Skip to main content

จุลสารสำนักวิชา ฉบับที่ 4

Page 1

จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

สารบั ญ คุยกับผู ้บริหาร

02

เส้นทางความสําเร็จ เส้นทางปริญญาเอกกฎหมายสิ�งแวดล้อมที�มหาวิทยาลัยอู่ฮ�ัน

05

KNOW YOUR LAWS: กฎหมายน่ารู้ หมดรัก แต่อีกฝ�ายไม่ยอมหย่า ฟ�องหย่าได้หรือไม่?

09

Human Rights Impacts: Pollution Issues in Kok Rive

13

เมื�อความเห็นต่างกลายเป�นความผิด: ขอบเขตของเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอยู่ตรงไหน?

18

Legal Language ภาษาจีนสําหรับนักกฎหมาย

20

Alumni Connect เส้นทางจากรัว� มฟล.สู่นายทหารเหล่าพระธรรมนูญ: เรือ � งราวของ นาวาตรีหญิง ศจีนาฏ ลุมพิ กานนท์

22

More for law Variety เมื�อกีตาร์หนึ�งตัวอาจมีเรือ � งของกฎหมายระหว่างประเทศซ่อนอยู่ Activity ภาพรวมกิจกรรมสํานักวิชาฯ

MAE FAH LUANG UNIVERSITY

25 28


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

บทบรรณาธิการ ยิ น ดี ต้ อ น รั บ ผู ้ อ่ า น ทุ ก ท่ า น สู่ จุ ล ส า ร M o re f o r La w ฉ บั บ ที� 4 พื� น ที� แ ห่ ง กา ร ถ่ า ย ท อ ด องค์ ค วา ม รู้ ค วา ม คิ ด ส ร้ าง ส ร ร ค์ แ ล ะ แ ร ง บั น ดา ล ใจ ท าง ก ฎ ห ม า ย ข อง สํ า นั ก วิ ช า นิ ติ ศ า ส ต ร์ มหาวิ ท ยาลั ยแม่ ฟ � า หลวง จุ ลสาร More for Law ยั ง คงยึ ด มั� น ในเจตนารมณ์ ของการเป� นสะพาน เชื� อมโยงความรู้ ท างวิ ชาการ ปรากฏการณ์ ทางสั งคม และวิ ถี ชี วิ ตเข้ าด้ วยกั น ผ่ านการนํ าเสนอ ประเด็ น ทางกฎหมายที� ทั น สมั ย ชวนคิ ด และครอบคลุ ม หลากหลายมิ ติ โดยในฉบั บ นี� กองบรรณาธิ การ ได้ คั ด สรรเนื� อ หาที� เ ข้ ม ข้ น และหลากหลายเพื� อเป� ด มุ ม มองใหม่ ๆ ให้ แ ก่ ผู้ อ่ า นทุ ก ท่ า น เริ� ม ต้ นด้ วยคอลั มน์ "คุ ย กั บผู ้ บ ริ ห าร" ที� ได้ รั บ เกี ยรติ จาก อาจารย์ ดร.ณั ฐดนั ย นาจั น ทร์ ผู ้ ช่ ว ยคณบดี ฝ� า ยพั ฒนานั ก ศึ ก ษาและระบบสารสนเทศ มาร่ ว มถ่ า ยทอดวิ สั ย ทั ศ น์ แ ละการขั บ เคลื� อ น สํ านั ก วิ ช านิ ติ ศาสตร์ มหาวิ ท ยาลั ยแม่ ฟ � า หลวง ก่ อนจะพาทุ ก ท่ านออกเดิ นทางท่ องโลกวิ ช าการใน "เส้ น ทางปริ ญ ญาเอกกฎหมายสิ� ง แวดล้ อ มที� ม หาวิ ท ยาลั ย อู่ ฮั� น " ถอดบทเรี ย นการเรี ย นต่ อ ต่ า งแดน ของ อาจารย์ ดร.พิ มลกร แปงฟู อาจารย์ ป ระจํ า สํ า นั ก วิ ช า สํ า หรั บ ประเด็ น กฎหมายใกล้ ตั ว และมิ ติ ท างสั ง คม ฉบั บ นี� นํ า เสนอคํ า ถามสํ า คั ญ ในทางแพ่ งและ ครอบครัวอย่ าง "หมดรัก แต่ อีกฝ�ายไม่ ยอมหย่ า ฟ�องหย่ าได้ หรือไม่ ?" โดย อาจารย์ สุวลั กษณ์ ขั นธ์ปรึกษา ควบคู่ ไ ปกั บ ประเด็ น สิ� ง แวดล้ อ มข้ า มแดนและสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนใน "Human Rights Impacts: Pollution Issues in Kok River" โดย อาจารย์ น ภวั ฒ น์ สื บนุ สรณ์ และธั น ยมั ย ศรี กั ลยาณบุ ตร ตลอดจน การตั� งคํ า ถามชวนคิ ด ถึ ง ขอบเขตของเสรี ภ าพในบทความ "เมื� อ ความเห็ น ต่ างกลายเป� น ความผิ ด : ขอบเขตของเสรี ภาพในการแสดงความคิ ด เห็ น อยู่ ต รงไหน?" โดย กมลชนก เรื อ นคํ า นอกจากนี� เรายั งเติ มเต็ มทั กษะทางภาษาและแรงบั นดาลใจในสายวิ ชาชี พด้ วยบทความ "ภาษาจี น สํ า หรั บ นั ก กฎหมาย" โดย ผู ้ ช่ ว ยศาสตราจารย์ ดร.ยศพนธ์ นิ ติ รุ จิ โ รจน์ และบทสั ม ภาษณ์ ศิ ษย์ เก่ าใน "เส้ นทางจากรั� ว มฟล. สู่ นายทหารเหล่ าพระธรรมนู ญ: เรื� อ งราวของ นาวาตรี ห ญิ ง ศจี น าฏ ลุ ม พิ กานนท์ " พร้ อ มป� ด ท้ า ยด้ ว ยความรื� น รมย์ ใ นมิ ติ กฎหมายระหว่ า งประเทศที� ซ่ อ นอยู่ ใ น ชี วิ ต ประจํ า วั น ผ่ า นบทความ "More for Law Variety: เมื� อ กี ต าร์ ห นึ� งตั ว อาจมี เ รื� อ งของกฎหมาย ระหว่ า งประเทศซ่ อ นอยู่ " โดย อาจารย์ ดร.สุ วิ จั ก ขณ์ จั น ดาพั นธ์ กองบรรณาธิ การหวั ง เป� น อย่ า งยิ� ง ว่ า เนื� อ หาใน More for Law ฉบั บ ที� 4 นี� จะมิ ไ ด้ เพี ยงมอบ ความรู้ แ ละสาระประโยชน์ เท่ านั� น หากยั งช่ วยจุ ดประกายความคิ ดและสร้ า งแรงบั นดาลใจใหม่ ๆ ให้ แ ก่ ป ระชาคมนิ ติ ศ าสตร์ แ ละผู ้ ส นใจทุ ก ท่ า น ขอขอบพระคุ ณ ทุ ก ท่ า นที� ติ ด ตามและร่ ว มเป� น ส่ ว นหนึ� ง ของการเรี ย นรู้ ไ ปกั บ เรา

บรรณาธิการ

MAE FAH LUANG UNIVERSITY


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

ประจํ าเดื อนกั นยายน

คุยกับผู ้บริหาร ผู ้ช่วยคณบดีฝา่ ยพั ฒนานักศึกษาและระบบสารสนเทศ

Lecturer,

ISSUE No.04

School of Law Mae Fah Luang University

อาจารย์ ดร.ณัฐดนัย นาจันทร์ NATDANAI NACHAN

MAE FAH LUANG UNIVERSITY


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

คุ ยกั บผู้ บริ หาร 02

คุ ยกั บผู้ บริหาร

ส วั ส ดี ค รั บ ณั ฐ ด นั ย น า จั น ท ร์ ค รั บ รั บ ห น้ า ที� เป� น ผู ้ ช่ ว ย คณบดี ข องสํ า นั ก วิ ช านิ ติ ศ าสตร์ ที� ดู แ ลงานด้ า นกิ จ กรรมนั ก ศึ ก ษา หลั ง จากที� ถ่ ว งเวลาอยู่ น าน ในที� สุ ด ก็ ต้ อ งมาเขี ย นบทความเล็ ก ๆ ให้ จุ ล สารเสี ย ที

อาจารย์ ดร. ณั ฐดนั ย นาจั นทร์ ผู้ ช่ วยคณบดี ฝ่ายพั ฒนานั กศึกษาและสารสนเทศ

ในขณะที� ไ ม่ แ น่ ใ จว่ า เขี ย นอะไรจึ ง จะเหมาะสม ก็ ไ ด้ รั บ การ แจ้ ง จา ก ท่ า น ผู ้ ช่ ว ย ค ณ บ ดี ที� ดู แ ล จุ ล ส า ร ว่ าใ ห้ เขี ย น เ กี� ย ว กั บ พั ฒนาการของกิ จ กรรมนั ก ศึ ก ษาของสํ า นั ก วิ ช าต่ อ จากนี� เลยคิ ด ว่ าจะเล่ าเรื� อ งต่ าง ๆ เป� นลํ าดั บดั งนี� ครั บ เริ� ม จากเล่ าอะไรเล็ ก น้ อยเกี� ยวกั บตนเองในฐานะนั กกิ จกรรม (ถึ งจะน่ าอายไปบ้ า ง) เสี ยงบ่ น และคํ า พู ดที� ลอยมาเข้ า หู เ กี� ยวกั บกิ จกรรมนั กศึ กษาของ สํ า นั ก วิ ช า และเป� า หมายที� สํ า นั ก วิ ช า ณ ตอนนี� ห วั ง จะไปให้ ถึ ง เกี� ย ว กั บ กิ จ กรรมนั ก ศึ ก ษาครั บ

เ ริ� ม ด้ ว ย ป ร ะ วั ติ ข อ ง ตั ว เ อ ง ใ น ฐ า น ะ นั ก กิ จ ก ร ร ม เอา เข้ า จ ริ ง ๆ ผ ม คิ ด ว่ า ป ร ะ เ ด็ น นี� เป� น ป ร ะ เ ด็ น ที� สํ า คั ญ ที� สุ ด ต่ อ ชี วิ ต ข อ ง ผ ม เ ล ย ค รั บ ผ ม เ ข้ า เ รี ย น ที� ม ห า วิ ท ย า ลั ย ส ง ข ลา น ค ริ น ท ร์ ใ น ช่ วงป� พ.ศ. 2553 (มี อายุ พอประมาณแล้ วครั บ ) และตั� งแต่ เข้ าเรี ย นมาจนถึ งจบการศึ กษา ผมไม่ เคยหยุ ดทํ ากิ จกรรมเลย จนเอาเข้ าจริ ง ๆ ผม เข้ าใจว่ า ผมมี ช�ั ว โมงกิ จ กรรมกว่ า พั นชั� ว โมง ทั� ง ๆ ที� ม ห า วิ ท ย า ลั ย ข อ ใ ห้ ทํ า แ ค่ ห้ า สิ บ ชั� ว โ ม ง เ ท่ า นั� น ทั� งนี� ยั งไม่ นั บพวกกิ จกรรมหรื อ ง านภายนอกที� ทํ า ห ม ด ทั� งกา ร ถ่ า ย ภาพลา ม ไป จ น ถึ งกา ร จั ดง า น ม อ เ ต อ ร์ โ ช ว์

ประเด็ น ถั ดมา ผมได้ ยิ น และได้ ฟ� ง อะไรมา บ้ า งจากนั ก ศึ ก ษา เล่ า อย่ า งตรงไปตรงมาว่ า ตั� ง แต่ มาเป� น อาจารย์ ที� ม หาวิ ท ยาลั ย แม่ ฟ �า หลวง ผมทํ างาน ในส่ ว นกิ จ กรรมนั ก ศึ ก ษามาโดยตลอด ตลกดี แ ต่ รู้ สึ ก ว่ า กา ร ทํ า กิ จ ก ร ร ม เป� น ส่ ว น ห นึ� ง ข อง ชี วิ ต ที� ติ ด ตั ว ผมมาจากมหาวิ ท ยาลั ย สงขลานคริ น ทร์ ด้ ว ย และตลอดช่ วงเกื อบเก้ าป� ที� ทํ าง านมา ผมพบว่ า เสี ย งบ่ น ที� ผ มได้ ยิ น จากนั ก ศึ ก ษาตลอดมาคื อ เหงา จั ง เ ล ย ทํ าไ ม เ รา ถึ ง ไ ม่ มี กิ จ ก ร ร ม เ ย อ ะ ๆ ใ ห้ ทํ า เรี ย นเสร็ จ แล้ ว ไม่ เ ห็ น มี อ ะไรทํ า เลย

ช่ วง เ ว ลา ต ล อ ด สี� ป� ที� ทํ า กิ จ ก ร ร ม ไ ม่ มี วั น หยุ ด ผมค้ นพบว่ า ผมไม่ เหง าเลย มั นเป� นช่ วงป� ที� สนุ ก มากและสอนอะไรผมมากมาย ทั� ง การทํ า งาน การใช้ ชี วิ ต การอดทนอดกลั� น การปรั บ ตั วและ การรั บ มื อ กั บ สถานการณ์ ไ ม่ ค าดฝ� น ผมมั� น ใจเลย ว่ า ถ้ าไม่ มี กิ จกรรมนั กศึ กษาในวั น นั� น ก็ ไม่ มี ผ มใน วั น นี� แน่ ๆ

MAE FAH LUANG UNIVERSITY

โดย ณั ฐดนั ย นาจั นทร์


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

คุ ยกั บผู้ บริ หาร 03

คุ ยกั บผู้ บริหาร

ปฏิ เ สธไม่ ไ ด้ ว่ า ก็ จ ริ ง เราเป� น สํ า นั ก วิ ช าใหญ่ และการจั ด กิ จกรรมให้ ส อดคล้ องกั บความต้ อ ง กา ร ข อ ง นั ก ศึ ก ษ า ทุ ก ค น คื อ เ รื� อ ง ที� แ ท บ จ ะ เ ป� น ไปไม่ ไ ด้ แต่ ก็ อ ดคิ ด ไม่ ไ ด้ ว่ า เราจะช่ ว ยจั ด การกั บ ป� ญ หานี� ยั งไง ได้ บ้ า ง อยากทํ า ให้ นั ก ศึ กษารู้ สึ กว่ า สํ านั ก วิ ช าเป� น บ้ า นมากกว่ า นี� และอยากให้ ท�ี นี� ทํ า หน้ า ที� เ ป� น ฐาน เ ห ยี ย บ ใ ห้ เ ค้ าไ ด้ เ ติ บ โ ต แ ล ะใช้ ชี วิ ต อ ย่ าง ที� อ ย า ก ใช้ ผลคื อตั� งแต่ ต้ นป� พ.ศ. 2569 เราพยายาม จะออกแบบกิ จกรรมนั กศึ กษากั นใหม่ ซึ� งแยกเป� น ส องส่ ว น คื อ สํ า นั ก วิ ชา อ ย า ก จ ะ ทํ า อ ะไ ร บ้ าง แ ล ะ นั ก ศึ ก ษาอยากจะทํ า อะไรบ้ า ง ในส่ วนของสํ านั ก วิ ช า เราอยากสร้างบรรยากาศของความเป� น บ้ า นให้ นั ก ศึ ก ษา มากขึ� น เราพยายามเป� ด พื� นที� ใ นสํ า นั ก วิ ช าให้ เ ข้ า มาใช้ ม า ก ขึ� น ตั� ง ที ม ขึ� น ม า ดู แ ล นั ก ศึ ก ษ าโ ด ย เฉพ า ะ ด้ า น จิ ต ใจ ขยายกิ จ กรรมนั ก ศึ ก ษาออกไปให้ ก ว้ า งมากขึ� น ผ่ า นการทํ า กิ จ กรรมตั� ง แต่ ก่ อ นจะเป� ด เทอม สร้างความ ใกล้ ชิ ดระหว่ า งคณาจารย์ กั บนั กศึ กษาผ่ า นกิ จกรรม นั น ทนาการต่ าง ๆ และจั ด อบรมเพื� อเพิ� มความรู้ แ ละ ทั กษะให้ กั บนั กศึ กษาซึ� งออกแบบตามความต้ องการ ของนั ก ศึ ก ษาเอง ใน ส่ ว น ข อง นั ก ศึ ก ษ า บ ร ร ดา ก ลุ่ ม ช ม ร ม แ ล ะ องค์ ก ร ต่ าง ๆ ใน สั งกั ด ข องสํ า นั ก วิ ชา เองก็ พยายามจะจั ด กิ จกรรมให้ มี ความหลากหลายมากขึ� น ทั� งการปรั บ รู ป แบบกิ จกรรมเดิ มและการเพิ� ม กิ จกรรมใหม่ เ ข้ า ไปในแผนกกิ จกรรมของสํ านั ก วิ ช า ผลที� ได้ คื อกิ จกรรมมี ค วามสอดคล้ องกั บความ ต้ องการและสามารถเป� ด รั บ นั ก ศึ กษาให้ เ ข้ า ร่ ว มได้ มากขึ� น พู ดอย่ า งตรงไปตรงมา เราพยายามให้ มี กิ จกรรมทุ กเดื อนเพื� อให้ บ้ านหลั งนี� ไม่ เงี ย บเหง าเกิ นไป อย่ า งที� บ อกไปแล้ ว ประสบการณ์ ก ารทํ า กิ จ กรรมสอนให้ ผ มรู้ ว่ า การที� ค ณะหรื อ สํ านั ก วิ ช าเป� น บ้ า นมั น รู้ สึ กยั ง ไง และเรา (คณาจารย์ แ ละผู ้ นํ า นั ก ศึ กษา) เองก็ พ ยายามทํ า ให้ บ้ า นเกิ ด ขึ� นที� สํ านั ก วิ ช า นิ ติ ศาสตร์ มหาวิ ทยาลั ยแม่ ฟ� า หลวงด้ วยครั บ

MAE FAH LUANG UNIVERSITY

โดย ณั ฐดนั ย นาจั นทร์


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

ประจํ าเดื อนกั นยายน

เส้ นทางปริญญาเอก กฎหมายสิ่ งแวดล้ อม ณ มหาวิทยาลัยอู่ฮ�ัน ประเทศจีน

Lecturer,

ISSUE No.04

School of Law Mae Fah Luang University

อาจารย์ ดร.พิ มลกร แปงฟู PIMONKORN PANGFOO

MAE FAH LUANG UNIVERSITY


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

เส้ นทางความสํ าเร็ จ 05

เส้นทางปริญญาเอกกฎหมายสิ�งแวดล้ อมที�มหาวิทยาลั ยอู่ ฮ�ั น

อาจารย์ ดร.พิ ม ลกร แปงฟู สํา เร็จ การศึ ก ษา ระดั บปริญญาเอก สาขาวิชา Science of Environment and Natural Resources Protection Law จาก มหาวิ ทยาลั ยอู่ ฮ�ั น (Wuhan University) สาธารณรัฐ ประชาชาชนจีน ภายใต�วิทยานิ พนธ์ระดั บปริญญาเอก หั วข้ อ "Implementation of Environmental Impact Assessment as Customary International Law in ASEAN" วันนี�อยากชวนมาทําความรูจ ้ ักเส้ นทางการเรียนปริญญา เอกที�มหาวิทยาลัยอู่ฮั�นกันค่ะ จุ ดเริม � ต้นจากห้องเรียนออนไลน์ สู่การเดินทางไป อู่ฮ�ัน เส้ นทางการเรียนปริญญาเอกที� อู่ฮ�ั นเริม � ต้ นขึ�น ในป� ค.ศ. 2021 ซึ� งยั งอยู่ ในช่ วงการแพร่ระบาดของโค วิด-19 ป�การศึ กษาแรกจึงเป�นการเรียนผ่านหน้าจอ โดย เริม � จากวิชาภาษาจีนและวิชาความเป� นจีน หรือ Outline of China ตอนนั�นการเรียนออนไลน์เป�นสิ� งที� ทั�งผู ้เรียน และผู ้ สอนต้ องปรับตั วกั นพอสมควร แต่ ก็มีมุมสนุ ก ๆ และทําให้ได้ เห็นว่าเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้เราเรียนรูข้ ้าม ประเทศได้อย่างไร แม้ตัวจะยังอยู่ที�ไทยก็ตาม จนกระทั� ง ช่ ว งปลายป� ค.ศ. 2022 จึ ง ได้ เ ดิ น ทางไป ประเทศจีน (ครัง� แรก) จากที�ได้เรียนในตําราว่า “武汉,每 天 不 一样” (Wuhan, Different Everyday) ถึ งเวลาที� จะได้ ไปสั มผั สเมื องอู่ ฮั�นแล้ ว แต่ การ เดิ นทางครั�งนั� นมี ขั�นตอนพิ เศษกว่าปกติ เพราะยั งต้ อง กั ก ตั ว ตามมาตรการป� องกั น การแพร่ ร ะบาด เริ�ม จาก เมืองกว่างโจว ซึ�งเป�นเมืองแรกที�เครือ � งบินลงจอด เป�น เวลา 10 วัน ก่ อนเดิ นทางต่ อไปยังเมืองอู่ ฮั�น และกั กตั ว ในมหาวิทยาลั ยอี ก 7 วัน รวมแล้ วเป� นเวลา 17 วัน ก่ อน จะได้ เริ�มใช้ชีวิตนั กศึ กษาที� จีนอย่างเต็ มตั ว เรียกว่าเส้ น ทางไปเรี ย นครั� ง นี� มี เ รื� อ งให้ จ ดจํา ตั� ง แต่ ยั ง ไม่ ทั น เข้ า ห้ องเรีย นจริง ทั� งการเรีย นออนไลน์ ข้ า มประเทศ การ เดิ น ทางในช่ วงโควิ ด และการกั ก ตั ว ถึ งสองเมื อง เป� น ประสบการณ์ครัง� หนึ�งในชีวิตที� เมื�อย้อนกลั บมานึกถึ ง ก็ มีเรือ � งให้เล่าได้อีกยาวเลยค่ะ สาขาที�เลือกเรียนและมหาวิทยาลัย อาจารย์ เ ลื อ กเรี ย นปริ ญ ญาเอก (หลั ก สู ต ร ภาษาอั งกฤษ) สาขา Science of Environment and Natural Resources Protection Law ซึ� งสั งกั ด สถาบันวิจัยกฎหมายสิ� งแวดล้อม MAE FAH LUANG UNIVERSITY

หรือ Research Institute of Environmental Law สถาบัน นี� ก่อตั� งขึ� นในป� ค.ศ. 1981 และเป� นส่ วนหนึ� งของ School of Law, Wuhan University มหาวิ ท ยาลั ย อู่ ฮ�ั น หรื อ Wuhan University (武汉大 学) ตั� งอยู่ในเมืองอู่ ฮ�ั น มณฑลหูเป�ย์ มีประวัติย้อนกลั บไปถึ งป� ค.ศ. 1893 จุ ดเด่ น ของมหาวิ ทยาลั ยคื อ บรรยากาศที� มีทั� งภู เขาหลั วเจี ยและ ทะเลสาบตงหู อยู่ เคี ยงข้ าง รวมถึ งอาคารเก่ าที� ผสมผสาน สถาป� ตยกรรมจี น กั บตะวั น ตก ถ้ าพู ดถึ งภาพจํา และ เอกลั ก ษณ์ ข องอู่ ต้ า หลายคนคงนึ ก ถึ ง ดอกซากุ ร ะใน มหาวิ ทยาลั ย โดยเฉพาะช่ วงฤดู ใบไม้ ผลิ ที�ดอกไม้ บานอยู่ ท่ า มกลางอาคารเก่ า เป� น อี ก เสน่ ห์ ที� ทําให้ พื� น ที� การเรีย นมี บรรยากาศแตกต่างและน่ามาเยือน

วั น นี� เ มื� อ ได้ ยิ น ชื� อ “อู่ ต้ า ” จึ ง มี เ รื�องราวมากมายให้ นึ ก ถึ ง ตั�งแต่จุดเริม � ต้นที�ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ไปจนถึงวัน ที� ไ ด้ เ ห็ น ความสํ า เร็จ ของตั ว เอง รู้สึ ก ดี ใจที� ค รั�ง หนึ� ง ได้ ม า เรียนรูแ้ ละใช้ชีวต ิ อยู่ที�นี� และคงจะยิ�มได้เสมอเมื�อย้อนกลับมา นึกถึงช่วงเวลานั�น

โดย พิ มลกร แปงฟู


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

สํ า ห รั บ S c h o o l o f L a w , W u h a n University ก็ มีค วามโดดเด่ น ด้ า นวิ ชาการ โดยสาขากฎหมาย ของมหาวิทยาลั ยอู่ ฮั�นได้ รบ ั การจัดอั นดั บที� 49 ของโลกในการ จั ด อั น ดั บ Times Higher Education World University Rankings by Subject 2026 และติ ดอั นดั บ Top 5 ของคณะ นิ ติ ศ าตร์ ที� ดี ที� สุ ด ในจี น โดยการจั ด อั น ดั บ ของ Shanghai Ranking (2026中 国 最 好 学 科 排 名 (法 学) ) ส่ วนตัว เลื อกเรี ย นด้ านกฎหมายสิ� งแวดล้ อมและการคุ้ มครอง ทรั พ ยากรธรรมชาติ ซึ� ง อยู่ ภายใต้ ส ถาบั น วิ จั ย กฎหมายสิ� ง แวดล้ อม หรือ Research Institute of Environmental Law (RIEL) ก่ อตั� งขึ�นในป� ค.ศ. 1981 สถาบันนี� มีบทบาททั� งการเรียน การสอน การวิ จั ย และการมี ส่ วนร่ ว มพั ฒนากฎหมายสิ� ง แวดล้ อ มของจี น รวมถึ งการแลกเปลี� ย นทางวิ ชาการกั บ ต่ าง ประเทศ งานของสถาบั น จึ ง เชื� อ มโยงกั บ ทั� ง ป� ญ หาภายใน ประเทศและประเด็ นสิ� งแวดล้ อมระหว่างประเทศ ในมุ มของการ เรีย นกฎหมายสิ� ง แวดล้ อ ม การมี ส ถาบั น วิ จั ย เฉพาะทางเช่ น นี� ทําให้ มี ป ระเด็ น ให้ ศึ ก ษาต่ อ ยอดได้ ก ว้ าง ตั� ง แต่ การควบคุ ม มลพิ ษ การอนุ รักษ์ ธรรมชาติ ไปจนถึ งการเปลี� ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ อี กทั� งยังชวนให้เรากลั บมาตั� งคําถามว่า แนวคิ ดหรือ ประสบการณ์ ทางกฎหมายจากต่ างประเทศจะนํามาใช้ กับบริบท ของไทยได้อย่างไร ซึ�งเป�นส่ วนที�น่าสนใจของการออกมาเรียนรู้ กฎหมายในสภาพแวดล้อมใหม่ค่ะ ระยะเวลาเรียนและเส้นทางที�ต้องฝ�าฟ�น อาจารย์ ไ ด้ รับ ทุ น รัฐ บาลจี น (China Scholarship Council หรือ CSC) เต็ มจํานวน เพื� อศึ กษาปริญญาเอกเป� น ระยะเวลา 4 ป� สํ า หรับ วิ ช าที� เ รีย นมี ท�ั ง กฎหมายสิ� ง แวดล้ อ ม ระหว่ างประเทศ กฎหมายสิ� ง แวดล้ อ มด้ า นต่ าง ๆ ระเบี ย บวิ ธี วิ จั ย สั ม มนากฎหมายสิ� ง แวดล้ อ ม และการเขี ย นวิ ท ยานิ พ นธ์ ส่ วนวิชาเลื อกก็เป�ดโอกาสให้เลื อกตามความสนใจและนําความรู้ ไปต่ อยอดกั บงานวิ จัยของเราได้ สํ าหรับบรรยากาศการเรียน การสอน อาจารย์ ผู้สอนประกอบด้ วยอาจารย์ ชาวจีน และชาว ต่ างประเทศ ตลอดจนผู ้เชี�ยวชาญในสาขากฎหมายสิ�งแวดล้อม ทั� งภาครัฐและเอกชน ในแต่ ละป� นักศึ กษาต่ างชาติ ต้องเข้ าร่วม งานสั ม มนาเกี� ย วกั บ กฎหมายสิ� ง แวดล้ อ ม และเข้ า ร่ ว มงาน เสวนาต่ าง ๆ ของคณะ โดยการเรียนใช้ ภาษาอั งกฤษเป� นหลั ก และเน้ นการถกเถี ยงแลกเปลี� ยนมากกว่าการจดเลคเซอร์ ทั� งนี� นั กศึ กษาปริญญาจากหลั กสู ตรจีนและหลั กสู ตรภาษาอั งกฤษ จะได้ ร่วมกิ จกรรม แลกเปลี� ยนและเป� นผู ้ให้ คําแนะนําซึ� งกั นและ กั น ไ ม่ ว่ า จ ะ เป� น กา ร เ รี ย น กา ร ใช้ ชี วิ ต ทั� ง ใน แ ล ะ น อ ก รั� ว มหาวิ ท ยาลั ย หากนั ก ศึ ก ษาต่ างชาติ มี ค วามสามารถในการใช้ ภาษาจีนสามารถเข้าเรียนในรายวิชาของหลักสูตรจีนได้เช่นกัน โดยเส้ นทางการสํ าเร็จการศึ กษาต้องผ่านหลายด่าน ดังนี�

เส้ นทางความสํ าเร็ จ 06

2) Proposal Defense จุดเริม � ต้นของวิทยานิพนธ์ เมื�อเข้าสู่ช่วงทําวิทยานิพนธ์ เราต้องผ่าน Proposal Defense หรือการสอบเสนอเค้าโครงวิทยานิพนธ์ ก่อน คณะกรรมการจะ พิ จารณาว่ าประเด็ นที� เราเลื อกเหมาะสมหรือไม่ เกี� ยวข้ องกั บ สาขาที� เรียนอย่ างไร และมี คุณค่ าพอที� จะพั ฒนาเป� นงานวิ จัย ระดับปริญญาเอกหรือไม่ ในป� ค.ศ. 2023 มหาวิทยาลัยอู่ฮ�ัน ออกข้ อกํ าหนดใหม่ ให้ ระยะระหว่ างการเสนอเค้ าโครงกั บการ สอบป�องกันวิทยานิพนธ์ขั�นสุดท้าย (Final Defense) ต้องห่าง กันอย่างน้อย 18 เดือน หากเสนอเค้าโครงไม่ผ่าน ต้องนําข้อ เสนอแนะของคณะกรรมการและอาจารย์ที�ปรึกษาไปปรับหัวข้อ และรออย่างน้อย 3 เดือน ก่อนเสนอใหม่ ดังนั�น การกําหนดวัน สอบเค้าโครงจึงมีผลต่อการวางแผนจบด้วย 3) ตี พิ มพ์ บทความให้ พ ร้ อ มก่ อน Pre-defence อีกเงือ � นไขสํ าคัญของหลักสูตรคือ การตีพิมพ์ บทความ อย่าง น้อย 2 บทความ โดยอย่างน้อย 1 บทความต้องตีพิมพ์ ใน วารสารฐาน SCI (Science Citation Index) หรือ SSCI (Social Sciences Citation Index) ทั�งนี� บทความต้องได้รบ ั การตี พิมพ์ เผยแพร่อย่างเป�นทางการก่ อนยื�นสอบก่ อนเข้าสู่การ สอบป�องกันวิทยานิพนธ์ขั�นสุดท้าย (Pre-defence) สําหรับ Pre-defence เป� นการสอบก่ อนเข้ าสู่ การสอบป� องกั น วิทยานิพนธ์ขั�นสุดท้าย โดยต้องสอบผ่านก่อน การสอบป�องกัน วิทยานิพนธ์ขั�นสุดท้าย (Final Defense) อย่างน้อย 3 เดือน ช่ ว งนี� จึ ง เป� น โอกาสสํ า คั ญ ที� จ ะนํา ข้ อ เสนอแนะมาปรั บ ปรุ ง วิ ทยานิ พนธ์ให้ พร้อมสํ าหรับขั� นตอนต่ อไป หากท่ านใดสนใจ บทความของอาจารย์ พิมลกร สามารถสื บค้ นจากเว็บไซด์ ของ วารสาร Impact Assessment and Project Appraisal และ Environmental Policy and Law ซึ�งเป�นบทความที�เกี�ยวข้อง กั บ หั ว ข้ อ วิ ท ย า นิ พ น ธ์ โ ด ย ต ร ง ห รื อ ติ ด ต า ม จ า ก https://www.researchgate.net/profile/Pimonkorn-Pangfoo ก็ได้เช่นกันค่ะ

1) การสอบความรูป ้ ระจําสาขา ระหว่ างเรีย นมี การสอบความรู้แบบองค์ ร วมของสาขา หรือ Comprehensive Examination เป�นการสอบโดยการนําเสนอ ความก้ าวหน้ าในการเรียนประกอบด้ วยรายวิ ชาที� เรียน การเข้ า ร่ว มกิ จ กรรมของมหาวิ ท ยาลั ย การวางแผนการตี พิ ม พ์ โดย กํา หนดให้ ส อบได้ 2 ครั�ง และต้ องเว้ น ระยะระหว่ างการสอบ อย่างน้อย

MAE FAH LUANG UNIVERSITY

โดย พิ มลกร แปงฟู


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

4) ตรวจความซ�าซ้อนและส่งเล่มให้ผูท ้ รงคุณวุฒิ 5 คน หลังผ่าน Pre-defence ยังมีข�ันตอนตรวจความซ�าซ้อนและ การคัดลอกวิทยานิพนธ์ผ่านระบบออนไลน์ของจีน จากนั�นจึง เข้ า สู่ กา ร ปร ะ เ มิ น เ ล่ ม โ ด ย ผู ้ ท รงคุ ณ วุ ฒิ จา ก ภาย น อ ก มหาวิทยาลัย 5 คน ซึ�งเป�นผู ้เชี�ยวชาญในหัวข้อวิทยานิพนธ์ ของนั ก ศึ ก ษา และการประเมิ น เป� น แบบปกป� ด ทั� ง สองฝ�า ย (Double-blind Review) ผ่านแพลตฟอร์มศูนย์ปริญญา ของกระทรวงศึกษาธิการจีน

เส้ นทางความสํ าเร็ จ 07

ความสํ า เร็ จ ในครั� ง นี� จ ะเกิ ด ขึ� น ไม่ ไ ด้ เ ลยหากไม่ ไ ด้ รั บ ความ เมตตาจากอาจารย์ที�ปรึกษา Prof.Qin Tianbao ผู ้คอยชี�แนะ ในการทําวิทยานิ พนธ์ตลอดจนสนุ บสนุ นเส้ นทางสายวิชาการ แก่ลูกศิษย์ และ Prof.Stefan Gruber อาจารย์ผู้ให้คําแนะนํา และแรงบันดาลใจต่ อยอดงานวิชาการในอนาคต ตลอดจน เพื� อนนักเรียนจีน นักเรียนต่างชาติ และเพื� อนนักเรียนไทยที� คอยสนับสนุนช่วยเหลือเสมอมา ขอขอบพระคุณทุกท่านมา ณ ทีน � ี�

การประเมิ นเล่ มขั� นนี� เป� นคนละส่ วนกั บการสอบต่ อหน้ าคณะ กรรมการในวัน Final Defense โดยเกณฑ์ผู้ประเมิน 5 คนใช้ กั บหน่ วยงานที� ไม่ ได้ เข้ าร่วมโครงการนําร่องปรับรูปแบบการ ประเมิน และยกเว้นวิทยานิพนธ์ที�เป�นความลับ ผลประเมินแบ่ง เป�น 4 ระดับ ได้แก่ ดีเยี�ยม (Excellent) ดี (Good) ผ่าน ( Passed) และไม่ผ่าน (Unqualified) เกณฑ์การผ่านรอบนี�คือ ผลระดับ ดี (Good) ขึ�นไปจากผู ้ประเมินทั�ง 5 คน เพราะหาก ผลการประเมินอยู่ในระดับ “ผ่าน” ยังติดอยู่ภายใต้เงือ � นไขให้ เลื�อนการสอบเพื� อแก้ไขวิทยานิพนธ์ ทั�งนี� ขึ�นอยู่กับจํานวนผู ้ ประเมินที�ให้ระดับนั�น ส่ วนผล “ไม่ผ่าน” บางกรณีอาจทําให้ต้อง เลื�อนอย่างน้อย 6 เดือนหรือ 1 ป� ก่อนส่ งประเมินใหม่ ดังนั�น ขั�นตอนนี�จึงมีผลต่อการสํ าเร็จการศึกษาโดยตรง และต้องเต รียมเล่มให้รอบคอบ เพราะมหาวิทยาลัยจํากัดการยื�นประเมิน แบบ Double-blind ไว้ ไม่เกิน 2 ครัง� ภายในระยะเวลาศึกษา สูงสุด 5) Final Defense และการพิ จารณาให้ปริญญา เมื�อผ่านขั�นตอนต่าง ๆ แล้ว จึงเข้าสู่ Final Defense หรือการ สอบป�องกันวิทยานิพนธ์ข�ันสุดท้าย คณะกรรมการสอบต้องมี ความรู้ต รงกั บ สาขาและแนวทางวิ จั ย การแต่ งตั� งต้ องผ่ า น ความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการพิ จารณาปริญญา และ ทุกการสอบต้ องมีสมาชิกคณะอนุ กรรมการดั งกล่ าวร่วมเป� น กรรมการด้วย หลังสอบยังมีการตรวจคุณภาพและพิ จารณา ให้ปริญญา โดยดูทั�งผลประเมิน การแก้ไขวิทยานิพนธ์ และ ความเห็ น จากการสอบ ทั� ง นี� หลั ง สํ าเร็ จ การศึ กษาแล้ ว วิทยานิพนธ์อาจจะได้ รบ ั การตรวจสอบคุณภาพย้อนหลั งตาม มาตรฐานที�เกี�ยวข้องอีกด้วย (เป�นระบบสุ่มตรวจ)

MAE FAH LUANG UNIVERSITY

โดย พิ มลกร แปงฟู


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

ประจํ าเดื อนกั นยายน

หมดรัก แต่อีกฝ่ายไม่ยอมหย่า ฟ้องหย่าได้หรือไม่ Lecturer,

ISSUE No.04

School of Law Mae Fah Luang University

อาจารย์สุวลักษณ์ ขันธ์ปรึกษา SUWALAK KHANPRUKSA

MAE FAH LUANG UNIVERSITY


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

KNOW YOUR LAWS: กฎหมายน่ ารู้ 09

หมดรั ก แต่ อีกฝ่ายไม่ ยอมหย่ า ฟ�องหย่ าได้ หรือไม่

ดั งนั� น ด้ วยเหตุ ผลเพี ยงการ “หมดรัก” “เข้ ากั น ไม่ได้ ” หรือ “ไม่อยากอยู่ด้วยกั นแล้ ว” โดยไม่มีข้อเท็ จจริง ที� เข้ าองค์ ประกอบอั นเป� นเหตุ ฟ� อ งหย่ าตามมาตรา 1516 จึงยั งไม่ ก่อให้ เกิ ดสิ ทธิในการฟ�องหย่ า ซึ� งหลั กการ ใช้ แ ละการตี ค วามกฎหมายนี� ป รากฏชั ด ในคํ า พิ พากษา ศาลฎี กาที� 5983/2548

กฎหมายไทยกํ าหนดให้ การหย่ ามี 2 วิธี คือ หย่ าโดยความยินยอม และหย่ าโดยคํ าพิพากษาศาล ซึ�งต้ องมีเหตุ ตามมาตรา 1516 เท่ านั� น

“หมดรักแล้ว” “ไปกันต่ อไม่ได้แล้ว” หรือ “ไม่อยาก ใช้ ชี วิ ต คู่ ร่ว มกั น อี ก ต่ อ ไปแล้ ว ” เหตุ ผ ลเหล่ า นี� เพี ย งพอ สํ าหรับการยุ ติความสั มพั นธ์ทางกฎหมายของคู่สมรสหรือ ไม่ หากคู่สมรสอีกฝ�ายหนึ�งไม่ยินยอม ภายใต้กฎหมายไทย ประมวลกฎหมายแพ่ ง และพาณิ ช ย์ บรรพ 5 ว่ า ด้ ว ย ครอบครัว มาตรา 1514 กํ าหนดให้การหย่าทํ าได้ สองวิธี คื อ การหย่ าโดยความยิ น ยอมของคู่ ส มรสทั� งสองฝ�า ย และการหย่ าโดยคํ าพิ พากษาของศาล กรณี การหย่ าโดย ความยิ น ยอมย่ อ มสามารถทําได้ โ ดยการจดทะเบี ย นหย่ า แต่ กรณี การหย่ าโดยคํ าพิ พากษาของศาลนั� น ผู ้ที�ประสงค์ จะหย่ า ต้ องฟ�องคดี ต่ อ ศาลและพิ สู จ น์ ใ ห้ ไ ด้ ว่ า มี เ หตุ ห ย่ า อย่ างใดอย่ างหนึ� งตามมาตรา 1516 เช่ น คู่ ส มรสอี ก ฝ�ายหนึ� งเป� นชู้ หรือมี ชู้ อุ ปการะเลี� ยงดู หรือยกย่ องผู ้ อื�น ฉั น คู่ ส มรส ประพฤติ ชั� ว ทํ า ร้ า ย หรื อ ทรมานร่ า งกาย หรือจิตใจอย่ างร้ายแรง จงใจละทิ� งร้างเกิ นหนึ� งป� ไม่ ให้ ความช่ วยเหลื ออุ ปการะเลี� ยงดู ตามสมควร เป� นต้ น หากพฤติ การณ์ ที� เ กิ ด ขึ� น ระหว่ า งคู่ ส มรสไม่ เ ข้ า เหตุ ใดเหตุ หนึ� งตามมาตรา 1516 คู่ สมรสย่ อมไม่ มี สิ ท ธิ ฟ �องหย่ า แม้ ว่ าไม่ ป ระสงค์ ดํ า รงชี วิ ต คู่ ร่ว มกั น ต่ อ ไปแล้ วก็ ตาม

MAE FAH LUANG UNIVERSITY

จากคําพิ พากษาศาลฎีกาที� 5983/2548 ศาลฎีกา แผนกคดี เ ยาวชนและครอบครั ว วิ นิ จ ฉั ย ไว้ ว่ า “ที� โจทก์ ฎี กาว่ าโจทก์ ย่ อ มมี สิ ท ธิ ที� จ ะเลื อ กคู่ ค รองของตนเองได้ ซึ� ง สิ ท ธิ ดั ง กล่ า วได้ รั บ ความคุ้ ม ครองโดยรั ฐ ธรรมนู ญ หากโจทก์ เ ห็ น ว่ า หญิ ง นั� น ไม่ เ หมาะสมกั บ ตน โจทก์ ย่ อ ม มี สิ ท ธิ ที� จ ะเลิ ก ร้ า งกั บ หญิ ง ดั ง กล่ า วได้ การที� โ จทก์ มี ข้ อ โต้ แ ย้ งกั บ จํ า เลยในเรื�องการอยู่ ร่ว มกั น ฉั น สามี ภ ริย า เมื� อ โจทก์ ไ ม่ ป ระสงค์ จ ะอยู่ ร่ ว มกั บ จํ า เลยและเลื อ กใช้ วิ ธี ก ารทางกฎหมายโดยการฟ� อ งหย่ า ย่ อ มเป� น การ แก้ ป� ญ หาให้ แ ก่ ค รอบครั ว และสั งคมโดยสั น ติ เพื� อ มิ ใ ห้ เกิ ด ป� ญ หารุ น แรงถึ ง ฆ่ า กั น ตายดั ง เช่ น ที� เ คยเกิ ด ขึ� น ใน สั งคมไทย ซึ� งทํ าให้ เกิ ดป� ญหากั บลู ก ๆ ต่ อไป การที� ศาล ชั� นต้ นและศาลอุ ทธรณ์ พิพากษายกฟ�องโจทก์ จึงเหมื อน เป� น การไม่ แ ก้ ป� ญ หา แต่ ก ลั บ กลายเป� น การก่ อ ป� ญ หา ให้ เ กิ ด ขึ� น กั บ ครอบครัว ของโจทก์ ม ากขึ� น โดยไม่ คํ า นึ ง ถึ งจิ ต ใจของโจทก์ ที� จ ะได้ รับ ทุ ก ข์ ท รมานจากการกระทํ า ของจํ า เลยนั� น เห็ น ว่ า รัฐ ธรรมนู ญ แห่ งราชอาณาจั ก ร ไทย พุ ทธศั ก ราช 2540 มาตรา 28 กํ า หนดว่ า บุ ค คล ย่ อ มใช้ สิ ท ธิ แ ละเสรี ภาพของตนได้ เ ท่ า ที� ไ ม่ ล ะเมิ ด สิ ท ธิ และเสรี ภาพของบุ ค คลอื� น หรื อ ไม่ ขั ด ต่ อ ศี ล ธรรมอั น ดี ของประชาชน ฉะนั� น แม้ ว่ า การเลื อ กคู่ ค รองตามที� โจทก์ ฎีกาจะเป� นสิ ทธิของโจทก์ ก็ตาม แต่ การใช้ สิทธิเช่ น นั� น จะต้ อ งไม่ ทํ าให้ ผู้ อื� น เดื อ ดร้ อ นและต้ อ งอยู่ ภายใต้ ขอบเขตของกฎหมาย ซึ� ง ต้ อ งมี เ หตุ ต ามที� ก ฎหมาย บั ญ ญั ติ รับ รองถึ ง การใช้ สิ ท ธิ นั� น ได้ การที� โจทก์ อ ยู่ กิ น ฉั นสามี ภริ ย ากั บจํ า เลยและได้ จดทะเบี ยนสมรสกั น โดยชอบด้ ว ยกฎหมายแล้ ว ต่ อ มาภายหลั ง โจทก์ ไ ม่ พอใจ ต้ องการแยกทางกั บ จํ า เลยจึ ง ฟ�องหย่ าโดยอ้ าง ว่ าเป� นสิ ทธิที�โจทก์ จะเลื อ กคู่ ค รองได้ ตามแต่ ค วามพอใจ ของตนนั� น คงไม่ ถู ก ต้ อ ง เพราะการใช้ สิ ทธิ ดั ง กล่ า ว ของโจทก์ ย่ อ มมี ผ ลกระทบกระเทื อ นต่ อ จํ า เลยซึ� ง เป� น ภริย าและบุ ต รทั� งสอง

โดย สุ วลั กษณ์ ขั นธ์ ปรึ กษา


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

KNOW YOUR LAWS: กฎหมายน่ ารู้ 10

ต่ างประเทศมีระบบ “หย่ าโดยไม่ ต้ องพิสู จน์ ความผิด” หรือไม่

ดั ง นี� หากโจทก์ ป ระสงค์ จ ะหย่ า ขาดจากจํ า เลย จะต้ อ งมี เ หตุ ห ย่ า ที� อ้ า งได้ ตามที� ป ระมวลกฎหมายแพ่ ง และพาณิ ช ย์ มาตรา 1516 บั ญ ญั ติ ไ ว้ ซึ� ง การใช้ สิ ท ธิ หย่ า ของโจทก์ ต้ องอยู่ ภายใต้ ข อบเขตของบทบั ญ ญั ติ กฎหมายดั งกล่ าว มิ ฉะนั� นสถาบั นครอบครัวในสั งคมจะ เกิ ด การเอารัด เอาเปรีย บและมี แ ต่ ค วามสั บ สนวุ่ น วายได้ ส่ วนการที� ศาลจะพิ พากษาให้ หย่ าขาดจากกั นได้ หรือไม่ น�ั น ก็ จ ะต้ องพิ จารณาจากข้ อ เท็ จ จริ ง ว่ า จะมี เ หตุ ใ ห้ ห ย่ าได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่ ง และพาณิ ช ย์ มาตรา 1516 หรื อ ไม่ ฎี กาของโจทก์ ข้ อ นี� ฟ � ง ไม่ ข�ึ น...” คํ าพิ พากษา นี� เ ป� น การเน้ น ย� า ว่ า การฟ� อ งหย่ า ตามกฎหมายแพ่ ง และพาณิ ช ย์ ทํ าได้ เ ฉพาะในกรณี ที� มี เ หตุ ห ย่ า ตามมาตรา 1516 เท่ านั� น กรณี นอกเหนื อจากมาตรา 1516 คู่ สมรส ไม่ อาจนํ ามาฟ�องเพื� อหย่ าขาดจากกั นได้ ประเด็ นตามคํ า พิ พากษานี� มี คํ า ถามเชิ ง วิ พ ากษ์ ที� น่ า สนใจว่ า ในกรณี เดี ยวกั นนี� มี ป ระเทศใดบ้ า งหรื อ ไม่ ท�ี ให้ สิ ทธิ คู่ สมรส ในการฟ�องขอยุ ติ การสมรสฝ�า ยเดี ย วโดยไม่ ต้ องมี เ หตุ หย่ า และคู่ ส มรสอี ก ฝ� า ยไม่ ยิ น ยอม ในทางทฤษฎี กฎหมายเปรียบเที ยบ ระบบการหย่ า ทั� ว โลกสามารถแบ่ ง ได้ เ ป� น การหย่ าโดยความยิ น ยอม (Consent-based/Mutual Divorce) การหย่ า โดยมี ค วามผิ ด (Fault-based Divorce) และการ หย่ าโดยไม่ มี ค วามผิ ด หรื อ การหย่ าโดยความแตกร้ า ว (No-fault/Breakdown-based Divorce) ซึ� ง ระบบ การหย่ าในแบบสุ ด ท้ า ยนี� ไ ม่ จํ า เป� น ต้ องพิ สู จ น์ ว่ าใครเป� น ผู ้ ก ระทํ าผิ ด ต่ อ ชี วิ ต สมรส แต่ พิ จารณาว่ า ความสั ม พั น ธ์ ในการใช้ ชี วิ ต สมรสได้ แ ตกสลายพั ง ทลายลงจนไม่ อาจ ดํ า เนิ น ต่ อ ไปได้ ห รือ ไม่ โดยพิ จารณาจากความขั ด แย้ ง ที� ไม่ อาจประสานกั นได้ (Irreconcilable Differences) ห รื อ ชี วิ ต ส ม ร ส ที� แ ต ก แ ย ก จ น ไ ม่ อ า จ ป ร ะ ส า น ไ ด้ (Irretrievable Breakdown of Marriage) และ เปลี� ย นประเด็ น การพิ จารณาจากคํ า ถามในระบบการหย่ า โดยมี ความผิ ด ที� ว่ า “คู่ สมรสฝ� า ยใดเป� นฝ� า ยกระทํ า ความผิ ด” ไปสู่ คําถามว่ า “ในทางข้ อเท็ จจริง ชี วิตสมรส ยั งคงดํ า รงอยู่ ห รือ ไม่ ” ตั ว อย่ างของประเทศที� นํ า ระบบ การหย่ าโดยความแตกร้ า วหรื อ การหย่ าโดยไม่ มี ค วาม ผิ ด มาปรั บ ใช้ อาทิ สหราชอาณาจั ก ร ได้ ประกาศใช้ Divorce, Dissolution and Separation Act 2020 และได้ ใช้ ร ะบบใหม่ นี� ตั� ง แต่ วั น ที� 6 เมษายน ค.ศ. 2022 เป� น ต้ น มา

MAE FAH LUANG UNIVERSITY

ซึ�งกฎหมายกําหนดให้คู่สมรสฝ�ายใดฝ�ายหนึ�งหรือ ทั� งสองฝ�ายสามารถยื�นคําขอให้ศาลมีคําสั� งหย่าได้ โดยการ อ้ างว่ าการสมรสแตกสลายลงอย่ างไม่ อาจแก้ ไขได้ และ คํ า แถลงของผู ้ ยื� น คํ า ขอว่ า การสมรสแตกสลายถื อ เป� น หลั กฐานเด็ ดขาด ศาลไม่ต้องค้ นหาความผิดของคู่สมรส อี กฝ�า ยดั ง เช่ น ในระบบเดิ ม อั น เป� น ระบบการหย่ า ที� ต้ องมี การพิ สูจน์ ความผิดของคู่สมรสเสี ยก่ อน ป� จจุ บัน คู่สมรส ฝ� า ยหนึ� ง สามารถเริ� ม กระบวนการหย่ าได้ แ ม้ อี ก ฝ� า ยไม่ ต้ องการที� จะหย่ า โดยระบุ เพี ยงว่ าชี วิตสมรสแตกสลาย อย่ า งสิ� น เชิ ง และรอระยะเวลาไตร่ ต รอง (Reflection Period) ประมาณ 20 สั ป ดาห์ ก็ ส ามารถหย่ าได้ สํ า เร็จ โดยไม่ ต้องต่ อสู้ คดี หาคนผิด หรือ กรณี ประเทศเยอรมนี 1565 แห่ ง Bürgerliches Gesetzbuch (BGB) กํ าหนดว่า การสมรสอาจถูกเพิ กถอนได้ เมื�อการสมรสนั� น แตกสลาย โดยถื อว่าการสมรสแตกสลายเมื�อลั กษณะของ “ชี วิตสมรส” ไม่ มีอยู่ อีกต่ อไปและไม่ อาจคาดหมายได้ ว่า คู่ สมรสจะกลั บมาฟ�� นฟู ความสั มพั นธ์ดังกล่ าว และ 1566 กําหนดว่า หากคู่สมรสแยกกันอยู่ครบหนึ�งป�และทั�งสองฝ�าย ประสงค์จะหย่า กฎหมายให้สันนิษฐานเด็ดขาดว่าการสมรส ได้ แตกสลายแล้ ว และหากแยกกั นอยู่ครบสามป� กฎหมาย ให้ สันนิ ษฐานเด็ ดขาดว่าการสมรสได้ แตกสลายแล้ วแม้ ว่า อี กฝ�า ยหนึ� งจะไม่ ยิ น ยอมหย่ า ก็ ตาม หรือ อี ก กรณี ห นึ� ง กรณี รัฐแคลิ ฟอร์เนี ย ประเทศสหรัฐอเมริกา 2310 แห่ ง California Family Code กํ าหนดเหตุ แห่ งการเพิ กถอน การสมรสไว้รวมถึงความแตกต่างที�ไม่อาจประนีประนอมซึ�ง ทํ าให้การสมรสแตกสลายอย่างไม่อาจแก้ ไขได้ โดย 2311 อธิบายว่า ความแตกต่างดังกล่าวต้องเป�นเหตุสําคัญที�ทําให้ ไม่ สมควรดํ ารงการสมรสต่ อไป จึ งไม่ จําเป� นต้ องพิ สูจน์ ถึ ง การมี ชู้ การทอดทิ� ง หรื อ ความผิ ด อื� น ของคู่ ส มรส อี กฝ� า ยก่ อนที� จ ะขอให้ ศ าลเพิ กถอนการสมรส

โดย สุ วลั กษณ์ ขั นธ์ ปรึ กษา


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

KNOW YOUR LAWS: กฎหมายน่ ารู้ 11

กฎหมายไทยควรปรั บตั วหรือไม่ บทสรุ ปและข้ อคิดเชิงนโยบาย

ห ม ด รั ก เ พี ยง อ ย่ าง เ ดี ย ว ยั ง ไ ม่ � ช่ เ ห ตุ ผ ล เ พี ยง พ อ ใ น กา ร ฟ� อ ง ห ย่ า ตา ม ก ฎ ห ม า ย ไ ท ย ป� จ จุ บั น

การเปรี ย บเที ยบดั งกล่ าวนํ า ไปสู่ คํ า ถามเชิ ง นโยบายกฎหมายว่า หากการสมรสเกิ ดขึ�นจากความสมัคร ใจของบุ ค คลสองคน เมื� อ ฝ�า ยหนึ� งยื น ยั น อย่ างชั ด เจน และต่ อ เนื� องว่ าไม่ ป ระสงค์ จ ะดํ า รงชี วิ ต สมรสอี ก ต่ อ ไป กฎหมายควรบั งคั บ ให้ ส ถานะคู่ ส มรสนั� น ดํ า รงอยู่ ต่ อ ไป เพี ยงเพราะอีกฝ�ายไม่ยินยอมหรือไม่ อาจมีผู้มีความเห็นว่า การสมรสมิ ใช่ เพี ยงความสั มพั นธ์ทางความรู้สึก แต่ เป� น สถานะทางกฎหมายที� ก่ อ ให้ เ กิ ด สิ ท ธิ แ ละหน้ า ที� ร ะหว่ างคู่ สมรส รวมถึ งอาจกระทบต่ อ บุ ต ร สถาบั น ครอบครัว และความสงบเรียบร้อยของสั งคม การเป� ดโอกาสให้ฝา� ย หนึ� ง ยุ ติ การสมรสได้ โ ดยไม่ มี เงื�อ นไขจึ งอาจเป� น การไม่ คุ้ มครองคู่ สมรสอี กฝ�ายอย่ างเพี ยงพอ แต่ อีกด้ านหนึ� ง แนวคิ ด เรื�องการหย่ าโดยไม่ มี ค วามผิ ด หรือ การหย่ าโดย ความแตกร้าว (No-fault/Breakdown-based Divorce) ตั�งคําถามว่า หากชีวิตสมรสแตกสลายลงอย่างแท้จริงแล้ว การบั งคั บ ให้ บุ ค คลยั งคงสถานะคู่ ส มรสเพราะไม่ ส ามารถ พิ สู จ น์ “ความผิ ด ” ของอี กฝ�า ย จะยั ง เหมาะสมหรือ ไม่ ดั ง นั� น หากกลั บ มาตอบคํ า ถามที� ต�ั ง ไว้ ต อนต้ น ว่ า “หมด รั ก แต่ อี กฝ� า ยไม่ ย อมหย่ า จะฟ� อ งหย่ า ได้ หรื อ ไม่ ” คํ า ตอบตามกฎหมายไทยป� จ จุ บั น คื อ การหมดรั ก แต่ เพี ยงอย่ างเดี ยวยั งไม่ ใช่ เหตุ ผลเพี ยงพอในการฟ�องหย่ า ผู ้ ป ระสงค์ จ ะหย่ า ต้ องพิ สู จ น์ ใ ห้ ไ ด้ ว่ า มี เ หตุ อ ย่ างใดอย่ าง หนึ� งตามมาตรา 1516

MAE FAH LUANG UNIVERSITY

แต่ เ มื� อ พิ จารณาพั ฒนาการของกฎหมายต่ า ง ประเทศ ประเทศส่วนใหญ่ในยุโรปและทุกรัฐในสหรัฐอเมริกา ได้ นํา ระบบการหย่ าโดยไม่ ต้ องพิ สู จ น์ ค วามผิ ด มาปรับ ใช้ แล้ ว คํ า ถามที� น่ า คิ ด ต่ อ ไปคื อ เมื� อ ความสั ม พั นธ์ ฉั น คู่ สมรสได้ ส�ิ นสุ ดลงในความเป� นจริงแล้ ว กฎหมายไทยควร กํ าหนดเงือ � นไขอย่ างไร หรือไม่ เพื� อให้ บุคคลสามารถยุ ติ สถานะการสมรสได้ โ ดยยั ง คงคุ้ ม ครองคู่ ส มรสอี ก ฝ�า ย และบุ ต รอย่ า งเป� น ธรรม โดยไม่ ก ระทบต่ อ ความสงบ เรี ย บร้ อ ยและศี ลธรรมอั น ดี ข องสั งคม เอกสารอ้ างอิ ง -Kirkpatrick, Graham. “Incompatibility as a Ground for Divorce.” Marquette Law Review 47 (1964): 453–464. -Swisher, Peter Nash. “Marriage and Some Troubling Issues with No-Fault Divorce.” Regent University Law Review 17 (2005): 243–259. -Divorce, Dissolution and Separation Act 2020 (UK), c. 11. -Bürgerliches Gesetzbuch (BGB) 1565–1566. -California Family Code 2310–2311.

โดย สุ วลั กษณ์ ขั นธ์ ปรึ กษา


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

ประจํ าเดื อนกั นยายน

Human Rights Impacts: Pollution Issues in Kok River Assistant to Member of the Senate

Lecturer,

School of Law Mae Fah Luang University

อาจารย์นภวัฒน์ สืบนุสรณ์

ISSUE No.04

National Assembly of Thailand

NAPAWAT SUEBNUSORN

ธันยมัย ศรีกัลยาณบุตร

TANYAMAI SRIKANLAYANABUT

MAE FAH LUANG UNIVERSITY


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

KNOW YOUR LAWS: กฎหมายน่ ารู้ 13

Human Rights Impacts: Pollution Issues in Kok River I. Introduction Arsenic and Heavy Metal Contamination in Thai Rivers: In recent years, river basins in northern Thailand, namely the Kok, Sai, Ruak, and Mekong rivers, have been facing growing concerns regarding arsenic and heavy metal contamination at levels that may exceed established safety standards. This situation has intensified and become more evident following the severe flooding in September 2024, caused by Typhoon Yagi, which resulted in the movement and widespread accumulation of potentially toxic contaminated sediments into the river systems and basin areas. The Kok River is an international waterway originating in Shan State, Republic of the Union of Myanmar, flowing through Chiang Mai and Chiang Rai provinces in Thailand before emptying into the Mekong River. Due to its nature as a transboundary river basin, it poses significant challenges for policymaking and regulation, particularly in pollution control, where the source of contamination may originate outside the jurisdiction of any single state. Although arsenic can occur naturally within geological structures and rock formations, academic observations suggest that anthropogenic activities, particularly upstream mining, may be contributing factors that elevate contamination levels. Therefore, this issue requires further independent and transparent investigation at the regional level. The aforementioned context and situation lead to grave concerns regarding the environmental impacts and the well-being of people in communities residing in the affected areas. The World Health Organization (WHO) guidelines set the safety standard for arsenic in drinking water at a maximum of 0.01 milligrams per liter. However, surface water quality monitoring data collected by the Pollution Control Department of Thailand during 2025–2026 along the Kok River reveals a highly concerning contamination trend.

MAE FAH LUANG UNIVERSITY

Arsenic levels detected exceeding standards: Initial measurements found arsenic concentrations at all monitoring stations, w i t h a m a x i m u m v a l u e of a p p rox i m a t e l y 0 . 0 2 6 m i l l i g r a m s p e r l i t e r. S u b s e q u e n t continuous monitoring revealed significant fluctuations in contamination levels, with peak concentrations reaching as high as approximately 0.047 milligrams per liter at times, or nearly five times the standard set by the WHO.

โดย นภวั ฒน์ สื บนุ สรณ์


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

Although the data reflects a decreasing trend in contamination during certain periods, and some monitoring stations report values within the standard, slight exceedances (approximately 0.011 to 0.016 milligrams per liter) are still detected in some areas. This inconsistency reflects the variability in water quality conditions and underscores the necessity for systematic and continuous monitoring. Such trends indicate that, despite periodic improvements, there remains a residual risk from long-term exposure to contaminated water sources, particularly among communities that rely on these waterways for consumption and agriculture. The impacts of prolonged accumulation of arsenic exposure are linked to several hazardous health effects, both acute and chronic, such as skin diseases, gastrointestinal disorders, and an increased risk of cancer in humans. Furthermore, heavy metal contamination leads to bioaccumulation in the food chain, which may affect food safety and the nutritional security of populations in the affected areas.

KNOW YOUR LAWS: กฎหมายน่ ารู้ 14

The Convention on the Rights of the Child (CRC) of 1989, which requires State Parties to take appropriate measures to protect children from environmental hazards that could undermine their health and well-being, as recognized under Article 24. The Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination against Women (CEDAW) of 1979, which affirms the rights of women to access basic resources, adequate sanitation, and healthcare services without discrimination, as stipulated in Article 14. General Assembly Resolution 64/292, w h i c h offi c i a l l y re c o g n i ze s t h e h u m a n right to safe and clean drinking water and sanitation as essential for the full enjoyment of life and all human rights. Human Rights Council Resolution 48/13, which recognizes the right to a clean, healthy, and sustainable environment as a human right, and calls upon states to take necessar y measures to make this right a reality.

The aforementioned problems severely impact the well-being of the local population. These impacts are not only matters of environmental and public health concern, but are also directly linked to obligations under international human rights law. The unfolding situation could lead to the risk of violating internationally recognized human rights, particularly the right to the highest attainable standard of health and the right to access safe and clean drinking water.

II. Relevant Human Rights Frameworks The International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights (ICESCR) of 1966, which guarantees the right to an adequate standard of living and the right to the enjoyment of the highest attainable standard of physical and mental health, as stipulated in Articles 11 and 12, respectively.

MAE FAH LUANG UNIVERSITY

โดย นภวั ฒน์ สื บนุ สรณ์


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

Sustainable Development Goals (SDGs) In addition to the legal and human rights frameworks mentioned above, as well as obligations arising from ratification and recognition at both international and domestic levels, the current situation is closely and concretely linked to challenges in achieving the Sustainable Development Goals (SDGs). This is a global cooperation framework dedicated to promoting sustainable development alongside human rights protection across various dimensions, with the relevant goals as follows. Goal 2 (SDG 2) — Zero Hunger: Due to the risks from the accumulation of toxic substances in agricultural products and aquatic life, which could undermine the food security of the affected communities. Goal 3 (SDG 3) — Good Health and Well-being: Due to the adverse health impacts experienced by populations from prolonged exposure to contaminated water sources. Goal 6 (SDG 6) — Clean Water and Sanitation: Due to the limitations communities face in accessing safe water and drinking water for both consumption and agricultural purposes. Goal 15 (SDG 15) — Life on Land: Due to the harmful impacts of contamination on freshwater ecosystems and the biodiversity that relies on these ecosystems. Goal 16 (SDG 16) — Peace, Justice and Strong Institutions: Due to the urgent need to ensure that the public has access to information, receives effective remedies, and that there are transparent and accountable regulatory processes in place for addressing environmental complaints.

KNOW YOUR LAWS: กฎหมายน่ ารู้ 15

However, despite the aforementioned international conceptual frameworks and global goals, translating these commitments into effective action at the national level still faces profound challenges. Beyond the aforementioned commitments: Fundamental principles of international environmental law, including the Conference on the Human Environment (1972) and the Conference on Environment and Development (1992), have reaffirmed the inseparable link between sustainable development, environmental protection, and the realization of human rights. Particularly relevant in this context is the Polluter Pays Principle, which holds that those responsible for environmental degradation must bear the obligation to cover the costs of remediation and prevention in an appropriate proportion.

III. Domestic Legal Frameworks National Laws: The Constitution of the Kingdom of Thailand B.E. 2560 (2017) explicitly guarantees fundamental rights and state duties directly related to the issue under consideration, which includes Sections 41, 43, 55, 56, 57, and 59, as detailed below: The right of individuals to manage, maintain, and utilize natural resources and the environment in a balanced and sustainable manner, for the common good and in accordance with the law. The right to access public information, along with the state's duty to disclose information of public interest transparently and in a timely m a n n e r. The state's duty to protect and promote public health, including the provision of basic public utilities essential for the living and well-being of the people. The state's duty to conserve, restore, and manage natural resources and the environment sustainably, for the benefit of present and future generations.

MAE FAH LUANG UNIVERSITY

โดย นภวั ฒน์ สื บนุ สรณ์


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

KNOW YOUR LAWS: กฎหมายน่ ารู้ 16

The requirement that projects or activities which may cause severe or irreversible impacts on the environment must strictly undergo an Environmental Impact Assessment (EIA) or an Environmental Health Impact Assessment (EHIA). This must include participatory public hearings as a crucial procedural protection measure.

Has the Thai government created sufficient public participation processes? This is particularly concerning regarding communities directly and disproportionately affected by the contamination, including whether such processes are truly inclusive and meaningful.

IV. Policy and Operational Challenges of the Government

Has the Thai government presented information to the public conveniently and completely? This concerns the consistency and transparency of information disseminated by competent state authorities, and the degree to which such information is accessible, timely, and easy to understand for the affected population.

The impacts of arsenic and heavy metal contamination in the Kok River pose significant risks to human rights across multiple dimensions, encompassing health, environment, economic well-being, and the livelihoods of affected communities. This situation has concretely undermined water and food safety, public sanitation, the sustainability of freshwater ecosystems, as well as the socio-economic security of populations residing in the affected areas. The Thai government has an urgent need to implement effective measures to protect human rights and address the water pollution issue comprehensively and sustainably. Observations on the Thai government's problem-solving actions: Although the Thai government has implemented various measures to respond to the situation, multiple stakeholders have expressed concerns regarding the effectiveness and sustainability of some of the measures already taken. The specific issues identified and observed are as follows:

MAE FAH LUANG UNIVERSITY

Does the Thai government have policies to remedy the public? This concerns the adequacy of long-term remedial measures, particularly whether current interventions sufficiently address the root causes of contamination, or if they remain primarily focused on end-of-pipe management without adequate attention to prevention and mitigation focused on the pollution sources.

โดย นภวั ฒน์ สื บนุ สรณ์


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

ประจํ าเดื อนกั นยายน

เมื่อความเห็นต่าง กลายเป็นความผิด:

ขอบเขตของเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอยู่ตรงไหน?

second-year student,

ISSUE No.04

School of Law Mae Fah Luang University

กมลชนก เรือนคํา KAMOCHANOK RUEANKHAM

MAE FAH LUANG UNIVERSITY


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 3

KNOW YOUR LAWS: กฎหมายน่ ารู้ 18

เมื�อความเห็ นต่ างกลายเป็นความผิด: ขอบเขตของเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็ นอยู่ ตรงไหน? เมื�อวันที� 11 กันยายน ค.ศ. 2011 คณะกรรมการสิ ทธิ มนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Human Rights Committee) ได้ออกความเห็นทั�วไปฉบับที� 34 (General Comment No. 34) เพื� ออธิบายความหมายของเสรีภาพในการแสดงความคิ ดเห็ น ตามข้อ 19 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิ ทธิพลเมืองและ สิ ทธิทางการเมือง (ICCPR) เอกสารฉบับนี�เกิดขึ�นเพราะหลาย ประเทศมีกฎหมายทีจ � าํ กัดการพู ดและการแสดงออก แต่ไม่ชัดเจนว่า จํากัดได้แค่ไหนจึงจะยังเป�นธรรม คําถามสําคัญจึงมิได้อยู่ที�ว่า รัฐควรจํากั ดเสรีภาพนี� หรือไม่ หากแต่ อยู่ ที�ว่าเส้ นแบ่ งระหว่าง "ความเห็นต่างที�ควรได้รบ ั ความคุ้มครอง" กับ "การกระทําที�เป�น ความผิด" ควรวางไว้ตรงไหน บทความนีจ� ะอธิบายความหมายของ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เกณฑ์สากลทีใ� ช้ตรวจสอบข้อจํากัด และตัวอย่างป�ญหาในกฎหมายไทย เพื� อชี�ให้เห็นว่าขอบเขตของ เสรีภาพต้องมีเหตุผลรองรับเสมอ

"น่าจะเกิดความตื�นตระหนก" และ "ขัดต่อความสงบเรียบร้อย" มี ความหมายกว้างและเป�ดให้ตีความได้มากประการที�สอง ยังไม่มี เกณฑ์ที�ชัดเจนในการแยกความเห็นที� ได้ รบ ั ความคุ้มครองออก จากการกระทําที�เป�นความผิด และประการที�สาม การบังคับใช้ไม่ ได้สัดส่วน โดยเฉพาะเมื�อเกี�ยวข้องกับประเด็นทางการเมือง ซึ�ง ทําให้ การใช้ ข้อยกเว้ นเพื� อจํากั ดเสรีภาพมี น�าหนั กมากกว่ าการ คุ้มครองสิทธิ

เสรีภาพในการแสดงความคิ ด เห็ น หมายถึ งสิ ท ธิ ที� จ ะ แสดงข้อมูล ความคิด และความเห็นโดยปราศจากการแทรกแซง ของรัฐที�อาศัยเนื�อหาของสิ�งที�พูดเป�นเหตุ ดังที�ปรากฏในบทแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับที� 1 ของสหรัฐอเมริกา สําหรับประเทศไทย รัฐธรรมนูญรับรองเสรีภาพนี�ไว้ในมาตรา 34 โดยหลักการ คุ้มครองเสรีภาพการแสดงความเห็นคงเดิมมาตั�งแต่รฐ ั ธรรมนูญ พ.ศ. 2540 แต่รายละเอียดมีความแตกต่างกันไปในรัฐธรรมนูญ แต่ละฉบับ นั�นแสดงว่าเสรีภาพนี�มิใช่ส�ิงที�มีขอบเขตตายตัว หาก แต่ข�ึนอยู่กับถ้อยคําของกฎหมายและวิธก ี ารที�รฐ ั เลือกใช้

โดยสรุป ผูเ้ ขียนมองว่า เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นมิใช่ สิทธิทไี� ร้ขอบเขต แต่ขอบเขตทีช� อบธรรมต้องมาจากเหตุผลทีอ � ธิบาย ได้ ได้แก่ มีเป�าหมายทีช� อบธรรม มีภยั ทีเ� กิดขึน � จริงและเป�นการเฉพาะ เจาะจง และมีความได้สด ั ส่วนกับการจํากัดสิทธิ ตัวอย่างจากกฎหมาย คอมพิวเตอร์ของไทยสะท้อนว่า เมือ � กฎหมายใช้ถอ ้ ยคําทีก � ว้างและขาด เกณฑ์ทชี� ด ั เจน เส้นแบ่งระหว่างความเห็นต่างกับความผิดอาจเลือนราง และเสีย � งทีผ � ูแ้ สดงความเห็นจะถูกลงโทษเพียงเพราะความเห็นของตน คําถามทีค � วรขบคิดต่อไปคือ เราจะออกแบบกฎหมายอย่างไรให้ คุม ้ ครองผูค ้ นจากความเสียหายได้จริง โดยไม่ทาํ ให้การวิพากษ์วจิ ารณ์ และเรือ � งสาธารณะกลายเป�นความเสีย � งทางกฎหมาย

ในระดับสากล ความเห็นทั�วไปฉบับที� 34 วางหลักว่ารัฐ จํากั ดเสรีภาพในการแสดงความคิ ดเห็นได้ เฉพาะเพื� อเหตุผลบาง ประการเท่านั�น ได้แก่ การเคารพสิ ทธิของผู ้อื�น และการคุ้มครอง ความมั�นคงของชาติ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน สุขภาพ หรือศีลธรรม ยิ�งไปกว่านั�น รัฐต้องแสดงให้เห็น "อย่างเฉพาะ เจาะจง" ว่าภัยที�เกิดจากถ้อยคํานั�นเป�นอย่างไร มิใช่อ้างเหตุผล กว้าง ๆ ลอย ๆ และข้อจํากัดนั�นต้องได้สัดส่ วนกับภัยที�ต้องการ ป�องกัน (Proportionality) เอกสารฉบับนีย � งั กล่าวถึงการอภิปราย เรือ � งบุคคลทางการเมือง สื� ออินเทอร์เน็ต และกฎหมายหมิ�น ประมาทด้วย กล่าวโดยง่ายคือ รัฐมีสิทธิปกป�องผู ้คนจากความ เสี ยหายที�ถ้อยคําก่อขึ�นได้จริง แต่ต้องอธิบายได้ว่าจําเป�นและ พอเหมาะเพี ยงใด เมื� อนํ าหลั กข้ างต้ นมาพิ จารณากฎหมายไทย ตั วอย่ าง ที� ถูกพู ดถึ งมากคื อพระราชบั ญญั ติว่าด้ วยการกระทํ าความผิด เกี� ยวกั บคอมพิ วเตอร์ พ.ศ. 2550 โดยเฉพาะมาตรา 14 และ มาตรา 20 ซึ� งเมื� อเที ยบกั บเสรีภาพในการแสดงความคิ ดเห็ น ตามรัฐธรรมนู ญมาตรา 34 จะพบป� ญหาหลั ก 3 ประการ ประการแรก ถ้ อยคํ าในกฎหมาย เช่ น "ข้ อมู ลเท็ จ"

MAE FAH LUANG UNIVERSITY

หากเทียบกับเกณฑ์ของสหประชาชาติ จะเห็นว่าถ้อยคําที� กว้างและคลุมเครือย่อมทําให้ยากที�จะอธิบายว่าภัยที�รฐ ั ต้องการ ป�องกันคืออะไรอย่างเฉพาะเจาะจง และยากทีจ � ะประเมินว่าการจํากัดนัน � ได้สด ั ส่วนหรือไม่ อย่างไรก็ดี ไม่ได้หมายความว่ารัฐไม่ควรมีกฎหมาย ควบคุมการกระทํา เพราะถ้อยคําบางอย่าง เช่น ข้อมูลเท็จทีก � อ ่ ความ เสียหายจริงต่อผูอ ้ น ื� ก็อาจต้องมีมาตรการรับมือ ประเด็นสําคัญคือ กฎหมายต้องชัดเจนพอทีป � ระชาชนจะรูล้ ว่ งหน้าว่าอะไรทําได้หรือไม่ได้ และผูบ้ งั คับใช้ตอ ้ งอธิบายได้วา่ เหตุใดกรณีนน �ั จึงสมควรถูกจํากัด

บรรณานุกรม iLaw. (2563, 15 เมษายน). สรุปรัฐธรรมนูญ 2560: เสรีภาพการ แสดงความเห็น-วิชาการ-สือ � มวลชน ตัง� แต่ป� 40 หลักการเดิม แต่ราย ละเอียดเปลีย � น. สืบค้นเมือ � 6 ตุลาคม 2569, จาก https://www.ilaw.or.th/articles/4096 จรีวลั ย์ น้อยผาง และนิรมัย พิศแข มัน � จิตร. (2568). ป�ญหาทาง กฎหมายว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น: ศึกษากรณีมาตรา 14 และมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัตวิ า่ ด้วยการกระทําความผิด เกีย � วกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยนอร์ ทกรุงเทพ, 14(2). สืบค้นเมือ � 6 ตุลาคม 2569, จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/NBU/article/view/28165 0 Encyclopaedia Britannica. (2026, August 12). Freedom of speech. สืบค้นเมือ � 6 ตุลาคม 2569, จาก https://www.britannica.com/topic/freedom-of-speech UN Human Rights Committee. (2011, September 11). General comment No. 34: Article 19: Freedoms of opinion and expression. สืบค้นเมือ � 6 ตุลาคม 2569, จาก https://www.rcmediafreedom.eu/Tools/Legal-Resources/Leg al-docs/General-comment-No.-34-on-Article-19-ICCPR

โดย กมลชนก เรื อนคํ า


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

ประจํ าเดื อนกั นยายน

Legal Language ภาษาจีนสําหรับนักกฎหมาย

Lecturer,

ISSUE No.04

School of Law Mae Fah Luang University

ผู ้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยศพนธ์ นิติรุจิโรจน์ ASSISTANT PROFESSOR DR. YODSAPON NITIRUCHIROT

MAE FAH LUANG UNIVERSITY


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 3

Legal Language 20

法律汉语

ภาษาจีนสําหรั บนั กกฎหมาย อธิบายคําศัพท์ภาษาจีนกฎหมาย ตัวอักษรภาษาจีนส่วนใหญ่จะมีที�มาจากภาพ หรือเป�นที�รจ ู้ ก ั ในนามอักษรภาพ และใน แต่ละตัวอักษรก็จะ มีการนําหลาย ๆ ภาพมารวมกัน ซึ�งในคําว่า “กฎหมายระหว่างประเทศ” ภาษาจีน คือ “国际法” อ่านว่า (Guó Jì Fǎ : กั�ว จี� ฝ�า) ประกอบด้วย 3 ตัวอักษรโดยมีที�มาจากอักษรภาพ ดังนี�

คําศัพท์

พิ นอิน

ความหมาย

国际法

Guó Jì Fǎ

กฎหมายระหว่างประเทศ

คําว่า “国” เดิม “國” แปลว่า ประเทศหรือรัฐ ประกอบด้วย 1) “口” หมายถึง กําแพงเมืองหรือ ขอบเขตประเทศ และ 2) “或” หมายถึง พื�นที�หรือดินแดน ภาพตั วอั กษรที� แสดงคําว่าประเทศจึงเป�นภาพกําแพงที� ล้ อ มรอบดิ น แดน แต่ ป� จ จุ บั น นี� ไ ด้ มี การย่ อ ตั ว อั ก ษร

คํ า ว่ า “法” เดิ ม “灋” ประกอบด้ ว ย 1) “氵” หมายถึ ง หยดน� า สามหยดซึ� งเป� น สั ญลั ก ษณ์ ข อง

ดังกล่าว โดยเปลี�ยนอักษรจาก “或” ย่อเป�น “玉” (หยก) ซึ�งทั�งสองคํานี�มีความพ้ องเสียงกัน

ความถู กผิ ด ได้ และ 3) “去” แปลว่ า “ไป” ดั ง นั� น คํ า ว่ า กฎหมายของจี น จึ ง หมายถึ งการขั บ ไล่ สิ� ง ชั� ว ร้า ยออก ไปอย่ างเท่ า เที ย มกั น ป� จ จุ บั น ได้ ย่ อ ตั ว อั ก ษรนี� ลงโดย การตั ด ภาพสั ต ว์ ในตํ า นานออก

คํ า ว่ า “际” เดิ ม “際” แปลว่ า “ระหว่ าง” ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย 1 ) “ 阝 ” ห ม า ย ถึ ง พื� น ดิ น ห รื อ ภูมิประเทศ และ 2) “祭” หมายถึง การรวมเข้าด้วยกัน ภาพอั ก ษรนี� เ มื� อ ประกอบกั น จึ ง เปรี ย บเสมื อ นการ เชื� อ มต่ อ ดิ น แดนกั น และแต่ ป� จ จุ บั น นี� ไ ด้ มี การย่ อ ตั ว อักษรดังกล่าว โดยเปลี�ยนอักษรจาก “祭” ย่อเป�น “示”

MAE FAH LUANG UNIVERSITY

ความเท่ า เที ย มและยุ ติ ธ รรม 2) “廌” หมายถึ ง สั ต ว์ ช นิ ด ห นึ� ง ใน ตํ า น า น ข อง จี น โบ ร า ณ ซึ� ง เป� น สั ต ว์ ศั กดิ� สิ ทธิ� ที� สามารถตั ดสิ นคดี ความโดยแยกแยะ

ดั ง นั� น จากตั ว อั ก ษรทั� ง 3 คํ า ข้ างต้ น อั น ได้ แ ก่ 国 + 际 + 法 จึ งรวมกั น มี ค วามหมายว่ า กฎหมายระหว่ าง ประเทศนั� น เอง

โดย ยศพนธ์ นิ ติ รุ จิ�รจน์


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

ประจํ าเดื อนกั นยายน

Alumni connect นิติฯ มฟล. Alumni,

ISSUE No.04

School of Law Mae Fah Luang University

ศจีนาฏ ลุมพิ กานนท์ SAJEENAT LUMPIGANON

MAE FAH LUANG UNIVERSITY


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

Alumni connect

22

เส้นทางจากรั� วมฟล.สู ่นายทหารเหล่ าพระธรรมนู ญ: เรื�องราวของ นาวาตรีหญิง ศจีนาฏ ลุ มพิกานนท์

ประสบการณ์ สมั ยเรียนที�มหาวิทยาลั ยแม่ ฟ�าหลวง

นาวาตรีหญิง ศจีนาฏ ลุ มพิกานนท์ ชื�อเล่ น ปุ๋ ม ป�จจุ บันทํ างานเป็นนายทหาร เหล่ าพระธรรมนู ญ ตํ าแหน่ ง หั วหน้ าแผนกการราชทั ณฑ์ กองนิติธรรมทหาร กรมพระธรรมนู ญ สํานั กปลั ดกระทรวงกลาโหม และเป็นศิษย์ เก่ าของสํานั กวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลั ยแม่ ฟ�าหลวง รุ่ นที� 10

ส มั ย เ รี ย น ม ฟ ล . ต อ น ช่ วง แ ร ก ข องกา ร เ รี ย น ม หา ลั ย รู้ สึ ก เป� น ช่ วง ที� ต้ อง ป รั บ ตั ว ห ลา ย ๆ ด้ า น ทั� งต้ อง ม า อ ยู่ ไ ก ล บ้ า น แ ล ะ ต้ อง ใช้ ชี วิ ต ด้ ว ย ตั ว เ รา เอง โ ด ย เฉพ า ะ กา ร เ รี ย น ค ณ ะ นิ ติ ศ า ส ต ร์ ทุ ก ค น น่ า จ ะ รั บ รู้ อ ยู่ ว่ า มี เนื� อ หา แ ล ะ รา ย ล ะ เอี ย ด ใน แ ต่ ล ะ วิ ชา ค่ อ น ข้ าง ม า ก จึ ง ทํ าใ ห้ ช่ วง นั� น เ ริ� ม ใช้ ชี วิ ต อ ยู่ ใน ห้ อง ส มุ ด ห ลั ง ก า ร เ รี ย น ใ น ค ล า ส ป ก ติ โ ด ย ห า ซื� อ ห นั ง สื อ แ ล ะ ติ ว ส รุ ป ใ น วิ ช า ที� เ รี ย น ใ น ป� นั� น ๆ ม า อ่ า น เ พิ� ม น อ ก เ ห นื อ จ า ก เอ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ กา ร เ รี ย น ป ก ติ โช ค ดี ใน ช่ วง ที� เ รี ย น มี กา ร ป รั บ ระบบการศึ กษาทํ าให้ ส ามารถจบได้ เร็ ว จาก ๔ ป� เ หลื อ ๓ ป� ค รึ� ง แ ต่ ช่ วง ป� ท้ า ย สุ ด จ ะ เป� น ช่ วง ที� ห นั ก ม า ก เพรา ะ ต้ อง เ รี ย น ๙ ตั ว ภา ย ใน เ ท อ ม เ ดี ย ว แ ต่ สุ ด ท้ า ย พอ เ ร า ป ร ะ ส บ ค วา ม สํ า เ ร็ จ ตา ม ที� เ ร า คา ด ห วั ง ไ ว้ เ ร า จ ะ มี ค วา ม ภา ค ภู มิ ใจ แ ล ะ หา ย เ ห นื� อ ย กั บ สิ� ง ที� พย า ย า ม ม า ต ล อ ด แ ต่ ล ะ วิ ชา มี ค วา ม ย า ก ใน ตั ว ข อง มั น เองถ้ า เ ร า ยิ� งอ่ า น เ ย อ ะ เ ร า ก็ ยิ� ง ไ ด้ เ ย อ ะ อ ย่ างตั ว อ ย่ างฎี กา ที� น่ า ส น ใจ ห รื อ อ่ า น ป ร ะ เ ด็ น ที� อ า จ า ร ย์ เ น้ น ย� า บ่ อ ย ๆ เพ ร า ะ ส มั ย นั� น เ ร า ต้ อง เ ก็ บ ร ว บ ร ว ม สิ� ง ที� น่ า ส น ใจ ไ ว้ ต ล อ ด เ ท อ ม ที� เ รี ย น เพื� อ ที� จ ะ ส อ บ เ ก็ บ ค ะ แน น ใน ช่ วง ป ลา ย ภา ค ข องกา ร เ รี ย น คื อ ห นึ� งร้ อ ย ค ะ แน น เ ต็ ม พลา ด คื อ จ บ เ ล ย เพรา ะไ ม่ มี ค ะ แน น ส ะ ส ม ม า แ ล ะ ที� ข า ด ไ ม่ ไ ด้ เ ล ย คื อ ก ลุ่ ม เพื� อ น ที� ต้ องค อ ย ช่ ว ย กั น ผ ลั ก ดั น ใ ห้ อ่ า น ห นั งสื อ แ ล ะ ท บ ท ว น ไป ด้ ว ย กั น ใน ช่ วง เ ว ลา ที� เ รี ย น ม หา ลั ย เป� น ช่ วง ที� เ ห นื� อ ย แ ล ะ ส นุ ก ส น า น ไป พร้ อ ม ๆ กั น ต้ องค อ ย แบ่ ง เ ว ลา แ ล ะพย า ย า ม จั ด ร ะ เบี ย บ ชี วิ ต เพื� อ ที� จ ะ เ รี ย น ใ ห้ ไ ด้ ผ ล กา ร เ รี ย น ที� ดี เพื� อ นํ า ม า ป ร ะ ก อ บ กั บ กา ร ทํ าง า น ใน อ น า ค ต

ป�จจุ บันทํ างานอะไรที��หน กา ร เ ต รี ย ม ตั ว ส อ บ เข้ า ทํ าง า น ใน ฐ า น ะ เป� น น า ย ท หา รพร ะ ธ ร ร ม นู ญ เ ป� น กา ร ส อ บ ที� ต้ อ ง เ ต รี ย ม ตั ว ค่ อ น ข้ า ง เ ย อ ะ เพ ร า ะ ต้ อ ง เ รี ย น รู้ เพิ� ม เ ติ ม ใ น เ นื� อ ห า อื� น ๆ น อ ก เ ห นื อ จ า ก ส มั ย เ รี ย น ม หา ลั ย เพร า ะ มี ก ฎ ห ม า ย เ ฉพ า ะ ที� นํ า ม า เป� น ข้ อ ส อ บ ใ น กา ร ส อ บ แ ต่ ล ะ ค รั� ง เช่ น พ. ร .บ. วิ นั ย ท หา ร พ. ศ .๒ ๔๗ ๖ , ป ร ะ ม ว ล ก ฎ ห ม า ย อา ญ า ท หา ร ,พ. ร .บ.ธ ร ร ม นู ญ ศ า ล ท หา ร พ. ศ .๒ ๔๙๘ เ ป� น ต้ น โ ด ย สิ� ง ที� นํ า ม า อ่ า น แ ล ะ เ รี ย น รู้ แ น ว ข้ อ ส อ บ ไ ด้ คื อ ข้ อ ส อ บ เ ก่ า แ ต่ ถึ ง แ ม้ จ ะ มี ข้ อ ส อ บ เ ก่ า ที� เป� น ตั ว อ ย่ างอ ยู่ บ้ างก็ ยั ง ค ง ต้ อ ง อ่ า น เ พิ� ม เ ติ ม ใ ห้ รู้ ค ร บ ทุ ก เ นื� อ ห า แ ล ะ อี ก อ ย่ า ง ที� สํ า คั ญ น อ ก จา ก ส่ ว น ข อง กา ร ส อ บ คื อ กา ร ท ด ส อ บ ส ม ร ร ถ ภาพ ข องร่ า งกา ย ผู ้ ส อ บ ค ว ร เ ต รี ย ม ร่ า งกา ย ใ ห้ พร้ อ ม สํ า ห รั บ กา ร ท ด ส อ บ เ พ ร า ะ ใ น ส่ ว น นี� มี ผ ล ต่ อ ค ะ แ น น ภ า พ ร ว ม ด้ ว ย ซึ� ง ใ น แ ต่ ล ะ ป� ตํ า แ ห น่ ง ที� เป� ด จ ะ มี เพี ย ง ๑ - ๒ ตํ า แ ห น่ ง

MAE FAH LUANG UNIVERSITY

โดย ศจี นาฏ ลมพิ กานนท์


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

Alumni connect

23

Alumni connect

ประสบการณ์ หรือเนื�อหาการทํ างาน การเข้ า มาเป� น ทหารถื อ ว่ า เป� น อาชี พ ที� มี เ กี ย รติ แ ละ ความภาคภู มิใจ การเข้ ามาในห้ วงแรกของอาชี พนี� ก่ อนจะได้ รับ การติ ด ยศเป� น นายทหารสั ญ ญาบั ต รนั� น ต้ องได้ รับ การฝ�ก ทหาร ซึ� งตอนนั� นได้ ไปฝ�กที� โรงเรียนนายเรือเป� นเวลา ๔๕ วั น มี ทั�งการฝ�กระเบี ยบวิ นัย ท่ าพื� นฐานต่ าง ๆ ที� ต้องนํ ามาใช้ ใน การเป� นทหาร เช่ น ท่ าวั นทยาหั ตถ์ มั นทํ าให้ บุคลิ กและลั กษณะ ของตั วเราเปลี� ยนไปในทางที� ดีข�ึ น และประสบการณ์ ที�สําคั ญ มากคื อการได้ ข�ึ นเรือรบของไทย เป� นการเดิ นทางเพี ยงระยะ สั� น ๆ เพื� อไปทํ าการฝ�กภาคทะเลต่ อที� จั งหวั ดชลบุ รี อํ าเภอ สตหี บ ซึ� งมี ท�ั งการฝ�กให้ ใช้ ชีวิตในป� า ยกเรือและพายเรือ ออกไปกลางทะเลแล้ วให้ ว่ายน� ากลั บเข้ าฝ��ง แม้ จะเหนื� อยแต่ พอมองภาพย้ อ นกลั บ ไปกลั บ กลายเป� น ช่ วงที� น่ า จดจํ า ที� สุ ด ใน ชี วิตเพราะมั นเป� นช่ วงชี วิตที� สนุ กและมี ความสุ ขมาก พอฝ�ก จบก็ เ ริ� ม เข้ า สู่ โหมดการทํ า งานของการเป� น นายทหารพระ ธรรมนู ญ คื อ ตํ าแหน่ งหน้ าที� มีความสํ าคั ญมากในกองทั พ เปรี ย บเสมื อ นเป� นที� ปรึ ก ษาในด้ านกฎหมายของผู ้ บั ง คั บ บั ญ ชา การทํ า งานมี ทั� ง งานด้ า นเอกสาร เช่ น การตรวจ สั ญญา การร่างกฎหมาย การพิ จารณาคดี ของศาลทหาร การ อภั ยโทษนั กโทษ ฯลฯ เป� นต้ น ด้ านการสอนและให้ ความรู้ อย่ า งการเป� น ครู ส อนกฎหมายให้ น ายทหารพระธรรมนู ญ ที� เข้ าใหม่ และทหารในส่ วนอื� นๆ ที� จําเป� นต้ องนํ ากฎหมายไปใช้ ในการทํ างานและการใช้ ชีวิต อี กด้ านที� ขาดไม่ ได้ คื อ ด้ านการ พั ฒ นาตนเองซึ� ง กรมพระธรรมนู ญ จะให้ การสนั บ สนุ น ส่ ง ไป ฝ�กในการเป� นวิ ทยากรกั บหน่ วยงานอื� นๆ เช่ น กรมคุ้ มครอง สิ ท ธิ แ ล ะ เ ส รี ภา พ ก ร ะ ท ร ว ง ยุ ติ ธ ร ร ม เ ร า จ ะไ ด้ ทั� ง ประสบการณ์ แ ละเส้ น ทางการติ ด ต่ อ ประสานงานกั บ กลุ่ ม งาน ด้ า นอื� น เพราะการทํ า งานแต่ ล ะครั� ง ย่ อ มมี อุ ปสรรคเกิ ด ขึ� น เสมอหากเรามี ผู้ ที� มี ค วามรู้ในด้ า นที� ห ลากหลายเราก็ ส ามารถ ทํ าให้ ง านสํ าเร็จลุ ล่วงไปได้ อี กทั� ง พอเราเติ บโตขึ� นจนอยู่ ใน ระดั บหั วหน้ ากลุ่ มงาน การบั งคั บบั ญชาก็ เป� นอี กหนึ� งเรื�องที� สํ าคั ญ ต้ องจั ดระเบี ยบการทํ างานทั� งของตั วเองและของลู ก แผนก ต้ องฝ�กฝนและเพิ� มประสบการณ์ อยู่ ตลอดเวลา เพราะ ตั ว เราเองก็ ต้องเป� น ตั ว อย่ างที� ดี แ ละทํ าให้ ค นรุ่นต่ อไปเติ บ โต อย่ างมี คุณภาพ

MAE FAH LUANG UNIVERSITY

ข้ อแนะนํ าอื�น ๆ คนเราไม่ได้ เก่ งมาแต่ เกิ ด เราต้ องรู้จัก ที� จ ะพั ฒนาตั ว เองอย่ า ท้ อ แท้ กั บ อุ ปสรรคที� เกิ ดขึ�นเพราะจงเรียนรู้ไว้ว่า การพั ฒนาตั วเอง ไม่เคยทํ าร้ายใคร หากวันไหนที� เราประสบความ สํ าเร็จในสิ� งที� เราคาดหวังไว้แล้ ว พอมองย้อม กลั บไปเราจะภาคภู มิใจและยิ�มให้ กับการพั ฒนา ที ละย่างก้ าวของตั วเราเอง

โดย ศจี นาฏ ลมพิ กานนท์


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

ประจํ าเดื อนกั นยายน

เมื่อกีต้าร์หนึ่งตัว อาจมีเรือ ่ งของกฎหมายระหว่างประเทศซ่อนอยู่

Lecturer,

ISSUE No.04

School of Law Mae Fah Luang University

อาจารย์ ดร.สุวิจักขณ์ จันดาพั นธ์ SUWIJAK CHANDAPHUN

MAE FAH LUANG UNIVERSITY


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

Alumni Connect

เมื�อกีตาร์ หนึ�งตั ว อาจมีเรื�องของกฎหมายระหว่ างประเทศซ่ อนอยู่ นอกจากอาชี พอาจารย์ สอนกฎหมายแล้ ว ผมยั งมี ง านอดิ เรกอย่ างหนึ� งที� ชื�นชอบเป� นพิ เศษ นั� นก็ คือการ เล่ นกี ตาร์ สํ าหรับผม กี ตาร์ไม่ ใช่ เพี ยงเครื�องดนตรีที�มีไว้ เล่ นเพลงในเวลาว่ างเท่ านั� น แต่ ยังเป� นสิ� งที� มีเสน่ ห์ในตั ว เอง ทั� งรูปลั กษณ์ เสี ยง และเรื�องราวเบื� องหลั งการผลิ ต โดยเฉพาะกี ตาร์อะคู สติ กที� ทําจากไม้ ธรรมชาติ คนเล่ นกี ตาร์หลายคนคงคุ้ นเคยกั บชื� อไม้ ต่าง ๆ ไม่ ว่าจะเป� น Spruce, Mahogany, Rosewood หรือ Ebony ซึ� งไม้ แต่ ละชนิ ดก็ มีคุณสมบั ติแตกต่ างกั นไป ทั� งในแง่ความสวยงาม ความแข็ งแรง และลั กษณะเสี ยงที� นัก ดนตรีรับรู้ แต่ เคยสงสั ยกั นไหมครับว่ า ทํ าไมกี ตาร์บางตั วที� ผลิ ตจากไม้ หายากจึ งไม่ สามารถซื� อขายหรือส่ งออกไป ต่ างประเทศได้ อย่ างเสรี ทั� งที� เป� นกี ตาร์ที�เราซื� อมาอย่ างถู กต้ องตามกฎหมาย? คํ าตอบของคํ าถามนี� อาจทํ าให้ หลายคนประหลาดใจ เพราะมั นเกี� ยวข้ องกั บกฎหมายระหว่ างประเทศฉบั บหนึ� งที� มี ชื�อว่ า CITES

จากป่าไม้สู่สายกีตาร์ C I T E S ห รื อ C o n v e n t i o n o n I n t e r n a t i o n a l Tr a d e i n E n d a n g e r e d Species of Wild Fauna and Flora เป� น อนุ สั ญญาระหว่ างประเทศที� จั ดทํ าขึ� นในป� ค.ศ. 1973 และมี ผ ลใช้ บั ง คั บ ในป� ค.ศ. 1975 วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ ข อ ง อ นุ สั ญ ญ า นี� คื อ กา ร ควบคุ ม การค้ า ระหว่ า งประเทศของสั ต ว์ ป� า และพื ช ป� า เพื� อ ไม่ ใ ห้ การค้ า กลายเป� น ป� จ จั ย ที� คุ ก คามความ อยู่ ร อดของชนิ ดพั น ธุ์ เ หล่ า นั� น พู ดง่ า ย ๆ ก็ คื อ หากเราปล่ อยให้ มี ก าร ซื� อขายทรั พ ยากรธรรมชาติ บ างชนิ ด อย่ า งไม่ มี ข้ อ จํ า กั ด วั น หนึ� ง ทรั พ ยากรเหล่ า นั� น ก็ อาจหมดไปจาก ธรรมชาติ แ ล้ ว เ รื� อ ง นี� ม า เ กี� ย ว ข้ อ ง กั บ กี ต า ร์ ไ ด้ อย่ างไร? คํ า ตอบก็ คื อ กี ตาร์ จํ า นวนมากผลิ ต จาก ไม้ ที� มี มู ล ค่ า ทางเศรษฐกิ จ สู ง และไม้ บ างชนิ ด ก็ เป� น ชนิ ดพั นธุ์ที�อยู่ภายใต้ การควบคุมของ CITES นั� นเอง

MAE FAH LUANG UNIVERSITY

Rosewood: ไม้ในฝ�นของคนรักกีตาร์ หา กพู ด ถึ ง ไ ม้ ที� ไ ด้ รั บ ค วา ม นิ ย ม ใน วงกา ร กี ต า ร์ อ ะ คู ส ติ ก ชื� อ ห นึ� ง ที� มั ก ถู ก ก ล่ า ว ถึ ง คื อ R o s e w o o d ไ ม้ ช นิ ด นี� นิ ย ม ใ ช้ ทํ า ด้ า น ห ลั ง แ ล ะ ด้ านข้ างของกี ตาร์ โดยเฉพาะกี ตาร์ ร ะดั บกลาง ถึ งระดั บสู ง ของผู ้ ผ ลิ ตชื� อ ดั งหลายราย ในบรรดา Rosewood ทั� งหลาย ชนิ ดที� มี ชื� อเสี ยงมากที� สุ ด ชนิ ดหนึ� งคื อ Brazilian Rosewood หรื อ Dalbergia nigra ในอดี ต ผู ้ ผ ลิ ตกี ตาร์ ชื� อดั ง อย่ าง Martin เคยนํ าไม้ ชนิ ดนี� มาใช้ ผลิ ตกี ตาร์ หลายรุ่ น จนกลายเป� นวั ส ดุ ที� นั กสะสมกี ตาร์ วิ น เทจให้ ความสนใจอย่ างมาก อย่ า งไรก็ ตาม Brazilian Rosewood ถู ก ขึ� นบั ญ ชี Appendix I ของ CITES ตั� งแต่ ป� ค.ศ. 1992 ซึ� งเป� นบั ญ ชี ที� มี ม าตรการควบคุ ม การ ค้ าระหว่ า งประเทศอย่ า งเข้ ม งวดที� สุ ด

โดย สุ วิ จั กขณ์ จั นดาพั นธ์

25


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

นั�นหมายความว่า หากใครมีกีตาร์เก่าที�ผลิตจาก Brazilian Rosewood และต้องการขายให้ผูซ ้ อ ื� ในต่าง ประเทศ การส่งกีตาร์ออกไปอาจไม่ใช่เรือ � งง่ายเหมือน การส่งพัสดุท�ัวไป เพราะต้องพิจารณาข้อกําหนดเรือ � งใบ อนุญาตและเอกสารแสดงที�มาของไม้ด้วย ประเด็นสํ าคัญคือ การเป�นเจ้าของกีตาร์อย่างถูก ต้องตามกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถ นํากีตาร์ตัวนั�นไปค้าขายระหว่างประเทศได้โดยไม่มี ข้อจํากัดเสมอไป

เมื�อกฎหมายทําให้วงการกีตาร์ต้องปรับตัว เรือ � งราวของ CITES กับกีตาร์มีจุดเปลี�ยน สํ าคัญในป� ค.ศ. 2017 ในป�นั�น มาตรการควบคุมไม้ Rosewood ในสกุล Dalbergia ได้ขยายออกไปอย่าง กว้างขวาง ส่ งผลกระทบต่ อผู ้ผลิต ผู ้จําหน่าย และผู ้ที� ต้ องการซื�อขายกีตาร์ข้ามประเทศ ลองจินตนาการดูน ะ ครั บ ว่ า เราเป� นนั กดนตรี ที� ต้ องเดิ นทางไปแสดง คอนเสิ รต ์ ในต่ างประเทศ หรือเป�นคนรักกีตาร์ที�ต้องการ สั� งซื�อกีตาร์จากร้านในต่ างประเทศ แต่ กลับต้ องมาศึ กษา ว่ากีตาร์ของเราทําจากไม้ชนิดใด และต้ องใช้เอกสารอะไร บ้าง เรือ � งที�ดูเหมือนจะเป�นเพี ยงการซื�อขายเครือ � งดนตรี จึ ง กลายเป� น เรื� องของกฎหมายระหว่ างประเทศขึ� น มา ทันที อย่างไรก็ตาม ในป� ค.ศ. 2019 ทีป � ระชุมรัฐภาคี CITES ได้ ปรับปรุงข้ อกํ าหนดเพื� อยกเว้ นเครื�องดนตรี สําเร็จรูปและชิน � ส่วนสําเร็จรูปบางประเภทจากการควบคุมการ ค้าของไม้ Rosewood ส่วนใหญ่ การเปลีย � นแปลงครัง� นีช� ว่ ย ลดภาระให้กบ ั อุตสาหกรรมเครือ � งดนตรีอย่างมาก แต่ไม่ได้ หมายความว่าไม้ทก ุ ชนิดได้รบั การยกเว้น โดยเฉพาะ Brazilian Rosewood ซึ�งยังคงอยูภ ่ ายใต้มาตรการควบคุมทีเ� ข้มงวด

Alumni Connect

กีตาร์เก่า กฎหมายใหม่ และคําถามที�น่าสนใจ ในฐานะคนสอนกฎหมาย ผมคิดว่าประเด็นหนึ�ง ที�น่าสนใจมากคือเรือ � งของกีตาร์วินเทจ สมมติว่าเรามี กีตาร์ Martin ที�ผลิตในช่วงทศวรรษ 1960 ซึ�งใช้ Brazilian Rosewood เป�นวัสดุในการผลิต กี ตาร์ ตั วนี� ผลิ ตขึ� นก่ อนที� ไม้ Brazilian Rosewood จะถูกขึ�นบัญชี CITES เสียอีก คําถาม คือ หากวันนี�เราต้องการขายกีตาร์ตัวนี� ให้กับนักสะสมในต่ างประเทศ เราจะสามารถทํ าได้ ทันที หรือไม่? คําตอบ คือ ไม่จาํ เป�นเสมอไป แม้กีตาร์จะผลิตขึ�นก่อนการขึ�นบัญชี CITES แต่ การค้าระหว่างประเทศในป�จจุบันยังอาจต้องใช้เอกสาร รับรองที�เกี�ยวข้อง เช่น เอกสารสําหรับตัวอย่างที�ได้มา ก่อนอนุสัญญามีผลใช้บงั คับกับชนิดพันธุน ์ �ั น หรือที� เรียกว่า Pre-Convention Certificate ทั�งนี� ต้อง พิ จารณาข้ อ เท็ จ จริ ง และข้ อ กํา หนดของประเทศที� เกี�ยวข้องด้วย เรือ � งนี�สะท้อนหลักการสําคัญประการหนึ�งของ กฎหมายระหว่างประเทศ นั�นคือ การมีทรัพย์สินอยูใ่ น ความครอบครองโดยชอบด้ ว ยกฎหมาย กั บ การนํ า ทรัพย์สินนั�นเข้าสู่ระบบการค้าระหว่างประเทศ เป�นคนละ ประเด็นกัน

แล้วคนเล่นกีตาร์ท�ัวไปต้องกังวลหรือไม่? สําหรับคนที�ซอ ื� กีตาร์มาเล่นที�บา้ นอย่างผม คํา ตอบโดยทั�วไปคือ ไม่จาํ เป�นต้องกังวลมากนัก CITES มุง่ ควบคุมการค้าระหว่างประเทศ ไม่ได้มวี ต ั ถุประสงค์ที�จะ ห้ ามคนทั� วไปครอบครองหรือเล่ นกี ตาร์ที�ผลิ ตจากไม้ ธรรมชาติ อีกทั�งกีตาร์สําเร็จรูปจํานวนมากที�ใช้ Indian Rosewood ก็ได้รบ ั ประโยชน์จากข้อยกเว้นตาม CITES แล้ว แต่หากวันหนึ�งเราต้องการซื�อกีตาร์วน ิ เทจราคา แพงจากต่างประเทศ หรือขายกีตาร์ที�ผลิตจากไม้หายาก ให้กับนักสะสมในอีกประเทศหนึ�ง การตรวจสอบชนิดไม้ และข้อกําหนดทางกฎหมายก่อนทําธุรกรรมก็เป�นสิ�งที�ไม่ ควรมองข้าม

MAE FAH LUANG UNIVERSITY

โดย สุ วิ จั กขณ์ จั นดาพั นธ์

26


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

เพราะบางครั�งป� ญหาไม่ ได้ อยู่ ที�กีตาร์มีราคา เท่ าไร แต่ อ ยู่ ที� กี ตาร์ตั ว นั� น ผลิ ต จากไม้ อ ะไร และมี เอกสารแสดงที�มาครบถ้วนหรือไม่

เสียงดนตรีกับการอนุรก ั ษ์ธรรมชาติ เ รื� อ ง ข อง C I T E S ทํ าใ ห้ ผ ม นึ ก ถึ งค วา ม สั ม พั นธ์ ร ะหว่ า งเสี ย งดนตรี กั บ ธรรมชาติ ใ นอี ก มุ ม หนึ� ง กี ตาร์ อ ะคู ส ติ ก หนึ� งตั ว อาจประกอบขึ� น จากไม้ หลายชนิ ด ซึ� ง แต่ ล ะชนิ ด ต้ องใช้ เ วลาหลายสิ บ ป� ห รื อ อาจนานกว่ า นั� น ในการเติ บ โต ไม้ ที� เ รามองว่ า เป� น เพี ยงส่ วนประกอบของเครื� อ งดนตรี จึ ง มี ค วาม ห ม า ย ม า ก ก ว่ า ค วา ม ส ว ย ง า ม ห รื อ คุ ณ ภาพ เ สี ย ง เพราะมั น เป� น ส่ ว นหนึ� งของระบบนิ เ วศที� ต้ อ งได้ รั บ การดู แ ลรั ก ษา

Alumni Connect

สําหรับผมนี�คือเสน่ห์อย่างหนึ�ง ของการศึกษากฎหมาย เพราะกฎหมายไม่ ได้ อยู่ เฉพาะในตํ า รา ศาล หรื อ ห้ องเรี ย นเท่ า นั� น แต่ ยั ง แทรกซึ ม อยู่ ใ น ชี วิ ต ประจํ า วั น ของเรา แม้ ก ระทั� ง ในงานอดิ เ รก เล็ ก ๆ อย่ างการเล่ น กี ตาร์ และครั� ง ต่ อ ไปที� ผ มหยิ บ กี ต าร์ ข�ึ นมาเล่ น ผมก็ คงไม่ ได้ คิ ดถึ งแค่ คอร์ ด หรื อ เสี ยงดนตรี เท่ า นั� น แต่ อาจนึ ก ถึ ง เรื� องราวของต้ น ไม้ ป� าไม้ การค้ า ระหว่ างประเทศ และกฎหมายที� อ ยู่ เบื� อง หลั ง กี ตาร์ ตั ว นั� น ด้ ว ย

เพราะบางครั�ง กี ตาร์หนึ� งตั วก็ มีเรื�องราว มากกว่าเสียงเพลงที�มันบรรเลงออกมา

ในขณะเดี ย วกั น กฎหมายก็ ต้ อ งพยายาม สร้ างสมดุ ล ระหว่ างการอนุ รั ก ษ์ ท รั พ ยากรธรรมชาติ กั บ การประกอบกิ จ กรรมทางเศรษฐกิ จ รวมถึ ง การ สร้ างสรรค์ ง านศิ ล ปะและดนตรี

MAE FAH LUANG UNIVERSITY

โดย สุ วิ จั กขณ์ จั นดาพั นธ์

27


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

28

กิจกรรมสําคั ญ สํานั กวิชานิติศาสตร์ วั นที� 2 กั นยายน 2569

อาจารย์เพชรณพั ฒน์ ศรีวุทธิยประภา ผู ้ช่วยคณบดี สํานั กวิชานิ ติศาสตร์ ที� ป รึก ษาประจํ า คณะอนุ ก รรมาธิ การ เข้ า ร่ว มการประชุ ม ผ่ า นสื� อ อิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส์ (Zoom Cloud Meetings) คณะอนุ กรรมาธิการรับฟ�งความคิ ดเห็ นภาคเอกชน และประชาชนเกี� ย วกั บ การปฏิ รู ป กฎหมายและการยกเลิ ก กฎระเบี ย บล้ า สมั ย สภาผู ้ แ ทนราษฎร โดยเป� น การประชุ ม ครั�ง ที� 13 ณ ห้ องประชุ ม กรรมาธิ การ CB 308 ชั� น 3 อาคารรัฐ สภา และผ่ า นระบบออนไลน์

วั นที� 1 - 3 กั นยายน 2569 ฝ� า ย รั บ นั ก ศึ ก ษ า ส่ ว น ท ะ เ บี ย น แ ล ะ ป ร ะ ม ว ล ผ ล ม ห า วิ ท ย า ลั ย แม่ ฟ� า หลวง พร้ อ มด้ วยตั วแทนคณาจารย์ จากสํ านั กวิ ชาต่ าง ๆ เข้ าร่ ว ม กิ จ ก ร ร ม พ บ ป ะ เ ค รื อ ข่ า ย ค รู แ น ะ แ น ว สั ญ จ ร ค รั� ง ที� 1 1 ณ จั ง ห วั ด ล พ บุ รี แ ล ะ ก รุ ง เ ท พ ม ห า น ค ร เพื� อ ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ์ ข้ อ มู ล ห ลั ก สู ต ร แ ล ะ กา ร รั บ ส มั ค ร นั ก ศึ ก ษ าใ ห ม่ ป ร ะ จํ า ป� กา ร ศึ ก ษ า 2 5 7 0 ( TC A S 7 0 ) ในโอกาสนี� อาจารย์ เ พชรณพั ฒน์ ศรี วุ ทธิ ย ประภา ผู ้ ช่ ว ยคณบดี สํ า นั ก วิ ช า นิ ติ ศ า ส ต ร์ ไ ด้ พ บ ป ะ แ ล ะ แ ล ก เ ป ลี� ย น ข้ อ มู ล กั บ เ ค รื อ ข่ า ย ค รู แนะแนว พร้ อ มรายง านผลการรั บ นั กศึ กษาใหม่ ของสํ านั กวิ ชานิ ติ ศาสตร์

วั นที� 4 กั นยายน 2569

คณะกรรมการบริ ห ารกลาง สํ านั กวิ ช านิ ติ ศาสตร์ มหาวิ ท ยาลั ย แม่ ฟ� า หลวง จั ด โครงการแลกเปลี� ยนเรี ย นรู้ “แนวทางการพั ฒนาผลง าน ท า ง วิ ช า ก า ร เ พื� อ เ ข้ า สู่ ตํ า แ ห น่ ง ท า ง วิ ช า ก า ร ” โ ด ย ไ ด้ รั บ เ กี ย ร ติ จ า ก ศาสตราจารย์ ดร.เกรี ย งไกร เจริ ญ ธนาวั ฒ น์ ผู ้ ท รงคุ ณวุ ฒิ ทางกฎหมาย แ ล ะ ก ร ร ม กา ร ที� ป รึ ก ษ า สํ า นั ก วิ ช า นิ ติ ศ า ส ต ร์ ม ห า วิ ท ย า ลั ย แ ม่ ฟ� า ห ล ว ง เป� นวิ ท ยากรแลกเปลี� ยนความรู้ แ ละประสบการณ์ แก่ คณาจารย์

วั นที� 4 กั นยายน 2569 สํ านั กวิ ชานิ ติ ศาสตร์ มหาวิ ทยาลั ยแม่ ฟ� า หลวง (มฟล.) ร่ ว มกั บ สํ า นั ก ง า น ค ว บ คุ ม ก า ร ใ ช้ ส า ร ต้ อ ง ห้ า ม ท า ง ก า ร กี ฬ า ( D C A T ) กา ร กี ฬ า แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ( ก ก ท . ) จั ด กิ จ ก ร ร ม ก า ร ใ ห้ ค ว า ม รู้ ใ น หั ว ข้ อ “ ก ฎ ห ม า ย กี ฬ า แ ล ะ สุ ข ภา ว ะ : บ ท บ า ท ข อ ง ก ฎ ห ม า ย ใ น กา ร พั ฒ น า กี ฬ า แ ล ะ คุ ณ ภ า พ ชี วิ ต ข อ ง ป ร ะ ช า ช น ” ณ ห้ อ ง E 4 A - 6 1 6 อ า ค า ร พ ล เ อ ก สํ า เ ภา ชู ศ รี ( E 4 ) ใ น กา ร นี� อา จา ร ย์ ด ร . สุ วิ จั ก ข ณ์ จั น ดา พั น ธ์ ร อ ง ค ณ บ ดี สํ า นั ก วิ ช า นิ ติ ศ า ส ต ร์ ก ล่ า ว เ ป� ด ง า น แ ล ะ ก ล่ า ว ต้ อ น รั บ ค ณ ะ วิ ท ย า ก ร

MAE FAH LUANG UNIVERSITY


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 4

29

กิจกรรมสําคั ญ สํานั กวิชานิติศาสตร์ วั นที� 7 กั นยายน 2569

อาจารย์ เพชรณพั ฒน์ ศรี วุ ทธิ ย ประภา ผู ้ ช่ วยคณบดี สํ านั กวิ ชา นิ ติ ศ าสตร์ และที� ป รึก ษาประจํ า คณะอนุ ก รรมาธิ การ เข้ า ร่ว มการประชุ ม คณะ อนุ ก รรมาธิ การรั บ ฟ�งความคิ ด เห็ น ภาคเอกชนและประชาชนเกี� ย วกั บ การปฏิ รู ป กฎหมายและการยกเลิ ก กฎระเบี ย บล้ า สมั ย สภาผู ้ แ ทนราษฎร ครั�ง ที� 14 ณ ห้ อง ประชุ ม กรรมาธิ ก าร CB 308 ชั� น 3 อาคารรั ฐ สภา การประชุ ม ครั� ง นี� มี ว าระ สําคัญในการพิ จารณารับรองรายงานการศึกษา รวบรวมข้อมูล และรับฟ�งความคิดเห็น จากภาคเอกชนและประชาชนเกี� ย วกั บ การปฏิ รู ป กฎหมายและการยกเลิ ก กฎ ระเบียบล้าสมัย ก่อนนําเสนอต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิ จารณาศึ กษาและติดตาม การปฏิ รู ป กฎหมายและการยกเลิ ก กฎระเบี ย บล้ า สมั ย สภาผู ้ แ ทนราษฎร ต่ อ ไป

วั นที� 11 กั นยายน 2569 สํ า นั ก วิ ช า นิ ติ ศ า ส ต ร์ ม ห า วิ ท ย า ลั ย แ ม่ ฟ� า ห ล ว ง ร่ ว ม กั บ อ ง ค์ ก ร ยุ ว ช น นิ ติ ศ า ส ต ร์ ม ห า วิ ท ย า ลั ย แ ม่ ฟ� า ห ล ว ง จั ด กา ร แ ข่ ง ขั น ต อ บ ป� ญ ห า ก ฎ ห ม า ย เ นื� อ ง ใ น วั น ร พี ร ะ ดั บ มั ธ ย ม ศึ ก ษ า ป ร ะ จํ า ป� พุ ทธศั ก ราช 2569 ณ ห้ อ ง 301 อาคารพลตํ า รวจเอก เภา สารสิ น (C5) ม ห า วิ ท ย า ลั ย แ ม่ ฟ� า ห ล ว ง โ ด ย ไ ด้ รั บ เ กี ย ร ติ จ า ก ร อ ง ศ า ส ต ร า จ า ร ย์ ด ร . ชู เ กี ย ร ติ น้ อ ย ฉิ ม ค ณ บ ดี สํ า นั ก วิ ช า นิ ติ ศ า ส ต ร์ ม ห า วิ ท ย า ลั ย แ ม่ ฟ� า ห ล ว ง เ ป� น ป ร ะ ธ า น ใ น พิ ธี แ ล ะ ก ล่ า ว เ ป� ด กา ร แ ข่ ง ขั น พ ร้ อ ม ด้ ว ย ผู ้ ช่ ว ย ศ า ส ต ร า จ า ร ย์ วี ร ะ พ ง ษ์ บึ ง ไ ก ร ใ น ฐ า น ะ ค ณ ะ ผู ้ จั ด ง า น ไ ด้ ก ล่ า ว ร า ย ง า น วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ ข อ ง กิ จ ก ร ร ม ผ ล กา ร แ ข่ ง ขั น

วั นที� 11 กั นยายน 2569

กิ จกรรมเสวนาวิ ช าการเนื� องในวั น รพี ประจํ า ป� พ.ศ. 2569 โดย สํ านั กวิ ช านิ ติ ศาสตร์ ร่ ว มกั บ สมาคมศิ ษย์ เก่ านิ ติ ศาสตร์ มหาวิ ท ยาลั ยแม่ ฟ� า หลวง ณ ห้ องประดู่ แดง 1 อาคารพลเอกสํ าเภา ชู ศรี (E4) ง านเสวนา ในครั� ง นี� จั ด ขึ� นในหั วข้ อ “ความยุ ติ ธรรมมี ราคาเท่ าไร ? : วิ พ ากษ์ ศั กดิ� ศรี และจริ ย ธรรมนั กกฎหมายผ่ า นภาพยนตร์ ทนายป� ศาจ”

วั นที� 12 กั นยายน 2569 สํ า นั ก วิ ช า นิ ติ ศ า ส ต ร์ ม ห า วิ ท ย า ลั ย แ ม่ ฟ� า ห ล ว ง ข อ แ ส ด ง ความยิ น ดี กั บนางสาวชมพู นุ ท นั นทนิ น และนางสาววริ ศ รา สมศั กดิ� นิ ธิ ศ า ใ น โ อ กา ส ที� ไ ด้ รั บ โ ล่ ร า ง วั ล พ ร้ อ ม ป ร ะ กา ศ เ กี ย ร ติ บั ต ร ร า ง วั ล ช ม เ ช ย พ ร้ อ ม ทุ น กา ร ศึ ก ษ า จํ า น ว น 2 0 , 0 0 0 บ า ท จ า ก ป ร ะ ธ า น ศ า ล ฎี กา ใ น กา ร แข่ ง ขั น ต อ บ ป� ญ หา ทางก ฎ ห ม า ย ร อ บ ชิ ง ช น ะ เ ลิ ศ ร ะ ดั บ อุ ด ม ศึ ก ษ า เ นื� อ ง ใ น วั น ร พี ป ร ะ จํ า ป� พ. ศ . 2 5 6 9 โ ด ย มี อ า จ า ร ย์ อ ริ ศ ร า เ ห ล็ ก คํ า เ ป� น ผู ้ ค ว บ คุ ม ที ม

MAE FAH LUANG UNIVERSITY


จุ ลสารสํ านั กวิ ชา ฉบั บที � 3

30

กิจกรรมสําคั ญ สํานั กวิชานิติศาสตร์ วั นที� 14 กั นยายน 2569

สํ า นั ก วิ ชานิ ติ ศ าสตร์ มหาวิ ท ยาลั ย แม่ ฟ �า หลวง จั ด การเสวนาวิ ชาการ เรือ � ง "เศรษฐกิจอวกาศใหม่ (New Space Economy) กับการขับเคลื� อนกิจการ อวกาศของประเทศไทย" ณ ห้ องประชุ ม พวงชมพู - พู ่ ร ะหง อาคาร M-Square มหาวิ ท ยาลั ย แม่ ฟ �า หลวง โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ชู เ กี ย รติ น้ อ ยฉิ ม คณบดี สํานักวิชานิติศาสตร์ กล่าวเป�ดงานการเสวนา และได้รบ ั เกียรติจากวิทยากร 3 ท่าน ได้แก่ นายณัฐวัฒน์ หงส์กาญจนกุล ผูอ ้ าํ นวยการสํานักส่งเสริมเศรษฐกิจอวกาศ สํานักงานพัฒนา เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ดร.อัมรินทร์ พิ มพ์ หนู ผู จ ้ ด ั การ ฝ�ายพัฒนาธุรกิจอวกาศ บริษัท ไทยคม จํากัด (มหาชน) อาจารย์ ดร.สุวจ ิ ก ั ขณ์ จันดาพันธ์ รองคณบดีสํานักวิชานิติศาสตร์ มฟล. ดําเนินรายการโดย อาจารย์วา่ ที�รอ ้ ยตรี นภวัฒน์ สืบนุสรณ์ อาจารย์ ป ระจํ า สํ า นั ก วิ ชานิ ติ ศ าสตร์ มหาวิ ท ยาลั ย แม่ ฟ �า หลวง

วั นที� 17 กั นยายน 2569 สํ า นั ก วิ ช า นิ ติ ศ า ส ต ร์ ม ห า วิ ท ย า ลั ย แ ม่ ฟ� า ห ล ว ง นํ าโ ด ย ค ณ ะ ก ร ร ม กา ร วิ เ ท ศ สั ม พั น ธ์ ค ว า ม ร่ ว ม มื อ ภา ย ใ น ป ร ะ เ ท ศ แ ล ะ ส ห กิ จ ศึ ก ษ า ร่ ว ม กั บ ศ า ล จั ง ห วั ด เ ชี ย ง ร า ย ศ า ล เ ย า ว ช น แ ล ะ ค ร อ บ ค รั ว จั ง ห วั ด เ ชี ย ง ร า ย แ ล ะ ศ า ล แ ข ว ง เ ชี ย ง ร า ย จั ด พิ ธี ล ง น า ม บั น ทึ ก ข้ อ ต ก ล ง ค ว า ม ร่ ว ม มื อ ท า ง วิ ช า กา ร M O U แ ล ะ เ ส ว น า วิ ช า กา ร เ นื� อ ง ใ น ว า ร ะ แ ห่ ง กา ร น้ อ ม รํ า ลึ ก ค ร บ ร อ บ 1 0 0 วั น แ ห่ ง กา ร สิ� น พ ร ะ ช น ม์ ข อ ง ส ม เ ด็ จ พ ร ะ เ จ้ า ลู ก เ ธ อ เ จ้ า ฟ� า พั ช ร กิ ติ ย า ภา น เ ร น ทิ ร า เ ท พ ย ว ดี ก ร ม ห ล ว ง ร า ช ส า ริ ณี สิ ริ พั ช ร ม ห า วั ช ร ร า ช ธิ ด า พ ร ะ ผู ้ ท ร ง เ ป� น ‘ เ จ้ า ห ญิ ง นั ก ก ฎ ห ม า ย ’ ข อ ง ป ว ง ช น ช า ว ไ ท ย

วั นที� 18 กั นยายน 2569

สํ า นั ก วิ ชา นิ ติ ศ า ส ต ร์ ม หา วิ ท ย า ลั ย แ ม่ ฟ� า ห ล วง จั ด กิ จ ก ร ร ม บ ริ ก า ร วิ ชา กา ร หั ว ข้ อ “ ก ฎ ห ม า ย น่ า รู้ สํ า ห รั บ ผู ้ สู งอา ยุ ” ณ ม หา วิ ท ย า ลั ย วั ย ที� ส า ม น ค ร เชี ย งร า ย จั ง ห วั ด เชี ย งร า ย กิ จ ก ร ร ม นี� มุ่ ง ถ่ า ย ท อ ด ค วา ม รู้ ท างกฎหมายที� จํ า เป� น ต่ อการดํ าเนิ น ชี วิ ต การดู แ ลสิ ทธิ และการคุ้ มครอง ผู ้ สู งอายุ เพื� อให้ ผู ้ เ ข้ าร่ ว มสามารถนํ าความรู้ ไ ปใช้ ดู แ ลตนเอง ครอบครั ว แ ล ะ ชุ ม ช น ไ ด้ อ ย่ าง มั� น ใจ

วั นที� 23 กั นยายน 2569 ผู ้ บ ริ ห ารสํ านั กวิ ช านิ ติ ศาสตร์ มหาวิ ท ยาลั ยแม่ ฟ� า หลวง ประชุ ม หารื อ วาระพิ เศษ ในประเด็ นสํ าคั ญเกี� ยวกั บการดํ าเนิ นง านของสํ านั กวิ ช า โ ด ย ค ณ บ ดี ฯ ไ ด้ นํ า ข้ อ แ น ะ นํ า จ า ก ส ภ า ม ห า วิ ท ย า ลั ย ร ว ม ถึ ง แ ผ น แ ล ะ ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ใ ห ม่ ข อง ม หา วิ ท ย า ลั ย ถ่ า ย ท อ ด ใ ห้ ที� ป ร ะ ชุ ม รั บ ท ร า บ เพื� อ ประกอบการกํ าหนดแนวทางดํ าเนิ นง านของสํ านั กวิ ช า ประเด็ นอื� นในการ ป ร ะ ชุ ม ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ผ ล กา ร เ ข้ า รั บ กา ร ป ร ะ เ มิ น ต า ม เ ก ณ ฑ์ E d P E x สถานการณ์ การเงิ น ทุ น กู้ ยื ม เพื� อการศึ กษา (กยศ.) การขยายและทบทวน ขอบเขตความร่ ว มมื อ ทางวิ ช าการกั บสถาบั น ภายในประเทศ การบริ ห าร จั ด การหลั กสู ตร และการดํ าเนิ นง านด้ านบริ ก ารวิ ช าการ

MAE FAH LUANG UNIVERSITY


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
จุลสารสำนักวิชา ฉบับที่ 4 by Mae Fah Luang University - Issuu