Page 1

Trends of Water and Wastewater Miracle Medicinal Mushroom The Future Remedy The Use of Antioxidant Fullerene for Preventing Skin Aging

Insects: Sustainable Protein Source ATCC: Global Standard to Microbiological Laboratories


Connecting Global Competence

F3

GL

U2

TU

RE4

NE3 TW

O4

03

AL2

Elementary to your success. The world’s largest network of trade fairs for laboratory technology, instrumental analysis and biotechnology features the complete range of products and services for all of your laboratory needs—in industry and research. The scientific highlight is the analytica conference, where the international elite discusses analysis trends in chemistry and the life sciences.

March 29–31, 2017 I.C.E. International Center for Exhibition Hanoi 5th International Trade Fair for Laboratory Technology, Analysis, Biotechnology and Diagnostics www.analyticavietnam.com

B2

New location in 2017: Participate in Hanoi!

RK


Editor’s Note

Prepare for the Changes จากที่รัฐบาลไทยได้ประกาศปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อรองรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงและเติบโตทางด้านเทคโนโลยีในการก้าว เข้าสู่ยุคประเทศไทย 4 .0 ก   ารติดต่อทางการค้าระหว่างประเทศทำ�ได้ง่ายขึ้น แ  ต่การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว อาจเป็นจุดอ่อน ที่อาจ จะส่งผลกระทบทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ดังเช่นในกรณีของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ แม้จะเข้ามาดำ�รงตำ�แหน่งได้ เพียงไม่นาน  แต่ด้วยนโยบายที่มีความไม่แน่นอนสูง มีการใช้เทคโนโลยีประกาศนโยบายอย่างไม่เป็นทางการบ่อยครั้ง  ส่งผลให้ตลาดการเงิน โลกมีการผันผวนเป็นอย่างมาก โดยนโยบายของทรัมป์ที่มีการกีดกันทางการค้า ศาสนา และเชื้อชาติ อาจจะส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศและเสถียรภาพทางการเมือง ทั้งนโยบายสนับสนุนการศึกษาด้านอาชีวะ และการกีดกันแรงงานต่างชาติอาจมีผลกับการนำ� เข้าชิ้นส่วนอุปกรณ์ด้านอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปจากไทย แต่นโยบายยุติการการอุดหนุนการส่งออกผิดที่ กฎหมายของจีนจะส่งผลดีกับไทย การประกาศถอนตัวจาก T   rans-Pacific Partnership (TPP) ของสหรัฐฯ ทำ�ให้จีนขึ้นมามีบทบาทสำ�คัญ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในการผลักดันอาเซียนเข้า   Regional Comprehensive Economic Partnership (RCEP)   อย่างไรก็ตามเพื่อเพิ่ม ความมีเสถียรภาพให้แก่ผป ู้ ระกอบการ และส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศให้มากขึน ้ ไ  ทยควรหันมาจับมือกับจีนและรัสเซียเพือ ่ รองรับความ ไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นจากสหรัฐฯ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังต้องจับตาดูสถานการณ์ทางการเมืองของชาติมหาอำ�นาจว่าจะเป็นไปในทิศทางใดกันต่อไป  และการเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นกับเราเช่นกัน ทั้งรูปแบบการนำ�เสนอเนื้อหาในนิตยสารอินโนแล็บ และกิจกรรมเพื่อช่วยให้การทำ�งานในห้อง ปฏิบัติการของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดทาง www.innolabmagazine.com Thai government has announced economic restructuring to accommodate the change and growth in the technology toward Thailand 4.0 policy.  International trade will be easier but the rapid exchange of information might be a potential vulnerability  to the politics and economy. As in the case of US President Donald Trump, although his tenure has just started, his policies are highly uncertain due to his frequent uses of social media to unofficially announce his policies. The global financial markets are highly volatile as a result. Trump’s policy on the trade barriers based on race, religion and nationality may adversely affect international relations and political instability. The policy to support vocational education and the exclusion of foreign workers may affect the importation of electronic parts, canned and processed seafood products from Thailand. But an end to the policy of illegal export subsidies in China is beneficial to Thailand. The withdrawal from the Trans-Pacific Partnership (TPP) of the US has caused China to emerge as a power player in the Asia-Pacific region in pushing for the Regional Comprehensive Economic Partnership (RCEP). However, to  stabilize  local economy and promote domestic consumption, Thailand should join hands with China and Russia to counteract the uncertainties arising from the US. Nevertheless, Thailand must also keep an eye on the political situation of the powers that be. And there are changes with INNOLAB magazine also which are the lay-out presentation and the exclusive activites that could encourage your lab proficiency. Please keep an eye on www.innolabmagazine.com.

อาภาพรรณ ชัฏไพศาล บรรณาธิการ Apapan Chatpaisarn Editor

PUBLISHER บริษัทมีเดีย แมทเทอร์ จำ�กัด 43/308 หมู่ 1 ถนนจอมทอง แขวงจอมทอง เขตจอมทอง กรุงเทพฯ 10150 MEDIA MATTER Company Limited 43/308 Moo 1, Jomthong Road, Jomthong, Bangkok 10150 Thailand TaxID 0105552007301 T +66 2 878 1025 F +66 2 878 1026 innolab@media-matter.com http://www.media-matter.com

TEAMWORK

Managing Director โสรดา รุกขะวัฒน์ SORADA RUKKHAWAT sr@media-matter.com Editor-in-Chief กรุณา จีนถนอม KARUNA CHINTHANOM kc@media-matter.com Member Relation Manager ศุภวัชร์ สุขมาก SUPAWAT SUKMARK ss@media-matter.com Editor อาภาพรรณ ชัฏไพศาล APAPAN CHATPAISARN editor@media-matter.com Senior Journalist สิทธิพร ชมภูรัตน์ SITTHIPORN CHOMPURAT journalist@media-matter.com Proof Reader เบญจมาศ ศรีสุข BENJAMAS SRISUK innolab@media-matter.com Graphic Designer วนัสนันท์ จีนถนอม WANASANAN CHINTHANOM agency@media-matter.com Advertising Sales Executive เบญญทิพย์ ธนาคำ� BENYATIP THANAKHAM sales@media-matter.com

The publisher endeavors to collect and include complete, correct and current information in INNOLAB but does not warrant that any or all such information is complete, correct or current. The publisher does not assume, and hereby disclaims, and liability to any person or entity for any loss or damage caused by errors or omissions of any kind, whether resulting from negligence, accident or any other cause. INNOLAB does not verify any claims or other information appearing in any of the advertisements contained in the magazine, and cannot take any responsibility for any losses or other damages incurred by readers in reliance on such content.

4

www.innolabmagazine.com


www.foodpackthailand.com

2-5

BITEC BANGKOK THAILAND

MARCH 2017

THE 8TH

INTERNATIONAL

FOOD PROCESSING & PACKAGING EXHIBITION • Food Processing • Drink Technology • Packaging Technology • Hotel & Restaurant Equipment • Confectionery & Bakery Equipment • Food & Beverage

Supported by Organized by

Jan-Feb

5


Table of Content

#9.50 :: Jan-Feb 2017 TABLE OF CONTENT

10

Miracle Medicinal Mushroom: The Future Remedy

14

Water and Wastewater: Trends and Future

Lactose-Free Products from Enzyme Technology

30

Insects: sustainable protein source

Combatting the Sunlight, Genetically

6

www.innolabmagazine.com

36

Mycotoxins are not terrifying, if we eat right.

43

ATCC : Global Standard to Microbiological Laboratories

28

Get Better Results: Pipette Techniques

34

38

Rapid Detection of White Spot Syndrome Virus

WACKER Singapore Technical Center

21

24

The Use of Antioxidant Fullerene for Preventing Skin Aging

18

47

Defatted Rice Bran Powder‌The Novel Natural Exfoliating Scrub for Radiant Skin


ATTRACTIONS

50 The Countdown to PCHi 2017

CONTRIBUTING WRITERS

CATCH UP

54

Thailand LAB INTERNATIONAL 2016

8 FEATURES 58 NEWS 64 EVENT CALENDAR

10

36

28

วิลาวัณย์ พรหมศร Wilawan Promsorn

พรรณรพี เอี่ยมทวีเจริญ Panrapee Iamtaweejaroen

พิชญาสินี โกมลตรี Pitchayasinee Komontree

34

24

43

รศ.ดร. สุรพล นธการกิจกุล Assoc.Prof.Dr. Supapol Natakankitkul

มิโอะ มูระกามิ Mio Murakami

พชร สังข์ทอง Potchara Sungtong

ADVISORY BOARD ปราโมทย์ ธรรมรัตน์ PRAMOTE TAMMARATE ifrpmt@yahoo.com สมคิด รื่นภาควุฒิ SOMKID RUENPARKWOOT somkid-doa@hotmail.com

ADVERTISERS 10 3 65 57 39 8 5 63 15 59 29 65 41 IBC IFC 61 BC 27

Amazing Grace Analytica Vietnam Analytik Jena Far East Representative Office ASEANbeauty Avantor Food Ingredient ASIA Food Pack ASIA Hong Kong Medical Divices and Supplies Fair IKAú Work ASIA Korea Lab Mettler-Toledo (Thailand) Myanmar & Cambodia Lab Expo Ohaus Indochina PCHi China Propak ASIA Sino Pack Thermo Fisher Scientific Vitamin C60

And .... ดร. กิชูร์ เอ็ม พัคนิการ์ Dr. Kishore M Paknikar ซาฮูล ฮามีด Sahul Hameed บวร์กฮาร์ด เบินเดล Burkhard Böndel เกรซ หว่อง Grace Wong

47 ประวิทย์ สันติวัฒนา Pravit Santiwattana พรรณทิพา โกระวิโยธิน PANTIPA KORAVIYOTIN Jan-Feb

7


Feature

CAVACURMIN®

Explorer Semi-Micro Balance

Quanti-Cult Plus™ Escherichia coli ATCC® 8739™

Wacker Chemie AG marion.gruber@wacker.com

OHAUS Indochina Ltd. Wutti.Techakasembundit@ohaus.com

Thermo Fisher Scientific (Thailand) Co., Ltd. potchara.sungtong@thermofisher.com

เคอร์คิวมินและอนุพันธ์ที่ถูกรู้จักในนาม ของเคอร์คิวมินอยด์นั้นเป็นสารออกฤทธิ์ ทางชีวภาพที่ได้จากขมิ้นชัน เคอร์คิวมิน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ดี และมีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ จากการที่ชีวประสิทธิผลของอนุพันธ์ โพลีฟีนอลมีความผันแปรสูง และร่างกาย ดูดซึมเคอร์คิวมินได้ยาก แวคเกอร์จึงได้ พัฒนาการเพิ่มชีวประสิทธิผลของส่วน ผสมเชิงหน้าที่และสร้างสรรค์สูตรเคอร์ คิวมินที่มีชีวประสิทธิผลสูงสุด นั่นก็คือ CAVACURMIN® CAVACURMIN® ในรูปแบบผงสามารถ นำ�ไปใช้เพือ ่ รับประทานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเม็ด แคปซูล ผสมในอาหารแท่ง ให้พลังงาน และเครื่องดื่ม

เครือ ่ งชัง ่ วิเคราะห์ความละเอียดสูง ทศนิยม 5 ตำ�แหน่ง ด้วยคุณสมบัตท ิ อ ี่ อกแบบมาเพือ ่ ตอบสนองต่อการใช้งานที่ซับซ้อน  ชั่งน้ำ�หนักได้สูงสุดถึง 220 กรัม อ่าน ละเอียด 0.01 มิลลิกรัม  ประตูเปิดปิดแบบอัตโนมัติ และมี built in ionizer สำ�หรับลดประจุไฟฟ้าสถิต (เฉพาะ บางรุ่นเท่านั้น)  หน้าจอสีระบบสัมผัสและ มีระบบ AutoCalTM  มี USB สำ�หรับเชือ ่ มต่อกับคอมพิวเตอร์ และ RS232 สำ�หรับ เครื่องพิมพ์ผล

Quanti-Cult Plus™ Escherichia coli ATCC® 8739™ เป็นฟิลม ์ ทีบ ่ รรจุเชือ ้ จุลน ิ ทรีย์ ในหลอดพลาสติกปิดฝา ซึง ่ พร้อมเติมน้�ำ และ ใช้ในกระบวนการควบคุมคุณภาพ ภายในมี จุลน ิ ทรียท ์ ม ี่ จี �ำ นวนจุลน ิ ทรียจ์ �ำ เพาะทีส ่ ามารถ ทำ�การทดสอบซ้�ำ ได้ เชือ ้ มาจากเชือ ้ คุณภาพ สูงทีผ ่ า่ นการพิสจ ู น์ความแท้จากกล้าเชือ ้ เอ ทีซซ ี ี บรรจุในหลอดทีป ่ ลอดภัยพร้อมเติมน้�ำ ก่อนใช้ ในหลอดสามารถถ่ายเชื้อได้ครั้งละ 0.1 มิลลิลิตรถึง 10 ครั้ง (inocula) แต่ละ ครั้งจะมีเชื้อ <100 ซีเอฟยู Quanti-Cult Plus™ สามารถใช้แทนขัน ้ ตอนการเจือจางเชื้อทีละ 10 เท่า ที่ใช้เวลา นานและการเก็บรักษากล้าเชื้อ และลดเวลา ที่ใช้ในกระบวนการจาก 2-3 วัน เหลือเพียง 15 นาที ช่วยประหยัดเวลาและเงิน

Curcumin and its derivatives, commonly known as curcuminoids, are biologically active constituents of the herb curcuma longa or turmeric. Curcumin is a powerful antioxidant: it has been shown to exhibit remarkable joint function anti-inflammatory effects. The bioavailability of diet-derived polyphenols varies greatly and curcumin is known not to be readily absorbed by the body. WACKER developed a solution for increasing the bioavailibilty of functional ingredients and offers one of the highest bioavailable curcumin formulations: CAVACURMIN® As a free-flowing powder, CAVACURMIN® is ideal for use in tablets, capsules, energy bars and beverages. 8

www.innolabmagazine.com

Semi-Micro Analytical Balance designed for sophisticated work in laboratory  Maximum capacity 220 g, Readability 0.01mg  Automatic Draftshield Doors and built-in Ionizer to eliminate static electricity (available in specific model)  Full Color Touchscreen and AutoCalTM function  USB port for computer connected and RS232 for printer connected available for all model.

Quanti-Cult Plus Escherichia coliTM ATCC® 8739TM is supplied as a film of preserved microorganisms on the inside of the cap on a plastic vial ready for rehydration and use in quality control procedures. It provides specific, reproducible numbers of viable microorganisms, derived from authentic, high-quality ATCC cultures, in a safe, ready-to-rehydrate vial. Each vial delivers up to 10 inocula of 0.1mL, each containing <100 CFU (colony forming units). Replace time consuming bench work associated with serial dilutions and stock culture maintenance with Quanti-Cult Plus, and reduce procedure time from 2–3 days to 15 minutes, saving time as well as money.


Jan-Feb

9


ADVERTORIAL

Miracle Medicinal Mushroom: The Future Remedy

Author info วิลาวัณย์ พรหมศร Wilawan Promsorn TCM Doctor, Amazing Grace Health Products Limited Partnership drwan.ag@gmail.com ตามตำ�ราแพทย์จีนโบราณเสินหนงเปิ๋นฉ่าวจิง (神农本草经) ซึ่งเป็นตำ�ราเล่มที่สมบูรณ์ที่สุด และตำ�ราแพทย์เย่าซิ่งลุ่น (药性论) ซึ่งบันทึกเกี่ยวกับการใช้ยาและสมุนไพรเพื่อรักษาโรค ได้ยกย่องเห็ดซางฮวงธรรมชาติ (เห็ดมิชิม่าในภาษาญี่ปุ่น และ เห็ดพิมานในภาษาไทย) เป็นสมุนไพรพันปี

นับตัง้ แต่สมัยราชวงศ์หมิง ตำ�ราแพทย์ แผนจีนโบราณได้มกี ารบันทึกเรือ่ งการนำ�เห็ด ซางฮวงมาใช้รกั ษาโรคอย่างแพร่หลาย การ แพทย์ทางเลือกยุคปัจจุบนั ก็ได้เห็นถึงความ สำ�คัญของฤทธิ์ทางยาที่มีประสิทธิภาพใน เห็ดซางฮวง ตามทฤษฎีการแพทย์แผนจีน เห็ดซางฮวงธรรมชาติมีฤทธิ์หยาง รสชาติ ขมเล็กน้อย ออกฤทธิ์โดยตรงเข้าสู่เส้น ลมปราณตับและไต ช่วยรักษาโรคประจำ� เดือนหรือตกขาวผิดปกติ เลือดคั่งในช่อง ท้อง โรคทีเ่ กีย่ วกับทางเดินปัสสาวะ ภาวะ มีบตุ รยาก หยุดอาการท้องเสีย ช่วยล้างพิษ หยุดอาการเหงื่อออกผิดปกติ รวมถึงปรับ สมดุลของร่างกาย ผิวพรรณให้ผอ่ งใส การ รักษาโรคด้วยการใช้เห็ดซางฮวงธรรมชาติ นับเป็นการปฎิวัติการใช้สมุนไพรเพื่อการ รักษาแบบธรรมชาติบำ�บัด เห็ดซางฮวง เป็นเห็ดที่เติบโตในป่าลึก และต้องมีอายุ มากกว่า 30-40 ปีขึ้นไป จึงจะมีปริมาณ สารสำ�คัญทีม่ ฤี ทธิท์ างยาเพียงพอต่อการนำ� 10

www.innolabmagazine.com

มาใช้รักษาโรค ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เห็ดซาง ฮวงทำ�จากเห็ดที่เพาะเลี้ยงในอาหารเหลว เพาะเลีย้ งบนขอนไม้ และเพาะเลีย้ งบนข้าว ฟ่าง แต่ปริมาณสารสำ�คัญที่พบยังมีน้อย มากไม่เพียงพอต่อการนำ�มาใช้เป็นยา จาก งานวิจัยพบว่าสารเบต้ากลูแคน พันธะ1,3 และ 1,6 ในเห็ดซางฮวงธรรมชาติ ช่วย ปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกันและช่วยกลุ่ม โรคแพ้ภูมิคุ้มกันตนเอง (autoimmune disease) และสารไตรเทอร์พนี อยด์ในเห็ด ชนิดนีม้ ฤี ทธิต์ า้ นอนุมลู อิสระและยับยัง้ การ เจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ในปี 1968 ศูนย์มะเร็งแห่งชาติประเทศ ญี่ปุ่นได้รายงานผลการออกฤทธิ์อันยอด เยีย่ มของเห็ดซางฮวงธรรมชาติสองสายพันธุ์ คือ Phellinus linteus ว่าสามารถยับยั้ง การเพิ่มเซลล์มะเร็งได้สูงถึง 96.7% และ Phellinus igniarius สามารถยับยั้งการ แพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้สงู ถึง 65.8% การใช้เห็ดซางฮวงธรรมชาติจงึ เป็นการรักษา

แบบภูมคิ มุ้ กันบำ�บัด (immunotherapy) ที่ได้ผลดีเยี่ยม ความไม่สมดุลของระบบภูมคิ มุ้ กันเกิด จากภูมิคุ้มกันจำ�เพาะ T-helper1 (Th1) ที่สูงกว่า ภูมิคุ้มกันโดยกำ�เนิด T-helper2 (Th2) เป็นสาเหตุที่จะทำ�ให้เกิดภาวะแก่ ก่อนวัย และเกิดโรคแพ้ภูมิคุ้มกันตนเอง เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ไทรอยด์เป็น พิษ SLE เอดส์ และโรคมะเร็ง ทั้งนี้การมี ระบบภูมิคุ้มกันที่มีประสิทธิภาพต้องเกิด จากความสมดุลของการทำ�งานระหว่าง Th1 และ Th2 เห็ดซางฮวงธรรมชาติอาจถือว่าเป็น สมุนไพรน้องใหม่ส�ำ หรับการแพทย์ทางเลือก แต่จากบันทึกในตำ�ราแพทย์แผนจีนโบราณ ได้มกี ารกล่าวถึงการรักษาโรคด้วยเห็ดชนิด นี้มาเป็นระยะเวลากว่าพันปี มีการศึกษา วิจยั ทางวิทยาศาสตร์ยคุ ปัจจุบนั เรือ่ งฤทธิ์ ทางยาของเห็ดซางฮวงทัง้ ในประเทศญีป่ นุ่ เกาหลี ฮ่องกง และจีน รวมถึงกลุม่ ประเทศ


แถบตะวันตก และยังคงมีงานวิจัยที่ได้รับ การตีพิมพ์ออกมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยหวัง ว่าในอนาคตจะสามารถนำ�เห็ดชนิดนีม้ าใช้ รักษาโรคต่างๆ ได้มากขึ้น

ยาแห่งอนาคต

ความต้องการเห็ดซางฮวงของตลาด

ปั จ จุ บั น ความต้ อ งการเห็ ด ซางฮวง ธรรมชาติมแี นวโน้มทีเ่ พิม่ ขึน้ อย่างต่อเนือ่ ง เพราะหาได้ยากมาก เนื่องด้วยต้องอาศัย ปัจจัยและเงือ่ นไขทางสภาพแวดล้อมในการ เจริญเติบโตตามธรรมชาติอย่างสูง เห็ดซาง ฮวงธรรมชาติที่นำ�มาใช้เป็นยาต้องมีอายุ 30-40 ปีขนึ้ ไปจึงจะมีปริมาณสารสำ�คัญในส ปอร์ทเี่ พียงพอ ทำ�ให้เห็ดซางฮวงธรรมชาติมี มูลค่าสูงและเป็นทีต่ อ้ งการอย่างมาก บริษทั อะเมซซิง เกรซ จำ�กัด นำ�เห็ดซางฮวง ธรรมชาติ 2 สายพันธุ์ Phellinus linteus และ Phellinus igniarius จากทัง้ หมดกว่า 470 สายพันธุ์ ที่มีงานวิจัยมากที่สุดเรื่อง ฤทธิท์ างยามาผลิตเป็นยาและผลิตภัณฑ์เพือ่ สุขภาพ เห็ดซางฮวงธรรมชาติไม่เพียงเป็น ที่ต้องการอย่างสูงในตลาดประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นผู้บุกเบิกเรื่องการวิจัย แต่ ตลาดต่างประเทศ เช่น ยุโรป จีน ฮ่องกง รวมถึงไทยต่างต้องการเห็ดชนิดนีอ้ ย่างมาก เช่นกัน เห็ดซางฮวงธรรมชาติจงึ เปรียบดัง่ สิง่ ล้�ำ ค่าตามสุภาษิตจีนทีว่ า่ “ทองคำ�แห่งป่า” เห็ดซางฮวงธรรมชาติคือความหวัง แห่งอนาคต

เนื่องจากพันธกิจของ อะเมซซิง เกรซ คือการทำ�ให้คนมีคณ ุ ภาพชีวติ ทีด่ ขี นึ้ จึงเป็น ทีม่ าของงานวิจยั ต่างๆ และผลิตภัณฑ์จาก เห็ดซางฮวงธรรมชาติทมี่ คี ณ ุ ภาพ ผลิตตาม มาตรฐานทีไ่ ด้รบั การยอมรับในระดับสากล อะเมซซิง เกรซ ได้รว่ มมือกับศูนย์วจิ ยั เห็ด ฟิลนิ สั ธรรมชาติไทย-เกาหลี (Thai-Korea Natural Phellinus Mushroom Research Center) ในการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณภาพรวมถึงโครงการวิจัยเพาะเลี้ยง เห็ดซางฮวง ด้วยเป้าหมายทีจ่ ะนำ�เห็ดซาง ฮวงจากการเพาะเลีย้ งทีม่ คี ณ ุ ภาพกลับสูป่ า่ เพือ่ คืนความสมดุล และเพือ่ ให้เห็ดซางฮวง เหล่านี้ได้เจริญเติบโตตามธรรมชาติต่อไป

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์เห็ดซางฮวง ธรรมชาติโดย อะเมซซิง เกรซ

ปัจจุบนั คนส่วนใหญ่เริม่ มีความรูค้ วาม เข้าใจมากขึน้ ในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เพือ่ การบำ�รุงสุขภาพ และเพือ่ คุณภาพชีวติ ทีด่ ี อะเมซซิง เกรซ จึงใช้กรรมวิธกี ารผลิตยาที่ ทันสมัยทุกขัน้ ตอน โดยยึดมาตรฐาน “การ ผลิตยาแผนโบราณด้วยหลักเกณฑ์การผลิต ยาแผนปัจจุบนั ” การควบคุมคุณภาพในทุก ขัน้ ตอนการผลิตอย่างเข้มงวดถือเป็นความ สำ�คัญอันดับแรกที่ต้องใส่ใจ ที่อะเมซซิง เกรซ เราจัดจำ�แนกสาย พันธุ์เห็ดซางฮวงธรรมชาติที่มีมากกว่า 470 สายพันธุ์ ซึ่งเราใช้เพียง 2 สายพันธุ์ ที่มีงานวิจัยรับรองมากที่สุดเรื่องฤทธิ์ทาง ยาคือ Phellinus linteus และ Phellinus igniarius เนื่องจากเห็ดซางฮวงธรรมชาติ มีจ�ำ นวนหลายร้อยสายพันธุซ์ งึ่ ถ้ามองด้วย ตาเปล่าจะเห็นว่ามีลกั ษณะทางกายภาพที่ คล้ายคลึงกัน ดังนั้น การจัดจำ�แนกสาย พันธุ์ที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งที่สำ�คัญมาก โดย ผู้เชี่ยวชาญในทีมวิจัยของ อะเมซซิง เกรซ ได้จัดจำ�แนกสายพันธุ์ของเห็ดซางฮวง ธรรมชาติดว้ ยวิธแี ละเครือ่ งมือทีท่ นั สมัย มี ความแม่นยำ�ในการวิเคราะห์และจัดจำ�แนก ดีเอ็นเอได้อย่างถูกต้อง นอกจากนีเ้ รายังมุง่ เน้นด้านการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ วิจยั ทดลอง และกระบวนการผลิต นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์จาก อะเมซซิง เกรซ ต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพด้วย กระบวนการประกันและควบคุมคุณภาพ ตามมาตรฐานสากล ผ่านการตรวจวิเคราะห์ ปริมาณสารสำ�คัญด้วยเครื่อง HPLC โดย กำ�หนดให้มมี าตรฐานที่ ±5% เพือ่ เป็นการ ควบคุมคุณภาพของยาและผลิตภัณฑ์จาก เห็ดซางฮวงธรรมชาติให้มีความสม่ำ�เสมอ รวมถึงส่งไปทดสอบคุณภาพที่ห้องปฏิบัติ การวิจยั สหรัฐอเมริกาทีอ่ งค์การอาหารและ ยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USFDA) รับรอง โดยผลทดสอบยืนยันว่ามีความปลอดภัย

อะเมซซิง เกรซ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2545 โดยมุง่ เน้นเรือ่ งการวิจยั ฤทธิท์ างยาของเห็ด ซางฮวงธรรมชาติ ซึง่ จากผลวิจยั พบว่าเห็ด ชนิดนี้มีคุณสมบัติที่น่าอัศจรรย์ นอกจาก นี้ยังมีงานวิจัยจากทั่วโลกหลายพันฉบับ ได้รายงานถึงฤทธิ์ทางยาของเห็ดซางฮวง ธรรมชาติ ทำ�ให้หลายประเทศยกระดับ การวิจยั ทีน่ �ำ เห็ดชนิดนีม้ าใช้เพือ่ ช่วยผูป้ ว่ ย โรคมะเร็งและโรคทีเ่ กิดจากระบบภูมคิ มุ้ กัน ทำ�งานผิดปกติ ให้เป็นโครงการวิจยั ระดับชาติ ดร. แฟรงค์ ชาญบุญญสิทธิ์ แห่ง อะ เมซซิง เกรซ และ ศ.ดร. แจ โม ซุง แห่ง มหาวิทยาลัยแห่งชาติคังวอน ประเทศ เกาหลี ได้ร่วมก่อตั้งศูนย์วิจัยเห็ดฟิลินัส ธรรมชาติไทย-เกาหลีเพื่อศึกษาคุณสมบัติ ของเห็ดซางฮวง ในตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีทผี่ า่ นมา ได้ท�ำ งานวิจยั อย่างต่อเนือ่ ง พบว่าเห็ดซางฮวงธรรมชาติมีคุณสมบัติที่ อาจช่วยต้านสารอนุมลู อิสระและการอักเสบ ซ่อมแซมดีเอ็นเอและอาจส่งผลให้ความยาว ทีโลเมียร์เพิ่มขึ้น ป้องกันพิษต่อตับและไต ปกป้องระบบประสาท รวมถึงปรับสมดุล ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและมีฤทธิ์ใน การต้านมะเร็ง จากประสบการณ์อันยาวนานกว่า 15 ปี ในการศึกษาวิจัยเห็ดซางฮวงธรรมชาติ ดร. แฟรงค์ ชาญบุญญสิทธิไ์ ด้อทุ ศิ ตนร่วม กับนักวิจัยที่มีชื่อเสียงระดับโลกกว่า 20 ท่านจากสถาบันการศึกษาระดับนานาชาติ ค้นคว้าวิจยั เรือ่ งฤทธิท์ างยาของเห็ดซางฮวง ธรรมชาติ รวมถึงคิดค้นกรรมวิธีการผลิต ให้ทันสมัย เพื่อพัฒนาคุณภาพของยาให้ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันนี้ จำ�นวนผู้ป่วยจากโรคเรื้อรัง ต่างๆ มีแนวโน้มสูงขึ้น เพราะวิทยาการ ทางการแพทย์และยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม ยังไม่สามารถใช้รักษาโรคให้หายขาดได้ เราจึงเชื่อว่าสารสำ�คัญที่ค้นพบในเห็ดซาง ฮวงธรรมชาติอาจช่วยรักษาผู้ป่วยจากโรค เรื้อรังต่างๆ และโรคที่เกิดจากภาวะแพ้ ภูมิคุ้มกันตนเองได้ จากผลงานวิจัยมากกว่าพันฉบับทั่ว โลกเกี่ยวกับฤทธิ์ทางยาของเห็ดซางฮวง ธรรมชาติ ทำ�ให้เรามีความเชื่อมั่นว่าเห็ด ซางฮวงธรรมชาติคือเห็ดมหัศจรรย์ที่เป็น ความหวังของการรักษาโรคในอนาคต  Jan-Feb

11


The two immune cell groups counterbalance each other. If Th1 is elevated. Th2 will be low, and vice-versa.

Immune imbalance caused by Th1 dominance may result in many common autoimmune problems.

This rebalancing or immunomodulation, can reduce symptoms associated with autoimmune disorders.

According to two Chinese books on traditional medicine; Shennong Bencaojing (神农本草经) which is the most complete book and Yaoxing Lun (药性论), natural Sang-Hwang (meshimakobu in Japanese and Pi-Maan in Thai) is named as the millennium herb.

Since the era of Ming dynasty, books of traditional Chinese medicine have noted that Sang-Hwang is widely used in medical remedies. To date, alternative medicine also understands the powerful medicinal benefits of Sang-Hwang. According to the theory of traditional Chinese medicine, natural Sang-Hwang has ‘Yin’ effect. It tastes slightly bitter. It has direct effects on liver and kidney meridians. It cures abnormal menstruation or abnormal vaginal discharge, abdominal hemorrhage, diseases related to the urinary tract, infertility, diarrhea treatment, detoxification, and sweating disorders, improves balance of the body and enhances bright skin. Treatment with natural Sang-Hwang is the revolution of natural herbal treatment. SangHwang grows in the deep forest. Significant therapeutic effect can be obtained from 30-40 years old mushroom. Currently, Sang-Hwang products are made of mushroom cultivated on liquid media, timber, and sorghum. However, cultivated mushroom contains too few active substances to be used as medicine. Research found that 1,3- and 1,6-β-glucan in natural Sang-Hwang 12

www.innolabmagazine.com

(Phellinus linteus) helps balancing the immune system and relieves autoimmune disease. Triterpenoid compounds show antioxidative activities and inhibit growth of cancer cells. In 1968, the National Cancer Center Japan reported excellent activities of two species of SangHwang; Phellinus linteus inhibits up to 96.7% of proliferation of cancer cells, and Phellinus igniarius inhibits spreading of cancer cells by up to 65.8%. Treatment with natural SangHwang immunotherapy provides excellent results. The imbalance of the immune system caused by specific T-helper1 (Th1) is higher than congenital T-helper2 (Th2). It causes premature aging and autoimmune disease such as rheumatoid arthritis, hyperthyroid, systemic lupus erythematosus (SLE), AIDS and cancer. Effective immune system is the result of balanced activity of Th1 and Th2. Natural Sang-Hwang may be regarded as a freshman herb to alternative medicine. However, records in traditional Chinese medicine book show that the mushroom is used as medicine for more than a thousand

years. In scientific research today, medicinal effects of Sang-Hwang are being study in Japan, Korea, Hong Kong and China, as well as the Western countries. Research has been published continuously. It is hoped that in the future the mushroom will be used to treat a wide range of diseases. Market Demand of Sang-Hwang

Nowadays, natural Sang-Hwang demand is increasing because it is rare. It needs many growth factors and specific conditions to grow in nature. Medicinal Sang-Hwang has to be 30-40 year-old mushroom which provides sufficient amount of active substances in its spores. There is high demand for natural Sang-Hwang which contains higher amount of active substances. Amazing Grace Company has brought two species of natural Sang-Hwang; (Phellinus linteus and Phellinus igniarius) from 470 species of the group to produce drugs and healthy products. In addition to high market demand in Korea and Japan, other markets such as Europe, China, Hong Kong, and Thailand also demand this


Dr. Frank Chanboonyasit (middle) and the research team of Thai-Korea Natural Phellinus Research Centre

mushroom. Natural Sang Hwang mushroom is truly invaluable, as the Chinese proverb refers to it as “Gold of the Forest”. Natural Sang-Hwang is the Future Prospect

Amazing Grace’s mission is to enhance quality of life; it then initiated research and quality products of natural Sang-Hwang. Product quality is well recognized among international markets. Amazing Grace in cooperation with the ThaiKorea Natural Phellinus Mushroom Research Center is developing quality products as well as SangHwang cultivation project. The goal is to bring cultivated Sang-Hwang to the forest to restore its balance and grow the mushroom in original habitat. Advantage of Natural Sang-Hwang by Amazing Grace

Nowadays, most people realize and understand products that promote their health and quality of life. Amazing Grace employs advanced production processes under the concept ‘traditional medicine production under today’s manufacturing practice’. Stringent process control is of priority. At Amazing Grace, we have identified more than 470 species of mushroom and used only two species with the best medicinal benefits; Phellinus linteus and

Phellinus igniarius. There are hundreds species of natural Sang-Hwang. Their physical appearances are very similar, correct identification is thus crucial. Experts of Amazing Grace’s research team has identified Sang-Hwang by using advanced methodologies and equipment. DNA identification and analysis is accurate. In addition, we also focus on product quality development, research, and production processes. Moreover, Amazing Grace’s products have to undergo quality assurance and quality control which comply with the international standards. Active substances are analyzed by HPLC. Consistency level of natural Sang-Hwang product is controlled at ±5%. Products were tested at USFDA-certified laboratories in the US to reaffirm the product safety. Future Drug

Amazing Grace, established in 2002, emphasizes on medicinal effects of natural Sang-Hwang. Research found that the mushroom showed miraculous properties. In addition, thousands of published research articles introduced information of medicinal effects of natural SangHwang. In several countries, the mushroom is used in cancer and autoimmune disease treatment. These projects are conducted at the national level. Dr. Frank Charnboonyasit and

Prof. Dr. Jae-Mo Sung from Kangwon National University of South Korea have established Thai-Korea Natural Phellinus Mushroom Research Center to study Sang-Hwang properties. The research is continuously conducted for more than ten years. It was found that natural Sang-Hwang may combat free-radicals and reduces inflammation. It lengthens telomeres, protects liver and kidney against toxics, nervous systems, as well as balances immune systems and prevents cancer. Due to more than fifteen years of research on natural Sang-Hwang, Dr. Frank Charnboonyasit dedicates himself with more than twenty world-renown researchers from international academic institutions to study medicinal effects of natural Sang-Hwang. They also developed modern production processes to improve mushroom’s efficacy. To date, number of patients suffer from chronic disease is increasing, because medicine and antibiotic advancement are not capable to combat with those illnesses. We do believe that active substances we have found in natural Sang-Hwang may have potential to treat some chronic diseases and autoimmune disease. According to thousands published articles from around the world, we believe that Sang-Hwang is the miracle mushroom – the light of the future remedies.  Jan-Feb

13


INDUSTRY MOVEMENT

Water and Wastewater Trends and Future

Author info กองบรรณาธิการ นิตยสารอินโนแล็บ INNOLAB team innolab@media-matter.com

น้�ำ กลายเป็นความท้าทายอันดับแรกๆ ทีส ่ ง ่ ผลกระทบต่อโลกในปัจจุบน ั ผูค ้ นในประเทศกำ�ลังพัฒนาหลายล้านคนไม่สามารถเข้า ถึงน้�ำ ทีส ่ ะอาดและปลอดภัยได้ สภาพอากาศทีร่ น ุ แรง เช่น ความแห้งแล้ง ทำ�ให้เกิดสถานการณ์ทอ ี่ น ั ตราย ในขณะทีร่ ายงานฉบับ ใหม่คาดการณ์ว่า ในปี 2603 ผู้คนมากกว่าหนึ่งพันล้านคนทั่วโลกจะอาศัยอยู่ในเมืองที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำ�ท่วมอย่าง รุนแรงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

จนกระทัง่ ไม่กปี่ ที ผี่ า่ นมา ความท้าทาย และวิธีการแก้ไขที่เกี่ยวข้องกับน้ำ�ยังเป็น ที่สนใจเฉพาะในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญและนัก วิทยาศาสตร์ จนในปัจจุบนั น้�ำ ได้รบั ความ สนใจมากยิง่ ขึน้ จากหน่วยงานรัฐและเอกชน นักการเมือง สมาคม และแม้แต่ประชาชน ทั่วไป และประชาชนที่มีความสนใจ แรงผลักดันของอุตสาหกรรมในการนำ� น้�ำ เสียกลับมาใช้ใหม่มคี วามสำ�คัญเพิม่ ขึน้ กว่า เดิม ยิ่งไปกว่านั้น อุตสาหกรรมต้องเผชิญ หน้ากับข้อกำ�หนดของรัฐและของประเทศ ที่บังคับปริมาณสารปนเปื้อนในน้ำ�เสียเข้ม งวดมากขึ้น ทำ�ให้เทคโนโลยีการบำ�บัดน้ำ� เสียแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว เช่น การ ตกตะกอน การกรอง และการแลกเปลี่ยน อิออน จึงไม่สามารถปฏิบตั ติ ามข้อกำ�หนด ระดับสารปนเปื้อนใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น ต่อไป นี้เป็นเทรนด์ของการจัดการน้ำ�และน้ำ�เสีย ในปัจจุบันและในอนาคต 14

www.innolabmagazine.com

การนำ�น้ำ�กลับมาใช้ใหม่

กลยุทธ์ทจี่ ะช่วยให้โลกสามารถได้ประโยชน์ จากแหล่งน้�ำ มีการพัฒนาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทุกวัน ไม่ว่าจะมีความแห้งแล้งหรือการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศหรือไม่ก็ตาม การ น้ำ�เสียจากชุมชนที่ผ่านการบำ�บัดแล้วเป็น แหล่งทรัพยากรที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ ใน ทวีปอเมริกาเหนือ น้ำ�เสียได้รับการบำ�บัด 75% (วันละ 16 ล้านล้านแกลลอน) แต่ มีไม่ถึง 4% ที่ถูกนำ�มาใช้ใหม่ ซึ่งจำ�เป็น ต้องทำ�ให้ช่องว่างนี้แคบลง น้�ำ ทีผ่ า่ นการรีไซเคิลสามารถตอบสนอง ความต้องการส่วนใหญ่ได้ ตราบใดที่ผ่าน การบำ�บัดอย่างเพียงพอเพื่อรับประกันว่า น้ำ�มีคุณภาพเหมาะสมต่อการใช้ น้ำ�เสีย จากชุมชนที่ผ่านการบำ�บัดส่วนใหญ่จะถูก ปล่อยสูแ่ หล่งรับน้�ำ ของเมือง น้�ำ ทีผ่ า่ นการ รีไซเคิลส่วนใหญ่มักนำ�ใช้เป็นน้ำ�ใช้ (ไม่ใช้ ดื่ม) เช่น การเกษตร งานภูมิทัศน์ สวน

สาธารณะ สนามกอล์ฟ เป็นต้น น้�ำ ใช้อนื่ ๆ รวมทั้งน้ำ�หล่อเย็นโรงไฟฟ้าและโรงกลั่น น้ำ�มัน น้ำ�ใช้ในกระบวนการของโรงงาน เช่น โรงงานผลิตกระดาษ น้ำ�ชักโครก ใช้ ควบคุมฝุน่ การก่อสร้าง ผสมคอนกรีต และ สระน้�ำ แม้วา่ โครงการรีไซเคิลน้�ำ ส่วนใหญ่ พัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการน้ำ�ใช้ โครงการจำ�นวนมากใช้น้ำ�รีไซเคิลเป็นน้ำ� ดื่มโดยอ้อม ได้แก่ การเติมน้ำ�รีไซเคิลลง ในชัน้ ดินเพือ่ เป็นน้�ำ ใต้ดนิ และเพิม่ ปริมาณ น้ำ�ผิวดินในแหล่งน้ำ� และเพื่อป้องกันน้ำ� ทะเลหนุนในแถบชายฝั่ง ที่จริงแล้ว น้ำ�เสียสามารถบำ�บัดให้ มีคุณภาพเหมาะสมสำ�หรับใช้เป็นน้ำ�ดื่ม ได้ ในอดีต นโยบายจะเน้นไปที่คุณภาพ ของน้ำ�หลังบำ�บัดที่ปล่อยออกมา กำ�หนด ปริมาณการปล่อยน้�ำ หลังบำ�บัดเพือ่ ปกป้อง สิ่งแวดล้อม ซึ่งยิ่มเป็นสิ่งสำ�คัญและมี ความจำ�เป็น อย่างไรก็ตาม นโยบายและ


ข้อบังคับต้องพัฒนาให้ทันกับการยอมรับ การหมุนเวียนน้ำ�มาใช้ที่เพิ่มขึ้น และเริ่ม กำ�หนดข้อแนะนำ�การนำ�ไปใช้ ความเป็นกลางทางพลังงาน

เมื่อพิจารณาว่าน้ำ�เสียจากชุมชนที่มี พลังงานสูงกว่าพลังงานที่ต้องใช้ในการ บำ�บัด 2-4 เท่า นวัตกรรมของเทคโนโลยี มีบทบาทที่ขาดไม่ได้ในการหาวิธีลดการ ใช้พลังงานของโรงบำ�บัด ทางเลือกในการ บำ�บัดน้�ำ ทีใ่ ช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำ�ให้มีข้อได้เปรียบ เช่น ระบบ MABR (เครื่องปฏิกรณ์ชีวภาพไบโอฟิล์มเมมเบรน แบบเติมอากาศ) และเครือ่ งย่อยแบบไม่ใช้ อากาศรุ่นใหม่ การย่อยสามารถทำ�ให้เกิด แก๊สชีวภาพและสามารถนำ�ไปใช้ในการผลิต ไฟฟ้า เป็นทางเลือกใหม่ในการสร้างความ ‘เป็นกลาง’ ทางพลังงาน หรือแม้แต่สร้าง ผลต่างของพลังงานที่เป็นบวก ความเป็นกลางทางพลังงานนอกจาก จะสร้างประโยชน์ให้โรงบำ�บัดน้ำ�เสียแห่ง นั้นๆ แล้วยังเกิดประโยชน์ในวงกว้างกว่า นั้น การฟื้นฟูน้ำ�เป็นวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ ทีส่ นับสนุนการนำ�น้�ำ กลับมาใช้ใหม่ทว่ั โลก

และยังผลให้การฟื้นฟูน้ำ�สนับสนุนการขับ เคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ให้คุณค่ากับ น้ำ� ทรัพยากรที่มีการจัดการที่ดีมีความ ยั่งยืนจากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี คุณภาพน้ำ�

น้�ำ เสียจากชุมชนมีองค์ประกอบทีห่ ลาก หลาย ได้แก่ ของแข็งชีวภาพ สารอาหาร และเชื้อก่อโรค ทั้งหมดเป็นองค์ประกอบ ทัว่ ไปทีส่ ามารถบำ�บัดได้ อย่างไรก็ตาม สาร ปนเปือ้ นกลุม่ ใหม่ทที่ า้ ทายความสามารถใน การบำ�บัดของโรงบำ�บัดน้ำ�เสียแบบดั้งเดิม ได้แก่ จุลมลพิษ (micropollutant) จุลมลพิษ มักมาจากแหล่งต่างๆ ได้แก่ ยาตกค้าง ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแล ร่างกาย สารเคมีในครัวเรือน และสารกำ�จัด วัชพืช/สารกำ�จัดแมลง มีมากกว่า 10,000 ชนิด ซึง่ มีคณ ุ สมบัตทิ างเคมีทกี่ ระทบต่อสิง่ แวดล้อมแตกต่างกัน ผลกระทบของปลด ปล่อยสารปนเปื้อนเหล่านี้สู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำ�ให้เกิดผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ ต่อระบบนิเวศทางน้ำ� (ที่สำ�คัญคือปัญหา การสืบพันธุ์ของสัตว์น้ำ�) จะขึ้นกับวิธีการ

บำ�บัดทีใ่ ช้ในโรงบำ�บัดน้�ำ เสีย อย่างไรก็ตาม โรงบำ�บัดจำ�นวนมาก ไม่ได้จัดการสารปน เปื้อนเปล่านี้ได้อย่างเพียงพอ ประเด็นการขจัดจุลมลพิษจากน้ำ�เสีย ได้ รับความสนใจมากขึ้นโดยเฉพาะใน ยุโรป สวิสเซอร์แลนด์และเยอรมนีเป็น ผู้นำ�ของประเทศที่ให้ความสนใจประเด็น นี้ ตัวอย่างเช่น ภูมิภาคต่างๆ ในเยอรมนี ได้ก�ำ หนดค่าเป้าหมายในการขจัดจุลมลพิษ และสนับสนุนทุนเพื่อการวิจัย การศึกษา ความเป็นไปได้ และการปรับปรุงโรงบำ�บัด เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น MBR จากบริษัท จีอี ที่ใช้เทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์เมมเบรน (MBR) ร่วมกับถ่านกัมมันต์แบบผง (PAC) อาจเป็นวิธกี ารทีเ่ รียบง่าย และใช้ตน้ ทุนได้ อย่างมีประสิทธิภาพในการขจัดจุลมลพิษ เทคโนโลยีนยี้ งั สามารถบำ�บัดสารปนเปื้อน ชนิดใหม่อื่นๆ ที่ได้รับความสนใจได้ด้วย การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

ทรัพยากรน้�ำ มีความสำ�คัญต่อทัง้ สังคม และระบบนิเวศ ผู้คนต้องใช้แหล่งน้ำ�ดื่มที่ สะอาดและเชื่อถือได้เพื่อสุขภาพ และต้อง ใช้น้ำ�ในการเกษตร การผลิตพลังงาน การ

NEW!

CBC 5 basic and control

/// Powerful refrigerated and heating circulators

USB / RS 232 for connecting a PC.

CBC control – detachable WiCo (wireless controller).

Connector for external PT100 temperature probe.

CBC control – control accuracy, temperature stability of up to ± 0.01 K.

APPLICATIONS

CBC 5 basic and control

› Ideal for tempering double-walled reaction vessels, reaction systems and autoclaves. › Useful for food, cosmetic, semi-conductors, packaging, environmental testing and polymer industries.

Ident. No. 0004165000 | 0004167000

FOR MORE INFO: WWW.IKA.COM EMAIL: SALES.LAB-ANA@IKA.MY

Jan-Feb

15


ผลิตในอุตสาหกรรม เป็นต้น กิจกรรมเหล่า นีเ้ ป็นแรงกดดันต่อแหล่งน้�ำ ความตึงเครียด นีย้ งิ่ แย่ลงเนือ่ งจากการเปลีย่ นแปลงสภาพ อากาศ ซึง่ ทำ�ให้มคี วามต้องน้�ำ มากขึน้ ใน ขณะที่แหล่งน้ำ�ลดลง ในพื้นที่อื่นๆ การ ขาดน้�ำ จะเป็นปัญหาน้อยกว่าการเกิดน้�ำ ท่า (runoff) น้�ำ ท่วม หรือการเพิม่ ของระดับน้�ำ ทะเล ผลกระทบเหล่านีส้ ามารถลดคุณภาพ ของน้�ำ และทำ�ให้ระบบการส่งจ่ายน้�ำ เสียหาย วัฏจักรของน้�ำ เป็นความสมดุลระหว่าง การควบแน่น การระเหย และขั้นตอน ทัง้ หมด อุณหภูมทิ อี่ นุ่ กว่าจะเพิม่ อัตราการ ระเหยของน้�ำ สูช่ นั้ บรรยากาศ เนือ่ งจากชัน้ บรรยากาศมีความสามารถในการ “อุ้ม”

น้ำ�มากขึ้น การระเหยที่เพิ่มขึ้นอาจทำ�ให้ บางพื้นที่แห้งแล้งและควบแน่นเป็นฝนที่ มากเกินไปในบางพื้นที่ การให้การศึกษาแก่ผู้บริโภค

ตามเอกสารของสหประชาชาติ การ ศึกษามีบทบาทสำ�คัญยิง่ ในการสนับสนุนวิธี การใช้น�้ำ ทีเ่ หมาะสม ดังนัน้ สหประชาชาติ จึงมอบโอกาสในการเรียนรู้ โดยเฉพาะผู้ ที่ขาดโอกาสหรือคนชายขอบ เพื่อรับการ ศึกษาที่เกี่ยวข้องกับน้ำ� ประกอบด้วย วิทยาศาสตร์ การหาน้ำ� สุขลักษณะและ ความสะอาด ซึ่งหมายถึง

การศึกษาเพือ่ สนับสนุนการเปลีย่ น พฤติกรรมและมอบทักษะที่จำ�เป็นในการ เข้าร่วมกระบวนการที่เกี่ยวกับน้ำ�  โรงเรียนและสถานศึกษาในลักษณะ อื่นๆ สนับสนุนความยั่งยืนของน้ำ� โดย สามารถเข้าถึงน้�ำ สะอาดและสาธารณูปโภค ด้านสุขลักษณะ  โครงสร้างด้านการศึกษา นโยบาย และการจัดการทีม่ อบคำ�แนะนำ� การกำ�กับ ดูแล การประสานงาน การตรวจติดตาม และ การประเมินผลเพือ่ รับประกันประสิทธิภาพ ความยัง่ ยืน และการตอบสนองต่อการศึกษา ด้านกระบวนการเกี่ยวกับน้ำ� 

Water has become one of the foremost challenges affecting the world today. In developing countries, millions of people lack access to clean and safe water. Weather extremes such as drought are creating dangerous situations; meanwhile, a new released report predicts that by year 2060, more than a billion people worldwide will live in cities at risk of major flooding as a result of climate change.

Up until just a few years ago, water-related challenges and solutions interested only specialists and scientists. They are now a central concern for many more, including public and private operators, elected officials, associations, and even the general population of involved and concerned citizens. The drive for industry to reclaim and reuse wastewater grows more important. Moreover, industry faces increasingly stringent state and federal requirements regulating contaminant limits for wastewater discharge. As such, conventional industrial wastewater treatment technologies alone - such as precipitation, filtration, and ion exchange - are unable to meet new and emerging discharge limits. These are some trends of water and wastewater management for now and the future. Water Reuse

Water reuse is a strategy that allows the world to take advantage of a water source constantly 16

www.innolabmagazine.com

replenished every day regardless of drought or climate change. Treated municipal wastewater is a virtually untapped resource. In North America, 75% of wastewater is treated (16 trillion gallons of water every day), but less than 4% of that water is reused. It’s a gap that needs to be closed. Recycled water can satisfy most water demands, as long as it is adequately treated to ensure water quality appropriate for the use. The vast majority of treated municipal effluent is discharged into a local receiving stream. Recycled water is most commonly used for nonpotable (not for drinking) purposes, such as agriculture, landscape, public parks, golf course irrigation, etc. Other non-potable applications include cooling water for power plants and oil refineries, industrial process water for facilities such as paper mills, toilet flushing, dust control, construction activities, concrete mixing, and artificial lakes. Although most water recycling projects have been developed

to meet non-potable water demands, a number of projects use recycled water indirectly for potable purposes. These projects include recharging ground water aquifers and augmenting surface water reservoirs with recycled water. In ground water recharge projects, recycled water can be spread or injected into groundwater aquifers to augment groundwater supplies and to prevent saltwater intrusion in coastal areas. In fact, wastewater can be treated to a quality suitable for drinking. Historically, policy has focused on effluent quality, pushing for discharge limits to protect the environment. This is important – and necessary. However, policy and regulation need to catch up with the growing acceptance of water reuse and begin to structure guidance around its implementation. Energy Neutrality

Considering that municipal wastewater contains two to four times more energy within it than it takes


to treat it, innovative technologies are critical to finding new ways to reduce plants’ energy consumption. Energy-efficient treatment options are gaining ground, such as the MABR (membrane aerated biofilm reactors) and advanced anaerobic digesters. Advanced digestion can be used to create biogas and reciprocating gas engines can turn that biogas into electricity, creating a pathway to becoming energy neutral or even energy positive. The benefits of energy neutrality extend beyond the individual wastewater facilities. Water resource recovery is a vision and a strategy that is encouraging greater adoption of water reuse around the world. And as a result, water resource recovery is helping to propel a circular economy where water is a valued, well-managed resource sustained by advances in science and technology. Water Quality

Municipal wastewater contains a diverse array of biological solids, nutrients and pathogens; all very common and treatable. However, a new crop of contaminants are challenging the treatment capabilities of conventional wastewater treatment plants: micropollutants. Micropollutants – commonly originating from sources such as pharmaceutical residues, personal care products, various household chemicals, and biocides/pesticides, these pollutants – are a group of more than 10,000 substances with various chemical properties affecting the environment. The impact of

the contaminants’ release into the environment, where they may cause adverse effects on aquatic ecosystems (reproduction issues in fish, among other things), depends on how they are treated within wastewater treatment plants. Many facilities, however, are not adequately equipped to handle them. There is a growing focus, mainly in Europe, on removing micropollutants from wastewater streams. Switzerland and Germany are two such countries leading the way. Certain regions of Germany, for example, have adopted targets for removal and are providing significant funding for research, feasibility studies and plant upgrades. Advanced technologies like GE’s MBR, which combines membrane bioreactor (MBR) technology with powdered activated carbon (PAC), may be a simplistic, stable and cost-effective process scheme for the removal of micropollutants. This technology is also proving beneficial for the treatment of other contaminants of emerging concern. Climate Change

Water resources are important to both society and ecosystems. People depend on a reliable, clean supply of drinking water to sustain health, and water is also needed for agriculture, energy production, manufacturing, etc. Many of these uses put pressure on water resources, stresses that are likely to be exacerbated by climate change. Climate change is likely to increase water demand, while shrinking water supplies. In

other areas, water shortages will be less of a problem than increases in runoff, flooding, or sea level rise. These effects can reduce the quality of water and damage the infrastructure used to transport and deliver water. The water cycle is a delicate balance of precipitation, evaporation, and all of the steps in between. Warmer temperatures increase the rate of evaporation of water into the atmosphere, in effect increasing the atmosphere’s capacity to “hold” water. Increased evaporation may dry out some areas and fall as excess precipitation on other areas. Consumer Education

According to the United Nations, education plays a critical role in promoting sound water practices. As such, the UN provides opportunities for learners - especially the excluded or marginalized - to receive a water-related education, including science, water-fetching, sanitation and hygiene. This implies that: Learning encourages behavioral changes and provides the skills required for participation in water practices; Schools and other educational environments promote water sustainability, with access to safe water and sanitation facilities; Educational structures, policy and management provide guidance, oversight, coordination, monitoring and evaluation to ensure an effective, sustainable and institutionalized educational response to water practices. 

Article info Daniel Theobald. (2015). 5 Key Trends That Will Shape the Future of Water & Wastewater. Retrieved on February 15, 2017. Website: www.flowcontrolnetwork.com/5-key-trends-that-will-shape-the-future-of-water-wastewater/ Matt Migliore. (2014). Trends in Industrial Wastewater Treatment. Retrieved on February 12, 2017. Website: www.flowcontrolnetwork. com/trends-in-industrial-wastewater-treatment/. Ralph Exton. (2016). Positive Progress: 3 Trends in Wastewater Treatment. Retrieved on February 17, 2017. Website: www.triplepundit. com/2016/07/positive-progress-3-trends-wastewater-treatment/ Jan-Feb

17


LAB VISIT

WACKER Singapore Technical Center

Author info กองบรรณาธิการ นิตยสารอินโนแล็บ INNOLAB team innolab@media-matter.com

แวคเกอร์ เคมี เอจี ได้ขยายขอบเขตการให้บริการในเอเชีย ด้วยการเปิดห้องปฏิบัติการทางอาหารแห่งใหม่อย่างเป็นทางการที่ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีของบริษัทที่ประเทศสิงคโปร์ ศูนย์วิจัยที่มีประสิทธิภาพของภูมิภาคปัจจุบันมีห้องปฏิบัติการแห่งใหม่ที่สร้าง ขึน ้ เพือ ่ วิจย ั ส่วนผสมอาหารนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และการใช้งานกัมเบส ยกตัวอย่างเช่น สำ�หรับขนมหวานปราศจาก ไขมัน สินค้าเบเกอรีปราศจากไข่ ผงกะทิปราศจากเคซีเนต กลิ่นรสเนื้อสำ�หรับมังสวิรัติ และเคอร์คิวมินออกฤทธิ์ทางชีวภาพ สูง ห้องปฏิบัติการแห่งใหม่ทำ�ให้แวคเกอร์สามารถมอบบริการที่ดียิ่งขึ้นแก่ลูกค้าในเอเชีย และยังสามารถสนับสนุนการพัฒนา ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมแบบเฉพาะเพื่อเป็นทางเลือกในตลาดที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว

“เอเชียเป็นตลาดเฉพาะเจาะจงสำ�หรับ อุตสาหกรรมอาหาร และดังนั้นจึงเป็น ตลาดสำ�หรับส่วนผสมอาหารนวัตกรรมและ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของเราเช่นกัน” ดร. เกอร์ฮาร์ด ชมิด ประธานกรรมการ บริษทั แวคเกอร์ ไบโอโซลูชันส์ จำ�กัด กล่าวใน พิธีเปิด “เราตอบสนองความต้องการของ ลูกค้าที่เพิ่มขึ้นด้วยการยกระดับบริการใน ท้องถิ่น ด้วยห้องปฏิบัติการแห่งนี้ซึ่งไม่ เหมือนใครในภูมิภาค จึงสามารถส่งเสริม เราในฐานะพันธมิตรด้านนวัตกรรมสำ�หรับ อุตสาหกรรมอาหาร” แวคเกอร์ ไบโอโซลูชันส์

สำ�หรับกิจกรรมตลาดอาหารของแวค เกอร์ ไบโอโซลูชันส์นั้น แผนกชีววิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพภายใต้กลุ่ม บริษัทแวคเกอร์ให้ความสนใจเบื้องต้น 18

www.innolabmagazine.com

กับส่วนผสมอาหารและผลิตภัณฑ์เสริม อาหาร บริษทั มีหอ้ งปฏิบตั กิ ารทางอาหารใน สหรัฐอเมริกาและเยอรมนีเพือ่ มอบบริการที่ ดีทสี่ ดุ แก่ลกู ค้า ห้องปฏิบตั กิ ารแห่งใหม่ใน สิงคโปร์จะเน้นเรื่องการใช้งานไซโคลเดกซ์ ทริน ซิสเทอีน และไฮดรอกซีไทโรซอลเพือ่ ตอบสนองความต้องการพิเศษของเอเชีย โมเลกุลน้ำ�ตาลไฮดรอกซี่ไทโรซอลรูป วงแหวน ซึ่งแวคเกอร์ใช้วิธีชีววิศวกรรม สกัดออกมาจากวัตถุดิบประเภทพืชอย่าง ข้ า วโพดและมั น ฝรั่ ง สามารถใช้ แ ทน อิมลั ซิไฟเออร์ซงึ่ ได้จากสัตว์อย่างไข่แดงใน มายองเนส ไข่ขาวและไขมันในขนมหวาน และไอซิง่ และโปรตีนนมในผงกะทิส�ำ เร็จรูป ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันสามารถปกป้องส่วน ผสมทีม่ คี วามไวอย่างวิตามินและโคเอนไซม์ จากสิง่ ทีส่ ามารถทำ�อันตรายอย่างออกซิเจน และแสงแดด และยังเพิ่มชีวปริมาณออก

ฤทธิ์ของสารไฮโดรโฟบิกอย่างเคอร์คิวมิน รวมถึงปิดบังรสขมของสารที่ดีต่อสุขภาพ อย่างสารสกัดจากชาเขียว ซิสเทอีนจากการ หมักของแวคเกอร์สามารถใช้เป็นวัตถุดิบ กลิ่นรสเนื้อแบบมังสวิรัติหรือฮาลาล และ ยังสามารถใช้เพื่อช่วยในการผลิตเบเกอรี HTEssence® ซึ่งเป็นไฮดรอกซีไทโรซอล จากธรรมชาติของแวคเกอร์ ถูกนำ�มาใช้ใน อาหารเสริมอย่างแคปซูลชนิดแข็ง ธัญพืช อัดแท่ง และเครื่องดื่ม ไฮดรอกซีไทโรซอล เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ สูงซึ่งกล่าวว่ามีผลในการบำ�บัดโรคเกี่ยว กับความดันโลหิต ระบบภูมิคุ้มกัน และ ระบบหลอดเลือดหัวใจ นอกจากนีย้ งั นำ�มา ใช้ในอาหารเสริมชนิดเม็ด ธัญพืชอัดแท่ง และเครือ่ งดืม่ เรซินแข็งสำ�หรับกัมเบสของ แวคเกอร์ท�ำ ให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์คณุ ภาพ สูงอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพให้แก่


ตลาดหมากฝรัง่ ทีม่ กี ารเติบโตอย่างรวดเร็ว “เรามองเห็นศักยภาพการเติบโตที่ แข็งแกร่งในเรื่องของโซลูชันอาหารของ เราในเอเชีย” แพทริก เดอ วูฟ กรรมการ ผู้จัดการของ แวคเกอร์ เอเชียตะวันออก เฉียงใต้กล่าว “ห้องปฏิบัติการแห่งใหม่จะ ทำ�ให้เราสามารถปรับผลิตภัณฑ์ให้ตรงตาม ความต้องการของลูกค้าและอุตสาหกรรมใน ท้องถิ่นได้ดียิ่งขึ้น มันทำ�ให้เรามีข้อเสนอ ขายที่มีเอกลักษณ์ในภูมิภาค และทำ�ให้ เราสามารถนำ�เสนอมูลค่าเพิ่มที่สำ�คัญให้ แก่ลูกค้าชาวเอเชียของเราได้” “ด้วยลักษณะของเอเชียทีม่ คี วามหลาก หลาย จึงชัดเจนว่าบริษัทต่างๆ ต้องการ โซลูชนั เฉพาะเพือ่ ตอบสนองความต้องการ ของตลาด ด้วยเหตุนี้ ความสามารถในการ สร้างนวัตกรรมอย่างรวดเร็วจึงกลายเป็นสิง่ ที่สำ�คัญที่สุด” ซินดี้ โก ผู้อำ�นวยการฝ่าย พลังงานและเคมี สำ�นักพัฒนาเศรษฐกิจจ แห่งสิงคโปร์กล่าว “แทนทีจ่ ะเปิดห้องปฏิบตั ิ การในทุกตลาดทัว่ เอเชีย การประหยัดจาก ขนาด (economies of scale) จะเกิด ขึน้ ได้โดยการใช้สงิ คโปร์เป็นฐานกลยุทธ์ใน

การขับเคลือ่ นการพัฒนาการใช้งานสำ�หรับ ภูมิภาค การเข้าถึงตลาดและข้อมูลเชิงลึก ของเรา รวมถึงระบบการวิจัยและพัฒนา ของสถาบันวิจัยที่ได้รับทุนสาธารณะและ มหาวิทยาลัย มอบโอกาสความร่วมมือซึ่ง สามารถเร่งผลผลิตทางนวัตกรรมและลด ต้นทุนได้” ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิงคโปร์ได้มอบ การสนับสนุนแก่ลูกค้าในอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ ข้าว สิ่งทอ ยานยนต์ สาร เคลือบ การก่อสร้าง และสุขภาพตั้งแต่ปี 2550 ห้องปฏิบัติการทุกแห่งเพียบพร้อม ด้วยอุปกรณ์ล้ำ�หน้าตรงตามมาตรฐาน สากล ศูนย์แห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 1,500 ตารางเมตร ปัจจุบันใช้สำ�หรับการ พัฒนาลูกค้า เทคโนโลยีการใช้งาน การ ขาย และการฝึกอบรมขั้นพื้นฐานและขั้น สูงภายในสถานที่เดียว แวคเกอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แวคเกอร์ได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่หลาก หลายให้แก่ภมู ภิ าคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาเป็นเวลานาน บริษทั แวคเกอร์ เคมีคอลส์

(เอเชียใต้) จำ�กัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2527 ประสานงานกับพนักงานขายประจำ�ภูมภิ าค แวคเกอร์ยงั ได้จดั ตัง้ ศูนย์วจิ ยั เทคโนโลยีใน สิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2550 การรวมศูนย์วิจัย เทคโนโลยีและการขายไว้ด้วยกันทำ�ให้ทีม ขายและทีมพัฒนาสามารถทำ�งานใกล้ชิด กันยิ่งขึ้น ส่งผลให้ดูแลลูกค้าได้เป็นอย่าง ดี แวคเกอร์ยังมีศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย เช่น ในออสเตรเลีย จีน อินเดีย และเกาหลีใต้ ปัจจุบันบริษัทได้ เปิดดำ�เนินการ 22 แห่งทั่วโลก การทดสอบปฏิบัติที่ห้องปฏิบัติการ ทางอาหารแห่งใหม่

ปัจจุบันศูนย์วิจัยที่มีประสิทธิภาพของ ภูมิภาคของแวคเกอร์ในสิงคโปร์มีห้อง ปฏิบัติการด้านส่วนผสมอาหารนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และการใช้งานกัม เบส ยกตัวอย่างเช่น สำ�หรับขนมหวาน ปราศจากไขมัน สินค้าเบเกอรีปราศจากไข่ กลิน่ รสเนือ้ สำ�หรับมังสวิรตั ิ หรือเคอร์ควิ มิน ออกฤทธิ์ทางชีวภาพสูง 

Wacker Chemie AG has expanded its range of services in Asia with today’s official opening of a new food laboratory at its Technical Center in Singapore. The regional competence center now has a newly created laboratory dedicated to innovative food ingredients, dietary supplements and gum base applications, e.g. for fat-free desserts, eggfree bakery goods, coconut milk powder without caseinate, vegan meat flavors and highly bioavailable curcumin. The new laboratory enables WACKER to provide its customers in Asia with even better service as well as support for the development of novel, tailored products in the fast-growing market for food solutions.

“Asia is a focus market for the food industry and therefore for our innovative food ingredients and dietary supplements, too,” said Dr. Gerhard Schmid, president of WACKER BIOSOLUTIONS, at the opening ceremony. “We are meeting

our customers’ growing demand by enhancing our local services. With this facility, which is unique in the region, we can further augment our position as an innovative partner to the food industry.”

WACKER BIOSOLUTIONS

The food market activities of WACKER BIOSOLUTIONS, the life sciences and biotechnology division within the WACKER Group, are focusing primarily on food ingredients and dietary supplements. The Jan-Feb

19


company already operates dedicated food laboratories in the USA and Germany to provide its customers with optimum service. The new laboratory in Singapore will focus on applications involving cyclodextrins, cysteine and hydroxytyrosol intended for the special demands and needs of Asia. The ring-shaped cyclodextrin sugar molecules, which WACKER bioengineers from plant-based raw materials, such as corn and potatoes, can replace conventional animal-derived emulsifiers, e.g. egg yolk in mayonnaise, egg white and hard fats in desserts and icings, and milk protein in instant coconut milk powder. Moreover, they can protect sensitive ingredients, such as vitamins and co-enzymes against harmful influences, e.g. oxygen and light, increase the bioavailability of hydrophobic substances, such as curcumin, and mask the bitter taste of health-promoting substances, such as green tea extract. Fermentationprepared cysteine from WACKER can serve as a vegan and halalcertified raw material for meat flavors and as a processing auxiliary in bakeries. HTEssence®, WACKER’s nature-identical hydroxytyrosol, is used in food supplements such as hard capsules, energy bars and drinks. Hydroxytyrosol is a highly effective antioxidant that is claimed to have therapeutic effects on blood pressure and the immune and cardiovascular systems and is used in food supplements such as tablets, energy bars and drinks. WACKER’s solid resins for gum base further make it possible to quickly and efficiently produce high-quality products for the rapidly growing chewing gum market.

20

www.innolabmagazine.com

“We see strong growth potential for our food solutions in Asia,” says Patrick de Wolf, managing director of WACKER South East Asia. “The new laboratory will allow us to do an even better job of adapting our products to our customers’ needs and to the demands of local industry. It provides us with a unique selling proposition in the region and allows us to offer substantial added value to our Asian customers.” “With a highly fragmented Asia, it is clear that companies need tailor-made solutions to meet market needs. Consequently, the ability to innovate quickly becomes of utmost importance,” says Cindy Koh, Director Energy & Chemicals, Singapore Economic Development. “Instead of opening labs in every market across Asia, economies of scale can be derived by having Singapore as a strategic base to drive application development for the region. Our access to markets and insights, as well as our research and development ecosystem of publicly funded research institutes and universities, offer opportunities for collaboration which can accelerate innovation yield and reduce cost.” The Singapore technical center has been supporting customers from the electronics, polishes, textiles, automotive, coatings, construction and health industry since 2007. All labs are equipped with cutting-edge instrumentation meeting international standards. Spanning an area of more than 1,500 square meters, the regional competence center now houses customer development, applications technology, sales, and basic and advanced training under a single roof.

WACKER in Southeast Asia

WACKER has been supplying diverse products to Southeast Asia for many years. Wacker Chemicals (South Asia) Pte. Ltd., which was established in 1984, coordinates regional sales. WACKER has also operated a technical center in Singapore since 2007. Bundling a sales and technical center under one roof enables closer teamwork between the sales and development teams, resulting in optimal customer support. WACKER has other technical centers in the Asia region, such as in Australia, China, India and South Korea. The chemical company currently operates 22 such facilities around the world. Practical test at the new food lab

WACKER’s regional competence center in Singapore now has a laboratory dedicated to innovative food ingredients, dietary supplements and gum base applications, e.g. for fat-free desserts, egg-free bakery goods, vegan meat flavors or highly bioavailable curcumin. 


RESEARCH & DEVELOPMENT

Lactose-Free Products from Enzyme Technology

Author info กองบรรณาธิการ นิตยสารอินโนแล็บ INNOLAB team innolab@media-matter.com

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีผู้มีภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติ (lactose intolerance) สูงที่สุดของ โลก ประชากรประมาณ 70% ของโลกมีอาการดังกล่าวระดับใดระดับหนึ่ง และตลาดของผลิตภัณฑ์นมที่มีแลคโตสต่ำ�หรือปราศ จากแลคโตสเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความรู้เกี่ยวกับภาวะการย่อย แลคโตสผิดปกติค่อนข้างน้อย นั่นหมายความว่าผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมในภูมิภาคนี้กำ�ลังพลาดโอกาสในตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่ม ปราศจากแลคโตส

ผูบ้ ริโภคทีใ่ ส่ใจสุขภาพต้องการผลิตภัณฑ์ ปราศจากแลคโตสมากขึน้ แต่ไม่ตอ้ งการสูญ เสียรสชาติ ความสะดวก และไม่ต้องการ ราคาที่แพงขึ้น พวกเขามองหาฉลากที่ แสดงสิ่งที่พวกเขาต้องการให้ชัดเจนขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านี้ ผู้ ผลิตผลิตภัณฑ์นมสามารถใช้เอนไซม์กับ ผลิตภัณฑ์กลุม่ ต่างๆ เพือ่ ค้นหาแนวทางใน การสร้างนวัตกรรม พัฒนาทัง้ กระบวนการ และผลิตภัณฑ์ ซึ่งประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ทมี่ เี นือ้ สัมผัสและกลิน่ รส ที่ดีขึ้น รวมทั้งอายุการเก็บที่ดีขึ้น การผลิตทีร่ วดเร็วขึน้ มีประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้น และมีอัตราผลผลิตดีขึ้น การควบคุมกระบวนการและความ ประหยัดที่ดีขึ้น ศักยภาพในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มี ฉลากที่ดึงดูด เช่น “เติมน้ำ�ตาลน้อยลง” หรือ “ปราศจากแลคโตส”

ปรับปรุงการผลิตและเพิ่มคุณภาพ ของผลิตภัณฑ์นมปราศจากแลคโตส เอนไซม์แลคเตส

เอนไซม์แลคเตส หรือ เบตา-กาแลคโต ซิเดส สามารถใช้ได้อย่างหลากหลายเพื่อ ใช้ย่อย (hydrolyze) น้ำ�ตาลแลคโตสใน นม เวย์/น้�ำ ทีเ่ หลือจากการทำ�เวย์ และการ สังเคราะห์โอลิโกแซคคาไรด์ เอนไซม์ย่อย แลคโตสได้น้ำ�ตาลโมเลกุลเดี่ยวคือกลูโคส และกาแลคโตส ซึ่งมีศักยภาพในการใช้ ในอุตสาหกรรมอาหาร เนื่องจากเอนไซม์ ในลำ�ไส้เล็กมีระดับต่ำ� ประชากรจำ�นวน มากจึงมีภาวะผิดปกติในการย่อยแลคโตส และบริโภคนมและผลิตผลิตภัณฑ์นมได้ ยาก แลคโตสเป็นน้ำ�ตาลที่มีความหวาน ต่ำ�และละลายน้ำ�ได้น้อยกว่าเมื่อเทียบกับ น้�ำ ตาลชนิดอืน่ และหากมีน�้ำ ตาลแลคโตส ในลำ�ไส้ใหญ่มากเกินไปจะทำ�ให้เนือ้ เยือ่ สูญ

เสียน้ำ�เนื่องจากแรงดันออสโมติก การดูด ซึมแคลเซียมน้อยเนือ่ งจากความเป็นกรดต่�ำ และการหมักแลคโตสของจุลินทรีย์ทำ�ให้มี อาการท้องเสีย ท้องอืด มีแก๊สในทางเดิน อาหาร ซีด และปวดท้อง และมีอาการถ่าย เหลว นอกจากนัน้ แลคโตสเป็นน้�ำ ตาลทีด่ ดู น้�ำ และมักจะดูดซับกลิน่ รส และทำ�ให้เกิด ความเสือ่ มเสียของอาหารแช่เย็น เช่น การ เกิดผลึกในผลิตภัณฑ์นม ทำ�ให้เนื้อสัมผัส เป็นทรายหรือเม็ด และเกิดการตกตะกอน การปรับสภาพนมและผลิตภัณฑ์นม โดยใช้เอนไซม์แลคเตสเพื่อลดปริมาณ แลคโตสเป็นวิธที กี่ ารทีม่ คี วามเหมาะสมเพือ่ ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ได้มากขึน้ และแก้ปญ ั หาแลค โตสไม่ละลายน้ำ�และการขาดความหวาน นอกจากนั้น การปรับสภาพสามารถทำ�ให้ นมซึง่ เป็นอาหารทีเ่ หมาะสมทีส่ ดุ ชนิดหนึง่ สามารถเข้าถึงเด็กและผูใ้ หญ่ทมี่ ภี าวะการ ย่อยแลคโตสผิดปกติได้มากขึ้น Jan-Feb

21


ผลิตภัณฑ์นมปราศจากแลคโตส

ผลิตภัณฑ์นมปราศจากแลคโตสเป็น ผลิตภัณฑ์ที่คาดว่าจะมีการเติบโต 6-8% ต่อปี และมีการเติบโตมาตัง้ แต่ปี 2555 ซึง่ รวดเร็วกว่าผลิตภัณฑ์นมทัว่ ไปถึงสามเท่า ผู้ บริโภคที่สนใจนมปราศจากแลคโตส หรือ เชื่อว่าตนมีภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติ มีจำ�นวนมากกว่าผู้ที่มีภาวะผิดปกติจริงๆ จึ ง เป็ น แรงผลั ก ดั นให้ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ก ลุ่ ม นี้ มีการเติบโตอย่างมากและเป็นโอกาสอัน ยอดเยี่ยมของบริษัทผู้ผลิตนมในการเปิด ตัวผลิตภัณฑ์ปราศจากแลคโตสใหม่ๆ ที่ สร้างผลกำ�ไรที่ดีกว่า ประโยชน์ที่สำ�คัญ

สุเรศ จันดรัน ผูอ้ �ำ นวยการธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่ม (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) แห่งบริษัท โนโวไซม์ อธิบายว่า “โนโวไซม์ เป็นผู้ผลิตเอนไซม์สำ�หรับอุตสาหกรรมที่ ใหญ่ที่สุดของโลก นำ�เสนอเทคโนโลยีใหม่ ด้านเอนไซม์ ที่ไม่เพียงช่วยให้ผลิตและ ควบคุมผลิตภัณฑ์นมปราศจากแลคโตสได้

ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยลดปริมาณน้ำ�ตาล ในโยเกิรต์ และนมปรุงแต่งรสได้อกี ด้วย ซึง่ เป็นการกล่าวอ้างทางสุขภาพที่สำ�คัญใน ภูมิภาคที่มีผู้ป่วยเบาหวานถึง 78 ล้านคน เราผลิตเอนไซม์ส�ำ หรับอุตสาหกรรมหลาย กลุ่ม เช่น การสกัดสตาร์ชมันสำ�ปะหลัง และผลิตภัณฑ์นม” สุเรศอธิบายต่อว่า “มีผู้คนมากมาย ในภูมิภาคต่างๆ ของทวีปเอเชียประสบ ภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติ ทารกส่วน ใหญ่เกิดมาพร้อมความสามารถในการย่อย แลคโตส ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตหลักในนม พวกเขาสามารถสร้างเอนไซม์แลคเตสตาม ธรรมชาติ แต่ความสามารถนีข้ องคนหลาย คนจะลดลงช่วงวัยเด็ก เรามีโซลูชนั การสร้าง ผลิตภัณฑ์ทสี่ ะอาดขึน้ ผูผ้ ลิตนมสามารถใช้ เอนไซม์เพือ่ ให้ได้นมปราศจากแลคโตส การ ย่อยแลคโตสจะได้น้ำ�ตาลกาแลคโตสและ กลูโคส เราจึงสามารถลดปริมาณน้�ำ ตาลที่ เติมลงในผลิตภัณฑ์ดว้ ยสารให้ความหวาน ธรรมชาติกลุม่ นี้ ผลิตภัณฑ์ทไี่ ด้จะหวานขึน้ เล็กน้อย โดยเอนไซม์สามารถผสมโดยตรง

ในผลิตภัณฑ์ได้สะดวก เอนไซม์แลคเตสจากบริษัทโนโวไซม์ ใช้ เ พื่ อ ย่ อ ยแลคโตสให้ เ ป็ น กลู โ คสและ กาแลคโตส มีความบริสุทธิ์เป็นพิเศษ ช่วยให้การผลิตมีประสิทธิภาพ ใช้ได้กับ ผลิตภัณฑ์หลายกลุ่มและความต้องการ ต่างๆ ในกระบวนการผลิต เช่น นม โยเกิรต์ และไอศกรีม เอนไซม์แลคเตสสามารถใช้ เพือ่ เสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ดว้ ยการ กล่าวอ้างทีด่ งึ ดูดผูบ้ ริโภค เช่น “ปราศจาก แลคโตส” หรือ “เติมน้ำ�ตาลน้อยลง” ซึ่ง ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ ใส่ใจสุขภาพ ข้อได้เปรียบสำ�หรับผลิตภัณฑ์นม

เอนไซม์ Lactozym® Pure รับประกัน การขจัดแลคโตสในนมและผลิตภัณฑ์นม เพื่อให้ผู้บริโภคเกือบทุกคนสามารถย่อย ได้อย่างปลอดภัย โซลูชันเอนไซม์แลคเตส มอบผลิตภัณฑ์ปราศจากแลคโตสคุณภาพ สูง โดยลดการเกิดกลิน่ รสไม่พงึ ประสงค์ได้ อย่างมีนัยสำ�คัญ 

Southeast Asia is one of the regions with the highest lactose intolerance level in the world. Approximately 70% of the world’s population is experiencing some degree of lactose-intolerance and the market for low-lactose and lactose-free dairy products is growing rapidly, globally. However, consumers in Southeast Asia generally have very limited knowledge about lactose intolerance. This means that dairy companies in this part of the world are missing out on opportunities in the lactose-free dairy products segment.

Health-conscious consumers want more lactose-free products but do not want to compromise on taste, convenience or price. They are seeking labels that better address their needs. To respond to these demands, dairy producers can use enzymes across a wide array of products to find new ways to 22

www.innolabmagazine.com

innovate, improving both processes and products. These include: Products with better texture or flavor, also longer shelf life Faster, more efficient production with better yields Better process control and economy Potential for producing

products with attractive labels like “less added sugar” or “lactose-free” Improve your production and the quality of your lactose-free dairy products Lactase

Lactase or β-galactosidases can be used in a number of ways to


hydrolyze lactose in milk, whey/whey permeate, and oligosaccharides synthesis. The enzyme, which hydrolyses lactose into its monomers that are glucose and galactose, has potential applications in food processing industry. Because of low levels of the enzyme in intestine, a large fraction of the population shows lactose intolerance and they have difficulty in consuming milk and dairy products. Lactose has a low relative sweetness and solubility, and excessive lactose in large intestine can lead to tissue dehydration due to osmotic effects, poor calcium absorption due to low acidity, and fermentation of the lactose by microflora resulting in fermentative diarrhea, bloating, flatulence, blanching and cramps, and watery diarrhea. Furthermore, lactose is a hygroscopic sugar and has a strong tendency to absorb flavors and odors and causes many defects in refrigerated foods such as crystallization in dairy foods, development of sandy or gritty texture, and deposit formation. Treatment of milk and milk products with lactase to reduce their lactose content seems to be an appropriate method to increase their potential uses and to deal with the problems of lactose insolubility and lack of sweetness. Furthermore, this treatment could make milk, a most suitable food, available to a large number of adults and children that are lactose intolerant. Lactose-Free Dairy Products

The lactose-free dairy product category is estimated to grow 6-8%

per year in coming years, and has been growing since 2012 at a rate three times faster than sales of general dairy products. The number of consumers who are interested in lactose-free milk or believe they are lactose-intolerant is far greater than the number of people who are really lactose-intolerant. This drives strong growth in the category and provides an excellent opportunity for dairy companies to launch new, higher-margin lactose-free products. Key Benefits

Suresh Chandran, the Director of Food & Beverage (SEA), Novozyme explained that “Novozymes, the world’s largest maker of industrial enzymes, is introducing new enzyme technology that not only enables production and better control of lactose-free dairy products but also can reduce sugar content in yoghurt and flavored milk - an important health claim in a region where 78 million people suffer from diabetes. Our enzymes are dedicated to several industries, for examples, cassava starch extraction and dairy products. He extended further that, “in many parts of Asia, many people are lactose intolerant. Most infants are born with the ability to digest lactose, the predominant carbohydrate in milk. They naturally produce the enzyme lactase. During childhood, this ability lessens for many people. We have solutions to produce cleaner product. Milk producers can use enzyme, then they have lactose-free milk. Lactose is broken down to galactose and glucose.

We thus can reduce sugar added to the products because it provides natural sweetness. Products may be a little bit sweeter. Enzyme can be physically mixed into the product with convenience.” Novozymes’ lactase enzymes are used to break down lactose into glucose and galactose. Novozymes’ enzymes are highly pure; they support efficient production of a wide array of products with different process requirements, including milk, yogurt and ice cream. Lactase can be used to strengthen brands with attractive label claims like “lactosefree” or “less added sugar”, which are appreciated by health-conscious consumers. Gain Extra Advantages when Producing Milk-Based Products

Lactozym® Pure ensures the controlled elimination of lactose in milk and milk-based products to enable their safe digestion by almost everyone. The solution offers superior lactose-free products with significantly reduced risk of developing off-flavors. 

Article info P. S. Panesar, S. Kumari, and R. Panesar. (2010). Potential Applications of Immobilized β-Galactosidase in Food Processing Industries. Enzyme Research. Article ID 473137, doi:10.4061/2010/473137. Jan-Feb

23


RESEARCH & DEVELOPMENT

The Use of Antioxidant Fullerene for Preventing Skin Aging

Author info มิโอะ มูระกามิ Mio Murakami R&D Managerl, Vitamin C60 BioResearch Corporation Contact: info@vc60.com

Figure 1: Molecular structure of fullerene C60.

ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างอนุมูลอิสระกับความชราเป็นทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด ทั้งจากรังสียูวี การกระตุ้นภาย นอก และมลภาวะ ทำ� ให้มีการสร้างอนุมูลอิสระมากเกินไป อนุมูลอิสระจะทำ�ปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อในร่างกายของเราอย่างรวดเร็ว และกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง โดยปกติในร่างกายเรามีเอนไซม์กำ�จัดอนุมูลอิสระและลดการทำ�ลายจากปฏิกิริยา ออกซิเดชัน อย่างไรก็ตาม กิจกรรมของเอนไซม์จะลดลงเมื่อวัยสูงขึ้น จึงมีการใช้สารต้านอนุมูลอิสระโมเลกุลเล็ก เช่น วิตามิน ซี วิตามินอี และโพลีฟีนอลจากพืช ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว อย่างไรก็ตาม การใช้สารเหล่านี้ยังไม่เพียงพอต่อการต้านความชรา ของผิวอย่างสมบูรณ์

มีรายงานว่าโมเลกุลฟูลเลอรีนสามารถ ทำ�ปฏิกิริยากับอนุมูลอิสระโดยการดูดซับ ทำ�ลาย และขจัดความเป็นพิษของอนุมูล อิสระ ดังนัน้ ฟูลเลอรีนจึงมีศกั ยภาพในการ ใช้เป็นส่วนผสมต้านอนุมูลอิสระในเครื่อง สำ�อางที่มีสรรพคุณชะลอวัย แม้ฟูลเลอรีน จะละลายน้�ำ ได้นอ้ ย แต่ได้มกี ารคิดค้นสร้าง ฟูลเลอรีนที่หุ้มด้วยโพลีไวนิลไพร์โรลิโดน (PVP) ในชื่อของ “Radical Sponge®” ที่วางจำ�หน่ายในตลาดมากว่า 10 ปี ซึ่ง มีผลทดสอบว่า Radical Sponge® มี ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระบาง ประเภท โดยจับกับหมู่ไฮดรอกซิลและ ซูเปอร์ออกไซด์ประจุลบ ฟูลเลอรีนคืออะไร?

ฟูลเลอรีนเป็นอัญรูป (allotrope) ของ คาร์บอนเช่นเดียวกับเพชร ประกอบด้วย 24

www.innolabmagazine.com

โมเลกุลทรงกลมของธาตุคาร์บอนเพียง ธาตุเดียว ฟูลเลอรีนที่พบทั่วไปมีชื่อทาง เคมีวา่ C60 มีรปู ร่างทรงเหลีย่ มหลายหน้า (polyhedron) ประกอบด้วยคาร์บอน 60 อะตอม มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7 นาโน เมตร (1 นาโนเมตร = 1/1,000,000 เมตร) และโดยมีลักษณะเป็นทรงยี่สิบหน้าปลาย ตัด (icosahedron) เหมือนลูกฟุตบอล (ภาพที่ 1) ฟูลเลอรีนถูกค้นพบโดยบังเอิญในปี 2528 โดย ดร. โครโท ซึ่งศึกษาโมเลกุล ระหว่างดาว (สารทีม่ ปี ริมาณน้อยในอวกาศ) ที่มหาวิทยาลัยซัสเซกซ์ สหราชอาณาจักร และ ดร. เคิร์ล และ ดร. สมอลเลย์ แห่ง มหาวิทยาลัยไรซ์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งศึกษา สเปคตรัมของกระจุกดาว นักวิจัยทั้งสาม คนได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปี 2539 จากการมีส่วนร่วมในการค้นพบและการ

ทำ�นายโครงสร้างของฟูลเลอรีน ในปัจจุบนั มีการยืนยันแล้วว่ามีฟูลเลอรีนในกาแล็กซี ทางช้างเผือกและกาแล็กซีอื่นๆ Vitamin C60 BioResearch ประเทศ ญีป่ นุ่ ก่อตัง้ ขึน้ เมือ่ ปี 2546 เป็นบริษทั แรกและ บริษทั เดียวทีม่ จี ดุ ประสงค์ในการผลิตผลิตภัณฑ์ ทีใ่ ช้ประโยชน์จากคุณสมบัตทิ างชีวภาพของ ฟูลเลอรีน หนึง่ ในการศึกษาคือผลิตภัณฑ์ Radical Sponge® ซึง่ เป็นฟูลเลอรีนทีห่ มุ้ ด้วย PVP ทำ�ให้ไม่เกิดปฏิกริ ยิ าเมือ่ มีเหล็ก (Fe3+) หรือทองแดง (Cu2+) นอกจากนัน้ กรดแอส คอร์บกิ ยังสามารถสร้างอนุมลู แอสคอร์บลิ หลัง จากได้รบั รังสียวู บี ี 48 ชัว่ โมง และการสร้าง อนุมลู แอสคอบิลอย่างต่อเนือ่ งสามารถยับยัง้ ได้โดยใช้ฟลู เลอรีนทีห่ มุ้ ด้วย PVP ข้อมูลนี้ แสดงให้เห็นว่า Radical Sponge® มีความ เสถียรและแสดงคุณสมบัตติ า้ นอนุมลู อิสระแม้ จะนานถึง 48 ชัว่ โมง หลังการใช้


ผิวหนังกระจ่างใสขึ้นด้วย Radical Sponge®

การสะสมเมลานินเป็นสาเหตุหลักที่ ทำ�ให้ผิวหมองคล้ำ� นอกจากนั้น ปฏิกิริยา ออกซิเดชันทำ�ให้รา่ งกายสร้างเมลานินเพิม่ ขึน้ ได้มกี ารศึกษาวิจยั ร่วมกับมหาวิทยาลัย แห่งจังหวัดฮิโรชิมะเกีย่ วกับการใช้สารต้าน อนุมูลอิสระยับยั้งการสร้างเมลานิน โดย วัดผลของ Radical Sponge® ต่อการ สร้างเมลานินในเซลล์เมลาโนมาของมนุษย์ (HMV-II) เมือ่ มีรงั สียวู เี อ จากผลการทดลอง พบว่าเซลล์ที่ได้รับ Radical Sponge® จะไม่สามารถสร้างเมลานินจากการ กระตุน้ ของยูวีเอ (ภาพที่ 2) นอกจากนัน้ เราได้ประเมินผลของการ ใช้ Radical Sponge® ต่อความกระจ่าง ใสของผิว การศึกษาทางคลินิกใช้อาสา สมัครหญิง 18 คน (อายุระหว่าง 34-49 ปี อายุเฉลี่ย 42.2 ปี) ทดสอบโดยการใช้ ครีมควบคุม (ไม่มี Radical Sponge®) และครีม Radical Sponge® ทาบริเวณ แขนซ้าย นาน 1 สัปดาห์ เปรียบเทียบกัน โดยหลังจากทาครีม จะฉายรังสียวู เี อและยู วีบีลงที่แขน จากนั้น จะใช้ครีมต่อเนื่องไป อีก 8 สัปดาห์ วัดดัชนีเมลานิน (melanin

index) โดยใช้สเปคโตรโฟโตมิเตอร์ พบว่า Radical Sponge® ช่วยลดปริมาณเมลา นินได้อย่างมีนัยสำ�คัญ ที่ 8 สัปดาห์ หลัง จากได้รับรังสียูวี ภาพที่ 3 แสดงให้เห็นว่า ผิวหนังที่ใช้ Radical Sponge® มีความ สว่างใสมากกว่าผิวหนังที่ใช้ครีมควบคุม ผิวหนังเรียบเนียนด้วย Radical Sponge

สารกลุม่ โปรตีนทีม่ โี พรลีนสูงมีคณ ุ สมบัติ เป็นสารต้านอนุมลู อิสระในเยือ่ หุม้ เซลล์คอร์นิ โอไซต์ (cornified envelope) การปกป้อง ผิวจากอนุมูลอิสระในผิวหนังชั้นสตราตัม คอร์เนียม มีบทบาทสำ�คัญในการลดความ หยาบกร้านของผิวหนังและคงความเรียบ เนียน ในการศึกษาร่วมกับมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีโตเกียว เราประเมินความสามารถ ในการปรับสภาพผิวหนังทีห่ ยาบกร้านของ Radical Sponge® การทดสอบทางคลินกิ ใช้อาสาสมัครทีม่ สี ขุ ภาพดี 10 คน (ชาย 5 คน หญิง 5 คน มีอายุระหว่าง 29-61 ปี อายุเฉลี่ย 40.2 ปี) ที่ท้องแขนซ้ายแต่ละ ข้างจะมีพนื้ ทีท่ ดสอบสองส่วน โดยผิวหนัง เป็นปกติ และผิวหนังที่มีการทำ�ลายชั้นผิว โดยใช้เทปกาวติด 20 ครัง้ ผิวหนังทีท่ ดสอบ จะทาด้วยสารละลาย Radical Sponge®

Before irradiation

0.1 กรัม หรือน้ำ� (กลุ่มควบคุม) วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน วัดการสูญเสียน้ำ� ทางผิวหนัง และคำ�นวณสัดส่วนของการ ฟื้นฟูชั้นผิวให้กลับมาเป็นปกติ (barrier recovery) บันทึกผลเป็นเวลา 5 วัน หลัง จากล้างเบาๆ โดยใช้สบู่ และปล่อยให้ปรับ ตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมนาน 15 นาที ตาม ภาพที่ 5 หลังจากลอกเทปกาว สารละลาย Radical Sponge® จะช่วยกระตุ้นการ ฟืน้ ฟูผวิ ให้กลับมาอยูใ่ นสภาวะปกติอย่างมี นัยสำ�คัญในวันที่ 2 และ 3 เมื่อเทียบกับ กลุม่ ควบคุม ผลการทดสอบนีแ้ สดงให้เห็น ว่า Radical Sponge® สามารถฟื้นฟูชั้น ผิวหลังจากถูกทำ�ลายได้ ในชีวิตประจำ�วัน ผิวหนังของเราต้อง สัมผัสกับอนุมลู อิสระทีเ่ กิดจากรังสียวู ี หรือ จากสิง่ กระตุน้ จากภายนอก ความเครียด จึง ควรใช้สารต้านอนุมลู อิสระเพือ่ คงสภาพผิว ที่ดี ที่มีความสว่างใสและความเรียบเนียน เราขอแนะนำ�ให้คุณใช้ผลิตภัณฑ์ฟูลเลอรี นที่มีคุณสมบัติด้านการต้านอนุมูลอิสระ เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำ�อาง 

After irradiation None

Radical Sponge®

UVA

Human melanoma cell (HMV-II) Figure 2. Effect of Radical Sponge ® on melanin production.

The free radical theory of aging has recently been among the most widely accepted theories on the primary causes of aging. UV irradiation, external stimuli, stress, and disease result in excess free radical production. The free radicals react quickly with tissues in our body to trigger a change in their structure. Enzymes in our body eliminate free radicals and minimize oxidative injury; however, the enzyme activity declines chronologically. Low molecular antioxidants, such as vitamin C, vitamin E, and botanical polyphenols are used for skin care. However, their application is not sufficient to prevent skin aging completely. Jan-Feb

25


4 weeks after irradiation Control

Radical Sponge ®

Figure 3. Effect of Radical Sponge ® on skin pigmentation.

Fullerene molecules are reported to react to several radicals and form stable radical adducts, indicating that fullerene absorbs, eliminates, and detoxifies free radicals. Thus, fullerene has potential as an antioxidant anti-aging ingredient in cosmetics. Despite the low solubility of fullerenes in water, we were successful in creating stable polyvinylpyrrolidone (PVP)wrapping fullerenes. Consequently, we developed the product “Radical Sponge®”, which has been sold commercially for 10 years. Radical Sponge has been reported to exhibit antioxidant activity by quenching hydroxyl and superoxide anion radicals, which are types of free radicals. What is Fullerene?

Fullerene, which is similar to diamonds, is a carbon allotrope consisting of a large spheroidal molecule of a single element (carbon). The most common form of fullerene, known by the chemical name C60, is a polyhedron consisting of 60 carbon atoms. The diameter 26

www.innolabmagazine.com

Figure 4. Effect of Radical Sponge ® on skin barrier.

of a C60 molecule is approximately 0.7 nm (1 nm = 1/1,000,000,000 m), and its structure resembles that of a truncated icosahedron-like soccer ball (Figure 1). Fullerene was accidentally discovered in 1985 by Dr. Kroto who was then studying interstellar molecules (trace materials in space) at the University of Sussex, Great Britain, and Drs. Curl and Smalley of Rice University, USA, who were studying the spectroscopy of clusters. All three researchers were awarded the Nobel Prize in Chemistry in 1996 for their contribution to the discovery of fullerene (C60) and the prediction of its structure. At present, it is confirmed that fullerene exists in the Milky Way and other galaxies. Vitamin C60 BioResearch Corporation, established in Japan in 2003, is the first and only company that aimed to manufacture products that effectively utilize the biological properties of fullerene. In one of our studies, Radical Sponge®, PVPwrapping fullerenes, did not exhibit pro-oxidant activity in the presence

of Fe3+ or Cu2+. Moreover, ascorbic acid continues to produce ascorbyl radical 48 h post-UVB irradiation; and the sustained ascorbyl radical production can be prevented by using PVP-wrapping fullerenes. These data show that fullerenes are stable and exhibit antioxidant activity even at 48-h post-application. Lighter Skin with Radical Sponge®

The accumulation of melanin causes pigmentation. Moreover, oxidative stress promotes melanin production; and the use of antioxidants inhibits melanin production. In collaboration with the Prefectural University of Hiroshima, we examined the effect of Radical Sponge® on melanin production in human melanoma cells (HMV-II). UVA promoted melanin production; whereas, the cells treated with Radical Sponge® failed to produce UVA-induced melanin (Figure 2). In addition, we evaluated the skin-lightening effect of Radical Sponge®. The clinical study was conducted in 18 female volunteers (age-range, 34-49 years; mean age,


42.2 years). On each left upper arm, two test areas were marked. The test areas were treated with the control cream (without Radical Sponge) or Radical Sponge® cream for 1 week. After treatment, the arm was exposed to UVA and UVB radiation, and the cream was applied on the arm for an additional 8 weeks. The melanin index was measured with a spectrophotometer. Radical Sponge® showed a significant decrease in melanin index at 8-weeks post-irradiation, as compared to the control cream. The picture in Figure 3 shows that the Radical Sponge® treatment site lightened the skin to a greater extent than did the control cream.

Super Anti-Aging Ingredient, JAPAN “FULLERENE” QUALITY

Radical Sponge

Water-Soluble Fullerene

Smooth Skin with Radical Sponge

The small proline-rich proteins have an antioxidant effect in the cornified envelope. Antioxidant defense in the stratum corneum has an important role in preventing rough skin and maintaining smooth skin. In a collaborative study with the Tokyo University of Technology, we evaluated whether the Radical Sponge ameliorates skin roughness. The clinical study was conducted in 10 healthy volunteers (5 men and 5 women; age-range, 29–61 years; mean age, 40.2 years). On each left volar forearm, two test areas were marked on clinically normal skin. Barrier disruption was achieved by approximately 20 applications of adhesive tape. The sites were then treated with approximately 0.1 g Radical Sponge® solution or water (control) twice a day for 5 days. Trans-epidermal water loss was measured, and the percent barrier recovery of each participant was calculated. These parameters were recorded for 5 days after gentle washing with soap and allowing the skin to adapt to the environment for 15 min. As shown in Figure 5, after tape stripping, Radical Sponge solution significantly accelerated barrier recovery on days 2 and 3, as compared with the control, without adverse event. These results suggest that Radical Sponge® could repair skin barrier function. Our skin is exposed daily to excess free radicals resulting from UV, external stimuli, stress, and disease. The use of antioxidants is recommended to maintain good skin condition, rather than allowing progressive skin damage via free radical accumulation. Based on the experimental evidence, for brighter and smoother skin, we recommend you to use the fullerene product for its antioxidative properties. 

LipoFullerene

Oil-Soluble Fullerene

Veil Fullerene

Powder Type Fullerene

Moist Fullerene Liposome Precursor

For customers in Thailand

Bronson and Jacobs International Co, Ltd. 4/11 Moo 8, Soi Watsrivareenoi, Bangna-Trad Rd., Bangchalong, Bangplee, Samutprakan, 10540 THAILAND Tel:⦆⦆+66 23371537  sira@bjinter.co.th For customers in other countries

Vitamin C60 BioResearch Corp. Tel:⦆⦆+81 35173252  info@vc60.com


TECHNOLOGY

Get Better Results Pipette Techniques

Author info พิชญาสินี โกมลตรี Pitchayasinee Komontree TeleSale- Pipette, Mettler-Toledo (Thailand) Co., Ltd. Pitchayasinee.Komontree@mt.com การปิเปตสารส่งผลโดยตรงต่อความสำ�เร็จและความสามารถในการทำ�ซ้ำ�ในการทดลองของคุณได้อย่างไร 1. ความลึกของการจุ่มทิป

การจุ่มทิปในสารละลายเมือ่ ทำ�การดูด ด้วยความลึกที่เหมาะสมช่วยเพิ่มความถูก ต้องได้ถงึ 5% ดังนัน้ ให้จมุ่ ทิปทีค่ วามลึกที่ แนะนำ�ดังภาพ การจุม่ ทิปลึกเกินไปสามารถ ทำ�ให้ดูดของเหลวมากเกินไป ในทางตรง กันข้าม หากปลายทิปอยู่ใกล้ผิวของเหลว เกินไป จะทำ�ให้อากาศถูกดูดเข้าไปด้วย ทั้งสองกรณีล้วนทำ�ให้ปริมาตรไม่ถูกต้อง 2. มุมของปิเปต

การจับปิเปตเพือ่ ทำ�การดูดสารละลาย ให้จบั ปิเปตให้ตงั้ ฉากกับพืน้ ช่วยเพิ่มความ 1

ถูกต้องได้ถึง 2.5% ในไมโครปิเปต หาก ปิเปตเอียงถึง 20 องศาขึ้นไปจากแนวตั้ง สามารถส่งผลกระทบต่อการวัด 3. การกลั้วปิเปตด้วยสารละลาย

การกลัว้ ปิเปตด้วยสารละลายก่อนทำ�การ ดูดจริงเพิ่มความถูกต้องได้ถึง 0.2% ช่วย ขจัดแรงยกตัวของของเหลว (capillary effect) ในไมโครปิเปต (microvolume pipette) และในทิปขนาดใหญ่ จะเป็นการ ทำ�ให้อุณหภูมิในทิปเท่ากับอุณหภูมิของ ตัวอย่าง 4. การปล่อยของเหลว

เทคนิคการปล่อยของเหลวที่ถูกต้อง จะช่วยเพิ่มความถูกต้องได้ถึง 1% เพื่อ ความสม่ำ�เสมอสูงสุด ให้แตะทิปเข้ากับ

ผนังด้านในของหลอดบรรจุของเหลว แล้ว กดเพื่อปล่อยของเหลวทั้งหมดในทิป จาก นั้นให้ลากปลายทิปบนผนังหลอดเพื่อไม่ ให้ของเหลวติดกับรูปลายทิป เทคนิคการ ปล่อยของเหลวอีกสองแบบตามภาพสามารถ ใช้ได้ดใี นของเหลวทีม่ นี �้ำ เป็นตัวทำ�ละลาย (ไม่มีความหนืด) 5. จังหวะและความเร็ว

ใช้ความเร็วและจังหวะที่สม่ำ�เสมอจะ ช่วยให้มคี วามถูกต้องเพิม่ ขึน้ ได้ถงึ 5% การ ดูดสารเร็วหรือ “กระตุก” สามารถทำ�ให้ ของเหลวกระเด็น เกิดช่องว่างของอากาศ ระหว่างของเหลวในทิป และการสูญเสีย ตัวอย่าง  3

2 มุมที่ถูกต้อง Correct angle 1-10 µL 1-200 µL 200-2000* µL *>2000 µL ให้จุ่มลึก 6-10 มิลลิเมตร *>2000 µL use 6-10 mm depth 28

www.innolabmagazine.com

มุมที่ไม่ถูกต้อง Incorrect angle

การกลั้วปิเปต ทำ�ได้โดยการกดดูด และจ่ายสาร 2 หรือ 3 ครั้ง To pre-rinse, press and release the plunger 2 or 3 times.


5

4

ปล่อยของเหลวบนผนังหลอด ปล่อยลงในของเหลว ปล่อยลงที่ผิวของของเหลว Dispensing against vessel wall Dispensing into liquid Dispensing into liquid surface

การดูดสารที่ดี การดูดอากาศที่ทิป Good aspiration. Tip that aspirate air.

How you pipette directly affects the success and repeatability of your experiments. 1. Immersion Depth

Immersion tips to the correct depth improves accuracy by up to 5%, so use the recommended depths shown here. Immersing too deep can cause too much liquid to be aspirated. Conversely, positioning the tip too close to the surface can aspirate air. Both result in inaccurate volume. 2. Immersion Angle

Keeping the immersion angle close to vertical can improve accuracy by up to 2.5% in microvolume

pipettes. Keep pipette within 20º of vertical – anything greater can affect measurements. 3. Pre-rinsing

Pre-rinsing can increase accuracy by up to 0.2%. It helps neutralize capillary effects in microvolume pipettes and, for large-volume tips, equalizers the air temperature inside the tip with the temperature of the sample. 4. Dispensing

Improve accuracy by up to 1% with good dispensing technique.

For highest consistency, touch the vessel wall with the tip to release any remaining sample, then slide it up the wall to prevent liquid from clinging to the orifice. The two other techniques shown also work well with aqueous (non viscous) liquid. 5. Rhythm and Speed

Consistent pipetting rhythm and speed will improve accuracy by up to 5%. Fast or “jerky” aspiration can cause splashing, aerosol, shaft contamination and loss of sample volume. 

โซลูชันสําหรับการควบคุมคุณภาพและการผลิต เพื่อใหไดประสิทธิภาพสูงสุดจาก Material Receiving

เครื่องชั่งคุณภาพสูงระดับ ไมโครกรัม  เครื่องชั่งเชิงวิเคราะห  เครื่องวิเคราะหความชื้น  ตุมนําหนักมาตรฐาน 

Quality Control and Product Development

Warehousing

เครื่องวัดคาพีเอช  เครื่องไตเตรทอัตโนมัติ  เครื่องวัดคาดัชนีหักเห  เครื่องวัดคาความหนาแนน 

Production / Quality Control in Production

Thermal Analysis  AutoChem 

Packaging

Logistics and Shipping

ปเปตตแบบชองเดียว และ หลายชองดูด-จายสาร  ปเปตตอิเล็กทรอนิกส  ทิป 

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมไดที่ บริษัท เมทเลอร-โทเลโด (ประเทศไทย) จํากัด www.mt.com สํานักงานกรุงเทพฯ : 0 2723 0300 สาขาระยอง : 0 3860 9561-2 สาขาขอนแกน : 0 4322 7230Jan-Feb

29


TECHNOLOGY

Insects: sustainable protein source

Author info บวร์กฮาร์ด เบินเดล Burkhard Böndel Head of Corporate Communications, Bühler AG burkhard.boendel@buhlergroup.com ประมาณการณ์ว่าในปี 2593 จะมีประชากรอาศัยอยู่บนโลกราว 9,000 ล้านคน เพื่อที่จะให้คนเหล่านี้มีอาหารรับประทานอย่าง ยั่งยืน เราต้องการโปรตีนเพิ่มอีกมากกว่า 250 ล้านตันต่อปี – เพิ่มขึ้นอีก 50% เมื่อเทียบกับในปัจจุบัน เพื่อที่จะให้ประชากรโลก ที่มีจำ�นวนเพิ่มขึ้นได้รับโปรตีนที่มีคุณภาพ จึงต้องหาช่องทางใหม่และนวัตกรรมเสียตั้งแต่ตอนนี้ หนึ่งในแหล่งของโปรตีนที่ดูมี ความหวังที่สุดในการมอบโปรตีนที่ยั่งยืนและมีฟรุตพรินท์ต่ำ�ก็คือแมลงนั่นเอง

ประมาณการณ์ ว่าในปี 2593 จะ มีประชากรอาศัยอยู่บนโลกราว 9,000 ล้านคน เพื่อที่จะให้คนเหล่านี้มีอาหารรับ ประทานอย่างยั่งยืน เราต้องการโปรตีน เพิ่มอีกมากกว่า 250 ล้านตันต่อปี – เพิ่ม ขึ้นอีก 50% เมื่อเทียบกับในปัจจุบัน แต่ แหล่งโปรตีนจากธรรมชาติกำ�ลังหมดไป: ปัจจุบันปลาที่อยู่ในคลัง 30% เป็นการทำ� ประมงเกินขนาด โปรตีนจากผักจำ�นวน 2 ใน 3 และ 80% ของถั่วเหลืองที่ถูกเก็บ เกี่ยวถูกนำ�ไปผลิตเป็นอาหารสัตว์สำ�หรับ ปศุสัตว์ จากการที่ประเทศเกิดใหม่ร่ำ�รวย ขึ้น ดูเหมือนว่าการบริโภคเนื้อจะเพิ่มขึ้น ราว 50% ในปี 2593 ความท้าทายที่จะ ตามมาคือเรื่องของขยะ: ปัจจุบันวัตถุดิบ ราว 30% เกิดการสูญเสียหรือทิ้งขว้างไป ระหว่างทางจากแหล่งกำ�เนิดถึงผู้บริโภค ด้วยเหตุผลเหล่านี้ แหล่งโปรตีนทางเลือก อย่างถั่วพัลส์หรือสาหร่ายจึงถูกตั้งความ หวังสูง หนึ่งในแหล่งโปรตีนที่ยั่งยืนและมี 30

www.innolabmagazine.com

ฟรุตพรินต์ต่ำ�ได้แก่แมลง: ยกตัวอย่างเช่น หนอนแมลงวันหรือหนอนนก ซึ่งผสมพันธุ์ ง่ายและสามารถเลีย้ งด้วยขยะอินทรีย์ พวก มันสามารถเปลี่ยนอาหารที่กินเข้าไปเป็น โปรตีนได้อย่างน่าอัศจรรย์ รวมถึงใช้พื้นที่ ในการเลี้ยงดูน้อยอีกด้วย แมลง

แมลงอย่างเช่นหนอนแมลงวันหรือหนอน นกสามารถผสมพันธุแ์ ละเลีย้ งดูงา่ ยกว่าเมือ่ เทียบกับแมลงชนิดอื่น บางสายพันธุ์อย่าง เช่นหนอนแมลงวันลาย (Black Soldier Fly) ยังสามารถให้อาหารด้วยเศษผลิตภัณฑ์ ทีเ่ ป็นออร์แกนิกอย่างเศษเหลือจากการทำ� ฟาร์มหรือเศษอาหาร และมันสามารถเปลีย่ น อาหารที่กินเข้าไปเป็นโปรตีนได้อย่างน่า อัศจรรย์: แมลงต้องการอาหารเพียงสอง กิโลกรัมเพือ่ สร้างมวลร่างกายหนึง่ กิโลกรัม ข้อดีอกี อย่างคือใช้พนื้ ทีน่ อ้ ย: แมลงในพืน้ ที่ หนึ่งตารางเมตรสามารถผลิตโปรตีนได้

หนึ่งกิโลกรัม ผลผลิตสามารถเพิ่มขึ้นด้วย แนวคิดการทำ�ฟาร์มในแนวดิ่ง นอกจากนี้ มูลของแมลงยังสามารถนำ�ไปใช้เป็นปุ๋ยใน การเกษตรอีกด้วย รู้หรือไม่?

• แมลงสามารถเปลี่ยนอาหารสอง กิโลกรัมให้เป็นมวลร่างกาย 1 กิโลกรัม • การผลิตโปรตีนด้วยแมลงมีประสิทธิภาพ กว่าการผลิตด้วยสัตว์ปีก 4-5 เท่า • เมื่อให้อาหาร 100 กิโลกรัม แมลง สามารถผลิตโปรตีนได้เพียงพอต่อการบริโภค ของคน 430 คนต่อวัน • เมื่อให้อาหาร 100 กิโลกรัม ไก่ สามารถผลิตโปรตีนได้เพียงพอต่อการ บริโภคของคน 88 คนต่อวัน • เมื่อให้อาหาร 100 กิโลกรัม สุกร สามารถผลิตโปรตีนได้เพียงพอต่อการบริโภค ของคน 37 คนต่อวัน • เมื่อให้อาหาร 100 กิโลกรัม วัว


สามารถผลิตโปรตีนได้เพียงพอต่อการ บริโภคของคน 12 คนต่อวัน • แมลงเป็นนักรีไซเคิลทีย่ อดเยีย่ ม เพราะ มันสามารถดึงโปรตีนจากเศษผลิตภัณฑ์ที่ เป็นออร์แกนิกได้ถึง 70% • สามารถผลิตแมลงได้เกือบทุกพื้นที่ เพราะมันไม่จำ�เป็นต้องเติบโตในพื้นที่ที่ อุดมสมบูรณ์ ให้ความสำ�คัญกับอาหารสัตว์เป็น อันดับแรก

ถึงแม้ว่าแมลงจะถูกบริโภคโดยมนุษย์ อย่างเช่นชาวเอเชีย แต่ก็ยังไม่แน่ว่าผู้ บริโภคชาวตะวันตกจะยอมรับผลิตภัณฑ์ อาหารที่ทำ�จากแมลงหรือไม่ ดังนั้น จึง ต้องเน้นที่การผลิตเป็นอาหารสัตว์ก่อน เป็นการชัว่ คราว เนือ่ งจากการรับประทาน แมลงถือเป็นแหล่งโปรตีนที่คล้ายคลึงกับ การรับประทานปลา หนึ่งในการประยุกต์ ใช้ที่เป็นไปได้คือใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์ น้ำ�เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาของจำ�นวนปลา ที่มีอยู่ในธรรมชาติ นอกจากแมลงจะให้ โปรตีนคุณภาพสูงแล้ว ยังมีไขมันที่คล้าย กับน้�ำ มันจากเนือ้ ในเมล็ดปาล์มซึง่ สามารถ นำ�ไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย จากการที่ ป ระชากรโลกเพิ่ ม มาก ขึ้น แหล่งโปรตีนทางเลือกที่ยั่งยืนจึงเป็น สิ่งจำ�เป็น แมลงเป็นแหล่งโปรตีนจาก ธรรมชาติที่มีความยั่งยืนที่จะช่วยเติมเต็ม การขาดแคลนในอนาคต เพือ่ บริหารจัดการ เรื่องดังกล่าว บูห์เล่อร์ ผู้ให้บริการโซลูชัน ชั้นนำ�แก่อุตสาหกรรมอาหารและอาหาร สัตว์ และโพรทิกซ์ บริษัทผลิตด้านแมลง ชัน้ นำ� ได้รว่ มกันสร้างโซลูชนั เทคโนโลยีดา้ น แมลงของบูหเ์ ล่อร์ ความร่วมมือในครัง้ นีจ้ ะ ช่วยพัฒนาโซลูชันในระดับอุตสาหกรรมที่ ยืดหยุน่ เพือ่ เลีย้ งและผลิตแมลงสำ�หรับใช้เป็น แหล่งโปรตีนทีส่ �ำ คัญสำ�หรับอาหารคนและ อาหารสัตว์ โซลูชนั เทคโนโลยีดา้ นแมลงของ บูหเ์ ล่อร์จดั ตัง้ ขึน้ ทีส่ าธารณรัฐประชาชนจีน และได้เริ่มดำ�เนินการแล้ว “ด้วยการผสม ผสานระหว่างความรูแ้ ละประสบการณ์ของ ทั้งสองบริษัท เราสามารถมอบโซลูชันการ ผลิตด้านแมลงเชิงอุตสาหกรรมเพือ่ ป้อนให้ กับตลาดโปรตีนทางเลือก” เอียน โรเบิรต์ ส์ ประธานเจ้าหน้าทีฝ่ า่ ยเทคโนโลยีของบูหเ์ ลอ ร์อธิบาย “ด้วยความร่วมมือนี้ เราสามารถ

พัฒนาโซลูชันที่มีทั้งความยั่งยืนและความ คุ้มทุนสำ�หรับผู้ผลิตและผู้แปรรูปแมลง รายใหญ่ซงึ่ ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คณ ุ ค่า” คียส์ อาร์ตส์ ประธานบริหารของโพรทิกซ์ กล่าวเสริม

ด้านวิศวกรรมของเรา ร่วมกับความรู้เชิง ลึก ประสบการณ์ และความฉลาดด้านการ ลงทุนของโพรทิกซ์ เราครบเครื่องในการที่ จะประสบความสำ�เร็จจากความร่วมมือเชิง พาณิชย์ของเรา” โรเบิร์ตส์กล่าว

ความรูแ้ ละประสบการณ์ทเี่ ติมเต็มซึง ่ กันและกัน

โซลูชันการแปรรูปเชิงอุตสาหกรรม ที่มีความยืดหยุ่น

จากข้อดีทงั้ หมดข้างต้น จึงทำ�ให้แมลง เป็นทีส่ นใจของสตาร์ทอัพและบริษทั ทีอ่ ยูใ่ น แวดวงอุตสาหกรรมอาหาร บริษทั โพรทิกซ์กอ่ ตั้งขึน้ เมื่อปี 2552 ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ด้วยทีมงานมืออาชีพที่มีความทุ่มเท ทำ�ให้ บริษทั สามารถพัฒนาเครือ่ งมือและโซลูชนั ที่เหมาะสม สามารถดำ�เนินงานอย่างมือ อาชีพไม่เพียงในเรื่องการเพาะพันธุ์และ การเลีย้ งดู แต่ยงั ครอบคลุมถึงการแยกและ สกัดโปรตีนและไขมันจากตัวแมลง โรงงาน ต้นแบบสามารถเพาะตัวอ่อนของแมลงได้ 1,600 ตันต่อปี และสามารถผลิตส่วนผสม ทีไ่ ด้จากแมลงซึง่ มีคณ ุ ภาพสูง บริษทั ได้รบั การยอมรับในฐานะผูบ้ กุ เบิกด้านเทคโนโลยี จากการประชุมสภาเศรษฐกิจโลกในปี 2558

“โพรทิกซ์เป็นบริษทั ด้านแมลงทีม่ คี วามทัน สมัยมาก สามารถผลิตในระดับอุตสาหกรรม ทีม่ คี วามยืดหยุน่ และสามารถขยายการผลิต ออกไป โดยได้พิสูจน์วิธีการสร้างตลาด โปรตีนจากแมลงมาแล้ว” โรเบิรต์ ส์อธิบาย ปัจจุบนั บริษทั พร้อมทีจ่ ะก้าวสูล่ �ำ ดับขัน้ ต่อ ไปและต้องการพันธมิตรทางธุรกิจทีม่ คี วาม เข้าใจในความต้องการของบริษัทผู้แปรรูป ในระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ นีเ่ ป็นเหตุ ผลที่บูห์เล่อร์ก้าวเข้ามา: บูห์เล่อร์เป็นผู้ให้ บริการเทคโนโลยีและโซลูชนั สัญชาติสวิสทีม่ ี ประสบการณ์มากกว่า 150 ปีในการพัฒนา โรงงานและกระบวนการผลิตอาหารคนและ อาหารสัตว์ทมี่ คี วามยืดหยุน่ คุม้ ทุน และถูก สุขลักษณะ บูห์เล่อร์ยังเป็นผู้นำ�เทคโนโลยี ด้านการบดทีไ่ ด้รบั การยอมรับ ซึง่ เป็นหนึง่ ในกระบวนการหลักของการสกัดโปรตีน จากแมลง นอกจากนี้ บูหเ์ ล่อร์ยงั ให้บริการ แก่ลูกค้าผ่านเครือข่ายทั่วโลก “บูห์เล่อร์มี เทคโนโลยีส�ำ หรับธุรกิจอาหารสัตว์ทแี่ ข็งแกร่ง และเป็นทีย่ อมรับ และโปรตีนทีไ่ ด้จากแมลง สามารถนำ�ไปใช้ในอาหารสัตว์อดั เม็ด หรือ ใช้เป็นอาหารสัตว์โดยตรง ด้วยการเข้าถึง ตลาดโลก เทคโนโลยี และความสามารถ

เทคโนโลยีด้านแมลงของบูห์เล่อร์ตั้ง อยู่ที่ลิยาง สาธารณรัฐประชาชนจีน เป้า หมายของความร่วมมือคือการพัฒนาโซลูชนั ระดับอุตสาหกรรมสำ�หรับการผลิตวัตถุดบิ ตั้งต้น การเลี้ยงตัวอ่อน และการแปรรูป ตัวอ่อน รวมถึงผลิตส่วนผสมจากแมลงที่ มีคุณภาพสูง – ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่ คุณค่าตัง้ แต่การเลีย้ งไปจนถึงการแยกและ การสกัดโปรตีนและไขมัน ในขั้นต้นจะให้ ความสนใจกับตัวอ่อนของหนอนแมลงวัน ลาย หรือที่เรียกว่า “ราชินีแห่งการแปรรูป ของเสีย” ด้วยความสามารถอันน่าประทับ ใจของมันในการเปลี่ยนขยะอินทรีย์เป็น โปรตีนคุณภาพสูง และรองลงมาคือแมลง ชนิดอืน่ ๆ เช่น หนอนนก โปรตีนจากแมลง จะถูกใช้เป็นพืน้ ฐานในการผลิตอาหารสัตว์ ที่ยั่งยืน ยกตัวอย่างเช่นในการเพาะเลี้ยง สัตว์น้ำ� ซึ่งเป็นภาคส่วนของเกษตรกรรม ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ตลาดของโซลูชัน การแปรรูปแมลงยังมีศกั ยภาพอีกมาก: ใน ปี 2593 แมลงอาจคิดเป็น 15% ของการ ผลิตโปรตีนทั่วโลก 

Jan-Feb

31


Nine billion people are expected to live on our planet by 2050. To feed them all in a sustainable way, we need more than 250 million tonnes of additional protein a year – an increase of 50% compared to today’s level. In order to supply a growing global population with high-grade protein, new and innovative approaches are required today. One of the most promising sources to generate protein sustainably and with a low footprint is insects.

Nine billion people are expected to live on our planet by 2050. To feed them all in a sustainable way, we need more than 250 million tonnes of additional protein a year – an increase of 50% compared to today’s level. But important natural resources are increasingly in short supply: At present, 30% of all fish stocks are considered overfished. Two-thirds of all vegetable proteins – and even 80% of the soybean harvest – are processed into animal feed for livestock. As more emerging countries prosper, meat consumption looks set to rise by nearly 50% by 2050. Adding to the challenge is the topic of waste: Today, some 30% of raw materials are lost or thrown away between the field and the plate. For these reasons, high hopes have been placed on alternative protein sources such as pulses or algae. One of the most promising sources to generate protein sustainably and with a low footprint is insects: Fly larvae or mealworms, for instance, are easy to breed and can be fed with organic waste. They are remarkably efficient at converting feed into protein and require little space to cultivate. 32

www.innolabmagazine.com

Insects

Insects such as fly larvae or mealworms are relatively easy to breed and rear. Some species such as the larvae of the Black Soldier Fly can even be fed with organic waste products such as farming or food waste. And they are remarkably efficient in transforming feed into protein: insects require only two kilograms of feed to produce one kilogram of mass. Another benefit is their low space requirement: on a single square meter, insects are capable of producing one kilogram of protein. The yield could be further increased with vertical farming concepts. Besides that, excrements from the insects can be used as a fertilizer in farming. Did you know?

• Insects can transform 2 kilograms of feed into 1 kilogram of insect mass. • Producing proteins with insects is 4 to 5 times more efficient than producing them with poultry. • Given 100kg of feed, insects produce enough protein to feed 430 people for a day. • Given 100kg of feed, chickens produce enough protein to feed

88 people for a day. • Given 100kg of feed, pigs produce enough protein to feed 37 people for a day. • Given 100kg of feed, cows produce enough protein to feed 12 people for a day. • Insects are excellent recyclers. They can extract up to 70% of proteins from organic waste. • Insects can be produced almost anywhere, as they don’t need to be bred on fertile land. Primary focus on feed

Whereas insects are consumed also by humans, for instance in Asia, it is as yet uncertain as to whether Western consumers will accept insect-based food products. Therefore, the focus for the time being is on processing them into feeds for animals. Because insect meal is similar to fishmeal as a source of protein, one promising application is in aquaculture to help relieve the pressure on natural fish populations. In addition to a high quality protein, insects also contain a fat which is similar to palm kernel oil and can be used for various purposes. As the global population


grows, so does the necessity for alternative, sustainably-generated protein sources. Insects provide a natural and sustainable protein source that will contribute to closing the future protein gap. In order to address this potential, Bühler – the leading solution provider for the food and feed industry – and Protix – the leading insect production company – have founded Bühler Insect Technology Solutions. This joint venture will develop scalable, industrial solutions for the rearing, and processing of insects to provide protein primarily for animal feed and food. Bühler Insect Technology Solutions is located in China and has already begun operations. “By combining the knowledge and experience of our two companies, we can provide industrial insect processing solutions to address the alternative protein market,” explains Ian Roberts, CTO of Bühler. “Together, we can develop both sustainable and cost effective solutions for large scale insect producers and processors that cover the whole value chain,” adds Kees Aarts, CEO of Protix. Complementary knowledge and experience

Because of these advantages, insects have attracted considerable attention from start-ups and established players in the food industry in recent years. Protix was founded 2009 in the Netherlands. In just a few years, thanks to its dedicated team of highly skilled professionals, the company developed proprietary equipment and solutions gaining extensive operational expertise not only in the breeding and rearing cycle, but also in separating and extracting proteins and lipids

from insects. With a pilot plant, it processes 1,600 tonnes of insect larvae per year and produces high quality, insect-based ingredients. The company was recognized as a Technology Pioneer by the World Economic Forum in 2015. “Protix is the most advanced insect company that has demonstrated industrial-scale production in a way that is scalable and multipliable. They have proven how to create a market in insect protein,” explains Roberts. Now they are ready to take the company to the next level and need a partner who understands the requirements of large, industrial processors. This is where Bühler steps in: The Switzerland-based technology and solution provider looks back on more than 150 years of experience in developing scalable, cost effective, hygienic plants and processes for food and feed products. Bühler is also the recognized technology leader in milling, which is one of the key process steps for extracting protein from insects. Additionally, Bühler supports customers through its global service network. “Bühler has a strong, established business providing technologies for animal feed, and protein from the insects can be used in pellets, or directly as animal feed. With our global market access, technology base, and engineering capabilities, combined with the deep knowledge, experience and entrepreneurial flair of Protix, we have the ingredients for a successful commercial partnership,” Roberts says.

of the joint venture is to develop industrial scale solutions for feedstock processing, larvae rearing and larvae processing, and to produce high-quality insect ingredients – covering the whole value chain from rearing to separation and extraction of proteins and lipids. Initially, the focus will be on larvae of the Black Soldier Fly, nicknamed the “Queen of waste transformation” for its impressive ability to transform organic waste products into highquality protein. Subsequently there will be a diversification to other insects, such as mealworms. The insect proteins will be used primarily for the production of sustainable animal feed, for example in aquaculture, which is the fastest growing agricultural segment in the world. The market for insect processing solutions has huge potential: By 2050, insects could account for 15% of global protein production. 

Scalable, industrial processing solutions Bühler Insect Technologies is

located in Liyang, China. The goal Jan-Feb

33


RESEARCH & DEVELOPMENT

Combat ting the Sunlight, Genetically

Author info รศ.ดร.ภก. สุรพล นธการกิจกุล Assoc.Prof.Dr. Surapol Natakankitkul President of The Society of Cosmetic Chemists of Thailand surapolhsri@gmail.com แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังอธิบายว่า คนส่วนใหญ่จะได้รับรังสียูวีจากแสงแดดที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างวิตามินดี แต่ ถ้าได้รับรังสียูวีมากเกินไป เช่น อยู่กลางแดดนานๆ ผิวหนังจะมีอาการบวม แดง พอง ผิวเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ�ขึ้น หากเกิดบ่อยๆ จะ เกิดผิวหยาบกร้าน มีรอยเหี่ยวย่น ผิวแก่ก่อนวัย จุดด่างดำ�และฝ้า อาจจะทำ�ให้เกิดมะเร็งของผิวหนัง

รังสียูวีแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ รังสียูวีเอ (ความยาวคลื่น 320-400 nm) รังสียูวีบี (ความยาวคลื่น 290-320 nm) และยูวีซี (ความยาวคลื่น 210-290 nm) การได้รับรังสียูวีที่มากเกินไปในตลอดช่วง ชีวิต นอกจากจะทำ�ให้เกิดความเสื่อมของ ผิวแล้ว ยังเป็นสาเหตุสำ�คัญที่ทำ�ให้เกิด มะเร็งผิวหนัง ชนิดของผิวและการดำ�เนิน ชีวติ จะเป็นปัจจัยสำ�คัญทีท่ �ำ ให้ไบโอโมเลกุล ในร่างกายทำ�ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ เซลล์ เช่น เซลล์ตาย โครโมโซมเปลี่ยนแปลง ดีเอ็นเอหรือ ยีนถูกทำ�ลายเกิดการกลายพันธุ์และการ เปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเซลล์ เกิดการ กระตุ้น P53 และผ่าเหล่ากลายพันธุ์ของ ไดเมอร์ไทมีน (thymine dimer) เป็น สาเหตุส�ำ คัญทีท่ �ำ ให้เกิดมะเร็งผิวหนัง เพือ่ ลดความเสีย่ งของการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง ให้หลีกเลี่ยงแสงแดดแรง คือ ช่วงเวลา 10.00-15.00 น. ควรปกปิดผิวด้วยการใส่ 34

www.innolabmagazine.com

เสื้อแขนยาวคอปิด กางร่ม หรือใส่หมวก ปีกกว้าง และสิง่ ทีค่ วรทำ�เป็นกิจวัตรประจำ� วัน คือ ทาครีมกันแดดอย่างสม่�ำ เสมอและ สวมแว่นตากันแดด ผลิตภัณฑ์กันแดดหรือรังสียูวีมีอยู่ 2 ชนิด คือ

1. กลุ่ ม สารที่ เ ป็ น สารสะท้ อ นแสง โดยสารกลุม่ นีจ้ ะเคลือบอยูบ่ นผิว ไม่ดดู ซึม เข้าสู่ผิวหนัง ประสิทธิภาพในการป้องกัน แสงแดดขึน้ อยูก่ บั ขนาดอนุภาคและชนิดของ ผลิตภัณฑ์ เช่น ซิงก์ออกไซด์ ไทเทเนียม ไดออกไซด์ เป็นต้น 2. กลุม่ สารทีเ่ ป็นสารดูดซับแสง ทำ�ให้ แสงแดดไม่สามารถผ่านเข้ามาทำ�อันตรายต่อ ผิวหนังได้ เช่น แอนทรานิเลต (anthranilate) เบนโซฟีโนน (benzophenone) และซิน นาเมต (cinnamate) เป็นต้น

มีการพัฒนาตำ�รับผลิตภัณฑ์กันแดด โดยเพิม่ สารเพิม่ ความชุม่ ชืน้ และสารลดการ อักเสบ เช่น วุ้นว่านหางจระเข้ และน้ำ�มัน จากเมล็ดพืชทีม่ กี รดไขมันโอเมก้า เป็นต้น แล้วใช้สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน ซี (กรดแอล-แอสคอร์บิก) และวิตามินอี (แอลฟา-โทโคฟีรอล) มาช่วยเพิ่มความ คงทนของผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสื่อมสลายง่าย ท่ า นสามารถเรี ย นรู้ เ พิ่ ม เติ ม ได้ ใ น งานสั ม มนาเรื่ อ ง “The Future of Sunscreen“ วันที่ 28 เมษายน 2560 ในงาน ASEANbeauty ไบเทค บางนา โปรดศึกษาข้อมูลเพิม่ เติมและสำ�รองทีน่ งั่ ได้ที่ www.aseanbeautyshow.com 


Dermatologists explain that most people are exposed to UV radiation through sunlight which support vitamin D synthesis. On the other hand, overexposure to UV, staying too long under the sunlight for example, may cause skin redness, photodermatitis, and then the skin turns darker. If these symptoms are repeated, skin will be rough, wrinkled, aged, blemished, leading to skin cancer.

There are three types of UV; UVA (320-400 nm wavelength), UVB (290-320 nm), and UVC (210-290 nm). Too much UV exposure over lifetime causes skin degeneration as well as skin cancer. Skin type and a way of life are dominant factors in the change in biomolecules and cells such as cell death. When chromosome changes, DNA or genes to be disrupted mutate and its structure is transformed. P53 is activated and then mutates to thymine dimers which is a major cause of skin cancer. To reduce chance of skin cancer, strong sunlight in the midday, 10.00 am – 03.00 pm should be avoided. Skin protection is recommended, by wearing a shirt with long sleeves

and a collar, using an umbrella and wearing a sunhat. Applying sunscreen and wearing sunglasses should be done on a daily basis. There are two types of sun/UV screens;

1. Chemicals that reflect the light – these ingredients coat on skin and are not absorbed into skin. Sun protection performance depends on particle size and product group such as zinc oxide and titanium dioxide. 2. Chemicals that absorb the light – these ingredients which protect skin from sunlight are anthranilate, benzophenone and cinnamate, for example.

Several sunscreen formulations were developed by adding moisturizers and anti-inflammation agents such as aloe vera gel, and plant oil with omega fatty acid. Antioxidants such as vitamin C (L-ascorbic acid) and vitamin E (α-tocopherol) are also added to protect against deterioration. Learn more at the seminar on “The Future of Sunscreen“, April 28, 2017 at ASEANbeauty Show, Bitec, Bangna. For more information and registration, please go to www. aseanbeautyshow.com 

Jan-Feb

35


REVIEWS

Mycotoxins are not terrifying, if we eat

Author info พรรณรพี เอี่ยมทวีเจริญ Panrapee Iamtaweejaroen Postdoctoral Researcher, Kasetsart University AMMY184@hotmail.com

สารพิษจากเชื้อรา? ถ้าเริ่มต้นการ สนทนาด้วยประโยคนี้ หลายท่านคงพูดเป็น เสียงเดียวกันว่า อะฟลาทอกซินสินะ มัน อยู่ในถั่วลิสงไง ไม่กินมันก็จบ ไม่มีสารก่อ มะเร็ง แค่นี้ก็หลีกเลี่ยงได้ง่ายจะตาย แต่ ขอบอกว่าคุณคิดผิดมากนะคะ ถูกของคุณ ทีว่ า่ สารพิษเชือ้ ราอะฟลาทอกซินมักพบว่า มันอยูใ่ นถัว่ ลิสง แต่หากคิดดูดดี วี า่ สารพิษ นัน้ มันเกิดจากเชือ้ ราในธรรมชาติบางชนิด ใช่ไหม แล้วถ้าอย่างนั้นวัตถุดิบการเกษตร แห้งๆ ชนิดอื่นๆ ล่ะ เป็นอย่างไร ขอบอก ว่าเป็นไปได้เช่นเดียวกัน คุณรู้หรือไม่ ใน รายงานวิจยั ทางวิทยาศาสตร์หลายฉบับ พบ ว่าในพริกแห้งก็มโี อกาสพบอะฟลาทอกซิน รวมทั้งงา ลูกเดือย และเครื่องเทศต่างๆ ก็สามารถพบได้ แม้แต่ในข้าว หรือข้าว กล้อง ก็พบว่ามีรายงานพบการปนเปื้อน สารพิษเชื้อราทั้งสิ้น ที่สำ�คัญบางคนคิดว่า ถ้ามีสารพิษเชือ้ ราก็ตอ้ งมีรา ถ้ามีราเราต้อง มองเห็น เมื่อเราเห็นราเราก็ไม่กิน แค่นี้ก็ จบ แต่ชีวิตมันไม่ง่ายอย่างนั้นสินะ ตัวอย่างง่ายๆ ลองนึกภาพข้าวเปลือกที่ เก็บเกีย่ วตอนฝนตกแล้วเอาไปกองสุมไว้ใน โรงสีสักสองสามอาทิตย์เพื่อรอการสี คุณ คิดว่ามันจะเกิดอะไร ราก็ขึ้นถูกไหม แล้ว 36

www.innolabmagazine.com

ถ้าคุณเป็นเจ้าของโรงสีคุณจะทิ้งไหม ก็ไม่ ทิ้งถูกไหม คุณก็จะเอาข้าวเปลือกที่ขึ้นรา เหล่านั้นไปสี โดยที่คุณไม่รู้เลยว่าภัยเงียบ กำ�ลังตามคุณมา ผลปรากฏว่าสารพิษทีเ่ ชือ้ รามันสร้างมันซึมเข้าไปในเนือ้ ข้าวหมดแล้ว คิดต่อสินะ เมือ่ นำ�ข้าวไปหุงด้วยความร้อน อะไรจะเหลือ ดิฉนั ขอตอบว่าสารพิษเชือ้ รา สิคะ เหลือแน่ๆ อุณหภูมิหุงต้มแค่ 100120 องศาเซลเซียส ทำ�อะไรสารพิษเหล่า นีไ้ ม่ได้นะคะ ต้อง 300 องศาเซลเซียส ถึง จะพอลดลงได้บ้าง (แปลว่าสารพิษเหล่านี้ ถูกกำ�จัดหมดนะจ๊ะ) ดังนั้น ข้าวหน้าตา สวยงามในหีบห่อ แต่อาจตอบไม่ได้ว่ามัน ปราศจากสารพิษเชื้อราอะฟลาทอกซินนะ ต้องตรวจเท่านั้นนะถึงจะรู้ อีกเรือ่ งทีอ่ ยากบอก สารพิษเชือ้ ราทีค่ ณ ุ รู้จัก อาจมีแค่อะฟลาทอกซิน ซึ่งอันตราย มันสะสมได้ในตับของคุณ แต่ปัจจุบันบน โลกอันกว้างใหญ่ ยังมีสารพิษเชื้อราตัวอื่น อีก เช่น สารพิษเชื้อราออคราทอกซินเอที่ มักพบในกาแฟ โกโก้ พริกแห้ง สารพิษเชือ้ ราดีออกซีนีวาลินอล พบในข้าวสาลี แป้ง ประเภทต่างๆ สปาเกตตี มักกะโรนี สาร พิษเชื้อราพาทูลิน ซึ่งมักพบในน้ำ�แอปเปิ้ล สารพิษเชือ้ ราซิตรินิน มักพบในเต้าหู้ยี้ อีก

ทัง้ อาหารทีม่ ผี ลต่ออนาคตของชาติ เช่น นม ก็ควรระวัง เพราะสามารถพบสารพิษเชื้อ ราอะฟลาทอกซินเอ็มวัน ซึ่งเกิดจากวัวรับ ประทานอาหารสัตว์ที่มีการปนเปื้อนสารพิ ษอะฟลาทอกซินบีวันเข้าไป เช่น ข้าวโพด ขึน้ รา กากถัว่ ขึน้ รา และอืน่ ๆ อีกมากมาย ปัจจุบนั มีการศึกษาพบว่ามีสารพิษจาก เชือ้ รามากถึงกว่าร้อยชนิด แต่ชนิดทีม่ กั พบ ในอาหารก็อย่างที่เล่ามา ไม่อยากบอกว่า มันไม่มปี นเปือ้ นในไทยนะ ไม่กล้าพูดหรอก! เพราะไม่ได้ตรวจทุกอาหาร แต่อยากให้ทกุ คนอ่านแล้วตระหนัก เข้าใจและตั้งรับมัน เพราะสารพิษเชื้อรา เมื่อเข้าสู่ร่างกายมัน สามารถขับออกได้บางส่วน แต่แค่บางส่วน ไง แต่สว่ นทีฝ่ ากเอาไว้ในกายเธอก็ไม่รวู้ า่ เมือ่ ไหร่จะออกฤทธิ์ ถ้าตับขับไม่หมดแล้วมะเร็ง จะถามหาไหม อยากบอกว่าสำ�หรับอะฟลา ทอกซินนัน้ ปัจจุบนั มันถูกจัดอันดับให้เป็น สารก่อมะเร็งในมนุษย์แล้ว โดยเฉพาะมะเร็ง ตับ อีกทัง้ หากคุณเป็นไวรัสตับอักเสบบีคณ ุ จะได้ตั๋วผ่านด่านไปเป็นมะเร็งมากกว่าคน ปกติอีก 30 เท่า ที่เล่ามาตลอดนี้ไม่ต้องการให้กลัว แต่ ต้องการให้ตระหนัก ให้เข้าใจ ไม่ได้บอก ว่าอันตราย กินไม่ได้ แต่แค่อยากบอกว่า


เลือกกินอาหารสะอาด กินให้หลากหลาย อย่ากินอะไรซ้ำ�ๆ ทุกวันนี้อย่ามัวคิดแต่ว่า อันตรายมาจากสารเคมีเพียงอย่างเดียว สาร พิษจากเชื้อราในธรรมชาติก็ควรระวังเช่น กัน ถ้าลองยกตัวอย่างนะ ตื่นเช้ามารับ ประทานน้ำ�เต้าหู้ ซึ่งก็ทำ�มาจากถั่วเหลือง (ก็ถวั่ ใช่ไหม) สายหน่อย ขนมปังโฮลวีททา

เนยถั่ว (ถั่ว) กลางวัน สปาเกตตี้ พร้อม น้�ำ แอปเปิล้ บ่ายคล้อย จิบมอคค่า (กาแฟ กับโกโก้) ตอนเย็น หมูสะเต๊ะกับข้าวกล้อง แกงมัสม่ัน แล้วดึกๆ ดื่มน้ำ�ถั่วห้าชนิด ถ้า กินของเหล่านีเ้ พียงแค่วนั เดียวคงไม่เป็นไร แต่หากคุณกินมันซ้�ำ ทุกวัน โอกาสของคุณที่ จะได้รบั สารพิษเชือ้ รามีมากกว่าคนอืน่ แน่ๆ

มากกว่าคนทีก่ นิ หลากหลาย หากคุณเลือก อาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพแล้ว โปรด เลือกอาหารให้ปลอดภัยต่อสุขภาพของคุณ ด้วยเช่นกัน ด้วยรักและห่วงใย จากนักวิจยั ตัวเล็กๆ ทีอ่ ยากให้คนไทยห่างไกลจากสาร พิษเชื้อรา 

Mycotoxins? When we talk about this, some people may think about aflatoxins in peanuts, and think that we will not get carcinogen only if we don’t eat them. This idea is not totally right. It is correct that aflatoxins are usually found in peanuts. However, if you consider carefully, toxins are from certain natural fungi, and what about other dehydrated agricultural raw materials? They are also the sources. Many scientific researches revealed that aflatoxins were found in dried chillies, sesames, job’s tears and spices. Even rice or brown rice were contaminated by mycotoxins. Importantly, some people think that mycotoxins are fungi, so we can see them and avoid them. Actually it is not that easy. I can give you an easy example, imagine the paddies were harvested during rainfall and were kept in the mill for a few weeks. What will be happening? The fungi take place, right? Would you throw away all paddies if you were the mill’s owner? The answer is no. You would bring them to the mill without knowing that the danger is silently coming. In fact the mycotoxins were infiltrated into the rice already. When we cook that rice, the boiling temperature at 100-120 degrees Celsius can’t kill

the mycotoxins; it should be 300 degrees Celsius that can kill some (not all). Therefore beautiful rice in nice packaging does not confirm that it is free from aflatoxins. We can only know when we bring them to the laboratory. Another issue is that mycotoxins that you commonly know are aflatoxins that can be accumulated in your liver; but there are many other mycotoxins in our world. For example, ochratoxin A is found in coffee, cocoa and dried chilli; deoxynivalenol is found in wheat, powder, spaghetti and macaroni; patulin is found in apple juice; citrinin is found in fermented bean curd. Milk is also at risk because it can contain aflatoxin M1 if the cow eats mold-infected corn, moldy soy meal that is contaminated with aflatoxin B1, etc. Nowadays there are more than 100 types of mycotoxins; what I have stated are some in food. I can’t tell you that there is no food contamination in Thailand, because we don’t test every single food. I just want you to read this article and be aware, understand and deal with it. Human body can secrete some mycotoxins, but the remains can cause illnesses such as cancer

in the future. Presently, aflatoxins are in the rank of human carcinogen. It can cause liver cancer. Especially if you have hepatitis B virus, your risk of having cancer is 30 times higher than that of normal people. As I said, I didn’t mean to scare you. I just wanted you to realize and understand. I didn’t say that these food are inedible, I just told you to select clean food with varieties. Don’t think that the danger merely comes from chemicals, mycotoxins from natural source should also be of concern. I give you an example. If you drink soy milk (made from soy) in the morning, eat whole wheat bread with peanut butter (made from nut) in late morning, eat spaghetti and drink apple juice at noon, drink mocha coffee (coffee and cocoa) in the afternoon, eat brown rice, satay and massaman curry in the evening, and drink fivebean beverage at night. If you eat like my example for one day, you should be fine. But if you eat like this every day, you will have higher chance to accumulate mycotoxins. So please find healthy and safe food for your body. I want Thais to stay away from mycotoxins, with love from little lady researcher.  Jan-Feb

37


TECHNOLOGY

Rapid Detection of White Spot Syndrome Virus

Author info ดร. กิชูร์ เอ็ม พัคนิการ์ ซาฮูล ฮามีด Dr. Kishore M Paknikar Sahul Hameed Researcher, Nanobioscience Group, Agharkar Research Institute, Pune, India Researcher, OIE Reference Laboratory for WTD kpaknikar@gmail.com cah_sahul@hotmail.com โรคจุดขาว (WSD) เกิดจากไวรัสโรคจุดขาว (WSSV) เป็นหนึง ่ ในโรคทีท ่ �ำ ให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมกุง ้ ทัว ่ โลกมากทีส ่ ด ุ ตัง ้ แต่เกิดการระบาดของโรคนีค ้ รัง ้ แรกในปี 2535 ไวรัสแพร่กระจายจากจีนและญีป ่ น ุ่ มาถึงไทย อินโดนีเซีย และอินเดีย หลังจากนัน ้ ได้แพร่กระจายไปยังประเทศผู้เลีย ้ งกุง ้ อืน ่ ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ไวรัสยังคงมีผลกระทบอย่างยิง ่ ต่อการเลีย ้ งกุง ้ จนกระทัง ่ ปัจจุบน ั การติดเชื้อไวรัสโรคจุดขาวจะทำ�ให้เกิดจุดกลมสีขาวขนาดเล็ก ซึ่งมักพบว่านิวเคลียสของเซลล์เอคโทเดิร์มและเมโซเดิร์มใหญ่จน เกือบเต็มเซลล์ (hypertrophied nuclei) กุ้งในฟาร์มกุ้งที่มีการระบาดของโรคจะมีอัตราการตาย 100% ภายใน 3-10 วัน หลัง การติดเชื้อ เนื่องจากยังไม่มีวิธีการรักษา การป้องกันการติดเชื้อจึงเป็นขั้นตอนหลักในการกักโรค การวินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง ตั้งแต่มีการติดเชื้อช่วงแรกเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพในการติดตามการแพร่ระบาดของไวรัสโรคจุดขาวในอุตสาหกรรมกุ้ง วิธีการตรวจวิเคราะห์

วิธีการวินิจฉัยโรคจุดขาวแบบดั้งเดิม และได้รับการยอมรับมากที่สุด เช่น การ สังเกตอาการของโรคและวิธีทางจุลพยาธิ วิทยา ถูกแทนที่ด้วยเทคนิคการตรวจ วิเคราะห์สมัยใหม่ เช่น วิธีพีซีอาร์และวิธี ทางอิมมูโนวิทยา วิธีการเหล่านี้มีความไว สูง มีความจำ�เพาะ และให้ผลการวินิจฉัย ทีถ่ กู ต้อง อย่างไรก็ตาม วิธเี หล่านีม้ ตี น้ ทุน สูง ใช้เวลานาน ต้องใช้อุปกรณ์จำ�เพาะ และผู้วิเคราะห์ต้องมีทักษะ และจึงทำ�ให้ ไม่สามารถใช้ตรวจภาคสนามได้ นอกจากนั้น ความไวของเทคนิค พีซอี าร์จะมีความแตกต่างกัน ขึน้ กับวิธกี าร สกัดดีเอ็นเอ ความเข้มข้นของเทมเพลต และขนาดของแอมพลิคอน ส่วนผลการ ทดสอบด้วยวิธพี ซี อี าร์เป็นการตรวจวิเคราะห์ 38

www.innolabmagazine.com

ชิ้นส่วนดีเอ็นเอ ซึ่งตรวจวัดไวรัสที่มีชีวิต ได้ไม่ดี วิธี ELISA ซึ่งเป็นวิธีตรวจดั้งเดิม อีกวิธีหนึ่งก็ไม่สามารถใช้ตรวจภาคสนาม ได้ ในทางตรงกันข้าม วิธีด็อตบล็อตและ แถบตรวจวัดด้วยวิธอี มิ มูโนโครมาโทกราฟีที่ พัฒนาเพือ่ การตรวจสอบไวรัสโรคจุดขาวมี ความรวดเร็ว และสามารถใช้งานภาคสนาม เพื่อตรวจคัดกรองกุ้งทั้งตัวอย่างเดี่ยวและ ตัวอย่างรวมที่มีปริมาณไวรัสที่มากพอ วิธีอิมมูโนแอสเสย์แบบการไหล เลเทอรอล (LFIA)

วิ ธี อิ ม มู โ นแอสเสย์ แ บบการไหล เลเทอรอล (LFIA) ใช้อนุภาคระดับนาโน ของโลหะในการตรวจสอบตัวอย่างเป้าหมาย เป็นวิธที งี่ า่ ย รวดเร็ว ต้นทุนต่�ำ และสะดวก ต่อการใช้งานภาคสนาม อนุภาคทองคำ�

นาโน (AuNPs) นิยมใช้เป็นตัวติดฉลาก สำ�หรับการตรวจสอบด้วยสายตาในวิธี LFIA ที่พัฒนาเพื่อการตรวจสอบโปรตีน อิออน โลหะ ฮอร์โมน แบคทีเรีย ไวรัส เป็นต้น อุตสาหกรรมสัตว์น้ำ�ใช้เทคนิคการวินิจฉัย โดยตรวจซีรมั หลายแบบในการตรวจวินจิ ฉัย ไวรัสโรคจุดขาวด้วย มีความต้องการวิธีการวิเคราะห์แบบ รวดเร็วและสามารถใช้ภาคสนามได้ จึง เน้นการพัฒนา LFIA เป็นหลัก ความเป็น ไปได้ในการลดความไวลง (เมื่อเทียบกับ วิธี ELISA) เป็นปัจจัยในการเลือกวิธีการ ทดสอบ LFIA จะมีประโยชน์แก่เกษตรกร และผู้บฏิบัติงานในโรงเพาะกุ้ง ในการ รักษาให้พ่อแม่พันธุ์กุ้งแข็งแรง ให้ลูกกุ้งที่ มีคณ ุ ภาพสูงสุดและหยุดยัง้ การสูญเสียทาง เศรษฐกิจครั้งใหญ่นี้


แถบทดสอบ LFIA

แถบทดสอบ LFIA ประกอบด้วยสามขัน้ ตอน (a) การผลิตโพลีโคลนอลแอนติบอดีที่ จำ�เพาะกับไวรัสโรคจุดขาว (b) สังเคราะห์ คอนจูเกตระหว่างอนุภาคทองคำ�นาโนกับ แอนติบอดีในสภาพคอลลอยด์ (c) ติด แถบทดสอบ LFIA เข้ากับตลับโพลีโพรพิลนี โพลีโคลนอลแอนติบอดีที่จำ�เพาะกับไวรัส โรคจุดขาวได้จากกระต่ายขาวนิวซีแลนด์ โดยใช้โปรตีนรีคอมบิแนนต์ VP28 เป็น อิมัลชั่นในสารเสริมฤทธิ์ฟรอยด์ การทดสอบ LFIA ภาคสนาม

LFIA ได้รบั การทดสอบโดยใช้ตวั อย่าง 75 ตัวอย่าง ทีส่ งสัยว่าอาจมีการติดเชือ้ ไวรัส โรคจุดขาว และเก็บตัวอย่างจากฟาร์มกุ้ง ใน 6 รัฐในอินเดีย แถบสองแถบที่ปรากฏ (เส้นหนักและเส้นเบา) บนเจล SDS-PAGE (12.5%) แสดงให้เห็นความบริสุทธิ์ของ แอนติบอดี anti-rVP28 (pAb) ไตเตอร์ ของแอนติบอดีทผี่ า่ นการทำ�ให้บริสทุ ธิแ์ ล้ว ด้วยวิธี ELISA พบว่ามีค่า 1:5000 ค่าต่ำ�

สุดที่ตรวจสอบได้โดยวิธี ELISA 0.0078 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ของโปรตีนไวรัสโรค จุดขาว ผลการวิเคราะห์ด้วยวิธีเวสเทิร์น บล็อตยืนยันว่าแอนติบอดีที่ทำ�ให้บริสุทธิ์ แล้วจะไม่เกิดปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อกุ้ง ในการตรวจสอบความจำ�เพาะของ การวิเคราะห์ LFIA ถูกทดสอบกับไวรัสใน กุ้งอื่นๆ เช่น IHHNV, MBV และ HPV การวิเคราะห์ด้วยวิธี LFIA ไม่พบว่ามี ปฏิกิริยากับไวรัสกุ้งอื่นๆ ตามหลักฐาน จะเห็นได้ว่ามีเส้นสีแดงเส้นเดียวในส่วน ควบคุมของวิธี LFIA การวิเคราะห์ด้วย วิธี LFIA จะให้ผลบวกเมื่อมีโปรตีนความ เข้มข้น 6.2 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร และใช้ ตัวอย่าง 40 ไมโครลิตร วิธีการพีซีอาร์ขั้น ตอนเดียวแบบเดิมทีใ่ ช้ตรวจจับไวรัสโรคจุด ขาวซึ่งใช้เทมเพลตดีเอ็นเอจากตัวอย่างที่ ความเข้มข้น 3.125 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร

การทดลองระยะเวลาทีส ่ ามารถตรวจ สอบได้ในช่วงแรกของการติดเชื้อ

ในช่วงแรกของการติดเชือ้ ได้แก่ หลัง การติดเชื้อ (p.i.) 3 ชั่วโมง ตัวอย่างเลือด กุ้ง (hemolymph) จะให้ผลบวกในการ ตรวจวิเคราะห์ด้วย LFIA ในขณะที่การ ตรวจเนื้อเยื่อให้ผลลบทั้งหมด เมื่อการติด เชือ้ ดำ�เนินต่อไป หลังการติดเชือ้ 6 ชัว่ โมง วิธี LFIA สามารถตรวจวิเคราะห์ไวรัสโรค จุดขาวในเลือดรวมทั้งเหงือกของกุ้งที่ติด เชื้อ หลังจากนั้น วิธี LFIA สามารถตรวจ เชื้อไวรัสในเนื้อเยื่ออ่อนที่หัว ก้านลูกตา และขาว่ายน้ำ� (pleopod) หลังการติด เชื้อ 12, 24, 36 ชั่วโมง และช่วงใกล้ตาย วิธี LFIA ให้ผลสอดคล้องกับวิธกี ารพีซอี าร์ ขั้นตอนเดียว ตัวอย่างของเนือ้ เยือ่ ทีส่ งสัยว่าจะติดเชือ้ ไวรัสจากฟาร์ม (75 ตัวอย่าง) วิเคราะห์ ด้วยวิธี LFIA และพีซอี าร์แบบขัน้ ตอนเดียว (วิธีการอ้างอิง) พบว่า 60% ของตัวอย่าง (45 จาก 75 ตัวอย่าง) มีผลบวกหรือติด เชื้อ ในขณะที่ตัวอย่างที่เหลือ 40% (30

Jan-Feb

39


จาก 75) ให้ผลลบ เมื่อวิเคราะห์ตัวอย่าง ทั้งหมดด้วย LFIA พบว่ามีผลบวก 44 ตัวอย่าง และมีเพียงตัวอย่างเดียวที่ให้ผล ลบ (ไม่ตรงกับการวิเคราะห์ด้วยพีซีอาร์) การทดสอบความใช้ได้และการทดสอบ ภาคสนาม

การวินิจฉัยไวรัสที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะ แรกของการติดเชือ้ เป็นจุดสำ�คัญในการลด การสูญเสียให้น้อยที่สุด ดังนั้น จึงจำ�เป็น ต้องตรวจจับโรคด้วยวิธีการที่รวดเร็ว ง่าย และสามารถใช้ในภาคสนามได้ เมือ่ เปรียบ เทียบกับวิธีพีซีอาร์แบบขั้นตอนเดียว วิธี LFIA ทีพ่ ฒ ั นาขึน้ มานีม้ คี วามไวต่�ำ กว่า แต่ มีความโดดเด่น คือ ใช้งานได้ง่ายในภาค

สนามโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์เฉพาะหรือเจ้า หน้าที่ที่ผ่านการอบรม วิธี LFIA สามารถ ตรวจจับไวรัสหลังการติดเชือ้ เพียง 3 ชัว่ โมง ซึง่ ยังไม่แสดงอาการติดเชือ้ ภายนอก ความ จำ�เพาะและความไวของวิธี LFIA สามารถ เทียบได้กับวิธีพีซีอาร์แบบขั้นตอนเดียวใน การวิเคราะห์ตัวอย่าง ผลกระทบด้านเศรษฐกิจเมือ่ มีการใช้วธิ ี LFIA อย่างแพร่หลายจะเห็นได้ว่ามีความ สำ�คัญ ทัง้ การประหยัดค่าจ้างวิเคราะห์และ การป้องกันการสูญเสียด้วยการควบคุมการ ติดเชื้อ โดยทั่วไป เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งใน ประเทศต่างๆ เช่น อินเดีย จะต้องตรวจ คัดกรองไวรัสจุดขาวด้วยวิธีพีซีอาร์ ซึ่งมี ค่าใช้จ่ายประมาณ 15 ดอลลาร์สหรัฐต่อ

ตัวอย่าง วิธี LFIA (ค่าใช้จ่ายประมาณ 3 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัวอย่าง) จะช่วยประหยัด ค่าใช้จา่ ยในการตรวจคัดกรองเบือ้ งต้น เพือ่ ขจัดตัวอย่างที่มีผลบวก ตัวอย่างที่ให้ผล ลบจากวิธี LFIA สามารถนำ�ไปทดสอบซ้ำ� ด้วยวิธีพีซีอาร์ได้ นอกจากนั้น เกษตรกร สามารถทำ�การทดสอบได้โดยไม่ตอ้ งได้รบั ความช่วยเหลือจากผูเ้ ชีย่ วชาญภายนอก ดัง นั้น ภาระทางการเงินของเกษตรกรจะลด ลงอย่างมาก 

ภาพที่ 1: A) แผนภาพแสดงการประกอบแถบตรวจวิเคราะห์ LFIA B) การตรวจวิเคราะห์ไวรัสโรคจุดขาวใน LFIA (a) ตัวอย่างที่ผลตรวจเป็น ลบ (b) ตัวอย่างที่มีไวรัสโรคจุดขาวที่ผ่านการทำ�ให้บริสุทธิ์ (c), (d), และ (d) ใช้การเจือจาง (b) ความจำ�เพาะของ LFIA (f) MBV (g) HPV (h) IHHV 1:10, 1:20, และ 1:40 ตามลำ�ดับ โดย C: เส้นควบคุม T: เส้นทดสอบ Figure 1: A) Schematic representations showing the LFIA strip assembly. B) Testing of WSSV in LFIA. (a) WSSV negative sample, (b) WSSV neat sample containing purified virus, (c), (d) and (e) correspond to 1:10, 1:20 and 1:40 dilutions of (b) Specificity of LFIA (f) MBV (g) HPV (h) IHHNV. C: Control line, T: Test Line.

White spot disease (WSD), caused by white spot syndrome virus (WSSV), is one of the most devastating diseases in shrimp culture industry worldwide. Since the emergence of WSSV in 1992, the virus spread from China and Japan to Thailand, Indonesia and India. Later on, it spread to all other shrimp growing countries including the USA. The virus continues to have the greatest impact on shrimp culture to date. WSSV infection results in the formation of small, circular white inclusions that are most noticeable in hypertrophied nuclei of ectodermal and mesodermal cells of the infected shrimp. In WSSV outbreaks on farms, mortality can reach up to 100% within 3 to 10 days of infection. As no treatment measures are available, prevention of the infection becomes a key step to contain the disease. Accurate diagnosis of the virus at early stages is one of the most efficient strategies to monitor and control WSSV outbreak in shrimp farming industry. 40

www.innolabmagazine.com


Detection Methods

The classical and well accepted methods of WSSV diagnosis such as observation of clinical symptoms in animals and histopathology have long been replaced by modern detection techniques such as PCR and immunological methods. These methods are highly sensitive, specific and provide an accurate diagnosis. However, they are costly, time-consuming, require specialized equipment and skilled personnel and therefore not usable under field conditions. Furthermore, the sensitivity of the PCR technique varies considerably with the method of DNA extraction, template concentration and the size of the amplicon. Also, a positive PCR test, which detects a DNA fragment, is a poor indicator of viral viability. Another conventional test employed for the detection

of WSSV is ELISA but is not fieldusable. On the other hand, dot blot and immunochromatographic strips developed for the detection of WSSV are rapid, and can be used in the field to screen individual as well as pooled shrimp samples provided the viral loads are sufficiently high. Lateral Flow Immunoassay (LFIA)

LFIAs that use metal nanoparticles for colorimetric detection of targets are simple, rapid, low-cost and convenient for field deployment. Gold nanoparticles (AuNPs) are the most commonly used visual readout detection labels in LFIAs developed for a variety of proteins, metal ions, hormones, bacteria, viruses, etc. Aquaculture industry uses several serodiagnostic techniques for the detection of WSSV. Considering the urgent need for a rapid and field-usable method,

it was decided to focus efforts on the development of LFIA. The possibility of sacrificing on sensitivity (as compared to ELISA) was factored in this choice. LFIA will be helpful to farmers and hatchery operators in maintaining healthy brood stock, ultimately producing good quality seed and forestalling heavy economic losses. LFIA Strips

The assembly of LFIA strips comprised three steps, viz. (a) production of polyclonal antibody against WSSV, (b) synthesis of colloidal gold nanoparticles-antibody conjugate and (c) assembly of LFIA strips in polypropylene cassettes. Polyclonal antiserum against WSSV was raised in New Zealand white rabbits using purified recombinant VP28 protein emulsified in Freund’s complete adjuvant.

เครื่องวิเคราะห์หาความชื้น รุ่น MB90 & MB120

New Moisture Balances MB90 & MB120 “Made Simple & More Powerful” เครือ่ งวิเคราะห์หาความชืน้ ของโอเฮ้าส์รนุ่ ล่าสุด ได้ออกแบบมาให้เลือกใช้งานตามวัตถุประสงค์ไม่วา่ ใช้กบั งานควบคุมคุณภาพทีท่ �ำ เป็นประจำ�ในทุกๆวัน หรืองาน ทีม่ คี วามซับซ้อนรวมถึงงานวิจยั พัฒนาสำ�หรับวัตถุดบิ หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ เครือ่ งวิเคราะห์ความชืน้ ของโอเฮ้าส์มใี ห้เลือก 2 รุน่ คือ MB90 ทีไ่ ด้ออกแบบมาเพือ่ รองรับกับงานทีท่ �ำ ซ้�ำ ๆและเป็นประจำ�ทุกวัน และ รุน่ MB120 ทีไ่ ด้ออกแบบมาสำ�หรับหน่วยงานวิจยั และพัฒนาทีฟ่ งั ก์ชนั่ การทำ�งานให้เลือกใช้ได้มากกว่าไม่วา่ จะเป็น โปรแกรมการให้อุณหภูมิที่มีให้เลือกถึง 4 แบบ โปรแกรมการหาอุณหภูมิที่เหมาะสมสำ�หรับการวิเคราะห์ตัวอย่างที่เรียกว่า “Temperature Guide” และยังสามารถเก็บบันทึกวิธีการทดสอบได้ถึง 100 วิธีและในแต่ละวิธีสามารถเก็บผลการทดสอบได้ 100 ข้อมูล เครื่องวัดความชื้นของโอเฮ้าส์รุ่น MB90 & MB120 จึงเป็นอีกทางเลือกสำ�หรับคนที่กำ�ลังมองหาเครื่องวิเคราะห์หาความชื้น

Jan-Feb

41


Field Level Validation of LFIA

The LFIA was validated using 75 animal samples suspected of WSSV infection and collected from different farms located in six states of India. The presence of two bands (heavy chain and light chain) on SDS-PAGE gel (12.5%) indicated the purity of anti-rVP28 antibody (pAb). The titer of the purified antibody, as determined by ELISA was found to be 1:5000. Using ELISA, the LOD was observed to be 0.0078 μg/mL of purified WSSV protein. Western blot result confirms that the purified antibodies do not cross-react with the shrimp tissue. To determine the specificity of the assay, the LFIA was further tested with other shrimp viruses such IHHNV, MBV, and HPV. The developed LFIA did not show any cross-reactivity with other shrimp viruses as evidenced by the appearance of a single red line only in the control zone of the LFIA. The developed LFIA yielded a positive result up to protein concentration of 6.2 μg/mL when 40 μL of sample was applied. The conventional one-step PCR could detect WSSV with template DNA isolated from the sample with a protein concentration of 3.125 μg/ mL.

Time Course Infectivity Experiment for Early Detection

During the early onset of infection, i.e. 3 h post-infection (p.i.), hemolymph samples gave a positive readout in LFIA, whereas results were negative for all other tissue samples. With the progression of the disease, the LFIA was able to detect WSSV from hemolymph as well as gills of an infected animal at 6 h p.i. Subsequently, LFIA was able to detect the virus from head soft tissue, eye stalk, and pleopod at 12, 24, 36 h p.i. and the moribund stage. The results of LFIA were in complete agreement with one-step PCR. Tissues of animals suspected of WSSV infection collected from farms (75) were analyzed simultaneously using one-step PCR and LFIA. In one-step PCR (conventional gold standard) 60% samples (45 out of 75) were diagnosed as positive or infected and the remaining 40% (30 out of 75) were found to be negative. When all the above samples were analyzed using LFIA, 44 samples tested positive and only one sample (which was positive in PCR) tested negative. Validation and Field Test

Accurate diagnosis of the virus at early stages of the disease is critical to minimize the losses. Hence, there is a need to detect

the disease in a rapid, simple and field-usable manner. As compared to one-step PCR, the developed LFIA was found to be marginally less sensitive. However, its ease of use under the field conditions without the requirement of any specialized instrument or trained workforce distinctly stands out. The LFIA developed can detect WSSV within 3 h p.i., much before the development of gross morphological signs of infection. The specificity and sensitivity of the developed LFIA were comparable to one-step PCR, on the samples tested. The economic impact of widespread use of LFIA test could be considerable, both in terms of savings in the testing charges and preventing losses due to the control of infection. Usually, the shrimp farmers in countries like India have to screen all samples for WSSV by PCR test, which incurs an expenditure of ~15 usd per sample. LFIA (costing ~3 usd per sample) could serve as the first-level screening test to eliminate WSSV positive samples. LFIA negative samples could then be tested by PCR, if required. Moreover, the farmer could perform the test without any outside professional help. Thus, the financial burden on the farmer could be reduced substantially. 

Article info P. K. Kulabhusan et al. (2017). Field-Usable Lateral Flow Immunoassay for the Rapid Detection of White Spot Syndrome Virus (WSSV). PLOS ONE. January 3, 2017. DOI:10.1371/journal.pone.0169012

42

www.innolabmagazine.com


REGULATORY

ATCC : Global Standard to Microbiological Laboratories

Author info พชร สังข์ทอง Potchara Sungtong Business Manager - Microbiology Thailand, Thermo Fisher Scientific (Thailand) Co., Ltd. potchara.sungtong@thermofisher.com เอทีซซ ี ี เป็นองค์กรชัน ้ นำ�ของโลกด้านมาตรฐานและวัสดุทางชีววิทยา มีพน ั ธกิจในการจัดเก็บ พิสจ ู น์ความแท้ (authentication) ผลิต อนุรักษ์ พัฒนา และส่งมอบเชื้อจุลินทรีย์อ้างอิง เซลล์ไลน์ และวัสดุอื่นๆ นอกจากการเก็บรักษาวัสดุแบบดั้งเดิมแล้ว เอทีซีซียังพัฒนาผลิตภัณฑ์ มาตรฐาน และบริการคุณภาพสูง เพื่อสนับสนุนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และความก้าวหน้าเพื่อ พัฒนาสุขภาพของประชาคมโลก

เอทีซซี ี สนับสนุนนักวิจยั สหรัฐอเมริกา และนานาชาติด้วยการจำ�แนกเซลล์ไลน์ แบคทีเรีย ไวรัส รา และโปรโตซัว พัฒนา และประเมินการวิเคราะห์และเทคนิคสำ�หรับ ทดสอบทรัพยากรของการวิจยั และเก็บรักษา และกระจายวัสดุชีวภาพแก่สาธารณะทั่ว โลก อุตสาหกรรมเอกชน และการวิจยั ของ รัฐบาล และชุมชนวิทยาศาสตร์ กิจกรรมของ เอทีซีซีครอบคลุมอย่างกว้างขวางตั้งแต่ การจัดเก็บวัสดุในคลัง ไปจนถึงการมอบ มาตรฐานและการบริการจำ�เพาะ การวิจยั และพัฒนาภายใน และการจัดการทรัพย์สนิ ทางปัญญา ลูกค้าของเอทีซีซีประกอบด้วยนักวิจัย ชั้นนำ�และนักวิทยาศาสตร์ในสถาบันการ ศึกษา รัฐบาล และอุตสาหกรรมเอกชน ลูกค้ามากกว่า 80% ของเอทีซีซีมาใน นามสถาบันการศึกษาและอุตสาหกรรม – ประมาณ 40% ของแต่ละกลุม่ อยูใ่ นสถาบัน การศึกษาและอุตสาหกรรมเอกชน ลูกค้า

รัฐบาลมีสัดส่วน 6% ของลูกค้าทั้งหมด นอกจากนั้น ลูกค้าของเอทีซีซี 75% อยู่ ในสหรัฐอเมริกา ในขณะที่เหลือ 25% มา จากต่างประเทศ เอทีซซี มี ฝี า่ ยขายโดยตรง อยู่ในสหรัฐอเมริกาและมีเครือข่ายตัวแทน และพันธมิตรทั่วโลกเพื่อให้เข้าถึงชุมชน วิทยาศาสตร์ใน 150 ประเทศ การวิจัยและพัฒนา

เอทีซีซี ทำ�การวิจัยอย่างเป็นอิสระเพื่อ สนับสนุนพันธกิจและใช้เทคโนโลยีล่าสุด เพื่อพิสูจน์ความแท้ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ คุณภาพซึง่ ขับเคลือ่ นนวัตกรรมและมาตรฐาน ทางวิทยาศาสตร์ การพัฒนาชีววิทยาของ เซลล์เน้นการส่งมอบแบบจำ�ลองในสิง่ มีชวี ติ และเครื่องมือการวิจัย เช่น เซลล์ปฐมภูมิ ที่ได้รับการพิสูจน์และจำ�แนกแล้ว รวมทั้ง เซลล์ไลน์​(ทัง้ เซลล์ตน้ กำ�เนิดและเซลล์ตอ่ เนื่อง) ที่รักษาให้มีชีวิต และชุดเซลล์ไลน์ ที่จำ�เพาะกับวิถีของเซลล์หรือจำ�เพาะต่อ โรคพร้อมข้อมูลจีโนมอภิพันธุ์ (genomic

metadata) และดีเอ็นเอพร้อมวิเคราะห์ บริการ

เอทีซีซียกระดับทรัพยากรและความ เชีย่ วชาญเพือ่ มอบมาตรฐานและการบริการ เฉพาะให้แก่ชมุ ชนวิทยาศาสตร์ บริการด้าน มาตรฐานประกอบด้วย การพิสจู น์ความแท้ของเซลล์ไลน์ดว้ ย การทำ�ข้อมูลดีเอ็นเอด้วยวิธี STR และการ ทดสอบการปนเปื้อนไมโคพลาสมา การเก็บรักษาจุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้อง กับการจดสิทธิบัตรในสหรัฐอเมริกาและ นานาชาติ ธนาคารชีวภาพของเซลล์ไลน์ โปรแกรมการทดสอบความเชีย่ วชาญ ทางเคมีและจุลชีววิทยา สำ�หรับการทดสอบ เชือ้ ก่อโรค เชือ้ บ่งชี้ เชือ้ ทีท่ �ำ ให้เกิดการเน่า เสีย เชื้อประจำ�ถิ่นทั่วไป และวิธีการอื่นๆ สำ�หรับตลาดการควบคุมคุณภาพอาหาร เครื่องดื่ม อาหารสัตว์ และเภสัชกรรม Jan-Feb

43


อุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา สามารถได้ รั บ การบริ ก ารเฉพาะจาก เอทีซีซี ได้แก่ การขยายขนาดของการเลี้ยงเซลล์ และจุลินทรีย์ในธนาคารชีวภาพหลักและ ธนาคารชีวภาพสำ�หรับเก็บเชือ้ ทีก่ �ำ ลังใช้งาน จำ�แนกและนับจำ�นวนโดยใช้เทคโนโลยี ไตเตอร์ qPCR และ ddPCR™ พั ฒ นากรดนิ ว คลี อิ ก ที่ พ บตาม ธรรมชาติและกรดนิวคลีอิกสังเคราะห์ การบริการกับภาครัฐและการบริการ แบบต่อเนื่อง

เอทีซีซีมอบโปรแกรมการเก็บรักษา ทรัพยากรชีวภาพคุณภาพสูงกับรัฐบาล โดย ให้บริการวิเคราะห์และการพัฒนาชุดเซลล์ ไลน์สำ�หรับโรคติดเชื้อ ประกอบด้วย สาร พิษ เชื้อจุลินทรีย์ไม่ก่อโรค และวัสดุทาง จุลชีววิทยาอื่นๆ เอทีซีซี ผลิตและจำ�แนก เชือ้ ทีใ่ ช้เพือ่ การป้องกันทางชีวภาพและเชือ้ โรคอุบัติใหม่และอนุพันธ์ นอกจากนั้น ยัง เป็นผูส้ ง่ มอบสารเคมีส�ำ หรับทดสอบตัวอย่าง จากผูป้ ว่ ยไปยังห้องปฏิบตั กิ ารทางการแพทย์ ทัว่ โลก และผลิตและกระจายชุดตรวจเรียล ไทม์พซี อี าร์ส�ำ หรับการวิจยั และเฝ้าระวังสาย พันธุ์ไวรัสไข้หวัดใหญ่ เช่น H1N1, H7N9, และ H5N1 การเก็บรักษาวัสดุทางชีวภาพ

เอทีซซี เี ก็บรักษาวัสดุทางชีวภาพหลาก หลายเพื่อการวิจัย ประกอบด้วยเซลล์ไลน์ เครื่องมือทางโมเลกูลาร์จีโนม จุลินทรีย์ และผลิตภัณฑ์ชีวภาพ วัสดุทางชีวภาพที่ เก็บรักษา ได้แก่ เซลล์ไลน์ต่อเนื่องมากกว่า 3,400 เซลล์ไลน์ แบ่งได้ตามสายพันธุ์ ชนิด ของเนื้อเยื่อ/โรค และวิถีการส่งสัญญาณ (signaling pathway) เซลล์เนือ้ งอกและชุดโมเลกูลาร์ส�ำ หรับ การวิจัยมะเร็ง พร้อมคำ�อธิบายการกลาย พันธุ์และข้อมูลโมเลกูลาร์ เซลล์ตน้ กำ�เนิดเหนีย่ วนำ�พลูรโิ พเทน์ (iPSC) ทีม่ คี วามหลากหลายของชาติพนั ธุ์ และเพศ เก็บตัวอย่างจากเนื้อเยื่อปกติ/ เนื้อเยื่อที่เป็นโรค รวมทั้งเซลล์ต้นกำ�เนิด เมเซนไคมาของมนุษย์และเซลล์ตน้ กำ�เนิด จากเอมบริโอหนู เซลล์ปกติของมนุษย์ทมี่ คี วามหลาก หลาย และเซลล์ hTERT ที่รักษาให้มีชีวิต สารเคมี สำ � หรั บ กระบวนการ 44

www.innolabmagazine.com

ดิสโซซิเอชันและทรานสเฟคชัน สูตรอาหาร เลี้ยงเชื้อแบบดั้งเดิม และซีรัมต่างๆ ชุดจุลินทรีย์สำ�หรับการวิจัยด้าน โรคติดเชื้อ การต้านทานยาปฏิชีวนะ การ ทดสอบอาหารและสิ่งแวดล้อม และการ ศึกษาประชากร แบคทีเรียมากกว่า 18,000 สาย พันธุ์ ที่มีประโยชน์สำ�หรับอุตสาหกรรม การพัฒนาการตรวจวิเคราะห์ การควบคุม คุณภาพ และการศึกษาสิ่งแวดล้อม ไวรัสในมนุษย์และสัตว์มากกว่า 3,000 ชนิด ที่แยกจากแหล่งต่างๆ ราและยีสต์มากกว่า 7,600 สายพันธุ์ สิง่ มีชวี ติ กลุม่ โพรติสต์สายพันธุต์ า่ งๆ รวมทั้ง โปรโตซัวปรสิตและสาหร่าย กรดนิวคลีอกิ จีโนมิกส์และสังเคราะห์ มากกว่า 1,000 ชนิด รวมทั้งวัสดุอ้างอิงที่ ผ่านการรับรอง (CRM) กล้าเชือ้ จุลนิ ทรียม์ ากกว่า 500 กลุม่ ที่แนะนำ�ให้ใช้เพื่อการควบคุมคุณภาพ มาตรฐาน

มาตรฐานทางชีววิทยาของเอทีซีซี เป็นสิ่งจำ�เป็นในการรับประกันผลการวิจัย ความสามารถในการทำ�ซ้�ำ ของการทดลอง และความคงเส้นคงวาของระเบียบวิธีทาง วิทยาศาสตร์ มาตรฐานจากเอทีซีซีช่วยให้ นักวิจยั และนักวิทยาศาสตร์ในอุตสาหกรรม ต่างๆ สามารถรับประกันความปลอดภัย และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ วัสดุอ้างอิงนำ� ไปใช้ในมาตรฐานของหน่วยงานของรัฐ เช่น องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา และกระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา รวม ทั้งองค์กรต่างๆ เช่น เอโอเอซี สถาบัน มาตรฐานห้องปฏิบัติการทางคลินิก เภสัช ตำ�รับแห่งสหรัฐอเมริกา เภสัชตำ�รับแห่ง ยุโรป เภสัชตำ�รับแห่งญี่ปุ่น และองค์การ อนามัยโลก วัสดุอ้างอิงของเอทีซีซีถูกใช้ ในงานที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของประชากร โลก รวมถึง การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการ รักษาและการวินจิ ฉัย การทดสอบคุณภาพ ตัวอย่างอาหาร น้�ำ และสิง่ แวดล้อม ทำ�ให้ การวินิจฉัยทางการแพทย์มีความถูกต้อง และได้รับข้อมูลทางนิติเวชที่ถูกต้อง ผลิตภัณฑ์ทไี่ ด้รบ ั การรับรอง ATCC®

Quanti-Cult Plus™ Escherichia coli ATCC® 8739™ Quanti-Cult Plus™ Escherichia coli ATCC 8739™ เป็นฟิล์มที่บรรจุเชื้อ

จุลนิ ทรียใ์ นหลอดพลาสติกปิดฝา ซึง่ พร้อม เติมน้�ำ และใช้ในกระบวนการควบคุมคุณภาพ ภายในมีจลุ นิ ทรียท์ มี่ จี �ำ นวนจุลนิ ทรียจ์ �ำ เพาะ ทีส่ ามารถทำ�การทดสอบซ้�ำ ได้ เชือ้ มาจาก เชือ้ คุณภาพสูงทีผ่ า่ นการพิสจู น์ความแท้จาก กล้าเชื้อเอทีซีซี บรรจุในหลอดที่ปลอดภัย พร้อมเติมน้�ำ ก่อนใช้ ในหลอดสามารถถ่าย เชื้อได้ครั้งละ 0.1 มิลลิลิตรถึง 10 ครั้ง (inocula) แต่ละครัง้ จะมีเชือ้ <100 ซีเอฟ ยู (colony forming units) ผลิตภัณฑ์ Quanti-Cult Plus™ สามารถใช้แทนขัน้ ตอนการเจือจางเชือ้ ทีละ 10 เท่า ที่ใช้เวลานานและการเก็บรักษา กล้าเชื้อ และลดเวลาที่ใช้ในกระบวนการ จาก 2-3 วัน เหลือเพียง 15 นาที ช่วย ประหยัดเวลาและเงิน Culti-Loops™ Curtobacterium pusillum ATCC® 19096™ Culti-Loops™ Curtobacterium pusillum ATCC 19096™ เป็นจุลินทรีย์ เพื่ อ การควบคุ ม คุ ณ ภาพแบบพร้ อ มใช้ สำ�หรับการทดสอบอาหารเลี้ยงเชื้อ สาย พันธุ์ สารเคมี และชุดจำ�แนกเชือ้ และเพือ่ การประเมินกระบวนการด้านแบคทีเรีย ลด ความเสีย่ งของการปนเปือ้ นและการติดเชือ้ ด้วยผลิตภัณฑ์พร้อมเติมน้�ำ ผลิตภัณฑ์เป็น ชุดทีม่ หี ลอดคู่ ซึง่ การใช้งานไม่ตอ้ งสัมผัสกับ เชื้อ เชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้ใน Culti-Loops™ มาจากกล้าเชือ้ ของเอทีซซี ี เป็นไปตามความ สามารถในการสอบกลับสายพันธุข์ องเอทีซซี ี Culti-Loops™ เป็นห่วง (loop) ที่บรรจุ จุลินทรีย์ที่มีชีวิตแบบพร้อมใช้งาน เหมาะ สำ�หรับการใช้งานทดสอบสมรรถนะของ อาหารเลี้ยงเชื้อ สายพันธุ์ ชุดวินิจฉัย และ สารเคมี สำ�หรับการดูแลกล้าเชือ้ ตัง้ ต้นและ ในการประเมินกระบวนการทางแบคทีเรีย เพิ่มประสิทธิภาพให้ห้องปฏิบัติการ จุลชีววิทยา

วินิจฉัยการติดเชื้อได้รวดเร็วและถูก ต้องเพือ่ การดูแลรักษาผูป้ ว่ ยได้ดขี นึ้ ด้วยวิธี การและเทคโนโลยีอตั โนมัติ และผลิตภัณฑ์ วินิจฉัยทางคลินิกและอาหารเลี้ยงเชื้อที่ ครอบคลุมการใช้งาน เทอร์โม ฟิชเชอร์ ไซเอนทิฟิค เป็นพันธมิตรที่เหมาะสมที่สุด ของห้องปฏิบตั กิ ารชัน้ นำ�ในปัจจุบนั โซลูชนั ทางจุ ล ชี ว วิ ท ยามาพร้ อ มกั บ มาตรฐาน ระดับโลกเพือ่ รับประกันสมรรถนะของการ ทดสอบ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตให้ ใช้เครื่องหมาย ATCC™ 


ATCC is the premier global biological materials resource and standards organization whose mission focuses on the acquisition, authentication, production, preservation, development, and distribution of standard reference microorganisms, cell lines, and other materials. While maintaining traditional collection materials, ATCC develops high quality products, standards, and services to support scientific research and breakthroughs that improve the health of global populations.

ATCC serves U.S. and international researchers by characterizing cell lines, bacteria, viruses, fungi, and protozoa; developing and evaluating assays and techniques for validating research resources; and preserving and distributing biological materials to global public, private industry, and government research and scientific communities. ATCC activities range widely, from repository-related operations to providing standard and specialized services, conducting in-house R&D, and intellectual property management. ATCC customers include leading researchers and scientists in academia, government, and private industry. Over 80% of ATCC’s customer base represents academia and industry – about 40% each from academia and private industry. Government customers comprise 6% of the organization’s total. Further, 75% of ATCC customers are from the U.S., while the remaining 25% are international. ATCC has a direct sales force in the U.S. and maintains a global network of authorized distributors and partners to reach the scientific community in more than 150 countries Research and Development

ATCC conducts independent research in support of its mission and utilizes the latest technology, to authenticate and develop quality products that drive innovation and standards in science. Its cell biology development efforts focus on delivering more relevant in vitro models and

research tools, such as authenticated and characterized primary cells as well as immortalized, stem, and continuous cell lines; disease and cellular pathway-specific cell line panels with genomic metadata; and assay ready genomic DNA. Services

ATCC leverages its resources and expertise to offer standard and customized services to the scientific community. ATCC’s standard services include: Cell line authentication through STR profiling and mycoplasma contamination testing Safe deposit for the storage of microbes to support U.S. and international patents Cell line biobanks Microbiological and chemical proficiency testing programs for pathogens, indicator organisms, spoilage organisms, normal background flora, and other methods for U.S. food, beverage, animal feed, and pharmaceutical quality control markets Industry and academic institutions can secure custom services from ATCC. The custom services include: Cell and microbial culturing expansion for master cell banks and working cell banks Characterization and quantitation using titering, qPCR, and ddPCR™ technology Development of native and synthetic nucleic acids

Government and Contract Services

ATCC delivers high quality federal government Biorepository Resource Programs. It performs assay and panel development for infectious diseases, including Select Agents, non-pathogenic microbes, and other microbiological materials. ATCC produces and characterizes biodefense and emerging infections organisms and derivatives. It also supplies reagents for testing patient samples to global public health labs and assembles and distributes RT-PCR kits for research and surveillance of influenza virus strains, such as H1N1, H7N9, and H5N1. Collection Holdings

ATCC’s collections include a wide range of biological materials for research, including cell lines, molecular genomics tools, microorganisms, and bioproducts. The organization holds an extensive collection: More than 3,400 continuous cell lines available by species, tissue/disease types, and signaling pathways Tumor cell and molecular panels for cancer research, annotated with gene mutations and molecular profiles Ethnic and gender diverse induced pluripotent stem cell (iPSC) collections derived from normal/ disease tissues, as well as adult human mesenchymal stem cells and mouse embryonic stem cells Donor diverse normal human primary cells and hTERT immortalized cells Jan-Feb

45


Dissociation and transfection reagents, classical media formulations and supplements, and sera Microbial panels for research related to infectious disease, antibioticresistance, food and environmental testing, and population studies Over 18,000 bacterial strains useful in industry applications, assay development, quality control, and environmental studies More than 3,000 human and animal viruses isolated from various sources Fungi and yeast representing over 7,600 species Taxonomically diverse protists including, parasitic protozoa and algae More than 1,000 genomic and synthetic nucleic acids, as well as certified reference materials Over 500 microbial cultures recommended as quality control reference strains Standards

ATCC biological standards are vital to assuring reliability of research results, reproducibility of experimentation, and consistency in the scientific method. Standards from ATCC also help researchers and scientists in a wide range of industries ensure safety and quality in their products. Reference materials are cited as standards by such federal agencies as the U.S. Food and Drug Administration and the U.S. Department of Agriculture, as well as organizations such as AOAC International, the Clinical Laboratory Standards Institute, the U.S. Pharmacopeia, European Pharmacopoeia, Japan

Pharmacopoeia, and the World Health Organization. ATCC reference materials are used in a host of applications relevant to the lives of global populations, including developing therapeutic and diagnostic products; testing the quality of food, water, and environmental samples; making accurate medical diagnoses; and obtaining sound forensic information. ATCC Products

Quanti-Cult Plus™ Escherichia coli ATCC® 8739™ Thermo Fisher Scientific QuantiCult Plus™ Escherichia coli ATCC 8739™ is supplied as a film of preserved microorganisms on the inside of the cap on a plastic vial ready for rehydration and use in quality control procedures. It provides specific, reproducible numbers of viable microorganisms, derived from authentic, high-quality ATCC cultures, in a safe, ready-to-rehydrate vial. Each vial delivers up to 10 inocula of 0.1mL, each containing <100 CFU (colony forming units). Replace time consuming bench work associated with serial dilutions and stock culture maintenance with Quanti-Cult Plus™, and reduce procedure time from 2–3 days to 15 minutes, saving time as well as money. Culti-Loops™ Curtobacterium pusillum ATCC® 19096™ Thermo Fisher Scientific Culti-Loops are ready-to-use quality control organisms recommended for use in performance testing of media, stains, reagents and identification kits, and for the evaluation of

Article info ATCC. About. Retrieved on February 3, 2017. Website: www.atcc.org 46

www.innolabmagazine.com

bacteriological procedures. Reduce the risk of contamination and infection with a ready-to-rehydrate, two-vial system that requires zero organism handling. The organisms used in Culti-Loops™ are derived from original ATCC stock cultures. Reach complete traceability with ATCC License derivative strains. CultiLoops™ is ready to use, disposable bacteriological loops containing stabilized viable microorganisms. Culti-Loops™ are recommended for use in the performance testing of culture media, stains, diagnostic kits and reagents, for the maintenance of stock cultures and in the evaluation of bacteriological procedures. Streamline Microbiology Laboratory

To diagnose infections quickly and accurately for better patient care with powerful manual and automated technologies, and a comprehensive line of media and clinical diagnostic products, Thermo Fisher Scientific is the partner of choice for today’s leading microbiology laboratories. Microbiological solutions come with the global standards to ensure testing performance. The products present trademarks of ATCC™ which are used under license. 


RESEARCH & DEVELOPMENT

Defatted Rice Bran Powder… The Novel Natural Exfoliating Scrub for Radiant Skin

Author info ประวิทย์ สันติวัฒนา Pravit Santiwattana, Executive Director พรรณทิพา โกระวิโยธิน Pantipa Koraviyotin, R&D Officer Thai Edible Oil Co., Ltd. pantipa.kor@kingriceoilgroup.com ปัจจุบันตลาดอุตสาหกรรมเครื่องสำ�อางมีความต้องการสารจากธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น[1] โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ ดูแลผิว ซึง ่ ตลาดเครือ ่ งสำ�อาง และความงามของประเทศไทยเป็นตลาดขนาดใหญ่ทส ี่ ด ุ ในอาเซียน[2] จากคลังข้อมูลอุตสาหกรรม เครื่องสำ�อางและเวชสำ�อาง ปี 2559 พบว่ามีมูลค่า 81,000 ล้านบาท โดยส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแล ผิว 46% อัตราการเติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปี ถือว่ามีอัตราการเติบโตมากที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำ�อางทั้งหมด รองลงมา เป็นกลุ่มเส้นผมและเมคอัพ ซึ่งมีส่วนแบ่งกลุ่มละ 16%[3] ดังนั้น ตลาดอุตสาหกรรมเครื่องสำ�อางกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจาก สารธรรมชาติ จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจ

การดำ�เนินชีวิตที่ต้องแข่งขันกันใน ปัจจุบนั ทำ�ให้เกิดภาวะเครียดและเกิดอนุมลู อิสระในร่างกาย สิง่ เหล่านีเ้ ป็นสาเหตุหลัก ทีท่ �ำ ให้เกิดผิวหมองคล้�ำ จุดด่างดำ� และริว้ รอย ทำ�ให้เครือ่ งสำ�อางในกลุม่ ดูแลผิวโดย เฉพาะสครับขัดผิวและโคลนพอก มีบทบาท ในการฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมากระจ่างใส และยังช่วยทำ�ให้รู้สึกผ่อนคลาย ตัวสครับทำ�หน้าทีใ่ นการขจัดสิง่ สกปรก ออกจากผิว ช่วยกระตุน้ ระบบไหลเวียนเลือด การสร้างเซลล์ผวิ ใหม่โดยการลดความหนา ของชั้นผิวด้านบนทำ�ให้เกิดกระบวนการ ปรับสมดุล (homeostasis) ทำ�ให้ผิว กลับมาผ่องใส เรียบเนียน[4] วัตถุดิบที่ใช้ สำ�หรับเป็นตัวสครับ มีทงั้ สารจากธรรมชาติ และเม็ดสครับพลาสติก เช่น รำ�ข้าว ข้าว โอ๊ตเปลือกวอลนัท ไนลอน โพลีเอทิลีน

โพลีสไตรีน และอื่นๆ ทั้งนี้ กระแสเกี่ยว กับการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากธรรมชาติ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกำ�ลังได้รับ ความนิยมอย่างมาก ในปี 2560 ประเทศ สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรห้ามใช้ และขายเม็ดสครับพลาสติกในผลิตภัณฑ์ ดูแลส่วนบุคคล[5] เนือ่ งจากไม่สามารถย่อย สลายทางชีวภาพได้ และก่อให้เกิดอันตราย ต่อสิ่งแวดล้อม รำ�ข้าวสกัดน้ำ�มัน (defatted rice bran) เป็นตัวสครับธรรมชาติใหม่ทนี่ า่ สนใจ ซึง่ ได้จากรำ�ข้าวทีผ่ า่ นกระบวนการสกัดน้�ำ มัน และมีขนั้ ตอนทำ�ให้บริสทุ ธิ์ อุดมไปด้วยสาร ให้คุณประโยชน์ต่อผิว เช่น วิตามินบี 3 ปริมาณสูง และใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำ� (insoluble fiber) สามารถนำ�มาเป็นส่วน ผสมในผลิตภัณฑ์ท�ำ ความสะอาดและดูแล

ผิว มีคณ ุ สมบัตใิ นการขจัดสิง่ สกปรก ช่วย บำ�รุงผิวให้ความชุม่ ชืน้ ทำ�ให้ผวิ ขาวผ่องใส ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบธรรมชาติที่ เป็นทรัพยากรของประเทศไทย มีงานวิจยั เกีย่ วกับคุณประโยชน์ของรำ� ข้าวสกัดน้ำ�มัน พบว่ารำ�ข้าวสกัดน้ำ�มันที่ ได้จากรำ�ข้าว Stabilized มีความสามารถ ในการจับอนุมูลอิสระได้สูง (วิธี DPPH) เนือ่ งจากคุณสมบัตขิ องสารประกอบฟีนอลิก ในรำ�ข้าวสกัดน้ำ�มัน[6] และมีงานวิจยั ทีพ่ บ ว่าใยอาหารทีไ่ ม่ละลายน้�ำ มีคา่ ความสามารถ ในการจับน้ำ�และค่าความสามารถในการ พองตัวสูง จึงช่วยทำ�ให้อุ้มน้ำ�ได้ดี เหมาะ สำ�หรับการนำ�มาใช้เป็นส่วนผสมในสูตร สครับ เพือ่ ช่วยดูดซับสิง่ สกปรกต่างๆ ขณะ ที่ขัดถู[7] นอกจากนั้นยังพบว่าวิตามินบี 3 (Niacinamide) ซึ่งมีปริมาณสูงในรำ�ข้าว Jan-Feb

47


สกัดน้ำ�มัน ยังมีคุณสมบัติในการรักษา เสถียรภาพการทำ�งานของ Epidermal barrier ช่วยลดการสูญเสียน้ำ�ทางผิวหนัง และช่วยปรับปรุงระดับความชืน้ ของผิวชัน้ นอกสุด[8-9] มีการทดสอบเชิงคลินกิ โดยการ ใช้สาร Niacinamide เฉพาะทีก่ บั ผูท้ ดสอบ เป็นเวลา 4 อาทิตย์ พบว่าสามารถลดรอย ด่างดำ�และเพิม่ ความกระจ่างให้ผวิ ได้ จาก กลไกการยับยัง้ การถ่ายโอน Melanosome จาก Melanocytes ไปยัง Keratinocyte ซึ่งเป็นกระบวนการทำ�ให้ผิวสีเข้มขึ้น[10] ผงรำ�ข้าวสกัดน้�ำ มันจากคิงมีองค์ประกอบ ที่สามารถให้ประโยชน์ต่อการดูแลผิว คือ ใยอาหารทีไ่ ม่ละลายน้�ำ 25-32 mg/100g มีสมบัติในการกักเก็บน้ำ�เอาไว้ได้ดี ช่วย ขจัดสิ่งสกปรกขณะขัด นอกจากนี้ผงรำ� ข้าวสกัดน้ำ�มันยังมีแป้ง 32-40 g/100g ซึ่งช่วยให้ตัวสครับอ่อนละมุนต่อผิว และ องค์ประกอบที่สำ�คัญ คือ วิตามินบี 3

55-62 mg/100g มีคุณประโยชน์ต่อ การเพิ่มความชุ่มชื้นในผิวและใช้เป็นสาร ลดรอยด่างดำ�ได้ ซึ่งถือว่าผงรำ�ข้าวสกัด น้ำ�มันมีวิตามินบี 3 ปริมาณสูงเมื่อเปรียบ เทียบกับปริมาณวิตามินบี 3 ในข้าวสาร (4.2 mg/100g) และแป้งข้าว (2.6 mg/100g)[11] ซึ่งปัจจุบันมีการนำ�มาใช้ เป็นตัวสครับ ผงรำ�ข้าวสกัดน้ำ�มัน “คิง” จึงเหมาะสำ�หรับเป็นส่วนประกอบในการ ทำ�เครือ่ งสำ�อางกลุม่ ดูแลผิว โดยใช้เป็นตัว สครับได้ 1-2 % ในสูตร มีความปลอดภัย จากธรรมชาติ จากผลการทดสอบนำ�ไป ใช้ในสูตรบอดี้สครับ พบว่ามีอายุการเก็บ ประมาณ 1 ปี เมื่อเก็บที่สภาวะเหมาะสม จากการทดลองผสมตัวอย่างบอดีส้ ครับ สูตรผงรำ�ข้าวสกัดน้ำ�มัน ที่ห้องปฏิบัติการ บริษัท น้ำ�มันบริโภคไทย จำ�กัด โดยใส่ตัว สครับจากผงรำ�ข้าวสกัดน้ำ�มัน 2% แสดง ค่า Stability ที่ดี ไม่พบการแยกชั้นใน

สภาวะเร่งที่ 50 °C เป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานในการหาค่า Stability ในสภาวะเร่งของผลิตภัณฑ์เครื่องสำ�อาง และไม่พบเชื้อจุลินทรีย์เมื่อเก็บตัวอย่างไว้ ในสภาวะห้องได้นาน 1 ปี ผงรำ�ข้าวสกัดน้ำ�มัน “คิง” จึงเป็นตัว สครับจากธรรมชาติที่น่าสนใจ เพราะมี คุณสมบัติที่เหมาะสำ�หรับผลิตภัณฑ์ดูแล ผิว ได้แก่ เม็ดสครับละเอียด ไม่บาดผิว ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ช่วยขจัดสิ่งสกปรก ช่วยสร้างความผ่อนคลาย ช่วยลดรอยด่าง ดำ� และช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ กับทุกสภาพผิว ทำ�ให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นและ กระจ่างใส รวมทั้งสามารถย่อยสลายได้ ตามธรรมชาติอีกด้วย 

Nowadays, interest in natural ingredients is on the rise in cosmetic industry [1]. Thailand is the largest cosmetic and beauty market in ASEAN[2]. According to cosmetic and cosmeceutical industry information, cosmetics market had a value of 81,000 million baht in 2016. Skincare holds the largest market share of 46% with growth rate of 5% per year. It shows the highest growth rate of all sectors, followed by hair and makeup products with market share of 16% in each sector[3]. Thus, it shall be worth putting more effort into research on natural ingredients for skincare products.

Competition in today’s living (society) is a powerful cause of oxidative stress and free radical damage. These are the main causes of common skin problems such as dull complexion, dark spot and wrinkles. Therefore, skincare including scrub and mud play the role in skin relaxing and brightening. Exfoliating scrub helps in cleansing, stimulating blood 48

www.innolabmagazine.com

circulation, exfoliating skin which remove the dead skin cell and speed up cell renewal. Exfoliating helps maintaining homeostasis, making skin brighter and smoother[4]. There are two main types of scrub bead; natural bead (e.g. rice bran, oat, and walnut shell) and plastic bead (e.g. nylon, polyethylene and polystyrene). Currently, the demand for eco-friendly product

with natural ingredient is gaining tremendous momentum globally. In 2017, the use of non-biodegradable plastic scrub bead in personal care is prohibited by the United States and the United Kingdom because non-biodegradable materials cause damage to the environment[5]. Defatted rice bran is one of interesting natural scrub bead which has undergone oil extraction and


purification process. It contains essential nutrients which deliver nourishment to skin including high vitamin B and insoluble fiber that is used as cleansing and skin care ingredient to help remove dirt build-up, hydrate and brighten up skin. Therefore, this is another wise way to add value to Thai natural resources. According to the research on defatted rice bran benefits, it was found that defatted rice bran which derived from stabilized rice bran, tend to have high antioxidant property (DPPH method) due to its phenolic content[6]. Furthermore, the study showed that insoluble fiber has high water binding and swelling capacity, thus making rice brand suitable for being the key ingredient in the scrub to adsorb dirt during scrubbing[7]. The high content of vitamin B (Niacinamide) in defatted rice bran powder also helps maintain epidermal barrier. This proper function of epidermal barrier will then result in water loss reduction and an improvement in moisture content in epidermis[8-9].

Clinical trial shows improvement in dark spot and skin radiance after 4 weeks of niacinamide application. This occurs through the inhibition of melanosome transfer from melanocytes to keratinocytes, or in other words the inhibition of the skin pigmentation mechanism [10]. “King” defatted rice bran powder is a source of several skin-nourishing nutrients. First, 25-32 mg/100g of insoluble fiber, provide high water holding capacity and thorough cleansing. Second, 3240 g/100g of starch, improve the scrub acceptability in terms of gentleness. Lastly, 55-62 mg/100g of vitamin B3, hydrate skin and diminish dark spot. Defatted rice bran contains higher vitamin B3 than the white rice (4.2 mg/100g) and rice flour (2.6 mg/100g) which are generally used as exfoliating agent[11]. By combining all nutritional benefits, King defatted rice bran powder is safe and suitable for skincare application, used as natural scrub bead at 1-2% in the scrub products. The study shows the shelf-life of the scrub with defatted

rice bran powder could be up to approximately 1 year under suitable storage condition. According to the experiment on the effect of the application of the defatted rice bran on body scrub stability at Thai Edible Oil Co., Ltd. laboratory, result demonstrated a good stability of the body scrub with 2% addition of defatted rice bran. No layer separation was found under accelerated condition at 50°C for a period of 3 months, the standard condition for stability analysis. Moreover, the body scrub has passed the microbiological testing for cosmetic after 1-year storage. Having essential properties required in skincare products including cleansing, relaxing, reducing dark spot, stimulating new cell growth, hydrating, brightening, being gentle to skin and being biodegradable, makes King defatted rice bran powder one of the most interesting natural ingredients in scrub products. 

Article info [1] Balboa, E.M., Soto, M.L., Nogueira, D.R., Gonzalez-Lopez, N., Conde, E., Moure, A., Vinardell, M.P., Mitjans, M., Dominguez, H., 2014. Potential of antioxidant extracts produced by aqueous processing of renewable resources for the formulation of cosmetics. Industrial Crops and Products. 58, 104–110. [2] MARKETEER CONTENT 2. 2557. ส่วนแบ่งตลาดผลิตภัณฑ์ความงาม. http://marketeer.co.th/2014/09/beauty-3. [3] คลังข้อมูลอุตสาหกรรมเครือ่ งสำ�อางและเวชสำ�อาง. 2559. http://www.technology.in.th/industrial-data/doku.php?id=cosmetics-industry:newstartoverview [4] Charlene DeHaven M.D. 2015. MECHANISMS OF EXFOLIATION. www.innovativeskincare.com [5) https://www.theguardian.com/environment/2016/sep/02/uk-government-to-ban-microbeads-fromcosmetics-by-end-of-2017 [6] Mariod A. A., Adamu H. A., Ismail M., Ismailab N., 2010. Antioxidative effects of stabilized and unstabilized defatted rice bran methanolic extracts on the stability of rice bran oil under accelerated conditions. Grasas Y Aceites. 61 (4), 409-415. [7] Daou C., Zhang H., 2011. Physico-chemical Properties and Antioxidant Activities of Dietary Fiber Derived from Defatted Rice Bran. Advance Journal of Food Science and Technology. 3(5), 339-347. [8] W Gehring., 2004. Nicotinic acid/niacinamide and the skin. Journal of Cosmetic Dermatology. 88–93. [9] Xu P., Sauve A. A., 2010. Vitamin B3, the nicotinamide adenine dinucleotides and aging Mechanisms of Ageing and Development. 131, 287–298. [10] R. KAMAKSHI., 2012. Fairness via formulations: A review of cosmetic skin-lightening ingredients. Journal of cosmetic science. 63, 43–54. [11] USDA National Nutrient Database for Standard Reference. Release: 28 slightly revised May, 2016. Jan-Feb

49


ATTRACTIONS

The Countdown to PCHi 2017

Author info เกรซ หว่อง Grace Wong Account Manager, Red Bug Communications Pte Ltd grace@redbugpr.com รี้ด ซิโนฟาร์ม เอ็กซิบิชั่น (RSE) เฉลิมฉลองงานครั้งที่ 10 ด้วยโลโก้ตัวอักษรสีทอง RSE กระตือรือร้นกับงานแสดงสินค้าด้าน ส่วนผสมเพื่อการดูแลบ้านและการดูแลส่วนบุคคล (PCHi) ครั้งที่ 10 (www.pchi-china.com/en) ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 21-23 กุมภาพันธ์ ณ ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติโพลี (Poly World Trade Center) เมืองกวางโจว ผู้จัดแสดงสินค้าจากในและต่าง ประเทศมากกว่า 500 รายนำ�เสนอส่วนผสม เพือ ่ การดูแลบ้านและการดูแลส่วนบุคคลแก่ผเู้ ข้าชมงานราว 20,000 คนจากทัว ่ โลก

อีลินน์ ซู ผู้จัดการโครงการของรีด ซิโนฟาร์ม เอ็กซิบชิ นั่ แบ่งปันว่า “ในโอกาส ที่งาน PCHi ครบรอบปีที่ 10 เราเตรียม กิจกรรมใหม่ๆ ทีน่ า่ ตืน่ เต้นมากมาย ไม่วา่ จะเป็นการมอบรางวัล PCHi Fountain Awards โรงภาพยนตร์ของผูจ้ ดั แสดงสินค้า และโปรแกรมจับคูท่ างธุรกิจสำ�หรับผูท้ ไี่ ด้รบั เชิญ เพือ่ ยกระดับประสบการณ์ของผูเ้ ข้าชม งาน เราได้ผสมผสานกิจกรรมใหม่เข้ากับ กิจกรรมทีม่ อี ยูเ่ พือ่ เพิม่ โอกาสในการเรียนรู้ การจัดซือ้ และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เราได้ลงทุนเพิม่ ทรัพยากรต่างๆ เข้าไปเพือ่ ให้ได้ผลลัพธ์ดงั กล่าว และเป้าหมายของเรา คือการทีผ่ ชู้ มงานกลับออกไปพร้อมข้อมูลใน การรับมือกับอีกหนึ่งปีที่มาถึง” ข้อมูลใหม่ๆ ที่งาน PCHi 2017

ท่ามกลางกิจกรรมมากมายภายใน งาน PCHi 2017 รีด้ ซิโนฟาร์ม เอ็กซิบชิ นั่ ได้ผสมผสานเวทีแห่งการเรียนรูต้ า่ งๆ เข้า 50

www.innolabmagazine.com

ด้วยกัน เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้รับข้อมูล ล่าสุดในอุตสาหกรรม โรงภาพยนตร์ของผู้จัดแสดงสินค้า [ใหม่]

เวทีการตลาดนอกสถานที่แห่งใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์สูงสุด ระหว่างผู้จัดแสดงสินค้าและผู้เข้าชมงาน มอบโอกาสแก่บริษัทต่างๆ ในการเข้าถึง กลุ่มเป้าหมายโดยตรง โปรแกรมจับคู่ทางธุรกิจสำ�หรับผู้ที่ ได้รับเชิญ [ใหม่]

มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบเวทีเฉพาะที่ไม่ วุน่ วายให้ผซู้ อื้ และผูข้ ายได้พดู คุยกันแบบตัว ต่อตัว โปรแกรมนีเ้ ป็นส่วนเสริมใหม่ทผี่ เู้ ข้า ชมงานสามารถวางแผนล่วงหน้า และช่วย ให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้จากความเชี่ยวชาญ ของบุคคลอื่น

โปรแกรมสัมมนา

โปรแกรมสัมมนาเป็นส่วนทีไ่ ด้รบั ความ นิยมและชื่นชอบในทุกครั้ง โดยในปีนี้มี ลักษณะพิเศษเพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ถึง เทรนด์และวิธีปฏิบัติล่าสุดในอุตสาหกรรม เป็นครั้งแรกที่รี้ด ซิโนฟาร์ม เอ็กซิบิชั่นได้ เตรียมระบบสองภาษาสำ�หรับงานสัมมนา ในหัวข้อหลักๆ เพื่อให้บริการแก่ผู้เข้าฟัง ชาวต่างชาติที่มีจำ�นวนเพิ่มขึ้น และเพื่อ เป็นการลดช่องว่างด้านภาษา รีด้ ซิโนฟาร์ม เอ็กซิบิชั่นได้จัดเตรียมเนื้อหาที่แปลเป็น ภาษาอังกฤษไว้สำ�หรับผู้เข้าชมงานจาก ทั่วโลก ได้แก่ กฎระเบียบข้อบังคับ กฎระเบียบข้อบังคับ: เอเชีย กฎระเบียบข้อบังคับ: ยุโรป เทคโนโลยี การดูแลทารก* [ใหม่] เดอโมคอสเมติกส์ [ใหม่] การดูแลผิว^


เครื่องสำ�อางประเภทสี^ การดูแลเส้นผม สูตรเครื่องสำ�อาง สารสกัดธรรมชาติ, สมุนไพรจีน และ น้ำ�มันหอมระเหย* [ใหม่] การทดสอบเครื่องสำ�อาง บรรจุภัณฑ์ การออกแบบ เทคโนโลยี และเทรนด์ บรรจุภัณฑ์เครื่องสำ�อาง แนวโน้มตลาด แนวโน้มตลาดเครื่องสำ�อาง* * มีการแปลเป็นภาษาอังกฤษ ^ นำ�เสนอในภาษาเกาหลี มีการแปลเป็น ภาษาแมนดาริน ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรม สัมมนาได้ที่: http://www.pchi-china. com/en/Conference/Booking--Costs/ การประชุมเกีย ่ วกับเทคโนโลยีใหม่ (NTS)

การประชุมเกีย่ วกับเทคโนโลยีใหม่มอบ เวทีสาธารณะแก่ผจู้ ดั แสดงสินค้าในการนำ� เสนอเทคโนโลยีใหม่แก่ผู้เข้าชมงาน ด้วย การประชุมมากถึง 32 หัวข้อ ผู้เข้าชม งานสามารถเรียนรู้และสื่อสารกับบริษัท ชั้นนำ�ในอุตสาหกรรม อาทิ ไบโอแลนด์, ดีเอสเอ็ม นิวทริชั่นแนล โปรดักส์ เอเชีย แปซิฟิก, และซิมไรส์ ยกย่องความเป็นเลิศทีง ่ าน PCHi 2017

เพื่อแสดงความชื่นชมแก่เบื้องหลังที่ สร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ในอุตสาหกรรม และเพือ่ ยกย่องบริษทั ต่างๆ ทีท่ มุ่ เทในการ จัดแสดงสินค้าที่งาน PCHi รี้ด ซิโนฟาร์ม เอ็กซิบชิ นั่ จึงจัดพิธมี อบรางวัลสองรางวัลขึน้ ที่เมืองกวางโจว รางวัล PCHi Fountain Awards [ใหม่]

เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การจัด

งาน PCHi ที่มีรางวัล PCHi Fountain Awards ซึง่ มีวตั ถุประสงค์เพือ่ ยกย่องและ กระตุ้นคนในอุตสาหกรรมให้มีการพัฒนา เทคโนโลยีอย่างต่อเนือ่ ง คณะกรรมการตัดสิน ผูท้ รงเกียรติประกอบไปด้วยผูเ้ ชีย่ วชาญใน อุตสาหกรรมจากมหาวิทยาลัย สถาบันวิจยั คณะกรรมการนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีเครื่องสำ�อาง (CSTIC) รวมถึง นักวิจยั ทางวิทยาศาสตร์ทงั้ ในประเทศและ ต่างประเทศทีม่ ชี อื่ เสียง โดยผูช้ นะเลิศได้รบั การประกาศชือ่ ภายในงาน 2017 Industry Night Gala ซึ่งจัดขึ้นที่แลงแฮม เพลส ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560

ในการพัฒนาและส่งมอบผลิตภัณฑ์สำ�เร็จ งาน PCHi 2017 จึงจัดโซนส่วนขยาย เพือ่ ให้คนในห่วงโซ่อปุ ทานของเครือ่ งสำ�อางและ ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลส่วนบุคคลทั้งหมด ได้มาอยู่รวมกันในที่เดียว

รางวัล PCHi 2017

โซนกลิ่นหอม@PCHi โซนกลิน่ หอม@PCHi กลับมาเป็นครัง้ ที่ สอง เป็นโซนทีน่ �ำ เสนอน้�ำ มันจากธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์กลิน่ หอมชัน้ นำ�จากทัว่ ทุกมุม โลก มีผจู้ ดั แสดงสินค้าในโซนนีม้ ากกว่า 25 ราย ผูเ้ ข้าชมต่างได้รบั โอกาสในการติดต่อ กับบริษัทชั้นนำ�มากมาย

พิธมี อบรางวัล PCHi Awards ถือเป็น ธรรมเนียมประจำ�ปี จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 โดยในปีนผี้ จู้ ดั แสดงสินค้า สามารถลุ้นรางวัลถึงสามประเภทด้วยกัน คือ การออกแบบบูธยอดเยี่ยม การสื่อสาร ยอดเยีย่ ม และการนำ�เสนอผลิตภัณฑ์ยอด เยีย่ ม รีด้ ซิโนฟาร์ม เอ็กซิบชิ นั่ ชืน่ ชมผูจ้ ดั แสดงสินค้าทีท่ มุ่ เทในการออกแบบบูธของ ตนเอง จัดเตรียมสือ่ ทีม่ ปี ระโยชน์ และสาธิต ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์หลักได้อย่างชัดเจน และตรงประเด็น ผ่านทางรางวัลดังกล่าว โซนเด่นที่งาน PCHi 2017

งาน PCHi เป็นงานส่วนผสมเพื่อการ ดูแลบ้านและการดูแลส่วนบุคคลงานแรก ของทุกปี มอบประโยชน์ด้วยการแนะนำ� เทรนด์ทเี่ กีย่ วข้อง รวมถึงจัดแสดงผลิตภัณฑ์ ใหม่แก่อตุ สาหกรรม โซนพิเศษภายในงาน ถูกแยกออกมาด้วยหัวข้อที่ไม่ควรพลาด โซนสารตั้งต้น การทดสอบ อุปกรณ์ และ บรรจุภัณฑ์ ด้วยตระหนักถึงความสำ�คัญของสารตัง้ ต้น การทดสอบ อุปกรณ์ และบรรจุภัณฑ์

โซนจัดแสดงผลิตภัณฑ์ใหม่ โซนจัดแสดงผลิตภัณฑ์ใหม่ทงี่ าน PCHi เน้นไปที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่และเด่นจากผู้ จัดแสดงสินค้าภายในงาน โซนนี้เป็นที่ชื่น ชอบของบริษทั ต่างๆ ในทุกปี โดยมีการนำ� เสนอเทคโนโลยีใหม่และส่งเสริมนวัตกรรม ในอุตสาหกรรม

ซูกล่าวสรุปว่า “ที่งาน PCHi 2017 ยังมีการแสดงผลงานการเติบโตของงาน ในแต่ละปี เป็นสิ่งที่ผู้เข้าชมงานรายใหม่ และรายเดิมทีก่ ลับมาอีกครัง้ ให้ความสนใจ ว่าเราเดินหน้ามาไกลแค่ไหน – จากงาน เล็กๆ มาสู่เวทีที่ได้รับการยอมรับในระดับ โลกจากผูค้ นในอุตสาหกรรม เราทุม่ เทแรง กายแรงใจเพื่อให้มั่นใจว่างานนี้จะประสบ ความสำ�เร็จ และเราเชื่อว่าความพยายาม ของเราจะช่วยทำ�ให้อุตสาหกรรมมีความ ใกล้ชิดกันมากขึ้น” ศึกษาข้อมูลเพิม่ เติมเกีย่ วกับงาน PCHi 2017 ได้ที่ www.pchi-china.com/en หรือติดตามได้จากสือ่ สังคมออนไลน์ 

Jan-Feb

51


In celebration of PCHi’s 10thA nniversary, Reed Sinopharm Exhibitions (RSE) commissioned this gold-lettered logo to commemorate the special occasion. With only weeks to the 10th  edition of the  Personal Care and Homecare Ingredients (PCHi) trade show (www.pchi-china.com/en),  RSE is raring to go for PCHi 2017. Come  21-23 February at the Guangzhou Poly World Trade Center, more than 500 international and domestic exhibitors will showcase a wide range of personal care and homecare ingredients to an expected turnout of 20,000 visitors from all over the world.

Elynn Xu, Project Manager at RSE, shared, “In conjunction with PCHi’s 10th Anniversary, we have planned several exciting initiatives, including new show segments like the PCHi Fountain Awards, Exhibitor Presentation Theatre, and the Invited Match & Meet Program. To further enhance the show experience for our visitors, we have integrated new initiatives and old event favorites to create multiple opportunities for learning, procuring, and networking. We’ve invested additional resources in this edition to achieve that, and it is our goal to have our visitors leave PCHi with fresh insights for the coming year.”   Fresh Insights at PCHi 2017

Amidst a myriad of activities to explore at PCHi 2017, RSE is integrating several learning platforms for participating visitors to gain latest insights about the industry:   PCHi Exhibitor Presentation Theatre [NEW]

This is a brand new onsite marketing platform designed for maximum exhibitor-visitor engagement. 52

www.innolabmagazine.com

It provides companies with a unique opportunity to engage their target audience directly. PCHi Invited Match & Meet Program [NEW]

Aimed at providing buyers and sellers with a fuss-free and dedicated platform for one-on-one interactions, the PCHi Invited Match & Meet Program is a value-added initiative for visitors to schedule important meetings, and allows participants to learn more about others’ expertise.     PCHi 2017 Conference Programme

A hot favorite at every edition, the PCHi 2017 Conference Programme has been specially structured to engage attendees as they learn about the latest industry practices and trends. At PCHi 2017, RSE will offer bilingual sessions for the first time across key conference tracks to cater to an ever-growing international audience. Aimed at bridging the language-barrier gap, RSE will introduce English translated content to enhance the overall PCHi experience for global visitors. The list of conference as follow,

Rules and Regulations Rules and Regulations: Asia* Rules and Regulations: Europe Technologies Baby Care* [new] Dermo-cosmetics [new] Skin Care^ Color Cosmetics^ Hair Care Cosmetics Formulation Natural Extracts, Chinese Herbs and Essential Oil* [new] Cosmetics Testing Packaging Cosmetics Packaging Design, Technologies and Trends Market Trends Cosmetics Market Trends* * English interpretation available ^ Presented in Korean, Chinese interpretation available For more information on the conference programme, visit http:// www.pchi-china.com/en/Conference/ Booking--Costs.   New Technology Sessions (NTS)

Offering exhibitors a public platform, the New Technology Sessions provide participants with an opportunity to share ground-


breaking technologies with show attendees. With 32 NTS timeslots at PCHi 2017, visitors can learn from and interact with leading companies in the industry including Bioland, DSM Nutritional Product Asia Pacific, and Symrise. Recognizing Excellence at PCHi 2017

To show appreciation for the bright minds behind some of the industry’s most ground-breaking technologies, and to commend companies on their efforts in exhibiting at PCHi, RSE will hold two award ceremonies in Guangzhou. PCHi Fountain Awards [NEW]

The first in PCHi history, the PCHi Fountain Awards  aims to give recognition and spur industry folk towards the continual development of cutting-edge technologies. The esteemed panel of judges will include industry experts from Universities, Research Institutions, PCHi’s Cosmetics Science & Technology Innovation Committee (CSTIC), and established domestic and foreign scientific research individuals. Winners will be announced at the 2017 Industry Night Gala held at Langham Place, Guangzhou, on 21 February 2017.   PCHi 2017 Awards

An annual tradition, the PCHi Awards Ceremony will take place on  23 February 2017. This year, PCHi exhibitors stand to win awards in three separate categories: Best Booth Design, Best Communications, and  Best Product Presentation. Through this, RSE seeks to recognize exhibitors who have invested effort into designing their booths, preparing useful corporate communications, and demonstrating the benefits of

their key products in a clear and concise manner. Highlighted Zones at PCHi 2017

As the first personal and homecare ingredients event of each calendar year, PCHi is instrumental in introducing relevant trends and showcasing new products to the industry. At PCHi 2017, special zones have been identified as not-to-bemissed features: PCHi Packaging, Equipment, Testing and Substrate Zone

Recognizing the importance of the packaging, equipment, testing and substrate sectors in the development and delivery of finished products, PCHi 2017 will showcase an expanded zone bringing the entire cosmetics and personal care supply chain under its roof. Leading exhibitors in this zone includes Guangzhou Lianmeng Machinery Equipment Co., Ltd, Korea Particle Technology, and Shanghai Chengxing M&E Co., Ltd.

Xu concluded, “At PCHi 2017, there will also be an installation showcasing PCHi’s growth over the years. It will be interesting for new and returning visitors to see how far we have come - from a modest event to an internationally recognized industry platform. With 5 weeks to the 10th Anniversary, we are making every effort to ensure the show’s success, and we are confident that our efforts will bring the industry even closer.” Visitors keen on attending PCHi 2017 should pre-register at www. pchi-china.com/en/Visitors/VisitorRegistration/  before  19 February 2017 for complimentary access to the show.   For more information on PCHi 2017, visit  www.pchi-china.com/ en or connect with PCHi on social media. 

New Products Showcase

PCHi’s New Products Showcase will highlight a collection of top, new products from participating exhibitors. A firm favorite segment at every PCHi edition, the showcase will introduce visitors to new technologies and promote innovation in the industry.   Fragrance@PCHi  

Returning to PCHi 2017 for the second time, the Fragrance@ PCHi  zone will present leading natural oils and fragrance products from around the world. With more than 25 exhibitors in this zone, visitors will have ample opportunities to connect with leading companies. Jan-Feb

53


CATCH UP

Thailand LAB INTERNATIONAL 2016

Author info กองบรรณาธิการ นิตยสารอินโนแล็บ INNOLAB team innolab@media-matter.com

งานไทยแลนด์แล็บ อินเตอร์เนชั่นแนล 2016 จัดขึ้นในวันที่ 21-23 กันยายน 2559 ณ ฮอลล์ 101-102 ศูนย์นิทรรศการและ การประชุมไบเทค บางนา เป็นงานแสดงเทคโนโลยี เครื่องมือทางห้องปฏิบัติการฯ ในครั้งที่ 6 นี้ครอบคลุมพื้นที่แสดงงานกว่า 10,000 ตารางเมตร โดยมีผแู้ สดงงานทัง ้ ในและต่างประเทศกว่า 330 บริษท ั จาก 35 ประเทศ รวม 1,300 แบรนด์ พร้อมด้วยพา วิลเลียนนานาชาติจาก 6 ประเทศชัน ้ นำ�เป็นครัง ้ แรก ร่วมแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านเครือ ่ งมือแล็บ เครือ ่ งมือและอุปกรณ์ ที่นำ�มาแสดงในงานครอบคลุมการทำ�งานที่หลากหลายในห้องปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็น การวินิจฉัยทางคลินิก การวิเคราะห์และ ทดสอบ ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม การวิจัยและพัฒนา และการสอบเทียบและมาตรวิทยา

งานไทยแลนด์แล็บ อินเตอร์เนชัน่ แนล 2016 เป็นอีกหนึง่ เวทีเพือ่ ส่งเสริมการพัฒนา และการลงทุนด้านเครือ่ งมือและเทคโนโลยี สำ�หรับห้องปฏิบตั กิ าร เพือ่ พัฒนาศักยภาพ อุตสาหกรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำ�หรับประชากรโลกกว่า 7.3 พันล้านคน และยังส่งเสริมการลงทุนซื้อขายเครื่องมือ แล็บเพื่อการส่งเสริมงานค้นคว้าวิจัย การ พัฒนาอุตสาหกรรม การศึกษา พร้อมกันนี้ ยังมีงานประชุมและงานสัมมนานานาชาติ ด้านชีววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชวี ภาพ ด้านพันธุศาสตร์และชีวสารสนเทศ ด้าน วิเคราะห์อาหารและวัสดุ พิษวิทยาและ การจัดการทางห้องปฏิบัติการ ถือเป็น งานแสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติ เกี่ยวกับเครื่องมือในห้องปฏิบัติการและ เทคโนโลยีทใี่ หญ่ทสี่ ดุ ในอาเซียน สอดคล้อง กับนโยบายของรัฐบาลทีต่ อ้ งการขับเคลือ่ น 54

www.innolabmagazine.com

ประเทศด้วยนวัตกรรมทีม่ วี ทิ ยาศาสตร์และ เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำ�คัญในการต่อ ยอดงานวิจัยไปสู่อุตสาหกรรม บนพื้นฐาน ของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ เอกชน มหาวิทยาลัย ตลอดจนเครือข่าย ความร่วมมือจากต่างประเทศ นายธีรยุทธ์ ลีลาขจรกิจ ผู้อำ�นวย การสายงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บริษัท วีเอ็นยู เอ็กซิบิชนั่ ส์ เอเชีย แปซิฟิค จำ�กัด มองว่า ”การเพิม่ การลงทุนด้านการ วิจยั และพัฒนาจะส่งผลต่อการเติบโตและการ พัฒนาอุตสาหกรรมเครือ่ งมือวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี หมายรวมถึงเครือ่ งมือเเล็บ ด้วย ซึง่ จะสะท้อนประเทศไทยให้กลายเป็น ตลาดสำ�คัญของการลงทุนเครือ่ งมือและงาน วิจัยเเห่งใหม่ของเอเชีย ตลอดจนเป็นการ ตระหนักถึงการสร้างมาตรฐานและคุณภาพ ในภาคการผลิตภาคอุตสาหกรรม ทำ�ให้การ

ใช้เครือ่ งมือทีท่ นั สมัยและให้ผลทีน่ า่ เชือ่ ถือ ได้อย่างรวดเร็วเป็นสิง่ ทีจ่ �ำ เป็นและต้องการ มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ความต้องการและ ความจำ�เป็นด้านการเเพทย์ อนามัย และ สาธารณสุข ส่งผลและจำ�เป็นต้องมีการ สร้างเสริมการลงทุนเครือ่ งมือเเล็บด้านนีม้ าก ขึ้น ขณะเดียวกัน การต่อยอดการพัฒนา สู่อุตสาหกรรมใหม่ อาทิ อุตสาหกรรม ชีววิทยาศาสตร์ จะมีการขับเคลื่อนและ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศและ ภูมภิ าคในรูปแบบใหม่ดว้ ย นอกจากนัน้ ในปี 2016 ไทยแลนด์แล็บได้พฒ ั นารูปแบบการ จัดงานให้เป็นงานนิทรรศการระดับนานาชาติ อย่างเป็นทางการ นำ�บริษทั ผู้ประกอบการ จากต่างประเทศเข้าร่วมแสดงงานกว่า 73 บริษัท จากปีที่ผ่านมาเพียง 40 บริษัท มี อัตราเติบโตสูงถึง 83% ทั้งนี้ ไทยแลนด์ แล็บ อินเตอร์เนชั่นแนล 2016 คาดว่า


จะสามารถสร้างมูลค่าธุรกิจได้ไม่ต่ำ�กว่า 3,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา” “งานไทยแลนด์แล็บ อินเตอร์เนชัน่ แนล 2016 ครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นเวทีทางธุรกิจใน การสร้างมูลค่าด้วยนวัตกรรม วิทยาการ ความคิดสร้างสรรค์ และความก้าวหน้าทาง เทคโนโลยี สำ�หรับอุตสาหกรรมห้องปฏิบตั ิ การ ที่ตอบโจทย์นโยบายประเทศไทย 4.0 ภายใต้คลัสเตอร์กลุ่มสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ โดยทีเส็บให้ ความสำ�คัญกับการสนับสนุนการทำ�ตลาดต่าง ประเทศ เพือ่ ดึงผูซ้ อื้ และผูข้ ายทีม่ คี ณ ุ ภาพเข้า ร่วมงาน ก่อให้เกิดการซื้อขาย สร้างมูลค่า ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ ซึ่งคาดการณ์ ว่าการจัดงานในครัง้ นีจ้ ะเป็นการกระตุน้ ให้ นักลงทุน ผู้ประกอบการชั้นนำ� และผู้เข้า ชมงานจากนานาชาติกว่า 10,000 คนเข้า ร่วมงาน เกิดการลงทุนและการเจรจาธุรกิจ ช่วยส่งเสริมความแข็งแกร่งให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางของธุรกิจไมซ์ระดับภูมิภาค ที่เชื่อมโยงธุรกิจสู่ความสำ�เร็จระดับโลก โดยการจัดงานครั้งนี้เป็นส่วนสำ�คัญที่ช่วย ขับเคลื่อนเป้าหมายนักเดินทางกลุ่มไมซ์ ในปี 2560” นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย

ผู้อำ�นวยการ สำ�นักงานส่งเสริมการจัด ประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บกล่าว “กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีหน้าที่ หลักในการส่งเสริมกลยุทธ์ในการแก้ปญ ั หา ความกังวลเรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งในการวิจัยและพัฒนา ซึ่งหากรัฐบาล ให้การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา และ การลงทุนในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โครงสร้างพืน้ ฐานส่งเสริมให้มกี ารใช้เครือ่ ง มือห้องปฏิบตั กิ ารและอุปกรณ์ ประเทศไทย จะเป็นประเทศทีน่ า่ สนใจสำ�หรับการลงทุน ในฐานะตัวแทนของกรมวิทยาศาสตร์การ แพทย์มนั่ ใจว่าการจัดงานครั้งนี้จะเป็นเวที ในการแสดงศักยภาพและความก้าวหน้า ทางห้องปฏิบตั กิ ารทัง้ ในและต่างประเทศ” นายแพทย์พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดี กรม วิทยาศาสตร์การแพทย์กล่าว “งานไทยแลนด์แล็บ อินเตอร์เนชัน่ แนล 2016 เป็นงานจัดแสดงทีร่ วบรวมเครือ่ งมือ เครือ่ งใช้ส�ำ หรับห้องปฏิบตั กิ ารทีย่ งิ่ ใหญ่อกี งานหนึ่ง ทั้งยังมีการจัดสัมมนาให้ความรู้ ที่น่าสนใจที่คนที่ทำ�งานในห้องปฏิบัติการ อย่างเราควรรู้” กมลทิพย์ ช้างมิ่ง นักจุล

ชีววิทยาบริษัท มาบุญครอง แดรี่ โกทส์ จำ�กัดกล่าว “จัดงานได้ดีมาก มีหลากหลายภาค ส่วน ทั้งธุรกิจแล็บ และมีภาควิชาการ แทรกอยู่ นักวิทย์ นักวิเคราะห์วิจัยในไทย ไม่ควรพลาด รวมไปถึงเด็กๆ นักศึกษาด้าน วิทยาศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์-วิทยาศาสตร์ ควรได้มาเปิดรับประสบการณ์งานเอ็กซิ บิชั่นแนววิทยาศาสตร์เครื่องไม้เครื่องมือ ใหม่” ชัยรัตน์ ธีชานุวัตร ฝ่ายตรวจสอบ และประกันคุณภาพ บริษัท ไอเอ็นที ฟูดส์ จำ�กัดกล่าว ผูส้ นใจสามารถเข้าร่วมงานไทยแลนด์ แล็บ อินเตอร์เนชั่นแนล 2017 ได้ใหม่ ในวันที่ 6-8 กันยายน 2560 ณ ฮอลล์ 101-102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม ได้ที่ www.thailandlab.com 

Thailand LAB INTERNATIONAL 2016 was held on September 21-23, 2016 on 10,000 square meters of Hall 101102, BITEC, Bangna. It was a promising market place of laboratory technologies and equipment. 1,300 brands of 330 exhibitors from 35 countries plus 6 country pavilions came to showcase their laboratory technologies and equipment on clinical diagnosis, analysis & testing, safety & environment, and calibration & metrology.

Thailand LAB INTERNATIONAL 2016 was another stage that supported development and investment of laboratory technologies and equipment to enhance industrial efficiency for 7.3 billion people in Southeast Asia, and to support laboratory equipment trading for

research, industrial development and education. Moreover, there were international seminars and conferences on bioscience and biotechnology of genetics and bioinformatics, materials and food analysis, and toxicology and laboratory management. It is the

biggest international conference and exhibition of laboratory technologies and equipment in ASEAN, conforming to the government policy to use scientific and technological innovation to drive the country and use the research to drive the industry supported by the collaboration Jan-Feb

55


between government, private businesses, universities, as well as international cooperation. Mr. Teerayuth Leelakajornkij, Director, Science & Technology Unit, VNU Exhibitions Asia Pacific Co., Ltd. commented, “Putting more investment in research and development affects the growth and development of science, technology and laboratory equipment industry. It can promote our country to be a new important market of research and equipment investment in Asia, enhance quality and standard of industrial production, and increase the need of state-of-the-art and precise equipment. Moreover, the demand and necessity of medical care, hygiene and public health affect and create a need of higher investment in laboratory equipment. Meanwhile further development to new industry such as bioscience industry will drive and change the economic structure of the country and region. In 2016, Thailand LAB has been formally upgraded to an international exhibition which brought more than 73 international exhibitors to the show, accounted for 83% growth, compared to 40 international exhibitors in the previous

56

www.innolabmagazine.com

year. Thailand LAB INTERNATIONAL 2016 created not less than 3,000 million baht of business value, similar to the previous year.” “Thailand LAB INTERNATIONAL 2016 was the business platform that created innovation, science, creativity and advancement of technology supporting “Thailand 4.0” policy under public health, health and medical technology clusters. TCEB focused on international marketing support in order to attract quality buyers and sellers and create economic value. This event was expected to bring more than 10,000 investors, leading entrepreneurs, and visitors to do business matching, as well as strengthen Thailand as a regional MICE center for connecting businesses and creating international achievement,” Mr. Nopparat Maythaveekulchai, President of TCEB said. “The duty of Department of Medical Sciences is to support research and development that solve the health concerns. If the government supports research and development, science and technology investment, infrastructure, laboratory equipment usage, Thailand will become an interesting investment center. As a representative of Department of

Medical Sciences, I’m confident that this event has showed advancement and potential of domestic and international laboratories,” Dr. Pichet Banyati, Deputy Director General of Department of Medical Sciences said. “Thailand LAB INTERNATIONAL 2016 was one of the biggest exhibitions of laboratory technologies and equipment, and there were many interesting seminars,” Ms. Kamongtip Changming, microbiologist of MaBoonkrong Dairy Goat Co., Ltd. commented. “The event was very nice. There were both business and educational aspects. Scientists and research analysts could not miss! Students who study science or science education could get new experience from this event,” Mr. Chairat Theechanuwat, Quality Assurance Department, INT Foods Co., Ltd. said. Thailand LAB INTERNATIONAL 2017 will be held on September 6-8, 2017 at Hall 101-102, BITEC, Bangna. For more information, please visit www. thailandlab.com. 


Jan-Feb

57


NEWS

วีโอเลียได้รบ ั การว่าจ้างมูลค่า 156 ยูโร และรับผิดชอบการเข้าถึงน้ำ� ดื่มในศรีลังกา

วีโอเลียได้รับการว่าจ้างมูลค่า 156 ยูโรจากคณะกรรมการการประปาและการ ระบายน้ำ�แห่งชาติศรีลังกา โดยวีโอเลียจะ ช่วยมอบการเข้าถึงน้ำ�ในภาพรวมบริเวณ Greater Matale ผ่านบริษัทในเครือ คือ OTV และ SADE Greater Matale ตั้ ง อยู่ ที่ ภ าค กลางของศรีลังกา ห่างจากเมืองหลวงคือ โคลอมโบ 150 กิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นเขตเกษตรกรรม วีโอเลียโดย OTV ซึ่ง เป็นบริษทั ในเครือได้แต่งตัง้ ผูจ้ ดั การโครงการ เพือ่ ก่อสร้างโรงงานบำ�บัดน้�ำ เสีย 5 โรงงาน ใหม่ในพื้นที่ รวมถึงอ่างเก็บน้ำ� 12 แห่ง สถานีส่งและสูบจ่ายน้ำ� 5 แห่ง และท่อส่ง และจ่ายน้ำ�ยาวกว่า 430 กิโลเมตร ระบบ นีจ้ ะช่วยให้มนั่ ใจถึงคุณภาพของน้�ำ ดืม่ และ การจัดส่งน้�ำ ทีป่ ลอดภัยแก่ประชากรมากกว่า 350,000 คน โรงงานบำ � บั ด น้ำ � เสี ย มาทาเล (30,000 ลบ.ม./วัน) แอมบานแกนกา (18,000 ลบ.ม./วัน) อุกุเวลา ยูดาเทนนา และแรตทอตทา (9,000  ลบ.ม./วัน ต่อ แห่ง) จะใช้โซลูชันและเทคโนโลยีของ วีโอเลียที่เหมาะสมกับสภาพในแต่ละท้อง ถิ่นมากที่สุด เพื่อทำ�ให้น้ำ�ใส ตกตะกอน และผ่านการกรอง อีกหนึ่งบริษัทในเครือ ของวีโอเลีย คือ SADE จะเป็นผู้รับจ้าง ช่วงออกแบบและสร้างท่อส่งและจ่ายน้ำ� ยาว 433 กิโลเมตร สัญญานี้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนของ หน่วยบริการภาครัฐของฝรั่งเศสในพื้นที่ ผ่านทางการเงินและเครดิตการส่งออกจาก กลุม่ ธนาคาร (CACIB, Natixis, Unicredit 58

www.innolabmagazine.com

และ BNP Paribas) ด้วยการค้ำ�ประกัน จากกระทรวงการคลังฝรั่งเศสและสินเชื่อ เพือ่ การประกอบธุรกิจท้องถิน่ จากธนาคาร HNB รวมถึงพันธบัตรรัฐบาล “การเข้าถึงน้ำ�เป็นปัจจัยหลักในการ เติบโตของเมือง ประชากร และเศรษฐกิจ” โกลด ลารูแอล ผู้อำ�นวยการของ Global Enterprises ของวีโอเลียกล่าว “วีโอเลียฝัง รากลึกในเอเชียแปซิฟิก ที่ซึ่งเราได้สร้าง โรงงานผลิตน้�ำ ดืม่ และโรงงานบำ�บัดน้�ำ เสีย มากกว่า 250 แห่งใน 20 ปีที่ผ่านมา ใน วันนี้ เราเห็นว่าโซลูชันของเราในศรีลังกา ช่วยพัฒนาพืน้ ทีด่ ว้ ยการเพิม่ ความสามารถ ในการแข่งขัน และยังเติมเต็มพันธกิจของ เราในการแก้ปัญหาให้กับโลก” Veolia wins €156 million contract and contributes to drinking water access in Sri Lanka

By winning a €156 million contract from the Sri Lankan National Water Supply and Drainage Board, Veolia, through its subsidiaries OTV and SADE, will help provide access to water on a large scale in the Greater Matale area. Located in Sri Lanka’s Central Province, some 150 kilometers from the capital, Colombo, Greater Matale is a predominantly agricultural region. Veolia, through its subsidiary OTV, has just been appointed project manager for the construction of five new water treatment plants in the region along with 12 service reservoirs, five pumping stations and more 430 km of transmission and distribution pipes. This system will ensure drinking water quality and secure supply for more than 350,000 people. Clarification, settling and filtration, the Matale (30,000 m3/d), Ambanganga (18,000  m 3/d), Ukuwela, Udatenna and Rattotta (9,000 m3/d each) water treatment plants will incorporate the Veolia solutions and technology that

best suit local conditions. Another Veolia subsidiary, SADE will act as subcontractor to design and build the 433 km transmission and distribution network. This contract was made possible with the support of local French government services through a financial scheme combining export credit from a syndicate of banks (CACIB, Natixis, Unicredit and BNP Paribas), with a guarantee from the French Ministry of Finance and a local commercial loan from HNB bank and treasury bonds. “Access to water is a key factor in the growth of cities, their citizens and their economy,” said Claude Laruelle, Director of Veolia’s Global Enterprises. “Veolia is deeply rooted and involved in Asia-Pacific where we have, in particular, built more than 250 drinking water and wastewater treatment plants in the last 20 years. Today, we see that in Sri Lanka our solutions are helping an entire region’s development by making it more competitive. They are also contributing to fulfilling our mission: resourcing the world.” News info Red Bug Communications - Feb 21, 2017


มีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทั้ง ตัวกล่องเครื่องดื่มและฝา เพื่อช่วยให้ลูกค้า ของเราก้าวทันตลาดและสามารถตอบสนอง ความต้องการของผู้บริโภคได้ตรงจุด โรงงาน แห่งใหม่ในภูมภิ าคนี้ นอกจากจะช่วยเพิม่ กำ�ลัง และประสิทธิภาพการผลิตฝากล่องเครื่องดื่ม (Caps and Closures) รุ่นยอดนิยมต่างๆ แล้ว ยังช่วยลดระยะเวลารอสินค้า และเพิ่ม ความยืดหยุ่นในการจัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า อีกด้วย” นอกจากการผลิตฝากล่องเครื่องดื่มรุ่น ใหม่อย่าง เฮลิแคป23 เฮลิแคป27 และดรีม เต็ดตรา แพ้ค พร้อมลงทุน 24 ล้านยูโร เปิดโรงงานผลิต ฝากล่อง เครือ ่ งดืม ่ แห่งแรก ในเอเชียใต้ เอเชียตะวันออก และโอเชียเนีย

แคป26 แล้ว โรงงานแห่งใหม่นี้ยังสามารถ ผลิตฝากล่องเครื่องดื่มที่ทำ�จากวัสดุชีวภาพ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้แก่ลูกค้าและเพื่อ ช่วยผลักดันการใช้ทรัพยากรทดแทนในวงการ อุตสาหกรรมอาหารและเครือ่ งดืม่ อีกด้วย เต็ด ตรา แพ้ค จะติดตั้งเทคโนโลยีรุ่นใหม่ล่าสุด ในโรงงานเพื่อลดพลังงานระหว่างการผลิตให้ น้อยที่สุด สถานที่ตั้งของโรงงานยังช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพการจัดส่งสินค้าจากแบบเดิมซึ่ง มาจากภูมิภาคอื่นๆ เป็นการจัดส่งจากฐาน การผลิตภายในภูมิภาค ซึ่งจะช่วยลดค่าการ ปล่อยก๊าซ CO2 ในห่วงโซ่อุปทาน เนื่องจาก

เต็ดตรา แพ้ค ผูน้ �ำ ด้านกระบวนการ ผลิตและบรรจุอาหารระดับโลก ประกาศ การลงทุนมูลค่ากว่า 24 ล้านยูโร สร้าง โรงงานผลิตฝากล่องเครือ่ งดืม่ แห่งแรก ของบริษัทในภูมิภาคเอเชียใต้ เอเชีย ตะวันออก และโอเชียเนีย ในจังหวัด ระยอง ประเทศไทย เพื่อตอบรับต่อ การเติบโตอย่างรวดเร็วของกล่องเครือ่ ง ดื่มแบบมีฝาในภูมิภาค โดยคาดว่า จะเติบโตมากกว่า 30% ในระหว่างปี พ.ศ. 2558-2561 โรงงานผลิตแห่งใหม่นี้จะตั้งอยู่ ภายในบริเวณเดียวกับโรงงานผลิตหลอด พลาสติกและแถบพลาสติกสำ�หรับบรรจุ ภัณฑ์ของ เต็ดตรา แพ้ค ที่มีอยู่แล้ว ในจังหวัดระยอง ประเทศไทย และ จะพร้อมทำ�การผลิตในต้นปี พ.ศ. 2561 ด้วยกำ�ลังการผลิตกว่าสามพัน ล้านหน่วยต่อปี “ผู้บริโภคในปัจจุบัน ต่างมองหา บรรจุภณ ั ฑ์เครือ่ งดืม่ ทีพ่ กพาได้สะดวก และตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลง ไปอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งยังให้ความ สำ�คัญกับเวลาเป็นอย่างสูง ดังนัน้ กล่อง เครือ่ งดืม่ แบบมีฝา ซึง่ มีฟงั ก์ชนั การใช้ งานที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ดังกล่าวจึง เป็นที่นิยมมากขึ้น” มิสเตอร์ ไมเคิล ซาการ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร กลุม่ บริษทั เต็ดตรา แพ้ค ประจำ�ภูมภิ าค เอเชียใต้ เอเชียตะวันออก และโอเชีย เนีย “ในฐานะผู้นำ�อุตสาหกรรม เรา

Jan-Feb

59


ระยะทางการขนส่งที่สั้นลง การประกาศการลงทุนในครัง้ นีเ้ กิดขึน้ หลัง จากเต็ดตรา แพ้ค ประกาศลงทุนสร้างโรงงาน ผลิตวัสดุบรรจุภณ ั ฑ์แห่งใหม่ประจำ�ภูมภิ าคใน เวียดนามเมือ่ สองเดือนทีแ่ ล้ว เพือ่ เพิม่ ศักยภาพ การผลิตในเอเชียร่วมไปกับอีกสามโรงงานผลิต ที่มีอยู่ในสิงคโปร์ อินเดีย และญี่ปุ่น “เราเชื่อว่านวัตกรรมกล่องเครื่องดื่มแบบ มีฝาสามารถตอบสนองความต้องการด้านการ ใช้งานและความสะดวกสบายของผูบ้ ริโภคใน ไทยและอาเซียนทีเ่ พิม่ ขึน้ อย่างต่อเนือ่ งได้เป็น อย่างดี” มิสเตอร์ เฮนริค เฮาการ์ด กรรมการ ผูจ้ ดั การ บริษทั เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำ�กัด และรองประธานด้านบริหารงานขาย กลุม่ บริษทั เต็ดตรา แพ้ค ประจำ�ภูมภิ าค เอเชีย ใต้ เอเชียตะวันออก และโอเชียเนีย กล่าว โรงงานแห่งใหม่นี้เป็นนิมิตรหมายที่ดีใน การลงทุนเพือ่ อนาคตของทัง้ ประเทศไทยและ ภูมภิ าค และยังเป็นการตอกย้�ำ ความมุง่ มัน่ ใน การพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของ ลูกค้าและอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อย่างไม่หยุดยั้ง ของ เต็ดตรา แพ้ค Tetra Pak to Invest €24 Million in its First Factory for Packaging ‘Closures’ in South Asia, East Asia & Oceania

Tetra Pak, the world’s leading food processing and packaging solutions company, today announced a €24 Million investment in it’s very first plant for Packaging Closures in South Asia, East Asia and Oceania. The facility is set to capture the region’s rapid market growth for packaging with Closures, forecast to grow by more than 30% between 2015 and 2018. The advanced regional manufacturing facility will be located within the company’s existing Straws and Strips Plant in Rayong, Thailand, and will become operational in early 2018. With a production capacity of more than three billion units per year, the new plant will enable customers across the region to access locally 60

www.innolabmagazine.com

produced Closures for the first time. “Consumers in our region are increasingly looking for packaging that is functional and convenient, in order to suit their progressively busy lifestyles” says Michael Zacka, Regional Vice President - Tetra Pak South Asia, East Asia and Oceania. “Being the industry leader, we are committed to drive innovation and help our customers address the evolving market needs. With this new facility we will be able to provide our customers with a wider portfolio of Caps and Closures, with shorter lead time and enhanced quality, efficiency and flexibility.” Besides producing new generation Closures such as HeliCap23, HeliCap27 and DreamCap26, the factory will also produce bio-based Closures, to help drive the sustainability agenda. Additionally, the location of the new factory will reduce CO2 emissions through reduced transportation from the production site to the final customer. And finally, the technology used in the plant will also minimise energy consumption during production. The announcement comes two months after Tetra Pak announced a €100 Million investment in a new regional Packaging Material manufacturing facility in Vietnam, to build the company’s manufacturing footprint in Asia, alongside existing production facilities in Singapore, India and Japan. “We believe this latest packaging innovation with caps and closures, addresses the ever growing needs of Thai and ASEAN consumers, when it comes to functionality and convenience”, Mr. Henrik Hauggaard, Managing Director of Tetra Pak (Thailand) Ltd. and Vice President Sales Management of Tetra Pak

South Asia, East Asia & Oceania. “This new facility, is a positive investment in Thailand’s future, as well as the region, highlighting Tetra Pak’s continued commitment to the markets evolving needs”. News info Hill+Knowlton Strategies - Feb 16, 2017

ฮิตาชิ เปิดตัว “ศูนย์ฝก ึ อบรมแห่ง เอเชีย” ศูนย์กลางด้านลิฟต์และ บันไดเลื่อนเพื่อวิศวกรในภูมิภาค

บริษัท ฮิตาชิ จำ�กัด (Hitachi, Ltd.) (TSE: 6501) และ บริษทั ฮิตาชิ บิวดิง้ ซิสเต็ม ส์ (Hitachi Building Systems Co., Ltd.) (“Hitachi Building Systems”) ได้ประกาศ เปิดตัว “ศูนย์ฝึกอบรมแห่งเอเชีย” พื้นที่ฝึก อบรมสำ�หรับวิศวกรทีเ่ กีย่ วข้องกับธุรกิจด้านลิฟต์ และบันไดเลื่อน ในภูมิภาคเอเชีย ณ จังหวัด ชลบุรี ประเทศไทย ซึ่งศูนย์ฝึกอบรมดังกล่าว เริ่มดำ�เนินการตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2560 ในฐานะศูนย์กลางด้านทักษะการติดตั้ง การ บำ�รุงรักษา และการรักษาความปลอดภัยให้กบั ลิฟต์และบันไดเลือ่ นของฮิตาชิในภูมภิ าค โดย จะช่วยพัฒนาทักษะให้กับวิศวกรที่มีตำ�แหน่ง งานระดับกลางในภูมภิ าคเอเชีย และช่วยเสริม สร้างความมัน่ ใจด้านคุณภาพและความปลอดภัย ได้มากกว่าที่เคยเป็นมา ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ฮิตา ชิให้ความสำ�คัญมากที่สุด ฮิตาชิและฮิตาชิ บิวดิ้ง ซิสเต็มส์จะใช้โอกาสอันดีนี้ ในการยก ระดับการติดตั้งและบำ�รุงรักษาลิฟต์ บันได เลื่อน ในภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งยกระดับการ พัฒนาวิศวกรไปพร้อมๆ กันด้วย แบบแผนการฝึกอบรมระดับโลกของฮิตา ชิในด้านลิฟต์และบันไดเลื่อน รวมทั้งบทบาท ของศูนย์ฝึกอบรมแห่งเอเชีย


ฮิตาชิและฮิตาชิ บิวดิ้ง ซิสเต็มส์ มีศูนย์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตงั้ อยูท่ เี่ ขตอาดาจิ กรุงโตเกียว อันเป็นพืน้ ทีฝ่ กึ อบรมทีค่ รอบคลุม สำ�หรับการฝึกอบรมและพัฒนาวิศวกรในด้าน การจัดการลิฟต์และบันไดเลื่อน นอกจาก นี้ ยังมีการจัดฝึกอบรมการใช้ลิฟต์และบันได เลื่อนในรุ่นต่างๆ ที่มีอายุการใช้งานต่างกัน ไปด้วย ในขณะเดียวกัน วิศวกรทั่วโลกจะ ได้รับการอบรมภายใต้แบบแผนของบริษัทฮิ ตาชิประจำ�พื้นที่นั้นๆ และจะส่งวิศวกรใน ระดับ ซีเนียร์เท่านั้น ให้มาร่วมอบรมขั้น สูงกับศูนย์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในกรุง โตเกียว เนื่องจากมีการเปิดตัวลิฟต์ที่ไม่ต้อง มีห้องเครื่อง (machine-roomless) ใน ภูมิภาคเอเชีย ไปเมื่อเดือนกันยายน 2559 ฮิ ตาชิและฮิตาชิ บิวดิ้ง ซิสเต็มส์ จึงตัดสินใจ ปรับแบบแผนการอบรม และได้จดั ทำ�แบบแผน เสริม ซึ่งวิศวกรจะได้รับการอบรมตามหน้าที่ การทำ�งานและตามระดับทักษะที่มี ศูนย์ฝกึ อบรมแห่งเอเชียนี้ ได้รบั การจัดตัง้ ภายใต้แบบแผนดังกล่าวที่ปรับเปลี่ยนไป ใน ฐานะพืน้ ทีส่ �ำ หรับการพัฒนาวิศวกรทีม่ บี ทบาท สำ�คัญ และพื้นที่สำ�หรับการฝึกอบรมวิศวกร ที่มีตำ�แหน่งงานระดับกลาง อีกทั้ง สำ�หรับ พนักงานที่มีหน้าที่สำ�คัญในการทำ�งานให้กับ แผนกด้านเทคนิคของบริษัทในต่างประเทศ และจะมีการคัดเลือกพนักงานทีม่ หี น้าทีส่ �ำ คัญ ดังกล่าว จากวิศวกรทีไ่ ด้รบั การฝึกอบรมในขัน้ พื้นฐานจากบริษัทมาแล้ว

วิศวกรได้เรียนรูแ้ บบแผนงานทีแ่ ท้จริง และได้ เรียนรู้ทักษะการปฏิบัติงานจริงด้านการติด ตั้งและการบำ�รุงรักษา หนึ่งในสาขาการฝึก อบรมที่ฮิตาชิให้ความสำ�คัญ คือ ด้านความ ปลอดภัย ยกตัวอย่างเช่น ห้องฝึกอบรมด้าน ความปลอดภัยที่ได้รับการสร้างขึ้น เพื่อเสริม สร้างความตระหนักรู้ในด้านความปลอดภัย ผ่านประสบการณ์เสมือนจริง โดยผู้เข้าร่วม อบรมจะได้เรียนรูเ้ กีย่ วกับความเสีย่ งทีอ่ าจเกิด ขึน้ ได้ในพื้นทีก่ ารทำ�งานและความสำ�คัญของ

อุปกรณ์ความปลอดภัย เพือ่ ป้องกันความเสีย่ ง ที่อาจเกิดขึ้นได้ 3. การฝึกอบรมในศูนย์พัฒนาทรัพยากร บุคคล (ขั้นตอนที่ 3: การฝึกอบรมขั้นการ บริหารจัดการ) ฮิตาชิและฮิตาชิ บิวดิ้ง ซิสเต็มส์ มีศูนย์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตงั้ อยูท่ กี่ รุงโตเกียว ซึ่งนับเป็นพื้นที่ระดับแนวหน้าสำ�หรับการฝึก อบรมระดับโลก เพื่อทำ�การอบรมขั้นสูงให้

แบบแผนเกี่ยวกับการฝึกอบรม ประกอบ ด้วย 3 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้ : 1. การฝึกอบรมในบริษัทท้องถิ่นประจำ� ภูมิภาคเอเชีย (ขั้นที่1:การอบรมขั้นพื้นฐาน) การอบรมขัน้ พืน้ ฐานสำ�หรับวิศวกรทีท่ �ำ งาน ให้กบั บริษทั ประจำ�ท้องถิน่ หรือบริษทั ย่อยประจำ� ท้องถิน่ ผ่านการใช้เครือ่ งมือสำ�หรับปฏิบตั กิ าร และห้องจำ�ลองเครื่องมือเสมือนจริง 2. การฝึกอบรมในศูนย์ฝึกอบรมแห่ง เอเชีย (ขั้นตอนที่ 2: การฝึกอบรมขั้นกลาง สำ�หรับวิศวกร) การฝึกอบรมขั้นกลางสำ�หรับพนักงานที่ มีหน้าที่สำ�คัญ เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกและ ผ่านการอบรมขัน้ พืน้ ฐานจากบริษทั ของตนเอง มาแล้ว ศูนย์ฝึกอบรมแห่งเอเชียได้ทำ�การ จัดหาโมเดลต่างๆ สำ�หรับภูมิภาคเอเชีย ที่ ได้รับการผลิตในประเทศไทยและประเทศจีน เพื่อใช้เป็นเครื่องจักรสำ�หรับการฝึกทักษะ ให้ Jan-Feb

61


กับวิศวกรระดับซีเนียร์และอบรมด้านบริหาร จัดการให้กับผู้จัดการด้านธุรกิจ ฮิตาชิและฮิ ตาชิ บิวดิ้ง ซิสเต็มส์ มุ่งยกระดับการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ในระดับโลก และมุ่งพัฒนา ด้านความปลอดภัย พัฒนาคุณภาพของการ ติดตั้งและบำ�รุงรักษางานด้านลิฟต์และบันได เลือ่ นในเอเชีย ผ่านการใช้งานศูนย์การพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์และภายใต้แบบแผนดำ�เนินการ อบรมระดับโลก ซึง่ จากการพัฒนาโครงสร้าง ในระดับโลกของธุรกิจด้านลิฟต์และบันไดเลือ่ น นัน้ บริษทั ฯ ตัง้ เป้าว่าในแต่ละปีจะได้รบั การว่า จ้างติดตัง้ ลิฟต์และบันไดเลือ่ น ทัง้ หมด 5,000 ยูนิต ในภูมิภาคเอเชีย Hitachi Begins Operations of “Asia Training Center”, a Training Center for Elevator and Escalator Engineers in Asia

Hitachi, Ltd. (TSE: 6501, “Hitachi”) and Hitachi Building Systems Co., Ltd. (“Hitachi Building Systems”) today announced the establishment of the Asia Training Center, a training site for engineers involved in the elevator and escalator business in the Asian region, in Chonburi Province, Thailand. The Center started operations on January 25, 2017. The Asia Training Center, positioned as a training center on installation and maintenance skills and safety controls of Hitachi’s elevators and escalators in the region, will foster mid-level engineers in Asian countries and ensure higher quality and safety than ever, which is the Hitachi’s top most priority. Hitachi and Hitachi Building Systems will take this occasion to further increase the level of installation and maintenance operations of elevators and escalators in the Asian region and accelerate the development of engineers at the same time. Hitachi’s global training scheme on elevators and escalators, and the role of the Asia Training Center 62

www.innolabmagazine.com

Hitachi and Hitachi Building Systems have the Human Resources Development Center in Adachi-ku, Tokyo, as a comprehensive training site to train and foster engineers involved in elevator and escalator operations, and provided practical training using a variety of elevators and escalators of different models and ages at the Center. Meanwhile, global engineers were fostered under a scheme whereby Hitachi’s local companies in Asia trained engineers on their own and dispatched only senior engineers to the Human Resources Development Center in Japan for advanced training. As the new model of the machine room-less elevator was launched in the Asian region in September 2016, Hitachi and Hitachi Building Systems decided to revise the training scheme and have created a tiered scheme whereby engineers are trained depending on their work and skill levels. The Asia Training Center was established under this new training scheme as a site to develop engineers who will play a central role and the Center will provide mid-level training to key persons in technical departments of the companies overseas. The key persons will be selected among the engineers who have received the basic training provided by their companies. The tiered training scheme consists of the following three phases: 1. Training in the local companies in Asia (first phase: Basic skill training) Basic skill training is provided to engineers working for the local companies or the local subcontractors through the use of practical tools and mock-up facilities. 2. Training in the Asia Training

Center (second phase: Mid-level training for engineers) The mid-level training is provided to the selected key persons who have received the basic skill training in their companies. The Asia Training Center is equipped with the models for the Asia region manufactured in Thailand and China as training machines and engineers learn actual work procedures and practical skills for installation and maintenance work. One of the focus areas in the training is safety, for example, in the safety training room that has been built aiming to increase safety awareness through virtual experiences, trainees will learn about potential risks in work environments and the importance of safety equipment that prevents these potential risks. 3. Training in the Human Resources Development Center in Japan (third phase: Management training) The Human Resources Development Center, located in Tokyo, is positioned as the top-level site in the global training scheme and provides advanced training for senior engineers and management training for business managers. Hitachi and Hitachi Building Systems will accelerate the development of global human resources and improve safety and quality of installation and maintenance work of elevators and escalators in the Asian region by utilizing the Asia Training Center, based on the global training scheme. Through the enhancement of the global structure of elevator and escalator business, the companies aim to receive 5,000 units of elevators and escalators annually in the region. News info Hill+Knowlton Strategies - Jan 25, 2017


REGISTER NOW TO GET A FREE PASS TO ENTER  ASEANBEAUTY SHOW  THE SEMINAR “THE FUTURE OF SUNSCREEN“

NATURAL & ORGANIC COSMETICS 09:30-16:00 hrs.  April 29, 2017 @ MR 211, 2nd Floor, Bitec, Bangkok

agenda 10:00 Registration and coffee reception 10:30 Trend of natural and organic cosmetics by YUIKO MITANI, Research Analyst, Euromonitor International, Japan 11:15 Related International Standards & Regulations including Label Concerns 12:00 Networking Lunchoen 13:00 Shelf-life determination and/or Natural preservatives 13:45 Microbiological control & challenge test by POTCHARA SUNGTONG, Business Manager - Microbiology Thermo Fisher Scientific (Thailand) Co.,Ltd. 15:15 Cosmetic formulation with Lab Reactor - Advantages of a closed system by Grace Ng,Researcher, IKA Works ASIA 16:00 Q&A and end of forum

Co-located with WWW.INNOLABMAGAZINE.COM

Jan-Feb

63


EVENT CALENDAR Date Feb 21-23

Event

Venue

PCHi: The Personal Care and Homecare

Guangzhou Poly World

Ingredients trade show

Trade Center, China

Website www.pchi-china.com/en

Area B, China Import & Mar 1-3

Sino-Pack 2017 / Packinno 2017

Export Fair Complex,

www.chinasinopack.com

Guangzhou, PR China Mar 2-5

Thailand Industrial Fair and Food Pack Asia

Bitec, Bangkok, Thailand

www.thailandindustrialfair.com

Mar 21-23

Propak Vietnam

Bitec, Bangkok, Thailand

www.propakvietnam.com

I.C.E. International CenMar 29-31

analytica Vietnam

ter for Exhibition, Hanoi,

www.analyticavietnam.com

Vietnam Apr 27-29 May 16-18

ASEANbeauty: Southeast Asia's Premier Beauty Show

Bitec, Bangkok, Thailand

Hong Kong International Medical Devices

Hong Kong Cenvention

and Suppliers Fair

and Exhibition Centre

www.aseanbeautyshow.com www.hktdc.com/fair/hkmedicalfair-en

Lab & Test ASIA in Propak ASIA 2017: The Jun 14-17

25th International Processing and Packaging Technology Event for Asia

64

www.innolabmagazine.com

Bitec, Bangkok, Thailand

www.propakasia.com


EnginEErEd For ExcEllEncE PlasmaQuant®

PlasmaQuant® MS I PlasmaQuant® PQ 9000 Leading in ICP-MS and ICP-OES technology

www.analytik-jena.com


SUBSCRIPTION FORM

INNOLAB #9.50 :: Jan-Feb 2017

Fill out your detail or attach your business card

Subscription Date .................................................................................. Where did you find us? ................................................................................ Your name

.................................................................................. Your job title

...........................................................................................

Your e-mail

.................................................................................. Your mobile number .......................................................................................

Company name

.................................................................................................................................................................................................................

Company address .................................................................................................................................................................................................................

.................................................................................. Country .........................................

Zip code ........................................

Website

.................................................................................. Tel no. ...........................................

Fax no. ..........................................

□ Same as above □ Other, please specify ................................................................................................................................... Name and address on receipt

..........................................................................................................................................................................

Your industry (please select your interest by inputting ü)

□ Food/Beverage □ Environment

□ Supplements/Nutraceuticals □ Cosmetics □ Pharmaceuticals/Medicals □ Energy □ Other, please specify ................................................................................

Your business (please select your interest by inputting ü)

□ Manufacturer □ Academics

□ Distributor □ Government body

□ Certification body □ Consultancy

□ Laboratory service □ Other, please specify ..............................................

Your job function (please select your interest by inputting ü)

□ Management □ Purchasing □ Sales/Marketing □ QC/QA □ QMR/Document Control □ R&D □ Chemist □ Microbiologist □ Production □ Consultant □ Other, please specify .............................................................................................. Your interest (please select your interest by inputting ü)

□ Ingredients □ Techniques □ Lab Facilities □ Industry/Market trend

□ Additives □ Chemicals □ Reagents □ Methods □ Instruments □ Equipment □ Tools □ Softwares □ Lab Design □ Laws/Regulations □ Standards □ Interview □ Other, please specify ..............................................................................................

Your engagement (please rank the score 1-5, 5 = most engaged)

_ Enhancing work capability _ Seeking products & services _ Finding out industry movement _ Joining INNOLAB’s activities, seminar and conferences _ Other, please specify ......................................................................................... Your preferred communication channel (please rank the score 1-5, 5 = most convenient)

_ E-mail _ Post mail _ Fax _ Facebook, www.facebook.com/innolabmagazine _ Other, please specify .............................................................................................. Your interest seminar topic ................................................................................................................................................................................................ Your suggestion ................................................................................................................................................................................................................. Your subscription Domestic reader

□ 1-year 900 THB Oversea reader □ 1-year 90 USD □ 2-year 1500 THB □ 2-year 150 USD

The remit payment to MEDIA MATTER Co., Ltd., savings account number 1082280729, Siam Commercial Bank Pcl. The swift code is SICOTHBK. Please send the pay-in slip via fax number +66 2878 1026 or innolab@media-matter.com

WWW.INNOLABMAGAZINE.COM บริ ษ ั ท มี เ ดี ย แมทเทอร์ จำ � กั ด 43/308 หมู ่ 1 ถนนจอมทอง แขวงจอมทอง เขตจอมทอง กรุ ง เทพฯ 10150 MEDIA MATTER Co., Ltd. 43/308 Moo 1, Jomthong Road, Jomthong, Bangkok 10150 Thailand TaxID 0105552007301 Tel +662 878 1025

International Call +66 945539616

Fax +662 878 1026

innolab@media-matter.com


food safety COMPLETE SOLUTIONS. COMPLETE CONFIDENCE. Find the solutions you need for each step of your microbiological food safety testing workflow.

MEDIA PREPARATION & SAMPLE ENRICHMENT Dehydrated Culture Media

Dry-Bags™ Enrichment Media

Available in a choice of pack sizes to suit your needs

Reduce time & labor when preparing media in-house

Prepared Media Available as prepared bottles, tubes & bags in volumes to suit your workflow

Maximize efficiency & reduce your QC burden with a choice of dehydrated or ready-to-use media & automated enrichment solutions.

SAMPLE PREPARATION & DETECTION For Reliable, Cost-effective Pathogen & Routine Organism Testing Use: Culture Media Quality assured, FDA & ISO compliant in dehydrated or prepared formats CAN BE USED WITH

Dynabeads™ & BeadRetriever™ System Best suited for testing beef & other products for E.coli O157:H7 & other STEC OR WITH

Media Dispensing & Sample Blending Fast, accurate dispensing Powerful, reliable blending of of media with Diluflux™ samples with Homogenizer Automated Gravimetric Dilutor Laboratory Blender

Analyze even the most challenging samples with proven solutions fit for any & all food testing workflow preferences.

For Rapid, Quantifiable Pathogen Testing Of Complex Matrices Use: MicroSEQ™ Pathogen Detection System Batch process up to 96 samples WITH

PrepSEQ™ Rapid Spin Sample Preparation Kit Ideal for <50 samples per day OR WITH

Maximize throughput, ideal for >50 samples per day

Best for testing challenging samples with low positivity rates

Pathatrix Auto System

OR WITH

Reduce false positives & indeterminate results when testing challenging samples with low positivity rates

CONFIRMATION & IDENTIFICATION A range of options including O.B.I.S.™ Identification System, RapID™ Systems & MicroBact™ range or individual biochemical reagents

SureTect™ Real-Time System Small footprint, low noise instrument with simple, rapid direct lysis sample preparation process. Fit for continuous processing of 1-120 samples.

PrepSEQ™ Nucleic Acid Extraction Kit & MagMAX™ Express-96 Processor

Pathatrix™ Auto System

Biochemical Identification

For Quick, Simple Pathogen Testing Use:

TaqMan™ custom assays,

CeeramTools™ virus kits, Imegen™ meat speciation & GMO tests can be run on the same open platform, Applied Biosystems™ 7500 Fast Real-Time PCR instrument

Differentiate and confirm micro-organisms with a range of products using biochemical, immunological or molecular characteristics. Immunological Identification

Molecular Identification

Quality Control Organisms

Latex tests and agglutinating sera for clearing or confirming presumptive positives with identification possible to genus, species or serotype level

TaqMan and RapidFinder™ Real-Time PCR assays for identification beyond genus and species level, e.g. specific Salmonella serovars and STEC O-groups

For ensuring consistency in media preparation & in test performance

For a more complete workflow, visit thermoscientific.com/foodmicrosolutions © 2015 Thermo Fisher Scientific Inc. All rights reserved. All trademarks are property of Thermo Fisher Scientific Inc. and its subsidiaries, unless otherwise specified. Taqman is a registered trademark of Roche Molecular Systems Inc., used under permission and license.

Contact information: Contact Information: Thermo Fisher Scientific (Thailand) Co.,Ltd. 993-048 microbiology@thermofisher.com USA +1 800 255 6730 158/6 Aneckvanich Bldg. 6th Fl., Room B, D., SoiLT2200A Sukhumvit 55, Sukhumvit Road, North Klongton, Wattana, Bangkok 10110 International +44 (0) 1256 841144 October 20152 714 7835-6 potchara.sungtong@thermofisher.com Tel +66 Fax +66 2 714 7837

INNOLAB magazine #9.50  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you