Skip to main content

รายงานการพัฒนาระบบข้อมูลตำบล( tcnap)

Page 1

รายงาน การพัฒนาระบบข้อมูลตาบล(TCNAP)

โดย องค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร

สนับสนุนโดย  สานักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สานัก 3 สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

พ.ศ. 2558


ก

คานา รายงานระบบข้อมูลตาบล(TCNAP )ของตาบลเหล่าโพนค้อ ฉบับนี้ เป็นการสรุปข้อมูลจาก การเก็บ ข้อ มูล มาจากทุ กหมู่บ้ าน ในต าบลเหล่ าโพนค้ อ ซึ่งจะมีค วามส าคัญ เป็ น อย่างมากในการ นาไปใช้เพื่อการพัฒนา เป็นตาบลจัดการตนเอง หรือตาบลน่าอยู่ เนื่องจากหัวใจของการพัฒนาระบบ ข้อมูลตาบลคือ การสร้างการเรียนรู้ข้อมูลตาบลทั้งมิติทุนและศักยภาพ และปัญหาหรือความต้องการ ของคนในต าบล ด้ ว ยการสร้ างการมี ส่ ว นร่ว มในการคิ ด วางแผน ด าเนิ น งานในการพั ฒ นาและ ประเมินผลการดาเนินงาน ซึ่งจะทาให้เกิดความเป็นเจ้าของข้อมูลชุมชนร่วมกัน และสามารถนาใช้ทุน และศักยภาพชุมชนในการแก้ไขปัญหาหรือตอบสนองความต้องการของคนในชุมชน เกิดการพึ่งตนเอง และความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นต่อไป รายงาน การพัฒ นาระบบข้อมูลตาบล(TCNAP) เล่มนี้ สาเร็จลงได้โดยได้รับการสนับสนุน งบประมาณ จากสานักงานกองทุน การสร้างเสริมสุขภาพ สสส. ในการจัดเก็บข้อมูลตาบล ในด้าน ต่างๆ ทาให้องค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อ มีข้อมูลที่จะนาไปใช้ในการพัฒนาสู่ตาบลจัดการ ตนเองต่อไป องค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อ มิถุนายน 2558


ข

สารบัญ คานา สารบัญ สารบัญตาราง สารบัญภาพ

ก ข ง จ

บทที่ 1 บทนา 1.1 ความเป็นมาและความสาคัญ 1.2 วัตถุประสงค์ 1.3 คาจากัดความและขอบเขตของการออกแบบรายงานการพัฒนาระบบข้อมูลตาบล (TCNAP) 1.4 องค์ประกอบของรายงานการพัฒนาระบบข้อมูลตาบล (TCNAP) บทที่ 2 วิธีการดาเนินงานพัฒนาระบบข้อมูลตาบล 2.1 พื้นที่ จานวนครัวเรือน และประชากร 2.2 การสร้างและพัฒนาทีมพัฒนาระบบข้อมูลตาบล 2.3 กระบวนการพัฒนาระบบข้อมูล : การเก็บรวบรวมข้อมูล การสอบทาน และการ บันทึกข้อมูล 2.4 วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลหรือประมวลผลข้อมูล 2.5 การนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 2.5.1 การนาเสนอโดยไม่เป็นแบบแผน 1) การนาเสนอเป็นเชิงความเรียง 2) การนาเสนอเป็นบทความกึ่งตาราง 2.5.2 การนาเสนอโดยมีแบบแผน 1) การนาเสนอด้วยตาราง (Tabular presentation) 2) การนาเสนอด้วยกราฟ (Graphs presentation) 3) การนาเสนอด้วยแผนภูมิกง (Pies Charts presentation) 4) การนาเสนอแบบแผนที่ (Map presentation) บทที่ 3 การนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 3.๑ บริบทของพื้นที่ 3.๒ ข้อมูลจากระบบข้อมูลตาบล (TCNAP) 3.2.1 ข้อมูลประชากร 1) จานวนประชากร 2) การศึกษา 3) การประกอบอาชีพ 4) ความต้องการได้รับการช่วยเหลือดูแล 3.2.2 ทุนและศักยภาพ 3.2.3 ข้อมูลด้านสุขภาพ 1) พฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพ 2) พฤติกรรมเสี่ยงจากการทางาน

1 1 1 2 3 5 5 5 6 6 7 8 8 8 9 9 12 16 17 19 19 22 22 22 23 24 26 27 29 29 30


ค

สารบัญ(ต่อ) บทที่ 3 การนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล (ต่อ) 3.2.3 ข้อมูลด้านสุขภาพ(ต่อ)b 3) ปัญหาสุขภาพและการเจ็บป่วย 4) ปัญหาการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง 5) ปัญหาสุขภาพและโรคที่พบบ่อย 5 อันดับ 6) ปัญหาโรคระบาดในพื้นที่ 7) สถานที่ในการดูแลสุขภาพ และแหล่งบริการสุขภาพในพื้นที่ 3.2.4 เศรษฐกิจชุมชน 1) ภาระหนี้สินของคนในชุมชน 2) แหล่งกู้ยืมของครัวเรือน 3) แหล่งเงินออมของคนในชุมชน 4) รูปแบบการออมของคนในชุมชน 3.2.5 สิ่งแวดล้อม 1) ครัวเรือนที่มีปัญหาสิ่งแวดล้อม 2) ประเภทของปัญหาสิ่งแวดล้อมของครัวเรือน 3) การจัดการกับสิ่งแวดล้อมในครัวเรือน 4) วิธีการจัดการกับสิ่งแวดล้อมในครัวเรือน 5) การจัดการมลพิษหรือมลภาวะต่างๆ ในครัวเรือน 6) การจัดหาน้าสะอาดไว้ใช้อุปโภคและบริโภค 7) การจัดการสภาพที่อยู่อาศัยที่ไม่ปลอดภัยหรือมีโอกาสเกิดอันตราย 8) การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์พลังงาน 9) การใช้พลังงานทดแทนในครัวเรือน 3.2.6 การสื่อสาร 1) ประเภทของข่าวสาร 2) ช่องทางของการสื่อสาร 3.2.7 การเมืองการปกครอง 1) การมีส่วนร่วมของครัวเรือน 2) กิจกรรมการมีส่วนร่วมของครัวเรือน บทที่ 4 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 4.1 สรุป 4.2 อภิปรายผล

4.3 ข้อเสนอแนะ

31 32 33 34 35 36 36 37 38 39 40 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 49 50 51 51 52 53 53 56 57


ง

สารบัญตาราง ตารางที่ ตารางที่ 1 จานวนครัวเรือน และประชากรจาแนกตามรายหมู่ ตารางที่ 2 จานวนผู้ป่วยจาแนกตามประเภทความเจ็บป่วยของหมู่บ้าน ก. ตารางที่ 3 จานวนผู้ป่วยจาแนกตามประเภทผู้ป่วย และหมู่บ้าน ในตาบล ตารางที่ 4 จานวนผู้ป่วยจาแนกตามประเภทผู้ป่วย เพศ และหมู่บ้าน ในตาบล

หน้า 5 9 10 11


จ

สารบัญภาพ ภาพที่ ภาพที่ 1 จานวนผู้ป่วยจาแนกตามประเภทความเจ็บป่วย ของหมู่บ้าน ก. ภาพที่ 2 กราฟแท่งเชิงซ้อนแสดงจานวนผู้ป่วยจาแนกตามประเภทผู้ป่วยและหมู่บ้านใน

หน้า 11 12

ตาบล ภาพที่ 3 กราฟแท่งเชิงประกอบแสดงจานวนผู้ป่วยจาแนกตามประเภทผู้ป่วย และหมู่บ้าน

ในตาบล ภาพที่ 4 จานวนผู้ป่วยด้วยอาการความเจ็บป่วย ระหว่างปี พ.ศ. 2555 - 2559 ภาพที่ 5 จานวนประชากร จาแนกตามระดับการศึกษา ภาพที่ 6 จานวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จาแนกตามพื้นที่อาเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ณ 15 มี.ค. 2556 ภาพที่ 7 จานวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จาแนกตามพื้นที่ของประเทศไทย เปรียบเทียบ ระหว่างปี 2552 (ค.ศ.1989)กับ ปี 2553 (ค.ศ.1990) ภาพที่ 8 ปิรามิดประชากรตาบลเหล่าโพนค้อ จาแนกตามช่วงอายุ และเพศ ภาพที่ 9 ร้อยละของประชากรจาแนกตามระดับการศึกษา ภาพที่ 10 จานวนของประชากรจาแนกตามการประกอบอาชีพหลัก ภาพที่ 11 จานวนของประชากรจาแนกตามการประกอบอาชีพเสริม ภาพที่ 12 จานวนของประชากรที่ต้องการได้รับการช่วยเหลือดูแล ภาพที่ 13 ทุนและศักยภาพในตาบลเหล่าโพนค้อ ภาพที่ 14 แผนที่ทุนและศักยภาพตาบลเหล่าโพนค้อ ภาพที่ 15 ร้อยละของประชากรจาแนกตามพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพ ภาพที่ 16 ร้อยละของประชากรจาแนกตามภาวะเสี่ยงจากการทางาน ภาพที่ 17 ร้อยละของประชากรจาแนกตามการเจ็บป่วย ภาพที่ 18 ร้อยละของประชากรจาแนกตามการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังในพื้นที่ ภาพที่ 19 ร้อยละของประชากรจาแนกตามปัญหาสุขภาพและโรคที่พบบ่อย ภาพที่ 20 ร้อยละของประชากรจาแนกตามปัญหาโรคระบาดในพื้นที่ ภาพที่ 21 ร้อยละของประชากรจาแนกตามปัญหาโรคระบาดในพื้นที่ ภาพที่ 22 ภาระหนี้สินของครัวเรือนจาแนกตามสาเหตุ ภาพที่ 23 แหล่งกู้ยืมของครัวเรือนจาแนกตามแหล่งเงินกู้ยืมของครัวเรือน ภาพที่ 24 แหล่งเงินออมของคนในชุมชนจาแนกตามแหล่งเงินกู้ยืมของครัวเรือน ภาพที่ 25 รูปแบบการออมของครัวเรือนในชุมชน ภาพที่ 26 ร้อยละของครัวเรือนที่มีปัญหาสิ่งแวดล้อม ภาพที่ 27 จานวนหลังคาเรือนที่มีปัญหาสิ่งแวดล้อมจาแนกตามประเภทของปัญหาสิ่งแวดล้อม ภาพที่ 28 จานวนหลังคาเรือนที่มีการจัดการขยะ ภาพที่ 29 ร้อยละของครัวเรือนจาแนกตามวิธีการจัดการขยะ ภาพที่ 30 ร้อยละของครัวเรือนจาแนกตามวิธีการจัดการมลพิษหรือมลภาวะต่างๆ ภาพที่ 31 ร้อยละของครัวเรือนจาแนกตามการจัดหาน้าสะอาดไว้ใช้อุปโภคและบริโภค

13 14 15 16 18 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45


ฉ

สารบัญภาพ(ต่อ) ภาพที่ หน้า ภาพที่ 32 ร้อยละของครัวเรือนจาแนกตามวิธีการจัดการสภาพที่อยู่อาศัยให้มีความปลอดภัยหรือ ลดความเสี่ยงต่อโอกาสเกิดอันตราย ภาพที่ 33 จานวนครัวเรือนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน ภาพที่ 34 จานวนครัวเรือนที่ใช้พลังงานทดแทนในครัวเรือน ภาพที่ 35 ร้อยละของครัวเรือนจาแนกตามประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ ภาพที่ 36 ช่องทางด้านการสื่อสาร ภาพที่ 37 ร้อยละของครัวเรือนที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชน ภาพที่ 38 ร้อยละของครัวเรือนจาแนกตามกิจกรรมการมีส่วนร่วมของชุมชน

46 47 48 49 50 51 52


1

บทที่ 1 บทนา 1.1

ความเป็นมาและความสาคัญ สืบเนื่องจากทางสานักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน หรือ สานัก 3 สานักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้มีนโยบายให้ตาบลศูนย์จัดการเครือข่าย (ศจค.) เป็นกลไกในการ ขับ เคลื่ อนการพัฒ นาตาบลเครือข่ายสู่ ตาบลจัดการตนเองได้ ตาบลเข้มแข็ง หรือน่าอยู่โดยมีการ พั ฒ นาระบบข้ อ มู ล ต าบล หรื อ Thailand Community Network Appraisal Program(TCNAP) เพื่ อใช้เป็ น ข้อมูล ตาบลตั้งต้น ซึ่งเป็ นหลักฐานเชิงประจักษ์ในการพัฒ นานั้น จึงได้ มีการสนั บสนุ น งบประมาณ และวิชาการในการพัฒนาระบบข้อมูลตาบล โดยผ่าน ศู น ย์ ส นั บ ส นุ น วิ ช า ก า ร เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นภาคอีสาน (ศวภ.อีสาน) ในการขับเคลื่อนชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ โดยมี การจัดทาหลักสูตรอบรมนักจัดการข้อมูลตาบลแล้วนั้น ผลการดาเนินงานที่ผ่านมาพบว่า ถึงแม้ตาบล เครือข่ายจะสามารถจัดเก็บ และบันทึกข้อมูล ผ่านเกณฑ์ที่ร้อยละ 80 ขึ้นไป แต่ยังพบว่าการนาใช้ ข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาหรือแก้ปัญหาในพื้นที่นั้น และการพัฒ นานวัตกรรมยังไม่เกิดเป็นรูปธรรม เท่าที่ควร ซึ่งสาเหตุที่สาคัญคือ การวิเคราะห์ข้อมูลและการนาเสนอข้อมูลยั งไม่เพียงพอที่จะสามารถ สื่อสาร สร้างการรับรู้และทาความเข้าใจในทุนและศักยภาพ และปัญหาหรือความต้องการของคนใน พื้น ที่แก่ผู้ ที่ มีส่ ว นเกี่ ย วข้อง ซึ่งเป็ นจุดที่ ส าคัญ ต่อการสร้างความร่วมมื อของชุมชนท้องถิ่นในการ วางแผนและการดาเนิน การแก้ปั ญหา หรือการเป็นเจ้าของร่วมกันต่ อไปได้ ดังนั้นจากปัญหาและ ความสาคัญดังกล่าวจึงนาสู่ความจาเป็นที่ต้องมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างแนวทางในการ วิเคราะห์ข้อมูลและนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล และการออกแบบรายงานการพัฒนาระบบข้อมูล ตาบล(TCNAP) ในครั้งนี้ 1.2 วัตถุประสงค์ การออกแบบรายงานการพัฒนาระบบข้อมูลตาบล (TCNAP) จัดทาขึ้นเพื่อ ใช้ เป็ น แนวทางในการจั ด ท ารายงานการพั ฒ นาข้อ มู ล ต าบล ให้ เป็ น มาตรฐานเดี ย วกัน ของศูน ย์ สนับสนุนวิชาการเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นภาคอีสาน (ศวภ.อีสาน) ศูนย์จัดการเครือข่าย และ เครือข่ายชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


2

1.3 คาจากัดความและขอบเขตของการออกแบบรายงานการพัฒนาระบบข้อมูลตาบล (TCNAP) เพื่อให้สามารถสื่อสารเกิดความเข้าใจตรงกัน จึงได้กาหนดคาจากัดความ และขอบเขตของ การออกแบบรายงานการพัฒนาระบบข้อมูลตาบล (TCNAP) ไว้ดังนี้ 1.3.1 คาจากัดความ การออกแบบรายงานการพั ฒ นาระบบข้ อ มู ลต าบล (TCNAP) หมายถึง การ วิเคราะห์ข้อมูล และการนาเสนอข้อมูลโดยใช้หลักระเบียบวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ของข้อมูล ตาบล (TCNAP) ตามองค์ ป ระกอบของเนื้ อ หา 7 ด้ าน ซึ่ งมาจากแบบสอบถามทั้ ง 2 ระดั บ คื อ แบบสอบถามระดับบุคคลและครัวเรือน และระดับกลุ่มและชุมชน 1.3.2 ขอบเขตของการออกแบบรายงานการพัฒนาระบบข้อมูลตาบล (TCNAP) จากองค์ป ระกอบของเนื้อหาในแบบสอบถาม TCNAP 2 ระดับทั้งแบบสอบถาม ระดับบุคคลและครัวเรือน และระดับกลุ่มและชุมชน ได้นาจัดกลุ่มเนื้อหาและกาหนดหัวข้อหลักและ หัวข้อรอง ซึ่งมีเนื้อหาหลักแบ่งเป็น 7 ด้านและหัวข้อรอง ดังนี้ 1. ข้อมูลทั่วไป 1.1 ข้อมูลประชากร 1.2 การศึกษา 1.3 ความต้องการความช่วยเหลือ 1.4 อาชีพ 2. ข้อมูลทุนและศักยภาพในตาบล 2.1 ทุนบุคคล 2.2 ทุนกลุ่ม องค์กร 2.3 การรวมกลุ่มอาชีพของคนในชุมชน 2.4 แหล่งประโยชน์ 3. ข้อมูลสุขภาพ 3.1 พฤติกรรมเสี่ยง 3.2 ภาวะเสี่ยงจากการทางาน 3.3 ปัญหาสุขภาพและการเจ็บป่วย 3.4 ปัญหาโรคเรื้อรังในพื้นที่ 3.5 ปัญหาสุขภาพและโรคที่พบบ่อย 5 อันดับ 3.6 ปัญหาโรคระบาดในพื้นที่ 3.7 สถานที่หรือแหล่งบริการด้านสุขภาพในพื้นที่


3

4. ข้อมูลสิ่งแวดล้อม 4.1 ปัญหาสิ่งแวดล้อม 4.2 การจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม 4.3 การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงานและใช้พลังงานทดแทน 5. ข้อมูลเศรษฐกิจ 5.1 ภาระหนี้สินของคนในชุมชน 5.2 แหล่งกู้ยืมของคนในชุมชน 5.3 แหล่งเงินออมของคนในชุมชน 5.4 แหล่งเงินทุนของคนในชุมชน 6. ข้อมูลข้อมูลการสื่อสาร 6.1 ข้อมูลข่าวสารที่ครัวเรือนสื่อสารกับผู้อื่นและช่องทางการสื่อสาร 7. ข้อมูลการเมืองการปกครอง 7.1 การมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชนของสมาชิกในครัวเรือน 7.2 ประเด็นปัญหากรณีพิพาท 1.4 องค์ประกอบของรายงานการพัฒนาระบบข้อมูลตาบล (TCNAP) รายงานการออกแบบรายงานการพัฒนาระบบข้อมูลตาบล (TCNAP) นี้ ได้แบ่งโครงสร้าง ของรายงาน เพื่อเกิดความเข้าใจในภาพรวมของการพัฒนาระบบข้อมูลตาบล และสามารถเห็นโอกาส ในการนาข้อมูลไปใช้ในการพัฒนา หรือแก้ปัญหาด้านต่างๆ จึงแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักคือ ส่วนที่ 1. ส่วนนา ประกอบด้วยความเป็นมาและความสาคัญ วัตถุประสงค์ คาจากัดความและขอบเขต ของรายงานการพัฒนาระบบข้อมูลตาบล (TCNAP) และองค์ประกอบของรายงานการพัฒนาระบบ ข้อมูลตาบล ส่วนที่ 2 วิธีการวิเคราะห์และนาเสนอข้อมูล รายละเอียดขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูลตามระเบียบวิธีการทางสถิติ และการ นาเสนอข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ด้วยรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ผู้จัดทารายงานสามารถนาไปใช้งานได้ อย่างมั่นใจในความถูกต้องของข้อมูล โดยมีแนวทางในการวิเคราะห์ขอมูล และการนาเสนอข้อมูลด้วย รูปแบบต่างๆ ส่วนที่ 3 การนาเสนอข้อมูล เป็นการนาเสนอข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลในแต่ละด้าน ด้วยการเสนอข้อมูล บริบทของตาบลก่อน และการนาเสนอข้อมูลด้านต่างๆ ด้วยรูปแบบและวิธีต่างๆ


4

ส่วนที่ 4 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การสรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล ในส่วนที่เป็ นประเด็นสาคัญ และน่าสนใจที่ได้จาก ส่วนที่ 3 (การนาเสนอข้อมูลจากการวิเคราะห์ข้อมูล) เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง เห็นข้อสรุปข้อมูลชุมชนทั้ง ด้านทุนและศักยภาพและปัญหาและความต้องการ ซึ่งจะนาสู่การร่วมคิด เลือกหรือลาดับปัญหา ไป วางแผนแก้ปัญหา หรือพัฒนานวัตกรรมต่อไปได้ง่ายขึ้น ซึ่งการสรุปข้อมูลใช้หลักการคือสรุปตรงตาม ข้อเท็จจริงของข้อมูลที่ได้ ไม่สรุปจากความคิดเห็นของผู้จัดทา การอภิป รายผล ใช้ห ลั กการตีความ (Interpretation) ภายใต้ข้อมูล ที่ได้จากการ วิเคราะห์ข้อมูล โดยการเชื่อมโยงข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลในหลายด้าน เพื่อมาอภิปราย และ ทาความเข้าใจในประเด็นปัญหานั้นๆ ซึ่งอาจจะเป็นวิเคราะห์ให้เห็นสาเหตุของปัญหา แนวโน้มของ ปัญหา หรืออื่นๆ ข้อเสนอแนะเป็นการนาเสนอแนวทางในการการนาข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ทั้งในการ พั ฒ นาระบบข้อ มูล ตาบล และการน าผลการวิเคราะห์ ข้อมู ล ไปใช้ ในการแก้ปั ญ หา หรือ พั ฒ นา นวัตกรรมต่อไป


5

บทที่ 2 วิธีการดาเนินงานพัฒนาระบบข้อมูลตาบลและ การวิเคราะห์และนาเสนอข้อมูล วิธีการดาเนินงานในการพัฒนาระบบข้อมูลตาบล วิเคราะห์ข้อมูล และการนาเสนอข้อมูล ตาบลเหล่าโพนค้อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร มีรายละเอียดดังนี้ 2.1 พื้นที่ จานวนครัวเรือนและประชากร พื้นที่เป้าหมาย คือ ตาบลเหล่าโพนค้อ อาเภอโคกศรีพรรณ จังหวัดสกลนคร มีจานวน 11 หมู่บ้าน มีจานวนครัวเรือน และจานวนประชากรตามรายหมู่ ดังตารางที่ 1 ตารางที่ 1 จานวนครัวเรือน และประชากรจาแนกตามรายหมู่ บ้าน โพนค้อ โพนไฮ ดง หนองเหียน เหล่า ห้วยยาง เหล่าเหนือ ดงน้อย ห้วยยางเหนือ โพนสูง น้อยหนองไผ่สวน รวม

หมู่ที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 11

จานวน ครัวเรือน 223 96 99 180 171 272 117 123 285 279 66 1,911

ชาย 302 145 165 306 225 475 179 147 447 321 109 2,82๑

จานวนประชากร หญิง 325 129 140 346 242 464 192 189 420 302 114 2,863

รวม 627 274 305 652 467 939 371 336 867 623 223 5,๖84

จากตารางที่ 1 พบว่า ประชากรทั้งหมดมี 5,684 คน ส่วนใหญ่หญิงจะมากกว่าชาย หมู่บ้านที่มีประชากรมากที่สุดคือหมู่ที่ 6 รองลงมาคือหมู่ 9 และหมู่ที่มีประชากรน้อยที่สุดคือ หมู่ที่ 11 2.2 การสร้างและพัฒนาทีมพัฒนาระบบข้อมูลตาบล จากการเข้าร่วมโครงการ โดยการทาข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาตาบลสู่ตาบลน่าอยู่ เครือข่ายร่ วมสร้ างชุมชนท้องถิ่น น่าอยู่ กับทางส านั ก 3 สสส. โดยมี ศวภ.อีส านเป็น ผู้ ขับเคลื่ อ น สนับสนุนการดาเนินงานนั้นได้มีการสร้างความเข้าใจแนวคิด และกระบวนการพัฒ นาระบบข้อมูล ตาบลของที ม พั ฒ นาระบบข้อ มูล ต าบล ในวัน ที่ 13 พฤษภาคม 2557 จัด โดย ศวภ.อีส าน ที่


6

องค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต าบลศรี ฐ าน อ าเภอป่ า ติ้ ว จั ง หวั ด ยโสธร จากนั้ น ได้ มี จั ด ตั้ ง ที ม หรื อ คณะกรรมการพัฒนาระบบข้อมูลตาบล ซึ่งประกอบด้วยในการจัดการข้อมูลตาบล การตั้งทีมในการ เก็บรวบรวมข้อมูล และทีม ตรวจสอบ ทีมวิเคราะห์และนาใช้ข้อมูล (รายละเอียดในภาคผนวก ก) และมีการสร้างความเข้าใจแนวคิด และกระบวนการพัฒนาระบบข้อมูลตาบลของทีมพัฒ นาระบบ ข้อมูลตาบล รวมทั้งวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2557 สถานที่ อบต.พิมาน อาเภอนาแก จังหวัดนครพนม 2.3 กระบวนการพัฒนาระบบข้อมูล: การเก็บรวบรวมข้อมูล การสอบทาน และการ บันทึกข้อมูล วิธีการเก็บข้อมูล โดยมีขั้นตอนการดาเนินงานดังนี้ 1) ประชุมเตรียมความพร้อม ทาความเข้าใจแบบสอบถามและวางแผนในการเก็บรวบรวม ข้อมูลของแต่ละหมู่บ้าน โดยทาบัญชีรายชื่อครัวเรือนในแต่ละหมู่และแต่ละโซนกาหนดผู้รับผิดชอบใน การเก็บรวบรวมข้อมูล และพี่เลี้ยงจาก อบต. ในการช่วยเหลือ และกาหนดวันเดือนปี ที่เก็บข้อมูล และวันเดือนปีที่กาหนดเสร็จ พร้อมทั้งสถานที่ในการรวมกลุ่ม อาหารเครื่องดื่ม และการถ่ายเอกสาร เตรียมชุดแบบสอบถามทั้ง 2 ระดับ 2) เก็บรวบรวมข้อมูล เป้าหมายการเก็บข้อมูลคือร้อยละ 100 ของครัวเรือนแต่ละหมู่บ้าน และทั้งตาบลซึ่งหากต่ากว่านี้ ก็ต้องมากกว่าร้อยละ 80 โดยทีมเก็บข้อมูลของแต่ละหมู่บ้าน หลังจาก เก็บข้อมูลระดับบุคคลและครัวเรือนเสร็จแล้ว จึงเก็บข้อมูลระดับกลุ่มและชุมชน ใช้วิธีการสนทนา กลุ่ม กับผู้นาชุมชน และข้อมูลมือสองประกอบ ใช้เวลาเก็บข้อมูลระหว่างช่วงเดือน สิงหาคม ปี 2557 ถึง เดือน ตุลาคม ปี 2557 รวมระยะเวลาการปฏิบัติงานเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนาม ใช้ เวลาทั้งสิ้น 92 วัน 3) บันทึกข้อมูลทีมบันทึกข้อมูลของแต่ละหมู่บ้าน คือเด็กนักเรียนและเยาวชนจากหมู่บ้าน ต่างๆ และมีเจ้าหน้าที่จากอบต.เหล่าโพนค้อเป็นหัวหน้าทีม ซึ่งเป็นการจ้างงานในช่วงหลังเลิกเรียน และปิดภาคเรียน จานวน 16 คน โดยดาเนินการระหว่างช่วงเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2558 ถึง เดือน เมษายน ปี 2558 รวมระยะเวลาการ บันทึกข้อมูลใช้เวลา ทั้งสิ้น 80 วัน 2.4 วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลหรือประมวลผลข้อมูล หน่วยของการวิเคราะห์ข้อมูล คือจานวนบุคคล และครัวเรือน ขึ้นอยู่กับประเด็นที่ วิเคราะห์ ข้อมูล วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลทาได้โดย การประมวลผลผ่ านโปรแกรม TCNAP ส่วนการ นาเสนอข้อมูล อาจใช้ตามรูปแบบมาตรฐานจากโปรแกรม TCNAP ร่วมกับการนาข้อมูลออก Export มาอยู่ในรูปของโปรแกรม Excel แล้วนามาสร้าง กราฟและแผนภูมิใหม่ ที่เหมาะสมและสวยงามและ เข้าใจง่าย ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูล ใช้วิธีการ 4 ลักษณะ คือ 1. การจาแนก หรือจัดกลุ่ม (Classifying) 2. การจัดเรียงลาดับ (Arranging) 3. การคานวณ (Calculating) 4. การสรุปผล (Summarizing)


7

ขั้นตอนการประมวลผลดาเนินการโดย 1. ให้ P4 ไปที่ www.tcnap.orgและเข้าสู่ระบบโดยป้อน Username และ password 2. ไปที่เมนูรายงาน และเลือกหัวข้อ กรอบการรายงานผลการเก็บรวบรวมข้อมูล ชุด พื้นฐาน 7 ด้าน (ระดับบุคคลและครอบครัว) 3. คลิ๊กเลือกหัวข้อในส่วนต่างๆ ที่ต้องการวิเคราะห์ข้อมูล 4. คลิกประมวลผล 5. และส่งออก ขั้นตอนการเลือกรูปแบบการนาเสนอข้อมูล ดาเนินการโดย 1. จากข้อมูลจาก ไฟล์ ที่ได้จากการส่ง ออกจะอยู่ในรูป Excel ให้กาหนดข้อมูลที่ ต้องการวิเคราะห์และนาเสนอข้อมูล ในแต่ละด้าน 2. เลือกข้อมูล ที่ต้องการนาเสนอ แล้วเลือกรูปแบบในการนาเสนอข้อมูลจากการ วิเคราะห์ข้อมูลที่เหมาะสม 3. ได้รูปแบบการนาเสนอ และปรับแต่งให้สวยงาม ครบตามองค์ประกอบ 4. ใช้คาสั่งก็อปปี้ภาพ กราฟ หรือแผนภูมิไปวางไว้ใน ตัวเท็มเพลท รายงานการพัฒนา ข้อมูลตาบล ในเอกสาร word 5. เขียนสรุปข้อมูล ใต้ตาราง ภาพ กราฟ หรือแผนภูมิ 2.5 การนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล การนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล มีวัตถุประสงค์หลักคือ 1. จัดข้อมูลต่างๆให้อยู่ในรูปแบบที่เห็นและเข้าใจง่าย 2. ช่วยให้ผู้อ่านได้ทราบผลอย่างถูกต้องตามที่ผู้นาเสนอต้องการ 3. เตรียมพร้อมสาหรับการวิเคราะห์ตีความ หรือแปลความหมายต่อไป ซึ่งมีรูปแบบ 2 ลักษณะ ใหญ่ๆ คือ 2.5.1 การนาเสนอโดยไม่เป็นแบบแผนประกอบด้วย 1) การนาเสนอเป็นบทความ 2) การนาเสนอเป็นบทความกึ่งตาราง 2.5.2 การนาเสนอโดยมีแบบแผน ประกอบด้วย 1) การน าเสนอเป็ น ตารางได้ แ ก่ ตารางทางเดี ย ว ตารางสองทาง และ ตาราง 2) การน าเสนอด้ ว ยกราฟได้แ ก่ กราฟแท่ งเชิ งเดี่ย ว กราฟแท่ งเชิงซ้อ น กราฟแท่งเชิงประกอบและกราฟเส้น) 3) การนาเสนอด้วยแผนภูมิวงกลม (แผนภูมิกง) ซึ่งการนาเสนอข้อมูลแต่ละแบบ มีวัตถุประสงค์และวิธีการ พร้อมตัวอย่าง ดังนี้


8

2.5.1 การนาเสนอโดยไม่เป็นแบบแผน โดย 1) การนาเสนอเป็นเชิงความเรียง วัตถุประสงค์และวิธีการ เป็นการนาเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง โดยการเขียนเรียงร้อยเรื่องราว ซึ่งอาจมีทั้งข้อมูลเชิงคุณภาพ และ ข้อมูลเชิงปริมาณประกอบกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจกับผู้อ่านเขียนเรียงร้อยเรื่องราวตามลาดับบุคคล เวลา และสถานที่ที่เกิด โดยใช้ข้อมูลที่เป็นตัวเลข บอกจานวน หรืออัตรา ประกอบเพื่อให้เกิดความ เข้าใจกับผู้อ่าน ตัวอย่าง “จากรายงานผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงอย่างแรงรายสัปดาห์ (E1) ที่ศูนย์ ระบาดวิทยาได้รับจากสานักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค - 31 ธ.ค. 2557พบว่า มีผู้ป่วยทั้งหมด 232ราย เป็น ผู้ป่วยชาวไทยร้อยละ 94.40 (219 ราย)และเป็นผู้ป่วยชาวกัมพูชา ร้อยละ 5.60 (13 ราย) โดยผู้ป่วยรายแรกเป็นผู้ป่วยจากอาเภอกาบ เชิงเริ่มป่วยเมื่อ 2 มกราคม 2557ผู้ป่วย รายสุดท้ายเป็นผู้ป่วยในอาเภอเมือง เริ่มป่วยเมื่อ 22 ธันวาคม 2557” 2) การนาเสนอเป็นบทความกึ่งตาราง วัตถุประสงค์และวิธีการเป็นการนาเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งการเขียนเรียงร้อยเรื่องราว ซึ่งอาจมีทั้งข้อมูลเชิงคุณภาพ และ ข้อมูลเชิงปริมาณประกอบกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจกับผู้อ่านมากขึ้น โดยการจัดหมวดหมู่เรื่องราว หรือข้อมูลย่อยประกอบ อาจเคาะเปลี่ยนแปลงพารากราฟ เพื่อเสนอตามลาดับ โดยไม่อยู่ในรูปของ ตารางการเขียนเรียงร้อยเรื่องราว ซึ่งอาจมีทั้งข้อมูลเชิงคุณภาพ และข้อมูลเชิงปริมาณประกอบกัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจกับผู้อ่านมากขึ้น โดยการจัดหมวดหมู่เรื่องราว หรือข้อมูลย่อยประกอบ อาจ เคาะเปลี่ยนแปลงพารากราฟ เพื่อเสนอตามลาดับ โดยไม่อยู่ในรูปของตาราง ตัวอย่าง “โรคติดต่อที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สาคัญของตาบล5 อันดับแรกของ พื้นที่ ปี 2557 มีดังนี้ 1. อุจจาระร่วงเฉียบพลัน 2,027/ประชากรแสนคน 2. ไข้ไม่ทราบสาเหตุ 361/ประชากรแสนคน 3. ปอดอักเสบ 267/ประชากรแสนคน 2.5.2 การนาเสนอโดยมีแบบแผน 1.การนาเสนอด้วยตาราง (Tabular presentation) เป็นการนาเสนอข้อมูลใส่ในแถวแนวนอน (row) และสดมภ์แนวตั้ง (column) อ่านได้ ความหมายสัมพันธ์กันทั้งด้านแถวแนวนอนและสดมภ์แนวตั้ง ประกอบด้วย 1.1. ตารางทางเดียว (One way table) วัตถุประสงค์และวิธีการ


9

นาเสนอข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบปริมาณ ที่มีลักษณะเดียว ซึ่ง ลักษณะดังกล่าว อาจจาแนกเป็นกลุ่มย่อยมีอะไรบ้างและจานวนเท่าใด ตัวอย่าง ตารางที่ 2 จานวนผู้ป่วยจาแนกตามประเภทความเจ็บป่วยของหมู่บ้าน ก. ประเภทความเจ็บป่วย

จานวน(คน)

เบาหวาน

23

ความดันโลหิต

14

หัวใจ

12

ไต

9 รวม

58

จากตารางที่ 2 พบว่า หมู่บ้าน ก มีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานมากที่สุด รองลงมาเป็นโรคความดันโลหิตและหัวใจตามลาดับส่วนโรคไตน้อยที่สุด 1.2. ตารางสองทาง (Two way table) วัตถุประสงค์และวิธีการ นาเสนอข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบปริมาณในสองลักษณะซึ่งในแต่ละ ลักษณะอาจจะแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆ ว่ามีลักษณะอะไรบ้างและปริมาณเท่าใด ตัวอย่าง ตารางที่ 3 จานวนผู้ป่วยจาแนกตามประเภทผู้ป่วย และหมู่บ้าน ในตาบล ประเภทผู้ป่วย

ม.1

ม.2

ม.3

ม.4

เบาหวาน

23

15

39

28

ความดันโลหิต

14

12

24

21

หัวใจ

12

7

23

15

ไต

9

4

10

12

58

38

96

76

รวม


10

จากตารางที่ 3 พบว่าหมู่ที่ 3 มีจานวนผู้ป่วยมากที่สุดในตาบล และพบว่าป่วยด้วยโรคเบาหวานมาก ที่สุด รองลงมาโรคความดันโลหิต และโรคหัวใจ ตามลาดับ และป่วยเป็นด้วยโรคไตน้อยที่สุด 1.3. ตารางแบบหลายทาง (Multi-way table) วัตถุประสงค์และวิธีการ นาเสนอเพื่อเปรียบเทียบปริมาณ ตั้งแต่สามลักษณะขึ้นไป ซึ่งแต่ ละลักษณะ อาจจะแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆ ว่ามีลักษณะอะไรบ้างและปริมาณเท่าใด ตัวอย่าง ตารางที่ 4 จานวนผู้ป่วยจาแนกตามประเภทผู้ป่วย เพศ และหมู่บ้าน ในตาบล ม.1

ม.2

ม.3

ม.4

รวม

ป่วยแต่ไปมาได้ ชาย หญิง

23 13 10

54 34 20

25 10 15

42 24 20

186 81 65

ป่วยติดบ้าน ชาย หญิง

12 10 2

23 13 10

27 17 10

20 10 10

82 50 32

ป่วยติดเตียง ชาย หญิง

5 3 2

10 5 5

8 4 4

14 10 4

37 22 15

40

87

60

76

305

ประเภทผู้สูงอายุ

รวม

จากตารางที่ 4 พบว่าผู้สูงอายุที่ป่วยแต่ไปมาได้มีจานวนมากที่สุด รองลงมา คือป่วยติดบ้าน และป่วยติดเตียงตามลาดับ ซึ่งในทั้งสามประเภทของการป่วยนั้นพบว่าเป็นเพศชาย มากกว่าเพศหญิง และหากพิจารณาในรายหมู่บ้านพบว่า หมู่ที่ 2 มีจานวนผู้ป่วยมากที่สุดในตาบล รองลงมาคือหมู่ 4 ส่วนหมู่ที่ 1 มีผู้ป่วยน้อยที่สุด


11

2.การนาเสนอด้วยกราฟ (Graphs presentation) ประกอบด้วย กราฟแท่งเชิงเดี่ยว กราฟแท่งเชิงซ้อน และกราฟแท่งเชิงประกอบ และกราฟเส้น รายละเอียดดังนี้ 2.1 กราฟแท่ง 2.1.1 กราฟแท่งเชิงเดี่ยว วัตถุประสงค์และวิธีการ ใช้นาเสนอภาพเพื่อเปรียบเทียบปริมาณ ของลักษณะเดียว ในกลุ่ม หรือพื้นที่เดียวกัน ว่ามีลักษณะอะไรบ้าง และปริมาณเท่าใดซึ่งสามารถเห็นภาพแท่งที่แตกต่างแบบสูง ต่า หรือใช้สีที่แตกต่างกันในแต่ละลักษณะได้ ตัวอย่าง ภาพที่ 1 จานวนผู้ป่วยจาแนกตามประเภทความเจ็บป่วย ของหมู่บ้าน ก.

จานวนผู้ป่วยตาบล ก. 25

23

20 14

15

12 9

10 5 0

เบาหวาน

ความดันโลหิต

หัวใจ

เบาหวาน ความดันโลหิต หัวใจ ไต

ไต

ที่มา: สไลด์ประอบการบรรยาย กระบวนการวิเคราะห์และนาใช้ข้อมูลตาบล พีระพงษ์ บุญสวัสดิกุลชัย (2556) จากภาพที่ 1 พบว่า หมู่บ้าน ก มีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานมากที่สุด รองลงมาเป็นโรค ความดันโลหิตและหัวใจตามลาดับส่วนโรคไตน้อยที่สุด


12

2.1.2 กราฟแท่งเชิงซ้อน วัตถุประสงค์และวิธีการ ใช้นาเสนอภาพเพื่อเปรียบเทียบปริมาณ ในสองลักษณะ ซึ่งในแต่ ละลักษณะอาจมีกลุ่มย่อย ว่ามีลักษณะอะไรบ้าง และปริมาณเท่าใด แตกต่างกันอย่างไร ตัวอย่าง ต้องการนาเสนอเปรียบเทียบแต่ละหมู่บ้านว่า มีประชาชนเจ็บป่วย ด้วยโรคอะไรบ้าง ต่างกันอย่างไรในแต่ละหมู่บ้าน ภาพที่ 2 กราฟแท่งเชิงซ้อนแสดงจานวนผู้ป่วยจาแนกตามประเภทผู้ป่วยและหมู่บ้านใน ตาบล 45 40 35 30 เบาหวาน 25 ความดันโลหิต 20 หัวใจ 15 ไต 10 5 0 ม.1 ม.2 ม.3 ม.4 ที่มา: สไลด์ประอบการบรรยาย กระบวนการวิเคราะห์และนาใช้ข้อมูลตาบล พีระพงษ์ บุญสวัสดิกุลชัย (2556) จากภาพที่ 2 พบว่าในแต่ละหมู่ มีจานวนผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานสูงที่สุด โดยในหมู่ ที่ 3 มีผู้ป่วยโรคเบาหวานสูงกว่าทุกหมู่ รองลงมาคือโรคความดันโลหิต และโรคหัวใจ ตามลาดับ ส่วน ป่วยเป็นด้วยโรคไตน้อยที่สุด


13

2.1.3 กราฟแท่งเชิงประกอบ วัตถุประสงค์และวิธีการ นาเสนอภาพเพื่อเปรียบเทียบปริมาณ ตั้งแต่สามลักษณะขึ้นไปใน กลุ่มว่ามีลักษณะอะไรบ้าง และปริมาณเท่าใด และสามารถเห็นความแตกต่างในกลุ่มเดียวกันได้ โดย แท่งเดียวกันรวมกันต้องเป็นอัตรา 100% ตัวอย่าง ภาพที่ 3กราฟแท่งเชิงประกอบแสดงจานวนผู้ป่วยจาแนกตามประเภทผู้ป่วย และหมู่บ้าน ในตาบล 100% 80%

ป่วยติดเตียง

60%

ป่วยติดบ้าน

40%

ป่วยแต่ไปมาได้

20% 0% ม.1

ม.2

ม.3

ม.4

ที่มา: สไลด์ประอบการบรรยาย กระบวนการวิเคราะห์และนาใช้ข้อมูลตาบล พีระพงษ์ บุญสวัสดิกุลชัย (2556) จากภาพที่ 3 พบว่า ในแต่ละหมู่ ผู้ป่วยประเภทป่วยแต่ไปไหนมาไหนได้มีจานวน มากที่สุด รองลงมาคือ ป่วยติดบ้าน และติดเตียงตามลาดับ


14

2.2 กราฟเส้น วัตถุประสงค์และวิธีการ นาเสนอภาพเพื่อเปรียบเทียบปริมาณ ตามช่วงเวลา และต้องการ แสดงแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลา และเห็นความต่อเนื่อง ซึ่งสามารถใช้สีที่แตกต่างกันใน แต่ละลักษณะ เพื่อให้เห็นความแตกต่างได้ชัดเจนขึ้น ตัวอย่าง ภาพที่ 4 จานวนผู้ป่วยด้วยอาการความเจ็บป่วย ระหว่างปี พ.ศ. 2555 - 2559

100 ไข้

80

อุจาระร่วง

60

อุบัติเหตุ

40

ปวดเมื้อยกล้ามเนื้อ

20 0 พ.ศ.2555 พ.ศ.2556 พ.ศ.2557 พ.ศ.2558 พ.ศ.2559 ที่มา: สไลด์ประอบการบรรยาย กระบวนการวิเคราะห์และนาใช้ข้อมูลตาบล พีระพงษ์ บุญสวัสดิกุลชัย (2556) จากภาพที่ 4 พบว่า ป่วยด้วยปวดกล้ามเนื้อมีจานวนมากที่สุดและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รองลงมาคือเป็นไข้ ส่วนอุบัติเหตุและอุจจาระร่วงพบว่ามีแนวโน้มลดลง


15

3) การนาเสนอด้วยแผนภูมิกง (Pies Charts presentation) วัตถุประสงค์และวิธีการ นาเสนอภาพรวมทั้งหมดเพื่อดูเปรียบเทียบกันว่าแต่ละส่วนมี ปริมาณมากน้อยเท่าใดซึ่งคิดปริมาณโดยรวมเป็น 100%เท่ากับ360 องศา ตัวอย่าง ภาพที่ 5 จานวนประชากร จาแนกตามระดับการศึกษา 2.0 1.8 0.80.8 0.4

ระดับการศึกษา 12.4

อนุบาล ประถมศึกษา ม.ต้น ม.ปลาย ปวช. ปวส. อนุปริญญา ปริญญาตรี สูงกว่าปริญญาตรี

16.5

19.0

46.2

ที่มา: สไลด์ประอบการบรรยาย กระบวนการวิเคราะห์และนาใช้ข้อมูลตาบล พีระพงษ์ บุญสวัสดิกุลชัย (2556) จากภาพที่ 5 พบว่า ประชากรในพื้นที่จบการศึกษาระดับประถมศึกษา รองลงมาคือ ระดับมัธยมต้น และมัธยมปลายตามลาดับ ส่วนจบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีน้อยที่สุด


16

4) การนาเสนอแบบแผนที่ แบ่งเป็น 1) แผนที่แบบจุด (spot map) / แผนที่แบบเข็มหมุด (pin map) วัตถุประสงค์และวิธีการ ใช้จุดบนแผนที่เพื่อบอกตาแหน่งที่อยู่ มักใช้ในการติดตามบุคคล หรือเหตุการณ์ ใช้ค้นหาสาเหตุและการกระจายของโรคที่เกิดขึ้นปกติหนึ่งจุด จะหมายถึง หนึ่งราย หรือหนึ่งหน่วยใช้จานวนไม่ใช้ อัตรา(rate) แผนที่แบบเข็มหมุด (pin map)เช่นเดียวกับแผนที่แบบจุด แตกต่างเพียงใช้เข็มหมุดปักบนแผนที่ อาจใช้ความถี่หรือขนาดของจุดเป็นตัวบอกปริมาณ โดยมีหน่วย กากับไว้ ตัวอย่าง ภาพที่ 6 จานวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จาแนกตามพื้นที่อาเภอท่าตูม จังหวัด สุรินทร์ ณ 15 มี.ค. 2556

ที่มา: http://www.thatoomhsp.com/2014/index.php?r=News/NewsDetail&id=424 เข้าถึงเมื่อ 31 มีนาคม พ.ศ. 2558 จากภาพที่ 6 พบว่า จานวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก พบมากในพื้นที่ตาบลท่าตูมมากที่สุดถึง 15 คน รองลงมาคือตาบลพรหมเทพ จานวน 13 คน และที่ไม่พบการป่วยเลย คือ ตาบลบะ และ ตาบลบัวโคก


17

2.) Area Mapแผนที่พื้นที่โดยใช้การแรเงาหรือระบายสี วัตถุประสงค์และวิธีการ ใช้การแรเงาหรือระบายสีลงบนแผนที่ปริมาณหรือความถี่ ของเหตุการณ์ หรือการเจ็บป่วยเกิดโรคจะมากหรือน้อย ดูจากความหนักเบาของการแรเงา ซึ่งจะมี หน่วยกากับไว้ สามารถเลือกใช้ได้ทั้งจานวน หรืออัตรา (rate) แต่ไม่ได้แสดงตาแหน่งที่อยู่ของผู้ป่วย แต่แสดงเป็นพื้นที่รวมๆ ตัวอย่าง ภาพที่ 7 จานวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จาแนกตามพื้นที่ของประเทศไทย เปรียบเทียบระหว่างปี 2552 (ค.ศ.1989)กับ ปี 2553 (ค.ศ.1990)

ที่มา: Division of Epidemiology, MOPH. (มปป.). Thailand จากสไลด์ประกอบการบรรยาย Presentation of Statistical Data, Sirichai Wongwatanapaiboon. Bureau of Epidemiology Department of Diseases Control Ministry of Public Health.

จากภาพที่ 7 พบว่าปี 2553 จานวนผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกลดลงกว่าปี 2552 แต่ยังพบว่ามีการระบาดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดตามแนวชายแดนของ ประเทศ


18

บทที่ 3 การนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล จากการพัฒ นาระบบข้อมูล ต าบล(TCNAP) ได้ ข้อมูล ที่ชี้ ให้ เห็ น ทุน และศักยภาพ รวมทั้ ง ปัญหาหรือความต้องการของประชาชนในตาบลเหล่าโพนค้อ ซึ่งมีประโยชน์ในการนาไปใช้ในการ จัดทาแผนตาบล และโครงการกิจกรรมในการแก้ปัญหา หรือพัฒนานวัตกรรม โดยจะนาเสนอเป็น 2 ส่วนคือ 1) บริบทตาบล เพื่อให้เกิดความเข้าใจในภาพรวมของพื้นที่ ทั้งประวัติความเป็นมา สภาพ ลักษณะภูมิประเทศ สภาพเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สภาพสังคมวัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติและ แหล่งประโยชน์ สภาพการเมืองการปกครอง จานวนและลักษณะประชากร และกลุ่มเป้าหมาย ๑๓ กลุ่มของแต่ละหมู่บ้าน และ 2) ข้อมูลพื้นฐาน 7 ด้าน รายละเอียดดังนี้ 3.๑ บริบทของพื้นที่ 3.๑.๑ ประวัติความเป็นมาของตาบล ปี พ.ศ.๒๓๖๙ เป็นช่วงที่ประชาชนเริ่มอพยพมาตั้งถิ่นฐานที่บริเวณตาบลเหล่าโพนค้อ จากฝั่งซ้ายแม่น้าโขงในสมัยของการเกิดการกบฎของเจ้าอนุวงค์เมืองเวียงจันท์ โดยผู้นาการอพยพย้าย ถิ่นครั้งนี้ได้แก่ อาญาพระพลและอาญาพระเทพ จานวน 8 ครอบครัว มาตั้งถิ่นฐานครั้งแรกที่ “อุ่มไผ่” ซึ่งเป็นบริเวณที่มีต้นไผ่มาก พื้นที่อุดมสมบูรณ์ จนประชากรเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และประสบกับปัญหา น้าท่วมเกือบทุกปีเนื่องจากเป็นที่ราบลุ่ม ต่อมาจึงได้อพยพย้ายถิ่นที่อยู่ใหม่ให้มีความสูงมากขึ้นและน้า ท่วมไม่ถึง อาญาพระเทพจึงพาลูกบ้านอพยพไปตั้งถิ่นฐานที่ “โนนค้อ” หรือ บ้านโพนค้อ ในปัจจุบัน ส่วนอาญาพระพล พาลูกบ้านอพยพไปที่ บริเวณบ้านเหล่าและโพนไฮ ซึ่งมีพื้นที่ใกล้กัน ต่อมาประชากร มีมากขึ้นจึงมีการแบ่งแยกหมู่บ้านออกมา เช่น บ้านโพนค้อ หมู่ที่ ๑ แบ่งออกเป็นบ้านโพนสูง หมู่ที่ ๑๐ บ้านเหล่าหมู่ที่ ๕ แบ่งออกเป็นบ้านเหล่า หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๔ แบ่งออกเป็น หมู่ที่ ๑๑ จึงกลายเป็นตาบล เหล่าโพนค้อ ในปัจจุบัน องค์การบริ หารส่ วนตาบลเหล่ าโพนค้อ ได้รับการยกฐานะจากสภาตาบลเป็นองค์ การ บริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อ เมื่อปี พ.ศ. 2540 โดยปัจจุบันนายกองค์การบริหารส่วนตาบลเหล่า โพนค้อ คือ นายอนุสรณ์ พลราชม 3.๑.๒ สภาพลักษณะภูมิประเทศ ตาบลเหล่าโพนค้อมีสภาพทางกายภาพเป็นที่ราบเชิงเขา มีพื้นที่เป็นสภาพป่าที่ไม่สมบูรณ์ ขนาด 100 ไร่ และมีอ่างเก็บน้า 2 แห่ง คือ อ่างเก็บน้าห้วยโท-ห้วยยาง และอ่างเก็บน้าห้วยน้อย เป็นแหล่งต้นน้าลาห้วย 1 สาย


19

3.๑.๓ สภาพเศรษฐกิจ ประชาชนตาบลเหล่าโพนค้อส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทานา ทาไร่ ทาให้ตาบลเหล่า โพนค้อเป็นตาบลที่เด่นในเรืองเกษตรกรรม ซึ่งเป็นการสืบทอดต่อๆ กันมาเป็นชุมชนที่มีความพอเพียง และมีความช่วยเหลือเอื้ออาทรต่อกันยังคงยึดวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย ตาบลเหล่าโพนค้อเล็งเห็นถึง ความสาคัญในการส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนในตาบลไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรมการศึกษาดูงาน และการสนับสนุนงบประมาณให้กู้ยืมไม่มีดอกเบี้ยเพื่อสร้างชุมชนให้เข้มแข็งโดยให้ประชาชนรู้จักใช้ เวลาว่างให้ เป็น ประโยชน์จึงทาให้เกิดกลุ่ มงานต่างๆขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ ม แปรรูปน้าผลไม้ กลุ่มเพาะกล้าไม้ กลุ่มทอเสื่อ เป็นต้น 3.๑.๔ การท่องเที่ยว พื้นที่ตาบลเหล่าโพนค้อ มีพื้นที่ติดกับภูเขาและมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ธรรมชาติ เช่น ผานาง น้าตกศรีตาดโตน ถ้าผาเก ถ้าอ่างกุ้ง จุดชมวิวเสาเฉลียง จุดชมวิวพระธาตุดอย อ่างกุ้ง จุดชมวิวภูผาเจื่อน อ่างแก้ว นอกจากนี้ยังมี แหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ โบราณคดี เช่น ภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ จุดที่พบซากฟอสซิลไดโนเสาร์ โบสถ์ดิน พระธาตุดอยอ่างกุ้ง วัดศรีแก้ว สานักสงฆ์ภูน้อยอ่างแก้ว อุโบสถดินแห่งแรกในประเทศไทย และแหล่งท่องเที่ยวศิ ลปวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตต่างๆของท้องถิ่น ซึ่งสามารถแบ่งทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวออกได้ 3 ชนิด ดังนี้ 1. แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ (Natural Tourism Resource) เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวที่มีความงามตามธรรมชาติซึ่งสามารถดึงดูดให้คนไปเยือนหรือไปท่องเที่ยวยังพื้นที่นั้น เช่นในพื้นที่ตาบลเหล่าโพนค้อก็มี ภูผาลม ภูอ่างกุ้ง ผาขาม ผานาง จุดชมวิวพระธาตุดอยอ่างกุ้ง จุดชมวิวเสาแฉลียง จุดชมวิวภูผาเจื่อน ถ้าอ่างกุ้ง ถ้าผาเก ถ้านายเตียง น้าตกศรีตาดโตน ตาดไฮ อ่างเก็บน้าห้วยโท – ห้วยยาง เป็นต้น 2. แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ (Historical Tourism Resource) เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นตามประสงค์หรือประโยชน์ของมนุษย์เอง ทั้งที่เป็นมรดกในอดีตและได้ สร้างเสริมในปัจจุบัน แต่มีผลดึงดูดให้คนไปเยือนหรือไปท่องเที่ยวยังพื้นที่นั้น เช่น โบสถ์ดิน วัดศรีแก้ว บ้านเหล่า พิพิธภัณฑ์หลวงปู่ด้วง พระธาตุดอยอ่างกุ้ง เป็นต้น 3. แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต(culture and Rural way of life ) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นในรูปแบบการดาเนินชีวิตของผู้คนในสังคม ซึ่งปฎิบัติ ยึดถือสืบทอดกันมา เช่น ประเพณีในรอบปี ประเพณีท้องถิ่น เช่น ประเพณีโยนครก โยนสาก ประเพณีสรงน้าพระธาตุดอยอ่างกุ้ง ประเพณีที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อที่เกี่ยวกับศาสนา เช่น ประเพณี สงกรานต์ ประเพณีเข้าพรรษา เป็นต้น 3.๑.๕. สภาพสังคมวัฒนธรรม ชาวตาบลเหล่าโพนค้อส่วนใหญ่เป็นชนเผ่า ภูไท ที่อพยพข้ามลาน้าโขงมาตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ 3 มีวิถีชีวิตของผู้คนอยู่แบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันและส่วนใหญ่ยังอยู่แบบครอบครัว ขยาย และ ได้ดาเนินชีวิตประจาวันตามหลักของ ฮีต 12 คอง 14 ตามประเพณีที่นับถือมาแต่


20

โบราณกาล มีวัฒนธรรมประเพณีที่สาคัญในท้องถิ่นได้แก่ 1. การเลี้ยงผีปู่ตาในเดือนสามของแต่ละปีจะมีการเลี้ยงผีปู่ตา ซึ่งชาวบ้านจะร่วมกันเก็บ รวบรวมเงินตามศรัทธาของชาวบ้านมาซื้อไก่ทาพิธี โดยมีตัวแทนเรียกว่าเจ้าจ้า มาทาพิธีตามหลักที่ เคยนับถือกันมา 2. พิธีเหยา การเหยา (การราผีฟ้า) เป็นพิธีกรรมความเชื่อในการนับถือผี เป็นการเสี่ยงทาย เมื่อมีการเจ็บป่วยในครอบครัวก็เชื่อว่าเป็นการกระทาของผีจึงต้องทาพิธีเหยาเพื่อ “แก้ผี” ว่าผู้ เจ็บป่วยนี้ผิดผีด้วยสาเหตุใด ผีต้องการให้ทาอะไรจะได้ปฎิบัติตาม เชื่อว่าทาการแก้ผีแล้วอาการ เจ็บป่วยก็จะหายตามปกติ โดยจะมีผู้ทาพิธีเหยาเรียกว่า “ผีหมอ” จาพิธีเซ่นผี ติดต่อสื่อสารกับผีโดย วิธีร้องราประกอบดนตรีประเภท แคน คาร้องนั้นเชื่อว่าเป็นคาบอกของผีที่จะเชื่อมโยงถึงผู้ป่วย คนคุม หรือคนเลี้ยงผีเรียกว่า “แม่เมือง” (แม่หมอ)ในปีหนึ่งๆลูกเมือง(ผีหมอ) จะทาการคารวะแม่เมือง(แม่ หมอ) 1 ครั้ง เรียกว่า “พิธีเลี้ยงผีของผีหมอ” (หมอเหยา) พิธีเหยาจาแนกได้ 4 ลักษณะดังนี้ 1. การเหยาเพื่อชีวิต เป็นลักษณะการเหยาเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยหรือเหยาต่อ อายุ ภาษาหมอเหยาหรือผีหมอเรียกว่า “เหยาเพื่อเลี้ยงมิ้งเลี้ยงหอ” 2. การเหยาเพื่อคุมผีออกเป็นการสืบทอดหมอเหยา กล่าวคือ เมื่อมีผู้ป่วยรักษา อย่างไรก็ไม่หายหมอเหยาจะมีการเหยาคุมผีออก (เนื่องจากมีผีร้ายเข้าสิง) ถ้าผีออกผู้ป่วยจะลุกขึ้นมา ร่ายรากับหมอเหยาและผู้ป่วยที่หายเจ็บไข้ก็จะกลายเป็นหมอเหยาต่อ 3. การเหยาเพื่อเลี้ยงผี เป็นการจัดเลี้ยงเพื่อขอบคุณผี โดยจะจัดในช่วงเดือน 4 หรือ เดือน 6 ของทุกๆปี ถ้าปีใดหมอเหยาไม่ได้เหยามากนักหรือข้าวปลาไม่อุดมสมบูรณ์ก็จะไม่เลี้ยง หากแต่จะทาพิธีฟายน้าเหล้า (ใช้ใบและดอกไม้มาจุ่มน้าเหล้าและประพรมให้กระจายออกไป) 3. พิธีสรงน้าพระภู พิธีสรงน้าพระภูนี้ ชาวบ้านจะทาในช่วงเดือน 6 ของทุกปี โดยชาวบ้านในชุมชนห้วยยาง และหมู่บ้านใกล้เคียงจะทาอาหารขึ้นไปถวายเพลพระสงฆ์ และรับประทานร่วมกันบนพระธาตุดอย อ่างกุ้งในช่วงบ่ายพระสงฆ์จะทาพิธีและจะสรงน้าพระพุทธศิริมงคลและพระธาตุดอยอ่างกุ้ง โดย ชาวบ้านมีความเชื่อว่าหากปีไหนไม่ได้ทาพิธีสรงน้าพระภูจะทาให้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล 3.๑.๖ ทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งประโยชน์ ตาบลเหล่าโพนค้อพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบติดกับภูเขาทาให้ทรัพยากรธรรมชาติและ แหล่งประโยชน์ในพื้นที่จานวมากทั้งในพื้นที่รับผิดชอบและในเขตอุทยานแห่งชาติภูผายล แหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สาคัญได้แก่  น้าตกศรีตาดโตน  แหล่งค้นพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์  ถ้าผาเก  จุดชมวิวเสาร์เฉลียง  ถ้าผานาง แหล่งประโยชน์  อ่างเก็บน้าห้วยโท – ห้วยยาง


21

 อ่างเก็บน้าห้วยน้อย  ลาห้วยทราย  ลาห้วยยาง  ประปาหมู่บ้าน ๑1 แห่ง  อุโบสดินแห่งแรกในประเทศไทย  วัด 8 แห่ง  สานักสงฆ์ 3 แห่ง  โรงเรียน 3 โรง  โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล 1 แห่ง 3.๑.๗ สภาพการเมืองการปกครอง การเมือง การปกครอง ในพื้นที่ตาบลเหล่าโพนค้อดาเนินงานภายใต้การทางานร่วมกัน กับ 4 องค์กรหลักที่สาคัญ ได้แก่ องค์กรท้องถิ่น (ผู้บริหารและบุคลากรขององค์การบริหารส่วนตาบล เหล่าโพนค้อ) องค์กรท้องที่ (ผู้ใหญ่บ้าน),องค์กรภาคประชาชน (แกนนา/กลุ่ม) และหน่วยงานภาครัฐ ทั้งในและนอกพื้นที่ ร่วมกันในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ซึ่งผู้นาองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นคนปัจจุบัน คือ นายอนุสรณ์ พลราชม เป็นนายกองค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อ และนายเหรียญทอง พลราชม เป็นกานันตาบลเหล่าโพนค้อ และมีผู้นาทั้ง ๑1 หมู่บ้าน สร้างการมี ส่วนร่วมในการพัฒนาตาบลเหล่าโพนค้อสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ ความกินดี อยู่ดี ของประชาชนทาให้ ชุมชนเข้มแข็งด้วยทุนทางสังคมของแต่ละชุมชน โดยตาบลเหล่าโพนค้อแบ่งการปกครองออกเป็น ๑1 หมู่บ้าน ดังต่อไปนี้ หมู่ที่ 1 บ้านโพนค้อ นายเหรียญทอง พลราชม เป็นกานันตาบลเหล่าโพนค้อ หมู่ที่ 2 บ้านโพนไฮ นายธีระศักดิ์ อุ่นพิมพ์ เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 บ้านดง นายจรูญ บัวทะราช เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 บ้านหนองเหียน นายวารินทร์ จันทะวงศ์ เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 บ้านเหล่า นายเจริญศักดิ์ วงศ์คาษา เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 บ้านห้วยยาง นายพายัพ โต๊ะชาลี เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 7 บ้านเหล่าเหนือ นายณรงค์ กัณหา เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 8 บ้านดงน้อย นายวิพล หาญชนะ เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 บ้านห้วยยางเหนือ นายทวีชัย ยางธิสาร เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 10 บ้านโพนสูง นายวีราวัฒน์ เทือกตาหลอย เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 11 บ้านน้อยหนองไผ่สวน นายประเวส ศรีกะษร เป็นผู้ใหญ่บ้าน


22

3.๒ ข้อมูลจากระบบข้อมูลตาบล (TCNAP) 3.2.1 ข้อมูลประชากร 1) จานวนประชากร

ภาพที่ 8 ปิรามิดประชากรตาบลเหล่าโพนค้อ จาแนกตามช่วงอายุ และเพศ จากภาพที่ 8 ประชากรตาบลเหล่าโพนค้อ เพศหญิงที่พบมากที่สุด อยู่ในช่วงอายุ 20 – 25 ปี ส่วนเพศชายที่พบมากที่สุดอยู่ในช่วงระหว่าง 35 - 39 ปี


23

2) การศึกษา ภาพที่ 9 ร้อยละของประชากรจาแนกตามระดับการศึกษา

จากภาพที่ 9 พบว่าประชากรตาบลเหล่าโพนค้อส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับประถมศึกษา ร้อย ละ 48.20


24

3) การประกอบอาชีพ 3.1 อาชีพหลัก ภาพที่10จานวนของประชากรจาแนกตามการประกอบอาชีพหลัก

จากภาพที่ 10 แสดงให้เห็นว่าประชาชนในตาบลเหล่าโพนค้อมีการประกอบอาชีพทานาเป็นอาชีพ หลัก รองลงมาคือพนักงานลูกจ้างเอกชน และจานวนน้อยที่สุดคือเพาะเลี้ยงสัตว์น้า


25

3.2 อาชีพเสริม ภาพที่ 11 จานวนของประชากรจาแนกตามการประกอบอาชีพเสริม

จากภาพที่ 11แสดงให้เห็นว่าประชาชนในตาบลเหล่าโพนค้อส่วนใหญ่มีอาชีพเสริมคือรับจ้าง หรือบริการ รองลงมาเป็นอาชีพทาสวน


26

4) ความต้องการได้รับการช่วยเหลือดูแล ภาพที่ 12จานวนของประชากรที่ต้องการได้รับการช่วยเหลือดูแล

จากภาพที่ 12 พบว่าผู้ ที่ต้องการได้รับการช่วยเหลือดูแล มีจานวนมากที่สุ ดคือ ผู้ สูงอายุ รองลงมาคือเด็กอายุต่ากว่า 5 ปี ที่พบจานวนน้อยที่สุดคือผู้ติดยาเสพติด


27

3.2.2 ทุนและศักยภาพ 1) ทุนและศักยภาพตาบล ภาพที่ 13 ทุนและศักยภาพในตาบลเหล่าโพนค้อ

จากภาพที่ 13 แสดงให้เห็นว่าทุนและศักยภาพของตาบลเหล่าโพนค้อง ได้แบ่งออกเป็น 6 ประเภท ประกอบด้วย 1) ทุนบุคคล ได้แก่ คนเก่งด้านอาชีพ ศิลปวัฒนธรรม จานวน 50 คน ผู้นา องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จานวน 26 คน ผู้นาบุคลากรรัฐ จานวน 97 คน และประธานกลุ่ม ชมรม จานวน 18 คน 2) ทุนกลุ่ม/เครือข่าย/ศูนย์การเรียนรู้ 87 กลุ่ม 3) ทุนหน่วยงาน/องค์กร/ สถาบัน จานวน 10 แห่ง 4) ทุนที่เป็นเงินจานวน 7 แห่ง 5) ทุนที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติ 18 แห่ง 6)ทุนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว 6 แห่ง


28

ภาพที่ 14 แผนที่ทุนและศักยภาพตาบลเหล่าโพนค้อ

ก

คค ก

คก

1

7

32

2

2

2

3

12

-

1

3

6

8

3

7

4

3

19

2

4

5

3

11

1

2

6

12

8

1

10

7

8

15

-

2

8

8

14

-

2

9

6

5

1

6

10

4

18

-

-

11

9

5

-

2

68 147 10

38

TCNAP

จากภาพที่ 14 แสดงให้เห็นตาแหน่งของทุนและศักยภาพตาบลเหล่าโพนค้อ ซึ่งกระจายอยู่ ทั้ง 11 หมู่บ้าน ซึ่งจะพบว่าทุนกลุ่มอาชีพ 68 กลุ่ม ทุนบุคคลที่เป็นคนเก่ง คนนา คนสาคัญมีทุก หมู่บ้านรวม 147 คน ส่วนทุนองค์กร หน่วยงานและแหล่งประโยชน์มีเพียงบางหมู่


29

3.2.3 ข้อมูลด้านสุขภาพ 1) พฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพ ภาพที่ 15 ร้อยละของประชากรจาแนกตามพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพ 25

23.49

20 15 10 5

0

11.76

9.6 9.19

7.65 7.59 6.8

5.24 5.1 4.87 4.39

2.4

1 0.62 0.19 0.14

จากภาพที่ 15 ประชาชนตาบลเหล่าโพนค้อ มีพฤติกรรมเสี่ยง คิดเป็นร้อยละ 75.69 โดย สาเหตุของพฤติกรรมเสี่ยงที่มากที่สุดคือไม่ได้ออกกาลังกาย คิดเป็นร้อยละ 23.49 พฤติกรรม เสี่ ย งที่ ม ากเป็ น อัน ดั บ 2 คื อ การนั่ งๆ นอนๆไม่ ค่ อ ยได้ ท างาน คิ ดเป็ น ร้อ ยละ 11.76 ส่ ว น พฤติกรรมเสี่ยงที่มีน้อยที่สุดคือ ขับรถเร็ว ประมาท คิดเป็นร้อยละ 0.14


30

2) พฤติกรรมเสี่ยงจากการทางาน ภาพที่ 16 ร้อยละของประชากรจาแนกตามภาวะเสี่ยงจากการทางาน

จานวน 619 คน

จานวน 4,681 คน

จากภาพที่ 16 ประชากรตาบลเหล่าโพนค้อมีภาวะเสี่ยงในการทางาน ร้อยละ 11.41 โดยมี ภาวะเสี่ยงจากการทางานที่พบมากที่สุด คือการใช้สารเคมีในการเกษตรโดยป้องกันตนเองไม่เหมาะสม ร้อย ละ 35.22 รองลงมาคือการการทางานในบริเวณที่มีผง ฝุ่นละออง ควัน ร้อยละ 27.14 ส่วนภาวะเสี่ยง ในการทางานที่พบน้อยที่สุดคือการทางานในบริเวณที่สูดดมสารเคมีสารระเหยที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพร้อย ละ 3.07 และสาเหตุอื่นๆ ร้อยละ 2.42 ตามลาดับ


31

3) ปัญหาสุขภาพและการเจ็บป่วย ภาพที่ 17 ร้อยละของประชากรจาแนกตามการเจ็บป่วย

อื่นๆ (ระบุ) 1% กระเพาะอาหาร 13%

ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ 20%

อุจจาระร่วง 9%

พัฒนาการที่ ล่าช้าในเด็ก แรกเกิดถึง 5 ปี 0%

ไข้ ไอ เจ็บคอ 57%

จานวน 3,909 คน

จากภาพที่ 17 ประชาชนตาบลเหล่าโพนค้อ มีปัญหาสุขภาพและการเจ็บป่วยคิดเป็นร้อยละ72.95 โดยส่วนใหญ่เจ็บป่วยไข้ ไอเจ็บ คอ คิดเป็นร้อยละ 56.87 รองลงมาคือ ปวดเมื่อย กล้ามเนื้อ มีร้อยละ 19.88 และน้อยสุด คือ พัฒนาการที่ล่าช้าในเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี ร้อยละ 0.03


32

4) ปัญหาการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ภาพที่ 18 ร้อยละของประชากรจาแนกตามการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังในพื้นที่

จานวน 4,681 คน

1. เบาหวาน 2. ความดันโลหิตสูง 3. หัวใจ

2% 1%

21%

4. มะเร็ง 25%

1%

6. ภูมิแพ้

11% 34% 3%

0% 2%

5. หอบหืด

7. ไตวาย 8. เก๊าท์ 9. ปวดข้อหรือข้อเสื่อม 10. อื่นๆ (ระบุ) เส้นเลือดสมองตีบ

จากภาพที่ 18 ประชาชนตาบลเหล่าโพนค้อ มีปัญหาโรคเรื้อรังในพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 27.43 โดย มีปัญหาโรคเรื้อรังที่มากที่สุดคือ ความดันโลหิตสูง ร้อยละ 33.83 รองลงมาคือเบาหวานร้อยละ 24.74 และมีปัญหาการเจ็บป่วยน้อยสุด คือ ไตวาย ร้อยละ 0.96


33

5) ปัญหาสุขภาพและโรคที่พบบ่อย 5 อันดับ ภาพที่ 19 ร้อยละของประชากรจาแนกตามปัญหาสุขภาพและโรคที่พบบ่อย 5 อันดับ

N = 3,903 คน อื่นๆ (หวัด) 1%

ไข้ ไอ เจ็บคอ 57%

อุจจาระร่วง 9%

กระเพาะอาหาร 13%

ปวดเมื่อย กล้ามเนื้อ 20%

จากภาพที่ 19 ประชาชนตาบลเหล่าโพนค้อ พบปัญหาด้านสุขภาพและโรคพบบ่อยใน 5 ดับ แรก คือไข้ ไอ เจ็บคอ รองลงมาได้แก่ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และกระเพาะอาหารตามลาดับ


34

6) ปัญหาปัญหาโรคระบาดในพื้นที่ ภาพที่ 20 ร้อยละของประชากรจาแนกตามปัญหาโรคระบาดในพื้นที่

อื่นๆ (ระบุ) สุกใส

3.45

อื่นๆ (ระบุ) ไข้หวัดใหญ่

3.45

อุจจาระร่วง

31.03

ตาแดง

62.07

0

10

20

30

40

50

60

70

จากภาพที่ 20 พบว่าพื้นที่ตาบลเหล่าโพนค้อมีปัญหาโรคระบาด ที่พบมากที่สุดคือโรคตาแดง ร้อยละ 62.07 รองลงมา คือ อุจจาระร่วง ร้อยละ 31.03 และ พบโรคสุกใส ไข้หวัดใหญ่ ร้อยละ 3.45


35

7) สถานที่ในการดูแลสุขภาพ และแหล่งบริการสุขภาพในพื้นที่ ภาพที่ 21 ร้อยละของประชากรจาแนกตามปัญหาโรคระบาดในพื้นที่

ร้านขายยา 16%

รพ. 32%

2.4.คลินิกแพทย์ 22% สอ./ศูนย์สุขภาพ ชุมชน/รพ.ส่งเสริม สุขภาพตาบล 30%

จากภาพที่ 21 พบว่า สถานที่ และแหล่งบริการสุขภาพในพื้นที่ที่ให้การดูแลสุขภาพใน กรณีที่เจ็บป่วยเล็กน้อยของประชาชนในตาบลเหล่าโพนค้อ คือที่โรงพยาบาลมากที่สุด. ร้อยละ 32 รองลงมาคือ สอ./ศูนย์สุขภาพชุมชน/โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล ร้อยละ 30 คลินิกแพทย์ร้อย ละ 22 และร้านขายยา ร้อยละ 16


36

3.2.4 เศรษฐกิจชุมชน

1) ภาระหนี้สินของคนในชุมชน ภาพที่ 22 ภาระหนี้สินของครัวเรือนจาแนกตามสาเหตุ

น้อยกว่า 40,000 บาท

46.71

40,001 บาท ถึง 80,000 บาท

23.65

80,001 บาท ถึง 120,000 บาท

12.71

มากกว่า 200,001 บาท

10.59

120,001 บาท ถึง 200,000 บาท

6.35 0

20

40

0.11

0.16 0.88

33.33

16.97 12.63

11.09

9.72 6.15 1.26

4.45

3.24

จากภาพที่ 22 แสดงให้เห็นว่า ข้อมูลด้านภาระหนี้สินของครัวเรือน ประชากรของตาบล เหล่าโพนค้อ มีภาระหนี้สิน ส่วนใหญ่มีภาระหนี้สิน น้อยกว่า 40,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 46.71 โดยพบว่าสาเหตุหลักของภาระหนี้สิน คือ การทาการเกษตร คิดเป็นร้อยละ 33.33

60


37

2) แหล่งกู้ยืมของครัวเรือน ภาพที่ 23 แหล่งกู้ยืมของครัวเรือนจาแนกตามแหล่งเงินกู้ยืมของครัวเรือน 40 35.29 ไม่มีแหล่ง เงินกู้7%

35 30 25.42

25

มีแหล่ง

23.02

เงินกู้ 93%

20 15 10

8.94

5 2.86

0

2.08

0.83

0.68

0.47

0.42

จากภาพที่ 23 แสดงให้เห็นว่า ครัวเรือนของตาบลเหล่าโพนค้อ มีการกู้ยืม ร้อยละ 77.32 และพบว่าแหล่งกู้ยืมส่วนใหญ่ คือ ธกส. ร้อยละ 35.29 รองลงมาคือ กองทุนเงินล้าน ร้อยละ 25.42 และน้อยที่สุด คือ กองทุนต่างๆ สหกรณ์เป็นต้น ร้อยละ 0.42


38

3) แหล่งเงินออมของคนในชุมชน

ภาพที่ 24 แหล่งเงินออมของคนในชุมชนจาแนกตามแหล่งเงินกู้ยืมของ ครัวเรือน มากกว่า 200,001 บาท 2%

120,001 บาท ถึง 200,000 บาท 3%

80,001 บาท ถึง 120,000 บาท 7%

น้อยกว่า 40,000 บาท 72%

ไม่มีเงิน ออม 13%

40,001 บาท ถึง 80,000 บาท 16%

18.5 13.48

มีเงิน ออม 87%

0.48

1.04

2.87

3.83

จากภาพที่ 24 แสดงให้เห็นว่า ตาบลเหล่าโพนค้อ มีการออมเงินของครัวเรือน ร้อยละ 87.34 ส่วนใหญ่ น้อยกว่า 40,000 บาท ร้อยละ 71.73 และแหล่งออมเงินของครัวเรือนภายใน ชุมชน คือ กองทุนเงินล้าน คิดเป็นร้อยละ 18.50 รองลงมาคือกลุ่มออมทรัพย์/กลุ่มสัจจะ คิดเป็น ร้อยละ 13.48 และน้อยที่สุด คือ สหกรณ์การเกษตร ร้อยละ 0.48


39

4) รูปแบบการออมของคนในชุมชน ภาพที่ 25 รูปแบบการออมของครัวเรือนในชุมชน

ไม่มี การ ออมใน รูปแบบ อื่น…

มีการ ออมใน รูปแบบ อื่น 52%

60 50 40 30 20 10 0

120,001 บาท ถึง 200,000 บาท

12.5

40,001 บาท ถึง 80,000 บาท

15.52

80,001 บาท ถึง 120,000 บาท

21.17

น้อยกว่า 40,000 บาท

23.59

มากกว่า 200,001 บาท

27.22 0

5

10

15

20

25

30

จากภาพที่ 25 พบว่าครัวเรือนมีการออมเงินในรูปแบบอื่น ๆ ร้อยละ 51.99 ประเภท การออมที่มีจานวนมากที่สุดคือประกันชีวิตคิดเป็นร้อยละ 50.19 ราคาทรัพย์สินที่มีการออม ที่มี จานวนมากที่สุดคือ มากกว่า 200,001 ถึงร้อยละ 27.22


40

3.2.5 สิ่งแวดล้อม 1) ครัวเรือนที่มีปัญหาสิ่งแวดล้อม ภาพที่ 26 ร้อยละของครัวเรือนที่มีปัญหาสิ่งแวดล้อม

16% มี 211 ครัวเรือน

ไม่มี 1,074 ครัวเรือน 84%

จากภาพที่ 26 ครัวเรือนตาบลเหล่าโพนค้อมีปัญหาสิ่งแวดล้อม 211 ครัวเรือน ร้อยละ 16.42


41

2) ประเภทของปัญหาสิ่งแวดล้อมของครัวเรือน ภาพที่ 27 จานวนหลังคาเรือนที่มีปัญหาสิ่งแวดล้อมจาแนกตามประเภทของปัญหา สิ่งแวดล้อม

140

132

120 100 80 60 40

20

42 20

26

22

11

18

16

5

0

จากภาพที่ 27 พบว่าจานวนหลังคาเรือนที่มีปัญหาสิ่งแวดล้อมจาแนกตามประเภทของปัญหา สิ่งแวดล้อม ที่พบมากที่สุดคือ ปัญหาขยะ จานวน 132 ครัวเรือน รองลงมาคือน้าเสีย จานวน 42 ครัวเรือน น้อยที่สุดคือสภาพที่อยู่อาศัยชารุดทรุดโทรม จานวน 11 ครัวเรือน


42

3) การจัดการกับสิ่งแวดล้อมในครัวเรือน ภาพที่ 28 จานวนหลังคาเรือนที่มีการจัดการขยะ N=1,276 ครัวเรือน

มีครัวเรือน 57 4%

มีครัวเรือน 1,219

96%

จากภาพที่ 28 ครัวเรือนในตาบลเหล่าโพนค้อ มีการจัดการขยะ จานวน 1,219 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 95.53 และไม่มีการจัดการขยะ จานวน 57 ครัวเรือน คิดเป็น ร้อยละ 4.47


43

4) วิธีการจัดการกับสิ่งแวดล้อมในครัวเรือน ภาพที่ 29 ร้อยละของครัวเรือนจาแนกตามวิธีการจัดการขยะ

1200

47.05

1000 800

29.21

600

1,060

400 200 0

6.44

145

658

11.14 6.13 138

251

จากภาพที่ 29 ครัวเรือนตาบลเหล่าโพนค้อ มีการจัดการขยะโดยการเผามากที่สุด ร้อยละ 47.05 จานวน 1,060 ครัวเรือน รองลงมาคือ การฝัง ร้อยละ 29.21 จานวน 658 ครัวเรือน ที่พบน้อยที่สุดคือการทาปุ๋ยหมัก ร้อยละ 6.13 จานวน 613 ครัวเรือน


44

5) การจัดการมลพิษหรือมลภาวะต่างๆ ในครัวเรือน ภาพที่ 30 ร้อยละของครัวเรือนจาแนกตามวิธีการจัดการมลพิษหรือมลภาวะต่างๆ มีการจัดการมลพิษต่างๆ 367 ครัวเรือน ร้อยละ 29.43 29.43

ไม่มีการจัดการมลพิษ 880 ครัวเรือน ร้อยละ 70.57

70.57

ครัวเรือน 200 180 160 140 120 100 80 60 40 20 0

33.48 23.28

21.73

17.52

79

105

3.99

151

98

18 วิธีการ

จากภาพที่ 30 พบว่าครัวเรือนในตาบลเหล่าโพนค้อ มีการจัดการมลพิษหรือมลภาวะต่างๆ ร้อย ละ 29.43 โดยมีวิธีการจัดการมลพิษหรือมลภาวะ ที่พบมากที่สุดคือ การป้องกันอันตรายจากการใช้ สารเคมีจานวน 151 ครัวเรือน ร้อยละ 33.48 รองลงมาคือการใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ป้องกันการเกิด ควันหรือฝุ่นละออง 105 ครัวเรือน ร้อยละ 23.28


45

6) การจัดหาน้าสะอาดไว้ใช้อุปโภคและบริโภค ภาพที่ 31 ร้อยละของครัวเรือนจาแนกตามการจัดหาน้าสะอาดไว้ใช้อุปโภคและบริโภค ไมมีการจัดหาน้าสะอาด 173 ครัวเรือน ร้อยละ 14%13.65

86%

800 700 600 500 400 300 200 100 0

706

622

229 126

146 13

จากภาพที่ 31 พบว่าครัวเรือนในตาบลเหล่าโพนค้อ มีการจัดหาน้าสะอาดไว้ใช้อุปโภค ร้อย ละ 86.35 โดยมีวิธีการจัดหาน้าสะอาดไว้ใช้อุปโภคและบริโภค ที่มากที่สุดคือ การใช้น้าประปา รองลงมาคือการซื้อน้าสะอาด/น้ากรอง พบน้อยที่สุดคือการใช้ น้าบ่อ น้าบาดาล


46

7) การจัดการสภาพที่อยู่อาศัยที่ไม่ปลอดภัยหรือมีโอกาสเกิดอันตราย ภาพที่ 32 ร้อยละของครัวเรือนจาแนกตามวิธีการจัดการสภาพที่อยู่อาศัยให้มีความ ปลอดภัยหรือลดความเสี่ยงต่อโอกาสเกิดอันตราย จัดที่อยู่อาศัยไม่ปลอดภัย 346 ครัวเรือน ร้อยละ 27% 27.18

มีการจัดที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย 927 ครัวเรือน ร้อยละ 72.82 73%

250

208

210

ครัวเรือน

200 150 100 50 0

80 41 การจัดทีอ ่ ยูอาศัย

จากภาพที่ 32 ครัวเรือนตาบลเหล่าโพนค้อ มีการจัดการสภาพที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย ร้อยละ 72.82 ส่วนที่ไม่ปลอดภัยหรือมีโอกาสเกิดอันตราย ร้อยละ 27.18 ส่วนวิธีการจัดการให้ที่อยู่ อาศัยให้มีความปลอดภัย พบมากที่สุดคือ การจัดหาหรือติดตั้งอุปกรณ์ส่องสว่างเพื่อให้มีแสงสว่างที่ เพียงพอ รองลงมาคือ การซ่อมแซมสภาพที่อยู่อาศัยที่ชารุดทรุดโทรม


47

8) การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์พลังงาน ภาพที่ 33 จานวนครัวเรือนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมรักษา สิ่งแวดล้อม 93 ครัวเรือน ร้อยละ 7.27

N = 1,279 ค

ั เื

1,200

1,000 800 600

1,022

400

698

200 0

27

263

114

53

จากภาพที่ 33 พบว่าครัวเรือนตาบลเหล่าโพนค้อ มีการเข้าร่วมกิจกรรมการรักษาสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 92.73 วิธีการและกิจกรรมที่ร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มากที่สุดคือ การปลูกป่าไม้ 1,022 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 46.82 รองลงมาคือการเก็บกวาดบ้านให้สะอาด 698 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 31.97


48

9) การใช้พลังงานทดแทนในครัวเรือน ภาพที่ 34 จานวนครัวเรือนที่ใช้พลังงานทดแทนในครัวเรือน N = 1,267 ครัวเรือน มีการใช้พลังงานทดแทน 249 ครัวเรือน 19.65

ไม่มีการใช้พลังงานทดแทน 1,018 ครัวเรือน ร้อยละ 80.35

8.การใช้แรงงานสัตว์ทดแทนพลังงานอื่นๆ

13

จากภาพที่ 34 7.การใช้แรงงานคนทดแทนพลังงานอื่นๆ ครัวเรือนใน 6.พลังงานแสงอาทิตย์ 19 ตาบลเหล่าโพน 5.พลังงานลม 3 ค้อ มีการใช้ 4.พลังงานน้า 4 พลังงาน 3.การใช้ถ่านอัดแท่ง 55 ทดแทน คิด 2.น้ามันไบโอดีเซล 30 เป็นร้อยละ 19.65 โดย 1.แก๊สชีวมวล 32 ส่วนใหญ่ ใช้ 0 20 40 60 วิธีการ คือการ ใช้แรงงานคนทดแทนพลังงานอื่นๆรองลงมาคือ การใช้ถ่านอัดแท่ง ตามลาดับ

162

80

100 120 140 160 180


49

3.2.6 การสื่อสาร 1) ประเภทของข่าวสาร ภาพที่ 35 ร้อยละของครัวเรือนจาแนกตามประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ N=1,304 ครัวเรือน ข ส ด้ ต ๆ 1. ไ

ญ

เ ณ

ข ส

ด้

2%

1. ไ

2.

ข ส ด้ ก เ ื

1. ไ

6%

2. 14%

98%

ข ส

86%

94%

ด้ ก ศึกษ

1. ไ

2.

ข ส

ด้ สขภ

1. ไ

6%

2.

ข ส ก ขค กข 1. ไ

เ ื /้

2.

7% 14%

93%

94% 86%

จากภาพที่ 35 แสดงให้เห็นว่าครัวเรือนตาบลเหล่าโพนค้อ ได้รับข้อมูลข่าวสาร 6 ประเภท โดยมากที่สุดคือด้านงานบุญประเพณี ร้อยละ 98 ด้านอาชีพ ร้อยละ 94 และ ด้านสุขภาพ ร้อยละ 94 ส่วนด้านขอความช่วยเหลือร้องทุกข์และข่าวสารด้านการเมืองได้รับน้อยที่สุดคือร้อยละ 86

2.


50

2) ช่องทางของการสื่อสาร ภาพที่ 36 ช่องทางด้านการสื่อสาร N=1,304 ครัวเรือน

ร้อยละ 45.00 40.00 35.00 30.00 25.00 20.00 15.00 10.00 5.00 0.00

39.13 26.55 16.77 12.17 0.89

0.67

4.51

6.99

8.4 0.6

ข่องทาง

จากภาพที่ 36 แสดงถึงช่องทางการได้รับข่าวสารของประชากรตาบลเหล่าโพนค้อ โดยส่วน ใหญ่ประชากรตาบลเหล่าโพนค้อ จะได้รับข่าวสารทางด้านหอกระจายข่าว ร้อยละ 39.13 รองลงมาคือปากต่อปาก ร้อยละ 26.55 การบใช้โทรศัพท์มือถือ ร้อยละ 12.77 วิทยุชุมชน 12.17 การใช้เวทีประชุมสมาคม ร้อยละ 8.5 ส่วนน้อยที่ใช้โทรศัพท์สาธารณะ ร้อยละ 0.27


51

3.2.7 การเมืองการปกครอง 1) การมีส่วนร่วมของครัวเรือน ภาพที่ 37 การมีส่วนร่วมของครัวเรือน

2%

ไม่มสี ่วนร่วม การเมือง การ ปกครอง

มีส่วนร่วมการเมือง การปกครอง 98%

คั เื

2,060

จากภาพที่ 37 แสดงถึงการมีส่วนร่วมของประชากรตาบลเหล่าโพนค้อในด้านการเมือง การ ปกครอง ไม่มีส่วนร่วม คิดเป็นร้อยละ 1.81 มีส่วนร่วมคิดเป็นร้อยละ 98.19


52

2) กิจกรรมการมีส่วนร่วมของครัวเรือน ภาพที่ 38 กิจกรรมการมีส่วนร่วมของครัวเรือน

1,200 1,000 800 600 400 200 0

จากภาพที่ 38 แสดงถึงการมีส่วนร่วมของประชากรตาบลเหล่าโพนค้อในด้าน การเมือง การปกครองโดยส่วนร่วมในการไปใช้สิทธิ์ครั้งที่ผ่านมามากที่สุด จานวน 1,068 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 51.84รองลงมาคือ ร่วมรณรงค์เลือกตั้งเข้าร่วม 361 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 17.52 และน้อยที่สุด คือ ร่วมเป็นกรรมการเลือกตั้ง 79 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 3.83


53

บทที่4 สรุปอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ จากการพัฒนาระบบข้อมูลตาบล(TCNAP) ได้ข้อมูลที่ชี้ให้เห็นทุนและศักยภาพ รวมทั้งปัญหา หรือความต้องการของประชาชนในตาบลเหล่าโพนค้อ ซึ่งสามารถนาไปใช้ในการจัดทาแผนตาบล และโครงการกิจกรรมในการแก้ปัญหา หรือพัฒนานวัตกรรม โดยจะนาเสนอข้อมูล 7 ด้าน ตามลาดับ ดังนี้

4.1 สรุป 4.1.1ประชากร ประชากรตาบลเหล่าโพนค้อมีจานวน 1,911 ครัวเรือน ประชากร 5,684 คน ชาย 2,821 คน หญิง 2,863 คน(ที่มา: ข้อมูลสานักทะเบียนอาเภอโคกศรีสุพรรณ ณ วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 ) เพศชายส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 35 - 39 ปี ส่วนเพศหญิงมีอายุ อยู่ในช่วง 25 – 29 ปี มากที่สุด ประชากรส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับประถมศึกษา ร้อยละ 48.20 มีการประกอบอาชีพทานาเป็นอาชีพหลัก รองลงมาคืออาชีพรับจ้างทั่วไป อาชีพเสริมส่วนใหญ่คือทา ไร่ ผู้ที่ต้องการได้รับการช่วยเหลือดูแล มีจานวนมากที่สุดคือ ผู้สูงอายุ จานวน 405 คน รองลงมาคือผู้ที่มีรายได้น้อย 154 คน 4.1.2 ทุนและศักยภาพของตาบลเหล่าโพนค้อ ทุนและศักยภาพของตาบลเหล่าโพนค้อ มี4 ประเภท ประกอบด้วย 1) ทุนบุคคล คนนา คนเก่ง คนสาคัญมีทุกหมู่บ้านรวม 197 คน ที่มากที่สุดคือ ครู จานวน 58 คน 2) ทุนกลุ่ม ซึ่ง มีแหล่งเรียนรู้ถึง 78 แหล่ง 4)ทุนที่เป็นหน่วยงาน/องค์กร/สถาบัน(ศูนย์พัฒ นาเด็กเล็ก โรงเรียน อบต./รพสต.และอื่น ๆ) 5)ทุน ที่เป็นเงิน/กองทุน จานวน 5 แห่ง 6) ทุนที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติ จานวน 18 แห่ง และ 7)ทุนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวจานวน 6 แห่ง 4.1.3สุขภาพ 1) พฤติกรรมเสี่ยง ประชาชนตาบลเหล่าโพนค้อมีพฤติกรรมทางสุขภาพ คิดเป็นร้อยละ 75.69 โดย สาเหตุของพฤติกรรมเสี่ยงที่มากที่สุดคือไม่ได้ออกกาลังกาย คิดเป็นร้อยละ 23.49 พฤติกรรม เสี่ย งที่มากเป็ น อัน ดับ 2 คือการนั่งๆ นอนๆไม่ค่อยได้ทางาน คิดเป็นร้อยละ 11.76 ส่ ว น พฤติกรรมเสี่ยงที่มีน้อยที่สุดคือ ขับรถเร็ว ประมาท คิดเป็นร้อยละ 0.14 ร้อยละ 11.41 โดยภาวะเสี่ยงจากการทางานที่พบมากที่สุด คือการใช้สารเคมีในการเกษตร โดยป้องกัน ตนเองไม่เหมาะสม ร้อยละ 35.22 รองลงมาคือการการทางานในบริเวณที่มีผง ฝุ่ น ละออง ควัน ร้อยละ 27.14 ส่วนภาวะเสี่ยงในการทางานที่พบน้อยที่สุดคือการทางานในบริเวณที่


54

สูดดมสารเคมีสารระเหยที่เป็น อัน ตรายต่อสุขภาพร้อยละ 3.07 และสาเหตุอื่นๆ ร้ อยละ 2.42 ตามลาดับ 2) ปัญหาสุขภาพและการเจ็บป่วย ประชาชนตาบลเหล่าโพนค้อ มีปัญหาสุขภาพและการเจ็บป่วยคิดเป็นร้อยละ 72.95 โดยส่วนใหญ่เจ็บป่วยไข้ ไอเจ็บ คอ คิดเป็นร้อยละ 56.87 รองลงมาคือ ปวดเมื่อย กล้ามเนื้อ มีร้อยละ 19.88 และน้อยสุด คือ พัฒนาการที่ล่าช้าในเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี ร้อยละ 0.03 ปัญหาโรคเรื้อรังในพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 27.43 โดยมีปัญหาโรคเรื้อรังที่มากที่สุด คือ ความดันโลหิตสูง ร้อยละ 33.83 รองลงมาคือเบาหวานร้อยละ 24.74 และมีปัญหาการ เจ็บป่วยน้อยสุด คือ ไตวาย ร้อยละ 0.96 ส่วนโรคระบาดพบว่าพื้นที่ตาบลเหล่าโพนค้อมีปัญหาโรคระบาด ที่พบมากที่สุดคือ โรคตาแดง ร้อยละ 62.07 รองลงมา คือ อุจจาระร่วง ร้อยละ 31.03 และ พบโรคสุกใส ไข้หวัด ใหญ่ ร้อยละ 3.45สถานที่ และแหล่งบริการสุขภาพในพื้นที่ที่ให้การดูแลสุขภาพในกรณีที่เจ็บป่วย เล็กน้อยของประชาชนในตาบลเหล่าโพนค้อ คือที่โรงพยาบาลมากที่สุด. ร้อยละ 32 รองลงมาคือ สอ./ศูนย์สุขภาพชุมชน/โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล ร้อยละ 30 คลินิกแพทย์ร้อยละ 22 และ ร้านขายยา ร้อยละ 16 4.1.4เศรษฐกิจชุมชน 1) ภาระหนี้สิน ประชากรของตาบลเหล่าโพนค้อ มีภาระหนี้สิน ส่วนใหญ่มีภาระหนี้สิน น้อยกว่า 40,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 46.71 โดยพบว่าสาเหตุหลักของภาระหนี้สิน คือ การทาการเกษตร คิดเป็นร้อยละ 33.33 ครัวเรือนของตาบลเหล่าโพนค้อ มีการกู้ยืม ร้อยละ 77.32 และพบว่าแหล่งกู้ยืม ส่วนใหญ่ คือ ธกส. ร้อยละ 35.29 รองลงมาคือ กองทุนเงินล้าน ร้อยละ 25.42 และน้อย ที่สุด คือ กองทุนต่างๆ สหกรณ์เป็นต้น ร้อยละ 0.42 2) การออมของคนในชุมชน การออมเงินของครัวเรือน ร้อยละ 87.34 ส่วนใหญ่ น้อยกว่า 40,000 บาท ร้อยละ 71.73 และแหล่งออมเงินของครัวเรือนภายในชุมชน คือ กองทุนเงินล้าน คิดเป็นร้อยละ 18.50 รองลงมาคือกลุ่มออมทรัพย์/กลุ่มสัจจะ คิดเป็นร้อยละ 13.48 และน้อยที่สุด คือ สหกรณ์ การเกษตร ร้อยละ 0.48 การออมเงินในรูปแบบอื่น ๆ ร้อยละ 51.99 ประเภทการออมที่มีจานวนมากที่สุด คือประกันชีวิตคิดเป็นร้อยละ 50.19 ราคาทรัพย์สินที่มีการออม ที่มีจานวนมากที่สุดคือ มากกว่า 200,001 ถึงร้อยละ 27.22


55

4.1.5สิ่งแวดล้อม 1) ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการจัดการสิ่งแวดล้อม ครัวเรือนตาบลเหล่าโพนค้อมีปัญหาสิ่งแวดล้อม 211 ครัวเรือน ร้อยละ 16.42 ซึ่ง ปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่พบมากที่สุดคือ ปัญหาขยะ จานวน 132 ครัวเรือน รองลงมาคือน้าเสีย จานวน 42 ครัวเรือน น้อยที่สุดคือสภาพที่อยู่อาศัยชารุดทรุดโทรม จานวน 11 ครัวเรือน การจัดการสิ่งแวดล้อมที่พบมากที่สุดคือ การจัดการขยะ จานวน 1,219 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 95.53 และไม่มีการจัดการขยะ จานวน 57 ครัวเรือน คิดเป็น ร้อยละ 4.47มีการ จัดการขยะโดยการเผามากที่สุด ร้อยละ 47.05 จานวน 1,060 ครัวเรือน รองลงมาคือ การฝัง ร้อยละ 29.21 จานวน 658 ครัวเรือน ที่พบน้อยที่สุดคือการทาปุ๋ยหมัก ร้อยละ 6.13 จานวน 613 ครัวเรือน การจัดการมลพิษพบมากที่สุดคือ การป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีจานวน 151 ครัวเรือน ร้อยละ 33.48 รองลงมาคือการใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ป้องกันการเกิดควันหรือฝุ่น ละออง 105 ครัวเรือน ร้อยละ 23.28 2) การจัดหาน้าสะอาดไว้ใช้อุปโภคและบริโภค ครัวเรือนในตาบลเหล่าโพนค้อ มีการจัดหาน้าสะอาดไว้ใช้อุปโภค ร้อยละ 86.35 โดยมีวิธีการจัดหาน้าสะอาดไว้ใช้อุปโภคและบริโภค ที่มากที่สุดคือ การใช้น้าประปา รองลงมาคือการซื้อน้าสะอาด/น้ากรอง พบน้อยที่สุดคือการใช้ น้าบ่อ น้าบาดาล 3) การจัดการสภาพที่อยู่อาศัยที่ไม่ปลอดภัยหรือมีโอกาสเกิดอันตราย ครัวเรือนตาบลเหล่าโพนค้อ มีการจัดการสภาพที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย ร้อยละ 72.82ส่วนที่ไม่ปลอดภัยหรือมีโอกาสเกิดอันตรายร้อยละ 27.18 ส่วนวิธีการจัดการให้ที่อยู่อาศัย ให้มีความปลอดภัย พบมากที่สุดคือ การจัดหาหรือติดตั้งอุปกรณ์ส่องสว่างเพื่อให้มีแสงสว่างที่เพียงพอ รองลงมาคือ การซ่อมแซมสภาพที่อยู่อาศัยที่ชารุดทรุดโทรม 4) การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์พลังงาน ครัวเรือนตาบลเหล่าโพนค้อ มีการเข้าร่วมกิจกรรมการรักษาสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 92.73 วิธีการและกิจกรรมที่ร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มากที่สุดคือ การปลูกป่าไม้ 1,022 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 46.82 รองลงมาคือการเก็บกวาดบ้านให้สะอาด 698 ครัวเรือน คิดเป็น ร้อยละ 31.97 5) การใช้พลังงานทดแทนในครัวเรือน ครัวเรือนในตาบลเหล่าโพนค้อ มีการใช้พลังงานทดแทนคิดเป็นร้อยละ 19.65 โดย ส่วนใหญ่ ใช้วิธีการ คือการใช้แรงงานคนทดแทนพลังงานอื่นๆรองลงมาคือ การใช้ถ่านอัดแท่ง ตามลาดับ


56

4.1.6 การสื่อสาร ครัวเรือนตาบลเหล่าโพนค้อ ได้รับข้อมูลข่าวสาร6 ประเภท โดยมากที่สุดคือด้านงานบุญ ประเพณี ร้อยละ 98 ด้านอาชีพ ร้อยละ 94และ ด้านสุขภาพ ร้อยละ 94 ส่วนด้านขอความ ช่วยเหลือร้องทุกข์และข่าวสารด้านการเมืองได้รับน้อยที่สุดคือร้อยละ 86 การได้รับข่าวสารของประชากรตาบลเหล่าโพนค้อโดยส่วนใหญ่ประชากรตาบลเหล่าโพนค้อ จะได้รับข่าวสารทางด้านหอกระจายข่าว ร้อยละ 39.13รองลงมาคือปากต่อปาก ร้อยละ 26.55กา รบใช้โทรศัพท์มือถือ ร้อยละ 12.77วิทยุชุมชน 12.17 การใช้เวทีประชุมประชาคม ร้อยละ 8.5 ส่วนน้อยที่ใช้โทรศัพท์สาธารณะร้อยละ 0.27 4.1.7 การเมืองการปกครอง ครัวเรือนในตาบลเหล่าโพนค้ อ ส่วนใหญ่มีส่วนร่วมกับชุมชนร้อยละ 98.19 ส่วน ใหญ่เข้าร่วมกิจกรรมการใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา คิดเป็น ร้อยละ 51 .84 รองลงมาเป็นการร่วม รณรงค์การเลื อกตั้งคิดเป็ น ร้อยละ 17.52 และร่วมทาประชาพิจารณ์ ร่ว มเวทีประชาคมหรือร่ว ม ประชุมหมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 14.03 ตามลาดับ 4.2 อภิปรายผล จากการสรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล นาสู่บทอภิปรายผล และตีความ (Interpretation) โดยการเชื่อมโยงข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลในหลายด้าน มาสรุปเป็น 2 ประเด็น คือ 1) กลุ่ม ประชากรเป้าหมายที่ต้องการดูแล และการนาใช้ทุนและศักยภาพในการแก้ปัญหา 2) การสื่อสารและ การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนรายละเอียดดังนี้ 4.2.1 กลุ่มประชากรเป้าหมายที่ต้องการดูแลและการนาใช้ทุนและศักยภาพในการ แก้ปัญหา เมื่ อ วิเคราะห์ ก ลุ่ ม ผู้ ที่ ต้ อ งการดู แ ล จากข้ อมู ล ต าบลเหล่ าโพนค้ อ พบว่ า มี ค วาม ต้องการได้รับความช่วยเหลือ/ ดูแล ซึ่งแต่ละกลุ่ม มีสาเหตุของปัญหา และควรหาแนวทางในการนา ใช้ทุนและศักยภาพชุมชนมาแก้ปัญหา โดยเรียงลาดับจากมากไปหาน้อย 3 อันดับ ดังนี้ 1) กลุ่มผู้สูงอายุ แนวโน้มเชิงโครงสร้างประชากรที่ต้องดูแลใน 10 ปีข้างหน้า คือ กลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งองค์การบริหารส่วนตาบลและชุมชน จาเป็นที่จะต้องมีแผนการดูแลเชิงรุก ซึ่งปัจจุบัน ผู้สูงอายุ จานวน 242 คน มีจานวนมากที่สุดด้วย คือ รองลงมาคือเด็กอายุต่ากว่า 5 ปี จานวน 66 คน 2) กลุ่มเด็กอายุต่ากว่า 5 ปี เป็นกลุ่มที่ยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากนัก มีความต้องการได้รับความช่วยเหลือ/ ดูแล คิดเป็นร้อยละ 15.79 เป็นหน้าที่ขององค์การบริหารส่วน ตาบล พ่อแม่ผู้ปกครอง และครูที่ต้องให้ความช่วยเหลือ ซึ่งในพื้นที่มีทุนบุคคลที่เป็นครูจานวนมากถึง 97 คน 3) กลุ่มผู้พิการทางกายและเคลื่อน มีความต้องการคิดเป็นร้อยละ 9.57 ในพื้นที่ ตาบลเหล่าโพนค้อมีทุนที่ บุคคล ได้แก่ อสม.จานวน 113 คน และ อาสาสมัครดูแลผู้พิการ จานวน 3 คน นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลและศูนย์บาบัดฟื้นฟู สมรรถภาพผู้พิการและเด็กพิเศษ อยู่ในพื้นที่


57

4.2.2 การสื่อสารและการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน การดาเนินงานแก้ปัญหา กลุ่มประชากรเป้าหมาย โดยการนาใช้ทุนและศักยภาพ ดังกล่าว ควรเลือกวิธีการสื่อสาร และการสร้างการมีส่วนร่วมให้เหมาะสม ซึ่งครัวเรือนส่วนใหญ่ได้รับ ข้อมูลข่าวสารทั้ง 6 ประเภทในระดับมากทั้งด้านงานบุญประเพณี ร้อยละ 98 ด้านอาชีพและ สุขภาพ ร้อยละ 94 ด้านการศึกษา ร้อยละ 93 และ ด้านขอความช่วยเหลือร้องทุกข์และด้าน การเมือง ได้รับน้อยที่สุดคือร้อยละ 86 วิธีการได้รับข้อมูลข่าวสาร ควรใช้หอกระจายข่าว ร่วมกับวิธีอื่น เช่น โทรศัพท์มือถือ ปากบอกต่อ และการใช้เวทีประชุมประชาคม ร่วมด้วยเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลได้มากยิ่งขึ้น เมื่อพิจารณาการมีส่วนร่วมของครัวเรือน พบว่าส่วนใหญ่เกือบทุกหลังคาเรือนมีส่วน ร่วม แต่หากพิจารณากิจกรรมการมีส่วนร่วมพบว่า การร่วมทาประชาพิจารณ์ร่วมเวทีประชาคมหรือ ร่วมประชุมหมู่บ้านและร่วมทาแผนชุมชน คิดเป็นร้อยละ 14.03 และ 12.72 ตามลาดับ ซึ่งนับว่า ยังน้อย ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมาทุกหมู่บ้านมีเวทีประชาคม และตัวแทนแต่ละหลังคาเรือนเข้าร่วมเวที อาจ เป็นไปได้ว่า ผู้ให้ข้อมูลขณะนั้นอาจไม่ได้เป็นผู้เข้าไปมีส่วนร่วมเวทีประชาคมเองจึงให้ข้อมูลที่ไม่ตรง สิ่งที่ควรปรับปรุงคือ การเก็บข้อมูล ผู้เก็บข้อมูลนอกจากจะทาความเข้าใจข้อคาถามอย่างดีแล้ว ยัง ต้องมีการใช้คาถามเพิ่ม เช่น มีสมาชิกในครัวเรือนที่เข้าร่วมเวทีประชาคมหมู่บ้าน ในวัน เดือน ปี นี้ หรือไม่ และควรมีข้อมูลมือสองเกี่ยวกับวัน เดือน ปี และผู้เข้ารวมเวทีประชาคม ด้วยเพื่อใช้สอบทาน ความถูกต้องของข้อมูล 4.3 ข้อเสนอแนะ จากผลการวิเคราะห์ข้อมูล สรุปและอภิปรายผล ดังกล่าว สามารถให้ข้อเสนอแนะในการ น าไปใช้ป ระโยชน์ เพื่ อการปรับ ปรุงการดาเนินงานในการพัฒ นาระบบข้อมูล ตาบล และประเด็น ปัญหาที่พบเพื่อนาสู่การแก้ปัญหาหรือพัฒนานวัตกรรม ดังนี้ 1. การเก็บรวบรวมข้อมูล จาเป็นยิ่งที่จะต้องให้ข้อมูลที่ได้มีความถูกต้องหรือ ใกล้ เคี ย งความเป็ น จริ ง มากที่ สุ ด ดั ง นั้ น ผู้ เก็ บ รวมรวมข้ อ มู ล นอกจากจะเข้ า ใจข้ อ ค าถามใน แบบสอบถามเป็ น อย่ างดีแล้ ว ยังต้องมีข้อมูล ของชุมชนโดยประสบการณ์ ตรง และหรือมีข้อมูล ที่ เกี่ยวข้องซึ่งเป็นข้อมูลมือสองในเรื่องที่เก็บรวบรวมข้อมูลด้วย ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการให้ผู้รู้ในเรื่อง นั้ น มาสอบทาน ซึ่ งผู้ รู้ ในเรื่ อ งนั้ น อาจจะจาเป็ น ต้ อ งใช้ ข้อ มู ล มื อสองประกอบการสอบทานด้ ว ย ข้อเสนอแนะคือ ทีมจัดการข้อมูล ควรเตรียมผู้เก็บข้อมูล ผู้ให้ ข้อมูล ผู้ สอบทานข้อมูลให้เข้าใจใน ข้อมูลที่จะเก็บรวบรวม และเตรียมข้อมูลมือสองที่เกี่ยวข้องให้พร้อมใช้งานเพื่อประกอบการลงข้อมูล ในแบบสอบถามและการสอบทานข้อมูล ทั้งนี้ควรจัดช่วงเวลาที่เหมาะสม และสถานที่ที่จะใช้ในการ สอบทาน


58

2.การบันทึกข้อมูล จากการวิเคราะห์ข้อมูล และเลือกวิธีในการนาเสนอ ข้อมูล พบว่ามีหลายด้านที่ข้อมูลไม่ตรงกัน อาทิ จานวนครัวเรือน จานวนประชากร เป็นต้น ซึ่งผู้ บันทึกข้อมูล มีหน้าที่บันทึกข้อมูลตามแบบสอบถามที่ผ่านการเก็บรวบรวมข้อมูลมาได้และผ่านการ สอบทานความถูกต้องจากผู้รู้ในเรื่องนั้นๆ แล้ว อย่างไรก็ตามผู้บัน ทึกข้อมูลและผู้รับผิดชอบแต่ละ หมู่บ้าน และผู้อนุมัติในระดับตาบลจะมีหน้าที่ในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลด้วยอีกทางหนึ่ง ซึ่งหมายความว่าผู้บันทึกข้อมูลต้องเข้าใจข้อคาถามและข้อมูลที่จะบันทึกในแต่ข้อด้วย ซึ่งหากข้อมูลที่ ได้มาไม่ตรงกับข้อกาหนด ผู้บันทึกจะต้องแจ้งกลับไปยังผู้เก็บข้อมูลชุดนั้น เพื่อให้ไปปรับแก้ข้อมูล ก่อนบันทึก ข้อเสนอแนะคือ ทีมจัดการข้อมูล ควรเตรียมผู้บันทึกข้อมูล ให้เข้าใจในรายการข้อคาถาม และข้อมูลที่จะบันทึก เพื่อให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนบันทึกข้อมูล และขั้นตอน การแจ้งส่งแบบสอบถามกลับคืนให้ผู้เก็บข้อมูล 3.การวิเคราะห์และนาเสนอข้อมูล จากการทาประชุมเชิงปฏิบัติการวิเคราะห์ข้อมูล และ การนาเสนอข้อมูล พบว่ามีประเด็นคือ 1) ความถูกต้องของข้อมูล อาทิ จานวนครัวเรือน จานวน ประชากร เป็นต้น 2) การสั่งประมวลผล ในโปรแกรม TCNAP และการ Export ข้อมูลสู่ Excel 3) การเลือกและออกแบบการนาเสนอข้อมูลจากผลการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งพบว่าผู้เข้าอบรมมีพื้นฐาน แตกต่างกันทั้งสาขาวิชาที่สาเร็จการศึกษา และประสบการณ์ในการพัฒนาระบบข้อมูลตาบล ถึงแม้ ในการอบรมและมีการทบทวนทั้งแนวคิดและกระบวนการพัฒนาระบบข้อมูลตาบล สถิติพื้นฐานใน การวิเคราะห์ข้อมูล และเข้ากลุ่มฝึกการเลือกรูปแบบและวิธีในการนาเสนอข้อมูลก็ตามและพบว่าใช้ เวลานานในการออกแบบ และเลือกวิธีในการนาเสนอข้อมูล ข้อเสนอแนะคือ ศูนย์จัดการเครือข่าย ควรมีการสร้างการเรียนรู้หรืออบรมเพิ่มเติมให้ทีมบันทึกและวิเคราะห์ข้อมูลตาบล ในการทาตาราง วิเคราะห์ข้อมูล การทากราฟ และแผนภูมิ จากข้อมูลในโปรแกรม Excel 4. การน าใช้ ข้อ มูล ในการพั ฒ นานวัต กรรมศูน ย์จัด การเครือข่าย และศูน ย์ส นั บ สนุ น วิชาการเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นภาคอีสาน (ศวภ.อีสาน)ควรติดตาม กากับ และสนับสนุนการ นาใช้ข้อมูลไปใช้ในการแก้ปัญหาและความต้องการต่างๆ ที่พบในพื้นที่ เช่น ปัญหาสิ่งแวดล้อม ความ ต้องการความช่วยเหลือหรือพัฒนานวัตกรรม อาทิ ผู้สูงอายุ ผู้เด็กอายุต่ากว่า 5 ปีและผู้พิการทางการ เคลื่อนไหว เป็นต้น


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
รายงานการพัฒนาระบบข้อมูลตำบล( tcnap) by lpkebook laoponekaw - Issuu