กลุ่มอาชีพบ้านห้วยยาง หมู่ 6, หมู่ 9 ทุนและศักยภาพชุมชน (กลุ่ม องค์กร)
1. นางอรุณรัตน์ ยางธิสาร 091-0529146
กลุ่มโฮมสเตย์บ้านห้วยยาง -เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2556 มีบ้านที่เข้าร่วมกลุ่มทั้งหมด 15 หลัง สาเหตุที่ตั้งกลุ่มขึ้นมาเมื่อปี 2554 ทางวัดได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมการศาสนา โดยพระราชรัต นมงคล เลขาพระสังฆราชได้มาสร้างดบสถ์ดิน ณ วัด ป่าพุทธนิมิตสถิตสีมาราม และเมื่อมีแหล่งท่องเที่ยวหรือ แหล่งศึกษาทางพุทธศาสนาจึงได้บูรณาการทาบ้านพักโฮมสเตย์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเป็น จานวนมาก โดยเริ่มจาก อ.สายไหม จาก มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้พานั กท่องเที่ยวและนักศึกษาเข้ามา ท่องเที่ยวและศึกษาในหมู่บ้าน โดยมีประธานกลุ่มโฮมสเตย์คือ นางอรุณรัตน์ ยางธิสาร และมีสมาชิกกลุ่มทั้งหมด 15 หลัง ดังนี้ 1.นางอรุณรัตน์ ยางธิสาร ประธานกลุ่ม 2.นายปรารถนา ยางธิสาร สมาชิก (เสียชีวิตแล้ว) 3.นายหวล ยางธิสาร สมาชิก 4.นางไหมคา พุ่มป่า สมาชิก 5.นางธิดารัตน์ ยางธิสาร สมาชิก 6.นายแก้ง แพงดี สมาชิก 7.นายนัด วงค์อินพ่อ สมาชิก 8.นายพายัพ โต๊ะชาลี ที่ปรึกษา 9.นายทวีชัย ยางธิสาร สมาชิก 10.นางบัวลอย โต๊ะชาลี สมาชิก 11.นางทองใบ ยางธิสาร สมาชิก 12.นางสีใส นนท์ธิสิงห์ สมาชิก 13.นางเหล่าคา ยางธิสาร สมาชิก 14.นายสมัย คาภูษา สมาชิก 15.นายมีพิมพ์ ยางธิสาร สมาชิก
2.นางเรณู ยางธิสาร ประธาน กลุ่มทอผ้าพื้นเมือง (ปลูกหม่อน เสี้ยงไหม เพื่อทอผ้าไว้ใช้เอง) บ้านห้วยยาง . ต.เหล่าโพนค้อ อ.โคกศรี สุพรรณ จ.สกลนคร โทร : 0857803704นางตุ๋ แก้วอิ่ม
3. นายสมุหไทย ยางธิสาร 088-3205091
กลุ่มทอผ้าพื้นเมือง ในปี พ.ศ. 2531 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชดาเนินมาเปิดอ่างเก็บน้าห้วยโทห้วยยางด้วยพระองค์เอง และพบว่าประชาชนบ้านห้วยยางประสบปัญหากับภัยธรรมชาติ คือ น้าท่วมมากถึง 31 ครอบครัว จึงมีพระราชดาริให้อาชีพแก่ชาวบ้านทีป่ ระสบภัย โดยส่งเสริมให้มีการทอผ้าไหมเป็นอาชีพ เสริมเพื่อทาให้ประชาชนมีอาชีพติดตัว กลุ่มทอผ้าไหมบ้านห้วยยาง หมู่ที่ 6 เดิมรวมทั้ง 2 หมู่เข้าด้วยกัน เริ่มก่อตั้งปี พ.ศ. 2531 มีสมาชิก 31 ครอบครัว ปี พ.ศ. 2553 ได้แบ่งกลุ่มออกจากกันอย่างชัดเจน ชึ่ งกลุ่มทอผ้าไหมบ้านห้วยยางหมูท่ ี่ 6 มีนางเรณู ยางธิสาร เป็นประธานกลุ่ม และนางธิรัก ยางธิสารเป็นรอง ประธานได้รบั การสนับสนุนไหมหลวง มีสิบเอกนาวี หันโยธา เป็นผู้ประสารงาน เพื่อนาไปขายยังสวน จิตรลดา เมือ่ เริ่มก่อตั้งในตอนแรกได้มีครู 2 คน จากศูน์ศิลปาชีพกุดนาขามมาสอน 15 วัน พร้อมทั้งมอบ อุปกรณ์ทุกอย่างให้แก่สมาชิก 31 ครอบครัว ในตอน 3 ปีแรกที่เริ่มทอผ้าไหมนั้น มีการสนับสนุนให้ทาง กลุ่มมีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเอง แต่เมื่อเขาไปส่งผ้าไหมที่พระตาหนักภูพาน ก็ได้มีการสะท้อนปัญหาว่าไม่มี พื้นที่ในการปลูกต้นหม่อน ทาให้ปรับเปลี่ยนโดยมอบไหมหลวงให้แทน ในตอนแรกให้ไหมหลวงสมาชิกคนละ 1 กิโลกรัมปีละ 3 ครั้ง และเพิ่มจานวนขึ้นมาเรื่อย ปี พ.ศ. 2551 ได้มีการให้สมาชิกลุ่มทอผ้าไหมในบ้านห้วยยางหมู่ที่ 6 สมัคเป็นสมาชิกในโครงการ ส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินนี าถ ปัจจุบันสมาชิกที่ขึ้นทะเบียนมี 24 คน ซึ่ง เมื่อเสียชีวิต จะได้รับค่าฌาปนกิจศพ ๆ ละ 5,000 บาท และกาลังจะมีการออกทรัพย์เกินขึ้นในโครงการ ส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินนี าถ กลุ่มผู้ใช้น้า เนื่องจากในอดีตหมู่บ้านห้วยยาง เป็นหมู่บ้านที่แห้งแล้งไม่สามารถทาการเกษตร จึงทาให้ ประชาชนในหมู่บ้านมีความยากจน ต้องทาให้ประชาชนภายในหมู่บ้านต้องไปขอทานตามหมู่บ้านอื่นๆ จึงได้ เรียกขานหมู่บ้านนี้ว่าหมู่บ้านขอทาน และได้ลงหนังสือพิมพ์เดลนิลหน้าหนึ่ง และได้ทราบถึงในหลวง ทรงได้ เสด็จ ณ บ้านห้วยยางโดยมีผู้นา นายบา และนายเค้า ได้ต้อนรับเสร็จ ทรงหาทางแก้ปัญหาโดยการสร้างเขื่อน ขนาด ณ ห้วยโท และห้วยยาง ในปี พ.ศ. 2528 ต่อมามีปัญหาการแย่งการใช้น้าที่ไม่เป็นระเบียบ เกิดการทะเลาะวิวาด ในการแย่งน้าของประชาชนใน ชุมชนทาให้ชลประทานต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาโดยการประชาคมจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้าเพื่อทาให้การใช้น้าอย่างเป็น ระบบและเป็นธรรม ในวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๖ มีจานวนสมาชิก ๓๓๘ คน ครอบคลุมพื้นที่ ๖,๐๒๖ ไร่ ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ของ อบต.เหล่าโพนค้อ
4. นายสมุหไทย ยางธิสาร 088-3205091
5.นายเวียง ยางธิสาร 0843938713
รายชื่อคณะกรรมการบริหารด้านต่างๆ ขององค์กรผู้ใช้น้าชลประทาน ๑.นายมีชัย ยางธิสาร ประธาน ๒.นายสมุหไทย ยางธสาร รองประธาน ๓.นายศิริศัย โต๊ะชาลี รองประธาน ๔.นายสมทรง สร้องสงค์ เลขานุการ ๕.นายสนที ยางธิสาร เหรัญญิก ๖.นายมนูญ ยางธิสาร ปฏิคม ๗.นายอภินันท์ เถือกตาถา นายทะเบียน กลุ่ม ชรบ.เนื่องจากบ้านห้วยยางเป็นหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.) จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๒๒ เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้เข้าร่วมกลุ่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิส โดยได้รับเงินสนับสนุนจการรัฐบาล ๘๐,๐๐๐ บาท เพื่อให้ชุมชนบริหารจัดการ ต่อมมาได้มีการยกเลิกกฎหมายว่าด้วยการกระทาอันเป็นคอมมิวนิส โดย พณ ท่าน พลเอกเชาวฤทธิ์ ยงใจยุทธ และได้ทาการปรับเปลี่ยนหมู่บ้าน อพป. มาเป็น ชุดรักษาความปลอดภัยภายใน หมู่บ้าน (ชรบ.) เพื่อปฏิบัติงานดูแลรักษาความปลอดภัยภายในหมู่บ้านจากภัยยาเสพติด และโจรผู้ร้าย โดยมี การจัดตั้งตามนโยบายของรัฐ ปี พ.ศ.๒๕๕๘ ได้ทาการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ ชรบ.จานวน ๓๐ นาย เป็น ชาย ๒๗ คน หญิง ๓ คน อานาจหน้าที่โดยตรง เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่พนักงานของรัฐ ดูแลรักษาความปลอดภัย ภายในหมู่บ้าน ประกอบด้วยคณะกรรมการ ๗ ฝ่าย ๆ ละ ๗ คน ๑.ฝ่ายปกครอง ๒.ฝ่ายป้องกัน ๓.ฝ่ายการคลัง ๔.ฝ่ายศึกษาวัฒนธรรม ๕.ฝ่ายสาธารณสุข ๖.ฝ่ายสวิสดิการสังคม ๗.ฝ่ายพัฒนา กลุ่ม ธนาคารขยะรีไซเคิล มีแนวคิ ดริเริ่มจากนักศึษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ลงศึกษาดูงานลงพื้นที่ใน การทาวิจัยการจัดการหมู่บ้านและสารวจพบปํญหาการทิ้งขยะในหมู่บ้านตามป่าสาธารณะ จึงได้นาปัญหา
เสนอต่อ อบต.เพื่อจัดทาโครงการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยขอรับงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ จานวน 8,๐๐๐ บาท ในปี 2556 ในการดาเนินโครงการธนาคารขยะลดปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชน โดยมีการ เริ่มก่อตั้งกลุ่มธนาคารขยะขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2556 โดยมีการฝึกอบรมผู้ให้ความรู้ในเรื่องการคัดแยก ขยะและการจัดการขยะจากต้นทางและรับซื้อขยะจากสมาชิกบ้านห้วยยางทั้งสองหมู่ คือ บ้า นห้วยยาง หมู่ 6 และบ้านห้วยยางเหนือ หมู่ 9 โดยการดาเนินการของคณะกรรมการซึ่งส่วนใหญ่ เป็นอสม.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ จาก อบต.เหล่าโพนค้อ ซึ่งการดาเนินการจะมีการซื้อและขายขยะพร้อมกับบันทึกข้อมูลจานวนเงินที่ขายได้ใน คอมพิวเตอร์ซึ่งดาเนินการโดย มีการประชุมคณะดาเนินการ โดยมี 1.นายทวีชัย ยางธิสาร เป็นประธานอานวยการ 2.นาย พายัพ โต๊ะชาลี เป็นรองระธานอานวยการ 3. นายวงศ์จันทร์ ยางธิสารเลขานุการ และมีคณะกรรมการดาเนินงาน 1.นายสมัย คาภูษา ประธานกรรมการดาเนินงาน 2.นายแหวนเพชร จันทะผองเลขานุการ คณะกรรมการการเงินและการบัญชี 1.นายเวียง ยางธิสาร ประธานกรรมการการงินการบัญชี 2.นายอนุสรณ์ พลราชม ประธานกรรมการที่ปรึกษา 3.นายเกียรติศักดิ์ ขันทีท้าว เลขานุการ 6.นายสุรันดร์ โต๊ะชาลี กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพาะพันธ์กล้าไม้บ้านห้วยยางหมู่ที่ 6 ,9 เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2528 และเริ่มก่อตั้งกลุ่มเมื่อปี 087-8648731 2542 และเมื่อปี 2553 ได้จดทะเบียนกับสางานเกษตรอาเภอโคกศรีสุพรรณเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2553 เลขานุการกลุ่ม เป็นวิสาหกิจชุมชนกล่มส่งเสริมอาชีพเพาะพันธ์กล้าไม้ เหตุผลความจาเป็นในการก่อตั้งเริ่มจาก การที่ชาวบ้าน นายสาคร ยางธิสาร ไม่มีอาชีพเนื่องจากภัยแล้ง ไม่มแี หล่งน้า การปลูกข้าวไม่ได้ผลทาให้ชาวบ้านต้องออกไปขอข้าวจากหมู่บ้านอืน่ 084-7912402นางสิรวิ รรณ และรับจ้างเพาะชากล้าไม้จากตาบลด่าน อาเภอโคกศรีสุพรรณ ทาให้ได้เรียนรู้และประสบการณ์มาจึงเริ่ม พรมมาไว รวมกลุ่ม โดยรับการสนับสนุนจาก องค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อ จานวน 13,000 บาท และสังคม สงเคราะห์จังหวัดสกลนคร 128,000 บาท โดยในระยะเริ่มแรกได้นาเงินจากแหล่งทุนทั้ง 2 แหล่ง แบ่ง กับสมาชิกก่อตั้งจานวน 28 ราย รายละ 4,000 บาท เพื่อเป็นทุนในการเพาะชากล้าไม้ มีการเพาะชากล้า ไม้หลากหลายสายพันธุป์ ระมาณ 40 ชนิด ส่วนใหญ่เน้นที่ตลาดต้องการเช่น ผักหวาน มะนาว มะกรูด อื่น
7.นายสุรันดร์ โต๊ะชาลี 087-8648731
ๆ ปัญหาเริ่มจากการดาเนินการ คือ ปัญหาเรื่องตลาด ปัญหาเรื่องการเงิน ศัตรูพีช ในปัจจุบนั การดาเนินการ ของกลุ่มมีสมาชิก จานวน 75 คน มีการออกกกระเบียบของกลุ่มประมาณ 10 ข้อ มีการระดมทุนจาก สมาชิกรายปี คนละ 100 บาท/คน/ปี จนในปัจจุบันมีเงินทุนของกลุ่มประมาณ 40,000 บาท โดยมีการ จัดสวัดิการให้กับสมาชิกในด้านการพัฒนาความรู้โดยมีการออกไปศึกษาดูงานนอกสถานที่ เช่น โครงการหลวง ต่างๆ เป็นค่าพาหนะและค่าอาหาร ในปัจจุบนั สมาชิกมีความพึงพอใจในการดาเนินการ ทุกๆ ปีจะมียอด จาหน่ายและการสัง่ ซื้อจากทั่วประเทศ เช่น จังหวัดร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น ภาคกลาง ก็เช่น จังหวัดปทุมธานี รวมทั้งภาคใต้ ซึ่งพันธ์พชื ที่สร้างชื่อมากทีส่ ุด คือ ผักหวานป่า ซึง่ ทั่วทั้งหมูบ่ ้านมีการปลูก เกือบทุกครัวเรือนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านศรีชมชื่น ก่อตังขึนเมื่อปี พ.ศ.2545 ผลกระทบและกิจกรราของกลุ่ม เป็นแหล่งเงินทุนที่ให้สมาชิกในชุมชนกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยทีต่ ่า และ สร้างวินัยในการออมให้กับสมาชิก เนื่องจากประชาชนส่วนมากขาดวินัยในการออม และทาให้ขาดเงินทุนในการประกอบอาชีพ ปัจจุบนั มีทุน หมุนเวียนภายในกลุ่มประมาณ 1,500,000 บาท กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านศรีชมชืน่ มี คณะกรรมการทั้งหมด 9 คน ดังนี้ 1. นางสิริวรรณ พรมมาไว ประธาน 2. นางบัณฑิต พลเยี่ยม รองประธาน 3. นางวัลยา เกษเกษร เลขานุการ 4. นางสุกัญญา บุตรสาลี เหรัญญิก 5. นางทองคูณ ปราบพาน กรรมการ 6. นางหนูเตรียม เทพดสภา กรรมการ 7. นางหนูกร ผิวพันธมิตร กรรมการ 8. นางจักร ขุนหล้า กรรมการ 9. นางวรรณยารัตน์ นิลจันทร์ กรรมการ กลุ่มเพื่อน ช่วยเพื่อนบ้านห้วยยางหมู่ที่ 6 เริ่มจัดตั้ง 1 กุมภาพันธ์ 2558 โดยการนาของนายสุรันดร์ โต๊ะ ชาลี วัตถุประสงค์ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการเงินคนในชุมชน เพื่อให้คนในชุมชนมีเงินหมุนเวียนใช้ในชุมชน มี สมาชิกจานวน 52 คน มีการระดมทุนจากสมาชิกในกลุ่ม รายละ 1,000 บาท ไม่เกิน 50,000 บาท ต่อคน ปัจจุบนั มีเงินดาเนินการภายในกลุ่ม 100,000 บาท และตั้งเป้าหมายอีก 3 ปี จะมีเงินทุนหมุนเวียน
8.นายวิพัฒนา ยางธิสาร 082 -8385591
500,000 บาท สมาชิกภายในกลุ่มที่กู้ยืมทางกลุ่มจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาท ซึ่งดอกเบี้ยทางกลุ่มทีไ่ ด้รับ จากสมาชิก ทางกลุ่มก็จะได้นาดอกเบี้ยเป็นเงินออมภายในกลุม่ เพื่อนามาใช้บริหารกลุ่มต่อไป ปัจจุบันกลุ่ม เพื่อนช่วยเพื่อนได้ดาเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่เกิดปัญหาใดๆ ภายในกลุ่ม สมาชิกภายในกลุ่มทา ตามระเบียบ กติกา และข้อบังคับของกลุ่มเป็นอย่างดี ซึง่ แนวคิดนี้นายสุรันดร์ โต๊ะชาลี เล็งเห็นความ เดือดร้อนคนในชุมชนที่ประสบปัญหาทางด้านการเงิน ซึ่งไปกู้เงินนอกระบบซึ่งมีดอกเบี้ยที่แพง จนทาให้คนใน ชุมชนมีหนี้สิ้นลนพ้นตัวเป็นจานวนมาก จึงได้จัดตั้งกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนเพื่อบรรเทาช่วยเหลือความเดือดร้อน คนในชุมชนบ้านห้วยยาง หมู่ที่ 6 กองทุนหมู่บ้านห้วยยาง หมู่ที่ 6 ตาบลเหล่าโพนค้อ อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร เริ่ม ก่อตั้ ง เมื่ อวั น ที่ 30 สิ ง หาคม 2544 โดยแต่ ง ตั้ ง นายวิ พั ฒ นา ยางธิ ส ารเป็ น ประธานกลุ่ ม และมี คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน 15 คน เริ่มปีแรกมีสามชิกกองทุนทั้งหมด 78 คน โดยมีทุน 1,000,000 บาท และปล่อยให้สมาชิกกู้ยืมรายละไม่เกิน 20,000 บาท ต่อมาในปี 2553 กองทุนหมู่บ้านได้รับเงินล้านที่สองจากรัฐบาลก็มีสมาชิกกองทุนหมู่บ้านเข้าร่วมเป็นสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน จานวน 58 คน และในปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด จานวน 144 คน ณ ปัจจุบันกองทุนหมู่บ้านมีเงินทุน ทั้งหมด จานวน 2,300,000 บาท การจัดสรรกาไรสุทธิ เมื่อสิ้นปีทางบัญชีหากปรากฎว่ามีกาไรสุทธิ คณะกรรมการกองทุนสามารถนากาไรมาจัดสรรตามระเบียบและกองทุนกาหนด 1. เป็นเงินเฉลี่ยคืนแก่ชุมชน ร้อยละ 50 2. เป็นเงินสมทบกองทุนฯ ร้ยละ 10 3. เป็นเงินค่าใช้จา่ ยในกกองทุนฯ ร้อยละ 15 4. เป็นค่าตอบแทนคณะกรรมการ ร้อยละ 20 5. เป็นค่าสาธารณประโยชน์ ร้อยละ 5 โดยมีคณะกรรมการกลุ่มดังนี้ 1. นายวิวัฒนา ยางธิสาร ประธานคณะกรรมการ 2. นายบุญยืน เมฆโสภณ รองประธาน 3. นางอริยา เกษมสาน เลขานุการ 4. นางผ่องศรี สร้อยสงค์ เหรัญญิก 5. นายอภินันท์ เทือกตาถา กรรมการ
9.นายพายับ โต๊ะชาลี 0910529146
ประชาสัมพันธ์เผยแผร่ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับสุขภาพ ผ่านเสียงตามสาย รถประชาสัมพันธ์ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต การตั้งกลุ่ม -ตั้งกลุ่มขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2555 ความเป็นมาของการตั้งกลุ่ม –เนื่องจากประชาชนขาดสภาพคล่องทางการเงิน เช่น เป็นหนี้นอกระบบ เป็น หนีธกส. แต่ไม่มีเงินส่งตามระยะเวลา ธกส.กาหนด วัตถุประสงค์การตั้งกลุ่ม – เพื่อให้สมาชิกกลุ่มร่วมทุนในการประกอบอาชีพ และหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้ นอกระบบ การดาเนินการ – ประชาชนที่เป็นสมาชิกร่วมกันระดมทุนในครั้งแรก รายละ 500-1,000 บาท และต้อง ออมเงินกับกลุ่มเดือนละ 50 ต่อคน กิจกรรมของกลุ่ม 1.ให้สมาชิกที่ต้องการทุน กู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่า คือ ร้อยละ 1 ต่อการยืม 1 ครั้ง 2.ระยะเวลาในการกู้ยืม 7 วัน ต่อครั้ง 3.ปันผลกาไรจากดอกเบี้ยที่สมาชิกกู้ยืม ทุก 2 ปี มีสัดส่วนการปันผล 40-40-20 (ปันผลคณะกรรมการ ร้อยละ 40 สมาชิก ร้อยละ 40 และสมทบเข้ากลุ่ม ร้อยละ 20) การบริหารกลุ่ม 1. มีคณะกรรมการบริหารภายในกลุ่ม โดยสมาชิกเป็นผู้คัดเลือก ปัจจุบนั มีคณะกรรการ จานวน 9 มีวาระการดาเนินการ 2 ปี 2. มีระเบียบข้อบังคับในการปฏิบัติของกลุ่ม 3. มีเงินทุนในการบริหารจัดการในกลุ่ม ปัจจุบันมีเงินทุนทัง้ สิ้น 220,000 บาท และมีหนี้ ที่สมาชิกยังไม่ชาระ จานวน 130,000 บาท คณะกรรมการบริหารกลุ่ม ประกอบด้วย 1. นายมีชัย ยางธิสาร ประธานกลุ่ม 2. นายสมทรง สร้อยสงค์ รองประธานกลุ่ม 3. นางบุญเพ็ง เทภูเขียว เลขานุการ 4. นายพายัพ โต๊ะชาลี เหรัญญิก 5. น.ส.นันฤดี โต๊ะชาลี กรรมการ 6. น.ส.ชมสวน หวัดสูงเนิน กรรมการ 7. นางแหวนเพชร จันทะผอง กรรมการ
8. นางพจนีย์ ยางธิสาร กรรมการ 9. นายภูมี ยางธิสาร กรรมการ ระเบียบข้อบังคับกลุ่ม 1. สมาชิกกู้ยืมเงินคิดอัตราร้อยละ 1 ต่อครั้ง 2. ระยะเวลาการกู้ยืมต่อครั้ง 7 วัน 3. ถ้าผิดสัญญาการส่งเงิน (เกินระยะเวลา 7 วัน) จะต้องชาระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 2 ต่อครั้ง 10. นายสาคร ยางธิสาร 084 - 7912402
กลุ่มออมเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อสืบพันธุกรรม ความเป็นมา บ้านห้วยยางได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเพาะพันธุก์ ล้าไม้ ที่มชี ื่อเสียงอันดับต้นๆของประเทศ ดังนั้นการที่จะหาเมล็ดพันธุ์เพื่อมาเพาะจาหน่ายนั้นมักมีไม่เพียงพอ ทาให้ชาวบ้านโดนเอาเปรียบจากพ่อค้าคน กลาง ดังนั้นจึงได้มีแนวความคิดในการจัดตั้งกลุ่มขึ้นในปี 2558 เพื่ออนุรักษ์เมล็ดพันธุ์พืชที่หายากใกล้สูญ พันธุ์ โดยส่งเสริมการปลูกขายพันธุ์ในกลุ่มสมาชิกและประชาชนทั่วไป หลังจากนัน้ จะรับซื้อเมล็ดพันธุ์คืน เพื่อให้การเพาะกล้าไม้มวี งจรการผลิตได้ตลอดปี และเพียงพอสาหรับขายให้ลูกค้า วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกลุ่ม - อนุรักษ์พันธุ์พืชไม่ให้สูญพันธุ์ - อนุรักษ์พันธุ์พืชหายาก - เรียนรู้ศึกษาวิจัยเมล็ดพันธุ์พชื ทุกๆชนิด - เพิ่มอานาจต่อรองราคาเมล็ดพันธุ์พืช - เป็นศูนย์รวมเมล็ดพันธุ์พืชทุกชนิด คณะกรรมการ นายสาคร ยางธิสาร ประธาน นายวีระชัย แสนธิจักร รองประธาน นางไหมคา ยางธิสาร เลขานุการ นางอรพิน หูมวงค์ เหรัญญิก นายก้านก่อง ยางธิสาร กรรมการ นายเกียรติศักดิ์ ขันทีท้าว ที่ปรึกษา
11.นายพายัพ โต๊ะชาลี 0910529146
กลุ่มปลูกพืชฤดูแล้ง เริ่มก่อตั้งในปี 2556 โดยเป็นการรวมกันของสมาชิกที่ปลูกพืชฤดูแล้งทั้งการปลูกมันฝรั่ง และยาสูบ กิจกรรม 1. ระดมทุนครั้งแรก 500 - 1,000 บาท และเดือนละ 50 บาท ต่อรายทุกเดือน 2. ให้กู้ยืมในดอกเบี้ยต่า ผู้ได้รับผลประโยชน์ 1. สมาชิก 2. คณะกรรมการบริหารกลุ่ม ปัจจัยที่มีผลกระทบ 1. สุขภาพของสมาชิก 2. รายได้ของสมาชิก 3. ปัญหาหนี้สินของสมาชิก 4. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) กิจกรรม 1. ปลูกพืชเสริมรายได้นอกฤดูกาลผลิต ได้แก่ ยาสูบ และมันฝรั่ง 2. ทาสัญญาเพื่อรับการสนับสนุนอุปกรณ์และวัตถุดิบจากบริษัทใบยานาทาม บริษัทอาดัม และ บริษัทมันฝรั่งเลย์ 3. มีการประกันราคาผลผลิต ผู้ได้รับผลประโยชน์ 1. สมาชิก 2. บริษัทยาสูบและบริษัทมันฝรั่ง ปัจจัยที่มีผลกระทบ 1. ด้านสุขภาพ 2. รายได้และผลผลิต 3. บริษัทใบยานาทาม บริษัทอาดัม และ บริษัทมันฝรั่งเลย์ 4. ด้านสิ่งแวดล้อม และธรรมชาติ
12.นายชัยพิทักษ์ ยางธิสาร
กลุ่มเลี้ยงโคแม่พันธุ์ ความเป็นมา พื้นที่ตาบลเหล่าโพนค้อเหล่าโพนค้อเป็นพื้นที่ราบเชิงเขา ประชากรส่วนใหญ่ มีประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทานาปีเป็นหลัก มีทาสวนบ้างเล็กน้อย หลังฤดูทานาจะมีพื้นที่โล่งที่เหมาะแก่ การเลี้ยงปศุสัตว์ประเภท โค กระบือ หมู เป็ด ไก่ ซึ่ งโค และ กระบือ เป็นสัต ว์เลี้ยงหลักที่นิยมเลี้ยงไว้ใน ครอบครัว เมื่อก่อนจะมีการเลี้ยงแทบทุกหลังคาเรือน เพราะจะใช้ก ระบือในการไถนา ส่วนโคจะนามูลไปเป็น ปุ๋ยคอกเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร แต่ในปัจจุบัน โค กระบือ มีจานวนลดลงมากเนื่องจากมีความต้องการ บริโภคเนื้อโค กระบือ มากขึ้น มีตลาดค้าขายโค กระบือ เกิดขึ้นมากมายหลายจุดในเขตใกล้เคียง ประกอบกับ มีการใช้เครื่องจักรกลเข้ามาทาการเกษตรแทน กระบือ และมีการใช้ปุ๋ยเคมี หรือปุ๋ยอินทรีย์ ที่มีการจาหน่ายใน ท้องตลาดแทนปุ๋ยคอก ทาให้ปริมาณของโค กระบือลดลงเป็นอย่างมากโดยเฉพาะพ่อพันธ์ แม่พันธุ์ ของโค กระบือ บางครั้งเกษตรกรจาหน่าย โค กระบือไปแล้วไม่สามารถหาซื้อมาทดแทนได้ เนื่องจากปริมาณกับความ ต้องการไม่สัมพันธ์กัน โค ระบือ ก็มีราคาสูงขี้นเรื่อย ๆ จนในปี ๒๕๔๙ ทางองค์การบริหารส่วนตาบลเหล่า โพนค้อได้มีโครงการกองทุนหมุนเวียนโค กระบือ ขึ้นโดยได้ให้แต่ละหมู่บ้านคัดเลือกและรวมกลุ่มเกษตรกรที่ ประสงค์เลี้ยงโค กระบือ เสนอให้องค์การบริหารส่วนตาบลพิจารณาจัดสรรโคแม่พันธุ์นาไปเลี้ยงและขยายพันธุ์ ให้มีปริมาณจานวนเพิ่มมากขึ้นต่อไป แนวคิด/หลักการปฏิบัติ บ้านห้วยยาง หมู่ที่ 6 ก็เป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งที่มีจานวนปริมาณของโคลดลงอย่างมาก แต่เกษตรกรยัง มีความต้องการที่จะเลี้ยงโคไว้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้น จึงได้มีการประชาสัมพันธ์รับสมัครสมาชิกเกษตรกรที่มีความ ประสงค์ยืมโคแม่พันธุ์จากองค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อ นาไปเลี้ยงจนมีลูกโคเกิดแล้วจะหมุนเวียนโค แม่พันธุ์ให้กับสมาชิกรายต่อไปนาโคแม่พันธุ์ไปเลี้ยงจนมีลูกโค ก็ส่งต่อให้กับเกษตรกรต่อๆไป จนกว่าจะครบทุก ราย โดยมีโคในกลุ่ม 11 ตัว วิธีการดาเนินงานของกลุ่ม สมาชิกของกลุ่มเลี้ยงโค ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ ๑. อายุ ๒๐ ปี ขึ้นไป ๒. อาชีพเกษตรกรรม มีพื้นที่สาหรับสัตว์เลี้ยงเพียงพอ และเหมาะสม เป็นผู้เลี้ยงโค กระบืออยู่แล้วไม่เ กิน ๑ ตัว ๓. มีความประพฤติขยันขันแข็ง ให้ความร่วมมือกับชุมชนและทางราชการ
๔. มีความพร้อมที่จะเข้ารับการฝึกอบรม ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเลี้ยงสัตว์ และปฏิบัติตามคาแนะนาของ เจ้าหน้าที่ ๕. ต้องสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มเลี้ยงโคบ้านเหล่าเหนือ และเป็นสมัครสมาชิกกองทุนประกันความเสี่ยงการเลี้ยง โค กระบือ โดยจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนอย่างน้อยรายละ ๑๐๐ บาท ๖. ต้องปฏิบัติตามระเบียบองค์การบริหารส่วนตาบลเหล่าโพนค้อ ว่าด้วยการดาเนินการตามโครงการกองทุน หมุนเวียนโค กระบือ พ.ศ. ๒๕๔๙ อย่างเคร่งครัด เมื่อมีสมาชิกกลุ่มเลี้ยงโคบ้านเหล่าเหนือแล้ว ก็จะร่วมประชุมสมาชิกเพื่อพิจารณาคัดเลือกจัดอันดับ สมาชิกที่มีความพร้อมและเหมาะสมที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ เพื่อเสนอขอรับโคแม่พันธุ์มาเลี้ยงและส่งต่อให้กับ สมาชิกของกลุ่มในลาดับต่อ ๆ ไป คนครบทุกคน รายชื่อสมาชิกของกลุ่มเลี้ยงโคบ้านห้วยยาง ๑. นายชัยพิทักษ์ ยางธิสาร ประธานกลุ่ม ๒. นายมุลลัย ยางธิสาร รองประธาน ๓. นายจันที ยางธิสาร เลขานุการ ๔. นายขันตี ยางธิสาร เหรัญญิก ๕. นายทม คาโสมศรี กรรมการ ๖. นางเพลิน วงศ์อินพ่อ กรรมการ ๗. นายบุญเพ็ง ยางธิสาร กรรมการ ๘. นายก่าย ยางธิสาร กรรมการ ๙. นางสมคิด ยางธิสาร กรรมการ ๑๐. นายชิด ยางธิสาร กรรมการ ๑๑. นางคูณ โต๊ะชาลี กรรมการ 12. จันที ยางธิสาร สมาชิก 13. นายวิพัฒนา ยางธิสาร สมาชิก 14. นางจันดี ยางธิสาร สมาชิก 15. นายสุข ชารีพร สมาชิก 16. นายชานาญ แก้วกัลยา สมาชิก
17. นางบุญมา แทนโสภา 18. นายพัน หาญธงชัย 19. นายคูณ ยางธิสาร 20. นายพาดี ยางธิสาร 21. นายเก็ดแก้ว โต๊ะชาลี 22. นายทวี อุทัยวัฒน์
ทุนและศักยภาพชุมชน หมู่ 9 (กลุ่ ม องค์ ก ร หน่ ว ยงาน แหล่ ง ประโยชน์ โครงสร้ า งพื้ น ฐานทาง กายภาพและโครงสร้ า งทางสั ง คม และหมู่บ้าน (ชุมชน) จัดการตนเอง)
สมาชิก สมาชิก สมาชิก สมาชิก สมาชิก สมาชิก
ประวัติการก่อตัง 1.นายเริง ยางธิสาร ประธาน ชาวบ้านในหมู่บ้านห้วยยางส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทานา และมีอาชีพเสริมเป็นบางส่วน คือ การ กลุ่มกล้าไม้ บ้านห้วยยาง ต. เหล่าโพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ. เพาะพันธุ์กล้าไม้ แต่เดิมชาวบ้านห้วยยางไม่มีความรู้ในด้านการเพาะพันธุ์กล้าไม้เลย แต่เมื่อ พ.ศ. 2525 ได้มี โอกาสไปรับซื้อต้นกล้ามะกรูด มะนาว และพันธุ์พืชอื่นๆ จากกลุ่มเพาะพันธุ์กล้าไม้บ้านม่วงคา ตาบลด่านม่วงคา สกลนคร อาเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร มาเร่ขาย ผลปรากฏว่าทาแล้วได้กาไรน้อย นายเริง ยางธิสาร (ประธานกลุม่ เพาะพันธุ์กล้าไม้บ้านห้วยยางเหนือ ) จึงมีความคิดว่าน่าจะเรียนรู้วิธีการเพาะพันธุ์กล้าไม้จากกลุ่ม เพาะพันธุ์กล้าไม้บ้านด่านม่วงคา แล้วนามาทาการเพาะพันธุ์กล้าไม้เพื่อนาไปขายเองใน พ.ศ. 2528 ซึ่งในปีนี้ ชาวบ้านห้วยยางได้แยกออกเป็น 2 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านห้วยยางหมู่ 9 และบ้านห้วยยางหมู่ที่ 6 แรกเริม่ นั้นมี ผู้ที่ทาการเพาะพันธุ์กล้าไม้เพียงไม่กี่คน เมื่อหลายคนเห็นว่า นายเริง ยางธิสาร ประสบผลสาเร็จในการ เพาะพันธุ์กล้าไม้ ทาแล้วมีกาไรมาก และมีรายได้เพิ่มขึ้น จึงมีผู้ให้ความสนใจและได้มีผเู้ พาะพันธุ์กล้าไม้เพิ่มขึ้น โดยได้มีการถ่ายทอดความรู้ในการเพาะพันธุ์กล้าไม้ ต่อ ๆ กันมา หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2542 ได้มีการจัดตั้ง เป็นกลุ่มเพาะพันธุ์กล้าไม้ขึ้น โดยมีสมาชิกเริ่มต้นเพียง 27 คน ได้ทาการเพาะพันธุ์กล้าไม้หลากหลายชนิดเพิม่ มากขึ้น นอกจากต้นมะกรูด มะนาว แต่ ณ ปัจจุบันกลุม่ เพาะพันธุ์กล้าไม้บ้านห้วยยางเหนือหมู่ 9 มีสมาชิก ทั้งหมด 62 คน สมาชิกในกลุ่ม\ ๑.เริง ยางธิสาร ประธาน ๒.นางดอกรัก จองสระ รองประธาน ๓.นายบัวแดง ยางธิสาร เหรัญญิก
๔.นางบันดน ยางธิสาร กรรมการ ๕.นางสาวพวงเพชร ยางธิสาร กรรมการ ๖.นายทวีชัย ยางธิสาร กรรมการ ๗.นางภักดี ชินบุตร กรรมการ ๘.นางกนกอร ยางธิสาร กรรมการ ปัญหา แก้ไข -
จัดสรรโครงการและเงินทุนในการจัดตั้งกลุ่ม มีการดาเนินงานและติดตามผลดาเนินงานของกลุ่ม เพื่อที่จะทาให้กลุ่มได้ยั้งยื่น หาร้านค้าหรือตลาดเพื่อรองรับสินค้าที่กลุ่มผลิตขึ้น ส่งเสริมอาชีพและเพิ่มรายได้ให้ผสู้ งู อายุ ผู้พิการ กลุ่มแม่บ้าน ที่มีรายได้น้อย ส่งเสริมการนาวัตถุดิบในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโชย์และเพิ่มมูลค่า มีจัดสรรโครงการและเงินทุนในการจัดตั้งกลุ่ม มีการดาเนินงานและติดตามผลดาเนินงานของกลุ่ม เพื่อที่จะทาให้กลุ่มได้ยั้งยื่น มีร้านค้าหรือตลาดเพื่อรองรับสินค้าที่กลุม่ ผลิตขึ้น มีการส่งเสริมอาชีพและเพิ่มรายได้ให้ผสู้ ูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มแม่บ้าน ที่มีรายได้น้อย มีการส่งเสริมการนาวัตถุดิบในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโชย์และเพิ่มมูลค่า