Skip to main content

แมลงริ้นดำ

Page 1

แมลงริน้ ดำ (Black flies) วิชัย ศรี สุขา งานพิพิธภัณฑ์ แมลง องค์ การสวนพฤกษศาสตร์ แมลงริ้ นดา (black flies) คนเหนือเรี ยกว่า “คุ่น” ชาวกะเหรี่ ยงเรี ยกตัวเต็มวัยว่า “ผะบอ” (คุ่นเหลือง) “คะซู” (คุ่นดา) ตัวหนอนเรี ยก “ก่อก๊อบ” เป็ นแมลงในอันดับดิพเทอร์ร่า (order diptera) วงศ์ Simuliidae มีขนาดเล็ก ตัวเต็มวัยมีอกปล้อง แรก (scutum)โค้งนูนขึ้นชัดเจน (หลังค่อม) แมลงริ้ นดาทัว่ โลกพบแล้ว 2,132 ชนิด ( living 2,120 ชนิด, fossil 12 ชนิด) ใน 26 สกุล โดยสกุล Simulium มีสมาชิกมากที่สุด 1,720 ชนิด ประเทศไทยมีรายงาน 89 ชนิด เฉพาะที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์มีความหลาก หลายของชนิดมากที่สุดประมาณ 2 ใน 3 (58 ชนิด) ของจานวนชนิดทั้งหมดที่รายงานใน ประเทศไทย แมลงริ้ นดา ระยะไข่ ตัวหนอน และดักแด้อาศัยในน้ าไหลทั้งชัว่ คราว และ ถาวร ในลาธารบนภูเขาหรื อในเขตชนบท ตัวเต็มวัยเพศเมียบางชนิดเป็ นปรสิ ตภายนอกดูด 1 กินเลือดจากคนหรื อสัตว์เลี้ยงเพื่อใช้ในการเจริ ญ และพัฒนาการของ ไข่ บางชนิดไม่จาเป็ นต้องกินเลือดไข่กส็ ามารถเจริ ญได้ (autogeny) ส่ วนตัวผูจ้ ะดูดกินเฉพาะน้ าหวานจากดอกไม้ 1 3

5

7

แหล่งอาศัยโดยทัว่ ไปของตัวหนอน และดักแด้ ของแมลงริน้ ดา 2 ไข่ของแมลงริ น้ ดาชนิด Simulium aureohirtum Brunetti, 1911 ตัวหนอนของแมลงริน้ ดา ที่เกาะตามลานหินในลาธาร หรื อน ้าตก 4 ลักษณะรู ปร่างของตัวหนอนแมลงริ น้ ดา ลักษณะรูปร่างในระยะดักแด้ ของแมลงริน้ ดา 6 ลักษณะรู ปร่างของตัวเต็มวัยแมลงริ น้ ดา ลักษณะของตาประกอบของตัวเต็มวัยที่ใช้ ในการแยกเพศ ้ างแยกกัน B เพศผู้ชิดกัน A เพศเมียตาประกอบทังสองข้

2

3

7 4

A B

6

5


2

วงจรชีวติ ของแมลงริ้นดา (LIFE CYCLE)

ริ้ นดามีการเจริ ญเติบโตและเปลี่ยนแปลงรู ปร่ างแบบสมบูรณ์ ตามภาพที่ 13 เพศเมียวางไข่เป็ นกลุ่มบนก้อนหิน หรื อ พืชที่อยูร่ ิ มลาธาร รายงานการศึกษาในริ้ นดาชนิด S. aureohirtum วางไข่เป็ นกลุ่มเฉลี่ย 279 ฟอง [16 –815 (n=23)] ไข่ที่ใกล้ จะฟักตัวสามารถมองเห็นจุดตา (eye spots) และอวัยวะเจาะไข่ (egg burster) ของตัวหนอนที่อยูใ่ นไข่ได้ ระยะไข่จากการเฝ้ า สังเกตในพื้นที่ศึกษาใช้เวลา 2 –3 วัน จึงฟักออกเป็ นตัวหนอนวัยแรก ระยะตัวหนอนของริ้ นดาชนิดนี้มี 7 วัย ตัวหนอนวัยแรกด้านบนหัวมีอวัยวะเจาะไข่ (egg burster) และวัยสุ ดท้ายมี gill spots ที่ส่วนอก ระยะดักแด้ ใช้เวลา เฉลี่ย 2.69 วัน [2 –5 (n=350)] โดยตัวหนอนวัยสุ ดท้ายจะ สร้างปลอกหุม้ ดักแด้ติดกับวัตถุที่อยูใ่ นน้ า เช่น หญ้า ก้อนหิน ตัวเต็มวัยที่เลี้ยงในห้องปฏิบตั ิการมีอายุเฉลี่ย 6.53 วัน [1 –16 (n=50)] ระยะเวลาการเจริ ญเติบโตตั้งแต่ 8 ไข่ถึงตัวเต็มวัยประมาณ 19–30 วัน ริ้ นดาชนิดนี้มีรายงาน 10 ว่าเป็ น autogenous (ไข่ สามารถเจริ ญได้โดยไม่ตอ้ งอาศัย โปรตีนจากการดูดกินเลือดของสัตว์)

9 egg burster

8 แหล่งอาศัย และวางไข่ของแมลงริ้ นดา

ตัวหนอนวัยแรก

9 กลุ่มไข่ของแมลงริ้ นดา ที่วางบนคราบดักแด้ของตัวอื่น 10 ตัวหนอนวัยแรก

gill spots

11 ตัวหนอนวัยสุ ดท้าย

12 เปรี ยบเทียบขนาดของตัวหนอนวัยแรกจนถึงวัยสุ ดท้าย

ตัวหนอนวัยสุ ดท้ าย

11

13 แสดงวงจรชีวติ ของแมลงริ้ นดา

12 7thinstar 6th instar 5th instar 4th instar 3rd instar 2nd instar 1st instar

13


3

การศึกษาความหลากหลายของแมลงริ้นดา

จากการดาเนินโครงการศึกษาความหลากหลายของแมลง ของงานพิพิธภัณฑ์แมลง องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2551 ได้รายงานแมลงริ้ นดาชนิดใหม่แล้ว 8 ชนิดคือ Simulium chiangdaoense, S. chayamaritae, S. nanense, S. phahompokense, S. vessabutae, S. maeaiense, S. chomthongense, S. wichaii และจัดทาคาบรรยายลักษณะใหม่ (redescription) ในชนิด S. kuwangkadilokae เขียนบรรยายลักษณะเพิม่ เติมของชนิด S. gombakense นอกจากนี้ยงั พบตัวอย่าง ที่คาดว่าจะเป็ น ชนิดใหม่อีกสองชนิด ซึ่งอยูร่ ะหว่างการศึกษา 14 ตัวหนอนริ้ นดาจานวนมาก เกาะตาม หน้าดินที่น้ าไหลผ่าน หรื อตามหญ้า ใบไม้ และวัสดุยดึ เกาะต่างๆ ที่อยูใ่ นลาธาร จากภาพ เป็ นตัวหนอนของริ้ นดาชนิด S. aureohirtum ที่ทุ่งนา บ้านแม่แอบใน อ. จอมทอง จ. เชียงใหม่

14 15 การเก็บดักแด้ริ้นดา ที่เกาะติดกับผิวหน้าของหิน เพื่อนามาเลี้ยงให้เป็ นตัวเต็มวัย ต้องใช้ใบมีดผ่าตัด ตัดแยกดักแด้ออกจากหิน ซึ่งต้องอาศัยหลายคนช่วยกั้น ชะลอการไหลของน้ า 15 16 การเก็บตัวหนอนแมลงริ้ นดา ที่เกาะบนใบไม้ในลาธาร โดยใช้ปากคีบ (fine forceps) คีบตัวหนอน จากนั้นวางไว้ที่หลังมือก่อนเพื่อให้น้ าที่ติดมากับตัวหนอนไหลออก แล้วค่อยเก็บตัวอย่างใน 80% ethanol ซึ่งตัวหนอนวัยสุ ดท้ายเท่านั้นที่สามารถนามาวินิจฉัยระดับชนิดได้

16


4

การศึกษาความหลากหลายของแมลงริ้นดา

การเก็บตัวอย่าง ตัวหนอนและดักแด้ 17 ของแมลงริ้ นดา

การตัดดักแด้ ของแมลงริ้ นดา เพื่อนามาแยกเลี้ยงเดี่ยวในหลอด พลาสติก ให้เป็ นตัวเต็มวัย เพื่อใช้ ในการวินิจฉัยระดับชนิด

18

19 การฝึ กเทคนิคการจัดเตรี ยมตัวอย่าง และการวินิจฉัยระดับชนิดของแมลงริ้ นดา จากผูเ้ ชี่ยวชาญ จากภาพเป็ นระยะเริ่ มต้น โครงการ Darwin Initiative Project ที่ทา การศึกษาความหลากหลายของยุงและแมลง ริ้ นดา ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่


5

ความสาคัญทางการแพทย์ (MEDICAL IMPORTANCE)

“คนชอบเที่ ยวป่ าแทบทุกคนจะมีประสบการณ์ ตรงกับแมลงกลุ่มนี ้ และสงสัยว่ า มันเป็ นแมลงอะไร กัดแล้ วจะนาโรคร้ ายอะไรมาสู่เราไหม? ” แมลงที่กล่าวถึงก็คือ ริ้ นดานัน่ เอง จากที่พบแล้ว 26 สกุล 2,132 ชนิดทัว่ โลก แต่มีเพียง 4 สกุลเท่านั้นที่มี รายงานการเข้ากัดคน คือสกุล Austrosimulium, Cnephia, Prosimulium และ Simulium ประเทศไทยมีรายงาน 12 ชนิดที่เข้ากัดคนคือ S. rufibasis, S. asakoae, S. doipuiense, S. barnesi, S. nigrogilvum, S. chamlongi, S. nodosum, S. fenestratum, S. maenoi, S. manooni S. mediocoloratum, และ S. nakhonense

แมลงริ้ นดาเพศเมียบางชนิดเท่านั้น ที่เป็ นปรสิ ตภายนอก ชอบกัดและดูด กินเลือดคน หรื อสัตว์เลี้ยง และก่อความราคาญแก่นกั ท่องเที่ยว เช่นที่อุทยาน แห่งชาติดอยอินทนนท์ ดอยฟ้ าห่มปก บ้านม้งดอยปุย โดยทัว่ ไปแล้วจะเข้ากัด มากสองช่วงเวลาในหนึ่งวัน คือช่วงเช้า และเย็น เวลา 7.00–8.00 น. และ 16.00 –17.00 น. ส่ วนตอนสายๆจนถึงบ่ายพบน้อย ทั้งนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงเวลา เข้ากัดเล็กน้อยตามฤดูกาล การกัดทาให้เกิดอาการคัน อักเสบ บริ เวณที่โดนกัด มีอาการบวมโต เป็ นตุ่ม หรื อแผลอักเสบ หรื อในบางรายมีอาการแพ้รุนแรงจน เป็ นไข้เรี ยกว่าไข้ริ้นดา (blackfly fever) ซึ่งจะมีอาการปวดหัว คลื่นไส้และอาจ มีอาการหอบหืดได้ ในต่างประเทศมีรายงานการเป็ นพาหะนาพยาธิฟิลาเรี ยชนิด Onchocerca volvulus ทาให้เกิดโรค Onchocerciasis หรื อ River blindness มาสู่ คน และสัตว์ เลี้ยง แต่ไม่มีรายงานการพบโรคนี้ประเทศไทย นอกจากนี้ริ้นดาบางชนิดชอบกัดวัว, กระบือ, สัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน เช่น ชนิด S. nakhonense, S. nigrogilvum, S. chamlongi, S. doipuiense, เป็ นต้น 21 ซึ่งทาให้น้ าหนักตัวลดลง และแผลที่เกิดจากการกัด ยังเป็ นช่อง ทางให้เกิดโรคต่างๆตามมาอีกด้วย 22 20 ริ้ นดาชนิด S. nigrogilvum การเข้ากัดคน ตรงบริ เวณข้อเท้า หรื อ บริ เวณอื่นๆ ที่เสื้ อผ้าคลุมไม่ถึง โดยหลังจากที่ดูดกินเลือดอิ่มแล้ว ตรง แผลที่โดนกัดก็จะมีหยดเลือดไหลออกมาเล็กน้อย

21 รอยแผลที่เกิดจากการกัดของแมลงริ้ นดาเป็ นจานวนมาก ซึ่งจะมี อาการคัน ถ้าไม่เกาสะเก็ดแผลนั้นก็ยบุ หายไปภายใน 2 สัปดาห์หรื อมาก กว่านั้นเล็กน้อย 22 รอยแผลอักเสบที่เกิดจากการเกาตรงบริ เวณที่ แมลงริ้ นดากัด

20 1

1


76

แมลงริน้ ดำ (Black flies) วิชัย ศรีสุขำ

งำนพิพิธภัณฑ์ แมลง องค์ กำรสวนพฤกษศำสตร์

ความสาคัญทางการแพทย์ (MEDICAL IMPORTANCE)

Onchocerciasis คือโรคที่เกิดจากพยาธิ ฟิลาเรี ยชนิด

Onchocerca volvulus ที่มีแมลงริ้ นดาเป็ นพาหะนาโรคทาให้เกิดก้อน ใต้ผวิ หนัง (subcutaneous nodular tumor) บริ เวณลาตัว ไหล่ และศีรษะ โดยภายในก้อนนี้จะมีพยาธิตวั เต็มวัยอาศัยอยูเ่ ป็ นจานวนมากมีอาการ ผิวหนังอักเสบ เมื่อตัวอ่อนพยาธิ์ชนิดนี้เคลื่อนเข้าไปยังลูกตาจะทาให้ ตาอักเสบ และบอดในที่สุด จากอาการที่ทาให้ผปู ้ ่ วยตาบอด และมักพบ มากกับผูท้ ี่อาศัยอยูร่ ิ มแม่น้ าจึงเรี ยกโรคนี้วา่ River blindness A patient infected with onchocerca volvulus, the parasite which causes onchocerciasis (river blindness). This elderly man shows nodules, skin changes and blindness, all manifestations of the disease.

23 1

แหล่งระบาดของโรคนี้พบที่ อาฟริ กา อเมริ กากลางและใต้คาบสมุทรอาราเบียในเอเชียตะวันตกเฉี ยงใต้ สาหรับประเทศอื่นๆในเอเชียยังไม่มีรายงานการพบโรคนี้ แต่มีรายงานการพบพยาธิฟิลาเรี ยชนิด O. gutturosa ในวัว และ O. dewittei japonicum ในหมูป่า ที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งสามารถติดต่อสู่ คนได้โดยมีริ้นดาเป็ นพาหะ ในประเทศไทย จากการจับริ้ นดาที่เข้ากัดคนและกระบือที่บา้ นปางแฟน อ.ดอยสะเก็ด และที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ในชนิด S. nigrogilum และ S. nodosum จากการผ่าตัวเต็มวัยเพศเมียพบตัวอ่อนระยะที่สาม ซึ่งเป็ น ระยะติดต่อของพยาธิฟิลาเรี ย ที่มีลกั ษณะทางสัณฐานวิทยาของตัวอ่อนใกล้เคียงกับตัวอ่อนระยะที่สามของ พยาธิฟิลาเรี ย 6 ชนิดในสกุล Onchocerca ซึ่งชี้ให้เห็นว่าริ้ นดาทั้งสองชนิดนี้เป็ นพาหะนาโรคในธรรมชาติของ พยาธิ Onchocerca ชนิดใดชนิดหนึ่ง ซึ่งมีความจาเป็ นต้องทาการวิจยั อย่างจริ งจังต่อไปในอนาคต

Onchocerca volvolus 24 เพศผูม้ ีความยาว 2-3 cm เพศเมียมีความยาว 60 cm ตัวเต็มวัยจะอาศัยอยูใ่ ต้ผวิ หนัง หรื อในปมใต้ผวิ หนัง พยาธิ เพศเมียตัวเต็มวัยสามารถผลิตตัวอ่อน (microfilariae ขนาด 300 x 8 µm) ได้ 1000-3000 ตัวต่อพยาธิ ตวั เต็มวัย 1 ตัวต่อวัน และพยาธิตวั เต็มวัยมีอายุ 10-15 ปี 10-15 years Photomicrograph of Onchocerca volvulus (adult worms). Photo: WHO/TDR/OCP

25

Onchocerca volvulus: nodules (removed from under the skin of infected people) contain the adult worms.


7

การใช้ ประโยชน์ ยาตัวหนอนริ้นดา

ตัวหนอนริ้ นดาที่ชาวเขาเผ่ากระเหรี่ ยงบ้านแม่แอบใน อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เรี ยกว่า “ก่อก๊อบ” หรื อ “เกลอะ” ที่เกาะบนผิวลานหิน นี้ชาวบ้านได้มีการนามาปรุ งเป็ นอาหารจาพวกยา และนิยมกินแกล้ม กับสุ ราพื้นบ้าน ตามโอกาสพิเศษต่างๆ เช่นหลังการเก็บเกี่ยวข้าว การหาตัวหนอนริ้ นดามาทายานี้ จะใช้พุ่มไม้หรื อใบตองกล้วย มากันเพื่อชะลอการไหลของน้ า จากนั้นใช้มือลูบคลาบนบริ เวณที่ตวั หนอนเกาะอยู่ ตัวหนอนจะติดขึ้นมาตามผ่ามือ ลูบจนได้ตวั หนอน มากพอแล้วก็ลา้ งทาความสะอาดโดยใช้น้ าสะอาดล้างหลายๆ รอบ 25 เพื่อให้ทรายที่ติดมากับตัวหนอนหลุดออกให้หมด การปรุ งก็เหมือกับทายาประเภทอื่นๆ โดยมีเครื่ องปรุ งง่ายๆ ได้แก่ พริ กแห้ง (ย่างไฟก่อนใช้) ถัว่ เน่า หอมแดง หอมหัวใหญ่ เกลือ และมะนาว เมื่อทาการเตรี ยมเครื่ องปรุ งเสร็จแล้ว ทาการคลุกเคล้า และชิมรสตามชอบ 25 ลักษณะการใช้มือลูบเพื่อเก็บตัวหนอน ใช้ใบไม้กนั ชะลอการไหลของน้ า 26 26 27 ตัวหนอนริ้ นดา ที่ติดขึ้นมาบนมือ หลังจากการลูบ 28 ตัวหนอนริ้ นดา ที่ลา้ งทาความสะอาดแล้วพร้อมปรุ งรส 29 เครื่ องปรุ งรส 30 ยาตัวหนอนที่ปรุ งรสเสร็ จเรี ยบร้อย พร้อมรับประทาน

28 30 27 29

26


8

เอกสารอ้างอิง

Choochote, W., Takaoka, H., Fukuda, M., Otsuka, Y., Aoki, C., and Eshima, N., 2005. Seasonal abundance and daily flying activity of black flies (Diptera : Simuliidae) attracted to human baits in Doi Inthanon National Park, Northern Thailand. Med. Entomol. Zool. 56(4), 335–348. Crosskey, R.W., 1990. The natural history of blackflies. British Museum (National History). London. 710 pp. Fukuda, M., Aoki, C., Bain, O., Choochote W., and Takaoka H., 2003. Natural infections with filarial Larvae in two species of black flies (Diptera : Simuliidae) in Northern Thailand. Jpn. J. Trop. Med. Hyg. 31(2), 99–102. Onchocerciasis (river blindness) - disease information. http://www.who.int/blindness/partnerships/ onchocerciasis_disease_information/en/index.html Oct. 26, 12 Onchocerciasis http://www.icp.ucl.ac.be/~opperd/parasites/onch1.html Oct. 26, 12 Srisuka W (2007) Life history and morphology of some black flies species at Mae Aeb Nai Village, Ban Laung subdistrict, Chom Thong district, Chiang Mai province, M.S. Thesis, Chiang Mai University. Takaoka, H., Choochote, W., Aoki, C., Fukuda, M., and Bain, O. 2003. Black flies (Diptera : Simuliidae) attracted to Humans and water buffalos and Natural infections with filarial larvae, Probably Onchocerca sp. in Northern Thailand. Parasites 10, 3–8.


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook