Page 1

เล็ก วิรย ิ ะพ ันธุก ์ ับความเป็นคนสยาม จากสยามถึงไทย สานึกมาตุภม ู ห ิ รือทุนข้าม ชาติ

งานวันเล็ก-ประไพ ราลึก ครัง้ ที่ ๖ พ.ศ.๒๕๕๑ เมือ ่ วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ผู้ดำเนินกำรอภิปรำย สวัสดีค่ะ วันนี ้ก็อาจจะเป็ นวันที่พิเศษที่วนั นีเ้ ป็ นวันที่รําลึกถึงคุณ เล็ก วิริยะพันธุ์ และครัง้ นี ้เป็ นครัง้ ที่ ๖ แล้ วที่ทางมูลนิธิฯ ได้ จดั งานรํ าลึกถึง คุณ เล็ก วิริยะพันธุ์ ขึน้ ซึ่งสําหรับงานวันนี ้ ในหลายๆ ปี ที่ผ่านมาจะ เห็นว่าเราจะจัดงานในประเด็นที่แตกต่างกันไป บางครัง้ ก็เป็ นรู ปของ อยุธยาสยามประเทศบ้ าง เรื่ องของการเอือ้ อาทรแบ่งปั นกั นบ้ าง แต่ สําหรับปี นี ้เราเปิ ดประเด็นในเรื่ องความเป็ นคนสยาม


ซึ่งความเป็ นคนสยามทําไมจะต้ องเป็ นคนสยาม ทําไมไม่ใช้ ว่าเป็ นคน ไทย เพราะว่าสําหรับคําว่าสยามนีห้ รื อว่าบางครัง้ เราเรี ยกชื่อว่าสยาม ประเทศในอดีตนี ้ เราจะเห็นว่าพอพูดถึงคําว่าสยามเราจะเห็นถึงความ หลากหลาย โดยเฉพาะความหลากหลายแม้ ใ ห้ เห็ น ว่าจะเป็ นความ หลากหลายของผู้คน กลุ่มเชือ้ ชาติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็ นฝรั่ง แขก มอญ จีน จาม ข่า อะไรในบ้ านเรานีก้ ็มีเยอะแยะไปหมด ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี ้ เป็ นความหลากหลายที่งอกงามในดินแดนที่เราเรี ยกว่าสยามประเทศ แล้ วผู้คนเหล่านี ก้ ็ หลอมรวมเป็ นหนึ่ง เดียวกัน ในดิน แดนแห่ ง นี ้ มี ทัง้ ความแตกต่ า งทางด้ า นเชื อ้ ชาติ ความแตกต่ า งทางวัฒ นธรรมแต่ ก็ หลอมรวมเข้ าด้ วยกัน จนกระทัง่ มาในช่วงของรัฐบาลจอมพล ป. พิบลู สงคราม เราจะเห็นว่า คําว่าสยามเริ่ มจะลบเลือนเนื่องจากว่าได้ มีมติให้ ตรารัฐธรรมนูญในปี ๒๔๘๒ ให้ เปลี่ยนจากคําว่า”สยาม” หรื อว่า”ประเทศสยาม” มาเป็ น “ประเทศไทย” ซึ่งคําว่าประเทศไทยที่เปลี่ยนมาในรายละเอียดมีว่า เป็ นการเปลี่ยนแปลงเพราะเหตุผลอะไรซึ่งอาจารย์ ปรี ดี พนมยงค์ ได้ เขียนเอาไว้ ซึ่งจากความหลากหลายที่เคยมี เราก็เริ่ มหันมาสู่การเรี ยน ประวัติศาสตร์ แบบรั ฐชาติ เรี ยนประวัติศาสตร์ แบบที่แยกว่าเชือ้ ชาติ ไทยนันยิ ้ ่งใหญ่ที่สดุ เราเรี ยนประวัติศาสตร์ ที่ลืมเลือนความหลากหลาย


แล้ วเราก็เห็นแต่ว่าความเป็ นคนไทยและเชื ้อชาติไทย จนในที่สดุ ความ แตกแยกหรื อมีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้ านก็มีมาเป็ นลําดับ แต่อย่างไรก็ตามขณะเดียวกันคนที่ไปเรี ยนต่างประเทศ ความเป็ นไทย ของเราในระยะหลังเราหันมานิยมตะวันตก เราเห็นความเป็ นไทยของ เราไม่ค่อยศิวิไลซ์หรื อเห็นความเป็ นสยามไม่ค่อยศิวิไลซ์เท่าไหร่ แต่สิ่ง เหล่านีอ้ ย่างไรก็ตามเห็นความเปลี่ยนแปลงเหล่านี ้ ก่อนที่ดิฉันจะให้ อาจารย์ ศรี ศกั ร วัลลิโภดม มาพูดถึงว่าความเป็ นคนสยามของคุณ เล็ก นี ้คืออะไร และความเป็ นสยามจริ งๆ มันต่างกับความเป็ นไทยหรื อไม่ ดิฉนั อยากจะหยิบคําพูดคําหนึ่ง อาจจะไม่ใช่คําพูดธรรมดาแต่เป็ นพระ บรมราชโองการของพระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู่หัว ที่ ท รงกล่ า วใน วโรกาสในงานพระบรมราชาภิ เษกในวัน ที่ ๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ ที่ พระองค์ทรงกล่าวว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สขุ แห่งมหาชนชาวสยาม”

ทําไมพระองค์ยังคงใช้ คําว่า ”ชาวสยาม”

อยากให้ พวกเราคิด ทังๆ ้ ที่เวลานัน้ เราเปลี่ยนเป็ นประเทศไทยและคน ไทยไปแล้ ว สิ่งเหล่านี ้อยากให้ คิดจริ งๆ และก็อยากให้ อ่านเรื่ องความ เป็ นมาของชื่ อ ประเทศสยามกับ ประเทศไทยของท่ า นอาจารย์ ป รี ดี โดยเฉพาะสิ่งที่ท่านได้ เสนอในบทความถึงทัศนะรักชาติกับทัศนะเชือ้


ชาตินิ ย มซึ่ง จะเหมื อ นหรื อแตกต่ างกับสิ่ ง ที่ อ าจารย์ ศรี ศัก รกล่าวถึ ง บ่อยๆ ก็คือเรื่ องของสํานึกมาตุภมู ิหรื อทุนข้ ามชาติหรื อเปล่า เรี ยนเชิญ อาจารย์ศรี ศกั รค่ะ อำจำรย์ ศรีศักร วัลลิโภดม ขอบคุณครับ นมัสการพระคุณเจ้ า ท่านผู้มีเกียรติ์ครับ คือวันนี ้เป็ นวันที่ ระลึกถึงคุณเล็ก แล้ วสิ่งที่เราคิดทังปี ้ นี ้เราจะพูดอะไรถึงคุณเล็ก ผมเห็น ว่า คุณ เล็กมี ค วามริ เ ริ่ ม ที่ ส ร้ างเมื อ งโบราณมาจากสํ า นึกในแผ่ น ดิ น สํานึกที่ว่าเป็ นคนสยาม ท่านรู้ไหมว่าคนสยามเป็ นอย่างไร สมัยจอมพล ป. นี่ เ ป็ นคนไทย ถ้ าเป็ นคนไทยสมัย จอมพล ป. คือ สืบมาจากคนที่ ความหมายเป็ นไทยมาจากสายเดี่ยวเลย มาจากน่านเจ้ ามาจากสุโขทัย เรื่ อยมาเลย แต่วา่ มาดูคนที่อยู่ในดินแดนประเทศไทยรวมทังคุ ้ ณเล็กเอง มาจากไหนก็ไม่ร้ ู แล้ วเร็วๆ นี ้อย่างพวกพันธมิตรลูกจีนทังนั ้ น้ ลูกจีน ครึ่ง ทัง้ นัน้ แล้ ว ก็ มี อ ยู่ห ลายกลุ่ม หลายเหล่ า ขึ น้ มา แล้ ว ถามว่ า คํ า ว่ า ” สยาม”คื ออะไร แล้ วภาพที่ จอมพล ป.ไปทํ า นี่ มัน เป็ นสายเดี่ยวเลย ขนาดเชื ้อชาติกรี ดเลือดมาก็เป็ นคนไทยเลย มันพินาศ แต่ก่อนที่มีการ เปลี่ยนชื่อประเทศมันไม่มีสํานึกอันนี ้หรอก คนที่เขามาอยู่นี่คนที่มาเป็ น เถ้ าแก่ เขามีสํานึก เขาเป็ นคนสยาม แล้ วความเป็ นคนสยามมีมาตลอด


คุณเล็กท่านสร้ างเมืองโบราณมาท่านเกิดอยู่มาปั จจุบนั นี ้ก็เก้ าสิบปี แล้ ว เกื อ บศตวรรษแล้ ว ท่ า นเห็ น ภาพกรุ ง เทพฯ มาโดยตลอด ท่ า นอายุ มากกว่าผมอีก ผมเจ็ดสิบผมยังมองไม่เห็นเท่าคุณเล็กเลย คุณเล็กจะรู้ ว่าเนินบ้ านเก่านี่เป็ นอย่างไร เมื่อท่านทําขึ ้นมาท่านคิดว่าเมื่อท่านสร้ าง เมืองโบราณในยุคสมัยจอมพลสฤษดิ์ ซึ่งบ้ านเมืองเปลี่ยนไปในเรื่ อง เศรษฐกิ จ ทัง้ นัน้ ไม่ ม องอดี ต ไม่ ม องรากเหง้ า เลย มองเขาพัฒ นา เปลี่ยนสังคมแบบเดิมให้ เป็ นสังคมอุตสาหกรรม คนรุ่นใหม่ไม่เคยเรี ยนรู้ ภูมิ ห ลัง ของตัว เองเลย ไปดูที่ ม หาวิ ท ยาลัย มี แ ต่ เ รี ย นเศรษฐศาสตร์ รั ฐศาสตร์ การศึกษาวิชาทางเทคโนโลยี สิ่ง ที่เป็ นประวัติศาสตร์ เป็ น สังคมศาสตร์ ไม่เคยได้ เรี ยนเลย เท่ากับลืมรากเหง้ าของตัวเอง คุณเล็ก เจ็บปวดมากตรงนี ้ แล้ วท่านคิดว่าท่านสร้ างเมืองโบราณเพื่อว่า ทําไม ถึงจะให้ คนในเมืองไทยได้ เรี ยนรู้ความเป็ นมาของตัวเอง ฉะนันไปอ่ ้ าน งานระยะแรกๆ ดู ท่านเจตนาอย่างนัน้ ท่านไม่ได้ สร้ างเมืองโบราณเพื่อเอาเป็ นแหล่งท่องเที่ยวเป็ นแหล่งอย่าง นี ้ เพื่อให้ มีรายได้ หนีภาษีให้ เราอย่างนัน้ คุณเล็กต้ องการให้ เห็นว่าคนที่ อยู่ในดินแดนนี ้จะรู้จกั ตัวเองได้ อย่ างไร เพราะฉะนันจึ ้ งพยายามทําทุก อย่างเพื่อให้ เกิดขึ ้นมา นัน่ คือสิ่งที่คณ ุ เล็กทํา เพราะท่านสํานึกว่าท่าน เป็ นคนสยามทัง้ ๆ ที่ท่านเป็ นคนจีนเป็ นลูกจีนที่เกิดในเมืองไทย แล้ ว


เวลานี ้ทุกคนเรี ยกร้ องรักษาประเทศนี่ ลูกจีนทังนั ้ นใช่ ้ ไหม ไอ้ ลกู ไทยตัว ดําๆ อาจจะไม่ร้ ูว่าเป็ นลาว เขมรเข้ ามาปะปนกัน นี่คือเป็ นปั ญหาที่เกิด ขึน้ มา ผมคิดว่าตรงนีเ้ ป็ นเรื่ องที่สําคัญของการสร้ างสํานึก แล้ วเมือง โบราณนี่สร้ างขึ ้นมาเพื่อตอบสนองอันนี ้ ไม่ใช่เพื่อเป็ นแหล่งท่องเที่ยว เป็ นแหล่งให้ คนในได้ เรี ยนรู้ แล้ วช่วงเวลาที่ผ่านมามันก็มีการลืมหมดถึง วัฒนธรรมเดิม ในการสร้ างเมืองโบราณไม่ได้ สร้ างแบบที่เอาของจําลอง มา แต่สร้ างในสิ่งที่มีความหมายทังสิ ้ ้นให้ คนได้ เรี ยนรู้ แล้ วในการสร้ างนี ้คุณเล็กออกไปตระเวน ผมก็ร่วมอยู่ด้วย ท่านเป็ นคน กรุ งเทพฯ ท่านเกิดกรุ งเทพฯ ท่านรู้ กรุ งเทพฯ ธนบุรีดี คุณเล็กรู้ ในย่าน ตลาดน้ อยพาหุรั ดดีก ว่า ผมอี ก ผมเกิ ดอยู่แ ถวๆ นี ผ้ มไม่ ร้ ู กรุ ง เทพฯ ค่อนข้ างจะซับซ้ อนแลเห็นตึกเก่าอาคารเก่า ริ มแม่นํ ้าลําคลองท่านเห็น หมด แล้ วท่านออกไปต่างจังหวัดท่านก็เห็น เพราะฉะนันได้ ้ เรี ยนรู้อนั นัน้ ถึงเอาสิ่งเหล่านี ้มาใส่ให้ ในเมืองโบราณ อย่างเช่นตลาดนํ ้าท่านเห็นใช่ ไหมเวลาไปตลาดนํ ้า ตลาดนํ ้าติดใหม่ๆ บอกของปลอม ตังแต่ ้ แพเข้ าไป รัง้ แม่นํ ้าเลอะเทอะไป ถ้ าท่านไปดูรูปเก่าๆ บ้ านเมืองของคนที่อยู่ในลุ่ม แม่นํ ้าแม่กลองนี ้ไม่ได้ อยู่บนบก อยู่ริมลํานํ ้าทังนั ้ น้ คนอยู่ริมแม่นํ ้าทังสิ ้ ้น บกนี่ขึ ้นมาทีหลัง เริ่ มขึ ้นบกเมื่อมีเรื อกลไฟขึ ้นมา แล้ วเริ่ มขึ ้นบกก็คือว่ า หลังจากที่มีเขื่อนภูมิพล ถามว่าเวลานี ้คนรุ่นพ่อ รุ่นแม่ รุ่นลูกที่เกิดหลัง


สร้ างเขื่อนภูมิพลจะไม่ร้ ู ภูมิประเทศเลย ไม่ร้ ู ว่าชีวิตอยู่ตามลุ่มนํา้ ลํา คลองเขาเป็ นอย่างไร เราถึงได้ เกิดความวิบตั ิถึงขนาดนี ้ นํ ้าท่วมเอาๆ สมัยก่อนนี ้ถ้ านํ ้าท่วมกรุ งเทพฯ มันเป็ นฤดูที่สนุ กสนาน เด็กว่ายนํ ้ากัน เต็มเลย แต่เวลานี ้เรากลัวนํ ้าเหมือนโรคสุนขั บ้ าเห็นนํ ้าแล้ วกลัวหมดเลย คนกรุงเทพฯ กลัวหมด นี่คือปั ญหา เมื่อตอนที่อยู่ภาพอันนี ้ก็เอามาใส่ไว้ เพื่อให้ คนได้ เรี ยนรู้ เพราะฉะนันเมื ้ องโบราณค่อยๆ สร้ างไปทีละน้ อยๆ แล้ วไม่ได้ อยู่ในกรุ ง เทพฯ พยายามเอาทุ กภาคเข้ ามาเกี่ ยวข้ อ ง แล้ ว เจตนาเพื่อให้ เป็ นการเรี ยนรู้ นี่คือความต้ องการที่คณ ุ เล็กอยากจะทํา

แล้ วเมื่อท่านทํามาท่านไม่ได้ ทําเฉพาะแต่เรื่ องเมืองโบราณ ท่านออก เดินทางทัว่ ราชอาณาจักร ในการเดินทางทัว่ ราชอาณาจักร เขาบอกว่า ข้ อมูลมันหนีเราจะมาใช้ เฉพาะเมืองโบราณนันไม่ ้ พอ ถ้ าจะให้ ดีจดั ทํา วารสารเมื อ งโบราณขึ น้ แล้ ว ก็ มี ค ณะนัก วิ ช าการออกไปก็ มี พ่ อ ผม


อาจารย์ประยูรหรื อ ณ. ปากนํา้ และอาจารย์ ธิดา สาระยา แล้ วเราก็ ออกไป นี่คือรุ่ นแรกๆ ออกไปเก็บข้ อมูลกัน จนกระทั่ง ได้ แล้ วก็มาทํ า วารสารเมืองโบราณขึน้ เท่าที่ทําได้ แล้ วพอตอนหลังในบัน้ ปลายของ ชีวิตตัวคุณ เล็กอายุมากแล้ วท่ านได้ ตงั ้ มูลนิธิเล็ก -ประไพ วิริยะพัน ธุ์ ขึ ้นมาเพื่อสานต่องานอันนี ้ เพราะฉะนันเด็ ้ กรุ่ นใหม่ๆ ก็คือออกไปช่วย ชาวบ้ านทําพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น การค้ นคว้ าท้ องถิ่นที่เราทํามาตามลําดับ โดยที่ เ ป็ นเรื่ อ งของภาคประชาชนที่ ไ ม่ เ กี่ ย วกับ รั ฐ บาล ถ้ า เกี่ ย วกับ รัฐบาลเมื่อไหร่ฉิบหายหมดรวมทังการจั ้ ดพิพิธภัณฑ์ด้วย คุณเล็กเวลาไปในที่ต่างๆ จุดสําคัญของคุณเล็กอันหนึ่งคือ พิพิธภัณฑ์ ชาวนา นอกจากเรื่ องของตลาดนํ ้าตลาดสดแล้ ว เพราะเดี๋ยวนี ้สังคมเรา ผ่านจากสังคมชาวนามาสู่สงั คมกสิกรรมกับสังคมอุตสาหกรรมหมด ชาวนาที่เคยอยู่บ้านอยู่กนั เป็ นกลุม่ ก้ อน หมดแล้ วไม่มีแล้ ว เพราะฉะนัน้ พิพิธภัณฑ์ชาวนาจะเก็บสิ่งเหล่านี ้ไว้ อันนี ้ที่หมายความว่าเป็ นหลักฐาน ที่คนจะได้ เรี ยนรู้ ถ้ ารวบรวมไว้ เท่าที่จะได้ ปั จจุบนั นี ้ผลจากสิ่งที่คณ ุ เล็ก ได้ ริเริ่ มสร้ างเมืองโบราณ สร้ างวารสารเมืองโบราณแล้ วให้ มามีมลู นิ ธิ เล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ พวกเราออกไปทําทัว่ ไปเลยโดยที่ไม่เคยอาศัย งบประมาณของทางราชการ แล้ วผลก็คือเกิดพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นหลาย แห่งที่เกิดขึ ้นโดยความสนับสนุนของมูลนิธิเล็ก -ประไพ วิริยะพันธุ์ ท่าน


ไปดูได้ ที่วดั ม่วง จันเสน ยี่สารและที่ดีที่สดุ คือที่จนั เสน เป็ นต้ น เป็ นสิ่งที่ ชาวบ้ านทําเอง

สิ่ ง ที่ คุณ เล็ ก ต้ อ งการทํ า คื อ ให้ ช าวบ้ า นในท้ อ งถิ่ น ได้ ทํ า เองเพื่ อ คน ท้ องถิ่นรวมทังพยายามจะเน้ ้ นเรื่ องการค้ นคว้ าเพื่อจะนําไปสู่การสร้ าง ประวัติศาสตร์ ชุดใหม่ที่เรี ยกว่าภาคประชาชน ประวัติศาสตร์ โดยคน ท้ องถิ่นเพื่อคนท้ องถิ่นซึง่ เวลานี ้เราดําเนินการอยู่ ปกติเราพูดถึงท้ องถิ่น หนึ่งท้ องถิ่นนีค้ นนอกไปเขียนทัง้ นัน้ นักวิชาการด็อกเตอร์ ด็อกตีนรั บ อาสาเขียนไปแล้ วก็มาสอนอะไรไม่ได้ แต่ถ้าให้ ชาวบ้ านเขาเขียน เขารู้ ลึกซึ ้งในชีวิตของเขา เขารู้ ละเอียด เพราะว่าไม่มีใครรู้ ชีวิตวัฒนธรรม ของเขาดี เราไปช่วยแต่ว่าเราไม่มีเงินให้ เขา ไปช่วยในการแนะนําแต่ว่า เขาต้ องทํ า เองเมื่ อ ทํ า แล้ วเป็ นของเขา แล้ วพิ พิ ธ ภั ณ ฑ์ ท้ องถิ่ น ก็ เหมือนกัน พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเสร็ จแล้ วของเขาดูแลไม่ต้องไปอบรมไกด์


เขาอบรมเด็กให้ เป็ นยุวมัคคุเทศก์อธิบายกันเอง นี่คือความต้ องการของ คุณเล็กที่ต้องการทําอันนัน้ คือทํามาตามลําดับ ทีนี ้สิ่งที่คณ ุ เล็กสํานึกก็คือว่าท่านเป็ นคนสยาม ผมจะบอกให้ ว่าทําไม ถึงเป็ นคนสยาม ก่อนหน้ านันท่ ้ านเห็นไหม ก่อนหน้ าที่มีการเปลี่ยนชื่อ ประเทศไทยและคนไทย ท่านจะเห็นว่าเมืองไทยนี่เป็ นลูกผสมปนเป ทังนั ้ นใช่ ้ ไหม อย่างดนตรี มีเพลงสามก๊ ก มีเพลงมอญเพลงเขมรเพลงจี น นี่เป็ นจีนหรื อเปล่า ไม่ใช่มันผสมกันหมดเลย มันปรากฏวิธีสยามการ ผสมผสาน ฉะนัน้ คนที่ อยู่ใ นสยามประเทศนี ไ้ ม่ ใ ช่ค นเผ่า พัน ธุ์เ ดีย ว ไม่ใช่มาจากอัลไตมาอยู่น่านเจ้ ามาอยู่สโุ ขทัยลงมาถึงกรุงเทพฯ คนละ เรื่ องเลย มันเป็ นคนที่หลายชาติพนั ธุ์หลัง่ ไหลมาทุกสารทิศ เหตุที่ทําไม ถึ ง เข้ า มาในเมื อ งไทย การที่ เ ข้ ามาตัง้ ถิ่ น ฐานในเมื อ งไทยนี ต้ ัง้ แต่ ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๖ เป็ นต้ นมา เมืองไทยเป็ นที่รับของคนต่าง เผ่าพันธุ์มาทังนั ้ นมาทั ้ งทางบกและทางทะเล ้ มันจึงเกิดคนมากขึ ้น เกิด ชุมชนบ้ านเมืองมากขึ ้น ไม่ใช่มาจากน่านเจ้ า แล้ วตรงนี ้ในช่วงศตวรรษ ที่ ๑๖ ต่อ ๑๗ มันถึงเกิดชื่อของดินแดนที่เรี ยกว่าสยามขึน้ ให้ ท่านไป ลองดูจารึกอันหนึง่ ของเมืองพระนครที่พดู ถึงเสียมกุก สยามกุก จีนเรี ยก เสียม แล้ วก็ขณะที่ปรากฏจารึกขึ ้นในเมืองพระนครพูดถึงคนเสียม แล้ ว คนเสียมตัวดําๆ นุ่งโสร่ งหน้ าตาแบบไทยปั จจุบนั ที่ไหน คนไทยที่มานัน้


นุ่งกางเกง ไอ้ นี่มนั นุ่งโสร่ งใช่ไหม แต่เขาเป็ นคนเสียม พวกนันก็ ้ ตีความ บ้ าๆ บอๆ มันไม่ใช่ชาติพันธุ์เดียว แล้ วมาถึง จดหมายเหตุของจีนใน ศตวรรษที่ ๑๘ พูดถึง เสียม เมืองพริ บพรี เสียมสุโขทัย จนกระทัง่ มาถึง สมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๙ พูดถึง เสียมก๊ ก เหมาเป็ นก๊ กๆ ต่างๆ นี ้ มัน เห็ น ชัด มัน มี พัฒ นาการขึ น้ มา แต่ ทัง้ นัน้ และทัง้ นี ม้ ัน พูด ถึ ง ดิ น แดน อันหนึง่ ที่พฒ ั นาขึ ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ต่อ ๑๗ ยุคนันมั ้ นเกิดคนกลุ่ม ใหม่ขึน้ แล้ วคนเหล่านีม้ าทัง้ ทางบกและทางทะเล โดยเฉพาะในเขต เมืองชายทะเลตังแต่ ้ ปัตตานี นครศรี ธรรมราช เพชรบุรีเรื่ อยมาถึงธนบุรี เป็ นการเคลื่อนเข้ ามาของคนที่อยู่ทางตอนใต้ ของประเทศจีนทางทะเล จึงเกิดตํานานพระเจ้ าอู่ทองขึ ้น มันจะเห็นหมดเลย หมายความว่ามีคน จากจีนใต้ เข้ ามาตังถิ ้ ่นฐาน แล้ วอันนี ้ทําให้ เกิดสังคมชาวสวน พวกที่มา จากทางบกมันทําสวนได้ ที่ไหน ทําสวนเป็ นที่ไหน คนที่ ๑๗,๑๘,๑๙ มาทางทะเลมาสร้ างเมืองชายทะเล เพชรบุรี ธนบุรีเป็ นเมืองเก่าอยู่แล้ ว แล้ วคนกลุ่มใหม่เข้ ามา นครศรี ธรรมราชก็เหมือนกันจึงเกิดตํานานพระ เจ้ าศรี ธรรมาโศกราช เพชรบุรีเกิดอู่ทอง สุพรรณบุรีอ่ทู องถามว่าเอามา จากไหน ตํานานพระเจ้ าอู่ทองมาจากทางทะเลทัง้ นัน้ ก็พวกนีม้ าผสม แล้ วร่ องรอยที่มาตังถิ ้ ่นฐานคือพัฒนาเขตชายทะเลเป็ นสังคมชาวสวน แล้ วตังแต่ ้ เขตแม่กลอง ลํานํ ้า ปากนํา้ สําคัญๆ พวกนัน้ เป็ นสวนทัง้ นัน้


โดยเฉพาะลํานํา้ แม่กลองกับเจ้ าพระยาจึงเกิ ดสวนในสวนนอก แล้ ว สวนนีท้ ําขึน้ โดยใคร มียกร่ อ ง คนที่ ไปก็ ร้ ู ว่าเป็ นแบบจีน ถามว่าแล้ ว อย่างนัน้ คนเสียมคือใคร นี่คื อ ปั ญ หาง่ายๆ แล้ วสืบโคตรเหง้ าเขาไม่ ได้ มาจากอัลไต ไม่ใช่ไอ้ ตวั สระไอไทย มันมาจากหลายกลุ่มเหล่าเข้ ามา แล้ วโดยเฉพาะพั ฒ นาการของเขตชายทะเลในระยะหลั ง มี ม าก เหลือเกิน มาเป็ นระลอกไปเลย แล้ ว ที่ ตามมาก็ คื อภาษาไทย ภาษาไทยได้ ถูกมาใช้ เป็ นภาษากลาง ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ จึงเห็นจารึ กพระเจ้ ารามคําแหง ในการ เป็ นภาษากลางนี่มนั สื่อได้ ทงเขตชายทะเลและเขตภายในเข้ ั้ าไปสุโขทัย และไปล้ านนาหมดเลย แล้ วท่านรู้ ไหมว่าในตํานานพูดถึงล้ านนาก็เป็ นสยามประเทศ พูดถึง สุโ ขทัย ก็ ส ยามประเทศ ดิ น แดนในเขตสุพ รรณบุรี เพชรบุรี ราชบุรี นครศรี ธรรมราชเป็ นสยามประเทศยกเว้ นละโว้ ลพบุรีเท่านัน้ เองที่บอก ว่ายังไม่ได้ เป็ นรวมในสยามประเทศ สมมุติว่าอยุธยาเป็ นศูนย์ กลาง เรี ยบร้ อยเลยทังเขตลพบุ ้ รีและสุพรรณภูมิ กลายเป็ นสยามประเทศหมด อันนี ้ก็มีในจดหมายเหตุจีนทัง้ นันเลย ้ แล้ วถามว่ามีแต่ดินแดนหรื อ คน ครับ กษัตริ ย์ที่สําคัญของอยุธยาไม่ใช่พระเจ้ าอู่ทอง ที่จริ งพระเจ้ าอู่ทอง


ท่านไม่เกี่ยว พระเจ้ าอู่ทอง คําว่าอู่ทองนี่กษัตริ ย์ทางชายทะเลทัง้ สิน้ ไม่ได้ เป็ นกษัตริ ย์ทางฝ่ ายลพบุรี กรมดํารงฯ ท่านเพีย้ น ท่านไปเอาชื่อ พระเจ้ าอู่ทองไปสร้ างอยุธยา สมเด็จพระรามาธิบดีเป็ นเชื ้อสายกษัตริ ย์ทางละโว้ อยุธยา เมื่ อแต่งงาน ท่านมาแต่งงานกับลูกสาวสุพรรณบุรี แล้ วตรงนันศู ้ นย์กลางมันย้ ายไป อยู่ที่อยุธยา ทีนี ้กรมดํารงฯ ท่านจะเอาชื่อของอู่ทองกษัตริ ย์อนั นีใ้ ส่ให้ พระรามาธิบดีจึงกลายเป็ นพระเจ้ าอู่ทองไป ที่จริ งไม่ใช่คนละเรื่ อง พระเจ้ าอู่ทองเป็ นกษัตริ ย์ของฝ่ ายสุวรรณภูมิเช่นเดียวกับศรี ธรรมาโศก ราชเป็ นกษัตริ ย์ทางฝ่ ายนครศรี ธรรมราช พระร่วงทางสุโขทัย อย่างนี ้มัน จะออกมาเป็ นแบบนี ้ทังสิ ้ ้น ทีนี ้การที่เกิดขึ ้นตรงนี ้มันมีการสื่อโดยการใช้ ภาษาไทยเป็ นภาษากลาง ซึง่ กินไปถึงภายใน ทําไมถึงเกิดขึ ้นภายใน เพราะในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๗,๑๘,๑๙ การค้ าเคลื่อนไปหมดเลย เกิดเมืองตามระยะทางเป็ นแถว ไปเลย เส้ นทางการค้ านัน้ ทําไมการค้ าเกิดขึน้ ในดินแดนประเทศไทย ตอนนี ้ เพราะดินแดนประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพมาก มันมีพืชพันธุ์อะไรต่างๆ มากเหลือเกิน แร่ ธาตุมากซึง่ ดีที่สดุ ประเทศเรา นี่มีทรัพยากรดีกว่าพม่า ดีกว่าประเทศลาว ประเทศเวียดนามอีก เพราะ


มีที่ราบลุ่มใหญ่ โดยเฉพาะที่ราบลุ่มภาคกลางมัน อุดมสมบูรณ์ มาก แล้ วมันมีทรัพยากรของป่ า คนก็กระจายขึ ้นไปตามเส้ นทางการค้ า ขึน้ ไปถึงล้ านนาขึ ้นไปหมดเลย แล้ วก็เกิดเมืองตามระยะทางขึ ้นมา การค้ าที่ สื่อกันด้ วยภาษากลาง ที่ ใช้ ภาษาเขมรภาษาอะไรไม่ มีแ ล้ ว ประชาชนมันมากขึ ้น เพราะพวกคนรุ่นเก่าบางทีทํานากสิกรรม ทําสวน กันเป็ นที่ไหน พวกคนเหล่านี ้ใช้ ภาษาไทยเป็ นภาษากลาง ภาษาไทยใน ระยะแรกไม่ใช่ภาษาศักดิ์สิทธิ์เป็ นภาษาในพวกการค้ า การใช้ ภ าษาไทยเป็ นภาษากลางนี ใ้ นระยะหนึ่ง มัน จึ ง เรี ย กคนที่ พูด ภาษาไทยในดินแดนนี ้ว่าเป็ นคนไทย คือไทยยอยักษ์ ภาษาไทยที่ไปถึง นครศรี ธรรมราชจารึกก็บอกถึง เพราะฉะนันเปลี ้ ่ยนกลุ่มคนที่เข้ ามาเมื่อ พุทธศตวรรษที่ ๑๗,๑๘, เริ่ มเปลี่ยนเข้ ามา แต่มาเป็ นมัน่ คงนี่ ๑๘,๑๙ มัน ถึง ได้ เ กิ ดเขี ยนตัวอักษรขึน้ มา แต่ภ าษานี ม้ ี ม าก่ อ นแล้ ว แล้ ว คน เหล่านี ้กระจายเข้ าไป แล้ วไอ้ ตวั ดําๆ ผมหยิกหมดแล้ วเสียมกุกนี่คนละ เรื่ องเลยอยู่ชายขอบ แต่เขาอยู่ในเขตดินแดนสยามใช่ไหม ฉะนันระวั ้ ง ดินแดนที่เรี ยกว่าสยามประเทศนี ้มันกว้ างขวาง แล้ วมีความหลากหลาย ทางชีวภาพสูง คนที่อยู่ในดินแดนเหล่านี ้ผสมผสานกัน แล้ วมีกิจกรรมที่ ไปทางการค้ า จารึกเมืองนครบอกเลยว่า คนเขมรรุ่นชัยวรมันที่ ๗ ลงมา


นี ้ทอผ้ าไหมก็ไม่เป็ น ต้ องไปเอามาจากเสียม แล้ วในขณะเดียวกันในยุค หลังบอกว่า เสียมโจมตีกมั พูชาอยู่ตลอดเวลา ถามว่าใครตีใคร อันนี ้มัน กองคาราวาน มีทงชายทะเลทั ั้ งภายใน ้ แล้ วคนเสียมที่อยู่ในเมืองพระ นครตัวดําๆ ก็ได้ แต่คนที่อยู่ใ นภาคกลางผสมจีนผสมอะไรหมดเลย พระเจ้ าอู่ทองในตํานานเขาบอกว่าเป็ นคนจีน แล้ วทําไมมันถึงได้ เกิด ชุมชนชาวสวนขึ ้นในเขตนี ้ เรื อนแพเกิดขึน้ ในเขตนี ้ สิ่งเหล่านีเ้ วลาเรา ศึกษาถึงคนไทยมันถูกทําโดยคําว่า เราไปใช้ ว่าประวัติศาสตร์ ที่สร้ าง ชาตินิยมและเป็ นประวัติศาสตร์ ของชาติที่สอนมาในมหาวิทยาลัยแม้ จนกระทั่งเด็กนักเรี ยน สอนบังคับเลยต้ องเป็ นชาติพันธุ์เดี่ยวมาจาก น่านเจ้ า ถึงฉิ บหายไง แล้ วถามว่าคนอื่นนัน้ ลูกเจ๊ กลูกจีนหมดเลยใช่ ไหม แต่ ค นเดิ ม ๆ เขาไม่ ถื อ ว่ า เป็ นลูก จี น เขาถื อ ว่ า เขาอยู่ใ นนี เ้ ขา ผสมผสานในนี ้ แล้ วก็ในนี ้คือบ้ านเกิดเมืองนอนของเขา เพราะฉะนัน้ คุณเล็กเอาเรื่ องสํานึกอันนีท้ ่านคิดว่านี่เป็ นมาตุภูมิ คุณ เล็กตลอดชีวิตไม่เคยไปเมืองนอก ท่านบอกขอตายในนี ้แล้ วไม่อยากจะ ไปด้ วย เมื่อครัง้ สิบสี่ตลุ าทุกคนทําพาสปอร์ ตกันเป็ นแถวเลย แต่คณ ุ เล็ก บอกขอตายอยู่ที่นี่จะอยู่เมืองโบราณ อันนีค้ ือสิ่งที่ความรักในมาตุภูมิ แล้ วก็อยากจะเห็นสิ่งที่ดีงาม เพราะฉะนันการสร้ ้ างเมืองโบราณขึ ้นเพื่อ


จะให้ คนได้ เรี ยนรู้ว่าสยามจริ งๆ นันคื ้ ออะไร ไม่ใช่ไปเรี ยนแบบสมัยจอม พล ป. จอมพล ป. พลาดเพราะไปมองไทยในลักษณะเป็ นเชือ้ ชาติ คําว่าเชือ้ ชาตินี ้มันเป็ นความคิดที่ผิด เพราะไม่มีมนุษย์ใดที่มีเชือ้ ชาติ เดียว กรี ด เลื อ ดมาก็ ไ ด้ มี แ ต่ ผ สมทัง้ นัน้ ฉะนัน้ การเป็ นคนไทยไม่ ใ ช่ ส ายเลื อ ด ประวัติศาสตร์ เราผิด เพราะฉะนันเมื ้ ่อจอมพล ป. เปลี่ยนชื่อประเทศไทยดินแดนสยาม ใช้ คํา ว่าเอามาจากไทยที่เป็ นชาติ พันธุ์ แล้ วเกิดนโยบายกีดกันคนจีนกีดกัน คนนัน้ คนนีห้ มดเลย นั่นคือสิ่งที่ผิด คนที่เขาอยู่ในสยามเขา React ออกมา คนที่ React ที่สําคัญ ที่สดุ คือ คุณเล็ก แล้ วเมื่อท่านสร้ าง หนังสือเมืองโบราณขึ ้นมาสิ่งที่ท่านทําเป็ นอันแรกคือเอาบทความของ ท่านปรี ดีมาใส่วารสารเมืองโบราณ ผมไม่ร้ ูผมไม่เคยอ่านจนกระทัง่ คุณ เล็กบอกเอานี่ออกไป แล้ วหลังจากที่ทําเมืองโบราณเขียนวารสารเมือง โบราณแล้ ว มีหลายคนที่เป็ นคนจีนที่เขามีตระกูลเขาบอกเขาเห็นด้ วย แล้ วท่านเห็นไหมการผสมผสานเพลงจีนเพลงแขกเพลงอะไรมันไม่ใช่ เป็ นจี นเป็ นแขกมันอยู่ใ นไทยนี่ มัน ผสมแหลกเลย แล้ วที่ สําคัญ เรื่ อ ง อาหาร อาหารคนสยามอย่าไปบอกว่าอาหารไทยๆ ที่แพร่ ไปทัว่ โลกนี ้


คือไทยยอยักษ์ มันผสมแหลกเลย จีนกินแล้ วเลี่ยน แขกก็ทงั ้ เค็มทัง้ มี กลิ่น มันผสมแหลกเลยเดี๋ยวนี ้อาหารไทยดีทวั่ โลก แต่ที่ดีเพราะอะไรทราบไหมเพราะว่าดินแดนนีเ้ ป็ นดินแดนที่มีความ หลากหลายในเรื่ องชีวภาพสูงเพราะว่ามันมีพืชพันธุ์แต่ละท้ องถิ่น ซึง่ คน ที่อยู่ในแต่ละท้ องถิ่นนันปรุ ้ งแต่งขึ ้นมาด้ วยภูมิปัญญาของตัวเอง ฉะนัน้ อาหารไทยมันถึงหลากหลาย นอกจากเอามาจากที่อื่นแล้ วยังคิดสูตร ใหม่ ตามพื ช พันธุ์ธัญ ญาหารอี กด้ ว ย มัน เกิ ด ภูมิ ปั ญ ญาทางท้ อ งถิ่ น ขึ ้นมา ความงดงามมันอยู่นี ้ เพราะฉะนันมั ้ นถึงดึงดูดให้ คนเวลาเข้ ามา ค้ าขายในเมืองไทย มันไม่ได้ ขายไปแล้ วกลับ มันขายไปแล้ วมันอยู่ มัน ถึงได้ โตๆ อยุธยามันโตเร็ วจะตายไป สมัยอยุธยาตอนปลายในพุท ธ ศตวรรษที่ ๒๓,๒๔ เป็ นระยะที่มนั เข้ าสู่สงั คมกฎมพี ุ พูดถึงว่ามันมีคน หลายกลุ่ม เข้ า มา มัน เป็ นวัฒ นธรรมอี ก แบบหนึ่ ง ไม่ ใ ช่ มี แ ต่ ค นชัน้ ปกครองแต่มนั มีผสมผสานกันหมด มันมีความงอกงามแล้ ววัตถุมาเต็ม เลย นี่คือความงอกงาม แล้ วเดี๋ยวนี ้เราดูความเป็ นคนสยามนี่คนที่เป็ น เสนาบดีในกรุ งเทพฯ มาจากแขกก็มี เจ๊ กก็มี ตระกูลใหญ่ ๆ นี่ถามว่า เป็ นเชื ้อพระวงศ์หรื อ มาจากโน้ น พอเจอหน้ าเรี ยกสยามรุ่ นใหม่ทงั ้ นัน้ แต่ไม่ใช่สยามมาจากทางอีสานจากภาคเหนือไม่ใช่ นี่คือวิธีผสมผสาน ความเป็ นสยามมันอยู่อย่างนี ้มันเป็ นเบ้ าหลอม แล้ วคนที่มาไม่ได้ มาตัว


เปล่า เมื่อมาตังถิ ้ ่นฐานเอาสติปัญญาเข้ ามา มาช่วยกันสร้ างสรรค์ มัน ถึงเกิดความก้ าวหน้ าทางเทคโนโลยีทางอะไรต่างๆ ขึน้ มา แล้ วสยาม เกิดขึ ้นตรงนี ้ พระเจ้ าแผ่นดินรู้ จึงเรี ยกว่าประเทศสยามแล้ วประชาชน ชาวสยาม แต่จอมพล ป. ค่อนข้ างจะบ้ าเพราะท่านถูกคนหนึ่งที่เป็ นเจ๊ ก ขบถเขี ย นประวั ติ ศ าสตร์ ให้ อั น นั น้ ทํ า ฉิ บ หายหมดเลย แล้ ว ประวัติศาสตร์ ชุดนีส้ อนตัง้ แต่เด็กประถมขึน้ จนกระทั่งมหาวิทยาลัย ไทยใหญ่ ไ ทยโตอะไรนี่ ต้ น ตระกู ล ไทยฉิ บ หายไปหมด อัน นี เ้ ป็ นที่ ประหลาด แล้ วเราก็ถกู มอมเมาอยู่เรื่ อย มอมเมากระทัง่ เด็กใหม่ๆ ที่เพิ่ง เรี ยน ที่ต้องเรี ยนแบบท่องจํา จนกระทัง่ เดี๋ยวนีส้ มเด็จพระราชินีพูดว่า เด็กไม่ร้ ูประวัติศาสตร์ ก็ใครจะไปรู้มนั ต้ องท่องจําแบบที่ยดั เยียดทังนั ้ น้ การเรี ย นประวั ติ ศ าสตร์ ต้ องพิ ฆ าตต้ องตั ง้ คํ า ถามมั น ถึ ง จะเกิ ด สติ ปั ญญา แล้ วเวลานี เ้ นื อ้ หาไม่ ต้ องไปหากรรมการทางด้ าน ประวัติ ศ าสตร์ ห รอก พวกนั น้ ผู ก ขาด คนเขี ย นประวั ติ ศ าสตร์ ทั่ ว ราชอาณาจักรใครๆ ก็เขียนได้ ยิ่งยุคร้ านขายหนังสือนี่เต็มไปด้ วยความ หลากหลายแต่คณ ุ ต้ องอ่านด้ วยความระมัดระวัง ต้ องตังคํ ้ าถามให้ เป็ น แล้ วต้ องอ่านด้ วยการประเมินคุณก็จะได้ สิ่งที่เป็ นสติปัญญา ไม่ได้ ถูก ครอบงํา นี่คือการแก้ เพราะฉะนัน้ เวลาบ้ านเมืองที่เขาเจริ ญแล้ วเขา


ต้ องเอาอดีตมาพูดถึงให้ ร้ ูรากเหง้ าของตัวเองแต่ไม่ใช่ถกู ครอบงํา ให้ มา เรี ยนรู้และมาวิพากษ์ วิจารณ์ เพราะฉะนันคุ ้ ณเล็กทําอันนี ้ขึ ้นมาเพื่อที่จะสร้ างความรู้ ไว้ อย่าลืมว่าสี่ สิบปี ยงั ไม่มีใครเก็บข้ อมูลในท้ องถิ่นเลย พวกผมออกไป ผมรู้ บ้ านเมือง เก่าๆ นี ้หมดเลย เวลานี ้อย่างเช่นสังคมชาวนา ท่านรู้ ไหมเวลานีส้ งั คม ชาวนาไม่มีแล้ วในเมืองไทย แต่ว่าชาวนานี ้มันเป็ นศัพท์พิเศษ ไม่ใช่คน ที่ปลูกข้ าว มันเป็ นกลุ่มคนที่อยู่ในท้ องถิ่นที่รวมกันหลายหมู่บ้าน แล้ วมี พื ้นที่ในท้ องถิ่น มีสํานึกร่วมเป็ นบ้ านเป็ นเมืองแล้ วก็อยู่กนั เป็ นกลุ่มก้ อน ดูแ ลกัน เอง เหล่ า นี ม้ ัน ถูก ทํ า ลายหมดเลย หลัง จากสมัย สฤษดิ์ ถู ก อุตสาหกรรมเข้ าไป เกิดบ้ านจัดสรรเกิดอะไรอย่างนี ้ขึ ้นมา ชุมชนที่เกิด ขึน้ มาเป็ นคอกสัต ว์ ไม่ มี ค วามสัม พัน ธ์ ท างสัง คม ที นี พ้ วกชาวนามี ความสัมพันธ์ทางสังคม อยู่ร่วมกันในทางเศรษฐกิจ ซึง่ พระบาทสมเด็จ พระเจ้ าอยู่หวั พูดถึงเศรษฐกิจพอเพียงเป็ นวิถีชีวิต เพราะฉะนันคุ ้ ณเล็กไปรวบรวมเครื่ องใช้ ไม้ สอยหลักฐานทางวัตถุของ คนในสัง คมชาวนาเท่ าที่ ร วบรวมได้ แ ล้ ว นํ า มาเก็ บ ไว้ ที่ เ มื อ งโบราณ โดยเฉพาะเครื่ องจับปลา เพื่อให้ เรี ยนรู้ ว่าสภาพแวดล้ อมตอนนัน้ เป็ น อย่างไร คนในภาคอีสานใช้ อย่างไร คนในภาคเหนือใช้ อย่างไร คนใน


ภาคกลางใช้ อ ย่ า งไร มัน สะท้ อ นให้ เ ห็ น ถึ ง ภูมิ ปั ญ ญาท้ อ งถิ่ น แล้ ว ต่ า งกัน แล้ ว เครื่ อ งมื อ เหล่ า นัน้ เป็ นศิ ล ปวัต ถุเ พราะว่ า คนทํ า อย่ า ง ประณี ต เดี๋ยวนีไ้ ม่มี มันใช้ เทคโนโลยีหมดเลย แม้ กระทัง่ ควาย อย่าง เกวียนนี ้ท่านไปดูที่เมืองโบราณมีเกวียนแทบทุกภาคเลย ให้ ได้ เรี ยนรู้ว่า ท้ องถิ่นแต่ละท้ องถิ่นมันต่างกัน อย่างในเขตชลบุรี ระยอง พืน้ ที่ล่มุ ตํ่า พืน้ ที่ตะวันออกเป็ นพืน้ ที่ล่มุ ตํ่าจะใช้ เกวียนขนาดใหญ่ แล้ วเทียมด้ วย ควายคู่ ควายจะมาก แล้ วอัน นี ท้ ่ านไปสัง เกตดูแล้ วไปเก็ บมา อย่าง เกวียนนี ้รูปร่างใหญ่แล้ วเอามาเก็บไว้ แล้ วใช้ พื ้นที่ด้วย สมัยนันท่ ้ านไปดู เวลามันเข้ าไปในทุ่งมันต้ องใช้ ล้อใหญ่แล้ วใช้ ควายลาก ตัวเกวียนนัน้ สอบลง ผิดกับทางเพชรบุรี ราชบุรีที่เป็ นที่ดอนต้ องใช้ ววั มันถึงได้ เกิดวัว ลานขึ ้นมา แล้ วต่อมามีแข่งควาย มันสะท้ อนให้ เห็นถึงสังคมชาวนาตรง นัน้ แต่อีสานนันเกวี ้ ยนเบามากเขาใช้ ววั บางท้ องถิ่นใช้ ควาย แต่ว่าทาง อีสานพื ้นที่ดอน เก็บไว้ เพื่อให้ ร้ ูว่านี่คือสังคมชาวนา แม้ ก ระทั่ง ย่านตลาด ตลาดนี่ ก็ ไม่ ได้ เ ป็ นซุป เปอร์ ม าเก็ ตอย่า งนี เ้ ป็ น ตลาดแบบตลาด นี่คือให้ เห็นว่าสังคมชาวนาเป็ นอย่างไร ปั จจุบนั นี ้เด็ก ไม่ได้ เรี ยนรู้ ว่าสังคมชาวนาเป็ นอย่างไร แล้ วเมื่อตอนที่พฒ ั นาประเทศ เราพัฒนาจากฐานของสังคมกสิกร สังคมที่มีผ้ เู ป็ นนายทุนรายย่อยแล้ ว เราเข้ าใจสังคมไทยในสมัยสฤษดิ์ผ่านสังคมกสิกรที่มีคนกลาง มีปล่อง


โรงสี สมัยรัชกาลที่ ๕ ภาพของสังคมชาวนามันค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็ น การผลิตข้ าวขายขนาดใหญ่ แล้ วเกิดการมีโรงสีมีอะไรขึน้ มา นั่นเป็ น ฐานที่ จอมพลสฤษดิ์พัฒ นาผ่ านที่ ตรงนัน้ ที่ จริ งแล้ วหลายๆ แห่ง มัน ไม่ใช่เป็ นสังคมแบบนัน้ อยู่ มันต้ องศึกษาตรงนี ้ แล้ วเวลาเรามามอง สังคมไทยเรา เราขาดรากเหง้ า แล้ วขาดรากเหง้ าจึงเกิดปั ญหาขณะนี ้ ท่านเห็นไหมว่าเวลานี ้ อันนี ้พูดเข้ าถึงการเมืองว่า ทําไมฝ่ าย นปก.ถึงมี คนมาก คนส่วนใหญ่ เป็ นพวกที่หลงเหลือจากสังคมชาวนาทัง้ นัน้ อยู่ เป็ นกลุม่ เป็ นก้ อน ภาคอีสานภาคเหนือ แล้ วคนเหล่านี ้จะสัมพันธ์กบั คน เมืองในระบบอุปถัมภ์ พวกนักการเมืองเข้ ามาในระบบของพวกอุปถัมภ์ มันถึงเกิดการซื ้อเสียงเข้ ามาเพราะเป็ นหนี ้บุญคุณกัน เพราะมันล้ าหลัง แล้ วใช่ไหม วิกฤตของคนทางภาคกลางที่เกิดขึ ้นนี ้ มันเข้ าสู่สงั คมที่เป็ น อุต สาหกรรมยุค ใหม่ พวกนี เ้ ป็ นพวกที่ มี ก ารศึก ษาดี ถึ ง ได้ เกิ ด การ เคลื่อนไหวขึ ้นมาในกลุ่มพันธมิตรแล้ วออกมาเป็ นดอกเห็ดเลย อันนี ้คือ หมายความว่านี่เป็ นการเปลี่ยนแปลงสังคมที่เราไม่ร้ ู แล้ วมาดูอีกฝ่ ายหนึ่งเห็นไหมอีกกลุ่มหนึ่งเข้ าสู่สงั คมกรรมกร คุณเห็น สหภาพแรงงานมีบทบาท นี่คือการเปลี่ยนแปลง แล้ วการเปลี่ยนแปลง อัน นี ถ้ ้ าไม่ เข้ าใจบ้ า นเมื อ งฉิ บ หาย เพราะว่า ที่ แ ล้ วมาเราขาดความ เข้ าใจในอดีตของเราตัวเราเอง แล้ วพอมาพัฒนาในสมัยจอมพลสฤษดิ์


เราพัฒนาเข้ าไปถึงการข้ ามชาติเลย ส่งนักเรี ยนไปเรี ยนต่อต่างประเทศ เป็ นด็อกเตอร์ ด็อกตีนเป็ นแถว แล้ วมาเป็ นปลัดกระทรวงเป็ นอธิบดีพวก นี ้เอาฝรั่งมาทังนั ้ น้ ขาดรากเหง้ า เพราะฉะนันมั ้ นเป็ นเรื่ องสําคัญ เพราะฉะนันสมั ้ ยที่คณ ุ เล็กทําเมืองโบราณมันมิติของคนต่อคน ให้ เห็น ว่าทางภาคเหนือเป็ นอย่างไร ภาคอีสานเป็ นอย่างไร อยู่กนั เป็ นอย่างไร หมู่บ้านเป็ นอย่างไร แล้ วคนกับธรรมชาติที่ว่าคุณปรับตัวเข้ ากับท้ องถิ่น อย่างเช่นเครื่ องจับปลานีภ้ ูมิประเทศเป็ นอย่างไร แล้ วคนกับสิ่งเหนือ ธรรมชาติคือศาสนากับความเชื่อมันเห็น ฉะนันเวลาคนทํ ้ าอะไรในอดีต นี เ้ ขาไม่ แ ยกส่ว น นี่ เ ป็ นเรื่ อ งของเศรษฐกิ จ นะมัน รวมกัน หมดมัน มี ความรู้เป็ นองค์รวม ซึง่ มันเชื่อมโยงกัน เป็ นวัฒนธรรมของท้ องถิ่น นี่คือ สิ่งที่พยายามจะทําขึน้ มาแล้ วให้ เป็ นแหล่งเรี ยนรู้ แต่ปัจจุบนั นี ้เราก็ไม่ เคยได้ ใช้ เพราะฉะนัน้ ยอยัก ษ์ นี่ ค นไทยพยายามจะมองว่ าสิ่ ง ที่ คุณ เล็ก ทํ า ใน ฐานะที่เป็ นคนสยาม ท่านมีความรู้สกึ ว่าท่านไม่ใช่คนไทย แล้ วคนที่เป็ น


คนต่ า งถิ่ น ต่ า งชาติ พัน ธุ์ ที่ ม าอยู่ใ นเขตนี ้ แล้ ว รั ฐ ในที่ นี เ้ ป็ นมาตุภูมิ เพราะฉะนันสิ ้ ่งที่เมืองโบราณทําขึ ้นมานี ้ เป็ นการไม่ได้ หวังผลตอบแทน ยกตัว อย่ า งเช่ น ตลาดนํ า้ เอาอดี ต ที่ ผ่ า นมาขึ น้ มาแสดง แต่ ถ ามว่ า ปั จจุบนั คนเห็นไหมไม่ร้ ู รวมทัง้ ตลาดบกด้ วย ตลาดบกก็คือเขตที่เป็ น ห้ องแถวหรื อบาซาร์ ซึง่ สมัยก่อนอินโดนีเซีย มาเลเซียก็มี เป็ นบาซาร์ คือ เป็ นห้ องแถวยาวแล้ วค้ าขายกัน แต่ในเขตบาซาร์ มนั มีตลาดเช้ าเย็น คือ ขายของสดของคาวกัน ติดตลาดเช้ าเย็นไม่ใช่เป็ นตลาด คุณเล็กทําอัน นันขึ ้ ้นมา แต่ท่านจําลองจากสิ่งที่เห็นในเมือง ตลาดบกนะ แล้ วก็สิ่งที่ เห็นในย่ านคนจี น ท่านดึง เขตที่ ต ลาดของเขาที่ ตัง้ ขึน้ คล้ ายๆ ตลาด เทศบาล แล้ วก็มีอะไรมัว่ ๆ ไปหมด มีทงั ้ โคมเขียว โรงนํา้ ชาเสร็ จ ท่าน จําลองสิ่งอันนันขึ ้ ้นมาให้ เห็น แล้ วขณะเดียวกันในเรื่ องของตลาดคนก็บ้าแต่เรื่ องของตลาดนํา้ อันที่ จริ งไม่ใช่ตลาดนํ ้าหมายถึงเรื อนที่อยู่ริมแม่นํา้ ลําคลอง ฉะนัน้ สิ่งที่คณ ุ เล็กไปทํานี่ คุณเล็กจับได้ ว่าตรงไหนมีปากคลองจะเป็ นตลาดสมัยที่คณ ุ เล็กรู้ นี่ ฉะนันปากคลอง ้ ลําคลองมาชนกับแม่นํา้ หรื อแม่นํา้ มาสบกัน ตรงนันเป็ ้ นย่านชุมชนใหญ่แล้ วจะมีตลาด ตลาดก็คือชุมชนเมืองที่คน อยู่สองฝั่ งนํ า้ แล้ วก็มีบ้านห้ อ งแถวอยู่ แล้ วก็ลอยเรื อขายเช้ าเย็น คน เหล่านันเอาพวกผลิ ้ ตผลในท้ องถิ่นมาแลกเปลี่ยนกัน นัน่ คือตลาดนํ ้า ที่


ตลาดนํ า้ คื อ อัต ลัก ษณ์ ข องเมื อ งทางนํ า้ เพราะสมัย ก่ อ นนี ต้ ลาดนํ า้ คล้ ายๆ ว่าเรื อแพจะมากกว่าที่อื่น เพราะตรงนัน้ ต้ องเป็ นเขตย่านนํา้ ใหญ่ แล้ ว แพนี จ้ ะซ้ อ นกัน หลายๆ ชัน้ เลย แล้ ว ย่ า นนัน้ มัน จะมี พ วก ขบวนที่เขาเรี ยก ยิปซี เดี๋ยวนีท้ ่านไม่เคยเห็นแล้ วใช่ไหม คื อพวกเรื อที่ มันขึ ้นล่องตามลํานํ ้า เรื อเอี ้ยมจุ้นที่กินนอนอยู่ในนันเสร็ ้ จเลย เพราะฉะนัน้ ตามลุ่มนํา้ เจ้ าพระยาที่ทําไว้ มันสะท้ อนให้ เห็นชีวิตไม่ใช่ เฉพาะของชาวไทยอย่างเดียว ยังเป็ นคนที่ขึ ้นล่องตามลํานํ ้าขึ ้นไปทาง ภาคเหนือ แต่ก่อนนี ้คงเคยเห็นมีเรื อโยงใช่ไหม แล้ วเป็ นคมนาคมทาง นํ ้าทังนั ้ น้ แล้ วอันนีม้ นั สะท้ อนให้ เห็นถึงนิทานที่ไปจากลํานํา้ แล้ วคุณ เล็กก็ทําเรื่ องไกรทองแถวพิจิตรเพราะว่าทางนํา้ ที่ไปจากกรุ งเทพฯ มัน ขึ ้นไปถึงปากนํา้ โพ แล้ วจากปากนํา้ โพมันไม่ขึน้ ไปแม่นํา้ ปิ งเพราะมัน เป็ นแก่งทังนั ้ น้ มันขึ ้นไปแม่นํา้ น่าน จากแม่นํา้ น่านผ่านจากเกยชัยขึน้ ไปลํานํ ้าตรงนันมั ้ นเป็ นที่เวิ ้งใหญ่ รับนํ ้ามาจากทุกสาย นํ ้าปิ ง นํ ้ายมมา ประสบพบกัน แต่มนั มีสายหลักที่เป็ นเส้ นทางการค้ า ด่านแรกที่ขึน้ ไป คือพิจิตร จากปากนํา้ โพขึน้ ไปเมืองพิจิตร มันถึงเกิดเมืองพิจิตรขึน้ มา แล้ วพิจิตรนี ้พัฒนามาเมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๙,๒๐ ผ่านจากพิจิตรก็คือ ขึน้ ถึ ง พิ ษ ณุโ ลก จากพิ ษ ณุโ ลกมาขัน้ หลัง มาพัฒ นาในสมัย อยุธ ยา ปลายคืออุตรดิตถ์ เพราะฉะนันอุ ้ ตรดิตถ์จึงเป็ นเมืองที่เรี ยกว่าที่สดุ ทาง


การค้ าทางนํ ้า เพราะเหนืออุตรดิตถ์ขึ ้นไปไม่ได้ แล้ วมันติดแก่ง พวกนี ้คน ที่อยู่แถวๆ นี ้ทังพิ ้ ษณุโลกพิจิตรไม่ใช่คนท้ องถิ่น เดิ มมันผสมกัน เดี๋ยวนี ้ ไม่เชื่อลองไปถามซิ ไอ้ พวกขบวนคาราวานเรื อนี่มนั ไปหยุดอยู่ตรงนัน้ แล้ วนิทานที่ตามไปคือนิทานเรื่ องไกรทอง ตํานานเรื่ องไกรทองนี ้มันกิน มาตัง้ แต่ด าวคะนอง เมื่ อ ตอนที่ เ ด็ก ๆ ผมไปเรี ยนรู้ จระเข้ มัน กัด กัน จระเข้ ฝ่ายดาวคะนองนี่คือท้ าวพันตาพญาพันวัง ไอ้ ตวั นีไ้ อ้ เคีย้ มเลย เป็ นจระเข้ นํ ้าเค็ม มันร้ องกันแต่พวกขบวนเรื อที่ไปไอ้ พวกมอญมันขึ ้นไป ขายที่นนั ้ เต็มเลย ขึ ้นไปถึงอุตรดิตถ์ แล้ วรู้ จักเป็ นแห่งแรกที่ปากนํา้ โพ และเป็ นแหล่งที่บงึ บรเพ็ด ทีนีต้ ํานานจระเข้ เต็มเลยแล้ วก็ขึน้ ไปถึง พิจิตรที่ เป็ นเมื องตะเภาแก้ ว ตะเภาทองแต่ ไ ม่ ขึน้ ไปถึ ง พิ ษ ณุโ ลก นั่น จึ ง เกิ ด เรื่ อ งตํ า นานนี ข้ ึ น้ มา เพราะว่ามันมีเรื อขึ ้นไป เวลานี ้มูลนิธิฯ ไปทําการศึกษาพบว่าพวกเรื อนี ้ มันไปอยู่ในเขตพิษณุโลกเยอะ ไปหยุดอยู่เป็ นหมู่บ้านๆ เลย แล้ วพวกนี ้ ผสมผสานทังนั ้ น้ เราอ่านไกรทองเราก็ไม่ร้ ู หาว่าเป็ นเรื่ องเลอะเทอะๆ นี่ มันนิทานของคนท้ องถิ่น ไกรทองนี่มนั เป็ นคนมอญแถวๆ นนทบุรีนี่เอง แล้ วเป็ นมอญชาวสวนด้ วยเพราะสมัยก่อนเวลาขึน้ ไปจากทะเลขึน้ มา เขตป่ าชายเลน กรุ งเทพฯ นี่มันกึ่งป่ าชายเลน สวนก็ป่าชายเลน เขต สวนกิ น ไปถึ ง นนทบุรี เลยนนทบุรี ไ ปทุ่ง ทัง้ นัน้ ไปถึ ง อยุธ ยา ฉะนัน้


ตํานานนี ้มันผ่านไปแล้ วเกิดประเพณีต่างๆ แม้ กระทัง่ ชื่อมันก็เกี่ยวกับ จระเข้ เป็ นแถวเลย นี่คือเกี่ยวกับเรากําลังพยายามเอาอดีตมาเชื่อมโยง ให้ เห็นถึงภูมินิเวศน์และการตังถิ ้ ่นฐานเป็ นอย่างไร เดี๋ยวนี ้ไม่มีแล้ ว ท่าน เห็นไหมเรื อที่ขึ ้นล่องนี่ไม่มีแล้ ว แต่ที่เวียดนามยังมีอยู่ที่ตวั ที่เว้ ยั งมีขึน้ ล่องอยู่ แต่ลํานํา้ เขาสันไม่ ้ เหมือนเรา เรายาวเหยียดเลย นี่การค้ ามัน ผ่ า นตรงนี ้ แล้ วก็ เ กิ ด เมื อ งทางนํ า้ ที่ เ ป็ นเมื อ งอกแตกขึ น้ อย่ า งที่ พิษณุโลกแม่นํ ้าผ่ากลาง กรุงเทพฯ นํ ้าผ่ากลาง หลายแห่งก็นํ ้าผ่ากลาง ทังนั ้ น้ นี่คือสิ่งที่พยายามที่จะนําสิ่งเหล่านันเข้ ้ ามาสร้ างในเมืองโบราณ แต่เรายังไม่สมบูรณ์มนั ต้ องค่อยๆ เพิ่มไปเป็ นระยะๆ ไป คุณเล็กท่านทําไปทีละน้ อยๆ แล้ วถ้ าท่านเบื่ออย่างนีท้ ่านก็ไปทําอย่าง นัน้ แล้ วพื ้นที่ระยะแรกของเมืองโบราณนี ้ประมาณหกร้ อยกว่าไร่ ทําจน เต็มใช้ เวลาเกือบสามสิบปี แล้ วมาตอนหลังขยายไปอีกเกือบสามร้ อยไร่ แล้ วเขตที่ ขยายนี จ้ ะไม่เ ป็ นแบบชุม ชนโบราณแต่ จะเอาประเพณี ใ น เมืองไทยที่มีอยู่เอามาใส่ไว้ อย่างเช่นเสาชิงช้ า ขบวน พระยุ หยาตรา สวน ต้ นไม้ สวนวรรณคดี


คุณเล็กต้ องการให้ เห็นว่าสมัยก่อนนี ้เมืองไทยเต็มไปด้ วยป่ าตังเยอะ ้ แต่ ว่ามันมีวฒ ั นธรรมในการสร้ างสวนขึ ้น จึงเกิดสวนของไม้ หอมต่างๆ ขึ ้น ต้ นไม้ หอมต่างๆ เวลาอ่านจะเห็น คําว่าสวนไม่ใช่ของธรรมชาติ สวนเป็ นเรื่ องวัฒนธรรมแต่ป่าเป็ นเรื่ อง ธรรมชาติ สวนคือสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์ เลือกเฟ้นต้ นไม้ บางชนิดมาปลูก แล้ ว สิ่ง เหล่า นี ป้ รากฏในวรรณคดี อัน นี ค้ ือ ให้ เ ห็ น ว่า สมัย ก่ อ นนี เ้ ป็ น อย่างไร แล้ วเขาก็มีความหมายกับต้ นไม้ แต่ละอย่างๆ แล้ วให้ เห็นว่า ต้ นไม้ ของเมืองไทยไม่ใช่เป็ นสวนหย่อม ไม้ ที่เอามาปลูกนี ้เป็ นไม้ ยืนต้ น ที่ ส่ง กลิ่น แก้ ว จํ าปา จํ าปี เหล่า นี ค้ ือ ให้ ได้ เ รี ยนรู้ ท่ านก็ ม านั่ง ทํ าไป เสร็จแล้ วก็ยงั มีประเพณีที่เกี่ยวกับฤาษี ดดั ตน ก็เอามาจากวัดโพธิ์จากที่ อื่นอย่างเช่นที่ภาคใต้ มีที่วัดมัชฌิม าวาสสร้ างขึน้ ในสมัยรั ชกาลที่ ๔ เพราะว่ามันมีกิจกรรมแพทย์อนั นี ้อยู่ก็มาทําเป็ นฤาษี ดดั ตนขึ ้นมาให้ คน ได้ เรี ยนรู้ และที่สําคัญคือเรื่ องระบบจักรวาล คนรุ่ นหลังๆ นี ้จะไม่ค่อยรู้ ไตรภูมิเพราะเรามองโลกเป็ นโลกกลม สมัย โลกกลมแต่ไม่ใช่โลกแบน สมัยก่อนนีค้ นเขาถือว่าโลกแบน แล้ วก็เอา งานจิตรกรรมที่วดั อินทรารามที่ชลบุรีในสมัยพระเจ้ าตากสิน อย่างที่ เขียนเป็ นจิตรกรรมฝาผนังว่าตัวเขาพระสุเมรุตงอยู ั ้ ่บนปลาอานนท์แล้ ว


ขึ ้นเป็ นชันๆ ้ ไป แต่คณ ุ เล็กจับความสําคัญของเขาพระสุเมรุมาจนยอด เขาพระสุเ มรุ ที่ เ ป็ นสวรรค์ ชัน้ ดาวดึ ง ค์ เ ป็ นที่ ป ระดิ ษ ฐานพระที่ นั่ง ปราสาทไพรชยนต์มหาปราสาทของพระอินทร์ นี่คือส่วนยอด แล้ วที่พระ ที่นั่งไพรชยนต์นนั ้ มีแท่นศิลาอันหนึ่งที่เรี ยกแท่นศิลาอาสน์ เวลาพระ อิ น ทร์ นั่ง แล้ ว ในวรรณคดี ที่ ว่ า เกิ ด ทุก ข์ ย ากอะไรมัน จะแข็ ง มี ใ นบท วรรณคดีเรื่ องสังข์ทอง แต่คณ ุ เล็กทําความเข้ าใจว่าทําไมพระอินทร์ มานัง่ ตรงนัน้ เพราะพระ อินทร์ คือผู้ที่รักษาธรรมของโลก แล้ วก็มองว่าตําแหน่งของพระอินทร์ ไม่ใช่เป็ นตําแหน่งเฉพาะตัว เป็ นตําแหน่งของบุคคลที่ประพฤติธรรม แล้ ว พระอิ น ทร์ จ ะผลัด กัน ขึน้ ดํ า รงตํ า แหน่ ง อัน นี ค้ ติ ข องคนโบราณ หลายคนก็มองว่าตําแหน่งพระผู้เป็ นเจ้ าไม่ใช่ตําแหน่งที่ถาวรแต่จะผลัด เข้ ามาในทางแนวคิดทางพุทธศาสนาของเรา คนที่ดํารงตําแหน่งพระ อินทร์ ได้ ต้องหยุดตรงนันแล้ ้ วก็ปฏิบตั ิธรรมตรงนี ้ จึงไปหยุดอยู่ตรงนัน้ ได้ แล้ วถ้ าหมดอายุหมดบุญก็มีเข้ ามาแทน เหมือนพระยมเหมือนกัน นี่ คือการที่จะดึงอันนี ้ขึ ้นมา แล้ วให้ คนได้ มาเรี ยนรู้ว่าที่ทําไตรภูมิเขาพระ สุเมรุ ขึ ้นมา ให้ เห็นว่าตรงยอดของเขาพระสุเมรุ นนั ้ มีแท่นสําหรับคนที่ รักษาธรรม แล้ วถ้ าหากว่าคนทําความดีก็จะไปอยู่ตรงนัน้ ได้ ที่เจตนา ตรงนี ้ไม่ใช่ให้ เด็กไปดูเรื่ องปลาหนุนโลก ที่จริ งไม่ใช่เขาต้ องการทําอย่าง


นัน้ ให้ เห็นว่าสิ่งที่คนในอดีตสร้ างขึ ้นมานัน้ ไม่ได้ เพื่อบอกว่าความเป็ น จริ ง ในทางวิทยาศาสตร์ แต่มันสร้ างสิ่ง ที่ม นุษย์ อยู่รวมกัน ได้ อย่างมี คุณธรรม ก็เป็ นระบบความเชื่อ แม้ กระทัง่ เวลานีผ้ มจะย้ อนมาถึงเรื่ องพิธีถวายเพลิง นี่ก็เกี่ยวกับเรื่ อง เขาพระสุเมรุ อีก ตีความกันไปต่างๆ นานา แต่ไ ม่เข้ าใจ เรื่ องการถวาย พระเพลิงพระบรมศพนันเป็ ้ นความคิดที่มาจากขอมในสมัยที่มีการสร้ าง นครวัดขึ ้นมา นครวัดนัน้ คือตัวจําลองเขาพระสุเมรุ มาศทัง้ หมด เพื่อให้ เป็ นตํานาน ประกอบพิธีอินทราภิเษก คือพระมหากษัตริ ย์ที่สร้ างคือสุริยวรมันที่ ๒ สวรรคตแล้ ว เขาจะทําการให้ กลับไปสู่พระสุเมรุ เขาจึงเรี ยกว่าประเพณี อินทราภิเษก คือ อภิเษกพระอินทร์ เข้ าสู่เขาพระสุเมรุมาศ ฉะนันหั ้ วใจ ของปราสาทนครวัดจึงเป็ นเรื่ องของกวนเกษี ยรสมุทร กวนเกษี ยรสมุทร นันคื ้ อการให้ ทางอํานาจกับพระอินทร์ เพื่อยกคณะพวกหมู่มาร อันนี ้ ค่อยว่ากันทีหลังอีกทีเรื่ องของการกวนเกษี ยรสมุทร พระอินทร์ แพ้ ยกั ษ์ ทางพระเป็ นเจ้ าก็หากุศโลบายว่าให้ กวนเกษี ยรสมุทรเสีย เพราะอันนัน้ จะหลอกให้ ยกั ษ์ ไปทางหนึ่ง แล้ วก็เลยเกิดอันนี ้ขึน้ มาขับให้ ยกั ษ์ ตกไป เขาเรี ยกว่าอินทราภิเษก


แต่วา่ ของเราเอามาใช้ อภิเษกพระมหากษัตริ ย์ที่คล้ ายเทพกลับไปสู่พระ เมรุมาศ มันเป็ นพิธีเกี่ยวกับคนตาย แล้ วแนวคิดอันนี ้ไทยรับมา เข้ าใจ ว่า รั บ มาในสมัย ของพระเจ้ า ปราสาททอง เพราะว่ า เราไม่ พ บ เรามี อินทราภิเษกสมัยก่อนพระเจ้ าปราสาททอง แต่ไม่พบแบบนี ้ เพราะพระ เจ้ าปราสาททองท่านเป็ นสามัญ ชน ท่ านต้ อ งการเป็ นจักรพรรดิราช ท่านก็ไปเอาตํารับตําราขอมมาปรุงแต่งใหม่ แล้ วก็คิดประเพณีนี ้ขึ ้นมา เข้ าใจว่าคิดขึ ้นในสมัยพระเจ้ าปราสาททอง เพราะสร้ างประธานแบบ พระเมรุมาศขึ ้นสองแห่ง แห่งแรกคือปราสาทนครหลวงที่อยุธยา จําลอง มาจากนครวัด แต่จําลองไม่เหมือนดี และอีกแห่งหนึ่งคือวัดไชยวัฒนา ราม จึงเกิดเมรุ ลายขึน้ มา อันนัน้ ก็แสดงความเป็ นจั กรพรรดิราชของ ท่านในการที่สร้ างปราสาทนี ้ขึ ้นมา เข้ าใจว่าตัวพระโกศเกิดขึ ้นในรัชกาลนี ้ เพราะแต่ก่อนนี ้ใช้ หีบทังนั ้ น้ แล้ ว การถวายพระเพลิงพระบรมศพนี ้ไม่ใช่อยู่ที่ท่งุ พระเมรุของอยุธยา อยู่ที่ วัดโน้ นวัดนี ้ อย่างพระนเรศวรถวายที่วดั วรเชษฐ์ พระเจ้ าอู่ทองก็ถวายที่ วัดพระราม แล้ วสร้ างวัดขึ ้นมารวมทังเจ้ ้ าอ้ ายพระยาเจ้ ายี่พระยา แต่พอ มาถึงสมัยพระเจ้ าปราสาททองคิดขึ ้นมาแล้ วก็มาถวายกันจริ งๆ ในสมัย พระนารายณ์ และพระราชพิธีที่อลังการเกิดขึน้ ในสมัยพระนารายณ์ โดยที่มีเชื ้อมาจากพระเจ้ าปราสาททอง แล้ วคิดเรื่ องพระบรมโกศขึ ้นมา


เพราะฉะนันคื ้ อที่มาของประเพณีถวายพระเพลิงพระบรมศพ แล้ วตอน หลังถึงได้ มาเผื่อแผ่ยงั เจ้ านายต่างๆ ฉะนันเวลาขบวนแห่ ้ นี ้จะเห็นชัดว่า ถ้ า อยุธ ยาพระบรมศพจะอยู่ที่ พ ระที่ นั่ง สุริ ย าอมริ น ทร์ เ ป็ นพระที่ นั่ง จตุรมุขแล้ วจะเคลื่อนผ่านพระที่นั่งสุริยาอมริ นทร์ นีอ้ ยู่กําแพงชัน้ นอก ไม่ได้ อยู่ชนกลางหรื ั้ อชันใน ้ แล้ วก็เคลื่อนผ่านสนามชัย ผ่านหน้ าพระที่ นัง่ จักรวรรดิไพชยนต์ออกไปนอกพระราชวัง ไปเผาที่ท่งุ พระเมรุหน้ าวัด มงคลบพิตร ตรงนันเกิ ้ ดขึ ้นสมัยพระนารายณ์รุ่นปราสาททองลงมา ในกรุงเทพฯ มีการเลียนแบบเหมือนกันพระที่นงั่ ดุสิตเปรี ยบเทียบได้ กบั พระที่นงั่ สุริยาอมริ นทร์ นําพระบรมศพออกผ่านไปยังสนามชัยตรงด้ าน ถนนอู่ทองก่อนเข้ าถนนราชดําเนิน ผ่านไปแล้ วก็เข้ าท้ องสนามหลวง นี่ เช่นเดียวกันทังสิ ้ ้น ที่จริ งแล้ วพระมหากษัตริ ย์จะประทับอยู่ที่สีหบัญชร ตรงกําแพงด้ านสนามชัย เหมือนพระที่นงั่ จักรวรรดิไพชยนต์เหมือนกัน อันนันเลี ้ ยนแบบขึ ้นมา เพราะฉะนันเรื ้ ่ องคอนเซ็ปเกี่ยวกับพระเมรุมาศ นี ้มันใช้ ได้ หลายอย่าง แสดงความเป็ นจักรพรรดิราชแล้ วก็การอภิเษก พระมหากษัตริ ย์หรื อเจ้ านายที่ตายนันกลั ้ บเข้ าสู่เขาพระสุเมรุ อันนี ้คือ ได้ แบบอย่างมา ทําให้ เกิดสิ่งที่เป็ นงานเป็ นการขึ ้น แล้ วตัวอย่างของวัด ที่เป็ นเขาพระสุเมรุที่ถกู ลักษณะเลขาคณิตก็คือ วัดไชยวัฒนาราม แล้ ว วัด ไชยวัฒนารามทํ า ให้ ถูก ถอดมาเป็ นวัดอรุ ณ ราชวราราม เวลาไป


อยุธยาจะเห็นวัดไชยวัฒนารามสวยงามมาก แล้ วมาเทียบกับวัดอรุ ณ ราชวรารามของกรุงเทพฯ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ ซึง่ มีเมรุลายเหมือนกันแต่ ปรางค์ต่างกัน รัชกาลที่ ๓ ท่านทํามากกว่านันอี ้ กท่านเอามงกุฎใส่เข้ า ไปข้ างบนแสดงความเป็ นจักรพรรดิราช ให้ เห็นถึงเรื่ องสิ่งเหล่านีม้ นั มี เรื่ องที่จะต้ องเรี ยนรู้ ในสังคมไทยมาก แต่สิ่งเหล่านีม้ ันไม่ได้ ให้ เด็กได้ เรี ยนรู้ ส่วนมากเวลาเราเรี ยนแล้ วก็เรี ยนเป็ นแบบท่อง คิดไม่เป็ น มันถึง น่าเบื่อ มันถึงสร้ างสรรค์อะไรไม่ได้

แต่คุณ เล็ก ทํ านี่ บางคนก็ บอกว่าที่ ทําที่ เ มื อ งโบราณนี่ ปลอม บอกว่ า แบบเดิมเขาไม่ใช่แบบนี ้ก็ถามว่าของเดิมนันมั ้ นอะไรกันแน่ แต่ละสมัยนี ้ เขาไปทําเพื่อสื่อให้ คนทัว่ ไปได้ เข้ าใจ แต่ปัญหาว่าความหมายมันเพี ้ยน


หรื อเปล่า ความหมายคืออย่างไร แต่ปัจจุบนั นี ้เราเน้ นแต่รูปแบบ เพราะ รูปแบบนี่ของจริ งนะ พลาดไม่ได้ แต่ไม่คํานึงถึงความหมาย เพราะทังนี ้ ้ มันเปลี่ยนตลอดเวลา ฉะนันสิ ้ ่งที่เกิดขึ ้นในเมืองโบราณไม่ใช่เอาของเก่า มาพยายามจะขาย ไอ้ ของต้ นฉบับมันเป็ นอย่างไร แล้ วมาทะเลาะกัน ห้ า ร้ อยเล่มเกวี ย นก็ ไม่ เลิ ก แต่เ ราต้ องการสื่อ มากกว่ าว่ า สิ่ ง ที่ สร้ าง ขึ ้นมานันจะสื ้ ่อได้ แค่ไหน แต่ว่าสิ่งที่เป็ นของจริ งของเมืองโบราณอย่าง หนึ่งก็คือพวกอาคารไม้ ท่านจะเห็นว่าความเป็ นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ ง ของเมืองโบราณไม่ได้ อยู่ที่อาคารอิฐที่สร้ างขึ ้นจําลอง แต่อยู่ที่อาคารไม้ เพราะช่วงที่คณ ุ เล็กทํา ของเหล่านี ้ที่อยู่ตามวัดต่างๆ แถวๆ ยี่สารนี ้มัน ถูกรื อ้ หมดเลย เพราะวัดแถวนีต้ งแต่ ั ้ สมัยจอมพลสฤษดิ์เป็ นต้ นมาคน เริ่ มรื อ้ ถอน วัดก็เริ่ มเปลี่ยนจากของสวยๆ รื อ้ หมดเลยแล้ วสร้ างซีเมนต์ เข้ าไป พอเราไปสํารวจพบว่าของนี ้มันมีค่าทังนั ้ นทั ้ งภาพจิ ้ ตรกรรมแล้ ว เอามาตัดเป็ นไม้ แบบ บางทีเอาไปทําส้ วมก็มี คุณเล็กก็ตามไปขอผาติ กรรม ผาติกรรมมันทุกชิ ้นเลยแล้ วประกอบใหม่ โดยเฉพาะที่ตลาดนํ ้าที่ เอามาจากตากเยอะ ที่ตลาดนํา้ เมืองโบราณนีม้ ีวดั ๆ หนึ่งเขาเรี ยกวัด พร้ าวที่ตาก วัดนันฝรั ้ ่งเศสคนหนึ่งเคยไป เคยไปพักที่นนั่ ที่วดั พร้ าวนัน้ แล้ ววัดนัน้ มีลายปูนปั น้ สวยเป็ นวิหารโถง เวลาตอนที่ไปนัน้ ปรากฏว่า เขาหล่อซีเมนต์ ขึน้ มาใหม่ ไอ้ เสาที่ขาดคอดินก็ ทิง้ แล้ วก็ไปของผาติ


กรรมมาแล้ วเอามาประกอบเข้ าที่เมืองโบราณ อาคารบางอย่างก็ไปทํา มา แล้ ว ก็ ต ลาดนํ า้ ที่ เ มื อ งโบราณสะท้ อ นให้ เ ห็ น ถึ ง เรื่ อ งของความ หลากหลายของศาสนาซึ่งมีทัง้ มุสลิม จีน คาทอลิกอยู่ แล้ วย่านของ ตลาดนํ ้านี ้ส่วนมากเป็ นของคนจีนทังนั ้ นจะมี ้ ศาลเจ้ าทังนั ้ น้ แล้ วสิ่งเหล่านี ้ก็สะท้ อนให้ เห็นถึงคลองสวน ที่อื่นมันยังมีอยู่ ถ้ ามองอย่า ไปมองแต่รู ปแบบต้ องมองเพื่ อ หาความหมาย เพื่ อ จะเข้ า ใจว่า เมื่ อ สมัยก่อนนี ค้ นอยู่ในริ มนํา้ อย่างไรเป็ นอย่างไร แม้ กระทั่งเรื่ อ งมัสยิ ด มัสยิดสมัยฝั่ งธนนัน้ ไม่มีเป็ นโดมหรอกมีแต่อาคารไม้ ทงั ้ นัน้ ภาคใต้ ก็ เป็ นอาคารไม้ ส่วนโดมนี ้มาทีหลัง มันแยกกันไม่ออก แล้ วก็ไม่ใช่อาคาร ใหญ่โต อาคารเล็กๆ ที่อยู่ปะปนกันไป มันสะท้ อนให้ เห็นว่านี่คือสังคมที่ อยู่ตามแม่นํ ้าลําคลอง อันนี ้คือสิ่งที่พยายามจะให้ ความหมาย อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือเรื่ องของบางระจัน คือบางระจันเวลาทําไปดู ท้ องถิ่นด้ วยกัน กรมศิลปากรทํามีเจ็ดคน มีวีรบุรุษเจ็ดคน มีเมาเหล้ าขี่ ควายแล้ ว พม่ า ยิ ง ได้ เ ยอะ พอพวกเราไปดูปั๊ บ คุณ เล็ก บอกมัน ไม่ ใ ช่ เพราะตัวบางระจันนันเป็ ้ นค่าย คือเราสอบแล้ วมีหมู่บ้านหลายแห่งใน ตอนที่พม่ามันมา มันหนีไปอยู่ที่ตรงนัน้ เพราะว่าเวลาบ้ านเมืองจะแตก นี่มนั ไม่มีใครอยู่โดดๆ หรอก มันต้ องรวมกันอยู่ แล้ วมันไปจับกลุ่มกันที่


บางระจัน มัน ถึ ง เกิ ด บริ เ วณนัน้ ที่ อ ยู่ใ กล้ ลํ า นํ า้ เก่ า แล้ ว ก็ ทํ า คัน ดิ น ล้ อมรอบ แล้ วสร้ างสระนํา้ สระนํา้ นัน้ เป็ นที่หล่อเลีย้ งแล้ วก็อาศัยวัด วิหารของพระอาจารย์ธรรมโชติ เพราะอาจารย์ธรรมโชติอยู่แต่ในโบสถ์ เอาเคลื่อนมาอยู่ที่นนั่ แล้ วตรงนันก็ ้ มีอิฐที่เป็ นยันต์อะไรต่างๆ ก็ไม่ร้ ูว่า ทํามาทําไม มันเป็ นเรื่ องเกี่ยวกับไสยศาสตร์ ทงนั ั ้ น้ ให้ เห็นว่าเป็ นค่ายที่ ใหญ่มากที่เขาอยู่ร่วมกัน แต่ไม่ใช่ว่าเวลาทําค่ายแล้ วทําเป็ นค่ายบ้ าๆ บอๆ มีหอรบอะไรนัน่ ผมไม่ร้ ูว่ามันเป็ นอย่างไร แต่เราดูแล้ วมันแปลกๆ แล้ ว ที่ สํ า คัญ ที่ สุด บางระจัน นัน้ ตายหมด แต่ ไ ม่ ใ ช่ ต ายเพี ย งเจ็ ด คน เพราะฉะนั น้ คนที่ อ ยู่ ใ นบางระจั น สู้ ทั ง้ นั น้ เลย แล้ วอั น นี ต้ รงกั บ ประวัติศาสตร์ หลายๆ แห่ง ว่า เมื่ อชาวบ้ านสู้มัน สู้ไม่ ได้ มัน ยอมตาย อย่างเดียว พระสงฆ์องค์เจ้ าถูกฆ่าตายหมด ลูกเด็กเล็กแดงตายหมด เลย คุณเล็กได้ ทําอนุสาวรี ย์บางระจัน เดี๋ยวนี ช้ าวบ้ านหลายๆ แห่งก็เกิ ด บางระจันขึ ้นมา อย่างค่ายพันธมิตรนี่ก็เป็ นบางระจันอย่างหนึ่ง ที่ปาก มูลก็เป็ นบางระจัน มันบ้ านแตกสาแหรกขาดมันก็ไปรวมกลุ่ม มันเป็ น พฤติกรรมของมนุษย์ เวลาบ้ านเมืองคับขันจะมีสิ่งเหล่านัน้ เพราะมัน อยู่โดดๆ ไม่ได้ เวลาเรี ยนประวัติศาสตร์ ต้องคิด ไม่ใช่มานั่งใครเขียน


ขึ ้นมาก็ว่าไปตามนันบอกอย่ ้ างนี ้แย่แล้ ว นี่คือสิ่งที่พยายามจะบอกมัน ที่ผมพูดมานี ้ มีหลายอย่างที่บอกว่าเวลานีท้ ี่หวนกลับมาว่าความเป็ นสยาม ความ เป็ นคนสยามคืออะไร คนสยามดินแดนเกิดขึ ้นประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๗ เรี ยกดิน แดนในเขตประเทศไทยเป็ นส่วนใหญ่ ว่า ดิน แดนสยาม ประเทศ แล้ ว มาถึ ง สมัย อยุธ ยาสมัย พระบรมไตรโลกนาถนัน้ มี ก าร ปกครองแบบรวมศูนย์เกิดขึ ้น เขตแดนที่เป็ น สยามประเทศไม่ได้ มีรัฐใด รัฐหนึ่งเป็ นศูนย์ กลางระยะแรก ก่อนพุทธศตวรรษที่ ๒๑ ไม่มีรัฐใดรัฐ หนึ่งเป็ นศูนย์กลาง สุโขทัยก็เป็ นสยามประเทศ ล้ านนาก็สยามประเทศ สุวรรณภูมิก็เป็ นสยามประเทศ นครศรี ธรรมราชก็เป็ นสยามประเทศ เป็ นรัฐอิสระต่อกัน แต่มีความเกี่ยวดองกันในเชิงการแต่ งาน อันนี ้กินไป ถึงล้ านช้ างด้ วย พอมาถึ ง สมัยพระบรมไตรโลกนาถก็ มีการปฏิ รูปการปกครองทํ าให้ อยุธยาเป็ นศูนย์ กลางการปกครองของราชอาณาจักร ตรงนัน้ อยุธยา เป็ นศูนย์ กลางของราชอาณาจักร แต่ก่อนนีเ้ ราไม่มีการปกครองแบบ ราชอาณาจักร ราชอาณาจักรเกิดขึ ้นในสมัยพระบรมไตรโลกนาถ สิ่ง ที่


ส ะ ท้ อ น ใ ห้ เ ห็ น ถึ ง ก า ร เ ป็ น ร า ช อ า ณ า จั ก ร ก็ คื อ ก า ร เ กิ ด พระบรมมหาราชวัง พระบรมมหาราชวัง ที่ เ กิ ด ขึ น้ ในอยุธ ยานัน้ เป็ นสิ่ ง ที่ บ่ ง บอกถึ ง การ เปลี่ยนแปลงทางการเมือง เกิดพระบรมมหาราชวังที่มีเขตสามเขต เขต ชัน้ นอกอย่างที่เราเห็นในกรุ งเทพฯ เขตชัน้ กลางที่เป็ นแหล่งกลุ่มพระ มหาปราสาทที่ในการที่จะปกครองในท้ องพระโรง และกลุ่มพระมหา มณเฑียรภายในชัน้ ใน อันนันคื ้ อการเป็ นราชอาณาจักร นี่คือการเกิด ของอยุธยาที่เป็ นสยามประเทศ ตัง้ แต่นนั ้ สังคมไทยก็เดินเรื่ อยต่อมา จนถึงกรุงเทพฯ นี่คือความเป็ นสยาม แต่ถามว่าคนนี่ผลัดเปลี่ยนเข้ ามา หลายยุคหลายสมัย แต่ถ้ามองจากตํานานพระเจ้ าอู่ทอง คนสยามกลุ่ม หนึ่งมาจากทะเลแล้ วมาจากทางตอนใต้ ของประเทศจีน แล้ วคนสยาม ส่วนใหญ่นี ้คือพวกที่มาทําสวนทําอะไรพวกนี ้ แล้ วการค้ าขึ ้นล่อง อันนี ้ คือพยายามที่จะบอกถึงตรงนัน้ ผู้ดำเนินกำรอภิปรำย วันนี เ้ นื่ องจากว่าอาจารย์ ศรี ศักรต้ อ งพูดคนเดียว สิ่ง ที่ อ าจารย์ พูด นี ้ อาจจะเป็ นแค่ บ างส่ ว นของการเป็ นสยามประเทศ แต่ ว่ า อาจารย์


ต้ องการให้ เห็นว่าในความหลากหลายของสยามประเทศนัน้ มีตงั ้ แต่ สถาบันกษัตริ ย์ มีทงเรื ั ้ ่ องของความเชื่อ วัฒนธรรมและผู้คน สิ่งเหล่านี ้ ทางคุณเล็กก็ได้ สะท้ อนไว้ ในเมืองโบราณ เพราะฉะนันถ้ ้ าเข้ าไปในเมือง โบราณ ไม่ใช่แค่เพียงโบราณสถาน แต่ว่ายังมีเรื่ องราวของวรรณกรรม เรื่ อ งราวของประเพณี ค วามเชื่ อ ที่ ส ะท้ อ นอยู่ไ ว้ ทัง้ หมดที่ จ ะเรี ย นรู้ เกี่ยวกับเรื่ องของความเป็ นสยามประเทศและก็คนสยามได้ วันนี ้ทางมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ต้ องขอขอบคุณทุกท่าน วันนี ้เราก็ ขอนําเสนอในเรื่ องของความเป็ นคนสยาม เป็ นการจุดประกายเพื่อว่า ทุกคนจะได้ เรี ยนรู้ต่อไป สําหรับบางท่านนอกจากวันนี ้ที่เรามีการพูดคุย แล้ วนี ้ในวันที่ ๒๒ เราจะนําบางคนหรื อบางชุมชนโดยเฉพาะวันนี ้เรา เชิญชุมชนเลยที่มาจากชาติพนั ธุ์อนั หลากหลาย เพื่อที่จะเข้ าไปสัมผัส กับเมืองโบราณ ได้ เข้ าไปแลกเปลี่ยนทัศนะระหว่างกันในวันเสาร์ ที่ ๒๒ ซึง่ ในครัง้ นี ้ก็ต้องขออภัยหลายๆ ท่านที่เราไม่ได้ เปิ ดเหมือนกับการ ทัศนาจรเหมือนกับปี ที่แล้ ว ฉะนันในปี ้ นี ้เราไม่ได้ จดั ใหญ่มากเพียงแต่ จะนําส่วนหนึง่ เข้ าไปเรี ยนรู้เกี่ยวกับเมืองโบราณด้ วยเพราะสิ่งวันนี ้ที่ อาจารย์พดู ก็เป็ นส่วนหนึง่ เท่านัน้ เพราะว่าตัวเมืองโบราณเองก็มีพื ้นที่ๆ ใหญ่โต ถึงแม้ ว่าจะเข้ าไปเรี ยนรู้วนั หนึ่งก็คงจะเรี ยนรู้ไม่จบด้ วยซํ ้าไป


อย่ า งไรก็ ต ามมูล นิ ธิ เ ล็ ก -ประไพ วิ ริ ย ะพัน ธุ์ ก็ จ ะมี เ รื่ อ งที่ นํ า เสนอ เกี่ ยวกับ ความเป็ นคนสยามอยู่ด้ว ย โดยเฉพาะในครั ง้ หน้ า ในเดื อ น ธั น วาคมเราจะมี ก ารจัด ทุก ปี เกี่ ย วกับ เรื่ อ งคนจี น โดยเฉพาะจี น ที่ ค่อนข้ างจะถูกลืมสายหนึ่งในกรุ งเทพฯ นั่นก็คือเรื่ องของจีนบ้ าบ๋าใน กรุงเทพฯ บางคนอาจจะไม่เคยรู้ว่าในกลุ่มคนจีนที่มีจีนกวางตุ้ง ไหหลํา แต้ จิ๋ว แคระนันยั ้ งคงมีจีนบ้ าบ๋าอยู่ด้วยเป็ นจีนบ้ าบ๋าในกรุงเทพฯ และ อยู่ที่ไหนอย่างไรก็ขอเชิญในวันศุกร์ ที่ ๑๙ ธันวาคม และในวันนี ้ก่อนที่ จะจบรายการของอาจารย์ ทางมูลนิธิฯ ก็ขอเรี ยนเชิญทุกๆ ท่านร่ วม รับประทานอาหารเล็กๆ น้ อยๆ ด้ วยกันทางด้ านหลังของอาคารหลังนี ้ซึง่ ประเดี๋ยวจะมีเจ้ าหน้ าที่นําไป และขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่ วมรํ าลึก ถึง คุณเล็กและคุณ ประไพ วิริยะพันธุ์ วันนี ้ด้ วย ขอบพระคุณค่ะ อำจำรย์ ศรีศักร วัลลิโภดม ต่อไปนี ้เราจะทําประวัติศาสตร์ ที่กรุงเทพฯ เราจะเชิญคนที่อยู่ในท้ องถิ่น นันมาให้ ้ ข้อมูลมาช่วยกันสร้ าง เพราะเราขาดประวัติศาสตร์ คนเขียน ประวัติศาสตร์ แต่ละยุคนี่ก็ไม่พูดถึงความจริ งหรอก บางทีมันมีหลาย สาเหตุที่ไม่สามารถพูดความจริ งได้ แต่ถ้ามองวิถีทางประวัติศาสตร์ แล้ วก็มีการชิงราชสมบัตินนั่ เอง สมัยโบราณพระมหากษัตริ ย์จะอยู่ได้ ก็


เพราะมีบุญญาธิ การ เมื่อสิ ้นบุญแล้ วก็ต้องไป ฉะนัน้ พระเจ้ าตากเอง ท่านก็เมื่อสิ ้นบุญแล้ วก็ต้องไป ถ้ าประวั ติ ศ าสตร์ ผู ก มั ด เมื่ อ ไหร่ มั น ไม่ ส นุ ก เลย มั น บัง คั บ ให้ เชื่ อ เพราะฉะนัน้ การเขียนประวัติศาสตร์ มัน ไม่ ได้ มีอย่างเดียว ไม่ใ ช่คุณ เขียน คนหลายคนเขาสนใจเขาเขียนขึน้ มา แต่จะเห็นด้ วยหรื อไม่เห็น ด้ ว ยอยู่ที่ เ รา เราประเมิ น ให้ ไ ด้ ว่ า เป็ นข้ อ เท็ จ จริ ง หรื อ เปล่ า แล้ ว ผม อยากจะประเมินอย่างนี ว้ ่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ ้นนันมี ้ การชิงราชย์จริ ง แต่ ว่ามันเป็ นแบบสมัยโบราณเพราะว่าการปกครองในเมืองไทยเน้ นผู้มี บุญ ในเมื องเรามันไม่มี สันตติ วงศ์ สัน ตติ วงศ์ ไ ม่ ได้ สื บมาจากญี่ ปุ่ น ขึ ้นอยู่กบั ว่าคนไหนมีบญ ุ ก็ได้ เพราะฉะนันอยุ ้ ธยาเปลี่ยนมานับไม่ถ้วน อันนี ้ต้ องเข้ าใจตรงนี ้ แต่เรื่ องพระเจ้ าตากสินมีการเขียนแล้ วก็เกิ ดความเข้ าใจผิด พระเจ้ า ตากสินนี ้ท่านเป็ นคนธรรมดา เป็ นคนจีนที่รักชาติแล้ วเกิดขึ ้นมา ทีนี ้เมื่อ ท่านไปมีอํานาจแล้ ว ท่านไม่ถนัดเรื่ องการปกครอง เพราะฉะนัน้ เวลา หวนกลับเข้ าสู่ประเพณี นี่ท่านทําไม่ได้ เพราะฉะนัน้ ท่านมีจุด อ่อนใน เรื่ องพระศาสนา ท่านตังตั ้ วเป็ นพระสรรเพชญแล้ วจับพระสงฆ์ เฆี่ยน ต่างๆ เหล่านี ้ ตรงนัน้ ที่ทําให้ คนในสังคมไทยบอกว่าท่านเพีย้ นเพราะ


ท่านผิด อย่างนี ้หรื อใครก็ตามที่คิดว่าตัวเป็ นพระพุทธเจ้ านี ้จะมีปัญหา ทัน ที เ ลย นั่น เป็ นประเพณี เ มื อ งไทย แต่ นั่น เป็ นสิ่ ง เล็ ก น้ อ ยแต่ เ ป็ น จุดอ่อน ซึง่ ผิดกับพระพุทธยอดฟ้าฯ พระพุทธยอดฟ้าฯ ท่านเป็ นคนจัดเข้ าสูร่ ะบบ แล้ วบ้ านเมืองเวลาสงบนี ้ อาจจะต้ องการคนอย่างพระพุทธยอดฟ้ามากกว่า แต่นนั่ อันนี ้เวลามี การขัดแย้ งขึ ้นมาก็ว่าไป แต่ในกระแสการทางข่าวจะพูดอย่างนันไม่ ้ ได้ แต่อย่าเอาอดีตมาใช้ ให้ เกิดการขัดแย้ ง เวลานี ้เกิดการขัดแย้ งมาก เวลานี ท้ ี่ เ ราเรี ย นประวัติ ศ าสตร์ นัน้ อย่ า เชื่ อ ต้ อ งคิ ด ต้ อ งตัง้ คํ า ถาม เพราะฉะนั น้ สิ่ ง ที่ คุ ณ เล็ ก ทํ า นั น้ มุ่ ง ให้ คนคิ ด มากกว่ า คนเชื่ อ เพราะฉะนันแผ่ ้ นดินไทยในเมืองโบราณท้ าทายเลยว่าอันนีไ้ ม่จริ งแล้ ว มาถกเถียงกัน เราไปเสนอความรู้ในพระที่นงั่ ดุสิตที่คณ ุ เล็กทําขึ ้นมานี ้ ไม่จําเป็ นต้ องเหมือนพระที่นงั่ ดุสิตปั จจุบนั แต่ว่าจิตรกรรมฝาผนังที่อยู่ นีอ้ ธิ บายความเป็ นมาของกรุ งเทพฯ ทัง้ ประวัติศาสตร์ ในการสู้รบ ใน การสัม พัน ธ์ กับ ต่ า งประเทศแล้ ว ก็ ป ระเพณี สิ บ สองเดื อ น ว่ า อะไรที่ เกิดขึ ้นในประเพณีสิบสองเดือนนี ้ อันนี ้บันทึกไว้ ให้ เป็ นข้ อมูลให้ คนไปดู เพราะฉะนันเวลาคนไปดู ้ ปราสาทดุสิตที่เมืองโบราณนัน้ อย่าคิดว่านี่คือ ดุสิ ต ที่ ใ นพระบรมมหาราชวัง ไม่ ใ ช่ แต่ เ ป็ นสัญ ลัก ษณ์ ว่ า ในสมัย


กรุ งเทพฯ นันไม่ ้ สามารถสร้ างพระที่นงั่ แบบสรรเพชญมหาปราสาทได้ เพราะครัง้ หนึง่ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ท่านเคยสร้ าง อันนี ้ก็หวนกลับว่าเจ้ านายสมัยก่อนนี ้ท่านดูกนั พระพุทธยอดฟ้าฯ ท่าน จะสร้ างปราสาทสรรเพชญขึ ้นในกรุงเทพฯ มีพระที่นงั่ ยาวแล้ วก็มีมขุ สัน้ มุขขวา มุขสันสองข้ ้ าง ไฟไหม้ ท่านบอกท่านบุญไม่ถึง ท่านเลยสร้ าง พระที่นั่งดุสิต สมัยก่อนนีค้ นเขาเชื่ออย่างนี ้ คนส่วนใหญ่ ก็ว่าถ้ าท่าน สิ ้นบุญแล้ วเขาไม่มีใครรื อ้ ขึน้ หรอกเพราะว่าเรื่ องของเจ้ านายเป็ นอีก เรื่ องหนึ่ง แม้ กระทัง่ หลังจากนัน้ ก็ฆ่ากันอย่างนี ้ นี่ฆ่ากันมาตังแต่ ้ สมัย อยุธ ยาแล้ ว ตระกูล บ้ า นพลูห ลวงเข้ ามาสมเด็ จพระนารายณ์ นี่ เ ป็ น ธรรมดาเลย ถ้ าเราเรี ยนวิถีทางประวัติศาสตร์ ที่ตรงนัน้ แต่ถามว่าเมื่อคนที่ขึ ้นมาแล้ วนี่ให้ ความร่ มเย็นเป็ นสุขกับบ้ านเมืองหรื อ เปล่า ประชาราษฎร์ ไม่ได้ คิดอย่างนี ้ มาปั จจุบันเราคิด แล้ วเราสร้ าง สัญลักษณ์ มาสู้กัน อย่างเวลานีม้ ีทหารพระเจ้ าตากขึ ้นมา แต่ที่อื่นเขา ไม่เห็นด้ วย อย่างนครศรี ธรรมราชเขาไม่เห็นด้ วย เขาก็บอกว่าพระเจ้ า ตากไม่ ไ ด้ ถูก ปลงพระชนม์ แ ต่ ท่ า นไปเที่ ย วที่ น ครศรี ธ รรมราช เกิ ด ตํานานเรื่ องพระเจ้ าตากไปจําศีลที่นั่น เขาสร้ างตํานานขึน้ มาอธิ บาย แต่ทงนี ั ้ ้ไม่ใช่ประวัติศาสตร์ ของความเป็ นจริ งเพราะหายาก


เพราะฉะนันประวั ้ ติศาสตร์ อย่าหาว่าเป็ นข้ อยุติ เราเรี ยนประวัติศาสตร์ รู้ ประวั ติ ศ าสตร์ แบบตั ง้ คํ า ถาม ผมว่ า เราแก้ อั น นี จ้ ะทํ า ให้ เรามี สติปัญญาขึ ้นไม่เป็ นเหยื่อ เดี๋ยวนี ้มอมเมาด้ วยวิธีแบบนี ้ทังนั ้ น้ มันเรี ยนประวัติศาสตร์ แบบถูกครอบงํา เอาอย่างนี ้เราจะเริ่ มต้ นว่าคน สยามคืออะไร คนสยามไม่ใช่คนไทยที่สืบสายเลือดมาจากเทื อกเขาอัล ไต ไม่ใช่เป็ นเชื ้อชาติ จอมพล ป. ผิดในการสร้ างประเทศไทยเป็ นแบบ ของญี่ ปนุ่ ญี่ ปนเขาบอกคนญี ุ่ ่ ปนเหมื ุ่ อนกันหมด เป็ นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ เน้ นในเรื่ องของวัฒนธรรมไม่ใช่สายเลือด แต่จอมพล ป. สร้ างเมืองไทย เพราะฉะนันญี ้ ่ ปนนี ุ่ ่มนั สามารถบูรณาการคนที่หลากหลายชาติ พนั ธุ์นี่ มาเป็ นคนญี่ ปนุ่ แต่จอมพล ป. ดันเอาสิ่งที่เขาหลากหลายมาเป็ นชาติ พัน ธุ์ เ ดี ย ว มัน ถึ ง ได้ เ กิ ด ทะเลาะกั น แล้ ว ก็ เ ปลี่ ย นชื่ อ ดิ น แดนที่ มัน หลากหลายมาเป็ นประเทศไทยอย่างนี ้ หมายความว่าของประเทศไทย เป็ นของเอเชี่ยนภูมิภาคเดียวหรื อแล้ วของที่มีอยู่นี ้เป็ นอย่างไร มัน ถึงได้ ถูก React ออกมา เมืองโบราณเกิดขึ ้นที่ตรงนี ้ คนที่เขาอยู่นี่เขาก็เป็ น เจ้ าของเหมื อนกัน แล้ วเวลานี ด้ ูประวัติศาสตร์ ซิท างตะวัน ตกนี่ พ วก กะเหรี่ ยงพวกมอญนี่ถกู รังแก


เมื่อครัง้ กู้ชาติในสมัยรัชกาลที่ ๑ ทหารมอญ ทหารกะเหรี่ ยงสี่หมื่นคน ทหารไทยมีที่ไหน อันนี ้ฝาเฟี ย้ มนี ้มาจากจีน คือเอาวัฒนธรรมของที่อื่นเอาวัฒนธรรมของ จีนมาผสมผสาน ฝาปะกนทุกอันนีเ้ ป็ นของจีน คือวัฒนธรรมไทยนี่มนั ไม่ใช่โดดๆ มันมาผสม นี่ละคือความเป็ นสยาม แม้ กระทัง่ เพลง อย่าง เพลงจีน เพลงเขมร แขกลพบุรีทงั ้ นัน้ มันรวมผสม รวมทัง้ อาหารด้ วย ความหลากหลายคือเรื่ อ งอาหาร แล้ วเวลานี ท้ ่ านมาเข้ าใจตรงนี น้ ะ เมืองไทยยังอยู่ได้ เพราะมีอาหาร สิ่งหนึง่ ที่คณ ุ เล็กเอามามีพวกตุ๊กตาหินอยู่เป็ นจํานวนมากเป็ นพวกสาม ก๊ กเอามาเก็บไว้ ที่เมืองโบราณ เดี๋ยวนี ้หากันแทบตาย แล้ วไปหาที่ไหนก็ ไปที่เขาขายของเก่า การถมคลองนัน้ น่ากลัวมาก ถ้ าหากจะรู้ ว่า กรุ งเทพฯ มีคลองอย่างไร อ่ า นสุน ทรภู่ นิ ร าศภูเ ขาทอง นิ ร าศเพชรบุรี จ ะเห็ น คลองต่ า งๆ ใน กรุงเทพฯ มีคลอง เขาระบายนํ ้าด้ วยตัวเองหมด แต่คนรุ่นหลังมันไปถม คลองเพราะมันบ้ าแบบตะวันตก อย่างสนามบินสุวรรณภูมิมนั เขตที่เขา เทนํ า้ ทิ ง้ ติด กับ มหานครอี ก แล้ ว นํ า้ ท่ วมมากเลย แล้ ว ที่ คนตายเป็ น กรุ ง เทพฯ เดี๋ ยวนี ท้ ่ านรู้ ไหมการถมคลองอาจจะไม่ เข้ า ใจสองฝั่ ง นํ า้


เจ้ าพระยาถึงนครสวรรค์ นัน้ คนที่อยู่ริมนํา้ ๆ ท่วมขัง มันเกิ ดภาวะนํา้ ท่วมขังใช่ไหมซึ่งอันตรายที่สดุ เลย ก็เพราะมันคอรัปชัน่ กัน ถ้ าหากว่า เราจะเข้ าใจผมคิดว่าบอกการเมืองใหม่นีไ้ ปอ่านนิราศสุนทรภู่ คลอง อะไรที่เขามีอยู่นี่ถามว่าจะใช้ รัฐธรรมนูญเอาคืนมาได้ ไหม อย่างคลอง บางบําหรุ ข้างหลังอย่างกับท่อนํา้ เมื่อก่อนนีเ้ ขาใช้ เรื อพายไปพายมา นํ ้าไม่ท่วมเขาอยู่บนบก อเมริ กาเข้ ามาเขารู้ ว่ามันดูถูกของเก่าเขา ทีนี ้ มันมากแล้ วจอมพล ป. เข้ าใจทหาร ทหารปื นใหญ่ แล้ วท่านมองอะไร คือข้ ามชาติ แบบเวลานี ้มองข้ ามชาติฝรั่งดีเอามาใช้ ทงดุ ั ้ ้ นจึงเกิดปั ญหา ขึ ้นมา เพราะฉะนันการเปลี ้ ่ยนแปลงจอมพล ป.เอาวัฒนธรรมแบบฝรั่ง เข้ ามาใส่ ใ ห้ เลิ ก กิ น หมาก ถึ ง ได้ เ กิ ด ปั ญ หาภาคใต้ พอมาถึ ง จอม พลสฤษดิฉ์ ิบหายเลย งานคือเงิน เงินคืองานฉิบหายหมด มาถึงยุคหลัง นี ห้ มดเลย ในสยามประเทศนี ไ้ ม่ มี แล้ ว สิ่ ง ที่ มี อ ยู่ ข ณะนี ค้ ื อ สยาม ประเทศไม่มีมนุษยธรรม ปั ญหาความไม่ชอบธรรมของรัฐบาลนีไ้ ม่ใช่ ปั ญ หาประชาธิ ป ไตยหรื อ กฎหมาย ปั ญ หาที่ ข าดมนุษ ยธรรม ขาด ศีลธรรมโดยตรง อันนี ้ไม่ต้องพูดถึงเลย กรรมการของเรากรรมการสิทธิ์ ที่มีอาจารย์เสน่ห์เป็ นประธาน แล้ วผมยังนึ กถึงสมเด็จพระพี่นางฯ สิ่งที่ ท่านเตือนไว้ คือความเป็ นมนุษย์ เราทําหนังสืออันหนึ่งของเมืองโบราณ ร่ วมอยู่ตรงนี ้ พระพี่นางฯ นีท้ ่านเน้ นเรื่ องมนุษยธรรมมาก ขณะนีใ้ น


สยามประเทศไร้ ซึ่งศีลธรรมและมนุษยธรรม ปั ญหาที่เราจะกลายเป็ น เมื อ งบาปที่ ต รงนี ้ ถ้ า เราไม่ ตื่ น ตัว ฉิ บ หายหมด ผมว่ า เรื่ อ งศี ล ธรรม จริ ยธรรมสําคัญมาก จริ ยธรรมนี่สําคัญมาก รัฐบาลขาดตรงนี ้ อย่างเช่น เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เขานี่ก็คือชนชันกลางรุ ้ ่ นใหม่ที่เขามีความคิดเขาไป เรี ยกร้ องเขาถูกระเบิดตาย ทางฝ่ ายรัฐบาลบอกบีบระเบิด อันนี ้จบแล้ ว ไม่ ต้ องพู ด กั น หรอก คํ า ถามนั น้ ไม่ ใ ช่ ว่ า ถู ก กฎห มายหรื อว่ า ประชาธิปไตย สิ่งที่เราต้ องคุยกันนี ้คือมนุษยธรรม ผู้เข้ ำร่ วมรับฟั งกำรอภิปรำย เพชรบุรีเท่าที่ผมสังเกตความเป็ นชุมชนพอสมควรถึงแม้ ว่าที่นี่เป็ นเมือง เก่าแก่เป็ นเมืองที่มีความเจริ ญ ทางการค้ ามากมาย แต่ว่าความเป็ น เพชรบุรี ความเป็ นคนอะไรต่างๆ นี ้ยังเหลืออยู่เยอะเลยทีเดียว อำจำรย์ ศรีศักร วัลลิโภดม เพชรบุรีเป็ นตัวอย่างของเมืองสยามรุ่ นแรกๆ เพราะมีหลายชาติหลาย ภาษาเข้ ามาเพราะเป็ นเมืองท่า แล้ วโดยเหตุที่เมืองท่านี ้จะมีการติดต่อ กับจีน มีจดหมายเหตุอยู่เขาบอกว่า การรบจากสยามนัน้ ส่งทูตจาก เมืองพริ บพรี ส่งทูตไปเมืองจีน อันนัน้ หมายถึงกษัตริ ย์ราชวงศ์สวุ รรณ ภูมิที่ผ่านเพชรบุรี ที่มีอยู่ในกลุ่มของสุวรรณภูมิส่งไปยังติดต่อที่เมืองจีน


แล้ วเขาพูดถึงสยามใช่ไหม คําว่าสยามเกิดขึน้ ที่ตรงนัน้ มันอยู่ในเขต สยามเป็ นเมืองที่อยู่ในเขตแดนสยามแล้ วเป็ นเมืองท่า และเป็ นนครที่ อยู่ใ นกลุ่ม เดี ย วกับ สุว รรณภูมิ คุณ ต้ อ งไปดูป ระวัติ ศ าสตร์ อ ยุธ ยา ตอนต้ น เมื่อราชวงศ์สพุ รรณภูมิเข้ ามาแทนที่พระรามาธิบดี ขุนหลวงงัว่ แล้ วถึง นคริ นทราชาธิราช สมเด็จพระนคริ นทราชาธิราชท่านเคยเสด็จ ไปเมื อ งจี น จี น เรี ย กเตี ย้ วลกกวนอิ น ตรงนัน้ เจ้ า เมื อ งสุพ รรณบุรี จี น เรี ยกซูบนนั ั ้ ง่ อ๋องมีการติดต่อกับจีน แล้ วเจ้ านครอินคือสิ่งที่เรี ยกพระร่ วง ไปเอาเรื่ อ งการเครื่ อ งปั น้ ดิน เผามา เกิ ดเตาแม่ นํ า้ น้ อ ย เตาต่า งๆ นี ้ มากมายซึ่งรวมทัง้ สุโขทัยด้ วย เตาของสุโขทัยที่ผลิตขายนี่ไม่ใช่ของ สุโขทัยทางพระเจ้ ารามคําแหงหรื อพระมหาธรรมราชา ไปเกิดขึน้ ที่ใน สมัยที่ภายใต้ อิทธิพลของอยุธยา มันเกิดในรูปของเมืองสวรรคโลก คือ สวรรคโลกเรี ย กเพี ย้ นเป็ นสัง คโลก เป็ นแหล่ง ผลิ ต เครื่ อ งปั น้ ดิ น เผา อิทธิพลจีนทังนั ้ น้ แล้ วพระราชาธิราชท่านเป็ นคนเอามา แล้ วเอาตํารา จีนต่างๆ มาปรุ งแต่ง การปกครอง การค้ าเจริ ญ ในสมัยพระนคริ น ท ราชาธิราชที่เป็ นปู่ ของพระบรมไตรโลกนาถ แล้ วทําให้ บ้านเมืองเปลี่ยน ทําให้ อยุธยามีอํานาจทังทางเศรษฐกิ ้ จและการทหาร เพชรบุรีเป็ นส่วน หนึง่


เมืองเพชรบุรีก็เป็ นเมืองท่าขึ ้นที่ทางโน้ นก็มาผ่านทางนี ้เป็ นที่รวม มันมี หลายกลุ่มเข้ ามา ทีนี ้การเจริ ญเมืองเพชรบุรีมนั เจริ ญมาก่อนการสร้ าง พระนครศรี อ ยุ ธ ยา เพราะในช่ ว งหนึ่ ง เพชรบุ รี นับ ถื อ พุ ท ธศาสนา มหายาน ที่ในตัวเมืองเจ้ านายอุปถัมภ์พทุ ธศาสนามหายานที่เป็ นแบบ เดียวกับขอมที่เกิดวัดกําแพงแลงขึน้ เหมือนปราสาทพระขรรค์เอามา แสดงเกี ยรติ์ภูมิ แต่ไม่เจริ ญขึน้ มันถึงเกิ ดเส้ นทางที่ ผ่านละโว้ ลพบุรี ราชบุรีด้วยในกลุม่ เดียวกัน เป็ นกลุ่มของเจ้ าเมืองที่อปุ ถัมภ์พทุ ธศาสนา มหายาน เพราะเรามองขอมเป็ นศูนย์กลางอารยธรรมแต่ไม่มีศนู ย์กลาง ทางการเมือง เพราะฉะนันเราถึ ้ งบอกว่าเราได้ อะไรต่างๆ มาจากกรุ งยโสทรปุระ เรา ยกย่องเขา แล้ วเมื่อเราพยายามจะเอาแบบนี่ ตัวนาคก็เอาแบบมาสร้ าง พระบรมมหาราชวัง แล้ วที่สําคัญ คือ พระเจ้ าปราสาททองก็ มาสร้ าง ความชอบธรรม คื อ ของเรานี ไ้ ม่ เ อามาแบบขอม เอารู ป แบบเขาเข้ ามาใช้ แต่ Meaning ไม่ใช่ พระมหากษัตริ ย์ไทยไม่ใช่พระเทวราช เทวราช หมายถึ ง จุติล งมาจากสวรรค์ แต่ว่า พระมหากษั ตริ ย์ไ ทยเป็ นมนุษ ย์ ธรรมดามาในรูปของโพธิสตั ว์ เพราะฉะนันเวลาคุ ้ ณศึกษาอันนี ้คุณต้ อง


ดูที่ชาดก ชาดกพระเจ้ าห้ าร้ อยห้ าสิบชาตินี ้พูดถึงพระพุทธเจ้ าพัฒนาจิต มาตังแต่ ้ สตั ว์ตระกูลตํ่าๆ อย่างที่ท่านพุทธทาสเรี ยกว่าสมองตะกวดใน ท้ องแมวนี่ขึ ้นมาตามลําดับเลย แล้ วจึงกลายเป็ นสมมุติราช ในห้ าร้ อยห้ าสิบชาติเรามาตัดเอาอยุธยาเอาเหลือสิบชาติจึงเกิ ดทศ บารมีขึ ้น แล้ วพระชาติสดุ ท้ ายคือพระมหาเวชสันดร ตรงนันปฏิ ้ บตั ิทาน บารมี ตรงนันเป็ ้ นสัญลักษณ์ของสมมุติราช พระเวชสันดรคือตัวรูปแบบ ของสมมุติร าช แล้ ว ในคติ ของพระมหากษั ต ริ ย์แ บบสมมุติ ร าชมัน มี ลักษณะสองอย่าง อย่างหนึ่งคือเป็ นผู้ชนะโลก เป็ นราชาธิราช อีกอย่าง หนึ่งคือธรรมราชา พระมหากษั ตริ ย์จะทําอย่างนีท้ งั ้ ให้ และเอาจะต้ อง เชื่อมโยงกัน สมเด็จพระเจ้ าอยู่หัวท่านถื อตรงนี ้ แล้ วสิ่งที่สําคัญของ สมมุติราชคือทานบารมีก่อนที่จะผ่านพระโพธิสตั ว์ขึ ้นเป็ นพระพุทธเจ้ า เป็ นจากข้ างล่างขึ ้นมา รู ปแบบเอามาใช้ เพื่อประดับพระบารมีเท่านัน้ เพราะชื่ อรามาธิ บดีนี่เป็ นเรื่ อ งที่ ประกอบ ถ้ าคุณ จะอ่ านต้ อ งไปอ่ าน กฎหมายตราสามดวงและเรื่ องไตรภูมิเรื่ องนีห้ มดเลย คือเวลาเราไป บอกว่าเป็ นเทวราชนี่เลอะเทอะตีความกันผิด ที่จริ งแล้ วไม่ใช่แต่เราเอา รูปแบบเขามาใช้


เพราะฉะนั น้ พระมหากษั ต ริ ย์ เราไม่ ใ ช่ เ ป็ นเทวราช แต่ สิ่ ง ที่ พระมหากษัตริ ย์เรามีอํานาจเหนือเทวราชก็คือพระมหากษัตริ ย์เป็ นองค์ อัค รศาสนูป ถัม ภก อุปถัมภ์ ทุก ศาสนาเลยทํ า ให้ เข้ ามาเกี่ ย วข้ อ งทุก ราชอาณาจักรได้ โดยที่ถ้าใครทําร้ ายพระมหากษัตริ ย์หมายความว่าคุณ ทําร้ ายศาสนา ซึง่ มีอํานาจเป็ นอํานาจแฝง แต่ไม่ใช่อํานาจแบบเทวราช แบบขอมเจ๊ งไปแล้ ว ทําไมทางฮินดูมหายานอยู่ไม่ได้ เพราะเป็ นอํานาจ แบบเทวราช แต่อํานาจแบบสมมุติราชนี ้ไม่ใช่ ผู้เข้ ำร่ วมฟั งกำรอภิปรำย ในความคิดส่วนตัวของอาจารย์คยุ เรื่ องสยามผมสงสัยอยากสอบถาม ว่าคําว่าอพยพมาจากที่อื่นๆ นี่อาจารย์มีความคิดส่วนตัวเชื่อหรื อไม่ว่า เราไม่เคยอพยพมาจากที่ไหนเลย เราอยู่ที่นี่มาตัง้ แต่อดีตกาล นี่เป็ น คําถามที่หนึ่ง คําถามที่สอง มีการค้ นพบซากมนุษย์ยกั ษ์ ที่ปักกิ่งที่ชวา และที่ลําปางเป็ นรุ่นเดียวกัน ฉะนันอายุ ้ ตงแต่ ั ้ สองหมื่นถึงห้ าหมื่นปี การ ค้ นพบที่หินเก่า รุ่นยุคหินเก่าที่กาญจนบุรี เราไม่เคยมาจากไหนเลยเรา อยู่ที่นี่มาแต่อดีต อาจารย์เชื่อแบบนี ้หรื อเปล่าครับ ผู้เข้ ำร่ วมรับฟั งกำรอภิปรำย


เพชรบุรีเท่าที่ผมสังเกตความเป็ นชุมชนพอสมควรถึงแม้ ว่าที่นี่เป็ นเมือง เก่าแก่เป็ นเมืองที่มีความเจริ ญ ทางการค้ ามากมาย แต่ว่าความเป็ น เพชรบุรี ความเป็ นคนอะไรต่างๆ นี ้ยังเหลืออยู่เยอะเลยทีเดียว อำจำรย์ ศรีศักร วัลลิโภดม เพชรบุรีเป็ นตัวอย่างของเมืองสยามรุ่ นแรกๆ เพราะมีหลายชาติหลาย ภาษาเข้ ามาเพราะเป็ นเมืองท่า แล้ วโดยเหตุที่เมืองท่านี ้จะมีการติดต่อ กับจีน มีจดหมายเหตุอยู่เขาบอกว่า การรบจากสยามนัน้ ส่งทูตจาก เมืองพริ บพรี ส่งทูตไปเมืองจีน อันนัน้ หมายถึงกษัตริ ย์ราชวงศ์สวุ รรณ ภูมิที่ผ่านเพชรบุรี ที่มีอยู่ในกลุ่มของสุวรรณภูมิส่งไปยังติดต่อที่เมืองจีน แล้ วเขาพูดถึงสยามใช่ไหม คําว่าสยามเกิดขึน้ ที่ตรงนัน้ มันอยู่ในเขต สยามเป็ นเมืองที่อยู่ในเขตแดนสยามแล้ วเป็ นเมืองท่า และเป็ นนครที่ อยู่ใ นกลุ่ม เดี ย วกับ สุว รรณภูมิ คุณ ต้ อ งไปดูป ระวัติ ศ าสตร์ อ ยุธ ยา ตอนต้ น เมื่อราชวงศ์สพุ รรณภูมิเข้ ามาแทนที่พระรามาธิบดี ขุนหลวงงัว่ แล้ วถึง นคริ นทราชาธิราช สมเด็จพระนคริ นทราชาธิราชท่านเคยเสด็จ ไปเมื อ งจี น จี น เรี ย กเตี ย้ วลกกวนอิ น ตรงนัน้ เจ้ า เมื อ งสุพ รรณบุรี จี น เรี ยกซูบนนั ั ้ ง่ อ๋องมีการติดต่อกับจีน แล้ วเจ้ านครอินคือสิ่งที่เรี ยกพระร่ วง ไปเอาเรื่ อ งการเครื่ อ งปั น้ ดิน เผามา เกิ ดเตาแม่ นํ า้ น้ อ ย เตาต่า งๆ นี ้


มากมายซึ่งรวมทัง้ สุโขทัยด้ วย เตาของสุโขทัยที่ผลิตขายนี่ไม่ใช่ของ สุโขทัยทางพระเจ้ ารามคําแหงหรื อพระมหาธรรมราชา ไปเกิดขึน้ ที่ใน สมัยที่ภายใต้ อิทธิพลของอยุธยา มันเกิดในรูปของเมืองสวรรคโลก คือ สวรรคโลกเรี ย กเพี ย้ นเป็ นสัง คโลก เป็ นแหล่ง ผลิ ต เครื่ อ งปั น้ ดิ น เผา อิทธิพลจีนทังนั ้ น้ แล้ วพระราชาธิราชท่านเป็ นคนเอามา แล้ วเอาตํารา จีนต่างๆ มาปรุ งแต่ง การปกครอง การค้ าเจริ ญ ในสมัยพระนคริ น ท ราชาธิราชที่เป็ นปู่ ของพระบรมไตรโลกนาถ แล้ วทําให้ บ้านเมืองเปลี่ยน ทําให้ อยุธยามีอํานาจทัง้ ทางเศรษฐกิจและการทหาร เพชรบุรีเป็ นส่วน หนึง่ เมืองเพชรบุรีก็เป็ นเมืองท่าขึ ้นที่ทางโน้ นก็มาผ่านทางนี ้เป็ นที่รวม มันมี หลายกลุ่มเข้ ามา ทีนี ้การเจริ ญเมืองเพชรบุรีมนั เจริ ญมาก่อนการสร้ าง พระนครศรี อ ยุ ธ ยา เพราะในช่ ว งหนึ่ ง เพชรบุ รี นับ ถื อ พุ ท ธศาสนา มหายาน ที่ในตัวเมืองเจ้ านายอุปถัมภ์พทุ ธศาสนามหายานที่เป็ นแบบ เดียวกับขอมที่เกิดวัดกําแพงแลงขึน้ เหมือนปราสาทพระขรรค์เอามา แสดงเกี ยรติ์ภูมิ แต่ไม่เจริ ญขึน้ มันถึงเกิ ดเส้ นทางที่ ผ่านละโว้ ลพบุรี ราชบุรีด้วยในกลุม่ เดียวกัน เป็ นกลุ่มของเจ้ าเมืองที่อปุ ถัมภ์พทุ ธศาสนา มหายาน เพราะเรามองขอมเป็ นศูนย์กลางอารยธรรมแต่ไม่มีศนู ย์กลาง ทางการเมือง


เพราะฉะนันเราถึ ้ งบอกว่าเราได้ อะไรต่างๆ มาจากกรุ งยโสทรปุระ เรา ยกย่องเขา แล้ วเมื่อเราพยายามจะเอาแบบนี่ ตัวนาคก็เอาแบบมาสร้ าง พระบรมมหาราชวัง แล้ วที่สําคัญ คือ พระเจ้ าปราสาททองก็ มาสร้ าง ความชอบธรรม คื อ ของเรานี ไ้ ม่ เ อามาแบบขอม เอารู ป แบบเขาเข้ ามาใช้ แต่ Meaning ไม่ใช่ พระมหากษัตริ ย์ไทยไม่ใช่พระเทวราช เทวราช หมายถึ ง จุติล งมาจากสวรรค์ แต่ว่า พระมหากษั ตริ ย์ไ ทยเป็ นมนุษ ย์ ธรรมดามาในรูปของโพธิสตั ว์ เพราะฉะนันเวลาคุ ้ ณศึกษาอันนี ้คุณต้ อง ดูที่ชาดก ชาดกพระเจ้ าห้ าร้ อยห้ าสิบชาตินี ้พูดถึงพระพุทธเจ้ าพัฒนาจิต มาตังแต่ ้ สตั ว์ตระกูลตํ่าๆ อย่างที่ท่านพุทธทาสเรี ยกว่าสมองตะกวดใน ท้ องแมวนี่ขึ ้นมาตามลําดับเลย แล้ วจึงกลายเป็ นสมมุติราช ในห้ าร้ อยห้ าสิบชาติเรามาตัดเอาอยุธยาเอาเหลือสิบชาติจึงเกิ ดทศ บารมีขึ ้น แล้ วพระชาติสดุ ท้ ายคือพระมหาเวชสันดร ตรงนันปฏิ ้ บตั ิทาน บารมี ตรงนันเป็ ้ นสัญลักษณ์ของสมมุติราช พระเวชสันดรคือตัวรูปแบบ ของสมมุติร าช แล้ ว ในคติ ของพระมหากษั ต ริ ย์แ บบสมมุติ ร าชมัน มี ลักษณะสองอย่าง อย่างหนึ่งคือเป็ นผู้ชนะโลก เป็ นราชาธิราช อีกอย่าง หนึ่งคือธรรมราชา พระมหากษัตริ ย์จะทําอย่างนีท้ งั ้ ให้ และเอาจะต้ อง


เชื่อมโยงกัน สมเด็จพระเจ้ าอยู่หัวท่านถื อตรงนี ้ แล้ วสิ่งที่สําคัญของ สมมุติราชคือทานบารมีก่อนที่จะผ่านพระโพธิสตั ว์ขึ ้นเป็ นพระพุทธเจ้ า เป็ นจากข้ างล่างขึ ้นมา รู ปแบบเอามาใช้ เพื่อประดับพระบารมีเท่านัน้ เพราะชื่ อรามาธิ บดีนี่เป็ นเรื่ อ งที่ ประกอบ ถ้ าคุณ จะอ่ านต้ อ งไปอ่ าน กฎหมายตราสามดวงและเรื่ องไตรภูมิเรื่ องนีห้ มดเลย คือเวลาเราไป บอกว่าเป็ นเทวราชนี่เลอะเทอะตีความกันผิด ที่จริ งแล้ วไม่ใช่แต่เราเอา รูปแบบเขามาใช้ เพราะฉะนั น้ พระมหากษั ต ริ ย์ เราไม่ ใ ช่ เ ป็ นเทวราช แต่ สิ่ ง ที่ พระมหากษัตริ ย์เรามีอํานาจเหนือเทวราชก็คือพระมหากษัตริ ย์เป็ นองค์ อัค รศาสนูป ถัม ภก อุปถัมภ์ ทุก ศาสนาเลยทํ า ให้ เข้ ามาเกี่ ย วข้ อ งทุก ราชอาณาจักรได้ โดยที่ถ้าใครทําร้ ายพระมหากษัตริ ย์หมายความว่าคุณ ทําร้ ายศาสนา ซึง่ มีอํานาจเป็ นอํานาจแฝง แต่ไม่ใช่อํานาจแบบเทวราช แบบขอมเจ๊ งไปแล้ ว ทําไมทางฮินดูมหายานอยู่ไม่ได้ เพราะเป็ นอํานาจ แบบเทวราช แต่อํานาจแบบสมมุติราชนี ้ไม่ใช่ ผู้เข้ ำร่ วมฟั งกำรอภิปรำย ในความคิดส่วนตัวของอาจารย์คยุ เรื่ องสยามผมสงสัยอยากสอบถาม ว่าคําว่าอพยพมาจากที่อื่นๆ นี่อาจารย์มีความคิดส่วนตัวเชื่อหรื อไม่ว่า


เราไม่เคยอพยพมาจากที่ไหนเลย เราอยู่ที่นี่มาตัง้ แต่อดีตกาล นี่ เป็ น คําถามที่หนึ่ง คําถามที่สอง มีการค้ นพบซากมนุษย์ยกั ษ์ ที่ปักกิ่งที่ชวา และที่ลําปางเป็ นรุ่นเดียวกัน ฉะนันอายุ ้ ตงแต่ ั ้ สองหมื่นถึงห้ าหมื่นปี การ ค้ นพบที่หินเก่า รุ่นยุคหินเก่าที่กาญจนบุรี เราไม่เคยมาจากไหนเลยเรา อยู่ที่นี่มาแต่อดีต อาจารย์เชื่อแบบนี ้หรื อเปล่าครับ อำจำรย์ ศรีศักร วัลลิโภดม คือ อย่ างนี ค้ รั บ ดิ นแดนที่ เ ป็ นเอเชี ยอาคเนย์ นี เ้ ป็ นดิ น แดนที่ มี ความ หลากหลายทางชีวภาพมาก สมัยก่อนนี ้ประชาชนน้ อย เพราะฉะนันดู ้ หลักฐานทางโบราณคดีมีคนอยู่นิดเดียวในเขตถํ ้าและในเขตชายทะเล ซึง่ มนุษย์จะไปๆ มา อยู่อย่างนี ้ แต่ว่าพอช่วงเวลาสักประมาณสี่พนั ปี ลง มาเริ่ มมีการเคลื่อนมาจากที่อื่น ทุกสารทิศเลยเข้ ามาตังทางเขตทางนี ้ ้ ประมาณสองพันห้ าร้ อยปี ดินแดนอันนี ้เรี ยกว่าสุวรรณภูมิ คําว่าสุวรรณ ภูมินีไ้ ม่ได้ หมายความว่าเป็ นดินแดนทอง เป็ นดิน แดนที่ มีทรั พ ยากร มาก ทังจี ้ นทังอิ ้ นเดียนี่หลัง่ ไหลเข้ ามาตลอด เราถึ งพบหลักฐานตังแต่ ้ บ้ านเชียงเรื่ อยไป ถึงมีสมั พันธ์กบั จีนใต้ กบั อินเดียมาตลอดหลากหลาย เข้ ามา แล้ วการที่หลากหลายเข้ ามานี่มาหลายระยะมาก แล้ วเมื่อเข้ า มาแล้ วเขาคือสุวรรณภูมิ


ในสุวรรณภูมิ คําว่าสุวรรณภูมินีม้ นั กว้ าง มันมาตังแต่ ้ สมัยสองพันห้ า ร้ อยปี คื อ ต้ น พุท ธกาล พอต่ อ มามัน ก็ มี ก ารเรี ย กย่ อ ยในเรื่ อ งของตัว ดิ น แดนเฉพาะ อย่ า งเช่ น ในเขตอิ น โดนี เ ซี ย จี น เรี ย กยวาทวี ป คื อ หมายถึ ง ชวาเกาะชวา สุม าตราเรี ย กมลายู แล้ ว ก็ มี กัม พูช าเทศะนี ้ เรื่ อยมา พอถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๗,๑๘ มีสยามประเทศเกิดขึน้ เพราะ มันเกิดขึ ้นมาเพราะประชาชนตรงนัน้ แต่ละแห่งเป็ นการผสมทังสิ ้ ้น แล้ ว จะบอกว่ามาก็ได้ มาจากที่โน่นก็ได้ อยุธยาก็ได้ ที่นี่ก็ได้ มาผสมผสาน กัน อย่าไปหาข้ อยุติว่าเคลื่อนย้ ายอย่างไร เพราะแต่เดิมคนมันไม่มาก เพราะเรารู้ จากหลัก ฐานทางโบราณคดี แต่ มั น มี พั ฒ นาการทาง เทคโนโลยีสงู โดยเฉพาะการทําโลหะ แล้ วจีนเข้ ามาทางด้ านเทคโนโลยี เยอะ แล้ วทางอินเดียเข้ ามาทางระบบความเชื่อ เขามาผสมผสาน อย่า ไปหาว่ามันเก่า ถ้ ากรี ดเลือดนี่มนั ผสมทังนั ้ น้ แต่มนั มีกลุม่ ที่มีตระกูลภาษาเก่าอยู่ระยะแรก กลุ่มที่มีอยู่มากก็คือกลุ่ม มาลาโยโพลีนิเชี่ยน คืออยู่ในเขตชายทะเลซึ่งเป็ นตระกูลภาษามาเลย์ พวกละว้ าพวกนี ้อยู่ในตระกูลมอญขะแมร์ กะเหรี่ ยง มอญ เขมร ละว้ า พวกนี ้มอญขะแมร์ ทงสิ ั ้ ้น คือพวกนีค้ ือกลุ่มคน แล้ วกลุ่มที่เป็ นมาลาโย โพลี นิ เ ชี่ ย นนี่ ม าเป็ นพวกมาเลย์ กลุ่ม ที่ เ ป็ นออสโตเอลรี ตี ฟ ก็ เ ป็ น มอญขะแมร์ แต่กลุ่มศรี วิชยั เป็ นกลุ่มมาเลย์ เพราะมันกินพืน้ ที่ตงแต่ ั ้ สุ


มาตราถึงตัวแหลมมาลายูแต่ไม่ใช่ชวา เวลาเราพูดถึงอินโดนีเชียส่วน หนึ่ง เป็ นมาลายูอีกส่วนหนึ่ง เป็ นชวาใช่ไหมเป็ นเกาะชวา แล้ วคําว่า มาลายูนี่คือ ตัวมาลายูนี่คือศรี วิชยั เรารู้ว่าศรี วิชยั พัฒนาขึ ้นที่สมุ าตรา ก่อน เพราะตรงนันในช่ ้ วงพุทธศตวรรษที่ ๑๓,๑๔ เป็ นต้ นมา มันมีการ เปลี่ยนเส้ นทางการเดินเรื อ สมัยก่อนเดินเรื อต้ องข้ ามฟากสมุทรมาฝั่ ง ไทย แต่พอถึงสมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๓,๑๔ นี่มนั มีการเดินเรื อข้ ามช่อง แคบ คนที่อยู่คุมเส้ นทางนัน้ คือศรี วิชัยที่อ ยู่เกาะสุมาตรา แล้ วก็ส่วน หนึง่ ของมาเลเซีย คือมันเบ็ดเสร็ จมันอยู่แค่ไม่สงู กว่าปั ตตานีขึ ้นมา เลย เขตปั ตตานีขึ ้นมาเป็ นเขตสยามแต่ตํ่าลงไปคือมาลายู ศรี วิชยั พัฒนาขึ ้น ตรงนี ้ ขึน้ ที่ ต ะเลบัง ก่ อ นแล้ ว ก็ ค่ อ ยๆ ขยายเพราะว่ า ศรี วิ ชัย เป็ นรั ฐ การค้ า ขยายมาพร้ อมกับพุทธศาสนามหายาน แล้ วศรี วิชยั คือสหพันธ์ เมืองท่าที่มีฐานอยู่ในมลายูก่อนแล้ วจึงขยายมาไชยานครศรี ธรรมราช ตรงนัน้ เวลาคุณมาจากทางอินเดียคุณต้ องผ่านช่องแคบมาอ้ อมมาทางตะเล บังแล้ วเข้ ามาทางอ่าวไทย ที่ไชยาเป็ นจุดที่เรื อแวะ แต่ขณะเดียวไชยาก็ เคยมีทางข้ ามคาบสมุทรมาก่อนถึงศรี วิชยั คือข้ ามมาจากแถวๆ คลอง ท่อมมาตามเส้ นแม่นํ ้าเหลือง ไม่ใช่ตะกัว่ ป่ าข้ ามาทางคลองท่อมถึงอ่าว


พังงาเข้ ามาทางเวียงสระแล้ วจึงแยกมานครศรี ธรรมราชหรื อมาที่พนุ พิง ไชยาเป็ นการข้ ามคาบสมุทร แต่วา่ ศรี วิชยั เกิดขึ ้นในช่วงที่มีการเดินเรื อตลอดแล้ วก็มีอํานาจทางทะเล เพราะฉะนันศรี ้ วิชยั ไม่ใช่เรื่ องของเรา ทีนี ้เราไปเรี ยนประวัติศาสตร์ อย่าง ไอ้ พวกฝรั่งเศสมันสอนหาศูนย์กลาง แต่ก่อนนี ้ไม่มีศูนย์กลาง เมืองไทย ก็ไม่มีศนู ย์กลาง ของเรานี ้ก่อนอยุธยาไม่มีศนู ย์กลาง นครศรี ธรรมราชก็ พวกหนึ่ง ล้ านนาก็ พ วกหนึ่ง แล้ วสัม พัน ธ์ กัน โดยการแต่ง งานใช่ไหม เวลาเขียนประวัติศาสตร์ โน่น สุโขทัยเป็ นราชธานีแห่งแรก มาอยุธยา แล้ วกรุงเทพฯ เลย มันไม่ใช่ ก่อนหน้ าอยุธยาไม่มีเป็ นเมืองอิสระทังนั ้ น้ เดี๋ยวนี ้ถึงได้ ทะเลาะกัน คําว่ากรุงนี่เป็ นภาษาเขมรมันใช้ ในภาษาเขมร แต่เมื่อสมัยอยุธยาแล้ ว มันปรากฏชื่อกรุ งครัง้ แรกที่พูดถึงเมืองใหญ่ ในลิลิตยวนพ่ายที่บอกว่า ปางเทนคเรศรื อ้ ยังกรุ งพระนครอโยธยายิ่งฟ้อง เห็นคําว่ากรุ งแล้ วพระ นคร นครา สมัยก่อนเมื่อเอาจากอินเดียนี่คําว่านครา มันมีเมืองปุระกับ นคราต้ องแยกกัน ปุระหมายถึงที่มีกําแพงล้ อมรอบอาจจะใหญ่ก็ได้ เล็ก ก็ได้ แต่เมืองหมายถึงว่าคนอยู่เราเรี ยกนครา ฉะนัน้ อยุธยาเป็ นนครา เพชรบุรีเป็ นนครา นครศรี ธรรมราชเป็ นนครา แต่พอมาถึงสมัยพระบรม


ไตรโลกนาถมันก็มีการเอาศัพท์ ต่ างๆ มาผสมจึงเกิดกรุ งอโยธยา แล้ ว เวลาเราเรี ยกคนกรุงเทพฯ เรี ยกสุโขทัยว่ากรุงสุโขทัย ไม่เคยเรี ยกอย่างนี ้ เลย กรุงล้ านนาก็ไม่เคยเรี ยก แล้ วเดี๋ยวนี ้กรุงอยุธยาเรี ยกกรุงเทพฯ แล้ ว พวกเรี ยนภาษามันไม่ขดุ รากเหง้ ากันก็ทะเลาะกัน คือเรายืมศัพท์เขามา ใช้ ราชาศัพท์ มาจากเขมรตัง้ เยอะตังแยะ ้ อย่างคําว่าสมเด็จที่ไหนก็มี ภาคใต้ เวลากินหมากินอะไรเรี ยกเสวยมันเป็ นภาษาที่เอามาใช้ เพื่อจะ ให้ เหมาะสมกับสถานที่นนั ้ แล้ วมันผสม ถามว่าผสมถิ่นไหน ที่จริ งเราต้ องมาพูดถึงสยาม ก่อนหน้ าสยามมันก็มีเยอะแยะเลย แล้ ว เมื่อเวลาพุทธศตวรรษที่ ๑๖,๑๗ มันเริ่ มมีความเป็ นสยามปรากฏตัวขึ ้น มันไม่ได้ มาเก่าแก่แต่มนั อยู่ในฐานสุวรรณภูมิเหมือนกัน เวลาคนจีนเรี ยกสยามว่าเสียม ฝรั่ งเรี ยกแซม คําว่าสยามปรากฏขึน้ ประมาณพุ ท ธศตวรรษที่ ๑๗ คื อ ใช้ สยามอย่ า งชัด เจนนี่ เ มื่ อ พุท ธ ศตวรรษที่ ๒๑ เมื่อกรุงศรี อยุธยาเป็ นราชอาณาจักร เห็นไหมเขาพูดถึง กรุงสยาม ให้ ไปดูจดหมายเหตุชาวต่างประเทศ นี่เป็ นชาวสยามใช่ไหม แต่ว่าในกลุ่มของคนในสยามนันที ้ ่เป็ นคนที่ใช้ พดู ภาษาไทยแล้ วสื่อกัน ในตลาดเขาเรี ยกคนไทย แต่ไทยนันคื ้ อไทยยอยักษ์ เพราะฉะนันไปอ่ ้ าน ในจดหมายเหตุลาลูแบร์ พดู ว่า พระมหากษัตริ ย์บอกว่าท่านเป็ นไทย คํา


ว่าไทยในที่ นีไ้ ม่ใช่ว่าทอสระไอ ไทย มันเป็ นชาติพันธุ์ แต่คําว่าไทยนี ้ เพราะคนนีพ้ ูดภาษาไทย เวลานีเ้ ราบอกว่าคนไหนเป็ นเขมร เป็ นลาว ไม่ใช่เพราะคนเป็ นชาติพนั ธุ์เพราะเขาพูดภาษานันใช่ ้ ไหม เพราะฉะนัน้ ภาษาไทยถูกใช้ เป็ นภาษากลาง เผ่าไทยนี ้เป็ นชาติพนั ธุ์ มันมีพฒ ั นาการว่าสมัยสุโขทัยเกิดจารึกขึ ้นชัดเจนเพราะว่าจากการเป็ น ภาษาพูดที่ใช้ สื่อกันมาก พอมาถึงอยุธยาเป็ นภาษาราชการแล้ วใช่ไหม คนเหล่านี ้เรี ยกว่าคนไทย แล้ วคนไทยมีจารึกในรามคําแหง ไทยชาวอู่ ชาวขอมแต่ไม่ใช่ตอสระไอ ไตย คนละเรื่ องนัน่ ไม่ใช่ชาติพนั ธุ์ เราไป เลือกเอง ผู้ดำเนินกำรอภิปรำย คิดว่าจริ งๆ แล้ วถ้ าพูดถึงเรื่ องประวัติศาสตร์ คงจะมีอีกหลายประเด็น มากที่จะต้ องพูดกันยืดยาว แต่ว่าวันนี ้ก็คงถือว่าเป็ นการเปิ ดประเด็นก็ แล้ วกัน คงจะมีอีกสักครัง้ ที่ทางมูลนิธิฯ จะจัดคุยประเด็นที่หลากหลาย อย่างไรก็ตามวันนี ้ก็ขอจบลงเพียงเท่านี ้ในการสนทนา อำจำรย์ ศรีศักร วัลลิโภดม


ผมอยากจะจบอย่างนี ้ ความเป็ นสยามอยู่ที่อาหารแล้ วอาหารนี่จะเลี ้ยง ประเทศไทยได้ ดี เดี๋ ย วนี อ้ าหารไทยแพร่ ไ ปทั่ว โลก ถ้ ารั ก ษาความ หลากหลายทางภูมิภาคเราก็รอดตาย อำจำรย์ ศรีศักร วัลลิโภดม คือ อย่ างนี ค้ รั บ ดิ นแดนที่ เ ป็ นเอเชี ยอาคเนย์ นี เ้ ป็ นดิ น แดนที่ มี ความ หลากหลายทางชีวภาพมาก สมัยก่อนนี ้ประชาชนน้ อย เพราะฉะนันดู ้ หลักฐานทางโบราณคดีมีคนอยู่นิดเดียวในเขตถํ ้าและในเขตชายทะเล ซึง่ มนุษย์จะไปๆ มา อยู่อย่างนี ้ แต่ว่าพอช่วงเวลาสักประมาณสี่พนั ปี ลง มาเริ่ มมีการเคลื่อนมาจากที่อื่น ทุกสารทิศเลยเข้ ามาตังทางเขตทางนี ้ ้ ประมาณสองพันห้ าร้ อยปี ดินแดนอันนี ้เรี ยกว่าสุวรรณภูมิ คําว่าสุวรรณ ภูมินีไ้ ม่ได้ หมายความว่าเป็ นดินแดนทอง เป็ นดิน แดนที่ มีทรั พ ยากร มาก ทังจี ้ นทังอิ ้ นเดียนี่หลัง่ ไหลเข้ ามาตลอด เราถึงพบหลักฐานตังแต่ ้ บ้ านเชียงเรื่ อยไป ถึงมีสมั พันธ์กบั จีนใต้ กบั อินเดียมาตลอดหลากหลาย เข้ ามา แล้ วการที่หลากหลายเข้ ามานี่มาหลายระยะมาก แล้ วเมื่อเข้ า มาแล้ วเขาคือสุวรรณภูมิ ในสุวรรณภูมิ คําว่าสุวรรณภูมินีม้ นั กว้ าง มันมาตังแต่ ้ สมัยสองพันห้ า ร้ อยปี คื อ ต้ น พุท ธกาล พอต่ อ มามัน ก็ มี ก ารเรี ย กย่ อ ยในเรื่ อ งของตัว


ดิ น แดนเฉพาะ อย่ า งเช่ น ในเขตอิ น โดนี เ ซี ย จี น เรี ย กยวาทวี ป คื อ หมายถึ ง ชวาเกาะชวา สุม าตราเรี ย กมลายู แล้ ว ก็ มี กัม พูช าเทศะนี ้ เรื่ อยมา พอถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๗,๑๘ มีสยามประเทศเกิดขึน้ เพราะ มันเกิดขึ ้นมาเพราะประชาชนตรงนัน้ แต่ละแห่งเป็ นการผสมทังสิ ้ ้น แล้ ว จะบอกว่ามาก็ได้ มาจากที่โน่นก็ได้ อยุธยาก็ได้ ที่นี่ก็ได้ มาผสมผสาน กัน อย่าไปหาข้ อยุติว่าเคลื่อนย้ ายอย่างไร เพราะแต่เดิมคนมันไม่มาก เพราะเรารู้ จากหลัก ฐานทางโบราณคดี แต่ มั น มี พั ฒ นาการทาง เทคโนโลยีสงู โดยเฉพาะการทําโลหะ แล้ วจีนเข้ ามาทางด้ านเทคโนโลยี เยอะ แล้ วทางอินเดียเข้ ามาทางระบบความเชื่อ เขามาผสมผสาน อย่า ไปหาว่ามันเก่า ถ้ ากรี ดเลือดนี่มนั ผสมทังนั ้ น้ แต่มนั มีกลุม่ ที่มีตระกูลภาษาเก่าอยู่ระยะแรก กลุ่มที่มีอยู่มากก็คือกลุ่ม มาลาโยโพลีนิเชี่ยน คืออยู่ในเขตชายทะเลซึ่งเป็ นตระกูลภาษามาเลย์ พวกละว้ าพวกนี ้อยู่ในตระกูลมอญขะแมร์ กะเหรี่ ยง มอญ เขมร ละว้ า พวกนี ้มอญขะแมร์ ทงสิ ั ้ ้น คือพวกนีค้ ือกลุ่มคน แล้ วกลุ่ มที่เป็ นมาลาโย โพลี นิ เ ชี่ ย นนี่ ม าเป็ นพวกมาเลย์ กลุ่ม ที่ เ ป็ นออสโตเอลรี ตี ฟ ก็ เ ป็ น มอญขะแมร์ แต่กลุ่มศรี วิชยั เป็ นกลุ่มมาเลย์ เพราะมันกินพืน้ ที่ตงแต่ ั ้ สุ มาตราถึงตัวแหลมมาลายูแต่ไม่ใช่ชวา เวลาเราพูดถึงอินโดนีเชียส่วน หนึ่ง เป็ นมาลายูอีกส่วนหนึ่ง เป็ นชวาใช่ไหมเป็ นเกาะชวา แล้ วคําว่า


มาลายูนี่คือ ตัวมาลายูนี่คือศรี วิชยั เรารู้ว่าศรี วิชยั พัฒนาขึ ้นที่สมุ าตรา ก่อน เพราะตรงนันในช่ ้ วงพุทธศตวรรษที่ ๑๓,๑๔ เป็ นต้ นมา มันมีการ เปลี่ยนเส้ นทางการเดินเรื อ สมัยก่อนเดินเรื อต้ องข้ ามฟากสมุทรมาฝั่ ง ไทย แต่พอถึงสมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๓,๑๔ นี่มนั มีการเดินเรื อข้ ามช่อง แคบ คนที่อยู่คุมเส้ นทางนัน้ คือศรี วิชัยที่อ ยู่เกาะสุมาตรา แล้ วก็ส่วน หนึง่ ของมาเลเซีย คือมันเบ็ดเสร็ จมันอยู่แค่ไม่สงู กว่าปั ตตานีขึ ้นมา เลย เขตปั ตตานีขึ ้นมาเป็ นเขตสยามแต่ตํ่าลงไปคือมาลายู ศรี วิชยั พัฒนาขึ ้น ตรงนี ้ ขึน้ ที่ ต ะเลบัง ก่ อ นแล้ ว ก็ ค่ อ ยๆ ขยายเพราะว่ า ศรี วิ ชัย เป็ นรั ฐ การค้ า ขยายมาพร้ อมกับพุทธศาสนามหายาน แล้ วศรี วิชยั คือสหพันธ์ เมืองท่าที่มีฐานอยู่ในมลายูก่อนแล้ วจึงขยายมาไชยานครศรี ธรรมราช ตรงนัน้ เวลาคุณมาจากทางอินเดียคุณต้ องผ่านช่องแคบมาอ้ อมมาทางตะเล บังแล้ วเข้ ามาทางอ่าวไทย ที่ไชยาเป็ นจุดที่เรื อแวะ แต่ขณะเดียวไชยาก็ เคยมีทางข้ ามคาบสมุทรมาก่อนถึงศรี วิชยั คือข้ ามมาจากแถวๆ คลอง ท่อมมาตามเส้ นแม่นํ ้าเหลือง ไม่ใช่ตะกัว่ ป่ าข้ ามาทางคลองท่อมถึงอ่าว พังงาเข้ ามาทางเวียงสระแล้ วจึงแยกมานครศรี ธรรมราชหรื อมาที่พนุ พิง ไชยาเป็ นการข้ ามคาบสมุทร


แต่วา่ ศรี วิชยั เกิดขึ ้นในช่วงที่มีการเดินเรื อตลอดแล้ วก็มีอํานาจทางทะเล เพราะฉะนันศรี ้ วิชยั ไม่ใช่เรื่ องของเรา ทีนี ้เราไปเรี ยนประวัติศาสตร์ อย่าง ไอ้ พวกฝรั่งเศสมันสอนหาศูนย์กลาง แต่ก่อนนี ้ไม่มีศนู ย์กลาง เมืองไทย ก็ไม่มีศนู ย์กลาง ของเรานี ้ก่อนอยุธยาไม่มีศนู ย์กลาง นครศรี ธรรมราชก็ พวกหนึ่ง ล้ านนาก็ พ วกหนึ่ง แล้ วสัม พัน ธ์ กัน โดยการแต่ง งานใช่ไหม เวลาเขียนประวัติศาสตร์ โน่น สุโขทัยเป็ นราชธานีแห่งแรก มาอยุธยา แล้ วกรุงเทพฯ เลย มันไม่ใช่ ก่อนหน้ าอยุธยาไม่มีเป็ นเมืองอิสระทังนั ้ น้ เดี๋ยวนี ้ถึงได้ ทะเลาะกัน คําว่ากรุงนี่เป็ นภาษาเขมรมันใช้ ในภาษาเขมร แต่เมื่อสมัย อยุธยาแล้ ว มันปรากฏชื่อกรุ งครัง้ แรกที่พูดถึงเมืองใหญ่ ในลิลิตยวนพ่ายที่บอกว่า ปางเทนคเรศรื อ้ ยังกรุ งพระนครอโยธยายิ่งฟ้อง เห็นคําว่ากรุ งแล้ วพระ นคร นครา สมัยก่อนเมื่อเอาจากอินเดียนี่คําว่านครา มันมีเมืองปุระกับ นคราต้ องแยกกัน ปุระหมายถึงที่มีกําแพงล้ อมรอบอาจจะใหญ่ก็ ได้ เล็ก ก็ได้ แต่เมืองหมายถึงว่าคนอยู่เราเรี ยกนครา ฉะนัน้ อยุธยาเป็ นนครา เพชรบุรีเป็ นนครา นครศรี ธรรมราชเป็ นนครา แต่พอมาถึงสมัยพระบรม ไตรโลกนาถมันก็มีการเอาศัพท์ ต่างๆ มาผสมจึงเกิดกรุ งอโยธยา แล้ ว เวลาเราเรี ยกคนกรุงเทพฯ เรี ยกสุโขทัยว่ากรุงสุโขทัย ไม่เคยเรี ยกอย่างนี ้ เลย กรุงล้ านนาก็ไม่เคยเรี ยก แล้ วเดี๋ยวนี ้กรุงอยุธยาเรี ยกกรุงเทพฯ แล้ ว


พวกเรี ยนภาษามันไม่ขดุ รากเหง้ ากันก็ทะเลาะกัน คือเรายืมศัพท์เขามา ใช้ ราชาศัพท์ มาจากเขมรตังเยอะตั ้ งแยะ ้ อย่างคําว่าสมเด็จที่ไหนก็มี ภาคใต้ เวลากินหมากินอะไรเรี ยกเสวยมันเป็ นภาษาที่เอามาใช้ เ พื่อจะ ให้ เหมาะสมกับสถานที่นนั ้ แล้ วมันผสม ถามว่าผสมถิ่นไหน ที่จริ งเราต้ องมาพูดถึงสยาม ก่อนหน้ าสยามมันก็มีเยอะแยะเลย แล้ ว เมื่อเวลาพุทธศตวรรษที่ ๑๖,๑๗ มันเริ่ มมีความเป็ นสยามปรากฏตัวขึ ้น มันไม่ได้ มาเก่าแก่แต่มนั อยู่ในฐานสุวรรณภูมิเหมือนกัน เวลาคนจีนเรี ยกสยามว่าเสียม ฝรั่ งเรี ยกแซม คําว่าสยามปรากฏขึน้ ประมาณพุ ท ธศตวรรษที่ ๑๗ คื อ ใช้ สยามอย่ า งชัด เจนนี่ เ มื่ อ พุท ธ ศตวรรษที่ ๒๑ เมื่อกรุงศรี อยุธยาเป็ นราชอาณาจักร เห็นไหมเขาพูดถึง กรุงสยาม ให้ ไปดูจดหมายเหตุชาวต่างประเทศ นี่เป็ นชาวสยามใช่ไหม แต่ว่าในกลุ่มของคนในสยามนันที ้ ่เป็ นคนที่ใช้ พดู ภาษาไทยแล้ วสื่อกัน ในตลาดเขาเรี ยกคนไทย แต่ไทยนันคื ้ อไทยยอยักษ์ เพราะฉะนันไปอ่ ้ าน ในจดหมายเหตุลาลูแบร์ พดู ว่า พระมหากษัตริ ย์บอกว่าท่านเป็ นไทย คํา ว่าไทยในที่นีไ้ ม่ใช่ว่าทอสระไอ ไทย มันเป็ นชาติพันธุ์ แต่คําว่าไทยนี ้ เพราะคนนีพ้ ูดภาษาไทย เวลานีเ้ ราบอกว่าคนไหนเป็ นเขมร เป็ นลาว


ไม่ใช่เพราะคนเป็ นชาติพนั ธุ์เพราะเขาพูดภาษานันใช่ ้ ไหม เพราะฉะนัน้ ภาษาไทยถูกใช้ เป็ นภาษากลาง เผ่าไทยนี ้เป็ นชาติพนั ธุ์ มันมีพฒ ั นาการว่าสมัยสุโขทัยเกิดจารึกขึ ้นชัดเจนเพราะว่าจากการเป็ น ภาษาพูดที่ใช้ สื่อกันมาก พอมาถึงอยุธยาเป็ นภาษาราชการแล้ วใช่ไหม คนเหล่านี ้เรี ยกว่าคนไทย แล้ วคนไทยมีจารึ กในรามคําแหง ไทยชาวอู่ ชาวขอมแต่ไม่ใช่ตอสระไอ ไตย คนละเรื่ องนั่นไม่ใช่ชาติพันธุ์ เราไป เลือกเอง ผู้ดำเนินกำรอภิปรำย คิดว่าจริ งๆ แล้ วถ้ าพูดถึงเรื่ องประวัติศาสตร์ คงจะมีอีกหลายประเด็น มากที่จะต้ องพูดกันยืดยาว แต่ว่าวันนี ้ก็คงถือว่าเป็ นการเปิ ดประเด็นก็ แล้ วกัน คงจะมีอีกสักครัง้ ที่ทางมูลนิธิฯ จะจัดคุยประเด็นที่หลากหลาย อย่างไรก็ตามวันนี ้ก็ขอจบลงเพียงเท่านี ้ในการสนทนา อำจำรย์ ศรีศักร วัลลิโภดม ผมอยากจะจบอย่างนี ้ ความเป็ นสยามอยู่ที่อาหารแล้ วอาหารนี่จะเลี ้ยง ประเทศไทยได้ ดี เดี๋ ย วนี อ้ าหารไทยแพร่ ไ ปทั่ว โลก ถ้ ารั ก ษาความ หลากหลายทางภูมิภาคเราก็รอดตาย

ถอดเทป 6  

ถอดเทป เล็ก วิริยะพันธ์ กับ ความเป็นคนสยาม

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you