Wat Phasingha Waramahawihan ChaingMai ThaiLand By loongtri tri.rmutl.ac.th loongtri.multiply.com
1
วัดพระสิงหวรมหาวิหาร วัดเกาแกประจำเมืองเชียงใหม ลานนาไทย wat phasingha waramahawihan สถานที่ตั้ง @ วัดพระสิงหวรมหาวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ตั้ง อยูในบริเวณคูเมืองเชียงใหม ถนนสามลาน ตำบลพระสิงห อำเภอเมือง จังหวัด เชียงใหม วัดพระสิงหฯ เปนวัดสำคัญวัดหนึ่งของเมืองเชียงใหม เปนประดิษฐาน พระสิงห (พระพุทธสิหิงค) พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คูเมืองเชียงใหมและแผนดิน ลานนาพระพุทธรูปเปนศิลปะเชียงแสนรูจักกันในชื่อ "เชียงแสนสิงหหนึ่ง" ซุมประตูวิหารสองสงฆ วัดพระสิงห ประวัติความเปนมา @ พญาผายู กษัตริยเชียงใหมราชวงศเม็งราย โปรดเกลาฯใหสรางขึ้นในป พ.ศ. ๑๘๘๘ ขั้นแรกใหสรางเจดียสูง ๒๓ วา เพื่อบรรจุพระอัฐิ ของพญาคำฟู พระราชบิดา ตอมาอีกสองปจึงสรางพระอาราม เสนาสนวิหาร ศาลาการเปรียญ หอไตร และกุฎิสงฆ เรียบรอย ทรงตั้งชื่อวา "วัดลี" ตอมาบริเวณหนาวัดมีตลาดเกิดขึ้นชาวบานเรียกวา "ตลาดลีเชียง" แลว เรียกวัดวา "วัดลีเชียง" และ "วัดลีเชียงพระ" ระหวางป พ.ศ. ๑๙๓๑ - ๑๙๕๔ สมัยพระเจาแสนเมืองมา ขึ้นครองนครเชียงใหมโปรดใหอัญเชิญพระพุทธสิหิงคมาจากเมืองเชียงราย เมื่อขบวนชางอัญเชิญพระ พุทธสิหิงคมาถึงหนาวัดลีเชียงก็ไมยอมเดินทางตอ พระเจาแสนเมืองมาจึงใหอัญเชิญพระพุทธสิหิงค ประดิษฐาน ณ วัดลีเชียง ประชาชนทางเหนือนิยมเรียก"พระพุทธสิหิงค" สั้นๆ วา "พระสิงห" จึงเรียกชื่อ วัดตามพระพุทธรูปวา "วัดพระสิงห" เมื่อถึงป พ.ศ. ๒๓๕๔ พระเจากาวิละไดโปรดฯ ใหสรางอุโบสถ และหอไตรขึ้น โดยมีลักษณะเปนอาคารทรงลานนาขนาดใหญ ตรงกลางอาคารมีกูซึ่งแตเดิมคงเปน สถานที่ที่ประดิษฐานพระประธาน
2
ถาวรวัตถุที่สำคัญในวัด 1. พระพุทธสิหิงค ซึ่งเปนเปนพระสิงหสกุลชางเชียงแสน เปนพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร ศิลปะลานนา ประดิษฐานอยู ณ เมืองเชียงราย ตาม ตำนานกลาววา ณะนั้นเชียงรายกับเชียงใหมเกิดการรบพุงกันขึ้น เชียงใหมเปนฝายชนะ พระเจาแสนเมืองมา (พญาแสนเมือง พ.ศ. 1931 1954 ) มานครเมืองเชียงใหม จึงโปรดใหอัญเชิญพระพุทธสิหิงคมายัง เมืองเชียงใหมโดยลองเรือมาตามลำน้ำปงเรืออัญเชิญพระพุทธสิหิงคมา เทียบทาฝงนครเชียงใหม ที่ทาวังสิงหคำ ขฯะเชิญขึ้นประดิษฐานบนบุษบก ปรากฎรัศมีจากองคพระเรืองรองเปนลำไปทางทิตะวันออกเฉียงเหนือไกล ถึง 2,000 วา ตอมาจึงไดมีการสรางวัดขึ้น ณ ที่นั่นไดชื่อตามเหตุอัศจรรยใน ครั้งนั้นวา "วัดฟาฮาม" ซึ่งหมายถึงฟาอรามนั่นเอง แตเดิมนั้นพระเจาแสนเมืองตั้งพระทัยจะอัญเชิญ พระพุทธสิหิงคไปประดิษฐานยังวัดบุปฝาราม (วัดสวนดอก) ซึ่งตั้งอยูนอกเวียงออกไปทางทิศตะวันตก แตเมื่อชักลากบุษบกไปถึงวัดลีเชียงพระก็มีอันติดขัดไมอาจลากตอไปได พระเจาแสนเมืองมาถือเปน ศุภมิตรจึงโปรดใหสรางมณฑปขึ้นวัดลีเชียงและประดิษฐานพระพุทธสิหิงคไว ณ วัดนั้น ตอมาชาวบาน ตางพรอมใจกันนิยมเรียกวัดนี้วา "วัดพระสิงห" ตามนามของพระพุทธรูป กระทั่ง พ.ศ. 2483 (1940) จึง ไดรับการสถาปนานายกฐานะขึ้นเปนพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร และไดรับนามใหมวาวัด พระสิงหวรมหาวิหารมาจนถึงปจจุบัน โดยกรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเปนโบราณสถานสำคัญ ระดับชาติ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 และประกาศกำหนดขอบเขตในกราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2522 และในเทศกาลสงกานตของทุกปจะมีการอัญเชิญพระสิงหสิหิงคประดิษฐานบนบุษบก แหรอบเมืองเชียงใหมใหประชาชนสรงน้ำ เพื่อความเปนสิริมงคลเปนประจำทุก @ 2. หอไตร สรางเปนครึ่งตึกครึ่งไม ที่ตัวผนังตึกดานนอกประดับดวยทวยเทพปูนปนแตงองค ทรงเครื่องสวยงาม ทำเปนรูปเทพพนมยืน บางก็เหาะ ประดับอยูโดยรอบ เปนฝมือชางสมัยพระ เมืองแกวตอมาในสมัยเจาแกวนวรัฐไดมีการซอมแซมขึ้นมาใหม ประมาณ พ.ศ. 2467 ที่ฐานหอไตรปน เปนลายลูกฟกลดบัวภายในประดับดวยรูปสัตวหิมพานต เชน นางเงือกมีปก คชสีหมีปก และกิเลน เปนตน โดยประจำยามที่มีลักษณะละมายลายสมัยราชวงคเหม็งของจีน
3
@ 3. โบสถ เปนอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผา มีมุข โถงทั้งทั้งดานหนาดานหลัง ดานขางแลเห็นหนาตาง ขนาดใหญตีเปนชองแบบไมระแนง แตภายในเปน หนาตางจริง มีลายปูนปนบริเวณซุมประตูทางเขา หนาบันมีลักษณะวงโคงสองอันเหนือ ทางเขาประกบกัน เรียก วา คิ้วโกง เหนือคิ้วโกง เปนวงกลมสองวงคลาย ดวงตา ที่เสาและสวนอื่นๆ มีปูนปนนูน มีรักปนปดทอง ถือเปนลักษณะอาคารและ การตกแตงเปนแบบศิลปะ ลานนาที่วิจิตรสวยงามโดยแท @ 4. วิหารลายคำ เปนวิหารทรงพื้นเมืองลาน นาขนาดเล็ก ภายในประดิษฐาน "พระพุทธสิหิงค" ขนาดหนาตักกวาง 31 นิ้ว สูงจากขอบฐานถึงยอดพระ เมาลีบัวตูม 51 นิ้ว บนผนังดานหลังพระประธานมีรูป ปราสาทแวดลอมดวยมังกรและหงส มีความงดงาม นาชมยิ่ง มีเสาหลวง (เสากลม) เสาระเบียง (เสา สี่เหลี่ยม) ที่ผนังวิหารมีภาพจิตรกรรมโดยรอบ ดาน เหนือเขียนเปนเรื่องสังขทอง ดานใตเปนเรื่องสุวรรณ หงสโดยเฉพาะเรื่องสังขทองพบเพียงที่นี่แหงเดียว อีก ทั้งเปนวิหารลายคำที่พบที่นี่ไดแหงเดียวเทานั้น และ ลักษณะเดนของภาพจิตรกรรมที่พบในลานนา ซึ่ง ศาสตราจารย ศิลป พีระศรี ประติมากร ชาว อิตาเลียน บิดาแหงวงการศิลปะรวมสมัยของไทย ได สรุปไววา "จิตรกรรมในภาคเหนือนิยมเขียนภาพชีวิต ประจำวันเปนภาพเหมือนชีวิตจริง ถามองดูภาพที่ งดงามเรื่องสังขทองในวิหารลายคำ วัดพระสิงห จังหวัดเชียงใหม เราจะรูสึกคลายกับวา เราเขาไปอยู ในสถานการณที่เปนจริงตามความเปนอยูเมื่อ 100 ป กอน" @ 5. สถูปบรรจุพระอัฐิของพระญาคำฟู ถือ เปนวัตถุกอสรางที่เกาแกที่สุดของลานนา สรางขึ้น ราว พ . ศ . ๑๘๘๓ ไดรับการเปดสถูปเมื่อ พ . ศ . ๒๔๖๘ พบวามีโกศที่บรรจุพระอัฐิซึ่งทำเปน ๓ ชั้น ชั้น นอกทำดวยทองสัมฤทธิ์ ชั้นกลางทำดวยเงิน ชั้นในทำ ดวยทองคำ ปจจุบันไมทราบวาโกศไดรับการเก็บ
4
รักษาไวที่ใด ( อางจากหนังสือ Camille Notton : Annales du Siam (3), Chronique de Xieng Mai. Paris 1932) @ 6. พระอุโบสถ รูปสี่เหลี่ยมผืนผา มีมุขโถงทั้งดานหนาและ ดานหลัง หนาตางขนาดใหญทำเปนลูกกรงไม หลังคาลดชั้น ๓ ชั้น ซุมประตูทั้งดานหนาและดานหลังแกะสลักไมปดทอง เปนรูปพญานาค ๒ ตัว เศียรแผไปเปนฐานสามเหลี่ยมภายในพระอุโบสถมีมณฑปตั้งอยู ตรงกลางทำใหพื้นที่แบงเปน ๒ สวน จึงเรียกวา อุโบสถสองสงฆ @ 7. พระมหาเจดีย เปนเจดียทรงกลมแบบลานนา ฐานสี่เหลี่ยม ชางลอม สูงถึงยอด ๒๕ วา ยาดานละ ๑๖ วา ๑ ศอก ๖ นิ้ว สรางเมื่อ พ . ศ . ๑๘๘๘ @ 8. วิหารหลวงทรงไทยลานนา เปนรูปสี่เหลี่ยมผืนผาขนาดกวาง ๒๔ เมตร ยาว ๕๖ เมตร ฝา ผนังและตนเสาหลอดวยคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด เครื่องบนใชไมสักลวน ๆ หลังคามุงดวยกระเบื้อง ซีเมนตแบบโบราณ ซอนลดหลั่นกัน ๓ ชั้น มีชอฟา ใบระกา หางหงส ซึ่งทำดวยไมสักทั้งหมด มีมุขหนา มุขหลัง ดานหนามีชองประตู ๓ ชอง และหนาตางดานละ ๕ บาน นอกจากนี้มีลวดลายปูนปนรูป นาคราชแผพังพานประดับที่เชิงบันได 9. พระพุทธไสยาสน ซึ่งอยูในวิหารพระนอน กออิฐถือปูน ปดทอง 10. พระพุทธรูปทองทิพย ซึ่งสรางโดยพญาติโลกราชเมื่อ พ . ศ . ๒๐๒๐
5
6
www.cm108.com
7