Skip to main content

Thai - The Good Samaritan

Page 1

ชาวสะมาเรียผูใ้ จดี ลูกา 10:25-37 25 และดูเถิด มีทนายความคนหนึง่ ลุกขึน ้ มาและลองใจพระองค์ โดยกล่าวว่า “อาจารย์ ข ้าพเจ ้าควรทํา อะไรจึงจะได ้รับชวี ต ิ นิรันดร์?” 26 พระองค์ตรัสถามเขาว่า “ ในธรรมบัญญัตเิ ขียนไว ้ว่าอย่างไร เจ ้าอ่านออกไหม?” 27 และพระองค์ตรัสตอบว่า “จงรักพระเยโฮวาห์พระเจ ้าของเจ ้าด ้วยสุดจิตสุดใจ สุดจิต และสุดกําลัง และจงรักเพือ ่ นบ ้านเหมือนรักตนเอง” ่ นี้ แล ้วเจ ้าจะมีชวี ต 28 และพระองค์ตรัสกับเขาว่า “ เจ ้าตอบถูกต ้องแล ้ว จงทําเชน ิ อยู”่ 29 แต่เขาต ้องการแก ้ตัว จึงกล่าวแก่พระเยซูวา่ “แล ้วใครเล่าคือเพือ ่ นบ ้านของข ้าพเจ ้า?” 30 พระเยซูตรัสตอบว่า “ มีชายคนหนึง่ เดินทางจากเยรูซาเล็มไปยังเยริโค แล ้วถูกโจรปล ้น พวกโจรได ้ ื้ ผ ้าของเขาและทําร ้ายเขา จากนัน ปล ้นเสอ ้ ก็จากไป ทิง้ ให ้เขาบาดเจ็บสาหัส” 31 และโดยบังเอิญมีปโุ รหิตคนหนึง่ ผ่านมาทางนัน ้ เมือ ่ เขาเห็นชายคนนัน ้ เขาก็เดินผ่านไปอีกด ้านหนึง่ 32 และในทํานองเดียวกัน เลวีคนหนึง่ เมือ ่ มาถึงทีน ่ ั่น ก็มาดูพระองค์ แล ้วก็เดินผ่านไปอีกด ้านหนึง่ 33 แต่ชาวสะมาเรียคนหนึง่ เดินทางมาถึงทีท ่ ช ี่ ายผู ้นัน ้ อยู่ และเมือ ่ เขาเห็นชายผู ้นัน ้ เขาก็เกิดความ สงสาร ั ว์พาหนะของตน 34 และเข ้าไปหาเขา พันแผลให ้เขาโดยใชนํ้ ้ ามันและเหล ้าองุน ่ แล ้วให ้เขาขึน ้ บนสต และพาเขาไปยังโรงแรม และดูแลเขา 35 และในวันรุง่ ขึน ้ เมือ ่ เขาจากไป เขาได ้หยิบเงินสองเพนนีออกมาให ้แก่เจ ้าภาพ และกล่าวแก่เขาว่า จง ้ ้เจ ้า ดูแลเขาให ้ดี และสงิ่ ใดทีเ่ จ ้าใชจ่้ ายไปมากกว่านัน ้ เมือ ่ ฉั นกลับมาอีก ฉั นจะชดใชให 36 ในบรรดาคนทัง้ สามนี้ เจ ้าคิดว่าใครเป็ นเพือ ่ นบ ้านของคนทีถ ่ ก ู โจรปล ้นไป? ่ เดียว 37 แล ้วเขาก็กล่าวว่า “พระองค์ผู ้ทรงเมตตาต่อเขา” พระเยซูจงึ ตรัสกับเขาว่า “ จงไปและทําเชน กันเถิด” เรือ ่ งราวของชาวสะมาเรียผู ้ใจดี (ลูกา 10:25–37) เป็ นหนึง่ ในคําอุปมาทีโ่ ด่งดังทีส ่ ด ุ ของพระเยซู เรือ ่ งนี้ ให ้ข ้อคิดทีล ่ ก ึ ซงึ้ เกีย ่ วกับความรักทีแ ่ ท ้จริง ความเมตตา และความหมายทีแ ่ ท ้จริงของการเป็ นเพือ ่ นบ ้าน ้ ทีด ่ ี ต่อไปนีเ้ ป็ นการวิเคราะห์เนือ ้ หาโดยละเอียดทีละข ้อ พร ้อมด ้วยบทเรียนสําคัญและการประยุกต์ใชใน ทางปฏิบต ั ิ

1


ชาวสะมาเรียผูใ้ จดี

การวิเคราะห์ทล ี ะท่อน ลูกา 10:25–28 — การทดสอบของน ักกฎหมายและพระบ ัญญ ัติยงิ่ ใหญ่ ี่ วชาญด ้านกฎหมายของโมเสส) ลุกขึน ข้อ 25: นักกฎหมายคนหนึง่ (ผู ้เชย ้ มาทดสอบพระเยซู ถามว่าเขา ต ้องทําอะไรจึงจะได ้รับชวี ต ิ นิรันดร์ ข้อ 26: พระเยซูทรงตอบโดยหันคําถามกลับไปยังพระคัมภีร ์ ถามทนายความว่าเขาอ่านพระบัญญัต ิ อย่างไร ข้อ 27: ทนายความตอบได ้อย่างถูกต ้อง โดยสรุปพระบัญญัตเิ ป็ นหลักการสําคัญสองประการ คือ รักพระ เจ ้าด ้วยสุดจิตสุดใจ สุดกําลัง และสุดความคิด และรักเพือ ่ นบ ้านเหมือนรักตนเอง (อ ้างอิงจาก เฉลยธรรม บัญญัต ิ 6:5 และ เลวีนต ิ ิ 19:18) ่ นีจ ข้อ 28: พระเยซูทรงชมเชยคําตอบของเขา และตรัสกับเขาว่า การทําเชน ้ ะนํ ามาซงึ่ ชวี ต ิ ลูกา 10:29–32 — คําสง่ ั สอนและผูค ้ นทีไ่ ม่คาดคิดทีอ ่ ยูร่ อบข้าง ข้อ 29: เพือ ่ หาเหตุผลมาสนับสนุนตนเองหรือจํากัดขอบเขตหน ้าทีข ่ องตน ทนายความจึงถามว่า "แล ้ว ใครคือเพือ ่ นบ ้านของฉั น?" ั และอันตรายจาก ข้อ 30: พระเยซูทรงเริม ่ เล่าอุปมาเรือ ่ งนี้ ชายคนหนึง่ เดินทางลงจากถนนทีล ่ าดชน ื้ ผ ้าของเขา ทุบตีเขาอย่างรุนแรง และ เยรูซาเล็มไปยังเยริโค เขาตกเป็ นเหยือ ่ ของโจร พวกมันปล ้นเสอ ทิง้ เขาไว ้ในสภาพเกือบตาย ข้อ 31: มีปโุ รหิตคนหนึง่ เดินมาตามทางเดียวกัน เมือ ่ เห็นคนบาดเจ็บ จึงข ้ามไปอีกฝั่ งหนึง่ แล ้วเดินต่อไป ่ เดียวกับปุโรหิต เขาข ้ามไปอีก ข้อ 32: เลวีคนหนึง่ (ผู ้ชว่ ยในพระวิหาร) มาถึง เขาดูคนบาดเจ็บ แต่เชน ด ้านหนึง่ และเดินผ่านไป ลูกา 10:33–35 — ชาวสะมาเรียผูม ้ เี มตตา ิ ของกลุม ข้อ 33: ชาวสะมาเรียคนหนึง่ ซงึ่ เป็ นสมาชก ่ ทีช ่ าวยิวในยุคนัน ้ ดูถก ู เหยียดหยามและหลีก ึ สงสารอย่างยิง่ เลีย ่ งอย่างมาก เดินมาตามถนน เมือ ่ เห็นชายทีบ ่ าดเจ็บ เขาก็รู ้สก ข้อ 34: ชาวสะมาเรียเข ้าไปหาชายผู ้นัน ้ โดยตรง พันแผลให ้เขา รักษาด ้วยนํ้ ามันและเหล ้าองุน ่ (ซงึ่ เป็ น ั ว์พาหนะของตนเอง พาเขาไปยังโรงแรม การรักษาทางการแพทย์ทน ี่ ย ิ มในสมัยนัน ้ ) ให ้เขาขึน ้ บนสต และดูแลเขาตลอดทัง้ คืน ข้อ 35: วันรุง่ ขึน ้ ชาวสะมาเรียให ้เงินสองเพนนี (เดนารี) แก่เจ ้าของโรงแรมเพือ ่ เป็ นค่าใชจ่้ ายในการดูแล ั ญาว่าจะกลับมาและชาํ ระค่าใชจ่้ ายเพิม เพิม ่ เติม โดยสญ ่ เติมใดๆ ทีเ่ กิดขึน ้ ลูกา 10:36–37 — บทสรุปเชงิ ปฏิบ ัติ ข้อ 36: พระเยซูทรงพลิกคําถามเดิมกลับ โดยทรงถามทนายความว่า ในบรรดาผู ้เดินทางทัง้ สามคนนัน ้ ี หาย ใครเป็ นเพือ ่ นบ ้านของผู ้เสย ข้อ 37: ทนายความไม่กล ้าเอ่ยคําว่า "ชาวสะมาเรีย" จึงตอบว่า "ผู ้ทีแ ่ สดงความเมตตาต่อเขา" พระเยซู ่ ั ่ จึงสงเขาว่า " จงไปและทําเชนเดียวกัน "

บทเรียนสําค ัญและการประยุกต์ใชใ้ นชวี ต ิ จริง การนิยามคําว่า "เพือ ่ นบ้าน" ใหม่: การเป็ นเพือ ่ นบ ้านไม่ได ้ถูกกําหนดด ้วยขอบเขตทางภูมศ ิ าสตร์ ื้ ชาติ หรือสงั คม แต่ถก เชอ ู กําหนดด ้วยความเต็มใจทีจ ่ ะแสดงความรักและความเมตตาต่อทุกคนทีต ่ ้อง การความชว่ ยเหลือ ํ ค ัญกว่าประเพณี: ความรู ้ทางศาสนาหรือสถานะทางสงั คมนัน ความเห็นอกเห็นใจสา ้ มีความหมาย น ้อยมากหากปราศจากความรักทีแ ่ ท ้จริง ทัง้ ปุโรหิตและเลวีตา่ งรักษาความบริสท ุ ธิท ์ างศาสนาหรือความ สะดวกสบายไว ้โดยแลกกับความเห็นอกเห็นใจเพือ ่ นมนุษย์

2


ชาวสะมาเรียผูใ้ จดี

ี สละ เชน ่ ความร ักทีม ่ ง ุ่ เน้นการกระทํา: ความรักทีแ ่ ท ้จริงต ้องการการกระทําทีเ่ ป็ นรูปธรรมและเสย ี สละเวลา ทรัพยากร ความปลอดภัย และความสะดวกสบายสว่ นตัวเพือ ชาวสะมาเรียเสย ่ ชว่ ยเหลือคน แปลกหน ้า การเอาชนะอคติ: ความชว่ ยเหลือและความดีงามมักมาจากแหล่งทีไ่ ม่คาดคิด นิทานเรือ ่ งนีท ้ ้าทายให ้ เรามองข ้ามอคติทางสงั คมและมองเห็นความเป็ นมนุษย์ในทุกคน

ั ันธ์ระหว่าง ชาวยิวและ ประว ัติความเป็นมาของความสมพ ชาวสะมาเรีย ความเป็ นปฏิปักษ์ ระหว่างชาวยิวและชาวสะมาเรียในศตวรรษแรกไม่ใชเ่ พียงแค่การแข่งขันทางสงั คม เล็กน ้อยเท่านัน ้ แต่เป็ นความแตกแยกทีฝ ่ ั งรากลึกมานานหลายศตวรรษ ซงึ่ มีรากฐานมาจากชาติพันธุ์ ื่ ทางศาสนาหลัก การเมือง และความเชอ เพือ ่ ให ้เข ้าใจอย่างถ่องแท ้ว่าเหตุใดผู ้ฟั งของพระเยซูในลูกาบทที่ 10 จึงตกใจเมือ ่ ได ้ยินว่าชาวสะมาเรีย ถูกยกย่องให ้เป็ นวีรบุรษ ุ ของเรือ ่ ง จําเป็ นต ้องเข ้าใจว่าความขัดแย ้งนีเ้ กิดขึน ้ ได ้อย่างไร

1. การแบ่งแยกทางประว ัติศาสตร์: ต้นกําเนิดทีแ ่ ตกต่างก ัน ิ ของชาวอ ัสซเี รีย (722 ปี ก่อนคริสตกาล): เมือ ิ อาณาจักรทางเหนือ การพิชต ่ จักรวรรดิอส ั ซเี รียพิชต ของอิสราเอล (ซามารียา) พวกเขาได ้เนรเทศชาวอิสราเอลจํานวนมากและนํ าชนชาติอน ื่ เข ้ามาตัง้ ถิน ่ ฐานในพืน ้ ทีน ่ ัน ้ ื้ สายผสม: ลูกหลานของผู ้ทีย ั อยูใ่ นพืน เชอ ่ งั คงอาศย ้ ทีแ ่ ละแต่งงานกับผู ้ตัง้ ถิน ่ ฐานชาวต่างชาติ ในขณะ ื เชอ ื้ สายต่อเนือ ทีช ่ าวสะมาเรียยืนยันว่าพวกเขาเป็ นลูกหลานทีแ ่ ท ้จริงและสบ ่ งจากเผ่าทางเหนือ (เอฟรา ื้ ชาติผสม" หรือลูกครึง่ ทีเ่ สอ ื่ มเสย ี ทัง้ ความ อิมและมานาเสห์) ชาวยูเดียกลับมองว่าพวกเขาเป็ น "เชอ ื่ สต ั ย์ บริสท ุ ธิท ์ างชาติพันธุแ ์ ละการบูชาทีซ ่ อ

2. การบูรณะวิหารและความข ัดแย้งทางการเมือง การต่อต้านเอซราและเนเฮมิยาห์ (ศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล): เมือ ่ ชาวยูเดียทีถ ่ ก ู เนรเทศกลับมา จากบาบิโลนเพือ ่ สร ้างกรุงเยรูซาเล็มและพระวิหารทีส ่ องขึน ้ ใหม่ ชาวสะมาเรียได ้เสนอตัวเข ้าร่วม โครงการ แต่ผู ้นํ าชาวยิวปฏิเสธความชว่ ยเหลือของพวกเขา โดยมองว่าพวกเขาประนีประนอมทาง ศาสนา ี อย่างแข็งขันให ้ชะลอและขัดขวาง การตอบโต้: เพือ ่ ตอบโต ้ ผู ้นํ าชาวสะมาเรียได ้ล็อบบีร้ ัฐบาลเปอร์เซย การบูรณะกรุงเยรูซาเล็ม ซงึ่ ก่อให ้เกิดความขัดแย ้งทางการเมืองทีย ่ ด ื เยือ ้ ยาวนาน

ิ ก ับ ภูเขาไซออน 3. ความแตกแยกทางศาสนา: ภูเขาเกริซม ั สถานทีส ่ กการะที แ ่ ข่งข ันก ัน: เมือ ่ ถูกปฏิเสธจากเยรูซาเล็ม ชาวสะมาเรียจึงสร ้างวิหารของตนเองบน ิ ใกล ้เมืองเชเคม โดยอ ้างว่าเป็ นสถานทีศ ั ดิส ิ ธิท ภูเขาเกริซม ่ ก ์ ท ์ แ ี่ ท ้จริงซงึ่ โมเสสได ้กําหนดไว ้ ค ัมภีรท ์ แ ี่ ตกต่างก ันเล็กน้อย: ชาวสะมาเรียยอมรับเฉพาะ ค ัมภีรป ์ ญ ั จาภิธานของชาวสะมาเรีย ื ห ้าเล่มแรกของโมเสส) เป็ นคัมภีรศ ั ดิส ิ ธิ์ โดยปฏิเสธคัมภีรผ ี รู คัมภีร์ (หนังสอ ์ ก ์ ท ์ ู ้เผยพระวจนะของชาวฮบ เขียน และธรรมเนียมปฏิบต ั ข ิ องเยรูซาเล็ม

3


ชาวสะมาเรียผูใ้ จดี

การทําลายวิหารของชาวสะมาเรีย (110 ปี ก่อนคริสตกาล): ความตึงเครียดถึงจุดเดือดในชว่ งสมัย ์ ส ั โมเนียน เมือ ราชวงศฮ ่ ยอห์น ไฮร์คานัส มหาปุโรหิตชาวยิว บุกเข ้ายึดสะมาเรียและทําลายวิหารของ ิ การทําลายล ้างครัง้ นีไ ชาวสะมาเรียบนภูเขาเกริซม ้ ด ้ตอกยํ้าความบาดหมางระหว่างกันอย่างลึกซงึ้ มา หลายชวั่ อายุคน

4. ความเป็นจริงในศตวรรษแรกระหว่างการปฏิบ ัติศาสนกิจของพระ เยซู เมือ ่ ถึงสมัยพระคัมภีรใ์ หม่ ความแตกแยกนีส ้ ง่ ผลกระทบต่อชวี ต ิ ประจําวัน:

ั การหลีกเลีย ่ งและการร ักษาระยะห่างทางสงคม: นักเดินทางชาวยิวทีเ่ ดินทางระหว่างกาลิลแ ี ละยู ้ เดีย มักจะเลีย ่ งเสนทางผ่ านหุบเขาแม่นํ้าจอร์แดนโดยเฉพาะ เพือ ่ หลีกเลีย ่ งการเหยียบย่างเข ้าไปในดิน แดนของชาวสะมาเรีย การดูหมิน ่ ทางว ัฒนธรรม: การเรียกชาวยิวว่า "ชาวสะมาเรีย" ถือเป็ นการดูหมิน ่ อย่างร ้ายแรง เทียบ เท่ากับการเรียกพวกเขาว่าเป็ นพวกนอกรีตหรือผู ้ละทิง้ ศาสนา (ดังทีเ่ ห็นในยอห์น 8:48) เหตุการณ์การลบหลู:่ จากบันทึกทางประวัตศ ิ าสตร์ของฟลาวิอส ุ โจเซฟั ส ระบุวา่ ในสมัยทีพ ่ ระเยซูยงั ทรงพระเยาว์ กลุม ่ ชาวสะมาเรียได ้แอบนํ ากระดูกมนุษย์ไปโปรยไว ้ในพระวิหารเยรูซาเล็มในชว่ งเทศกาล ปั สกา เพือ ่ ทําให ้พระวิหารแปดเปื้ อน

่ ยเสริมความหมายของคําอุปมา ้ งึ ชว เหตุใดบริบทนีจ

้ เมือ ่ ทนายความถามว่า "แล ้วใครคือเพือ ่ นบ ้านของฉั น?" ในลูกา 10:29 เขาคาดหวังคําตอบเป็ นเสนแบ่ ง เขตแดน ซงึ่ เป็ นการยืนยันว่า "เพือ ่ นบ ้าน" หมายถึงเฉพาะพลเมืองชาวยิวทีป ่ ฏิบต ั ต ิ ามกฎหมายเท่านัน ้ เมือ ่ พระเยซูทรงกล่าวถึงชาวสะมาเรียในเรือ ่ งราว: ปัจจ ัยทีส ่ ร้างความตกใจ: ผู ้ฟั งคาดหวังเรือ ่ งราวทีม ่ ต ี วั ละครหลักสามคน ได ้แก่ ปุโรหิต เลวี และชาว อิสราเอลทั่วไป การนํ าชาวสะมาเรียทีถ ่ ก ู ดูหมิน ่ มาไว ้ในตําแหน่งทีส ่ ามนัน ้ ทําลายความคาดหวังทาง ิ้ เชงิ วัฒนธรรมของพวกเขาไปอย่างสน ั รูตวั ฉกาจเพือ พลิกผ ันสถานการณ์: ชาวยิวผู ้บาดเจ็บต ้องพึง่ พาศต ่ เอาชวี ต ิ รอด การนิยามความร ักเพือ ่ นบ้านใหม่: พระเยซูทรงพิสจ ู น์วา่ ความเมตตาไม่ขน ึ้ อยูก ่ บ ั ความบาดหมางใน อดีต อคติ และขอบเขตทางสงั คม ความเป็ นเพือ ่ นบ ้านทีแ ่ ท ้จริงแสดงออกผ่านการกระทําทีเ่ ห็นอกเห็น ่ ใจต่อทุกคนทีต ่ ้องการความชวยเหลือ โดยไม่คํานึงถึงภูมห ิ ลัง

ั ส ิ ธิ์ ก ับการยึดมน ธรรมชาติอ ันสุดขวของพระเมตตาอ ั้ ันศกดิ ์ ท ่ ั ใน กฎเกณฑ์เพือ ่ ความชอบธรรมในตนเอง แม ้ว่านิทานเรือ ่ งชาวสะมาเรียผู ้ใจดีมักถูกตีความว่าเป็ นคําสอนด ้านจริยธรรมเกีย ่ วกับความเมตตา แต่ แก่นแท ้ทางศาสนศาสตร์ของเรือ ่ งนีล ้ ก ึ ซงึ้ กว่านัน ้ มาก หนึง่ ในประเด็นทางศาสนศาสตร์ทโี่ ดดเด่นทีส ่ ด ุ ในข ้อความนีค ้ อ ื ธรรมชาติอ ันสุดขวของพระเมตตาของพระเจ้ ั้ าก ับการยึดมน ่ ั ในกฎเกณฑ์เพือ ่ ความชอบธรรมของ ตนเอง

4


ชาวสะมาเรียผูใ้ จดี

ต่อไปนีเ้ ป็ นการวิเคราะห์หวั ข ้อนีใ้ นสามมิต:ิ

1. การหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง ก ับ การเปลีย ่ นแปลงจิตใจ บทสนทนาเริม ่ ต ้นด ้วยการถกเถียงทางกฎหมายและศาสนศาสตร์:

ั เจนว่า ทนายความถามว่า "แล ้วใครคือเพือ เจตนาของทนายความ: ข ้อ 29 ระบุไว ้อย่างชด ่ นบ ้านของ ฉั น?" เพราะเขา "ต้องการหาเหตุผลมาสน ับสนุนตนเอง" เขากําลังมองหาคําจํากัดความทาง ้ บ กฎหมายทีแ ่ ม่นยํา ซงึ่ จะชว่ ยให ้เขากําหนดขอบเขตของภาระผูกพันของตนได ้—เสนที ่ ง่ บอกว่าหน ้าที่ ของเขาจบลงทีใ่ ด และเขาสามารถหยุดรักได ้อย่างสบายใจทีใ่ ด ความข ัดแย้งทางศาสนศาสตร์: นักกฎหมายมองความชอบธรรมว่าเป็ นเหมือนรายการตรวจสอบขอบ เขตทางกฎหมาย ในขณะทีพ ่ ระเยซูทรงปรับมุมมองใหม่เกีย ่ วกับความชอบธรรม โดยมองว่าเป็ นสภาวะ ของจิตใจทีแ ่ สดงออกในความรักทีป ่ ราศจากเงือ ่ นไข ความแตกต่าง: ความศรัทธาทีแ ่ ท ้จริงนัน ้ วัดไม่ได ้จากขอบเขตหน ้าทีท ่ เี่ รากําหนดไว ้อย่างแคบๆ แต่ จากขอบเขตความเมตตาของพระเจ ้าทีเ่ ราแผ่ขยายออกไป

2. ภาพลวงตาของความบริสท ุ ธิต ์ ามพิธก ี รรมทีป ่ ราศจากความเมตตา

การมีสว่ นร่วมของปุโรหิตและเลวีเน ้นให ้เห็นถึงคําเตือนทางศาสนศาสตร์ทส ี่ ําคัญเกีย ่ วกับการจัดลําดับ ความสําคัญทางศาสนา: ํ ค ัญยิง่ กว่า: ภายใต ้กฎของพันธสญ ั ญาเดิม การสม ั ผัสศพทําให ้ กฎแห่งความบริสท ุ ธิ์ ก ับเรือ ่ งสา ปุโรหิตเป็ นมลทินตามพิธก ี รรม (เลวีนต ิ ิ 21:1) เหยือ ่ ทีอ ่ ยูบ ่ นถนนนัน ้ "เกือบตาย" (ลูกา 10:30) หาก ่ ี ปุโรหิตหรือเลวีหยุดและพบว่าเขาตายแล ้ว พวกเขาก็จะเสยงต่อการเป็ นมลทินตามพิธก ี รรม ขัดจังหวะ หน ้าทีท ่ างศาสนาและสถานะในชุมชนของพวกเขา ํ ค ัญทีผ การจ ัดลําด ับความสา ่ ด ิ พลาด: พวกเขาให ้ความสําคัญกับ เงาของพิธก ี รรม มากกว่า สาระ ี ธรรม พระเยซูทรงสอนอย่างต่อเนือ สาํ คัญทางศล ่ งตลอดพระวรสารว่า ความรัก ความเมตตา และชวี ต ิ ํ ่ มนุษย์นัน ้ สาคัญกว่าพิธก ี าร (เชน การรักษาคนป่ วยในวันสะบาโต) มุมมองทางศาสนศาสตร์: ศาสนาทีป ่ กป้ องบุคคลจากความทุกข์ยากของมนุษย์ แทนทีจ ่ ะผลักดันให ้ ิ กับความทุกข์นัน พวกเขาเผชญ ้ ล ้มเหลวในการสะท ้อนถึงพระลักษณะของพระเจ ้า

่ ท้จริงของศร ัทธา 3. ความเมตตาคือมาตรว ัดทีแ ิ้ เชงิ : พระเยซูทรงเปลีย ่ นแปลงข ้อสมมติฐานเริม ่ ต ้นของทนายความโดยสน ทนายความถามว่า:

พระเยซูตร ัสตอบว่า:

"ใครคือเพือ ่ นบ้านของฉ ัน?" ิ ธิไ์ ด ้รับความรักจาก (ประเด็นหลัก: ใครบ ้างทีม ่ ส ี ท ฉั น?)

้ คนใดเป็นเพือ "ในบรรดาคนทงสามนี ั้ ่ นบ้าน ของเขา?" (จุดสนใจ: ฉั นเป็ นคนแบบไหน?)

ี่ งอันตราย และ พระคุณทีแ ่ สดงออกอย่างแท้จริง: ความเมตตาของชาวสะมาเรียนัน ้ มีราคาแพง เสย ่ ี ี ้ ้ ปราศจากเงือ ่ นไข เขายอมเสยงชวต ิ บนเสนทางทีอ ่ น ั ตราย ใชทัง้ นํ้ ามันและเหล ้าองุน ่ ของตนเอง สละ ้ นของตนเอง และสญ ั ญาว่าจะกลับมาจ่ายเพิม พาหนะ ใชเงิ ่ อีก

5


ชาวสะมาเรียผูใ้ จดี

ี รู, สะท้อนถึงธรรมชาติของพระเจ้า: ในเทววิทยาตามคัมภีรไ์ บเบิล ความเมตตา ( hesed ในภาษาฮบ ึ เห็นอกเห็นใจ แต่เป็ นการแสดงความสงสารอย่างแท ้จริง eleos ในภาษากรีก) ไม่ใชเ่ พียงแค่ความรู ้สก ั ญา ชาวสะมาเรียได ้กลายเป็ นภาพลักษณ์ของพระคุณของพระเจ ้าโดยการแสดงความโปรด ตามพันธสญ ั รู ปรานทีไ่ ม่สมควรได ้รับแก่คนทีอ ่ าจมองว่าเขาเป็ นศต

การตีความเชงิ เปรียบเทียบทางประว ัติศาสตร์ (มุมมองทางคริสตวิทยา) ่ ออกัสติน โอริเจน และคริสโตสตอม) ก็ ตลอดประวัตศ ิ าสตร์ของคริสตจักร นัก богоศาสตร์ยค ุ แรก (เชน ่ กัน: มองเห็นแก่น เรือ ่ งเกีย ่ วก ับพระคริสต์ ทีล ่ ก ึ ซงึ้ แฝงอยูใ่ นคําอุปมานีเ้ ชน น ักเดินทางผูต ้ กตํา่ : มนุษยชาติทป ี่ ราศจากความชอบธรรมและบอบชาํ้ จากบาป ถูกทิง้ ไว ้ครึง่ ตายบน ้ เสนทางของโลกที ล ่ ม ่ สลาย ื่ มทรามของมนุษย์ได ้ ปุโรหิตและเลวี: กฎหมายและระบบการถวายบูชา ซงึ่ สามารถสงั เกตเห็นความเสอ แต่ขาดอํานาจในการรักษาหรือชว่ ยกู ้ให ้รอดพ ้น ชาวสะมาเรียผูใ้ จดี: พระเยซูคริสต์เอง— ผู ้ถูกดูหมิน ่ ถูกปฏิเสธ และถูกมองว่าเป็ นคนนอกโดย สถาบันศาสนา—แต่ยงั เสด็จมายังทีท ่ ม ี่ นุษยชาติกําลังจะตาย ั ดิส ิ ธิ์ พระวิญญาณบริสท นํา้ ม ัน ไวน์ และโรงแรม: พระคุณอันศก ์ ท ุ ธิ์ และคริสตจักรในฐานะสถานที่ ั ดิส ิ ธิเ์ พือ ศก ์ ท ่ การเยียวยาจนกว่าพระองค์จะเสด็จกลับมา ั ญา มุมมองทางคริสต ในขณะทีบ ่ ริบททางประวัตศ ิ าสตร์หลักเป็ นบทเรียนด ้านจริยธรรมและพันธสญ วิทยาแบบดัง้ เดิมนีเ้ น ้นยํ้าว่า เราสามารถแสดงความเมตตาอย่างสุดซงึ้ ต่อผู ้อืน ่ ได ้ก็ตอ ่ เมือ ่ พระคริสต์ทรง แสดงความเมตตาอย่างสุดซงึ้ ต่อเราก่อนเมือ ่ เราขาดแคลนทางจิตวิญญาณ

6


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
Thai - The Good Samaritan by Filipino Tracts and Literature Society Inc. - Issuu