Skip to main content

ปฏิบัติการที่ 5

Page 1

รายงานฉบับที่ ๑ ศักยภาพและทุนทางสังคม กับการจัดการตนเองของตาบลเหล่าโพนค้อ พื้นที่ตำบลเหล่ำโพนค้อเป็นพื้นที่ ที่อุดมสมบูรณ์ ติดกับเทือกเขำภูพำน ทำให้มีลักษณะพืน้ ที่เป็นที่รำบ เชิงเขำมีดินที่อุดมสมบูรณ์ มีลำห้วยยำง ห้วยทรำย ที่เป็นแหล่งน้ำสำคัญของตำบล ซึ่งมีต้นน้ำไหลจำกภูเขำ มี น้ำตก และถ้ำที่สวยงำม มีป่ำทีเ่ ป็นแหล่งต้นน้ำ คือ ป่ำภูยำงอึง่ ตั้งอยู่ในเขตอุทยำนแห่งชำติภูผำยล บ้ำนเรือน รำษฎรตั้งอยู่บนพืน้ ที่รำบติดเชิงเขำ ลำห้วยไหลผ่ำน ลักษณะชุมชนเป็น ชุมชนเกษตรกรรม ซึ่งจะแสดงศักยภำพ และทุนทำงสังคมของตำบลเหล่ำโพนค้อ ทีป่ รำกฏอยู่ในตำบล กระบวนกำร วิธีทำงำนทีท่ ำให้เกิดกำรรวมตัวร่วม คิดร่วมทำของทุนทำงสังคมในทุกระดับ ทั้ง บุคคล คนเก่ง คนนำ คนสำคัญ กลุ่ม/แหล่งเรียนรู้/องค์กรชุมชน หน่วยงำน /องค์กร ทัง้ ภำครัฐและเอกชน ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพตำบล วัด โรงเรียน กำรเชื่อมประสำนแหล่งประโยชน์และทรัพยำกรที่ปรำกฏในชุมชนเพื่อให้เกิดผลกระทบหรือเกิด ประโยชน์ต่อคนในชุมชน โดยมีรำยละเอียดดังนี้ 1. ศักยภาพและทุนทางสังคม 1.1 สถานะของทุนบุคคล ตำบลเหล่ำโพนค้อมีแกนนำทั้ง คนเก่ง คนนำทำงำน แกนนำ ผู้นำ มีควำมเชี่ยวชำญ ที่ทำงำนจน ส่งผลกระทบต่อคุณภำพชีวิตของคนในชุมชน ทั้ง 11 ด้ำน ได้แก่ 1) ผู้บริหำรท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ที่ทำงำนด้วยควำมจริงจัง และจริงใจ เห็นประโยชน์ของชุมชน มำกกว่ำ ประโยชน์ส่วนตน กำรทำงำนที่สอดประสำนกันระหว่ำงท้องถิ่นกับท้องที่ โดยยึดหลักที่ว่ำ “ท้องถิ่นต้อง หำรือกับท้องที่ ท้องที่ต้องให้ควำมร่วมมือกับท้องถิ่น ” ทำงำนสอดคล้องกัน ไม่ขัดแย้ง แต่มีเอกภำพ กำรยึด ประโยชน์สุขของประชำชนเป็นหลัก และสำคัญอย่ำงยิ่งของกำรดำเนินงำนคือกำรสร้ำงภำวะของกำรมีจิตอำสำ ให้กับประชำชนในตำบล ให้เข้ำร่วมขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้ประชำชนในพื้นที่มีควำมเป็นอยู่ที่ดี สำมำรถบริหำรจัดกำรชุมชนของตนเองได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ 2) ปรำชญ์ชำวบ้ำน ผู้นำด้ำนภูมิปัญญำ เป็นผู้ อนุรักษ์ภูมิปัญญำ องค์ควำมรู้ที่ได้รับสืบต่อมำ ไม่ว่ำ จะเป็นเรื่อง สมุนไพร เป่ำดับพิษไฟ จักสำน ภำษำ ประวัติควำมเป็นมำของชุมชน และยังเป็นบุคคลที่คนในชุมชน เคำรพนับถือ และเป็นผู้ที่บทบำทมำกในหมู่บ้ำนพอสมควร 3) ผู้นำทำงพุทธศำสนำและพิธีกรรม ถือเป็นผู้นำทำงจิตวิญญำณ ที่ประกอบไปด้วยพระนักพัฒนำ ไวยำกรณ์วัด เป็นผู้นำในกำรประกอบศำสนำพิธี ซึ่งถือว่ำสำคัญมำกสำหรับชุมชนชำวพุทธ เพรำะยังมี หมอ พรำหมณ์ ที่เป็นผู้นำทำงจิตรวิญญำณ ที่สร้ำงทั้งขวัญและกำลังใจในกำรดำเนินชีวิต เพรำะเมื่อประสบเหตุกำรณ์ ที่เป็นไปในทำงร้ำย เช่น ป่วย และอุบัติเหตุ ก็จะขำดขวัญและกำลังใจในกำรดำเนินชีวิตประจำวัน ทุนทำงสังคม ด้ำนนี้ก็จะสร้ำงขวัญและกำลังใจแก่คนในชุมชน 4) ผู้นำในกำรอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นประเพณี เป็นบุคคลที่ถือปฏิบัติ และสำนต่อ ประเพณี ฮีต 12 ครอง 14 ดังนี้ มกรำคม ทำบุญตักบำตรวันขึ้นปีใหม่ กุมภำพันธ์ ประเพณีบุญข้ำวจี่ มีนำคม ประเพณีบุญ ประทำยข้ำ วเปลื อก เมษำยน ประเพณี ส งกรำนต์ รดน้ ำด ำหั ว ผู้ สู ง อำยุ พฤษภำคม ประเพณี บุ ญ ประจ ำปี มิถุนำยน บุญซำฮะ กรกฎำคม บุญเข้ำพรรษำ สิงหำคม บุญห่อข้ำวประดับดิน กันยำยน บุญห่อข้ำวสำก ตุลำคม บุญออกพรรษำ พฤศจิกำยน ประเพณีลอยกระทง ธันวำคม งำนปริวำสกรรม สวดมนต์ข้ำมปี นอกจำกนี้ยังมีวัฒนธรรมกำรเลี้ยงผีหมอเหยำ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ อยู่คู่กับท้องถิ่นมำตั้งแต่สมัยก่อ ร่ำงสร้ำงเมืองจนถึงทุกวันนี้ ผีหมอ เป็นผีบรรพบุรุษที่คอยปกปักษ์รักษำ ลูกหลำนเมื่อเจ็บป่วยใช้กำรแพทย์แผน

1


ปัจจุบันรักษำไม่หำยต้องพึ่งสิ่งสุดท้ำยคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ชุมชนคือกำรเหยำ เพื่อหำสำเหตุของโรคและรักษำตำม อำกำรและสำเหตุที่แม่ครูหรือร่ำงทรงผีบรรพบุรุษบอกแล้วแก้ตำมนั้นก็จะหำย 5) แกนน ำด้ ำ นกำรดู แ ลสุ ข ภำพ ส่ ว นมำกแล้ ว จะเป็ น คณะ อสม. ที่ ท ำงำนสอดประสำนกั บ ศูนย์บริกำรสุขภำพภำยในตำบล อย่ำง รพ.สต.ภำยใต้กำรสนับสนุนของ อบต.เหล่ำโพนค้อ โดยงำนที่ดำเนินกำร นั้นเป็นงำนป้องกันและเฝ้ำระวัง โดยจะดูตั้งแต่ยังไม่คลอดในเรื่องของโรงเรียนพ่อแม่ คลอดแล้วก็ดูแลเรื่องวัคซีน พัฒนำกำร สำหรับกลุ่มวัยทำงำนก็จะดูเรื่องสำรพิษตกค้ำงในอำหำร ดูแลโรคที่มำตำมฤดูกำล เช่น พิษสุนัขบ้ำ ฉี่ หนู ไข้หวัด 2009 ไข้เลือดออก และดูแลผู้สูงอำยุและผู้พิกำร 6) แกนนำด้ำนกำรเกษตรอินทรีย์และแบบพอเพียง ถือเป็นทุนทำงบุคคลที่สำคัญมำกกับบริบท เกษตรกรรม เป็นผู้ริเริ่มและถือปฏิบัติตำมปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง ปรับเปลี่ยนกำรปลูกพืชเชิงเดี่ยว มำปลูกพืช แบบผสมผสำน และกำรลดกำรใช้สำรเคมีในภำคเกษตรกรรม ทำให้ประชำชนในพื้นที่มีรำยได้มำกขึ้น สำมำรถพึ่ง ตัวเองได้มำกขึ้น ๗) แกนนำชุมชน เป็นบุคคลที่คอยอำนวยควำมสะดวก ติดต่อประสำนงำนกับส่วนต่ำง และคอย สอดส่องดูควำมเรียบร้อยในชุมชน ทุนทำงบุคคลนี้ได้แก่ หัวหน้ำคุ้ม คณะกรรมกำรหมู่บ้ำน ขบวน 25 ตำสับปรด ผู้ทรงคุณวุฒิในชุมชน เป็นผู้ที่คอยให้คำปรึกษำ ให้คำชี้แนะในกิจกรรมต่ำงๆของชุมชน 8) แกนนำด้ำนกำรจัดกำรกองทุน เป็นบุคคลที่ได้รับควำมไว้วำงใจจำกชุมชนในกำรดูแลเรื่อง เงิน ด้วยเป็นบุคคลที่มีควำมสุจริต ซื่อสัตย์ เช่น กลุ่มฌำปนกิจสงเครำะห์ กองทุนเงินล้ำน เป็นต้น 9) แกนนำอำสำสมัคร/จิตอำสำ ทุนทำงบุคคล ดำเนินงำนด้วยจิต อำสำ โดยไม่หวังผลตอบแทน เสียสละ ทั้งทรัพย์สิน และเวลำเพื่อส่วนร่วม 10) แกนนำด้ำนกำรจัดกำรชุมชน เป็นทุนทำงสังคมที่เป็นนักจัดกำร เมื่อเวลำงำนหรือกิจกรรมใด ของชุมชน จะมีควำมสำมำรถบริหำรจัดกำรได้ทั้ง คน งำน และทุน มอบหมำยงำนให้แต่ละคนตำมควำมถนัดของ แต่ละคนได้ 11) แกนนำในกำรอนุรักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติ เป็นทุนที่ทำงำนด้ำนกำรอนุรักษ์ทั้งน้ำ และป่ำไม้ ป่ำชุมชน ภำยในและภำยนอกชุมชน ๑.๒ สถานะกลุ่มแหล่งเรียนรู้ และองค์กรชุมชน ต ำบลเหล่ ำ โพนค้ อ อ ำเภอโคกศรี สุ พ รรณ จั ง หวั ด สกลนคร มี ร ะบบกำรจั ด กำรตนเองของต ำบล ประกอบด้วย ๘ ระบบ ๔๓ แหล่งเรียนรู้ ได้แก่ ๑.ระบบกำรบริหำรจัดกำรท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม เน้นกำรมีส่วนร่วมของประชำชนในกำรบริหำรงำนโดย ระบบตัวแทน คือคัดเลือกกรรมกำร บริหำรแทนส่วนสมำชิกจะมีสิทธิออกควำมคิดเห็นหรือมีส่วนร่วมในกำรบริหำร ตอนจัดเวทีกำรประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้กรรมกำรไปดำเนินกำรตำมมติที่ประชุม ประกอบด้วย ๔ แหล่ง เรียนรู้ได้แก่ ๑) กำรบริหำรจัดกำรแบบมีส่วนร่วม ๒) กลุ่มผู้ใช้น้ำประปำ ๓) กลุ่มสตรีแม่บ้ำน ๔) กลุ่มผู้ใช้น้ำ ชลประทำน ๒.ระบบกองทุนและสวัสดิกำร เป็นกำรจัดตั้งกลุ่มขึ้นเพื่อจัดสวัสดิกำรให้กับสมำชิกกลุ่มโดยทั้งสมำชิกต้อง เป็นทั้งผู้ให้และรับ นั่นคือต้องร่วมกิจกรรมกับกลุ่มด้วย คือกำรออมหรือกำรสมทบ ประกอบด้วย ๖ แหล่งเรียนรู้ ได้แก่ ๑) กลุ่มข้ำวนำน้ำฝน ๒) กลุ่มกองทุนเงินล้ำน ๓) กลุ่มออมทรัพย์เพื่อกำรผลิต ๔) กลุ่มฌำปนกิจศพ สงเครำะห์ และ ๖) กองทุนผู้สูงอำยุ ผู้พิกำรและผู้ติดเชื้อเอดส์ ๓.ระบบเศรษฐกิจชุมชน เป็นกำรจัดตั้งกลุ่มอำชีพต่ำงๆ ในชุมชนเพื่อสร้ำงรำยได้โดยตรงให้กับสมำชิกกลุ่ม และชุมชนในทำงอ้อม ประกอบด้วย ๑๑ แหล่งเรียนรู้ได้แก่ ๑) กลุ่มทอผ้ำไหม ๒)ร้ำนค้ำชนบทบ้ำนโพนค้อ ๓) กลุ่มข้ำวฮำง ๔) กลุ่มแม่บ้ำนเกษตรกร ๕) กลุ่มเกษตรบ้ำนเหล่ำเหนือพัฒนำ ๖) กลุ่มเพำะพันธุ์กล้ำไม้ ๗) กลุ่ม วิสำหกิจชุมชน ๘) กลุ่มเกลือสินเธำน์ ๙) กลุ่มทอเสื่อ ๑๐) กลุ่มโฮมสเตย์ และ ๑๑) กลุ่มสหกรณ์ยำงพำรำ

2


๔.ระบบเกษตรกรรมชุมชน เน้นกำรผลิตแบบปลอดสำรพิษตำมแนวทำงเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วย ๖ แหล่งเรียนรู้ได้แก่ ๑) กลุ่มปุ๋ยชีวภำพ ๒) กลุ่มเลี้ยงโคแม่พันธุ์ ๓) ศูนย์เรียนรู้เพิ่มศักยภำพด้ำนกำรเกษตร ๔) ศูนย์สำมดำ ๕) สวนผักหวำนนำยเร่ง ยำงธิสำร ๖) กลุ่มเกษตรกรผสมผสำน ๕. ระบบกำรเรียนรู้เพื่อเด็กและเยำวชน ประกอบด้วย ๓ แหล่งเรียนรู้ ได้แก่ ๑)กลุ่มเยำวชน ๒)กลุ่ม องค์กรเยำวชนหมู่บ้ำน ๓) โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง ๖.ระบบดูแลสุขภำพชุมชน ประกอบด้วย ๕ แหล่งเรียนรู้ได้แก่ ๑) กลุ่ม อสม ๒) กลุ่มสำยใยรักแห่ง ครอบครัว ๓) ศูนย์บำบัดฟื้นฟูสมรรถภำพผู้พิกำรและเด็กพิเศษ ๔) รพสต.โพนค้อ ๕) หน่วยกู้ชีพกู้ภัยตำบลเหล่ำ โพนค้อ ๗. ระบบกำรอนุรักษ์วัฒนธรรม ประกอบด้วย ๒ แหล่งเรียนรู้ได้แก่ ๑) กลุ่มดนตรีพื้นเมือง ๒) กลุ่ม หมอเหยำ ๘. ระบบทรัพยำกรธรรมชำติสงิ่ แวดล้อมและโบรำณสถำนโบรำณวัตถุ ประกอบด้วย ๗ แหล่งเรียนรู้ ได้แก่ ๑) วัดป่ำพุทธนิมิตสถิตศรีมำรำม (วัดโบสถ์ดินแห่งแรกในประเทศไทย) ๒) ถ้ำผำเก ๓) อ่ำงเก็บน้ำห้วยโท ห้วยยำงและศำลำอนุสรณ์ทรงงำน ๔) พระธำตุดอยอ่ำงกุ้ง ๕) สำนักสงฆ์ภูน้อยอ่ำงแก้ว ๖) กลุ่มธนำคำรขยะลด ปัญหำสิ่งแวดล้อมในชุมชน ๗) พิพิธภัณฑ์พื้นบ้ำนหนองเหียน ๑.๓ หน่วยงาน องค์กร และแหล่งประโยชน์ ตำบลเหล่ำโพนค้อ มีกำรทำงำนร่วมกันของ 4 องค์กรหลัก ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่ องค์กรภำครัฐ เช่น สถำนศึกษำจำนวน 3 แห่ง สถำนบริกำรสุขภำพ รพ.สต และภำคประชนชนในพื้นที่ วัดและสำนักสงฆ์ มีแหล่งประโยชน์ที่เอื้อต่อกำรทำงำนของบุคคล กลุ่ม แหล่งเรียนรู้และหน่วยงำนองค์กร ทั้งที่ เป็นกำรสนับสนุนด้ำนโครงสร้ำงกำยภำพให้เกิดกำรเข้ำไปมีกิจกรรมสร้ำงสัมพันธ์อันดีต่อกัน เช่น วัด สนำมกีฬำ กำรสนับสนุนข้อควำมรู้ และงำนต่อยอดมำกเพิ่มขึ้น ได้แก่ ศูนย์ข้อมูลข่ำวสำร ศูนย์ถ่ำยทอดเทคโนโลยี เป็นต้น ๑.๓.๑ สถานะขององค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อ ๑) วิสัยทัศน์ตำบลเหล่ำโพนค้อ “ประชำชนจะได้รับกำรพัฒนำคุณภำพชีวิตที่ดี ด้วยกำรนำหลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงมำใช้ ภำยใต้กำรบริหำรจัดกำรที่ดี” กำรพัฒนำตำบลเหล่ำโพนค้อ เน้นกำรพัฒนำโดยมีเป้ำหมำยให้ประชำชนมีคุณภำพ ชีวิตที่ดี โดยนำปัจจัยกำรพัฒนำที่มีในพื้นที่เป็นหลัก เนื่องจำกปัจจุบันกำรใช้ทุนในพื้นที่ยังไม่เต็มตำมศักยภำพ จำกกำรวิเครำะห์พื้นที่ตำบลเหล่ำโพนค้อ สำมำรถใช้ประโยชน์จำกทุน เช่น ทุนบุคคล ทุนกลุ่มองค์กรและแหล่ง ประโยชน์ที่มีมำกมำยในพื้นที่ได้อีก จำกข้อมูลที่ได้จำกกำรสำรวจ TCNAP และกำรทำ RECAP ทำให้มองภำพ กำรพัฒนำได้ชัดเจนมำกขึ้น ดังนั้นเพื่อพัฒนำตำบลเหล่ำโพนค้อไปสู่ตำบลสุขภำวะจึงจำเป็นต้องใช้ทุนทำงสังคมที่ มี พัฒนำตำบลโดยเน้นปัญหำควำมต้องกำรกำรมีส่วนร่วม ของประชำชนในกำรพัฒนำ และกำรพัฒนำนั้นจะต้อง สอดคล้องและเป็นไปตำมพระรำชบัญญัติสภำตำบลและองค์กำรบริหำรส่วนตำบล พ.ศ.๒๕๓๗ ที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง ปัจจุบัน และพระรำชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนกำรกระจำยอำนำจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ และต้องตรงตำมภำรกิจหลัก ๗ ด้ำนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย เช่น ทุกวันที่ ๔ หรือ ๕ ของทุกเดือน องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อจะจ่ำยเงิน เบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอำยุ ผู้พิกำรและผู้ติดเชื้อ ณ ที่ทำกำรองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ มีกำรจัดตลำด นัดอำหำรที่ผลิตเองและผักพื้นบ้ำนปลอดสำรพิษของประชำชนในตำบลเหล่ำโพนค้อ เพื่อเป็นกำรกระจำยรำยได้ และเงินหมุนเวียนในพื้นที่ ร่วมกับโรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพตำบลโพนค้อตรวจสุขภำพ วัดควำมดันผู้สูงอำยุ

3


และบริกำรนวดแผนโบรำณฟรี นอกจำกนี้ยังได้ร่วมกับพำนิชจังหวัดสกลนครในกำรจัดตลำดนัดธงฟ้ำจำหน่ำย สินค้ำในรำคำประหยัด ให้กับผู้สูงอำยุและประชำชนในตำบลเหล่ำโพนค้อด้วย องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อได้ร่วมกับนักศึกษำมหำวิทยำลัยมหำสำรคำม คณะมนุษยศำสตร์และสังคมศำสตร์และนักศึกษำมหำวิทยำลัยรำชภัฎสกลนคร คณะพืชศำสตร์และเทคโนโลยี ประมำณ ๑๐๐ คน จัดกิจกรรมปลูกไม้พยุงสู่ป่ำและสร้ำงฝำยถวำยพ่อที่บริเวณน้ำตกศรีตำดโตนเพื่อคืนชีวิตให้ ป่ำโดยป่ำดังกล่ำวเป็นแหล่งต้นน้ำเพื่อใช้ในกำรทำกำรเกษตรของประชำชนในตำบลเหล่ำโพนค้อให้ประชำชนมี น้ำเพื่อใช้ในกำรเกษตรในทุกฤดูกำล ดำเนินโครงกำรธนำคำรขยะทุกหมู่บ้ำนในตำบลเหล่ำโพนค้อ เนื่องจำกปัจจุบันขยะ เริ่มเป็นปัญหำที่ อบต.ต้องให้ควำมสนใจและเป็นนโยบำยของผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดนำยบุญส่ง เตชะมณีสถิต ซึ่งให้ ควำมสำคัญเรื่องขยะอย่ำงมำกแต่ไม่สนับสนุนให้ซื้อรถขยะเนื่องจำกจะเป็นภำระผูกพันในอนำคต กำรจัดทำ โครงกำรธนำคำรขยะขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ ดำเนินกำรอบรมให้ควำมรู้ ถึงผลดีผลเสียของ ขยะ วิธีกำรคัดแยกขยะ กำรนำขยะไปทำปุ๋ยชีวภำพ กำรฝังกลบขยะที่ย่อยสลำยได้ เป็นต้น โดยจัดทำสมุด ประจำตัวสำหรับสมำชิกกลุ่มที่นำขยะมำจำหน่ำยในรำคำที่สูงกว่ำพ่อค้ำทั่วไปโดยองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำ โพนค้อทำกำรตกลงกับพ่อค้ำที่รับซื้อและเงินที่ได้จะนำเป็นเงินออมและส่วนหนึ่งนำไปจัดสวัสดิกำรให้กับสมำชิก ในกลุ่ม เช่น ช่วยเหลือเป็นของขวัญในกำรเยี่ยมสมำชิกที่นอนโรงพยำบำล และหักเงินเป็นค่ำฌำปนกิจศพสำหรับ สมำชิกที่เสียชีวิต ส่วนสมำชิกจะเบิกเงินได้ต้องมียอดฝำกมำกกว่ำ ๑๐๐ บำท และต้องมีเงินคงในบัญชีไม่น้อย กว่ำ ๑๐๐ บำท พื้นที่ตำบลเหล่ำโพนค้อ เป็นพื้นที่ที่เลี้ยงไก่เนื้อมำกที่สุด ในเขตอำเภอโคกศรีสุพรรณ ดังนั้นจึงถือได้ว่ำเป็นพื้นที่เสี่ยงที่อำจเกิดกำรระบำดของโรคไข้หวัดนก จึงได้ดำเนินกำรพ่นน้ำยำเพื่อป้องกันกำร ระบำดของเชื้อไข้หวัดนก ในทุกหมู่บ้ำนของตำบลเหล่ำโพนค้ อปีละ ๒ ครั้ง มีกำรจัดตั้งคลินิกในกำรให้บริกำร รักษำสัตว์ ณ ที่ทำกำรองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อเพื่อบริกำรฉีดวัคซีน ทำหมันสุขและแมว ให้กับ ประชำชนที่มีสัตว์เลี้ยงในตำบลเหล่ำโพนค้อและพื้นที่ใกล้เคียงและเพื่อตอบสนองนโยบำยของรัฐบำล จึงได้จัด อบรมอำชีพให้กับเยำวชนผู้ผ่ำนค่ำยบำบัดยำเสพติด จำนวน ๒๐ คน โดยอำชีพที่ฝึกอบรมได้แก่กำรผลิตปุ๋ย ชีวภำพอัดเม็ด และกำรเลี้ยงปลำ ใช้เวลำ ๓ วัน โดยเริ่มจำกภำคทฤษฎีและภำคปฏิบัติเมื่อฝึกอบรมเสร็จแล้วผู้ เข้ำอบรมก็ได้แบ่งปุ๋ยที่ร่วมกันทำไปใช้ในครัวเรือนต่อไป ๒. หลักการทางานของตาบลเหล่าโพนค้อ หลักการพัฒนา ปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงนำกำรพัฒนำ ควบคู่หลักธรรมำภิบำล ๒.๑ หลักการบริหารจัดการที่ดี องค์ประกอบของหลักธรรมำภิบำล ระเบียบสำนักนำยกรัฐมนตรีวำ่ ด้วยกำรบริหำรกิจกำรบ้ำนเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2542 ได้ กล่ำวถึงหลักธรรมำภิบำลว่ำมีองค์ประกอบ 6 ประกำร ดังนี้ 1.หลักนิติธรรม ได้แก่ กำรตรำกฎหมำย กฎ ข้อบังคับต่ำงๆ ให้ทันสมัยและเป็นธรรมเป็นที่ ยอมรับของสังคม และสังคมนิยมพร้อมใจปฏิบัติตำมกฎหมำย ข้องบังคับเหล่ำนัน้ โดยถือว่ำเป็นกำรปกครอง ภำยใต้กฎหมำยมิใช่ตำมอำเภอใจหรืออำนำจของตัวบุคคล 2.หลักคุณธรรม ได้แก่ กำรยึดถือในควำมถูกต้องดีงำม 3.หลักควำมโปร่งใส ได้แก่ กำรสร้ำงควำมไว้วำงใจซึ่งกันและกันของคนในชำติ โดยปรับปรุง กลไกกำรทำงำนขององค์กรให้มีควำมโปร่งใส มีกำรเปิดเผยข้อมูลข่ำวสำรที่เป็นประโยชน์อย่ำงตรงไปตรงมำด้วย ภำษำที่เข้ำใจง่ำย ประชำชนเข้ำถึงข่ำวสำรได้สะดวก เป็นกระบวนกำรให้ประชำชนตรวจสอบควำมถูกต้องได้ ชัดเจนขึ้น

4


4.หลักกำรมีส่วนร่วม ได้แก่ กำรเปิดโอกำสให้ประชำชนมีส่วนร่วมรับรู้ แสดงควำมคิดเห็นในกำร ตัดสินใจปัญหำของชุมชนไม่วำ่ ด้วยกำรแจ้งข่ำวสำร กำรประชำสัมพันธ์ 5.หลักควำมรับผิดชอบ ได้แก่ กำรตระหนักในสิทธิหน้ำที่ ควำมสำนึกในควำมรับผิดชอบต่อ สังคม กำรใส่ใจปัญหำของบ้ำนเมือง และกระตือรือร้นช่วยแก้ปัญหำตลอดจนกำรเคำรพในควำมเห็นที่ ต่ำงกัน และควำมกล้ำที่จะรับผลจำกกำรกระทำของตนเอง 6.หลักควำมคุ้มค่ำ ได้แก่ กำรจัดกำรและใช้ทรัพยำกรที่มีจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ ส่วนรวม โดยรณรงค์ให้คนไทยมีควำมประหยัด ใช้ทรัพยำกรอย่ำงคุ้มค่ำ กำรทำงำนขององค์กำรบริหำรส่ วนตำบลเหล่ำโพนค้อยึ ดหลั ก กำรทำงำนตำมฐำนคิด กำร บริหำรจัดกำรที่ดีโดยปฏิบัติตำมกฎหมำยหรือข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้อง กำรทำงำนมีคุณธรรมโดยประชำชนจะต้อง ได้รับบริกำรอย่ำงเท่ำเทียมกัน มีควำมโปร่งใสตรวจสอบได้ เน้นกำรให้ประชำชนมีส่วนร่วมในกำรบริหำรงำนจำก กำรทำประชำคมเพื่อเสนอปัญหำต่ำงๆและแต่งตั้ งเป็นคณะกรรมกำรต่ำงๆ เช่น คณะกรรมกำรพัฒนำตำบล คณะกรรมกำรตรวจรับงำน คณะกรรมกำรกำรประเมินติดตำมแผนพัฒนำตำบล มีควำมรับผิดชอบต่องำนที่ทำ และกำรดำเนินโครงกำรและกำรใช้งบประมำณต้องคุ้มค่ำกับงำนที่ได้ ทำให้องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพน ค้อได้รับรำงวัลกำรบริหำรจัดกำรที่ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๒ และรำงวัลผ่ำนเกณฑ์มำตรฐำนด้ำนควำมโปร่งใสและ ส่งเสริมกำรมีส่วนร่วมของประชำชนจำกสถำบันพระปกเกล้ำ ประจำปี พ.ศ.๒๕๕๓

5


๒.๒) หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

1.ยึดแนวพระรำชดำริ กำรพัฒนำแบบเศรษฐกิจพอเพียง ตำมขั้นตอนทฤษฎีใหม่ 2. สร้ำงพลังทำงสัง คม โดยกำรประสำนกับภำครัฐ องค์กรพัฒนำเอกชน นักวิชำกำร ธุรกิจเอกชน สื่อมวลชน ประชำชน ฯลฯ เพื่อใช้ขับเคลื่อนชุมชน 3. ยึดพื้นที่เป็นหลัก ให้ ชุมชนเป็นศูนย์กลำงกำรพัฒนำและให้ภำคอื่น ๆ คอยให้กำรกระตุ้น ส่งเสริม และสนับสนุน 4. ใช้กิจกรรมของชุมชนเป็นเครื่องมือสร้ำงกำรเรียนรู้และกำรจัดกำรร่วมกัน พร้อมพัฒนำอำชีพที่ หลำกหลำย เพื่อเป็นทำงเลือกของคนในชุมชน ซึ่งมีควำมแตกต่ำงกันทั้งด้ำนเพศ วัย กำรศึกษำ ควำมถนัด ฐำนะ 5. ส่งเสริมกำรรวมกลุ่ ม และกำรสร้ำงเครือข่ำย องค์กรชุมชนเพื่อสร้ำงคุณธรรมจริยธรรมและกำร เรียนรู้ที่มีคุณภำพอย่ำงรอบด้ำน ทั้งกำรศึกษำ สำธำรณสุข กำรฟื้นฟูวัฒนธรรม กำรจัดกำรสิ่งแวดล้อม เป็นต้น 6. กำรวิจัยและกำรพัฒนำชุมชนครบวงจร โดยให้ควำมสำคัญต่อกำรมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและฐำน ทรัพยำกรของท้องถิ่น 7. พัฒนำเศรษฐกิจชุ มชน ให้มีศักยภำพสูงให้เป็นศูนย์กำรเรียนรู้ชุม ชน ที่มีข้อมูลข่ำวสำรธุรกิจนั้น ๆ อย่ำงครบวงจรพร้อมทั้งใช้เป็นสถำนที่ศึกษำดูงำนและฝึกอบรม

6


๓.สถานะหมู่บ้านจัดการตนเอง ตำบลเหล่ำโพนค้อมีหมู่บ้ำนที่มีกระบวนกำรพัฒนำและจัดกำรตนเองจนเกิดควำมรู้ที่สำมำรถถ่ำยทอด เรื่องรำวของตนเองให้เห็นกำรหลอมรวม กระบวนกำร วิธีก ำรทำงำน กำรจัดกิจกรรม กำรปรับปรุงสภำพต่ำงๆ ของทุนทำงสังคมที่มีอยู่ในหมู่บ้ำน เพื่อจัดกำรกับปัญหำต่ำงๆที่เกิดขึ้นในหมู่บ้ำนสำมำรถเป็นตัวอย่ำงและแหล่ง ศึกษำเรียนรู้กับผู้สนใจได้ เช่น กำรบริหำรจัดกำรกลุ่มข้ำวนำน้ำฝน โดยกำรรวมกลุ่มกันนำข้ำวเปลือกมำรวมกัน แล้วปล่อยให้สมำชิกกู้ยืมข้ำวเปลือกครัวเรือนละ 20 หมื่น/ปีแล้วให้คืนเป็นข้ำวเปลือกพร้อมดอกตำมอัตรำส่วนที่ ยืมหลังจำกเก็บเกี่ยวเพื่อแก้ปัญหำให้กับสมำชิกที่ข้ำวไม่พอกิน สำมำรถช่วยเหลือสมำชิกกลุ่มได้ กำรร่วมกัน อนุรักษ์ป่ำชุมชน ให้ผืนป่ำมีควำมอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอำหำรทำงธรรมชำติ เช่น ไข่มดแดง แมงแคง จักจั่น เห็ด หนอไม้ ผักติ้ว หวำย ดอกกระเจียว เป็นต้น รวมกลุ่มกันจัดตั้งธนำคำรขยะ เพื่อแก้ปัญหำสิ่งแวดล้อมโดยนำ ขยะที่คัด แยกไปจำหน่ำ ยกับพ่อค้ำที่ทำข้อตกลงกับ อบต.เหล่ ำโพนค้อ เงินที่ ได้นำฝำกที่ธนำคำรตำมยอดที่ จำหน่ำยแต่ละครั้ง แล้วนำเงินรำยได้ไปจัดเป็นเงินช่วยเหลือฌำปนกิจศพแก่สมำชิกและกลุ่มฌำปนกิจสงเครำะห์ ชำวบ้ำนได้รวมกลุ่มกันเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในกำรจัดกำรงำนศพแก่สมำชิก ๔. การจัดการตนเองของตาบลสุขภาวะ ตำบลเหล่ำโพนค้อมีประสบกำรณ์ในกำรจัดกำรตนเอง ที่จะเข้ำสู่ตำบลสุขภำวะโดยมีเป้ำหมำยในกำร พัฒนำตำมวิสัยทัศน์ที่ว่ำ “ประชำชนจะได้รับกำรพัฒนำคุณภำพชีวิตที่ดี ด้วยกำรนำหลักปรัชญำเศรษฐกิจ พอเพียงมำใช้ ภำยใต้กำรบริหำรจัดกำรที่ดี” ดังนั้นกำรพัฒนำจึงยึดหลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงและหลักธรร มำภิบำล โดยเฉพำะในเรื่องของกำรมีส่วนร่วมในกำรพัฒนำตำบล โดยทุกปีจะมีโครงกำร อบต.เคลื่อนที่ เพื่อเป็น เวทีให้ประชำชนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กำรทำงำนและเสนอปัญหำให้กับองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อมำ จัดทำแผนในกำรพัฒนำตำบลต่อไป กำรใช้ประโยชน์จำกทุนในพื้นที่ให้เต็มศักยภำพโดยใช้ควำมสำมำรถของ บุคลำกรในองค์กรส่วนโครงกำรที่เกินศักยภำพต้องประสำนเชื่อมโยงเครือข่ำยกับองค์กรนอกพื้นที่เพื่อให้เกิดกำร พัฒนำ ส่งเสริม และบูรณำกำรกำรทำงำนอย่ำงมีประสิทธิภำพและเกิดประโยชน์สูงสุด จนได้รับรำงวัลองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกำรบริหำรจัดกำรที่ดี ปี ๒๕๕๒ และรำงวัลพระปกเกล้ำด้ำนควำมโปร่งใสและ ตรวจสอบได้จำกสถำบันพระปกเกล้ำ ปี ๒๕๕๓ เส้นทางการพัฒนาของตาบลเหล่าโพนค้อ เส้นทำงกำรพัฒนำโดยเน้นจุดเปลี่ยนที่ส่งผลกระทบต้อกำรแก้ปัญหำและพัฒนำในพื้นที่ เส้นทำงกำร พัฒนำขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ เกิดจำกปัญหำและควำมต้องกำร ของคนในชุมชน ที่ต้องกำร อยู่ ร่ ว มกั น อย่ ำ งมี ค วำมสุ ข มี ค วำมรั ก และสำมั ค คี โดยอำศั ย ควำมร่ ว มมื อ ของทุ ก ภำคส่ ว น ในกำรพั ฒ นำ โดยเฉพำะควำมร่วมมือขององค์กรหลักในชุมชนอัน ได้แก่ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และองค์กรภำครัฐใน ตำบล ที่ ต้องทำงำนร่วมกันอย่ำงบูรณำกำร จนเกิดเป็นเครือข่ำยกำรพัฒนำที่หนุนเสริมซึ่งกันและกันโดยมีเป้ำหมำย ร่ว มกัน คือ กำรพั ฒ นำคุณ ภำพชี วิ ต ของประชำชนให้ มี คุณ ภำพชี วิ ต ที่ ดี ขึ้น อย่ ำ งยั่ ง ยื น กระบวนกำรพั ฒ นำ ปฏิบัติกำรต่ำงๆขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ เริ่มมำตั้งแต่สมัยกำรก่อตั้งเป็นสภำตำบลเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๗ สำมำรถแบ่งออกเป็นระยะของช่วงกำรพัฒนำได้ ๔ ช่วงที่สำคัญ แสดงให้เห็นควำมแตกต่ำงของเหตุกำรณ์ หรือสถำนกำรณ์ซึ่งนำไปสู่กำรพัฒนำ กระบวนกำรหรือวิธีกำรปรับ หรือพัฒนำศักยภำพของตำบลได้ดังต่อไปนี้

7


ระยะที่ ๑ ระยะการเริ่มต้นการปรับรากฐานสู่ความเข้มแข็งของตาบล (ระหว่าง พ.ศ.๒๕๓๗-๒๕๔๒) กำรพัฒนำตำบลในระยะนี้ซึ่งมีสถำนะเป็น “สภำตำบล” ซึ่งจัดตั้งขึ้นใน ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ และต่อมำได้ยก ฐำนะเป็น “องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ” ใน พ.ศ. ๒๕๔๒ ตำมพระรำชบัญญัติสภำตำบลและองค์กำร บริหำรส่วนตำบล พ.ศ.๒๕๓๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึงปัจจุบัน เนื่องจำกสมั ยเป็นสภำตำบลมีกำนันเป็นผู้บริหำร และมีผู้ใหญ่บ้ำนทุกหมู่บ้ำนเป็นสมำชิกโดยตำแหน่ง ต้องรับนโยบำยมำจำกส่วนกลำง คือกระทรวงมหำดไทย ซึ่ง เป็นหน่วยงำนหลักในกำรขับเคลื่อนงำนกำหนดนโยบำยในกำรพัฒนำเป็นไปตำมแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคม แห่งชำติ ผ่ำนทำงรำชกำรส่วนภูมิภำค คือ จังหวัด และอำเภอ ซึ่งในบำงครั้งนโยบำยดังกล่ำวไม่สำมำรถที่จะ นำไปใช้ในทุกชุมชนได้ ทำให้นโยบำยดังกล่ำวไม่สำมำรถตอบสนองต่อกำรพัฒนำชุมชนท้องถิ่นได้ กำรพัฒนำเน้นไปที่กำรพัฒนำด้ำนโครงสร้ำงพื้นฐำน กำรก่อสร้ำงถนนภำยในหมู่บ้ำน ถนนเชื่อมระหว่ำง หมู่บ้ำน กำรสร้ำงถนนเข้ำสู่แหล่งเกษตร ขยำยระบบประปำไฟฟ้ำ ระบบระบำยน้ำเสียภำยในหมู่บ้ำน เป็นต้น โดยมีวั ตถุประสงค์ เพื่ อมุ่งเน้ นระบบกำรคมนำคมตำมปัญ หำและควำมต้องกำรของประชำชนภำยในตำบล ประชำชนยังไม่มีบทบำทในกำรพัฒนำชุมชนของตนเองเท่ำที่ควร ไม่สำมำรถเป็นผู้กำหนดทิศทำงกำรพัฒนำ ชุมชนของตนเอง ส่วนใหญ่เป็นนโยบำยของส่วนกลำงและภูมิภำค ถึงแม้จะมีผู้นำในกำรบริหำรคือกำนัน มีสมำชิก โดยต ำแหน่ง คือผู้ ใหญ่ บ้ำ น แต่ ก็มิ ได้ มี ส่ว นร่ว มในกำรกำหนดนโยบำยกำรพัฒ นำต้ องพึ่ งพำภำครัฐมำกกว่ ำ พึ่งตนเอง แต่ควำมต้องกำรพัฒนำของประชำชนยังมีอยู่จึงเริ่มกำรจัดตั้งกลุ่มเพื่ อช่วยเหลือตัวเองขึ้น ได้แก่ กลุ่ม ผู้ใช้น้ำจำกอ่ำงเก็บน้ำห้วยโท-ห้วยยำง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รับประโยชน์จำกอ่ำงเก็บน้ำดังกล่ำว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ บริหำรกำรใช้น้ำตำมนโยบำยของกรมชลประทำนเพื่อให้เพียงพอกับควำมต้องกำรของสมำชิกและเกษตรกรให้มี น้ำใช้ได้ทุกฤดูกำล หมู่บ้ำน อพป.หมู่ที่ ๖ เนื่องจำกหมู่บ้ำนนี้เป็นพื้นที่ติดกับภูเขำอดีตเคยเป็นสมำชิกผู้พัฒนำชำติไทย กระทรวงมหำดไทยจึงเล็งเห็นควำมสำคัญของกำรแก้ไขปัญหำโดยกำรเปลี่ยนทัศนคติในกำรพัฒนำ จึงได้จัดตั้ง โครงกำรนี้ขึ้นมำตำมพื้นที่ที่มีปัญหำ ซึ่งสำมำรถเปลี่ยนแปลงทัศนคติให้มำร่วมพัฒนำชำติไทยต่อไปได้และให้เป็น หมู่ในกำรดูแลตนเองต่อไป กลุ่มข้ำวนำน้ำฝน เนื่องจำกชุมชนเห็นว่ำประชำชนส่วนหนึ่งในหมู่บ้ำนประสบปัญหำ กำรขำดแคลนข้ำวบริโภคในครัวเรือนเนื่องจำกประสบปัญหำภัยแล้ง ข้ำวไม่พอในกำรบริโภคในครัวเรือน จึงได้ จัดตั้งกลุ่มข้ำวนำน้ำฝนขึ้นโดยกลุ่มที่มีข้ำวมำกก็ช่วยบริจำค และรวบรวมข้ำวจำกครอบครัวที่พอมีจะกินเพื่อ ช่วยเหลือครอบครัวที่ขำดข้ำวโดยกำรจำหน่ำยในรำคำประหยัดเพื่อเอำเงินเข้ำกลุ่มใช้บริหำรต่อไป กำรสร้ำงกลุ่ม ฌำปณกิจสงเครำะห์ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่มีสมำชิกเสียชีวิตซึ่ง เป็นระบบสวัสดิกำรแรกที่เกิดขึ้นในหมู่บ้ำนของตำบลเหล่ำโพนค้อ ระยะที่ ๒ ระยะดาเนินการพัฒนาเพื่อสังคมอยู่ดีมีสุข (ระหว่าง พ.ศ.๒๕๔๓-๒๕๔๗) ผลจำกกำรเปลี่ยนแปลงฐำนะจำกสภำตำบล ในปี พ.ศ.๒๕๔๒ ขึ้นเป็นองค์กำรบริหำรส่วน ตำบลเหล่ำโพนค้อนั้น มีกำรเปลี่ยนแปลงระบบกำรได้มำของสมำชิกสภำและผู้บริหำรจำกเดิมเป็นโดยตำแหน่งมำ สู่ระบบกำรเลือกตั้งโดยประชำชน แต่นำยกยังมำจำกกำรเลือกของสมำชิกเองก็ตำมซึ่งต่อมำก็เปลี่ยนเป็นเลือก โดยตรงจำกประชำชน ทำให้กำรแก้ไขปัญหำและควำมต้องกำรของประชำชนมีควำมรวดเร็ว และตรงกับควำม ต้องกำรชองประชำชนมำกขึ้น เป็นไปตำมหลักกำรพัฒนำ ทำให้ชุมชนสำมำรถกำหนดทิศทำงในกำรพัฒนำได้ ชัดเจนขึ้น ทำให้ชุมชนเลือกที่จะพัฒนำตนเองออกมำในรูปแบบกำรสร้ำงกลุ่มทำงสังคมมำกมำย เพื่อตอบสนอง ควำมต้องกำรและแก้ไขปัญหำของชุมชน กรณีที่มีชุมชนประสบปัญหำกำรขำดงบประมำณในกำรลงทุน ทำให้เกิด กลุ่มต่ำงๆขึ้นมำสนองตอบและแก้ปัญหำของชุมชน คือกลุ่มน้ำดื่มออมทรัพย์บ้ำนเหล่ำ หมู่ที่ ๕ เพื่อแก้ไขปัญหำ เรื่องน้ำบริโภคในครัวเรือนซึ่งเกิดจำกปัญหำของชุมชนเอง กลุ่มผลิตปุ๋ยชีวภำพอัดเม็ด เนื่องจำกปัญหำปุ๋ยเคมีมีรำคำแพงจึงรวมกลุ่มกันผลิตปุ๋ยเพื่อแบ่งกันไปใช้ โดยได้รับกำรสนับสนุนงบประมำณในกำรอบรมจำกองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ กลุ่มแปรรูปน้ำผลไม้

8


เนื่องจำกในพื้นที่มีผลไม้ในท้องถิ่นหลำยชนิดที่มีประโยชน์และคุณค่ำทำงอำหำร จึงรวมกลุ่มกันผลิตน้ำผลไม้และ ไวน์เม่ำ โดยได้รับกำรสนับสนุน จำกเกษตรอำเภอจัด ฝึกอบรมและให้ควำมรู้ และมีกลุ่มอำชีพต่ำ งๆ เกิดขึ้น มำกมำย เพื่อขอรับกำรสนับสนุนงบประมำณจำกองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ เป็นยุคแห่งกำรจัดตั้ง กลุ่มและแก้ไขปัญหำด้ำนเศรษฐกิจในครัวเรือน องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อมีกำรปรับปรุงกำรพัฒนำ ด้ ำ นบุ ค ลำกร สถำนที่ และวั ส ดุ อุป กรณ์ และ กำรบริหำรจั ด กำรด้ ว ยกำรกำหนดยุ ท ธศำสตร์ก ำรพั ฒ นำให้ สอดคล้องกับปัญหำตำมควำมต้องกำรของประชำชน สอดคล้องกับแผนพัฒนำชุมชนทั้งในระดับจังหวัดและระดับ อำเภอ เพื่อยกระดับกำรจัดบริกำรสำธำรณะให้กับชุมชน เพิ่มประสิทธิภำพกำรดำเนินงำน มุ่งเน้นกำรสร้ำงอำชีพ สร้ำงรำยได้ ประชำชนได้รับกำรดูแลในระยะนี้มำกขึ้น และมีคุณภำพชีวิตที่ดีขึ้นมำตำมลำดับ ระยะที่ ๓ ระยะพัฒนาความเข้มแข็งสู่ความยั่งยืนของตาบล (ระหว่าง พ.ศ.๒๕๔๘-๒๕๕๕) จำกกำรที่มีกำรเลือกตั้งโดยตรงของผู้บริหำรและสมำชิกสภำองค์กำรบริหำรส่วนตำบลจำก ประชำชน และควำมต่อเนื่องของกำรได้รับเลื อกตั้งของผู้บริหำรทำให้กำรบริหำรงำนและกำรกำหนดนโยบำยใน กำรพัฒนำต่อเนื่องไม่ติดขัด มีระเบียบกระทรวงมหำดไทยว่ำด้วยกำรจัดทำแผนที่ชัดเจน ส่งผลให้กำรกำหนด นโยบำยและยุทธศำสตร์ในกำรพัฒนำ ต่อเนื่องเกิดเอกภำพในกำรบริหำร สำมำรถตอบสนองควำมต้องกำรที่ แท้จริงของชุมชน มีกำรปรับปรุงแผนยุทธศำสตร์และแผนพัฒนำตำบลสำมปีเป็นประจำทุกปี มีคณะกรรมกำร พัฒนำแผนตำบลรับผิดชอบในกำรวำงแผนและกำหนดยุทธศำสตร์กำรพัฒนำ ซึ่งใช้เป็นแนวทำงในกำรพัฒนำ แก้ไขปัญหำด้ำนต่ำงๆ ของชุมชน ได้ก่อให้เกิดแผนชุมชนซึ่งจะสะท้อนปัญหำและควำมต้องกำรที่แตกต่ำงกันไป ในแต่ละชุมชน และเป็นพื้นฐำนหนึ่งของกำรพัฒนำแบบชุมชนบริหำรจัดกำรตนเอง เพรำะในมิติที่ คณะกรรมกำร หมู่บ้ำนสำมำรถดำเนินกำรได้เอง ก็สำมำรถดำเนินกำรตำมแผนได้โดยไม่ต้องขอควำมเห็นจำกหน่วยงำนใด เว้น แต่แผนงำนโครงกำรที่เกินศักยภำพของชุมชน กำรพัฒนำในช่วงนี้ยังมุ่งเน้นไปที่ก ำรแก้ไขและปรับปรุงพัฒนำ ระบบโครงสร้ำงพื้นฐำนซึ่งขำดแคลนสะสมมำเป็นเวลำนำน จนได้รับกำรปรับปรุงพัฒนำที่ดีขึ้น มีกำรก่อสร้ำง ศูนย์ฝึกอำชีพชุมชน ควบคู่ไปกับกำรส่งเสริมกระบวนกำรกำรมีส่วนร่วมของภำคประชำสังคม ภำครัฐ และภำค ประชำชน พัฒนำหมู่บ้ำนเพื่อนำไปสู่กำรพึ่งพำตนเองได้ของชุมชน ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ มหำวิทยำลัยรำชภัฎพระนคร ตั้งศูนย์มหำวิทยำลัยชีวิต ที่โรงเรียนเหล่ำโพนค้อเหล่ำ รำษฎร์วิทยำ โดยหลักสูตรกำรศึกษำเน้นกำรเรียนรู้ชุมชน นำองค์ควำมรู้ที่อยู่ในชุมชนมำสังเครำะห์ ค้นหำทุน และศักยภำพเพื่อกำรวำงแผนและให้เกิดกำรเรียนรู้ชุ มชน เกิดกำรสร้ำงกลุ่ม และองค์กรในท้องถิ่นหลำยกลุ่ม หลำยองค์กร เริ่มเป็นรูปร่ำงและมีควำมเข้มแข็งขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกำรพัฒนำเกิดกลุ่มองค์กรที่ทำงำนใน ระดับชุมชน/หมู่บ้ำนมำกมำยและหลำกหลำย เป็นแหล่งที่มีขีดควำมสำมำรถในกำรพัฒนำตนเอง และสมำชิกของ กลุ่มมีกฎระเบียบ มีกระบวนกำรจัดกำรบริหำรที่มีขั้นตอนอย่ำงชัดเจน เช่น กลุ่มผลิตน้ำผลไม้และไวน์เม่ำ กลุ่ม กองทุนผู้สูงอำยุ กองทุนหมู่บ้ำน กลุ่มธนำคำรข้ำว ฯลฯ ทำให้ประชำชนในชุมชนมีควำมเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรำยได้ เพิ่มมำกขึ้น รำยจ่ำยลดน้อยลง ครอบครัวมีควำมอบอุ่น นอกจำกนี้ยังได้เข้ำร่วมเครือข่ำยบริกำรสุขภำพกองทุน หลั ก ประกั น สุ ข ภำพ เขต ๘ อุ ด รธำนี เพื่ อ พั ฒ นำระบบกำรดู แ ลสุ ข ภำพทุ ก มิ ติ ทั้ ง กำรส่ ง เสริ ม ป้ อ งกั น รักษำพยำบำล และฟื้นฟูสภำพ มีระบบกำรดูแลผู้ป่วยทุกช่วงวัย ที่ให้กำรดูแลเป็นองค์รวม จำกกำรทำงำนร่วมกับชุมชนดังกล่ำวข้ำงต้นทำให้องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อได้รับรำงวัล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกำรบริหำรจัดกำรที่ดี ประจำปี ๒๕๕๒ ซึ่งเป็นรำงวัลแห่งควำมภำคภูมิใจอันสูงสุด ที่องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อได้รับ กำรให้บริกำรหน่วยแพทย์ฉุกเฉินขึ้นที่องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อเพื่อให้บริกำรประชำชนที่ ป่วยฉุกเฉิน และผู้ด้อยโอกำส เพื่อนำส่งโรงพยำบำลอย่ำงถูกวิธีและปลอดภัย จนได้รับรำงวัลกำรให้บริกำรรอง อันดับ ๒ ด้ำนกำรแพทย์ฉุกเฉินระดับชำติ และได้รับรำงวัลกำรให้บริกำรดีเด่นระดับจังหวัด ๒ ปีซ้อนในปี ๒๕๕๒ และ๒๕๕๓ กำรบริหำรงำนองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ เน้นกำรมีส่วนร่วม/ของประชำชนเป็นหลัก มี

9


ควำมโปร่งใสและตรวจสอบได้ ทำให้องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ ได้รับใบประกำศเกียรติคุณจำก สถำบันพระปกเกล้ำให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่ำนเกณฑ์มำตรฐำนด้ำนควำมโปร่งใสและส่งเสริมกำรมี ส่วนร่วมของประชำชนปี พ.ศ. ๒๕๕๓ มีกำรจัดตั้งธนำคำรขยะขึ้นในชุมชน จัดอบรมวิธีกำรคัดแยกขยะ เพื่อ นำมำจำหน่ำย กำรอบรมกำรทำปุ๋ยชีวภำพ และน้ำหมักชีวภำพ ขยะรีไซเคิลขำยให้แก่ธนำคำรขยะที่ชุมชนจัดตั้ง ขึ้น เพื่อให้ประชำชนนำขยะมำจำหน่ำยส่วนรำยได้จะนำเข้ำกองทุนเพื่อจัดสวัสดิกำรให้กับสมำชิก เช่น สวัสดิกำร กำรเยี่ยมไข้ในกำรกำรนอนโรงพยำบำล ค่ำ ฌำปณกิจศพส ำหรับสมำชิ กที่เสียชีวิต ปัจจุบันได้ ขยำยผลไปสู่ โรงเรียนในพื้นที่แล้ว ปี พ.ศ.๒๕๕๔ เพื่อส่งเสริมศักยภำพให้กับองค์กรและกลุ่มต่ำงๆ ในชุมชนองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำ โพนค้อจึงได้จัดทำหลักสูตรโรงเรียนภูมิปัญญำท้องถิ่น ๑๙ หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรสำนแห หลักสูตรเพำะกล้ำไม้ หลักสูตรเลี้ยงไก่ หลักสูตรเลี้ยงจิ้งหรีด หลักสูตรแก๊สชีวภำพ เป็นต้น ในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ มีกำรจัดตั้งชมรมส่งเสริมสุขภำพ เพื่อนำในกำรออกกำลังกำยให้ประชำชนมีสุขภำพที่ ดี จนได้รับรำงวัลองค์กรที่ให้กำรส่งเสริมสุขภำพดีเด่นจำกสำธำรณสุขจังหวัดสกลนคร ระยะที่ ๔ การสร้า งการมีส่วนร่วมของประชาชน มุ่ง สู่การสร้า งเครือข่า ยตาบลสุข ภาวะ ๔ มิติ (ระหว่ำง พ.ศ.๒๕๕๖-ปัจจุบัน) ระยะนี้มุ่งแก้ปัญหำควำมยำกจนและกำรเข้ำถึงปัจจัยพื้นฐำนของประชำชน กำรลดช่องว่ำง กำรกระจำยรำยได้และควำมเหลื่อมล้ำทำงสังคม กำรเพิ่มคุณภำพชีวิตในมิติอื่นๆที่นอกเหนือจำกเศรษฐกิจ พอเพียงและวิถีพุทธ ยึดถือหลักพุทธธรรม กำรพัฒนำควำมสุขในระดับสูงขึ้นบนพื้นฐำนปรัชญำของเศรษฐกิจ พอเพียงละพุทธศำสนำ กำรพัฒนำมุ่งเน้นไปที่กำรให้บริกำรสำธำรณ และกำรจัดบริกำรสำธำรณะสุข เพื่อดูแล ประชำชนให้ครอบคลุมในทุกช่วงวัย โดยในด้ำนกำรศึกษำเน้นกำรจัดกำรศึกษำในศูนย์พัฒนำเด็กเล็กให้มีคุณภำพ เทียบเท่ำกำรให้บริกำรของเอกชน ให้บริกำรเด็ก ตั้งแต่ ๒-๕ ปี โดยเน้นกำรมีส่วนร่วมในกำรพัฒนำโดยกำรเป็น คณะกรรมกำรศูนย์พัฒนำเด็กเล็ก ร่ วมในกำรกำหนดวิสัยทัศน์ในกำรพัฒนำศูนย์ มีกำรก่อสร้ำงศูนย์พัฒนำเด็ก เล็กเพิ่มอีกหนึ่งศูนย์คือศูนย์พัฒนำเด็กเล็กบ้ำนหนองเหียนให้เพียงพอและทั่วถึงตำมควำมต้องกำรของประชำชน ปี ๒๕๕๗ ได้รับคัดเลือกจำกพัฒนำสังคมและควำมมั่นคงของจังหวัดสกลนครให้เป็นพื้นที่นำร่องในกำร จัดสวัสดิกำรสังคมซึ่งทั้งจังหวัดจะได้รับคัดเลือกแค่ ๓ อบต. เท่ำนั้น จำกกำรได้รับกำรคัดเลือกดังกล่ำวทำให้ องค์กำรบริหำรส่วนตำบลได้รับกำรสนับสนุนงบประมำณจำก พมจ.จังหวัด เพื่อจัดกำรฝึกอบรมและพัฒนำอำชีพ ให้กับประชำชน ทำให้ประชำชนได้รับกำรบริกำรด้ำนสวัสดิกำรและพัฒนำอำชีพทั่วถึงมำกขึ้น ปี ๒๕๕๗ ได้รับคัดเลือกจำกเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสกลนคร ให้เป็นพื้นที่ในกำรพัฒนำศักยภำพ เกษตรครบวงจร ในพื้นที่ใต้อ่ำงเก็บน้ำห้วยโท-ห้วยยำงด้วย ซึ่งมีสมำชิก ๒๓๐ คน โดยหน่วยงำนที่สังกัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ต้องมีโครงกำรมำในพื้นที่เพื่ออบรมและให้ควำมรู้ด้ำนกำรเกษตรโดยสมำชิกทุกคนจะได้รับ กำรช่ วยเหลือทั้ ง ทำงตรงและทำงอ้ อม เช่น ได้รับ กำรไถกลบตอซัง ฟรี จ ำนวน ๕ ไร่ ได้รับ พั นธ์ ข้ำ วในกำร เพำะปลูกฟรี มีกำรอบรมอำชีพต่ำงๆ ตำมควำมสนใจของสมำชิก ให้คำปรึกษำกำรทำกำรเกษตรแก่สมำชิกทุกคน จุดเด่นจากการทางานของตาบลเหล่าโพนค้อ จาแนกได้เป็น 5 ด้าน (๑) ด้านการเมืองการปกครอง หลักกำรบริหำรงำนขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ ได้มุ่งเน้นกำรสร้ำงกำรมีส่วน ร่ว มของภำคีเครือข่ำยทั้ง ภำครัฐ ท้ องที่/ท้ องถิ่น และประชำชน โดยยึด หลักกำรบริหำรจั ด กำรที่ เป็น ระบบ เปิดเผย โปร่งใส สำมำรถตรวจสอบได้ ทั้งโดยภำครัฐและภำคเอกชน ยึดหลักกำรบริหำรจัดกำรตำมหลักธรรมำภิ บำล กำรสร้ำงกำรมีส่วนร่วมจำกทุกฝ่ำย นำใช้เครื่องมือในกำรจัดกำรตนเองจำกฐำนรำกอย่ำงแท้จริง มีกำรจัด

10


เวทีประชำคม ให้เป็นเวทีเพื่อรับฟังปัญหำและควำมต้องกำรของประชำชนทั้งในระดับหมู่ บ้ำน และ ระดับตำบล กำรหำรือนอกรอบกับผู้เกี่ยวข้อง กำรจัดตั้งคณะกรรมกำรชุดต่ำงๆ ต้องมีผู้แทนจำกทุกฝ่ำย มีกำรดำเนินโครงกำร อบต.เคลื่อนที่เป็นประจำทุกปี กำรบริหำรจัดกำรขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ แสดงให้เห็นถึงกำร พัฒนำงำนด้ำนต่ำงๆที่เป็นกำรตอบสนองปัญหำและควำมต้องกำรของท้องถิ่น เป็นกำรสร้ำงชุมชนให้เกิดควำม เข้มแข็ง เกิดควำมรัก ควำมสำมัคคีทั้งในกำรดำเนินงำนภำยใต้กำรทำงำนร่วมกันกับ 4 องค์กรหลักที่สำคัญ ได้แก่ องค์กรท้องถิ่น (ผู้บริหำรและบุคลำกรขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ ) องค์กรท้องที่ (ผู้ใหญ่บ้ำน), องค์กรภำคประชำชน (แกนนำ/กลุ่ม) และหน่วยงำนภำครัฐทั้งในและนอกพื้นที่ ร่วมกันในกำรพัฒนำคุณภำพชีวิต ของประชำชนให้ดีขึ้น ให้ทุกภำคส่วนเข้ำมำทุ่มเท พลังสมอง สติปัญญำ ช่วยพลิกฟื้นสร้ำงควำมหวังและแก้ปัญหำ ชุมชนให้เป็นรูปธรรม โดยกำรนำใช้ทุนและศักยภำพของชุมชนให้เต็ มกำลัง โดยเชื่อว่ำปัญหำของชุมชนสำมำรถ แก้ไขได้ด้วยกำรให้โอกำสและกำรเสริมศักยภำพของคนในชุมชน ให้มีส่วนร่วมในกำรแก้ไขปัญหำชุมชนจะทำให้ ประชำชนสำมำรถช่วยเหลือตนเองได้พร้อมๆกับสำมำรถที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ถ่ำยทอด ประสบกำรณ์กำรแก้ไข ปัญหำให้ชุมชนอื่นหรือต่ำงที่กันได้ และจำกกำรส่งเสริมกำรมีส่วนร่วมในระบบดังกล่ำวทำให้องค์กำรบริหำรส่วน ตำบลเหล่ำโพนค้อ ได้รับรำงวัลผ่ำนเกณฑ์มำตรฐำนจำกสถำบันพระปกเกล้ำ “ด้ำนควำมโปร่งใสและส่งเสริมกำร มีส่วนร่วมของประชำชน” ปี พ.ศ. 2553 นั่นย่อมเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่ำจุดเด่นจำกกำรทำงำนร่วมกัน ของภำคี เครือข่ำย ที่ของเทศบำล ท้องที่ ส่วนรำชกำรและประชำชนได้มีส่วนร่วมอย่ำงแท้จริง ตั้งแต่กำรร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมปรับปรุงและร่วมรับผลประโยชน์ เพื่อพัฒนำชุมชนให้น่ำอยู่ ทั้งทำงด้ำนร่ำงกำย จิตใจ สังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับควำมเป็นอยู่ของประชำชนให้ดีขึ้น มุ่งให้เกิดควำมเป็นธรรมแก่ประชำชนทุกกลุ่มในชุมชนจึงเกิดกำร มีส่วนร่วมและสำมำรถประสำนควำมร่วมมือกับภำคีเครือข่ำยอย่ำงเป็นระบบ ด้วยกำรมุ่งพัฒนำอย่ำงเป็นองค์ รวมโดยยึดคนเป็นศูนย์กลำงและอำศัยควำมเข้มแข็งของชุมชนเป็นรำกฐำนกำรพัฒนำจุดเด่นของกำรบริหำรงำน ในพื้นที่ตำบลเหล่ำโพนค้อ ที่ชัดเจนอีก คือ นโยบำยบริหำรงำนได้ชัดเจน จำกกำรดำรงตำแหน่งนำยกองค์กำร บริหำรส่วนตำบลสำ ๔ สมัย ติดต่อกัน ทำให้สำมำรถกำหนดนโยบำยบริหำรงำนได้ชัดเจนและต่อเนื่อง (๒) ด้านสังคม ลักษณะทำงสังคมของตำบลเหล่ำโพนค้อ มีสภำพควำมเป็นอยู่เป็นแบบสังคมชนบทที่อยู่ใน ท้องถิ่นเดียวกัน มีควำมผูกพันฉันท์พี่น้อง เห็นได้จำกควำมเข้มแข็งและมีกำรช่วยเหลือเกื้อกูลกัน องค์กำรบริหำร ส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ มีนโยบำยที่จะพัฒนำคนในชุมชนให้มีควำมรู้ ควำมสำมำรถ มีควำมสำมัคคี ให้มีควำม ปรองดองสมำนฉันท์ โดยคนจะต้องได้รับกำรพัฒนำ ทำงด้ำนกำรศึกษำและพัฒนำแนวควำมคิด โดยให้กำร สนับสนุน กลุ่มองค์กร ผู้นำชุมชน และส่วนรำชกำรในพื้นที่ เช่น คณะกรรมกำรหมู่บ้ำน อำสำสมัครสำธำรณสุข ประจำหมู่บ้ำน (อสม.) อำสำสมัครป้องกันภัยฝ่ำยพลเรือน(อปพร.) อำสำสมัครดูแลผู้สูงอำยุ (อสผ.) โดยกำร สนับสนุนงบประมำณกำรฝึกอบรมและกำรศึกษำดูงำนนอกพื้นที่ เช่น สนับสนุนงบประมำณให้กับกลุ่ม อสม.ใน กำรอบรมเพื่อพัฒนำศักยภำพในกำรทำงำนด้ำนกำรปรำบลูกน้ำยุงลำยโดยไม่ใช้สำรเคมีและศึกษำดูงำนนอกพืน้ ที่ ที่โรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพหนองกอมเกำะ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคำย ซึ่งได้รับรำงวัลนวัตกรรมกำรปรำบ ลูกน้ำยุงลำยโดยไม่ใช้สำรเคมี เพื่อนำควำมรู้ที่ได้มำปรับใช้กับพื้นที่ตำบลเหล่ำโพนค้อ สนั บสนุน งบประมำณคณะกรรมกำรหมู่บ้ ำ นเพื่อใช้ง ำนด้ำ นกำรดู แลรักษำสิ่ งแวดล้ อมใน หมู่บ้ำนและกำรสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น ส่งเสริมให้เด็กและเยำวชนมีส่วนร่วมในกำรจัดกิจกรรมต่ำงๆ โดยสนับสนุนงบประมำณเพื่อใช้ในงำนด้ำนกำรกีฬำและนันทนำกำร สนับสนุนงบประมำณให้โรงเรียนและวัดใน พื้นที่เพื่อใช้ใน กำรพัฒนำงำนด้ำนวิชำกำรของเด็กนักเรียน โครงกำรปฏิบัติธรรมในช่วงเทศกำลเข้ำพรรษำและ อบรมคุณธรรมจริยธรรมให้กับ เยำวชน อุบำสก อุบำสิกำที่สนใจ เพื่อขัดเกลำจิตใจ โดยทุกกิจกรรมมีเป้ำหมำย สูงสุดเพื่อให้คนในชุมชนอยู่ร่วมกันด้วยควำมสงบสุข มีควำมรักควำมสำมัคคี โดยมีหน่วยงำนเครือข่ำยในพื้นที่เช่น

11


โรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพตำบล และโรงเรียน ๓ แห่ง ซึ่งเจ้ำหน้ำที่สำธำรณสุข ผู้อำนวยกำรโรงเรียน และคณะ บุคลำกรครูให้ควำมร่วมมือและสนใจในกำรเข้ำร่วมทำกิจกรรมอย่ำงต่อเนื่อง จุดเด่นกำรพัฒนำด้ำนสังคมขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ คือ กำรบูรณำกำร กำร ทำงำนด้วยกำรผนึกกำลัง ร่วมกันของภำคีข่ำยกำรพัฒนำ ทั้งภำครัฐ ภำคเอกชน ภำคประชำสังคมและเครือข่ำย องค์กรชุมชนเพื่อให้เกิดกระบวนกำรเรียนรู้ร่วมกันของชุมชน และชุมชนมีบทบำทในกำรขับเคลื่อนกำรพัฒนำ โดยใช้ทุนทำงสังคม วัฒนธรรมและใช้ภูมิปัญญำเป็นฐำนในกำรพัฒนำชุมชนของตนเองไปสู่เป้ำหมำยที่ชุมชน ต้องกำร มุ่งเน้นกำรให้โอกำสแก่ชุมชนได้แสดงศักยภำพออกมำ โดยกำรให้ชุมชนตัดสินใจแก้ไขปัญหำพร้อม ๆ กับกำรเรียนรู้ผ่ำนกำรลงมือปฏิบัติ จนสำมำรถขับเคลื่อนกำรพัฒนำด้วยพลังของคนในชุมชนชนเอง จนก่อให้เกิด เป็นสังคมแห่งกำรเรียนรู้และเอื้ออำทรต่อกัน ด้วยกำรสร้ำงโอกำสแก่คนในชุมชนได้คิด ได้ทำ ได้เรียนรู้ ร่วมกัน จนเกิดควำมรักควำมสมัครสมำน สำมัคคี ภูมิใจในสังคมชุมชนท้องถิ่นของตนเองและภูมิใจในจำรีตประเพณีของ ชุมชน (๓) ด้านเศรษฐกิจ ประชำชนตำบลเหล่ำโพนค้อ ส่วนใหญ่ประกอบอำชีพเกษตรกรรม (ทำนำ) อำชีพรองคือกำร รับจ้ำงทั่วไป เพื่อยกระดับรำยได้ให้กับประชำชนในพื้นที่และสร้ำงอำชีพให้กับประชำชน องค์กำรบริหำรส่วน ตำบลเหล่ำโพนค้อจึงให้ประชำชนรวมกลุ่มกัน เพื่อให้ง่ำยในกำรส่งเสริมและสนับสนุนเงินทุน โดยมีกลุ่มที่สำคัญ ดังนี้ กลุ่มเพำะกล้ำไม้บำ้ นห้วยยำง หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 9 ในอดีตเป็นหมู่บ้ำนที่ประชำชนส่วนใหญ่ มีฐำนะยำกจนเนื่องจำกมีพื้นทีท่ ำกินต่อครอบครัวน้อยประกอบกับมีพื้นที่ส่วนใหญ่ติดกับเทือกเขำภูพำน ไม่ สำมำรถขยำยพืน้ ที่ในกำรทำกำรเกษตรกรรมได้ ประชำชนส่วนใหญ่ประกอบอำชีพทำนำ หำของป่ำและรับจ้ำง ทั่วไป กำรเพำะพันธุ์กล้ำไม้ก็เริ่มจำกกำรไปรับซื้อกล้ำไม้มำเร่ขำยเพื่อหำรำยได้เสริมให้กับครอบครัว นอกจำกกำรทำนำ โดยเริ่มจำกกำรไปรับซื้อกล้ำไม้(มะกรูด ,มะนำว) จำกกลุ่มเพำะพันธุ์กล้ำไม้บ้ำนด่ำนม่วงคำ ตำบลด่ำนม่วงคำ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร มำเร่ขำยแต่เพื่อให้ได้กำไรมำกขึ้น นำยเร่ง ยำงธิ สำร (ประธำนกลุ่มคนปัจจุบนั )ซึง่ เป็นพ่อค้ำเร่ขำยกล้ำไม้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๕ จึงได้เรียนรู้กำรเพำะพันธุ์กล้ำไม้ จำกกลุ่มเพำะพันธุ์กล้ำไม้บำ้ นด่ำนม่วงคำ แล้วทำกำรเพำะกล้ำ มะกรูดและมะนำวด้วยตนเองก่อนนำไปเร่ขำย เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๘ ในเบื้องต้นมีผู้เพำะกล้ำมะกรูด และมะนำวเพียงแค่ ๓ คน เท่ำนัน้ ต่อมำจึงได้มีผู้ทำกำรเพำะ กล้ำไม้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และได้มกี ำรจัดตั้งเป็นกลุ่มเพำะพันธุ์กล้ำไม้ในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยมีสมำชิกในขณะนัน้ จำนวน ๒๗ คน และมีกำรเพำะกล้ำไม้หลำยชนิดเพิ่มมำกขึ้น จนในปัจจุบันมีสมำชิกจำนวน ๖๒ คน จำกบ้ำน ห้วยยำง หมู่ ๖ และหมู่ ๙ มีกล้ำไม้ ๖๒ ชนิด ประมำณ ๓ ล้ำนต้น และมีกล้ำไม้หมุนเวียนตลอดทั้งปีประมำณ ๓๐ ล้ำนต้น สมำชิกมีรำยได้จำกกำรขำยกล้ำไม้ประมำณครอบครัวละ ๑๐,๐๐๐ – ๑๕,๐๐๐ บำทต่อเดือนและมี พ่อค้ำมำรับซื้อถึงสวนไม่ต้องไปเร่ขำยเหมือนแต่ก่อน (ข้อมูล ณ วันที่ ๒๕ ธันวำคม พ.ศ.๒๕๕๓) กลุ่มผลิตน้ำผลไม้ และไวน์เม่ำ บ้ำนเหล่ำเหนือ หมู่ที่ ๗ ตั้งเมือ่ วันที่ ๖ ตุลำคม ๒๕๔๓ โดย ได้นำลูกเม่ำซึ่งเป็นผลไม้ที่มีมำกในพื้นที่มำดัดแปลงทำเป็นน้ำเม่ำเพื่อจำหน่ำยหำรำยได้เสริมหลังฤดูกำลทำนำ กลุ่มสำมำรถพัฒนำผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ปัจจุบันได้พัฒนำคุณภำพจนได้รับกำรยกระดับคุณภำพระดับ 5 ดำวระดับชำติ เมื่อปี ๒๕๔๙ ปัจจุบันได้ขยำยผลในกำรผลิตโดยกำรนำผลไม้ชนิดอื่นมำทำผลไม้ด้วย เช่น น้ำลูก ค้อน้ำเสำวรส น้ำลูกหม่อน น้ำมะขำมป้อม น้ำสมอ ปัจจุบันกลุ่มผลิตน้ำผลไม้และไวน์เม่ำ ถือเป็นกลุ่มอำชีพอีก กลุ่มหนึ่งที่ถือว่ำเข้มแข็งมำกในปัจจุบัน นอกจำกนี้ องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ ยังได้ส่งเสริมให้ประชำชนปลูกพืชฤดูแล้ง เพรำะองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ มีอ่ำงเก็บน้ำห้วยโท-ห้วยยำง และมีลำห้วยซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ

12


กำรทำกำรเกษตรอยู่ 2 สำย ซึ่งถือว่ำเป็นจุดแข็งที่สำมำรถนำมำพัฒนำด้ำนกำรเกษตรได้ พืชฤดูแล้งที่สำคัญ ได้ แ ก่ ถั่ว ลิ ส ง ยำสู บ และมั น ฝรั่ ง โดยองค์ กำรบริ หำรส่ ว นต ำบลเหล่ ำ โพนค้ อ ได้ เป็ น ตั ว กลำงในกำร ประสำนงำนกับบริษัทที่รับซื้อ ผลผลิต เพื่อให้เกษตรกรไม่ขำดทุนในกำรปลูกพืชฤดูแล้ง องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ มีหมู่บ้ำนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง คือบ้ำนเหล่ำ หมู่ที่ ๕ ซึ่งเป็นหมู่บ้ำนตัวอย่ำงที่ได้ดำเนินชีวิตตำมหลักเศรษฐกิจพอเพียง จนได้รับกำรคัดเลือกจำกจังหวัดสกลนคร และระดับภำคให้เป็นหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบระดับมั่งมีศรีสุข ซึ่งถือเป็นหมู่บ้ำนจัดกำรตนเอง สำมำรถ เป็นตัวอย่ำงให้กับชุมชนอื่นได้ จึงมีผู้สนใจมำศึกษำดูงำนเป็นระยะๆ (๔) ด้านสุขภาพ ดำเนินโครงกำรคูปองเพื่อสุขภำพโดยกำรแจกคูปองมูลค่ำ 2 บำท ต่อครั้งที่ออกกำลังกำย เพื่อ สะสมแลกของรำงวัล เช่น ไข่ไก่ น้ำข้ำวกล้อง ข้ำวฮำง กล้ำไม้ น้ำเม่ำ เป็นต้น โดยสินค้ำที่นำมำให้แลกนั้นล้วน แล้วแต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในชุมชนทั้งสิ้น เพื่อสร้ ำงแรงจูงใจให้ประชำชน หันมำออกกำลังกำยกันมำกขึ้น โดย กิจกรรมกำรออกกำลังกำยนั้นขึ้นอยู่ที่ควำมถนัดของแต่ละบุคคล เช่น กำรปั่นจักรยำน วิ่ง เต้นแอโรบิค รำไม้ พลองประยุกต์สำหรับผู้สูงอำยุ เป็นต้น นอกจำกกำรออกกำลังกำยเพื่อสุขภำพแล้วยังส่งเสริมให้มีกำรเก็บขยะ เพือ่ แลกคูปองรับรำงวัลด้วยทำให้องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อได้รับรำงวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ที่ ให้กำรสนับสนุนกำรสร้ำงสุขภำพโดยกำรส่งเสริมกำรออกกำลังกำยดีเด่นประจำปี ๒๕๕๓และชมรมรักษ์สุขภำพ ตำบลเหล่ำโพนค้อได้รับรำงวัลชนะเลิศอันดับ ๓ ในกำรประกวดชมรมสุขภำพดีเด่นจังหวัดสกลนคร ปี ๒๕๕๓ องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ มีนโยบำยพัฒนำด้ำนคุณภำพชีวิตของประชำชนใน พื้ น ที่ โดยเฉพำะในด้ ำ นสำธำรณสุ ข ได้ มุ่ ง เน้ น กำรบริ กำรสำธำรณสุ ขผสมผสำนเชิ ง รุ ก ทั้ ง ในระดั บ บุ คคล ครอบครัว ชุมชนและสังคม ให้บริกำรอย่ำงต่อเนื่อง สำมำรถให้คำปรึกษำและส่งต่อผู้ป่วยได้ตลอดเวลำโดยมี เป้ำหมำยหลัก คือกำรส่งเสริมให้ประชำชนได้รับบริกำรสุขภำพอย่ำงเสมอภำคเป็นธรรม และกำรส่งเสริมให้ ประชำชนสำมำรถดูแลสุขภำพตนเองได้ด้วยกำรลดพฤติกรรมเสี่ยงต่อกำรเกิดโรค โดยองค์กำรบริหำรส่วนตำบล เหล่ำโพนค้อ มีกลไกหลักที่สำคัญในกำรขั บเคลื่อนงำนด้ำนสุขภำพในชุมชน คือ อำสำสมัครสำธำรณสุขประจำ หมู่บ้ำน (อสม.) อำสำสมัครดูแลผู้สูงอำยุ (อผส.) อำสำสมัครกู้ชีพกู้ภัยฉุกเฉิน และกลุ่มจิตอำสำสุขภำพในชุมชน โดยเข้ำมำมีส่วนร่วมในกำรดูแลกลุ่มเด็กและสตรี กลุ่มเด็ก 0-5 ปี กลุ่มวัยเรียน กลุ่มวัยรุ่น กลุ่มวัยทำงำน และ กลุ่มผู้สูงอำยุและจัดทำโครงกำร อสม.เยี่ยมบ้ำน เพื่อกำรให้บริกำรสุขภำพเชิงรุกในชุมชน โครงกำรเคำะประตู ดูแลผู้พิกำรเพื่อให้ควำมรู้ด้ำนสุขภำพที่จำเป็นแก่ครัวเรือน สำมำรถช่วยเหลือผู้พิกำรได้อย่ำงถูกวิธี นอกจำกนี้ยัง มีกำรอบรมกำรดูแลสุขภำพตัวเองเบื้องต้น ทั้งกำรส่งเสริมสุขภำพ กำรควบคุมป้องกันโรค กำรรักษำพยำบำล เบื้ องต้ น กำรฟื้ น ฟูส ภำพและกำรคุ้มครองผู้ บริโ ภค ตลอดจนกำรพั ฒนำบ้ำ น อสม.ต้น แบบเพื่อปรับ เปลี่ ย น พฤติกรรมให้เป็นแบบอย่ำงที่ดีต่อสุขภำพแก่ประชำชนในพื้นที่ในเขตพื้นที่องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ มีหน่วยบริกำรปฐมภูมิ ที่เป็นเครือข่ำย คือ โรงพยำบำลส่งเสริม สุขภำพตำบลโพนค้อ มีลักษณะเด่นของกำร จัดบริกำรสำธำรณสุขเฉพำะ คือ เภสัชกร นักกำยภำพบำบัด แพทย์แผนไทย เพื่อให้กำรช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้น ไม่ต้องเดินทำงไกลไปถึงโรงพยำบำลในตัวอำเภอโคกศรีสุพรรณ นอกจำกนี้ยังมีกำรให้บริกำรกำรหน่วยแพทย์ฉุกเฉินขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ บริกำรส่งต่อผู้ป่วยเพื่อนำส่งโรงพยำบำลโคกศรีสุพรรณ อย่ำงถูกวิธีและปลอดภัย ปัจจุบันมีผู้ป่วยใช้บริกำร ประมำณ ๖๐ รำยต่อเดือน จำกกำรให้บริกำรดังกล่ำวจนได้รับรำงวัลรำงวัลหน่วยกู้ภัยดีเด่น ระดับ FR จำก สถำบันกำรแพทย์ฉุกเฉินแห่งชำติกระทรวงสำธำรณสุข

13


(๕) ด้านการจัดการสภาวะแวดล้อม ทุกปีชำวตำบลเหล่ำโพนค้อ ตำบลแมดนำท่ม อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนครและ ตำบลใกล้เคียงได้มีประเพณีสรงน้ำพระธำตุดอยอ่ำงกุ้ง มีประชำชนไปร่วมงำนเป็นจำนวนมำกองค์กำรบริหำรส่วน ตำบลเหล่ำโพนค้อจึงได้จัดกิจกรรมปลูกป่ำและบวชป่ำในวันเดียวกันเพื่อให้ประชำชนที่มำร่วมงำนได้ร่วมกัน อนุรักษ์ป่ำบนเทือกเขำภูพำนซึ่งเป็นป่ำต้นน้ำที่สำคัญในพื้นที่ นอกจำกนี้องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อมีทุนทำงธรรมชำติที่เป็นหน้ำผำ น้ำตก ถ้ำ ที่ มีควำมสำคัญทำงประวัติศำสตร์ เช่น ถ้ำผำนำง น้ำตกศรีตำดโตน ถ้ำผำเก พระธำตุดอยอ่ำงกุ้ง จุดชมวิวเสำเสลี่ยง เป็ นต้ น ที่ผ่ ำนมำองค์กำรบริหำรส่ วนตำบลเหล่ ำโพนค้อได้ มี กำรประชุม ร่ว มกับ ผู้อำนวยกำรสำนักงำนกำร ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยภำคตะวันออกเฉียงเหนือเขต ๔ ผู้อำนวยกำรกำรท่องเที่ยวและกีฬำจังหวัดสกลนคร ประธำนชมรมส่งเสริมผู้ประกอบกำรกำรท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร โดยมีนำยพิทักษ์ บริพิศ อดีตนำยอำเภอโคก ศรีสุพรรณเป็นประธำน พร้อมกับมีกำรเดินสำรวจสถำนที่จริงเพื่อประกอบกำรวำงแผนงำนและจัดรูปแบบในกำร พัฒนำกำรท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่อเป็นกำรอนุรักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ตำบลเหล่ำโพนค้อ ให้ เป็ น ที่ รู้ จั ก แพร่ หลำยต่ อไปและที่ ผ่ ำ นมำองค์ กำรบริ ห ำรส่ ว นต ำบลเหล่ ำ โพนค้ อได้ รับ ควำมร่ ว มมื อจำก มหำวิทยำลัยมหำสำรคำมได้มำทำกำรวิจัยรูปแบบกำรท่องเที่ยวที่เหมำะสมกับตำบลเหล่ำโพนค้อเพื่อพัฒนำ รูปแบบกำรท่องเที่ยวให้เหมำะสมต่อไป นอกจำกนี้องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อยังได้ค้นพบซำกฟอสซิลไดโนเสำร์บริเวณภู ยำงอึ่งและนำไปตรวจสอบโดยนำยพิทักษ์ บริพิศ อดีตนำยอำเภอโคกศรีสุพรรณพบว่ำเป็นซำกไดโนเสำร์จริงอำยุ ประมำณ ๑๐๗ ล้ำนปี จึงได้ประสำนไปยังกรมทรัพยำกรธรณีวิทยำให้มำตรวจสอบสถำนที่ค้นพบซำกฟอสซิล ไดโนเสำร์แล้วในเบื้องต้นองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อได้ประกำศเป็นเขตห้ำมขุดค้นตำมคำแนะนำของ ดร.อัสนี มีสุข ผู้อำนวยกำรสำนักคุ้มครองซำกดึกดำบรรพ์ ต่อมำกรมทรัพยำกรธรณีวิทยำได้ส่งผู้เชี่ยวชำญด้ำน พิสูจน์ซำกมำตรวจสอบพบว่ำไดโนเสำร์ที่พบในพื้นที่มี ๒ ประเภท ๓ สำยพันธ์ ได้แก่ประเภทกินเนื้อ และกินพืช ประเภทกินเนื้อได้แก่ สำยพันธ์สยำมโมไทรันนัสอีสำนแอสซิสและสำยพันธ์สยำมโมซอรัสสุธีธรนิ ส่วนประเภทกิน พืชได้แก่สำยพันธ์ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน่ โดยได้ยืนยันเป็นหนังสือชัดเจนแล้ว การถอดบทเรียนการทางานของทุนทางสังคมทั้งหมดในตาบลต้นแบบ สะท้อนให้เห็นวิธีกำรทำงำน เพื่อกำรจัดกำรตนเอง ใน 2 ลักษณะ ได้แก่ ๑) การจัดการแบบมีส่วนร่วมของตาบลสุขภาวะ ปัญหำและควำมต้องกำรของประชำชนในพื้นที่ตำบลเหล่ำโพนค้อได้รับกำรจัดกำรมำอย่ำง ต่อเนื่องโดยมีแนวทำงส ำคัญคือเป็นกำรพัฒนำอย่ำงมีส่ วนร่วมซึ่ งเป็นผลมำจำก 1) มีกำรเวทีประชุมพูดคุ ย แลกเปลี่ยนควำมคิดเห็น เพื่อรับฟังควำมคิดเห็นจำกหลำยภำคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นควำมสำคัญของกำรให้ ข้อมูลที่เป็นเหตุเป็นผลและกำรสร้ำงควำมเข้ำใจร่วมกันมำกกว่ำกำรใช้เสียงข้ำงมำกในกำรตัด สินชี้ขำด 2) กำรมี วัฒนธรรมกำรทำงำนที่ใช้สัมพันธภำพส่วนบุคคลในลักษณะของควำมเป็นเพื่อน พี่น้อง เครือญำติและเครือข่ำยที่ เคยมี ส่ วนร่ว มในกำรพัฒ นำท ำให้ง่ ำ ยในกำรประสำนงำน 3) กำรมีเป้ำ หมำยกำรท ำงำนที่ ชัด เจนที่เน้ นกำร เสริมสร้ำงควำมเข้มแข็งและควำมเจริญให้กับชุมชนท้องถิ่นตนเองและ 4) กำรที่นำยกองค์กำรบริหำรส่วนตำบล เหล่ำโพนค้อ เป็นคนในพื้นที่ซึ่งมีประสบกำรณ์ในกำรเป็นผู้บริหำรองค์กรปกครองท้องถิ่นติดต่อกัน ๔ สมัย ทำให้ ง่ำยและเข้ำถึงปัญหำของชุมชนนอกจำกนี้ เจ้ำหน้ำที่ส่วนใหญ่ ร้อยละ 70 เป็นคนในพื้นที่และรับรำชกำรในพื้นที่ ติดต่อกันยำวนำน จึงทำให้มีควำมเข้ำใจปัญหำและควำมต้องกำรของประชำชนในพื้นที่ซึ่งส่งผลให้กำรดำเนิน ภำรกิจต่ำงๆขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อทั้งที่เป็นงำนนโยบำยจำกส่วนกลำงและงำนที่แก้ไขปัญหำ ควำมต้องกำรของประชำชนในพื้นที่ได้รับควำมร่วมมือจำกทุกภำคส่วนที่เกี่ยวข้อง

14


๒) การต่อยอดกระบวนการพัฒนาของตาบลสุขภาวะ ในกำรด ำเนิ น งำนของกลุ่ ม กิจ กรรมต่ ำ งๆในต ำบลเหล่ ำโพนค้อ มีกำรพั ฒ นำงำนมำอย่ ำ ง ต่อเนื่อง โดยเฉพำะในช่วงระยะที่ ๓ ระยะพัฒนำควำมเข้มแข็งสู่ควำมยั่งยืนของตำบล (ระหว่ำง พ.ศ.๒๕๔๘๒๕๕๕) มีกำรเลือกตั้งโดยตรงของผู้บริหำรและสมำชิกสภำองค์กำรบริหำรส่วนตำบลจำกประชำชน และควำม ต่อเนื่องของกำรได้รับเลือกตั้งของผู้บริหำรทำให้กำรบริหำรงำนและกำรกำหนดนโยบำยในกำรพัฒนำต่อเนื่องไม่ ติดขัด มีระเบียบกระทรวงมหำดไทยว่ำด้วยกำรจัดทำแผนที่ชัดเจน ส่งผลให้กำรกำหนดนโยบำยและยุทธศำสตร์ ในกำรพัฒนำ ต่อเนื่ องเกิดเอกภำพในกำรบริหำร สำมำรถตอบสนองควำมต้องกำรที่แท้จริงของชุมชน มีกำร ปรั บ ปรุ ง แผนยุ ท ธศำสตร์ และแผนพั ฒ นำต ำบลสำมปี เป็ น ประจ ำทุ ก ปี มี ค ณะกรรมกำรพั ฒ นำแผนต ำบล รับผิดชอบในกำรวำงแผนและกำหนดยุทธศำสตร์กำรพัฒนำ ซึ่งใช้เป็นแนวทำงในกำรพัฒนำแก้ไขปัญหำด้ำน ต่ำงๆ ของชุมชน ได้ก่อให้เกิดแผนชุมชนซึ่งจะสะท้อนปัญหำและควำมต้องกำรที่แตกต่ำงกันไปในแต่ละชุมชน และเป็น พื้น ฐำนหนึ่ง ของกำรพัฒ นำแบบชุ มชนบริหำรจั ดกำรตนเอง เพรำะในมิติ ที่ คณะกรรมกำรหมู่บ้ ำ น สำมำรถดำเนินกำรได้เอง ก็สำมำรถดำเนินกำรตำมแผนได้โดยไม่ต้องขอควำมเห็นจำกหน่วยงำนใด เว้นแต่ แผนงำนโครงกำรที่เกินศักยภำพของชุมชน กำรพัฒนำในช่วงนี้ยังมุ่งเน้นไปที่กำรแก้ไขและปรับปรุงพัฒนำระบบ โครงสร้ำงพื้นฐำนซึ่งขำดแคลนสะสมมำเป็นเวลำนำน จนได้รับกำรปรับปรุงพัฒนำที่ดีขึ้น จนมำถึง ระยะที่ ๔ กำรสร้ำงกำรมี ส่ว นร่วมของประชำชน มุ่ง สู่กำรสร้ำงเครือข่ำ ยต ำบลสุ ขภำวะ ๔ มิติ (ระหว่ ำง พ.ศ.๒๕๕๖ปัจจุบัน) โดยเฉพำะในปี 255๗ เป็นช่วงที่มีกำรขยำยตัวของกำรดำเนินกรรมต่ำงๆในพื้นที่ และเมื่อกำรค้นหำ ศักยภำพของตำบลเหล่ำโพนค้อด้วยกระบวนกำรวิจัยชุมชนแบบเร่งด่วน (RECAP) ทำให้องค์กำรบริหำรส่วน ตำบลเหล่ำโพนคัอได้เล็งเห็นควำมสำคั ญในกำรส่งเสริมกลุ่มกิจกรรมต่ำงๆให้มีประสิทธิภำพในกำรทำงำน เพื่อ ขยำยผลในพื้นที่ โดยกำรสนับสนุนงบประมำณเพื่อเป็นทุนในกำรดำเนินงำน กำรสนับสนุนควำมรู้ทั้งกำรศึกษำดู งำน และกำรพัฒนำควำมพร้อมเบื้องต้นของแหล่งเรียนรู้ ทำให้เกิดกำรขยำยผลกำรดำเนินงำนโดยเฉพำะกำร พัฒนำกิจกรรมที่เป็นอำชีพเสริมให้แก่ประชำชนในพื้นที่เพื่อสำมำรถมีรำยได้ควบคู่กับกำรทำกำรเกษตรในพื้นที่ ส่งผลให้กำรอพยพแรงงำนในพื้นที่มีน้อย เนื่องจำกกำรพัฒนำด้ำนอำชีพเสริม ช่วยทำให้ประชำชนมีกิจกรรมที่ สร้ำงรำยได้ และสำมำรถอยู่ในชุมชนได้อย่ำงมีศักดิ์ศรี ส่งผลให้ค รอบครัวเกิดควำมอบอุ่น อีกทั้งกำรต่อยอดองค์ ควำมรู้ด้ำนกำรเกษตรที่มีศูนย์ถ่ำยทอดเทคโนโลยีกำรเกษตร ที่เป็นของประชำน ดำเนินกำรโดย นำยถวัลย์ ธนะ คำดี ซึ่งเป็นบุคคลำกรทำงกำรเกษตรที่ให้ควำมสนใจในกำรพัฒนำเทคโนโลยีและองค์ควำมรู้ในกำรทำกำรเกษตร ในพื้นที่ จึงสร้ำงควำมน่ำเชื่อถือและเป็นฐำนควำมรู้ที่สำคัญในกำรทำให้เกิดควำมเชื่อมั่นในกำรทำกำรเกษตร ที่ ทำให้เห็นถึงควำมสำเร็จอันขยำยผลไปเกิดกลุ่มกิจกรรมด้ำนกำรเกษตรต่ำงๆจนเกิดเป็นระบบที่เข้มแข็ง เป็นที่ เรียนรู้แก่คนในพื้นที่และภำยนอกได้ นอกจำกนี้กำรจัดกำรสุขภำพของคนในชุมชน ใช้ วิธีกำรดูแลกสุขภำพแบบ ผสมผสำน ซึ่งเดิมเน้นกำรใช้สมุนไพรในกำรรักษำสุขภำพ ซึ่งมีอยู่จำนวนมำกที่ ภูผำยล ทำให้กำรผสมผสำนกำร ดูแลกสุขภำพในรูปแบบสมัยใหม่โดย รพ.สต. โพนค้อ กับภูมิปัญญำท้องถิ่นสำมำรถดำเนินงำนร่วมกันไปได้ นอกจำกนั้นกำรส่งเสริมกิจกรรมเพื่อให้เด็กและเยำวชนรักถิ่นฐำนและห่ำงไกลยำเสพติด อันจะทำให้สภำพสังคม เข้มแข็ง และปลอดภัย โดยในกำรดำเนินดังกล่ำว ใช้กระบวนกำรสร้ำงกำรมีส่วนร่วม โดย ระบบกำรมีส่วนร่วมที่ สำคัญเป็นกลไกในกำรหนุนเสริมให้แหล่งเรียนรู้ต่ำงๆสำมำรถดำเนินกำรโดยกำรสนับสนุนทั้งทำงสังคม และทำง นโยบำย จำกท้องถิ่น และท้องที่ พร้อมทั้งกำรจัดสวัสดิกำรเพื่อให้คนในชุมชนเกิดควำมเท่ำเทียมกันในกำรมี สวัสดิกำรตั้งแต่เกิด จนถึงเสียชีวิต ด้วยกระบวนกำรดังที่กล่ำว เมื่อองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อได้ดำเนินกำรภำยใต้โครงกำร ดังกล่ำวนี้จะทำให้ องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อสำมำรถพัฒนำศักยภำพและต่อยอดแหล่งเรียนรู้ให้ เข้มแข็ง สำมำรถแก้ไขปัญหำในท้องถิ่นได้เพิ่มขึ้น อันจะทำให้คุณภำพชีวิตของคนในชุมชนดีขนึ้ พร้อมทั้งชุมชน เกิดควำมภำคภูมิใจที่ได้ถ่ำยทอดควำมรู้ให้กับเครือข่ำย ส่วนกำรต่อยอดทำงนโยบำยของ องค์กำรบริหำรส่วน ตำบลเหล่ำโพนค้อ จะสำมำรถพัฒนำนโยบำยตำมที่ กำหนดไว้คือ กำรพัฒนำคุณภำพชีวิต กำรสร้ำงรำยได้ กำร

15


ลดรำยจ่ำยของชุมชน ให้ประชำชนอยู่ดีมีสุข มีสุขภำพร่ำงกำยทีแ่ ข็งแรงและจิตใจที่แจ่มใส รักท้องถิ่นเป็นตัวอย่ำง ที่ดีแก่ชุมชนอืน่ พร้อมทั้งกำรขยำยผลกำรดำเนินงำนไปยัง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเครือข่ำย ตำบลเหล่ำโพนค้อมีควำมพร้อมที่จะทำหน้ำที่ในฐำนะตำบลต้นแบบที่มีกำรจัดกำรตนเองสู่ตำบลสุข ภำวะทั้งนี้มีเป้ำหมำยสำคัญเพื่อ 1) เสริมสร้ำงศักยภำพตนเอง ให้มีควำมพร้อมในกำรเป็นกลไกขับเคลื่อนชุมชน ท้องถิ่นน่ำอยู่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเครือข่ำยและเครือข่ำยขยำยผล รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อื่นที่สนใจ 2) เพื่อพัฒนำระบบกำรเรียนรู้ร่วมกันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเครือข่ำยจนเกิดกำรปรับเปลี่ยน วิธีคิดและมีกำรแปลงสู่กำรปฏิบัติกำรของชุมชนท้องถิ่นตำมบริบทพื้นที่โดยมีบทเรียนขององค์กำรบริหำรส่ว น ตำบลพิมำนต้นแบบเป็นตัวเทียบเคียง 3) เพื่อสร้ำงและนำใช้ชุดควำมรู้และนวัตกรรมกำรกำรัดกำรตนเองสู่ตำบล สุขภำวะที่ตอบสนองต่อกำรพัฒนำในพื้นที่ตำบลสุขภำวะ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเครือข่ำย รวมถึงกำร สื่ อ สำรกั บ สั ง คมจนเกิ ด ควำมเชื่ อ มั่ น ต่ อ องค์ ก รปกครองส่ ว นท้ อ งถิ่ น ใ นภำพรวม 4) เพื่ อ สนั บ สนุ น กระบวนกำรพัฒนำนโยบำยสำธำรณะของแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและนโยบำยสำธำรณะที่เป็นประเด็น ร่วมของเครือข่ำย และ 5) เพื่อสนับสนุนกำรเสริมสร้ำงภำวะผู้นำสำหรับกำรขับเคลื่อนนโยบำยและยุทธศำสตร์ กำรดำเนินงำนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์ กรชุมชนทั้งในองค์กำรบริหำรส่วนตำบลต้นแบบ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเครือข่ำยและเครือข่ำยขยำยผล และกลไกของรัฐที่เกี่ยวข้อง กำรทำงำนของทุนทำงสังคมทั้ง 5 ระดับได้ดำเนินกิจกรรมทีสอดคล้องกับงำนตำมภำรกิจขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และ สอดคล้องกับข้อเสนอนโยบำยบำยสำธำรณะ 7+1 ประเด็น 88 ข้อเสนอรำยละเอียดของ ทุนและศักยภำพ ทั้งหมดมีกำรกระจำยในแต่ละหมู่บ้ำนดังตำรำง ที่ 1 ทุนและศักยภำพของชุมชนท้องถิ่น

16


รายงานฉบับที่ ๒ วิวัฒนาการปัญหาและผลของการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับโอกาสของการแก้ปัญหา จนเกิดวิธีการทางานในการจัดการตนเอง ๑. วิวัฒนาการปัญหาและผลของการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เส้นทำงกำรพัฒนำโดยเน้นจุดเปลี่ยนที่ส่งผลกระทบต้อกำรแก้ปัญหำและพัฒนำในพื้นที่ เส้นทำงกำร พัฒนำขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ เกิดจำกปัญหำและควำมต้องกำร ของคนในชุมชน ที่ต้องกำร อยู่ ร่ ว มกั น อย่ ำ งมี ค วำมสุ ข มี ค วำมรั ก และสำมั ค คี โดยอำศั ย ควำมร่ ว มมื อ ของทุ ก ภำคส่ ว น ในกำรพั ฒ นำ โดยเฉพำะควำมร่วมมือขององค์กรหลักในชุมชนอัน ได้แก่ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และองค์กรภำครัฐใน ตำบล ที่ ต้องทำงำนร่วมกันอย่ำงบูรณำกำร จนเกิดเป็นเครือข่ำยกำรพัฒนำที่หนุนเสริมซึ่งกันและกันโดยมีเป้ำหมำย ร่ว มกัน คือ กำรพั ฒ นำคุณ ภำพชี วิ ต ของประชำชนให้ มี คุณ ภำพชี วิ ต ที่ ดี ขึ้น อย่ ำ งยั่ ง ยื น กระบวนกำรพั ฒ นำ ปฏิบัติกำรต่ำงๆขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ เริ่มมำตั้งแต่สมัยกำรก่อตั้งเป็นสภำตำบลเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๗ สำมำรถแบ่งออกเป็นระยะของช่วงกำรพัฒนำได้ ๔ ช่วงที่สำคัญ แสดงให้เห็นควำมแตกต่ำงของเหตุกำรณ์ หรือสถำนกำรณ์ซึ่งนำไปสู่กำรพัฒนำ กระบวนกำรหรือวิธีกำรปรับ หรือพัฒนำศักยภำพของตำบลได้ดังต่อไปนี้ ระยะที่ ๑ ระยะการเริ่มต้นการปรับรากฐานสู่ความเข้มแข็งของตาบล (ระหว่าง พ.ศ.๒๕๓๗-๒๕๔๒) กำรพัฒนำตำบลในระยะนี้ซึ่งมีสถำนะเป็น “สภำตำบล” ซึ่งจัดตั้งขึ้นใน ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ และต่อมำได้ยก ฐำนะเป็น “องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ” ใน พ.ศ. ๒๕๔๒ ตำมพระรำชบัญญัติสภำตำบลและองค์กำร บริหำรส่วนตำบล พ.ศ.๒๕๓๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึงปัจจุบัน เนื่องจำกสมัยเป็นสภำตำบลมีกำนันเป็นผู้บริหำร และมีผู้ใหญ่บ้ำนทุกหมู่บ้ำนเป็นสมำชิกโดยตำแหน่ง ต้องรับนโยบำยมำจำกส่วนกลำง คือกระทรวงมหำดไทย ซึ่ง เป็นหน่วยงำนหลักในกำรขับเคลื่อนงำนกำหนดนโยบำยในกำรพัฒนำเป็นไปตำมแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคม แห่งชำติ ผ่ำนทำงรำชกำรส่วนภูมิภำค คือ จังหวัด และอำเภอ ซึ่งในบำงครั้งนโยบำยดังกล่ำวไม่สำมำรถที่จะ นำไปใช้ในทุกชุมชนได้ ทำให้นโยบำยดังกล่ำวไม่สำมำรถตอบสนองต่อกำรพัฒนำชุมชนท้องถิ่นได้ กำรพัฒนำเน้นไปที่กำรพัฒนำด้ำนโครงสร้ำงพื้นฐำน กำรก่อสร้ำงถนนภำยในหมู่บ้ำน ถนนเชื่อมระหว่ำง หมู่บ้ำน กำรสร้ำงถนนเข้ำสู่แหล่งเกษตร ขยำยระบบประปำไฟฟ้ำ ระบบระบำยน้ำเสียภำยในหมู่บ้ำน เป็นต้น โดยมีวั ตถุประสงค์ เพื่ อมุ่งเน้ นระบบกำรคมนำคมตำมปัญ หำและควำมต้องกำรของประชำชนภำยในตำบล ประชำชนยังไม่มีบทบำทในกำรพัฒนำชุมชนของตนเองเท่ำที่ควร ไม่สำมำรถเป็นผู้กำหนดทิศทำงกำรพัฒนำ ชุมชนของตนเอง ส่วนใหญ่เป็นนโยบำยของส่วนกลำงและภูมิภำค ถึงแม้จะมีผู้นำในกำรบริหำรคือกำนัน มีสมำชิก โดยต ำแหน่ง คือผู้ ใหญ่ บ้ำ น แต่ ก็มิ ได้ มี ส่ว นร่ว มในกำรกำหนดนโยบำยกำรพัฒ นำต้ องพึ่ งพำภำครัฐมำกกว่ ำ พึ่งตนเอง แต่ควำมต้องกำรพัฒนำของประชำชนยังมีอยู่จึงเริ่มกำรจัดตั้งกลุ่มเพื่อช่วยเหลือ ตัวเองขึ้น ได้แก่ กลุ่ม ผู้ใช้น้ำจำกอ่ำงเก็บน้ำห้วยโท-ห้วยยำง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รับประโยชน์จำกอ่ำงเก็บน้ำดังกล่ำว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ บริหำรกำรใช้น้ำตำมนโยบำยของกรมชลประทำนเพื่อให้เพียงพอกับควำมต้องกำรของสมำชิกและเกษตรกรให้มี น้ำใช้ได้ทุกฤดูกำล หมู่บ้ำน อพป.หมู่ที่ ๖ เนื่องจำกหมู่บ้ำนนี้เป็นพื้นที่ติดกับภูเขำอดีตเคยเป็นสมำชิกผู้พัฒนำชำติไทย กระทรวงมหำดไทยจึงเล็งเห็นควำมสำคัญของกำรแก้ไขปัญหำโดยกำรเปลี่ยนทัศนคติในกำรพัฒนำ จึงได้จัดตั้ง โครงกำรนี้ขึ้นมำตำมพื้นที่ที่มีปัญหำ ซึ่งสำมำรถเปลี่ยนแปลงทัศนคติให้มำร่ว มพัฒนำชำติไทยต่อไปได้และให้เป็น หมู่ในกำรดูแลตนเองต่อไป กลุ่มข้ำวนำน้ำฝน เนื่องจำกชุมชนเห็นว่ำประชำชนส่วนหนึ่งในหมู่บ้ำนประสบปัญหำ กำรขำดแคลนข้ำวบริโภคในครัวเรือนเนื่องจำกประสบปัญหำภัยแล้ง ข้ำวไม่พอในกำรบริโภคในครัวเรือน จึงได้ จัดตั้งกลุ่มข้ำวนำน้ำฝนขึ้นโดยกลุ่มที่มีข้ำวมำกก็ช่วยบริจำค และรวบรวมข้ำวจำกครอบครัวที่พอมีจะกินเพื่อ ช่วยเหลือครอบครัวที่ขำดข้ำวโดยกำรจำหน่ำยในรำคำประหยัดเพื่อเอำเงินเข้ำกลุ่มใช้บริหำรต่อไป กำรสร้ำงกลุ่ม

17


ฌำปนกิจสงเครำะห์ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่มีสมำชิกเสียชีวิตซึ่งเป็นระบบสวัสดิกำรแรกที่ เกิดขึ้นในหมู่บ้ำน ของตำบลเหล่ำโพนค้อ ระยะที่ ๒ ระยะดาเนินการพัฒนาเพื่อสังคมอยู่ดีมีสุข (ระหว่าง พ.ศ.๒๕๔๓-๒๕๔๗) ผลจำกกำรเปลี่ยนแปลงฐำนะจำกสภำตำบล ในปี พ.ศ.๒๕๔๒ ขึ้นเป็นองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำ โพนค้อนั้น มีกำรเปลี่ยนแปลงระบบกำรได้มำของสมำชิกสภำและผู้บริ หำรจำกเดิมเป็นโดยตำแหน่งมำสู่ระบบ กำรเลือกตั้งโดยประชำชน แต่นำยกยังมำจำกกำรเลือกของสมำชิกเองก็ตำมซึ่งต่อมำก็เปลี่ยนเป็นเลือกโดยตรง จำกประชำชน ทำให้กำรแก้ไขปัญหำและควำมต้องกำรของประชำชนมีควำมรวดเร็ว และตรงกับควำมต้องกำร ชองประชำชนมำกขึ้น เป็นไปตำมหลักกำรพัฒนำ ทำให้ชุมชนสำมำรถกำหนดทิศทำงในกำรพัฒนำได้ชัดเจนขึ้น ทำให้ชุมชนเลือกที่จะพั ฒนำตนเองออกมำในรูปแบบกำรสร้ำงกลุ่มทำงสังคมมำกมำย เพื่อตอบสนองควำม ต้องกำรและแก้ไขปัญหำของชุมชน กรณีที่มีชุมชนประสบปัญหำกำรขำดงบประมำณในกำรลงทุน ทำให้เกิดกลุ่ม ต่ำงๆขึ้นมำสนองตอบและแก้ปัญหำของชุมชน คือกลุ่มน้ำดื่มออมทรัพย์บ้ำนเหล่ำ หมู่ที่ ๕ เพื่อแก้ไขปัญหำเรื่อง น้ำบริโภคในครัวเรือนซึ่งเกิดจำกปัญหำของชุมชนเอง กลุ่มผลิตปุ๋ยชีวภำพอัดเม็ด เนื่องจำกปัญหำปุ๋ยเคมีมีรำคำแพงจึงรวมกลุ่มกันผลิตปุ๋ยเพื่อแบ่งกันไปใช้ โดยได้รับกำรสนับสนุนงบประมำณในกำรอบรมจำกองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ กลุ่มแปรรูปน้ำผลไม้ เนื่องจำกในพื้นที่มีผลไม้ในท้องถิ่นหลำยชนิดที่มีประโยชน์และคุณค่ำทำงอำหำร จึงรวมกลุ่มกันผลิตน้ำผลไม้และ ไวน์เม่ำ โดยได้รับกำรสนับสนุน จำกเกษตรอำเภอจัด ฝึกอบรมและให้ควำมรู้ และมีกลุ่มอำชีพต่ำ งๆ เกิ ดขึ้น มำกมำย เพื่อขอรับกำรสนับสนุนงบประมำณจำกองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ เป็นยุคแห่งกำรจัดตั้ง กลุ่มและแก้ไขปัญหำด้ำนเศรษฐกิจในครัวเรือน องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อมีกำรปรับปรุงกำรพัฒนำ ด้ ำ นบุ ค ลำกร สถำนที่ และวั ส ดุ อุป กรณ์ และ กำรบริหำรจั ด กำรด้ ว ยกำรกำหนดยุ ท ธศำสตร์ก ำรพั ฒ นำให้ สอดคล้องกับปัญหำตำมควำมต้องกำรของประชำชน สอดคล้องกับแผนพัฒนำชุมชนทั้งในระดับจังหวัดและระดับ อำเภอ เพื่อยกระดับกำรจัดบริกำรสำธำรณะให้กับชุมชน เพิ่มประสิทธิภำพกำรดำเนินงำน มุ่งเน้นกำรสร้ำงอำชีพ สร้ำงรำยได้ ประชำชนได้รับกำรดูแลในระยะนี้มำกขึ้น และมีคุณภำพชีวิตที่ดีขึ้นมำตำมลำดับ ระยะที่ ๓ ระยะพัฒนาความเข้มแข็งสู่ความยั่งยืนของตาบล (ระหว่าง พ.ศ.๒๕๔๘-๒๕๕๕) จำกกำรที่มีกำรเลือกตั้งโดยตรงของผู้บริหำรและสมำชิกสภำองค์กำรบริหำรส่วนตำบลจำกประชำชน และควำมต่อเนื่องของกำรได้รับเลือกตั้งของผู้บริ หำรทำให้กำรบริหำรงำนและกำรกำหนดนโยบำยในกำรพัฒนำ ต่อเนื่องไม่ติดขัด มีระเบียบกระทรวงมหำดไทยว่ำด้วยกำรจัดทำแผนที่ชัดเจน ส่งผลให้กำรกำหนดนโยบำยและ ยุทธศำสตร์ในกำรพัฒนำ ต่อเนื่องเกิดเอกภำพในกำรบริหำร สำมำรถตอบสนองควำมต้องกำรที่แท้จริงของชุมชน มีกำรปรับปรุงแผนยุท ธศำสตร์และแผนพัฒนำตำบลสำมปีเป็นประจำทุกปี มีคณะกรรมกำรพัฒนำแผนตำบล รับผิดชอบในกำรวำงแผนและกำหนดยุทธศำสตร์กำรพัฒนำ ซึ่งใช้เป็นแนวทำงในกำรพัฒนำแก้ไขปัญหำด้ำน ต่ำงๆ ของชุมชน ได้ก่อให้เกิดแผนชุมชนซึ่งจะสะท้อนปัญหำและควำมต้องกำรที่แตกต่ำงกันไปในแต่ละชุมชน และเป็น พื้น ฐำนหนึ่ง ของกำรพัฒ นำแบบชุ มชนบริหำรจั ดกำรตนเอง เพรำะในมิติ ที่ คณะกรรมกำรหมู่บ้ ำ น สำมำรถดำเนินกำรได้เอง ก็สำมำรถดำเนินกำรตำมแผนได้โดยไม่ต้องขอควำมเห็นจำกหน่วยงำนใด เว้นแต่ แผนงำนโครงกำรที่เกินศักยภำพของชุมชน กำรพัฒนำในช่วงนี้ยังมุ่งเน้นไปที่กำรแก้ไขและปรับปรุงพัฒนำระบบ โครงสร้ำงพื้นฐำนซึ่งขำดแคลนสะสมมำเป็นเวลำนำน จนได้รับกำรปรับปรุงพัฒนำที่ดีขึ้น มีกำรก่อสร้ำงศูนย์ฝึก อำชีพชุมชน ควบคู่ไปกับกำรส่งเสริมกระบวนกำรกำรมีส่วนร่วมของภำคประชำสังคม ภำครัฐ และภำคประชำชน พัฒนำหมู่บ้ำนเพื่อนำไปสู่กำรพึ่งพำตนเองได้ของชุมชน ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ มหำวิทยำลัยรำชภัฎพระนคร ตั้งศูนย์มหำวิทยำลัยชีวิต ที่โรงเรียนเหล่ำโพนค้อเหล่ำ รำษฎร์วิทยำ โดยหลักสูตรกำรศึกษำเน้นกำรเรียนรู้ชุมชน นำองค์ควำมรู้ที่อยู่ในชุมชนมำสังเครำะห์ ค้นหำทุน

18


และศักยภำพเพื่อกำรวำงแผนและให้เกิดกำรเรียนรู้ชุมชน เกิดกำรสร้ำ งกลุ่ม และองค์กรในท้องถิ่นหลำยกลุ่ม หลำยองค์กร เริ่มเป็นรูปร่ำงและมีควำมเข้มแข็งขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกำรพัฒนำเกิดกลุ่มองค์กรที่ทำงำนใน ระดับชุมชน/หมู่บ้ำนมำกมำยและหลำกหลำย เป็นแหล่งที่มีขีดควำมสำมำรถในกำรพัฒนำตนเอง และสมำชิกของ กลุ่มมีกฎระเบียบ มีกระบวนกำรจัดกำรบริหำรที่มีขั้นตอนอย่ำงชัดเจน เช่น กลุ่มผลิตน้ำผลไม้และไวน์เม่ำ กลุ่ม กองทุนผู้สูงอำยุ กองทุนหมู่บ้ำน กลุ่มธนำคำรข้ำว ฯลฯ ทำให้ประชำชนในชุมชนมีควำมเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรำยได้ เพิ่มมำกขึ้น รำยจ่ำยลดน้อยลง ครอบครัวมีควำมอบอุ่น นอกจำกนี้ยังได้เข้ำร่วมเครือข่ำยบริกำรสุขภำพกองทุน หลั ก ประกั น สุ ข ภำพ เขต ๘ อุ ด รธำนี เพื่ อ พั ฒ นำระบบกำรดู แ ลสุ ข ภำพทุ ก มิ ติ ทั้ ง กำรส่ ง เสริ ม ป้ อ งกั น รักษำพยำบำล และฟื้นฟูสภำพ มีระบบกำรดูแลผู้ป่วยทุกช่วงวัย ที่ให้กำรดูแลเป็นองค์รวม จำกกำรทำงำนร่วมกับชุมชนดังกล่ำวข้ำงต้นทำให้องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อได้รับรำงวัล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกำรบริหำรจัดกำรที่ดี ประจำปี ๒๕๕๒ ซึ่งเป็นรำงวัลแห่งควำมภำคภูมิใจอันสูงสุด ที่องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อได้รับ กำรให้บริกำรหน่วยแพทย์ฉุกเฉินขึ้นที่องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อเพื่อให้บริก ำรประชำชนที่ ป่วยฉุกเฉิน และผู้ด้อยโอกำส เพื่อนำส่งโรงพยำบำลอย่ำงถูกวิธีและปลอดภัย จนได้รับรำงวัลกำรให้บริกำรรอง อันดับ ๒ ด้ำนกำรแพทย์ฉุกเฉินระดับชำติ และได้รับรำงวัลกำรให้บริกำรดีเด่นระดับจังหวัด ๒ ปีซ้อนในปี ๒๕๕๒ และ๒๕๕๓ กำรบริหำรงำนองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ เน้นกำรมีส่วนร่วม/ของประชำชนเป็นหลัก มี ควำมโปร่งใสและตรวจสอบได้ ทำให้องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ ได้รับใบประกำศเกียรติคุณจำก สถำบันพระปกเกล้ำให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่ำนเกณฑ์มำตรฐำนด้ำนควำมโปร่งใสและส่งเสริมกำรมี ส่วนร่วมของประชำชนปี พ.ศ. ๒๕๕๓ มีกำรจัดตั้งธนำคำรขยะขึ้นในชุมชน จัดอบรมวิธีกำรคัดแยกขยะ เพื่อ นำมำจำหน่ำย กำรอบรมกำรทำปุ๋ยชีวภำพ และน้ำหมักชีวภำพ ขยะรีไซเคิลขำยให้แก่ธนำคำรขยะที่ชุมชนจัดตั้ง ขึ้น เพื่อให้ประชำชนนำขยะมำจำหน่ำยส่วนรำยได้จะนำเข้ำกองทุนเพื่อจัดสวัสดิกำรให้กับสมำชิก เช่น สวัสดิกำร กำรเยี่ยมไข้ในกำรกำรนอนโรงพยำบำล ค่ำฌำปนกิจศพสำหรับสมำชิ กที่เสียชี วิต ปัจจุ บันได้ขยำยผลไปสู่ โรงเรียนในพื้นที่แล้ว ปี พ.ศ.๒๕๕๔ เพื่อส่งเสริมศักยภำพให้กับองค์กรและกลุ่มต่ำงๆ ในชุมชนองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำ โพนค้อจึงได้จัดทำหลักสูตรโรงเรียนภูมิปัญญำท้องถิ่น ๑๙ หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรสำนแห หลักสูตรเพำะกล้ำไม้ หลักสูตรเลี้ยงไก่ หลักสูตรเลี้ยงจิ้งหรีด หลักสูตรแก๊สชีวภำพ เป็นต้น ในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ มีกำรจัดตั้งชมรมส่งเสริมสุขภำพ เพื่อนำในกำรออกกำลังกำยให้ประชำชนมีสุขภำพที่ ดี จนได้รับรำงวัลองค์กรที่ให้กำรส่งเสริมสุขภำพดีเด่นจำกสำธำรณสุขจังหวัดสกลนคร ระยะที่ ๔ การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน มุ่งสู่การสร้างเครือข่ายตาบลสุขภาวะ ๔ มิติ (ระหว่ำง พ.ศ. ๒๕๕๖-ปัจจุบัน) ระยะนี้มุ่งแก้ปัญหำควำมยำกจนและกำรเข้ำถึงปัจจัยพื้นฐำนของประชำชน กำรลดช่องว่ำงกำรกระจำย รำยได้และควำมเหลื่อมล้ำทำงสังคม กำรเพิ่มคุณภำพชีวิตในมิติอื่นๆที่นอกเหนือจำกเศรษฐกิจพอเพียงและวิถี พุทธ ยึดถือหลักพุทธธรรม กำรพัฒนำควำมสุขในระดับสูงขึ้นบนพื้นฐำนปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงละพุทธ ศำสนำ กำรพัฒนำมุ่งเน้นไปที่กำรให้บริกำรสำธำรณ และกำรจัดบริกำรสำธำรณะสุข เพื่อดูแลประชำชนให้ ครอบคลุมในทุกช่วงวัย โดยในด้ำนกำรศึกษำเน้นกำรจัดกำรศึกษำในศูนย์พัฒนำเด็กเล็กให้มีคุณภำพเทียบเท่ำ กำรให้ บ ริ ก ำรของเอกชน ให้ บ ริ ก ำรเด็ ก ตั้ ง แต่ ๒-๕ ปี โดยเน้ น กำรมี ส่ ว นร่ ว มในกำรพั ฒ นำโดยกำรเป็ น คณะกรรมกำรศูนย์พัฒนำเด็กเล็ก ร่วมในกำรกำหนดวิสั ยทัศน์ในกำรพัฒนำศูนย์ มีกำรก่อสร้ำงศูนย์พัฒนำเด็ก เล็กเพิ่มอีกหนึ่งศูนย์คือศูนย์พัฒนำเด็กเล็กบ้ำนหนองเหียนให้เพียงพอและทั่วถึงตำมควำมต้องกำรของประชำชน ปี ๒๕๕๗ ได้รับคัดเลือกจำกพัฒนำสังคมและควำมมั่นคงของจังหวัดสกลนครให้เป็นพื้นที่นำร่องในกำร จัดสวัสดิกำรสังคมซึ่งทั้งจังหวัดจะได้รับคัดเลือกแค่ ๓ อบต. เท่ำนั้น จำกกำรได้รับกำรคัดเลือกดังกล่ำวทำให้

19


องค์กำรบริหำรส่วนตำบลได้รับกำรสนับสนุนงบประมำณจำก พัฒนำสังคมและควำมมั่นคงของมนุษย์จังหวัด สกลนคร เพื่อจัดกำรฝึกอบรมและพัฒนำอำชีพให้กับประชำชน ทำให้ประชำชนได้รับกำรบริกำรด้ำนสวัสดิกำร และพัฒนำอำชีพทั่วถึงมำกขึ้น ปี ๒๕๕๗ ได้รับคัดเลือกจำกเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสกลนคร ให้เป็นพื้นที่ในกำรพัฒนำศักยภำพ เกษตรครบวงจร ในพื้นที่ใต้อ่ำงเก็บน้ำห้วยโท-ห้วยยำงด้วย ซึ่งมีสมำชิก ๒๓๐ คน โดยหน่วยงำนที่สังกัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ต้องมีโครงกำรมำในพื้นที่เพื่ออบรมและให้ควำมรู้ด้ำนกำรเกษตรโดยสมำชิกทุกคนจะได้รับ กำรช่ วยเหลือทั้ ง ทำงตรงและทำงอ้ อม เช่น ได้รับ กำรไถกลบตอซัง ฟรี จ ำนวน ๕ ไร่ ได้รับ พั นธ์ ข้ำ วในกำร เพำะปลูกฟรี มีกำรอบรมอำชีพต่ำงๆ ตำมควำมสนใจของสมำชิก ให้คำปรึกษำกำรทำกำรเกษตรแก่สมำชิกทุกคน ๒. โอกาสของการแก้ปัญหาจนเกิดวิธีการทางานในการจัดการตนเอง ๒.๑ ความร่วมมืออย่างแข็งขันของ ๔ องค์กรหลักในตาบล ประกอบด้วยปลัดองค์กำรบริหำรส่วนตำบล นำยกองค์กำรบริหำรส่วนตำบลและคณะทำงำน ที่ได้รับมอบหมำย ท้องที่ แกนนำกลุ่มทำงสังคม กลุ่มอำชีพและองค์กรชุมชน หัวหน้ำ ส่วนรำชกำรและหน่วยงำน ในพื้นที่ ร่วมกันดำเนินกิจกรรมต่ำงๆ เพื่อเพิ่มศักยภำพกลุ่ม ดังนี้ ๒.๑.๑ การพัฒนาขีดความสามารถของ 5 นักสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อได้มีกำรพัฒนำศักยภำพของบุคลำกรให้เป็นนักพัฒนำ สุขภำวะทั้ง ๕ นัก เป็นกลไกสำคัญในกำรขับเคลื่อนในระดับพื้นที่และเครือข่ำย ดังนี้ 1) นักบริหาร ประกอบด้วย นำยกองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ และปลัดองค์กำร บริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ มีบทบำทสำคัญในกำรที่จะนำพำโครงกำรสุขภำวะตำบลไปสู่ควำมสำเร็จ ได้ กำหนดแผนงำนโครงกำรต่ำง ๆ รวมถึงกำรผลักดันนโยบำยให้เกิดผลในพื้นที่หรือแหล่งเรียนรู้ต่ำง ๆ ที่ได้เข้ำร่วม ดำเนินกำร ซึ่งนักบริหำรขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อเป็นผู้ที่มีควำมพร้อมและมีศักยภำพควำมเป็น ผู้นำ ที่จะนำพำทีมงำน คณะทำงำน ร่วมสร้ำงชุมชนให้เข้มแข็ง โดยให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของ ท้องถิ่น จำกกำรเข้ำร่วมโครงกำร นักบริหำร ได้มีโอกำสในกำรเข้ำร่วมอบรมเรียนรู้ นำยอนุสรณ์ พลรำชม นำยกองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ คนปัจจุบัน มีควำมรู้ ควำมสำมำรถในกำรบริหำรงำนท้องถิ่นและประสำนงำนกับหน่วยงำนต่ำงๆได้เป็นอย่ำงดี โดยดำรงตำแหน่ง เป็นนำยกองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อมำอย่ำงต่อเนื่อง ๔ สมัย ทำให้มีประสบกำรณ์กำรบริหำรและ คุ้นเคยกับพื้นที่ อย่ำงรวดเร็วประชำชน ตำบลเหล่ำโพนค้อเป็นอย่ำงดี สำมำรถประสำนงำนได้เป็นอย่ำงดี และยัง จบกำรศึกษำปริญญำตรีด้ำนรัฐประศำสนศำสตร์ จึงมีควำมรู้ควำมสำมำรถกำรบริหำรงำนและกำรพัฒนำท้องถิ่น เป็นอย่ำงดี นำยมีชัย อุ่นวิเศษ ปลัดองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ ดำรงตำแหน่ง ปลัดองค์กำร บริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อมำ ๑๒ ปี จึงมีควำมคุ้นเคยกับพื้นที่ ประสำนงำนกับเครือข่ำยภำครัฐและเอกชนใน อำเภอโคกศรีสุพรรณ ผู้นำชุมชน แกนนำและประชำชนตำบลเหล่ำโพนค้อเป็นอย่ำงดี มีควำมรู้ ควำมสำมำรถใน กำรบริหำรจัดกำร และกำรประสำนงำน จบกำรศึกษำปริญญำโทด้ำนรัฐประศำสนศำสตร์จึงเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มี ควำมเชี่ยวชำญ และมีประสบกำรณ์ด้ำนกำรบริหำรงำนท้องถิ่น 2) นักวิชาการ ทีมนักวิชำกำรตำบลเหล่ำโพนค้อเป็นนักวิชำกำรที่ผ่ำนกระบวนกำรพัฒนำ ทักษะวิจัยชุมชนเชิงชำติพันธุ์วรรณำ (RECAP) และควำมสำมำรถในกำรประมวลผลวิเครำะห์ข้อมูลอย่ำงเป็น รูปธรรม ออกแบบและจัดกำรเรียนรู้สำหรับพื้นที่และเครือข่ำย เนื่องจำกนักวิชำกำรส่วนใหญ่ เป็นคนในพื้นที่ และเรียนรู้กระบวนกำรทำงำนอย่ำงต่อเนื่อง

20


3) นักจัดการข้อมูล (TCNAP) องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ คณะทำงำนมำจำกทุก ภำคส่ ว นเช่ น คณะผู้ บ ริ ห ำร เจ้ ำ หน้ ำ ที่ พนั ก งำน แกนน ำชุ ม ชน ผู้ ใ หญ่ บ้ ำ น ก ำนั น เด็ ก และเยำวชน ซึ่ ง ประกอบด้วยทีมพัฒนำระบบข้อมูลตำบล (TCNAP) ประกอบด้วย 5 ทีม ทีมบริหำรจัดกำรข้อมูล ทีมเก็บรวบรวม ข้อมูล ทีมตรวจสอบข้อมูล ทีมบันทึกข้อมูล ทีมวิเครำะห์ข้อมูลและนำใช้ 4) นักจัดการและกระบวนการ ประกอบด้วย หัวหน้ำสำนักงำนปลัด หัวหน้ำส่วนส่งเสริม กำรเกษตร หัวหน้ำส่วนกำรศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรมและเจ้ำหน้ำที่ขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ มีบทบำทในกำรบริหำรจัดกำรกิจกรรมและขับเคลื่อนกำรดำเนินงำน ร่วมกับกำรประสำนงำนเพื่อให้ ประสบผลส ำเร็ จ มี ก ำรบู ร ณำกำรภำยในหน่ ว ยงำนและภำยในต ำบลแบบมี ส่ ว นร่ ว ม ที ม นั ก จั ด กำรและ กระบวนกำรในกำรจะมีศักยภำพ ระดมควำมคิด และมีควำมสำมำรถในกำรผนึกกำลัง เพื่อพัฒนำชุมชนของ ตนเองให้ดีขึ้นแบบมีส่วนร่วม 5) นักสื่อสารชุมชน มีควำมสำมำรถในกำรรับและถ่ำยทอดข้อมูลข่ำวสำรของตำบล ใน รูปแบบต่ำงๆ ทำงสื่อประชำสัมพันธ์ รวมทั้งมีควำมคิดสร้ำงสรรค์ในกำรออกแบบสื่อเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้ใน พื้นที่ วิทยำกร แกนนำ ซึ่งนักสื่อสำรเป็นส่วนสำคัญในกำรขับเคลื่อนงำนตำบลสุขภำวะให้กำรเผยแพร่และ สร้ำงหลักกำรเรียนรู้อย่ำงมีศักยภำพทั้งในพื้นที่และเครือข่ำย นักสื่อสำรได้ทำกำรอบรมควำมรู้ และนำควำมรู้ที่ได้ ไปต่อยอดเพื่อกำรพัฒนำ และทำให้นักสื่อสำรมีกำรทำงำนที่ชัดเจนขึ้น มีควำมเข้ำใจในกำรสื่อสำรเพิ่มมำก ขึ้น ประกอบกับกำรอบรมที่ได้รับมำ จึงทำให้นักสื่อสำร เป็นนักสื่อสำรที่มีศักยภำพเพิ่มมำกขึ้น ๒.๑.๒ ประสบการณ์ในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณระดับเครือข่ายและระดับประเทศ จำกกำรเข้ำร่วมเป็นเครือข่ำยร่วมสร้ำงชุมชนท้องถิ่นน่ำอยู่ ขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลป่ำ โมง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลรำชธำนี ในกำรพัฒนำชุมชนท้องถิ่นสู่ควำมยั่งยืน องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำ โพนค้อ ได้ขับเคลื่อนนโยบำยกำรจัดกำรสุขภำวะชุมชนยึดกระบวนกำรมีส่วนร่วมจำกทุกภำคส่วนในพื้นที่โดยใช้ ทุนและศักยภำพที่มีอยู่ในบริบทของชุมชนท้องถิ่นตำบลเหล่ำโพนค้อประสบกำรณ์ที่ได้ร่ว มแลกเปลี่ยนเรียนรู้จน เกิดแนวคิดและแรงจูงใจมำดำเนินกำรที่องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อนำมำขับเคลื่อนในชุมชน คือ แหล่งเรียนรู้ในด้ำนเกษตรพอเพียง กำรดูแลผู้สูงอำยุในชุมชน กำรสร้ำงอำชีพในชุมชน กำรจัดกำรขยะในชุมชน โดยได้นำแนวทำงและรูปแบบกำรดำเนินงำนมำขับเคลื่ อน ตำมนโยบำย “เศรษฐกิจพอเพียง และหลักธรรมำภิ บำล ขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำ โพนค้อ ”มุ่งเน้นกำรพัฒนำเพื่ อเป็ นแหล่ง เรีย นรู้ของชุมชน มีผู้ ร่ว ม ดำเนินกำรหลักเป็นแกนนำ กลุ่ม และเครือข่ำยของประชำชนในชุมชน สิ่งที่ได้รับ คือผู้นำ – แกนนำองค์กำร บริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ มีทักษะในกำรจัดกำรชุมชนตนเอง มีศักยภำพในกำรสร้ำงและนำใช้ควำมรู้ที่เกิด จำกปฏิบัติกำรที่ได้ผลดีของชุมชนโดยชุมชน เกิดกำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขับเคลื่อนกระบวนกำรเสริมสร้ำง ควำมเข้มแข็งของหมู่บ้ำนในเขตองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อและขยำยผลสู่ตำบลอื่น ๒.๒ การบูรณาการเข้าสู่ภารกิจประจา ๒.๒.๑ รูปธรรมการบูรณาการแนวทางการดาเนินงานของเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่น เข้า สู่ระบบงานประจาขององค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อ องค์กำรบริหำรส่ วนต ำบลเหล่ ำโพนค้อมีเป้ ำหมำยในกำรพัฒ นำชุ มชนท้องถิ่นให้ ประชำชนมีส่วนร่วม ประสำนกำรบูรณำกำรงำนระหว่ำงภำคีเครือข่ำย โดยองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ มีกำรจั ดระบบของศักยภำพและทุ นทำงสังคมเพื่อกำรสร้ำงกำรเรียนรู้ มี กำรพั ฒนำกิจ กรรม วิธีกำรทำงำน กระบวนกำรจัดกำร ด้วยศักยภำพและทุนทำงสังคม จะมีกำรทำงำนเป็นเครือข่ำยที่สร้ำงกำรเรียนรู้โดยกำรนำใช้ ทุนและศักยภำพในพื้นที่ ร่วมกับเพื่อนเครือข่ำย 1:20 อันจะส่งผลทำให้องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ ในฐำนะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีควำมพร้อมในกำรสร้ำงรูปแบบกำรพัฒนำพื้นที่ อันเป็นเครื่องมือในกำรทำ

21


งำนแบบมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นแนวทำงในกำรทำงำนขององค์ กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วไปอยู่แล้ว ดังนั้น องค์กำร บริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อและเครือข่ำยจะสำมำรถดำเนินงำนเพื่อแก้ปัญหำ และสร้ำงควำมอยู่ดี มีสุข แก่ ประชำชนในพื้นที่ด้วยกำร“สร้ำงกำรเรียนรู้”และสร้ำงระบบ กำรทำงำนร่วมกัน เพื่อพัฒนำและหนุนเสริมกำร จัดกำรในพื้นที่ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อได้แบ่งโครงสร้ำงส่วนรำชกำร เป็น 5 ส่วน คือ สำนักปลัดเทศบำล กองคลัง กองช่ำง กองกำรศึกษำ และกองสำธำรณสุขและสิ่งแวดล้อม ในกำรเชื่อมโยง กำรดำเนินงำนของโครงกำรตำบลสุขภำวะ กำรทำงำนเครือข่ำยกับระบบงำนประจำของเทศบำลมีดังนี้ ๑) สำนักงำนปลัด ได้บูรณำกำร ด้ำนบริหำรจัดกำรสนับสนุนกำรปฏิบัติภำรกิจของส่วนรำชกำร ของ อปท. โดยมีกำรกำหนดแผนงำนเพื่อเป็นแนวทำงในกำรดำเนินกำรพัฒนำ และด้ำนส่งเสริมคุณภำพชีวิต โดยมีกำรส่งเสริมอำชีพให้กับชุมชนเพื่อลดปัญหำควำมยำกจนในชุมชน และเชื่อมโยงกำรดำเนินงำนตำม แผนงำนขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อและโครงกำรให้สอดรับในทิศทำงที่หนุนเสริมกำรทำงำน ร่วมกันโดยกำรสร้ำงกำรมีควำมร่วมในกำรพัฒนำกลไกและออกแบบกำรดำเนินงำนที่เหมำะสม ๒) กองคลัง ได้บูรณำกำรด้ำนบริหำรจัดกำรสนับสนุนกำรปฏิบัติภำรกิจของส่วนรำชกำรของอปท. โดย สนับสนุนแหล่งเงินทุน กำรจัดสรรงบประมำณ/เบิก-จ่ำยงบประมำณ และสนับสนุนกำรจัดกำรด้ำน กำรเงินและบัญชีของโครงกำร ๓) กองช่ำง ได้บูรณำกำรด้ำนโครงสร้ำงพื้นฐำน โดยกำรสนับสนุนจัดทำระบบสำธำรณูปโภค และสนับสนุนระบบกำรจัดกำรพื้นที่ให้เอื้อต่อกำรสร้ำงกำรเรียนรู้ทั้งในพื้นที่และเครือข่ำย ๔) ส่วนส่งเสริมกำรศึกษำ ศำสนำวัฒนธรรม ได้บูรณำกำร ด้ำนกำรส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น ประเพณีเดือน ฮีต 12 ครอง 14 และสนับสนุนกำรจัดกำรเรียนรู้ ต่อยอดและพัฒนำศักยภำพของวิทยำกร และแหล่งเรียนรู้ในชุมชน ๕) ส่วนส่งเสริมกำรเกษตรและรักษำกำรงำนด้ำนกำรส่งเสริมสุขภำพและสิ่งแวดล้อม ได้บูรณกำรงำนที่ อยู่ในควำมรับผิดชอบทำงด้ำนกำรเกษตรและกำรจัดให้มีบริกำรป้องกัน ส่งเสริม รักษำ ฟื้นฟู สุขภำพ และดำเนิน งำนด้ำนกำรจัดกำรขยะมูลฝอย พร้อมทั้งบูรณำกำรระบบกำรจัดกำรสุขภำวะตำมทิศทำงที่ดำเนินงำนภำยใต้ โครงกำรให้เกิดกำรบูรณำกำรด้ำนกำรจัดกำรสุขภำพทุกมิติ ๒.๒.๒ การบูรณาการงานที่ได้รับการสนับสนุนจากแผนสุขภาวะชุมชน (ปี ๒๕๕๘) เข้าสู่ ระบบการจัดการของพื้นที่ โดยองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อได้ประสำนและบูรณำกำรกิจกรรมเข้ำสู่ มำตรฐำนกำรปฏิบัติงำนขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อมีแนวทำง และยุทธศำสตร์กำรพัฒนำ ดังนี้ (๑) นำใช้ทุนและศักยภำพในกำรสร้ำงเสริมสุขภำพเฉพำะประเด็นสู่กำรปฏิบัติใน ชุมชนขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ โดยมุ่งเน้นกำรพัฒนำที่มีกำรต่อยอดให้เกิดควำมยั่งยืน เน้นกำร พึ่งตนเองได้ มีกำรรวมกลุ่มเพื่อมีกำรถ่ำยทอดแลกเปลี่ยนควำมรู้ร่วมกัน มีกำรพัฒนำแหล่งเรียนรู้ในชุมชนให้ สำมำรถเป็น แหล่ง เรียนรู้ต้นแบบกับหมู่บ้ำนอื่นๆ และมีคณะทำงำน วิ ทยำกรประจ ำแหล่ งเรีย นรู้ที่ส ำมำรถ ถ่ำยทอดกระบวนกำรเรียนรู้ทั้งด้ำนทักษะและกำรปฏิบัติและสำมำรถสร้ำงผลผลิตเพื่ อสร้ำงรำยได้ให้กับชุมชนใน เขตตำบล และต่อยอดนวัตกรรมกิจกรรมของแหล่งเรียนรู้เกิดควำมร่วมมือระหว่ำงกันและกัน เป็นตำบลที่มีควำม เกื้อกูลและสำมัคคี (๒) บูรณำกำรลดปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยส่งเสริมสุขภำพ จำกกำรดำเนินกำรวิจัยตำบล เหล่ำโพนค้อมีทุนทำงสังคมในกำรส่งเสริม สุขภำวะ กำรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภำพที่ส่งผลให้คนในชุมชนมี สุขภำพดีขึ้นโดยขับเคลื่อนกำรดำเนินงำนด้ำน กำรพัฒนำระบบบริกำรเพื่อกำรดูแลผู้สูงอำยุในชุมชน กำรเฝ้ำ ระวังกำรตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พัฒนำกำรเด็กปฐมวัย สร้ำงเสริมสุขภำพในโรงเรียน กำรดูแลผู้พิกำรและผู้ยำกไร้ ผู้ด้อยโอกำส และกำรจัดกำรสิ่งแวดล้อมและมลพิษ

22


(๓) สร้ำงกำรมีส่วนร่วมในกระบวนกำรจัดกำรตนเองของชุมชนตำบลเหล่ำโพนค้อ รวมถึงกำรจัดกำรสุขภำวะชุมชน กำรพัฒนำทั้งทุนและศักยภำพของชุมชน นำไปสู่กำรพึ่งตนเอง เป็นชุมชนที่ สำมำรถบริหำรจัดกำรตนเองได้ ทั้งนี้ในกำรดำเนินกิจกรรมของชุมชนโดยองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ สนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดกำรพัฒนำแนวคิด ควำมรู้ ทักษะ วิธีกำรทำงำน และควำมสำมำรถในด้ำนอื่นๆ ภำยใต้กระบวนกำรและกิจกรรมที่หลำกหลำย เช่น กำรประชุม กำรอบรม กำรจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กำรสรุป บทเรียน กำรถอดบทเรียน กำรเรียนรู้จำกกำรปฏิบัติจริง และกำรเรียนรู้ข้ำมพื้นที่หรือกำรศึกษำดูงำน เพื่อนำมำ ยกระดับกำรทำงำนในพื้นที่ตำบลเหล่ำโพนค้อ ๒.๒.๓ ทิศทางการพัฒนาในพื้นที่และเครือข่าย (๑) ทิศทำงกำรพัฒนำในพื้นที่จำกกำรพัฒนำในพื้นที่ ที่ผ่ำนมำขององค์กำรบริหำร ส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อทำให้สำมำรถเห็นทุนทำงสังคมและศักยภำพของชุมชนที่มีควำมหลำกหลำย มีทั้งทุนและ ศักยภำพในระดับของตัวบุคคล ระดับครอบครัวและชุมชน มีบุคคลที่เป็นผู้มีภูมิควำมรู้ ปรำชญ์ชำวบ้ำนและ นักวิจัยชุมชน มีประสบกำรณ์สำมำรถถ่ำยทอดภูมิปัญญำ มีครอบครัวที่สำมำรถเป็นต้นแบบของคนในชุมชน และ ยังมีหมู่บ้ำนที่สำมำรถบริหำรจัดกำรตนเองได้หลำยมิติ เมื่อทำกำรศึกษำสำรวจข้อมูลชุมชนทั้งหมดในเขตตำบล สำมำรถที่จะจัดทุนและศักยภำพที่มีอยู่ในตำบลได้อย่ำงเป็นระบบโดยกำหนดออกมำเป็น ๘ ระบบ ๔๔ แหล่ง เรียนรู้ มีกำรกำหนดแหล่งเรียนรู้ให้สำมำรถเป็นแหล่งเรียนรู้ภำยในชุมชนได้ เช่น ระบบบริหำรจัดกำรแบบมีส่วน ร่ว ม ระบบกำรจั ด กำรสวั ส ดิ กำรและกองทุ น ระบบเศรษฐกิ จ ชุ ม ชน ระบบเศรษฐกิจ ยั่ ง ยื น ระบบอนุ รั ก ษ์ วัฒนธรรม มีแหล่งเรียนรู้ในแต่ละระบบภำยในชุมชนหลำยแหล่งเรียนรู้ เช่น กลุ่มเพำะพันธุ์กล้ำไม้บ้ำนห้วยยำง กลุ่มข้ำวฮำง กลุ่มทอผ้ำไหม กลุ่มแปรรูปน้ำผลไม้ ไวน์เม่ำ ฯลฯ ระบบกำรจัดกำรทรัพยำกรและสิ่งแวดล้อม มี แหล่งเรียนรู้ในชุมชนกลุ่มบริหำรจัดกำรขยะครบวงจรในชุมชน และกลุ่มสวนป่ำชุมชน ระบบดูแลสุขภำพโดย ชุมชนและระบบกำรเรียนรู้เพื่อเด็กและเยำวชน มีแหล่งเรียนรู้ เช่น ศูนย์บริกำรสำธำรณสุข กำรบริกำรกำรแพทย์ ฉุกเฉิน ชมรมผู้สูงอำยุ กองทุนหลักประกันสุขภำพ กลุ่มอนุรักษ์พืชสมุนไพร องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพน ค้อจึงได้กำหนดนโยบำยวำงทิศทำงกำรพัฒนำโดยยึดระบบควำมสัมพันธ์ของคน ครอบครัว และชุมชนเป็นตัวตั้ง โดยกำรส่งเสริมองค์ควำมรู้ให้กับคนในชุมชน เช่นกำรจัดอบรมให้ควำมรู้ ส่งเสริมพัฒนำขีดควำมสำมำรถในกำร ประกอบอำชีพ เพิ่มทักษะ สร้ำงกำรเรียนรู้ด้ำนต่ำงๆให้เกิดควำมเข้มแข็ง จัดระบบกำรเรียนรู้ให้ถูกต้องตรงกับ ควำมต้องกำร เน้นกำรพัฒนำที่มีกำรต่อยอดให้เกิดควำมยั่งยืนเน้นกำรพึ่งตนเองได้ ในระดับครอบครัวและชุมชน ให้มีกำรรวมกลุ่มเพื่อมีกำรถ่ำยทอดแลกเปลี่ยนควำมรู้ร่วมกัน กำหนดกำรใช้ทรัพยำกรที่มีอยู่ในท้องถิ่น สร้ำง แนวทำงกำรลดรำยจ่ำยเพิ่มรำยได้ อีกทั้งยังมีกำรพัฒนำแหล่งเรียนรู้ในชุมชนให้สำมำรถเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบ กับหมู่บ้ำนอื่นๆ และมีคณะทำงำน วิทยำกรประจำแหล่งเรียนรู้ ที่สำมำรถถ่ำยทอดกระบวนกำรเรียนรู้ทั้งด้ำน ทักษะและกำรปฏิบัติและสำมำรถสร้ำงผลผลิตเพื่อสร้ำงรำยได้ให้กับชุมชนในเขตตำบล และต่อยอดนวัตกรรม กิจกรรมของแหล่งเรียนรู้เกิดควำมร่วมมือระหว่ำงกันและกัน เป็นตำบลที่มีควำมเกื้อกูลและสำมัคคี (๒) ทิศทำงกำรพัฒนำในเครือข่ำย องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อได้มีกำรจัดระบบแหล่งเรียนรู้ ที่ควำมเข้มแข็ง เป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชนที่มีกระบวนกำรจัดกำรที่สำมำรถถ่ำยทอดกำรจัดกำรเรียนรู้ให้กับชุมชน และเครือข่ำยนอกพื้นที่ได้ พร้อมทั้งสำมำรถกำหนดให้เป็นสถำนที่สำหรับให้บุคคลหรือกลุ่มเรียนรู้น อกเขตตำบล เข้ำมำศึกษำค้นคว้ำกำรบริหำรจัดกำรแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่ในชุมชน องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อจะทำ กำรสร้ำงเครือข่ำยกำรมีส่วนร่วมในจัดกำรตำบลสุขภำวะสู่ชุมชนท้องถิ่นอื่นๆ ซึ่งได้ให้ควำมสำคัญกับกำรมีส่วน ร่วมจำกทุกภำคส่วนในกำรพัฒนำชุมชนท้องถิ่นในเครือข่ำย โดยใช้รูปแบบกำรขับเคลื่อนกระบวนงำนเพื่อพัฒนำ ชุมชนท้องถิ่นสู่ควำมยั่งยืนที่มีผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ โดยแหล่งเรียนรู้ทั้ง ๘ ระบบ ๓๕ แหล่งเรียนรู้ในพื้นที่ ชุมชนที่มีควำมพร้อมทั้งรูปแบบกระบวนกำร มีชุดควำมรู้ วิทยำกรที่มีควำมรู้ควำมสำมำรถที่จะถ่ำยให้กับชุ มชน หรือเครือข่ำยตำบลอื่นๆ และมีกำรออกแบบชุดควำมรู้ กำรจัดกำรเรียนรู้ให้กับเครือข่ำยที่มีควำมเหมำะสมกับ บริบทพื้นที่เครือข่ำย สำมำรถนำไปปรับประยุกต์ใช้ได้องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อจะกำหนดรูปแบบ

23


กำรเรียนรู้สู่ควำมยั่งยืน ๔ ขั้นตอน คือ ๑) เป็นพื้นที่ที่มีแหล่งเรียนรู้หรือเป็นหน่วยทดลองเพื่อจัดรูปแบบกำร เรียนรู้โดยใช้ระบบควำมสัมพันธ์ของคน ครอบครัวและชุมชนเป็นระบบขับเคลื่อนเพื่อมำแลกเปลี่ยนและต่อยอด กำรเรียนรู้ ๒)แหล่งเรียนรู้ในระบบต่ำงๆจะมีรูปแบบกำรเรียนรู้โดยกำรแบ่งปันและสร้ำงกำรเรียนรู้ร่วมกันกับ เครือข่ำย เช่น กำรค้นหำควำมรู้ร่วมกันระหว่ำงแหล่งเรียนรู้กับเครือข่ำยเพื่อกำหนดรูปแบบกิจกรรมที่เรียนรู้ ร่วมกัน มีกำรประมวลผลและกลั่นกรองกำรเรียนรู้ ๓) แหล่งเรียนรู้จะมีกำรจดบันทึกกำรเรียนรู้ของกิจกรรม มี ปรำชญ์ชำวบ้ำน นักวิจัยชุมชน นักจัดกำรเฉพำะด้ำน ๔) หลังจำกมีกำรเรียนรู้ร่วมกันตำมกระบวนกำรแล้วก็จะสำมำรถเกิดเครือข่ำยที่มีกำรนำเอำกระบวนกำรเรียนรู้ ไปพัฒนำต่อยอดได้ขั้นตอนกำรพัฒนำในเครือข่ำย ไม่ใช่มีกำรจัดเตรียมแหล่งเรียนรู้ในระบบต่ำงๆที่ให้เครือข่ำย สำมำรถเข้ำมำเรียนรู้ภำยในเขตตำบลเหล่ำโพนค้อเท่ำนั้น ยังมีกำรเตรียมชุดวิทยำกรกระบวนกำร ทีมวิจัยชุมชน และผู้เชี่ยวชำญในระบบกำรเรียนรู้กิจกรรมด้ำนต่ำงๆที่มีควำมชำนำญ ที่สำมำรถถ่ำยทอดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นอกพื้นที่ตำบลหรือในเขตพื้นที่เครือข่ำยได้ตำมที่ต้องกำร ๒.๓ การทางานของตาบลเหล่าโพนค้อ จาแนกได้เป็น 5 ด้าน (๑) ด้านการเมืองการปกครอง หลักกำรบริหำรงำนขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ ได้มุ่งเน้นกำรสร้ำง กำรมีส่วนร่วมของภำคีเครือข่ำยทั้งภำครัฐ ท้องที่/ท้องถิ่น และประชำชน โดยยึดหลักกำรบริหำรจัดกำรที่เป็น ระบบ เปิดเผย โปร่งใส สำมำรถตรวจสอบได้ ทั้งโดยภำครัฐและภำคเอกชน ยึดหลักกำรบริหำรจัดกำรตำมหลัก ธรรมำภิบำล กำรสร้ำงกำรมีส่วนร่วมจำกทุกฝ่ำย นำใช้เครื่องมือในกำรจัดกำรตนเองจำกฐำนรำกอย่ำงแท้จริง มี กำรจัดเวทีประชำคม ให้เป็นเวทีเพื่อรับฟังปัญหำและควำมต้องกำรของประชำชนทั้งในระดับหมู่บ้ำน และ ระดับ ตำบล กำรหำรือนอกรอบกับผู้เกี่ยวข้อง กำรจัดตั้งคณะกรรมกำรชุดต่ำงๆ ต้องมีผู้แทนจำกทุกฝ่ำย มีกำรดำเนิน โครงกำร อบต.เคลื่อนที่เป็นประจำทุกปี กำรบริหำรจัดกำรขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ แสดงให้ เห็นถึงกำรพัฒนำงำนด้ำนต่ำงๆที่เป็นกำรตอบสนองปัญหำและควำมต้องกำรของท้องถิ่น เป็นกำรสร้ำงชุมชนให้ เกิดควำมเข้มแข็ง เกิดควำมรัก ควำมสำมัคคีทั้งในกำรดำเนินงำนภำยใต้กำรทำงำนร่วมกันกับ 4 องค์กรหลักที่ สำคัญ ได้แก่ องค์กรท้องถิ่น (ผู้บริหำรและบุคลำกรขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ ) องค์กรท้องที่ (ผู้ใหญ่บ้ำน),องค์กรภำคประชำชน (แกนนำ/กลุ่ม) และหน่วยงำนภำครัฐทั้ง ในและนอกพื้นที่ ร่วมกันในกำร พัฒนำคุณภำพชีวิตของประชำชนให้ดีขึ้น ให้ทุกภำคส่วนเข้ำมำทุ่มเท พลังสมอง สติปัญญำ ช่วยพลิกฟื้นสร้ำง ควำมหวังและแก้ปัญหำชุมชนให้เป็นรูปธรรม โดยกำรนำใช้ทุนและศักยภำพของชุมชนให้เต็มกำลัง โดยเชื่อว่ำ ปัญหำของชุมชนสำมำรถแก้ไขได้ด้วยกำรให้ โอกำสและกำรเสริมศักยภำพของคนในชุมชน ให้มีส่วนร่วมในกำร แก้ไขปัญหำชุมชนจะทำให้ประชำชนสำมำรถช่วยเหลือตนเองได้พร้อมๆกับสำมำรถที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ถ่ำยทอด ประสบกำรณ์กำรแก้ไขปัญหำให้ชุมชนอื่นหรือต่ำงที่กันได้ และจำกกำรส่งเสริมกำรมีส่วนร่วมในระบบดังกล่ำวทำ ให้องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ ได้รับรำงวัลผ่ำนเกณฑ์มำตรฐำนจำกสถำบันพระปกเกล้ำ “ด้ำนควำม โปร่งใสและส่งเสริมกำรมีส่วนร่วมของประชำชน” ปี พ.ศ. 2553 นั่นย่อมเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่ำจุดเด่นจำกกำร ทำงำนร่วมกันของภำคีเครือข่ำย ที่ของเทศบำล ท้องที่ ส่วนรำชกำรและประชำชนได้มีส่วนร่วมอย่ำงแท้จริง ตั้งแต่กำรร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมปรับปรุงและร่วมรับผลประโยชน์ เพื่อพัฒนำชุมชนให้น่ำอยู่ ทั้งทำงด้ำนร่ำงกำย จิต ใจ สั ง คมและสิ่ ง แวดล้ อม เพื่ อยกระดั บ ควำมเป็ น อยู่ ของประชำชนให้ ดี ขึ้น มุ่ ง ให้ เกิด ควำมเป็ น ธรรมแก่ ประชำชนทุกกลุ่มในชุมชนจึงเกิ ดกำรมีส่วนร่วมและสำมำรถประสำนควำมร่วมมือกับภำคีเครือข่ำยอย่ำงเป็น ระบบ ด้วยกำรมุ่งพัฒนำอย่ำงเป็นองค์รวมโดยยึดคนเป็นศูนย์กลำงและอำศัยควำมเข้มแข็งของชุมชนเป็นรำกฐำน กำรพัฒนำจุดเด่นของกำรบริหำรงำนในพื้นที่ตำบลเหล่ำโพนค้อ ที่ชัดเจนอีก คือ นโยบำยบริหำรงำนได้ชัดเจน

24


จำกกำรดำรงตำแหน่ งนำยกองค์กำรบริหำรส่วนตำบลสำ ๔ สมั ย ติ ดต่อกัน ท ำให้ สำมำรถกำหนดนโยบำย บริหำรงำนได้ชัดเจนและต่อเนื่อง (๒) ด้านสังคม ลักษณะทำงสังคมของตำบลเหล่ำโพนค้อ มีสภำพควำมเป็นอยู่เป็นแบบสังคมชนบทที่อยู่ใน ท้องถิ่นเดียวกัน มีควำมผูกพันฉันท์พี่น้อง เห็นได้จำกควำมเข้มแข็งและมีกำรช่วยเหลือเกื้อกูลกัน องค์กำรบริหำร ส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ มีนโยบำยที่จะพัฒนำคนในชุมชนให้มีควำมรู้ ควำมสำมำรถ มีควำมสำมัคคี ให้มีควำม ปรองดองสมำนฉันท์ โดยคนจะต้องได้รับกำรพัฒนำ ทำงด้ำนกำรศึกษำและพัฒนำแนวควำมคิด โดยให้กำร สนับสนุน กลุ่มองค์กร ผู้นำชุมชน และส่วนรำชกำรในพื้นที่ เช่น คณะกรรมกำรหมู่บ้ำน อำสำสมัครสำธำรณสุข ประจำหมู่บ้ำน (อสม.) อำสำสมัครป้องกันภัยฝ่ำยพลเรือน(อปพร.) อำสำสมัครดูแลผู้สูงอำยุ (อสผ.) โดยกำร สนับสนุนงบประมำณกำรฝึกอบรมและกำรศึกษำดูงำนนอกพื้นที่ เช่น สนับสนุนงบประมำณให้กับกลุ่ม อสม.ใน กำรอบรมเพื่อพัฒนำศักยภำพในกำรทำงำนด้ำนกำรปรำบลูกน้ำยุงลำยโดยไม่ใช้สำรเคมีและศึกษำดูงำนนอกพืน้ ที่ ที่โรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพหนองกอมเกำะ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคำย ซึ่งได้รับรำงวัลนวัตกรรมกำรปรำบ ลูกน้ำยุงลำยโดยไม่ใช้สำรเคมี เพื่อนำควำมรู้ที่ได้มำปรับใช้กับพื้นที่ตำบลเหล่ำโพนค้อ สนั บสนุน งบประมำณคณะกรรมกำรหมู่บ้ ำ นเพื่อใช้ง ำนด้ำ นกำรดู แลรักษำสิ่ งแวดล้ อมใน หมู่บ้ำนและกำรสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น ส่งเสริมให้เด็กและเยำวชนมีส่วนร่วมในกำรจัดกิจกรรมต่ำงๆ โดยสนับสนุนงบประมำณเพื่อใช้ในงำนด้ำนกำรกีฬำและนันทนำกำร สนับสนุนงบประมำณให้โรงเรียนและวัดใน พื้นที่เพื่อใช้ใน กำรพัฒนำงำนด้ำนวิชำกำรของเด็กนักเรียน โครงกำรปฏิบัติธรรมในช่วงเทศกำลเข้ำพรรษำและ อบรมคุณธรรมจริยธรรมให้กับ เยำวชน อุบำสก อุบำสิกำที่สนใจ เพื่อขัดเกลำจิตใจ โดยทุกกิจกรรมมีเป้ำหมำย สูงสุดเพื่อให้คนในชุมชนอยู่ร่วมกันด้วยควำมสงบสุข มีควำมรักควำมสำมัคคี โดยมีหน่วยงำนเครือข่ำยในพื้นที่เช่น โรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพตำบล และโรงเรียน ๓ แห่ง ซึ่งเจ้ำหน้ำที่สำธำรณสุข ผู้อำนวยกำรโรงเรียน และคณะ บุคลำกรครูให้ควำมร่วมมือและสนใจในกำรเข้ำร่วมทำกิจกรรมอย่ำงต่อเนื่อง จุดเด่นกำรพัฒนำด้ำนสังคมขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ คือ กำรบูรณำกำร กำร ทำงำนด้วยกำรผนึกกำลัง ร่วมกันของภำคีข่ำยกำรพัฒนำ ทั้งภำครัฐ ภำคเอกชน ภำคประชำสังคมและเครือข่ำย องค์กรชุมชนเพื่อให้เกิดกระบวนกำรเรียนรู้ร่วมกันของชุมชน และชุมชนมีบทบำทในกำรขับ เคลื่อนกำรพัฒนำ โดยใช้ทุนทำงสังคม วัฒนธรรมและใช้ภูมิปัญญำเป็นฐำนในกำรพัฒนำชุมชนของตนเองไปสู่เป้ำหมำยที่ชุมชน ต้องกำร มุ่งเน้นกำรให้โอกำสแก่ชุมชนได้แสดงศักยภำพออกมำ โดยกำรให้ชุมชนตัดสินใจแก้ไขปัญหำพร้อม ๆ กับกำรเรียนรู้ผ่ำนกำรลงมือปฏิบัติ จนสำมำรถขับเคลื่อนกำรพัฒนำด้วยพลังของคนในชุมชนชนเอง จนก่อให้เกิด เป็นสังคมแห่งกำรเรียนรู้และเอื้ออำทรต่อกัน ด้วยกำรสร้ำงโอกำสแก่คนในชุมชนได้คิด ได้ทำ ได้เรียนรู้ ร่วมกัน จนเกิดควำมรักควำมสมัครสมำน สำมัคคี ภูมิใจในสังคมชุมชนท้องถิ่นของตนเองและภูมิใจในจำรีตประเพณีของ ชุมชน (๓) ด้านเศรษฐกิจ ประชำชนตำบลเหล่ำโพนค้อ ส่วนใหญ่ประกอบอำชีพเกษตรกรรม (ทำนำ) อำชีพรองคือกำร รับจ้ำงทั่วไป เพื่อยกระดับรำยได้ให้กับประชำชนในพื้นที่และสร้ำงอำชีพให้กับประชำชน องค์กำรบริหำรส่วน ตำบลเหล่ำโพนค้อจึงให้ประชำชนรวมกลุ่มกัน เพื่อให้ง่ำยในกำรส่งเสริมและสนับสนุนเงินทุน โดยมีกลุ่มที่สำคัญ ดังนี้

25


กลุ่มเพำะกล้ำไม้บ้ำนห้วยยำง หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 9 ในอดีตเป็นหมู่บ้ำนที่ประชำชนส่วนใหญ่มีฐำนะ ยำกจนเนื่องจำกมีพื้นที่ทำกินต่อครอบครัวน้อยประกอบกับมีพื้นที่ส่วนใหญ่ติดกับเทือกเขำภูพำน ไม่สำมำรถ ขยำยพื้นที่ในกำรทำกำรเกษตรกรรมได้ ประชำชนส่วนใหญ่ประกอบอำชีพทำนำ หำของป่ำและรับจ้ำงทั่วไป กำรเพำะพันธุ์กล้ำไม้ก็เริ่มจำกกำรไปรับซื้อกล้ำไม้มำเร่ขำยเพื่อหำรำยได้เสริมให้กับครอบครัว นอกจำกกำรทำนำ โดยเริ่มจำกกำรไปรับซื้อกล้ำไม้(มะกรูด ,มะนำว) จำกกลุ่มเพำะพันธุ์กล้ำไม้ บ้ำนด่ำนม่วงคำ ตำบลด่ำนม่วงคำ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร มำเร่ขำยแต่เพื่อให้ได้กำไรมำกขึ้น นำยเร่ง ยำงธิ สำร (ประธำนกลุ่มคนปัจจุบัน)ซึ่งเป็นพ่อค้ำเร่ขำยกล้ำไม้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๕ จึงได้เรียนรู้กำรเพำะพันธุ์กล้ำไม้ จำกกลุ่มเพำะพันธุ์กล้ำไม้บ้ำนด่ ำนม่วงคำ แล้วทำกำรเพำะกล้ำ มะกรูดและมะนำวด้วยตนเองก่อนนำไปเร่ขำย เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๘ ในเบื้องต้นมีผู้เพำะกล้ำมะกรูด และมะนำวเพียงแค่ ๓ คน เท่ำนั้น ต่อมำจึงได้มีผู้ทำกำรเพำะ กล้ำไม้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และได้มีกำรจัดตั้งเป็นกลุ่มเพำะพันธุ์กล้ำไม้ในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยมีสมำชิกในขณะนั้น จำนวน ๒๗ คน และมีกำรเพำะกล้ำไม้หลำยชนิดเพิ่มมำกขึ้น จนในปัจจุบันมีสมำชิกจำนวน ๖๒ คน จำกบ้ำน ห้วยยำง หมู่ ๖ และหมู่ ๙ มีกล้ำไม้ ๖๒ ชนิด ประมำณ ๓ ล้ำนต้น และมีกล้ำไม้หมุนเวียนตลอดทั้งปีประมำณ ๓๐ ล้ำนต้น สมำชิกมีรำยได้จำกกำรขำยกล้ำไม้ประมำณครอบครัวละ ๑๐,๐๐๐ – ๑๕,๐๐๐ บำทต่อเดือนและมี พ่อค้ำมำรับซื้อถึงสวนไม่ต้องไปเร่ขำยเหมือนแต่ก่อน (ข้อมูล ณ วันที่ ๒๕ ธันวำคม พ.ศ.๒๕๕๓) กลุ่มผลิตน้ำผลไม้ และไวน์เม่ำ บ้ำนเหล่ำเหนือ หมู่ที่ ๗ ตั้งเมื่อ วันที่ ๖ ตุลำคม ๒๕๔๓ โดย ได้นำลูกเม่ำซึ่งเป็นผลไม้ที่ มีมำกในพื้นที่มำดัดแปลงทำเป็นน้ำเม่ำเพื่อจำหน่ำยหำรำยได้เสริมหลังฤดูกำลทำนำ กลุ่มสำมำรถพัฒนำผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ปัจจุบันได้พัฒนำคุณภำพจนได้รับกำรยกระดับคุณภำพระดับ 5 ดำวระดับชำติ เมื่อปี ๒๕๔๙ ปัจจุบันได้ขยำยผลในกำรผลิตโดยกำรนำผลไม้ชนิดอื่นมำทำผลไม้ด้วย เช่น น้ำลูก ค้อน้ำเสำวรส น้ำลูกหม่อน น้ำมะขำมป้อม น้ำสมอ ปัจจุบันกลุ่มผลิตน้ำผลไม้และไวน์เม่ำ ถือเป็นกลุ่มอำชีพอีก กลุ่มหนึ่งที่ถือว่ำเข้มแข็งมำกในปัจจุบัน นอกจำกนี้ องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ ยังได้ส่งเสริมให้ประชำชนปลูกพืชฤดูแล้ง เพรำะองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ มีอ่ำงเก็บน้ำห้วยโท-ห้วยยำง และมีลำห้วยซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ กำรทำกำรเกษตรอยู่ 2 สำย ซึ่งถือว่ำเป็นจุดแข็งที่สำมำรถนำมำพัฒนำด้ำนกำรเกษตรได้ พืชฤดูแล้งที่สำคัญ ได้ แ ก่ ถั่ว ลิ ส ง ยำสู บ และมั น ฝรั่ ง โดยองค์ กำรบริ หำรส่ ว นต ำบลเหล่ ำ โพนค้ อ ได้ เป็ น ตั ว กลำงในกำร ประสำนงำนกับบริษัทที่รับซื้อ ผลผลิต เพื่อให้เกษตรกรไม่ขำดทุนในกำรปลูกพืชฤดูแล้ง องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ มีหมู่บ้ำนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง คือบ้ำนเหล่ำ หมู่ที่ ๕ ซึ่งเป็นหมู่บ้ำนตัวอย่ำงที่ได้ดำเนินชีวิตตำมหลักเศรษฐกิจพอเพียง จนได้รั บกำรคัดเลือกจำกจังหวัดสกลนคร และระดับภำคให้เป็นหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบระดับมั่งมีศรีสุข ซึ่งถือเป็นหมู่บ้ำนจัดกำรตนเอง สำมำรถ เป็นตัวอย่ำงให้กับชุมชนอื่นได้ จึงมีผู้สนใจมำศึกษำดูงำนเป็นระยะๆ (๔) ด้านสุขภาพ ดำเนินโครงกำรคูปองเพื่อสุขภำพโดยกำรแจกคูปองมูลค่ำ 2 บำท ต่อครั้งที่ออกกำลังกำย เพื่อ สะสมแลกของรำงวัล เช่น ไข่ไก่ น้ำข้ำวกล้อง ข้ำวฮำง กล้ำไม้ น้ำเม่ำ เป็นต้น โดยสินค้ำที่นำมำให้แลกนั้นล้วน แล้วแต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในชุมชนทั้งสิ้น เพื่อสร้ำงแรงจูงใจให้ประชำชน หันมำออกกำลังกำยกันมำกขึ้น โดย กิจกรรมกำรออกกำลังกำยนั้นขึ้นอยู่ที่ควำมถนัดของแต่ละบุคคล เช่น กำรปั่นจักรยำน วิ่ง เต้นแอโรบิค รำไม้ พลองประยุกต์สำหรับผู้สูงอำยุ เป็นต้น นอกจำกกำรออกกำลังกำยเพื่อสุขภำพแล้วยังส่งเสริมให้มีกำรเก็บขยะ เพื่อแลกคูปองรับรำงวัลด้วยทำให้องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อได้รับรำงวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ที่ ให้กำรสนับสนุนกำรสร้ำงสุขภำพโดยกำรส่งเสริมกำรออกกำลังกำยดีเด่นประจำปี ๒๕๕๓และชมรมรักษ์สุขภำพ ตำบลเหล่ำโพนค้อได้รับรำงวัลชนะเลิศอันดับ ๓ ในกำรประกวดชมรมสุขภำพดีเด่นจังหวัดสกลนคร ปี ๒๕๕๓

26


องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ ำโพนค้อ มีนโยบำยพัฒนำด้ำนคุณภำพชีวิตของประชำชนใน พื้ น ที่ โดยเฉพำะในด้ ำ นสำธำรณสุ ข ได้ มุ่ ง เน้ น กำรบริ กำรสำธำรณสุ ขผสมผสำนเชิ ง รุ ก ทั้ ง ในระดั บ บุ คคล ครอบครัว ชุมชนและสังคม ให้บริกำรอย่ำงต่อเนื่อง สำมำรถให้คำปรึกษำและส่งต่อผู้ป่วยได้ตลอดเวลำโดยมี เป้ำหมำยหลัก คือกำรส่งเสริมให้ประชำชนได้รับบริกำรสุขภำพอย่ำงเสมอภำคเป็นธรรม และกำรส่งเสริมให้ ประชำชนสำมำรถดูแลสุขภำพตนเองได้ด้วยกำรลดพฤติกรรมเสี่ยงต่อกำรเกิดโรค โดยองค์กำรบริหำรส่วนตำบล เหล่ำโพนค้อ มีกลไกหลักที่สำคัญในกำรขับเคลื่อนงำนด้ำนสุขภำพในชุมชน คือ อำสำสมัครสำธำรณสุขประจำ หมู่บ้ำน (อสม.) อำสำสมัครดูแลผู้สูงอำยุ (อผส.) อำสำสมัครกู้ชีพกู้ภัยฉุกเฉิน และกลุ่มจิตอำสำสุขภำพในชุมชน โดยเข้ำมำมีส่วนร่วมในกำรดูแลกลุ่มเด็กและสตรี กลุ่มเด็ก 0-5 ปี กลุ่มวัยเรียน กลุ่มวัยรุ่น กลุ่มวัยทำงำน และ กลุ่มผู้สูงอำยุและจัดทำโครงกำร อสม.เยี่ยมบ้ ำน เพื่อกำรให้บริกำรสุขภำพเชิงรุกในชุมชน โครงกำรเคำะประตู ดูแลผู้พิกำรเพื่อให้ควำมรู้ด้ำนสุขภำพที่จำเป็นแก่ครัวเรือน สำมำรถช่วยเหลือผู้พิกำรได้อย่ำงถูกวิธี นอกจำกนี้ยัง มีกำรอบรมกำรดูแลสุขภำพตัวเองเบื้องต้น ทั้งกำรส่งเสริมสุขภำพ กำรควบคุมป้องกันโรค กำรรักษำพยำบำล เบื้ องต้ น กำรฟื้ น ฟูส ภำพและกำรคุ้มครองผู้ บริโ ภค ตลอดจนกำรพั ฒนำบ้ำ น อสม.ต้น แบบเพื่อปรับ เปลี่ ย น พฤติกรรมให้เป็นแบบอย่ำงที่ดีต่อสุขภำพแก่ประชำชนในพื้นที่ในเขตพื้นที่องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ มีหน่วยบริกำรปฐมภูมิ ที่เป็นเครือข่ำย คือ โรงพยำบำลส่งเสริ ม สุขภำพตำบลโพนค้อ มีลักษณะเด่นของกำร จัดบริกำรสำธำรณสุขเฉพำะ คือ เภสัชกร นักกำยภำพบำบัด แพทย์แผนไทย เพื่อให้กำรช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้น ไม่ต้องเดินทำงไกลไปถึงโรงพยำบำลในตัวอำเภอโคกศรีสุพรรณ นอกจำกนี้ยังมีกำรให้บริกำรกำรหน่วยแพทย์ฉุกเฉินขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ บริกำรส่งต่อผู้ป่วยเพื่อนำส่งโรงพยำบำลโคกศรีสุพรรณ อย่ำงถูกวิธีและปลอดภัย ปัจจุบันมีผู้ป่วยใช้บริกำร ประมำณ ๖๐ รำยต่อเดือน จำกกำรให้บริกำรดังกล่ำวจนได้รับรำงวัลรำงวัลหน่วยกู้ภัยดีเด่น ระดับ FR จำก สถำบันกำรแพทย์ฉุกเฉินแห่งชำติ กระทรวงสำธำรณสุข (๕) ด้านการจัดการสภาวะแวดล้อม ทุกปีชำวตำบลเหล่ำโพนค้อ ตำบลแมดนำท่ม อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนครและ ตำบลใกล้เคียงได้มีประเพณีสรงน้ำพระธำตุดอยอ่ำงกุ้ง มีประชำชนไปร่วมงำนเป็นจำนวนมำกองค์กำรบริหำรส่วน ตำบลเหล่ำโพนค้อจึงได้จัดกิจกรรมปลูกป่ำและบวชป่ ำในวันเดียวกันเพื่อให้ประชำชนที่มำร่วมงำนได้ร่วมกัน อนุรักษ์ป่ำบนเทือกเขำภูพำนซึ่งเป็นป่ำต้นน้ำที่สำคัญในพื้นที่ นอกจำกนี้องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อมีทุนทำงธรรมชำติที่เป็นหน้ำผำ น้ำตก ถ้ำ ที่ มีควำมสำคัญทำงประวัติศำสตร์ เช่น ถ้ำผำนำง น้ำตกศรีตำดโตน ถ้ำผำเก พระธำตุดอยอ่ำงกุ้ง จุดชมวิวเสำเสลี่ยง เป็ นต้ น ที่ผ่ ำนมำองค์กำรบริหำรส่ วนตำบลเหล่ ำโพนค้อได้ มี กำรประชุม ร่ว มกับ ผู้อำนวยกำรสำนักงำนกำร ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยภำคตะวันออกเฉียงเหนือเขต ๔ ผู้อำนวยกำรกำรท่องเที่ยวและกีฬำจังหวัดสกลนคร ประธำนชมรมส่งเสริมผู้ประกอบกำรกำรท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร โดยมีนำยพิทักษ์ บริพิศ อดีตนำยอำเภอโคก ศรีสุพรรณเป็นประธำน พร้อมกับมีกำรเดินสำรวจสถำนที่จริงเพื่อประกอบกำรวำงแผนงำนและจัดรูปแบบในกำร พัฒนำกำรท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่อเป็นกำรอนุรักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ตำบลเหล่ำโพนค้อ ให้ เป็ น ที่ รู้ จั ก แพร่ หลำยต่ อไปและที่ ผ่ ำ นมำองค์ กำรบริ ห ำรส่ ว นต ำบลเหล่ ำ โพนค้ อได้ รับ ควำมร่ ว มมื อจำก มหำวิทยำลัยมหำสำรคำมได้มำทำกำรวิจัยรูปแบบกำรท่องเที่ยวที่เหมำะสมกับตำบลเหล่ำโพนค้อเพื่อพัฒนำ รูปแบบกำรท่องเที่ยวให้เหมำะสมต่อไป นอกจำกนี้องค์กำรบริหำรส่ วนตำบลเหล่ำโพนค้อยังได้ค้นพบซำกฟอสซิลไดโนเสำร์บริเวณภู ยำงอึ่งและนำไปตรวจสอบโดยนำยพิทักษ์ บริพิศ อดีตนำยอำเภอโคกศรีสุพรรณพบว่ำเป็นซำกไดโนเสำร์จริงอำยุ ประมำณ ๑๐๗ ล้ำนปี จึงได้ประสำนไปยังกรมทรัพยำกรธรณีวิทยำให้มำตรวจสอบสถำนที่ค้นพบซำกฟอสซิล ไดโนเสำร์แล้วในเบื้องต้นองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อได้ประกำศเป็นเขตห้ำมขุดค้นตำมคำแนะนำของ ดร.อัสนี มีสุข ผู้อำนวยกำรสำนักคุ้มครองซำกดึกดำบรรพ์ ต่อมำกรมทรัพยำกรธรณีวิทยำได้ส่งผู้เชี่ยวชำญด้ำน

27


พิสูจน์ซำกมำตรวจสอบพบว่ำไดโนเสำร์ที่พบในพื้นที่มี ๒ ประเภท ๓ สำยพันธ์ ได้แก่ประเภทกินเนื้อ และกินพืช ประเภทกินเนื้อได้แก่ สำยพันธ์สยำมโมไทรันนัสอีสำนแอสซิสและสำยพันธ์สยำมโมซอรัสสุธีธรนิ ส่วนประเภทกิน พืชได้แก่สำยพันธ์ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน่ โดยได้ยืนยันเป็นหนังสือชัดเจนแล้ว ๒.๔ บทเรียนและประสบการณ์จากการทางานด้านการจัดการสุขภาวะชุมชนของตาบลเหล่าโพนค้อ ๒.๔.๑ บทเรีย นจำกกำรท ำงำนด้ ำ นกำรจั ด กำรสุ ขภำวะชุ ม ชนของต ำบลเหล่ ำ โพนค้ อร่ว มกั บ เครือข่ำยร่วมสร้ำงชุมชนท้องถิ่นน่ำอยู่ (ร่วมกับศจค. ร่วมกับศวภ. และร่วมกับสน.๓) โดยสรุปมีดังนี้ (๑) กำรจัดทำบันทึกข้อตกลงกำรดำเนินร่วมกับเครือข่ำยสุขภำวะชุมชนขององค์กำรบริหำร ส่วนตำบลพิมำน อำเภอนำแก จังหวัดนครพนม ช่วงวันที่ ๑๓ พฤษภำคม ๒๕๕๗ ทำให้ได้แลกเปลี่ยน เรียนรู้ของรูปแบบกำรดำเนินงำนตำบลสุขภำวะ ระบบกำรจัดกำรตนเองของตำบล กำรเรียนรู้และกำรทำงำน ร่วมกันในเครือข่ำยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้เกิดแนวคิดกำรพัฒนำชุมชนตนเองจำกกำรเรียนรู้จำก เครือข่ำยมำเป็นแนวทำงกำรดำเนินงำนในบริบทของตำบลเหล่ำโพนค้อ (๒) ด้ำนระบบข้อมูลตำบล (Thailand Community Network Appraisal Program: TCNAP) ได้เข้ำรับกำรฝึกปฎิบัติกำรจริงเกี่ยวกับจัดทำระบบข้อมูลตำบล ทำให้ตำบลเหล่ำโพนค้อมีระบบข้อมูล ตำบล (TCNAP) ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐำนของตำบลที่ชัดเจนมำกยิ่งขึ้น และมีกำรนำใช้ข้อมูลในขบวนกำรสร้ำงเสริม สุขภำวะตำบล นำข้อมูลพื้นฐำนของตำบลมำกำหนดเป็นประเด็นขับเคลื่อนนโยบำยสำธำรณะในตำบล เช่น กำร นำข้อมูลตำบลมำจัดทำแผนชุมชน แผนงำนกองทุนหลักประกันสุขภำพ แผนพัฒนำตำบลสำมปี แผนยุทธศำสตร์ พัฒนำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น (๓) ด้ำนกำรวิจัยชุมชน (RECAP) ได้ฝึกปฏิบัติกำรจริงเกี่ยวกับจัดทำวิจัยชุมชน และได้ ดำเนินกำรจัดทำวิจัยชุมชนในพื้นที่ตำบลเหล่ำโพนค้อ ทำให้ได้รู้ทุนและศักยภำพของคนในชุมชนมำกยิ่งขึ้น มีคน ดี คนเด่น กลุ่มต่ำง ๆ แหล่งประโยชน์มำกมำยในตำบลมำกยิ่งขึ้น ทำให้มีรำยงำนกำรวิจัยชุมชนและประมวล ข้อมูลทุนและศักยภำพตำบลเพื่อนำไปใช้ในกระบวนกำรจัดทำหลักสูตรกำรเรียนรู้ ใช้เป็นแนวทำงในกำรประเมิน ทุนและศักยภำพชุมชน ยกระดับทุนทำงสังคมเป็นแหล่งเรียนรู้ มีกำรพัฒนำศักยภำพนักวิชำกำรชุมชนท้องถิ่น รวมไปถึงกำรเพิ่มขีดควำมสำมำรถผู้นำและวิทยำกรชุมชน และนำมำขยำยเครือข่ำยกำรดำเนินงำนในองค์กำร บริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ และมีกำรวำงแผนเพื่อพัฒนำต่อยอด กำรสรุปบทเรียนและกำรจัดกำรควำมรู้ นำไปใช้เป็นนวัตกรรมในกำรจัดกำรปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยส่งเสริมสุขภำพ (4) ด้ำนกำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่กำรปฏิบัติกำรจริง กำรเข้ำร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่กำร ปฏิบัติกำรจริงกับพื้นที่ตำบลป่ำโมง (รับรุ่น) ทำให้เกิดกำรพัฒนำแนวคิด ควำมรู้ ทักษะ วิธีกำรทำงำน และ ควำมสำมำรถในด้ำนอื่นๆ ภำยใต้กระบวนกำรและกิจกรรมที่หลำกหลำย เช่น กำรประชุม กำรอบรม กำรจัด เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กำรสรุปบทเรียน กำรถอดบทเรียน ได้เรียนรู้จำกกำรปฏิบัติจริง และกำรเรียนรู้ข้ำม พื้นที่เพื่อกำรศึกษำดูงำน เพื่อนำมำยกระดับกำรทำงำนในพื้นที่ตำบลเหล่ำโพนค้อ ๒.๔.๒ บทเรียนจากการทางานด้านการจัดการสุขภาวะชุ มชนขององค์การบริหารส่วนตาบลเหล่า โพนค้อร่วมกับหน่วยงานภาคีอื่นๆโดยสรุป มีดังนี้ (๑) องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อได้รับคัดเลือกจำกพัฒนำสังคมและควำมมั่นคงของ จังหวัดสกลนครให้เป็นพื้นที่นำร่องในกำรจัดสวัสดิกำรสังคมซึ่งทั้งจังหวัดจะได้รับคัดเลือกแค่ ๓ อบต. เท่ำนั้น จำกกำรได้รับกำรคัดเลือกดังกล่ำวทำให้องค์กำรบริหำรส่วนตำบลได้รับกำรสนับสนุนงบประมำณจำก พมจ. จังหวัด เพื่อจัดกำรฝึกอบรมและพัฒนำอำชีพให้กับประชำชน เช่น กำรฝึกอบรมอำชีพทอเสื่อ และศึกษำดูงำน นอกสถำนที่เพื่อต่อยอดกำรจัดทำผลิตภัณฑ์จำกเสื่อ และได้รับกำรผลักดันผลิตภัณฑ์สู่ตลำดเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ ของผู้บริโภค

28


นอกจำกนี้ยังได้รับงบประมำณในกำรดำเนินโครงกำรครอบครัวอบอุ่นเพื่อแก้ไขปัญหำเด็ก เยำวชนติดยำเสพติดและติดเกม โครงกำรจัดตั้งสภำเด็กเยำวชน เพื่อให้เด็กมีเวทีในกำรแสดงออกทำงด้ำน ควำมคิด ไม่หมกมุ่นกับยำเสพติดและเกม โครงกำรปรับปรุงบ้ำนพักผู้พิกำร เพื่อให้ผู้พิกำรกำยอุปกรณ์ช่วยเหลือ กำรเคลื่อนไหวภำยในบ้ำน บ้ำนสะอำดอนำมัยดีศรีสมบูรณ์ เพื่อส่งเสริมให้ครัวเรือนนำร่องที่ร่วมโครงกำรมีควำม สะอำดนำหลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงมำใช้ กำรตกแต่งครัวเรือนด้วยพืชผักสวนครัวหน้ำบ้ำนสวยหลังบ้ำนสวน โครงกำรพัฒนำระบบสวัสดิกำรออมวันละบำทตำบลโพนค้อเพื่อให้ประชำชนรู้จักระบบกำรออมและกำรจัด สวัสดิกำรแก่สมำชิก ทำให้ประชำชนได้รับกำรบริกำรด้ำนสวัสดิกำรและพัฒนำอำชีพทั่วถึงมำกขึ้น (๒) ได้รับคัดเลือกจำกเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสกลนคร ให้เป็นพื้นที่ ในกำรพัฒนำศักยภำพ เกษตรครบวงจร ในพื้นที่ใต้อ่ำงเก็บน้ำห้วยโท-ห้วยยำงด้วย ซึ่งมีสมำชิก ๒๓๐ คน โดยหน่วยงำนที่สังกัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ต้องมีโครงกำรมำในพื้นที่เพื่ออบรมและให้ควำมรู้ด้ำนกำรเกษตรโดยสมำชิกทุกคนจะได้รับ กำรช่วยเหลือทั้งทำงตรงและทำงอ้อม เช่น กำรจั ดตั้งศูนย์เรียนรู้ด้ำนกำรเกษตร โดยมีนำยยักษ์สิทธิ ยำงธิสำร เป็นประธำน มีสมำชิกทั้งหมด ๓๑ คน และได้รับกำรสนับสนุนงบประมำณและพันธุ์สัตว์เพื่อนำไปเลี้ยงและขยำย ผลภำยในกลุ่ม ได้รับกำรไถกลบตอซังฟรี จำนวน ๕ ไร่ ได้รับพันธ์ข้ำวในกำรเพำะปลูกฟรี มีกำรอบรมอำชีพต่ำงๆ ตำมควำมสนใจของสมำชิก ให้คำปรึกษำกำรทำกำรเกษตรแก่สมำชิกทุกคน (๓) องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อร่วมกับวิทยำลัยสำรพัดช่ำงจังหวัดสกลนครจัดตั้ง ศูนย์ซ่อมสร้ำงที่ อบต.เหล่ำโพนค้อ พร้อมฝึกอบรมผู้ดูแลประจำศูนย์และผู้สนใจด้ำนช่ำงไฟฟ้ำ ช่ำงยนต์ และช่ำง อื่นๆ ตำมควำมสนใจ นอกจำกนี้วิทยำลัยสำรพัดช่ำงยังให้บริกำรซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้ำฟรีกระจำยตำมหมู่บ้ำนต่ำงๆ เพื่อให้ประชำชนเข้ำถึงบริกำรมำกที่สุด (๔) ศูนย์พัฒนำเด็กเล็กถือว่ำเป็นงำนหลักที่อยู่ในควำมดูแลขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำ โพนค้อ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 ศูนย์ ดูแลเด็ก อำยุตั้งแต่ 2-5 ปี แต่มีเด็กส่วนหนึ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองส่งไปเรียนใน โรงเรียนเอกชน ในตัวอำเภอ และตัวจังหวัดซึ่งมำกขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหำดังกล่ำวและสร้ำงควำมมั่นใจ แก่พ่อแม่ผู้ปกครองในกำรจัดกำรเรียนกำรสอนของศูนย์พัฒนำเด็กเล็กทั้ง 3 แห่ง องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำ โพนค้อจึง ได้ประสำนงำนกับศูนย์อนำมัยสิ่งแวดล้อมที่ 7 อุบลรำชธำนี ให้มำช่วยประเมินมำตรฐำนตำมเกณฑ์ ตัวชี้วัดที่กรมอนำมัยสิ่งแวดล้อมกำหนดขึ้น เพื่อปรับปรุงและพัฒนำศูนย์พัฒนำเด็กเล็กให้เป็นศูนย์พัฒนำเด็กเล็ก น่ำอยู่เทียบเท่ำโรงเรียนเอกชน จนทำให้ศู นย์พัฒนำเด็กเล็กบ้ำนโพนค้อได้รับรำงวัลชนะเลิศศูนย์พัฒนำเด็กเล็ก ยอดเยี่ยมระดับจังหวัดประจำปี ๒๕๕๓ (๕) องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อได้ทำบันทึกข้อตกลงควำมร่วมมือกับสำนักงำน อัยกำรจังหวัดสกลนครเรื่องโครงกำรส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในกำรคุ้มครองสิท ธิและช่วยเหลือทำง กฎหมำยแก่ประชำชน โดยในวันที่ ๒๖ สิงหำคม ๒๕๕๗ สำนักงำนอัยกำรจังหวัดสกลนครได้จัดฝึกอบรมให้ ควำมรู้ด้ำนกฎหมำยแก่ผู้นำชุมชน และผู้นำกลุ่มอำชีพต่ำงๆ ในชุมชน ให้สำมำรถเข้ำใจถึงระบบและขั้นตอนกำร ให้บริกำรด้ำนกฎหมำยเมื่อมีปัญหำ (๖) องค์กำรบริหำรส่ว นตำบลเหล่ำโพนค้อร่วมกับสำธำรณสุขจังหวัดโรงพยำบำลส่งเสริม สุขภำพตำบลโพนค้อร่วมกันดำเนินกำรจัดทำธรรมนูญสุขภำพ เพื่อเป็นข้อตกลงร่วมกันกับชุมชนในกำรปฏิบัติ ตำมและบังคับใช้ในพื้นที่ให้ประชำชนมีสุขภำพร่ำงกำยที่สมบูรณ์และแข็งแรงโดยได้ประกำศใช้เป็นที่เรียบร้อย แล้ว (๗) กระทรวงแรงงำน โดยสถำบันพัฒนำฝีมือแรงงำน เป็นสถำนที่จัดกำรเรียนกำรสอนและ กำรฝึกอำชีพและสนับสนุนงบประมำณในกำรอบรมสำหรับชุมชน(แหล่งเรียนรู้) เพื่อให้มีควำมรู้และเชี่ยวชำญใน กำรพัฒนำอำชีพผลิตภัณฑ์ในชุมชนตรงกับควำมต้องกำรในตลำดมำก เช่น อำชีพตัดเย็บ กำรจักรสำน กำรแปร รูปผลิตภัณฑ์จำกวัสดุในชุมชน

29


(๘) องค์กำรบริหำรส่วนจังหวัดสกลนคร สนับสนุนงบกำรจัดทำโครงกำรและงบประมำณต่ำงๆ ประชำชนในชุมชนได้รับกำรแก้ไขปัญหำอย่ำงต่อเนื่องและครอบคลุม (๙) สำนักงำนเกษตรอำเภอโคกศรีสุพรรณ สนับสนุนบุคลำกรในกำรให้ควำมรู้สำหรับแหล่ง เรียนรู้เกษตรกรรมยั่งยืน ระบบเศรษฐกิจชุมชน

30


รายงานฉบับที่ ๓ รายงานสถานะศักยภาพและความพร้อม ในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนท้องถิ่นจนเกิดวิธีการทางานในการจัดการตนเอง ๑. สถานะศักยภาพและความพร้อมต่อการสร้างการเรียนรู้ ๑.๑ ภาพรวมสถานะศักยภาพของทุนทางสังคมต่อการพัฒนาต่อยอด 1. ระดับบุคคล ๑.๑ ผู้นาท้องถิ่น นำยอนุสรณ์ พลรำชม ท่ำนเป็นนำยกองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อมำถึง ๔ สมัย เลือกตั้งท่ำนเป็นผู้มีควำมรู้ควำมสำมำรถและมีวิสัยทัศน์กว้ำงไกล กิจกรรมกำรพัฒนำงำน ด้ำนกำรบริหำรเป็ น ผู้บริหำรขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ ด้ำนสังคมดูแลและช่วยเหลือสังคมมำโดยตลอด ประธำน กรรมกำรสถำนศึกษำโรงเรียนบ้ำนเหล่ำโพนค้อเหล่ำรำษฎร์วิทยำ ๑.๒ ผู้นาท้องที่ นำยเหรียญทอง พลรำชม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกำนันตำบลเหล่ำโพนค้อ ควำมเชี่ยวชำญ เป็นผู้นำ ทำงด้ำนกำรปกครองระดับท้องที่ เป็นผู้นำกลุ่มหลำยๆกลุ่ม เพื่อพัฒนำหมู่บ้ำนและตำบลให้มีควำมรักควำม สำมัคคี ประชำชนมีควำมสุขควำมเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและเป็นผู้นำในกำรทำกำรเกษตรอินทรีย์ เนื่องจำกได้เข้ำรับกำร อบรมและนำมำทดลองใช้จริงที่สวนของตนเองและพบว่ำได้ ผลดีส่งผลกระทบกับกลุ่มประชำกรทุกกลุ่มเริ่มจำก กำรทำสวนกำรเกษตรที่ได้รับกำรสืบทอดกันมำจำกพ่อแม่และคนในชุมชนตำมควำมเข้ำใจพื้นฐำนและบริบท พื้นที่ส่วนใหญ่โดยในกำรทำกำรเกษตรได้มีกำรใช้สำรเคมีเหมือนกับคนอื่นที่ทำอยู่แต่ได้รับผลตอบแทนไม่คุ้มค่ำ กับกำรลงทุนเนื่องจำกมีต้นทุนสูงและมีส่งผลกระทบต่อสุขภำพได้เห็นควำมแตกต่ำงและรูปแบบของกำรทำ กำรเกษตรแบบใหม่ในกำรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ จึงนำมำประยุกต์ใช้กับสวนของตนเองและไปเรียนรู้กำรทำน้ำหมักและ ปุ๋ยชีวภำพ กำรขยำยพันธุ์พืชที่ศูนย์ทดลองและถ่ำยทอดควำมรู้ทำงกำรเกษตรที่ศูนย์ศึกษำกำรพัฒนำภู พำนอัน เนื่องมำจำกพระรำชดำริ จังหวั ดสกลนคร ปัจจุบัน เป็นเจ้ ำของศูน ย์สำมดำตำบลเหล่ำโพนค้อโดยได้รับกำร สนับสนุนงบประมำณในกำรก่อสร้ำงศูนย์สำมดำจำกองค์กำรบริหำรส่วนจังหวัดสกลนคร ๓ ดำ ประกอบด้วย ไก่ ดำภูพำน วัวดำ และหมูดำ พร้อมเป็นวิทยำกรบรรยำยให้ควำมรู้แก่เกษตรกรที่สนใจ ในกำรทำกำรเกษตรแบบ พอเพียง แนวคิดและหลักกำรทำงำน ท่ำนมีแนวคิดและหลักกำรทำงำนต้องกำรพัฒนำหมู่บ้ำนให้มีกำรลดต้นทุน ในกำรทำกำรเกษตรลงเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ำ และลดกำรใช้สำรเคมีทำกำรเกษตรตำมหลักเศรษฐกิจ พอเพียง นอกจำกนี้นำยเหรียญทอง พลรำชม ยังเป็นประธำนกลุ่มข้ำวนำน้ำฝนของ บ้ำนโพนค้อ หมู่ที่ 1 โดย เริ่มก่อตั้งเมื่อเดือนกรกฎำคม 2532 มีคณะกรรมกำรจำนวน 13 คน เริ่มปีแรกมีสำมชิกกลุ่มข้ำวนำน้ำฝน ทั้งหมด 136 ครัวเรือน โดยมีทุน 7,000 บำท และสมำชิกได้สมทบข้ำวเปลือกคนละ 45 กิโลกรัม ปล่อยให้ สมำชิกกู้ยืมข้ำวเปลือกครัวเรือนละ 20 หมื่น / ปี แล้วให้คืนหลังจำกที่เก็บเกี่ยวข้ำวเสร็จ กลุ่มข้ำวนำปีได้รับเงิน ครั้งแรกจำก ส.ส. เอกพร รักควำมสุข สมำชิกสภำผู้แทนจังหวัดสกลนคร จำนวน 7,000 บำท ณ ปัจจุบันกลุ่ม ข้ำวนำน้ำฝนมีเงินทุนทั้งหมด จำนวน 55,000 บำท ร้ำนค้ำชนบทบ้ำนโพนค้อ-โพนสูง หมู่ที่ 1 ตำบลเหล่ำโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร เริ่มก่อตั้งเมื่อเดือน ตุลำคม 2534 โดยแต่งตั้งนำยเหรียญทอง พลรำชมเป็นประธำนกลุ่มและมีคณะกรรมกำร จำนวน 11 คน เริ่มปีแรกมีสำมชิร้ำนค้ำชนบทบ้ำนโพนค้อ-โพนสูง ทั้งหมด 323 คน โดยมีทุนหุ้นจำนวนหุ้น ละ 25 บำท ร้ำนค้ำชนบทบ้ำนโพนค้อ-โพนสูง มีสมำชิกครั้งแรก จำนวน 323 คน และในปัจจุบันมีสมำชิก

31


ทั้ ง หมด จ ำนวน 323 คน ณ ปั จ จุ บั น ร้ ำ นค้ ำ ชนบทบ้ ำ นโพนค้ อ -โพนสู ง มี เ งิ น ทุ น ทั้ ง หมด จ ำนวน 242,531 บำท นอกจำกกำรเป็นผู้นำกลุ่มต่ำงๆ แล้วยังเป็นผู้มีควำมรู้ควำมสำมำรถด้ำนอื่นอีก เช่น ควำมเป็นมำหนอง พ่ออ่อน เป็นที่สำธำรณประโยชน์ของ บ้ำนโพนค้อ หมู่ที่ 1 มีเนื้อที่ประมำณ 1 ไร่ 1 งำน 0.6 ตำรำงวำ อยู่ใน ควำมดูแลรักษำของกระทรวงมหำดไทย โดยประกำศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 334 ลงวันที่ 13 ธันวำคม พ.ศ. 2515 อธิบดีกรมที่ดินออกหนังสือสำคัญฉบับนี้เพื่อแสดงเขตของที่ดินอันเป็นสำธำรณสมบัติของแผ่นดินประเภท พลเมืองใช้ร่วมกัน เป็นที่ปล่อยปลำ ใช้น้ำเพื่อกำรเกษตร และหนองสระพัง เป็นที่สำธำรณประโยชน์ของ บ้ำน โพนค้อ หมู่ที 1 มีเนื้อที่ประมำณ 1 ไร่ 3 งำน 89 ตำรำงวำ อยู่ใ นควำมดูแลรักษำของกระทรวงมหำดไทย โดย ประกำศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 334 ลงวันที่ 13 ธันวำคม พ.ศ. 2515 อธิบดีกรมที่ดินออกหนังสือสำคัญฉบับ นี้เพื่อแสดงเขตของที่ดินอันเป็นสำธำรณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน เป็นที่ปล่อยปลำ แหล่ง อุปโภคบริโภค ใช้น้ำเพื่อกำรเกษตรเพื่อให้ชำวบ้ำนทำมำหำกิน และเพื่อกำรเกษตร เป็นต้น นำยธีรศักดิ์ อุ่นพิมพ์ ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้ำนหมู่ที่ ๒ มีควำมเชี่ยวชำญ ด้ำนกำรปกครองและกำร พัฒนำหมู่บ้ำน ให้คำปรึกษำและดูแลควำมเป็นอยู่ของลูกบ้ำนเป็นอย่ำงดีเป็นศูนย์กลำงในกำรติดต่อประสำน กิจกรรมต่ำงๆ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๖ ดำรงตำแหน่งสมำชิกสภำองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ ต่อมำ ดำรงตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้ำน หมู่ ๒ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๗ จนถึงปัจจุบันท่ำนเป็นผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง ดูแลชุมชนเป็น อย่ำงดีช่วยสร้ำงควำมสมัครสมำนสำมัคคีให้แก่ชุมชนส่งผลกระทบกับทุกกลุ่มประชำกรในชุมชน แนวคิดและ หลักกำรทำงำน แนวคิดและหลักกำรทำงำนของท่ำนคือทำงำนที่ตนเองมีหน้ำที่รับผิดชอบให้ดีที่สุดโดยมีกำร พัฒนำตนเองอยู่ตลอด มีกำรจัดกิจกรรมและโครงกำรภำยในชุมชนโดยให้ลูกบ้ำนมีส่วนร่วมหลำยโครงกำร ทำให้ มีควำมสมัครสมำนสำมัคคี นำยจรูญ บัวทะรำช ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้ำน หมู่ ๓ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ถึงปัจจุบัน ประวัติ หมู่บ้ำนอดีตบ้ำนดง เดิมย้ำยมำจำกจังหวัดร้อยเอ็ด มีนำยลีกับนำยลำด ในสมัยก่อนพื้นที่บ้ำนดงนั้นเป็นป่ำดงที่ อุดมสมบูรณ์มีน้ำกินน้ำใช้ตลอดปีกำรหำอยู่หำกินก็ไม่ยำกเป็นป่ำดงอยู่ที่มีสั ตว์ป่ำต่ำง ๆ หลำยชนิดอยู่มำกมำย ถนนหนทำงกำรไปมำหำสู่ก็ยังใช้ทำงเกวียนเป็นถนนหนทำงมำตั้งถิ่นฐำนอยู่ประมำณ 10 หลังคำเรือนต่อมำใน สมัยพระมงกุฎเกล้ำเจ้ำอยู่หัว รัชกำลที่ 6 ซึ่งประกำศใช้รำชบัญญัติเป็นสำกลมำกขึ้น กำหนดให้ประชำชนมีชื่อ และนำมสกุล ลีนำลำด เป็นส่วนมำกและชำวบ้ำนได้สร้ำงมรดกทำงวัฒนธรรมต่ำง ๆ ชำวบ้ำนมีศรัทธำสร้ำงวัด วำอำรำมขึ้นมีชื่อว่ำวัดบ้ำนดง บ้ำนดงตั้งทำงทิศตะวันออกของอำเภอโคกศรีสุพรรณ หมู่บ้ำนห่ำงจำกอำเภอ ประมำณ 8 กิโลเมตร มีผู้นำหมู่บ้ำนคือนำยจรูญ บัวทะรำช ควำมเชี่ยวชำญ ท่ำนมีในด้ำนปกครองและกำร พัฒนำหมู่บ้ำนให้คำปรึกษำและดูแลควำมเป็นอยู่ของลูกบ้ำนเป็นอย่ำงดีเป็นศูนย์กลำงในกำรติดต่อประสำน กิจกรรมต่ำงๆท่ำนเป็นผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง ดูแลชุมชนเป็นอย่ำงดีช่วยสร้ำงควำมสมัครสมำนสำมัคคีให้แก่ชุมชน ส่งผลกระทบกับทุกกลุ่มประชำกรในชุมชน แนวคิดและหลักกำรทำงำน แนวคิดและหลักกำรทำงำนของท่ำนคือกำรทำงำนที่ตนเองมีหน้ำที่รับผิดชอบให้ดี ที่สุดโดยมีกำรพัฒนำตนเองมำโดยตลอด กำรมีส่วนร่วม มี กำรจัดกิจกรรมและโครงกำรภำยในชุมชนโดยให้ ลูกบ้ำนมีส่วนร่วมหลำยโครงกำร ทำให้มีควำมสมัครสมำนสำมัคคีส่งเสริมกำรมีส่วนร่วมของสมำชิกภำยในชุมขน นำยวำรินทร์ จันทะวงค์ ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ ๑๒๖ หมู่ที่ ๔ ต.เหล่ำโพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ. สกลนคร ได้เริ่ม เป็น ผู้ใหญ่ บ้ำน เมื่อปี พ.ศ.25๕๖ จนถึงปั จจุบั น เป็นประธำนกลุ่ม กรรมกำรหมู่บ้ำน เป็ น กรรมกำรสถำนศึกษำ ส่วนรวมในกำรไกล่เกลี่ยกำรทะเลำะวิวำทร่วมกับฝ่ำยปกครอง นำยพำยัพ โต๊ะชำลี ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ ๑๙๑ หมู่ที่ ๖ บ้ำนห้วยยำง ต.เหล่ำโพนค้อ อ.โคกศรี สุพรรณ จ.สกลนคร ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้ำนห้วยยำง หมู่ที่ ๖ ควำมเชี่ยวชำญ เป็นผู้นำทำงด้ำนกำรปกครอง ทำหน้ำที่ดูแลควำมสงบเรียบร้อยของคนในหมู่บ้ำน เป็นผู้ประสำนงำนกับหน่วยงำนรำชกำรต่ำงๆ พัฒนำหมู่บ้ำน ให้ดีประชำชนมีควำมสุขควำมเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและทำเกษตรอินทรีย์ได้เป็นอย่ำงดี เนื่องจำกได้เข้ำรับกำรอบรมและ

32


ได้เรียนรู้กำรขยำยพันธุ์พืชที่ศูนย์ทดลองและถ่ำยทอดควำมรู้ทำงกำรเกษตรที่ศูนย์ศึกษำกำรพัฒนำภูพำนอัน เนื่องมำจำกพระรำชดำริ จ.สกลนคร แล้วนำมำประยุกต์ใช้กับสวนของตนเอง นอกจำกนี้ยังมีควำมเชี่ยวชำญงำน ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้ำทุกประเภท แนวคิดและหลักกำรทำงำน ท่ำนมีแนวคิดและหลักกำรทำงำนต้องกำรพัฒนำ หมู่ บ้ ำ นให้ มี กำรลดต้ น ทุ น ในกำรท ำกำรเกษตรลงเพื่ อให้ ไ ด้ ผ ลตอบแทนที่ คุ้ม ค่ำ และลดกำรใช้ สำรเคมี ท ำ กำรเกษตรตำมหลักเศรษฐกิจพอเพียง นำยณรงค์ กัณหำ ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ ๑๒ หมู่ที่ ๗ บ้ำนเหล่ำเหนือ ต.เหล่ำโพนค้อ อ. โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้ำนเหล่ำเหนือ ประธำนกองทุนเงินล้ำน ประธำนกลุ่ม ออมทรัพย์ ประธำนกลุ่มขจัดปัญหำควำมยำกจน นำยวิพล หำญชนะ ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ 7 หมู่ที่ 8 บ้ำนดงน้อย ต.เหล่ำโพนค้อ อ.โคกศรี สุพรรณ จ.สกลนคร ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้ำนดงน้อยหมู่ที่ ๘ ควำมเชี่ยวชำญ เป็นผู้นำทำงด้ำนกำร ปกครอง พัฒนำหมู่บ้ำนให้ดีได้ ประชำชนมีควำมสุ ขควำมเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและทำเกษตรอินทรีย์ได้เป็นอย่ำงดี เนื่องจำกได้เข้ำรับกำรอบรมและนำมำทดลองใช้จริงที่สวนของตนเองและพบว่ำได้ผลดีส่งผลกระทบกับกลุ่ม ประชำกรทุกกลุ่ม เริ่มจำกกำรทำสวนกำรเกษตรที่ได้รับกำรสืบทอดกันมำจำกพ่อแม่และคนในชุมชนตำมควำม เข้ำใจพื้นฐำนและบริบทพื้นที่ส่วนใหญ่โดยในกำรทำกำรเกษตรได้มีกำรใช้สำรเคมีเหมือนกับคนอื่นที่ทำอยู่แต่ ได้รับผลตอบแทนไม่คุ้มค่ำกับกำรลงทุนเนื่องจำกมีต้นทุนสูงและมีส่งผลกระทบต่อสุขภำพ ได้เห็นควำมแตกต่ำง และรูปแบบของกำรทำกำรเกษตรแบบใหม่ในกำรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ จึงนำมำประยุกต์ใช้กับสวนของตนเองและไป เรียนรู้กำรทำน้ำหมักและปุ๋ยชีวภำพ กำรขยำยพันธุ์พืชที่ศูนย์ทดลองและถ่ำยทอดควำมรู้ทำงกำรเกษตรที่ ศูนย์ ศึกษำกำรพัฒนำภูพำนอันเนื่องมำจำกพระรำชดำริ จ.สกลนคร แนวคิดและหลักกำรทำงำน ท่ำนมีแนวคิดและ หลักกำรทำงำนต้องกำรพัฒนำหมู่บ้ำนให้มีกำรลดต้นทุนในกำรทำกำรเกษตรลงเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ำ และลดกำรใช้สำรเคมีทำกำรเกษตรตำมหลักเศรษฐกิจพอเพียง กำรมีส่วนร่วม ผู้ใหญ่บ้ำนดงน้อย ประธำนกลุ่ม กองทุนหมู่บ้ำน นำยทวีชัย ยำงธิสำร ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ ๒๓๔ หมู่ที่ ๙ ต.เหล่ำโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ท่ำนมีควำมชำนำญหลำยด้ำน เช่น เป็น ประธำนกลุ่มผู้ใช้น้ำประปำ เป็น ประธำนกลุ่มฌำปณกิจ สงเครำะห์ และประธำนกลุ่มขจัดปัญหำควำมยำกจน ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้ำน บ้ำนห้วยยำงเหนือ หมู่ 9 ตำบลเหล่ำโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร เข้ำรับตำแหน่งผู้ใหญ่บ้ ำนเมื่อปี พ.ศ. 2555 ประวัติ หมู่บ้ำน บ้ำนห้วยยำงเหนือ หมู่ 9 เป็นหมู่บ้ำนที่แยกออกมำจำกบ้ำนห้วยยำง หมู่ที่ 6 เมื่อปีพ.ศ.2536 โดยมี นำยสนิท ยำงธิสำร เป็นผู้ใหญ่บ้ำนคนแรก นำยวิกรำนต์ โต๊ะชำลี คนที่สอง และคนที่ปัจจุบัน คือนำยทวีชัย ยำงธิ สำร บ้ำนห้วยยำง บ้ำนห้วยยำงเป็นชนเผ่ำภูไทตั้ง บ้ำนเรือนอยู่ในประเทศลำว บ้ำนมั่นเมืองเซะสำละวันคำทอง เมื่อปี พ.ศ.2346 ท้ำวโพธิสำร เป็นหัวหน้ำกลุ่มได้นำกลุ่มดังกล่ำวอพยพหนีควำมแห้งแล้ง จำกหมู่บ้ำนดังกล่ำว โดยได้เดินทำงเลียบแม่น้ำโขงเรื่อยมำ จนกระทั่งถึงหมู่บ้ำนปำกเซบั้งไฟฝั่งประเทศลำวในปัจจุบัน และท้ำวโพธิ สำรได้นำกลุ่มดังกล่ำวข้ำมฝั่งแม่น้ำโขง ตรงกับพระธำตุพนมในปัจจุบัน จำกนั้นได้เดินทำงเรื่อยมำตำม ลำน้ำก่ำ และได้แยกเดินตำมลำห้วยยำง จนกระทั่งถึงทำเลที่เหมำะสมที่จะตั้งบ้ำนเรือนบริเวณดังกล่ำวนั้นเป็นหนอง น้ำ ขนำดใหญ่ (หรือเรียกตำมภำษำพื้นบ้ำนว่ำกุด) บ้ำนน้อยกุดเซียงบำนหรือบ้ำนน้อยในปัจจุบัน ต่อมำได้เกิดโรค ระบำด รำษฎรได้อพยพจำกหมู่บ้ำนเดิมเดินทำงไปทำงทิศตะวันตกประมำณ 2000 เมตร (หนองไผ่ในปัจจุบัน) ต่อมำทำงรำชกำรได้กำหนดให้มีกำรตั้งชื่อหมู่บ้ำนขึ้นในขณะนั้นประกอบกับได้ เกิดโรคระบำดมำก่อนในหมู่บ้ำน เดิม ท้ำวโพธิสำรมีควำมเชื่อว่ำกำรตั้งชื่อเหมือนหมู่บ้ำนเดิมนั้นอำจก่อให้เกิด โรคระบำดอีกจึงได้มอบให้ทำงกำร ตั้งชื่อให้ใหม่ (เป็นบ้ำนห้วยยำง) จนถึงปัจจุบันและได้ตั้งนำมสกุล ยำงธิสำร เป็นต้นมำลำดับผู้ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่ ดังนี้1. ท้ำวโพธิสำร2-3 ไม่ปรำกฏนำม4. นำยไทย ยำงธิสำร5. นำยพำดี ยำงธิสำร6. นำยเลำ ยำงธิสำร7. นำย ห่วง ยำงธิสำร8. นำยหวล ยำงธิสำร คนปัจจุบัน ปัจจุบันมีครัวเรือนทั้งสิ้น 199 ครัวเรือน มีประชำกรทั้งสิ้น 1,010 คน เป็นชำย 525 คน หญิง 485 คน

33


นำยวีรำวัฒน์ เทือกตำหลอย ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้ำน หมู่ที่ ๑๐ ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ ๓๑ หมู่ที่ ๑๐ บ้ำนโพนสูง ต.เหล่ำโพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ควำมเชี่ยวชำญ ด้ำนกำรปกครองและกำรพัฒนำ หมู่บ้ำนให้คำปรึกษำและดูแลควำมเป็นอยู่ของลูกบ้ำนเป็นอย่ำงดีเป็นศูนย์กลำงในกำรติดต่อประสำนกิจกรรม ต่ำงๆ แนวคิดและหลักกำรทำงำน แนวคิดและหลักกำรทำงำนของท่ำนคือกำรทำงำนที่ตนเองมีหน้ำที่รับผิดชอบ ให้ดีที่สุดโดยมีกำรพัฒนำตนเองมำโดยตลอด กำรมีส่วนร่วม มีกำรจัดกิจกรรมและโครงกำรภำยในชุมชนโดยให้ ลูกบ้ำนมีส่วนร่วมหลำยโครงกำร ทำให้มีควำมสมัครสมำนสำมัคคีส่งเสริมกำรมีส่วนร่วมของสมำชิกภำยในชุมขน นำยประเวศ ศรีกะษร ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้ำนหมู่ที่ ๑๑ บ้ำนน้อยหนองไผ่สวน ปัจจุบันอำศัยอยู่ บ้ำนเลขที่ ๒๖ หมู่ที่ ๑๑ บ้ำนน้อยหนองไผ่สวน ต.เหล่ำโพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร เป็นประธำน กลุ่มกองทุนหมู่บ้ำน ประวัติหมู่บ้ำน ประวัติควำมเป็นมำของบ้ำนน้อ ยหนองไผ่สวน หมู่ที่ 11ตำบลเหล่ำโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร เมื่อประมำณ 80 ปี ที่ผ่ำนมำ มี 3 ครอบครัวย้ำยมำจำกบ้ำนเหล่ำอุดม (ปัจจุบันบ้ำนเหล่ำอุดมแยกเป็น 2 หมู่บ้ำน บ้ำนเหล่ำเหนือ บ้ำนเหล่ำ หมู่ที่ 5 ) โดยกำรย้ำยมำอยู่หัวไร่ปลำยนำ ครอบครัวนำย เจีย คำภูษำ ภรรยำ นำงลด คำภูษำ นำยโพย คำภูษำ ภรรยำ นำงชั่ง คำภูษำ และครอบครัว นำย อ้วน ศรีกะษร ภรรยำ นำงอิน ศรีกะษร ได้มำขึ้นทะเบียนรำชบ้ำนหนองเหียน หมู่ที่ 4 ตำบลเหล่ำโพนค้อ เมื่อปี พ.ศ.2543 วันที่ 29 สิงหำคม ได้แยกกำรปกครองมำขึ้นทะเบียนรำชเป็นหมู่บ้ำนน้อยหนองไผ่สวน สำเหตุที่บ้ำน หนองไผ่สวนคือมี ต้นไผ่ล้อมหนองและมีครอบครัวเรียนน้อยจึงได้ ตั้ง ชื่อบ้ำนน้อยหนองไผ่สวน แนวคิดและ หลักกำรทำงำน ท่ำนมีแนวคิดและหลักกำรทำงำนต้องกำรพัฒนำหมู่บ้ำนให้มีกำรลดต้นทุนในกำรทำกำรเกษตรลงเพื่อให้ได้ ผลตอบแทนที่คุ้มค่ำ และลดกำรใช้สำรเคมีทำกำรเกษตรตำมหลักเศรษฐกิจพอเพียง ๑.๓ ผู้นาระดับบุคคล นำยประชุม เรียมแสน ปัจจุบันรับรำชกำรครูตำแหน่ง ครูชำนำญกำรพิเศษโรงเรียนบ้ำนห้วย ยำง ตำบลเหล่ำโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร อำชีพรองจำกงำนกำรเรียนกำรสอนแล้ว ยังให้ ควำมสนใจเรื่องกำรทำสวน เกษตรผสมผสำน เลี้ยงปลำ ทำสวน ทำนำ แนวคิด อำชีพครูเป็นอำชีพชั้นสูง เป็น อำชีพที่จะนำพำประเทศชำติให้ไปสู่ควำมเจริญได้ซึ่งตัวเองก็พร้อมที่จะสร้ำงสรรค์งำนนี้ให้ดีได้ด้วยกำรทำตัวเอง เป็นตัวอย่ำงที่ดี และกำรทำสวนเกษตรผสมผสำน ต้องกำรมำสำนต่อกำรทำเกษตรจำกพ่อและแม่ เพิ่ มรำยได้ ลด รำยจ่ำยในครัวเรือน โดยยึดหลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง นำงสำวนริศรำ ทัศคร จบปริญญำโท ที่มหำวิทยำลัยกรุงเทพธนบุรี ปัจจุบันเป็นข้ำรำชกำรครู ตำแหน่งครูชำนำญกำรพิเศษ โรงเรียนบ้ำนเหล่ำโพนค้อ เหล่ำรำษฎร์วิทยำ รำงวัลที่ได้รับครูสอนดี เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ครูผู้อุทิศตน อำเภอโคกศรีสุพรรณ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๖ รำงวัลหนึ่งแสนครูดี เมื่อปี ๒๕๕๗ แนวคิด เมื่อมี อำชีพเป็นครู ก็พร้อมที่จะสร้ำงสรรค์งำนให้ดีได้ด้วยกำรทำตัวเองเป็นตัวอย่ำงที่ดี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู และมี สวนมะม่วง มะนำว บ่อเลี้ยงปลำ ชอบอุทิศตนเพื่อส่วนรวม และสำธำรณ เช่น บริจำคเงินและเป็นผู้ประสำนงำน กำรสร้ำงอำคำรเรียน ห้องประชุม ห้องพักครู โรงเรียนบ้ำนเหล่ำโพนค้อเหล่ำรำษฎร์วิทยำ คณะกรรมบริหำรศูนย์ พัฒนำเด็กเล็กบ้ำนโพนค้อ นำงบุญมี พลรำชม ประธำนกลุ่มจักสำน บ้ำนโพนค้อ ในปี พ.ศ. 2554 องค์กำรบริหำร ส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อได้ดำเนินโครงกำรฝึกอบรมโครงกำรโรงเรียนภูมิปัญญำท้องถิ่น กิจกรรมโครงกำรกำรสำน กระติบข้ำว เมื่อวันที่ 11 -12 พฤษภำคม 2554 ณ องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ อำเภอโคกศรี สุพรรณ จังหวัดสกลนคร หลังจำกเข้ำรับกำรฝึกอบรมแล้วชำวบ้ำนโพนค้อมีกำรรวมกลุ่มกันสำนกระติบข้ำว สำน หวดนึ่งข้ำว สำนสุ่มไก่ เพื่อไว้ใช้ประโยชน์ในครัวเรือน และได้มีกำรรวมกลุ่มแต่งตั้งให้นำงบุญมี พลรำชม เป็น ประธำนกลุ่ม เนื่องจำกเป็นผู้ที่มีควำมรู้และเชี่ยวชำญงำนด้ำนกำรจักสำน โดยมีสมำชิกกลุ่มจำนวน 8 คน

34


พระอำจำรย์มหำอ้ม คัมภีรปัญโญ เจ้ ำอำวำสวัดบ้ำนโพนค้อ สังกัดคณะสงฆ์มหำนิกำย วัด บ้ำนโพนค้อเนื้อที่ 5 ไร่ 1 งำน 15 ตำรำงวำ อำณำเขตทิศเหนือประมำณ 3 เส้น 16 วำ จดถนนสำธำรณะ ทิศ ใต้ประมำณ 2เส้น 15 วำ จดที่ดินนำยจี่ พลรำชม ทิศตะวันออกประมำณ 1 เส้น 13 วำ จดที่ดินนำยงด พลรำ ชม และถนนในหมู่บ้ำน ทิศตะวันตกประมำณ 1 เส้น 7 วำ จดถนนสำธำรณะ มีที่ธรณีสงฆ์จำนวน 1 แปลง เนื้อ ที่ 2 ไร่ 52 ตำรำงวำ อำคำรเสนำสนะประกอบด้วย อุโบสถ สร้ำงเมื่อ พ.ศ.2507 ศำลำกำรเปรียญ อำคำรทรง ไทย กุฏิสงฆ์ 2 หลัง ปูชนียวัตถุมีพระประธำนทองเหลือง 1 องค์ พระพุทธรูปปำงประทำนพร พระพุทธชินรำช จำลอง พระพุทธรูปปำงมำรวิชัย พระพุทธรูปสลักด้วยนอแรด 1 องค์ อนุสำวรีย์ท่ำนเจ้ำอธิกำรพิมพ์ ปิยธมฺโม วัดโพนค้อ ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2351 โดยพุทธศำสนิกชนชำวบ้ำนโพนค้อ พร้อมด้วยทำงคณะสงฆ์ ร่วมแรงร่วมใจด้วยควำมศรัทธำ ควำมเชื่อ ควำมเลื่อมใส ช่วยกันสร้ำงและปรับ ปรุงปฏิสังขรณ์เรื่อยมำ ได้รับ พระรำชทำนวิสุงคำมสีมำเมื่อ พ.ศ.2363 กำรบริหำรและกำรปกครอง มีเจ้ำอำวำสรูปแรกเท่ำที่ทรำบนำมคือ พระอธิกำรโสม นำงกิ่ ง กำนดำ พลรำชม ประธำนกลุ่ ม ท ำพวงหรี ด และดอกไม้ จั น ทน์ ในปี พ.ศ. 2552 องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ ได้ดำเนินโครงกำรฝึกอบรมอำชีพกำรทำพวงหรีดดอกไม้จันทน์ และของ ชำร่วย ซึ่งเป็นโครงกำรตำมแผนงำนเพื่อส่งเสริมกำรประกอบอำชีพและแก้ปัญหำกำรว่ำงงำนหลังฤดูทำนำ รวมทั้งมุ่งส่งเสริมอำชีพและเพิ่มรำยได้ให้กับผู้สูงอำยุ ผู้พิกำร ที่มีรำยได้น้อย และเป็นกำรนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมำ ใช้ให้เกิดประโยชน์และเพิ่มมูลค่ำให้กับเศษวัสดุที่มีในท้องถิ่น หลังจำกนั้นชำวบ้ำนโพนค้อ หมู่ที่ 1 จึงได้มีกำร รวมกลุ่มกันทำพวงหรีดและดอกไม้จันทน์ โดยแต่งตั้ง นำงกิ่งกำนดำ พลรำชม เป็นประธำนกลุ่ม มีสมำชิกกลุ่ม จำนวน 19 คน นำงปทุมทอง เทพวงษำ หัวหน้ำศูนย์พัฒนำเด็กเล็ กบ้ำนโพนค้อ ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลำคม 2525 โดยคณะกรรมกำรหมู่บ้ำน ขณะนั้นใช้ศูนย์พัฒนำตำบลเป็นสถำนที่อบรมเลี้ยงดู มีเด็กเข้ำรับกำรอบรม เลี้ยงดูจำนวน 80 คน มีผู้ดูแลเด็ก2 คน ต่อมำทำงคณะกรรมกำรหมู่บ้ำนเห็นควำมสำคัญ จึงของบประมำณจำก ทำงรำชกำร (งบ กสช.) เพื่อสร้ำงอำคำรศูนย์ถำวรขึ้นโดยใช้ที่ดินของวัดเป็นสถำนที่ก่อสร้ำงและแล้วเสร็จเมื่อ เดือนเมษำยน 2528 จำกนั้น จึง ย้ำยจำกศูนย์พั ฒนำเด็กเล็กบ้ำ นโพนค้อ ได้รับควำมช่ว ยเหลื อจำกมู ลนิ ธิ สงเครำะห์เด็กยำกจน ซี.ซี.เอฟ ในประเทศไทย ในพระบรมรำชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนรำชสุดำสยำมบรม รำชกุมำรี ในปัจจุบันมีเด็กเข้ำรับกำรอบรมเลี้ยงดูในศูนย์พัฒนำเด็กเล็กบ้ำนโพนค้อ จำนวน 91 คน แยกเป็น ชำย 45 คน เป็นหญิง 46 คน มีผู้ดูแลเด็ก 6 คน ผู้ประกอบอำหำร 1 คน นำยวิเชียร คำภูษำ ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ ๔๒ หมู่ที่ ๒ บ้ำนโพนไฮ ต.เหล่ำโพนค้อ อ. โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร มีควำมชำนำญด้ำนกำรทำเกษตรอินทรีย์ได้เป็นอย่ำงดี เนื่องจำกได้เข้ำรับกำรอบรม และนำมำทดลองใช้จริงที่สวนของตนเองและพบว่ำได้ผลดี โดยในปี๒๕๕๗ ผู้นำหมู่บ้ำนได้มีกำรประชำสัมพันธ์รับ สมัครจิตอำสำ อปพร.ประจำหมู่บ้ำนจึงเกิดควำมสนใจสมัค รเข้ำร่วมโครงกำรและได้มีโอกำสไปศึกษำดูงำนที่ ศูนย์ศึกษำกำรพัฒนำภูพำนอันเนื่องมำจำกพระรำชดำริ จ.สกลนคร ได้เห็นควำมแตกต่ำงและรูปแบบของกำรทำ กำรเกษตรแบบใหม่ในกำรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ จึงนำมำประยุกต์ใช้กับสวนของตนเองและไปเรียนรู้กำรทำน้ำหมักและ ปุ๋ยชีวภำพ ทดลองทำกับสวนตนเองได้รับผลดีจึงมีกำรขยำยบอกต่อไปยังญำติพี่น้องที่อยู่ใกล้เคียง แนวคิดและ หลักกำรทำงำน ท่ำนมีแนวคิดและหลักกำรทำงำนต้องกำรพัฒนำหมู่บ้ำนให้มีกำรลดต้นทุนในกำรทำกำรเกษตร ลงเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ำ และลดกำรใช้สำรเคมีทำกำรเกษตรตำมหลักเศรษฐกิจพอเพียง นำยถวิล อินธิรำช เกิดเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกำยน ๒๔๙๔ อำยุ ๖๓ ปี ควำมเชี่ยวชำญ เป็นอำสำ ปศุสัตว์ ประจำหมู่บ้ำน และเป็นอำสำสมัคร กำรจัดกำรภำยในหมู่บ้ำน เป็นผู้ประสำนกำรทำงำน ภำยในชุมชน กิจกรรมต่ำงๆ ที่ชุมชนจัดขึ้น แนวคิด เอำใจเขำมำใส่ใจเรำ เอำประชำชนเป็นที่ตั้ง ประชำชน ต้องมำก่อน เป็นจิตอำสำ ช่วยเหลือสังคม กำรมีส่วนร่วม เป็นผู้ประสำนงำนนำงบประมำณเข้ำสู่หมู่บ้ำน เป็นจิต

35


อำสำในกำรจัดงำนต่ำงๆ เสียสละเวลำและหน้ำที่และเป็นผู้นำในด้ำนกำรปกครอง เป็นสมำชิกกองทุนหมู่บ้ำน อุดมกำรณ์ในกำรทำงำน คือ “ครองตน ครองคน ครองงำน”เป็นผู้นำด้ำนกำรป้องกันและปรำบปรำมยำเสพติด ภำยในชุมชน เป็นแกนนำในกำรพัฒนำหมู่บ้ำน นำงอุดร ลีนำลำด ปัจจุบัน อำยุ 68 ปี อำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ 41 หมู่ 3 บ้ำนดง ควำมเชี่ยวชำญ เป็นแม่ครูในกำรนำประกอบพิธีกรรมเลี้ยงผีหมอเหยำของหมู่บ้ำนและหมู่บ้ ำนใกล้เคียง กำรเหยำเป็นกำรให้ กำลังใจแก่ผู้เจ็บป่วยโดยกำรใช้ภูมิปัญญำพื้นบ้ำนแก่ชุมชน มีผลกระทบกับทุกกลุ่มประชำกร พระครูอดุลญำณกิจ เจ้ำอำวำส วัดนวกะภูมิ ควำมเชี่ยวชำญ เจ้ำอำวำสวัด อดีตเคยดำรง ตำแหน่งเจ้ำคณะตำบลเหล่ำโพนค้อ และเป็นผู้มีควำมสำมำรถในกำรแต่งบทกลอน คำสอนต่ำงๆ นำงทรงจิ ต รั ต น์ บั ว ทะรำช ภรรยำนำยจรู ญ บั ว ทะรำช ควำมเชี่ ย วชำญ เป็ น ครู ที่ มี รู้ ควำมสำมำรถในด้ำนจัดประดับตกแต่งสถำนที่ และมีบทบำทสำคัญในงำนบุญประเพณีต่ำงๆของหมู่บ้ำน นำยโกมิ ล มหำไชย ปั จจุ บัน อำศัยอยู่บ้ ำนเลขที่ ๑๙๒ หมู่ ที่ ๔ ต.หล่ำ โพนค้อ อ.โคกศรี สุพรรณ จ.สกลนคร ได้เริ่มเป็นแพทย์ประจำตำบลเหล่ำโพนค้อ เมื่อวันที่ ๑๙ เมษำยน พ.ศ.25๕๔ จนถึง ปั จ จุ บั น ปฏิบั ติ ห น้ ำ ที่ เกี่ย วกับ กำรรัก ษำควำมสงบภำยในหมู่ บ้ ำ นและต ำบลเหล่ ำ โพนค้อ โดยงำนที่ ไ ด้ รั บ มอบหมำยจำกผู้ ใหญ่ บ้ำ นและกำนัน ตำบลเหล่ำ โพนค้อ และเป็นสมำชิก (อสม.) ประจ ำตำบลเหล่ ำโพนค้ อ นอกจำกนี้ยังทำหน้ำที่ผู้ประสำนงำนคณะกรรมกำรกองทุนหลักประกันสุขภำพตำบลเหล่ำโพนค้อ นำยอนำมัย บุตรชำติ ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ ๖๘ หมู่ที่ ๔ ต.เหล่ำโพนค้อ อ.โคกศรี สุพรรณ จ.สกลนคร มีควำมเชี่ยวชำญเรื่องกำรจักสำนกระติบข้ำว ปัจ จุบันคุณตำเป็นที่เคำรพนับถือของคนใน ชุมชน ควำมเชี่ยวชำญ เป็นผู้นำด้ำนศำสนำ เป็นผู้ที่มีควำมรู้ควำมสำมำรถด้ำนศำสนำเป็นพิเศษและเป็นจิตอำสำ คอยช่ว ยเหลื อพร้อมทั้ งให้ คำปรึกษำเกี่ยวศำสนพิธี กรรมต่ำ งๆ แนวคิด /หลั กกำรในกำรปฏิบั ติ งำน นึกถึง ประโยชน์ส่วนรวมมำกกว่ำประโยชน์ส่วนตัว มีจิตอำสำทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน กำรมีส่วนร่วม/กำรทำกิจรรม ร่วมกับกลุ่มอื่น ร่วมประชุมประชำคมกำรจัดทำแผนพัฒนำหมู่บ้ำน และให้คำปรึกษำในเรื่องต่ำงๆเนื่องจำกเคย ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้ำน และรองนำยกองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ นำงยิ้มยวน มำลีลัย ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ ๙๕ หมู่ที่ ๔ ต.เหล่ำโพนค้อ อ.โคกศรี สุพรรณ จ.สกลนคร เป็นคุณครูที่โรงเรียนบ้ำนแมดนำท่ม ตำแหน่งครู ชำนำญกำรพิเศษ เป็นบุคคลที่มีควำมรู้ ควำมชำนำญในด้ำนกำรอ่ำนคัมภีร์ใบลำน และได้มีถ่ำยทอดควำมรู้ให้ แก่คนในชุมชน และเป็นผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ พื้นบ้ำนศูนย์เรียนรู้ประจำอยู่ที่วัดศรีบุญเรืองใต้บ้ำนหนองเหียน เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกำยน พ.ศ.๒๕๕๗ นำงประนอม เชื้อดวงผุย ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ ๑๒๔ หมู่ที่ ๔ ต.เหล่ำโพนค้อ อ.โคกศรี สุพรรณ จ.สกลนคร ได้เป็นปรำชญ์พื้นบ้ำนมีควำมเชี่ยวชำญเรื่องกำรเป่ำ เช่น เป่ำตำแดง เป่ำขำ เป่ำหัว และดับ พิษไฟ เป็นต้น และมีควำมเชี่ยวชำญผีหมอเหยำ ปัจจุบันคุณยำยเป็นที่เคำรพนับถือของคนในชุมชน นำยยันต์ ยำงธิสำร ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ ๕๔ หมู่ที่ ๕ บ้ำนเหล่ำ ต.เหล่ำโพนค้อ อ.โคก ศรีสุพรรณ จ. สกลนคร มีควำมเชี่ยวชำญด้ ำนสมุนไพร มีควำมเชี่ยวชำญด้ำนเรื่องพิธีกำรทำงศำสนำ เป็นหมอ สูตรในพิธีกำรมงคลต่ำงๆ และมีควำมเชี่ยวชำญในกำรจักสำนตะกร้ำ กระติ๊บข้ำว ไซ สุ่มไก่ ฯลฯ ปัจจุบันคุณตำ เป็นที่เคำรพนับถือของคนในชุมชน นำยประสิทธิ์ คำเพชรดี เกิดเมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภำคม ๒๔๗๗ อำยุ ๘๑ ปี ปัจจุบันอำศัยอยู่ บ้ำนเลขที่ ๗๖ หมู่ที่ ๕ บ้ ำนเหล่ำ ต.เหล่ำโพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร มี ควำมเชี่ยวชำญด้ำนเรื่อง พิธีกรรมทำงศำสนำ เป็นหมอสูตรในพิธีกำรมงคลต่ำงๆ ด้ำนสังคม (อดีต) เคยดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้ำน บ้ำนเหล่ำ หมู่ 5 แนวคิดและหลักกำรทำงำนท่ำนมีแนวคิดและหลักกำรทำงำนต้องกำรพัฒนำหมู่บ้ำนให้มีกำรลดต้นทุนใน กำรทำกำรเกษตรลงเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ำ และลดกำรใช้สำรเคมีทำกำรเกษตรตำมหลักเศรษฐกิจพอเพียง กำรมีส่วนร่วม เป็นประธำนกลุ่มผู้ใช้น้ำ

36


นำยศรีจั นทร์ คำภูษำ เกิด เมื่ อวั นที่ ๑ ธัน วำคม 2๔๙๓ อำยุ ๖๕ ปี ปั จจุ บัน อำศัย อยู่ บ้ำนเลขที่ ๗๐ หมู่ที่ ๕ บ้ำนเหล่ำ ต.เหล่ำโพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร มีควำมเชี่ยวชำญด้ำนกำร ก่อสร้ำง เป็นช่ำงไม้ ช่ำงปูน กำรมีส่วนร่วม ดำรงสมำชิกสภำตำบลเหล่ำโพนค้อ 4 สมัยติดต่อกัน เป็นมรรคทำย กวัดศรีแก้ว บ้ำนเหล่ำ นำยวิษณุ เจริญชัย ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ ๕ หมู่ที่ ๖ บ้ำนห้วยยำง ต.เหล่ำโพนค้อ อ.โคก ศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ปัจจุบันรับรำชกำรครูตำแหน่ง ครูชำนำญกำรพิเศษโรงเรียนบ้ำนห้วยยำง ตำบลเหล่ำ โพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร อำชีพรองจำกงำนกำรเรียนกำรสอนแล้ว ยังให้ควำมสนใจเรื่ อง กำรทำสวน เกษตรผสมผสำน เลี้ยงปลำ ทำสวน ทำนำ แนวคิด อำชีพครูเป็นอำชีพชั้นสูง เป็นอำชีพที่จะนำพำ ประเทศชำติให้ไปสู่ควำมเจริญได้ซึ่งตัวเองก็พร้อมที่จะสร้ำงสรรค์งำนนี้ให้ดีได้ด้วยกำรทำตัวเองเป็นตัวอย่ำงที่ดี และกำรทำสวนเกษตรผสมผสำน ต้องกำรมำสำนต่อกำรทำเกษตรจำกพ่อและแม่ เพิ่มรำยได้ ลดรำยจ่ำยใน ครัวเรือน โดยยึดหลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง นำยพำดี ยำงธิสำร ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ ๑๑ หมู่ที่ ๖ บ้ำนห้วยยำง ต.เหล่ำโพนค้อ อ. โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ท่ำนเป็นปรำชญ์และเป็นหมอสูตรประจำหมู่บ้ำน มีควำมเชียวชำญเรื่องพิธีท ำง ศำสนำ กำรบำยศรีสู่ขวัญเพื่อเป็นกำรให้กำลังใจแก่ผู้เจ็บป่วยหรือผู้ที่จะต้องย้ำยที่อยู่ หรือในพิธีกรรมต่ำงๆ เช่น สูตรขวัญแต่งงำน สูตรขวัญเสียเครำะห์ บำยศรีขึ้นบ้ำนใหม่ ดูฤกษ์ยำม แนวคิดและหลักในกำรทำงำน ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว กำรมีส่วนร่วม เป็นผู้ช่วยรักษำโรคโดยกำรใช้ภูมิปัญญำพื้นบ้ำนแก่ชุมชน เป็นผู้สืบทอดวัฒนะธรรม ประเพณีอันดีงำมของชุมชนและเป็นที่เคำรพนับถือของคนในชุมชน มีส่วนร่วมในกำรไกล่เกลี่ยกำรทะเลำะวิวำท ร่วมกับฝ่ำยปกครอง ปัจจุบันคุณตำเป็นที่เคำรพนับถือของคนในชุมชน นำยสำคร ยำงธิสำร ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ ๑๔๖ หมู่ที่ ๖ บ้ำนห้วยยำง ต.เหล่ำโพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร เนื่องจำกเป็นผู้มีจิตอำสำและช่วยเหลือสังคมจึงลงสมัครสมำชิกองค์กำรบริหำร ส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อและได้รับเลือกจนดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ ๒ หลังจำกนั้นยังได้รับควำมไว้วำงใจให้เป็น รองประธำนสภำองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ จนถึงปัจจุบัน ควำมเชี่ยวชำญ มีควำมเชี่ยวชำญด้ำนกำร บริหำรและไกล่เกลี่ยข้อพิพำทในชุมชน ไกล่เกลี่ยมำแล้วเป็นจำนวนหลำยเรื่อง ส่วนมำกไกล่เกลี่ยแล้วจะตกลง ยอมควำมกันได้ แนวคิดและหลักในกำรทำงำน รักชุมชน พัฒนำท้องถิ่น ส่งเสริมกี ฬำ ตรงไปตรงมำ ติดตำมและ ประเมินผลงำนทีตนเองได้รับมอบหมำยในชุมชน กำรมีส่วนร่วม เป็นสมำชิกองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพน ค้อ จนถึงปัจจุบันเป็นสมัยที่๒ และเนื่องจำกเป็นผู้มีจิตอำสำและช่วยเหลือสังคมจึงได้รับควำมไว้วำงใจให้เป็นรอง ประธำนสภำองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ ประธำนกลุ่มผู้ใช้น้ำ คณะกรรมกำรหมู่บ้ำน นำงผองคำ โต๊ะชำลี เกิดเมื่อวันที่ ๒๑ กันยำยน 24๗๗ อำยุ ๘๑ ปี ปัจจุบันอำศัยอยู่ บ้ำนเลขที่ ๗๖ หมู่ที่ ๖ บ้ำนห้วยยำง ต.เหล่ำโพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร มีควำมเชียวชำญเรื่องกำรเป่ำ เช่น ต่อกระดูก เป่ำตำแดง เป่ำขำ เป่ำหัว และดับพิษไฟ เป็นต้น นำยวันดี โต๊ะชำลี เกิดเมื่อวันที่ ๕ กุมภำพันธ์ ๒๔๘๐ อำยุ ๗๘ ปี ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ ๗๕ หมู่ที่ ๖ บ้ำนห้วยยำง ต.เหล่ำโพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร มีควำมเชี่ยวชำญในกำรจักสำน เป็นที่ เคำรพนับถือของคนในชุมชน และมีส่วนรวมในกำรไกล่เกลี่ยกำรทะเลำะวิวำทร่วมกับฝ่ำยปกครอง นำงเรียน ยำงธิ สำร เกิดเมื่ อวันที่ ๑๐ กรกฎำคม ๒๔๙๑ อำยุ ๖๗ ปี ปัจ จุบันอำศัยอยู่ บ้ำนเลขที่ ๖๗ หมู่ที่ ๖ บ้ำนห้วยยำง ต.เหล่ำโพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร เป็นปรำชญ์ชำวบ้ำน ผู้นำ ด้ำนกำรอนุรักษ์ภูมิปัญญำท้องถิ่น เป็นผู้นำด้ำนจิตวิญญำณหมอธรรม หมอเหยำ เพื่อรักษำลูกหลำน ในชุมชน ซึ่งสืบทอดประเพณีมำช้ำนำนในกำรสืบสำนวัฒนธรรมในกำรเป็นหมอเหยำ ต่ำงๆ เช่น ลงธรรม นั่งธรรม เข้ำทรง พิธีกรรมแก้บน เป็นผู้นำทำงศำสนพิธีประจำหมู่บ้ำน และเป็นที่พึ่งในกำรประกอบพิธีกรรมต่ำงๆ ตลอดกำร ช่วยเหลืองำนทำงสังคมร่วมกับฝ่ำยปกครองชำวบ้ำนในหมู่บ้ำนให้ควำมเคำรพนับถือ มีควำมเชี่ยวชำญในกำรทอ เสื่อ ทอผ้ำ ปัจจุบันอยำกให้มีคนรุ่นใหม่มำสืบทอดวัฒนธรรม อนุรักษ์ไม่ให้สูญหำยอยู่กับท้องถิ่นตลอดไป ซึ่ง

37


ปัจจุบันยังไม่มีผู้มำสืบทอดเลย ควำมเชี่ยวชำญ เป็นผู้นำด้ำนกำรอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น/ประเพณีโบรำณ มี ควำมสำมำรถในกำรประพำนบำยศรีสู่ขวัญ กำรมีส่วนร่วมกำรทำกิจกรรมกับกลุ่มอื่นๆ 1.เป็นผู้นำด้ำนศำสนำ และอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น 2.มีควำมสำมำรถในกำรประดิษฐ์พำนบำยศรีสู่ขวัญ และสำมำรถถ่ำยทอดได้ นำยสมัย คำภูษำ เกิดเมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภำคม ๒๕๐๓ อำยุ ๕๕ ปี ปัจจุบันอำศัยอยู่ บ้ำนเลขที่ ๑๖๔ หมู่ที่ ๖ บ้ำนห้วยยำง ต.เหล่ำโพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง สมำชิกสภำองค์กำรบริหำรส่วนตำบล เป็นผู้ประสำนงำนเรื่องต่ำงๆขององค์กำรบริห ำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อให้ ชุมชนรับทรำบ มีจิตอำสำช่วยเหลือสังคมในกำรจัดงำนต่ำงๆ เสียสละเวลำและหน้ำที่ และเป็นผู้นำในด้ำนกำร ปกครอง ด้ำนกำรจัดกิจกรรมต่ำงๆภำยในชุมชน ควำมเชี่ยวชำญ ทำเกษตรอินทรีย์ได้เป็นอย่ำงดีเนื่องจำกได้เข้ำ รับกำรอบรมและนำมำทดลองใช้จริงที่สวนของตนเองและพบว่ำได้ผลดี เนื่องจำกได้มีโอกำสไปศึกษำดูงำนที่ ศูนย์ ศึกษำกำรพัฒนำภูพำนอัน เนื่องมำจำกพระรำชดำริ จ.สกลนคร ได้เห็นควำมแตกต่ำงและรูปแบบของกำรทำ กำรเกษตรแบบใหม่ในกำรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ จึงนำมำประยุกต์ใช้กับสวนของตนเองและไปเรียนรู้กำรทำน้ำหมักและ ปุ๋ย ชีว ภำพ กำรขยำยพั นธุ์ พืช ที่ศูนย์ ทดลองและถ่ำ ยทอดควำมรู้ท ำงกำรเกษตรแนวคิดและหลั กกำรในกำร ปฏิบัติงำน ต้องกำรพัฒนำหมู่บ้ำนให้มีกำรลดต้นทุนในกำรทำกำรเกษตรลงเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ำ ลดกำร ใช้สำรเคมีทำกำรเกษตรตำมหลักเศรษฐกิจพอเพียง และเสียสละเวลำและหน้ำที่ในกำรช่วยเหลือคนในชุมชน กำร มี ส่ ว นร่ว ม เป็ น สมำชิ กองค์กำรบริ หำรส่ ว นต ำบลเหล่ ำ โพนค้อ คณะกรรมกำรหมู่ บ้ ำ น คณะกรรมกำรกลุ่ ม เพำะพันธุ์กล้ำไม้ นำยเวีย ง ยำงธิสำร เกิด เมื่อวัน ที่ ๖ มกรำคม ๒๔๙๕ อำยุ ๖๓ ปี ปัจจุบัน อำศัยอยู่ บ้ำนเลขที่ ๒๑ หมู่ที่ ๖ บ้ำนห้วยยำง ต.เหล่ำโพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร มีควำมเชี่ยวชำญในด้ำนกำร ก่อสร้ำง ช่ำงปูน ช่ำงไม้ เป็นคนที่มีจิตอำสำช่วยเหลือสังคม ช่วยในกำรพัฒนำหมู่บ้ำนให้คำปรึกษำและดูแลควำม เป็นอยู่ของเพื่อนบ้ำนเป็นอย่ำงดีเป็นศูนย์กลำงในกำรติดต่อประสำนกิจกรรมต่ำงๆ ดูแลชุมชนเป็นอย่ำงดีช่วย สร้ำงควำมสมัครสมำนสำมัคคีให้แก่ชุมชน แนวคิดและหลักกำรทำงำน คือกำรทำงำนที่ตนเองมีหน้ำที่รับผิดชอบ ให้ดีที่สุดโดยมีกำรพัฒนำตนเองมำโดยตลอดกำรมีส่วนร่วม เป็นประธำน อสม.หมู่ที่ ๖ และเมื่อมีกำรจัดกิจกรรม และโครงกำรภำยในชุมชนหลำยโครงกำร ทำให้มีควำมสมัครสมำนสำมัคคีส่ง เสริมกำรมีส่วนร่วมของสมำชิก ภำยในชุมขน นำงสำวกองมณี ขันทีท้ำว ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ ๑๕ หมู่ที่ ๗ บ้ำนเหล่ำเหนือ ต. เหล่ ำ โพนค้อ อ.โคกศรีสุ พ รรณ จ.สกลนคร มี ควำมเชี ย วชำญ ประธำนสภำองค์กำรบริหำรส่ ว นต ำบล ประธำนกลุ่มน้ำยำล้ำงจำน นำยอินเขียน น้อยทะรงค์ ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ ๗๐ หมู่ที่ ๗ บ้ำนเหล่ำเหนือ ต.เหล่ำ โพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร เคยบวชเณรเมื่อปี 2500 และบวชพระ เมื่อปี 2518 โดยในระหว่ำง บวชเป็นพระได้ศึกษำตำรำยำสมุนไพรแผนโบรำณ จนสอบได้ใบประกอบแพทย์แผนไทย เมื่อ ปี 2525 และได้ ลำสิกขำออกมำประกอบอำชีพหมอสมุนไพร เมื่อปี 2526 โดยยำสมุนไพรที่ผลิตจำหน่ำยได้แก่ ยำธำตุ , ยำ สำหรับสตรี มีควำมเชียวชำญ กำรรักษำอำกำรเจ็บป่วยด้วยสมุนไพร ผู้นำทำงศำสนพิธี จักรสำน ได้แก่ มวยนึ่ง ข้ำว กระติ๊บข้ำว ตะกร้ำ เป็นต้น นำยชัชวำล คำภูษำ ปัจจุบันดำรงรองนำยกองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ อดีตเคย ดำรงตำแหน่งประธำนกลุ่มเลี้ยงโคขุนโพนยำงคำเหล่ำโพนค้อ ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้ำนเหล่ำเหนือ หมู่ 7 และสมำชิก สภำตำบลเหล่ำโพนค้อ นำงวัชรำภรณ์ ฤกษ์ฉวี ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ 1๕ หมู่ที่ 8 บ้ำนดงน้อย ต.เหล่ำโพน ค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร เชี่ยวชำญด้ำนงำนพิธีกร นักจัดรำยกำรวิทยุ เผยเพร่ประชำสัมพันธ์งำน วิชำกำรของหมู่บ้ำนและงำนในเขตพื้นที่ตำบล และอำเภอ งำนกำรสอนงำนวิชำกำร ปัจจุบันเป็นข้ำรำชกำรครู โรงเรียนบ้ำนแมดนำท่ม ตำบลแมดนำท่ม อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร

38


นำงนุภำพ บุญปำกดี ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ ๔๕ หมู่ที่ ๑๐ บ้ำนโพนสูง ต.เหล่ำโพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร เชี่ยวชำญด้ำน หมอยำหมอสมุนไพรพื้นบ้ำน ยำแก้โรคกระเพำ ยำแก้ไอ หมอเป่ำ ตำแดง เป่ำห้ำมเลือด เป่ำดับพิษไฟ มีควำมเชี่ยวชำญด้ำนกำรรักษำโรคด้วยยำต้ มสมุนไพรพื้นบ้ำน ทอผ้ำมัดหมี่ ทำพำนบำยศรีสู่ขวัญ นำยศูนย์ พลรำชม ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ ๔๕ หมู่ที่ ๑๐ บ้ำนโพนสูง ต.เหล่ำโพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร เชี่ยวชำญด้ำน กำรดูหมอ ดูดวง เป็นที่เคำรพของชำวบ้ำนโพนสูง นอกจำกนี้ท่ำน ยังเป็นผู้นำด้ำนศำสนำ มีควำมสำมำรถในกำรเลี้ยงวัวพื้นบ้ำน เลี้ยงปลำ ทำเกษตรผสมผสำน งำนไม้ จักสำน ผู้นำในกำรอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น ไกล่เกลี่ยข้อพิพำทในชุมชน นำยศิริ พลรำชม ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ ๕๔ หมู่ที่ ๑๐ บ้ำนโพนสูง ต.เหล่ำโพนค้อ อ. โคกศรีสุพ รรณ จ.สกลนคร เป็ นปรำชญ์ชำวบ้ำ น ผู้ นำด้ ำนกำรอนุรักษ์ภูมิ ปัญญำท้องถิ่น เป็นผู้ นำด้ ำนจิ ต วิญญำณหมอธรรม เพื่อรักษำลูกหลำน ในชุมชน ซึ่งสืบทอดประเพณีมำช้ำนำนในกำรสืบสำนวัฒนธรรมในกำร เป็นหมอเหยำ ต่ำงๆ เช่น ลงธรรม นั่งธรรม เข้ำทรง พิธีกรรมแก้บน เป็นผู้นำทำงศำสนพิธีประจำหมู่บ้ำน และ เป็นที่พึ่งในกำรประกอบพิธีกรรมต่ำงๆ ตลอดกำรช่วยเหลืองำนทำงสังคมร่วมกับฝ่ำยปกครอง ชำวบ้ำนใน หมู่บ้ำนให้ควำมเคำรพนับถือ มีควำมเชี่ยวชำญในกำรประกอบพิธี กรรมทำงศำสนำ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีผู้มำสืบ ทอดเพื่อให้อยู่คู่ชุมชนเลย นำยกมลรัตน์ พลรำชม ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ ๓๒ หมู่ที่ ๑๐ บ้ำนโพนสูง ต.เหล่ำโพน ค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร เป็นผู้สืบทอดภูมิปัญญำชำวบ้ำนจำกรุ่นสู่รุ่น มีควำมรู้ด้ำนกำรทอผ้ำพื้นเมือง เชี่ยวชำญด้ำนกำรทำผ้ำย้อมครำม เป็นวิทยำกรสอนกำรทอผ้ำไหม มัดหมี่ให้กลุ่มต่ำงๆในหมู่บ้ำน ปัจจุบัน รับจ้ำง ย้อมผ้ำครำม จึงเกิดกำรรวมกลุ่มกันของชำวบ้ำนก่อตั้งกลุ่มทอผ้ำพื้นเมือง และมีควำมสำมำรถด้ำนตัดเย็บเสื้อผ้ำ ได้ นำยทองดี ศรีนำ ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ 4 หมู่ที่ ๑๐ บ้ำนโพนสูง ต.เหล่ำโพนค้อ อ.โคก ศรีสุพรรณ จ.สกลนคร เป็นผู้สืบทอดภูมิปัญญำชำวบ้ำนจำกรุ่นสู่รุ่น มีควำมรู้ด้ำนกำรเป่ำแคน งำนก่อสร้ำง สำมำรถเล่นดนตรีพื้นเมืองวงกลองยำว และเวลำมีกำรละเล่นพื้นบ้ำนเป็นผู้นำด้ำนกำรแสดงดนตรี นำยเลิศณรงค์ พลรำชม ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ 286 หมู่ที่ ๑๐ บ้ำนโพนสูง ต.เหล่ำ โพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร เชี่ยวชำญงำนไม้ งำนก่อสร้ำง เล่นดนตรีกลองยำว เชี่ยวชำญด้ำนกำรดีด พิณ ปัจจุบันรับจ้ำงทำเฟอร์นิเจอร์ไม้ เป็นผู้สืบทอดภูมิปัญญำชำวบ้ำนจำกรุ่นสู่รุ่น มีควำมรู้ด้ำนกำรเป่ำแคน งำน ก่อสร้ำง สำมำรถเล่นดนตรีพื้นเมืองวงกลองยำว และเวลำมีกำรละเล่นพื้นบ้ำนเป็นผู้นำด้ำนกำรแสดงดนตรี นำงจำเนียน ศรีกะษร ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ ๓๑ หมู่ที่ ๑๑ บ้ำนน้อยหนองไผ่สวน ต. เหล่ำโพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร อดีต ส.อบต.หมู่ที่ ๑๑ เป็นผู้มีจิตอำสำในกำรจัดงำนต่ำงๆ เสียสละ เวลำและหน้ำที่ และเป็นผู้นำในด้ำนกำรจัดกิจกรรมต่ำงๆภำยในชุมชนและอปท. แนวคิดและหลักกำรทำงำน เสียสละเวลำและหน้ำที่ในกำรช่วยเหลือคนในชุมชน นอกจำกนี้ยังเป็นประธำนกลุ่ม ปลูกเห็ดบด-เห็ดขอนขำว ประธำนกลุ่ม กองทุนแม่ของแผ่นดิน ประธำนกลุ่ม กองทุนสตรี นำยสมภำร คำภูษำ ปัจจุบันอำศัยอยู่บ้ำนเลขที่ ๑๕ หมู่ที่ ๑๑ บ้ำนน้อยหนองไผ่สวน ต.เหล่ำ โพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร มีควำมเชียวชำญเรื่องกำรเป่ำ เช่น ต่อกระดูก เป่ำตำแดง เป่ำขำ เป่ำหัว ดูดวงชะตำ หำฤกษ์หำยำมในพิธีกรรมต่ำงๆ จักสำนเครื่องใช้ต่ำงๆ ด้วยวัสดุไม้ไผ่ เช่น สุ่มไก่ ตะกร้ำ ฯลฯ และ สำมำรถสำนแหได้ด้วย ๑.๔ ผู้นากลุ่มและแหล่งปฏิบัติการต่างๆ นำงสมภำพ มำลีลัย ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยกำรโรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพตำบลโพนค้อ รักษำพยำบำลระดับตำบลเบื้องต้น ผู้ป่วยฉุกเฉินหรือผู้ป่วยทั่วไป กำรป้องกันโรค กำรฟื้นฟูสมรรถภำพ ก่อนนำส่ง

39


โรงพยำบำล ลดปัจจัยเสี่ยงประชำกรกลุ่มเป้ำหมำยกลุ่ ม ของเด็ก เด็ก 3-5 ปี เด็ก 6-12 ปี เยำวชน วัย ทำงำน หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอำยุ ผู้ป่วยติดเชื้อ ผู้ป่วยจิตเวช ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง คนพิกำร ผู้ด้อยโอกำส และยัง ดูแลบริหำรศูนย์บำบัดและฟื้นฟูสมรรถภำพเด็กพิเศษและผู้พิกำร สืบเนื่องจำกมูลนิธิฝนหยำดเดียว ได้ มำตรวจ เยี่ยมสมำชิกผู้พิกำรของโครงกำรที่อยู่ในตำบลเหล่ำโพนค้อ เมื่อปี พ.ศ.2551 และได้ทรำบถึงจำนวนผู้พิกำรของ ตำบลเหล่ำโพนค้อ ว่ำมีจำนวนมำก ที่ต้องกำรกำรบำบัดและฟื้นฟู จึงได้มีแผนกำรฝึกอบรมอำสำสมัครกำยภำพ ชุมชนขึ้น และได้ประสำนกับประธำนชมรม ตำบลเหล่ำโพนค้อ คือนำงนิ้ม พลรำชม ได้คัดเลือก อสม.จำนวน 2 คน เพื่อเข้ำรับกำรฝึกอบรมอำสำสมัครกำยภำพชุมชน รอบที่ 1 เมื่อวันที่ 1 มิถุนำยน – 30 มิถุนำยน 2551 ที่ มูลนิธิ ฝนหยำดเดียว อำสำสมัคร 2 คน คือ นำงชญำนันทน์ ธนะคำดี และนำยวุฒิชัย พลรำชม หลังจำก อบรมแล้วปฏิบัติงำนในมู ลนิธิ 3 เดือน ตั้งแต่ กันยำยน - พฤศจิกำยน พ.ศ 2551 หมดงบประมำณเมื่อเดือน พฤษภำคม พ.ศ.2552 ทำงมู ล นิ ธิ ฯ ได้ ง บประมำณจำก สสส. เพื่ อ จั ด กำรอบรมในรอบ 2 อบรม 1 เดื อ น ปฏิบัติงำน 1 ปี ในชุมชนของตัวเอง ทำงองค์กำรบริหำรส่วนตำบลได้สนับสนุนงบประมำณ 48,000 บำท เพื่อ จัดตั้งศูนย์และอบรมในตำบล 1 หมู่บ้ำน ๆ ละ 2 คน ทั้งหมด 24 คน อบรมวันที่ 17-29 สิงหำคม 2552 มูลนิธิฝนหยำดเดียวได้ให้กำรสนับสนุนในกำรฝึกอบรมอำสำสมัครเพื่อฟื้นฟูสมรรถภำพเด็กพิเศษและผู้พิกำร พร้อมกับจ่ำยค่ำเบี้ยเลี้ยงให้กับอำสำสมัครในกำรออกไปให้บริกำรเด็กพิเศษและผู้พิ กำรตำมหมู่บ้ำน แต่กำร ออกไปบริกำรนั้นไม่สำมำรถนำกำยอุปกรณ์ออกไปใช้ได้ องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ จึงได้สนับสนุนให้ มีกำรจัดตั้งศูนย์ฯขึ้นโดยสนับสนุนงบประมำณ 46,000 บำท เพื่อใช้ในกำรฝึกอบรมอำสำสมัครเพิ่มเติมให้ ครอบคลุมทุกหมู่บ้ำนปรับปรุงห้องน้ำสำหรับผู้ พิกำร จัดซื้อกำยอุปกรณ์สำหรับเด็กพิเศษและผู้พิกำร เป็นต้น โดยมีพิธีเปิดศูนย์ เมื่อวันที่ 29 กรกฎำคม 2552 ณ ศูนย์บำบัดและฟื้นฟูสมรรถภำพเด็กพิเศษและผู้พิกำร ตำบลเหล่ำโพนค้อ(อบต.หลังเก่ำ) ได้จัดให้มีกิจกรรมดังต่อไปนี้ 1. ตรวจเยี่ยมผู้เข้ำรับกำรบำบัดฟื้นฟู 2. มอบรถเข็นแก่พิกำร 3. สำธิตกำรบำบัดฟื้นฟูสมรรถภำพผู้พิกำร ต่อจำกนั้นวันที่ 15 ตุลำคม พ.ศ.2553 ได้ ย้ำยศูน ย์ฯ มำที่อำคำรหลั งใหม่ที่ สร้ำงขึ้นที่ องค์กำร บริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ โดยใช้งบประมำณจำกเงินรำงวัลบริหำรจัดกำรที่ดี และได้ย้ำยที่ทำกำรไปที่ โรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพตำบลโพนค้อ เพื่อควำมสะดวกในกำรปฏิบัติงำนของเจ้ำหน้ำที่ในปี พ.ศ. 2555 นำยสร้อย คำภูษำ ประธำนกลุ่มเกษตรผสมผสำน นำยสร้อย คำภูษำ อำยุ ๕๓ ปี ได้ผัน ตัวเองกลับมำทำสวน ทำไร่ บนที่ดิน ๑๐ ไร่ ของครอบครัว โดยก่อนหน้ำนี้ที่ดินผืนนี้เคยได้ทำกำรเกษตรแบบ เชิงเดี่ยวและเกษตรแบบหมุนเวียนมำก่อนต่อมำจึงได้ศึกษำควำมรู้กำรทำกำรเกษตรแบบผสมผสำนจำกผู้รู้ใน พื้นที่เพื่อมำพัฒนำปรับปรุงที่ดินของตนเอง และชักชวนเพื่อนๆเกษตรกร จัดตั้งกลุ่มเกษตรผสมผสำน ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ผลผลิตและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เมื่อสมำชิกทุกคนปลูกพืชหมุนเวียนสลับกันไป ใช้พื้นที่ๆ ตนมีอยู่ให้เกิดประโยชน์ แบ่งไร่นำออกเป็นส่วนๆ ใช้พื้นที่เพำะปลูกให้เป็นประโยชน์ที่สุด ดำเนินกำรโดยกำรปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ เช่น ผักสวนครัว ข้ำวโพด นำข้ำว พริก เลี้ยงปลำในนำข้ำว กำรเป็นแหล่งเกษตรผสมผสำน “ปลูกทุกอย่ำงที่กิน กิน ทุกอย่ำงที่ปลูก” เป็นกำรลดภำระให้กับครอบครัว สร้ำงงำน สร้ำงรำยได้ให้ครอบครัวและชุมชน ทำให้เกษตรกรมี สุขภำพดีเพรำะกำรเกษตรปลอดสำรเคมี จิตใจแจ่มใสปรำศจำกหนี้เพรำะรำยรับเป็นที่น่ำพอใจ กำรจัดกำรงำน ในกำรดำเนินงำนของแหล่งเรียนรู้มีกำรดำเนินงำนที่มี องค์ กรที่เข้ำร่วมองค์กรหลัก คือ ท้องถิ่น และองค์กรภำค ประชำชนทั้งในและนอกพื้นที่ ซึ่งทุกภำคส่วนมีกำรทำงำนที่สอดประสำนกันเพื่อส่งเสริมทำกำรเกษตรแบบ ผสมผสำนช่วยในกำรให้คำปรึกษำ กำรดำเนินกำรเป็นตัวอย่ำงให้เกษตรกรดำเนินกำรควำมถูกต้องกำรอบรมจำก วิทยำกรผู้รู้ ให้คำปรึกษำวิธีแก้ปัญหำ ในกำรทำเกษตรแบบผสมผสำนทดลองกำรปลูกพืช และศึกษำทดลองหำ พืชใหม่ๆมำปลูกในพื้นที่ให้มำกยิ่งขึ้นโดยมีกำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อประเมินผลกำรทำงำน มีเครื่องมือ ในกำร

40


ทำงำนทำกำรเกษตร พัฒนำกำรทำเกษตรแบบผสมผสำนให้มีควำมก้ำวหน้ำทันสมัยเทคโนโลยีให้มำกยิ่งขึ้น กิจกรรม มีกำรขยำยสวนเกษตรผสมผสำนเพิ่มขึ้นและได้มีกำรไปฝึกเรียนรู้กำรทำปุ๋ยหมักในที่ต่ำง ๆ เพื่อมำปรับ ใช้แทนสำรเคมี กำรจัดกำรข้อมูล มีกำรจัดเก็บข้อมูลด้ำนต่ำงๆ และค้นคว้ำข้อมูลทำงอินเตอร์เน็ตและนำไปใช้ เป็นข้อมูลประกอบเพื่อกำรพัฒนำอย่ำงมีประสิทธิภำพ เงื่อนไขควำมสำเร็จ กำรที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่สนใจงำนด้ำน กำรเกษตรมำกกว่ำกำรเป็นพนักงำนบริษัท สำมำรถเป็นแรงบันดำลใจให้กับคนอื่นๆ ต่อไป ในอนำคตจำนวน เกษตรกรที่เข้ำร่วมและพื้นที่ในกำรปลูกพืชแบบผสมผสำนเพิ่มมำกขึ้น กำรไม่ย้ำยถิ่นฐำนของประชำกรในฤดูแล้ง คุณภำพชีวิตของปะชำกรในท้องถิ่นดีขึ้น มีรำยได้เพิ่มขึ้น มีชีวิตควำมเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อร่วมกันทำกำรเกษตรแบบ พึ่งพำตนเอง พึ่งพำธรรมชำติ ไม่ทำลำยธรรมชำติ ทำแบบผสมผสำน ทำแบบพอเพียง นำพืชชนิดต่ำงๆ มำทดลอง ปลูกปฏิบัติพื้นที่จริงและศึกษำหำควำมรู้ หำวิธีกำรแก้ไขปัญหำที่เกิดขึ้น กลุ่มอสม. มีนำงทองคำ แสนสุภำ เป็นประธำนในระดับหมู่บ้ำน หมู่ที่ ๒ เริ่มจำกปัญหำเรื่อง สุขภำพของประชำชนในชุมชน สมัยก่อนด้ำนกำรแพทย์ กำรสำธำรณสุขในชนบทมีไม่ทั่วถึง เจ้ำหน้ำที่สำธำรณสุข หรือหมออนำมัยมีน้อย จึงทำให้มีแนวคิดในกำรให้ประชำชนดูแลสุขภำพกันเองโดยกระทรวงสำธำรณสุข ได้เห็น ควำมสำคัญของปัญหำจึงจัดตั้งโครงกำรอำสำสมัครสำธำรณสุขขึ้นมำเพื่อเป็นกำรให้ประชำชนได้ดูแลสุขภำพของ ตนเองโดยมีอำสำสมัครสำธำรณสุขเป็นแกนนำในกำรดูแลสุขภำพในระดับหมู่บ้ำน แนวทำงกำรดำเนินงำน 1. ค้นหำ กำรรับสมัครประชำชนที่สนใจ และมีจิตอำสำเข้ำมำเป็นอำสำสมัครสำธำรณสุข (อสม.) เพื่อเป็นแกนนำใน กำรดูแลสุขภำพตนเองของคนในชุมชนและเป็นกำรแก้ไขปัญหำเรื่องกำรสำธำรณสุขและแพทย์ไม่ทั่วถึงโดยหน้ำที่ หลักของอำสำสมัครสำธำรณสุข(อสม.) คือกำรป้องกันและส่งเสริมสุขภำพของคนในชุมชน 2.ถ่ำยทอดองค์ควำมรู้ - อำสำสมัครสำธำรณสุข(อสม.)สำมำรถอบรมให้ควำมรู้ในเรื่องของกำรดูแลสุขภำพตนเองแก่ประชำชนและผู้ที่ สนใจเรียนรู้ และสำมำรถเป็นวิทยำกรได้ 3.พัฒนำศักยภำพ - กำรอบรมควำมรู้เกี่ยวกำรกำรดูแล ป้องกัน และส่งเสริมสุขภำพของประชำชน เพื่อให้ประชำชนมีสุขภำพร่ำงกำยที่แข็งแรง ทั้งยังมีกำรจัดกิจกรรมส่งเสริ ม สุขภำพ เช่น กำรเต้นแอโรบิก รำไม้พลองและยังมีกิจกรรมอื่นๆอีกมำกมำย 4.กำรนำไปใช้ กำรใช้ข้อมูลในเรื่อง ของสุขภำพประชำชนมำเป็นพื้นฐำนในกำรทำงำนที่ได้รับมอบหมำยจำกโรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพตำบล เพือ่ ให้ มีประสิทธิภำพมำกขึ้น ผลผลิตและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือ จำกกำรจัดตั้งโครงกำรอำสำสมัครสำธำรณสุขมำนั้น มี แกนนำทั้งหมด ๓ คน และสมำชิกทั้งหมด ๖ คน ทำให้ประชำชนมีสุขภำพที่ดีขึ้น ลดควำมรุนแรงของโรคภัย สำมำรถคัดกรองโรคได้และประชำชนหันมำดูแลสุขภำพตนเองมำกขึ้น แกนนำประกอบด้วย ๑.นำงทองคำ แสนสุภำ ๒.นำงสมคิด ปัจจัยโย ๓.นำงระมิตร คำภูษำ กลุ่มเลี้ยงโค มีนำยวิเชียร คำภูษำ เป็นประธำนกลุ่ม เนื่องจำกองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำ โพนค้อ เล็งเห็นควำมสำคัญเรื่องกำรเลี้ยงสัตว์โดยเฉพำะวัวเพรำะจำกพื้นฐำนของประชำชนในตำบลมีอำชีพ เกษตรกรรม กำรเลี้ยงวัวนอกจำกได้เงินจำกกำรขำยแล้ว มูลวัวสำมำรถนำไปเป็นปุ๋ยในนำข้ำวได้ ปัจจุบันปุ๋ยคอก รำคำกระสอบละ ๔๐ บำท และรำคำวัวสูงมำก จึงได้มีกำรจัดตั้งกลุ่มเลี้ยงโคบ้ำนโพนไฮขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 25๔๙ โดยกำรดำเนินกำรให้ตั้งกลุ่มๆละไม่น้อยกว่ำ ๒๐ คน ค่ำสมัครคนละ ๑๐๐ บำท โดยองค์กำรบริหำรส่วนตำบล เหล่ำโพนค้อ สนับสนุนแม่พันธ์โค เริ่มต้น ๔ ตัว เมื่อคลอดลูกได้ ๑ ปี ส่งแม่พันธ์ให้กับสมำชิกคนต่อไป จนกว่ำจะ ครบทุกคนแล้วหมุนเวียนรอบใหม่ไปเรื่อยๆ ปัจจุบันมีสมำชิก ๒๐ คน กลุ่มกองทุนเงินล้าน เนื่องจำกชำวบ้ำนไม่มีเงินทุนหมุนเวียน ในกำรลงทุนทำกิจกำรต่ำงๆ รัฐบำลจึงมีนโยบำยช่วยเหลือประชำชนโดยมุ่งหวังให้ประชำชนมีคุณภำพชีวิตที่ดีจึงมีนโยบำยให้งบประมำณ อุดหนุนหมู่บ้ำนในกำรจัดตั้งกองทุนเงินล้ำน ดังนั้น เพื่อควำมมั่นคงของประชำชนในหมู่บ้ำนและให้ทุกคนมี ควำมรู้สึกเป็นเจ้ำของของกองทุน คณะกรรมกำรกลุ่มจึงมีมติให้สมำชิกทุกคนในกองทุน ร่วมออมเงินกับกองทุน ด้วย ให้สมำชิกทุกคนรู้จักมีควำมรับผิดชอบ ตรงต่อเวลำ ซื่อสัตย์ในกำรออมเงิน เกิดกลุ่มกองทุนเงินล้ำน ในเมื่อ ปี พ.ศ. 2551 แนวทำงกำรดำเนินงำน 1.ค้นหำ-กำรประชุมคัดเลือกแกนนำของกลุ่มกองทุนเพื่อหำบุคคลที่มี ควำมเหมำะสมที่จะทำงำนและเปิดรับสมัค รสมำชิกที่มีควำมสนใจในกำรกู้ยืมเงิน และออมเงิน 2.ถ่ำยทอดองค์

41


ควำมรู้-ให้ควำมรู้และข้อมูลเกี่ยวกับกำรออมเงินและกู้ยืมเงินแก่สมำชิกและบุคคลที่สนใจ และสำมำรถเป็น วิทยำกรถ่ำยทอดควำมรู้ได้ 3.พัฒนำศักยภำพ-กำรอบรมและดูงำนต่ำงๆเพื่อนำควำมรู้และประสบกำรณ์ที่ได้มำ บริหำรภำยในกองทุน 4.กำรนำไปใช้-เปิดให้สมำชิกกู้ยืมเงินและรับฝำกเงินเพื่อชีวิตควำมเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผลผลิต และผลลัพธ์ที่ได้ คือ กลุ่มกองทุนเงินล้ำนหมู่ที่ ๒ ได้เป็นผู้ขับเคลื่อนกลุ่มโดยรับฝำกเงิน และสำมำรถเป็น วิทยำกรถ่ำยทอดควำมรู้ได้คณะกรรมกำรของกองทุนดำเนินงำนด้วยควำมเรียบร้อย และสมำชิกในกองทุนเงินมี จิตสำนึกที่ดีในกำรออมเงิน กำรเกิดควำมสัมพันธ์ที่ดีของคนในชุมชน กำรช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ควำมรู้สึกมั่นคง ภำคภูมิใจ อยู่อย่ำงมีศักดิ์ศรี และมีควำมสุขทั้งทำงกำย และทำงจิตใจประชำชนในหมู่บ้ำน มีชีวิตที่ดีขึ้น กลุ่มเกษตรผสมผสาน เริ่มจำกนำยสร้อย คำภูษำ อำยุ ๕7 ปี ประธำนกลุ่ม ได้ผันตัวเองจำก เคยทำสวนปลูกพืชชนิดเดียว บนที่ดิน 20 ไร่ หันมำศึกษำควำมรู้กำรทำกำรเกษตรแบบผสมผสำนจำกผู้รู้ในพื้นที่ เพื่อมำพัฒนำปรับปรุงที่ดินของตนเอง จึงได้มีกลุ่มเกษตรผสมผสำน ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2553 ผลผลิตและผลลัพธ์ที่ เกิดขึ้น เมื่อสมำชิกทุกคนปลูกพืชหมุนเวียนสลับกันไป ใช้พื้นที่ๆ ตนมีอยู่ให้เกิดประโยชน์ แบ่งไร่นำออกเป็นส่วนๆ ใช้ พื้นที่เพำะปลูกให้เป็นประโยชน์ที่สุด ดำเนินกำรโดยกำรปลูกพืชสลับกับเลี้ยงปลำ เช่น ผักสวนครัว ข้ำวโพด นำ ข้ำว พริก ลำไย มะม่วง แก้วมังกร ยำงพำรำ เลี้ยงปลำ กำรเป็นแหล่งเกษตรผสมผสำน “ปลูกทุกอย่ำงที่กิน กิน ทุกอย่ำงที่ปลูก” เป็นกำรลดภำระให้กับครอบครัว สร้ำงงำน สร้ำงรำยได้ให้ครอบครัวและชุมชน ทำให้เกษตรกรมี สุขภำพดีเพรำะกำรเกษตรปลอดสำรเคมี จิตใจแจ่มใสปรำศจำกหนี้เพรำะรำยรับเป็นที่น่ำ พอใจ กำรจัดกำรงำน ในกำรดำเนินงำนของแหล่งเรียนรู้มีกำรดำเนินงำนที่มี องค์กรที่เข้ำร่วมองค์กรหลัก คือ ท้องถิ่น และองค์กรภำค ประชำชนทั้งในและนอกพื้นที่ ซึ่งทุกภำคส่วนมีกำรทำงำนที่สอดประสำนกันเพื่อส่งเสริมทำกำรเกษตรแบบ ผสมผสำนช่วยในกำรให้คำปรึกษำ กำรดำเนินกำรเป็นตัวอย่ำงให้เกษตรกรดำเนินกำรควำมถูกต้องกำรอบรมจำก วิทยำกรผู้รู้ ให้คำปรึกษำวิธีแก้ปัญหำ ในกำรทำเกษตรแบบผสมผสำนทดลองกำรปลูกพืช และศึกษำทดลองหำ พืชใหม่ๆมำปลูกในพื้นที่ให้มำกยิ่งขึ้นโดยมีกำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อประเมินผลกำรทำงำน มีเครื่องมือ ในกำร ทำงำนทำกำรเกษตร พัฒนำกำรทำเกษตรแบบผสมผสำนให้มีควำมก้ำวหน้ำทันสมัยเทคโนโลยีให้มำกยิ่งขึ้น กิจกรรม มีกำรขยำยสวนเกษตรผสมผสำนเพิ่มขึ้นและได้มีกำรไปฝึกเรียนรู้กำรทำปุ๋ยหมักในที่ต่ำง ๆ เพื่อมำปรับ ใช้แทนสำรเคมี กำรจัดกำรข้อมูล มีกำรจัดเก็บข้อมูลด้ำนต่ำงๆ และค้นคว้ำข้อมูลทำงอิ นเตอร์เน็ตและนำไปใช้ เป็นข้อมูลประกอบเพื่อกำรพัฒนำอย่ำงมีประสิทธิภำพ เงื่อนไขควำมสำเร็จ กำรเป็นคนที่สนใจงำนด้ำนกำรเกษตรอยู่แล้ว หันมำทำกำรเกษตรแบบผสมผสำน สำมำรถเป็นแรงบันดำลใจให้กับคนอื่นๆได้ ต่อไปในอนำคตจำนวนเกษตรกรที่เข้ำร่วมและพื้นที่ในกำรปลูกพืช แบบผสมผสำนเพิ่มมำกขึ้น กำรไม่ย้ำยถิ่นฐำนของประชำกรในฤดูแล้ง คุณภำพชีวิตของปะชำกรในท้องถิ่นดีขึ้น มีรำยได้เพิ่มขึ้น มีชีวิตควำมเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อร่วมกันทำกำรเกษตรแบบพึ่งพำตนเอง พึ่งพำธรรมชำติ ไม่ทำลำย ธรรมชำติ ทำแบบผสมผสำน ทำแบบพอเพียง นำพืชชนิดต่ำงๆ มำทดลองปลูกปฏิบัติพื้นที่จริงและศึกษำหำ ควำมรู้ หำวิธีกำรแก้ไขปัญหำที่เกิดขึ้น ฝำยกกแดง ฝำยชะลอน้ำ หรือ Check Dam สร้ำงเมื่อ พ.ศ. 2520 เป็นฝำยชะลอน้ำแบบ คอนกรีตเสริมเหล็ก (ฝำยแบบถำวร) คือสิ่งก่อสร้ำง ที่ทำขึ้นเพื่อขวำงหรือกั้นทำงน้ำลำห้วยยำง เพื่อชะลอกำร ไหลของน้ำไม่ให้ไหลเร็วจนเกินไปในช่วงฤดูน้ำหลำก และเก็บกักน้ำเพื่อใช้ในกำรเกษตรในช่วงฤดูแล้ง เมื่อฝนตก ฝำยจะทำกำรชะลอน้ำ ทำให้ในบริเวณดังกล่ำวมีควำมอุดมสมบูรณ์ ดินเกิดกำรอุ้มน้ำ ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น พื้นที่มีควำมชุ่มชื้น อันจะส่งผลดีต่อบริเวณโดยรอบซึ่งสอดคล้องกับแนวพระรำชดำริ ของพระบำทสมเด็จพระ เจ้ำอยู่หัวฯ เกี่ยวกับกำรพัฒนำและฟื้นฟูป่ำไม้ ด้วยกำรใช้ทรัพยำกรที่เอื้ออำนวย เกิดกำรสัมพันธ์ซึ่งกันและกันให้ เกิดประโยชน์สูงสุด ฝำยห้วยยำง ฝำยชะลอน้ำ หรือ Check Dam สร้ำงเมื่อ พ.ศ. 2546 โดยกรมชลประทำน ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นฝำยชะลอน้ำแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก (ฝำยแบบถำวร) คือสิ่งก่อสร้ำง ที่

42


ทำขึ้นเพื่อขวำงหรือกั้นทำงน้ำลำน้ำห้วยยำง เพื่อชะลอกำรไหลของน้ำไม่ให้ไหลเร็วจนเกินไปในช่วงฤดูน้ำหลำก และเก็บกักน้ำเพื่อใช้ในกำรเกษตรในช่วงฤดูแล้ง เมื่อฝนตกฝำยจะทำกำรชะลอน้ำ ทำให้ในบริเวณดังกล่ำวมีควำม อุดมสมบูรณ์ ดินเกิดกำรอุ้มน้ำ ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น พื้นที่มีควำมชุ่มชื้น อันจะส่งผลดีต่อบริเวณโดยรอบ ซึ่งสอดคล้องกับแนวพระรำชดำริ ของพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัวฯ เกี่ยวกับกำรพัฒนำและฟื้นฟูป่ำไม้ ด้วยกำร ใช้ทรัพยำกรที่เอื้ออำนวย เกิดกำรสัมพันธ์ซึ่งกันและกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด วัดโพนไฮสำมัคคีอุดม ตั้งอยู่ที่บ้ำนโพนไฮ หมู่ที่ 2 ตำบลเหล่ำโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร สังกัดคณะสงฆ์มหำนิกำย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 4 ไร่ 3 งำน อำณำเขต ทิศเหนือประมำณ 2 เส้น ทิศใต้ประมำณ 2 เส้น ทิศตะวันออกประมำณ 2 เส้น ทิศตะวันตกประมำณ 2 เส้น มีที่ธรณีสงฆ์จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 4 ไร่ อำคำรเสนำสนะประกอบด้วย ศำลำกำรเปรียญ สร้ำงเมื่อพ.ศ.2525 กุฏิสงฆ์ 1 หลัง ปูชนียวัตถุมี พระพุทธรูป 1 องค์ พระแก้วมรกต 1 องค์ พระพุทธรูปปำงสมำธิ 4 องค์ กลุ่มเลี้ยงโค มีนำงกำวี แผนเมือง เป็นประธำนกลุ่ม เริ่มจำกที่องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำ โพนค้ อ เล็ ง เห็ น ว่ ำ พื้ น ที่ ต ำบลเหล่ ำ โพนค้ อ เป็ น พื้ น ที่ ร ำบเชิ ง เขำ ประชำกรส่ ว นใหญ่ มี ก ำรประกอบอำชี พ เกษตรกรรม ทำนำปีเป็นหลัก มีทำสวนบ้ำงเล็กน้อย หลังฤดูทำนำจะมีพื้นที่โล่งที่เหมำะแก่กำ รเลี้ยงปศุสัตว์ ประเภท โค กระบือ หมู เป็ด ไก่ ซึ่งโค และ กระบือ เป็นสัตว์เลี้ยงหลักที่นิยมเลี้ยงไว้ในครอบครัว เมื่อก่อนจะมี กำรเลี้ยงแทบทุกหลังคำเรือน เพรำะจะใช้กระบือในกำรไถนำ ส่วนโคจะนำมูลไปเป็นปุ๋ยคอกเพื่อเพิ่มผลผลิตทำง กำรเกษตร แต่ในปัจจุบัน โค กระบือ มีจำนวนลดลงมำกเนื่องจำกมีควำมต้องกำรบริโภคเนื้อโค กระบือ มำกขึ้น มีตลำดค้ำขำยโค กระบือ เกิดขึ้นมำกมำยหลำยจุดในเขตใกล้เคียง ประกอบกับมีกำรใช้เครื่องจักรกลเข้ำมำทำ กำรเกษตรแทน กระบือ และมีกำรใช้ปุ๋ยเคมี หรือปุ๋ยอินทรีย์ ที่มีกำรจำหน่ำยในท้องตลำดแทนปุ๋ยคอก ชำว เกษตรกรบ้ำนดง หมู่ 3 จึงได้รวมกลุ่มกันโดยมีสมำชิก 20 คน กลุ่มทอเสื่อ สืบเนื่องจำกในทุกๆปีหลังฤดูกำลทำนำเสร็จสิ้นคนในชนบทจะว่ำงงำนจะพำกัน อพยพเดินทำงไปหำงำนทำในกรุงเทพฯ ภำยในหมู่บ้ำนจึงมีเพียงคนแก่และเด็กที่อยู่ในหมู่บ้ำน จึงเป็นเหตุให้มี กำรรวมตัวจัดตั้งเป็นกลุ่มส่งเสริมอำชีพ โดยมีนำงอัมพร ล้ำนจ๊ะ ชวนเพื่อนๆ จัดตั้งกลุ่มทอเสื่อ เพื่อส่งเสริม อำชีพ เพิ่มรำยได้ ซึ่งเป็นโครงกำรตำมแผนงำนเพื่อส่งเสริมกำรประกอบอำชีพและแก้ปัญหำกำรว่ำงงำนหลังฤดู ทำนำ รวมทั้งมุ่งส่งเสริมอำชีพและเพิ่มรำยได้ ที่มีรำยได้น้อย และเป็นกำรนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมำใช้ให้เกิด ประโยชน์และเพิ่มมู ลค่ำ ที่มี ในท้ องถิ่น หลั งจำกนั้ นจึง มีกำรจั ดตั้ง กลุ่ มทอเสื่อที่ บ้ ำนดง หมู่ที่ ๓ จึง ได้มี กำร รวมกลุ่มกันทอเสื่อด้วยต้นผือ ต้นกก ชำวบ้ำนดง หมู่ที่ ๓ ตำบลเหล่ำโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัด สกลนคร ได้รับกำรถ่ำยทอดภูมิปัญญำด้ำนกำรทอเสื่อมำจำกคนรุ่นเก่ำ โดยทอเสื่อด้วยต้นกกที่เป็นพันธุ์พื้นบ้ำน เรียกว่ำ ผือนำ (เวลำนำมำทอไม่ต้องผ่ำเอำไส้ออก) และผือโม่ (เวลำทอต้องผ่ำเอำไส้ออกแล้วแบ่งเป็น 3 เส้น) แรกๆที่เริ่มทอเสื่อโดยไม่มีกำรย้อมสี ต่อมำจึงเริ่มใช้สีย้อมเส้นกกก่อนนำมำทอ โดยทอเสื่อในรูปแบบต่ำงคน ต่ำงทำใช้ฟืมแบบสอด ทอเป็นลวดลำยดั้งเดิม คือ ลำยกระจับ ลำยสำดบำและพัฒนำเป็นลำยดอกจันทร์ (ผ้ำ ตำรำง) ลำยไม้หมอนรถไฟ ลำยเกล็ดเต่ำ และต่อมำได้มีหน่วยงำนพัฒนำชุมชนจำกอำเภอโคกศรสุพรรณและ จนท.พัฒนำชุมชน อบต.เหล่ำโพนค้อได้ นำคณะศึกำดูงำนที่ศูนย์ฝึกอำชีพ จังหวัดมหำสำรคำม จึงได้นำควำมรู้ จำกกำรศึกษำดูงำนมำปรับปรุงวิธีกำรทอเสื่อให้ประณีตและมีควำมสวยงำมจนได้มำตรฐำน โดยมีสมำชิกกลุ่ม 6 คน กลุ่ม ปลูกยำสู บ มี นำยอุดม นงนุ ช เป็นประธำน เนื่องจำกหลังกำรเก็บเกี่ยว ชำวบ้ำ นจะ ว่ำงงำน บริษัทยำสูบเตอกิจ จึงเข้ำมำสนับสนุนให้เกษตรกรมีอำชีพเสริมหลังฤดูกำลเก็บเกี่ยว เพื่อส่งเสริมให้ ประชำชนมีอำชีพและรำยได้เพิ่มขึ้น ยำสูบเป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่ประชำชนชำวตำบลเหล่ำโพนค้อให้ ควำมสนใจและปลูกมำกในพื้นที่ ป่ำดอนปู่ตำ เป็นที่สำธำรณประโยชน์ของบ้ำนดง หมู่ที่ ๓ มีเนื้อที่ ๑๖ ไร่ ๓ งำน ๙๔ ตำรำง วำอยู่ในควำมดูแลรักษำของกระทรวงมหำดไทย โดยประกำศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๔ ลงวันที่ ๑๓ ธันวำคม

43


พ.ศ. ๒๕๑๕ อธิบดีกรมที่ดินออกหนัง สือสำคัญฉบับนี้ เพื่อแสดงเขตของที่ดิน อันเป็น สำธำรณประโยชน์ของ แผ่นดินประเภทพลเมือง ชำวบ้ำนเชื่อว่ำเป็นสถำนที่ศักดิ์สิทธ์เป็นที่พึ่งทำงจิตใจให้กับชำวบ้ำนและชำวบ้ำนเชื่อว่ำ เป็นที่สิงสถิตของวิญญำณบรรพบุรุษที่คอยปกป้องคุ้มครองหมู่บ้ำนและเป็นบริเวณป่ำชุมชนที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ เริ่มจำกสภำตำบลเหล่ำโพนค้อก่อตั้ งขึ้นเมื่อปี ๒๕๓๗ แต่ไม่มีที่ตั้งจึงไปขอใช้สถำนที่ศูนย์พัฒนำตำบลเหล่ำโพนค้อ ตั้งอยู่ที่หมู่ ๑ ตำบลเหล่ำโพนค้อ โดยมีผู้บริหำร เป็นกำนันตำบลเป็นประธำนบริหำรซึ่งเป็นโดยตำแหน่งไม่มีกำรเลือกตั้งและมีผู้ใหญ่บ้ำนทุกหมู่บ้ำนเป็นสมำชิก สภำต ำบลเป็ น โดยต ำแหน่ ง ต่ อมำได้ ย กฐำนะจำกสภำต ำบลเป็ น องค์ กำรบริ หำรส่ ว นต ำบลเมื่ อวั น ที่ ๒๓ กุมภำพันธ์ ๒๕๔๐ ซึ่งมีนำยทวีศักดิ์ พรมเมือง ดำรงตำแหน่งเป็นประธำนกรรมกำรบริหำร ตั้งแต่วันที่ ๒๓ กุมภำพันธ์ ๒๕๔๐ – ๒๖ สิงหำคม ๒๕๔๑ นำยศิริ พลรำชม ดำรงตำแหน่งเป็นประธำนกรรมกำรบริหำร ตั้งแต่วันที่๒๗ สิงหำคม ๒๕๔๑ – ๑๐ พฤษภำคม ๒๕๔๔ และได้มีกำรเลือกตั้งนำยกขึ้นในปี ๒๕๔๘ และได้ ย้ำยมำตั้งอยู่ที่บ้ำนเลขที่ ๘๓ หมู่ ๓ ตำบลเหล่ำโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร โดยมีนำย อนุสรณ์ พลรำชม ดำรงตำแหน่งเป็นนำยกองค์กำรบริหำรส่วนตำบล ตั้ งแต่วันที่ ๓๑ กรกฎำคม ๒๕๔๘ – ๓๐ กรกฎำคม ๒๕๕๒ นำยสิทธิชัย ธนะคำดี ดำรงตำแหน่งเป็นนำยกองค์กำรบริหำรส่วนตำบล ตั้งแต่วันที่ ๖ กันยำยน ๒๕๕๒ – ๑๒ พฤษภำคม ๒๕๕๕ และนำยอนุสรณ์ พลรำชม ดำรงตำแหน่งเป็นนำยกองค์กำร บริหำรส่วนตำบล ตั้งแต่วันที่ ๘ กรกฎำคม ๒๕๕๕ – ปัจจุบัน กลุ่มต้มเกลือสินเธำว์ หมู่บ้ำนหนองเหียน หมู่ ๔ เป็นพื้นที่สภำพดินเป็นด่ำงทำให้เกิดภูมิ ปัญญำชำวบ้ำนในกำรสร้ำงรำยได้ให้กับครอบครัวในชุมชน ในปี พ.ศ. 2550 จึงรวมกลุ่มต้มเกลือสินเธำว์เพื่อ สืบทอดภูมิปัญญำชำวบ้ำนและเป็นกำรสร้ำงควำมเข้มแข็งในชุ มชน ซึ่งเป็นโครงกำรตำมแผนงำนเพื่อส่งเสริมกำร ประกอบอำชีพและแก้ปัญหำกำรว่ำงงำนหลังฤดูทำนำ รวมทั้งมุ่งส่งเสริมอำชีพและเพิ่มรำยได้ให้กับผู้สูงอำยุ และผู้ที่มีรำยได้น้อยในชุมชน และเป็นกำรนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมำใช้ให้เกิดประโยชน์และเพิ่มมูลค่ำให้กับวัตถุดิบ ที่มีในท้องถิ่น หลังจำกนั้นชำวบ้ำนหนองเหียน หมู่ที่ 4 จึงได้มีกำรรวมกลุ่มกันต้มเกลือสินเธำว์ โดยแต่งตั้ง นำง ประนอม เชื้อดวงผุย เป็นประธำนกลุ่ม มีสมำชิกกลุ่มจำนวน ๒๔ คน โรงเรียนบ้ำนดงหนองเหียน จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2465 (ร.6) โดยขุนบริรักษ์สิกขกำร ธรรม กำรจังหวัดสกลนคร ใช้ศำลำวัดศรีบุญเรือง เป็นที่ศึกษำเล่ำเรียน มีนำยมะลิ หนองหำรพิทักษ์ เป็นครูใหญ่ ชื่อว่ำ โรงเรียนประชำบำลตำบลเหล่ำโพนค้อ 1 พ.ศ. 2527 โรงเรียนได้เปิดสอนชั้นผู้เรียนเล็ก ได้รับโครงกำร อำหำรกลำงวัน และงบประมำณ จำก ส.ส.ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤำชัย สร้ำงหอกระจำยข่ำวเป็นเงิน 10,000 บำท ปี นี้มีนักเรียนมำกที่สุด 273 คน ครู 15 คน พร้อมกับสร้ำงเรือนเพำะชำ เป็นเงิน 10,000 บำท พ.ศ. 2553 นำยวั ย พจน์ ปั ญ ญะ ได้ ม ำด ำรงต ำแหน่ ง เมื่ อวั น ที่ 13 มกรำคม 2553 จนถึง ปั จ จุ บั น ได้ จั ด ท ำป้ ำ ย ประชำสัมพันธ์โรงเรียน รื้อฟื้นกิจกรรมโรงเรียนวิถีพุทธ กิจกรรมเสียงตำมสำย จัดซื้อหนังสือพิมพ์ให้นักเรียน อ่ำนวิเครำะห์ข่ำวเพื่อส่งเสริมกำรอ่ำน จัดส่งเสริมกำรเล่นฟุตบอลเสริมสร้ำงสุขภำพ พร้อมกับเปิดโอกำส ให้ นักเรียนใช้คอมพิวเตอร์ ได้รับทุนกำรศึกษำ 7,000 บำทจำกหัวหน้ำตึก ICU. ร.พ.รำชวิถี นอกจำกนี้ ได้รับ ควำมเมตตำจำกพระอำจำรย์แบน ธนำกโร เจ้ำอำวำสวัดดอยธรรมเจดีย์ สร้ำงถนนคอนกรีตหน้ำอำคำรเรียนให้ ยำว 167 เมตร กว้ำง 4 เมตร สร้ำงที่นั่งพักรอ 2 หลังสร้ำงโดย ครอบครัวคุณสุวิชำ เรืองรื่นและครอบครัว คุณครูสธีรำ ทัศคร สนำมตะกร้อ 1 สนำม ครอบครัวนำงภูวรรณ ธนะคำดี สร้ำงอุทิศ คุณครูนิยม ธนะคำดี เมื่อ พ.ศ. 2555 ศูนย์พัฒนำเด็กเล็กบ้ำนหนองเหียน เริ่มก่อตั้งในปี 2553 ในพื้นที่สำธำรณะประโยชน์หมู่บ้ำน โดยมี องค์กำรบริหำรส่ ว นต ำบลเหล่ ำ โพนค้อในกำรสนั บ สนุ น งบประมำณในกำรจดตั้ ง โดยใช้ ง บประมำณ 86,930 บำท ซ่อมแซมอำคำรเรียนเนื่องจำกเป็นอำคำรเดิมหลังเก่ำของหมู่บ้ำน โดยมีวัถุประสงค์เพื่อกระจำย บริกำรกำรพัฒนำเด็กเล็กไปสู่ชุมชนอย่ำงทั่วถึง เพื่อให้เด็กในเขตองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ ได้รับกำร พัฒนำอย่ำงเหมำะสมตำมวัยทียมเสมอภำคกัน และเพื่อเตรียมควำมพร้อมให้เด็กสำมำรถเข้ำรับกำรศึกษำระดับ

44


ประถมศึ กษำได้ อ ย่ ำ งมี คุณ ภำพ ปั จ จุ บั น ศูน ย์ พั ฒ นำเด็ กเล็ กบ้ ำ นหนองเหี ย น ได้ รับ งบประมำณปรับ ปรุ ง สภำพแวดล้อมภำยนอก เช่น รั้ว รองระบำยน้ำ และได้รับงบประมำณจำกกรมส่งเสริมกำรปกครองท้องถิ่น ต่อ เติมอำคำรศูนย์ฯเรื่อยมำ จนเป็นที่ยอมรับของประชำชน ผู้ปกครองในเขตบริกำร 3 หมู่บ้ำน ได้แก่ บ้ำนดงน้อย , บ้ำนหนองเหียน และ บ้ำนน้อยหนองไผ่สวน มีเด็กในกำรดูแล 32 คน มีบุคลำกร ครู 1 คน คือ นำงพร ทิพย์ ขันทีท้ำว และผู้ดูแลเด็ก 1 คน คือ นำงสำวยุพเยำว์ คงเพชร วัดศรีบุญเรืองใต้ ตั้งอยู่บ้ำนเลขที่ 107 บ้ำนหนองเหียน หมู่ที่ 4 ตำบลเหล่ำโพนค้อ อำเภอ โคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร สังกัดคณะสงฆ์มหำนิกำย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 10 ไร่ 1 งำน 65 ตำรำงวำ ตั้ง วัดเมื่ อ พ.ศ.2469 โดยชำวบ้ำ นหนองเหี ยนมี ศรัท ธำ ช่ วยกันสร้ำ งและพัฒ นำวัด มำจนถึง ปัจจุบั นนี้ ได้รับ พระรำชทำนวิสุงคำมสีมำเมื่อวันที่ 1 มีนำคม พ.ศ.2531 กำรบริหำรและกำรปกครอง ท่ำนพระครูสุวรรณจัน ทะคุณ เป็นเจ้ำอำวำสวัดศรีบุญเรืองใต้ บริหำรร่วมกับคณะกรรมกำรวัด พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้ำนหนองเหียน ก่อตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 5 เดือนพฤษภำคม พ.ศ. 2555 ขนำด 4x6 เมตร งบประมำณในกำรก่อสร้ำงและแรงงำนจำกชุมชน ในช่วงที่ท่ำนพระครูสุวรรณจันทะคุณ เป็น เจ้ำอำวำสวัดศรีบุญเรืองใต้ ทั้งนี้นำงยิ้มยวน มำลีลัยและครอบครัว พร้อมชำวบ้ำนหนองเหียนมีควำมเห็นว่ำ หมู่บ้ำนและท้องถิ่นของตนเป็นหมู่บ้ำนเก่ำแก่ มีวัตถุโบรำณที่ชำวบ้ ำนขุดพบโดยบังเอิญนั้นมีเป็นจำนวนมำก เช่นพระพุทธรูปโบรำณ ไหโบรำณ มีต้นโพธิ์ที่มีอำยุหลำยร้อยปีมีหนังสือใบลำนที่เป็นตัวอักษรธรรม อักษรขอม อักษรไทยน้อย และอักษรไทยอำหม และในชุมชนยังมีตัวแบบกุฏิสงฆ์ -ศำลำกำรเปรียญแบบโบรำณ เป็นที่ควร อนุรักษ์อย่ำงยิ่งประกอบกับบ้ำนหนองเหียนได้มีประวัติหมู่บ้ำนเป็นเมืองมีวัตถุโบรำณที่ชำวบ้ำนขุดพบโดยบังเอิญ นั้นมีเป็นจำนวนมำก เช่นพระพุทธรูปโบรำณ ไหโบรำณ มีต้นโพธิ์ที่มีอำยุหลำยร้อยปีมีหนังสือใบลำนที่เป็น ตัวอักษรธรรม อักษรขอม อักษรไทยน้อย และอักษรไทยอำหม หน้ำด่ำน เมื่อ สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นบ้ำง หลักฐำนคือมี “โฮงช้ำง” และมี ตระกูลของทำญำติเจ้ำพระยำคือ นำงกอง แสนรำษฎร์ ซึ่งเป็นทำญำติของพระ ยำศรี เจ้ำเมืองสกลนคร เมื่อประมำณ ปี พ.ศ. 2200 กว่ำปี ส่วนหนังสือคัมภีร์ใบลำน ได้รับกำรแนะนำและ สำรวจโดยเจ้ำหน้ำที่ศูนย์หนังสือใบลำน มหำวิทยำลัยมหำสำรคำม (ผศ.ดร.รำชันย์ นิลวรรณำภำและคณะ) ได้ ออกมำสำรวจหนังสือใบลำนและสำธิตกำรจัดเก็บ กำรห่อทำงชำวบ้ำนจึงมีควำมเห็นและมีแนวคิดอยำกสร้ำง สถำนที่จัดเก็บโบรำณวัตถุโบรำณสถำน ให้เป็นสัดส่วน ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน (ศูนย์โรงเรียน) ตั้ งขึ้นที่โรงเรียนบ้ำนดงหนองเหียน สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสกลนคร เขต 1 ตั้งขึ้นในพื้นที่ดินแปลงที่ 2 มี 9 ไร่ 3 งำน ได้ ดำเนินกำรจัดกำรเรียนกำรสอนสอดคล้องตำมปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงมำตั้งแต่ปี 2550 เรื่อยมำ ผู้รับผิดชอบ ศูน ย์ ฯดั ง กล่ ำ ว คือ นำยรณวิ ทย์ มำลี ลัย ครูช ำนำญกำรพิเศษ โรงเรีย นบ้ ำ นดงหนองเหี ย น (ครูแบบอย่ ำ ง เศรษฐกิจพอเพียง ดีเด่น ปี 2552) โดยมีกิจกรรมที่ศึกษำตำมแนวปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง มี 5 ด้ำน คือ ด้ำนควำมพอประมำณ ด้ำนควำมมีเหตุผล ด้ำนกำรมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ด้ำนเงื่อนไขควำมรู้ และด้ำนเงื่อนไข คุณธรรม ในปี 2552 ได้รับคัดเลือกให้เป็นสถำนศึกษำพอเพียง 2552 (โรงเรียนแบบอย่ำงบริหำรจัดกำรตำม ปรัช ญำของเศรษฐกิจ พอเพียง) และต่อจำกนั้นได้รับ กำรคัดเลือกให้เป็น ศูนย์ เรีย นรู้เศรษฐกิจ พอเพียงตำม พระรำชดำริ และเมื่อปี 2555 ได้ผ่ำนกำรประเมิน “ต้นแบบโรงเรียนพอเพียง” และในขณะเดียวกันนี้โรงเรียน ได้รับกำรคัดเลือกให้เข้ำโครงกำรศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน (ศูนย์โรงเรียน) ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ศูนย์ ที่ ได้รับกำรสนับสนุนและควบคุมดูแลโดยสำนักงำนเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสกลนคร กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ กองทุ น แม่ข องแผ่ นดิ น ส ำนั กพระรำชวั ง ได้ น ำพระรำชทรัพ ย์ ส มทบกับ งบประมำณของ สำนักงำน ป.ป.ส. จัดตั้งเป็น “กองทุนแม่ของแผ่นดิน” เพื่อมอบเงินกองทุนให้กับหมู่บ้ำน/ชุมชน เป็นเงินประเดิม เริ่มต้นกองทุนละ ๘,๐๐๐ บำท โดยมีพิธีพระรำชทำนเงินกองทุนแม่ของแผ่นดินครั้งแรกในปี ๒๕๔๗ และมีกำร ดำเนินงำนต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันมี “กองทุนแม่ของแผ่นดิน” จำนวน ๑๒,๑๘๙ กองทุนและกลุ่มกองทุนแม่ของ

45


แผ่นดิน หมู่ ๕ ได้ดำเนินกำรขับเคลื่อนดำเนินงำนกองทุนแม่ของแผ่นดิน กำรสร้ำงควำมรู้ ควำมเข้ำใจในชุมชน เป็นกำรเสริมสร้ำงควำมเข้มแข็งของพลังชุมชน ในกำรดำเนินงำนที่จะป้องกัน กำรแพร่ระบำดของยำเสพติด กำรเรียนรู้ กำรถ่ำยถอด กำรแลกเปลี่ยนประสบกำรณ์ กำรสืบทอดภูมิปัญญำ กำรเผยแพร่ นวัตกรรมและแหล่ง บริกำรชุมชน ในกำรดำเนินงำนศูนย์เรียนรู้หมู่บ้ำนกองทุนแม่ของแผ่นดิน ของชุมชนเอง และกำรศึกษำดูงำน หมู่บ้ำนกองทุนแม่ของแผ่นดินที่เข้มแข็ง เป็นต้นแบบในบริหำรจัดกำรกำรดำเนินงำนของชุมชนเอง และเพื่อขยำย ผลและพัฒนำหมู่บ้ำนกองทุนแม่ของแผ่นดินให้เป็นหมู่บ้ำนศูนย์เรียนรู้กองทุนแม่ของแผ่นดินที่จะดำเนินกิจกรรม ป้องกันและแก้ไขปัญหำยำเสพติดได้อย่ำงยั่งยืน กลุ่มบ้านพักโฮมสเตย์ กลุ่มบ้ำนเหล่ำโฮมสเตย์ หมู่ที่ ๕ บ้ำนเหล่ำ ตำบลเหล่ำโพนค้อ อำเภอ โคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกำยน 25๕๔ โดยกำรรวมตัวของสมำชิกในหมู่บ้ำน โดยมีนำยวำรินทร์ แคล่วคล่อง เป็นประธำนกลุ่มบ้ำนเหล่ำโฮมสเตย์ ภำยใต้กำรสนับสนุนทำงวิชำกำรของ องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ ตำบลเหล่ำโพนค้ออำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร และ มีควำม พร้อมในเรื่องโฮมสเตย์และกำรท่องเที่ยว มีควำมมั่นใจในกำรดำเนินกำรมี สมำชิกกลุ่ม ๒๔ คน กลุ่มสหกรณ์กองทุนสวนยางเหล่าโพนค้อ กลุ่มสหกรณ์กองทุนสวนยำงเหล่ำโพนค้อ จัดตั้ง ขึ้นเมื่อวันที่ ๑๔ กุมภำพันธ์ ๒๕๕๖ หมู่ ๕ บ้ำนเหล่ำ ตำบลเหล่ำโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร เพื่ อด ำเนิ น กิจ กำรให้ กำรสงเครำะห์ กำรท ำสวนยำง และกำรสงเครำะห์ ป ลู กแทนด้ ว ยไม้ ยื น ต้ น ชนิ ด อื่ น ที่ มี ควำมสำคัญทำงเศรษฐกิจโดยมี นำยวิรัตน์ พลรำชม ประธำน กลุ่มเกษตรกรทานา ในปี 2537 มีนโยบำยของกองทุนซิป ในกำรทำแผนแม่บทชุมชน เชิญ ตัวแทนหมู่บ้ำนละ 3 คน จำนวน 11 หมู่บ้ำน รวม 33 คน บ้ำนเหล่ำ ม.5 จึงได้ส่ง นำยวินิต นำยสิทธิชัย และ นำยทวี เข้ำร่วมเวที ที่วัดบ้ำนโพนค้อ ต่อมำศูนย์อินแปงให้จัดตั้งกลุ่ม จึงได้จัดตั้งกลุ่มขึ้น ชื่อ ว่ำ “กลุ่มเกษตร สำนฝัน” ซึ่งประกอบด้วยสมำชิก จำนวน 33 คน มีนำยวินิต เป็นประธำน และนำยทวี เป็นรองประธำน ได้รับ เงินสมทบงบประมำณจำกกำรจัดเวที จำนวน 1,500 บำท จำกนั้นได้ไปศึกษำดูงำนที่ศูนย์อินแปง จำนวน 3 วัน 2 คืน จำนวน 10 คน และได้รับงบประมำณสมทบกลุ่มจำนวน 3,000 บำท ต่อมำได้เข้ำร่วมประชุมเขียน แผนที่ศูนย์อินแปงว่ำ อยำกจะทำข้ำวฮำง ข้ำวกล้อง (ข้ำวฮำงในสมัยโบรำณคือ ข้ำวที่ยังไม่แก่ ก่อนแก่ ประมำณ 20 วัน เนื่องจำกไม่มีข้ำวกินจึงต้องเกี่ยวข้ำวที่ยังไม่สุกมำสีกิน แต่ในปัจจุบันจะเป็นกำรนึ่งข้ำวเปลือก แล้วนำมำ ตำก แล้วจึงนวดด้วยครก) และต้องกำรกำรสนับสนุนโรงสีข้ำว ในปี 2539 ได้รับงบประมำณจำก พลเอกเชำว ลิต ยงใจยุทธ เป็นหุ้นในศูนย์อินแปงเพื่อเป็นค่ำปุ๋ย 50,000 บำท กำรทำข้ำวกล้อง ข้ำวฮำง จำนวน 50,000 บำทเพื่อทำโรงสีข้ำวด้วยมือจำกไม้ไผ่ ได้โรงสีมำ 1 เครื่อง ในปี 2541 เครือข่ำยอินแปง ได้พำไปศึกษำดูงำน กำรแปรรูปน้ำผลไม้ที่สถำบันเทคโลยีรำชมงคลพังโคน เป็นเวลำ 5 วัน จำกนั้นได้ระดมหุ้นจำกสมำชิก จำนวน 33 คนๆละ 30 บำท เพื่อใช้เป็นทุนในกำรซื้อหมำกเม่ำ และน้ำตำลเพื่อผลิตน้ำผลไม้ ได้ยืมหัวแก๊สของวัดศรีแก้ว ยืมอุปกรณ์หม้อ จำกโรงเรียนเหล่ำโพนค้อ ศูนย์อินแปงให้ถังน้ำ ขวด ฝำจีบและเครื่องอัดฝำจีบ ส่งผลให้ สำมำรถผลิตเป็นน้ำผลไม้ขำยขวดละ 25 บำท ในปี 2542 เครือข่ำยอินแปงได้พำไปศึกษำดูงำนกำรทำไวน์ผลไม้ที่สถำบันเทคโลยีรำชมงคลพังโคน และได้กลับมำทำไวน์จำหน่ ำย ในปี 2544 ได้ไปเรียนรู้กำรทำเหล้ำกลั่นจำกข้ำวและสำโทที่ศูนย์อินแปง จำนวน 3 คน เมื่ อกลั บ มำ ให้ คุณ ตำสิท ธิ รับ ท ำแป้ง เหล้ำ และระดมหุ้ น ๆ ละ 50 บำท ได้เงิ น ประมำณ 120,000 บำท จำกสมำชิกจำนวน 106 คน นำมำซื้อถังกลั่นเหล้ำ 2 ถัง ถังแรก 10,000 บำท ถังที่สอง 5,000 บำท นำมำทำโรงเรือน ซื้อโอ่งหมัก 450บำทx20 ถัง ถังหมักไวน์ 100 ถัง ถังหมักเหล้ำ 20 ถัง ซื้อ ขวด และค่ำแรง ต่อมำในปี 2546 เกิดปัญหำ สรรพสำมิตจะจับ และแนะนำให้ทำให้ถูกต้องตำมกฎหมำย จึง ได้จัดตั้ง “กลุ่มเกษตรกรทำนำเหล่ำโพนค้อ” ขึ้น และจดทะเบียนกับสหกรณ์จังหวัดสกลนคร สมำชิกในขณะนั้น

46


จำนวน 90 คน และได้นำเหล้ำกลั่นและสำโทไปตรวจ และผ่ำนกำรตรวจ ต้องซื้อแสตมป์สรรพสำมิตสำหรับเหล้ำ ขวดละ 17 บำท ไวน์ขวดละ 14 บำท และสำโทคิดตำมดีกรี ต้นทุนข้ำว 1 กก.ผลิตเหล้ำได้ ขวดกว่ำๆ ในปี 2547 ควำมต้องกำรของกลุ่มในกำรขอสนับสนุนอุปกรณ์กำรทำเหล้ำและไวน์จำก กจภ.(กระจำย ควำมเจริญสู่ภูมิภำค) ซึ่งได้รับกำรสนับสนุนอุปกรณ์ในวงเงินไม่เกิน 150,000 บำท ได้นำไปจัดซื้อถังกลั่นด้วย แก๊สขนำด 100 ลิตร เครื่องอัดฝำจุกก๊อก ฝำจีบ เครื่องวัดอุณภูมิ และได้นำไปฝำกขำยตำมร้ำนค้ำ ในปี 2549 กลุ่มเกษตรกรทำนำเหล่ำโพนค้อได้ขอจัดตั้งกลุ่มใหม่เป็น “กลุ่มวิสำหกิจชุมชนข้ำวสำรฝัน” เนื่องจำกในกำรผลิต ข้ำวกล้องและข้ำวฮำง ไม่สำมำรถใช้ชื่อกลุ่มร่วมกับกลุ่มเกษตรกรทำนำเหล้ำโพนค้อได้(ชื่อเดิมใช้ทำเหล้ำและไวน์) และกำรจดวิสำหกิจใหม่สำมำรถยืมเงิน ธกส.ได้ง่ำยเพรำะเป็นหมู่บ้ำนเดียว ต่อมำได้รับกำรสนับสนุนเงินลงทุน กำรผลิตข้ำวปลอดสำรพิษ 65,000 บำทจำกกลุ่มเกษตรกรทำนำเหล่ำโพนค้อ นำมำซื้อโรงสี และได้รับเงินทุน จำกอินแปง 15,000บำท เป็นทุนหมุนเวียน และในปีเดียวกันกลุ่มได้ขอรับกำรสนับสนุนเครื่องคัดแยกกำก (เปลือกข้ำว)จำกพัฒนำชุมชนและได้รับกำรสนับสนุนโดยกำรให้ยืม ไม่ระบุระยะเวลำ ซึ่งสำมำรถลดต้นทุนได้ เมื่อก่อนต้องจ้ำงแรงงำนแยกเปลือกข้ำว(กะไซ้) กิโลละ 1 บำท ในปี 2550 เกิดปัญหำขำดทุนจำกกำรขำย เหล้ำ จำกกำรไม่สำมำรถเก็บเงินจำกร้ำนค้ำที่นำไปฝำกขำยได้ จึงได้เลิกผลิตเหล้ำในเวลำต่อมำ และสรรพสำมิต ได้สั่งยุบเนื่องจำกไม่ได้ผลิตเหล้ำแล้ว และให้ทำลำยอุปกรณ์กำรผลิตด้วย จึงเลิกกำรผลิตเหล้ำนับแต่นั้น แต่ยังคง ผลิตไวน์อยู่ และขณะนั้นยังมีไวน์ในสต็อก กว่ำพันขวด ในปี 2551 ควำมต้องกำรกลุ่มในกำรยืมเงิน ธกส. จึงได้ประชุมกลุ่มร่วมกับ ธกส. ซึ่งได้อนุมัติเงินให้ยืม 500,000 บำท ทำงกลุ่มใช้เพียง 460,000 บำท จึงคืน ธกส.ไป 40,000 บำท ดอกเบี้ยร้อยละ 5 บำท เปลี่ยนไปในแต่ละปีในปี 2552 กลุ่มได้เพิ่มวงเงินกู้กับ ธกส. เป็น 600,000 บำท นำมำปล่อยกู้ดอกเบี้ยร้อยละ 8 ต่อปี เงินเหลือสุทธินำมำปันผลดังนี้ให้กลุ่มร้อยละ 40 ตอบแทนคณะกรรมกำร ร้อยละ 25 ปันผลตำมหุ้น ร้อยละ 5 ค่ำใช้สอย ร้อยละ 5 เฉลี่ยคืนผู้กู้ ร้อยละ 20 ปันผลเงินออม ร้อยละ 5 ในปี 2554กำรดำเนินงำนของ กลุ่มเริ่มหยุดชะงัก เนื่องจำก อ.สิทธิชัย แกนนำกลุ่มได้ได้ป่วย และเสียชีวิตลง ในปี 2555 ในปี 2556 ได้ ดำเนินกำรประชุมกลุ่ม เพื่อเริ่มจัดทำกิจกรรมข้ำวฮำงข้ำวงอกขึ้นใหม่ และได้ขอกู้เงินจำก ธกส. เป็นจำนวนเงิน 1 ล้ำนบำทเพื่อให้สมำชิกเอำไปลงทุนทำนำข้ำวมะลิ 105 ปลอดสำรพิษมำทำข้ำวฮำง มีสมำชิกยืมเงิน 48 รำยๆ ละ 20,000 บำท เป็นเงิน 960,000 บำท และเก็บไว้เป็นทุนหมุนเวียน 40,000 บำท กลุ่มข้าวฮาง ข้ำวงอกจำกกำรริเริ่มของนำย ทวี ทนคำดี เป็นปรำชญ์ชำวบ้ำนในกำรริเริ่มกำร ผลิตข้ำวปลอดสำรพิษได้มีแนวคิดริเริ่มจำก กำรชวนเพื่อนๆที่มำจำก 11 หมู่บ้ำน เพื่อผลิตข้ำวฮำงไว้รับประทำน ในครัวเรือน เพื่อกำรดูแลสุขภำพของครอบครัวจนเอง ผนวกกับกำรส่งเสริมกำรรับประมำนข้ำวกล้อ งในกำรดูแล สุขภำพของคนในชุมชนโดนสถำนีอนำมัยเหล่ำโพนค้อในสมัยนั้น พร้อมทั้งกระแสกำรรณรงค์ของทำงภำครัฐ ใน กำรส่งเสริมกำรดูแลสุขภำพ จึงทำให้เกิดกลุ่ม ข้ำวฮำง ของ ตำบลเหล่ำโพนค้อ ขึ้น และได้รับกำรสนับสนุนจำก หน่วยงำนภำครัฐ เริ่มต้น สมำชิก จำก 11 หมู่บ้ำน 11 คน รวมประธำนกลุ่ม 1 คน รวมมีสมำชิก 12 คน นำ ข้ำวเปลือกมำรวมหุ้นกันคนละ 12 ก.ก. สีเพื่อรับประทำนแบ่งกันในกลุ่ม โดยวิธีกำรสีข้ำวซ้อมมือ ยังไม่มีกำร จำหน่ำยในครั้งแรกที่รวมกลุ่มในปี 2542 ทำงกลุ่มได้รู้จักกับเครือข่ำยอินแปลงโดยกำรแนะนำของ รศ.ดร.สุพัต ไพลไหล ผู้สมัคร ส.ว. ในสมัยนั้น และ อ.เสรี พรมพิษ ได้แนะนำให้เข้ำร่วมโครงกำร เครือข่ำยอินแปลง อ.กุดบำก และ สมำชิกได้เข้ำร่วมกิจกรรมกับโครงกำรอินแปลงโดยไปพักอำศัย เรียนรู้วิถีชีวิต ประจำวันกับทำงศูนย์อิน แปลง ตำมหลักสูตร 3 คืน 4 วัน เมื่อได้เป็นสมำชิกแล้ว ทำงเครือข่ำยอินแปลงได้ให้กำรสนับสนุนงบประมำณ ในกำรพัฒนำกลุ่ม เพื่อส่งเสริมกำรผลิตกลุ่มข้ำวฮำง เพื่อให้มีคุณภำพ และจำหน่ำยข้ำวฮำง ของกลุ่ม และทำง กลุ่มได้ขำยข้ำวฮำงให้กับเครือข่ำยอินแปลง เพื่อเตรือข่ำยอินแปลงเป็นกลุ่มที่ทำหน้ำที่ ช่วยขำยข้ำวฮำงให้ เป็นที่ ยอมรับและต้องกำรของตลำดเพิ่มมำกขึ้น เครือข่ำยอินแปลงสนับสนุนงบประมำณครั้งแรกให้กลุ่มข้ำวฮำง เป็น เงิน 80,000 บำททำงกลุ่มได้นำเงินไปซื้อโรงสีข้ำว เพื่อเป็นกำรขยำยและเพิ่มปริมำณข้ำวฮำงให้เพียงพอต่อ กำรผลิต เป็นจำนวน 65,000 บำท เหลืองบประมำณ 15,000 บำท เพื่อใช้เป็นงบประมำณในกำรสนับสนุน

47


ดำเนินงำนต่อไปปี 2547 ได้รับโครงกำรภูพำนเขียวขจีร่วมกับ มหำวิทยำลัยรำชมงคล อำเภอพังโคน จังหวัด สกลนคร ได้รับงบประมำณ 29 ล้ำนบำท เครือข่ำยอินแปลงให้กำรสนับสนุนงบประมำณ 80,000 บำท ทำงกลุ่มได้จัดซื้อโรงสีข้ำวฮำงจำนวน 65,000 บำท เพื่อเพิ่มปริมำณในกำรผลิตมำกขึ้น ปี 2548-2549 ธกส. เข้ำมำสนับสนุนในกำรยริหำรจัดกำรกองทุนให้กับกลุ่มจำนวน 1,000,000 บำท คิดอัตรำดอกเบี้ย 5.5 ต่อปี กลุ่มข้ำวฮำงได้ปล่อยให้สมำชิกกู้ ในกำรลงทุนทำนำข้ำวอินทรีย์ ปลอดสำร โดยคิดดอกเบี้ยกับสมำชิก ร้อยละ 7 บำทต่อปี ในปี 2556 ได้รับกำรฝึกอบรมจำกทำงมหำวิทยำเกษตรศำสตร์วิทยำเขตสกลนคร วิธิกำร ผลิตข้ำวอินทรีย์อย่ำงถูกต้องจำกทำงสำนักงำนเกษตรจังหวัดสกลนคร ร่วมถึงกำรปรับปรุงหน้ำดินโดยไม่ใช้ สำรเคมี และกำรส่งเสริมกำรตลำดจำกสำนักงำนพัฒนำชุมชนจังหวัดสกลนคร ปันจุบันมีคณะทำงำนดังนี้ กลุ่ มผู้ใ ช้ น้าโพนไฮ – สามัคคี จดทะเบีย นก่อตั้ ง กลุ่ ม เมื่ อ ๒ เมษำยน ๒๕๕๒ โดย นำย ประสิทธิ์ คำเพชรดี เป็นประธำนกลุ่ม กำรรวมกลุ่มนั้นเกิดจำกหลำยสำเหตุ เช่น เกิดจำกปัญหำ ควำมไม่ สะดวกสบำยในกำรใช้น้ำ ควำมเห็นแก่ตัวของชำวบ้ำนที่อยู่ในพื้นที่ใช้น้ำ มีกำรจั ดตั้งกลุ่มกับกรมชลประทำน เมื่อ วันที่ ๒ เมษำยน ๒๕๕๒ มีคณะกรรมกำรกลุ่ม ๑๗ คน สมำชิกกลุ่ม ๑๖๘ คน มีกฎ กติกำ ข้อตกลงร่วมกัน ในกำรบริหำรจัดกำรน้ำ ได้รับกำรสนับสนุนด้ำนกำรให้คำปรึกษำ งบประมำณจำกกรมชลประทำน จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บำท ชำวบ้ำนมีน้ำในกำรทำเกษตรกรรมทั้งปี วัดศรีแก้ว ตั้งอยู่เลขที่ 132 บ้ำนเหล่ำ หมู่ที่ 5 ตำบลเหล่ำโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร สังกัดคณะสงฆ์มหำนิกำย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 4 ไร่ 10 ตำรำงวำ อำณำเขต ทิศเหนือประมำณ 2 เส้น 2 วำ จด ที่ดินธรณีสงฆ์ ทิศใต้ประมำณ 2 เส้น 3 วำ จดที่ดินสำธำรณะ ทิศตะวันออกประมำณ 2 เส้น จด ทำงซึ่งติดกับทุ่งนำ ทิศตะวันตกประมำณ 2 เส้น 2 วำ จดที่ดินนำงบุ้น มีที่ธรณีสงฆ์จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 7 ไร่ 10 ตำรำงวำ อำคำรเอนกเสนำสนะประกอบด้วย ศำลำกำรเปรียญ อำคำรทรงไทย สร้ำงเมื่อ พ.ศ.2498 กุฏิ สงฆ์ 2 หลัง ปูชนียวัถุมีพระประมำณ 2 องค์ พระพุทธรูปปำงสมำธิ 8 องค์ ชำวบ้ำนเรียกว่ำ วัดบ้ำนเหล่ำ ตั้งเมื่อ พ.ศ.2345 โดยชำวบ้ำนเหล่ำร่วมกันสร้ำงวัดขึ้น ได้รับพระรำชทำนวิสุงคำมสีมำเมื่อ พ.ศ.2409 ทำงวัดแจ้งใน แบบกรอกประวัติวัดว่ำได้รับพระรำชทำนวิสุงสีมำเมื่อวันที่ 1 มีนำคม พ.ศ.2490 เขตวิสุงคำมสี มำ กว้ำง 14 เมตร ยำว 30 เมตร กำรบริหำรและกำรปกครอง มีเจ้ำอำวำสเท่ำที่ทรำบนำม คือ รูปที่ 1 พระครูสถิตปัญญำคุณ รูปที่ 2 พระเมือง จนฺโสภโสภโณ รูปที่ 3 พระหนูพันธ์ สมฺปนฺโน รูปที่ 4 พระสวรรค์ ธมฺมรโต รูปที่ 5 พระคล้ำย สนฺตจิตโต รูปที่ 6 พระมหำรำชม สุวโจ รูปที่ 7 พระอธิกำรอินเขียน กตกุสโล รูปที่ 8 พระอธิกำรชัยศรี รตนวณฺ โณ ตั้งแต่ พ.ศ.2527 เป็นต้นมำ ศูนย์เรียนรู้บ้านเหล่า หมู่ 5 เป็นสถำนที่ที่ใช้ในกิจกรรมกำรประชุมประชำคม กำรต้อนรับ คณะศึกษำดูงำน และกิจกรรมอื่นๆของหมู่บ้ำน ปัจจุบันตั้งอยู่ในที่ดิน วัดศรีแก้วเหล่ำอุดมบ้ำนเหล่ำ หมู่ 5 แหล่งเรียนรู้โรงเรียนบ้านเหล่าโพนค้อเหล่าราษฎร์วิทยา เดิมชื่อโรงเรียนประชำบำลตำบล เหล่ำโพนค้อ ๓ (วัดศรีแก้วเหล่ำอุดม) ซึ่งแยกออกจำกโรงเรียนประชำบำลตำบลเหล่ำโพนค้อ ๑ (รำษฎร์เหล่ำ บำรุง) ตั้งแต่วันที่ ๘ มกรำคม ๒๔๘๐ ที่อยู่ หมู่ที่ ๕ บ้ำนบ้ำนเหล่ำ ตำบลเหล่ำโพนค้อ อำเภอ โคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร เปิดสอนระดับ อนุบำล-มัธยมศึกษำตอนต้น วิสัยทัศน์ ปรัชญำโรงเรียนบ้ำนเหล่ำโพนค้อเหล่ำ รำษฎร์วิทยำ สถำนศึกษำสำมำรถจัดกำรศึกษำให้มีคุณภำพตำมเกณฑ์มำตรฐำน ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ดำรงชีวิตตำมหลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง ทุกคนเป็นคนดี คนเก่งอยู่ในสังคม อย่ำงมีควำมสุข พันธกิจ เป้ำหมำยโรงเรียนบ้ำนเหล่ำโพนค้อเหล่ำรำษฎร์วิทยำ ๑. จัดกำรเรียนรู้โดยให้ชุมชนมี ส่วนร่วมและได้รับกำรพัฒนำเต็มตำมศักยภำพตำมเกณฑ์มำตรฐำนอย่ำงทั่วถึง แหล่งเรียนรู้พิพิธภัณฑ์พระครู สถิตย์ปัญญำคุณ (ด้วง ฐิตปญฺญมหำเถระ) พิพิธภัณฑ์พระครูสถิตย์ปัญญำคุณ (ด้วง ฐิตปญฺญมหำเถระ) จัดตั้ง ขึ้นเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกำยน ๒๕๔๗ หมู่ ๕ บ้ำนเหล่ำ ตำบลเหล่ำโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัด สกลนคร สำเหตุที่สร้ำงรูปเหมือนและอำคำรอนุสรณ์ ท่ำนพระครูสถิตย์ปัญญำคุณ เนื่องจำกประชำชนในพื้นที่

48


เห็นว่ำท่ำนเป็นพระมหำเถระองค์ที่มีควำมสำคัญในกำรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตำมพระธรรมวินัยอย่ำงเคร่งครัด เป็นอันดับหนึ่งของจังหวัดสกลนคร ในด้ำนกำรศึกษำพระปริยัติธรรมของพระภิกษุสำมเณรตำบลเหล่ำโพนค้อ ท่ำนให้ควำมสำคัญมำกและเป็นเจ้ำสำนักเรียนวัดโพนค้อ ท่ำนเป็นเจ้ำอำวำสวัดศรีแก้วบ้ำนเหล่ำ และเจ้ำคณะ ตำบลเหล่ำโพนค้อ สมัยนั้นรวมทั้งตำบลแมดนำท่มในปัจจุบันด้วย ท่ำนได้รับพระรำชทำนสมณศักดิ์เป็ นพระครูองค์แรกของตำบลเหล่ำ โพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพ รรณ จัง หวั ด สกลนครด้ำนวรรณกรรมกำรจำนหนังสือใบลำน นิทำนต่ำงๆหลำยเรื่อง เป็นอักษรธรรม (ลำว) ขอม ฯลฯด้ำน สถำปนิก ท่ำนเป็นผู้ชำนำญกำรมำกเช่นกำรก่อกฏิ – โบสถ์ ด้วยอิฐ ถือปูนที่เผำเอง ด้ำนพุทธปฏิมำ คือกำรหล่อ พระพุทธศำสนิกชนทั่วไป ด้วยเหตุดังกล่ำวท่ำนยังมีอีกมำกมำย เช่น สอนทำยกทำยิ กำ สำธุชนให้เป็นคนดีของ สังคมประเทศชำติจนตรำบเท่ำทุกวันนี้ ดังนั้น ศิษยำนุศิษย์พร้อมผู้นำหมู่บ้ำนและประชำชนทั่วไปทุกสำรทิศ จึง พร้อมใจกันสร้ำงรูปเหมือนของท่ำนเพื่อเป็นกำรตอบแทนพระคุณของท่ำนให้เป็นกำรสืบต่อคุณูปกำรของท่ำนให้ ยำวนำนชั่วอนุชนรุ่นหลังสืบไป กลุ่มโฮมสเตย์บ้านห้วยยาง เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2556 มีบ้ำนที่เข้ำร่วมกลุ่มทั้งหมด 15 หลัง สำเหตุที่ตั้งกลุ่มขึ้นมำเมื่อปี 2554 ทำงวัดได้รับกำรสนับสนุนงบประมำณจำกกรมกำรศำสนำ โดยพระรำชรั ต นมงคล เลขำพระสังฆรำชได้มำสร้ำงโบสถ์ดิน ณ วัด ป่ำพุทธนิมิตสถิตสีมำรำม และเมื่อมีแหล่งท่องเที่ยวหรือ แหล่งศึกษำทำงพุทธศำสนำจึงได้บูรณำกำรทำบ้ำนพักโฮมสเตย์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทำงเข้ำมำเป็น จำนวนมำก โดยเริ่มจำก อ.สำยไหม จำก มหำวิทยำลัยมหำสำรคำม ได้พำนักท่องเที่ยวและนักศึกษำเข้ำมำ ท่องเที่ยวและศึกษำในหมู่บ้ำน โดยมีประธำนกลุ่มโฮมสเตย์ คือ นำงอรุณรัตน์ ยำงธิสำร และมีสมำชิกกลุ่ม ทั้งหมด 15 หลัง กลุ่มทอผ้าพื้นเมือง ในปี พ.ศ. 2531 พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัวพระรำชดำเนินมำเปิด อ่ำงเก็บน้ำห้วยโท-ห้วยยำงด้วยพระองค์เอง และพบว่ำประชำชนบ้ำนห้วยยำงประสบปัญหำกับภัยธรรมชำติ คือ น้ำท่วมมำกถึง 31 ครอบครัว จึงมีพระรำชดำริให้อำชีพแก่ชำวบ้ำนที่ประสบภัย โดยส่งเสริมให้มีกำรทอผ้ำไหม เป็นอำชีพเสริมเพื่อทำให้ประชำชนมีอำชีพติดตัว กลุ่มทอผ้ำไหมบ้ำนห้วยยำง หมู่ที่ 6 เดิมรวมทั้ง 2 หมู่เข้ำ ด้วยกัน เริ่มก่อตั้งปี พ.ศ. 2531 มีสมำชิก 31 ครอบครัว ปี พ.ศ. 2553 ได้แบ่งกลุ่มออกจำกกันอย่ำง ชัดเจน ชึง่ กลุ่มทอผ้ำไหมบ้ำนห้วยยำงหมู่ที่ 6 มีนำงเรณู ยำงธิสำร เป็นประธำนกลุ่ม และนำงธิรัก ยำงธิสำร เป็นรองประธำนได้รับกำรสนับสนุนไหมหลวง มีสบิ เอกนำวี หันโยธำ เป็นผูป้ ระสำรงำน เพื่อนำไปขำยยังสวน จิตรลดำ เมื่อเริ่มก่อตั้งในตอนแรกได้มีครู 2 คน จำกศูน์ศิลปำชีพกุดนำขำมมำสอน 15 วัน พร้อมทั้งมอบ อุปกรณ์ทุกอย่ำงให้แก่สมำชิก 31 ครอบครัว ในตอน 3 ปีแรกที่เริ่มทอผ้ำไหมนั้น มีกำรสนับสนุนให้ทำง กลุ่มมีกำรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเอง แต่เมื่อเขำไปส่งผ้ำไหมที่พระตำหนักภูพำน ก็ได้มีกำรสะท้อนปัญหำว่ำไม่มี พื้นที่ในกำรปลูกต้นหม่อน ทำให้ปรับเปลี่ยนโดยมอบไหมหลวงให้แทน ในตอนแรกให้ไหมหลวงสมำชิกคนละ 1 กิโลกรัมปีละ 3 ครั้ง และเพิ่มจำนวนขึ้นมำเรื่อย ปี พ.ศ. 2551 ได้มีกำรให้สมำชิกลุ่มทอผ้ำไหมในบ้ำนห้วยยำงหมู่ที่ 6 สมัคเป็นสมำชิกใน โครงกำรส่งเสริมศิลปำชีพในสมเด็จพระนำงเจ้ำสิริกิติ์พระบรมรำชินนี ำถ ปัจจุบนั สมำชิกที่ขนึ้ ทะเบียนมี 24 คน ซึ่งเมื่อเสียชีวิต จะได้รบั ค่ำฌำปนกิจศพ ๆ ละ 5,000 บำท และกำลังจะมีกำรออกทรัพย์เกินขึ้นในโครงกำร ส่งเสริมศิลปำชีพในสมเด็จพระนำงเจ้ำสิริกิติ์พระบรมรำชินนี ำถ กลุ่มผู้ใช้ น้าห้วยโท-ห้วยยาง เนื่องจำกในอดีต หมู่บ้ำนห้วยยำง เป็นหมู่ บ้ำนที่แห้ งแล้งไม่ สำมำรถทำกำรเกษตร จึงทำให้ประชำชนในหมู่บ้ำนมีควำมยำกจน ต้องทำให้ประชำชนภำยในหมู่บ้ำนต้องไป

49


ขอทำนตำมหมู่บ้ำนอื่นๆ จึงได้เรียกขำนหมู่บ้ำนนี้ว่ำหมู่บ้ ำนขอทำน และได้ลงหนังสือพิมพ์เดลนิลหน้ำหนึ่ง และได้ทรำบถึงในหลวง ทรงได้เสด็จ ณ บ้ำนห้วยยำงโดยมีผู้นำ นำยบำ และนำยเค้ำ ได้ต้อนรับเสร็จ ทรงหำทำง แก้ปัญหำโดยกำรสร้ำงเขื่อนขนำด ณ ห้วยโท และห้วยยำง ในปี พ.ศ. 2528 ต่อมำมีปัญหำกำรแย่งกำรใช้น้ำที่ ไม่เป็นระเบียบ เกิดกำรทะเลำะวิวำด ในกำรแย่งน้ำของประชำชนในชุมชนทำให้ชลประทำนต้องเข้ำมำแก้ไข ปัญหำโดยกำรประชำคมจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำเพื่อทำให้กำรใช้น้ำอย่ำงเป็นระบบและเป็นธรรม ในวันที่ ๒ กันยำยน ๒๕๕๖ มีจำนวนสมำชิก ๓๓๘ คน ครอบคลุมพื้นที่ ๖,๐๒๖ ไร่ ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ของ อบต.เหล่ำโพนค้อ กลุ่ม ชรบ.เนื่องจำกบ้ำนห้วยยำงเป็นหมู่บ้ำนอำสำพัฒนำและป้องกันตนเอง (อพป.) จัดตั้งขึ้น ในปี พ.ศ.๒๕๒๒ เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้เข้ำร่วมกลุ่มผู้ก่อกำรร้ำยคอมมิวนิส โดยได้รับเงินสนับสนุนจำรรัฐบำล ๘๐,๐๐๐ บำท เพื่อให้ชุมชนบริหำรจัดกำร ต่อมมำได้มีกำรยกเลิกกฎหมำยว่ำด้วยกำรกระทำอันเป็นคอมมิวนิส โดย ฯพณฯ ท่ำนพลเอกเชำวลิต ยงใจยุทธ และได้ทำกำรปรับเปลี่ยนหมู่บ้ำน อพป. มำเป็น ชุดรักษำควำม ปลอดภัยภำยในหมู่บ้ำน (ชรบ.) เพื่อปฏิบัติงำนดูแลรักษำควำมปลอดภัยภำยในหมู่บ้ำนจำกภัยยำเสพติด และ โจรผู้ร้ำย โดยมีกำรจัดตั้งตำมนโยบำยของรัฐ ปี พ.ศ.๒๕๕๘ ได้ทำกำรฝึกอบรมเจ้ำหน้ำที่ ชรบ.จำนวน ๓๐ นำย เป็น ชำย ๒๗ คน หญิง ๓ คน อำนำจหน้ำที่โดยตรง เป็นผู้ช่วยเจ้ำหน้ำที่พนักงำนของรัฐ ดูแลรักษำควำม ปลอดภัยภำยในหมู่บ้ำนประกอบด้วยคณะกรรมกำร ๗ ฝ่ำย ๆ ละ ๗ คน ประกอบด้วย ๑.ฝ่ำยปกครอง ๒.ฝ่ำย ป้องกัน ๓.ฝ่ำยกำรคลัง ๔.ฝ่ำยศึกษำวัฒนธรรม ๕.ฝ่ำยสำธำรณสุข ๖.ฝ่ำยสวัสดิกำรสังคม ๗.ฝ่ำยพัฒนำ กลุ่มธนาคารขยะรีไซเคิล มีแนวคิดริเริ่มจำกนักศึกษำมหำวิทยำลัยมหำสำรคำม ได้ลงศึกษำดู งำนลงพื้นที่ในกำรทำวิจัยกำรจัดกำรหมู่บ้ำนและสำรวจพบปัญหำกำรทิ้งขยะในหมู่บ้ำนตำมป่ำสำธำรณะ จึงได้นำ ปัญหำเสนอต่อ อบต.เพื่อจัดทำโครงกำรแก้ไขปัญหำดังกล่ำว โดยขอรับงบประมำณจำกกองทุนหลักประกัน สุขภำพจำนวน 8,๐๐๐ บำท ในปี 2556 ในกำรดำเนินโครงกำรธนำคำรขยะลดปัญหำสิ่งแวดล้อมในชุมชน โดย มีกำรเริ่มก่อตั้งกลุ่มธนำคำรขยะขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหำคม 2556 โดยมีกำรฝึกอบรมผู้ให้ควำมรู้ในเรื่องกำรคัด แยกขยะและกำรจัดกำรขยะจำกต้นทำงและรับซื้อขยะจำกสมำชิกบ้ำนห้วยยำงทั้งสองหมู่ คือ บ้ำนห้วยยำง หมู่ 6 และบ้ำนห้วยยำงเหนือ หมู่ 9 โดยกำรดำเนินกำรของคณะกรรมกำรซึ่งส่วนใหญ่ เป็นอสม.ร่วมกับเจ้ำหน้ำที่ จำก อบต.เหล่ำโพนค้อ ซึ่งกำรดำเนินกำรจะมีกำรซื้อและขำยขยะพร้อมกับบันทึกข้อมูลจำนวนเงินที่ขำยได้ใน คอมพิวเตอร์ซึ่งดำเนินกำรโดย มีกำรประชุมคณะดำเนินกำร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพาะพันธ์กล้าไม้บ้านห้วยยางหมู่ที่ 6 ,9 เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2528 และเริ่มก่อตั้ง กลุ่มเมื่อปี 2542 และเมื่อปี 2553 ได้จดทะเบียนกับสำงำนเกษตรอำเภอโคกศรีสุพรรณเมื่อวันที่ 14 ตุลำคม 2553 เป็นวิสำหกิจชุมชนกล่มส่งเสริมอำชีพเพำะพันธ์กล้ำไม้ เหตุผลควำมจำเป็นในกำรก่อตั้งเริ่มจำก กำรที่ ชำวบ้ำนไม่มีอำชีพเนื่องจำกภัยแล้ง ไม่มีแหล่งน้ำ กำรปลูกข้ำวไม่ได้ผลทำให้ชำวบ้ำนต้องออกไปขอข้ำวจำก หมู่บ้ำนอื่น และรับจ้ำงเพำะชำกล้ำไม้จำกตำบลด่ำน อำเภอโคกศรีสุพรรณ ทำให้ได้เรียนรู้และประสบกำรณ์มำ จึงเริ่มรวมกลุ่ม โดยรับกำรสนับสนุนจำก องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ จำนวน 13,000 บำท และ สังคมสงเครำะห์จังหวัดสกลนคร 128,000 บำท โดยในระยะเริ่มแรกได้นำเงินจำกแหล่งทุนทั้ง 2 แหล่ง แบ่งกับสมำชิกก่อตั้งจำนวน 28 รำย รำยละ 4,000 บำท เพื่อเป็นทุนในกำรเพำะชำกล้ำไม้ มีกำรเพำะชำกล้ำ ไม้หลำกหลำยสำยพันธุ์ประมำณ 40 ชนิด ส่วนใหญ่เน้นที่ตลำดต้องกำรเช่น ผักหวำน มะนำว มะกรูด อื่น ๆ ปัญหำเริ่มจำกกำรดำเนินกำร คือ ปัญหำเรื่องตลำด ปัญหำเรื่องกำรเงิน ศัตรูพืช ในปัจจุบันกำรดำเนินกำรของ กลุ่มมีสมำชิก จำนวน 75 คน มีกำรออกกกระเบียบของกลุ่มประมำณ 10 ข้อ มีกำรระดมทุนจำกสมำชิกรำย ปี คนละ 100 บำท/คน/ปี จนในปัจจุบันมีเงินทุนของกลุ่มประมำณ 40,000 บำท โดยมีกำรจัดสวัสดิกำร ให้กับสมำชิกในด้ำนกำรพัฒนำควำมรู้โดยมีกำรออกไปศึกษำดูงำนนอกสถำนที่ เช่น โครงกำรหลวงต่ำงๆ เป็นค่ำ พำหนะและค่ำอำหำร ในปัจจุบันสมำชิกมีควำมพึงพอใจในกำรดำเนินกำร ทุกๆ ปีจะมียอดจำหน่ำยและกำร สั่งซื้อจำกทั่วประเทศ เช่น จังหวัดร้อยเอ็ด มหำสำรคำม ขอนแก่น ภำคกลำง ก็เช่นจังหวัดปทุมธำนี รวมทั้ง ภำคใต้ ซึ่งพันธ์พืชที่สร้ำงชื่อมำกที่สุด คือ ผักหวำนป่ำ ซึ่งทั่วทั้งหมู่บ้ำนมีกำรปลูกเกือบทุกครัวเรือน

50


กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน บ้ำนห้วยยำงหมู่ที่ 6 เริ่มจัดตั้ง 1 กุมภำพันธ์ 2558 โดยกำรนำของ นำยสุรัน โต๊ะชำลี วัตถุประสงค์ เพื่อแก้ไขปัญหำด้ำนกำรเงินคนในชุมชน เพื่อให้คนในชุมชนมีเงินหมุนเวียนใช้ ในชุมชน มีสมำชิกจำนวน 52 คน มีกำรระดมทุนจำกสมำชิกในกลุ่ม รำยละ 1,000 บำท ไม่เกิน 50,000 บำท ต่อคน ปัจจุบันมีเงินดำเนินกำรภำยในกลุ่ม 100,000 บำท และตั้ งเป้ำหมำยอีก 3 ปี จะมีเงินทุนหมุนเวียน 500,000 บำท สมำชิกภำยในกลุ่มที่กู้ยืมทำงกลุ่มจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 บำท ซึ่งดอกเบี้ยทำงกลุ่มที่ได้รับ จำกสมำชิก ทำงกลุ่มก็จะได้นำดอกเบี้ยเป็นเงินออมภำยในกลุ่ม เพื่อนำมำใช้บริหำรกลุ่มต่อไป ปัจจุบันกลุ่ม เพื่อนช่วยเพื่อนได้ดำเนินกำรเป็นไปด้วยควำมเรียบร้อยไม่เกิดปัญหำใดๆ ภำยในกลุ่ม สมำชิกภำยในกลุ่มทำตำม ระเบียบ กติกำ และข้อบังคับของกลุ่มเป็น อย่ำงดี ซึ่งแนวคิดนี้นำยสุรัน โต๊ะชำลี เล็งเห็นควำมเดือดร้อนคนใน ชุมชนที่ประสบปัญหำทำงด้ำนกำรเงิน ซึ่งไปกู้เงินนอกระบบซึ่งมีดอกเบี้ยที่ แพง จนทำให้คนในชุมชนมีหนี้สิ้นลน พ้นตัวเป็นจำนวนมำก จึงได้จัดตั้งกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนเพื่อบรรเทำช่วยเหลือควำมเดือดร้อนคนในชุมชนบ้ำนห้วย ยำง หมู่ที่ 6 กลุ่ ม ออมทรัพ ย์เพื่ อกำรผลิ ต กำรตั้ ง กลุ่ ม -ตั้ งกลุ่ ม ขึ้นเมื่ อเดือนพฤศจิ กำยน 2555 ควำม เป็นมำของกำรตั้งกลุ่ม –เนื่องจำกประชำชนขำดสภำพคล่องทำงกำรเงิน เช่น เป็นหนี้นอกระบบ เป็นหนี้ ธกส. แต่ไม่มีเงินส่งตำมระยะเวลำ ธกส.กำหนดวัตถุประสงค์กำรตั้งกลุ่ม – เพื่อให้สมำชิกกลุ่มร่วมทุนในกำรประกอบ อำชีพ และหลีกเลี่ยงกำรเป็นหนี้นอกระบบ กำรดำเนินกำร – ประชำชนที่เป็นสมำชิกร่วมกันระดมทุนในครั้งแรก รำยละ 500-1,000 บำท และต้องออมเงินกับกลุ่มเดือนละ 50 ต่อคนกิจกรรมของกลุ่ม 1.ให้สมำชิกที่ต้องกำร ทุน กู้ยืมในอัตรำดอกเบี้ยต่ำ คือ ร้อยละ 1 ต่อกำรยืม 1 ครั้ง 2.ระยะเวลำในกำรกู้ยืม 7 วัน ต่อครั้ง 3.ปันผล กำไรจำกดอกเบี้ยที่สมำชิกกู้ยืม ทุก 2 ปี มีสัดส่วนกำรปันผล 40-40-20 (ปันผลคณะกรรมกำร ร้อยละ 40 สมำชิก ร้อยละ 40 และสมทบเข้ำกลุ่ม ร้อยละ 20) กำรบริหำรกลุ่ม 1. มีคณะกรรมกำรบริหำรภำยในกลุ่ม โดยสมำชิกเป็นผู้คัดเลือก ปัจจุบันมีคณะกรรกำร จำนวน 9 มีวำระกำรดำเนินกำร 2 ปี 2. มีระเบียบข้อบังคับ ในกำรปฏิบัติของกลุ่ม 3. มีเงินทุนในกำรบริหำรจัดกำรในกลุ่ม ปัจจุบันมีเงินทุนทั้งสิ้น 220,000 บำท และมีหนี้ ที่สมำชิกยังไม่ชำระ จำนวน 130,000 บำท กลุ่ มออมเมล็ ด พันธุ์ พืช เพื่อสื บพันธุ ก รรม ควำมเป็ น มำ บ้ ำนห้ ว ยยำงได้ ชื่ อว่ ำ เป็ น แหล่ ง เพำะพันธุ์กล้ำไม้ ที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของประเทศ ดังนั้นกำรที่จะหำเมล็ดพันธุ์เพื่อมำเพำะจำหน่ำยนั้นมักมีไม่ เพียงพอ ทำให้ชำวบ้ำนโดนเอำเปรียบจำกพ่อค้ำคนกลำง ดังนั้นจึงได้มีแนวควำมคิดในกำรจัดตั้งกลุ่มขึ้นในปี 2557 เพื่ออนุรักษ์เมล็ดพันธุ์พืชที่หำยำกใกล้สูญพันธุ์ โดยส่งเสริมกำรปลูกขำยพันธุ์ในกลุ่มสมำชิกและประชำชน ทั่วไป หลังจำกนั้นจะรับซื้อเมล็ดพันธุ์คืน เพื่อให้กำรเพำะกล้ำไม้มีวงจรกำรผลิตได้ตลอดปี และเพียงพอสำหรับ ขำยให้ลูกค้ำ วัตถุประสงค์ในกำรจัดตั้งกลุ่ม อนุรักษ์พันธุ์พืชไม่ให้สูญพันธุ์ อนุรักษ์พันธุ์พืชหำยำก เรียนรู้ ศึกษำวิจัยเมล็ดพันธุ์พืชทุกๆชนิด เพิ่มอำนำจต่อรองรำคำเมล็ดพันธุ์พืช เป็นศูนย์รวมเมล็ดพันธุ์พืชทุกชนิด กลุ่มปลูกพืชฤดูแล้ง เริ่มก่อตั้งในปี 2556 โดยเป็นกำรรวมกันของสมำชิกที่ปลูกพืชฤดูแล้งทั้ง กำรปลูกมันฝรั่งและยำสูบ กิจกรรม 1. ระดมทุนครั้งแรก 500 - 1,000 บำท และเดือนละ 50 บำท ต่อรำยทุก เดื อน 2. ให้ กู้ยื ม ในดอกเบี้ย ต่ำ ผู้ ได้ รับ ผลประโยชน์ 1. สมำชิ ก 2. คณะกรรมกำรบริหำรกลุ่ม ปัจ จัย ที่ มี ผลกระทบ 1.สุขภำพของสมำชิก 2. รำยได้ของสมำชิก 3. ปัญหำหนี้สินของสมำชิก 4. ธนำคำรเพื่อกำรเกษตร และสหกรณ์กำรเกษตร (ธกส.) กิจกรรม 1. ปลูกพืชเสริมรำยได้นอกฤดูกำลผลิต ได้แก่ ยำสูบ และมันฝรั่ง 2. ทำสัญญำเพื่อรับกำรสนับสนุนอุปกรณ์และวัตถุดิบจำกบริษัทใบยำนำทำม บริษัทอำดัม และ บริษัทมันฝรั่งเลย์ 3. มีกำรประกันรำคำผลผลิตผู้ได้รับผลประโยชน์ 1. สมำชิก 2. บริษัทยำสูบและบริษัทมันฝรั่ง ปัจจัยที่มี ผลกระทบ 1. ด้ำนสุขภำพ 2. รำยได้และผลผลิต 3. บริษัทใบยำนำทำม บริษัทอำดัม และ บริษัทมันฝรั่งเลย์ 4. ด้ำนสิ่งแวดล้อม และธรรมชำติ โรงเรียนบ้านห้วยยาง ข้อมูลทั่วไป ชื่อโรงเรียนบ้ำนห้วยยำง ที่ตั้ง 256 หมู่ 6 ตำบลเหล่ำ โพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร สังกัดสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสกลนคร เขต 1

51


ส ำนั ก งำนคณะกรรมกำรกำรศึ ก ษำขั้ น พื้ น ฐำน โทร 042-720-072 โทรสำร…-….E – mail;nanbass ๒๕๐๗@hotmail.com Website http://www.thaischool.in.th/huayyang/main/ เปิดสอนระดับชั้น ก่อน ประถมศึกษำ ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 3 เนื้อที่มี 33 ไร่ 2 งำน 54 ตำรำงวำตำรำงวำ เขตพื้นที่ บริกำรมี 2 หมู่บ้ำนได้แก่ บ้ำนห้วยยำง หมู่ที่ 6 และบ้ำนห้วยยำงเหนือ หมู่ที่ 9 ตำบลเหล่ำโพนค้อ อำเภอ โคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร จัดตั้งและเปิดทำกำรสอนเมื่อวันที่ 15 สิงหำคม พ.ศ. 2475 นับรวมถึงปี กำรศึกษำ 2557 เป็นเวลำ 62 ปี ประวัติ โรงเรียนโดยย่อ โรงเรียนบ้ำนห้ วยยำง เดิม ชื่อว่ำ โรงเรียนวัดบ้ ำนห้ว ยยำง “วัดโพธิ์ ชัย ” เดิ ม นักเรียนไปเรียนอยู่ที่โรงเรียนประชำบำลตำบลเหล่ำโพนค้อรำษฎร์เหล่ำบำรุง (บ้ำนหนองเหียน) แยกมำเรียนที่ วัด เรียกชื่อโรงเรียนว่ำ โรงเรียนประชำบำลตำบลเหล่ำโพนค้อ 2 “วัดโพธิ์ชัยบ้ำนห้วยยำง” เป็นโรงเรียนลำดับ ที่ 2 ในตำบลนี้ ต่อมำนำยเห็บ ยำงธิสำร ผู้เป็นโยมปู่ของพระรำชรัตนมงคล (มนตรี อภิมนติโก ยำงธิสำร) เป็น บริจำคที่ดิน จำนวน 30 ไร่ จึงย้ำยมำตั้งโรงเรียน ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงเรียนบ้ำนห้วยยำงในปัจจุบัน ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหำคม 2475 รองอำมำตย์เอกขุนศรีนครำนุรักษ์ นำยอำเภอธำตุเชิงชุมเป็นผู้จัดตั้ง และดำรงอยู่ด้วยเงิน กำรศึกษำ (เงินช่วยกำรประถมศึกษำ) จัดกำรสอนตำมหลักสูตรกำรประถมศึกษำของกระทรวง ศึกษำธิกำร เครื่องใช้และสิ่งของต่ำง ๆ ได้มำจำกโรงเรียนเดิมบ้ำง ทำงนำยอำเภอส่งมำให้บ้ำง เมื่อเริ่มแรกทำงรำชกำรได้ส่ง ครูมำทำกำรสอน 1 คน คือ นำยศรีลำน วงศ์กำฬสินธุ์ ต่อจำกนั้นได้ส่งครูมำทำกำรสอน 2 คน คือ นำย แดง กิ่งโก้ เป็นครูใหญ่ นำยวงศ์ รำชกรม เป็นครูประจำชั้น มีกำรจัดกำรเรียนกำรสอนต่อเนื่องมำมิได้ขำด ครั้นถึง ปี พ.ศ. 2532 นำงสำววำรุณี งอยผำลำ มำดำรงตำแหน่งอำจำรย์ใหญ่โรงเรียน บ้ำนห้วย ยำง จนถึงวันที่ 27 ธันวำคม 2550 โรงเรียนบ้ำนห้วยยำง สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำสกลนคร เขต 1 อ. ก.ค.ศ. เขตพื้นที่กำรศึกษำสกลนคร เขต 1 มีมติอนุมัติกำรย้ำยและแต่งตั้งข้ำรำชกำรครู ตำมคำสั่งสำนักงำนเขต พื้นที่กำรศึกษำสกลนคร เขต 1 ที่ 777/2550 ลงวันที่ 13 ธันวำคม พ.ศ. 2550 ให้นำงสำววำรุณี งอย ผำลำ ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยกำรโรงเรียนบ้ำนจันทร์เพ็ญ อำเภอเต่ำงอย และมีคำสั่งให้ นำงสุนันท์ หลวง ศรี มำดำรงตำแหน่งผู้อำนวยกำรโรงเรียนบ้ำนห้วยยำง จนถึงปัจจุบัน วัดโพธิ์ชัยบ้านห้วยยาง ตั้งอยู่เลขที่ 78 บ้ำนห้วยยำง หมู่ที่ 6 ตำบลเหล่ำโพนค้อ อำเภอโคก ศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร สังกัดคณะสงฆ์มหำนิกำย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 4 ไร่ 33 ตำรำงวำ อำณำเขต ทิศเหนือ ประมำณ 1 เส้น 18 วำ จดที่ดินนำยทิน ทิศใต้ประมำณ 1 เส้น 17 วำ จดถนนสำธำรณ ทิศตะวันออกประมำณ 2 เส้น 3 วำ จดที่ธรณีสงฆ์ ทิศตะวันตกประมำณ 2เส้น 4 วำ จดถนนสำธำรณะ มีที่ธรณีจำนวน 2 แปลง เนื้อที่ 5 ไร่ 20 ตำรำงวำ อำคำรเสนำสนะประกอบด้วย ศำลำกำรเปรียญ สร้ำงเมื่อ พ.ศ.2513 กุฏิสงฆ์เป็นอำคำรไม้ 1 หลังวัดโพธิ์ชัย ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2353 โดยชำวบ้ำนช่วยกันสร้ำงวัดขึ้น เรียกอึกชื่อหนึ่งว่ำ วัดบ้ำนห้วยยำง กำร บริหำรและกำรปกครอง มีเจ้ำอำวำสเท่ำที่ทรำบนำม คื อ รูปที่1 พระอธิกำรมำ ปัญฺญำวชิโร รูปที่ 2 พระอธิกำร เคน ธมฺมสำโร รูปที่ 3 พระอธิกำรอ้วน รูปที่ 4 พระอธิกำรคำ ตปสีโล รูปที่ 5 พระอธิกำรชำลี ทีปธมฺโม รูปที่ 6 พระลำน ปัญฺญำวีโร รูปที่ 7 พระอธิกำรทองดี เตชธมฺโม รูปที่ 8 พระอธิกำรกัณหำ ปัญฺญำธโร รูปที่ 9 พระครู ใบฎีกำประทุม ตั้งแต่ พ.ศ.2514 เป็นต้นมำ วัดป่าพุทธนิมิต สถิตสีมาราม หรือ วัดโบสถ์ดิน โครงกำรก่อสร้ำงอุโบสถดินตำมแนวทำง เศรษฐกิจพอเพียงในพระสังฆรำชูปถัมภ์ โดยสำนักเลขำนุกำรสมเด็จพระสังฆรำชร่วมกับกรมรำชทัณฑ์ กระทรวง ยุติธรรม สำนักงำนพระพุทธศำสนำแห่งชำติ และจังหวัดสกลนคร เพื่อน้อมเกล้ำน้อมกระหม่อมถวำยเป็นพระรำช กุศล เฉลิมพระเกียรติแด่พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว เนื่องในโอกำสมหำมงคลทรงเจริญพระชนมพรรษำครบ ๘๔ พรรษำ ในพระสังฆรำชูปถัมภ์ ณ วัดป่ำพุทธนิมิตรสถิตสีมำรำม บ้ำนห้วยยำง ต.เหล่ำโพนค้อ อ.โคกศรี สุพรรณ จ.สกลนคร ซึ่งเป็นวัดกรรมฐำนสำยหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ปัจจุบันมีพระครูปลัดสมบัติอำภัสสสโรเป็นเจ้ำ

52


อำวำส สมเด็จพระญำณสังวร สมเด็จพระสังฆรำช สกลมหำสังฆปริณำยก ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์กำรสร้ำง อุโบสถดินแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อถวำยเป็นพระรำชกุศลแด่พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว เนื่ องในโอกำส เจริญพระชนมพรรษำครบ ๗ รอบ ๘๔ พรรษำ ๕ ธันวำคม ๒๕๕๔ โดยจะมีกำรสร้ำงอุโบสถ กุฏิ เจดีย์ที่ทำจำก ดินทั้งหมด ซึ่งจะนำดินจำกสังเวชนียสถำน ๔ แห่ง จำกประเทศเนปำล อินเดีย และดินจำกพระสถูปโบรำณ สมัย พระเจ้ำอโศกมหำรำช จำกเมืองตักศิลำ ประเทศปำกีสถำน มำผสมเพื่อ ควำมเป็นสิริมงคลในกำรสร้ำงอุโบสถดิน ด้ ว ย อุโบสถดินจะมีขนำดกว้ำง ๗ เมตร ยำว ๑๕ เมตร พระสงฆ์ปฏิบัติสังฆกรรมได้ไม่น้อยกว่ำ ๕๐ รูป โดยใช้งบประมำณจัดสร้ำงไม่เกิน ๑ ล้ำนบำท นอกจำกนี้ยังสร้ำงกุฏิดินอีก ๕ หลัง รำคำหลังละไม่เกิน ๑ แสน บำท และเจดีย์งบประมำณไม่เกิน ๑ ล้ำนบำท ซึ่งแรงงำนที่มำจัดสร้ำงเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำที่กำลังจะพ้นโทษ และผ่ำนกำรอบรมกำรฝึกอำชีพก่อสร้ำงบ้ำนดินจำกกรมรำชทัณฑ์ เพื่อถวำยเป็นพระรำชกุศลแด่พระบำทสมเด็จ พระเจ้ำอยู่หัว และยังเป็นกำรทำควำมดีคืนสังคม โดยสมเด็จพระสังฆรำชยังได้ประทำนพระพุทธรูปปำงสมำธิ ขนำดหน้ำตัก ๙ นิ้ว ที่แกะสลักจำกหินหยกที่ได้อัญเชิญมำจำกประเทศอินเดีย ประดิษฐำนเป็นพระประธำนใน อุโบสถอีกด้วย สวนผักหวานนายเริง ยางธิสาร ตั้งอยู่ที่ หมู่ 6 บ้ำนห้วยยำงด้ำนหน้ำ วัดป่ำพุทธนิมิตสถิตศรี มำรำม มีพื้นที่ประมำณ 5 ไร่ เป็นแหล่งศึกษำเรียนรู้ด้ำนกำรปลูกผักหวำน ซึ่งนำยเริง ยำงธิสำรได้เป็นผู้ค้นพบเท คนิดในกำรปลูกผักหวำนร่วมกับลำไย และตะขบ โดยปลูกเป็นพี่เลี้ยง ปัจจุบันผักหวำนมีอำยุประมำณสำมำรถ เก็บขำยได้ประมำณวันละ 2,000 บำท ในช่วงฤดูที่ผักหวำนแตกยอดตั้งแต่เดือนกุมภำพันธ์ ถึงเดือน พฤษภำคม นอกจำกยังได้มีกำรศึกษำทดลองกำรปลูกผักหวำนร่วมกับไม้ยืนต้นอื่นๆเช่น ไม้แดง พยุงและศึกษำกำรตอนกิ่ง ผักหวำนเพื่อจำหน่ำย กลุ่มน้ายาล้างจาน มีนำงสำวกองมณี ขันทีท้ำว เป็นประธำน ควำมเป็นมำ เนื่องจำกน้ำยำ ล้ำงจำนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับครัวเรือนในปัจจุบัน ที่จะต้องมีติดบ้ำนไว้ทุกครอบครัวเพื่อทำควำมสะอำดภำชนะใส่ อำหำรและกำรประกอบอำหำร เช่น ถ้วย ชำม แก้ว ช้อน หม้อ ฯลฯ ที่ต้องมีใช้ทุกมื้ ออำหำรทั้ง สำมมื้อ ซึ่ ง ชำวบ้ำนทั่วไปจะหำซื้อจำกห้ำง ร้ำนค้ำ หรือร้ำนสะดวกซื้อ มีหลำยประเภท หลำยขนำด หลำยชนิด ส่วนมำก รำคำจะขึ้นอยู่กับคุณภำพและกำรโฆษณำ บำงยี่ห้อมี รำคำสูงแต่มีปริมำณน้อย บำงครอบครัวที่มีสมำชิกใน ครอบครัวเยอะก็จะมีปริมำณภำชนะในครัวเรือนเพิ่มมำกขึ้น ส่งผลให้ต้องใช้ปริมำณน้ำยำล้ำงจำนมำกขึ้นเป็นเงำ ตำมตัว หำกคิดเฉลี่ยเป็นค่ำใช้จ่ำยเฉำะที่ต้องซื้อน้ำยำล้ำงจำนนี้ในแต่ละเดือนก็ไม่น้อย แนวคิ ด /หลั ก กำร ปฏิบัติ เพื่อเป็นกำรลดภำระค่ำใช้จ่ำยในครัวเรือน เกี่ยวกับกำรซื้อหำน้ำยำล้ำงจำนมำใช้ในครัวเรือ และมีต้นแบบ กำรผลิตน้ำยำล้ำงจำนที่สำมำรถผลิตได้เอง มีรำคำถูก คุณภำพมำตรฐำน และสำมำรถที่จะเลือกผสมวัตถุดิบตำม ชอบใจได้ รวมถึงในพื้นที่มีผลผลิตทำงกำรเกษตรที่สำมำรถนำมำแปรรูปเป็นส่วนผสมน้ำยำล้ำงจำนได้ เช่น มะกรูด มะนำว หรือผลผลิตอื่นๆ ได้ หำกสำมำรถรวมกลุ่มผู้สนใจก็สำมำรถสร้ำงแนวร่วมดำเนินกำรผลิตน้ำยำ ล้ำงจำนไว้ใช้เองได้ ก็จะเป็นกำรสร้ำงควำมสัมพันธ์ในชุมชน ใช้เวลำว่ำงให้เกิดประโยชน์ ลดภำระค่ำใช้จ่ำยในครัว เ รื อ ห รื อ ห ำ ก เ ป็ น ที่ นิ ย ม แ พ ร่ ห ล ำ ย ก็ ส ำ ม ำ ร ถ น ำ ไ ป จ ำ ห น่ ำ ย เ ป็ น ร ำ ย ไ ด้ ที่ เ พิ่ ม ขึ้ น วิธีกำรดำเนินกำรของกลุ่ม ประธำนกลุ่มได้เริ่มศึกษำข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ แหล่งจัดหัวเชื้อ กรรมวิธีกำร ผลิต และผลกำรใช้งำนจำกแหล่งควำมรู้ต่ำง ๆ เช่น สื่อโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ จนมั่นใจว่ำหำกมีกำรรวมกลุ่ม กันขึ้นแล้วจะสำมำรถทำน้ำยำล้ำงจำนไว้ใช้ในครัวเรือนเองได้อย่ำงแน่นอน จึงได้ชักชวนสตรีแม่บ้ำนในหมู่บ้ำน เมื่อครำวประชุมประชำคมประจำเดือน เพื่อให้แม่บ้ำนเห็นควำมสำคัญและต้องกำรร่วมกันผลิตน้ำยำล้ำงจำนไว้ ใช้เอง จนมีผู้ประสงค์เข้ำร่วมและจัดตั้งกลุ่มขึ้นมำเพื่อดำเนินกิจกรรมผลิตของใช้ในครัวเรือ โดยนำผลผลิตจำก ธรรมชำติมำเป็นส่วนประกอบของน้ำยำล้ำงจำนที่จะผลิตให้มำกที่สุด เพื่อเพิ่มมูลค่ำสินค้ำเกษตรในชุมชนและลด รำยจ่ำยในครัวเรือน ปัจจุบันมีสมำชิกทั้งหมด ๑๑ คน จัดตั้งมำแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 โดยเข้ำรับกำร ฝึกอบรม จำกวิทยำลัยสำรพัดช่ำงสกลนคร และได้กลับมำร่วมผลิตน้ำยำล้ำงจำนกันที่บ้ำน แจกจ่ำยให้กับสมำชิก

53


ในกลุ่มนำไปใช้เป็นเบื้องต้น และขยำยผลให้กับครอบครัวอื่นในระแวกบ้ำนของสมำชิกได้ทดลอง และใช้กันเป็น ประจ ำต่ อ ไป สำมำรถสร้ ำ งเป็ น อำชี พ เสริ ม ให้ แ ก่ ต นเองอี ก ด้ ว ย ซึ่ ง มี ร ำยชื่ อ สมำชิ ก กลุ่ ม ดั ง ต่ อ ไปนี้ กลุ่มผู้ใช้น้าประปาเหล่าเหนือ จัดตั้งในปี 2555 จำกสภำพปัญหำที่น้ำประปำไม่พอใช้ กำร เปิดปิดขำดคนดูแล ไม่มีเงินซ่อมแซม รวมทั้งค่ำไฟในกำรสูบน้ำเก็บได้ไม่พอจ่ำย บ้ำนเหล่ำเหนือก็เป็นอีกหมู่บ้ำน หนึ่งที่ประสบปัญหำเหล่ำนี้ และมีอีกหลำยๆหมู่บ้ำนที่ประสบปัญหำเช่นเดียวกัน องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำ โพนค้อ จึงได้จัดฝึกอบรม และศึกษำดูงำนระบบบริหำรจัดกำรน้ำประปำในพื้นที่ที่มีควำมเข้มแข็ง หลังจำก กลับมำจำกกำรศึกษำดูงำนบ้ำนเหล่ำเหนือได้แต่งตั้งคณะกรรมกำรชุดใหม่ และบริหำรจัดกำรตำมที่ได้ฝึกอบรม และศึกษำดูงำน จนประสบควำมสำเร็จ ไม่มีปัญหำเรื่องกำรเปิดปิด กำรซ่อมแซม และเงินค่ำไฟอีกต่อไปและใน ปัจจุบันมีเงินเหลือเก็บในบัญชี คณะกรรมกำรประกอบด้วย หนองทอย ที่สำธำรณประโยชน์หนองทอย มีเนื้อที่ทั้งหมด ๘ ไร่ ๒ งำน โดยกันพื้นที่ส่วน หนึ่งนำมำก่อสร้ำงศำสนสถำนในเบื้องต้นต้องสร้ำงเป็นสำนักสงฆ์และในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ สำนักงำนเร่งรัดพัฒนำ ชนบทจังหวัดสกลนคร (รพช.เดิม) ได้จัดสรรงบประมำณทำกำรขุดลอกสระหรือหนองน้ำเดิมที่ตื้นเขินภำยใน บริเวณเขตสำธำรณประโยชน์หนองทอย พร้อมทำคันดินเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้อุปโภคยำมขำดแคลด หรือเกิดภำวะ ภัยแล้ง ต่อมำในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ สำนักงำนเร่งรัดพัฒนำชนบทจังหวัดสกลนครก็ได้ก่อสร้ำงระบบประปำประจำ หมู่บ้ำนที่สระน้ำหนองทอยนี้ และในปีเดียวกันได้รับจัดสรรงบพัฒนำจังหวัดก่อสร้ำงยุ้งฉำงข้ำงประจำหมู่บ้ำนใน บริ เ วณสระน้ ำหนองทอย เพื่ อ เป็ น แหล่ ง ส ำรองกองทุ น ข้ ำ วไว้ ใ ช้ ป ระโยชน์ ร่ ว มกั น ทั้ ง นี้ ยั ง มี พื้ น ที่ สำธำรณประโยชน์หนองทอยที่ยังคงสภำพเป็นป่ำชุมชนเป็นแหล่งอำหำรตำมธรรมชำติให้ประชำชนบ้ำนเหล่ำ เหนือได้ใช้ประโยชน์ มีกำรจัดกิจกรรม ใช้เป็นสถำนที่ในกำรจัดกิจกรรมต่ำงๆภำยในหมู่บ้ำน เช่น สถำนที่จัดงำน บุญประจำปีในหมู่บ้ำน งำนสงกรำนต์ งำนลอยกระทง แหล่งเพำะพันธุ์สัตว์น้ำ ใช้ป้องกันภัยและแก้ไขปัญหำแล้ง สถำนที่รวบรวมเมล็ดข้ำวเปลือก เป็นแหล่งหำอำหำรจำกธรรมชำติ เช่น เห็ด แมลง ต่ำง ๆ เป็นสถำนที่พักผ่อน หย่อนใจ ที่ออกกำลังกำย ที่ปลูกสมุนไพร สานักสงฆ์หนองทอย เดิมบ้ำนเหล่ำเหนือนี้จะรวมอยู่กับบ้ำนเหล่ำ หมู่ที ๕ มีวัดศรีแก้วเหล่ำ อุดม เป็นศูนย์รวมศรัทธำของชำวบ้ำน แต่เมื่อมีควำมเจริญและขยำยตัวเพิ่มขึ้น จึงขอแยกกำรปกครองออกเป็น บ้ำนเหล่ำเหนือ หมู่ที่ ๗ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๓ และวัดศรีแก้วเหล่ำอุดมจะอยู่ในพื้นที่ของบ้ำนเหล่ำ หมู่ที่ ๕ ทำให้ ชำวบ้ำนเหล่ำเหนือไม่มีศูนย์รวมศรัทธำประจำหมู่บ้ำน และยังไม่มีศำสนสถำนที่จะประกอบกิจกรรมทำงพุทธ ศำสนำ จึ ง ได้ ล งมติ ร่ ว มกั น ว่ ำ ควรสร้ ำ งวั ด ในเขตพื้ น ที่ บ้ ำ นเหล่ ำ เหนื อ พร้ อ มกั บ เห็ น ว่ ำ ทำงหมู่ บ้ ำ นมี ที่ สำธำรณประโยชน์ซึ่งยังรกร้ำง ไม่ได้รับกำรพัฒนำคือ ที่สำธำรณประโยชน์หนองทอย มีเนื้อที่ทั้งหมด ๘ ไร่ ๒ งำน โดยกันพื้นที่ส่วนหนึ่งนำมำก่อสร้ำงศำสนสถำนในเบื้องต้นต้องสร้ำงเป็นสำนักสงฆ์ก่อนค่อยขอจดทะเบียนจัดตั้ง เป็นวัดในโอกำสต่อไป พร้อมรวมรวมผู้มีจิตศรัทธำก่อสร้ำงกุฏิ ศำลำ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๒๘ ชื่อว่ำ สำนักสงฆ์ หนองทอย มีพระภิกษุ สำมเณร ผู้ปฏิบัติธรรม คอยดูแล ทำนุบำรุงรักษำสำนักสงฆ์นี้อยู่ประจำ มีกำรจัดกิจกรรม ใช้เป็นสถำนที่ในกำรจัดกิจกรรมต่ำงๆภำยในหมู่บ้ำน เช่น เป็นแหล่งปฏิบัติธรรม จำศีลภำวนำทุกวันพระของ ผู้สูงอำยุ สถำนที่จัดงำนบุญประจำปีในหมู่บ้ำน มีควำมสำมัคคี ของคนในชุมชน แหล่งรวมพลังศรัทธำของคนใน ชุมชน กลุ่มออมทรัพย์ ควำมเป็นมำ กลุ่มออมทรัพย์ของหมู่ 8 เริ่มก่อตั้งขึ้นปี พ.ศ.2548 โดยมีนำย วิพล หำญชนะ เป็นประธำน และมีกรรมกำร 15 คน และทุกครัวเรือนเป็นสมำชิก แนวคิดในกำรรวมกลุ่ม ต้องกำรเพิ่มรำยได้ลดรำยจ่ำย ขจัดหนี้นอกระบบให้หมดไป รู้สึกว่ำตัวเองเป็นเจ้ำของกลุ่มร่วมกัน สนับสนุน สมำชิกในกลุ่มมีเงินลงทุนในกำรประกอบอำชีพ ส่งเสริมควำมเป็นอยู่ให้ดีขึ้น เพื่อส่งเสริมกำรออมและเป็นทุนให้ กู้ยืมในกำรประกอบอำชีพ ผู้มีส่วนร่วม/ผลกระทบ คณะกรรมกำรกองทุน และสมำชิกในกลุ่มมีจิตอำสำร่วมกัน ในกำรทำงำน วิธีกำรทำงำนของแกนนำกลุ่มและสมำชิก 1.มีกำรเปิดรับสมัครสมำชิกในกลุ่มปีละ 1 ครั้ง 2. สมำชิกกลุ่มต้องออมหุ้น 10 บำทต่อเดือน 3.บริหำรจัดกำรตำมระเบียบข้อตกลงของกลุ่ม 4.กระจำยรำยได้

54


(แบ่งผลกำไรให้กับสมำชิกทุกปี) 5.กำรออม ให้สมำชิกออม หุ้นละ 20 แต่ไม่เกิน 10 หุ้นต่อคน คิดดอกร้อยละ 3 ต่อปี 6.เก็บหุ้นคืนช่วงเดือน ธันวำคม-มกรำคม กลุ่ มเกษตรกรเลี้ ยงโค บ้ำ นดงน้ อย หมู่ 8 ต ำบลเหล่ ำ โพนค้อ อำเภอโคกศรีสุ พ รรณ จังหวัดสกลนคร มีสมำชิกลุ่มจำนวน 20 คน โดยมีนำงศิริรักษ์ ชินบุตร เป็นประธำน เนื่องจำกประชำชนใน หมู่บ้ำนมีอำชีพหลักคือกำรทำนำ และเป็นกำรหำรำยได้เสริมให้กับครอบครัว จึงได้จัดตั้งกลุ่มเลี้ยงโคขึ้น เมื่อ วันที่ 6 ตุลำคม 2552 โดยทำสัญญำยืมโคแม่พันธุ์จำกองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ ภำยใต้เงื่อนไข ดังนี้ - ผู้ยืมเป็นผู้รับผิดชอบโคแม่พันธุ์ตลอดไป - ผู้ยืมเป็นผู้ออกค่ำใช้จ่ำยในกำรขนย้ำย กำรเลี้ยง กำรรักษำโคแม่พันธุ์ - ถ้ำผู้ยืมผิดสัญญำข้อใดข้อหนึ่งข้ำงต้น ผู้ให้ยืมมีสิทธิบอกเลิกสัญญำได้ - ในระหว่ำงยืม หำกโคแม่พันธุ์ เกิดสูญหำย หรือตำย ไม่ว่ำด้วยเหตุอันใดก็ตำม ผู้ยืมยอมรับผิดชอบ ชดใช้เงินให้แก่กลุ่มฯ ตำมวงเงินที่ระบุในสัญญำยืม เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ำกำรตำยหรือสูญหำยเกิดขึ้นเพรำะเหตุ สุดวิสัย กองทุนฯ จะช่วยเหลือเงินเพื่อสมทบในกำรซื้อโคคืนกลุ่ม ในวงเงินบำงส่วน ของรำคำโคตำมสัญญำ วิธีกำรเลี้ยง - ผู้ยืม ตกลงจะเลี้ยงโคแม่พันธุ์ ให้สมบูรณ์ตลอดระยะเวลำที่ยืมโคแม่พันธ์ตำมที่ระบุในสัญญำ - ผู้ยืม ตกลงเก็บประวัติของโคแม่พันธุ์ ให้ครบถ้วน ตำมคำแนะนำของผู้ให้ยืมหรือตัวแทนของผู้ให้ยืม - ผู้ยืมยินยอม ให้ “ผู้ให้ยืม” หรือ ตัวแทน “ผู้ให้ยืม” เข้ำไปในพื้นที่ของ “ผู้ยืม” เพื่อตรวจสุขภำพโคแม่ พันธุ์ และตรวจเอกสำรประกอบกำรเลี้ยง - ผู้ยืม ตกลงแจ้งเหตุกำรณ์ที่ผิดปกติให้ “ผู้ให้ยืม” ทรำบโดยด่วน ผลประโยชน์ของผู้ยืม - ผู้ให้ยืมตกลงมอบกรรมสิทธิ์ในลูกโคตัวแรกที่เกิดจำกโคแม่พันธ์ที่ให้ยืมทันที เมื่อลูกโคดังกล่ำวอำยุ 8-12 เดือน และผู้ยืมจะต้องส่งแม่โค ที่ยืมคืนให้แก่ผู้ให้ยืมภำยใน เวลำไม่เกิน 30 วัน หลังจำกได้รับ ลูกโคเป็นกรรมสิทธิ์ - ในกรณืที่ลูกโคตัวแรกตำย หรือสูญหำย ก่อนกำหนดส่งคืนกลุ่มถ้ำพิสูจน์ได้ว่ำเป็นเหตุสุดวิสัยอนุโลมให้ นำลูกโคที่เกิดลำดับถัดไปเมื่ออำยุ 8 – 12 เดือน แทนตัวแรก - เพื่อให้กำรปฏิบัติเป็นไปตำมสัญญำผู้ยืม ไดให้สมำชิกกลุ่มเป็นผู้ค้ำประกันกันเอง หนองกุด แกลบ เป็น หนองน้ ำสำธำรณะที่ ใช้ป ระโยชน์ร่วมกันระหว่ำ งตำบลเหล่ ำโพนค้ อ จำนวน 4 หมู่บ้ำน และ ตำบลแมดนำท่ม จำนวน 3 หมู่บ้ำน ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 76 ตำรำงกิโลเมตร เป็น หนองน้ำขนำดใหญ่ที่ใช้เป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ ซึ่งได้ปิดป้ำยประกำศห้ำมจับสัตว์น้ำตั้งแต่ปี 2553 และ เป็นแหล่งเก็บกักน้ำไว้ให้เกษตรกรใช้ในฤดูแล้ง และเป็นควำมเชื่อมำแต่โบรำณว่ำหนองน้ำแห่งนี้เป็นหนองน้ำที่ ศักดิ์สิทธิ์ เพรำะในวันพระจะมีชำวบ้ำนเห็นแกลบลอยเหนือน้ำขึ้นมำเป็นประจำ และที่สำคัญหนองน้ำแห่งนี้เป็น สถำนที่จัดพิธีกรรมขอฝน เพื่อให้ตกต้องตำมฤดูกำล ซึ่งเป็นควำมเชื่อของประชำชนที่ถือปฏิบัติกันมำตั้งแต่บรรพ บุรุษมำจนถึงปัจจุบัน ป่าชุมชน สืบเนื่องจำกสภำพพื้นที่ป่ำไม้ในประเทศไทยได้ลดลงอย่ำงรวดเร็ว สำเหตุ เกิดจำก รำษฎรได้ บุกรุกแผ้ ว ถำงพื้ นที่ ป่ ำไม้ เพื่ อทำกำรเกษตรกรรม โดยมิไ ด้ คำนึง ถึง ควำมสมดุ ล ทำงธรรมชำติ ซึ่ ง ก่อให้เกิดผลกระทบอย่ำงมำกมำย เช่น สภำวะโลกร้อน สภำพอำกำศที่เปลี่ยนแปลง ภัยทำงธรรมชำติ ฯลฯ หำก ปล่อยให้สถำนกำรณ์ดำเนินในลักษณะเช่นนี้ อนำคตพื้นที่ป่ำไม้ใ นประเทศลดลง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ชุมชน ชุมชนหมู่บ้ำนต้องขำดแคลนแหล่งไม้ใช้สอย แหล่งอำหำร หรือสถำนที่ประกอบกิจกรรม ดังนั้น เพื่อเป็น กำรอนุรักษ์ฟื้นฟูสภำพพื้นที่ป่ำไม้ เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่ำงแท้จริง และยั่งยืนสืบทอด ถึงลูกถึงหลำนต่อไปใน อนำคต และเป็นกำรสนองนโยบำยทำงรำชกำร ในกำรฟื้นฟูสภำพพื้นที่ป่ำไม้และสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงกำรสร้ำง

55


ควำมสำมัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชน และปลูกฝังจิตสำนึกให้ชุมชนตระหนักถึงประโยชน์และควำมสำคัญของป่ำไม้ และสิ่งแวดล้อมชุมชนหมู่บ้ำนระหว่ำงบ้ำนดงน้อย หมู่ 8 และบ้ำนดง หมู่ 3 จึงได้ร่ว มมือกันจับทำโครงกำรป่ำ ชุมชนบ้ำนดงน้อย หมู่ 8 ขึ้นมำ โดยพิจำรณำเลือกตั้งกรรมกำร เป็นบุคคลที่ได้รับกำรยอมรับจำกชุมชนและ สำมำรถที่จะปฎิบัติงำนได้ กลุ่มกล้าไม้ บ้ำนห้วยยำง ประวัติกำรก่อตั้ง ชำวบ้ำนในหมู่บ้ำนห้วยยำงส่วนใหญ่ประกอบ อำชีพทำนำ และมีอำชีพเสริมเป็นบำงส่วน คือ กำรเพำะพันธุ์กล้ำไม้ แต่เดิมชำวบ้ำนห้วยยำงไม่มีควำมรู้ใน ด้ำนกำรเพำะพันธุ์กล้ำไม้เลย แต่เมื่อ พ.ศ. 2525 ได้มีโอกำสไปรับซื้อต้นกล้ำมะกรูด มะนำว และพันธุ์ พืชอื่นๆ จำกกลุ่มเพำะพันธุ์กล้ำไม้บ้ำนม่วงคำ ตำบลด่ำนม่วงคำ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร มำเร่ขำย ผลปรำกฏว่ำทำแล้วได้กำไรน้อย นำยเริง ยำงธิสำร (ประธำนกลุ่มเพำะพันธุ์กล้ำไม้บ้ำนห้วยยำง เหนือ ) จึงมีควำมคิดว่ำน่ำจะเรียนรู้วิธีกำรเพำะพันธุ์กล้ำไม้จำกกลุ่มเพำะพันธุ์กล้ำไม้บ้ำนด่ำนม่วงคำ แล้ว นำมำทำกำรเพำะพันธุ์กล้ำไม้เพื่อนำไปขำยเองใน พ.ศ. 2528 ซึ่งในปีนี้ชำวบ้ำนห้วยยำงได้แยกออกเป็น 2 หมู่บ้ำน ได้แก่ บ้ำนห้วยยำงหมู่ 9 และบ้ำนห้วยยำงหมู่ที่ 6 แรกเริ่มนั้นมีผู้ที่ทำกำรเพำะพันธุ์กล้ำไม้เพียง ไม่กี่คน เมื่อหลำยคนเห็นว่ำ นำยเริง ยำงธิสำร ประสบผลสำเร็จในกำรเพำะพันธุ์กล้ำไม้ ทำแล้วมีกำไร มำก และมีรำยได้เพิ่มขึ้น จึงมีผู้ให้ควำมสนใจและได้มีผู้เพำะพันธุ์กล้ำไม้เพิ่มขึ้น โดยได้มีกำรถ่ำยทอดควำมรู้ ในกำรเพำะพันธุ์กล้ำไม้ ต่อ ๆ กันมำ หลังจำกนั้นในปี พ.ศ. 2542 ได้มีกำรจัดตั้งเป็นกลุ่มเพำะพันธุ์กล้ำไม้ ขึ้น โดยมีสมำชิกเริ่มต้นเพียง 27 คน ได้ทำกำรเพำะพันธุ์กล้ำไม้หลำกหลำยชนิดเพิ่มมำกขึ้น นอกจำกต้น มะกรูด มะนำว แต่ ณ ปัจจุบันกลุ่มเพำะพันธุ์กล้ำไม้บ้ำนห้วยยำงเหนือหมู่ 9 มีสมำชิกทั้งหมด 62 คน ปัญหา - จัดสรรโครงกำรและเงินทุนในกำรจัดตั้งกลุ่ม - มีกำรดำเนินงำนและติดตำมผลดำเนินงำนของกลุ่ม เพื่อที่จะทำให้กลุ่มได้ยั้งยื่น - หำร้ำนค้ำหรือตลำดเพื่อรองรับสินค้ำที่กลุ่มผลิตขึ้น - ส่งเสริมอำชีพและเพิ่มรำยได้ให้ผู้สูงอำยุ ผู้พิกำร กลุ่มแม่บ้ำน ที่มีรำยได้น้อย - ส่งเสริมกำรนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมำใช้ให้เกิดประโชย์และเพิ่มมูลค่ำ แก้ไข - มีจัดสรรโครงกำรและเงินทุนในกำรจัดตั้งกลุ่ม - มีกำรดำเนินงำนและติดตำมผลดำเนินงำนของกลุ่ม เพื่อที่จะทำให้กลุ่มได้ยั้งยื่น - มีร้ำนค้ำหรือตลำดเพื่อรองรับสินค้ำที่กลุ่มผลิตขึ้น - มีกำรส่งเสริมอำชีพและเพิ่มรำยได้ให้ผู้สูงอำยุ ผู้พิกำร กลุ่มแม่บ้ำน ที่มีรำยได้น้อย - มีกำรส่งเสริมกำรนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมำใช้ให้เกิดประโยชน์และเพิ่มมูลค่ำ กลุ่มดนตรีพื้นเมือง มีนำยจบ ยำงธิสำร เป็นประธำน แนวทำงกำรดำเนินงำนเริ่มรวมตัวกัน เมื่อ ปี พ.ศ. 25๕๐ กลุ่มกลองยำวเป็นกลุ่มที่รวมตัวกันขึ้นภำยในชุมชนเล่นดนตรีเพื่อควำมสนุกสนำน รับเล่น ตำมงำนบุญประเพณีต่ำงๆ สร้ำงควำมสำมัคคีในกลุ่มชุมชน ทั้งเป็นกำรสืบสำนวัฒนธรรมและประเพณีอันดีของ ชุมชน และเป็นกำรสร้ำงรำยได้ให้แก่ชำวบ้ำนในหมู่บ้ำนจำกกำรได้รับค่ำจ้ำงของวงกลองยำว กลุ่มฌาปณกิจหมู่บ้าน นำยมีชัย ยำงธิสำร เป็นประธำน แนวทำงกำรดำเนินงำน สืบเนื่อง จำกเมื่อก่อนไม่ได้มีฌำปนกิจชุมชนแต่ตอนนี้ได้จัดตั้งฌำปนกิจชุมชนขึ้น มีกำรจัดตั้งกลุ่มประจำหมู่บ้ำนเพื่ อ ทำณำปณกิจศพ เป็นกำรเพิ่มสวัสดิกำรให้แก่ชุมชน คือเมื่อสมำชิกภำยในหมู่บ้ำนเสียชีวิตจะมีกำรเก็บเงินภำยใน หมู่บ้ำนเพื่อมอบให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตถือเป็นสวัสดิกำรชุมชนโดยเก็บเงินครอบครัวละ๒๐บำทเพื่อมอบให้ ครอบครัวผู้เสียชีวิต กลุ่มศูนย์เรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตรกร ในปี พ.ศ. 255๗ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์มีนโยบำยในกำรคัดเลือกพื้นที่เพื่ อดำเนินโครงกำรพื้นที่เกษตรครบวงจรในพื้นที่ที่มีอ่ำงเก็บน้ำตำม

56


โครงกำรพระรำชดำริให้เต็มศักยภำพ โดยหนึ่งจังหวัดให้คัดเลือกหนึ่งพื้นที่ในกำรดำเนินกำรเป็นระยะเวลำ ๓ ปี ติดต่อกัน ดังนั้นเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสกลนครจึงได้คัดเลือกพื้นที่บ้ำนห้วยยำง หมู่ ๖ และหมู่ ๙ ตำบลเหล่ำ โพนค้ อ เป็ น พื้ น ที่ ด ำเนิ น กำร และหนึ่ ง ในกิ จ กรรมที่ จ ะต้ อ งด ำเนิ น กำรคื อ กำรจั ด ตั้ ง ศู น ย์ เ รี ย นรู้ เ พื่ อ เพิ่ ม ประสิทธิภำพสินค้ำเกษตรกร เพื่อเป็นแหล่งเผลแพร่ควำมรู้ด้ำนกำรเกษตรและเป็นตัวอย่ำงสำหรับกลุ่มและ บุคคลที่สนใจในกำรเรียนรู้ด้ำนกำรเกษตร และเป็นศูนย์กลำงกำรติดต่อประสำนงำนของกลุ่มเกษตรกรต่ำงๆ ใน หมู่บ้ำน โดยเกษตรจังหวัดและอำเภอให้กำรสนับสนับสนุนงบประมำณ ตั้งต้น ๒๐,๐๐๐ บำท และสนับสนุนกล้ำ ไม้ผล พันธุ์สัตว์ เช่น ไก่ หมู่ ปลำดุก พร้อมอำหำร นอกจำกนี้ยังอบรมให้ควำมรู้แก่สมำชิกและเกษตรกรที่สนใจ แนวทำงกำรด ำเนิ น งำน จั ด ตั้ งประชุ ม เพื่ อหำคนบุ คคลที่ ที คุณ สมบั ติควำมเป็ น ผู้ น ำและเริ่ม รับ สมำชิ กเพิ่ ม ถ่ำยทอดควำมรู้และฝึกอบรมเกี่ยวกับเรื่อง กำรทำเกษตรแบบครบวงจร ผู้ที่สนใจ และได้ไปฝึกอบรมและดูงำน ต่ำงๆเพื่อเพิ่มทักษะให้แก่ตนเอง และสำมำรถเป็นวิทยำกรถ่ำยทอดควำมรู้ได้ สมำสมำชิกทั้งหมด 31 คน ผลผลิต/ผลลัพธ์ เกิดกลุ่มกลุ่มศูนย์เรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภำพสินค้ำเกษตรกรมีผลผลิตที่หลำกหลำยประชำชน ในหมู่บ้ำนมีรำยได้เสริมจำกกำรทำเพำะจำหน่ำยที่เพิ่มขึ้นมีจำนวนผู้สืบทอดภูมิปัญญำท้องถิ่นเพิ่มมำกขึ้น เกิด กำรมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและหน่วยงำนภำครัฐ เกิดเด็ก เยำวชน และประชำชนทั่วไปมีควำมรู้ควำมชำนำญ ในกำรทำเกษตรมำกขึ้น ประชำชนในหมู่บ้ำนใช้เวลำว่ำงให้เกิดประโยชน์กับตนเองได้ทำให้มีตลำดรองรับมี มำตรฐำนมีควำมสำมัคคีกันในกลุ่มและชุมชน คุณภำพชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้น“ปลูกทุกอย่ำงที่กิน กินทุกอย่ำง ที่ปลูก” เป็นกำรลดภำระให้กับครอบครัว สร้ำงงำน สร้ำงรำยได้ให้ครอบครัวและชุมชน ทำให้เกษตรกรมีสุขภำพ ดีเพรำะกำรเกษตรปลอดสำรเคมี จิตใจแจ่มใสปรำศจำกหนี้เพรำะรำยรับเป็นที่น่ำพอใจ วิธีกำรจัดกำรของแหล่ง เรียนรู้ กำรจัดกำรงำนงำนเดี่ยว ขับเคลื่อนกลุ่มให้เป็นไปตำมเป้ำหมำยที่ ตั้งไว้ ซึ่งทุกภำคส่วนมีกำรทำงำนที่สอด ประสำนกันเพื่อส่งเสริมทำกำรเกษตรแบบครบวงจรช่วยในกำรให้คำปรึกษำ กำรดำเนินกำรเป็นตัวอย่ำงให้ เกษตรกรดำเนินกำรควำมถูกต้องกำรอบรมจำกวิทยำกรผู้รู้ ให้คำปรึกษำวิธีแก้ปัญหำ ในกำรทำเกษตรแบบ ผสมผสำนทดลองกำรปลูกพืช และศึกษำทดลองหำพืชใหม่ๆมำปลูกในพื้นที่ให้มำกยิ่งขึ้นโดยมีกำรแลกเปลี่ยน เรียนรู้เพื่อประเมินผลกำรทำงำน มีเครื่องมือ ในกำรทำงำนทำกำรเกษตร พัฒนำกำรทำเกษตรแบบผสมผสำนให้ มีควำมก้ำวหน้ำทันสมัยเทคโนโลยีให้มำกยิ่งขึ้น กิจกรรม มีกำรขยำยสวนเกษตรแบบครบวงจรเพิ่มขึ้นและได้มี กำรไปฝึกเรียนรู้กำรทำปุ๋ยหมักในที่ต่ำง ๆ เพื่อมำปรับใช้แทนสำรเคมี อ่า งเก็ บ น้ าห้ วยโท – ห้ ว ยยาง เมื่ อวั น ที่ 18 พฤศจิ กำยน 2527 พระบำทสมเด็ จ พระ เจ้ำอยู่หัว ได้เสด็จพระรำชดำเนินทรงเยี่ยมรำษฎรบ้ำนโพนงำม และหมู่บ้ำนต่ำง ๆ ตำบลหนองบ่อ อำเภอนำแก จังหวัดนครพนม และทอดพระเนตรบริเวณที่จะก่อสร้ำงอ่ำงเก็บน้ำห้วยโท ในเขตบ้ำนโพนงำม ตำบลหนองบ่อ อำเภอนำแก จังหวัดนครพนม และบ้ำนห้วยยำง ตำบลเหล่ำโพนค้อ กิ่งอำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนนคร ได้พระรำชทำนพระรำชดำริเกี่ยวกับงำนชลประทำน ดังต่อไปนี้ ควรพิจำรณำสร้ำงอ่ำงเก็บน้ำห้วยโท โดยเร่งด่วน และสร้ำงอ่ำงเก็บน้ำที่บริเวณลำห้วยข้ำงเคียงต่อไปตำมควำมเหมำะสม ตำมแผนที่พระรำชทำนที่แนบ เพื่อจัดหำ น้ำช่วยเหลือพื้นที่เพำะปลูกของหมู่บ้ำนต่ำงๆ ทั้งในเขตตำบลหนองบ่อ อำเภอนำแก จังหวัดนครพนม และใน เขต ตำบลเหล่ำโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ให้สำมำรถทำกำรเพำะปลูกได้ทั้งในระยะฤดู ฝน-ฤดูแล้ง และน้ำเพื่อช่วยเหลือรำษฎรหมู่บ้ำนต่ำง ๆ ดังกล่ำว สำหรับอุปโภค-บริโภค ได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย สำหรับอ่ำงเก็บน้ำที่จะก่อสร้ำงนั้น ควรพิจำรณำสร้ำง ให้มีขนำดใหญ่ตำมที่สภำพภูมิประเทศและสภำพส่งน้ำจะ อำนวยให้ ให้มำกที่สุดเนื่ องจำกมีพื้นที่เพำะปลูกจำนวนมำกต้องกำรน้ำช่วยเหลือ และเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของ ชุมชนใช้น้ำในกำรเกษตรมีกำรปล่อยปลำ กุ้ง หอย เพื่อที่จะให้คนในชุมชนได้ใช้เป็นแหล่งอำหำร มีกลุ่มผู้ใช้น้ำ โดยมีคณะกรรมกำรดูแลในกำรปล่อยน้ำ หน่องไผ่ หนองไผ่ มีเนื้อที่ประมำณ 50 ไร่ เป็นที่ตั้งของศำลปู่ตำ ซึ่งมีมำนำนพร้อมกับ กำรตั้งหมู่บ้ำน คือประมำณ 200 กว่ำปีมำแล้ว ที่หนองไผ่มีไผ่ป่ำขึ้นหนำทึบ ชำวบ้ำนได้ใช้สอยประโยชน์ จำกไม้ไผ่ที่เกิดขึ้นเองตำมธรรมชำติ ที่หนองไผ่แห่งนี้ตลอดทั้งปี ดังที่ได้กล่ำวมำแล้วคือ เป็นทั้งเครื่องใช้ไม้ สอย

57


และเป็นทั้งอำหำรของชุมชน เรียกว่ำเป็นตู้เย็นที่เต็มไปด้วยอำหำรของหมู่บ้ำนในครั้งโบรำณ เมื่อครั้งที่ผู้เขียน ยังเป็นเด็กยังเห็นสภำพหนองไผ่ดังกล่ำวมำแล้วนั้น ที่สำคัญคือหนองไผ่เป็นที่ตั้งของศำลำปู่ตำ จึงมีควำมน่ำกลัว ของผู้ที่จะเข้ำไปในพื้นที่หนองไผ่แห่งนี้ ศาลปูตา ศำลปู่ตำ หรือทีเรียกโดยทั่วไปว่ำผ๊ปู่ตำ มีควำมหมำยว่ำผีปู่ผีย่ำ หรือสถำนที่สิงสถิต ของบรรพชนของหมู่บ้ำนนั้นเอง ดังนั้นสถำนที่แห่งนี้จะมีควำมศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคำรพสักกำระของหมู่บ้ำน ซึ่งจะมีประเพณีบวงสรวงผีปู่ตำทุกๆปี ในวันตรงกับขึ้น 3 ค่ำเดือน 3 ในครั้งโบรำณ กำรจะลงทำไร่ไถนำก็ต้อง บอกกล่ำวผีปู่ตำก่อน จึงจะทำได้ และกำรเก็บเกี่ยวพืชผลก็ต้องถวำยผีปู่ตำก่อน จึงให้ลูกหลำนกินได้ หรือ รับประทำนได้ ถ้ำไม่ทำดังที่กล่ำวนั้น ผีปู่ตำก็จะแสดงตนให้เห็นในรูปลักษณ์ต่ำงๆ เป็นกำรเตือนว่ำ ลู กหลำน ยังไมได้ถวำยสิ่งของปลูกฝังที่ได้จำกไร่นำแก่ปู่ตำก่อน ก่อนที่จะรับประทำนกันสมัยก่อนปู่ ตำศักดิ์สิทธิ์มำก ถ้ำ ลูกหลำนชำวบ้ ำนห้วยยำงจะไปศึกษำเล่ำ เรียน หรือจะไปท ำมำค้ำขำยยั งต่ำงแดน ก็ต้องบอกกล่ำ วผีปู่ต ำ เสียก่อน เพื่อควำมสำเร็จในสิ่งที่พึงประสงค์ที่ตั้ง ไว้ และเพื่อให้ผีปู่ตำปกป้องรักษำให้มีควำมสุขสวัสดีจำกภัย อันตรำยต่ำงๆนั้น หนองไผ่จึงมีควำมสำคัญมำกกับชุมชน ถ้าผาเก ชื่อของถ้ำสันนิษฐำนว่ำมำจำกชื่อของค้ำงคำว ชำวบ้ำนมักจะเรียกค้ำงคำวที่มำอำศัย อยู่ในถ้ำว่ำ ขี้เกีย และลักษณะของถ้ำเป็นหน้ำผำตัด เว้ำเข้ำไปข้ ำงในเป็นถ้ำอยู่ในบริเวณภูยำงอึ่งในอุทยำน แห่งชำติภูผำยล นอกจำกคูหำขนำดใหญ่แล้วด้ำนในยังมีอุโมงค์ถ้ำที่เป็นช่องแคบๆที่สำมำรถคำนเข้ำไปได้เท่ำนั้น และมีน้ ำไหลอออกมำจำกอุโ มงค์ดั งกล่ำ วตลอดปี ไม่ เคยหยุ ดไหลแม้ จะเป็ นฤดูแล้ ง ภำยในถ้ำมีพ ระพุท ธรูป ประดิษฐำนมำกมำยทั้งเก่ำและใหม่ และมีพระนอนองค์ใหญ่ชื่อ พระพุทธสวำงศำกยมุนี ซึ่งก่อสร้ำงโดยหลวงปู่ พำ โดยใช้ดินเหนียวปั้นกับโครงไม้ ต่อมำได้มีกำรบูรณะใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2536 โดยพระรำชรัตนมงคล ผู้ช่วยเจ้ำ อำวำสวัดบวรนิเวศวิหำรเดิมถ้ำนี้เป็นที่บำเพ็ญเพียร ศีล ภำวนำของพระเกจิอำจำรย์ตั้งแต่สมัยหลวงปู่พำเรื่อยว่ำ จนถึงปัจจุบัน และมักจะพำพระมำจำพรรษำตลอดมิได้ขำดอย่ำงน้อย 1 รูป กำรลงไปสู่ถ้ำเบื้องล่ำงต้องไต่บันได ลงไปกำรเดินทำงไปยังถ้ำสำมำรถไปได้ทั้งสองทำงคือ 1.โดยกำรนั่งเรือจำกจุดชมวิวพัทยำน้อยไปยังด่ำนหมี ระยะทำงประมำณ 490 เมตร แล้วเดินไต่เขำขึ้นไปตำมระยะทำงประมำณ 1. 78 กิโลเมตร ระหว่ำงก็จะได้ สัมผัสกับลำนหินแปลกตำและต้นไม้แปลกๆที่ขึ้นบนลำนหิน 2. โดยกำรเดินด้วยเท้ำตลอดระยะทำงประมำณ 1.81 กิโลเมตร โดยเริ่มจำกสำนักสงฆ์ภูน้อยอ่ำงแก้ว ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณภูน้อย โดยลัดเลำะเรียบตีนภูน้อยและ ข้ำมร่องน้ำห้วยยำง ซึ่งเป็นร่องน้ำขนำดใหญ่ที่ไหลลงสู่อ่ำงเก็บน้ำห้วยโท - ห้วยยำง เพื่อไต่ขึ้นไปยังถ้ำผำเก ระหว่ำงทำงจะได้สัมผัสกับป่ำไม้เขียวขจี ที่แสดงถึงควำมอุดมสมบรูณ์ของผืนป่ำกิจกรรมด่ำนกำรท่องเที่ยว คือ กรำบนมัสกำรหลวงปู่ภำ พระผู้ทรงอภิญญำแห่งถ้ำผำเกเหมำะสำหรั บนักแสวงบุญที่จะมำนั่งวิปัสสนำกรรมฐำน เพรำะสถำนที่มีควำมเงียบสงบ น้าตกศรีตาดโตน น้ำตกศรีตำดโตน อัญมณีเม็ดงำมแห่งผืนป่ำภูยำงอึ่ง มีควำมสูงประมำณ 10 เมตร กว้ ำ งประมำณ 12 เมตร ตั้ ง อยู่ ใ นอุ ท ยำนแห่ ง ชำติ ภู ผ ำยลที่ ครอบคลุ ม พื้ น ที่ ถึง 3 จั ง หวั ด ได้ แ ก่ นครพนม สกลนคร มุกดำหำร อยู่ท่ำมกลำงควำมสวยงำมเขียวขจีของผืนป่ำ โดยเฉพำะในช่วงฤดูฝนจะมีควำม งดงำม ยิ่งนัก น้ำตกเกิดจำกกำรไหลมำรวมตัวกันของสำยน้ำเล็กๆหลำยสำยเพื่อไหลลงสู่ร่องน้ำใหญ่ของลำห้วย โท เป็นร่องห้วยระหว่ำงภูผำแดง ซึ่งมีพื้นที่อยู่ในเขตตำบลหนองบ่อ อำเภอนำแก จังหวัดนครพนม และภูยำงอึ่ง อยู่ในเขตตำบลเหล่ำโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนครน้ำตกศรีตำดโตน มีลักษณะเป็นลำนหินกว้ำง ลำดเอียง เรียกว่ำ ตำด ที่สำมำรถมองเห็นสำยน้ำสีขำวแผ่ออกกว้ำงไหลตัดกับหินสีดำลงสู่เบื้องล่ำง นับว่ำเป็น ควำมงำมที่เกิดจำกธรรมชำติสร้ำงสรรค์ น้ำตกศรีตำดโตนมีควำมสูงประมำณ 10 เมตร กว้ำงประมำณ 12 เมตร แอ่งน้ำขนำดใหญ่ที่เกิดจำกกำรกัดเซำะของน้ำที่ไหลกระทบกับพื้นหินเป็นสีเขียว มีควำมลึกประมำณ 5 เมตร น้ำตกศรีตำดโตน เดิมชื่อน้ำตกตำดโตน เนื่องจำกบริเวณชั้นบนของน้ำตกมีน้ำไหลผ่ำนลำนกว้ำงเป็นช่วงๆหลำย จุด ซึ่งชำวบ้ำนในตำบลเหล่ำโพนค้อมักจะเรียกบริเวณที่เป็นลำนกว้ำงว่ำ ตำด ก่อนที่จะไหลไปตำมควำมลำด เอียงของชั้นหิน และไหลตกลงสู่เบื้องล่ำง และชำวบ้ำนเรียกกำรไหลของน้ำตกจำกที่สูงลงสู่ที่ต่ำว่ำ โตน จึงเป็น

58


ที่มำของชื่อน้ำตก ตำดโตน และเมื่อปี พ.ศ. 2553 ได้มีกำรสำรวจซึ่งนำโดยนำยพิทักษ์ บริพิศ นำยอำเภอโคกศรี สุพรรณในขณะนั้น เพื่อเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวของตำบลเหล่ำโพนค้อ และได้ทำพิธีเปิดอย่ำงเป็นทำงกำรเมื่อ วันที่ 9 ธันวำคม 2553 พร้อมกับได้เพิ่มคำว่ำ ศรี ซึ่งเป็นคำนำหน้ำชื่อของอำเภอ เข้ำไปอีกหนึ่งคำ จึงได้ชื่อว่ำ น้ำตกศรีตำดโตน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมำน้ำตกศรีตำดโตน เกิดจำกร่องหินห้วยโทที่ไหลมำจำกผืนป่ำอันอุดมสมบูรณ์ สำยน้ำใสไหลผ่ำนลำนหินเป็นช่วงๆ ก่อนที่จะไหลผ่ำนช่องแคบๆเข้ำไปในแอ่งน้ำซึ่งมีลักษณะเป็นเหมือนสระ ขนำดเล็กแล้วล้นไหลลงสู่ลำนหินกว้ำงที่มีควำมลำดเอียง จะเป็นสำยน้ำสีขำวตัดกับพื้นหินสีดำสนิท ซึ่งเป็นลีลำ อันงดงำมของธรรมชำติที่ได้วำงตำแหน่งของสำยน้ำให้ไหลผ่ำนชั้นหินต่ำงๆถึง 3 ชั้น ก่อนจะทิ้งตัวลงสู่พื้นล่ำงที่มี ควำมสูงเกือบ 10 เมตร ซึ่งเกิดจำกกำรกัดกร่อนของน้ำมำนำนหลำยปีทำ ให้เกิดเป็นแอ่งขนำดใหญ่ที่มีควำมลึก เกือบ 3 เมตร ก่อให้เกิดสำยน้ำที่เย็นเฉียบไหลลงสู่เบื้องล่ำงต่อไป แม้ว่ำน้ำตกแห่งนี้จะอยู่ไกลพอควร แต่ก็ได้รับ กำรมำเยือนของนักท่องเที่ยวทุกยุคทุกสมัยเป็นเพรำะควำมงำมของสำยน้ำตกประกอบกับควำมอุดมสมบรูณ์ของ ผืนป่ำที่เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คนรักธรรมชำติเข้ำมำพักผ่อนและชื่น ชมควำมงำมของน้ำตกสำหรับกำรมำเยือน น้ำตกศรีตำดโตน ต้องเดินทำงโดยเรือเพื่อข้ำมอ่ำงเก็บน้ำห้วยโท - ห้วยยำงระยะทำงประมำณ 1.32 กิโลเมตร ใช้เวลำประมำณ 30 นำที จำกจุดชมวิวพัทยำน้อยไปยังท่ำม่วงจำกนั้นใช้กำรเดินป่ำไปตำมทำงเดินของชำวบ้ำน ที่ใช้ในกำรเดินหำของป่ำ ระยะทำงประมำณ 1.86กิโลเมตร ซึ่งระยะระหว่ำงทำงเดินที่ลัดเลำะไปตำมร่องห้วยมี ควำมงดงำมของพรรณไม้ ต่ำ งๆให้ ได้ ชมตลอดทำงและได้ยิ นเสีย งน้ำเซำะแก่งหิ นตลอดกำรเดิน ทำงใช้เวลำ ประมำณ 1 ชั่วโมง ก็เดินทำงไปถึง พระธาตุดอยอ่างกุ้ง สร้ำงในปีวอกอัฐศกอธิกมำจุลศุกรำช ๑๓๑๘ อธิกสุรทิน พุทธศักรำช ๒๔๙๙ วั น จัน ทร์ที่ ๓๐ มกรำคม ตรงกับ เดื อน ๓ แรม ๓ ค่ำ เวลำ ๐๙.๐๐ น. ตั้ ง ฐำนก่อพระพุ ท ธรูปนี้ ก่อ ปูนซีเมนต์ ทรำย กรวด ผสมเป็นคอนกรีต สำเร็จในวันเสำร์ที่ ๑๔ เมษำยน ๒๔๙๙ ตรงกับเดือน ๖ ขึ้น ๔ ค่ำ เวลำ ๑๕.๐๐ น. เจดีย์ก่อด้วยอิฐถือปูน พระพุทธรูปสูง ๖ เมตร ๗๐ เซนติเมตร หน้ำตักกว้ำง ๓ เมตร เจดีย์สูง ๗ เมตร ๕๐ เซนติเมตร กว้ำงด้ำนละ ๑ เมตร ๖๕ เซนต์ โดยท่ำนพระครูสถิตปัญญำคุณ เจ้ำคณะตำบลเหล่ำโพนค้อ เขตต์ ๑ เป็นประธำนพร้อมด้วยคณะกรรมกำรสงฆ์ ตำบลเหล่ำโพนค้อเขตต์ ๑ และเขตต์ ๒ ตลอดถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้ำนรำษฎรในตำบลนี้คือ บ้ำนเหล่ำอุดม บ้ำนโพนไฮ บ้ำนแมด บ้ำนนำท่ม บ้ำนโคกนำดี บ้ำนป่ำไร่ บ้ำน โพนทอง และท่ำนผู้มีศรัทธำทั้งหลำยที่มำร่วมคือ ตำบลหนองบ่อ ตำบลก้ำนเหลือง ตำบลตองโขบ ตำบลโนน หอม ตำบลดงชน ตำบลด่ำนม่วงคำ ตำบลม่วงลำย ตำบลโพน ตำบลปลำปำก ตำบลหนองสังข์ นำงพิศสมัย คำเพชร ประธำนกลุ่ม อสม. หมู่10 กลุ่ม อสม.อำสำสมัครสำธำรณสุขประจำ หมู่บ้ำนโพนสูง หมู่10 เป็นหน่วยงำนที่เข้มแข็งเป็นประโยชน์แก่สำธำรณะ ในด้ำนกำรจัดกำรสำธำรณสุขชุมชน กำรดูแลชุมชน กำรป้องกันและเฝ้ำระวังโรคติดต่อ และเป็นหน่วยงำนที่ให้คำปรึกษำแก่ชุมชนในเรื่องกำรดูแล สุขภำพเบื้องต้น วิธีกำรทำงำน พัฒนำศักยภำพของอสม ด้ำนดูแลผู้ป่วยติดบ้ำน ติดเตียง คัดกลองและดูแลผู้ป่วย โรคเรื้ อรั ง กำรดู แลเด็ ก 0 -6 ปี ใ น ด้ ำ นกำ รดู แ ล พั ฒ นำ กำรแล ะวั ค ซี นของ เด็ ก โ ดย ร พ.สต . แบ่งบทบำทหน้ำที่ควำมรับผิดชอบในกำรดูแลสุขภำพชุมชน 1 คนต่อ 10หลังคำเรือน ดังนี้ - 0-6 ปี ชั่งน้ำหนักดูแลพัฒนำกำรและวัคซีนของเด็ก - คัดกรองมะเร็งเต้ำนมและมะเร็งปำกมดลูกในหญิงอำยุ 35 ปีขึ้นไป - ตรวจคัดกรองโรคเรื้อรัง(เบำหวำน ควำมดัน) - เยี่ยมบ้ำนผู้สูงอำยุ ผู้ป่วยติดบ้ำนติดเตียง ในกำรฟื้นฟูและทำกำยภำพบำบัด - รณรงค์ป้องกันโรคติดต่อตำมฤดูกำล เช่น ไข้เลือดออก ฉี่หนู พิษสุนัขบ้ำ ไข้หวัด 2009 - รณรงค์กำรจัดกำรสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยกำรเก็บเศษขยะ คว่ำกะลำ ประชำสัมพันธ์เผยแผร่ข้อมูล ข่ำวสำรที่เกี่ยวกับสุขภำพ ผ่ำนเสียงตำมสำย รถประชำสัมพันธ์ กลุ่มทอผ้าบ้านโพนสูง นำยกมลรัตน์ พลรำชม ประธำน กลุ่มทอผ้ำ ในอดีตชำวบ้ำนโพน สูงหมู่ 10 ใช้ชีวิตแบบเรียบง่ำยพึ่งพำตนเอง จะปลูกฝ้ำย และทอผ้ำฝ้ำยไว้ใช้เองในครัวเรือน เช่น ผ้ำห่ม

59


ผ้ำขำวม้ำ ผ้ำสำหรับตัดเสื้อ ผ้ำถุงมัดหมี่ ผู้หญิงส่วนใหญ่ยังนุ่งผ้ำถุงมัดหมี่ในกำรไปทำบุญที่วัด และไปในงำน ประเพณีต่ำงๆ ทำให้มีผู้พบเห็นมีควำมสนใจลวดลำยมัดหมี่ และขอซื้อ ทำให้คนทอผ้ำรวมกลุ่มกันในกำรทอผ้ำ เพื่อไว้ใช้เองและจำหน่ำยให้กับคนที่สนใจ ต่อมำ พ.ศ. 2549 ผู้นำชุมชนได้เล็งเห็นควำมสำคัญและอยำก อนุรักษ์วัฒนธรรมกำรทอผ้ำไว้ จึงให้มีกำรรวบรวมคนในชุมชนที่ทอผ้ำ จัดตั้งกลุ่มขึ้น โดยมี นำยกมลรัตน์ พลรำ ชม เป็นประธำนกลุ่ม เพื่อให้สมำชิกกลุ่มได้รวมกันทอผ้ำและคิดลวดลำยกำรทอให้ได้เพิ่มมำกขึ้น ต่อมำในปี พ.ศ. 2552 องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ ได้เข้ำมำสนับสนุน เพื่อส่งเสริมให้คนในชุมชนมีรำยได้เสริม และผลิตภัณฑ์จำกกลุ่มทอผ้ำ เป็นที่รู้จักของคนในชุมชนและคนทั่วไป พระครูอัมพวันธรรมสถิต เจ้ำอำวำสวัดป่ำอัมพวัน บ้ำนโพนสูง วัดป่ำอัมพวัน ตั้งเดิมตั้งอยู่ บ้ำนโพนค้อ หมู่ 1 ตำบลเหล่ำโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ปัจจุบันวัดป่ำอัมพวันตั้งอยู่บ้ำน โพนสูง(แยกออกจำกหมู่บ้ำนโพนค้อ) สังกัดคณะสงฆ์มหำนิกำย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 59 ไร่ 3 งำน 25 ตำรำงวำ วัดป่ำอัมพวัน ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2430 โดยมีชำวบ้ำนโพนค้อ ช่วยกันสร้ำงวัดขึ้น ชำวบ้ำนเรียกว่ำ วัดป่ำโพนค้อ และปัจจุบันเรียกกว่ำ วัดป่ำอัมพวัน กำรบริหำรและกำรปกครอง มีเจ้ำอำวำสเท่ำที่ทรำบนำม คื อ รูปที่ 1 พระ อธิกำรพิมพ์ ปิยธัมโม รูปที่ 2 พระอธิกำรอุ่น ธัมมสำโร รูปที่ 3 พระอธิกำรลุน ปัญญำวโร รูปที่ 4 พระอธิกำร วีระพันธ์ ปัญญำคโม รูปที่ 5 เจ้ำอธิกำรจันลี กตปุญโญ รูปที่ 6 พระหล่ำง ขันติโก รูปที่ 7 พระเหรียญชัย จันทวโส รูปที่ 8 พระอธิกำรสงัด สมำจำโร ตั้งแต่ พ.ศ. 2524 เป็นมำจนถึงปัจจุบัน หนองแคน เป็น หนองน้ำที่เกิด ขึ้น ตำมธรรมชำติ เป็น แหล่ง อำหำรของชุม ชน และใช้ใน กำรเกษตรกรรมเมื่อหนองน้ำได้ตื้นเขิน ได้มีโครงกำรขุดลอกหนองแคน เพื่อให้สำมำรถเก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้นและ เป็นแหล่งเพำะพันธุ์ปลำ โดยได้นำพันธุ์ปลำมำปล่อยหลำยชนิด เป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชน หนองผือ เป็นหนองน้ำที่เกิดขึ้นตำมธรรมชำติ เป็นแหล่งอำหำรของชุมชน และใช้ในกำรเกษตรกรรมเมื่อหนอง น้ำได้ตื้นเขิน ได้มีโครงกำรขุดลอกผือ เพื่อให้สำมำรถเก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้นและเป็นแหล่งเพำะพันธุ์ปลำ โดยได้ นำพันธุ์ปลำมำปล่อยหลำยชนิด เป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชน ๒. ความพร้อมของประชาชนในการเป็นพื้นที่การเรียนรู้ ๒.๑ ความพร้อมจากการมีงานเด่น ๑. มี กำรรวมกลุ่ มในกำรท ำผลิต ภัณ ฑ์ กำรทอผ้ำ พื้ นเมือง กลุ่ม ถ่ำ ยทอดควำมรู้ให้ แก่คนที่ส นใจได้ ถ่ ำ ยทอดและให้ ค วำมรู้ ด้ ำ นกำรทอผ้ ำ พื้ น เมื อ ง มั ด หมี่ ซึ่ ง ทุ น ทำงสั ง คมที่ มี ส่ ว นร่ ว มในกำรขับ เคลื่ อ นงำน ประกอบด้วย นำงวำสนำ ธนะคำดี นำงบุญมี พลรำชม นำงนิ้ม พลรำชม โดยมีปัจจัยที่ใช้ในกำรสนับสนุนกำร พัฒนำงำนต่อเนื่องและขยำยผล ได้แก่ ข้อมูล งบประมำณ กำลังคน และงำนที่ปฏิบัติเป็นกำรดำเนินกิจกรรม เสริมสร้ำงควำมเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ในด้ำน กำรพัฒนำศักยภำพ กำรพัฒนำสภำพแวดล้อม กำรพัฒนำ และนำใช้ข้อมูลในกำรแก้ปัญหำ กำรพัฒนำกฎ กติกำ ระเบียบ เพื่อหนุนเสริมกำรสร้ำงควำมเข้มแข็ง 2. กำรบริหำรจัดกำรแบบมีส่วนร่วม มีกำรบริหำรงำนอย่ำงบูรณำกำร ต่อเนื่อง มีกำรร่วมมือกับทุกภำค ส่ว นเพื่ อตอบสนองบริกำรสำธำรณะ มีกำรตรวจสอบและกำรติด ตำม ซึ่ ง ทุ นทำงสั ง คมที่ มี ส่ว นร่ว มในกำร ขับเคลื่อนงำน ประกอบด้วย นำยเหรียญทอง พลรำชม โดยมีปัจจัยที่ใช้ในกำรสนับสนุนกำรพัฒนำงำนต่อเนื่อง และขยำยผล ได้แก่ กำลังคน และงบประมำณ และข้อมูล งำนที่ปฏิบัติเป็นกำรดำเนินกิจกรรมเสริมสร้ำงควำม เข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ในด้ำน กำรพัฒนำด้ำนศักยภำพ กำรพัฒนำระบบบริกำร และกำรพัฒนำกฎ กติกำ ระเบียบ เพื่อหนุนเสริมกำรสร้ำงควำมเข็มแข็ง ๓. กลุ่มอำชีพเกษตรผสมผสำน ซึ่ง สมำชิกในกลุ่ม สำมำรถถ่ำยทอดควำมรู้ด้ำนกำรเกษตรให้แก่คนที่ สนใจได้ ซึ่งทุนทำงสังคมที่มีส่วนร่วมในกำรขับเคลื่อนงำน ประกอบด้วย นำยสร้อย คำภูษำ โดยมีปัจจัยที่ใช้ใน กำรสนับสนุนกำรพัฒนำงำนต่อเนื่องและขยำยผล ได้แก่ ข้อมูล งบประมำณ กำลังคน และงำนที่ปฏิบัติเป็นกำร

60


ดำเนินกิจกรรมเสริมสร้ำงควำมเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ในด้ำน กำรพัฒนำศักยภำพ กำรพัฒนำสภำพแวดล้อม กำรพัฒนำและนำใช้ข้อมูลในกำรแก้ปัญหำ กำรพัฒนำกฎ กติกำ ระเบียบ เพื่อหนุนเสริมกำรสร้ำงควำมเข้มแข็ง ๔. มีกำรรวมกลุ่มในกำรทำผลิตภัณฑ์จำกเสื่อกก สมำชิกในกลุ่มถ่ำยทอดควำมรู้ให้แก่คนที่สนใจได้ ที่ ถ่ำยทอดและให้ควำมรู้ด้ำนเกษตร ซึ่งทุนทำงสังคมที่มีส่วนร่วมในกำรขับเคลื่อนงำน ประกอบด้วย นำงอัมพร ล้ำนจ๊ะ โดยมีปัจจัยที่ใช้ในกำรสนับสนุนกำรพัฒนำงำนต่อเนื่องและขยำยผล ได้แก่ ข้อมูล งบประมำณ กำลังคน และงำนที่ปฏิบัติเป็นกำรดำเนินกิจกรรมเสริมสร้ำงควำมเข้ มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ในด้ำน กำรพัฒนำศักยภำพ กำรพัฒนำสภำพแวดล้อม กำรพัฒนำและนำใช้ข้อมูลในกำรแก้ปัญหำ กำรพัฒนำกฎ กติกำ ระเบียบ เพื่อหนุน เสริมกำรสร้ำงควำมเข้มแข็ง ๕. กลุ่มเลี้ยงโค สมำชิกในกลุ่มถ่ำยทอดควำมรู้ให้แก่คนที่สนใจได้ที่ ถ่ำยทอดและให้ควำมรู้ด้ำนเกษตร ซึ่งทุนทำงสังคมที่มีส่วนร่วมในกำรขับเคลื่อนงำน ประกอบด้วย นำงกำวี แผนเมือง โดยมีปัจจัยที่ใช้ในกำร สนับสนุนกำรพัฒนำงำนต่อเนื่องและขยำยผล ได้แก่ ข้อมูล งบประมำณ กำลังคน และงำนที่ปฏิบัติเป็นกำรดำเนิน กิจกรรมเสริมสร้ำงควำมเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ในด้ำน กำรพัฒนำศักยภำพ กำรพัฒนำสภำพแวดล้อม กำร พัฒนำและนำใช้ข้อมูลในกำรแก้ปัญหำ กำรพัฒนำกฎ กติกำ ระเบียบ เพื่อหนุนเสริมกำรสร้ำงควำมเข้มแข็ง ๖. กลุ่มหมอเหยำ สมำชิกในกลุ่มถ่ำยทอดควำมรู้ วัฒนธรรมหมอเหยำให้แก่คนที่สนใจได้ที่ ซึ่งทุนทำง สังคมที่มีส่วนร่วมในกำรขับเคลื่อนงำน ประกอบด้วย นำงอุดร ลีนำลำด โดยมีปัจจัยที่ใช้ในกำรสนับสนุนกำร พัฒนำงำนต่อเนื่องและขยำยผล ได้แก่ ข้อมูล งบประมำณ กำลังคน และงำนที่ปฏิบัติเป็นกำรดำเนินกิจกรรม เสริมสร้ำงควำมเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ในด้ำน กำรพัฒนำศักยภำพ กำรพัฒนำสภำพแวดล้อม กำรพัฒนำ และนำใช้ข้อมูลในกำรแก้ปัญหำ กำรพัฒนำกฎ กติกำ ระเบียบ เพื่อหนุนเสริมกำรสร้ำงควำมเข้มแข็ง ๗. ป่ ำ ดอนหอ สมำชิ กในกลุ่ ม ถ่ ำ ยทอดควำมรู้ ให้ แ ก่ค นที่ ส นใจได้ ที่ ถ่ ำ ยทอดและให้ ค วำมรู้ด้ ำ น สิ่งแวดล้อม ซึ่งทุนทำงสังคมที่มีส่วนร่วมในกำรขับเคลื่อนงำน ประกอบด้วย นำยวรจิตร ลีนำลำด โดยมีปัจจัยที่ ใช้ในกำรสนับสนุนกำรพัฒนำงำนต่อเนื่องและขยำยผล ได้แก่ ข้อมูล งบประมำณ กำลังคน และงำนที่ปฏิบัติเป็น กำรด ำเนิ น กิจ กรรมเสริม สร้ ำ งควำมเข้ ม แข็ ง ของชุ ม ชนท้ องถิ่ น ในด้ ำ น กำรพั ฒ นำศั ก ยภำพ กำรพั ฒ นำ สภำพแวดล้อม กำรพัฒนำและนำใช้ข้อมูลในกำรแก้ปัญหำ กำรพัฒนำกฎ กติกำ ระเบียบ เพื่อหนุนเสริมกำรสร้ำง ควำมเข้มแข็ง ๘. กลุ่มบ้ำนพักโฮมสเตย์และกลุ่มกองทุนแม่ของแผ่นดิน ซึ่งทุนทำงสังคมที่มีส่วนร่วมในกำรขับเคลื่อน งำน ประกอบด้วย นำยวำรินทร์ แคล่วคล่อง นำงศิวพร ขันทีท้ำว โดยมีปัจจัยที่ใช้ในกำรสนับสนุนกำรพัฒนำ งำนต่อเนื่องและขยำยผล ได้แก่ ข้อมูล งบประมำณกำลังคนและงำนที่ปฏิบัติเป็นกำรดำเนินกิจกรรมเสริมสร้ำง ควำมเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ในด้ำนกำรพัฒนำศักยภำพกำรพัฒนำสภำพแวดล้อมกำรพัฒนำและนำใช้ข้อมูล ในกำรแก้ปัญหำกำรพัฒนำกฎ กติกำ ระเบียบ เพื่อหนุนเสริมกำรสร้ำงควำมเข้มแข็ง ๙. กลุ่มแม่บ้ำนเกษตรแปรรูปน้ำผลไม้บ้ำนเหล่ำเหนือ ๑๐. กลุ่มผู้ใช้น้ำประปำเหล่ำเหนือ ซึ่งทุนทำงสังคมที่มีส่วนร่วมในกำรขับเคลื่อนงำน ประกอบด้วย นำยสัมมำ ยำงธิสำร นำงฮงชัย ขันทีท้ำว และนำงกองมณี ขันทีท้ำว โดยมีปัจจัยที่ใช้ในกำรสนับสนุนกำร พัฒนำงำนต่อเนื่องและขยำยผล ได้แก่ ข้อมูล งบประมำณกำลังคนและงำนที่ปฏิบัติเป็นกำรดำเนินกิจกรรม เสริมสร้ำงควำมเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ในด้ำนกำรพัฒนำศักยภำพกำรพัฒนำสภำพแวดล้อมกำรพัฒนำและนำ ใช้ข้อมูลในกำรแก้ปัญหำกำรพัฒนำกฎ กติกำ ระเบียบ เพื่อหนุนเสริมกำรสร้ำงควำมเข้มแข็ง ๑๑. กำรพัฒนำหนองกุดแกลบ ซึ่งทุนทำงสังคมที่มีส่วนร่วมในกำรขับเคลื่อนงำน ประกอบด้วย ทุน ระดับบุคคล ทุนระดับกลุ่ม ทุนระดับแหล่งประโยชน์ โดยมีปัจจัยที่ใช้ในกำรสนับสนุนกำรพัฒนำงำนต่อเนื่อง และขยำยผล ได้แก่ กำลังคน งบประมำณ ข้อมูลและงำนที่ปฏิบัติเป็นกำรดำเนินกิจกรรมเสริมสร้ำงควำมเข้มแข็ง ของชุมชนท้องถิ่น ในด้ำน กำรพัฒนำศักยภำพ กำรพัฒนำสภำพแวดล้อมกำรพัฒนำระบบบริกำร กำรพัฒนำและ นำใช้ข้อมูลในกำรแก้ปัญหำ

61


๑๒. กลุ่ มทอผ้ ำ ไหมและกลุ่ม กลองยำวพื้ น บ้ ำน ซึ่ ง ทุ นทำงสั ง คมที่ มี ส่ ว นร่ว มในกำรขับ เคลื่ อนงำน ประกอบด้วย นำงไข่คูณ ยำงธิสำร นำยจบ ยำงธิสำร โดยมีปัจจัยที่ใช้ในกำรสนับสนุนกำรพัฒนำงำนต่อเนื่อง และขยำยผล ได้แก่ ข้อมูล งบประมำณกำลังคนและงำนที่ปฏิบัติเป็นกำรดำเนินกิจกรรมเสริมสร้ำงควำมเข้มแข็ง ของชุ ม ชนท้ องถิ่น ในด้ ำ นกำรพั ฒ นำศักยภำพกำรพั ฒ นำสภำพแวดล้ อมกำรพั ฒ นำและน ำใช้ ข้อมู ล ในกำร แก้ปัญหำกำรพัฒนำกฎ กติกำ ระเบียบ เพื่อหนุนเสริมกำรสร้ำงควำมเข้มแข็ง ๑๓. กลุ่ม ทอผ้ำ ซึ่งทุนทำงสังคมที่มีส่วนร่วมในกำรขับเคลื่อนงำน ประกอบด้วย นำยสัมมำ นำยกมล รัตน์ พลรำชม โดยมีปัจจัยที่ใช้ในกำรสนับสนุนกำรพัฒนำงำนต่อเนื่องและขยำยผล ได้แก่ ข้อมูล งบประมำณ กำลังคน และงำนที่ปฏิบัติเป็นกำรดำเนินกิจกรรมเสริมสร้ำงควำมเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ในด้ำนกำรพัฒนำ ศักยภำพ กำรพัฒนำสภำพแวดล้อม กำรพัฒนำและนำใช้ข้อมูลในกำรแก้ปัญหำ กำรพัฒนำกฎ กติกำ ระเบียบ เพื่อหนุนเสริมกำรสร้ำงควำมเข้มแข็ง ๑๔.กลุ่มดนตรีพื้นเมือง ซึ่งทุนทำงสังคมที่มีส่วนร่วมในกำรขับเคลื่อนงำน ประกอบด้วย นำยสัมมำ นำย เลิ ศ ณรงค์ พลรำชม โดยมี ปั จ จั ย ที่ ใช้ ในกำรสนั บ สนุ น กำรพั ฒ นำงำนต่ อเนื่ องและขยำยผล ได้ แก่ ข้อมู ล งบประมำณกำลังคน และงำนที่ปฏิบัติเป็นกำรดำเนินกิจกรรมเสริมสร้ำงควำมเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ในด้ำน กำรพัฒนำศักยภำพ กำรพัฒนำสภำพแวดล้อม กำรพัฒนำและนำใช้ข้อมูลในกำรแก้ปัญหำ กำรพัฒนำกฎ กติกำ ระเบียบ เพื่อหนุนเสริมกำรสร้ำงควำมเข้มแข็ง ๑๕. กลุ่มกองทุนเงินล้ำน ซึ่งทุนทำงสังคมที่มีส่วนร่วมในกำรขับเคลื่อนงำน ประกอบด้วย นำยสัมมำ นำยทวีชัย พรหมเชษฐำ โดยมีปัจจัยที่ใช้ในกำรสนับสนุนกำรพัฒนำงำนต่อเนื่องและขยำยผล ได้แก่ ข้อมูล งบประมำณกำลังคน และงำนที่ปฏิบัติเป็นกำรดำเนินกิจกรรมเสริมสร้ำงควำมเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ในด้ำน กำรพัฒนำศักยภำพ กำรพัฒนำสภำพแวดล้อม กำรพัฒนำและนำใช้ข้อมูลในกำรแก้ปัญหำ กำรพัฒนำกฎ กติกำ ระเบียบ เพื่อหนุนเสริมกำรสร้ำงควำมเข้มแข็ง ๑๖.กลุ่ม อสม. ซึ่งทุนทำงสังคมที่มีส่วนร่วมในกำรขับเคลื่อนงำน ประกอบด้วย นำยสัมมำ นำงพิศสมัย คำเพชร โดยมีปัจจัยที่ใช้ในกำรสนับสนุนกำรพัฒนำงำนต่อเนื่องและขยำยผล ได้แก่ ข้อมูล งบประมำณกำลังคน และงำนที่ปฏิบัติเป็นกำรดำเนินกิ จกรรมเสริมสร้ำงควำมเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ในด้ำนกำรพัฒนำศักยภำพ กำรพัฒนำสภำพแวดล้อม กำรพัฒนำและนำใช้ข้อมูลในกำรแก้ปัญหำ กำรพัฒนำกฎ กติกำ ระเบียบ เพื่อหนุน เสริมกำรสร้ำงควำมเข้มแข็ง ๒.๒ ความร่วมมือของบุคลากรภายในองค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อ บุคลำกรขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อส่วนมำกเป็นคนในพื้นที่ตำบลและพื้นที่ ใกล้เคียง มีบุคลำกรหลำยคนบรรจุที่นี่ มีอำยุงำนหลำยปีจึงทำให้มองภำพในกำรพัฒนำตำบลสุขภำวะได้อย่ำง ทั่วถึง รู้ถึงสภำพปัญหำควำมต้องกำรของประชำชน และทิศทำงในกำรพัฒนำ เจ้ำหน้ำที่ทุกคนให้ควำมร่วมมือใน กำรทำงำนทั้งงำนเอกสำรและกำรลงพื้นที่ร่วมกับนักวิชำกำรหลักที่ได้รับมอบหมำย นอกจำกนี้ ยังได้รับควำม ร่วมมือกับ ๔ องค์กรหลักในกำรพัฒนำตำบลสุขภำวะได้แก่ ชุมชน วัด โรงเรียนในพื้นที่ โรงพยำบำลส่งเสริม สุขภำพ ร่วมในกำรออกเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้ำงควำมเข้ำใจในกำรดำเนินงำนสู่ตำบลสุขภำวะ และเตรียม ชุมชนสร้ำงควำมพร้อมในกำรขับเคลื่อนกิจกรรมต่ำงๆ ทุกส่วนมีควำมพร้อมและกระตือรือร้นที่จะร่วมมือพัฒนำ ตำบลสุขภำวะไปสู่เป้ำหมำยของกำรพัฒนำเป้นอย่ำงดี ๒.๓ ความพร้อมขององค์การบริหารส่วนตาบลต้นแบบ องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อถึงแม้จะเป็นองค์กรขนำดเล็กในบรรดำองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในอำเภอโคกศรีสุพรรณ แต่ในเรื่องกำรทำงำน และกำรประสำนงำน องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำ โพนค้อได้รับกำรยอมรับจำกหลำยหน่วยงำนและควำมไว้วำงใจจำกหลำยส่วนรำชกำร จะเห็นได้จำกรำงวัลที่ ได้รับ เช่น

62


๑) รำงวัลผ่ำนเกณฑ์มำตรฐำนด้ำนควำมโปร่งใสและตรวจสอบได้ จำกสถำบันพระปกเห

กล้ำ ปีพ.ศ. ๒๕๕๓ ๒) รำงวัลกำรบริหำรกำรจัดกำรที่ดี จำกสำนักนำยกรัฐมนตรีปี พ.ศ.2552

๓) รำงวัลหน่วยกู้ภัยดีเด่น ระดับ FR จำกสถำบันกำรแพทย์ฉุกเฉินแห่งชำติกระทรวง สำธำรณสุข ปีพ.ศ.2552 ๔) โล่เกียรติคุณหน่วยบริกำรแพทย์ระดับอำเภอ จำกสำนักงำนสำธำรณสุขอำเภอโคกศรี สุพรรณ ปี พ.ศ.๒๕๕๑ ๕) รำงวัลชนะเลิศอันดับ 1 ด้ำนกำรบริกำรทำงกำรแพทย์ระดับจังหวัด จำกสำนักงำน สำธำรณสุขจังหวัดสกลนคร กระทรวงสำธำรณสุข ปี พ.ศ.๒๕๕๑ ๖) โล่เกียรติคุณหน่วยบริกำรแพทย์ระดับอำเภอ ด้ำนกำรจักระบบกำรบริหำรและบริกำร กำรแพทย์ฉุกเฉิน จำกสำนักงำนสำธำรณสุขอำเภอโคกศรีสุพรรณ กระทรวงสำธำรณสุข ปี พ.ศ.๒๕๕๐ ๗) รำงวัลที่ 1 กำรแข่งขันรวมพลังสร้ำงสุขภำพในงำนมหกรรมรวมพลคน เหลือง-ฟ้ำ เทิดพระเกียรติ 5 ธันวำ มหำรำช 12 สิงหำมหำรำชินี จำกกระทรวงสำธำรณสุข ปี พ.ศ.๒๕๕๗ ๘) รำงวั ลที่ 1 กำรแข่งขัน กำรรวมพลั งสร้ำ งสุ ขภำพในงำนมหกรรมรวมพลพั งสร้ ำ ง สุขภำพแห่งชำติ จำกกระทรวงสำธำรณสุข ปี พ.ศ.๒๕๕๖ ๙) รำงวัลที่ 3 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกำรัดกำรที่ดีตำมหลักธรรมมำภิบำล จำก สำนักนำยกรัฐมนตรี ปี ๒๕๕๖ นอกจำกนี้ยังได้รับควำมไว้วำงใจจำกหลำยหน่วยงำนให้เป็นพื้นที่เป้ำหมำยและนำร่อง กำรพัฒนำและเป็นต้นแบบกับท้องถิ่นอื่นๆ เช่น (๑) องค์กำรบริ หำรส่ว นตำบลเหล่ำโพนค้อได้รับคัดเลือกจำกพัฒนำสั งคมและควำม มั่นคงของจังหวัดสกลนครให้เป็นพื้นที่นำร่องในกำรจัดสวัสดิกำรสังคมซึ่งทั้ งจังหวัดจะได้รับคัดเลือกแค่ ๓ อบต. เท่ำนั้น จำกกำรได้รั บกำรคัดเลื อกดังกล่ ำวทำให้ องค์กำรบริห ำรส่ ว นตำบลได้รับกำรสนับสนุน งบประมำณจำก พมจ.จังหวัด เพื่อจัดกำรฝึกอบรมและพัฒนำอำชีพให้กับประชำชน เช่น กำรฝึกอบรม อำชีพทอเสื่อ และศึกษำดูงำนนอกสถำนที่เพื่อต่อยอดกำรจัด ทำผลิตภัณฑ์จำกเสื่อ และได้รับกำรผลักดัน ผลิตภัณฑ์สู่ตลำดเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ต่อไป (๒) ได้รับงบประมำณในกำรดำเนินโครงกำรครอบครัวอบอุ่นเพื่อแก้ไขปัญหำเด็กเยำวชน ติดยำเสพติดและติดเกม โครงกำรจั ดตั้งสภำเด็กเยำวชน เพื่อให้ เด็กมีเวทีในกำรแสดงออกทำงด้ ำน ควำมคิด ไม่หมกมุ่นกับยำเสพติดและเกม โครงกำรปรับปรุงบ้ำนพักผู้พิกำร เพื่อให้ผู้พิกำรกำยอุปกรณ์ ช่วยเหลือกำรเคลื่อนไหวภำยในบ้ำน บ้ำนสะอำดอนำมัยดีศรีสมบูรณ์ เพื่อส่งเสริมให้ครัวเรือนนำร่องที่ร่วม โครงกำรมีควำมสะอำดนำหลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงมำใช้ กำรตกแต่งครั วเรือนด้วยพืชผักสวนครัว หน้ำบ้ำนสวยหลังบ้ำนสวน โครงกำรพัฒนำระบบสวัสดิกำรออมวันละบำทตำบลโพนค้อเพื่อให้ประชำชน รู้จักระบบกำรออมและกำรจัดสวัสดิกำรแก่สมำชิก ทำให้ประชำชนได้รับกำรบริกำรด้ำนสวัสดิกำรและ พัฒนำอำชีพทั่วถึงมำกขึ้น (๓) ได้รับ คัดเลือกจำกเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสกลนคร ให้ เป็นพื้นที่ในกำรพัฒนำ ศักยภำพเกษตรครบวงจร ในพื้นที่ใต้อ่ำงเก็บน้ำห้วยโท-ห้วยยำงด้วย ซึ่งมีสมำชิก ๒๓๐ คน โดยหน่วยงำน ที่สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องมีโครงกำรมำในพื้นที่เพื่ออบรมและให้ควำมรู้ด้ำนกำรเกษตรโดย สมำชิกทุกคนจะได้รับกำรช่วยเหลือทั้งทำงตรงและทำงอ้อม เช่น กำรจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ด้ำนกำรเกษตร โดย 63


มีนำยยักษ์สิทธิ ยำงธิสำรเป็นประธำน มีสมำชิกทั้งหมด ๓๑ คน และได้รับกำรสนับสนุนงบประมำณและ พันธุ์สัตว์เพื่อนำไปเลี้ยงและขยำยผลภำยในกลุ่ม ได้รับกำรไถกลบตอซังฟรี จำนวน ๕ ไร่ ได้รับพันธ์ข้ำวใน กำรเพำะปลูกฟรี มีกำรอบรมอำชีพต่ำงๆ ตำมควำมสนใจของสมำชิก ให้คำปรึกษำกำรทำกำรเกษตรแก่ สมำชิกทุกคน (๔) องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อร่วมกับวิทยำลัยสำรพัดช่ำงจังหวัดสกลนคร จัดตั้งศูนย์ซ่อมสร้ำงที่ อบต.เหล่ำโพนค้อ พร้อมฝึกอบรมผู้ดูแลประจำศูนย์และผู้สนใจด้ำนช่ำงไฟฟ้ำ ช่ำง ยนต์ และช่ำงอื่นๆ ตำมควำมสนใจ นอกจำกนี้วิทยำลัยสำรพัดช่ำงยังให้บริกำรซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้ำฟรี กระจำยตำมหมู่บ้ำนต่ำงๆเพื่อให้ประชำชนเข้ำถึงบริกำรมำกที่สุด (๕) ศูนย์ พัฒ นำเด็กเล็ กถือว่ำเป็นงำนหลักที่อยู่ในควำมดูแลขององค์กำรบริห ำรส่ว น ตำบลเหล่ำโพนค้อ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 ศูนย์ ดูแลเด็กอำยุตั้งแต่ 2-5 ปี แต่มีเด็กส่วนหนึ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครอง ส่งไปเรียนในโรงเรียนเอกชน ในตัวอำเภอ และตัวจังหวัดซึ่งมำกขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหำดังกล่ำว และสร้ำงควำมมั่นใจแก่พ่อแม่ผู้ปกครองในกำรจัดกำรเรียนกำรสอนของศูนย์พัฒนำเด็กเล็กทั้ง 3 แห่ง องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อจึง ได้ประสำนงำนกับศูนย์อนำมัยสิ่งแวดล้อมที่ 7 อุบลรำชธำนี ให้ มำช่วยประเมินมำตรฐำนตำมเกณฑ์ตัวชี้วัดที่กรมอนำมัยสิ่งแวดล้อมกำหนดขึ้น เพื่อปรับปรุงและพัฒนำ ศูนย์พัฒนำเด็กเล็กให้เป็นศูนย์พัฒนำเด็กเล็กน่ำอยู่เ ทียบเท่ำโรงเรียนเอกชน จนทำให้ศูนย์พัฒนำเด็กเล็ก บ้ำนโพนค้อได้รับรำงวัลชนะเลิศศูนย์พัฒนำเด็กเล็กยอดเยี่ยมระดับจังหวัดประจำปี ๒๕๕๓ (๖)องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อได้ทำบันทึกข้อตกลงควำมร่วมมือกับสำนักงำน อัยกำรจังหวัดสกลนครเรื่องโครงกำรส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในกำรคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือ ทำงกฎหมำยแก่ป ระชำชน โดยในวันที่ ๒๖ สิงหำคม ๒๕๕๗ สำนักงำนอัยกำรจังหวัดสกลนครได้จัด ฝึกอบรมให้ควำมรู้ด้ำนกฎหมำยแก่ผู้นำชุมชน และผู้นำกลุ่มอำชีพต่ำงๆ ในชุมชน ให้สำมำรถเข้ำใจถึง ระบบและขั้นตอนกำรให้บริกำรด้ำนกฎหมำยเมื่อมีปัญหำ (๗) องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อร่วมกับสำธำรณสุขจังหวัดโรงพยำบำลส่งเสริม สุขภำพตำบลโพนค้อร่วมกันดำเนินกำรจัดทำธรรมนูญสุขภำพ เพื่อเป็นข้อตกลงร่วมกันกับชุมชนในกำร ปฏิบัติตำมและบังคับใช้ในพื้นที่ให้ประชำชนมีสุขภำพร่ำงกำยที่สมบูรณ์และแข็งแรงโดยได้ประกำศใช้เป็น ที่เรียบร้อยแล้ว (๘) กระทรวงแรงงำน โดยสถำบันพัฒนำฝีมือแรงงำน เป็นสถำนที่จัดกำรเรียนกำรสอน และกำรฝึกอำชีพและสนับสนุนงบประมำณในกำรอบรมสำหรับชุมชน(แหล่งเรียนรู้) เพื่อให้มีควำมรู้และ เชี่ยวชำญในกำรพัฒนำอำชีพผลิตภัณฑ์ในชุมชนตรงกับควำมต้องกำรในตลำดมำก เช่น อำชีพตัดเย็บ กำร จักรสำน กำรแปรรูปผลิตภัณฑ์จำกวัสดุในชุมชน (๙) องค์กำรบริหำรส่วนจังหวัดสกลนคร สนับสนุนงบกำรจัดทำโครงกำรและงบประมำณ ต่ำงๆ ประชำชนในชุมชนได้รับกำรแก้ไขปัญหำอย่ำงต่อเนื่องและครอบคลุม เช่น ศูนย์สำมดำประจำตำบล (๑๐) สำนักงำนสิ่งแวดล้อมภำคที่ ๑๐ เป็นทีมวิทยำกร ให้คำแนะนำแหล่งเรียนรู้กำร บริหำร จัดกำรขยะอย่ำงครบวงจร สนับสนุนกำรต่อยอดนวัตกรรมกำรบริหำรจัดกำรขยะครัวเรือน (๑๑) โรงพยำบำลโคกศรี สุ พ รรณ โรงพยำบำลส่ ง เสริ ม สุ ข ภำพต ำบลโพนค้ อ ร่ ว ม ดำเนินกำรกำรเก็บข้อมูลตำบล (TCNAP) กำรวิจัยชุมชน(RECAP) กำรวิเครำะห์ข้อมูลชุมชน เพื่อให้เกิด กำรนำใช้ข้อมูลร่วมกันในกำรแก้ไขปัญหำ 64


(๑๒) สำนักเกษตรอำเภอโคกศรีสุพรรณ สนับสนุนบุคลำกรในกำรให้ควำมรู้สำหรับแหล่ง เรียนรู้เกษตรกรรมยั่งยืน ระบบเศรษฐกิจชุมชน ๒.๔ ความเชื่อมโยงของกิจกรรม ผู้ดาเนินการ บทบาท กลไกและผลลัพธ์ที่ สนับสนุนให้เกิดความ เข้มแข็งของชุมชน องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ มีกำรพัฒนำร่วมกันกับ ๔ องค์กรหลักในพื้นที่โดยยึด วิสัยทัศน์ในกำรพัฒนำที่ว่ำ “ประชำชนจะได้รับกำรพัฒนำคุณภำพชีวิตที่ดี ด้วยกำรนำหลักปรัชญำเศรษฐกิจ พอเพี ย งมำใช้ ภ ำยใต้ ก ำรบริ ห ำรจั ด กำรที่ ดี ” ซึ่ ง องค์ ป ระกอบของหลั ก ธรรมาภิ บ าล ได้ แ ก่ 1. หลักนิติธรรม ได้แก่ กำรตรำกฎหมำย กฎ ข้อบังคับต่ำงๆ ให้ทันสมัยและเป็นธรรมเป็นที่ ยอมรับ ของสั งคม และสั งคมนิย มพร้อมใจปฏิบั ติ ตำมกฎหมำย ข้อบั ง คับ โดยถือว่ำ กำรปกครองอยู่ ภำยใต้ กฎหมำยมิใช่ตำมอำเภอใจหรืออำนำจของตัวบุคคล 2. หลักคุณธรรม ได้แก่ กำรยึดถือในควำมถูกต้องดีงำม ไม่เลือกปฎิบัติกับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง 3. หลักควำมโปร่งใส ได้แก่ กำรสร้ำงควำมไว้วำงใจซึ่งกันและกันของคนในท้องถิ่น โดยปรับปรุง กลไกกำรทำงำนขององค์กรให้มีควำมโปร่งใส มีกำรเปิดเผยข้อมูลข่ำวสำรที่เป็นประโยชน์อย่ำงตรงไปตรงมำด้วย ภำษำที่เข้ำใจง่ำย ประชำชนเข้ำถึงข่ำวสำรได้สะดวก ประชำชนสำมำรถตรวจสอบควำมถูกต้องได้ชัดเจนขึ้น 4. หลักกำรมีส่วนร่วม ได้แก่ กำรเปิดโอกำสให้ประชำชนมีส่วนร่วมรับรู้ แสดงควำมคิดเห็นใน กำรตัดสินใจปัญหำของท้องถิ่นไม่ว่ำด้วยกำรแจ้งข้อมูลข่ำวสำร กำรประชำสัมพันธ์ กำรแสดงประชำมติ 5. หลักควำมรับผิดชอบ ได้แก่ กำรตระหนักในสิทธิหน้ำที่ ควำมสำนึกในควำมรับผิดชอบต่อ สังคม กำรใส่ใจปัญหำของท้องถิ่น และกระตือรือร้นช่วยแก้ปัญหำตลอดจนกำรเคำรพในควำมเห็นที่ต่ำงกัน และ ควำมกล้ำที่จะรับผลจำกกำรกระทำของตนเอง 6. หลักควำมคุ้มค่ำ ได้แก่ กำรจัดกำรและใช้ทรัพยำกรที่มี อย่ำงจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ ส่วนรวม โดยรณรงค์ให้คนในท้องถิ่นมีควำมประหยัด ใช้ทรัพยำกรอย่ำงคุ้มค่ำ กำรทำงำนขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ เน้นกำรมีส่วนร่วมของประชำชนเป็นหลัก ยึด หลักกำรทำงำนตำมฐำนคิดกำรบริหำรจัดกำรที่ดีโดยปฏิบัติตำมกฎหมำยหรือข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้อง กำรทำงำนมี คุณธรรมโดยประชำชนจะต้องได้รับบริกำรอย่ำงเท่ำเทียมกัน มีควำมโปร่งใสตรวจสอบได้ เน้นกำรให้ประชำชนมี ส่วนร่วมในกำรบริหำรงำนจำกกำรทำประชำคมเพื่อเสนอปัญหำต่ำงๆและแต่งตั้งเป็นคณะกรรมกำรต่ำงๆ เช่น คณะกรรมกำรพัฒนำตำบล คณะกรรมกำรตรวจรับงำน คณะกรรมกำรกำรประเมินติดตำมแผนพัฒนำตำบล มี ควำมรับผิดชอบต่องำนที่ทำและกำรดำเนินโครงกำรและกำรใช้งบประมำณต้ องคุ้มค่ำกับงำนที่ได้ ทำให้องค์กำร บริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อได้รับรำงวัลกำรบริหำรจัดกำรที่ ดีประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๒ และรำงวัลผ่ำนเกณฑ์ มำตรฐำนด้ำนควำมโปร่งใสและส่งเสริมกำรมีส่วนร่วมของประชำชนจำกสถำบันพระปกเกล้ำ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๓ กำรพั ฒ นำองค์กำรบริหำรส่ ว นต ำบลนั้ น เพื่ อง่ ำ ยต่ อกำรสนั บ สนุ น งบประมำณและกำรส่ ง เสริม จึ ง สนับสนุนให้เกษตรกรมีกำรรวมกลุ่มกันปัจจุบันจึงเกิดระบบเรียนรู้ ๘ ระบบและ ๔๔ แหล่งเรียนรู้ แต่ละแหล่งมี กำรแลกเปลี่ย นเรีย นรู้ทั้ง ในและนอกพื้ นที่ ท ำให้เกิด ผู้น ำกำรเปลี่ย นแปลงเกิดขึ้นในระดั บหมู่บ้ ำนมำกมำย นอกจำกนี้ยังมีกำรสร้ำงแหล่งเรียนรู้ใหม่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ตลอดเวลำ มีกำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับศูนย์เครือข่ำยใน พื้นที่เพื่อนำมำปรับปรุงให้มีศักยภำพเพิ่มขึ้น นอกจำกนี้ยังมีกำรจัดกิจกรรมฝึกอบรมอำชีพพร้อมศึกษำดูงำนนอกสถำนที่ เช่น โครงกำรเกษตรครบ วงจร มีกำรศึกษำดูงำนที่ศูนย์ศึกษำภูพำน บ้ำนนำนกเค้ำ ตำบลห้วยยำง มีกำรจัดตั้งระบบสวัสดิกำรสำหรับ ผู้สูงอำยุ ผู้พิกำร ผู้ติดเชื้อเอดส์เพื่อช่วยเหลือเงินค่ำฌำปนกิจสำหรับผู้เสียชีวิต มีแหล่งเงินกู้ในหมู่บ้ำนจำก

65


กองทุนเงินล้ำนในอัตรำดอกเบี้ยต่ำ มีกำรจัดตั้งกลุ่มเลี้ยงโค ในตำบลเหล่ำโพนค้อในทุกหมู่บ้ำนให้ประชำชนมี อำชีพและรำยได้ที่เพิ่มขึ้น นอกจำกนี้ยังได้รับคัดเลือกจำกเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสกลนครตำมโครงกำรพัฒนำ เกษตรครบวงจรในพื้นที่ไต้อ่ำงเก็บน้ำตำมพระรำชดำริ ให้ประชำชนมีควำมรู้และเพิ่มประสิทธิภำพในกำรผลิต ด้ำนกำรเกษตรให้มำกขึ้นและสำมำรถขยำยผลให้กับหมู่บ้ำนอื่นๆ ในพื้นที่ตำบลเหล่ำโพนค้อด้วย สร้ำงควำม เข้มแข็งและปลอดภัยจำกกำรฝึกอบรมอำสำสมัคร อปพร.เพื่อช่วยกันดูแลรักษำพื้นที่ให้มีควำมปลอดภัยจำกโจร ขโมย และด้ำนสุขภำพอนำมัยเมื่อประชำชนเจ็บป่วย ฉุกเฉิน องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อยังให้บริกำร ด้ำนหน่วยแพทย์ฉุกเฉินเพื่อให้ถึงโรงพยำบำลอย่ำงปลอดภัยและถูกวิธี มีกำรรักษำสภำพแวดล้อมป่ำชุมชน โดย กำรปลูกต้นไม้แซมป่ำ เพื่อให้ป่ำมีควำมอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอำหำรให้กับชุมชน เช่น เห็ด ผักธรรมชำติต่ำงๆ หน่อไม้ เป็นต้น มีกำรส่งเสริมกำรออกกำลังกำยให้ประชำชนมีสุ ขภำพร่ำงกำยที่เข้มแข็ง มีอนำมัยสมบูรณ์ เช่น ถ้ำเป็นเด็กหรือเยำวชนรณรงค์ให้วิ่ง ถ้ำเป็นผู้ใหญ่ส่งเสริมให้เดินหรือปั่นจักรยำน ผู้สูงอำยุให้ออกกำลังกำยโดย กำรรำไม้พลอง มีกำรจัดตั้งร้ำนค้ำชนบทเพื่อจำหน่ำยสินค้ำรำคำประหยัด ไม่ให้เงินรั่วไหลออกนอกประเทศ องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อมีควำมกระตือรือร้นที่จะพัฒนำพื้นที่เพื่อให้ประชำชนมีควำมอยู่ดี กินดี มีสุขภำพร่ำงกำยที่แข็งแรง ตำมหลักกำรของ สสส. สร้ำงสุขภำวะให้ชุมชนน่ำอยู่ให้คลอบคลุมทั้งสี่มิติคือ ใจ กำย สังคม ปัญญำ ภำยใต้หลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง ให้ประชำชนมีควำมสุข ประเทศชำติมั่งคั่ง

รายงานฉบับที่ 4 นวัตกรรมชุมชนท้องถิ่นและการตอบสนองภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นโยบายสาธารณะ ผลกระทบ(เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม) 66


1. นวัตกรรมชุมชนท้องถิ่น 1.1ที่มาของการพัฒนานวัตกรรมในชุมชนท้องถิ่น นวัตกรรมที่เกิดขึ้นในตำบลเหล่ำโพนค้อมีที่มำจำกหลำยลักษณะ ได้แก่ 1) กำรพัฒนำมำจำกปัญหำใน พื้นที่ เช่น ปัญหำปุ๋ยเคมีรำคำแพง ก่อให้เกิดกลุ่มปุ๋ยชีวภำพขึ้นในหลำยหมู่บ้ำน ปัญหำควำมเหลื่อมล้ำในกำรใช้ น้ำจำกระบบชลประทำน ก่อให้เกิด กลุ่มผู้ใช้น้ำหลำกหลำยกลุ่ม เพื่อร่วมกันบริหำรจัดกำรน้ำจำกแหล่งน้ ำ ชลประทำนที่มีในพื้นที่ให้เกิดควำมเท่ำเทียมกัน ปัญหำจำกพืชผักผลไม้ในท้องถิ่นขำดตลำดรับซื้อและปัญหำจำก กำรว่ำงงำน ก่อให้เกิดกลุ่มแปรรูปน้ำผลไม้ กลุ่มทอเสื่อ และกลุ่มเพำะพันธุ์กล้ำไม้เป็นต้น 2) กำรพัฒนำมำจำก ควำมต้องกำรในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกันในยำมเดือดร้อน ได้แก่ กลุ่มข้ำวนำน้ำฝน กลุ่มออมทรัพย์บ้ำนเหล่ำ กลุ่มฌำปนกิจศพสงเครำะห์ กองทุนผู้สูงอำยุผู้พิกำรและผู้ติดเชื้อเอดส์ เป็นต้น 3) กำรพัฒนำมำจำกนโยบำยรัฐ ได้แก่ กลุ่มกองทุนเงินล้ำน กลุ่มสตรีแม่บ้ำน กลุ่มกองทุนแม่ของแผ่นดิน เป็นต้น 4) กำรพัฒนำมำจำกนโยบำย ท้องถิ่น ได้แก่ กลุ่มอสม กลุ่มเลี้ยงโคเป็นต้น 1.2 ภาพรวมของนวัตกรรมชุมชนท้องถิ่น จำกสถำนกำรณ์ปัญหำที่ก่อให้เกิดกำรพัฒนำนวัตกรรที่มีควำมแตกต่ำงและหลำกหลำย นำไปสู่กำร พัฒนำนวัตกรรมในชุมชน แต่มีเป้ำหมำยกำรทำงำนที่สอดคล้องกัน หำกจำแนกนวัตกรรมตำมกระบวนกำรหรือ วิธีกำรทำงำน จะปรำกฏนวัตกรรมในชุมชนอยู่หลำยลักษณะ ได้แก่ 1) นวัตกรรมทำแยก ที่เกิดขึ้นในตำบลเหล่ำโพนค้อ ส่วนใหญ่เป็นกำรคิดค้นจำกทุนในระดับบุคคลที่ เกิดจำกควำมเชี่ยวชำญได้รับกำรถ่ำยทอดมำ เกิดกำรต่อยอดและเพิ่มมูลค่ำให้กับผลผลิต ได้แก่ กลุ่มแม่บ้ำน เกษตรกรเหล่ำเหนือพัฒนำที่ทำกิจกรรมแปรรูปน้ำผลไม้ในท้องถิ่นเช่น หมำกเม่ำ เป็นผลิตภัณฑ์ต่ำงๆที่หลำก หลำยและมีมูลค่ำเพิ่มขึ้น เช่นแปรรูปเป็นน้ำเม่ำพร้อมดื่ม ไวน์ ขนมขบเคี้ยว เป็นต้น กลุ่มเพำะพันธุ์กล้ำไม้ได้มี กำรพัฒนำนวัตกรรมกำรเพำะกล้ำผักหวำนร่วมกับพืชอื่นเพื่อให้เป็นพี่เลี้ยง ทำให้ลูกค้ำที่ซื้อกล้ำผักหวำนพร้อมพี่ เลี้ยงไปปลูกจะไม่ตำย ศูนย์เรียนรู้เพิ่มศักยภำพกำรเกษตร ได้มีกำรพัฒนำนวัตกรรมกำรเพิ่มมูลค่ำกล้ำไม้โดยกำร นำกิ่งพันธุ์ดีมำเสียบยอด แล้วตอนกิ่งจำหน่ำย 2) นวั ตกรรมบู รณำกำร ที่ เกิดขึ้ น ในตำบลเหล่ำ โพนค้อ ส่ วนใหญ่ เป็ นนวัต กรรมที่มุ่ งแก้ปั ญหำที่ มี ขอบเขตกว้ำง และเป็นปัญหำที่เกิดขึ้นและกระทบกับคนหมู่มำก จำเป็นต้องอำศัยกำรทำงำนร่วมกันขององค์กร ภำคีเครือข่ำยที่มีเป้ำหมำยกำรทำงำนเดียวกันเข้ำมำร่วมจัดกำร ส่วนใหญ่เป็นนวัตกรรมของทุนทำงสังคมระดับ กลุ่มทำงสังคม องค์กรชุมชน ได้แก่ นวัตกรรมหน่วยกู้ชีพตำบลเหล่ำโพนค้อ ที่มุ่งช่วยเหลือประชำชนในตำบล เหล่ำโพนค้อเมื่อเจ็บป่วยฉุกเฉิน ศูนย์บำบัดและฟื้นฟูสมรรถภำพเด็กพิเศษและผู้พิกำร ที่หลำยภำคส่วนร่วมกัน จัดตั้งขึ้นเพื่อบำบัดและช่วยเหลือช่วยเหลือเด็กพิเศษและผู้พิกำรในตำบลเหล่ำโพนค้อ 3) นวัตกรรมเพื่อกำรแก้ปัญหำเกิดขึ้นในชุมชน ส่วนใหญ่เป็นกำรค้นหำวิธีกำรทำงำน หรือพัฒนำ แนวทำงกำรทำงำนเพื่อจัดกำรกับปัญหำของตนเอง เช่น กลุ่มธนำคำรขยะลดปัญหำสิ่งแวดล้อมในชุมชนหมู่ 6 , หมู่ 9 เพื่อแก้ปัญหำกำรทิ้งและกำรสะสมขยะในที่สำธำรณะ กลุ่มผู้ใช้น้ำประปำ เพื่อแก้ปัญหำกำรบริหำรจัดกำร น้ำประปำในหมู่บ้ำน ที่หลำยหมู่บ้ำนมักประสบปัญหำในกำรซ่อมบำรุง ไม่สำมำรถเซ่อมบำรุงด้วยตัวเองได้ต้อง พึ่งพำองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อในกำรซ่อมบำรุงทุกครั้ง 4) นวัตกรรมเสริมศักยภำพทุนทำงสังคมนวัตกรรมที่เกิดขึ้ นในชุมชนส่วนใหญ่ เป็นนวัตกรรมที่ค้นหำ วิธีกำรใหม่ๆ มำดำเนินกำรเพื่อให้คนและหมู่คณะเป็นบุคคลที่พึงประสงค์มีควำมรู้ควำมสำมำรถ ควำมคิดริเริ่ม สร้ำงสรรค์สติปัญญำที่เหมำะสมกับควำมเป็นอยู่และรู้เท่ำทันกับกำรเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น นวัตกรรมในกำร

67


เสริมสร้ำงศักยภำพคนได้แก่ ศูนย์ถ่ำยทอดเทคโนโลยีสำมดำภูพำน สวนผักหวำนนำยเร่ง ยำงธิสำร ศูนย์เรียนรู้ เพิ่มศักยภำพกำรเกษตรแสดงภำพรวมนวัตกรรมเชิงปริมำณได้ดังตำรำงที่ 5.2 ตำรำงที่ 5.2 จำนวนนวัตกรรมจำแนกตำมกลุ่มของนวัตกรรม ลำดับที่ 1 2. 3. 4.

กลุ่มของนวัตกรรม นวัตกรรมทำแยก นวัตกรรมบูรณำกำร นวัตกรรมเพื่อกำรแก้ปัญหำ นวัตกรรมเสริมศักยภำพทุนทำงสังคม รวมทั้งสิ้น

จำนวน 11 5 5 5 26

ร้อยละ 42.30 19.23 19.23 19.23 100

1.3 คุณลักษณะของนวัตกรรมชุมชนท้องถิ่น นวัตกรรมชุมชนท้องถิ่น เหล่ำโพนค้อ มีหลำกหลำยลักษณะไม่ว่ำจะเป็น 1 )กำรเปิดพื้ นที่ทำงปัญญำและพื้นที่ ทำงสังคม 2) เกิดจำกกำรรวมตัว ร่วมคิด ร่วมสร้ำงของคนในสังคมหรือชุมชน เกิดขึ้นในชีวิตจริงเพื่อรับใช้คนใน สังคมตำมสภำพในขณะนั้น 3) เกิดจิตสำนึกร่วมต่อสำธำรณะและเป็นประโยชน์ต่อสังคม 4) มีพัฒนำกำรที่ไม่ เกิดขึ้นและหำยไปอย่ำงรวดเร็ว แต่อำจมีกำรเปลี่ยนรูปแบบอันเป็นผลจำกกำรคิดสร้ำงสรรค์มุ่งมั่นและลงมือ ปฏิบัติที่ต่อเนื่องกันไปในระยะยำวไม่มีที่สิ้นสุดจะพบว่ำลักษณะของนวัตกรรมมีทั้งเป็นแบบ 1) งำนใหม่2) ต่อ ยอดงำนเดิม 3) เสริมศักยภำพ 4) เพิ่มสมำชิก 5) เพิ่มขั้นตอนวิธีกำรทำงำน 6) เพิ่มกฎ ระเบียบ กติกำ 7) เพิ่ม กำรเชื่อมต่อกับทุน ทำงสังคมอื่น 8) มีเครื่องมือกำรทำงำน 9 ) สร้ำงกำรมีส่วนร่วมในกำรดำเนินงำนแสดง ควำมสัมพันธ์ได้ดังตำรำงที่ 2

68


นวัตกรรม

1. ศูนย์ถ่ำยทอดเทคโนโลยีสำมดำ 2. กลุ่มผู้ใช้น้ำประปำ 3. กลุ่มข้ำวำนน้ำฝน 4. ร้ำนค้ำชนบท 5. กลุ่มแม่บ้ำนเกษตรกรเหล่ำเหนือพัฒนำ 6. หน่วยกู้ชีพตำบลเหล่ำโพนค้อ 7.ศูนย์บำบัดและฟืน้ ฟูสมรรถภำพแด็กพิเศษ และผู้พิกำร 8. กลุ่มเกษตรผสมผสำน 9. กลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทำน 10.กองทุนผู้สูงอำยุผพู้ ิกำรและติดเชื้อ 11.กลุ่มทอผ้ำไหม / /

/

/

69 / / / / / / / / / /

/ / /

/ / / / / / /

/ /

/ / / / / / / / / / / /

/

/

/ /

/ / /

/ /

/ / / / / / / / / / / / / / /

/ / / / / / / / /

/ / / / /

มี เ ครื่ องมื อ กำรท ำงำนกำรมี ส่ ว นร่ ว มในกำร ดำเนินกำร

/

เพิ่มกำรเชื่อมต่อกับทุนทำงสังคมอื่น

/ /

เพิ่มกฏระเบียบ กติกำ

เพิ่มขั้นตอนวิธีกำรทำงำน

เพิ่มสมำชิก

/

เสริมศักยภำพ

/ /

ต่อยอดงำนเดิม

รวดเร็ว แต่อำจมีกำรเปลี่ยนรูปแบบอันเป็นผล จำกกำรคิดสร้ำงสรรค์มุ่งมั่นและลงมือปฏิบัติที่ ต่อเนื่องกันไปในระยะยำวไม่มีที่สิ้นสุด งำนใหม่

 มีพัฒนำกำรที่ ไม่เกิดขึ้นและหำยไปอย่ำ ง

คนในสังคมหรือชุมชน เกิดขึ้นในชีวิตจริงเพื่อ รับใช้คนในสังคมตำมสภำพในขณะนั้น สำธำรณะและเป็ ประโยชน์ ต่อสังคม น  เกิดจิตสำนึกร่วนมต่ อสำธำรณะและเป็ ประโยชน์ต่อสังคม

 เกิดจำกกำรรวมตัว ร่วมคิด ร่วมสร้ำงของ

 กำรเปิดพื้นที่ทำงปัญญำและพื้นที่ทำงสังคม

แนวคิดของกำรพัฒนำนวัตกรรม คุณลักษณะ

/ / /

/ / / / / / / / / / / / / /

/ /

/ / / / / / / / / / / /


นวัตกรรม

12. กลุ่มพำะพันธุ์กล้ำไม้ 13. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้ำนบ้ำนหนองเหียน 14. กลุ่มโฮมสเตย์ 15. กลุ่มสหกรณ์ยำงพำรำ 16. โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง 17. กลุ่มธนำคำรขยะลดปัญหำสิ่งแวดล้อม 18. ศูนย์เรียนรู้และเพิ่มศักยภำพกำรเกษตร 19. สวนผักหวำนนำยเริง ยำงธิสำร / / / / / / / /

70 / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / / /

/ / /

/ / / / / / / / /

/ /

/

/ / / / /

/ / / / / / / /

มี เ ครื่ องมื อ กำรท ำงำนกำรมี ส่ ว นร่ ว มในกำร ดำเนินกำร

/ / / / / / /

เพิ่มกำรเชื่อมต่อกับทุนทำงสังคมอื่น

เพิ่มกฏระเบียบ กติกำ

เพิ่มขั้นตอนวิธีกำรทำงำน

เพิ่มสมำชิก

เสริมศักยภำพ

/ / / /

ต่อยอดงำนเดิม

รวดเร็ว แต่อำจมีกำรเปลี่ยนรูปแบบอันเป็นผล จำกกำรคิดสร้ำงสรรค์มุ่งมั่นและลงมือปฏิบัติที่ ต่อเนื่องกันไปในระยะยำวไม่มีที่สิ้นสุด งำนใหม่

 มีพัฒนำกำรที่ ไม่เกิดขึ้นและหำยไปอย่ำ ง

คนในสังคมหรือชุมชน เกิดขึ้นในชีวิตจริงเพื่อ รับใช้คนในสังคมตำมสภำพในขณะนั้น สำธำรณะและเป็ ประโยชน์ ต่อสังคม น  เกิดจิตสำนึกร่วนมต่ อสำธำรณะและเป็ ประโยชน์ต่อสังคม

 เกิดจำกกำรรวมตัว ร่วมคิด ร่วมสร้ำงของ

 กำรเปิดพื้นที่ทำงปัญญำและพื้นที่ทำงสังคม

แนวคิดของกำรพัฒนำนวัตกรรม คุณลักษณะ

/ / / / / / / / / / / / / / / /


2. การตอบสนองภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผลกระทบ (เศรษฐกิจ สังคม การจัดการสภาวะแวดล้อม สุขภาพ การเมืองการปกครอง) นโยบายสาธารณะ 2.1. ผลกระทบ 5 ด้าน (เศรษฐกิจ สังคม การจัดการสภาวะแวดล้อม สุขภาพ การเมืองการปกครอง) ต่อกลุ่มเป้าหมาย ผลกำรถอดบทเรียน ทำให้ค้นพบนวัตกรรมกำรจัดกำรตนเองของชุมชนท้องถิ่นที่มีลักษณะแตกต่ำงกัน ตำมปัญหำและที่มำ อย่ำงไรก็ตำมนวัตกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นมีกำรทำงำน มีกิจกรรมที่เสริมหนุนซึ่งกันและกันได้ เป็น เรื่องที่ ใช้แก้ไขปัญ หำได้จริงเนื่องจำกเป็ นกำรริเริ่ม ใหม่ ๆ ในชุม ชนท้ องถิ่น ที่ เกิด ขึ้น จำกกำรนำใช้ควำม เชี่ยวชำญของทุนทำงสังคมทั้งหมดในพื้นที่ตำมบริบทสภำพแวดล้อมของชุมชน จึงเชื่อมั่นได้ว่ำนวัตกรรมกำร จัดกำรตนเองของชุมชนท้องถิ่นตำมแนวทำงดัง กล่ำว ทำให้เกิดรูปธรรมงำนและกิจกรรมหลำกหลำยลักษณะ เพื่อให้กำรดูแลช่วยเหลือกลุ่มประชำกรเป้ำหมำยให้มีคุณภำพชีวิตที่ดีได้จริง ครอบคลุมผลกระทบใน 5 ด้ำน ได้แก่ 1) เศรษฐกิจ 2) สังคม 3) กำรจัดกำรสภำวะแวดล้อม 4) สุขภำพ และ 5) กำรเมืองกำรปกครอง ทั้งนี้ สำมำรถส่งผลลัพธ์ได้ครอบคลุมประชำกรเป้ำหมำย 13 กลุ่ม ประกอบด้วย 1) เด็ก 0-3 ปี 2) เด็ก 3-5 ปี 3) เด็ก 6-12 ปี 4) เด็กและเยำวชน 5) หญิงตั้งครรภ์6) วัยทำงำน 7) ผู้สูงอำยุ 8) ผู้ติดเชื้อ 9) ผู้ป่วยโรคจิต 10) ผู้ป่วยเรื้อรัง 11) ผู้ด้อยโอกำส 12) คนพิกำร และ13) ผู้ป่วยระยะสุดท้ำย ได้จริง 2.2. กำรสนองตอบต่อภำรกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้เมื่อเทียบเคียงนวัตกรรมกำรจัดกำรชุมชนท้องถิ่นโดยทุนทำงสังคมทั้งหมด กับภำรกิจ ของ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่ำ นวัตกรรมของชุมชนท้องถิ่นมีควำมสอดคล้องกับภำรกิจของ องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นครอบคลุมทุกด้ำน ไม่วำ่ จะเป็นนวัตกรรมเพื่อสนับสนุน 1) ด้ำนกำรส่งเสริมคุณภำพชีวิต กำรทำงำนของกลุ่มทีร่ วมตัวร่วมคิดร่วมทำอำชีพทั้งทีเ่ ป็นอำชีพหลักและ อำชีพเสริมเพื่อสร้ำงรำยได้ให้กับตนเอง เช่น กลุ่มเพำะพันธุ์กล้ำไม้ กลุ่มแม่บ้ำนเกษตรกรบ้ำเหล่ำเหนือที่รวม กลุ่มกันแปรรูปผลไม้ในท้องถิน่ กลุ่มเลี้ยงโค กลุ่มต้มเกลือสินเธำน์ กลุ่มเพำะเห็ดขอนขำว กลุ่มวิสำหกิจชุมชน กำรทำงำนของกลุ่มในลักษณะนี้จึงเป็นงำนที่สนองตอบภำรกิจด้ำนกำรส่งเสริมคุณภำพชีวิตในมิติของกำรส่งเสริม กำรฝึกและกำรประกอบอำชีพ ขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้ออย่ำงชัดเจน หำกองค์กำรบริหำรส่วน ตำบลเหล่ำโพนค้อ ดำเนินกำรส่งเสริมให้กลุ่มเหล่ำนี้มีควำมเข้มแข็งหรือต่อยอดงำนได้ ก็เท่ำกับว่ำองค์กำรบริหำร ส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อได้ทำงำนตำมภำรกิจของตนเอง ได้โดยตรง นอกจำกนี้กำรดำเนินกำรของ อสม. ชมรม รักษ์สุขภำพเหล่ำโพนค้อในด้ำนสุขภำพ เป็นตัวอย่ำงของนวัตกรรมที่ช่วยสนับสนุนกำรเพิ่มโครงสร้ำงทำง กำยภำพและสังคมเพื่อให้เกิดกำรมำพบปะพูด คุยและออกกำลังกำยร่วมกันของประชำชนได้เป็นอย่ำงดี กำร ทำงำนในลักษณะเช่นนี้จงึ ทำให้เกิดลดลัพธ์ต่อกำรลดปัจจัยเสี่ยงด้ำนสุขภำพด้ำนได้อย่ำงชัดเจน 2) ด้ำนกำรจัดระเบียบชุมชนและสังคม กำรทำงำนของกลุ่มอปพร.และกลุ่มอำสำสมัครต่ำงๆ ถือเป็น รูปธรรมนวัตกรรมกำรทำงำนทีส่ ร้ำงควำมเป็นระเบียบ ทำให้สังคมสงบ เพิ่มควำมปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ในกับประชำชนช่วยลดปัญหำอำชญำกรรมทำให้ลดปัจจัยกำหนดภำวะด้ำนสุขภำพได้ 3) กำรวำงแผนกำรส่งเสริมกำรลงทุนและพำณิชย์กำรรวมกลุ่มศูนย์เรียนรู้ ศูนย์เรียนรูเ้ กษตรผสมผสำน ศูนย์ถ่ำยเทคโนโลยีทำงกำรเกษตร ศูนย์ถ่ำยทอดเทคโนโลยีสำมดำ กลุ่มเพิ่มศักยภำพทำงเกษตร กลุ่มอนุรักษ์ พันธุ์พืช ถือเป็นกิจกรรมที่สนองตอบต่อภำรกิจกำรส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร ถือเป็นกำรบำรุงและส่งเสริมกำร ประกอบอำชีพของรำษฎรเป็นกำรส่งเสริมกำรฝึกและประกอบอำชีพ ได้อย่ำงชัดเจน หำกองค์กำรบริหำรส่วน ตำบลเหล่ำโพค้อมีกำรส่งเสริมกลุ่มเหล่ำนี้ให้มีควำมเข้มแข็งเพื่อสร้ำงงำนใหม่ๆ จะเป็นนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดกำร เชื่อมโยงไปยังกลุ่มองค์กรอื่นๆ ได้ เช่น หำกในตำบลมีกำรขยำยกลุ่มเกษตรผสมผสำน ไปทุกหมู่บ้ำน จำนวน ครัวเรือนที่ทำกำรเกษตรแนวนี้เพิ่มมำกขึ้น ก็เท่ำกับว่ำ เกิดกำรลงทุนทำงสุขภำพได้อย่ำงดี เป็นกำรลงทุนที่ถือว่ำสุขภำพดีคือวิถีของกำรทำเกษตรปลอดสำรเคมี เป็นต้น

71


4) กำรบริหำรจัดกำรทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม กำรร่วมมือกันจำกทุกภำคส่วนในพื้นที่ ในกำร ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่ำจะเป็น กำรร่วมกันปลูกต้นไม้ สร้ำงฝำยชะลอน้ำ ปลูก หญ้ำแฝก และกำรจัดตั้งธนำคำรขยะในทุกหมู่บ้ำน และขยำยไปยังโรงเรียน รวมทัง้ กำรอนุรักษ์ป่ำชุมชน ถือเป็น กิจกรรมที่สนองตอบต่อภำรกิจด้ำนกำร คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษำทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมรักษำ ควำมสะอำดของถนน ทำงน้ำ ทำงเดิน และที่สำธำรณะ รวมทั้งกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลกำรจัดกำรสิ่งแวดล้อม และมลพิษต่ำงๆ สร้ำงคุณค่ำกำรจัดกำรทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำ โพนค้อได้อย่ำงชัดเจนเป็นรูปธรรม 5) ด้ำนกำรส่งเสริมศำสนำ ศิลปะ วัฒนธรรมและภูมปิ ญ ั ญำ สะท้อนให้เห็นจำกกำรที่มกี ำรจัดตั้งกลุ่มด้ำน ศิลปวัฒนธรรม เช่น กลุ่มผีหมอเหย๋ำ กลุ่มดนตรีพื้นเมือง พิพิธภัณฑ์พื้นบ้ำน เช่น พิพิธภัณฑ์พื้นบ้ำนหนองเหียน พิพิธภัณฑ์หลวงปู่ด้วง กำรนำภูมิปัญญำด้ำนสมุนไพร มำใช้ในกำรรักษำโรค เช่น กำรทำลูกประคบจำกสมุนไพร กำรนวดแผนไทย ถือเป็นงำนกิจกรรมที่สอดรับกับภำรกิจขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อในด้ำนกำร บำรุงรักษำศิลปะ จำรีตประเพณี ภูมิปัญญำท้องถิน่ และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น ส่งเสริมกำรศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม กำรจัดกำรศึกษำ กำรส่งเสริมกีฬำที่แสดงให้เห็นผลลัพธ์อย่ำงเป็นรูปธรรม 6) บริหำรจัดกำรสนับสนุนกำรปฏิบัติภำรกิจของส่วนรำชกำร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำรรวม กลุ่มกำรขับเคลื่อนและกำรบริหำรจัดกำรตำบล เป็นงำนและกิจกรรมที่ทำให้เกิดกำรมีส่วนร่วมของประชำชนใน แนวรำบมำกขึ้น เพิ่มกำรทำประชำคม ช่วยให้ประชำชนได้รับสื่อและข้อมูลเพิ่มขึ้น ส่งเสริมกำรมีส่วนร่วมของ ประชำชนในกำรมีมำตรกำรป้องกันกำรประสำนและให้ควำมร่วมมือในกำรปฏิบัติหน้ำที่ขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น แสดงเป็นควำมสัมพันธ์เชื่อมโยงได้ดงั ตำรำงที่ 5.4

72


5. โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง

1. ศูนย์ถ่ำยทอดเทคโนโลยีสำมดำ

2. ศูนย์เรียนรู้และเพิ่มศักยภำพทำง กำรเกษตร 3.. กลุ่มเกษตรผสมผสำน

4. กลุ่มสหกรณ์ยำงพำรำ

  

73  

 

นวัตกรรม

/

/ /

/ / /

/ / /

/ / / /

7. บริหำรจัดกำรสนับสนุนกำรปฏิบัติภำรกิจของ ส่วนรำชกำรและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

6. ด้ ำ นกำรส่ ง เสริม ศำสนำ ศิล ปะ วั ฒ นธรรม และภูมิปัญญำ

5. กำรบริหำรจัด กำรทรัพยำกรธรรมชำติและ สิ่งแวดล้อม

4. กำรวำงแผนส่งเสริมกำรลงทุนและพำณิชย๋

จำนวนที่ได้รับผลกระทบ

3. กำรจัดระเบียบชุมชน และสังคม

2. ด้ำนกำรส่งเสริมคุณภำพชีวิต

ผู้ป่วยระยะสุดท้ำย อื่นๆ ระบุ 1.ด้ำนโครงสร้ำงพื้นฐำน

ผู้สูงอำยุ ผู้ปวยติดเชื้อ ผู้ป่วยจิตเวช ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง คนพิกำร ผู้ด้อยโอกำส

หญิงตั้งครรภ์

วัยทำงำน

เด็ก 6 – 12 ปี เยำวชน

เด็ก 0 – 3 ปี เด็ก 3 – 5 ปี

ตารางที่ 5.4 ควำมสัมพันธ์ของนวัตกรรมกับผลกระทบ 5 ด้ำน ต่อประชำกรเป้ำหมำย 13 กลุม่ และควำมสอดคล้องกับภำรกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทบด้ำนสังคม  กระทบด้ำนเศรษฐกิจ กระทบด้ำนสภำวะแวดล้อม  กระทบด้ำนสุขภำพ ภำรกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


   

6.กลุ่มธนำคำรขยะลดปัญหำสิ่งแวดล้อม

/

/

7. กลุ่มแม่บ้ำนเกษตรเหล่ำเหนือพัฒนำ (แปรรูปน้ำผลไม้)

 

/

/

8. สวนผักหวำนนำยเริง ยำงธิสำร

/

/

74


2.3 การสนองตอบต่อนโยบายสาธารณะ และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น เมื่อนำนวัตกรรม งำนและกิจกรรมที่ทุนทำงสังคมได้ดำเนินกำรอยู่มำเทียบเคียงกับงำนตำมข้อ เสนอนโยบำยซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่ได้ผลดีในพืน้ ที่อื่นๆมำก่อน นั้น ทำให้เห็นควำมสอดคล้องกันได้ดังนี้ 2.3.1 บุคคล หรือ กลุ่มองค์กรชุมชน รวมทั้งหมู่บ้ำนจัดกำรตนเอง ที่รวมตัวร่วมคิดร่วมทำอำชีพทั้ง ที่เป็นอำชีพหลักและอำชีพเสริมเพื่อสร้ำงรำยได้ให้กับตนเอง เช่น กลุ่มแม่บ้ำนเกษตรกรเหล่ำเหนือพัฒนำ(แปรรูป น้ำผลไม้) กลุ่มเพำะพันธุ์กล้ำไม้ กลุ่มน้ำยำล้ำงจำน กลุ่มเพำะเห็ดขอนขำว หมู่บ้ำนจัดกำรตนเองด้ำนกำรจัดกำร ขยะ เป็นกำรงำนที่สนับสนุนข้อเสนอนโยบำยสำธำรณะด้ำนกำรบริหำรจัดกำรตำบลด้ำนกำรลงทุนด้ำนสุขภำพ ด้ำนกำรจัดสวัสดิกำรโดยชุมชนเพื่อชุมชน และด้ำนเกษตรกรรมยั่งยืนได้ วิธีกำรทำงำนที่ดำเนินอยู่ของกลุ่มและ เป็นงำนที่ทำให้เกิดกำรสร้ำงแหล่งเรียนรู้ สำมำรถถ่ำยทอดเรื่องรำวข้อควำมรู้ได้ เกิดวิธีกำรทำงำนจนนำไปปฏิบัติ ได้จริง ทำให้เกิดทักษะควำมชำนำญ ขยำยผล เพิ่มสมำชิก จึงถือเป็นกำรสร้ำงควำมรู้ได้ งำนของกลุ่มได้เห็น ประจักษ์ในชุมชนว่ำทำให้เกิดกำรสร้ำงรำยได้ เกิดกำรขยำยกลุ่มเป็นเครือข่ำยระหว่ำงหมู่บ้ำน ทำให้ผู้นำกลุ่มมี ภำวะของกำรนำและสร้ำงกำรเปลี่ยนแปลงได้จริง สมำชิกที่รวมกลุ่มเกิดควำมรักและหวงแหนอำชีพที่ตนได้ พัฒนำร่วมกันทำให้เกิดกระบวนกำรสร้ำงกำรมีส่วนร่วมและสร้ำงควำมเป็นเจ้ำของได้ 2.3.2 บุคคล หรือ กลุ่มที่รวมตัวกันเป็นเกษตรเพื่อสุขภำวะ ได้แก่ ศูนย์ถ่ำยทอดเทคโนโลยีสำมดำ ศูนย์ เรียนรู้เพิ่มศักยภำพกำรเกษตร กลุ่มเกษตรผสมผสำน กลุ่มวิสำหกิจชุมชนเพำะพันธุ์กล้ำไม้ กลุ่มปุ๋ยชีวภำพเป็น กิจกรรมที่สอดรับกับข้อเสนอนโยบำยสำธำรณะประเด็นเกษตรกรรมยั่งยืนโดยตรงเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เพิ่ม ครัวเรือนเกษตรกรรมยั่งยืนทำให้เกิดกำรขยำยกลุ่มขยำยสมำชิกผลิตปุ๋ยอินทรีย์ โดยใช้วัตถุดิบในชุมชนเป็นหลัก และเป็นกำรสนับสนุนตัวชี้วัดเรื่องกำรจัดทำแผนพัฒนำเกษตรกรรมยั่งยืนระดับจังหวัดวิธีกำรทำงำนที่ดำเนินอยู่ ของกลุ่มและเป็นงำนที่ทำให้เกิดกำรสร้ำงแหล่งเรียนรู้สำมำรถถ่ำยทอดเรื่องรำวข้อควำมรู้ได้ เป็นกำรจุดประกำย หรือสร้ำงแรงบันดำลใจ บำงกิจกรรมทำให้เกิดวิธีกำรทำงำนจนนำไปปฏิบัติได้จริง ทำให้เกิดทักษะควำมชำนำญ ขยำยผล เพิ่มสมำชิก จึงถือเป็นกำรสร้ำงควำมรู้ได้ งำนของกลุ่มได้เห็นประจักษ์ในชุมชนว่ำทำให้เกิดกำรลด รำยจ่ำ ย เพิ่มรำยได้ จำกกำรมี ผลผลิต ทำงกำรเกษตรเพิ่ม ขึ้น มีอำหำรปลอดภัย ทำน เกิดกำรขยำยกลุ่ม เป็ น เครือข่ำยระหว่ำงหมู่บ้ำน ทำให้ผู้นำกลุ่มมีภำวะของกำรนำและสร้ำงกำรเปลี่ยนแปลงได้จริง สมำชิกที่รวมกลุ่ม เกิดควำมรักและหวงแหนอำชีพที่ตนได้พัฒนำร่วมกันทำให้เกิดกระบวนกำรสร้ำงกำรมีส่วนร่วมและสร้ำงควำม เป็นเจ้ำของได้ 2.3.3 บุคคล หรือ กลุ่มที่รวมตัวกันทำงำนตำมระบบภูมิปัญญำและวัฒนธรรมท้องถิ่น ได้แก่ กลุ่ม หมอเหย๋ ำ กลุ่ม ทอเสื่อ กลุ่มดนตรีพื้นเมือง กลุ่มเยำวชน ถือเป็นกำรเปิดพื้ นที่ทำงสั งคม เป็ นกำรสร้ำงพื้น ที่ สร้ำงสรรค์หรือลำนกิจกรรม อย่ำงน้อย 1 พื้นที่ในตำบล กำรทำงำนของกลุ่มนี้ทำให้เกิดกำรศึกษำตำมอัธยำศัย หรือกำรศึกษำทำงเลือกอื่นๆ รวมถึงกำรจัดระบบกำรศึกษำรูปแบบบูรณำกำร สังคม วัฒนธรรม วิถีกำรดำเนิน ชีวิต และกำรประกอบอำชีพตำมบริบทพื้นที่ สำหรับเด็กและเยำวชน ทั้งในและนอกระบบ รวมทั้งเด็กพิเศษได้ กำรทำงำนจึงสอดรับกับข้อเสนอนโยบำยสำธำรณะตำมประเด็น วิธีการทางานที่ดาเนินอยู่ของกลุ่มและเป็นงาน ที่ทาให้เกิดการสร้างแหล่งเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดเรื่องราวข้อความรู้ได้ เกิดวิธีการทางานจนนาไปปฏิบัติได้ จริง ทาให้เกิดทักษะความชานาญ ขยายผล เพิ่มสมาชิก จึงถือเป็นการสร้างความรู้ได้ งานของกลุ่มได้เห็น ประจักษ์ในชุมชนว่าทาให้เกิดการสร้างรายได้ เกิดการขยายกลุ่มเป็นเครือข่ายระหว่างหมู่บ้าน ทาให้ผู้นากลุ่ม มีภาวะของการนาและสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง สมาชิกที่รวมกลุ่มเกิดความรักและหวงแหนอาชีพที่ตนได้ พัฒนาร่วมกันทาให้เกิดกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมและสร้างความเป็นเจ้าของได้ 2.3.4 บุ คคล หรือ กลุ่ ม องค์ก รชุ ม ชน รวมทั้ ง หมู่ บ้ ำ นจั ด กำรตนเอง ที่ รวมกลุ่ ม กัน เพื่ อท ำงำนมี เป้ำหมำย เพื่อ อนุรักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติสิ่งแวดล้อมและ กำรอนุรักษ์พันธ์สัตว์น้ำ ได้แก่ กลุ่มธนำคำรขยะลด ปัญหำสิ่งแวดล้อมในชุมชน กลุ่มอนุรักษ์พันธ์สัตว์น้ำ กลุ่มข้ำวนำน้ำฝน หมู่บ้ำนอนุรักษ์ป่ำชุมชน ทั้งหมดเป็น

75


กิจกรรมที่ สอดรับกับข้อเสนอนโยบำยสำธำรณะประเด็น กำรจัดกำรสิ่ งแวดล้อมและทรัพ ยำกรธรรมชำติไ ด้ โดยตรงเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้สนับสนุนและส่งเสริมให้มีกำรจัดกำรขยะในระดับครัวเรือนและชุมชนอย่ำงถูก วิธี ส่ ง เสริม กำรอนุรักษ์ และกำรใช้ ท รัพ ยำกรธรรมชำติ อย่ ำ งรู้คุณ ค่ำ รวมทั้ งมี กำรปลู กต้ นไม้ เพิ่ม เติ มในพื้ น ที่ สำธำรณะและพื้นที่ป่ำเดิม กำรมีข้อตกลงร่วมกันในกำรอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ แหล่งเรียนรู้ สำมำรถถ่ำยทอด เรื่องรำวข้อควำมรู้ได้ เกิดวิธีกำรทำงำนจนนำไปปฏิบัติได้จริง ทำให้เกิดทักษะควำมชำนำญ ขยำยผล เพิ่มสมำชิก จึงถือเป็นกำรสร้ำงควำมรู้ได้ งำนของกลุ่มได้เห็นประจักษ์ในชุมชนว่ำทำให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อชุมชน เกิดควำม ร่มเย็น มีกิจกรรมร่วมกันในกำรปลูกป่ำ รักษำป่ำโดยใช้ภูมิปัญญำและควำมเชื่อในท้องถิ่น ทำให้สำมำรถรักษำป่ำ ไว้ได้ เกิดกำรขยำยกลุ่มเป็ นเครือข่ำยระหว่ำงหมู่บ้ำน ทำให้ผู้นำกลุ่มมีภำวะของกำรนำและสร้ำงกำรเปลี่ยน แปลงได้จริง สมำชิกที่รวมกลุ่มเกิดควำมรักและหวงแหน ภำคภูมิใจในงำนที่ตนทำให้เกิดกระบวนกำรสร้ำงกำรมี ส่วนร่วมและสร้ำงควำมเป็นเจ้ำของได้ 2.3.5 บุคคล หรือ กลุ่มองค์กรชุมชน ที่รวมกลุ่มกันเพื่อทำงำนมีเป้ำหมำยเพื่อสร้ำงกำรเรียนรู้เพื่อ เด็กและเยำวชน ได้แก่ กลุ่มเยำวชน ศูนย์วัฒนธรรมตำบล โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งหมดเป็นกิจกรรมที่สอด รับกับข้อเสนอนโยบำยสำธำรณะประเด็นกำรเรียนรู้ของเด็กและเยำวชน เป็นกิจกรรมที่นำไปสู่กำรสร้ำงภำคี เครือข่ำยและจัดตั้งกลไกขับเคลื่อนโดยกำร จัดตั้งสภำเด็กและเยำวชนประจำตำบลหรือกลุ่มองค์กรของเด็กและ เยำวชนเพื่อให้มีส่วนร่วมทำกิจกรรมของชุมชนเพื่อส่งเสริมกำรเรียนรู้ในกำรเพิ่มสมรรถนะเด็กและเยำวชนทุก ด้ำนกำรสร้ำงพื้นที่สร้ำงสรรค์หรือลำนกิจกรรม อย่ำงน้อย 1 พื้นที่ในตำบล กำรมีโรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง เป็น กำรส่ ง เสริม และสนั บ สนุ น งบประมำณให้ เด็ กและเยำวชนมี ส ถำนที่ ในกำรฝึ กประสบกำรณ์ และเรีย นรู้กำร ดำรงชีวิตได้อย่ำงเป็นรูปธรรม 2.3.6 บุคคล หรือ กลุ่มองค์กรชุมชน และหมู่บ้ำนจัดกำรตนเอง ที่รวมกลุ่มกันเพื่อทำงำนมีเป้ำหมำย เดียวกันเพื่อให้กำรช่วยเหลือดูแลสุขภำพชุมชนร่วมกัน ได้แก่ กลุ่มอสม. หน่วยกู้ชีพ อำสำสมัครดูแลผู้สูงอำยุ พิกำร รวมถึงกำรมีศูนย์บำบัดและฟื้นฟูสมรรถภำพเด็กพิเศษผู้พิกำร และศูนย์สุขภำพแพทย์แผนไทย ทั้งหมดเป็น กิจกรรมที่สอดรับกับข้อเสนอนโยบำยสำธำรณะประเด็นกำรดูแลสุขภำพชุมชน และส่งผลเชื่อมโยงไปยังนโยบำย สำธำรณะประเด็นกำรลงทุนด้ำนสุขภำพชุมชน เป็นกิจกรรมที่นำไปสู่กำรสร้ำงและเพิ่มอำสำสมัครเพื่อกำรดูแล กัน มีนักจัดกำรสุขภำพ ทำงำนเชื่อมโยงกับหน่วยบริกำรสุขภำพเป็นกำรสนับสนุนให้หน่วยบริกำรสุขภำพหรือ ศูนย์บริกำรสุขภำพสำมำรถประสำนและให้บริกำรครอบคลุมกำรดูแลกลุ่มเป้ำหมำยตำมปัญหำในพื้นที่ และ ส่งเสริม สนับสนุนกำรรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือดูแลกันจัดทำแผนที่กลุ่มเป้ำหมำยที่ต้องกำรควำมช่วยเหลือดูแลโดย เชื่อมโยงกับแหล่งเรียนรู้และทุนทำงสังคมของพื้นที่ มีกำรจัดทำคู่มือหรือแนวทำงกำรดูแลสุขภำพตนเอง และกำร ช่วยเหลือดูแลผู้ที่ต้องกำรควำมช่วยเหลือ

76


ตารางที่ 5.5 ควำมสัมพันธ์ของนวัตกรรมกับกำรตอบสนองต่อ 7+1 นโยบำยสำธำรณะ 88 ข้อเสนอ กับกำรสร้ำงควำมเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่น การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่น สร้ำงกำรเรียนรู้ สร้ำงควำมเป็น สร้ำงผลกระทบ พลเมือง

สร้างผู้นาการเปลี่ยนแปลง

สร้างการมีส่วนร่วม

สร้างศักยภาพ

ทางสังคม

ทางเศรษฐกิจ

ทางสิ่งแวดล้อม

3.2 3.4 3.5 3.9

5.5 5.7

/

/

/

/

/

/

/

/

2. ศูนย์เรียนรู้และเพิ่มศักยภำพทำง กำรเกษตร

3.2 3.4 3.5 3.9

5.5 5.7

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

3. กลุ่มผู้ใช้ประปำ

1.2 1.3

4.5

77

สร้างความเป็นเจ้าของ

สร้างความรู้

1. ศูนย์ถ่ำยทอดเทคโนโลยีสำมดำ

3. เกษตรกรรมยั่งยืน

การสร้างแหล่งเรียนรู้

8. การลงทุนด้านสุขภาพโดยชุมชน

7. การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนท้องถิ่น

6. การดูแลสุขภาพชุมชนโดยชุมชน

5. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน

4. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

นวัตกรรม

1. การบริหารจัดการท้องถิน่ แบบมีส่วน ร่วม 2. การจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน

การสนองตอบต่อ 7+1 นโยบายสาธารณะ 88 ข้อเสนอ

/


4. เทคนิคกำรเพำะกล้ำผักหวำนของ กลุ่มเพำะพันธุ์กล้ำไม้บำ้ นห้วยยำง 5. กลุ่มสหกรณ์ยำงพำรำ

1.2 1.8 1.1 1.2 1.8

6. โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง

2.1 2.3 2.7

1.1 2.2 1.2 2.4 1.5 1.8 1.9 1.10

3.10 3.11 3.1 3.2 3.6 3.8 3.9 3.11 3.12 3.13 3.1 3.3 3.4 3.6 3.8 3.10 3.11 3.12 3.1 3.3 3.4 3.5 3.9 3.10

7. กลุ่มแม่บ้ำนเกษตรเหล่ำเหนือพัฒนำ (แปรรูปน้ำผลไม้) 1.1 1.2

78

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

/

4.7 4.10

4.1 4.2 4.3 4.9 4.10

4.2

6.2 6.5

7.3 7.6

8.7 8.10 8.12

1.1 1.2

/


8.กลุ่มธนำคำรขยะลดปัญหำสิ่งแวดล้อม

1.2 1.3

2.4

79

4.1 4.7

/

/

/

/

/

/

/

/


รายงานฉบับที่ ๕ รายงานนวัตกรรมและการตอบสนองภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นโยบายสาธารณะ ผลกระทบ ๑. วิวัฒนาการหมู่บ้าน (ชุมชน) จัดการตนเองตามวิถีบ้านห้วยยาง บ้ำนห้วยยำง เป็นชนเผ่ำภูไท อพยพมำจำกประเทศลำว บ้ำนมั่น เมืองแซะสำละวันคำทอง เมื่อปี พ.ศ. 2346 ท้ำวโพธิสำร เป็นผู้นำกลุ่ม อพยพหนีควำมแห้งแล้ง จำกหมู่บ้ำนดังกล่ำวโดยได้เดินทำงเลียบแม่น้ำโขงเรื่อยมำ จนกระทั่งถึงหมู่บ้ำนปำกเซบั้งไฟ ฝั่งประเทศลำวในปัจจุบัน และข้ำมฝั่งแม่น้ำโขง ซึง่ ตรงกับพระธำตุพนมในปัจจุบัน จำกนั้นได้เดินทำงเรื่อยมำตำม ลำน้ำก่ำและได้แยกเดินตำมลำห้วยยำง จนกระทั่งถึงทำเล ที่คิดว่ำเหมำะสมที่จะตั้ง บ้ำนเรือนโดยบริเวณดังกล่ำวนั้นเป็นหนองน้ำขนำดใหญ่ (หรือเรียกตำมภำษำพื้นบ้ำนว่ำกุด) จึงตั้งบ้ำนเรือนอยู่ ณ ที่ นั้น เรียกว่ำ กุดเซียงบำนหรือบ้ำนน้อยในปัจจุบัน ต่อมำได้เกิดโรคระบำด ท้ำวโพธิสำรจึงได้อพยพลูกบ้ำนจำกกุดเชียง บำนเดินทำงไปทำงทิศตะวันตกประมำณ 2,000 เมตร มำตั้งบ้ำนอยู่บริเวณหนองไผ่ในปัจจุบัน ต่อมำทำงรำชกำรได้ กำหนดให้มีกำรตั้งชื่อหมู่บ้ำนขึ้นในขณะนั้นประกอบกับได้ เกิดโรคระบำดมำก่อนในหมู่บ้ำนเดิม ท้ำวโพธิสำรมีควำม เชื่อว่ำกำรตั้งชื่อเหมือนหมู่บ้ำนเดิมนั้นอำจก่อให้เกิด โรคระบำดอีกจึงได้มอบให้ทำงกำรตั้งชื่อให้ใหม่ เป็นบ้ำนห้วยยำง จนถึงปัจจุบันและได้ตั้งนำมสกุล ยำงธิสำร เป็นต้นมำ ปี ๒๕๕๔ เรื่อยมำ บ้ำนห้วยยำง ต้องประสบปัญหำข้ำวไม่พอกินจำกควำมแห้งแล้ง หลำยครอบครัวต้อง อพยพย้ำยถิ่นไปอยู่ที่อื่น กลำยเป็นหมู่บ้ำนขอทำนเนื่องจำกหมู่บ้ำนแห้งแล้งขำดน้ำในกำรทำกำรเกษตร โดยเร่ ขอทำนตำมหมู่บ้ำนต่ำงๆแรกๆขอตำมหมู่บ้ำนใกล้เคียงแต่พอนำนเข้ำต้องออกไปขอทำนต่ำงหมู่ บ้ำนและต่ำงอำเภอ ไกลออกไปเรื่อยๆ จนหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ต้องลงข่ำวว่ำพบหมู่บ้ำนขอทำนในจังหวัดสกลนคร หลำยหน่วยงำนต้อง เข้ำมำให้ควำมช่วยเหลือและเรื่องถึงพระเนตรพระกรรณ ดังนั้น วันที่ ๑๘ พฤศจิกำยน ๒๕๒๗ พระบำทสมเด็จพระ เจ้ำอยู่หัว ได้เสด็จพระรำชดำเนินทรงเยี่ยมรำษฎรบ้ำนโพนงำม ตำบลหนองบ่อ อำเภอนำแก จังหวัดนครพนมซึ่งมี อำณำเขตติดต่อกับบ้ำนห้วยยำงเนื่องจำกมีเส้นทำงกำรคมนำคมที่สะดวกกว่ำ และมำที่บริเวณบ้ำนห้วยยำง ตำบล เหล่ำโพนค้อเพื่อทอดพระเนตรบริเวณที่จะก่อสร้ำ งอ่ำงเก็บน้ำห้วยโท - ห้วยยำง ได้พระรำชทำนพระรำชดำริให้ ก่อ สร้ ำ งอ่ ำ งเก็บ น้ ำตำมแผนที่ พ ระรำชทำนที่ แ นบ เพื่ อ จั ด หำน้ ำช่ ว ยเหลื อ พื้ น ที่ เ พำะปลู ก ของหมู่ บ้ ำ นต่ ำ งๆ โดยเฉพำะในเขตบ้ำนห้วยยำง ตำบลเหล่ำโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนครและตำบลหนองบ่อ อำเภอ นำแก จังหวัดนครพนม ให้สำมำรถทำกำรเพำะปลูกได้ทั้งในระยะฤดูฝน - ฤดูแล้ง และมีน้ำเพื่อช่วยเหลือรำษฎร หมู่บ้ำนต่ำง ๆ ดังกล่ำว สำหรับอุปโภค - บริโภค ได้ตลอดทั้งปี และในปี 2532 หลังจำกสร้ำงอ่ำงเก็บน้ำห้วยโทห้ ว ยยำงเสร็ จ แล้ ว พระบำทสมเด็ จ พระเจ้ ำ อยู่ หั ว ได้ เ สด็ จ พระรำชด ำเนิ น พร้ อ มด้ ว ยสมเด็ จ พระนำงเจ้ ำ ฯ พระบรมรำชินีนำถ สมเด็จพระเทพรัตนรำชสุดำฯสยำมบรมรำชกุมำรี ทรงเปิดอ่ำงเก็บน้ำห้วยโท-ห้วยยำง และทรง เห็นว่ำมีภูมิประเทศที่สวยงำมจึงประทับเลี้ยงรับรองรำชอำคันตุกะและผู้ติดตำมที่บริเวณอ่ำงเก็บน้ำห้วยโท-ห้วยยำง และทรงตั้งชื่ออ่ำงเก็บน้ำห้วยโท-ห้วยยำง เป็น “พัทธยำน้อย” ซึ่งแปลว่ำ ลมตะวันตกเฉียงใต้ นับตั้งแต่วันนั้นจนถึง วันนี้ พื้ นที่ ทำกิน ของชำวบ้ ำนห้ว ยยำงมีควำมอุด มสมบู รณ์ มี น้ำในกำรทำนำได้ ปีล ะ 2 ครั้ง ท ำให้ไ ม่อดอยำก ยำกแค้นเหมือนอดีตที่ผ่ำนมำ ดังนั้นเพื่อเป็นกำรรำลึกถึงพระมหำกรุณำธิคุณของพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัวและ พระบรมสำนุวงศ์ทุกพระองค์องค์กำรบริหำรส่ วนตำบลเหล่ำโพนค้อและอำเภอโคกศรีสุพรรณร่วมกับประชำชนทุก หมู่เหล่ำร่วมกันก่อสร้ำงศำลำนุสรณ์ทรงงำนขึ้น ณ ที่ประทับเดิมเมื่อครั้งที่ทรงเปิดอ่ำงเก็บน้ำห้วยโทห้วยยำง จำกกำรที่เป็นหมู่บ้ำนขอทำนและได้ลงข่ำวในหนังสือพิมพ์ ทำให้บ้ำนห้วยยำง ได้รับควำมช่วยเหลือจำก หลำยหน่วยงำนในระดับจังหวัด เข้ำมำให้ควำมรู้ในกำรจัดตั้งกลุ่มต่ำงๆประกอบกับประชำชนมีควำมต้องกำรที่จะ สร้ำงควำมเข้มแข็งและสร้ำงอำชีพให้กับตนเองอยู่แล้ว จึงทำให้เกิดกลุ่มต่ำงๆ ขึ้นโดยมีกำรจัดตั้งคณะกรรมกำรขึ้นมำ บริหำรโดยคัดเลือกจำกสมำชิกกลุ่ม ทำให้กลุ่มมีควำมเข้มแข็งเป็นที่สนใจของส่วนรำชกำรและภำคประชำชนและใช้ เป็นแหล่งเรียนรู้ได้ ได้แก่ ๑.กลุ่มโฮมสเตย์บ้ำนห้วยยำง ๒.กลุ่มทอผ้ำพื้นเมือง ๓.กลุ่มผู้ใช้น้ำ ๔.กลุ่มชรบ. ๕.กลุ่ม

80


ธนำคำรขยะรีไซเคิล ๖. กลุ่มวิสำหกิจชุมชนเพำะพันธ์กล้ำไม้บำ้ นห้วยยำง ๗.เพื่อนช่วยเพื่อน ๘.กลุ่มกองทุนเงิน ล้ำน ๙.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อกำรผลิต๑๐.กลุ่มปลูกพืชฤดูแล้ง จำกกำรรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมต่ำงๆ ในหมู่บำ้ นซึง่ เกิดจำกสภำพปัญหำและควำมต้องกำรของประชำชนใน หมู่บ้ำน และได้รบั ควำมร่วมมือจำกหน่วยงำนต่ำงๆ มำให้ควำมรู้โดยกำรฝึกอบรม ได้มีโอกำสได้พัฒนำแกนนำ ทำให้ เกิดกลุ่มแกนนำในระดับหมู่บ้ำน กำรพัฒนำเน้นหลักเศรษฐกิจพอเพียง สำมำรถเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับท้องถิ่นอื่นได้ จนได้รับคัดเลือกจำกพัฒนำชุมชนอำเภอโคกศรีสุพรรณเป็นหมู่บ้ำนนำร่องเศรษฐกิจพอเพียงระดับอำเภอ และใน ปี ๒๕๕๗ ได้รับคัดเลือกเป็นพื้นทีพ่ ัฒนำเกษตรครบวงจร จำกเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสกลนครเพื่อแข่งขันระดับเขต และระดับภำคต่อไป ๑.๑ วิธีกำรทำงำน ผู้นำหมู่บ้ำนและคณะกรรมกำรหมู่บ้ำนให้ควำมสำคัญกับประชำชนทุกคนโดยให้ทุกคนมีส่วนร่วม ในกำรพัฒนำและแสดงควำมคิดเห็นต่ำงๆ ได้อย่ำงอิสรเสรี เปิดเวทีให้ทุกคนได้แสดงควำมคิดเห็น เช่น กำรประชุม ประจำเดือนของหมู่บ้ำน กิจกรรมงำน อบต.เคลื่อนที่ร่วมกับผู้นำและหัวหน้ำส่วนต่ำงๆ เพื่อค้นหำปัญหำและ ร่วมกันหำแนวทำงในกำรแก้ไข ร่วมกันหำแหล่งงบประมำณในกำรฝึกอบรมอำชีพและศึกษำดูงำนและสร้ำงเครือข่ำย กำรพัฒนำทั้งในตำบลและนอกพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีกำรทำงำน ให้มีศักยภำพมำกขึ้น และทุกครั้งที่มีโอกำส ที่จะส่งเข้ำประกวดหรือร่วมกิจกรรมต่ำงๆ ทั้งในระดับอำเภอ หรือจังหวัด บ้ำนห้วยยำงโดยผู้นำหมู่บ้ำนจะร่วม กิจกรรมทุกครั้ง ทิศทำงกำรพั ฒ นำเริ่ม ต้น จำกค้น หำศักยภำพของหมู่ บ้ ำ น ว่ ำ มี ทุ น บุ คคล ทุ น กลุ่ม และแหล่ ง ประโยชน์ใดบ้ำงที่สำมำรถพัฒนำและต่อยอดกำรพัฒนำให้มีศักยภำพมำกยิ่งขึ้นโดยใช้ทุนที่มีในหมู่บ้ำนก่อน เช่น กลุ่มอำชีพที่เข้มแข็ง เช่น กลุ่มกล้ำไม้ สำมำรถพัฒนำและต่อยอดให้มีควำมมั่นคงได้โดยประสำนหน่วยงำนนอกพื้นที่ ให้ เ ข้ ำ มำศึ ก ษำดู ง ำนหรื อ กำรประชำสั ม พั น ธ์ โ ดยติ ด ต่ อ ประสำนงำนกั บ จั ง หวั ด สกลนครเพื่ อ ประสำนกั บ สถำนีโทรทัศน์รำยกำรต่ำงๆ มำถ่ำยทำรำยกำรหรือสำรคดีต่ำงๆ เกี่ยวกับหมู่บ้ำน กำรรวมกลุ่มกันเพื่อต่อรองรำคำ ที่สูงขึ้นของกลุ่ม เครือข่ำยที่สำคัญที่มีบทบำทในกำรพัฒนำและหนุนเสริมกำรทำงำนในพื้นที่ได้แก่ ๑) องค์กำร บริหำรส่วนตำบลสุขภำวะสนับสนุนงบประมำณ วิชำกำร กำรประสำนงำน ๒) โรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพตำบล โพนค้อ ร่วมกิจกรรมในกำรส่งเสริมและป้องกันควบคุมโรค ๓) กำนัน ผู้ใหญ่บ้ำน ช่วยประชำสัมพันธ์งำนต่ำงๆ เครือข่ำยนอกพื้นที่ได้แก่ ๑) สถำนีตำรวจโคกศรีสุพรรณ ช่วยดูแลด้ำนสุขภำวะด้ำนกำรจรำจร และยำเสพติด ๒) กระทรวงแรงงำน โดยสถำบันพัฒนำฝีมือแรงงำน เป็นสถำนที่จัดกำรเรียนกำรสอนและกำรฝึก อำชีพและสนับสนุนงบประมำณในกำรอบรมสำหรับหมู่บ้ำน (แหล่งเรียนรู้) เพื่อให้มีควำมรู้และเชี่ยวชำญในกำรพัฒนำ อำชีพผลิตภัณฑ์ในชุมชนตรงกับควำมต้องกำรในตลำดมำก เช่น อำชีพตัดเย็บ กำรจักรสำน กำรแปรรูปผลิตภัณฑ์จำก วั ส ดุ ใ นชุ ม ชน ๓) องค์ กำรบริ ห ำรส่ ว นจั ง หวั ด สกลนคร สนั บ สนุ น งบกำรจั ด ทำโครงกำรและงบประมำณต่ ำ งๆ ประชำชนในชุมชนได้รับกำรแก้ไขปัญหำอย่ำงต่อเนื่องและครอบคลุม ๔) สำนักงำนสิ่งแวดล้อมภำคที่ ๑๐ เป็นทีม วิทยำกร ให้คำแนะนำแหล่งเรียนรู้กำรบริหำรจัดกำรขยะอย่ำงครบวงจร สนับสนุนกำรต่อยอดนวัตกรรมกำรบริหำร จัดกำรขยะครัวเรือน ๕) โรงพยำบำลโคกศรีสุพรรณ โรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพตำบลโพนค้อ ดูแลสุขภำพของ ประชำชน ร่วมกำรวิเครำะห์ข้อมูลชุมชน เพื่อให้เกิดกำรนำใช้ข้อมูลร่วมกันในกำรแก้ไขปัญหำ ๖) สำนักงำนเกษตร อำเภอโคกศรีสุพรรณ สนับสนุนบุคลำกรในกำรให้ควำมรู้สำหรับแหล่งเรียนรู้เกษตรกรรมยั่งยืน ระบบเศรษฐกิจชุมชน

81


๑.๒ ทุนทางสังคมที่เกี่ยวข้อง แกนนา - นำยพำยัพ โต๊ะชำลี ผู้ใหญ่บ้ำนห้วยยำง - นำยสำคร ยำงธิสำร สมำชิกสภำองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ - นำยสมัย คำภูษำ สมำชิกสภำองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ - นำยพรพิศ เถือกตำถำ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้ำน - นำยสมทรง สร้อยสงค์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้ำน หน่วยงานและองค์กรภายในตาบล - องค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อ - โรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพตำบลโพนค้อ - โรงเรียนบ้ำนห้วยยำง - กำนัน ผู้ใหญ่บ้ำน หน่วยงานภายนอกตาบล - สถำนีตำรวจโคกศรีสุพรรณ - สถำบันพัฒนำฝีมือแรงงำนสกลนคร - องค์กำรบริหำรส่วนจังหวัดสกลนคร - สำนักงำนสำธำรณสุขโคกศรีสุพรรณ ให้คำแนะนำแหล่งเรียนรู้กำรบริหำรจัดกำรขยะอย่ำง ครบวงจร - โรงพยำบำลโคกศรีสุพรรณ ดูแลสุขภำพของประชำชน - สำนักงำนเกษตรอำเภอโคกศรีสุพรรณ สนับสนุนบุคลำกรในกำรให้ควำมรู้สำหรับแหล่งเรียนรู้ เกษตรกรรมยั่งยืน ระบบเศรษฐกิจชุมชน - ธนำคำร ธกส.โคกศรีสุพรรณ ๑.๓ ผลผลิตและผลลัพธ์ ประชำชนบ้ำนห้วยยำงมีควำมสำมัคคีร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนำหมู่บ้ำนตนเอง เคำรพเชื่อถือผู้นำ หมู่บ้ำน เกิดกำรรวมกลุ่มทำกิจกรรมตำมควำมถนัดและควำมคิดที่เหมือนกัน บริหำรกลุ่มในรูปแบบคณะกรรมกำร ทำให้กลุ่มมีควำมเข้มแข็ง ทำให้มีกลุ่มที่สำมำรถเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชุมชนอื่นได้คือ ๑.กลุ่มโฮมสเตย์บ้ำนห้วยยำง ๒.กลุ่มทอผ้ำพื้นเมือง ๓.กลุ่มผู้ใช้น้ำ ๔.กลุ่มธนำคำรขยะรีไซเคิล ๕. กลุ่มวิสำหกิจชุมชนเพำะพันธ์กล้ำไม้บ้ำนห้วยยำง ๖. โรงเรียนเกษตรพอเพียง และยังมีกลุ่มที่กำลังพัฒนำอยู่ได้แก่ ๑.เพื่อนช่วยเพื่อน ๒.กลุ่มกองทุนเงินล้ำน ๓.กลุ่มออม ทรัพย์เพื่อกำรผลิต ๔.กลุ่มปลูกพืชฤดูแล้ง ๕.กลุ่ม ชรบ. จำกกำรจัดตั้งกลุ่มดังกล่ำวส่งผลให้ประชำชนเพิ่มรำยได้และสำมำรถลดรำยจ่ำยในครัวเรือนได้ เกิดกำรช่วยเหลือเกื้อกูลกันด้วยกำรจัดตั้งกองทุนสวัสดิกำร มีควำมเอื้ออำทรต่อกัน ทำให้ประชำชนกลุ่มเป้ำหมำย ได้รับประโยชน์ทั้งทำงตรงและทำงอ้อม

82


แหล่งศึกษาเรียนรู้

ปัญหา -ทะเลำะวิวำท -ยำเสพติด -หนี้สิน ครัวเรือน

ความรู้

คน

หมู่บ้าน จัดการตนเอง วิถีห้วยยาง ท้องถิ่น ท้องที่ หน่วยงานราชการ ผzzzผู้นาการเปลี่ยนแปลง

กลุ่ม -โอมสเตย์ -ทอผ้ำ -กลุ่มผู้ใช้น้ำ -เพำะกล้ำไม้

ทรัพยากร

ท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ

๒. การตอบสนองภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหน่วยงำนหลักที่สนับสนุนกำรทำงำนของทุนทำงสั งคมในพื้นที่ให้ทำ หน้ำที่สร้ำงปฏิบัติกำรต่ำงๆ ให้สำมำรถสร้ำงกำรเปลี่ยนแปลงโครงสร้ำงทำงสังคม เศรษฐกิจ กำรจัดกำรสภำวะ แวดล้อม สุขภำพ และกำรเมืองกำรปกครองของประชำชนในพื้นที่ ซึ่งกำรดำเนินกิจกรรมเสริมสร้ำงควำม เข้มแข็งของชุมชน ๗ ด้ำน ประกอบด้วย ๑) ด้ำนโครงสร้ำงพื้ นฐำน โดยองค์กำรบริหำรส่วนตำบลเหล่ำโพนค้อสนับสนุนในกำรจัดให้มีและ บำรุงรักษำทำงน้ำ ทำงบกและทำงระบำยน้ำ ให้มีน้ำเพื่อกำรอุปโภคบริโภคและกำรเกษตร กำรสำธำรณูปโภค และกำรก่อสร้ำงอื่นๆ ๒) ด้ำนกำรส่งเสริมคุณภำพชีวิต เป็นกำรส่งเสริม กำรฝึก และกำรประกอบอำชีพ ส่งเสริ มกำรพัฒนำ สตรี เด็ก เยำวชน ผู้สูงอำยุ และผู้พิกำรป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อให้มีและบำรุงสถำนที่ประชุม กำรกีฬำ กำรพักผ่อนหย่อนใจและสวนสำธำรณะกำรสังคมสงเครำะห์ และกำรพัฒนำคุณภำพชีวิตเด็ก สตรี คนชรำ และผู้ด้อยโอกำส กำรจัดกำรเกี่ยวกับที่อยู่อำศัยกำรส่งเสริมประชำธิปไตย ควำมเสมอภำค และสิทธิเสรีภำพ ของประชำชนกำรสำธำรณสุขกำรอนำมัยครอบครัวและกำรรักษำพยำบำล ๓) กำรจัดระเบียบชุมชนและสังคม โดยกำรป้องกันและบรรเทำสำธำรณภัยที่อำจเกิดขึ้นหรือเกิดขึ้น ในพื้นที่ตำบลเหล่ำโพนค้อ

83


๔) กำรวำงแผนกำรลงทุนและกำรพำณิชย์ โดยกำรส่งเสริมให้มีอุตสำหกรรมในครอบครัว จัดให้มีและ กำรส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร และกิจกำรสหกรณ์บำรุงและกำรส่งเสริมกำรประกอบอำชีพของประชำชน กำร ส่งเสริม กำรฝึกและประกอบอำชีพ และกำรส่งเสริมกำรลงทุน ๕) กำรบริหำรจัดกำรทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ กำรจัดกำรสิ่งแวดล้อมและมลพิษ ต่ำงๆ และสร้ำงคุณค่ำและจิตสำนึกในกำรรักษำทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม ๖) ด้ำนกำรส่ งเสริ มศำสนำ ศิลปะ วัฒ นธรรมและภูมิปัญญำ ได้แก่ กำรบำรุงรักษำศิล ปะ จำรีต ประเพณี ภูมิปัญญำท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น ส่งเสริมกำรศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรมและกำร จัดกำรศึกษำ ๗) บริหำรจัดกำรสนับสนุนกำรปฏิบัติภำรกิจของส่วนรำชกำร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปฏิบัติ หน้ำที่อื่นตำมทำงรำชกำรมอบหมำยโดยจัดสรรงบประมำณหรือบุคลำกรให้ตำมควำมจำเป็นและสมควร และ ส่งเสริมกำรมีส่วนร่วมของประชำชน ๓. การตอบสนองต่อนโยบายสาธารณะ

หมู่บ้ำนจัดกำรตนเองบ้ำนห้วยยำง สำมำรถตอบสนองต่อข้อเสนอนโยบำยสำธำรณะ ดังนี้ นำยพำยัพ โต๊ะชำลี ผู้ใหญ่บ้ำนห้วยยำง ประธำนกลุ่มเงินล้ำน ประธำนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อกำรผลิต เป็นนัก บริหำรจัดกำรหมู่บ้ำน แกนนำด้ำนเศรษฐกิจ เป็นแกนนำในกำรจัดทำประชุมประชำคมและตั้งกฎระเบียบ หมู่บ้ำน งำนและกิจกรรมส่งผลกระทบต่อประชำกรทุกกลุ่มเป้ำหมำย และกิจกรรมส่งผลกระทบทำงตรงต่อ ข้อเสนอนโยบำยสำธำรณะ 88 ข้อเสนอ ในประเด็น การบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมี ส่วนร่วม ข้อ 1.1 จัดทำระบบฐำนข้อมูลชุมชนหรือมีศูนย์รำยงำนข้อมูล 1.3 ปฏิรูปกำรทำประชำคมโดยเน้นกำรใช้ข้อมูล เชิง ประจัก ษ์ 1.4 ออกข้อบัญญัติกำรมีส่วนร่วมของประชำชนโดยสนับสนุนให้ทุกกลุ่มในชุมชนท้องถิ่นมีกำรจัด สวัสดิกำร การจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน ข้อ 2.1 จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อกำรผลิต ให้กลุ่มคนที่ด้อย โอกำส ขำกเงิ น ทุ น ในกำรประกอบอำชี พ กู้ ใ นรำคำดอกเบี้ ย ต่ ำ 2.2 สนั บ สนุ น กำรจั ด เวที น ำเสนอและ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทุกระดับ 2.3 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสมทบงบประมำณให้กองทุนสวัสดิกำรชุมชนและ ให้สมำชิกมีกำรออมร่วมกับกองทุนสวัสดิกำรชุมชน กองทุนเงินล้ำน 2.8 หนุนเสริมกำรเพิ่มศักยภำพแกนนำ ในกำรบริ ห ำรกองทุ น เพื่ อ จั ด กำรสวั ส ดิ ก ำรสั ง คมให้ มี ป ระสิ ท ธิ ภ ำพ 2.12 ผลั ก ดั น และเปิ ด โอกำสให้ ผู้ด้อยโอกำส ผู้ ย ำกจน ผู้พิกำร และผู้ ได้รั บผลกระทบ ได้เข้ำเป็นสมำชิกและได้รับสวัส ดิกำรจำกกองทุน สวัสดิกำรโดยไม่มีเงินสมทบ เกษตรกรรมยั่งยืน ข้อ 3.2 สนับสนุนงบประมำณ วัสดุอุปกรณ์ และสิ่งปลูกสร้ำง ในกำรผลิตปุ๋ยอินทรีย์โดยใช้วัตถุดิบในชุมชนเป็นหลัก การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ข้อ 4.2 ส่งเสริมกำรอนุรักษ์และกำรใช้ทรัพยำกรธรรมชำติอย่ำงรู้คุณค่ำรวมทั้งมีกำรปลูกต้นไม้เพิ่มเติมในพื้นที่ สำธำรณะและพื้นที่ป่ำเดิม 4.5 หนุนเสริมกำรบริหำรจัดกำรแหล่งน้ำหรือจัดทำธนำคำรน้ำโดยชุมชน ข้อ 4.10 สนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นจัดทำแผนฟื้นฟูทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้ของเด็กและ เยาวชน ข้อ 5.1 สนับสนุนและจัดตั้งสภำเด็กและเยำวชนประจำตำบลหรือกลุ่มองค์กรของเด็กและเยำวชน เพื่อให้มีส่วนร่วมทำกิจกรรมของชุมชน ข้อ 5.2 ส่งเสริมและสนับสนุนงบประมำณให้เด็กและเยำวชนมีเวทีใน กำรจัดกิจกรรมเชิงสร้ำงสรรค์ ข้อ 5.4 มีนโยบำยร่วมกับหน่วยบริกำรสุขภำพ ครอบครัว และชุมชน ในกำร ส่งเสริมสุขภำพเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงวัยรุ่น ข้อ 5.5 สร้ำงพื้นที่สร้ำงสรรค์หรือลำนกิจกรรม อย่ำงน้อย 1 พื้นที่ในตำบล ข้อ 5.7 สนับสนุนให้มีกำรจัดกำรศึกษำตำมอัธยำศัยหรือกำรศึกษำทำงเลือกอื่นๆ รวมถึงกำร จัดระบบกำรศึกษำรูปแบบบูรณำกำร สังคม วัฒนธรรม วิถีกำรดำเนินชีวิต และกำรประกอบอำชีพตำมบริบท พื้นที่ สำหรับเด็กและเยำวชน ทั้งในและนอกระบบ รวมทั้งเด็กพิเศษ การดูแลสุขภาพชุมชนโดยชุมชน ข้อ 84


6.2 จัดให้มีศูนย์ประสำนงำนอำสำสมัครของชุมชนเพื่อเพิ่มทักษะและวำงแผนจัดบริกำรให้กำรดูแลผู้ต้องกำร ควำมช่ ว ยเหลื อ ตั้ ง แต่ เ กิ ด จนตำย ทุ ก สภำวะสุ ข ภำพ ข้ อ 6.4 สร้ ำ งและพั ฒ นำอำสำสมั ค รให้ ก ำรดู แ ล กลุ่มเป้ำหมำยที่มีปัญหำเฉพำะด้ำน เช่น แรงงำนต่ำงด้ำว ผู้ป่วยทำงจิต ผู้ ป่วยเอดส์ เป็นต้น ข้อ 6.5 ผลักดัน ให้กองทุนมีแผนกำรทำงำนในกำรดูแลช่วยเหลือกลุ่มประชำกรเป้ำหมำย ตั้งแต่เด็กในครรภ์จนตำย รวมทั้งกำร จัดกำรกับปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อสุขภำพของคนในชุมชน ข้อ 6.7 สนับสนุนให้หน่วยบริกำรสุขภำพหรือ ศูนย์บริกำรสุขภำพสำมำรถประสำนและให้บริ กำรครอบคลุมกำรดูแลกลุ่มเป้ำหมำยตำมปัญหำในพื้นที่ และ ส่งเสริม สนับสนุนกำรรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือดูแลกัน ข้อ 6.11 สร้ำงช่องทำงกำรสื่อสำร และกระจำยข่ำวสำร ด้ำนสุ ขภำพ ข้อ 6.12 สร้ำงครือข่ำยกำรดูแลช่ว ยเหลื อกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือต้องกำรควำมช่วยเหลื อ เร่งด่วนระหว่ำงกลุ่มอำสำสมัครในพื้นที่และเครือข่ำยหน่วยบริกำรสุขภำพ ข้อ 6.13 สร้ำงเยำวชน อำสำสมัคร ร่วมให้กำรดูแลสุขภำพ การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนท้องถิ่น ข้อ 7.2 จัดตั้ง “ศูนย์จัดกำรภัยพิบัติประจำ ตำบล” แบบบูรณำกำรภำยใต้กำรมีส่วนร่วมของท้องที่ ท้องถิ่น ชุมชน และภำคเอกชน ข้อ 7.6 ให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น สนับสนุนระบบกำรสื่อสำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน การลงทุนด้านสุขภาพโดยชุมชน ข้อ 8.4 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนงบประมำณในกำรจัดหำสถำนที่ วัสดุอุปกรณ์ จัดจ้ำงบุคลำกร เพื่อ จั ด หรื อ เสริ ม บริ ก ำรสุ ข ภำพครอบคลุ ม กำรดู แ ลกลุ่ ม เป้ ำ หมำยตำมปั ญ หำในพื้ น ที่ ข้ อ 8.5 สนั บ สนุ น กระบวนกำรค้นหำแกนนำจิตอำสำและพัฒนำศักยภำพ ให้สำมำรถเข้ำร่วมให้บริกำรสุขภำพได้ ข้อ 8.6 จัดตั้ง กองทุนสวัสดิกำรชุมชนเพื่อลงทุนด้ำนสุขภำพโดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดข้อบัญญัติหรือเทศ บัญญัติในกำรสนับสนุนกองทุนสวัสดิกำร

85


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
ปฏิบัติการที่ 5 by lpkebook laoponekaw - Issuu