Issuu on Google+


รักแรกแลกรัก

ผู้แต่ง : ศศิริษา พิมพ์ครั้งที่ 1 : กันยายน 2553 จำานวน 3,000 เล่ม ราคา 229 บาท พิมพ์บนกระดาษถนอมสายตา เลขมาตรฐานสากลประจำาหนังสือ ISBN 978-616-90694-0-9 บรรณาธิการบริหาร : นฤมล ขาวนวล กองบรรณาธิการ : อรอุมา แซ่เตียว, วัชรมน เมืองชมภู หนูจันทร์ ชูรัตน์, วงศ์วริศ ใจดำา กราฟิกรูปเล่ม : ทีมงานบ้านนางฟ้า พิสูจน์อักษร : นางฟ้ามายา จัดพิมพ์โดย สำานักพิมพ์บ้านนางฟ้า 43/1 หมู่ 5 ต.จริม อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ 53150 โทรศัพท์ 055-499031 จัดจำาหน่ายโดย บริษัทเคล็ดไทย จำากัด 117-119 ถนนเฟื่องนคร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 02-225-9536-40 โทรสาร 02-222-5188 พิมพ์ที่ บลูมมิ่งครีเอชั่น 36/15 หมู่ 10 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โทรศัพท์ 081-7165246 อีเมล์ blooming_creation@yahoo.com


จากใจสำ�นักพิมพ์บ้านนางฟ้า และแล้ว “รักแรกแลกรัก” นิยายเล่มปฐมฤกษ์ของสำ �นักพิมพ์ บ้านนางฟ้าก็สำ�เร็จเป็นรูปเล่มพร้อมสู่สายตานักอ่านในที่สุด ด้วยความ สวยงามทางภาษาและเนื้อหาที่สะท้อนให้ผู้อ่านได้ตระหนักถึงความสำ�คัญ ของปัญหาเล็กๆ ในครอบครัวซึง่ มักถูกละเลยจนอาจลุกลามกลายเป็นแผลใหญ่ เกินเยียวยา ผสมผสานกลิน่ ไอแห่งรักหอมละมุนในแบบฉบับของ “ศศิริษา” ทำ�ให้เราเชือ่ มัน่ และกล้าบอกกับนักอ่านทุกคนว่า นีค่ อื นิยายทีม่ คี ณ ุ ค่าคูค่ วร แก่การสะสมอีกเล่มหนึ่ง ขอขอบคุณนักอ่านทีไ่ ด้มอบโอกาสให้นยิ ายของสำ�นักพิมพ์บา้ นนางฟ้า เราสัญญาว่าจะมุ่งมั่นพัฒนาผลิตผลงานที่ดีมีคุณภาพและมีคุณค่าสืบไป ตราบที่นักอ่านยังต้อนรับผลงานของเรา ด้วยความขอบคุณ สำ�นักพิมพ์บ้านนางฟ้า


จากใจศศิริษา รักแรกแลกรัก...เป็นนิยายเรือ่ งทีส่ อง ต่อจากเรือ่ ง ขึน้ ต้นร้ายลงท้ายรัก ซึง่ ผูเ้ ขียนได้พยายามถ่ายทอดความประทับใจในวิถชี วี ติ และมิตรภาพทีไ่ ด้รบั จากผูค้ นในหลายๆ ถิน่ ทีซ่ งึ่ มีความแตกต่างทางวัฒนธรรม จากประสบการณ์ ชีวติ ช่วงหนึง่ ทีไ่ ด้มโี อกาสสัมผัสกับอาชีพ เอ็นจีโอ หรือนักพัฒนา ซึง่ เป็นอาชีพ ทีไ่ ด้หล่อหลอมความคิด ความเชือ่ และเป็นแนวทางในการดำ�เนินชีวติ ให้กบั ผู้เขียนมาจนถึงทุกวันนี้ รักแรกแลกรัก...เริม่ เขียนในเดือนสิงหาคม 2551 และพร้อมสูส่ ายตา นักอ่านในเดือนสิงหาคม 2553 ในนาม สนพ.บ้านนางฟ้า ตลอดระยะเวลา สองปีเต็มทีใ่ ช้เวลาในการเขียนนิยายเรือ่ งนี้ ผูเ้ ขียนรูส้ กึ ถึงการเปลีย่ นแปลงที่ เกิดขึน้ ภายในจิตใจของตนเองและส่งผลกระทบต่อนิยายจนถึงขัน้ เกือบเขียน ต่อไม่ได้ แต่โชคดีที่มีกำ�ลังใจจาก พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ นักอ่านในอินเตอร์เน็ต ที่ไม่สามารถเอ่ยนามได้หมด อีกทั้งยังมีกำ�ลังใจจากคนใกล้ชิดที่คอยกระตุ้น เตือนให้ผู้เขียนสู้ต่อไปจนสามารถเขียนต่อจนจบ รักแรกแลกรัก...เกิดขึน้ จากความตัง้ ใจของผูเ้ ขียนทีอ่ ยากให้ทกุ คนได้ ตระหนักถึงความรักความผูกพันในครอบครัว ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ทีเ่ กิดจาก ช่องว่างระหว่างวัย ถ้าหากไม่ได้รับการใส่ใจอาจลุกลามกลายเป็นปัญหา ใหญ่ และอาจจะทำ�ให้ต้องเสียใจในภายหลังเมื่อเราไม่สามารถกลับไปแก้ไข อะไรได้อีกแล้ว ในวันที่ได้เขียนคำ�นำ�ให้กับนิยายเรื่องนี้ ผู้เขียนขอขอบคุณในน้ำ� ใจ และมิตรภาพทีท่ กุ คนได้หยิบยืน่ ให้จนผูเ้ ขียนได้มวี นั นี้ ขอบคุณความสูญเสีย ที่ทำ�ให้ผู้เขียนรู้ว่าการมีอยู่นั้นมีคุณค่าเพียงใด

ศศิริษา


ตอนที่ 1

รักที่ซ่อนเร้น “แม่เจ้า...ป้อเมฆจะอู้โตยเจ้า” เสียงหวานใสเป็นภาษาคำ�เมืองดังมาจากเด็กสาวร่างเล็กพร้อมกับ เสียงฝีเท้าดังตึงตังจากอาการเดินแกมวิ่งลงบันไดมุ่งตรงมายังเรือนครัว หลั ง เล็ ก ที่ แ ยกออกมาต่ า งหากจากบ้ า นดิ น สไตล์ โ มเดิ ร์ น ชั้ น เดี ย วใต้ ถุ น สูงโปร่ง ซึ่งปลูกอยู่ท่ามกลางสวนไม้ผลนานาชนิด อีกทั้งทางด้านหลังยังติด ผืนนากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เมื่อมองออกไปไกลๆ ก็จะเห็นเทือกเขาสูง สลับซับซ้อน คือดอยสุเทพอันเป็นที่ประดิษฐานของพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเชียงใหม่ “แม่ขอล้างมือก่อนนะลูก บอกพ่อเมฆถือสายรอแป๊บนึงนะจ๊ะ” สตรีรา่ งโปร่งสมส่วนแม้อายุจะล่วงเลยเข้าสูเ่ ลขสีไ่ ด้สามปีแล้วหันมา บอกลูกสาวก่อนจะวางมือจากการปรุงอาหาร “แกงเหลืองน่ากินจังเลยค่ะแม่” สีรุ้งเปลี่ยนมาใช้ภาษาที่ตัวเองถนัด ก่อนจะหยิบทัพพีมาคนอาหารในหม้อพลางสูดกลิ่นหอมของเครื่องแกง ริมฝีปากสีชมพูคลี่ยิ้มอย่างพอใจเมื่อเหลือบไปเห็นผัดสะตอหมูสามชั้นซึ่ง เป็นจานโปรดวางอยู่บนโต๊ะไม้สักขนาดใหญ่กลางห้องครัว นั บ เดื อ นหมุ น ตั ว ไปล้ า งมื อ ตรงก๊ อ กน้ำ � และใช้ ผ้ า เช็ ด มื อ ผื น เล็ ก ซับจนแห้งสนิทก่อนจะเอือ้ มมือไปรับโทรศัพท์มากรอกเสียงหวานลงไปด้วย ใบหน้าที่มีรอยยิ้มละมุน 5


“มาถึงสำ�นักงานแล้วเหรอ งั้นเดี๋ยวเดือนจะให้สีรุ้งไปรับวิญญ์มากิน ข้าวก่อนนะ ไม่รบกวนหรอกจ้ะ แล้วเจอกันนะ” “รีบๆ มานะคะพ่อเมฆขา...สีรุ้งหิวข้าวแล้วค่า” เด็กสาวตะโกนบอก ด้วยน้ำ�เสียงออดอ้อนจนคนเป็นแม่ตอ้ งยิม้ กว้างเมือ่ ได้ยนิ เสียงหัวเราะชอบใจ ดังมาจากปลายสาย “พ่อเมฆบอกว่าวิญญ์ก็กำ�ลังหิวโซเลย งั้นแม่ทำ�ไข่เจียวเพิ่มอีกจาน ดีกว่า เดี๋ยวสีรุ้งกับวิญญ์จะแย่งกันกินเหมือนคราวก่อนอีก” นับเดือนพูด กลั้วหัวเราะพลางยกหลังมือขึ้นซับเหงื่อบริเวณข้างแก้มและผมยาวสลวย ซึ่งขมวดเป็นมวยหลวมๆ ไว้ตรงท้ายทอย “แหม...คราวก่อนของแม่มนั ตัง้ สามปีกว่าแล้วนะคะ เดีย๋ วนีส้ รี งุ้ โตแล้ว ไม่กล้าแกล้งคนโปรดของแม่หรอกค่ะ...” สีรุ้งทำ�เสียงกระเง้ากระงอดและ เน้นหนักๆกับคำ�ว่าคนโปรดด้วยความรู้สึกน้อยใจจนเธอมักจะถูกเทศนา เสียจนหูชา ด้วยข้อหาไม่ทำ�ตัวเป็นเจ้าของบ้านที่ดี ทุกครั้งที่ทะเลาะกับคน ที่เธอไม่เคยเรียกเขากว่าพี่ แม้ว่าวิญญ์จะอายุมากกว่าเธอถึงสี่ปีก็ตาม “แม่เคยบอกหลายครั้งแล้วใช่มั้ยสีรุ้ง ว่าอย่าพูดถึงวิญญ์แบบนั้น แม่ อยากให้สรี งุ้ รักแล้วก็สงสารวิญญ์ให้มากๆ เพราะวิญญ์เค้าไม่มแี ม่ เข้าใจทีแ่ ม่ พูดใช่มั้ยลูก” นับเดือนตำ�หนิลูกสาวเสียงนุ่ม เธอไม่อยากให้สีรุ้งพูดโดยไม่รู้จักคิด เพราะเธอได้ประจักษ์กบั ตัวเองแล้วว่า คำ�พูดทีม่ าจากอารมณ์นนั้ มีอานุภาพ รุนแรงเสียจนสามารถทำ�ร้ายและทำ�ลายชีวิตคนที่เธอรักให้จากไปอย่างไม่มี วันกลับถึงสองคนแล้ว “ขอโทษค่ะแม่ สีรุ้งจะไม่พูดแบบนี้อีกแล้ว...” เด็กสาวพูดเสียงแผ่ว พลางทำ�หน้ารูส้ กึ ผิดทีเ่ ผลอพูดจาประชดประชันคนอืน่ ทัง้ ๆ ทีแ่ ม่คอยพร่ำ �สอน มาตลอดว่ามันเป็นเรื่องไม่ดีและไม่ควรทำ�เป็นอย่างยิ่ง “ไม่เป็นไรลูก แม่รวู้ า่ หนูไม่ได้ตงั้ ใจ” วงแขนอบอุน่ โอบรัดร่างของลูกสาว ไว้แน่น มือเรียวยกขึน้ ลูบศีรษะซึง่ ปกคลุมด้วยกลุม่ ผมยาวสลวยสีด�ำ สนิทเช่น 6


เดียวกับตะวันผูเ้ ป็นพ่อทีเ่ สียชีวติ จากอุบตั เิ หตุทางรถยนต์เมือ่ สิบเจ็ดปีกอ่ น พร้อมกับวลัยพรเพื่อนรักของเธอซึ่งเป็นแม่ของวิญญ์ การจากไปอย่างกะทันหันของทั้งคู่ทำ�ให้วิญญ์ต้องกลายเป็นเด็ก กำ�พร้าตัง้ แต่อายุหา้ ขวบ ในขณะทีส่ รี งุ้ เพิง่ จะอายุได้เพียงขวบกว่าเท่านัน้ สีรงุ้ เติบโตขึ้นมาท่ามกลางการเลี้ยงดูอย่างเข้มงวดของเธอและคุณตาคุณยาย ส่วนวิญญ์กลับถูกเลี้ยงดูแบบตามใจจากคุณตากับน้าสาวซึ่งรักและสงสาร หลานชายตัวน้อยที่ขาดแม��� ในขณะที่วิสุทธิ์บิดาของวิญญ์นั้น หลังจากที่ภรรยาเสียชีวิตไปเขาก็ ทุ่มเทให้กับการทำ�งานจนแทบจะไม่มีเวลาดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ทุกครั้งเมื่อ ได้เห็นแววตาโหยหาความรักจากแม่ มันก็ยิ่งทำ�ให้เธออยากเติมเต็มความ รักทีข่ าดหายไปให้กบั วิญญ์ ถึงแม้วา่ มันจะไม่สามารถทดแทนได้ทงั้ หมดก็ตาม “สีรงุ้ ไปรับวิญญ์กอ่ นนะคะแม่ เดีย๋ ววิญญ์จะคอยนาน” เด็กสาวรัง้ เอว แม่เข้ามาใกล้แล้วหอมแก้มฟอดใหญ่อย่างประจบ ก่อนจะวิ่งออกจากครัว อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับตอนเข้ามา

อยากรู้จังว่านายวิญญ์จะตัวโตขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่านะ...

สีรงุ้ คิดในใจก่อนจะสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์และบิดคันเร่งเพิม่ ความเร็ว ขึน้ เรือ่ ยๆ ให้ทนั กับความคิดถึงในหัวใจซึง่ โบยบินไปหาคนทีไ่ ด้ยนิ แต่เสียงมา เกือบสี่ปีแล้ว ชายหนุม่ รูปร่างสูงใหญ่หน้าตาคมคายเงยหน้าขึน้ จากหนังสือเล่มหนา ในมือก่อนจะจ้องมองไปยังประตูรวั้ หน้าสำ�นักงานเป็นระยะๆ ด้วยท่าทางกระ สับกระส่าย ริมฝีปากบางเฉียบเม้มสนิทเป็นเส้นตรงหลังจากพยายามกด โทรศัพท์หาคนที่บอกว่ากำ�ลังออกมารับ แต่เธอกลับปล่อยให้เขาต้องรอมา เกือบสองชั่วโมงแล้ว มือหนายกขึ้นเสยผมสั้นแรงๆ ด้วยความหงุดหงิดใจ เจือปนความห่วงใยซึง่ เพิม่ มากขึน้ ทุกที จนกระทัง่ มีเสียงรถมอเตอร์ไซค์แล่น ผ่านรัว้ เข้ามาจอดสนิททีห่ น้าตึกสองชัน้ สีขาว ร่างสูงจึงรีบก้าวยาวๆ จนแทบ 7


จะกลายเป็นวิ่งก่อนจะค่อยๆ ผ่อนฝีเท้าให้ช้าลงเมื่อเห็นว่าคนที่เขาเป็นห่วง กำ�ลังส่งยิ้มหวานมาแต่ไกล “มาแล้วๆ โทษทีนะทีป่ ล่อยให้รอนาน พอดีรถยางแบนก็เลยต้องไปปะ ยางก่อน แต่รา้ นมันปิดหมดก็เลยต้องเสียเวลาหาร้านนานหน่อย” สีรงุ้ ชีแ้ จง เสียงกระหืดกระหอบขณะถอดหมวกกันน็อกสีชมพูออกจากศีรษะชุ่มเหงื่อ ใบหน้าคมสันนิง่ สนิท ไม่มรี อยยิม้ น้อยๆ ทีม่ มุ ปากเหมือนเช่นเคย ดวงตา เรียวรี จ้องดวงหน้าหวานด้วยประกายตาเคร่งขรึมจนอีกฝ่ายเริ่มใจเสีย “วิญญ์โกรธสีรงุ้ เหรอ...” คนตัวเล็กถามเสียงแผ่วขณะเงยหน้าขึน้ มอง คนตัวสูงจนคอตั้งบ่าเนื่องจากส่วนสูงต่างกันฟุตกว่าๆ “ไม่ได้โกรธหรอก แต่โทรไปตั้งหลายครั้งแล้วไม่รับก็เลยเป็นห่วง...” คนถูกถามรีบตอบเสียงนุ่มเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกำ�ลังทำ�หน้าไม่ค่อยดีนัก น้ำ � เสียงและแววตาอ่อนโยนที่จ้องมองมาทำ�ให้ใบหน้าเนียนใสซึ่งกำ�ลัง แดงจัดด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการจูงรถมอเตอร์ไซค์เป็นระยะทางไกล มีรอยยิ้มสดใสขึ้นกว่าเดิม “สีรุ้งรีบก็เลยลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน ขอบใจมากนะที่เป็นห่วง” คำ�อธิบายสัน้ ๆ กับดวงตาเปล่งประกายระยับชวนมองทำ�ให้วญ ิ ญ์ตอ้ ง ยกมือขึ้นเสยผมเพื่อซ่อนความขัดเขินโดยไม่รู้ตัว สี่ปีเต็มที่เขาไม่ได้เจอยัย ตัวเล็กเนือ่ งจากติดภารกิจเรือ่ งเรียนและการทำ�กิจกรรมในช่วงปิดเทอม แต่ถงึ กระนัน้ เขาก็โทรศัพท์คยุ กับเธอทุกวันจนเสียงใสๆ กับรอยยิม้ หวานๆ ในรูปถ่าย ใบเล็กที่เจ้าตัวให้ไว้ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว “แล้วทีบ่ อกว่ามีของถูกใจมาฝากน่ะจริงหรือเปล่า ถ้าหลอกให้ดใี จเก้อ ล่ะก็มีเรื่องแน่ๆ” คนตัวเล็กทำ�น้ำ� เสียงข่มขู่เล็กน้อยจนคนถูกทวงของฝาก ต้องหัวเราะออกมาเบาๆ “มีจริงๆ รับรองว่าต้องชอบแน่ๆ แต่วา่ ลืมหยิบลงมาจากรถพ่อ ตอนเย็น ค่อยเอานะ” วิญญ์ยิ้มยั่วเมื่อเห็นแววตาเต็มไปด้วยความสงสัยของอีกฝ่าย ยัยตัวเล็กคงอยากรูใ้ จแทบขาดว่าของฝากทีเ่ ขาอุบไว้ไม่ยอมเฉลยนัน้ คืออะไร 8


แต่เขามั่นใจว่าเธอได้เห็นแล้วจะต้องดีใจจนต้องร้องกรี๊ดออกมาแน่ๆ “แล้วพ่อเมฆไปไหนล่ะ ไม่ได้คุยงานกับพี่จ๋าอยู่บนตึกเหรอ” “ออกไปข้ า งนอกกั บ พี่ โ ตได้ พั ก ใหญ่ แ ล้ ว ล่ ะ เห็ น ว่ า จะไปเยี่ ย ม อาสาสมัครอีกองค์กรนึง แล้วก็จะไปบ้านพี่ยิ้มด้วย ค่ำ�ๆ นู่นแหล่ะถึงจะเข้า บ้าน” “อืม...งัน้ เรากลับบ้านกันดีกว่านะ ป่านนีแ้ ม่คงจะอุน่ กับข้าวรอหลาย รอบแล้วล่ะ” สีรงุ้ พูดพร้อมกับส่งกุญแจรถในมือให้สารถีรา่ งยักษ์กอ่ นจะขยับ ตัวไปนั่งท้ายเบาะอย่างรวดเร็ว กลับบ้าน...หัวใจของชายหนุม่ เต็มตืน้ กับความรูส้ กึ บางอย่างซึง่ กำ�ลัง แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ บ้านที่มีผู้หญิงคนหนึ่งกำ�ลังรอให้เขากลับไปหา บ้านที่มี รอยยิ้มอ่อนหวานและอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของผู้หญิงที่รักเขาและเขาก็รัก เธอเหมือนแม่แท้ๆ สายลมยามบ่ายพัดกรูมาวูบใหญ่ ดอกไม้สขี าวปลิดปลิวจากต้น และ ร่วงหล่นลงมาเต็มลานกว้าง กลิน่ หอมละมุนชืน่ ใจดึงดูดให้รา่ งสูงต้องก้มลง หยิบดอกไม้กลีบบางขึ้นมาเพ่งพินิจ มือใหญ่ยกดอกไม้ขึ้นแตะจมูกโด่งช้าๆ ก่อนจะสูดดมความหอมเข้าไปจนเต็มปอด ใบหน้าคมสันระบายด้วยรอยยิม้ จางๆ ขณะก้มลงมองคนตัวสูงไม่ถึงบ่าด้วยแววตาอ่อนโยน “นี่ดอกกาสะลองใช่มั้ย...หอมชื่นใจจัง” เอ่ยถามเสียงทุ้มนุ่มพลาง จ้องหน้าของคนทำ�ตาแป๋ว “ฮื่อ...แม่ชอบเก็บไปวางไว้ข้างหมอนบ่อยๆ เดี๋ยวสีรุ้งเก็บไปฝากแม่ ดีกว่า” สีรุ้งบอกพลางทำ�ท่าจะก้มลงเก็บดอกไม้ซึ่งร่วงหล่นเกลื่อนพื้นหญ้า แต่ทว่ามือใหญ่กลับรั้งหัวไหล่ให้ขยับเข้ามาใกล้ร่างหนาอย่างรวดเร็วจนเธอ ตัง้ ตัวไม่ตดิ ดอกไม้สขี าวบอบบางถูกเหน็บลงยังมวยผมอย่างอ่อนโยน แก้มใส ที่แนบชิดกับอกกว้างร้อนผ่าวขึ้นเมื่อสัมผัสกับหัวใจเต้นแรงของอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดบริเวณขมับกับฝ่ามือร้อนจัดวางอยู่บนไหล่เหมือน 9


มีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนเข้าไปกระตุ้นให้หัวใจเต้นระรัวแทบไม่เป็นจังหวะ จนลมหายใจเข้าออกของเธอติดขัด รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก “เดีย๋ วเราช่วยเก็บดอกไม้ไปฝากแม่เดือนนะ...” วิญญ์กระซิบบอกเบาๆ ก่อนจะถอยห่างออกไปแล้วก้มลงเก็บดอกไม้ดอกเล็กทีละดอกด้วยใบหน้าที่ พราวพรายไปด้วยรอยยิ้ม สีรุ้งยกมือขึ้นลูบดอกไม้บนมวยผมเบาๆ ก่อนพยายามปรับสีหน้า เก้อเขินให้เป็นปกติ ร่างบางเดินไปเก็บดอกไม้อีกต้นซึ่งอยู่ห่างออกไปแต่ ดวงตากลมโตกลับแอบชำ�เลืองมองอีกฝ่ายเป็นระยะๆ ด้วยแววตาที่เต็มไป ด้วยคำ�ถามและความไม่เข้าใจ ทำ�ไมหัวใจของเธอถึงได้เต้นแรงแบบนี้... นับเดือนถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อเห็นบุตรสาวเดินเข้ามา ในบ้านพร้อมกับชายหนุ่มที่เธอรักประดุจลูกในไส้ ใบหน้าสวยซึ้งมีรอยยิ้ม ขบขัน เรือนร่างสูงใหญ่แข็งแรงและสมบูรณ์ดว้ ยกล้ามเนือ้ แบบนักกีฬา ข่มให้ คนตัวเล็กซึ่งยืนเคียงคู่ดูกระจ้อยร่อยและบอบบางไปถนัดใจ “ทำ�ไมไปซะนานเลยล่ะสีรุ้ง โทรศัพท์ก็ไม่เอาไปด้วย แม่เป็นห่วงจน เกือบจะออกไปตามอยู่แล้วรู้มั้ย” น้ำ�เสียงห่วงใยกึง่ ๆ ตำ�หนิของแม่ท�ำ ให้สรี งุ้ ยิม้ แหย เรือ่ งไปไหนมาไหน แล้วไม่ยอมพกโทรศัพท์ทำ�ให้เธอถูกแม่ดุมาหลายครั้งแล้ว “พอดีรถยางแบนค่ะแม่ ขอโทษนะคะที่ทำ�ให้เป็นห่วง” ด้วยความสงสารคนทีก่ �ำ ลังทำ�หน้าจ๋อย วิญญ์จงึ รีบเบีย่ งเบนประเด็น ด้วยการเอื้อมมือไปโอบรอบเอวบางไว้แน่น ก่อนจะกดจมูกโด่งบนแก้มนวล ทั้งสองข้างแรงๆ พร้อมกระซิบบอกอย่างอ้อนๆ “อย่ามัวแต่ดสุ รี งุ้ อยูเ่ ลยครับแม่เดือน มาให้ผมหอมแก้มให้หายคิดถึง ดีกว่า ไม่เจอกันตั้งนาน คิดถึงจังเลยครับ” “ปากหวานเหมือนเดิมเลยนะ คิดถึงแล้วทำ�ไมไม่มาหาแม่เลยล่ะ 10


หรือว่ามัวแต่ออ้ นสาวจ���ลืมแม่ไปแล้ว” นับเดือนกระเซ้าคนทีด่ คู ล้ายเด็กชาย ขี้อ้อนมากกว่าเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาจนมีสาวๆ มาหาถึงบ้านแทบ ไม่ซ้ำ�หน้าในแต่ละวัน “ไม่เคยอ้อนใครเลยครับ...นอกจากแม่เดือนคนเดียว” วิญญ์กระชับ อ้อมแขนแน่นขึ้นก่อนจะพูดด้วยน้ำ�เสียงทุ้มนุ่ม “ไม่จริงมัง้ แม่ได้ขา่ วมาว่าวิญญ์ไปหักอกสาวๆ ไว้หลายคนไม่ใช่เหรอ ถึงจะอยู่ไกลแต่แม่ก็มีสายรายงานนะ” นับเดือนกระเซ้าต่อพร้อมกับทำ�หน้า รู้ทันคนปากหวาน “หิวจังเลยครับแม่เดือน วันนีม้ อี ะไรให้กนิ บ้างครับ” คนตัวโตยิม้ น้อยๆ ก่อนจะรีบเฉไฉไปเรื่องอื่นเมื่อรู้ตัวว่ากำ�ลังถูกต้อนให้จนมุม ดวงตาเรียวรี ชำ�เลืองมองคนปากโป้งด้วยสายตาคาดโทษ “แม่ทำ�กับข้าวที่วิญญ์ชอบทั้งนั้นเลย สีรุ้งกับวิญญ์ไปอาบน้ำ�อาบท่า ให้สบายตัวก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่จะไปอุ่นกับข้าวรอ” ปลายจมูกโด่งประทับหนักๆ บนแก้มอิม่ อีกครัง้ แทนคำ�ขอบคุณ ก่อนจะ เดินตามคนตัวเล็กไปยังห้องพักห้องเดิมซึง่ จัดเตรียมไว้ส�ำ หรับเขาโดยเฉพาะ วิญญ์เปิดประตูหอ้ งนอนพลางกวาดสายตาไปทัว่ ห้อง ดวงตาคมจ้องมองไปยัง รูปถ่ายของตนเองกับสีรงุ้ ในวัยเด็กบนหัวเตียงก่อนจะยิม้ ออกมา...ไม่นา่ เชือ่ สักนิดว่าเด็กหญิงผมเปียหน้าตามอมแมมเมื่อสิบกว่าปีก่อนจะโตขึ้นเป็น สาวน้อยหน้าใส จนเพือ่ นๆ ร่วมคณะหลายคนขอสมัครเป็นน้องเขยเมือ่ ได้เห็น รูปถ่ายของสีรุ้งในกระเป๋าสตางค์ของเขา ใบหน้าคมเข้มมีรอยยิม้ น้อยๆ ขณะเอนกายลงบนเตียง กลิน่ หอมอ่อนๆ จากหมอนใบนุ่มอันแสนคุ้นเคยทำ�ให้เขาคิดถึงช่วงเวลาดีๆ ที่ได้พำ�นักอยู่ใน บ้านหลังนี้ ทุกๆ ปิดเทอมภาคฤดูรอ้ นช่วงเรียนมัธยมปลายเขาจะมาติวหนังสือ ให้สรี งุ้ จนเธอสอบเข้าโรงเรียนประจำ�จังหวัดและเรียนจบด้วยคะแนนดีเยีย่ ม และสามารถสอบเข้าเรียนต่อในคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยที่ใช้ภาษา อังกฤษในการเรียนการสอนซึ่งกำ�ลังจะเปิดเทอมในอีกสามเดือนข้างหน้า 11


ในขณะที่สีรุ้งกำ�ลังตื่นเต้นกับการได้เป็นน้องใหม่ในมหาวิทยาลัย แต่ เ ขากลั บ กำ � ลั ง สั บ สนและว้ า วุ่ น ใจกั บ การเลื อ กทางเดิ น ชี วิ ต ให้ ตั ว เอง หลังเรียนจบปริญญาตรี เนื่องจากพ่อได้ขอร้องแกมบังคับให้เขาสมัครเป็น อาสาสมั ค รนั ก กฏหมายและทำ � งานในองค์ ก รที่ พ่ อ เป็ น คนก่ อ ตั้ ง ขึ้ น มา เพื่อสานต่อองค์กรนี้ต่อไป ชายหนุ่มระบายลมหายใจหนักหน่วงด้วยความรู้สึกหนักใจ ถ้าเขา กับพ่อสนิทสนมกลมเกลียวกันเหมือนพ่อลูกคูอ่ นื่ มันคงไม่มปี ญ ั หาอะไร แต่นี่ แค่คุยกันยังไม่เคยเกินสามประโยคเสียด้วยซ้ำ� แล้วถ้าต้องทำ�งานด้วยกัน เขาจะทนความบ้าอำ�นาจ เจ้าเผด็จการของพ่อได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ เสียงขยับลูกปิดประตูดงั ขึน้ เบาๆ ก่อนประตูจะถูกเปิดออกช้าๆ กลิน่ หอม ของแป้งเด็กรวยรินมาเข้าจมูก และการยุบตัวของทีน่ อน ทำ�ให้วญ ิ ญ์รวู้ า่ แขก ไม่ได้รบั เชิญกำ�ลังนัง่ ลงบนเตียงและกำ�ลังชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าของเขา พร้อมกับส่งเสียงบ่นพึมพำ�เบาๆ “ซกมกจริงๆ เลยนายวิญญ์ นอนหลับเข้าไปได้ยังไงเนี่ยน้ำ � ท่าก็ไม่ ยอมอาบ” น้ำ�เสียงฮึดฮัดขัดใจของคนตัวเล็กทำ�ให้คนแกล้งทำ�เป็นหลับอยู่ต้อง กลั้นยิ้มไว้สุดฤทธิ์ อาการขยับเปลือกตากับมุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ทำ�ให้คน กำ�ลังก้มลงมามองใกล้ๆ สังเกตเห็นพอดี “ไม่ตอ้ งมาแกล้งทำ�เป็นหลับเลยนะวิญญ์...ลุกขึน้ มาอาบน้ำ �เดีย๋ วนีเ้ ลย” ด้วยความหมัน่ ไส้ปนความความอยากแกล้งทำ�ให้สรี งุ้ ใช้ปลายนิว้ เขีย่ ขนตาหนาเป็นแพไม่แพ้ผู้หญิงเบาๆ ก่อนจะหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นอีกฝ่าย เบี่ยงหน้าหลบด้วยความจั๊กจี้ “ไม่ยอมตื่นใช่มั้ย...แบบนี้ต้องเจอไม้ตายซะแล้ว” น้ำ�เสียงเจ้าเล่หข์ องสีรงุ้ ทำ�ให้วญ ิ ญ์ตอ้ งรีบลืมตาขึน้ อย่างไม่ไว้ใจ แต่ก็ ช้าไปแล้วเมือ่ ปลายนิว้ เล็กๆ นัน้ จิม้ แรงๆ บนเอวหนาอย่างรวดเร็วจนหลบหลีก ไม่ทัน อาการบ้าจี้ที่เป็นจุดอ่อนมาตั้งแต่เด็กทำ�ให้วิญญ์ต้องหัวเราะออกมา 12


พลางพลิกตัวหนีเป็นพัลวัน สีรงุ้ ยิม้ กริม่ ก่อนจะโถมตัวตามไปจัก๊ จีต้ อ่ อย่างไม่ยอมปราณี หลังจาก ปล่อยให้มือเล็กๆ สร้างความทรมานจากอาการหัวเราะไม่หยุดจนแทบจะ ขาดใจตายอยู่ครู่ใหญ่ คนตัวโตกว่าก็กลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบเมื่อสามารถ ยึดข้อมือทั้งสองข้างของคนขี้แกล้งได้สำ�เร็จ วิญญ์พลิกตัวขึน้ คร่อมร่างบางอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเข้มมีรอยยิม้ ยัว่ เย้า แต่ในดวงตาคมกลับวับวาวด้วยประกายบางอย่างที่สีรุ้งไม่เคยเห็นมาก่อน มือใหญ่ตรึงข้อมือเล็กไว้แน่น ในขณะทีข่ ายาวกลับยกขึน้ พาดทับต้นขาจนเธอ ไม่สามารถขยับตัวได้ ยิง่ พยายามดิน้ รนออกจากพันธนาการเท่าไหร่ ก็เหมือน อีกฝ่ายจะแกล้งออกแรงกดมากขึ้น “ปล่อยนะวิญญ์ หนักจะตายอยูแ่ ล้ว...” สีรงุ้ ดิน้ ขลุกขลักพลางเบือนหน้าหนี เมื่อใบหน้าของวิญญ์ก้มต่ำ�ลงมาเรื่อยๆ “ไม่ปล่อย...คนนิสัยไม่ดีชอบแกล้งคนอื่น“ วิญญ์ปฏิเสธพลางมอง แก้มนวลทีก่ �ำ ลังกลายเป็นสีชมพูระเรือ่ ด้วยความรูส้ กึ เอ็นดู สีป่ ที ไี่ ม่ได้เจอกัน สีรุ้งตัวโตขึ้นมาก แต่ก็ยังติดนิสัยชอบแกล้งเขาเหมือนตอนเด็กไม่มีผิด... “แล้วเมือ่ ไหร่จะเรียกเราว่าพีฮ่ .ึ ..ตัวเองเด็กกว่าตัง้ หลายปี มาเรียกแต่ชอ่ื แบบนี้มันไม่ดีรู้มั้ย...” “ก็แค่สี่ปีเอง...“ เถียงเสียงอ่อยๆ พลางบิดข้อมือแต่ก็ต้องนิ่วหน้า เมื่อถูกมือใหญ่บีบแน่นขึ้น “จะกีป่ กี แ็ ก่กว่า ทีคนอืน่ ทำ�ไมเรียกพีไ่ ด้ แล้วกับเรามันยากตรงไหนฮึ...” “ไม่ยากแต่ไม่อยากเรียก ทำ�ไมต้องบังคับกันด้วย ปล่อยนะวิญญ์” สีรงุ้ ตวาดแว้ด โมโหที่ตกเป็นเบี้ยล่างแบบนี้ “เรียกพีก่ อ่ นแล้วจะปล่อย” คนกำ�ลังได้เปรียบผ่อนแรงกดทับลงเล็กน้อย ขณะยืน่ ข้อเสนอด้วยน้ำ�เสียงกลัว้ หัวเราะ ซึง่ ก็สร้างความขุน่ เคืองใจให้คนตัวเล็ก จนต้องออกแรงบิดข้อมือและยกเท้าขึ้นถีบเป็นพัลวัน “อย่าใช้เท้าสิสรี งุ้ ...อุบ๊ ...” วิญญ์พลิกตัวหลบเข่าและเท้าเล็กๆ ก่อนจะ 13


ร้องอุทานออกมาอย่างคาดไม่ถึง อาการดิ้นรนของคนใต้ร่างหยุดชะงักลง กะทันหันเมื่อชายหนุ่มเสียหลักทิ้งน้ำ � หนักตัวลงบนร่างบางอย่างไม่ตั้งใจ ใบหน้าคมซึ่งโน้มต่ำ�อยู่แล้วจึงปะทะกับแก้มใสอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในเสีย้ ววินาทีทร่ี มิ ฝีปากอุน่ จัดประทับแน่นกับผิวเนือ้ สีรงุ้ รูส้ กึ ร้อนวาบ ไปทัง้ ร่าง หัวใจเต้นแรงแทบจะหลุดออกมานอกอก อยากจะผลักร่างหนาออกห่าง แต่ดูเหมือนว่าแขนขาของเธอกลับไร้เรี่ยวแรง “วิญญ์ สีรงุ้ อาบน้ำ�กันเสร็จหรือยังจ๊ะ แม่อนุ่ แกงเสร็จแล้วนะ ออกมา กินข้าวกันได้แล้วลูก” เสียงเรียกและเสียงฝีเท้าซึง่ ดังใกล้เข้ามาทุกทีท�ำ ให้สรี งุ้ ต้องรีบตะโกน ออกไปสุดเสียงก่อนแม่จะเปิดประตูห้องเข้ามา “กำ�ลังจะออกไปเดี๋ยวนี้แล้วค่ะแม่” วิญญ์รบี ปล่อยมือแล้วก็พลิกตัวลงไปยืนเสยผมแรงๆ อยูข่ า้ งเตียง ในขณะที่ สีรงุ้ กลับรีบกระโดดลงจากเตียงแล้ววิง่ ผลุนผลันออกไปจากห้อง ร่างสูงขยับเท้า จะก้าวตามแต่มอื ใหญ่กลับปัดไปโดนดอกไม้สขี าวช่อเล็กซึง่ วางอยูบ่ นหัวเตียง ให้รว่ งหล่นลงพืน้ วิญญ์หยิบช่อดอกไม้ขนึ้ มาดูอย่างแปลกใจ ไม่ทนั สังเกตเลย ว่าคนตัวเล็กเอาดอกกาสะลองกลิน่ หอมกรุน่ มาวางไว้ตงั้ แต่เมือ่ ไ���ร่ ชายหนุม่ จ้องมองดอกไม้ในมือด้วยแววตาครุน่ คิดพลางถอนหายใจยาวด้วยความรูส้ กึ ไม่สบายใจเมื่อเห็นคนตัวเล็กวิ่งออกไปด้วยสีหน้าตื่นตระหนกแบบนั้น สีรงุ้ ยกมือขึน้ กุมแก้ม พลางพยายามหายใจเข้าลึกๆ เพือ่ ระงับอาการ สัน่ เทาและอาการใจสัน่ หวิวๆ เหมือนจะเป็นลม ทัง้ ๆ ทีเ่ มือ่ ก่อนเธอกับวิญญ์ ยั ง สามารถหยอกล้ อ และกอดรั ด ฟั ด เหวี่ ย งกั น ได้ โ ดยไม่ มี อ าการแบบนี้ มิตรภาพและความผูกพันระหว่างเธอกับวิญญ์ในระยะเวลาสิบกว่าปีมานี้ มัน หยัง่ รากและฝังลึกอยูใ่ นหัวใจอันใสสะอาดและบริสทุ ธิม์ าโดยตลอด แต่วา่ วันนี้ วินาทีนี้ ความรู้สึกของเธอมันเปลี่ยนไป ...และมันคงไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมได้อีกแล้ว... 14


ตอนที่ 2

แอบเจ็บ

ลมเย็นพัดโชยมาจากปลายนาหลังบ้านพัดพากลิ่นหอมจากดอกไม้ สีขาวกลีบบางในมือให้ลอยวนอยู่ในความเงียบสงัด เสียงทอดถอนหายใจ แผ่วเบาดังมาจากเด็กสาวซึ่งกำ�ลังนั่งเงยหน้าขึ้นมองดวงดาวพราวระยับ บนท้องฟ้า “กำ�ลังรอพ่ออยู่เหรอสีรุ้ง...” เสียงห้าวคุ้นหูดังขึ้นด้านหลังก่อน เจ้าของเสียงจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ยาวตัวเดียวกันด้วยท่าทางสบายๆ สีรงุ้ หันมายิม้ ให้พลางพยักหน้าแทนคำ�ตอบ กลิน่ หอมของครีมอาบน้ำ� รวยรินมาจากคนนั่งข้างๆ กับท่อนแขนเย็นๆ ที่พาดผ่านไหล่ไปตามพนักพิง เก้าอี้ ทำ�ให้ต้องขยับตัวหนีเหมือนมีของร้อนมาวางอยู่ใกล้ วิญญ์ยกแขนลงจากพนักพิงช้าๆ ก่อนจะชำ�เลืองมองคนซึ่งกำ�ลัง ทอดสายตาไปในความมืดมิด แม้จะรวดเร็วและแนบเนียนจนแทบไม่สงั เกตเห็น แต่ระยะห่างเพียงเล็กน้อยทีส่ รี งุ้ สร้างขึน้ กลับทำ�ให้เขารูส้ กึ เหมือนถูกผลักให้ ไปอยู่อีกฝั่งของเส้นแบ่งซึ่งมองไม่เห็น และไม่สามารถกลับมายืนตรงจุดเดิม ได้อีกแล้ว “เมื่อกี้...ตอนอยู่ในห้องเราขอโทษนะ เราไม่ได้ตั้งใจ...” วิญญ์หันไป มองเสี้ยวหน้าของคนนั่งข้างๆ พลางบอกออกไปไม่เต็มเสียงนัก สีรงุ้ เงยหน้าขึน้ สบตาช้าๆ ความรูส้ กึ ผิดซึง่ ส่งผ่านมาทางดวงตาทำ�ให้ เธอต้องก้มหน้าลงมองมือทีว่ างบนตัก เธอไม่ได้โกรธ แต่แค่รสู้ กึ หัวใจเต้นแรง 15


จนไม่กล้าสบตาเขาต่างหาก วิญญ์กม้ ลงมองรอยเขียวช้ำ�บนข้อมือเล็กๆ คิว้ เข้มขมวดแน่น คิดไม่ถงึ เลยว่าอารมณ์นกึ สนุกเพียงชัว่ วูบจะส่งผลต่อร่างกายของคนตัวเล็กได้ขนาดนี้ “เจ็บมากมัย้ เราขอโทษนะ...ขอโทษจริงๆ” มือใหญ่คว้าข้อมือทัง้ สอง ขึ้นมาพลิกไปมาด้วยสีหน้าสลดลงอย่างเห็นได้ชัด “ไม่ต้องขอโทษหรอกน่า วิญญ์ไม่ได้ตั้งใจจะทำ�ให้สีรุ้งเจ็บซะหน่อย” สีรงุ้ ฝืนพูดด้วยน้ำ�เสียงร่าเริง พยายามดึงมือกลับ แต่มอื ใหญ่กลับบีบกระชับ แน่นขึ้น “แต่เราทำ�ให้สรี งุ้ กลัว...ใช่มยั้ …” วิญญ์ถามต่อด้วยด้วยน้ำ�เสียงทุม้ ต่ำ� กว่าเดิม คนถูกถามอึง้ ไปอึดใจเนือ่ งจากไม่สามารถหาคำ�ตอบทีต่ รงกับความรูส้ กึ ของตัวเองได้ ร่างบางนัง่ นิง่ เพือ่ เรียบเรียงความคิดอยูค่ รูใ่ หญ่กอ่ นจะถ่ายทอด ออกมาด้วยน้ำ�เสียงนุ่มนวล “สีรงุ้ ไม่ได้กลัว...แต่ตอ่ ไปเราไม่ควรเล่นกันแรงๆ เหมือนตอนเป็นเด็กอีก วิญญ์เป็นผูช้ าย ตัวโตกว่า แข็งแรงกว่า อาจจะพลัง้ มือทำ�ให้สรี งุ้ เจ็บ แต่วนั นี้ สีรงุ้ ผิดเองแหละทีเ่ ป็นฝ่ายเริม่ ก่อน สบายใจได้แล้วนะ ตอนนีส้ รี งุ้ ไม่เจ็บแล้วล่ะ” คำ�อธิบายของคนตัวเล็กทำ�ให้ดวงตาคมเปล่งประกายสดใสขึน้ เล็กน้อย แต่ทว่าสายตายังคงจับจ้องไปยังมือเรียวก่อนจะถามย้ำ�เบาๆ ด้วยน้ำ�เสียง หนักแน่น “แน่ใจนะว่าไม่เจ็บ...” ทันทีที่พยักหน้าสีรุ้งก็รู้ว่าตัวเองหลงกลคนเจ้าเล่ห์ เพียงแค่มือใหญ่ ออกแรงบีบเพียงเล็กน้อยแต่กลับสร้างความเจ็บปวดจนต้องร้องโอยออกมา “เจ็บนะวิญญ์ มาแกล้งกันทำ�ไมเนีย่ คราวนีโ้ กรธแล้วจริงแล้วนะ” เมือ่ สามารถบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมได้สำ�เร็จ ปากบางก็ตวาดแว้ดอย่าง โกรธจัดทันที “อยากปากแข็งทำ�ไมล่ะ เจ็บก็ตอ้ งบอกว่าเจ็บ โกรธก็ตอ้ งบอกว่าโกรธ 16


ขอร้องนะว่าอย่าโกหกกันถ้ายังคิดว่าเราเป็นเพื่อน” วิญญ์บอกเสียงเข้มจัด ขณะมองสีรุ้งคลึงข้อมือตัวเองป้อยๆ “เจ็บใช่มั้ย“ ถามย้ำ�อีกครั้ง แล้วก็ยิ้มเมื่อเห็นอาการพยักหน้าหงึกๆ ของคนตัวเล็ก “โกรธใช่มยั้ “ ถามต่อ และยิม้ กว้างกว่าเดิมเมือ่ อีกฝ่ายเงยหน้าขึน้ ตอบ ทันควัน “มาก” วิญญ์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะล้วงหลอดยาแก้ฟกช้ำ � ที่เตรียมมาจาก กระเป๋ากางเกงขึ้นชู “เดี๋ยวเราทายาให้นะ...” ความร้อนจากเนือ้ ยาถูกปลายนิว้ แข็งแรงคลึงรอบข้อมืออย่างอ่อนโยน ทำ�ให้สีรุ้งรู้สึกเต็มตื้นในหัวใจ กำ�แพงน้ำ � แข็งที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาถูก ความอบอุ่นซึ่งกำ�ลังรายล้อมอยู่รอบตัวละลายไปจนหมดสิ้น “วิญญ์ยังอยากรู้อยู่มั้ย...ว่าทำ�ไมสีรุ้งถึงไม่อยากเรียกวิญญ์ว่าพี่...” สีรุ้งถามเบาๆ ก่อนจะทำ�หน้าสงสัยเมื่อวิญญ์ส่ายหน้าปฏิเสธ “สีรงุ้ จะเรียกเราว่าอะไรไม่ใช่เรือ่ งสำ�คัญ ขอแค่สรี งุ้ ดีกบั เรา แล้วก็เป็น เพือ่ นทีร่ ใู้ จเราแบบนีต้ ลอดไปก็พอแล้วล่ะ” วิญญ์ตอบเสียงนุม่ พร้อมกับกุมมือ เล็กทั้งสองข้างไว้แน่น “แล้วตอนนี้วิญญ์มีเพื่อนที่รู้ใจกี่คนแล้วล่ะ?” สีรุ้งถามยิ้มๆ “ถามทำ�ไม?” คนถูกถามไม่ยอมตอบ แต่กลับยกมือขึน้ วางบนศีรษะ คนตัวเล็กก่อนจะยีเบาๆ “ตอบมาก่อนเหอะน่า...” สีรุ้งเอียงตัวหลบพลางปัดมือหนาออก อย่างรวดเร็ว “คนเดียว...แค่สีรุ้งคนเดียว...” วิญญ์ยืนยันหนักแน่น “อย่ามาโม้...” ยากจะทำ�ใจให้เชื่อว่าตลอดสี่ปีที่วิญญ์ไปเรียน ต่อกรุงเทพฯ เขาจะยังไม่มีคนพิเศษที่รู้ใจ แต่เสียงทุ้มนุ่มซึ่งมาพร้อมกับ 17


ประกายวิบวับในดวงตาทำ�ให้สีรุ้งรู้สึกขัดเขินจนทำ�หน้าไม่ถูก “เราพูดเรือ่ งจริง...ไม่มวี นั ทีเ่ ราจะเชือ่ ใจและไว้ใจใครเท่าสีรงุ้ อีกแล้วล่ะ” วิญญ์พูดอย่างใจคิด เขาเชื่อมั่นมาตลอดว่าสีรุ้งคือผู้หญิงคนเดียวที่ ไม่เคยโกหก และหลอกใช้เขาเป็นเครื่องมือ สีรงุ้ ต้องไม่เหมือนผูห้ ญิงคนอืน่ และจะต้องไม่เหมือนผูห้ ญิงคนนัน้ ... “ถ้างั้น เพื่อนที่รู้ใจคนนี้ก็ยืมตักวิญญ์เป็นหมอนนอนดูดาวเหมือน เมื่อก่อนได้ใช่มั้ย?” สีรุ้งแกล้งเปลี่ยนเรื่องด้วยน้ำ �เสียงสดใสเมื่อสังเกตเห็น ประกายหม่นเศร้าในดวงตาของอีกฝ่าย “ได้อยูแ่ ล้ว...” วิญญ์ขยับตัวเปลีย่ นท่านัง่ ให้สบายขึน้ เพือ่ รองรับร่างเล็ก ที่กำ�ลังเอนกายลงช้าๆ ความอ่อนเพลียจากตอนบ่ายและสายลมเย็นต้องผิวกายเป็นระยะ ทำ�ให้เปลือกตาของคนอยากจะดูดาวค่อยๆ หนักอึง้ ลงทุกที ดวงหน้าเนียนใส มีรอยยิ้มละไมเมื่อสัมผัสได้ถึงมือใหญ่ที่ลูบศีรษะพร้อมกับเสียงทุ้มกระซิบ แผ่วเบาราวสายลม “หลับฝันดีนะสีรุ้ง...” เสียงรถยนต์คุ้นหูแล่นช้าๆ เข้ามาจอดหน้าบ้านทำ�ให้สีรุ้งและวิญญ์ ต้องเงยหน้าขึ้นจากการล้างจานชามในเรือนครัวหลังเล็ก เสียงของแม่เดือน ดังขึ้นแว่วๆ ตามด้วยเสียงหัวเราะดังกังวานจากบุรุษผมยาวรูปร่างสูงใหญ่ ซึ่งกำ�ลังเดินเคียงคู่กันเข้ามา “ไหนพ่อบอกว่าจะมาตั้งแต่เมื่อวานไงคะ ดีนะที่สีรุ้งไม่รอกินข้าวเย็น พร้อมพ่อ ไม่งั้นหิวตายแน่ๆ” สีรุ้งต่อว่าขณะโผเข้ากอดเต็มแรงจนร่างหนา ต้องเซไปข้างหลังเล็กน้อย ใบหน้าคล้ำ�เกรียมแดดลมมีรอยยิม้ อบอุน่ ขณะโอบรัดร่างเล็กไว้แนบอก อย่างแสนรัก ดวงตาคมสีด�ำ สนิทไหววูบเล็กน้อย เมือ่ เหลือบตาไปเห็นร่างสูง ซึ่งกำ�ลังตั้งอกตั้งใจใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดจานในมือให้แห้งสนิทมากกว่า 18


เอ่ยปากทักทายพ่อของตัวเอง “พ่อขอโทษนะทีไ่ ม่ได้โทรมาบอก พอดีงานมันติดพันน่ะ แต่ตอนนีห้ วิ จังเลย สีรุ้งมีอะไรให้พ่อกินบ้างมั้ย” วิสุทธิ์ตอบคำ�ถามของคนตัวเล็กก่อนยกมือขึ้น กุมท้อง เนื่องจากรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมากระทันหัน “เมือ่ คืนคุยกับน้องๆ จนดึกอีกล่ะสิ ถึงไม่ยอมกลับมานอนทีบ่ า้ น” นับเดือน พูดยิ้มๆ ก่อนจะวางข้าวต้มหมูชามโตลงบนโต๊ะอาหารตามด้วยกาแฟสด หอมกรุ่นอีกแก้ว “ไม่ดึกหรอก...แค่ตีสามเอง” ตอบเสียงกลั้วหัวเราะก่อนจะเดินไป นั่งบนเก้าอี้และเหลือบตามองลูกชายที่กำ�ลังถือแก้วกาแฟมานั่งร่วมโต๊ะ ด้วยสีหน้านิ่งสนิท “สีรงุ้ นัง่ รอพ่อจนดึกเลยค่ะ แต่วา่ เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ ดีนะคะที่ ยุงไม่หามสีรุ้งออกไปนอนนอกบ้าน” สีรุ้งเล่าพลางหัวเราะคิกคัก แล้วก็ต้อง ทำ�หน้ามุย่ เมือ่ คนนัง่ ตรงข้ามพูดแทรกขึน้ มาด้วยน้ำ�เสียงประชดประชันเล็กน้อย “หลับไปตอนเทีย่ งคืนสิบนาทียส่ี บิ ห้าวินาที แล้วก็ล�ำ บากให้ยงุ ตัวนึงต้อง อุม้ เข้าไปนอนด้วย คนอะไรขีเ้ ซาชะมัด ตัวก็หนักอย่างกับหมู เดีย๋ วมานวดหลัง ให้เราเลยนะ ยังปวดๆ อยู่เลยเนี่ย” วิสทุ ธิห์ วั เราะออกมาเบาๆ เมือ่ ได้เห็นดวงตาแวววาวของเจ้าลูกชาย มาดขรึม พลางนึกตำ�หนิตวั เองทีไ่ ม่คอ่ ยมีเวลาดูแลเอาใจใส่ลกู ทัง้ ๆทีเ่ ขาทำ�งาน เป็นพี่เลี้ยงดูแลอาสาสมัครเพื่อสังคม ซึ่งมีหน้าที่หลักในการรับฟังและช่วย แก้ปญ ั หาในการทำ�งานให้กบั น้องๆ ในองค์กรต่างๆ ทัว่ ประเทศมาสิบกว่าปีแล้ว แต่กบั ลูกชายคนเดียวของตัวเอง เขากลับไม่มปี ญ ั ญาทำ�ให้ลกู ไว้ใจและเปิดใจ คุยได้ทุกเรื่อง แม้แต่รอยยิ้มสดใสไม่มีฟอร์มแบบนี้ก็น้อยครั้งจะได้เห็นจาก ใบหน้าหล่อเหลาซึง่ ได้รบั เค้าความสวยมาจากแม่ รวมถึงผิวขาวเหลืองแบบ คนเหนือ ไม่ใช่ด�ำ แดงแบบหนุม่ ใต้เหมือนเขา ก็คงจะมีเพียงรูปร่างสูงใหญ่และ เรือนผมสีดำ�สนิทเท่านั้นที่วิญญ์ได้มาจากเขาเต็มๆ “วันนี้สีรุ้งว่างทั้งวันใช่มั้ยลูก พี่ยิ้มขอแรงให้ไปช่วยจัดสวนหย่อม 19


หน้าบ้านให้หน่อย คิดรายการต้นไม้กบั อุปกรณ์ทตี่ อ้ งใช้ไว้เลยนะ เดีย๋ วบ่ายๆ พี่ยุ่นจะมารับไปร้านขายต้นไม้” “ว่างอยูแ่ ล้วค่ะพ่อ งานหมัน้ ของพีย่ มิ้ กับพีโ่ ตทัง้ ทีสรี งุ้ จะจัดให้สวยสุด ฝีมอื เลยค่ะ ไปด้วยกันนะวิญญ์ จะได้เจอพีย่ นุ่ ด้วยไง” สีรงุ้ ยิม้ แป้นก่อนจะหันไป พูดกับคนที่กำ�ลังนั่งเงียบไม่พูดไม่จา ปลายน้ำ�เสียงดูเหมือนกระตือรือล้นนัน้ ดูมนี ยั ซ่อนเร้นแกมยัว่ กึง่ เย้า อยูใ่ นที วิญญ์จอ้ งคนชวนอย่างไม่พอใจ ก่อนจะพรวดพราดลุกขึน้ แล้วก็เอาแก้ว ไปล้างด้วยสีหน้าเคร่งขรึมผิดปกติ ใบหน้าหมองๆ ของวิญญ์ท�ำ ให้นบั เดือนต้องมองตามด้วยสีหน้าห่วงใย ในขณะทีผ่ เู้ ป็นพ่อแท้ๆ กลับทำ�ท่าทางเหมือนทองไม่รรู้ อ้ นแล้วก็กม้ หน้าก้มตา กินข้าวต้มจนเกลี้ยงชาม “มีอะไรที่แม่ยังไม่รู้หรือเปล่าจ๊ะสีรุ้ง...” น้ำ�เสียงเย็นใส ไม่มรี อ่ งรอยของการคาดคัน้ แม้แต่นอ้ ย แต่สรี งุ้ กลับไม่กล้า เงยหน้าขึน้ ตอบ ดวงตากลมโตแอบชำ�เลืองมองคุณพ่อใจดีซง่ึ กำ�ลังยกกาแฟขึน้ จิบด้วยสีหน้าอ้อนวอน เพราะว่าเธอรับปากนายวิญญ์ไปแล้วว่าจะไม่เล่าเรือ่ ง ที่เขาอกหักจากพี่ยุ่นให้ใครฟัง เมือ่ กีแ้ ค่เผลอหลุดปากเป็นนัยๆ ไปนิดเดียวคนขีง้ อนก็แปลงร่างเป็น อึ่งอ่างพองลมลอยตุ๊บป่องๆ ออกไปแล้ว... “เรื่องหัวใจของเด็กๆ เค้าน่ะ คนแก่ๆ ไม่ต้องไปยุ่งหรอก” แม้จะเป็นประโยคบอกเล่าลอยๆ โดยไม่เฉพาะเจาะจงว่าคนแก่ทวี่ า่ นัน้ หมายถึงใคร แต่ในเมื่อห้องนี้ก็มีคนแก่อยู่แค่สองคน นับเดือนก็เลยอดที่จะ ทำ�เสียงแหวใส่คนที่ทำ�เหมือนตัวเองไม่ใช่คนแก่ไม่ได้ “แล้วทำ�ไมคนแก่บางคนถึงได้ชอบยุง่ เรือ่ งความรักของน้องๆ จังเลยล่ะ เดือนไม่เชือ่ หรอกว่าทีน่ งั่ คุยกันดึกๆ ดืน่ ๆ ถึงตีสามตีสนี่ ะ่ ปรึกษาเรือ่ งงานล้วนๆ ไม่ใช่เรื่องหัวใจ” “ถ้าปัญหาหัวใจมันกระทบกับเรือ่ งงาน เราก็ตอ้ งรับฟังแล้วก็ชว่ ยแก้ปญ ั หา 20


ลืมไปแล้วเหรอว่าการให้คำ�แนะนำ�เรื่องความรักกับอาสาสมัครนี่เป็นหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายอาสาสมัครโดยตรงเลยนะ” วิสุทธิ์โต้กลับด้วยน้ำ� เสียง กลั้วหัวเราะ “เดือนว่าเมฆหาเรือ่ งชวนน้องกินเหล้ามากกว่ามัง้ กินเข้าไปเยอะๆ นะ เหล้าเบียร์นะ่ สักวันจะตับแข็งไม่รตู้ วั ” คนถูกย้อนพูดอย่างรูท้ นั ก่อนจะถือโอกาส เทศนาเสียเลย “อ้าว...ทำ�ไมมาแช่งกันแบบนีล้ ะ่ ถ้าเราเป็นตับแข็งขึน้ มาจริงๆ เดือน นั่นแหล่ะจะลำ�บากที่ต้องมาดูแลเรา” น้ำ�เสียงยัว่ เย้ากับแววตากรุม้ กริม่ อย่างไม่เกรงใจเด็กทีน่ งั่ เท้าคางฟัง พลางทำ�ตาบ้องแบ๊ว ทำ�ให้นบั เดือนรูส้ กึ หน้าร้อนขึน้ มาจนพูดต่อไม่ออก เลย ต้องหันไปไล่เบี้ยเอากับลูกสาวแทน “ตกลงสีรุ้งจะไม่บอกแม่ใช่มั้ยว่าวิญญ์เป็นอะไร...” สีรุ้งปิดปากพลางส่ายหน้าไปมาแล้วก็หัวเราะชอบใจเมื่อได้ยินเสียง จากคนทีเ่ ข้าข้างเธอในทุกๆ กรณี รีบยืน่ มือมารับกระบีข่ องแม่แทนเธออีกครัง้ “ก็เป็นลูกชายเราไง แก่จนจำ�ไม่ได้แล้วเหรอ” วิสุทธิ์ยิ้มกว้างก่อนจะ โบกมือไล่ให้คนตัวเล็กรีบลี้ภัยไปก่อนจะโดนซักฟอกจนขาวสะอาดไปทั้งตัว “ล้อเล่นน่า...มานั่งใกล้ๆ นี่เร็ว แล้วเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าเจ้าวิญญ์ โกรธเรื่องอะไร“ “ยืนอยูต่ รงนีก้ ไ็ ด้ยนิ ย่ะ ยังไม่แก่เท่าไหร่ หูกไ็ ม่ได้ตงึ ” นับเดือนปฏิเสธ ทันควัน อดขำ�กับอุบายตื้นๆ ของคนขี้เล่นจนอดยิ้มออกมาไม่ได้ วิสุทธิ์ส่ายหน้าอย่างระอาใจกับความดื้อดึงที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป ตามกาลเวลาของผูห้ ญิงใจแข็งคนนี้ มองไปยังประตูจนแน่ใจว่าลูกสาวตัวเล็ก วิง่ ออกไปไกลแล้วแน่ๆ ร่างสูงใหญ่คอ่ ยๆ ขยับเข้ามาใกล้และโอบกอดร่างบาง ไว้แนบอกกว้างให้สาสมกับความรักและความคิดถึง หลังจากต้องเดินทาง ตะลอนๆ ไปติดตามอาสาสมัครภาคอีสานและภาคใต้จนไม่ได้กอดร่างนุ่มๆ นี้มาเกือบสามเดือนแล้ว 21


“ตกลงจะบอกได้หรือยังว่าวิญญ์ไม่สบายใจเรื่องอะไร...” ร่างบาง ยกแขนขึ้นโอบรอบเอวหนาก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามอีกครั้งด้วยแววตาสงสัย ริมฝีปากรกครึ้มด้วยหนวดเคราประทับลงบนหน้าผากกลมกลึง ด้วยความรู้สึกตื้นตันในความรักและความห่วงใยที่เธอมีให้ลูกชายคนเดียว ของเขามาตลอด วิญญ์เป็นเด็กขาดความอบอุ่น แต่ความรักจากนับเดือน เป็ น สิ่ ง ชดเชยและประคั บ ประคองไม่ ใ ห้ ลู ก ชายของเขากลายเป็ น เด็ ก มีปัญหา หลังจากภรรยาเสียชีวิตไปเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน เขาก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับ ผูห้ ญิงคนไหนเพราะหัวใจของเขาเป็นของผูห้ ญิงแกร่งคนนีม้ าตัง้ แต่แรก ก่อนที่ จะต้องแต่งงานกับวลัยพรซึง่ เป็นเพือ่ นรักของเธอด้วยซ้ำ � แม้วา่ จะตกพุม่ หม้าย พร้อมกันทั้งคู่ แต่จนป่านนี้แล้วนับเดือนก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะใจอ่อนยอมตก ปากรับคำ�ขอแต่งงานของเขาเลยสักครั้ง “เจ้าวิญญ์มนั หลงรักรุน่ พีค่ นนึงตัง้ แต่เรียนอยูป่ หี นึง่ แล้วล่ะ แต่กต็ อ้ ง อกหักเพราะฝ่ายหญิงบอกให้ตดั ใจ ทีนพี้ อสีรงุ้ เผลอไปแซวเข้าหน่อย เจ้าวิญญ์ ก็เลยโกรธไง” ร่างสูงโน���มตัวลงกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำ�เสียงกลั้วหัวเราะ “วิญญ์เนีย่ นะอกหัก เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า...” นับเดือนทำ�ตาโตก่อนจะ ทำ�หน้าเหมือนไม่ค่อยจะเชื่อกับเรื่องที่คนเป็นพ่อเล่าสักเท่าไหร่ วิสทุ ธิห์ รีต่ าอย่างรูท้ นั ว่าคนในอ้อมแขนกำ�ลังเหน็บให้เขาเจ็บเรือ่ งทีเ่ ขา ไม่คอ่ ยมีเวลาให้ลกู วงแขนแข็งแรงรัดร่างบางแน่นขึน้ เหมือนจะแกล้ง จนนับเดือน ต้องจรดปลายเล็บบนท่อนแขนแข็งแรงหนักๆ และเน้นๆ เจ้าของวงแขนจึงต้องรีบ คลายออกก่อนจะตอบด้วยน้ำ�เสียงจริงจัง “ไม่ผิดหรอกน่า แหล่งข่าวคนนี้เชื่อถือได้” นับเดือนอมยิ้ม พอจะเดาออกว่าแหล่งข่าวคนดังกล่าวนั้นคือใคร แต่ก็ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ว่าผู้หญิงที่วิญญ์หลงรักนั้นจะเป็นน้องยุ่น ‘กุลวีร์’ วิศกรสาวมาดเท่ น้องสาวของอดีตอาสาสมัครที่วิสุทธิ์สนิทสนมเป็นพิเศษ “พอดี น้ อ งยุ่ น ไปต่ อ เรี ย นวิ ศ วะที่ ม หาวิ ท ยาลั ย เดี ย วกั บ วิ ญ ญ์ ไ ง 22


เราเห็นว่าเป็นน้องสาวของยิ้มก็เลยชวนมากินข้าวด้วยกันบ่อยๆ ลูกชาย เดือนเห็นน้องยุน่ ก็ปิ๊งทันที...” วิสุทธิ์รีบเล่าต่อก่อนที่คนช่างซักจะทำ�หน้างง ไปมากกว่านี้ “ตกลงว่าน้องยุ่นมีแฟนอยู่แล้วเหรอถึงไม่ชอบวิญญ์...” “ก็ไม่เชิงหรอก...” คนเล่ายิม้ แบบอมภูมิ ก่อนจะลดเสียงให้เบาลงเกือบ กระซิบ “ที่เจ้าวิญญ์มันอกหัก เพราะว่าน้องยุ่นเค้าไม่ได้รักผู้ชาย...” สีรงุ้ เพ่งสายตาตามร่างสูงทีก่ �ำ ลังเดินไปเปิดประตูรถปิก๊ อัพสีด�ำ ซึง่ จอด อยู่หน้าบ้าน แล้วก็ก้มตัวลงไปหยิบถุงผ้าสีขาวขึ้นมาถือไว้ก่อนจะก้าวยาวๆ ไปยังศาลาไม้ไผ่ริมสระบัวสายสีชมพูท่ีกำ�ลังเบ่งบานชูช่อรับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ คนตัวโตนัง่ ลงบนแคร่ไม้ไผ่เตีย้ ๆ แล้ววางถุงผ้าในมือลง จากนัน้ ก็หยิบ สิง่ ของในถุงขึน้ มาดูดว้ ยใบหน้ามีรอยยิม้ สีรงุ้ ค่อยๆ ย่องเข้าไปทางด้านหลังด้วย ฝีเท้าเงียบกริบ ก่อนจะชะโงกหน้าข้ามไหล่กว้างพร้อมกับจิม้ นิว้ ไปบนเอวหนา แรงๆ ร่างบางหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายสะดุ้งสุดตัว แล้วก็หันกลับมาตี หน้ายักษ์ใส่ทันที “ทำ�อะไรสีรงุ้ ...บอกหลายครัง้ แล้วนะว่าไม่ชอบให้เล่นแบบนี”้ วิญญ์พดู ด้วยน้ำ�เสียงห้วนจัดจนคนชอบแกล้งต้องรีบเดินอ้อมไปนัง่ ทำ�หน้าสำ�นึกผิด “ก็สรี งุ้ กลัววิญญ์ลอยตุบ๊ ป่องหนีไปอีกไง เลยต้องเจาะเอาลมออกก่อน” น้ำ�เสียงยัว่ เย้ากับดวงตาวิบวับของคนตัวเล็กทีก่ �ำ ลังลอยหน้าลอยตาตอบ ทำ�ให้ใบหน้าคมคายงอง้ำ�ลงกว่าเดิม มือหนารีบเก็บหนังสือใส่ในถุงก่อนจะพูด เสียงราบเรียบ “กวนกันไม่เลิกแบบนี้...ของฝากไม่ต้องเอาแล้วนะ” “เอาสิ...โอ๋ๆๆ ล้อเล่นแค่หน่อยเดียวเอง อย่าทำ�หน้าบึ้งแบบนี้สิ เดี๋ยวไม่หล่อนะ” 23


มือเล็กตะปบลงบนมือของผูช้ ายขีง้ อนอย่างรวดเร็วจนเกือบจะกลาย เป็นอาการตะครุบ ใบหน้าเนียนใสมีรอยยิ้มพรายดวงตาฉายแววอ้อนวอน คนตัวโตก้มลงสบตาพลางทำ�ท่านิ่งคิด อยากจะโกรธคนปากโป้งไม่รกั ษาสัญญา แต่พอเห็นตาใสๆ แล้วก็ตอ้ ง ใจอ่อนโกรธไม่ลงทุกที... วิญญ์ยมิ้ น้อยๆ ก่อนจะป้อนมะเหงกลูกย่อมๆ เข้าตรงกลางหน้าผาก ของคนขี้อ้อนอย่างอดใจไม่อยู่ “หายโกรธแล้วใช่มั้ย...งั้นสีรุ้งขอดูของฝากหน่อยนะ” มือเรียวยกขึ้น ลูบหน้าผากป้อยๆ เจ็บไม่ใช่น้อย แต่ก็ยังยิ้มออกเพราะอยากได้ของฝาก วิญญ์พยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต คนตัวเล็กจึงรีบเปลีย่ นท่าเป็นนัง่ ขัดสมาธิ ให้ทะมัดทะแมงขึน้ ก่อนจะหยิบหนังสือในถุงผ้าออกมาพลิกดูอย่างทะนุถนอม ดวงหน้าหวานมีรอยยิม้ กว้าง เมือ่ เปิดหนังสือแต่ละเล่มดู และพบว่ามีลายเซ็น ของศิลปินในดวงใจเขียนกำ�กับไว้ว่ามอบให้เธอครบทุกเล่ม “ดีใจจนพูดไม่ออกเลยเหรอ” เสียงทุ้มถามเบาๆ ในดวงตาวาววับ รอคอยคำ�ตอบ สีรุ้งจ้องมองหนังสือในมือสลับกับใบหน้าที่มีรอยยิ้มอ่อนโยน ของ ฝากจากวิญญ์คอื หนังสือรวมเรือ่ งสัน้ และบทกวีตงั้ แต่เล่มแรกจนถึงเล่มล่าสุด จำ�นวนสิบกว่าเล่ม ซึ่งแต่ละเล่มนั้นหายากและมีราคาแพง อีกทั้งยังมีลาย เซ็นยังบ่งบอกวันเวลาซึ่งแตกต่างกันอีก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าวิญญ์จะใส่ใจและทำ�เพื่อเธอได้ถึงขนาดนี้... วิญญ์ยกมือขึน้ เสยผมอย่างขัดเขินและผิดความคาดหมายว่าคนเป็นโรค คลัง่ ศิลปินจะต้องร้องกรีด๊ กร๊าดทำ�ท่าดีอกดีใจทีไ่ ด้หนังสือครบชุดพร้อมลายเซ็น แบบนี้ แต่พอเจ้าหล่อนมานั่งจ้องหน้าทำ�ตาหวานซึ้งใส่ เขาเลยเกิดอาการ พูดไม่ออกบอกไม่ถูกขึ้นมาดื้อๆ “ขอบใจนะวิญญ์...ขอบใจมากๆ เลย” สีรุ้งพูดด้วยน้ำ �เสียงสั่นเครือ ดวงตาคู่สวยไหวระริกด้วยความรู้สึก 24


ซาบซึ้งใจ ก่อนจะโผเข้าไปกอดจนอีกฝ่ายตั้งตัวแทบไม่ทัน ด้วยความตกใจทำ�ให้ร่างใหญ่ชะงักไปชั่วขณะ คำ�พูดของคนตัวเล็ก เมื่อคืนแว่วขึ้นมาในห้วงสำ�นึก แต่เรียวแขนเล็กๆ ซึ่งโอบรัดรอบเอวไว้แน่น กลับก่อเกิดความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก มือใหญ่ที่กำ�ลังยกขึ้น เพือ่ จะผลักไสกลับกลายเป็นกอดตอบ คางหนาได้รปู กดลงบนศีรษะของคนใน อ้อมแขนนิง่ นาน จนกระทัง่ เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของ สีรุ้งดังขึ้น วิญญ์รีบคลายอ้อมแขนและผละร่างออกห่างอย่างรวดเร็ว “สวัสดีค่ะพี่ยุ่น” สีรุ้งกดรับสายและกล่าวทักทายด้วยน้ำ�เสียงร่าเริง พลางชำ�เลืองมองตามคนที่ลุกขึ้นไปยืนกอดอกทำ�หน้านิ่งอยู่ริมสระบัว วิญญ์ขบกรามแน่นขณะมองดอกบัวสีชมพูที่กำ�ลังชูช่อสลอนส่งกลิ่น หอมยั่วยวนให้มวลแมลงเข้ามาลองลิ้มชิมเกสรแสนหอมหวาน และเมื่อ แสงแดดแผดกล้าในเวลาสายจัด ดอกบัวสีสวยก็หุบกลีบบอบบางกักขัง แมลงตัวน้อยซึ่งหลงใหลในรสชาติจนไม่ยอมบินจากไปให้ตายอยู่ในกับดัก แสนหวาน ...ความรักก็เหมือนดอกบัว หอมหวานน่าลิม้ ลองเมือ่ เริม่ ต้น แต่สดุ ท้าย มันก็ท�ำ ให้เจ็บปวดปางตาย แต่เขาจะไม่มวี นั ปล่อยให้ตวั เองต้องมีชะตากรรม เหมือนแมลงพวกนี้เด็ดขาด! “ถ้าวิญญ์ลำ�บากใจที่จะเจอพี่ยุ่น...วิญญ์ไม่ต้องไปช่วยสีรุ้งจัดสวน ก็ได้นะ...” ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มอย่างลืมตัวก่อนจะละสายตาจากทัศนียภาพ เบือ้ งหน้าและหันกลับมาสบตากับคนเรียกชือ่ เขาด้วยน้ำ �เสียงเบาหวิว ร่างสูง ค่อยๆ โน้มตัวต่ำ � ลงมาจนใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน ดวงตาคมสบตานิ่ง ก่อนจะบอกด้วยน้ำ�เสียงหนักแน่น “ฟังให้ดนี ะสีรงุ้ ...ความรูส้ กึ ของเราตอนนีก้ บั เมือ่ สามปีกอ่ นมันไม่เหมือน เดิมแล้ว...ตอนนี้เราไม่ได้คิดอะไร แล้วก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่ยุ่นแล้วจริงๆ...” ดวงตากลมโตจ้องกลับอย่างค้นคว้าเพื่อหาร่องรอยการกลบเกลื่อน 25


และซ่อนเร้นความรู้สึกในดวงตาดำ�สนิทเหมือนบ่อลึกซึ่งเธอไม่อาจหยั่งถึง แต่สง่ิ ทีเ่ ธอเห็นกลับมีเพียงเงาของตัวเธอเองปรากฏชัดอยูใ่ นดวงตาเรียวรีคนู่ น้ั “ถ้าอย่างนัน้ วิญญ์คงไม่วา่ อะไรนะ ทีส่ รี งุ้ ชวนพีย่ นุ่ มากินข้าวเทีย่ งด้วย กันวันนี้...” ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มเล็กน้อย แต่น้ำ�เสียงกับแววตากลับนิ่งสนิท อยากรูจ้ ริงๆ ว่าหัวใจของวิญญ์จะแข็งเหมือนทีป่ ากพูดหรือเปล่า?...

26


ตอนที่ 3

หึงหวงหรือห่วงใย “ผักที่ให้เอาไปหั่นเสร็จหรือยังสีรุ้ง...” เสียงทุ้มแต่ห้วนจัดบ่งบอกอารมณ์หงุดหงิดปนรำ�คาญของคนกำ�ลัง ยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อบริเวณหน้าผากไ���่ให้ไหลเข้าตา ส่วนมืออีกข้างนั้น ก็สาละวนกับการหยิบขวดเครื่องปรุงรสต่างๆ มาเหยาะลงในกระทะใบย่อม จนส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว “เสร็จแล้วจ้า...” ร่างบางเงยหน้าขึ้นตอบเสียงใสพลางใช้สองมือโกย ผักคะน้าที่หั่นเสร็จแล้วลงในจานใบโตมาส่งให้หลังจากโดนพ่อครัวตัวใหญ่ ตะโกนถามมาสามครั้งแล้ว วิญญ์รบั จานมาถืออย่างทะมัดทะแมง ก่อนจะเทผักลงในกระทะร้อนจัด อย่างรวดเร็วจนเกิดประกายไฟลุกท่วมขึน้ มา ชำ�เลืองมองคนทำ�ท่ากล้าๆ กลัวๆ ก่อนส่ายหน้าอย่างระอาใจ “น่ากินจังเลย...” สีรงุ้ ยิม้ แป้นพลางทำ�เสียงประจบประแจง ขณะชะโงก หน้าไปมองอาหารในกระทะด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย “มือว่างอยูช่ ว่ ยเช็ดเหงือ่ ให้หน่อยเร็ว แสบตาชะมัดเลย” คนตัวโตแกล้งทำ� เสียงดุพลางซ่อนยิม้ ในหน้า เมือ่ เห็นอีกฝ่ายหันรีหนั ขวางมองหากระดาษมา ซับเหงื่อให้ตามคำ�สั่งด้วยอาการร้อนรน “รอแป๊บนึงนะ สีรุ้งหากระดาษทิชชู่ก่อน อ้อ...เจอแล้ว อยู่นี่เอง” วิญญ์เอื้อมมือไปปิดแก๊ส ก่อนจะหมุนตัวกลับมาช้าๆ ใบหน้าคมเข้ม 27


ปรากฏรอยยิ้มที่มุมปาก ร่างสูงโน้มศีรษะลงต่ำ�กว่าเดิมเพื่อให้คนตัวเล็กใช้ กระดาษนุ่มๆ กดซับเหงื่อบริเวณรอบดวงตาและใบหน้าได้สะดวกมากขึ้น “สีรุ้งกับวิญญ์ทำ�อะไรให้พี่กินเอ่ย...กลิ่นหอมไปถึงเรือนใหญ่เลย” ร่างโปร่งชะงักฝีเท้าทีก่ �ำ ลังจะก้าวเข้ามาในห้องครัว ภาพซึง่ ดูเหมือน คู่รักกำ�ลังอยู่ในอารมณ์หวานซึ้งปรากฏต่อสายตาทำ�ให้เสียงทักทายร่าเริง ในตอนแรกปร่าแปร่งไปเล็กน้อยคล้ายกับไม่แน่ใจว่าตนเองเข้ามาผิดจังหวะ เวลาหรือไม่ “เส้นใหญ่ราดหน้ากุง้ ค่ะพีย่ นุ่ ” สีรงุ้ ตอบเสียงตะกุกตะกักก่อนจะรีบดึงมือ ออกจากการเกาะกุมอย่างรวดเร็ว ในขณะที่พ่อครัวจำ�เป็นกลับยิ้มน้อยๆ “ทานเลยมั้ยคะ เพิ่งเสร็จพอดี กำ�ลังร้อนๆ” เจ้าของบ้านรีบกุลีกุจอ หยิบจานมาเตรียมไว้ เมื่อเห็นพี่สาวคนสวยยิ้มน้อยๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง บนเก้าอี้อย่างเป็นกันเอง เรียวขากลมกลึงโผล่พ้นกางเกงขาสั้นสีน้ำ � ตาล และเสื้อกล้ามตัวเล็กสีขาวซึ่งรัดรึงเรือนร่างงดงามไร้ที่ติ ทำ�ให้สีรุ้งต้องแอบ ชำ�เลืองมองด้วยสายตาชื่นชม เมื่อรู้สึกตัวว่ากำ�ลังตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคน ริมฝีปากอิ่ม เคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูออ่ นของกุลวีรจ์ งึ มีรอยยิม้ น้อยๆ มือเรียวยกขึน้ เสย ผมซอยสั้นสีน้ำ�ตาลแดงอย่างขัดเขิน มิตรภาพและความรู้สึกดีๆ ซึ่งส่งผ่าน มาทางดวงตาคูส่ วย แตกต่างอย่างลิบลับกับดวงตาเรียวรีสดี �ำ สนิทของเด็กหนุม่ ที่เธอเคยจัดวางให้อยู่ในฐานะของน้องชายคนสนิทหรือจะเรียกว่ากิ๊กก็คง ไม่ผิดนัก เรือนร่างสูงใหญ่ก�ำ ยำ�และหน้าตาหล่อเหลาสไตล์หนุม่ เกาหลีทเี่ พือ่ น สาวของเธอคลัง่ ไคล้อยากได้มาเป็นคูค่ วง ทำ�ให้เธออยากจะเอาชนะคำ�ท้าทาย ของเพือ่ นๆ จนต้องยอมแหกกฎตัวเองและเดินข้ามสะพานทีห่ นุม่ น้อยทอดมา โดยรู้ทั้งรู้ว่าไม่ใช่วิถีทางที่เธอปรารถนา แม้จะรู้สึกผิดกับการทำ�ให้วิญญ์ต้อง เสียใจ แต่เธอก็ไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรให้ดขี นึ้ ได้อกี แล้ว นอกจากหวังว่า วิญญ์จะเข้าใจและให้อภัยเมื่อเวลาผ่านไปนานกว่านี้ 28


สีรงุ้ พิจารณาจานอาหารของคนทีน่ ง่ั อยูต่ รงหน้าแล้วก็ลอบมองพ่อครัว ตัวโตด้วยแววตาครุน่ คิด...ราดหน้ากุง้ ร้อนๆ กลิน่ หอมฉุย โรยหน้าด้วยพริกไทย ป่นละเอียดสีขาวตัดกับสีเขียวของผักคะน้าและสีแดงของแครอทกับกุง้ ตัวโต ที่บรรจงจัดวางอย่างงดงามพิถีพิถันบ่งบอกความตั้งใจของคนทำ� นี่หรือที่บอกว่าไม่ได้รู้สึกอะไรและไม่ได้คิดอะไรแล้ว...ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เธอเห็นมันช่างขัดกับสิ่งที่วิญญ์พยายามบอกเธอเหลือเกิน... “หน้าตาน่ากินจังเลยจ้ะ สงสัยว่าต้องอร่อยแน่ๆ” กุลวีรก์ ม้ ลงสูดกลิน่ หอม ก่อนจะบอกด้วยใบหน้ามีรอยยิ้มสดใส “ดูแค่หน้าตาอย่างเดียวไม่ได้หรอกครับพี่ยุ่น ต้องลองชิมก่อนครับ จะได้รวู้ า่ รสชาติถกู ปากหรือเปล่าเดีย๋ วจะมาเสียใจทีหลังนะครับทีค่ ดิ ว่ามันจะ อร่อย ทัง้ ๆ ทีร่ สชาติไม่ได้เรือ่ ง...” วิญญ์พดู พลางถอดผ้ากันเปือ้ นออกจากเอวช้าๆ ดวงตาคมกริบเปล่งประกายร้าวลึก ใบหน้าสวยเฉี่ยวมีสีเข้มขึ้น เงยหน้าขึ้นสบตาคนพูดทันควัน แม้ใน น้ำ�เสียงของวิญญ์จะราบเรียบไร้ความรูส้ กึ แต่สายตาทีม่ องมากลับเต็มไปด้วย ร่องรอยของการตัดพ้อต่อว่า กุลวีรถ์ อนใจยาวลึกก่อนจะพูดด้วยน้ำ�เสียงเย็นเยียบ “ใช่จ้ะวิญญ์...พี่คงต้องลองชิมดูก่อน เพราะว่าอาหารบางอย่าง นอกจากจะไม่อร่อยแล้ว แค่คดิ ถึงรสชาติของมันขึน้ มาเมือ่ ไหร่ พีก่ ร็ สู้ กึ อยาก จะอ้วกแล้วล่ะ” เคร้ง!... เสียงช้อนส้อมกระทบกับจานตรงหน้าของบุคคลที่กำ�ลังกลายเป็น ส่วนเกินของการสนทนาทำ�ให้วิญญ์และกุลวีร์ต้องหันกลับมามองต้นเสียง ด้วยแววตามีคำ�ถามพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย “สีรงุ้ ว่าเรารีบทานกันดีกว่านะคะ เดีย๋ วราดหน้าเย็นแล้วจะไม่อร่อย” คนทีต่ กเป็นเป้าสายตาของดวงตาสองคูร่ บี พูดเสียงสัน่ เสียงหัวเราะ ต่ำ�ๆ ในลำ�คอของคนนั่งข้างๆ ทำ�ให้สีรุ้งต้องหันไปทำ�ตาเขียวใส่ ใช่ว่าเธอจะ ไร้เดียงสาเสียจนไม่รวู้ า่ ทัง้ สองคนกำ�ลังพูดถึงเรือ่ งอะไร สีรงุ้ ลอบถอนหายใจ 29


แผ่วเบา รู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูกที่ชวนพี่ยุ่นมาให้นายวิญญ์พูดจาเหน็บแนม ด้วยท่าทีแนบเนียนแบบนี้ เธอไม่น่าคิดลองใจนายวิญญ์เลยจริงๆ... “ทำ�ไมมานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะลูก แม่คิดว่าวิญญ์ออกไปซื้อต้นไม้ กับสีรุ้งซะอีก” เสียงหวานกับมืออุน่ ๆ ทาบทับบนหัวไหล่ ทำ�ให้คนทีก่ �ำ ลังก้มหน้าก้มตา กับหนังสือเล่มหนาในมือต้องเงยหน้าขึ้น ใบหน้าคมคายมีรอยยิ้มกว้างก่อน ตอบด้วยน้ำ�เสียงเหมือนจะฟ้องกลายๆ “สีรุ้งเค้าไม่ให้ผมไปด้วยครับแม่...” คิ้วเรียวยกสูงอย่างแปลกใจกับคำ�ตอบของเด็กหนุ่มที่กำ�ลังทำ�หน้า ทะเล้นอยูต่ รงหน้า แม้น้ำ�เสียงจะดูเหมือนไม่ทกุ ข์รอ้ น แต่ดวงตาเรียวรีกลับ ดูหม่นเศร้าอย่างปิดไม่มดิ ร่างบางทรุดตัวลงนัง่ ข้างๆ แล้วก็อมยิม้ น้อยๆ เมือ่ ร่างหนาเอนกายลงหนุนนอนบนตักนุม่ ก่อนจะคว้ามือของเธอไปวางไว้บนอก ราวกับเด็กชายขี้อ้อน นับเดือนใช้มืออีกข้างลูบไล้เรือนผมนุ่มมือสีดำ�สนิท และถามด้วยน้ำ�เสียงอ่อนโยน “ทะเลาะกันเรื่องอะไรจ๊ะ บอกแม่ได้หรือเปล่า” “ไม่ได้ทะเลาะกันครับ แต่สีรุ้งเค้าโกรธที่ผม...” เสียงทุม้ เงียบไป ก่อนจะปิดเปลือกตาลงช้าๆ ใบหน้าบึง้ ตึงของคนตัวเล็ก ก่อนจะออกจากบ้านไปกับพี่ยุ่นยังคงติดตา น้ำ�เสียงเย็นชาห่างเหินก็ยังคง ก้องอยู่ในหู ‘เดีย๋ ววิญญ์พกั ผ่อนอยูท่ บี่ า้ นดีกว่านะ ไม่ตอ้ งไปซือ้ ต้นไม้กบั สีรงุ้ ก็ได้’ ‘ทำ�ไมล่ะ...หรือว่าไม่อยากให้เราไปด้วย’ ‘เปล่าหรอก...แต่สีรุ้งไปกับพี่ยุ่นสองคนน่าจะสะดวกกว่า’ ‘อืม...งั้นเราไม่ไปก็ได้’ ‘ฮื่อ...’ 30


วิญญ์พลิกใบหน้าลงซุกซบกับตักอุ่นครู่ใหญ่พลางถอนใจแรงๆ ด้วย ความน้อยใจ...ยัยตัวเล็กโกรธทีเ่ ขาพูดไม่ดกี บั พีย่ นุ่ แต่ตอนเขาโดนตอกกลับ จนหน้าชา ทำ�ไมเธอไม่เห็นใจเขาบ้าง “กลุ้มใจทำ�ไมจ๊ะ แม่ยังไม่เคยเห็นสีรุ้งโกรธวิญญ์ข้ามวันเลยนะ เป็น เพื่อนซี้กันมาตั้งแต่เด็กยังไม่รู้ใจกันอีกเหรอ” สัมผัสนุ่มนวลและน้ำ�เสียงปลอบโยน���ำ�ให้วิญญ์ต้องพลิกตัวกลับมา สบตากับดวงตาวาวหวานซึ้งเต็มไปด้วยความห่วงใย ใบหน้าคมคายมี รอยยิ้มจางๆ พลางบีบนวดมือเรียวที่วางอยู่บนอกอย่างประจบ “แล้ววันนี้พ่อไม่ออกไปกินเหล้า เอ่อ...ไม่ไปทำ�งานเหรอครับ” “เมือ่ กีแ้ ม่ได้ยนิ พ่อเค้าบ่นว่าปวดท้องก็เลยให้กนิ ยาแล้วก็เอนหลังซักพัก กว่าจะตืน่ ก็คงบ่ายๆ นูน่ แหละ เดีย๋ วค่ำ�ๆ คงจะมีนอ้ งๆ มารับออกไปนัง่ ทีร่ า้ น สุดสะแนนอีกตามเคย” นับเดือนตอบเสียงกลัว้ หัวเราะ ก่อนยกมือขึน้ บีบปลายจมูกโด่งเป็นสัน ของคนกำ�ลังนอนหนุนตักเบาๆ ด้วยความหมัน่ ไส้พอ่ ลูกทีช่ า่ งประชดพอๆ กัน “พ่อของวิญญ์นะ่ ทำ�งานหนักแต่พกั ผ่อนน้อย แล้วก็ยงั กินเหล้ากินเบียร์ เกือบทุกวัน แม่เตือนเท่าไหร่กไ็ ม่เคยฟังเลยนีถ่ า้ พ่อเมฆยังเป็นเด็กแบบวิญญ์นะ แม่จับตีก้นลายไปแล้วรู้มั้ย” วิญญ์หัวเราะพรืดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่กับจินตนาการของตัวเอง ดวงตาเรียวรียิบหยีด้วยรอยยิ้มกว้าง “พ่อกับแม่เดือนเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งนาน พ่อเคยพูดหรือว่าเคย ทำ�ให้แม่เดือนโกรธมากๆ มั้ยครับ” “เคยสิจะ๊ บ่อยๆ ด้วย” ดวงหน้าสวยหวานมีรอยยิม้ น้อยๆ ขณะพยักหน้ารับ คนตัวโตลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถามต่อและรอฟังคำ�ตอบ ด้วยใบหน้าพราวพรายไปด้วยรอยยิ้มอย่างมีความหวัง “แล้วพ่อทำ�ยังไง ให้แม่เดือนหายโกรธล่ะครับ” 31


ลำ�แสงสีสม้ แดงเรือ่ เรืองสุดปลายฟ้า บ่งบอกว่าถึงเวลาทีด่ วงอาทิตย์ จะต้องลับลาจากไปอีกวันแล้ว วิญญ์นงั่ นิง่ อยูใ่ นศาลาไม้ไผ่รมิ สระบัว สายตา เหม่อมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายท่ามกลางบรรยากาศซึ่งกำ�ลังมืดสลัว และเลือนรางลงทุกที ไม่รู้ไปซื้อต้นไม้ถึงไหนกัน ใกล้จะค่ำ�แล้วยังไม่กลับมาซะที...คิดในใจ อย่างหงุดหงิด ก่อนจะรวบรวมหนังสือซึง่ ไม่มแี ก่ใจจะอ่านให้จบแล้วเดินดุม่ ๆ ขึน้ เรือนใหญ่ทไ่ี ม่มใี ครอยู่ เนือ่ งจากพ่อดำ�กับแม่เดือนถูกตามตัวให้ไปประชุมด่วน ที่สำ�นักงานตั้งแต่บ่ายแก่ๆ แล้ว ร่างสูงชะงักเท้าขณะจะก้าวขึ้นบันได เมื่อกลิ่นหอมของดอกไม้ไทยที่ คนตัวเล็กปลูกไว้รอบบ้านส่งกลิน่ รวยรินมาเข้าจมูก ก้มตัวลงไปสูดกลิน่ และ เพ่งมองใกล้ๆ จึงพบว่าดอกไม้ซึ่งออกดอกขาวพราวเต็มต้นนั้นคือดอกแก้ว เอือ้ มมือไปโน้มเหนีย่ วกิง่ ก้านอ่อนช้อยเข้ามาแล้วเลือกเด็ดช่อดอกสวยถูกใจ ที่สุดมาเพียงหนึ่งช่อ มือใหญ่ประคองดอกไม้กลีบบางด้วยสัมผัสอ่อนเบา ก่อนจะเดินขึ้นเรือนด้วยความรู้สึกอ่อนโยนในหัวใจ ‘ก๊อกๆๆ’ เสียงเคาะประตูดงั ขึน้ เบาๆ สองสามครัง้ ทำ�ใบหน้าเข้มมีรอยยิม้ กว้าง ยกมือขึน้ ยีผมตัวเองให้ดยู งุ่ นิดๆ เหมือนคนเพิง่ ตืน่ นอน นับหนึง่ ถึงสามในใจ ก่อนจะเปิดประตูให้คนตัวเล็กเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าและแววตาทีด่ ขู ดั เขิน เล็กน้อย “นอนแล้วเหรอวิญญ์ สีรงุ้ ซือ้ น้ำ�เต้าหูม้ าฝาก เจ้านีเ้ ค้าทำ�อร่อยแล้วก็ขายดี มากๆ จนต้องไปยืนต่อคิวรอซือ้ ตัง้ นานเลยล่ะ” บอกเสียงอ่อนๆ พลางวางแก้ว เซรามิคใบใหญ่เกือบเท่าเหยือกลงบนโต๊ะเขียนหนังสือ ชำ�เลืองมองคนทำ�หน้า ขรึมแล้วก็ต้องแอบถอนใจเบาๆ รู้สึกใจแป้วเล็กน้อย “ขอบใจ” คนฟอร์มจัดตอบสัน้ ๆ ทำ�ท่าทางเหมือนไม่ใส่ใจ ทัง้ ๆ ทีห่ วั ใจ กำ�ลังพองโตกับน้ำ�เต้าหู้แก้วใหญ่นั้นมากมายนัก 32


“ไม่ลองชิมดูหน่อยเหรอ...สีรงุ้ อุตส่าห์ตงั้ ใจซือ้ มาฝาก” มือเล็กประคอง แก้วมายืน่ ให้คนนัง่ บนเตียงด้วยท่าทางง้องอนเต็มที่ รูส้ กึ ผิดมากมายทีท่ ง้ิ ให้ เพือ่ นเหงาอยูบ่ า้ นคนเดียว แต่พอแม่โทรไปบอกว่าจะกลับดึก เธอก็เร่งมือทำ�งาน ให้เสร็จ แล้วก็รีบกลับบ้านทันที ไม่ได้แวะไปเถลไถลที่ไหนเลย ใบหน้ามอมแมมเปือ้ นดินกระดำ�กระด่าง กับกลิน่ เหงือ่ ผสมกลิน่ แป้งเด็ก จากคนทีก่ �ำ ลังทรุดตัวลงนัง่ ข้างๆ ทำ�ให้หวั ใจของวิญญ์ออ่ นยวบลงด้วยความ รูส้ กึ ผิด ถ้าเขาไม่พดู กับพีย่ นุ่ แบบนัน้ สีรงุ้ คงไม่หา้ มให้เขาไปช่วย แล้วก็คงไม่ตอ้ ง กลับมาด้วยท่าทางอิดโรยขนาดนี้ “รีบไปอาบน้ำ�แล้วก็เข้านอนซะ อากาศเริม่ เย็นแล้วเดีย๋ วจะไม่สบาย...” น้ำ�เสียงและแววตาอ่อนโยนของวิญญ์ ทำ�ให้สรี งุ้ ยิม้ ออกมาได้ในทีส่ ดุ “วิญญ์ไม่โกรธเหรอ ที่สีรุ้งทำ�เหมือนลองใจว่าวิญญ์ตัดใจจากพี่ยุ่นได้ หรือยัง...” วิญญ์นิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะพูดด้วยใบหน้ามีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ไม่โกรธหรอกแต่แค้นมากกว่า คอยดูนะถ้าสีรงุ้ อกหักเมือ่ ไหร่ โดนเรา เอาคืนแน่ๆ” สีรงุ้ หัวเราะเสียงใส แล้วก็คว้ามือใหญ่มาจับแก้วน้ำ�เต้าหูไ้ ปถือไว้เอง “งั้นก็ถือซะว่าน้ำ�เต้าหู้แก้วนี้เป็นการขอขมาจากเราละกันนะ อย่าได้ จองเวรกันและกันเลย สา...ธุ...” พูดกลัว้ หัวเราะ แล้วก็กระโดดผลุงลงจากเตียง ไปยืนทำ�หน้าทะเล้นอยู่ที่ประตู ก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องตัวเองเมื่อเห็นคนตัวโต ทำ�ท่าเหมือนจะลุกขึ้น วิญญ์คลึงแก้วอุน่ ๆ ในมือก่อนจะยกขึน้ จิบด้วยแววตาครุน่ คิด ความเร่าร้อน และทุรนทุรายในหัวใจกับการเผชิญหน้ากับคนทีท่ �ำ ให้เขาเจ็บปวดแสนสาหัส เมื่อสามปีก่อนค่อยๆ ทุเลาเบาบางลงจากความร่าเริงสดใสของยัยตัวเล็ก หลังจากใช้เวลาตลอดบ่ายเพื่อนิ่งคิดและทบทวนความรู้สึกของตัวเองอย่าง ลึกซึง้ เขาเริม่ ไม่แน่ใจว่าความเจ็บปวดซึง่ กำ�ลังกัดกินหัวใจอยูน่ นั้ มันคืออะไร ระหว่างความผิดหวังเสียใจ...หรือแค่เสียหน้าเพราะถูกทอมทิง้ กันแน่... 33


ตอนที่ 4

ดอกไม้ใต้หมอน สีรุ้งรีบกดล็อคประตูห้องอย่างรวดเร็ว เนื่องจากไม่ไว้ใจว่าคนตัวโต จะนึกสนุกวิ่งตามมาแกล้งเธอถึงในห้องนอนเหมือนเมื่อตอนเป็นเด็กอีก หรือเปล่า เห็นตัวใหญ่เก้งก้างแบบนัน้ แต่เรือ่ งวิง่ ไล่จบั ล่ะขอให้บอก ไม่วา่ เธอ จะไปซ่อนตัวอยูท่ ไ่ี หน วิญญ์กจ็ ะหาเธอเจอทุกครัง้ ใบหน้าสวยหวานยิม้ ให้ตวั เอง ในกระจกเงาบานใหญ่มมุ ห้อง ก่อนจะก้มลงดมกลิน่ ตุๆ ทีไ่ หล่ทง้ั สองข้างอย่างขำ�ๆ ทัง้ มอมแมมแล้วก็เหม็นเหงือ่ แบบนีน้ เ่ี อง นายวิญญ์ถงึ ทนไม่ไหวจนต้อง ออกปากไล่ให้ไปอาบน้ำ�เร็วๆ... มือเรียวเอือ้ มไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วก็เดินฮัมเพลงเข้าห้องน้ำ�อย่างสบายใจ และใช้เวลาอยูใ่ นนัน้ อีกพักใหญ่ หลังจากทีไ่ ด้สายน้ำ �เย็นฉ่ำ�ชำ�ระล้างความสกปรก ออกจากร่างกายจนรูส้ กึ สดชืน่ และกระปรีก้ ระเปร่าขึน้ แล้ว สีรงุ้ ก็เดินออกมา จากห้องน้ำ � ในชุดนอนตัวโปรด เสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่กับกางเกงเลผ้าฝ้ายสี ช้ำ�เลือดช้ำ�หนองที่แม่ขู่ว่าจะเอาไปทำ�ผ้าขี้ริ้วหลายครั้งแล้ว ร่างบางเอนกายลงบนเตียง ปิดเปลือกตาลงช้าๆ และผ่อนลมหายใจ เข้าออกเป็นจังหวะยาวลึกอย่างสม่ำ � เสมอเพื่อสร้างสมาธิ จากนั้นก็คิด ทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามากระทบกับความรู้สึกตลอดทั้งวันเหมือนที่ แม่เดือนสอนให้ทำ�ก่อนนอนจนติดเป็นนิสัย สีหน้าและแววตาหม่นหมองของวิญญ์ผดุ พรายขึน้ มาสะกิดใจให้รสู้ กึ ผิด การกระทำ�และคำ�พูดของเธอเมือ่ ตอนบ่ายเป็นเหมือนการใช้แอลกอฮอล์ราดรด 34


ลงบนหัวใจทีม่ แี ผล ถึงแม้วา่ จะทำ�ให้รสู้ กึ ปวดแสบปวดร้อน แต่มนั ก็จะทำ�ให้ ไม่เป็นแผลติดเชื้อเรื้อรังจนรักษาไม่หาย ‘การเผชิญหน้ากับความจริงและความเจ็บปวดอย่างกล้าหาญแล้ว พิจารณาตัวเองให้ถอ่ งแท้จะเป็นการฝึกฝนให้หวั ใจของ���ราเข้มแข็งขึน้ ทีละน้อย’ เธอได้ยินพ่อเมฆพูดแบบนี้เสมอเวลามีพี่ๆ มาปรึกษาปัญหาเรื่อง การทำ�งานและเรือ่ งความรัก แต่วา่ วิญญ์จะเข้าใจถึงเจตนาดีของเธอหรือเปล่า นั้นเธอไม่ค่อยมั่นใจนัก... สีรุ้งถอนใจยาวก่อนจะพลิกตัวลงซบหน้ากับหมอนใบนุ่ม คิ้วเรียว ขมวดมุน่ เมือ่ มีกลิน่ หอมอ่อนๆ ลอยวนอยูใ่ กล้จมูก ‘กลิน่ ดอกแก้ว’ บอกตัวเอง ก่อนจะลืมตาขึน้ มองอย่างสงสัยว่าเจ้าดอกไม้ทเี่ ธอโปรดปรานช่อนีม้ าวางอยู่ ข้างหมอนได้ยงั ไง เรียวปากอิม่ มีรอยยิม้ สดใส ชันกายลุกขึน้ อย่างว่องไวก่อนจะ หยิบช่อดอกแก้วมาถือไว้ในมือ ในที่สุดวิญญ์ก็เข้าใจว่าเธอไม่เคยตั้งใจจะทำ�ให้เขาต้องเจ็บปวดหัวใจ เลยซักนิด สีรุ้งก้าวลงจากเตียงและเปิดประตูออกไปยืนอยู่หน้าห้องตรงข้าม ซึ่งยังมีแสงไฟลอดออกมา ตัดสินใจยกมือขึ้นเคาะประตูเบาๆ สองสามครั้ง รอยยิ้มสดใสกว้างขึ้นเมื่อประตูห้องถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วราวกับว่า เจ้าของห้องกำ�ลังรออยู่นานแล้ว “จะมาหาเรื่องอะไรอีกล่ะ เราจะนอนแล้วนะ” คนเปิดประตูออกมา แกล้งทำ�เสียงดุ เก๊กหน้าขรึมเต็มที่ แต่ในดวงตากลับพร่างพรายคล้ายมี รอยยิ้มเมื่อเห็นช่อดอกไม้ที่คนตัวเล็กประคองไว้ในสองมืออย่างทะนุถนอม “สีรงุ้ เก็บดอกไม้ได้ทใ่ี ต้หมอน ไม่รใู้ ครมาทำ�หล่นไว้ ใช่วญ ิ ญ์หรือเปล่านะ...” คนถามทำ�หน้าเจ้าเล่ห์แล้วก็หัวเราะคิกคัก เมื่อเห็นคนตัวโตทำ�ท่าเขินจัด “ไม่ใช่มั้ง...” ตอบปฏิเสธพลางทำ�หน้าไม่รู้ไม่ชี้ นึกอยากเขกกะโหลก คนหน้าเป็นสักโป๊ก รู้ว่าเขินแล้วยังมายิ้มยั่วทำ�หน้ารู้ทันอีก “ไม่ใช่กไ็ ม่เป็นไร สีรงุ้ แบ่งดอกแก้วให้นะ คืนนีว้ ญ ิ ญ์จะได้นอนหลับฝันดี...” 35


มือเรียวบรรจงแบ่งดอกไม้ออกเป็นสองช่อ และวางบนมือใหญ่ทยี่ นื่ มารับช้าๆ “ขอบใจนะ” เสียงทุ้มตอบกลับมาเบาๆ ก้มลงสบตากับคนตัวเล็ก ด้วยสายตาอ่อนโยน “จำ�ได้ใช่มยั้ ว่าพรุง่ นีเ้ ราต้องไปทำ�บุญทีว่ ดั เดีย๋ วตีหา้ ครึง่ สีรงุ้ จะมาปลุก ไปช่วยแม่ท�ำ กับข้าวนะ ตอนนีส้ ที่ มุ่ กว่าแล้วเรารีบเข้านอนกันดีกว่า” คนตัวเล็ก เตือนความจำ�พร้อมกับออกคำ�สั่งไปในตัว วิญญ์ย้มิ ก่อนพยักน้อยๆ พลางยืนมองคนที่กำ�ลังเดินเข้าห้องตัวเอง ค่อยๆ ยกดอกแก้วช่อเล็กขึน้ ดม ต้องขอบคุณแม่เดือนทีช่ ว่ ยบอกวิธงี อ้ คนตัวเล็ก โดยไม่ท�ำ ให้เขาต้องเสียหน้ามากนัก คนฟอร์มจัดเดินกลับไปทีเ่ ตียงด้วยความ อบอุ่นลึกๆ ในหัวใจ คืนนี้เขาคงนอนหลับฝันดีอย่างที่สีรุ้งบอกแน่ๆ... แสงแดดอ่อนอุน่ ยามเช้ายังไม่ทนั จาง น้ำ�ค้างบนยอดหญ้ายังเปียกชืน้ ชุ่มฉ่ำ � บนทางเดินเล็กๆ ที่ตัดผ่านสวนผลไม้หลังบ้านก่อนจะลัดเลาะไปบน คันนา ร่างสูงทีเ่ ดินนำ�หน้าไปไกลลิบๆ วางปิน่ โตเถาใหญ่กบั ถุงผลไม้ในมือลงบน พืน้ หญ้า ก่อนจะหันกลับมามองคนตัวเล็กทีก่ �ำ ลังก้าวเร็วๆ จนปลายผ้าถุงสะบัด ดังพึบพับๆ ใบหน้างอง้ำ � กับท่าเดินกระโดกกระเดกเนื่องจากไม่ชินกับการ ถูกจำ�กัดบริเวณในผืนผ้าทีค่ บั แคบ ทำ�ให้รอยยิม้ บนใบหน้าเข้มกว้างขึน้ กว่าเดิม แม่เดือนคิดยังไงหนอถึงได้ให้สรี งุ้ แต่งตัวแบบนี้ ถ้าไม่ได้เข็มขัดเงินเส้น เล็กๆ ช่วยไว้ ยัยม้าดีดกะโหลกคงจะหกล้มหัวคะมำ�ทำ�ผ้าถุงหลุดลุ่ยก่อนไป ถึงวัดเป็นแน่ แต่จะว่าไปแล้วผ้าถุงทอมือสีแดงเข้มยาวกรอมเท้ากับเสือ้ แขน ตุ๊กตาสีขาวแบบนี้ ก็ทำ�ให้ยัยตัวเล็กดูน่ารักดีไม่หยอก “เดินช้าๆ หน่อยก็ได้สรี งุ้ เดินเร็วแบบนัน้ เดีย๋ วผ้าถุงเกิดหลุดขึน้ มา... เราได้เป็นตากุง้ ยิงพอดี“ ยิม้ จนตาหยีกอ่ นจะพูดด้วยน้ำ�เสียงกลัว้ หัวเราะเมือ่ ตุ๊กตาผ้าซิ่นเดินมาถึง “ขำ�ตายล่ะ ไม่ต้องมาแซวกันเลยนะวิญญ์...” 36


สีรุ้งพูดเสียงหอบๆ พลางเงยหน้าขึ้นมองคนที่ชวนเดินตัดทุ่งนาแทน การขี่มอเตอร์ไซค์ไปวัดเหมือนทุกครั้ง ตอนแรกก็สนุกดีอยู่หรอกกับการเดิน ชมนกชมไม้ตอนเช้าตรูแ่ บบนี้ แต่เจ้าผ้าถุงผืนสวยทีท่ �ำ ให้เธอเดินสะดุดเกือบ ตะครุบกบไปหลายครั้งนี่สิคือปัญหา ถ้าแม่ไม่อ้างว่ายายที่อยู่บนสวรรค์คงจะดีใจถ้าเธอสวมผ้าถุงที่ยาย อุตส่าห์ทอให้กอ่ นจะเสียล่ะก็...จ้างให้เธอก็ไม่มวี นั แต่งตัวหญิงๆ มาให้นายวิญญ์ หัวเราะเยาะแบบนี้แน่ๆ “รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวไม่ทันหลวงตาฉันเช้า” วิญญ์หรี่ตามองคนออกคำ�สั่งที่เดินตัวปลิวนำ�หน้าไปก่อนและปล่อย ให้เขาเป็นนักกล้ามอยูค่ นเดียว เร่งฝีเท้าจนตามทันก่อนจะยกมือขึน้ หมายจะ ยีผมยาวซึง่ เจ้าตัวอุตส่าห์หวีให้เรียบแล้วก็สวมทับด้วยทีค่ าดผมลายดอกไม้ สีหวาน หลุดหัวเราะเสียงดังออกมาเมื่ออีกฝ่ายเอี้ยวตัวหลบได้ทันท่วงที แถมยังมีการหันกลับมาแลบลิ้นปลิ้นตาเยาะเย้ยอีกต่างหาก “ใครไม่ช่วยถือ คนนั้นไม่ได้บุญ” พูดจบก็ก้าวยาวๆ จนตามทันแล้วก็ ทิง้ ห่างไปไกลปล่อยให้คนตัวเล็กตะโกนโวยวายโหวกเหวกตามหลัง เนือ่ งจาก ถูกผ้าถุงคอยพันแข้งพันขาทำ�ให้เดินเร็วไม่ได้ เมื่อไปถึงวัดสีรุ้งทำ�หน้าที่จัดอาหารคาวหวานผลไม้พร้อมทั้งดอกไม้ ธูปเทียนและซองปัจจัยลงในสำ�รับให้พร้อมสรรพ แล้วก็มอบหมายให้วิญญ์ ไปนิมนต์หลวงตาบุญ คุณตาของเธอซึ่งได้มาอาศัยใต้ร่มกาสาวพัสตร์เป็นที่ ยึดเหนีย่ วจิตใจหลังจากคุณยายเสียชีวติ ไปด้วยโชคชราเมือ่ สีป่ กี อ่ น ร่างบาง ก้มลงกราบด้วยกริยาแช่มช้อยอ่อนน้อมเมือ่ หลวงตาเดินขึน้ มาบนศาลาและ นั่งลงบนอาสนะเรียบร้อยแล้ว “หลานกับวิญญ์จะตานขันข้าวหาป้อตะวันกับแม่พรเจ้า” สีรุ้งเงย หน้าขึน้ พูดกับหลวงตาด้วยภาษาคำ�เมือง ก่อนจะลุกขึน้ ประเคนสำ�รับอาหาร พร้อมกับวิญญ์ที่นั่งคุกเข่ารออยู่แล้ว 37


“อายุ วัณโณ สุขัง พลัง...” เมื่ อ เห็ น ว่ า คนตั ว โตยั ง นั่ ง เฉยเมื่ อ หลวงตากรวดน้ำ � ให้ พ รเสร็ จ เรียบร้อยแล้ว สีรงุ้ จึงยกมือสะกิดคนทีไ่ ม่คอ่ ยมีโอกาสเข้าวัดทำ�บุญให้เดินตาม เธอลงศาลาเพือ่ เอา ‘น้ำ�หยาด’ ไปรดโคนต้นโพธิใ์ หญ่ ก่อนจะยกมือขึน้ พนม และอธิษฐานอุทิศบุญกุศลให้ไปถึงบุพการีซึ่งล่วงลับไปแล้วทั้งสองคน “ไม่ได้เจอกันหลายปี หลานวิญญ์ตัวโตขึ้นเยอะเลยนะ” หลวงตาบุญ ทักทายอย่างเป็นกันเองเมื่อทั้งสองคนกลับขึ้นมานั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่ บนศาลาอีกครั้ง “ผมต้องไปทำ�ค่ายช่วงปิดเทอมครับ เลยไม่ได้มาเยีย่ มหลวงตาเกือบ สี่ปีแล้ว” วิญญ์ตอบพลางเหลือบตาไปมองคนนั่งข้างๆ ซึ่งกำ�ลังอมยิ้มอย่าง มีเลศนัย “ติดทำ�ค่ายหรือว่าติดสาวก็ไม่รู้ค่ะหลวงตา” คนตัวโตหันมาชี้หน้าคาดโทษ ถ้าไม่ติดว่ากำ�ลังอยู่ต่อหน้าหลวงตา ที่เขาเคารพรักยิ่งกว่าตาแท้ๆ ของตัวเองแล้วล่ะก็ ยัยสีรุ้งได้กินมะเหงกเป็น อาหารเช้าเป็นแน่ “ปีนี้จบมหาวิทยาลัยแล้ว หลานวิญญ์ได้งานทำ�หรือยังล่ะ” หลวงตา ถามด้วยสีหน้ายิม้ ๆ ร่างผอมแห้งเนือ่ งจากสังขารร่วงโรยและมีโรคชรารุมเร้า ขยับตัวลุกขึ้นไปเรียกเณรน้อยให้มายกสำ�รับไปเก็บ มือเหี่ยวย่นปูดโปนด้วย เส้นเอ็นยกขึ้นปิดปากขณะไอแห้งๆ ติดต่อกันหลายครั้ง “ผมสมัครงานไว้หลายที่ กำ�ลังรอให้เค้าเรียกตัวไปสัมภาษณ์อยู่ครับ หลวงตา” วิญญ์รินน้ำ �ชาที่เณรน้อยยกตามมาจากกุฏิส่งให้หลวงตาก่อนจะ ตอบคำ�ถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หลวงตาพยักหน้าช้าๆ เป็นเชิงขอบใจก่อนจะเอือ้ มมือไปรับถ้วยน้ำ�ช��� มาจิบ จากนั้นก็หันไปมองหลานสาวคนโปรดที่กำ�ลังยิ้มแป้นรอท่าจะตอบ คำ�ถามอยู่ “แล้วสีรุ้งล่ะ” “หลานสอบได้คณะนิติศาสตร์ มอแม่ฟ้าหลวงค่ะ” สีรุ้งตอบอย่าง 38


ภาคภูมิ ใจในเส้น ทางที่ตัวเองเลือกและรู้ดีว่าผู้ เป็นตาต้ องปลาบปลื้ม ใจ เมื่อเธออยากจะเป็นนักกฎหมายเช่นเดียวกับแม่เดือน หลวงตายิม้ น้อยๆ กับข่าวดีของหลานสาว ดวงตาอันฝ้าฟางจ้องมอง ไปที่ร่างสูง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำ�เสียงเป็นเชิงขอร้อง “หลวงตาได้ข่าวมาว่า พ่ออินถาไม่สบายมาหลายวันแล้ว หลวงตาอยากให้วิญญ์ไปเยี่ยมท่านบ้าง ยังไงซะท่านก็เป็นคุณตา…” วิญญ์องึ้ ไปอึดใจ จากนัน้ จึงรับปากหลวงตาอย่างหลีกเลีย่ งไม่ได้ ทัง้ สอง กราบลาหลวงตาเมื่อใกล้ถึงเวลาฉันภัตตาหารเช้า ระหว่างเดินกลับบ้านใน เส้นทางเดิม สีรุ้งแอบชำ�เลืองมองใบหน้าเคร่งขรึมของคนตัวสูงเป็นระยะๆ แววตาหม่นๆ กับเสียงถอนหายใจเบาๆ เหมือนมีเรือ่ งให้คดิ หนัก ถ้าเดาไม่ผดิ ต้องเป็นเรื่องที่หลวงตาพูดก่อนเธอกับวิญญ์จะลากลับแน่ๆ หลังจากเดินเกือบจะถึงบ้านแล้ว สีรงุ้ สอดมือเรียวเข้าไปประสานกับ มือใหญ่ก่อนจะออกแรงบีบแน่นๆ แล้วคลายเป็นจังหวะสองสามครั้ง คนตัว โตหันมามองแล้วก็อมยิ้ม เมื่อคนตัวเล็กแกว่งแขนตนเองพร้อมกับแขนของ เขาแรงขึ้นทีละนิด “ทำ�แบบนี้แล้วจะรู้สึกดีขึ้นนะ” เสียงหวานใสบอกเบาๆ โดยไม่ยอม มองหน้า วิญญ์หัวเราะออกมา ยัยตัวเล็กทำ�ราวกับว่าเขาเป็นเด็กชายวิญญ์ ตอนกลุ้มใจ แล้วเด็กหญิงสีรุ้งก็จะมาหลอกทำ�ท่าบ้าๆ บ้อๆ เพื่อให้ลืมเรื่อง ไม่สบายใจไปได้ซกั พัก มือใหญ่บบี กระชับรับรูก้ �ำ ลังใจทีค่ นตัวเล็กส่งมาพลาง คิดถึงเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน วันนั้นพ่อกับคุณตามีปากเสียงกันอย่างหนักเรื่องสถานที่เรียนต่อ ของเขา เนื่องจากคุณตาต้องการให้เขาสละสิทธิ์จากโควต้ามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ แล้วให้เปลี่ยนมาเรียมหาวิทยาลัยเอกชนในเชียงใหม่แทน พ่อคัดค้านหัวชนฝาอ้างว่าควรปล่อยให้เขาเป็นผูเ้ ลือกทางเดินชีวติ เอง ด้วยความ โมโหคุณตาจึงหยิบยกเรือ่ งราวในอดีตขึน้ มาขุดคุย้ และพ่อก็ตอบโต้อย่างไม่ยอม 39


ลดละ ในที่สุดคุณตาก็โกรธจัดจนช็อคต้องหามส่งโรงพยาบาลโดยด่วน ชายหนุม่ ถอนหายใจยาวลึก จากวันนัน้ เขาก็ไม่เคยกลับบ้านอีกเลย เพราะคุณตา ได้เอ่ยปากห้ามไม่ให้เขากับพ่อกลับไปเหยียบบ้านหลังนั้นอีก “ทำ�อะไรน่ะสีรุ้ง” วิญญ์ถามพลางทำ�หน้างุนงงเมื่อเห็นสีรุ้งเปิดตู้เย็น แล้วก็ขนเอาของสดในตู้ออกมาวางระเกะระกะจนเต็มโต๊ะทำ�ครัว “สีรุ้งจะทำ�ข้าวต้ม” คนถูกถามยิ้มแหย ตอบเสียงอ่อยๆ วิญญ์มองวัตถุดิบที่วางอยู่บนโต๊ะสลับกับการมองหน้าแม่ครัวอยู่ สองสามครั้ง ก่อนจะถามย้ำ�อย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก “ทำ�ข้าวต้ม ทำ�ไปให้ใคร” “ก็ท�ำ ให้พอ่ อุย้ อินถาไง พ่ออุย้ ป่วยแบบนีต้ อ้ งกินข้าวต้มจะได้คล่องคอ” “เราบอกสีรุ้งตั้งแต่เมื่อไหร่ ว่าเราจะไป” สีรุ้งรีบก้มลงมองมือตัวเองเพื่อซ่อนน้ำ �ตาที่กำ�ลังเอ่อคลอขึ้นมาจาก น้ำ�เสียงเย็นชาจากคนตัวสูง ปวดหัวใจหนึบๆ เมือ่ เห็นคนถามเปิดตูเ้ ย็นแล้ว หยิบเอาข้าวของประดามีทั้งหลายบนโต๊ะกลับไปใส่ตู้ด้วยท่าทางกระแทก กระทั้นปั้นปึ่ง วิญญ์คงจะโกรธแล้วก็รำ�คาญที่เธอคอยเจ้ากี้เจ้าการกับชีวิตของเขา มากเกินไป ถึงได้ทำ�หน้าเหมือนอยากจะฆ่าเธอแบบนี้ “แต่วิญญ์รับปากหลวงตาแล้วนะ ถ้าวิญญ์ไม่ไป สีรุ้งไปคนเดียวก็ได้” เกือบจะปล่อยให้น้ำ�ตาเม็ดโตร่วงเผาะออกมาอยู่แล้วเชียว ถ้าไม่ได้ยินเสียง หัวเราะดังขึ้นมาเสียก่อน “ทำ�ข้าวต้มใช้แค่ต้นหอมผักชีกับหมูสับแค่นี้แหละ ยัยซื่อบื้อ...” สีรงุ้ เงยหน้าขึน้ ทำ�ตาเขียว รูต้ วั ว่าหลงกลคนเจ้าเล่หเ์ ข้าให้แล้ว วิญญ์ หุบยิม้ เมือ่ เห็นว่าคนตัวเล็กไม่ยอมขำ�ด้วย รูส้ กึ ใจหายเมือ่ เห็นดวงตากลมโต มีน้ำ�ใสๆ แวววาว “อำ�เล่นแค่น้ี ทำ�ไมต้องทำ�หน้าเหมือนจะร้องไห้ดว้ ยฮึ ขีแ้ ยชะมัดเลย...” เหมือนเอาน้ำ � มันราดบนกองไฟเมื่อได้ยินคำ�ว่าขี้แยหลุดออกมา 40


จากปากของคนตัวโต มือทีก่ �ำ ไว้แน่นยกขึน้ สูงแล้วทุบลงไปกลางหลังคนปาก เสียดังปั้ก ครั้งเดียวมันคงไม่สาสมกับความผิด เสียงกำ�ปั้นกระทบเนื้อจึงดัง ติดต่อกันอีกหลายครั้ง วิญญ์กัดฟันก้มหน้าก้มตารับความเจ็บปวด ไม่น่าเลย ไม่น่าเผลอพูดคำ�ที่ยัยสีรุ้งเกลียดที่สุดเลย พูดทีไรของขึ้น ทุกที... “โอ๊ย...พอแล้วสีรุ้ง คนนะ ไม่ใช่กระท้อน จะทุบให้หวานเลยหรือไง” “พูดแบบนี้เดี๋ยวก็ทุบให้หายตาตี่ซะหรอก” ตวาดแว้ดพร้อมกับรัว กำ�ปั้นแรงกว่าเดิมเมื่อได้ยินเสียงโอดโอยของผู้ชายเจ้ามารยา วิญญ์หัวเราะก๊ากออกมา ก่อนจะยึดมือเล็กที่กำ�ลังทำ�ร้ายร่างกาย ของเขาไว้แน่น แล้วก็ก้มลงบอกด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย “เรารีบช่วยกันทำ�ข้าวต้มดีกว่านะ เพิง่ จะแปดโมงเอง คุณตาน่าจะยัง ไม่ได้ทานข้าวเช้า” สีรงุ้ ถอนหายใจแรงๆ ด้วยความเหนือ่ ย สะบัดมือออกจากการเกาะกุม แล้วก็หยิบเอาต้นหอมผักชีไปล้างอย่างแง่งอน นีถ่ า้ ไม่เห็นว่าจะเสียเวลาปฏิบตั ภิ ารกิจสำ�คัญล่ะก็ เธอคงไม่ปล่อยให้ นายวิญญ์ลอยนวลไปแบบนี้แน่ๆ... “ป้ออุ้ยเจ้า อยู่ก่อเจ้า...” เสียงใสตะโกนแข่งกับเสียงเห่ากรรโชกของ สุนขั ตัวโตซึง่ ถูกล่ามด้วยโซ่เส้นเล็กๆ กับเสาไม้สกั ทองขนาดใหญ่สองคนโอบ เช่นเดียวกับตัวเรือนที่เป็นไม้สักทองทั้งหลัง บ่งบอกฐานะของผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นถึงอดีตกำ�นันและเป็นเจ้าของที่ดินแถบนี้เกือบทั้งหมด “หรือว่าพ่ออุ้ยจะไม่ป่วยหนักจนลุกไม่ขึ้น...” สีรุ้งสันนิษฐานพลาง ชะเง้อชะแง้มองหาเจ้าของบ้านหลังจากยืนเรียกอยู่นานจนเจ็บคอแล้ว “สงสัยไม่มคี นอยูม่ งั้ กลับกันดีกว่านะ วันหลังค่อยมาใหม่” วิญญ์พดู เสียงเนือยๆ พลางหมุนตัวทำ�ท่าเหมือนจะกลับจริงๆ “ไม่ได้นะวิญญ์ รับปากหลวงตาแล้วก็ต้องทำ�ให้ได้สิ เดี๋ยวสีรุ้งขึ้นไปดู 41


บนบ้านก่อนนะ” พูดจบคนตัวเล็กก็วงิ่ ซอยเท้าขึน้ บันไดบ้านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ยอม หันมามองเลยว่าคนมาด้วยกันกำ�ลังทำ�หน้าบึ้งขนาดไหน ชอบเอาหลวงตามาขูอ่ ยูเ่ รือ่ งเลยนะยัยตัวยุง่ …บ่นในใจอย่างหงุดหงิด ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ ตามคนตัวเล็กไปติดๆ “ป้ออุ้ย...ป้ออุ้ยเป็นอะหยังเจ้า วิญญ์มานี่เร็วๆ พ่ออุ้ยเป็นลมอยู่ หน้าห้องน้ำ�” สีรุ้งตะโกนเรียกวิญญ์เสียงหลงก่อนจะถลาไปประคองร่างท้วมซึ่งยัง พอมีสติอยูบ่ า้ ง ริมฝีปากแห้งผากมีเสียงเพ้อแผ่วเบาฟังไม่ได้ศพั ท์ ใบหน้าอวบอูม แดงจัดและร้อนผ่าวแสดงว่ามีอาการไข้ขนึ้ สูง สีรงุ้ มองหาบาดแผลตามร่างกาย ของท่านแล้วก็โล่งใจ เมือ่ พบเพียงรอยเขียวช้ำ�จางๆ ทีแ่ ขนซึง่ คาดว่าอาจจะ เกิดจากแรงฟาดกับขอบประตูตอนล้มลงไป หลังจากวิญญ์มาถึงและช่วยกันพยุงท่านไปนอนบนเตียงแล้ว สีรุ้งใช้ ผ้าชุบน้ำ�บิดหมาดๆ เช็ดตัวให้ท่านเพื่อลดไข้ โดยมีวิญญ์คอยช่วยเปลี่ยนน้ำ� ในกะละมังให้เป็นระยะๆ ก่อนจะนัง่ มองมองด้วยสายตาห่วงใยจนกระทัง่ คนป่วย ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองหน้าสีรุ้งสลับกับวิญญ์ไปมาอย่างมึนงง “วิญญ์...ใช่วิญญ์จริงๆ ด้วย นี่ตาไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย...” เสียงแหบแห้ง จากพิษไข้สนั่ เครือเจือไม่แน่ใจว่าภาพเด็กหนุม่ ทีเ่ ห็นอยูต่ รงหน้าเป็นเรือ่ งจริง หรือภาพลวงตากันแน่ “ครับคุณตา ผมมาหาคุณตาแล้วครับ” วิญญ์บอกเบาๆ ก่อนจะบีบกระชับ มืออูมไว้แน่น ความน้อยใจในการกระทำ�ของท่านในอดีตแทบจะมลายหายไป เมื่อเห็นว่าท่านป่วยหนักและกำ�ลังเพ้อหาเขา “ตาขอโทษจริงๆ ที่พูดไม่ดีกับหลาน ยกโทษให้ตานะวิญญ์นะ...” “ผมไม่เคยโกรธคุณตาเลยครับ ตอนนีค้ ณ ุ ตากำ�ลังไม่สบายอย่าเพิง่ คิดอะไร มากเลยนะครับ” เหมื อ นมี ก้ อ นอะไรบางอย่ า งแล่ น ขึ้ น มาทำ � ให้ รู้ สึ ก แน่ น หน้ า อก 42


จนพูดอะไรไม่ออก สีรุ้งเปิดโอกาสให้ตาหลานได้มีเวลาอยู่ด้วยกันตามลำ�พัง ด้วยการขอตัวลงไปเอาข้าวต้มซึ่งวางไว้ข้างล่างขึ้นมาให้คุณตารับประทาน ขณะกำ�ลังตักแบ่งข้าวต้มหมูใส่ถ้วย สีรุ้งก็อดสงสัยในคำ�พูดระหว่าง วิญญ์กบั คุณตาเมือ่ สักครูน่ ไี้ ม่ได้ เธอรูแ้ ค่วา่ วิญญ์กบั คุณตาเคยมีปากเสียงกัน อย่างรุนแรงช่วงกำ�ลังจะเรียนต่อมหาวิทยาลัย และหลังจากนัน้ วิญญ์กไ็ ม่ยอม กลับบ้านอีกเลย แม้จะเคยเลียบๆ เคียงๆ ถามมาหลายครั้งแล้วแต่คนตัวโต ก็ปิดปากเงียบและหาทางเปลี่ยนเรื่องทุกที ขณะกำ�ลังก้าวเท้าจะขึน้ บันได เสียงรถยนต์ทแ่ี ล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน ทำ�ให้รา่ งเล็กต้องหันกลับไปมองสตรีรา่ งระหงซึง่ กำ�ลังก้าวลงมาจากรถเก๋งคันหรู ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครือ่ งสำ�อางหนาเตอะบูดบึง้ ดวงตาคมเฉีย่ วจ้องมองเธอ ด้วยสายตาราวกับโกรธแค้นมาตั้งแต่ชาติปางก่อน สีรุ้งส่งยิ้มแหยๆ กลับไป ให้กบั น้าพรพรรณ น้องสาวคนเล็กของแม่พร ซึง่ เป็นไม้เบือ่ ไม้เมากับพ่อเมฆ มาโดยตลอด และความรูส้ กึ เกลียดชังนัน้ ก็เผือ่ แผ่มาถึงเธอกับแม่ดว้ ย เด็กสาว สะดุง้ สุดตัวก่อนจะทำ�หน้าเหมือนนักโทษทีก่ �ำ ลังจะถูกประหารชีวติ เมือ่ เรียว ปากอิ่มสีแดงสดเปล่งเสียงแหลมสูงถามเธอด้วยน้ำ�เสียงคาดคั้น “ใครใช้ให้หล่อนมาทำ�อะไรที่บ้านพ่อชั้นยะ แม่สีรุ้ง!” สีรงุ้ กลืนน้�ำ ลายเหนียวหนึบลงคอก่อนจะตอบเสียงสัน่ ๆ “สีรงุ้ ได้ขา่ วว่า คุณตาไม่สบาย เลยชวนวิญญ์มาเยี่ยมค่ะ” “อะไรนะ ตาวิญญ์มาเหรอ แล้วตอนนี้ตาวิญญ์อยู่ที่ไหน” ถามเสียง สูงปรี๊ดพลางเหลียวมองไปรอบๆ ตัว “วิญญ์กำ�ลังคุยกับคุณตาอยู่ในห้องนอนค่ะ” คำ�ตอบของเด็กสาวทำ�ให้ใบหน้าสวยเฉีย่ วมีรอยยิม้ กว้าง ก่อนจะก้าว ขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว สีรงุ้ มองชามข้าวต้มในมืออย่างลังเลว่าควรจะนำ�ขึน้ ไปให้คนป่วยหรือ จะนำ�ไปเก็บไว้ในตูก้ บั ข้าวก่อน แต่แล้วเสียงแหลมก็ชว่ ยทำ�ให้เธอตัดสินใจได้ แทบในทันที 43


“เอาข้าวต้มของเธอกลับไปซะ แล้วก็ไม่ตอ้ งรอตาวิญญ์ เพราะฉันมีเรือ่ ง จะคุยกับตาวิญญ์หลายเรื่อง หวังว่าเธอคงจะเดินกลับเองได้นะ” สีรงุ้ มองคนทีย่ นื อยูบ่ นั ไดด้วยสีหน้าสงบนิง่ ไม่เข้าใจเลยว่าทำ�ไมผูส้ งู วัย กว่าต้องจงเกลียดจงชังเธอถึงเพียงนี้ เด็กสาวเม้มปากแน่น นับหนึง่ ถึงสิบเพือ่ ระงับ ความโกรธ จากนั้นจึงกล่าวด้วยน้ำ�เสียงเรียบๆ “สีรงุ้ คงเอาข้าวต้มกลับไปไม่ได้หรอกค่ะน้าพรรณ เพราะข้าวต้มชามนี้ วิญญ์เค้าตัง้ ใจทำ�มาให้พอ่ อุย้ ทาน ถ้าน้าพรรณไม่อยากให้สรี งุ้ ขึน้ ไป งัน้ สีรงุ้ ขอฝาก ข้าวต้มไปให้วิญญ์ด้วยละกันค่ะ” พรพรรณมองเด็กสาวด้วยสายตาแข็งกร้าวราวกับจะกินเลือดกินเนือ้ นังเด็กคนนีก้ ล้าดียงั ไงมาต่อปากต่อคำ�กับเธอ ยิง่ เห็นดวงตากลมโตและจมูก โด่งเชิดถอดแบบมาจากผูเ้ ป็นพ่อแล้วก็ยงิ่ แค้นผูห้ ญิงทีช่ อื่ ‘นับเดือน’ ผูห้ ญิงที่ เป็นเหมือนมารหัวใจของเธอกับพีส่ าว แล้วตอนนีน้ งั ลูกสาวยังเจริญรอยตาม แม่ไม่ผดิ เพีย้ น คิดจะแย่งหลานชายสุดทีร่ กั ของเธอไปอีกคน ร่างระหงเชิดหน้า ลงบันไดด้วยมาดของนางพญาก่อนจะเอือ้ มมือไปรับชามข้าวต้มมาถือไว้อย่าง รวดเร็วจนเกือบจะกลายเป็นกระชาก “แม่เธอนี่ฉลาดจริงๆ เข้าใจสอนลูก” น้ำ�เสียงเหน็บแนมแกมถากถางทำ�ให้สรี งุ้ ต้องถามกลับทันควัน “น้าพรรณ หมายถึงอะไรคะ สีรุ้งไม่เข้าใจ” “ไม่ตอ้ งมาแกล้งตีหน้าซือ่ หรอกย่ะ ใครๆ เค้าก็รทู้ ง้ั นัน้ ว่าแม่เธอน่ะอยากได้ หลานฉันเป็นลูกเขยจนตัวสัน่ ทีต่ าวิญญ์ไม่ยอมกลับบ้านตัง้ หลายปีกไ็ ม่ใช่เป็น เพราะแม่เธอคอยเป่าหูให้ตาวิญญ์เกลียดคนบ้านนี้หรอกเหรอ?” “ไม่จริงนะคะ แม่ไม่เคยทำ�แบบนั้นเลยค่ะ แล้วสีรุ้งกับวิญญ์ก็เป็นแค่ เพื่อนกัน” สีรุ้งโต้กลับเสียงสั่น รู้สึกรับไม่ได้กับข้อกล่าวหาที่น้าพรรณกำ�ลัง ยัดเยียดให้แม่ของเธอ “เด็กอย่างเธอจะไปรู้อะไร ลองกลับไปถามแม่เธอสิว่ารู้สึกละอายใจ บ้างมัย้ เพือ่ นตายไม่ถงึ ปีกเ็ อาสามีเพือ่ นไปครอง เชอะ พวกคนดีจอมปลอม ทำ�เป็นช่วยเหลือสังคม ที่แท้ก็มั่วกันอยู่ในสำ�นักงานนั่นแหละ” 44


สีรงุ้ กำ�มือแน่น ในหูออื้ อึงไปด้วยถ้อยคำ�หยาบคายทีเ่ ธอไม่เคยคิดว่าจะ ได้ยนิ จากปากน้าสาวของวิญญ์ ซึง่ มันไม่ได้มคี วามจริงแม้แต่นอ้ ย เธอพยายาม นับหนึ่งถึงร้อยเพื่อระงับความโกรธ หัวใจซึ่งกำ�ลังเต้นแรงค่อยๆ สงบลงเมื่อ คำ�สอนของแม่ดังขึ้นมาในหัว ‘การตอบโต้ผู้อื่นด้วยความโกรธคือความโง่เขลา’ ดวงหน้าเนียนใสเชิดขึ้นก่อนกล่าวด้วยน้ำ � เสียงเยือกเย็นจนอีกฝ่าย ต้องนิง่ อึง้ “แม่เคยเล่าให้สรี งุ้ ฟังว่าแม่พรเป็นเพือ่ นทีแ่ ม่รกั มากทีส่ ดุ สีรงุ้ เชือ่ ว่าแม่ไม่มวี นั ทำ�อย่างทีน่ า้ พรรณบอก และสีรงุ้ ก็ขอยืนยันอีกครัง้ ว่าแม่ไม่เคย พูดถึงคุณตากับน้าพรรณในทางร้ายๆ เลยค่ะ” สี ห น้ าเย็น ชาและแววตาหมางเมิน ของผู้ สู งวั ย กว่ า ทำ � ให้ สี รุ้ งรู้ ว่ า ไร้ประโยชน์ที่จะอธิบาย เด็กสาวยกมือไหว้ตามมารยาทก่อนจะเดินจากไป อย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้หนั กลับมามองเลยว่าคล้อยหลังเมือ่ เธอเดินลับสายตา ไปแล้ว ใบหน้าบึง้ ตึงของพรพรรรณก็แปรเปลีย่ นเป็นหมองเศร้า คำ�พูดของสีรงุ้ ทำ�ให้เธอคิดถึงพี่สาวผู้น่าสงสารที่ล่วงลับไปแล้วจับใจ ภาพในอดีตผุดพรายขึน้ มาในความทรงจำ� ความผิดหวังเมือ่ รุน่ พีท่ เี่ ธอ หลงรักมานานอย่างตะวันตัดสินใจแต่งงานกับนับเดือนซึ่งเป็นเพื่อนรักของ พี่สาวทำ�ให้เธอเสียใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่เป็นเดือน แต่นั่นก็ไม่ได้เป็น สาเหตุที่ทำ�ให้เธอเกลียดชังนับเดือนแต่อย่างใด จนกระทั่งในวันที่เธอได้รับรู้ ความจริงว่าวิสทุ ธิผ์ เู้ ป็นพีเ่ ขยก็หลงรักนับเดือนมานาน แต่ตอ้ งจำ�ใจแต่งงาน กับพีส่ าวของเธอเพือ่ รับผิดชอบหลานชายทีก่ �ำ ลังจะเกิดมาจากความไม่ตงั้ ใจ ทั้ ง ๆ ที่ พี่ ส าวของเธอทุ่ ม เททุ ก สิ่ ง ทุ ก อย่ า งในชี วิ ต ให้ กั บ วิ สุ ท ธิ์ แต่ เ ขาก็ ไ ม่ ส ามารถตั ด ใจจากนั บ เดื อ นได้ ซึ่ ง มั น ก็ ยิ่ ง ทำ � ให้ พี่ ส าวที่ แ สนดี ของเธอต้ อ งทุ ก ข์ ท รมานใจจนร้ อ งไห้ ใ ห้ เ ธอเห็ น อยู่ บ่ อ ยครั้ ง และด้ ว ย เหตุ นี้ เ ธอจึ ง ฝั ง ใจเกลี ย ดชั ง นั บ เดื อ นมาจนถึ ง ทุ ก วั น นี้ ริมฝีปากแดงสด เผยรอยยิ้มหยัน อยากจะรู้นักว่าวิญญ์จะรู้สึกยังไงถ้าได้ร้คู วามจริงว่าผู้หญิง แสนดีทห่ี ลงรักหลงบูชามาตลอด...คือต้นเหตุทท่ี �ำ ให้แม่ของตัวเองต้องตาย! 45


ตอนที่ 5

คือความผูกพัน วิ ญ ญ์ สั บ เท้ า เปลี่ ย นเป็ น เกี ย ร์ ว่ า งก่ อ นจะบิ ด กุ ญ แจดั บ เครื่ อ งรถ มอเตอร์ไซค์และปล่อยให้รถวิง่ เข้าไปจอดใต้ถนุ บ้านอย่างเงียบเชียบ ก้าวขาลง จากรถพลางสอดส่ายสายตามองหาคนหนีกลับมาก่อนด้���ยความหงุดหงิดใจ แต่คดิ ไปอีกทีกด็ เี หมือนกันทีส่ รี งุ้ กลับมาก่อน จะได้ไม่ตอ้ งทนฟังเสียงแหลมแสบ แก้วหูคอยทิม่ แทงใจทุกห้านาทีของน้าพรรณเหมือนเขา ชายหนุม่ ถอนใจแรง ทัง้ ๆ ทีอ่ ยากจะอยูด่ แู ลคุณตาให้นานกว่านีเ้ นือ่ งจากไม่ได้เจอท่านมาเกือบสีป่ แี ล้ว แต่พอน้าพรรณเปิดประเด็นร้อนด้วยการพูดถึงแม่เดือนในทางไม่ดี แถมยังมี พาดพิงมาถึงสีรุ้งอีก แค่นี้ความอดทนของเขาก็สิ้นสุดลง “อ้อ...มาหลบอยูน่ เ่ี องยัยตัวดี” บ่นพึมพำ�กับตัวเองเบาๆ พลางยกมือขึน้ ปาดเหงื่อบนหน้าผาก หลังจากเดินตามหาทั่วบ้านจนเหงื่อแตกพลั่ก แล้วก็ พบว่าสีรุ้งกำ�ลังยืนให้อาหารปลาอยู่ที่สระบัว “กลับมานานแล้วเหรอ” “ก็ไม่นานเท่าไหร่หรอก เพิง่ มาถึงเหมือนกัน” สีรงุ้ หันกลับมาตอบเสียง เนือยๆ “หึ...ไม่รอกันเลยนะ พออยากไปก็เอาหลวงตามาบังคับ แต่พออยากกลับ ก็หนีมาหน้าตาเฉย” สีรุ้งอึ้งไปเล็กน้อยกับน้ำ � เสียงเคร่งเครียด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนพูด กำ�ลังอารมณ์เสีย 46


“วิญญ์ไม่ได้กลับบ้านตั้งนานแล้ว สีรุ้งเลยคิดว่าวิญญ์คงอยากอยู่คุย กับคุณตานานๆ ก็เลยกลับมาก่อน” ฝืนยิ้มแห้งๆ ก่อนจะชี้แจงด้วยน้ำ�เสียง ที่พยายามทำ�ให้ดูเหมือนปกติที่สุด “สีรุ้งไม่ต้องคิดแทนเรา แล้วก็ไม่ต้องมาตัดสินใจแทนเราเรื่องคุณตา อีกนะ เราไม่ชอบ...” เสียงห้วนจัด ไม่มรี อ่ งรอยของการล้อเล่นแม้แต่นอ้ ย ทำ�ให้รอยยิม้ บนใบหน้า เนียนใสค่อยๆ จางหายไป ร่างบางเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะเงยหน้าขึน้ พูดด้วย น้ำ�เสียงตัดพ้อปนน้อยใจ “วันนีว้ ญ ิ ญ์พดู ไม่ดกี บั สีรงุ้ หลายครัง้ แล้ว ไหนวิญญ์บอกว่าสีรงุ้ เป็นเพือ่ น ที่รู้ใจไง หรือว่าตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว ถ้าอย่างนั้นสีรุ้งก็ขอโทษนะที่จุ้นจ้านไม่ เข้าเรื่อง” หัวใจของวิญญ์กระตุกวูบ นึกไม่ถึงว่าคำ�พูดที่มาจากความหงุดหงิด จะสร้างความสะเทือนใจให้ยยั ตัวเล็กขนาดนี้ ชายหนุม่ รีบคว้ามือเล็กมากุมไว้แน่น ก่อนจะรีบขอโทษด้วยความรู้สึกผิด “ขอโทษนะสีรงุ้ เราไม่ได้ตงั้ ใจจะพูดแบบนัน้ จริงๆ พอดีเราไม่สบายใจ เรื่องคุณตาก็เลยพาลไปหน่อย ยกโทษให้เรานะ...” สีรงุ้ เงยหน้าขึน้ สบตาด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะดึงมือออกจากการ เกาะกุม ร่างบางทรุดตัวลงนั่งที่แคร่ไม้ไผ่ที่วางอยู่กลางศาลาพร้อมกับทอด สายตาไปยังสระบัวด้วยสีหน้าเรียบเฉย วิญญ์ถอนใจเฮือกใหญ่ ย่อตัวลงนั่งข้างๆ มองอาการนิ่งเงียบของคน ตัวเล็กแล้วก็นึกอยากจะเขกหัวตัวเองแรงๆ ที่ปากไวไม่รู้จักยั้งคิด เมื่อเช้าก็ ครั้งหนึ่งแล้ว ถ้าไม่รีบง้อสงสัยว่าจะมีการโกรธข้ามวันแน่ๆ “เมือ่ กีน้ า้ พรรณกับคุณตาขอให้เรากลับไปอยูท่ บี่ า้ นเหมือนเดิม” วิญญ์ พูดค้างไว้ให้คนฟังอยากรู้จนต้องเงยหน้าขึ้นทำ�ตาแป๋วตั้งใจรอฟังคำ�ตอบ “พอเราบอกว่าเราอยากอยูท่ บ่ี า้ นสวนกับแม่เดือนมากกว่า คุณตาก็เลย โกรธมากแล้วก็ห้ามเราไม่ให้ไปเหยียบที่บ้านนู้นอีก สีรุ้งเชื่อมั้ยว่าคุณตา 47


พูดกับเราเหมือนตอนที่ทะเลาะกันคราวก่อนเปี๊ยบเลยแหละ” น้ำ � เสียงกลั้วหัวเราะฟังดูปร่าแปร่ง สีรุ้งมองคนนั่งข้างด้วยแววตา ลึกซึ้งภายใต้ใบหน้าขาวจัดเคร่งขรึมเย็นชาเหมือนคนไร้หัวใจได้ซ่อนความ อ่อนไหวไว้อย่างมิดชิด แม้วญ ิ ญ์จะทำ�ท่าทางเหมือนไม่แคร์ แต่ในดวงตากลับ ไม่สามารถซ่อนความเศร้าหมองไว้ได้ สีรุ้งเอื้อมมือไปกุมมือใหญ่ไว้แน่น ก่อนจะพูดด้วยน้ำ�เสียงอ่อนโยน “อย่าคิดมากเลยนะวิญญ์ เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งนานแล้วตอนนี้คุณตา ท่านก็แก่มากแถมสุขภาพก็ไม่ค่อยดี สีรุ้งอยากให้วิญญ์ตามใจท่านบ้าง ยังไงท่านก็เป็นคุณตา หนักนิดเบาหน่อยวิญญ์ก็อย่าไปถือสาท่านเลยนะ อีกไม่นานคุณตาก็คงหายโกรธ แล้วเราค่อยไปเยี่ยมท่านกันใหม่นะ” คำ�พูดปลอบโยนของสีรุ้งเป็นเหมือนสายลมเอื่อยอ่อนพัดพาหัวใจ รุ่มร้อนให้เยือกเย็นลง วิญญ์พยักหน้าช้าๆ แทนคำ�ตอบ ซึ่งนั่นก็ทำ�ให้สีรุ้ง พอใจจนยิ้มออกมาได้อีกครั้ง “สีรุ้งแต่งตัวเสร็จหรือยังลูก เดี๋ยวไปไม่ทันฤกษ์สวมแหวนพี่ยิ้มนะ” “ไม่ตอ้ งรีบหรอกสีรงุ้ ยังเหลือเวลาอีกตัง้ เยอะ แต่งตัวให้สวยๆ เลยนะ พี่ๆ เค้าจะได้รู้ว่าสีรุ้งไม่ได้ขี้เหร่เหมือนแม่ ฮ่าๆๆ” เสียงหวานของแม่เดือน ตามด้วยเสียงทุ้มยั่วเย้าของพ่อดำ�ที่ดังอยู่ หน้าห้อง ทำ�ให้คนนอนขี้เซารีบกระโดดลงจากเตียงด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เหลือบตามองนาฬิกาบนหัวเตียงพบว่าเป็นเวลาหกโมงครึ่ง แย่แล้ว...ฤกษ์หมัน้ ของพีย่ มิ้ คือเจ็ดโมงเก้านาที รูท้ งั้ รูว้ า่ ต้องตืน่ แต่เช้า แต่เธอกับวิญญ์กลับพากันนัง่ ดูหนังเกาหลีจนเกือบถึงตีสอง แล้วนาฬิกาปลุก เจ้ากรรมก็ดันมาเกเรไม่ยอมทำ�หน้าที่ปลุกเธออีก น้ำ�ก็ยังไม่ได้อาบ เสื้อกับ กระโปรงที่แม่เลือกให้เมื่อคืนก็ยังไม่ได้รีด ร่างบางนัง่ แหมะลงบนเตียงก่อนจะยกมือขึน้ ยีหวั ตัวเองจนฟูฟอ่ งแล้ว ก็ทำ�หน้าเหมือนจะร้องไห้ 48


“พ่อพาแม่เดือนล่วงหน้าไปก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวผมกับสีรุ้งจะตาม ไปทีหลัง” เหมือนมีพระมาโปรดสัตว์โลกตัวเล็กๆ ซึง่ กำ�ลังตกทุกข์ได้ยาก สีรงุ้ เงยหน้า ขึน้ ทำ�ตาโตเมือ่ ได้ยนิ เสียงของวิญญ์ดงั แว่วๆ อยูห่ น้าห้อง แล้วเสียงตอบตกลง ของแม่ก็เป็นเหมือนเสียงสวรรค์ที่ทำ�ให้เธอยิ้มออกมาได้ในที่สุด รอจนแน่ใจ ว่าพ่อเมฆพาแม่ออกจากบ้านไปแล้ว สีรงุ้ จึงค่อยๆ เดินมาเปิดประตูให้วญ ิ ญ์ เข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มเอียงอายแกมขายหน้าเล็กน้อย ร่างสูงเดินดุม่ ๆ เข้ามาแล้วก็ไม่พดู พร่ำ�ทำ�เพลง ล้มตัวลงนอนบนเตียง อย่างง่วงจัด สีรุ้งยืนเท้าสะเอวมองคนในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนเหมือนทุกวัน ด้วยสายตาครุ่นคิด “วิญญ์จะไปงานหมั้นพี่ยิ้มชุดนี้จริงๆ เหรอ” “ฮื่อ...เราเป็นผู้ชายแต่งตัวยังไงก็ได้ ไม่มีใครสนใจหรอก” บอกเสียง งึมงำ�ทั้งๆ ที่ยังหลับตาอยู่ “ไม่เห็นยุติธรรมเลย เวลาจะไปไหนทีผู้หญิงต้องแต่งหน้า ต้องทำ�ผม ต้องใส่กระโปรง แล้วก็ต้องใส่ส้นสูง ทีผู้ชายไม่เห็นต้องทำ�อะไรเลยนอกจาก นอนกระดิกเท้ารอ” วิญญ์หัวเราะพรืดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ลืมตาขึ้นมองคนตัวเล็กที่ เดินกลับมาที่เตียงแล้วก็เอนตัวลงนอนข้างๆ อย่างเกียจคร้าน “อย่าบอกนะว่าสีรงุ้ จะทำ�อย่างทีพ่ ดู มาเมือ่ กีท้ ง้ั หมด ถ้าทำ�จริงเราจะได้ กลับไปนอนต่อ น่าจะได้อีกงีบใหญ่เลยแหละ” “ทำ�ไมแม่ต้องให้สีรุ้งใส่ชุดแบบนั้นด้วยก็ไม่รู้ สีรุ้งไม่อยากใส่เลย” น้ำ�เสียงโอดครวญของสีรุ้ง ทำ�ให้วิญญ์ต้องพลิกตัวนอนตะแคงแล้ว จ้องหน้าคนซึ่งกำ�ลังยกมือเรียวขึ้นก่ายหน้าผาก ใบหน้าสวยหวานนั้นอยู่ ใกล้จนได้กลิน่ หอมอ่อนๆ จากผมยาวยุง่ กระจายอยูเ่ ต็มหมอนใบนุม่ ใกล้จน มองเห็นว่าพวงแก้มใสนั้นดูคล้ายผิวของเด็ก ร่างสูงสปริงตัวลุกขึ้นมายืนอยู่ ข้างเตียง ก่อนจะแกล้งทำ�เป็นยกมือขึ้นลูบผมยุ่งเพื่อเรียกความคิดอันเตลิด 49


ไปไกลของตัวเองให้กลับมาสนใจกับเรือ่ งทีท่ �ำ ให้คนตัวเล็กต้องกลุม้ ใจอีกครัง้ “ไม่อยากใส่กไ็ ม่ตอ้ งใส่สิ ชีวติ เป็นของเรา ทำ�ไมต้องให้คนอืน่ มาบังคับ ให้ทำ�นู่นทำ�นี่ด้วย” “แต่แม่ไม่ใช่คนอืน่ นะวิญญ์ แล้วสีรงุ้ ก็ไม่อยากให้แม่บน่ ว่าแต่งตัวไม่รจู้ กั กาลเทศะนี่นา...” “แล้วจะเอายังไงฮึ แบบนัน้ ก็ไม่ดี แบบนีก้ ไ็ ม่ชอบ เราว่าสีรงุ้ รีบไปอาบน้�ำ แปรงฟันก่อนดีกว่า ส่วนเรื่องเสื้อผ้าเดี๋ยวเราจัดการเอง” วิญญ์ฉุดมือคนนอนหลับตาพริ้มให้ลุกขึ้นจากเตียง แล้วผลักร่าง บางเข้าไปในห้องน้ำ�ด้วยใบหน้ามีรอยยิ้มน้อยๆ เปิดตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ข้างโต๊ะ เครื่องแป้งออกดูช้าๆ ส่วนใหญ่เป็นเสื้อยืดตัวเล็กหลากสีมีข้อความรณรงค์ เกีย่ วกับการอนุรกั ษ์สงิ่ แวดล้อมสกรีนด้านหน้าและด้านหลังเกือบทุกตัว มือ หนาไล่เรียงไปเรือ่ ยๆ และสะดุดตากับเสือ้ ซึง่ แขวนไว้ดา้ นในสุดของตู้ เมือ่ หยิบ ออกมาดูใกล้ๆ พบว่าเป็นเสือ้ เนปาลพิมพ์ลายดอกไม้คอวีสชี มพูออ่ น แขนล้�ำ นิดๆ ชายเสื้อแต่งด้วยลูกไม้ถักสีขาว เนื้อผ้าดูบางเบาใส่สบาย หยิบเอากางเกง ยีนเข้ารูปสีเข้มออกมาจากตู้แล้ววางไว้คู่กันบนเตียง ชุดนีไ้ ม่หวานเกินไป แต่ดทู ะมัดทะแมงและสดใสสมชือ่ คนใส่เลยทีเดียว ดีไซน์เนอร์จำ�เป็นยิ้มกว้าง ตะโกนบอกให้คนในห้องน้ำ � รีบออกมาเปลี่ยน เสื้อผ้า ก่อนจะออกจากห้องไปก่อนอย่างรู้หน้าที่และกลับเข้ามาอีกครั้งเมื่อ แน่ใจว่านางแบบสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว “เสือ้ ตัวนีส้ วยดีนะ ทำ�ไมเราไม่เคยเห็นสีรงุ้ ใส่เลยล่ะ” วิญญ์ถามยิม้ ๆ นัยน์ตามีประกายพอใจเมื่อเห็นคนตัวเล็กยอมใส่ชุดที่เขาจัดให้แต่โดยดี “พี่ๆ ที่ตึกขาวซื้อมาฝากจากเนปาลตั้งนานแล้วล่ะ สีรุ้งไม่กล้าใส่ เพราะว่ามันโป๊ไปหน่อย” ถึงคนตัวโตจะชมแค่เสือ้ แต่คนใส่กอ็ ดรูส้ กึ เขินไม่ได้ “มองมุมไหนให้เห็นว่าโป๊ แบนราบซะขนาดนั้น หึหึ...” เสียงทุ้มพูดเบาราวกระซิบแต่คนหูดีก็ยังได้ยินอีกจนได้ ก้มลงมอง ตามที่วิญญ์ว่าแล้วก็ทำ�หน้างอไม่พอใจ...ใครจะไปอวบอึ๋มเหมือนหวานใจ 50


ตัวเองล่ะ...สีรงุ้ มองหน้าคนปากจัดด้วยสายตาแค้นๆ ทำ�ท่าว่าจะเดินออกจาก ห้องถ้าหากไม่ถูกทักขึ้นมาเสียก่อน “ใจคอจะไม่ทาแป้งหวีผมหน่อยเหรอ ไหนๆ วันนี้ก็ใส่เสื้อสวยแล้ว” ร่างบางเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งอย่างจำ�ใจก่อนเอื้อมมือไปดึง ยางยืดสีสดออก แล้วหวีอันใหญ่แปรงผมแบบลวกๆ สองสามครั้ง วิญญ์ส่ายหน้าอย่างระอาใจ ก้าวยาวๆ มาประชิดทางด้านหลัง ก่อน จะแย่งหวีไปจากมือเล็ก จากนั้นมือใหญ่ก็จัดการแบ่งผมยาวสลวยออกเป็น สามช่อเท่าๆ กัน ก่อนจะถักไขว้ ซ้อนทับกันไปมาจนกลายเป็นเปียใหญ่ยาว จนเกือบถึงกลางหลัง รัดปลายด้วยยางยืดสีดำ� แล้วก็ใช้เชือกผูกผมเส้นเล็ก สีขาวผูกทับอีกที “ไปหัดเปียผมมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย คล่องเชียวนะ” สีรงุ้ ยกมือขึน้ ลูบผมเปียอย่างทึง่ ๆ ระคนแปลกใจ ไม่คดิ ว่าคนตัวใหญ่ จะทำ�อะไรแบบนี้เป็น “ไม่เคยทำ�ให้ใครหรอก แต่เคยเห็นในทีวนี ะ่ ของง่ายๆ แบบนี้ เราดูแค่ ครัง้ เดียวก็ท�ำ ได้แล้วล่ะ” วิญญ์พดู พลางยักไหล่แล้วก็ท�ำ เสียงน่าหมัน่ ไส้นดิ ๆ คนตัวเล็กพยักหน้ารับรู้ สำ�หรับคนไอคิวสูงอย่างวิญญ์ การเปียผม แค่นี้คงจะใช้สมองน้อยกว่าอ่านหนังสือเล่มหนาที่เธอไม่กล้าเปิดอ่านแน่ๆ สีรุ้งยิ้มตาเป็นประกายก่อนจะดึงแขนคนกำ�ลังจะเดินออกไปให้หยุดอยู่กับที่ มือเรียวโน้มศีรษะคนตัวสูงให้ก้มต่ำ�ลงมาใกล้ ก่อนจะบอกด้วยน้ำ�เสียงและ แววตาไม่ค่อยน่าไว้ใจนัก “ไหนๆ วันนี้วิญญ์ก็จะได้ควงสาวสวยออกงานแล้ว เติมลิปมันสัก หน่อยนะ เดี๋ยวปากแห้งแล้วจะไม่หล่อ...” วิญญ์และสีรงุ้ เดินทางมาถึงสถานทีจ่ ดั งานหมัน้ ในเวลาอีกครึง่ ชัว่ โมง ต่อมา เนือ่ งจากบ้านของว่าทีเ่ จ้าสาวนัน้ อยูอ่ �ำ เภอสันทรายซึง่ อยูห่ า่ งจากตัว เมืองเชียงใหม่ไม่มากนัก โชเฟอร์หน้าเข้มจอดรถเก๋งสีขาวคันเก่าซึ่งมีอายุ 51


เท่ากับผูโ้ ดยสารซึง่ นัง่ มาด้วยกันบริเวณริมรัว้ หน้าบ้าน ก่อนจะก้าวเท้าลงจากรถ ร่างสูงชะโงกหน้าไปส่องกระจกอีกครั้งให้แน่ใจว่าริมฝีปากของเขาไม่ ไม่ได้เป็นสีชมพูหวานแหววเหมือนตอนก่อนจะออกจากบ้าน เสียงหัวเราะ คิกคักจากคนทีก่ �ำ ลังจะเปิดประตูรถ ทำ�ให้วญ ิ ญ์อดไม่ได้ทจี่ ะเอือ้ มมือไปกระตุก ผมเปียแรงๆ จนคนตัวเล็กหน้าหงาย ก่อนจะหันกลับมาทำ�ปากขมุบขมิบ แล้วก็แลบลิ้นปลิ้นตาล้อเลียนเขาอีกครั้ง ทั้งสองเดินเข้าไปในงานซึ่งใช้พื้นที่บริเวณสนามหญ้าหน้าบ้านกาง เต็นท์แล้วจัดโต๊ะไว้ แขกส่วนใหญ่เริม่ ทยอยออกมานัง่ รับประทานอาหารทีจ่ ดั เตรียมไว้เป็นแบบบริการตัวเอง ซึ่งก็มีให้เลือกรับประทานตามใจชอบ ไม่ว่า จะเป็นอาหารขึน้ ชือ่ ของภาคเหนือ เช่น น้ำ�พริกหนุม่ แคบหมู ไส้อวั่ แกงฮังเล ลาบหมู และยังมีอาหารภาคใต้ เช่น คัว่ กลิง้ แกงเหลือง แกงไตปลา และยังมี ขนมจีนน้ำ�ยาสีเหลืองแปลกตาให้ลองชิมอีกด้วย สีรุ้งยืนสำ�รวจรายการอาหาร พลางสอดส่ายสายตาหาคนรู้จักอยู่ ครูใ่ หญ่ ยิม้ กว้างอย่างดีใจเมือ่ เห็นร่างกลมป้อมของเด็กน้อยสองคนวิง่ หน้าตัง้ เข้ามาหาพลางเรียกชื่อเธอเสียงแจ๋ว ร่างบางย่อตัวลงพลางอ้าแขนรับก่อน จะหอมแก้มยุ้ยๆ ของเด็กหญิงที่มีหน้าตาเหมือนกันไปคนละสองฟอดอย่าง เท่าเทียมกัน “ทำ�ไมเจ้าหญิงมาช้าจังเลยคะ รูม้ ยั้ ว่านางฟ้าคิดทึง้ คิดถึง...” นางฟ้า ตัวน้อยในชุดกระโปรงบานฟูฟ่องสีขาวต่อว่าต่อขาน พลางหันไปพยักพเยิด กับนางฟ้าในชุดสีชมพู “ก็เจ้าชายน่ะสิคะ ตืน่ สาย...เจ้าหญิงบอกว่านางฟ้ารออยูก่ ไ็ ม่ยอมเชือ่ ” สีรุ้งโยนความผิดไปให้คนตัวสูงที่กำ�ลังกอดอกยืนฟังอยู่ด้วยสีหน้ายิ้มๆ วิญญ์หบุ ยิม้ ฉับ ก่อนจะยกมือเขกมะเหงกคนขีโ้ กหกไปเบาๆ หนึง่ ทีดว้ ย ความเคยชิน แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นนางฟ้าตัวน้อยทั้งสองคนกวัดแกว่ง ไม้คทารูปดาวในมือพลางทำ�หน้าบึ้งอย่างไม่พอใจ “เป็นเจ้าชายทำ�ไมทำ�ร้ายเจ้าหญิงคะ นิสัยไม่ดีแบบนี้เดี๋ยวนางฟ้า 52


จะสาปให้ไม่มีใครรักเลย” นางฟ้าสีชมพูพูดพลางเอาไม้วิเศษตีที่มือใหญ่ เบาๆ หนึ่งที สีรุ้งหัวเราะออกออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่กับความช่างพูดของอิ่มเอม และอบอุ่นแฝดหญิงวัยหกขวบ ลูกสาวของ ‘พี่จ๋า’ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่าย วิจัยและทำ�งานอยู่องค์กรเดียวกับแม่เดือน ทำ�ให้สนิทสนมคุ้นเคยกับเธอ และวิญญ์เป็นอย่างดี “นางฟ้าพาเจ้าหญิงไปหาแม่จา๋ กับพ่อระหน่อยสิคะ นัง่ อยูท่ ไ่ี หนกันเอ่ย...” บอกพลางลุกขึ้นยืนแล้วก็เดินตามแรงฉุดดึงจากมือเล็กๆ โดยมีคนตัวสูงทำ� หน้ามุ่ยเดินตามมาห่างๆ เมื่อเดินลัดเลาะผ่านโรงจอดรถเข้าไปทางด้านหลังของตัวบ้านเพียง เล็กน้อย สีรงุ้ ก็พบว่านอกจากจะมีพจี่ า๋ กับพีร่ ะแล้ว ยังมีชายหนุม่ และหญิงสาว คุน้ หน้าคุน้ ตาอีกสีค่ น รวมถึงเด็กชายตัวกลมป้อมกำ�ลังนอนหลับปุย๋ อยูบ่ นตัก ผูเ้ ป็นพ่อด้วย เด็กสาวยิม้ กว้าง ไม่แปลกใจเลยว่าทำ�ไมแขกวีไอพีกลุม่ นีจ้ งึ มา ปูเสือ่ นัง่ ดืม่ สังสรรค์กนั อยูท่ นี่ ี่ เพราะนอกจากจะลับหูลบั ตาผูค้ นแล้ว ยังร่มครึม้ จากเงาของไม้ผลหลายชนิด แถมยังมีลมเย็นพัดเอือ่ ยจากหนองน้ำ�สาธารณะ ของหมู่บ้าน จนน้องชายคนเล็กของนางฟ้าทั้งสองทนง่วงไม่ไหวและหลับไป โดยไม่สนใจพวกผู้ใหญ่ซึ่งกำ�ลังพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ “อ้าว...สีรงุ้ วิญญ์ เพิง่ มาถึงเหรอจ๊ะ สงสัยสีรงุ้ จะตืน่ สายอีกแล้วแน่ๆ เลย ถึงมาช้ากันแบบนี้” รอยยิม้ ล้อเลียนและเสียงทักทายดังจากคุณแม่ของฝาแฝดทีก่ �ำ ลังวิง่ ตือ๋ ไปหน้าบ้านอีกค���ั้ง ทำ�ให้คนตัวเล็กซึ่งเดินนำ�หน้ามาต้องยิ้มขัดเขิน ส่วนคน ตัวสูงซึง่ เดินตามหลังกลับยิม้ กว้างพลางยกมือไหว้พๆี่ ตามลำ�ดับอาวุโสแล้ว ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ‘พี่ระ’ ฮีโร่ในดวงใจของเขา พี่พลอยหันไปตีมือคนตัวโตผิวคล้ำ � ที่กำ�ลังส่งแก้วเบียร์ให้น้องชาย อย่างลืมตัว มือเรียวรีบคว้าขวดน้ำ�อัดลมมารินใส่แก้วพลางหันไปพูดเสียงดุๆ “ไม่ตอ้ งเอาของมึนเมาให้นอ้ งดืม่ เลยค่ะ วิญญ์เค้าเป็นเด็กดี ไม่ได้เป็น 53


ขี้เมาเหมือนพี่โอเล่” วิญญ์รับแก้วน้ำ � อัดลมมาดื่มพลางลอบมองคุณพ่อที่กำ�ลังก้มลง เขี่ยปอยผมปรกหน้าผากกลมมนของลูกชายตัวกลมอย่างเบามือ ปวดหนึบ ในหัวใจเมื่อมีคำ�ถามหนึ่งวาบขึ้นมาในความคิด พ่อเคยทำ�แบบนี้กับเขาบ้างหรือเปล่านะ... “แล้วตกลงว่าวิญญ์จะมาทำ�งานที่เชียงใหม่หรือว่าจะไปทำ�งานที่ กรุงเทพฯ ล่ะจ๊ะ” คำ�ถามของพี่หนูนาทำ�ให้คนที่กำ�ลังจะตักอาหารเข้าปากต้องรีบวาง ช้อนแล้วก็ตั้งใจฟังคำ�ตอบด้วยหัวใจที่เต้นแรงขึ้นเล็กน้อย “ผมยังไม่ได้ตัดสินใจเลยครับ” วิญญ์ตอบเบาๆ “มาทำ�งานกับพวกพีท่ เี่ ชียงใหม่ดกี ว่าวิญญ์ กรุงเทพฯ น่าเบือ่ มีแต่ความ วุน่ วาย แล้วอีกอย่างนะสาวเหนือก็นา่ รักใจดี ไม่เหมือนสาวใต้” พีย่ ศพูดเสียง กลั้วหัวเราะพลางเอี้ยวตัวหลบปลายเล็บแหลมๆ จากภรรยา แทบไม่ทัน “แล้วสีรุ้งล่ะ คิดดีแล้วเหรอจะไปเรียนเชียงราย ระวังนะ อยู่ไกลกัน แบบนี้ เดี๋ยววิญญ์เปลี่ยนใจไปชอบคนอื่นจะหาว่าพี่ไม่เตือน” พี่ระหัวเราะ ชอบใจเมื่อเห็นสาวน้อยผมเปียสำ�ลักน้ำ�อัดลม แอบเหลือบตามองหาความ ผิดปกติบนใบหน้าของวิญญ์แต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆ จนชักอยากจะปักใจเชื่อ ว่าสองคนนี้เป็นแค่เพื่อนรักกันจริงๆ “ผมไม่เปลี่ยนใจหรอกครับพี่ระ... ไม่มีทางเปลี่ยนใจมาชอบผู้หญิง ติงต๊องนอนตืน่ สาย ทำ�กับข้าวไม่เป็น แบบยัยสีรงุ้ แน่ๆ” วิญญ์ยมิ้ กรุม้ กริม่ พูดจา กำ�กวม ก่อนจะต่อด้วยประโยคเด็ดปิดท้ายทีท่ �ำ ให้พๆี่ ต้องปล่อยฮากันทัง้ วง “สีรงุ้ ก็ไม่มวี นั ชอบผูช้ ายปากร้าย เจ้าเล่ห์ เจ้ามารยา แล้วก็หลงตัวเอง แบบวิญญ์เหมือนกันแหละ” โต้กลับเป็นชุดก่อนจะเม้มปากแน่น สบตากับ คนพูดด้วยดวงตาวาวโรจน์ ถ้าไม่ชอบก็แค่บอกว่าไม่ชอบ ไม่เห็นจำ�เป็นต้องบรรยายสรรพคุณ ของเธอซะละเอียดขนาดนี้ก็ได้... 54


รอยยิม้ ยัว่ เย้าบนใบหน้าคมคายจืดเจือ่ นลง เมือ่ เห็นสีหน้าและแววตา ของคนตัวเล็ก รูส้ กึ ผิดและอยากจะเอ่ยคำ�ว่าขอโทษออกไปแต่กไ็ ม่กล้าเพราะว่า ไม่อยากถูกพี่ๆ ล้อ ในขณะที่บรรยากาศเริ่มมาคุขึ้นเรื่อยๆ คนตัวสูงก็เริ่ม กระสับกระส่ายอย่างไม่ค่อยสบายใจนักที่เห็นอีกฝ่ายเอาแต่นั่งเงียบก้มหน้า งุดๆ ซึง่ ทัง้ หมดนีก้ อ็ ยูใ่ นสายตาของบรรดาพีๆ่ ซึง่ ผ่านประสบการณ์เรือ่ งหัวใจ มาก่อน และพอจะมองอะไรออกรางๆ ทุกคนได้แต่แอบสบตากันและอมยิ้ม เป็นนัยๆ รอดูว่าวิญญ์จะแก้ไขสถานการณ์นี้อย่างไรด้วยใจจดจ่อ แต่แล้วเสียงแจ๋วๆ จากหญิงสาวในชุดเดรสชีฟองสีครีมทีก่ �ำ ลังถูกนางฟ้า ตัวน้อยจูงมือให้เดินตามก็เป็นเหมือนเสียงระฆังบอกเวลาหมดยกมวยคูเ่ อก ซึ่งกำ�ลังทำ�ท่าว่าจะแพ้น็อกทั้งคู่อยู่รอมร่อ กุลวีร์ทำ�หน้างงๆ ด้วยความไม่เข้าใจว่าทำ�ไมทุกคนถึงได้แต่มองและ ยิ้มให้เธอด้วยสายตาแปลกๆ เกิดอะไรขึ้นก่อนเธอจะมาถึงนะ... หญิงสาวเก็บความสงสัยไว้ภายในใจก่อนจะแจ้งวัตถุประสงค์ของการ มาด้วยน้ำ�เสียงและรอยยิ้มสดใส “ขอเชิญแขกวีไอพีทุกท่านไปถ่ายรูปกับคู่หมั้นป้ายแดงได้แล้วค่า...”

55


ตอนที่ 6

ฝันร้ายที่อยากลืม “สีรุ้งขยับเข้ามาใกล้ๆ อีกหน่อยก็ได้นะ วิญญ์เค้าไม่กัดหรอก” เสียงตะโกนยัว่ เย้าจากพีโ่ อเล่ผเู้ สียสละตัวเองมาเป็นตากล้องสำ�หรับการ ถ่ายภาพหมูร่ ว่ มกันของงานนี้ สามารถเรียกรอยยิม้ และเสียงหัวเราะจากชาว คณะที่กำ�ลังแอ๊คท่าบ้าบอตามคำ�สั่งของตากล้องได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกับ ว่ า ที่ เ จ้ า บ่ า วและว่ า ที่ เ จ้ า สาวต้ อ งหั ว เราะจนแทบจะหมดแรงเก๊ ก หน้ า ยิ้มสวย ในขณะที่ทุกคนกำ�ลังรื่นเริงบันเทิงใจ แต่ใบหน้าเนียนใสของสีรุ้ง กลับงอง้ำ�…รู้ทั้งรู้ว่าเธอกำ�ลังโกรธแล้วก็ไม่อยากจะมองหน้านายวิญญ์ แต่ พี่ๆ กลับพยายามจัดตำ�แหน่งให้เธอต้องยืนใกล้กับคนปากเสียอย่างหลีก เลี่ยงไม่ได้ราวกับจะแกล้ง “ยิ้มหน่อยสิ ทำ�หน้าบูดเป็นตูดเป็ดแบบนี้เดี๋ยวไม่สวยนะ” ก้มลงกระซิบเบาๆ ก่อนจะหันกลับไปยิม้ กว้างให้กบั กล้องอย่างอารมณ์ดี แล้วก็ตอ้ งหุบยิม้ ฉับเมือ่ รูส้ กึ แสบๆ คันๆ เหมือนโดนมดกัดทีเ่ อว กลัน้ ใจข่มความ เจ็บไว้พลางก้มลงมองมดยักษ์ดว้ ยแววตาง้องอนเต็มที่ แต่กลับต้องยิม้ เก้อเมือ่ คนข้างๆ ไม่ยอมหันมาสบตาแม้แต่ครัง้ เดียว หลังจากกระบวนการถ่ายรูปหมู่ อันแสนยาวนานสิ้นสุดลง ร่างบางก็รีบเดินหนีไปให้ไกลจากคนชอบยั่วโมโห แต่เสียงฝีเท้าที่กระชั้นเข้ามาใกล้ ทำ�ให้สีรุ้งต้องหันกลับไปมองอย่างสงสัย “วันนีส้ รี งุ้ แต่งตัวน่ารักมากเลย พีข่ อถ่ายรูปกับคนน่ารักหน่อยนะ” กุลวีร์ บอกเสียงใสก่อนจะหัวเราะเบาๆ เมือ่ เห็นสีรงุ้ ยิม้ เขินเมือ่ ถูกชมแบบไม่ทนั ตัง้ ตัว 56


“วิญญ์จ๊ะ ช่วยถ่ายรูปให้พี่กับสีรุ้งหน่อยสิ” หันไปบอกร่างสูงที่เดิน ตามหลังมา ก่อนจะโอบไหล่ของคนตัวเล็กไว้แน่นราวกับต้องการประกาศ ความเป็นเจ้าของ วิญญ์รบั กล้องดิจติ อลมาถือไว้ และมองผ่านจอภาพด้วยแววตาครุน่ คิด เมือ่ เห็นมือเรียวเลือ่ นลงมากระชับต้นแขนและออกแรงรัง้ ให้คนน่ารักขยับเข้า ใกล้จนแก้มเนียนใสของเจ้าหล่อนแนบกับศีรษะของคนตัวเตี้ย ปรับโฟกัส และกดชัตเตอร์ไปสองสามครัง้ อย่างจำ�ใจ รูส้ กึ หงุดหงิดขึน้ มาอย่างบอกไม่ถกู กับอาการใกล้ชิดจนเกินเหตุของเจ้าของกล้อง “เสร็จแล้วครับ” บอกเสียงเข้มและคืนกล้องให้เจ้าของรับไปกดดูภาพ ด้วยสีหน้ามีรอยยิ้มพึงพอใจ “สีรงุ้ ...วิญญ์...” เสียงตะโกนเรียกไม่เบานักดังขึน้ ด้านหลัง พร้อมกับ การปรากฏตัวของคุณพ่อผมยาวซึ่งกำ�ลังวิ่งเหยาะๆ เข้ามาใกล้พลางเหลียว หน้าแลหลังคล้ายกับกำ�ลังเล่นซ่อนหากับใครบางคน “แม่เค้าให้เราสองคนเข้าไปสวัสดีลุงๆ ป้าๆ ในบ้านนู่นแน่ะ รีบเข้าไป เร็วๆ ก่อนทีแ่ ม่จะออกมาตาม แล้วก็อย่าบอกแม่นะว่าพ่อไปกินเหล้ากับพวก พี่ยศที่ตึกขาว” วิสุทธิ์รีบบอกก่อนจะหันไปตบไหล่น้องสาวที่เกือบได้เลื่อน ฐานะเป็นลูกสะใภ้พลางก้มลงกระซิบ “พีไ่ ปก่อนนะยุน่ อยูท่ น่ี พ่ี เ่ี ดือนทำ�ตาเขียวใส่พต่ี ลอด จนพีไ่ ม่กล้ากินเหล้า เลยว่ะ” “ยุน่ ให้เด็กจัดกับแกล้มแล้วก็เบียร์ไว้ทรี่ ถแล้วนะคะ เดีย๋ วจัดการทางนี้ เสร็จแล้วยุน่ กับพีโ่ ตจะตามไปสมทบค่ะ” กุลวีรช์ ะโงกหน้าไปกระซิบเสียงแผ่ว เช่นเดียวกัน “วิญญ์พาแม่กบั สีรงุ้ กลับบ้านดีๆ นะ แล้วก็อย่าขับรถเร็ว พ่อไปก่อนล่ะ เดีย๋ วพีย่ ศกับพีโ่ อเล่เค้าจะรอนาน” หันมาสัง่ ลูกชายด้วยสีหน้ายิม้ ๆ แล้วเดิน จ้ำ�อ้าวไม่เหลียวหลังไปยังรถยนต์ซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากประตูรั้วมากนัก ดวงตาเรียวรีหม่นแสงลง ส่ายหน้าอย่างระอาใจกับพฤติกรรมของคน 57


เป็นพ่อ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเจ้าน้ำ �สีเหลืองๆ รสชาติสดุ แสนจะห่วยแบบนัน้ มันมีดีตรงไหน ทำ�ไมพ่อถึงได้ติดอกติดใจชอบด���่มนักหนา เพราะตั้งแต่มาถึง เชียงใหม่พ่อก็ออกไปกับพวกพี่ๆ แล้วเมากลับมาทุกวัน การดูแลอาสาสมัครเพือ่ สังคมคืองานทีพ่ อ่ รักแต่พอ่ คงจะลืมไปแล้วว่า ยั ง มี ลู ก ชายคนนี้ ใ ห้ ต้ อ งดู แ ลเหมือนกัน วิญ ญ์ถอนใจแรงๆ ด้ ว ยความ หงุ ด หงิ ด ก่ อ นจะเดิ น ดุ่ม ๆ ไปทางหลั ง บ้ า นโดยไม่ ย อมหั น กลั บ มามอง ว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำ�ลังมองตามด้วยความห่วงใย ภาพของผู้ชายตัวโตที่กำ�ลังเอื้อมมือไปหยิบก้อนหินใกล้มือขึ้นมา โยนเล่นเบาๆ สองสามครัง้ ก่อนจะปาลงไปในบึงแรงๆ จนผิวน้ำ�แตกกระจาย เป็นวงกว้าง ริมฝีปากบางเฉียบไม่แพ้ผู้หญิงเม้มสนิทเป็นเส้นตรง ดวงตา เหม่อมองไปข้างหน้าอย่างเลื่อนลอยไร้จุดหมาย สีรุ้งแทบจะกลั้นหายใจขณะย่องเข้าไปใกล้ด้วยฝีเท้าเบากริบราวกับ แมวขโมย นึ ก อยากจะหั น หลั ง กลั บ แล้ ว เดิ น จากไปโดยไม่ ต้ อ งสนใจว่ า คนมีโลกส่วนตัวสูงจะเป็นยังไงบ้าง แต่คำ�พูดของรุ่นพี่สาวคนสนิทกลับดัง วนเวียนอยูใ่ นหูและทำ�ให้เธอต้องมาแอบดูวา่ นายวิญญ์ก�ำ ลังเศร้าอย่างทีพ่ จี่ า๋ บอกจริงๆ หรือเปล่า ‘ไม่คิดจะไปง้อเพื่อนซี้หน่อยเหรอจ๊ะสีรุ้ง พี่เห็นนั่งทำ�หน้าเศร้าอยู่ หลังบ้านนู่นแน่ะ’ ‘สีรุ้งไม่ได้ทำ�อะไรผิด ทำ�ไมต้องไปง้อเค้าด้วยละคะพี่จ๋า’ ‘คนที่เป็นฝ่ายง้อไม่จำ�เป็นต้องเป็นคนผิดเสมอไปนี่จ๊ะ วิญญ์อาจจะ ทำ�ให้สรี งุ้ โกรธหรือว่าน้อยใจ แต่พเี่ ชือ่ นะว่าเรือ่ งเล็กน้อยแค่นจี้ ะไม่ทำ�ให้สรี งุ้ มองข้ามเรือ่ งดีๆ ทีว่ ญ ิ ญ์ท�ำ ให้สรี งุ้ ตัง้ เยอะแยะ ไม่มอี ะไรสำ�คัญกว่าความเป็น เพือ่ นหรอกจ้ะสีรุ้ง’ เชอะ...ถ้าไม่เห็นว่านายวิญญ์ช่วยไม่ให้เธอต้องถูกแม่ดุเมื่อเช้า แล้ว ยังช่วยไม่ให้เธอต้องใส่ชุดหญิงๆ มาให้พี่ๆ หัวเราะเยาะละก็...เธอไม่มีวันมา 58


ยืนทำ�ท่าลับๆ ล่อๆ แอบดูคนกำ�ลังทำ�เหมือนตัวเองเป็นพระเอกมิวสิควีดีโอ แบบนี้แน่ๆ “จะยืนอยูต่ รงนัน้ อีกนานมัย้ สีรงุ้ มานัง่ ด้วยกันตรงนีด้ กี ว่านะ ลมกำ�ลัง พัดเย็นสบายเลยแหละ” ร่างบางถึงกับสะดุง้ เมือ่ เสียงทุม้ ดังขึน้ มาอย่างไม่มปี มี่ ขี ลุย่ …มีตาหลัง หรือไงนะ…บ่นในใจก่อนจะเดินกระฟัดกระเฟียดไปนั่งข้างๆ ตามคำ�เชิญชวน ของคนตัวสูง “โกรธมากเหรอที่เราพูดเมื่อเช้าน่ะ” เอ่ยถามลอยๆ คล้ายไม่ตั้งใจจะ เอาคำ�ตอบ “ฮื่อ...” ตอบสั้นๆ น้ำ�เสียงห้วนจัด ไม่ยอมมองหน้าคนถามเช่นกัน “ก็เรื่องจริงทั้งนั้นนี่นา หรือว่าจะเถียงฮึ แล้วดูทำ�หน้าเข้ายังกะ...” แหย่กลับเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะทำ�หน้าล้อเลียนด้วยการทำ�แก้มป่องที่ คนตัวเล็กชอบทำ�เป็นประจำ� “ยังกะอะไร พูดดีๆ นะวิญญ์” สีรุ้งเงยหน้าขึ้นตวาดแว้ดทำ�ท่าเหมือนยังไม่หายโกรธ แต่ในใจลึกๆ กลับรู้สึกโล่งใจที่เห็นรอยยิ้มยั่วเย้าอยู่บนใบหน้าเข้มขรึมอีกครั้ง “ไม่พดู ดีกว่า เดีย๋ วโดนโกรธอีก” ยกธงขาวยอมแพ้ เพราะไม่อยากจะให้ คนตัวเล็กต้องงอนอีกครัง้ ยิม้ จนตาหยีเมือ่ เห็นคนตาโตทำ�แก้มป่องปากเชิด ...คิดแล้วก็ขำ�...เขาคงจะบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่คอยหาเรื่องให้ตัวเอง เหนื่อยใจกับการต้องง้อผู้หญิงขี้งอนคนนี้ “ยิ้มทำ�ไม แอบนินทาสีรุ้งในใจใช่มั้ย ถามไม่พูดแบบนี้ต้องโดน...” วิญญ์หวั เราะพลางเอีย้ วตัวหลบฝ่ามือพิฆาตมารได้อย่างหวุดหวิด แต่แล้ว ก็ตอ้ งมาพลาดท่าเสียทีให้กบั กรงเล็บพญายมขยุม้ เข้าให้ทพี่ งุ เต็มๆ ก่อนจะบิด อย่างไม่คิดจะปรานีแม้แต่น้อย “โอ๊ยยยย...ยอมแล้ว โหดชะมัดเลย มือหนักแบบนี้ระวังเหอะ จะหา แฟนไม่ได้” โอดครวญพลางนิว่ หน้าด้วยความเจ็บปวด รูส้ กึ เหมือนตับไตไส้พงุ 59


จะหลุดติดมือผู้หญิงใจร้ายไปแล้ว “เชอะ...ไม่เห็นจะสนใจ มีไปทำ�ไมฟงแฟน มีแล้วเวลาเลิกกันก็ต้อง เสียน้ำ�ตา ต้องมานัง่ ช้ำ�ใจทีเ่ ค้าไม่รกั เราเหมือนทีเ่ รารักเค้า” คนสวยเลือกได้ เชิดหน้าตอบอย่างไม่แคร์ “หึห.ึ ..พูดยังกับว่าเคยอกหักงัน้ แหละ” ถามเสียงทุม้ พลางทำ�หน้าเจ้าเล่ห์ “บ้า...อย่ามามัว่ นะวิญญ์ สีรงุ้ ไม่เคยรักใคร จะอกหักได้ยงั ไง” คนปากแข็ง ปฏิเสธเสียงหลง ก้มหน้าหลบตาเป็นพัลวัน ใจเต้นตึกตัก กลัวคนถามจะรูว้ า่ เธอ ไม่ได้อกหัก แต่กำ�ลังแอบรักคนที่อยู่ตรงหน้าเธอนี่เอง “ทำ � เสี ย งแบบนี้ต้องโกหกแน่ๆ ไหนบอกว่า เป็ นเพื่ อ นซี้ ต้อ งไม่ มี ความลับไง ทีเรายังเล่าเรือ่ งพีย่ นุ่ ให้สรี งุ้ ฟังเลย บอกมาซะดีๆ ว่าอกหักจากใคร” วิญญ์ใช้สองมือประคองใบหน้าของสีรุ้งไว้แน่นไม่ยอมให้หลบตา ก่อนจะจ้องดวงหน้าทีอ่ ยูห่ า่ งไม่ถงึ ฟุตเพือ่ ค้นหาพิรธุ ในดวงตาของผูร้ า้ ยปากแข็ง แพขนตายาวงอนหลุบลงต่ำ � แก้มเนียนใสกลายเป็นสีชมพูระเรื่อกว่าเดิม ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นไม่ยอมตอบ

ยัยสีรุ้งต้องมีเรื่องปิดบังอยู่แน่ๆ...

“ก็บอกแล้วว่าไม่ได้อกหักๆ อย่ามาเซ้าซีก้ วนใจได้มย้ั ” สีรงุ้ กระแทกเสียง อย่างรำ�คาญสุดๆ ก่อนจะพยายามแกะมือตุ๊กแกออกจากใบหน้าของเธอแต่ ไม่สำ�เร็จ “ดีแล้วล่ะที่สีรุ้งยังไม่ได้รักใคร เราเองก็ไม่อยากให้ใครมาชอบสีรุ้ง เหมือนกัน” เสียงของวิญญ์เงียบหายไป ดวงตาคมเปล่งประกายล้ำ�ลึกทีส่ รี งุ้ ไม่คอ่ ย แน่ใจนัก แต่ครูเ่ ดียวเท่านัน้ ความโกรธก็พงุ่ ปรีด๊ ขึน้ อีกครัง้ เมือ่ คนปากไม่ดพี ดู ต่อว่า “เพราะว่าผูห้ ญิงทีต่ วั เตีย้ ขาสัน้ แล้วก็แบนแต๊ดแต๋แบบนี้ ถ้าใครได้ไป เป็นแฟนต้องเป็นคนทีโ่ ชคร้ายแล้วก็นา่ สงสารทีส่ ดุ ในโลกเลยแหละ ฮ่าๆๆๆ” พูดจบก็ฉวยโอกาสเอาคืนตอนคนซือ่ บือ้ กำ�ลังทำ�หน้างงๆ ด้วยการบิดแก้มยุย้ แรงๆ โดยไม่ยอมใจอ่อนกับเสียงร้องวี้ดแสบแก้วหู 60


วิญญ์หัวเราะออกมาอย่างร่าเริงและลืมเรื่องที่ทำ�ให้ไม่สบายใจไปได้ ชั่วขณะ ร่างสูงรีบลุกขึ้นวิ่งหนีสาวน้อยแก้มแดงที่เงื้อมือขึ้นสูงก่อนจะลุกขึ้น วิ่งตามมาติดๆ

ไม่มีอะไรทำ�ให้เขาสุขใจได้เท่ากับการได้แกล้งยัยสีรุ้งอีกแล้ว...

เสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอดใต้ถุนบ้านและเสียงเอะอะโวยวายฟังไม่ ได้ศัพท์ทำ�ให้นับเดือนซึ่งกำ�ลังนั่งดูทีวีต้องรีบคว้ารีโมทมาหรี่เสียงให้เบาลง แล้วลุกขึ้นไปชะโงกหน้าริมหน้าต่างพร้อมกับมองหาผู้มาเยือนในยามวิกาล คิว้ เรียวขมวดมุน่ เมือ่ มองเห็นว่าทรงยศและโอเล่ก�ำ ลังช่วยกันประคองคนเมา ลงจากรถอย่างทุลกั ทุเลก่อนจะหิว้ ปีกร่างหนาหนักขึน้ มานอนแผ่หราบนโซฟา ได้สำ�เร็จด้วยอาการเหนื่อยหอบ “ทำ�ไมเป็นแบบนี้ละยศ ปกติพี่เมฆไม่เคยเมาขนาดนี้เลยนะ” น้ำ�เสียงและแววตาคาดคัน้ ของรุน่ พีท่ �ำ ให้ทรงยศแทบสร่างเมาก่อนจะ เล่าด้วยสีหน้าสำ�นึกผิด “พอดีพวกน้องๆ เค้าเอารูปเก่าๆ ตอนพวกพีเ่ ป็นอาสาสมัครมาดู ผมก็เลย เล่าเรือ่ งพีต่ ะวันกับพีพ่ รให้นอ้ งๆ ฟังน่ะครับ พีเ่ มฆแกก็เลยดืม่ เอาๆ แล้วก็เมา แบบนี้ล่ะครับ ยังไงผมก็ต้องขอโทษด้วยนะครับที่พูดไม่ทันระวัง” “ไม่เป็นไรหรอกยศ เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว พี่เองก็ไม่คิดอะไร มากแล้วล่ะ มีแต่พี่ชายเรานั่นแหละที่อ่อนไหวเกินไปจนใครแตะไม่ได้ ยศกับ โอเล่ไปพักผ่อนเถอะดึกมากแล้ว เดี๋ยวพี่ดูแลพี่เมฆเองจ้ะ” นับเดือนเดินลงไปส่งน้องชายทั้งสองคนที่รถ จากนั้นจึงเดินสำ�รวจ ประตูหน้าต่างให้แน่ใจอีกรอบว่าลงกลอนทุกบานเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเดิน กลับเข้ามาในห้องอีกครั้งและย่อตัวลงนั่งมองหน้าคนขี้เ���าที่นอนหลับสนิท ด้วยแววตาอ่อนโยน ปลายนิ้วเรียวงามเกลี่ยผมยาวสีดำ�สนิทหลุดลุ่ยให้พ้น จากใบหน้าชืน้ เหงือ่ และแดงก่ำ�จากฤทธิข์ องแอลกอฮอล์ ท่าทางกระสับกระส่าย และเสียงบ่นพึมพำ�ว่าร้อนทำ�ให้ตอ้ งลุกไปเปิดประตูหอ้ งนอนก่อนจะเดินกลับ 61


ออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูผนื เล็กชุบน้ำ�บิดหมาดๆ มือเรียวปลดกระดุมเสือ้ เชิต้ ออกจนหมดทุกเม็ด อดยิม้ ออกมาไม่ได้เมือ่ เห็นว่าคนไม่ยอมแก่เริม่ มีพงุ พลุย้ เล็กน้อยทั้งที่เจ้าตัวชอบเล่นกีฬาและออกกำ�ลังกายเป็นประจำ� ผ้าเย็นผืนนุม่ ลูบไล้ไปทัว่ ใบหน้าก่อนจะเลือ่ นลงมาซอกคอและหน้าอก ช่วยขับไล่ความง่วงซึง่ กำ�ลังครอบงำ�ให้จางหายไป วิสทุ ธิค์ อ่ ยๆ ลืมตาขึน้ หลังจาก ทำ�เป็นหลับอยูน่ าน แอบยิม้ เมือ่ เห็นคนใจดีก�ำ ลังก้มๆ เงยๆ เช็ดตัวให้เขาอย่าง ตัง้ อกตัง้ ใจ ด้วยอารมณ์อยากแกล้งน้องชายให้ได้ออกกำ�ลังกายตอนดึก ทำ�ให้ เขาต้องเสี่ยงชีวิตกับการถูกคนขี้บ่นต่อว่า แต่มันก็คุ้มค่ากับการกล้าเสี่ยง เพราะนอกจากจะไม่ถกู บ่นแล้วยังได้รบั การดูแลอย่างใกล้ชดิ ชนิดทีเ่ วลาปกติ เธอไม่มวี นั ทำ�ให้แบบนีแ้ น่ๆ แอบหรีต่ ามองใบหน้าสวยหวานมีรอยยิม้ เย็นตา เย็นใจอยูต่ ลอดเวลา ไม่วา่ เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนแต่ความสวยของผูห้ ญิง คนนี้ไม่เคยลดน้อยลงเลยในสายตาของเขา “เดือน...เรารักเดือนนะ” ลืมตาขึ้นมากระซิบบอกแผ่วเบาก่อนจะ รวบมือนุ่มไว้แนบอก “ตื่นขึ้นมาก็ปากหวานเลยนะ รู้ทันหรอกน่าว่ากลัวเราบ่นใช่มั้ย” แกล้งทำ�เสียงดุ พลางดึงมือออกจากการเกาะกุมด้วยท่าทางแง่งอน นึกอยาก จะตีก้นคนไม่รู้จักโตคนนี้นัก “บ่นไม่กลัว...กลัวแต่ไม่รัก” ตอบแบบเล่นลิ้น ดวงตาพราวพราย ด้วยรอยยิ้ม “วุย้ ...แก่กนั ปูนนีแ้ ล้วไม่ตอ้ งมาพูดแบบนีเ้ ลย ไม่ซง้ึ หรอกน่า” ยิม้ กรุม้ กริม่ กับคารมหวานเลี่ยนทำ�ให้นับเดือนต้องหัวเราะคิกคักกับความขี้เล่นของคน ตรงหน้า “แล้วต้องทำ�ยังไงคนแก่ถึงจะซึ้งล่ะ ทำ�แบบนี้ได้มั้ย...” ร่างหนาทีก่ �ำ ลังในอยูท่ า่ กึง่ นัง่ กึง่ เอนชันกายลุกขึน้ อย่างรวดเร็ว ก่อนจะ รัง้ ร่างบางไปนัง่ บนตักพร้อมกับใช้วงแขนโอบรัดรอบเอวเล็กไว้แน่น มือใหญ่อกี ข้างยกขึน้ ประคองท้ายทอยไม่ให้ใบหน้าสวยหลบพ้นริมฝีปากหนาหยักได้รปู 62


ซึ่งกำ�ลังทาบทับกับเรียวปากอิ่มจนแนบสนิท ถอนใบหน้าออกห่างเล็กน้อย ด้วยแววตามีค�ำ ถามเมือ่ มือเรียวยกขึน้ ผลักอกกว้างอย่างนุม่ นวลก่อนจะบอก ด้วยน้ำ�เสียงที่คนฟังต้องกลั้นยิ้ม “พอแล้ว...เดีย๋ วเด็กๆ มาเห็นเข้ามันจะไม่ด”ี อ้างเหตุผลซึง่ คิดว่าดูดี และมีน้ำ�หนักที่สุดแล้วเพื่อจะได้มีเวลาหายใจและตั้งหลักกับการจู่โจมแบบ ไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ “ดึกป่านนีแ้ ล้วเด็กๆ คงนอนหลับปุย๋ กันไปแล้วล่ะ” กระซิบบอกเบาๆ ข้างหูอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะกดปากกับจมูกลงบนแก้มนวลอีกครั้ง “พอเถอะ...อย่าทำ�แบบนี้เลยนะ ถ้าเมฆรักเราจริงๆ” นับเดือนบอก เสียงสั่นพร่าพลางยึดมือของอีกฝ่ายไว้แน่น “รักจริงๆ งั้นเหรอ เดือนกล้าใช้คำ�พูดแบบนี้กับเราได้ยังไง...” เหมือนถูกน้ำ�เย็นสาดหน้าโครมใหญ่ วงแขนอบอุน่ รีบคลายออกทันที ดวงตาคมฉายแววร้าวราน ก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงทีบ่ บี คัน้ หัวใจคนฟังยิง่ นัก “เราบอกรักเดือนทุกครั้งที่มีโอกาส แต่เดือนไม่เคยพูดว่ารักเราเลย ซักครัง้ สิง่ ทีเ่ ราพูด สิง่ ทีเ่ ราทำ�มาตลอดสิบกว่าปีมานี้ มันไม่ได้มคี วามหมาย อะไรกับเดือนเลยใช่มั้ย...” “มันไม่ใช่แบบนัน้ นะเมฆ ใจเย็นๆ ก่อนได้มยั้ เอาไว้เราค่อยคุยกันพรุง่ นี้ ตอนทีเ่ มฆสร่างเมาแล้วดีกว่านะ” นับเดือนเงยหน้าขึน้ พูดอย่างร้อนรน เมือ่ เห็น ร่องรอยของความเจ็บปวดฉายชัดอยู่ในดวงตาของเขา “เราไม่ได้เมา แล้วเราก็อยากจะพูดกับเดือนให้รเู้ รือ่ งวันนี.้ ..ตอนนีด้ ว้ ย” “โอ๊ย...ทำ�ไมดือ้ แบบนีน้ ะ ไม่อยากพูดกับคนขีเ้ มาแล้ว เดือนไปนอนละ นะ” บอกอย่างฉุนเฉียวก่อนจะลุกขึ้นทำ�ท่าจะเดินกลับเข้าห้องนอนไป จริงๆ ถ้าหากไม่ได้ยินน้ำ�เสียงอ้อนวอน ซึ่งบ่งบอกความปวดร้าวจากจิตใจ ส่วนลึกอันอ่อนล้าเต็มทีดังขึ้นเสียก่อน “เดือน...เราขอโทษ อยูก่ บั เราก่อนได้มยั้ อย่าปล่อยเราให้อยูก่ บั ความ 63


รู้สึกผิดคนเดียวแบบนี้เลยนะ...” ปวดหนึบในหัวใจก่อนจะชาไปทั้งร่าง เมื่อหันกลับมามองเห็นน้ำ�ตา ลูกผู้ชายไหลรินจากดวงตาแดงก่ำ� ร่างบางขยับเข้าไปใกล้คนที่กำ�ลังยกมือ กุมขมับอยูบ่ นโซฟาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้สองแขนโอบกอดร่างหนาไว้แน่น ซบหน้าลงกับไหล่กว้าง พร้อมกับปล่อยให้น้ำ �ตาของตนเองรินไหลออกมา เป็นทางอย่างห้ามไม่อยู่ “รูม้ ยั้ ว่าเราเจ็บแค่ไหนทีต่ อ้ งยอมรับความจริง ว่าเราเป็นต้นเหตุท�ำ ให้ ตะวันกับพรต้องตาย เราทำ�ให้เดือนต้องเป็นหม้าย ทำ�ให้วญ ิ ญ์กบั สีรงุ้ ต้องเป็น เด็กกำ�พร้า เราไม่ได้อยากเป็นขี้เมาหยำ�เปแบบนี้เลยนะเดือน แต่เราต้องกิน เหล้าให้เมาทุกคืนเพราะเราไม่อยากตื่นขึ้นมาเพราะฝันร้าย...” ความอบอุน่ จากอ้อมแขนเล็กๆ ซึง่ โอบกระชับแน่นขึน้ กว่าเดิม ทำ�ให้ก�ำ แพง น้ำ�แข็งในใจเริม่ ทลายลงอย่างช้าๆ เสียงทุม้ ต่ำ �ค่อยๆ บอกเล่าความเจ็บปวดจาก เหตุการณ์ในอดีตทีเ่ ขาต้องต้องเผชิญหน้ากับมันเพียงลำ�พัง และมันเป็นความ เจ็บปวดที่เขาไม่เคยอยากให้ใครต้องร่วมรับรู้ นอกจากผู้หญิงคนนี้คนเดียว เท่านั้น... “สิบกว่าปีทเี่ ราไม่เคยทำ�หน้าทีพ่ อ่ ทีด่ ี ได้แต่ลอยชายไปวันๆ ในขณะที่ เดือนต้องดูแลสีรงุ้ คนเดียว เราทำ�ให้เดือนต้องเหนือ่ ย ต้องลำ�บาก เรามันเป็นเพือ่ น ที่แย่ แล้วก็เป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่องเลยใช่มั้ยเดือน” “พอเถอะเมฆ เลิกโทษตัวเอง แล้วก็เลิกว่าตัวเองไม่ดซี ะที เราไม่อยาก ฟังอีกแล้ว...” มือเรียวยกขึน้ ปิดปากของเขา ก่อนจะใช้ปลายนิว้ เช็ดคราบน้ำ�ตา บนแก้มสากอย่างอ่อนโยนเช่นเดียวกับน้ำ�เสียงและแววตาของเธอ “ไม่ใช่เมฆคนเดียวนะทีเ่ จ็บ เราเองก็เจ็บทีเ่ ห็นเมฆอ่อนแอแบบนี้ ทุกอย่าง มันเป็นเรือ่ งของโชคชะตา เรากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อกี แล้ว อย่าจมอยูก่ บั อดีต ที่มันทำ�ให้เราต้องเจ็บปวดอีกเลย ตื่นจากฝันร้ายซะทีนะเมฆ...” “ถ้าอย่างนัน้ เดือนช่วยปลุกให้เราตืน่ จากฝันร้ายได้มยั้ ช่วยบอกให้เรา มั่นใจซักครั้งว่าเดือนก็รักเราเหมือนที่เรารักเดือน ได้มั้ย...” 64


แม้จะไม่ใช่การบอกรักครัง้ แรกจากเขา และเธอเองก็ไม่ใช่สาวน้อยวัย แรกรุ่นซึ่งจะต้องสะเทิ้นอายเมื่อได้ยินคำ�ว่ารักจากคนวัยเดียวกัน แต่ใบหน้า เปื้อนน้ำ�ตาก็อดแดงซ่านขึ้นมาไม่ได้เมื่อจะต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากพูดคำ�ว่ารัก คนที่กำ�ลังทำ�ตาซึ้งรอฟังอยู่ “ก็ได้ งัน้ หลับตาก่อน เราจะบอกแค่ครัง้ นีค้ รัง้ เดียวนะ ตัง้ ใจฟังให้ดลี ะ่ ...” วิสทุ ธิห์ ลับตาลงอย่างว่าง่าย ยิม้ อ่อนๆ ระบายอยูเ่ ต็มใบหน้า ขณะรอ ฟังคำ�พูดแสนสัน้ แต่วา่ มีความสำ�คัญต่อชีวติ ของเขามากมายเหลือเกิน รอยยิม้ กว้างขึ้นกว่าเดิมเมื่อรับรู้ถึงสัมผัสอ่อนโยนประทับบางเบาบนริมฝีปากและ ปลายคาง ปล่อยให้หวั ใจซึมซับความสุขจากความนุม่ ชืน้ และอุน่ จัดอีกครูใ่ หญ่ ก่อนจะตัดสินใจรวบร่างบางมากอดไว้แนบอกอย่างแสนรัก “ยังไม่ได้พูดเลย ไม่อยากฟังแล้วเหรอ” เสียงถามอู้อี้ดังมาจากคนใน อ้อมกอด “ไม่อยากฟังแล้ว เดีย๋ วอดใจไม่ไหว แค่นกี้ ร็ กั จะตายอยูแ่ ล้ว” ยิม้ กว้าง พลางส่ายหน้าก่อนจะกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นกว่าเดิม “เราก็รกั เมฆนะ รักมาก...รักก่อนทีจ่ ะรักตะวันด้วยซ้ำ� แต่เพราะเมฆ เป็นคนอ่อนไหว อารมณ์ศลิ ปินแบบนีไ้ ง เราถึงไม่เคยมัน่ ใจว่าเมฆรักเราจริงๆ หรือว่าแค่ล้อเล่นไปวันๆ จนกระทั่งพรมาบอกว่ารักเมฆเหมือนกันนั่นแหละ เราถึงได้ตัดสินใจตกลงเป็นแฟนกับตะวัน...” นับเดือนถอนใจยาวขณะพูด ความรู้สึกส่วนลึกของหัวใจ “ทีเ่ มฆชอบถามเราบ่อยๆ ว่าให้เมฆมาแทนทีต่ ะวันในหัวใจเราได้มย้ั ฟัง ให้ดๆี นะ เมฆไม่เคยแทนทีใ่ ครเพราะเมฆอยูใ่ นหัวใจของเรามาตัง้ นานแล้ว...” คำ�สารภาพจากผู้หญิงใจแข็งทำ�ให้หัวใจซึ่งกำ�ลังอ่อนล้าชุ่มชื่นขึ้น ราวกับดอกไม้ได้ฝน วิสทุ ธิอ์ ยากจะหัวเราะและอยากจะร้องไห้ออกมาในเวลา เดียวกัน ความสุขและความตื้นตันใจจากคำ�พูดและการกระทำ�ของผู้หญิง ตัวเล็กในอ้อมกอดช่วยจุดประกายความหวังและความใฝ่ฝนั ทีก่ �ำ ลังริบหรีใ่ ห้ ลุกโชนขึ้นมาในหัวใจของเขาอีกครั้ง 65


ความฝันว่าจะได้กลับมาทำ�งานในองค์กรเดิมทีเ่ ขารัก ความฝันว่าจะ ได้เป็นพ่อทีด่ ขี องวิญญ์และสีรงุ้ และความฝันว่าจะได้เป็นคนดูแลผูห้ ญิงแสนดี คนนี้ไปตลอดชีวิต ความฝันของเขากำ�ลังจะกลายเป็นความจริง ถ้าเพียงแต่ นับเดือนจะให้โอกาสและตอบตกลงสิ่งที่เขากำ�ลังจะบอกกับเธอในวินาทีต่อ ไปนี้... “แต่งงานกับเมฆนะเดือน...”

66


ตอนที่ 7

ความสับสนของชีวิต ถึงแม้วา่ สีหน้าและแววตาของวิญญ์จะดูแปลกไปจากทุกวันในความรูส้ กึ ของสีรุ้ง แต่การได้ทานอาหารเช้าฝีมือของแม่พร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้ ก็ทำ�ให้เธอรู้สึกสุขใจจนอดไม่ได้ที่จะต้องส่งยิ้มหวานไปให้คุณพ่อผมยาว ซึ่งกำ�ลังนั่งจิบกาแฟอยู่ตรงหัวโต๊ะ หันมามองคนนั่งข้างๆ ด้วยแววตาระรื่น พร้อมกับเผื่อแผ่รอยยิ้มสดใสและหวังว่าจะได้รอยยิ้มตอบกลับมา แต่กลับ ต้องผิดหวังเพราะนอกจากคนตัวโตจะไม่ยอมหันมาสบตาแล้วยังลุกขึ้น พร้อมกับบอกว่าอิ่มแล้วทั้งๆ ที่เพิ่งจะตักข้าวต้มเข้าปากได้ไม่กี่คำ�เท่านั้น “วิญญ์...วันนี้พ่อมีเรื่องสำ�คัญอยากจะคุยด้วยนะ แต่ว่าตอนเช้า พ่อต้องรีบไปประชุมก่อน เดี๋ยวตอนเที่ยงพ่อจะมารับวิญญ์กับสีรุ้งไปกิน ก๋วยเตี๋ยวปลา...” เพียงอึดใจเดียวยามเสี้ยวหน้าคมคายหันกลับมามอง รอยยิ้มหยัน น้อยๆ ตรงมุมปากราวกับรูว้ า่ ‘ธุระสำ�คัญ’ ทีว่ า่ นัน้ คือเรือ่ งอะไรก็ท�ำ ให้คนเป็นพ่อ ต้องอึง้ ไปเล็กน้อยก่อนจะกล้ำ�กลืนคำ�พูดทีต่ งั้ ใจจะพูดต่อให้หายลงไปในลำ�คอ เมื่อร่างสูงก้าวเท้าเดินออกไปจากห้องโดยไม่มีปฏิกิริยาตอบรับหรือ ปฏิเสธ รอยยิม้ จางๆ บนใบหน้าคล้ำ�จึงค่อยๆ เลือนหายไปก่อนจะแทนทีด่ ว้ ยความ หม่นหมองทำ�ให้ผู้หญิงต่างวัยอีกสองคนต้องหันมาสบตากันด้วยแววตามี คำ�ถาม “สีรุ้งก็อิ่มแล้วเหมือนกันค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” บอกสั้นๆ ก่อนจะลุก 67


พรวดพราดวิ่งตามคนที่กำ�ลังเปิดประตูรั้วจะออกไปนอกบ้าน “จะไปไหนเหรอวิญญ์” ถามเสียงกระหืดกระหอบขณะเอือ้ มมือไปฉุด แขนของคนตัวโตไว้แน่นพลางเงยหน้าขึ้นมอง หัวใจกระตุกวูบเมื่อพบความ ว่างเปล่า และความเย็นชาที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในดวงตาคู่นี้ “จะออกไปข้างนอกทำ�ไมไม่เอามอไซค์ไปล่ะ” บอกเสียงแผ่วก่อนจะ ปล่อยมือจากเรือนแขนกำ�ยำ�ช้าๆ ด้วยสีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความ สงสัย “เราจะไปบ้านหนองเต่ากับพีร่ ะ คงจะกลับค่ำ � ๆ หรือไม่กอ็ าจจะค้าง บนดอยสักคืน” ตอบเสียงอ้อมแอ้มเหมือนไม่เต็มใจจะบอก ก่อนจะก้มลงสบตา เมื่อคนตัวเล็กกระตุกแขนแรงๆ พลางพูดด้วยแววตาเป็นประกาย “วิญญ์จะไปบ้านหนองเต่าเหรอ สีรงุ้ อยากไปด้วย เดีย๋ ววิญญ์รอแป๊บนึง นะ สีรงุ้ จะไปบอกแม่กอ่ น” พูดจบก็หมุนตัวทำ�ท่าว่าจะวิง่ หน้าตัง้ กลับขออนุญาต แม่ให้เธอไปขึ้นดอยแม่วางพร้อมกับวิญญ์และพี่ๆ แต่แล้วร่างบางกลับต้อง ชะงักเมื่อได้ยินน้ำ�เสียงทุ้มต่ำ�ตอบปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย “เอาไว้คราวหน้าได้มั้ย วันนี้...เราอยากไปคนเดียว...” “ทำ�ไมล่ะวิญญ์ ทำ�ไมถึงไม่อยากให้สีรุ้งไปด้วย วิญญ์เป็นไรหรือเปล่า ทำ�ไมวันนีถ้ งึ ทำ�ท่าแปลกๆ แบบนีล้ ะ่ มีเรือ่ งไม่สบายใจใช่มย้ั เล่าให้สรี งุ้ ฟังก็ได้ นะ” ถามด้วยน้ำ�เสียงตะกุกตะกัก ก่อนจะเอื้อมมือไปเกาะแขนของอีกฝ่าย ไว้แน่นราวกับจะบอกว่าเธอจะไม่ปล่อยให้ไปไหนทั้งนั้น ถ้าเขาไม่ยอมบอก ว่ามันเกิดอะไรขึ้น... “เปล่า...เราไม่ได้เป็นอะไร เราแค่อยากคิดอะไรเงียบๆ คนเดียว” วิญญ์ถอนใจยาว ยกมืออีกข้างขึน้ เสยผมแรงๆ หงุดหงิดจนไม่อยากพูด ไม่อยากอธิบายอะไรกับใครทั้งนั้น เปลวไฟร้อนระอุซึ่งกำ�ลังลุกไหม้อยู่ในใจ ผลักดันให้เขาต้องไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่ ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ต้องเห็นหน้าและ ไม่ต้องได้ยินเสียงของพ่อ “นั่นไง...แล้วมาบอกว่าไม่เป็นอะไรได้ยังไง น่านะ...ให้สีรุ้งไปด้วยนะ 68


รับรองว่าสีรุ้งจะไม่กวน” สีรุ้งเขย่าแขนแรงๆ ทำ�เสียงดื้อดึงจะตามไปให้ได้ “ก็บอกแล้วไงว่าไม่อยากให้ไปด้วย บอกแค่นี้ไม่เข้าใจหรือไง ต้องให้ พูดใช่มั้ยว่าเราเบื่อ เรารำ�คาญ เลิกยุ่งกะเราซะทีได้มั้ย...” ความร้อนรุ่มในอารมณ์ซึ่งคุกรุ่นมาตั้งแต่เมื่อคืนอัดแน่นอยู่ในหัวใจ เหมือนภูเขาไฟรอการปะทุ วิญญ์ก้มลงบอกด้วยน้ำ�เสียงดุดัน ก่อนจะมอง มือเล็กที่ยึดแขนของเขาไว้ด้วยแววตาแข็งกร้าว “วิญญ์...” มือน้อยร่วงผล็อยอย่างไร้เรีย่ วแรง ตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก ในหู อื้ อ อึ ง ไปด้ ว ยคำ � พู ด เสี ย ดแทงหั ว ใจจนปวดหนึ บ แทบหายใจไม่ อ อก ในสมองของเธอมึนงงไปหมด คิดไม่ออกเลยว่าทำ�ไมวิญญ์ต้องเกี้ยวกราด กับเธอแบบนี้ ใบหน้าหมองเศร้าเชิดสูงขึน้ เพือ่ บังคับน้ำ�ตาทีก่ �ำ ลังรืน้ ขึน้ มาบนขอบตา ให้ไหลย้อนกลับเข้าไปข้างใน แล้วก็ยนื มองภูเขาไฟลูกใหญ่ซงึ่ กำ�ลังเดินจากไป โดยไม่ยอมหันกลับมามองสักนิดว่าแรงระเบิดและลาวาร้อนๆ ได้สร้างความ เสียหายต่อจิตใจของใครอีกคนจนยับเยินแค่ไหน ร่ างบางวิ่งกลับมายัง เรือนใหญ่ด้วยความเร็ ว มากกว่ า ตอนขาไป สองเท่า เปิดประตูหอ้ งนอนอย่างรวดเร็วและทิง้ ตัวลงบนเตียง คว้าหมอนใบโต มาปิดหน้าไว้แน่นพร้อมกับปล่อยโฮออกมาดังๆ จนสาแก่ใจ มือเรียวยกขึน้ ปาดน้ำ � ตาก่อนจะปาหมอนเปียกชื้นลงข้างเตียงด้วยความหงุดหงิด ดวงตา พร่าพรายด้วยน้ำ�ใสเหม่อมองเพดานอย่างเลือ่ นลอยและสับสน แพขนตางอน เปี ย กชื้ น กะพริ บ ไล่ ห ยดน้ำ � ที่ เ อ่ อ คลอขึ้ น มาอี ก ครั้ ง อย่ า งห้ า มไม่ อ ยู่ หดหู่ในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่เคยเลยที่จะรู้สึกอ้างว้างและโดดเดี่ยวเหมือนกำ�ลังอยู่ตัวคนเดียว บนโลกเหมือนตอนนี.้ ..สีรงุ้ พยายามใคร่ครวญทบทวนเหตุการณ์ตลอดสามวัน ทีผ่ า่ นมาซ้ำ�แล้วซ้ำ�เล่า เธอเผลอไปพูดหรือทำ�อะไรให้วญ ิ ญ์โกรธตอนไหนนะ ทำ�ไมเขาต้องต้องพูดแบบนี้กับเธอด้วย คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก...สีรุ้งนิ่วหน้ากัดฟันข่มความรู้สึกเจ็บปวด 69


บริเวณท้องน้อยซึง่ แล่นขึน้ มากะทันหัน พลิกตัวนอนตะแคงพลางยกสองมือ ขึ้นกุมท้องก่อนจะเกร็งตัวและงอเข่าขึ้นมาจนชิดอกเพื่อบรรเทาอาการปวด ที่เกิดขึ้นจากวันนั้นของเดือน จนกระทั่งอาการปวดทุเลาลง ร่า���บางจึงพลิก ตัวนอนหงายอีกครัง้ แล้วก็ปล่อยให้น้ำ�ตาพรัง่ พรูจากหางตาเป็นสายโดยไม่คดิ จะเช็ด กัดริมฝีปากจนห้อเลือดเพื่อกลั้นสะอื้นและบอกกับตัวเอง ...เธอกำ�ลังร้องไห้เพราะปวดท้อง...ไม่ใช่ร้องเพราะปวดหัวใจกับ คำ�พูดของคนใจร้ายอย่างนายวิญญ์... สายลมสะท้อนขึ้นมาจากหุบเขาพัดพาละอองไอเย็นฉ่ำ� จากพันธุ์ไม้ น้อยใหญ่ซึ่งแผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมผืนป่าให้กลายเป็นสายหมอกโรยตัวลง อ่อนๆ อย่างบางเบาและชุม่ ชืน้ ส่งผลให้ชายหนุม่ ซึง่ กำ�ลังนัง่ เหยียดยาวปลดปล่อย อารมณ์อยู่บนกระบะท้ายรถโฟว์วีลด์สีดำ�ต้องยกมือขึ้นเสยผมสั้นที่เริ่ม ยุ่งเหยิงจากแรงลมก่อนจะกระชับเสื้อแจ็กเกตสีน้ำ � เงินตัวเก่งให้แนบลำ�ตัว มากขึ้น และเมื่อรถเริ่มไต่ระดับความสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเคลื่อนตัวผ่านป่าสน สามใบที่ยืนต้นเรียงรายตลอดสองข้างทางซึ่งทอดยาวไปบนสันเขาที่คดโค้ง อุณหภูมเิ ริม่ ลดต่ำ�ลงอย่างรวดเร็ว ชายหนุม่ อีกคนทีน่ งั่ หลับตามาตลอดทาง ก็เริ่มรู้สึกหนาวขึ้นมานิดๆ อชิระบิดขี้เกียจเพื่อขับไล่อาการชาบริเวณขาและอาการปวดศีรษะ จากการดื่มสังสรรค์กับบรรดาเพื่อนพี่น้องจนถึงรุ่งสาง ก่อนจะถูกเพื่อนรัก ลากคอให้มาช่วยเป็นไม้กนั หมา หรือพูดให้ดดู ขี นึ้ คือมาช่วยกันไม่ให้ถกู ภรรยา และน้องสาวตำ�หนิว่าหาเรื่องมากินเหล้าบนดอย ชายหนุม่ ทำ�ตาเป็นประกายขณะควานมือหาถุงย่ามทีท่ รงยศทิง้ ไว้ให้ ดูตา่ งหน้าก่อนจะจำ�ใจอับเปหิตวั เองไปทำ�หน้าทีส่ ารถีและให้เขามานัง่ กระบะ หลังรถเป็นเพื่อนเด็กหนุ่มคนคุ้นเคยซึ่งขอตามมาด้วยก่อนรถจะออกจาก สำ�นักงานไม่ถึงห้านาที รอยยิ้มบนใบหน้ารกครึ้มด้วยหนวดเครากว้างขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า 70


เมือ่ เปิดย่ามสีแดงใบเก่าออกดูแล้วพบขวดเหล้าข้าวโพดพร้อมจอกไม้ไผ่ใบจิว๋ เคียงคู่กันมา ช่างรู้ใจสมกับเป็นเพื่อนรักกันจริงๆ...เมาค้างแบบนี้ถ้าได้ถอนสักนิด อาการปวดหัวคงจะหายเป็นปลิดทิง้ แน่ๆ บอกกับตัวเองอย่างกระหยิม่ ยิม้ ย่อง ก่อนจะหันไปมองด้วยแววตาสงสัยเมือ่ ได้ยนิ เสียงถอนหายใจแรงๆ จากหนุม่ น้อย ที่กำ�ลังทำ�หน้าเหมือนแบกโลกเอาไว้ทั้งใบ “อากาศเย็นๆ แบบนี้ลองไอ้นี่ดูหน่อยมั้ยวิญญ์ รับรองว่าจอกเดียว หายหนาว...” “ขอบคุณครับพีร่ ะ” รับจอกไม้ไผ่ทคี่ นเป็นพีบ่ รรจงรินของเหลวใสลงไป จนปริม่ แก้วมาดม ก่อนจะเบ้หน้าเมือ่ กลิน่ ฉุกกึกกระทบจมูกจนแทบจะกลัน้ ใจ ยกขึ้นดื่มไม่ไหว “แล้วทำ�ไมวันนีม้ าคนเดียวได้ละ่ คูซ่ ปี้ าท่องโก๋ของเราไปไหน พีค่ ดิ ว่า จะมาด้วยกันซะอีก” อชิระถามเสียงกลั้วหัวเราะ เมื่อเห็นหนุ่มๆ รุ่นน้องไอ ติดต่อกันจนหน้าแดงก่ำ� “จริงๆ สีรุ้งก็อยากมาครับ แต่ว่า...ผมไม่ยอมให้เค้ามาด้วย” คำ�ตอบของเด็กหนุ่มหน้าขรึมทำ�ให้อชิระแทบจะสำ�ลักของเหลวซึ่ง กำ�ลังจะไหลจากปากลงสูล่ �ำ คอ ใบหน้าคมหันกลับมามองหน้าคนพูดอย่างไม่ อยากจะเชือ่ หูตวั เองนัก ถึงแม้แม่จา๋ จะกล้าเอาหัวเป็นประกันว่าเด็กสองคนนี้ เป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น หากแต่พฤติกรรมชอบแกล้ง ชอบแหย่ ให้สาวน้อย แก้มป่องต้องงอนบ่อยๆ ของวิญญ์ ก็ท�ำ ให้เขาอดคิดถึงตัวเองตอนตกหลุมรัก แม่จา๋ ใหม่ๆ ไม่ได้ อีกทัง้ สีหน้าและแววตารูส้ กึ ผิดตอนพูดถึงใครอีกคนทีไ่ ม่ได้ มาด้วย ก็ดูคล้ายกับเขาในช่วงกำ�ลังสับสนและไม่แน่ใจตัวเองว่าคิดยังไงกับ ยัยตาเศร้ากันแน่ “อ้าว ทำ�ไมล่ะ ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ...” ถามออกไปพลางส่งเหล้า จอกที่สองไปให้และใช้สายตาเป็นเชิงบังคับให้ดื่มจนหมดแก้ว “เปล่าครับ ผมไม่อยากให้สรี งุ้ มาด้วย เพราะไม่อยากให้เราใกล้ชดิ กันมาก 71


เดีย๋ วใครบางคนเข้าใจผิด แล้วก็คดิ จะมาจับคูใ่ ห้เราเป็นแฟนกัน” วิญญ์รบั มา ดืม่ อย่างลังเล ก่อนจะพูดด้วยน้ำ�เสียงปร่าแปร่งเล็กน้อยเมือ่ ความร้อนไหลวาบ ผ่านลำ�คอลงสู่กระเพาะ “ใครบางคนนีห่ มายถึงพวกพีห่ รือเปล่า เฮ้ย...อย่าบอกนะว่าวิญญ์คดิ มาก เรือ่ งทีพ่ วกพีแ่ ซวเล่นกันเมือ่ วานน่ะ” อชิระหัวเราะร่วนพลางเอาไหล่กระแทก คนนั่งข้างๆ อย่างหยอกเย้า “ไม่ใช่หรอกครับ ถ้าเป็นพวกพี่ผมเข้าใจว่าแหย่เล่นกันสนุกๆ แต่กับ ใครบางคน...เค้าไม่ควรจะคิดแบบนั้น เพราะเค้าไม่มีสิทธิ์มาบงการชีวิตผม” วิญญ์หลับตาพลางถอนใจยาว ภาพและเสียงทีไ่ ด้ยนิ เมือ่ คืนผุดพราย ขึน้ มาในสมองอีกครัง้ ถ้าเขาไม่ยอมเสียมารยาทแอบฟัง เขาก็คงจะเป็นคนโง่ ไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่คนเดียวในบ้าน พ่อกำ�ลังจะแต่งงานกับแม่เดือน แถมพ่อ ยังคิดจะจับคูใ่ ห้เขาเป็นแฟนกับสีรงุ้ ด้วยการให้เขามาทำ�งานทีเ่ ชียงใหม่เพือ่ ให้มีโอกาสใกล้ชิดกันและพัฒนาความสัมพันธ์จากเพื่อนไปเป็นคนรัก “ถ้าให้พี่เดา ใครบางคนที่วิญญ์ว่า หมายถึงพี่เมฆใช่มั้ย...” น้ำ�เสียงจริงจัง ไม่มรี อ่ งรอยของการล้อเล่นแม้แต่นอ้ ยทำ�ให้คนถามต้อง เงียบไปอึดใจก่อนจะลองโยนหินถามทางด้วยน้ำ�เสียงไม่มน่ั ใจนัก ความสัมพันธ์ ทีเ่ ริม่ ต้นมาจากความถูกชะตาและพัฒนามาเป็นความสนิทสนมอย่างแน่นแฟ้น ระหว่างเขากับหนุ่มน้อยคนนี้ ทำ�ให้อชิระกล้าที่จะถามตรงๆ ถึงแม้ว่าคนถูก ถามไม่ยอมตอบ แต่จากสีหน้าและแววตาทีส่ ลดลงทำ�ให้อชิระพอจะเดาออก กลายๆ “พีไ่ ม่รนู้ ะว่าวิญญ์กบั พ่อกำ�ลังมีปญ ั หาอะไรกัน แล้วถ้าวิญญ์ยงั ไม่พร้อม ทีจ่ ะเล่าให้พฟี่ งั ตอนนีก้ ไ็ ม่เป็นไร แต่พอี่ ยากจะบอกวิญญ์ในฐานะทีพ่ กี่ เ็ ป็นพ่อ คนนึง ไม่วา่ วิญญ์จะโกรธหรือจะรูส้ กึ ยังไงกับพ่อ แต่คนทีเ่ ป็นพ่อก็รกั และหวังดี กับลูกเสมอนะ” วิญญ์เงยหน้าขึน้ ฝืนยิม้ เมือ่ มือใหญ่ตบหนักๆลงบนไหล่อย่างให้ก�ำ ลังใจ พีร่ ะพูดถูก คนเป็นพ่อย่อมรักและหวังดีตอ่ ลูก แต่พอ่ ควรจะถามเขาก่อนว่าเขา 72


ต้องการใช้ชวี ติ แบบไหน ไม่ใช่คอยคิดแต่จะจัดการชีวติ เขาทุกเรือ่ ง ไม่วา่ จะเป็น เรือ่ งงานหรือแม้เรือ่ งความรัก ยิง่ คิดก็ยงิ่ ปวดหัวใจ พ่อคงลืมไปแล้วว่าเขาเป็น ลูกไม่ใช่อาสาสมัครที่พ่อจะสามารถบงการและยัดเยียดอุดมการณ์บ้าๆ ใส่ สมองให้ เด็กหนุ่มยื่นมือไปรับจอกเหล้ามาดื่มโดยไม่ลังเล เหล้าอาจจะช่วย แก้ปญ ั หาไม่ได้ แต่เหล้าก็ท�ำ ให้ความห่างเหินกลับกลายเป็นใกล้ และทำ�ให้เกิด ความไว้วางใจ จนเขากล้าพอจะเปิดปากระบายเรือ่ งราวอัดอัน้ ตันใจให้คนทีเ่ ขา รักเหมือนพี่ชายฟังอย่างไม่คิดจะปิดบัง เมือ่ ข้าวในหม้อแขกใบใหญ่เริม่ เดือดปุดๆ และส่งกลิน่ หอมอ่อนละมุน ไปทัว่ ห้องครัว ‘โม’ หรือ ‘แม่’ ในภาษาของชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ หรือทีค่ น พืน้ ราบมักจะคุน้ ชินกับคำ�ว่า ‘กะเหรีย่ ง’ ก็ใช้ไม้พายทีท่ �ำ มาจากไม้ไผ่เหลาให้ กลมกลึงคนลงไปในหม้อเบาๆ เพือ่ ไม่ให้ขา้ วติดก้นหม้อ จากนัน้ จึงหันไปหยิบ ไม้ฟืนแห้งๆ มาใส่เพิ่มในเตาสามขาจนเปลวไฟลุกโชนมากขึ้น วิญญ์เหม่อมองไปยังเตาไฟในกระบะดินเหนียวอัดแน่นทีว่ างอยูก่ ลาง ห้องเล็กๆ ซึ่งใช้เป็นที่สำ�หรับประกอบอาหาร และเป็นสถานที่ที่อบอุ่นที่สุด ของบ้าน เปลวไฟในเตาทำ�ให้เกิดแสงเต้นระริกวับแวมท่ามกลางบรรยากาศ มืดสลัวในเวลาโพล้เพล้ คนแปลกหน้าหันไปยิ้มให้กับเด็กชายตัวจ้อยซึ่งนั่ง ทำ�ตัวลีบอยูข่ า้ งผูเ้ ป็นแม่และแอบมองเขาอยูน่ านแล้ว รอยยิม้ จางๆ กว้างขึน้ เมื่อใครคนหนึ่งที่เขารอคอยเดินเข้ามาในห้องครัวด้วยสีหน้ามีรอยยิ้มเช่น เดียวกัน ชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัดยกมือขึ้นรับไหว้พลางกล่าวทักทาย อย่างเป็นกันเอง วงแขนแข็งแรงยกขึ้นโอบรอบไหล่กว้างอย่างดีใจที่ได้เห็น หนุม่ น้อยคนนีอ้ กี ครัง้ หลังจากไม่ได้พบหน้ากันมาหลายปีแล้ว พะตี (ลุง) ร้องขอ น้ำ�ชาร้อนๆ จากภรรยาเป็นภาษาชนเผ่า และรับกาน้ำ�ชาสีดำ�ใบเล็กมาริน ลงในแก้ ว ไม้ ไ ผ่ เ จี ย นปากจนเรี ย บอย่ า งดี จากนั้ น จึ ง ส่ ง ให้ เ ด็ ก หนุ่ ม ดื่ ม 73


ตามธรรมเนียมการต้อนรับคนต่างถิน่ ผูม้ าเยือนตามประสาคนดอยทีย่ ากจน ทางวัตถุแต่กลับร่ำ�รวยด้วยมิตรภาพและความจริงใจ ‘พะตีแควา’ จ้องมองใบหน้าซึง่ มีสว่ นละม้ายกับผูเ้ ป็นแม่ผลู้ ว่ งลับไปแล้ว ด้วยแววตาเอ็นดู จากเด็กชายช่างซักช่างถาม และรักการเดินป่าเป็นชีวติ จิตใจ เมื่อห้าปีก่อน วันนี้เด็กน้อยคนนั้นเติบโตขึ้นเป็นเด็กหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ฉลาดเฉลียวและเต็มไปด้วยกำ�ลังวังชาในวัยหนุ่ม ในขณะที่พะตีกลับรู้สึกว่า เรีย่ วแรงของตัวเองถดถอยลงไปมาก และเหนือ่ ยล้าจนแทบจะหมดแรงต่อสู้ กับปัญหาหนักอกหลายอย่างซึ่งกำ�ลังรุมเร้าไม่ว่าจะเป็นปัญหาส่วนตัวหรือ ว่าปัญหาส่วนรวม “มาถึงนานหรือยังล่ะวิญญ์ พอดีวันนี้พะตีไปเตรียมพื้นที่ปลูกข้าวไร่ เลยกลับค่ำ�ไปหน่อย แล้ววันนีม้ ใี ครขึน้ มาบ้างล่ะ เมือ่ กีพ้ ะตีเห็นรถสำ�นักงาน จอดอยู่ที่หน้าบ้านพ่อหลวง สงสัยว่ายังคุยเรื่องงานกันไม่เสร็จมั้ง” “พี่ยศ พี่ระ พี่จ๋า พี่หนูนา แล้วก็เด็กๆ ครับพะตี พอดีพี่จ๋าจะเชิญ พ่อหลวงไปบรรยายเรือ่ งไร่หมุนเวียนทีม่ อชออาทิตย์หน้า ผมขีเ้ กียจรอก็เลย เดินมาบ้านพะตีก่อน เดี๋ยวพี่ๆ คงตามมาครับ” พะตีพยักหน้าเป็นเชิงรับรูก้ บั รายชือ่ คณะอาคันตุกะทีว่ ญ ิ ญ์ไล่เรียงให้ฟงั มือหยาบกร้านจากงานหนักในไร่แกะห่อยาเส้นที่เหน็บไว้ข้างฝามาพันช้าๆ ใบหน้าแฝงริ้วรอยของวัยมีรอยยิ้มละมุน ในดวงตาเปล่งประกายดีใจที่จะ ได้พบหน้าทุกคน โดยเฉพาะทรงยศและภรรยาซึ่งไม่ได้เจอหน้ากันอีกเลย ตัง้ แต่ชายหนุม่ แต่งงานและย้ายกลับไปทำ�งานแถวภาคใต้ได้เกือบสามปีแล้ว “วิญญ์มาก็ดแี ล้ว พรุง่ นีพ้ ะตีจะพาไปช่วยถางไร่ ตัวโตแบบนีส้ งสัยแรง เยอะน่าดู อยู่ช่วยพะตีถางไร่ให้เสร็จก่อนนะ อย่าเพิ่งรีบกลับล่ะ” เอื้อมมือ ไปหยิบฟืนในเตามาจ่อเข้ากับปลายบุหรี่ก่อนจะสูดควันเข้าปอดจากนั้น จึงส่งให้เด็กหนุ่ม “ได้เลยครับพะตี เมื่อกี้ตอนนั่งรถมาผมเห็นดอกทีแพะสีชมพูบาน เต็มดอย ยังคิดอยู่ว่าจะมาทันช่วยพะตีถางไร่หรือเปล่า” 74


วิญญ์รับมวนยาเส้นมาพิจารณาด้วยแววตาลังเล เหล้าและบุหรี่คือ สิ่งที่เขาเคยตั้งใจไว้ว่าจะไม่แตะต้อง แต่กลิ่นยาเส้นพื้นบ้านหั่นฝอยละเอียด พันด้วยใบตองแห้งหอมยั่วยวนจนนึกอยากลองดูสักครั้ง ยกมวนยาขึ้นแตะ ริมฝีปากอย่างไม่คอ่ ยมัน่ ใจนักก่อนจะดูดควันเข้าไปเต็มที่ และเมือ่ ไอร้อนผ่าว ผ่านลำ�คอ ความแสบฉุนในปากและโพรงจมูก ทำ�ให้ตอ้ งสำ�ลักออกมาจนน้ำ�ตา แทบไหล วิญญ์หัวเราะขำ�ตัวเอง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดยาวลึกแล้ว ค่อยๆ ยกมวนยาขึ้นสูบอีกครั้ง “เออ...พะตีวา่ จะถามว่าสีรงุ้ หายไปไหน ทำ�ไมไม่ขนึ้ มาด้วยกันล่ะ ตอน สีรุ้งมาคราวก่อนสัญญากับเจ้าตัวเล็กไว้ว่าจะเอาหนังสือนิทานมาให้ พอมี ใครมาหาพะตีทีไรตัวเล็กก็คิดว่าพี่สีรุ้งจะมาด้วยทุกที” คำ�ถามของคนสูงวัยทำ�ให้รอยยิ้มบนใบหน้าคมจืดเจื่อนลงเล็กน้อย ร่างสูงหันไปมองเด็กน้อยที่กำ�ลังทำ�หน้าม่อยด้วยความผิดหวังเมื่อรู้ว่าคนที่ บอกว่าจะเอาหนังสือนิทานมาให้ไม่ได้มาด้วย เสทำ�เป็นยกแก้วน้ำ �ชาขึน้ มาจิบ แล้วชวนพะตีคุยเรื่องดินฟ้าอากาศและเรื่องการปลูกข้าวไร่ จนกระทั่งพะตี ขอตัวไปอาบน้ำ�อาบท่าก่อนจะมากินอาหารเย็นที่โมจัดสำ�รับไว้พร้อมแล้ว วิญญ์ระบายลมหายใจแรงๆ อย่างกลัดกลุ้มกับคำ�ถามที่ยังไม่ได้ตอบ พะตี ไม่วา่ จะพยายามหาเหตุผลใดๆ มาเป็นข้ออ้างก็ไม่อาจช่วยลดความรูส้ กึ ผิดกับการกระทำ�และคำ�พูดของตัวเองให้น้อยลงได้ แอบชำ�เลืองมองใบหน้า เศร้าสร้อยของเด็กน้อยอีกครั้งแล้วก็อดคิดถึงคนตัวเล็กอีกคนเมื่อเช้าไม่ได้ สีหน้าและแววตาของสีรุ้งช่างดูไม่แตกต่างจากเด็กน้อยคนนี้เลย... “วิญญ์แน่ใจนะว่าจะไม่กลับพร้อมพวกพี่” น้ำ � เสียงหวานใสที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของพี่สาวคนสวยทำ�ให้ คนถูกถามต้องก้มหน้าซ่อนรอยยิม้ ...พีร่ ะคงจะเล่าเรือ่ งทีค่ ยุ กันเมือ่ วานให้พจ่ี า๋ ฟังหมดแล้ว... มือใหญ่หยิบกิ่งไม้เล็กๆ มาเขี่ยขี้เถ้าออกจากกองไฟที่ใกล้ จะมอดก่อนหยิบใบไม้แห้งโปรยลงไปและเป่าแรงๆ จนเกิดเปลวไฟลุกโชน 75


ให้ความอบอุ่นขึ้นมาอีกครั้ง “แล้ววิญญ์จะอยูย่ งั ไง ไม่ได้เตรียมอะไรขึน้ มาด้วยแบบนี้ พีว่ า่ วิญญ์กลับ พร้อมพวกพี่ก่อนดีมั้ย แล้วเราค่อยขึ้นมากันอีกอาทิตย์หน้า” จาริณยี นื่ มือไปอังไอร้อนจากกองไฟ พลางลอบมองหนุม่ น้อยหน้าขรึม ตรงหน้า จากคำ�บอกเล่าของสามีเมือ่ คืนนี้ ทำ�ให้เธอไม่อยากลงจากดอยโดย ไม่มีเด็กหนุ่มกลับไปด้วย เนื่องจากวิญญ์กำ�ลังน้อยใจที่พ่อจะแต่งงานใหม่ โดยที่เขาไม่เคยระแคะระคายมาก่อน มิหนำ�ซ้ำ�วิญญ์ยังเข้าใจไปว่าพ่อกำ�ลัง บังคับให้เขามาทำ�งานทีเ่ ชียงใหม่เพือ่ ให้เขาได้ใกล้ชดิ กับสีรงุ้ และพัฒนาความ สัมพันธ์เป็นคนรัก หญิงสาวถอนใจอย่างกลัดกลุ้ม

วิญญ์ไม่มีทางทำ�ตามความต้องการของคนเป็นพ่อแน่ๆ ...

“จูๆ่ วิญญ์กห็ นีขนึ้ มาอยูบ่ นดอยแบบนี้ วิญญ์ไม่หว่ งสีรงุ้ บ้างเหรอ พีว่ า่ ป่านนีค้ งจะน้อยใจ ร้องไห้แงๆ จนตาบวมแล้วมัง้ ” คนเป็นพีย่ งั ไม่ยอมละความ พยายามในการเกลี้ยกล่อมให้เด็กดื้อกลับไปคุยกับพ่อให้เข้าใจมากกว่าจะ หลบลี้หนีหน้ามาอยู่บนดอยแบบนี้ อุตส่าห์ยกเอาไม้ตายสุดท้ายที่เคยได้ผล เสมอขึ้นมาขู่ แต่ดูเหมือนว่าเด็กดื้อจะกลายเป็นคนใบ้ไปซะแล้ว “ถ้าผมสบายใจเมื่อไหร่ แล้วผมจะกลับไปครับพี่จ๋า” ใบหน้าเข้มขรึมสลดลงเล็กน้อย เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายจากปาก พี่สาว ความตั้งใจอย่างมุ่งมั่นในตอนแรกถูกสั่นคลอนด้วยคำ�พูดแค่ไม่กี่คำ�ที่ พาดพิงถึงคนตัวเล็ก ไม่รู้ว่าปลาทองแก้มป่องจะเป็นยังไงบ้าง เธอจะร้องไห้ เพราะคำ�พูดของเขาหรือเปล่านะ? “งัน้ ก็ตามใจวิญญ์ละกัน พีไ่ ปดูนอ้ งๆ ก่อนนะ ป่านนีค้ งจะตืน่ กันแล้วล่ะ” พูดพลางลุกขึ้นปัดเศษไม้ใบหญ้าที่ติดกางเกงออก แล้วขยับผ้าผวยผืนเล็กที่ โพกศีรษะไว้เพื่อป้องกันน้ำ�ค้างยามเช้าตรู่ซึ่งเลื่อนหลุดให้แน่นขึ้น หญิงสาว แอบยิ้มเมื่อได้ยินเสียงทุ้มจากคนที่กำ�ลังนั่งก้มหน้าก้มตาใช้ไม้เขี่ยกองไฟดัง ขึ้นมาเบาๆ “เอ่อ...พีจ่ า๋ ครับ ผมอยากจะฝากพีจ่ า๋ บอกสีรงุ้ ให้หน่อยว่าผมขอโทษ...” 76


“ไม่รู้ ไม่ชี้ ไม่รบั ฝากอะไรทัง้ นัน้ ไปบอกกันเองละกัน พีไ่ ม่อยากสนใจ เด็กดื้อแล้ว” หางเสียงสะบัดบ่งบอกอารมณ์ฉนุ เฉียวของคนทีท่ ำ�ท่าว่าจะเดินจากไป ทำ�ให้คนฟังต้องทำ�หน้าจ๋อยลงกว่าเดิมเมือ่ รูต้ วั ว่ากำ�ลังทำ�ให้พส่ี าวแสนดีคนนี้ ต้องโมโหอีกแล้ว เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึน้ ก่อนทีร่ า่ งบางจะย่อตัวลงนัง่ ข้างๆ คนทีก่ �ำ ลัง นั่งก้มหน้าทำ�ตาเศร้า มือเรียวกระตุกผ���าผวยออกจากศีรษะตัวเองก่อนจะ คล้องรอบคอคนขีใ้ จน้อยอย่างช้าๆ วิญญ์ยมิ้ ด้วยแววตาซาบซึง้ เมือ่ เจ้าของผ้า ตวัดชายทัง้ สองข้างไปพาดทีไ่ หล่และดึงให้กระชับพอดีจนกลายเป็นผ้าพันคอ ผืนนุ่มที่แสนอบอุ่น “มีสภุ าษิตปกาเกอะญอบทหนึง่ บอกว่า ไผ่ล�ำ เดียวไม่เป็นแพ ข้าวเมล็ด เดียวไม่เป็นเหล้า คนคนเดียวไม่เป็นครอบครัว พีอ่ ยากให้วญ ิ ญ์ลองทำ�ความเข้าใจ กับสุภาษิตบทนี้ช่วงที่วิญญ์อยู่ที่นี่ แล้วเดี๋ยวพี่จะไปบอกพ่อให้เองว่าวิญญ์ ขออยู่ช่วยพะตีถางไร่อีกสามวัน โอเคมั้ยจ๊ะ” รอยยิ้มอันแสนอ่อนโยนและความห่วงใยในดวงตาของพี่สาวทำ �ให้ วิญญ์ต้องยอมรับเงื่อนไขระยะเวลาที่เธอกำ�หนดโดยไม่คิดต่อรอง สัมภาระ ส่วนตัวทีแ่ อบไปซือ้ ในตลาดตัวอำ�เภอแม่วางตอนพีๆ่ แวะซือ้ กับข้าวและขนม มาฝากเด็กๆ เมือ่ วานนี้ กับเงินในกระเป๋าอีกร้อยกว่าบาท คงจะพอเป็นค่ารถ ขากลับและทำ�ให้เขาสามารถใช้ชีวิตอยู่บนดอยได้อีกสองสามวัน ถึงบ้าน บนดอยจะไม่สะดวกสบายเหมือนอยู่ในเมือง แต่ท่นี ่กี ็ทำ�ให้เขารู้สึกสบายใจ และมีอสิ ระกับการใช้ชวี ติ โดยไม่ตอ้ งมีใครมากำ�หนดสักระยะหนึง่ ดวงตาเรียวรี เปล่งประกายสดใสขึ้นพร้อมกับบอกด้วยน้ำ�เสียงคล้ายกับจะอ้อน “ครับพีจ่ า๋ อีกสามวันผมจะกลับไป แต่วา่ ...ทีผ่ มฝากพีจ่ า๋ ไปบอกสีรงุ้ พี่จ๋ารับฝากแล้วใช่มั้ยครับ” คนเป็นพี่ทำ�หน้ารู้ทันเมื่อเห็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่มกลับมาอยู่บนใบหน้า ของน้องชายอีกครั้ง 77


“พีร่ บั ฝากก็ได้จะ้ แต่วา่ ...ช่วงนีน้ ้ำ�มันขึน้ อีกแล้ว พีข่ อคิดค่าบริการแพง หน่อยนะ ไหนเอาเงินออกมาให้พด่ี ซู ิ ว่ามีอยูเ่ ท่าไหร่ พอจ่ายหรือเปล่าเนีย่ ” วิญญ์ทำ�หน้าเครียด ก่อนจะตัดสินใจควักเงินในประเป๋ากางเกง ทั้งหมดออกมาส่งให้สตรีไปรษณีย์หน้าเลือดรับไปนับดูอย่างไม่ทันเฉลียวใจ กับแววตามีเลศนัยเลยแม้แต่น้อย “โห...พี่จ๋า...ทำ�ไมโหดแบบนี้เนี่ย ใจคอจะไม่ให้ผมมีเงินไว้ซื้อขนม แจกเด็กๆ เลยเหรอครับ” บอกเสียงละห้อยพลางมองธนบัตรสีแดงทีถ่ กู ยึดไป อย่างหน้าตาเฉย “วิญญ์อยูบ่ นดอยไม่ได้ใช้เงินอะไรนีน่ า...พูดมากนักเดีย๋ วพีก่ ไ็ ม่รบั ฝาก ซะหรอก” ข่มขูด่ ว้ ยสีหน้าและวาจาเมือ่ เห็นอีกฝ่ายทำ�ท่าว่าจะต่อรองขอเงินคืน คนเจ้าเล่ห์กลั้นยิ้มสุดฤทธิ์เพราะรู้นิสัยว่าน้องชายอยู่ไม่ได้แน่ๆ ถ้าไม่มีเงิน ติดตัวแบบนี้ “แต่แค่นี้มันก็ยังไม่พอจ่ายค่ารถกลับบ้านเลยนะครับพี่จ๋า...” วิญญ์อุทธรณ์อีกครั้งด้วยน้ำ � เสียงที่คิดว่าพี่สาวจะต้องสงสารและ ใจอ่อนยอมคืนเงินให้ แต่กต็ อ้ งผิดหวังเมือ่ ร่างบางลุกขึน้ อย่างรวดเร็ว ดวงหน้า สวยหวานก้มลงบอกด้วยแววตาเป็นประกายระยับ หลังจากเก็บเงินของเขา ไว้ในกระเป๋ากางเกงเรียบร้อยแล้ว “รถสองแถวเข้าเมืองเที่ยวแรกจะผ่านปากทางเข้าหมู่บ้านตอนแปด โมงเช้า แล้วพี่จะบอกให้สีรุ้งไปรอรับวิญญ์ที่คิวรถแม่วางนะจ๊ะ ห้ามเบี้ยวล่ะ ถ้าไม่อยากให้สีรุ้งรอเก้อ...”

78


ตอนที่ 8

ดาวดวงใหม่ใจดวงเดิม “นิทานเรือ่ งนีม้ นั ยาว เล่าทัง้ คืนก็ไม่จบหรอก แต่ถา้ วิญญ์อยากฟังพะตี ก็จะเล่าให้ฟงั ...” พะตีแควาเอนกายลงนอนข้างกระบะไฟในห้องครัวเพือ่ คลาย ความเมือ่ ยล้าหลังจากกรำ�งานหนักในไร่มาสามวันเต็มๆ เช่นเดียวกับคนหนุม่ แรงเยอะที่กำ�ลังอมยิ้มนั่งผิงไฟด้วยท่าทางหนาวสั่นเนื่องจากเพิ่งอาบน้ำ � เสร็จมาใหม่ๆ สตรีรา่ งผอมบางเงยหน้าขึน้ ทำ�ตาดุและวางมือจากการตำ�น้ำ�พริกเมือ่ ได้ยนิ เสียงฝีเท้าดังตึงตังกำ�ลังวิง่ เข้ามาในห้องครัว โมหันไปดุลกู ชายเป็นภาษา ชนเผ่า แต่เจ้าตัวเล็กกลับทำ�หน้าทะเล้น พลางแลบลิน้ ล้อเลียน จนคนเป็นแม่ อดไม่ได้ต้องใช้ไม้เรียวกำ�ราบให้รู้จักยำ�เกรงผู้ใหญ่เสียบ้าง เจ้าลิงน้อยหลบหลีกปลายไม้ได้อย่างคล่องแคล่วก่อนจะเผ่นแผล็วไป นัง่ อยูบ่ นตักของคนเป็นพีร่ าวกับคุน้ เคยกันมาแสนนาน วงแขนแข็งแรงเปิดรับ และโอบรัดร่างของเด็กน้อยไว้เพือ่ แบ่งปันไออุน่ มือใหญ่เย็นเฉียบยกขึน้ กุมแก้ม คนบนตักที่เอียงหน้าหลบเป็นพัลวัน นักเล่านิทานยิม้ น้อยๆ ขณะจ้องมองไปยังมือของเด็กหนุม่ ทีก่ มุ ด้ามพร้า ทั้งวันจนแตกยับ แต่พะตีก็ไม่เคยได้ยินเสียงบ่นเล็ดลอดจากปากคนที่ทุ่มเท เรี่ยวแรงทั้งหมดให้กับการถางไร่ตั้งแต่เช้าตรู่จนกระทั่งถึงเวลาที่ดวงอาทิตย์ ลาลับเหลี่ยมเขาไปแล้ว “มีสองสาวพีน่ อ้ งไปถางหญ้าในไร่ พีส่ าวเป็นคนขีเ้ กียจ จึงพูดขึน้ มาว่า 79


ถ้ามีใครมาช่วยถางหญ้าให้เสร็จในวันนี้ ฉันจะแต่งงานด้วย บังเอิญมียกั ษ์ตนหนึง่ ผ่านมาได้ยินจึงแปลงกายเป็นชายหนุ่มรูปงาม ทำ�ทีว่าจะมาช่วยถางหญ้า แต่มขี อ้ แม้วา่ ทัง้ สองสาวต้องปิดตาและห้ามแอบดูเด็ดขาด ได้ยนิ ดังนัน้ พีส่ าว รีบใช้ผา้ ผูกตาทันที แต่นอ้ งสาวกลับใช้มอื ปิดตา และแอบดูจงึ ได้รคู้ วามจริงว่า ชายหนุม่ คืนร่างเป็นยักษ์แล้วแลบลิน้ ออกมากวาดต้นหญ้าตายเรียบในพริบตา หลังจากทีป่ ฏิบตั กิ ารเสร็จยักษ์จงึ ทวงสัญญาจากพีส่ าวว่าต้องไปอยูท่ ี่ บ้านของตน ฝ่ายน้องสาวก็กลัวจนตัวสัน่ ห้ามพีส่ าวว่าถ้าจะไปต้องบอกแม่กอ่ น แต่พี่สาวก็ดื้อและหลงใหลยักษ์ที่ทั้งเก่งและหล่อ จึงตามยักษ์ไปอยู่ที่บ้าน เมือ่ ไปถึงทีบ่ า้ น ยักษ์กใ็ ห้พส่ี าวหุงข้าวส่วนตนจะไปหากับข้าว แต่กอ่ นจะไป ยักษ์สง่ั ว่าห้ามรินน้ำ�ข้าวลงใต้ถนุ บ้าน แต่หญิงสาวไม่เชือ่ เพราะแม่เคยสอน ให้ท�ำ แบบนี้ พอรินน้ำ�ข้าวลงไปก็มปี า้ แก่คนหนึง่ เดินขึน้ มาบนบ้าน แล้วบอก ความจริงว่าชายหนุม่ เป็นยักษ์แปลงกายกำ�ลังไปหาเครือ่ งปรุงมาเพือ่ จะกินเธอ ให้รบี หนีไปก่อนทีย่ กั ษ์จะกลับมา แล้วป้าแก่คนนัน้ ก็สอนวิธกี ารหนีจากยักษ์ ให้กับหญิงสาว...“ เสียงเล่านิทานหยุดลง เมือ่ คนเล่ารูส้ กึ คอแห้งขึน้ มาตงิดๆ พะตีหนั ไป ขอน้ำ�ชาจากภรรยาก่อนจะพูดยัว่ ให้คนฟังอยากรูต้ อ่ อย่างมีชน้ั เชิง “บอกแล้ว ว่าเรื่องมันยาว เล่าไม่จบหรอกคืนนี้” “ตกลงว่ายักษ์ตาย แล้วหญิงสาวก็กลับบ้านได้ใช่มยั๊ พ่อ...” คนตัวเล็ก บนตักใจร้อนอยากรู้ว่าตอนจบจะเป็นยังไงรีบถามผู้เป็นพ่อด้วยน้ำ � เสียง ร้อนรน “เปล่า...หญิงสาวหนีกลับบ้านได้ แต่กโ็ ดนยักษ์ตามไปกัดนิว้ มือ เลือด ไหลไม่หยุดจนตาย” คำ�ตอบของพะตีทำ�ให้คนตัวเล็กต้องทำ�หน้ามุ่ยพลาง ร้องว้าออกมาเสียงดัง อุตส่าห์ช่วยลุ้นให้สองพี่น้องไม่ต้องตกเป็นอาหาร ของยักษ์จนแทบจะลืมหายใจ ใบหน้าแสดงความผิดหวังอย่างมากมายของ ลิงน้อยทำ�ให้ทุกคนต้องหัวเราะออกมาพร้อมกัน “อ่อเมคอ (กินข้าวได้แล้ว)” เสียงเรียกให้ทุกคนมาล้อมวงกินข้าว 80


ของโมดังขึ้น คนเล่านิทานและคนฟังยิม้ กว้าง ก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับอาหาร เย็นซึง่ ประกอบด้วยข้าวไร่เมล็ดสัน้ กลมป้อมหุงแบบไม่เช็ดน้ำ� หอมกรุน่ และ เหนียวนุม่ คล้ายข้าวญีป่ นุ่ ส่วนกับข้าวก็คอื ผักนานาชนิดเก็บจากไร่ ต้มจนสุก แล้วจัดเรียงลงในถาดใบใหญ่ วางเคียงคู่มากับน้ำ � พริกมะเขือพวงรสชาติ กลมกล่อม แล้วยังมีปลาทูเค็มห่อใบตองย่างไฟหอมฉุยโรยหน้าด้วยหอมแดง กับพริกขีห้ นูและบีบมะนาวอีกเล็กน้อย เพียงเท่านีค้ นทีท่ ำ�งานหนักมาทัง้ วัน ก็รสู้ กึ อร่อยจนไม่คดิ ปฏิเสธด้วยคำ�ว่า “บะลิ (พอแล้ว)” เ���ือ่ โมเติมข้าวให้อกี จนพูนจาน แม่ครัวหัวป่าแอบยิ้มเมื่อเห็นแขกเจริญอาหารผิดปกติทั้งๆ ที่ไม่ได้ จัดเตรียมกับข้าวเป็นพิเศษไว้ให้ ยิม้ กว้างขึน้ กว่าเดิมเมือ่ มือใหญ่ยนื่ จานข้าว ทีว่ า่ งเปล่ามาให้อกี ครัง้ โมรับจานมาเติมข้าวด้วยสีหน้ายิม้ แย้ม ก่อนจะบอก เด็กหนุ่มด้วยน้ำ�เสียงแสนอ่อนโยน “อ่ออ่าๆ (กินข้าวเยอะๆ นะ)” “ผมว่ายักษ์ตวั นีต้ วั ใหญ่ซะเปล่า แต่ไม่คอ่ ยฉลาดเท่าไหร่ ถ้าสองพีน่ อ้ ง ไม่กลัวมากเกินไป ก็คงไม่ต้องโดนยักษ์กัดจนตายนะครับ” คนใจเย็นที่รอฟัง นิทานต่อจนจบเปิดประเด็นแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วยสีหน้ายิ้มๆ “ตัวพีส่ าวก็เป็นเหมือนคนขีเ้ กียจ คนทีร่ กั ความสบาย ก็เลยถูก ‘ยักษ์’ ซึ่งหมายถึง ‘พ่อค้านายทุน’ ที่เข้ามาชักจูงให้เลิกปลูกข้าวแล้วมาปลูกผักที่ ต้องใช้สารเคมีเยอะๆ แล้วสุดท้ายก็ต้องตกอยู่ในวังวนของหนี้สินไปจนตาย” พะตีสรุปตอนจบแบบง่ายๆ ก่อนจะหยิบห่อยาเส้นกับใบตองแห้งมา มวนช้าๆ แล้วก็ส่งให้คนหนุ่มลองสูบเป็นครั้งที่สอง “น่าเสียดายนะครับ อุตส่าห์มสี ตั ว์ปา่ และต้นไม้คอยช่วยเหลือตลอดทาง จนถึงบ้าน แต่ทส่ี องพีน่ อ้ งต้องตายก็เพราะความกลัวจนไม่ยอมต่อสู้ เพือ่ ปกป้อง ชีวิตตัวเอง” “ก็เหมือนที่ยศกับจ๋าพยายามชวนชาวบ้านให้กลับมาทำ�ไร่หมุนเวียน แล้วก็ท�ำ เกษตรอินทรียม์ าเกือบสิบปีแต่ชาวบ้านก็ยงั เลิกใช้สารเคมีไม่ได้นน่ั แหละ” 81


พะตีหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อเห็นอาการสำ�ลักควันของขี้ยามือใหม่ แล้วก็อดคิดถึงการทำ�งานอย่างล้มลุกคลุกคลานของทรงยศและจาริณีที่ ต้องการเปลี่ยนแปลงความคิดของชาวบ้านให้หันกลับมาทำ �เกษตรแบบ ดั้งเดิม โดยอาศัยภูมิปัญญาของชนเผ่ามากกว่าพึ่งพาแต่เกษตรแผนใหม่ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมรวมถึงก่อให้เกิดหนี้สิน อย่างไม่รู้จบ บทสนทนาระหว่างวิญญ์กับพะตีแควาในค่ำ � คืนนี้ จบลงด้วยนิทาน คลาสสิคซึง่ พะตีจะต้องเล่าให้ฟงั ทุกครัง้ ทีเ่ ขามาหา มันเป็นเรือ่ งการต่อสูข้ อง ‘นกทราย’ นกตัวเล็กทีถ่ กู ช้างตัวใหญ่เหยียบย่ำ�รังแกจนต้องสูญเสียลูกน้อยไป แต่นกทรายก็ไม่เคยละความพยายามในการเรียกร้องความเป็นธรรม จนสุดท้าย เหล่าสัตว์ป่าตัวเล็กตัวน้อยก็เห็นใจและมารวมพลังกันจนสามารถล้มช้าง จอมอันธพาลลงได้ในที่สุด “พะตีเล่านิทานเก่งจังเลยครับ นิทานเรือ่ งนีผ้ มฟังหลายรอบแล้ว แต่กส็ นุก เหมือนเพิง่ ฟังครัง้ แรกทุกทีเลย” คนนัง่ กอดเข่าผิงไฟพูดด้วยสีหน้ายิม้ ๆ หลังจาก นิทานจบลงไปแล้ว “คนเฒ่าคนแก่เล่านิทานเรือ่ งนีส้ อนลูกหลานมานานแล้ว พะตีกแ็ ค่จ�ำ มาเล่าต่อ นิทานทุกเรือ่ งมีคติสอนใจ ‘นกทราย’ ก็เหมือน ‘ชาวบ้าน’ ส่วน ‘ช้าง’ ก็เหมือน ‘เจ้าหน้าที’่ เหมือนเจ้านายทีค่ อยรังแกและรุกรานจนคนดอยอย่างเรา ต้องลุกขึน้ มาสู้ เพราะถ้าเราไม่สเู้ ราก็จะไม่มบี า้ นให้อยู่ แล้วก็คงไม่มขี า้ วกิน” พะตี ย กมวนยาเส้ น ขึ้ น สู บ อย่ า งหนั ก หน่ ว งก่ อ นจะพ่ น ควั น โขมงออกมา น้ำ�เสียงสะท้อนความขมขืน่ และความเหนือ่ ยล้าคละเคล้าอยูจ่ นคนฟังจับได้ วิญญ์เหม่อมองควันสีขาวที่ล่องลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศด้วยแววตา ครุน่ คิด เสียง ‘เตหน่า’ เครือ่ งดนตรีพนื้ บ้านของชนเผ่าดังแว่วมาจากบ้านหลัง ถัดไป ทำ�นองเพลงหวานเศร้าและบทเพลงทีข่ บั ขานเป็นภาษาชนเผ่า ซึง่ บรรเลง โดย ‘โบนุ’ เด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาที่เพิ่งกลับมาถึงหมู่บ้าน เมือ่ วานนี้ เนือ้ หาของเพลงบอกเล่าถึงอารมณ์ออ่ นไหวของชายหนุม่ ในยาม 82


ต้องห่างไกลจากหญิงสาวผูเ้ ป็นทีร่ กั ขอให้เธอจงรอและอย่าได้ปนั ใจไปให้ชายอืน่ อีกไม่นานหลังจากเสร็จสิน้ ฤดูเพาะปลูกแล้ว เราจะกลับไปใช้ชวี ติ ร่วมกันอีกครัง้ โบนุบอกว่าจะมาช่วยครอบครัวปลูกข้าวไร่ให้เสร็จ ก่อนจะกลับไปทำ�งาน รับจ้างในเมืองเพื่อเก็บเงินเป็นค่าเล่าเรียนให้น้องสาวและน้องชายคนเล็ก ที่กำ�ลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นทั้งสองคน ‘ทำ�งานอยู่ข้างล่างก็ไม่ได้ลำ�บากอะไรหรอก แค่กินข้าวไม่ค่อยอร่อย แล้วก็ร�ำ คาญเวลาพูดไทยไม่ชดั แล้วโดนล้อเลียน แต่อยูท่ ไี่ หนก็ไม่สขุ ใจเท่ากับ อยูบ่ นดอยนะ นานๆ กลับมาทีแล้วได้กนิ ข้าวทีแ่ ม่หงุ ได้ใส่เสือ้ ตัวใหม่ทนี่ อ้ งทอ ได้เล่นเตหน่าให้พ่อฟัง แค่นี้ก็มีความสุขจนไม่อยากกลับไปเลย...’ น้ำ�เสียงและแววตาที่เปล่งประกายด้วยความสุขของเพื่อนใหม่ขณะ กำ�ลังสอนเขาเล่นเตหน่าเมื่อตอนเย็นยังติดแน่นอยู่ในความทรงจำ� “กำ�ลังคิดอะไรอยูเ่ หรอวิญญ์ เล่าให้พะตีฟงั บ้างได้มยั้ ...” เสียงแหบห้าว เอ่ยถามอย่างห่วงใยเมือ่ สังเกตเห็นอาการเหม่อลอยและถอนใจบ่อยครัง้ เวลา อยูค่ นเดียว ราวกับกำ�ลังมีเรือ่ งหนักใจให้ครุน่ คิดของหนุม่ น้อยคนนีต้ ง้ั แต่วนั แรก ที่มาถึงแล้ว “ผมกำ�ลังสงสัยว่า...คนเราเกิดมาทำ�ไม เกิดมาเพื่ออะไรครับพะตี” วิญญ์ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำ�เสียงทุ้มต่ำ� คนผ่านโลกมานานไม่ตอบคำ�ถามให้คลายความสงสัย ร่างสันทัดขยับ ลุกขึ้นเดินไปยังหน้าต่าง ก่อนจะชะโงกตัวไปเด็ดกิ่งไม้ใกล้มือช่อเล็กมาส่งให้ คนช่างสงสัยที่กำ�ลังทำ�หน้างุนงง “แล้ววิญญ์คดิ ว่าต้นไม้ใบหญ้าพวกนีม้ นั จะเคยตัง้ คำ�ถามมัย้ ...ว่าทำ�ไม มันต้องมาเป็นอาหารของเรา ทำ�ไมมันต้องทำ�ให้เรามีอากาศหายใจ ทำ�ไมมัน ต้องกลายมาเป็นบ้านให้เราอยู่ ทุกชีวติ เกิดมาบนโลกใบนีพ้ ร้อมกับพันธะและ หน้าที่ พะตีเชือ่ ว่าคนฉลาดๆ อย่างวิญญ์คงจะหาคำ�ตอบทีว่ ญ ิ ญ์สงสัยได้ดว้ ย ตัวเอง แต่วญ ิ ญ์จ�ำ ไว้อย่างนึงนะ บางครัง้ คำ�ตอบของคนฉลาดก็อาจจะดูตนื้ เขิน และคับแคบเกินไป ถ้าคำ�ตอบนั้นมันมาจากหัวใจที่คิดถึงแต่ตัวเอง...” 83


คนคิดไม่ตกยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมอีกครู่ใหญ่ หลังจากที่พะตีขอตัวไป พักผ่อนเอาแรงไว้สำ�หรับงานหนักในไร่ในวันพรุ่งนี้นานแล้ว ร่างสูงโน้มตัวไป เป่าตะเกียงให้ดับก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างกระบะไฟที่ใกล้จะมอด กลิ่นสาบ ของผ้าห่มผืนบางโชยมาเข้าจมูกเมือ่ คลีผ่ า้ คลุมหน้าอก ยกมือขึน้ ก่ายหน้าผาก พลางถอนหายใจเบาๆ เมือ่ คำ�พูดพะตีแควาและโบนุเพือ่ นใหม่ยงั คงวนเวียน อยู่ในสมอง ความสุขในการมีชีวิตอยู่คือการทำ�ให้คนอื่นมีความสุข...ไม่ใช่แค่เพื่อ ความสุขของตัวเองเท่านั้น... วิญญ์ปิดเปลือกตาลงช้าๆ และใช้ช่วงเวลาในค่ำ �คืนที่เงียบสงบเพื่อ ทบทวนความรูส้ กึ ของตัวเองอย่างจริงจัง...สามวันเต็มๆ กับการใช้ชวี ติ อยูท่ นี่ ี่ ได้จุดประกายความฝันอันใหม่ให้กับเขา พรุ่งนี้เขาจะโทรไปตอบตกลงรุ่นพี่ ที่โทรมาชวนให้ไปทำ�งานที่สำ�นักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หลังจากที่แบ่งรับแบ่งสู้มาหลายครั้งแล้ว รอยยิ้มจางๆ ระบายอยู่บนใบหน้าคมคายเมื่อหัวใจสัมผัสถึงความ สงบเมื่อได้ค้นพบทางออกของปัญหาที่กำ�ลังครุ่นคิด เหมือนท้องฟ้าที่มืดมิด ในคืนไร้ดาวส่องแสง ดาวดวงเล็กๆ กำ�ลังเจิดจรัสขึ้นเพื่อส่องนำ�ทางว่าชีวิต ควรจะดำ�เนินไปในทิศทางใด เสียงไก่ขันดังก้องขึ้นมาจากใต้ถุนบ้านอีกครั้ง ไม่กี่ชั่วโมงก็จะเป็นวันใหม่แล้วก็ถึงเวลาที่ต้องกลับไปหาพันธะและหน้าที่ซึ่ง กำ�ลังรออยู่ ลาก่อน...บ้านบนดอย... “ดึกแล้วทำ�ไมยังไม่เข้านอนอีก มานัง่ ตากน้ำ �ค้างแบบนี้ เดีย๋ วไข้กลับ ขึ้นมาก็โดนแม่จับกรอกยาต้มเหมือนเมื่อเช้าอีกหรอก...” น้ำ�เสียงกลัว้ หัวเราะแต่เต็มเปีย่ มไปด้วยความห่วงใยดังมาจากร่างใหญ่ ทีเ่ ดินใกล้เข้ามาด้วยฝีเท้าทีเ่ งียบกริบทำ�ให้คนตัวเล็กทีน่ งั่ ซบหน้ากับท่อนแขน ตัวเองบนระเบียงชมดาวต้องสะดุ้งด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตหม่นแสง 84


ไม่เปล่งประกายระยับแข่งกับดวงดาวบนท้องฟ้าเหมือนเช่นเคย ริมฝีปากแห้งผาก คลี่ยิ้มจางๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำ�เสียงแหบแห้งเล็กน้อย “วันนีส้ รี งุ้ นอนอุดอูอ้ ยูใ่ นห้องมาทัง้ วันแล้วค่ะพ่อ เลยอยากออกมานัง่ รับลมสักพัก อีกเดีย๋ วก็จะกลับไปนอนแล้วค่ะ แล้ววันนีพ้ อ่ ไม่ออกไปกินเหล้า เอ๊ย...ไม่ออกไปคุยกับพีๆ่ เหรอคะ” ใบหน้าทีย่ งั ซีดเซียวจากพิษไข้พยายามฝืนยิม้ ออกมา เมือ่ ถูกมือใหญ่อบอุน่ โยกศีรษะเบาๆ ด้วยความเอ็นดู “จะว่าพ่อขี้เมาก็พูดมาตรงๆ เลย ไม่ต้องมาทำ�เสียงเหมือนแม่เดือน คนที่สองหรอกน่า...ยัยตัวยุ่ง” “สีรงุ้ ไม่ได้เลียนแบบแม่นะคะ สีรงุ้ จำ�มาจากวิญญ์ตะหาก...” เผลอพูดชือ่ คนใจร้ายออกมาอย่างไม่ได้ตงั้ ใจ ความรูส้ กึ เจ็บแปลบก็แล่นวาบเข้าจูโ่ จมหัวใจ อย่างไม่ทันตั้งตัว สีรุ้งก้มหน้าซ่อนพิรุธ ไม่อยากให้พ่อเมฆรู้ว่าเธอกำ�ลัง มีปัญหากับนายวิญญ์ “กลับมาเมื่อไหร่คงต้องคุยกันยาวหน่อย พ่อบอกแล้วว่ามีเรื่องจะ คุยด้วยแต่ก็ยังหนีขึ้นดอยไปแล้วก็ไม่ยอมบอกใครอีก ทำ�ให้ผู้ใหญ่เป็นห่วง แบบนี้ใช้ไม่ได้จริงๆ...” “ที่จริงวิญญ์บอกสีรุ้งแล้วค่ะพ่อ แต่พอดีวันนั้นสีรุ้งกินยาลดไข้แล้ว นอนหลับยาวจนถึงเช้าเลยไม่ได้บอกพ่อกับแม่ว่าวิญญ์จะไปค้างบนดอย...” รีบเงยหน้าขึ้นบอกเสียงอ่อยๆ เพราะไม่อยากให้วิญญ์ถูกพ่อตำ�หนิ ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมใส ริมฝีปากหนาเผยรอยยิ้ม ยัว่ เย้าด้วยรูท้ นั กับอาการกางปีกปกป้องเพือ่ นรักซึง่ หลบหน้าพ่อไปอยูบ่ นดอย สามวันเต็มๆ แล้ว ถ้าน้องจ๋าไม่โทรมาบอกก่อนขึน้ ดอย นับเดือนคงจะบังคับให้เขาออก ตามหาลูกชายที่หายตัวไปจากบ้านไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงเป็นแน่ ลูกหนอลูก... ทำ�ไมถึงได้บงึ้ ตึงเย็นชากับพ่อนักนะ ทำ�ไมไม่นา่ รัก แล้วก็ท�ำ ให้พอ่ สุขใจเหมือน คนที่กำ�ลังทำ�ตาแป๋วอยู่ตรงหน้าคนนี้บ้าง... วงแขนอบอุน่ โอบรัดร่างบางเข้ามาแนบอกอย่างแสนรัก มือหนายกขึน้ 85


วางที่หน้าผากกลมมน ผิวเนื้อละมุนมือยังอุ่นรุมๆ แค่เห็นคนตัวเล็กทำ�หน้า หมองๆ เพราะพิษไข้ยงั รูส้ กึ ห่วงใยมากมายเพียงนี้ ใจหายเมือ่ คิดว่าอีกไม่นาน นกน้อยช่างเจรจาตัวนีก้ ต็ อ้ งบินจากอกพ่อแม่ไปสร้างรังใหม่ดว้ ยปีกและปาก ของตัวเอง แต่ถา้ สิง่ ทีค่ าดเดาไว้เป็นจริง สิง่ ทีว่ าดหวังไว้กม็ สี ทิ ธิเ์ ป็นไปได้ ถ้าหาก ความสัมพันธ์ระหว่างสีรงุ้ กับวิญญ์จะลึกซึง้ มากกว่าความเป็นเพือ่ น ลูกสาวคนนี้ ก็ไม่ต้องกลายไปเป็นลูกสะใภ้ของคนอื่น...วิสุทธิ์ยิ้มขำ�เมื่อนึกถึงน้ำ � เสียง จริงจังของว่าที่ภรรยาที่บอกให้เขาล้มเลิกความคิดจับคู่ให้ลูก “น้ำ�ค้างแรงมากแล้ว พ่อว่าสีรงุ้ กลับไปนอนดีกว่านะ พรุง่ นีต้ อ้ งไปรับ วิญญ์ไม่ใช่เหรอ” คุณพ่อจอมวางแผนยิม้ กว้างพลางทำ�ตาเป็นประกายก่อนจะ ก้มลงบอกคนตาสวยด้วยน้ำ � เสียงอ่อนโยนและรั้งร่างบางให้ลุกขึ้นอย่าง ไม่ยอมให้ปฏิเสธ “แต่ความจริงพรุ่งนี้พ่อว่างทั้งวันเลยนะ ถ้าสีรุ้งยังไม่หายไข้แบบนี้ ให้พ่อขับรถไปส่งดีกว่านะ...” สี รุ้ ง เงยหน้ า ขึ้ น ยิ้ ม อย่ า งดี ใ จเมื่ อ ได้ เ ห็ น รอยยิ้ ม สดใสบนใบหน้ า เคร่งขรึมของคนทีเ่ ธอรักอีกครัง้ หลังจากไม่ได้เห็นมาหลายวันแล้ว เรียวแขน บอบบางโอบรอบเอวหนาก่อนจะแนบใบหน้าลงกับอกกว้างพลางบอกด้วยน้ำ� เสียงอู้อี้คล้ายกับกำ�ลังคัดจมูก “ ดีจังเลยค่ะพ่อ...งั้นพรุ่งนี้เราไปรับวิญญ์กลับบ้านด้วยกันนะคะ...” เสียงลมหนาวไล่ลอ้ กอไผ่รมิ ทางดังหวีดหวิว แรงลมพัดพากิง่ ใบแห้งกรอบ ร่วงหล่นลงพืน้ ดิน ฝุน่ ลูกรังสีน้ำ�ตาลเข้มลอยคว้างก่อนจะค่อยๆ จางไปในอากาศ เมือ่ รถสองแถวรับจ้างทีว่ งิ่ ผ่านมาจอดเลยไปไกลจนคนหนุม่ กับคนแก่สองคน ต้องวิ่งเหยาะๆ ตามพลางยกมือขึ้นโบกไล่ฝุ่นไม่ให้เข้าปากและจมูก “โชคดีนะวิญญ์ แล้วกลับมาเยี่ยมพะตีอีกนะ...” คนมาส่งยืนเกาะราวเหล็กท้ายรถสองแถวไว้แน่น ฝืนใจเอ่ยคำ�ลา 86


ด้วยน้ำ�เสียงเครือจัด ดวงตาสีดำ�สนิทมีน้ำ�ใสๆ เอ่อคลอ ใจหายเมือ่ เพือ่ นคุย ถูกคอที่มาเติมสีสันให้ชีวิตตลอดสามวันกำ�ลังจะจากไปและไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ จะได้พบกันอีก คนกำ�ลังจะไปทรุดตัวลงทีน่ งั่ ท้ายรถก่อนจะยืน่ มือออกไปเกาะกุมมือ ของอีกฝ่ายไว้และบีบกระชับราวกับจะให้สัญญา “ขอบคุณมากนะครับพะตี ผมจะไม่มวี นั ลืมทุกอย่างทีพ่ ะตีสอน แล้วผม จะกลับมาอีกครับ...” วิญญ์กระโดดลงจากรถสองแถวพลางปัดฝุน่ สีแดงทีเ่ กาะกางเกงยีนออก เมือ่ โชเฟอร์หน้าเข้มเอีย้ วตัวมาตะโกนบอกว่าจะจอดรอรับผูโ้ ดยสารทีจ่ ะเข้า เมืองอีกประมาณครึ่งชั่วโมง ร่างสูงบิดขี้เกียจก่อนจะเดินเตร็ดเตร่ดูสินค้า จำ�พวกผักพืน้ บ้านและอาหารป่าหน้าตาแปลกๆ หลากหลายชนิดทีช่ าวบ้าน เอามาวางขายแบกะดิน นึกเสียดายที่รีบจนไม่ได้หยิบกล้องติดมือมาด้วยไม่อย่างนั้นคงจะได้ ถ่ายรูปเจ้าตัวเล็กแก้มแดงขี้มูกกรังบนดอยกับรอยยิ้มใสซื่อภาพของดอก เครือออนสีหวานบานสะพรั่งจนภูเขาทั้งลูกกลายเป็นสีชมพูละมุนตา และ ภาพบรรยากาศของตลาดเช้าที่คึกคักมีชีวิตชีวาอันหาดูได้ยากแบบนี้ ใบหน้าคมก้มลงมองนาฬิกาบนข้อมือหลังจากเดินชมตลาดอย่าง เพลิดเพลินจนลืมเวลา เหลือเวลาอีกห้านาทีรถจะออกแล้ว บอกตัวเองอย่างตกใจ ก่อนจะหมุนตัวกลับทันทีโดยไม่ทันระวังว่ากำ�ลังมีคนเดินหลังตามมาติดๆ เสียงอุทานแหลมสูงด้วยความตกใจดังมาจากสตรีผมยาวดัดหยิก สวมแว่นดำ�อันใหญ่ปกปิดใบหน้ากว่าครึง่ แรงปะทะทีไ่ ม่เบานักทำ�ให้รา่ งระหง เซถลาและเกือบจะล้มลงคลุกฝุ่น ถ้าหากไม่มีมือใหญ่เอื้อมมายึดข้อมือไว้ได้ อย่างรวดเร็วเสียก่อน “โอ๊ยไอ้เด็กบ้า ทำ�ไมเดินไม่ระวังแบบนี้ยะ อู๊ย...กระดูกกระเดี้ยวชั้น จะหักมั้ยเนี่ย” 87


“ขอโทษจริงๆ นะครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ...” คนซุม่ ซ่ามรีบยกมือไหว้เพราะรูต้ วั ว่าผิดเต็มประตู ร่างสูงก้มลงหยิบกระเป๋า หนังสีน้ำ � ตาลเข้มมียี่ห้อซึ่งคาดว่าจะราคาแพงมาปัดฝุ่น ก่อนจะยื่นคืนให้ เจ้าของทีก่ �ำ ลังทำ�หน้าหงิกงออย่างไม่พอใจ ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างอย่างตกใจ เมื่อเห็นชัดเต็มสองตาว่าผู้หญิงที่เขาเดินชนคือคนที่เขาพยายามหลบหน้า ตลอดเวลาแล้วก็ไม่คาดคิดเลยว่าจะมาเจอเธอที่นี่ และเวลานี้... มือเรียวบางของสตรีสงู วัยยกขึน้ ถอดแว่นกันแดดออกจากใบหน้าช้าๆ ก่อนใช้สายตาคมกริบจ้องมองเด็กหนุม่ ตัง้ แต่ศรี ษะจรดเท้า และเมือ่ ริมฝีปากอิม่ สีแดงสดเผยอขึ้นเล็กน้อย วิญญ์จึงรีบกล่าวคำ�ทักทายออกไปด้วยน้ำ �เสียง แผ่วเบาราวกับกระซิบ “สวัสดีครับ...น้าพรรณมาทำ�อะไรที่นี่เหรอครับ...” “วิญญ์คงไม่มาแล้วล่ะสีรงุ้ รถเทีย่ วสุดท้ายจากแม่วางเข้ามาตัง้ นานแล้ว” ใบหน้าซีดเซียวด้วยพิษไข้หันมามองหน้าคนพูดด้วยดวงตาที่เต็มไป ด้วยร่องรอยของความผิดหวัง ก่อนจะเบือนหน้ากลับไปจ้องมอ���รถสองแถว รับจ้างซึง่ จอดต่อคิวกันยาวเหยียดเพือ่ รอรับผูโ้ ดยสารจากตัวเมืองเชียงใหม่ กลับสูภ่ มู ลิ �ำ เนาในอำ�เภอต่างๆ โชเฟอร์รา่ งใหญ่ถอนใจยาว เหลือบตามองกระจก หลังก่อนจะให้สัญญาณไฟแล้วก็สอดส่ายสายตามองหาที่จอดรถหลังจาก ที่ขับวนหามาหลายรอบแล้ว “แต่พี่จ๋าบอกว่าวิญญ์รับปากแล้วว่าจะลงจากดอยวันนี้ วิญญ์ไม่เคย ผิดสัญญาเลยนะคะพ่อ...สีรงุ้ เป็นห่วงจังเลย ไม่รวู้ า่ มีเรือ่ งอะไรไม่ดหี รือเปล่า” ใบหน้าหมองเศร้าของคนที่เฝ้ารอมาตั้งแต่ช่วงสายจนถึงบ่ายแก่ๆ ทำ�ให้คนเป็นพ่ออดโมโหคนที่สัญญาว่าจะกลับมาวันนี้ไม่ได้ มือถือก็ไม่เอาไป เงินก็ไม่มีติดตัว แล้วยังจะเบี้ยวไม่มาตามนัดอีก... วิ สุ ท ธิ์ ส่ า ยหน้ า อย่ า งหงุ ด หงิ ด ใจเมื่ อ ไม่ ส ามารถติ ด ต่ อ ลู ก ชายหั ว รั้ น ได้ เนื่องจากรู้สึกสงสารคนป่วยที่ต้องมานั่งทรมานร่างกายตัวเองด้วยการ 88


ดมฝุน่ ละอองและควันพิษจากไอเสียรถยนต์เป็นเวลานานจนไอแห้งๆ ออกมา หลายครั้งแล้ว “พ่อว่าเรากลับบ้านกันก่อนดีมยั้ เผือ่ บางทีวญ ิ ญ์อาจจะกลับไปรอเรา อยูท่ บี่ า้ นแล้วก็ได้ แล้วถ้าวิญญ์ยงั ไม่มาจริงๆ เดีย๋ วเย็นๆ พ่อจะขับรถออกมา ดูอีกรอบนะ” สีรุ้งพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะพิงศีรษะกับเบาะด้วยท่าทางอ่อนระโหย ปวดตุบๆ ในหัวเหมือนกำ�ลังจะระเบิด อาการปวดท้องน้อยซึง่ ทุเลาไปเมือ่ วาน ก็ยอ้ นกลับมาเล่นงานจนแทบทนไม่ไหว กัดริมฝีปากจนห้อเลือดเพือ่ ข่มความ เจ็บปวด ยกมือเรียวขึน้ ปาดน้ำ�ใสๆ เอ่อคลอดวงตาออกอย่างรวดเร็ว เมือ่ คิดถึง คำ�สอนของแม่ที่พร่ำ�บอกให้เธอเข้มแข็งและอดทน แต่วันนี้เธอรู้สึกอ่อนล้าและอยากร้องไห้เหลือเกิน...แม่ขา...สีรุ้ง ทนไม่ไหวแล้ว... และเมือ่ ทำ�นบแห่งความอดทนพังลง แอ่งน้ำ�ตาทีถ่ กู กักเก็บไว้มานาน ก็ทะลักทลายออกมาจากหัวใจอันอ่อนไหวและสับสน อาการสัน่ สะท้านของไหล่บอบบาง และเสียงร้องไห้โฮๆ จากคนตัวเล็ก ทีก่ �ำ ลังนัง่ ตัวงอและยกสองมือน้อยๆ ขึน้ ปิดดวงหน้าเปียกชุม่ น้�ำ ตา ทำ�ให้คนขับรถ ต้องหันมามองอย่างตกใจก่อนจะถามด้วยน้ำ �เสียงร้อนรน และเมือ่ ถูกถามถี่ กระชั้นมากขึ้นเท่าไหร่คนเจ้าน้ำ�ตาก็ปล่อยโฮออกมาเสียงดังมากขึ้นเท่านั้น การส่ายหน้าไม่ยอมตอบคำ�ถามใดๆ และอาการร้องไห้สะอึกสะอืน้ จน แทบหายใจไม่ทนั บีบคัน้ หัวใจคนเป็นพ่อจนปวดร้าวตามไปด้วย วิสทุ ธิเ์ หยียบ คันเร่งอย่างร้อนใจ เมือ่ หมดปัญญาจะปลอบลูกสาวให้หยุดร้องไห้ได้ คงเหลือเพียง วิธีเดียวคือต้องรีบพาลูกสาวกลับไปหาอ้อมอกอันอบอุ่นของแม่ให้เร็วที่สุด เท่านั้น

89


ตอนที่ 9

เงาอดีต แสงสุดท้ายของวันกำ�ลังจะเลือนหายไป เหลือเพียงลำ�แสงสีสม้ แดงรำ�ไร ทีป่ ลายฟ้า อากาศเริม่ ร้อนอบอ้าว เมฆฝนดำ�ทะมึนกำ�ลังก่อตัว เมือ่ ไม่มสี ายลม อ่อนเอือ่ ยพัดผ่าน เหล่าต้นไม้จงึ ยืนทิง้ ใบไม่ไหวติง ส่งให้บรรยากาศภายในรถเก๋ง คันหรูพลอยดูเงียบสงัด เต็มไปด้วยความกดดันจนเด็กหนุม่ ซึง่ กำ�ลังทอดสายตา ออกไปนอกรถต้องผ่อนลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงเพือ่ ระบายความรูส้ กึ อึดอัดภายในใจ “ตอนนีค้ งถึงเวลาแล้วทีว่ ญ ิ ญ์ควรจะได้รวู้ า่ ทำ�ไมคุณตาถึงโกรธแล้วก็ ไม่ยอมยกโทษให้พ่อของวิญญ์...” พรพรรณจ้องหน้าหลานชายด้วยแววตา บ่งบอกถึงความสงสารจับใจขณะถ่ายทอดเรื่องราวความบาดหมางในอดีต ที่วิญญ์ไม่เคยรับรู้มาก่อน จุดเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมดเกิดจากพี่สาวของเธอซึ่งแอบรักวิสุทธิ์ มานานจนถึงขัน้ ปล่อยกายปล่อยใจมีความสัมพันธ์ลกึ ซึง้ วิสทุ ธิใ์ นยามมึนเมา ทัง้ ๆ ทีร่ อู้ ยูแ่ ก่ใจว่าเขาหลงรักนับเดือนซึง่ เป็นเพือ่ นรักมานานแล้ว ชีวติ คูอ่ นั ง่อนแง่นท่ามกลางความหวาดระแวงว่าวิสุทธิ์ยังตัดใจจากนับเดือนไม่ได้ อีกทั้งปัญหาความไม่ลงรอยกันระหว่างพ่อตากับลูกเขยที่มีมาก่อน หน้านีน้ านแล้ว จากความขัดแย้งในเรือ่ งเล็กๆ น้อยๆ ได้บานปลายเป็นการ ทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างรุนแรงไม่เว้นแต่ละวัน สร้างความกดดันให้กับ คนกลางที่ต้องคอยไกล่เกลี่ยปัญหาระหว่างพ่อกับสามี 90


และด้วยความมุทะลุ เอาแต่ใจตัวเองพีเ่ ขยทีผ่ ลุนผลันออกจากบ้านไป ขณะฝนกำ�ลังตกหนัก หลังจากมีปากเสียงกับบิดาของเธออย่างรุนแรงจนถึงขัน้ ประกาศตัดความสัมพันธ์กนั พีส่ าวของเธอจึงขับรถออกจากบ้านอย่างขาดสติ เพื่อไปตามหาสามีโดยมี ‘ตะวัน’ เพื่อนสนิทนั่งเป็นเพื่อนไปด้วย ก่อนจะ ประสบอุบตั เิ หตุประสานงากับรถบรรทุกจนเสียชีวติ ทันทีพร้อมกันทัง้ สองคน “ขอบคุณน้าพรรณมากนะครับทีเ่ ล่าเรือ่ งนีใ้ ห้ฟงั ผมขอตัวเข้าบ้านก่อน นะครับ” วิญญ์ตัดบทด้วยน้ำ�เสียงราบเรียบก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ “อ้อ...วิญญ์จะ๊ คุณตามีของขวัญทีว่ ญ ิ ญ์เรียนจบด้วยนะ ห้ามปฏิเสธ ไม่อย่างนัน้ คุณตาจะเสียใจมาก” มือเรียวเอือ้ มไปหยิบของขวัญมาส่งให้ พลาง จ้องมองดวงหน้าคมคายที่มีเค้าหน้างดงามของพี่สาวอีกครั้ง ภายใต้ใบหน้า ที่ดูเฉยเมยไร้อารมณ์ ดวงตาคมกลับเปล่งประกายล้ำ � ลึกจนเธอคาดเดา ไม่ถูกว่าหลานชายกำ�ลังคิดอะไรอยู่ “ฝากขอบคุณคุณตาด้วยนะครับ...” วิญญ์รบั ซองเอกสารสีน้ำ �ตาลมา ถือไว้อย่างจำ�ใจเนื่องจากถูกคนเป็นน้าดักคอไว้แล้ว “รับปากน้าได้มยั้ ว่าวิญญ์จะไปเยีย่ มคุณตาบ่อยๆ คุณตาจะได้มกี �ำ ลังใจ แล้วก็หายป่วยเร็วขึน้ ” บอกด้วยน้ำ�เสียงและแววตาขอร้องแกมบังคับ เพราะรูส้ กึ สังหรณ์ใจว่าจะไม่ได้เจอหน้าหลานชายอีกนาน “ครับ...แล้วผมจะไปเยี่ยมท่านอีกครับ” เด็กหนุม่ ก้าวลงจากรถก่อนจะยืนมองรถเก๋งสีด�ำ คันหรูคอ่ ยๆ แล่นห่าง ออกไปจนลับตา ยกมือขึน้ ผลักประตูรวั้ เบาๆ แล้วก็แปลกใจเล็กน้อยทีป่ ระตู ไม่ได้ล็อค มีคนอยูใ่ นบ้าน แต่ท�ำ ไมบ้านถึงเงียบแล้วก็ไม่มแี สงไฟเลย…ถามตัวเอง ก่อนจะเดินดุม่ ๆ ไปตามทางซึง่ ปูดว้ ยอิฐสีแดงก้อนเล็กและมีดอกเข็มขาวปลูกไว้ เป็นแนวไปตลอดสองข้างทางจนถึงเรือนใหญ่ ร่างสูงชะงักเท้าทีก่ �ำ ลังก้าวเมือ่ ได้กลิ่นหอมของดอกไม้ไทยที่ไม่รู้จักชื่อรวยรินมาเข้าจมูก ดอกอะไรนะกลิน่ หอมอ่อนละมุนคล้ายกับกลิน่ แป้งเด็กทีส่ รี งุ้ ชอบใช้... 91


ใบหน้าเคร่งขรึมผ่อนคลายลงโดยไม่รู้ตัวเมื่อคิดถึงดวงตากลมใสกับรอยยิ้ม ของคนตัวเล็กเวลาหัวเราะเยาะที่เขาไม่เคยจำ�ชื่อดอกไม้พวกนี้ได้ วิญญ์สูด กลิ่นหอมเข้าปอดอีกครั้งก่อนจะก้าวยาวๆ เพื่อจะไปขึ้นเรือนแต่แล้วก็ต้อง หยุดชะงักเมื่อมีเสียงห้าวดังมาจากเงาตะคุ่มในศาลาริมบึง “ทำ�ไมถึงกลับมามืดค่ำ�เอาป่านนี้ แล้วเมื่อกี้ใครมาส่งเหรอวิญญ์...” ความเงียบทีน่ า่ อึดอัดเกิดขึน้ อีกครัง้ ในหัวใจของวิญญ์ น้ำ�เสียงทุม้ ต่ำ� ของคนเป็นพ่อแฝงไว้ดว้ ยอารมณ์ขนุ่ มัวและการคาดคัน้ เอาคำ�ตอบ...ลูกทีไ่ ม่ได้ เกิดมาจากความรัก...ลูกทีเ่ กิดจากความไม่ตงั้ ใจ...ประโยคสองประโยควิง่ วน อยูใ่ นโสตประสาท สลัดเท่าไหร่กไ็ ม่ยอมหลุดออกไปจากความทรงจำ� น้ำ�เสียง และแววตาของน้าสาวเป็นเหมือนเหล็กร้อนประทับตราให้ความน้อยเนื้อ ต่ำ�ใจฝังลึกจนยากจะลบเลือน “วิญญ์...พ่อถามทำ�ไมไม่ตอบ หายไปไหนมา แล้วเมื่อกี้ใครมาส่ง” เมือ่ เห็นว่าร่างสูงเพรียวยังคงยืนนิง่ อยูก่ บั ที่ ร่างสูงใหญ่และบึกบึนกว่า จึงขยับออกมาจากศาลาไม้ไผ่ แสงสุดท้ายของวันสาดส่องใบหน้าเข้มครึ้ม เผยให้เห็นประกายหมองหม่นในดวงตาสีนิล ริมฝีปากหนาหยักผ่อนลม หายใจเข้าออกจนทรวงอกสะท้อน ความโกรธเหมือนกองไฟได้เชื้อปะทุขึ้น อีกครัง้ เมือ่ เห็นใบหน้าเฉยชาไร้ความรูส้ กึ จนดูคล้ายร่างทีป่ ราศจากวิญญาณ ของลูกชาย “ไปเยีย่ มคุณตาทีโ่ รงพยาบาลครับ น้าพรรณก็เลยขับรถมาส่ง” วิญญ์ ตอบเสียงราบเรียบแต่ในดวงตาคมกลับมีประกายร้าวลึกจนคนถูกมองรู้สึก หนาวยะเยือกในหัวใจ “ลงจากดอยแล้วทำ�ไมไม่โทรมาบอก รูม้ ยั้ ว่าสีรงุ้ ไปรอเราทีค่ วิ รถทัง้ วัน ทั้งๆ ที่กำ�ลังไม่สบายมาก ทำ�อะไรทำ�ไมไม่คิดถึงใจคนอื่นบ้าง...” น้ำ�เสียงดุดนั เชิงตำ�หนิท�ำ ให้ชายหนุม่ หันกลับมาจ้องหน้าคนทีท่ �ำ ให้เขา ผิดหวังมาตลอด สายใยเส้นบางๆ ซึ่งร้อยรัดความสัมพันธ์ได้ขาดสะบั้นลง วิญญ์จึงโต้กลับทันควันอย่างไม่เกรงใจผู้เป็นพ่อ 92


“แล้วพ่อล่ะครับ พ่อทำ�อะไรเคยคิดถึงใจผมบ้างหรือเปล่า พ่อจะแต่งงาน กับแม่เดือนทัง้ ๆ ทีพ่ อ่ บอกผมตลอดเวลาว่าพ่อกับแม่เดือนเป็นแค่เพือ่ นกัน... พ่อจะให้ผมมาทำ�งานที่เชียงใหม่ทั้งๆ ที่พ่อไม่เคยรู้ว่าความฝันของผมคือ อะไร...” วิสุทธิ์อึ้งไปอึดใจ คิดไม่ถึงว่าวิญญ์จะได้ยินเรื่องที่เขาคุยกับนับเดือน ในคืนนั้น น้ำ�เสียงแดกดันของลูกชายทำ�ให้เขาต้องรีบอธิบาย “วิญญ์ฟังพ่อ ก่อนนะ เรื่องทั้งหมดไม่ได้เป็นอย่างที่วิญญ์คิดเลย” “แล้วพ่อก็ยงั คิดจะจับคูใ่ ห้ผมกับสีรงุ้ เป็นแฟนกัน ทัง้ ๆ ทีพ่ อ่ ไม่เคยถาม ว่ า ผมรั กสี รุ้ ง หรือเปล่า...” วิญ ญ์พูด พลางยกมื อ ขึ้ นเสยผมด้ ว ยท่ า ทาง หงุดหงิด “ทีพ่ อ่ พูดไปแบบนัน้ ก็เพราะหวังดี พ่ออยากให้วญ ิ ญ์รใู้ จตัวเองว่าวิญญ์ รักใคร วิญญ์จะได้ไม่ต้องเสียใจเหมือนพ่อ...” “เก็บความหวังดีของพ่อไว้เถอะครับ ผมโตแล้ว ผมคิดเองได้ว่าชีวิต ของผมต้องการอะไร พ่ออย่าใช้ความเป็นพ่อมากำ�หนดทางเดินให้ผมดีกว่า... ผมไม่ต้องการ!” วิสทุ ธิก์ ล้ำ�กลืนก้อนแข็งๆ ทีแ่ ล่นขึน้ มาจุกแน่นในลำ�คอลงไปในอก ก่อนจะ กล่าวด้วยน้ำ�เสียงและแววตาทีห่ ม่นสลัวเช่นเดียวกับท้องฟ้ายามเย็น “แต่ทพ่ี อ่ ทำ�ไปทุกอย่างก็เพื่อวิญญ์นะ...” “แน่ใจเหรอครับ...ว่าพ่อทำ�ทุกอย่างเพือ่ ผม พ่อไม่ตอ้ งฝืนใจแสดงละคร ก็ได้ครับ น้าพรรณเล่าความจริงให้ผมฟังหมดแล้ว พ่อไม่เคยรักแม่และพ่อก็ไม่เคย ต้องการผม ทุกอย่างทีพ่ อ่ ทำ�ก็เพือ่ ความสุขของตัวเองทัง้ นัน้ ถ้าพ่อแคร์ความ รูส้ กึ ของแม่สกั นิดแม่กค็ งไม่ตอ้ งตาย แล้วพ่อยังจะแต่งงานกับแม่เดือนทีเ่ ป็น เพือ่ นรักของแม่อกี พ่อกับแม่เดือนไม่รสู้ กึ ผิดไม่รสู้ กึ ละอายใจต่อวิญญาณของแม่ บ้างเหรอครับ...” วิสทุ ธิจ์ อ้ งหน้าลูกชายด้วยสายตารวดร้าวยิง่ กว่า น้ำ�เสียงเหน็บแนม และสีหน้ายียวนกวนประสาททำ�ให้เขาระงับความโกรธไว้ไม่อยู่ น้ำ�เสียงทีเ่ ปล่ง 93


ออกไปจึงห้วนจัดจนเกือบเป็นตะคอก “อย่าพูดถึงแม่เดือนแบบนั้นนะวิญญ์ พ่อไม่ชอบ!” วิญญ์ยมิ้ หยันเมือ่ น้ำ�เสียงดุดนั ดังขึน้ สีหน้าเจ็บปวดของคนพ่อทำ�ให้ เขารู้สึกสะใจ แต่เท่านี้มันยังไม่พอและยังไม่สาสมกับเรื่องเลวร้ายที่พ่อเคย ทำ�ไว้กับแม่ “ทำ�ไมผมจะพูดไม่ได้ในเมือ่ มันเป็นความจริง พ่อกับแม่เดือนนัน่ แหละ ที่เป็นคนทำ�ให้แม่ต้องตาย” เพี๊ยะ!...เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังขึ้นเพื่อเรียกสติและหยุดยั้งไม่ให้ ลูกชายกล่าวคำ�พูดทีเ่ ป็นเหมือนการลบหลูเ่ กียรติของผูห้ ญิงซึง่ เปรียบเสมือน แม่คนสองของตนเอง วิสทุ ธิจ์ อ้ งหน้าลูกชายก่อนจะกล่าวด้วยน้�ำ เสียงสัน่ เครือ บ่งบอกความผิดหวังอย่างสุดซึ้ง “วิญญ์รตู้ วั หรือเปล่าว่ากำ�ลังพูดอะไรออกมา ถ้าแม่เดือนมาได้ยนิ เข้า จะเสียใจแค่ไหน วิญญ์กร็ วู้ า่ แม่เดือนรักวิญญ์มาก แล้วทำ�ไมวิญญ์ถงึ ว่าแม่เดือน แบบนี้...” ริว้ แส้ของความรูส้ กึ ผิดโบยตีหวั ใจจนแตกยับและแหว่งวิน่ เป็นเศษเสีย้ ว วิญญ์ยกมือขึ้นกุมแก้มซึ่งชาไปทั้งแถบ เมื่อสติเริ่มกลับมาเขาจึงสำ�นึกได้ว่า คนที่เขากำ�ลังโกรธและเกลียดคือพ่อ...ไม่ใช่แม่เดือน! “เอาล่ะ ถ้าวิญญ์คดิ ว่าตัวเองโตแล้ว...พ่อก็จะไม่บงั คับฝืนใจอะไรวิญญ์ ทัง้ นัน้ ต่อไปนีเ้ ราไม่ตอ้ งยุง่ เกีย่ วกัน วิญญ์อยากจะอยูท่ ไี่ หน อยากจะทำ�อะไร ก็ตามสบายเลย พ่อสัญญาว่าพ่อจะไม่ยุ่งกับชีวิตของวิญญ์อีกต่อไปแล้ว...” เหมือนถูกมือยักษ์ผลักลงสู่ก้นเหวลึกของความผิดหวังและความ เสียใจ วิญญ์เดินดุม่ ก้าวขึน้ บันไดบ้านและมุง่ ตรงไปยังห้องส่วนตัวด้วยสีหน้าที่ ปวดร้าวและสับสน ชายหนุม่ เปิดประตูหอ้ งช้าๆ กลิน่ อับของห้องซึง่ ถูกปิดไว้ หลายวันโชยมาเข้าจมูก ร่างสูงออกแรงผลักบานหน้าต่างหนาหนักให้เปิด กว้าง ดวงตาแดงก่ำ�ชื้นน้ำ�ตาเหม่อมองออกไปเบื้องหน้า ดวงอาทิตย์ลับลา ขอบฟ้าไปแล้ว ความมืดมนของรัตติกาลกำ�ลังจะเข้ามาแทนที่ ความมืดสลัว 94


และบรรยากาศขมุ ก ขมั ว ทำ � ให้ รู้ สึ ก หดหู่ แ ละอยากจะหนี ไ ปให้ พ้ น จาก ความรู้สึกกดดันนี้ เสียงปีบ๊ ๆ เตือนว่ามีขอ้ ความเข้ามาดังจากโทรศัพท์เครือ่ งจิว๋ ปลุกให้ ต้องตืน่ จากภวังค์ความคิด มือหนาหยิบโทรศัพท์ทลี่ มื ทิง้ ไว้บนหัวเตียงมากด อ่านข้อความ ตลอดสามวันทีผ่ า่ นมามีสายทีไ่ ม่ได้รบั เบอร์เดียวยีส่ บิ กว่าสาย และข้อความสุดท้ายที่เพิ่งได้รับในขณะนี้ ทำ�ให้คิ้วเข้มต้องขมวดมุ่นอย่าง ครุ่นคิด “โทรกลับด้วยนะ...ตอนนีเ้ ค้าอยูท่ โ่ี รงพยาบาล...คิดถึงวิญญ์ทส่ี ดุ ...ดรีม” “สีรงุ้ เป็นอะไรเหรอคะพีเ่ ดือน แล้วหมอบอกว่าต้องนอนโรงพยาบาล กี่วันคะ...” นับเดือนยิ้มต้อนรับหญิงสาวผมสั้นซึ่งกำ�ลังเปิดประตูเข้ามาด้วย สีหน้าร้อนรน ร่างบางรีบขยับตัวลุกขึน้ พลางเชือ้ เชิญให้คนอ่อนวัยกว่านัง่ ลง บนเก้าอีข้ า้ งเตียงคนไข้ มือเรียวเอือ้ มไปรับถุงขนมนมเนยพะรุงพะรังมาถือไว้ ก่อนจะตอบด้วยน้ำ�เสียงหวานใสไร้ร่องรอยความกังวลใจ “ไข้ทบั ระดูนะ่ จ้ะ ร่างกายกำ�ลังอ่อนแอ พอมีไข้แทรกอาการปวดท้อง ก็เลยหนักหน่อย...” กุลวีรถ์ อนใจยาวด้วยความโล่งใจเมือ่ รูว้ า่ สีรงุ้ ไม่ได้เป็นอะไรมากอย่าง ทีเ่ ธอห่วง ดวงตาคมเฉีย่ วเหลือบมองกระปุกน้ำ�เกลือซึง่ แขวนอยูเ่ หนือศีรษะ ก่อนจะทอดสายตาไปยังร่างบอบบางบนเตียง ดวงหน้าเนียนดูซีดเผือดเมื่อ ถูกล้อมกรอบด้วยเรือนผมยาวสีด�ำ สนิทตัดกับปลอกหมอนลายดอกไม้สชี มพู จางๆ ชุดคนไข้สีฟ้าอ่อนขับให้ร่างเล็กดูอ่อนเยาว์และอ่อนแอมากกว่าเดิม ความห่วงใยท่วมท้นใจเมื่อได้รับรู้ข่าวจากวิสุทธิ์ซึ่งถูกไล่ให้กลับไป เฝ้าบ้านว่าสีรงุ้ ไม่สบายมาก เธอจึงรีบบึง่ รถมาโรงพยาบาล ก่อนจะขึน้ ลิฟต์มา พร้อมกับน้าสาวของวิญญ์โดยบังเอิญ หลังจากทักทายตามประสาคนรูจ้ กั กัน ก็ ทำ � ให้ เ ธอทราบว่ า คุ ณ พรพรรณมาเยี่ ย มคุ ณ ตาอิ น ถาซึ่ ง รั ก ษาตั ว อยู่ ที่ 95


โรงพยาบาลนี้ “หิวมัย้ จ๊ะ พีซ่ อื้ ขนมทีส่ รี งุ้ ชอบมาตัง้ หลายอย่าง น่ากินทัง้ นัน้ เลย...” น้ำ � เสียงนุ่มนวลและมืออุ่นลูบไล้เรือนผมยาวสลวยอย่างอ่อนโยน ความห่วงใยฉายชัดอยู่ในดวงตาซึ่งกำ�ลังจ้องมองลงมาทำ�ให้ใบหน้าขาวซีด เริ่มปรากฏรอยยิ้มน้อยๆ “ขอบคุณมากค่ะพีย่ นุ่ แต่วา่ ไม่นา่ ลำ�บากซือ้ ของมาเยอะแยะแบบนีเ้ ลย พรุง่ นีส้ รี งุ้ ก็กลับบ้าน���ด้แล้วค่ะ” กล่าวขอบคุณเสียงแผ่วพร้อมกับกวาดสายตา ไปรอบๆ ห้องมองหาคนที่หายตัวไปตั้งแต่มาส่งเธอเสร็จแล้ว “แม่ขา...พ่อไปไหนคะ สีรุ้งไม่เห็นพ่อเลย” “แม่ให้กลับไปรอวิญญ์ทบี่ า้ นน่ะจ้ะ เดีย๋ ววิญญ์กลับมาแล้วจะเข้าบ้าน ไม่ได้ เพราะว่าก่อนจะมาโรงพยาบาลพ่อเค้าล็อคกุญแจบ้านหมดเลย” นับเดือนตอบคำ�ถามด้วยน้ำ�เสียงกลัว้ หัวเราะ เมือ่ คิดถึงภาพคนตัวโต ทีเ่ ดินพล่านเหมือนหนูตดิ จัน่ ขณะรอหมอตรวจอาการลูกสาว จนเธอเกิดอาการ วิงเวียนศีรษะแล้วก็ต้องไล่กลับให้ไปรอลูกชายอยู่ที่บ้าน “เอ่อ...พีเ่ ดือนคะ เมือ่ กีย้ นุ่ เจอพีพ่ รรณด้วยค่ะ เห็นว่าคุณตาอินถามา รักษาตัวอยูท่ นี่ ี่ แล้วก็พกั อยูช่ นั้ เดียวกับเราเลยค่ะ...” กุลวีรเ์ อ่ยขึน้ อย่างลังเล ว่าควรจะบอกเรือ่ งนีใ้ ห้สองแม่ลกู รับรูด้ หี รือไม่ เนือ่ งจากเธอพอจะรูเ้ รือ่ งราว ความบาดหมางระหว่างสองครอบครัวนี้จากพี่สาวมาบ้างแล้วพอสมควร นับเดือนมีสหี น้ากังวลใจเมือ่ ได้ทราบข่าวอาการเจ็บป่วยของคนทีเ่ ธอ เคารพรักประดุจบิดา ถึงแม้วา่ ในวันนีค้ วามรูส้ กึ ของอีกฝ่ายอาจจะเปลีย่ นไป แต่สำ�หรับเธอแล้ว พ่ออินถายังคงเป็นพ่อของเพื่อนรักไม่เคยเปลี่ยนแปลง “เหรอจ๊ะ ถ้าอย่างนัน้ พีร่ บกวนยุน่ อยูเ่ ป็นเพือ่ นสีรงุ้ แป๊บนึงนะ พีจ่ ะลงไป ซื้อผลไม้กับขนมไปเยี่ยมพ่ออินถาซักหน่อย สีรุ้งคุยกับพี่ยุ่นไปก่อนนะลูก แม่ไปไม่นานหรอกจ้ะ” กุลวีร์ยิ้มกว้าง รับปากด้วยความยินดี หญิงสาวลุกขึ้นไปปรับระดับ หัวเตียงให้สงู ขึน้ เมือ่ เห็นคนป่วยทำ�ท่าว่าจะขยับตัวลุกขึน้ นัง่ ก่อนจะเอือ้ มมือ 96


ไปหยิบแก้วน้ำ�ซึง่ วางอยูบ่ นโต๊ะเล็กข้างเตียงมาดืม่ แต่สายน้ำ�เกลือระโยงระยาง บนหลังมือทำ�ให้เคลื่อนไหวไม่ค่อยสะดวกมากนัก “หิวน้ำ�ทำ�ไมไม่บอกล่ะ เดีย๋ วพีห่ ยิบให้กไ็ ด้” หญิงสาวกุลีกุจอรินน้ำ� จากเหยือกลงในแก้วมาส่งให้ “พี่ยุ่นดูแลคนป่วยเก่งแบบนี้น่าจะเป็นนางพยาบาลมากกว่าวิศวกร นะคะ” คนป่วยขี้เกรงใจบอกด้วยน้ำ�เสียงล้อเลียน “จริงๆ พีเ่ กือบจะเรียนคณะพยาบาลแล้วล่ะ ถ้าพีย่ ม้ิ ไม่หา้ มไว้ซะก่อน...” “ทำ�ไมพีย่ มิ้ ต้องห้ามด้วยละคะ...” สีรงุ้ ถามพลางยกแก้วน้ำ�ขึน้ จิบช้าๆ “พี่ยิ้มแกกลัวพี่ทำ�คนไข้ช็อคตายน่ะ โดยเฉพาะพวกคนไข้ผู้ชายหัวงู ทั้งหลาย ขืนมาทำ�ชีกอกับพี่นะ รับรองว่าได้ไปนอนอยู่ในห้องดับจิตแน่ๆ” กุลวีร์ตอบด้วยน้ำ�เสียงและแววตาเอาจริงเอาจัง จนคนป่วยหัวเราะชอบใจ “ไม่จริงหรอกค่ะ พีย่ นุ่ ทัง้ สวยทัง้ ใจดี เหมาะจะเป็นนางพยาบาลมากๆ เลย” สีรุ้งแย้งด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “พีเ่ ป็นพยาบาลไม่ได้หรอกค่ะ แล้วสีรงุ้ ล่ะ แน่ใจแล้วเหรอว่าจะเรียนนิติ พีว่ า่ เปลีย่ นใจมาเรียนพยาบาลดีกว่ามัย้ ...” คนเป็นพีพ่ ดู พลางยกมือขึน้ ยีศรี ษะ คนตัวเล็กด้วยความเอ็นดู “สีรุ้งไม่เปลี่ยนใจหรอกค่ะ สีรุ้งอยากช่วยแม่...” น้ำ � เสี ย งที่ ห นั ก แน่ น และประกายตาที่ มุ่ ง มั่ น ของสี รุ้ ง ทำ � ให้ กุ ล วี ร์ มีสีหน้างุนงงเล็กน้อย “ช่วงนีแ้ ม่เครียดมากเลยค่ะ เรือ่ งทีช่ าวบ้านถูกจับข้อหาบุกรุกป่าสงวน มันไม่ยตุ ธิ รรมเลยนะคะพีย่ นุ่ ชาวบ้านอุตส่าห์ชว่ ยกันรักษาป่าแทบตาย แต่พอ จะถางไร่ปลูกข้าวไว้กินกลับถูกป่าไม้จับไปขังคุก...” สีรุ้งพูดด้วยน้ำ �เสียงเศร้าๆ สองสามวันมานี้แม่ต้องวิ่งรอกดูแลเธอ ที่โรงพยาบาลพร้อมกับจัดเตรียมเอกสารไปประกันตัวชาวบ้านจนแทบไม่มี เวลาพักผ่อน ความรู้สึกอยากจะแบ่งเบาภาระของแม่ผุดพรายขึ้นมาในห้วง สำ�นึก ถึงแม้ว่าแม่จะไม่เคยคาดหวังว่าเธอจะก้าวเดินไปบนเส้นทางของ 97


นักพัฒนา แต่เธอรู้ดีว่าแม่คงจะมีความสุขมากถ้าหากเธอจะเป็นคนสืบทอด อุดมการณ์และสานต่องานช่วยเหลือด้านกฎหมายให้กับคนจนและคนด้อย โอกาสในสังคม “ถ้าสีรงุ้ เรียนกฎหมายคงจะได้ใช้ความรูม้ าช่วยเหลือชาวบ้าน สีรงุ้ อยาก เป็นเอ็นจีโอเหมือนแม่ค่ะพี่ยุ่น...” “พี่ดีใจแล้วก็ภูมิใจแทนแม่เรามากๆ เลยนะ ที่มีลูกสาวน่ารักแล้วก็ เข้าใจการทำ�งานของแม่แบบนี้” กุลวีรก์ ล่าวชืน่ ชมในความคิดของสาวน้อยแก้มป่องอย่างจริงใจ ถึงแม้ ว่าเธอจะไม่ได้ท�ำ งานเพือ่ สังคมเช่นเดียวกับพีส่ าวและพีเ่ ขย แต่เธอก็เข้าใจดี ว่าคนทำ�งานกลุ่มนี้ต้องเสียสละอย่างมาก ท่ามกลางแรงเสียดทานจาก ครอบครัวและกระแสสังคมที่ยังไม่ค่อยยอมรับในวิธีการทำ�งานซึ่งดูเหมือน เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลและหน่วยงานราชการในพื้นที่ จนบางครั้งก็ดูเหมือน เป็นพวกหัวรุนแรงชอบประท้วงและสร้างความวุ่นวายในสังคม เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่นับเดือนจะเดินเข้ามาด้วยใบหน้า มีรอยยิ้มน้อยๆ “ทำ�ไมกลับมาเร็วจังเลยคะแม่...” สีรุ้งเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ ทำ�ไมแม่ถึงใช้เวลาในการเยี่ยมไข้คุณตาอินถาน้อยผิดปกติ “อืม...คุณตากำ�ลังนอนหลับอยูจ่ ะ้ พอดีแม่เจอน้าพรรณทีห่ น้าห้องก็เลย ฝากขนมกับผลไม้ไปให้คุณตาทานแล้วล่ะ...” นับเดือนตอบด้วยน้ำ � เสียง เรียบๆ ดวงตาหม่นแสงเหมือนซุกซ่อนความไม่สบายใจเอาไว้ “น้าพรรณไม่ให้แม่เข้าไปเยีย่ มคุณตาใช่มยั้ คะ...” สีรงุ้ ถามโพล่งขึน้ มา ด้วยน้ำ�เสียงตัดพ้อปนน้อยใจ ก่อนจะใช้สายตาคาดคัน้ ให้ผเู้ ป็นแม่ยอมเฉลย เรือ่ งราวทีเ่ ธอเคยเอ่ยปากถามมานับครัง้ ไม่ถว้ น แต่เธอก็ไม่เคยได้รบั คำ�ตอบ ใดๆ นอกจากแววตาเจ็บปวดบนสีหน้าเรียบเฉยจนเธอต้องเป็นฝ่ายเลิกถาม ไปเอง “ไหนแม่เคยบอกว่าแม่พรเป็นเพือ่ นรักของแม่ไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำ�ไม 98


คุณตากับน้าพรรณถึงเกลียดแม่ แล้วก็เกลียดสีรุ้งด้วย สีรุ้งไม่เข้าใจเลย...” “เอ่อ...พี่ว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่เค้า เอาไว้ถึงเวลาแล้วแม่ ก็คงจะเล่าให้สรี งุ้ ฟังเองน่ะจ้ะ...” กุลวีรบ์ อกคนนัง่ บนเตียงเบาๆ พลางเหลือบ ตาไปมองหน้าคนเป็นพีด่ ว้ ยสีหน้าอึดอัดใจ ผู้เป็นแม่สูดลมหายใจยาวลึก ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ร่างเล็กที่กำ�ลัง ก้มหน้างุดอยูบ่ นเตียง วงแขนอบอุน่ รัง้ ไหล่บอบบางของลูกสาวเข้ามาชิดอก กดคางลงบนศีรษะทุยสวย และลูบผมยาวสลวยช้าๆ อย่างปลอบประโลม “แม่ไม่ได้อยากปิดบังเลยนะลูก แต่แม่เห็นว่าสีรุ้งยังเด็กไม่ควรต้อง มารับรู้เรื่องพวกนี้...” “สีรุ้งไม่ใช่เด็กแล้วค่ะแม่...” สีรุ้งพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำ�เสียงฉุนเฉียว “และสีรุ้งก็มีสิทธิ์จะรู้ว่าทำ�ไมน้าพรรณถึงเกลียดสีรุ้งมากขนาดนี้...” “เอาไว้ให้สีรุ้งหายป่วยก่อนละกันนะ แล้วแม่จะตอบคำ�ถามที่สีรุ้ง อยากรู้ทุกเรื่องเลยจ้ะ...” นับเดือนถอนหายใจยาวลึกอย่างหนักใจแต่กย็ อมรับปากโดยดี เพราะ มันคงจะถึงเวลาแล้วที่สีรุ้งและวิญญ์จะได้รับรู้เรื่องราวในอดีตที่ทำ�ให้สอง ครอบครัวซึ่งเคยสนิทสนมกลมเกลียวกันมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษต้องขุ่นข้อง หมองใจจนมองหน้ากันไม่ติดมาจนถึงทุกวันนี้

99


เป็นกำ�ลังใจให้ วิญญ์ และสีรุ้ง ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านหนังสือชั้นนำ�ทั่วประเทศ



รักแรกแลกรักฉบับอีบุ๊ค