ข้อเสนอโครงการ
สานพลังชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่สู่การ ขยายเครือข่ายตาบลสุขภาวะสี่มิติ
องค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อ อาเภอโคกศรีสพุ รรณ จังหวัดสกลนคร
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ส่วนที่ ๔ คาอธิบายองค์ประกอบของข้อเสนอชุดโครงการ องค์ประกอบ ข้อเสนอชุดโครงการ ศูนย์จัดการเครือข่ายสุขภาวะชุมชน (ศจค.) ดาเนินการโดย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน้า ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘. ๙. ๑๐. ๑๑. ๑๒. ๑๓. ๑๔. ๑๕. ๑๖. ๑๗. ๑๘. ๑๙. ๒๐. ๒๑.
ชื่อชุดโครงการ ผู๎รับผิดชอบชุดโครงการ องค๑กรรับทุน ภาคีรํวมพัฒนา ภาคีสนับสนุน คานิยามเชิงปฏิบัติการ ความเป๕นมา หลักการและเหตุผล เปูาหมาย วัตถุประสงค๑ พื้นที่เปูาหมาย ระยะเวลาของชุดโครงการ แนวทางการดาเนินงาน ผลผลิต ผลลัพธ๑ และตัวชี้วัดของชุดโครงการ รายละเอียดรายโครงการ โครงสร๎างของการบริหารจัดการของชุดโครงการ แผนปฏิบตั ิการของชุดโครงการ กากับติดตามและการประเมินผลของชุดโครงการ เงื่อนไขเฉพาะ งบประมาณ รายละเอียดของผู๎รับผิดชอบชุดโครงการและทีมงาน ภาคผนวก
3 3 3 3 3 4 6 32 32 32 33 33 36 39 56 62 70 70 70 71 73
2/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ข้อเสนอโครงการ สานพลังชุมชนท้องถิน่ น่าอยู่สกู่ ารขยายเครือข่ายตาบลสุขภาวะสี่มิติ ............................................................................................ ๑. ๒.
ชื่อชุดโครงการสานพลพลังชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่สู่การขยายเครือข่ายตาบลสุขภาวะสี่มิติ ผู้รับผิดชอบ นายอนุสรณ๑ พลราชม นายกองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ๓. องค์กรรับทุน องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ๔. ภาคีร่วมพัฒนา (บังคับลาดับที่ ๑-๔) ๑) องค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นเครือขําย จานวน ๒๐ แหํง ๒) ท๎องที่ในเขตองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น จานวน ๒1 แหํง ๓) องค๑กรชุมชนในเขตองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น จานวน ๒1 แหํง ๔) หนํวยงานราชการในเขตองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น จานวน ๒1 แหํง ๕) โรงพยาบาลที่เข๎ามาหนุ นเสริมการทางานของพื้นที่ จานวน ๒1 แหํ ง เชํน โรงพยาบาลประจา จังหวัด โรงพยาบาลอาเภอ โรงพยาบาลประจาตาบล เป๕นต๎น ๖) เครือขํายในเขตองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น จานวน ๒1 แหํง ๗) องค๑กรศาสนาในเขตองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น จานวน ๒1 แหํง 5. ภาคีสนับสนุน (เป็นองค์กรภายนอกพื้นที่) ๑) สานักงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการจังหวัดสกลนคร ๒) สานักงานเกษตรและสหกรณ๑จังหวัดสกลนคร ๓)บ๎านพักเด็กและเยาวชนจังหวัดสกลนคร ๔)มูลนิธิรัตนาภาจังหวัดขอนแกํน ๕)วิทยาลัยสารพัดชํางสกลนคร
3/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
6. คานิยามเชิงปฏิบัติการ เพื่อความเข๎าใจรํวมกันและมีความหมายที่ตรงกันในการดาเนินงานชุดโครงการ จึงได๎ให๎คานิยามเชิงปฏิบัติการ ในการอธิบายความหมายของคาหรือประโยคที่ใช๎ประกอบด๎วย ๒ สํวน ดังนี้ ส่วนที่ ๑ คานิยามทีก่ าหนดโดยแผนสุขภาวะชุมชน (ปีปัจจุบัน) เพื่อประโยชน์ในการทางานร่วมกันของ เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่และการประเมินผลจากองค์กรภายนอก ๑. ภาคีร่วมพัฒนา หมายถึง ท๎องถิ่น ท๎องที่ หนํวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในตาบลที่เข๎ามามี สํวนรํวมในการเสนอความคิดเห็น หาแนวทางแก๎ไขป๓ญหารํวมกัน เพื่อทาให๎องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ และองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นเครือขําย ไปสูํความสาเร็จทางด๎านการพัฒนาคุณภาพชีวิต และตาบลสุขภาวะสี่มิติ ๒. ภาคีสนับสนุ น หมายถึง องค๑กรหรือหนํวยงาน ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ที่มีสํวนรํวมในการสร๎างการ เรียนรู๎ และมีสํวนในการหนุนเสริมและทางานรํวมกันกับตาบลเหลําโพนค๎อและองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นเครือขําย ซึ่งอาจได๎แกํหนํวยงานรัฐ และองค๑กรรํวมพัฒนาเอกชน เป๕นต๎น ๓. ระบบการจั ด การสุ ข ภาวะชุ ม ชน หมายถึ ง การเสริ ม สร๎ า งความเข๎ ม แข็ ง ของชุ ม ชนท๎ อ งถิ่ น ด๎ ว ย กระบวนการพัฒนาระบบการจัดการตนเองของชุมชนท๎องถิ่นสูํการเป๕นชุมชนท๎องถิ่นนําอยูํ(สุขภาวะ) โดยการเสริม พลังความรํวมมือให๎องค๑กรหลักในชุมชนทาบทบาทหน๎า ที่ของตนได๎อยํ างเต็มศักยภาพ อันมีองค๑กรปกครอ งสํวน ท๎องถิ่นเป๕นผู๎เชื่อมประสานให๎เกิดการพัฒนาแนวทางการจัดการกับป๓จจัยที่สํงผลตํอการดาเนินชีวิตและคุณภาพชีวิต ของประชาชน ทั้งด๎านการเมืองกรปกครอง สังคม เศรษฐกิจ สภาวะแวดล๎อม และสุขภาพ จนเกิดเป๕นระบบสนับสนุน การปฏิบัติการตํางๆ ขององค๑กรหลัก แกนนา กลุํม และเครือขํายของประชาชน ซึ่งสํงผลให๎มีผู๎นา – แกนนา มีทักษะ ในการจัดการชุมชนตนเอง มีศักยภาพในการสร๎างและนาใช๎ความรู๎ที่เกิดจากปฏิบัติการที่ได๎ผลดีของชุมชนโดยชุมชน เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู๎และขับเคลือ่ นกระบวนการเสริมสร๎างความเข๎มแข็งของชุมชนท๎องถิน่ อยํางเป๕นพลวัตรควบคูํ ไปกับปฏิบัติการจริงอยํางตํอเนื่อง ๔. การจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่น หมายถึง การจัดการระบบการทางานของพื้นที่ในเขตรับผิดชอบ ของแตํละองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น ทั้งระดับหมูํบ๎าน กลุํมของหมูํบ๎าน และตาบล ในการพัฒนางานด๎านตํางๆ เพื่อ เสริมศักยภาพให๎สามารถจัดการเรียนรู๎ ปรับตัว และจัดการป๓ญหาของตนเอง โดยใช๎ข๎อมูลและรูปธรรมการจัดการ ตนเองเป๕นฐานในการแก๎ป๓ญหาที่เกิดขึ้น เพื่อตอบสนองความต๎องการของประชาชนในพื้นที่ นาสูํการพัฒนานโยบาย ท๎องถิ่นและนโยบายระดับชาติ ๕. ศูนย์จัดการเครือข่ายสุขภาวะชุมชน(ศจค.)หมายถึง พื้นที่ระดับตาบลและพื้นที่ในเขตรับผิดชอบของ องค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นนั้นๆ ที่มีกระบวนการค๎นหาทุนและศักยภาพโดยใช๎เครื่องมือวิจัยชุมชน และระบบข๎อมูล ตาบล มีการระบุชัดเจนถึงทุนที่มีศักยภาพในการทาหน๎าที่เป๕น “แหลํงเรียนรู๎” มีการพัฒนาผู๎รู๎และแกนนาของแหลํง เรี ย นรู๎ ให๎ มีขี ด ความสามารถในการสร๎ างการเรี ย นรู๎ รํวมกั นภายในพื้นที่ของตนเองและเครื อขํ าย มี กระบวนการ ออกแบบการจัดการเรียนรู๎ให๎กับเครือขําย และทาหน๎าที่กลไกบริหารจัดการเครือขํา ยและกระตุ๎นให๎เครือขํายจัด กระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อรํวมสร๎างประเทศไทยให๎นําอยูํที่มีการประกาศปฏิญญารํวมกัน ๖. ระบบการจัดการจังหวั ดน่าอยู่ หมายถึง การนาใช๎ทุนทางสังคมและศักยภาพของเครือขํ ายองค๑กร ปกครองสํวนท๎องถิ่น ภาคประชาสังคม สถาบันวิชาการ และหนํวยงานที่เกี่ยวข๎องในระดับจังหวัด ทาหน๎าที่เป๕นกลไก ในการเชื่อมองค๑ความรู๎จากปฏิบัติการจริงในแตํละเรื่องที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัด โดยการรํวมกันขับเคลื่อนประเด็นนโยบายสาธารณะที่สอดคล๎องกับสถานการณ๑ ป๓ญหา และมีรูปธรรมการจัดการ อัน สอคล๎องกับนโยบายสาธารณะของเครือขํายรํวมสร๎างชุมชนนําอยูํ ๗. เครือ ข่ายร่วมสร้างชุมชนท้ องถิ่ นน่าอยู่ หมายถึง องค๑ กรปกครองสํ วนท๎องถิ่ น สถาบั นวิช าการหรื อ องค๑ กรทางวิช าการ องค๑กรชุ มชน องค๑ กรภาคประชาสัง คม และส านั กสนับ สนุ นสุ ข ภาวะชุ มชน (สานั ก ๓) ที่มี เปูาหมายเพื่อรํวมขับเคลื่อนชุมชนท๎องถิ่นให๎นําอยูํ โดยมีบทบาทสาคัญในการสร๎างการเรียนรู๎รํวมกัน การผลักดันให๎
4/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
เกิดนโยบายสาธารณะระดับตาบล เครือขําย และจังหวัด รวมถึงการขับเคลื่อนและรณรงค๑ให๎มีการกระจายอานาจให๎ องค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นและคืนอานาจให๎ชุมชน 8. ผู้นาการเปลี่ยนแปลง หมายถึง บุคคลผู๎ที่มีความรู๎ ความสามารถ เป๕นผู๎นาเชิงความคิดของชุมชนท๎องถิ่น ที่มีความคิดริเริ่ม สามารถสร๎างปฏิบัติการให๎เกิดผลได๎จริง โดยได๎รับการยอมรับและศรัทธาจากคนในพื้นที่และจาก บุคคลทั่วไปเพื่อพัฒนาตํอยอดและประยุกต๑ใช๎ในพื้นที่ 9. นโยบายสาธารณะ หมายถึง องค๑ความรู๎จากปฏิบัติการของ “แหลํงเรียนรู๎” ของ “ศูนย๑จัดการเครือขําย สุขภาวะชุมชน และองค๑กรปกครองสํ วนท๎องถิ่ นในเครือขํายรํวมสร๎ างชุมชนท๎องถิ่นนําอยูํ ประมวลและวิเคราะห๑ กิจกรรมที่สํงผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ๎อมตํอการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่โดยชุมชนท๎องถิ่น จนเกิดเป๕นปฏิญ ญาเครื อขํ ายรํ วมสร๎า งชุ มชนท๎องถิ่นนํา อยูํข องแตํล ะภูมิภาคและมี ข๎อตกลงรํวมของเครื อขํา ยใน ภาพรวม ซึ่งสมาชิกของเครือขํายรํวมสร๎างชุมชนท๎องถิ่นนําอยูํได๎ใช๎เป๕นแนวทางการขับเคลื่อนของแตํละพื้นที่ทั้งระดับ ตาบล เครือขําย และจังหวัด 10. การวิจัยชุมชน หมายถึง การประเมิ นชุมชนด๎ วยการวิจัยเชิงชาติ พันธุ๑วรรณนาแบบเรํง ดํวน (Rapid Ethnographic Community Assessment Process - RECAP) ในการพัฒนาทักษะด๎านการถอดบทเรียนและการ เขี ยนสรุ ป ข๎อมูล ทุนทางสัง คมและศักยภาพของกลุํ มหรื อแหลํ ง ปฏิ บัติ การในพื้นที่ ซึ่ งเป๕นเครื่ องมือสาคั ญในการ เสริมสร๎างชุมชนท๎องถิ่นเข๎มแข็ง โดยการนาใช๎ศักยภาพในการจัดการป๓ญหาสูํการจัดการตนเองในระดับพื้นที่ รวมถึง การสร๎างเครือขํายเชื่อมโยงกับองค๑กรและหนํวยงานหนุนเสริมเพื่อเข๎ามาเกื้อกูลให๎ชุมชนท๎องถิ่นจัดการตนเองได๎ดีขึ้น ๑1. ระบบข้ อ มู ล ต าบล หมายถึ ง การจัด ท าข๎ อ มู ล ต าบลโดยใช๎ โ ปรแกรม (Thailand Community Networking Appraisal Program - TCNAP) ทีเ่ กิดขึ้นจากกระบวนการมีสํวนรํวมของทุกภาคสํวน ทั้งภาคประชาชน องค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น ผู๎นาท๎องที่ และหนํวยงานภาครัฐในพื้นที่ ในการเก็บรวบรวมข๎อมูล ตรวจสอบ นาใช๎ ข๎อมูล และเป๕นเจ๎าของ โดยการสร๎างทีมพัฒนาฐานข๎อมูลตาบลในการเก็บรวบรวมข๎อมูลและนาใช๎ข๎อมูลของชุมชน เพื่อจัดการกับป๓ญหาที่สอดรับ กับความต๎องการและวิถีชีวิตของแตํ ละชุมชน จนเกิดการพึ่งตนเองและนาไปสูํการ พัฒนาตาบลสูํการเป๕นตาบลสุขภาวะที่ยั่งยืน ๑2. การพัฒนาศักยภาพ หมายถึง การดาเนินกิจกรรมของชุมชนท๎องถิ่นที่สนับสนุนและสํงเสริมให๎เกิดการ พัฒ นาแนวคิด ความรู๎ ทัก ษะ วิธีการทางาน และความสามารถในด๎ านอื่นๆ ภายใต๎ กระบวนการและกิ จกรรมที่ หลากหลาย เชํน การประชุม การอบรม การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ การสรุปบทเรียน การถอดบทเรียน การเรียนรู๎ จากการปฏิบัติจริง และการเรียนรู๎ข๎ามพื้นที่หรือการศึกษาดูงาน เพื่อนามายกระดับการทางานในพื้นที่และเครือขําย ๑3. ชุดความรู้ หมายถึง ความรู๎ที่เกิดจากการถอดบทเรียน การวิจัยและพัฒนา กระบวนการทางานของพื้นที่ และเครือขํายในการเพิ่มศักยภาพระบบการจัดการตนเองของพื้นที่สูํการจัดการตนเองของชุมชนท๎องถิ่น เพื่อนาใช๎ใน การถํายทอดให๎เกิดการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่และเครือขํายตํอไป ๑4. การจัดการปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและปัจจัยส่งเสริมสุขภาพ หมายถึง การประเมินและถอดบทเรียน ทุนทางสังคมของพื้นที่ เพื่อแสดงให๎เห็นถึงผลจากปฏิบัติการที่จะสํงผลกระทบตํอการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการ สร๎ างเสริ มสุ ขภาวะอันจะทาให๎ คนในชุ มชนมี สุ ขภาพดี ขึ้น โดยในเบื้องต๎นประกอบด๎ วย ๑๖ประเด็ นเชํ น๑) ท๎องถิ่ น คุณธรรม (การมีสํวนรํวมและการสร๎างความเป๕นพลเมือง)๒) การควบคุมการบริโภคยาสูบ ๓) การควบคุมการบริโภค เครื่องดื่มแอลกอฮอล๑และลดอุบัติเหตุจราจร ๔) ระบบการดูแลผู๎สูงอายุ ๕) ครอบครัวอบอุํน ๖) การจัดการป๓ญหา ท๎องวัยรุํน๗) การเรียนรู๎ของเด็กและเยาวชน๘) การพัฒนาศูนย๑พัฒนาเด็กเล็ก๙) การสํงเสริมโรงเรียนคุณธรรม (รวม เรื่องสุขภาวะทางกาย ใจ สังคม)๑๐) การดูแลผู๎พิการและผู๎ยากไร๎ (อาสาทาดี) ๑๑) เกษตรกรรมยั่งยืนสูํอาหารเพื่อสุข ภาวะ ๑๒) การพัฒนาระบบพลังงานชุมชน ๑๓) การจัดการขยะและมลพิษ ๑๔)สถาบันการเงินชุมชน (สวัสดิการ สังคมโดยชุมชน) ๑๕) การจัดการพิบัติภัย และ ๑๖) การสร๎างเสริมสุขภาวะในศาสนสถาน (วัด มัสยิด โบสถ๑)เป๕นต๎น
5/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
๗.ความเป็นมา หลักการและเหตุผล 1)ข้อมูลตาบล ๑.๑ ด้านภูมิศาสตร์ ตาบลเหลําโพนค๎อมีสภาพทางกายภาพเป๕นที่ราบเชิงเขา มีพื้นที่เป๕นสภาพปุาที่ไมํสมบูรณ๑ขนาด 100 ไรํ และมีอํางเก็บน้า 2 แหํง คือ อํางเก็บน้าห๎วยโท-ห๎วยยาง และอํางเก็บน้าห๎วยน๎อย เป๕นแหลํงต๎นน้าลาห๎วย 1 สาย ๑.๒ ที่ตั้งของหน่วยงาน ๘๓ หมูํที่ ๓ ตาบลเหลําโพนค๎ออาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร หํางจากตัวเมืองสกลนคร ประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ๑.๓ อาณาเขตติดต่อ ทิศเหนือ จดพื้นที่ตาบลแมดนาทํม อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ทิศใต๎ จดเทือกเขาภูพาน อ.เตํางอย จ.สกลนคร และ อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ทิศตะวันออก จดพื้นที่ตาบลหนองบํอ อาเภอนาแก จังหวัดนครพนม ทิศตะวันตก จดพื้นที่ตาบลตองโขบ อาโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร แผนที่ตาบลเหล่าโพนค้อ
6/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
๑.๔ เนื้อที่ ตาบลเหลําโพนค๎อ มีเนื้อที่ทงั้ หมด 36 ตารางกิโลเมตร หรือ 22,500 ไรํ เป๕นพื้นที่ทาการเกษตร 9,787 ไรํ ๑.๕การปกครอง หมูํที่ 1 บ๎านโพนค๎อ นายเหรียญทอง พลราชม เป๕นกานันตาบลเหลําโพนค๎อ หมูํที่ 2 บ๎านโพนไฮ นายธีระศักดิ์ อุํนพิมพ๑ เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน หมูํที่ 3 บ๎านดง นายจรูญ บัวทะราช เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน หมูํที่ 4 บ๎านหนองเหียน นายวารินทร๑ จันทะวงศ๑ เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน หมูํที่ 5 บ๎านเหลํา นายเจริญศักดิ์ วงศ๑คาษา เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน หมูํที่ 6 บ๎านห๎วยยาง นายพายัพ โต๏ะชาลี เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน หมูํที่ 7 บ๎านเหลําเหนือ นายณรงค๑ กัณหา เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน หมูํที่ 8 บ๎านดงน๎อย นายวิพล หาญชนะ เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน หมูํที่ 9 บ๎านห๎วยยางเหนือ นายทวีชัย ยางธิสาร เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน หมูํที่ 10 บ๎านโพนสูง นายวีราวัฒน๑ เทือกตาหลอย เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน หมูํที่ 11 บ๎านน๎อยหนองไผํสวน นายประเวศ ศรีกะษร เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน ๑.๖ ข้อมูลด้านประชากร ตารางแสดงครัวเรือนและจานวนประชากรในพื้นที่ บ้าน
หมู่ที่
โพนค๎อ โพนไฮ ดง หนองเหียน เหลํา ห๎วยยาง เหลําเหนือ ดงน๎อย ห๎วยยางเหนือ โพนสูง น๎อยหนองไผํสวน รวม
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 11
จานวน ครัวเรือน 223 96 99 180 171 272 117 123 285 279 66 1,911
ชาย 302 145 165 306 225 475 179 147 447 321 109 2,82๑
จานวนประชากร หญิง 325 129 140 346 242 464 192 189 420 302 114 2,863
รวม 627 274 305 652 467 939 371 336 867 623 223 5,๖84
ที่มา : ข๎อมูลสานักทะเบียนอาเภอโคกศรีสุพรรณ ณ วันที่ ๑๕ เดือน พฤษภาคม พ.ศ.255๘ (๒) และการทางานของท๎องถิ่นมีโครงการสร๎างบริหารแยกเป๕นฝุายนิติบัญญัติและฝุายบริหารเน๎นการดาเนิน กิจกรรมที่มุํงพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให๎ดีขึ้นด๎วยการนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช๎ภายใต๎การบริหาร จัดการที่ดี (๓) ลักษณะเดํนของพื้นที่ เชํน ความรํวมมือของประชาชน องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ การทางาน รํวมกันของ ๔ ภาคีหลัก ได๎แกํ บ๎าน วัด โรงเรียน ชุมชน เป๕นต๎น ตาบลเหลําโพนค๎อตั้งอยูํทางทิศตะวันออก ของอาเภอโคกศรีสุพรรณ มีระยะทางหํางจากอาเภอประมาณ 10 กิโ ลเมตร และหํา งจากจัง หวัด สกลนครประมาณ 30 กิ โ ลเมตร ตาบลเหลํา โพนค๎อ มีเ นื้ อที่ทั้งหมด 36 ตาราง กิโลเมตร หรือ 22,000 ไรํ เป๕นพื้นที่ทาการเกษตร 9,787 ไรํ ชาวตาบลเหลําโพนค๎อ เป๕นชนเผําภูไทที่อพยพข๎าม 7/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
แมํน้าโขงมาตั้งแตํสมัยรัชกาลที่ 3 จากกลุํมเล็กๆและขยายใหญํขึ้นเรื่อยๆ จนป๓จจุบันมีประชากรทั้งสิ้น 5,809 คน แยกเป๕นชาย 2,892 คน หญิง 2,917 คน แบํงการปกครองออกเป๕น 11 หมูํบ๎ าน การพัฒนาตาบลเหลําโพนค๎อนั้น ได๎ยึดหลักวิสัยทัศน๑ที่วํา ประชาชนจะได๎รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี ด๎วยการนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมา ใช๎ ภายใต๎การบริหารจัดการที่ดี การทางานของท้องถิ่น เน๎นการดาเนินกิจกรรม ดังนี้ ทุกวันที่ ๔ หรือ ๕ ของทุกเดือน องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อจะจํายเงินเบี้ยยังชีพให๎กับผู๎สูงอายุ ผู๎ พิการและผู๎ ติด เชื้อ ณ ที่ทาการองค๑ การบริ หารสํวนตาบลเหลํา โพนค๎อและมี การจัด ตลาดนั ด อาหารสิ นค๎ า ราคา ประหยัดเพื่อกระจายรายได๎และรํวมกับโรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพตาบลโพนค๎อตรวจสุขภาพผู๎สงู อายุและบริการนวด แผนโบราณฟรี นอกจากนี้ยังได๎รํวมกับพานิชจังหวัดสกลนครในการจัดตลาดนัดธงฟูาจาหนํายสินค๎าในราคาถูก ให๎กับ ผู๎ สู ง อายุ แ ละประชาชนในต าบลเหลํ า โพนค๎ อ ด๎ ว ยองค๑ การบริ ห ารสํ ว นต าบลเหลํ า โพนค๎ อได๎ รํ วมกั บ นั ก ศึ ก ษา มหาวิทยาลัยมหาสารคามคณะมนุษยศาสตร๑และสังคมศาสตร๑และนักศึกษามหาวิ ทยาลัยราชภัฎสกลนคร คณะพืช ศาสตร๑และเทคโนโลยี ประมาณ ๑๐๐ คน จัดกิจกรรมปลูกไม๎พยุงสูํปุาและสร๎างฝายถวายพํอที่บริเวณน้าตกศรีตาด โตนเพื่อคืนชีวิตให๎ปุาและแหลํงต๎นน้า และดาเนินโครงการธนาคารขยะทุกหมูํบ๎านในตาบลเหลําโพนค๎อเนื่องจาก ป๓จจุบันขยะเริ่มเป๕นป๓ญหาที่ อบต.ต๎องให๎ความสนใจ โดยจัดทาสมุดประจาตัวสาหรับสมาชิกกลุํมที่นาขยะมาจาหนําย และเงินที่ได๎จะนาเป๕นเงินออมและสํวนหนึ่งนาไปจัดสวัสดิการให๎กับสมาชิกในกลุํม เชํน ชํวยเหลือเป๕นของขวัญในการ เยี่ยมสมาชิกที่นอนโรงพยาบาล และหักเงินเป๕นคําฌาปนกิจศพสาหรับสมาชิกที่เสียชีวิต เป๕นต๎น พื้นที่ตาบลเหลําโพนค๎อ เป๕นพื้นที่ที่เลี้ยงไกํเนื้อมากที่สุด ในเขตอาเภอโคกศรีสุพรรณ ดังนั้นจึงถือได๎วําเป๕น พื้นที่เสี่ยงที่อาจเกิดการระบาดของโรคไข๎หวัดนก จึงได๎ดาเนินการพํนน้ายาเพื่อปูองกันการระบาดของเชื้อไข๎หวัดนก ในทุกหมูํบ๎านของตาบลเหลําโพนค๎อ การจัดตั้งคลีนิคในการให๎บริการรักษาสัตว๑ที่ อบต.เหลําโพนค๎อเพื่อบริการฉีด วัคซีน ทาหมันสุขและแมว ให๎กับประชาชนที่มีสัตว๑เลี้ยงในตาบลเหลําโพนค๎อและพื้นที่ใกล๎เคียงและเพื่อตอบสนอง นโยบายของรัฐ บาล จึง ได๎จัดอบรมอาชีพให๎ กับ เยาวชนผู๎ ผํา นคํา ยบ าบั ดยาเสพติ ด จานวน ๒๐ คน โดยอาชี พที่ ฝึกอบรมได๎แกํการผลิตปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด ใช๎เวลา ๓ วัน โดยเริ่มจากภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัตเิ มื่อฝึกอบรมเสร็จแล๎วผู๎ เข๎าอบรมก็ได๎แบํงปุ๋ยที่รํวมกันทาไปใช๎ในครัวเรือนตํอไป พื้นที่ตาบลเหลําโพนค๎อมีมีบ๎านห๎วยยางในอดีตเคยเป๕นหมูํบ๎านขอทานเนื่องจากหมูํบ๎านแห๎งแล๎งขาดน้าใน การทาการเกษตร จึงต๎องเรํขอทานตามหมูํบ๎านตํางๆแรกๆขอตามหมูํบ๎านใกล๎เคียงแตํพอนานเข๎าต๎องออกไปขอทาน ตํางหมูํบ๎านและตํางอาเภอไกลออกไปเรื่อยๆ จนหนังสือพิมพ๑เดลินิวส๑ต๎องลงขําววําพบหมูํบ๎านขอทานในจังหวัด สกลนคร หลาย หนํ ว ยง านต๎ อ งเข๎ า มาให๎ ค วามชํ ว ย เหลื อ และเรื่ อ งถึ ง พระเนตรพระกรรณ ดั ง นั้ น วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๒๗ พระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัว จึงได๎เสด็จพระราชดาเนินทรงเยี่ยมราษฎรบ๎านโพน งาม ตาบลหนองบํอ อาเภอนาแก จังหวัดนครพนมและบ๎านห๎วยยาง ตาบลเหลําโพนค๎อเพื่อทอดพระเนตรบริเวณที่ จะกํ อสร๎ า งอํ า งเก็ บ น้ าห๎ วยโท - ห๎ วยยาง และได๎ พระราชทานพระราชด าริ ใ ห๎ กํอสร๎ า งอํ า งเก็ บ น้ าตามแผนที่ พระราชทานที่แนบ เพื่อจัดหาน้าชํวยเหลือพื้นที่เพาะปลูกของหมูํบ๎านตํางๆ ทั้งในเขตบ๎านห๎วยยาง ตาบลเหลําโพน ค๎อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนครและตาบลหนองบํอ อาเภอนาแก จังหวัดนครพนม ให๎สามารถทากา ร เพาะปลูกได๎ทั้งในระยะฤดูฝน - ฤดูแล๎ง และมีน้าเพื่อชํวยเหลือราษฎรหมูํบ๎านตําง ๆ ดังกลําว สาหรับอุปโภค บริโภค ได๎ตลอดทั้งปี เมื่อมีอํางเก็บน้าห๎วยโท-ห๎วยยาง และจึงเกิดกลุํมที่สาคัญของตาบลเหลําโพนค๎อในป๓จจุบัน คือกลุํมเพาะ กล๎าไม๎บ๎านห๎วยยาง หมูํ ๖และ หมูํ ๙ซึ่งในอดีตเป๕นหมูํบ๎านที่ประชาชนสํวนใหญํมีฐานะยากจนเนื่องจากมีพื้นที่ทา กิ นตํ อครอบครั วน๎ อยประกอบกั บ มี พื้นที่สํ วนใหญํ ติ ด กั บ เทือกเขาภู พาน ไมํ ส ามารถขยายพื้นที่ในการทาการ เ ก ษ ต ร ก ร ร ม ไ ด๎ ป ร ะ ช า ช น สํ ว น ใ ห ญํ ป ร ะ ก อ บ อ า ชี พ ท า น า ห า ข อ ง ปุ า แ ล ะ รั บ จ๎ า ง ทั่ ว ไ ป 8/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
การเพาะพันธุ๑กล๎าไม๎ก็เริ่มจากการไปรับซื้อกล๎าไม๎มาเรํขายเพื่อหารายได๎เสริมให๎กับครอบครัวนอกจากการทานา โดยเริ่มจากการไปรับ ซื้อกล๎า ไม๎ (มะกรูด ,มะนาว) จากกลุํมเพาะพันธุ๑กล๎า ไม๎บ๎ านดํานมํวงคา ต าบลดํา นมํวงค า อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร มาเรํขายแตํเพื่อให๎ได๎กาไรมากขึ้ น นายเรํง ยางธิสาร (ประธานกลุํมคน ป๓จจุบัน)ซึ่งเป๕นพํอค๎าเรํขายกล๎าไม๎เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๕ จึงได๎เรียนรู๎การเพาะพันธุ๑กล๎าไม๎ จากกลุํมเพาะพันธุ๑กล๎าไม๎ บ๎านดํานมํวงคา แล๎วทาการเพาะกล๎า มะกรูดและมะนาวด๎วยตนเองกํอนนาไปเรํขาย เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๘ในเบื้องต๎นมี ผู๎เพาะกล๎ามะกรูด และมะนาวเพียงแคํ ๓คน เทํานั้น ตํอมาจึงได๎มีผู๎ทาการเพาะกล๎าไม๎เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และได๎มีการ จัดตั้งเป๕นกลุํมเพาะพันธุ๑กล๎าไม๎ในปี พ.ศ. ๒๕๔๒โดยมีสมาชิกในขณะนั้น จานวน ๒๗คน และมีการเพาะกล๎าไม๎ หลายชนิดเพิ่มมากขึ้น จนในป๓จจุบันมีสมาชิกจานวน ๖๒คน จากบ๎านห๎วยยาง หมูํ ๖และหมูํ ๙ มีกล๎าไม๎ ๖๒ชนิด ประมาณ ๓ล๎า นต๎น และมีกล๎าไม๎หมุนเวีย นตลอดทั้งปีป ระมาณ ๓๐ล๎า นต๎น สมาชิกมีรายได๎จากการขายกล๎าไม๎ ประมาณครอบครัวละ ๑๐,๐๐๐ – ๑๕,๐๐๐บาทตํอเดือนและมีพํอค๎ามารับซื้อถึงสวนไมํต๎องไปเรํขายเหมือนแตํ กํอน (ข๎อมูล ณ วันที่ ๒๕ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓) ตํอมาปี ๒๕๕๗ ได๎รับคัดเลือกจากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของจังหวัดสกลนครให๎เป๕นพื้นที่นารํองในการ จัดสวัสดิการสังคมซึ่งทั้งจังหวัดจะได๎รับคัดเลือกแคํ ๓ อบต. เทํานั้น จากการได๎รับการคัดเลือกดังกลําวทาให๎องค๑การ บริ หารสํ วนต าบลได๎รับการสนับ สนุ นงบประมาณจาก พมจ.จัง หวัด เพื่อจัด การฝึ กอบรมและพัฒนาอาชีพให๎ กับ ประชาชน ทาให๎ประชาชนได๎รับการบริการด๎านสวัสดิการและพัฒนาอาชีพทั่วถึงมากขึ้น และปี ๒๕๕๗ ได๎ รั บ คัดเลือกจากเกษตรและสหกรณ๑จังหวัดสกลนคร ให๎เป๕นพื้นที่ในการพัฒนาศักยภาพเกษตรครบวงจร ในพื้นที่ใต๎อําง เก็บน้าห๎วยโท-ห๎วยยางด๎วย ซึ่งมีสมาชิก ๒๓๐ คน โดยหนํวยงานที่สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ๑ต๎องมีโครงการ มาในพื้นที่เพื่ออบรมและให๎ความรู๎ด๎านการเกษตรโดยสมาชิกทุกคนจะได๎รับการชํวยเหลือทั้งทางตรงและทางอ๎อม เชํน ได๎รับการไถกลบตอซังฟรี จานวน ๕ ไรํ ได๎รับพันธ๑ข๎าวในการเพาะปลูกฟรี มีการอบรมอาชีพตํางๆ ตามความ สนใจของสมาชิก ให๎คาปรึกษาการทาการเกษตรแกํสมาชิกทุกคน ๗.1 สถานการณ์พัฒนาในพื้นที่ตาบลเหล่าโพนค้อ ๗.1.1 ฐานคิดหรือหลักการสาคัญของการขับเคลือ่ นการพัฒนา องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อได๎กาหนดวิสัยทัศน๑ในการพัฒนาตาบล คือ “ประชาชนจะได๎รับการ พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี ด๎วยการนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช๎ ภายใต๎การบริหารจัดการที่ดี ” ดังนั้นเพื่อให๎ สอดคล๎องกับวิสัยทัศน๑ในการพัฒนาดังกลําว จึงมีฐานคิดที่สาคัญ ดังนี้ ฐานคิดที่ ๑) ฐานคิดหลักการบริหารจัดการที่ดี การทางานขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อยึดหลักการทางานตามฐานคิดการบริหารจัดการที่ดี โดยปฏิบัติตามกฎหมายหรือข๎อบัญญัติที่เกี่ยวข๎อง การทางานมีคุณธรรมโดยประชาชนจะต๎องได๎รับบริการอยํางเทํา เทียมกัน มีความโปรํงใสตรวจสอบได๎ เน๎นการให๎ประชาชนมีสํวนรํวมในการบริหารงานจากการทาประชาคมเพื่อเสนอ ป๓ญ หาตํา งๆและแตํง ตั้ง เป๕นคณะกรรมการตํา งๆ เชํ น คณะกรรมการพัฒนาต าบล คณะกรรมการตรวจรั บงาน คณะกรรมการการประเมินติดตามแผนพัฒนาตาบล มีความรับผิดชอบตํองานที่ทาและการดาเนินโครงการและการใช๎ งบประมาณต๎ องคุ๎มคํา กับ งานที่ได๎ ทาให๎ องค๑การบริ หารสํ วนตาบลเหลํา โพนค๎อได๎ รับ รางวัลการบริ หารจัดการที่ ประจาปี พ.ศ. ๒๕๕๒ และรางวัลผํานเกณฑ๑มาตรฐานด๎านความโปรํงใสและสํงเสริมการมีสํวนรํวมของประชาชนจาก สถาบันพระปกเกล๎า ประจาปี พ.ศ.๒๕๕๓ ฐานคิดที่ ๒) ฐานคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อี กฐานคิ ด ที่องค๑ ก ารบริ ห ารสํ วนต าบลเหลํ า โพนค๎ อนามาใช๎ ในการสํ ง เสริ มการพัฒ นาคื อหลั กปรั ช ญา เศรษฐกิจพอพียง ได๎แกํ ความพอประมาณมีเหตุผลการมีภูมิคุ๎มกันที่ดีนาไปปรับใช๎กับหมูํบ๎านตํางๆ เชํน บ๎านเหลํา หมูํที่ ๕ นาไปปฏิบัติจนได๎รับรางวัล หมูํบ๎านเศรษฐกิจพอเพียงต๎นแบบระดับ มั่งมีศรีสุข ประจาปี พ.ศ.๒๕๕๑ จาก
9/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
สานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสกลนคร และบ๎านห๎วยยาง หมูํที่ ๖ และหมูํที่ ๙ เป๕นหมูํบ๎านต๎นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ของพัฒนาชุมชนอาเภอโคกศรีสุพรรณ ๗.๑.๒ เส้นทางการพัฒนาของตาบลเหล่าโพนค้อ เส๎นทางการพัฒนาโดยเน๎นจุดเปลี่ยนที่สํงผลกระทบต๎อการแก๎ป๓ญหาและพัฒนาในพื้นที่ เส๎นทางการพัฒนา ขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อเกิดจากป๓ญหาและความต๎องการของคนในชุมชนที่ต๎องการอยูํรํวมกันอยําง มีความสุขมีค วามรักและสามัคคีโดยอาศัยความรํวมมือของทุกภาคสํวนในการพัฒนาโดยเฉพาะความรํวมมือของ องค๑กรหลักในชุมชนอัน ได๎แกํผู๎นาท๎องที่ผู๎นาท๎องถิ่นและองค๑กรภาครัฐในตาบลที่ต๎องทางานรํวมกันอยํางบูรณาการ จนเกิด เป๕ นเครือขํ า ยการพัฒ นาที่ห นุนเสริมซึ่ งกั นและกั นโดยมีเ ปู าหมายรํ วมกั นคื อการพัฒ นาคุ ณภาพชี วิต ของ ประชาชนให๎มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอยํางยั่งยืนกระบวนการพัฒนาปฏิบัติการตํางๆขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลํา โพนค๎อเริ่มมาตั้งแตํสมัยการกํอตั้งเป๕นสภาตาบลเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๗สามารถแบํงออกเป๕นระยะของชํวงการพัฒนาได๎ ๔ ชํวงที่สาคัญแสดงให๎เห็นความแตกตํางของเหตุการณ๑หรือสถานการณ๑ซึ่งนาไปสูํการพัฒนากระบวนการหรือวิธีการ ปรับหรือพัฒนาศักยภาพของตาบลได๎ดังตํอไปนี้ ระยะที่๑ระยะการเริ่มต้นการปรับรากฐานสู่ความเข้มแข็งของตาบล (ระหว่าง พ.ศ.๒๕๓๗-๒๕๔๒) การพัฒนาตาบลในระยะนี้ซึ่งมีสถานะเป๕น “สภาตาบล” ซึ่งจัดตั้งขึ้นในปีพ.ศ. ๒๕๓๗และตํอมาได๎ยกฐานะ เป๕น “องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ” ในพ.ศ.๒๕๔๒ตามพระราชบัญญัติสภาตาบลและองค๑การบริหารสํวน ตาบลพ.ศ.๒๕๓๗ และที่แก๎ไขเพิ่มเติมถึงป๓จจุบนั เนื่องจากสมัยเป๕นสภาตาบลมีกานันเป๕นผู๎บริหารและมีผู๎ใหญํบ๎านทุก หมูํบ๎านเป๕นสมาชิกโดยตาแหนํง ต๎องรับนโยบายมาจากสํวนกลางคือกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป๕นหนํวยงานหลักในการ ขับเคลื่อนงานกาหนดนโยบายในการพัฒนาเป๕นไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหํงชาติผํานทางราชการสํวน ภูมิภาคคือจังหวัดและอาเภอซึ่ง ในบางครั้ งนโยบายดัง กลํา วไมํ สามารถที่จะนาไปใช๎ในทุกชุมชนได๎ ทาให๎นโยบาย ดังกลําวไมํสามารถตอบสนองตํอการพัฒนาชุมชนท๎องถิ่นได๎ การพัฒ นาเน๎นไปที่การพัฒ นาด๎านโครงสร๎า งพื้นฐานการกํ อสร๎ างถนนภายในหมูํ บ๎านถนนเชื่ อมระหวํา ง หมูํบ๎านการสร๎ างถนนเข๎าสูํแ หลํงเกษตรขยายระบบประปาไฟฟูาระบบระบายน้าเสี ยภายในหมูํบ๎า นเป๕นต๎ นโดยมี วัตถุประสงค๑เพื่อมุํงเน๎นระบบการคมนาคมตามป๓ญหาและความต๎องการของประชาชนภายในตาบลประชาชนยังไมํมี บทบาทในการพัฒนาชุมชนของตนเองเทําที่ควรไมํสามารถเป๕นผู๎กาหนดทิศทางการพัฒนาชุมชนของตนเองสํวนใหญํ เป๕นนโยบายของสํวนกลางและภูมิภาคถึงแม๎จะมีผู๎นาในการบริหารคือกานันมีสมาชิกโดยตาแหนํงคือผู๎ใหญํบ๎านแตํก็ มิได๎ มีสํวนรํ วมในการกาหนดนโยบายการพัฒ นาต๎องพึ่ง พาภาครั ฐมากกวํา พึ่งตนเองแตํค วามต๎องการพัฒนาของ ประชาชนยังมีอยูํจึงเริ่มการจัดตัง้ กลุํมเพื่อชํวยเหลือตัวเองขึ้น ได๎แกํกลุํมผู๎ใช๎น้าจากอํางเก็บน้าห๎วยโท-ห๎วยยาง ซึ่งเป๕น พื้นที่ที่รับประโยชน๑จากอํางเก็บน้าดังกลําว โดยมีวัตถุประสงค๑เพื่อบริหารการใช๎น้าตามนโยบายของกรมชลประทาน เพื่อให๎เพียงพอกับความต๎องการของสมาชิกและเกษตรกรให๎มีน้าใช๎ได๎ทุกฤดูกาล หมูํ บ๎ า น อพป.หมูํ ที่ ๖ เนื่ องจากหมูํ บ๎ า นนี้ เ ป๕ น พื้นที่ติ ด กั บ ภู เ ขาอดี ต เคยเป๕ นสมาชิ กผู๎ พั ฒ นาชาติ ไทย กระทรวงมหาดไทยจึง เล็ง เห็ นความสาคัญ ของการแก๎ไขป๓ ญหาโดยการเปลี่ ยนทัศ นคติในการพัฒนา จึงได๎จัดตั้ ง โครงการนี้ขึ้นมาตามพื้นที่ที่มีป๓ญหา ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงทัศนคติให๎มารํวมพัฒนาชาติไทยตํอไปได๎และให๎เป๕นหมูํ ในการดูแลตนเองตํอไปกลุํมข๎าวนาน้าฝน เนื่องจากชุมชนเห็นวําประชาชนสํวนหนึ่งในหมูํบ๎านประสบป๓ญหาการขาด แคลนข๎าวบริโภคในครัวเรือนเนื่องจากประสบป๓ญหาภัยแล๎ง ข๎าวไมํพอในการบริโภคในครัวเรือน จึงได๎จัดตั้งกลุํมข๎าว นาน้าฝนขึ้นโดยกลุํมที่มีข๎าวมากก็ชํวยบริจาค และรวบรวมข๎าวจากครอบครัวที่พอมีจะกินเพื่อชํวยเหลือครอบครัวที่
10/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ขาดข๎าวโดยการจาหนํายในราคาประหยัดเพื่อเอาเงินเข๎ากลุํมใช๎บริหารตํอไป การสร๎างกลุํมฌาปณกิจสงเคราะห๑เพื่อ ชํวยเหลือครอบครัวที่มีสมาชิกเสียชีวิตซึ่ง เป๕นระบบสวัสดิการแรกที่เกิดขึ้นในหมูํบ๎านของตาบลเหลําโพนค๎อ ระยะที่๒ระยะดาเนินการพัฒนาเพื่อสังคมอยู่ดีมีสุข (ระหว่างพ.ศ.๒๕๔๓-๒๕๔๗) ผลจากการเปลี่ยนแปลงฐานะจากสภาตาบลในปี พ.ศ.๒๕๔๒ขึ้นเป๕ นองค๑การบริหารสํวนตาบล เหลําโพนค๎อนั้น มีการเปลี่ยนแปลงระบบการได๎มาของสมาชิกสภาและผู๎บริหารจากเดิมเป๕นโดยตาแหนํงมาสูํระบบ การเลือกตั้งโดยประชาชน แตํนายกยังมาจากการเลือกของสมาชิกเองก็ตามซึ่งตํอมาก็เปลี่ยนเป๕นเลือกโดยตรงจาก ประชาชน ทาให๎ การแก๎ไขป๓ญ หาและความต๎ องการของประชาชนมี ค วามรวดเร็วและตรงกั บความต๎องการชอง ประชาชนมากขึ้นเป๕นไปตามหลักการพัฒนาทาให๎ชุมชนสามารถกาหนดทิศทางในการพัฒนาได๎ชัดเจนขึ้นทาให๎ชุมชน เลือกที่จะพัฒนาตนเองออกมาในรูปแบบการสร๎างกลุํ มทางสังคมมากมายเพื่อตอบสนองความต๎องการและแก๎ไข ป๓ญหาของชุมชนกรณีที่มีชุมชนประสบป๓ญหาการขาดงบประมาณในการลงทุนทาให๎เกิดกลุํ มตํางๆขึ้นมาสนองตอบ และแก๎ป๓ญหาของชุมชนคือกลุํมน้าดื่มออมทรัพย๑บ๎านเหลํา หมูํที่ ๕ เพื่อแก๎ไขป๓ญหาเรื่องน้าบริโภคในครัวเรือนซึ่งเกิด จากป๓ญหาของชุมชนเอง กลุํมผลิตปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด เนื่องจากป๓ญหาปุ๋ยเคมีมีราคาแพงจึงรวมกลุํมกันผลิตปุ๋ยเพื่อแบํงกันไปใช๎ โดยได๎ รับ การสนั บสนุนงบประมาณในการอบรมจากองค๑การบริห ารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อกลุํ มแปรรู ปน้ าผลไม๎ เนื่องจากในพื้นที่มีผลไม๎ในท๎องถิ่นหลายชนิดที่มีประโยชน๑และคุณคําทางอาหาร จึงรวมกลุํมกันผลิตน้าผลไม๎และไวน๑ เมํา โดยได๎รับการสนับสนุนจากเกษตรอาเภอจัดฝึกอบรมและให๎ความรู๎ และมีกลุํมอาชีพตํางๆ เกิดขึ้นมากมาย เพื่อ ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ เป๕นยุคแหํงการจัดตั้งกลุํมและแก๎ไขป๓ญหา ด๎านเศรษฐกิจในครัวเรือน องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อมีการปรับปรุงการพัฒนาด๎านบุคลากรสถานที่และ วัสดุอุปกรณ๑และการบริหารจัดการด๎วยการกาหนดยุทธศาสตร๑การพัฒนาให๎สอดคล๎องกับป๓ญหาตามความต๎องการ ของประชาชนสอดคล๎องกับแผนพัฒนาชุมชนทั้งในระดับจังหวัดและระดับอาเภอเพื่อยกระดับการจัดบริการสาธารณะ ให๎กับชุมชนเพิ่มประสิทธิภาพการดาเนินงานมุํงเน๎นการสร๎างอาชีพสร๎างรายได๎ประชาชนได๎รับการดูแลในระยะนี้มาก ขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมาตามลาดับ ระยะที่๓ระยะพัฒนาความเข้มแข็งสู่ความยั่งยืนของตาบล (ระหว่างพ.ศ.๒๕๔๘-๒๕๕๕) จากการที่มีก ารเลื อกตั้ ง โดยตรงของผู๎ บ ริ ห ารและสมาชิ กสภาองค๑ การบริ ห ารสํ วนต าบลจาก ประชาชน และความตํอเนื่องของการได๎รับเลือกตั้งของผู๎บริหารทาให๎การบริหารงานและการกาหนดนโยบายในการ พัฒนาตํอเนื่องไมํติดขัด มีระเบียบกระทรวงมหาดไทยวําด๎วยการจัดทาแผนที่ชัดเจน สํงผลให๎การกาหนดนโยบายและ ยุทธศาสตร๑ในการพัฒนา ตํอเนื่องเกิดเอกภาพในการบริหารสามารถตอบสนองความต๎องการที่แท๎จริงของชุมชนมีการ ปรับปรุงแผนยุทธศาสตร๑และแผนพัฒนาตาบลสามปีเป๕นประจาทุกปีมีคณะกรรมการพัฒนาแผนตาบลรับผิดชอบใน การวางแผนและกาหนดยุทธศาสตร๑การพัฒนาซึ่งใช๎เป๕นแนวทางในการพัฒนาแก๎ไขป๓ญหาด๎านตํางๆของชุมชนได๎ กํอให๎เกิดแผนชุมชนซึ่งจะสะท๎อนป๓ญหาและความต๎องการที่แตกตํางกันไปในแตํละชุมชนและเป๕นพื้นฐานหนึ่งของการ พัฒ นาแบบชุมชนบริห ารจัดการตนเองเพราะในมิ ติ ที่ค ณะกรรมการหมูํ บ๎า นสามารถด าเนินการได๎ เ องก็ส ามารถ ดาเนินการตามแผนได๎โดยไมํต๎องขอความเห็นจากหนํวยงานใดเว๎นแตํแผนงานโครงการที่เกินศักยภาพของชุมชนการ พัฒนาในชํวงนี้ยังมุํงเน๎นไปที่การแก๎ไขและปรับปรุงพัฒนาระบบโครงสร๎างพื้นฐานซึ่งขาดแคลนสะสมมาเป๕นเวลานาน
11/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
จนได๎รับการปรับปรุงพัฒนาที่ดีขึ้นมีการกํอสร๎างศูนย๑ฝึกอาชีพชุมชนควบคูํไปกับการสํงเสริมกระบวนการการมีสํวน รํวมของภาคประชาสังคมภาครัฐและภาคประชาชนพัฒนาหมูํบ๎านเพื่อนาไปสูํการพึ่งพาตนเองได๎ของชุมชน ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ตั้งศูนย๑มหาวิทยาลัยชีวิต ที่โรงเรียนเหลําโพนค๎อเหลําราษฎร๑ วิทยา โดยหลักสูตรการศึกษาเน๎นการเรียนรู๎ชุมชน นาองค๑ความรู๎ที่อยูํในชุมชนมาสังเคราะห๑ ค๎นหาทุนและศักยภาพ เพื่อการวางแผนและให๎เกิดการเรียนรู๎ชุมชน เกิดการสร๎างกลุํม และองค๑กรในท๎องถิ่นหลายกลุํมหลายองค๑กร เริ่มเป๕น รูปรํางและมีความเข๎มแข็งขึน้ ซึ่งเป๕นจุดเริ่มต๎นของการพัฒนาเกิดกลุํมองค๑กรที่ทางานในระดับชุมชน/หมูํบ๎านมากมาย และหลากหลายเป๕นแหลํงที่มีขีดความสามารถในการพัฒนาตนเองและสมาชิกของกลุํมมีกฎระเบียบมีกระบวนการ จัดการบริหารที่มีขั้นตอนอยํางชัดเจนเชํนกลุํมผลิต น้าผลไม๎และไวน๑เมํา กลุํมกองทุนผู๎ สูงอายุกองทุนหมูํบ๎านกลุํ ม ธนาคารข๎าวฯลฯทาให๎ประชาชนในชุมชนมีความเป๕นอยูํที่ดขี ึ้นมีรายได๎เพิ่มมากขึ้นรายจํายลดน๎อยลงครอบครัวมีความ อบอุํนนอกจากนี้ยังได๎เข๎ารํวมเครือขํายบริการสุขภาพกองทุนหลักประกันสุขภาพเขต๘ อุดรธานีเพื่อพัฒนาระบบการ ดูแลสุขภาพทุกมิติทั้งการสํงเสริมปูองกันรักษาพยาบาลและฟื๗นฟูสภาพมีระบบการดูแลผู๎ปุวยทุกชํวงวัยที่ให๎การดูแล เป๕นองค๑รวม จากการทางานรํวมกับชุมชนดังกลําวข๎างต๎นทาให๎องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อได๎รับรางวัลองค๑กร ปกครองสํวนท๎องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจาปี ๒๕๕๒ ซึ่งเป๕นรางวัลแหํงความภาคภูมิใจอันสูงสุดที่องค๑การ บริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อได๎รับ การให๎บริการหนํวยแพทย๑ฉุกเฉินขึ้นที่องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อเพื่อให๎บริการประชาชนที่ปุวย ฉุกเฉิน และผู๎ด๎อยโอกาส เพื่อนาสํงโรงพยาบาลอยํางถูกวิธีและปลอดภัย จนได๎รับรางวัลการให๎บริการรองอันดับ ๒ ด๎านการแพทย๑ฉุกเฉินระดับชาติ และได๎รับรางวัลการให๎บริการดีเดํนระดับจังหวัด ๒ ปีซ๎อนในปี ๒๕๕๒ และ๒๕๕๓ การบริหารงานองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ เน๎นการมีสํวนรํวม/ของประชาชนเป๕นหลัก มีความโปรํงใสและ ตรวจสอบได๎ ทาให๎องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ได๎รับใบประกาศเกียรติคุณจากสถาบันพระปกเกล๎าให๎เป๕น องค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นที่ผํานเกณฑ๑มาตรฐานด๎านความโปรํงใสและสํงเสริมการมีสํวนรํวมของประชาชนปี พ.ศ. ๒๕๕๓ มีการจัดตั้งธนาคารขยะขึ้นในชุมชน จัดอบรมวิธีการคัดแยกขยะ เพื่อนามาจาหนําย การอบรมการทาปุ๋ ย ชีวภาพและน้าหมักชีวภาพขยะรีไซเคิลขายให๎แกํธนาคารขยะที่ชุมชนจัดตั้งขึ้นเพื่อให๎ประชาชนนาขยะมาจาหนําย สํวนรายได๎จะนาเข๎ากองทุนเพื่อจัดสวัสดิการให๎กับสมาชิก เชํน สวัสดิการการเยี่ยมไข๎ในการการนอนโรงพยาบาล คําฌาปณกิจศพสาหรับสมาชิกที่เสียชีวิต ป๓จจุบันได๎ขยายผลไปสูํโรงเรียนในพื้นที่แล๎ว ปี พ.ศ.๒๕๕๔ เพื่อสํงเสริมศักยภาพให๎กับองค๑กรและกลุํมตํางๆ ในชุมชนองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพน ค๎อจึงได๎ จัด ทาหลั กสูต รโรงเรีย นภู มิป๓ ญ ญาท๎องถิ่ น ๑๙ หลั กสูต ร ได๎ แ กํ หลักสู ต รสานแห หลั กสูต รเพาะกล๎ า ไม๎ หลักสูตรเลี้ยงไกํ หลักสูตรเลี้ยงจิ้งหรีด หลักสูตรแก๏สชีวภาพ เป๕นต๎น ในปีพ.ศ. ๒๕๕๕ มีการจัดตั้งชมรมสํงเสริมสุขภาพ เพื่อนาในการออกกาลังกายให๎ประชาชนมีสุขภาพที่ดีจน ได๎รับรางวัลองค๑กรที่ให๎การสํงเสริมสุขภาพดีเดํนจากสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร ระยะที่๔การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนมุ่งสู่การสร้างเครือข่ายตาบลสุขภาวะ ๔ มิติ(ระหวํางพ.ศ.๒๕๕๖ป๓จจุบัน) ระยะนี้มุํงแก๎ป๓ญหาความยากจนและการเข๎าถึ งป๓จจัยพื้นฐานของประชาชนการลดชํองวํางการกระจาย รายได๎และความเหลื่อมล้าทางสังคมการเพิ่มคุณภาพชีวิตในมิติอื่นๆที่นอกเหนือจากเศรษฐกิจพอเพียงและวิถีพุทธ ยึดถือหลักพุทธธรรมการพัฒนาความสุขในระดับสูงขึ้นบนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงละพุทธศาสนาการ
12/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
พัฒนามุํงเน๎นไปที่การให๎บริการสาธารณและการจัดบริการสาธารณะสุขเพื่อดูแลประชาชนให๎ครอบคลุมในทุกชํวงวัย โดยในด๎า นการศึ กษาเน๎นการจัด การศึกษาในศูนย๑พัฒ นาเด็ กเล็ กให๎มีคุณภาพเทียบเทําการให๎บ ริการของเอกชน ให๎บริการเด็ก ตั้งแตํ ๒-๕ ปี โดยเน๎นการมีสํวนรํวมในการพัฒนาโดยการเป๕นคณะกรรมการศูนย๑พัฒนาเด็กเล็ก รํวมใน การกาหนดวิสัยทัศน๑ในการพัฒนาศูนย๑ มีการกํอสร๎างศูนย๑พัฒนาเด็กเล็กเพิ่มอีกหนึ่งศูนย๑คือศูนย๑พัฒนาเด็กเล็กบ๎าน หนองเหียนให๎เพียงพอและทั่วถึงตามความต๎องการของประชาชน ปี ๒๕๕๗ ได๎รับคัดเลือกจากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของจังหวัดสกลนครให๎เป๕นพื้นที่นารํองในการจัด สวัสดิการสังคมซึ่งทั้งจังหวัดจะได๎รับคัดเลือกแคํ ๓ อบต. เทํานั้น จากการได๎รับการคัดเลือกดังกลําวทาให๎องค๑การ บริ หารสํ วนต าบลได๎รับการสนับ สนุ นงบประมาณจาก พมจ.จัง หวัด เพื่อจัด การฝึ กอบรมและพัฒนาอาชีพให๎ กับ ประชาชน ทาให๎ประชาชนได๎รับการบริการด๎านสวัสดิการและพัฒนาอาชีพทั่วถึงมากขึ้น ปี ๒๕๕๗ ได๎รับคัดเลือกจากเกษตรและสหกรณ๑จังหวัดสกลนคร ให๎เป๕นพื้นที่ในการพัฒนาศักยภาพเกษตร ครบวงจร ในพื้นที่ใต๎อํางเก็บน้าห๎วยโท-ห๎วยยางด๎วย ซึ่งมีสมาชิก ๒๓๐ คน โดยหนํวยงานที่สังกัดกระทรวงเกษตรและ สหกรณ๑ต๎องมีโครงการมาในพื้นที่เพื่ออบรมและให๎ความรู๎ด๎านการเกษตรโดยสมาชิกทุกคนจะได๎รับการชํวยเหลือทั้ ง ทางตรงและทางอ๎อม เชํน ได๎รับการไถกลบตอซังฟรี จานวน ๕ ไรํ ได๎รับพันธ๑ข๎าวในการเพาะปลูกฟรี มีการอบรม อาชีพตํางๆ ตามความสนใจของสมาชิก ให๎คาปรึกษาการทาการเกษตรแกํสมาชิกทุกคน ๗.๑.๓ รางวัลที่ได้รับ (จากปัจจุบันไปสู่อดีตที่สอดคล้องกับแหล่งเรียนรู้หรือบุคคลสาคัญ) จากเส๎นทางการพัฒนาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ในการแก๎ป๓ญหาและพัฒนางานใน พื้นที่ข๎างต๎น สํงผลให๎องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ มีความโดดเดํนในเรื่องตํางๆ จนกระทั่งได๎รับการยอมรับ และได๎รับรางวัลจากหนํวยงานตํางๆ ดังนี้ ประเภทรางวัล รางวั ล พระปกเกล๎ าด๎ านความโปรํ ง ใส และตรวจสอบได๎ รางวัลการบริหารที่ดี
ปี พ.ศ. ๒๕๕๓
รางวัลหนํวยกู๎ภัยดีเดํน ระดับ FR
2552
โลํเกีย รติคุณหนํวยบริการแพทย๑ระดั บ อ าเภอและรางวั ล ชนะเลิ ศ อั น ดั บ 1 ด๎ า นการบริ การทางการแพทย๑ ร ะดั บ จังหวัด โลํเกีย รติคุณหนํวยบริการแพทย๑ระดั บ อาเภอ ด๎ านการจั ก ระบบการบริ ห าร และบริการการแพทย๑ฉุกเฉิน
2551
รางวัลที่ 1 การแขํงขันรวมพลังสร๎าง สุ ข ภาพในงานมหกรรมรวมพลคน เหลื อ ง-ฟู า เทิ ด พระเกี ย รติ 5 ธั น วา มหาราช 12 สิงหามหาราชินี รางวั ล ที่ 1 การแขํ ง ขั นการรวมพลั ง สร๎างสุขภาพในงานมหกรรมรวมพลพัง
2547
2552
2550
2546
ชื่อรางวัล หน่วยงานที่มอบ รางวั ล ผํ า นเกณฑ๑ ม าตรฐานด๎ า น สถาบันพระปกเหกล๎า ความโปรํงใสและตรวจสอบได๎ รางวัลการบริหารการจัดการที่ดี สานักนายกรัฐมนตรี หนํ ว ยกู๎ ภั ย องค๑ ก ารบริ ห ารสํ ว น ส ถ า บั น ก า ร แ พ ท ย๑ ตาบลเหลําโพนค๎อระดับ FR ฉุ ก เ ฉิ น แ หํ ง ช า ติ กระทรวงสาธารณสุข หนํ ว ยบริ ก ารการแพทย๑ ร ะดั บ ส านั ก งานสาธารณสุ ข อาเภอและ ด๎ า นการบริ การทาง จั ง ห วั ด ส ก ล น ค ร การแพทย๑ระดับจังหวัด กระทรวงสาธารณสุข หนํ ว ยบริ ก ารการแพทย๑ ร ะดั บ อ าเภอ ด๎ า นการจั ด ระบบการ บริ ห ารและบริ ก ารการแพทย๑ ฉุกเฉิน การแขํง ขั นรวมพลัง สร๎ างสุ ขภาพ ในงานมหกรรมรวมพลคน เหลืองฟู า เทิ ดพร ะเ กี ย รติ 5 ธั นวา มหาราช 12 สิงหามหาราชินี การแขํ ง ขั น การรวมพลั ง สร๎ า ง สุขภาพในงานมหกรรมรวมพลพั ง
ส านั ก งานสาธารณสุ ข อ าเภอโคกศรี สุ พ รรณ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงสาธารณสุข
13/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 สร๎างสุขภาพแหํงชาติ รางวัลที่ 3 องค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น ที่มีการัดการที่ดีตามหลักธรรมมาภิบาล
2546
สร๎างสุขภาพแหํงชาติ องค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นที่มีกา กระทรวงสาธารณสุข รัดการที่ดีตามหลักธรรมมาภิบาล
๗.1.๔ จุดเด่นจากการทางานของตาบลเหล่าโพนค้อจาแนกได้เป็น 5 ด้าน (๑) ด้านการเมืองการปกครอง หลักการบริหารงานขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อได๎มุํงเน๎นการสร๎างการมีสํวนรํวมของ ภาคีเครือขํายทัง้ ภาครัฐท๎องที/่ ท๎องถิ่นและประชาชนโดยยึดหลักการบริหารจัดการทีเ่ ป๕นระบบเปิดเผยโปรํงใสสามารถ ตรวจสอบได๎ ทั้งโดยภาครัฐและภาคเอกชนยึดหลักการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลการสร๎างการมีสํวนรํวม จากทุกฝุายนาใช๎เครื่องมือในการจัดการตนเองจากฐานรากอยํางแท๎จริงมีการจัดเวทีประชาคมให๎เป๕นเวทีเพื่อรับฟ๓ง ป๓ญหาและความต๎องการของประชาชนทั้งในระดับหมูํบ๎านและระดับตาบลการหารือนอกรอบกับผู๎เกีย่ วข๎องการจัดตั้ง คณะกรรมการชุดตํางๆต๎องมีผแู๎ ทนจากทุกฝุายมีการดาเนินโครงการ อบต.เคลื่อนที่เป๕นประจาทุกปีการบริหารจัดการ ขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อแสดงให๎เห็นถึงการพัฒนางานด๎านตํางๆที่เป๕นการตอบสนองป๓ญหาและ ความต๎องการของท๎องถิ่นเป๕นการสร๎างชุมชนให๎เกิดความเข๎มแข็งเกิดความรักความสามัคคีทงั้ ในการดาเนินงานภายใต๎ การทางานรํวมกันกับ 4 องค๑กรหลักที่สาคัญได๎แกํองค๑กรท๎องถิน่ (ผู๎บริหารและบุคลากรขององค๑การบริหารสํวนตาบล เหลําโพนค๎อ) องค๑กรท๎องที่ (ผู๎ใหญํบ๎าน),องค๑กรภาคประชาชน (แกนนา/กลุํม) และหนํวยงานภาครัฐทัง้ ในและนอก พื้นที่รํวมกันในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให๎ดีขึ้นให๎ทุกภาคสํวนเข๎ามาทุํมเทพลังสมองสติปญ ๓ ญาชํวยพลิก ฟื๗นสร๎างความหวังและแก๎ปญ ๓ หาชุมชนให๎เป๕นรูปธรรมโดยการนาใช๎ทุนและศักยภาพของชุมชนให๎เต็มกาลังโดยเชื่อวํา ป๓ญหาของชุมชนสามารถแก๎ไขได๎ด๎วยการให๎โอกาสและการเสริมศักยภาพของคนในชุมชนให๎มีสํวนรํวมในการแก๎ไข ป๓ญหาชุมชนจะทาให๎ประชาชนสามารถชํวยเหลือตนเองได๎พร๎อมๆกับสามารถที่จะเป๕นแหลํงเรียนรู๎ถํายทอด ประสบการณ๑การแก๎ไขป๓ญหาให๎ชุมชนอื่นหรือตํางที่กันได๎และจากการสํงเสริมการมีสํวนรํวมในระบบดังกลําวทาให๎ องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อได๎รบั รางวัลผํานเกณฑ๑มาตรฐานจากสถาบันพระปกเกล๎า “ด๎านความโปรํงใส และสํงเสริมการมีสํวนรํวมของประชาชน” ปีพ.ศ. 2553 นั่นยํอมเป๕นสิ่งทีแ่ สดงให๎เห็นวําจุดเดํนจากการทางาน รํวมกันของภาคีเครือขํายทีข่ องเทศบาลท๎องทีส่ ํวนราชการและประชาชนได๎มีสํวนรํวมอยํางแท๎จริงตัง้ แตํการรํวมคิด รํวมทา รํวมปรับปรุงและรํวมรับผลประโยชน๑เพื่อพัฒนาชุมชนให๎นําอยูํทั้งทางด๎านรํางกายจิตใจสังคมและสิ่งแวดล๎อม เพื่อยกระดับความเป๕นอยูํของประชาชนให๎ดขี ึ้นมุํงให๎เกิดความเป๕นธรรมแกํประชาชนทุกกลุํมในชุมชนจึงเกิดการมีสํวน รํวมและสามารถประสานความรํวมมือกับภาคีเครือขํายอยํางเป๕นระบบด๎วยการมุงํ พัฒนาอยํางเป๕นองค๑รวมโดยยึดคน เป๕นศูนย๑กลางและอาศัยความเข๎มแข็งของชุมชนเป๕นรากฐานการพัฒนาจุดเดํนของการบริหารงานในพื้นที่ตาบลเหลํา โพนค๎อที่ชัดเจนอีกคือนโยบายบริหารงานได๎ชัดเจนจากการดารงตาแหนํงนายกองค๑การบริหารสํวนตาบล ๔ สมัย ติดตํอกันทาให๎สามารถกาหนดนโยบายบริหารงานได๎ชัดเจนและตํอเนื่อง (๒) ด้านสังคม ลักษณะทางสังคมของตาบลเหลําโพนค๎อมีสภาพความเป๕นอยูํเป๕นแบบสังคมชนบทที่อยูํในท๎องถิ่นเดียวกันมี ความผูกพันฉันท๑พี่น๎องเห็นได๎จากความเข๎มแข็งและมีการชํวยเหลือเกื้อกูลกันองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อมี นโยบายที่จะพัฒนาคนในชุมชนให๎มีความรูค๎ วามสามารถมีความสามัคคีให๎มีความปรองดองฉมานฉันท๑โดยคนจะต๎อง ได๎รับการพัฒนาทางด๎านการศึกษาและพัฒนาแนวความคิดโดยให๎การสนับสนุน กลุํมองค๑กร ผู๎นาชุมชนและสํวน ราชการในพื้นที่เชํนคณะกรรมการหมูํบ๎านอาสาสมัครสาธารณสุขประจาหมูํบ๎าน ( อสม.) อาสาสมัครปูองกันภัยฝุาย พลเรือน(อปพร.) อาสาสมัครดูแลผู๎สงู อายุ (อสผ.) โดยการสนับสนุนงบประมาณการฝึกอบรมและการศึกษาดูงานนอก พื้นที่เชํนสนับสนุนงบประมาณให๎กบั กลุํม อสม.ในการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพในการทางานด๎านการปราบลูกน้า ยุงลายโดยไมํใช๎สารเคมีและศึกษาดูงานนอกพื้นที่ที่โรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพหนองกอมเกาะซึง่ ได๎รับรางวัล นวัตกรรมการปราบลูกน้ายุงลายโดยไมํใช๎สารเคมีเพื่อนาความรูท๎ ี่ได๎มาปรับใช๎กับพื้นทีต่ าบลเหลําโพนค๎อ
14/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
สนับสนุนงบประมาณคณะกรรมการหมูํบา๎ นเพื่อใช๎งานด๎านการดูแลรักษาสิง่ แวดล๎อมในหมูํบ๎านและการสืบทอด ประเพณีวัฒนธรรมท๎องถิ่นสํงเสริมให๎เด็กและเยาวชนมีสํวนรํวมในการจัดกิจกรรมตํางๆโดยสนับสนุนงบประมาณเพื่อ ใช๎ในงานด๎านการกีฬาและนันทนาการสนับสนุนงบประมาณให๎โรงเรียนและวัดในพื้นที่เพื่อใช๎ในการพัฒนางานด๎าน วิชาการของเด็กนักเรียนโครงการปฏิบตั ิธรรมในชํวงเทศกาลเข๎าพรรษาและอบรมคุณธรรมจริยธรรมให๎กับเยาวชน อุบาสกอุบาสิกาที่สนใจเพื่อขัดเกลาจิตใจโดยทุกกิจกรรมมีเปูาหมายสูงสุดเพื่อให๎คนในชุมชนอยูํรํวมกันด๎วยความสงบ สุขมีความรักความสามัคคีโดยมีหนํวยงานเครือขํายในพื้นที่เชํนโรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพตาบลและโรงเรียน๓แหํงซึ่ง เจ๎าหน๎าที่สาธารณสุขผู๎อานวยการโรงเรียนและคณะบุคลากรครูให๎ความรํวมมือและสนใจในการเข๎ารํวมทากิจกรรม อยํางตํอเนื่อง จุดเดํนการพัฒนาด๎านสังคมขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อคือการบูรณาการ การทางานด๎วยการ ผนึกกาลัง รํวมกันของภาคีขํายการพัฒนา ทัง้ ภาครัฐภาคเอกชนภาคประชาสังคมและเครือขํายองค๑กรชุมชน เพื่อให๎เกิดกระบวนการเรียนรู๎รํวมกันของชุมชน และชุมชนมีบทบาทในการขับเคลื่อนการพัฒนาโดยใช๎ทุนทางสังคม วัฒนธรรมและใช๎ภูมปิ ๓ญญาเป๕นฐานในการพัฒนาชุมชนของตนเองไปสูํเปูาหมายที่ชุมชนต๎องการมุงํ เน๎นการให๎โอกาส แกํชุมชนได๎แสดงศักยภาพออกมาโดยการให๎ชุมชนตัดสินใจแก๎ไขป๓ญหาพร๎อมๆกับการเรียนรู๎ผํานการลงมือปฏิบตั ิจน สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาด๎วยพลังของคนในชุมชนชนเองจนกํอให๎เกิดเป๕นสังคมแหํงการเรียนรู๎และเอื้ออาทรตํอกัน ด๎วยการสร๎างโอกาสแกํคนในชุมชนได๎คิดได๎ทาได๎เรียนรู๎รํวมกันจนเกิดความรักความสมัครสมานสามัคคีภูมิใจในสังคม ชุมชนท๎องถิ่นของตนเองและภูมิใจในจารีตประเพณีของชุมชน (๓) ด้านเศรษฐกิจ ประชาชนตาบลเหลําโพนค๎อสํวนใหญํประกอบอาชีพเกษตรกรรม (ทานา) อาชีพรองคือการรับจ๎างทั่วไป เพื่อยกระดับรายได๎ให๎กับประชาชนในพื้นที่และสร๎างอาชีพให๎กบั ประชาชน องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อจึง ให๎ประชาชนรวมกลุํมกัน เพื่อให๎งํายในการสํงเสริมและสนับสนุนเงินทุน โดยมีกลุํมทีส่ าคัญดังนี้ กลุํมเพาะกล๎าไม๎บ๎านห๎วยยาง หมูทํ ี่ 6 และหมูํที่ 9 ในอดีตเป๕นหมูํบ๎านที่ประชาชนสํวนใหญํมีฐานะยากจน เนื่องจากมีพื้นที่ทากินตํอครอบครัวน๎อยประกอบกับมีพื้นที่สํวนใหญํตดิ กับเทือกเขาภูพาน ไมํสามารถขยายพื้นที่ใน การทาการเกษตรกรรมได๎ ประชาชนสํวนใหญํประกอบอาชีพทานา หาของปุาและรับจ๎างทั่วไป การเพาะพันธุ๑กล๎าไม๎ก็เริ่มจากการไปรับซื้อกล๎าไม๎มาเรํขายเพื่อหารายได๎เสริมให๎กับครอบครัวนอกจากการทา นา โดยเริ่มจากการไปรับซื้อกล๎าไม๎(มะกรูด ,มะนาว) จากกลุํมเพาะพันธุ๑กล๎าไม๎บ๎านดํานมํวงคา ตาบลดํานมํวงคา อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร มาเรํขายแตํเพื่อให๎ได๎กาไรมากขึ้น นายเรํง ยางธิสาร (ประธานกลุํมคน ป๓จจุบัน)ซึ่งเป๕นพํอค๎าเรํขายกล๎าไม๎เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๕ จึงได๎เรียนรู๎การเพาะพันธุ๑กล๎าไม๎ จากกลุํมเพาะพันธุ๑กล๎าไม๎ บ๎านดํานมํวงคา แล๎วทาการเพาะกล๎า มะกรูดและมะนาวด๎วยตนเองกํอนนาไปเรํขาย เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๘ในเบื้องต๎นมีผู๎ เพาะกล๎ามะกรูด และมะนาวเพียงแคํ ๓คน เทํานั้น ตํอมาจึงได๎มีผู๎ทาการเพาะกล๎าไม๎เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และได๎มีการ จัดตัง้ เป๕นกลุํมเพาะพันธุ๑กล๎าไม๎ในปี พ.ศ. ๒๕๔๒โดยมีสมาชิกในขณะนั้น จานวน ๒๗คน และมีการเพาะกล๎าไม๎หลาย ชนิดเพิ่มมากขึ้น จนในป๓จจุบันมีสมาชิกจานวน ๖๒คน จากบ๎านห๎วยยาง หมูํ ๖และหมูํ ๙ มีกล๎าไม๎ ๖๒ชนิด ประมาณ ๓ล๎านต๎น และมีกล๎าไม๎หมุนเวียนตลอดทัง้ ปีประมาณ ๓๐ล๎านต๎น สมาชิกมีรายได๎จากการขายกล๎าไม๎ ประมาณครอบครัวละ ๑๐,๐๐๐ – ๑๕,๐๐๐บาทตํอเดือนและมีพํอค๎ามารับซื้อถึงสวนไมํต๎องไปเรํขายเหมือนแตํกํอน (ข๎อมูล ณ วันที่ ๒๕ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓) กลุํมผลิตน้าผลไม๎ และไวน๑เมํา บ๎านเหลําเหนือ หมูํที่ ๗ ตัง้ เมือ่ วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๔๓ โดยได๎นาลูกเมําซึ่ง เป๕นผลไม๎ที่มีมากในพื้นที่มาดัดแปลงทาเป๕นน้าเมําเพื่อจาหนํายหารายได๎เสริมหลังฤดูกาลทานากลุํมสามารถพัฒนา ผลิตภัณฑ๑และบรรจุภณ ั ฑ๑ ป๓จจุบันได๎พฒ ั นาคุณภาพจนได๎รับการยกระดับคุณภาพระดับ 5 ดาวระดับชาติ เมื่อปี ๒๕๔๙ ป๓จจุบันได๎ขยายผลในการผลิตโดยการนาผลไม๎ชนิดอื่นมาทาผลไม๎ด๎วย เชํน น้าลูกค๎อน้าเสาวรส น้าลูกหมํอน 15/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
น้ามะขามปูอม น้าสมอ ป๓จจุบันกลุํมผลิตน้าผลไม๎และไวน๑เมํา ถือเป๕นกลุํมอาชีพอีกกลุํมหนึ่งที่ถือวําเข๎มแข็งมากใน ป๓จจุบัน นอกจากนี้ องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ยังได๎สํงเสริมให๎ประชาชนปลูกพืชฤดูแล๎ง เพราะองค๑การ บริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ มีอํางเก็บน้าห๎วยโท-ห๎วยยาง และมีลาห๎วยซึง่ เป๕นหัวใจสาคัญของการทาการเกษตรอยูํ 2 สาย ซึง่ ถือวําเป๕นจุดแข็งที่สามารถนามาพัฒนาด๎านการเกษตรได๎ พืชฤดูแล๎งที่สาคัญได๎แกํ ถั่วลิสง ยาสูบ และ มันฝรั่ง โดยองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ได๎เป๕นตัวกลางในการประสานงานกับบริษัทที่รับซื้อ ผลผลิต เพื่อให๎เกษตรกรไมํขาดทุนในการปลูกพืชฤดูแล๎ง องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ มีหมูํบ๎านต๎นแบบเศรษฐกิจพอเพียง คือบ๎านเหลํา หมูํที่ ๕ ซึง่ เป๕น หมูํบ๎านตัวอยํางที่ได๎ดาเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง จนได๎รับการคัดเลือกจากจังหวัดสกลนครและระดับภาคให๎ เป๕นหมูํบ๎านเศรษฐกิจพอเพียงต๎นแบบระดับมั่งมีศรีสุขซึง่ ถือเป๕นหมูํบ๎านจัดการตนเอง สามารถเป๕นตัวอยํางให๎กับ ชุมชนอื่นได๎ จึงมีผู๎สนใจมาศึกษาดูงานเป๕นระยะๆ (๔) ด้านสุขภาพ ดาเนินโครงการคูปองเพื่อสุขภาพโดยการแจกคูปองมูลคํา 2 บาท ตํอครัง้ ที่ออกกาลังกาย เพื่อสะสมแลก ของรางวัล เชํน ไขํไกํ น้าข๎าวกล๎อง ข๎าวฮาง กล๎าไม๎ น้าเมํา เป๕นต๎น โดยสินค๎าที่นามาให๎แลกนั้นล๎วนแล๎วแตํเป๕น ผลิตภัณฑ๑ที่ผลิตในชุมชนทั้งสิ้น เพื่อสร๎างแรงจูงใจให๎ประชาชน หันมาออกกาลังกายกันมากขึ้น โดยกิจกรรมการออก กาลังกายนั้นขึ้นอยูํที่ความถนัดของแตํละบุคคล เชํน การป๓๖นจักรยาน วิ่ง เต๎นแอโรบิค ราไม๎พลองประยุกต๑สาหรับ ผู๎สูงอายุ เป๕นต๎น นอกจากการออกกาลังกายเพื่อสุขภาพแล๎วยังสํงเสริมให๎มีการเก็บขยะเพื่อแลกคูปองรับรางวัลด๎วย ทาให๎องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อได๎รับรางวัลองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นที่ให๎การสนับสนุนการสร๎าง สุขภาพโดยการสํงเสริมการออกกาลังกายดีเดํนประจาปี ๒๕๕๓และชมรมรักษ๑สุขภาพตาบลเหลําโพนค๎อได๎รับรางวัล ชนะเลิศอันดับ ๓ ในการประกวดชมรมสุขภาพดีเดํนจังหวัดสกลนคร ปี ๒๕๕๓ องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ มีนโยบายพัฒนาด๎านคุณภาพชีวติ ของประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะใน ด๎านสาธารณสุขได๎มงุํ เน๎นการบริการสาธารณสุขผสมผสานเชิงรุกทั้งในระดับบุคคลครอบครัวชุมชนและสังคม ให๎บริการอยํางตํอเนื่องสามารถให๎คาปรึกษาและสํงตํอผู๎ปุวยได๎ตลอดเวลาโดยมีเปูาหมายหลักคือการสํงเสริมให๎ ประชาชนได๎รับบริการสุขภาพอยํางเสมอภาคเป๕นธรรมและการสํงเสริมให๎ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพตนเองได๎ด๎วย การลดพฤติกรรมเสี่ยงตํอการเกิดโรคโดยองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ มีกลไกหลักที่สาคัญในการขับเคลื่อน งานด๎านสุขภาพในชุมชนคืออาสาสมัครสาธารณสุขประจาหมูบํ ๎าน (อสม.) อาสาสมัครดูแลผูส๎ ูงอายุ (อผส.) อาสาสมัครกู๎ชีพกูภ๎ ัยฉุกเฉินและกลุํมจิตอาสาสุขภาพในชุมชนโดยเข๎ามามีสํวนรํวมในการดูแลกลุํมเด็กและสตรีกลุํม เด็ก 0-5 ปีกลุํมวัยเรียนกลุํมวัยรุํนกลุํมวัยทางานและกลุํมผู๎สงู อายุและจัดทาโครงการ อสม.เยี่ยมบ๎าน เพื่อการ ให๎บริการสุขภาพเชิงรุกในชุมชน โครงการเคาะประตูดูแลผู๎พิการเพื่อให๎ความรู๎ดา๎ นสุขภาพที่จาเป๕นแกํครัวเรือน สามารถชํวยเหลือผู๎พิการได๎อยํางถูกวิธี นอกจากนี้ยงั มีการอบรมการดูแลสุขภาพตัวเองเบื้องต๎นทั้งการสํงเสริมสุขภาพ การควบคุมปูองกันโรคการรักษาพยาบาลเบื้องต๎นการฟื๗นฟูสภาพและการคุ๎มครองผู๎บริโภคตลอดจนการพัฒนาบ๎านอ สม.ต๎นแบบเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให๎เป๕นแบบอยํางที่ดตี ํอสุขภาพแกํประชาชนในพื้นที่ในเขตพื้นที่องค๑การบริหาร สํวนตาบลเหลําโพนค๎อ มีหนํวยบริการปฐมภูมิทเี่ ป๕นเครือขํายคือโรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพตาบลโพนค๎อมีลักษณะ เดํนของการจัดบริการสาธารณสุขเฉพาะคือเภสัชกรนักกายภาพบาบัดแพทย๑แผนไทย เพื่อให๎การชํวยเหลือผู๎ปุวย เบื้องต๎น ไมํต๎องเดินทางไกลไปถึงโรงพยาบาลในตัวอาเภอโคกศรีสุพรรณ นอกจากนี้ยังมีการให๎บริการการหนํวยแพทย๑ฉุกเฉินขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ บริการสํงตํอ ผู๎ปุวยเพื่อนาสํงโรงพยาบาลโคกศรีสุพรรณ อยํางถูกวิธแี ละปลอดภัย ป๓จจุบันมีผู๎ปุวยใช๎บริการประมาณ ๖๐ รายตํอ
16/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
เดือน จากการให๎บริการดังกลําวจนได๎รับรางวัลรางวัลหนํวยกู๎ภยั ดีเดํน ระดับ FR จากสถาบันการแพทย๑ฉุกเฉิน แหํงชาติกระทรวงสาธารณสุข (๕) ด้านการจัดการสภาวะแวดล้อม ทุกปีชาวตาบลเหลําโพนค๎อ ตาบลแมดนาทํม อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนครและตาบลใกล๎เคียงได๎มี ประเพณีสรงน้าพระธาตุดอยอํางกุง๎ มีประชาชนไปรํวมงานเป๕นจานวนมากองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อจึง ได๎จัดกิจกรรมปลูกปุาและบวชปุาในวันเดียวกันเพื่อให๎ประชาชนที่มารํวมงานได๎รํวมกันอนุรักษ๑ปุาบนเทือกเขาภูพาน ซึ่งเป๕นปุาต๎นน้าที่สาคัญในพื้นที่ นอกจากนี้องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อมีทุนทางธรรมชาติที่เป๕นหน๎าผา น้าตก ถ้า ที่มีความสาคัญ ทางประวัติศาสตร๑ เชํน ถ้าผานาง น้าตกศรีตาดโตน ถ้าผาเก พระธาตุดอยอํางกุ๎ง จุดชมวิวเสาเสลี่ยง เป๕นต๎น ที่ผํานมา องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อได๎มีการประชุมรํวมกับผู๎อานวยการสานักงานการทํองเที่ยวแหํงประเทศไทย ภาคตะวันออกเฉี ย งเหนื อเขต ๔ ผู๎ อานวยการการทํอ งเที่ย วและกี ฬ าจัง หวัด สกลนคร ประธานชมรมสํ ง เสริ ม ผู๎ประกอบการการทํองเที่ยวจังหวัดสกลนคร โดยมีนายพิทักษ๑ บริพิศ อดีตนายอาเภอโคกศรีสุพรรณเป๕นประธาน พร๎อมกับมีการเดินสารวจสถานที่จริงเพื่อประกอบการวางแผนงานและจัดรูปแบบในการพัฒนาการทํองเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อเป๕นการอนุรักษ๑ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อมในพื้นที่ตาบลเหลําโพนค๎อให๎เป๕นที่รู๎จักแพรํหลายตํอไปและที่ ผํานมาองค๑ การบริ หารสํวนต าบลเหลําโพนค๎อได๎รับความรํวมมือจากมหาวิทยาลัยมหาสารคามได๎ มาทาการวิจัย รูปแบบการทํองเที่ยวที่เหมาะสมกับตาบลเหลําโพนค๎อเพื่อพัฒนารูปแบบการทํองเที่ยวให๎เหมาะสมตํอไป นอกจากนี้องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อยังได๎ค๎นพบซากฟอสซิลไดโนเสาร๑บริเวณภูยางอึ่งและนาไป ตรวจสอบโดยนายพิทักษ๑ บริพิศ อดีตนายอาเภอโคกศรีสุพรรณพบวําเป๕นซากไดโนเสาร๑จริงอายุประมาณ ๑๐๗ ล๎าน ปี จึงได๎ประสานไปยังกรมทรัพยากรธรณีวิทยาให๎มาตรวจสอบสถานที่ค๎นพบซากฟอสซิลไดโนเสาร๑แล๎วในเบื้องต๎น องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อได๎ประกาศเป๕นเขตห๎ามขุดค๎นตามคาแนะนาของ ดร.อัสนี มีสุข ผู๎อานวยการ สานักคุ๎มครองซากดึกดาบรรพ๑ ตํอมากรมทรัพยากรธรณีวิทยาได๎สํงผู๎เชี่ยวชาญด๎านพิสูจน๑ซากมาตรวจสอบพบวํา ไดโนเสาร๑ที่พบในพื้นที่มี ๒ ประเภท ๓ สายพันธ๑ ได๎แกํประเภทกินเนื้อ และกิ นพืช ประเภทกินเนื้อได๎แกํ สายพันธ๑ สยามโมไทรันนัสอีสานแอสซิสและสายพันธ๑สยามโมซอรัสสุธีธรนิ สํวนประเภทกินพืชได๎แกํสายพันธ๑ภูเวียงโกซอรัส สิ รินธรเนํ โดยได๎ยืนยันเป๕นหนังสือชัดเจนแล๎ว ๗.๒ บทเรียนและประสบการณ์จากการทางานด้านการจัดการสุขภาวะชุมชนของตาบลเหล่าโพนค้อ ๗.๒.๑ บทเรียนจากการทางานด้านการจัดการสุขภาวะชุมชนของตาบลเหล่าโพนค้อร่วมกับเครือข่าย ร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ (ร่วมกับศจค. ร่วมกับศวภ. และร่วมกับสน.๓)จากการทางานรํวมกับด๎านการจัดการ สุขภาวะชุมชนของตาบลเหลําโพนค๎อรํวมกับเครือขํายรํวมสร๎างชุมชนท๎องถิ่นนําอยูํ ซึง่ เป๕นสมาชิกศูนย๑จดั การ เครือขํายองค๑การบริหารสํวนตาบลพิมาน ทาให๎เกิดกระบวนการเรียนรู๎ในการจัดเก็บข๎อมูลชุมชน การวิจยั ชุมชน และ การแลกเปลีย่ นเรียนรู๎สูํการปฏิบตั ิจริงในพื้นที่องค๑การบริหารสํวนตาบลพิมาน โดยสรุปได๎ดงั นี้ (๑) ด๎านการวิจัยชุมชน (RECAP)และแลกเปลี่ยนเรียนรู๎สูํการปฏิบัติการจริง การเข๎ารํวม แลกเปลี่ยนเรียนรู๎สูํการปฏิบัติการจริงกับพื้นที่ตาบลปุาโมง ทาให๎เกิดการเรียนรู๎ในการจัดเก็บข๎อมูลชุมชน การวิจัยชุมชน แนวคิดในการบริหารจัดการกลุํม แหลํงประโยชน๑ เพื่อนามาสูํการปรับใช๎ใ นพื้นที่ในการทา วิจัยชุมชน ทาให๎รู๎จักทุนและศักยภาพของตนเองมากยิ่งขึ้น (๒) ด๎านระบบข๎อมูลตาบล (Thailand Community Network Appraisal Program:
17/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
TCNAP) ได๎เข๎ารับการฝึกปฎิบัติการจริงเกี่ยวกับจัดทาระบบข๎อมูลตาบล ที่องค๑การบริหารสํวน ตาบลพิมาน ซึ่งมาสูํการจัดเก็บและบันทึกข๎อมูล ทาให๎องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ มีระบบข๎อมูล ตาบล(TCNAP) ที่สามารถนามาใช๎ในการพัฒนาตาบลเพื่อสร๎างเสริมสุขภาวะตาบลและบรรลุวิสัยทัศน๑ที่ได๎ตงั้ เอาไว๎ (๓) การแลกเรียนรู๎สูํการปฏิบัติจริง โดยเข๎ารํวมแลกเปลี่ยนเรียนรู๎กับศูน ย๑จัดการเครือขําย องค๑ การบริห ารสํวนตาบลพิมาน ทาให๎เ กิ ดกระบวนการเรีย นรู๎ ในการจัด การศู นย๑ เ รี ยนรู๎ การถอดบทเรี ย น การ แลกเปลี่ยนความรู๎ระหวํางสมาชิกเครือขํายที่เป๕นทีมนักวิชาการและผู๎นาชุมชนที่เข๎ารํวมโครงการ ๗.๒.๒บทเรียนจากการทางานด้านการจัดการสุขภาวะชุมชนขององค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อ ร่วมกับหน่วยงานภาคีอื่นๆโดยสรุปมีดังนี้ (๑) องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อได๎รับคัดเลือกจากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของจังหวัด สกลนครให๎เป๕นพื้นที่นารํองในการจัดสวัสดิการสังคมซึ่งทัง้ จังหวัดจะได๎รับคัดเลือกแคํ ๓ อบต. เทํานั้น จากการได๎รับ การคัดเลือกดังกลําวทาให๎องค๑การบริหารสํวนตาบลได๎รบั การสนับสนุนงบประมาณจาก พมจ.จังหวัด เพื่อจัดการ ฝึกอบรมและพัฒนาอาชีพให๎กับประชาชน เชํน การฝึกอบรมอาชีพทอเสื่อ และศึกษาดูงานนอกสถานทีเ่ พื่อตํอยอด การจัดทาผลิตภัณฑ๑จากเสื่อ และได๎รับการผลักดันผลิตภัณฑ๑สูํตลาดเพื่อให๎เป๕นที่ยอมรับของผูบ๎ ริโภค นอกจากนี้ยังได๎รับงบประมาณในการดาเนินโครงการครอบครัวอบอุํนเพื่อแก๎ไขป๓ญหาเด็กเยาวชนติดยาเสพ ติดและติดเกม โครงการจัดตัง้ สภาเด็กเยาวชน เพื่อให๎เด็กมีเวทีในการแสดงออกทางด๎านความคิด ไมํหมกมุํนกับยา เสพติดและเกม โครงการปรับปรุงบ๎านพักผู๎พิการ เพื่อให๎ผู๎พิการกายอุปกรณ๑ชํวยเหลือการเคลื่อนไหวภายในบ๎าน บ๎าน สะอาดอนามัยดีศรีสมบูรณ๑ เพื่อสํงเสริมให๎ครัวเรือนนารํองที่รํวมโครงการมีความสะอาดนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงมาใช๎ การตกแตํงครัวเรือนด๎วยพืชผักสวนครัวหน๎าบ๎านสวยหลังบ๎านสวน โครงการพัฒนาระบบสวัสดิการออม วันละบาทตาบลโพนค๎อเพื่อให๎ประชาชนรู๎จักระบบการออมและการจัดสวัสดิการแกํสมาชิก ทาให๎ประชาชนได๎รับการ บริการด๎านสวัสดิการและพัฒนาอาชีพทั่วถึงมากขึ้น (๒) ได๎รับคัดเลือกจากเกษตรและสหกรณ๑จังหวัดสกลนคร ให๎เป๕นพื้นที่ในการพัฒนาศักยภาพเกษตรครบ วงจร ในพื้นที่ใต๎อํางเก็บน้าห๎วยโท-ห๎วยยางด๎วย ซึง่ มีสมาชิก ๒๓๐ คน โดยหนํวยงานที่สงั กัดกระทรวงเกษตรและ สหกรณ๑ต๎องมีโครงการมาในพื้นที่เพื่ออบรมและให๎ความรู๎ด๎านการเกษตรโดยสมาชิกทุกคนจะได๎รับการชํวยเหลือทัง้ ทางตรงและทางอ๎อม เชํน การจัดตั้งศูนย๑เรียนรู๎ด๎านการเกษตร โดยมีนายยักษ๑สิทธิ ยางธิสารเป๕นประธาน มีสมาชิก ทั้งหมด ๓๑ คน และได๎รับการสนับสนุนงบประมาณและพันธุ๑สัตว๑เพื่อนาไปเลีย้ งและขยายผลภายในกลุํม ได๎รับการไถ กลบตอซังฟรี จานวน ๕ ไรํ ได๎รับพันธ๑ขา๎ วในการเพาะปลูกฟรี มีการอบรมอาชีพตํางๆ ตามความสนใจของสมาชิก ให๎ คาปรึกษาการทาการเกษตรแกํสมาชิกทุกคน (๓) องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อรํวมกับวิทยาลัยสารพัดชํางจังหวัดสกลนครจัดตัง้ ศูนย๑ซํอมสร๎างที่ อบต.เหลําโพนค๎อ พร๎อมฝึกอบรมผูด๎ ูแลประจาศูนย๑และผู๎สนใจด๎านชํางไฟฟูา ชํางยนต๑ และชํางอื่นๆ ตามความสนใจ นอกจากนี้วิทยาลัยสารพัดชํางยังให๎บริการซํอมเครื่องใช๎ไฟฟูาฟรีกระจายตามหมูบํ ๎านตํางๆเพื่อให๎ประชาชนเข๎าถึง บริการมากที่สุด (๔) ศูนย๑พัฒนาเด็กเล็กถือวําเป๕นงานหลักที่อยูํในความดูแลขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ซึ่งมี อยูํด๎วยกัน 3 ศูนย๑ ดูแลเด็กอายุตั้งแตํ 2-5 ปี แตํมเี ด็กสํวนหนึง่ ที่พํอแมํผู๎ปกครองสํงไปเรียนในโรงเรียนเอกชน ในตัว อาเภอ และตัวจังหวัดซึ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเพื่อแก๎ไขป๓ญหาดังกลําวและสร๎างความมั่นใจแกํพํอแมํผู๎ปกครองในการ จัดการเรียนการสอนของศูนย๑พัฒนาเด็กเล็กทั้ง 3 แหํง องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อจึง ได๎ประสานงานกับ ศูนย๑อนามัยสิง่ แวดล๎อมที่ 7 อุบลราชธานี ให๎มาชํวยประเมินมาตรฐานตามเกณฑ๑ตัวชี้วดั ที่กรมอนามัยสิง่ แวดล๎อม
18/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
กาหนดขึ้น เพื่อปรับปรุงและพัฒนาศูนย๑พัฒนาเด็กเล็กให๎เป๕นศูนย๑พัฒนาเด็กเล็กนําอยูํเทียบเทําโรงเรียนเอกชน จนทา ให๎ศูนย๑พฒ ั นาเด็กเล็กบ๎านโพนค๎อได๎รับรางวัลชนะเลิศศูนย๑พฒ ั นาเด็กเล็กยอดเยีย่ มระดับจังหวัดประจาปี ๒๕๕๓ (๕)องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อได๎ทาบันทึกข๎อตกลงความรํวมมือกับสานักงานอัยการจังหวัด สกลนครเรื่องโครงการสํงเสริมองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นในการคุ๎มครองสิทธิและชํวยเหลือทางกฎหมายแกํ ประชาชน โดยในวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๗ สานักงานอัยการจังหวัดสกลนครได๎จดั ฝึกอบรมให๎ความรู๎ด๎านกฎหมาย แกํผู๎นาชุมชน และผู๎นากลุํมอาชีพตํางๆ ในชุมชน ให๎สามารถเข๎าใจถึงระบบและขั้นตอนการให๎บริการด๎านกฎหมาย เมื่อมีป๓ญหา (6) องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อรํวมกับสาธารณสุขจังหวัดโรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพตาบลโพน ค๎อรํวมกันดาเนินการจัดทาธรรมนูญสุขภาพ เพื่อเป๕นข๎อตกลงรํวมกันกับชุมชนในการปฏิบัตติ ามและบังคับใช๎ในพื้นที่ ให๎ประชาชนมีสุขภาพรํางกายทีส่ มบูรณ๑และแข็งแรงโดยได๎ประกาศใช๎เป๕นที่เรียบร๎อยแล๎ว (๗) กระทรวงแรงงานโดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเป๕นสถานทีจ่ ัดการเรียนการสอนและการฝึกอาชีพและสนับสนุน งบประมาณในการอบรมสาหรับชุมชน(แหลํงเรียนรู)๎ เพื่อให๎มีความรู๎และเชีย่ วชาญในการพัฒนาอาชีพผลิตภัณฑ๑ใน ชุมชนตรงกับความต๎องการในตลาดมากเชํนอาชีพตัดเย็บการจักรสานการแปรรูปผลิตภัณฑ๑จากวัสดุในชุมชน (7) องค๑การบริหารสํวนจังหวัดสกลนครสนับสนุนงบการจัดทาโครงการและงบประมาณตํางๆประชาชนใน ชุมชนได๎รับการแก๎ไขป๓ญหาอยํางตํอเนื่องและครอบคลุม (8) สานักงานสิ่งแวดล๎อมภาคที่๑๐เป๕นทีมวิทยากรให๎คาแนะนาแหลํงเรียนรู๎การบริหาร จัดการขยะอยํางครบวงจรสนับสนุนการตํอยอดนวัตกรรมการบริหารจัดการขยะครัวเรือน (9) โรงพยาบาลโคกศรีสุพรรณโรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพตาบลโพนค๎อ รํวมดาเนินการการเก็บข๎อมูลตาบล (TCNAP) การวิจัยชุมชน(RECAP) การวิเคราะห๑ข๎อมูลชุมชนเพื่อให๎เกิดการนาใช๎ ข๎อมูลรํวมกันในการแก๎ไขป๓ญหา (๑0) สานักเกษตรอาเภอโคกศรีสุพรรณสนับสนุนบุคลากรในการให๎ความรู๎สาหรับแหลํงเรียนรู๎เกษตรกรรม ยั่งยืนระบบเศรษฐกิจชุมชน ๗.๓ความพร้อมและศักยภาพของตาบลเหลําโพนค๎อในการสร้างการเรียนรู้ ๗.๓.๑ การกระจายตัวของทุนทางสังคมที่แสดงถึงศักยภาพของตาบลเหล่าโพนค้อ ตารางที่ 1 กระจายตัวของทุนทางสังคมและศักยภาพของตาบลเหลําโพนค๎อ(วิเคราะห๑ทุนและศักยภาพที่ แก๎ป๓ญหาในแตํละด๎านตามที่ปรากฏจริง) หมู่ ทุนทางสังคม 1. ด้านการเมืองการปกครอง (1) ทุนบุคคล (2) กลุํมและองค๑กร (3) หนํวยงาน/องค๑กรภาคี (4) แหลํงประโยชน๑ 2. ด้านสังคม (1) ทุนบุคคล (2) กลุํมและองค๑กร (3) หนํวยงาน/องค๑กร
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
2 1
1 1
1 1
5 1
1 1
3 -
3 1
1 1
1 1
1 -
1 1
20 9
3 1
1 1 -
4 4 1 1 2
4 1 1
4 6 1
1 -
3 1 -
2 1
5 2 -
2 1 -
31 14 7
10 11
รวม
19/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 หมู่
๑ ทุนทางสังคม ภาคี (4) แหลํงประโยชน๑ 1 3. ด้านเศรษฐกิจ (1) ทุนบุคคล 3 (2) กลุํมและองค๑กร 4 (3) หนํวยงาน/องค๑กร ภาคี (4) แหลํงประโยชน๑ 3 4. ด้านสุขภาพ (1) ทุนบุคคล 1 (2) กลุํมและองค๑กร (3) หนํวยงาน/องค๑กร 2 ภาคี (4) แหลํงประโยชน๑ 5. ด้านการจัดการสิ่งแวดล๎อม (1) ทุนบุคคล (2) กลุํมและองค๑กร (3) หนํวยงาน/องค๑กร ภาคี (4) แหลํงประโยชน๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
1
1
5
2
2
3
-
2
1
1
19
5 2 -
4 2 -
2 3
4 4 -
5 4 -
4 4 3 1 - -
3 2
4 1 -
2 2 -
41 28
2
-
-
-
2
-
-
4
2
-
13
1 1
-
2 -
2 -
2 -
1 -
2 -
1 -
-
-
-
-
-
-
-
1 -
16 2
-
3 1 -
-
-
-
-
1 -
-
1 1 -
1
-
-
-
-
-
-
-
- - - 1 (1) ทุนบุคคล (๒) กลุ่มและ องค์กร (๓) หน่วยงาน/ องค์กรภาคี (๔) แหล่ง ประโยชน์
-
สรุปจานวนทุนทางสังคม
-
10 11
-
รวม
-
2 -
-
2 2 1 110 คน 47 กลุ่ม 6 แห่ง 41 แห่ง
๗.๓.๒ การจัดระบบของงานหรือกิจกรรมของตาบลเหล่าโพนค้อ การให๎สัญลักษณ๑ที่แสดงถึงศักยภาพของงานและกิจกรรม (สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ดาว) และระบุตัวอักษร ที่ แสดงถึงลักษณะสถานะของการพัฒนาแหลํงเรียนรู๎ (น/อ/ร) โดยสัญลักษณ์ ที่แสดงถึงลักษณะศักยภาพของงานและกิจกรรม ได้แก่ สัญลักษณ๑สามเหลี่ยม หมายถึง งานและกิจกรรมที่มีการรวมกลุํมทางานแตํยังไมํ มีรูปธรรมการ ดาเนินงาน จานวน .14งานและกิจกรรม สัญลักษณ๑สี่เหลี่ยม หมายถึง งานและกิจกรรมนั้นมีศักยภาพ สามารถเป๕นแหลํงเรียนรู๎ได๎ แตํยังขาด ความเชื่อมโยงกับงานและกิจกรรมอื่นจานวน 43งานและกิจกรรม สัญลักษณ๑ดาว หมายถึง งานและกิจกรรมนั้นเป๕นงานเดํนของตาบล มีศักยภาพสามารถเป๕นแหลํง เรียนรู๎ได๎ และมีการพัฒนาและเชื่อมโยงกับงานและกิจกรรมอื่น จานวน 26งานและกิจกรรม ตัวอักษร ที่แสดงสถานะของการพัฒนางานหรือกิจกรรมของงานและกิจกรรม
20/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
น อ
ร
หมายถึง งานและกิจกรรมที่ดาเนินการตามนโยบายของรัฐบาลหรือหนํวยงานสํวนกลางแล๎วองค๑กร เจ๎าภาพขอความรํวมมือในการปฏิบัติการจากองค๑กรอื่นและกลุํมอื่นในชุมชน หมายถึ ง งานและกิ จกรรมที่เ กิด จากองค๑ กรชุ มชนตํ า งๆของประชาชนในชุ มชน ทั้ง ริ เ ริ่ มและ ดาเนินการเองโดยอาจได๎รับการสนับสนุนจากองค๑กรอื่นในรูปแบบตํางๆ เชํน งบประมาณ การยก ยํอง การจัดสถานที่ การฝึกอบรมเพิ่มศักยภาพและฝึกทักษะ การเพิ่มโอกาสการเรียนรู๎และข๎อมูล เป๕นต๎น หมายถึง งานและกิจกรรมที่อาจริเริ่มจากทั้งนโยบายรัฐบาล หนํวยงานสํวนกลาง หรือจากองค๑กร ชุมชนของประชาชนในชุมชน มีการดาเนินการรํวมกันแบบมีสํวนรํวม (ทางานเรื่องเดียวกัน แตํมี การแบํงบทบาทหน๎าที่รับผิดชอบและรับประโยชน๑รํวมกัน
ตารางที่ ๓การจัด กลุํม ทุนทางสัง คมที่มีค วามพร๎ อมส าหรับการพัฒนาเป๕ นแหลํง เรี ยนรู๎ จาแนกรายระบบและราย หมูํบ๎าน หมู่
๑ ๒ รายละเอียดระบบ 1. ระบบการบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม 1. การบริหารจัดการแบบมีสวํ น
รํวม 2. กลุํมผู๎ใช๎น้าประปา 3. กลุํมสตรีแมํบา๎ น 4. กลุํมผู๎ใช๎น้าชลประทาน 2.ระบบกองทุนและสวัสดิการ ๑. กลุํมออมทรัพย๑บา๎ นโพนค๎อ สามัคคี ๒.กลุํมข๎าวนาน้าฝน ๓. กลุมํ กองทุนเงินล๎าน 4 กลุํมออมทรัพย๑บ๎านเหลํา ๕.กลุํมฌาปนกิจศพสงเคราะห๑ 6. กองทุนผู๎สงู อายุผู๎พิการและผู๎ตดิ เชื้อเอดส๑ 3.ระบบเศรษฐกิจชุมชนประกอบด๎วย 1. กลุมํ ทอผ๎าไหม ผ๎าพืน้ เมือง 2. ร๎านค๎าชนบทบ๎านโพนค๎อ 3. กลุมํ ข๎าวฮาง ๔.กลุํมแมํบา๎ นเกษตรกร ๕.กลุํมแมํบา๎ นเกษตรกรบ๎านเหลํา เหนือพัฒนา ๖.กลุมํ เพาะพันธุ๑กล๎าไม๎ 7.กลุํมวิสาหกิจชุมชน 8.กลุํมเกลือสินเธาน๑ 9.กลุํมทอเสือ่
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
10
11
อักษร
น
น
ร
น อ อ ร
อ อ อ อ
อ
อ อ อ อ
21/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 หมู่ รายละเอียดระบบ
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๑0.กลุํมโฮมสเตย๑ ๑1. กลุํมสหกรณ๑ยางพารา 4.ระบบเกษตรกรรมชุมชน 1. กลุํมปุย๋ ชีวภาพ 2. กลุํมเลีย้ งโคแมํพันธุ๑ 3. ศูนย๑เรียนรู๎เพิม่ ศักยภาพการเกษตร 4. ศูนย๑สามดา ๕. สวนผักหวานนายเริง ยางธิสาร 6. กลุํมเกษตรผสมผสาน 5.ระบบการเรียนรู๎เพื่อเด็กและเยาวชน 1.กลุํมเยาวชน 2. กลุํมองค๑กรเยาวชนหมูํบ๎าน 3. โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง 6.ระบบดูแลสุขภาพชุมชน 1. กลุํม อสม 2. กลุํมสายใยรักแหํงครอบครัว 3. ศูนย๑บาบัดและฟื๗นฟูสมรรถเด็ก พิเศษและผูพ๎ ิการ 4. รพสต.โพนค๎อ 5.หนํวยกูช๎ ีพตาบลเหลําโพนค๎อ 7.ระบบการอนุรักษ๑วฒ ั นธรรม 1. กลุํมดนตรีพื้นเมือง 2 .กลุํมหมอเหย๐า 8.ระบบทรัพยากรธรรมชาติสงิ่ แวดล๎อมและโบราณสถานโบราณวัตถุ 1..วัดปุาพุทธนิมติ สถิตศรีมาราม 2 .ถ้าผาเก 3. อํางเก็บน้าห๎วยโท ห๎วยยาง 4. พระธาตุดอยอํางกุง๎ 5. สานักสงฆ๑ภูน๎อยอํางแก๎ว 6. กลุํมธนาคารขยะลดป๓ญหา สิ่งแวดล๎อมในชุมชน 7. พิพิธภัณฑ๑พื้นบ๎านหนองเหียน
๙
10
11
อักษร ร อ
อ อ อ ร อ อ อ อ ร น ร
ร น อ
อ อ
ร ร น ร ร ร
อ
รวม สรุปจานวนงานและกิจกรรม
รวม
2๖ แหลํงเรียนรู๎เชี่ยวชาญ 43 แหลํงเรียนรู๎กาลังพัฒนา 14 งานและกิจกรรมรอการ พัฒนา 84 งานและกิจกรรม 22/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
หมายเหตุ ตัวเลขในชํองตารางแสดงถึงจานวนทุนทางด๎านบุคคล งานและกิจกรรม หนํวยงาน องค๑กรภาคี และแหลํง ประโยชน๑ในหมูํบ๎าน โดยแยกตามการจัดการในแตํละด๎าน ดังนี้ ๑. การกระจายตัวของแหลํงเรียนรู๎เชีย่ วชาญจาแนกตามระบบ พบวํา อันดับที่ 1 ร๎อยละ 30.77ระบบเศรษฐกิจชุมชน (จานวน 8 งานและกิจกรรม) อันดับที่ 2 ร๎อยละ 23.07ระบบเกษตรกรรมชุมชน (จานวน ระบบละ 6 งานและกิจกรรม) อันดับที่ 3 ร๎อยละ 15.38 ระบบดูแลสุขภาพชุมชน (จานวน 4 งานและกิจกรรม) อันดับที่ 4 ร๎อยละ 11.53 ระบบการบริหารจัดการท๎องถิ่นแบบมีสํวนรํวมและ ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล๎อมและโบราณสถานโบราณวัตถุ (จานวน ระบบละ 3 งานและกิจกรรม) อันดับที่ 5 ร๎อยละ 3.84 ระบบกองทุนและสวัสดิการและการเรียนรู๎เพื่อเด็กและเยาวชน(จานวนระบบละ 1 งาน และกิจกรรม) ๒. การกระจายตัวของงานและกิจกรรมจาแนกตามหมูํบ๎าน พบวํา อันดับที่ 1 ร๎อยละ 20.48 ตัง้ อยูํ หมูํที่ 6 (จานวน 17 งานและกิจกรรม) อันดับที่ 2 ร๎อยละ 12.04 ตัง้ อยูํ หมูํที่ 1 (จานวน 10 งานและกิจกรรม) อันดับที่ 3 ร๎อยละ 10.84 ตัง้ อยูํ หมูํที่ 3 (จานวน 9 งานและกิจกรรม) อันดับที่ 4 ร๎อยละ 10.84ตั้งอยูํ หมูํที่ 5 และ หมูํ 4 (จานวนหมูํละ 8 งานและกิจกรรม) อันดับที่ 5 ร๎อยละ 8.43 ตัง้ อยูํ หมูํที่ 7 และ หมูํ 9 (จานวนหมูํละ 7 งานและกิจกรรม) อันดับที่ 6ร๎อยละ 6.02ตัง้ อยูํ หมูํที่ 8และ หมูํ 10 (จานวนหมูํละ 5งานและกิจกรรม) อันดับที่ 7ร๎อยละ 4.82ตัง้ อยูํ หมูํที่ 2 (จานวน 4งานและกิจกรรม) อันดับที่ 8ร๎อยละ 3.61ตัง้ อยูํ หมูํที่ 11(จานวน 3งานและกิจกรรม) การจัดระบบของงานหรือกิจกรรมของตาบลเหล่าโพนค้อ ประกอบด้วย 8 ระบบย่อย ดังนี้ (๑) ระบบการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ได๎บริหารงานภายใต๎วิสัยทัศน๑ ประชาชนตาบลเหลําโพนค๎อจะได๎รับ การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี ด๎วยการนาหลักนาหลักปรั ชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช๎ ภายใต๎ การบริ หารการบริหาร จัดการที่ดี ซึ่งตามวิสัยทัศน๑เปูาหมายหลักของพัฒนาคือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให๎มีคุณภาพชีวิตที่ดี ขึ้น เนื่องจากในอดีตที่ผํานมา การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน มักจะเป๕นประเด็นรอง ทาให๎การพัฒนาคุ ณภาพชีวิตของ ประชาชนไมํเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลเทําที่ควร นอกจากการไมํให๎ความสาคัญแล๎ว ยังขาดการมีสํวนรํวมจาก ภาคประชาชน และการเข๎าถึงระบบสวัสดิการตํางๆจากภาครัฐ สํงผลให๎ประชาชนสํวนใหญํที่ไมํมีระบบหลักประกัน ใดๆ ขาดความมั่นคงในการดาเนินชีวิตในป๓จจุบัน สํงผลกระทบตํอคุณภาพชีวิต ทั้งด๎านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม เพื่อให๎การดาเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให๎ดขี ึ้น ประชาชนเข๎าถึงและ ได๎รับประโยชน๑มากที่สุด องค๑การ บริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อจึงได๎ดาเนินงานด๎านตํางๆเพื่อให๎สอดคล๎องกับวิสัยทัศน๑ เกิดการบริหารจัด การแบบมี สํวนรํวมจากทุกภาคสํวน โปรํงใส สามารถตรวจสอบได๎ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด (๒) ระบบกองทุนและสวัสดิการ ในสังคมไทยป๓จจุบันนี้ ยังเป๕นสังคมทีย่ งั ไมํมีสวัสดิการสาหรับทุกคน มีอยูํบ๎างสาหรับอาชีพอยํางข๎าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทเอกชน มีประกันสังคมสาหรับคนทางานที่เป๕นกิจจะลักษณะ แตํมีอีกมากมายที่ไมํ มีหลักประกันใดๆ สังคมไทยยังมีทุนทรัพยากรและทุนทางสังคมวัฒนธรรมอีกมากมายที่สามารถนามาใช๎เพื่อสร๎าง ระบบสวัสดิการได๎ โดยต๎องปรับเปลีย่ นสังคมที่เน๎นการบริโภคมาเป๕นสังคมที่เน๎นการออม การสร๎างวินยั การออมทาให๎ เกิดความมั่นคงในระยะยาว คนก็จะมีกาลังซื้อมากขึ้น ทุกคนต๎องกินต๎องใช๎ ต๎องซื้อ ต๎องมีป๓จจัยสี่อยํางพอเพียง ซึ่งถ๎า 23/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
หากทุกคนมีความมั่นคงเพราะมีการออม และมีระบบสวัสดิการ การใช๎จํายก็จะเกิดขึ้น และมากกวําวันนี้ที่มีการ กระตุ๎นให๎คนใช๎จํายสารพัดวิธี แตํไมํมีเงินซื้อไมํมีเงินจําย องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อได๎เล็งเห็นถึงป๓ญหาที่เกิดขึ้นในป๓จจุบัน จึงมุํงเน๎นและสํงเสริมให๎ ประชาชนมีการออม ซึ่งไมํได๎มงุํ เน๎นเพียงการออมเงินเทํานั้น อาจจะออมข๎าว ออมพันธุ๑ไม๎ ออมที่ดิน และออมทุนทาง สังคม ดังนั้นเพื่อให๎ประชาชนทุกคนมีการออมและมีระบบสวัสดิการที่มั่นคง จึงได๎ให๎การสนับสนุนและสํงเสริมให๎เกิด การออมโดยประชาชนมีสํวนรํวม และสร๎างข๎อตกลงรํวมกัน มีขอ๎ บังคับของกลุํม และได๎จัดการบริหารจัดการตนเอง ภายในหมูํบา๎ น กํอเกิดการออมและสวัสดิการรูปแบบตํางๆ (๓) ระบบเศรษฐกิจชุมชน ประชาชนตาบลเหลําโพนค๎อ มีการทาเกษตรกรรมเป๕นสํวนใหญํ ได๎แกํ ทานา ทาไรํมันสาปะหลัง ปลูกอ๎อย เป๕นต๎น และหลังจากฤดูการเก็บเกี่ยวประชาชนก็ไมํมีงานทา เกิดการวํางงานเป๕นจานวนมาก มีรายได๎น๎อยกวํารายจํา ย ดังนั้นผู๎นาชุมชนจึงมีแนวคิดวําจะทาอยํางไรให๎คนในชุมชนเกิดรายได๎เสริม จึงได๎เกิดการรวมตัวกันในชุมชนเพื่อแปรรูป ผลิตภัณฑ๑ประกอบกับในชุมชนมีการปลูกไม๎ไผํจานวนมาก จึงมีแนวคิดที่จะนาไม๎ไผํมาเพิ่มมูลคํา เพื่อให๎ชุมชนมีรายได๎ สามารถสร๎างรายได๎ได๎แกํ การทอผ๎า ผลิตข๎าวฮางโดยมีกลุํมกองทุนทางสังคมทั้งหมดในระบบเศรษฐกิจชุมชน (๔) ระบบเกษตรกรรมชุมชน การผูกขาดอานาจทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ ตลอดระยะเวลาทีผ่ ํานมา เป๕นป๓ญหาและอุปสรรคตํอการ พัฒนาประเทศเป๕นอยํางยิ่ง และเป๕นสาเหตุของความขัดแย๎ง ความแตกแยกที่ระเบิดออกมาอยํางรุนแรงในระยะ 10 ปีที่ผํานมาและในขณะป๓จจุบัน ใครมีอานาจออกกฎหมาย กฎหมายก็รับใช๎คนมีอานาจ เกษตรกรรมไทยถูกครอบงา ถูกเอาเปรียบ เพราะคนที่มีอานาจทางเศรษฐกิจและการเมืองรวมหัวกันออกกฎหมายผูกขาดเรื่องพันธุ๑พืช พันธุ๑สัตว๑ พันธุกรรม กฎหมายสารเคมี กฎหมายที่ดิน กฎหมายการค๎า ฯลฯ อยํางเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตร เรื่องยางพารา เป๕นอยํางตัวอยําง หลายสิบปีกํอนนี้ เป๕นที่รู๎กันวํา พํอค๎า ข๎าราชการ นักการเมือง สามเสือรวมหัวกันป๓๖นราคาขึ้น ถลํม ราคาลงเพื่อประโยชน๑ของตน โยนป๓ญหาไปที่ราคาตลาดโลกตลอด ซึง่ ก็มีสํวน แตํไมํทั้งหมด เชํนเดียวกับพืชเศรษฐกิจ อื่นๆ ที่ชาวบ๎านเป๕นเพียงแรงงานถูกๆ ไมํรู๎เทําทันเลํหเ๑ หลีย่ มของเศรษฐกิจการเมืองแบบผูกขาดนี้ นักธุรกิจมีบทบาท สาคัญในการออกกฎหมายเกีย่ วกับการเกษตร เพราะธุรกิจใหญํๆ สนับสนุนพรรคการเมือง สนับสนุนทุกพรรค เผื่อวํา ใครมาเป๕นรัฐบาลก็จะได๎เข๎าไปมีตาแหนํงสาคัญทีเ่ กี่ยวกับนโยบาย การออกกฎหมาย แล๎วจะแปลกอะไรที่วันนี้มีการ ผูกขาดธุรกิจการเกษตร มีการผูกขาดธุรกิจสารเคมี ปุย๋ ยา แม๎แตํธ.ก.ส. ที่อ๎างวําสํงเสริมเกษตรอินทรีย๑ เอาเข๎าจริง สาขาตํางๆ ก็ยังบังคับโดยตรงโดยอ๎อมให๎เกษตรกรที่กู๎เงิน "ซื้อ" ปุ๋ยยาเคมีจากหนํวยธุรกิจของ ธ.ก.ส. ทาให๎นโยบาย เกษตรอินทรียท๑ ี่เคยเฟื๖องฟูหลายปีกํอนเงียบหายไปเลย ถ๎าจะมีการพูดกันก็อยูํในแวดวงแคบๆ ที่ดิ้นรนกันตามบุญตาม กรรม ถึงเวลาแล๎วที่ชุมชนจะต๎องหันมาผลิตเอง บริโภคเอง เพื่อความปลอดภัยในชีวิต ปลูกทุกอยํา งที่กินได๎ กินทุกอยํางที่ ปลูก นอกจากความปลอดภัยแล๎วยังสามารถลดรายจํายในครัวเรือนได๎ด๎วย ระบบเกษตรกรรมชุมชน (๕) ระบบการเรียนรู้เพื่อเด็กและเยาวชน องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อมองเห็นวําเด็กและเยาวชนที่อยูํในชุมชนนั้นเป๕นกลุํมที่มีความเสี่ยง ตํอสิ่งยั่วยุตํางๆ เชํน สิ่งยั่วยุทางเพศ ยาเสพติด อาชญากรรม การใช๎ดนตรีและศิลปะจะเป๕นสื่อที่มีพลังในการดึงให๎เด็ก และเยาวชนหันมาสนใจและทากิจกรรมทางด๎านดนตรีและศิลปะ เพื่อให๎เกิดการพัฒนาตนเองจากภายในจิตใจ การ สอนให๎เด็กแตํงเพลงจะชํวยให๎เด็กสามารถถํายทอดความรู๎สึก การสื่อสารความต๎องการของตนเอง สื่อสารให๎ผู๎อื่น เข๎าใจผํานบทเพลง และเป๕นการสร๎างโอกาสและความเชื่อมั่นให๎กับเด็กและเยาวชน โดยการจัดตั้งกลุํมให๎มีเครือขําย ในทุกหมูํบ๎านบ๎านละ ๒ คน แล๎วนาไปขยายผลเพิ่มสมาชิกขึ้นเรื่อยๆ โดยศูนย๑รวมของกลุํมอยูํที่ อบต.เหลําโพนค๎อ ซึ่ง จะมีการจัดกิจกรรมอยูํตลอด มีห๎องไอที มีการสอนพิเศษและกิจกรรมให๎ทาอยูํตลอดเวลา 24/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
(๖) ระบบดูแลสุขภาพชุมชน จากป๓ ญหาเรื่องสุขภาพของประชาชนในชุ มชนเนื่องจากสมัยกํ อนด๎า นการแพทย๑ การสาธารณสุขใน ชนบทมีไมํทั่วถึง เจ๎าหน๎าที่สาธารณสุขหรือหมออนามัยมีน๎อย จึงทาให๎มีแนวคิดในการให๎ประชาชนดูแลสุขภาพกันเอง โดยกระทรวงสาธารณสุขได๎เห็นความสาคัญของป๓ญหาจึงจัดตั้งโครงการอาสาสมัครสาธารณสุขขึ้นมาเพื่อเป๕นการให๎ ประชาชนได๎ดูแลสุขภาพของตนเองโดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขเป๕นแกนนาในการดูแลสุขภาพ (๗) ระบบการอนุรักษ์วัฒนธรรม การดารงชีวิตความเป๕นอยูํที่เปลี่ยนไปในป๓จจุบัน ทาให๎วัฒนธรรมที่เคยมีมาเริ่มจางหายไปด๎วยมีคํานิยม ทั้งทางด๎านอาหาร เครื่องนุํงหํมการแตํ งกาย มรดกที่บรรพบุรุษเคยสร๎างมาเริ่ มจางหายโดยประชาชนรุํนหลังลื ม ประเพณีวัฒนธรรมวิถีชี วิตความเป๕นอยูํทาให๎เ กิดป๓ ญหาตํ างๆได๎ แกํ ป๓ญ หาด๎านเศรษฐกิจประชาชนหันไปซื้อของ ตํางประเทศรวมทั้งดนตรีที่เยาวชนรุํนหลังหันไปนิยมดนตรีสากลมากขึ้นป๓ญหาด๎านสังคมประชาชนมุํงหน๎าทางานไมํมี เวลาสร๎างสัมพันธ๑อันดีงามกับคนในชุมชนรวมถึงการเข๎าวัดฟ๓งธรรมป๓ญหาด๎านสุขภาพวิถีชีวิตความเป๕นอยูํประชาชนมี วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปทั้งในด๎านอาหารจึงทาให๎ประชาชนเกิดโรคตํางๆเชํนโรคเบาหวานความดันโลหิตสูงป๓ญหาด๎าน การเมืองการปกครองมีการเลื่อมล้าทางด๎านสิทธิมนุษยชนกันมากขึ้นตํอมาคนในชุมชนและผู๎นาชุมชนจึงรวมตัวกัน เพื่ออนุรักษ๑ประเพณีวัฒนธรรมที่มีให๎คงอยูํให๎ลูกหลานได๎ศึกษาเรียนรู๎และถํายทอดวัฒนธรรมอันดีงามตํอไป (8)ระบบทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและโบราณสถานโบราณวัตถุ องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ มีพื้นที่ติดกับภูเขาและมีสถานที่ทํองเที่ยวที่เป๕นแหลํงทํองเที่ยวธรรมชาติ เชํน ผานาง น้าตกศรีตาดโตน ถ้าผาเก ถ้าอํางกุ๎ง จุดชมวิวเสาเฉลียง จุดชมวิวพระธาตุดอยอํางกุ๎ง จุดชมวิวภูผาเจื่อน อําง แก๎ว นอกจากนี้ยังมี แหลํงทํองเที่ย วประวัติศาสตร๑ โบราณคดี เชํน ภาพเขียนกํอนประวัติศาสตร๑ จุด ที่พบซาก ฟอสซิ ลไดโนเสาร๑ โบสถ๑ ดิ น พระธาตุด อยอํ า งกุ๎ง วัด ศรี แ ก๎ว ส านั กสงฆ๑ ภู น๎อยอํ า งแก๎ว และแหลํง ทํองเที่ย ว ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตตํางๆของท๎องถิ่นเพื่อคงไว๎ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติที่เป๕นแหลํงประโยชน๑ในพื้นที่ เป๕นการอนุรักษ๑ ดินน้ าปุา โบราณสถาน โบราณวัต ถุ และเพื่อให๎ คนรุํ นหลัง ได๎ศึ กษาเรียนรู๎ จึง สมควรที่จะมีอนุรักษ๑ ทะนุบารุงรักษา เพื่อให๎คงอยูํสืบไป ๗.๓.๓ นวัตกรรมด้านการจัดการสุขภาวะของตาบลเหล่าโพนค้อ (๑) นวัตกรรมด้านการจัดการตนเอง ตาบลเหลําโพนค๎อมีหลายหมูบํ ๎านที่สามารถจัดการตนเองได๎ในหลายๆเรื่อง ไมํวําจะเป๕นระบบการบริหาร จัดการแบบมีสํวนรํวม ระบบสวัสดิการสังคม และระบบทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล๎อม ตัวอยําง เชํน บ๎านห๎วย ยางหมูํ 6 หมูํ 9 ได๎มีการพัฒนาและจัดการตนเองจากหมูํบ๎านทีย่ ากจนที่สุดในจังหวัดสกลนคร มาเป๕นหมูบํ ๎าน เศรษฐกิจพอเพียงนารํองของอาเภอโคกศรีสุพรรณ หลังจากได๎รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระ เจ๎าอยูํหัวในการสร๎างอํางเก็บน้าให๎ ประกอบกับความขยันหมั่นเพียรของชาวบ๎าน จึงได๎กํอเกิดกลุํมตํางๆ ทีล๎วนเป๕น การจัดการตนเองจนมีชีวิตความเป๕นอยูํทดี่ ีขึ้น เชํน กลุํมผู๎ใช๎น้าชลประทาน กลุํมผู๎ใช๎ประปา ซึง่ เป๕นการจัดการตนเอง ในหมูํบ๎านเพื่อจัดสรรแบํงป๓นน้า กลุํมธนาคารขยะที่เกิดผลดีในด๎านสิ่งแวดล๎อมและสวัสดิการ นอกจากนี้ยงั มีกลุํม ฌาปนกิจตํางๆหลายๆกลุํมที่เป๕นกลุํมสวัสดิการชํวยเหลือซึ่งกันและกันในชุมชน เมื่อเห็นผลดีที่เกิดขึ้นที่บ๎านห๎วยยางได๎มีการนาไปตํอยอดและขยายผลไปยังบ๎านอื่นๆอีก หลายหมูํบ๎าน และโรงเรียน ทั้งในเรื่องการจัดตั้งธนาคารขยะได๎ขยายผลไปยังบ๎านเหลํา บ๎านโพนสูง บ๎านน๎อยหนองไผํ สวนและกาลังจะเกิดขึ้นในอีกหลายหมูํบ๎านจนครอบคลุมทั้งตาบล ซึ่งนอกจากจะสํงผลดีในเรื่องความสะอาดแล๎ว ยัง กํอเกิดระบบสวัสดิการจากรายได๎การขายขยะเป๕นเงินฌาปนกิจชํวยเหลืองานศพ ในด๎านการอนุรักษ๑ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อมโดยเฉพาะการอนุรักษ๑พันธุ๑สัตว๑น้า
25/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
และเพาะขยายพันธุ๑ได๎มีหลายหมูํบ๎านได๎ทาประชาคม และจัดการตนเองในการประกาศเขตห๎ามจับสัตว๑น้าเชํน บ๎าน ดงน๎อย บ๎านหนองเหียน เป๕นต๎น (๒) นวัตกรรมด้านการพัฒนา การพัฒนาตาบลเหลําโพนค๎อจะเน๎นจุดเปลี่ยนที่สํงผลกระทบตํอการแก๎ป๓ญหาและพัฒนาในพื้นที่ เส๎นทางการพัฒนาขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อซึ่งเกิดจากป๓ญหาและความต๎องการของคนในชุมชนที่ ต๎องการอยูํ รํวมกั นอยํ า งมี ค วามสุ ข มี ค วามรั กและสามั ค คี โ ดยอาศั ย ความรํ วมมื อของทุกภาคสํ วนในการพัฒ นา โดยเฉพาะความรํวมมือขององค๑กรหลักในชุมชนอัน ได๎แกํผู๎นาท๎องที่ผู๎นาท๎องถิ่นและองค๑กรภาครัฐในตาบลที่ต๎อง ทางานรํวมกันอยํางบูรณาการจนเกิดนวัตกรรมด๎านการพัฒนาที่เกิดจากหลายภาคสํวนหนุนเสริมซึ่งกันและกันโดยมี เปูาหมายรํวมกั นคือการพัฒนาคุ ณภาพชีวิตของประชาชนให๎มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอยํางยั่งยืน เชํน การในด๎านการ สํงเสริ มคุณภาพชีวิตประชาชนในด๎านการนาสํง เพื่อรักษาอาการเจ็บปุวย ได๎กํอเกิดระบบหนํวยแพทย๑ฉุกเฉิน ที่ สามารถประยุกต๑และพัฒนาการบริการประชาชนจนได๎รับรางวัลระดับเขตสองปีซ๎อน และรางวัลระดับประเทศอันดับ ที่ สาม นอกจากนี้ในการสํงเสริมการประกอบอาชีพให๎กับประชาชน และสํงเสริมระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ได๎กํอเกิด โรงหมัก โรงผสมและอัดเม็ดปุ๋ยชีวภาพ เพื่อให๎ประชาชนได๎ใช๎บริการและลดต๎นทุนการผลิต รวมทั้งเป๕นการดาเนิน ชีวิต ตามแนวทางเศรษฐกิ จพอเพีย ง จนได๎ รับ รางวัล องค๑ กรปกครองสํวนท๎องถิ่ นที่มีการบริห ารจัด การที่ดี จาก นวัตกรรมโรงผลิตปุ๋ยชีวภาพ (๓) นวัตกรรมด้านการลดปัจจัยเสี่ยงและสร้างปัจจัยเสริมทางสุขภาพของตาบลเหล่าโพนค้อ การดาเนินงานในด๎านนวัตกรรมการลดป๓จจัยเสี่ยงและสร๎างป๓จจัยเสริมทางสุขภาพให๎กับประชาชนตาบล เหลําโพนค๎อ ได๎กํอเกิดนวัตกรรม โครงการคูปองเพื่อสุขภาพโดยการแจกคูปองมูลคํา 2 บาท ตํอครั้งที่ออกกาลังกาย เพื่อสะสมแลกของรางวัล เชํน ไขํไกํ น้าข๎าวกล๎อง ข๎าวฮาง กล๎าไม๎ น้าเมํา กระเป๋าจากผ๎าไวนิล เป๕นต๎น และยังมี กิจกรรมป๓๖นจักรยานเก็บขยะแลกคูปองสาหรับเด็กนักเรียน และผู๎ปกครอง ซึ่งได๎สํงผลตํอการลดป๓จจัยเสี่ยงทั้งในด๎าน ระบบการดูแลสุขภาพ การเรียนรู๎ของเด็กและเยาวชน การออกกาลังกาย และการลงทุนด๎านสุขภาพ จนทาให๎องค๑การ บริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อได๎รับรางวัลองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นที่ให๎การสนับสนุนการสร๎างสุขภา พโดยการ สํงเสริมการออกกาลังกายดีเดํนประจาปี ๒๕๕๓และชมรมรักษ๑สุขภาพตาบลเหลําโพนค๎อได๎รับรางวัลชนะเลิศอันดับ ๓ ในการประกวดชมรมสุขภาพดีเดํนจังหวัดสกลนคร ปี ๒๕๕๓ และยังได๎มีโครงการนวัตกรรมโรงผลิตปุ๋ยชีวภาพที่ สํงเสริมให๎ทุกหมูํบ๎านมีโรงหมักผสมปุย๋ กํอเกิดเกษตรกรรมยั่งยืนสูํอาหารเพื่อสุขภาวะ นอกจากนี้ องค๑การบริหารสํวน ตาบลเหลําโพนค๎อยังได๎มุํงเน๎นในการอนุรักษ๑ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม เชํน การสนับสนุนการประกาศเขต อนุรักษ๑พันธุ๑สัตว๑น้า การสร๎างฝายชะลอน้า การให๎นักทํองเที่ยวปลูกต๎นไม๎ในบริเวณที่ไปทํองเที่ยว การปลูกหญ๎าแฝก เพื่อการอนุรักษ๑ ดิ นและน้ า การจัด ตั้ง ธนาคารขยะ ซึ่ง เป๕นการลดป๓จจัย เสี่ย งทางสุ ขภาพในประเด็น การจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม สํวนประเด็นการควบคุมยาสูบ การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล๑และการลด อุบัติเหตุจราจรได๎จัดประชุมประชาคมทุกหมูํบ๎าน เพื่อจัดทาข๎อตกลงในการควบคุมยาสูบ และโครงการงานศพ งาน บุญประเพณีปลอดเหล๎า ในประเด็นครอบครัวอบอุํนและตั้งครรภ๑ในวัยรุํน องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อได๎ ดาเนินการโครงการ ครอบครัวอบอุํน , โครงการคํายกายจิตสังคมบาบัด เป๕นต๎น (๔) ผลที่ได้รับจากการพัฒนานวัตกรรมการจัดการสุขภาวะของตาบลใน ๕ ด้าน (๑) ด๎านการเมืองการปกครอง จากการพัฒนานวัตกรรมการจัดการสุขภาวะ โดยองค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อ ได้นาหลักแนวคิดหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและหลักการบริหารจัดการทีด่ ีเพือ่ ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวติ ที่ดแี ละเกิดความพึงพอใจ สูงสุด ส่งผลให้เกิดการมีสว่ นร่วมในการดาเนินการพัฒนาตาบล ไม่มีปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้นในพื้นที่ ก่อเกิด ความ สามัคคีปรองดอง ทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน (๒) ด๎านสังคม
26/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
เนื่องตาบลเหลําโพนค๎อเป๕นสังคมชนบททีอ่ ยูํกันแบบพี่น๎องมีความเอื้อเฟื๗อเผื่อแผํกันชํวยเหลือซึ่งกันและกันประชากร สํวนใหญํ เป๕น ชนเผําภูไท ที่รักสงบ และมีวัฒนธรรมในการเคารพเชื่อฟ๓งผู๎ที่อาวุโสกวํา การดาเนินกิจกรรมตํางๆ จึง ดาเนินการได๎งําย ผลจากการพัฒนานวัตกรรมการจัดการสุขภาวะของตาบล ในด๎านสังคม จึงทาให๎มีอาสาสมัคร และ ผู๎มีจิตอาสามากมายทีพ่ ร๎อมในการที่จะให๎ความรํวมมือในการทางานรํวมกับองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ และภาคีเครือขําย (๓) ด๎านเศรษฐกิจ การดาเนินการพัฒนานวัตกรรมตาบลจัดการสุขภาวะของตาบลเหลําโพนค๎อ ได๎สงํ ผลในด๎านเศรษฐกิจ แบบเกื้อกูลซึง่ กันและกัน จากการกํอเกิดกลุํมตํางๆที่มาจากป๓ญหาในพื้นที่ และการนาใช๎ทุนและศักยภาพที่มีในพื้นที่ ให๎เกิดประโยชน๑สูงสุด เชํน กลุํมแปรรูปน้าผลไม๎ กลุํมเพาะพันธุ๑กล๎าไม๎ ได๎เกื้อกูลกันในการที่กลุํมเพาะพันธุ๑กล๎าไม๎จะ ซื้อเมล็ดพันธุ๑ที่คั้นเอาน้าแล๎วมาเพาะพันธุ๑ แล๎วขายคืนต๎นพันธุ๑ให๎กลุํมแปรรูปน้าผลไม๎ไปปลูกตํอไป (๔) ด๎านสุขภาพ จากการดาเนินกิจกรรมในด๎านพัฒนานวัตกรรมตาบลจัดการสุขภาวะของตาบลเหลําโพนค๎อ ได๎สํงผลใน ด๎านสุขภาพในหลายด๎าน เชํน ด๎านสุขภาพกาย ประชาชนมีโอกาสได๎ออกกาลังกาย ทาให๎รํางกายแข็งแรงลดเสี่ยง ลด โรค ด๎านสุขภาพจิต ประชาชนมีโอกาสพบปะพูดคุย เกิดกลุํม เกิดสังคม และการแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ ลดป๓ญหาซึมเศร๎า ได๎ (๕) ด๎านการจัดการสภาวะแวดล๎อม การพัฒนานวัตกรรมตาบลจัดการสุขภาวะได๎เกิดผลในด๎านการจัดการสภาวะแวดล๎อม ในหลายเรื่อง เชํนการจัดตั้ง ธนาคารขยะ นอกจากทาให๎บ๎านเรือนสะอาด ไมํมีการสะสมขยะและแหลํงบํมเพาะเชื้อโรคแล๎ว ยังกํอให๎เกิดรายได๎ เกิดระบบสวัสดิการงานศพ การดาเนินการประกาศเขตอนุรักษ๑พันธุ๑สัตว๑น้า ทาให๎แหลํงอาหารเพื่อสุขภาวะเพิ่มขึ้น การปลูกต๎นไม๎ หญ๎าแฝก และสร๎างฝายชะลอน้ากํอให๎เกิดการอนุรักษ๑ดินและน้า ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล๎อม ให๎คงอยูํสืบไป ๗.๓.๔ขีดความสามารถของบุคลากร (๕ นักสร๎างเสริมสุขภาวะชุมชน) องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อได๎มีการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให๎เป๕นนักพัฒนาสุขภาวะทั้ง๕นัก เป๕นกลไกสาคัญในการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่และเครือขํายดังนี้ 1) นักบริหารประกอบด๎วยนายกองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ และปลัดองค๑การบริหาร สํวนตาบลเหลําโพนค๎อมีบทบาทสาคัญในการที่จะนาพาโครงการสุขภาวะตาบลไปสูํความสาเร็จได๎กาหนดแผนงาน โครงการตํางๆรวมถึงการผลักดันนโยบายให๎เกิดผลในพื้นที่หรือแหลํงเรียนรู๎ตํางๆที่ได๎เข๎ารํวมดาเนินการซึ่งนักบริหาร ขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อเป๕นผู๎ที่มีความพร๎อมและมีศักยภาพความเป๕นผู๎นาที่จะนาพาทีมงานคณะ ทางานรํวมสร๎างชุมชนให๎เข๎มแข็งโดยให๎สอดคล๎องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของท๎องถิ่นจากการเข๎ารํวมโครงการนัก บริหารได๎มีโอกาสในการเข๎ารํวมอบรมเรียนรู๎ นายอนุสรณ๑ พลราชม นายกองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อคนป๓จจุบันมีความรู๎ ความสามารถในการบริหารงานท๎องถิ่นและประสานงานกับหนํวยงานตํางๆได๎เป๕นอยํางดีโดยดารงตาแหนํง เป๕นนายกองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อมาอยํางตํอเนื่อง๔สมัยทาให๎มีประสบการณ๑การบริหารและคุ๎นเคยกับ พื้นที่อยํางรวดเร็วประชาชนตาบลเหลําโพนค๎อเป๕นอยํางดีสามารถประสานงานได๎เป๕นอยํางดีและยังจบการศึกษา ปริญญาตรีด๎านรัฐประศาสนศาสตร๑จึงมีความรู๎ความสามารถการบริหารงานและการพัฒนาท๎องถิ่นเป๕นอยํางดี นายมีชัย อุํนวิเศษปลัดองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎ อดารงตาแหนํงปลัดองค๑การบริหาร สํวนตาบลเหลําโพนค๎อมา๑๒ปีจึงมีความคุ๎นเคยกับพื้นที่ประสานงานกับเครือขํายภาครัฐและเอกชนในอาเภอโคกศรี สุพรรณผู๎นาชุมชนแกนนาและประชาชนตาบลเหลําโพนค๎อเป๕นอยํางดีมีความรู๎ ความสามารถในการบริหารจัดการ และการประสานงานจบการศึกษาปริญญาโทด๎านรัฐประศาสนศาสตร๑จึงเป๕นผู๎ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญและมี ประสบการณ๑ด๎านการบริหารงานท๎องถิ่น 27/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
2) นักวิชาการทีมนักวิชาการตาบลเหลําโพนค๎อเป๕นนักวิชาการที่ผํานกระบวนการพัฒนา ทักษะวิจัยชุมชนเชิงชาติพันธุว๑ รรณา (RECAP) และความสามารถในการประมวลผลวิเคราะห๑ข๎อมูลอยํางเป๕นรูปธรรม ออกแบบและจัด การเรีย นรู๎ ส าหรับ พื้นที่แ ละเครื อขํ า ยเนื่ องจากนั กวิช าการสํวนใหญํ เ ป๕ นคนในพื้นที่แ ละเรี ย นรู๎ กระบวนการทางานอยํางตํอเนื่อง 3) นักจัดการข๎อมูล (TCNAP)องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ คณะทางานมาจากทุกภาค สํวนเชํนคณะผู๎บริหารเจ๎าหน๎าที่พนักงานแกนนาชุมชนผู๎ใหญํบ๎านกานันเด็กและเยาวชนซึ่งประกอบด๎วยทีมพัฒนา ระบบข๎อมูลตาบล (TCNAP) ประกอบด๎วย 5 ทีมทีมบริหารจัดการข๎อมูลทีมเก็บรวบรวมข๎อมูลทีมตรวจสอบข๎อมูลทีม บันทึกข๎อมูลทีมวิเคราะห๑ข๎อมูลและนาใช๎ 4) นักจัดการและกระบวนการประกอบด๎วยหัวหน๎าสานักงานปลัด หัวหน๎าสํวนสํงเสริมการเกษตร หัวหน๎าสํวนการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมและเจ๎าหน๎าที่ขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อมีบทบาทในการ บริหารจัดการกิจกรรมและขับเคลื่อนการดาเนินงานรํวมกับการประสานงานเพื่อให๎ ประสบผลสาเร็จมีการบูรณาการภายในหนํวยงานและภายในตาบลแบบมีสํวนรํวมทีมนักจัดการและกระบวนการใน การจะมีศักยภาพระดมความคิดและมีความสามารถในการผนึกกาลังเพื่อพัฒนาชุมชนของ ตนเองให๎ดีขึ้นแบบมีสํวนรํวม 5) นักสื่อสารชุมชนมีความสามารถในการรับและถํายทอดข๎อมูลขําวสารของตาบลใน รูปแบบตํางๆทางสื่อประชาสัมพันธ๑รวมทั้งมีความคิดสร๎างสรรค๑ในการออกแบบสื่อเรียนรู๎ในแหลํงเรียนรู๎ใน พื้นที่วิทยากรแกนนาซึ่งนักสื่อสารเป๕นสํวนสาคัญในการขับเคลื่อนงานตาบลสุขภาวะให๎การเผยแพรํและ สร๎างหลักการเรียนรู๎อยํางมีศักยภาพทั้งในพื้นที่และเครือขํายนักสื่อสารได๎ทาการอบรมความรู๎และนาความรู๎ที่ได๎ไปตํอ ยอดเพื่อการพัฒนาและทาให๎นักสื่อสารมีการทางานที่ชัดเจนขึ้นมีความเข๎าใจในการสื่อสารเพิ่มมาก ขึ้นประกอบกับการอบรมที่ได๎รับมาจึงทาให๎นักสื่อสารเป๕นนักสื่อสารที่มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น ๗.๔ ศักยภาพในการบริหารจัดการเครือข่าย ๗.๔.1 ประสบการณ๑การจัดการเครือขําย องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อได๎ศึกษากระบวนการดาเนินงานและเรียนรู๎การจัดการเครือขํายตาบล สุขภาวะจากองค๑การบริหารสํวนตาบลปุาโมงอาเภอเดชอุดมจังหวัดอุบลราชธานีกํอให๎เกิดการเรียนรู๎รูปแบบหลักการ กระบวนการขับเคลื่อนตาบลสุขภาวะและเปูาหมายของความสาเร็จในลักษณะการทางานแบบเครือขํายรู๎ถึงการใช๎ทุน และศักยภาพของบริบทพื้นที่ชุมชนท๎องถิ่นในฐานะศูนย๑การจัดการเครือขํายสุขภาวะชุมชนเพื่อให๎ เครือขํายเข๎ารํวม แลกเปลี่ยนเรียนรู๎กระบวนการทางานขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อซึ่งใช๎ทุนและศักยภาพที่มีอยูํในบริบท ของชุมชนท๎องถิ่ นตามมิติ ข องสั ง คมเศรษฐกิ จการเมื องการปกครองสภาพแวดล๎ อมบนฐานของขนบธรรมเนี ย ม ประเพณีวัฒนธรรมและภูมิป๓ญญาท๎องถิ่นนามาขับเคลื่อนในการจัดการเครือขํายจึงได๎กาหนดรูปแบบการขับเคลื่อน รํวมกับเครือขํายดังนี้ ๑) การคัดเลือกเครือขํายที่มีทุนและศักยภาพในท๎องถิ่นเพื่อรํวมการขับเคลื่อน ๒) การทาข๎อตกลงรํวมในการขับเคลื่อนการจัดการเครือขํายตาบลสุขภาวะชุมชนตามรูปแบบที่กาหนดขึ้น ๓) ค๎นหาแหลํงทุนทางสังคมและศักยภาพของเครือขํายเพื่อกาหนดรูปแบบการขับเคลื่อน ๔) กาหนดกระบวนการเรียนรู๎ตามทุนและศักยภาพขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อที่มีในพื้นที่ เพื่อเป๕นแนวทางการเรียนรู๎ของเครือขําย ๕) กาหนดรูปแบบการจัดการการเรียนรู๎ออกแบบการติดตามและประเมินผลการขับเคลื่อนตาบลสุขภาวะ ของเครือขํายให๎สามารถนาไปจัดการสูชํ ุมชนท๎องถิ่นให๎เกิดความเข๎มแข็งตํอไปซึ่งองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพน ค๎อได๎กาหนดแนวคิดการพัฒนาโดยใช๎ฐานคิด “เศรษฐกิจพอเพียงนาการพัฒนา”เป๕นรูปแบบการขับเคลื่อนการพัฒนา ทุนและศักยภาพในพื้นที่เพื่อให๎เครือขํายที่รํวมแลกเปลี่ยนเรียนรู๎สามารถนาไปพัฒนาจัดการทุนและศักยภาพในพื้นที่ ชุมชนของเครือขํายได๎ในอนาคต 28/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
๗.๔.๒ประสบการณ๑ในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับพื้นที่ ระดับเครือขําย และระดับประเทศ จากการเข๎ารํวมเป๕นเครือขํายรํวมสร๎างชุมชนท๎องถิ่นนําอยูํขององค๑การบริหารสํวนตาบลปุาโมง อาเภอเดชอุดมจังหวัดอุบลราชธานีในการพัฒนาชุมชนท๎องถิ่นสูํความยั่งยืนองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ได๎ ขับเคลื่อนนโยบายการจัดการสุขภาวะชุมชนยึดกระบวนการมีสํวนรํวมจากทุกภาคสํวนในพื้นที่โดยใช๎ทุนและศักยภาพ ที่มีอยูํในบริบ ทของชุมชนท๎องถิ่ นต าบลเหลํ าโพนค๎อ ประสบการณ๑ที่ได๎ รํวมแลกเปลี่ย นเรีย นรู๎ จนเกิ ดแนวคิด และ แรงจูงใจมาดาเนินการที่องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อนามาขับเคลื่อนในชุมชนคือแหลํงเรียนรู๎ในด๎านเกษตร พอเพียงการดูแลผู๎สูงอายุในชุมชนการสร๎างอาชีพในชุมชนการจัดการขยะในชุมชนโดยได๎นาแนวทางและรูปแบบการ ดาเนินงานมาขับเคลื่อนตามนโยบาย “เศรษฐกิจพอเพียงและหลัก ธรรมาภิบาลขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลํา โพนค๎อ”มุํงเน๎นการพัฒนาเพื่อเป๕นแหลํง เรียนรู๎ของชุมชนมีผู๎รํวมดาเนินการหลักเป๕นแกนนากลุํมและเครือขํายของ ประชาชนในชุมชนสิ่งที่ได๎รับคือผู๎นาแกนนาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ มีทักษะในการจัดการชุมชนตนเอง มีศักยภาพในการสร๎างและนาใช๎ความรู๎ที่เกิดจากปฏิบัติการที่ได๎ผลดีของชุมชนโดยชุมชนเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ และขับเคลื่อนกระบวนการเสริมสร๎างความเข๎มแข็งของหมูํบ๎านในเขตองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ และขยายผลสูํตาบลอื่น ๗.๕การบูรณาการเข้าสูภ่ ารกิจประจา ๗.๕.๑ บูรณาการแนวทางการดาเนินงานของเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นเข้าสูร่ ะบบงานประจาและระบบ การจัดการของพื้นที่ องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ มีเปูาหมายในการพัฒนาชุมชนท๎องถิ่นให๎ประชาชนมีสํวน รํวมประสานการบูรณาการงานระหวํางภาคีเครือขํายโดยองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ มีการจัดระบบของ ศักยภาพและทุนทางสั ง คมเพื่อการสร๎า งการเรี ยนรู๎ มีการพัฒ นากิ จ กรรมวิธีการทางานกระบวนการจัด การด๎ วย ศักยภาพและทุนทางสังคมจะมีการทางานเป๕ นเครือขํายที่สร๎ างการเรีย นรู๎โ ดยการนาใช๎ทุนและศักยภาพในพื้นที่ รํวมกับเพื่อนเครือขําย 1:20 อันจะสํงผลทาให๎องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ในฐานะองค๑กรปกครองสํวน ท๎องถิ่ นที่มีค วามพร๎ อมในการสร๎า งรูป แบบการพัฒ นาพื้นที่อันเป๕นเครื่ องมื อในการทางานแบบมีสํ วนรํ วมซึ่ งเป๕ น แนวทางในการทางานขององค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นทั่วไปอยูํแล๎วดังนั้นองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ และ เครือขํายจะสามารถดาเนินงานเพื่อแก๎ป๓ญหาและสร๎างความอยูํดีมีสุขแกํประชาชนในพื้นที่ด๎วยการ“สร๎างการเรียนรู๎” และสร๎างระบบการทางานรํวมกันเพื่อพัฒนาและหนุนเสริมการจัดการในพื้นที่ให๎เข๎มแข็งยิ่งขึ้น องค๑การบริหารสํวน ตาบลเหลําโพนค๎อได๎แบํงโครงสร๎างสํวนราชการเป๕น 5 สํวนคือสานักปลัดเทศบาลกองคลังกองชํางกองการศึกษาและ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล๎อมในการเชื่อมโยงการดาเนินงานของโครงการตาบลสุขภาวะการทางานเครือขํายกับ ระบบงานประจาของเทศบาลมีดังนี้ ๑) สานักงานปลัดได๎บูรณาการด๎านบริหารจัดการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของสํวนราชการ ของอปท. โดยมีการกาหนดแผนงานเพื่อเป๕นแนวทางในการดาเนินการพัฒนาและด๎านสํงเสริมคุณภาพชีวิต โดยมีการสํงเสริมอาชีพให๎กับชุมชนเพื่อลดป๓ญหาความยากจนในชุมชนและเชื่อมโยงการดาเนินงานตาม แผนงานขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อและโครงการให๎สอดรับในทิศทางที่หนุนเสริมการทางานรํวมกัน โดยการสร๎างการมีความรํวมในการพัฒนากลไกและออกแบบการดาเนินงานที่เหมาะสม ๒) กองคลังได๎บู รณาการด๎านบริห ารจัดการสนับสนุ นการปฏิบัติภารกิ จของสํวนราชการของอปท. โดย สนับสนุนแหลํงเงินทุนการจัดสรรงบประมาณ/เบิก-จํายงบประมาณและสนับสนุนการจัดการด๎าน การเงินและบัญชีของโครงการ ๓) กองชํางได๎บูรณาการด๎านโครงสร๎างพื้นฐานโดยการสนับสนุนจัดทาระบบสาธารณูปโภค และสนับสนุนระบบการจัดการพื้นที่ให๎เอื้อตํอการสร๎างการเรียนรู๎ทั้งในพื้นที่และเครือขําย
29/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
๔) สํวนสํงเสริมการศึกษา ศาสนาวัฒนธรรมได๎บูรณาการด๎านการสํงเสริมศิลปะและวัฒนธรรมท๎องถิ่นเชํน ประเพณีเดือนฮีต 12 ครอง 14 และสนับสนุนการจัดการเรียนรู๎ตํอยอดและพัฒนาศักยภาพของวิทยากรและแหลํง เรียนรู๎ในชุมชน ๕) สํวนสํงเสริมการเกษตรและรักษาการงานด๎านการสํงเสริมสุขภาพและสิ่งแวดล๎อมได๎บูรณการงานที่อยูํใน ความรับผิดชอบทางด๎านการเกษตรและการจัดให๎มีบริการปูองกันสํงเสริมรักษาฟื๗นฟูสุขภาพและดาเนินงานด๎านการ จัดการขยะมูลฝอยพร๎อมทั้งบูรณาการระบบการจัดการสุขภาวะตามทิศทางที่ดาเนินงานภายใต๎โครงการให๎เกิดการบูร ณาการด๎านการจัดการสุขภาพทุกมิติ ๗.๕.๒ บูรณาการงานที่ได้รับการสนับสนุนจากแผนสุขภาวะชุมชน (ปี ๒๕๕๘) เข้าสู่ระบบการ จัดการของพื้นที่ องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อได๎ประสานและบูรณาการกิจกรรมเข๎าสูํมาตรฐานการปฏิบัติงานของ องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อมีแนวทางและยุทธศาสตร๑การพัฒนาดังนี้ (๑) นาใช๎ทุนและศักยภาพในการสร๎างเสริมสุขภาพเฉพาะประเด็นสูํการปฏิบัติในชุมชน ขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อโดยมุํงเน๎นการพัฒนาที่มีการตํอยอดให๎เกิดความยั่งยืนเน๎นการพึ่งตนเองได๎ มีการรวมกลุํมเพื่อมีการถํายทอดแลกเปลี่ยนความรู๎รํวมกันมีการพัฒนาแหลํงเรียนรู๎ในชุมชนให๎สามารถเป๕นแหลํง เรียนรู๎ต๎นแบบกับหมูํบ๎านอื่นๆและมีคณะทางานวิทยากรประจาแหลํงเรียนรู๎ที่สามารถถํายทอดกระบวนการเรียนรู๎ทั้ง ด๎านทักษะและการปฏิบัติและสามารถสร๎างผลผลิตเพื่อสร๎างรายได๎ให๎กับชุมชนในเขตตาบลและตํอยอดนวัตกรรม กิจกรรมของแหลํงเรียนรู๎เกิดความรํวมมือระหวํางกันและกันเป๕นตาบลที่มีความเกื้อกูลและสามัคคี (๒) บูรณาการลดป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพจากการดาเนินการวิจัยตาบลเหลํา โพนค๎อมีทุนทางสังคมในการสํงเสริมสุขภาวะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่สํงผลให๎คนในชุมชนมีสุขภาพดีขึ้น โดยขับเคลื่อนการดาเนินงานด๎านการพัฒนาระบบบริการเพื่อการดูแลผู๎สูงอายุในชุมชนการเฝู าระวังการตั้งครรภ๑ใน วัยรุํนพัฒนาการเด็กปฐมวัยสร๎างเสริมสุขภาพในโรงเรี ยนการดูแลผู๎พิการและผู๎ยากไร๎ผู๎ด๎อยโอกาสและการจัดการ สิ่งแวดล๎อมและมลพิษ (๓) สร๎างการมีสํวนรํวมในกระบวนการจัดการตนเองของชุมชนตาบลเหลําโพนค๎อรวมถึง การจัดการสุขภาวะชุมชนการพัฒนาทั้งทุนและศักยภาพของชุมชนนาไปสูํการพึ่งตนเองเป๕นชุมชนที่สามารถบริหาร จัดการตนเองได๎ทั้งนี้ในการดาเนินกิจกรรมของชุมชนโดยองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อสนับสนุนและสํงเสริม ให๎เกิดการพัฒนาแนวคิดความรู๎ทักษะวิธีการทางานและความสามารถในด๎านอื่นๆภายใต๎กระบวนการและกิจกรรมที่ หลากหลายเชํนการประชุมการอบรมการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู๎การสรุปบทเรี ยนการถอดบทเรียนการเรียนรู๎จาก การปฏิบัติจริงและการเรียนรู๎ข๎ามพื้นที่หรือการศึกษาดูงานเพื่อนามายกระดับการทางานในพื้นที่ตาบลเหลําโพนค๎อ ๗.๕.๓ ทิศทางการพัฒนาในพื้นที่และความยั่งยืน (๑) ทิศทางการขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่และระดับเครือขําย ที่ผํานมาขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อทาให๎สามารถเห็นทุนทางสังคมและศักยภาพของชุมชนที่มีความ หลากหลายมีทั้งทุนและศักยภาพในระดับของตัวบุคคลระดับครอบครัวและชุมชนมีบุคคลที่เป๕นผู๎มีภูมิความรู๎ปราชญ๑ ชาวบ๎านและนักวิจัยชุมชนมีประสบการณ๑สามารถถํายทอดภูมิป๓ญญามีครอบครัวที่สามารถเป๕นต๎นแบบของคนใน ชุมชนและยังมีหมูํบ๎านที่สามารถบริหารจัดการตนเองได๎หลายมิติเมื่อทาการศึกษาสารวจข๎อมูลชุมชนทั้งหมดในเขต ตาบลสามารถที่จะจัดทุนและศักยภาพที่มีอยูํในตาบลได๎อยํางเป๕นระบบโดยกาหนดออกมาเป๕น๘ระบบ๓๕แหลํงเรียนรู๎ มีการกาหนดแหลํงเรียนรู๎ให๎สามารถเป๕นแหลํงเรียนรู๎ภายในชุมชนได๎เชํนระบบบริหารจัดการแบบมีสํวนรํวมระบบการ จัดการสวัสดิการและกองทุนระบบเศรษฐกิจชุมชนระบบเศรษฐกิจยั่งยืนระบบอนุรักษ๑วัฒนธรรมมีแหลํงเรียนรู๎ในแตํ ละระบบภายในชุมชนหลายแหลํงเรียนรู๎เชํนกลุํมเพาะพันธุ๑กล๎าไม๎บ๎านห๎วยยางกลุํมข๎าวฮางกลุํมทอผ๎าไหมกลุํมแปรรูป น้าผลไม๎ ไวน๑เมําฯลฯระบบการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล๎อมมีแหลํงเรียนรู๎ในชุมชนกลุํมบริหารจัดการขยะครบ วงจรในชุมชนและกลุํมสวนปุาชุมชนระบบดูแลสุขภาพโดยชุมชนและระบบการเรียนรู๎เพื่อเด็กและเยาวชนมีแหลํง 30/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
เรียนรู๎เชํนศูนย๑บริการสาธารณสุขการบริการการแพทย๑ฉุกเฉินชมรมผู๎สูงอายุกองทุนหลักประกันสุขภาพกลุํมอนุรักษ๑ พืช สมุ น ไพรองค๑ การบริ ห ารสํ วนต าบลเหลํ า โพนค๎ อ จึง ได๎ กาหนดนโยบายวางทิ ศ ทางการพัฒ นาโดยยึ ด ระบบ ความสัมพันธ๑ของคนครอบครัวและชุมชนเป๕นตัวตั้งโดยการสํงเสริมองค๑ความรู๎ให๎กับคนในชุมชนเชํนการจัดอบรมให๎ ความรู๎สํงเสริมพัฒนาขีดความสามารถในการประกอบอาชีพเพิ่มทักษะสร๎างการเรียนรู๎ด๎านตํางๆให๎เกิดความเข๎มแข็ง จัดระบบการเรียนรู๎ให๎ถูกต๎องตรงกับความต๎องการเน๎นการพัฒนาที่มีการตํอยอดให๎เกิดความยัง่ ยืนเน๎นการพึ่งตนเองได๎ ในระดับครอบครัวและชุมชนให๎มีการรวมกลุํมเพื่อมีการถํายทอดแลกเปลีย่ นความรู๎รํวมกันกาหนดการใช๎ทรัพยากรทีม่ ี อยูํในท๎องถิ่นสร๎างแนวทางการลดรายจํายเพิ่มรายได๎อีกทั้งยังมีการพัฒนาแหลํงเรียนรู๎ในชุมชนให๎สามารถเป๕นแหลํง เรียนรู๎ต๎นแบบกับหมูํบ๎านอื่นๆและมีคณะทางานวิทยากรประจาแหลํงเรียนรู๎ที่สามารถถํายทอดกระบวนการเรียนรู๎ ทั้ง ด๎านทักษะและการปฏิบัติและสามารถสร๎างผลผลิตเพื่อสร๎างรายได๎ให๎กับชุมชนในเขตตาบลและตํอยอดนวัตกรรม กิจกรรมของแหลํงเรียนรู๎เกิดความรํวมมือระหวํางกันและกันเป๕นตาบลที่มีความเกื้อกูลและสามัคคี (๒) การสร๎างความยั่งยืนในการขับเคลื่อนโครงการ องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อได๎มีการจัดระบบแหลํงเรียนรู๎ที่ความเข๎มแข็งเป๕นแหลํงเรียนรู๎ใน ชุมชนที่มีกระบวนการจัดการที่สามารถถํายทอดการจัดการเรียนรู๎ให๎กับชุมชนและเครือขํายนอกพื้นที่ได๎พร๎อมทั้ง สามารถกาหนดให๎เป๕นสถานที่สาหรับให๎บุคคลหรือกลุํมเรียนรู๎นอกเขตตาบลเข๎ามาศึกษาค๎นคว๎าการบริหารจัดการ แหลํงเรียนรู๎ที่มีอยูํในชุมชนองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ จะทาการสร๎างเครือขํายการมีสํวนรํวมในจัดการ ตาบลสุขภาวะสูํชุมชนท๎องถิน่ อื่นๆซึ่งได๎ให๎ความสาคัญกับการมีสํวนรํวมจากทุกภาคสํวนในการพัฒนาชุมชนท๎องถิ่นใน เครือขํายโดยใช๎รูปแบบการขับเคลื่อนกระบวนงานเพื่อพัฒนาชุมชนท๎องถิ่นสูํความยั่งยืนที่มีผลสาเร็จเป๕นที่ประจักษ๑ โดยแหลํงเรียนรู๎ทั้ง๘ระบบ26แหลํงเรียนรู๎ในพื้นที่ชุมชนที่มีความพร๎อมทั้งรูปแบบกระบวนการมีชุดความรู๎วิทยากรที่ มีความรู๎ความสามารถที่จะถํายให๎กับชุมชนหรือเครือขํายตาบลอื่นๆและมีการออกแบบชุดความรู๎การจัดการเรียนรู๎ ให๎กับเครือขํายที่มีความเหมาะสมกับบริบทพื้นที่เครือขํายสามารถนาไปปรับประยุกต๑ใช๎ได๎องค๑การบริหารสํวนตาบล เหลําโพนค๎อจะกาหนดรูปแบบการเรียนรู๎สูํความยั่งยืน๔ขั้นตอนคือ๑) เป๕นพื้นที่ที่มีแหลํงเรียนรู๎หรือเป๕นหนํวยทดลอง เพื่อจัดรูปแบบการเรียนรู๎โดยใช๎ระบบความสัมพันธ๑ของคนครอบครัวและชุมชนเป๕นระบบขับเคลื่อนเพื่อมาแลกเปลี่ยน และตํอยอดการเรียนรู๎๒)แหลํงเรียนรู๎ในระบบตํางๆจะมีรูปแบบการเรียนรู๎โดยการแบํงป๓นและสร๎างการเรียนรู๎รํวมกัน กับเครือขํายเชํนการค๎นหาความรู๎รํวมกันระหวํางแหลํงเรียนรู๎กับเครือขํายเพื่อกาหนดรูปแบบกิจกรรมที่เรียนรู๎รํวมกัน มีการประมวลผลและกลั่นกรองการเรียนรู๎๓) แหลํงเรียนรู๎จะมีการจดบันทึกการเรียนรู๎ของกิจกรรมมีปราชญ๑ชาวบ๎าน นักวิจัยชุมชนนักจัดการเฉพาะด๎าน๔) หลังจากมีการเรียนรู๎รํวมกันตามกระบวนการแล๎วก็จะสามารถเกิดเครือขํายที่มี การนาเอากระบวนการเรียนรู๎ไปพัฒนาตํอยอดได๎ขั้นตอนการพัฒนาในเครือขํายไมํใชํมีการจัดเตรียมแหลํงเรียนรู๎ใน ระบบตํ า งๆที่ให๎ เ ครื อขํา ยสามารถเข๎ า มาเรีย นรู๎ภ ายในเขตตาบลเหลํา โพนค๎ อเทํานั้ นยัง มี การเตรี ยมชุ ดวิทยากร กระบวนการทีมวิจัยชุมชนและผู๎เชี่ยวชาญในระบบการเรียนรู๎กิจกรรมด๎านตํางๆที่มีความชานาญที่สามารถถํายทอด และแลกเปลี่ยนเรียนรู๎นอกพื้นที่ตาบลหรือในเขตพื้นที่เครือขํายได๎ตามที่ต๎องการ 8. เปูาหมาย เพิ่มขีดความสามารถขององค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นในการขับเคลื่อนให๎เกิดระบบการจัดการสุขภาวะชุมชน ของพื้นที่ โดยให๎ความสาคั ญกับการนาใช๎ทุนทางสังคมและใช๎ข๎อมู ลในการกาหนดแนวทางการดาเนินงาน โดยมี องค๑ การบริ หารสํวนตาบลเหลํ าโพนค๎ อเป๕ นกลไกการจัด การเครือขํ ายและใช๎ บทเรียนประสบการณ๑จากพื้นที่ของ องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ในการออกแบบการเรียนรู๎รํวมกันและมีการรวมตัวเป๕นเครือขํายขององค๑กร ปกครองสํวนท๎องถิ่น จานวน ๒๑ แหํง ที่กาหนดประเด็นการขับเคลื่อนรํวมกัน จนสามารถนาไปสูํการพัฒนาระบบ การจัดการตนเองในพื้นที่ได๎ 9. วัตถุประสงค์ ๙.1 เพื่อยกระดับองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ให๎มีขีดความสามารถในการทาหน๎าที่เป๕นศูนย๑จัดการ เครือขํายสุขภาวะชุมชน โดยนาใช๎ทุนและศักยภาพตามบริบทของพื้นที่ 31/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
๙.2 เพื่อพัฒนาระบบการเรียนรู๎รํวมกันขององค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นเครือขําย จนเกิดการปรับเปลี่ยนวิธีคิด และมีการแปลงสูํปฏิบัติการของชุมชนท๎องถิ่นตามบริบทของพื้นที่ โดยมีบทเรียนขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลํา โพนค๎อเป๕นตัวเทียบเคียง ๙.3 เพื่อพัฒนาระบบการจัดการเครือขํายขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ และเครือขํายเฉพาะ ประเด็นที่ขับเคลื่อนให๎เกิดกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะของพื้นที่ และนโยบายสาธารณะที่เป๕นประเด็นรํวม ของเครือขําย ๙.4 เพื่อสนับ สนุนการพัฒ นาและนาใช๎ระบบข๎อมู ล การถอดบทเรียนประสบการณ๑การดาเนินงาน ในการ พัฒนาชุดความรู๎เกี่ยวกับนวัตกรรมการสร๎างเสริมสุขภาวะชุมชนในพื้นที่ขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ และองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นเครือขํายที่ตอบสนองตํอการขับเคลื่อนเครือขํายรํวมสร๎างชุมชนท๎องถิ่นนําอยูํ ๙.5 เพื่อสนับสนุนการเสริมสร๎างภาวะผู๎นาในการขับเคลือ่ นนโยบายและยุทธศาสตร๑การดาเนินงานขององค๑กร ปกครองสํวนท๎องถิ่นและองค๑กรชุมชน ทั้งในองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อและองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น เครือขําย และกลไกของรัฐที่เกี่ยวข๎อง ๙.6 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อและองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น เครือขํายในการพัฒนารูปธรรมการจัดการพื้นที่ การจัดการป๓จจัยเสี่ยงทางสุขภาพและป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ และ รูปธรรมตามข๎อเสนอนโยบายสาธารณะที่เป๕นข๎อตกลงรํวมของเครือขําย 10. พื้นที่เปูาหมาย ประกอบด๎วยองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น จานวน ๒๐ แหํง โดยแตํละโครงการกาหนดเกณฑ๑ในการคัดเลือก อปท.เครือขําย ดังนี้ มีบริบทพื้นที่และแนวทางการพัฒนาที่คล๎ายคลึงกันโดยสมัครเข๎ารํวมเป๕นเครือขําย และเป๕น องค๑ กรปกครองสํวนท๎องถิ่นที่อยูํ ในพื้นที่กลุํ มจังหวัด สกลนคร.1 ประกอบด๎วย จัง หวัด นครพนม จังหวัด บึ ง กาฬ จังหวัดมุกดาหาร ตัวอยํางเชํน เบื้องต๎น ได๎กาหนดเกณฑ๑การคัดเลือกพื้นที่องค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นที่จะรํวมเป๕นเครือขําย จานวน 20 แหํง ดังตํอไปนี้ 1. สมัครใจเข๎า รํวมเป๕นเครื อขําย และมีความพร๎อมทั้งในสํวนของผู๎บ ริหารฝุ ายการเมือง ฝุา ย ประจา ท๎องที่ หนํวยงาน และประชาชนในตาบล โดยจะต๎องมีนักวิชาการหรือบุคลากรที่มี สมรรถนะในการทางานวิชาการและสามารถเรียนรู๎กับเพื่อนเครือขํายได๎ 2. นายกองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น ต๎องมีวาระการดารงตาแหนํง ไมํน๎อยกวํา 1 ปี 6 เดือน 3. ที่ตั้งและพิกัดขององค๑ กรปกครองสํวนท๎องถิ่นเครือขําย ควรอยูํภายในรัศมี 150 กิโลเมตร จากองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ 4. องค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นเครือขํายจะต๎องมีทุนและศักยภาพของพื้นที่ใกล๎เคียงกับ องค๑การ บริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ 5. ทั้งนี้ การเลือกองค๑ กรปกครองสํวนท๎องถิ่นเครือขํ าย สามารถพิจารณาจากรายชื่อ องค๑กร ปกครองสํวนท๎องถิ่นที่เคยเป๕นสมาชิกเครือขํายรํวมสร๎างชุมชนท๎องถิ่นนําอยูํได๎ โดยจะต๎อง ได๎รับการตรวจสอบและยืนยันจากศูนย๑สนับสนุนวิชาการภาค และสานักสนับสนุนสุขภาวะ ชุมชน (สานัก ๓) กํอน 11. ระยะเวลาของชุดโครงการ 1
ทั้งนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได๎ตามความเหมาะสมภายหลังการได๎รบั การอนุมัติโครงการ
32/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
จานวน ๓ ปี ตังแตํวันที่ ๑ เดือน กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๕๘ ถึงวันที่ ๓๐ เดือน มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๑ 12. แนวทางการดาเนิน การดาเนินงานของชุดโครงการ “สานพลังชุมชนท๎องถิ่นนําอยูํสูํการขยายเครือขํายตาบลสุขภาวะสี่มิติ .” ออกแบบให๎เป๕น ๓ โครงการในชุดโครงการ ทั้งนี้ เพื่อให๎มีความชัดเจนในด๎านการจัดการด๎านกาลังคนและการบริหาร จัดการเครือขําย ดังนี้ 1๒.1 เปูาหมายและหลักการของโครงการ ดังนี้ โครงการที่ ๑ เพิ่มขีดความสามารถในการจัดการเรียนรู้ขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพน ค๎อมุํงเน๎นการสนับสนุนและเสริมศักยภาพองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อให๎มีความพร๎อมในการทาหน๎าที่เป๕น “ศูนย๑เรียนรู๎ด๎านการจัดการสุขภาวะชุมชน” และเป๕นกลไกขับเคลื่อนเครือขําย โดยการพัฒนาระบบและโครงสร๎าง การบริหารจัดการ ดาเนินการพัฒนาระบบข๎อมูลตาบล ดาเนินการประเมินทุนและศักยภาพ ยกระดับทุนทางสังคมให๎ เป๕นแหลํงเรียนรู๎ และเพิ่มขีด ความสามารถผู๎นาและวิทยากรชุมชนอยํางเป๕นระบบ ในการนาใช๎เป๕นฐานการเรียนรู๎ สาหรับองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นเครือขําย และเครือขํายอื่นๆ ได๎อยํางมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีศักยภาพในการให๎ คาปรึกษาแกํผู๎นาหรือแกนนาในตาบลเครือขําย โครงการที่ 2 การสนับสนุนการพัฒนาระบบการจัดการตนเองและการจัดการเครือข่าย มุํงเน๎น การสนับสนุนและเสริมศักยภาพให๎องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อพัฒนาศักยภาพของทีมงานให๎ทาหน๎าที่เป๕น กลไกการจัดการเครือขําย (ศูนย๑จัดการเครือขํายสุขภาวะชุมชน) โดยการนาใช๎ข๎อมูลจากวิจัยชุมชน (RECAP) และ ข๎อมูลพื้นฐานของตาบล (TCNAP) มากาหนดประเด็นขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะในระดับพื้นที่และเครือขําย รวมถึง การพัฒนานวัตกรรมการจัดการพื้นที่ นวัตกรรมลดป๓จจัยเสี่ยงทางสุขภาพและป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ การผลิตและ พัฒนาสื่อสาธารณะนาใช๎ในการเผยแพรํสื่อสารเรื่องราว นวัตกรรม แหลํงเรียนรู๎ ที่ เกิดขึ้นในแตํละพื้นที่ รวมถึงใช๎ ประกอบการเรี ยนรู๎ให๎ กับพื้นที่และองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่ นเครือขําย จานวน ๒๐ แหํง ที่จะขยายผลไปสูํการ ขับเคลื่อนระบบการจัดการตนเองของชุมชนท๎องถิ่น จนกระทั่งเกิดเป๕นเครือขํายองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น หรือ เครือขํายเฉพาะเรื่อง เฉพาะประเด็นที่มีการหนุนเสริมการดาเนินงานซึ่งกันและกัน รวมถึงค๎นหาองค๑กรปกครองสํวน ท๎องถิ่นอื่นที่มีความสนใจ ที่มีศักยภาพมีความพร๎อมที่จะพัฒนาและได๎รับการหนุนเสริมให๎เป๕นเครือขํายชุมชนท๎องถิ่น รํวมสร๎างตาบลนําอยูํ โครงการที่ 3 พัฒนาศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้อ งถิ่นเครือข่าย มุํงเน๎นให๎องค๑การบริหาร สํวนตาบลเหลําโพนค๎อและองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นเครือขํายมีการทางานรํวมกันในลักษณะเพื่อนชํวยเพื่อน โดย การเทียบเคียงประสบการณ๑ในการจัดการพื้นที่ขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อเพื่อให๎องค๑กรปกครองสํวน ท๎องถิ่นเครือขํายเกิดแรงบันดาลใจ สามารถปรับวิธีคิด และนาความรู๎ที่ได๎จากการเรียนรู๎รํวมกันไปประยุกต๑และปรับ ใช๎ในพื้นที่บนฐานของทุนทางสังคมและศักยภาพของแตํละองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นและมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ เพื่อเสริมสร๎างศักยภาพให๎แกํองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นเครือขําย จนกระทั่งเกิดเป๕นเครือขํายรํวมสร๎างชุมชนท๎องถิ่น จัดการตนเอง (อันเดียวกับระบบการจัดการสุขภาวะชุมชนโดยชุมชน) ที่มีการเสริมหนุนงานซึ่งกันและกัน ทาให๎เกิด การพัฒนานโยบายสาธารณะทั้งในระดับพื้นที่ และระดับเครือขําย พร๎อมทั้งเกิดการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการใน ระดับพื้นที่ควบคูํไปกับการพัฒนาศักยภาพของ ๕ นักจัดการชุมชน โดยเน๎นที่จะสร๎างให๎เกิดการสร๎างภูมิคุ๎มกันจาก ภาวะคุกคามภายนอก 1๒.2 ชุดกิจกรรม ประกอบด้วย อย่างน้อย ๙ ชุด (เพิ่มเติมได้ตามบริบทและศักยภาพของคณะทางาน) โดยที่แตํละโครงการจะมีจุดเน๎นที่แตกตํางกันที่เป๕นการเติมเต็มกันและกัน ดังนี้ (1) กลไกการบริหารจัดการพื้นที่ กิจกรรมยํอย ประกอบด๎วย
33/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
1.1 จัดตั้งคณะทางานระดับพื้นที่ ที่มีการออกแบบและกาหนดระบบบริหารจัดการพื้นที่แบบมี สํวนรํวม 1.2 ทบทวนโครงสร๎างการบริหารจัดการ ขอบเขต และบทบาทหน๎าที่ของคณะทางาน ทุกรอบ 3 เดือน ๑.3 พัฒนาศักยภาพคณะทางาน ได๎แกํ นักวิชาการ นักจัดการข๎อมูล นักสื่อสาร นักจัดการ และวิทยากรชุมชน โดยการศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ในพื้นที่ศูนย๑จัดการเครือขํายสุขภาวะชุมชน (ศจค.) ในเรื่องตํางๆ เพื่อเสริมสมรรถนะในการดาเนินงาน ๑.๔ ประชุมคณะทางานระดับพื้นที่ ประจาเดือน 3 เดือน/ครั้ง 1.5 ติดตามและสนับสนุนการดาเนินงานของพื้นที่และเครือขําย เป๕นต๎น (2) ระบบข้อมูลตาบล (TCNAP) กิจกรรมยํอย ประกอบด๎วย ๒.1 แตํงตั้งคณะทางานระบบข๎อมูลตาบล (5 ทีมพัฒนาระบบข๎อมูลตาบล) มอบหมายบทบาท หน๎าที่แกํผู๎รับผิดชอบระบบข๎อมูลตาบล และทบทวนคณะทางาน ๒.2 พัฒนาศักยภาพนักจัดการข๎อมูล โดยการฝึกอบรมการพัฒนาระบบข๎อมูลตาบล (TCNAP) ๒.๓ จัดทาและนาใช๎ข๎อมูลในการพัฒนางานของตาบล พร๎อมทบทวนระบบข๎อมูลตาบล ทุกรอบ 1 ปี ๒.4 รายงานสถานการณ๑ พัฒ นาระบบข๎ อ มู ล ต าบลทั้ ง ของพื้นที่ แ ละเครื อ ขํ า ย ให๎ แ กํ ศู น ย๑ สนับสนุนวิชาการภาคทราบ ทุกรอบ 3 เดือน เป๕นต๎น (3) การวิจัยชุมชน (RECAP)กิจกรรมยํอย ประกอบด๎วย 3.1 แตํงตั้งคณะทางานวิจัยชุมชน มอบหมายบทบาทหน๎าที่แกํผู๎รับผิดชอบการวิจัยชุมชน และ ทบทวนคณะทางาน ๓.2 พั ฒ นาศั ก ยภาพนั ก วิ ช าการชุ ม ชนท๎ อ งถิ่ น โดยการฝึ ก อบรมเพื่ อ พั ฒ นาทั ก ษะ กระบวนการวิจัยชุมชน (RECAP) ๓.๓ ด าเนิ นการวิจั ย ชุ ม ชน และสั ง เคราะห๑ ข๎ อมู ล ทุนและศั กยภาพต าบล เพื่อน าไปใช๎ ใ น กระบวนการจัดทาหลักสูตรการเรียนรู๎ภายในและเครือขําย พร๎อมทบทวนการวิจัยชุมชน ทุกรอบ 1 ปี เป๕นต๎น (๔) การพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้และการจัดการเรียนรู้ กิจกรรมยํอย ประกอบด๎วย ๔.1 แตํงตั้งคณะทางานพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู๎ และมอบหมายบทบาทหน๎าที่แกํผู๎รับผิดชอบ การพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู๎ ๔.2 พัฒนาศักยภาพนักวิชาการชุมชนท๎องถิ่น โดยการฝึกอบรมการพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู๎ ๔.๓ ประมวลผลและสั งเคราะห๑ ข๎ อมู ลจากการวิจัยชุ มชน (RECAP) และข๎ อมู ลพื้นฐานต าบล (TCNAP) 4.๔ ออกแบบระบบสนับสนุนการเรียนรู๎และตารางการเรียนรู๎ภายในเครือขําย 4.5 จัดทาหลักสูตรภายในและเครือขําย และจัดกระบวนการเรียนรู๎ 4.6 ทบทวนและประเมินหลักสูตรภายในและเครือขําย ทุกรอบ 1 ปี เป๕นต๎น (5) การพัฒนานวัตกรรม กิจกรรมยํอย ประกอบด๎วย
34/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
5.1 พัฒนารูปธรรมการจัดการพื้นที่ จัดเวทีสังเคราะห๑รูปธรรมการดาเนินงานในพื้นที่ พร๎อม สรุปบทเรียนการนาใช๎รูปธรรม 5.2 พัฒนานวัตกรรมการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ สังเคราะห๑นวัตกรรม และดาเนินการตํอยอดนวัตกรรมฯ พร๎อมสรุปบทเรียนและจั ดการความรู๎ที่เกิดจากการนาใช๎นวัตกรรมการจัดการ ป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ เป๕นต๎น (6) ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ กิจกรรมยํอย ประกอบด๎วย 6.1 จัดทาข๎อตกลงรํวมและกาหนดแนวทางการดาเนินงานเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะใน ระดับพื้นที่ และระดับเครือขําย 6.2 รณรงค๑และขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับพื้นที่ ระดับเครือขําย และระดับชาติ เป๕นต๎น (๗) การพัฒนาศักยภาพ กิจกรรมยํอย ประกอบด๎วย 7.1 พัฒนาศักยภาพคณะทางาน ได๎แกํ นักบริหาร นักวิชาการชุมชนท๎องถิ่น นักจัดการข๎อมูล นักจัดการและจัดกระบวนการ และนักสื่อสารชุมชนท๎องถิ่น 7.2 พัฒนาศักยภาพวิทยากรชุมชน เป๕นต๎น (8) พัฒนาระบบการสื่อสาร กิจกรรมยํอย ประกอบด๎วย 8.1 สนับสนุนและพัฒนาระบบการสื่อสารในพื้นที่ 8.2 สนับสนุนและพัฒนาระบบการสื่อสารให๎กับเครือขําย (9) การจัดการความรู้ กิจกรรมยํอย ประกอบด๎วย 9.1 จัดทาชุดความรู๎ในการดาเนินงานในพื้นที่ 9.2 จัดทาชุดความรู๎ในการดาเนินงานของเครือขําย เป๕นต๎น
35/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
๕.
ผลผลิต ผลลัพธ์ และตัวชี้วัดของชุดโครงการ
การดาเนินงานของชุดโครงการ “สานพลังชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่สู่การขยายเครือข่ายตาบลสุขภาวะสี่มิติ ” ด๎วยปฏิบัติการของ 9 ชุดกิจกรรม จะนาไปสูํการเกิดผลผลิต ผลลัพธ๑ และตัวชี้วัด ใน 2 ระดับ คือ ระดับชุดโครงการ และระดับโครงการ โดยมีรายละเอียดดังตํอไปนี้ คุณลักษณะ 1. กลไกบริหารจัดการ พื้นที่และเครือขําย
ผลลัพธ์ ผลลัพธ์ และตัวชี้วัด
1.๑ เกิดรูปธรรมการบริหารจัดการเครือขํ าย ที่ขั บเคลื่อ นให๎เกิ ด ชุมชนท๎องถิ่นจัดการตนเอง หรือเครือขํายเฉพาะประเด็น ที่มี การหนุนเสริมการดาเนินงานซึ่งกันและกัน 1.2 เกิดองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นเครือขําย ที่มีศักยภาพในการ ทาหน๎าที่เป๕นศูนย๑จัดการเครือขํายสุขภาวะ (ศจค.) จานวน 4 องค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น โดยมีองค๑การบริหารสํวนตาบล/ เทศบาล…………. เป๕นตัวเทียบเคียง 2. ระบบข๎อมูล 2.1 ทุกองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น มีระบบข๎อมูลตาบล (TCNAP) (TCNAP) ที่มีการทบทวนทุกรอบปี โดยนาใช๎ในขบวนการสร๎างเสริมสุข ภาวะชุมชนและบูรณาการเข๎าสูํงานประจา 3. วิจัยชุมชน (RECAP) 3.1 ทุกองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น มีรายงานการวิจัยชุมชน และ ประ มว ลข๎ อมู ล ทุ น แ ละ ศั ก ย ภา พต าบล เพื่ อ น าใช๎ ใ น กระบวนการจัดท าหลักสูต รการเรียนรู๎ และมีการทบทวนทุ ก รอบปี 4. การพัฒนาหลักสูตร 4.๑ ทุกองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น มีหลักสูตรเรียนรู๎ภายใน ที่เกิด การเรียนรู๎ และการ จากการนาใช๎ ข๎อมูลวิ จัยชุมชน (RECAP) และข๎อมู ลพื้นฐาน จัดการเรียนรู๎ ตาบล (TCNAP) ที่มีการทบทวนทุกรอบปี 5. การพัฒนา 5.๑ เกิดรูปธรรมการจัดการพื้นที่ ที่นาสูํการปฏิบัติ นวัตกรรม 5.๒ เกิดนวัตกรรมการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ ที่นาสูํการปฏิบัติ อยํางน๎อย อปท.ละ ๓ เรื่อง รวม 63 เรื่อง (เป๕นเรื่องใหมํ) ๖. ขับเคลื่อนนโยบาย 6.๑ มีนโยบายสาธารณะรํวมของเครือขําย ที่นาสูํการปฏิบัติในพื้นที่ สาธารณะ อยํางน๎อย ๓ เรื่อง 6.๒ เกิดนวัตกรรมที่แสดงรูปธรรมตามข๎อเสนอนโยบายสาธารณะ
ปี พ.ศ.2558-2561 ปีที่ 2
ปีที่ 1 เดือนที่ 1-6
เดือนที่ 7-12
ปีที่ 3
เดือนที่ 13-18
เดือนที่ 19-24
เดือนที่ 25-30
1 แหํง
1 แหํง
2 แหํง
เดือนที่ 31-36
21 แหํง
ทบทวน รอบปีที่ 1
ทบทวน รอบปีที่ 2 บูรณาการเข๎าสูํงานประจา
ทบทวน รอบปีที่ 3 บูรณาการเข๎าสูํงานประจา
21 แหํง
ทบทวน รอบปีที่ 1
ทบทวน รอบปีที่ 2 บูรณาการเข๎าสูํงานประจา
ทบทวน รอบปีที่ 3 บูรณาการเข๎าสูํงานประจา
21 แหํง
ทบทวน รอบปีที่ 2
ทบทวน รอบปีที่ 3
21 แหํง 21 เรื่อง
บูรณาการเข๎าสูํงานประจา 11 เรื่อง 10เรื่อง
บูรณาการเข๎าสูํงานประจา 21 เรื่อง
2 เรื่อง
1 เรื่อง
(รํวมกับเครือขําย)
(รํวมกับเครือขําย)
36/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
คุณลักษณะ
ผลลัพธ์ ผลลัพธ์ และตัวชี้วัด
ปีที่ 1 เดือนที่ 1-6
7. การพัฒนาศักยภาพ
7.๑ 7.๒ 7.๓ 7.๔ 7.๕
8. พัฒนาระบบการ สื่อสาร 9. การจัดการความรู๎
ปี พ.ศ.2558-2561 ปีที่ 2
ระดับพื้นที่ อยํางน๎อย อปท.ละ ๓ เรื่อง รวม 63 เรื่อง (เป๕น เรื่องใหมํ) มีวิทยากรชุมชน ที่มีความพร๎อมในการถํายทอดประสบการณ๑ อปท.ละ 60 คน รวม 1,260 คน มีผู๎ นาการเปลี่ ย นแปลง (แกนน า, ผู๎น า, นัก พั ฒนาสุ ข ภาวะ ชุมชน) ที่มีความพร๎อมในการถํายทอดประสบการณ๑ อปท.ละ 100 คน รวม 2,1๐๐ คน เกิดเครือขํายนักผู๎บริหาร ที่มีความสามารถในการจัดการะบบ สุขภาวะชุมชนและขับเคลื่อนงานในพื้นที่และเครือขําย อปท. ละ ๑๐ คนรวม 210 คน เกิดเครือขํายนักวิชาการ ที่มีความสามารถในการทาวิจัยชุมชน (RECAP) พัฒ นาหลั กสูต รเรีย นรู๎ และจั ดการความรู๎ ในพื้น ที่ และเครือขําย อยํางน๎อย อปท.ละ 3 คนรวม 63 คน เกิดเครือขํายนักจัดการข๎อมูล ที่มีความสามารถในการจัดทา ระบบข๎อมูลตาบล (TCNAP) และนาใช๎ในพื้นที่และเครือขํา ย อยํางน๎อย อปท.ละ 25 คน (5 ทีม)รวม 525 คน
ปีที่ 3
เดือนที่ 7-12 21 เรื่อง
เดือนที่ 13-18 11 เรื่อง
เดือนที่ 19-24 10เรื่อง
เดือนที่ 25-30 21 เรื่อง
315คน
315คน
315 คน
315คน
420 คน
315คน
315คน
1,050 คน
42คน
33คน
30คน
105 คน
63 คน 525 คน
7.๖ เกิดเครือขํายนักจัดการและจัดกระบวนการ ที่มีความสามารถ ในการจัดการระบบสนับสนุนการเรียนรู๎ และประสานงานใน พื้นที่และเครือขําย อยํางน๎อย อปท.ละ 1 คนรวม 21 คน
21 คน
7.๗ เกิดเครือขํายนักสื่อสาร ที่มีความสามารถในการจัดทาสื่อเพื่อ เผยแพรํ เ รื่ อ งราว นวั ต กรรม และแหลํง เรี ยนรู๎ ใ นพื้น ที่ แ ละ เครือขําย อยํางน๎อย อปท.ละ 1 คนรวม 21 คน ๘.๑ ทุกองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น จัดทาสื่อเผยแพรํและสื่อสาร เรื่องราว นวัตกรรม และแหลํงเรียนรู๎ในแตํละพื้นที่ เพื่อขยาย ผลไปสูํการขับเคลื่อนระบบการจัดการตนเองของชุมชนท๎องถิ่น 9.๑ เกิดชุดความรู๎วําด๎วย รูปธรรมการบริหารจัดการเครือขําย ที่ นาสูํการขับเคลื่อนชุมชนท๎องถิ่นจัดการตนเอง
21 คน
มีนักวิชาการเครือขําย อยํางน๎อย21คน ที่สามารถทาหน๎าที่เป๕นพี่เลี้ยงการทาวิจัย ชุมชน และพัฒนาหลักสูตรเรียนรู๎ มีนักจัดการข๎อมูลเครือขําย อยํางน๎อย105คน(5 ทีม) สามารถทาหน๎าที่เป๕นพี่เลี้ยงการจัดทา และนาใช๎ระบบข๎อมูลตาบล มีนักจัดการและจัดกระบวนการเครือขําย อยํางน๎อย10คนสามารถทาหน๎าที่ เป๕นพี่เลี้ยงด๎านการจัดการระบบ สนับสนุนการเรียนรู๎ มีนักสื่อสารเครือขําย อยํางน๎อย10คน สามารถทาหน๎าที่เป๕นพี่เลี้ยง ด๎านการสื่อสารสาธารณะ
เดือนที่ 31-36
มีนักวิชาการเครือขําย อยํางน๎อย21คน ที่สามารถจัดฝึกอบรมการทาวิจัยชุมชน และพัฒนาหลักสูตรเรียนรู๎ มีนักจัดการข๎อมูลเครือขําย อยํางน๎อย105คน(5 ทีม) ที่สามารถจัดฝึกอบรมการพัฒนา ระบบข๎อมูลตาบล มีนักจัดการและจัดกระบวนการเครือขําย อยํางน๎อย10คน ที่สามารถจัดฝึกอบรม ด๎านการจัดการระบบสนับสนุนการเรียนรู๎ มีนักสื่อสารเครือขําย อยํางน๎อย10คน ที่ สามารถจัดฝึกอบรมด๎านการจัดทาสื่อ เผยแพรํและสื่อสาธารณะ
จัดทาชุดความรู๎
37/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
คุณลักษณะ
ผลลัพธ์ ผลลัพธ์ และตัวชี้วัด
ปีที่ 1 เดือนที่ 1-6
9.๒ เกิด ชุด ความรู๎ด๎ านการจัด การป๓ จจั ยเสี่ยงและป๓ จจั ยสํ งเสริ ม สุขภาพ ที่มีการปฏิบัติในพื้นที่ อปท.ละ ๓ เรื่อง รวม 63 เรื่อง 9.๓ เกิดชุดความรู๎ด๎านการขับเคลื่ อนนโยบายสาธารณะรํวมของ เครือขําย ที่นาสูํการปฏิบัติในพื้นที่ อยํางน๎อย ๓ เรื่อง
เดือนที่ 7-12 21 เรื่อง 2 เรื่อง
ปี พ.ศ.2558-2561 ปีที่ 2 เดือนที่ 13-18 11 เรื่อง
เดือนที่ 19-24 10เรื่อง 1 เรื่อง
ปีที่ 3 เดือนที่ 25-30 21 เรื่อง
เดือนที่ 31-36
38/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
๖.
รายละเอียดรายโครงการ
ประกอบด๎วย 3 สํวน ได๎แกํ (1) วัตถุประสงค๑เฉพาะโครงการ (2) ผลผลิตผลลัพธ๑ และตัวชี้วัดโครงการ และ (3) แนวทางการดาเนินชุดโครงการ ดังนี้ โครงการที่ ๑ โครงการเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการเรียนรู้ขององค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโน ค้อรายละเอียดการดาเนินงาน ดังนี้ (1) วัตถุประสงค์เฉพาะ (โครงการที่ 1) (1.1) เพื่อพัฒนาระบบและโครงสร๎างการบริหารจัดการพื้นที่ของตาบลเหลําโพนค๎อให๎ เกิดเป๕นรูปธรรมสร๎างการเรียนรู๎สูํการขับเคลื่อนชุมชนท๎องถิ่นจัดการตนเอง (1.2) เพื่อสนับสนุนให๎ตาบลเหลําโพนมีความสามารถในการพัฒนาและนาใช๎ระบบข๎อมูล จากการวิจัย ชุมชน (RECAP) และข๎อมู ลพื้นฐานตาบล (TCNAP) ในการจัดทาหลักสู ตรเรียนรู๎ภ ายใน และพัฒนา นวัตกรรมการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ (1.3) เพื่ อ พั ฒ นาศั ก ยภาพผู๎ น า แกนน า วิ ท ยากรชุ ม ชนและองค๑ ก รชุ ม ชน ให๎ มี ความสามารถในการถํายทอดและแลกเปลี่ยนประสบการณ๑รํวมกับองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นเครือขําย (1.4) เพื่ อเพิ่ม ขี ด ความสามารถของนั กพั ฒ นาสุ ข ภาวะชุ มชนต าบลเหลํ า โพนค๎ อ ให๎ สามารถขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะของพื้นที่และนโยบายสาธารณะที่เป๕นประเด็นรํวมของเครือขําย
39/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
(๒) ผลผลิต ผลลัพธ์ และตัวชี้วัด (โครงการที่ 1) ทั้งนี้ต้องกาหนดให้มตี ัวชี้วัดเฉพาะพื้นที่ (เฉพาะตาบล) ที่สามารถวัดผลหรือรูปธรรมการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลา 3 ปีได้ อย่างน้อย 3 ตัวชี้วัด คุณลักษณะ 1. กลไกการบริหาร จัดการเครือขําย
2. ระบบข๎อมูล (TCNAP)
ผลลัพธ์/ตัวชี้วัดโครงการที่ 1 1.๑ คาสั่งแตํงตั้งคณะทางานบริหารจัดการพื้นที่ แบบมีสํวนรํวม 1.๒ เกิดรูปธรรมการบริหารจัดการพื้นที่ ที่ขับเคลื่อนให๎เกิดชุมชนท๎องถิ่น จัดการตนเอง และมีการหนุนเสริมการดาเนินงานซึ่งกันและกัน 1.๓ มีผู๎นาการเปลี่ยนแปลง (แกนนา, ผู๎นา, นักพัฒนาสุขภาวะชุมชน) ที่มี ความพร๎อมในการถํายทอดประสบการณ๑ ไมํน๎อยน๎อยกวํา 100 คน
2.๑ คาสั่งแตํงตั้งคณะทางานพัฒนาระบบข๎อมูลตาบล
2.๒ มีฐานข๎อมูลพื้นฐานตาบล (TCNAP) ที่มีการทบทวนทุกรอบปีและนา ใช๎ในขบวนการสร๎างเสริมสุขภาวะชุมชน 2.๓ เกิดรูปธรรมการนาใช๎ข๎อมูลพื้นฐานตาบล ในขบวนการสร๎างเสริมสุข ภาวะชุมชน และบูรณาการเข๎าสูํงานประจา 3. วิจัยชุมชน (RECAP)
3.๑ คาสั่งแตํงตั้งคณะทางานวิจัยชุมชน 3.๒ รายงานผลการวิจัยชุมชน (RECAP) และมีการทบทวนทุกรอบปี 3.๓ มีวิทยากรชุมชน ที่มีความพร๎อมในการถํายทอดประสบการณ๑ รวมไมํ น๎อยกวํา 100 คน 3.๔ เกิดแหลํงเรียนรู๎ใหมํเพิ่มขึ้น ไมํน๎อยกวํา ๖ แหลํง(ทั้งนี้ ต๎องยกระดับ แหลํงเรียนรู๎ที่มีสถานะสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม ให๎เป๕นดาว)
ปี พ.ศ.2558-2561 ปีที่ 2
ปีที่ 1 เดือนที่ 1-6
เดือนที่ 7-12 60 คน
เดือนที่ 13-18
เดือนที่ 19-24
20 คน
20 คน
มีนักจัดการและจัดกระบวนการ อยํางน๎อย1คนสามารถทาหน๎าที่ เป๕นพี่เลี้ยงด๎านการจัดการระบบ สนับสนุนการเรียนรู๎
ทบทวน รอบปีที่ 1
นาใช๎ รอบปีที่ 1
ปีที่ 3 เดือนที่ 25-30
เดือนที่ 31-36
มีนักจัดการและจัดกระบวนการ อยํางน๎อย1คน ที่สามารถจัดฝึกอบรม ด๎านการจัดการระบบสนับสนุนการเรียนรู๎
มีนักจัดการข๎อมูล อยํางน๎อย5คน (5 ทีม) ที่สามารถทาหน๎าที่เป๕นพี่เลี้ยง การจัดทาและนาใช๎ระบบข๎อมูลตาบล
มีนักจัดการข๎อมูล อยํางน๎อย 5 คน (5 ทีม) ที่สามารถจัดฝึกอบรม การพัฒนาระบบข๎อมูลตาบล
ทบทวน รอบปีที่ 2 นาใช๎ รอบปีที่ 2 บูรณาการเข๎าสูํงานประจา
ทบทวน รอบปีที่ 3 นาใช๎ รอบปีที่ 3 บูรณาการเข๎าสูํงานประจา
มีนักวิชาการ อยํางน๎อย1คน ที่สามารถ ทาหน๎าที่เป๕นพี่เลี้ยงการทาวิจัยชุมชน
มีนักวิชาการ อยํางน๎อย1คน ที่สามารถจัดฝึกอบรมการทาวิจัยชุมชน
ทบทวน รอบปีที่ 2
ทบทวน รอบปีที่ 3
60 คน
20 คน
20 คน
๒ แหลํง
1 แหลํง
1 แหลํง
๒ แหลํง
40/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
คุณลักษณะ
ผลลัพธ์/ตัวชี้วัดโครงการที่ 1
ปีที่ 1 เดือนที่ 1-6
4. การพัฒนาหลักสูตร การเรียนรูแ๎ ละการ จัดการเรียนรู๎ 5. การพัฒนา นวัตกรรม ๖. ขับเคลื่อนนโยบาย สาธารณะ
7. พัฒนาระบบ การสื่อสาร
8. การจัดการความรู๎
3.๕ เกิดหมูํบ๎านจัดการตนเองเพิ่มขึ้นไมํน๎อยกวํา 2 หมูํบ๎าน (ไมํนับรวม หมูํบ๎านจัดการตนเอง ตั้งแตํเริ่มดาเนินโครงการ) 4.๑ มี ห ลั ก สู ต รเรี ย นรู๎ ภ ายใน ที่ ป ระมวลผลจากข๎ อ มู ล พื้ น ฐานต าบล (TCNAP) และการวิ จั ย ชุม ชน (RECAP) เพื่ อ ใช๎ใ นการแลกเปลี่ ย น เรียนรู๎ในพื้นที่ และมีการทบทวนทุกรอบปี 5.๑ เกิดนวัตกรรมที่แสดงรูปธรรมการจัดการพื้นที่ ที่นาสูํการปฏิบัติ 5.๒ เกิดนวัตกรรมการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริ มสุขภาพ ที่นาสูํ การปฏิบัติ อยํางน๎อย ๓ เรื่อง (เป๕นเรื่องใหมํ) 6.๑ ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะรํวมของเครือขําย ที่นาสูํการปฏิบัติใน พื้นที่ อยํางน๎อย ๓ เรื่อง 6.๒ เกิดนโยบายสาธารณะระดับพื้นที่ ที่นาสูํการปฏิบัติ อยํางน๎อย ๓ เรื่อง และบูรณาการเข๎าสูํงานประจา 6.๓ เกิดนวัตกรรมที่แสดงรูปธรรมตามข๎อเสนอนโยบายสาธารณะระดับ พื้นที่ อยํางน๎อย ๓ เรื่อง (เป๕นเรื่องใหมํ) 7.๑ จัดทาสื่อเผยแพรํและสื่อสารเรื่องราว นวัตกรรม และแหลํงเรียนรู๎ใน พื้น ที่ เพื่ อขยายผลไปสูํก ารขับ เคลื่อ นระบบการจั ดการตนเองของ ชุมชนท๎องถิ่น ๘.๑ เกิดชุดความรู๎ด๎านการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ ที่ มีการปฏิบัติในพื้นที่ ๘.๒ เกิดชุดความรู๎ด๎านการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับพื้นที่
ปี พ.ศ.2558-2561 ปีที่ 2
เดือนที่ 7-12 1 หมูํบ๎าน
1 เรื่อง 2 เรื่อง
เดือนที่ 13-18
ทบทวน รอบปีที่ 3
บูรณาการเข๎าสูํงานประจา 1 เรื่อง 1 เรือ่ ง (รํวมกับเครือขําย)
1 เรื่อง 1 เรื่อง
1 เรื่อง 1 เรื่อง
มีนักสื่อสารชุมชน อยํางน๎อย1คน สามารถทาหน๎าที่เป๕นพี่เลี้ยง ด๎านการสื่อสารสาธารณะ
1 เรื่อง 1 เรื่อง
ปีที่ 3 เดือนที่ 25-30
ทบทวน รอบปีที่ 2
(รํวมกับเครือขําย)
เดือนที่ 19-24 1 หมูํบ๎าน
1 เรื่อง 1 เรื่อง
เดือนที่ 31-36
บูรณาการเข๎าสูํงานประจา 1 เรื่อง 1 เรื่อง 1 เรื่อง
มีนักสื่อสาร อยํางน๎อย1คน ที่สามารถจัด ฝึกอบรมด๎านการจัดทาสือ่ เผยแพรํและ สื่อสาธารณะ
1 เรื่อง 1 เรื่อง
หมายเหตุ (*) เป๕นตัวชี้วัดเฉพาะสาหรับตาบล..................
41/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
(3) แนวทางการดาเนินโครงการที่ 1 โครงการเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการเรียนรู้ขององค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อ ชุดกิจกรรม 1. กลไกการบริหาร จัดการพื้นที่
2. ระบบข๎อมูลตาบล (TCNAP)
3. การวิจัยชุมชน (RECAP)
กิจกรรม/กิจกรรมย่อย 1.๑ ปรับปรุงระบบการบริหารจัดการพื้นที่ใหมํ โดยเน๎นการมีสํวนรํวม (ต๎องผํานความเห็นชอบจากคณะทางาน) 1.๒ แตํงตั้งคณะทางานระดับพื้นที่
สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ ทั่วไปข้อที่ ๙.1 ๙.1, ๙.2
1.๓ พัฒนาศัก ยภาพคณะทางานโดยการศึกษาแลกเปลี่ยนเรีย นรู๎ใ น พื้นที่ ศูนย๑ จัด การเครื อขํ ายสุ ขภาวะชุมชน (ศจค.) ในเรื่ องตํ างๆ เพื่อเสริมสมรรถนะในการดาเนินงาน 1.๔ ประชุมคณะทางานระดับพื้นที่ ประจาเดือน 3 เดือน/ครั้ง
๙.1, ๙.2
1.๕ ทบทวนโครงสร๎างการบริหารจัดการ กาหนดขอบเขต และบทบาท หน๎าที่ของคณะทางานทุกรอบ 3 เดือน 2.๑ ทบทวน แตํ ง ตั้ ง คณะท างานระบบข๎ อ มู ล ต าบล (5 ที ม ) และ มอบหมายบทบาทหน๎าที่ 2.๒ นักจัดการข๎อมูล เข๎ารับการฝึกอบรมการพัฒนาระบบข๎อมูลตาบล
๙.1
2.๓ ทบทวนระบบข๎อมูลตาบล และนาใช๎ข๎อมูลในการพัฒนางานของ ตาบล 2.๔ รายงานสถานะการพัฒนาระบบข๎อมูลตาบลให๎แกํศูนย๑สนับสนุน วิชาการเครื อขํายรํวมสร๎ างชุมชนท๎องถิ่นนําอยูํประจาภาค หรื อ สํวนที่เกี่ยวข๎องทราบทุก 3 เดือน 3.๑ แตํงตั้งคณะทางานวิจัยชุมชน และมอบหมายผู๎รับผิดชอบการวิจัย ชุมชน 3.๒ นักวิช าการชุม ชนท๎ องถิ่น เข๎ ารับ การฝึกอบรมเพื่อพั ฒนาทักษะ การวิจัยชุมชน
๙.1, ๙.2
หลัก นายก, ผู๎จัดการโครงการ นายก, ผู๎จัดการโครงการ นายก, ผู๎จัดการโครงการ, คณะทางานพื้นที่ นายก, ผู๎จัดการโครงการ, คณะทางานพื้นที่ คณะทางาน
๙.4
นายก, ผูจ๎ ัดการโครงการ ทีมพัฒนาระบบ ข๎อมูลตาบล นักจัดการข๎อมูล
๙.2, ๙.3
นักจัดการข๎อมูล
๙.4
นายก, ผู๎จัดการโครงการ นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น
๙.1, ๙.4 ๙.1, ๙.4
๙.1, ๙.2 ,๙.4
ผู้ดาเนินการ ร่วม
สนับสนุน
ระยะเวลา
คณะทางานพื้นที่
ศวภ.
เดือนที่ 1
คณะทางานพื้นที่
ศวภ.
เดือนที่ ๑
ศจค.
ศวภ.
เดือนที่ ๑-๒ 3 เดือน/ครั้ง
นายก, ผู๎จัดการโครงการ ทีมพัฒนาระบบ ข๎อมูลตาบล ศจค. ทีมพัฒนาระบบ ข๎อมูลตาบล ทีมพัฒนาระบบ ข๎อมูลตาบล นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น
ศวภ.
3 เดือน/ครั้ง
ศวภ.
เดือนที่ 1
ศวภ.
เดือนที่ 1-๒
ศวภ.
เดือนที่ 1-๒ ทุกรอบปี 3 เดือน/ครั้ง
ศวภ.
เดือนที่ 1
นายก ศวภ.
เดือนที่ 1-๒
42/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ชุดกิจกรรม
๔. การพัฒนาหลักสูตร การเรียนรู๎ภายใน
5. การพัฒนานวัตกรรม
สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ ทั่วไปข้อที่ ๙.2 ,๙.3 ,๙.4, ๙.5, ๙.6
ผู้ดาเนินการ ร่วม
สนับสนุน
ระยะเวลา
นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น
ศจค.
ศวภ.
เดือนที่ 1-๒
๙.3 ,๙.4 ,๙.5
นายก, ผู๎จัดการโครงการ
4.๒ นั ก วิ ช าการชุ ม ชนท๎ อ งถิ่ น เข๎ า รั บ การฝึ ก อบรมด๎ า นการพั ฒ นา หลักสูตรการเรียนรู๎
๙.1 ,๙.3 ,๙.4
4.๓ ประมวลผลและสั ง เคราะห๑ ข๎อ มู ล จากการวิ จั ย ชุ ม ชน (RECAP) และข๎อมูลพื้นฐานตาบล (TCNAP)
๙.2 ,๙.4, ๙.5
4.๔ ออกแบบระบบสนับสนุนการเรียนรู๎และตารางการเรียนรู๎ภายใน
๙.2 ,๙.4, ๙.5
นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น, นักจัดการข๎อมูล นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น, นักจัดการข๎อมูล คณะทางานพื้นที่
4.๕ จัดทาหลักสูตรการจัดการเรียนรู๎ภายใน 4.6.1 จัดทาหลักสูตรเรียนรู๎ภายใน 4.6.2 รับรองหลักสูตร โดย ชุมชน 4.6.3 รับรองหลักสูตร โดย ศวภ. 4.6.4 รับรองหลักสูตร โดย สานัก ๓ 4.6.5 จัดการเรียนรู๎ภายใน 4.6.6 ประเมินผลการเรียนรู๎ภายใน 4.๖ ทบทวนและประเมินหลักสูตรภายใน
๙.2, ๙.3, ๙.4, ๙.5, ๙.6
นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น, คณะทางานพื้นที่
นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น, คณะทางานพื้นที่ ศจค., นายก, ผู๎จัดการโครงการ ศจค., นายก, ผู๎จัดการโครงการ ศจค. ศวภ. ศจค. ศวภ.
๙.2, ๙.3, ๙.4, ๙.5, ๙.6
5.1 นวัตกรรมการจัดการพื้นที่ 1) สังเคราะห๑รูปธรรมการจัดการพื้นที่ 2) สรุปบทเรียนการจัดการพื้นที่ 5.2 นวัตกรรมการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ
๙.4, ๙.5, ๙.6
นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น, คณะทางานพื้นที่ นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น
กิจกรรม/กิจกรรมย่อย 3.๓ ทบทวนและสัง เคราะห๑ ข๎อ มู ลทุ นทางสั ง คมและศัก ยภาพตาบล เพื่อนาไปใช๎ในกระบวนการจัดทาหลักสูตรการเรียนรู๎ภายในและ เครือขําย 4.๑ แตํ ง ตั้ ง คณะท างานจั ด ท าหลั ก สู ต รการเรี ย นรู๎ และมอบหมาย ผู๎รับผิดชอบการพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู๎
๙.4, ๙.5, ๙.6
หลัก
นักวิชาการ
เดือนที่ 1 ศวภ.
เดือนที่ 1-๒
ศวภ.
เดือนที่ 2
สน.๓
เดือนที่ 3
สน.๓
ศจค.
ศวภ.
คณะทางานพื้นที่
ศวภ.
เดือนที่ 3 เดือนที่ 4 เดือนที่ 5 เดือนที่ 5 เดือนที่ 5 เดือนที่ 5 เดือนที่ 6
เดือนที่ ๕ ปีละ 1 ครั้ง คณะทางานพื้นที่
ศวภ.
43/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ชุดกิจกรรม
กิจกรรม/กิจกรรมย่อย 1) สังเคราะห๑นวัตกรรมการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและ ป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ (๑.1) สังเคราะห๑รูปธรรมการดาเนินงานนวัตกรรมในพื้นที่ (๑.2) ดาเนินการตํอยอดนวัตกรรมฯ 2) สรุปบทเรียนและจัดการความรู๎การนวัตกรรม การจัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ 6.๑ ทบทวน และก าหนดแนวทางการด าเนิ น งานเพื่ อ ขั บ เคลื่ อ น นโยบายสาธารณะที่นาสูํการปฏิบัติในระดับพื้นที่ 6.๒ ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับเครือขําย
สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ ทั่วไปข้อที่
หลัก
สนับสนุน
ระยะเวลา
ชุมชนท๎องถิ่น
เดือนที่ 5 เดือนที่ 7
๙.2, ๙.3,๙.5
๗. พัฒนาระบบการสื่อสาร
6.๓ รณรงค๑ และขั บ เคลื่ อ นนโยบายสาธารณะระดั บ เครื อ ขํ า ย และ ระดับชาติ ๗.1 สนับสนุนและพัฒนาระบบการสื่อสารในพื้นที่
๙.3, ๙.4
นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น นักสื่อสาร
๘. การจัดการความรู๎
๘.1 จัดทาชุดความรู๎ในการดาเนินงานในพื้นที่
๙.3 ,๙.5, ๙.2, ๙.3, ๙.4, ๙.5, ๙.6
นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น, คณะทางานพื้นที่
6. ขับเคลื่อนนโยบาย สาธารณะ
ผู้ดาเนินการ ร่วม
๙.2, ๙.3,๙.5 ๙.2, ๙.3,๙.5
คณะทางานพื้นที่ ศจค. ศวภ. ศจค. ศวภ. คณะทางานพื้นที่ ศจค. ศจค. ศวภ.
เดือนที่ 3 สน.๓
เดือนที่ 4
สน.๓
ปีละ 1 ครั้ง
ศวภ. สน.๓ สน.๓
ตลอดระยะเวลา 6 เดือน/ครั้ง
44/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
โครงการที่ 2 โครงการสนับสนุนการพัฒนาระบบการจัดการตนเองและการจัดการเครือข่ายรายละเอียด การดาเนินงาน ประกอบด๎ วย 3 สํวน ได๎แ กํ (1) วัตถุ ประสงค๑ เฉพาะโครงการ (2) ผลผลิต ผลลั พธ๑ และตัวชี้วัด โครงการ และ (3) แนวทางการดาเนินชุดโครงการ ดังนี้ (1) วัตถุประสงค์เฉพาะ (โครงการที่ 2) (1.1) เพื่อพัฒนาขีดความสามารถขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อในการทา หน๎าที่เป๕นศูนย๑จัดการเครือขํายสุขภาวะชุมชน โดยมีการนาใช๎ทุนและศักยภาพตามบริบทของพื้นที่ (1.2) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพนักวิชาการชุมชนท๎องถิ่นในการพัฒนาทักษะวิจัย ชุมชน (RECAP) และระบบข๎อมูลต าบล (TCNAP) ในการจัด ทาหลักสูตรเรีย นรู๎ ภายใน และพัฒ นานวัตกรรมการ จัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ (1.3) เพื่อพัฒ นาระบบการจัด การเครื อขํ า ยที่ขั บ เคลื่ อนให๎ เ กิ ด กระบวนการพัฒ นา นโยบายสาธารณะของพื้นที่ และนโยบายสาธารณะที่เป๕นประเด็นรํวมของเครือขําย (1.4) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและนาใช๎ระบบข๎อมูล การถอดบทเรียนประสบการณ๑การ ดาเนินงานในการพัฒนาชุดความรู๎เกี่ยวกับนวัตกรรมการสร๎างเสริมสุขภาวะชุมชน ในพื้นที่ขององค๑การบริหารสํวน ตาบลเหลําโพนค๎อ และองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นเครือขํายที่ตอบสนองตํอการขับเคลื่อนเครือขํายรํวมสร๎างชุมชน ท๎องถิ่นนําอยูํ (1.5) เพื่อสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถให๎กับ องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพน ค๎อ. และองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นเครือขํ ายในการพัฒนารู ปธรรมการจัด การพื้นที่ การจัดการป๓จจัยเสี่ยงทาง สุขภาพและป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ และรูปธรรมตามข๎อเสนอนโยบายสาธารณะที่เป๕นข๎อตกลงรํวมของเครือขําย
45/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
(2) ผลผลิต ผลลัพธ์ และตัวชี้วัด (โครงการที่ 2) คุณลักษณะ 1. กลไกบริหารจัดการ พื้นที่
2. ระบบข๎อมูล (TCNAP)
3. วิจัยชุมชน (RECAP)
4. การพัฒนาหลักสูตร การเรียนรูแ๎ ละการ จัดการเรียนรู๎ 5. การพัฒนา นวัตกรรม
ผลลัพธ์/ตัวชี้วัดโครงการที่ 2
ปี พ.ศ.2558-2561 ปีที่ 2
ปีที่ 1
ปีที่ 3
เดือนที่ 1-6
เดือนที่ 7-12
เดือนที่ 13-18
เดือนที่ 19-24
เดือนที่ 25-30
เดือนที่ 31-36
1.๒ เกิ ด รู ป ธรรมการบริ ห ารจั ด การเครื อขํ า ย ที่ ขั บ เคลื่ อ นให๎ เ กิ ด ชุมชนท๎องถิ่นจัดการตนเอง และมีการหนุนเสริมการดาเนินงาน ซึ่งกันและกัน
2.๑ พัฒนาศั กยภาพนัก จัด การข๎อ มูล ให๎มีขี ดความสามารถในการ จัดทาระบบข๎อมูลตาบล (TCNAP) และนาใช๎ในขบวนการสร๎าง เสริมสุขภาวะชุมชน
21 แหํง
2.๒ ประมวลผลรูปธรรมการนาใช๎ข๎อมูลพื้นฐานตาบล ใน ขบวนการสร๎างเสริมสุขภาวะชุมชน และมีการบูรณาการเข๎าสูํงาน ประจา 3.๑ พัฒนาศักยภาพนักวิชาการชุมชนท๎องถิ่น ให๎มีขีดความสามารถ ในการทาวิจัยชุมชน (RECAP) 3.๒ พัฒนาศักยภาพนักวิชาการชุมชนท๎องถิ่น ให๎มีขีดความสามารถ ในการประมวลข๎ อมูล ทุนและศั กยภาพ เพื่อ นาใช๎ในการจัดท า หลักสูตร 4.๑ พัฒนาศักยภาพนักวิชาการชุมชนท๎องถิ่น ให๎มีขีดความสามารถ ในการจัดทาหลักสูตรการเรียนรู๎ภายใน 4.๒ เกิด หลั กสู ตรเรีย นรู๎ เครือ ขํา ย ที่ ประมวลผลจากข๎อ มูล พื้น ฐาน ต าบล (TCNAP) และการวิ จั ย ชุ ม ชน (RECAP) เพื่ อ ใช๎ ใ นการ แลกเปลีย่ นเรียนรู๎ และมีการทบทวนทุกรอบปี 5.๑ เกิดนวัตกรรมที่แสดงรูปธรรมการจัดการพื้นที่ ที่นาสูํการปฏิบัติ 21 อปท. 5.๒ เกิดนวัตกรรมการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ ที่
ทบทวน รอบปีที่ 1
1.๑ คาสั่งแตํงตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการเครือขําย
มีนักจัดการและจัดกระบวนการเครือขําย อยํางน๎อย10คนสามารถทาหน๎าที่ เป๕นพี่เลี้ยงด๎านการจัดการระบบ สนับสนุนการเรียนรู๎ มีนักจัดการข๎อมูลเครือขําย อยํางน๎อย105คน(5 ทีม) สามารถทาหน๎าที่เป๕นพี่เลี้ยงการจัดทา และนาใช๎ระบบข๎อมูลตาบล
มีนักจัดการและจัดกระบวนการเครือขําย อยํางน๎อย10คน ที่สามารถจัดฝึกอบรม ด๎านการจัดการระบบสนับสนุนการเรียนรู๎
ทบทวน รอบปีที่ 2 บูรณาการเข๎าสูํงานประจา
ทบทวน รอบปีที่ 3 บูรณาการเข๎าสูํงานประจา
มีนักวิชาการเครือขําย อยํางน๎อย21คน ที่สามารถทาหน๎าที่เป๕นพี่เลี้ยงการทาวิจัย ชุมชน และพัฒนาหลักสูตรเรียนรู๎
มีนักวิชาการเครือขําย อยํางน๎อย21คน ที่สามารถจัดฝึกอบรมการทาวิจัยชุมชน และพัฒนาหลักสูตรเรียนรู๎
21 แหํง
ทบทวน รอบปีที่ 2 บูรณาการเข๎าสูํงานประจา
ทบทวน รอบปีที่ 3 บูรณาการเข๎าสูํงานประจา
21 แหํง
บูรณาการเข๎าสูํงานประจา
บูรณาการเข๎าสูํงานประจา
มีนักจัดการข๎อมูลเครือขําย อยํางน๎อย105คน(5 ทีม) ที่สามารถจัดฝึกอบรมการพัฒนา ระบบข๎อมูลตาบล
21 แหํง 21 แหํง 21 แหํง
46/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
คุณลักษณะ
ผลลัพธ์/ตัวชี้วัดโครงการที่ 2
ปีที่ 1 เดือนที่ 1-6
๖. ขับเคลื่อนนโยบาย สาธารณะ
6.๔ 6.๕ 6.๖
นาสูํการปฏิบัติ อยํางน๎อย อปท.ละ ๓ เรื่อง รวม 63 เรื่อง (เป๕น เรื่องใหมํ) เกิดนโยบายสาธารณะรํวมของเครือขําย ที่นาสูํการปฏิบัติในพื้นที่ อยํางน๎อย ๓ เรื่อง เกิดนโยบายสาธารณะระดับพื้ นที่ ที่นาสูํการปฏิบัติ อยํางน๎อ ย อปท.ละ ๓ เรื่อง รวม 63 เรื่อง (เป๕นเรื่องใหมํ) เกิดนวัตกรรมที่แสดงรูป ธรรมตามข๎อ เสนอนโยบายสาธารณะ ระดับพื้นที่ อยํางน๎อย ๓ เรื่อง จัด ท าสื่ อ เผยแพรํ แ ละสื่ อ สารเรื่อ งราว นวั ต กรรม และแหลํ ง เรียนรู๎ในพื้นที่ เพื่อขยายผลไปสูํการขับเคลื่อนระบบการจัดการ ตนเองของชุมชนท๎องถิ่น
7. พัฒนาระบบ การสื่อสาร
7.๒
8. การจัดการความรู๎
๘.๑ เกิดชุดความรู๎วําด๎วย รูปแบบบริหารจัดการเครือขําย ที่ขับเคลื่อน ให๎ เ กิ ด ชุ ม ชนท๎ อ งถิ่ น จั ด การตนเอง และมี ก ารหนุ น เสริ ม การ ดาเนินงานซึ่งกันและกัน ๘.๒ เกิ ด ชุ ด ความรู๎ ด๎ า นการจั ด การป๓ จ จั ย เสี่ ย งและป๓ จ จั ย สํ ง เสริ ม สุขภาพ ที่มีการปฏิบัติในพื้นที่ ๘.๓ เกิดชุดความรู๎ด๎านการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับพื้นที่ ที่ นาสูํการปฏิบัติ ๘.๔ เกิ ด ชุ ด ความรู๎ ด๎ า นการขั บ เคลื่ อ นนโยบายสาธารณะระดั บ เครือขําย
ปี พ.ศ.2558-2561 ปีที่ 2
เดือนที่ 7-12 21 เรื่อง
เดือนที่ 13-18 11 เรื่อง
2 เรื่อง
1 เรื่อง
(รํวมกับเครือขําย)
(รํวมกับเครือขําย)
21 เรื่อง 2เรื่อง
11 เรื่อง
เดือนที่ 25-30 21 เรื่อง
10เรื่อง 1 เรื่อง
21 เรื่อง
มีนักสื่อสารเครือขําย อยํางน๎อย10คน สามารถทาหน๎าที่เป๕นพี่เลี้ยง ด๎านการสื่อสารสาธารณะ
ปีที่ 3
เดือนที่ 19-24 10เรื่อง
เดือนที่ 31-36
มีนักสื่อสารเครือขําย อยํางน๎อย10คน ที่ สามารถจัดฝึกอบรมด๎านการจัดทาสื่อ เผยแพรํและสื่อสาธารณะ
21 เรื่อง 21 เรื่อง 2เรื่อง
11 เรื่อง 11 เรื่อง
10เรื่อง 10เรื่อง 1 เรื่อง
21 เรื่อง 21 เรื่อง
จัดทาชุดความรู๎
47/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
(3) แนวทางการโครงการที่ 2 โครงการสนับสนุนการพัฒนาระบบการจัดการตนเองและการจัดการเครือข่าย ชุดกิจกรรม 1. กลไกการบริหาร จัดการกลาง
2. ระบบข๎อมูลตาบล
3. การวิจัยชุมชน
๑.๑ แตํงตั้งคณะทางานกลาง แบบมีสํวนรํวม (โครงการที่ 2)
สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ ทั่วไปข้อที่ ๙.1, ๙.2, ๙.3
๑.๒ แตํงตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการเครือขําย (แบบมีสํวนรํวม)
๙.2, ๙.3, ๙.5
๑.๓ ทบทวนโครงสร๎างการบริหารจัดการ กาหนดขอบเขต และ บทบาทหน๎าที่ของคณะทางานกลาง ๑.๔ พัฒนาศักยภาพคณะทางานกลาง ได๎แกํ นักบริหาร นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น นักจัดการข๎อมูล นักจัดการและจัดกระบวนการ และนักสื่อสาร ๑.๕ ติดตาม/สนับสนุนการดาเนินงานของเครือขําย (1) ประชุมรํวมกับเครือขําย (๒) จัดทารายงานผลการดาเนินงานเครือขําย 2.๑ ดาเนินการให๎มีการทบทวน/แตํงตั้งคณะทางานพัฒนาระบบ ข๎อมูลตาบลของพื้นที่และเครือขําย 2.๒ พัฒนาศักยภาพนักจัดการข๎อมูล และสนับสนุนการจัดทาและ นาใช๎ระบบข๎อมูลตาบลในพื้นที่ และ อปท. เครือขําย 2.๓ รายงานสถานะการพัฒนาระบบข๎อมูลตาบลให๎แกํศูนย๑สนับสนุน วิชาการประจาภาค และผู๎เกี่ยวข๎อง ทราบทุก 3 เดือน 3.๑ ดาเนินการให๎มีการทบทวน/แตํงตั้งคณะทางานวิจัยชุมชน (RECAP) เพื่อสามารถนาข๎อมูลจากงานวิจัยมาใช๎ในการพัฒนา หลักสูตร 3.๒ พัฒนาศักยภาพนักวิชาการชุมชนท๎องถิ่น และสนับสนุนการทา วิจัยชุมชนในพื้นที่ และ อปท. เครือขําย
๙.1
กิจกรรม/กิจกรรมย่อย
๙.1 ๙.2, ๙.3 ๙.4 ๙.4 ๙.4 ๙.3 ๙.3 ,๙.4
หลัก นายก, ผู๎จัดการโครงการ คณะกรรมการบริหาร จัดการเครือขําย คณะกรรมการบริหาร โครงการ, ศจค. ศจค.
ผู้ดาเนินการ ร่วม คณะกรรมการ บริหารโครงการ, ศจค. ศจค.
สนับสนุน
ระยะเวลา เดือนที่ ๑
ศวภ.
ภายหลังลงนาม ความรํวมมือ 3 เดือนครั้ง
อปท.เครือขําย
ศวภ. สน.3
ทุก 3 เดือน
คณะกรรมการบริหาร โครงการ, ศจค.
อปท.เครือขําย
ศวภ.
ศจค., นักจัดการข๎อมูล ศจค.
อปท.เครือขําย
ศจค., นักจัดการข๎อมูล ศจค., นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น ศจค., นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น
อปท.เครือขําย
อปท.เครือขําย
ทุก 3 เดือน ๖ เดือนครั้ง เดือนที่ ๓ ศวภ. สน.3 ศวภ.
อปท.เครือขําย
อปท.เครือขําย
เดือนที่ 4 ทุก 3 เดือน เดือนที่ ๓
ศวภ. สน.3
เดือนที่ 4
48/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ชุดกิจกรรม
กิจกรรม/กิจกรรมย่อย 3.๓ สังเคราะห๑ข๎อมูลทุนและศักยภาพตาบล เพื่อนาไปใช๎ในการ พัฒนาหลักสูตรภายใน
4. การพัฒนาหลักสูตร การเรียนรู๎
5. การพัฒนานวัตกรรม
4.๑ ประมวลผลและสังเคราะห๑ข๎อมูลจากการวิจัยชุมชน (RECAP) และข๎อมูลพื้นฐานตาบล (TCNAP) (1) ดาเนินการใน พื้นที่ (๒) ดาเนินงานใน อปท.เครือขําย 4.๒ ออกแบบระบบสนับสนุนการเรียนรู๎และตารางการเรียนรู๎ (1) ดาเนินการใน พื้นที่ (๒) ดาเนินงานใน อปท.เครือขําย 4.๓ จัดทาหลักสูตรเครือขําย และจัดกระบวนการเรียนรู๎เครือขําย 4.3.1 จัดทาหลักสูตรเรียนรู๎เครือขําย 4.3.2 รับรองหลักสูตร โดย ชุมชน 4.3.3 รับรองหลักสูตร โดย ศวภ. 4.3.4 รับรองหลักสูตร โดย สน. 3 4.3.5 ประเมินผลและนาใช๎หลักสูตร (รับรุํน) 4.๔ พัฒนาศักยภาพนักวิชาการ ด๎านการจัดทาหลักสูตรภายใน และ จัดกระบวนการเรียนรู๎ให๎กับพื้นที่ และ อปท.เครือขําย
5.๑ นวัตกรรมการจัดการพื้นที่ 5.1.1 สังเคราะห๑รูปธรรมการจัดการพื้นที่ 5.1.2 สรุปบทเรียนการจัดการพื้นที่ 5.2 นวัตกรรมการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพใน พื้นที่และเครือขําย 5.2.1 สังเคราะห๑นวัตกรรมการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและ ป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ 5.2.2 สังเคราะห๑รูปธรรมการดาเนินงานนวัตกรรม
สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ ทั่วไปข้อที่ ๙.2, ๙.3, ๙.4, ๙.5, ๙.6 ๙.2 ,๙.4, ๙.5
๙.2 ,๙.4, ๙.5 ๙.2, ๙.3, ๙.4, ๙.5, ๙.6
๙.1, ๙.2, ๙.5, ๙.6 ๙.4, ๙.5, ๙.6 ๙.4, ๙.5, ๙.6
ผู้ดาเนินการ ร่วม
สนับสนุน
ศจค., นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น ศจค., นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น
อปท.เครือขําย
ศวภ.
อปท.เครือขําย
ศวภ.
ศจค., นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น ศจค., นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น
อปท.เครือขําย
ศจค., นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น ศจค., นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น
อปท.เครือขําย
ศวภ.
อปท.เครือขําย
ศวภ.
ศจค., นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น
อปท.เครือขําย
หลัก
ระยะเวลา ทุก ๖ เดือน
เดือนที่ ๓ เดือนที่ ๘
อปท.เครือขําย
ศวภ. สน.3 ศวภ. สน.3
ศวภ.
เดือนที่ ๔ เดือนที่ 9 เดือนที่ 4 เดือนที่ 5 เดือนที่ 5 เดือนที่ 5-10 เดือนที่ ๗
ปีละ 1 ครั้ง ปีที่ 2-3 เดือนที่ 8
49/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ชุดกิจกรรม
กิจกรรม/กิจกรรมย่อย ในพื้นที่ 5.2.3 สนับสนุนการตํอยอดนวัตกรรมฯ 5.3 สรุปบทเรียนและจัดการความรู๎นวัตกรรมในการจัดการป๓จจัย เสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ
6. ขับเคลื่อนนโยบาย สาธารณะ
7. การพัฒนาศักยภาพ
๙.4, ๙.5, ๙.6
6.๑ จัดทาข๎อตกลงรํวมและกาหนดแนวทางการดาเนินงานเพื่อ ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ในระดับพื้นที่ 6.๒ ประมวลนโยบายสาธารณะระดับพื้นที่ ที่เกิดการปฏิบัติในพื้นที่
๙.2, ๙.3,๙.5
6.๓ จัดทาข๎อตกลงรํวมและกาหนดแนวทางการดาเนินงานเพื่อ ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ในระดับเครือขําย
๙.2, ๙.3,๙.5
6.๔ ประมวลนโยบายสาธารณะระดับเครือขําย ที่เกิดการปฏิบัติใน พื้นที่
๙.2, ๙.3,๙.5
6.๕ รณรงค๑และขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับเครือขําย และ ระดับชาติ
๙.2, ๙.3,๙.5
7.๑ พัฒนาศักยภาพคณะทางานพื้นที่และเครือขําย
๙.1, ๙.2, ๙.3, ๙.4, ๙.5, ๙.6 ๙.1, ๙.2, ๙.5
7.๒ พัฒนาศักยภาพวิทยากรชุมชนทั้งในพื้นที่และเครือขําย 8. พัฒนาระบบการ สื่อสาร 9. การจัดการความรู๎
สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ ทั่วไปข้อที่
8.1 สนับสนุนและพัฒนาระบบการสื่อสารในพื้นที่และเครือขําย 9.1 จัดทาชุดความรู๎ในการดาเนินงานในพื้นที่และเครือขําย
๙.2, ๙.3,๙.5
๙.3, ๙.4 ๙.2, ๙.3, ๙.4, ๙.5, ๙.6
หลัก
ศจค., นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น คณะกรรมการบริหาร โครงการ, ศจค. คณะกรรมการบริหาร โครงการ, ศจค. คณะกรรมการบริหาร จัดการเครือขําย, ศจค. คณะกรรมการบริหาร จัดการเครือขําย, ศจค. คณะกรรมการบริหาร จัดการเครือขําย, ศจค. คณะกรรมการบริหาร โครงการ, ศจค. คณะกรรมการบริหาร โครงการ, ศจค. ศจค. นักสื่อสาร ศจค., นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น
ผู้ดาเนินการ ร่วม
สนับสนุน
ระยะเวลา
อปท.เครือขําย
ศวภ.
ทุก 6 เดือน
อปท.เครือขําย
ศวภ.
เดือนที่ 4
อปท.เครือขําย
ศวภ.
ปีละ 1 ครั้ง
อปท.เครือขําย
ศวภ. สน.3
เดือนที่ 10
อปท.เครือขําย
ศวภ. สน.3
ปีละ 1 ครั้ง
อปท.เครือขําย
ศวภ. สน.3
ปีละ 1 ครั้ง
อปท.เครือขําย
ตลอดระยะเวลา
อปท.เครือขําย
ศวภ. สน.3 ศวภ.
อปท.เครือขําย
ศวภ.
เดือนที่ 10
อปท.เครือขําย
ศวภ.
ปีละ 1 ครั้ง
ตลอดระยะเวลา
50/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
โครงการที่ 3 พั ฒ นาศั ก ยภาพองค์ ก รปกครองส่ว นท้ อ งถิ่ นเครื อ ข่ ายรายละเอี ย ดการด าเนิ นงาน ประกอบด๎วย 3 สํวน ได๎แกํ (1) วัตถุประสงค๑เฉพาะโครงการ (2) ผลผลิตผลลัพธ๑ และตัวชี้วัดโครงการ และ (3) แนว ทางการดาเนินชุดโครงการ ดังนี้ (1) วัตถุประสงค์เฉพาะ (โครงการที่ 3) (1.1) เพื่อพัฒนาระบบและโครงสร๎างการบริหารจัดการพื้นที่ของแตํละองค๑กรปกครอง สํวนท๎องถิ่นเครือขําย ให๎เกิดเป๕นรูปธรรมชุมชนท๎องถิ่นจัดการตนเอง (1.2) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให๎องค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นเครือขําย มีความสามารถ ในการจัดทาและนาใช๎ข๎อมูลจากการวิจัยชุมชน (RECAP) และข๎อมูลพื้นฐานตาบล (TCNAP) ในการจัดทาหลักสูตร เรียนรู๎ภายใน และพัฒนานวัตกรรมการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ (1.3) เพื่ อ พั ฒ นาศั ก ยภาพผู๎ น า แกนน า วิ ท ยากรชุ ม ชนและองค๑ ก รชุ ม ชน ให๎ มี ความสามารถในการถํายทอดและแลกเปลี่ยนประสบการณ๑รํวมกับองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นเครือขําย (1.4) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถนักพัฒนาสุขภาวะชุมชนขององค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น เครือขําย ให๎สามารถขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะของพื้นที่และนโยบายสาธารณะที่เป๕นประเด็นรํวมของเครือขําย
51/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
(2) ผลผลิต ผลลัพธ์ และตัวชี้วัด (โครงการที่ 3) คุณลักษณะ 1. กลไกบริหารจัดการ พื้นที่
2. ระบบข๎อมูล (TCNAP)
ผลลัพธ์/ตัวชี้วัดโครงการที่ 3 1.๑ คาสั่งแตํงตั้งคณะทางานบริหารจัดการพื้นที่ (แบบมีสํวนรํวม)
2.๒ มี ฐ านข๎ อ มู ล พื้ น ฐานต าบล (TCNAP) ที่ มี ก ารทบทวนทุ ก รอบปี แ ละน าใช๎ ใ น ขบวนการสร๎างเสริมสุขภาวะชุมชน 2.๓ เกิดรูปธรรมการนาใช๎ข๎อมูลพื้นฐานตาบล ในขบวนการสร๎างเสริมสุขภาวะชุมชน และ บูรณาการเข๎าสูํงานประจา 3. วิจัยชุมชน (RECAP)
4. การพัฒนาหลักสูตร การเรียนรู๎และจัดการ เรียนรู๎ 5. การพัฒนา
ปีที่ 1 เดือนที่ 1-6
1.๒ มีผู๎นาการเปลี่ยนแปลง (แกนนา, ผู๎นา, นักพัฒนาสุขภาวะชุมชน) ที่มีความพร๎อมใน การถํายทอดประสบการณ๑ อปท.ละ ไมํน๎อยน๎อยกวํา 100 คน
2.๑ คาสั่งแตํงตั้งคณะทางานพัฒนาระบบข๎อมูลตาบล
เดือนที่ 13-18
เดือนที่ 19-24
60 คน
20 คน
20 คน
ปีที่ 3 เดือนที่ 25-30
เดือนที่ 31-36
มีนักจัดการและจัดกระบวนการ อยํางน๎อย1คน ที่สามารถจัดฝึกอบรม ด๎านการจัดการระบบสนับสนุน การเรียนรู๎
มีนักจัดการข๎อมูล อยํางน๎อย5คน (5 ทีม) ที่สามารถทาหน๎าที่เป๕นพี่เลี้ยง การจัดทาและนาใช๎ระบบข๎อมูลตาบล
มีนักจัดการข๎อมูล อยํางน๎อย 5 คน (5 ทีม) ที่สามารถจัดฝึกอบรม การพัฒนาระบบข๎อมูลตาบล
ทบทวน รอบปีที่ 1
ทบทวน รอบปีที่ 2
ทบทวน รอบปีที่ 3
นาใช๎ รอบปีที่ 1
นาใช๎ รอบปีที่ 2 บูรณาการเข๎าสูํงานประจา
นาใช๎ รอบปีที่ 3 บูรณาการเข๎าสูํงานประจา
3.๒ รายงานผลการวิจัยชุมชน (RECAP) และมีการทบทวนทุกรอบปี
5.๑ เกิดนวัตกรรมที่แสดงรูปธรรมการจัดการพื้นที่ ที่นาสูํการปฏิบัติ
เดือนที่ 7-12
มีนักจัดการและจัดกระบวนการ อยํางน๎อย1คนสามารถทาหน๎าที่ เป๕นพี่เลี้ยงด๎านการจัดการระบบ สนับสนุนการเรียนรู๎
3.๑ คาสั่งแตํงตั้งคณะทางานวิจัยชุมชน
3.๓ มีวิทยากรชุมชน ที่มีความพร๎อมในการถํายทอดประสบการณ๑ รวมไมํน๎อยกวํา 100 คน 4.๑ มีหลักสูตรเรียนรู๎ภายใน ที่ประมวลผลจากข๎อมูลพื้นฐานตาบล (TCNAP) และการวิจัย ชุมชน (RECAP) เพื่อใช๎ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ในพื้นที่ และมีการทบทวนทุกรอบปี
ปี พ.ศ.2558-2561 ปีที่ 2
60 คน
มีนักวิชาการ อยํางน๎อย1คน ที่สามารถ ทาหน๎าที่เป๕นพี่เลี้ยงการทาวิจัยชุมชน
มีนักวิชาการ อยํางน๎อย1คน ที่สามารถจัดฝึกอบรมการทาวิจัยชุมชน
ทบทวน รอบปีที่ 2
ทบทวน รอบปีที่ 3
20 คน
20 คน
ทบทวน รอบปีที่ 2
ทบทวน รอบปีที่ 3
บูรณาการเข๎าสูํงานประจา
บูรณาการเข๎าสูํงานประจา
52/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
คุณลักษณะ
ผลลัพธ์/ตัวชี้วัดโครงการที่ 3
ปีที่ 1 เดือนที่ 1-6
นวัตกรรม ๖. ขับเคลื่อนนโยบาย สาธารณะ
7. พัฒนาระบบ การสื่อสาร
ปี พ.ศ.2558-2561 ปีที่ 2
5.๒ เกิดนวัตกรรมการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ ที่นาสูํการปฏิบัติ อยําง น๎อย ๓ เรื่อง (เป๕นเรื่องใหมํ) 6.๑ ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะรํวมของเครือขําย ที่นาสูํการปฏิบัติในพื้นที่ อยํางน๎อย ๓ 2 เรื่อง (รํวมกับเครือขําย) เรื่อง 6.๒ เกิดนโยบายสาธารณะระดับพื้นที่ ที่นาสูํการปฏิบัติ อยํางน๎อย ๓ เรื่อง 1 เรื่อง 6.๓ เกิดนวัตกรรมที่แสดงรูปธรรมตามข๎อเสนอนโยบายสาธารณะระดับพื้นที่ อยํางน๎อย ๓ เรื่อง (เป๕นเรื่องใหมํ) 7.๑ จัดทาสื่อเผยแพรํและสื่อสารเรื่องราว นวัตกรรม และแหลํงเรียนรู๎ในพื้นที่ เพื่อขยาย ผลไปสูํการขับเคลื่อนระบบการจัดการตนเองของชุมชนท๎องถิ่น
เดือนที่ 7-12 1 เรื่อง
เดือนที่ 13-18 1 เรื่อง 1 เรื่อง
เดือนที่ 19-24
๘.๓ เกิดชุดความรู๎ วําด๎วย รูปแบบบริหารจัด การพื้นที่ ที่ขับ เคลื่อนให๎เกิ ดชุมชนท๎องถิ่ น จัดการตนเอง ๘.๔ เกิดชุดความรู๎ด๎านการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ ที่มีการปฏิบัติใน พื้นที่ ๘.๕ เกิดชุดความรู๎ด๎านการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับพื้นที่
1 เรื่อง
1 เรื่อง 1 เรื่อง
เดือนที่ 31-36
(รํวมกับเครือขําย)
1 เรื่อง 1 เรื่อง
มีนักสื่อสารชุมชน อยํางน๎อย1คน สามารถทาหน๎าที่เป๕นพี่เลี้ยง ด๎านการสื่อสารสาธารณะ
8. การจัดการความรู๎
ปีที่ 3 เดือนที่ 25-30 1 เรื่อง 1 เรื่อง 1 เรื่อง
มีนักสื่อสาร อยํางน๎อย1คน ที่สามารถจัด ฝึกอบรมด๎านการจัดทาสือ่ เผยแพรํและ สื่อสาธารณะ
1 เรื่อง 1 เรื่อง
1 เรื่อง 1 เรื่อง
53/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
(3)แนวทางการดาเนินโครงการที่ 3 พัฒนาศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเครือข่าย ชุดกิจกรรม 1. ระบบข๎อมูลตาบล (TCNAP)
๑.1 พัฒนาศักยภาพนักจัดการข๎อมูลตาบล
สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ทั่วไป ข้อที่ 8.4
1.2 แตํงตั้งคณะทางานระบบข๎อมูลตาบล
8.1, 8.4
กิจกรรม/กิจกรรมย่อย
๑.3 จัดทาระบบข๎อมูลตาบลและนาใช๎ในขบวนการสร๎างเสริมสุขภาวะ ชุมชน ๑.4 จัดทารายงานและผลการนาใช๎ระบบข๎อมูลตาบล 2. วิจัยชุมชน (RECAP)
3. พัฒนาหลักสูตร
ศวภ. สน.3 ศวภ.
เดือนที่ 3
ศจค.
ศวภ.
เดือนที่ 4
ศจค.
ศวภ.
เดือนที่ ๖
ศจค.
เดือนที่ 3
ศจค.
ศวภ. สน.3 ศวภ.
ศจค.
ศวภ.
เดือนที่ 4-๖
ศจค.
ศวภ.
เดือนที่ ๘
ศจค.
ศวภ.
เดือนที่ ๘
ศจค., นายก, ผู๎จัดการโครงการ ศจค.
ศวภ. สน.3
เดือนที่ 9
8.2 ,8.4, 8.5
นักจัดการข๎อมูล, ทีมพัฒนาระบบ ข๎อมูลตาบล, นักจัดการข๎อมูล, ทีมพัฒนาระบบ ข๎อมูลตาบล, นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น นายก, นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น, นักจัดการข๎อมูล คณะทางานพื้นที่
ศวภ.
เดือนที่ 9
8.2, 8.3, 8.4,
นักวิชาการ
ศจค.
ศวภ.
เดือนที่ 10
8.4 8.2, 8.3
2.๒ แตํงตั้งคณะทางานวิจัยชุมชน
8.1, 8.2, 8.4
2.๓ ดาเนินการวิจัยชุมชน (RECAP)
8.2 ,8.3 ,8.4, 8.5, 8.6 8.2 ,8.3 ,8.4, 8.5, 8.6 8.2 ,8.3 ,8.4, 8.5, 8.6 8.1 ,8.3 ,8.4
3.๓ จัดทาหลักสูตรภายใน และจัดกระบวนการเรียนรู๎ภายใน
ระยะเวลา
ทีมพัฒนาระบบ ข๎อมูลตาบล นักจัดการข๎อมูล
8.1, 8.2 ,8.4
3.๑ พัฒนาศักยภาพนักวิชาการ ในการจัดทาหลักสูตรเรียนรู๎ภายใน จาก ประมวลผลและสังเคราะห๑ข๎อมูลจากการวิจัยชุมชน (RECAP) และ ข๎อมูลพื้นฐานตาบล (TCNAP) 3.๒ ออกแบบระบบสนับสนุนการเรียนรู๎และตารางเรียนรู๎
สนับสนุน
ศจค. นักจัดการข๎อมูล นายก
2.๑ พัฒนาศักยภาพนักวิชาการชุมชนท๎องถิ่นในการวิจัยชุมชน
2.๔ ประมวลข๎อมูลทุนทางสังคมและศักยภาพตาบล เพื่อนามาใช๎ในการ จัดทาหลักสูตรการเรียนรู๎ ๒.๔ จัดทารายงานและการนาใช๎การข๎อมูลวิจัยชุมชน
หลัก
ผู้ดาเนินการ ร่วม
เดือนที่ 3
เดือนที่ 3
54/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ชุดกิจกรรม
4. พัฒนานวัตกรรม
5. ขับเคลื่อนนโยบาย สาธารณะ
กิจกรรม/กิจกรรมย่อย
สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ทั่วไป ข้อที่ 8.5, 8.6
5.1 นวัตกรรมการจัดการพื้นที่ (๑) สังเคราะห๑รูปธรรมการจัดการพื้นที่ (๒) สรุปบทเรียนการจัดการพื้นที่ ๕.๒ นวัตกรรมการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ ของ อปท.เครือขําย (๑) สังเคราะห๑นวัตกรรมการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริม สุขภาพของพื้นที่ (๒) สรุปบทเรียนและการจัดการความรู๎นวัตกรรมการลดป๓จจัยเสี่ยง และการสร๎างป๓จจัยเสริมด๎านสุขภาพของ พื้นที่ 6.๑ ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะในระดับพื้นที่
8.4, 8.5, 8.6
6.๒ ทาข๎อตกลงรํวมและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับเครือขําย ที่ นาสูํการปฏิบัติในพื้นที่
8.2, 8.3, 8.5
6.๓ รํวมขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับเครือขําย และระดับชาติ
8.4, 8.5, 8.6
หลัก
ผู้ดาเนินการ ร่วม
สนับสนุน
ชุมชนท๎องถิ่น, คณะทางานพื้นที่ นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น
คณะทางานพื้นที่ ศจค.
ศวภ.
นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น
คณะทางานพื้นที่ ศจค.
ศวภ.
ระยะเวลา
เดือนที่ 12 ปีที่ 2 และ 3 เดือนที่ 8 ทุก 6 เดือน
นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น
คณะทางานพื้นที่
ศวภ.
เดือนที่ 10
คณะทางานพื้นที่ ศจค.
ศวภ. สน.๓
เดือนที่ 4
8.2, 8.3, 8.5
นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น
คณะทางานพื้นที่ ศจค.
ศวภ. สน.๓
ปีละ 1 ครั้ง
คณะทางานพื้นที่ ศจค. คณะทางานพื้นที่ ศจค. ศจค. ศวภ.
ศวภ. สน.๓ ศวภ. สน.๓ สน.๓
ตลอดระยะเวลา
8.2, 8.3, 8.5
6. พัฒนาระบบ การสื่อสาร
4.1 พัฒนาศักยภาพนักสื่อสารชุมชนท๎องถิ่นในพื้นที่
8.3, 8.4
นักสื่อสาร
4.2 พัฒนาระบบการสื่อสาร ในพื้นที่
8.3, 8.4
นักสื่อสาร
7. การจัดการความรู๎
7.๑ จัดทาชุดความรู๎การดาเนินงานในพื้นที่
8.3 ,8.58.2, 8.3, 8.4, 8.5, 8.6
นักวิชาการ ชุมชนท๎องถิ่น, คณะทางานพื้นที่
ตลอดระยะเวลา ปีละ 1 ครั้ง
55/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
15. โครงสร้างการบริหารจัดการของชุดโครงการ ๑๕.1 โครงสร้างการบริหารจัดการโครงการและบทบาทหน้าที่ การจัดการตนเองเป๕นกระบวนการจัดการในองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น ที่มุํงสร๎างกระบวนการเรียนรู๎ให๎กับ องค๑กรหลักอื่นๆ ในตาบลตนและแหลํงเรียนรู๎ ทั้งนี้ต๎องมีการจัดการกาลังคนให๎ทางานสองหน๎างาน คือ หน๎างานที่เป๕น งานบริหารและบริการขององค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น และหน๎างานที่เป๕นการสร๎างการทางานรํวมกันขององค๑กรหรื อ หนํวยงานอื่นๆ ในตาบลและแกนนาแหลํงเรียนรู๎ในกระบวนการเรียนรู๎ทุกขั้นตอน ทั้งนี้ลักษณะการทางานในหน๎างานที่ สอง เป๕น “การสนับสนุนและเสริมความเข้มแข็ง” มากกวํา “การทาให้” เป๕นการค๎นหาคนทาจริง คนเกํง ในเรื่อง ตํางๆมายกยํองและเปิดโอกาสให๎เข๎ารํวมแลกเปลี่ยนบทเรียนจากประสบการณ๑ชีวิตจริง และที่สาคัญถือเป๕นการรวม พลังทุนทางสังคมอันแสดงศักยภาพของตาบลให๎ปรากฏ ให๎ได๎มีแนวทางการดาเนินการดังนี้ การกาหนดขอบเขตบทบาทหน้าที่ของทีมงาน 1. นายก/กรรมการบริหาร มีขอบเขตบทบาทหน๎าที่ดังนี้ 1) แตํงตั้งคณะกรรมการการพัฒนาหลักสูตร ติดตาม ประเมิน ผล ในการสรุปเนื้อหา การ ออกแบบและการจัดเตรียมสิ่งแวดล๎อมที่เอื้อตํอการเรียนรู๎ 2) เป๕นที่ปรึกษา อานวยการ และให๎การสนับสนุนกิจกรรมทั้งหมดที่อยูํในแผนการพัฒนา ตาบลศูนย๑เรียนรู๎ 2. ผู้จัดการโครงการมีขอบเขตบทบาทหน๎าทีด่ งั นี้ 1) กาหนดกิจกรรมทีใ่ ช๎ในการพัฒนาหลักสูตร 2) เรียนรู๎ แหลํงเรียนรู๎ทุกแหลํง และ สรุปสาระของแหลํงเรียนรู๎ ทุกแหลํงเรียนรู๎ 3) สอบทานเนื้อหาสาระหลักสูตร 4) รํวมในการค๎นหาวิทยากรแหลํงเรียนรู๎ 5) สร๎างโอกาสในการพัฒนาศักยภาพวิทยากรแหลํงเรียนรู๎ โดยการไปศึกษาดูงานนอกพืน้ ที่ และฝึกซ๎อม 6) มีสํวนรํวมในการรับรองหลักสูตร ให๎ข๎อเสนอแนะการนาเสนอของวิทยากรแหลํงเรียนรู๎ 7) รํวมในการออกแบบกิจกรรมภายในแหลํงเรียนรู๎ 8) เป๕นทีป่ รึกษา และแก๎ปญ ๓ หาในการทางานให๎แกํทีมงาน 9) พิจารณาตรวจสอบเครื่องมือ วัสดุสงิ่ ของงบประมาณ 10) ติดตามความก๎าวหน๎า ประเมินผลการดาเนินงาน 11) เป๕นผูแ๎ นะ สอนงานน๎อง การทางานโดยทาให๎น๎องเห็น 12) เจรจาตํอรอง เพื่อให๎ทีมงานได๎โควต๎าไปพัฒนาศักยภาพ เชํน จานวนคนเข๎าประชุมที่ สสส. จัด 13) สร๎างโอกาสให๎น๎องทีมงาน ได๎เรียนรู๎ผาํ นการปฏิบัตจิ ริง 14) การเสริมสร๎างแรงจูงใจ ขวัญและกาลังใจ เชํน คําเบีย้ เลีย้ ง คําเดินทางเป๕นต๎น 15) ประสาน ค๎นหาตาบลเครือขําย 16) รํวมในการไปชํวยพัฒนาแหลํงเรียนรู๎ 17) รํวมเป๕นทีมออกเยี่ยมตาบลเครือขําย เป๕นผู๎กาหนดการ นัดแตํละที่ ตํอเนื่องติดตํอกันหลายพื้นที่ 18) กาหนดกิจกรรมที่เป๕นการสร๎างขวัญและกาลังใจให๎กับตาบลเครือขํายที่มกี ารพัฒนาศักยภาพ 3. นักวิชาการโครงการ /ผู้ช่วยนักวิชาการโครงการ มีขอบเขตบทบาทหน๎าที่ดังนี้ 1) ทาแผนปฏิบัตกิ ารของโครงการ กาหนดผลลัพธ๑ให๎สอดคล๎องกับตัวชี้วดั ตามที่สานักงาน กองทุนเพื่อการสํงเสริมสุขภาพ (สสส.) กาหนด 2) ประเมินผล และสรุปผลกิจกรรมทุกครัง้ เพื่อใช๎รายงานความก๎าวหน๎าในระยะ 6 เดือนและ เพื่อพัฒนางานในอนาคต
56/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
3) ติดตามแผนงานและกิจกรรมกากับแผนโดยใช๎แบบประเมินและสรุปผลการดาเนินกิจกรรม เพื่อเป๕นข๎อมูลสรุปเป๕นรายงานความก๎าวหน๎า 4) สะท๎อนแผนงานกิจกรรมที่เป๕นป๓ญหา ตํอนายก /กรรมการบริหาร 5) ออกแบบกิจกรรมใหมํรํวมกัน เพื่อแก๎ไขป๓ญหา 6) พิจารณาความสอดคล๎องกับแผนการเงิน กับแผนกิจกรรม และแผนเวลา กระตุน๎ ให๎ ดาเนินการตามแผน 7) ถอดบทเรียนตาบลเพื่อสังเคราะห๑ เป๕นชุดความรูแ๎ ละสํงข๎อมูลให๎ผทู๎ ี่เกี่ยวข๎องในตาบลได๎ทราบ 8) จัดทาหลักสูตรและออกแบบกิจกรรม กระบวนการการแลกเปลีย่ นเรียนรู๎ 9) รวบรวมแหลํงทุน โดย ผูบ๎ ริหาร แกนนาทีอ่ าสา และนักวิชาการ ลงพื้นที่ สอบถาม 10) ออกแบบเส๎นทางเรียนรู๎ในหลักสูตร โดยใช๎ภูมิศาสตร๑ของพื้นที่ 11) สร๎างแบบประเมินตํางๆ จัดเก็บข๎อมูลการดาเนินงาน การประมวลผล การปฏิบตั งิ าน นามาวิเคราะห๑ สังเคราะห๑ ละสะท๎อนหลักสูํผบู๎ ริหารและชุมชน 12) จัดเก็บรวบรวมข๎อมูลเป๕นระยะ ๆ เพื่อจัดทารายงานความก๎าวหน๎าในแตํละแผนงาน 13) รายงานความก๎าวหน๎าของโครงการให๎กบั สสส. ได๎ทราบ 14) ออกแบบกิจกรรมนอกเหนือจากแผนงานที่มีให๎กับโครงการนาใช๎กิจกรรมตํางๆ 15) จัดระบบการเก็บข๎อมูล โดยใช๎กระบวนการถอดบทเรียน ด๎วยวิธีการสัมภาษณ๑ นาข๎อมูลมาถอดเทป 16) เขียนวิเคราะห๑ สังเคราะห๑ ในเรื่องป๓ญหา และความต๎องการของแหลํงเรียนรู๎ เป๕นข๎อมูลใน การพัฒนาตํอยอดแหลํงเรียนรู๎ตอํ ไป เชํน เรื่องสถานที่ อุปกรณ๑ เป๕นต๎น 17) เฝูาติดตามการเปลีย่ นแปลงของแหลํงเรียนรูแ๎ ละนาข๎อมูลทีเ่ ปลีย่ นแปลงมาสะท๎อนให๎ คณะทางานเพื่อวางแผนพัฒนาตํอยอด สรุปเป๕นชุดความรู๎ในแตํละปี 18) นาข๎อมูลมาสะท๎อนให๎ นายก/กรรมการบริหาร ผู๎จดั การโครงการ เพื่อแก๎ปญ ๓ หาให๎ ประชาชนตํอไป 4. ผู้ประสานงานโครงการมีขอบเขตบทบาทหน๎าที่ดังนี้ 1) ประสานผู๎เกีย่ วข๎องทัง้ 3 เครือขําย (อปท., นักวิชาการ, ภาคปชช.) 2) มีบทบาทในการประสานงานเพื่อให๎ทุกฝุายเข๎าใจตรงกัน 3) จัดทาข๎อมูลพื้นฐานของทุกฝุายอยํางชัดเจนเชํน ชื่อ เบอร๑โทรศัพท๑ตดิ ตํอ เอกสารการ จัดการของแตํละฝุายเชํน ฝุายจัดการรถรับสํง ฝุายโฮมสเตย๑ ฝุายอาหารและฝุายเส๎นทาง การเรียนรู๎ 4) มีตารางการมอบหมายงานและติดตามงานที่ชดั เจนทัง้ หมด มีการบันทึกการทางานอยําง เป๕นระบบกันการลืม หรือทางานซ้าซ๎อน 5. นักจัดกระบวนการ มีขอบเขตบทบาทหน๎าที่ดังนี้ 1) การวางแผนการจัดกระบวนการ 2) ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู๎ 3) สนับสนุนและเอื้ออานวยให๎ทุกฝุายในโครงการทางานได๎อยํางราบรื่นบรรลุตามเปูาหมาย ของแตํละกิจกรรม 4) อานวยความสะดวกให๎กับผู๎มาศึกษาดูงาน/แลกเปลี่ยนเรียนรู๎ในพื้นที่ โดยคานึงถึงบริบท ของตาบลเป๕นหลัก 5) สรุปผลการทางาน ป๓จจัยเงื่อนไข สํงให๎กับผู๎จัดการโครงการและฝุายวิชาการ
57/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
6. นักบัญชี/การเงิน มีขอบเขตบทบาทหน๎าที่ดังนี้ 1) รับผิดชอบในการทางบประมาณคําใช๎จํายที่ถูกาหนดตามแผนงานตามบัญชีหลักที่รํวมกัน วางแผนของโครงการ ให๎มีความสอดคล๎องกับหมวดเงินของสานักงานกองทุนเพื่อการ สํงเสริมสุขภาพ (สสส.) กาหนด 2) รับผิดชอบในการทางบประมาณตามบัญชีเสริมนอกเหนือจากหมวดเงินของสสส. 3) เบิก-จํายเงินให๎ผู๎เกี่ยวข๎องเชํน เจ๎าของบ๎านพักโฮมสเตย๑ คําขนสํง ของฝากของที่ระลึก 4) ให๎ความรู๎และคาแนะนาแกํทีมงานที่เกี่ยวข๎องเกี่ยวกับระเบียบการเบิกจํายเงิน เชํ นการ เตรียมเอกสารเพื่อขอรับเงิน การขอใบเสร็จที่ถูกต๎องจากร๎านค๎า 5) รํวมให๎ความคิดเห็นเรื่องการกาหนดคําตอบแทนรํวมกับทีมที่เกี่ยวข๎องเชํน ผู๎จัดการ ผู๎ ประสานงานโครงการ นักจัดกระบวนการเป๕นต๎น 6) งานเสริมเพื่อสนับสนุนกาลังคนในทีม เชํน เตรียมสถานที่ อาหารที่พัก นาทางเป๕นต๎น ๑๕.๒ โครงสร้างของการบริหารจัดการ และกลไกการขับเคลื่อนโครงการ2 1๕.๒๑โครงสร้างของการบริหารจัดการประกอบด๎วย (1) คณะทางานขับเคลื่อนศูนย๑เรียนรู๎ด๎านการจัดการสุขภาวะชุมชนโดยตาบล....... (2) คณะทางานสนับสนุนการขับเคลื่อนเครือขําย (3) คณะทางานขับเคลื่อนการจัดการสุขภาวะชุมชนของแตํละ อปท. เครือขําย (4) คณะกรรมการบริหารจัดการเครือขําย
2
ทั้งนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได๎ตามความเหมาะสม
58/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
1๕.๓ กลไกการขับเคลือ่ นโครงการ กลไกการขับเคลื่อนโครงการดาเนินงานโดยคณะทางานตามโครงสร๎างการบริหารจัดการ ๔ คณะ ดังนี้ (1) คณะทางานขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้ด้านการจัดการสุขภาวะชุมชนโดยตาบลเหล่าโพนค้อ ประกอบด๎วย ที่ 1. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘.
ชื่อ-สกุล นายมีชัย อุํนวิเศษ นายรัตนะ คาโสมศรี นายเกียรติศักดิ์ ขันทีท๎าว นายเวศ กุตระแสง นายทวี ทนคาดี นายสุรัน โต๏ะชาลี นางสุนันท๑ หลวงศรี นายวัยพจย๑ ป๓ญญะ
ตาแหน่งในพืน้ ที่ ปลัดองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ หัวหน๎าสานักงานปลัด อบต.เหลําโพนค๎อ หัวหน๎าสํวนสํงเสริมการเกษตร ผู๎อานวยการโรงเรียนบ๎านเหลําโพนค๎อฯ ประธานกลุํมบ๎านพักโฮมเตย๑ รองประธานกลุํมเพาะพันธ๑กล๎าไม๎ ผู๎อานวยการโรงเรียนบ๎านห๎วยยาง ผู๎อานวยการโรงเรียนบ๎านดงหนองเหียน
ตาแหน่งในโครงการ ผู๎รับผิดชอบโครงการ นักวิชาการ RECAP (บางเวลา) นักวิชาการ TCNAP (บางเวลา) ประธานคณะทางานแหลํงเรียนรู๎ ประธานบ๎านพักโฮมสเตย๑ ประธานวิทยากรชุมชน ทีมสนับสนุน ทีมสนับสนุน
บทบาทหน้าที่ ประสานงานคณะทางานสนับสนุนการขับเคลื่อนเครือขําย เพื่อรํวมปฏิบัติงานระบบสนับสนุนเกี่ยวกับการ ฝึกอบรม การศึกษาดูงาน การจัดการแหลํง เรียนรู๎ การจัดการโฮมสเตย๑ และงานอื่นๆ รวมถึง พัฒนาแหลํงเรียนรู๎ ถํายทอดความรู๎และแลกเปลี่ยนประสบการณ๑ให๎กับ อปท.เครือขําย เพื่อนาความรู๎ไปปรับใช๎ดาเนินการในพื้นที่ พร๎อ ม กับให๎คาปรึกษาแนะนากับวิทยากรชุมชน และแหลํงเรียนรู๎ของ อปท.เครือขําย (2) คณะทางานสนับสนุนการขับเคลื่อนเครือข่าย ที่ 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8.
ชื่อ-สกุล นายอนุสรณ๑ พลราชม นายมีชัย อุํนวิเศษ นายรัตนะ คาโสมศรี นางสาวดารุณี พลราชม นายเกียรติศักดิ์ ขันทีท๎าว น.ส.คิดสดี ไขประภาย นางสาวรัชตา ยางธิสาร นายอนุชา ไผทาคา
ประกอบด๎วย
ตาแหน่งในพืน้ ที่ นายกองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ปลัดองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ หัวหน๎าสานักงานปลัด หัวหน๎าสํวนการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม หัวหน๎าสํวนสํงเสริมการเกษตร ผู๎อานวยการกองคลัง เจ๎าหน๎าที่วิเคราะห๑นโยบายและแผน นักพัฒนาชุมชน
ตาแหน่งในโครงการ ผู๎รับผิดชอบโครงการ ผูจ๎ ัดการโครงการ นักวิชาการ RECAP นักวิชาการ TCNAP นักจัดกระบวนการ ผู๎ประสานงาน และการเงินบัญชีฯ หัวหน๎าทีมสนับสนุน นักสื่อสารชุมชนท๎องถิ่น
บทบาทหน้าที่ ปฏิบัติงานตามแผนที่เป๕นข๎อตกลงของคณะกรรมการบริหารโครงการ เพื่อให๎งานสาเร็จตามวัตถุประสงค๑และ เปูาหมาย รวมถึงขับเคลื่อนการจัดการในพื้นที่ขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ให๎สามารถเป๕นกลไกใน ฐานะ “ศูนย๑จัดการเครือขํายสุขภาวะชุมชน”ตามแผนที่กาหนดไว๎ รวมถึง การจัดทาแผนปฏิบัติการและการจัดทา รายงานความก๎าวหน๎า การศึกษาดูงาน การจัดการแหลํงเรียนรู๎ การจัดการโฮมสเตย๑ และงานอื่นๆ ที่สัมพันธ๑กัน
59/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
(3) คณะทางานขับเคลื่อนการจัดการสุขภาวะชุมชนของแต่ละ อปท. เครือข่ายแตํละองค๑กรปกครองสํวน ท๎องถิ่น ประกอบด๎วย ที่ 1. 2. 3. 4. 5. 6.
ตาแหน่งในพืน้ ที่ นายอนุสรณ๑ พลราชม นายมีชัย อุํนวิเศษ นายรัตนะ คาโสมศรี นางสาวดารุณี พลราชม นายเกียรติศักดิ์ ขันทีท๎าว นางสาวรัชตา ยางธิสาร
ตาแหน่งในโครงการ ผู๎รับผิดชอบโครงการ ผู๎จัดการโครงการ นักวิชาการ RECAP นักวิชาการ TCNAP ประธานคณะทางานแหลํงเรียนรู๎ ทีมสนับสนุน
บทบาทหน้าที่ ปฏิบัติงานตามแผนที่เป๕นข๎อตกลงของคณะกรรมการบริหารโครงการ เพื่อให๎งานสาเร็จตามวัตถุประสงค๑และ เปูาหมาย รวมถึงขับเคลื่อนการจัดการในพื้นที่ขององค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นเครือขําย ประกอบด๎วย การพัฒนา ระบบข๎อมูลตาบล (TCNAP) การวิจัยชุมชน (RECAP) การพัฒนานวัตกรรมการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริม สุขภาพ การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ และการพัฒนาระบบสื่อสาร โดยมี องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ทาหน๎าที่เป๕น “ศูนย๑จัดการเครือขํายสุขภาวะชุมชน (ศจค.)” ทีม่ ีกลไกบริหารจัดการที่สามารถสร๎างการเรียนรู๎ให๎กับ องค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นเครือขํ าย จนเกิ ดเป๕ นขบวนการขับ เคลื่ อนนโยบายสาธารณะและพัฒ นารูป ธรรมการ ดาเนิ นงานให๎ เ กิ ดเป๕ นนวัต กรรมที่นาไปสูํ จากการจัด การตนเอง และพัฒ นาเป๕ นเครื อขํ า ยที่มีการเสริ มหนุ นการ ดาเนินงานซึ่งกันและกัน ภายในระยะเวลา ๓ ปี (4) คณะกรรมการบริหารจัดการเครือข่าย 3ประกอบด๎วย ที่ 1 2 3 4 5
ตาแหน่งในพืน้ ที่ นายกองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น (ศจค.) นายกองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น เครือขําย (1 แหํง) นายกองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น เครือขําย (19 แหํง) ปลัดองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น เครือขําย (20 แหํง) นักวิชาการ
ตาแหน่งในโครงการ ประธานเครือขําย รองประธานเครือขําย กรรมการ กรรมการ กรรมการและเลขานุการ
บทบาทหน้าที่ ปฏิบัติงานตามข๎อตกลงของคณะกรรมการบริหารโครงการ เพื่อให๎งานสาเร็จตามวัตถุประสงค๑และเปูาหมาย รวมถึงขับเคลื่อนให๎เกิดการจั ด การในพื้นที่ ประกอบด๎วย การพัฒนาระบบข๎อมูลตาบล (TCNAP) การวิจัยชุมชน (RECAP) การพัฒนานวัตกรรมการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ และ การพัฒนาระบบสื่อสาร โดยมีกลไกบริหารจัดการที่สามารถสร๎างการเรียนรู๎รํวมกันในเครือขําย จนเกิดเป๕นขบวนการ ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะและพัฒนารูปธรรมการดาเนินงานให๎เกิดเป๕นนวัตกรรมที่นาไปสูํจากการจัดการตนเอง และพัฒนาเป๕นเครือขํายที่มีการเสริมหนุนการดาเนินงานซึ่งกันและกัน ภายในระยะเวลา ๓ ปี บทบาทหน้าที่ ปฏิบัติงานตามข๎อตกลงของคณะกรรมการบริหารโครงการ เพื่อให๎งานสาเร็จตามวัตถุประสงค๑และเปูาหมาย รวมถึงขับเคลื่อนให๎เกิดการจัด การในพื้นที่ ประกอบด๎วย การพัฒนาระบบข๎อมูลตาบล (TCNAP) การวิจัยชุมชน 3
ดาเนินการแตํงตั้งหลังจากลงนามความรํวมมือ
60/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
(RECAP) การพัฒนานวัตกรรมการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ และ การพัฒนาระบบสื่อสาร โดยมีกลไกบริหารจัดการที่สามารถสร๎างการเรียนรู๎รํวมกันในเครือขําย จนเกิดเป๕นขบวนการ ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะและพัฒนารูปธรรมการดาเนินงานให๎เกิดเป๕นนวัตกรรมที่นาไปสูํจากการจัดการตนเอง และพัฒนาเป๕นเครือขํายที่มีการเสริมหนุนการดาเนินงานซึ่งกันและกัน ภายในระยะเวลา ๓ ปี
61/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
๗.
แผนปฏิบัติการของชุดโครงการ ผู้ดาเนินการ ร่วม คณะทางาน
สนับสนุน ศวภ.
ปีที่ ๑ (เดือน) ๑
คณะทางาน
ศวภ.
๑
ศวภ.
๑-๒
สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ข้อ ๘.๓, ๘.๔, ๘.๕
โครงการ ย่อยที่ ๑
๘.๑, ๘.๔
๑
1.๓ พัฒนาศักยภาพคณะทางานโดยการศึกษา แลกเปลี่ยนเรียนรู๎ในพื้นที่ศูนย๑จัดการเครือขําย สุขภาวะชุมชน (ศจค) ในเรื่องตํางๆ เพื่อเสริม สมรรถนะในการดาเนินงาน 1.๔ ประชุมคณะทางานระดับพื้นที่ประจาเดือน ๓ เดือน/ครั้ง
๘.๒ ,๘.๓, ๘.๔, ๘.๕
๑
นายก ผจก. คณะทางาน นายก ผจก.
๘.๓, ๘.๕
๑
คณะทางาน
1.๕ ทบทวนโครงสร๎างการบริหารจัดการกาหนด ขอบเขตและบทบาทหน๎าที่ของคณะทางาน 1.๖ แตํงตั้งคณะทางานกลาง (แบบมีสํวนรํวม) 1.๗ ทบทวนโครงสร๎างการบริหารจัดการกาหนด ขอบเขตและบทบาทหน๎าที่ของคณะทางาน กลาง 1.๘ พัฒนาศักยภาพคณะทางานกลางได๎แกํ นัก บริหาร นักวิชาการชุมชนท๎องถิ่น นักจัดการ ข๎อมูล นักจัดการและจัดกระบวนการ และนัก สื่อสาร ๑.๙ ติดตาม/สนับสนุนการดาเนินงานของเครือขําย ๑) ประชุมรํวมกับเครือขําย ๒) จัดทารายงานผลการดาเนินงานเครือขําย
๘.๕, ๘.๖
๑
คณะทางาน
๘.๑, ๘.๓, ๘.๔, ๘.๑, ๘.๓, ๘.๔
๒ ๒
นายก นายก
คณะทางาน คณะทางาน
๘.๒, ๘.๕
๒
นายก
คณะทางาน
๘.๒, ๘.๓, ๘.๕
๒
ชุดกิจกรรม
กิจกรรม/กิจกรรมย่อย
๑. กลไกการบริหาร จัดการพื้นที่
1.๑ ปรับปรุงกาหนดระบบบริหารพื้นที่ใหมํโดยเน๎น การมีสํวนรํวม (ต๎องผํานความเห็นชอบจาก คณะทางาน) 1.๒ แตํงตั้งคณะทางานระดับพื้นที่
หลัก นายก ผจก.
ศวภ.
นายก ผจก.
ศวภ.
ปีที่ ๒ (เดือน)
ปีที่ ๓ (เดือน)
๓, ๖, ๙, ๑๒
๓, ๖, ๙, ๑๒
๓, ๖, ๙, ๑๒
๓, ๖, ๙, ๑๒ ๑ ๖, ๑๒
๓, ๖, ๙, ๑๒
๓, ๖, ๙, ๑๒
๖, ๑๒
๖, ๑๒
๓, ๖, ๙, ๑๒
๓, ๖, ๙, ๑๒
๓, ๖, ๙, ๑๒
๓, ๖, ๙, ๑๒
๓, ๖, ๙, ๑๒
๓, ๖, ๙, ๑๒
62/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 ชุดกิจกรรม ๒. ระบบข๎อมูล ตาบล (TCNAP)
๓. วิจัยชุมชน (RECAP)
กิจกรรม/กิจกรรมย่อย 2.๑ มอบหมายผู๎รับผิดชอบระบบข๎อมูลตาบล 2.๒ นักวิชาการชุมชนท๎องถิ่นเข๎ารับการฝึกอบรม การระบบข๎อมูลตาบล 2.๓ แตํงตั้งคณะทางานระบบข๎อมูลตาบล 2.๔ ทบทวนระบบข๎อมูลตาบลและนาใช๎ข๎อมูลใน การพัฒนางานของตาบล 2.๕ รายงานสถานะการพัฒนาระบบข๎อมูลตาบล ให๎แกํศูนย๑สนับสนุนวิชาการเครือขํายรํวม สร๎างชุมชนท๎องถิ่นนําอยูํประจาภาค หรือสํวน ที่เกี่ยวข๎องทราบทุก ๓ เดือน 2.๖ ทาความเข๎าใจ/ประเมินความพร๎อมในการ สารวจข๎อมูลพื้นฐานของ อปท.เครือขําย 2.๗ สนับสนุนงบประมาณในการดาเนินงานระบบ ข๎อมูลตาบลให๎กับ อปท.เครือขําย 2.๘ รายงานสถานะการพัฒนาระบบข๎อมูลตาบล ให๎แกํศูนย๑สนับสนุนวิชาการภาค ทราบทุก ๓ เดือน 2.๙ พัฒนาศักยภาพนักจัดการข๎อมูลในการสารวจ และจัดทาระบบข๎อมูลตาบล 2.๑๐ จัดทาระบบข๎อมูลตาบลและมีการทบทวนทุก รอบปี 2.๑๑ จัดทารายงานและการนาใช๎ระบบข๎อมูลตาบล และบูรณาการเข๎าสูํงานประจา 3.๑ มอบหมายผู๎รับผิดชอบวิจัยชุมชน 3.๒ นักวิชาการชุมชนท๎องถิ่นเข๎ารับการฝึกอบรม
ผู้ดาเนินการ ร่วม
สนับสนุน
ปีที่ ๑ (เดือน) ๑
ศวภ.
๑-๒
สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ข้อ ๘.๑, ๘.๓, ๘.๕
โครงการ ย่อยที่ ๑
๘.๓, ๘.๕
๑
๘.๑, ๘.๕ ๘.๔, ๘.๕
๑ ๑
๘.๓, ๘.๔
๑
๘.๑, ๘.๒, ๘.๓
๒
คณะทางาน
๘.๔, ๘.๕
๒
คณะทางาน
๘.๓, ๘.๔, ๘.๕
๒
นายกและทีม
ศวภ.
๓, ๖, ๙, ๑๒
๘.๓, ๘.๔, ๘.๕
๓
คณะทางาน
ศวภ.
๓
๘.๑, ๘.๔
๓
ศวภ.
๔
๘.๔, ๘.๕
๓
นักจัดการ ข๎อมูล นักจัดการ ข๎อมูล
ศวภ.
๕
๘.๑, ๘.๓, ๘.๕
๑
ศวภ.
๑
๘.๓, ๘.๔, ๘.๕
๑
นายก
๑-๒
หลัก นายก ผจก. นักจัดการ ข๎อมูล คณะทางาน นักจัดการ ข๎อมูล นักจัดการ ข๎อมูล
นายก ผจก. นักวิจัยชุมชน
ปีที่ ๒ (เดือน)
ปีที่ ๓ (เดือน)
๓, ๖, ๙, ๑๒
๓, ๖, ๙, ๑๒
๓, ๖, ๙, ๑๒
๓, ๖, ๙, ๑๒
๑ ๑-๒
คณะทางาน ศวภ.
๓, ๖, ๙, ๑๒
ศวภ.
๓ ๔
63/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 ชุดกิจกรรม
๔. พัฒนาหลักสูตร การเรียนรูแ๎ ละ จัดการเรียนรู๎
กิจกรรม/กิจกรรมย่อย การวิจัยชุมชน 3.๓ แตํงตั้งคณะทางานวิจัยชุมชน 3.๔ ทบทวนและสังเคราะห๑ข๎อข๎อมูลทุนทางสังคม และศักยภาพตาบล เพื่อนาไปใช๎ใน กระบวนการจัดทาหลักสูตรการเรียนรู๎ภายใน และเครือขําย 3.๕ ทาความเข๎าใจ/ประเมินความพร๎อมในการทา วิจัยชุมชนของ อปท. เครือขําย 3.๖ สนับสนุนงบประมาณในการทาวิจัยชุมชน ให๎กับ อปท. เครือขําย 3.๗ รายงานสถานะการวิจัยชุมชนให๎แกํศูนย๑ สนับสนุนวิชาการประจาภาคและผู๎เกี่ยวข๎อง ทราบทุก ๖ เดือน 3.๘ พัฒนาศักยภาพนักวิชาการชุมชนท๎องถิ่นใน การวิจัยชุมชน 3.๙ ดาเนินการวิจัยชุมชนและทบทวนทุกรอบปี 3.๑๐ สังเคราะห๑ข๎อมูลทุนทางสังคมและศักยภาพ ตาบล เพื่อสามารถนาข๎อมูลจากงานวิจัยมาใช๎ ในการพัฒนาหลักสูตร 3.๑๑ จัดทารายงานและการนาใช๎การวิจัยชุมชน และบูรณาการเข๎าสูํงานประจา 4.๑ มอบหมายผู๎รับผิดชอบการพัฒนาหลักสูตร การเรียนรู๎ 4.๒ นักวิชาการชุมชนท๎องถิ่นเข๎ารับการฝึกอบรม การพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู๎ 4.๓ แตํงตั้งคณะทางานหลักสูตรการเรียนรู๎
ผู้ดาเนินการ ร่วม
ปีที่ ๑ (เดือน)
สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ข้อ
โครงการ ย่อยที่
หลัก
๘.๑, ๘.๔ ,๘.๕ ๘.๒, ๘.๔
๑ ๑
นายก นวก.ชช.ทถ.
๘.๒, ๘.๓, ๘.๔
๒
๘.๓, ๘.๔
๒
คณะทางาน
๘.๓, ๘.๔, ๘.๕
๒
นายกและ ผจก. นายกและ ผจก. นวก.ชช.ทถ.
คณะทางาน
ศวภ.
๖, ๑๒
๘.๕
๓
นวก.ชช.ทถ.
คณะทางาน
ศวภ.
๓
๘.๒, ๘.๔ ๘.๔, ๘.๖
๓ ๓
นวก.ชช.ทถ. นวก.ชช.ทถ.
คณะทางาน
ศวภ.
๔-๖ ๘
๘.๔, ๘.๖
๓
นวก.ชช.ทถ.
คณะทางาน
ศวภ.
๘
๑
ศวภ.
๑
ศวภ.
๑-๒
ศวภ.
๑
๘.๑, ๘.๕, ๘.๖
๑
นายก ผจก. นวก.ชช.ทถ.
๘.๔, ๘.๖
๑
นายก
นวก.ชช.ทถ.
สนับสนุน ศวภ. ศวภ.
ศวภ.
นวก.ชชทถ.
ปีที่ ๒ (เดือน)
ปีที่ ๓ (เดือน)
๖, ๑๒
๖, ๑๒
๑ ๑-๒
๓ ๔
64/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 ชุดกิจกรรม
กิจกรรม/กิจกรรมย่อย 4.๔ ประมวลผลและสังเคราะห๑ข๎อมูลจากการวิจัย ชุมชน (RECAP) และข๎อมูลพื้นฐานตาบล (TCNAP) 4.๕ ออกแบบระบบสนับสนุนการเรียนรู๎และตาราง การเรียนรู๎ภายใน 4.๖ ทบทวนหลักสูตรการจัดการเรียนรู๎ภายใน 4.๗ ทบทวนและประเมินหลักสูตรภายใน ๔.๘ ประมวลผลและสังเคราะห๑ข๎อมูลจากการวิจัย ชุมชน (RECAP) และข๎อมูลพื้นฐานตาบล (TCNAP) ๑) ดาเนินการใน พื้นที่ ๒) ดาเนินงานใน อปท.เครือขําย ๔.๙ ออกแบบระบบสนับสนุนการเรียนรู๎และตาราง การเรียนรู๎ ๑) ดาเนินการใน พื้นที่ ๒) ดาเนินงานใน อปท.เครือขําย ๔.๑๐ จัดทาหลักสูตรเครือขํายและจัดกระบวนการ เรียนรู๎เครือขําย ๑) จัดทาหลักสูตรเรียนรู๎เครือขําย ๒) รับรองหลักสูตร โดยชุมชน ๓) รับรองหลักสูตร โดย ศวภ. ๔) รับรองหลักสูตร โดย สน. ๓ ๕) ประเมินผลและนาใช๎หลักสูตร ๔.๑๑ อบรมการจัดทาหลักสูตรภายในและจัด กระบวนการเรียนรู๎ภายในให๎กับ อปท. เครือขําย
ปีที่ ๑ (เดือน) ๒
สนับสนุน คณะทางาน ศวภ.
นวก.ชช.ทถ.
ผู้ดาเนินการ ร่วม นักวิจัยชุมชน นักจัดการ ข๎อมูล คณะทางาน
ศวภ.
๓
๑
นวก.ชช.ทถ.
คณะทางาน
ศวภ.
๓
๘.๒, ๘.๔
๑
นวก.ชช.ทถ.
คณะทางาน
ศวภ.
๖
๘.๒, ๘.๔, ๘.๖
๒
นวก.ชช.ทถ.
คณะทางาน
ศวภ.
สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ข้อ ๘.๑, ๘.๓, ๘.๔
โครงการ ย่อยที่ ๑
หลัก นวก.ชช.ทถ.
๘.๔, ๘.๕, ๘.๖
๑
๘.๔, ๘.๖
ปีที่ ๒ (เดือน)
ปีที่ ๓ (เดือน)
๓ ๘ ๘.๒, ๘.๔, ๘.๖
๘.๒, ๘.๓, ๘.๔, ๘.๖
๘.๒, ๘.๓, ๘.๔, ๘.๕
๒
๒
๒
นวก.ชช.ทถ.
นวก.ชช.ทถ.
นวก.ชช.ทถ.
คณะทางาน ศวภ.
สน.3
คณะทางาน ศวภ.
สน.3
คณะทางาน
๔ ๙
ศวภ.
๓ ๔ ๕ ๕ ๕-๑๐ ๗
65/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 ชุดกิจกรรม
๕. การพัฒนา นวัตกรรม
กิจกรรม/กิจกรรมย่อย ๔.๑๒ พัฒนาศักยภาพการจัดทาหลักสูตรการ เรียนรู๎จากประมวลผลและสังเคราะห๑ข๎อมูล จากการวิจัยชุมชน (RECAP) และข๎อมูล พื้นฐานตาบล (TCNAP) ๔.๑๓ ออกแบบระบบสนับสนุนการเรียนรู๎และ ตารางเรียนรู๎ ๔.๑๔ จัดทาหลักสูตรภายใน และจัดกระบวนการ เรียนรู๎ภายใน ๕.๑ นวัตกรรมการจัดการพื้นที่ ๑) สังเคราะห๑รูปธรรมการจัดการพื้นที่ (๑.๑) จัดเวทีสังเคราะห๑รูปธรรมการ ดาเนินงานนโยบายสาธารณะใน พื้นที่ (๑.๒) ดาเนินการขับเคลื่อนนโยบาย สาธารณะ ๒) สรุปบทเรียนการจัดการพื้นที่ ๕.๒ นวัตกรรมการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัย สํงเสริมสุขภาพ ๑) สังเคราะห๑นวัตกรรมการจัดการป๓จจัยเสี่ยง และป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ (๑.๑) จัดเวทีสังเคราะห๑รูปธรรมการ ดาเนินงานนวัตกรรมในพื้นที่ (๑.๒) ดาเนินการตํอยอดนวัตกรรมฯ ๒) สรุปบทเรียนและจัดการความรู๎การ นวัตกรรมการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัย สํงเสริมสุขภาพ ๕.๓ นวัตกรรมการจัดการพื้นที่ ๕.๓.๑ สังเคราะห๑รูปธรรมการจัดการพื้นที่
หลัก นวก.ชช.ทถ.
ผู้ดาเนินการ ร่วม คณะทางาน
สนับสนุน ศวภ.
ปีที่ ๑ (เดือน) ๙
๓
นวก.ชช.ทถ.
คณะทางาน
ศวภ.
๙
๘.๔, ๘.๕, ๘.๖
๓
นวก.ชช.ทถ.
คณะทางาน
ศวภ.
๑๐
๘.๔, ๘.๕, ๘.๖
๑
นวก.ชช.ทถ.
คณะทางาน ศวภ.
สน.๓
สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ข้อ ๘.๒, ๘.๓, ๘.๔, ๘.๕
โครงการ ย่อยที่ ๓
๘.๔, ๘.๕, ๘.๖
๑
นวก.ชช.ทถ.
คณะทางาน ศวภ.
ปีที่ ๓ (เดือน)
๑๒
๑๒
๕
๑๒ ๘.๔, ๘.๕, ๘.๖
ปีที่ ๒ (เดือน)
สน.๓ ๕ ๗
๘.๔, ๘.๕, ๘.๖
๒
นวก.ชช.ทถ.
คณะทางาน ศวภ.
สน.๓
66/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 ชุดกิจกรรม
กิจกรรม/กิจกรรมย่อย (๑) จัดเวทีสังเคราะห๑รูปธรรมการ ดาเนินงานนโยบายสาธารณะใน พื้นที่ (๒) ดาเนินการขับเคลื่อนนโยบาย สาธารณะ ๕.๓.๒ สรุปบทเรียนการจัดการพื้นที่ ๕.๔ นวัตกรรมการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัย สํงเสริมสุขภาพในพื้นที่และเครือขําย ๕.4.๑ สังเคราะห๑นวัตกรรมการจัดการป๓จจัย เสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพ ๕.4.๒ จัดเวทีสังเคราะห๑รูปธรรมการดาเนินงาน นวัตกรรมในพื้นที่ ๕.4.๓ ดาเนินการตํอยอดนวัตกรรมฯ ๕.๕ สรุปบทเรียนและจัดการความรู๎การนวัตกรรม การจัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัยสํงเสริม สุขภาพ ๕.๖ นวัตกรรมการจัดการพื้นที่ ๑) ประชุมเชิงปฏิบัติการสังเคราะห๑ รูปธรรมการจัดการพื้นที่ และของ อปท.เครือขําย ๒) สรุปบทเรียนการจัดการของ อปท. เครือขําย ๕.๗ นวัตกรรมการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและป๓จจัย สํงเสริมสุขภาพของ อปท.เครือขําย ๑) ประชุมเชิงปฏิบัติการสังเคราะห๑ นวัตกรรมการจัดการป๓จจัยเสี่ยงและ ป๓จจัยสํงเสริมสุขภาพของ อปท. เครือขําย
สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ข้อ
โครงการ ย่อยที่
หลัก
ผู้ดาเนินการ ร่วม
สนับสนุน
ปีที่ ๑ (เดือน) ๘
ปีที่ ๒ (เดือน) ๘
ปีที่ ๓ (เดือน) ๘
๙
๙
๖, ๑๒
๖, ๑๒
๑๒
๑๒
๘.๔, ๘.๕, ๘.๖
๒
นวก.ชช.ทถ.
คณะทางาน ศวภ.
สน.๓
๙ ๘
๘.๒, ๘.๔, ๘.๕, ๘.๖
๒
นวก.ชช.ทถ.
คณะทางาน ศวภ.
สน.๓
๖, ๑๒
๘.๒, ๘.๓, ๘.๔
๓
นวก.ชช.ทถ.
คณะทางาน ศวภ.
สน.๓
๘.๒, ๘.๓, ๘.๔, ๘.๕, ๘.๖
๓
นวก.ชช.ทถ.
คณะทางาน ศวภ.
๑๒
สน.๓ ๘
67/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 ชุดกิจกรรม
๖. ขับเคลื่อน นโยบาย สาธารณะ
กิจกรรม/กิจกรรมย่อย
6.๑ 6.๒ 6.๓ 6.๔ 6.๕ 6.๖
๒) สรุปบทเรียนและการจัดการความรู๎ นวัตกรรมการลดป๓จจัยเสี่ยงและการ สร๎างป๓จจัยเสริมด๎านสุขภาพของ อปท. เครือขําย ทบทวนและกาหนดแนวทางการดาเนินงานเพื่อ ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะในระดับพื้นที่ ทาข๎อตกลงรํวมเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย สาธารณะในระดับเครือขําย รํวมขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับเครือขําย และระดับชาติ ทาข๎อตกลงรํวมและกาหนดแนวทางการ ดาเนินงานเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ใน ระดับพื้นที่ ทาข๎อตกลงรํวมและกาหนดแนวทางการ ดาเนินงานเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ใน ระดับเครือขําย เข๎ารํวมขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับ เครือขําย และระดับชาติ
6.๗ ประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทาข๎อตกลงรํวมและ กาหนดแนวทางการดาเนินงานขับเคลื่อนนโยบาย สาธารณะในระดับพื้นที่และของ อปท.เครือขําย 6.๘ จัดทาข๎อตกลงรํวมและกาหนดแนวทางการ ดาเนินงานขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะในระดับ เครือขําย 6.๙ รํวมขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับเครือขําย และระดับชาติ
สนับสนุน
ปีที่ ๑ (เดือน) ๖, ๑๒
คณะทางาน ศวภ. คณะทางาน ศวภ. คณะทางาน อปท.เครือขําย คณะทางาน
สน.๓
๓
สน.๓
๔
ศวภ. สน.๓ ศวภ.
๑๒
นายก
คณะทางาน อปท.เครือขําย
ศวภ. สน.๓
๑๐
๒
นายก
สน.๓
๓
๘.๒, ๘.๓, ๘.๔
๓
นักวิจัยชุมชน
คณะทางาน อปท.เครือขําย ศวภ. คณะทางาน ศวภ.
สน.๓
๑๐
๘.๒, ๘.๓, ๘.๔, ๘.๕
๓
นักวิจัยชุมชน
คณะทางาน ศวภ.
สน.๓
๔
๘.๓, ๘.๕, ๘.๖
๓
นายก
คณะทางาน อปท.เครือขําย
สน.๓
๑๐
สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ข้อ
โครงการ ย่อยที่
หลัก
๘.๔, ๘.๖
๑
นวก.ชช.ทถ.
๘.๒, ๘.๓, ๘.๕
๑
๘.๒, ๘.๓, ๘.๕
๑
นายก และ คณะทางาน นายก
๘.๒, ๘.๓, ๘.๕
๒
นายก
๘.๒, ๘.๓, ๘.๔, ๘.๕
๒
๘.๕, ๘.๖
ผู้ดาเนินการ ร่วม
ปีที่ ๒ (เดือน) ๖, ๑๒
ปีที่ ๓ (เดือน) ๖, ๑๒
๑๒
๑๒
๓
๓
๑๐
๑๐
๔
68/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 ชุดกิจกรรม ๗. พัฒนาระบบ การสื่อสาร
๘. การจัดการ ความรู๎
สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ข้อ
โครงการ ย่อยที่
หลัก
7.๑ สนับสนุนและพัฒนาระบบการสื่อสารในพื้นที่
๘.๔, ๘.๕, ๘.๖
๑
นักสื่อสาร
7.๒ สนับสนุนและพัฒนาระบบการสื่อสารในพื้นที่ และเครือขําย 7.๓ พัฒนาศักยภาพนักสื่อสารชุมชนท๎องถิ่นในพื้นที่
๘.๔, ๘.๕, ๘.๖
๒
นักสื่อสาร
๘.๔, ๘.๕, ๘.๖
๓
นักสื่อสาร
7.๔ พัฒนาระบบการสื่อสารใน อปท.เครือขําย
๘.๑, ๘.๓
๓
นักสื่อสาร
๘.๑ จัดทาชุดความรู๎ในการดาเนินงานในพื้นที่
๘.๔, ๘.๖
๑
นวก.ชช.ทถ.
๘.๒ จัดทาชุดความรู๎ในการดาเนินงานของ อปท. เครือขําย ๘.๓ ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทาชุดความรู๎ในการ ดาเนินงานในพื้นที่และเครือขําย
๘.๔, ๘.๖
๓
นวก.ชช.ทถ.
๘.๒, ๘.๔, ๘.๖
๓
นวก.ชช.ทถ.
กิจกรรม/กิจกรรมย่อย
ผู้ดาเนินการ ร่วม ศวภ. คณะทางาน ศวภ. คณะทางาน ศวภ. คณะทางาน คณะทางาน ศวภ. คณะทางาน ศวภ. คณะทางาน ศวภ. คณะทางาน ศวภ.
สนับสนุน
ปีที่ ๑ (เดือน)
ปีที่ ๒ (เดือน)
ปีที่ ๓ (เดือน)
สน.๓
๑-๑๒
๑-๑๒
๑-๑๒
สน.๓
๑๐
สน.๓
๓
สน.๓
๑๑
สน.๓
๖, ๑๒
๖, ๑๒
๖, ๑๒
สน.๓
๑๒
๑๒
๑๒
สน.๓
๑๑
๑๑
๑๑
69/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
๘.
การกากับติดตาม และการประเมินผลของชุดโครงการ
1๗.1 ส่วนที่ ๑ การกากับติดตามและการประเมินผลของชุดโครงการโดย ชุดโครงการ การประเมินผลด๎วยตนเองเกี่ยวกับกิจกรรมของชุดโครงการเชํนการจัดทารายงานความก๎าวหน๎าการ ดาเนินงานของชุดโครงการตามตัวชี้วัดการประชุมคณะกรรมการบริ หารโครงการเพื่อรายงานความก๎าวหน๎าและ พัฒนาแนวทางการดาเนินงานการประเมินผลเรื่องหลักสูตรการเรียนรู๎รวมถึงกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ เป๕นต๎น โดยอาจใช๎ลักษณะแบบสอบถามหรือกระบวนการกลุํมทั้งนี้เพื่อให๎เกิดข๎อมูลสะท๎อนกลับเพื่อนามาปรับปรุงให๎ดีขึ้น การติดตามองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นเครือขํายได๎เน๎นแนวคิดเรื่องการเสริมพลังโดยใช๎เครื่องมือวิจัยชุมชน (RECAP) และการสารวจข๎อมูลพื้นฐานตาบล (TCNAP) เป๕นเครื่องมือในการติดตามควบคูํไปกับการเยี่ยมเยือนในแตํ ละแหํงรวมถึงการใช๎กระบวนการปรึกษาหารืออยํางไมํเป๕นทางการการติดตามผํานเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ตํางๆทั้งนี้ เพื่อให๎องค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นสามารถพัฒนาศักยภาพได๎เทียบเคียงกับองค๑การบริหารสํวนตาบล/เทศบาล 1๗.๒ส่วนที่ ๒ การกากับติดตามและการประเมินผลของชุดโครงการ โดยศวภ. การติดตามโดยศูนย๑สนับสนุนวิชาการเครือขํายรํวมสร๎างชุมชนท๎องถิ่นนําอยูํโดยจะครอบคลุมทั้งในสํวน ของการรายงานความก๎าวหน๎าการลงพื้นที่โดยผํานการประเมินเบื้องต๎นจากศูนย๑สนับสนุนวิชาการเครือขํายรํวมสร๎าง ชุมชนท๎องถิ่ นนํ า อยูํ รวมถึ ง การเข๎ า รํ วมกิ จกรรมที่ส าคั ญ ซึ่ ง จะสํ ง ผลตํ อการด าเนิ นงานโครงการเชํ นการประชุ ม คณะกรรมการสํงเสริมการเรียนรู๎ชุมชนท๎องถิ่นนําอยูํ (คสร.) การจัดทาแนวทางการจัดการเรียนรู๎การนาเสนอทุนทาง สังคมและการลงนามบันทึกข๎อตกลงความรํวมมือเป๕นต๎น 1๗.๓ ส่วนที่ ๓ การกากับติดตามและการประเมินผลของชุดโครงการ โดย สน.๓ และผู้ประเมินผลภายนอก สานักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สานัก๓) จะดาเนินการให๎มีผู๎ประเมินผลภายนอกตามหลักเกณฑ๑ที่สสส. กาหนด ๑0. เงือ่ นไขเฉพาะ กรณีที่มีการปรับเปลี่ยนผู๎บริหารขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร๎างเสริม สุขภาพ (สสส.) โดยสานักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สานัก ๓) จะเป๕นผู๎ตัดสินวําจะให๎ใครเป๕นผู๎รับผิดชอบตํอเนื่อง
11. งบประมาณ รวมทัง้ สิ้น................................บาท (.......................บาทถ๎วน) ปีที่ ๑ จานวน ................................บาท (.......................บาทถ๎วน) ปีที่ ๒ จานวน ................................บาท (.......................บาทถ๎วน) ปีที่ ๓ จานวน ................................บาท (.......................บาทถ๎วน) (ตารางงบประมาณ)
70/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
๙.
รายละเอียดของผู้รับผิดชอบชุดโครงการและทีมงาน 13.1 ชื่อ-สกุลนายอนุสรณ๑ พลราชม 13.2วัน เดือน ปีเกิด วันที่ ๒๗ พฤษภาคมพ.ศ. ๒๔๙๙อายุ ๕๙ปี 13.3 ภูมิลาเนา 289 หมูํที่ 1 ตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร 13.4 ตาแหนํงป๓จจุบัน นายกองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ 13.5 สถานที่ทางาน องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ 13.6 ที่อยูํที่ป๓จจุบัน เลขที่ 289หมูํที่ 1 ตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ โทรศัพท๑ E-mail
จังหวัดสกลนคร 083-3508448 san472801@gmail.com
13.7 ประวัติการศึกษา วุฒิการศึกษา 1.ปริญญาตรีสาขารัฐประศาสนศาสตร๑ 2.ปวท.
สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร
ปีที่จบ 2552 2527
13.8 ประวัติการทางาน ตาแหน่ง 1.นายกองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ
สถานที่ทางาน องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ
2.นายกองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ 3.นายกองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ
องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ
พ.ศ. 2555ป๓จจุบัน 2548-2552 2544-2548
13.9 ประวัติการฝึกอบรม ศึกษาดูงาน การฝึกอบรม ศึกษาดูงาน อบรมหลักสูตรผู๎บริหารท๎องถิ่น
สถานที่ฝึกอบรม ศึกษาดูงาน สถาบันพัฒนาบุคลากรท๎องถิ่น
พ.ศ. ๒๕๕๘
หน่วยงาน สานักนายกรัฐมนตรี
พ.ศ. 2552
13.10 เกียรติประวัติ รางวัลทีเ่ คยได๎รับ เกียรติประวัติ รางวัลที่เคยได้รับ 1.รางวัลการบริหารที่ดี 2.รางวัลหนํวยกู๎ภัยดีเดํน
สถาบันการแพทย๑ฉุกเฉินแหํงชาติ กระทรวงสาธารณสุข เกียรติประวัติ รางวัลที่เคยได้รับ หน่วยงาน 3.โลํเกียรติคุณหนํวยบริการแพทย๑ระดับอาเภอ สานักงานสาธารณสุขจังหวัดสกล และรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ด๎านการบริการทาง ลนคร กระทรวงสาธารณสุข การแพทย๑ระดับจังหวัด 4.โลํเกียรติคุณหนํวยบริการแพทย๑ระดับอาเภอ สานักงานสาธารณสุขอาเภอโคกศรี ด๎านการจักระบบการบริหารและบริการ สุพรรณ กระทรวงสาธารณสุข
2552 พ.ศ. 2551 2550
71/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
การแพทย๑ฉุกเฉิน 5.รางวัลที่ 1 การแขํงขันรวมพลังสร๎างสุขภาพ ในงานมหกรรมรวมพลคน เหลือง-ฟูา เทิดพระเกียรติ 5 ธันวา มหราช 12 สิงหามหา ราชินี 6.รางวัลที่ 1 การแขํงขันการรวมพลังสร๎าง สุขภาพในงานมหกรรมรวมพลพังสร๎างสุขภาพ แหํงชาติ 7.รางวัลที่ 3 องค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นที่มีกา รัดการที่ดตี ามหลักธรรมมาภิบาล
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข
2547
2546 2546
72/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ภาคผนวก ก
ข้อมูลพืน้ ฐานและบริบทของพืน้ ที่ องค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อ ๑. ข้อมูลพื้นฐาน 1.1 ประวัติตาบล ปี พ.ศ.๒๓๖๙ เป๕นชํวงที่ประชาชนเริ่มอพยพมาตั้งถิ่นฐานที่บริเวณตาบลเหลําโพนค๎อจากฝ๓๖งซ๎ายแมํน้าโขง ในสมัยของการเกิดการกบฎของเจ๎าอนุวงค๑เมืองเวียงจันท๑ โดยผู๎นาการอพยพย๎ายถิ่นครั้งนี้ได๎แกํ อาญาพระพลและ อาญาพระเทพ จานวน 8 ครอบครัว มาตั้งถิ่นฐานครั้งแรกที่ “อุํมไผํ” ซึ่งเป๕นบริเวณที่มีต๎นไผํมาก พื้นที่อุดมสมบูรณ๑ จนประชากรเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และประสบกับป๓ญหาน้าทํวมเกือบทุกปีเนื่องจากเป๕นที่ราบลุํม ตํอมาจึงได๎อพยพย๎าย ถิ่นที่อยูํใหมํให๎มีความสูงมากขึ้นและน้าทํวมไมํถึง อาญาพระเทพจึงพาลูกบ๎านอพยพไปตั้งถิ่นฐานที่ “โนนค๎อ” หรือ บ๎านโพนค๎อ ในป๓จจุบัน สํวนอาญาพระพล พาลูกบ๎านอพยพไปที่ บริเวณบ๎านเหลําและโพนไฮ ซึ่งมีพื้นที่ใกล๎กัน ตํอมา ประชากรมีมากขึ้นจึงมีการแบํงแยกหมูํบ๎านออกมา เชํน บ๎านโพนค๎อ หมูํที่ ๑ แบํงออกเป๕นบ๎านโพนสูง หมูํที่ ๑๐ บ๎าน เหลําหมูํที่ ๕ แบํงออกเป๕นบ๎านเหลํา หมูํที่ ๗ หมูํที่ ๔ แบํงออกเป๕น หมูํที่ ๑๑ จึงกลายเป๕นตาบลเหลําโพนค๎อ ใน ป๓จจุบัน พ.ศ.๒๕๐๐ พระครู สถิ ต ป๓ ญญาคุณ (ด๎วง) ซึ่ง เป๕นเกจิอาจารย๑ดั งในพื้นที่เ ป๕นผู๎ นาในการออกแบบและ กํอสร๎างพระธาตุดอยอํางกุ๎ง ซึ่งสร๎างคลอบพระอรหันตธาตุ ๒๔ พระองค๑พระธาตุดอยอํางกุ๎ง อยูํบริเวณเทือกเขาภู พาน หํางจากบ๎านห๎วยยางประมาณ 4 กิโลเมตร อยูํทางทิศตะวันออกของถ้าผาเก ผู๎นาในการสร๎างได๎แกํพระอาจารย๑ ด๎วง หรือญาคูด๎วง ทํานได๎ใช๎ภูมิป๓ญญาชาวบ๎านในการจัดทาอิฐบล็อก หลํออิฐขอ อิฐงอเพื่อใช๎กํ อสร๎างและใช๎เป๕น กระเบื้องมุงหลังคา นอกจากนี้ทํานยังได๎นาเอาหินปูนจากเทือกเขาภูพาน นามาเผาเพื่อทาเป๕นปูนซีเมนต๑ฉาบผนัง เนื่องจากสมัยนั้นปูนซีเมนต๑ยังหาได๎ยาก จึงต๎องใช๎หินปูนเผาเป๕นขี้เถ๎าแล๎วนามาหมักผสมกับหนังสัตว๑และเปลือกยาง โบงที่บดตาละเอียด ทิ้งไว๎จนกวําหนังสัตว๑และเปลือกไม๎ยางโบงจะเปื๖อยเพื่อให๎ปูนยึดติดเกาะกันแนํน ซึ่งถือวําเป๕น ประติมากรรมที่ทํา นได๎คิด ค๎นขึ้น ซึ่งไมํนานมานี้ทางสถาบันเทคโนโลยีเจ๎า คุณลาดกระบังโดยการนาทีมของคณะ อาจารย๑ และนักศึกษา ได๎ มาศึกษาดูง านด๎ านโบราณสถาน และโบราณวัต ถุ ปรากฏวํา ได๎ส ร๎ า งความตกตะลึง ตํ อ ประติมากรรมดังกลําวและเห็นวําควรอนุรักษ๑ไว๎ตํอไปพระธาตุดอยอํางกุ๎ง ประกอบด๎วยพระพุทธรูป 1 องค๑ หน๎าตัก กว๎าง 4 เมตร สูง 6 เมตร เจดีย๑ 1 องค๑ บรรจุพระอรหันต๑ธาตุ 24 พระองค๑ ฐานกว๎าง 5 เมตร สูง 7 เมตรและ ศาลาที่พัก 1 หลัง ทุกๆ ปีประชาชนชาวตาบลเหลําโพนค๎อและตาบลใกล๎เคียงจะทาบุญนมัสการพระธาตุดอยอํางกุง๎ ในชํวงเดือน เมษายน ถึงพฤษภาคม ทุกปี ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๒๗ พระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัว ได๎เสด็จพระราชดาเนินทรงเยี่ยมราษฎรบ๎านโพน งาม และหมูํบ๎านตํางๆ ในตาบลหนองบํอ อาเภอนาแก จังหวัดนครพนม และทอดพระเนตรบริเวณที่จะกํอสร๎างอําง เก็บน้าห๎วยโท - ห๎วยยาง ในเขตบ๎านโพนงาม ตาบลหนองบํอ อาเภอนาแก จังหวัดนครพนม และบ๎านห๎วยยาง ตาบล เหลํ า โพนค๎ อ กิ่ ง อาเภอโคกศรี สุ พรรณ จัง หวัด สกลนนคร (ขณะนั้ น) ได๎ พระราชทานพระราชด าริ เ กี่ ย วกั บ งาน ชลประทาน ดังตํอไปนี้ ควรพิจารณาสร๎างอํางเก็บน้าห๎วยโท – ห๎วยยาง โดยเรํงดํวน และสร๎างอํางเก็บน้าที่บริเวณลา ห๎วยข๎างเคียงตํอไปตามความเหมาะสม ตามแผนที่พระราชทานที่แนบ เพื่อจัดหาน้าชํวยเหลือพื้นที่เพาะปลูกของ 73/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
หมูํบ๎านตํางๆ ทั้งในเขตตาบลหนองบํอ อาเภอนาแก จังหวัดนครพนม และในเขตตาบลเหลําโพนค๎ออาเภอโคกศรี สุพรรณ จังหวัดสกลนคร ให๎สามารถทาการเพาะปลูกได๎ทั้งในระยะฤดูฝน - ฤดูแล๎ง และน้าเพื่อชํวย เหลือราษฎร หมูํบ๎านตําง ๆ ดังกลําว ส าหรับอุปโภค - บริโ ภค ได๎ตลอดทั้งปีอีกด๎วย ส าหรับอํางเก็ บน้าที่จะกํอ สร๎างนั้น ควร พิจารณาสร๎า ง ให๎มีข นาดใหญํตามที่ส ภาพภูมิประเทศและสภาพสํง น้าจะอานวยให๎ ให๎ มากที่สุ ดเนื่ องจากมี พื้นที่ เพาะปลูกจานวนมากต๎องการน้าชํวยเหลือ ลักษณะอํางเก็บน้าเป๕นประเภท เขื่อนดินมีความสูง ๑๘.๔๐ เมตร ยาว ๑,๑๑๕ เมตร สันเขื่อนกว๎าง ๖ เมตร ฐานเขื่ อนกว๎า งที่ระดั บท๎องน้า ๕๕ เมตร เริ่มกํอสร๎างปี ๒๕๒๙สร๎ างเสร็ จ ปลายปี ๒๕๒๙ ราคาคํากํอสร๎าง ๓๗,๑๘๔,๐๐๐ บาทพื้นที่ได๎รับประโยชน๑หมูํบ๎านจานวน ๒ หมูํบ๎าน คือ บ๎านห๎วย ยางและห๎วยยางเหนือ ตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร จานวนพื้นที่ ๖,๒๐๐ ไรํ ปี ๒๕๓๒ พระบาทสมเด็ จ พระเจ๎ า อยูํ หั ว ได๎ เ สด็ จพระราชด าเนิ น พร๎ อ มด๎ ว ยสมเด็ จ พระนางเจ๎ า ฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดอํางเก็บน้าห๎วยโท ห๎วยยาง นับตั้งแตํ วันนั้นจนถึงวันนี้ พื้นที่ทากินของชาวบ๎านห๎วยยางมีความอุดมสมบูรณ๑ มีน้าในการทานาได๎ปีละ 2 ครั้ง ทาให๎ไมํอด อยากยากแค๎นเหมือนอดีตที่ผํานมา ปี ๒๕๓๗ โดยมาตรา 40 และมาตรา 41 แหํงพระราชบัญญัติสภาตาบลและองค๑การบริหารสํวนตาบล พ.ศ.2537 บัญญัติให๎จัดตั้งองค๑การบริหารสํวนตาบล และให๎โอนงบประมาณทรัพย๑สิน สิทธิ สิทธิเรียกร๎อง หนี้ และ เจ๎าหน๎ าที่ของสภาตาบลไปเป๕ นขององค๑การบริ หารสํ วนตาบล ตาบลเหลําโพนค๎อจึงได๎รับการจัดตั้ง ตามประกาศ กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2539 มีชื่อวําองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ มีจานวนหมูํบ๎าน ในเขตการปกครองจานวน ๑๑ หมูํบ๎านโดยกาหนดให๎มี การเลือกตั้งผู๎บริหารและสมาชิกโดยตรงจากประชาชนทา หน๎าที่บริหารองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลํา โพนค๎อทาให๎การแก๎ไขป๓ญหาและความต๎องการของประชาชนมีความ รวดเร็วและตรงกับความต๎องการของประชาชนมากขึ้นเป๕นไปตามหลักการพัฒนาทาให๎ชุมชนสามารถกาหนดทิศทาง ในการพัฒนาได๎ชัดเจนขึ้นทาให๎ชุมชนเลือกที่จะพัฒนาตนเองออกมาในรูปแบบการสร๎างกลุํมทางสังคมมากมายเพื่อ ตอบสนองความต๎องการและแก๎ไขป๓ญหาของชุมชน
1.2 ข้อมูลทั่วไป ๑.๒.๑ ด้านภูมิศาสตร์ ตาบลเหลําโพนค๎อมีสภาพทางกายภาพเป๕นที่ราบเชิงเขา มีพื้นที่เป๕นสภาพปุาที่ไมํสมบูรณ๑ ขนาด 100 ไรํ และมีอํางเก็บน้า 2 แหํง คือ อํางเก็บน้าห๎วยโท-ห๎วยยาง และอํางเก็บน้าห๎วยน๎อย เป๕นแหลํงต๎นน้าลาห๎วย 1 สาย
1) ที่ตั้งของหน่วยงาน ตาบลเหลําโพนค๎ออาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ตั้งอยูทํ างทิศตะวันออกของอาเภอโคกศรีสุพรรณ มีระยะทางหํางจากอาเภอฯประมาณ 10 กิโลเมตรและหํางจากจังหวัดสกลนครประมาณ 30 กิโลเมตร
2) อาณาเขตติดต่อ ทิศเหนือ จดพื้นที่ตาบลแมดนาทํม ทิศใต๎ จดเทือกเขาภูพาน ทิศตะวันออก จดพื้นที่ตาบลหนองบํอ ทิศตะวันตก จดพื้นที่ตาบลตองโขบ
อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร อ.เตํางอย จ.สกลนคร และ อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร อาเภอนาแก จังหวัดนครพนม อาโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร
74/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
แผนที่ตาบลเหล่าโพนค้อ
๓) เนื้อที่ ตาบลเหลําโพนค๎อ มีเนื้อที่ทงั้ หมด 36 ตารางกิโลเมตร หรือ 14,636 ไรํ เป๕นพื้นที่ทาการเกษตร 9,787 ไรํ
4)การปกครอง หมูํที่ 1 บ๎านโพนค๎อ นายเหรียญทอง หมูํที่ 2 บ๎านโพนไฮ นายธีระศักดิ์ หมูํที่ 3 บ๎านดง นายจรูญ หมูํที่ 4 บ๎านหนองเหียน นายวารินทร๑ หมูํที่ 5 บ๎านเหลํา นายเจริญศักดิ์ หมูํที่ 6 บ๎านห๎วยยาง นายพายัพ หมูํที่ 7 บ๎านเหลําเหนือ นายณรงค๑ หมูํที่ 8 บ๎านดงน๎อย นายวิพล หมูํที่ 9 บ๎านห๎วยยางเหนือ นายทวีชัย หมูํที่ 10 บ๎านโพนสูง นายวีราวัฒน๑ หมูํที่ 11 บ๎านน๎อยหนองไผํสวนนายประเวส
พลราชม อุํนพิมพ๑ บัวทะราช จันทะวงศ๑ วงศ๑คาษา โต๏ะชาลี กัณหา หาญชนะ ยางธิสาร เทือกตาหลอย ศรีกะษร
เป๕นกานันตาบลเหลําโพนค๎อ เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน 75/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
๕) ข้อมูลด้านประชากร ตารางแสดงครัวเรือนและจานวนประชากรในพื้นที่ บ้าน
หมู่ที่
โพนค๎อ โพนไฮ ดง หนองเหียน เหลํา ห๎วยยาง เหลําเหนือ ดงน๎อย ห๎วยยางเหนือ โพนสูง น๎อยหนองไผํสวน รวม
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 11
จานวน ครัวเรือน 223 96 99 180 171 272 117 123 285 279 66 1,911
ชาย 302 145 165 306 225 475 179 147 447 321 109 2,82๑
จานวนประชากร หญิง 325 129 140 346 242 464 192 189 420 302 114 2,863
รวม 627 274 305 652 467 939 371 336 867 623 223 5,๖84
ที่มา : ข๎อมูลสานักทะเบียนอาเภอโคกศรีสุพรรณ ณ วันที่ ๑๕ เดือน พฤษภาคม พ.ศ.255๘
1.2.2 ด้านการเมืองการปกครอง ๑) การปกครอง โครงสร๎างขององค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นตามพระราชบัญญัติสภาตาบลและองค๑การบริหารสํวนตาบล พ.ศ. 2537ได๎แบํงโครงสร๎างขององค๑การบริหารสํวนตาบลออกเป๕น๒สํวนคือสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลทาหน๎าที่ฝุาย นิติบัญญัติและนายกองค๑การบริหารสํวนตาบลทาหน๎าที่ฝุายบริหารสาหรับการปฏิบัติงานตามอานาจและหน๎าที่ของ องค๑การบริหารสํวนตาบลจะมีโครงสร๎างเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งสํวนคือโครงสร๎างสํวนราชการซึ่งมีพนักงานองค๑การบริหารสํวน ตาบลเหลําโพนค๎อทาหน๎าที่ฝาุ ยปฏิบัตโิ ดยมีปลัดองค๑การบริหารสํวนตาบลคนหนึ่งเป๕นผู๎บังคับบัญชาพนักงานองค๑การ บริ ห ารสํ วนต าบลและลู กจ๎า งองค๑ การบริห ารสํ วนตาบลรองจากนายกองค๑ การบริ ห ารสํ วนต าบลและรั บ ผิด ชอบ ควบคุมดูแลราชการประจาขององค๑การบริหารสํวนตาบลให๎เป๕นไปตามนโยบายและมีอานาจหน๎าที่อื่นตามที่กฎหมาย กาหนดหรือตามที่นายกองค๑การบริหารสํวนตาบลมอบหมาย องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อตามรายงานทะเบียนราษฎร๑มีประชากรทั้งสิ้น ๕,๖๘๔ คนแยกเป๕น ชาย ๒,๘๒๑ คน หญิ ง ๒,๘๖๓ จานวน๑,๙๑๑หลั งคาเรือนมีส มาชิ กสภาองค๑การบริหารสํ วนต าบลที่มาจากการ เลือกตั้งจานวน๒๒คนโดยแบํงเขตเลือกตั้งออกเป๕น๑๑ หมูํบ๎านโดยประชาชนเลือกหมูํบ๎านละ ๒คนและนายกองค๑การ บริหารสํวนตาบลมาจากการเลือกตั้ง ของประชาชนโดยตรงจานวน๑คนและรองนายกองค๑การบริ หารสํวนตาบล จานวน๒คนและเลขานุการนายกจานวน๑คนมีพนักงานองค๑การบริหารสํวนตาบล จานวน๑๒คนลูกจ๎างประจามี ผู๎บริหารและสมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบล ดังนี้ ๑. นายอนุสรณ๑ พลราชม นายกองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ๒. นายชัชวาล คาภูษา รองนายกองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ๓. นายทวีชยั พรหมเชษฐา รองนายกองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ๔. นางกองมณี ขันทีท๎าว ประธานสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ๕. นายสาคร ยางธิสาร รองประธานสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ๖. นายถวิล พลราชม สมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ หมูทํ ี่ ๑ ๗. นายอินทวา พลราชม สมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ หมูทํ ี่ ๑ 76/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
๘. นายวิเชียร คาภูษา สมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ หมูทํ ี่ ๒ ๙. นายวงค๑ คาภูษา สมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ หมูทํ ี่ ๒ ๑๐.นายวรจิตร ลีนาลาด สมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ หมูํที่ 3 11. นางศรีสุพรรณ๑ ลีนาลาด สมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ หมูทํ ี่ 3 ๑2. นายปรารถนาพลราชม สมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ หมูทํ ี่๔ ๑3. นางประเทียน อินตัน สมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ หมูทํ ี่๔ ๑4. นายศรีจันทร๑ คาภูษา สมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ หมูทํ ี่ 5 ๑5. นางวณิฎาโสดก สมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ หมูทํ ี่ 5 ๑6. นายสมัย คาภูษา สมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ หมูทํ ี่ 6 ๑7. นายประสงค๑ศลิ คาภูษา สมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ หมูทํ ี่ 7 ๑8. นายวิเลิศ อินปากดี สมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ หมูทํ ี่ 8 ๑9. นางจุฬาเพชรพลราชม สมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ หมูทํ ี่ 8 20. นายเสรีไทยฮํมปุา สมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ หมูทํ ี่ 9 21. นายยุวฒ ั นาโต๏ะชาลี สมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ หมูทํ ี่ 9 ๒2. นายประสานพลราชม สมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ หมูทํ ี่ 10 ๒3. นายสมานชัยคาเพชร สมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ หมูทํ ี่ 10 ๒4. นายทักษินท๑คาภูษา สมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ หมูทํ ี่ 11 ๒5. นายสมชาย พูลพร๎อม สมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ หมูํที่ 11 องค๑การบริ หารสํวนต าบลเหลํา โพนค๎อที่ได๎กาหนดสํ วนราชการเพื่อรองรับอานาจหน๎าที่ตามที่กาหนดใน กฎหมายวําด๎วยการกาหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอานาจให๎แกํองค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่นและกฎหมายอื่นที่ กาหนดอานาจหน๎าที่ให๎แกํองค๑การบริหารสํวนตาบลโดยมีการแบํงสํวนราชการและอานาจหน๎าที่ความรับผิดชอบของ สํวนราชการดังนี้ (1) สานักงานปลัดองค๑การบริหารสํวนตาบลมีภาระหน๎าที่เกี่ยวกับเป๕นศูนย๑กลางการบริหารงานในทุกด๎านถ๎า งานไมํเกี่ยวกับสํวนอื่น (2) กองคลังมีภาระหน๎าที่เกี่ยวกับการเบิกจํายงบประมาณ งานพัสดุ (3) กองชํางมีภาระหน๎าที่เกี่ยวกับการกํอสร๎าง ด๎านโครงสร๎างพื้นฐาน (4) สํวนการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมมีภาระหน๎าที่เกี่ยวกับการบริหารศูนย๑พัฒนาเด็กเล็กและงานโรงเรียน (5) สํวนการสํงเสริมการเกษตรมีภาระหน๎าที่ดาเนินการเกี่ยวกับการสํงเสริมการเกษตร
1.2.๓. ด้านเศรษฐกิจ 1) การประกอบอาชีพ โดยการจาแนกตามการประกอบอาชีพ หัวข้อ 1. ทานา 2. ทาไรํ 3. ทาสวน 4. เลี้ยงสัตว๑ 5. เพาะเลี้ยงสัตว๑น้า 6. ทาประมง 7. รับจ๎างทั่วไป/บริการ หัวข้อ 8. กรรมกร
จานวน 1,851 12 12 9 1 0 115 จานวน 11
ร้อยละ 70.46 0.46 0.46 0.34 0.04 0 4.38 ร้อยละ 0.42 77/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 9. ค๎าขาย/ธุรกิจสํวนตัว 10. อุตสาหกรรมในครัวเรือน 11. รับราชการ 12. รัฐวิสาหกิจ 13. พนักงาน/ลูกจ๎างเอกชน 14. อืนๆ (ระบุ) รวม
53 4 115 21 402 21 2,627
2.02 0.15 4.38 0.8 15.3 0.8 100
จากตารางประชาชนสํวนใหญํมีอาชีพหลักมากที่สดุ ได๎แกํ ทานา จานวน 1,851 คน คิดเป๕นร๎อย ละ 70.46รองลงมาคือ พนักงาน/ลูกจ๎างเอกชนจานวน 402 คน คิดเป๕นร๎อยละ 15.3 และลาดับถัดไปคือ รับราชการและรับจ๎างทั่วไป/บริการจานวน 115 คน คิดเป๕นร๎อยละ 4.38
1.2.๔. ด้านสังคม 1) ด๎านการศึกษา ลาดับที่ ๑ ๒ ๔
ชื่อโรงเรียน โรงเรียนบ๎านเหลําโพนค๎อเหลําราษฎร๑วิทยา โรงเรียนบ๎านห๎วยยาง โรงเรียนบ๎านดงหนองเหียน รวม
สถานที่ตั้ง บ๎านเหลําโพนค๎อ บ๎านห๎วยยาง บ๎านดงหนองเหียน
จานวนครู ๑๖ ๑๕ ๕ ๓๖
จานวนนักเรียน ๒๑๓ ๒๒๗ ๙๖ ๕๓๖
ที่มา :จากระบบข๎อมูลตาบล (TCNAP)
2) ด้านสถาบันและองค์กรทางศาสนา ลาดับที่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐
สถาบันศาสนา วัดบ๎านโพนค๎อ วัดบ๎านโพนไฮสามัคคี วัดนวกภูมิ วัดศรีแก๎ว วัดศรีแก๎วเหลําอุดม วัดโพธิ์ชัย วัดปุาพุทธนิมิตรสถิตสีมาราม สานักสงฆ๑หนองทอย สานักสงฆ๑ภูน๎อยอํางแก๎ว วัดปุาอัมพวัน รวม
สถานที่ตั้ง หมูํที่ ๑ ต.เหลําโพนค๎อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร หมูํที่ ๒ ต.เหลําโพนค๎อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร หมูํที่ ๓ ต.เหลําโพนค๎อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร หมูํที่ ๔ ต.เหลําโพนค๎อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร หมูํที่ ๕ ต.เหลําโพนค๎อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร หมูํที่ ๖ ต.เหลําโพนค๎อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร หมูํที่ ๖ ต.เหลําโพนค๎อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร หมูํที่ ๗ ต.เหลําโพนค๎อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร หมูํที่ ๙ ต.เหลําโพนค๎อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร หมูํที่ ๑๑ ต.เหลําโพนค๎อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร
ที่มา : จากระบบข้อมูลตาบล (TCNAP)
1.2.5 ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ มีศูนย๑อาสาสมัครปูองกันภัยฝุายพลเรือนซึ่งเป๕นศูนย๑ที่ใช๎ประสานงาน ในเรื่องภัยพิบัตแิ ละอุบัติเหตุ อุบัตภิ ัยตํางๆและมีกิจกรรมดังนี้ ๑. ศูนย๑อปพร.ตาบลเหลําโพนค๎อ ตั้งอยูํ ณ ที่ทาการองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ทุกปีมีการ ฝึกอบรมทบทวนอปพร.ตาบลตาบลเหลําโพนค๎อเพื่อให๎อปพร. รู๎หลักปฏิบตั ิในการให๎ความชํวยเหลืออยํางถูกต๎องและ ถูกวิธีรํวมกับเจ๎าหน๎าที่ของรัฐตลอดจนสร๎างความเข๎มแข็งสามารถให๎ความชํวยเหลือประชาชนทีป่ ระสบภัยได๎อยําง ทันทํวงทีซึ่งจะทาให๎ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย๑สินโดยหลักสูตรการอบรมจะเน๎นการปฏิบตั ิจริงรํวม 78/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ด๎วยเชํนการซ๎อมแผนเมื่อเกิดเหตุจราจล โดยเชิญวิทยากรมาจากหนํวยงานภาคีภาครัฐเชํนสถานีตารวจโคกศรีสุพรรณ โรงพยาบาลโคกศรีสุพรรณ เป๕นต๎น ๒. ศูนย๑ปูองกันและลดอุบัติเหตุในชํวงเทศกาลตํางๆเพื่ออานวยความสะดวกและแก๎ไขป๓ญหาให๎กับประชาชน ในการเดินทางกกลับภูมิลาเนาในชํวงเทศกาลตํางๆโดยการดาเนินกิจกรรมจะตั้งขึ้นจุดตรวจที่หน๎า อบต. ๓. หนํวยแพทย๑ฉุกเฉินตาบลเหลําโพนค๎อ ดาเนินกิจกรรมเพื่อชํวยเหลือผู๎ผู๎ปุวยฉุกเฉิน ผู๎ยากไร๎และมีรายได๎ น๎อยโดยการจัดสํงโรงพยาบาลฟรี
1.2.6ด้านสาธารณสุข ลาดับ
โรงพยาบาล
สถานที่ ผอ.รพ.สต. (คน)
๑
โรงพยาบาล สํงเสริม สุขภาพตาบล โพนค๎อ
หมูํที่ ๑
1
ตาแหน่งบุคลากรประจาหน่วยบริการ พยาบาล ทันตภิบาล แผนไทย วิชาชีพ สาธารณสุข (คน) (คน) ปฏิบัติการ (คน) 1 3 1
พนักงาน/ พนักงาน กระทรวง (คน) 3
๑.๓ สถานการณ์ปัญหา 1.ด๎านสุขภาพและการเจ็บปุวยของประชาชนจะพบได๎วําในทุกหมูํบ๎านมีการประสบป๓ญหาด๎านสุขภาพ 1) การปุวยเป๕นโรคเรื้อรัง เชํน โรคเบาหวาน โรคความดัน สํ วนใหญํ ที่พบจะเป๕นผู๎สู งอายุ 2) การ เจ็บปุวยด๎วยโรคตํางๆ ที่เกิดจาการทางานหนักของคนวัยทางาน การเจ็บปวดข๎ อ กล๎ามเนื้อ 3) ป๓ญหาสุขภาพตาม สถานการณ๑สิ่งแวดล๎อม เชํน การเป๕นโรคระบาด ได๎แกํ โรคไข๎เลือดออก โรคไข๎หวัดใหญํ โรคตาแดง เป๕นต๎น ๒) ป๓ญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนในเขตตาบลเหลําโพนค๎อที่พบ ได๎แกํ สถานการณ๑ปญ ๓ หาสังคมที่มี ผลกระทบกับเด็กและเยาวชน คือ ป๓ญหายาเสพติด เนื่องจากป๓จจุบันมีการแพรํระบาดของยาเสพติดเป๕นจานวนมาก และมีการมั่วสุมกันของกลุํมเยาวชน ๓) สถานการณ๑ป๓ ญหาด๎ านเศรษฐกิจ ซึ่ งจะพบวํ า ป๓ญ หาที่เ กิด ขึ้นรายได๎ จะไมํ เพียงพอตํอรายจํา ย เนื่องจากชาวตาบลเหลําโพนค๎อมีอาชีพหลัก คือ ทานา และถ๎าหากผลผลิตในปีนั้นๆ ไมํได๎ตามเปูาหมายที่กาหนดจึง ทาให๎ครัวเรือนมีรายจํายมากกวํารายได๎
1.๔เปูาหมายร่วมในการแก้ปัญหาและพัฒนา 1) การแก๎ไขป๓ญหาและการพัฒนาด๎านสุขภาพจะมุํงเน๎นการรํวมมือจากศูนย๑บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลสํ งเสริมสุข ภาพจะต๎ องเป๕นแกนนาหลักสาคั ญในการดู แลประชาชนในชุมชน เข๎า มาสํง เสริ มด๎า นการ รณรงค๑การดูแลสุขภาพในด๎านตํางๆ เริ่มตั้ง แตํการบริโภคอาหารการออกกกาลังกายการใช๎พืชสมุนไพรในการดูแล ตนเองเวลาเจ็บปุวยทดแทนการใช๎ยาปฏิชีวนะ มีการจัดตั้งกลุํมอสม. โดยเริ่มจากคนในชุมชนมีสํวนรํวมและจะเป๕นคน ที่มีจิตอาสาในการที่จะเข๎ามาทางานด๎านสุขภาพ มีการพัฒนาศักยภาพโดยมีการจัดอบรมเพื่อให๎เกิดความรู๎และความ ชานาญในการที่จะเข๎าไปดูแลด๎านสุขภาพของคนในชุมชน มีกระบวนการและวิธีการที่จะสามารถเข๎าถึงป๓ญหาด๎าน สุขภาพ เชํนอสม. ออกตรวจเยี่ยมครัวเรือน การรณรงค๑กาจัดยุงลาย มีการตั้งกลุํมนวดแผนไทย กลุํมดูและผู๎สูงอายุ ๒) การแก๎ไขป๓ญหาและการพัฒนาด๎านสังคมองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อได๎รํวมรณรงค๑และ จัดกิจกรรมตํางๆให๎เด็กและเยาวชนหันมาสนใจกีฬาและรํวมทากิจกรรมเวลาวําง ไมํไปยุํง เกี่ยวกับยาเสพติด และมี การจัดแขํงขันต๎านยาเสพติดเป๕นประจาทุกทุกปี 79/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
๓) แก๎ไขป๓ญหาและการพัฒนาด๎านเศรษฐกิจ การสร๎างอาชีพเสริมให๎กับคนในชุมชน ได๎แกํ การทา เกษตรผสมผสานในครัวเรือน กลุํมปุ๋ยหมักชีวภาพ กลุํมน้าเมํา กลุํมเพาะพันธุ๑กล๎าไม๎ เพื่อฝึกให๎คนในชุมชนได๎น๎อมนา พระราชดารัสตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช๎ในการดาเนินชีวิตประจาวัน และสร๎างการมีสํวนรํวมทาให๎คนในชุมชน เกิดความรักความสามัคคีขึ้น มีการชํวยเหลือซึ่งกันและกันในชุมชนทาให๎ประชาชนมีการสร๎างรายได๎ ลดภาระหนี้สิน
๒.ข้อมูลจากระบบข้อมูลตาบล (TCNAP) จากการจัดเก็บข๎อมูลในระบบตาบล (TCNAP) ขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ข๎อมูลทะเบียน ราษฎร๑ จานวน 1,911 ครัวเรือน สามารถเก็บบันทึกได๎ ร๎อยละ ๖๘.๒๔ และจานวนประชากร ๕,๖๘๔ คน สามารถ เก็บบันทึก ได๎ร๎อยละ๘๑.๙๕ แตํในขณะที่จานวนประชากรจริงในพื้นที่ ๑,๓๐๔ ครัวเรือน จานวน ๔,๗๐๖ คน จึง สามารถเก็บข๎อมูลได๎ ร๎อยละ ๑๐๐ ของประชากรที่มีอยูํจริงโดยมีสถานะข๎อมูล ดังนี้
ข้อมูล
ครัวเรือน ประชากร
สถานะข้อมูลประชากรและครัวเรือน (องค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อ) ทะ ข้อมูล บันทึก ร้อยละ ร้อยละ บ้าน มีแต่ เบียน จริงใน แล้ว เทียบกับ เทียบกับ เช่า บ้าน ราษฎร์ ตาบล ข้อมูลจริง ทะเบียน เลขที่ ราษฎร์ ๑,๙๑๑ ๑,๓๐๔ ๑,๓๐๔ ๑๐๐ ๖๘.๒๔ ๒๔๕ ๕,๖๘๔ ๔,๗๐๖ ๔,๗๐๖ ๑๐๐ ๘๒.๗๙ -
ไม่มี ผู้ให้ ข้อมูล ๓๖๕ ๑,๐๒๖
2.1 ระดับบุคคลและครอบครัว (F1) ๑. จานวนร้อยละประชากร จาแนกตามการประกอบอาชีพ จานวนและร้อยละประชากร จาแนกตามการประกอบอาชีพหลัก ข้อมูลการประกอบอาชีพ อาชีพหลัก 1. กาลังแรงงานรวม ( อายุระหว่าง 15 - 60 ปี) 1.1 ผู้ที่อยู่ในกาลังแรงงาน 1.1.1 วํางงาน / ไมํมีงานทา 1.1.2 มีงานทา รวม 1.2 ผู้ที่ไม่อยู่ในกาลังแรงงาน 1.2.1 ทางานบ๎าน 1.2.2 นักเรียน / นักศึกษา 1.2.3 ไมํเข๎าขําย รวม 2. อาชีพหลัก ของผู้ที่มีงานทา 2.1 ทานา 2.2 ทาไรํ ข้อมูลการประกอบอาชีพ 2.3 ทาสวน 2.4 เลี้ยงสัตว๑ 2.5 เพาะเลี้ยงสัตว๑น้า
จานวน
ร้อยละ
3,128
100
109 2627 2,736
3.48 83.98 87.46
21 358 13 392
0.67 11.45 0.42 12.54
1,851 12 จานวน 12 9 1
70.46 0.46 ร้อยละ 0.46 0.34 0.04 80/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 2.6 ทาประมง 2.7 รับจ๎างทั่วไป/บริการ 2.8 กรรมกร 2.9 ค๎าขาย/ธุรกิจสํวนตัว 2.10 อุตสาหกรรมในครัวเรือน 2.11 รับราชการ 2.12 รัฐวิสาหกิจ 2.13 พนักงาน/ลูกจ๎างเอกชน 2.14 อืนๆ (ระบุ) รวม
0 115 11 53 4 115 21 402 21 2,627
0 4.38 0.42 2.02 0.15 4.38 0.8 15.3 0.8 100
จากตารางประชาชนสํวนใหญํมีอาชีพหลักมากที่สดุ ได๎แกํ ทานา จานวน 1,851 คน คิดเป๕นร๎อยละ 70.46รองลงมาคือ พนักงาน/ลูกจ๎างเอกชนจานวน 402 คน คิดเป๕นร๎อยละ 15.3 และลาดับถัดไปคือ รับราชการและรับจ๎างทั่วไป/บริการจานวน 115 คน คิดเป๕นร๎อยละ 4.38 จานวนและร้อยละประชากร จาแนกตามการประกอบอาชีพเสริม ข้อมูลการประกอบอาชีพ 1. อาชีพเสริม 1.1 ไมํมี 1.2 มี รวม 2. อาชีพเสริม ได๎แกํ 2.1.ทานา 2.2.ทาไรํ 2.3.ทาสวน 2.4.เลี้ยงสัตว๑ 2.5.เพาะเลี้ยงสัตว๑น้า 2.6.ทาประมง 2.7.รับจ๎างหรือบริการ 2.8.ทางานบ๎าน 2.9.กรรมกร 2.10.ค๎าขายหรือธุรกิจสํวนตัว 2.11.อุตสาหกรรมในครัวเรือน 2.12.อื่นๆ (ระบุ) 2.13.ไมํเข๎าขําย พื้นที่การทางาน 1. วํางงาน 2. ทางาน รวม 3.พื้นที่การทางาน ได๎แกํ 3.1.ทางานในพื้นที่ตาบล 3.2.ทางานนอกพื้นที่ตาบลในลักษณะเช๎าไปเย็นกลับ
จานวน
ร้อยละ
1,920 2,743 4,663
41.18 58.82 100
312 259 484 390 8 14 794 66 50 128 20 63 333
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0
498 4,165 4,663
10.68 89.32 100
2,781 441
66.77 10.59 81/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 3.3.ทางานนอกพื้นที่ตาบลบางชํวงเวลาหรือตามฤดูกาล 3.4.ทางานอยูํตํางตาบล 3.5.ทางานอยูํตํางอาเภอ 3.6.ทางานอยูํตํางจังหวัด 3.7.ทางานอยูํตํางประเทศ 3.8.ไมํเข๎าขําย รวม
33 0.79 35 0.84 90 2.16 414 9.94 13 0.31 358 8.6 4,165 100 จากตารางประชาชนสํวนใหญํมีอาชีพเสริม มากทีส่ ุดได๎แกํ รับจ๎างหรือบริการจานวน 794 คน รองลงมาคือ ทา สวนจานวน 484 คน และลาดับถัดไปคือเลี้ยงสัตว๑จานวน 115 คน
๒. จานวนร้อยละประชากร ที่ต้องการการช่วยเหลือดูแล จานวนและร้อยละประชากรจาแนกตามประเภทความต้องการได้รับการช่วยเหลือ/ดูแล ประเภทความต้องการได้รับการช่วยเหลือ/ดูแล 1.ความต๎องการได๎รับความชํวยเหลือ/ดูแล 1.1 ไมํมี 1.2 มี รวม 2.ความต๎องการได๎รับความชํวยเหลือ/ดูแล ได๎แกํ 2.1.เด็กอายุต่ากวํา 5 ปี 2.2.ผู๎สูงอายุ 2.3.ผู๎พิการทางกาย/เคลื่อนไหว 2.4.ผู๎พิการทางการมองเห็น 2.5.พิการทางการได๎ยิน/สื่อความหมาย 2.6.ผู๎พิการทางสติป๓ญญา/การเรียนรู๎ 2.7.ผู๎พิการทางจิต/พฤติกรรม 2.8.ผู๎ติดยาเสพติด 2.9.ผู๎ปุวยเอดส๑/ผู๎ติดเชื้อ HIV 2.10.ผู๎ปุวยเรื้อรัง 2.11.อื่นๆ (ระบุ) ขอทุนการศึกษากยศ,ขอทุนการศึกษาบุตร,ทุนการศึกษา ,บวช,ไมํมีข๎อมูล,อยากได๎เงิน,อยากให๎ชํวยเหลือดารเพาะพันธุ๑กล๎าไม๎
จานวน
ร้อยละ
4,247 416 4,663
91.08 8.92 100
66 240 40 15 12 16 11 2 6 24
15.865 57.692 9.615 3.606 2.885 3.846 2.644 0.481 1.442 5.769
22
5.288
จากตาราง พบวํา จานวนและร๎อยละประชากรจาแนกตามประเภทความต๎องการได๎รับการชํวยเหลือ/ดูแลมี ความต๎องการชํวยเหลือ/ดูแล 416 คน คิดเป๕นร๎อยละ ๘.๙๒ อีก 4,247 คน คิดเป๕นร๎อยละ 91.08 ไมํมีความ ต๎องการชํวยเหลือ/ดูแล เมื่อแยกพิจารณาเป๕นรายประเภท พบวํา ผู๎สงู อายุ มีความต๎องการได๎รับการชํวยเหลือ/ดูแล มากที่สุด รองลงมาคือ เด็กอายุต่ากวํา 5 ปีและลาดับถัดไปคือผู๎พิการทางกาย/เคลื่อนไหว
82/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
๓. ข้อมูลพฤติกรรมเสีย่ งจากการทางานปัญหาสุขภาพเจ็บปุวย จานวนและร้อยละประชากร จาแนกตามพฤติกรรมเสี่ยงภาวะเสี่ยงจากการทางาน ปัญหาสุขภาพและการเจ็บปุวย และ ภาวะฉุกเฉินที่ต้องรักษา ข้อมูลพฤติกรรมเสี่ยงจากการทางานปัญหาสุขภาพและการ เจ็บปุวย และภาวะฉุกเฉินที่ต้องรักษา 1.พฤติกรรมเสี่ยง 1.1 ไมํมี 1.2 มี รวม พฤติกรรมเสี่ยง ได๎แกํ 2.1.ดื่มสุราเป๕นประจา 2.2.สูบบุหรี่เป๕นประจา 2.3.นั่งๆ นอนๆ ไมํคํอยได๎ทางาน 2.4.ไมํได๎ออกกาลังกาย 2.5.มีความเครียดกังวลใจจนนอนไมํหลับ 2.6.ทางานหนัก พักผํอนน๎อย 2.7.กินอาหารปริมาณมาก กินจุ กินจุบจิบ 2.8.กินอาหารรสจัด เป๕นประจาทุกวัน 2.9.กินอาหารสุกๆ ดิบๆ 2.10.ดื่มเครื่องดื่มชูกาลังประจา 2.11.ขับรถเร็ว ประมาท 2.12.การใช๎ยาชุด ยาแก๎ปวด ยาลูกกลอน เป๕นประจา 2.13.ขับขี่รถจักรยานยนต๑โดยไมํสวมหมวกนิรภัย 2.14.ขับขี่รถยนต๑โดยไมํคาดเข็มขัดนิรภัย 2.15.ไมํได๎ตรวจสุขภาพหรือการคัดกรองโรคเป๕นประจาทุกปี 2.16.อื่นๆ (ระบุ) รวม
จานวน
ร้อยละ
1,137 3,532 4,669
24.35 75.65 100
2.4 4.86 11.71 23.49 4.4 9.65 6.83 7.69 5.27 1.01 0.14 0.61 9.17 5.04 7.55 0.19 100 จากตาราง พบวํา จานวนและร๎อยละประชากรจาแนกตามพฤติกรรมเสี่ยงมีพฤติกรรมเสี่ยง3,532 คน คิด เป๕นร๎อยละ 75.65 อีก 1,137 คน คิดเป๕นร๎อยละ 24.35 ไมํมพี ฤติกรรมเสีย่ งเมื่อแยกพิจารณาเป๕นรายประเภท พบวํา คนที่ไมํได๎ออกกาลังกายมีพฤติกรรมเสี่ยง มากทีส่ ุด รองลงมาคือ คนที่นั่งๆ นอนๆ ไมํคํอยได๎ทางานและลาดับถัดไป คือคนที่ทางานหนัก พักผํอนน๎อย ข้อมูลพฤติกรรมเสี่ยงจากการทางานปัญหาสุขภาพและการ เจ็บปุวย และภาวะฉุกเฉินที่ต้องรักษา 1.ภาวะเสี่ยงจากการทางาน 1.1 ไมํมี 1.2 มี รวม 2.ภาวะเสี่ยงจากการทางาน ได๎แกํ 2.1.ใช๎สารเคมีในการเกษตรโดยปูองกันตนเองไมํเหมาะสม
193 391 943 1,891 354 777 550 619 424 81 11 49 738 406 608 15 8,050
จานวน
ร้อยละ
4,147 534 4,681
88.59 11.41 100
218
35.22
83/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 ข้อมูลพฤติกรรมเสี่ยงจากการทางานปัญหาสุขภาพและการ เจ็บปุวย และภาวะฉุกเฉินที่ต้องรักษา 2.2.ทางานในบริเวณที่มีการสูดดมสารเคมีสารระเหยที่เป๕น อันตราย ตํอสุขภาพ 2.3.ทางานในบริเวณที่มีเสียงดัง 2.4.ทางานในบริเวณที่มีผง ฝุุนละออง ควัน 2.5.ทางานใกล๎กับเครื่องจักรกล 2.6.ทางานที่เป๕นอันตรายตํอสายตา 2.7.ทางานในลักษณะยืน หรือนั่งในทําเดิมนานๆ 2.8.ทางานในบริเวณที่มีอากาศร๎อนอบอ๎าวหรืออากาศเย็นมาก เกินปกติ 2.9.ทางานในที่สูง 2.10.อื่นๆ (ระบุ) รวม
จานวน
ร้อยละ
19 37 168 23 24 40
3.07 5.98 27.14 3.72 3.88 6.46
53 22 15 619
8.56 3.55 2.42 100
จากตาราง พบวํา จานวนและร๎อยละประชากรจาแนกตามภาวะเสี่ยงจากการทางานมีภาวะเสี่ยงจากการ ทางาน534 คน คิดเป๕นร๎อยละ 11.41 อีก 4,147 คน คิดเป๕นร๎อยละ 88.59 ไมํมภี าวะเสี่ยงจากการทางานเมื่อแยก พิจารณาเป๕นรายประเภทพบวํา ใช๎สารเคมีในการเกษตรโดยปูองกันตนเองไมํเหมาะสมมีภาวะเสี่ยงจากการทางาน มาก ที่สุด รองลงมาคือ ทางานในบริเวณที่มีผง ฝุุนละออง ควัน และลาดับถัดไปคือทางานในบริเวณที่มีอากาศร๎อนอบอ๎าวหรือ อากาศเย็นมากเกินปกติ ข้อมูลพฤติกรรมเสี่ยงจากการทางานปัญหาสุขภาพและการ เจ็บปุวย และภาวะฉุกเฉินที่ต้องรักษา 1.ป๓ญหาสุขภาพและการเจ็บปุวย 1.1 ไมํมี 1.2 มี รวม 2.ป๓ญหาสุขภาพและการเจ็บปุวย ได๎แกํ 2.1.ไข๎ ไอ เจ็บคอ 2.2.อุจจาระรํวง 2.3.กระเพาะอาหาร 2.4.ปวดเมื่อยกล๎ามเนื้อ 2.5.บาดเจ็บจากการทะเลาะวิวาท ทาร๎ายรํางกาย 2.6.ภาวะขาดสารอาหาร 2.7.พัฒนาการที่ลําช๎าในเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี 2.8.อื่นๆ (ระบุ) รวม
จานวน
ร้อยละ
1,266 3,415 4,669
27.05 72.95 100
2,223 56.87 355 9.08 515 13.17 777 19.88 1 0.03 4 0.10 1 0.03 33 0.84 3,909 100 จากตาราง พบวํา จานวนและร๎อยละประชากรจาแนกตามป๓ญหาสุขภาพและการเจ็บปุวยมีป๓ญหาสุขภาพและ การเจ็บปุวย3,415 คน คิดเป๕นร๎อยละ 72.95ไมํมปี ๓ญหาสุขภาพและการเจ็บปุวย1,266 คน คิดเป๕นร๎อยละ 27.12เมื่อ แยกพิจารณาเป๕นรายประเภทพบวํา ไข๎ ไอ เจ็บคอมีป๓ญหาสุขภาพและการเจ็บปุวย มากที่สุด รองลงมาคือ ปวดเมื่อย กล๎ามเนื้อ และลาดับถัดไปคือกระเพาะอาหาร
84/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ข้อมูลพฤติกรรมเสี่ยงจากการทางานปัญหาสุขภาพและการ เจ็บปุวย และภาวะฉุกเฉินที่ต้องรักษา ภาวะฉุกเฉินที่ต๎องรักษา 1. ไมํมี 2. มี รวม ภาวะฉุกเฉินที่ต๎องรักษา ได๎แกํ 2.1.ไข๎สูง ชัก 2.2.หอบเหนื่อย 2.3.เหนื่อย อํอนเพลีย ไมํมีแรง 2.4.หมดสติ 2.5.บาดเจ็บอุบัติเหตุจราจร 2.6.บาดเจ็บจากอุบัติเหตุอื่นๆ 2.7.สุนัขกัด งูกัด สัตว๑ทาร๎าย 2.8.อื่นๆ (ระบุ) รวม
จานวน
ร้อยละ
3,882 787 4,669
83.14 16.86 100
161 19.56 166 20.17 441 53.58 7 0.85 5 0.61 25 3.04 4 0.49 14 1.7 823 100 จากตาราง พบวํา จานวนและร๎อยละประชากรจาแนกตามภาวะฉุกเฉินที่ต๎องรักษามีภาวะฉุกเฉินที่ต๎องรักษา787 คน คิดเป๕นร๎อยละ 16.86 อีก 3,882 คน คิดเป๕นร๎อยละ 83.14 ไมํมภี าวะฉุกเฉินที่ต๎องรักษาเมื่อแยกพิจารณาเป๕น รายประเภทพบวํา เหนื่อย อํอนเพลีย ไมํมีแรงมีภาวะฉุกเฉินที่ต๎องรักษา มากที่สุด รองลงมาคือ หอบเหนื่อย และลาดับ ถัดไปคือไข๎สูง ชัก
๔. ปัญหาสุขภาพและการเจ็บปุวย ปัญหาสุขภาพและโรคที่พบบ่อย หัวข้อ 1. หวัด 2. หอบ/หืด 3. ปวดเมื่อยกล๎ามเนื้อ 4. โรคกระเพาะอาหาร 5. ไหลเวียนเลือด 6. อื่นๆ (ระบุ) รวม
จานวน 2,640 160 581 2,083 187 187 5,838
ร้อยละ 45.22 2.74 9.95 35.68 3.2 3.2 100
จากตาราง พบวํา ประชาชนมีปญ ๓ หาด๎านสุขภาพและเจ็บปุวย จาแนกตามประเภทป๓ญหาสุขภาพและโรคที่ พบบํอย มากที่สุด ได๎แกํ หวัด จานวน 2,640 คน คิดเป๕นร๎อยละ 45.22รองลงมาคือ โรคกระเพาะอาหาร จานวน 2,083 คน คิดเป๕นร๎อยละ 35.68 และลาดับถัดไปคือปวดเมื่อยกล๎ามเนื้อ จานวน 581 คน คิดเป๕นร๎อยละ 9.95
85/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 ปัญหาโรคระบาดในพืน้ ที่ ในระยะ 1 ปีที่ หัวข้อ
จานวน 9 18 1 1 29
1. อุจจาระรํวง 2. ตาแดง 3. อื่นๆ (ระบุ) ไข๎หวัดใหญํ 4. อื่นๆ (ระบุ) สุกใส รวม
ร้อยละ 31.03 62.07 3.45 3.45 100
จากตาราง พบวํา ประชาชนมีปญ ๓ หาด๎านสุขภาพและเจ็บปุวย จาแนกตามประเภทป๓ญหาโรคระบาดในพื้นที่ ในระยะ 1 ปีทไี่ ด๎แกํ โรคตาแดง จานวน 18 คน คิดเป๕นร๎อยละ 62.07รองลงมาคือ อุจจาระรํวง จานวน 9 คน คิด เป๕นร๎อยละ 31.03 ปัญหาโรคเรื้อรังในพื้นที่ หัวข้อ 1. เบาหวาน 2. ความดันโลหิตสูง 3. หัวใจ 4. มะเร็ง 5. หอบหืด 6. ภูมิแพ๎ 7. ไตวาย 8. เก๏าท๑ 9. ปวดข๎อหรือข๎อเสื่อม 10. อื่นๆ (ระบุ) เส๎นเลือดสมองตีบ รวม
จานวน 283 387 26 3 36 124 11 8 241 25 1,144
ร้อยละ 24.74 33.83 2.27 0.26 3.15 10.84 0.96 0.7 21.07 2.19 100
จากตาราง พบวํา ประชาชนมีปญ ๓ หาด๎านสุขภาพและเจ็บปุวย จาแนกตามประเภทป๓ญหาโรคเรื้อรังในพื้นที่ มากที่สุด ได๎แกํ ความดันโลหิตสูง จานวน 387 คน คิดเป๕นร๎อยละ 33.83รองลงมาคือ เบาหวาน จานวน 283 คน คิดเป๕นร๎อยละ 24.74 และลาดับถัดไปคือปวดข๎อหรือข๎อเสื่อม จานวน 241 คน คิดเป๕นร๎อยละ 21.07
๕. ภาระหนี้สินของครัวเรือน / แหล่งกู้ยืมเงิน/แหล่งเงินออม จาแนกตามภาระหนี้สินของครัวเรือน ภาระหนี้สินของครัวเรือน 1. มีหนี้สิน รวม 1.1 ร๎อยละหนี้สิน ( บาท) น๎อยกวํา 40,000 บาท 40,001 บาท ถึง 80,000 บาท 80,001 บาท ถึง 120,000 บาท 120,001 บาท ถึง 200,000 บาท มากกวํา 200,001 บาท รวม
จานวน 850 850
ร้อยละ 100 100
397 201 108 54 90 850
46.71 23.65 12.71 6.35 10.59 100
86/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
จากตาราง พบวํา ภาระหนี้สินของชาวบ๎าน มีจานวน 847ครัวเรือนโดยมีภาระมีหนี้สินน๎อยกวํา 40,000 บาทมาก ที่สุด จานวน 397ครัวเรือนรองลงมาคือ 40,001 บาท ถึง 80,000 บาทจานวน 201ครัวเรือน และลาดับถัดไปคือ 80,001 บาท ถึง 120,000 บาทจานวน 107ครัวเรือน ภาระหนี้สินของครัวเรือน
จานวน
ร้อยละ
1.2 สาเหตุภาระหนี้สิน 1.การทาการเกษตร 607 2.การศึกษาบุตร 309 3.ซื้อยานพาหนะ 230 4.ซื้อสิง่ อานวยความสะดวก 202 5.ซื้อโทรศัพท๑มือถือ 23 6.ซื้ออสังหาริมทรัพย๑/สร๎างบ๎าน/ซื้อที่ดินทากิน 112 7.การเจ็บปุวย 81 8.คําใช๎จํายด๎านอาหาร 177 9.ลงทุนในการทาธุรกิจ 59 10.การเลํนหวยหรือการพนัน 2 11.สํงสมาชิกในครัวเรือนไปตํางประเทศระบุเหตุผล 3 12.อื่นๆ (ระบุ)ซื้อโคมาเลี้ยง,ซื้อวัว,ซื้อวัวแมํพันธ๑,ซื้อสัตว๑เลี้ยง,ตํอเติมบ๎าน,ธกส,ยืม, ลงทุนทาธุรกิจ,หมูํบาน๙ื้อโคมาเลี้ยง,ซื้อวัว,ซื้อวัวแมํพันธ๑,ซื้อสัตว๑เลี้ยง,ตํอเติมบ๎าน,ธกส, ยืม,ลงทุนทาธุรกิจ,หมูํบาน 16 รวม 1,821 จากตาราง จาแนกสาเหตุภาระหนี้สินของครัวเรือน มากที่สุด คือการทาการเกษตรจานวน 605ครัวเรือน รองลงมาคือ การศึกษาบุตรจานวน 309ครัวเรือน และลาดับถัดไปคือซื้อยานพาหนะจานวน 227ครัวเรือน
33.33 16.97 12.63 11.09 1.26 6.15 4.45 9.72 3.24 0.11 0.16 0.88 100.00
๖.ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการสิ่งแวดล้อม จาแนกตามข้อมูลการจัดการกับสิ่งแวดล้อมในครัวเรือน การจัดการสิ่งแวดล้อมของครัวเรือน การจัดการขยะ 1. ไมํมี 2. มีการจัดการขยะ รวม การจัดการขยะ ได๎แกํ 1.ใช๎บริการจัดเก็บขยะของชุมชน 2.การเผา 3.การฝ๓ง 4.การทาปุ๋ยหมัก 5.การคัดแยกขยะรีไซเคิล 6.อื่นๆ (ระบุ) รวม
จานวน
ร้อยละ
57 1,219 1,276
4.47 95.53 100
145
6.436
1,060
47.048
658
29.206
138
6.125
251
11.141
1
0.044
2,253
100 87/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
จากตาราง พบวํา การจัดการสิง่ แวดล๎อมของครัวเรือน จาแนกตามประเภทการจัดการขยะ มากที่สดุ ได๎แกํ การเผา จานวน 1,060 คน คิดเป๕นร๎อยละ 47.153รองลงมาคือ การฝ๓ง จานวน ๖๕๘ คน คิดเป๕นร๎อยละ 29.27 และลาดับถัดไปคือการคัดแยกขยะรีไซเคิล จานวน 248 คน คิดเป๕นร๎อยละ 11.032 การจัดการสิ่งแวดล้อมของครัวเรือน การจัดการมลพิษหรือมลภาวะตํางๆ 1. ไมํมี 2. มีการจัดการมลพิษหรือมลภาวะตํางๆ รวม การจัดการมลพิษหรือมลภาวะ ได๎แกํ 1.การบาบัดน้าเสียกํอนปลํอยทิ้ง 2.การใช๎วัสดุหรืออุปกรณ๑ปูองกันการเกิดควันหรือฝุุนละออง 3.การใช๎วัสดุหรืออุปกรณ๑ปูองกันการเกิดเสียงดังรบกวน 4.การปูองกันอันตรายจากการใช๎สารเคมี 5.การทาเกษตรอินทรีย๑และลดปริมาณการใช๎สารเคมี รวม
จานวน
ร้อยละ
877 367 1,244
70.5 29.5 100
79
17.517
105
23.282
18
3.991
151
33.481
98
21.729
451
100
จากตาราง พบวํา การจัดการสิง่ แวดล๎อมของครัวเรือน จาแนกตามประเภทการจัดการมลพิษหรือมลภาวะ ตํางๆ มากที่สดุ ได๎แกํ การปูองกันอันตรายจากการใช๎สารเคมี จานวน 151 คน คิดเป๕นร๎อยละ 33.481รองลงมาคือ การใช๎วัสดุหรืออุปกรณ๑ปูองกันการเกิดควันหรือฝุุนละออง จานวน ๑๐๕ คน คิดเป๕นร๎อยละ 23.282 และลาดับ ถัดไปคือการทาเกษตรอินทรีย๑และลดปริมาณการใช๎สารเคมี จานวน ๙๘ คน คิดเป๕นร๎อยละ 21.729 การจัดการสิ่งแวดล้อมของครัวเรือน การจัดหาน้าสะอาดไว๎ใช๎อุปโภคและบริโภค 1. ไมํมี 2. มีการจัดหาน้าสะอาดไว๎ใช๎อุปโภคและบริโภค รวม การจัดหาน้าสะอาดไว๎ใช๎อุปโภคและบริโภค ได๎แกํ 1.การเก็บกักน้าฝนไว๎ใช๎ 2.การใช๎น้าประปา 3.การใช๎น้ากรอง 4.การซื้อน้าสะอาด/น้ากรอง 5.การใช๎น้าจากแหลํงน้าธรรมชาติ 6.อื่นๆ (ระบุ) น้าบํอ, น้าบาดาล รวม
จานวน
ร้อยละ
173
13.65
1,094
86.35
1,267
100
229
12.432
706
38.328
126
6.84
622
33.768
146
7.926
13
0.706
1,842
100
88/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
จากตาราง พบวํา การจัดการสิง่ แวดล๎อมของครัวเรือน จาแนกตามประเภทการจัดหาน้าสะอาดไว๎ใช๎อุปโภค และบริโภค มากทีส่ ุด ได๎แกํ การใช๎น้าประปา จานวน 703 คน คิดเป๕นร๎อยละ 38.311รองลงมาคือ การซื้อน้าสะอาด/ น้ากรอง จานวน 622 คน คิดเป๕นร๎อยละ 33.896 และลาดับถัดไปคือการเก็บกักน้าฝนไว๎ใช๎ จานวน 228 คน คิดเป๕น ร๎อยละ 12.425 การจัดการสิ่งแวดล้อมของครัวเรือน การจัดการสภาพทีอยูํอาศัยหรือมีโอกาสเกิดอันตราย
จานวน
1. ไมํมี 2. มีการจัดการสภาพที่อยูํอาศัยที่ไมํปลอดภัยหรือมีโอกาสเกิดอันตราย รวม
ร้อยละ
927
72.82
346
27.18
1,273
100
208
38.306
210
38.674
80
14.733
41
7.551
4
0.737
543
100
การจัดการสภาพที่อยูํอาศัยที่ปลอดภัย ได๎แกํ 1.การซํอมแซมสภาพที่อยูํอาศัยที่ชารุดทรุดโทรม 2.การจัดหาหรือติดตั้งอุปกรณ๑สํองสวํางเพื่อให๎มีแสงสวํางที่เพียงพอ 3.การทาราวในการเกาะยึดหรือจับ 4.การจัดทาทางลาดเอียงเพื่อใช๎แทนการเดินขึ้นลงบันได 5.อื่นๆ (ระบุ) รวม
จากตาราง พบวํา การจัดการสิง่ แวดล๎อมของครัวเรือน จาแนกตามประเภทการจัดการสภาพทีอยูํอาศัย หรือมีโอกาสเกิดอันตราย มากที่สุด ได๎แกํ การจัดหาหรือติดตัง้ อุปกรณ๑สํองสวํางเพื่อให๎มแี สงสวํางที่เพียงพอ จานวน 210 คน คิดเป๕นร๎อยละ 38.674รองลงมาคือ การซํอมแซมสภาพที่อยูํอาศัยที่ชารุดทรุดโทรม จานวน 208 คน คิดเป๕นร๎อยละ 38.306 และลาดับถัดไปคือการทาราวในการเกาะยึดหรือจับ จานวน 80 คน คิดเป๕นร๎อยละ 14.733
๒.๒ระดับกลุ่มและชุมชน(F ๒) 1.ทุนบุคคล (ส่วนที่ 1 ข้อมูลด้านทุนที่แสดงถึงศักยภาพของตาบล ข้อ 1) ประธานกลุ่ม / ชมรม / เครือข่ายและแกนนาต่างๆ ที่
ชื่อ - นามสกุล 1 2 3 4 5 6
ทวีอุํนพิมพ๑ ปลัดไกยะฝุาย สิทธิศักดิ์คาภูษา สร๎อยคาภูษา นิยมพลราชม ปิดตาพลราชม
เลขที่บัตรประชาชน
บ้านเลขที่
หมู่ / ชุมชน
ความสามารถพิเศษ
3471500046362 3471500060985 1471500038240 3471500045960 3471500044254 3471500041514
31 5 44 29 1 167
2 2 2 2 2 1
แกนนาหมูํบ๎าน กรรมการหมูํบ๎าน ผู๎ชํวยผู๎ใหญํบ๎าน กรรมการหมูํบ๎าน กรรมการหมูํบ๎าน ผู๎นากลุํม 89/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 ที่ 7 8 9 10 11 12 13 14
ชื่อ - นามสกุล นวมจันทวงศ๑ ประสพพลราชม อนามัยบุตรชาติ ผาสุก ผาใต๎ อานนท๑พลราชม ประสิทธิ์คาเพชรดี นารีรัตน๑หนูชัย สุพจน๑พลราชม
เลขที่บัตรประชาชน
บ้านเลขที่
3471500057275 3470101435216 3471500056627 3471500056040 3471500040909 3471500154181 3471500294781 3471500038033
78 108 68 59 157 76 13 111
หมู่ / ชุมชน 4 4 4 4 1 5 5 1
ความสามารถพิเศษ ประธานกลุํมต๎มเกลือสินเทา ประธานกลุํมเลี้ยงโค กรรมการหมูํบ๎าน ประธานอฝส ผู๎นากลุํม แกนนาจัดแผนชุมชน ประธานกองทุนแมํของแผํนดิน ผู๎ชํวยผู๎ใหญํบ๎าน
คนเก่ง (ด้านสุขภาพ อาชีพ ศิลปวัฒนธรรมประเพณี )ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ อาสาสมัครต่างๆ ผู้ไกล่เกลี่ยและอื่นๆ หมู่ / ที่ ชื่อ - นามสกุล เลขที่บัตรประชาชน บ้านเลขที่ ความสามารถพิเศษ ชุมชน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
ไขํคาพลราชม บรรเลง คูณเศษ ประสงค๑ศิลป์คาภูษา อินเขียนน๎อยทะรงค๑ นิยมบุตรชาติ ภาวิณีแสนศรี สมพงษ๑พลราชม ศิริพลราชม จรูญศักดิ์ธนะคาดี วราภรณ๑ธนะคาดี พิสมัย คาเพชร วัฒนาพลราชม วินัยธนะคาดี อวยพรพลราชม โกมิลมหาไชย น๎อมนามจันทร๑ทา ประสพพลราชม ประเทียนอินตัน หวลยางธิสาร บุญเพ็งยางธิสาร
3471500040399 3301200415266 3471500170659 3341601259320 3471500168981 3471500151531 3471500240118 3471500038602 3471500043428 3471500043436 3470100054626 3471500042839 3471500038980 3471500042782 3480700757237 3471500052397 3470101435216 5470400023897 3471500159477 3471500159728
147 13 42 70 71 82 193 54 209 209 283 195 59 194 192 10 108 112 215 216
1 7 7 7 7 7 10 10 10 10 10 10 10 10 4 4 4 4 6 6
ประธานกลุํมพานบายศรี หมอดูหมอเปุา ชํางตัดผม หมอสมุนไพร ทอผ๎าไหมมัดหมี่ หมอเปุา หมอแคน หมอสูตร ครูเกษตร ครูภาษาไทยฟูอนรา ทอเสื่อ ทอผ๎าจักรสาน จักสาน ทอผ๎า แพทย๑ประจาตาบล อาสาประจาหมูํบ๎าน ชํางไม๎ สํงเสริมสุขภาพ หมอลา ค๎าขาย 90/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 ที่
ชื่อ - นามสกุล
เลขที่บัตรประชาชน
บ้านเลขที่
21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49
วงค๑จันทร๑ยางธิสาร ศรีจันทร๑คาภูษา ยันยางธิสาร ประสิทธิ์คาเพชรดี บุญชํวยยางธิสาร ศรีสุพรรณ๑ลีนาลาด สมภานคาภูษา คอนชัยบุตรชาติ โสมคาภูษา อุทิศพรหมสาขา ณ สกลนคร ประเวศศรีกะษร หนุํมศรีกะษร วิพลหาญชนะ วัชราภรณ๑ฤกษ๑ฉวี อุดรลีนาลาด ใจเดียวสิงหะพล ปราณีลีนาลาด ภูวนาทศรีเพียไชย๑ ศรีนครลีนาลาด เซ็งคาเพชรดี อินทรแปลงพลราชม ทวีชัยยางธิสาร เนาวรัตน๑คาโสมศรี เลายางธิสาร เพ็ญลีนาลาด เสาวลักษณ๑ครโสภา ยกยางธิสาร สนทียางธิสาร
3471500159825 3471500153860 3471500153070 3471500154181 3471500164021 3471500009009 3471500058506 3471500059154 3471500058891 3471500154726 3471500058433 3471500058450 3471500050912 3471500050734 3471500048721 3930100859671 3471500048993 3471500034771 3471500049434 5471500019019 3471500170934 3471500162877 3471500050939 3471500164683 3471500116999 3471500049531 3471500155358 3471500167429
245 70 54 76 32 116 15 16 18 89 26 31 7 15 41 18 91 43 58 124 49 234 92 228 109 119 166 186
หมู่ / ชุมชน 9 5 5 5 9 3 11 11 11 5 11 11 8 8 3 8 3 8 8 9 7 9 8 9 8 8 9 9
ความสามารถพิเศษ ทอผ๎า ช๎างไม๎ชํางปูน จักสานสมุนไพร หมอสูตรพิธีกรรม หมอเปุา อสม หมอเปุาหมอดู จักสาน ชํางไม๎ ชํางไม๎ ช๎างไม๎ชํางปูน ผู๎นาชุมชน ชํางเชื่อมชํางปูน อาสาชุมชน ครูพิธีกร พิธีกรรม(หมอเหยา) สัตวแพทย๑รักษาสัตว๑ ทอเสื่อ ชํางปูนชํางไฟฟูา ชํางเย็บผ๎า หมอสมุนไพร ทอผ๎าไหมมัดหมี่ เพาะกล๎าไม๎ หมอสมุนไพร หมอสูตร ดีดพิณเปุาแคน ครูฟูอนรา เปุาแคน หมอดู
91/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 ผู้นาท้องที่ (ผู้ใหญ่บ้านกานัน และอื่นๆ ) ที่ ชื่อ - นามสกุล เลขที่บัตรประชาชน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11
หมู่ / ชุมชน บ้านเลขที่
เหรียญทอง พลราชม ธีระศักดิ์ อุํนพิมพ๑ จรูญ บัวทะราช วารินทร๑ จันทวงศ๑ เจริญศักดิ์ วงค๑คาษา
3471500037851 3471500046397 3471500048128 3471500053911 3480200019237
1 2 3 4 5
143 31 69 126 30
พายัพ โต๏ะชาลี
347150015857
6
191
ณรงค๑ กัณหา วิพล หาญชนะ ทวีชัย ยางธิสาร วีราวัฒน๑ เทือกตาหลอย ประเวศ ศรีกะษร
3480700174088 3471500050912 3471500162877 3471500034097 3471500058433
7 8 9 10 11
12 7 234 91 26
ผู้นาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ( นายก อบต./ เทสบาล สมาชิก อบต. / เทศบาล ) หมู่/ ที่ ชื่อ-นามสกุล เลขที่บัตรประชาชน บ้านเลขที่ ชุมชน 1
อนุสรณ๑ พลราชม
3471500040569
289
1
2
ถวิล พลราชม
3471500041336
164
1
3
อินทวา พลราชม
3471500041042
156
1
4
วิเชียร คาภูษา
3471500045935
42
2
5
วงค๑หาร ธงไชย
3471500044742
10
2
6
วรจิตร ลีนาลาด
3471500047202
54
3
7
ศรีสุพรรณ๑ ลีนาลาด
3471500009009
116
3
8
ประเทียน อินตัน
5470400023897
112
4
9
ศรีจันทร๑ คาภูษา
3471500153860
70
5
10
สาครยาง ธิสาร
3471500166350
146
6
11
สมัย คาภูษา
3471500168921
164
6
ความสามารถพิเศษ กานัน ผู๎ใหญํบ๎าน ผู๎ใหญํบ๎าน ผู๎ใหญํบ๎าน ผู๎ใหญํบ๎าน ผู๎ใหญํบ๎าน ผู๎ใหญํบ๎าน ผู๎ใหญํบ๎าน ผู๎ใหญํบ๎าน ผูใ๎ หญํบ๎าน ผู๎ใหญํบ๎าน
ความสามารถพิเศษ นายกองค๑การบริหาร สํวนตาบลเหลําโพนค๎อ สมาชิกสภาตาบลเหลํา โพนค๎อ สมาชิกสภาตาบลเหลํา โพนค๎อ สมาชิกสภาตาบลเหลํา โพนค๎อ สมาชิกสภาตาบลเหลํา โพนค๎อ สมาชิกสภาตาบลเหลํา โพนค๎อ สมาชิกสภาตาบลเหลํา โพนค๎อ สมาชิกสภาตาบลเหลํา โพนค๎อ สมาชิกสภาตาบลเหลํา โพนค๎อ สมาชิกสภาตาบลเหลํา โพนค๎อ สมาชิกสภาตาบลเหลํา โพนค๎อ 92/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ที่
ชื่อ-นามสกุล
เลขที่บัตรประชาชน
บ้านเลขที่
หมู่/ ชุมชน
12
ประสงค๑ศิลป์ คาภูษา
3471500170659
42
7
13
กองมณี ขันทีท๎าว
3471500168859
15
7
14
วณีฏา
3471500152138
156
5
15
สมานชัย คาเพชร
3471500011399
283
10
16
เสรีไทย ฮํมปุา
3471500165205
243
9
17
สมชาย พูลพร๎อม
3349900230959
46
11
18
ทักษินท๑ คาภูษา
3471500058786
48
11
โสดก
ความสามารถพิเศษ สมาชิกสภาตาบลเหลํา โพนค๎อ สมาชิกสภาตาบลเหลํา โพนค๎อ สมาชิกสภาตาบลเหลํา โพนค๎อ สมาชิกสภาตาบลเหลํา โพนค๎อ สมาชิกสภาตาบลเหลํา โพนค๎อ สมาชิกสภาตาบลเหลํา โพนค๎อ สมาชิกสภาตาบลเหลํา โพนค๎อ
ผู้นาที่เป็นบุคลากรของหน่วยงานภาครัฐซึ่งเคยอาศัยอยุ่ในพื้นที่ (ครูนักพัฒนาชุมชน แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข ทหาร ตารวจ และอื่นๆ ) หมู่ / ที่ ชื่อ - นามสกุล เลขที่บัตรประชาชน บ้านเลขที่ ความสามารถพิเศษ ชุมชน 1 2 3 4 5 6 7 8
กงจักร อุทัยวัฒน๑ ไขแสง พลราชม รณวิทย๑ มาลีลัย ทันสมัย บุตรชาติ จันทร๑สุดา บุตรชาติ อุไรวัลย๑ ธนะคาดี ปานศักดิ์ ปะสังตโย ทรงจิตรัตน๑ บัวทะราช
3471500041743 3471500042201 3471500185575 3471500059651 3471500059669 3440700065467 3440900117886 3471500488128
299 177 148 116 116 197 106 69
1 1 4 4 4 1 1 3
ครู ครู ครู ครู ครู ครู ครู ครู
93/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
2.ทุนกลุ่มและชุมชน (ส่วนที่ 2 ข้อมูลทุนที่เป็น กลุ่ม/เครือข่าย/ศูนย์เรียนรู้ /แหล่งเรียนรู้) ทุนที่เป็นกลุ่ม / เครือข่าย / ศูนย์เรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้ ชื่อกลุ่ม /เครือข่าย / ศูยน์เรียนรู้ / หมู่ / ที่ แหล่งเรียนรู้ ชุมชน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30
กลุมํ ปลูกยาสูบ กลุํมทอเสื่อ กลุํมทอผ๎าพื้นเมือง กลุํมเลี้ยงวัว ออมทรัยพ๑บ๎านโพนค๎อสามัคคี ข๎าวนาน้าฝน หมูํบ๎านอปพ. ร๎านค๎าบ๎านโพนค๎อ กลุํมกองทุนเงินล๎าน กลุํมเลี้ยงโคแมํพันธ๑ กลุํมเพาะพันธุ๑กล๎าไม๎ กลุํมทอผ๎าไหม กลุํมผู๎ใช๎น้าประปา กองทุนบทบาทสตรี กลุํมออมทรัพย๑ กลุํมทอผ๎า กลุํมดนตรีพื้นบ๎าน กลุํมทอผ๎าไหม กลุํมสายใยรักแหํงครอบครัว กลุํมอสม. กองทุนแมํของแผํนดิน กองทุนแมํของแผํนดิน กลุํมเยาวชน ทาปุ๋ยชีวภาพ กองทุนเงินล๎าน กลุํมข๎าวฮาง กลุํมโคแมํพันธ๑ กองทุนหมูํบ๎าน เพื่อนชํวยเพื่อน กลุํมผู๎ใช๎น้าชลประทาน
3 3 6 3 1 1 1 1 2 5 6 6 6 7 7 8 9 9 10 10 11 5 6 6 3 5 5 6 6 6
แกนนา /คนปฏิบตั ิการ หลัก นายอุดมนงนุช นายอัมพรล๎านจ๏ะ นางเรณูยางธิสาร นายสุระชัยลีนาลาด นางปิตตาพลราชม นายเหรียญทองพลราชม นายเหรียญทองพลราชม นายเหรียญทองพลราชม นายธีระศักดิ์อุํนพิมพ๑ นายทองหวานขันทีท๎าว นายพายัพโต๏ะชาลี นางเรณูยางธิสาร นายสาครยางธิสาร นางฮงชัยขันทีท๎าว นายณรงค๑กัณหา นางรัศมีนนท๑คาวงศ๑ นายจบยางธิสาร นางไขํคูณยางธิสาร นางญาณีวงศ๑คาษา นางพิศสมัยคาเพชร นางจาเนียนศรีกะษร นางนารีรัตน๑หนูไชย นายชัชวาลยางธิสาร นายหวลยางธิสาร นายจรูญบัวทะราช นางศิวพรขันทีท๎าว นายทองหวานขันทีท๎าว วิวัฒนายาธิสาร นายสุรันต๑โต๏ะชาลี นายสมุหไทยยางธิสาร
กิจกรรม ปลูกเพื่อจาหนํวย ทอเสื่อเพื่อไว๎ใช๎และจาหนําย ทอผ๎าพื้นเมือง เลี้ยงวัว ออมทรัพย๑ ปลูกข๎าว ดูแลความปลอดภัย การค๎าขายในชุมชน การปลํอยกู๎ยืมเงิน เลี้ยงโคแมํพันธ๑ที่มีคุณภาพดี เพาะกล๎าไม๎ขาย ทอผ๎าไหม ระบบการใช๎น้าภายในหมูํบ๎าน สนับสนุนสงเสริมกลุํมสตรี ออมเงิน ทอผ๎าเพื่อจาหนํวย เลํนดนตรีกรองยาว ทอผ๎าไหมเพื่อจาหนํวย สํงเสริมให๎ลูกดื่มนมแมํ ดูแลสุขอนามัย ปูองกันยาเสพติด ปูองกันยาเสพติด กีฬา ทาปุ๋ยชีวภาพ การปลํอยสินเชื่อ ผลิตข๎าวขาย เลี้ยงโคเพื่อผลผลิต การเงินบัญชี กู๎ยืมเงิน การทาเกษตร 94/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 ที่ 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60
ชื่อกลุ่ม /เครือข่าย / ศูยน์เรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้ กลุํมแมํบ๎านออมทรัพย๑ กลุํมสตรีแมํบ๎าน กลุํมแมํบ๎านเกษตรกร ฌาปณกิจสงเคราะห๑ กลุํมแมํบ๎านเกษตรกรบ๎านเหลําเหนือ กลุํมออมทรัพย๑ กลุํมพัฒนาสตรี กลุํมเลี้ยงโค กลุํมออมทรัพย๑ กลุํมองค๑กรเยาวชนหมูํบ๎าน กลุํมเพาะพันธ๑กล๎าไม๎ กลุํมทอผ๎าไหม กลุํมพัฒนาบทบาทสตรี กลุํมเลี้ยงโคพันธุ๑พื้นเมือง กลุํมเลี้ยงโคพันธุ๑พื้นเมือง กลุํมเลี้ยงโคพันธุ๑พื้นเมือง กลุํมเลี้ยงโคพันธุ๑พื้นเมือง กลุํมเลี้ยงโคพันธุ๑พื้นเมือง กลุํมเลี้ยงโคพันธุ๑พื้นเมือง กลุํมเลี้ยงโคพันธุ๑พื้นเมือง กลุํมเลี้ยงโคพันธุ๑พื้นเมือง กลุํมเลี้ยงโคพันธุ๑พื้นเมือง กลุํมพัฒนาบทบาทสตรี กลุํมพัฒนาบทบาทสตรี กลุํมพัฒนาบทบาทสตรี กลุํมพัฒนาบทบาทสตรี กลุํมพัฒนาบทบาทสตรี กลุํมพัฒนาบทบาทสตรี กลุํมพัฒนาบทบาทสตรี กองทุนเงินล๎าน
หมู่ / ชุมชน 6 7 7 7 7 7 8 8 8 8 9 9 9 7 1 2 3 4 6 8 10 11 1 2 3 4 8 10 11 1
แกนนา /คนปฏิบตั ิการ หลัก นางจินตนาพลราชม นางฮงชัยขันทีท๎าว นายนิยมบุตรชาติ นายวิรัตน๑คาภูษา นางธงชัยขันทีท๎าว นางยุพยงคาภูษา นางสาวศรีนครลีนาลาด นางศิริลักษณ๑ชินบุตร นายวิพลหาญชนะ นายวิจิตรพรหมหวาย นางเริงยางธิสาร นางวงศ๑จันทร๑ยางธิสาร นางวงศ๑จันทร๑ยางธิสาร นายจบยางธิสาร นายเหรียญทองพลราชม นายธีระศักดิ์อุํนพิมพ๑ นายจรูญบัวทะราช นายวารินทร๑จันทะวงศ๑ นายพายัพโต๏ะชาลี นายวิพลหาญชนะ นายวีราวัฒน๑เทือกตาหลอย นายประเวศศรีกะษร นางนิ้มพลราชม นางสตรีณาหารธงไชย นางศรีสุพรรณ๑ลีนาลาด นางอินธิราทัศคร นางคาผงนามเกตุ นางพิศมัยคาเพชร นางจาเนียนศรีกะษร นายเหรีนญทองพลราชม
กิจกรรม ออมเงินและปลํอยเงินกู๎ สํงเสริมสิทธิสัตรี ทอผ๎า เพื่อนชํวยเพื่อนสมาชิก ผลิตน้าผลไม๎แปรรูป ออมเงินปลํอยเงินกู๎ พัฒนาสิทธิสตรี เลี้ยงโคเพื่อการผลิต ออมเงินและปลํอยเงินกู๎ สํงเสริมเยาวชน เพาะพันธ๑เพื่อจาหนํวย ผลิตเพื่อจาหนํวย พัฒนาสิทธิสตรี เลี้ยงโคเพื่อการผลิต เลี้ยงโคเพื่อการผลิต เลี้ยงโคเพื่อการผลิต เลี้ยงโคเพื่อการผลิต เลี้ยงโคเพื่อการผลิต เลี้ยงโคเพื่อการผลิต เลี้ยงโคเพื่อการผลิต เลี้ยงโคเพื่อการผลิต เลี้ยงโคเพื่อการผลิต พัฒนาสิทธิสตรี พัฒนาสิทธิสตรี พัฒนาสิทธิสตรี พัฒนาสิทธิสตรี พัฒนาสิทธิสตรี พัฒนาสิทธิสตรี พัฒนาสิทธิสตรี การปลํอยสินเชื่อ
95/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 ที่ 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78
ชื่อกลุ่ม /เครือข่าย / ศูยน์เรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้ กองทุนเงินล๎าน กองทุนเงินล๎าน กองทุนเงินล๎าน กองทุนเงินล๎าน กองทุนเงินล๎าน กองทุนเงินล๎าน กองทุนเงินล๎าน กองทุนเงินล๎าน กองทุนเงินล๎าน กลุํมออมทรัพย๑ กลุํมเยาวชน กลุํมองค๑กรเยาวชน กลุํมแมํบ๎านเกษตร กลุํมเลี้ยงโคกระบือ กลุํมทอเสื่อ กลุํมหมอเหย๐า กลุํมเลี้ยงวัว เลี้ยงโคพันธุ๑พื้นเมือง
หมู่ / ชุมชน 2 4 5 7 8 9 10 11 6 11 9 11 11 11 11 9 8 6
แกนนา /คนปฏิบตั ิการ หลัก นายธีระศักดิ์อุํนพิมพ๑ นายวารินทร๑จันทระวงศ๑ นายเจริญศักดิ์วงศ๑คาสา นายณรงค๑กัณหา นายภูวนาจศรีเพียไชย นางวงศ๑จันทร๑ยางธิสาร นายทวีชัยพรหมเชษฐา นางจาเนียนศรีกะษร นายยุวัฒนายางธิสาร นายประเวศศรีกะษร นายแสงเพชรยางธิสาร นายมานพบุตรชาติ นางกัลลยานีคาภูษา นายคมสันคาภูษา นางพิศสมัยคาเพชร นางสีพายางธิสาร นางศิริรักษ๑ชันบุตร นายมวลชัยยางธิสาร
กิจกรรม การปลํอยสินเชื่อ การปลํอยสินเชื่อ การปลํอยสินเชื่อ การปลํอยสินเชื่อ การปลํอยสินเชื่อ การปลํอยสินเชื่อ การปลํอยสินเชื่อ การปลํอยสินเชื่อ การปลํอยสินเชื่อ ออมเงิน สํงเสริมบทบาทเยาวชน สํงเสริมบทบาทเยาวชน สํงเสริมอาชีพ ผลผลิตลูกโคเพื่อจาหนําย ทอเพื่อจาหนํายและเพิ่มมูลคํา .พิธีกรรม เลี้ยงโคพันธุ๑ดี เลี้ยงโคพันธุ๑ดี
ทุนที่เป็นเงิน / กองทุน ( กลุ่ม ฌาปนกิจหมู่บ้าน /ตาบล กองทุนเงินล้าน กองทุน SML กลุ่มออมทรัพย์ สหกรณ์ ธนาคารชุมชน และอืน่ ๆ ) หมู่/ ที่ ชื่อแหล่งทุน/กองทุน ความสาคัญ/ประโยชน์ต่อชุมชน ชุมชน 1
กลุํมฌาปณกิจสงเคราะห๑
2
กองทุนแมํของแผํนดิน
3
กลุํมวิสาหกิจชุมชน
4
กองทุนหมูํบ๎าน
5
กลุํมออมทรัพย๑แมํบ๎าน โพนค๎อสามัคคี
6
2 5 6 1 1
กลุํมออมทรัพย๑ 6
เพื่อสงเคราะห๑ซึ่งกันและกันในการจัดการงานศพและชํวยเหลือครอบครัวสมาชิก รวมถึงเพื่อเป๕นการสร๎างหลักประกันรํวมกันในขบวนการสหกรณ๑ออมทรัพย๑ เป๕นศูนย๑รวมที่มีความเชื่อมโยงกับกองทุนตํางๆ การสํงเสริมความรู๎ภูมิป๓ญญาท๎องถิ่น การพัฒนาความสามารถในการจัดการ ตรงตาม ความต๎องการที่แท๎จริง แหลํงเงินทุนสามารถให๎สมาชิกกู๎ยืมเงินได๎ การแก๎ไขป๓ญหาการขาดแคลนเงินทุนโดยรวมกลุํมออมเงินแล๎วกู๎ไปทาทุนการนา เงินทุนไปดาเนินการด๎วยความขยัน ประหยัดและถูกต๎อง เพื่อให๎ได๎ทุนคืนและมีกาไร เป๕นรายได๎ การแก๎ไขป๓ญหาการขาดแคลนเงินทุนโดยรวมกลุํมออมเงินแล๎วกู๎ไปทาทุนการนา เงินทุนไปดาเนินการด๎วยความขยัน ประหยัดและถูกต๎อง เพื่อให๎ได๎ทุนคืนและมีกาไร เป๕นรายได๎ 96/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ที่
ชื่อแหล่งทุน/กองทุน
หมู่/ ชุมชน
ความสาคัญ/ประโยชน์ต่อชุมชน
7
กลุํมเพาะพันธุ๑กล๎าไม๎
6
การสํงเสริมความรู๎การพัฒนาความสามารถในการบริหารจัดการ และมีรายได๎เพิ่มขึ้น
3.ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม (ส่วนที่ 5 ทุนที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติ) ทุนที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งประโยชน์ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ ( ปุาชุมชนอ่างเก็บน้า ทะเล แม่น้า สถานที่เคารพสักการะของชุมชน เช่น ดอนปูุตา คุ้มและอื่นๆ ) หมู่/ ความสาคัญ/ประโยชน์ ที่ ชื่อแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งประโยชน์ ชุมชน ต่อชุมชน 6
อํางเห็บน้าห๎วยโท-ห๎วย ยาง
2 แหลํงน้ากับชุมชนใกล๎เคียง
3
หนองกุดแกลบ
3 แหลํงรวมใจ และโบสถ๑ดินแหํงแรกของประเทศ
6
วัดปุาพุทธนิมิตรสถิตสีมา ราม (โบสถ๑ดิน)
9
อํางเก็บน้าห๎วยน๎อย
6
ดอยอํางกุ๎ง
1
4
แหลํงน้ามีความสาคัญตํอการดารงชีวิตของมนุษย๑ในด๎านตํางๆ มากมาย ด๎านการ อนุรักษ๑แหลํงน้า น้าเป๕นทรัพยากรที่มีคุณคําด๎านอุปโภค บริโภค แหลํงอาหาร
แหลํงน้ามีความสาคัญตํอการดารงชีวิตของมนุษย๑ในด๎านตํางๆ มากมาย ด๎านการ อนุรักษ๑แหลํงน้า น้าเป๕นทรัพยากรที่มีคุณคําด๎านอุปโภค บริโภค แหลํงอาหาร
5 เป๕นแหลํงรวมใจของชาวบ๎าน เพื่อสาหรับขอฝน 6
เป๕นสถานที่ในการประกอบพิธีกรรมตํางๆ อันเกี่ยวกับ ความศรัทธา ที่มีตํอผีปูุตา พิธีกรรมตํางๆ
1
ดอนปูุตา
7
เป๕นสถานที่ในการประกอบพิธีกรรมตํางๆ อันเกี่ยวกับ ความศรัทธา ที่มีตํอผีปูุตา พิธีกรรมตํางๆ
3
ดอนปูุตา
8 เป๕นแหลํงทํองเที่ยว
6
น้าตกศรีตาดโดน
9 เป๕นแหลํงรวมใจและชาวบ๎านเชื่อวํามีน้าทิพย๑น้าบริสุทธิ์สาหรับรักษาโรค
9
ถ้าผาเก
10 สถานที่สารณประโยชน๑
2
ศาลากลางบ๎าน
11 สถานที่สารณประโยชน๑
3
ศาลากลางบ๎าน
12 สถานที่สารณประโยชน๑
4
ศาลากลางบ๎าน
13 สถานที่สารณประโยชน๑
5
ศาลากลางบ๎าน
14 สถานที่สารณประโยชน๑
6
ตลาดชุมชน
15 สถานที่สารณประโยชน๑
7
ศาลากลางบ๎าน
16 สถานที่สารณประโยชน๑
8
ศาลากลางบ๎าน
17 สถานที่สารณประโยชน๑
9
ตลาดชุมชน
18 สถานที่สารณประโยชน๑
11
ศาลากลางบ๎าน
97/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 ทุนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว (ปุาไม้ ทะเล ภูเขา แหล่งน้า ศิลปวัฒนธรรม เกษตร และอื่นๆ ) หมู่/ ที่ ขื่อแหล่งท่องเที่ยว ความสาคัญประโยชน์ต่อชุมชน ชุมชน วัดปุาพุทธนิมิตรสถิตสีมาราม ( โบสถ๑ดินแหํงแรกใน 1 ประเทศไทย ) 6 เป๕นแหลํงรวมใจของชาวบ๎าน 2 อํางเก็บน้าห๎วยโท-ห๎วยยาง 6 เป๕นแหลํงทํองเที่ยวที่สวยงาม 3 ถ๎าผาแก 6 เป๕นแหลํงทํองเที่ยวและมีน้าไหลออกมาจากถ๎าตลอดทั้งปี เป๕นสถานที่ทํองเที่ยวและเป๕นที่ยึดเหนี่ยวชุมชนที่ไว๎สาหรับ 4 ดอยอํางกุ๎ง 6 ขอฝน เป๕นแหลํงทํองเที่ยวและเหมาะมากที่จะเป๕นสถานที่ปฏิบัติ 5 สานักสงฆ๑ภูน๎อยอํางแก๎ว 6 ธรรม 6 วัดปุาอัมพวัน 10 เหมาะที่จะเป๕นสถานที่ปฏิบัติธรรม
4.ข๎อมูลด๎านการสือ่ สาร จาแนกตามประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ครัวเรือนสื่อสารกับผู้อื่นและช่องทางการสื่อสารของครัวเรือน ประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ครัวเรือนสื่อสารกับผู้อื่น จานวน ร้อยละ ขําวสารด๎านงานบุญ ประเพณีตํางๆ 1. ไมํมี 29 2.27 2. มี 1,251 97.73 รวม 1,280 100 2.1 ชํองทางการสื่อสารของครัวเรือน ได๎แกํ 2.1.1 การบอกตํอ (ปากตํอปาก) 753 25.64 2.1.2 การใช๎โทรศัพท๑มือถือ 430 14.64 2.1.3 การใช๎โทรศัพท๑บ๎าน 17 0.58 2.1.4 การใช๎โทรศัพท๑สาธารณะ 12 0.41 2.1.5 การใช๎งานคอมพิวเตอร๑และอินเทอร๑เน็ต 61 2.08 2.1.6 การสํงหนังสือแจ๎ง/การสํงจดหมาย 138 4.7 2.1.7 หอกระจายขําว 1,054 35.89 2.1.8 วิทยุชุมชน 264 8.99 2.1.9 เวทีประชุม/ประชาคม 199 6.78 2.1.10 อื่นๆ (ระบุ) 9 0.31 รวม 2,937 100
จากตาราง พบวํา ประเภทของข๎อมูลขําวสารที่ครัวเรือนสื่อสารกับผู๎อื่นจาแนกตามขําวสารด๎านงานบุญ ประเพณีตํางๆมีขําวสารด๎านงานบุญ ประเพณีตํางๆ1,251 ครัวเรือน คิดเป๕นร๎อยละ 97.73 อีก 29 ครัวเรือน คิดเป๕นร๎อยละ 2.27 ไมํมขี ําวสารด๎านงานบุญ ประเพณีตํางๆเมื่อแยกพิจารณาเป๕นรายประเภทพบวํา หอกระจายขําวมี ภาวะขําวสารด๎านงานบุญ ประเพณีตํางๆ มากที่สุด รองลงมาคือ การบอกตํอ (ปากตํอปาก) และลาดับถัดไปคือการใช๎ โทรศัพท๑มือถือ
98/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 ประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ครัวเรือนสื่อสารกับผู้อื่น 1. ขําวสารทางด๎านอาชีพ 1.1 ไมํมี 1.2 มี รวม 2.1 ชํองทางการสื่อสารของครัวเรือน ได๎แกํ 2.1.1 การบอกตํอ (ปากตํอปาก)
จานวน
ร้อยละ
83 1,191 1,274
6.51 93.49 100
689
24.25
2.1.2 การใช๎โทรศัพท๑มือถือ 2.1.3 การใช๎โทรศัพท๑บ๎าน
401 13
14.11 0.46
2.1.4 การใช๎โทรศัพท๑สาธารณะ
12
0.42
2.1.5 การใช๎งานคอมพิวเตอร๑และอินเทอร๑เน็ต
95
3.34
2.1.6 การสํงหนังสือแจ๎ง/การสํงจดหมาย
174
6.12
2.1.7 หอกระจายขําว
949
33.4
2.1.8 วิทยุชุมชน
299
10.52
2.1.9 เวทีประชุม/ประชาคม
199
7
2.1.10 อื่นๆ (ระบุ)
10
0.35
รวม
2,841 100 จากตาราง พบวํา ประเภทของข๎อมูลขําวสารที่ครัวเรือนสื่อสารกับผู๎อื่นจาแนกตามขําวสารทางด๎านอาชีพ มีขําวสารทางด๎านอาชีพ1,191 ครัวเรือน คิดเป๕นร๎อยละ 93.49 อีก 83 ครัวเรือน คิดเป๕นร๎อยละ 6.51 ไมํมีขําวสาร ทางด๎านอาชีพเมื่อแยกพิจารณาเป๕นรายประเภทพบวํา หอกระจายขําวมีขําวสารทางด๎านอาชีพ มากที่สุด รองลงมาคือ การบอกตํอ (ปากตํอปาก) และลาดับถัดไปคือการใช๎โทรศัพท๑มือถือ ประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ครัวเรือนสื่อสารกับผู้อื่น 1.ขําวสารทางด๎านการศึกษา 1.1 ไมํมี 1.2 มี รวม 2.1 ชํองทางการสื่อสารของครัวเรือน ได๎แกํ 2.1.1 การบอกตํอ (ปากตํอปาก) 2.1.2 การใช๎โทรศัพท๑มือถือ 2.1.3 การใช๎โทรศัพท๑บ๎าน 2.1.4 การใช๎โทรศัพท๑สาธารณะ 2.1.5 การใช๎งานคอมพิวเตอร๑และอินเทอร๑เน็ต 2.1.6 การสํงหนังสือแจ๎ง/การสํงจดหมาย 2.1.7 หอกระจายขําว 2.1.8 วิทยุชุมชน 2.1.9 เวทีประชุม/ประชาคม 2.1.10 อื่นๆ (ระบุ) รวม
จานวน
ร้อยละ
93 1,162 1,255
7.41 92.59 100
620 389 20 12 152 188 938 298 181 15 2,813
22.04 13.83 0.71 0.43 5.4 6.68 33.35 10.59 6.43 0.53 100 99/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
จากตาราง พบวํา ประเภทของข๎อมูลขําวสารที่ครัวเรือนสื่อสารกับผู๎อื่นจาแนกตามขําวสารทางด๎านการศึกษา มีขําวสารทางด๎านการศึกษา1,162 ครัวเรือน คิดเป๕นร๎อยละ 92.59 อีก 93 ครัวเรือน คิดเป๕นร๎อยละ 7.41 ไมํมี ขําวสารทางด๎านการศึกษาเมื่อแยกพิจารณาเป๕นรายประเภทพบวํา หอกระจายขําวมีขําวสารทางด๎านการศึกษา มากที่สุด รองลงมาคือ การบอกตํอ (ปากตํอปาก) และลาดับถัดไปคือการใช๎โทรศัพท๑มือถือ ประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ครัวเรือนสื่อสารกับผู้อื่น
จานวน
ร้อยละ
78
6.23
1.2 มี
1,174
93.77
รวม
1,252
100
2.1.1 การบอกตํอ (ปากตํอปาก)
689
24.48
2.1.2 การใช๎โทรศัพท๑มือถือ
376
13.36
2.1.3 การใช๎โทรศัพท๑บ๎าน
8
0.28
2.1.4 การใช๎โทรศัพท๑สาธารณะ
14
0.5
2.1.5 การใช๎งานคอมพิวเตอร๑และอินเทอร๑เน็ต
98
3.48
2.1.6 การสํงหนังสือแจ๎ง/การสํงจดหมาย
200
7.1
2.1.7 หอกระจายขําว
950
33.75
2.1.8 วิทยุชุมชน
256
9.09
2.1.9 เวทีประชุม/ประชาคม
211
7.5
2.1.10 อื่นๆ (ระบุ)
13
0.46
1.ขําวสารทางด๎านสุขภาพ 1.1 ไมํมี
2.1 ชํองทางการสื่อสารของครัวเรือน ได๎แกํ
รวม
2,815
100 จากตาราง พบวํา ประเภทของข๎อมูลขําวสารที่ครัวเรือนสื่อสารกับผู๎อื่นจาแนกตามขําวสารทางด๎านสุขภาพมี ขําวสารทางด๎านสุขภาพ1,174 ครัวเรือน คิดเป๕นร๎อยละ 93.77 อีก 78 ครัวเรือน คิดเป๕นร๎อยละ 6.23 ไมํมีขําวสาร ทางด๎านสุขภาพเมื่อแยกพิจารณาเป๕นรายประเภทพบวํา หอกระจายขําวมีขําวสารทางด๎านสุขภาพ มากที่สุด รองลงมาคือ การบอกตํอ (ปากตํอปาก) และลาดับถัดไปคือการใช๎โทรศัพท๑มือถือ ประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ครัวเรือนสื่อสารกับผู้อื่น
จานวน
ร้อยละ
182
14.44
1.2 มี
1,078
85.56
รวม
1,260
100
527
21.51
1. ขําวสารการขอความชํวยเหลือ/ร๎องทุกข๑ 1.1 ไมํมี
2.1 ชํองทางการสื่อสารของครัวเรือน ได๎แกํ 2.1.1 การบอกตํอ (ปากตํอปาก)
100/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ครัวเรือนสื่อสารกับผู้อื่น
จานวน
ร้อยละ
2.1.2 การใช๎โทรศัพท๑มือถือ
346
14.12
2.1.3 การใช๎โทรศัพท๑บ๎าน
17
0.69
2.1.4 การใช๎โทรศัพท๑สาธารณะ
11
0.45
2.1.5 การใช๎งานคอมพิวเตอร๑และอินเทอร๑เน็ต
66
2.69
2.1.6 การสํงหนังสือแจ๎ง/การสํงจดหมาย
164
6.69
2.1.7 หอกระจายขําว
863
35.22
2.1.8 วิทยุชุมชน
256
10.45
2.1.9 เวทีประชุม/ประชาคม
191
7.8
9
0.37
2.1.10 อื่นๆ (ระบุ) รวม
2,450
100 จากตาราง พบวํา ประเภทของข๎อมูลขําวสารที่ครัวเรือนสื่อสารกับผู๎อื่นจาแนกตามขําวสารการขอความ ชํวยเหลือ/ร๎องทุกข๑ มีขําวสารการขอความชํวยเหลือ/ร๎องทุกข๑ 1,078 ครัวเรือน คิดเป๕นร๎อยละ 85.56 อีก 182 ครัวเรือน คิดเป๕นร๎อยละ 14.44 ไมํมขี ําวสารการขอความชํวยเหลือ/ร๎องทุกข๑เมื่อแยกพิจารณาเป๕นรายประเภทพบวํา หอกระจายขําวมีขําวสารการขอความชํวยเหลือ/ร๎องทุกข๑ มากที่สุด รองลงมาคือ การบอกตํอ (ปากตํอปาก) และลาดับ ถัดไปคือการใช๎โทรศัพท๑มือถือ ประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ครัวเรือนสื่อสารกับผู้อื่น 1. ขําวสารด๎านการเมือง 1. ไมํมี 2. มี รวม 2.1 ชํองทางการสื่อสารของครัวเรือน ได๎แกํ 2.1.1 การบอกตํอ (ปากตํอปาก) 2.1.2 การใช๎โทรศัพท๑มือถือ 2.1.3 การใช๎โทรศัพท๑บ๎าน 2.1.4 การใช๎โทรศัพท๑สาธารณะ 2.1.5 การใช๎งานคอมพิวเตอร๑และอินเทอร๑เน็ต 2.1.6 การสํงหนังสือแจ๎ง/การสํงจดหมาย 2.1.7 หอกระจายขําว 2.1.8 วิทยุชุมชน 2.1.9 เวทีประชุม/ประชาคม 2.1.10 อื่นๆ (ระบุ) รวม
จานวน
ร้อยละ
174 1,094 1,268
13.72 86.28 100
520 294 5 11 115 151 909 353 234 39 2,631
19.76 11.17 0.19 0.42 4.37 5.74 34.55 13.42 8.89 1.48 100 จากตาราง พบวํา ประเภทของข๎อมูลขําวสารที่ครัวเรือนสื่อสารกับผู๎อื่นจาแนกตามขําวสารด๎านการเมืองมี ขําวสารด๎านการเมือง 1,094 ครัวเรือน คิดเป๕นร๎อยละ 86.28 อีก 174 ครัวเรือน คิดเป๕นร๎อยละ 13.72 ไมํมขี ําวสาร 101/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 ด๎านการเมืองเมื่อแยกพิจารณาเป๕นรายประเภทพบวํา หอกระจายขําวมีขําวสารด๎านการเมือง มากที่สุด รองลงมาคือ การ บอกตํอ (ปากตํอปาก) และลาดับถัดไปคือการใช๎โทรศัพท๑มือถือ ประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ครัวเรือนสื่อสารกับผู้อื่น อื่นๆ 1. ไมํมี 2. มี รวม 2.1 ชํองทางการสื่อสารของครัวเรือน ได๎แกํ 2.1.1 การบอกตํอ (ปากตํอปาก) 2.1.2 การใช๎โทรศัพท๑มือถือ 2.1.3 การใช๎โทรศัพท๑บ๎าน 2.1.4 การใช๎โทรศัพท๑สาธารณะ 2.1.5 การใช๎งานคอมพิวเตอร๑และอินเทอร๑เน็ต 2.1.6 การสํงหนังสือแจ๎ง/การสํงจดหมาย 2.1.7 หอกระจายขําว 2.1.8 วิทยุชุมชน 2.1.9 เวทีประชุม/ประชาคม 2.1.10 อื่นๆ (ระบุ) รวม
จานวน
ร้อยละ
29 1,251 1,280
2.27 97.73 100
118 106 13 7 30 26 155 53 31 2 541
21.81 19.59 2.4 1.29 5.55 4.81 28.65 9.8 5.73 0.37 100
จากตาราง พบวํา ประเภทของข๎อมูลขําวสารที่ครัวเรือนสื่อสารกับผู๎อื่นจาแนกตามขําวสารด๎านอื่นๆ มีขําวสารด๎านอื่นๆ 1,251 ครัวเรือน คิดเป๕นร๎อยละ 97.73 อีก 29 ครัวเรือน คิดเป๕นร๎อยละ 2.27 ไมํมขี ําวสารด๎านอื่นๆเมื่อแยก พิจารณาเป๕นรายประเภทพบวํา หอกระจายขําวมีขําวสารด๎านอื่นๆ มากที่สุด รองลงมาคือ การบอกตํอ (ปากตํอปาก) และลาดับถัดไปคือการใช๎โทรศัพท๑มือถือ
๕.กลุํมอาชีพ อาชีพหลักของประชากรส่วนใหญ่ในชุมชน หัวข้อ 1. ทานา 2. ทาสวน 3. เลี้ยงสัตว๑ 4. รับจ๎างทั่วไป/ บริการ 5. รับราชการ รวม
จานวน 1 1 1 1 1 5
ร้อยละ 20 20 20 20 20 100
102/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
6.การมีสํวนรํวมของชุมชน การรวมกลุ่มอาชีพของประชาชนในชุมชน หัวข้อ 1. กลุํมแปรรูปด๎านการเกษตร 2. กลุํมเลี้ยงสัตว๑ 3. กลุํมผลิตสินค๎าไว๎ใช๎ครัวเรือน 4. กลุํมทาขนม 5. กลุํมหัตถกรรมและงานฝีมือ รวม
จานวน 1 1 1 1 1 5
ร้อยละ 20 20 20 20 20 100
การรวมกลุ่มอาชีพของประชาชนในชุมชน หัวข้อ 3.1 กลุํมอาชีพ เพาะพันธุ๑กล๎าไม๎ แหลํงเงินทุนของกลุํม 3.1.1 กลุํมออมทรัพย๑/สัจจะสะสมทรัพย๑ 3.1.2 ธกส. รวม 3.2 กลุํมอาชีพ แมํบ๎านเกษตรกรเหลําเหนือ แหลํงเงินทุนของกลุํม 3.2.1 ระดมทุนภายในกลุํม 3.2.2 อื่นๆ (ระบุ)อบต. รวม 3.3 กลุํมอาชีพ กลุํมทอเสื่อ แหลํงเงินทุนของกลุํม
จานวน
ร้อยละ
1 1 2
11.11 11.11 100
1 1 2
11.11 11.11 100
3.3.1 อื่นๆ (ระบุ)พมจ.สกลนคร 3.3.2 อื่นๆ (ระบุ)อบต.
1 1 2 6
11.11 11.11 100 100
รวม รวม
จากตารางสรุปได๎วาํ ประชาชนตาบลเหลําโพนค๎อมีสํวนรํวมในการบริหารจัดการในทุกด๎านกิจกรรมและได๎รับ การสนับสนุนจากประชาชนได๎แกํการรวมกลุํมอาชีพของประชาชนได๎แกํ 1. กลุํมแปรรูปด๎านการเกษตร 2. กลุํมเลี้ยงสัตว๑3. กลุํมผลิตสินค๎าไว๎ใช๎ครัวเรือน4. กลุํมทาขนม5. กลุํมหัตถกรรมและงานฝีมือ
103/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
7.กิจกรรมการมีส่วนร่วมด้านการเมืองการปกครอง จาแนกตามการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชนของสมาชิกในครัวเรือน การมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชน จานวน สมาชิกในครัวเรือนมีสํวนรํวมในกิจกรรมของชุมชน 1. ไมํมี 23 2. มี 1,244 รวม 1,267 2.1 ระบุกิจกรรมของชุมชนที่ได๎เข๎ารํวม 1.การใช๎สิทธิเลือกตั้งครั้งที่ผํานมา 1,068 2.รํวมรณรงค๑การเลือกตั้ง 361 3.รํวมเป๕นกรรมการการเลือกตั้ง 79 4.รํวมทาประชาพิจารณ๑/รํวมเวทีประชาคม/รํวมประชุม หมูํบ๎าน 289 5.รํวมทาแผนชุมชน/ตาบล 259 6.อื่นๆ (ระบุ) ไปวัด 1 รวม 2,057
ร้อยละ 1.82 98.18 100 51.92 17.55 3.84 14.05 12.59 0.05 100
จากตาราง พบวํา จาแนกตามการมีสํวนรํวมในกิจกรรมของชุมชนของสมาชิกในครัวเรือนมีสมาชิกในครัวเรือน มีสํวนรํวมในกิจกรรมของชุมชน1,244 คน คิดเป๕นร๎อยละ 98.18 อีก 23 คน คิดเป๕นร๎อยละ 1.82 ไมํมีสมาชิกใน ครัวเรือนมีสํวนรํวมในกิจกรรมของชุมชนเมื่อแยกพิจารณาเป๕นรายประเภท พบวํา การใช๎สิทธิเลือกตัง้ ครั้งที่ผาํ นมามี สมาชิกในครัวเรือนมีสํวนรํวมในกิจกรรมของชุมชน มากทีส่ ุด รองลงมาคือ รํวมรณรงค๑การเลือกตัง้ และลาดับถัดไปคือ รํวมทาประชาพิจารณ๑/รํวมเวทีประชาคม/รํวมประชุมหมูํบ๎าน 3. เส้นทางการพัฒนา เส้นทางการพัฒนาโดยเน้นจุดเปลี่ยนที่สง่ ผลกระทบต้อการแก้ปญ ั หาและพัฒนาในพื้นที่เส้นทางการพัฒนา ขององค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อเกิดจากปัญหาและความต้องการของคนในชุมชนที่ต้องการอยู่ร่วมกันอย่าง มีความสุขมีความรักและสามัคคีโดยอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการพัฒนาโดยเฉพาะความร่วมมือของ องค์กรหลักในชุมชนอันได้แก่ผู้นาท้องที่ผู้นาท้องถิ่นและองค์กรภาครัฐในตาบลที่ต้องทางานร่วมกันอย่างบูรณาการจน เกิดเป็นเครือข่ายการพัฒนาที่หนุนเสริมซึง่ กันและกันโดยมีเปูาหมายร่วมกันคือการพัฒนาคุณภาพชีวติ ของประชาชน ให้มีคุณภาพชีวิตทีด่ ีขึ้นอย่างยัง่ ยืนกระบวนการพัฒนาปฏิบตั ิการต่างๆขององค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อเริ่ม มาตั้งแต่สมัยการก่อตัง้ เป็นสภาตาบลเมื่อพ.ศ.๒๕๓๗สามารถแบ่งออกเป็นระยะของช่วงการพัฒนาได้ ๔ช่วงที่สาคัญ แสดงให้เห็นความแตกต่างของเหตุการณ์หรือสถานการณ์ซงึ่ นาไปสู่การพัฒนากระบวนการหรือวิธีการปรับหรือพัฒนา ศักยภาพของตาบลได้ดังต่อไปนี้ ระยะที่๑ระยะการเริ่มต้นการปรับรากฐานสู่ความเข้มแข็งของตาบล (ระหว่างพ.ศ.๒๕๓๗-๒๕๔๒) การพัฒนาตาบลในระยะนี้ซึ่งมีสถานะเป็น “สภาตาบล” ซึ่งจัดตั้งขึ้นในปีพ.ศ. ๒๕๓๕และต่อมาได้ยกฐานะ เป็น “องค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อ” ในพ.ศ.๒๕๔๒ตามพระราชบัญญัติสภาตาบลและองค์การบริหารส่วน ตาบลพ.ศ.๒๕๓๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึงปัจจุบนั เนื่องจากสมัยเป็นสภาตาบลมีกานันเป็นผู้บริหารและมีผู้ใหญ่บ้านทุก หมู่บ้านเป็นสมาชิกโดยตาแหน่งนั้นต้องนโยบายมาจากส่วนกลางคือกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการ ขับเคลื่อนงานกาหนดนโยบายในการพัฒนาเป็นไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นการขับเคลื่อนการ พัฒนาผ่านทางราชการส่วนภูมิภาคคือจังหวัดและอาเภอซึ่งในบางครั้งนโยบายดังกล่ าวไม่สามารถที่จะนาไปใช้ ในทุก ชุมชนทาให้นโยบายดังกล่าวไม่สามารถตอบสนองต่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นได้การพัฒนาเน้นไปที่การพัฒนาด้าน โครงสร้างพื้นฐานการก่อสร้างถนนภายในหมู่บ้านชุมชนถนนเชื่อมระหว่ างหมู่บ้านการสร้างถนนเข้าสู่แหล่งเกษตร 104/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ขยายระบบประปาไฟฟูาระบบระบายน้าเสียภายในชุมชนเป็นต้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นระบบการคมนาคมตาม ปัญหาและความต้องการของประชาชนภายในตาบลประชาชนยังไม่มีบทบาทในการพัฒนาชุมชนของตนเองตามที่ควร ไม่ได้เป็นผู้กาหนดทิศทางการพัฒนาชุมชนของตนเองซึ่งส่วนใหญ่เป็นนโยบายของส่วนกลางและภูมิภาคในช่วงนี้ถึงแม้ จะมีผู้นาในการบริหารคือกานันมีสมาชิกโดยตาแหน่งคือ ผู้ใหญ่บ้านแต่ก็มิได้มีส่วนร่วมในการกาหนดนโยบายการ พัฒนาพึ่งพาภาครัฐได้มากกว่าพึ่งพาตนเองแต่ความต้องการพัฒนาของประชาชนยังมีอยู่จึงเริ่มการจัดตั้งกลุ่มเพื่อ ช่วยเหลื อตั วเองขึ้ น ได้แก่ กลุ่ มผู้ใช้น้าจากอ่า งเก็บน้ าห้ วยโท-ห้วยยาง ซึ่ง เป็นพื้นที่ ที่รับประโยชน์ จากอ่า งเก็ บน้ า ดังกล่าว ตั้งขึ้นเพื่อบริหารการใช้น้าตามนโยบายของกรมชลประธานเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของสมาชิกและ เกษตรกรผู้ทาการเกษตรให้มีน้าใช้ได้ทุกฤดูกาล หมู่บ้าน อพป.หมู่ที่ ๖ เนื่องจากหมู่บ้านนี้เป็นพื้นที่ติดกับภูเขาอดีต เคยเป็นสมาชิกผู้พัฒนาชาติไทย กระทรวงมหาดไทยจึงเล็งเห็นความสาคัญของการแก้ไขปัญหาโดยการเปลี่ยนทัศนคติ ในการพัฒนา จึงได้จัดตั้งโครงการนี้ขึ้นมาตามพื้นที่ที่มีปัญหา ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงทัศนคติให้มาร่วมพัฒนาชาติ ไทยต่อไปได้และให้เป็นหมู่ในการดูแลตนเองต่อไปกลุ่มข้ าวนาน้าฝน เนื่องจากชุมชนเห็นว่าประชาชนส่วนหนึ่งใน หมู่บ้านประสบปัญหาการขาดแคลนข้าวบริโภคในครัวเรือนเนื่องจากประสบปัญหาภัยแล้ง ข้าวไม่พอในการบริโภคใน ครัวเรือน จึงได้จัดตั้งกลุ่มข้าวนาน้าฝนขึ้นโดยกลุ่มที่มีข้าวมากก็ช่วยบริจาค และรวบรวมข้าวจากครอบครัวที่พอมีจะ กินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่ขาดข้าวโดยการจาหน่ายในราคาประหยัดเพื่อเอาเงินเข้ากลุ่มใช้บริหารต่อไป การสร้าง กลุม่ ฌาปณกิจสงเคราะห์เพื่อช่วยเหลือครอบครัวทีม่ ีสมาชิกเสียชีวิตซึ่งเป็นระบบสวัสดิการแรกที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านของ ตาบลเหล่าโพนค้อ ระยะที่๒ระยะดาเนินการพัฒนาเพื่อสังคมอยู่ดีมีสุข (ระหว่าง พ.ศ.๒๕๔๒-๒๕๔๗) ผลจากการเปลี่ยนแปลงฐานะจากสภาตาบลในปี พ.ศ.๒๕๔๒ขึ้นเป็นองค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อ นั้น มีการเปลี่ยนแปลงระบบการได้มาของสมาชิกสภาและผู้บริหารจากเดิมเป็นโดยตาแหน่งมาสูร่ ะบบการเลือกตัง้ โดย ประชาชน แต่นายกยังมาจากการเลือกของสมาชิกเองก็ตามซึ่งต่อมาก็เปลี่ยนเป็นเลือกโดยตรงจากประชาชน ทาให้ การแก้ไขปัญหาและความต้องการของประชาชนมีความรวดเร็วและตรงกับความต้องการชองประชาชนมากขึ้นเป็นไป ตามหลักการพัฒนาทาให้ชุมชนสามารถกาหนดทิศทางในการพัฒนาได้ชัดเจนขึ้นทาให้ชุมชนเลือกที่จะพัฒนาตนเอง ออกมาในรูปแบบการสร้างกลุ่มทางสังคมมากมายเพื่อตอบสนองความต้ องการและแก้ไขปัญหาของชุมชนกรณีที่มี ชุมชนประสบปัญหาการขาดงบประมาณในการลงทุนทาให้เกิดกลุ่มต่างๆขึ้นมาสนองตอบและแก้ปัญหาของชุมชนคือ กลุ่มน้าดื่มออมทรัพย์บ้านเหล่า หมู่ที่ ๕ เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องน้าบริโภคในครัวเรือนซึ่งเกิดจากปัญหาของชุมชนเอง กลุ่มผลิตปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด เนื่องจากปัญหาปุ๋ยเคมีมีราคาแพงจึงรวมกลุ่มกันผลิตปุ๋ยเพื่อแบ่งกันไปใช้โดยได้รับการ สนับสนุนงบประมาณในการอบรมจากองค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อกลุ่มแปรรูปน้าผลไม้ เนื่องจากในพื้นที่มี ผลไม้ในท้องถิ่นหลายชนิดที่มีประโยชน์และคุณค่าทางอาหาร จึงรวมกลุ่มกันผลิตน้าผลไม้และไวน์เม่า โดยได้รับการ สนับสนุนจากเกษตรอาเภอจัดฝึกอบรมและให้ความรู้ และมีกลุ่มอาชีพต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย เพื่อขอรับการสนับสนุน งบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อ เป็นยุคแห่งการจั ดตั้งกลุ่มและแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจใน ครัวเรือน องค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อมีการปรับปรุงการพัฒนาด้านบุคลากรสถานที่และวัสดุอุปกรณ์และ การบริหารจัดการด้ วยการกาหนดยุทธศาสตร์ การพัฒนาให้ สอดคล้องกับปั ญหาตามความต้ องการของประชาชน สอดคล้องกับแผนพัฒนาชุมชนทั้งในระดับจังหวัดและระดับอาเภอเพื่อยกระดับการจัดบริการสาธารณะให้ กับชุมชน เพิ่มประสิ ทธิภาพการด าเนินงานมุ่ งเน้นการสร้ างอาชีพสร้า งรายได้ ประชาได้ รับ การดุ แลในระยะนี้ มากขึ้ นและมี คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมาตามลาดับ
105/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ระยะที่๓ระยะพัฒนาความเข้มแข็งสู่ความยั่งยืนของตาบล (ระหว่าง พ.ศ.๒๕๔๗-๒๕๕๕) จากการที่มีการเลือกตั้งโดยตรงของผู้บริหารและสมาชิกสมภาองค์การบริหารส่วนตาบลจากประชาชน และ ความต่อเนื่องของการได้รับเลือกตัง้ ของผู้บริหารทาให้การบริหารงานและการกาหนดนโยบายในการพัฒนาต่อเนื่องไม่ ติดขัด มีระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทาแผนที่ชัดเจน ส่งผลให้การกาหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ใน การพัฒนา ต่อเนื่องเกิดเอกภาพในการบริหารสามารถตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของชุมชนมีการปรับปรุงแผน ยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาตาบลสามปีเป็นประจาทุกปีมีคณะกรรมการพัฒนาแผนตาบลรับผิดชอบในการวางแผน และกาหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาซึ่งใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาแก้ ไขปัญหาด้านต่างๆของชุมชนได้ก่อให้เกิดแผน ชุมชนซึ่งจะสะท้อนปัญหาและความต้องการที่แตกต่างกันไปในแต่ละชุมชนและเป็นพื้นฐานหนึ่งของการพัฒนาแบบ ชุมชนบริหารจัดการตนเองเพราะในมิติที่คณะกรรมการหมู่บ้านสามารถดาเนินการได้ เองก็สามารถดาเนินการตาม แผนได้โดยไม่ตอ้ งขอความเห็นจากหน่วยงานใดเว้นแต่แผนงานโครงการที่เกินศักยภาพของชุมชนการพัฒนาในช่ วงนี้ ยังมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขและปรับปรุงพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานซึ่งขาดแคลนสะสมมาเป็นเวลานานจนได้ รับการ ปรับปรุงพัฒนาที่ดีขึ้นมีการก่อสร้างศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนควบคู่ไปกับการส่งเสริมกระบวนการการมีส่ วนร่วมของภาค ประชาสังคมภาครัฐและภาคประชาชนพัฒนาหมู่บ้านเพื่อนาไปสู่การพึ่งพาตนเองได้ของชุมชนเกิดกลุ่มองค์กรที่ทางาน ในระดับชุมชน/หมูบ่ ้านมากมายและหลากหลายเป็นแหล่งที่มีขีดความสามารถในการพัฒนา ตนเองและสมาชิกของกลุ่มมีกฎระเบียบมีกระบวนการจัดการบริหารที่มีขั้นตอนอย่างชัดเจนเช่นกลุ่มกองทุนผู้สูงอายุ กองทุนหมู่บ้านกลุ่มธนาคารข้าวฯลฯทาให้ประชาชนในชุมชนมีความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้นมีรายได้เพิ่มมากขึ้นรายจ่ายลด น้อยลงครอบครัวมีความอบอุ่นและหน่วยงานรัฐมีการใช้จา่ ยงบประมาณเป็นไปตามความต้องการของชุมชนมีผลทาให้ ประชาชนในชุมชนได้รับการบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานได้อย่างแท้จริงมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจน สามารถยกระดับคุณภาพของชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้ ดียิ่งขึ้นนอกจากนี้ยังได้เข้าร่วมเครือข่ายบริการสุขภาพ กองทุนหลักประกันสุขภาพเขต๗เพื่อพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพทุกมิติทั้งการส่ งเสริมปูองกันรักษาพยาบาลและ ฟื้นฟูสภาพมีระบบการดูแลผู้ปุวยทุกช่วงวัยที่ให้การดูแลเป็นองค์รวม ระยะที่๔การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนมุ่งสูก่ ารสร้างเครือข่ายตาบลสุขภาวะ ๔ มิต(ิ ระหว่าง พ.ศ.๒๕๕๕ปัจจุบัน) ระยะนี้มุ่งแก้ปัญหาความยากจนและการเข้ าถึ งปัจจัยพื้นฐานของประชาชนการลดช่ องว่างการกระจาย รายได้และความเหลื่อมล้าทางสังคมการเพิ่มคุณภาพชีวิตในมิติอื่นๆที่นอกเหนือจากเศรษฐกิจพอเพียงและวิถีพุทธ ยึดถือหลักพุทธธรรมการพัฒนาความสุขในระดับสูงขึ้นบนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงละพุทธศาสนาการ พัฒนามุ่งเน้นไปที่การให้บริการสาธารณและการจัดบริการสาธารณะสุขเพื่อดูแลประชาชนให้ ครอบคลุมในทุกช่วงวัย โดยในด้า นการศึ กษาเน้นการจัด การศึกษาในศูนย์พัฒ นาเด็ กเล็ กให้มีคุณภาพเทียบเท่าการให้บ ริการของเอกชน ให้บริการเด็ก ตั้งแต่ ๒-๕ ปี โดยเน้นการมีส่วนร่วมในการพัฒนาโดยการเป็นคณะกรรมการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ร่วมใน การกาหนดวิสัยทัศน์ในการพัฒนาศูนย์ มีการก่อสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพิ่มอีกหนึ่งศูนย์ให้เพียงพอและทั่วถึงโดย ได้รับงบประมาณจากกรมส่ง เสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ในการก่อสร้า งศูนย์และงบประมาณด้านอื่นๆ ในกา ร บริหารงาน ในปีพ.ศ. ๒๕๕๕ มีการจัดตั้งชมรมส่งเสริมสุขภาพ เพื่อนาในการออกกาลังกายให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีจน ได้รับรางวัลองค์กรที่ให้การส่งเสริมสุขภาพดีเด่นจากสาธารณสุขจังหวัดสกลนครมีการให้บริการหน่วยแพทย์ฉุกเฉินขึ้น ที่องค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อเพื่อให้บริการประชาชนที่ปุวยฉุกเฉิน และผู้ด้อยโอกาส เพื่อนาส่งโรงพยาบาล อย่างถูกวิธีและปลอดภัย จนได้รับรางวัลการให้บริการด้านการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติ รองอันดับ ๒ และได้รับรางวัล การให้บริการดีเด่นระดับ ๒ ปีซ้อนในปี ๒๕๕๒ และ๒๕๕๓มีการจัดตั้งธนาคารขยะขึ้นในชุมชน จัดอบรมวิธีการคัด แยกขยะ เพื่อนามาจาหน่าย การอบรมการทาปุ๋ย ชีวภาพและน้าหมักชีวภาพขยะรีไซเคิลขายให้ แก่ธนาคารขยะที่ ชุมชนจัดตั้งขึ้นเพื่อให้ประชาชนนาขยะมาจาหน่ายส่วนรายได้จะนาเข้ากองทุนเพื่อจัดสวัสดิการให้กับสมาชิก เช่น สวัสดิการการเยี่ยมไข้ในการการนอนโรงพยาบาล ค่าฌาปณกิจศพสาหรับสมาชิกที่เสียชีวิต ปัจจุบันได้ขยายผลไปสู่ โรงเรียนในพื้นที่แล้ว 106/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ปี ๒๕๕๗ ได้รับคัดเลือกจากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของจังหวัดสกลนครให้เป็นพื้นที่นาร่องในการจัด สวัสดิการสังคมซึ่งทั้งจังหวัดจะได้รับคัดเลือกแค่ ๓ อบต. เท่านั้น จากการได้รับการคัดเลือ กดังกล่าวทาให้องค์การ บริ หารส่ วนต าบลได้รับการสนับ สนุ นงบประมาณจาก พมจ.จัง หวัด เพื่อจัด การฝึ กอบรมและพัฒนาอาชีพให้ กับ ประชาชน ทาให้ประชาชนได้รับการบริการด้านสวัสดิการและพัฒนาอาชีพทั่วถึงมากขึ้น ปี ๒๕๕๗ ได้รับคัดเลือกจากเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสกลนคร ให้เป็นพื้นที่ ในการพัฒนาศักยภาพเกษตร ครบวงจร ในพื้นที่ใต้อ่างเก็บน้าห้วยโท-ห้วยยางด้วย ซึ่งมีสมาชิก ๒๓๐ คน โดยหน่วยงานที่สังกัดกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ต้องมีโครงการมาในพื้นที่เพื่ออบรมและให้ความรู้ด้านการเกษตรโดยสมาชิกทุกคนจะได้รับการช่วยเหลือทั้ง ทางตรงและทางอ้อม เช่น ได้ รับการไถกลบตอซังฟรี จานวน ๕ ไร่ ได้รับพันธ์ข้าวในการเพาะปลูกฟรี มีการอบรม อาชีพต่างๆ ตามความสนใจของสมาชิก ให้คาปรึกษาการทาการเกษตรแก่สมาชิกทุกคน การบริหารงานองค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อ เน้นการมีส่วนร่วม/ของประชาชนเป็นหลัก มีความ โปร่ ง ใสและตรวจสอบได้ ทาให้ องค์ การบริ ห ารส่ วนต าบลเหล่ า โพนค้ อได้ รับ ใบประกาศเกี ย รติ คุ ณจากสถาบั น พระปกเกล้าให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านความโปร่งใสและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ ประชาชนปี ๒๕๕๓ นอกจากนี้องค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อยังมีความภาคภูมิใจอันสูงสุดของการทางานคือ การได้รับรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดีประจาปี ๒๕๕๒ ๔. แผนงบประมาณรายรับรายจ่าย แผนงบประมาณรายรับรายจ่ายองค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อได้ตั้งงบประมาณในการบริหารงานในกิจการ ขององค์การบริหารส่วนตาบลในปีงบประมาณพ.ศ. ๒๕๕๘โดยมีรายรับและรายจ่ายดังนี้ รายรับ รายได้จัดเก็บเอง หมวดภาษีอากร หมวดคําธรรมเนียมคําปรับและใบอนุญาต หมวดรายได๎จากทรัพย๑สิน หมวดรายได๎จากสาธารณูปโภคและการพาณิชย๑ หมวดรายได๎เบ็ดเตล็ด หมวดรายได๎จากทุน รวมรายได้จัดเก็บเอง รายได้ที่รัฐบาลเก็บแล้วจัดสรรให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น หมวดภาษีจัดสรร รวมรายได้ที่รัฐบาลเก็บแล้วจัดสรรให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น รายได้ที่รัฐบาลอุดหนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หมวดเงินอุดหนุนทั่วไป รวมรายได้ที่รัฐบาลอุดหนุนให้องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น
รายรับจริง ปี 2556
ประมาณการ ปี 2557
ประมาณการ ปี 2558
73,000 24,500 80,000 275,000 452,500
87,000 37,500 100,000 231,000 455,500
115,000 36,000 103,000 203,000 457,000
10,067,500 10,067,500
12,710,000 12,710,000
14,543,000 14,543,000
8,563,000 8,563,000
8,934,500 8,934,500
8,500,000 8,500,000
รวม 19,083,000
22,100,000
23,500,000
107/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 2.2 รายจ่าย รายจ่าย จ่ายจากงบประมาณ งบกลาง งบบุคลากร(หมวดเงินเดือน คําจ๎างประจา และคําจ๎าง ชั่วคราว) งบด าเนิ นงาน (หมวดคํ าตอบแทน ใช๎ สอยและวั สดุ และ หมวดคําสาธารณูปโภค) งบลงทุน(หมวดคําครุภัณฑ๑ ที่ดินและสิ่งกํอสร๎าง) งบรายจํายอื่น(หมวดรายจํายอื่น) งบเงินอุดหนุน (หมวดเงินอุดหนุน) รวมจ่ายจากงบประมาณ
รายจ่ายจริง ปี 2556
ประมาณการ ปี 2557
ประมาณการ ปี 2558
712,340 4,048,984
1,330,110 7,363,180
1,157,200 8,836,200
7,656,436
6,949,160
6,994,500
2,554,000 578,240 1,806,500 17,356,500
3,661,550 2,796,000 22,100,000
4,292,100 2,220,000 23,500,000
108/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ภาคผนวก ข ทุนและศักยภาพของพืน้ ที่ ระดับหมูบ่ ้าน ตาบล เหล่าโพนค้อ อาเภอ โคกศรีสุพรรณ จังหวัด สกลนคร ตารางที่ 1สรุปจานวนทุนทางสังคมของพื้นที่ จาแนกตามระดับหมู่บ้านและภาพรวม หมู่ท/ี่ ชื่อหมู่บ้าน หมูํ ๑บ๎านโพนค๎อ หมูํ ๒บ๎านโพนไฮ หมูํ ๓บ๎านดง หมูํ ๔บ๎านหนองเหียน หมูํ ๕บ๎านเหลํา หมูํ ๖บ๎านห๎วยยาง หมูํ ๗บ๎านเหลําเหนือ หมูํ ๘บ๎านดงน๎อย หมูํ ๙บ๎านห๎วยยางเหนือ หมูํ ๑๐บ๎านโพนสูง หมูํ ๑๑บ๎านน๎อยหนองไผํสวน รวม
จานวนทุนทางสังคม กลุ่ม บุคคล ปฏิบัติการ/ แหล่งเรียนรู้ 9 4 8 ๔ 9 3 13 3 11 ๕ 15 11 8 5 ๑0 2 8 3 13 4 6 3 110 47
หน่วยงาน/ องค์กร 1 ๑ 2 ๑ ๑ 6
แหล่ง ประโยชน์ 5 4 3 6 3 ๔ 2 ๒ 7 3 ๒ 41
หมู่บ้านจัดการ ตนเอง (ประเด็น) 1 1 1 2 1 1 7
ประวัติหมู่บ้าน บ้านโพนค้อ หมู่ที่ ๑ บ๎านโพนค๎อ หมูํ ๑ เริ่มแรกอพยพมาจากบ๎านดงกึม แขวงสุวรรณเขตประเทศลาวประมาณ 8 ครอบครัว นา โดยอาญาพระพลและอาญาพระเทพเป๕น หัวหน๎า ข๎ามลาน้าโขงเดินทางรอนแรมมาจนถึงบ๎านหนองเหียนอุปหาดใน ระยะนั้นได๎พากันหยุดอยูทํ ี่นั้น เพื่อจะได๎ค๎นหาทาเล อันเหมาะสมพอที่จะตั้งบ๎านเรือนได๎แล๎วก็ได๎พบลาน้าแหํงหนึ่งชื่อ ลาห๎วยทราย ทํานทั้งสองจึงแยกจากกันออกเป๕น 2 พวก คือพวกของพระยาเทพได๎พากันไปตั้งบ๎านเรือนอยูํที่ดอนตา กล๎า ริมห๎วยทรายและตัง้ ชื่อหมูบํ ๎านวํา บ๎านโพนค๎อ ตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัด สกลนคร ได๎มีการสารวจทุนและศักยภาพของพื้นที่ระดับ หมูํบา๎ น ซึง่ สามารถจาแนกทุนและศักยภาพของพื้นที่ ออกเป๕น ๔ ระดับ ประกอบด๎วย (1) ระดับบุคคล (2) ระดับกลุํม/ แหลํงเรียนรู๎ (3) ระดับหนํวยงานและแหลํงประโยชน๑ และ (๔) ระดับหมูํบา๎ น (ชุมชน) จัดการตนเอง โดยมีรายละเอียด ดังนี้ หมูํท๑ี่ มีทุนทางสังคม จาแนกได๎ดังนี้ (1) บุคคล จานวน ๙ คน (2) กลุํมปฏิบัติการ/แหลํงเรียนรู๎ จานวน 4. แหลํง และ (3) หนํวยงาน/องค๑กร/แหลํงประโยชน๑ จานวน 5 แหํง โดยมีรายละเอียดดังตาราง ตาราง 2 ทุนและศักยภาพของพื้นที่ หมู่ที่ ๑ หมู่บ้าน หมู่ที่ ๑ บ้านโพนค้อ
ทุนทางสังคม 1. ระดับบุคคล ๑.นายเหรียญทอง พลราชม
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น -ผู๎กานันตาบลเหลําโพนค๎อเป๕นผู๎นาในการพัฒนาหมูํบ๎าน และพาชาวบ๎านจัด กิจกรรมในวันสาคัญทางศาสนาเป๕นแกนนาในการจัดทาแผนชุมชนของ หมูํบ๎าน และเป๕นผู๎ไกลเกลี่ยในกรณีเกิดกรณีพิพาทในตาบล
109/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 หมู่บ้าน
ทุนทางสังคม ๒.นายถวิล พลราชม 3.นายสุริยา หาลินสไล
3.นายสุพจน๑ หารธงชัย
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น เป๕นสมาชิกสภาตาบลที่เป๕นแกนนาจัดทาแผนชุมชนเป๕นผู๎ที่มีสํวนสาคัญใน การมีสํวนรํวมในการพัฒนาของหมูํบ๎านและอนุรักษ๑ศิลปวัฒนธรรมประเพณี ทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีอยูํในหมูํบ๎าน เป๕นผูช๎ ํวยผู๎ใหญํบ๎านที่ดูแลประชาชนแทนกานันและเป๕นบุคคลสาคัญในการ เก็บข๎อมูลตํางๆของหมูํบ๎าน เป๕นผู๎นาหลักในการชํวยงานกิจการของวัดโพน ค๎อ เป๕นผูช๎ ํวยผู๎ใหญํบ๎านที่ดูแลประชาชนแทนกานันและ เป๕นตัวแทนของหมูํบ๎าน เข๎ารํวมประชุมกับหนํวยงานราชการ
๔.นายอนุสรณ๑ พลราชม
เป๕นนายกองค๑การบริหารสํวนตาบลที่คอยประสานงานความรํวมมือกับ หมูํบ๎านตํางๆ และเป๕นผู๎นาสาคัญในการประสานความรํวมมือกับกานันใน การพัฒนาตาบล
๕.นางนิ้ม พลราชม
เป๕นประธานอสม.ที่ประสานความรํวมมือกับอสม.หมูํบ๎านตํางๆในการดูแล สุขภาพประชาชน
๖.นายอินทวา พลราชม
เป๕นสมาชิกสภาตาบลที่คอยประสานงานระหวํางหมูํบ๎านและองค๑ การบริหาร สํวนตาบลเป๕นผู๎ที่นาเรื่องป๓ญหาและความเดือดร๎อนของหมูํบ๎านเข๎าสูํสภา เพื่อหาทางแก๎ไข
๗.นายปานศักดิ์ ปะยังติโย
เป๕นครูที่มีความรู๎ความสามารถในด๎านพิธีกรรมตํางๆ และดนตรีทาหน๎าที่ เป๕นพิธีกรในสาคัญตํางๆของหมูํบ๎าน
๘.นายกงจักร อุทัยวัฒน๑
เป๕นครูที่มีความรู๎ความสามารถในด๎านการจัดดอกไม๎ ผูกผ๎าประดับตกแตํง และเป๕นผู๎ออกแบบตกแตํงงานของหมูํบ๎านและตาบล
๙.นางปิดตา พลราชม
เป๕นผู๎นากลุํมออมทรัพย๑สตรีและเป๕นสมาชิกกลุํมพานบายศรี และมักจะมี การทาพานบายศรีรํวมในงานตํางๆเป๕นประจา
2. ระดับกลุ่ม/องค์กรชุมชน 1. กลุํมจักสาน ๒. กลุํมข๎าวนาน้าฝน 3.ร๎านค๎าชนบทบ๎านโพนค๎อ 4.กลุํมทาพวงหรีดและ ดอกไม๎จันทน๑
เป๕นการรวมกลุํมการรวมกลุํมกันสานกระติบข๎าวสานหวดนึ่งข๎าวสานสุํมไกํ เพื่อไว๎ใช๎ประโยชน๑ในครัวเรือนและจาหนําย สมาชิกจะนาข๎าวมารวมกัน เพื่อให๎สมาชิกได๎กู๎ยืมข๎าวไปบริโภคในกรณีที่ข๎าว ในเล๎าไมํพอกินและกู๎ยืมเพื่อไปทาเป๕นเมล็ดพันธุ๑ จาหนํายสินค๎าเบ็ดเตล็ดให๎กับสมาชิกในหมูํบ๎าน โดยมีการป๓นผลกาไรให๎กับ สมาชิกทุกเดือน ทาพวงหรีด ดอกไม๎จันทน๑ จาหนํายเพื่อสํงเสริมอาชีพและเพิ่มรายได๎ให๎กับ ผู๎สูงอายุผู๎พิการที่มีรายได๎น๎อยและเป๕นการนาวัตถุดิบในท๎องถิ่นมาใช๎ให๎เกิด ประโยชน๑และเพิ่มมูลคําให๎กับเศษวัสดุที่มีในท๎องถิ่น
3. ระดับหน่วยงาน/แหล่งประโยชน์ ๑.รพสต.โพนค๎อ ๒.ศพด.บ๎านโพนค๎อ
เป๕นหนํวยบริการสาธารณสุขพื้นฐานที่ให๎บริการด๎านสาธารณสุข การสร๎าง เสริมสุขภาพ การปูองกันและควบคุมโรค เป๕นหนํวยงานที่ให๎บริการด๎านการศึกษาแกํเด็กปฐมวัยในชํวงอายุ 2 – ๕ ปี อยูํภายใต๎สังกัดขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ 110/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558 หมู่บ้าน
ทุนทางสังคม 3.ศูนย๑ 3 ดาบ๎านโพน 4.หนองพํออํอน 5.วัดบ๎านโพนค๎อ
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น เป๕นแหลํงเรียนรู๎ด๎านการเลี้ยงสัตว๑เชํนเลี้ยงไกํพื้นบ๎าน ไกํดาภูพาน เลี้ยงหมู เลี้ยงโคภูพาน เป๕นที่สาธารณประโยชน๑ของ บ๎านโพนค๎อ หมูํที่1เป๕นที่ปลํอยปลา ใช๎น้าเพื่อ การเกษตร
วัดโพนค๎อ ตัง้ ขึ้นเมื่อ พ.ศ.2351 โดยพุทธศาสนิกชนชาวบ๎านโพนค๎อ พร๎อมด๎วยทางคณะสงฆ๑รํวมแรงรํวมใจด๎วยความศรัทธา ความเชือ่ ความเลื่อมใส ชํวยกันสร๎างและปรับปรุงปฏิสงั ขรณ๑เรื่อยมา
4. ระดับหมู่บ้าน (ชุมชน) จัดการตนเอง
กลุํมข๎าวนาน้าฝน
รวมกลุมํ กันนาข๎าวเปลือกปลํอยให๎สมาชิกกู๎ยมื ข๎าวเปลือก ครัวเรือนละ 20 หมื่น / ปีแล๎วให๎คืนหลังจากที่เก็บเกี่ยวข๎าว เสร็จ เพือ่ แก๎ปญ ๓ หาให๎กับสมาชิกมีข๎าวไมํพอกิน
สถานการณ์ปัญหา ๑.ปัญหายาเสพติด ในป๓จจุบันมีเด็กและเยาวชนบางกลุํมมักมั่วสุมกันเสพยาแก๎ไอ หรือที่เรียกวํา สีค่ ูณร๎อย ซึ่งเป๕นสํวนผสมของยาแก๎ไอ และยาแก๎แพ๎ เมื่อเสพแล๎วจะมีอาการงํวงซึม นอนตื่นสาย ไมํไปเรียน ไมํชํวยพํอแมํ ปูุยํา ตายายทางาน และชอบออกเทีย่ วกลางคืน ซึ่งเป๕นป๓ญหาที่พํอแมํผู๎ปกครองหนักใจและอยากให๎ผู๎มีสํวนเกี่ยวข๎องแก๎ไข มากที่สุด ๒.ปัญหาปุ๋ยเคมีราคาแพง เนื่องจากราคาน้ามันทีป่ รับสูงขึ้น และเกษตรกรสํวนใหญํเลี้ยงโคและควาย น๎อยลง ทาให๎ไมํมีปยุ๋ คอกมีน๎อยจึงหันมาใช๎ปยุ๋ เคมีมากขึ้น ทาให๎ต๎นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นชาวบ๎านได๎รวมกลุํมกันผลิตปุ๋ย ชีวภาพ ๓. ปัญหาดินเสื่อมสภาพ ผลผลิตทางการเกษตรตกต่า เนื่องจากในป๓จจุบันมีการใช๎ปุ๋ยเคมี สารเคมีมากขึ้น ทาให๎ดินเสื่อมสภาพ เมื่อปลูกข๎าวหรือพืชฤดูแล๎งก็ไมํได๎ผลผลิตเทําที่ควร ทาให๎เกษตรประสบป๓ญหาขาดทุนในการ ผลิตพืชผลทางการเกษตร 4. ป๓ญหาขาดแคลนน้าอุปโภค บริโภค ชํวงหน๎าแล๎ง เนื่องจากประชาชนในพื้นที่มีการทาการเกษตรเพิ่มมากขึ้น ทาให๎ ไมํมี น้าเพื่อใช๎ในการเกษตรไมํมีที่กักเก็บน้าที่เพียงพอตํอการทาการเกษตรประชาชนมีน้าอุปโภคบริโภคอยํางเพียงพอ
โอกาสของการแก้ไขปัญหา ๑.ปัญหายาเสพติด ประชาชนได๎รํวมกันออกกฎกติกาของหมูํบ๎านในการไมํให๎ความชํวยเหลือครอบครัวทีย่ งุํ เกี่ยวกับยาเสพติด รวมทั้งแตํงตัง้ อาสาสมัครคอยสอดสํองแจ๎งเบาะแสผู๎ทเี่ กี่ยวข๎องกับยาเสพติด ๒.ปัญหาปุ๋ยเคมีราคาแพง ได๎มีการรวมกลุํมกันผลิตปุ๋ยชีวภาพเพื่อทดแทนการใช๎ปยุ๋ เคมี รวมทั้งให๎มีการคัดแยกขยะเพื่อทาเป๕นปุ๋ย หมักไว๎ใช๎ 3.ปัญหาดินเสื่อมสภาพ ผลผลิตทางการเกษตรตกต่า มีการจัดกิจกรรมรํวมกับศูนย๑ถาํ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตรในการรณรงค๑ไถกลบตอซังเพื่อเพิ่มอินทรีย๑วตั ถุ ให๎กับดิน สํงเสริมการผลิตปุ๋ยชีวภาพปุย๋ หมัก ปุย๋ คอก และงดการใช๎สารเคมี 4.ป๓ญหาขาดแคลนน้าอุปโภค บริโภค ชํวงหน๎าแล๎ง รู๎จักคุณคําของการใช๎น้า มีการเก็บกักน้าใช๎
111/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ประวัติหมู่บ้าน โพนไฮ หมู่ที่ ๒ มีการแยกหมูํบ๎านจากบ๎านโพนค๎อ หมูํ ๑ ตํอมาประชากรเพิ่มมากขึ้นมีการขยายหมูํบา๎ นกว๎างออกไปเรื่อย ๆ พร๎อมกับขยายพื้นที่ทากินออกไป จนมีอาณาเขตกว๎างขวางและหํางไกลจากบ๎านเดิม เป๕นเหตุให๎ลาบากตํอการดูแล รักษาพืชไรํของตน เมื่อเป๕นดังนี้ตํางคนก็ตํางพากันไปปลูกบ๎านเรือนไปอยูํตามไรํ ตามสวนของตนเองซึ่งยังเป๕นปุาเป๕น ดงอยูํตํอมาก็กลายเป๕นหมูํบ๎านเล็ก ๆ หมูํบ๎านหนึง่ เรียกชื่อวํา "บ๎านโพนไฮ" ซึ่งเป๕นทีด่ อนสูงน้าทํวมไมํถึงอยูํใกล๎กับลา ห๎วยยาง เมื่อหมูํบ๎านมีความเจริญสมควรมีวดั เพื่อจะได๎ประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาและบาเพ็ญกุศล จึงได๎พร๎อม ใจกันสร๎างวัดขึ้น เมื่อ พ.ศ.2354 ตามประวัตแิ จ๎งวําวัดชื่อ “วัดโพนไฮสามัคคีอุดม” โดยมีผู๎ใหญํบ๎านคนป๓จจุบัน คือ นายธีระศักดิ์ อุํนพิมพ๑ ตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรีสพุ รรณ จังหวัดสกลนคร ได๎มีการสารวจทุนและศักยภาพของพื้นที่ระดับ หมูํบา๎ น ซึง่ สามารถจาแนกทุนและศักยภาพของพื้นที่ ออกเป๕น ๔ ระดับ ประกอบด๎วย (1) ระดับบุคคล (2) ระดับกลุํม/ แหลํงเรียนรู๎ (3) ระดับหนํวยงานและแหลํงประโยชน๑ และ (๔) ระดับหมูํบา๎ น (ชุมชน) จัดการตนเอง โดยมีรายละเอียด ดังนี้ หมูํที่ ๒มีทุนทางสังคม จาแนกได๎ดังนี้ (1) บุคคล จานวน ๘ คน (2) กลุํมปฏิบัติการ/แหลํงเรียนรู๎ จานวน ๔ แหลํง และ (3) หนํวยงาน/องค๑กร/แหลํงประโยชน๑ จานวน 4 แหํง โดยมีรายละเอียดดังตาราง
ตาราง 2 ทุนและศักยภาพของพื้นที่ หมู่ที่ ๒ หมู่บ้าน หมู่ที่ ๒ บ้านโพนไฮ
ทุนทางสังคม 1. ระดับบุคคล
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น
๑.นายวิเชียร คาภูษา
เป๕นสมาชิกสภาองค๑องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อและเป๕นประธาน กลุํมเลี้ยงโคบ๎านโพนไฮ หมูํ ๒ เป๕นผู๎นาหมูํบ๎านในการพาชาวบ๎านพัฒนาหมูํบ๎าน มีความเป๕นผู๎นาสามารถ ประสานงาน ประชาสัมพันธ๑ขําวสารกิจกรรมของชุมชน
๒.นายธีระศักดิ์ อุํนพิมพ๑ ๓.นางทองคา แสนสุภา
เป๕นผู๎ที่มีความโดดเดํนด๎านการดูแลสุขภาพชุมชน เป๕นผู๎เชื่อมโยงระบบ สุขภาพระหวํางชุมชนและหนํวยบริการสาธารณสุขในพื้นที่
๔.นายทวี อุํนพิมพ๑
เป๕นแกนนาหมูํบ๎าน ที่ชาวบ๎านให๎ความเคารพนับถืออดีตเคยดารงตาแหนํง ประธานสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลและ ป๓จจุบันเป๕นที่ปรึกษานายก องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ
๕.นายวงษ๑ หารธงชัย
เป๕นผู๎ที่นาเรื่องความเดือดร๎อนของชุมชนเข๎าสูํสภา เพื่อหาทางแก๎ไข โดดเดํน ในการวิเคราะห๑ข๎อมูลในชุมชน
๖.นายปลัด ไกยะฝุาย
เป๕นคณะกรรมการหมูํบ๎าน ที่บทบาทสาคัญในงานบุญประเพณีตํางๆของ หมูํบ๎าน
๗.นายสิทธิศักดิ์ คาภูษา
ผูช๎ ํวยผู๎ใหญํบ๎านประสานงานกระจายขําวสารกิจกรรมของหมูํบ๎านและรํวม ขับเคลื่อนกิจกรรมตํางๆของหมูํบ๎าน
๘.นายสร๎อย คาภูษา
เป๕นคณะกรรมการหมูํบ๎าน ที่คอยชํวยเหลือผู๎ชํวยใหญํบ๎านในงานกิจกรรม ของหมูํบ๎านและทาหน๎าที่เป๕นอาสาปศุสัตว๑ประจาหมูํบ๎าน 112/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
หมู่บ้าน
ทุนทางสังคม
2. ระดับกลุ่ม/องค์กรชุมชน ๑.กลุํมพัฒนาบทบาทสตรี ๒.กลุํมเลี้ยงโค ๓.กลุํมกองทุนเงินล๎าน ๔.กลุํมฌาปนกิจสงเคราะห๑
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น พัฒนาศักยภาพและบทบาทของสตรีในหมูํบ๎านโดยได๎รับงบประมาณ สนับสนุนจากองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ พัฒนาการเลี้ยงโคให๎เกิดคุณภาพ เกิดมูลคําเป๕นรายได๎เพิ่มมากขึ้นจากการ จาหนํายลูกโค ให๎บริการกู๎ยืมเงิน ชํวยเหลือและบรรเทาความเดือดร๎อนของประชาชนใน หมูํบ๎านด๎านการเงิน เพื่อสงเคราะห๑ชํวยเหลือกันระหวํางสมาชิก โดยเก็บเงินศพละ ๒๐ บาทจาก สมาชิก
3. ระดับหน่วยงาน/แหล่งประโยชน์ ๑.วัดบ๎านโพนไฮสามัคคี 2. ฝายห๎วยยาง 3. ศาลาประชาคม 4. ฝายกกแดง
4. ระดับหมู่บ้าน (ชุมชน) จัดการตนเอง -
สถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชุมชนและสถานที่ประกอบพิธีกรรมด๎านตํางๆ เป๕นฝายกั้นน้าลาห๎วยยางตอนลําง เพื่อกักเก็บน้าไว๎ใช๎ในฤดูแล๎ง เป๕นสถานที่ประชาคมของหมูํบ๎าน และทากิจกรรมตํางๆของชุมชน เป๕นฝายกั้นน้าลาห๎วยยางตอนบนเพื่อกักเก็บน้าและปลํอยไปให๎ไหลไปตาม คลองสํงน้าเพื่อแก๎ป๔ญหาการขาดแคลนน้า
-
สถานการณ์ปัญหา ๑.ปัญหายาเสพติด พื้นทีบ่ ๎านโพนไฮ หมูํที่ ๒ เป๕นพื้นที่ที่เป๕นทางผํานของกระบวนการค๎ายาเสพติด เนื่องจากมีพื้นที่ใกล๎เขต ติดตํอกับ ตาบลหนองบํอ อาเภอนาแก จังหวัดนครพนม แม๎มีการปราบปรามจากทางการอยํางเข๎มงวดแตํก็ยงั มีการ เล็ดลอดเข๎ามาของยาเสพติด และความรู๎เรื่องเทําไมํถงึ การของวัยรุํนที่ต๎องการอยากลอง และความคึกคะนอง อยากรู๎ อยากลองของเยาวชนแตํปจ๓ จุบันเริ่มน๎อยลงแตํยงั เป๕นป๓ญหาอยูแํ ละตัง้ แตํปี ๒๕๕๕ มียาเสพติดตัวใหมํเกิดขึ้นในชุมชน คือยาแก๎ไอผสมยาแก๎อักเสพหรือคนในพื้นที่เรียกยาสีคูณร๎อยซึง่ กาลังระบาดอยูํในป๓จจุบันมากกวํายาบ๎าดื่มแทนสุรา เนื่องจากสุรามีราคมแพงกวําสีค่ ูณร๎อยซึง่ ต๎องซื้อมาผสมเอง 2. หนี้สินภายในครัวเรือนเกิดจากสาเหตุหลายอยําง ซึ่งสาเหตุหนึ่งเนื่องจากมีการลงทุนทางการเกษตรสูง ขาดต๎นทุนในการทาการเกษตรต๎องกู๎ ธกส. และภาระการใช๎จํายในครัวเรือนสูงแตํรายได๎จากการประกอบอาชีพน๎อยที่ สาคัญที่สุดคือสถานการณ๑บ๎านเมืองและป๓จจัยหลายๆ อยํางทาให๎มีความจาเป๕นต๎องกู๎ซึ่งมีแนวโน๎มวําจะกู๎มากขึ้น 3.ผู้ปุวยกลุ่มโรคเรือ้ รัง บ๎านโพนไฮ หมูํ ๒ ในป๓จจุบันมีป๓ญหาผู๎ปวุ ยโรคเรื้อรังเพิ่มมากขึ้นไมํวําจะเป๕น โรคเบาหวาน ความดัน เนื่องจากสาเหตุเกิดจากกรรมพันธุ๑ พฤติกรรมการบริโภคที่ไมํเหมาะสม อาหารไมํปลอดภัย การดาเนินชีวติ ที่เรํงรีบใน ป๓จจุบันการประกอบอาชีพเสริมทางการเกษตรทาให๎มีผู๎ปุวยโรคเรื้อรังในหมูํบ๎านซึ่งมีแนวโน๎มจะสูงมากขึ้น และ มี สารพิษตกค๎างในรํางกายที่เกิดจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่ต๎องใช๎ยาฆําแมลงและสารเรํงตํางๆ เชํน การปลูกมันฝรั่ง ข๎าวโพด มะเขือเทศ เพราะนอกจากฆําแมลงแล๎วสารที่ใช๎ต๎องตกค๎างในรํางกายด๎วย
113/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
โอกาสของการแก้ไขปัญหา ๑. ปัญหายาเสพติด ชํวยกันเป๕นหูเป๕นตา สอดสํองดูแลลูกหลานเทําที่ทาได๎ เพื่อแจ๎งหนํวยงานที่เกี่ยวข๎อง องค๑กรปกครองสํวน ท๎องถิ่นจัดฝึกอบรมเข๎าขํายแกํเด็กและเยาวชน 2. หนี้สนิ ภายในครัวเรือน เปลี่ยนวิธีการทาการเกษตรหันมาใช๎ปุ๋ยชีวภาพมากขึ้ น ปลูกพืชผสมผสาน
3. ปัญหาผู้ปุวยโรคเรือ้ รัง แก๎ไขป๓ญหาโดยการตรวจคัดกรองเบาหวาน อบรมให๎ความรู๎ในการดูแปลต๎นเองกับกลุํมเสี่ยงที่อาจเกิดโรค นาสมุนไพรใน ท๎องถิ่นมาใช๎ในการรักษาโรค
ประวัติหมู่บ้าน ดง หมู่ที่ 3 อดีตบ๎านดง เดิมย๎ายมาจากจังหวัดร๎อยเอ็ดมีนายลีกับนายลาดในสมัยกํอนพื้นที่บ๎านดงนั้นเป๕นปุาดงที่อุดม สมบูรณ๑มีน้ากินน้าใช๎ตลอดปีการหาอยูํหากินก็ไมํยากเป๕นปุาดงอยูํที่มีสัตว๑ปุาตํางๆหลายชนิดอยูํมากมายถนนหนทาง การไปมาหาสูํก็ยงั ใช๎ทางเกวียนเป๕นถนนหนทางมาตัง้ ถิ่นฐานอยูปํ ระมาณ10หลังคาเรือนตํอมาในสมัยพระมงกุฎเกล๎า เจ๎าอยูํหัวรัชกาลที6่ ซึ่งประกาศใช๎ราชบัญญัตเิ ป๕นสากลมากขึ้นกาหนดให๎ประชาชนมีชื่อและนามสกุลลีนาลาด เป๕น สํวนมากและชาวบ๎านได๎สร๎างมรดกทางวัฒนธรรมตํางๆชาวบ๎านมีศรัทธาสร๎างวัดวาอารามขึ้นมีชื่อวําวัดบ๎านดง บ๎าน ดงตั้งทางทิศตะวันออกของอาเภอโคกศรีสุพรรณ หมูํบ๎านหํางจากอาเภอประมาณ8กิโลเมตร มีผู๎นาหมูํบ๎านคือนาย จรูญ บัวทะราช ตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรีสพุ รรณ จังหวัดสกลนคร ได๎มีการสารวจทุนและศักยภาพของพื้นทีร่ ะดับ หมูํบา๎ น ซึง่ สามารถจาแนกทุนและศักยภาพของพื้นที่ ออกเป๕น ๔ ระดับ ประกอบด๎วย (1) ระดับบุคคล (2) ระดับกลุํม/ แหลํงเรียนรู๎ (3) ระดับหนํวยงานและแหลํงประโยชน๑ และ (๔) ระดับหมูํบา๎ น (ชุมชน) จัดการตนเอง โดยมีรายละเอียด ดังนี้ หมูํที่ ๓มีทุนทางสังคม จาแนกได๎ดังนี้ (1) บุคคล จานวน 9 คน (2) กลุํมปฏิบัติการ/แหลํงเรียนรู๎ จานวน 4 แหลํง และ (3) หนํวยงาน/องค๑กร/แหลํงประโยชน๑ จานวน ๓ แหํง โดยมีรายละเอียดดังตาราง
ตาราง ๓ ทุนและศักยภาพของพื้นที่ หมู่ที่ ๓ หมู่บ้าน หมู่ที่ ๓ บ้านดง
ทุนทางสังคม 1. ระดับบุคคล
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น
๑.นายวรจิตร ลีนาลาด
เป๕นสมาชิกสภาองค๑องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อและเป๕นผู๎นา ทางศาสนพิธีขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ เป๕นผู๎ใหญํบ๎านพาชาวบ๎านพัฒนาหมูํบ๎านจนได๎รับรางวัลหมูํบ๎านเศรษฐกิจ พอเพียงต๎นแบบ มีความเป๕นผู๎นาสามารถประสานงาน ประชาสัมพันธ๑ ขําวสารกิจกรรมของชุมชน
๒.นายจรูญศักดิ์ บัวทะราช
๓.นางศรีสุพรรณ ลีนาลาด
เป๕นสมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลและเป๕นอสม.ที่สามารถประสาน การทางานกับหมูํบ๎านตํางๆได๎และเป๕นผู๎เชื่อมโยงระบบสุขภาพระหวําง หมูํบ๎านและหนํวยบริการสาธารณสุขในพื้นที่
114/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
หมู่บ้าน
ทุนทางสังคม
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น
๔.นางอุดร ลีนาลาด
เป๕นแมํครูในการนาประกอบพิธีกรรมเลี้ยงผีหมอเหย๐าของหมูํบ๎านและ หมูํบ๎านใกล๎เคียง
๕.นางปราณี ลีนาลาด
เป๕นผู๎นากลุํมทอเสื่อบ๎านดง ที่มีความชานาญในการทอเสื่อกก ให๎เป๕น ลวดลายตํางๆ
6.นางกาวี แผนเมือง
เป๕นประธานกลุํมเลี้ยงโคแมํพันธุ๑ และเป๕นที่ปรึกษานายกองค๑การบริหารสํวน ตาบลเหลําโพนค๎อ
7.พระครูอดุลญาณกิจ
อดีตเคยดารงตาแหนํงเจ๎าคณะตาบลเหลําโพนค๎อ และเป๕นผู๎มีความสามารถ ในการแตํงบทกลอน คาสอนตํางๆ
8. นายแสวง ลีนาลาด
อดีตสมาชิกสภาตาบลเหลําโพนค๎อ และมีความสามารถในการเป๕นหมอเปุา
9.นางทรงจิตรัตน๑ บัวทะราช
เป๕นครูที่มีรู๎ความสามารถในด๎านจัดประดับตกแตํงสถานที่ และมีบทบาท สาคัญในงานบุญประเพณีตํางๆของหมูํบ๎าน
2. ระดับกลุ่ม/องค์กรชุมชน 1. กลุํมเลี้ยงโค 2.กลุํมกองทุนเงินล๎าน 3. กลุํมทอเสื่อ 4. กลุํมปลูกยาสูบ
พัฒนาการเลี้ยงโคให๎เกิดคุณภาพ เกิดมูลคําเป๕นรายได๎เพิ่มมากขึ้น ให๎บริการกู๎ยืมเงิน ชํวยเหลือและบรรเทาความเดือดร๎อนของประชาชนใน หมูํบ๎านด๎านการเงิน พัฒนาการทอเสื่อเพื่อเพิ่มมูลคําของเสื่อกกโดยทอเสื่อเป๕นแบบเสื่อพับ หรือ ทาเป๕นลวดลายตํางๆและมีหลายขนาดตามความต๎องการของลูกค๎า เป๕นการรวมกลุํมกันปลูกยาสูบซึ่งเป๕นพืชฤดูแล๎ง โดยทาเป๕นอาชีพเสริมหลัง ฤดูกาลทานา
3. ระดับหน่วยงาน/แหล่งประโยชน์ ๑.ดอนปูุตา ๒.ศาลาประชาคม ๓.อบต.เหลําโพนค๎อ
4. ระดับหมู่บ้าน (ชุมชน) จัดการตนเอง การอนุรกั ษ๑ปุาชุมชน
สิ่งศักดิ์สิทธ๑ที่พึ่งทางจิตใจให๎กับชาวบ๎านที่ชาวบ๎านเชื่อวําเป๕นที่สิงสถิตของ วิญญาณบรรพบุรุษที่คอยปกปูองคุ๎มครองหมูํบ๎านและเป๕นบริเวณปุาชุมชนที่ อุดมสมบูรณ๑ที่สุด เป๕นสถานที่ประชาคมของหมูํบ๎าน และทากิจกรรมตํางๆของชุมชน เป๕นหนํวยงานรัฐบาลท๎องถิ่นที่มีหน๎าที่ในการบาบัดทุกข๑บารุงสุขให๎กับ ประชาชนในพื้นที่ตาบลเหลําโพนค๎อ
ชาวบ๎านได๎รวมกลุํมกันเพื่ออนุรักษ๑ผืนปุาชุมชนจนเป๕นผืนปุา ชุมชนที่อุดมสมบูรณ๑ที่สุดในตาบล
115/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
สถานการณ์ปัญหา ๑. ปัญหาผู้ปุวยโรคเรื้อรังในชุมชน ได๎แกํ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เกิดจากกรรมพันธุ๑ และพฤติกรรม การดาเนินชีวติ ที่เรํงรีบในป๓จจุบัน การบริโภคที่ไมํเหมาะสม อาหารไมํปลอดภัย จึงสํงผลให๎มีผู๎ปุวยโรคเรื้อรังใน หมูํบ๎าน ๒. ปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดระบาดในกลุ่มเยาวชนเยาวชนมีความอยากรู๎อยากลองติดเพื่อนมีการชักชวน กันไปลองยาเสพติดโดยเฉพาะยาแก๎ไอ ครอบครัวแตกแยกพํอแมํไมํมีเวลาให๎ลูกจึงทาติดเพื่อนและอยูํกับเพื่อน มากกวําพํอแมํ บางคนถึงกับเลิกเรียนกลางคัน ๓.ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่า เนื่องจากมีการนาเข๎าพืชเศรษฐกิจตกต่า เนื่องจากมีการนาเข๎าสินค๎าทางการเกษตร ซึง่ มีต๎นทุนการผลิตทีต่ ่ากวํา ทาให๎ราคาถูกกวําในประเทศจานวนมาก และ มีการขยายพื้นที่ในการปลูกยางพาราในประเทศเป๕นจานวนมากทาให๎ผลผลิตเกินความต๎องการของตลาด โอกาสของการแก้ไขปัญหา ๑. ปัญหาผู้ปุวยโรคเรื้อรังในชุมชน รณรงค๑เกีย่ วกับการดูแลสุขภาพและการรับประทานอาหารทีถ่ ูก สุขลักษณะสํงเสริมให๎ประชาชนในชุมชนหันมาออกกาลังกาย ๒. ปัญหายาเสพติดระบาดในกลุ่มเยาวชนหมูํบ๎านได๎จดั โครงการรํวมกับองค๑การบริหารสํวนตาบล โรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพตาบลโพนค๎อ จัดทาโครงการปูองกันและแก๎ไขป๓ญหายาเสพติด โครงการอบรมฟื๗นฟู และ ฝึกอบรมอาชีพให๎กับผู๎ที่เคยเสพยาเสพติดในพื้นที่ ๓.ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่าชํวยกันรณรงค๑และให๎ความรู๎ในการแก๎ไขป๓ญหาตํางๆ รวมถึง การจัดให๎ใช๎สถานที่ อบต เป๕นแหลํงจัดการประชุมหาแนวทางการแก๎ไขป๓ญหา สนับสนุนงบประมาณในการแก๎ไข ป๓ญหามีเกษตรอาเภอผู๎ประสานงานตาบลเข๎ามาชํวยดูแลโดยผํานองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อเป๕นสื่อกลาง ในการให๎ความชํวยเหลือเกษตรกรที่ได๎รับผลกระทบมีเกษตรอาเภอผู๎ประสานงานตาบลเข๎ามาชํวยดูแลโดยผําน องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อเป๕นสื่อกลางในการให๎ความชํวยเหลือเกษตรกรที่ได๎รับผลกระทบ
ประวัติหมู่บ้าน หนองเหียน หมู่ที่ ๔ ตั้งถิ่นฐานของหมูํบา๎ นมีมากํอนประวัติศาสตร๑ บรรพบุรุษได๎มาตัง้ ถิ่นฐานอาศัยทาเลดี มีหนองน้าและที่ทา มาหากินได๎สะดวก สํวนมากจะเป๕นแหลํงน้าที่อุดมสมบูรณ๑รายรองหมูํบ๎าน ทิศเหนือมีหนองสิม และหนองใหญํ ทิศใต๎ มีหนองโพนไฮ ทิศตะวันออกมีหนองนาบ๎าน (ตรงทีส่ ร๎างสะพาน) ทิศตะวันตกมีหนองนาบึงจึงพากันตัง้ ถิ่นฐานที่ริม หนองเหียน คาวํา เหียน เป๕นชื่อต๎นไม๎เรียกวํา กกเหียน ผู๎ใหญํบ๎านคนป๓จจุบัน คือนายวารินทร๑ จันทะวงศ๑ ตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรีสพุ รรณ จังหวัดสกลนคร ได๎มีการสารวจทุนและศักยภาพของพื้นที่ระดับ หมูํบา๎ น ซึง่ สามารถจาแนกทุนและศักยภาพของพื้นที่ ออกเป๕น ๔ ระดับ ประกอบด๎วย (1) ระดับบุคคล (2) ระดับกลุํม/ แหลํงเรียนรู๎ (3) ระดับหนํวยงานและแหลํงประโยชน๑ และ (๔) ระดับหมูํบา๎ น (ชุมชน) จัดการตนเอง โดยมีรายละเอียด ดังนี้ หมูํที่ ๔มีทุนทางสังคม จาแนกได๎ดังนี้ (1) บุคคล จานวน 13 คน (2) กลุํมปฏิบัติการ/แหลํงเรียนรู๎ จานวน ๔ แหลํง และ (3) หนํวยงาน/องค๑กร/แหลํงประโยชน๑ จานวน 6 แหํง โดยมีรายละเอียดดังตาราง
116/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ตาราง ๔ ทุนและศักยภาพของพื้นที่ หมู่ที่ ๔ หมู่บ้าน ทุนทางสังคม บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น หมู่ที่ ๔ 1. ระดับบุคคล เป๕นสมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อและเป๕นผู๎นาทางศา บ้านหนอง ๑.นางประเทียน อินตัน สนพิธีขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ เหียน.. ๒.นายวาริน จันทรวงศ๑
เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน ประสานการทางานตํางๆกับหนํวยงานในพื้นที่ มีความโดด เดํนประชาสัมพันธ๑ขําวสารกิจกรรมของหมูํบ๎าน
๓.นายอนามัย บุตรชาติ
เป๕นคณะกรรมการหมูํบ๎านที่มีสํวนรํวมในการพัฒนาหมูํบ๎าน และเป๕น ปราชญ๑ชาวบ๎านที่มีความชานาญในการจักสานและเพาะเห็ด
๔.นางนวม จันทรวงศ๑
เป๕นประธานกลุํมต๎มเกลือสินเธาน๑ ซึ่งบ๎านหนองเหียนเป๕นหมูํบ๎านเดียวที่ยัง อนุรักษ๑วิถีชีวิตในการต๎มเกลือสินเธาน๑ประแมํครูในการนาประกอบพิธีกรรม เลี้ยงผีหมอเหย๐าของหมูํบ๎านและหมูํบ๎านใกล๎เคียง
๕.นายประสบ พลราชม
เป๕นประธานกลุํมเลี้ยงโคบ๎านหนองเหียน ซึ่งองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลํา โพนค๎อสนับสนุนโคแมํพันธุ๑ให๎กับกลุํม
๖.นางสุดารัตน๑ บุตรชาติ
เป๕นครูที่มีรู๎ความสามารถในด๎านการสอนภาษาอังกฤษ ที่โรงเรียนบ๎านดง หนองเหียน
7.นายทันสมัย บุตรชาติ
เป๕นอดีตผู๎อานวยการโรงเรียนบ๎านแมดนาทํม มีบทบาทในการให๎คาปรึกษา แกํผู๎นาหมูํบ๎านในพิธีกรรมตํางๆ
๘.นายโกมิล มหาไชย
เป๕นแพทย๑ประจาตาบลและเป๕นอาสาสมัครสาธารณสุขประจาหมูํบ๎านที่ ทางานประสานกับ อสม.ในงานด๎านสาธารณสุข
9.นายวัยพจน๑ ป๓ญญะ
ผู๎อานวยการโรงเรียนบ๎านดงหนองเหียน ที่มีความรู๎ความสามารถ ในการ ประสานกับชุมชน ในการพัฒนาโรงเรียน
10 นางประเสริฐ ดาบสีพาย
ประธานกลุํมทอผ๎าที่มีความสามารถในการทอผ๎าพื้นเมือง
11.นายผําน คาภูษา
มรรคทายกวัดศรีบุญเรืองใต๎ และเป๕นผู๎มีความสามารถในการจักสานหลาย ชนิด เชํน กระติ้บข๎าว ตะกร๎า
12.ทํานพระครูสุวรรณจันทะ คุณ
เป๕นเจ๎าอาวาสวัดศรีบุญเรืองใต๎โดยบริหารรํวมกับคณะกรรมการวัด
2. ระดับกลุ่ม/องค์กรชุมชน ๑.กลุํมต๎มเกลือสินเธาว๑ ๒.กลุํมจักสาน
รวมกลุํมต๎มเกลือสินเธาว๑เพื่อสืบทอดภูมิปญ ๓ ญาชาวบ๎านและเป๕นการ สร๎างความเข๎มแข็งในชุมชน นาวัสดุดิบในท๎องถิ่น(ไม๎ไผํ) นามาประดิษฐ๑เป๕นเครื่องจักสาน เชํน กระติ๊บ 117/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
หมู่บ้าน
ทุนทางสังคม
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น
๓.กลุํมทอผ๎าพื้นเมือง
ข๎าว หวด สุํมตระกร๎าฯลฯ นามาใช๎ในครัวเรือน และสร๎างรายได๎แกํ ครอบครัว เป๕นกลุํมที่รวมตัวกันขึ้นภายในชุมชนเพื่อสร๎างรายได๎ให๎กับชุมชนสร๎างความ สามัคคีในกลุํมรวมทั้งเป๕นการสืบสานอนุรักษ๑ผ๎าพื้นบ๎านอันดีของชุมชนและ ทอผ๎าไว๎ใช๎ในครัวเรือน เป๕นอาชีพเสริมหลังฤดูการทานา
3. ระดับหน่วยงาน/แหล่งประโยชน์ ๑.โรงเรียนบ๎านดงหนองเหียน ๒.ศาลาประชาคม 3.วัดศรีบุญเรืองใต๎
โรงเรียนขนาดเล็กที่เปิดสอนในระดับอนุบาล และระดับประถม ป.1 – ป.6 เป๕นสถานที่ประชาคมของหมูํบ๎าน และทากิจกรรมตํางๆของชุมชน เป๕นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและเป๕นศูนย๑รวมจิตใจของชาวบ๎าน หนองเหียน 4.พิพิธภัณฑ๑ชุมชนบ๎านหนอง เก็บวัตถุโบราณที่ชาวบ๎านขุดพบ เชํนพระพุทธรูปโบราณ ไหโบราณ และ เหียน เก็บหนังสือใบลานที่เป๕นตัวอักษรธรรม อักษรขอม อักษรไทยน๎อย และ อักษรไทยอาหม 5.ศูนย๑เรียนรู๎เศรษฐกิจพอเพียง ศูนย๑เรียนรู๎เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน (ศูนย๑โรงเรียน) ซึ่งเป๕น 1 ใน 4 ศูนย๑ ชุมชน ที่ได๎รับการสนับสนุนและควบคุมดูแลโดยสานักงานเกษตรและสหกรณ๑ จังหวัดสกลนคร กระทรวงเกษตรและสหกรณ๑ 6.ศูนย๑พัฒนาเด็กเล็กบ๎านหนอง จัดการศึกษาให๎กับเด็กกํอนวัยเรียนชํวงอายุ 2 – 5 ปี เหียน
4. ระดับหมู่บ้าน (ชุมชน) จัดการตนเอง -
-
สถานการณ์ปัญหา ๑. ป๓ญหาหนี้สินในครัวเรือนประชาชนบ๎านหนองเหียนหมูํที่๔มีผู๎พิการที่ไมํสามารถชํวยเหลือตัวเองได๎และมี จานวนผู๎สูงอายุมากนอกจากนี้ยังมีผปู๎ ุวยติดเตียงที่ครอบครัวดูแลไมํดีเทําทีค่ วรเป๕นภาระให๎กับครอบครัวทาให๎ไมํ สามารถใช๎ชีวติ ประจาวันได๎ตามปกติ กํอให๎เกิดป๓ญหาหนี้สินตามมา ๒. ป๓ญหาเกี่ยวกับยาเสพติดระบาดในกลุํมเยาวชนเยาวชนมีความอยากรู๎อยากลองติดเพื่อนมีการชักชวนกันไป ลองยาเสพติดโดยเฉพาะยาแก๎ไอ ครอบครัวแตกแยกพํอแมํไมํมีเวลาให๎ลูกจึงทาติดเพื่อนและอยูํกับเพื่อนมากกวําพํอ แมํ บางคนถึงกับเลิกเรียนกลางคัน โอกาสของการแก้ไขปัญหา ๑. ป๓ญหาหนี้สินในครัวเรือนชุมชนมีแนวทางในการจัดการกับป๓ญหาโดยใช๎ศักยภาพในชุมชนในการลด รายจํายเพิ่มรายได๎หลายครอบครัวประกอบอาชีพเสริมด๎วยการต๎มเกลือสินเธาน๑ขายเป๕นรายได๎เสริม และมีการออกไป รับจ๎างในตัวเมืองสาหรับวัยแรงงานสํวนใหญํจะเป๕นงานในภาคบริการ ๒. ป๓ญหาเกี่ยวกับยาเสพติดระบาดในกลุํมเยาวชนหมูํบา๎ นมีแนวทางในการจัดการกับป๓ญหาโดยสํงเสริม ให๎มีกิจกรรมการเลํนกีฬาตํอต๎านยาเสพติดขอรับงบประมาณสนับสนุนจากองค๑การบริหารสํวนตาบลในการสร๎างลาน กีฬาของหมูํบ๎าน
118/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ประวัติหมู่บ้าน เหล่า หมู่ที่ ๕ เดิมบ๎านเหลํา ชื่อวํา บ๎านอุํมไผํนาทาม" (ป๓จจุบันเป๕นทุํงนา) แตํหมูบํ ๎านทัง้ สองนี้ได๎รับความลาบากมาก เพราะเกิดอุทกภัย พอถึงฤดูฝนน้าก็จะทํวมแทบทุกปี ทาให๎การทามาหากิน การอยูํอาศัย การสัญจรไปมาลาบากมาก จึงพร๎อมใจกันเลือกหาทาเลแหํงใหมํให๎เหมาะสมกวําเดิม แล๎วก็ได๎พบโนนแหํงหนึง่ ซึ่งมีต๎นค๎อมากและเห็นวําเป๕นทาเล ที่เหมาะสมที่จะตัง้ บ๎านเรือนได๎ จึงพากันอพยพไปตั้งบ๎านเรือนอยูํที่โนนค๎อนั้น เรียกชื่อวํา "บ๎านโพนค๎ออุํมไผํ" ขึ้นกับ อาเภอมุกดาหาร (จังหวัดมุกดาหารในป๓จจุบัน) จังหวัดนครพนมอาชีพของชาวบ๎านในเวลานั้นสํวนใหญํได๎แกํ การทา ไรํ ตํอมาประชากรเพิ่มขึ้นการทาไรํก็ขยายกว๎างออกไปเรื่อย ๆ จนมีอาณาเขตกว๎างขวางและหํางไกลจากบ๎านเดิม เป๕นเหตุให๎ลาบากตํอการดูแลรักษาพืชไรํของตน เมื่อเป๕นดังนี้ตาํ งคนก็ตาํ งพากันไปปลูกบ๎านเรือนไปอยูํตามไรํ ตาม สวนของตนเองซึง่ ยังเป๕นปุาเป๕นดงอยูตํ ํอมาก็กลายเป๕นหมูํบ๎านเล็ก ๆ หมูบํ ๎านหนึ่ง เรียกชื่อวํา "บ๎านเหลํา" ตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ได๎มีการสารวจทุนและศักยภาพของพื้นทีร่ ะดับ หมูํบา๎ น ซึง่ สามารถจาแนกทุนและศักยภาพของพื้นที่ ออกเป๕น ๔ ระดับ ประกอบด๎วย (1) ระดับบุคคล (2) ระดับกลุํม/ แหลํงเรียนรู๎ (3) ระดับหนํวยงานและแหลํงประโยชน๑ และ (๔) ระดับหมูํบา๎ น (ชุมชน) จัดการตนเอง โดยมีรายละเอียด ดังนี้ หมูํที่ ๒มีทุนทางสังคม จาแนกได๎ดังนี้ (1) บุคคล จานวน 11 คน (2) กลุํมปฏิบัติการ/แหลํงเรียนรู๎ จานวน 5 แหลํง และ (3) หนํวยงาน/องค๑กร/แหลํงประโยชน๑ จานวน 3 แหํง โดยมีรายละเอียดดังตาราง
ตาราง ๕ ทุนและศักยภาพของพื้นที่ หมู่ที่ ๕ หมู่บ้าน หมู่ที่ ๕ บ้านเหล่า
ทุนทางสังคม 1. ระดับบุคคล
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น
๑.นายศรีจันทร๑ คาภูษา
เป๕นสมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อและเป๕นผู๎นาทาง ศาสนพิธีขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ เป๕นผู๎ใหญํบ๎านพาชาวบ๎านพัฒนาหมูํบ๎านจนได๎รับรางวัลหมูํบ๎านเศรษฐกิจ พอเพียงต๎นแบบ มีความเป๕นผู๎นาสามารถประสานงาน ประชาสัมพันธ๑ ขําวสารกิจกรรมของชุมชน
๒.นายประสิทธิ์ คาเพชรดี
๓.นางวนิฎา โสดก
เป๕นสมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลและเป๕น อสม.ที่สามารถประสาน การทางานกับหมูํบ๎านตํางๆได๎และเป๕นผู๎เชื่อมโยงระบบสุขภาพระหวําง หมูํบ๎านและหนํวยบริการสาธารณสุขในพื้นที่
๔.นายยันต๑ ยางธิสาร
เป๕นปราญช๑ชาวบ๎านมีความชานาญเรื่องสมุนไพรยารักษาโรคและเรื่องจัก สาน ที่ชาวบ๎านให๎ความเคารพนับถือ
๕.นางนารีรัตน๑ หนูไชย
เป๕นประธานกลุํมกองทุนแมํของแผํนดินบ๎านเหลํา ให๎ความชํวยเหลือสมาชิก ในด๎านการเงิน
6.นางบัวระพา หารธงไชย
นางบัวระพา หารธงไชยมีความเชียวชาญเรื่องการดูดวง
7. นาง ศิวพร ขันทีทา๎ ว
เป๕นผู๎ชํวยผู๎ใหญํบ๎านเหลํา และเป๕นเลขานุการคณะกรรมการกองทุนแมํของ แผํนดิน
119/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
หมู่บ้าน
ทุนทางสังคม
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น
8นาย เจริญศักดิ์ วงศ๑คาษา ผู๎ใหญํบ๎านเหลํา หมูํ 5 ประธานกองทุนแมํของแผํนดิน รองประธานกลุํม บ๎านพักโฮมสเตย๑ . 9.นายวารินทร๑ แคลํวคลํอง
เป๕นครูที่มีความรู๎ ความสามารถในหลายๆด๎าน เป๕นคณะกรรมการที่ปรึกษา ของหมูํบ๎านและดารงตาแหนํงประธานกลุํมบ๎านพักโฮมสเตย๑
10.นางบรรทม ขันทีทา๎ ว
มีความเชีย่ วชาญด๎านงานประดิษฐ๑ใบตอง พานบายศรีพิธตี ํางๆ
11.นายอุทิศ พรหมสาขา ณ สกลนคร
เป๕นอาสาปศุสัตว๑และมีความเชี่ยวชาญในด๎านการกํอสร๎างบ๎าน
2. ระดับกลุ่ม/องค์กรชุมชน ๑.กลุมํ ข๎าวฮาง ๒.กลุํมเลี้ยงโค ๓.กลุํมกองทุนเงินล๎าน ๔.กองทุนแมํของแผํนดิน ๕.กลุํมบ๎านพักโฮมสเตย๑
พัฒนาและบูรณาการผลิตภัณฑ๑ในการทาข๎าวฮางให๎ได๎มาตรฐาน พร๎อมทั้ง ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ พัฒนาการเลี้ยงโคให๎เกิดคุณภาพ เกิดมูลคําเป๕นรายได๎เพิ่มมากขึ้น ให๎บริการกู๎ยืมเงิน ชํวยเหลือและบรรเทาความเดือดร๎อนของประชาชนใน หมูํบ๎านด๎านการเงิน พัฒนากองทุนแมํของแผํนดินให๎มั่นคงและเป๕นศูนย๑รวมที่มีความเชื่อมโยงกับ กองทุนตํางๆ พัฒนากลุํมบ๎านพักโฮมสเตย๑ให๎ได๎มาตรฐานมีแขกเข๎ามาพักในจานวนมาก
3. ระดับหน่วยงาน/แหล่งประโยชน์ ๑.วัดศรีแก๎วเหลําอุดม
สถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชุมชนและสถานที่ประกอบพิธีกรรมตํางๆด๎าน การเรียนรู๎วัฒนธรรมประเพณี
2.แหลํงเรียนรู๎พิพิธภัณฑ๑พระ เป๕นพระมหาเถระองค๑ที่มีความสาคัญในการปฏิบัตดิ ีปฏิบัตชิ อบตาม ครูสถิตย๑ปญ ๓ ญาคุณ(ด๎วง พระธรรมวินัยอยํางเครํงครัด เป๕นอันดับหนึ่งของจังหวัดสกลนคร และ ทํานได๎สร๎างผลงานและคุณประโยชน๑ตํอชาวตาบลเหลําโพนค๎อมากมายจึงได๎ ฐิตป๒ฺญมหาเถระ) สร๎างแหลํงเรียนรู๎เพื่ออนุชนรุํนหลังได๎ศึกษา 3.ศาลาประชาคม เป๕นสถานที่ประชาคมของหมูํบ๎าน และทากิจกรรมตํางๆของชุมชน
4. ระดับหมู่บ้าน (ชุมชน) จัดการตนเอง สวัสดิการออมทรัพย๑
จัดระบบสวัสดิการออมทรัพย๑ขึ้นในหมูบํ ๎านจากผลกาไรของเงิน ออมทรัพย๑กลุํมตํางๆ
สถานการณ์ปัญหา 1. ป๓ญหาวัยรุํนและเยาวชนจากสภาพสังคมที่มีการเปลีย่ นแปลงอยํางรวดเร็วมีผลตํอประชาชนบ๎านเหลําหมูํ ๕ จากการทีส่ ภาพวิถีชวี ิตได๎เปลีย่ นไปจากสังคมชนบททีป่ ระชาชนสํวนใหญํประกอบอาชีพเกษตรกรรมมีความเป๕นอยูํ อยํางเรียบงํายกลายเป๕นสังคมเมืองคนรุํนใหมํเปลี่ยนไปประกอบอาชีพในเมืองเพิ่มมากขึ้นมีการอพยพย๎ายไปทางาน ตํางถิ่นมากขึ้น พํอแมํผู๎ปกครองทิง้ ให๎เด็กอยูํกับปูยุ ําตายาย ขาดความรักความอบอุํนจากผูป๎ กครอง เด็กมักไปจับกลุํม มั่วสุมกัน ไมํสนใจการเรียนสํงผลให๎เลิกเรียนกลางคัน และเสพยาเสพติดตามมา
120/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
๒. ป๓ญหาหนี้สิน จากสถานการณ๑ในป๓จจุบันสังคมเมืองเกิดขึ้นอยํางรวดเร็ว ทาให๎ประชาชนบ๎านเหลํา หมูํ ๕ มี การใช๎จํายในชีวติ ประจาวันเกินรายรับ ทาให๎ต๎องมีการกู๎ยืมเงินมาเพื่อใช๎จํายและมีหนี้สินตามมา โอกาสของการแก้ไขปัญหา ๑. ป๓ญหาวัยรุํนและเยาวชนจัดตัง้ สภาเด็กและเยาวชน และดาเนินกิจกรรมโครงการครอบครัวอบอุํนเพื่อให๎พํอ แมํ ปูุ ยํา ตา ยายได๎มีโอกาสเรียนรู๎ สร๎างความเข๎าใจโดยจัดกิจกรรมรํวมกัน ๒. ป๓ญหาหนี้สินในครัวเรือนหมูํบ๎านได๎รวมกลุํมกัน ผลิตปุ๋ยชีวภาพเพื่อลดรายจําย รวมกลุํมเลีย้ งโคขุน เลี้ยงไกํ เนื้อ และตัง้ กลุํมสวัสดิการออมทรัพย๑เพื่อให๎สมาชิกกูย๎ ืม ประวัติหมู่บ้าน ห้วยยาง หมู่ที่ ๖ บ๎านห๎วยยางเป๕นชนเผําภูไทตั้ง บ๎านเรือนอยูํในประเทศลาว บ๎านมั่นเมืองเซะสาละวันคาทอง เมื่อปี พ.ศ. 2346 ท๎าวโพธิสาร เป๕นหัวหน๎ากลุํมได๎นากลุํมดังกลําวอพยพหนีความแห๎งแล๎ง จากหมูํบา๎ นดังกลําวโดยได๎เดินทาง เลียบแมํน้าโขงเรื่อยมา จนกระทั่งถึงหมูํบ๎านปากเซบัง้ ไฟฝ๓๖งประเทศลาวในป๓จจุบัน และท๎าวโพธิสารได๎นากลุํมดังกลําว ข๎ามฝ๓๖งแมํน้าโขง ตรงกับพระธาตุพนมในป๓จจุบัน จากนั้นได๎เดินทางเรื่อยมาตาม ลาน้าก่าและได๎แยกเดินตามลาห๎วย ยาง จนกระทั่งถึงทาเลที่เหมาะสมที่จะตัง้ บ๎านเรือนบริเวณดังกลําวนั้นเป๕นหนอง น้าขนาดใหญํ (หรือเรียกตามภาษา พื้นบ๎านวํากุด) บ๎านน๎อยกุดเซียงบานหรือบ๎านน๎อยในป๓จจุบัน ตํอมาได๎เกิดโรคระบาด ราษฎรได๎อพยพจากหมูบํ ๎านเดิม เดินทางไปทางทิศตะวันตกประมาณ 2000 เมตร (หนองไผํในป๓จจุบัน) ตํอมาทางราชการได๎กาหนดให๎มีการตัง้ ชื่อ หมูํบ๎านขึ้นในขณะนั้นประกอบกับได๎ เกิดโรคระบาดมากํอนในหมูํบ๎านเดิม ท๎าวโพธิสารมีความเชื่อวําการตั้งชื่อเหมือน หมูํบ๎านเดิมนั้นอาจกํอให๎เกิด โรคระบาดอีกจึงได๎มอบให๎ทางการตั้งชื่อให๎ใหมํ (เป๕นบ๎านห๎วยยาง) จนถึงป๓จจุบันและได๎ ตั้งนามสกุล ยางธิสาร ผู๎ใหญํบ๎านคนป๓จจุบัน คือนายพายัพ โต๏ะชาลี ตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ได๎มีการสารวจทุนและศักยภาพของพื้นทีร่ ะดับ หมูํบา๎ น ซึง่ สามารถจาแนกทุนและศักยภาพของพื้นที่ ออกเป๕น ๔ ระดับ ประกอบด๎วย (1) ระดับบุคคล (2) ระดับกลุํม/ แหลํงเรียนรู๎ (3) ระดับหนํวยงานและแหลํงประโยชน๑ และ (๔) ระดับหมูํบา๎ น (ชุมชน) จัดการตนเอง โดยมีรายละเอียด ดังนี้ หมูํที่ ๖มีทุนทางสังคม จาแนกได๎ดังนี้ (1) บุคคล จานวน 15 คน (2) กลุํมปฏิบัติการ/แหลํงเรียนรู๎ จานวน 11 แหลํง และ (3) หนํวยงาน/องค๑กร/แหลํงประโยชน๑ จานวน 4 แหํง โดยมีรายละเอียดดังตาราง
ตาราง ๖ ทุนและศักยภาพของพื้นที่ หมู่ที่ ๖ หมู่บ้าน ทุนทางสังคม หมู่ที่ ๖ 1. ระดับบุคคล บ้านห้วยยาง ๑.นายหวล ยางธิสาร ๒.นายพายัพ โต๏ะชาลี
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น เป๕นผู๎มีความเชี่ยวชาญด๎านหมอลาโดยเฉพาะลาภูไท นอกจากนี้ยังเป๕นพิธีกร และเป๕นปราชญ๑ชาวบ๎านด๎านพิธีกรรมตํางๆ เป๕นผู๎ใหญํบ๎านพาชาวบ๎านพัฒนาหมูํบ๎านจนได๎ตัวแทนจังหวัดในการ ประกวดหมูํบ๎าน อพป.และมีความชานาญในการเพาะกล๎าไม๎
๓.นายสาคร ยางธิสาร
เป๕นสมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบล ที่สามารถประสานการทางานกับ หมูํบ๎านตํางๆได๎และเป๕นไกด๑นาเที่ยวในชุมชน
๔.นายสมัย คาภูษา
เป๕นสมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบล ที่สามารถประสานการทางานกับ องค๑การบริหารสํวนตาบลนาป๓ญหาความเดือดร๎อนมาแจ๎งตํอสภาเพื่อหาแนว ทางแก๎ไข และยังเป๕นผู๎ที่มีความเชี่ยวชาญในการเพาะกล๎าไม๎
121/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
หมู่บ้าน
ทุนทางสังคม
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น
๔.นางเรณู ยางธิสาร
เป๕นประธานกลุํมทอผ๎าไหมเข๎าโครงการในสมเด็จพระนางเจ๎า พระบรมราชินีนาถ
๕.นายชัชวาล ยางธิสาร
เป๕นผู๎นากลุํมเยาวชนบ๎านห๎วยยางในการจัดหานักกีฬาลงแขํงขัน เชํนกีฬา ต๎านยาเสพติด กีฬาอาเภอโคกศรีสุพรรณเป๕นต๎น
๖.นายวิวัฒนา ยางธิสาร
เป๕นประธานมีความเชียวชาญเรื่องการเปุา เชํน ตํอกระดูก เปุาตาแดง เปุาขา เปุาหัว และดับพิษไฟ เป๕นต๎นกองทุนหมูํบ๎านสามารถบริหาร จัดการเงินกู๎ให๎กับสมาชิกกลุํมกองทุนในหมูํบ๎าน เป๕นประธานกลุํมเพื่อนชํวยที่รวมกันออมเงินและปลํอยให๎สมาชิกกู๎ยืมใน อัตราที่ต่า
๗.นายสุรัน โต๏ะชาลี
๘.นายสมุหไทย ยางธิสาร ประธานกลุํมผู๎ใช๎น้าและประธานกลุํม ชรบ. 9.นายวิษณุ เจริญชัย
ครูชานาญการพิเศษโรงเรียนบ๎านห๎วยยางที่มีความรู๎ ความสามารถในการ ทาเกษตรผสมผสานโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
10.นายพาดี ยางธิสาร
ทํานเป๕นปราชญ๑และเป๕นหมอสูตรประจาหมูํบ๎าน มีความเชียวชาญเรื่อง พิธีทางศาสนา การบายศรีสขูํ วัญเพื่อเป๕นการให๎กาลังใจแกํผเู๎ จ็บปุวย หรือผู๎ที่จะต๎องย๎ายที่อยูํหรือในพิธีกรรมตํางๆ เชํน ๑. สูตรขวัญแตํงงาน ๒.สูตรขวัญเสียเคราะห๑ ๓.บายศรีขึ้นบ๎านใหมํ ๔.ดูฤกษ๑ยาม
11.นางผองคา โต๏ะชาลี
มีความเชียวชาญเรื่องการเปุา เชํน ตํอกระดูก เปุาตาแดง เปุาขา เปุา หัว และดับพิษไฟ เป๕นต๎น
12.นายวันดี โต๏ะชาลี
มีความเชีย่ วชาญในการจักสาน เป๕นทีเ่ คารพนับถือของคนในชุมชน และมีสํวนรวมในการไกลํเกลี่ยการทะเลาะวิวาทรํวมกับฝุายปกครอง
13.นางเรียน ยางธิสาร
เป๕นปราชญ๑ชาวบ๎าน ผู๎นาด๎านการอนุรักษ๑ภูมิปญ ๓ ญาท๎องถิ่น เป๕นผู๎นา ด๎านจิตวิญญาณหมอธรรม หมอเหยา
14.นางพอดี จิตมาตย๑
เป๕นปราชญ๑ชาวบ๎าน หมอสมุนไพร และทอผ๎า
15.นางจินตนา พลราชม
เป๕นประธานกลุํมแมํบ๎านออมทรัพย๑ บริหารจัดการเงินกลุํมให๎สมาชิกกู๎ยืมใน อัตราดอกเบี้ยต่า
2. ระดับกลุ่ม/องค์กรชุมชน ๑.กลุํมปุ๋ยชีวภาพ ๒.กลุํมเลี้ยงโค
รวมกลุํมกันเพื่อผลิตปุ๋ยชีวภาพทดแทนการใช๎ปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพงและลด รายจํายในครัวเรือน พัฒนาการเลี้ยงโคให๎เกิดคุณภาพ เกิดมูลคําเป๕นรายได๎เพิ่มมากขึ้น 122/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
หมู่บ้าน
ทุนทางสังคม
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น
3. กลุํมโฮมสเตย๑บ๎านห๎วยยาง บริการบ๎านพักโฮมสเตย๑เพื่อรองรับนักทํองเทีย่ วที่เดินทางเข๎ามาเที่ยวใน พื้นที่ 4. กลุํมผู๎ใช๎น้า บริหารจัดการน้าชลประทานให๎เพียงพอตํอการใช๎ในการทาการเกษตร 5.กลุํม ชรบ. ปฏิบตั ิงานดูแลรักษาความปลอดภัยภายในหมูํบ๎านจากภัยยาเสพติด
และโจรผู๎ร๎าย 6..กลุํมกองทุนเงินล๎าน 7.กลุํมทอผ๎าพื้นเมือง 8.กลุํมเพาะพันธุ๑กล๎าไม๎ 9.กลุํมผู๎ใช๎น้าประปา 10.กลุํมเพื่อนชํวยเพื่อน 11.กลุํมเยาวชน
ให๎บริการกู๎ยืมเงิน ชํวยเหลือและบรรเทาความเดือดร๎อนของประชาชนใน หมูํบ๎านด๎านการเงิน ทอผ๎าไหมเพื่อสํงเข๎าโครงการในสมเด็จพระนางเจ๎าพระบรมราชื นีนาถโดย ได๎รับการสนับสนุนไหมจากโครงการ เป๕นการรวมกลุํมกันเพาะพันธุ๑กล๎าไม๎เพื่อจาหนําย ซึ่งมีกล๎าไม๎หลากหลาย ชนิดทั้งพืชผักสวนครัว และไม๎ยืนต๎น มากกวํา 62 ชนิด การรวมกลุํมกันเพื่อบริหารจัดการระบบน้าประปาในหมูํบ๎าน เน๎นการ บริหารในรูปแบบกรรมการ รวมกลุํมกันออมเงินเพื่อให๎สมาชิกกู๎ยืมไปลงทุนในการเพาะพันธุ๑กล๎าไม๎และ ใช๎จําย กลุํมเยาวชนที่รวมกันเพื่อดาเนินกิจกรรมด๎านการแขํงขันกีฬาและจัด กิจกรรมของเยาวชน
3. ระดับหน่วยงาน/แหล่งประโยชน์ ๑.อํางเก็บน้าห๎วยโท – ห๎วยยาง แหลํงน้าที่สาคัญของบ๎านห๎วยยางและตาบลเหลําโพนค๎อ ที่ครอบคลุมพื้นที่ จานวน 6,200 ไรํ ๒.วัดปุาพุทธนิมิต(อุโบสถดิน เป๕นวัดพอเพียงต๎นแบบที่มีอุโบสถ และกุฎิที่สร๎างจากดินแหํงแรกในประเทศ แหํงแรกในประเทศไทย) ไทย ๓.พระธาตุดอยอํางกุ๎ง เป๕นพระธาตุที่สร๎างบนภูเขาในเขตอุทยานแหํงชาติที่อยูํในเขตตาบลเหลํา โพนค๎อ ภายในบรรจุพระอรหันตธาตุ 24 พระองค๑ 4.ตลาดชุมชนบ๎านห๎วยยาง เป๕นตลาดที่พํอค๎า แมํค๎าในหมูํบ๎านและตํางถิ่นนาสินค๎ามาจาหนํายในวัน อังคารและวันศุกร๑
4. ระดับหมู่บ้าน (ชุมชน) จัดการตนเอง จัดตัง้ ธนาคารขยะ กลุํมฌาปนกิจสงเคราะห๑
จัดตัง้ ธนาคารขยะในหมูํบา๎ นนารายได๎บางสํวนเพื่อชํวยเหลือเป๕นเงิน ฌาปนกิจศพให๎กบั สมาชิก ชาวบ๎านได๎รวมกลุํมกันเพื่อชํวยเหลือซึ่งกันและกันในการจัดการงานศพ
สถานการณ์ปัญหา 1. ป๓ญหายาเสพติดจากสถานการณ๑ในป๓จจุบันที่สภาพสังคมที่มีการเปลีย่ นแปลงอยํางรวดเร็วมีผลตํอ ประชาชนบ๎านเหลําหมูํ ๖ จากการทีส่ ภาพวิถีชีวติ ได๎เปลี่ยนไปจากสังคมชนบทที่ประชาชนสํวนใหญํประกอบอาชีพ เกษตรกรรมมีความเป๕นอยูํอยํางเรียบงํายกลายเป๕นสังคมเมืองคนรุํนใหมํเปลี่ยนไปประกอบอาชีพในเมืองเพิ่มมากขึ้นมี การอพยพย๎ายไปทางานตํางถิ่นมากขึ้น พํอแมํผู๎ปกครองทิ้งให๎เด็กอยูํกับปูุยําตายาย ขาดความรักความอบอุํนจาก ผู๎ปกครอง เด็กมักไปจับกลุํมมั่วสุมกัน และเสพยาเสพติด(ยาแก๎ไอ) ๒. ป๓ญหาขยะในบริเวณพื้นที่สาธารณะ จากการบ๎านห๎วยยางหมูํ ๖ มีประชาชนเข๎ามาในพื้นที่มากขึ้นเพื่อเข๎า มาซื้อกล๎าไม๎ และเข๎ามาศึกษาดูงาน นอกจากนี้บ๎านห๎วยยางยังมีการจัดตลาดนัดคลองถมอาทิตย๑หนึ่ง ๒ วัน จึงมีผู๎นา ขยะเข๎ามาทิง้ ในพื้นที่จานวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่สาธารณะเชํน ปุาช๎า สองข๎างทาง เป๕นต๎น 123/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
โอกาสของการแก้ไขปัญหา ๑. ป๓ญหายาเสพติด หมูํบา๎ นได๎จัดโครงการรํวมกับองค๑การบริหารสํวนตาบลโรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพตาบล โพนค๎อ จัดทาโครงการปูองกันและแก๎ไขป๓ญหายาเสพติด โครงการอบรมฟื๗นฟู และฝึกอบรมอาชีพให๎กบั ผู๎ที่เคยเสพยา เสพติดในพื้นที่ ๒. ป๓ญหาขยะในบริเวณพื้นที่สาธารณะ หมูํบ๎านได๎รํวมกันจัดตัง้ ธนาคารขยะ เพื่อแก๎ไขป๓ญหาขยะในชุมชนโดยรับ ซื้อขยะ รายได๎ที่เกิดขึ้นบางสํวนหักไว๎เป๕นเงินฌาปนกิจสงเคราะห๑ให๎กับสมาชิก ประวัติหมู่บ้านเหล่าเหนือหมู่ ๗ บ๎านเหลําเหนือ หมูํ 7 ได๎แยกจากบ๎านเหลํา หมูํ ๕ ในปี พ.ศ. 2523 ซึ่งในขณะนั้น นายสมัง ขันทีท๎าว เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน เนื่องจากมีประชาชนและครัวเรือนจานวนเพิ่มขึน้ ผู๎ใหญํบา๎ นคนแรก คือ นายเปลีย่ น ขันทีท๎าว ป๓จจุบันนายณรงค๑ กัณหา เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน ตั้งแตํปี พ.ศ. 2549 ตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัด สกลนคร ได๎มีการสารวจทุนและศักยภาพของพื้นที่ระดับหมูบํ ๎าน ซึง่ สามารถจาแนกทุนและศักยภาพของพื้นที่ ออกเป๕น ๔ ระดับ ประกอบด๎วย (1) ระดับบุคคล (2) ระดับกลุํม/แหลํงเรียนรู๎ (3) ระดับหนํวยงานและแหลํงประโยชน๑ และ (๔) ระดับหมูบํ ๎าน (ชุมชน) จัดการตนเอง โดยมีรายละเอียด ดังนี้ หมูทํ ี่ ๗มีทุนทางสังคม จาแนกได๎ดงั นี้ (1) บุคคล จานวน 8 คน (2) กลุํมปฏิบัติการ/แหลํงเรียนรู๎ จานวน 5 แหลํง และ (3) หนํวยงาน/องค๑กร/แหลํงประโยชน๑ จานวน ๒ แหํง โดยมีรายละเอียดดังตาราง ตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรีสพุ รรณ จังหวัดสกลนคร ได๎มีการสารวจทุนและศักยภาพของพื้นที่ระดับ หมูํบา๎ น ซึง่ สามารถจาแนกทุนและศักยภาพของพื้นที่ ออกเป๕น ๔ ระดับ ประกอบด๎วย (1) ระดับบุคคล (2) ระดับกลุํม/ แหลํงเรียนรู๎ (3) ระดับหนํวยงานและแหลํงประโยชน๑ และ (๔) ระดับหมูํบา๎ น (ชุมชน) จัดการตนเอง โดยมีรายละเอียด ดังนี้ หมูํที่ ๒มีทุนทางสังคม จาแนกได๎ดังนี้ (1) บุคคล จานวน ๘ คน (2) กลุํมปฏิบัติการ/แหลํงเรียนรู๎ จานวน 5 แหลํง และ (3) หนํวยงาน/องค๑กร/แหลํงประโยชน๑ จานวน 2 แหํง โดยมีรายละเอียดดังตาราง
ตาราง ๗ ทุนและศักยภาพของพื้นที่ หมู่ที่ ๗ หมู่บ้าน หมู่ที่ ๗ บ้านเหล่า เหนือ
ทุนทางสังคม 1. ระดับบุคคล
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น
๑.นายบรรเลง คูณเศษ
เป๕นปราช๑ญชาวบ๎านมีความเชี่ยวชาญด๎านการดูหมอ
๒.นายณรงค๑ กันหา
เป๕นผู๎ใหญํบ๎านพาชาวบ๎านพัฒนาหมูํบ๎านจนได๎รับรางวัลหมูํบ๎านเศรษฐกิจ พอเพียงต๎นแบบ มีความเป๕นผู๎นาสามารถประสานงาน ประชาสัมพันธ๑ ขําวสารกิจกรรมของชุมชน
๓.น.ส.กองมณี ขันทีท๎าว
เป๕นสมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลและเป๕น อสม.ที่สามารถประสาน การทางานกับหมูํบ๎านตํางๆได๎และเป๕นผู๎เชื่อมโยงระบบสุขภาพระหวําง หมูํบ๎านและหนํวยบริการสาธารณสุขในพื้นที่
๔.นายอินเขียน น๎อยทะรงค๑
เป๕นปราช๑ญชาวบ๎านมีความชานาญเรื่องสมุนไพรยารักษาโรคและเรื่องจัก สาน ที่ชาวบ๎านให๎ความเคารพนับถือ
๕.นางนิยม บุตรชาติ
เป๕นประธานกลุํมทอผ๎าไหม มัดหมี่
124/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
หมู่บ้าน
ทุนทางสังคม
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น
๖.นางภาวิณี แสนศรี
มีความเชี่ยวชาญด๎านหมอเปุา และบทบาทสตรีในชุมชน
๗.นายหนูพันธ๑ ขันท๎าว
เป๕นแกนนาหมูํบ๎าน ที่ชาวบ๎านให๎ความเคารพนับถืออดีตเคยดารงตาแหนํง ประธานสภาองค๑การบริหารสํวนตาบล
๘. นายประสงค๑ศิลป์ คาภูษา
เป๕นสมาชิกสภาองค๑การบริหารสํวนตาบลและเป๕นชํางตัดผม
2. ระดับกลุ่ม/องค์กรชุมชน ๑.กลุํมแมํบ๎านเกษตรเหลํา
เหนือพัฒนา ๑.กลุํมพัฒนาบทบาทสตรี ๓.กลุํมกองทุนเงินล๎าน 4.กลุํมผู๎ใช๎นาประปา 5.กลุํมน้ายาล๎างจาน
รวมกลุํมกันแปรรูปผลไม๎ในท๎องถิ่นเชํนหมากเมํา มะขามปูอม เสาวรส เพื่อ จาหนํายเป๕นผลไม๎พร๎อมดื่ม พัฒนาศักยภาพและบทบาทของสตรีในหมูํบ๎านโดยได๎รับงบประมาณ สนับสนุนจากองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ให๎บริการกู๎ยืมเงิน ชํวยเหลือและบรรเทาความเดือดร๎อนของประชาชนใน หมูํบ๎านด๎านการเงิน รวมกลุํมบริหารจัดการน้าประปาในหมูํบ๎านได๎อยํางมีประสิทธิภาพเกิดผล กาไร พัฒนากองทุนแมํของแผํนดินให๎มั่นคงและเป๕นศูนย๑รวมที่มีความเชื่อมโยงกับ กองทุนตํางๆ
3. ระดับหน่วยงาน/แหล่งประโยชน์ ๑.สานักสงฆ๑หนองทอย ๒.ศาลาประชาคม
4. ระดับหมู่บ้าน (ชุมชน) จัดการตนเอง กลุํมผู๎ใช๎น้าประปา
สถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชุมชนและสถานที่ประกอบพิธีกรรมตํางๆด๎าน การเรียนรู๎วัฒนธรรมประเพณี เป๕นสถานที่ประชาคมของหมูํบ๎าน และทากิจกรรมตํางๆของชุมชน บริหารจัดการน้าประปาในหมูํบ๎านได๎อยํางมีประสิทธิภาพเกิดผลกาไร
สถานการณ์ปัญหา ๑. ปัญหาผู้ปุวยโรคเรื้อรัง ในป๓จจุบันป๓ญหาโรคเรื้อรังในบ๎านเหลําเหนือหมูํ ๗ มีจานวนเพิม่ ขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมในการบริโภคอาหารที่มีการ บริโภคอาหารมันและหวานมากขึ้น นอกจากนี้ประชาชนยังขาดการออกกาลังกาย มีผู๎สงู อายุทเี่ ป๕นกลุํมเสีย่ ง โรคเบาหวาน ความดันเพิ่มมากขึ้น ๒. ปัญหาเด็กวัยรุ่นเยาวชนมั่วสุมเลิกเรียนกลางคัน จากสภาวะเศรษฐกิจในป๓จจุบันที่ประชาชนมีรายจํายมากกวํารายรับ ประกอบกับพื้นที่ทากินมีน๎อยไมํสามารถสร๎าง รายได๎เพียงพอตํอการใช๎จํายในชีวิตประจาวันทาให๎ต๎องไปทางานตํางถิ่น ปลํอยให๎ลูก อยูํกับปูยุ ําตายายทาให๎เด็กขาด ความอบอุํน ติดเพื่อน ไมํสนใจการเรียน โอกาสของการแก้ไขปัญหา ๑. ปัญหาผู้ปุวยโรคเรื้อรังในพื้นที่ จัดให๎มีกิจกรรมตรวจคัดกรองโดยอสม.ที่รับผิดชอบครัวเรือนเปูาหมาย รวมทัง้ ติดตามให๎ความรู๎การเสี่ยง ลดโรคเรื้อรัง การสํงตํอผูป๎ ุวยเพื่อการรักษาทีถ่ ูกต๎อง จัดกิจกรรมยกยํองเชิดชูบุคคลต๎นแบบลดโรคเบาหวาน ความดัน ๒. ปัญหาเด็กวัยรุ่นเยาวชนมั่วสุมเลิกเรียนกลางคัน 125/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
จัดกิจกรรมครอบครัวอบอุํนสร๎างความรักความเข๎าใจในครอบครัว จัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนเพื่อการดูแลชํวยเหลือซึ่ง กันและกันของเด็กเยาวชน สร๎างกิจกรรมให๎เด็กและเยาวชนได๎บาเพ็ญตนให๎เป๕นประโยชน๑รวมทั้งหางานที่เหมาะสมให๎ ทาในชํวงปิดเทอม ประวัติหมู่บ้านดงน้อยหมู่ ๘ บ๎านดงน๎อย หมูํ ๘ ได๎แยกหมูบํ ๎านจากบ๎านดง หมูํ ๓ เนื่องจากมีประชากรเพิ่มมากขึ้นและการตัง้ บ๎านเรือน ของชาวบ๎านอยูํหาํ งกันเป๕นกลุํมๆ ทาให๎การติดตํอประสานงานทาได๎ไมํดีเทําที่ควร จึงได๎มีการแยกหมูํบ๎านเป๕นดงน๎อย หมูํ ๘ โดยมีผู๎ใหญํบ๎านคนแรกคือ นายทวีศักดิ์ พรมเมือง ตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ได๎มีการสารวจทุนและศักยภาพของพื้นที่ระดับหมูํบ๎าน ซึง่ สามารถจาแนกทุนและศักยภาพของพื้นที่ ออกเป๕น ๔ ระดับ ประกอบด๎วย (1) ระดับบุคคล (2) ระดับกลุมํ /แหลํง เรียนรู๎ (3) ระดับหนํวยงานและแหลํงประโยชน๑ และ (๔) ระดับหมูํบ๎าน (ชุมชน) จัดการตนเอง โดยมีรายละเอียด ดังนี้ หมูํที่ ๘มีทุนทางสังคม จาแนกได๎ดังนี้ (1) บุคคล จานวน 10 คน (2) กลุํมปฏิบตั ิการ/แหลํงเรียนรู๎ จานวน 2 แหลํง และ (3) หนํวยงาน/องค๑กร/แหลํงประโยชน๑ จานวน ๒ แหํง โดยมีรายละเอียดดังตาราง
ตาราง ๘ ทุนและศักยภาพของพื้นที่ หมู่ที่ ๘ หมู่บ้าน หมู่ที่ ๘
ทุนทางสังคม 1. ระดับบุคคล
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น
1. นายวิพล หาญชนะ
เป๕นผู๎ใหญํบ๎านและอาสาพัฒนาชุมชนในด๎านบทบาทผู๎นาชุมชน มีความเป๕น ผู๎นา และประชาสัมพันธ๑ขําวสารกิจกรรมของชุมชน
2. นางวัชราภรณ๑ ฤกษ๑ฉวี
เป๕นครูและมีความสามารถด๎านการประชาสัมพันธ๑และพิธีกรประจาหมูํบ๎าน
3. นายภูวนาท ศรีเพียไชย๑
เป๕นผู๎ที่มีความชานาญด๎านชํางไฟฟูาและชํางปูน และเป๕นอาสาพัฒนาชุมชน ด๎านการประสานงานกลุํมตํางๆในหมูํบ๎าน
4.นางศรีนคร ลีนาลาด
เป๕นผู๎มีความรู๎ด๎านการตัดเย็บผ๎า และผู๎นาทางศาสนา
5.นายเนาวรัตน๑ คาโสมศรี
เป๕นปราช๑ญชาวบ๎านมีความชานาญเรื่องสมุนไพรยารักษาโรคและเรื่องจัก สาน ที่ชาวบ๎านให๎ความเคารพนับถือ
6. นางเสาวลักษณ๑ ครโสภา
เป๕นข๎าราชการครู และมีความสามารถด๎านการฟูอนรา
7. นางรัศมี นนท๑คาวงค๑
เป๕นประธานกลุํมทอผ๎าและผู๎ที่ชาวบ๎านเคารพนับถือ มีบทบาทด๎านศาสนา และกลุํมสตรี
8. นางศิริลักษณ๑ ชินบุตร
พัฒนาการเลี้ยงโคเพื่อให๎ได๎โคที่มีคุณภาพและตามความต๎องการของผู๎ซื้อ
9.นายวิจิตร พวงมะหวาย
เป๕นประธานกลุํมเยาวชนและสํงเสริมเยาวชนในหมูํบ๎านให๎รักการเลํนกีฬา
๑0.นางคาผง นามเกตุ
เป๕นผู๎นาด๎านบทบาทสตรีและมีความสามารถด๎านการทอผ๎า
2. ระดับกลุ่ม/องค์กรชุมชน 1. กลุํมเลี้ยงโคพันธ๑พื้นเมือง
พัฒนาการเลี้ยงโคพันธ๑พื้นเมืองให๎ได๎สายพันธ๑ที่ลูกค๎าต๎องการและปริมาณ มากต๎นทุนต่าแตํกาไรสูง 126/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
หมู่บ้าน
ทุนทางสังคม
2. กลุํมออมทรัพย๑ 3. ระดับหน่วยงาน/แหล่งประโยชน์ ๑.หนองกุดแกลบ ๒.ศาลาประชาคม
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น บริหารจัดการออมทรัพย๑สํงเสริมให๎ชาวบ๎านรู๎จักการออม หนองน้าใหญํประจาหมูํเพื่อการเกษตร มีน้าตลอดทั้งปีเป๕นน้าไว๎ใช๎ปลูกผัก ทาสวนและเป๕นแหลํงอนุรักษ๑พันธุ๑สัตว๑น้า เป๕นสถานที่ประชาคมของหมูํบ๎าน และทากิจกรรมตํางๆของชุมชน
4. ระดับหมู่บ้าน (ชุมชน) จัดการตนเอง การอนุรกั ษ๑พันธุ๑สัตว๑น้า
จัดทาข๎อตกลงในการอนุรกั ษ๑พันธุ๑สัตว๑และประกาศเขตห๎ามจับ สัตว๑น้า
สถานการณ์ปัญหา ๑. ป๓ญหาขยะการทิ้งขยะในพื้นที่สาธารณะ บ๎านดงน๎อย หมูํ ๘ เป๕นหมูํบ๎านที่มีพื้นทีป่ ุาช๎าที่อยูํหํางไกลจาก หมูํบ๎าน จึงมักมีผู๎นาขยะไปทิ้งทาให๎ปุาชุมชนสกปรก ๒. ป๓ญหาเกี่ยวกับยาเสพติดระบาดในกลุํมเยาวชนเยาวชนมีความอยากรู๎อยากลองติดเพื่อนมีการชักชวนกัน ไปลองยาเสพติดโดยเฉพาะยาแก๎ไอ ครอบครัวแตกแยกพํอแมํไมํมีเวลาให๎ลูกจึงทาติดเพื่อนและอยูํกับเพื่อนมากกวํา พํอแมํ บางคนถึงกับเลิกเรียนกลางคัน โอกาสของการแก้ไขปัญหา ๑. ป๓ญหาขยะในบริเวณพื้นที่สาธารณะ หมูบํ ๎านได๎รํวมกันจัดตั้งธนาคารขยะ เพื่อแก๎ไขป๓ญหาขยะในชุมชน โดยรับซื้อขยะ รายได๎ที่เกิดขึ้นบางสํวนหักไว๎เป๕นเงินฌาปนกิจสงเคราะห๑ให๎กับสมาชิก ๒. ป๓ญหายาเสพติด หมูํบา๎ นได๎จัดโครงการรํวมกับองค๑การบริหารสํวนตาบลโรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพ ตาบลโพนค๎อ จัดทาโครงการปูองกันและแก๎ไขป๓ญหายาเสพติด โครงการอบรมฟื๗นฟู และฝึกอบรมอาชีพให๎กบั ผู๎ที่เคย เสพยาเสพติดในพื้นที่ ประวัติหมู่บ้านห้วยยางเหนือหมู่ ๙ บ๎านห๎วยยางเหนือ หมู9ํ ได๎แยกจากบ๎านห๎วยยาง หมูํ ๖ ในปี พ.ศ. 25๓๒เนื่องจากจานวนประชากรและ ครัวเรือนที่เพิ่มมากขึ้น โดยมีผู๎ใหญํบ๎านคนแรกคือ นายสนิท ยางธิสาร คนตํอมาคือนายวิกรานต๑ โต๏ะชาลี และ ผู๎ใหญํบ๎านคนป๓จจุบัน คือนายทวีชัย ยางธิสาร ตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ได๎มีการสารวจทุนและศักยภาพของพื้นทีร่ ะดับ หมูํบา๎ น ซึง่ สามารถจาแนกทุนและศักยภาพของพื้นที่ ออกเป๕น ๔ ระดับ ประกอบด๎วย (1) ระดับบุคคล (2) ระดับกลุํม/ แหลํงเรียนรู๎ (3) ระดับหนํวยงานและแหลํงประโยชน๑ และ (๔) ระดับหมูํบา๎ น (ชุมชน) จัดการตนเอง โดยมีรายละเอียด ดังนี้ หมูํที่ ๙มีทุนทางสังคม จาแนกได๎ดังนี้ (1) บุคคล จานวน 9 คน (2) กลุํมปฏิบัติการ/แหลํงเรียนรู๎ จานวน 3 แหลํง และ (3) หนํวยงาน/องค๑กร/แหลํงประโยชน๑ จานวน 7 แหํง โดยมีรายละเอียดดังตาราง
ตาราง ๙ ทุนและศักยภาพของพื้นที่ หมู่ที่ ๙ หมู่บ้าน ทุนทางสังคม หมู่ที่ ๙ 1. ระดับบุคคล บ้านห้วยยาง ๑.นายเซ็ง คาเพชรดี เหนือ
๒.นายทวีชัย ยางธิสาร
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น เป๕นหมอสมุนไพรด๎านยารักษาโรค เป๕นผู๎ใหญํบ๎านและอาสาพัฒนาชุมชนในด๎านบทบาทผู๎นาชุมชน มีความเป๕น ผู๎นา และประชาสัมพันธ๑ขําวสารกิจกรรมของชุมชน 127/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
หมู่บ้าน
ทุนทางสังคม
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น
๓.นายเลา ยางธิสาร
เป๕นผู๎ที่มีความเชี่ยวชาญทางด๎านหมอสูตร ในพิธีการตํางๆ เชํน งานแตํงงาน งานบวช เป๕นต๎น
๔.นายยก ยางธิสาร
เป๕นผู๎มีความสามารถเรื่องดนตรีพื้นเมือง เปุาแคน
๕.นางสนที ยางธิสาร
เป๕นประธานกลุํม อสม.แลพผู๎มีความสามารถเรื่อง หมอดู การดูลายมือ
๖.นางวงค๑จันทร๑ ยางธิสาร
เป๕นผู๎ที่มีบทบาทด๎านกลุํมสตรี และมีความรู๎เรื่องการทอผ๎า
๗.นายจบ ยางธิสาร
เป๕นผู๎มีความสามารถเรื่องดนตรีพื้นเมือง กลองยาว และผู๎นาชุมชนด๎านการ พัฒนาปุาชุมชนและกลุํมอาชีพ
๘. นางไขํคูณ ยางธิสาร
เป๕นผู๎ที่มีความรู๎เรื่องการทอผ๎า
๙. นายเสรีไทย ฮํมปุา
เป๕นสมาชิก อบต.และมีความสามารถด๎านการประชาสัมพันธ๑ พิธีกรประจา หมูํบ๎าน
2. ระดับกลุ่ม/องค์กรชุมชน ๑.กลุํมทอผ๎า 2.กลุํมกองทุนเงินล๎าน 3.กลุํมดนตรีพื้นบ๎าน
พัฒนาและบูรณาการผลิตภัณฑ๑ในการทอผ๎าให๎ได๎มาตรฐาน และสามารถ ผลิตได๎ในปริมาณมากเพื่อจาหนํายให๎กับลูกค๎าทัน ให๎บริการกู๎ยืมเงิน ชํวยเหลือและบรรเทาความเดือดร๎อนของประชาชนใน หมูํบ๎านด๎านการเงิน สํงเสริมและชักชวนให๎เด็กและเยาวชนสนใจเลํนดนตรีพื้นบ๎าน เชํนวงกลอง ยาวประจาหมูํบ๎าน
3. ระดับหน่วยงาน/แหล่งประโยชน์ ๑.ห๎วยโท-ห๎วยยาง 2. หนองไผํ 3. สานักสงฆ๑ผู๎น๎อยอํางแก๎ว 4. อํางเก็บน้าห๎วยน๎อย 5. ศูนย๑พัฒนาเด็กเล็ก 6. ดอนปูุตา 7. ศาลาประชาคม
4. ระดับหมู่บ้าน (ชุมชน) จัดการตนเอง -
อํางเก็บน้าห๎วยโท-ห๎วยยาง ใช๎น้าเพื่ออุปโภคและการเกษตรเป๕นอํางเก็บน้าที่ ชาวบ๎านใช๎ประโยชน๑เพื่อการเกษตรตลอดทั้งปี แหลํงน้าเพื่อการเกษตรและเพาะพันธุ๑สัตว๑น้าของหมูํบ๎าน เป๕นศูนย๑รวมจิตใจและประกอบศาสนพิธีของชาวบ๎านห๎วยยางเหนือหมูํ 9 อํางเก็บน้าขนาดเล็กที่กักเก็บไว๎ใช๎เพื่อการเกษตรทั้งในฤดูฝนและฤดูแล๎ง สํงเสริมการศึกษาในเด๎กกํอนวัยเรียน 2 – 5 ปี ในพื้นทีบริการบ๎านห๎วยยาง ห๎วยยางเหนือ เป๕นสถานศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ๎านใช๎ประกอบพิธีกรรมเลี้ยงบรรพบุรุษ เป๕นสถานที่ประชาคมของหมูํบ๎าน และทากิจกรรมตํางๆของชุมชน
-
สถานการณ์ปัญหา ๑. ปัญหาเด็กเยาวชนติดเกมส์ เนื่องจากพํอแมํผปู๎ กครองในบ๎านห๎วยยางหมูทํ ี่ ๙ สํวนมากเป๕นวัยกาลัง 128/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ทางานต๎องออกจากบ๎านแตํเช๎ากลับบ๎านค่า ทาให๎เด็กต๎องอยูบํ ๎านตามลาพัง ให๎เวลาวํางเลํนเกมส๑หลังจากเลิกเรียน จึง ทาให๎เด็กติดเกมส๑ซึ่งเป๕นป๓ญหาที่พบมากในขณะนี้ ๒. ปัญหาหนี้สินในครัวเรือนประชาชนบ๎านห๎วยยางเหนือ หมูทํ ๙ี่ มีผู๎พิการที่ไมํสามารถชํวยเหลือตัวเองได๎ และมีจานวนผู๎สูงอายุมากนอกจากนี้ยงั มีผู๎ปุวยติดเตียงที่ครอบครัวดูแลไมํดเี ทําทีค่ วรเป๕นภาระให๎กับครอบครัวทาให๎ ไมํสามารถใช๎ชีวติ ประจาวันได๎ตามปกติ กํอให๎เกิดป๓ญหาหนี้สินตามมา โอกาสของการแก้ไขปัญหา ๑. ผู๎ปกครองก็ต๎องคอยดูแลและสังเกตพฤติกรรมการเลํนเกมของเด็กวําเริ่มเลํนเกมมากเกินไปจนเกิด การติดแล๎วหรือยัง เพื่อที่จะชํวยเหลือและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกํอนเกิดป๓ญหาหรือผลเสีย ๒. ป๓ญหาหนี้สิน จากสถานการณ๑ในป๓จจุบันสังคมเมืองเกิดขึ้นอยํางรวดเร็ว ทาให๎ประชาชนบ๎านเหลํา หมูํ ๕ มีการใช๎ จํายในชีวิตประจาวันเกินรายรับ ทาให๎ต๎องมีการกูย๎ ืมเงินมาเพื่อใช๎จํายและมีหนี้สินตามมา ๒. ป๓ญหาหนี้สินในครัวเรือนหมูํบ๎านได๎รวมกลุํมกัน ผลิตปุ๋ยชีวภาพเพื่อลดรายจําย รวมกลุํมเลี้ยงโคขุน เลี้ยงไกํเนื้อ และตัง้ กลุํมสวัสดิการออมทรัพย๑เพื่อให๎สมาชิกกู๎ยืม ประวัติหมู่บ้านโพนสูงหมู่ ๑๐ บ๎านโพนสูง หมู๑ํ ๐ ได๎แยกจากบ๎านโพนค๎อ หมูํ ๑ ในปี พ.ศ. 25๔๒เนื่องจากจานวนประชากรและ ครัวเรือนที่เพิ่มมากขึ้น โดยมีผู๎ใหญํบ๎านคนแรกคือ นายอาบภูมิ กมูลลึก นายประสาน พลราชม และผู๎ใหญํบา๎ นคน ป๓จจุบัน คือนายวีราวัฒน๑ เทือกตาหลอย ตาบลเหลําโพนค๎ออาเภอโคกศรีสุพรรณจังหวัดสกลนครได๎มีการสารวจทุนและศักยภาพของพื้นที่ระดับ หมูํบ๎านซึ่งสามารถจาแนกทุนและศักยภาพของพื้นที่ออกเป๕น๔ระดับประกอบด๎วย (1) ระดับบุคคล (2) ระดับกลุํม/ แหลํงเรียนรู๎ (3) ระดับหนํวยงานและแหลํงประโยชน๑และ (๔) ระดับหมูํบ๎าน (ชุมชน) จัดการตนเองโดยมีรายละเอียด ดังนี้หมูํที่10มีทุนทางสังคมจาแนกได๎ดังนี้ (1) บุคคลจานวน 13 คน (2) กลุํมปฏิบัติการ/แหลํงเรียนรู๎จานวน 4 แหลํงและ (3) หนํวยงาน/องค๑กร/แหลํงประโยชน๑จานวน ๒ แหํงโดยมีรายละเอียดดังตาราง
ตาราง ๑๐ ทุนและศักยภาพของพื้นที่ หมู่ที่ ๑๐ หมู่บ้าน ทุนทางสังคม หมู่ที่ ๑๐ 1. ระดับบุคคล บ้านโพนสูง ๑.นายสมพงศ๑ พลราชม
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น เป๕นหมอแคน
๒.นายศิริ พลราชม
อดีตกานันตาบลเหลําโพนค๎อและเป๕นผู๎นาทางศาสนาพิธี เป๕นที่เคารพนับถือ ของชาวบ๎าน
๓.นายจรูญศักดิ์ ธนะคาดี
เป๕นข๎าราชการครูและมีรู๎เชี่ยวชาญทางด๎านการเกษตร และการใช๎ปุ๋ยชีวภาพ
๔.นางวราภรณ๑ ธนะคาดี
เป๕นข๎าราชการครูและมีรู๎เชี่ยวชาญทางด๎านการภาษาอังกฤษ และฟูอนรา
๕.นางพิศสมัย คาเพชร
เป๕นประธานกลุํม ทอเสื่อ และประธานกลุํม อสม.ผู๎นากลุํมสตรีบ๎านโพนสูง
๖.นางวัฒนา พลราชม
เป๕นผู๎ที่มีบทบาทด๎านกลุํมสตรี และมีความรู๎เรื่องการทอผ๎า
๗.นายวินัย ธนะคาดี
เป๕นผู๎มีความสามารถเรื่องจักสาน และผู๎นาชุมชนด๎านการพัฒนาปุาชุมชน และกลุํมอาชีพ
129/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
หมู่บ้าน
ทุนทางสังคม
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น
๘. นางอวยพร พลราชม
เป๕นผู๎ที่มีความรู๎เรื่องการทอผ๎า
9. นายศูนย๑ พลราชม
เชี่ยวชาญด๎าน การดูหมอ ดูดวง เป๕นที่เคารพของชาวบ๎านโพนสูง
10. นางนุภาพ บุญปากดี
หมอยาหมอสมุนไพรพื้นบ๎าน ยาแก๎โรคกระเพา ยาแก๎ไอ หมอเปุาตาแดง เปุาห๎ามเลือด เปุาดับพิษไฟ มีความเชี่ยวชาญด๎านการรักษาโรคด๎วยยาต๎ม สมุนไพรพื้นบ๎าน ทอผ๎ามัดหมี่ ทาพานบายศรีสูํขวัญ
11.นายกมลรัตน๑ พลราชม
มีความรู๎ด๎านการทอผ๎าพื้นเมือง เชี่ยวชาญด๎านการทาผ๎าย๎อมคราม เป๕น วิทยากรสอนการทอผ๎าไหม มัดหมี่ให๎กลุํมตํางๆในหมูํบ๎าน ป๓จจุบัน รับจ๎าง ย๎อมผ๎าคราม
12. นายเลิศณรงค๑ พลราชม
เชี่ยวชาญงานไม๎ งานกํอสร๎าง เลํนดนตรีกลองยาว เชี่ยวชาญด๎านการดีด พิณ ป๓จจุบันรับจ๎างทาเฟอร๑นิเจอร๑ไม๎
13. นายวีราวัฒน๑ เทือกตา หรอย
เป๕นผู๎ใหญํบ๎าน และผู๎นาชุมชน ประชาสัมพันธ๑ พิธีกรประจาหมูํบ๎าน
2. ระดับกลุ่ม/องค์กรชุมชน ๑.กลุํมทอผ๎า ๒.กลุํมอสม.
๓.กลุํมกองทุนเงินล๎าน ๔.กลุํมดนตรีพื้นบ๎าน
พัฒนาและบูรณาการผลิตภัณฑ๑ในการทอผ๎าให๎ได๎มาตรฐาน และสามารถ ผลิตได๎ในปริมาณมากเพื่อจาหนํายให๎กับลูกค๎าทัน การจัดการสาธารณสุขชุมชน การดูแลชุมชน การปูองกันและเฝูาระวัง โรคติดตํอ และเป๕นหนํวยงานที่ให๎คาปรึกษาแกํชุมชนในเรื่องการดูแลสุขภาพ เบื้องต๎น ให๎บริการกู๎ยืมเงิน ชํวยเหลือและบรรเทาความเดือดร๎อนของประชาชนใน หมูํบ๎านด๎านการเงิน สํงเสริมและชักชวนให๎เด็กและเยาวชนสนใจเลํนดนตรีพื้นบ๎าน เชํนวงกลอง ยาวประจาหมูํบ๎าน
3. ระดับหน่วยงาน/แหล่งประโยชน์ ๑. ปุาชุมชน 2. วัดปุาอัมพวัน 3. ศาลาประชาคม
4. ระดับหมู่บ้าน (ชุมชน) จัดการตนเอง -
ปุาชุมชน บ๎านโพนสูง แหลํงทามาหากินของชาวบ๎าน เป๕นที่สถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และฌาปนกิจศพ เป๕นสถานที่ประชาคมของหมูํบ๎าน และทากิจกรรมตํางๆของชุมชน
-
สถานการณ์ปัญหา ๑.ปัญหาปุ๋ยเคมีราคาแพง เนื่องจากราคาน้ามันที่ปรับสูงขึ้น และเกษตรกรสํวนใหญํเลีย้ งโคและควายน๎อยลง ทาให๎ไมํมีปุ๋ยคอกมีน๎อยจึงหันมาใช๎ปุ๋ยเคมีมากขึ้น ทาให๎ต๎นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นชาวบ๎านได๎รวมกลุํมกันผลิตปุ๋ยชีวภาพ
130/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
๒. ปัญหาดินเสื่อมสภาพ ผลผลิตทางการเกษตรตกต่า เนื่องจากในป๓จจุบันมีการใช๎ปุ๋ยเคมี สารเคมีมากขึ้นทา ให๎ดินเสื่อมสภาพ เมื่อปลูกข๎าวหรือพืชฤดูแล๎งก็ไมํได๎ผลผลิตเทําที่ควร ทาให๎เกษตรประสบป๓ญหาขาดทุนในการผลิต พืชผลทางการเกษตร โอกาสของการแก้ไขปัญหา ๑.ปัญหาปุ๋ยเคมีราคาแพง ได๎มีการรวมกลุํมกันผลิตปุย๋ ชีวภาพเพื่อทดแทนการใช๎ปยุ๋ เคมี รวมทั้งให๎มีการคัดแยกขยะเพื่อทาเป๕นปุ๋ยหมักไว๎ ใช๎ ๒.ปัญหาดินเสื่อมสภาพ ผลผลิตทางการเกษตรตกต่า มีการจัดกิจกรรมรํวมกับศูนย๑ถาํ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตรในการรณรงค๑ไถกลบตอซังเพื่อเพิ่มอินทรีย๑วตั ถุ ให๎กับดิน สํงเสริมการผลิตปุ๋ยชีวภาพปุย๋ หมัก ปุย๋ คอก และงดการใช๎สารเคมี ประวัติหมู่บ้านน้อยหนองไผ่สวนหมู่ ๑๑ บ๎านน๎อยหนองไผํสวน หมูํที่ 11 ตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร เมื่อประมาณ 80 ปี ที่ผํานมา มี 3 ครอบครัวย๎ายมาจากบ๎านเหลําอุดม (ป๓จจุบันบ๎านเหลําอุดมแยกเป๕น 2 หมูํบ๎าน บ๎านเหลําเหนือ บ๎านเหลํา หมูํที่ 5 ) โดยการย๎ายมาอยูหํ ัวไรํปลายนา ครอบครัวนาย เจีย คาภูษา ภรรยา นางลด คาภูษา นายโพย คา ภูษา ภรรยา นางชัง่ คาภูษา และครอบครัว นายอ๎วน ศรีกะษร ภรรยา นางอิน ศรีกะษร ได๎มาขึ้นทะเบียนราชบ๎าน หนองเหียน หมูํที่ 4 ตาบลเหลําโพนค๎อ เมื่อปี พ.ศ.2543 วันที่ 29 สิงหาคม ได๎แยกการปกครองมาขึ้นทะเบียนราช เป๕นหมูํบ๎านน๎อยหนองไผํสวน ตาบลเหลําโพนค๎ออาเภอโคกศรีสุพรรณจังหวัดสกลนครได๎มีการสารวจทุนและศักยภาพของพื้นที่ระดับ หมูํบ๎านซึ่งสามารถจาแนกทุนและศักยภาพของพื้นที่ออกเป๕น๔ระดับประกอบด๎วย (1) ระดับบุคคล (2) ระดับกลุํม/ แหลํงเรียนรู๎ (3) ระดับหนํวยงานและแหลํงประโยชน๑และ (๔) ระดับหมูํบ๎าน (ชุมชน) จัดการตนเองโดยมีรายละเอียด ดังนี้หมูํที่11มีทุนทางสังคมจาแนกได๎ดังนี้ (1) บุคคลจานวน6คน (2) กลุํมปฏิบตั ิการ/แหลํงเรียนรู๎จานวน3 แหลํง และ (3) หนํวยงาน/องค๑กร/แหลํงประโยชน๑จานวน๒แหํงโดยมีรายละเอียดดังตาราง
ตาราง ๑๑ ทุนและศักยภาพของพื้นที่ หมู่ที่ ๑๑ หมู่บ้าน ทุนทางสังคม หมู่ที่ ๑๑ 1. ระดับบุคคล ๑.นายสมภาร คาภูษา บ้านน้อย หนองไผ่สวน
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น เป๕นผู๎ที่มีความรู๎เรื่องการรักษาโรคโดยใช๎สมุนไพร และการเปุา
๒.นายคอนชัย บุตรชาติ
มีความรู๎และเชี่ยวชาญงานชํางไม๎ประจาหมูํบ๎าน และผู๎นากลุํมอาชีพ
๓.นายโสม คาภูษา
มีความสามารถเรื่องงานชํางปูน ชํางไม๎
๔.นายประเวส ศรีกะษร
เป๕นผู๎ใหญํบ๎านและผู๎นาชุมชน ประสานงานด๎านบทบาทผู๎นากลุํมตํางๆ
๕.นายหนุํม ศรีกะษร
เป๕นผู๎ที่มีความสามารถงานชํางเชื่อม และงานกํอสร๎าง
๖.นายสมชาย พูลพร๎อม
เป๕นสมาชิก อบต.และผู๎นากลุํมเยาวชนสํงเสริมการออกกาลังกาย
2. ระดับกลุ่ม/องค์กรชุมชน ๑.กลุํมปลูกเห็ดบด เห็ดขอนขาว มีความชานาญในการปลูกเห็ดบด เห็ดขอนขาว 131/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
หมู่บ้าน
ทุนทางสังคม
บทบาท ความเชี่ยวชาญ กิจกรรมเด่น งานเด่นหรือเรื่องเด่น
2.กลุํมกองทุนเงินล๎าน
ให๎บริการกู๎ยืมเงิน ชํวยเหลือและบรรเทาความเดือดร๎อนของประชาชนใน หมูํบ๎านด๎านการเงิน พัฒนาการเลี้ยงโคพันธ๑พื้นเมืองให๎ได๎สายพันธ๑ที่ลูกค๎าต๎องการและปริมาณ มากต๎นทุนต่าแตํกาไรสูง
3.กลุํมเลี้ยงโคพันธ๑พื้นเมือง 3. ระดับหน่วยงาน/แหล่งประโยชน์ ๑.สานักแมํชีสุบัญ ๒.ศาลาประชาคม
4. ระดับหมู่บ้าน (ชุมชน) จัดการตนเอง -
สถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวบ๎านน๎อยหนองไผํสวน เป๕นสถานที่ประชาคมของหมูํบ๎าน และทากิจกรรมตํางๆของชุมชน
-
สถานการณ์ปัญหา ๑. ปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดระบาดในกลุ่มเยาวชนเยาวชนมีความอยากรู๎อยากลองติดเพื่อนมีการชักชวนกันไปลอง ยาเสพติดโดยเฉพาะยาแก๎ไอ ครอบครัวแตกแยกพํอแมํไมํมีเวลาให๎ลกู จึงทาติดเพื่อนและอยูํกับเพื่อนมากกวําพํอแมํ บางคนถึงกับเลิกเรียนกลางคัน ๒. ปัญหาดินเสื่อมสภาพ ผลผลิตทางการเกษตรตกต่า เนื่องจากในป๓จจุบันมีการใช๎ปุ๋ยเคมี สารเคมีมากขึ้น ทาให๎ดินเสื่อมสภาพ เมื่อปลูกข๎าวหรือพืชฤดูแล๎งก็ไมํได๎ผลผลิตเทําที่ควร ทาให๎เกษตรประสบป๓ญหาขาดทุนในการ ผลิตพืชผลทางการเกษตร โอกาสของการแก้ไขปัญหา ๑. ปัญหายาเสพติด หมูํบ๎านได๎จัดโครงการรํวมกับองค๑การบริหารสํวนตาบลโรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพ ตาบลโพนค๎อ จัดทาโครงการปูองกันและแก๎ไขป๓ญหายาเสพติด โครงการอบรมฟื๗นฟู และฝึกอบรมอาชีพให๎กบั ผู๎ที่เคย เสพยาเสพติดในพื้นที่ ๒.ปัญหาดินเสื่อมสภาพ ผลผลิตทางการเกษตรตกต่า มีการจัดกิจกรรมรํวมกับศูนย๑ถาํ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตรในการรณรงค๑ไถกลบตอซังเพื่อเพิ่มอินทรีย๑วตั ถุ ให๎กับดิน สํงเสริมการผลิตปุ๋ยชีวภาพปุย๋ หมัก ปุย๋ คอก และงดการใช๎สารเคมี
132/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ภาคผนวก ค ระบบและแหล่งเรียนรู้ ตาบลเหล่าโพนค้อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร มีระบบการจัดการตนเองของตาบล ประกอบด๎วย ๘ระบบ ๔๓ แหลํงเรียนรู๎ ได๎แกํ ๑.ระบบการบริหารจัดการท๎องถิ่นแบบมีสํวนรํวม ประกอบด๎วย 4 แหลํงเรียนรู๎ได๎แกํ 1.๑ การบริหารจัดการแบบมีสํวนรํวม 1.๒ กลุํมผู๎ใช๎น้าประปา 1.๓ กลุํมสตรีแมํบ๎าน 1.๔ กลุํมผู๎ใช๎น้าชลประทาน ๒.ระบบกองทุนและสวัสดิการ ประกอบด๎วย 5 แหลํงเรียนรู๎ ได๎แกํ 2.๑ กลุํมข๎าวนาน้าฝน 2.๒ กลุํมกองทุนเงินล๎าน 2.๓ กลุํมออมทรัพย๑เพื่อการผลิต 2.๔กลุํมฌาปนกิจศพสงเคราะห๑ และ 2.5 กองทุนผู๎สงู อายุ ผู๎พิการและผูต๎ ิดเชื้อเอดส๑ ๓.ระบบเศรษฐกิจชุมชน ประกอบด๎วย ๑๑ แหลํงเรียนรู๎ได๎แกํ 3.๑ กลุํมทอผ๎าไหม 3.๒ร๎านค๎าชนบทบ๎านโพนค๎อ 3.๓ กลุํมข๎าวฮาง 3.๔กลุํมแมํบ๎านเกษตรกร 3.๕ กลุํมเกษตรบ๎านเหลําเหนือพัฒนา 3.๖ กลุํมเพาะพันธุ๑กล๎าไม๎ 3.๗ กลุํมวิสาหกิจชุมชน 3.๘ กลุํมเกลือสินเธาน๑ 3.๙ กลุํมทอเสื่อ 3.๑๐กลุํมโฮมสเตย๑ 3.๑๑กลุํมสหกรณ๑ยางพารา ๔.ระบบเกษตรกรรมชุมชน ประกอบด๎วย ๖ แหลํงเรียนรู๎ได๎แกํ 4.๑กลุํมปุย๋ ชีวภาพ 4.2กลุํมเลีย้ งโคแมํพันธุ๑ 4.๓ ศูนย๑เรียนรู๎เพิ่มศักยภาพด๎านการเกษตร 4.๔ ศูนย๑สามดา 4.๕ สวนผักหวานนายเรํง ยางธิสาร 4.๖ กลุํมเกษตรกรผสมผสาน ๕. ระบบการเรียนรู๎เพื่อเด็กและเยาวชน ประกอบด๎วย ๓ แหลํงเรียนรู๎ได๎แกํ 5.๑กลุํมเยาวชน 5.๒กลุํมองค๑กรเยาวชนหมูํบา๎ น 5.๓ โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง
133/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
๖.ระบบดูแลสุขภาพชุมชน ประกอบด๎วย ๕ แหลํงเรียนรู๎ได๎แกํ 6.๑กลุํม อสม 6.2 กลุํมสายใยรักแหํงครอบครัว 6.๓ศูนย๑บาบัดฟื๗นฟูสมรรถภาพผู๎พิการและเด็กพิเศษ 6.4 รพสต.โพนค๎อ 6.5 หนํวยกู๎ชีพกู๎ภยั ตาบลเหลําโพนค๎อ ๗. ระบบการอนุรักษ๑วัฒนธรรม ประกอบด๎วย ๒ แหลํงเรียนรู๎ได๎แกํ 7.๑กลุํมดนตรีพื้นเมือง 7.2 กลุํมหมอเหย๐า ๘. ระบบทรัพยากรธรรมชาติสงิ่ แวดล๎อมและโบราณสถานโบราณวัตถุ ประกอบด๎วย ๗ แหลํงเรียนรู๎ได๎แกํ 8.1 วัดปุาพุทธนิมติ สถิตศรีมาราม(วัดโบสถ๑ดินแหํงแรกในประเทศไทย 8.2 ถ้าผาเก 8.๓อํางเก็บน้าห๎วยโท - ห๎วยยางและศาลาอนุสรณ๑ทรงงาน 8.4 พระธาตุดอยอํางกุ๎ง 8.5 สานักสงฆ๑ภูน๎อยอํางแก๎ว 8.6 กลุํมธนาคารขยะลดป๓ญหาสิง่ แวดล๎อมในชุมชน 8.๗ พิพิธภัณฑ๑พื้นบ๎านหนองเหียน ๑.ระบบการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม แนวคิดหลัก องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ได๎บริหารงานภายใต๎วิสัยทัศน๑ ประชาชนตาบลเหลําโพนค๎อ จะได๎รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี ด๎วยการนาหลักนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช๎ ภายใต๎การบริหาร การบริหารจัดการที่ดี ซึ่งตามวิสัยทัศน๑เปูาหมายหลักของพัฒนาคือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให๎มี คุณภาพชีวิตที่ดี ขึ้น เนื่องจากในอดีตที่ผํานมา การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน มักจะเป๕นประเด็นรอง ทาให๎ การพัฒนาคุ ณภาพชี วิตของประชาชนไมํ เ กิด ประสิ ทธิภ าพและประสิ ทธิผ ลเทํา ที่ค วร นอกจากการไมํ ให๎ ความสาคัญแล๎ว ยังขาดการมีสํวนรํวมจากภาคประชาชน และการเข๎าถึงระบบสวัสดิการตํางๆจากภาครัฐ สํงผลให๎ประชาชนสํวนใหญํที่ไมํมีระบบหลักประกันใดๆ ขาดความมั่นคงในการดาเนินชีวิตในป๓จจุบัน สํงผล กระทบตํอคุณภาพชีวิต ทั้งด๎านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม เพื่อให๎การดาเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ประชาชนให๎ดีขึ้น ประชาชนเข๎าถึงและ ได๎รับประโยชน๑มากที่สุด องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อจึงได๎ ดาเนิ นงานด๎านตํ างๆเพื่อให๎ สอดคล๎องกั บวิสัย ทัศน๑ เกิดการบริ หารจัดการแบบมี สํวนรํ วมจากทุกภาคสํวน โปรํงใส สามารถตรวจสอบได๎ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด จึงกํอเกิดแหลํงเรียนรู๎ประกอบด๎วย ๔ แหลํงเรียนรู๎ได๎แกํ ๑) การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม หลักการบริหารงานขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ได๎มุํงเน๎นการสร๎างการมีสํวนรํวม ของภาครัฐ ท๎องที่/ท๎องถิ่นและประชาชน ยึดหลักการบริหารจัดการที่เป๕นระบบ เปิดเผย โปรํงใส สามารถ ตรวจสอบได๎ ทั้งโดยภาครัฐและภาคเอกชน โดยยึดหลักการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล การสร๎างการ มีสํวนรํวมจากทุกฝุาย ใช๎เครื่องมือในการจัดการตนเองจากฐานรากอยํางแท๎จริง มีการจัดเวทีประชาคม ให๎เป๕น เวทีเพื่อรับฟ๓งป๓ญหาและความต๎องการของประชาชนทั้งในระดับหมูํบ๎าน และระดับตาบล การหารื อนอกรอบ กับผู๎เกี่ยวข๎อง การจัดตั้งคณะกรรมการชุดตํางๆ ที่มีผู๎แทนจากทุกฝุาย การดาเนินการในรูปแบบ อบต.สัญจร เป๕นประจาทุกปี การบริหารจัดการขององค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อแสดงให๎เห็นถึงการพัฒนางาน 134/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ด๎านตํางๆ ที่เป๕นการตอบสนองป๓ญหาและความต๎องการของท๎องถิ่น เป๕นการสร๎างชุมชนให๎เกิดความเข๎มแข็ง เกิดความรักสามัคคีทั้งในการดาเนินงานภายใต๎การทางานรํวมกันกับ 4 องค๑กรหลักที่สาคัญ และรํวมกันใน การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให๎ดีขึ้น โดยเฉพาะในด๎านสาธารณสุขและการเข๎าถึงข๎อมูลขําวสารของ ประชาชน ได๎มุํงเน๎นการบริการสาธารณสุ ขผสมผสานเชิงรุก ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชนและสังคม และให๎บริการอยํางตํอเนื่อง สามารถให๎คาปรึกษาและสํงตํอผู๎ปุวยได๎ตลอดเวลาโดยมีเปูาหมายหลัก คือ การ สํงเสริมให๎ป ระชาชนได๎รับบริการสุข ภาพที่จาเป๕นอยํ างเสมอภาคเป๕นธรรม และการสํงเสริมให๎ป ระชาชน สามารถดูแลสุขภาพตนเองได๎ด๎วยการลดพฤติกรรมเสี่ยงตํอการเกิดโรค โดยองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลํา โพนค๎ อ มี กลไกหลักที่ส าคั ญ ในการขับ เคลื่อนงานด๎ า นสุข ภาพในชุ มชนในการมีสํ วนรํวมของหนํ วยงานที่ เกี่ ย วข๎ อง และจัด การให๎ บ ริ การสุ ข ภาพเชิ ง รุ กในชุ มชนเพื่อให๎ มีค วามรู๎ด๎ า นสุ ข ภาพที่จาเป๕ นแกํ ครั วเรื อน สามารถชํวยเหลือตัวเองเบื้องต๎น ทั้งการสํงเสริมสุขภาพ การควบคุมปูองกันโรค การรักษาพยาบาลเบื้องต๎น การฟื๗นฟูสภาพและการคุ๎มครองผู๎บริโภค ๒) กลุ่มผู้ใช้น้าประปา เนื่องจากนโยบายกระทรวงมหาดไทยให๎มีการการใช๎น้าประปาให๎กับหมูํบ๎านเพื่อให๎หมูํบ๎านมีสํวน รํวมในการบริหารงานโดยให๎จัดตั้งกลุํมผู๎ใช๎น้าในหมูํบ๎านขึ้นบริหารกันเองโดยองค๑การบริหารสํวนตาบลเป๕นผู๎ ออกระเบียบการบริหารของหมูํบ๎านในสาระสาคัญห๎ามหมูํบ๎านบริหารจัดการเกินขอบเขตที่กาหนด เชํน การ เก็บคําหนํวยงานใช๎น้าห๎ามเกินหนํวยละ ๖ บาท เป๕นต๎น ๓) กลุ่มสตรีแม่บ้าน เนื่องจากป๓จจุบันสตรีมีบทบาทในการบริหารงานมาก โดยระเบียบกฎหมายกาหนดให๎กลุํมสตรี สามารถจัดตั้งกลุํมขึ้นเพื่อบริหารกลุํมในแตํละหมูํบ๎านในเรื่องกิจกรรมตํางๆ มีอิสระในการจัดกิจกรรมเชํ น กิจกรรมการจักสาน บ๎ านโพนค๎ อ ในปี พ.ศ. 2554 องค๑ การบริ หารสํ วนตาบลเหลํ าโพนค๎อได๎ ดาเนิ น โครงการฝึกอบรมโครงการโรงเรียนภูมิป๓ญญาท๎องถิน่ กิจกรรมโครงการการสานกระติบข๎าว เมื่อวันที่ 11 -12 พฤษภาคม 2554 ณ องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร หลังจากเข๎ารับการฝึกอบรมแล๎วชาวบ๎า นโพนค๎อมีการรวมกลุํมกันสานกระติบข๎ าว สานหวดนึ่งข๎า ว สานสุํมไกํ เพื่อไว๎ใช๎ประโยชน๑ในครัวเรือน และได๎มีการรวมกลุํมแตํงตั้งให๎นางบุญมี พลราชม เป๕นประธาน กลุํม เนื่องจากเป๕นผู๎ที่มีความรู๎และเชี่ยวชาญงานด๎านการจักสาน ๔)กลุ่มผู้ใช้น้าชลประทาน กลุํมผู๎ใช๎น้า เนื่องจากในอดีตหมูํบา๎ นห๎วยยาง เป๕นหมูบํ ๎านที่แห๎งแล๎งไมํสามารถทาการเกษตร จึง ทาให๎ประชาชนในหมูํบ๎านมีความยากจน ต๎องทาให๎ประชาชนภายในหมูํบ๎านต๎องไปขอทานตามหมูํบ๎านอื่นๆ จึงได๎เรียกขานหมูบํ ๎านนี้วําหมูํบา๎ นขอทาน และได๎ลงหนังสือพิมพ๑เดลินิวส๑หน๎าหนึ่ง และได๎ทราบถึงในหลวง ทรงได๎เสด็จ ณ บ๎านห๎วยยางโดยมีผู๎นา นายบา และนายเค๎า ได๎ต๎อนรับเสร็จ ทรงหาทางแก๎ปญ ๓ หาโดยการสร๎าง เขื่อนขนาด ณ ห๎วยโท และห๎วยยาง ในปี พ.ศ. 2528 ตํอมามีปญ ๓ หาการแยํงการใช๎น้าที่ไมํเป๕นระเบียบ เกิดการทะเลาะวิวาด ในการแยํงน้าของประชาชนใน ชุมชนทาให๎ชลประทานต๎องเข๎ามาแก๎ไขป๓ญหาโดยการประชาคมจัดตัง้ กลุํมผู๎ใช๎น้าเพื่อทาให๎การใช๎น้าอยํางเป๕น ระบบและเป๕นธรรม ในวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๖ มีจานวนสมาชิก ๓๓๘ คน ครอบคลุมพื้นที่ ๖,๐๒๖ ไรํ ป๓จจุบันอยูํในพื้นที่ของ อบต.เหลําโพนค๎อ
135/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
๒.ระบบกองทุนและสวัสดิการ แนวคิดหลัก ในสังคมไทยป๓จจุบันนี้ ยังเป๕นสังคมที่ยังไมํมีสวัสดิการสาหรับทุกคน มีอยูํบ๎างสาหรับอาชีพอยําง ข๎าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทเอกชน มีประกันสังคมสาหรับคนทางานที่เป๕นกิจ จะลักษณะ แตํมีอีกมากมายที่ไมํมีหลักประกันใดๆ สังคมไทยยังมีทุนทรัพยากรและทุนทางสังคมวัฒนธรรมอีกมากมายที่ สามารถนามาใช๎เพื่อสร๎างระบบสวัสดิการได๎ โดยต๎องปรับเปลี่ยนสังคมที่เน๎นการบริโภคมาเป๕นสังคมที่เน๎นการ ออม การสร๎างวินัยการออมทาให๎เกิดความมั่นคงในระยะยาว คนก็จะมีกาลังซื้อมากขึ้น ทุกคนต๎องกินต๎องใช๎ ต๎องซื้อ ต๎องมีป๓จจัยสี่อยํางพอเพียง ซึ่งถ๎าหากทุกคนมีความมั่นคงเพราะมีการออม และมีระบบสวัสดิการ การ ใช๎จํายก็จะเกิดขึ้น และมากกวําวันนี้ที่มีการกระตุ๎นให๎คนใช๎จํายสารพัดวิธี แตํไมํมีเงินซื้อไมํมีเงินจําย องค๑การบริ หารสํ วนตาบลเหลํ าโพนค๎อได๎ เล็ ง เห็ นถึ งป๓ ญหาที่เกิ ดขึ้ นในป๓จจุบั น จึง มุํง เน๎ นและ สํงเสริมให๎ประชาชนมีการออม ซึ่งไมํได๎มุํงเน๎นเพียงการออมเงินเทํานั้น อาจจะออมข๎าว ออมพันธุ๑ไม๎ ออมที่ดิน และออมทุนทางสั งคม ดังนั้นเพื่อให๎ประชาชนทุกคนมีการออมและมีระบบสวัสดิการที่มั่นคง จึงได๎ ให๎การ สนับสนุนและสํงเสริมให๎เกิดการออมโดยประชาชนมีสํวนรํวม และสร๎างข๎อตกลงรํวมกัน มีข๎อบังคับของกลุํม และได๎จัด การบริหารจัด การตนเองภายในหมูํบ๎า น กํ อเกิ ดการออมและสวัสดิ การรูปแบบตํา งๆ จานวน 5 แหลํงเรียนรู๎ ได๎แกํ ๑)กลุ่มข้าวนาน้าฝน กลุํ มข๎ า วนาน้ าฝน บ๎ านโพนค๎อ หมูํที่ 1 ตาบลเหลํ า โพนค๎ อ อาเภอโคกศรี สุพรรณ จังหวัด สกลนคร เริ่มกํอตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2532 โดยแตํงตั้งนายเหรียญทอง พลราชมเป๕นประธานกลุํมและมี คณะกรรมการจานวน 13 คน เริ่มปีแรกมีสามชิกกลุํมข๎าวนาน้าฝนทั้งหมด 136 ครัวเรือน โดยมีทุน 7,000 บาท และสมาชิกได๎สมทบข๎าวเปลือกคนละ 45 กิโลกรัม ปลํอยให๎สมาชิกกู๎ยืมข๎าวเปลือกครัวเรือน ละ 20 หมื่น / ปี แล๎วให๎คืนหลังจากที่เก็บเกี่ยวข๎าวเสร็จ กลุํมข๎าวนาปีได๎รับเงินครั้งแรกจาก ส.ส. เอกพร รัก ความสุข สมาชิกสภาจังหวัดสกลนคร จานวน 7,000 บาท มีสมาชิกครั้งแรก จานวน 136 คน และใน ป๓จจุบันมีสมาชิกทั้งหมด จานวน 136 คน ณ ป๓จจุบันกลุํมข๎าวนาน้าฝนมีเงินทุนทั้งหมด ๒) กลุ่มกองทุนเงินล้าน เนื่องจากชาวบ๎านไมํมีเงินหมุนเวียน และลงทุนทากิจการตํางๆ รัฐบาลจึงมีนโยบายเล็งเห็นผลประโยชน๑แกํ ประชาชนโดยมุํงหวังให๎ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และ เพื่อความมั่นคงของประชาชนในชุมชนผู๎นาหมูํบ๎าน ของแตํ ละหมูํ บ๎านได๎ ประชุ มกั นและมี มติ ของแกนทุกหมูํบ๎ านในต าบลเหลํ าโพนค๎ อ เพื่อให๎ดาเนิ นงานของ กองทุนเงินล๎านของหมูํที่ ๒ เพื่อให๎สมาชิกในกองทุนรู๎จักการออมและเพื่อให๎สมาชิกมีชีวิตความเป๕นอยูํที่ดีขึ้น และต๎องการให๎สมาชิกในกองทุนมีความรับผิดชอบ ตรงตํอเวลา ซื่อสัตย๑ในการออมเงิน เกิดกลุํมกองทุนเงิน ล๎าน ในเมื่อปี พ.ศ. 2551 แนวทางการดาเนินงาน 1.ค๎นหา-การประชุมคัดเลือกแกนนาของกลุํมกองทุนเพื่อหาบุคคลที่มีความเหมาะสมทีจ่ ะทางานและเปิดรับ สมัครสมาชิกที่มคี วามสนใจในการกู๎ยืมเงิน และออมเงิน 2.ถํายทอดองค๑ความรู-๎ ให๎ความรู๎และข๎อมูลเกี่ยวกับการออมเงินและกู๎ยืมเงินแกํสมาชิกและบุคคลที่สนใจ และสามารถเป๕นวิทยากรถํายทอดความรู๎ได๎ 3.พัฒนาศักยภาพ-การอบรมและดูงานตํางๆเพื่อนาความรู๎และประสบการณ๑ที่ได๎มาบริหารภายในกองทุน 4.การนาไปใช๎-เปิดให๎สมาชิกกู๎ยืมเงินและรับฝากเงินเพื่อชีวิตความเป๕นอยูํทดี่ ีขึ้น ผลผลิตและผลลัพธ๑ที่ได๎ คือ กลุํมกองทุนเงินล๎านหมูํที่ ๒ ได๎เป๕นผู๎ขับเคลื่อนกลุํมโดยรับฝากเงิน และสามารถ เป๕นวิทยากรถํายทอดความรู๎ได๎คณะกรรมการของกองทุนดาเนินงานด๎วยความเรียบร๎อย และสมาชิกใน กองทุนเงินมีจติ สานึกที่ดีในการออมเงิน การเกิดความสัมพันธ๑ที่ดีของคนในชุมชน การชํวยเหลือเกื้อกูลกัน
136/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ความรู๎สึกมั่นคง ภาคภูมิใจ อยูํอยํางมีศักดิ์ศรี และมีความสุขทัง้ ทางกาย และทางจิตใจประชาชนในหมูํบ๎าน มี ชีวิตทีด่ ีขึ้น ๓)กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กลุํมออมทรัพย๑เพื่อการผลิตการตัง้ กลุํม -ตั้งกลุํมขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2555ความเป๕นมาของ การตั้งกลุํม –เนื่องจากประชาชนขาดสภาพคลํองทางการเงิน เชํน เป๕นหนี้นอกระบบ เป๕นหนี้ ธกส. แตํไมํมีเงิน สํงตามระยะเวลา ธกส.กาหนดวัตถุประสงค๑การตัง้ กลุํม – เพื่อให๎สมาชิกกลุํมรํวมทุนในการประกอบอาชีพ และหลีกเลีย่ งการเป๕นหนี้นอกระบบการดาเนินการ – ประชาชนที่เป๕นสมาชิกรํวมกันระดมทุนในครั้งแรก ราย ละ 500-1,000 บาท และต๎องออมเงินกับกลุํมเดือนละ 50 ตํอคนกิจกรรมของกลุํม 1.ให๎สมาชิกทีต่ ๎องการ ทุน กู๎ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่า คือ ร๎อยละ 1 ตํอการยืม 1 ครั้ง 2.ระยะเวลาในการกู๎ยืม 7 วัน ตํอครั้ง 3.ป๓นผล กาไรจากดอกเบี้ยทีส่ มาชิกกูย๎ ืม ทุก 2 ปี มีสัดสํวนการป๓นผล 40-40-20 (ป๓นผลคณะกรรมการ ร๎อยละ 40 สมาชิก ร๎อยละ 40 และสมทบเข๎ากลุํม ร๎อยละ 20) การบริหารกลุํม 1. มีคณะกรรมการบริหารภายในกลุํม โดยสมาชิกเป๕นผูค๎ ัดเลือก ป๓จจุบันมีคณะกรรการ จานวน 9 มีวาระการดาเนินการ 2 ปี 2. มีระเบียบ ข๎อบังคับในการปฏิบตั ิของกลุํม 3. มีเงินทุนในการบริหารจัดการในกลุํม ป๓จจุบันมีเงินทุนทั้งสิน้ 220,000 บาท และมีหนี้ ทีส่ มาชิกยังไมํ ชาระ จานวน 130,000 บาท ๔)กลุ่มฌาปนกิจศพสงเคราะห์ กํอตั้ งขึ้ นเมื่ อ ปี พ.ศ.2536 เกิ ดจากการรํวมมื อขั บ เคลื่ อนของประชาชน โดยการเสนอจาก ประชาชนสํ วนมากเป๕นการเสนอความคิ ดเห็น อยากให๎มีกองทุนขึ้ นมา เพื่อชํ วยเหลือประชาชนในชุ มชน ด๎วยกัน เป๕นการชํวยเหลือกันและกันของสมาชิกในกลุํม มีแนวคิดการจัดตั้งกลุํมกองทุนฌาปนกิจชุมชน ซึ่ง ภาคชาวบ๎านมีการชํวยเหลือกันในยามที่คนใดคนหนึ่งเสียชีวิตลง ซึ่งพบวํา บางคนมีฐานะยากจน อีกทั้งไมํได๎ เตรียมการเรื่องการตายไว๎ลํวงหน๎า จึงทาให๎ญาติพี่น๎อง ลูกหลาน มีความเดือดร๎อน ต๎องกู๎เงินมาเพื่อจัดงานศพ ทาให๎ไมํได๎รับความสะดวกในการจัดงานศพกํอให๎เกิดป๓ญหาหนี้สินตามมา เพื่อเป๕นการแบํงเบาภาระดังกลําว ชาวบ๎านจึงได๎จัดตั้งกองทุนฌาปนกิจขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป๕นการชํวยเหลือกันในด๎านการเงินแล๎ว ยังสามารถ ชํวยในด๎านแรงงาน ที่เป๕นไปตามบริบทของตาบลเหลําโพนค๎อนาแนวคิดยึดหลักความเทียบเทํากัน ไมํแบํงแยก คนจน คนรวย ทาให๎เกิดสังคมไมํทอดทิ้งกันเกิดการมีสํวนรํวมของชุมชนเกิดการชํวยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ของชุ มชนมี การรวมองค๑ ความรู๎ พัฒนาบุ คลากร และขยายเครื อขํ ายสวัส ดิการให๎ ครอบคลุมทุกพื้นที่ จัด สวัสดิการเพื่อชํวยเหลือด๎านการเสียชีวิตของสมาชิกในกลุํม ดังนั้น ผู๎นาชุมชนและประชาชนในหมูํบ๎าน ได๎ เล็งเห็นความสาคัญสํงเสริมให๎สมาชิกรู๎จักออมเงินเพื่อแบํงป๓นชํวยเหลือซึ่งกันและ เพื่อให๎เกิดคุณธรรม ความ สามัคคี มีน๎าใจ รํวมกันแก๎ไขป๓ญหา สร๎างสัมพันธภาพที่ดีแกํสมาชิก มีองค๑กรที่คอยให๎ความชํวยเหลือเมื่อเกิด ความเดือดร๎อนหรือจาเป๕นกลุํมฌาปนกิจสงเคราะห๑ ๕)กองทุนผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ติดเชื้อเอดส์ ผู๎สูงอายุถือเป๕นอีกหนึ่งเปูาหมายที่องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อให๎ความสาคัญในการพัฒนา ให๎มีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้นจึงได๎จัดตั้งชมรมผู๎สูงอายุประจาตาบลขึ้นเป๕นเครื อขํายหลักโดยให๎ทุกหมูํบ๎านเป๕น เครือขํายยํอยมีการแตํงตั้งประธานและกรรมการในการบริหารงานทั้งระดับตาบลและระดับหมูํบ๎าน ชมรม ผู๎สูงอายุบ๎านโพนค๎อ หมูํที่ 1 เป๕นอีกหนึ่งหมูํบ๎านที่เป๕นเครือขํายชมรมผู๎สูงอายุประจาตาบล ที่เข๎มแข็ง ตั้งขึ้น เมื่อ วันที่ 31 มีนาคม 2553 โดยมีนางเพ็ญ พลราชม เป๕นประธานมีวัตถุประสงค๑ในการจัดตั้งเพื่อชํวยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน และการเผยแพรํภูมิป๓ญญาสูํลูกหลานเพื่อให๎มีการสืบทอดตํอไป มีการประชุมรับฟ๓งความ คิดเห็นและการจัดกิจกรรมตํางๆ อยํางสม่าเสมอ การพัฒนาระบบข๎อมูลการดูแลสุขภาพได๎แยกตามกลุํม ดังนี้ ข๎อมูลตามกลุํมอายุ กลุํมปุวย กลุํมเสี่ยง ข๎อมูลด๎านสังคม ข๎อมูลการให๎บริการ เป๕นต๎น ชมรมผู๎สูงอายุตาบล เหลําโพนค๎อได๎ผํานเกณฑ๑คุณภาพชมรมผู๎สูงอายุคุณภาพเขต 7
137/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
การพัฒ นาด๎ า นศั กยภาพ มี ก ารอบรมอาสาสมั ค รและผู๎ มี จิต อาสาและพัฒ นาศั ก ยภาพเพื่ อให๎ มี ค วาม รู๎ ความสามารถในการดูแลผู๎สูงอายุ ให๎คาแนะนาในการทากายภาพบาบัดและการออกกาลังกายที่เหมาะสม เมื่อ อาสาสมัครมีป๓ญหาในการดาเนินงานก็นาป๓ญหาที่ได๎เข๎าที่ประชุมประจาเดือนหรือทุกครั้งที่มีการนิเทศงานจาก เจ๎าหน๎าที่ที่เกี่ยวข๎อง มีการประชุมเจ๎าหน๎าที่และผู๎เกี่ยวข๎องเพื่อกาหนดระบบ บทบาทหน๎าที่และแนวทางใน การดาเนินงานของเจ๎าหน๎าที่เป๕นลายลักษณ๑อักษรโดยการแตํงตั้งเป๕นคาสั่งแตํงตั้ง เมื่อดาเนินการแล๎วต๎องมี การรายงานผลการปฏิบัติงานเพื่อสํงตํอข๎อมูลผู๎สูงอายุเพื่อรับบริการด๎านสุขภาพและสวัสดิการสังคม ด๎า นการสนั บสนุนผู๎สู งอายุ มีการสารวจและพัฒ นาฐานข๎ อมู ลผู๎ สูง อายุเ ป๕นป๓จจุบั น สามารถจาแนกกลุํ ม ผู๎สูงอายุที่จาเป๕นต๎องได๎รับการชํวยเหลือด๎านสวัสดิการและบริการสังคม ในสํวนขององค๑การบริหารสํวนตาบล ได๎จัดทาประชาคมหมูํบ๎านและตาบลเพื่อจัดทาแผนพัฒนาตาบล และข๎อบัญญัติเพื่อให๎การชํวยเหลือนอกจากนี้ ยังได๎จัดตั้งกองทุนผู๎สูงอายุตาบลเหลําโพนค๎อเพื่อชํวยเหลือผู๎สูงอายุในเบื้องต๎นด๎วย องค๑การบริหารสํวนตาบล เหลําโพนค๎อได๎จัดทาโครงการอบรมอาชีพแกํผู๎สูงอายุ เชํน การทาดอกไม๎พลาสติก การจักสานตํางๆ เพื่อสร๎าง รายได๎แกํ ผู๎สูงอายุ สํวนครอบครัวที่มีผู๎ทุพลพลภาพองค๑ การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อก็ได๎ด าเนิ นการ จัดสร๎างห๎องที่ถูกสุขลักษณะเพื่องํายตํอการดูแล มีหนํวยกู๎ชีพกู๎ภัยสาหรับให๎บริการเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน ด๎านการ สํงเสริมสุขภาพของสมาชิกในชมรม ชมรมผู๎สูงอายุบ๎านโพนค๎อ ได๎ประสานกับอนามัยบ๎านโพนค๎อเพื่อการ ตรวจสุขภาพประจาปีตามชุดสิทธิประโยชน๑ มีการติดตามวิเคราะห๑สถานะด๎านสุขภาพเพื่อแก๎ไขป๓ญหาสุขภาพ ของสมาชิกชมรม โดยการประเมินผลสุขภาพหลังการออกกาลังกาย ทุกๆ 3 เดือน ตามโครงการสํงเสริมการ ออกกาลังกายที่ อบต.รํวมกับอนามัยบ๎านโพนค๎อ จัดขึ้นตามความเหมาะสมของสภาพรํางกาย เชํน การเดิน การวิ่งระยะสั้นๆ การป๓๖นจักยาน การเต๎นแอโรบิค การราไม๎พลอง เป๕นต๎น นอกจากนี้ยัง สนับสนุนการ รวมกลุํมการจัดกิจกรรมตามประเพณี วัฒนธรรม พุทธศาสนาและมีการถํายทอดภูมิป๓ญญาสูํลูกหลาน สํวนการสร๎างความรู๎ความเข๎าใจด๎านสุขภาพ นั้น ชมรมผู๎สูงอายุบ๎านโพนค๎อรํวมกับอนามัยบ๎านโพนค๎อ จัด อบรมเพื่อสร๎างความรู๎และความเข๎าใจในการรักษาสุขภาพทั้งด๎านโภชนาการและทันตสุขภาพและมีการติดตาม ประเมินผลทุกๆ 3 เดือน และได๎คัดเลือกสมาชิก อายุ 60 ปี ขึ้นไปเป๕นบุคคลต๎นแบบด๎านสุขภาพ ได๎แกํ คุณ ยายคิ้ว พลราชม ซึ่ งเป๕นบุคคลที่รั กษาสุ ขภาพรํางกายให๎แข็ งแรงได๎อยํา งสม่าเสมอ นอกจากนี้ ยั งมีการ คัดเลือกบุคคลต๎นแบบที่อายุ 80 ปี ขึ้นไป เป๕นตัวอยําง ด๎านการรักษาทันตสุขภาพ คือ คุณตาพูล พลราชม ซึ่งป๓จจุบันยัง ดารงตาแหนํ งเป๕นที่ปรึกษาชมรมผู๎สูงอายุบ๎านโพนค๎ ออีกตาแหนํง หนึ่งด๎วย สํวนการเผยแพรํ ความรู๎ด๎านการรักษาสุขภาพนั้น คุณตาพูล พลราชม ยังได๎รับเชิญเป๕นวิทยากร ในการบรรยายเพื่อถํายทอด ความรู๎ในการรักษาสุขภาพให๎แข็งแรงอยูํเสมอด๎านการชํวยเหลือสมาชิกชมรมและชุมชน นั้น สมาชิกที่ไมํมี รายได๎ ไมํมีผู๎ดูแล สมาชิกในชมรมจะชํวยเหลือซึ่งกันและกันในการแบํงป๓ น อาหารและเสื้อผ๎า เครื่องนุํงหํม เพื่อการยังชีพ สํวนสมาชิกที่มีรายได๎แตํไมํเพียงพอ ชมรมผุ๎สูงอายุบ๎านโพนค๎อได๎ประสานงานกับทาง อบต.เหลําโพนค๎อเพื่อจัดฝึกอบรมด๎าน อาชีพ เชํน การทาพวงหรีด ดอกไม๎จันทน๑ การทาน้าข๎าวกล๎อง ข๎าวฮาง และรับจัดทาพานบายศรี ขันหมากเบ็ง และ สานกระติบข๎าว เพื่อจาหนําย ทาให๎มีรายได๎เสริมในการยังชีพอีกทางหนึ่งด๎วยสํวนกลุํมผู๎สูงอายุที่ชํวยเหลือ ตัวเองไมํได๎ ทางชมรมได๎ประสานกับทาง องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อจัดโครงการเคาะประตูดูแลผู๎ พิการ โดยให๎ผู๎สูงอายุที่มีรํางกายที่แข็งแรงเข๎ารํวมเป๕นอาสาสมัครในการบาบัดฟื๗นฟู สมรรถภาพเด็ก ผู๎พิการ และผู๎ สู งอายุ ณ ศู นย๑ฟื๗นฟูป ระจาชุมชน ผู๎ สู งอายุที่ชํ วยเหลื อตัวเองได๎ บ างสํ วนจะได๎ รับ การฝึ กอบรมให๎ ชํวยเหลือตัวเองในการทากายภาพบาบัดสาหรับผู๎สูงอายุที่มีรํางกายที่สมบูรณ๑แข็งแรงจะได๎รับการสํงเสริมให๎ ออกกาลั ง กายโดยการป๓๖ นจักรยานรํ วมกั บ ชมรมรั ก ษ๑ สุ ข ภาพต าบลเหลํ า โพนค๎ อพร๎ อมๆ กั บ การอนุ รัก ษ๑ สิ่งแวดล๎อมโดยการเก็บขยะเพื่อแลกรางวัลจากองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อด๎วยกิจกรรมทางสังคมที่ ชมรมผู๎สู งอายุทาอยูํเป๕นประจาได๎แกํ การเข๎าวัดสวดมนต๑ทาวัต รเย็น ทุกวันและรํ วมถือศี ลทุกวันพระ และ นอกจากนี้ยังมีการบาเพ็ญประโยชน๑โดยการรํวมปลูกปุาชุมชนในวันสาคัญตํางๆ รํวมป๓๖นจักยานเก็บขยะ เป๕น ต๎น นอกจากนี้ยังรํวมกับองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลํ าโพนค๎ อจัดราวงชาวบ๎านเพื่อหาทุนสมทบกองทุน 138/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ผู๎สูงอายุ เพื่อชํวยเหลือผู๎สูงอายุที่เจ็บปุวยและเสียชีวิต จัดสาธิตการละเลํนพื้นบ๎านในงานวันผู๎สูงอายุ และรํวม กิจกรรมการออกกาลังกายตามความเหมาะสมของรํางกายที่ทางองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อรํวมกับ อนามัย ๓.ระบบเศรษฐกิจชุมชน แนวคิดหลัก ประชาชนตาบลเหลําโพนค๎อ มีการทาเกษตรกรรมเป๕นสํวนใหญํ ได๎แกํ ทานา ทาไรํมันสาปะหลัง ปลูกอ๎อย เป๕นต๎น และหลังจากฤดูการเก็บ เกี่ยวประชาชนก็ไมํมีงานทา เกิ ดการวํางงานเป๕นจานวนมาก มี รายได๎น๎อยกวํารายจําย ดังนั้นผู๎นาชุมชนจึงมีแนวคิดวําจะทาอยํางไรให๎คนในชุมชนเกิดรายได๎เสริม จึงได๎เกิด การรวมตัวกันในชุมชนเพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ๑ประกอบกับในชุมชนมีการปลูกไม๎ไผํจานวนมาก จึงมีแนวคิดที่จะ นาไม๎ไผํมาเพิ่มมูลคํา เพื่อให๎ชุมชนมีรายได๎สามารถสร๎างรายได๎ได๎แกํ การทอผ๎า ผลิตข๎าวฮางโดยมีกลุํมกองทุน ทางสังคมทั้งหมดในระบบเศรษฐกิจชุมชนซึ่งมีกลุํมและแหลํงเรียนรู๎ 9 แหลํงเรียนรู๎ได๎แกํ ๑)กลุ่มทอผ้า กลุํมทอผ๎าพื้นเมือง ในปี พ.ศ. 2531 พระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัวพระราชดาเนินมาเปิดอํางเก็บน้าห๎วย โท-ห๎วยยางด๎วยพระองค๑เอง และพบวําประชาชนบ๎านห๎วยยางประสบป๓ญหากับภัยธรรมชาติ คือ น้าทํวม มากถึง 31 ครอบครัว จึงมีพระราชดาริให๎อาชีพแกํชาวบ๎านที่ประสบภัย โดยสํงเสริมให๎มีการทอผ๎าไหมเป๕น อาชีพเสริมเพื่อทาให๎ประชาชนมีอาชีพติดตัว กลุํมทอผ๎าไหมบ๎านห๎วยยาง หมูํที่ 6 เดิมรวมทั้ง 2 หมูํเข๎า ด๎วยกัน เริ่มกํอตั้งปี พ.ศ. 2531 มีสมาชิก 31 ครอบครัว ปี พ.ศ. 2553 ได๎แบํงกลุํมออกจากกันอยําง ชัดเจน ชึ่งกลุํมทอผ๎าไหมบ๎านห๎วยยางหมูํที่ 6 มีนางเรณู ยางธิสาร เป๕นประธานกลุํม และนางธิรัก ยางธิ สารเป๕นรองประธานได๎รับการสนับสนุนไหมหลวง มีสิบเอกนาวี หันโยธา เป๕นผู๎ประสารงาน เพื่อนาไปขาย ยังสวนจิตรลดา เมื่อเริ่มกํอตั้งในตอนแรกได๎มีครู 2 คน จากศูน๑ศิลปาชีพกุดนาขามมาสอน 15 วัน พร๎อมทั้งมอบ อุปกรณ๑ทุกอยํางให๎แกํสมาชิก 31 ครอบครัว ในตอน 3 ปีแรกที่เริ่มทอผ๎าไหมนั้น มีการสนับสนุนให๎ทาง กลุํมมีการปลูกหมํอนเลี้ยงไหมเอง แตํเมื่อเขาไปสํงผ๎าไหมที่พระตาหนักภูพาน ก็ได๎มีการสะท๎อนป๓ญหาวําไมํมี พืน้ ที่ในการปลูกต๎นหมํอน ทาให๎ปรับเปลี่ยนโดยมอบไหมหลวงให๎แทน ในตอนแรกให๎ไหมหลวงสมาชิกคนละ 1 กิโลกรัมปีละ 3 ครั้ง และเพิ่มจานวนขึ้นมาเรื่อย ปี พ.ศ. 2551 ได๎มีการให๎สมาชิกลุํมทอผ๎าไหมในบ๎านห๎วยยางหมูํที่ 6 สมัคเป๕นสมาชิกในโครงการ สํงเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ๎าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ป๓จจุบันสมาชิกที่ขึ้นทะเบียนมี 24 คน ซึ่ง เมื่อเสียชีวิต จะได๎รับคําฌาปนกิจศพ ๆ ละ 5,000 บาท และกาลังจะมีการออกทรัพย๑เกินขึ้นในโครงการ สํงเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ๎าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ๒)ร้านค้าชนบทบ้านโพนค้อ ร๎านค๎าชนบทบ๎านโพนค๎อ-โพนสูง หมูํที่ 1 ตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัด สกลนคร เริ่มกํอตัง้ เมื่อเดือน ตุลาคม 2534 โดยแตํงตั้งนายเหรียญทอง พลราชมเป๕นประธานกลุํมและมี คณะกรรมการจานวน 11 คน เริ่มปีแรกมีสามชิร๎านค๎าชนบทบ๎านโพนค๎อ-โพนสูง ทัง้ หมด 323 คน โดยมี ทุนหุ๎นจานวนหุ๎นละ 25 บาท ร๎านค๎าชนบทบ๎านโพนค๎อ-โพนสูง มีสมาชิกครั้งแรก จานวน 323 คน และในป๓จจุบันมีสมาชิกทัง้ หมด จานวน 323 คน ณ ป๓จจุบนั ร๎านค๎าชนบทบ๎านโพนค๎อ-โพนสูง มีเงินทุน ทั้งหมด จานวน 242,531 บาท โดยมีคณะกรรมการกลุํมดังนี้ 1. นายเหรียญทอง พลราชม ประธานคณะกรรมการ 2. นายวีราวัฒน๑ เทือกตาหลอย รองประธาน 3. นายทวีชัย พรหมเชษฐา เลขานุการ 4. นายอินทวา พลราชม เหรัญญิก
139/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
3) กลุ่มข้าวฮาง กลุํมข๎าวฮาง ข๎าวงอกจากการริเริ่มของนาย ทวี ทนคาดี เป๕นปราชญ๑ชาวบ๎านในการริเริ่มการผลิต ข๎าวปลอดสารพิษได๎มีแนวคิดริเริ่มจาก การชวนเพื่อนๆที่มาจาก 11 หมูํบา๎ น เพื่อผลิตข๎าวฮางไว๎รับประทาน ในครัวเรือน เพื่อการดูแลสุขภาพของครอบครัวจนเอง ผนวกกับการสํงเสริมการรับประมานข๎าวกล๎องในการ ดูแลสุขภาพของคนในชุมชนโดนสถานีอนามัยเหลําโพนค๎อในสมัยนั้น พร๎อมทั้งกระแสการรณรงค๑ของทาง ภาครัฐ ในการสํงเสริมการดูแลสุขภาพ จึงทาให๎เกิดกลุํม ข๎าวฮาง ของ ตาบลเหลําโพนค๎อ ขึ้น และได๎รับการ สนับสนุนจากหนํวยงานภาครัฐ เริ่มต๎น สมาชิก จาก 11 หมูํบ๎าน 11 คน รวมประธานกลุํม 1 คน รวมมีสมาชิก 12 คน นาข๎าวเปลือกมารวมหุ๎นกันคนละ 12 ก.ก. สีเพื่อรับประทานแบํงกันในกลุํม โดยวิธีการสีข๎าวซ๎อมมือ ยัง ไมํมีการจาหนํายในครั้งแรกที่รวมกลุํม ในปี 2542 ทางกลุํมได๎รู๎จักกับเครือขํายอินแปลงโดยการแนะนาของ รศ.ดร.สุพัต ไพลไหล ผู๎สมัคร ส.ว. ในสมัยนั้น และ อ.เสรี พรมพิษ ได๎แนะนาให๎เข๎ารํวมโครงการ เครือขํายอิน แปลง อ.กุดบาก และ สมาชิกได๎เข๎ารํวมกิจกรรมกับโครงการอินแปลงโดยไปพักอาศัย เรียนรู๎วิถีชีวิต ประจาวัน กับทางศูนย๑อินแปลง ตามหลั กสูตร 3 คืน 4 วัน เมื่อได๎ เป๕นสมาชิ กแล๎ว ทางเครือขํา ยอินแปลงได๎ให๎การ สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนากลุํม เพื่อสํงเสริมการผลิตกลุํมข๎าวฮาง เพื่อให๎มีคุณภาพ และจาหนํายข๎าว ฮาง ของกลุํม และทางกลุํมได๎ขายข๎าวฮางให๎กับเครือขํายอินแปลง เพื่อเครือขํายอินแปลงเป๕นกลุํมที่ทาหน๎าที่ ชํวยขายข๎าวฮางให๎ เป๕นที่ยอมรับและต๎องการของตลาดเพิ่มมากขึ้น เครือขํายอินแปลงสนับสนุนงบประมาณ ครั้งแรกให๎กลุํมข๎าวฮาง เป๕นเงิน 80,000 บาททางกลุํมได๎นาเงินไปซื้อโรงสีข๎าว เพื่อเป๕นการขยายและเพิ่ม ปริมาณข๎าวฮางให๎เพียงพอตํอการผลิต เป๕นจานวน 65,000 บาท เหลืองบประมาณ 15,000 บาท เพื่อใช๎ เป๕นงบประมาณในการสนับสนุนดาเนินงานตํอไปปี 2547 ได๎รับโครงการภูพานเขียวขจีรํวมกับ มหาวิทยาลัย ราชมงคล อาเภอพัง โคน จังหวัด สกลนคร ได๎ รับงบประมาณ 29 ล๎านบาท เครือขํ ายอินแปลงให๎ การ สนับสนุนงบประมาณ 80,000 บาท ทางกลุํมได๎จัดซื้อโรงสีข๎าวฮางจานวน 65,000 บาท เพื่อเพิ่ม ปริมาณในการผลิตมากขึ้น ปี 2548-2549 ธกส. เข๎ามาสนับสนุนในการยริหารจัดการกองทุนให๎กับกลุํม จานวน 1,000,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 5.5 ตํอปี กลุํมข๎าวฮางได๎ปลํอยให๎สมาชิกกู๎ ในการลงทุนทา นาข๎าวอินทรีย๑ ปลอดสาร โดยคิดดอกเบี้ยกับสมาชิกร๎อยละ 7 บาทตํอปี ในปี 2556 ได๎รับการฝึ กอบรม จากทางมหาวิทยาเกษตรศาสตร๑วิทยาเขตสกลนคร วิธิการผลิตข๎าวอินทรีย๑อยํางถูกต๎องจากทางสานักงาน เกษตรจังหวัดสกลนคร รํวมถึงการปรับปรุงหน๎าดินโดยไมํใช๎สารเคมี และการสํงเสริมการตลาดจากสานักงาน พัฒนาชุมชนจังหวัดสกลนคร ป๓นจุบันมีคณะทางานดังนี้ 1.นางพนิดา ยางธิสาร เป๕นประธาน 2.นางศิวพร ขันทีทา๎ ว เป๕นรองประธาน 3.นางภาวิณี แสนศรี เป๕นเหรัญยิก 4.นายนันฑูร ขันทีท๎าว เป๕นกรรมการ/เลขานุการ 4. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเหล่าเหนือพัฒนา กลุํมแมํบ๎านเกษตรเหลําเหนือพัฒนา ที่ทากิจกรรมแปรรูปน้าผลไม๎ กํอตั้งกลุํม เมื่อ 6 กันยายน พ.ศ.๒๕44 -มีสมาชิกในกลุํม 8 คนได๎ระดมหุ๎นกัน คนละ 500 บาท เป๕นเงิน 4,000 บาทได๎ดาเนินการ ผลิต เพื่อจาหนําย ได๎ผลกาไรประมาณ 10,000 บาท แตํไมํได๎มีการแบํงผลกาไรแตํอยํางไร เพื่อใช๎เป๕นเงินทุน หมุนเวียนในกลุํมตํอไปปี พ.ศ. 2546 ได๎รับงบประมาณสนับสนุนจากสานักงานเกษตรอาเภอโคกศรีสุพรรณ เป๕นจานวนเงิน 150,000 บาท ( ด๎านวัสดุ-อุปกรณ๑ )มีการจดทะเบียนเป๕นนิตบิ ุคคล เพื่อเสียภาษี สรรพสามิตปี พ.ศ. 2548 ได๎จดทะเบียน เป๕นวิสาหกิจชุมชน เพื่อขอรับการชํวยเหลือจากจากองค๑กรของรัฐ และยกเว๎นภาษีรายได๎ และมีสมาชิกเพิ่มเป๕น 15 คนปี พ.ศ. 2549 ได๎สํงคัดสรรผลิตภัณฑ๑ เพื่อประกวด (โดย พัฒนาชุมชน)ซึง่ ได๎รับรางวัล 5 ดาว และเป๕นการเปิดตลาดการค๎าปี พ.ศ. 2550 ได๎รบั งบประมาณ 140/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
สนับสนุนจาก โครงการอยูดํ ีมีสุข เป๕นเงิน 100,000 บาท (ซื้อวัสดุ-อุปกรณ๑เพิ่ม)ป๓จจุบันมีสมาชิกจานวน ทั้งหมด 35 คน 5)กลุ่มเพาะพันธุ์กล้าไม้ กลุํมวิสาหกิจชุมชนเพาะพันธ๑กล๎าไม๎บ๎านห๎วยยางหมูํที่ 6 ,9 เริ่มกํอตั้งเมื่อปี 2528 และเริ่ม กํอตั้งกลุํมเมื่อปี 2542 และเมื่อปี 2553 ได๎จดทะเบียนกับสางานเกษตรอาเภอโคกศรีสุพรรณเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2553 เป๕นวิสาหกิจชุมชนกลํมสํงเสริมอาชีพเพาะพันธ๑กล๎าไม๎ เหตุผลความจาเป๕นในการกํอตั้งเริ่ม จาก การที่ชาวบ๎านไมํมีอาชีพเนื่องจากภัยแล๎ง ไมํมีแหลํงน้า การปลูกข๎าวไมํได๎ผลทาให๎ชาวบ๎านต๎องออกไปขอ ข๎าวจากหมูํบ๎า นอื่ น และรั บจ๎างเพาะช ากล๎ าไม๎จากตาบลดํ าน อาเภอโคกศรีสุ พรรณ ทาให๎ ได๎เ รีย นรู๎ และ ประสบการณ๑มาจึงเริ่มรวมกลุํม โดยรั บการสนับสนุนจาก องค๑การบริห ารสํวนตาบลเหลํ าโพนค๎อ จานวน 13,000 บาท และสังคมสงเคราะห๑จังหวัดสกลนคร 128,000 บาท โดยในระยะเริ่มแรกได๎นาเงินจาก แหลํงทุนทั้ง 2 แหลํง แบํงกับสมาชิกกํอตั้งจานวน 28 ราย รายละ 4,000 บาท เพื่อเป๕นทุนในการเพาะชา กล๎า ไม๎ มี การเพาะชากล๎ าไม๎ห ลากหลายสายพันธุ๑ประมาณ 40 ชนิ ด สํ วนใหญํเ น๎นที่ตลาดต๎องการเชํ น ผักหวาน มะนาว มะกรูด อื่น ๆ ป๓ญหาเริ่มจากการดาเนินการ คือ ป๓ญหาเรื่องตลาด ป๓ญหาเรื่องการเงิน ศัตรูพีช ในป๓จจุบันการดาเนินการของกลุํมมีสมาชิก จานวน 75 คน มีการออกกกระเบียบของกลุํมประมาณ 10 ข๎อ มีการระดมทุนจากสมาชิกรายปี คนละ 100 บาท/คน/ปี จนในป๓จจุบันมีเงินทุนของกลุํมประมาณ 40,000 บาท โดยมีการจัดสวัดิการให๎กับสมาชิกในด๎านการพัฒนาความรู๎โดยมีการออกไปศึกษาดูงานนอก สถานที่ เชํน โครงการหลวงตํางๆ เป๕นคําพาหนะและคําอาหาร ในป๓จจุบันสมาชิกมีความพึงพอใจในการ ดาเนินการ ทุกๆ ปีจะมียอดจาหนํ ายและการสั่ งซื้อจากทั่วประเทศ เชํน จัง หวัด ร๎อยเอ็ ด มหาสารคาม ขอนแกํน ภาคกลาง ก็เชํนจังหวัดปทุมธานี รวมทั้งภาคใต๎ ซึ่งพันธ๑พืชที่สร๎างชื่อมากที่ สุด คือ ผักหวานปุา ซึ่งทั่วทั้งหมูํบ๎านมีการปลูกเกือบทุกครัวเรือนกลุํมออมทรัพย๑เพื่อการผลิตบ๎านศรีชมชื่น กํอตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2545 ผลกระทบและกิจกรรมของกลุํม เป๕นแหลํงเงินทุนที่ให๎สมาชิกในชุมชนกู๎ยืมในอัตราดอกเบี้ยที่ต่า และ สร๎า งวินัย ในการออมให๎ กับสมาชิ ก เนื่องจากประชาชนสํวนมากขาดวินัยในการออม และทาให๎ขาด เงินทุนในการประกอบอาชีพ ป๓จจุบันมีทุนหมุนเวียนภายในกลุํมประมาณ 1,500,000 บาท 6) กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ในปี 2537 มีนโยบายของกองทุนซิป ในการทาแผนแมํบทชุมชน เชิญตัวแทนหมูํบ๎านละ 3 คน จานวน 11 หมูํบ๎าน รวม 33 คน บ๎านเหลํา ม.5 จึงได๎สํง นายวินิต นายสิทธิชัย และนายทวี เข๎ารํวมเวที ที่ วัด บ๎ า นโพนค๎ อ ตํ อมาศู นย๑ อินแปงให๎ จัด ตั้ ง กลุํ ม จึง ได๎ จัด ตั้ ง กลุํ มขึ้ น ชื่ อวํา “กลุํ มเกษตรสานฝ๓ น ” ซึ่ ง ประกอบด๎วยสมาชิก จานวน 33 คน มีนายวินิต เป๕นประธาน และนายทวี เป๕นรองประธาน ได๎รับเงินสมทบ งบประมาณจากการจัดเวที จานวน 1,500 บาท จากนั้นได๎ไปศึกษาดูงานที่ศูนย๑อินแปง จานวน 3 วัน 2 คืน จานวน 10 คน และได๎รับงบประมาณสมทบกลุํมจานวน 3,000 บาท ตํอมาได๎เข๎ารํวมประชุมเขียน แผนที่ศู นย๑อินแปงวํา อยากจะทาข๎ าวฮาง ข๎ าวกล๎อง (ข๎ า วฮางในสมัย โบราณคือ ข๎ าวที่ยัง ไมํ แกํ กํอนแกํ ประมาณ 20 วัน เนื่ องจากไมํ มีข๎ า วกิ นจึง ต๎ องเกี่ ย วข๎ า วที่ยั ง ไมํ สุ กมาสี กิน แตํ ในป๓ จจุบั นจะเป๕ นการนึ่ ง ข๎าวเปลือก แล๎วนามาตาก แล๎วจึงนวดด๎วยครก) และต๎องการการสนับสนุนโรงสีข๎าว ในปี 2539 ได๎รับงบประมาณจาก พลเอกเชาวลิต ยงใจยุทธ เป๕นหุ๎นในศูนย๑อินแปงเพื่อเป๕นคําปุ๋ย 50,000 บาท การทาข๎าวกล๎อง ข๎าวฮาง จานวน 50,000 บาทเพื่อทาโรงสีข๎าวด๎วยมือจากไม๎ไผํ ได๎โรงสีมา 1 เครื่อง ในปี 2541 เครือขํายอินแปง ได๎พาไปศึกษาดูงานการแปรรูปน้าผลไม๎ที่สถาบันเทคโลยีร าชมงคล พังโคน เป๕นเวลา 5 วัน จากนั้นได๎ระดมหุ๎นจากสมาชิก จานวน 33 คนๆละ 30 บาท เพื่อใช๎เป๕นทุนในการ ซื้อหมากเมํา และน้าตาลเพื่อผลิตน้าผลไม๎ ได๎ยืมหัวแก๏สของวัดศรีแก๎ว ยืมอุปกรณ๑หม๎อ จากโรงเรียนเหลํา โพนค๎อ ศูนย๑อินแปงให๎ถังน้า ขวด ฝาจีบและเครื่องอัดฝาจีบ สํงผลให๎สามารถผลิตเป๕นน้าผลไม๎ขายขวดละ 25 บาท
141/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ในปี 2542 เครือขํายอินแปงได๎พาไปศึกษาดูงานการทาไวน๑ผลไม๎ที่สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลพัง โคน และได๎กลับมาทาไวน๑จาหนําย ในปี 2544 ได๎ไปเรียนรู๎การทาเหล๎ากลั่นจากข๎าวและสาโทที่ศูนย๑อินแปง จานวน 3 คน เมื่อกลับมา ให๎คุณตาสิทธิ รับทาแปูงเหล๎า และระดมหุ๎นๆ ละ 50 บาท ได๎เงินประมาณ 120,000 บาท จากสมาชิกจานวน 106 คน นามาซื้อถังกลั่นเหล๎า 2 ถัง ถังแรก 10,000 บาท ถังที่สอง 5,000 บาท นามาทาโรงเรือน ซื้อโอํงหมัก 450บาทx20 ถัง ถังหมักไวน๑ 100 ถัง ถังหมักเหล๎า 20 ถัง ซื้อขวด และคําแรง ตํอมาในปี 2546 เกิดป๓ญหา สรรพสามิตจะจับ และแนะนาให๎ทาให๎ถูกต๎องตามกฎหมาย จึงได๎ จัดตัง้ “กลุํมเกษตรกรทานาเหลําโพนค๎อ” ขึ้น และจดทะเบียนกับสหกรณ๑จังหวัดสกลนคร สมาชิกในขณะนั้น จานวน 90 คน และได๎นาเหล๎ากลั่นและสาโทไปตรวจ และผํานการตรวจ ต๎องซื้อแสตมป์สรรพสามิตสาหรับ เหล๎า ขวดละ 17 บาท ไวน๑ขวดละ 14 บาท และสาโทคิดตามดีกรี ต๎นทุนข๎าว 1 กก.ผลิตเหล๎าได๎ ขวดกวําๆ ในปี 2547 ความต๎องการของกลุํมในการขอสนับสนุนอุปกรณ๑การทาเหล๎าและไวน๑จาก กจภ.(กระจายความ เจริญสูํภูมภิ าค) ซึง่ ได๎รับการสนับสนุนอุปกรณ๑ในวงเงินไมํเกิน 150,000 บาท ได๎นาไปจัดซื้อถังกลั่นด๎วยแก๏ส ขนาด 100 ลิตร เครื่องอัดฝาจุกก๏อก ฝาจีบ เครื่องวัดอุณภูมิ และได๎นาไปฝากขายตามร๎านค๎า ในปี 2549 กลุํมเกษตรกรทานาเหลําโพนค๎อได๎ขอจัดตั้งกลุํมใหมํเป๕น “กลุํมวิสาหกิจชุมชน ข๎าวสารฝ๓น” เนื่องจากในการผลิตข๎าวกล๎องและข๎าวฮาง ไมํสามารถใช๎ชื่อกลุํมรํวมกับกลุํมเกษตรกรทานาเหล๎า โพนค๎อได๎(ชื่อเดิมใช๎ทาเหล๎าและไวน๑) และการจดวิสาหกิจใหมํสามารถยืมเงิน ธกส.ได๎งํายเพราะเป๕นหมูํบา๎ น เดียว ตํอมาได๎รับการสนับสนุนเงินลงทุนการผลิตข๎าวปลอดสารพิษ 65,000 บาทจากกลุํมเกษตรกรทานา เหลําโพนค๎อ นามาซื้อโรงสี และได๎รับเงินทุนจากอินแปง 15,000บาท เป๕นทุนหมุนเวียน และในปีเดียวกัน กลุํมได๎ขอรับการสนับสนุนเครื่องคัดแยกกาก(เปลือกข๎าว)จากพัฒนาชุมชนและได๎รับการสนับสนุนโดยการ ให๎ยืม ไมํระบุระยะเวลา ซึง่ สามารถลดต๎นทุนได๎ เมื่อกํอนต๎องจ๎างแรงงานแยกเปลือกข๎าว(กะไซ๎) กิโลละ 1 บาท ในปี 2550 เกิดป๓ญหาขาดทุนจากการขายเหล๎า จากการไมํสามารถเก็บเงินจากร๎านค๎าที่นาไปฝาก ขายได๎ จึงได๎เลิกผลิตเหล๎าในเวลาตํอมา และสรรพสามิตได๎สงั่ ยุบเนื่องจากไมํได๎ผลิตเหล๎าแล๎ว และให๎ทาลาย อุปกรณ๑การผลิตด๎วย จึงเลิกการผลิตเหล๎านับแตํนั้น แตํยังคงผลิตไวน๑อยูํ และขณะนั้นยังมีไวน๑ในสต็อก กวํา พันขวด ในปี 2551 ความต๎องการกลุํมในการยืมเงิน ธกส. จึงได๎ประชุมกลุํมรํวมกับ ธกส. ซึง่ ได๎อนุมัตเิ งิน ให๎ยืม 500,000 บาท ทางกลุํมใช๎เพียง 460,000 บาท จึงคืน ธกส.ไป 40,000 บาท ดอกเบี้ยร๎อยละ 5 บาท เปลี่ยนไปในแตํละปี ในปี 2552 กลุํมได๎เพิ่มวงเงินกู๎กับ ธกส. เป๕น 600,000 บาท นามาปลํอยกู๎ดอกเบีย้ ร๎อยละ 8 ตํอ ปี เงินเหลือสุทธินามาป๓นผลดังนี้ ให๎กลุํมร๎อยละ 40 ตอบแทนคณะกรรมการ ร๎อยละ 25 ป๓นผลตามหุ๎น ร๎อยละ 5 คําใช๎สอย ร๎อยละ 5 เฉลี่ย คืนผู๎กู๎ ร๎อยละ 20 ป๓นผลเงินออม ร๎อยละ 5 ในปี 2554การดาเนินงานของกลุํมเริ่มหยุดชะงัก เนื่องจาก อ.สิทธิชัย แกนนากลุํมได๎ได๎ปุวย และ เสียชีวติ ลง ในปี 2555 ในปี 2556 ได๎ดาเนินการประชุมกลุํม เพื่อเริ่มจัดทากิจกรรมข๎าวฮางข๎าวงอกขึ้นใหมํ และได๎ขอกู๎ เงินจาก ธกส. เป๕นจานวนเงิน 1 ล๎านบาทเพื่อให๎สมาชิกเอาไปลงทุนทานาข๎าวมะลิ 105 ปลอดสารพิษมาทา ข๎าวฮาง มีสมาชิกยืมเงิน 48 รายๆละ 20,000 บาท เป๕นเงิน 960,000 บาท และเก็บไว๎เป๕นทุนหมุนเวียน 40,000 บาท
142/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
7) กลุ่มเกลือสินเธาน์ ในพื้นที่หมูํบ๎านหนองเหียน หมูํ ๔ เป๕นพื้นที่สภาพดินเป๕นดํางทาให๎เกิดภูมิป๓ญญาชาวบ๎านในการ สร๎างรายได๎ให๎กับครอบครัวในชุมชน ในปี พ.ศ. 2550 จึงรวมกลุํมต๎มเกลือสินเธาว๑เพื่อสืบทอดภูมิป๓ญญา ชาวบ๎านและเป๕นการสร๎างความเข๎มแข็งในชุมชน ซึ่งเป๕นโครงการตามแผนงานเพื่อสํงเสริมการประกอบอาชีพ และแก๎ป๓ญหาการวํางงานหลังฤดูทานา รวมทั้งมุํงสํงเสริมอาชีพและเพิ่มรายได๎ให๎กับผู๎สูงอายุ และผู๎ที่มีรายได๎ น๎อยในชุมชน และเป๕นการนาวัตถุดิบในท๎องถิ่นมาใช๎ให๎เกิดประโยชน๑และเพิ่มมูลคําให๎กับวัตถุดิบที่มีในท๎องถิ่น หลังจากนั้นชาวบ๎านหนองเหียน หมูทํ ี่ 4 จึงได๎มีการรวมกลุํมกันต๎มเกลือสินเธาว๑ โดยแตํงตั้ง นาง ประนอม เชื้อดวงผุย เป๕นประธานกลุํม มีสมาชิกกลุํมจานวน ๒๔ คน 8)กลุ่มโฮมสเตย์ กลุํมบ๎านพักโฮมสเตย๑ กลุํมบ๎านเหลําโฮมสเตย๑ หมูํที่ ๕ บ๎านเหลํา ตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคก ศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร กํอตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน 25๕๔ โดยการรวมตัวของสมาชิกในหมูํบ๎าน โดยมีนายวารินทร๑ แคลํวคลํอง เป๕นประธานกลุํมบ๎านเหลําโฮมสเตย๑ ภายใต๎การสนับสนุนทางวิชาการของ องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ ตาบลเหลําโพนค๎ออาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร และ มี ความพร๎อมในเรื่องโฮมสเตย๑และการทํองเที่ยว มีความมั่นใจในการดาเนินการมี 9)กลุ่มสหกรณ์ยางพารา กลุํมสหกรณ๑กองทุนสวนยางเหลําโพนค๎อ กลุํมสหกรณ๑กองทุนสวนยางเหลําโพนค๎อ จัดตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ๑ ๒๕๕๖ หมูํ ๕ บ๎านเหลํา ตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร เพื่อ ดาเนินกิจการให๎การสงเคราะห๑การทาสวนยาง และการสงเคราะห๑ปลูกแทนด๎วยไม๎ยืนต๎นชนิดอื่นที่มี ความสาคัญทางเศรษฐกิจโดยมี นายวิรตั น๑ พลราชม ประธาน คณะผู๎จัดตั้งสหกรณ๑ ๑.นายวิรัตน๑ พลราชม ประธาน ๒.นายดลใจ ขันทีทา๎ ว รองประธาน ๓.นายบุญมี พิมพ๑แพง เลขานุการ ๔.นายอุทิศ พรหมสาขา ณ. สกลนคร เหรัญญิก ๔.ระบบเกษตรกรรมชุมชน แนวคิดหลัก การผูกขาดอานาจทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ ตลอดระยะเวลาที่ผํานมา เป๕นป๓ญหาและอุปสรรค ตํอการพัฒนาประเทศเป๕นอยํางยิง่ และเป๕นสาเหตุของความขัดแย๎ง ความแตกแยกที่ระเบิดออกมาอยําง รุนแรงในระยะ 10 ปีทผี่ ํานมาและในขณะป๓จจุบัน ใครมีอานาจออกกฎหมาย กฎหมายก็รับใช๎คนมีอานาจ เกษตรกรรมไทยถูกครอบงา ถูกเอาเปรียบ เพราะคนที่มีอานาจทางเศรษฐกิจและการเมืองรวมหัวกันออก กฎหมายผูกขาดเรื่องพันธุ๑พชื พันธุ๑สตั ว๑ พันธุกรรม กฎหมายสารเคมี กฎหมายที่ดิน กฎหมายการค๎า ฯลฯ อยํางเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตร เรื่องยางพาราเป๕นอยํางตัวอยําง หลายสิบปีกํอนนี้ เป๕นที่รู๎กันวํา พํอค๎า ข๎าราชการ นักการเมือง สามเสือรวมหัวกันป๓๖นราคาขึ้น ถลํมราคาลงเพื่อประโยชน๑ของตน โยนป๓ญหาไปที่ราคา ตลาดโลกตลอด ซึง่ ก็มีสํวน แตํไมํทั้งหมด เชํนเดียวกับพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ชาวบ๎านเป๕นเพียงแรงงานถูกๆ ไมํ รู๎เทําทันเลํหเ๑ หลีย่ มของเศรษฐกิจการเมืองแบบผูกขาดนี้ นักธุรกิจมีบทบาทสาคัญในการออกกฎหมายเกีย่ วกับ การเกษตร เพราะธุรกิจใหญํๆ สนับสนุนพรรคการเมือง สนับสนุนทุกพรรค เผื่อวําใครมาเป๕นรัฐบาลก็จะได๎เข๎า ไปมีตาแหนํงสาคัญที่เกี่ยวกับนโยบาย การออกกฎหมาย แล๎วจะแปลกอะไรที่วันนี้มีการผูกขาดธุรกิจ การเกษตร มีการผูกขาดธุรกิจสารเคมี ปุ๋ย ยา แม๎แตํธ.ก.ส. ที่อ๎างวําสํงเสริมเกษตรอินทรีย๑ เอาเข๎าจริง สาขา ตํางๆ ก็ยงั บังคับโดยตรงโดยอ๎อมให๎เกษตรกรที่กู๎เงิน "ซื้อ" ปุย๋ ยาเคมีจากหนํวยธุรกิจของ ธ.ก.ส. ทาให๎นโยบาย
143/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
เกษตรอินทรียท๑ ี่เคยเฟื๖องฟูหลายปีกํอนเงียบหายไปเลย ถ๎าจะมีการพูดกันก็อยูํในแวดวงแคบๆ ที่ดิ้นรนกันตาม บุญตามกรรม ถึงเวลาแล๎วที่ชุมชนจะต๎องหันมาผลิตเอง บริโภคเอง เพื่อความปลอดภัยในชีวติ ปลูกทุกอยํางที่กิน ได๎ กินทุกอยํางที่ปลูก นอกจากความปลอดภัยแล๎วยังสามารถลดรายจํายในครัวเรือนได๎ด๎วย ระบบ เกษตรกรรมชุมชน ประกอบด๎วย 5 แหลํงเรียนรู๎ได๎แกํ 1)กลุ่มเลี้ยงโคแม่พันธุ์ กลุํมเกษตรกรเลีย้ งโค ความเป๕นมา พื้นที่ตาบลเหลําโพนค๎อเหลําโพนค๎อเป๕นพื้นที่ราบเชิงเขา ประชากรสํวนใหญํมีประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทานาปีเป๕นหลัก มีทาสวนบ๎างเล็กน๎อย หลังฤดูทานาจะมี พื้นที่โลํงที่เหมาะแกํการเลี้ยงปศุสัตว๑ประเภท โค กระบือ หมู เป๕ด ไกํ ซึง่ โค และ กระบือ เป๕นสัตว๑เลีย้ งหลักที่ นิยมเลี้ยงไว๎ในครอบครัว เมื่อกํอนจะมีการเลี้ยงแทบทุกหลังคาเรือน เพราะจะใช๎กระบือในการไถนา สํวนโคจะ นามูลไปเป๕นปุ๋ยคอกเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร แตํในป๓จจุบนั โค กระบือ มีจานวนลดลงมากเนื่องจากมี ความต๎องการบริโภคเนื้อโค กระบือ มากขึ้น มีตลาดค๎าขายโค กระบือ เกิดขึ้นมากมายหลายจุดในเขตใกล๎เคียง ประกอบกับมีการใช๎เครื่องจักรกลเข๎ามาทาการเกษตรแทน กระบือ และมีการใช๎ปยุ๋ เคมี หรือปุย๋ อินทรีย๑ ที่มี การจาหนํายในท๎องตลาดแทนปุ๋ยคอก ทาให๎ปริมาณของโค กระบือลดลงเป๕นอยํางมากโดยเฉพาะพํอพันธ๑ แมํ พันธุ๑ ของโคกระบือ บางครัง้ เกษตรกรจาหนําย โค กระบือไปแล๎วไมํสามารถหาซื้อมาทดแทนได๎ เนื่องจาก ปริมาณกับความต๎องการไมํสัมพันธ๑กัน โค ระบือ ก็มีราคาสูงขี้นเรื่อย ๆ จนในปี ๒๕๔๙ ทางองค๑การบริหาร สํวนตาบลเหลําโพนค๎อได๎มีโครงการกองทุนหมุนเวียนโค กระบือ ขึ้นโดยได๎ให๎แตํละหมูํบ๎านคัดเลือกและ รวมกลุํมเกษตรกรที่ประสงค๑เลี้ยงโค กระบือ เสนอให๎องค๑การบริหารสํวนตาบลพิจารณาจัดสรรโคแมํพันธุ๑ นาไปเลี้ยงและขยายพันธุ๑ให๎มีปริมาณจานวนเพิ่มมากขึ้นตํอไป แนวคิด/หลักการปฏิบัติ บ๎านเหลําเหนือ หมูทํ ี่ ๗ ก็เป๕นอีกหมูํบา๎ นหนึ่งที่มีจานวนปริมาณของโคลดลงอยํางมาก แตํเกษตรกร ยังมีความต๎องการที่จะเลีย้ งโคไว๎ในครัวเรือนเพิ่มขึ้น จึงได๎มีการประชาสัมพันธ๑รับสมัครสมาชิกเกษตรกรที่มี ความประสงค๑ยืมโคแมํพันธุ๑จากองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ นาไปเลีย้ งจนมีลูกโคเกิดแล๎วจะ หมุนเวียนโคแมํพันธุ๑ให๎กับสมาชิกรายตํอไปนาโคแมํพันธุ๑ไปเลีย้ งจนมีลูกโค ก็สงํ ตํอให๎กับเกษตรกรตํอๆไป จนกวําจะครบทุกราย ผลกระทบ กลุํมเกษตรกรบ๎านเหลําเหนือ หมูํที่ ๗ วิธีการดาเนินงานของกลุํม สมาชิกของกลุํมเลี้ยงโค ต๎องมี คุณสมบัติ ดังนี้ ๑. อายุ ๒๐ ปี ขึ้นไป ๒. อาชีพเกษตรกรรม มีพื้นที่สาหรับสัตว๑เลีย้ งเพียงพอ และเหมาะสม เป๕นผู๎เลี้ยงโค กระบืออยูํแล๎วไมํเกิน ๑ ตัว ๓. มีความประพฤติขยันขันแข็ง ให๎ความรํวมมือกับชุมชนและทางราชการ ๔. มีความพร๎อมที่จะเข๎ารับการฝึกอบรม ถํายทอดเทคโนโลยีดา๎ นการเลี้ยงสัตว๑ และปฏิบตั ิตามคาแนะนา ของเจ๎าหน๎าที่ ๕. ต๎องสมัครเป๕นสมาชิกกลุํมเลีย้ งโคบ๎านเหลําเหนือ และเป๕นสมัครสมาชิกกองทุนประกันความเสี่ยงการ เลี้ยงโค กระบือ โดยจํายเงินสมทบเข๎ากองทุนอยํางน๎อยรายละ ๑๐๐ บาท ๖. ต๎องปฏิบตั ิตามระเบียบองค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ วําด๎วยการดาเนินการตามโครงการกองทุน หมุนเวียนโค กระบือ พ.ศ. ๒๕๔๙ อยํางเครํงครัด เมื่อมีสมาชิกกลุํมเลี้ยงโคบ๎านเหลําเหนือแล๎ว ก็จะรํวมประชุมสมาชิกเพื่อพิจารณาคัดเลือกจัดอันดับ สมาชิกที่มีความพร๎อมและเหมาะสมทีส่ ุดเป๕นอันดับต๎น ๆ เพื่อเสนอขอรับโคแมํพันธุ๑มาเลี้ยงและสํงตํอให๎กับ สมาชิกของกลุํมในลาดับตํอ ๆ ไป คนครบทุกคน
144/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
2) ศูนย์เรียนรู้เพิ่มศักยภาพด้านการเกษตร เนื่องจากพื้นที่บ๎านห๎วยยาง ตาบลเหลําโพนค๎อ ได๎รับคัดเลือกให๎เป๕นพื้นที่พัฒนาเกษตรครบวงจร ดังนั้นจึงมีการจัดตั้ง ศูนย๑เรียนรู๎เพิ่มศักยภาพด๎านการเกษตรขึน้ เพื่อให๎สมาชิกได๎ศึกษาเรียนรู๎ด๎านการเกษตร เพิ่มเติม โดยได๎รบั การสนับสนุนจากเกษตรจังหวัดสกลนคร และเกษตรอาเภอโคกศรีสุพรรณ ให๎ความรู๎เรื่อง การเกษตรและสนับสนุนป๓จจัยการผลิตด๎านการเกษตร โดยนายยักษ๑สิทธ๑ ยางธิสารเป๕นประธาน มีสมาชิก ทั้งสิ้น ๓๑ คน 3) ศูนย์สามดา ศูนย๑ถํายทอดความรู๎ทางการเกษตร งานและกิจกรรม ทาการถํายทอดวิธีการเพาะปลูกพืชชนิด ตํางๆให๎กับเกษตรกรที่สนใจได๎นาไปปฏิบตั ิจริงในพื้นที่ของตนเองและให๎นาประสบการณ๑จริงที่ได๎นามา แลกเปลีย่ นเรียนรู๎กับเกษตรกรคนอื่นเพื่อศึกษาหาวามรู๎จากประสบการจริงตํอไป โดยการลด ละ เลิกใช๎ สารเคมีทาง ผลกระทบจากการจัดการตนเองของทุนทางสังคมตํอความเป๕นเจ๎าของ เจ๎าของข๎อมูล เจ๎าของ ผลประโยชน๑ ความเชื่อมั่นในกลุํม แกนนา ผู๎นา การมีสํวนรํวม การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ ศูนย๑ 3 ดา บ๎านโพนค๎อใช๎เป๕นแหลํงเรียนรูด๎ ๎านการเลีย้ งสัตว๑เชํนเลี้ยงไกํพื้นบ๎าน ไกํดาภูพาน เลี้ยงหมู เลีย้ ง โคภูพาน เริ่มแรกได๎รบั งบประมาณจาก อบจ.สกลนคร เมื่อเดือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2557 จานวน 45,000 บาท สนับสนุนให๎สร๎างโรงเรียน เป๕นแหลํงไว๎สาหรับถํายทอดความรู๎ และอบจ.สนับสนุนไกํดา 15 ตัว น้าเชื้อ โค 20 หลอด หมูดา 7 ตัว โดยมอบให๎ ปศุสัตว๑อาเภอโคกศรีสพุ รรณ เป๕นผู๎ควบคุมดูแลรักษา และแตํงตัง้ ผู๎ดูแลศูนย๑การเรียนรู๎ 8 คน ดังนี้ 1. นายเหรียญทอง พลราชม 2. นายสุพจน๑ พลราชม 3. นายสุรยิ า หาลินสไล 4. นายสาราญ ลีนาลาด 5. นายสมาน บุตรชาติ 6. นางกิมณี ธนะคาดี 7. นางเครือวัลย๑ ขันทีท๎าว 8.นางธงชัย ลีนาลาด 4) สวนผักหวานนายเร่ง ยางธิสาร นายเรํง ยางธิสาร (ประธานกลุํมคนป๓จจุบัน) ซึ่งเป๕นพํอค๎าเรํขายกล๎าไม๎ จึงมีแนวคิดที่จะเพาะและ จาหนํายเองนําจะได๎ผลกาไรดีกวํา ดังนั้นปี พ.ศ. ๒๕๒๕ จึงได๎เรียนรู๎การเพาะพันธุ๑กล๎าไม๎ จากกลุํมเพาะพันธุ๑ กล๎าไม๎บ๎านดํานมํวงคา โดยลงทุนไปเป๕นลูกจ๎างในสวนกํอน ปี พ.ศ.๒๕๒๘ เริ่มทาการเพาะปลูกเอง โดยเริ่มจากการเพาะกล๎ามะกรูด และมะนาว เพียง ๒ ชนิด โดย สมาชิกเริ่มต๎นเพียงแคํ ๓ คน และมีสมาชิกปลูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตํอมาจึงได๎มีการจัดตัง้ เป๕นกลุํมเพาะพันธุ๑กล๎าไม๎ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยมีสมาชิกในขณะนั้น จานวน ๒๗ คน และมีการเพาะกล๎าไม๎หลายชนิดเพิ่มมากขึ้น จนใน ป๓จจุบันมีสมาชิกจานวน ๖๒ คน จากบ๎านห๎วยยาง หมูํ ๖ และหมูํ ๙ มีกล๎าไม๎ ๖๒ ชนิด ประมาณ ๓ ล๎านต๎น และมีกล๎าไม๎หมุนเวียนตลอดทัง้ ปีประมาณ ๓๐ ล๎านต๎น สมาชิกมีรายได๎จากการขายกล๎าไม๎ประมาณครอบครัว ละ ๑๐,๐๐๐ – ๑๕,๐๐๐ บาทตํอเดือนและมีพํอค๎ามารับซื้อถึงสวนไมํต๎องไปเรํขายเหมือนแตํกํอน ป๓จจุบัน เป๕นแหลํงเพาะกล๎าไม๎ที่ใหญํและถูกที่สดุ ในจังหวัดสกลนคร ต๎นไม๎อีกชนิดหนึ่งทีต่ ลาดตัง้ การคือผักหวาน เพื่อให๎เกิดความมัน่ ใจในการปลูกผักหวานวําปลูกแล๎ว โตนายเรํง ยางธิสาร จึงได๎ปลูกบนแปลงสาธิต ๔ ไรํ ป๓จจุบันนอกจากเป๕นแหลํงทาเงินแล๎วยังเป๕นแหลํงศึกษาดู งานของภาครัฐและเอกชนด๎วย 145/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
5) กลุ่มเกษตรกรผสมผสาน นายสร๎อย คาภูษา อายุ ๕7 ปี ได๎ผันตัวเองจากเคยทาสวนปลูกพืชชนิดเดียว บนที่ดิน 20 ไรํ หัน มาศึกษาความรู๎การทาการเกษตรแบบผสมผสานจากผู๎รู๎ในพื้นที่เพื่อมาพัฒนาปรับปรุงทีด่ ินของตนเอง จึงได๎มี กลุํมเกษตรผสมผสาน ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2553 ผลผลิตและผลลัพธ๑ที่เกิดขึ้น เมื่อสมาชิกทุกคนปลูกพืชหมุนเวียน สลับกันไป ใช๎พื้นที่ๆ ตนมีอยูํให๎เกิดประโยชน๑ แบํงไรํนาออกเป๕นสํวนๆ ใช๎พื้นที่เพาะปลูกให๎เป๕นประโยชน๑ทสี่ ุด ดาเนินการโดยการปลูกพืชสลับกับเลี้ยงปลา เชํน ผักสวนครัว ข๎าวโพด นาข๎าว พริก ลาไย มะมํวง แก๎วมังกร ยางพารา เลี้ยงปลา การเป๕นแหลํงเกษตรผสมผสาน “ปลูกทุกอยํางที่กิน กินทุกอยํางที่ปลูก” เป๕นการลดภาระให๎กับ ครอบครัว สร๎างงาน สร๎างรายได๎ให๎ครอบครัวและชุมชน ทาให๎เกษตรกรมีสุขภาพดีเพราะการเกษตรปลอด สารเคมี จิตใจแจํมใสปราศจากหนี้เพราะรายรับเป๕นที่นําพอใจ การจัดการงาน ในการดาเนินงานของแหลํง เรียนรู๎มีการดาเนินงานที่มี องค๑กรที่เข๎ารํวมองค๑กรหลัก คือ ท๎องถิ่น และองค๑กรภาคประชาชนทั้งในและนอก พื้นที่ ซึ่งทุกภาคสํวนมีการทางานที่สอดประสานกันเพื่อสํงเสริมทาการเกษตรแบบผสมผสานชํวยในการให๎ คาปรึกษา การด าเนินการเป๕ นตั วอยํา งให๎ เกษตรกรดาเนิ นการความถู กต๎ องการอบรมจากวิทยากรผู๎รู๎ ให๎ คาปรึกษาวิธีแก๎ป๓ญหา ในการทาเกษตรแบบผสมผสานทดลองการปลูกพืช และศึกษาทดลองหาพืชใหมํๆมา ปลูกในพื้นที่ให๎มากยิ่งขึ้นโดยมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู๎เพื่อประเมินผลการทางาน มีเครื่องมือ ในการทางานทา การเกษตร พัฒนาการทาเกษตรแบบผสมผสานให๎มีความก๎าวหน๎าทันสมัยเทคโนโลยีให๎มากยิ่งขึ้น กิจกรรม มี การขยายสวนเกษตรผสมผสานเพิ่มขึ้นและได๎มีการไปฝึกเรียนรู๎การทาปุ๋ยหมักในที่ตําง ๆ เพื่อมาปรับใช๎แทน สารเคมี การจัดการข๎อมูล มีการจัดเก็บข๎อมูลด๎านตํางๆ และค๎นคว๎าข๎อมูลทางอินเตอร๑เน็ตและนาไปใช๎เป๕น ข๎อมูลประกอบเพื่อการพัฒนาอยํางมีประสิทธิภาพทรัพยากรเงิน/ กองทุน เงินทุนสํวนตัวของสมาชิกแตํละ รายเงื่อนไขความสาเร็จ การที่เป๕ นคนรุํนใหมํที่สนใจงานด๎านการเกษตรอยูํแล๎ ว หั นมาทาการเกษตรแบบ ผสมผสาน สามารถเป๕นแรงบันดาลใจให๎กับคนอื่นๆ ตํอไป ในอนาคตจานวนเกษตรกรที่เข๎ารํวมและพื้นที่ใน การปลูกพืชแบบผสมผสานเพิ่มมากขึ้น การไมํย๎ายถิ่นฐานของประชากรในฤดูแล๎ง คุณภาพชีวิตของปะชากร ในท๎องถิ่นดีขึ้น มีรายได๎เพิ่มขึ้น มีชีวิตความเป๕นอยูํที่ดีขึ้น เพื่อรํวมกัน ทาการเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง พึ่งพา ธรรมชาติ ไมํทาลายธรรมชาติ ทาแบบผสมผสาน ทาแบบพอเพียง นาพืชชนิดตํางๆ มาทดลองปลูกปฏิบัติพื้นที่ จริงและศึกษาหาความรู๎ หาวิธีการแก๎ไขป๓ญหาที่เกิดขึ้น ๕. ระบบการเรียนรู้เพื่อเด็กและเยาวชน แนวคิดหลัก องค๑ การบริ หารสํ วนต าบลเหลํ าโพนค๎ อมองเห็ นวําเด็ กและเยาวชนที่อยูํ ในชุมชนนั้นเป๕ นกลุํ มที่มี ความเสี่ยงตํอสิ่งยั่วยุตํางๆ เชํน สิ่งยั่วยุทางเพศ ยาเสพติด อาชญากรรม การใช๎ดนตรีและศิลปะจะเป๕นสื่อที่มี พลังในการดึงให๎เด็กและเยาวชนหันมาสนใจและทากิจกรรมทางด๎านดนตรีและศิลปะ เพื่ อให๎เกิดการพัฒนา ตนเองจากภายในจิตใจ การสอนให๎เด็กแตํงเพลงจะชํวยให๎เด็กสามารถถํายทอดความรู๎สึก การสื่อสารความ ต๎องการของตนเอง สื่อสารให๎ผู๎อื่นเข๎าใจผํานบทเพลง และเป๕นการสร๎างโอกาสและความเชื่อมั่นให๎กับเด็กและ เยาวชน โดยการจัดตั้งกลุํมให๎มีเครือขํายในทุกหมูํ บ๎านบ๎านละ ๒ คน แล๎วนาไปขยายผลเพิ่มสมาชิกขึ้นเรื่อยๆ โดยศูนย๑รวมของกลุํมอยูํที่ อบต.เหลําโพนค๎อ ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมอยูํตลอด มีห๎องไอที มีการสอนพิเศษและ กิจกรรมให๎ทาอยูํตลอดเวลา
146/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ประกอบด๎วย ๓ แหลํงเรียนรู๎ได๎แกํ ๑)กลุ่มเยาวชน องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อมองเห็นวําเด็กและเยาวชนที่อยูํในชุมชนนั้นเป๕นกลุํมที่มี ความเสี่ยงตํอสิ่งยั่วยุตํางๆ เชํน สิ่งยั่วยุทางเพศ ยาเสพติด อาชญากรรม การใช๎ดนตรีและศิลปะจะเป๕นสื่อที่มี พลังในการดึงให๎เด็กและเยาวชนหันมาสนใจและทากิจกรรมทางด๎านดนตรีและศิลปะ เพื่อให๎เกิดการพั ฒนา ตนเองจากภายในจิตใจ การสอนให๎เด็กแตํงเพลงจะชํวยให๎เด็กสามารถถํายทอดความรู๎สึก การสื่อสารความ ต๎องการของตนเอง สื่อสารให๎ผู๎อื่นเข๎าใจผํานบทเพลง และเป๕นการสร๎างโอกาสและความเชื่อมั่นให๎กับเด็กและ เยาวชน โดยการจัดตั้งกลุํมให๎มีเครือขํายในทุกหมูํบ๎านบ๎านละ ๒ คน แล๎วนาไปขยายผลเพิ่มสมาชิกขึ้นเรื่อยๆ โดยศูนย๑รวมของกลุํมอยูํที่ อบต.เหลําโพนค๎อ ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมอยูํตลอด มีห๎องไอที มีการสอนพิเศษและ กิจกรรมให๎ทาอยูํตลอดเวลา ๒)กลุ่มองค์กรสภาเด็ก ในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ได๎มีการประกาศใช๎พระราชบัญญัติสํงเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแหํงชาติ พ.ศ.๒๕๕๐ และมีผลบังคับใช๎ในวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๑ โดยกาหนดให๎สานักงานสํงเสริมสวัสดิภาพและ พิทักษ๑เด็กเยาวชน ผู๎ด๎อยโอกาส และผู๎สูงอายุ (สท) รํวมกับสานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย๑ จังหวัดดาเนินการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนระดับอาเภอ ระดับจั งหวัด และระดับชาติกระทรวงการพัฒนา สั ง คมและความมั่ น คงของมนุ ษ ย๑ มี น โยบายให๎ ส านั ก งานสํ ง เสริ ม สวั ส ดิ ภ าพและพิ ทัก ษ๑ เ ด็ ก เยาวชน ผู๎ด๎อยโอกาส และผู๎สูงอายุ (สท.)ดาเนินการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนตาบล โดยให๎มีสัดสํวนหญิง/ชายเทํากัน หรือใกล๎เคียงกัน ทั้งนี้ คณะกรรมการสํง เสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแหํงชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เป๕น ประธาน ได๎มีมติในการประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๕๓เมื่อวันศุกร๑ ที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ เรื่องการจัดตั้งสภาเด็ก และเยาวชนตาบล โดยขอให๎องค๑กรปกครองสํวนท๎องถิน่ สนับสนุนให๎มีการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนตาบลเพื่อ สํงเสริมสนับสนุนให๎เด็กและเยาวชนของท๎องถิ่นได๎มีสํวนรํวมในการจัดกิจกรรมที่เป๕นประโยชน๑ตํอสังคม เป๕น แกนนาในการทากิจกรรมที่เกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมทั้งให๎ข๎อเสนอแนะความคิดเห็นในการ พัฒนาเด็กและเยาวชนในท๎องถิน่ เทศบาลตาบลเหลําโพนค๎อขึ้น ได๎จัดทาแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนเพื่อให๎การ พัฒ นาและเยาวชนขององค๑ การบริ ห ารสํ วนต าบลเหลํ า โพนค๎ อ มี การด าเนิ นการอยํ า งตํ อเนื่ องและเป๕ น ประโยชน๑ของท๎องถิ่นและตํอประเทศชาติ ในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให๎เป๕นผู๎มีความสมบูรณ๑ทั้งทางกาย จิตใจ สติป๓ญญา ความรู๎และคุณธรรม ๓) โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย๑เรียนรู๎เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน (ศูนย๑โรงเรียน) ตั้งขึ้นที่โรงเรียนบ๎านดงหนองเหียน สานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1 ตั้งขึ้นในพื้นที่ดินแปลงที่ 2 มี 9 ไรํ 3 งาน ได๎ดาเนินการ จัดการเรียนการสอนสอดคล๎องตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาตั้งแตํปี 2550 เรื่อยมา ผู๎รับผิดชอบศูนย๑ฯ ดังกลําว คือ นายรณวิทย๑ มาลีลัย ครูชานาญการพิเศษ โรงเรียนบ๎านดงหนองเหียน (ครูแบบอยํางเศรษฐกิจ พอเพียง ดีเดํน ปี 2552) โดยมีกิจกรรมที่ศึกษาตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มี 5 ด๎าน คือ ด๎าน ความพอประมาณ ด๎านความมีเหตุผล ด๎านการมีภูมิคุ๎มกันในตัวที่ดี ด๎านเงื่อนไขความรู๎ และด๎านเงื่อนไข คุณธรรม ในปี 2552 ได๎รับคัดเลือกให๎เป๕นสถานศึกษาพอเพียง 2552 (โรงเรียนแบบอยํางบริหารจัดการ ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง) และตํอจากนั้นได๎รับการคัดเลือกให๎เป๕นศูนย๑เรียนรู๎เศรษฐกิจพอเพียงตาม พระราชดาริ และเมื่อปี 2555 ได๎ผํานการประเมิน “ต๎นแบบโรงเรียนพอเพียง” และในขณะเดียวกันนี้ โรงเรียนได๎รับการคัดเลือกให๎เข๎าโครงการศูนย๑เรียนรู๎เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน (ศูนย๑โรงเรียน) ซึ่งเป๕น 1 ใน 4 ศูนย๑ ที่ได๎ รับการสนับ สนุนและควบคุมดูแลโดยสานักงานเกษตรและสหกรณ๑จังหวัดสกลนคร กระทรวง เกษตรและสหกรณ๑
147/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
๖.ระบบดูแลสุขภาพชุมชน แนวคิดหลัก จากป๓ญหาเรื่องสุขภาพของประชาชนในชุมชนเนื่องจากสมัยกํอนด๎านการแพทย๑ การสาธารณสุข ในชนบทมีไมํทั่วถึง เจ๎าหน๎าที่สาธารณสุขหรือหมออนามัยมีน๎อย จึงทาให๎มีแนวคิดในการให๎ประชาชนดูแล สุขภาพกันเองโดยกระทรวงสาธารณสุขได๎เห็นความสาคัญของป๓ญหาจึงจัดตั้งโครงการอาสาสมัครสาธารณสุข ขึ้นมาเพื่อเป๕นการให๎ประชาชนได๎ดูแลสุขภาพของตนเองโดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขเป๕นแกนนาในการดูแล สุขภาประกอบด๎วย ๕ แหลํงเรียนรู๎ได๎แกํ ๑)กลุ่ม อสม แนวทางการด าเนิ น งาน 1.ค๎ นหา -การรั บ สมั ค รประชาชนที่ส นใจ และมี จิต อาสาเข๎ า มาเป๕ น อาสาสมัครสาธารณสุข(อสม.) เพื่อเป๕นแกนนาในการดูแลสุขภาพตนเองของคนในชุมชนและเป๕นการแก๎ไข ป๓ญหาเรื่องการสาธารณสุขและแพทย๑ไมํทั่วถึงโดยหน๎าทีห่ ลักของอาสาสมัครสาธารณสุข(อสม.) คือการปูองกัน และสํงเสริมสุขภาพของคนในชุมชน2.ถํายทอดองค๑ความรู๎ - อาสาสมัครสาธารณสุข(อสม.)สามารถอบรมให๎ ความรู๎ในเรื่องของการดูแลสุขภาพตนเองแกํประชาชนและผู๎ที่สนใจเรียนรู๎ และสามารถเป๕นวิทยากรได๎ 3. พัฒนาศักยภาพ - การอบรมความรู๎เกี่ยวการการดูแล ปูองกัน และสํงเสริมสุขภาพของประชาชน เพื่อให๎ ประชาชนมีสุขภาพรํางกายที่แข็งแรง ทั้งยังมีการจัดกิจกรรมสํงเสริมสุขภาพ เชํน การเต๎นแอโรบิก ราไม๎พลอง และยังมีกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย 4.การนาไปใช๎ - การใช๎ข๎อมูลในเรื่องของสุขภาพประชาชนมาเป๕นพื้นฐานใน การทางานที่ได๎รับมอบหมายจากโรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพตาบล เพื่อให๎มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลผลิตและ ผลลัพธ๑ที่เกิด ขึ้น คื อ จากการจัดตั้ งโครงการอาสาสมัครสาธารณสุขมานั้น มีแกนนาทั้ง หมด ๓ คน และ สมาชิกทั้งหมด ๖ คน ทาให๎ประชาชนมีสุขภาพที่ดีขึ้น ลดความรุนแรงของโรคภัย สามารถคัดกรองโรคได๎และ ประชาชนหันมาดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้น ๒)กลุ่มสายใยรักแห่งครอบครัว ตั้ง อยูํ ที่บ๎ า นโพนสู ง หมูํ ที่ ๑๐ ในอดี ต สั ง คมไทยที่เ คยเป๕ นครอบครั วขยายก็ กลายเปลี่ ย นเป๕ น ครอบครัวเดี่ยวมากขึ้นการทางานนอกบ๎านของผู๎หญิงมีมากขึ้นเวลาในการเลี้ยงดูลูกในวัยตํางๆตั้งแตํวัยทารก วัยเด็ก วัยเรียนและวัยรุํนน๎อยลงบิดามารดามีเวลาให๎ลูกน๎อยลงสถาบันครอบครัวอํอนแอจนอาจเกิดผลกระทบ ตํอการเจริ ญเติ บโตของทารกในครรภ๑ ทารกแรกเกิ ดน้าหนักน๎ อยสํง ผลตํอการพัฒนาการทางรํ างกายและ สติป๓ญญาของเด็กในระยะยาว ตามข๎อมูลของเด็กที่เกิดในโรงพยาบาลกุดชุมในชํวง ปี งบประมาณ ๒๕๕๓๒๕๕๕ พบวําน้าหนักต่ากวํา ๒๕๐๐ กรัมคิดเป๕นอัตราร๎อยละ ๖.๓๓,๖.๙๒,๗.๙๙ ตามลาดับ อัตราการเกิด ทารกกินนมแมํอยํางเดียว ๖ เดือน ร๎อยละ 20,22,20 ตามลาดับ อัตราการคลอดของแมํอายุน๎อยกวํา20 ปี ร๎อยละ ๒๐.๕๗,๒๓.๗๐ ,๒๐.๑๓ ตามลาดับ ดังนั้นการพัฒนาคนให๎มีคุณภาพจึงต๎องเริ่มตั้งแตํอยูํใน ครรภ๑ ตามแนวคิดโรงพยาบาลสายใยรักแหํงครอบครัวนาสูํการปฏิบัติโดยงานอนามัยแมํและเด็กโรงพยาบาล สํงเสริมสุขภาพตาบลโพนค๎อจึงจัดทาโครงการเพื่อแก๎ไขป๓ญหาสุขภาพในกลุํมแมํและเด็ก ในพื้นที่ตาบลเหลํา โพนค๎อ โดยเป๕นการรํวมมือปฏิบัติงานของ อสม.และ รพสต.ตาบลโพนค๎อ รวมทั้งสํงเสริมชุมชนมีสํวนรํวมใน การดูแลสุขภาพอนามัยแมํและเด็กเพื่อให๎เกิดความยั่งยืนตลอดไป โดยมีวัตถุประสงค๑ ๑. เพื่อสํงเสริมสุขภาพ หญิงตั้งครรภ๑และทารกในครรภ๑ให๎สมบูรณ๑แข็งแรง น้าหนักดี พัฒนาการสมวัย มีความตระหนักในการเลี้ยง ลูกด๎วยนมแมํ ๒. เพื่อสํงเสริมสถาบันครอบครัวให๎เข๎มแข็งดูแลลูกอยํางมีคุณภาพตัง้ แตํวยั ทารกจนถึงวัยรุํนให๎ มีพฤติกรรม ที่เหมาะสม และลดอัตราการตั้งครรภ๑ในวัยรุํน 3. เพื่อสร๎างเครือขํายและพัฒนาบุคลากรที่ เกี่ยวข๎องให๎สามารถดาเนินงานแก๎ไขป๓ญหางานอนามัยแมํและเด็ก ในพื้นที่รับผิดชอบ เปูาหมาย 1.) หญิง ตั้งครรภ๑ฝากครรภ๑ครั้งแรกอายุครรภ๑กํอน 12 สัปดาห๑ มากกวําร๎อยละ 50 2.) หญิงตั้งครรภ๑ฝากครรภ๑ ครบ 5 ครั้งคุ ณภาพ ร๎อยละ 90 อัตราการตั้งครรภ๑ในวัยรุํนอายุต่ ากวํา 20 ปี ให๎น๎อยกวําร๎ อยละ ๑๐ 4. อัตราทารกแรกเกิดน้าหนักน๎อยกวํา ๒๕๐๐ กรัม ให๎น๎อยกวําร๎อยละ ๗ อัตราการเลี้ยงลูกด๎วยนมแมํอยําง เดียว ๖ เดือน มากกวําร๎อยละ ๓๐ อสม.ได๎รับการพัฒนาศักยภาพในงานอนามัยแมํและเด็ก จานวน 56 คน 148/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
๓)ศูนย์บาบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการและเด็กพิเศษ ศูนย๑บาบัดและฟื๗นฟูสมรรถภาพเด็กพิเศษและผู๎ พิการ สืบเนื่องจากมูล นิธิฝนหยาดเดียว ได๎มา ตรวจเยี่ยมสมาชิกผู๎พิการของโครงการที่อยูํในตาบลเหลําโพนค๎อ เมื่อปี พ.ศ.2551 และได๎ทราบถึงจานวนผู๎ พิการของต าบลเหลํ า โพนค๎ อ วํา มี จานวนมาก ที่ต๎ องการการบ าบั ด และฟื๗นฟู จึง ได๎ มีแผนการฝึ กอบรม อาสาสมัครกายภาพชุมชนขึ้น และได๎ประสานกับประธานชมรม ตาบลเหลําโพนค๎อ คือนางนิ้ม พลราชม ได๎ คั ด เลื อก อสม.จานวน 2 คน เพื่อเข๎ า รั บ การฝึ กอบรมอาสาสมั ค รกายภาพชุ มชน รอบที่ 1 เมื่ อวันที่ 1 มิถุนายน – 30 มิถุนายน 2551 ที่มูลนิธิ ฝนหยาดเดียว อาสาสมัคร 2 คน คือ นางชญานันทน๑ ธนะคาดี และนายวุฒิชัย พลราชม หลังจากอบรมแล๎วปฏิบัติงานในมูลนิธิ 3 เดือน ตั้งแตํ กันยายน - พฤศจิกายน พ.ศ 2551 หมดงบประมาณเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2552 ทางมูลนิธิฯได๎งบประมาณจาก สสส. เพื่อจัดการ อบรมในรอบ 2 อบรม 1 เดื อน ปฏิ บั ติ ง าน 1 ปี ในชุ มชนของตั วเอง ทางองค๑ การบริ ห ารสํ วนต าบลไ ด๎ สนับสนุนงบประมาณ 48,000 บาท เพื่อจัดตั้งศูนย๑และอบรมในตาบล 1 หมูํบ๎าน ๆ ละ 2 คน ทั้งหมด 24 คน อบรมวันที่ 17-29 สิงหาคม 2552 มูลนิธิฝนหยาดเดียวได๎ให๎การสนับสนุนในการฝึกอบรมอาสาสมัครเพื่อฟื๗นฟูสมรรถภาพเด็กพิเศษและผู๎ พิการพร๎อมกับจํายคําเบี้ยเลี้ยงให๎กับอาสาสมัครในการออกไปให๎บริการเด็กพิเศษและ ผู๎พิการตามหมูํบ๎าน แตํการออกไปบริการนั้นไมํสามารถนากายอุปกรณ๑ออกไปใช๎ได๎ องค๑การบริ หารสํ วนต าบลเหลํ าโพนค๎ อ จึงได๎ สนั บ สนุ นให๎ มีการจัดตั้ ง ศูนย๑ ฯขึ้ นโดยสนั บสนุนงบประมาณ 46,000 บาท เพื่อใช๎ในการฝึกอบรมอาสาสมัครเพิ่มเติมให๎ครอบคลุมทุกหมูํบ๎าน ปรับปรุงห๎องน้าสาหรับผู๎พิการ จัดซื้อกายอุปกรณ๑สาหรับเด็กพิเศษและผู๎พิการ เป๕นต๎น โดยมีพิธีเปิดศูนย๑ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2552 ณ ศูนย๑บาบัดและฟื๗นฟูสมรรถภาพเด็กพิเศษและ ผู๎พิการตาบลเหลําโพนค๎อ(อบต.หลังเกํา) ได๎จัดให๎มีกิจกรรมดังตํอไปนี้ 1.ตรวจเยี่ยมผู๎เข๎ารับการบาบัดฟื๗นฟู 2.มอบรถเข็นแกํพิการ 3.สาธิตการบาบัดฟื๗นฟูสมรรถภาพผู๎พิการ ตํอจากนั้นวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2553 ได๎ย๎ายศูนย๑ฯ มาที่อาคารหลังใหมํที่สร๎างขึ้นที่ องค๑การ บริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อ โดยใช๎งบประมาณจากเงินรางวัลบริหารจัดการที่ดี และได๎ย๎ายที่ทาการไปที่ โรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพตาบลโพนค๎อ เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ๎าหน๎าที่ในปี พ.ศ. 2555 ๔) รพ.สต.โพนค้อ โรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพตาบลโพนค๎อ รักษาพยาบาลระดับ ตาบลเบื้องต๎น ผู๎ปุวยฉุกเฉินหรือ ผู๎ ปุ วยทั่ วไป การปู อ งกั นโรค การฟื๗ นฟู ส มรรถภาพ กํ อ นนาสํ ง โรงพยาบาล ลดป๓ จ จัย เสี่ ย งประชากร กลุํมเปูาหมายกลุํม ของเด็ก เด็ก 3-5 ปี เด็ก 6-12 ปี เยาวชน วัยทางาน หญิง ตั้งครรภ๑ ผู๎สูงอายุ ผู๎ปุวยติดเชื้อ ผู๎ปุวยจิตเวช ผู๎ปุวยโรคเรื้อรัง คนพิการ ผู๎ด๎อยโอกาส ๕) หน่วยกู้ชีพกู้ภัยตาบลเหล่าโพนค้อ ตาบลเหลําโพนค๎อเป๕ นพื้นที่ที่อยูํหํางไกลจากโรงพยาบาล ประชาชนสํ วนใหญํ ประกอบอาชี พ เกษตรกรรม มี ฐานะยากจน การเข๎ า ถึ งบริ การทางการแพทย๑ เป๕ นสิ่ ง ที่ยากล าบาก ตั้ ง แตํ การเดินทางไป โรงพยาบาล โดยเฉพาะในภาวการณ๑เจ็บปุวยฉุกเฉิน องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อเป๕นหนํวยงานท๎องถิ่นที่ใกล๎ชิดกับประชาชนมากที่สุด ได๎เล็งเห็นถึง ป๓ญหาที่เกิดขึ้น องค๑การบริหารสํวนตาบลเหลําโพนค๎อประสงค๑ให๎ประชาชนเข๎าถึงหลักประกันสุขภาพ ได๎รับ การรักษาอยํางทั่วถึง จึงได๎จัดตั้งหนํวยบริการการแพทย๑ฉุกเฉินในลักษณะของการเชื่อมโยงความรํวมมือตําง ๆ จากหนํวยงานที่เกี่ยวข๎องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนที่มีจิตอาสา ประกอบกับบันทึกความรํวมมือ เพื่อสนับสนุนการด าเนินงานขององค๑กรปกครองสํวนท๎องถิ่น ในเรื่องการบริห ารจัดการระบบหลักประกั น สุขภาพและสวัสดิ การชุ มชนในระดับท๎องถิ่นหรือพื้นที่ ระหวํา งสานั กงานหลักประกั นสุขภาพแหํ งชาติ 149/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย๑ กระทรวงมหาดไทย สมาคมองค๑การบริหารสํวนจังหวัดแหํงประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแหํงประเทศไทย และสมาคม องค๑การบริหารสํวนตาบลแหํงประเทศไทย ตามบันทึกความรํวมมือ ที่ 54 /2550 จัดทาขึ้น ณ กรม สํงเสริมการปกครองท๎องถิ่น โดยมีเปูาหมายและวัตถุประสงค๑ที่สาคัญคือ สนับสนุนการดาเนินงานและ การบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพและสวั สดิการชุมชน ในระดับท๎องถิ่นหรือพื้นที่ หนํวยบริการ การแพทย๑ฉุกเฉินตาบลเหลําโพนค๎อ จึงได๎เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2549 และได๎ให๎บริการประชาชน อยํางทั่วถึงตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต๎คาขวัญที่วํา “รวดเร็ว ทันใจ บริการปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง” ๗. ระบบการอนุรกั ษ์วฒ ั นธรรม แนวคิดหลัก การดารงชีวิตความเป๕นอยูํที่เปลี่ยนไปในป๓จจุบัน ทาให๎วัฒนธรรมที่เคยมีมาเริ่มจางหายไปด๎วย มี คํานิยมทั้งทางด๎านอาหาร เครื่องนุํงหํม การแตํงกาย มรดกที่บรรพบุรุษเคยสร๎างมาเริ่มจางหาย โดยประชาชน รุํนหลังลืมประเพณีวัฒนธรรมวิถีชีวิตความเป๕นอยูํ ทาให๎เกิดป๓ญหาตํางๆได๎แกํ ป๓ญหาด๎านเศรษฐกิจ ประชาชน หันไปซื้อของตํา งประเทศ รวมทั้งดนตรี ที่เยาวชนรุํ นหลั งหั นไปนิย มดนตรี สากลมากขึ้ น ป๓ญหาด๎ านสั งคม ประชาชนมุํงหน๎าทางานไมํมีเวลาสร๎างสัมพันธ๑อันดีงามกับคนในชุมชนรวมถึงการเข๎าวัด ฟ๓งธรรม ป๓ญหาด๎าน สุขภาพวิถีชีวิตความเป๕นอยูํ ประชาชนมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปทั้งในด๎านอาหาร จึงทาให๎ประชาชนเกิดโรคตํางๆ เชํน โรคเบาหวานความดันโลหิตสูง ป๓ญหาด๎านการเมืองการปกครอง มีการเลื่อมล้าทางด๎านสิทธิมนุษยชนกัน มากขึ้น ตํอมาคนในชุมชนและผู๎นาชุมชนจึงรวมตัวกันเพื่ออนุรักษ๑ประเพณีวัฒนธรรมที่มีให๎คงอยูํ ให๎ลูกหลาน ได๎ศึกษาเรียนรู๎และถํายทอดวัฒนธรรมอันดีงามตํอไป ประกอบด๎วย ๒ แหลํงเรียนรู๎ได๎แกํ ๑)กลุ่มดนตรีพื้นเมือง เนื่องจากคนตาบลเหลําโพนค๎อชอบความสนุกสนานจึงมีการจัดตั้งกลุํมดนตรีพื้นเมืองขึ้นในตาบล เพือ่ รํวมกิจกรรมงานบุญตํางๆ ในตาบลและนอกตาบลแล๎วแตํจะมีคนวําจ๎าง คําจ๎างไมํจากัดวําจะเทําไรอยูํที่ การตกลงกัน กลุํ มดนตรีพื้นเมือง ตั้ งอยูํที่บ๎า นโพนสูง ตาบลเหลํา โพนค๎อ อาเภอโคกศรีสุ พรรณ จัง หวัด สกลนคร ๒)กลุ่มหมอเหยา หมอเหยาเป๕นชื่อเรียกของท๎องถิ่น ที่ใช๎เรี ยก ผู๎เป๕นรํางทรงของผีที่ทากิจกรรมรักษาผู๎ปุวยด๎วยวิธี ทางไสยศาสตร๑โดยวิธีการเสี่ยงทาย เมื่อรู๎วิธีการรักษาแล๎วก็ต๎องรักษาตามที่รํางทรงบอกมีหายบ๎างไมํหายบ๎าง หมอเหยาเป๕นกิจกรรมหรือวัฒนธรรมที่สืบทอดมาตั้งแตํการอพยพมาตั้งถิ่นฐานบ๎านเรือนครั้งแรกของชนเผํา ภูไท เนื่องจากสภาพพื้นที่ของคนภูไท ลักษณะที่ตั้งจะอยูํติดกับภูเขา แมํน้า การนับถือผีสางเทวดาจึงเป๕นเรื่อง ปกติ การทาพิธีเลี้ยงผีจะดาเนินการในชํวงเดือนมีนาคม ของทุกปี ถ๎าคนที่เป๕นรํางทรงไมํรํวมกิจกรรม มีความ เชื่อวําจะเจ็บไข๎แบบเป๕นๆ หาย ต๎องมีการเลี้ยงผีกํอนถึงหายขาด กลุํมหมอเหยา ในตาบลเหลําโพนค๎อมีหลายกลุํม โดยแตํละกลุํมจะขึ้นกับแมํครูที่ตัวเองเคารพนับถือ และ สามารถเป๕นผู๎นาของผีที่ตัวเองเป๕นรํางทรงได๎เทํานั้น ดังนั้นกลุํมหมอเหยาตาบลเหลําโพนค๎อจึงมี ๗ กลุํม และ แตํละกลุํมการเลี้ยงผีก็ขึ้นกับแมํครูที่ตัวเองนับถือจะรํวมกับกลุํมอื่นไมํได๎ ๘. ระบบทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและโบราณสถานโบราณวัตถุ แนวคิดหลัก องค๑ การบริ ห ารสํ วนต าบลเหลํ า โพนค๎อ มี พื้นที่ติ ด กั บ ภู เขาและมี สถานที่ทํองเที่ย วที่เ ป๕ นแหลํ ง ทํองเที่ยวธรรมชาติ เชํน ผานาง น้าตกศรีตาดโตน ถ้าผาเก ถ้าอํ างกุ๎ง จุดชมวิวเสาเฉลียง จุดชมวิวพระธาตุ ดอยอํางกุ๎ ง จุดชมวิวภูผาเจื่อน อํางแก๎ว นอกจากนี้ยัง มี แหลํงทํองเที่ยวประวัติศาสตร๑ โบราณคดี เชํ น ภาพเขียนกํอนประวัติศาสตร๑ จุดที่พบซากฟอสซิลไดโนเสาร๑ โบสถ๑ดิน พระธาตุดอยอํางกุ๎ง วัดศรีแก๎ว สานัก 150/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
สงฆ๑ภูน๎อยอํางแก๎ว และแหลํงทํองเที่ยวศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตตํางๆของท๎องถิ่น เพื่อคงไว๎ ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติที่เป๕นแหลํงประโยชน๑ในพื้นที่ เป๕นการอนุรักษ๑ดิน น้า ปุา โบราณสถาน โบราณวัตถุ และเพื่อให๎คนรุํนหลังได๎ศึกษาเรียนรู๎จึงสมควรที่จะมีอนุรักษ๑ ทะนุบารุงรักษา เพื่อให๎คงอยูํสืบไป ประกอบด๎วย ๗ แหลํงเรียนรู๎ได๎แกํ ๑)วัดปุาพุทธนิมิตสถิตศรีมาราม(วัดโบสถ์ดินแห่งแรกในประเทศไทย) วัดปุาพุทธนิมิตสถิตศรีมาราม เป๕นวัดที่มีอุโบสถ ที่สร๎างจากดินแหํงแรก และแหํงเดียวในประเทศ ไทย โดยสร๎างตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัว ในโอกาสพระ ชนม๑มายุครบ ๘๔ พรรษา ตั้งอยูํในพื้นที่บ๎านห๎วยยาง หมูํที่ ๖ ตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร แนวความคิดเกี่ยวกับการสร๎างอุโบสถดิน วิเวกอาศรมกุฏิดิน และพระเจดีย๑พอเพียงนี้ เป๕น แนวความคิดที่จะสร๎างอุโบสถ กุฏิ และพระเจดีย๑ ให๎สาเร็จได๎อยํางรวดเร็ว มีความคงทนแข็งแรงประหยัด คําใช๎จําย โดยใช๎วัสดุที่มีอยูํในพื้นที่กํอสร๎าง เพื่อให๎สอดคล๎องกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อน๎อมเกล๎าน๎อม กระหมํอมถวายเป๕นพระราชกุศล เฉลิมพระเกียรติแดํพระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัว เนื่องในมหามงคลวโรกาส ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา ให๎เสร็จทันภายในเดือนธันวาคม อันเป๕นเดือนมหามงคลทรงเจริญพระ ชนมพรรษา ๘๔ พรรษา และเพื่อให๎เป๕นต๎นแบบของการสร๎างวัดแบบพอเพียงแนวความคิดเกี่ยวกับการเลือก พื้นที่สร๎ างอุโ บสถดิน วิเวกอาศรมกุฏิดิ น และพระเจดี ย๑พอเพีย ง คือการเลื อกพื้นที่ที่พระบาทสมเด็จพระ เจ๎าอยูํหัว เคยเสด็จพระราชดาเนินไปทรงพระราชทานความชํวยเหลือประชาชนที่ได๎รับความทุกข๑ยาก เพื่อให๎ เขาเหลํานั้นมีความเป๕นอยูํที่ดีขึ้น มีความมั่นคงในอาชีพการงานสามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได๎เป๕นอยําง ดี ๒)ถ้าผาเก ถ้าผาเกตั้งอยูํบริเวณ เทือกเขาภูพาน เขตบ๎านห๎วยยาง หมูํที่ 9 ตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรี สุพรรณ จังหวัดสกลนคร ลักษณะสาคัญ ถ้าผาเก อยูํบริเวณเทือกเขาภูพาน หํางจากบ๎านห๎วยยางทางทิศ เหนือ ประมาณ 3 กิโลเมตร เป๕นถ้าที่มีความสวยงาม อยูํใต๎ชะงํอนหิน ลึกประมาณ 20 เมตร อดีตเคยเป๕นที่ กรรมฐานของพระเกจิอาจารย๑ดังประจาตาบลเหลําโพนค๎อ คือ พระอาจารย๑ภา ซึ่งได๎จาพรรษาอยูํที่นี่หลายปี กํอนที่ทํานเดินทางธุดงค๑ไปยังถ้าตับเตํา จังหวัดเชียงใหมํ โดยถ้าแหํงนี้มีเจ๎าที่แรง อดีตมีพระที่สามารถใช๎ถ้า แหํงนี้ได๎มีอยูํ 2 ทําน คือ พระอาจารย๑พา และพระอาจารย๑ด๎วง ฐิตะป๓ญญะเถระ เพราะ 2 ทํานนี้มีธรรม แกํกล๎าและเมตตาสูง คุณลุง เชิ่ง พลราชม เลําวํา ประมาณปี พ.ศ.2496 ตอนนั้นทํานบวชเป๕นพระหนุํม อยูํกับญาคูด๎วงมาตลอด ในปีนั้นวัดศรีแก๎วบ๎านเหลําจะจัดงานบุญพระเวสสันดร จะต๎องเตรียมบั้งไฟหมื่นเข๎า ขบวนแหํพระเวสสันดร ญาคูด๎วง จึงพาชาวบ๎านญาติโยมประมาณ 10 คน ขึ้นเขาเพื่อเก็บขี้ค๎างคาวมาสกัดทา เป๕นดินปะสิว อยูํที่ถ้าผาเก ข๎างภูอํางกุ๎งด๎านทิศตะวันตก นั่นเอง วันนั้นทั้งวัน เก็บได๎แล๎วนามากรอง แล๎ว นามาต๎มจนแห๎ง แตํปรากฏวําไมํมีสารดินประสิวแม๎แตํนิดเดียว เมื่อเป๕นเชํนนี้จะต๎องนอนค๎างคืนที่ถ้าผาเกคืน หนึ่งเพราะไมํได๎สารดินประสิวเลยเพื่อพรุํงนี้จะได๎หาตํอไป ถ้าผาเกแหํงนี้มีเจ๎าที่ (ผีเฝูาถ๎า) แข็งมาก ใครไมํเกํง จริงจะถูกหักคอตายทั้งเป๕น คนที่สามารถใช๎ถ้าแหํงนี้ได๎มีอยูํ 2 ทําน คือ ญาคู พา บ๎านห๎วยยางและญาคูด๎วง เพราะ 2 ทํานนี้มีธรรมแกํกล๎าและเมตตาสูง ผีจึงกลัว ตื่นตอนเช๎า ญาคูด๎วงเลําให๎ฟ๓งวํา “เมื่อคืนมีคนมาพบ เรา 4 คน คนหนึ่งรูปรํางสูงใหญํผวิ ดา อีก 3 คน ตัวเทํากับเรา คนรํางสูงใหญํเป๕นหัวหน๎า พูดกับเราแบบตีตวั เสมอเราวํา ทํานทาอะไรทาไมไมํขอพวกเรา หลวงพํอบอกเราไมํขอดอก ผี เมื่อทํานไมํขอก็จะไมํได๎อะไรกลับบ๎าน ญาคูด๎วง เราจะเอาไปทาบัง้ ไฟแหํงานบุญพระเวสสันดร ไมํทาบุญบ๎างหรือ ผี ไมํ เราไมํให๎ ญาคูด๎วง เราจะเอาไปทาบุญต๎องให๎เรานะ คนรํางใหญํไมํตอบรับ แตํหันหน๎าไปพูดคุยกับ คนทัง้ สาม มีคนหนึ่งพยักหน๎าตกลงให๎ ผี (คนรํางสูงใหญํ) ถ๎าอยํางนั้นเราเป๕นเสีย่ วกันนะ 151/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ญาคูด๎วง ไมํได๎ เราเป๕นพระ ผี ถ๎าอยํางนั้นเราเรียนหนังสือด๎วยกัน มีอะไรก็บอกกันและจะได๎ชํวยเหลือกันได๎ ญาคูด๎วง ตกลง หลังจากนั้น ญาคูด๎วงจึงบอกญาติโยมที่นอนในคืนนั้นวํา ให๎เก็บขี้ค๎างคาวมากรองแล๎วต๎มใหมํครั้งนี้ ได๎สารดินประสิวแนํนอน เมื่อทาตามขั้นตอนเรียบร๎อยแล๎วสารดินประสิวนั้นก็ปรากฏขึ้นมาเป๕นแทํงมากมาย จนเพียงพอกับความต๎องการ เรื่องที่กลําวมานี้เป๕นคายืนยันจากคุณลุงเซิ่ง พลราชม วําเป๕นเรื่องจริงและอยูํใน เหตุการณ๑นั้นด๎วย ถ๎าทํา นใดสนใจ สงสัย ถามทํานได๎ที่บ๎านเหลําเหนือหมูํ ที่ 7 ป๓จจุบั นถ้าผาเก มี พระจา พรรษาวิป๓สสนาอยูํตลอดและในชํวงเทศกาลหรือวันสาคัญญาติโยมที่ศัทธาในพระพุทธศาสนาจะเดินทางขึ้นไป บาเพ็ญศีลภาวนากับพระอาจารย๑ที่จาพรรษาด๎วย ๓)อ่างเก็บน้าห้วยโท - ห้วยยางและศาลาอนุสรณ์ทรงงาน โครงการอํางเก็บน้าห๎วยโท – ห๎วยยาง อันเนื่องมาจากพระราชดาริ อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัด สกลนคร ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๒๗ พระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัว ได๎เสด็จพระราชดาเนินทรงเยี่ยมราษฎร ต าบลหนองบํ อ อาเภอนาแก จัง หวัด นครพนม และบ๎ า นห๎ วยยาง ต าบลเหลํ า โพนค๎ อ จัง หวัด สกลนคร พระราชทานพระราชดาริเกี่ยวกับงานชลประทาน ดังตํอไปนี้ พิจารณาสร๎างอํางเก็บน้าห๎วยโท โดยเรํงดํวน และสร๎างอํางเก็บน้าที่บริเวณลาห๎วยข๎างเคียง ตาบลหนองบํอ อาเภอนาแก และตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ ให๎สามารถทาการเพาะปลูกได๎ทงั้ ระยะฤดูฝน-ฤดู แล๎ง ๔)พระธาตุดอยอ่างกุ้ง พระธาตุดอยอํางกุ๎งตั้งอยูํบนเทือกเขาภูพาน เขตบ๎านห๎วยยาง หมูํที่ 9 ตาบลเหลําโพนค๎อ อาเภอ โคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนครลักษณะสาคัญ พระธาตุดอยอํางกุ๎ง อยูํบริเวณเทือกเขาภูพาน หํางจากบ๎าน ห๎วยยางประมาณ 4 กิ โลเมตร อยูํ ทางทิศตะวันออกของถ้าผาเก ผู๎ นาในการสร๎ างได๎ แกํ พระอาจารย๑ด๎ วง หรือญาคูด๎วง ทํานได๎ใช๎ภูมิป๓ญญาชาวบ๎านในการจัดทาอิฐบล็อก หลํออิฐขอ อิฐงอเพื่อใช๎กํอสร๎างและใช๎เป๕น กระเบื้องมุงหลังคา นอกจากนี้ทํานยังได๎นาเอาหินปูนจากเทือกเขาภูพาน นามาเผาเพื่อทาเป๕นปูนซีเมนต๑ฉาบ ผนังเนื่องจากสมัยนั้นปูนซีเมนต๑ยังหาได๎ยาก จึงต๎องใช๎หินปูนเผาเป๕นขี้เถ๎าแล๎วนามาหมักผสมกับหนังสัตว๑และ เปลือกยางโบงที่บดตาละเอียด ทิ้งไว๎จนกวําหนังสัตว๑และเปลือกไม๎ยางโบงจะเปื๖อยเพื่อให๎ปูนยึดติดเกาะกัน แนํน ซึ่งถือวําเป๕นประติมากรรมที่ทํานได๎คิดค๎นขึ้น ซึ่งไมํนานมานี้ทางสถาบันเทคโนโลยีเจ๎าคุณลาดกระบัง โดยการนาทีมของคณะอาจารย๑และนักศึกษา ได๎มาศึกษาดูงานด๎านโบราณสถาน และโบราณวัตถุ ปรากฏวําได๎ สร๎างความตกตะลึงตํอปฏิมากรรมดังกลําวและเห็นวําควรอนุรักษ๑ไว๎ตํอไป พระธาตุดอยอํางกุ๎ง ประกอบด๎วยพระพุทธรูป 1 องค๑ หน๎าตักกว๎าง 4 เมตร สูง 6 เมตร เจดีย๑ 1 องค๑ บรรจุพระอรหันต๑ธาตุ 24 พระองค๑ ฐานกว๎าง 5 เมตร สูง 7 เมตรและศาลาที่พัก 1 หลัง ทุกๆ ปี ประชาชนชาวตาบลเหลํ าโพนค๎อและตาบลใกล๎เ คียงจะทาบุญ นมั สการพระธาตุดอยอํ างกุ๎ ง ในชํ วงเดือ น เมษายน ถึงพฤษภาคม ทุกปี ๕)สานักสงฆ์ภูน้อยอ่างแก้ว เป๕นสานักสงฆ๑ที่มคี วามเงียบสงบมีองค๑พระนอนองค๑ใหญํและจุดชมวิวทีส่ วยงามมากสามารถมองเห็น อําง เก็บน้าห๎วยโท - ห๎วยยางระหวํางการเดินทางผู๎มาเยือนก็จะได๎สมั ผัสกับธรรมชาติอันเงียบสงบพรรณไม๎ ท๎องถิ่น หายากสองฝ๓ง๖ ทางการเดินทางไปเยือนสานักสงฆ๑ภูน๎อยอํางแก๎วเริ่มต๎นเดินทางโดยเรือกํอนจะถึงสานักสงฆ๑ภูน๎อย อํางแก๎วจะผํานสถานที่ทํองเที่ยวหลายจุดเชํนถ้าผาเกโดยสานักสงฆ๑จะอยูหํ ํางจากถ้าผาเกประมาณ 1.81 กิโลเมตรอีกชํองทางหนึ่งคือการเดินทางโดนรถยนต๑ซึ่งจุดเริ่มต๎นจะเริ่มที่ศาลาทรงงานอํางเก็บน้าห๎วยโท ห๎วยยางเป๕นระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตรกิจกรรมด๎านกาทํองเที่ยวได๎แกํเสี่ยงเซียมซีดคู าทานายโชคชะตา พร๎อมกราบนมัสการขอพรองค๑พระนอนสานักสงฆ๑ภูน๎อยอํางแก๎ว
152/168
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
6) กลุ่มธนาคารขยะลดปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชน กลุํม ธนาคารขยะรีไซเคิล มีแนวคิดริเริ่มจากนักศึษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได๎ลงศึกษาดูงานลง พื้นที่ในการทาวิจัยการจัดการหมูํบ๎านและสารวจพบป๔ญหาการทิ้งขยะในหมูํบ๎านตามปุาสาธารณะ จึงได๎นา ป๓ญหาเสนอตํอ อบต.เพื่อจัดทาโครงการแก๎ไขป๓ญหาดังกลําว โดยขอรับงบประมาณจากกองทุนหลักประกัน สุขภาพจานวน 8,๐๐๐ บาท ในปี 2556 ในการดาเนินโครงการธนาคารขยะลดป๓ญหาสิ่งแวดล๎อมในชุมชน โดยมีการเริ่มกํอตั้งกลุํมธนาคารขยะขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2556 โดยมีการฝึกอบรมผู๎ให๎ความรู๎ในเรื่อง การคัดแยกขยะและการจัดการขยะจากต๎นทางและรับซื้อขยะจากสมาชิกบ๎านห๎วยยางทั้งสองหมูํ คือ บ๎านห๎วย ยาง หมูํ 6 และบ๎านห๎วยยางเหนือ หมูํ 9 โดยการดาเนินการของคณะกรรมการซึ่งสํวนใหญํ เป๕นอสม.รํวมกับ เจ๎าหน๎าที่ จาก อบต.เหลําโพนค๎อ ซึ่งการดาเนินการจะมีการซื้อและขายขยะพร๎อมกับบันทึกข๎อมูลจานวนเงิน ที่ขายได๎ในคอมพิวเตอร๑ซึ่งดาเนินการโดย มีการประชุมคณะดาเนินการ ๗) พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านหนองเหียน พิพิธภัณฑ๑ชุมชนบ๎านหนองเหียน กํอตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 5 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2555 ขนาด 4x6 เมตร งบประมาณในการกํอสร๎างและแรงงานจากชุมชน ในชํวงที่ทํานพระครูสุวรรณจันทะคุณ เป๕นเจ๎าอาวาสวัดศรี บุญเรืองใต๎ ทั้งนี้นางยิ้มยวน มาลีลัยและครอบครัว พร๎อมชาวบ๎านหนองเหียนมีความเห็นวํา หมูํบ๎านและ ท๎องถิ่นของตนเป๕ นหมูํ บ๎ านเกํ าแกํ มี วัตถุ โ บราณที่ช าวบ๎ า นขุ ด พบโดยบั ง เอิ ญ นั้ นมี เ ป๕นจานวนมาก เชํ น พระพุทธรูปโบราณ ไหโบราณ มีต๎นโพธิ์ที่มีอายุหลายร๎อยปีมีหนังสือใบลานที่เป๕นตัวอักษรธรรม อักษรขอม อักษรไทยน๎อย และอักษรไทยอาหม และในชุมชนยังมีตัวแบบกุฏิสงฆ๑-ศาลาการเปรียญแบบโบราณ เป๕นที่ ควรอนุรักษ๑อยํางยิ่ง ประกอบกับบ๎านหนองเหียนได๎มีประวัติหมูํบ๎านเป๕นเมืองมีวัตถุโบราณที่ชาวบ๎านขุดพบ โดยบังเอิญนั้นมีเป๕นจานวนมาก เชํนพระพุทธรู ปโบราณ ไหโบราณ มีต๎นโพธิ์ที่มีอายุหลายร๎อยปีมีหนังสือ ใบลานที่เ ป๕ นตั วอั กษรธรรม อั ก ษรขอม อั กษรไทยน๎ อย และอั กษรไทยอาหม หน๎ า ดํ า น เมื่ อสมั ย รัตนโกสินทร๑ตอนต๎นบ๎าง หลักฐานคือมี “โฮงช๎าง” และมี ตระกูลของทาญาติเจ๎าพระยาคือ นางกอง แสน ราษฎร๑ ซึ่งเป๕นทาญาติของพระยาศรี เจ๎าเมืองสกลนคร เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2200 กวําปี สํวนหนังสือ คัมภีร๑ใบลาน ได๎รับการแนะนาและสารวจโดยเจ๎าหน๎าที่ศูนย๑หนังสือใบลาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ผศ. ดร.ราชันย๑ นิล วรรณาภาและคณะ) ได๎ออกมาส ารวจหนั งสื อใบลานและสาธิต การจัด เก็บ การหํ อทาง ชาวบ๎านจึงมีความเห็นและมีแนวคิดอยากสร๎างสถานที่จัดเก็บโบราณวัตถุโบราณสถาน ให๎เป๕นสัดสํวน
153/168
1.1 1.2 1.5 1.7 1.8
2. กลุมํ ผู๎ใช๎น้าประปา 1.2 1.3
1.ระบบการบริหารจัดการแบบมีสํวนรํวม ๑. การบริหารจัดการแบบมีสํวนรํวม(อบต.เหลําโพน ค๎อ) 2.1 2.2 2.8 2.12 3.1 3.2 3.3 3.4 3.5 3.6 3.7 3.9 3.11 3.12 4.1 4.2 4.6 4.9 5.1 5.2 5.4 5.6 5.7 5.10 6.1 6.2 8.1 6.3 8.2 6.4 7.2 8.3 6.5 7.6 8.4 6.7 8.7 6.9 8.10 6.11. 6.12 √
๕. การควบคุมเครื่องดืม่ แอลกอฮอล์และลดอุบัติเหตุจราจร ๖. ครอบครัวอบอุ่นและการเฝูาระวังตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ๗.พัฒนาการเด็กปฐมวัย ๘. สร้างเสริมสุขภาพในโรงเรียน ๙. การดูแลผู้พิการและผู้ยากไร้ ๑๐ การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ
√ √ √ √ √ √ √ 10 √ √
√ √ 3 √ √
สร้างผลกระทบ
√ 3 √ √ √ 3
2 √ √ √ 3
154/168
รวม
3. สร้างศักยภาพ
√
2. สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ
√
1. สร้างการมีสว่ นร่วม
2
รวม
2. สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ศักยภาพของแหล่งเรียนรูก้ บั การทางานที่สอดคล้องกับข้อเสนอนโยบายสาธารณะ และส่งผลกระทบต่อการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และงานสามสร้างยกกาลังสาม ข้อเสนอนโยบายสาธารณะ 7+1 ประเด็น การลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สร้างการเรียนรู้ 88 ข้อเสนอ
3. สร้างผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม
1. สร้างผลกระทบทางสังคม
√
รวม
๓. สร้างผู้นาการเปลี่ยนแปลง
๒. สร้างความรู้
รวมการจัดการปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและปัจจัยส่งเสริมทางสุขภาพ
๔. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๓. อาหารเพื่อสุขภาวะ
๒. ระบบการดูแลผู้สูงอายุ
√
๑. สร้างแหล่งเรียนรู้
2
๑. การควบคุมยาสูบ
รวมข้อเสนอนโยบายสาธารณะ ๗+๑
๘. การลงทุนทางสุขภาพโดยชุมชน
๗. การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน
๖.การดูแลสุขภาพชุมชนโดยชุมชน
46
๕. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๔. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติแลสิ่งแวดล้อม
ชื่อแหล่งเรียนรู้
๓. เกษตรกรรมยั่งยืน
๒. การจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน
๑. การบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
ภาคผนวก ง. ความสอดคล้ องของทุนและศักยภาพกับนโยบายสาธารณะ และการจัดการปั จจัยเสี่ยงและปั จจัยส่งเสริมสุขภาพ สร้างพลเมือง
3. กลุมํ สตรีแมํบา๎ น 1.2
4.กลุมํ ผู๎ใช๎น้าชลประทาน 1.2 1.3
1. กลุํมข๎าวนาน้าฝน
3. กลุํมออมทรัพย๑บ๎านเหลํา
4.กลุมํ ฌาปนกิจศพสงเคราะห๑ 1.1 1.2 2.1 1.5 2.11 1.7 2.12 1.8 1.2 2.2 1.3 2.4 1.4 2.6 1.5 1.2 2.22. 3.13. 1.3 4.1 4.2
2.2 2.5
5.1 5.3 6.3
5.5 5.8
6.1 6.4 7.3 8.3 8.5
28 13
√
√
√
6
2
2
1 √
√ √ 2 √
√ √ 3 √
√ 2 √
รวม 1. สร้างการมีสว่ นร่วม
1 √
√ 2 √
√ 2 √
155/168
รวม
สร้างผลกระทบ
3. สร้างศักยภาพ
2. สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ
3. สร้างผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม
ศักยภาพของแหล่งเรียนรูก้ บั การทางานที่สอดคล้องกับข้อเสนอนโยบายสาธารณะ และส่งผลกระทบต่อการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และงานสามสร้างยกกาลังสาม ข้อเสนอนโยบายสาธารณะ 7+1 ประเด็น การลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สร้างการเรียนรู้ 88 ข้อเสนอ
2. สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ
1. สร้างผลกระทบทางสังคม
2. ระบบกองทุนและสวัสดิการ รวม
√
๓. สร้างผู้นาการเปลี่ยนแปลง
5 ๒. สร้างความรู้
๑. สร้างแหล่งเรียนรู้
รวมการจัดการปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและปัจจัยส่งเสริมทางสุขภาพ
๑๐ การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ
๙. การดูแลผู้พิการและผู้ยากไร้
๘. สร้างเสริมสุขภาพในโรงเรียน
๗.พัฒนาการเด็กปฐมวัย
๖. ครอบครัวอบอุ่นและการเฝูาระวังตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
๕. การควบคุมเครื่องดืม่ แอลกอฮอล์และลดอุบัติเหตุจราจร
๔. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๓. อาหารเพื่อสุขภาวะ
๒. ระบบการดูแลผู้สูงอายุ
๑. การควบคุมยาสูบ
รวมข้อเสนอนโยบายสาธารณะ ๗+๑
๘. การลงทุนทางสุขภาพโดยชุมชน
๗. การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน
๖.การดูแลสุขภาพชุมชนโดยชุมชน
๕. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๔. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติแลสิ่งแวดล้อม
ชื่อแหล่งเรียนรู้
๓. เกษตรกรรมยั่งยืน
๒. การจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน
๑. การบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
สร้างพลเมือง
√ 2
√ √ 3
8.2 8.3 8.6 √ √ 3
√ √ √ 3 √ √ 2 √ √ √ 3
√ √ √ 3 √ √ 2 √ √ √ 3
1.4 42.6 12 1.5 1.7 1.8 1.9 1.11 4.3 4.9 5.5 6.5 5.11 5.12 7.6
156/168
รวม
3. สร้างศักยภาพ
สร้างผลกระทบ
2. สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ
1. สร้างการมีสว่ นร่วม
รวม
3. สร้างผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม
ศักยภาพของแหล่งเรียนรูก้ บั การทางานที่สอดคล้องกับข้อเสนอนโยบายสาธารณะ และส่งผลกระทบต่อการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และงานสามสร้างยกกาลังสาม ข้อเสนอนโยบายสาธารณะ 7+1 ประเด็น การลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สร้างการเรียนรู้ 88 ข้อเสนอ
2. สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ
1. สร้างผลกระทบทางสังคม
รวม
๓. สร้างผู้นาการเปลี่ยนแปลง
๒. สร้างความรู้
๑. สร้างแหล่งเรียนรู้
รวมการจัดการปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและปัจจัยส่งเสริมทางสุขภาพ
๑๐ การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ
๙. การดูแลผู้พิการและผู้ยากไร้
๘. สร้างเสริมสุขภาพในโรงเรียน
๗.พัฒนาการเด็กปฐมวัย
๖. ครอบครัวอบอุ่นและการเฝูาระวังตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
๕. การควบคุมเครื่องดืม่ แอลกอฮอล์และลดอุบัติเหตุจราจร
๔. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๓. อาหารเพื่อสุขภาวะ
๒. ระบบการดูแลผู้สูงอายุ
๑. การควบคุมยาสูบ
รวมข้อเสนอนโยบายสาธารณะ ๗+๑
๘. การลงทุนทางสุขภาพโดยชุมชน
๗. การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน
๖.การดูแลสุขภาพชุมชนโดยชุมชน
๕. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๔. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติแลสิ่งแวดล้อม
ชื่อแหล่งเรียนรู้
๓. เกษตรกรรมยั่งยืน
๒. การจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน
๑. การบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
สร้างพลเมือง
5.กองทุนผู๎สงู อายุผู๎พิการและผู๎ติดเชื้อเอดส๑
1. กลุํมทอผ๎าไหม ผ๎าพืน้ เมือง 1.1 1.2 1.4
1.1 1.2 2.1 2.3 2.4 2.5 2.8 2.9 2.10 2.11 2.12
8.7 12
3
√ √ √
√
รวม 1. สร้างการมีสว่ นร่วม 2. สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ 3. สร้างศักยภาพ รวม
ศักยภาพของแหล่งเรียนรูก้ บั การทางานที่สอดคล้องกับข้อเสนอนโยบายสาธารณะ และส่งผลกระทบต่อการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และงานสามสร้างยกกาลังสาม ข้อเสนอนโยบายสาธารณะ 7+1 ประเด็น การลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สร้างการเรียนรู้ 88 ข้อเสนอ
√ 1 √ √ 2 √ √ √ 3
2 √ √ 2 √ √ √ 3
3. สร้างผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม
2. สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ
√
1. สร้างผลกระทบทางสังคม
3. ระบบเศรษฐกิจชุมชนประกอบด๎วย รวม
3
๓. สร้างผู้นาการเปลี่ยนแปลง
๒. สร้างความรู้
๑. สร้างแหล่งเรียนรู้
รวมการจัดการปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและปัจจัยส่งเสริมทางสุขภาพ
๑๐ การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ
๙. การดูแลผู้พิการและผู้ยากไร้
๘. สร้างเสริมสุขภาพในโรงเรียน
๗.พัฒนาการเด็กปฐมวัย
๖. ครอบครัวอบอุ่นและการเฝูาระวังตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
๕. การควบคุมเครื่องดืม่ แอลกอฮอล์และลดอุบัติเหตุจราจร
๔. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๓. อาหารเพื่อสุขภาวะ
๒. ระบบการดูแลผู้สูงอายุ
๑. การควบคุมยาสูบ
รวมข้อเสนอนโยบายสาธารณะ ๗+๑
๘. การลงทุนทางสุขภาพโดยชุมชน
๗. การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน
๖.การดูแลสุขภาพชุมชนโดยชุมชน
๕. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๔. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติแลสิ่งแวดล้อม
ชื่อแหล่งเรียนรู้
๓. เกษตรกรรมยั่งยืน
๒. การจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน
๑. การบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
สร้างผลกระทบ สร้างพลเมือง
157/168
2. ร๎านค๎าชนบทบ๎านโพนค๎อ 1.1 1.2 1.3 1.8 1.9
1.2 2.4 3.1 3.4 3.5 3.9 3.10 3.11 3.14 5.5
3. กลุํมข๎าวฮาง 11 √ √
2.2 2.4 2.11 2.12 √ √
3 √
√ 3 √ √
2 √ √
2. สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ 3. สร้างศักยภาพ
สร้างผลกระทบ
2 √ √ √
3 √
8.7
158/168
√
รวม
1. สร้างการมีสว่ นร่วม
√
รวม
ศักยภาพของแหล่งเรียนรูก้ บั การทางานที่สอดคล้องกับข้อเสนอนโยบายสาธารณะ และส่งผลกระทบต่อการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และงานสามสร้างยกกาลังสาม ข้อเสนอนโยบายสาธารณะ 7+1 ประเด็น การลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สร้างการเรียนรู้ 88 ข้อเสนอ
3. สร้างผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม
2. สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ
√
1. สร้างผลกระทบทางสังคม
√
รวม
√
๓. สร้างผู้นาการเปลี่ยนแปลง
๒. สร้างความรู้
1.8 ๑. สร้างแหล่งเรียนรู้
รวมการจัดการปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและปัจจัยส่งเสริมทางสุขภาพ
๑๐ การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ
๙. การดูแลผู้พิการและผู้ยากไร้
๘. สร้างเสริมสุขภาพในโรงเรียน
๗.พัฒนาการเด็กปฐมวัย
๖. ครอบครัวอบอุ่นและการเฝูาระวังตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
๕. การควบคุมเครื่องดืม่ แอลกอฮอล์และลดอุบัติเหตุจราจร
๔. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๓. อาหารเพื่อสุขภาวะ
๒. ระบบการดูแลผู้สูงอายุ
๑. การควบคุมยาสูบ
รวมข้อเสนอนโยบายสาธารณะ ๗+๑
๘. การลงทุนทางสุขภาพโดยชุมชน
๗. การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน
๖.การดูแลสุขภาพชุมชนโดยชุมชน
๕. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๔. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติแลสิ่งแวดล้อม
ชื่อแหล่งเรียนรู้
๓. เกษตรกรรมยั่งยืน
๒. การจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน
๑. การบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
สร้างพลเมือง
3
2
๕ .กลุมํ แมํบ๎านเกษตรกรบ๎านเหลําเหนือพัฒนา 1.1 1.2
๖. กลุมํ เพาะพันธุ๑กล๎าไม๎
1.2 1.3 3.1 3.3 3.4 3.5 3.9 3.10
3.1 3.2 3.3 3.4 3.5 3.6 3.10 3.11 3.14 4.2 4.5 4.6 15
9
√ √ √ √
√ √ √
1. สร้างผลกระทบทางสังคม 2. สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ
2 √ √
3 √ √ √
1. สร้างการมีสว่ นร่วม
2 √
3 √
5.5
159/168
√
√
รวม
3. สร้างศักยภาพ
สร้างผลกระทบ
2. สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ
รวม
ศักยภาพของแหล่งเรียนรูก้ บั การทางานที่สอดคล้องกับข้อเสนอนโยบายสาธารณะ และส่งผลกระทบต่อการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และงานสามสร้างยกกาลังสาม ข้อเสนอนโยบายสาธารณะ 7+1 ประเด็น การลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สร้างการเรียนรู้ 88 ข้อเสนอ
3. สร้างผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม
รวม
๓. สร้างผู้นาการเปลี่ยนแปลง
๒. สร้างความรู้
รวมการจัดการปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและปัจจัยส่งเสริมทางสุขภาพ
๑๐ การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ
๙. การดูแลผู้พิการและผู้ยากไร้
๘. สร้างเสริมสุขภาพในโรงเรียน
๗.พัฒนาการเด็กปฐมวัย
๖. ครอบครัวอบอุ่นและการเฝูาระวังตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
๑. สร้างแหล่งเรียนรู้
√
๕. การควบคุมเครื่องดืม่ แอลกอฮอล์และลดอุบัติเหตุจราจร
๔. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๓. อาหารเพื่อสุขภาวะ
๒. ระบบการดูแลผู้สูงอายุ
๑. การควบคุมยาสูบ
รวมข้อเสนอนโยบายสาธารณะ ๗+๑
๘. การลงทุนทางสุขภาพโดยชุมชน
๗. การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน
๖.การดูแลสุขภาพชุมชนโดยชุมชน
๕. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๔. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติแลสิ่งแวดล้อม
ชื่อแหล่งเรียนรู้
๓. เกษตรกรรมยั่งยืน
๒. การจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน
๑. การบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
สร้างพลเมือง
2
4.2
2
1.2
1.2 1.3 3.1 3.2 3.3 3.4 3.5 3.6 3.10 3.11 3.14
8. กลุมํ เกลือสินเธาน๑ 2.4 3.1 3.4 3.5 3.9 3.10 4.2 4.5 4.6
5.5
7. กลุํมวิสาหกิจชุมชน
5.5 15 √
11 √ √ √ 3
๓. สร้างผู้นาการเปลี่ยนแปลง รวม 1. สร้างผลกระทบทางสังคม 2. สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ 3. สร้างผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม รวม 1. สร้างการมีสว่ นร่วม
√ √ 2
√ √ √ 3 √ √ √ 3 √
√ √ √ 3 √
8.7
160/168
√
√
รวม
สร้างผลกระทบ
3. สร้างศักยภาพ
ศักยภาพของแหล่งเรียนรูก้ บั การทางานที่สอดคล้องกับข้อเสนอนโยบายสาธารณะ และส่งผลกระทบต่อการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และงานสามสร้างยกกาลังสาม ข้อเสนอนโยบายสาธารณะ 7+1 ประเด็น การลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สร้างการเรียนรู้ 88 ข้อเสนอ
2. สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ
๒. สร้างความรู้
√
๑. สร้างแหล่งเรียนรู้
รวมการจัดการปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและปัจจัยส่งเสริมทางสุขภาพ
๑๐ การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ
๙. การดูแลผู้พิการและผู้ยากไร้
๘. สร้างเสริมสุขภาพในโรงเรียน
๗.พัฒนาการเด็กปฐมวัย
๖. ครอบครัวอบอุ่นและการเฝูาระวังตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
๕. การควบคุมเครื่องดืม่ แอลกอฮอล์และลดอุบัติเหตุจราจร
๔. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๓. อาหารเพื่อสุขภาวะ
๒. ระบบการดูแลผู้สูงอายุ
๑. การควบคุมยาสูบ
รวมข้อเสนอนโยบายสาธารณะ ๗+๑
๘. การลงทุนทางสุขภาพโดยชุมชน
๗. การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน
๖.การดูแลสุขภาพชุมชนโดยชุมชน
๕. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๔. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติแลสิ่งแวดล้อม
ชื่อแหล่งเรียนรู้
๓. เกษตรกรรมยั่งยืน
๒. การจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน
๑. การบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
สร้างพลเมือง
2
2
๑0.กลุํมโฮมสเตย๑ 1.2
1.1 1.2 1.8
๑1. กลุมํ สหกรณ๑ยางพารา 2.1 2.3 2.7
2.2 2.4 5.5 4 √ √
16 √ √
2. สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ รวม 1. สร้างการมีสว่ นร่วม
2 √ √ 2 √
3 √ √ 2 √ √
161/168
รวม
3. สร้างศักยภาพ
สร้างผลกระทบ
2. สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ
ศักยภาพของแหล่งเรียนรูก้ บั การทางานที่สอดคล้องกับข้อเสนอนโยบายสาธารณะ และส่งผลกระทบต่อการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และงานสามสร้างยกกาลังสาม ข้อเสนอนโยบายสาธารณะ 7+1 ประเด็น การลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สร้างการเรียนรู้ 88 ข้อเสนอ
3. สร้างผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม
1. สร้างผลกระทบทางสังคม
√
รวม
๓. สร้างผู้นาการเปลี่ยนแปลง
รวมการจัดการปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและปัจจัยส่งเสริมทางสุขภาพ
๑๐ การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ
๙. การดูแลผู้พิการและผู้ยากไร้
๘. สร้างเสริมสุขภาพในโรงเรียน
๗.พัฒนาการเด็กปฐมวัย
๖. ครอบครัวอบอุ่นและการเฝูาระวังตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
๕. การควบคุมเครื่องดืม่ แอลกอฮอล์และลดอุบัติเหตุจราจร
๔. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๓. อาหารเพื่อสุขภาวะ
๒. ระบบการดูแลผู้สูงอายุ
๑. การควบคุมยาสูบ
รวมข้อเสนอนโยบายสาธารณะ ๗+๑
๘. การลงทุนทางสุขภาพโดยชุมชน
๗. การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน
๖.การดูแลสุขภาพชุมชนโดยชุมชน
๒. สร้างความรู้
3.11 3.14 ๑. สร้างแหล่งเรียนรู้
3.1 3.2 3.6 3.8 4.7 3.9 4.10 3.11 3.12 3.13 ๕. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๔. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติแลสิ่งแวดล้อม
ชื่อแหล่งเรียนรู้
๓. เกษตรกรรมยั่งยืน
๒. การจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน
๑. การบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
สร้างพลเมือง
√ 2
√ 3
1.2
3. ศูนย๑เรียนรูเ๎ พิม่ ศักยภาพการเกษตร
1. กลุมํ ปุย๋ ชีวภาพ 2.2
2. กลุมํ เลีย้ งโคแมํพนั ธุ๑ 1.2 2.2
1.1 1.2 1.5 1.8 2.2 2.4 3.1 3.2 3.5 3.7 3.9 3.13 3.14 3.1 3.2 3.5 3.9 3.1 4.2 3.3 4.3 3.4 4.9 3.8 8.7 8.10 8.11 21 √ √
2. สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ
√ √ 2 √ √
√ √ 2 √
√ √ √
2. สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ
√ 3 √ √ 2
√ 2 √ √ 2
√ 1 √
162/168
√
รวม
สร้างผลกระทบ
3. สร้างศักยภาพ
1. สร้างการมีสว่ นร่วม
3
รวม
ศักยภาพของแหล่งเรียนรูก้ บั การทางานที่สอดคล้องกับข้อเสนอนโยบายสาธารณะ และส่งผลกระทบต่อการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และงานสามสร้างยกกาลังสาม ข้อเสนอนโยบายสาธารณะ 7+1 ประเด็น การลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สร้างการเรียนรู้ 88 ข้อเสนอ
3. สร้างผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม
๓. สร้างผู้นาการเปลี่ยนแปลง
1. สร้างผลกระทบทางสังคม
5.5 รวม
รวมการจัดการปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและปัจจัยส่งเสริมทางสุขภาพ 3
๒. สร้างความรู้
๑๐ การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ
๙. การดูแลผู้พิการและผู้ยากไร้
๘. สร้างเสริมสุขภาพในโรงเรียน
๗.พัฒนาการเด็กปฐมวัย
๖. ครอบครัวอบอุ่นและการเฝูาระวังตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
√
๑. สร้างแหล่งเรียนรู้
√
๕. การควบคุมเครื่องดืม่ แอลกอฮอล์และลดอุบัติเหตุจราจร
๔. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
4. ระบบเกษตรชุมชน ๓. อาหารเพื่อสุขภาวะ
10 ๒. ระบบการดูแลผู้สูงอายุ
๑. การควบคุมยาสูบ
รวมข้อเสนอนโยบายสาธารณะ ๗+๑
๘. การลงทุนทางสุขภาพโดยชุมชน
๗. การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน
๖.การดูแลสุขภาพชุมชนโดยชุมชน
๕. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๔. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติแลสิ่งแวดล้อม
ชื่อแหล่งเรียนรู้
๓. เกษตรกรรมยั่งยืน
๒. การจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน
๑. การบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
สร้างพลเมือง
2
1. กลุํมเยาวชน
3. โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง 1.1 1.2 1.5 1.8
1.9
2.2 2.4 3.1 3.3 3.4 3.6
1.1 1.2
4.1 4.2 4.3 4.9 6.2 6.5
5.1 5.2 5.3 5.6 5.7 5.8 5.10 7.3 8.7 7.6 8.10 8.12 28 9
√ √ √ √ √ 4 √ √
√ 3 √ √
2 √
3 √ √ √ 3
√
√ √
163/168
รวม
3. สร้างศักยภาพ
สร้างผลกระทบ
2. สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ
1. สร้างการมีสว่ นร่วม
รวม
3. สร้างผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม
ศักยภาพของแหล่งเรียนรูก้ บั การทางานที่สอดคล้องกับข้อเสนอนโยบายสาธารณะ และส่งผลกระทบต่อการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และงานสามสร้างยกกาลังสาม ข้อเสนอนโยบายสาธารณะ 7+1 ประเด็น การลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สร้างการเรียนรู้ 88 ข้อเสนอ
2. สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ
1. สร้างผลกระทบทางสังคม
√
รวม
๓. สร้างผู้นาการเปลี่ยนแปลง
รวมการจัดการปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและปัจจัยส่งเสริมทางสุขภาพ
๑๐ การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ
๙. การดูแลผู้พิการและผู้ยากไร้
๒. สร้างความรู้
๘. สร้างเสริมสุขภาพในโรงเรียน
๑. สร้างแหล่งเรียนรู้
√
๗.พัฒนาการเด็กปฐมวัย
๖. ครอบครัวอบอุ่นและการเฝูาระวังตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
5. ระบบการเรียนรู๎เพื่อเด็กและเยาวชน ๕. การควบคุมเครื่องดืม่ แอลกอฮอล์และลดอุบัติเหตุจราจร
3.9 3.10 3.11 3.12 ๔. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๓. อาหารเพื่อสุขภาวะ
๒. ระบบการดูแลผู้สูงอายุ
๑. การควบคุมยาสูบ
รวมข้อเสนอนโยบายสาธารณะ ๗+๑
๘. การลงทุนทางสุขภาพโดยชุมชน
๗. การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน
๖.การดูแลสุขภาพชุมชนโดยชุมชน
๕. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๔. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติแลสิ่งแวดล้อม
ชื่อแหล่งเรียนรู้
๓. เกษตรกรรมยั่งยืน
๒. การจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน
๑. การบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
สร้างพลเมือง
√ 2
√ 3
1. กลุมํ อสม 1.1 1.2 1.5 1.7 1.8
1.9 1.10
2.1 2.4 2.11 2.12 2.13 2.14 2.15 6.1 6.2 6.3 6.5 6.6 6.7 6.8 6.9 6.11 6.12 8.1 8.3 8.5
6. ระบบดูแลสุขภาพชุมชน
25 √ √
รวมการจัดการปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและปัจจัยส่งเสริมทางสุขภาพ
√ √ 5
๓. สร้างผู้นาการเปลี่ยนแปลง รวม 1. สร้างผลกระทบทางสังคม
√ √ 2 √
รวม 1. สร้างการมีสว่ นร่วม
√ 2 √
164/168
√
รวม
3. สร้างศักยภาพ
สร้างผลกระทบ
2. สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ
3. สร้างผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม
ศักยภาพของแหล่งเรียนรูก้ บั การทางานที่สอดคล้องกับข้อเสนอนโยบายสาธารณะ และส่งผลกระทบต่อการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และงานสามสร้างยกกาลังสาม ข้อเสนอนโยบายสาธารณะ 7+1 ประเด็น การลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สร้างการเรียนรู้ 88 ข้อเสนอ
2. สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ
๒. สร้างความรู้
๑. สร้างแหล่งเรียนรู้
๑๐ การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ
๘. สร้างเสริมสุขภาพในโรงเรียน ๙. การดูแลผู้พิการและผู้ยากไร้
√
๗.พัฒนาการเด็กปฐมวัย
๖. ครอบครัวอบอุ่นและการเฝูาระวังตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
๕. การควบคุมเครื่องดืม่ แอลกอฮอล์และลดอุบัติเหตุจราจร
๔. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๓. อาหารเพื่อสุขภาวะ
3.8 4.10 3.10 3.11 3.12 ๒. ระบบการดูแลผู้สูงอายุ
๑. การควบคุมยาสูบ
รวมข้อเสนอนโยบายสาธารณะ ๗+๑
๘. การลงทุนทางสุขภาพโดยชุมชน
๗. การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน
๖.การดูแลสุขภาพชุมชนโดยชุมชน
๕. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๔. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติแลสิ่งแวดล้อม
ชื่อแหล่งเรียนรู้
๓. เกษตรกรรมยั่งยืน
๒. การจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน
๑. การบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
สร้างพลเมือง
2
๒. การจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน
2. กลุมํ สายใยรักแหํงครอบครัว 1.1 1.2 2.10 2.12
3. ศูนย๑บาบัดและฟืน๗ ฟูสมรรถเด็กพิเศษและผูพ๎ ิการ 1.1 2.2 1.2 1.3 1.5 1.8
4. โรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพตาบลโพนค๎อ 1.9 2.8 ๖.การดูแลสุขภาพชุมชนโดยชุมชน
5.8 6.1 6.2 6.3 6.5 6.6
๓. อาหารเพื่อสุขภาวะ
8.5 11 √ √
8.1 8.2 8.4 8.5 8.7 8.11 8.8 18 √
8 √ √ √ √
๗.พัฒนาการเด็กปฐมวัย
√ √ 4 √ √
√ 2 √
√ 6 √
รวม 1. สร้างผลกระทบทางสังคม
√ 3 √
√ 2 √
√ 2 √
รวม 1. สร้างการมีสว่ นร่วม
√ 2 √
1 √
2 √
√
165/168
√
√
√
รวม
3. สร้างศักยภาพ
สร้างผลกระทบ
2. สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ
3. สร้างผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม
ศักยภาพของแหล่งเรียนรูก้ บั การทางานที่สอดคล้องกับข้อเสนอนโยบายสาธารณะ และส่งผลกระทบต่อการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และงานสามสร้างยกกาลังสาม ข้อเสนอนโยบายสาธารณะ 7+1 ประเด็น การลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สร้างการเรียนรู้ 88 ข้อเสนอ
2. สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ
๓. สร้างผู้นาการเปลี่ยนแปลง
รวมการจัดการปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและปัจจัยส่งเสริมทางสุขภาพ
๑๐ การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ
๒. สร้างความรู้
๙. การดูแลผู้พิการและผู้ยากไร้
๑. สร้างแหล่งเรียนรู้
√
๘. สร้างเสริมสุขภาพในโรงเรียน
๖. ครอบครัวอบอุ่นและการเฝูาระวังตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
๕. การควบคุมเครื่องดืม่ แอลกอฮอล์และลดอุบัติเหตุจราจร
๔. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๑. การควบคุมยาสูบ
รวมข้อเสนอนโยบายสาธารณะ ๗+๑
๘. การลงทุนทางสุขภาพโดยชุมชน
๒. ระบบการดูแลผู้สูงอายุ
6.1 6.2 6.3 6.4 6.11. 6.12 5.4 6.5 6.11. 6.12 6.15
๗. การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน
๕. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๔. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติแลสิ่งแวดล้อม
ชื่อแหล่งเรียนรู้
๓. เกษตรกรรมยั่งยืน
๑. การบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
สร้างพลเมือง
2
2
2
5. หนํวยกู๎ชพี ตาบลเหลําโพนค๎อ
1. กลุํมดนตรีพื้นเมือง 1.1 1.2 1.5 1.7 1.8
2 .กลุมํ หมอเหย๐า 1.1 1.2 1.5 1.7
1.1 1.2 1.5 1.7 1.8
2.1 2.4 2.11 2.12 2.13 2.14 2.3 2.4 5.5 5.8 6.1 6.2 6.3
6.1
5.5 5.6
8.1 8.4 8.5 8.7 13 √ √
14 √
13 √ √
1. สร้างผลกระทบทางสังคม 2. สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ
3 √ √ 2 √ √
3 √ √ 2 √
1 √ 1 √
2. สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ 3. สร้างศักยภาพ
สร้างผลกระทบ
2 √ √ √ 3
1 √ √ √ 3
2 √ √ 2
166/168
รวม
1. สร้างการมีสว่ นร่วม
√
รวม
ศักยภาพของแหล่งเรียนรูก้ บั การทางานที่สอดคล้องกับข้อเสนอนโยบายสาธารณะ และส่งผลกระทบต่อการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และงานสามสร้างยกกาลังสาม ข้อเสนอนโยบายสาธารณะ 7+1 ประเด็น การลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สร้างการเรียนรู้ 88 ข้อเสนอ
3. สร้างผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม
๓. สร้างผู้นาการเปลี่ยนแปลง รวม
รวมการจัดการปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและปัจจัยส่งเสริมทางสุขภาพ
๑๐ การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ
๙. การดูแลผู้พิการและผู้ยากไร้
๘. สร้างเสริมสุขภาพในโรงเรียน
๒. สร้างความรู้
√
๑. สร้างแหล่งเรียนรู้
√
๗.พัฒนาการเด็กปฐมวัย
๖. ครอบครัวอบอุ่นและการเฝูาระวังตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
๕. การควบคุมเครื่องดืม่ แอลกอฮอล์และลดอุบัติเหตุจราจร
๔. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๑. การควบคุมยาสูบ
๓. อาหารเพื่อสุขภาวะ
7. ระบบการอนุรักษ๑วัฒนธรรม ๒. ระบบการดูแลผู้สูงอายุ
8.2 8.3 8.6
รวมข้อเสนอนโยบายสาธารณะ ๗+๑
๘. การลงทุนทางสุขภาพโดยชุมชน
๗. การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน
๖.การดูแลสุขภาพชุมชนโดยชุมชน
๕. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๔. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติแลสิ่งแวดล้อม
ชื่อแหล่งเรียนรู้
๓. เกษตรกรรมยั่งยืน
๒. การจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน
๑. การบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
สร้างพลเมือง
8. ระบบทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล๎อมและโบราณสถานโบราณวัตถุ 1.วัดปุาพุทธนิมิตสถิตศรีมาราม ๒. ถ้าผาเก ๓. อํางเก็บน้าห๎วยโท ห๎วยยาง ๔. พระธาตุดอยอํางกุ๎ง ๕.สานักสงฆ๑ภูน๎อยอํางแก๎ว ๖.กลุมํ ธนาคารขยะลดป๓ญหาสิ่งแวดล๎อมในชุมชน 1.1 2.2 1.2 2.4 1.5 1.8 1.9 1.10 3.1 3.3 3.4 3.6 3.8 3.10 3.11 3.12 4.1 4.2 4.3 4.9 4.10
1.8
6.2 6.5
4.5
7.3 8.7 7.6 8.10 8.12 28 √
1
1 √ 2 2 2 2 2 3 √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √
2 1 3 2 2 3 √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √
167/168
√
รวม
สร้างผลกระทบ
3. สร้างศักยภาพ
2. สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ
√
1. สร้างการมีสว่ นร่วม
√
รวม
3. สร้างผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม
ศักยภาพของแหล่งเรียนรูก้ บั การทางานที่สอดคล้องกับข้อเสนอนโยบายสาธารณะ และส่งผลกระทบต่อการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และงานสามสร้างยกกาลังสาม ข้อเสนอนโยบายสาธารณะ 7+1 ประเด็น การลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สร้างการเรียนรู้ 88 ข้อเสนอ
2. สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ
1. สร้างผลกระทบทางสังคม
√ √ √ √ √ √
รวม
√ √ √ √ √ √
๓. สร้างผู้นาการเปลี่ยนแปลง
๒. สร้างความรู้
8.11
๑. สร้างแหล่งเรียนรู้
รวมการจัดการปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและปัจจัยส่งเสริมทางสุขภาพ
๑๐ การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ
๙. การดูแลผู้พิการและผู้ยากไร้
๘. สร้างเสริมสุขภาพในโรงเรียน
๗.พัฒนาการเด็กปฐมวัย
๖. ครอบครัวอบอุ่นและการเฝูาระวังตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
๕. การควบคุมเครื่องดืม่ แอลกอฮอล์และลดอุบัติเหตุจราจร
๔. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๓. อาหารเพื่อสุขภาวะ
๒. ระบบการดูแลผู้สูงอายุ
๑. การควบคุมยาสูบ
รวมข้อเสนอนโยบายสาธารณะ ๗+๑
๘. การลงทุนทางสุขภาพโดยชุมชน
๗. การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน
๖.การดูแลสุขภาพชุมชนโดยชุมชน
๕. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๔. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติแลสิ่งแวดล้อม
ชื่อแหล่งเรียนรู้
๓. เกษตรกรรมยั่งยืน
๒. การจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน
๑. การบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
สร้างพลเมือง
2 2 2 2 2 3
√ √
1. สร้างผลกระทบทางสังคม 2. สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ
2 √ √
1. สร้างการมีสว่ นร่วม 2. สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ
2 √ √
168/168
รวม
สร้างผลกระทบ
3. สร้างศักยภาพ
รวม
ศักยภาพของแหล่งเรียนรูก้ บั การทางานที่สอดคล้องกับข้อเสนอนโยบายสาธารณะ และส่งผลกระทบต่อการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และงานสามสร้างยกกาลังสาม ข้อเสนอนโยบายสาธารณะ 7+1 ประเด็น การลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สร้างการเรียนรู้ 88 ข้อเสนอ
3. สร้างผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม
รวม
๓. สร้างผู้นาการเปลี่ยนแปลง
๒. สร้างความรู้
รวมการจัดการปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและปัจจัยส่งเสริมทางสุขภาพ
๑๐ การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ
๙. การดูแลผู้พิการและผู้ยากไร้
๘. สร้างเสริมสุขภาพในโรงเรียน
๗.พัฒนาการเด็กปฐมวัย
๖. ครอบครัวอบอุ่นและการเฝูาระวังตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
๕. การควบคุมเครื่องดืม่ แอลกอฮอล์และลดอุบัติเหตุจราจร
๔. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๓. อาหารเพื่อสุขภาวะ
๒. ระบบการดูแลผู้สูงอายุ
๑. การควบคุมยาสูบ
รวมข้อเสนอนโยบายสาธารณะ ๗+๑
๘. การลงทุนทางสุขภาพโดยชุมชน
๗. การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน
๖.การดูแลสุขภาพชุมชนโดยชุมชน
๕. การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
๔. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติแลสิ่งแวดล้อม
๓. เกษตรกรรมยั่งยืน
ชื่อแหล่งเรียนรู้
๑. สร้างแหล่งเรียนรู้
๗. พิพิธภัณฑ๑พนื้ บ๎านหนองเหียน ๒. การจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน
๑. การบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม
ฉบับปรับปรุง๑๔ พฤษภาคม 2558
สร้างพลเมือง
2