สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
OFFICE OF THE PERMANENT SECRETARY FOR DEFENCE
ดานการเมือง
ก
คำนำ คณะท ำงำนเตรี ย มกำรปฏิ รู ป เพื่ อ คื น ควำมสุ ข ให้ ค นในชำติ ด ำเนิ น กำรจั ด ท ำ เอกสำร “กำรปฏิรูป : ด้ำนกำรเมือง” มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลสภำพปัญหำ และ กรอบควำมเห็นร่วมของประชำชนนำเสนอเป็นทำงเลือกให้สภำปฏิรูปแห่งชำติตำมรัฐธรรมนูญ แห่งรำชอำณำจักรไทย (ฉบับชั่วครำว) พ.ศ. 2557 สำมำรถนำไปใช้เป็นข้อมูล ในกำรศึกษำ และเสนอแนะเพื่อให้เกิดกำรปฏิรูปด้ำนกำรเมืองที่สอดคล้องกับสภำพแวดล้อมของประเทศไทย ในปัจจุบันและอนำคต กำรด ำเนิ น งำนประกอบด้ ว ยกำรทบทวนข้ อ มู ล จำกหนั ง สื อ รำยงำนกำรวิ จั ย เอกสำรและบทควำมที่เกี่ยวข้องกับกำรเมือง รวมทั้งรวบรวมข้อมูลจำกประชำชนทั้งโดย กำรสัมภำษณ์เชิงลึก กำรประชุมกลุ่มย่อย กำรเสวนำ และรับข้อมูลเสนอผ่ำนทำงโทรศัพท์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ จดหมำย ไปรษณียบัตร และข้อคิดเห็นจำกองค์กร หรือหน่วยงำนที่สนใจ กำรปฏิรูปด้ำนกำรเมือง จำกนั้นนำข้อมูลทั้งหมดมำสังเครำะห์เพื่อให้ได้กรอบควำมเห็นร่วม สำระสำคัญของเอกสำรฉบับนี้ประกอบด้วย บทนำ และ เนื้อหำหลักครอบคลุมใน 10 ประเด็นของกำรปฏิรูปด้ำนกำรเมือง และในแต่ละประเด็นกล่ำวถึง สภำพปัญหำและ กรอบควำมเห็นร่วมของประชำชนซึ่งเป็นทำงเลือกสำหรับกำรปฏิรูปด้ำนกำรเมืองต่อไป
คณะทำงำนเตรียมกำรปฏิรูปเพื่อคืนควำมสุขให้คนในชำติ 2557
ข
สารบัญ หน้า คานา
ก
สารบัญ
ข
บทนา
1
รูปแบบรัฐสภา สภาพปัญหา กรอบความเห็นร่วม รัฐสภาแบบเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง รัฐสภาแบบเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยอ้อม พรรคการเมือง สภาพปัญหา
6 6 6 6 7 11 11
กรอบความเห็นร่วม การจัดตั้งพรรคการเมือง การคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งทางการเมือง การสนับสนุนเงินทุนพรรคการเมือง การเสนอนโยบายพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สภาพปัญหา กรอบความเห็นร่วม ระบบการเลือกตั้ง รูปแบบการเลือกตั้ง จานวนที่เหมาะสมกับจานวนประชากร หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง ข้อห้ามสาหรับการสมัครรับเลือกตั้ง
11 11 13 14 14 16 16 16 16 17 19 20 21
ค
หน้า วิธีการออกเสียงลงคะแนน การถ่วงดุลการใช้อานาจของ ส.ส. การตรวจสอบถอดถอน ส.ส. โดยศาล การตรวจสอบถอดถอน ส.ส. โดยองค์กรอิสระ การตรวจสอบถอดถอน ส.ส. โดยประชาชน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สภาพปัญหา กรอบความเห็นร่วม รูปแบบการเลือกตั้งและสรรหา จานวนที่เหมาะสมกับอานาจหน้าที่ หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง ข้อห้ามสาหรับการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ว. การถ่วงดุลการใช้อานาจของ ส.ส. โดย ส.ว. การตรวจสอบถอดถอน ส.ว. โดยศาล การตรวจสอบถอดถอน ส.ว. โดยองค์กรอิสระ การตรวจสอบถอดถอน ส.ว. โดยประชาชน คณะรัฐมนตรี (นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี) สภาพปัญหา กรอบความเห็นร่วม รูปแบบการคัดเลือกนายกรัฐมนตรี รูปแบบการคัดเลือกรัฐมนตรี หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกนายกรัฐมนตรี หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกรัฐมนตรี การถ่วงดุลการใช้อานาจของคณะรัฐมนตรี โดย ส.ส. และ ส.ว การตรวจสอบ ถอดถอนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี โดยศาล การตรวจสอบ ถอดถอนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี โดยองค์กรอิสระ การตรวจสอบ ถอดถอนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี โดยประชาชน
21 22 23 23 24 26 26 26 26 28 28 29 29 30 30 31 33 33 33 34 35 36 37 38 39 39 40
ง
หน้า ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง
สภาพปัญหา กรอบความเห็นร่วม โครงสร้างองค์กรตุลาการทางการเมือง บทบาทอานาจหน้าที่ศาลฎีกา
41 41 41 41 42
ศาลรัฐธรรมนูญ
44
สภาพปัญหา กรอบความเห็นร่วม โครงสร้างศาลรัฐธรรมนูญ บทบาทอานาจหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
44 44 44 45 46
สภาพปัญหา กรอบความเห็นร่วม โครงสร้าง กกต. บทบาทอานาจหน้าที่ของ กกต.
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)
สภาพปัญหา กรอบความเห็นร่วม โครงสร้าง ปปช. บทบาทอานาจหน้าที่ของ ปปช.
46 46 46 48 51 51 51 52 52
จ
หน้า การเมืองภาคพลเมือง
สภาพปัญหา กรอบความเห็นร่วม การเปิดกลไกภาครัฐเพื่อให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เสริมสร้างความเข้มแข็งของการรวมกลุ่มภาคประชาชน
53 53 53 54 55
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 1
บทนำ
วิวัฒนาการระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2475 อันเป็น ช่ ว งที่ เ กิ ด ภาวะเศรษฐกิ จ ตกต่่ า ได้ มี การเปลี่ ย นแปลงการปกครองจากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุข ทั้งนี้เริ่มจากการปฏิวัติโดยคณะราษฎร์ ซึ่งส่วนใหญ่คือกลุ่มที่ไปศึกษาต่างประเทศร่วมกับ กลุ่มผู้มีอ่านาจขณะนั้นที่ เห็นว่าประเทศต้องมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งๆ ที่ประชาชนส่วนใหญ่ ในสังคมยังขาดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องประชาธิปไตย แต่ก็ถือได้ว่าประชาธิปไตยของไทย ได้เริ่มต้นแล้ว อย่างไรก็ตามความขัดแย้งทางการเมือง และการทุจริตในการปกครองได้ท่าให้ ประชาธิปไตยถูกเบียดแทรกด้วยการปฏิวัติ รัฐประหารหลายครั้งจึงถือได้ว่าเป็นยุคเผด็จการ อ่านาจนิยม ต่อมาในห้วงเวลาระหว่าง พ.ศ.2516 – พ.ศ.2519 กลุ่มนักวิชาการ นักศึกษาเข้ามา มีบทบาททางการเมืองท่าให้ประชาธิปไตยเบ่งบานเป็นอย่างมาก แต่จากการแสดงออกทาง การเมื อ งจนเกิ น ความพอดี ข องพวกเสรี นิ ย มสุ ด ขั้ ว ได้ ท่ า ให้ ก ลุ่ ม ข้ า ราชการกลั บ มามี บทบาทอีกครั้งในระหว่าง พ.ศ.2520 – พ.ศ.2535 การตื่ น ตั ว ทางการเมื อ งและความพยายามที่ จ ะให้ ป ระชาชนเข้ า มามี ส่ ว นร่ ว ม ในทางการเมืองได้เกิดขึ้นอย่างมากหลังเหตุก ารณ์พฤษภาทมิฬ หรือ พฤษภาคม พ.ศ.2535 และน่ามาซึ่งการร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการร่างมากที่สุดคือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการเมือง และระบบราชการ และเสริ ม สร้ า งความเข้ ม แข็ ง ของการเมื อ งภาคพลเมื อ ง ทั้ ง นี้ มี ความพยายามให้การเมืองมีเสถีย รภาพมากขึ้ น ลดข้ อบกพร่ องของ “องค์กรการเมื อง” พยายามท่าให้ระบบพรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง แต่สิ่งที่ตามมาคือ การเกิดความยากล่าบาก ในการตรวจสอบถ่วงดุล การใช้อ่านาจมิชอบ และเกิด “นักธุรกิจการเมือง” คือกลุ่มนักธุรกิจ
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 2 นายทุนเข้ามามีบทบาทในพรรคการเมือง มีอ่านาจเหนือข้าราชการประจ่า มีการสืบทอดต่อ ระบบทุนและระบบอุปถัมภ์ ตลอดจนพยายามขยายฐานระบบทุนสู่ประชาชนระดับรากหญ้า แต่การตรวจสอบกลับท่าได้ยากแม้จะมีองค์กรอิสระเกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญเพื่อท่าหน้าที่ด้าน นี้ก็ตาม ทั้งนี้เพราะกระบวนการได้มา และใช้อ่านาจขององค์กรเหล่านี้ก็มีปัญหาในเรื่องความ โปร่งใส และสุจริตในการท่าหน้าทีจ่ นท่าให้เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร ปี พ.ศ.2549 ในปั จ จุ บั น ประเทศไทยมี ก ารปฏิ วั ติ รั ฐประหารทั้ ง หมด 13 ครั้ ง เปลี่ ย นแปลง รัฐธรรมนูญ 18 ฉบับ และฉบับที่ใช้อยู่คือฉบับที่ 19 เป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ซึ่งการร่างรัฐธรรมนูญ มักจะบัญญัติถึงการได้มาซึ่งอ่านาจ การปกครองของผู้ปกครองเพื่อการแย่งชิงความได้เปรียบ ให้ได้มาซึ่งอ่านาจทางการเมือง จนกระทั่งรัฐธรรมนูญปี 2540 ได้ให้ความส่าคัญกับการส่งเสริม คุ้มครอง สิทธิและเสรีภาพ ของประชาชน และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น แต่ยังขาด กลไกในการเตรียมความพร้อมประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมตามวิถีประชาธิปไตย โดยเฉพาะ กลไกการตรวจสอบนักการเมือง จึงเป็นช่องทางให้นักการเมืองบางคนใช้ประโยชน์โดยการสร้าง ฐานอ่านาจอย่างเข้มแข็งขึ้น ในส่วนโครงสร้างอานาจอธิปไตย ของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยใน ระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขตามหลักกฎหมายมหาชนในการแบ่งแยก อ่านาจอธิปไตย โครงสร้างอ่านาจประกอบด้วย อ่านาจนิติบัญญัติ อ่านาจบริหาร และอ่านาจ ตุล าการ โดยอ่ านาจทั้ง 3 ฝ่ า ยจะถ่ว งดุล อ่ านาจซึ่ ง กัน และกั น การใช้ อ่า นาจนิ ติบั ญ ญั ติ โดยรัฐสภาผ่านทางระบบ “ผู้แทน” ของประชาชนซึ่งได้แก่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) การใช้อ่านาจบริหารโดยคณะรัฐมนตรีที่ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี การใช้ อ่านาจตุ ล าการโดยศาล ซึ่ งปั จ จุบั น ประกอบด้ วย ศาลรัฐธรรมนู ญ
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 3 ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และศาลทหาร รวมทั้งองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ที่ท่าหน้าที่ ตรวจสอบถ่วงดุลอ่านาจ ได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน สภาพปัญหาด้านการเมือง ในปัจจุบันเกิดขึ้นจากการใช้อ่านาจของฝ่ายต่างๆ ที่มี การตรวจสอบได้ยาก และท่าหน้าที่ที่อาจเอื้อต่อประโยชน์เฉพาะกลุ่มมากกว่าเพื่อประชาชน รัฐสภามีการใช้อ่านาจในการออกกฎหมายต่างๆ ที่อาจไม่ค่านึงถึงผลประโยชน์สาธารณะ และผลกระทบที่ จ ะเกิ ด ขึ้ น หรื อ ชะลอการออกกฎหมายที่ จ ะเป็ น ประโยชน์ ต่ อ ปวงชน ส่วนการใช้อ่านาจของฝ่ายบริหารและข้าราชการนั้นไม่ค่อยให้ความส่าคัญกับการกระจาย อ่านาจจนท่าให้เกิดการกระจุกตัวของอ่านาจและความเจริญ เช่นอ่านาจบริหาร อ่านาจ การแต่งตั้ง อ่านาจการจัดสรรและอนุมัติงบประมาณ การก่าหนดนโยบาย การขอใบอนุญาตต่างๆ เป็ นต้ น นอกจากนี้ การได้ รั บการจั ดสรรทรั พยากรยั งไม่ เกิ ดความเป็ นธรรมกั บประชาชน ส่วนใหญ่ แต่เป็นไปเพื่อเอื้อกลุ่มทุน อีกทั้งมีการพัฒนาตามนโยบายเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก ที่เน้นทุนนิยมเสรีมากเกินไปท่าให้เกิดปัญหาการกระจายรายได้ เกิดความเหลื่อมล้่าทางเศรษฐกิจ เกิดความขัดแย้งที่หยั่งรากลึกถึงในระดับโครงสร้างขั้นพื้นฐานทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ชนชั้ น และการเมื องของประเทศ ตลอดจนมีปัญหาอื่นๆ ที่ตามมาอีกมากมาย มี การทุ จริต ประพฤติ มิ ช อบเกิ ด ขึ้ น และเจ้ า หน้ า ที่ ข องรั ฐ และนั ก การเมื อ งขาดธรรมาภิ บ า ลใน การบริหารงาน เกิดการทับซ้อนผลประโยชน์ มีการก่าหนดนโยบายที่เอื้อประโยชน์พวกตน เกิ ดความเสี ยหายต่อ ระบบการเงิ นการคลัง ของประเทศ สื่ อ ถู ก ใช้ เพื่ อ ปลุก ระดมมวลชน และให้ข้อมูล ที่ไม่ถูกต้อง ครบถ้วน เกิดความเกลียดชังกัน น่าไปสู่การแบ่งแยกความคิด ที่ แ ตกต่ า งอย่ างชั ด เจน และยอมรั บ กั น ไม่ ไ ด้ เกิ ด สถานการณ์ค วามขั ด แย้ ง เพิ่ ม มากขึ้ น และกลายเป็ น ความแตกแยกจนถึ ง ขั้ น แตกหั ก เป็ น ความรุ น แรงซึ่ ง มี ทิ ศ ทางที่ จ ะเกิ ด การขยายตั ว มากขึ้ น ประกอบกั บ มี ผู้ ค นบาดเจ็ บ ล้ ม ตาย แต่ ห าผู้ ก ระท่ า ผิ ด แทบไม่ ไ ด้
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 4 ประชาชนเกิดความหวาดกลัวเป็นปัญหาต่อเนื่องถึงสังคมที่ขาดคุณภาพเพราะการเกิดความ ไม่ไว้วางใจกัน ขาดความสามัคคี มองว่าอีกฝ่ายคือศัตรู และพร้อมที่จะเกิดการท่าลายชีวิต ของประชาชนที่บริสุทธิ์มากขึ้นทุกวัน ผู้มีอ่านาจในการปกครองไม่สามารถรักษาความสงบ เรียบร้อยของบ้านเมืองได้ สังคมระส่่าระสาย บ้านเมืองเดินทางมาถึงทางตันจนหาทางออก สู่สันติสุขไม่ได้ด้วยกระบวนการปกติ ท่าให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศ กฏอั ย การศึ ก และการยึ ด อ่ า นาจในที่ สุ ด เพื่ อ รั ก ษาสถานการณ์แ ละน่ า สั น ติ สุ ข กลั บคื น สู่สังคมไทย และพร้อมที่จะท่าให้เกิดการปฏิรูปไปสู่สังคมที่พึงปรารถนาของทุกภาคส่วนโดยเร็ววัน ด้วยการร่วมแรงร่วมใจของประชาชนทุกคน บนหลักการเสริมสร้างความปรองดองอย่างแท้จริง จากการรั บ ฟั ง ความคิ ด เห็ น ของประชาชนถึ ง ความคาดหวั ง ต่ อ การปฏิ รู ป ด้านการเมื อง พบว่า ประชาชนคาดหวัง ให้ การเมื องไทยมี รัฐสภาที่ ท่าหน้ าที่ นิติบั ญญั ติ ตรวจสอบการใช้อ่านาจรัฐ และท่าหน้าที่เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยได้อย่างเข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ มีธรรมาภิบาลโดยเฉพาะมี ความโปร่งใสในการท่าหน้าที่ การเลือกตั้งบุคคล เข้าสู่อ่านาจทางการเมืองมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมอย่างแท้จริง และสามารถลงโทษถอดถอน นักการเมืองที่ ก ระท่ าผิด ได้ อ ย่า งเป็ นธรรม ตลอดจนมีก ารพัฒนานัก การเมื อง และผู้ที่มี ส่วนเกี่ยวข้องให้มีเกียรติ ศักดิ์ศรี มีจริยธรรม คุณธรรม ซื่อตรง (Integrity) และจิตสาธารณะ พร้อมๆ ไปกับการยกระดับประชาชนให้เป็น “พลเมือง” (Citizenship) ที่มีสิทธิเสรีภาพ ท่าหน้าที่ ของพลเมืองที่ดี มีความรอบรู้ มีวิจารณญาณ คิดวิเคราะห์ได้ และมีจิตสาธารณะเช่นเดียวกัน เกิ ด การเมื อ งของพลเมื อ งที่ ป ระชาชนสามารถมี ส่ ว นร่ ว มในการบริ ห ารประเทศ และ ตรวจสอบการท่างานของนักการเมืองได้
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 5 ทั้ ง นี้ ก รอบความเห็ น ร่ ว มของประชาชนเพื่ อ การปฏิ รู ป ด้ านการเมื อ ง พบว่ า แนวทางในการแก้ไขปัญหาการเมืองไทยอยู่ภายใต้ 5 เรื่องหลัก คือ โครงสร้ำงทำงกำรเมือง กำรคัดเลือกบุคคลเข้ำสู่ตำแหน่งหลักทำงกำรเมือง กำรถ่วงดุลอำนำจ กำรตรวจสอบ ถอดถอนนักกำรเมือง และกำรสร้ำงควำมเข้มแข็งให้กับประชำชนด้วยกำรเสริมสร้ำง กำรเมืองภำคพลเมือง ทั้งนี้แนวทางการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมแบ่งออกเป็น 10 ประเด็น หลัก ได้แก่ รูปแบบรัฐสภำ พรรคกำรเมือง สมำชิกสภำผู้แทนรำษฎร สมำชิกวุฒิสภำ นำยกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ศำลฎีกำแผนกคดีอำญำของผู้ดำรงตำแหน่งทำงกำรเมือง ศำลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมกำรกำรเลือกตั้ง คณะกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำมทุจริตแห่งชำติ และ กำรเมืองภำคพลเมือง
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 6
รูปแบบรัฐสภา
สภาพปัญหา การเมืองไทยระบบรัฐสภามีรูปแบบเป็น สภาคู่ ประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา โดยสภาผู้แ ทนราษฎร ทาหน้าที่หลัก ในด้านนิติบั ญญัติ ตรากฎหมาย แก้ไ ข ปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมาย ตรวจสอบการใช้อานาจรัฐและเป็นตัวแทนของประชาชน ส่ว นวุ ฒิ สภาทาหน้ าที่ ก ลั่น กรองกฎหมายให้ เกิด ความรอบคอบรัด กุ ม มีผ ลบัง คับ ใช้เพื่ อ ความผาสุกของประชาชน รวมทั้งแต่งตั้ง ตรวจสอบ และถอดถอนบุคคลดารงตาแหน่ ง ในองค์กรอิสระและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ จากข้อมูลพบว่า วุฒิสภาไม่สามารถถ่วงดุลการใช้ อานาจนิติบัญญัติของรัฐสภาได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นฝ่ายนิติบัญญัติสมยอมกับ ฝ่ายบริหารใช้เสียงข้างมากในการลงประชามติโดยไม่คานึงถึงเสียงส่วนน้อย นาไปสู่เผด็จการ รัฐสภาทาให้การเมืองไปสู่ทางตัน กรอบความเห็นร่วม การปฏิ รูป มีข้ อเสนอให้ รูป แบบรัฐสภามี 2 รูป แบบ ได้แ ก่ รัฐสภาแบบเลือ กตั้ ง นายกรัฐมนตรีโดยตรง และรัฐสภาแบบเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยอ้อม
รัฐสภา แบบเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง เป็ น รูป แบบหนึ่ ง ซึ่ ง ใช้ ใ นประเทศอิ ส ราเอล คื อ ก าหนดให้ น ายกรั ฐมนตรี แ ละ คณะรัฐมนตรียังคงต้อ งเป็ นสมาชิก รัฐสภา ไม่มี การแยกการเลือ กตั้ง นายกรัฐมนตรีและ สมาชิ ก รั ฐ สภาออกจากกั น อย่ า งเด็ ด ขาด แต่ ใ ห้ ป ระชาชนมี สิ ท ธิ เ ลื อ กบุ ค คลที่ จ ะเป็ น
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 7 นายกรัฐมนตรีจากรายชื่อของบรรดาผู้สมัครสมาชิกรัฐสภาในการเลือกตั้งคราวเดียวกัน กับการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาที่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป ข้อดี คือ ทาให้ประชาชนมี โอกาสเลือกหัวหน้าฝ่ายบริหารได้ด้วยตนเอง โดยมี ฐานความชอบธรรมทางประชาธิ ป ไตยที่ ยึ ด โยงโดยตรงกั บ ประชาชน นอกจากนี้ เ ป็ น การเพิ่ ม อ านาจต่ อ รองทางการเมื อ งให้ กั บ นายกรั ฐ มนตรี ใ นการก าหนดนโยบายต่ า งๆ ได้อย่างเป็นอิสระจากรัฐสภา ทาให้การดาเนินตามนโยบายต่างๆ สามารถเป็นไปได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ข้อจากัด คือ หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสมาชิกส่วนใหญ่เป็นพรรค ฝ่ายค้านการประสานงานระหว่ างนายกรัฐมนตรีกับรัฐสภาจะยากขึ้น และองค์ กรอิสระ ที่จะถ่วงดุลนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจะต้องทางานอย่างมีประสิทธิภาพ
รัฐสภา แบบเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยอ้อม รัฐสภาแบบเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยอ้อม ประกอบด้วย 3 แบบ ได้แก่ สภาเดี่ยว สภาคู่ และสามสภา สภาเดี่ยว มีเฉพาะสภาผู้แทนราษฎร ทาหน้าที่หลักในด้านนิติบัญญัติตรา กฎหมาย แก้ไขปรับปรุง หรือยกเลิกกฎหมาย โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทาหน้าที่ ในรัฐสภา ข้อดี คือ ระบบสภาเดี่ยวเกื้อกูลการตรากฎหมาย และการดาเนินนโยบายของ รัฐบาลให้สอดคล้องกับระบบเสียงข้างมากในรัฐสภา ข้อ จากั ด คื อ อาจทาให้ ก ารผ่ า นร่ า งกฎหมายมี ข้ อ บกพร่ อ งและอาจมี ก าร เอือ้ ประโยชน์เฉพาะกลุ่มมากเกินไป
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 8 รูปแบบสภาเดี่ยวที่มีเฉพาะสภาผู้แทนราษฎรที่ถูกเสนอ มี 6 แบบ ส.ส. จากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตทั้งหมด ข้อดี คือ ส.ส.เป็น ตัวแทน ที่ยึดโยงกับปัญหาของประชาชนในพื้นที่ ข้อจากัด คือ ไม่สามารถคัดเลือกคนที่มีความรู้ ความสามารถเฉพาะทางเข้าสู่สภาได้ทั้งหมด และ การออกกฎหมายหรือการบริหารประเทศ จะคานึงถึงระดับพื้นที่เฉพาะ มากกว่าภาพรวมของประเทศ ส.ส. จากการเลื อ กตั้ ง แบบสัด ส่ วน (บั ญ ชีร ายชื่ อ ทั้ง หมด) ข้ อ ดี คื อ ได้ ส.ส. ที่มีความหลากหลาย มีความสามารถ รวมทั้ง ส.ส. ที่สังกัดพรรคการเมืองขนาดเล็ก มีโอกาสได้รับการคัดเลือกเข้าสู่สภา ข้อจากัด คือ ส.ส. ไม่มีความใกล้ชิดกับประชาชนทาให้ ขาดการรับรู้ปัญหาที่แท้จริงของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ส.ส. จากการสรรหาทั้งหมด ข้อดี คือ ได้ ส.ส. ที่มีความสามารถเฉพาะ
จากทุกกลุ่มอาชีพ สามารถนาวิธีการนี้มาใช้แก้ปัญหาในกรณีที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ และการออกกฎหมายเฉพาะที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมทาได้รวดเร็ว ข้อจากัด คือ ส.ส. มีความเป็นตัวแทนเชิงพื้นที่น้อยทาให้ไม่รู้ปัญหาที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่ การออก กฎหมายบางเรื่องอาจไม่ครอบคลุมประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ ส.ส. จากแบบผสม จากเลือกตั้งแบบแบ่งเขต และ แบบสัดส่วน ข้อดี คือ ได้ ส.ส. ที่มีความหลากหลาย รวมทั้ง มีการยึดโยงกับประชาชน และส่วนที่มีความรู้ ความสามารถตามที่พรรคการเมืองเลือกเข้ามาทาหน้าที่ในสภา ข้อจากัด คือ อาจจะได้ บุคคลมาทาหน้าที่ไม่ครอบคลุมกลุ่มอาชีพ ส.ส. จากแบบผสม จากเลื อ กตั้ ง แบบแบ่ ง เขต และแบบสรรหา ในจ านวนที่ เ ท่ า กั น ซึ่ ง ส.ส. โดยการสรรหาจะต้ อ งมี ผู้ แ ทนจากทุ ก กลุ่ ม อาชี พ เช่ น ข้าราชการ ทหาร ตารวจ นักวิชาการ เป็นต้น
ข้อดี คือ ได้ ส.ส. ที่มีความหลากหลาย
ทั้งส่วนที่มีการยึดโยงกับประชาชน และ ส่ วนที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะกลุ่มอาชี พ
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 9 เข้ามาทาหน้าที่ในสภา ข้อจากัด คือ สมาชิกที่ถูกแต่งตั้งมาจะไม่ยึดโยงกับประชาชน อาจมี การตั้งกลุ่มเทียมเพื่อผลักดันคนเข้าสู่กระบวนการแต่งตั้ง/สรรหา ซึ่ง ประเทศไทยไม่เคยนา ระบบนี้มาใช้ ส.ส. แบบผสม จากทั้งเลือกตั้งจังหวัดละคน เลือกตั้งกันเองในแต่ละ อาชีพ และสรรหาจากกลุ่มองค์กรอาสาสมัคร (NGO) ข้าราชการ ทหาร ตารวจ นักวิชาการ ข้อดี คือ เพื่อต้องการให้ทุกกลุ่มผลประโยชน์มีตัวแทนในรัฐสภา คอยพิทักษ์ผลประโยชน์ของ ประชาชน และ ลดนโยบายประชานิยมของพรรคการเมือง ข้อจากัด คือ การจัดตั้งรัฐบาลเป็น แบบรัฐบาลผสม จะไม่มีเสถียรภาพในการบริหารประเทศ เพราะจะมีการต่อรองจากกลุ่มการเมือง ต่างๆ ซึ่งประเทศไทยไม่เคยนาระบบนี้มาใช้เช่นกัน สภาคู่ ประกอบด้วย 2 สภา มีหน้าที่หลักต่างกัน สภาแรกทาหน้าที่หลัก ในด้ า นนิ ติ บั ญ ญั ติ ตรากฎหมาย แก้ ไ ขปรั บ ปรุ ง หรื อ ยกเลิ ก กฎหมาย และ สภาที่ 2 ทาหน้าทีเ่ ป็น “สภาตรวจสอบ” กลั่นกรองกฎหมาย และถ่วงดุล ข้อดี คือ การทาหน้าทีน่ ิติบัญญัติของรัฐสภามีการถ่วงดุลซึ่งกันและกันอย่างชัดเจน ข้อจากัด คือ การถ่วงดุลจะเกิดผลจริงในทางปฏิบัติ สมาชิกทั้ง 2 สภาต้องมี ที่มาแตกต่างกันเพื่อให้สามารถเป็น “สภาตรวจสอบ” ตามเจตนารมณ์ที่แท้จริง รูปแบบสภาคูท่ ี่ถูกเสนอ มี 2 แบบ แบบสภาผู้ แ ทนราษฎรกั บ วุ ฒิ ส ภา ข้ อ ดี คื อ โครงสร้ า งรั ฐ สภามี ความชัดเจน การทาหน้าที่ของรัฐสภาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะมีการตรวจสอบ ถ่วงดุลภายในรัฐสภาเอง องค์ประกอบที่หลากหลายของรัฐสภาสะท้อนการเป็นผู้แทนของ คนทุกกลุ่มในสังคม ข้อจากัด คือ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ไม่เป็นอิสระจากพรรคการเมือง หรือมี ความสัมพันธ์ทางเครือญาติ กับ ส.ส. จะทาให้ ส.ว. ไม่สามารถทาหน้าที่เป็น “สภาตรวจสอบ”
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 10 ตามเจตนารมณ์ และมีกลไกอื่นๆ เช่น กฎหมาย ที่ทาให้การตรวจสอบทาได้ง่าย ในขณะที่ ต้องมีการตรวจสอบถ่วงดุลที่เป็นธรรม แบบสภาผู้แทนราษฎรกับสภาประชาชน ให้สภาประชาชนทาหน้าที่ ถ่วงดุลอานาจ ส.ส. แทนวุฒิสภา โดยที่มาของสมาชิกสภาประชาชนประกอบด้วยผู้แทน จาก 3 กลุ่ม คือ จากแต่ละจังหวัด กลุ่มวิชาชีพ และ กลุ่มข้าราชการ ข้อดี คือ ประชาชนมี ส่วนร่วมในการถ่วงดุลอานาจทางการเมือง ข้อจากัด คือ ต้องกาหนดบทบาทหน้าที่สภาประชาชน ให้ชัดเจนเพื่อให้กระบวนการทางานไม่ซับซ้อนมากเกินไป ประชาชนอาจเป็นผู้แทนของ กลุ่มเฉพาะที่ไม่ครอบคลุมประชาชนทั้งหมด ตลอดจนตัดโอกาสของประชาชนกลุ่มเล็ ก กลุ่มน้อยหรือปัจเจกที่ไม่ได้อยู่ในสภาประชาชน ซึ่งสภาประชาชนเป็นแนวทางที่ไม่เคยมี การปฏิบัติมาก่อน สามสภา ประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และสภาประชาชน เพื่อให้การถ่วงดุลอานาจให้มีมากขึ้น ข้อดี คือ ประชาชนมีส่วนร่วมในการถ่วงดุลอานาจ ทางการเมื อ ง ข้ อ จากั ด คื อ ต้ อ งก าหนดบทบาทหน้ า ที่ ส ภาประชาชนให้ ชั ด เจนเพื่ อ ให้ กระบวนการทางานไม่ซับซ้อนมากเกินไป
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 11
พรรคการเมือง
สภาพปัญหา พรรคการเมืองเป็นสถาบันพื้นฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดย “ระบบผู้แทน” พรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากในสภาจะเป็นพรรคการเมืองที่กุมอานาจ ทั้งในฝ่ายนิติบัญญัติ และอานาจบริหาร ดังนั้นปัจจัยที่มีผลต่อความเข้มแข็งของระบบรัฐสภา และคุณภาพรัฐบาล ส่วนหนึ่งขึ้นกับพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง จากวิกฤตการณ์ที่ผ่านมาพรรคการเมืองไทยบางพรรค ถูกมองว่าเป็นพรรคของกลุ่มธุรกิจการเมือง หรือมีนายทุนอยู่เบื้องหลัง บางพรรคการเมือง ขาดอุดมการณ์และแนวนโยบายที่ชัดเจน ไม่มีการจัดโครงสร้างภายในที่เป็นประชาธิปไตย และการดาเนินงานของพรรคขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน กรอบความเห็นร่วม ข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปด้านพรรคการเมืองในเรื่อง การจัดตั้งพรรคการเมือง การคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งทางการเมือง และการสนับสนุนเงินทุนพรรคการเมือง การจัดตั้งพรรคการเมือง มีข้อเสนอแบ่งเป็น 4 แนวทาง เปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถตั้งพรรคการเมืองได้ง่ายขึ้น โดยการยกเลิก ข้อกาหนดที่บังคับให้พรรคการเมืองต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 5,000 คน ต้องมีสาขาพรรคการเมือง อย่างน้อย 4 สาขา ภายในระยะเวลา 1 ปี ข้อดี การจัดตั้งพรรคการเมืองได้ง่าย ทาให้ประชาชน
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 12 มีทางเลือกเชิงนโยบายมากขึ้น และพรรคการเมืองที่ก่อตั้งขึ้นมาสามารถทางานได้ต่อเนื่อง ข้ อจากั ด คื อ อาจท าให้ มี จ านวนพรรคการเมื องมากเกิ นไป บางพรรคที่ ตั้ งขึ้ นมาอาจไม่ มี การดาเนินกิจกรรมทางการเมือง ส่งเสริมการจัดตั้งพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ควรกาหนดจานวนสมาชิก อย่างน้อยมากกว่า 10,000 คน ข้อดี คือ ส่งเสริมให้พรรคการเมืองเป็นพรรคใหญ่ มีความเข้มแข็ง รวมคนมีความสามารถและอุดมการณ์ทางการเมืองเดียวกัน รวมทั้งป้องกันนักฉวยโอกาส ทางการเมืองจัดตั้งพรรคการเมืองเพื่อขายแก่นายทุน ข้อจากัด คือ ทาให้พรรคการเมืองต้อง พึ่งพาการสนับสนุนของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ในการดาเนินกิจการของพรรค ไม่เปิดโอกาสให้มี พรรคการเมืองขนาดเล็ก หรือพรรคทางเลือก การจัดตั้งพรรคการเมืองโดยไม่เน้นที่จานวนสมาชิก แต่มุ่งส่งเสริมให้เป็น พรรคการเมืองของมหาชนที่มีความรับผิดชอบต่อสมาชิกพรรคและสาธารณชน โดยการ สนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐ ข้อดี คือ พรรคการเมืองไม่ถูกครอบงาจากนายทุน หรือธุรกิจ ทางการเมือง ข้อจากัด คือ การจัดตั้งพรรคอาจถูกควบคุมโดยกฎระเบียบที่เคร่งครัด ควรมีการจัดตั้งพรรคของประชาชน ที่มีสาขาพรรคครบทั้ง 4 ภาค และมีสมาชิก ในแต่ละสาขาพรรคอย่างน้อยร้อยละ 10 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละเขตเลือกตั้ง ข้อดี คือ ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง และพรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งเป็นพรรคที่มี ฐานเสียงของคนทั้งประเทศ ข้อจากัด คือ ส.ส. อาจจะเห็นแก่ประโยชน์ของท้องถิ่นของตน มากกว่าของประเทศโดยส่วนรวม
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 13
การคัดเลือกผูส้ มัครรับเลือกตั้งทางการเมือง การดาเนินกิจกรรมของพรรคต้องสะท้อนหลักประชาธิปไตย สมาชิกพรรค ทุกคนต้องมีอานาจเท่าเทียมกัน ลดการรวมศูนย์อานาจจากผู้บริหารและเพิ่มการถ่ายโอน อานาจไปสู่การมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรคในการกาหนดความเป็นไปของพรรคสมาชิกพรรค มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของพรรคเพื่อพัฒนาพรรคให้สอดคล้องกับประชาธิปไตยลดการครอบงา ของคณะกรรมการพรรคในการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้ง การกาหนดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง ควรมีกระบวนการกลั่นกรองเพื่อให้ได้ ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่เป็นตัวแทนของพรรคการเมืองที่มาจากฐานของประชาชนอย่างแท้จริง พรรคควรทาหน้าที่กลั่นกรองผู้สมัครรับเลือกตั้งที่มีความสามารถ ซื่อสัตย์ สุ จ ริ ต และค านึ ง ถึ ง ความเป็ น ตั ว แทนของประชาชนที่ ห ลากหลาย (เช่ น สั ด ส่ ว น หญิง/ชาย คนกลุ่ม น้อย/ผู้ ด้อยโอกาส ประเด็น ปัญหา) โดยมีกระบวนการที่ ประชาชนมี ส่วนร่วมตั้งแต่ต้น เช่น การเสนอรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งและให้ประชาชนในเขตเลือกตั้งนั้นๆ แสดงความคิดเห็น หรือ คัดค้านในขั้นต้นได้ พรรคการเมืองมีกระบวนการสร้างความรู้ความ เข้ า ใจเกี่ ย วกั บ บทบาทอ านาจที่ และปลู ก ฝั ง ค่ า นิ ย มการทางานที่ ยึ ด หลั ก คุ ณธรรมและ จริยธรรม ข้อดี คือ กระบวนการกลั่นกรองคนดี มีความสามารถเหมาะสมที่จะเป็นสมาชิก รัฐสภาที่เริ่มตั้งแต่พรรคการเมืองซึ่งเป็นองค์กรฐานรากของประชาธิปไตย ข้อจากัด คือ กระบวนการดังกล่าวต้องมีองค์กรที่รับผิดชอบในการจัดการภาพรวม ซึ่งอาจเป็น กกต. การกาหนดผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือ การสิ้นสุด สมาชิกภาพของการเป็น สมาชิ ก พรรค ต้อ งให้ ผ่ านที่ป ระชุ ม ใหญ่ ข องพรรคเพื่ อ การตัด สิน ใจขั้ น สุด ท้า ย ข้ อ ดี คื อ นัก การเมื อ งรักษาวินั ย ของพรรคป้ องกั นการผู กขาดอ านาจภายในพรรคและ ไม่ ใ ห้เป็ น เผด็จการโดยนายทุน
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 14 การสนับสนุนเงินทุนพรรคการเมือง ให้สมาชิกพรรคการเมืองต้องจ่ายค่าบารุงพรรค ข้อดี คือ สมาชิกมีความรู้สึก เป็นเจ้าของพรรคการเมือง พรรคมีเงินทุนที่ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิก ลดการพึ่งพา เงินทุนภายนอก การเปิดโอกาสให้ประชาชนให้การสนับสนุนทุนกับพรรคการเมือง กาหนด หลักเกณฑ์การรับบริจาคของพรรคการเมืองให้ชัดเจนเพื่อความโปร่งใสในการระดมเงินทุน ของพรรคการเมือง ข้อดี คือ พรรคได้รับการสนับสนุน ทุนสาหรับดาเนินกิจการของพรรค จากประชาชนด้วยความโปร่งใส ไม่ถูกครอบงาด้วยนายทุนพรรค ให้มีกฎระเบียบห้ามพรรคการเมืองจ่ายเงินพิเศษแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพือ่ ออกเสียงสนับสนุนหรือเข้าประชุม การเสนอนโยบายพรรคการเมือง การเสนอกรอบนโยบายที่ ใ ช้ ใ นการรณรงค์ ห าเสี ย งเลื อ กตั้ ง ให้ พ รรค การเมืองเสนอนโยบาย รวมทั้งการประมาณการรายจ่าย และแหล่งงบประมาณ ในการ ด าเนิ น นโยบายในแต่ ล ะเรื่ อ งให้ ชั ด เจน สมเหตุ ส มผล รวมทั้ ง แนวทางการด าเนิ น งาน เพื่อป้องกันการนานโยบายประชานิยมไปใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง กรณีนโยบายที่เป็นประชานิยม สร้างความเสียหาย หรือ ส่งผลกระทบต่อ ประชาชนหลายกลุ่ม ต้องผ่านการกลั่นกรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กกต. ก่อนนาไปใช้ใน การหาเสียง นโยบายที่พรรคการเมืองใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งจะต้องมีค่าใช้จ่ายรวมกัน ไม่ เกิ นกรอบวงเงิ นงบประมาณแผ่ นดินในช่วง 4 ปี ข้ างหน้ าซึ่ง กกต. และกระทรวงการคลั ง
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 15 ประกาศไว้ หากพรรคการเมืองใดหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งเสนอกรอบนโยบายที่มีการประมาณ รายจ่ายสูงกว่ากรอบวงเงินงบประมาณที่กาหนดไว้ ให้พรรคการเมืองแสดงที่มาของเงินงบประมาณ ส่วนเกิน ไว้ให้ชัดเจน เพื่อป้องการการนานโยบายประชานิยมไปใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 16
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)
สภาพปัญหา ระบบการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่สามารถคัดสรรคนดีมีความสามารถ เข้าไปทาหน้าที่ ในสภาผู้ แ ทนราษฎรเนื่ อ งจากการเลื อ กตั้ ง ที่ ไ ม่ บ ริ สุ ทธิ์ ยุ ติ ธ รรม มี ก ารซื้ อ สิ ทธิ ข ายเสี ย ง โกงการเลือกตั้ง การแข่งขันการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม ระบบอุปถัมภ์ ระบบเครือญาติหรือ ระบบความสัมพันธ์ทางสังคมอื่นที่มีผลต่อการเลือกตั้ง นอกจากนั้นการตรวจสอบถ่วงดุล การใช้อานาจของ ส.ส. โดย ส.ว. และ องค์กรอิสระ ไม่มีประสิทธิภาพ ส.ส. ถูกครอบงาโดย นายทุนพรรคการเมือง เนื่องจากต้องยึดปฏิบัติตามมติพรรค อีกทั้งระบบการเลือกตั้งไม่ทาให้ ได้ตัวแทนที่หลากหลาย และไม่สนองตอบต่อความต้องการที่แท้จริงของประชาชน
กรอบความเห็นร่วม ข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปในประเด็นของ ส.ส. ประกอบด้วย ระบบการเลือกตั้ง รู ป แบบการสรรหา จ านวนที่ เหมาะสม หลั ก เกณฑ์ แ ละวิ ธี ก ารเลื อ กตั้ ง ข้ อ ห้ า มส าหรั บ การลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. และวิธีการออกเสียงลงคะแนน การถ่วงดุลอานาจของ ส.ส. และการตรวจสอบถอดถอน ส.ส. โดยศาล องค์กรอิสระ และประชาชน รายละเอียดดังนี้ ระบบการเลือกตั้ง แบบผสมเน้ น เสี ย งข้ า งมาก ประกอบด้ ว ย ส.ส. แบบแบ่ ง เขต และ แบบสัดส่วน (บัญชีรายชื่อ) การคานวณที่นั่งของ ส.ส. ให้นับคะแนนทั้งสองประเภทแยกขาด
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 17 จากกัน ส.ส. แบบแบ่งเขตให้นับผู้ชนะในแบบแบ่งเขต ส.ส. แบบสัดส่วนให้นับคะแนนที่ พรรคได้รับ ดังนั้น ส.ส. แบบแบ่งเขตเป็นฐานจานวนที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร ข้อดี คือ พรรคการเมืองใหญ่ที่มีจานวน ส.ส. มากในสภา สามารถจัดตั้งรัฐบาล ที่มีเสถียรภาพ ข้อจากัด คือ พรรคการเมืองที่มีจานวน ส.ส. แบบแบ่งเขตมากสามารถจัดตั้ง รั ฐ บาลแบบเบ็ ด เสร็ จ อ านาจทางการเมื อ งของรั ฐ บาลและรั ฐ สภาเป็ น กลุ่ ม เดี ย วกั น เกิดเผด็จการรัฐสภา ทาให้ฝ่ายบริหารของพรรคการเมืองครอบงาอานาจการบริหารได้ง่าย แบบผสมเน้นสัด ส่วน ประกอบด้วย ส.ส. มาจากการเลือกตั้งทั้ งหมด 3 ประเภท ได้แก่ ส.ส. เขต ส.ส. สัดส่วน (บัญชีรายชื่อ) และ ส.ส. สรรหา (กลุ่มอาชีพ) ซึ่งการคานวณที่นั่งของ ส.ส. ในสภาให้ใช้เสียงของคะแนนที่เลือกพรรคการเมืองเป็นฐาน ในการคานวณเพื่อให้ได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร ข้ อ ดี คื อ ท าให้ พ รรคการเมื อ งให้ ค วามส าคั ญ ต่ อ การจั ด ท าบั ญ ชี ร ายชื่ อ ที่เหมาะสม จานวน ส.ส. จากพรรคการเมืองไม่แตกต่างกันมากนัก ส่งผลต่อการควบคุมการ ใช้อานาจไม่ให้เกินขอบเขต และ มี ส.ส. ที่เป็นตัวแทนจากกลุ่มอาชีพทาหน้าที่ถ่วงดุลการใช้ อานาจรัฐสภา ข้อจากัด คือ การจัดตั้งรัฐบาลเป็นแบบรัฐบาลผสม จะไม่มีเสถียรภาพใน การบริหารประเทศเพราะจะมีการต่อรองจากกลุ่มการเมืองต่างๆ รูปแบบการเลือกตั้ง การเลือกตั้งแบบแบ่งเขต แบ่งออกเป็น 2 แบบได้แก่ แบ่ ง เขตเบอร์ เ ดี ย ว ให้ ผู้ มี สิ ทธิ เลื อ กตั้ ง ออกเสี ย งลงคะแนนในเขต เลือกตั้งได้เขตละ 1 คน ข้อดี คือ ได้ ส.ส. ที่เป็นตัวแทนของพื้นที่และยึดโยงกับประชาชน
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 18 อย่างแท้จริง เป็นวิธีการที่ง่ายได้มาซึ่งตัวแทนที่อิสระ เป็นธรรม และเสมอภาคแก่คนทุกกลุ่ม ในสังคม ข้อจากัด คือ การซื้อเสียงทาได้ง่าย ผลการเลือกตั้งไม่สะท้อนความต้องการของคน ส่วนรวมในสังคม และไม่สะท้อนเจตจานงทางการเมืองได้เต็มที่ คะแนนเสียงของผู้ที่ไม่ได้ ลาดับที่ 1 สูญเปล่า พรรคการเมืองขนาดใหญ่ได้เปรียบพรรคการเมืองขนาดเล็ก แบ่งเขตพวงใหญ่ เป็นการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตให้ใหญ่มากขึ้นและให้ ผู้ มี สิ ท ธิ เ ลื อ กตั้ ง ออกเสี ย งลงคะแนนในเขตเลื อ กตั้ ง ได้ ม ากกว่ า 1 คน ข้ อ ดี คื อ ท าให้ ประชาชนมี ท างเลื อ กมากขึ้ น เพราะมี โ อกาสได้ ส.ส. จากหลากหลายฐานคะแนนเสี ย ง การซื้อเสียงทาได้ยากขึ้น ข้อจากัด คือ ได้ ส.ส. ที่มีความใกล้ชิดยึดโยงกับประชาชนน้อยลง จากัดโอกาสตัวแทนจากพรรคขนาดเล็ก หรือคนกลุ่มน้อยให้ได้รับการเลือกตั้ง และการ ดาเนินการใช้เวลาและงบประมาณมาก การเลื อ กตั้ ง แบบสั ด ส่ ว น เป็ น การเลื อ กพรรคการเมื อ งที่ จั ด ทาบั ญ ชี รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งไว้ ข้อดี คือ พรรคการเมืองมีบทบาทสูง สามารถเสนอนโยบายได้ อย่างชัดเจน และถ้าพรรคการเมืองเลือกคนอยู่ในบัญชีรายชื่ออย่างมีประสิทธิภาพจะทาให้ ประชาชนได้ ส.ส. ที่มีคุณภาพ นอกจากนั้นพรรคการเมืองขนาดเล็กมีโอกาสรับการเลือกตั้ง ท าให้ แ ต่ ล ะพรรคได้ รั บ การจั ด สรรที่ นั่ ง เป็ น สั ด ส่ ว นเดี ย วกั บ คะแนนที่ พ รรคได้ รั บ จาก ประชาชน ข้อจากัด คือ หากมีพรรคการเมืองขนาดเล็กจานวนมากทาให้การจัดตั้งรัฐบาล เป็นแบบผสม ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อขาดความผูกพันและไม่เชื่อมโยงกับประชาชนในพื้นที่ ทาให้การตระหนักรู้ในปัญหาประชาชนในพื้นที่น้อยลง การเลือกตั้งแบบผสม มี 2 แบบ คือ แบ่งเขตเลือกตั้งร่วมกับแบบสัดส่วน ข้อดี คือ ประชาชนมีทางเลือก มากขึ้นสามารถเลือกผู้สมัครจากพรรคเดียวกัน หรือต่างพรรคได้สะท้อนความต้องการที่ แท้จริงของประชาชน ขอบเขตความรับผิดชอบของ ส.ส. ทั้งสองแบบชัดเจนและ สามารถใช้
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 19 ข้ อดี ของระบบสั ดส่ วนอย่ างเต็ มที่ ข้ อ จ ากั ด คื อ มี ค วามยุ่ ง ยากในการจั ด การเลื อ กตั้ ง ประชาชนมีความสับสน เนื่องจากมีการเลือกตั้งสองระบบ (ใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ) แบ่งเขตเลือกตั้งร่วมกับแบบการแต่งตั้ง ส.ส. มีที่มา 2 ส่วนจานวน เท่ า กั น โดยการเลื อ กตั้ ง แบบแบ่ ง เขตเลื อ กตั้ ง และการแต่ ง ตั้ ง จากทุ ก กลุ่ ม อาชี พ เช่ น ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการทหาร นักวิชาการ นักธุรกิจ เป็นต้น ข้อดี คือ ได้ ส.ส. ที่เป็น ตัวแทนที่อิสระ เป็นธรรม และเสมอภาคแก่คนทุกกลุ่มในสังคม ได้ ส.ส. ที่เป็นตัวแทนพื้นที่ มีความใกล้ชิด และรับผิดชอบต่อประชาชนโดยตรง รูปแบบเอื้อต่อการจัดการปกครองที่มี ประสิทธิภาพเป็นวิธีที่ง่าย ไม่ซับซ้อน จานวนที่เหมาะสมกับจานวนประชากร ก าหนดจ านวน ส.ส. คิ ด ตามสั ด ส่ ว นประชากรให้ ม ากกว่ า ปี 2550 เพื่อให้จานวน ส.ส. ลดลง ข้อดี คือ ลดอิทธิพลของผู้สมัครรับเลือกตั้ง เพิ่มการคัดกรอง บุคคลเพื่อให้การทาหน้าที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพิ่มความคุ้มค่า ข้อจากัด คือ หากคิดสัดส่วน ส.ส. 1 คน ต่อ ประชาชนจานวนมาก การดูแลประชาชนในพื้นที่ของ ส.ส. 1 คน อาจทา หน้าที่ได้ไม่ทั่วถึง กาหนดจานวน ส.ส. ที่ต้องการแล้วนาไปคิดเป็นสัดส่วนจานวน ส.ส. ต่อพื้นที่ หรือเขต ข้อดี คือ ได้จานวน ส.ส. จานวนที่ต้องการแน่นอน ข้อจากัด คือการกาหนด จานวน ส.ส. ให้เหมาะสม ไม่มีเกณฑ์ที่ชัดเจน จานวน ส.ส. แบบแบ่งเขต เท่ากับ จานวน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ข้อดี คือ ได้ ส.ส. ที่มีความเท่าเทียมกันระหว่าง ส.ส. ที่สามารถรักษาประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ กับ ส.ส. แบบสัดส่วนที่รับผิดชอบปัญหาประเทศเพื่อให้การถ่วงดุลดีขึ้น เปิดโอกาสให้พรรค ขนาดเล็กมีโอกาสเป็น ส.ส. มากขึ้น
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 20 หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เสนอให้ควรมีอายุ 20 ปีขึ้นไป เหตุผลคือบุคคล ที่มีอายุ 20 ปี ถือเป็นผู้บรรลุนิติภาวะตามประมวลกฎหมายแพ่ง และ พาณิชย์ คุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง ไม่สังกัดพรรคการเมือง ข้อดี คือ ผู้สนใจสามารถลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ได้ง่ายขึ้นและมีความหลากหลายมากขึ้น ส.ส. มีความเป็นอิสระ ไม่ถูกครอบงาโดยพรรคการเมือง หรือนายทุนของพรรคการเมืองที่สังกัด ข้อจากัด คือ ส.ส. อาจไม่มีวินัยเพราะไม่ถูกกากับ โดยพรรคการเมือง และการผ่านกฎหมายต่างๆ อาจทาได้ง่ายขึ้นจากการขายเสียง ผู้สมัครรับเลือกตั้งควรมีอายุมากกว่า 30 ปี แต่ไม่เกิน 70 ปี เพื่อให้ ผู้สมัครมีวุฒิภาวะและเหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ ก าหนดระดับ การศึ ก ษาผู้ส มั ค รรั บ เลื อกตั้ ง ข้ อ ดี คือ เปิ ด โอกาส ให้ผู้ที่ประชาชนชื่นชอบ นับถือ หรือปราชญ์ชาวบ้านที่รู้ปัญหาของพื้นที่ จริง แต่ไม่มีคุณวุฒิ การศึกษามีโอกาสสมัครรับการเลือกตั้งเป็น ส.ส. ในระดับพื้นที่ จัดให้มีการกลั่นกรองบุคคลก่อนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง อาจทาโดย จัดทา Primary Vote จากประชาชนในพื้นที่ หรือต้องได้รับใบรับรองจากนายทะเบียนว่ามี ผู้สนับสนุนในเขตเลือกตั้งนั้นจานวนอย่างน้อย 200 คน ข้อดี คือ จะได้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ที่ประชาชนในพื้นที่ให้การรับรองคุณสมบัติขั้นต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการคัดกรองเลือกคนดีเข้าสู่สภา
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 21 ข้อห้ามสาหรับการสมัครรับเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่เคยดารงตาแหน่ง ส.ส. ควรกาหนดระยะเวลาของ การดารงตาแหน่ง เช่น ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน ข้ อ ดี คื อ ไม่ มี ก ารผู ก ขาดในการเป็ น ส.ส. และเปิ ด โอกาสให้ ผู้ มี ค วามรู้ ความสามารถหมุนเวียนกันเข้ามาเป็นตัวแทนของประชาชน ข้อจากัด คือ ปิดกั้นคนดีที่ประชาชนต้องการเป็น ส.ส. ห้ามมิ ให้ บุ คคลที่ เ คยกระท าผิ ด ต่ อสถาบั น พระมหากษั ต ริ ย์ ล งสมั คร รับเลือกตั้ง เพื่อป้องกันมิให้บุคคลที่เคยกระทาผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเป็น ส.ส. วิธีการออกเสียงลงคะแนน ให้นาคะแนน Vote No มาใช้เปรียบเทียบกับผู้ที่ได้คะแนนเลือกตั้งมากที่สุด ถ้าคะแนน Vote No มากกว่าให้ทาการเลือกตั้งใหม่ เพราะคะแนน Vote No สะท้อน ความคิดเห็นของประชาชนเสียงส่วนมากในเขตเลือกตั้ง ให้ยกเลิก การลงคะแนนเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งทั้งนอกราชอาณาจักร และนอกเขตจังหวัดทั้งนี้เพราะมีรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติมาก โอกาสเกิดการทุจริต การเลือกตั้งมีมากขึ้น การใช้งบประมาณมากไม่คุ้มค่า การเลือกตั้ง 2 รอบ โดยการเลือกตั้งรอบแรกผู้สมัครคนใดได้เสียงข้างมาก เกินคะแนนเสียงร้อยละ 50 ของผู้ออกเสียงเลือกตั้งจะได้รับเลือกตั้งทันที แต่ถ้าไม่มีใคร ได้รับคะแนนเสียงถึงร้อยละ 50 ผู้ที่ได้คะแนนที่ 1 กับที่ 2 จะต้องแข่งขันรอบที่ 2 ใคร ได้เสียงข้างมากแม้จะไม่ถึงร้อยละ 50 ก็ถือว่าเป็นผู้ชนะ ในกรณีการเลือกตั้งแบ่งเขตพวงใหญ่ (มี ส.ส. มากกว่า 1 คนในเขต) ให้ผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งได้แค่ 1 คน เท่านั้น เพื่อป้องกันการซื้อเสียงแบบยกเขต
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 22 การถ่วงดุลการใช้อานาจของ ส.ส. เพิ่มอานาจให้ ส.ส. ควบคุม และตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดิน เพื่อถ่วงดุลการทาหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ข้อดี คือ ทาให้ ส.ส. มีบทบาทในการอนุมัติ ติดตาม และตรวจสอบการใช้งบประมาณฝ่ายบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลมากขึ้น ข้อจากัด คือ เพิ่มขั้นตอนของระบบการใช้งบประมาณแผ่นดิน และสภาอาจไม่มีศักยภาพ หรือความเชี่ยวชาญเพียงพอในการทาหน้าที่นี้ เพิ่มความเป็น อิ สระในการทางานของ ส.ส. ข้อ ดี คื อ ส.ส. สามารถ ถ่วงดุลการใช้อานาจของสภาได้มากขึ้น ข้อจากัด คือ โอกาสของการซื้อเสียงในสภาสามารถ ทาได้ง่ายขึ้น นายกรัฐมนตรีไม่มีอานาจยุบสภาผู้แทนราษฎร ข้อดี คือ การใช้อานาจ ของรัฐบาล และรัฐสภาเป็นไปตามหลักการแบ่งแยกการใช้อานาจโดยเด็ดขาด และเพื่อไม่ให้ ระบบตรวจสอบอ่อนแอ ป้องกันการเกิดเผด็จการในพรรค ป้องกันนายกรัฐมนตรีมีอานาจเหนือ ส.ส. ยกเลิ ก การให้ ส.ส. ต้ อ งสั ง กั ด พรรคการเมื อ ง ข้ อ ดี คื อ ท าให้ ส.ส. มีความเป็นอิสระในการทาหน้าที่ในสภาปลอดจากการเมือง/นายทุนของพรรคการเมือง ข้อจากัด คือ โอกาสของการซื้อเสียงในสภาสามารถทาได้ง่ายขึ้น ห้าม ส.ส. ดารงตาแหน่ง 2 วาระติดต่อกัน เพื่อไม่ให้มีการผูกขาดในการ ดารงต าแหน่ ง และเปิ ดโอกาสให้ บุค คลผู้ มีค วามรู้ค วามสามารถหมุ นเวี ยนกั นเข้า มาเป็ น ตัวแทนของประชาชน
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 23 การตรวจสอบถอดถอน ส.ส. โดยศาล กาหนดให้การยุบพรรคโดยศาลรัฐธรรมนูญมีผลต่อเนื่อง ถึงการขาด สมาชิ กภาพการเป็ นสมาชิ กพรรค และขาดการเป็ นสมาชิ กภาพการเป็ น ส.ส. เพื่ อแสดง ความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองและสมาชิกพรรค จั ด ท ามาตรการ หรื อ ออกกฎหมายการลงโทษที่ เ ข้ ม ข้ น เพื่ อ เพิ่ ม ความศักดิ์สิทธิ์ของบทลงโทษ สาหรับนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทุจริต ไม่มี คุณธรรมจริยธรรม ได้รับการลงโทษ และไม่สามารถกลับมาเป็นนักการเมืองได้อีก จั ด ตั้ ง ศาลเลื อ กตั้ ง ท าหน้ า ที่ วิ นิ จ ฉั ย ปั ญ หาเกี่ ย วกั บ การเลื อ กตั้ ง และ ถอดถอนนั ก การเมื อ ง ส.ส. ที่ มี พ ฤติ ก รรมไม่ เหมาะสม ทุ จ ริ ต ในการเลื อ กตั้ ง แทน คณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อทาให้การดาเนินคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งมีความรวดเร็วขึ้น จั ด ตั้ ง ศาลทุ จริ ต คอร์ รั ป ชั่ น ทาหน้ า ที่ ถ อดถอนนั ก การเมื อ ง ส.ส. ที่ มี พฤติกรรมไม่เหมาะสม ทุจริต ไม่มีคุณธรรมจริยธรรมขณะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อทาให้การดาเนินคดี เกี่ยวกับทุจริตคอร์รัปชั่นของนักการเมืองมีความรัดกุม สะดวก รวดเร็ว การตรวจสอบถอดถอน ส.ส. โดยองค์กรอิสระ ให้ ระบบการปกครองส่ว นท้ อ งถิ่ น มี ส่ วนร่ ว มในการตรวจสอบ ส.ส. อาจทาในรูปแบบของการตั้งสหภาพตรวจสอบการทางาน ข้อดี คือ เพิ่มกลุ่มบุคคลในการตรวจสอบ การทางานของ ส.ส. มากขึ้น โดยองค์กรที่อยู่ในพื้นที่ เพิ่ ม วิ ธี ก ารยื่ น บั ญ ชี แ สดงรายการทรั พ ย์ สิ น ของนั ก การเมื อ งทาง Electronic เพื่อให้การตรวจสอบรายการทรัพย์สิน และหนี้สินของหัวหน้าพรรคและกรรมการ บริหารพรรคทาได้สะดวก รวดเร็ว
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 24 ให้มีการเปิดเผยผลการตรวจสอบทรัพย์สินสู่สาธารณชน โดยการเปิดเผย ให้มีความเชื่อมโยงกับที่มา และ การเสียภาษีทรัพย์สิน เพื่อความสุจริตของกรรมการบริหารพรรค ข้อดี คือ เป็นการเพิ่มการตรวจสอบโดยประชาชน สร้ า งมาตรการลงโทษการละเมิ ด กฎระเบี ย บ เพื่ อ ให้ มี ก ารลงโทษ เฉพาะตัวบุคคล ข้อดี คือ ป้องกันการครอบงาพรรคจากบุคคลมีอานาจทางเศรษฐกิจ ผู้ดารงตาแหน่งทางการเมืองไม่เป็นบุคคลมีหน้าที่ในหน่วยงานอื่น เช่น ไม่เป็นข้าราชการประจา รัฐวิสาหกิจ และข้าราชการส่วนท้องถิ่น ประธานกรรมการในองค์กรธุรกิจ เพื่อป้องกันการใช้สถานะ หรือตาแหน่งเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง และพรรคการเมือง เพิ่มอานาจ กกต. ในการจัดการเลือกตั้ง เช่น การแก้ไขกรณีมีปัญหา การจัดการเลือกตั้ง เช่น การเลื่อนวันเลือกตั้ง กาหนดวันเลือกตั้งใหม่ เนื่องจากเหตุสุดวิสัย หรือมีการขัดขวางการเลือกตั้ง เป็นต้น เพื่อให้การดาเนินการเลือกตั้งคล่องตัวยิ่งขึ้น หรือ กกต. กาหนดรูปแบบการหาเสียงของพรรคการเมืองให้สอดคล้องกัน เช่น การพิมพ์โปสเตอร์หาเสียง สถานที่ในการปิ ดป้ ายหาเสี ยง เป็ นต้ น ทาให้เกิด การเท่า เทีย มกั นในการเข้า ถึง ผู้ มีสิ ทธิ ลงคะแนนเลือกตั้ง การตรวจสอบถอดถอนโดยประชาชน ให้ประชาชนสามารถฟ้องการทุจริตการเลือกตั้งได้โดยตรง ข้อดี คือ เป็นการเพิ่มช่องทางในการควบคุมการทุจริตเลือกตั้ง
ข้อจากัด คือ หากกระบวนการ
ตรวจสอบความถูกต้องในเรื่องทีร่ ้องเรียนไม่รัดกุม จะเพิ่มภาระงานให้ศาล
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 25 เพิ่มสภาประชาชน ให้ทาหน้าที่ในการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อานาจ ของฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และตุลาการ ข้อดี คือ ทาให้มีการถ่วงดุลอานาจมากขึ้นอีก ชั้นหนึ่ง ข้อจากัด คือ การกาหนดรูปแบบฐานที่มาของสภาประชาชน การใช้อานาจหน้าที่ ต้องมีความเหมาะสม เพื่อมิให้การเพิ่มสภาประชาชนทาให้กระบวนการถ่วงดุลมีความซับซ้อน เพิ่มมากขึ้น
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 26
สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)
สภาพปัญหา วุฒิสภามีบทบาทหน้าที่หลักในการกลั่นกรองกฎหมาย ถ่วงดุลอานาจนิติบัญญัติ ในรัฐสภา และแต่งตั้ง/ถอดถอนผู้ดารงตาแหน่งทางการเมืองและกรรมการในองค์กรอิสระ จากข้อมูลพบว่า การทาหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ไม่สามารถถ่วงดุลอานาจในรัฐสภา ได้ ซึ่งมีสาเหตุจากฐานที่มาของ ส.ว. บางกลุ่มไม่เป็นอิสระจากพรรคการเมือง และอิทธิพล ท้องถิ่น ส.ว. บางคนมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับ ส.ส. ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการทาหน้าที่ เป็น “สภาตรวจสอบ” และไม่สามารถถอดถอนผู้ดารงตาแหน่งทางการเมืองได้ตามเจตนารมณ์ ที่สาคัญของการมีวุฒิสภาในระบบโครงสร้างของรัฐสภา
กรอบความเห็นร่วม ข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปในประเด็นของ ส.ว. ครอบคลุมในเรื่อง รูปแบบการสรรหา และเลือกตั้ง จานวนที่เหมาะสม หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง ข้อห้ามสาหรับการลงสมัคร รับเลือกตั้ง ส.ว. การถ่วงดุลการใช้อานาจของ ส.ว. การตรวจสอบถอดถอน ส.ว. โดยศาล องค์กรอิสระ และประชาชน รายละเอียดดังนี้ รูปแบบการเลือกตั้งและสรรหา การเลือกตั้ง มี 2 วิธี คือ แบบแบ่งเขต (แบ่งเขตเลือกตั้งแบบเขตจังหวัด ซึ่งจังหวัดใหญ่มี ส.ว. ได้มากกว่า 1 คน)
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 27 ข้อดี คือ ได้ ส.ว. ที่เป็นตัวแทนของประชาชน มีความหลากหลาย ข้อจากัด คือ การเมืองสามารถเข้ามาแทรกแซง เนื่องจากผู้สมัครต้อง พึ่งพาผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ แบบการจัดลาดับความชอบ (Alternative Vote) ประชาชนเลือกได้ หลายคนเรียงตามลาดับความชอบ ผู้ชนะต้องได้รับคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้ใช้สิทธิ จึงจะได้รับเลือก ข้อดี คือ เป็นวิธีการเลือก ส.ว. ที่มีความยุติธรรม การซื้อเสียงทาได้ยาก ข้อจากัด คือ ผู้เลือกมีความยุ่งยากไม่คุ้นเคยกับวิธีการเลือกแบบจัดลาดับ การสรรหา โดยการสรรหาจากกลุ่มอาชีพทั้งหมด โดยกาหนดจานวน ส.ว. และวิธีการสรรหา ของการเลือกในแต่ละกลุ่มอาชีพ เพื่อให้ได้บุคคลที่เป็นตัวแทนของ ภาคส่วนต่างๆ อย่างแท้จริง ข้อดี คื อ ได้ ส.ว. ที่เป็น ผู้แทนในทุกสาขาอาชีพ เช่น ด้ านความมั่นคง ด้านสังคม ด้านกฎหมาย เป็นต้น สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ ส.ว. ที่มีหน้าที่กลั่นกรอง กฎหมายและดูแลผลประโยชน์ของประเทศ ข้อจากัด คือ การสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหา ต้องมีเหตุผล และ ความรับผิดชอบในการเลือกบุคคลเข้าตาแหน่ง หากมีความผิดพลาดคณะกรรมการสรรหา ต้องรับผิดชอบจะทาให้ความเอาใจใส่ของคณะกรรมการสรรหามีมากขึ้น แบบผสม คือ เลือกตั้ง และ สรรหา (แบ่งเขตเลือกตั้งแบบเขตจังหวัด โดยมี ส.ว. จังหวัดละ 1 คน) ร่วมกับใช้วิธีการสรรหา ข้อดี คือ ได้ ส.ว. ที่ยึดโยงกับประชาชน และ ส.ว. ที่มีความรู้ความสามารถจาก กลุ่มอาชีพ
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 28 ข้อจากัด คือ การทางานขัดกันระหว่าง ส.ว. 2 ประเภท และกลไกการสรรหา ไม่สามารถสร้างการยอมรับจากประชาชน จานวนที่เหมาะสมกับอานาจหน้าที่ กาหนดจานวน ส.ว. 100 คน โดย คั ดเลื อ ก ส.ว. ด้ วยวิ ธี ก ารเลื อ กตั้ ง จังหวัดละ 1 คน และสรรหา ส.ว. ส่วนที่เหลือ เพราะว่า ส.ว. ควรทาหน้าที่เฉพาะกลั่นกรอง กฎหมายเท่านั้นจึงไม่ควรมีจานวนมาก จานวน ส.ว. เท่าจานวนกลุ่มอาชีพ กรณีคัดเลือก ส.ว. โดยการสรรหาจาก ผู้มีความสามารถตามกลุ่มอาชีพ เพื่อให้ได้ ส.ว. ที่มีความรู้ความสามารถในทุกกลุ่มอาชีพ กาหนดให้จานวน ส.ว. เท่ากับ ส.ส. เพื่อให้สามารถถ่วงดุลในสภาได้อย่าง มีประสิทธิภาพ หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง กาหนดเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตประเทศ (ใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง แล้วให้นับเอาผู้ที่มีคะแนนสูงสุดเรียงลาดับเท่ากับจานวน ส.ว. ที่ต้องการ) ทั้งนี้เพราะ ส.ว. มี หน้าที่กลั่นกรองกฎหมายและดูแลผลประโยชน์ของประเทศ และตรวจสอบฝ่ายบริหารการ เป็นตัวแทนจังหวัดจึงไม่มีผล คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ว. เสนอให้ควรมีอายุ 20 ปีขึ้นไป เหตุผลคือ บุคคลที่มีอายุ 20 ปี ถือเป็นผู้บรรลุนิติภาวะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ว. มีอายุไม่ต่ากว่า 50 ปีและไม่ควรเกิน 70 ปี เนื่องจากเป็นช่วงอายุที่มี ประสบการณ์เหมาะสมกับการดารงตาแหน่ง
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 29 ไม่กาหนดระดับการศึกษา ทั้งนี้การไม่กาหนดระดับการศึกษา ข้อดี คือ เปิ ดโอกาสให้ ผู้ที่ป ระชาชนชื่น ชอบ นับถื อ หรือ ปราชญ์ ชาวบ้า นที่ รู้ปั ญหาของพื้น ที่ แต่ไม่มีคุณวุฒิการศึกษาได้ลงสมัครเลือกตั้ง ข้อจากัด คือ ส.ว. มีหน้าที่ในการกลั่นกรอง กฎหมายซึ่งต้องใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะสาขา หากไม่กาหนดระดับการศึกษาจะทาให้ ไม่สร้างความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ว. ไม่สังกัดพรรคการเมือง ข้อดี คือ ส.ว. มีความเป็นอิสระทางการเมือง ทาหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายเท่านั้น วุฒิสภาปลอดจากการเมือง/นายทุนของพรรคการเมือง ข้อห้ามสาหรับการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ว. ห้ามมิให้บุคคลที่เคยกระทาผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็น ส.ว. เพื่อเป็นมาตรการในการคัดกรองและป้องกันบุคคลที่จะเข้ามาเป็น ส.ว. ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่เคยดารงตาแหน่ง ส.ว. มาแล้วห้ามดารงตาแหน่ง เกิน 6 ปี ติดต่อกัน ข้อดี คือ ไม่มีการผูกขาดในการเป็น ส.ว. และเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ ความสามารถหมุนเวียนกันเข้ามาเป็นตัวแทนของประชาชน ข้อจากัด คือ ปิดกั้นคนดีที่ ประชาชนต้องการเป็น ส.ว. การถ่วงดุลการใช้อานาจของ ส.ส. โดย ส.ว. ส.ว. ควรมีอานาจหน้าที่เฉพาะการกลั่นกรองกฎหมายเท่านั้ น ข้อดี คือ ส.ว. ส่วนหนึ่งมาจากการสรรหาผู้มีความรู้ความสามารถ ดังนั้น ควรให้การใช้อานาจของ ส.ว. มีความสอดคล้องกับที่มา และความรู้ความสามารถของตนเอง ข้อจากัด คือ ไม่มีสภาที่ ทาหน้าที่อื่นๆ เช่น การตรวจสอบ การแต่งตั้ง/ถอดถอน ซึ่งเป็นอานาจหน้าที่ที่มีความสาคัญ ในการสร้างดุลอานาจในระบบการเมือง
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 30 การยับยั้งกฎหมายที่เสนอโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ให้แยกอานาจการพิจารณา ระหว่างรัฐบาล และรัฐสภาเด็ดขาด เพิ่มจานวน ส.ว. เท่ากับ ส.ส. ข้อดี คือ เพื่อรักษาสมดุลอานาจระหว่าง ส.ว. และ ส.ส. ข้อจากัด คือ การเพิ่มจานวนอาจไม่ช่วยในการถ่วงดุลอานาจหาก ส.ส. และ ส.ว. มาจากการเลือกตั้ง และสังกัดพรรคการเมือง การตรวจสอบถอดถอน ส.ว. โดยศาล จัดทามาตรการ หรือออกกฎหมายการลงโทษที่เข้มข้น เพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ ของบทลงโทษ สาหรับนักการเมืองที่ทุจริต ไม่มีคุณธรรม จริยธรรม มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม และไม่สามารถกลับเข้าสู่การเป็นนักการเมืองได้อีก จั ดตั้ งศาลเลื อกตั้ ง เพื่ อท าหน้ าที่ วิ นิ จฉั ยปั ญหาเกี่ ยวกั บการเลื อกตั้ ง และถอดถอนนั ก การเมื อ ง ส.ว. ที่ มี พ ฤติ ก รรมไม่ เ หมาะสม ทุ จ ริ ต ในการเลื อ กตั้ ง แทน คณะกรรมการเลือกตั้ง จัดตั้งศาลทุจริตคอร์รัปชั่น การถอดถอนนักการเมือง ส.ว. ที่มีพฤติกรรม ไม่เหมาะสม ทุจริต ไม่มีคุณธรรมจริยธรรมขณะปฏิบัติหน้าที่ การตรวจสอบถอดถอน ส.ว. โดยองค์กรอิสระ ให้ ระบบการปกครองส่ว นท้ อ งถิ่ น มีส่ ว นร่ ว มในการตรวจสอบ ส.ว. อาจทาในรูป แบบของการตั้ งสหภาพตรวจสอบการทางาน ข้ อ ดี คือ เพิ่ ม กลุ่ม บุ ค คลใน การตรวจสอบการทางานของ ส.ว. มากขึ้นระบบการปกครองส่วนท้องถิ่นและข้าราชการ ประจาเป็นองค์กรที่อยู่ในพื้นที่การตรวจสอบการใช้อานาจของนักการเมือง
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 31 เพิ่ ม วิ ธี ก ารยื่ น บั ญ ชี แ สดงรายการทรั พ ย์ สิ น ของนั ก การเมื อ งทาง Electronic เพื่ อ ให้ ก ารตรวจสอบรายการทรั พ ย์ สิ น และหนี้ สิ น ของหั ว หน้ า พรรคและ กรรมการบริหารพรรค ทาได้สะดวก รวดเร็ว ให้มีก ารเปิ ดเผยผลการตรวจสอบทรัพย์สิ น สู่ส าธารณชน เพื่อ ความ สุจริตของกรรมการบริหารพรรค ข้อดี คือ เป็นการเพิ่มการตรวจสอบโดยประชาชน สร้ า งมาตรการลงโทษการละเมิ ด กฎระเบี ย บ เพื่ อ ให้ มี ก ารลงโทษ เฉพาะตัวบุคคล ข้อดี คือ ป้องกันครอบงาพรรคจากบุคคลมีอานาจทางเศรษฐกิจ เพิ่ม อานาจ กกต. ในการจัด การเลื อกตั้ง เช่ นการแก้ไขกรณีมีปั ญหา การจัดการเลือกตั้ง เพื่อให้การดาเนินการเลือกตั้งคล่องตัวยิ่งขึ้น หรือ กกต. กาหนดรูปแบบ การหาเสียงของพรรคการเมืองให้สอดคล้องกัน เช่น การให้ ส.ว. มีการหาเสียงได้ ให้คณะกรรมการสรรหามีอานาจถอดถอนได้ เพือ่ เป็นการตรวจสอบและ ติดตามผลโดยคณะกรรมการชุดเดียวกัน การตรวจสอบถอดถอน ส.ว. โดยประชาชน ให้ ป ระชาชนสามารถฟ้ อ งการทุ จ ริ ต การเลื อ กตั้ ง ได้ โ ดยตรง ข้ อ ดี คือ เป็นการเพิ่มช่องทางในการควบคุมการทุจริตเลือกตั้ง เพิ่มสภาประชาชนให้ทาหน้าที่ในการตรวจสอบ ส.ว. ข้อดี คือ ทาให้มี การถ่วงดุลอานาจมากขึ้นอีกชั้นหนึ่ง ข้อจากัด คือ การกาหนดรูปแบบฐานที่มาของสภา ประชาชน การใช้อานาจหน้าที่ ต้องมีความเหมาะสม เพื่อให้การเพิ่มสภาประชาชนไม่ทาให้ กระบวนการถ่วงดุลมีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 32 เพิ่มสิทธิให้ประชาชนถอดถอน ส.ว. โดยให้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งเกินกึ่งหนึ่ง ของผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ในเขตนั้นๆ เข้าชื่อถอดถอน ข้อดี คือ เพิ่มอานาจการตรวจสอบ โดยประชาชนโดยตรงไม่ต้องมีกระบวนการสอบสวน ข้อจากัด คือ จะทาให้มีคดีล้นศาล
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 33 คณะรัฐมนตรี (นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี)
สภาพปัญหา รัฐบาลทาหน้าที่บริหารประเทศ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้า และคณะรัฐมนตรี เป็ น ผู้ รั บ ผิ ด ชอบ ใช้ อ านาจบริ ห ารราชการแผ่ น ดิ น ตามหลั ก ความรั บ ผิ ด ชอบร่ ว มกั น รั ฐ ธรรมนู ญ ก าหนดให้ น ายกรั ฐ มนตรี ต้ อ งเป็ น สมาชิ ก สภาผู้ แ ทนราษฎร และ ได้ รั บ ความเห็นชอบในการแต่งตั้งจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจานวน สมาชิกทั้งหมด ทั้งนี้ ตามหลักการแบ่งแยกอานาจและความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหารตามระบบรัฐสภา จากข้อมูลพบว่า ที่มาของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ใน ลั ก ษณะดั ง กล่ าวทาให้ รั ฐบาลมี ก ารยึ ด โยงกั บ เสี ย งข้ า งมากในสภา ผู ก ขาดอ านาจ และ สามารถครอบงาฝ่ายนิติบัญญัติได้ การถ่วงดุลการใช้อานาจบริหารของรัฐบาลไม่สามารถ ทาได้ ส่งผลให้รัฐบาลมีการใช้อานาจเกินขอบเขต และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนบางกลุ่ม เกิ ด การทุ จ ริ ต เชิ ง นโยบาย และมี ข้ อ จ ากั ด ในการเปลี่ ยนแปลงผู้ บ ริ ห ารประเทศ เมื่อเกิดประเด็นความขัดแย้งในการบริหารประเทศ
กรอบความเห็นร่วม ข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปในประเด็นของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีครอบคลุม ในเรื่ อ งรูป แบบการคั ด เลื อ ก หลั ก เกณฑ์ แ ละวิ ธี ก ารคั ด เลื อ ก การถ่ ว งดุ ล การใช้ อ านาจ การตรวจสอบถอดถอนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี โดยศาล องค์กรอิสระ และประชาชน รายละเอียดดังนี้
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 34 รูปแบบการคัดเลือกนายกรัฐมนตรี รูปแบบการคัดเลือกนายกรัฐมนตรีมี 2 แบบ ได้แก่ การเลือกตั้ง และการ แต่งตั้ง การเลือกตั้ง มี 3 วิธี คือ เลือ กตั้ง ทางตรงโดยประชาชน กระบวนการอาจทาโดยให้รัฐสภา คัดเลือกจากบุคคลที่เหมาะสม เป็นนายกรัฐมนตรีจานวนหนึ่ง แล้วเสนอชื่อให้ประชาชน เลือกหรือ ให้ประชาชนเลื อกโดยตรงพร้อ มการเลือกตั้ง ส.ส. ข้อดี คือ ประชาชนเลือ ก นายกรัฐมนตรีที่มีความสามารถ และหลากหลาย ไม่จากัดเฉพาะที่เป็น ส.ส. มีความยึดโยง กับประชาชน และรับผิดชอบต่อการบริหารเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน การซื้อเสียง ทาได้ยาก รัฐบาลมีเสถียรภาพ เป็นอิสระจากการต่อรองของ ส.ส. ข้อจากัด คือ อาจจะทาให้ การทางานลาบากถ้าควบคุมคณะรัฐมนตรีไม่ได้เพราะไม่มีฐานเสียงในสภา การเลือกตั้งผ่านระบบ Party list โดยหัวหน้าพรรคที่ได้รับคะแนนเสียง อันดับหนึ่ง มีสิทธิจัดตั้งรัฐบาลและเป็นนายกรัฐมนตรี ข้อดี คือ รัฐบาลมีเสถียรภาพเป็นอิสระ จากการต่อรองของ ส.ส. และเป็นการกระตุ้นให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันหลักรักษาชื่อเสียง และหลักการสร้างเสถียรภาพและประสิทธิภาพ ทางการเมืองแบบรัฐสภา ข้อจากัด คือ อาจจะทาให้การทางานลาบากถ้าควบคุมคณะรัฐมนตรีไม่ได้เพราะไม่มีฐานเสียงในสภา เลือกตั้งทางอ้อม โดยให้ ส.ส. เป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรี ข้อดี คือ นายกรัฐมนตรีสามารถควบคุมรัฐมนตรีได้เพราะมีฐานเสียงในสภา ข้อจากัด คือ อาจทาให้ การตรวจสอบถ่วงดุลไม่มีผลเพราะ ส.ส. และ ครม. เป็นกลุ่มเดียวกัน
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 35 แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกโดยสภานิติบัญญัติ ข้อดี คือ ได้นายกรัฐมนตรี ที่มีความรู้ความสามารถและหลากหลาย ไม่จากัดเฉพาะที่เป็น ส.ส. ข้อจากัด คือ อาจถูก มองว่าเป็นการไม่ยึดโยงกับประชาชน
รูปแบบการคัดเลือกรัฐมนตรี เลื อ กตั้ ง โดยตรง โดยให้ ผู้ สมั ค รรั บ เลื อ กตั้ ง นายกรัฐมนตรี ประกาศตั ว บุคคลที่เสนอเป็นคณะรัฐมนตรีของตนเอง อย่างประจักษ์ชัดต่อสาธารณะให้เป็นดุลยพินิจ ของประชาชนประกอบในการเลือกตั้ง ข้อดี คือ ทาให้มีการแบ่งแยกอานาจบริหาร ออกจาก อานาจนิติบัญญัติ อย่างชัดเจน ข้อจากัด คือ หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสมาชิก ส่วนใหญ่เป็นพรรคฝ่ายค้านการประสานงานระหว่างคณะรัฐมนตรีกับรัฐสภาจะยากขึ้น เลือกตั้งจากบุคคลภายนอกใช้ Electoral Vote จากผู้มีสิทธิใช้เสียง เลือกตั้งที่มีคุณสมบัติเฉพาะกลุ่ม ควรจะเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตารวจ และข้าราชการส่วนท้องถิ่น ระดับ 3 ขึ้นไปหรือเทียบเท่า ข้อดี คือ ทาให้ได้ผู้มีความรู้ มี ป ระสบการณ์ โ ดยตรงเฉพาะกลุ่ ม อาชี พ การแต่ ง ตั้ ง โดยให้ สภานิ ติ บั ญ ญั ติ เ ลื อ ก บุ ค คลภายนอกซึ่ ง เป็ น ผู้ มี ค วามรู้ ค วามสามารถหลากหลาย ไม่ จ ากั ด เฉพาะที่ เ ป็ น ส.ส. ข้อจากัด คือ นโยบายและการประสานงานอาจจะไม่สอดคล้องกัน แต่งตั้งจากสมาชิกพรรคการเมือง (แต่ไม่ได้เป็น ส.ส.) ข้อดี คือ ไม่ต้อง เลื อ กตั้ ง ส.ส. ใหม่ เพื่ อ ทดแทน ส.ส. ที่ ไ ปด ารงต าแหน่ ง และเปิ ด โอกาสให้ ผู้ ที่มี ค วามรู้ ความสามารถอื่ น ๆ เข้ ามารับ ต าแหน่ ง รั ฐมนตรี ข้ อ จากั ด คื อ ฝ่ า ยบริ ห ารไม่ มี ที่ม าจาก การเลือ กตั้ งอาจละเลยต่ อ หลั กความรั บ ผิ ดชอบต่อ ประชาชน และอาจทาให้ มี นัก ธุ รกิ จ การเมือง เข้ามาเป็นรัฐมนตรีได้ง่ายขึ้น
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 36 แต่งตั้งรัฐมนตรีจาก ส.ส. ข้อดี คือ ฝ่ายบริหารหรือคณะรัฐมนตรี มีที่มา จากประชาชน นโยบายที่ ห าเสี ย งไว้ มี ก ารขั บ เคลื่ อ นผลั ก ดั น เป็ น กฎหมายได้ ข้ อ จากั ด คือ ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติเป็นคนกลุ่มเดียวกัน การตรวจสอบไม่เกิดขึ้น และ ส.ส. ที่ ไ ปด ารงต าแหน่ ง รั ฐมนตรีไ ม่ มี เวลาทั้ ง ในการบริ ห าร และทาหน้ า ที่ นิ ติ บั ญ ญั ติ ใ นเวลา เดียวกัน หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกนายกรัฐมนตรี การกาหนดเขตเลือกตั้ง การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง ให้กาหนด เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ข้อดี คือ สะท้อนความต้องการนายกรัฐมนตรีที่แท้จริงของประชาชน ข้อจากัด คือ นายกรัฐมนตรีอาจทางานได้ยาก เนื่องจากขาดฐานเสียงจากพรรคการเมือง ผู้ดารงตาแหน่งทางการเมืองไม่ดารงตาแหน่งในหน่วยงานอื่น เช่น ไม่เป็น ข้าราชการประจา รัฐวิสาหกิจ และข้าราชการส่วนท้องถิ่น ประธานกรรมการในองค์กรธุรกิจ เพื่อป้องกันการใช้สถานะ หรือตาแหน่งเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง และพรรคการเมือง คุณสมบัตินายกรัฐมนตรี ในกรณีเป็น ส.ส. ข้อดี คือ ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนจากประชาชน ข้อจากัด คือ อาจจะเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองของตนเอง ในกรณีเป็นหัวหน้าพรรค ข้อดี คือ สามารถควบคุมการทางานของ ครม. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อจากัด คือ จะได้บุคคลที่ไม่หลากหลายมาเป็นนายกรัฐมนตรี
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 37 ในกรณีแต่งตั้งจากบุคคลภายนอก ข้อดี คือ จะได้นายกรัฐมนตรีที่ ตรงกับความต้องการเฉพาะ และ สามารถใช้เป็นทางออกในการแก้ปัญหาไม่สามารถจัดการ เลือกตั้งได้ (เหมือนสถานการณ์ปัจจุบัน) ข้อจำกัด คือ อาจจะไม่ยึดโยงกับประชาชน
หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกรัฐมนตรี คุณสมบัติรัฐมนตรี ในกรณีเป็น ส.ส. ข้อดี คือ รัฐมนตรีได้รับการคัดเลือกจากประชาชน ในเบื้องต้น ข้อจากัด คือ การบริหารประเทศอาจทาเพื่อประโยชน์ของพื้นที่มากเกินไป ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของชาติโดยภาพรวม และไม่สามารถตรวจสอบการใช้อานาจรัฐได้จริง ในกรณีเป็น ส.ส. ในระบบบัญชีรายชื่อ ข้อดี คือ ส.ส. ในระบบบัญชี รายชื่อ ทางานแยกส่วนจาก ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งอย่างชัดเจน ข้อจากัด คือ อาจจะไม่ทราบ ปัญหาที่แท้จริงในพื้นที่ ในกรณีแต่งตั้งจากบุคคลภายนอก ข้อดี คือ ได้รัฐมนตรีที่หลากหลาย มีความสามารถเฉพาะเจาะจง ในการบริหารประเทศ เป็นการแยกอานาจหน้าที่ฝ่ายบริหาร ออกจากฝ่ายนิติบัญญัติทาให้ การถ่วงดุลหรือการตรวจสอบการทางานสามารถทาได้เต็มที่ ข้อจากัด คือ การบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหารอาจไม่คานึงถึงความต้องการของ ประชาชน และอาจไม่ ไ ด้รับ ความร่ ว มมื อ จากสมาชิก สภาผู้ แทนราษฎรในกรณีต้ อ งการ ออกกฎหมาย
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 38
การถ่วงดุลการใช้อานาจของคณะรัฐมนตรี โดย ส.ส. และ ส.ว. กรณี น ายกรั ฐ มนตรี มี อ านาจยุ บ สภาโดยความเห็ น ชอบของ คณะรั ฐ มนตรี ข้ อ ดี คื อ การตั ด สิ น ใจคื น อ านาจให้ ป ระชาชนเป็ น ผู้ ตั ด สิ น ไม่ อ ยู่ กั บ นายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว แต่คณะรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบร่วมกัน และเป็นไปตามกลไก การตรวจสอบในระบบรัฐสภา ข้อจากัด คือ การยุบสภาในช่วงมีคะแนนนิยมทางการเมืองสูง มักเกิดขึ้นได้เพื่อสืบทอดอานาจ กรณีนายกรัฐมนตรีไม่มีอานาจยุบสภาผู้แทนราษฎร ข้อดี คือ เพื่อให้ การใช้อานาจของรัฐบาลและรัฐสภาเป็นไปตามหลักการแบ่งแยกการใช้อานาจโดยเด็ ดขาด ข้อจากัด คือ อาจทาให้การทางานของนายกรัฐมนตรีขาดอานาจในการต่อรองลง การอนุมัติโครงการ/กฎหมาย ที่มีผลกระทบต่อประชาชน คณะรัฐมนตรี จะอนุมัติได้ก็ต่อเมื่อผ่านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและมีการจัดทารายงาน วิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ข้อดี คือ การบริหารประเทศสามารถดาเนินไปได้ ภายใต้ หลักการพัฒนาที่ยั่งยืนและความรับผิดชอบ ลดความขัดแย้ง ข้อจากัด คือ ความรู้ความเข้าใจ และทัศนคติของบุคคลากรภาครัฐที่ยังเป็นปัญหาอุปสรรค และกรณีนักการเมืองได้รับการ สนับสนุนจากกลุ่มทุนอาจดาเนินการเพียงเพื่อสร้างความชอบธรรมแก่การดาเนิน นโยบาย โครงการหรือกิจกรรมเท่านั้น อาจทาให้การตัดสินใจดาเนินโครงการมีความล่าช้า อาจเสีย ประโยชน์ต่อประเทศ กรณีมีการยุบสภา ให้นายกรัฐมนตรีรวมรัฐมนตรีพ้นจากตาแหน่งทันที มิให้มีก ารรักษาการต่ อไป และให้ป ระธานวุฒิสมาชิก ร่ว มกับประธานศาลฎีกาเสนอชื่ อ นายกรัฐมนตรีโ ดยผ่ านเสี ย งข้ า งมากของวุ ฒิ สภา และ กาหนดให้ ป ลัด กระทรวงต่ า งๆ ปฏิบัติหน้าที่แทนรัฐมนตรี ข้อดี คือ ทาให้คณะรัฐมนตรีที่หมดอานาจแล้วไม่มีอานาจในการ
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 39 บริหารประเทศซึ่งเข้าข่ายใช้อานาจเพื่อคะแนนนิยม หรือแทรกแซงเจ้าหน้าที่รัฐที่รับผิดชอบ บริหารจัดการเลือกตั้ง ข้อจากัด คือ อาจมีการใช้อานาจบริหารราชการแผ่นดิน หรืออานาจ อื่นๆ โดยปราศจากการตรวจสอบจากรัฐสภา
การตรวจสอบ ถอดถอนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี โดยศาล จัดทามาตรการ หรือ ออกกฎหมายการลงโทษที่เข้มข้น เพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ ของบทลงโทษ สาหรับนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทุจริต ไม่มีคุณธรรม จริยธรรม ให้ไม่สามารถกลับเข้าสู่การเป็นนักการเมืองได้อีก จัดตั้งศาลเลือกตั้ง และ ศาลทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อถอดถอนนักการเมือง ส.ส. ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทุจริต ไม่มีคุณธรรมจริยธรรมได้รวดเร็ว
การตรวจสอบ ถอดถอนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี โดยองค์กรอิสระ จัดท ามาตรการ หรื อ ออกกฎหมายการลงโทษที่ เข้ มข้ น โดยเพิ่ มความ ศักดิ์สิทธิ์ของบทลงโทษ สาหรับนักการเมือง ส.ส. ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทุจริต ไม่มี คุณธรรม จริยธรรม ให้ไม่สามารถกลับเข้าสู่การเป็นนักการเมืองได้อีก ตัวอย่างเช่น ตัดสิทธิ การลงสมัครรับเลือกตั้ง ตลอดชีวิต กรณี กกต. มีมติว่าการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ ผู้สมัครรับ เลื อ กตั้ ง ท าทุ จ ริ ต และต้ อ งจั ด การอบรมเพิ่ ม จิ ต ส านึ ก ในเรื่ อ งคุ ณ ธรรม จริ ย ธรรมของ นักการเมืองก่อนการเลือกตั้งทุกครั้ง ข้อดี คือ สร้างมาตรการกลั่นกรองคนดีมาเป็น ส.ส. ที่มี คุณภาพ ข้อจากัด คือ อาจทาให้มีการกลั่นแกล้งกันหากการตรวจสอบไม่ดีพอ
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 40
การตรวจสอบ ถอดถอนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี โดยประชาชน ให้ประชาชนสามารถฟ้องการทุจริตได้โดยตรง ข้อดี คือ เป็นการเพิ่มช่องทาง ในการควบคุมการทุจ ริตเลือกตั้ง ข้อจากัด คือ จะทาให้เกิดปัญ หาคดีความมากขึ้นและ อาจมี การกลั่นแกล้งกันได้ง่ายขึ้น เพิ่มสภาประชาชน ให้ทาหน้าที่ในการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อานาจ ของฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และตุลาการ ข้อดี คือ ทาให้มีการถ่วงดุลอานาจมากขึ้นอีก ชั้นหนึ่ง ข้อจากัด คือ โครงสร้างที่มาของสภาประชาชน รวมถึงอานาจหน้าที่ต้องมีความเหมาะสม และไม่ ซ้าซ้ อนกั บสภาอื่ น และอาจจะไม่ สามารถทาหน้ า ที่ใ นการตรวจสอบและถ่ วงดุ ล ได้อย่างแท้จริง เมื่อมีการสร้างฐานอานาจของคนบางกลุ่มเพื่อต้องการเข้าสู่อานาจรัฐ
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 41 ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง
สภาพปัญหา ปั จ จุ บั น การใช้ อ านาจยุ ติ ธ รรมเพื่ อ ตรวจสอบ ถ่ ว งดุ ล การใช้ อ านาจนิ ติ บั ญ ญั ติ อานาจบริหาร และ ถอดถอนนักการเมืองที่มีความผิดร้ายแรง คือ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง กระบวนการยุติธรรมถูกมองว่าถูกแทรกแซงจากนักการเมือง สองมาตรฐาน และ การกาหนดบทลงโทษนักการเมืองที่ทาผิด ทุจริต ต่อการทาหน้าที่มี ความเข้มข้นไม่เพียงพอที่จะยับยั้งการกระทาผิดทางการเมือง
กรอบความเห็นร่วม ข้อเสนอการปฏิรูปเพื่อประสิทธิภาพการใช้อานาจศาลในการตรวจสอบถ่วงดุล และ ถอดถอนผู้ ด ารงต าแหน่ ง ทางการเมื อ งของศาลฎี ก าแผนกคดี อ าญาผู้ ด ารงต าแหน่ ง ทางการเมื อ งครอบคลุ ม ในเรื่ อ ง โครงสร้ า งองค์ ก รตุ ล าการทางการเมื อ ง กระบวนการ ทาหน้าที่ของศาลฎีกาในการถ่วงดุล ตรวจสอบถอดถอนผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง ได้แก่ โครงสร้างองค์กรตุลาการทางการเมือง ควรมีการจัดตั้งศาลเลื อกตั้ง ควรประกอบด้ว ยผู้พิพากษาประจาศาล จั ง หวั ด และ/หรื อ ตุ ล าการศาลปกครองในเขตเลื อ กตั้ ง ทั้ ง นี้ เ พื่ อ เพิ่ ม ประสิ ท ธิ ภ าพใน การทางานให้ดียิ่งขึ้น ข้อดี คือ มีองค์กรศาลเฉพาะที่ทาหน้าที่โดยตรง ในการวินิจฉัยปัญหา เกี่ยวกับการเลือกตั้งแทน กกต. และ สามารถพัฒนากระบวนการที่มีประสิทธิภาพในการวินิจฉัย คดี เกี่ ยวกั บการเลื อกตั้ งได้ เพราะนั กการเมื องแทรกแซงได้ ยาก ข้ อจากั ด คื อการจั ดตั้ งศาล
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 42 เลือกตั้งหากโครงสร้าง และ การกาหนดขอบเขตหน้าที่ไม่ชัดเจน ปัญหาจะไม่ได้รับการแก้ไข และ สร้างความสับสนในกระบวนการยุติธรรมเพิ่มมากขึ้น ควรมีการจัดตั้งศาลทุจริต เพื่อทาหน้าที่ตัดสินคดีที่เกี่ยวกับการกระทา ทุจ ริต คอร์รัป ชั่ นอย่างจริงจั ง ข้ อ ดี คือ มีห น่ว ยงานรั บ ผิด ชอบคดี ทุจริ ตคอร์รั ปชั่ น ทั้ ง ใน เชิงนโยบายหรือ การเบียดบัง ฉ้อฉล อย่างจริงจัง องค์กรที่จัดตั้งใหม่ ต้องมีโครงสร้างและ การกาหนดขอบเขตหน้าที่ชัดเจน ข้อจากัด คือ การจัดตั้งองค์กรขึ้นใหม่มากเกินไปอาจทา ให้มีความสับสนในการทางาน เช่น คดีที่เกี่ยวข้องมากกว่า 1 ศาล องค์กรศาล ควรเป็นองค์กรเปิดที่สามารถให้ประชาชนตรวจสอบได้ เช่น การเข้าสู่ตาแหน่งของศาลในระดับสูงควรมีการแสดงทรัพย์สิน ก่อนเข้าสู่ตาแหน่ง ข้อดี คือ สร้างความมั่นใจขั้นต้นต่อผู้ดารงตาแหน่งหน้าที่ด้านกระบวนการยุติธรรม บทบาทอานาจหน้าที่ศาลฎีกา ควรก าหนดกรอบเวลาการด าเนิ น คดี ท างการเมื อ ง ข้ อ ดี คื อ สร้ า ง ความมั่นใจในกระบวนการทางานของศาล ข้อจากัด คือ อาจเป็นการทาให้กระบวนการมี ความรอบคอบลดลง คดีทางการเมืองไม่ควรมีอายุความ ข้อดี คือ ทาให้กระบวนการยุติธรรม มีผลต่อทาให้ผู้กระทาผิดสร้างความเสียหายให้กับประเทศและเป็นการป้องปรามผู้ที่คิดจะ ละเมิดกฎหมาย จั ด ท ามาตรการ หรื อ ออกกฎหมายการลงโทษที่ เ ข้ ม ข้ น เพิ่ ม ความศักดิ์สิทธิ์ ของบทลงโทษ สาหรับนักการเมืองที่ทุจริต ไม่มีคุณธรรม จริยธรรมสร้าง ความเสียหายร้ายแรงให้กับประเทศ และ บทลงโทษ ควรมีผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดด้วย เช่น ยึดทรัพย์ และการตัดสิทธิทางการเมืองตลอดไป ข้อดี คือ เพื่อให้กระบวนการยุติธรรม
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 43 เป็นมาตรการที่มีความศักดิ์สิทธิ์จึงไม่ให้โอกาสนักการเมือง หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง ที่มีการทาผิดกลับเข้าสู่ตาแหน่งทางการเมืองอีก และมีผลต่อการป้องปราม ข้อจากัด คือ กระบวนการยุ ติ ธ รรมต้ อ งมี ค วามเป็ น กลาง เพื่ อ ไม่ ใ ห้ เ ป็ น เครื่ อ งมื อ ของการกลั่ น แกล้ ง ทางการเมือง ควรยกเลิกการคุ้มครองนักการเมือง ในระหว่ างสมัยประชุมสภา ข้อดี คือ ยุติบทบาทของนักการเมืองทัน ทีที่มีการฟ้องร้อง ข้อจากัด คือ อาจเกิดผลกระทบต่อ การดาเนินการทางรัฐสภา
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 44
ศาลรัฐธรรมนูญ
สภาพปัญหา ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมกฎหมายมิให้กฎหมายที่ตราขึ้นหรือ ใช้ บั ง คั บ อยู่ นั้ น ขั ด หรื อ แย้ ง กั บ รั ฐ ธรรมนู ญ ซึ่ ง เป็ น กฎหมายสู ง สุ ด ของประเทศ เป็ น การถ่วงดุล การบัญญัติกฎหมายสาคัญที่มีผลกระทบต่อองค์กรของรัฐที่เป็นคู่กรณี พบว่า โครงสร้างศาลรัฐธรรมนูญแยกอานาจหน้าที่ออกจากศาลยุติธรรม มีวาระการดารงตาแหน่ง วาระคราวละ 9 ปี ซึ่ ง นานเกิ น ไป และการท าหน้ า ที่ ศ าลรั ฐธรรมนู ญ ควรจ ากั ด เฉพาะ การตีความหรือการแปลความตามรัฐธรรมนูญ
กรอบความเห็นร่วม ประชาชนมี ข้อ เสนอเพื่อ ปฏิ รูป ประเด็น ศาลรัฐธรรมนูญ ในเรื่ อ ง โครงสร้ าง และ บทบาทอานาจหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้แก่
โครงสร้างศาลรัฐธรรมนูญ ปรับปรุงกระบวนการเข้าสู่ตาแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ได้ ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และศาสตร์อื่นๆ ที่จาเป็นต่อการใช้อานาจหน้าที่ ของศาลรัฐธรรมนูญ โครงสร้างศาลรัฐธรรมนูญควรจัดในรูปตุลาการพระธรรมนูญ ที่มีอานาจ ในการพิจารณาเป็นเรื่องๆ ไป ไม่ควรจัดอยู่ในรูปศาลซึ่งมีอายุ 9 ปี
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 45 บทบาทอานาจหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ปรับปรุงการทางานของศาลรัฐธรรมนูญ โดยแบ่งองค์คณะของศาลรัฐธรรมนูญ ออกเป็น 2 องค์คณะ แยกวิธีพิจารณาออกเป็น 2 ส่วน เป็นวิธีพิจารณาทั่วไป และวิธีพิจารณาเฉพาะ และสร้างหน่วยสนับสนุนทางวิชาการเพื่อสนับสนุนการดาเนินงานของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรั ฐ ธรรมนู ญ ควรท าหน้ า ที่ ใ นการตี ค วามกฎหมายที่ มี ข้ อ สงสั ย ขัดรัฐธรรมนูญ ไม่ควรมีอานาจหน้าที่ในการพิจารณาคดีพิพาทระหว่างองค์กร หรือตัดสินชี้ผิด หรือชีถ้ ูก ยกเลิกบทบาทที่ไม่เกี่ยวข้องกับบทบาทอานาจหน้าที่หลักตามที่รัฐธรรมนูญ กาหนด เช่น การจั ดหลั กสูตรอบรม เพราะอาจเป็นการสร้างเครือ ข่ายความสัมพั นธ์ที่มี ผลกระทบต่อการแสดงบทบาทอานาจหน้าที่ในฐานะศาลรัฐธรรมนูญ
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 46 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
สภาพปัญหา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่รับผิดชอบ การจัดการเลือ กตั้ง โดยบริสุทธิ์ ยุติ ธรรม เพื่อ ให้ไ ด้บุค คลที่ดีมี ความสามารถเข้า สู่รัฐสภา ความเหมาะสมของกระบวนการสรรหาบุคคลเข้าสู่ กกต. สาธารณชนขาดการมีส่วนร่วมใน การตรวจสอบคุณสมบัติผู้ที่ได้รับการสรรหา ส่วนกระบวนการจัดการเลือกตั้งมีการมองว่า ขาดความโปร่งใส ไม่เป็นธรรม ปล่อยให้มีการทุจริตการเลือกตั้งโดยตรวจสอบไม่ได้ จัดการไม่ได้ และยังมีความเคลือบแคลงต่อบทบาทของเจ้าหน้าที่ของ กกต. รวมทั้ง กกต. จังหวัดที่ทาหน้าที่ วินิจฉัยเบื้องต้น จนเป็นเหตุให้ได้มาซึ่งผู้แทนที่อาจไม่เหมาะสม
กรอบความเห็นร่วม ข้อเสนอแนวทางเพื่อการปฏิรูปคณะกรรมการการเลือกตั้งในเรื่อง โครงสร้าง กกต. และ บทบาทอานาจหน้าที่ โครงสร้าง กกต. คณะกรรมการสรรหา กกต. ควรประกอบด้วย บุคคลที่มาจากหลายฝ่าย เช่น ฝ่ ายตุล าการ ฝ่ ายการเมือ ง และผู้ ทรงคุ ณวุ ฒิ และ/หรื อผู้ เชี่ ยวชาญจากสายอาชี พ เพื่อให้การสรรหา กกต. ได้บุคคลที่เหมาะสม และมีความหลากหลายมากขึ้น ข้อดี คือ เพิ่มคุณภาพ กระบวนการการคัดเลือกบุคคลเป็น กกต. และมีการกรองให้ได้ผู้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมเพื่อ ส่งต่อให้วุฒิสภามีมติเห็นชอบต่อไป
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 47 กระบวนการสรรหาควรมีการกาหนดความชัดเจน ในเรื่องหลักเกณฑ์ การสรรหา และ วิธีการสรรหา ที่แสดงถึงความโปร่งใส สามารถให้สาธารณชนตรวจสอบได้ ตลอดจนมีกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ ตลอดจนมีการเปิดเผยสู่สาธารณชนเพื่อให้มี การคัดค้านได้ในกรณีที่ไม่เหมาะสม หรือมีข้อมูลเพิ่มเติม ให้ กกต. ควบคุ ม นโยบายที่ พ รรคการเมื อ งหรื อ ผู้ ส มั ค รรั บ เลื อ กตั้ ง ใช้ในการรณรงค์หาเสียง โดยกาหนดให้พรรคการเมืองหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องเสนอกรอบ นโยบายที่ จ ะใช้ ใ นการรณรงค์ ห าเสี ย งเลื อ กตั้ ง ให้ กกต. ให้ ค วามเห็ น ชอบก่ อ นน าไปใช้ ในการหาเสียง ข้อดี คือ ป้องกันพรรคการเมืองนานโยบายประชานิยมไปใช้ในการหาเสียง เลือกตั้ง ให้ผู้ที่ได้รับการสรรหา เป็น กกต. ควรต้องแสดงทรัพย์สินต่อสาธารณะ เช่ น เดี ย วกั บ ผู้ ด ารงต าแหน่ ง ทางการเมื อ งอื่ น ข้ อ ดี คื อ เพื่ อ สร้ า งความมั่ น ใจโปร่ ง ใสใน การทางานและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และเป็นกลไกที่สามารถตรวจสอบ ปรับองค์ประกอบ กกต. จังหวัด ให้ประกอบด้วยผู้พิพากษาประจาศาล จังหวัดและ/หรือตุลาการศาลปกครองในเขตเลือกตั้งนั้น ข้อดี คือ อาจทาให้การตรวจสอบ การเลื อ กตั้ ง มี ค วามสุ จ ริ ต มากขึ้ น เพราะมี ตุ ล าการเข้ า มาดู แ ล ข้ อ เสี ย คื อ ตุ ลาการและ ผู้พิพากษาในจังหวัดต่างๆ มีภารกิจมากอยู่แล้ว ทาให้การทาคดี ปกติล่าช้าไปอีกและเป็น การเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองตั้งแต่ต้น รวมทั้งต้องมาทาหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ตรวจสอบ การเลือกตั้ง นอกจากนี้ทาให้ตุลาการที่ทาหน้าที่ กกต. ต้องมาอยู่ภายใต้การควบคุมของ กกต. กลาง เพิ่มความเข้มแข็งให้ กกต. เขต และ กกต. จังหวัด โดยมีกลไกดาเนินการดังนี้ มีระบบหมุนเวียน ผอ.กกต. จังหวัดทุก 3 ปี มีกรอบอัตรากาลังสาหรับสานักงาน กกต. จังหวัดที่เพียงพอ
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 48 มีการเตรียมการด้าน กกต. เขต และกรรมการประจาหน่วยเป็นการถาวร รองรับการเลือกตั้ง และใช้ กกต. เขต และ กรรมการประจาหน่วย สนับสนุนการเลือกตั้ง ท้องถิ่นควบคู่กันไปกับการเลือกตั้งระดับชาติ มีบทลงโทษบุคลากรของ กกต. ในระดับพื้นที่และส่วนกลาง หากพบว่า ดาเนินการเพื่อสนับสนุนพรรคการเมือง บทบาทอานาจหน้าที่ กกต. เพิ่มมาตรการลงโทษผู้กระทาผิดกฎหมายเลือกตั้ง ตัวอย่างเช่นตัดสิทธิ การลงสมัค รรับ เลือ กตั้ ง ตลอดชี วิ ต ในกรณีมีก ารทุ จ ริต การเลือ กตั้ ง หรื อ มี ก ารลงโทษ ผู้เกี่ยวข้องเช่นผู้ขายเสียง ข้อดี คือ ทาให้บทลงโทษมีความศักดิ์สิทธิ์ นักการเมืองเกิดความ เกรงกลัวที่จะกระทาผิด สร้างมาตรการกลั่นกรองคนดี มีความเหมาะสม มีคุณธรรมให้มาเป็น นักการเมือง และประชาชนเกิดความตระหนักถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นจากการมีนักการเมือง ที่ทุจริต ข้อจากัด คือ กระบวนการพิจารณาต้องรอบคอบและยุติธรรมเป็นกลาง เพราะอาจ มีการกลั่นแกล้งในทางการเมืองเพื่อทาลายคู่แข่ง ให้การทุจริตการเลือกตั้งเป็นคดีอาญา ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเสียงมีความผิด ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ทุจริตการเลือกตั้ง หรือมีการจ่ายเงินหาเสียงเกินจานวนที่กาหนด หรือ แสดงบัญชีการใช้จ่ายเงินหาเสียงเป็นเท็จ ต้องรับโทษจาคุก พร้อมกับถูกตัดสิทธิในการสมัคร รับเลือกตั้งตลอดชีวิต ข้อดี คือ เป็นการป้องปรามการทุจริตการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้ง บริสุทธิ์ยุติธรรม ป้องกันการใช้นโยบายประชานิยมในการหาเสียงเลือกตั้ง เพิ่มอานาจหน้าที่ กกต. ให้พนักงานของสานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีอานาจหน้าที่เกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมาย อาญา ข้อดี คือ เพื่อให้การปฏิบัติงานครบวงจร รวดเร็ว เพราะ กกต. ทาหน้าที่หลายบทบาท
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 49 พร้อมกัน ข้อจากัด คือ อาจทาให้อานาจของ กกต. มากเกินไปขาดการถ่วงดุลในการทางาน เพราะ กกต. มีอานาจเบ็ดเสร็จทั้งจัดการเลือกตั้ง สืบสวน สอบสวน วินิจฉัยชี้ขาด และใน กรณีที่ กกต. กระทาผิดเสียเอง อาจไม่สามารถตรวจสอบได้ ตลอดจนอาจมีปัญหาในเรื่อง ความเชื่อมั่นในการทางานของ กกต. ทั้ง กกต.กลาง และ กกต.จังหวัด รวมถึง จนท. ของ สานักงาน กกต. ลดบทบาท กกต. เพื่ อ ให้ กกต. สามารถท าหน้ า ที่ จั ด การเลื อ กตั้ ง เพีย งอย่างเดี ยว ส่ วนการพิจ ารณาวิ นิจ ฉัย ให้ เป็ นหน้าที่ ของศาล ข้อ ดี คือ ทาให้ กกต. สามารถท างานในการจั ด การเลื อ กตั้ ง ได้ อ ย่ า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ สุ จ ริ ต และเที่ ย งธรรม ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น เพราะ กกต. ต้องจัดการเลือกตั้งทั้งระดับชาติและท้องถิ่น ทาให้ มีภาระงานมากอยู่แล้ว และเป็นการแบ่งแยกอานาจ ป้องกันการใช้อานาจเบ็ดเสร็จในองค์กร เดียว ข้อเสีย คือ เพิ่มภาระงานให้ศาล ให้มีศาลเลือกตั้งในการทาหน้าที่รับการอุทธรณ์คาวินิจฉัย ข้อดี คือ มี กระบวนการยุติธรรมที่น่าเชื่อถือและเป็นธรรมมากขึ้น เพราะเป็นการป้องกันการใช้อานาจ มิชอบของ กกต. ข้อจากัด คือ ใช้เวลามาก และมีหลายขั้นตอน ให้ กกต. กาหนดรูปแบบการหาเสียงของพรรคการเมือง และผู้สมัครรับเลือกตั้ง ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และมีการตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด เช่น การพิมพ์โปสเตอร์หาเสียง สถานที่ในการปิดป้ายหาเสียงเป็นต้น ข้อดี คือ ทาให้เกิดการเท่าเทียมกัน ในการหาเสียง ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยมีปัญหาการจัดการเลือกตั้ง ให้ กกต. สามารถ หารือกับฝ่ายบริหารเพื่อแก้ไขปัญหาการเลือกตั้ง เช่น การเลื่อนวันเลือกตั้ง กาหนดวัน เลือกตั้งใหม่ เนื่องจากเหตุสุดวิสัย หรือมีการขัดขวางการเลือกตั้ง เป็นต้น ข้อดี คือ เพื่อให้มี การจัดการเลือกตั้งได้ ข้อจากัด คือ ในกรณีที่มีความไม่เชื่อมั่นในกระบวนการจัดการเลือกตั้ง
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 50 ว่ า จะด าเนิ น การอย่ างสุ จ ริต และเที่ ย งธรรม อาจมี ก ารทาผิ ด กฎหมายโดยการขั ด ขวาง การเลือกตั้ง ให้ กกต. ปปช. และรั ฐ สภา ร่ ว มกั น จั ด การฝึ ก อบรมให้ นั ก การเมื อ ง เพื่อปลูกฝังค่านิยมที่ดี เพิ่มพูนคุณธรรม จริยธรรมของการเป็นนักการเมืองที่มีคุณภาพ ให้มีกลไกสร้างระบบคุ้มครองพยานและการรักษาความลับของผู้ร้องเรียน แจ้งเบาะแสการกระทาทุจริตการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัยของตนเองหาก มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 51
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)
สภาพปัญหา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เป็นองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญมีหน้าที่สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง และส่งสานวนไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ ด ารงต าแหน่ ง ทางการเมื อ ง เพื่ อ วิ นิ จ ฉั ย หรื อ ถอดถอนออกจากต าแหน่ ง รวมทั้ ง ตรวจสอบการรายงานบัญ ชี ทรั พ ย์สิ น และหนี้ สิ นของผู้ด ารงต าแหน่ง ทางการเมื องและ ข้าราชการระดับสูง เพื่อกากับดูแลคุณธรรมและจริยธรรมของผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง จากข้ อ มู ล พบว่ า ปปช. บางครั้ ง ไม่ ส ามารถด าเนิ น การได้ ต ามเจตนารมณ์ ข ององค์ ก ร เนื่องจากปริมาณคดีมีจานวนมาก กระบวนการไต่สวนตามบทบาทหน้าที่ดาเนินการได้ช้า เพราะต้องใช้ความรอบคอบ และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย นอกจากนั้น ที่มาของคณะกรรมการ ได้จากคณะกรรมการสรรหา ที่ประกอบด้วยนักการเมือง ทาให้โอกาสถูกแทรกแซงโดยการเมืองมีสูง ขัดกับหลักการสาคัญของความเป็นองค์กรอิสระ
กรอบความเห็นร่วม ประชาชนมี ข้ อ เสนอเพื่ อ การปฏิ รู ป ปปช. ครอบคลุ ม ในเรื่ อ ง โครงสร้ า ง และ การทาบทบาทหน้าที่ของ ปปช.
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 52
โครงสร้าง ปปช. คณะกรรมการสรรหา ปปช. ควรมีองค์ประกอบจากหลากหลายองค์กร โดยให้สั ด ส่ ว นของคณะกรรมการสรรหาจากนั ก การเมื อ งมี น้ อ ยกว่ า คณะกรรมการจาก องค์กรอื่น หรือ องค์กรภาคเอกชน ปปช. ควรมีวาระที่สั้นลง การที่ ปปช. มีวาระการทางาน 9 ปี ซึ่งเป็นวาระ ที่ยาวเกินไป ควรให้มีการกาหนดวาระสิ้นสุดที่สั้นลง โดยให้กรรมการสิ้นสุดวาระไม่พร้อมกัน บทบาทอานาจหน้าที่ของ ปปช. ควรมีองค์กร ปปช. เฉพาะในส่วนของนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงขึ้นไป เพื่อให้จากัดจานวนคดีความให้น้อยลง การดาเนินการสามารถทาได้รวดเร็วขึ้น ข้อดี คือ หากคดี ทาได้รวดเร็วขึ้น การยับยั้งการทุจริตของนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงจะทาได้เร็วขึ้น การป้องปรามจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น การทางานด้านป้องกันการทุจริตของ ปปช. เป็นหน้าที่ที่มีความสาคัญ แต่ ไ ม่ ค วรให้ ง านด้ า นนี้ ม าเป็ น อุ ป สรรคต่ อ การท างานด้ า นการปราบปรามจนคดี ล่ า ช้ า และหมดอายุความ ทั้งนี้หลักเกณฑ์และกระบวนการทางานไม่ควรมีขั้นตอนที่มากเกินจาเป็น แต่ต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาได้แสดงพยานหลักฐานและแก้ข้อกล่าวหาอย่างเต็มที่
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 53
การเมืองภาคพลเมือง
สภาพปัญหา ประชาชนต้องการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองและกระบวนการต่างๆ ในการกาหนด นโยบายของรัฐมากขึ้น นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง “ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม” ตลอดจนประชาชนมี ก ารชุ ม นุ ม เรี ย กร้ อ งเพื่ อ พิ ทัก ษ์ สิ ทธิ ข องตนมี ม ากขึ้ น รวมถึ ง การมี ความต้องการมีส่วนร่วมในนโยบายสาธารณะตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การมีส่วนร่วม ในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจในนโยบายหรือโครงการที่มีผลกระทบต่อชีวิตความ เป็นอยู่ของประชาชน แต่กลไกในการมีส่วนร่วมยังไม่เปิดกว้าง ในขณะที่หน่วยงานของรัฐ ดูเหมือนจะเมินเฉยต่อการกระจายโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้นกว่าการเลือกตั้ง จากข้อมูลพบว่า หน่วยงานภาครัฐ และกระบวนการนโยบายไม่เอื้อให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทางการเมือง ทั้งด้านการประชาพิจารณ์ การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และด้านตรวจสอบ การทางานของนักการเมือง หรือรัฐบาล รวมทั้ง การรวมกลุ่มของภาคประชาชนส่วนใหญ่ยัง ขาดความเข้มแข็งจึงทาให้ไม่มีอานาจต่อรองในการเสนอปัญหาได้
กรอบความเห็นร่วม ประชาชนมีข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป การเมืองพลเมือง ครอบคลุมในเรื่องการเปิด กลไกภาครัฐเพื่อให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริง เสริมสร้างความเข้มแข็ง ของการรวมกลุ่มภาคประชาชน
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 54
การเปิดกลไกภาครัฐเพื่อให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง กาหนดให้มีองค์กร หรือหน่วยงาน ทาหน้าที่กาหนดยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยมี ที่ ม าจากการเลื อ กตั้ ง จากประชาชนทุ ก กลุ่ ม อาชี พ /ตั ว แทนจั ง หวั ด /ผู้ ท รงคุ ณ วุ ฒิ และนักวิชาการ หน่วยงานภาครัฐเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนรับทราบอย่างแพร่หลาย และทั่วถึง เพื่อให้องค์กร และประชาชน มีศักยภาพมากขึ้น ส่งเสริมให้ตัวแทนประชาชนของภาคส่วนต่างๆ หรือองค์กรภาคประชาชน ในเขตเลือกตั้งทาหน้าที่รณรงค์เฝ้าระวัง และกากับดูแล ตรวจสอบการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรม และโปร่งใส ควรให้ประชาชนรวมกลุ่มเพื่อตรวจสอบการทางานของนักการเมืองและรัฐบาล ได้ง่ายขึ้น เช่น การเข้าชื่อถอดถอนคณะรัฐมนตรีควรใช้ 10,000 เสียง (ตามรัฐธรรมนูญปี 50 กาหนด 20,000 เสียง ประชาชนเห็นว่ามากเกินไป) การทาประชาพิจารณ์และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เช่น มีการเสนอ ขั้นตอนการดาเนินงานอย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความโปร่งใส การเสริมสร้างพลังอานาจให้แก่ประชาชน (empowerment) มุ่งให้ประชาชน ตระหนักรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของชีวิต และไม่ รู้สึกแปลกแยกทางการเมือง เป็นการให้ ความสาคัญกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในมิติของการมุ่งเน้นความโปร่งใส การร่วมใช้อานาจ และความพร้อมรับผิดของรัฐ (accountability) ต่อประชาชน รวมทั้ง การมองว่าการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมนั้นมีมิติทางการเมืองอยู่ในนั้นด้วย สร้างความเข้าใจในความเป็นพลเมือง (citizenship) คือการทาให้ประชาชน มี ค วามรู้ สึ ก ว่ าตั ว เองมี บ ทบาทหน้ า ที่ แ ละมี ค วามรั บ ผิ ด ชอบต่ อ ส่ ว นรวม รู้ สึ ก ว่ า ตั ว เอง
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 55 เป็นเจ้าของบ้านเมือง และเชื่อว่าตัวเองมีความสามารถที่จะดูแลรักษาบ้านเมืองได้ พลเมืองที่ ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเพียงพอจะมีความสามารถในการเชื่อมโยงความต้องการ ของตนเองเข้ากับนโยบายสาธารณะต่างๆ ได้ เสริมสร้างความเป็นพลเมืองแก่เยาวชนผ่านกระบวนการเรียนรู้ทางสังคม เพื่อทาให้ประชาชนมีสานึกความเป็นพลเมืองอย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างความเข้มแข็งของการรวมกลุ่มภาคประชาชน ภาครัฐควรให้การสนับสนุนการรวมกลุ่ม และการดาเนินกิจกรรมของประชาชน รวมทั้งการออกกฎหมายรองรับการรวมกลุ่มอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การรวมกลุ่มของ ประชาชนมีความชอบธรรม และไม่ผิดกฎหมาย ควรมี ก ารเผยแพร่ ค วามรู้ แ ก่ ป ระชาชนเกี่ ย วกั บ เรื่ อ งการเมื อ ง ระบอบ ประชาธิปไตย สิทธิ บทบาทหน้าที่ และการปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ อย่างทั่วถึง โดยผ่าน สื่อต่างๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ เป็นต้น เพื่อให้การรวมกลุ่มของประชาชนมีความถูกต้อง และ เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ควรมีการหนุนเสริมพลังการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยการออกกฎหมาย ว่าด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ เพื่อกาหนดหลักการ พื้นฐาน กลไก และแนวทางการดาเนิน การให้ป ระชาชนเข้ามามีส่วนร่ วมในการกาหนด นโยบาย และวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่ กลุ่ ม ควรมี อิ ส ระในการด าเนิ น งาน และสมาชิ ก ภายในกลุ่ ม ควรมี ก าร ตรวจสอบกันเอง รวมทั้งผู้นาของประชาชนต้องได้รับการตรวจจากสมาชิก เพื่อมิให้ผู้นาบาง คนแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวโดยมิชอบ
การปฏิรูป : ด้านการเมือง 56 ภาคประชาชนควรมีส่วนร่วมกับภาครัฐ ทั้งในส่วนรับทราบข้อมูล ข่าวสาร ร่วมแสดงความคิ ดเห็ น ร่ วมระดมทรัพ ยากร ร่ว มด าเนิ นงาน และร่ วมตั ดสิ นใจ ในเรื่อ ง การกาหนดนโยบายสาธารณะ การอนุมัติธุรกิจขนาดใหญ่ที่จะไปดาเนินการในชุมชนและมี ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และประชาชนในท้องถิ่น และ มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่อง การทาสัญญาระหว่างประเทศ ที่ มีผลกระทบต่อเศรษฐกิ จ สั งคม การเมือง และอานาจ อธิปไตยของชาติ เป็นต้น
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ