของส ว นราชการเอง มิใชการตอบหรือแจงไปยังเอกชนหรือบุคคลภายนอก ไดทราบ ประกอบกับหนังสือหรือเอกสารทางวิชาการ ซึ่ ง เป น คำอธิ บ ายเกี่ ย วกั บ การดำเนิ น การจั ด ซื้ อ จั ด จ า งก็ ไ ม ไ ด มี ก ารอธิ บ ายข อ กฎหมายตามระเบี ย บ สำนักนายกรัฐมนตรีวา ดวยการพัสดุฯ เพิม่ เติม หรือมีการ ยกตัวอยางประกอบแตอยางใด คงมีเพียงการหยิบยก และจั ด หมวดหมู ข อ กฎหมายแยกตามขั้ น ตอนหรื อ กระบวนการจัดซื้อจัดจางไวเทานั้น การที่เอกชนหรือ บุ ค คลภายนอกจะทำความเข า ใจข อ กฎหมายที่ มี รายละเอียดคอนขางมากและมีความซับซอนดังกลาว ให ถู ก ต อ งตรงตามเจตนารมณ ข องกฎหมายจึ ง เป น การยาก ดังจะเห็นไดจากปริมาณคดีเกี่ยวกับการจัดซื้อ จัดจางที่ขึ้นสูการพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง๑๒ สวนใหญแลวจะมีบอเกิดของปญหาจากความไมเขาใจ ขอกฎหมายเกีย่ วกับการจัดซือ้ จัดจาง ทำใหมกี ารตีความ กฎหมายแตกตางไปจากเจตนารมณที่แทจริง สำหรับคดีนแี้ มคำวินจิ ฉัยของศาลปกครอง สูงสุดจะเปนการวินิจฉัยปญหาขอกฎหมายเฉพาะกรณี การใชดุลพินิจยกเลิกการจัดซื้อจัดจางของสวนราชการ ก็ ต าม แต ห ากพิ จ ารณาข อ โต แ ย ง ของผู ฟ อ งคดี แ ล ว จะพบวา ปญหาขอกฎหมายเกี่ยวกับการใชดุลพินิจ ในการปดและเผยแพรประกาศจัดซือ้ จัดจางของสวนราชการ เปนอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำใหผูฟองคดียื่นฟองคดีนี้ตอศาล โดยขอกฎหมายที่ไมชดั เจนซึ่งเกี่ยวของในคดีนี้ ไดแก “ข อ ๔๑ การซื้ อ หรื อ การจ า งโดยวิ ธี สอบราคา ใหดำเนินการดังนี้ (๑) กอนวันเปดซองสอบราคาไมนอ ยกวา ๑๐ วัน สำหรับการสอบราคาในประเทศหรือไมนอ ยกวา ๔๕ วัน สำหรับการสอบราคานานาชาติ ใหเจาหนาที่ พั ส ดุ ส ง ประกาศเผยแพร ก ารสอบราคาและเอกสาร
สอบราคาไปยั ง ผู มี อ าชี พ ขายหรื อ รั บ จ า งทำงานนั้ น โดยตรง หรือโดยทางไปรษณียลงทะเบียนใหมากที่สุด เทาที่จะทำได กับใหปดประกาศเผยแพรการสอบราคา ไวโดยเปดเผย ณ ที่ทำการของสวนราชการนั้น ฯลฯ ฯลฯ” จากขอโตแยงของผูฟองคดีที่เห็นวาการที่ ผูถ กู ฟองคดีที่ ๒ ไมจดั สงประกาศสอบราคาใหแกผฟู อ งคดี ตามทีไ่ ดรอ งขอ แตกลับจัดสงใหแกผปู ระกอบการรายอืน่ เปนการไมปฏิบัติตามขอ ๔๑ (๑) ของระเบียบสำนัก นายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุฯ นั้น เปนการตีความ และเขาใจขอกฎหมายคลาดเคลื่อน ทั้งนี้ เนื่องจาก ข อ กฎหมายดั ง กล า ว กำหนดให ส ว นราชการต อ ง ดำเนินการ ๒ ประการ คือ ๑) สงประกาศเผยแพร การสอบราคาและเอกสารสอบราคาไปยังผูมีอาชีพขาย หรือรับจางทำงานนั้นโดยตรง หรือโดยทางไปรษณีย ลงทะเบียนใหมากทีส่ ดุ เทาทีจ่ ะทำได และ ๒) ปดประกาศ เผยแพร ก ารสอบราคาไว โ ดยเป ด เผย ณ ที่ ท ำการ ของส ว นราชการนั้ น ซึ่ ง กรณี ต าม ๒) นั้ น ไม เ ป น ปญหา แตกรณีตาม ๑) สวนใหญแลวประชาชนจะ เขาใจวา หากตนไดแสดงความประสงคขอรับทราบ ข อ มู ล เกี่ ย วกั บ การสอบราคาไปยั ง ส ว นราชการแล ว ย อ มผู ก พั น ให ส ว นราชการมี ห น า ที่ ต อ งจั ด ส ง ข อ มู ล ดังกลาวใหแกตนทุกครั้งที่จะมีการสอบราคา ซึ่งเปน ความเขาใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากกฎหมายเพียงแต กำหนดใหสวนราชการตองเผยแพรการสอบราคาและ เอกสารสอบราคาไปอยางกวางขวาง เพือ่ ใหมกี ารแขงขัน ราคากั น อย า งเป น ธรรม และเกิ ด ประโยชน สู ง สุ ด แก ท างราชการ แต มิ ไ ด ก ำหนดให ส ว นราชการที่ จั ด ใหมีการสอบราคาจะตองแจงใหบุคคลหนึ่งบุคคลใด ทราบโดยตรงเปนการเฉพาะ กรณีจึงเปนดุลพินิจของ สวนราชการในการจัดสงประกาศเผยแพรการสอบราคา
คดีพิพาทที่ประชาชนฟองโตแยงการใชดุลพินิจยกเลิกการจัดซื้อจัดจางของสวนราชการ เชน คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๔๓/๒๕๔๖ ที่ อ.๑๕๔/๒๕๔๗ ที่ อ.๓๓/๒๕๔๘ ที่ อ.๙๖/๒๕๔๙ ที่ อ.๓๓๖/๒๕๕๐ ที่ อ.๑๐๗/๒๕๕๑ ที่ อ.๑๓๕/๒๕๕๑ ที่ อ.๖๑/๒๕๕๒ ที่ อ.๒๔๓/๒๕๕๒ ที่ อ.๑๕๖/๒๕๕๓ ที่ อ.๒๐๑/๒๕๕๓ ที่ อ.๒๓๒/๒๕๕๔ อ.๒๓๔/๒๕๕๓ ที่ อ.๓๔๘/๒๕๕๔ ที่ อ.๓๖๘/๒๕๕๔ เปนตน และคดีพิพาทที่ประชาชนฟอง โตแยงการใชดุลพินิจของสวนราชการในการปดและเผยแพรประกาศจัดซื้อจัดจาง เชน คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๒๕๒/๒๕๔๙ ที่ อ.๖๕/๒๕๕๓ และที่ อ.๔๗๑/๒๕๕๓ คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๓๓๓/๒๕๔๘ ที่ ๗๘๓/๒๕๔๙ ที่ ๔๔๐/๒๕๕๐ และที่ ๒๙๑/๒๕๕๑ เปนตน ๑๒
131
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
132
และเอกสารสอบราคาดั ง กล า วโดยพิ จ ารณาถึ ง ความเหมาะสมและประโยชน ต อ ทางราชการ และ เป น หน า ที่ ข องผู มี อ าชี พ ขายหรื อ รั บ จ า งทำงานนั้ น ๆ ที่ ต อ งติ ด ตามข อ มู ล การประกาศสอบราคาตามที่ สวนราชการไดปด ประกาศเผยแพรไว ณ สถานที่ตางๆ ดวยตนเอง การที่ ส ว นราชการมิ ไ ด จั ด ส ง ประกาศ สอบราคาและเอกสารสอบราคา ใหแกผูฟองคดีซึ่งเปนผูมีอาชีพขาย ตามประกาศสอบราคาที่ ไ ด เ คย แจงความประสงคเปนลายลักษณ อั ก ษรขอให จั ด ส ง ข อ มู ล เกี่ ย วกั บ การจัดซื้อจัดจางใหแกผูฟองคดีไวแลว จึงสงผลเพียง ทำใหผูฟองคดีไมไดรับความสะดวกตามความประสงค เทานั้น ไมใชเปนการปฏิบัติที่ผิดไปจากขอ ๔๑ (๑) ดังกลาวแตอยางใด สำหรับขอกฎหมายเกีย่ วกับการใชดลุ พินจิ ยกเลิกการสอบราคากรณีมีผูเสนอราคาเพียงรายเดียว นั้ น ได แ ก ข อ ๔๒ (๓) และ (๔) และข อ ๔๓ (๑) ของระเบี ย บสำนั ก นายกรั ฐ มนตรี ว า ด ว ยการพั ส ดุ ฯ โดยประชาชนสวนใหญรวมทั้งผูฟองคดีมักจะเขาใจวา หากผู เ สนอราคารายเดี ย วมี คุ ณ สมบั ติ ไ ม ถู ก ต อ ง ตามเงือ่ นไขในเอกสารสอบราคา คณะกรรมการเปดซอง สอบราคาจะตองพิจารณากอนวาการขาดคุณสมบัติ ดังกลาวถือเปนสาระสำคัญของการสอบราคาหรือไม โดยหากคุณสมบัติที่ไมถูกตองนั้นเปนเพียงขอผิดพลาด หรื อ หลงผิ ด เพี ย งเล็ ก น อ ยหรื อ ผิ ด พลาดไปจาก เงื่อนไขของเอกสารสอบราคาในสวนที่มิใชสาระสำคัญ คณะกรรมการเปดซองสอบราคาก็มหี นาทีต่ อ งพิจารณา ขอเสนอดานราคาของผูเสนอราคารายเดียวดังกลาว ต อ ไป โดยไม อ าจละเลยการพิ จ ารณาตามขั้ น ตอน ดั ง ที่ ก ล า วข า งต น แล ว เสนอความเห็ น ให ผู มี อ ำนาจ สั่ ง ซื้ อ หรื อ สั่ ง จ า งยกเลิ ก การสอบราคาเนื่ อ งจาก ไม มี ผู เ สนอราคาที่ มี คุ ณ สมบั ติ ถู ก ต อ งตามประกาศ สอบราคาได กรณีดงั กลาวเปนความเขาใจทีค่ ลาดเคลือ่ น เช น เดี ย วกั น ทั้ ง นี้ เนื่ อ งจากกฎหมายต อ งการให
คณะกรรมการเปดซองสอบราคาใชดุลพินิจพิจารณา ว า คุ ณ สมบั ติ ที่ ไ ม ถู ก ต อ งของผู เ สนอราคารายเดี ย ว ดั ง กล า ว เป น ข อ ผิ ด พลาดหรื อ หลงผิ ด เพี ย งเล็ ก น อ ย หรื อ ผิ ด พลาดไปจากเงื่ อ นไขของเอกสารสอบราคา ในส ว นที่ มิ ใช ส าระสำคั ญ หรื อ ไม เฉพาะแต ก รณี ที่ เ ห็ น ว า จะเป น ประโยชน ต อ ทางราชการเท า นั้ น ดั ง นั้ น ในกรณี ที่ ค ณะกรรมการ เป ด ซองสอบราคาพิ จ ารณาแล ว เห็นวา การมีผูยื่นซองเสนอราคา เพียงรายเดียวทำใหไมมีการแขงขัน ราคา อั น อาจทำให ท างราชการ เสียประโยชน จึงเสนอความเห็นควรยกเลิกการสอบราคา โดยไมพิจารณาเกี่ยวกับคุณสมบัติที่ไมถูกตองดังที่กลาว ขางตน จึงเปนการดำเนินการโดยชอบดวยกฎหมาย การที่ผูมีอำนาจสั่งซื้อหรือสั่งจางใชดุลพินิจยกเลิกการ สอบราคาตามความเห็นของคณะกรรมการเปดซอง สอบราคาดังกลาวจึงชอบดวยกฎหมายดวย (ง) ขอเสนอแนะ เมื่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีวาดวย การพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ มีเจตนารมณใหสวนราชการได ใชดลุ พินจิ พิจารณาดำเนินการเกีย่ วกับการจัดซือ้ จัดจาง โดยสอดคลองกับหลักการแขงขันราคาอยางเปนธรรม และปองกันมิใหมกี ารสมยอมราคากัน แตโดยสภาพแลว ไม อ าจแก ไขบทบั ญ ญั ติ ต ามระเบี ย บฉบั บ ดั ง กล า ว ใหมีความชัดเจนหรือเฉพาะเจาะจงไดในทุกกรณีไป ดังนัน้ จึงเห็นสมควรใหกรมบัญชีกลางซึง่ เปนสวนราชการ ทีด่ แู ลรับผิดชอบเกีย่ วกับการออกกฎระเบียบใหความเห็น รวมทั้งกำหนดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจาง แกสวนราชการที่อยูภายใตบังคับของระเบียบสำนัก นายกรั ฐ มนตรี ว า ด ว ยการพั ส ดุ ฯ จั ด ทำคู มื อ หรื อ เอกสารประชาสัมพันธเผยแพรเกี่ยวกับการดำเนินการ จั ด ซื้ อ จั ด จ า ง โดยการอธิ บ ายในรายละเอี ย ดของ การดำเนินการในแตละขั้นตอนใหมีความชัดเจนมาก ยิง่ ขึน้ วา ฝายปกครองมีหนาทีแ่ ละขอควรปฏิบตั อิ ยางไร
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ฝายประชาชนเองมีสิทธิและหนาที่ตองปฏิบัติอยางไร ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางควรรวบรวมการตอบขอหารือของ คณะกรรมการวาดวยการพัสดุ (กวพ.) ในแตละกรณี โดยเฉพาะกรณี ที่ เ ป น การวางแนวทางหรื อ กำหนด กรอบในการใช ดุ ล พิ นิ จ ของส ว นราชการเอาไว ด ว ย ตลอดจนแนวคำวิ นิ จ ฉั ย ของศาลปกครองที่ เ กี่ ย วกั บ หลั ก เกณฑ ใ นการดำเนิ น การจั ด ซื้ อ จั ด จ า งที่ ช อบ ด ว ยกฎหมาย เพื่ อ ประกอบการจั ด ทำเป น คู มื อ หรื อ เอกสารประชาสั ม พั น ธ ดั ง กล า ว และเผยแพร ใ ห แ ก ส ว นราชการเพื่ อ ใช เ ป น แนวปฏิ บั ติ ตลอดจนจั ด ไว ใหประชาชนที่สนใจไดศึกษาเพื่อใหมีความรูความเขาใจ ในแนวทางที่ถูกตองตอไป ๔. เหตุแหงการฟองคดีอันเกิดจากหนวยงาน ทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐ การออกคำสั่ ง ย า ยข า ราชการครู ใ น ตำแหน ง ผู บ ริ ห ารสถานศึ ก ษาโดยไม เ ป น ไปตาม ความประสงคของผูยื่นคำขอ๑๓ (ก) สรุปขอเท็จจริง ขณะทีผ่ ฟู อ งคดีดำรงตำแหนงผูอ ำนวยการ สถานศึกษา โรงเรียนบานหมี่วิทยา สังกัดสำนักงานเขต พื้ น ที่ ก ารศึ ก ษาลพบุ รี เขต ๑ ผู ฟ อ งคดี ไ ด มี ห นั ง สื อ ลงวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๔๘ ถึงผูอำนวยการสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต ๑ (ผูถูกฟองคดีที่ ๑) แจงความประสงคขอยายสับเปลี่ยนตำแหนงกับนาย ว. ผูอำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนพัฒนานิคม สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต ๒ โดยแบบ คำรองขอยายที่แนบไปพรอมกับหนังสือฉบับดังกลาว ระบุวา ขอยายไปดำรงตำแหนงที่โรงเรียนพัฒนานิคม หากไม ไ ด ย า ยตามโรงเรี ย นที่ ร ะบุ ไว ขอระงั บ คำขอ ในขณะเดียวกันนาย ว. ก็ไดมีบันทึกขอความลงวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๔๘ ถึงผูอำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ ๑๓
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๐๓/๒๕๕๔
การศึ ก ษาลพบุ รี เขต ๒ (ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒) แจ ง ความประสงคขอยายสับเปลี่ยนตำแหนงกับผูฟองคดี พร อ มกั บ แนบแบบคำร อ งขอย า ยโดยมี เ หตุ ผ ลและ เงื่อนไขเชนเดียวกับผูฟองคดี ตอมา อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ การศึกษาลพบุรี เขต ๒ ไดมีมติเห็นชอบกับการขอยาย ของ นาย ว. ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ จึ ง มี ห นั ง สื อ ลงวั น ที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๔๘ สงคำรองขอยายพรอมเอกสาร ประกอบของนาย ว. ไปยังผูถ กู ฟองคดีที่ ๑ เพือ่ พิจารณา แต เ นื่ อ งจากขณะนั้ น ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ยั ง ไม ไ ด รั บ คำรองขอยายของผูฟองคดี ผูถูกฟองคดีที่ ๑ จึงสั่งให รวมเรื่ อ งไว ก อ นเพื่ อ รอพิ จ ารณาพร อ มกั บ ผู ข อย า ย รายอื่น ตอมา เมื่อผูถูกฟองคดีที่ ๑ ไดรับคำรองขอยาย ของผู ฟ อ งคดี แ ล ว จึ ง ได น ำเสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้ น ที่ การศึกษาลพบุรี เขต ๑ เพื่อพิจารณา ผลการพิจารณา มีมติอนุมตั ใิ หรบั ยายนาย ว. มาดำรงตำแหนงผูอ ำนวยการ สถานศึกษาโรงเรียนบานหมี่วิทยา โดยหมายเหตุวา รับยายเปนหลักการ และอนุมัติใหผูฟองคดียายไปดำรง ตำแหนงผูอำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต ๒ โดยมิไดระบุโรงเรียนและ มิไดระบุวายายสับเปลี่ยนกับนาย ว. ผูถูกฟองคดีที่ ๑ จึงมีหนังสือแจงใหผูถูกฟองคดีที่ ๒ ทราบ พรอมกับ ส ง คำร อ งขอย า ยและเอกสารของผู ฟ อ งคดี ไ ปด ว ย เพื่ อ ประกอบการพิ จ ารณา หลั ง จากนั้ น อ.ก.ค.ศ. เขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาลพบุรี เขต ๒ ไดมมี ติอนุมตั ใิ หรบั ยาย ผูฟองคดี และผูถูกฟองคดีที่ ๒ ไดออกคำสั่งแตงตั้ง ผู ฟ อ งคดี ใ ห ด ำรงตำแหน ง ผู อ ำนวยการสถานศึ ก ษา โรงเรียนหนองรีวทิ ยา ผูฟ อ งคดีเห็นวา อ.ก.ค.ศ. เขตพืน้ ที่ การศึ ก ษาลพบุ รี เขต ๒ อนุ มั ติ ใ ห รั บ ย า ยผู ฟ อ งคดี มาดำรงตำแหนงผูอำนวยการสถานศึกษาโดยไมตรง ตามความประสงค ที่ ร ะบุ ไ ว ใ นแบบคำร อ งขอย า ย จึงรองทุกขขอความเปนธรรม ตอมา อ.ก.ค.ศ. เขตพืน้ ที่ การศึกษาลพบุรี เขต ๒ พิจารณาคำรองทุกขของผูฟ อ งคดี แลวมีมติยืนยันตามมติเดิม ผูฟองคดีจึงนำคดีมาฟอง ขอให ศ าลมี ค ำพิ พ ากษาหรื อ คำสั่ ง ให เ พิ ก ถอนคำสั่ ง 133
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
ของผู ถู ก ฟ อ งคดี ทั้ ง สองและสั่ ง ให ผู ฟ อ งคดี ก ลั บ ไป ดำรงตำแหน ง เดิ ม และหรื อ สั่ ง ให ผู ฟ อ งคดี ไ ปดำรง ตำแหนงที่ระบุไวในคำรองขอยาย (ข) สรุปคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด มาตรา ๕๙ ๑๔ แห ง พระราชบั ญ ญั ติ ระเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ กำหนดใหการยายขาราชการครูและบุคลากร ทางการศึ ก ษาจะต อ งเป น ไปตามหลั ก เกณฑ แ ละ วิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยเฉพาะในกรณีการยาย ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผูใดไปดำรง ตำแหนงในตางเขตพื้นที่การศึกษา จะตองไดรับอนุมัติ จาก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาของผูประสงคยาย และผูรับยายกอน และสำหรับการยายผูบริหารของ หนวยงานการศึกษาในระหวางเขตพื้นที่การศึกษาใหมี การประสานงานระหวาง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เมื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาที่จะรับยายพิจารณา อนุมัติแลว ใหผูมีอำนาจสั่งบรรจุและแตงตั้ง ซึ่งในที่นี้ ไดแกผูอำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาของ ผูประสงคจะยายและผูรับยายแลวแตกรณี สั่งบรรจุ แตงตั้งไปตามนั้น สำหรับหลักเกณฑและวิธีการยาย ตามที่มาตรา ๕๗ วรรคหนึ่ง๑๕ แหงพระราชบัญญัติ ระเบี ย บข า ราชการครู แ ละบุ ค ลากรทางการศึ ก ษาฯ บัญญัติใหเปนไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนดนั้น ในขณะ เกิดเหตุ ก.ค.ศ. ยังมิไดกำหนดหลักเกณฑและวิธีการ
ยายผูบ ริหารของหนวยงานการศึกษาในระหวางเขตพืน้ ที่ การศึกษาไว แตสำนักงานคณะกรรมการขาราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาไดมหี นังสือ ที่ ศธ ๐๒๐๖.๓/ ๒๒๕๕ ลงวั น ที่ ๑๕ มี น าคม ๒๕๔๘ ซั ก ซ อ ม ความเขาใจเกีย่ วกับการดำเนินการยายขาราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน โดยสรุปสาระสำคัญไดวา การยาย ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรา ๓๘ ข. ซึ่งเปนตำแหนงผูบริหารสถานศึกษาไปแตงตั้ง ให ด ำรงตำแหน ง และวิ ท ยฐานะเดิ ม ในหน ว ยงาน การศึ ก ษาและเขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษาอื่ น ให ผู มี อ ำนาจ สั่ ง บรรจุ แ ละแต ง ตั้ ง ตามมาตรา ๕๓ ดำเนิ น การได โดยได รั บ อนุ มั ติ จ าก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษา ของผูประสงคยาย และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ที่ จ ะรั บ ย า ย และสามารถย า ยข า ราชการครู แ ละ บุ ค ลากรทางการศึ ก ษาได ทุ ก หน ว ยงานการศึ ก ษา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้ ง ภายในเขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษาและต า งเขตพื้ น ที่ การศึกษา นอกจากนี้ ยังตองพิจารณาหนังสือสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดวนที่สุด ที่ ศธ ๐๔๐๐๙/๓๙๓๖ ลงวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๔๘ หนังสือ สำนั ก งานคณะกรรมการการประถมศึ ก ษาแห ง ชาติ ที่ ศธ ๑๑๘๑/๔๖๐๒ ลงวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๔๓ ที่ไดกำหนดหลักเกณฑและวิธีการแตงตั้งยายผูบริหาร สถานศึกษาไว และประกาศ อ.ก.ค. กรมสามัญศึกษา
พระราชบัญญัติระเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๙ การยายขาราชการและบุคลากรทางการศึกษาผูใดไปดำรงตำแหนงในหนวยงานการศึกษาอื่นภายในเขตพื้นที่การศึกษาหรือ ตางเขตพื้นที่การศึกษา ตองไดรับอนุมัติจาก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาของผูประสงคยายและผูรับยายแลวแตกรณี เมื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา พิจารณาอนุมัติแลว ใหผูมีอำนาจตามมาตรา ๕๓ สั่งบรรจุและแตงตั้งขาราชการผูนั้นตอไป การยายผูบริหารของหนวยงานการศึกษาในระหวางสวนราชการหรือเขตพื้นที่การศึกษา ใหมีการประสานงานกันระหวาง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ การศึกษา เมื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาที่จะรับยายพิจารณาอนุมัติแลว ใหผูมีอำนาจตามมาตรา ๕๓ สั่งบรรจุและแตงตั้งตามนั้น สำหรับการยาย ผูอำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาใหเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเปนผูสั่งยาย โดยอนุมัติ ก.ค.ศ. การยายขาราชการพลเรือนสามัญเพื่อไปบรรจุและแตงตั้งใหดำรงตำแหนงเปนขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองไดรับอนุมัติ จาก ก.ค.ศ. แตถาเปนการยายไปบรรจุและแตงตั้งในตำแหนงซึ่ง ก.ค.ศ. ยังมิไดกำหนด จะกระทำไดตอเมื่อ ก.ค.ศ. กำหนดตำแหนงแลว หลักเกณฑและวิธีการยายตามวรรคหนึ่งและวรรคสองใหเปนไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด มาตรา ๕๗ การเปลี่ยนแปลงตำแหนง การยายและการโอนของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใหเปนไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด ฯลฯ ฯลฯ 134 ๑๔ - ๑๕
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ลงวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๕ ที่ไดกำหนดหลักเกณฑ และวิธีการยายขาราชการครูผูดำรงตำแหนงในสายงาน บริหารในสถานศึกษา โดยสรุปวาใหพจิ ารณาดำเนินการ ย า ยโดยยึ ด เหตุ ผ ลและความจำเป น เพื่ อ ประโยชน ของทางราชการและการพัฒนาขาราชการครูเปนหลัก ดังนั้น ในการพิจารณาอนุมัติใหรับยายหรือไมรับยาย ผู บ ริ ห ารของหน ว ยงานการศึ ก ษาบุ ค คลใดมาดำรง ตำแหนงในเขตพื้นที่การศึกษาหรือไม จึงตองเปนไป ตามกฎหมาย ระเบียบ และขอบังคับของทางราชการ ทั้งการใชดุลพินิจวาจะรับยายหรือไมรับยายบุคคลใด หรื อ รั บ ย า ยแล ว จะแต ง ตั้ ง ให ด ำรงตำแหน ง ในสถาน ศึ ก ษาแห ง ใด ต อ งคำนึ ง ถึ ง ข อ เท็ จ จริ ง และเหตุ ผ ล ของเรื่องเปนสำคัญ หาใชวาผูมีอำนาจอนุมัติดังกลาว สามารถที่จะใชดุลพินิจไดตามอำเภอใจไม สำหรับการยายนั้น หมายถึง การแตงตั้ง ผู บ ริ ห ารสถานศึ ก ษาให ด ำรงตำแหน ง เดิ ม ใน หน ว ยงานการศึ ก ษาอื่ น โดยมี ลั ก ษณะการย า ยไป ดำรงตำแหนงวางหรือการยายสับเปลี่ยนหรือการยาย โดยการตั ด โอนตำแหน ง และอั ต ราเงิ น เดื อ น และ การยายสับเปลี่ยน หมายถึงการยายสับเปลี่ยนระหวาง บุ ค คลกั บ บุ ค คล เมื่ อ พิ จ ารณาจากข อ เท็ จ จริ ง แล ว เห็ น ได ว า การย า ยผู อ ำนวยการสถานศึ ก ษาในคดี นี้ เปนการพิจารณาจากคำรองขอยาย อันเปนการยาย ตามความประสงคของขาราชการ และโดยที่ขาราชการ แต ล ะคนมี เ หตุ ผ ลและความจำเป น เฉพาะตั ว ที่ แตกตางกัน ทางราชการจึงจำตองคำนึงถึงเรื่องดังกลาว และประโยชน ข องทางราชการประกอบด ว ยเพื่ อ ให สมประโยชน ข องทุ ก ฝ า ย กรณี ข องผู ฟ อ งคดี จึ ง เป น ลั ก ษณะการย า ยสั บ เปลี่ ย น แม อ.ก.ค.ศ. เขตพื้ น ที่ การศึ ก ษาลพบุ รี เขต ๑ จะมี ม ติ อ นุ มั ติ ใ ห ผู ฟ อ งคดี ยายไปดำรงตำแหนงผูอำนวยการสถานศึกษา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต ๒ โดยมิได ระบุ ว า เป น การย า ยสั บ เปลี่ ย นตำแหน ง หรื อ ระบุ ว า ยายไปดำรงตำแหนงผูอำนวยการสถานศึกษาแหงใด ก็ตาม แตยอมเปนที่ทราบไดวากรณีนี้เปนการขอยาย สั บ เปลี่ ย นตำแหน ง กั น ระหว า งผู ฟ อ งคดี กั บ นาย ว.
เพราะผูถูกฟองคดีที่ ๒ ไดมีหนังสือสงคำรองขอยาย พรอมเอกสารประกอบของนาย ว. ใหผูถูกฟองคดีที่ ๑ พิจารณา พรอมกับแจงดวยวานาย ว. มีความประสงค ขอยายสับเปลี่ยนกับผูฟอ งคดี และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ การศึกษาลพบุรี เขต ๒ มีมติเห็นชอบการยายดังกลาว แลว ดังนั้น จึงเห็นไดอยางชัดเจนวา ผูถูกฟองคดีที่ ๒ ยอมรูรายละเอียดและขอเท็จจริงของการยายในครั้งนี้ วาเปนการขอยายที่เปนความประสงคของขาราชการ ทั้ ง สองที่ จ ะขอย า ยสั บ เปลี่ ย นตำแหน ง กั น มิ ใช เ ป น การยายตามฤดูกาลโยกยายปกติที่เปนความประสงค ของทางราชการและเพื่ อ ประโยชน ข องทางราชการ เปนสำคัญ กรณีนจี้ งึ ไมสามารถอางเหตุผลเพือ่ ประโยชน ของทางราชการเปนสำคัญมาเปนเกณฑในการพิจารณา โยกย า ยแต เ พี ย งอย า งเดี ย ว และสาเหตุ ที่ ต ำแหน ง ผู อ ำนวยการสถานศึ ก ษาโรงเรี ย นพั ฒ นานิ ค มว า งลง ก็เนื่องมาจากนาย ว. ไดขอยายสับเปลี่ยนตำแหนงกับ ผูฟองคดี มิใชเปนกรณีที่ตำแหนงวางลงตามปกติทั่วไป ที่ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ จะมี อ ำนาจใช ดุ ล พิ นิ จ ออกคำสั่ ง โยกยายตามความจำเปนเพือ่ ประโยชนของหนวยงานได การที่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษาลพบุ รี เขต ๒ พิจารณายายผูฟองคดีไปดำรงตำแหนงผูอำนวยการ โรงเรียนอื่นที่ไมตรงตามความประสงคของผูฟองคดี จึงเปนการใชดุลพินิจที่ไมไดคำนึงถึงขอเท็จจริงและ เหตุผลของเรื่อง กอใหเกิดความเดือดรอนเสียหายแก ผูฟองคดี ซึ่งในทางปฏิบัติที่ถูกตอง ผูถูกฟองคดีที่ ๒ ชอบที่จะจัดใหมีการประสานงานกันระหวาง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษาของผู ป ระสงค ย า ยและผู รั บ ย า ย เพื่ อ ให ก ารย า ยสั บ เปลี่ ย นในครั้ ง นี้ เ ป น ไปตาม ความประสงคของผูขอยายทั้งสอง โดยความเห็นชอบ ของแตละ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา แลวแตกรณี ตามมาตรา ๕๙ วรรคหนึ่ ง แห ง พระราชบั ญ ญั ติ ระเบี ย บข า ราชการครู แ ละบุ ค ลากรทางการศึ ก ษาฯ หากไมสามารถอนุมัติรับยายผูฟองคดีมาดำรงตำแหนง ผูอำนวยการสถานศึกษาตามความประสงคได อ.ก.ค.ศ. เขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษาลพบุ รี เขต ๒ ก็ ช อบที่ จ ะมี ม ติ ไมอนุมัติใหรับยายผูฟองคดี หรือประสานกลับไปยัง
135
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
ผู ฟ อ งคดี ผ า นทางผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ เพื่ อ ให ยื น ยั น ความประสงคหรือทบทวนการตัดสินใจในการขอยาย สั บ เปลี่ ย นตำแหน ง ผู อ ำนวยการสถานศึ ก ษาตามที่ ผูฟองคดีรองขอ เพื่อใหผูฟองคดียังคงสามารถดำรง ตำแหนงในสถานศึกษาเดิมอยูตอไปไดตามที่ระบุไวใน คำร อ งขอย า ยของผู ฟ อ งคดี ก อ นที่ จ ะพิ จ ารณามี ม ติ ดั ง นั้ น การที่ผูถูกฟองคดีที่ ๒ ออกคำสั่ง ย า ยและแต ง ตั้ ง ผู ฟ อ งคดี ใ ห ดำรงตำแหน ง ผู อ ำนวยการ สถานศึ ก ษาโรงเรี ย นหนองรี วิ ท ยา ซึ่ ง ไม เ ป น ไปตามความ ประสงค ข องผู ฟ อ งคดี ต ามที่ ได ร ะบุ ไว ใ นแบบคำร อ งขอย า ย จึงเปนการกระทำที่ไมชอบดวย กฎหมายพิพากษาใหเพิกถอนคำสั่งที่พิพาท โดยใหมี ผลยอนหลังไปนับแตวันที่ออกคำสั่ง (ค) บทวิเคราะหเหตุแหงการฟองคดี จากการศึ ก ษาวิ เ คราะห ข อ เท็ จ จริ ง ของคดี นี้ พ บว า เหตุ แ ห ง การฟ อ งคดี เ กิ ด จากสาเหตุ ๒ ประการ คื อ กรณี เ กิ ด จากการใช ดุ ล พิ นิ จ ของ หนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐ และกรณี เกิดจากหนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐ ดำเนิ น การไม ถู ก ต อ งตามหลั ก เกณฑ แ ละวิ ธี ก ารที่ กฎหมายกำหนด ดั ง รายละเอี ย ดแห ง บทวิ เ คราะห ตอไปนี้
136
(๑) กรณี เ กิ ด จากการใช ดุ ล พิ นิ จ ของ หนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐ คำวิ นิ จ ฉั ย ศาลปกครองสู ง สุ ด คดี นี้ วินิจฉัยไวอยางชัดเจนวา การที่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ การศึ ก ษาลพบุ รี เขต ๒ พิ จ ารณาย า ยผู ฟ อ งคดี ไ ป ดำรงตำแหน ง ผู อ ำนวยการโรงเรี ย นอื่ น ที่ ไ ม ต รงตาม ความประสงค ข องผู ฟ อ งคดี ถื อ เป น การใช ดุ ล พิ นิ จ ที่ ไ ม ไ ด ค ำนึ ง ถึ ง ข อ เท็ จ จริ ง และเหตุ ผ ลของเรื่ อ ง
กอใหเกิดความเดือดรอนเสียหายแกผูฟองคดี ซึ่งเปน เหตุ ใ ห ผู ฟ อ งคดี ไ ด ยื่ น ฟ อ งเป น คดี นี้ แม ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ จะอ า งในคำให ก ารว า ในการออกคำสั่ ง ย า ยที่ พิ พ าทมิ ใช ก ารย า ยสั บ เปลี่ ย น เนื่ อ งจากในหนั ง สื อ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ระบุ เ พี ย งว า ให ย า ยเป น หลั ก การ โดยมิ ไ ด ร ะบุ ว า เป น การย า ย สับเปลี่ยนก็ตาม แตขอเท็จจริง ก็เปนที่ยุติวา ในการสงหนังสือ ดังกลาว ผูถูกฟองคดีที่ ๑ ไดสง คำรองขอยายและเอกสารอื่นๆ ของผู ฟ อ งคดี ใ ห ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ พิจารณาดวย ซึ่งในคำรอง ข อ ย า ย ข อ ง ผู ฟ อ ง ค ดี ร ะ บุ ชื่อโรงเรียนที่ประสงคจะยายไว ชัดเจน อีกทั้ง การที่ผูถูกฟองคดี ที่ ๒ ได เ คยมี ห นั ง สื อ ลงวั น ที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๔๘ สงคำรองขอยายพรอมเอกสารของนาย ว. พรอมระบุวา เปนการขอยายสับเปลี่ยนกับผูฟองคดีและ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษาลพบุ รี เขต ๒ มี ม ติ เ ห็ น ชอบ การยายของขาราชการดังกลาวเพื่อใหผูถูกฟองคดีที่ ๑ พิจารณา ยอมแสดงใหเห็นวา ผูถูกฟองคดีที่ ๒ รูถึง ขอเท็จจริงเปนอยางดีวา การพิจารณาโยกยายครั้งนี้ เกิดจากความประสงคเริ่มตนของบุคคลสองคนที่จะ ย า ยสั บ เปลี่ ย นกั น ดั ง นั้ น เหตุ แ ห ง การฟ อ งคดี นี้ จึ ง เห็ น ได อ ย า งชั ด แจ ง ว า เกิ ด จากการที่ ห น ว ยงาน ทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐใชดุลพินิจโดยไมชอบ (๒) กรณีเกิดจากหนวยงานทางปกครอง หรื อ เจ า หน า ที่ ข องรั ฐ ดำเนิ น การไม ถู ก ต อ งตาม หลักเกณฑและวิธีการที่กฎหมายกำหนด เหตุ แ ห ง การฟ อ งคดี นี้ อี ก ประการ หนึ่งคือ เกิดจากการดำเนินการพิจารณาเพื่อออกคำสั่ง ย า ยข า ราชการครู ข องหน ว ยงานของผู ถู ก ฟ อ งคดี ทั้ ง สอง ที่ มิ ไ ด ป ระสานงานกั น ตามที่ ไ ด บั ญ ญั ติ ไว ใ น มาตรา ๕๙ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติระเบียบ ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาฯ เนื่องจาก
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ผู ฟ อ งคดี ด ำรงตำแหน ง ผู บ ริ ห ารสถานศึ ก ษาและ เปนการยายระหวางเขตพื้นที่การศึกษา กรณีจึงตอง มี ก ารประสานงานกั น ระหว า ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้ น ที่ การศึกษากอน แตจากขอเท็จจริงจะเห็นไดวา ผูถ กู ฟองคดี ที่ ๑ มิไดประสานเรื่องการขอยายของผูฟองคดีไปให หนวยงานผูถ กู ฟองคดีที่ ๒ พิจารณากอนวาผูถ กู ฟองคดี ที่ ๒ จะรับยายผูฟองคดีไปยังโรงเรียนที่ระบุในคำรอง หรือไม อยางไร ผูถูกฟองคดีที่ ๑ จึงหมายเหตุไปวา “ใหยายเปนหลักการ” เนื่องจากเห็นวาตนไมมีอำนาจ อนุมัติใหรับยายผูฟองคดีลงสถานศึกษานอกเขตพื้นที่ การศึกษาได เพราะเปนอำนาจของผูถูกฟองคดีที่ ๒ สวนผูถูกฟองคดีที่ ๒ เมื่อไดรับเรื่องของผูฟองคดีจาก ผูถูกฟองคดีที่ ๑ แลว ผูถูกฟองคดีที่ ๒ ยอมทราบดีวา เปนการยายสับเปลี่ยน แมผูถูกฟองคดีที่ ๑ จะมิได ระบุวาเปนการยายสับเปลี่ยนก็ตาม เนื่องจากการยาย ของนาย ว. ที่ขอยายสับเปลี่ยนกับผูฟองคดียังไมสิ้นสุด กระบวนการพิจารณา เพราะหลังจากผูถูกฟองคดีที่ ๒ ส ง คำร อ งของนาย ว. ให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ แล ว ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ จะต อ งรอฟ ง ผลการพิ จ ารณาจาก ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ผู รั บ ย า ยก อ น ซึ่ ง ผลของการที่ ผูถูกฟองคดีทั้งสองมิไดประสานงานกันตามที่กำหนดไว ในมาตรา ๕๙ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติดังกลาว ทำให ผู ฟ อ งคดี ไ ด รั บ ความเดื อ ดร อ นเสี ย หายเพราะ มิไดไปดำรงตำแหนงตามโรงเรียนที่ระบุไวในคำรอง
ขอยายและไมสามารถดำรงตำแหนงที่โรงเรียนเดิมได จนเปนเหตุใหผูฟองคดียื่นฟองเปนคดีนี้ (ง) ขอเสนอแนะ โดยที่ ก ารย า ยผู บ ริ ห ารสถานศึ ก ษา ในปจจุบัน สำนักงาน ก.ค.ศ. ไดกำหนดหลักเกณฑ และวิ ธี ก ารไว ใ นหนั ง สื อ สำนั ก งาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ ๐๒๐๖.๔/ว ๙ ลงวั น ที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เรื่อง หลักเกณฑและวิธีการยายผูบริหารสถานศึกษา สั ง กั ด สำนั ก งานคณะกรรมการการศึ ก ษาขั้ น พื้ น ฐาน อยางไรก็ตาม นอกจากจะตองพิจารณาตามหลักเกณฑ ดังกลาวแลว ในการพิจารณายายผูบริหารสถานศึกษา ตองดำเนินการใหถูกตองตามหลักเกณฑและวิธีการ ที่ บั ญ ญั ติ ไ ว ใ นมาตรา ๕๙ แห ง พระราชบั ญ ญั ติ ระเบี ย บข า ราชการครู แ ละบุ ค ลากรทางการศึ ก ษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ดวย เพราะหากมิไดดำเนินการใหถูกตอง ตามหลั ก เกณฑ แ ละวิ ธี ก ารที่ ก ฎหมายบั ญ ญั ติ ไ ว ยอมทำใหการดำเนินการนั้นๆ ไมชอบดวยกฎหมาย ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงควรดำเนินการเผยแพรคำวินิจฉัยของศาลปกครอง สูงสุดคดีนใี้ หหนวยงานในสังกัดไดทราบเพือ่ เปนอุทาหรณ และกำชั บ ให ห น ว ยงานดั ง กล า วใช ค วามระมั ด ระวั ง และละเอียดรอบคอบในการพิจารณาโยกยายผูบริหาร สถานศึกษายิ่งขึ้น
137
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
รายงานสรุปแนวทางการปฏิบัติราชการ จากคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ประจำป พ.ศ. ๒๕๕๔
จากการศึกษาวิเคราะหคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ประจำป พ.ศ. ๒๕๕๔ ครึ่งปแรก พบวา มีคำวินิจฉัยที่นาสนใจจำนวนหนึ่งเหมาะสมที่จะจัดทำ สรุปเพือ่ เปนแนวทางการปฏิบตั ริ าชการสำหรับหนวยงาน ทางปกครองและเจ า หน า ที่ ข องรั ฐ ตามนั ย มาตรา ๗๗ (๕)๑ แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ วิ ธี พิ จ ารณาคดี ป กครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ สำนั ก งาน ศาลปกครองจึงไดคัดเลือกคำวินิจฉัยดังกลาวมาจัดทำ รายงานการสรุปแนวทางการปฏิบตั ริ าชการจากคำวินจิ ฉัย ของศาลปกครองสูงสุด ประจำป พ.ศ. ๒๕๕๔ ฉบับนี้ โดยจัดเรียงลำดับตามประเภทคดีปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง๒ แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ
และนำเสนอในประเด็นพิพาทตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) (๓) และ (๔) ดังตอไปนี้
๑. แนวทางการปฏิ บั ติ ร าชการที่ ไ ด จ าก คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หนวยงานทางปกครอง หรื อ เจ า หน า ที่ ข องรั ฐ กระทำการโดยไม ช อบ ดวยกฎหมายตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) ๑.๑ กรณี ที่ ห น ว ยงานทางปกครองหรื อ เจ า หน า ที่ ข องรั ฐ กระทำการโดยไม มี อ ำนาจหรื อ นอกเหนืออำนาจหนาที่ หรือไมถูกตองตามกฎหมาย
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในเรื่องดังตอไปนี้ (๑) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐกระทำการโดยไมชอบดวยกฎหมาย ไมวาจะเปนการออกกฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใด เนื่องจากกระทำโดยไมมีอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจหนาที่ หรือไมถูกตองตามกฎหมาย หรือโดยไมถูกตองตามรูปแบบ ขั้นตอน หรือวิธีการอันเปนสาระสำคัญที่กำหนดไวสำหรับการกระทำนั้น หรือโดยไมสุจริต หรือมีลักษณะเปนการเลือกปฏิบัติที่ไมเปนธรรม หรือมีลักษณะ เปนการสรางขั้นตอนโดยไมจำเปนหรือสรางภาระใหเกิดกับประชาชนเกินสมควร หรือเปนการใชดุลพินิจโดยมิชอบ (๒) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐละเลยตอหนาที่ตามที่กฎหมายกำหนดใหตองปฏิบัติหรือปฏิบัติหนาที่ ดังกลาวลาชาเกินสมควร (๓) คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอยางอื่นของหนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐอันเกิดจากการใชอำนาจ ตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่นหรือจากการละเลยตอหนาที่ตามที่กฎหมายกำหนดใหตองปฏิบัติหรือปฏิบัติหนาที่ดังกลาว ลาชาเกินสมควร (๔) คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ฯลฯ ฯลฯ มาตรา ๗๗ สำนักงานศาลปกครองมีอำนาจหนาที่ ดังตอไปนี้ ฯลฯ ฯลฯ (๕) วิเคราะหเหตุแหงการฟองคดีปกครองเพื่อเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงวิธีปฏิบัติราชการตอหนวยงานของรัฐที่เกี่ยวของ ฯลฯ ฯลฯ 138 ๑-๒
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ศาลปกครองสูงสุดไดวางแนวทางการปฏิบัติ ราชการที่ น า สนใจในการวิ นิ จ ฉั ย ข อ พิ พ าทเกี่ ย วกั บ การที่ ห น ว ยงานทางปกครองหรื อ เจ า หน า ที่ ข องรั ฐ กระทำการโดยไมมีอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจหนาที่ หรือไมถูกตองตามกฎหมาย ดังตอไปนี้ ที่ ดิ น พิ พ าทไม เ คยมี ก ารประกาศกำหนด ท อ งที่ แ ละวั น เริ่ ม ต น ของการเดิ น สำรวจรั ง วั ด เพื่ อ ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน มากอน ผูยื่นคำขอจึงมิอาจแจงการครอบครองที่ดิน หรือนำพนักงานเจาหนาที่ทำการสำรวจรังวัดที่ดิน ดังกลาวได จึงถือไดวาผูยื่นคำขอมิไดเปนผูซึ่งมิได ปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ ตรี แหงประมวลกฎหมาย ที่ดิน และถือวาเปนผูมีสิทธิขอออกหนังสือแสดงสิทธิ ในที่ดินเปนการเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙ ทวิ แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน เจาพนักงานที่ดินจึงมีหนาที่ ตองพิจารณาคำขอใหแกผูยื่นคำขอตามขั้นตอนของ กฎหมาย การที่เจาพนักงานที่ดินมีคำสั่งไมรับคำขอ ดังกลาว จึงเปนคำสั่งที่ไมชอบดวยกฎหมาย ผูฟองคดีซึ่งครอบครองที่ดินตอจากมารดาของ ผู ฟ อ งคดี ได ยื่ น คำขอรั ง วั ด เพื่ อ ขอออกโฉนดที่ ดิ น
เฉพาะรายตอเจาพนักงานที่ดินจังหวัดปทุมธานี สาขา คลองหลวง (ผูถูกฟองคดี) แตผูถูกฟองคดีไดมีคำสั่ง ไมรบั คำขอออกโฉนดทีด่ นิ ของผูฟ อ งคดี โดยใหเหตุผลวา พื้นที่อำเภอคลองหลวงไดมีพระราชกฤษฎีกากำหนด เป น เขตปฏิ รู ป ที่ ดิ น ครอบคลุ ม ทั้ ง อำเภอเมื่ อ ป พ.ศ. ๒๕๑๙ เมื่ อ ผู ฟ อ งคดี มิ ไ ด แจ ง การครอบครองที่ ดิ น ตามมาตรา ๕๓ แหงพระราชบัญญัตใิ หใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ หรือมิไดแจงความประสงคจะได สิทธิในที่ดินตามมาตรา ๒๗๔ ตรีแหงประมวลกฎหมาย ทีด่ นิ ไวกอ นมีการกำหนดเขตปฏิรปู ทีด่ นิ เพือ่ เกษตรกรรม พนั ก งานเจ า หน า ที่ ย อ มไม อ าจออกโฉนดที่ ดิ น ให ไ ด ผู ฟ อ งคดี อุ ท ธรณ ค ำสั่ ง ดั ง กล า วต อ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ต อ มา ผู ถู ก ฟ อ งคดี แจ ง ผลการพิ จ ารณาอุ ท ธรณ ใ ห ผู ฟ อ งคดี ท ราบว า สำนั ก งานที่ ดิ น จั ง หวั ด ปทุ ม ธานี ยื น ยั น ตามคำสั่ ง เดิ ม ผู ฟ อ งคดี จึ ง นำคดี ม าฟ อ งต อ ศาลปกครองขอใหศาลมีคำพิพากษาหรือคำสัง่ ใหเพิกถอน คำสั่ ง ปฏิ เ สธการรั ง วั ด ออกโฉนดที่ ดิ น ตามคำขอของ ผูฟองคดี และใหผูถูกฟองคดีดำเนินการรับคำขอรังวัด ออกโฉนดที่ ดิ น ให แ ก ผู ฟ อ งคดี ต ามกฎหมายต อ ไป ศาลปกครองสูงสุดวินจิ ฉัยวา ผูฟ อ งคดีเปนผูค รอบครอง
พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๕ ใหผูที่ไดครอบครองและทำประโยชนในที่ดินอยูกอนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับ โดยไมมีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน แจงการครอบครองที่ดินตอนายอำเภอทองที่ภายในหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา การแจงการครอบครองตามความในมาตรานี้ ไมกอใหเกิดสิทธิขึ้นใหมแกผูแจงแตประการใด ๔-๕ ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๒๗ ตรี เมื่อผูวาราชการจังหวัดไดประกาศกำหนดทองที่และวันเริ่มตนของการสำรวจตามมาตรา ๕๘ วรรคสอง ผูครอบครองและ ทำประโยชนในที่ดินอยูกอนวันที่ประมวลกฎหมายนี้ใชบังคับโดยไมมีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน และมิไดแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ หรือผูซึ่งรอคำสั่งผอนผันจากผูวาราชการจังหวัดตามมาตรา ๒๗ ทวิ แตไดครอบครองและ ทำประโยชนในที่ดินนั้นติดตอมาจนถึงวันทำการสำรวจรังวัดหรือพิสูจนสอบสวน ถาประสงคจะไดสิทธิในที่ดินนั้น ใหแจงการครอบครองที่ดินตอ เจาพนักงานที่ดิน ณ ที่ดินนั้นตั้งอยูภายในกำหนดเวลาสามสิบวันนับแตวันปดประกาศ ถามิไดแจงการครอบครองภายในกำหนดเวลาดังกลาว แตไดมานำ หรือสงตัวแทนมานำพนักงานเจาหนาที่ทำการสำรวจรังวัดตามวันและเวลาที่พนักงานเจาหนาที่ประกาศกำหนด ใหถือวายังประสงคจะไดสิทธิในที่ดินนั้น เพื่อประโยชนแหงมาตรานี้ ผูครอบครองและทำประโยชนในที่ดินตามวรรคหนึ่ง ใหหมายความรวมถึงผูซึ่งไดครอบครองและทำประโยชน ในที่ดินตอเนื่องมาจากบุคคลดังกลาวดวย มาตรา ๕๘ เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรจะใหมีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชนในจังหวัดใดในปใด ใหรัฐมนตรีประกาศ ในราชกิจจานุเบกษากำหนดจังหวัดที่จะทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจนสอบสวนการทำประโยชนสำหรับปนั้น เขตจังหวัดที่รัฐมนตรีประกาศ กำหนดไมรวมทองที่ที่ทางราชการไดจำแนกใหเปนเขตปาไมถาวร เมื่อไดมีประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ใหผูวาราชการจังหวัดกำหนดทองที่และวันเริ่มตนของการเดินสำรวจรังวัดในทองที่นั้น โดยปด ประกาศไว ณ สำนักงานที่ดิน ที่วาการอำเภอ ที่วาการกิ่งอำเภอ ที่ทำการกำนัน และที่ทำการผูใหญบานแหงทองที่กอนวันเริ่มตนสำรวจไมนอยกวา สามสิบวัน ๓
139
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
และทำประโยชน ใ นที่ ดิ น ต อ เนื่ อ งมาจากมารดาของ ผูฟองคดี ซึ่งไดครอบครองและทำประโยชนในที่ดิน ก อ นวั น ที่ ป ระมวลกฎหมายที่ ดิ น ใช บั ง คั บ โดยไม มี หนั ง สื อ สำคั ญ แสดงกรรมสิ ท ธิ์ ที่ ดิ น และมิ ไ ด แ จ ง การครอบครองที่ดินตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติ ใหใชประมวลกฎหมายที่ดินฯ ภายหลังจากที่ผูฟองคดี มีคำขอออกโฉนดที่ดินเมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๔๕ ปรากฏวา กระทรวงมหาดไทยไดมีประกาศลงวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๔๖ ใหจังหวัดปทุมธานีเปนจังหวัดที่จะ ทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่เพื่อออกโฉนดที่ดิน และ จั ง หวั ด ปทุ ม ธานี ไ ด มี ป ระกาศกำหนดท อ งที่ แ ละวั น เริ่มตนทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่เพื่อออกโฉนดที่ดิน และสอบเขตโฉนดที่ดิน ลงวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๔๖ ตามมาตรา ๕๘๕ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ดังนั้น กรณีจงึ เห็นไดวา กอนวันทีผ่ ฟู อ งคดีมคี ำขอออกโฉนดทีด่ นิ
ที่ดินพิพาทไมเคยมีการประกาศกำหนดทองที่และวัน เริ่มตนของการเดินสำรวจรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดินหรือ หนังสือรับรองการทำประโยชน ผูฟองคดีจึงมิอาจแจง การครอบครองที่ดินหรือไดมานำพนักงานเจาหนาที่ ทำการสำรวจรังวัดได จึงถือไดวาผูฟองคดีมิใชเปนผูซึ่ง มิไดปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ ตรี แหงประมวลกฎหมาย ที่ ดิ น ฉะนั้ น เมื่ อ ผู ฟ อ งคดี เ ป น ผู ค รอบครองและทำ ประโยชนในที่ดินอยูกอนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช บังคับโดยไมมีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินและ มิไดแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติ ใหใชประมวลกฎหมายที่ดินฯ ผูฟองคดีจึงเปนผูมีสิทธิ ขอออกโฉนดที่ดินเปนการเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙ ทวิ๖ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน และเมื่อไมปรากฏวา ที่ ดิ น แปลงพิ พ าทเป น ที่ ดิ น ที่ ต อ งห า มมิ ใ ห อ อกโฉนด ที่ดิน ตามขอ ๑๔๗ ของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ.
เมื่อไดมีประกาศของผูวาราชการจังหวัดตามวรรคสอง ใหบุคคลตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง หรือตัวแทนของบุคคลดังกลาว นำพนักงาน เจาหนาที่หรือผูซึ่งพนักงานเจาหนาที่มอบหมายเพื่อทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจนสอบสวนการทำประโยชนในที่ดินของตนตามวันและเวลาที่ พนักงานเจาหนาที่ไดนัดหมาย ในการเดินสำรวจพิสูจนสอบสวนการทำประโยชนเพื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน เจาพนักงานที่ดินมีอำนาจแตงตั้งผูซึ่งไดรับ การอบรมในการพิสูจนสอบสวนการทำประโยชน เปนเจาหนาที่ออกไปพิสูจนสอบสวนการทำประโยชนแทนตนได ในการปฏิบัติหนาที่ตามวรรคสี่ ใหเจาหนาที่เปนเจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ๖ ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๕๙ ทวิ ผูซึ่งครอบครองและทำประโยชนในที่ดินอยูกอนวันที่ประมวลกฎหมายนี้ใชบังคับ โดยไมมีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน และมิไดแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ แตไมรวมถึงผูซึ่งมิไดปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ ตรี ถามีความจำเปนจะขอออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชนเปนการเฉพาะราย เมื่อพนักงานเจาหนาที่พิจารณาเห็นสมควรใหดำเนินการ ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน แลวแตกรณี ไดตามหลักเกณฑและวิธีการที่ประมวลกฎหมายนี้กำหนด แตตองไมเกินหาสิบไร ถาเกิน หาสิบไรจะตองไดรับอนุมัติจากผูวาราชการจังหวัด ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด เพื่อประโยชนแหงมาตรานี้ ผูครอบครองและทำประโยชนในที่ดินตามวรรคหนึ่งใหหมายความรวมถึงผูซึ่งไดครอบครองและทำประโยชน ในที่ดินตอเนื่องมาจากบุคคลดังกลาวดวย ๗ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ ๑๔ ที่ดินที่จะออกโฉนดที่ดินตองเปนที่ดินที่ผูมีสิทธิในที่ดินไดครอบครองและทำประโยชนแลว และเปนที่ดินที่สามารถออกโฉนดที่ดินได ตามกฎหมายแตหามมิใหออกโฉนดที่ดินสำหรับที่ดินดังตอไปนี้ (๑) ที่ดินที่ราษฎรใชประโยชนรวมกัน เชน ทางน้ำ ทางหลวง ทะเลสาบ ที่ชายตลิ่ง (๒) ที่เขา ที่ภูเขา และพื้นที่ที่รัฐมนตรีประกาศหวงหามตามมาตรา ๙ (๒) แหงประมวลกฎหมายที่ดิน แตไมรวมถึงที่ดินซึ่งผูครอบครองมีสิทธิ ครอบครองโดยชอบดวยกฎหมายตามประมวลกฎหมายที่ดิน (๓) ที่เกาะ แตไมรวมถึงที่ดินของผูซึ่งมีหลักฐานแจงการครอบครองที่ดิน มีใบจอง ใบเหยียบย่ำ หนังสือรับรองการทำประโยชน โฉนดตราจอง ตราจองที่ตราวา “ไดทำประโยชนแลว” หรือเปนผูมีสิทธิตามกฎหมายวาดวยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ หรือที่ดินที่คณะกรรมการการจัดที่ดินแหงชาติ ไดอนุมัติใหจัดแกประชาชน หรือที่ดินซึ่งไดมีการจัดหาผลประโยชนตามมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน โดยคณะกรรมการ จัดที่ดินแหงชาติไดอนุมัติแลว (๔) ที่สงวนหวงหามตามมาตรา ๑๐ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๒๐ (๓) และ (๔) แหงประมวล กฎหมายที่ดินซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๖ หรือกฎหมายอื่น (๕) ที่ดินที่คณะรัฐมนตรีสงวนไวเพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติหรือเพื่อประโยชนสาธารณะอยางอื่น 140
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวล กฎหมายที่ดินฯ ที่ดินพิพาทที่ผูฟองคดีขอออกโฉนด ที่ดินดังกลาวจึงอยูในหลักเกณฑที่ จะออกโฉนดที่ดินได สวนกรณีทมี่ ี พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ ดิ น ในทองที่อำเภอคลองหลวง อำเภอ หนองเสือ และอำเภอธัญบุรี จังหวัด ปทุ ม ธานี ให เ ป น เขตปฏิ รู ป ที่ ดิ น พ.ศ. ๒๕๑๙ กำหนดเขตปฏิรปู ที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมครอบคลุมทั้งอำเภอตามมาตรา ๒๕๘ แหงพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่ ง มี ผ ลทำให ที่ ดิ น พิ พ าทซึ่ ง ตั้ ง อยู ในเขตอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี กลายเปน
ที่ ดิ น ที่ อ ยู ใ นเขตปฏิ รู ป ที่ ดิ น เพื่ อ เกษตรกรรมนั้ น เมื่อขอเท็จจริงเปนที่ยุติแลววา ที่ดินพิพาทเปนที่ดิน ที่ ผู ฟ อ งคดี มี สิ ท ธิ ค รอบครอง โดยชอบดวยกฎหมาย จึงมิใชที่ดิน รกรางวางเปลาทีส่ ำนักงานการปฏิรปู ที่ ดิ น เพื่ อ การเกษตรกรรมจะมี อำนาจนำไปใชในการปฏิรูปที่ดิน ได ต ามมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ ง ๙ แหงพระราชบัญญัตกิ ารปฏิรปู ทีด่ นิ เพื่อเกษตรกรรมฯ การที่ผูถูกฟองคดีมีคำสั่งไมรับคำขอ ออกโฉนดที่ ดิ น ของผู ฟ อ งคดี จึ ง เป น คำสั่ ง ที่ ไ ม ช อบ ดวยกฎหมาย พิพากษาใหเพิกถอนคำสั่งไมรับคำขอ ออกโฉนดที่ ดิ น ของผู ฟ อ งคดี แ ละคำวิ นิ จ ฉั ย อุ ท ธรณ
พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒๕ การกำหนดเขตที่ดินในทองที่ใดใหเปนเขตปฏิรูปที่ดินใหตราเปนพระราชกฤษฎีกา ในพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่ง ใหมีแผนที่แสดงเขตและระบุทองที่ที่อยูในเขตปฏิรูปที่ดินแนบทายพระราชกฤษฎีกานั้นดวย แผนที่ดังกลาว ใหถือเปนสวนหนึ่งแหงพระราชกฤษฎีกา การกำหนดเขตที่ดินใหเปนเขตปฏิรูปที่ดินตามวรรคหนึ่ง ใหกำหนดเฉพาะที่ดินที่จะดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เวนแตในกรณี ที่จำเปนจะถือเขตของตำบลหรืออำเภอเปนหลักก็ได โดยใหดำเนินการกำหนดเขตปฏิรูปที่ดินในเขตทองที่อำเภอที่มีเกษตรกรผูไมมีที่ดินประกอบ เกษตรกรรมเปนของตนเอง หรือมีที่ดินเล็กนอยไมเพียงพอแกการครองชีพ หรือตองเชาที่ดินของผูอื่นประกอบเกษตรกรรมอยูเปนจำนวนมาก ตลอดจนที่ มีผลผลิตตอไรต่ำเปนเกณฑในการจัดอันดับความสำคัญในการกำหนดเขตกอนหลัง ในกรณีที่ใหถือเขตของตำบลหรืออำเภอเปนเขตปฏิรูปที่ดินนั้น ใหหมายถึงเฉพาะที่ตั้งอยูนอกเขตเทศบาลและสุขาภิบาล ใหดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชักชา และใหดำเนินการสำรวจที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและวางโครงการเพื่อดำเนินการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมในทองที่ทุกจังหวัดทั่วราชอาณาจักร ใหเสร็จภายในสามปนับแตวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ มาตรา ๒๖ เมื่อไดมีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินใชบังคับในทองที่ใดแลว (๑) ถาในเขตปฏิรูปที่ดินนั้นมีที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสำหรับพลเมืองใชรวมกัน แตพลเมืองเลิกใชประโยชนในที่ดินนั้น หรือได เปลี่ยนสภาพจากการเปนที่ดินสำหรับพลเมืองใชรวมกันก็ดี หรือพลเมืองยังใชประโยชนในที่ดินนั้นอยู หรือยังไมเปลี่ยนสภาพจากการเปนที่ดินสำหรับ พลเมืองใชรวมกัน เมื่อไดจัดที่ดินแปลงอื่นใหพลเมืองใชรวมกันแทน โดยคณะกรรมการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวก็ดี ใหพระราชกฤษฎีกากำหนด เขตปฏิรูปที่ดินนั้นมีผลเปนการถอนสภาพการเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสำหรับที่ดินดังกลาวโดยมิตองดำเนินการถอนสภาพตามประมวลกฎหมาย ที่ดิน และให ส.ป.ก. มีอำนาจนำที่ดินนั้นมาใชในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได (๒) ถาในเขตปฏิรูปที่ดินนั้นมีที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสำหรับใชเพื่อประโยชนของแผนดินโดยเฉพาะ หรือที่ดินที่ไดสงวนหรือ หวงหามไวตามความตองการของทางราชการ เมื่อกระทรวงการคลังไดใหความยินยอมแลว ใหพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินนั้นมีผลเปนการ ถอนสภาพการเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสำหรับที่ดินดังกลาว โดยมิตองดำเนินการถอนสภาพตามกฎหมายวาดวยที่ราชพัสดุ และให ส.ป.ก. มี อำนาจนำที่ดินนั้นมาใชในการปฏิรูปที่ดนิ เพื่อเกษตรกรรมได (๓) ถาในเขตปฏิรูปที่ดินนั้นมีที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินซึ่งเปนที่ดินรกรางวางเปลา หรือที่ดินซึ่งมีผูเวนคืนหรือทอดทิ้ง หรือกลับ มาเปนของแผนดินโดยประการอื่นตามกฎหมายที่ดิน และที่ดินนั้นอยูนอกเขตปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ให ส.ป.ก. มีอำนาจนำที่ดินนั้นมาใชในการ ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได (๔) ถาเปนที่ดินในเขตปาสงวนแหงชาติ เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติใหดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในที่ดินเขตปาสงวนแหงชาติสวนใด แลว เมื่อ ส.ป.ก. จะนำที่ดินแปลงใดในสวนนั้นไปดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ใหพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินมีผลเปนการเพิกถอน ปาสงวนแหงชาติในที่ดินแปลงนั้น และให ส.ป.ก. มีอำนาจนำที่ดินนั้นมาใชในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไดโดยไมตองดำเนินการเพิกถอน ตามกฎหมายปาสงวนแหงชาติ ฯลฯ ฯลฯ ๘-๙
141
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
และใหผูถูกฟองคดีพิจารณาคำขอออกโฉนดที่ดินของ ผูฟองคดีตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด (คำพิพากษา ศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๗๓/๒๕๕๔) ๑.๒ กรณี ที่ ห น ว ยงานทางปกครองหรื อ เจ า หน า ที่ ข องรั ฐ กระทำการโดยไม ถู ก ต อ งตาม รู ป แบบ ขั้ น ตอน หรื อ วิ ธี ก ารอั น เป น สาระสำคั ญ ที่กำหนดไวสำหรับการกระทำนั้น ศาลปกครองสูงสุดไดวางแนวทางการปฏิบัติ ราชการที่ น า สนใจในการวิ นิ จ ฉั ย ข อ พิ พ าทเกี่ ย วกั บ การที่ ห น ว ยงานทางปกครองหรื อ เจ า หน า ที่ ข องรั ฐ กระทำการโดยไม ถู ก ต อ งตามรู ป แบบขั้ น ตอน หรื อ วิ ธี ก ารอั น เป น สาระสำคั ญ ที่ ก ำหนดไว ส ำหรั บ การกระทำนั้นดังตอไปนี้ การแต ง ตั้ ง คณะกรรมการสอบข อ เท็ จ จริ ง ความรับผิดทางละเมิดกับคณะกรรมการสอบสวน ทางวินยั มีวตั ถุประสงคและอำนาจหนาทีแ่ ตกตางกัน ทัง้ เปนคณะกรรมการสอบสวนตามกฎหมายคนละฉบับ การที่ ห น ว ยงานของรั ฐ นำผลการสอบสวนของ คณะกรรมการสอบสวนทางวิ นั ย มาออกคำสั่ ง ให เจาหนาที่ชดใชคาเสียหายฐานกระทำละเมิดในการ ปฏิ บั ติ ห น า ที่ จึ ง เป น การออกคำสั่ ง ทางปกครอง โดยมิไดปฏิบัติใหถูกตองตามรูปแบบ ขั้นตอน หรือ วิธีการอันเปนสาระสำคัญตามที่กฎหมายกำหนดไว คำสั่งดังกลาวจึงไมชอบดวยกฎหมาย ผู ฟ อ งคดี เ ป น พนั ก งานขององค ก ารขนส ง มวลชนกรุ ง เทพ (ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑) ได ข ออนุ มั ติ ยื ม เงิ น ทดรองจ า ยเพื่ อ นำไปใช ใ นการจั ด สั ม มนา โดยผู อ ำนวยการองค ก ารขนส ง มวลชนกรุ ง เทพ (ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒) ได อ นุ มั ติ ใ ห ใช ง บกลางในการจั ด
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยหลักเกณฑการปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ข อ ๘ เมื่ อ เกิ ด ความเสี ย หายแก ห น ว ยงานของรั ฐ แห ง ใด และหั ว หน า หน ว ยงานของรั ฐ แห ง นั้ น มี เ หตุ อั น ควรเชื่ อ ว า เกิ ด จากการกระทำ ของเจาหนาที่ของหนวยงานของรัฐแหงนั้น ใหหัวหนาหนวยงานของรัฐดังกลาวแตงตั้งคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดขึ้นคณะหนึ่ง โดยไมชักชาเพื่อพิจารณาเสนอความเห็นเกี่ยวกับผูตองรับผิด และจำนวนคาสินไหมทดแทนที่ผูนั้นตองชดใช ฯลฯ ฯลฯ ๑๐
142
สัมมนาดังกลาวแลว ตอมา สำนักงานตรวจเงินแผนดิน มี ค วามเห็ น ว า การยื ม เงิ น ทดรองจ า ยไม ช อบด ว ย ข อ บั ง คั บ องค ก ารขนส ง มวลชนกรุ ง เทพ ฉบั บ ที่ ๒ ว า ด ว ยการเบิ ก จ า ยเงิ น ลงวั น ที่ ๑๐ พฤศจิ ก ายน ๒๕๑๙ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ จึ ง มี ห นั ง สื อ แจ ง ผู ฟ อ งคดี นำเงิ น มาชำระคื น แต ผู ฟ อ งคดี มิ ไ ด ส ง เงิ น จำนวน ดังกลาวคืน ผูถูกฟองคดีที่ ๑ โดย ผูถูกฟองคดีที่ ๒ จึงไดมีคำสั่งแตงตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย กั บ ผู ฟ อ งคดี ซึ่ ง คณะกรรมการฯ ได ส อบสวนแล ว มีความเห็นใหยกเวนโทษทางวินยั แตใหเรียกเงินทดรอง จ า ยคื น จากผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ จึ ง มีคำสั่งเรียกใหผูฟองคดีคืนเงินตามที่รับไป ผูฟองคดี อุ ท ธรณ ค ำสั่ ง ดั ง กล า ว แต ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ ยื น ตาม ความเห็ น เดิ ม และมี ห นั ง สื อ แจ ง ให ผู ฟ อ งคดี น ำเงิ น จำนวนดังกลาวคืนใหแกผูถูกฟองคดีที่ ๑ ภายใน ๗ วัน นับแตวันที่ไดรับทราบคำสั่ง และระบุวาหากไมชำระ เงิ น คื น จะใช ม าตรการบั ง คั บ ทางปกครองต อ ไป ผูฟองคดีจึงนำคดีมาฟองตอศาลปกครอง ขอใหศาล มี ค ำพิ พ ากษาหรื อ คำสั่ ง ให เ พิ ก ถอนคำสั่ ง ดั ง กล า ว ศาลปกครองสู ง สุ ด วิ นิ จ ฉั ย ว า ข อ ๘ วรรคหนึ่ ง ๑๐ ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยหลักเกณฑ การปฏิ บั ติ เ กี่ ย วกั บ ความรั บ ผิ ด ทางละเมิ ด ของ เจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ กำหนดไววา เมื่อเกิดความ เสี ย หายแก ห น ว ยงานของรั ฐ แห ง ใด และหั ว หน า หนวยงานของรัฐแหงนั้นมีเหตุอันควรเชื่อวาเกิดจาก การกระทำของเจ า หน า ที่ ข องหน ว ยงานของรั ฐ แห ง นั้ น ให หั ว หน า หน ว ยงานของรั ฐ ดั ง กล า วแต ง ตั้ ง คณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดขึน้ คณะหนึ่งโดยไมชักชา เพื่อพิจารณาเสนอความเห็น เกี่ยวกับผูตองรับผิดและจำนวนเงินคาสินไหมทดแทน ที่ผูนั้นตองชดใช เมื่อผูถูกฟองคดีที่ ๑ เปนรัฐวิสาหกิจ
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองคการขนสง มวลชนกรุงเทพ พ.ศ. ๒๕๑๙ อันมีฐานะเปนหนวยงาน ของรัฐตามมาตรา ๔ แหงพระราชบัญญัติความรับผิด ทางละเมิ ด ของเจ า หน า ที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ กล า วหาว า ผูฟองคดีซึ่งเปนเจาหนาที่ของผูถูกฟองคดีที่ ๑ กระทำ การยืมเงินทดรองจายไปโดยมิชอบดวยกฎหมายและ เปนการกระทำละเมิดตอผูถูกฟองคดีที่ ๑ ตามมาตรา ๑๐๑๑ ประกอบกับมาตรา ๘ ๑๒ แหงพระราชบัญญัติ ดั ง กล า ว การที่ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ จะออกคำสั่ ง ให ผูฟองคดีชดใชเงินคืนจากการกระทำละเมิดตามมาตรา ๑๒๑๓ แหงพระราชบัญญัติเดียวกันได ผูถูกฟองคดีที่ ๑ จะตองแตงตัง้ คณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิด ทางละเมิดขึ้นทำการสอบสวนตามขอ ๘ วรรคหนึ่ง ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยหลักเกณฑ การปฏิ บั ติ เ กี่ ย วกั บ ความรั บ ผิ ด ทางละเมิ ด ของ เจาหนาที่ฯ กอน แลวจึงจะทำการวินิจฉัยและออก คำสั่งได เมื่อกรณีนี้ผูถูกฟองคดีที่ ๑ โดยผูถูกฟองคดี ที่ ๒ ไดออกคำสัง่ ใหผฟู อ งคดีชดใชคนื เงินยืมทดรองจาย ที่ ยื ม ไปโดยมิ ไ ด ด ำเนิ น การตามนั ย ดั ง กล า วแล ว
แตไดนำผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวน ทางวินัยซึ่งเปนคณะกรรมการสอบสวนตามกฎหมาย คนละฉบับและมีอำนาจหนาที่แตกตางกันมาเปนเหตุ ในการออกคำสั่ ง ดั ง กล า ว จึ ง เป น การออกคำสั่ ง ไป โดยมิไดปฏิบตั ใิ หถกู ตองตามรูปแบบ ขัน้ ตอน หรือวิธกี าร อั น เป น สาระสำคั ญ ตามที่ ก ฎหมายกำหนดไว คำสั่ ง ดังกลาวจึงเปนคำสั่งทางปกครองที่ไมชอบดวยกฎหมาย พิพากษาใหเพิกถอนคำสัง่ เฉพาะสวนทีเ่ รียกใหผูฟองคดี คื น เงิ น ยื ม ทดรองจ า ย โดยให มี ผ ลย อ นหลั ง ตั้ ง แต วั น ออกคำสั่ ง (คำพิ พ ากษาศาลปกครองสู ง สุ ด ที่ อ.๑๑๔/๒๕๕๔) ๑.๓ กรณีทหี่ นวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ ของรัฐใชดุลพินิจโดยมิชอบ ศาลปกครองสูงสุดไดวางแนวทางการปฏิบัติ ราชการที่ น า สนใจในการวิ นิ จ ฉั ย ข อ พิ พ าทเกี่ ย วกั บ การที่ ห น ว ยงานทางปกครองหรื อ เจ า หน า ที่ ข องรั ฐ กระทำการโดยใชดุลพินิจโดยมิชอบ ดังตอไปนี้
พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๘ ในกรณีที่หนวยงานของรัฐตองรับผิดใชคาสินไหมทดแทนแกผูเสียหายเพื่อการละเมิดของเจาหนาที่ใหหนวยงานของรัฐมีสิทธิเรียก ใหเจาหนาที่ผูทำละเมิดชดใชคาสินไหมทดแทนดังกลาวแกหนวยงานของรัฐได ถาเจาหนาที่ไดกระทำการนั้นไปดวยความจงใจหรือประมาทเลินเลอ อยางรายแรง สิทธิเรียกใหชดใชคาสินไหมทดแทนตามวรรคหนึ่งจะมีไดเพียงใดใหคำนึงถึงระดับความรายแรงแหงการกระทำและความเปนธรรมในแตละ กรณีเปนเกณฑโดยมิตองใหใชเต็มจำนวนของความเสียหายก็ได ถาการละเมิดเกิดจากความผิดหรือความบกพรองของหนวยงานของรัฐหรือระบบการดำเนินงานสวนรวม ใหหักสวนแหงความรับผิดดังกลาว ออกดวย ในกรณีที่การละเมิดเกิดจากเจาหนาที่หลายคน มิใหนำหลักฐานเรื่องลูกหนี้รวมมาใชบังคับและเจาหนาที่แตละคนตองรับผิดใชคาสินไหม ทดแทนเฉพาะสวนของตนเทานั้น มาตรา ๑๐ ในกรณีที่เจาหนาที่เปนผูกระทำละเมิดตอหนวยงานของรัฐไมวาจะเปนหนวยงานของรัฐที่ผูนั้นอยูในสังกัดหรือไม ถาเปน การกระทำในการปฏิบัติหนาที่การเรียกรองคาสินไหมทดแทนจากเจาหนาที่ใหนำบทบัญญัติมาตรา ๘ มาใชบังคับโดยอนุโลม แตถามิใชการกระทำ ในการปฏิบัติหนาที่ใหบังคับตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย สิทธิเรียกรองคาสินไหมทดแทนจากเจาหนาที่ทั้งสองประการตามวรรคหนึ่ง ใหมีกำหนดอายุความสองปนับแตวันที่หนวยงานของรัฐรูถึง การละเมิดและรูตัวเจาหนาที่ ผูจะพึงตองใชคาสินไหมทดแทน และกรณีที่หนวยงานของรัฐ เห็นวา เจาหนาที่ผูนั้นไมตองรับผิด แตกระทรวงการคลัง ตรวจสอบแลวเห็นวาตองรับผิด ใหสิทธิเรียกรองคาสินไหมทดแทนนั้นมีกำหนดอายุความหนึ่งปนับแตวันที่หนวยงานของรัฐมีคำสั่งตามความเห็นของ กระทรวงการคลัง มาตรา ๑๒ เจาหนาที่ตองชดใชคาสินไหมทดแทนที่หนวยงานของรัฐไดใชใหแกผูเสียหายตามมาตรา ๘ หรือในกรณีที่เจาหนาที่ตองใช คาสินไหมทดแทนเนื่องจากเจาหนาที่ผูนั้นไดกระทำละเมิดตอหนวยงานของรัฐตามมาตรา ๑๐ ประกอบกับมาตรา ๘ ใหหนวยงานของรัฐที่เสียหาย มีอำนาจออกคำสั่งเรียกใหเจาหนาที่ผูนั้นชำระเงินดังกลาวภายในเวลาที่กำหนด ๑๑ - ๑๓
143
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
(๑) จุ ด มุ ง หมายหลั ก ในการจั ด ทำบริ ก าร สาธารณะของกรมการขนส ง ทางบก คื อ การจั ด บริ ก ารรถโดยสารสาธารณะให แ ก ป ระชาชน อย า งพอเพี ย งและมี ค วามสะดวกรวดเร็ ว เพื่ อ ให ประชาชนไดรับประโยชนสูงสุดจากบริการสาธารณะ และสามารถเข า ถึ ง บริ ก ารสาธารณะดั ง กล า ว ไดอยางทั่วถึง ดังนั้น แมคณะกรรมการควบคุมการ ขนส ง ทางบกกลางจะมี ม ติ แ ละออกประกาศให มีการปรับปรุงเสนทางการเดินรถประจำทางซึ่งมีผล เปนการอนุญาตใหผูประกอบการขนสงประจำทาง รายอื่นเดินรถทับเสนทางที่ผูฟองคดีไดรับอนุญาต บางส ว น อั น ส ง ผลต อ รายได ใ นการประกอบการ ของผู ฟ อ งคดี ก็ ต าม แต เ มื่ อ เปรี ย บเที ย บระหว า ง ผลประโยชน ข องประชาชนที่ จ ะสามารถเดิ น ทาง ระหว า งจั ง หวั ด ได โ ดยไม ต อ งต อ รถกั บ ผลกระทบ ต อ รายได ข องผู ฟ อ งคดี ใ นเส น ทางการเดิ น รถ ที่ ทั บ ซ อ นแล ว เห็ น ได ว า การใช ดุ ล พิ นิ จ ในการ ปรับปรุงเสนทางการเดินรถประจำทางดังกลาวของ คณะกรรมการควบคุ ม การขนส ง ทางบกกลาง สอดคลองกับจุดมุงหมายหลักของการจัดทำบริการ สาธารณะขางตน กรณีจึงเปนการใชดุลพินิจโดยชอบ ดวยกฎหมาย ผูฟองคดีเปนผูไดรับใบอนุญาตประกอบการ ขนส ง ประจำทางด ว ยรถที่ ใช ใ นการขนส ง ผู โ ดยสาร ในเสนทางหมวด ๓ สายที่ ๔๔๐ ภูเก็ต - นครศรีธรรมราช ตั้ ง แต ป พ.ศ. ๒๕๑๗ และสายที่ ๗๓๓ ภู เ ก็ ต นครศรีธรรมราช (ข) ตั้งแตป พ.ศ. ๒๕๔๓ ฟองวา ไดรับความเดือดรอนเสียหายจากการที่คณะกรรมการ ควบคุมการขนสงทางบกกลาง (ผูถูกฟองคดีที่ ๑) มี มติอนุมัติใหปรับปรุงเสนทางการเดินรถตามที่ผูถูกฟอง คดีที่ ๔ ซึ่งเปนผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสง ประจำทางฯ หมวด ๓ สายที่ ๗๔๓ นครศรีธรรมราช ๑๔
144
กระบี่ มีคำขอ เนื่องจากเสนทางที่ขอปรับปรุงดังกลาว ได แ ก เส น ทางนครศรี ธ รรมราช - กระบี่ - ภู เ ก็ ต เปนเสนทางจากจังหวัดกระบี่ผานอำเภออาวลึก สี่แยก ปากอ า ว สามแยกทั บ ปุ ด เข า ตั ว เมื อ งจั ง หวั ด พั ง งา สามแยกโคกกลอย อำเภอถลาง ถึ ง จั ง หวั ด ภู เ ก็ ต ส ง ผลให เ กิ ด ป ญ หาการแย ง รั บ ผู โ ดยสารในเส น ทาง ที่ ผู ฟ อ งคดี ไ ด รั บ ใบอนุ ญ าตทั้ ง สองเส น ทางข า งต น ผูฟองคดีจึงไดมีหนังสือคัดคานการปรับปรุงเสนทาง ดังกลาว แตผถู กู ฟองคดีที่ ๑ ยืนยันการปรับปรุงเสนทาง โดยให เ หตุ ผ ลว า เพื่ อ เป น ทางเลื อ กแก ป ระชาชนที่ ต อ งการเดิ น ทางระหว า งภู เ ก็ ต - นครศรี ธ รรมราช ใหไดรับความสะดวกมากขึ้น และเพื่อเปนการสงเสริม และสนั บ สนุ น การท อ งเที่ ย วในเขตภาคใต ต อนกลาง และตอนล า ง ประกอบกั บ แนวเส น ทางช ว งอำเภอ ทุงใหญ - อำเภอลำทับ ยังไมมีรถโดยสารใหบริการ ไปถึงจังหวัดภูเก็ต จึงสมควรปรับปรุงเสนทางสายที่ ๗๔๓ นครศรีธรรมราช - กระบี่ เปนนครศรีธรรมราช กระบี่ - ภู เ ก็ ต หลั ง จากนั้ น ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ได มี ประกาศฉบับที่ ๑๔๖๗ (พ.ศ. ๒๕๔๗) เรื่อง กำหนด (ปรั บ ปรุ ง ) เส น ทางสำหรั บ การขนส ง ประจำทาง ดวยรถโดยสาร หมวด ๓ สายที่ ๗๔๓ นครศรีธรรมราช - กระบี่ เป น นครศรี ธ รรมราช - กระบี่ - ภู เ ก็ ต ลงวั น ที่ ๑๕ กั น ยายน ๒๕๔๗ และนายทะเบี ย น ตามพระราชบั ญ ญั ติ ก ารขนส ง ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ได บั น ทึ ก การเปลี่ ย นแปลงเส น ทางดั ง กล า วไว ใ น ใบอนุญาตประกอบการขนสงประจำทางของผูถ กู ฟองคดี ที่ ๔ แลว ผูฟองคดีจึงยื่นฟองคดีตอศาลปกครอง ขอให มี ค ำพิ พ ากษาหรื อ คำสั่ ง เพิ ก ถอนคำสั่ ง และประกาศ ของผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ที่ อ นุ มั ติ ใ ห ป รั บ ปรุ ง เส น ทาง รถประจำทางสายที่ ๗๔๓ และคำสั่งที่ใหนายทะเบียน บันทึกเงือ่ นไขในใบอนุญาตประกอบการขนสงประจำทาง ของผูถูกฟองคดีที่ ๔ ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยวา โดยที่มาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง (๒)๑๔ แหงพระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๙ ใหคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางมีอำนาจและหนาที่ ดังตอไปนี้ ฯลฯ
ฯลฯ
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
การขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กำหนดใหคณะกรรมการ ควบคุ ม การขนส ง ทางบกกลางมี อ ำนาจและหน า ที่ ในการกำหนดเส น ทาง จำนวนผู ป ระกอบการขนส ง และจำนวนรถสำหรั บ การขนส ง ประจำทางในเขต กรุงเทพมหานคร ระหวางจังหวัดและระหวางประเทศ ซึ่งการใชดุลพินิจของผูถูกฟองคดีที่ ๑ ในการอนุมัติ ให ก ำหนด (ปรั บ ปรุ ง ) เส น ทางสำหรั บ การขนส ง ประจำทางด ว ยรถโดยสารนั้ น จะต อ งเป น ไปตามที่ ข อ ๒ ๑๕ ของหลั ก เกณฑ แ ละวิ ธี ก ารปฏิ บั ติ เ กี่ ย วกั บ การกำหนดหรือปรับปรุงเสนทางรถโดยสารประจำทาง กำหนดไว กล า วคื อ จะต อ งมี ร ายละเอี ย ดคำชี้ แจง และขอมูลประกอบการพิจารณาในเรื่องเกี่ยวกับแผนที่ รวมเส น ทางที่ เ กี่ ย วข อ ง ระยะทางและสภาพทาง ที่ขอปรับปรุง ขอมูลเกี่ยวกับเสนทางเดิม ปญหาการ ทั บ ซ อ นเส น ทาง เงื่ อ นไขการเดิ น รถเดิ ม ปริ ม าณ ผูโดยสาร ภาวะเศรษฐกิจและผลผลิตที่สำคัญ รวมทั้ง การขนส ง แบบอื่ น ในเส น ทางที่ ก ำหนดหรื อ ปรั บ ปรุ ง ดังนั้น เมื่อขอเท็จจริงฟงไดวา ผูถูกฟองคดีที่ ๑ ไดนำ รายละเอี ย ดและข อ มู ล ตามที่ ข อ ๒ ของหลั ก เกณฑ
และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกำหนดหรือปรับปรุงเสนทาง เดินรถประจำทางขางตนกำหนดมาประกอบการพิจารณา ปรับปรุงเสนทางแลว ประกอบกับเสนทางการเดินรถ จากจังหวัดนครศรีธรรมราชไปยังจังหวัดภูเก็ตมีผูไดรับ อนุญาตประกอบการขนสง ๓ ราย คือ สายที่ ๔๔๐ ภูเก็ต - นครศรีธรรมราช ของผูฟองคดี สายที่ ๗๓๓ ภู เ ก็ ต - นครศรี ธ รรมราช (ข) ของผู ฟ อ งคดี และ สายที่ ๗๓๙ นครศรี ธ รรมราช - บ า นส อ ง - ภู เ ก็ ต ของผู ป ระกอบการรายอื่ น ซึ่ ง หากมี ก ารปรั บ ปรุ ง เสนทางการเดินรถสายที่ ๗๔๓ ของผูถูกฟองคดีที่ ๔ จากนครศรีธรรมราช - กระบี่ เปนนครศรีธรรมราช กระบี่ - ภู เ ก็ ต ผู ที่ จ ะได ผ ลประโยชน คื อ ประชาชน ที่ อ าศั ย อยู ร ะหว า งอำเภอทุ ง ใหญ แ ละอำเภอลำทั บ เนื่องจากแตเดิมนั้น ประชาชนที่อยูในบริเวณดังกลาว หากจะเดิ น ทางไปจั ง หวั ด พั ง งาหรื อ จั ง หวั ด ภู เ ก็ ต ตองเดินทางมาตอรถที่อำเภอลำทับ เมื่อเปรียบเทียบ ระหวางผลประโยชนที่ประชาชนระหวางอำเภอทุงใหญ และอำเภอลำทับไดรับจากการมีรถโดยสารประจำทาง ตรงไปจังหวัดพังงาหรือจังหวัดภูเก็ตโดยไมตองตอรถ
(๒) กำหนดเสนทาง จำนวนผูประกอบการขนสง และจำนวนรถสำหรับการขนสงประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร ระหวางจังหวัดและ ระหวางประเทศ ฯลฯ ฯลฯ ๑๕ หลักเกณฑและวิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับการกำหนดหรือปรับปรุงเสนทางรถโดยสารประจำทาง ขอ ๒ ในการพิจารณากำหนดหรือปรับปรุงเสนทางจะตองมีรายละเอียดคำชี้แจงและขอมูลประกอบพิจารณาดังนี้ ๒.๑ แผนที่รวมเสนทางที่เกี่ยวของแสดงเสนทางที่กำหนดแลว เสนทางที่ยังมิไดกำหนดและเสนทางที่ขอกำหนดหรือปรับปรุงใหม ระบุ รายละเอียดเกี่ยวกับหมายเลขทางหลวง หมายเลขเสนทาง ชื่อเสนทาง ชื่อผูประกอบการขนสง และระยะทาง ๒.๒ แผนที่สังเขปแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับเสนทางที่ขอกำหนดหรือปรับปรุงวาเริ่มตนจากจุดใด ไปตามถนนสายใด ผานที่ใดบาง จนถึง จุดหมายปลายทางโดยใหมีรายละเอียดเสนทางเกี่ยวพันดวย ๒.๓ สภาพและระยะทางระบุใหชัดเจนวา เสนทางที่กำหนดมีระยะทางตลอดสายเทาใด ชวงที่ขอปรับปรุงระยะทางเทาใด สภาพถนน เปนทางลาดยาง ลูกรังหรือทางเดินจากที่ใดถึงที่ใด เปนระยะทางเทาใด ๒.๔ ปญหาการทับเสนทาง ระบุวาทับเสนทางสายใด ความยาวตลอดสายเทาใด ทับชวงไหน ระยะทางเทาใด เปนของผูประกอบการ รายใด มีปญหากรณีพิพาทระหวางผูประกอบการขนสงหรือไม ๒.๕ จำนวนรถทีเ่ ดินอยูเ ดิม ระบุวา มีรถประเภทใด ลักษณะและสภาพเปนอยางไร หมายเลขทะเบียนใด จำนวนเทาใด เดินจากไหนถึงไหน ๒.๖ ปริมาณผูโดยสาร ซึ่งจะหาไดโดยวิธีสุมตัวอยางหรือวิธีอื่นใดเพื่อมีตัวเลขสนับสนุนวาในแตละวันจะมีผูใชบริการ ในเสนทางที่จะ กำหนดหรือปรับปรุงเปนจำนวนเทาใด ๒.๗ ภาวะเศรษฐกิจและผลผลิตที่สำคัญ ระบุวาอาชีพที่สำคัญของประชาชนในเสนทางที่จะกำหนดหรือปรับปรุงวาประกอบอาชีพอะไร มี ผลิตผลใดที่สำคัญ ภาวะเศรษฐกิจเปนอยางไร ๒.๘ การขนสงแบบอื่น ระบุไปดวยวาในเสนทางที่กำหนดหรือปรับปรุงมีการขนสงแบบอื่นๆ เชน ทางน้ำ ทางรถไฟ หรือไม การกำหนด หรือปรับปรุงเสนทางจะสามารถอำนวยความสะดวกใหแกประชาชนมากขึ้นหรือไม ประการใด 145
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
กั บ ผลกระทบต อ รายได ข องผู ฟ อ งคดี ใ นเส น ทางการ เดินรถที่ทับซอนแลว เห็นวา การจัดบริการรถโดยสาร สาธารณะให แ ก ป ระชาชนอย า งพอเพี ย งและมี ความสะดวกรวดเร็ ว ถื อ เป น จุ ด มุ ง หมายหลั ก ของ การจัดทำบริการสาธารณะของกรมการขนสงทางบก (ผูถูกฟองคดีที่ ๒) เพื่อใหประชาชนไดรับประโยชน สูงสุดจากบริการสาธารณะ รวมไปถึงสามารถเขาถึง บริการสาธารณะไดอยางทั่วถึง การที่ผูถูกฟองคดีที่ ๑ กำหนดเสนทางการเดินรถโดยสารประจำทาง หมวด ๓ สายที่ ๗๔๓ นครศรี ธ รรมราช กระบี่ เปนนครศรีธรรมราช - กระบี่ - ภูเก็ต จึงเปนการใชดลุ พินจิ โดยชอบ ด ว ยมาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ ง (๒) แ ห ง พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ก า ร ข น ส ง ทางบกฯ แลว ผลอันเกิดจากมติของ ผูถูกฟองคดีที่ ๑ อันไดแก ประกาศ ฉบับที่ ๑๔๖๗ (พ.ศ. ๒๕๔๗) ลงวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๔๗ และคำสั่งของผูถูกฟองคดีที่ ๑ ที่ สั่ ง ให น ายทะเบี ย นบั น ทึ ก เปลี่ ย นแปลงเงื่ อ นไขการ เดินรถในใบอนุญาตประกอบการเดินรถของผูถูกฟอง คดี ที่ ๔ จึ ง ชอบด ว ยกฎหมาย พิ พ ากษายกฟ อ ง (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๗๘/๒๕๕๔)
146
(๒) การพิจารณาคำรองขอยายสับเปลี่ยน ตำแหนงระหวางขาราชการมิใชการยายตามฤดูกาล ปกติที่เปนความประสงคของทางราชการ ผูมีอำนาจ ในการพิ จ ารณาย อ มไม ส ามารถอ า งเหตุ ผ ลเพื่ อ ประโยชนของทางราชการเปนสำคัญมาเปนเกณฑ ในการพิจารณาโยกยายแตเพียงอยางเดียว โดยไม คำนึงถึงเหตุผลและความจำเปนของขาราชการผูขอ ย า ยประกอบด ว ย การใช ดุ ล พิ นิ จ ที่ ไ ม ไ ด ค ำนึ ง ถึ ง ขอเท็จจริงและเหตุผลของเรื่องยอมเปนการกระทำ ที่ไมชอบ ขณะที่ ผู ฟ อ งคดี ด ำรงตำแหน ง ผู อ ำนวยการ สถานศึกษา โรงเรียนบานหมี่วิทยา สังกัดสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต ๑ ผูฟองคดีไดมีหนังสือถึง
ผูอำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต ๑ (ผูถูกฟองคดีที่ ๑) แจงความประสงคขอยายสับเปลี่ยน ตำแหนงกับนาย ว. ผูอำนวยการสถานศึกษาโรงเรียน พัฒนานิคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต ๒ โดยระบุในแบบคำรองขอยายทีแ่ นบไปวาขอยาย ไปดำรงตำแหนงที่โรงเรียนพัฒนานิคม หากไมไดยาย ตามโรงเรียนที่ระบุไว ขอระงับคำขอ ในขณะเดียวกัน นาย ว. ก็ ไ ด มี บั น ทึ ก ถึ ง ผู อ ำนวยการสำนั ก งานเขต พื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต ๒ (ผูถูกฟองคดีที่ ๒) แจง ความประสงคขอยายสับเปลี่ยน ตำแหน ง กั บ ผู ฟ อ งคดี พ ร อ มกั บ แนบแบบคำร อ งขอย า ยโดยมี เหตุผลและเงื่อนไขเชนเดียวกับ ผูฟองคดี ตอมา อ.ก.ค.ศ. เขต พื้ น ที่ ก ารศึ ก ษาลพบุ รี เขต ๒ ได มี ม ติ เ ห็ น ชอบกั บ การขอย า ย ของนาย ว. ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ จึงมีหนังสือสงคำรองขอยายพรอมเอกสารของนาย ว. ให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ พิ จ ารณา และเมื่ อ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ไดรับคำรองขอยายของผูฟองคดีแลวจึงนำเสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต ๑ พิจารณา ผลการพิ จ ารณามี ม ติ อ นุ มั ติ ใ ห รั บ ย า ยนาย ว. มา ดำรงตำแหน ง ผู อ ำนวยการสถานศึ ก ษาโรงเรี ย น บานหมี่วิทยา โดยหมายเหตุวา รับยายเปนหลักการ และอนุมตั ใิ หผฟู อ งคดียา ยไปดำรงตำแหนงผูอ ำนวยการ สถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต ๒ โดยมิ ไ ด ร ะบุ โรงเรี ย นและมิ ไ ด ร ะบุ ว า ย า ย สับเปลี่ยนกับนาย ว. ผูถูกฟองคดีที่ ๑ ไดมีหนังสือ แจงใหผถู กู ฟองคดีที่ ๒ ทราบ พรอมกับสงคำรองขอยาย และเอกสารของผูฟ อ งคดีไปดวยเพือ่ ประกอบการพิจารณา หลังจากนั้น อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต ๒ ไดมีมติอนุมัติใหรับยายผูฟองคดี และผูถูกฟองคดีที่ ๒ ได มี ค ำสั่ ง ย า ยและแต ง ตั้ ง ผู ฟ อ งคดี ไ ปดำรงตำแหน ง ที่โรงเรียนอื่นไมตรงตามความประสงคของผูฟองคดี ที่ ร ะบุ ไว ใ นแบบคำร อ งขอย า ย ผู ฟ อ งคดี จึ ง ร อ งทุ ก ข ขอความเปนธรรม ตอมา อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ลพบุรี เขต ๒ พิจารณาคำรองทุกขของผูฟองคดีแลว มีมติยืนยันตามมติเดิม ผูฟองคดีจึงนำคดีมาฟองตอ ศาลปกครอง ขอให ศ าลมี ค ำพิ พ ากษาหรื อ คำสั่ ง ให เพิกถอนคำสัง่ ของผูถ กู ฟองคดีทงั้ สองและสัง่ ใหผฟู อ งคดี กลั บ ไปดำรงตำแหน ง เดิ ม และหรื อ สั่ ง ให ผู ฟ อ งคดี ไปดำรงตำแหนงทีร่ ะบุไวในคำรองขอยาย ศาลปกครอง สู ง สุ ด วิ นิ จ ฉั ย ว า บทบั ญ ญั ติ ม าตรา ๕๙ ๑๖ แห ง พระราชบั ญ ญั ติ ร ะเบี ย บข า ราชการครู แ ละบุ ค ลากร ทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ กำหนดใหการยายขาราชการ ครู แ ละบุ ค ลากรทางการศึ ก ษาจะต อ งเป น ไปตาม หลักเกณฑและวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยเฉพาะ ในกรณีการยายขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผูใดไปดำรงตำแหนงในตางเขตพื้นที่การศึกษาจะตอง ได รั บ อนุ มั ติ จ าก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษาของ ผูประสงคยายและผูรับยายกอน และสำหรับการยาย ผูบริหารของหนวยงานการศึกษาในระหวางเขตพื้นที่ การศึ ก ษาให มี ก ารประสานงานระหว า ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เมื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ที่จะรับยายพิจารณาอนุมัติแลว ใหผูมีอำนาจสั่งบรรจุ และแตงตั้ง ซึ่งในที่นี้ไดแกผูอำนวยการสำนักงานเขต พื้ น ที่ ก ารศึ ก ษาของผู ป ระสงค จ ะย า ยและผู รั บ ย า ย แลวแตกรณีสงั่ บรรจุแตงตัง้ ไปตามนัน้ สำหรับหลักเกณฑ และวิธกี ารยาย มาตรา ๕๗ วรรคหนึง่ ๑๗ แหงพระราชบัญญัติ ระเบี ย บข า ราชการครู แ ละบุ ค ลากรทางการศึ ก ษาฯ
บั ญ ญั ติ ใ ห เ ป น ไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด ซึ่ ง ในขณะ เกิดเหตุ ก.ค.ศ. ยังมิไดกำหนดหลักเกณฑและวิธีการ ย า ยผู บ ริ ห ารของหน ว ยงานการศึ ก ษาในระหว า ง เขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษาไว แต ส ำนั ก งานคณะกรรมการ ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไดมีหนังสือ ที่ ศธ ๐๒๐๖.๓/๒๒๕๕ ลงวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๔๘ ซั ก ซ อ มความเข า ใจเกี่ ย วกั บ การดำเนิ น การย า ย ข า ราชการครู แ ละบุ ค ลากรทางการศึ ก ษาสั ง กั ด สำนั ก งานคณะกรรมการการศึ ก ษาขั้ น พื้ น ฐาน โดยสรุปสาระสำคัญไดวา การยายขาราชการครูและ บุ ค ลากรทางการศึ ก ษาตามมาตรา ๓๘ ข. ซึ่ ง เป น ตำแหน ง ผู บ ริ ห ารสถานศึ ก ษาไปแต ง ตั้ ง ให ด ำรง ตำแหน ง และวิ ท ยฐานะเดิ ม ในหน ว ยงานการศึ ก ษา และเขตพื้นที่การศึกษาอื่น ใหผูมีอำนาจสั่งบรรจุและ แตงตั้งตามมาตรา ๕๓ ดำเนินการได โดยไดรับอนุมัติ จาก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาของผูประสงคยาย และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาที่จะรับยาย และ สามารถยายขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได ทุ ก หน ว ยงานการศึ ก ษาในสั ง กั ด สำนั ก งาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งภายในเขตพื้นที่ การศึ ก ษาและต า งเขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษา นอกจากนี้ ยังตองพิจารณาหนังสือสำนักงานคณะกรรมการการ ศึกษาขั้นพื้นฐาน ดวนที่สุด ที่ ศธ ๐๔๐๐๙/๓๙๓๖ ลงวั น ที่ ๒๘ มี น าคม ๒๕๔๘ หนั ง สื อ สำนั ก งาน
พระราชบัญญัติระเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๙ การยายขาราชการและบุคลากรทางการศึกษาผูใดไปดำรงตำแหนงในหนวยงานการศึกษาอื่นภายในเขตพื้นที่การศึกษาหรือ ตางเขตพื้นที่การศึกษาตองไดรับอนุมัติจาก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาของผูประสงคยายและผูรับยายแลวแตกรณี เมื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา พิจารณาอนุมัติแลวใหผูมีอำนาจตามมาตรา ๕๓ สั่งบรรจุและแตงตั้งขาราชการผูนั้นตอไป การยายผูบริหารของหนวยงานการศึกษาในระหวางสวนราชการหรือเขตพื้นที่การศึกษา ใหมีการประสานงานกันระหวาง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ การศึกษา เมื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาที่จะรับยายพิจารณาอนุมัติแลว ใหผูมีอำนาจตามมาตรา ๕๓ สั่งบรรจุและแตงตั้งตามนั้น สำหรับการยาย ผูอำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาใหเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเปนผูสั่งยาย โดยอนุมัติ ก.ค.ศ. การยายขาราชการพลเรือนสามัญเพื่อไปบรรจุและแตงตั้งใหดำรงตำแหนงเปนขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองไดรับอนุมัติจาก ก.ค.ศ. แตถาเปนการยายไปบรรจุและแตงตั้งในตำแหนงซึ่ง ก.ค.ศ. ยังมิไดกำหนด จะกระทำไดตอเมื่อ ก.ค.ศ. กำหนดตำแหนงแลว หลักเกณฑและวิธีการยายตามวรรคหนึ่งและวรรคสองใหเปนไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด ๑๗ พระราชบัญญัติระเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๗ การเปลี่ยนแปลงตำแหนง การยายและการโอนของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใหเปนไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด ฯลฯ ฯลฯ ๑๖
147
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
148
คณะกรรมการการประถมศึกษาแหงชาติ ที่ ศธ ๑๑๘๑/ ๔๖๐๒ ลงวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๔๓ ที่ไดกำหนด หลักเกณฑและวิธีการแตงตั้งยายผูบริหารสถานศึกษา ไว ป ระกอบกั บ ประกาศ อ.ก.ค. กรมสามั ญ ศึ ก ษา ลงวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๕ ไดกำหนดหลักเกณฑและ วิ ธี ก ารย า ยข า ราชการครู ผู ด ำรงตำแหน ง ในสายงาน บริหารในสถานศึกษา โดยสรุปวา ใหพิจารณาดำเนิน การยายโดยยึดเหตุผลและความจำเปนเพื่อประโยชน ของทางราชการและการพัฒนาขาราชการครูเปนหลัก ดังนั้น ในการพิจารณาอนุมัติใหรับยายหรือไมรับยาย ผู บ ริ ห ารของหน ว ยงานการศึ ก ษาบุ ค คลใดมา ดำรงตำแหนง ในเขตพื้นที่การศึกษาหรือไม จึงตอง เป น ไปตามกฎหมาย ระเบี ย บ และข อ บั ง คั บ ของ ทางราชการ ทั้ ง การใช ดุ ล พิ นิ จ ว า จะรั บ ย า ยหรื อ ไม รั บ ย า ยบุ ค คลใด หรื อ รั บ ย า ยแล ว จะแต ง ตั้ ง ให ดำรงตำแหน ง ในสถานศึ ก ษาแห ง ใด ต อ งคำนึ ง ถึ ง ข อ เท็ จ จริ ง และเหตุ ผ ลของเรื่ อ งเป น สำคั ญ หาใช ว า ผู มี อ ำนาจอนุ มั ติ ดั ง กล า วสามารถที่ จ ะใช ดุ ล พิ นิ จ ได ตามอำเภอใจไม จากข อ เท็ จ จริ ง ในคดี นี้ การย า ย ผูอำนวยการสถานศึกษาเปนการพิจารณาจากคำรอง ขอยาย อันเปนการยายตามความประสงคของขาราชการ และโดยทีข่ า ราชการแตละคนมีเหตุผลและความจำเปน เฉพาะตัวที่แตกตางกัน ทางราชการจึงจำตองคำนึงถึง เรือ่ งดังกลาวและประโยชนของทางราชการประกอบดวย เพื่ อ ให ส มประโยชน ข องทุ ก ฝ า ย กรณี ข องผู ฟ อ งคดี จึ ง เป น ลั ก ษณะการย า ยสั บ เปลี่ ย น แม อ.ก.ค.ศ. เขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษาลพบุ รี เขต ๑ จะมี ม ติ อ นุ มั ติ ใ ห ผู ฟ อ งคดี ย า ยโดยมิ ไ ด ร ะบุ ว า เป น การย า ยสั บ เปลี่ ย น ตำแหน ง หรื อ ระบุ ว า ย า ยไปดำรงตำแหน ง ในสถาน ศึกษาแหงใดก็ตาม แตยอมเปนที่ทราบไดวา กรณีนี้ เปนการขอยายสับเปลี่ยนตำแหนงกันระหวางผูฟองคดี กั บ นาย ว. เพราะผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ ได มี ห นั ง สื อ สงคำรองขอยายพรอมเอกสารประกอบของนาย ว. ให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ พิ จ ารณา พร อ มกั บ แจ ง ด ว ยว า นาย ว. มีความประสงคขอยายสับเปลี่ยนกับผูฟองคดี และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษาลพบุ รี เขต ๒
มีมติเห็นชอบการยายดังกลาวแลว ดังนั้น จึงเห็นได อยางชัดเจนวา ผูถูกฟองคดีที่ ๒ ยอมรูรายละเอียด และขอเท็จจริงในการยายในครั้งนี้วาเปนการขอยาย ที่เปนความประสงคของขาราชการทั้งสองที่จะขอยาย สับเปลี่ยนตำแหนงกัน มิใชเปนการยายตามฤดูกาล โยกยายปกติที่เปนความประสงคของทางราชการและ เพื่ อ ประโยชน ข องทางราชการเป น สำคั ญ กรณี นี้ จึงไมสามารถอางเหตุผลเพื่อประโยชนของทางราชการ เป น สำคั ญ มาเป น เกณฑ ใ นการพิ จ ารณาโยกย า ย แตเพียงอยางเดียว และสาเหตุที่ตำแหนงผูอำนวยการ สถานศึกษาโรงเรียนพัฒนานิคมวางลง ก็เนื่องมาจาก นาย ว. ได ข อย า ยสั บ เปลี่ ย นตำแหน ง กั บ ผู ฟ อ งคดี มิใชเปนกรณีที่ตำแหนงวางลงตามปกติทั่วไปที่ผูถูกฟอง คดี ที่ ๒ จะมี อ ำนาจใช ดุ ล พิ นิ จ ออกคำสั่ ง โยกย า ย ตามความจำเป น เพื่ อ ประโยชน ข องหน ว ยงานได การพิจารณายายผูฟ อ งคดีไปดำรงตำแหนงผูอ ำนวยการ โรงเรียนอื่นที่ไมตรงตามความประสงคของผูฟองคดี จึงเปนการใชดุลพินิจที่ไมไดคำนึงถึงขอเท็จจริงและ เหตุผลของเรื่อง กอใหเกิดความเดือดรอนเสียหายแก ผูฟองคดี ซึ่งในทางปฏิบัติที่ถูกตอง ผูถูกฟองคดีที่ ๒ ชอบที่จะจัดใหมีการประสานงานกันระหวาง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษาของผู ป ระสงค ย า ยและผู รั บ ย า ย เพือ่ ใหการยายสับเปลีย่ นในครัง้ นีเ้ ปนไปตามความประสงค ของผู ข อย า ยทั้ ง สอง โดยความเห็ น ชอบของแต ล ะ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา แลวแตกรณี ตามมาตรา ๕๙ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติระเบียบขาราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษาฯ หากไมสามารถอนุมัติ รับยายผูฟ อ งคดีมาดำรงตำแหนงผูอ ำนวยการสถานศึกษา ตามความประสงคไ ด อ.ก.ค.ศ. เขตพื้ นที่ ก ารศึ ก ษา ลพบุ รี เขต ๒ ก็ ช อบที่ จ ะมี ม ติ ไ ม อ นุ มั ติ ใ ห รั บ ย า ย ผู ฟ อ งคดี หรื อ ประสานกลั บ ไปยั ง ผู ฟ อ งคดี ผ า นทาง ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ เพื่ อ ให ยื น ยั น ความประสงค ห รื อ ทบทวนการตัดสินใจในการขอยายสับเปลีย่ นตามทีผ่ ฟู อ งคดี รองขอ เพื่อใหผูฟองคดียังคงสามารถดำรงตำแหนง ในสถานศึกษาเดิมอยูตอไปไดตามที่ระบุไวในคำรอง ขอย า ยของผู ฟ อ งคดี ก อ นที่ จ ะพิ จ ารณามี ม ติ ดั ง นั้ น
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
การที่ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ ออกคำสั่ ง ย า ยและแต ง ตั้ ง ผู ฟ อ งคดี ต ามฟ อ ง จึ ง เป น การกระทำที่ ไ ม ช อบด ว ย กฎหมาย พิพากษาใหเพิกถอนคำสั่งที่พิพาท โดยให มีผลยอนหลังไปนับแตวันที่ออกคำสั่ง (คำพิพากษา ศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๐๓/๒๕๕๔)
๒. แนวทางการปฏิบัติราชการที่ไดจากคดี พิ พ าทเกี่ ย วกั บ การกระทำละเมิ ด หรื อ ความ รับผิดอยางอื่นของหนวยงานทางปกครองหรือ เจาหนาที่ของรัฐตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) ศาลปกครองสูงสุดไดวางแนวทางการปฏิบัติ ราชการที่นาสนใจในการวินิจฉัยขอพิพาทเกี่ยวกับการ กระทำละเมิดหรือความรับผิดอยางอื่นของหนวยงาน ทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐ ดังตอไปนี้ ๒.๑ คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของ หนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐอันเกิด จากการใชอำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่ง ทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น การกำหนดคุณสมบัติของผูมีสิทธิเสนอราคา ไว ใ นเอกสารประกวดราคาเพิ่ ม เติ ม จากประกาศ ประกวดราคา ถือเปนการดำเนินการออกประกาศ ประกวดราคาโดยไมเปดเผย โปรงใส และเปดโอกาส ใหมีการแขงขันกันอยางเปนธรรม กรณีจึงไมชอบ ด ว ยระเบี ย บสำนั ก นายกรั ฐ มนตรี ว า ด ว ยการพั ส ดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ เมื่ อ ผู เข า ร ว มประกวดราคาได ซื้ อ เอกสารประกวดราคาไปแลวจึงทราบจากรายละเอียด ในเอกสารประกวดราคาว า ตนถู ก จำกั ด สิ ท ธิ ตามเงื่อนไขการประกวดราคา ทำใหไมอาจเขารวม เสนอราคาได ผูซื้อเอกสารประกวดราคายอมไดรับ ความเสียหายจากการกระทำดังกลาว ซึ่งชอบที่จะ ได รั บ การชดใช ค า สิ น ไหมทดแทนจากหน ว ยงาน ทางปกครองตนสังกัดของเจาหนาที่ของรัฐผูกระทำ ละเมิด
สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ (ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๓) โดยปลั ด กระทรวงเกษตรและ สหกรณ (ผูถูกฟองคดีที่ ๒) ไดออกประกาศสำนักงาน ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ เรื่อง ประกวดราคา จางดำเนินการโครงการจัดทำแผนที่เพื่อการบริหาร ทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยสินของกระทรวงเกษตร และสหกรณ เพื่ อ ดำเนิ น การจั ด ทำแผนที่ รู ป ถ า ย ทางอากาศครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ โดยแบงงาน ออก ๒ สวน คือ สวนที่ ๑ งานบินถายรูปทางอากาศ ส ว นที่ ๒ งานทำแผนที่ รู ป ถ า ยออร โ ทสี และให ผู ส นใจติ ด ต อ ขอซื้ อ เอกสารประกวดราคาในราคา ชุดละ ๕๐,๐๐๐ บาท แตเมื่อผูฟองคดีไดซื้อเอกสาร ประกวดราคาจางดังกลาว จึงทราบวาเอกสารประกวด ราคาจ า งมี ข อ กำหนดรายละเอี ย ดคุ ณ สมบั ติ ข อง ผูเสนอราคามากกวาที่ระบุไวในประกาศประกวดราคา โดยขอ ๒.๕ (๑) งานบินถายรูปทางอากาศ มีขอ กำหนดวา ผูเสนอราคาจะตองมีผลงานในประเทศไทยเกี่ยวกับ งานจางวงเงินไมนอยกวา ๔๐ ลานบาท และขอ ๒.๖ (๑) งานทำแผนที่ รู ป ถ า ยออร โ ทสี มี ข อ กำหนดว า ผูเสนอราคาจะตองมีผลงานในประเทศไทยเกี่ยวกับ งานจ า งวงเงิ น ไม น อ ยกว า ๑๕ ล า นบาท ผู ฟ อ งคดี เห็นวา การที่ผูถูกฟองคดีที่ ๒ และผูถูกฟองคดีที่ ๓ ไมไดกำหนดรายละเอียดคุณสมบัติของผูเสนอราคา ดั ง กล า วไว ใ นประกาศประกวดราคาเป น การกระทำ โดยไมชอบดวยกฎหมาย ทำใหผูฟองคดีไมทราบวาตน ถูกจำกัดสิทธิไมอาจเขาเสนอราคาได ผูฟองคดีจึงนำคดี มาฟองตอศาลปกครอง ขอใหศาลมีคำพิพากษาหรือ คำสั่งใหผูถูกฟองคดีที่ ๒ และผูถูกฟองคดีที่ ๓ คืนเงิน คาซื้อเอกสารประกวดราคาจางจำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท แก ผู ฟ อ งคดี ศาลปกครองสู ง สุ ด วิ นิ จ ฉั ย ว า การที่ ผูถกู ฟองคดีที่ ๓ โดย ผูถูกฟองคดีที่ ๒ ไดออกประกาศ สำนั ก งานปลั ด กระทรวงเกษตรและสหกรณ เรื่ อ ง ประกวดราคาจ า งดำเนิ น การโครงการจั ด ทำแผนที่ เพื่อการบริหารทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยสินของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ โดยกำหนดคุณสมบัติ ของผู มี สิ ท ธิ เ สนอราคาไว ใ นเอกสารประกวดราคา
149
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
ขอ ๒.๕ (๑) และขอ ๒.๖ (๑) เพิ่มเติมจากประกาศ ประกวดราคาดังกลาว ซึ่งบุคคลทั่วไปที่สนใจจะเขา แข ง ขั น ประกวดราคารวมทั้ ง ผู ฟ อ งคดี จ ะทราบ ถึ ง รายละเอี ย ดดั ง กล า วได ก็ ต อ เมื่ อ ได ซื้ อ เอกสาร ประกวดราคานัน้ แลว ถือเปนการดำเนินการออกประกาศ ประกวดราคาโดยไมเปดเผย โปรงใส และเปดโอกาส ให มี ก ารแข ง ขั น กั น อย า งเป น ธรรม กรณี จึ ง ไม ช อบ
ด ว ยระเบี ย บสำนั ก นายกรั ฐ มนตรี ว า ด ว ยการพั ส ดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ข อ ๑๕ ทวิ ๑๘ ข อ ๓๐ ๑๙ ข อ ๓๑ ๒๐ และข อ ๔๔ ๒๑ เมื่ อ การดำเนิ น การของผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ ได ก ระทำในการปฏิ บั ติ ห น า ที่ ท ำให ผู ฟ อ งคดี ได รั บ ความเสี ย หาย จึ ง เป น การกระทำละเมิ ด ต อ ผูฟองคดี ผูถูกฟองคดีที่ ๓ ซึ่งเปนหนวยงานของรัฐ ที่ เ ป น ต น สั ง กั ด ของผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ จึ ง ต อ งรั บ ผิ ด
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ขอ ๑๕ ทวิ การจัดหาพัสดุตามระเบียบนี้ ผูมีหนาที่รับผิดชอบในแตละขั้นตอนของการจัดหา ตองดำเนินการโดยเปดเผย โปรงใส และ เปดโอกาสใหมีการแขงขันกันอยางเปนธรรม ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงคุณสมบัติและความสามารถของผูเสนอราคาหรือผูเสนองาน เวนแตกรณีที่มีลักษณะ เฉพาะอันเปนขอยกเวนตามที่กำหนดไวในระเบียบนี้ ในการดำเนินการแตละขั้นตอน ผูมีหนาที่รับผิดชอบตองมีการบันทึกหลักฐานในการดำเนินการ พรอมทั้งตองระบุเหตุผลในการพิจารณาสั่งการ ในขั้นตอนที่สำคัญไวเพื่อประกอบการพิจารณาดวย ขอ ๓๐ สวนราชการใดประสงคจะคัดเลือกผูมีคุณสมบัติเบื้องตนในการซื้อและการจางใหกระทำไดในกรณีที่จำเปนตองจำกัดเฉพาะผูที่มี ความสามารถ โดยกำหนดหลักเกณฑและวิธีการคัดเลือก ประกาศใหผูที่สนใจทราบโดยเปดเผย พรอมทั้งสงให กวพ. ดวย ในการดำเนินการคัดเลือก ใหสวนราชการเจาของเรื่องจัดทำรายงานเสนอขออนุมัติหัวหนาสวนราชการผานหัวหนาเจาหนาที่พัสดุ พรอมดวย เอกสารคัดเลือกคุณสมบัติเบื้องตน โดยมีรายละเอียดอยางนอยดังตอไปนี้ (๑) เหตุผลและความจำเปนที่จะตองทำการคัดเลือกผูมีคุณสมบัติเบื้องตน (๒) ประเภท วงเงิน และรายละเอียดของพัสดุหรืองานที่จะตองซื้อหรือจาง (๓) คุณสมบัติของผูมีสิทธิเขารับการคัดเลือก ซึ่งเปนเกณฑความตองการขั้นต่ำ เชน ประสบการณและผลงานที่ผานมา สมรรถภาพในสวนที่ เกี่ยวของกับเจาหนาที่ เครื่องมือ และโรงงาน ฐานะการเงิน เปนตน (๔) หลักเกณฑในการพิจารณาคัดเลือก ขอ ๓๑ เมื่อหัวหนาสวนราชการสั่งการอนุมัติในขอ ๓๐ แลว ใหเจาหนาที่พัสดุจัดทำประกาศเชิญชวนเพื่อคัดเลือกคุณสมบัติเบื้องตน ประกาศเชิญชวน อยางนอยใหแสดงรายการดังตอไปนี้ (๑) รายละเอียดเฉพาะของที่ตองการซื้อหรืองานที่ตองการจาง (๒) ประสบการณและผลงานของผูเสนอที่มีลักษณะและประเภทเดียวกัน (๓) สมรรถภาพในสวนที่เกี่ยวของกับเจาหนาที่ เครื่องมือและโรงงาน (๔) ฐานะการเงิน (๕) หลักเกณฑทั่วไปในการพิจารณาคัดเลือก (๖) สถานที่ในการขอรับหรือขอซื้อเอกสารคุณสมบัติเบื้องตน ในประกาศครั้งแรก ใหกำหนดสถานที่ วัน เวลารับขอเสนอ ปดการรับขอเสนอ และเปดซองขอเสนอ พรอมทั้งประกาศโฆษณาและแจง ลักษณะโดยยอของพัสดุที่ตองการซื้อหรืองานที่ตองการจางและกำหนดเวลาใหพอเพียงเพื่อเปดโอกาสใหแกผูที่สนใจจัดเตรียมขอเสนอ ทั้งนี้ จะตอง กระทำกอนวันรับซอง ขอเสนอไมนอยกวา ๓๐ วัน โดยประกาศทางวิทยุกระจายเสียงและลงประกาศในหนังสือพิมพ หากเห็นสมควรจะสงประกาศเชิญชวนไปยังผูมี อาชีพขายหรือรับจางทำงานนั้นโดยตรงหรือโฆษณาดวยวิธีอื่นอีกก็ได สำหรับการคัดเลือกผูมีคุณสมบัติเบื้องตนในการประกวดราคานานาชาติ ใหประกาศโฆษณากอนวันรับซองขอเสนอไมนอยกวา ๖๐ วัน และ ดำเนินการตามหลักเกณฑของแหลงเงินกูหรือเงินชวยเหลืออีกดวย ขอ ๔๔ ใหเจาหนาที่พัสดุจัดทำเอกสารประกวดราคาตามตัวอยางที่ กวพ. กำหนดหรือตามแบบที่ผานการตรวจพิจารณาของสำนักงานอัยการ สูงสุดแลว การจัดทำเอกสารประกวดราคารายใดจำเปนตองมีขอความหรือรายการแตกตางไปจากที่ กวพ. กำหนดหรือแบบที่ผานการตรวจพิจารณาของ สำนักงานอัยการสูงสุด โดยมีสาระสำคัญตามที่กำหนดไวในตัวอยางหรือแบบดังกลาว และไมทำใหทางราชการเสียเปรียบก็ใหกระทำได เวนแตหัวหนา สวนราชการเห็นวาจะมีปญหาในทางเสียเปรียบหรือไมรัดกุมพอ ก็ใหสงรางเอกสารประกวดราคาไปใหสำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณากอน การเผยแพรเอกสารประกวดราคาใหจัดทำเปนประกาศ และมีสาระสำคัญดังนี้ 150 ๑๘ - ๒๑
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ในผลแหงละเมิดที่ผูถูกฟองคดีที่ ๒ ไดกระทำในการ ปฏิ บั ติ ห น า ที่ ต ามมาตรา ๕ ๒๒ แห ง พระราชบั ญ ญั ติ ความรั บ ผิ ด ทางละเมิ ด ของเจ า หน า ที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ เมื่อผูฟองคดีไดรับความเสียหายจากการซื้อเอกสาร ประกวดราคาเปนจำนวนเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท ผูถ กู ฟองคดี ที่ ๓ จึ ง ต อ งรั บ ผิ ด ชดใช ค า สิ น ไหมทดแทนให แ ก ผู ฟ อ งคดี พิ พ ากษาให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๓ คื น เงิ น ค า ซื้ อ เอกสารประกวดราคาจำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท แกผูฟองคดีภาย ใน ๖๐ วั น นั บ แต วั น ที่ ค ดี ถึ ง ที่ สุ ด พร อ มคื น ค า ธรรมเนี ย มศาลทั้ ง หมดให แ ก ผู ฟ อ งคดี (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๙๘/๒๕๕๔) ๒.๒ คดี พิ พ าทเกี่ ย วกั บ การกระทำละเมิ ด อั น เกิ ด จากการละเลยต อ หน า ที่ ต ามที่ ก ฎหมาย กำหนดใหตองปฏิบัติ (๑) พระราชกฤษฎีกาคาเชาบานขาราชการ พ.ศ. ๒๕๒๗ มีเจตนารมณทจี่ ะสนับสนุนใหขา ราชการ ได มี บ า นอยู อ าศั ย ของตนเอง โดยการอนุ ญ าตให ข า ราชการซึ่ ง ได รั บ การอนุ ญ าตให เ บิ ก ค า เช า บ า น โดยวิธกี ารผอนชำระเงินกูเ พือ่ ชำระราคาบานทีค่ า งชำระ เมื่ อ ถู ก ย า ยไปประจำสำนั ก งานใหม ซึ่ ง มี สิ ท ธิ เ บิ ก ค า เช า บ า นข า ราชการ ยั ง คงสามารถนำหลั ก ฐาน การชำระค า เช า ซื้ อ หรื อ ค า ผ อ นชำระเงิ น กู ม าเบิ ก คาเชาบานขาราชการในทองที่ใหมได ดังนั้น แมวา ทางราชการจะไดจัดที่พักใหในภายหลัง สิทธิของ ข า ราชการที่ จ ะได รั บ ค า เช า บ า นตามที่ เ คยมี สิ ท ธิ อยูเดิมก็ยังคงมีอยูตอไป การงดจายเงินคาเชาบานให
ข า ราชการผู มี สิ ท ธิ เ บิ ก ค า เช า บ า นเพราะเหตุ ที่ ทางราชการได จั ด ที่ พั ก อาศั ย ให ใ นภายหลั ง จึ ง เป น การละเลยต อ หน า ที่ ต ามที่ ก ฎหมายกำหนด ให ต อ งปฏิ บั ติ แ ละเป น การกระทำละเมิ ด ต อ ขาราชการผูนั้น ผูฟองคดีเปนขาราชการครู โรงเรียนอุตรดิตถ จังหวัดอุตรดิตถ ซึง่ มีสทิ ธิเบิกเงินคาเชาบานไดตามกฎหมาย ไดขออนุมตั เิ ปลีย่ นการเบิกเงินคาเชาบานเปนคาผอนชำระ เงินกูเพื่อชำระราคาบานกับธนาคาร โดยไดรับอนุมัติ ตั้งแตวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๒ เปนตนมา ตอมา โรงเรียนอุตรดิตถมีบานพักขาราชการวางอยู โรงเรียน อุตรดิตถและหนวยงานที่เกี่ยวของจึงมีหนังสือหารือ ไปยั ง สำนั ก งานคณะกรรมการการศึ ก ษาขั้ น พื้ น ฐาน (กรมสามัญศึกษา เดิม) (ผูถูกฟองคดีที่ ๒) ผูถูกฟองคดี ที่ ๒ จึ ง หารื อ กรณี ดั ง กล า วไปยั ง กรมบั ญ ชี ก ลาง (ผูถูกฟองคดีที่ ๑) แลวมีคำวินิจฉัยตามความเห็นของ ผูถ กู ฟองคดีที่ ๑ โดยใหงดจายคาเชาบานเพือ่ ผอนชำระ เงิ น กู เ พื่ อ ชำระราคาบ า นกั บ ธนาคารแก ผู ฟ อ งคดี ผู ฟ อ งคดี จึ ง นำคดี ม าฟ อ งต อ ศาลปกครองขอให มี คำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของผูถูกฟองคดี ทั้งสองและใหผูถูกฟองคดีทั้งสองรวมกันหรือแทนกัน ชำระคาเชาบานในอัตราเดือนละ ๒,๖๐๐ บาท ตั้งแต งวดเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๕ จนถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๖ ซึ่งเปนวันฟองคดี รวมเปนเงิน ๒๘,๖๐๐ บาท และชำระเงิ น ค า เช า บ า นดั ง กล า วในอั ต ราเดื อ นละ ๒,๖๐๐ บาท ตั้งแตงวดเดือนเมษายน ๒๕๔๖ ถึงงวด เดือนกรกฎาคม ๒๕๔๗ แกผูฟองคดี ศาลปกครอง
(๑) รายการพัสดุที่ตองการซื้อ หรืองานที่ตองการจาง (๒) คุณสมบัติของผูมีสิทธิเขาประกวดราคา (๓) กำหนดวัน เวลา รับซอง ปดการรับซอง และเปดซองประกวดราคา (๔) สถานที่และระยะเวลาในการขอรับหรือขอซื้อเอกสารการประกวดราคาและราคาของเอกสาร (๕) แหลงเงินกูและประเทศผูมีสิทธิเขาประกวดราคา ในกรณีประกวดราคานานาชาติ ๒๒ พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๕ หนวยงานของรัฐตองรับผิดตอผูเสียหายในผลแหงละเมิดที่เจาหนาที่ของตนไดกระทำในการปฏิบัติหนาที่ ในกรณีนี้ผูเสียหาย อาจฟองหนวยงานของรัฐดังกลาวไดโดยตรง แตจะฟองเจาหนาที่ไมได ถาการละเมิดเกิดจากเจาหนาที่ซึ่งไมไดสังกัดหนวยงานของรัฐแหงใดใหถือวากระทรวงการคลังเปนหนวยงานของรัฐที่ตองรับผิดตามวรรคหนึ่ง 151
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
สูงสุดวินิจฉัยวา เหตุแหงความเดือดรอนของผูฟองคดี เกิดจากการที่ผูอำนวยการสามัญศึกษาจังหวัดอุตรดิตถ มิไดอนุมัติเบิกจายคาเชาบานตามที่ผูฟองคดีมีคำขอ เมื่ อ คดี นี้ ผู ฟ อ งคดี เ ป น ผู มี สิ ท ธิ ไ ด รั บ ค า เช า บ า น ขาราชการตามมาตรา ๑๖๒๓ แหงพระราชกฤษฎีกา คาเชาบานขาราชการ พ.ศ. ๒๕๒๗ และที่แกไขเพิ่มเติม อยู ก อ นที่ ท างราชการจะจั ด ที่ พั ก ให การที่ ผู ฟ อ งคดี ไม เข า พั ก อาศั ย ในที่ พั ก ที่ ท างราชการจั ด ให และ ผูอำนวยการสามัญศึกษาจังหวัดอุตรดิตถ ถือเปนเหตุ ไม พิ จ ารณาคำขอเบิ ก ค า เช า บ า นของผู ฟ อ งคดี จึ ง ไม ช อบด ว ยเจตนารมณ ข องทางราชการ เพราะ ทางราชการตองการที่จะชวยเหลือขาราชการที่ไดรับ ความเดื อ ดร อ นเรื่ อ งที่ อ ยู อ าศั ย อั น เนื่ อ งมาจาก ทางราชการเปนเหตุ และเมือ่ ขาราชการผูน นั้ ไดดำเนินการ กูยืมเงินจากสถาบันการเงินเพื่อผอนชำระเงินกูราคา บานที่ตองชำระไปแลวและไดรับอนุญาตจากผูมีอำนาจ โดยชอบแล ว กลั บ มางดการจ า ยเงิ น ค า เช า บ า นแก ผูฟองคดีเพราะเหตุที่ทางราชการไดจัดที่พักราชการให ในภายหลัง จึงเปนการทำใหขาราชการตองเดือดรอน เพิ่มขึ้น ซึ่งไมเปนไปตามความประสงคของทางราชการ ยิ่งไปกวานั้นจะเห็นไดวาพระราชกฤษฎีกาคาเชาบาน ขาราชการ พ.ศ. ๒๕๒๗ และทีแ่ กไขเพิม่ เติมมีเจตนารมณ ที่ จ ะสนั บ สนุ น ให ข า ราชการได มี บ า นอยู อ าศั ย ของตนเอง โดยการอนุญาตใหขาราชการซึ่งไดรับการ
พระราชกฤษฎีกาคาเชาบานขาราชการ พ.ศ. ๒๕๒๗ มาตรา ๑๖ ในกรณีทขี่ า ราชการซึง่ มีสทิ ธิไดรบั คาเชาบานขาราชการตามพระราชกฤษฎีกา ไดเชาซือ้ บานหรือผอนชำระเงินกูเ พือ่ ชำระราคาบาน ที่คางชำระอยูในทองที่ที่ไปประจำสำนักงานใหม เพื่อใชเปนที่อยูอาศัยและไดอาศัยอยูจริงในบานนั้น ใหขาราชการผูนั้นมีสิทธินำหลักฐานการชำระคาเชา ซื้อหรือคาผอนชำระเงินกูดังกลาวมาเบิกคาเชาบานขาราชการไดไมเกินจำนวนเงินที่กำหนดไวตามบัญชีอัตราคาเชาบานขาราชการทายพระราชกฤษฎีกา นี้ ตามเงื่อนไขดังตอไปนี้ (๑) ตนเอง และสามีหรือภริยา ไดทำการผอนชำระคาเชาซื้อหรือผอนชำระเงินกูเพื่อชำระราคาบาน อยูเพียงหลังเดียวในทองที่นั้น (๒) จะตองเปนการผอนชำระคาเชาซื้อหรือผอนชำระเงินกูกับสถาบันการเงิน หรือกับรัฐวิสาหกิจหรือสหกรณที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับ การเคหะ ทั้งนี้ ตามที่กระทรวงการคลังกำหนด และสัญญาเชาซื้อหรือสัญญาเงินกู จะตองไดรับความเห็นชอบตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด (๓) จะตองไมเคยใชสิทธินำหลักฐานการชำระคาเชาซื้อหรือคาผอนชำระเงินกูสำหรับบานหลังหนึ่งหลังใดในทองที่นั้นมาแลว เวนแตจะเปน กรณีที่ไดรับแตงตั้งใหกลับไปรับราชการในทองที่นั้นอีก และเปนการใชสิทธินำหลักฐานการชำระคาเชาซื้อหรือคาผอนชำระเงินกูตามที่ไดเคยใชสิทธิ มาแลว ๒๔ ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๔๒๐ ผูใดจงใจหรือประมาทเลินเลอ ทำตอบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายใหเขาเสียหายถึงแกชีวิตก็ดี แกรางกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพยสินหรือสิทธิอยางหนึ่งอยางใดก็ดี ทานวาผูนั้นทำละเมิดจำตองใชคาสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น ๒๓
152
อนุ ญ าตให เ บิ ก ค า เช า บ า นข า ราชการโดยวิ ธี ก าร ผอนชำระเงิ น กู เ พื่ อ ชำระราคาบ า นที่ ค า งชำระ เมื่ อ ถูกยายไปประจำสำนักงานใหมซึ่งมีสิทธิเบิกคาเชาบาน ขาราชการยังคงสามารถนำหลักฐานการชำระคาเชาซื้อ หรื อ ค า ผ อ นชำระเงิ น กู ม าเบิ ก ค า เช า บ า นข า ราชการ ในท อ งที่ ใ หม ไ ด สิ ท ธิ ข องผู ฟ อ งคดี ใ นการที่ จ ะได รั บ คาเชาบานขาราชการยังคงมีอยูต อ ไป ถึงแมทางราชการ จะได จั ด ที่ พั ก ของทางราชการให ใ นภายหลั ง ก็ ต าม ดังนั้น การที่ผูอำนวยการสามัญศึกษาจังหวัดอุตรดิตถ ไม พิ จ ารณาอนุ มั ติ จ า ยเงิ น ค า เช า บ า นเพื่ อ ผ อ นชำระ เงิ น กู ป ระจำเดื อ นพฤษภาคม ๒๕๔๕ ของผู ฟ อ งคดี จึ ง เป น การละเลยต อ หน า ที่ ต ามที่ ก ฎหมายกำหนด ให ต อ งปฏิ บั ติ แ ละปฏิ บั ติ ห น า ที่ ดั ง กล า วล า ช า เกิ น สมควร ทำให ผู ฟ อ งคดี ไ ด รั บ ความเสี ย หายแก สิ ท ธิ กลาวคือ ไมไดรบั คาเชาบานขาราชการในอัตราเดือนละ ๒,๖๐๐ บาท นับแตเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๕ จนถึง วันฟองคดี และไมไดรับคาเชาบานขาราชการในอัตรา เดือนละ ๒,๖๐๐ บาท นับแตวันฟองคดีจนถึงเดือน กรกฎาคม ๒๕๔๗ ซึ่งเปนวันสิ้นสุดสัญญากูเงินเพื่อ ชำระราคาบาน การกระทำดังกลาวของผูอำนวยการ สามัญศึกษาจังหวัดอุตรดิตถจึงเปนการกระทำละเมิด ตอผูฟองคดีตามมาตรา ๔๒๐๒๔ แหงประมวลกฎหมาย แพงและพาณิชย ผูถูกฟองคดีที่ ๒ ในฐานะหนวยงาน ตนสังกัด จึงตองรับผิดตอผูฟองคดีในผลแหงละเมิด
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ที่ผูอำนวยการสามัญศึกษาจังหวัดอุตรดิตถไดกระทำ ตามมาตรา ๕ วรรคหนึง่ แหงพระราชบัญญัตคิ วามรับผิด ทางละเมิดของเจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ พิพากษาให ผูถูกฟองคดีที่ ๒ จายเงินคาเชาบานขาราชการในอัตรา เดือนละ ๒,๖๐๐ บาท นับแตเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๕ จนถึ ง เดื อ นมี น าคม ๒๕๔๖ เป น เงิ น จำนวนทั้ ง สิ้ น ๒๘,๖๐๐ บาท ใหแกผูฟองคดี และใหจายคาเชาบาน ขาราชการในอัตราเดือนละ ๒,๖๐๐ บาท นับแตเดือน เมษายน ๒๕๔๖ เรื่อยไปจนถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๔๗ ใหแกผูฟองคดี ทั้งนี้ ใหดำเนินการใหแลวเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแตวันที่คดีถึงที่สุด และใหคืนคาธรรมเนียม ศาลทั้งหมดใหแกผูฟองคดี (คำพิพากษาศาลปกครอง สูงสุดที่ อ.๗๑/๒๕๕๔) (๒) องค ก ารบริ ห ารส ว นตำบลมี ห น า ที่ ในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยและซอมแซม บำรุงรักษาทางตามพระราชบัญญัติ สภาตำบลและองค ก ารบริ ห าร สวนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ จึงมีหนาที่ จัดทำปายเตือนกรณีสะพานที่ใช ในการสั ญ จรขาด และยั ง ต อ ง ดำเนินการปดทางบริเวณกอนถึง สะพานที่เกิดเหตุเพื่อปองกันมิให มีการสัญจรผานไปถึงสะพานได หากไมดำเนินการยอมเปนการละเลยตอหนาที่ตามที่ กฎหมายกำหนดใหตองปฏิบัติ และหากการละเลย ดังกลาวกอใหเกิดความเสียหายแกประชาชนผูใ ชทาง ยอมเปนการกระทำละเมิดดวยการละเลยตอหนาที่ ตามที่กฎหมายกำหนด นาย ก. ไดขับรถยนตกระบะที่ผูฟองคดีเปน ผูเ ชาซือ้ ไปตามถนนสาย พช ๒๐๖๖ จำเรียง - อีโดกวังจาน โดยไมทราบวาสะพานขามแมน้ำปาสักชำรุดเสียหาย ใชสัญจรไปมาไมได เปนเหตุใหรถยนตตกลงในแมน้ำ ป า สั ก ได รั บ ความเสี ย หาย ผู ฟ อ งคดี เ ห็ น ว า อุ บั ติ เ หตุ ทีเ่ กิดขึน้ มีสาเหตุมาจากการทีอ่ งคการบริหารสวนตำบล
บานโตก (ผูถูกฟองคดี) ละเลยตอหนาที่ในการปองกัน และบรรเทาสาธารณภั ย และหน า ที่ ใ นการซ อ มแซม บำรุงรักษาทางสายดังกลาว จึงมีหนังสือขอใหผถู กู ฟองคดี ชดใชคา เสียหาย แตผถู กู ฟองคดีปฏิเสธ ผูฟ อ งคดีจงึ นำคดี มาฟองตอศาลปกครองขอใหผูถูกฟองคดีชดใชคาซอม รถยนต เปนเงินจำนวน ๒๕๐,๐๐๐ บาท คาเสียหาย ที่ ไ ม อ าจใช ป ระโยชน จ ากรถยนต ไ ด นั บ แต เ ดื อ น มกราคม ๒๕๔๙ จนกวาผูถ กู ฟองคดีจะชดใชคา เสียหาย ให แ ก ผู ฟ อ งคดี โดยนั บ ถึ ง วั น ฟ อ งคดี รวม ๕ เดื อ น เดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท เปนเงินจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท และคาเสื่อมราคารถยนตเปนเงินจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท พร อ มดอกเบี้ ย ร อ ยละเจ็ ด ครึ่ ง ต อ ป นั บ แต วั น ถัดจากวันฟองคดีเปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จใหแก ผูฟองคดี ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยวา ผูถูกฟองคดี มี ห น า ที่ จั ด ให มี แ ละบำรุ ง รั ก ษาทางน้ ำ และทางบก ตลอดจนการป อ งกั น และบรรเทาสาธารณภั ย ทั้ ง นี้ ตามนัยมาตรา ๖๗ (๑) และ (๔) แห ง พระราชบั ญ ญั ติ ส ภาตำบล และองคการบริหารสวนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ดั ง นั้ น ไม ว า ผู ถู ก ฟ อ งคดี ไ ด จั ด ท ำ ป า ย ที่ มี ข อ ค ว า ม ว า “อันตรายสะพานขาด” สักกี่ปาย ก็ตาม แตการที่ผูถูกฟองคดีละเลย มิ ไ ด ด ำเนิ น การป ด ทางบริ เ วณ กอนถึงสะพานที่เกิดเหตุเพื่อปองกันมิใหมีการสัญจร ผานไปถึงสะพานได ถือไดวาเปนการดำเนินการปองกัน และบรรเทาสาธารณภัยที่ยังไมพอสมควรแกเหตุ อีกทั้ง ไมปรากฏวาตั้งแตสะพานขาดเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๔๗ จนถึงวันที่รถยนตคันพิพาทตกสะพานเมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๘ ผูถูกฟองคดีไดดำเนินการใดๆ เพือ่ ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมการสงเสริม องคการสวนทองถิ่นหรือดำเนินการใดๆ เพื่อเรงรัดใหมี การซอมแซมสะพานใหใชไดดีดังเดิมจนเกิดอุบัติเหตุ ขึ้นกับรถยนตของผูฟองคดี กรณีจึงถือไดวาผูถูกฟอง คดีกระทำละเมิดตอผูฟองคดีโดยการละเลยตอหนาที่ ในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยและละเลยตอ
153
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
หนาที่ในการซอมแซมบำรุงรักษาทางตามมาตรา ๖๗๒๕ แห ง พระราชบั ญ ญั ติ ส ภาตำบลและองค ก ารบริ ห าร สวนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งมีผลโดยตรงทำใหรถยนต ของผูฟองคดีประสบอุบัติเหตุเสียหายจนใชการไมได กรณีจึงเปนการกระทำละเมิดอันเกิดจากการละเลย ตอหนาทีต่ ามทีก่ ฎหมายกำหนดใหตอ งปฏิบตั ิ ผูถ กู ฟองคดี จึงตองรับผิดตอผูฟ อ งคดีในผลแหงละเมิดตามมาตรา ๔๒๐ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย แตโดยทีม่ าตรา ๔๔๒ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย บัญญัตวิ า ถาความเสียหายไดเกิดขึน้ เพราะความผิดอยางหนึง่ อยางใด ของผูต อ งเสียหายประกอบดวยไซร ทานใหนำบทบัญญัติ แหงมาตรา ๒๒๓ มาใชบงั คับโดยอนุโลม ซึง่ มาตรา ๒๒๓ วรรคหนึง่ บัญญัตวิ า ถาฝายผูเ สียหายไดมสี ว นทำความผิด อยางใดอยางหนึง่ กอใหเกิดความเสียหายดวยไซร ทานวา หนี้อันตองใชคาสินไหมทดแทนแกผูเสียหายมากนอย เพียงใดนัน้ ตองอาศัยพฤติการณเปนประมาณขอสำคัญ ก็คือวา ความเสียหายนั้นไดเกิดขึ้นเพราะฝายไหนเปน ผูกอยิ่งหยอนกวากันเพียงไร เมื่อขอเท็จจริงปรากฏวา ผูถูกฟองคดีไดจัดทำปายเตือนขนาดใหญและสามารถ มองเห็นไดชัดเจน มีขอความวา อันตรายสะพานขาด โดยนำไปวางขวางปากทางสาย พช ๒๐๖๖ จำเรียง อีโดกวังจาน ใหเหลือชองทางเดินรถยนต เพียงหนึง่ ชองทาง ซึ่งหากนาย ก. มีความระมัดระวังในการขับรถยนต ตามสมควรยอมตองสังเกตเห็นปายดังกลาว อุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นจึงเกิดจากความประมาทเลินเลอของนาย ก. รวมอยู ด ว ย ซึ่ ง ย อ มไม เ ป น ธรรมที่ จ ะให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ๒๕
154
รับผิดชดใชคาสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายทั้งหมด ที่ เ กิ ด ขึ้ น แก ร ถยนต ข องผู ฟ อ งคดี โดยเมื่ อ พิ จ ารณา จากพฤติ ก ารณ แ ล ว เห็ น ได ว า ผู ถู ก ฟ อ งคดี มี ห น า ที่ ตามกฎหมายว า ด ว ยสภาตำบลและองค ก ารบริ ห าร ส ว นตำบลในการจั ด ให มี แ ละบำรุ ง รั ก ษาทางน้ ำ และ ทางบก รวมทั้งปองกันและบรรเทาสาธารณภัยดังที่ได วินจิ ฉัยมาแลวขางตน เมือ่ ขอเท็จจริงรับฟงไดวา ในวันที่ เกิดเหตุ มีปา ยเตือนสะพานขาดติดตัง้ ไวหา งจากสะพาน ที่เกิดเหตุประมาณ ๒ - ๓ กิโลเมตร เพียงปายเดียว อั น แสดงถึ ง ความไม ใ ส ใจที่ จ ะป อ งกั น อั น ตรายที่ อ าจ เกิดขึ้นไดกับประชาชนทั่วไป ความเสียหายที่เกิดขึ้น มีผลจากการละเลยตอหนาที่ของผูถูกฟองคดีมากกวา ความประมาทเลินเลอของนาย ก. ผูถูกฟองคดีจึงควร รับผิดชดใชคาสินไหมทดแทนในอัตรารอยละแปดสิบ ของความเสียหายที่เกิดขึ้นแกผูฟองคดีทั้งในสวนของ คาซอมรถยนตของผูฟองคดีตามที่อูกลางประกันภัย ซอมรถยนตตามมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการ กำกับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจังหวัด กระทรวงพาณิชย กำหนดตีราคา แตไมเกิน ๒๕๐,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยรอยละเจ็ดครึ่งตอป นับแตวันถัดจาก วันฟองคดีเปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จใหแกผฟู อ งคดี และคาเสียหายที่ไมอาจใชประโยชนจากรถพิพาทได โดยค า เสี ย หายในส ว นหลั ง นี้ ใ ห คิ ด จากฐานเดื อ นละ ๑๐,๐๐๐ บาท จึ ง พิ พ ากษาให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ช ดใช คาเสียหายสวนนี้เปนเงินเดือนละ ๘,๐๐๐ บาท ตั้งแต เดือนมกราคม ๒๕๔๙ (รถยนตพิพาทประสบอุบัติเหตุ
พระราชบัญญัติสภาตำบลและองคการบริหารสวนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๖๗ ภายใตบังคับแหงกฎหมาย องคการบริหารสวนตำบล มีหนาที่ตองทำในเขตองคการบริหารสวนตำบล ดังตอไปนี้ (๑) จัดใหมีและบำรุงรักษาทางน้ำและทางบก (๒) รักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดิน และที่สาธารณะ รวมทั้งกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล (๓) ปองกันโรคและระงับโรคติดตอ (๔) ปองกันและบรรเทาสาธารณภัย (๕) สงเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (๖) สงเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผูสูงอายุ และผูพิการ (๗) คุมครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม (๘) บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปญญาทองถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของทองถิ่น (๙) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมายโดยจัดสรรงบประมาณหรือบุคลากรใหตามความจำเปนและสมควร
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๔๘) จนถึงวันฟองคดี รวมระยะเวลา ๕ เดือน เปนเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยรอยละ เจ็ ด ครึ่ ง ต อ ป นั บ แต วั น ถั ด จากวั น ฟ อ งคดี เ ป น ต น ไป จนกวาจะชำระเสร็จใหแกผูฟองคดี และใหชดใชตอไป อีกเดือนละ ๘,๐๐๐ บาท นับแตวันถัดจากวันฟองคดี เปนตนไปจนกวาผูถูกฟองคดีจะชดใชคาซอมรถยนต ให แ ก ผู ฟ อ งคดี และให คื น ค า ธรรมเนี ย มทั้ ง สองศาล จากการชนะคดีในสวนคาซอมรถยนตและคาเสียหาย ที่ ไ ม อ าจใช ป ระโยชน จ ากรถยนต พิ พ าทได ร ะหว า ง วั น ที่ ร ถยนต พิ พ าทประสบอุ บั ติ เ หตุ จ นถึ ง วั น ฟ อ งคดี ให แ ก ผู ฟ อ งคดี ส ว นคำขออื่ น ให ย ก (คำพิ พ ากษา ศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๓๓/๒๕๕๔) ๒.๓ คดี พิ พ าทเกี่ ย วกั บ ความรับผิดอยางอื่น กรณี ที่ มี ก ารเวนคื น ที่ ดิ น แตเพียงบางสวนแลวปรากฏวา ที่ดินสวนที่เหลือจากการเวนคืน นัน้ มีเนือ้ ทีน่ อ ยกวายีส่ บิ หาตารางวา หรือดานหนึง่ ดานใดนอยกวาหาวา และที่ดินสวนที่เหลืออยูนั้นมิไดติดตอเปนผืนเดียวกัน กับทีด่ นิ แปลงอืน่ ของเจาของเดียวกัน เจาของทีด่ นิ นัน้ มี สิ ท ธิ ยื่ น คำร อ งขอเพื่ อ บั ง คั บ ให เจ า หน า ที่ ข องรั ฐ ต อ งเวนคื น หรื อ จั ด ซื้ อ ที่ ดิ น ส ว นที่ เ หลื อ ดั ง กล า ว ซึง่ หนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาทีข่ องรัฐมีหนาที่ ทีจ่ ะตองดำเนินการเวนคืนหรือจัดซือ้ ทีด่ นิ สวนทีเ่ หลือนัน้ โดยไมอาจใชดลุ พินจิ ปฏิเสธคำรองขอได หากเจาหนาที่ ของรัฐปฏิเสธไมดำเนินการดังกลาว ยอมเปนการ ออกคำสั่งโดยไมชอบดวยกฎหมาย กรณีที่เจาหนาที่ของรัฐมิไดดำเนินการ เวนคืนหรือจัดซือ้ ทีด่ นิ สวนทีเ่ หลือจากการเวนคืนตาม คำรองขอของเจาของที่ดิน อันเปนเหตุใหเจาของ ที่ดินไมไดรับเงินคาทดแทนตามกฎหมาย ตองถือวา มีการจายเงินคาทดแทนที่ดินลาชากวากำหนดเวลา ตามมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติวา
ดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย พ.ศ. ๒๕๓๐ และ เจาหนาที่ของรัฐตองรับผิดจายเงินคาดอกเบี้ย เพื่อ ทดแทนความเสียหายใหแกเจาของที่ดินดังกลาว ผู ฟ อ งคดี เ ป น เจ า ของกรรมสิ ท ธิ์ ที่ ดิ น เนื้ อ ที่ ๒ ไร ๓ งาน ๒๙ ตารางวา ซึ่งอยูในแนวเขตเวนคืน บางสวนเปนจำนวนเนื้อที่ ๑ ไร ๓ งาน ๙ ตารางวา ตามพระราชกฤษฎี ก ากำหนดเขตที่ ดิ น ในบริ เวณที่ ที่จะเวนคืน เพื่อสรางทางหลวงแผนดินหมายเลข ๑๑ สายอินทรบุรี - เชียงใหม ตอนทางเลี่ยงเมืองลำปาง พ.ศ. ๒๕๔๕ ทำใหที่ดินของผูฟองคดีคงเหลือเนื้อที่ ๑ ไร ๒๐ ตารางวา มีความยาวดานหนา ๘.๓๙ เมตร ซึ่งนอยกวาหาวา (๑๐ เมตร) และที่ดินมิไดอยูติดตอ เป น ผื น เดี ย วกั น กั บ ที่ ดิ น แปลงอื่ น ของผูฟองคดี ผูฟองคดีจึงมีหนังสือ ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๖ และ หนั ง สื อ ลงวั น ที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๗ รองขอใหอธิบดีกรมทางหลวง (ผูถ กู ฟองคดีที่ ๒) เวนคืนหรือจัดซือ้ ที่ ดิ น ส ว นที่ เ หลื อ จากการเวนคื น ดังกลาว แตผถู กู ฟองคดีที่ ๒ ปฏิเสธ ไม ด ำเนิ น การจั ด ซื้ อ ที่ ดิ น ส ว นที่ เ หลื อ จากการเวนคื น ของผู ฟ อ งคดี เนื่ อ งจากเห็ น ว า ผู ฟ อ งคดี ยั ง สามารถ ใชประโยชนในที่ดินไดดังเดิม ผูฟองคดีจึงยื่นอุทธรณ คำสัง่ ไมจดั ซือ้ ทีด่ นิ ดังกลาว แตไมไดรบั แจงผลการพิจารณา แตอยางใด ผูฟองคดีจึงนำคดีมาฟองตอศาลปกครอง ขอให ศ าลมี ค ำพิ พ ากษาหรื อ คำสั่ ง เพิ ก ถอนหนั ง สื อ ของผูถูกฟองคดีที่ ๒ ที่ปฏิเสธไมจัดซื้อที่ดินสวนที่เหลือ จากการเวนคืนของผูฟองคดีและใหผูถูกฟองคดีที่ ๒ จัดซื้อที่ดินสวนที่เหลือดังกลาว พรอมชำระดอกเบี้ย นับแตวันที่ผูฟองคดีรองขอใหผูถูกฟองคดีที่ ๒ จัดซื้อ ที่ดินดังกลาว รวมทั้งคาเสียหายอื่นๆ ศาลปกครอง สู ง สุ ด วิ นิ จ ฉั ย ว า เมื่ อ การเวนคื น อสั ง หาริ ม ทรั พ ย เป น เรื่ อ งที่ รั ฐ อาศั ย อำนาจตามกฎหมายพรากเอา ทรั พ ย สิ น ของราษฎรเพื่ อ ใช ป ระโยชน ใ นการบริ ก าร สาธารณะของรัฐ และการที่รัฐใชอำนาจดำเนินการ
155
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
เวนคืนดังกลาว ยอมทำใหราษฎรที่สูญเสียทรัพยสิน ตองแบกรับภาระมากกวาราษฎรรายอืน่ ทีม่ ไิ ดถกู เวนคืน ดังนั้น รัฐจึงตองมีมาตรการแกไขเยียวยาความสูญเสีย หรือความเสียหายใหแกราษฎรที่ถูกเวนคืนเพื่อใหเกิด ความเป น ธรรมในสั ง คม โดยมาตรามาตรา ๒๐ แหงพระราชบัญญัติวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย พ.ศ. ๒๕๓๐ เปนบทบัญญัติหนึ่งที่รัฐใชในการเยียวยา แกไขความเสียหายแกผถู กู เวนคืนทีด่ นิ โดยในวรรคหนึง่ ของบทบัญญัติดังกลาว๒๖ ไดกำหนดใหเจาของที่ดิน ที่ มี ที่ ดิ น สวนที่เหลือจากการเวนคืนนอยกวายี่สิบหา ตารางวาหรือดานหนึ่งดานใดนอยกวาหาวา และที่ดิน สวนที่เหลืออยูนั้นมิ ไ ด ติ ด ต อ เป น ผื น เดี ย วกั น กั บ ที่ ดิ น แปลงอื่นของเจาของเดียวกัน มีสิทธิยื่นคำรองขอเพื่อ บังคับใหเจาหนาที่ตองเวนคืนหรือจัดซือ้ ทีด่ นิ สวนทีเ่ หลือ ดังกลาวได ซึง่ เจาหนาทีจ่ ะตองดำเนินการเวนคืนที่ดิน สวนที่เหลือนั้นโดยไมอาจใชดุลพินิจปฏิเสธคำรองขอ ส ว นการที่ บ ทบั ญ ญั ติ ดั ง กล า วกำหนดให เจ า หน า ที่ เวนคืนหรือจัดซื้อที่ดินสวนที่เหลือจากการเวนคืนนั้น หมายความวา ถาอยูใ นขัน้ ตอนดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตทีด่ นิ ในบริเวณทีท่ จี่ ะเวนคืนเจาหนาที่ จะตองดำเนินการจัดซื้อ และถาอยูในระหวางขั้นตอน การเวนคืนตามพระราชบัญญัติเวนคืนเจาหนาที่จะตอง ดำเนินการเวนคืนที่ดินสวนที่เหลือนั้น ดังนั้น เมื่อที่ดิน ของผูฟ อ งคดีมที ดี่ นิ สวนทีเ่ หลือจากการเวนคืนดานหนึง่ นอยกวาหาวา และที่ดินสวนที่เหลืออยูมิไดติดตอกัน
กั บ ที่ ดิ น แปลงอื่ น ของผู ฟ อ งคดี ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ จึ ง มี ห น า ที่ ต อ งดำเนิ น การจั ด ซื้ อ ที่ ดิ น ส ว นที่ เ หลื อ จากการเวนคืนของผูฟองคดีตามมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัตดิ งั กลาว การทีผ่ ถู กู ฟองคดีที่ ๒ ปฏิเสธ ไมจดั ซือ้ ทีด่ นิ สวนทีเ่ หลือดังกลาวตามคำขอของผูฟ อ งคดี จึงเปนการออกคำสั่งไมชอบดวยกฎหมาย และการที่ ผูถูกฟองคดีที่ ๒ มิไดดำเนินการจัดซื้อที่ดินสวนที่เหลือ จากการเวนคืนของผูฟองคดี อันเปนเหตุใหผูฟองคดี ไมไดรบั เงินคาทดแทนตามกฎหมาย ถือไดวา ผูถ กู ฟองคดี ที่ ๒ จายเงินคาทีด่ นิ ลาชากวากำหนดเวลาตามมาตรา ๑๑ วรรคหนึง่ ๒๗ แหงพระราชบัญญัตเิ ดียวกัน ซึง่ ผูถ กู ฟองคดี ที่ ๒ ต อ งรั บ ผิ ด จ า ยเงิ น ค า ดอกเบี้ ย เพื่ อ ทดแทน ความเสียหายแกผูฟองคดีในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ย เงิ น ฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิ น นั บ แต วั น ที่ พ น กำหนดเวลาการจ า ยเงิ น ค า ทดแทน ที่ ดิ น ตามมาตรา ๓๓ ๒๘ แห ง พระราชบั ญ ญั ติ ข า งต น ทั้ ง นี้ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ ต อ งจ า ยเงิ น ค า ที่ ดิ น ภายใน หนึ่ ง ร อ ยยี่ สิ บ วั น นั บ แต วั น ที่ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๒ ต อ ง ดำเนินการจัดซื้อที่ดินสวนที่เหลือจากการเวนคืนของ ผูฟองคดี คือ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๖ โดยจะครบ กำหนดเวลาการจายเงินคาที่ดินภายในหนึ่งรอยยี่สิบวัน ในวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๔๖ และตองจายดอกเบี้ย ให แ ก ผู ฟ อ งคดี ใ นอั ต ราสู ง สุ ด ของดอกเบี้ ย เงิ น ฝาก ประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิ น นั บ แต วั น ที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๔๖ เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จ
พระราชบัญญัติวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๒๐ ในกรณีที่ตองเวนคืนที่ดินแปลงใดแตเพียงบางสวนถาเนื้อที่ดินสวนที่เหลืออยูนั้นนอยกวายี่สิบหาตารางวา หรือดานหนึ่งดานใด นอยกวาหาวา และที่ดินสวนที่เหลืออยูน้ันมิไดติดตอเปนผืนเดียวกันกับที่ดินแปลงอื่นของเจาของเดียวกัน หากเจาของรองขอใหเจาหนาที่เวนคืนหรือ จัดซื้อที่ดินสวนที่เหลือดวย ฯลฯ ฯลฯ ๒๗ - ๒๘ พระราชบัญญัติวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๑๑ ในกรณีที่มีการตกลงซื้อขายอสังหาริมทรัพยกันไดตามมาตรา ๑๐ ใหเจาหนาที่หรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากเจาหนาที่จายเงิน คาอสังหาริมทรัพยดังกลาวทั้งหมดใหแกเจาของ หรือผูครอบครองโดยชอบดวยกฎหมายภายในหนึ่งรอยยี่สิบวันนับแตวนั ที่ทำสัญญาซื้อขาย ฯลฯ ฯลฯ มาตรา ๓๓ ในกรณีที่เจาหนาที่หรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากเจาหนาที่จายเงินคาอสังหาริมทรัพยลาชากวากำหนดเวลาตามมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง หรือจายเงินคาทดแทนลาชากวากำหนดเวลาตามมาตรา ๒๘ วรรคหนึ่ง ใหผูมีสิทธิไดรับเงินคาอสังหาริมทรัพยหรือเงินคาทดแทน ไดรับ ดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินในจำนวนเงินดังกลาว นับแตวันที่พนกำหนดเวลาการจายเงิน 156 คาอสังหาริมทรัพยหรือเงินคาทดแทน ๒๖
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
พิพากษาใหเพิกถอนหนังสือของผูถูกฟองคดีที่ ๒ ที่แจง ปฏิเสธคำรองขอของผูฟองคดี และใหผูถูกฟองคดีที่ ๒ เวนคืนหรือจัดซือ้ ทีด่ นิ สวนทีเ่ หลือของผูฟ อ งคดี โดยถือวา ผูถ กู ฟองคดีที่ ๒ จะตองดำเนินการจัดซือ้ ทีด่ นิ สวนทีเ่ หลือ จากการเวนคืนของผูฟ อ งคดี ตัง้ แตวนั ทีผ่ ฟู อ งคดียนื่ หนังสือ รองขอดังกลาวตามมาตรา ๑๐๒๙ แหงพระราชบัญญัติ วาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพยฯ รวมทัง้ ใหผถู กู ฟองคดี ที่ ๒ จ า ยดอกเบี้ ย ให แ ก ผู ฟ อ งคดี ใ นอั ต ราสู ง สุ ด ของ ดอกเบี้ ย เงิ น ฝากประเภทฝากประจำของธนาคาร ออมสินนับแตวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๔๖ เปนตนไป จนกวาจะชำระเสร็จ โดยใหดำเนินการภายใน ๙๐ วัน นับแตวันที่มีคำพิพากษา (คำพิพากษาศาลปกครอง สูงสุดที่ อ.๒๔๒/๒๕๕๔)
๓. แนวทางการปฏิบัติราชการที่ไดจากคดี พิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) ศาลปกครองสูงสุดไดวางแนวทางการปฏิบัติ ราชการที่ น า สนใจในการวิ นิ จ ฉั ย ข อ พิ พ าทเกี่ ย วกั บ สัญญาทางปกครอง ดังตอไปนี้ สั ญ ญาจ า งเหมาก อ สร า งระบบประปา หมู บ า นคิ ด ค า จ า งในลั ก ษณะเหมารวมซึ่ ง ถื อ ความสำเร็จของงานขุดเจาะบอน้ำบาดาล อันไดแก ปริ ม าณของน้ ำ ที่ บ รรจุ ไ ด เ ป น ผลสำเร็ จ ของงาน การที่ ผู รั บ จ า งขุ ด เจาะบ อ บาดาลจนได ป ริ ม าณน้ ำ ตามทีก่ ำหนดไวในสัญญาแลว แมวา จะไมไดความลึก
ของการขุ ด เจาะตามข อ กำหนดของสั ญ ญา ก็ ต อ ง ถือวาผูรับจางทำงานแลวเสร็จครบถวนสมบูรณแลว สำหรับความลึกของการขุดเจาะที่ระบุในสัญญานั้น ถือเปนเพียงรายการประมาณราคากลางเพือ่ ประกอบ การพิจารณากำหนดราคาจางเทานัน้ มิไดมคี วามหมาย เปนการแยกจางตามระยะความลึกของการขุดเจาะ แตอยางใด ดังนั้น หนวยงานทางปกครองผูวาจาง จึงมีหนาที่ตองจายคาจางใหแกผูรับจางตามจำนวน ที่ ต กลงกั น ไว ใ นสั ญ ญาโดยมิ อ าจหั ก เงิ น ค า จ า ง จากภาระงานที่ผูรับจางทำนอยกวาที่ประมาณการ ไวได องคการบริหารสวนตำบลคลองชีลอ ม (ผูถ กู ฟองคดี ที่ ๑) ทำสัญญาจางผูฟ อ งคดีใหกอ สรางระบบประปาหมูบ า น ในวงเงิน ๘๗๘,๐๐๐ บาท โดยขอสัญญากำหนดให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ มี สิ ท ธิ ที่ จ ะสั่ ง ให ผู ฟ อ งคดี ท ำงาน พิเศษซึ่งไมไดแสดงไวหรือรวมอยูในเอกสารสัญญาได หากงานพิเศษนั้นอยูในขอบขายทั่วไปแหงวัตถุประสงค ของสัญญา รวมทั้งผูถูกฟองคดีที่ ๑ มีสิทธิที่จะสั่งให ผูฟ อ งคดีเปลีย่ นแปลงหรือแกไขรูปแบบและขอกำหนดตางๆ ในเอกสารสัญญานีด้ ว ย ปรากฏวาภายหลังจากผูฟ อ งคดี เริม่ ทำงานกอสรางตามสัญญาโดยการขุดเจาะบอบาดาล หัวหนาสวนโยธาองคการบริหารสวนตำบลคลองชีลอม (ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๓) ได ท ำบั น ทึ ก ข อ ตกลงเพิ่ ม เติ ม แนบท า ยสั ญ ญาจ า งโดยมี ร ายละเอี ย ดว า ผู ฟ อ งคดี และผูถ กู ฟองคดีที่ ๑ ไดตกลงเปลีย่ นแปลงจากการขุดเจาะ บอบาดาลความลึกที่ ๑๕๐ เมตร เปนความลึกที่ ๕๖ เมตร ทำใหโครงการขุดเจาะบอบาดาลในวงเงิน ๒๖๘,๙๕๐ บาท
พระราชบัญญัติวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๑๐ ในระหวางใชบังคับพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา ๖ ใหเจาหนาที่หรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากเจาหนาที่มีอำนาจตกลง ซื้อขาย และกำหนดจำนวนเงินคาทดแทนอสังหาริมทรัพยที่จะตองเวนคืนจากเจาของหรือผูครอบครองโดยชอบดวยกฎหมาย เพื่อดำเนินการจัดซื้อและ จายคาทดแทนอสังหาริมทรัพยดังกลาวตอไป แตจะใหราคาหรือคาทดแทนอสังหาริมทรัพยดังกลาวเกินกวาราคาเบื้องตนที่คณะกรรมการตามมาตรา ๙ กำหนดไวไมได ในกรณีที่สามารถตกลงซื้อขายอสังหาริมทรัพยที่จะถูกเวนคืนตามวรรคหนึ่งได แตไมอาจตกลงกันไดในเรื่องจำนวนเงินคาทดแทน หากเจาของ หรือผูครอบครองโดยชอบดวยกฎหมายจะขอรับเงินคาทดแทนตามราคาเบื้องตนที่คณะกรรมการตามมาตรา ๙ กำหนดไวไปกอน โดยสงวนสิทธิอุทธรณ ตอรัฐมนตรีตามมาตรา ๒๕ ก็ใหเจาหนาที่หรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากเจาหนาที่ดำเนินการทำสัญญา โดยมีเงื่อนไขดังกลาว แลวจายคาทดแทน ไปกอนได 157 ๒๙
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
158
เปลี่ ย นแปลงเป น เงิ น ๑๐๐,๔๐๘ บาท และตั ด คาอุปกรณตา งๆ จำนวน ๖ รายการ เปนเงิน ๒๒,๖๓๒ บาท โดยผูฟองคดีและผูถูกฟองคดีที่ ๑ ไมไดลงลายมือชื่อ ในบันทึกขอตกลงดังกลาวแตอยางใด ตอมา ผูฟองคดี ไดสง มอบงานตามสัญญา ซึง่ คณะกรรมการตรวจการจาง ไดตรวจรับงานเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ และ ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ได ช ำระเงิ น ค า จ า งให แ ก ผู ฟ อ งคดี เปนเงิน ๕๙๓,๔๘๕.๐๗ บาท ซึ่งเปนเงินหลังหักภาษี ณ ที่ จ า ย และหั ก ค า ปรั บ กรณี ผู ฟ อ งคดี ส ง มอบงาน ล า ช า แต ผู ฟ อ งคดี เ ห็ น ว า การหั ก เงิ น ค า จ า งจำนวน ๑๖๘,๕๔๒ บาท ซึ่งเปนคาขุดเจาะบอบาดาลที่ขาดไป จำนวน ๙๔ เมตร ของผูถูกฟองคดีที่ ๑ ไมเปนธรรม ประกอบกั บ การที่ ผู ฟ อ งคดี ไ ด รั บ เงิ น ค า จ า งล า ช า เปนเวลา ๕๗ วัน ทำใหผูฟองคดีไดรับความเสียหาย จึงฟองคดีตอศาลปกครอง ขอใหศาลมีคำพิพากษาหรือ คำสั่งใหผูถูกฟองคดีชำระเงินจำนวน ๒๑๘,๕๘๘ บาท พร อ มดอกเบี้ ย ให แ ก ผู ฟ อ งคดี ศาลปกครองสู ง สุ ด วินจิ ฉัยวา โดยทีข่ อ ๑ และขอ ๔ ของสัญญาจางพิพาท กำหนดวา “ผูว า จางตกลงจางและผูร บั จางตกลงรับจางเหมา ทำการกอสรางระบบประปาหมูบาน” และ “(สัญญา เปนราคาเหมารวม) ผูวาจางตกลงจายและผูรับจาง ตกลงรับคาจางจำนวนเงิน ๘๗๘,๐๐๐ บาท โดยถือราคา เหมารวมเปนเกณฑ” ประกอบกับตามสัญญาดังกลาว คู สั ญ ญาทั้ ง สองฝ า ยตกลงกั น ให ผู รั บ จ า งขุ ด เจาะ บอบาดาล จำนวน ๑ บอ ใหไดปริมาณน้ำไมนอยกวา ๕ ลูกบาศกเมตรตอชัว่ โมง คิดคาจางในลักษณะเหมารวม ซึ่ ง หมายความวา สัญญาจางถือความสำเร็จของงาน ขุดเจาะบอบาดาลใหไดปริมาณน้ำ ๕ ลูกบาศกเมตร ตอชั่วโมงเปนผลสำเร็จของงาน สวนความลึกของการ ขุดเจาะเปนเพียงประมาณการไวเทานั้น หากผูรับจาง ไดทำการขุดเจาะบอบาดาลไดน้ำ ๕ ลูกบาศกเมตร ตอชั่วโมง ถือวาผูรับจางไดทำงานแลวเสร็จครบถวน บริบูรณตามที่กำหนดไวในรายละเอียดตามแบบแปลน ท า ยสั ญ ญาและข อ กำหนดกั บ เงื่ อ นไขของสั ญ ญา รวมทั้งเอกสารแนบทายสัญญาแลว ผูวาจางมีหนาที่ ตองจายเงินคาจางใหแกผรู บั จางตามจำนวนทีต่ กลงกันไว
สำหรั บ ส ว นที่ เ กี่ ย วกั บ การขุ ด เจาะบ อ น้ ำ บาดาลนั้ น สัญญาพิพาทกำหนดหลักการไวกวางๆ วา ทำการขุด เจาะบ อ บาดาลให ไ ด ป ริ ม าณน้ ำ ๕ ลู ก บาศก เ มตร ตอชั่วโมง จำนวน ๑ บอ สวนการกำหนดรายละเอียด ตางๆ ไวในประมาณการคากอสรางที่ผูถูกฟองคดีที่ ๓ ทำขึ้น ซึ่งรวมถึงการกำหนดความลึกของการขุดเจาะ วาไมนอยกวา ๑๕๐ เมตร จำนวน ๑ บอ ราคาคาวัสดุ กอสรางตอหนวย ๑,๗๖๓ บาท เปนเงิน ๒๖๘,๙๕๐ บาท นั้น เปนเพียงรายการประมาณราคากลางเพื่อ ประกอบการพิจารณาราคาจางเทานัน้ มิไดมคี วามหมาย เปนการแยกจางเปนระยะความลึกตามการขุดเจาะ แตประการใด สำหรับกรณีที่มีการทำบันทึกขอตกลง เพื่อเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการขุดเจาะบอบาดาล จากความลึกที่ ๑๕๐ เมตร มาเปนความลึกที่ ๕๖ เมตร และตัดลดคางานลงไปเปนจำนวนเงินรวม ๑๙๑,๑๗๔ บาท นั้น เมื่อทั้งผูฟองคดีและผูถูกฟองคดีที่ ๑ มิไดลงนามใน ข อ ตกลงดั ง กล า ว กรณี จึ ง มิ ใช เ ป น การตั ด ทอนงาน หรือเพิ่มงานตามขอกำหนดในสัญญา จึงไมอาจนำมา ใชบังคับผูกพันคูสัญญาได และการที่ผูฟองคดียอมรับ เงินคาจางบางสวนไปแลว ก็ไมอาจถือไดวาผูฟองคดี ยอมรับขอตกลงตามบันทึกดังกลาวโดยปริยายแตอยางใด นอกจากนี้ แมวาขอ ๑๓ ของสัญญาจางจะกำหนดให ผูควบคุมงานของผูถูกฟองคดีที่ ๑ มีอำนาจสั่งใหแกไข เปลีย่ นแปลง เพิม่ เติม หรือตัดทอนซึง่ งานตามสัญญาได และข อ ๑๔ ของสั ญ ญาจะกำหนดให ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ มีสิทธิสั่งใหเปลี่ยนแปลงหรือแกไขรูปแบบและ ขอกำหนดตางๆ ในเอกสารสัญญาโดยไมทำใหสัญญา เปนโมฆะก็ตาม แตเมือ่ สัญญาจางพิพาทเปนการทำงาน ที่ ว า จ า งเหมาแล ว เสร็ จ ตามสั ญ ญา มิ ใช เ ป น กรณี ที่ ผูควบคุมงานของผูถูกฟองคดีที่ ๑ สั่งใหผูฟองคดีแกไข เปลี่ ย นแปลงเพิ่ ม เติ ม หรื อ ตั ด ทอนงานตามข อ ๑๓ แตอยางใด ประกอบกับขอกำหนดดังกลาวนี้ เปนเพียง สวนที่ใหอำนาจผูควบคุมงานในการแกไขเพิ่มเติมหรือ ตัดทอนงาน รวมทัง้ กำหนดมาตรการของการไมปฏิบตั ติ าม เทานัน้ มิไดมคี วามหมายถึงขนาดวาหากผูร บั จางทำงาน แลวเสร็จโดยมีภาระการทำงานนอยกวาที่คาดคะเนไว
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
จะต อ งลดเงิ น ค า จ า งลงแต ป ระการใด นอกจากนี้ การที่สัญญาทางปกครองมีลักษณะพิเศษที่ใหอำนาจ คูสัญญาฝายปกครองสามารถแกไขสัญญาไดแตเพียง ฝายเดียวโดยไมจำตองไดรับความยินยอมจากคูสัญญา อีกฝายหนึ่งนั้น เปนขอกำหนดที่แสดงใหเห็นถึงอำนาจ ของคู สั ญ ญาฝ า ยปกครองในอั น ที่ จ ะแก ไขเพิ่ ม เติ ม ขอสัญญาไดแตเพียงฝายเดียว ซึ่งเปนลักษณะพิเศษ ประการหนึ่งของสัญญาทางปกครอง แตการใชสิทธิ ของผูว า จางดังกลาวตองอยูบ นพืน้ ฐานหลักความจำเปน และความเปนธรรมตอคูสัญญา โดยคูสัญญาตองเคารพ ต อ เจตนาของคู สั ญ ญาตามที่ ไ ด ต กลงกั น ไว ใ นสั ญ ญา ต อ เมื่ อ มี ค วามจำเป น เพื่ อ ให ก ารบริ ก ารสาธารณะ สามารถดำเนินการไดอยางตอเนื่องหรือมิใหประโยชน สาธารณะต อ งเสี ย ไปเท า นั้ น คู สั ญ ญาฝ า ยปกครอง จึงจะมีสทิ ธิแกไขสัญญาแตเพียงฝายเดียวได และการแกไข สัญญาขางตนตองคำนึงถึงดุลยภาพทางการเงินหรือ ความเป น ธรรมต อ คู สั ญ ญาอี ก ฝ า ยหนึ่ ง ด ว ย ดั ง นั้ น เมื่อขอเท็จจริงปรากฏวาการแกไขสัญญาโดยผูถูกฟอง คดีที่ ๓ มิไดเกิดขึ้นจากความจำเปน การแกไขเพิ่มเติม สัญญาโดยบันทึกขอตกลงที่ผูถูกฟองคดีที่ ๓ ทำขึ้น จึงไมมีผลใชบังคับกับผูฟองคดี ผูถูกฟองคดีที่ ๑ จึงไมมี
อำนาจทีจ่ ะปรับลดเงินคาจางจากผูฟ อ งคดี และมีหนาที่ ตองคืนเงินคาจางทีป่ รับลดลงไปจำนวน ๑๖๘,๕๔๒ บาท ใหแกผูฟองคดีดวย สำหรับประเด็นที่ผูถูกฟองคดีที่ ๑ ชำระเงินคาจางใหแกผฟู อ งคดีลา ชาโดยอางเหตุเกีย่ วกับ ขั้ น ตอนในการทำหนั ง สื อ หารื อ ไปยั ง จั ง หวั ด ตรั ง นั้ น กรณีดังกลาวเปนขั้นตอนการปฏิบัติภายในหนวยงาน ดวยกันเอง ผูถูกฟองคดีที่ ๑ ไมอาจนำเหตุผลขางตน มาปฏิเสธความรับผิดชอบตอบุคคลภายนอกซึ่งเปน คูสัญญาได ผูถูกฟองคดีที่ ๑ จึงมีหนาที่ตามสัญญา โดยการชำระเงิ น ค า จ า งให แ ก ผู ฟ อ งคดี ตั้ ง แต วั น ที่ คณะกรรมการตรวจการจางตรวจรับงาน คือ วันที่ ๑๑ พฤศจิ ก ายน ๒๕๔๘ แต ป รากฏว า ผู ถู ก ฟ อ งคดี ที่ ๑ ชำระเงินคาจางใหแกผฟู อ งคดีในวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๘ จึงถือไดวาเปนการผิดนัดชำระหนี้ ผูถูกฟองคดีที่ ๑ จึงตองรับผิดชำระดอกเบี้ยในกรณีผิดนัดการชำระหนี้ ดังกลาว พิพากษาใหผูถูกฟองคดีที่ ๑ ชำระดอกเบี้ย ในอัตรารอยละ ๗.๕ ตอปของตนเงิน ๕๙๓,๔๘๕.๐๗ บาท นับแตวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ ถึงวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๔๘ เปนเงิน ๕,๑๒๑.๘๕ บาท ใหแก ผูฟองคดี (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๔๘/ ๒๕๕๔)
159
รายงานการเงิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔*
งบแสดงฐานะการเงิน งบรายได้และค่าใช้จ่าย หมายเหตุประกอบงบการเงิน การวิเคราะห์ทางการเงิน
* อยู่ระหว่างการตรวจสอบรับรองของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
สำนักงานศาลปกครอง
งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2554 และ 2553 หมายเหตุุ สินทรัพย สิสนทรพยหมุ นทรัพยหมนเวี นุ เวยน ยน เงินสดและรายการเทียบเทาเงินสด ลููกหนี้ระยะสั้น วัสดุุคงเหลือ สินทรัพยหมุุนเวียนอื่น รวมสินทรัพยหมุุนเวียน สินทรัพยไมหมุุนเวียน ที่ดิน อาคาร และอุุปกรณ (สุุทธิ) สินทรัพยไมมีตัวตน (สุุทธิ) สินทรัพยไมหมุุนเวียนอื่น รวมสินทรัพยไมหมุุนเวียน รวมสินทรัพย หมายเหตุประกอบงบการเงินเปนสวนหนึ่งของงบการเงินนี้
162
2554
(หนวย : บาท) 2553
3 4 5
2,724,235,223.16 2,408,403,057.04 6,861,234.99 2,438,006.37 3,151,629.99 2,331,663.46 15,012.00 20,702,637.00 2,734,263,100.14 2,433,875,363.87
6 7 8
913,446,666.43 707,443,623.71 9,372,019.68 18,483,681.76 2,620,300.00 3,020,300.00 925,438,986.11 728,947,605.47 3,659,702,086.25 3,162,822,969.34
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
สำนักงานศาลปกครอง
งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2554 และ 2553 หมายเหตุ หนี้สนิ หนสนหมุ หนี ้สินหมนเวี ุนเวยน ยน เจาหนี้ระยะสั้น คาใชจายคางจาย รายไดแผนดินรอนำสงคลัง หนี้สินหมุุนเวียนอื่น รวมหนี้สินหมุุนเวียน หนี้สินไมหมุุนเวียน รายไดรอการรับรูู เงินรับฝากระยะยาว หนี้สินไมหมุุนเวียนอื่น รวมหนี้สินไมหมุุนเวียน รวมหนี้สิน สินทรัพยสุทธิ สินทรัพยสุทธิ ทุุน รายไดสูง (ต่ำ) กวาคาใชจายสะสม รวมสินทรัพยสุทธิ
9 10 11
12 13
14
2554
7,256,264.80 24,847,255.34 21,885,717.82 486,414.55 54,475,652.51
(หนวย : บาท) 2553
13,111,059.44 24,263,397.15 24,998,100.44 356,921.04 62,729,478.07
8,642,260.20 4,290,894.89 1,194,332,154.74 751,430,777.80 1,224,495.83 1,196,499.74 1,204,198,910.77 756,918,172.43 1,258,674,563.28 819,647,650.50 2,401,027,522.97 2,343,175,318.84 36,516,048.42 36,516,048.42 2,364,511,474.55 2,306,659,270.42 2,401,027,522.97 2,343,175,318.84
หมายเหตุประกอบงบการเงินเปนสวนหนึ่งของงบการเงินนี้
(นางสาวเตือนใจ นมะกุ (นางสาวเตอนใจ นิมะกล) ล) ผูอำนวยการสำนักบริหารการเงินและตนทุน
(นายไกรรั ไ ชั เงยวิจิ ิตร) รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง รักษาการในตำแหนง เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง 163
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
สำนักงานศาลปกครอง
งบรายไดและคาใชจาย สำหรับป สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2554 และ 2553 หมายเหตุุ รายไดจากการดำเนินงาน รายไดจากรัฐบาล รายไดจากรฐบาล รายไดจากงบประมาณ รวมรายไดจากรัฐบาล รายไดจากแหลงอื่น รายไดจากการรับบริจาคและเงินชวยเหลือ รายไดอื่น รวมรายไดจากแหลงอื่น รวมรายไดจากการดำเนินงาน คาใชจายจากการดำเนินงาน คาใชจายดานบุุคลากร คาใชจายในการฝกอบรม คาใชจายในการเดินทาง คาวัสดุุและคาใชสอย คาสาธารณููปโภค คาเสื่อมราคาและคาตัดจำหนาย คาใชจายเงินทุุนการศึกษา คาใชจายจากเงินชวยเหลือ คาใชจายอื่น รวมคาใชจายจากการดำเนินงาน รายไดสูง (ต่ำ) กวาคาใชจายจากการดำเนินงาน รายได/คาใชจายที่ไมเกิดจากการดำเนินงาน คาตัดจำหนายสินทรัพย รวมรายได/คาใชจา ยทีไ่ มเกิดจากการดำเนินงาน รายไดสูง (ต่ำ) กวาคาใชจายสุุทธิ 164
หมายเหตุประกอบงบการเงินเปนสวนหนึ่งของงบการเงินนี้
2554
(หนวย : บาท) 2553
15
1,384,672,073.85 1,247,508,597.23 1,384,672,073.85 1,247,508,597.23
16 17
3,798,932.77 4,194,277.66 1,291,227.44 1,448,946.72 5,090,160.21 5,643,224.38 1,389,762,234.06 1,253,151,821.61
18
950,056,302.44 851,987,485.63 37,401,219.74 12,544,129.20 13,671,090.36 11,961,648.45 129,142,175.12 136,966,433.77 44,322,178.89 40,882,794.69 104,136,703.74 90,268,434.07 9,039,992.64 7,130,026.33 2,864,884.25 3,655,342.00 40,441,739.96 35,408,106.19 1,331,076,287.14 1,190,804,400.33 58,685,946.92 62,347,421.28
19 20 21 22 23
(555,434.08) (555,434.08) 58,130,512.84
(281,932.22) (281,932.22) 62,065,489.06
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
สำนักงานศาลปกครอง
หมายเหตุประกอบงบการเงิน สำหรับปสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2554 และ 2553
1. ขอมูลทั่วไป สำนักงานศาลปกครองเปนหนวยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิ ธี พิ จ ารณาคดี ป กครอง พ.ศ.2542 เป น ส ว นราชการที่ มี ฐ านะเป น นิ ติ บุ ค คล ได รั บ จั ด สรร เงินงบประมาณแผนดินเปนเงินอุดหนุนจากรัฐบาล มีอำนาจหนาที่และบทบาทสำคัญในการสนับสนุน และพัฒนา ใหงานอำนวยความยุติธรรมของศาลปกครองเปนไปอยางมีประสิทธิภาพเกิดความเปนธรรม แกประชาชนและ หนวยงานราชการ สำนักงานศาลปกครอง ตั้งอยูที่ 120 หมู 3 ถนนแจงวัฒนะ แขวงทุงสองหอง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 2. สรุปนโยบายบัญชีที่สำคัญ 2.1 หลักเกณฑในการจัดทำงบการเงิน งบการเงินนี้จัดทำขึ้นตามเกณฑคงคาง ซึ่งเปนไปตามขอกำหนดในหลักการและนโยบายบัญชี ของสำนักงานศาลปกครอง ที่กำหนดใหมีมาตรฐานสอดคลองกับหลักการและนโยบายบัญชี สำหรับหนวยงาน ภาครัฐ ฉบับที่ 2 ตามประกาศกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2546 การจัดประเภทและการแสดงรายการ ในงบการเงิน ถือปฏิบัติตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ดวนที่สุด ที่ กค 0423.2/ว 410 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2551 เรื่อง รูปแบบรายงานการเงินของหนวยงานภาครัฐ รอบระยะเวลาบัญชี ถือตามปงบประมาณรายจาย โดยเริ่มตั้งแตวันที่ 1 ตุลาคม ถึงวันที่ 30 กันยายน ของปถัดไป 2.2 หนวยงานที่เสนอรายงาน งบการเงินนี้เปนการแสดงภาพรวมของสำนักงานศาลปกครอง ซึ่งรวมรายการทางบัญชีที่เกิดขึ้น ในสำนักงานศาลปกครอง (สวนกลาง) และสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค รวม 9 แหง ไดแก สำนักงาน ศาลปกครองขอนแกน สำนักงานศาลปกครองเชียงใหม สำนักงานศาลปกครองนครราชสีมา สำนักงานศาลปกครอง นครศรีธรรมราช สำนักงานศาลปกครองพิษณุโลก สำนักงานศาลปกครองระยอง สำนักงานศาลปกครองสงขลา สำนักงานศาลปกครองอุดรธานี และสำนักงานศาลปกครองอุบลราชธานี 165
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
2.3 ขอบเขตของขอมูลในรายงาน รายการที่ปรากฏในงบการเงิน รวมถึงสินทรัพย หนี้สิน รายได และคาใชจาย ซึ่งเปนของรัฐบาล ในภาพรวม แตใหหนวยงานเปนผูรับผิดชอบในการดูแลรักษาและบริหารจัดการใหแกรัฐบาล ภายใตอำนาจหนาที่ ตามกฎหมาย และรวมถึงสินทรัพย หนี้สิน รายได และคาใชจาย ซึ่งเปนของหนวยงานที่ใชเพื่อประโยชนในการ ดำเนินงานของหนวยงานเอง ไมวารายการดังกลาวจะเปนรายการที่เกิดจากเงินในงบประมาณหรือเงินนอก งบประมาณ ซึ่งเปนรายการที่เกิดขึ้นทั้งที่หนวยงานในสวนกลาง และหนวยงานในสวนภูมิภาคภายใตสังกัด 2.4 การรับรูรายไดและคาใชจาย รายได รับรูตามเกณฑคงคาง คือ บันทึกบัญชีรายไดเมื่อไดรับเงินจากคลัง หรือจากแหลงประเภท เงิน ดังนี้ - เงินงบประมาณรับจากรัฐบาล ไดรับเงินงบประมาณในงบรายจายอื่น รับรูเปนรายได เงิ น งบประมาณ เมื่ อ ได รั บ อนุ มั ติ จั ด สรรงบประมาณรายจ า ยประจำป แ ละเพิ่ ม เติ ม โดยบั น ทึ ก เป น รายได เงินงบประมาณคางรับ คูกับรายไดจากเงินงบประมาณ และทยอยตัดบัญชีเงินงบประมาณคางรับตามจำนวนเงิน ที่ไดรับโอนจากกรมบัญชีกลาง - เงินงบประมาณรายจายงบกลาง ไดรับเงินตามจำนวนเงินที่ขอเบิกจายกับกรมบัญชีกลาง รับรูเปนรายไดเงินงบประมาณงบกลางเมื่อไดรับโอนเงิน - เงิ น ช ว ยเหลื อ และเงิ น บริ จ าค เป น เงิ น ที่ ไ ด รั บ ระบุ วั ต ถุ ป ระสงค ท ยอยรั บ รู เ ป น รายได ตามสัดสวนคาใชจาย สวนกรณีไดรับบริจาคเปนสินทรัพย ทยอยรับรูเปนรายไดตามเกณฑสัดสวนของคาเสื่อม ราคาของสินทรัพยที่ไดรับความชวยเหลือหรือบริจาค คาใชจาย รับรูและบันทึกบัญชีตามเกณฑคงคาง คือบันทึกรายการคาใชจายเมื่อมีคาใชจายเกิดขึ้น 2.5 วัสดุคงเหลือ แสดงในราคาทุน และตีราคาวัสดุคงเหลือโดยวิธีเขากอน ออกกอน 2.6 ที่ดิน อาคารและอุปกรณ - ที่ดิน สวนใหญเปนที่ดินราชพัสดุ ที่อยูในความดูแลของกรมธนารักษ ยกเวน ที่ดินซึ่งเปนที่ตั้ง ของศาลปกครองนครศรี ธ รรมราช ตั้ ง อยู ใ นเขตป า สงวนแห ง ชาติ ตำบลหนองหงส อำเภอทุ ง สง จั ง หวั ด นครศรีธรรมราช จำนวนเนื้อที่ 11-3-52 ไร ซึ่งสำนักงานศาลปกครองไดรับอนุญาตจากกรมปาไมใหเขาครอบครอง และใชประโยชน ตามประกาศกรมปาไม ฉบับที่ 18/2549 ลงวันที่ 12 กันยายน 2549 ไมไดบนั ทึกบัญชี แตไดเปดเผย ขอมูลไวในหมายเหตุเกี่ยวกับที่ดิน อาคารและอุปกรณ ตามหลักการและนโยบายบัญชีสำหรับหนวยงานภาครัฐ - อาคารและสิ่งปลูกสราง แสดงในราคาทุนหักคาเสื่อมราคาสะสม ประกอบดวย อาคาร ที่ สำนักงานศาลปกครองมีกรรมสิทธิ์ และอาคารที่สำนักงานศาลปกครองไมมีกรรมสิทธิ์ แตไดครอบครอง และนำมา ใชประโยชนในการดำเนินงาน - สวนปรับปรุงอาคารเชา แสดงในราคาทุนหักคาเสื่อมราคาสะสม 166
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
- อุปกรณ แสดงในราคาทุนหักคาเสื่อมราคาสะสม อุปกรณที่ไดมาตั้งแตปงบประมาณ 2543-2545 บันทึกเฉพาะที่มีมูลคาตั้งแต 30,000 บาท ขึ้นไป อุปกรณที่ไดมาตั้งแตปงบประมาณ 2546 เปนตนไป บันทึกเฉพาะที่มีมูลคาตั้งแต 5,000 บาท ขึ้นไป คาเสื่อมราคาคำนวณจากราคาทุนของ อาคาร สวนปรับปรุงอาคารเชาและอุปกรณ โดยวิธี เสนตรง ตามอายุการใชงานโดยประมาณของสินทรัพย ตามหลักการและนโยบายบัญชีสำหรับ หนวยงานภาครัฐ ดังนี้ ประเภทสินทรัพย อาคารถาวร อาคารชั่วคราว/โรงเรือน คาตกแตงอาคาร (สวนปรับปรุุงอาคารเชา) สิ่งกอสราง - ใชคอนกรีตเสริมเหล็กหรือโครงเหล็กเปนสวนประกอบหลัก - ใชไมหรือวัสดุอ่นื ๆ เปนสวนประกอบหลัก ครุภัณฑสำนักงาน ครุภัณฑยานพาหนะและขนสง ครุภัณฑไฟฟาและวิทยุ (ยกเวนเครื่องกำเนิดไฟฟาใหมีอายุใชงาน 15 ป) ครุภัณฑโฆษณาและเผยแพร ครุภัณฑคอมพิวเตอร ครุุภัณฑงานบานงานครัว
อายุุการใชงาน อัตรารอยละ 20 5 10 10 5 20 20 10 10 5 5 5 5 5
5 10 10 20 20 20 20 20
2.7 สินทรัพยไมมีตัวตน สินทรัพยไมมีตัวตน จะรับรูตามราคาทุนและบันทึกคาตัดจำหนายสะสมเพื่อนำไปหักออกจาก ราคาทุนตามหลักการและนโยบายบัญชีสำหรับหนวยงานภาครัฐ การคำนวณคาตัดจำหนายใชวิธีเสนตรง ไดแก โปรแกรมคอมพิวเตอร ตัดจำหนายในอัตรารอยละ 25
167
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
3. เงินสดและรายการเทียบเทาเงินสด
เงินสดในมือ เงินสดยอย เงินฝากคลัง เงินฝากสถาบันการเงิน รวม เงินสด และรายการเทียบเทาเงินสด
2554 8,258.67 2,000,000.00 1,016,400.00 2,721,210,564.49 2,724,235,223.16
หนวย : บาท 2553 12,573.34 2,050,000.00 455,192.07 2,405,885,291.63 2,408,403,057.04
2554 6,738,088.45 40,360.19 15,133.33 67,395.02 258.00 6,861,234.99
หนวย : บาท 2553 2,419,860.00 3,623.87 14,522.50 2,438,006.37
2554 1,491,982.78 1,583,244.71 9,798.21 49,898.49 4,675.80 12,030.00 3,151,629.99
หนวย : บาท 2553 1,365,565.09 921,235.97 4,408.26 33,478.82 2,879.00 4,096.32 2,331,663.46
4. ลูกหนี้ระยะสั้น ประกอบดวย
ลููกหนี้เงินยืมราชการ ลููกหนี้คาโทรศัพทจายเกินสิทธิ ลููกหนี้คาเชาบานจายเกินสิทธิ ลููกหนี้คาเสียหายจากความรับผิดทางละเมิด ลููกหนี้กองทุุนประกันสังคมและกองทุุนบำเหน็จบำนาญ ลููกจางชั่วคราว รวมลููกหนี้ระยะสั้น 5.วัสดุคงเหลือ
วัสดุุสำนักงาน วัสดุุคอมพิวเตอร วัสดุุยานพาหนะและขนสง วัสดุุไฟฟาและวิทยุุ วัสดุุโฆษณาและเผยแพร วัสดุุงานบานและงานครัว รวมวัสดุุคงเหลือ
168
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
6. ที่ดิน อาคารและอุปกรณ (สุทธิ) ที่ดิน สำนักงานศาลปกครองไดรับอนุญาตใหใชที่ดินของที่ราชพัสดุ และกรมปาไม ทำการกอสราง อาคารที่ทำการสำนักงานศาลปกครองภูมิภาค จำนวน 9 แหง ดังนี้ 1. สศภ.ระยอง หมายเลขทะเบียนที่ รย 96 ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง เนื้อที่ 3-1-88 ไร 2. สศภ.สงขลา หมายเลขทะเบียนที่ สข 1100 ต.พะวง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา เนื้อที่ 10-0-00 ไร 3. สศภ.เชียงใหม หมายเลขทะเบียนที่ ชม 40 (บางสวน) ต.ชางเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม เนื้อที่ 12-3-00 ไร 4. สศภ.นครราชสีมา หมายเลขทะเบียนที่ นม 207 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา เนื้อที่ 18-1-81.40 ไร 5. สศภ.อุบลราชธานี หมายเลขทะเบียนที่ อบ 1441 (บางสวน) ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เนื้อที่ 16-2-26 ไร 6. สศภ.นครศรีธรรมราช ประกาศกรมปาไม ฉบับที่ 18/2549 ลงวันที่ 12 กันยายน 2549 อนุญาตให สำนักงานศาลปกครองเขาทำประโยชนในเขตปาสงวนแหงชาติ ต.หนองหงส อ.ทุงสง จ.นครศรีธรรมราช เนื้อที่ 11-3-52 ไร 7. สศภ.ภูเก็ต หมายเลขทะเบียนที่ ภก.153 (บางสวน) ต.ไมขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เนื้อที่ 19-1-81 ไร 8. สศภ.เพชรบุรี หมายเลขทะเบียนที่ พบ.261 (บางสวน) ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เนื้อที่ 20-0-00 ไร 9. สศภ.นครสวรรค หมายเลขทะเบี ย นที่ นว.70 (บางส ว น) ต.นครสวรรค ต ก อ.เมื อ งนครสวรรค จ.นครสวรรค เนื้อที่ 10-2-75 ไร
อาคารและสิ่งปลูกู สราง หัก คาเสื่อมราคาสะสม อาคารและสิ่งปลูกู สราง (สุุทธิ) งานระหวางกอสราง สวนปรับปรุุงอาคารเชา หัก คาเสื่อมราคาสะสม สวนปรับปรุุงอาคารเชา (สุทุ ธิ) อุุปกรณ หัก คาเสื่อมราคาสะสม อุุปกรณ (สุุทธิ) รวมที่ดิน อาคารและอุุปกรณ (สุุทธิ)
2554 726,477,315.62 (94,192,885.02) 632,284,430.60 14,785,842.97 123,441,518.59 (76,146,020.35) 47,295,498.24 672,041,251.80 (452,960,357.18) 219,080,894.62 913,446,666.43
หนวย : บาท 2553 402,742,697.17 (66,130,195.17) 336,612,502.00 203,360,315.47 106,406,859.70 (62,560,592.94) 43,846,266.76 533,573,876.52 (409,949,337.04) 123,624,539.48 707,443,623.71
169
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
7. สินทรัพยไมมีตัวตน (สุทธิ)
โปรแกรมคอมพิวเตอร หัก คาตัดจำหนายสะสม โปรแกรมคอมพิวเตอร (สุุทธิ) รวมสินทรัพยไมมีตัวตน (สุุทธิ)
2554 139,374,536.11 (130,002,516.43) 9,372,019.68 9,372,019.68
หนวย : บาท 2553 139,374,536.11 (120,890,854.35) 18,483,681.76 18,483,681.76
2554 2,119,800.00 500,000.00 500.00 2,620,300.00
หนวย : บาท 2553 2,519,800.00 500,000.00 500.00 3,020,300.00
2554 7,256,264.80 7,256,264.80
หนวย : บาท 2553 13,111,059.44 13,111,059.44
2554 13,172,333.04 11,674,922.30 24,847,255.34
หนวย : บาท 2553 11,118,044.29 13,145,352.86 24,263,397.15
8. สินทรัพยไมหมุนเวียนอื่น
เงินประกันสัญญาเชาอาคาร เงินประกันสัญญาเชาอาคาร สศภ.นครราชสีมา เงินประกันทรัพยสินอื่น รวมสินทรัพยไมหมุุนเวียนอื่น 9. เจาหนี้ระยะสั้น
เจาหนี้คาสินคาและบริการ รวมเจาหนี้ระยะสั้น 10. คาใชจายคางจาย
คาใชจายคางจาย คาสาธารณููปโภคคางจาย รวมคาใชจายคางจาย
170
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
11. รายไดแผนดินรอนำสงคลัง
ประเภท คาธรรมเนียมศาลและคาปรับ คาธรรมเนียมบังคับคดี ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร คาคัดสำเนาฯ เงินเบิกเกินสงคืน คาปรับผิดสัญญา จากการขายสินทรัพย เงินเหลือจายปเกา รายไดแผนดินอื่น รวม
รายไดแผนดิน รอนำสงคลัง ณ 30 ก.ย. 53 23,014,612.98 134,075.28 1,842,843.18 6,165.00 404.00 24,998,100.44
รายไดแผนดิน ป 2554
นำสงคลัง ป 2554
22,430,397.29 49,557.65 8,859,466.28 687,250.00 43,760.88 793,662.01 256,402.00 3,301.24 1,412,783.16 34,536,580.51
26,760,915.70 134,075.28 7,765,284.22 683,218.00 43,757.52 793,162.01 256,402.00 3,301.24 1,208,847.16 37,648,963.13
หนวย : บาท รายไดแผนดิน รอนำสงคลัง ณ 30 ก.ย. 54 18,684,094.57 49,557.65 2,937,025.24 10,197.00 3.36 500.00 204,340.00 21,885,717.82
12. รายไดรอการรับรู สำนักงานศาลปกครองไดรับบริจาคสินทรัพยและเงินชวยเหลือจากตางประเทศจากหนวยงานหรือบุคคลอื่น เพื่อไวใชในการดำเนินงาน ประกอบดวย
ครุุภัณฑ เงินชวยเหลือจากตางประเทศ - THE ASIA FOUNDATION - มููลนิธิคอนราด อาเดนาวร รวมรายไดรอการรับรูู
2554 7,864,008.73
หนวย : บาท 2553 2,984,749.05
10,000.00 768,251.47 8,642,260.20
1,306,145.84 4,290,894.89
171
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
13. เงินรับฝากระยะยาว เปนเงินรับฝากประเภทเงินคาธรรมเนียมศาลที่ไดรับจากผูฟองคดี เงินที่คูกรณีนำมาวาง และเงินที่นำมา วางไวตามคำสั่งศาล ซึ่งสำนักงานศาลปกครองตองรับฝากไวจนกวาการพิจารณาคดีจะสิ้นสุด ประกอบดวย หนวย : บาท 2554 2553 เงินรับฝาก-เงินคาธรรมเนียมศาลและคาปรับ 1,034,427,931.63 657,671,354.58 เงินรับฝาก - เงินกลาง 159,850,367.06 93,697,732.81 เงินรับฝาก - จากการบังคับคดี 52,747.05 47,339.29 เงินรับฝากอื่น 1,109.00 14,351.12 รวมเงินรับฝากระยะยาว 1,194,332,154.74 751,430,777.80 14. รายไดสูง (ต่ำ) กวาคาใชจายสะสม 2554 รายไดสูง (ต่ำ) กวาคาใชจายสะสมยกมาตนงวด 2,306,659,270.42 บวก รายการปรับปรุงุ ระหวางงวด 19,021,906.23 2,325,681,176.65 หัก รายการปรับปรุงุ ระหวางงวด (19,300,214.94) รายไดสูง (ต่ำ) กวาคาใชจายสะสมหลังรายการปรับปรุุง 2,306,380,961.71 บวก รายไดสูง (ต่ำ) กวาคาใชจายปนี้ 58,130,512.84 รายไดสูง (ต่ำ) กวาคาใชจายสะสมปลายงวด 2,364,511,474.55
172
หนวย : บาท 2553 2,246,070,315.16 83,108,818.40 2,329,179,133.56 (84,585,352.20) 2,244,593,781.36 62,065,489.06 2,306,659,270.42
15. รายไดจากงบประมาณ เปนเงินงบประมาณที่สำนักงานศาลปกครองไดรับจัดสรรตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจาย ประจำป 2554 และเงินงบกลางที่กรมบัญชีกลางโอนเขาบัญชีเงินฝากธนาคารของสำนักงานศาลปกครองตามที่ ขอเบิก ประกอบดวย หนวย : บาท 2554 2553 รายไดจาก - งบบุุคลากร 857,669,000.00 807,032,700.00 รายไดจาก - งบดำเนินงาน 366,996,100.00 310,767,400.00 รายไดจาก - งบลงทุุน 121,071,100.00 92,645,841.00 รายไดจาก - งบกลาง 38,935,873.85 37,062,656.23 รวมรายไดจากงบประมาณ 1,384,672,073.85 1,247,508,597.23
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
16. รายไดจากการรับบริจาคและเงินชวยเหลือ
ครุุภัณฑ เงินชวยเหลือจากตางประเทศ รวมรายไดจากการรับบริจาคและเงินชวยเหลือ
2554 934,048.52 2,864,884.25 3,798,932.77
หนวย : บาท 2553 538,935.66 3,655,342.00 4,194,277.66
2554 1,019,100.00 124,586.13 4,124.00 143,417.31 1,291,227.44
หนวย : บาท 2553 1,119,900.00 327,213.72 1,833.00 1,448,946.72
2554 547,860,665.57 119,897,951.12 179,253,438.14 60,740,008.89 9,322,759.74 32,981,478.98 950,056,302.44
หนวย : บาท 2553 492,042,141.30 106,661,296.90 151,404,681.43 53,943,339.77 10,042,193.55 8,072,279.00 29,821,553.68 851,987,485.63
17. รายไดอื่น
รายไดคาธรรมเนียมการสอบแขงขัน เงินเบิกเกินเรียกคืน รายไดคาธรรมเนียมขอมููลขาวสารของราชการ รายไดเบ็ดเตล็ด รวมรายไดอื่น 18. คาใชจายดานบุคลากร
เงินเดือน เงินประจำตำแหนง คาตอบแทน คาจาง คารักษาพยาบาล เงินรางวัล คาใชจายบุุคลากรอื่น รวมคาใชจายดานบุุคลากร
173
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
19. คาวัสดุและคาใชสอย
คารับรองพิธีการ คาใชจายในการประชุมุ คาวิจัยและพัฒนา คาเชา-คาบริการอาคาร คาเชาที่จอดรถ คาเชาทรัพยสิน คายามรักษาความปลอดภัย คาบริการทำความสะอาด คาซอมแซมและบำรุุงรักษา คาปรับปรุุงอาคาร คาโฆษณาและประชาสัมพันธ/วีดีทัศน คาจางเหมาบริการ คาเบี้ยประกันภัย คาใชจายในการสอบแขงขันบุุคคลเปนเจาหนาที่ของรัฐ คาครุุภัณฑที่มีมูลคาต่ำกวาเกณฑ (วัสดุุ - ครุุภัณฑ) คาวัสดุุ คาใชจายในการเปนสมาชิก/คาหนังสือและวารสาร เงินชดเชยคางานกอสราง คาใชสอยอื่น รวมคาวัสดุุและคาใชสอย
174
2554 4,377,481.62 332,677.00 1,326,000.00 30,849,312.00 10,000.00 10,690,489.98 16,798,444.00 11,337,354.92 8,397,490.47 151,073.10 67,680.00 6,207,933.24 273,842.00 6,410,301.30 24,852,583.59 6,575,551.90 483,960.00 129,142,175.12
หนวย : บาท 2553 6,979,636.06 337,330.00 969,000.00 30,305,540.00 60,000.00 10,837,173.22 15,185,495.00 10,501,216.62 10,081,693.83 1,743,167.00 968,547.30 4,972,049.27 48,088.00 578,086.13 2,084,816.40 22,609,696.25 11,020,543.59 7,377,541.00 306,814.10 136,966,433.77
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
20. คาสาธารณูปโภค
คาไฟฟา คาน้ำประปา คาไปรษณีย คาโทรศัพทสำนักงาน คาโทรศัพทเคลื่อนที่ คาเชาบริการอินเตอรเน็ต คาบริการ FRAM RELAY คาบริการระบบประชุุมทางไกล คาบริการ Call Center คาบริการสัญญาณดาวเทียม รวมคาสาธารณููปโภค
2554 26,144,769.20 1,193,423.49 4,561,466.89 1,872,289.72 4,124,700.56 2,480,559.60 2,085,858.00 669,935.28 1,155,600.00 33,576.15 44,322,178.89
หนวย : บาท 2553 25,572,507.70 1,059,416.70 3,686,654.97 1,556,764.23 3,654,496.85 2,441,321.60 2,063,122.64 848,510.00 40,882,794.69
2554 28,062,689.85 16,718,429.90 50,243,921.91 9,111,662.08 104,136,703.74
หนวย : บาท 2553 20,154,744.51 15,565,910.67 46,437,981.10 8,109,797.79 90,268,434.07
21. คาเสื่อมราคาและคาตัดจำหนาย
คาเสื่อมราคาอาคารและสิ่งปลููกสราง คาตัดจำหนายสวนปรับปรุุงอาคารเชา คาเสื่อมราคาครุุภัณฑ คาตัดจำหนายโปรแกรมคอมพิวเตอร รวมคาเสื่อมราคาและคาตัดจำหนาย 22. คาใชจายจากเงินชวยเหลือ
2554 คาใชจายจากเงินชวยเหลือจากตางประเทศ - มูลนิธิคอนราด อาเดนาวร - THE ASIA FOUNDATION - กองทุุนสนับสนุนุ การวิจัย รวมคาใชจายจากเงินชวยเหลือ
2,644,884.25 220,000.00 2,864,884.25
หนวย : บาท 2553 3,136,978.80 263,603.20 254,760.00 3,655,342.00
175
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
23. คาใชจายอื่น 2554 20,904,836.90 8,212,600.00 69,250.00 7,255,193.44 291,300.00 2,988,361.29 680,368.33 39,830.00 40,441,739.96
คาเชาบาน คาเบี้ยประชุมุ คาตอบแทนพยาน คาตอบแทนที่ปรึกษาและผููเชี่ยวชาญ คาตอบแทนเจาหนาที่ตำรวจ คาตอบแทนปฏิฏบัติงานนอกเวลา คาตอบแทนอื่น คาใชจายอื่น รวมคาใชจายอื่น
หนวย : บาท 2553 19,155,888.99 6,305,450.00 101,300.00 6,545,000.00 262,200.00 2,471,275.20 565,792.00 1,200.00 35,408,106.19
24. รายงานฐานะการเงินงบประมาณรายจายปปจจุบัน (2554) รายการ แผนงบประมาณ ผลผลิตที่ 1 : การพิจารณาพิพากษา คดีปกครอง งบบุุคลากร งบดำเนินงาน งบลงทุนุ ผลผลิตที่ 2 : การคุมครองสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนและเสริมสราง การปฏิฏบัติราชการที่ดี งบดำเนินงาน ผลผลิตที่ 3 : การพัฒนาหลักกฎหมาย ปกครองและกระบวนการ ยุุติธรรมทางปกครอง งบดำเนินงาน รวม 176
งบสุุทธิ
เบิกจาย
คงเหลือ
857,669,000.00 291,399,000.00 121,071,100.00
857,669,000.00 291,399,000.00 121,071,100.00
0.00 0.00 0.00
54,683,600.00
54,683,600.00
0.00
20,913,500.00 20,913,500.00 1,345,736,200.00 1,345,736,200.00
0.00 0.00
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
25. รายงานรายไดแผนดิน 2554 รายไดแผนดินทีจ่ ัดเก็บ รายไดแผนดิน - นอกจากภาษี รายไดจากการขายสินทรัพย รายไดคาธรรมเนียมศาล รายไดดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร รายไดคาปรับผิดสัญญา รายไดอื่น รวมรายไดแผนดินนอกจากภาษี บวก รายไดแผนดินรอนำสงยกมาปกอ น หัก รายไดแผนดินนำสงคลัง ปรับปรุุงรายไดแผนดินรอนำสงคลัง
256,402.00 22,430,397.29 8,859,466.28 793,662.01 2,196,652.93 34,536,580.51 24,998,100.44 59,534,680.95 37,648,963.13 21,885,717.82 21,885,717.82 0.00
หนวย : บาท 2553
336,953.00 33,927,371.37 6,148,017.72 12,114,205.83 927,836.01 53,454,383.93 35,462,389.80 88,916,773.73 63,918,673.29 24,998,100.44 24,998,100.44 0.00
26. ภาระผูกพัน สำนักงานศาลปกครอง มีภาระผูกพันรายการจัดซื้อ/จัดจางที่สำนักงานศาลปกครอง ไดทำสัญญากับ ผูรับจางไวแตผูรับจางยังมิไดสงมอบพัสดุและบริการ รวม 7 สัญญา เปนเงิน 157,917,612.52 บาท 27. อื่นๆ สำนั ก งานศาลปกครอง ได ท ำบั น ทึ ก ข อ ตกลงการใช ป ระโยชน ใ นพื้ น ที่ อ าคารศู น ย ร าชการเฉลิ ม พระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (โครงการศูนยราชการบริเวณถนนแจงวัฒนะ กรุงเทพมหานคร) กับบริษัท ธนารักษพัฒนาสินทรัพย จำกัด ตามบันทึกฉบับที่ 6/2551 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2551 โดยมีพื้นที่ การใชประโยชนภายในอาคาร จำนวน 56,540 ตารางเมตร วงเงิน 9,592,416,731.04 บาท ประกอบดวย คาเชา อาคาร จำนวน 3,769,118,556.72 บาท คาบริการ จำนวน 5,653,678,174.32 บาท มีกำหนดเวลา 30 ป นับแต
177
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
วันที่ 1 กรกฎาคม 2551 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2581 และคาเชาเฟอรนิเจอร จำนวน 169,620,000.00 บาท มี ก ำหนดเวลา 5 ป นั บ แต วั น ที่ 1 กรกฎาคม 2551 ถึ ง วั น ที่ 30 มิ ถุ น ายน 2556 เมื่ อ ครบกำหนดเวลา ดังกลาว กรรมสิทธิ์ในอาคารและเฟอรนิเจอรตามสัญญาจะตกเปนกรรมสิทธิ์ของกรมธนารักษ กรณีครบกำหนด เวลาของการเชาเฟอรนิเจอร กรมธนารักษจะสงมอบตอใหกับสำนักงานศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครอง เปนผูดูแลรักษาเฟอรนิเจอรในพื้นที่ใชประโยชนเอง การจายเงินตามขอตกลงดังกลาว กรมธนารักษดำเนินการ ตั้งเบิกงบประมาณจากกรมบัญชีกลาง และนำเงินจายใหกับบริษัท ธนารักษพัฒนาสินทรัพย จำกัด แทนสำนักงาน ศาลปกครอง ตลอดอายุของบันทึกขอตกลง ในปงบประมาณ 2554 ตั้งแตวันที่ 1 ตุลาคม 2553 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2554 กรมธนารักษ ดำเนินการตั้งเบิกเงินงบประมาณจากกรมบัญชีกลางไปแลวเปนเงิน 278,176,800.00 บาท ประกอบดวย คาเชาอาคารจำนวน 97,701,120.00 บาท คาบริการจำนวน 146,551,680.00 บาท และคาเชาเฟอรนิเจอร จำนวน 33,924,000.00 บาท
178
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
การวิเคราะหทางการเงิน
เมือ่ เปรียบเทียบฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน ของสำนักงานศาลปกครอง ประจำปงบประมาณ 2554 กับปงบประมาณ 2553 เปนดังนี้ 1. งบแสดงฐานะการเงิน 1.1 สินทรัพย สำนั ก งานศาลปกครอง มี สิ น ทรั พ ย ร วม ณ วันสิ้นงวดปงบประมาณ 2554 จำนวน 3,659.70 ล า นบาท ป ง บประมาณ 2553 จำนวน 3,162.82 ล า นบาท เพิ่ ม ขึ้ น จำนวน 496.88 ล า นบาท หรื อ ร อ ยละ 15.71 ประกอบด ว ย สิ น ทรั พ ย ห มุ น เวี ย น และสินทรัพยไมหมุนเวียน ดังนี้ 1.1.1 สิ น ทรั พ ย ห มุ น เวี ย น ป ง บประมาณ 2554 จำนวน 2,734.26 ล า นบาท ป ง บประมาณ
180
2553 จำนวน 2,433.88 ลานบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 300.39 ลานบาท หรือรอยละ 12.34 เกิดจาก 1) เงิ น สดและรายการเที ย บเท า เงิ น สด ป ง บประมาณ 2554 จำนวน 2,724.24 ล า นบาท ป ง บประมาณ 2553 จำนวน 2,408.40 ล า นบาท เพิ่ ม ขึ้ น จำนวน 315.83 ล า นบาท หรื อ ร อ ยละ 13.11 เนื่ อ งจากได รั บ เงิ น งบประมาณเพื่ อ จายคากอสรางอาคารสำนักงานศาลปกครองสงขลา สำนั ก งานศาลปกครองนครสวรรค และสำนั ก งาน ศาลปกครองนครศรีธรรมราช 2) ลูกหนีร้ ะยะสัน้ ปงบประมาณ 2554 จำนวน 6.86 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 2.44 ลานบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 4.42 ลานบาท หรือ ร อ ยละ 181.43 ส ว นใหญ เ กิ ด จากการยื ม เงิ น ของ
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
เจ า หน า ที่ เ พื่ อ เป น ค า ใช จ า ยในการจั ด ฝ ก อบรม คาใชจายเดินทางไปราชการชั่วคราว คาใชจายเดินทาง ไปราชการประจำ ค า ใช จ า ยเดิ น ทางไปศึ ก ษาดู ง าน ต า งประเทศ รวมทั้ ง ค า ใช จ า ยในการจั ด โครงการ ศาลปกครองพบประชาชน 3) วัสดุคงเหลือ ปงบประมาณ 2554 จำนวน 3.15 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 2.33 ลานบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 0.82 ลานบาท หรือ รอยละ 35.17 เนื่องจากมีการจัดซื้อวัสดุเพื่อสำรองไว ในคลังเพื่อหนวยงานในสังกัดเบิกใชในการปฏิบัติงาน 4) สินทรัพยหมุนเวียนอืน่ ปงบประมาณ 2554 จำนวน 0.01 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 20.70 ลานบาท ลดลง จำนวน 20.69 ลานบาท หรือรอยละ 99.93 เปนเงินจายลวงหนาตามสัญญาจาง ก อ สร า งอาคารที่ ท ำการศาลปกครองอุ บ ลราชธานี ซึ่ ง สำนั ก งานศาลปกครองได จ า ยเงิ น ล ว งหน า ตาม ระเบียบพัสดุ ใหแกผูรับจาง และเมื่อมีการเบิกจายเงิน คาจางตามงวดงานแลว สำนักงานศาลปกครองจะหัก เงินคาจางสวนที่จายลวงหนาไปแลวเปนงวดๆ ตาม จำนวนเงินที่ระบุไวในสัญญา ในปงบประมาณ 2554 ไดเบิกจายคากอสรางอาคารที่ทำการถาวรสำนักงาน ศาลปกครองอุบลราชธานี จำนวน 12 งวด ทำใหเงิน จายลวงหนาลดลง 1.1.2 สินทรัพยไมหมุนเวียน ปงบประมาณ 2554 จำนวน 925.44 ลานบาท ปงบประมาณ 2553
จำนวน 728.95 ลานบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 196.49 ลานบาท หรือรอยละ 26.96 เกิดจาก 1) ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ (สุทธิ) ป ง บประมาณ 2554 จำนวน 913.45 ล า นบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 707.44 ลานบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 206.00 ลานบาท หรือรอยละ 29.12 เนือ่ งจาก ไดจดั ซือ้ รถยนตนงั่ สวนบุคคล จำนวน 11 คัน รถยนต (ตู) จำนวน 15 คัน รถกระบะ จำนวน 12 คัน และ รถจักรยานยนต จำนวน 4 คั น และจ า ยค า ก อ สร า ง อาคารทีท่ ำการสำนักงานศาลปกครองภูมภิ าคทีอ่ ยูร ะหวาง การกอสราง 3 แหง คือ ศาลปกครองเชียงใหม ศาลปกครอง อุบลราชธานี และศาลปกครองนครศรีธรรมราช 2) สิ น ทรั พ ย ไ ม มี ตั ว ตน (สุ ท ธิ ) ป งบประมาณ 2554 จำนวน 9.37 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 18.48 ลานบาท ลดลง จำนวน 9.11 ลานบาท หรือรอยละ 49.30 เกิดจากการตัดจำหนาย โปรแกรมตางๆ เปนคาใชจายประจำป 3) สินทรัพยไมหมุนเวียนอืน่ ปงบประมาณ 2554 จำนวน 2.62 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 3.02 ลานบาท ลดลง จำนวน 0.40 ลานบาท หรือรอยละ 13.24 เปนเงินประกันสัญญาเชาอาคาร ที่ ท ำการศาลปกครองภู มิ ภ าค จำนวน 5 แห ง ใน ปงบประมาณ 2554 ไดรับคืนเงินประกันสัญญาเชา 1 แห ง คื อ อาคารที่ ท ำการศาลปกครองเชี ย งใหม เนือ่ งจากสิน้ สุดสัญญาเชา
181
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
1.2 หนี้สิน สำนักงานศาลปกครอง มีหนีส้ นิ รวม ณ วันสิน้ ป งบประมาณ 2554 จำนวน 1,258.67 ล า นบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 819.65 ลานบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 439.03 ลานบาท หรือรอยละ 53.56 เนือ่ งจาก 1.2.1 หนี้ สิ น หมุ น เวี ย นรวม ป ง บประมาณ 2554 จำนวน 54.48 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 62.73 ลานบาท ลดลง จำนวน 8.25 ลานบาท หรือรอยละ 13.16 เกิดจาก 1) เจ า หนี้ ร ะยะสั้ น ป ง บประมาณ 2554 จำนวน 7.26 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 13.11 ลานบาท ลดลง จำนวน 5.85 ลานบาท หรื อ ร อ ยละ 44.66 เนื่ อ งจากป 2554 จ า ยค า จ า ง สำรวจออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟาของสำนักงาน
182
ศาลปกครองเชียงใหม จำนวน 2,496,727.75 บาท ซึ่งเปนเจาหนี้ที่เกิดขึ้นในป 2553 2) คาใชจายคางจาย ปงบประมาณ 2554 จำนวน 24.85 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 24.26 ลานบาท เพิม่ ขึน้ จำนวน 0.59 ลานบาท หรือรอยละ 2.41 สวนใหญเปนสาธารณูปโภคคางจาย ค า เช า บ า นค า งจ า ย และค า เช า ทรั พ ย สิ น ค า งจ า ย ซึ่งไดทยอยเบิกจายแลวในปงบประมาณ 2555 3) รายได แ ผ น ดิ น รอนำส ง คลั ง ป งบประมาณ 2554 จำนวน 21.89 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 25.00 ลานบาท ลดลง จำนวน 3.11 ลานบาท หรือรอยละ 12.45 เปนเงินรายไดแผนดิน คาธรรมเนียมศาลและคาปรับที่คดีถึงที่สุดแลวและศาล ไมไดสงั่ คืน ดอกเบีย้ เงินฝากธนาคาร คาธรรมเนียมบังคับ
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
คดีคัดสำเนาและรับรองสำเนา และรายไดแผนดินอื่น ซึง่ ไดนำสงเปนรายไดแผนดินในเดือนตุลาคม 2554 แลว 4) หนี้สินหมุนเวียนอื่น ปงบประมาณ 2554 จำนวน 0.49 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 0.36 ล า นบาท เพิ่ ม ขึ้ น จำนวน 0.13 หรื อ ร อ ยละ 36.28 สวนใหญเปนภาษีหัก ณ ที่จาย ภงด.3 รอนำสง ภาษีหัก ณ ที่จาย ภงด.53 รอนำสง ของเดือนกันยายน 2554 ซึ่งไดนำสงแลวในเดือนตุลาคม 2554 1.2.2 หนี้สินไมหมุนเวียนรวม ปงบประมาณ 2554 จำนวน 1,204.20 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 756.92 ลานบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 447.28 ลานบาท หรือรอยละ 59.09 เกิดจาก 1) รายไดรอการรับรู ปงบประมาณ 2554 จำนวน 8.64 ลานบาท ปงบประมาณ 2553
จำนวน 4.29 ลานบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 4.35 ลานบาท หรื อ ร อ ยละ 101.41 เกิ ด จากทรั พ ย สิ น ที่ รั บ บริ จ าค จากหนวยงานอื่นและเงินชวยเหลือจากตางประเทศ ซึ่ ง จะทยอยรั บ รู เ ป น รายได จ ากการใช ป ระโยชน สินทรัพยที่รับบริจาค และรับรูรายไดจากเงินชวยเหลือ ตางประเทศเมื่อมีการเบิกจายเงินจากเงินชวยเหลือ ตางประเทศเปนคาใชจายตางๆ 2) เงินรับฝากระยะยาว ปงบประมาณ 2554 จำนวน 1,194.33 ล า นบาท ป ง บประมาณ 2553 จำนวน 751.43 ล า นบาท เพิ่ ม ขึ้ น จำนวน 442.90 ลานบาท หรือรอยละ 58.94 เกิดจากการ รั บ ฝากเงิ น ค า ธรรมเนี ย มศาลจากผู ฟ อ งคดี และ เงินที่คูกรณีนำมาวางไวตามคำสั่งศาล ซึ่งสำนักงาน ศาลปกครองต อ งรั บ ฝากไว จ นกว า การพิ จ ารณาคดี
183
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
จะสิ้นสุด ซึ่งปงบประมาณ 2554 เงินที่คูกรณีนำมา วางไว ต ามคำสั่ ง ศาลเพิ่ ม ขึ้ น เนื่ อ งจากมี ค ดี ฟ อ งร อ ง เพิ่มขึ้น 3) หนีส้ นิ ไมหมุนเวียนอืน่ ปงบประมาณ 2554 จำนวน 1.22 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 1.20 ลานบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 0.03 ลานบาท หรือรอยละ 2.34 สวนใหญเปนเงินประกันสัญญา เพื่อ จางบำรุงรักษาอุปกรณคอมพิวเตอรแมขาย และเงิน ประกันสัญญาจางผลิตหนังสือรายงานปฏิบัติงานของ ศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง 1.3 สวนทุน ประกอบดวย ทุน จำนวน 36.52 ล า นบาท ซึ่ ง แสดงมู ล ค า เท า กั น ทุ ก ป เป น สิ น ทรั พ ย ที่ รั บ โอนจากสำนั ก งานคณะกรรมการกฤษฎี ก า ในปงบประมาณ 2544 และรายไดสงู (ต่ำ) กวาคาใชจา ย สะสม ป ง บประมาณ 2554 จำนวน 2,364.51 ล า นบาท ป ง บประมาณ 2553 จำนวน 2,306.66 ลานบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 57.85 ลานบาท หรือรอยละ 2.51 สวนใหญเปนงบลงทุนคากอสรางอาคารที่ทำการ ศาลปกครองสงขลา ศาลปกครองนครศรี ธ รรมราช และศาลปกครองนครสวรรค
184
2. งบรายไดและคาใชจาย 2.1 รายได สำนักงานศาลปกครอง มีรายไดเพือ่ การดำเนินงาน
ประกอบดวย รายไดจากรัฐบาลและรายไดจากแหลงอืน่ ป ง บประมาณ 2554 จำนวน 1,389.76 ล า นบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 1,253.15 ลานบาท เพิม่ ขึน้ จำนวน 136.61 ลานบาท หรือรอยละ 10.90 เนือ่ งจาก 2.1.1 รายไดจากรัฐบาล เปนรายไดจากเงิน งบประมาณตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจาย ประจำป และที่ไดรับจัดสรรเพิ่มเติม รายไดจากเงิน งบกลางเพื่ อ จ า ยเป น เงิ น สวั ส ดิ ก าร ป ง บประมาณ 2554 จำนวน 1,384.67 ล า นบาท ป ง บประมาณ 2553 จำนวน 1,247.51 ลานบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 137.16 หรือรอยละ 11.00 ประกอบดวย 1) งบบุคลากร ปงบประมาณ 2554 จำนวน 857.67 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 807.03 ลานบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 50.64 ลานบาท หรือรอยละ 6.27 เพื่อเปนคาใชจายในการปรับเพิ่ม เงิ น เดื อ นตุ ล าการศาลปกครองและข า ราชการฝ า ย ศาลปกครอง รวมทั้งตุลาการและขาราชการที่ไดรับ แตงตั้งและบรรจุใหมในปงบประมาณ 2554 2) งบดำเนิ น งาน เป น งบประมาณ ที่ ไ ด รั บ จั ด สรรตามภารกิ จ ของศาลปกครอง โดย ป ง บประมาณ 2554 จำนวน 367.00 ล า นบาท ป ง บประมาณ 2553 จำนวน 310.77 ล า นบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 56.23 ลานบาท หรือรอยละ 18.09 3) งบลงทุ น ป ง บประมาณ 2554 จำนวน 121.07 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
92.65 ล า นบาท เพิ่ ม ขึ้ น จำนวน 28.43 ล า นบาท หรื อ ร อ ยละ 30.68 เนื่ อ งจากป ง บประมาณ 2554 สำนั ก งานศาลปกครองได รั บ เงิ น ค า ก อ สร า งอาคาร ที่ทำการศาลปกครองภูมิภาคจำนวน 3 แหง ไดแก ศาลปกครองสงขลา ศาลปกครองนครศรี ธ รรมราช และศาลปกครองนครสวรรค สำหรับในปงบประมาณ 2553 สำนั ก งานศาลปกครองได รั บ เงิ น ค า ก อ สร า ง อาคารที่ทำการศาลปกครองภูมิภาค จำนวน 3 แหง ได แ ก ศาลปกครองภู เ ก็ ต ศาลปกครองเพชรบุ รี ศาลปกครองสุพรรณบุรี 4) งบกลาง เปนงบประมาณที่ขอเบิก เพิ่ ม เติ ม จากกรมบั ญ ชี ก ลางเพื่ อ จ า ยเป น สวั ส ดิ ก าร ใหกบั ตุลาการศาลปกครอง ขาราชการฝายศาลปกครอง
และลูกจางประจำ เชน คารักษาพยาบาล เงินชวยเหลือ การศึกษาบุตร เงินสมทบและชดเชย กบข. เปนตน ซึ่ ง ค า ใช จ า ยดั ง กล า วจะผั น แปรตามจำนวนบุ ค ลากร และตามภาระที่กฎหมายกำหนด ปงบประมาณ 2554 จำนวน 38.94 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 37.06 ลานบาท ลดลง จำนวน 1.87 ลานบาท หรือ รอยละ 5.05 2.1.2 รายได จ ากแหล ง อื่ น ประกอบด ว ย เงินชวยเหลือจากตางประเทศ รายไดจากการรับบริจาค ครุภัณฑ รายไดคาธรรมเนียมการสอบแขงขันบุคคล เป น เจ า หน า ที่ ข องรั ฐ รายได ค า ธรรมเนี ย มข อ มู ล ข า วสารของทางราชการ และเงิ น เบิ ก เกิ น เรี ย กคื น ป ง บประมาณ 2554 จำนวน 5.09 ล า นบาท
185
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
ปงบประมาณ 2553 จำนวน 5.64 ลานบาท ลดลง จำนวน 0.55 ลานบาท หรือรอยละ 9.80 เกิดจาก 1) รายไดจากการรับบริจาคและเงิน ชวยเหลือ ปงบประมาณ 2554 จำนวน 3.80 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 4.19 ลานบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 0.40 ลานบาท หรือรอยละ 9.43 เนื่องจาก ไดรับเงินจากมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร เพื่อสนับสนุน การจัดโครงการสัมมนาเจาหนาที่ของรัฐ และโครงการ เสวนา “กว า จะเป น ศาลปกครอง” ในโอกาสครบ ทศวรรษเป ด ทำการศาลปกครองและในโอกาสเป ด พิ พิ ธ ภั ณ ฑ ศ าลปกครอง” และได รั บ เงิ น จากมู ล นิ ธิ เอเซีย เพื่อสนับสนุนการจัดทำวีซีดี เรื่อง การฟองคดี ปกครอง (ภาษาไทย+ภาษายาวี) 2) รายได อื่ น ประกอบด ว ย รายได ค า ธรรมเนี ย มการสอบแข ง ขั น บุ ค คลเป น เจ า หน า ที่ ของรัฐและเงินเบิกเกินเรียกคืน คาธรรมเนียมขอมูล ขาวสารของทางราชการ ปงบประมาณ 2554 จำนวน 1.29 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 1.45 ลานบาท ลดลง จำนวน 0.16 ลานบาท หรือรอยละ 10.89
186
2.2 คาใชจายดำเนินงาน สำนักงานศาลปกครอง มีคาใชจายดำเนินงาน ป ง บประมาณ 2554 จำนวน 1,331.08 ล า นบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 1,190.80 ลานบาท เพิม่ ขึน้ จำนวน 140.27 ลานบาท หรือรอยละ 11.78 เกิดจาก
2.2.1 คาใชจายดานบุคลากร ปงบประมาณ 2554 จำนวน 950.06 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 851.99 ลานบาท เพิม่ ขึน้ จำนวน 98.07 ลานบาท หรือรอยละ 11.51 เนื่องจากบุคลากรมีจำนวนเพิ่มขึ้น ได แ ก ตุ ล าการศาลปกครอง จำนวน 10 ท า น ขาราชการฝายศาลปกครอง จำนวน 88 ราย พนักงาน ศาลปกครอง จำนวน 139 ราย และลูกจางชั่วคราว ลดลง จำนวน 85 ราย จากการเพิ่มขึ้นของบุคลากร ศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง ทำใหคา ใชจา ย ต า งๆ เกี่ ย วกั บ บุ ค ลากรเพิ่ ม ขึ้ น ตามไปด ว ย ได แ ก เงินเดือนและคาจาง เงินประจำตำแหนง คาตอบแทน รายเดือน และเงินสวัสดิการตางๆ ซึง่ สามารถแสดงกราฟ เปรียบเทียบรายจายดานบุคลากรที่สำคัญได ดังนี้
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
2.2.2 คาใชจายในการเดินทาง ปงบประมาณ 2554 จำนวน 13.67 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 11.96 ลานบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 1.71 ลาน บาท หรือรอยละ 14.29 เนื่องจากมีการเดินทางเพื่อ ศึกษาดูงานในประเทศและตางประเทศ ตามหลักสูตร นักบริหารการยุติธรรมทางปกครองระดับสูง (บยป.) เดินทางไปราชการประจำ ณ สำนักงานศาลปกครอง ภูมิภาค และเดินทางไปราชการชั่วคราว 2.2.3 ค า วั ส ดุ แ ละค า ใช ส อย ป ง บประมาณ 2554 จำนวน 129.14 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 136.97 ล า นบาท ลดลง จำนวน 7.83 ลานบาท หรือรอยละ 5.71 เกิดจาก
187
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
1) ค า รั บ รองพิ ธี ก าร ป ง บประมาณ 2554 จำนวน 4.38 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 6.98 ลานบาท ลดลง จำนวน 2.60 ลานบาท หรือรอยละ 37.28 เนื่ อ งจากในป 2554 ไม มี ก ารจ า งเจ า หน า ที่ รักษาความปลอดภัยบานพักประธานศาลปกครองสูงสุด 2) ค า เช า ทรั พ ย สิ น ป ง บประมาณ 2554 จำนวน 10.69 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 10.84 ลานบาท ลดลง จำนวน 0.15 ลานบาท หรือรอยละ 1.35 สวนใหญเปนคาเชาเครือ่ งถายเอกสาร เนื่องจากจายคาถายเอกสารลดลง ซึ่งคาเชาเครื่องถาย เอกสารผันแปรตามจำนวนที่ถายเอกสาร 3) ค า ซ อ ม แซ ม แ ล ะ บ ำ รุ ง รั ก ษ า ป ง บประมาณ 2554 จำนวน 8.40 ล า นบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 10.08 ลานบาท ลดลง
188
จำนวน 1.68 ลานบาท หรือรอยละ 16.71 สวนใหญ เป น ค า ซ อ มรถยนต ส ว นกลาง และค า บำรุ ง รั ก ษา อุ ป กรณ ค อมพิ ว เตอร แ ม ข า ยและอุ ป กรณ เ ครื อ ข า ย ป 2553 เดื อ นละ 695,000.00 บาท ในป 2554 เดื อ นละ 400,333.33 บาท (เกิ ด จากการประมู ล โดยวิธีประกวดราคาดวยวิธีทางอิเล็คทรอนิคส) 4) คาวัสดุ ปงบประมาณ 2554 จำนวน 24.85 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 22.61 ลานบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 2.24 ลานบาท หรือรอยละ 9.92 สวนใหญเปนคาวัสดุสำนักงาน คาวัสดุโฆษณา และเผยแพร คาวัสดุกอสราง คาวัสดุงานบานงานครัว คาวัสดุวิทยาศาสตรและการแพทย คาวัสดุอื่น 5) ค า ใช จ า ยในการเป น สมาชิ ก /ค า หนังสือและคาวารสาร ปงบประมาณ 2554 จำนวน
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
6.58 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 11.02 ลานบาท ลดลง จำนวน 4.44 ลานบาท หรือรอยละ 40.33 สวนใหญเปนคาใชจา ยในการซือ้ หนังสือภาษาไทย และภาษาตางประเทศ คาหนังสือพิมพ และคาจาง ผลิตหนังสือตางๆ 6) คาวิจัยและพัฒนา ปงบประมาณ 2554 จำนวน 1.33 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 0.97 ลานบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 0.36 ลานบาท หรื อ ร อ ยละ 36.84 เนื่ อ งจากมี ก ารจ า งที่ ป รึ ก ษา โครงการจัดทำแผนยุทธศาสตรศาลปกครอง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2554 - 2557 และโครงการวิ จั ย “การศึ ก ษา วิ เ คราะห ร ะบบการแก ไขป ญ หาการขั ด กั น ในเรื่ อ ง อำนาจศาลและคำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหนาที่ระหวาง ศาลของไทย พ.ศ. 2544 - 2553” 7) คาปรับปรุงอาคาร ปงบประมาณ 2554 จำนวน 0.51 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 1.74 ลานบาท ลดลง จำนวน 1.59 ลานบาท หรือ รอยละ 91.33 เนื่องจาก ป 2553 ไดมีการปรับปรุง อาคารที่ ท ำการถาวร ถ.แจ ง วั ฒ นะ และจ า งติ ด ตั้ ง แผนพลาสติก หองเก็บของชัน้ 11 และหองประชุมวิทยาลัย การยุติธรรมทางปกครอง จำนวน 1,548122.00 บาท ในป 2554 มีเพียงการจางเหมา ติดตัง้ ระบบปรับอากาศ หองปฏิบัติงาน จำนวน 151,073.10 บาท 8) ค า โฆษณาและประชาสั ม พั น ธ / วีดีทัศน ปงบประมาณ 2554 จำนวน 0.07 ลานบาท
ปงบประมาณ 2553 จำนวน 0.97 ลานบาท ลดลง จำนวน 0.90 ลานบาท หรือรอยละ 93.01 เนื่องจาก ในป 2554 ไมมีการจางโฆษณาทางหนาหนังสือพิมพ ตางๆ 9) คาใชจายในการสอบแขงขันบุคคล เปนเจาหนาที่รัฐ ปงบประมาณ 2554 จำนวน 0.27 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 0.58 ลานบาท ลดลง จำนวน 0.31 ลานบาท หรือรอยละ 52.63 เนือ่ งจาก นำสงเงินรายไดคงเหลือจากการเปดสอบแขงขันบุคคล เป น เจ า หน า ที่ รั ฐ ตำแหน ง นั ก วิ ช าการคอมพิ ว เตอร ปฏิบตั กิ าร และตำแหนงพนักงานคดีปกครองปฏิบตั กิ าร ของป 2553 เปนรายไดแผนดินในป 2554 10) คาใชสอยอื่น ปงบประมาณ 2554 จำนวน 0.48 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 0.31 ลานบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 0.18 ลานบาท หรือ ร อ ยละ 57.74 สวนใหญเ ป นคา ธรรมเนี ย มธนาคาร และคาผานทางพิเศษ คาธรรมเนียมศาลกรณีสำนักงาน ศาลปกครองยื่นฟองแยง 2.2.4 คาสาธารณูปโภค ปงบประมาณ 2554 จำนวน 44.32 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 40.88 ลานบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 3.44 ลานบาท หรือ รอยละ 8.41 โดยสวนใหญคาสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น ได แ ก ค า ไฟฟ า ค า น้ ำ ประปา ค า บริ ก ารไปรษณี ย โทรเลข ค า โทรศั พ ท เ คลื่ อ นที่ ค า บริ ก ารสั ญ ญาณ ดาวเทียมคาบริการระบบประชุมทางไกล
189
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
2.2.5 คาใชจายเงินชวยเหลือ ปงบประมาณ 2554 จำนวน 2.86 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 3.66 ลานบาท ลดลง 0.80 ลานบาท หรือ ร อ ยละ 21.62 เนื่ อ งจากป 2553 ได รั บ สนั บ สนุ น เงิ น จากกองทุ น สนั บ สนุ น การวิ จั ย ฝ า ยนโยบายชาติ และความสัมพันธขามชาติ และไดดำเนินการในปเสร็จ เรียบรอยแลว สำหรับป 2554 ไมไดรับเงินสนับสนุน จากกองทุ น สนั บ สนุ น การวิ จั ย ฝ า ยนโยบายชาติ แ ละ ความสัมพันธขามชาติ 2.2.6 ค า ใช จ า ยอื่ น ป ง บประมาณ 2554 จำนวน 40.44 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 35.41 ลานบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 5.03 ลานบาท หรือ รอยละ 14.22 เกิดจาก
190
1) คาเบีย้ ประชุม ปงบประมาณ 2554 จำนวน 8.21 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 6.31 ลานบาท เพิ่มขึ้น 1.91 ลานบาท หรือรอยละ 30.25 เป น การจ า ยค า เบี้ ย ประชุ ม คณะกรรมการ ดานตางๆ เชน คณะกรรมการขาราชการฝายศาลปกครอง (ก.ขป.) คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) คณะกรรมการดานวิชาการเกีย่ วกับกฎหมายสิง่ แวดลอม คณะอนุ ก รรมการการด า นวิ ช าการเกี่ ย วกั บ ป ญ หา อำนาจหนาที่ระหวางศาล คณะกรรมการกำกับติดตาม และพัฒนายุทธศาสตรการดำเนินงานของศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครอง คณะกรรมการจัดงานสัมมนา วิชาการเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ป ศาลปกครอง เปนตน
ารปฏิ บั ติ ง านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
2) คาตอบแทนทีป่ รึกษาและผูเ ชีย่ วชาญ ป ง บประมาณ 2554 จำนวน 7.26 ล า นบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 6.55 ลานบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 0.71 ลานบาท หรือรอยละ 10.85 เนื่องจาก มี ค ำสั่ ง แต ง ตั้ ง ที่ ป รึ ก ษาในสำนั ก งานศาลปกครอง เพิ่มขึ้นจำนวน 2 ราย 2.2.7 คาใชจา ยในการฝกอบรม ปงบประมาณ 2554 จำนวน 37.40 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 12.54 ลานบาท เพิม่ ขึน้ จำนวน 24.86 ลานบาท หรือรอยละ 198.16 เนื่องจากมีการเดินทางไปราชการ ตางประเทศเพื่อศึกษาดูงานตามหลักสูตรนักบริหาร การยุติธรรมทางปกครองระดับสูง (บยป.) 2.2.8 คาใชจา ยเงินทุนการศึกษา ปงบประมาณ 2554 จำนวน 9.04 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 7.13 ลานบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 1.91 ลานบาท หรือรอยละ 26.79 เนื่องจากสำนักงานศาลปกครอง ให ทุ น อุ ด หนุ น เพื่ อ การศึ ก ษาในประเทศ ประจำป งบประมาณ พ.ศ.2554 จำนวน 52 ราย และให ทุ น อุ ด หนุ น เพื่ อ การศึ ก ษาต อ ต า งประเทศเพิ่ ม ขึ้ น จำนวน 2 ราย 2.3 คาใชจายที่ไมเกิดจากการดำเนินงาน ปงบประมาณ 2554 จำนวน 0.56 ลานบาท ปงบประมาณ 2553 จำนวน 0.28 ลานบาท ลดลง
0.27 ลานบาท หรือรอยละ 97.01 ลานบาท เกิดจาก การจำหนาย และบริจาคครุภัณฑประจำป สวนใหญ เป น ครุ ภั ณ ฑ ที่ ค ำนวณค า เสื่ อ มราคาหมดอายุ ก าร ใชงานแลว
191
ทำเนียบบุคลากร ขอมูล ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
รายชื่อตุลาการ ในศาลปกครองสูงสุด
ชื่อ - สกุล นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล นายเกษม คมสัตยธรรม นายวิชัย ชื่นชมพูนุท นายชาญชัย แสวงศักดิ์ นายไพบูลย เสียงกอง นายวรพจน วิศรุตพิชญ นายวิษณุ วรัญู นายนพดล เฮงเจริญ นายวรวิทย กังศศิเทียม นายวราวุธ ศิริยุทธวัฒนา นายสุเมธ รอยกุลเจริญ นายสมชาย งามวงศชน นายประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ นายสุชาติ มงคลเลิศลพ นายมนูญ ปุญญกริยากร นายพรชัย มนัสศิริเพ็ญ นายสมรรถชัย วิศาลาภรณ นางมณีวรรณ พรหมนอย
196
ตำแหนง ประธานศาลปกครองสูงสุด รองประธานศาลปกครองสูงสุด รองประธานศาลปกครองสูงสุด ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองสูงสุด ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองสูงสุด ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองสูงสุด ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
รายชื่อตุลาการ ในศาลปกครองชั้นตน
ศาลปกครองกลาง ชื่อ - สกุล นายฤทัย หงสสิริ นายไชยวัฒน ธำรงศรีสุข นายกมล สกลเดชา นายชูพงศ เศวตจินดา นายจิรศักดิ์ จิรวดี นายอดุล จันทรศักดิ์ นายธีรรัฐ อรามทวีทอง นายกุศล รักษา นางสิริกาญจน พานพิทักษ นายประนัย วณิชชานนท นายประวิตร บุญเทียม นายพงษศักดิ์ กัมพูสิริ นายไชยเดช ตันติเวสส นายณัฐ รัฐอมฤต นายบรรจงศักดิ์ วงศปราชญ นายไพโรจน มินเด็น นายภานุพันธ ชัยรัต นายมานิตย วงศเสรี
ตำแหนง อธิบดีศาลปกครองกลาง รองอธิบดีศาลปกครองกลาง รองอธิบดีศาลปกครองกลาง รองอธิบดีศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลหัวหนาคณะปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง 197
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
ชื่อ - สกุล นางรดาวรรณ วานิช นายศรศักดิ์ นิยมธรรม นายสุเมธ เดียวอิศเรศ นายอนุพงศ สุขเกษม นายอนุวัฒน ธาราแสวง นางชนิตา วรพงศ นายกฤตยชญ ศิริเขต พันเอก วรศักดิ์ อารีเปยม นายวีระ แสงสมบูรณ นายสมชัย วัฒนการุณ นายสมภพ ผองสวาง นายสมศักดิ์ ศุภะรัชฏเดช นายสมิง พรทวีศักดิ์อุดม นายสะเทื้อน ชูสกุล นายสุชาติ ศรีวรกร นายสุทัศน ทิวทอง นายสุรเดช พหลภาคย นายเสนห บุญทมานพ นายอนุสรณ ธีระภัทรานันท นายอาจินต ฟกทองพรรณ นายเดช เอี่ยมยิ้ม นายอนนท อดิเรกสมบัติ นางสาวกนิษฐา เชี่ยววิทย นางสุมาลี ลิมปโอวาท นายสมเกียรติ ชุมวิสูตร นายสัมฤทธิ์ ออนคำ นายชวลิต ลาภผล 198
ตำแหนง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองกลาง
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ชื่อ - สกุล นายวชิระ ชอบแตง นายพินิจ มั่นสัมฤทธิ์ นางนฤมล ธรรมครองอาตม นายเกียรติภูมิ แสงศศิธร นายวิชัย พจนโพธา นางสาวสายทิพย สุคติพันธ นายอภิรัฐ ปานเทพอินทร นายชาชิวัฒน ศรีแกว นายธวัชไชย สนธิวนิช นายสิทธานต สิทธิสุข นายอุดมศักดิ์ อังศุพิสิฐ นายประพจน คลายสุบรรณ นายวุฒิชัย ไทยเจริญ นายวิจิตต รักถิ่น นางสาวผึ้งรวง ประเสริฐพานิชการ นายประเวศ รักษพล นายวสันต เตียวตระกูล นายอิทธิพร จิระพัฒนากุล นายชยิน แสงจันทร นายวิชญชัย ธรรมประดิษฐ นายอนุชา ฮุนสวัสดิกุล นายศรัณยู โพธิรัชตางกูร นายวิสูตร วัจนะเสถียรกุล นางสาวสิรภัทร โชควิเศษชัยสิทธิ์ นางสาวอมรา สัจจาสัย นายสินิทธ สินิทธานนท นายไพรัช โตสวัสดิ์
ตำแหนง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง 199
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
ชื่อ - สกุล นางมาเรียม วิมลธร นายภาณุมาศ เลี่ยมสกุล นายตระหงาน เกียรติศิริโรจน นายวุฒิชัย แสงสำราญ นายสรศักดิ์ มไหศิริโยดม นายสมสกุล ณ บางชาง นางเพ็ญศรี วงศเสรี นายตรีทศ นิโครธางกูร นายประเสริฐ ศรัทธาสุข นายประยูร ปรีดา นายฉัตรชัย ศุภการ นายจิรยุทธ ทรงนวล นางวาสนา จันทราภรณ นายนิทัศน จูยืนยง นายสุรธีร ลิ้มทรัพย นายเทอดพงศ คงจันทร นายนิทัศน แชมชอย นายประกาย วิบูลยวิภา นายศิริ มีแสงสกุล นายเอกณัฐ จิณเสน นายวิโรจน ธิตา นางสาวกิ่งกาญจน คุณสุทธิ์ นายวันชัย กนกอังกูร นายตรีภพ คริสตรักษา นายวิรัช รวมพงษพัฒนะ นายปรีชา สันรัมย นายคะนึง จันทรสงเคราะห 200
ตำแหนง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ชื่อ - สกุล นายวัชระชัย อารยรุงโรจน นางอังคณา เสาธงทอง นายอาณัติ สุขปะทิว นางสาวสุภาพ ชอบดอน นายชำนาญ ปริบาล นายสุรินทร ทองมา นายนพรัตน สรอยแสวง นายเชวงศิลป สุวรรณจินดา นายสัจจา เขมนงาน
ตำแหนง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการศาลปกครองกลาง
ศาลปกครองเชียงใหม ชื่อ - สกุล นายดำริห สุตเตมีย นายบุญอนันต วรรณพานิชย นายธีระเดช เดชะชาติ นายสุรัตน พุมพวง นางสาววาสนา มะลิทอง นายวัชรพงษ เลิศวุฒิ นายจิรศักดิ์ สีใจเจริญ นางสาวอัญชิสา อินทรสาลี นางอุษณีย ลี้วิไลกุลรัตน นายทศพร โตะบุรินทร
ตำแหนง อธิบดีศาลปกครองเชียงใหม รองอธิบดีศาลปกครองเชียงใหม ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองเชียงใหม ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองเชียงใหม ตุลาการศาลปกครองเชียงใหม ตุลาการศาลปกครองเชียงใหม ตุลาการศาลปกครองเชียงใหม ตุลาการศาลปกครองเชียงใหม ตุลาการศาลปกครองเชียงใหม ตุลาการศาลปกครองเชียงใหม
201
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
ศาลปกครองสงขลา ชื่อ - สกุล นายอำพน เจริญชีวินทร นายโสภณ บุญกูล นายสมยศ วัฒนภิรมย นายประวัติ วิสัยกุล นายสมมาศ รัฐพิทักษสันติ นายอาทร คุระวรรณ นายสมเกียรติ แสงรุง นายสุทธิพงศ เชาวนาดิศัย นายอิทธิพล ทัศนา นางนัทธมน อิ่มสะอาด
ตำแหนง อธิบดีศาลปกครองสงขลา รองอธิบดีศาลปกครองสงขลา ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองสงขลา ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองสงขลา ตุลาการศาลปกครองสงขลา ตุลาการศาลปกครองสงขลา ตุลาการศาลปกครองสงขลา ตุลาการศาลปกครองสงขลา ตุลาการศาลปกครองสงขลา ตุลาการศาลปกครองสงขลา
ศาลปกครองนครราชสีมา ชื่อ - สกุล นางสายสุดา เศรษฐบุตร นางศิริวรรณ จุลโพธิ์ นางสาวพยุง พันสุทธิรางกูร นายสถาพร สถิตยปยะรัตน นายธนกฤต กิตติวัฒน นายประศักดิ์ ศิริพานิช นายบุญชู จันทรวงศ นางสาวสุมณี ชัยยะศิริสุวรรณ นายวิโรจน ปรีชาพันธ นายวุฒิวัฒจ จรัณยานนท 202
ตำแหนง อธิบดีศาลปกครองนครราชสีมา รองอธิบดีศาลปกครองนครราชสีมา ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองนครราชสีมา ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองนครราชสีมา ตุลาการศาลปกครองนครราชสีมา ตุลาการศาลปกครองนครราชสีมา ตุลาการศาลปกครองนครราชสีมา ตุลาการศาลปกครองนครราชสีมา ตุลาการศาลปกครองนครราชสีมา ตุลาการศาลปกครองนครราชสีมา
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ศาลปกครองขอนแกน ชื่อ - สกุล นายประสาท พงษสุวรรณ นายประสาน บางประสิทธิ์ นายสุจินต จุฑาธิปไตย นายไพศาล บุญเกิด นายสุขสันต บุญจิต นายสุทธิวัฒน มาศพันธ นายพีระศักดิ์ นาดี นายลิขิต ศกุนะสิงห นายวิริยะ วองวาณิช นางสาวปทิชญา วชิรเมธารัชต
ตำแหนง อธิบดีศาลปกครองขอนแกน รองอธิบดีศาลปกครองขอนแกน ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองขอนแกน ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองขอนแกน ตุลาการศาลปกครองขอนแกน ตุลาการศาลปกครองขอนแกน ตุลาการศาลปกครองขอนแกน ตุลาการศาลปกครองขอนแกน ตุลาการศาลปกครองขอนแกน ตุลาการศาลปกครองขอนแกน
ศาลปกครองพิษณุโลก ชื่อ - สกุล นาวาเอก วุฒิ มีชวย นายสมชาย เอมโอช นางสาวกรรณิการ สุริยา นายจีรพัฒน กลอมสกุล นายภิรัตน เจียรนัย นายเมธี ชัยสิทธิ์ นายนอบ มากบุญ นายชัชชัย ยอดมาลัย นายมนูญ พิบูลรัตนากุล นายชัยนะ อักษรพันธ
ตำแหนง อธิบดีศาลปกครองพิษณุโลก รองอธิบดีศาลปกครองพิษณุโลก ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองพิษณุโลก ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองพิษณุโลก ตุลาการศาลปกครองพิษณุโลก ตุลาการศาลปกครองพิษณุโลก ตุลาการศาลปกครองพิษณุโลก ตุลาการศาลปกครองพิษณุโลก ตุลาการศาลปกครองพิษณุโลก ตุลาการศาลปกครองพิษณุโลก 203
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
ศาลปกครองระยอง ชื่อ - สกุล นางปานตา ศิริวัฒน นายประทีป วรนิติ นางเสริมดรุณี ตันติเวสส นายวิบูลย กัมมาระบุตร นายเชี่ยวชาญ สุขชวย นายจำกัด ชุมพลวงศ นายนิติ อรัณยะนาค นายหัสฎี ศรีวิเชียร นายยงยุทธ เชี่ยวชาญกิจ นางสาวสิริพร มณีภัณฑ
ตำแหนง อธิบดีศาลปกครองระยอง รองอธิบดีศาลปกครองระยอง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองระยอง ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองระยอง ตุลาการศาลปกครองระยอง ตุลาการศาลปกครองระยอง ตุลาการศาลปกครองระยอง ตุลาการศาลปกครองระยอง ตุลาการศาลปกครองระยอง ตุลาการศาลปกครองระยอง
ศาลปกครองนครศรีธรรมราช ชื่อ - สกุล นายพัลลภ รัตนจันทรา นายถาวร เกียรติทับทิว นายเสถียร ทิวทอง นายสมศักดิ์ ตัณฑเลขา นางสาวฐิติลักษณ เกรียงเกริกไกร นางสมพร ถาวรวิริยะนันท นายศิวศักดิ์ สินอวย นายวินัย รุงรักสกุล นายพีระพันธ วัฒนศิริ นายสุรเดช สุขถาวร 204
ตำแหนง อธิบดีศาลปกครองนครศรีธรรมราช รองอธิบดีศาลปกครองนครศรีธรรมราช ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองนครศรีธรรมราช ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองนครศรีธรรมราช ตุลาการศาลปกครองนครศรีธรรมราช ตุลาการศาลปกครองนครศรีธรรมราช ตุลาการศาลปกครองนครศรีธรรมราช ตุลาการศาลปกครองนครศรีธรรมราช ตุลาการศาลปกครองนครศรีธรรมราช ตุลาการศาลปกครองนครศรีธรรมราช
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ศาลปกครองอุดรธานี ชื่อ - สกุล นายกิตดนัย ธรมธัช นายจักริน วงศกุลฤดี นายชัยโรจน เกตุกำเนิด นางดุษณีย ตยางคานนท นายยรรยง ธัญทะพิพงศ นายพัฒนา คูศรีพิทักษ นายฉลองชัย สถิตยสัมพันธ นางสาวระริน วรเศรษฐศักดิ์ นายวิชชา เหลือล้ำ นายสมชัย จารุจินดา
ตำแหนง อธิบดีศาลปกครองอุดรธานี รองอธิบดีศาลปกครองอุดรธานี ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองอุดรธานี ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองอุดรธานี ตุลาการศาลปกครองอุดรธานี ตุลาการศาลปกครองอุดรธานี ตุลาการศาลปกครองอุดรธานี ตุลาการศาลปกครองอุดรธานี ตุลาการศาลปกครองอุดรธานี ตุลาการศาลปกครองอุดรธานี
ศาลปกครองอุบลราชธานี ชื่อ - สกุล นางสุกัญญา นาชัยเวียง นายประวิทย เอื้อนิรันดร นายฉัตรชัย นิติภักดิ์ นายรังสิกร อุปพงศ นายคม บูรณวรศิลป นางสาวบุบผา อัครพิมาน นายดนัย ศรีโมรา นายไพโรจน ทองปาน นายดิเรก สุคนธสาคร นายจิตติคุณ แพงคุณ
ตำแหนง อธิบดีศาลปกครองอุบลราชธานี รองอธิบดีศาลปกครองอุบลราชธานี ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองอุบลราชธานี ตุลาการหัวหนาคณะศาลปกครองอุบลราชธานี ตุลาการศาลปกครองอุบลราชธานี ตุลาการศาลปกครองอุบลราชธานี ตุลาการศาลปกครองอุบลราชธานี ตุลาการศาลปกครองอุบลราชธานี ตุลาการศาลปกครองอุบลราชธานี ตุลาการศาลปกครองอุบลราชธานี 205
รายงานการปฏิ ยงานการปฏิ บั ติ ง านของ ศาลปกครองและสํ ลปกครองและ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔
รายชื่อผูบริหารสำนักงานศาลปกครอง
206
ชื่อ - สกุล นายไกรรัช เงยวิจิตร
ตำแหนง รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง รักษาการในตำแหนง เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง
นางกาญจนารัตน ลีวิโรจน
รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง
นายสุรพันธ บุรานนท
รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง และรักษาการในตำแหนง ผูอำนวยการสำนักการตางประเทศ
นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม
รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง
นางสมฤดี ธัญญสิริ
ที่ปรึกษาสำนักงานศาลปกครอง
นางสาวนลิน ปงพิพัฒนตระกูล
ที่ปรึกษาสำนักงานศาลปกครอง
นางสุปราณี หวยหงษทอง
ที่ปรึกษาสำนักงานศาลปกครอง
นายบรรยาย นาคยศ
ที่ปรึกษาสำนักงานศาลปกครอง
นายภัคพล โลหะกุลวิช
พนักงานคดีปกครองชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหนง ผูอำนวยการสำนักประธานศาลปกครองสูงสุด
นายไพฑูรย คลายยวงทอง
ผูอำนวยการสำนักงานศาลปกครองสูงสุด
นายสุขุม ทองศิริ
พนักงานคดีปกครองชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหนง ผูอำนวยการสำนักอธิบดีศาลปกครองกลาง
นางสาวสุธีรา สิทธิภิญโญ
ผูอำนวยการสำนักงานศาลปกครองกลาง
นายเฉลิมศักดิ์ ละมายแข
ผูอำนวยการสำนักงานศาลปกครองขอนแกน
นายชีพ จุฬาคำ
ผูอำนวยการสำนักงานศาลปกครองเชียงใหม
นายวุฒินนั ท ยุวกาญจน
ผูอำนวยการสำนักงานศาลปกครองนครราชสีมา
รายงานการปฏิ ารปฏิ บั ติ ง านของ านข ศาลปกครองและสํ า นั ก งานศาลปกครอง ประจํ า ป ๒๕๕๔ ๒๕๕
ชื่อ - สกุล
ตำแหนง
นางสาวปราณี นวลมี
ผูอำนวยการสำนักงานศาลปกครองนครศรีธรรมราช
นายสนั่น สมตน
ผูอำนวยการสำนักงานศาลปกครองพิษณุโลก
นายนรินทรฤทธิ์ กลิ่นพิบูลย
ผูอำนวยการสำนักงานศาลปกครองระยอง
นางอัจฉรา นิยติวัฒนชาญชัย
ผูอำนวยการสำนักงานศาลปกครองสงขลา
นางสาวมุกดาวรรณ กิติสมเกียรติ
ผูอำนวยการสำนักงานศาลปกครองอุดรธานี
นายประพล ศิริปรีชา
พนักงานคดีปกครองเชี่ยวชาญ รักษาการในตำแหนง ผูอำนวยการสำนักงานปกครองอุบลราชธานี
นางสาวธรรมรังสี วรรณโก
ผูอำนวยการสำนักบังคับคดีปกครอง
นายยงยุทธ อนุกูล
ผูอำนวยการสำนักวิจัยและวิชาการ
นายกองภพ สุขกิจบำรุง
ผูอำนวยการสำนักหอสมุดกฎหมายมหาชน
นายประพัฒน ตันสุวรรณนนท
ผูอำนวยการสำนักประชาสัมพันธ
นางวิภา ชัยนาภาพงษ
ผูอำนวยการสำนักบริหารยุทธศาสตร
นายจักรินทร นุชถนอม
ผูอำนวยการสำนักบริหารทรัพยากรมนุษย
นางปยดา จิตตจำนงค
ผูอำนวยการสำนักวิทยาการสารสนเทศ
นางสาวเตือนใจ นิมะกุล
ผูอำนวยการสำนักบริหารการเงินและตนทุน
นายอติโชค ผลดี
ผูอำนวยการสำนักบริหารทรัพยสิน
นายชำนาญ ทิพยชนวงศ
ผูอำนวยการสำนักบริหารกลาง
นางกฤชญา ทิพยธรรมธารา
ผูอำนวยการสำนักตรวจสอบภายใน
นายยุทธนา ศรีตระกูล
ผูอำนวยการวิทยาลัยตุลาการศาลปกครอง
นางประภาวรรณ สุพัฒนานนท
ผูอำนวยการวิทยาลัยขาราชการฝายศาลปกครอง
นางธมน แสงสำราญ
ผูอำนวยการวิทยาลัยการยุติธรรมทางปกครอง
207
ที่ปรึกษา :
คณะผูจัดทำ :
นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม : เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง นางสาวนลิน ปงพิพัฒนตระกูล : รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง นางวิภา ชัยนาภาพงษ : ผูอำนวยการสำนักบริหารยุทธศาสตร นางสาวสุมล ประพันธวัฒนะ : ผูอำนวยการกลุมติดตามและประเมินผล นางสาวณัฐชา คณานุรักษ : เจาหนาที่ศาลปกครองชำนาญการพิเศษ นางเกศรา ศิริผลสมสุข : เจาหนาที่ศาลปกครองชำนาญการพิเศษ นางสาวนวพร ยรรยง : เจาหนาที่ศาลปกครองชำนาญการ นางสาวศมาพร พันธยงค : เจาหนาที่ศาลปกครองชำนาญการ นางสาวศิริรัตน คงทอง : เจาหนาที่ศาลปกครองชำนาญการ
ผูจัดทำ :
สำนักบริหารยุทธศาสตร สำนักงานศาลปกครอง เลขที่ ๑๒๐ หมู ๓ ถนนแจงวัฒนะ แขวงทุงสองหอง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๑๐ โทรศัพท ๐ ๒๑๔๑ ๐๗๔๖ - ๔๙ โทรสาร ๐ ๒๑๔๓ ๙๘๑๕
ออกแบบและจัดพิมพ :
บริษัท เกรย แมทเทอร จำกัด เลขที่ ๒๑/๖๑ - ๖๒ ซอยศูนยวิจัย ถนนพระรามเกา แขวงบางกะป เขตหวยขวาง กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๑๐ โทรศัพท ๐ ๒๒๐๓ ๑๒๔๐ - ๗ โทรสาร ๐ ๒๖๔๑ ๔๒๑๑ อีเมล : grey_matter33@yahoo.com
ป พ.ศ. ที่พิมพ :
๒๕๕๕