Skip to main content

toonglanna

Page 1

ตุงลานนา 1

เอกสารประกอบการเรียนรู

เรื่อง ตุงลานนา เรียบเรียงโดย อาจารยลิปกร มาแกว อาจารยเบญจพล สิทธิประณีต ปรับปรุงโดย ผศ. มนตรี เลากิตติศักดิ์


ตุงลานนา 2

ตุงลานนา คำวาตุง ในภาษาลานนาหมายถึง ธง ในภาษาไทยภาคกลาง ตรงกับลักษณะ ประเภท ปกาฎะ ของอินเดีย คือมีลักษณะเปนแผนวัตถุ สวนปลายแขวนติดกับเสา หอย เปนแผนยาวลงมาวัสดุที่ใชทำตุงนั้นมีหลายอยาง เชน ไม สังกะสี ทองเหลือง ผา กระดาษ ใบลาน เปนตน ตุง เปนสิ่งที่ทำขึ้นเพื่อในใชงานทางพุทธศาสนา ทั้งในงานมงคล และอวมงคลตางๆ โดยมีขนาด รูปทรงและรายละเอียดดานวัสดุตางๆ แตกตางกันไปตามความเชื่อ และ พิธีกรรมตลอดจนตามความนิยมในแตละทองถิ่นดวย จุดประสงคของการทำตุงในลานนาดังนี้ คือ ถวายเปนพุทธบูชา สรางใหแกตนเองและผูลวงลับไปแลว จะไดพนไปจากเวรกรรมและ ไดขึ้นสวรรค ประดับประดาศาสนสถาน ศาสนาวัตถุ เพื่อเปนการเฉลิมฉลอง เชนงานปอยหลวง เปนตน เพื่อสะเดาะหเคราะห ขจัดภัยพิบัดตางๆ ใหหมดสิ้นไป โดยเฉพาะภัยที่เชื่อวาเกิดจาก ภูติผีปศาจ หรือบาปกรรมทั้งหลาย ใชในทางไสยศาสตร ทำเสนหบูชาผีสาง เทวดา ใชในพิธีกรรมและเทศกาลตางๆ เชนพิธีสวดมนต พิธีสืบชาตา การขึ้นทาวทั้งสี่ การตั้ง ธรรมหลวง งานปอยหลวง ทอดกฐิน ประเพณีสงกรานต ประเพณีเกี่ยวกับการตาย ตุงจำแนกตามการใชงาน มีดังนี้ ตุงที่ใชประดับตกแตงสถานที่ที่มีงานสมโภชฉลองถาวรวัตถุ เปนตุงที่ใชตกแตงทางพระพุทธศาสนา เพื่อใหเกิดความสวยงาม เปนเครื่องหมาย นำทางไปสูบริเวณงาน และใชในงานมงคลตางๆ มีดังนี้ ตุงไชย (ตุงไจย) เปนตุงขนาดใหญ รูปสี่เหลี่ยมผืนยาวถือวายิ่งยาวยิ่งมีอานิสงคมาก ตุงไชยทำดวยผา เสนฝาย เสนไหม ซึ่งจะทอเปนใยโปรง มีการตกแตงประดับประดา บางก็ ถักทอเปนลวดลายตางๆ อยางสวยงาม ถาผาผืนยาวมากมักใชไมไผลำโตทำเปนเสาตุงใชใน งานเฉลิมฉลองตางๆ ชาวบานจะชวยกันทำตุงไชยมาปกเรียงรายตามสองขางทางที่จะเขาสู วัด การที่นำตุงไชยมาจักเพื่อเปนการอุทิศสวนกุศลใหผูลวงลับ นอกจากปกไดสองขางทาง เขาวัดแลว ยังมีการประดับไวรอบศาสนาสถาน ศาสนวัตถุ ที่ทำพิธีฉลองกันดวย


ตุงลานนา 3

ตุงใย (ตุงใยแมงมุม) คือตุงที่ทำดวยเสนดาย หรือไหม ผูกกันคลายใยแมงมุม เพื่อใช ในพิธีกรรมทางศาสนาเชนเดียวกับตุงไชย หรือแขวนไวในวิหารหนาพระประธานถวายเปน พุทธบูชา การทำตุงชนิดนี้ขึ้นกับความนิยมของแตละหมูบาน ตุงกระดาง เปนตุงที่ทำดวยวัสดุคงรูป ผืนตุงทำดวยไมแกะสลัก หรือปูนปน หรือ เปนแผนโลหะฉลุลาย นอกจากนี้ยังมีการประดับตกแตงดวยกระจก หรือฉลุเปนลวดลาย ประดับบนตุง ตุงชนิดนี้ผูสรางมักเปนผูสูงศักดิ์หรือมีฐานะทางเศรษฐกิจดีพอเพราะวัสดุที่ใช มีราคาแพงและใชชางที่มีฝมือประณีต มีวัตถุประสงคเพื่อถวายเปนพุทธบูชา ตุงขอนงวงชาง หรือตุงขอนกม มีลักษณะเปนวงแหวน ทำดวยไมไผ มัดโยงกันเปน ปลองหมดวยกระดาษสีตางๆ มักผูกติดไวบริเวณหนาพระประธาน ตุงตั๋วเปง คือตุงประจำปเกิด เปนตุงทำดวยกระดาษ หรือผา ทด พิมพ หรือเขียน เปนรูปสัตวประจำปเกิด นิยมปกบนเจดียทรายในเทศกาลสงกรานต หรือแขวนหนาพระ ประธาน ตุงราว คือตุงขนาดเล็ก มักทำดวยกระดาษฉลุ เปนลวดลายบนผืนตุง รูปทรง สามเหลี่ยมหรือสี่เหลี่ยมแบบยาว บางครั้งตัดเปนรูปคลายรูปคน ใชแขวนเชือกเปนแนวยาว สลับสีกัน โยงตามเสาของศาลาธรรมหรือปรำพิธี หรือในวิหารที่มีพิธีกรรมทางศาสนา ตุงตะขาบ ตุงจรเข เปนรูปสี่เหลี่ยมผืนผา มีรูปตะขาบ หรือจรเข อยูบนผืนตุงใช เฉพาะในงานทอดกฐิน ตุงดอกบอง หรือตุงใสหมู เปนตุงที่มีรูปรางทรงจอมแห ทำจากกระดาษสีตางๆ ผูก ติดกับกิ่งไม หรือกานไมไผเล็กๆ ตุงนี้ใชในเทศกาลสงกรานต โดยปกบนกองเจดียทราย หรือประดับเครื่องไทยทานตางๆ ตุงคาคิง เปนตุงที่มีรูปรางยาวแคบ ความยาวเทาความสูงของผูทำพิธี ผืนตุงทำดวย กระดาษสีขาว อาจตกแตงลวดลายดวยกระดาษเงิน กระดาษทอง ตุงคาคิงที่ใชในงานขึ้น บานใหมที่มีพิธีสืบชาตา พิธีสะเดาะเคราะห หรือปกบูชากองเจดียทราย ตุงพระบด, พระบฎ เปนตุงที่มีลักษณะเปนผืนผาใบ หรือกระดาษรูปสี่เหลี่ยมผืนผา มีขนาดตางๆ สวนมากประมาณ ๘๐ คูณ ๑๐๐ เซนติเมตร กรอบทั้งสี่ดานทำดวยไมทำให ตึง ตุงพระบด จะเปนรูปพระพุทธรูปประทับยืน ปางลีลา หรือปางเปดโลก ตุงชนิดนี้ใช ประดับไวดานหลังพระประธานในโบสถ นอกจากประดับพระประธานแลวบางแหงยังใชกับ พิธีกรรมวามเชื่อดวย เชน ตุงพระบฎ ที่ใชในพิธีเลี้ยงผีปูแสะยาแสะที่บานแมเหี๊ยะ จังหวัด เชียงใหม่


ตุงลานนา 4

ตุงที่ใชในการประกอบพิธีงานอวมงคล เปนตุงที่ถือกันวาใชกับเฉพาะในพิธีที่ไมเปนมงคล หรือใชกับความตาย เชนงานศพ หรือพิธีกรรมที่เกี่ยวกับคนตายเปนสวนใหญ เชน ตุงสามหาง เปนตุงรูปคนหรือตุงผีตาย ใชสำหรับนำหนาศพไปสูสุสาน หรือเชิง ตะกอน เปนตุงที่ประดิษฐขึ้นเพื่อรวมลักษณะแทนตัวของคนเราไวดวยกัน คือสวนหัวและ ลำตัวเปนสวนที่กางออกมาเปนแขนขา บางทานกลาววาเปนคตินิยมเกี่ยวกับการเวียนวาย ตายเกิด เพื่อเนนธรรมานุสติ ใหถึงความหลุดพน ไดแก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ตุงชนิดนี้ บางทองที่ เชน ลำปาง เรียกตุงฮางคน หรือตุงอองแอง ตุงแดง ตุงผีตายโหง ตุงคางแดง มีความยา ๔ ถึง ๖ ศอกกวางประมาณ ๑ คืบ เศษๆ แบงความยาวออกเปน ๕ ทอน ชายดานลางทำเปน สามชาย ประดับตกแตงให สวยงาม การใชงาน ใชในพิธีสูตรถอนศพ ที่ตายผิดปกติ เชนตายเพราะอุบัติเหตุตางๆ จะใช ตุงปกไวบริเวณที่ตาย แลวกอเจดียทรายเทากับอายผูตาย ปกชอนอยบนเจดียทรายใหครบ เมื่อเห็นตุงแดงและกอทรายนอย ณ จุดใด ก็หมายถึงวาบริเวณดังกลาวมีคนตายไมดีไมงาม ตุงเหล็ก ตุงตอง ทำดวยแผนสังกะสีหรือแผนทองเหลืองขนาดเล็ก ประดับอยูที่ ปลายทั้งสองขางของกานไมเล็กๆ ที่ติดขวางบนตุงผืนใหญเปนระยะๆ บางครั้งทำเปนรูป ทรงคลายพูหอย ตุงนี้ทำเพื่ออุทิศสวนกุศลใหผูตายที่ฐานะยากจนหรือไรญาติ ตุงที่ใชประกอบการเทศน จะเปนตุงที่ใชประกอบในพิธีงานเทศกาล ตั้งธรรมหลวง ในเดือนยี่เพ็ง หรือยี่เปง (วันเพ็ญเดือนสิบสอง) หรืองานตั้งธรรมหลวงเดือนสี่เพ็ง (วันเพ็ญเดือนยี่) โดยการปกตุงดัง กลาวนี้ในกัณฑเทศ หรือประดับอาคารที่มีการเทศน เชนโบสถ วิหาร หรือศาลาบาตร เปนตน ทั้งนี้ตามคติความเชื่อของคนลานนาการทำตุงประกอบการเทศน เพื่อถวายเปน พุทธบูชา และเชื่อวาจะไดอานิสงสมาก ตุงที่ใชประกอบการเทศนสอดคลองกับการเทศนธรรมเรื่องตางๆ ในทศชาติ ดังนี้ ๑. ตุงดิน! ประกอบกัณฑ เตมิยชาดก ๒. ตุงทราย! ประกอบกัณฑ ชนกกุมาร ๓. ตุงไม! ประกอบกัณฑ สุวรรณสาม ๔. ตุงจีน ! ประกอบกัณฑ เนมิราช ๕. ตุงเหียก! ประกอบกัณฑ มโหสถ ๖. ตุงเหล็ก! ประกอบกัณฑ ภูริทัต ๗. ตุงตอง! ประกอบกัณฑ จันทกุมารชาดก


ตุงลานนา 5

๘. ตุงขาวเปลือก ประกอบกัณฑ นารถชาดก ๙. ตุงขาวสาร ประกอบกัณฑ วิธูรบัณฑิต ๑๐. ตุงเงิน! ประกอบกัณฑ เวสสันดร ๑๑. ตุงคำ! ประกอบกัณฑ สิตธาตถออกบวช ชอ คือตุงชนิดหนึ่งแตมีขนาดเล็ก เรียกชื่อตามลักษณะการใชงานหรือรูปทรง เชน ชอนอย เปนชอขนาดเล็ก ใชปกเจดียทรายในเทศกาลงานสงกรานต ในการสะเดาะ เคราะห การสืบชาตา การขึ้นทาวทั้งสี่ การถวายเปนพุทธบูชา ชอนำทาน ใชปกเครื่องไทยทาน หรือปกบนฟอนหญาคาพรอมธนบัตร แหในงาน พิธีตางๆ เชนผาปา กฐิน ปอยหลวง ชอชาง ทำดวยผาแพรสีตางๆ ปกดิ้นอยางสวยงาม ใชถือนำหนาครัวทาน หรือใชปก สลับกับตุงไชยในงานปอยหลวง อานิสงสของการสรางตุง จากหลักฐาน ตำนาน นิราศ ลิลิต และพงศาวดารตางๆ ไดเขียนถึงอานิสงสของการ สรางตุงวา ผูที่สรางตุงถวายเปนพุทธบูชาจะไมตกนรก ไดเกิดในสวรรคชั้นดาวดึงส ถากลับ มาเกิดในมนุษยโลกก็จะไดเปนใหญเปนโต ถาสรางอุทิศใหผูตาย ผูตายก็จะพนจากการไป เปนเปรต หลุดพนจากบาปกรรมที่ทำไว จากอานิสงสดังกลาวทำใหชาวลานนานิยมสรางตุง กันทุกชั้นวรรณะ ซึ่งรูปแบบของตุงก็จะมีความแตกตางกันขึ้นอยูกับฐานะทางสังคมของ เจาของ พื้นฐานความเชื่อของสังคม วัสดุและความสามารถของคนในทองถิ่นในการนำเอา วัสดุที่มีมาประดับตุงโดยใชเทคนิควิธีการตางๆ ในคัมภีรใบลานเรื่อง อานิสงสทานตุง ฉบับวัดแมตั๋ง ตำบลแมพริก จังหวัดลำปาง ก็ไดกลาวถึงอานิสงสการสรางเสาตุง และเสาหงสบูชาพระพุทธเจาวาจะไดผลบุญพนจาก อบายภูมิ ไปเกิดยังสวรรคชั้นดาวดึงส หางตุงกวัดแกวงในยามลมพัด หากพัดแกวงไปทาง ทิศตะวันออก ผูสรางตุงก็จักไดเปนจักรพรรดิราช หากพัดไปทิศอาคเณยจักไดเปนมหา เศรษฐี พัดไปทิศทักษิณจักไดเปนเทวดาชั้นมหาราชิก พัดไปทางทิศหรดี จักไดเปนพระยา ประเทศราช พัดไปทิศปจจิมจักไดเปนพระปจเจกโพธิญาณ หากพัดไปทิศพายัพจักไดทรง ปฎกทั้ง ๓ พัดไปทิศอุตตระจักไดเปนทาวมหาพรหม พัดไปทิศอีสานจักไดเปนสมเด็จอมริ นทราธิราช หากพัดลงทางดาลางจักไดเปนใหญในโลกนี้ หากพัดขึ้นบนอากาศจักไดเปน พระพุทธเจาองคหนึ่ง และไดพบพระศรีอาริยเมตตรัย


ตุงลานนา 6

สืบสานวัฒนธรรมการใชตุง จากคติความเชื่อเหลานี้ทำใหเราพบรูปลักษณของตุง เปนพุทธศิลปสำคัญในวัด ตางๆ ของลานนาอยางหลากหลายแมในปจจุบันชาวลานนาสวนใหญยังนิยมสรางตุงเพื่อใช ในพิธีกรรมตางๆ ทั้งทางศาสนา ประเพณีเกี่ยวกับชีวิต ประเพณีเกี่ยวกับความตาย งาน เทศกาล และเฉลิมฉลองตางๆ ตามคติความเชื่อดั้งเดิม แตแนวโนมการใชตุงเริ่มเปลี่ยนไป เนื่องจากบรรดาหนวยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมักใชตุงประดับตามสถานที่จัดงานตางๆ เพื่อความสวยงาม บางงานนำตุงไปใชอยางไมเหมาะสมเปนการทำลายคติความเชื่อดั้งเดิม ของชาวลานนา เชน การนำตุงไปประดับบนเวทีประกวดนางงาม เปนตน บางงานใชตุงปก ประดับไดแตควรใชตุงใหถูกประเภทและเหมาะสม หากไมมีการอนุรักษ และศึกษารูปแบบ คติความเชื่อเกี่ยวกับการใชตุงใหเขาใจถองแทแลวอนาคตการใชตุงในพิธีการตางๆ ตามคติ ความเชื่อเดิมคงจะถูกดัดแปลงใหผิดเพี้ยนไปในที่สุด เรียบเรียงโดย อาจารยลิปกร มาแกว คณะศิลปกรรมและสถาปตยกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลานนา เขตพื้นที่ภาคพายัพ


ตุงลานนา 7

แบบฝกหัดการทำตุง (ทุง) หรือ ธง วัสดุอุปกรณในการทำตุง กระดาษวาวคละสี ๓ คูสี (เลือกสีที่สวางและตัดกัน) กระดาษเงิน กระดาษทอง กระดาษตะกั่วสีเขียว สีแดง กรรไกร กาวลาเท็กซ กระดาษการดแข็ง เข็ม ดาย ไมไผแขวนตุง กระดาษสา ประเภทของตุงที่จะประดิษฐ ตามวัสดุอุปกรณเหลานี้ ตุงใสหมู ตุงคาคิง ตุงไชย ชอนำทาน ลายดอกประดับตุง และครัวทาน


ตุงลานนา 8

การตัดตุงใสหมู อุปกรณ ที่ตองใช - กระดาษวาวหลากสี - กรรไกร - กระดาษแข็ง - ดาย ไมไผ


ตุงลานนา 9

ขั้นตอนการตัดตุงใสหมู 1. นำกระดาษวาว ๒ แผน แผนละสี เลือกสีที่มีความแตกตางกัน มาซอนกัน เลือกคูสีที่มี ความตัดกันจะยิ่งทำใหเกิดความสวยงาม หรือจะใชสีออนเขมตางกันเพื่อใหเกิดความ ออนหวานก็ได จากนั้นพับตามทะแยงใหเปนรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ตัดกระดาษสวนที่เหลือ ออก

พับกระดาษและตัดตามรอยเสนประ


ตุงลานนา 10

2. พับกระดาษจากมุมเขาสูดาน ใหเปนรูปสามเหลี่ยมตามขั้นตอน

๑. พับใหมุมเขามาชนมุม

๒. พับใหมุมเขามาอีกครั้งหนึ่ง

ภาพการพับทบครั้งที่สอง


ตุงลานนา 11

๓. พับทบเขามาอีกครั้งหนึ่ง

๔. พับทบลงมาใหดานบนทับลาง

3. เมื่อทำการพับจนเปนรูปลิ่มชายธงตามภาพแลวสามารถตัดสวนปลายของกระดาษออก เพื่อใหเปนตุงที่มีสวนชายเสมอกันหรือจะ ปลอยชายใหเปนกลีบก็ไดตามความตองการ จากนั้นจึงทำการตัดลวดลายสวนปลายที่เปนชายธงใหสวยงาม

จะตัดสวนปลายชายธงออกก็ได

ถาไมตัดสวนชายธงจะตัดเปนลวดลายเลยก็ได


ตุงลานนา 12

4. เมื่อตัดตกแตงสวนชายเรียบรอยแลวใชกรรไกรตัดสวนที่เปนตัวของตุง (ชวงที่เปน สามเหลี่ยม) โดยตัดเขาไปใหสลับกันจากดานบน - ดานลาง แตอยาใหขาดออกจากกัน ให ตัดเขาไปจนเหลือขอบไวประมาณ ๐.๕ เซนติเมตร ตัดสลับกันไปแบบนี้ตั้งแตสวนลางไป จนถึงสวนบน โดยใหเหลือพื้นที่สวนบนไวประมาณ ๔ เซนติเมตร เพื่อทำเปนหัวตุง สำหรับ ติดกระดาษแข็ง เหลือไวประมาณ ๐.๕ เซนติเมตร

ดานบนสุดเหลือไวประมาณ ๔ เซนติเมตร

5. เมื่อตัดกระดาษไดตามตองการแลวจะคอยๆ คลี่กระดาษออกจนหมด โดยจะกลับเอา ดานในออกมาดานนอก และสะบัดกระดาษเบาๆ กระดาษจะคอยๆ คลี่ออกซอนๆ กันเปน พวงสวยงาม


ตุงลานนา 13

คลี่กระดาษออกแลวกลับดานเอาดานในออกมาดานนอก

6. ตัดกระดาษแข็งขนาดเสนผาศูนยกลางประมาณ 1 นิ้ว ใชดายรอยตรงกลางแลวนำไป รอยผานดานในของหัวตุง นำปลายเสนดายไปผูกติดกับปลายไมที่เตรียมไวเปนอันเสร็จ

รอยดายและมัดกับปลายไม


ตุงลานนา 14

การตัดลวดลายประกอบตุง หรือเพื่อใชประดับตกแตง นอกจากการทำตัวตุงแบบตางๆ แลวยังมีการทำลวดลายเพื่อใชประดับตกแตงตุง หรือใชประดับตกแตงสิ่งอื่นๆ อีก เชน ใชตกแตงครัวตาน (ครัวทาน) ตกแตงบริเวณ หรือ เครื่องใชตางๆ ที่เกี่ยวของในพิธีใหเกิดความสวยงาม ซึ่งอาจใชเศษของกระดาษที่เหลือจาก การทำตุง ชอ หรือ ทำอยางอื่นๆ มาตัดเพื่อใหเปนลวดลาย อยางงายๆ ในที่นี้จะเรียก วาการตัดลาย ดอก หรือลายดอกแกว ซึ่งจะมีแบบอยางในการตัดมากมายตามแต จินตนาการของผูสราง อุปกรณ ๑. กระดาษเงิน กระดาษทอง กระดาษวาว หรือกระดาษอื่นๆตามตองการ ๒. กรรไกร ขั้นตอนในการตัดลวดลายดอกแกวมีดังนี้ ๑. พับกระดาษครึ่งหนึ่งของสี่เหลี่ยมจัตุรัสใหเปนสี่เหลี่ยมผืนผา

๒. พับปลายกระดาษดานบนซาย และขวาเขาหากึ่งกลางใหเปนรูปสามเหลี่ยม


ตุงลานนา 15

๓. เมื่อพับเปนรูปสามเหลี่ยมแลวใหพับปลายดานซายทบไปหาปลายดานขวา จะไดรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก

๔. เมื่อไดรูปสามเหลี่ยมมุมฉากแลวใหพับทบเขามาเหมือนขั้นตอนแรก

๕. ทำการวาดลวดลายลงบนกระดาษ แลวตัดตามลวดลายที่วาดไว

๖. เมื่อตัดเสร็จแลวใหคลี่กระดาษออกจะไดลวดลายตามที่ไดออกแบบไว ซึ่ง ลวดลายตางๆ นั้นสามารถที่จะทดลองออกแบบไปเรื่อยๆ หรือตัดไปตามความคิดของ ตนเอง ก็อาจจะไดลวดลายที่แปลก และสวยงามมากมาย


ตุงลานนา 16


ตุงลานนา 17

รูปแบบของการพับและตัดกระดาษเพื่อทำลวดลายประดับตกแตงแบบตางๆ


ตุงลานนา 18

ภาพลวดลายดอก และการตัดลวดลาย


ตุงลานนา 19

จอ หรือ ชอ หรือ ชอนำทาน (ชอนำตาน) ชอหรือจอนำตาน เปนตุงอีกชนิดหนึ่ง ใชสำหรับตกแตงเครื่องอุปโภคบริโภคทั้ง หลายที่จะนำไปถวายวัด หรือนำไปทำบุญกับพระ โดยเฉพาะในงานพิธีมงคลใหญๆ เชน งานปอย งานประเพณีสงกราณต หรือการทอดพระกฐิน ทอดผาปา การตัดชอนำตานมี ขั้นตอนดังนี้ วัสดุอุปกรณ • กระดาษวาวสีตางๆ กระดาษสา หรือกระดาษเงินกระดาษทอง ตามตองการ • กรรไกรตัดกระดาษ • กาว ดาย ไมไผ ขั้นตอนในการตัดชอนำตาน การตัดในแบบที่ ๑ การตัดชอนำตานเปนรูปคน หรือรูปเทวดา นำกระดาษวาวสี สวยงาม หรือกระดาษสีเงิน สีทอง มาตัดแบงเปนรูปสี่เหลี่ยมผืนผาตามขนาดที่ตองการ เมื่อตัดกระดาษเปนรูปสี่เหลี่ยมผืนผาตามตองการแลวใหพับครึ่งกระดาษตามยาว หนึ่งครั้ง จากนั้นทำการราง หรือเขียนลวดลายลงในกระดาษใหสวยงาม โดยพิจารณาวา ลวดลายที่เขียนจะเปนครึ่งหนึ่งของลวดลายเต็ม รางลวดลายเสร็จแลวใชกรรไกร หรือมีดตัดตามรูปแบบลวดลายที่รางไว เมื่อตัด เสร็จแลวทำการคลี่กระดาษออก จะเปนรูปแบบตามที่กำหนดไวมีลักษณะลวดลายสอง ขางเทาๆ กัน จากนั้นนำดายรอยบริเวณสวนหัวนำปลายอีกดานหนึ่งไปผูกติดกับปลาย ไมไผซีกเพื่อนำไปปกกับครัวทานเปนพุทธบูชาตอไป

ภาพแสดงการพับและตัดลวดลายตุงจ้อ


ตุงลานนา 20

การตัดชอนำทานรูปสามเหลี่ยมชายธง ตัดกระดาษวาวเปนรูปสี่เหลี่ยมผืนผา ความกวางยาวตามตองการจากนั้นพับตาม แนวทะแยงของกระดาษ ตัดครึ่งตามรอยพับ ใชกรรไกรตัดชายทั้งสองดานใหเปนลวดลาย สวยงาม

หลังจากตัดชายทั้งสองดานใหสวยงามแลวใหทำการพับมุมดานซายลงมาใหเปนรูป สามเหลี่ยม จากนั้นจึงพับมุมดานขวาไปดานซาย จากนั้นพับอีกหนึ่งครั้งเพื่อใหเปนรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็กลง แลวจึงตัดดานขางของ

ปลายแหลมที่พับออกทั้งสองขางใหเปนลวดลายสวยงาม ลักษณะรูปกระจัง โดยแบง ชองไฟ และชวงจังหวะใหสวยงาม


ตุงลานนา 21

เมื่อคลี่กระดาษออกก็จะไดลวดลายที่สวยงาม หากตองการใหมีหลายดวง ก็ใหพับ ดานลางของชายธงอีก เปนลำดับไป เมื่อไดลวดลายที่สวยงามดีแลวจึงนำไปทากาวติดบน ไมไผใหสวยงาม

ตุงไชย หรือตุงไจ ตุงไชย เปนตุงที่ใชในงานปอยหลวง เชน การฉลองวิหาร ฉลองศาลา หรืออาคาร สถานที่ภายในวัด พรอมเขียนคำอุทิศถวายติดไวที่ตัวตุง สวนประกอบของตุงไชย แบงเปน สี่สวน คือ หัวตุง ตัวตุง หางตุง สวนตุงเล็กๆ ดานขางเรียกตุงขอนนางผาน หรือบางครั้ง เรียกใบไฮ (ใบตนไทร) หรือใบไผ


ตุงลานนา 22

วิธีทำตุงไชย ตัวตุงไชย ใชผาหรือกระดาษ ตัดใหมีขนาดยาวประมาณ ๒.๕ เมตร ถึง ๓ เมตร ความกวางประมาณ ๙ นิ้ว แบงชองดานขวางของ ผาใหไดชองสี่เหลี่ยมจตุรัส หรือสี่เหลี่ยมผืนผาเกิน กวา ๕ ชอง พับตามรอยที่แบง ถาเปนกระดาษสา ใชดินสอขีดแบงชองใหเห็นชัดเจน แตหากเปนผา ใหแบงชองดวยการพับผาแลวใชเตารีดใหเปนรอย พับ นำกระดาษตะกั่วมาพับ ตามขวางใหได ๔ ทบ ตัดตามขวางใหเปนเสน หนาประมาณ ๑ นิ้ว นำกระดาษที่ไดมาคลี่ เปนเสนยาว แลวพับ ครึ่งตามความยาวของ กระดาษ จากนั้นทา กาวบนกระดาษตะกั่วที่ พับแลวนำไปติดขอบทั้ง สองดานของตัวตุง ตลอดความยาวทั้งสอง ดาน นำไมไผมาเหลาหนาประมาณ ๒ ม.ม. กวางประมาณ ๑ ซม. ยาว ๑๒ นิ้ว จากนั้น นำมาติดตามรอยที่พับไวใหสวนเกินของไมยื่นออกมาจากผาทั้ง ๒ ดานเทาๆ กัน นำ กระดาษตะกั่วกวางประมาณ ๑.๕ ซม. ติดลงบนไมตลอดความยาวทั้งดานหนาและดาน หลัง นำลายที่ตัดเตรียมไวมาประดับตามชองทุกชอง ทั้งตรงกลาง หรือมุมของแตละชอง ใหสวยงาม


ตุงลานนา 23

หัวตุงไชย หัวตุงไชยมีความนิยมที่แตกตางกันไป บางแหงอาจจะใชไมไผขดเปนวงกลม ๓ วง บางแหงอาจใชไมทำเปนรูปกาแล หรือบางแหงอาจใชไมหรือกระดาษแข็งตัดเปนรูป ปราสาท หรือบางแหงทำเปนรูปพญานาคบาง เทวดาบาง ในที่นี้จะเปนการใชกระดาษ แข็งหรือไมตัดเปนรูปคลายปราสาท

วิธีทำ หัวตุงไชย ตัดกระดาษแข็งหรือไม ขนาดกวาง ๙ นิ้ว ใหเปนรูปคลาย ดอกบัวตูมหรือใบเสมา ตามแบบ นำกระดาษตะกั่วมาติดบนกระดาษแข็งทั้งสองดาน โดยทากาว บนกระดาษแข็งหรือไมที่ตัดเปนหัวตุง รอใหกาวแหงจึงตัดตาม แนวขอบของกระดาษแข็ง เมื่อกระดาษ และกาวแหงดีแลว นำกระดาษตะกั่วสีอื่นๆ มาตัด เปนลวดลายมาติดประดับลงบนหัวตุงใหสวยงาม หางตุงไชย หางตุงไชยมีหลายแบบเชนเดียวกัน แลวแตการออกแบบของ แตละที่ แตสวนใหญมักจะออกแบบใหสอดคลองกับหัวตุง วิธีทำหางตุงไชย ตัดกระดาษแข็งขนาดกวาง ๙ นิ้ว รูปแบบใหสอดคลองกับหัวตุง นำกระดาษตะกั่วมาปดทั้งสองดาน ทำเชนเดียวกับหัวตุง เมื่อ กาวและกระดาษแหง นำกระดาษตะกั่วสีอื่น มาตัดเปนลวดลาย ตกแตงใหสวยงามเหมาะสมกับหัวตุง


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
toonglanna by loongtri lawkitti - Issuu