Skip to main content

E-book_คู่มือการจัดการศัตรูพืชของเสาวรสหวานบนพื้นที่สูง

Page 1

ค์ู � มื อ การจั​ั ด การศั​ั ต รูพั ้ ช ของ

หวาน เสา•วบั นรพั้ส � น ที่​่� สู ง •

สถาบั​ันวิ​ิจั​ัยและพั​ัฒนาพั้�นที่​่�สูง (องค์​์การมหาชน)


คู่​่ � มื​ือ การจั​ั ด การศั​ั ตรู​ูพื​ื ช ของ

หวาน เสา•วบ นรพื้​้ส � น ที่​่� สู​ู ง •

สถาบั​ันวิ​ิจั​ัยและพั​ัฒนาพื้​้�นที่​่�สู​ูง (องค์​์การมหาชน)


ที่​่�ปรึ​ึกษา

นายวิ​ิรัต ั น์​์ ปราบทุ​ุกข์​์ ดร.อั​ัจฉรา ภาวศุ​ุทธิ์​์�

ผู้​้�เขี​ียนและเรี​ียบเรี​ียง

ผู้​้�อำำ�นวยการสถาบั​ันวิ​ิจั​ัยและพั​ัฒนาพื้​้�นที่​่�สู​ูง

ผู้​้อำ � ำ�นวยการสำำ�นั​ักวิ​ิจัย ั สถาบั​ันวิ​ิจัย ั และพั​ัฒนาพื้​้�นที่​่สู​ู � ง

นางสาวธี​ีรนาฎ ศั​ักดิ์​์�ปรี​ีชากุ​ุล

สถาบั​ันวิ​ิจั​ัยและพั​ัฒนาพื้​้�นที่​่�สู​ูง (องค์​์การมหาชน)

นายศิ​ิวดล กิ​ิติ​ิตาล

สถาบั​ันวิ​ิจั​ัยและพั​ัฒนาพื้​้�นที่​่�สู​ูง (องค์​์การมหาชน)

นายศุ​ุภคม คล้​้ายโตนด

นางสาวหั​ัทยา พั​ัฒนะพงศ์​์พั​ันธุ์​์�

พิ​ิมพ์​์ครั้​้�งที่​่� 1 จำำ�นวนที่​่�พิ​ิมพ์​์ จั​ัดทำำ�โดย

สถาบั​ันวิ​ิจั​ัยและพั​ัฒนาพื้​้�นที่​่�สู​ูง (องค์​์การมหาชน) สถาบั​ันวิ​ิจั​ัยและพั​ัฒนาพื้​้�นที่​่�สู​ูง (องค์​์การมหาชน)

สิ​ิงหาคม 2569 500 เล่​่ม

สถาบั​ันวิ​ิจั​ัยและพั​ัฒนาพื้​้�นที่​่�สู​ูง (องค์​์การมหาชน)

65 หมู่​่� 1 ถนนสุ​ุเทพ ตำำ�บลสุ​ุเทพ

อำำ�เภอเมื​ือง จั​ังหวั​ัดเชี​ียงใหม่​่ 50200 โทรศั​ัพท์​์ 0 5332 8496-8

ออกแบบ/พิ​ิมพ์​์ที่​่� ISBN

โทรสาร 0 5332 8494, 0 5332 8229

หจก.วนิ​ิดาการพิ​ิมพ์​์ 14/2 หมู่​่� 5 ตำำ�บลสั​ันผี​ีเสื้​้�อ อำำ�เภอเมื​ือง จั​ังหวั​ัดเชี​ียงใหม่​่ 50300 โทรศั​ัพท์​์ 0 5311 0503-4 978-616-8082-31-7


คำำ�นำำ� คู่​่�มื​ือการจั​ั ดการศั​ัตรู​ูพื​ืชของเสาวรสหวานบนพื้​้�นที่​่� สู​ูง มี​ีวั​ั ตถุ​ุประสงค์​์ เพื่​่� อ รวบรวมองค์​์ความรู้​้จา � กการดำำ�เนิ​ินงานวิ​ิจั​ัยเพื่​่� อแก้​้ไขปั​ัญหาด้​้านการจั​ัดการศั​ัตรู​ูพื​ืช ในเสาวรสหวานซึ่​่� ง เป็​็ น พื​ืชเศรษฐกิ​ิ จสำ�ำ คั​ั ญ ของเกษตรกรบนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง จากการ เปลี่​่�ยนแปลงของสภาพอากาศในปั​ัจจุ​ุบั​ันที่​่� มี​ีอุ​ุณหภู​ูมิ​ิสู​ูงขึ้​้� น เกิ​ิดการระบาดของ ศั​ัตรู​ูพื​ืชที่​่�มากขึ้​้�น อี​ีกทั้​้�งการขาดความรู้​้�ความเข้​้าใจในการจำำ�แนกชนิ​ิดของศั​ัตรู​ูพื​ืช ทำำ�ให้​้การเลื​ือกใช้​้สารป้​้องกั​ั นกำำ�จั​ั ดไม่​่ตรงกั​ั บศั​ัตรู​ูพื​ืชเป้​้าหมาย อี​ีกทั้​้� งแมลงเกิ​ิ ด การปรั​ับตั​ัวและดื้​้�อต่​่อสารป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัด เกิ​ิดการใช้​้สารเคมี​ีที่​่�มากขึ้​้�น ส่​่งผลกระทบ ต่​่อความปลอดภั​ัยของผลผลิ​ิตและสภาพแวดล้​้อมบนพื้​้�นที่​่�สู​ูง คู่​่�มื​ือนี้​้�ประกอบด้​้วย ลั​ักษณะทั่​่�วไปของเสาวรสหวาน หลั​ักการจั​ัดการศั​ัตรู​ูพื​ืช แบบผสมผสาน เทคนิ​ิคการป้​้องกั​ันและกำำ�จั​ั ดศั​ัตรู​ูพื​ืชที่​่�สำ�ำ คั​ั ญของเสาวรสหวาน และโปรแกรมการจั​ัดการศั​ัตรู​ูพื​ืชที่​่�สำ�ำ คั​ัญโดยวิ​ิธีก ี ารแบบผสมผสาน (IPM) ในการ ปลู​ูกเสาวรสหวานภายใต้​้สภาพพื้​้�นที่​่�สู​ูงของไทย คณะผู้​้�จั​ัดทำำ�ขอขอบคุ​ุณสำำ�นั​ักงานคณะกรรมการส่​่งเสริ​ิมวิ​ิทยาศาสตร์​์ วิ​ิจั​ัย และนวั​ัตกรรม (สกสว.) ที่​่�สนั​ับสนุ​ุนทุ​ุนวิ​ิจั​ัยภายใต้​้งบประมาณสนั​ับสนุ​ุนงานวิ​ิจั​ัย มู​ูลฐาน (Fundamental Fund) และขอขอบคุ​ุณเจ้​้าหน้​้าที่​่�และเกษตรกรโครงการ พั​ัฒนาพื้​้�นที่​่สู​ู � งแบบโครงการหลวงสบเมย โครงการพั​ัฒนาพื้​้�นที่​่สู​ู � งแบบโครงการหลวง แม่​่ ส ามแลบ อำำ� เภอสบเมย จั​ั ง หวั​ั ด แม่​่ ฮ่​่ อ งสอน และโครงการพั​ั ฒ นาพื้​้� นที่​่� สู​ู ง แบบโครงการหลวงแม่​่ ส อง อำำ� เภอท่​่ า สองยาง จั​ั ง หวั​ั ด ตาก ที่​่� เ อื้​้� อเฟื้​้� อสถานที่​่� � ะเป็​็นประโยชน์​์ และอำำ�นวยความสะดวกในการวิ​ิจั​ัย และหวั​ังเป็​็นอย่​่างยิ่​่�งว่​่าคู่​่�มื​ือนี้​้จ แก่​่เจ้​้าหน้​้าที่​่�และเกษตรกรผู้​้ป � ลู​ูกเสาวรสหวาน นำำ�องค์​์ความรู้​้ใ� นการจั​ัดการศั​ัตรู​ูพื​ืช ไปปรั​ับใช้​้ให้​้เหมาะสมกั​ับบริ​ิบทพื้� ้นที่​่� เพื่​่� อการผลิ​ิตเสาวรสหวานคุ​ุณภาพสู​ูง และ มี​ีความปลอดภั​ั ย ตามความต้​้องการของผู้​้� บริ​ิ โ ภค และเป็​็ น มิ​ิ ต รกั​ั บสิ่​่� ง แวดล้​้อม

บนพื้​้�นที่​่�สู​ูง ซึ่​่ง� เป็​็นแหล่​่งต้​้นน้ำำ�ที่​่�สำ�ำ คั​ัญของประเทศ

คณะผู้​้�จั​ัดทำำ� •1•


สารบั​ัญ 3

4

19 21

24

44

53

บทนำำ� หลั​ักการจั​ัดการศั​ัตรู​ูพื​ืชแบบผสมผสาน (IPM) เทคนิ​ิคการป้​้องกั​ันและกำำ�จั​ัดศั​ัตรู​ูพื​ืช ลั​ักษณะทั่​่�วไปของเสาวรสหวาน โรคและแมลงศั​ัตรู​ูพื​ืชที่​่�สำำ�คั​ัญและการป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัด โปรแกรมการจั​ัดการศั​ัตรู​ูพื​ืชที่​่�สำำ�คั​ัญ ของเสาวรสหวานโดยวิ​ิธี​ีการ แบบผสมผสาน (IPM) เอกสารอ้​้างอิ​ิง

•2•


บทนำำ�

เสาวรสหวานเป็​็ น ไม้​้ผลที่​่� ไ ด้​้รั​ั บ การคั​ั ด เลื​ือกพั​ั น ธุ์​์�จากงานพั​ั ฒ นาและ

ส่​่งเสริ​ิมไม้​้ผล มู​ูลนิ​ิธิโิ ครงการหลวง และมี​ีการส่​่งเสริ​ิมให้​้เกษตรกรบนพื้​้�นที่​่�สู​ูงปลู​ูก

ตั้​้�งแต่​่ปี​ี พ.ศ. 2540 เป็​็นต้​้นมา โดยได้​้ศึ​ึกษาและพั​ัฒนาการผลิ​ิตเสาวรสหวานมา อย่​่างต่​่อเนื่​่� อง ร่​่วมกั​ับสถาบั​ันวิ​ิจั​ัยและพั​ัฒนาพื้​้�นที่​่�สู​ูง (องค์​์การมหาชน) หรื​ือ สวพส. ปั​ัจจุ​ุบั​ันเสาวรสหวานเป็​็นไม้​้ผลเศรษฐกิ​ิจสำำ�คั​ัญที่​่�สร้​้างรายได้​้ให้​้กั​ับเกษตรกรบน พื้​้�นที่​่�สู​ูงเป็​็นอย่​่างมาก โดยในพื้​้�นที่​่�ดำำ�เนิ​ินงานของมู​ูลนิ​ิธิ​ิโครงการหลวง มี​ีผลผลิ​ิต รวม 650.49 ตั​ัน และในพื้​้�นที่​่�ดำำ�เนิ​ินงานของ สวพส. มี​ีผลผลิ​ิตรวม 500.54 ตั​ัน (ข้​้อมู​ูลปี​ี พ.ศ. 2568) พั​ันธุ์​์�ที่�่นิย ิ มปลู​ูก ได้​้แก่​่ พั​ันธุ์​์� RPF No.1 RPF No.3 ไทนุ​ุง เหลื​ือง ์ นไม้​้ผล สวพส., 2569) อย่​่างไรก็​็ตามผลผลิ​ิต หวาน และชิ​ิวมี่​่� เป็​็นต้​้น (กลยุ​ุทธ์ด้​้า เสาวรสหวานที่​่เ� ดิ​ิมมี​ีลั​ักษณะผลสวย สี​ีม่​่วงเข้​้มสวยงาม และเป็​็นที่​่ต้​้อ � งการของตลาด ปริ​ิมาณและคุ​ุณภาพของผลผลิ​ิตกลั​ับลดลงอย่​่างมาก ผลบิ​ิดเบี้​้�ยวจากการเข้​้าทำำ�ลาย ของศั​ัตรู​ูพื​ืช หากมี​ีอาการรุ​ุ นแรง ส่​่งผลให้​้ไม่​่สามารถเก็​็บผลผลิ​ิตและจำำ�หน่​่ายได้​้ เกษตรกรบางรายปลู​ูกเสาวรสหวานมากเกิ​ินกว่​่าแรงงานที่​่�มี​ีสำำ�หรั​ับการจั​ัดการที่​่�ดี​ี ที่​่�สำำ�คั​ัญคื​ือเกษตรกรส่​่วนใหญ่​่ยังั ขาดองค์​์ความรู้​้ที่ � �ถู​ู ่ กต้​้องในเรื่​่�องการจั​ัดการศั​ัตรู​ูพื​ืช ใช้​้สารเคมี​ีไม่​่ถู​ูกต้​้อง อั​ัตราการใช้​้ไม่​่เหมาะสม ใช้​้ไม่​่ถู​ูกเวลา และไม่​่ตรงกั​ับชนิ​ิดของ ศั​ัตรู​ูพื​ืช ส่​่งผลให้​้ศั​ัตรู​ูพื​ืชยิ่​่�งระบาดเพิ่​่�มมากขึ้​้�น การจั​ัดทำำ�คู่​่�มื​ือนี้​้�จึ​ึงมุ่​่�งให้​้เจ้​้าหน้​้าที่​่� และเกษตรกรใช้​้เป็​็นแนวทางการจั​ัดการศั​ัตรู​ูพื​ืชของเสาวรสหวานได้​้อย่​่างเหมาะ สมกั​ับบริบทพื้ ิ �น ้ ที่​่� สามารถลดต้​้นทุ​ุนปั​ัจจั​ัยการผลิ​ิต และผลผลิ​ิตมี​ีคุณ ุ ภาพตามความ ต้​้องการของผู้​้�บริ​ิโภค ก่​่อให้​้เกิ​ิดรายได้​้ให้​้กั​ับเกษตรกรได้​้อย่​่างยั่​่�งยื​ืนภายใต้​้ระบบ เกษตรที่​่�เป็​็นมิ​ิตรต่​่อสิ่​่�งแวดล้​้อมบนพื้​้�นที่​่�สู​ูงของไทย

•3•


หลั​ักการจั​ัดการศั​ัตรู​ูพื​ืช แบบผสมผสาน

(Integrated Pest Management; IPM) หลั​ักการ IPM (Integrated Pest Management) คื​ือ การจั​ัดการศั​ัตรู​ูพื​ืช แบบผสมผสานโดยรวมหลายวิ​ิธี​ีเข้​้าด้​้วยกั​ัน เช่​่น การใช้​้ชี​ีววิ​ิธี​ี การเขตกรรม และ ใช้​้สารเคมี​ีเป็​็นทางเลื​ือกสุ​ุดท้​้าย เพื่​่� อลดผลกระทบต่​่อสิ่​่ง� แวดล้​้อม ดั​ังนั้​้�นการจั​ัดการ

ศั​ัตรู​ูพื​ืชแบบผสมผสาน จึ​ึงเป็​็นแนวทางหลั​ักในการป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัดโรคและแมลงศั​ัตรู​ูพื​ืช ที่​่ไ� ม่​่ก่อ ่ ให้​้เกิ​ิดผลกระทบต่​่อผลผลิ​ิต เกษตรกร ผู้​้บริ � โิ ภค และสิ่​่�งแวดล้​้อม โดยหลั​ักการ ของการจั​ัดการศั​ัตรู​ูพื​ืชแบบผสมผสาน เป็​็นการเลื​ือกใช้​้วิ​ิธีก ี ารจั​ัดการศั​ัตรู​ูพื​ืชตั้​้�งแต่​่ 2 วิ​ิธี​ีขึ้​้�นไปมาใช้​้ร่​่วมกั​ันอย่​่างเหมาะสม คุ้​้�มค่​่าทางเศรษฐกิ​ิจ เพื่​่� อลดระดั​ับปริ​ิมาณ ศั​ัตรู​ูพื​ืชให้​้อยู่​่�ในระดั​ับที่​่ไ� ม่​่ก่อ ่ ให้​้เกิ​ิดความเสี​ียหายทางเศรษฐกิ​ิจ และเกิ​ิดความสมดุ​ุล ของระบบนิ​ิเวศ เป็​็นการลดการใช้​้สารเคมี​ีเกษตรในการป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัดศั​ัตรู​ูพื​ืช หรื​ือ มี​ีการใช้​้สารเคมี​ีเกษตรเท่​่าที่​่�จำำ�เป็​็นเท่​่านั้​้�น หลั​ักปฏิ​ิบัติ ั ิสำำ�คั​ัญของ IPM (FAO, 2002) มี​ีดั​ังนี้​้�

1. ปลู​ูกพื​ืชให้​้แข็​็งแรง (Grow & Healthy Crop) มี​ีการจั​ัดการอย่​่างเหมาะสม

ในการเลื​ือกใช้​้พั​ันธุ์​์�ที่​่� มี​ีความต้​้านทานโรคและแมลง การให้​้ปุ๋​๋�ย การให้​้น้ำำ� และ การจั​ั ดการดิ​ิ นให้​้เหมาะสม ซึ่​่�งจะเป็​็นปั​ัจจั​ั ยสำำ�คั​ั ญที่​่� จะมี​ีผลต่​่ อการเจริ​ิญเติ​ิ บโต ของพื​ืช โดยพื​ืชที่​่�แข็​็งแรงนั้​้�นจะสามารถต้​้านทานต่​่อโรคและทดแทนการทำำ�ลาย ที่​่� อาจ เกิ​ิ ด จากโรคและแมลงต่​่ า ง ๆ ซึ่​่� ง อาจจะส่​่ ง ผลต่​่ อผ ลผลิ​ิ ต ของพื​ืชนั้​้� น ๆ การทำำ�ให้​้พื​ืชแข็​็งแรงจึ​ึงเป็​็นพื้​้�นฐานแรกในระบบการจั​ั ดการศั​ัตรู​ูพื​ืชโดยวิ​ิ ธี​ีผสม ผสานที่​่�จะทำำ�ให้​้ผลผลิ​ิตดี​ีหรื​ือไม่​่ดี​ี

2. วิ​ิ ธี​ีการควบคุ​ุมศั​ัตรู​ู พื​ืช วิ​ิ ธี​ีการที่​่� ใช้​้ในการป้​้องกั​ั น กำำ�จั​ั ด และควบคุ​ุม

ศั​ัตรู​ูพื​ืชมี​ีด้​้วยกั​ันหลายวิ​ิ ธี​ี ตั้​้� งแต่​่ วิ​ิธี​ีการง่​่าย ๆ ที่​่� เกษตรกรสามารถปฏิ​ิ บั​ัติ​ิได้​้เอง ในการเพาะปลู​ูกและดู​ูแลรั​ั ก ษาเป็​็ น ประจำำ� หรื​ือสามารถปฏิ​ิ บั​ั ติ​ิ ไ ด้​้เอง ได้​้แก่​่ วิ​ิธีเี ขตกรรม วิ​ิธีก ี ล วิ​ิธี​ีฟิ​ิสิ​ิกส์​์ ชี​ีววิ​ิธี​ี การใช้​้แมลงเป็​็นหมั​ัน การใช้​้สารธรรมชาติ​ิ และ

•4•


สถาบั​ัน วิ​ิจั​ัย และพั​ัฒนาพื้​้�น ที่​่�สู​ูง (องค์​์ก ารมหาชน)

การใช้​้สารเคมี​ีป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัดศั​ัตรู​ูพื​ืช เป็​็นต้​้น โดยวิ​ิธีก ี ารแต่​่ละวิ​ิธี​ีมี​ีทั้​้�งจุ​ุดแข็​็งและจุ​ุด อ่​่อน ดั​ังนั้​้�นจึ​ึงเป็​็นเหตุ​ุผลของการใช้​้วิ​ิธี​ีผสมผสานคื​ือผลที่​่เ� กิ​ิดขึ้​้�นต้​้องมี​ีประสิ​ิทธิภ ิ าพ สู​ูงสุ​ุด ประหยั​ัด ปลอดภั​ัยต่​่อเกษตรกร ผู้​้�บริ​ิโภค และเป็​็นมิ​ิตรกั​ับสิ่​่�งแวดล้​้อม

ั ษ์​์ ศัต 3. อนุ​ุรัก ั รู​ูธรรมชาติ​ิ (Conserve Natural Enemies) ในระบบนิ​ิเวศ

เกษตรทุ​ุ ก ระบบ จะมี​ีสิ่​่� ง มี​ีชี​ีวิ​ิ ต ที่​่� เ ป็​็ น ประโยชน์​์ หรื​ือที่​่� เ รี​ียกว่​่ า ศั​ั ตรู​ูธ รรมชาติ​ิ

ซึ่​่�งจะช่​่วยควบคุ​ุมปริ​ิมาณของศั​ัตรู​ูพื​ืชอยู่​่�ตลอดเวลา การเข้​้าใจถึ​ึงการเปลี่​่�ยนแปลง ประชากรศั​ัตรู​ูพื​ืช เข้​้าใจวิ​ิธีก ี ารจั​ัดการศั​ัตรู​ูพื​ืช และรู้​้�จั​ักบทบาทของศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิ ศั​ัตรู​ูพื​ืช วงจรชี​ีวิ​ิต ห่​่วงโซ่​่อาหาร จึ​ึงเป็​็นสิ่​่�งจำำ�เป็​็น เพื่​่� อให้​้ศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิยั​ังคงอยู่​่� เพื่​่� อค วบคุ​ุ ม ปริ​ิ ม าณศั​ั ตรู​ูพื​ื ช รวมทั้​้� ง การส่​่ ง เสริ​ิ ม ให้​้มี​ีการเพิ่​่� ม ปริ​ิ ม าณของศั​ั ตรู​ู ธรรมชาติ​ิ และทราบถึ​ึงผลกระทบของสารเคมี​ีกำำ�จั​ัดศั​ัตรู​ูพื​ืชต่​่อศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิ การควบคุ​ุ ม ศั​ั ตรู​ูพื​ื ชโดยชี​ีววิ​ิ ธี​ี เป็​็ น การใช้​้ประโยชน์​์ จา กศั​ั ตรู​ูธ รรมชาติ​ิ (Natural enemies) ซึ่​่�งประกอบด้​้วย ตั​ัวห้ำำ�หรื​ือแมลงห้ำำ� (Predators) ตั​ัวเบี​ียนหรื​ือ แมลงเบี​ียน (Parasites หรื​ือ Parasitoids) ไส้​้เดื​ือนฝอย (Nematodes) และ เชื้​้�อจุ​ุลิ​ินทรี​ีย์​์ (Microorganisms) ที่​่� เป็​็นประโยชน์​์และก่​่อให้​้เกิ​ิดโรคแก่​่ศั​ัตรู​ูพื​ืช ทำำ�ให้​้มี​ีปริ​ิมาณศั​ัตรู​ูพื​ืชลดลงและลดความเสี​ียหายจากศั​ัตรู​ูพื​ืชได้​้ และยั​ังไม่​่ก่อ ่ ให้​้เกิ​ิด ผลกระทบต่​่อระบบนิ​ิเวศ

4. สำำ�รวจตรวจแปลงสม่ำำ�เสมอ (Go to Field Regularly) การปฏิ​ิบัติ ั ิเช่​่นนี้​้�

จำำ�เป็​็นสำำ�หรั​ับการติ​ิ ดตาม/ประเมิ​ินการเจริ​ิญเติ​ิ บโตของพื​ืช รวมถึ​ึงโรค วั​ั ชพื​ืช และแมลงศั​ัตรู​ูพื​ืชต่​่าง ๆ เกษตรกรควรมี​ีการสำำ�รวจแปลงทุ​ุกสั​ัปดาห์​์เพื่​่� อสั​ังเกต การเจริ​ิญเติ​ิบโตของพื​ืช ความเสี​ียหายที่​่�เกิ​ิดขึ้​้�นจากศั​ัตรู​ูพื​ืช รวมทั้​้�งองค์​์ประกอบอื่​่� น ในระบบนิ​ิเวศ เช่​่น แมลงศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิ วั​ัชพื​ืช สภาพอากาศ ดิ​ิน น้ำำ� ซึ่​่�งมี​ีผลต่​่อพื​ืช ความเข้​้าใจขององค์​์ประกอบต่​่าง ๆ ของระบบนิ​ิเวศในแปลงจะทำำ�ให้​้สามารถจั​ัดการ แปลงได้​้อย่​่างถู​ูกต้​้อง

5. เกษตรกร คื​ือ ผู้​้ชำ � ำ�นาญในการจั​ัดการ (Farmer is an Expert) คื​ือ สิ่​่�งจำำ�เป็​็น

ในระบบการเกษตรสมั​ัยใหม่​่ ที่​่�จะช่​่วยให้​้เกษตรกรสามารถจั​ัดการแปลงพื​ืชของตน

และเพิ่​่�มประสิ​ิทธิภ ิ าพในการทำำ�งาน ดั​ังนั้​้�นเกษตรกรควรเพิ่​่�มทั​ักษะ และความเข้​้าใจ ที่​่�ถู​ูกต้​้องในเรื่​่�องระบบนิ​ิเวศในการปลู​ูกพื​ืช

•5•


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

วิ​ิธี​ีการควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืช 1. วิ​ิธี​ีเขตกรรม (Cultural control) คื​ือ การปรั​ับปรุ​ุ งสภาพแวดล้​้อมและแปลงปลู​ูก เพื่​่� อให้​้พื​ืชเจริ​ิญเติ​ิบโต แข็​็งแรง ทนทานต่​่อการเข้​้าทำำ�ลายของศั​ัตรู​ูพื​ืชได้​้ โดยใช้​้วิ​ิธี​ีการและปั​ัจจั​ัยในการ ปลู​ูกพื​ืชอย่​่างถู​ูกต้​้อง ได้​้แก่​่ 1.1 การเตรี​ียมพื้​้�นที่​่� ให้​้เหมาะสมต่​่อการปลู​ูกพื​ืช เช่​่น แหล่​่งน้ำำ� การวาง ระบบการให้​้น้ำำ� การทำำ�เนิ​ิน (Mounding หรื​ือ Raised Planting Bed) เป็​็นวิ​ิธี​ีที่�่ แนะนำำ�สำำ�หรั​ับการปลู​ูกเสาวรส โดยเฉพาะในพื้​้�นที่​่�ที่�่มี​ีฝนตกชุ​ุกหรื​ือดิ​ินระบายน้ำำ� ไม่​่ดี​ี เป็​็นต้​้น 1.2 การไถพรวน โดยกลั​ับหน้​้าดิ​ินขึ้​้�นตาก เพื่​่� อตั​ัดวงจรชี​ีวิ​ิตและทำำ�ลาย ศั​ัตรู​ูพื​ืชที่​่�อยู่​่�ในดิ​ิน และกำำ�จั​ัดศั​ัตรู​ูพื​ืช ในช่​่วงการเตรี​ียมพื้​้�นที่​่�

•6•


สถาบั​ัน วิ​ิจั​ัย และพั​ัฒนาพื้​้�น ที่​่�สู​ูง (องค์​์ก ารมหาชน)

1.3 การปรั​ับสภาพดิ​ิน โดยเตรี​ียมดิ​ินให้​้มี​ีค่​่าความเป็​็นกรดเป็​็นด่​่าง (pH) ที่​่เ� หมาะสมสำำ�หรั​ับการเจริ​ิญเติ​ิบโตของพื​ืช มี​ีแร่​่ธาตุอา ุ หารสมบู​ูรณ์​์ โดยเฉพาะหน้​้าดิ​ิน

การเตรี​ียมพื้​้�นที่​่� ให้​้เหมาะสมต่​่อการปลู​ูกพื​ืช ที่​่�มา : https://www.facebook.com/passionfruit741/videos/การปลู​ูกเสาวรสพั​ันธุ์​์ห� วาน ไต้​้หวั​ัน-นอกจากต้​้องให้​้ความสำำ�คั​ัญของคุ​ุณภาพแหล่​่งที่​่�มาของต้​้นพั​ัน/1905937340266994/ 1.4 การใช้​้พั​ันธุ์​์�ดี​ี โดยเลื​ือกสายพั​ันธุ์​์�ที่​่�ดี​ี มี​ีคุ​ุณภาพ ต้​้านทานต่​่อศั​ัตรู​ูพื​ืช ใช้​้อั​ัตราปลู​ูก ระยะปลู​ูก และช่​่วงฤดู​ูปลู​ูกที่​่�เหมาะสมกั​ับพื้� น ้ ที่​่� 1.5 การให้​้น้ำำ�และปุ๋​๋�ยที่​่ถู​ู � กต้​้อง ถู​ูกสู​ูตร ถู​ูกช่​่วงเวลา และสม่ำำ�เสมอ เพื่​่�อให้​้พื​ืช ได้​้รั​ับน้ำำ�และปุ๋​๋�ยได้​้อย่​่างเหมาะสมกั​ับระยะการเจริ​ิญเติ​ิบโตพื​ืชในแต่​่ละระยะ 1.6 การกำำ�จั​ั ดวั​ั ชพื​ืช วั​ั ชพื​ืช เป็​็ น แหล่​่ ง อาศั​ั ย และขยายพั​ั น ธุ์​์�ของ แมลงศั​ั ตรู​ูพื​ื ช และเป็​็ น พื​ืชอาศั​ั ย รอง (secondary host หรื​ือ alternate host) ของเชื้​้� อสาเหตุ​ุ โ รคพื​ืช นอกจากนี้​้� ยั​ั ง แย่​่งน้ำำ�และธาตุ​ุอาหารจากพื​ืชปลู​ูกทำำ�ให้​้ พื​ืชปลู​ูกอ่​่อนแอ

การกำำ�จั​ัดวั​ัชพื​ืชภายในแปลงเสาวรส

•7•


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

1.7 การตั​ั ด แต่​่ ง กิ่​่� ง ต้​้นพื​ืชที่​่� มี​ี กิ่​่�งก้​้านที่​่�มากเกิ​ินไปทำำ�ให้​้ทรงพุ่​่�มหนาทึ​ึบ ส่​่ ง ผลให้​้พื​ืชสั​ั ง เคราะห์​์ แ สงได้​้ไม่​่ เ ต็​็ ม ที่​่� � เกิ​ิดการสะสมความชื้​้�น กลายเป็​็นที่​่อยู่​่�อา ศั​ัย และขยายพั​ันธุ์​์�ของศั​ัตรู​ูพื​ืช 1.8 การปลู​ูกพื​ืชคลุ​ุ ม ดิ​ิ น เพื่​่� อ รั​ักษาหน้​้าดิ​ิน ป้​้องกั​ันการชะล้​้าง พั​ังทลาย

การตั​ัดแต่​่งกิ่​่�งเสาวรส เพื่​่�อจั​ัดทรงต้​้น และลดการแพร่​่ระบาดของศั​ัตรู​ูพื​ืช

หน้​้าดิ​ิน รั​ักษาความชุ่​่�มชื้​้�นในฤดู​ูแล้​้ง และ รั​ั ก ษาการอยู่​่�รอดของจุ​ุ ลิ​ิ น ทรี​ีย์​์ ใ นดิ​ิ น นอกจากนี้​้� ก ารปุ๋​๋� ย พื​ืชสด เพื่​่� อบำำ� รุ​ุ ง ความ อุ​ุดมสมบู​ูรณ์​์ของดิ​ินและจุ​ุลิ​ินทรี​ีย์​์ที่�่เป็​็นคุ​ุณประโยชน์​์ต่​่อพื​ืช 1.9 การปลู​ูกพื​ืชหมุ​ุนเวี​ียน ควรปลู​ูกพื​ืชคนละกลุ่​่�มพื​ืชสลั​ับกั​ับพื​ืชปลู​ูก หรื​ือกลุ่​่�มพื​ืชที่​่�มี​ีความแตกต่​่างกั​ันเพื่​่� อตั​ัดวงจรอาหารและแหล่​่งที่​่�อยู่​่�อาศั​ัยของศั​ัตรู​ู พื​ืชไม่​่ให้​้มี​ีต่​่อเนื่​่� อง เพื่​่� อการดำำ�รงชี​ีวิ​ิตและเพิ่​่�มปริ​ิมาณของศั​ัตรู​ูพื​ืช 1.10 การปลู​ูกพื​ืชผสม เพื่​่� อกำำ�จั​ั ดแหล่​่งอาหารและจำำ�กั​ั ดขอบเขตพื้​้�นที่​่� การระบาดของศั​ัตรู​ูพื​ืช เพราะหากมี​ีการปลู​ูกพื​ืชชนิ​ิดเดี​ียวเป็​็นพื้​้�นที่​่�กว้​้าง เมื่​่�อเกิ​ิด การระบาดขึ้​้�นจะขยายบริ​ิเวณออกไปได้​้อย่​่างรวดเร็​็ว 1.11 การเลื่​่� อนเวลาปลู​ูก วิ​ิ ธี​ี ก ารนี้​้� ใ ช้​้กั​ั บพื​ื ชล้​้มลุ​ุ ก หรื​ือพื​ืชอายุ​ุ สั้​้� น

โดยพิ​ิจารณาเลี่​่�ยงช่​่วงเวลาที่​่�มี​ีความเสี่​่�ยงต่​่อการเข้​้าทำำ�ลายของศั​ัตรู​ูพื​ืช แต่​่ต้​้อง เหมาะสมกั​ั บ การเจริ​ิ ญ เติ​ิ บ โตของพื​ืชชนิ​ิ ด นั้​้� น ๆ โดยเฉพาะช่​่ ว งวิ​ิ ก ฤตของการ เจริ​ิญเติ​ิบโตหรื​ือการให้​้ผลผลิ​ิต เป็​็นต้​้น 1.12 การปลู​ูกพื​ืชแนวรั้​้� ว บั​ั ง ลม และขอบเขตเป็​็ น แปลงย่​่ อ ย เพื่​่� อ ลด การขยายพื้​้�นที่​่�การระบาดของโรคแมลง

2. วิ​ิธี​ีกล (Mechanical control) วั​ั ตถุ​ุ ป ระสงค์​์ เ พื่​่� อลดปริ​ิ ม าณศั​ั ตรู​ูพื​ื ชด้​้วยวิ​ิ ธี​ี ห รื​ือเครื่​่� องมื​ืออย่​่ า งง่​่ า ย เมื่​่� อมี​ีศั​ั ตรู​ูพื​ื ชเข้​้าทำำ� ลาย ถ้​้าพบจำำ� นวนน้​้อยสามารถใช้​้แรงงานคน เครื่​่� องมื​ือ หรื​ืออุ​ุปกรณ์​์ช่ว ่ ยในการกำำ�จั​ัด หรื​ือใช้​้กั​ับดั​ักในการควบคุ​ุม ได้​้แก่​่

•8•


สถาบั​ัน วิ​ิจั​ัย และพั​ัฒนาพื้​้�น ที่​่�สู​ูง (องค์​์ก ารมหาชน)

2.1 การจั​ั บทำำ�ลายโดยใช้​้มื​ือเมื่​่� อพบศั​ัตรู​ูพื​ืช หรื​ือเขย่​่าต้​้ นไม้​้ให้​้แมลง

ศั​ัตรู​ูพื​ืชร่​่วงหล่​่นแล้​้วนำำ�ไปทำำ�ลาย

2.2 การใช้​้แรงงาน เช่​่น ตั​ัดแต่​่งต้​้น กิ่​่�ง ใบ ที่​่�เป็​็นโรคหรื​ือแมลงที่​่�เกาะ

อยู่​่�กั​ับที่​่�หรื​ือเคลื่​่� อนที่​่�ช้​้า และนำำ�ไปเผาทำำ�ลาย

2.3 การใช้​้มุ้​้�งหรื​ือตาข่​่ายคลุ​ุมแปลงหรื​ือโรงเรื​ือน เพื่​่� อป้​้องกั​ันแมลงจาก

ภายนอกเข้​้ามาทำำ�ลายพื​ืชภายในแปลง เช่​่น การใช้​้ตาข่​่ายทำำ�เป็​็นมุ้​้�งคลุ​ุมแปลง การปลู​ูกพื​ืชในโรงเรื​ือน

2.4 การใช้​้กั​ั บดั​ั ก กรงดั​ั ก ตาข่​่ า ย เพื่​่� อดั​ั ก จั​ั บ แมลง และป้​้ อ งกั​ั น สั​ั ตว์​์

ศั​ัตรู​ูพื​ืช เช่​่น หนู​ู นก ค้​้างคาว เป็​็นต้​้น

2.5 การใช้​้เครื่​่� องยนต์​์ เช่​่น เครื่​่� องจั​ับตั๊​๊�กแตน หรื​ือเครื่​่� องดู​ูดแมลง

3. วิ​ิธี​ีฟิ​ิสิ​ิกส์​์ (Physical control)

คื​ือการใช้​้วิ​ิ ธี​ี ก ารหรื​ือเครื่​่� อ งมื​ือทางวิ​ิ ท ยาศาสตร์​์ ใ นการควบคุ​ุ ม แมลง

ศั​ัตรู​ูพื​ืช เช่​่น ความร้​้อน แสง เสี​ียง ในการไล่​่ ล่​่อ กำำ�จั​ัด ได้​้แก่​่

3.1 การใช้​้รั​ั ง สี​ี ได้​้แก่​่ การฉายรั​ั ง สี​ีกำำ� จั​ั ด ศั​ั ตรู​ูพื​ื ชที่​่� ติ​ิ ด ไปกั​ั บผ ลผลิ​ิ ต

ทางการเกษตร เช่​่ น การฉายรั​ั ง สี​ีผลไม้​้ก่​่ อ นส่​่ ง ออกไปประเทศสหรั​ั ฐ อเมริ​ิ ก า

เพื่​่� อกำำ�จั​ัดหนอนเจาะเมล็​็ดทุ​ุเรี​ียน ด้​้วงงวงเจาะเมล็​็ดมะม่​่วง และแมลงวั​ันผลไม้​้ชนิ​ิด

Bactrocera dorsalis และ B. correcta เป็​็นต้​้น

3.2 การใช้​้เครื่​่� องมื​ือทำำ�เสี​ียง เกิ​ิดคลื่​่� นเสี​ียงความถี่​่�ต่ำำ�เพื่​่� อไล่​่แมลง

3.3 การใช้​้ความร้​้อน เช่​่น การอบดิ​ินในแปลง โดยใช้​้ความร้​้อนสำำ�หรั​ับ

กำำ�จั​ัดแมลงศั​ัตรู​ูพื​ืชชนิ​ิดต่​่าง ๆ ที่​่�อยู่​่�ในดิ​ิน หรื​ือใช้​้การอบด้​้วยไอร้​้อนเพื่​่� อกำำ�จั​ัดแมลง

ที่​่�ติ​ิดไปกั​ับผลผลิ​ิต เป็​็นต้​้น

3.4 การใช้​้กั​ั บดั​ั ก ต้​้องใช้​้ให้​้เหมาะสมกั​ั บ ชนิ​ิ ด ของแมลง เช่​่ น กั​ั บดั​ั ก

กาวเหนี​ียวสี​ีเหลื​ือง กั​ับดั​ักกาวเหนี​ียวสี​ีน้ำำ�เงิ​ิน กั​ับดั​ักแสงไฟ ใช้​้ในกรณี​ีที่​่�ตั​ัวเต็​็มวั​ัย ชอบบิ​ินเล่​่นไฟในเวลากลางคื​ืน โดยมี​ีภาชนะใส่​่น้ำำ�วางไว้​้ใต้​้หลอดไฟ เมื่​่�อตั​ัวเต็​็มวั​ัย

บิ​ินมาเล่​่นไฟก็​็จะตกลงไปในน้ำำ� หรื​ือใช้​้แบบเป็​็นพั​ัดลมเพื่​่� อดู​ูดแมลง นิ​ิยมใช้​้กั​ับผี​ีเสื้​้�อ กลางคื​ืนและเพลี้​้� ย กระโดดสี​ีน้ำำ� ตาล กั​ั บดั​ั ก เมทิ​ิ ล ยู​ูจิ​ิ น อล (Methyl Eugenol)

ใช้​้ล่​่อตั​ัวเต็​็มวั​ัยเพศผู้​้�ของแมลงวั​ันผลไม้​้บางชนิ​ิด หรื​ือกั​ับดั​ักโปรตี​ีนใช้​้ล่​่อตั​ัวเต็​็มวั​ัย ทั้​้�งเพศผู้​้�เพศเมี​ียของแมลงวั​ันผลไม้​้

•9•


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

4. ชี​ีววิ​ิธี​ี (Biological control) เป็​็นการควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืชโดยอาศั​ัยศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิ เพื่​่� อลดปริ​ิมาณศั​ัตรู​ูพื​ืช ให้​้อยู่​่�ในระดั​ับที่​่�ไม่​่ก่​่อให้​้เกิ​ิดความเสี​ียหายทางเศรษฐกิ​ิจ 4.1 ประเภทของศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิ (Natural enemies) แบ่​่งเป็​็น 3 ประเภท คื​ือ ตั​ัวห้ำำ� ตั​ัวเบี​ียน และเชื้​้�อจุ​ุลิ​ินทรี​ีย์​์ 1) ตั​ัวห้ำำ� (Predator) เป็​็นสิ่​่�งมี​ีชี​ีวิ​ิตที่​่ทำ � ำ�ให้​้ศั​ัตรู​ูพื​ืชตายโดยการกั​ัดกิ​ิน ดู​ูดกิ​ินของเหลวในศั​ัตรู​ูพื​ืชเป็​็นอาหาร มั​ักมี​ีขนาดใหญ่​่กว่​่าศั​ัตรู​ูพื​ืช หรื​ือมี​ีอวั​ัยวะพิ​ิเศษ สำำ� หรั​ั บ จั​ั บ เหยื่​่� อ ตั​ั ว ห้ำำ� หนึ่​่� ง ตั​ั ว กิ​ิ น ศั​ั ตรู​ูพื​ื ชได้​้หลายตั​ั ว เช่​่ น แมลงปอ แมงมุ​ุ ม แมลงหางหนี​ีบ แมลงช้​้างปี​ีกใส แมลงเต่​่าทอง มวนพิ​ิฆาต มวนเพชฌฆาต เป็​็นต้​้น

แมลงปอ

แมงมุ​ุม

แมลงหางหนี​ีบ

แมลงช้​้างปี​ีกใส (ไข่​่ ตั​ัวอ่​่อนและตั​ัวเต็​็มวั​ัย)

แมลงเต่​่าทอง

มวนพิ​ิฆาต

• 10 •

มวนเพชฌฆาต


สถาบั​ัน วิ​ิจั​ัย และพั​ัฒนาพื้​้�น ที่​่�สู​ูง (องค์​์ก ารมหาชน)

2) ตั​ั ว เบี​ียน (Parasitoid) ทำำ� ให้​้ศั​ั ตรู​ูพื​ื ชตายโดยการกิ​ิ น อาหาร อยู่​่�อาศั​ัยและขยายพั​ันธุ์​์�ภายในตั​ัวศั​ัตรู​ูพื​ืช หรื​ือบนตั​ัวศั​ัตรู​ูพื​ืช มั​ักมี​ีขนาดเล็​็กกว่​่า ศั​ัตรู​ูพื​ืช การทำำ�ลายเป็​็นแบบเฉพาะเจาะจงต่​่อชนิ​ิดศั​ัตรู​ูพื​ืช จะทำำ�ลายศั​ัตรู​ูพื​ืชที​ีละตั​ัว และขยายพั​ันธุ์​์�ได้​้มาก เช่​่น แตนเบี​ียนชนิ​ิดต่​่าง ๆ และไส้​้เดื​ือนฝอยบางชนิ​ิด เป็​็นต้​้น

ก

ข

ค

แตนเบี​ียนไข่​่แมลงในอั​ันดั​ับไฮมิ​ินอพเทอร่​่า (Hymenoptera) (ก) แตนเบี​ียนหนอนกออ้​้อย (ข) แตนเบี​ียนดั​ักแด้​้ (ค)

ก

ข

ค

แตนเบี​ียนไข่​่ไตรโคแกรมมา (ก) แตนเบี​ียนหนอนใยผั​ัก (ข) แตนเบี​ียนหนอนกระทู้​้� (ค) 3) จุ​ุลิ​ินทรี​ีย์​์ (Micro-organism) เป็​็นสิ่​่�งมี​ีชี​ีวิ​ิตเล็​็ก ๆ ที่​่�ใช้​้ควบคุ​ุม ป้​้องกั​ันหรื​ือกำำ�จั​ัดแมลง โรค และวั​ัชพื​ืช จุ​ุลิ​ินทรี​ีย์​์ที่�่มี​ีอยู่​่�ทั่​่�วไปจะทำำ�ลายศั​ัตรู​ูพื​ืช

เมื่​่�อสภาพแวดล้​้อมเหมาะสม และสามารถทำำ�ลายศั​ัตรู​ูพื​ืชได้​้ครั้​้�งละมาก ๆ เช่​่น เชื้​้�อแบคที​ีเรี​ีย ได้​้แก่​่ Bacillus thuringiensis, B. subtilis, B amyloliquefaciens เชื้​้�อรา ได้​้แก่​่ Trichoderma harzianum, Beauveria bassiana, Metarhizium anisopliae เป็​็นต้​้น และเชื้​้�อไวรั​ัส Nucleopolyhedrovirus (NPV) เป็​็นต้​้น นอกจากนี้​้� ผลิ​ิตภั​ัณฑ์​์ที่�่ได้​้จากการสกั​ัด เพาะขยายเชื้​้�อ หรื​ือสั​ังเคราะห์​์จากสิ่​่�งมี​ีชี​ีวิ​ิตนี้​้�เรี​ียกว่​่า สารชี​ีวภั​ัณฑ์​์ (Biologicals) ซึ่​่ง� มี​ีความปลอดภั​ัยสู​ูง เป็​็นมิ​ิตรต่​่อสิ่​่ง� แวดล้​้อม ไร้​้สารตกค้​้าง

• 11 •


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

ก

ข

ค

เชื้​้�อรา Trichoderma harzianum (ก) เชื้​้�อรา Beauveria bassiana (ข) เชื้​้�อรา Metarhizium anisopliae (ค)

ก

ข

ค

ลั​ักษณะการตายของหนอนจากเชื้​้�อรา Beauveria bassiana (ก) ลั​ักษณะการตายของหนอนจากเชื้​้�อรา Metarhizium anisopliae (ข, ค) ศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิดำำ�รงชี​ีวิ​ิตอยู่​่�ด้​้วยการกิ​ินหรื​ืออาศั​ัยอยู่​่�บนตั​ัวหรื​ือในตั​ัว ศั​ัตรู​ูพื​ืช ดั​ั งนั้​้� นศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิ จึ​ึ งสามารถหาอาหารซึ่​่�งก็​็ คื​ือศั​ัตรู​ูพื​ืชได้​้แม้​้ศั​ัตรู​ูพื​ืช จะหลบซ่​่อนอยู่​่�ก็​็ ตาม ถื​ือเป็​็นกลไกที่​่� สำำ�คั​ั ญในการควบคุ​ุมสิ่​่�งมี​ีชี​ีวิ​ิ ตในธรรมชาติ​ิ ตามกระบวนการห่​่วงโซ่​่อาหารที่​่�ทำำ�ให้​้เกิ​ิดสมดุ​ุลทางธรรมชาติ​ิในสภาพปกติ​ิศั​ัตรู​ู ธรรมชาติ​ิจะมี​ีปริ​ิมาณมากกว่​่าศั​ัตรู​ูพื​ืช 5-6 เท่​่า แม้​้ว่​่าการควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืชโดยชี​ีววิ​ิธี​ีจะมี​ีประโยชน์​์และมี​ีข้​้อดี​ีมากมาย ก็​็ยั​ังคงต้​้องคำำ�นึ​ึงถึ​ึงข้​้อจำำ�กั​ัดและปั​ัจจั​ัยเกี่​่�ยวข้​้องอื่​่�น ๆ ซึ่​่�งต้​้องมี​ีข้​้อมู​ูลมาประกอบ การตั​ั ด สิ​ิ น ใจ เพื่​่� อ ให้​้การใช้​้ชี​ีววิ​ิ ธี​ี ไ ด้​้ผลดี​ี คุ้​้� ม ค่​่ า ประหยั​ั ด เช่​่ น หากปล่​่ อ ยให้​้ มี​ีการระบาด พื​ืชเกิ​ิดความเสี​ียหายแล้​้ว การใช้​้ศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิก็ต้​้อ ็ งใช้​้ในปริ​ิมาณมาก ซึ่​่�งต้​้องใช้​้ต้​้นทุ​ุนสู​ูง จึ​ึงควรใช้​้ชี​ีววิ​ิธี​ีที่�่ประหยั​ัด ส่​่งผลกระทบน้​้อย และคุ้​้�มค่​่าที่​่�สุ​ุด เช่​่ น ใช้​้ศั​ั ตรู​ูธ รรมชาติ​ิ ที่�่ กิ​ิ น อาหารเก่​่ ง ขยายพั​ั น ธุ์​์�ได้​้ดี​ี เช่​่ น แตนเบี​ียนไข่​่ ไตรโคแกรมมา (Trichogramma sp.) มวนเพชฌฆาต Sycanus versicolor Dohrn. เป็​็นต้​้น ดั​ังนั้​้�นการใช้​้ศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิควรปล่​่อยก่​่อนเกิ​ิดการระบาดหรื​ือขณะที่​่ศั ช � ตรู​ูพื​ื ั

• 12 •


สถาบั​ัน วิ​ิจั​ัย และพั​ัฒนาพื้​้�น ที่​่�สู​ูง (องค์​์ก ารมหาชน)

มี​ีปริ​ิมาณน้​้อย เพื่​่� อช่ว่ ยควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืชให้​้อยู่​่�ในปริ​ิมาณที่​่�ไม่​่ก่​่อให้​้เกิ​ิดความเสี​ียหาย ได้​้อย่​่างทั​ันสถานการณ์​์ 4.2 ประเภทของการควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืชโดยชี​ีววิ​ิธี​ี 1) การควบคุ​ุมโดยชี​ีววิ​ิธีแ ี บบธรรมชาติ​ิ เป็​็นการควบคุ​ุมที่​่เ� กิ​ิดขึ้​้�นเอง �่ ในธรรมชาติ​ิ คอยควบคุ​ุมปริ​ิมาณศั​ัตรู​ูพื​ืชให้​้อยู่​่�ในระดั​ับสมดุ​ุล โดยศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิที่อยู่​่� มั​ักพบในพื้​้�นที่​่�ที่�่มี​ีระบบนิ​ิเวศน์​์สมบู​ูรณ์​์ 2) การควบคุ​ุมโดยชี​ีววิ​ิธี​ีที่�่มนุ​ุษย์​์ทำำ�ขึ้​้�น เป็​็นการนำำ�ศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิ มาผลิ​ิ ต ขยาย เพิ่​่� ม ปริ​ิ ม าณให้​้มากพอที่​่� จ ะควบคุ​ุ ม ศั​ั ตรู​ูพื​ื ชและปล่​่ อ ยเพิ่​่� ม เติ​ิ ม ในธรรมชาติ​ิ เนื่​่� องจากศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิที่�่มี​ีอยู่​่�ในธรรมชาติ​ิมั​ักไม่​่เพี​ียงพอที่​่�จะควบคุ​ุม ศั​ั ตรู​ูพื​ื ชได้​้ การใช้​้สารเคมี​ีกำำ� จั​ั ด ศั​ั ตรู​ูพื​ื ชมากเกิ​ิ น ความจำำ� เป็​็ น ใช้​้ไม่​่ ถู​ู กวิ​ิ ธี​ี และ แหล่​่งอาศั​ัยถู​ูกทำำ�ลายจากการทำำ�การเกษตรไม่​่ถู​ูกต้​้อง จึ​ึงจำำ�เป็​็นต้​้องมี​ีการผลิ​ิ ต ขยายศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิ เพื่​่� อปล่​่อยเพิ่​่�มเติ​ิมลงในธรรมชาติ​ิ 4.3 ความแตกต่​่างของการควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืชโดยชี​ีวภาพและการควบคุ​ุม ศั​ัตรู​ูพื​ืชโดยชี​ีววิ​ิธี​ี การควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืชโดยชี​ีวภาพจะมี​ีความแตกต่​่างจากการควบคุ​ุม ศั​ั ตรู​ูพื​ื ชโดยชี​ีววิ​ิ ธี​ีก็​็ คื​ือ การควบคุ​ุ ม ศั​ั ตรู​ูพื​ื ชโดยชี​ีวภาพเป็​็ น การนำำ� เอาความ หลากหลายทางชี​ีวภาพที่​่�เกี่​่�ยวข้​้องในระบบการปลู​ูกพื​ืช เช่​่น ชี​ีวภั​ัณฑ์​์ จุ​ุลิ​ินทรี​ีย์​์ สารธรรมชาติ​ิ ที่�่ ไ ด้​้จากพื​ืช สารธรรมชาติ​ิ ที่�่ ไ ด้​้จากสั​ั ตว์​์ น้ำำ� หมั​ั ก หรื​ือสารอื่​่� น ๆ ที่​่� เกิ​ิ ดขึ้​้� นจากธรรมชาติ​ิ เพื่​่� อเป็​็นปั​ัจจั​ั ยในการนำำ�ไปจั​ั ดการในการควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืช ส่​่วนการควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืชโดยชี​ีววิ​ิธี​ี เป็​็นการใช้​้ประโยชน์​์จากศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิไปควบคุ​ุม ศั​ัตรู​ูพื​ืช เช่​่นตั​ัวห้ำำ� ตั​ัวเบี​ียน เพาะขยายพั​ันธุ์​์�และนำำ�มาใช้​้ควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืช เป็​็นต้​้น

5) การควบคุ​ุมประชากรศั​ัตรู​ูพื​ืชด้​้วยเทคนิ​ิคการใช้​้แมลงเป็​็นหมั​ัน (The sterile insect technique; SIT) องค์​์การอาหารและเกษตรแห่​่งสหประชาชาติ​ิ (ISPM N0.5, 2007) ได้​้จั​ัด เทคนิ​ิคการใช้​้แมลงเป็​็นหมั​ัน ให้​้เป็​็นวิ​ิธี​ีการควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืชโดยชี​ีววิ​ิธี​ี (Biological control) เป็​็นวิ​ิ ธี​ีการที่​่� เป็​็นมิ​ิตรกั​ั บสภาพแวดล้​้อม อาศั​ัยหลั​ั กการ “คุ​ุมกำำ�เนิ​ิด”

• 13 •


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

โดยแมลงเป็​็ น หมั​ั น จะไปผสมพั​ั น ธุ์​์�กั​ั บ แมลงชนิ​ิ ด เดี​ียวกั​ั น ในธรรมชาติ​ิ ทำำ� ให้​้ไข่​่ ที่​่ออ � กมาฝ่​่อ ไม่​่สามารถฟั​ักเป็​็นตั​ัว ลดการแพร่​่ขยายพั​ันธุ์​์�ของแมลงศั​ัตรู​ูพื​ืชด้​้วยแมลง ที่​่�เป็​็นหมั​ันชนิ​ิดเดี​ียวกั​ัน (autocidal control) และเมื่​่�อปล่​่อยอย่​่างท่​่วมท้​้นแบบ ครอบคลุ​ุมพื้​้�นที่​่� ติ​ิดต่​่อกั​ันอย่​่างน้​้อย 3 ช่​่วงอายุ​ุ จะทำำ�ให้​้ประชากรแมลงศั​ัตรู​ูพื​ืช ชนิ​ิดนั้​้�นลดลงอย่​่างมี​ีนั​ัยสำำ�คั​ัญ ตั​ัวอย่​่างการควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืชที่​่�ประสบความสำำ�เร็​็จ ในประเทศไทย ได้​้แก่​่ แมลงวั​ันผลไม้​้หลายชนิ​ิด หนอนใยผั​ัก และหนอนเจาะสมอฝ้​้าย เป็​็นต้​้น โดยวิ​ิ ธี​ีการนี้​้�เหมาะสำำ�หรั​ับการบริ​ิหารจั​ั ดการศั​ัตรู​ูพื​ืชในแปลงใหญ่​่หรื​ือ พื้​้�นที่​่�กว้​้าง (area-wide management)

ก

ค

ข

การคั​ัดไข่​่แมลงวั​ันผลไม้​้เพื่​่�อนำำ�ไปฉายรั​ังสี​ี (ก) ตั​ัวเต็​็มวั​ัยที่​่�ออกมาแต่​่เป็​็นหมั​ัน เมื่​่�อผสมพั​ันธุ์​์�กั​ับตั​ัวเมี​ียด้​้านนอกก็​็จะทำำ�ให้​้เป็​็นหมั​ัน (ข) และการปล่​่อยไข่​่แมลงวั​ันทองที่​่�เป็​็นหมั​ันในสวนไม้​้ผล (ค) ที่​่�มา: https://www.facebook.com/Tpbslocal/videos/ ปล่​่อยแมลงวั​ันทองเป็​็นหมั​ันลดศั​ัตรู​ูสวนผลไม้​้-จจั​ันทบุ​ุรี​ี/1394104461054637/

6) การใช้​้สารธรรมชาติ​ิ (Natural substance) การควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืชโดยการใช้​้สารธรรมชาติ​ิ คื​ือ การนำำ�สารที่​่�สกั​ัดได้​้จาก วั​ัสดุ​ุธรรมชาติ​ิที่�่มี​ีฤทธิ์​์�ในการขั​ับไล่​่หรื​ือควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืช (bio-pesticide) มาใช้​้ในการ ป้​้ อ งกั​ั น กำำ� จั​ั ด เช่​่ น เมล็​็ ด สะเดา ตะไคร้​้หอม พลู​ูป่​่ า หางไหล (โล่​่ ติ้​้� น ) ว่​่ า นน้ำำ�

หนอนตายหยาก ขมิ้​้�นแดง เป็​็นต้​้น

• 14 •


สถาบั​ัน วิ​ิจั​ัย และพั​ัฒนาพื้​้�น ที่​่�สู​ูง (องค์​์ก ารมหาชน)

7) สารเคมี​ี (Chemical control) การควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืชโดยใช้​้สารเคมี​ี เป็​็นวิ​ิธีห ี นึ่​่�งที่​่�สามารถนำำ�มาใช้​้ควบคุ​ุม ศั​ัตรู​ูพื​ืชผสมผสานร่​่วมกั​ับวิธี ิ ีอื่​่�น ๆ ได้​้ แต่​่ควรพิ​ิจารณาใช้​้เมื่​่�อมี​ีความจำำ�เป็​็นหลั​ังจากที่​่� วิ​ิธีก ี ารอื่​่�น ๆ ไม่​่สามารถควบคุ​ุมและกำำ�จั​ัดศั​ัตรู​ูพื​ืชได้​้ และต้​้องใช้​้อย่​่างเหมาะสมและ ปลอดภั​ัยเท่​่านั้​้�น โดยต้​้องสำำ�รวจศั​ัตรู​ูพื​ืชอย่​่างสม่ำำ�เสมอ เมื่​่�อศั​ัตรู​ูพื​ืชมี​ีปริ​ิมาณสู​ูง

หรื​ือศั​ัตรู​ูพื​ืชทำำ�ให้​้เกิ​ิดความเสี​ียหาย หรื​ือศั​ัตรู​ูพื​ืชอยู่​่�ในระยะที่​่�กำำ�จั​ั ดได้​้ยาก เช่​่น การใช้​้สารเคมี​ีเป็​็นเหยื่​่�อล่อ ่ เหยื่​่�อพิษ ิ การใช้​้สารล่​่อ การฉี​ีดเข้​้าลำำ�ต้​้น ทั้​้�งนี้​้� ต้​้องเลื​ือกใช้​้ ชนิ​ิดของสารเคมี​ีและวิ​ิธีก ี ารให้​้เหมาะสมกั​ับศั​ัตรู​ูพื​ืช ระยะการเจริ​ิญเติ​ิบโตของพื​ืช และฤดู​ูกาล การใช้​้สารเคมี​ีไม่​่ถู​ูกต้​้องจะก่​่อให้​้เกิ​ิดผลเสี​ียหลายประการ เช่​่น พิ​ิษตกค้​้าง ของสารเคมี​ีในผลผลิ​ิต ปนเปื้​้� อนในสิ่​่�งแวดล้​้อม เกิ​ิดอั​ันตรายต่​่อผู้​้�ใช้​้และผู้​้�บริ​ิโภค เพิ่​่�มต้​้นทุ​ุนในการผลิ​ิ ต เนื่​่� องจากราคาแพง เพราะสารเคมี​ีส่​่วนใหญ่​่นำำ�เข้​้าจาก ต่​่ างประเทศ นอกจากนี้​้�สารเคมี​ียั​ังทำำ�ลายกระบวนการควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืชของศั​ัตรู​ู ธรรมชาติ​ิ ทำำ� ให้​้ความสั​ั ม พั​ั น ธ์​์ ร ะหว่​่ า งสิ่​่� ง มี​ีชี​ีวิ​ิ ต ในระบบนิ​ิ เ วศเปลี่​่� ย นแปลงไป กระบวนการควบคุ​ุ ม ศั​ั ตรู​ูพื​ื ชในระบบห่​่ ว งโซ่​่ อา หารเปลี่​่� ย นไป จนส่​่ ง ผลทำำ� ให้​้ การควบคุ​ุมโดยธรรมชาติ​ิไม่​่ได้​้ผล หรื​ือยุ่​่�งยากมากขึ้​้�นในการจั​ัดการ

• 15 •


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

การสำำ�รวจศั​ัตรู​ูพื​ืช/ ศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิเพื่​่�อคาดการ และประเมิ​ินสถานการณ์​์ การระบาดของศั​ัตรู​ูพื​ืช ให้​้ทั​ันต่​่อการควบคุ​ุม

วิ​ิธี​ีเขตกรรม เพื่​่�อทำำ�ให้​้พื​ืช มี​ีความแข็​็งแรง เช่​่น การตั​ัดแต่​่งกลิ่​่�น ดอก ผล การให้​้ปุ๋​๋�ย น้ำำ�� วิ​ิธี​ีกล เพื่​่�อลดปริ​ิมาณของ ศั​ัตรู​ูพื​ืช เช่​่น การจั​ับทำำ�ลาย การใช้​้กั​ับดั​ัก แสงไฟ การกำำ�จั​ัดส่​่วนที่​่�เป็​็นโรค วิ​ิธี​ีการใช้​้สารป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัด ศั​ัตรู​ูพื​ืชที่​่ถู� ูกต้​้องและเหมาะสม และมี​ีประสิ​ิทธิ​ิภาพ เช่​่น การเลื​ือกใช้​้หั​ัวฉี​ีดพ่​่นสาร วิ​ิธี​ีการฉี​ีดพ่​่นสารกำำ�จั​ัดแมลง และสารควบคุ​ุมโรค การใช้​้ ปริ​ิมาณน้ำำ��ให้​้เหมาะสมกั​ับ เครื่​่�องพ่​่น และการเลื​ือกใช้​้สาร ให้​้ถู​ูกกั​ับชนิ​ิดของศั​ัตรู​ูพื​ืช

ช่​่วยลด การใช้​้ สารเคมี​ี

ช่​่วยลด ต้​้นทุ​ุน การผลิ​ิต

ผลผลิ​ิต มี​ีคุ​ุณภาพ

ไม่​่เป็​็นพิ​ิษ ต่​่อ สิ่​่�งแวดล้​้อม

การคั​ัดเลื​ือกพั​ันธุ์​์� ท่​่อนพั​ันธุ์​์�ที่​่�ปลอดโรค และแมลง

วิ​ิธี​ีชี​ีววิ​ิธี​ี เพื่​่�อใช้​้ศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิ แทนการใช้​้สารเคมี​ี เช่​่น การอนุ​ุรั​ักษ์​์ศั​ัตรู​ูพื​ืชให้​้ทั​ัน ต่​่อการควบคุ​ุม

การเลื​ือกใช้​้สารเคมี​ี อย่​่างถู​ูกต้​้อง เพื่​่�อรั​ักษา ศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิ และป้​้องกั​ัน การต้​้านทานสารเคมี​ีของ แมลงศั​ัตรู​ูพื​ืช เช่​่น การเลื​ือกใช้​้ สารเคมี​ีที่​่�เฉพาะเจาะจง กั​ับศั​ัตรู​ูพื​ืช ใช้​้สารเคมี​ีเฉพาะ บริ​ิเวณที่​่�พบศั​ัตรู​ูพื​ืช

หลั​ักการควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืชแบบผสมผสาน (Integrated Pest Management; IPM)

ข้​้อควรระวั​ังในการใช้​้สารเคมี​ี 1) พิ​ิจารณาปั​ัจจั​ัยต่​่าง ๆ ที่​่�สนั​ับสนุ​ุน และยั​ังยั้​้�งการระบาดของศั​ัตรู​ูพื​ืช เช่​่น สภาพอากาศ พั​ั น ธุ์​์�พื​ืช อายุ​ุ พื​ื ช ระยะพื​ืช อายุ​ุ แ มลง ระยะแมลงศั​ั ตรู​ูพื​ื ช ศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิ การปฏิ​ิบั​ัติ​ิของเกษตรกรและอื่​่�น ๆ ควรหลี​ีกเลี่​่�ยงการใช้​้สารเคมี​ี ที่​่�ส่ง่ ผลกระทบต่​่อการอยู่​่�รอดประชากรศั​ัตรู​ูพื​ืชโดยธรรมชาติ​ิ 2) ปริ​ิมาณและชนิ​ิดของศั​ัตรู​ูพื​ืชมี​ีความสั​ัมพั​ันธ์​์กั​ับปริ​ิมาณศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิ อายุ​ุพื​ืช และสภาพอากาศ ปกติ​ิตามกระบวนการทางธรรมชาติ​ินั้​้�น ศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิ

จะควบคุ​ุ ม ปริ​ิ ม าณศั​ั ตรู​ูพื​ื ชให้​้อยู่​่�ในระดั​ั บ ที่​่� ไ ม่​่ ก่​่ อ ให้​้เกิ​ิ ด ความเสี​ียหายกั​ั บพื​ื ช ไม่​่มี​ีความจำำ�เป็​็นต้​้องใช้​้สารเคมี​ี เพราะสารเคมี​ีที่​่�ใช้​้อาจทำำ�ลายศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิ ทำำ�ให้​้ เกิ​ิดการระบาดรุ​ุนแรงมากขึ้​้�น หรื​ือเกิ​ิดการระบาดซ้ำำ�ได้​้

• 16 •


สถาบั​ัน วิ​ิจั​ัย และพั​ัฒนาพื้​้�น ที่​่�สู​ูง (องค์​์ก ารมหาชน)

3) สารเคมี​ีมี​ีหลายประเภททั้​้�งเพื่​่� อป้​้องกั​ัน กำำ�จั​ัด และควบคุ​ุม แต่​่ส่​่วนใหญ่​่ นิ​ิยมใช้​้เพื่​่� อวั​ัตถุ​ุประสงค์​์เดี​ียวคื​ือ กำำ�จั​ัดศั​ัตรู​ูพื​ืชทั​ันที​ีเมื่​่�อเกิ​ิดการระบาด แต่​่เมื่​่�อใช้​้ สารเคมี​ีแล้​้วกระบวนการควบคุ​ุมทางธรรมชาติ​ิอื่​่�น ๆ จะหยุ​ุดทั​ันที​ี ดั​ังนั้​้�นจึ​ึงควร ใช้​้สารเคมี​ีเมื่​่�อมี​ีศั​ัตรู​ูพื​ืชระบาดมากจนไม่​่สามารถใช้​้วิ​ิธี​ีอื่​่�นกำำ�จั​ัดได้​้เท่​่านั้​้�น

4) หลั​ังจากฉี​ีดพ่​่นสารเคมี​ีต้​้องเพิ่​่�มการเฝ้​้าระวั​ังให้​้มากขึ้​้�น เพราะศั​ัตรู​ูพื​ืช

ที่​่� ยั​ั ง มี​ีชี​ีวิ​ิ ต เหลื​ืออยู่​่�ในแปลงสามารถเพิ่​่� ม ปริ​ิ ม าณได้​้อย่​่ า งไม่​่ จำำ� กั​ั ด เพราะไม่​่ มี​ี ศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิคอยควบคุ​ุม ประกอบกั​ับศั​ัตรู​ูพื​ืชมี​ีวงจรชี​ีวิ​ิตสั้​้�น และเพิ่​่�มปริ​ิมาณ ได้​้มากตามปริ​ิมาณพื​ืชอาหาร ระบบการตรวจนั​ับและเฝ้​้าระวั​ั งจึ​ึงต้​้องมี​ีมากขึ้​้� น

หลั​ังการใช้​้สารเคมี​ี 5) สารเคมี​ีที่​่ใ� ช้​้เพื่​่� อป้อ ้ งกั​ันการระบาด จะมี​ีผลในการควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืชน้​้อยมาก เพราะมั​ักถู​ูกทำำ�ให้​้เสื่​่�อมคุ​ุณภาพด้​้วยปั​ัจจั​ัยต่​่าง ๆ เช่​่น ลม ฝน แสงแดด หรื​ือแม้​้แต่​่ พื​ืชเองที่​่�สามารถกำำ�จั​ัดสารเคมี​ีที่​่�แปลกปลอมได้​้ด้​้วยกระบวนการสั​ังเคราะห์​์แสง และการคายน้ำำ� ทำำ�ให้​้สารเคมี​ีที่​่�เหลื​ืออยู่​่�มี​ีปริ​ิมาณไม่​่เพี​ียงพอที่​่�จะกำำ�จั​ั ดศั​ัตรู​ูพื​ืช แต่​่กลั​ับทำำ�ให้​้ศั​ัตรู​ูพื​ืชสร้​้างความต้​้านทานขึ้​้�นเรื่​่�อย ๆ จึ​ึงมี​ีการใช้​้สารเคมี​ีซ้ำำ�ในปริ​ิมาณ ที่​่เ� พิ่​่�มขึ้​้�นและบ่​่อยครั้​้�ง เพราะศั​ัตรู​ูพื​ืชเกิ​ิดการระบาดอย่​่างต่​่อเนื่​่� องหลั​ังการใช้​้สารเคมี​ี 6) สารเคมี​ีกำำ� จั​ั ด ศั​ั ตรู​ูพื​ื ชทุ​ุ ก ชนิ​ิ ด มี​ีอั​ั น ตราย เกษตรกรผู้​้� ใ ช้​้ต้​้องใช้​้อย่​่ า ง ระมั​ัดระวั​ัง ใส่​่อุ​ุปกรณ์​์รัก ั ษาความปลอดภั​ัย (เสื้​้�อ PPE) ทุ​ุกครั้​้�ง เมื่​่�อมี​ีการพ่​่นสารเคมี​ี และเว้​้นระยะปลอดภั​ั ยในการเข้​้าแปลงหลั​ั งพ่​่น (Re-entry period) ตามฉลาก เกษตรกรควรมี​ีการอ่​่ านฉลากและปฏิ​ิ บั​ัติ​ิตามข้​้อแนะนำำ�ทั้​้� งฉลากอย่​่างเคร่​่งครั​ัด นอกจากนั้​้�นการใช้​้สารเคมี​ีทุ​ุกชนิ​ิดนำำ�เข้​้าจากต่​่างประเทศ จึ​ึงมี​ีราคาแพง การใช้​้ สารเคมี​ีเป็​็ นการเพิ่​่�มต้​้นทุ​ุน หากราคาผลผลิ​ิ ตตกต่ำำ�อาจเสี่​่�ยงต่​่ อการขาดทุ​ุนได้​้ จึ​ึงต้​้องคิ​ิดให้​้รอบคอบถึ​ึงผลตอบแทนที่​่�จะได้​้รั​ับ 7) สารเคมี​ีกำำ�จั​ัดศั​ัตรู​ูพื​ืชแต่​่ละชนิ​ิดมี​ีคุ​ุณสมบั​ัติ​ิเฉพาะในการควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืช แต่​่ละชนิ​ิด เช่​่น สารกำำ�จั​ัดโรคพื​ืช สารกำำ�จั​ัดไส้​้เดื​ือนฝอย เป็​็นต้​้น และในแต่​่ละชนิ​ิดเอง ก็​็มี​ีความจำำ�เพาะเจาะจงและมี​ีข้​้อจำำ�กั​ัดในการใช้​้ต่​่างกั​ัน เช่​่น สารกำำ�จั​ัดแมลงประเภท สั​ัมผั​ัสหรื​ือถู​ูกตั​ัวตาย หรื​ือประเภททำำ�ลายระบบหายใจ ออกฤทธิ์​์�กว้​้าง สามารถทำำ�ลาย แมลงได้​้ทุ​ุกชนิ​ิด ในขณะที่​่�สารกำำ�จั​ัดแมลงประเภทกิ​ินตาย สามารถทำำ�ลายแมลง

• 17 •


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

จำำ�พวกปากกั​ัด สารกำำ�จั​ัดแมลงประเภทดู​ูดซึ​ึมสามารถทำำ�ลายแมลงจำำ�พวกปากดู​ูด และไรศั​ัตรู​ูพื​ืช ใช้​้สารเคมี​ีทั่​่�วไปไม่​่ได้​้ ต้​้องใช้​้สารเคมี​ีกำำ�จั​ัดไรเท่​่านั้​้�น เป็​็นต้​้น

8) สารเคมี​ีกำำ� จั​ั ด ศั​ั ตรู​ูพื​ื ชมี​ีประมาณ 94 ชนิ​ิ ด ที่​่� ห้​้า มใช้​้ และห้​้ามมี​ีไว้​้

ในครอบครองเนื่​่� องจากมี​ีอั​ั นตราย การใช้​้สารเคมี​ีกำำ�จั​ั ดศั​ัตรู​ูพื​ืชจึ​ึงไม่​่ง่​่ายอย่​่างที่​่� เกษตรกรและหลายคนเข้​้าใจ และเกษตรกรส่​่วนมากยั​ังใช้​้สารเคมี​ีไม่​่ถู​ูกต้​้อง จึ​ึงเป็​็น เหตุ​ุให้​้มี​ีสารเคมี​ีจำำ�หน่​่ายในท้​้องตลาดมากกว่​่า 15,000 ชนิ​ิด ในขณะที่​่� ศั​ัตรู​ูพื​ืช ยั​ั ง คงมี​ีการระบาดสร้​้างความเสี​ียหายให้​้กั​ั บ เกษตรกร ทั้​้� ง ที่​่� มี​ี การใช้​้สารเคมี​ี อย่​่างต่​่อเนื่​่� องตลอดมา (กรมวิ​ิชาการเกษตร. 2553) 9) เกษตรกรควรตระหนั​ั ก ถึ​ึงคุ​ุ ณ ภาพน้ำำ� สะอาดและปรั​ั บค่​่ าค วามเป็​็ น กรด-ด่​่าง ให้​้เหมาะสมต่​่อประสิ​ิทธิ​ิภาพของสารเคมี​ีแต่​่ละชนิ​ิด สารเคมี​ีส่​่วนใหญ่​่ คงประสิ​ิทธิ​ิภาพในสภาพความเป็​็นกรดอ่​่อน ๆ เกษตรกรควรเอาใจใส่​่เป็​็นพิ​ิเศษ ในการเลื​ือกสารจั​ั บ ใบ ให้​้เหมาะสมต่​่ อ สภาพแวดล้​้อมขณะฉี​ีดพ่​่ น โดยเฉพาะ ในฤดู​ูฝน และระยะการเจริ​ิญเติ​ิบโตของพื​ืช

ข้​้อเปรี​ียบเที​ียบระหว่​่างการใช้​้สารเคมี​ีและการใช้​้ชี​ีววิ​ิธี​ีควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืช สารเคมี​ี (Chemical control)

ชี​ีววิ​ิธี​ี (Biological Control)

แก้​้ปั​ัญหาได้​้เฉี​ียบพลั​ัน และใช้​้ช่​่วงระยะสั้​้�น ๆ แก้​้ไขปั​ัญหาได้​้ในระยะยาว สิ้​้�นเปลื​ืองเพราะต้​้องเสี​ียค่​่าสารเคมี​ี

ประหยั​ัด ต้​้นทุ​ุนต่ำำ�

และค่​่าจ้​้างพ่​่นสาร สารเคมี​ีทุ​ุกชนิ​ิดอั​ันตราย

ปลอดภั​ัยเพราะอยู่​่�ในธรรมชาติ​ิ

ทำำ�ให้​้แมลงต้​้านทานสารเคมี​ีและ

ช่​่วยให้​้เกิ​ิดสมดุ​ุลธรรมชาติ​ิ

เกิ​ิดศั​ัตรู​ูพื​ืชชนิ​ิดใหม่​่

• 18 •


เทคนิ​ิคการป้​้องกั​ัน และกำำ�จั​ัดศั​ัตรู​ูพื​ืช การป้​้องกั​ันและกำำ�จั​ัดศั​ัตรู​ูพื​ืชในปั​ัจจุ​ุบั​ันนั​ับว่​่ามี​ีความสำำ�คั​ัญมาก และเป็​็น

อี​ีกขั้​้� น ตอนหนึ่​่� ง ของการผลิ​ิ ต ที่​่� เ กษตรกรจะละเลยหรื​ือไม่​่ ใ ห้​้ความสำำ� คั​ั ญ ไม่​่ ไ ด้​้ เนื่​่� องจากสภาพปั​ัจจุ​ุบั​ันการเปลี่​่�ยนแปลงสภาพภู​ูมิ​ิอากาศมี​ีผลมากต่​่อการระบาด ของศั​ั ตรู​ูพื​ื ช เกษตรกรควรมี​ีการวางแผนในการป้​้ อ งกั​ั น และกำำ� จั​ั ด ศั​ั ตรู​ูพื​ื ช อย่​่างครอบคลุ​ุม เกษตรกรสามารถเลื​ือกได้​้หลายวิ​ิธี​ีร่​่วมกั​ันตามความต้​้องการ ตั้​้�งแต่​่

การปลู​ูกจนถึ​ึงการเก็​็ บ เกี่​่� ย ว ซึ่​่� ง วิ​ิ ธี​ีป้​้ อ งกั​ั น และกำำ� จั​ั ด ศั​ั ตรู​ูพื​ื ชที่​่� น่​่ า สนใจและ เป็​็นประโยชน์​์แก่​่เกษตรกร มี​ีดั​ังนี้​้�

1. การใช้​้พั​ันธุ์​์�ต้​้านทานต่​่อโรคและแมลงศั​ัตรู​ูพื​ืช

� การใส่​่ปุ๋​๋ย � ไนโตรเจนมากเกิ​ินไป เพราะจะทำำ�ให้​้เนื้​้�อเยื่​่�อพื​ืชอวบน้ำำ� 2. การใส่​่ปุ๋​๋ย

และนุ่​่�ม อ่​่อนแอต่​่อการเข้​้าทำำ�ลายของศั​ัตรู​ูพื​ืช เกิ​ิดการระบาดของโรคและแมลง มากขึ้​้�น ก่​่อนใส่​่ปุ๋​๋�ยจึ​ึงควรพิ​ิจารณาจากผลวิ​ิเคราะห์​์ความอุ​ุดมสมบู​ูรณ์​์ของดิ​ินก่​่อน

เป็​็นพื้​้�นฐานใส่​่ปุ๋​๋�ย โดยยึ​ึดหลั​ักการ “4 ถู​ูก” คื​ือ ถู​ูกสู​ูตร ถู​ูกเวลา ถู​ูกอั​ัตรา และถู​ูกวิ​ิธี​ี 3. วิ​ิธการปลู​ูก ควรเว้​้นระยะห่​่างที่​่� เหมาะสม เช่​่น พื​ืชตระกู​ูลสลั​ั ด ระยะ

การปลู​ูก ระยะระหว่​่างต้​้น 25-25 เซนติ​ิเมตร ระหว่​่างแถว 25-25 เซนติ​ิเมตร พริ​ิก

และมะเขื​ือเทศ ระยะระหว่​่างต้​้น 30-60 เซนติ​ิเมตร ระหว่​่างแถว 50-70 เซนติ​ิเมตร เป็​็นต้​้น การปลู​ูกที่​่�มี​ีความหนาแน่​่นสู​ูงเกิ​ินไปหรื​ือการหว่​่านเมล็​็ดที่​่�หนาแน่​่นเกิ​ินไป หากสภาพอากาศเหมาะสมต่​่อการระบาดของศั​ัตรู​ูพื​ืชก็​็จะสามารถแพร่​่กระจาย

อย่​่างรวดเร็​็วและรุ​ุนแรงได้​้

4. การจั​ัดการน้ำำ� ควรให้​้น้ำำ�อย่​่างเหมาะสมไม่​่มากหรื​ือน้​้อยเกิ​ินไป และไม่​่ควร

ให้​้น้ำำ�ในเวลาพลบค่ำำ�เกิ​ินไป เพราะอาจทำำ�ให้​้เกิ​ิดเชื้​้�อราซึ่​่ง� ชอบความชื้​้�นสู​ูงระบาดได้​้

5. เลื​ือกระยะเวลาปลู​ูกที่​่�เหมาะสม เพื่​่� อหลี​ีกเลี่​่�ยงโรคและแมลงที่​่�อาจระบาด

6. การจั​ั ด การระบบการปลู​ูกพื​ืช ควรมี​ีการปลู​ูกพื​ืชหมุ​ุ น เวี​ียน พั​ั ก แปลง เพื่​่� อตั​ัดวงจรชี​ีวิ​ิตโรคและแมลงศั​ัตรู​ูพื​ืช

• 19 •


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

7. การใช้​้เหยื่​่�อล่​่อ เช่​่น การใช้​้ Protein Hydrolysate ล่​่อแมลงวั​ั นผลไม้​้ ให้​้ประสิ​ิทธิภ ิ าพระดั​ับหนึ่​่�งและควรทำำ�ควบคู่​่�ไปกั​ับวิ​ิธีก ี ารอื่​่�น ๆ ร่​่วมด้​้วย 8. การใช้​้กั​ับดั​ัก เช่​่น กั​ับดั​ักกาวสี​ีเหลื​ือง และสี​ีน้ำำ�เงิ​ิน ดั​ักจั​ับแมลงศั​ัตรู​ูพื​ืช ในพื​ืชผั​ักและไม้​้ผล ช่​่วยลดการใช้​้สารเคมี​ีในแปลงอย่​่างได้​้มี​ีประสิ​ิทธิภ ิ าพสู​ูง 9. การใช้​้ไฟล่​่อแมลง โดยเฉพาะแมลงศั​ัตรู​ูพื​ืชซึ่​่ง� ส่​่วนใหญ่​่เป็​็นแมลงกลางคื​ืน เช่​่น ผี​ีเสื้​้�อมวนหวาน หนอนกระทู้​้�ผั​ัก แมลงนู​ูนหลวง เป็​็นต้​้น 10. การทำำ�ความสะอาดแปลงปลู​ูก และกำำ�จั​ั ดวั​ั ชพื​ืชเพื่​่� อไม่​่ให้​้เป็​็นที่​่� อาศั​ัย หลบซ่​่อนของแมลงศั​ั ตรู​ู หรื​ือเศษพื​ืชที่​่� ปนเปื้​้� อนการติ​ิ ดเชื้​้�อโรคพื​ืช เป็​็นการลด ความเสี่​่�ยงของการเข้​้าทำำ�ลายของศั​ัตรู​ูพื​ืชได้​้ 11. การใช้​้พื​ืชล่​่อโดยการปลู​ูกพื​ืชที่​่� แมลงศั​ัตรู​ู ชอบ เพื่​่� อไม่​่ให้​้เข้​้ามาระบาด ในแปลงปลู​ูก 12. การใช้​้สารสกั​ัดจากพื​ืช โดยการนำำ�เอาสารสกั​ัดจากพื​ืชมาใช้​้ในการควบคุ​ุม แมลงศั​ัตรู​ูพื​ืช ซึ่​่�งสารสกั​ัดที่​่�นิ​ิยมใช้​้ ได้​้แก่​่ สะเดา ข่​่า ตะไคร้​้หอม ขี้​้�เหล็​็ก บอระเพ็​็ด สาบเสื​ือ กลอย ไหลแดง โล่​่ติ้​้�น หนอนตายหยาก เป็​็นต้​้น โดยเฉพาะสะเดา ใช้​้ในการ

ฉี​ีดพ่​่นควบคุ​ุมแมลงต่​่าง ๆ ที่​่�มั​ักใช้​้ในการปลู​ูกพื​ืชอิ​ินทรี​ีย์​์

ี ารเขตกรรม 13. การเขตกรรมอื่​่�น ๆ นอกจากวิ​ิธี​ีต่​่าง ๆ ที่​่�กล่​่าวมาแล้​้วยั​ังมี​ีวิ​ิธีก อี​ีกวิ​ิ ธี​ี ห นึ่​่� ง ที่​่� นำำ� มาใช้​้ในการป้​้ อ งกั​ั น และกำำ� จั​ั ด ศั​ั ตรู​ูพื​ื ชแบบผสมผสาน อย่​่ า งมี​ี ประสิ​ิทธิภ ิ าพ เช่​่น การตั​ัดแต่​่งกิ่​่�ง การทำำ�ความสะอาดสวน การแต่​่งดอก ผล เป็​็นต้​้น 14. การใช้​้ชี​ีววิ​ิธี​ี โดยปกติ​ิในธรรมชาติ​ิ ศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิ จะมี​ีจำำ�นวนมากกว่​่า ศั​ั ตรู​ูพื​ื ช 5-6 เท่​่ า แต่​่ ถ้​้ามี​ี การใช้​้สารเคมี​ีก็​็ จ ะเป็​็ น การทำำ� ลายศั​ั ตรู​ูธ รรมชาติ​ิ ที่​่�มี​ีประโยชน์​์ได้​้ จึ​ึงควรมี​ีการอนุ​ุรั​ักษ์​์ศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิที่�่มี​ีประโยชน์​์ไว้​้ 15. การใช้​้สารเคมี​ี ควรเลื​ือกใช้​้เฉพาะที่​่� มี​ีค วามจำำ� เป็​็ น และมี​ีผลกระทบ น้​้อยที่​่�สุ​ุด ใช้​้สารเคมี​ีที่​่�เฉพาะเจาะจงการทำำ�ลายของแมลง มากกว่​่าสารที่​่�ฆ่​่าแมลง ได้​้มากชนิ​ิด ควรเลื​ือกใช้​้สารที่​่�ไม่​่มี​ีพิ​ิษตกค้​้างนานเกิ​ินไป และสารที่​่�ไม่​่มี​ีพิ​ิษสู​ูงมาก ควรใช้​้ขณะที่​่ศั � ตรู​ู ั ระบาดอยู่​่�ในระดั​ับที่​่คา � ดว่​่าจะเกิ​ิดความเสี​ียหาย และการใช้​้สารเคมี​ี ควรเป็​็นทางเลื​ือกสุ​ุดท้​้ายในการป้​้องกั​ันและกำำ�จั​ัดศั​ัตรู​ูพื​ืช เกษตรกรจึ​ึงควรหมั่​่�นตรวจ แปลงสม่ำำ�เสมอ เพื่​่� อนำำ�มาพิ​ิจารณาก่​่อนใช้​้สารเคมี​ี

• 20 •


ลั​ักษณะทั่​่�วไป ของเสาวรสหวาน เสาวรสหวาน (Passion fruit, Passiflora edulis Sims) เสาวรสหวาน หรื​ือกะทกรกฝรั่​่�ง อยู่​่�ในวงศ์​์ Passifloraceae มี​ีถิ่​่�นกำำ�เนิ​ิด ในทวี​ีปอเมริ​ิ ก าใต้​้ เป็​็ น ไม้​้ผลที่​่� มี​ี เถาเลื้​้� อ ยที่​่� มี​ีอายุ​ุ ห ลายปี​ี มี​ีมื​ือ เกาะ (tendril) เกิ​ิ ด ที่​่� ข้​้อ ใบ ลั​ั ก ษณะใบเป็​็ น ใบเดี่​่� ย วรู​ูปสามแฉก สี​ีเขี​ียวเข้​้ม เกิ​ิ ด แบบเรี​ียงสลั​ั บ ส่​่ ว นดอกเกิ​ิ ด ที่​่� โ คนก้​้านใบของ เถาใหม่​่ พร้​้อ มกั​ั บ การเจริ​ิ ญ ของเถา เป็​็ น ดอกเดี่​่� ย ว สมบู​ูรณ์​์เพศ ประกอบด้​้วยกลี​ีบเลี้​้� ยง 5 กลี​ีบ และ กลี​ีบดอกสี​ีครี​ีมมี​ีประสี​ีม่​่วง 5 กลี​ีบ ภายในดอกมี​ีรยางค์​์ ฝอยจำำ�นวนมาก มี​ีสี​ีม่​่วงและคาดสี​ีขาวบริ​ิเวณโคน และปลาย เกสรตั​ัวผู้​้�มี​ี 5 อั​ัน และมี​ีเกสรตั​ัวเมี​ียที่​่�ปลาย มี​ีลั​ักษณะ 3 แฉก ดอกมี​ีกลิ่​่�นหอมอ่​่อน

ลั​ักษณะผลเสาวรสหวาน มี​ีลั​ักษณะ กลม รู​ูปไข่​่ หรื​ือรี​ียาว ขึ้​้�นอยู่​่�กั​ับพั​ันธุ์​์� เส้​้นผ่​่ า นศู​ูนย์​์ ก ลางประมาณ 4-5 เซนติ​ิ เ มตร น้ำำ� หนั​ั ก ผล 50-60 กรั​ั ม ต่​่ อผ ล ขึ้​้�นกั​ับพั​ันธุ์​์� ภายในมี​ีเมล็​็ดสี​ีน้ำำ�ตาลเข้​้มหรื​ือดำำ�เป็​็นจำำ�นวนมาก ส่​่วนที่​่�นำำ�ไปใช้​้บริ​ิโภค คื​ือ ส่​่วนที่​่�เป็​็นน้ำำ�สี​ีเหลื​ือง-ส้​้ม มี​ีกลิ่​่�นหอมเฉพาะตั​ัว ซึ่​่�งเกิ​ิดจากสารประกอบอิ​ินทรี​ีย์​์ ระเหยง่​่าย (Volatile Organic Compounds; VOCs) จำำ�นวนมาก โดยมี​ีการตรวจพบ สารระเหยมากกว่​่า 200-500 ชนิ​ิด เช่​่น Ethyl butanoate Ethyl hexanoate Hexyl butanoate Linalool และ β-Ionone และมี​ีความเป็​็นกรดสู​ูง อุ​ุดมไปด้​้วย วิ​ิตามิน ิ ได้​้แก่​่ วิตามิ ิ น ิ ซี​ี เอ บี​ี 2 บี​ี 3 กรดโฟลิ​ิก ธาตุ​ุแคลเซี​ียม เหล็​็ก แมกนี​ีเซี​ียม ฟอสฟอรั​ัส โพแทสเซี​ียม สั​ังกะสี​ี และคาร์​์โบไฮเดรต และยั​ังมี​ีใยอาหารในปริ​ิมาณสู​ูง (วารสารโครงการหลวง, 2564)

• 21 •


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

ก

ข

ลั​ักษณะผลเสาวรสหวาน (ก)

เยื่​่�อหุ้​้�มเมล็​็ดของเสาวรสหวาน (ข)

ชนิ​ิดและพั​ันธุ์​์�เสาวรส เสาวรสแบ่​่งออกเป็​็น 2 ชนิ​ิด คื​ือชนิ​ิดผลสี​ีม่​่วง และผลสี​ีเหลื​ือง แต่​่ละชนิ​ิด มี​ีลั​ักษณะ ดั​ังนี้​้� 1. เสาวรสชนิ​ิดผลสี​ีม่​่วง (Passiflora edulis L.) ดอกจะบานในตอนเช้​้า สามารถผสมตั​ัวเองได้​้ดี​ี เมื่​่�อผลสุ​ุกแก่​่ลั​ักษณะผิ​ิวผลจะมี​ีสี​ีม่​่วง ลั​ักษณะผลกลมหรื​ือ รู​ูปไข่​่ ผลสุ​ุกมี​ีรสหวานและกลิ่​่�นหอมกว่​่าเสาวรสชนิ​ิดผลสี​ีเหลื​ือง มี​ีเส้​้นผ่​่าศู​ูนย์​์กลาง ผล 4-5 เซนติ​ิเมตร น้ำำ�หนั​ัก 50-60 กรั​ัมต่​่อผล สามารถรั​ับประทานผลสดได้​้และ มี​ีรสชาติ​ิหวาน และมี​ีปริ​ิมาณของแข็​็งละลายน้ำำ�ได้​้ (Total Soluble Solids; TSS) หรื​ือความหวาน 16-18 องศาบริ​ิกซ์​์ (°Brix) 2. เสาวรสชนิ​ิ ด ผลสี​ีเหลื​ือง (P. edulis F. flavicarpa) ดอกของเสาวรส ชนิ​ิดผลสี​ีเหลื​ืองจะบานในตอนเที่​่� ยง ส่​่วนใหญ่​่ผสมตั​ั วเองได้​้ไม่​่ดี​ี ต้​้องผสมข้​้าม ต้​้นลั​ั ก ษณะผิ​ิ ว ผลเมื่​่� อแก่​่ จ ะมี​ีสี​ีเหลื​ือง มี​ีขนาดผลใหญ่​่ ก ว่​่ า ชนิ​ิ ด ผลสี​ีม่​่ ว ง เส้​้นผ่​่าศู​ูนย์​์กลางผล 6 เซนติ​ิเมตร น้ำำ�หนั​ัก 80-120 กรั​ัมต่​่อผล เนื้​้�อผลให้​้ความเป็​็น กรดสู​ูงกว่​่ าชนิ​ิดผลสี​ีม่​่วง จึ​ึงมี​ีรสเปรี้​้�ยวมากและนิ​ิยมใช้​้ในอุ​ุ ตสาหกรรมแปรรู​ูป น้ำำ� ผลไม้​้ มี​ีความทนต่​่ อ โรคต้​้นเน่​่ า เถาเหี่​่� ย ว ไวรั​ั ส และไส้​้เดื​ือนฝอยมากกว่​่ า พั​ันธุ์​์�สี​ีม่​่วง จึ​ึงนิ​ิยมใช้​้เป็​็นต้​้นตอ (rootstock) สำำ�หรั​ับเปลี่​่�ยนพั​ันธุ์​์�เป็​็นเสาวรสหวาน

• 22 •


สถาบั​ัน วิ​ิจั​ัย และพั​ัฒนาพื้​้�น ที่​่�สู​ูง (องค์​์ก ารมหาชน)

เสาวรส

พั​ันธุ์​์�ชิ​ิวมี่​่� พั​ันธุ์​์�เสาวรสที่​่�มี​ีการส่​่งเสริ​ิมในพื้​้�นที่​่�โครงการหลวง และสถาบั​ันวิ​ิจั​ัยและพั​ัฒนาพื้​้�นที่​่�สู​ูง (องค์​์การมหาชน)

• 23 •


โรคและแมลงศั​ัตรู​ูพื​ืชที่​่�สำำ�คั​ัญ และการป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัด 1. โรคของเสาวรส 1.1 โรคไวรั​ัส (Virus Disease) โรคไวรั​ัสในเสาวรสหวาน เกิ​ิดจากไวรั​ัสหลายชนิ​ิด โดยที่​่�สำำ�คั​ัญที่​่�สุ​ุดคื​ือ Passion fruit woodiness virus (PWV) จั​ัดอยู่​่�ในสกุ​ุล Potyvirus วงศ์​์ Potyviridae นอกจากนี้​้� โรค woodiness disease ที่​่�ระบาดในหลายพื้​้�นที่​่�อาจเกิ​ิดร่​่วมกั​ับไวรั​ัส Potyvirus อื่​่� น เช่​่น Cowpea aphid-borne mosaic virus (CABMV) Passion fruit mottle virus Cucumber mosaic virus (CMV), Passion fruit yellow mosaic virus (PYMV), Passion fruit vein clearing virus และ Passion fruit leaf mottle virus ซึ่​่�งทำำ�ให้​้เกิ​ิด “virus complex” มากกว่​่าการติ​ิดเชื้​้�อไวรั​ัสเดี่​่�ยว ๆ ลั​ักษณะอาการของโรค โดยเชื้​้�อไวรั​ัสทำำ�ให้​้เกิ​ิดอาการด่​่างได้​้ทุ​ุกส่​่วนของต้​้น ทำำ� ให้​้ใบเกิ​ิ ด อาการใบด่​่ า ง (mosaic) ใบย่​่ น บิ​ิ ด เบี้​้� ย วหงิ​ิ ก งอ ใบมี​ีขนาดเล็​็ ก ลง การเจริ​ิญเติ​ิ บโตชะงั​ัก (stunting) บางกรณี​ีพบจุ​ุ ดหรื​ือวงแหวนสี​ีเหลื​ือง ลำำ�ต้​้น หรื​ือเถามี​ีลั​ั ก ษณะปล้​้องสั้​้� น แตกกิ่​่� ง หรื​ือยอดผิ​ิ ด ปกติ​ิ ส่​่ ว นผลมี​ีอาการผลด่​่ า ง ด่​่างเป็​็นวงแหวน ผลแข็​็ง (woodiness) ผิ​ิวเปลื​ือกไม่​่เรี​ียบบิ​ิดเบี้​้�ยว หนา เนื้​้�อผลแห้​้ง เมื่​่� อผลสุ​ุ ก เปลี่​่� ย นสี​ีไม่​่ ส ม่ำำ� เสมอ ส่​่ ง ผลให้​้รสชาติ​ิ เ ปรี้​้� ย วจั​ั ด หรื​ือจื​ืด หากปล่​่ อ ย ให้​้รุ​ุ นแรงจะส่​่งผลให้​้ผลเน่​่าและจำำ�หน่​่ายไม่​่ได้​้ โรคไวรั​ัสนี้​้�ไม่​่ได้​้ถ่​่ายทอดเชื้​้�อทาง เมล็​็ ด พั​ั น ธุ์​์� ส่​่ ว นใหญ่​่ เ กิ​ิ ด จากการถ่​่ า ยทอดเชื้​้� อ โดยการทาบกิ่​่� ง เสี​ียบยอด และ แมลงพาหะนำำ�โรค ได้​้แก่​่ เพลี้​้�ยไฟ โดยเฉพาะเพลี้​้�ยอ่​่อน Myzus persicae และ Aphis gossypii (Smith, 1972)

• 24 •


สถาบั​ัน วิ​ิจั​ัย และพั​ัฒนาพื้​้�น ที่​่�สู​ูง (องค์​์ก ารมหาชน)

ก

ข

ค

ง

จ

ฉ

เสาวรสแสดงอาการไวรั​ัสที่​่�ใบ (ก-ค) เสาวรสแสดงอาการไวรั​ัสที่​่�ผล (ง-ฉ) การป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัด

โรคไวรั​ัสไม่​่สามารถรั​ักษาให้​้หายขาดได้​้ วิ​ิธีก ี ารป้​้องกั​ันที่​่�ให้​้ประสิ​ิทธิภ ิ าพ

มากที่​่�สุด ุ คื​ือ การบำำ�รุ​ุงต้​้นเสาวรสให้​้แข็​็งแรงสม่ำำ�เสมอตลอดอายุ​ุการปลู​ูกเพื่​่� อไม่​่ให้​้ พื​ืชแสดงอาการของโรค ดั​ังนี้​้�

• 25 •


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

1. ควรใช้​้ยอดพั​ันธุ์​์�ที่​่�ปลอดโรค และใช้​้แหล่​่งพั​ันธุ์​์�ที่​่�มี​ีความน่​่าเชื่​่�อถื​ือ หลี​ีกเลี่​่�ยงการติ​ิ ดต่​่ อของโรคผ่​่านอุ​ุ ปกรณ์​์ เครื่​่� องมื​ือ เช่​่น กรรไกรตั​ั ดแต่​่ งกิ่​่�ง มี​ีด ควรทำำ�ความสะอาดเครื่​่� องมื​ือด้​้วยการจุ่​่�มสารละลาย 10% trisodium phosphate ทุ​ุกครั้​้�งก่​่อนการตั​ัดต้​้นใหม่​่ และหลั​ังใช้​้ 2. บำำ� รุ​ุ ง ต้​้นเสาวรสให้​้แข็​็ ง แรงด้​้วยการจั​ั ด การสวนที่​่� ดี​ี บำำ� รุ​ุ ง ความ อุ​ุดมสมบู​ูรณ์​์ของดิ​ิน การให้​้น้ำำ�และปุ๋​๋�ยอย่​่างสม่ำำ�เสมอ โดยเฉพาะปุ๋​๋�ยหมั​ักปุ๋​๋�ยคอก จากมู​ูลวั​ัว และเพิ่​่�มปุ๋​๋�ยทางใบ เช่​่น โพแทสเซี​ียม แคลเซี​ียม โบรอน เป็​็นต้​้น 3. ใช้​้สารป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัดกลุ่​่�มแมลงพาหะนำำ�โรค ได้​้แก่​่ เพลี้​้�ยไฟ เพลี้​้�ยอ่​่อน โดยสารชี​ีวภั​ัณฑ์​์ได้​้แก่​่ เชื้​้�อราบิ​ิวเวอร์​์เรี​ีย สบู่​่�อ่​่อน ปิ​ิโตรเลี่​่�ยมออยล์​์ สารเคมี​ีได้​้แก่​่

อะเซทามิ​ิพริด ิ (โปรวาโด®, โมแลน®) ฟิ​ิโพรนิ​ิล (เอสเซ็​็นต์​์®) สไปนี​ีโทแรม (เอ็​็กซอล®) เป็​็นต้​้น นอกจากนี้​้�การใช้​้ฟี​ีโรโมนล่​่อ เพลี้​้�ยไฟร่​่วมกั​ับกั​ับดั​ักกาวเหนี​ียวสี​ีน้ำำ�เงิ​ิน (ผลิ​ิตภั​ัณฑ์​์ของโครงการหลวง) จำำ�นวน 30 แผ่​่น/ไร่​่ เปลี่​่�ยนทุ​ุก ๆ 30 วั​ัน สามารถ ดึ​ึงดู​ูดเพลี้​้�ยไฟให้​้ติ​ิดกั​ับดั​ักได้​้อย่​่างมี​ีประสิ​ิทธิภ ิ าพ 4. ใช้​้ผ้​้าตาข่​่ายคลุ​ุมต้​้นในระยะแรก ซึ่​่�งเป็​็นระยะที่​่�เสาวรสอยู่​่�ในช่​่วง แตกกิ่​่�ง แตกยอด และเป็​็นระยะที่​่�เพลี้​้�ยไฟ เพลี้​้�ยอ่​่อน มั​ักเข้​้าทำำ�ลายมาก ป้​้องกั​ัน แมลงพาหะนำำ�โรคไวรั​ัส นอกจากนี้​้�ยังั ป้​้องกั​ันแมลงปากกั​ัด กั​ัดกิ​ินต้​้นกล้​้าได้​้อี​ีกทางหนึ่​่ง� 5. หลี​ีกเลี่​่�ยงการปลู​ูกในพื้​้�นที่​่�ใกล้​้แปลงปลู​ูกพริ​ิก มะเขื​ือเทศ แตงกวา ฟั​ักทอง เพื่​่� อป้อ ้ งกั​ันแมลงพาหะนำำ�โรค ซึ่​่ง� พื​ืชเหล่​่านี้​้เ� ป็​็นพื​ืชที่​่แ � มลงพาหะเข้​้าระบาด สู​ูงมาก

ก

ข • 26 •

กั​ับดั​ักกาวเหนี​ียวสี​ีน้ำำ��เงิ​ิน ร่​่วมกั​ับร่​่วมกั​ับฟี​ีโรโมน ล่​่อเพลี้​้�ยไฟ (ก) กั​ับดั​ักกาวเหนี​ียวสี​ีเหลื​ือง ใช้​้ล่​่อแมลงทั่​่�วไป (ข)


สถาบั​ัน วิ​ิจั​ัย และพั​ัฒนาพื้​้�น ที่​่�สู​ูง (องค์​์ก ารมหาชน)

ผ้​้าตาข่​่ายคลุ​ุมต้​้นเสารสหวานในระยะแรก

1.2 โรคผลเน่​่าเสาวรส (Fruit rot) 1) โรคผลเน่​่าแอนแทรคโนส

โรคผลน่​่าแอนแทรคโนสที่​่เ� กิ​ิดจากเชื้​้�อรา Collectotrichum sp. ซึ่​่ง� เป็​็น

ราชั้​้�นสู​ูง มั​ักพบในสภาวะอากาศอบอุ่​่�น ฝนตกสลั​ับแดดออก อุ​ุณหภู​ูมิ​ิที่�่เหมาะสม อยู่​่�ในช่​่วง 25.60-27.50 °C ความชื้​้�นสั​ัมพั​ัทธ์​์ 77.0-82.0 %RH (ธี​ีรนาฎ, 2564) เริ่​่�มแรกจะปรากฏแผลสี​ีน้ำำ�ตาลจุ​ุดฉ่ำำ�น้ำำ�เล็​็ก ๆ บนผลที่​่ข � ยายวงกว้​้าง แผลบุ๋​๋�มลึ​ึกลงไป ในเนื้​้�อ และมั​ักพบวงแหวนสี​ีดำำ�หรื​ือจุ​ุดสี​ีส้​้ม หรื​ือชมพู​ูซ้​้อนทั​ับกั​ันอยู่​่� ผลเมื่​่�อเกิ​ิดเชื้​้�อ สร้​้างรอยแผลในระยะผลสุ​ุก เชื้​้�อราจะเจริ​ิญเติ​ิบโตอย่​่างรวดเร็​็วทำำ�ให้​้ผลเน่​่าเสี​ีย ทั้​้�งผลร่​่วงหล่​่นได้​้

ก

ข

โรคผลเน่​่าเสาวรสแสดงอาการที่​่�ใบ (ก) โรคผลเน่​่าเสาวรสแสดงอาการที่​่ผล � (ข)

• 27 •


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

ค

ง

โรคผลเน่​่าเสาวรสแสดงอาการที่​่ผล � (ค) เชื้​้�อรา Colletotrichum sp. (ง) 2) โรคผลเน่​่าไฟทอฟธอรา

โรคผลน่​่าเสาวรสที่​่เ� กิ​ิดจากเชื้​้�อรา Phytophthora sp. ซึ่​่ง� เป็​็นราชั้​้�นต่ำำ�

พบในสภาพอากาศชื้​้�นและฝนตกหนั​ัก ความชื้​้�นสู​ูง มากกว่​่า 85-99 %RH ทำำ�ให้​้ เสาวรสแสดงลั​ั ก ษณะอาการผิ​ิ ด ปกติ​ิ ป ร า ก ฏ แ ผ ล สี​ีน้ำำ� ตา ล ฉ่ำำ� น้ำำ� บริ​ิ เ ว ณ ใบและผลในระยะแรก เมื่​่�อสภาพอากาศ เหมาะสมแผลจะขยายเป็​็นบริ​ิเวณกว้​้าง ทำำ�ให้​้ใบไหม้​้เป็​็นสี​ีน้ำำ�ตาล และร่​่วงจากต้​้น โดยเฉพาะช่​่ ว งที่​่� เ สาวรสอยู่​่�ในระยะ ติ​ิ ด ผลผลิ​ิ ต ทำำ� ให้​้ผลเน่​่ า และหาก มี​ีอาการรุ​ุนแรงมากผลจะหลุ​ุดร่​่วงลงพื้​้�น ผลที่​่เ� กิ​ิดโรคจะมี​ีเชื้​้�อราสี​ีขาวขึ้​้�นปกคลุ​ุม เชื้​้�อจะสร้​้างซู​ูโอสปอร์​์ (Zoospore) มี​ีหาง ทำำ� ให้​้สามารถเคลื่​่� อนย้​้ายไปตามน้ำำ� ที่​่�เคลื่​่� อนที่​่�ผิ​ิวดิ​ิน และส่​่วนต่​่าง ๆ ของ ลำำ�ต้​้น ทำำ�ให้​้เกิ​ิดการแพร่​่ระบาดของโรค ได้​้อย่​่างรวดเร็​็ว ในช่​่วงเวลาสั้​้�น ๆ

โรคผลเน่​่า Phytophthora sp. ของเสาวรสแสดงอาการที่​่ผล � (ก-ข)

• 28 •


สถาบั​ัน วิ​ิจั​ัย และพั​ัฒนาพื้​้�น ที่​่�สู​ูง (องค์​์ก ารมหาชน)

ค

ง

โรคผลเน่​่า Phytophthora sp. ของเสาวรสแสดงอาการที่​่ผล � (ค) เชื้​้�อรา Phytophthora sp. (ง) การป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัด

1. หมั่​่�นสำำ�รวจแปลงปลู​ูกอย่​่างสม่ำำ�เสมอ โดยเฉพาะช่​่วงฤดู​ูฝน 2. ตั​ัดแต่​่งกิ่​่�ง เถา และการสางใบ ให้​้โปร่​่ง เพื่​่� อให้​้แสงแดดส่​่องถึ​ึงพื้​้�นดิ​ิน มากกว่​่า 75-80% จะทำำ�ให้​้การระบายอากาศภายในทรงพุ่​่�มดี​ี และช่​่วยลดความชื้​้�น ระหว่​่างต้​้นได้​้ 3. เมื่​่�อพบการระบาดของโรค หรื​ือมี​ีการตั​ัดแต่​่งกิ่​่�ง เถา และการสางใบแล้​้ว ควรเก็​็บผลและใบหรื​ือเศษที่​่�ตั​ัดแต่​่งทิ้​้�ง ออกจากแปลงไปกำำ�จั​ัด ด้​้วยการฝั​ังกลบลึ​ึก หรื​ือเผาในเตาด้​้วยความร้​้อน 4. การใช้​้สารป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัดสามารถใช้​้ได้​้ทั้​้� งสารชี​ีวภั​ัณฑ์​์และสารเคมี​ี โดยแนะนำำ�ให้​้มี​ีการใช้​้สารชี​ีวภั​ัณฑ์​์ในช่​่วงระยะแรก (ย้​้ายปลู​ูกและใกล้​้เก็​็บเกี่​่�ยว) หากเมื่​่� อมี​ี การระบาดหนั​ั ก ควรใช้​้สารเคมี​ีเพื่​่� อค วบคุ​ุ ม โรคพื​ืชไม่​่ ใ ห้​้แพร่​่ ข ยาย การระบาดเพิ่​่�มขึ้​้�นและค่​่อยกลั​ับมาใช้​้สารชี​ีวภั​ัณฑ์​์อี​ีกครั้​้�ง ดั​ังนี้​้� 4.1 โรคผลเน่​่าแอนแทรคโนส Colletotrichum sp. 4.1.1 สารชี​ีวภั​ัณฑ์​์ ได้​้แก่​่ แบคที​ีเรี​ียบี​ีเอส Bacillus subtilis

เช่​่ น พี​ีพี​ี-บี​ีเค33 (ผลิ​ิ ตภั​ั ณ ฑ์​์ ข องมู​ูลนิ​ิ ธิ​ิ โ ครงการหลวง) ลาร์​์ มิ​ิ น่​่ า® เจน-แบค ®

กรี​ีนแท๊​๊บ® กั​ัปตั​ันบี​ีเอส® บาซิ​ิทั​ัส® ไปโอเบส® ไปออนแบค® เป็​็นต้​้น

4.1.2 สารเคมี​ี ได้​้แก่​่ แมนโคเซบ ไดเทน เอ็​็ม 45® แคปแทน®

คาร์​์เบนดาซิ​ิม® อมิ​ิสตา® แอนทราโคล®

• 29 •


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

4.2 โรคผลเน่​่าไฟทอฟธอรา Phytophthora sp. 4.2.1 สารชี​ีวภั​ัณฑ์​์ ได้​้แก่​่ ไตรโคเดอร์​์มา โดยการรองก้​้นหลุ​ุม ก่​่อนปลู​ูก และควรหมั่​่�นใส่​่บ่อ ่ ยครั้​้�ง

4.2.2 สารเคมี​ี ได้​้แก่​่ โพลิ​ิ-อาร์​์ฟอส® อาลิ​ิเอท® ฟอรั่​่�ม® เป็​็นต้​้น

การใช้​้ชี​ีวภั​ัณฑ์​์เชื้​้�อราไตรโคเดอร์​์มารองก้​้นหลุ​ุมก่​่อนปลู​ูก หรื​ือโรยรอบโคนต้​้นและกลบดิ​ินตาม ป้​้องกั​ันโรคโคนเน่​่ารากเน่​่าจากเชื้​้�อ Fusarium sp. Pythium spp. และ Phytophthora sp.

การจั​ัดการสวนให้​้มี​ีแสงแดดส่​่องถึ​ึงพื้​้�นดิ​ินให้​้มากกว่​่า 75-80% จะทำำ�ให้​้การระบายอากาศภายในทรงพุ่​่�มดี​ี และช่​่วยลดความชื้​้�นระหว่​่างต้​้นได้​้

การจั​ัดการสวนโดยการตั​ัดแต่​่งกิ่​่�ง เถา และการสางใบแล้​้ว ควรเก็​็บผลและใบหรื​ือเศษที่​่�ตั​ัดแต่​่งทิ้​้�ง ออกจากแปลงไปกำำ�จั​ัด

• 30 •


สถาบั​ัน วิ​ิจั​ัย และพั​ัฒนาพื้​้�น ที่​่�สู​ูง (องค์​์ก ารมหาชน)

1.3 โรครากเน่​่าโคนเน่​่าจากเชื้​้�อรา Fusarium sp. และ Pythium spp. ลั​ั ก ษณะอาการเน่​่ าสี​ีน้ำำ� ตาลดำำ� บริ​ิ เ วณโคนต้​้นและราก และปรากฏ รอยแตกตามยาวจากโคนต้​้นขึ้​้�นไป เมื่​่�ออาการรุ​ุนแรงต้​้นเสาวรสจะแสดงอาการเหี่​่ย � ว หากผ่​่าดู​ูภายในลำำ�ต้​้นจะพบเนื้​้�อในเป็​็นสี​ีนํ้​้าตาล เชื้​้�อราสามารถเข้​้าทำำ�ลายบริ​ิเวณ รอยต่​่อระหว่​่างต้​้นตอกั​ับยอดพั​ันธุ์​์�ดี​ีที่​่อยู่​่� � ใกล้​้กั​ับผิวิ ดิ​ินหรื​ือบริ​ิเวณรากที่​่เ� กิ​ิดแผลจาก การทำำ�ลายของปลวกกั​ัดแทะ เมื่​่�อความชื้​้�นในสภาวะอากาศสู​ูง จะพบเชื้​้�อราสี​ีขาว ขึ้​้�นปกคลุ​ุมบริ​ิเวณลำำ�ต้​้น

เสาวรสแสดงอาการโรครากเน่​่าโคนเน่​่าในระยะย้​้ายปลู​ูก การป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัด

1. ควรใช้​้ต้​้นตอที่​่�แข็​็งแรงและสะอาด ในการขยายพั​ันธุ์​์�ก่​่อนการเปลี่​่ย � น ยอด และควรทำำ�ความสะอาดเครื่​่� องมื​ืออยู่​่�เสมอ 2. เมื่​่�อพบอาการเหี่​่ย � วของพื​ืช ควรขุ​ุดต้​้นออกและนำำ�ไปกำำ�จั​ัดอย่​่างถู​ูกวิ​ิธี​ี 3. ควรรองก้​้นหลุ​ุมก่​่ อนปลู​ูกทุ​ุกครั้​้� งด้​้วยเชื้​้�อไตรโคเดอร์​์มา ป้​้องกั​ั น โรคโคนเน่​่ารากเน่​่าจากเชื้​้�อรา Fusarium sp. และ Pythium spp. รวมถึ​ึงเชื้​้�อรา Phytophthora sp. 4. สารป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัดสามารถใช้​้ทั้​้�งสารชี​ีวภั​ัณฑ์​์และสารเคมี​ี ดั​ังนี้​้� 4.1 สารชี​ีวภั​ัณฑ์​์ ได้​้แก่​่ เชื้​้�อราไตรโคเดอร์​์มา เช่​่น พี​ีพี​ี-ไตรโคอาร์​์

ผลิ​ิตภั​ัณฑ์​์ของมู​ูลนิ​ิธิโิ ครงการหลวง ไตรซาน® ไตรแคป®

4.2 สารเคมี​ี ได้​้แก่​่ แมนโคเซบ ไดเทน เอ็​็ ม 45 ® แคปแทน ®

คาร์​์เบนดาซิ​ิม® อมิ​ิสตา® แอนทราโคล®

• 31 •


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

1.4 โรคใบจุ​ุดสี​ีน้ำำ��ตาลและผลเน่​่า Alternaria sp. ลั​ักษณะอาการของโรคใบจุ​ุดสี​ีน้ำำ�ตาล (Brown Spot) ที่​่�เกิ​ิดจากเชื้​้�อรา Alternaria sp. ในเสาวรส เริ่​่�มแรกจะเกิ​ิดจุ​ุดแผลขนาดเล็​็กสี​ีน้ำำ�ตาลบนใบ เมื่​่�ออาการ รุ​ุ น แรงขึ้​้� น แผลจะขยายใหญ่​่ ขึ้​้� น เป็​็ น รู​ูปทรงไม่​่ แ น่​่ น อน โดยตรงกลางแผลจะมี​ี สี​ีน้ำำ�ตาลอ่​่อนหรื​ือแห้​้งซี​ีด ส่​่วนขอบแผลจะมี​ีสี​ีน้ำำ�ตาลเข้​้ม แผลที่​่�ขยายใหญ่​่จะขึ้​้�น เป็​็นวงกลมเรี​ียงซ้​้อนกั​ันเป็​็นชั้​้�น ๆ คล้​้ายเป้​้าธนู​ู (Concentric rings) และมั​ักจะมี​ี วงรั​ัศมี​ีสี​ีเหลื​ืองล้​้อมรอบแผล หลั​ังจากนั้​้�นใบจะเหลื​ืองและร่​่วงหล่​่นจากต้​้นอย่​่างรวดเร็​็ว และเมื่​่� ออา การเกิ​ิ ด ที่​่� ผ ลจะพบจุ​ุ ด เล็​็ ก ๆ สี​ีน้ำำ� ตาลหรื​ือเขี​ียวเข้​้มลั​ั ก ษณะฉ่ำำ� น้ำำ� แผลจะขยายวงกว้​้าง โดยมี​ีขนาดแผลประมาณ 1-2 เซนติ​ิเมตร เนื้​้�อเยื่​่�อตรงแผล จะบุ๋​๋�มยุ​ุบลงในผิ​ิวเปลื​ือกเสาวรส แข็​็ง ย่​่น และเปลี่​่ย � นเป็​็นสี​ีน้ำำ�ตาลดำำ� ด้​้านในของผล บริ​ิเวณใต้​้แผลจะเน่​่าเสี​ีย ทำำ�ให้​้ผลเสาวรสเหี่​่�ยวเฉา ร่​่วงหล่​่นก่​่อนเก็​็บเกี่​่�ยว

ก

ข

ค

ง

โรคใบจุ​ุดสี​ีน้ำำ��ตาลและผลเน่​่า Alternaria sp. ของเสาวรสแสดงอาการที่​่�ใบ (ก) แสดงอาการที่​่�ผล (ข-ง) การป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัด

เช่​่นเดี​ียวกั​ับการป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัดโรคผลเน่​่าแอนแทรคโนส

• 32 •


สถาบั​ัน วิ​ิจั​ัย และพั​ัฒนาพื้​้�น ที่​่�สู​ูง (องค์​์ก ารมหาชน)

1.5 โรคแผลสะเก็​็ด หรื​ือโรคสแคบ (scab) โรคแผลสะเก็​็ด หรื​ือโรคสแคบ เกิ​ิดจากเชื้​้�อรา Cladosporium spp. และ Phomopsis sp. พบในสภาพอากาศชื้​้�นและฝนตกอย่​่างต่​่อเนื่​่� อง ยิ่​่�งหากแปลงทึ​ึบ แสงแดดส่​่ อ งไม่​่ ถึ​ึ งพื้​้� น ดิ​ิ น ไม่​่ มี​ี การระบายอากาศ และไม่​่ มี​ี การลดความชื้​้� น ได้​้ จะยิ่​่�งทำำ�ให้​้เกิ​ิดโรคได้​้รวดเร็​็วขึ้​้�น โดยจะพบจุ​ุดฉ่ำำ�น้ำำ�กระจายทั่​่�วแผล แผลจะกลายเป็​็น สะเก็​็ดสี​ีน้ำำ�ตาลอ่​่ อน ขนาด 3-4 มิ​ิลลิ​ิเมตร ขึ้​้�นปกคลุ​ุมจุ​ุ ดที่​่� ฉ่ำำ�น้ำำ�นั้​้�น มี​ีลั​ักษณะ เป็​็นสะเก็​็ ดตะปุ่​่�มตะป่ำำ�ขยายและลุ​ุกลามทั่​่� วผล เมื่​่�ออากาศชื้​้�น ฝนตกติ​ิ ดต่​่ อกั​ัน อย่​่างต่​่อเนื่​่� อง จะทำำ�ให้​้โรคระบาดอย่​่างรวดเร็​็ว การป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัด

เนื่​่� องจากเป็​็ น ราชั้​้� นสู​ูง จึ​ึงมี​ีวิ​ิ ธี​ีการป้​้ องกั​ั นกำำ� จั​ั ด โรคเช่​่นเดี​ียวกั​ั บ โรค ผลเน่​่าแอนแทรคโนส และโรคใบจุ​ุดสี​ีน้ำำ�ตาลและผลเน่​่า

ก

ข

ค

โรคแผลสะเก็​็ด หรื​ือ โรคสแคบ (scab) ในเสาวรสแสดงอาการที่​่�ใบ (ก) แสดงอาการที่​่ผล � (ข-ค)

1.6 โรคกิ่​่�งบวมในเสาวรส (Passion fruit bulging stem) สาเหตุ​ุยั​ังไม่​่มี​ีความแน่​่ชั​ัด ลั​ักษณะอาการบวมบริ​ิเวณลำำ�ต้​้น เมื่​่�อผ่​่าดู​ู ไม่​่พบหนอนหรื​ือแมลงเจาะเข้​้าทำำ�ลาย บริ​ิเวณที่​่บ � วมมี​ีลั​ักษณะเป็​็นก้​้อนแข็​็ง สั​ันนิ​ิษฐาน สาเหตุ​ุเกิ​ิดจากอาจมี​ีแมลงเข้​้าไปเจาะลำำ�ต้​้นตั้​้�งแต่​่เริ่​่�มปลู​ูก ช่​่วงเจริ​ิญเติ​ิบโต แต่​่พื​ืช สร้​้างเนื้​้�อเยื่​่�อและมี​ีการเจริ​ิญเติ​ิบโตอย่​่างรวดเร็​็ว รั​ักษาแผลเปิ​ิด เพื่​่� อป้​้องกั​ันไม่​่ให้​้ ตั​ัวเองตาย จึ​ึงทำำ�ให้​้เกิ​ิดลั​ักษณะอาการของการบวมของลำำ�ต้​้นอย่​่างเห็​็นได้​้ชั​ัด

• 33 •


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

ก

ข

ค

โรคกิ่​่�งบวมในเสาวรส (Passion fruit bulging stem) ปลายยอด (ก) ลำำ�ต้​้น (ข-ค) การป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัด

1. หมั่​่�นสำำ�รวจแปลงอยู่​่�สม่ำำ�เสมอ โดยเฉพาะการกำำ�จั​ัดวั​ัชพื​ืช เนื่​่� องจาก เป็​็นพื​ืชอาศั​ัยและเป็​็นที่​่�หลบซ่​่อนของแมลง 2. รองก้​้นหลุ​ุ ม ด้​้วยสารเคมี​ี ไทอะมี​ีทอกแซม (Thiamethoxam) -

สตาร์​์เกิ​ิลจี​ี® เพื่​่� อป้​้องกั​ันการเข้​้าทำำ�ลายของแมลงตั้​้�งแต่​่ระยะแรก

2. แมลงศั​ัตรู​ูของเสาวรส 2.1 เพลี้​้�ยไฟ (Thrip) เพลี้​้� ย ไฟเป็​็ น แมลงที่​่� มี​ี ขนาดเล็​็ ก มาก แต่​่ เ ป็​็ น ศั​ั ตรู​ู ที่​่� ร้​้า ยกาจของพื​ืช เศรษฐกิ​ิ จ หลายชนิ​ิ ด ทำำ� ให้​้ผลผลิ​ิ ตคุ​ุ ณ ภาพตกตํ่​่า เพลี้​้� ย ไฟที่​่� พบ ในเสาวรสคื​ือ เพลี้​้�ยไฟพริ​ิก (Scirtothrips dorsalis) โดยตั​ัวอ่​่อนและตั​ัวเต็​็มวั​ัยจะดู​ูดกิ​ินน้ำำ�เลี้​้�ยง จากพื​ืช บริ​ิเวณใบอ่​่อน ยอดอ่​่อน ตาใบ ตาดอก ฐานรองดอก ขั้​้�วผลอ่​่อน ทำำ�ให้​้ เซลล์​์บริ​ิเวณนั้​้�นตาย และ เป็​็นสาเหตุ​ุ ทำำ�ให้​้ตาใบและตาดอกแห้​้งตาย ดอกและผล แห้​้งและร่​่วง ในกรณี​ีที่​่� การระบาดไม่​่รุ​ุนแรงจะพบรอยตำำ�หนิ​ิ สี​ีเทาเงิ​ิ น ที่​่� ขั้​้�วผล

บิ​ิดงอ ผลบิ​ิดเบี้​้�ยว ติ​ิดดอกและผลน้​้อย ใบที่​่�แตกใหม่​่แคระแกร็​็น เพลี้​้�ยไฟสามารถ ทำำ�ลาย ส่​่วนอ่​่อน แต่​่ถ้​้าใบแก่​่จะดู​ูดกิ​ินนํ้​้าเลี้​้�ยงตามขอบใบ ทำำ�ให้​้ใบม้​้วนงอ ถ้​้าทำำ�ลาย ที่​่�ยอดจะทำำ�ให้​้ยอดแห้​้ง ถ้​้าขณะมี​ีดอกทำำ�ให้​้ดอกแห้​้ง

• 34 •


สถาบั​ัน วิ​ิจั​ัย และพั​ัฒนาพื้​้�น ที่​่�สู​ูง (องค์​์ก ารมหาชน)

การป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัด

1. กำำ�จั​ัดวั​ัชพื​ืชที่​่�เป็​็นที่​่�อยู่​่�หลบซ่​่อนของเพลี้​้�ยไฟ รวมถึ​ึงแมลงศั​ัตรู​ูพื​ืช อื่​่�น ๆ บางครั้​้�งเกษตรกรฉี​ีดพ่​่นสารป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัดแมลง เพลี้​้�ยไฟจะหลบอยู่​่�ใต้​้ใบพื​ืช หรื​ือวั​ัชพื​ืชใกล้​้เคี​ียงเพื่​่� อเลี่​่�ยงการถู​ูกพ่​่นยา ส่​่งผลให้​้แมลงมี​ีการดื้​้�อยาอยู่​่�เสมอ 2. สำำ�รวจเพลี้​้�ยไฟ หากพบระบาดเกิ​ิน 2 ตั​ัวต่​่อช่​่อดอก หรื​ือระบาด ในระยะดอกติ​ิดผล พบเกิ​ิน 1 ตั​ัวต่​่อ 4 ดอกหรื​ือ 4 ผล หากพบว่​่ามี​ีการระบาดเกิ​ินค่​่า ระดั​ับความเสี​ียหายทางเศรษฐกิ​ิจ (Economic Threshold; ET) จะก่​่อให้​้เกิ​ิดความ เสี​ียหายของผลผลิ​ิต อี​ีกทั้​้�งเพลี้​้�ยไฟเป็​็นแมลงพาหะนำำ�โรคไวรั​ัส หากไม่​่รี​ีบกำำ�จั​ัด เพลี้​้�ยไฟจะระบาดไปทั่​่�วแปลงและแปลงใกล้​้เคี​ียง 3. ให้​้ความชื้​้�นแก่​่สวนสม่ำำ�เสมอด้​้วยการพ่​่นน้ำำ�เป็​็นฝอยในขณะอากาศ ร้​้อนแห้​้งแล้​้ง ช่​่วยลดการระบาดได้​้ 4. การใช้​้สารป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัด สามารถใช้​้ทั้​้�งสารชี​ีวภั​ัณฑ์​์และสารเคมี​ี ดั​ังนี้​้� 4.1 สารชี​ีวภั​ัณฑ์​์ ได้​้แก่​่ เชื้​้�อราบิ​ิวเวอร์​์เรี​ีย เช่​่น พี​ีพี​ี-เบ็​็บ (ผลิ​ิตภั​ัณฑ์​์

ของมู​ูลนิ​ิธิโิ ครงการหลวง) บู​ูเวริ​ิน® บิ​ิว-เวอร์​์® กั​ัปตั​ันเมทา+บิ​ิว®

4.2 สารปลอดภั​ั ย ได้​้แก่​่ สบู่​่�อ่​่ อน ปิ​ิโตรเลี่​่� ยมออยล์​์ พี​ีโรโมนล่​่ อ เพลี้​้�ยไฟร่​่วมกั​ับกั​ับดั​ักกาวเหนี​ียวสี​ีน้ำำ�เงิ​ิน

4.3 สารเคมี​ี ได้​้แก่​่ โปรวาโด® โมแลน® เอสเซ็​็นต์​์® เอ็​็กซอล® ทั้​้�งนี้​้�ให้​้ระมั​ัดระวั​ังการใช้​้สารเคมี​ีเนื่​่� องจากเพลี้​้�ยไฟเป็​็นแมลง

ที่​่� มี​ี วงจรชี​ีวิ​ิ ตสั้​้� น สามารถวางไข่​่ ออ กลู​ูกได้​้หลายรุ่​่�นในระยะเวลาสั้​้� น ๆ อี​ีกทั้​้� ง

เป็​็ น แมลงที่​่� มี​ี ขนาดเล็​็ ก สามารถหลบหลี​ีกการพ่​่ น สารเคมี​ีได้​้มาก ทำำ� ให้​้ยากต่​่ อ การกำำ�จั​ัด ส่​่งผลให้​้มี​ีการดื้​้�อยาสู​ูง ดั​ังนั้​้�นวิ​ิธีก ี ารเลื​ือกใช้​้สารเคมี​ี ควรเลื​ือกสารที่​่�อยู่​่�

คนละกลุ่​่�มสาร แบบหมุ​ุนเวี​ียนตามกลุ่​่�มกลไกของการออกฤทธิ์​์� เช่​่น การพ่​่นสาร เรี​ียงกั​ัน จากสารกลุ่​่�ม 1 ไปเป็​็นสารกลุ่​่�ม 2 กลุ่​่�ม 3 กลุ่​่�ม 4 กลุ่​่�ม 5 และกลั​ับมาใช้​้สาร กลุ่​่�ม 1 อี​ีกครั้​้�ง โดยระยะการเปลี่​่ย � นแต่​่ละกลุ่​่�มสารขึ้​้�นอยู่​่�กั​ับช่ว่ งระยะเวลาการปลู​ูกพื​ืช ในแต่​่ละปี​ี โดยอาจสลั​ับกลุ่​่�มสารหลั​ังจากพ่​่นสารกลุ่​่�มเดิ​ิมซ้ำำ�กั​ัน 2 ครั้​้�ง เพื่​่� อหลี​ีกเลี่​่ย � ง การดื้​้�อยาของแมลงศั​ัตรู​ูพื​ืช (กรมวิ​ิชาการเกษตร, 2553) (ตารางที่​่� 2)

• 35 •


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

ก

ข

เพลี้​้�ยไฟพริ​ิก (Scirtothrips dorsalis) (ก) ผลเสาวรสที่​่ถู� ูกเพลี้​้�ยไฟเข้​้าทำำ�ลาย มี​ีรอยเจาะและผล ผิ​ิวเปลื​ือกย่​่น แสดงอาการด่​่าง (ข)

2.2 เพลี้​้�ยหอย (Scale) เพลี้​้�ยหอย Ceroplastes spp. เป็​็นแมลงขนาดเล็​็ก อยู่​่�ในวงศ์​์ Coccidae หรื​ือ Ceroplastidae ตั​ัวเต็​็มวั​ัยมี​ีเกราะหุ้​้�มตั​ัวคล้​้ายกระดองเต่​่า ลำำ�ตั​ัวทรงกลมหรื​ือ นู​ูนคล้​้ายโดมที่​่�ปกคลุ​ุมด้​้วยชั้​้�นขี้​้�ผึ้​้ง� หนาสี​ีขาว สี​ีเทา หรื​ือสี​ีแดง ซึ่​่ง� เป็​็นลั​ักษณะเฉพาะ เมื่​่�อลอกคราบเกราะสามารถขยายใหญ่​่ขึ้​้�น และสามารถวางไข่​่ได้​้ 600-800 ฟอง โดยเก็​็บไว้​้ใต้​้เกราะเพื่​่� อป้​้องกั​ันอั​ันตรายจากภายนอก เมื่​่�อเป็​็นตั​ัวอ่​่อนเริ่​่�มเคลื่​่� อนที่​่� หาอาหารต่​่อไป ระยะตั​ัวอ่​่อนนาน 60 วั​ัน โดยเพลี้​้�ยหอยนั้​้�นจะเกาะอยู่​่�ตามบริ​ิเวณ ซอกใบ กิ่​่�ง ลำำ�ต้​้นและผล โดยที่​่�ตั​ัวอ่​่อนสามารถเคลื่​่� อนที่​่�ได้​้ไปเกาะอยู่​่�ส่​่วนต่​่าง ๆ เพื่​่� อดู​ูดกิ​ินน้ำำ�เลี้​้�ยง สามารถเคลื่​่� อนย้​้ายโดยอาศั​ัยมดเป็​็นพาหะ เมื่​่�อได้​้ที่​่�เหมาะสม แล้​้วเพลี้​้�ยหอยจะดู​ูดน้ำำ�เลี้​้�ยงทำำ�ให้​้กิ่​่�งแห้​้งและเหี่​่�ยวร่​่วงและอาจตายได้​้ มู​ูลหวาน (honeydew) ที่​่�ถ่​่ายออกมาดึ​ึงดู​ูดให้​้เกิ​ิดราดำำ�ขึ้​้�นเป็​็นคราบเกาะที่​่�ผิ​ิว

ก

ข

เพลี้​้�ยหอย Ceroplastes spp. (ก) ราดำำ�ที่​่�เกิ​ิดขึ้​้�นจากเพลี้​้�ยหอยที่​่�ปล่​่อยมู​ูลหวาน (honeydew) ซึ่​่�งเป็​็นแหล่​่งอาหารของเชื้​้�อรา (ข)

• 36 •


สถาบั​ัน วิ​ิจั​ัย และพั​ัฒนาพื้​้�น ที่​่�สู​ูง (องค์​์ก ารมหาชน)

การป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัด

เนื่​่� องจากเป็​็นแมลงกลุ่​่�มปากดู​ูด จึ​ึงมี​ีวิ​ิธี​ีการป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัดเช่​่นเดี​ียวกั​ับ

การจั​ัดการเพลี้​้�ยไฟ

2.3 มวน (Stink bug) มวนเป็​็นศั​ัตรู​ูสำำ�คั​ั ญของเสาวรสในประเทศไทยและเอเชี​ียตะวั​ั นออก เฉี​ียงใต้​้ มั​ักอยู่​่�ในวงศ์​์ Pentatomidae และ Coreidae มี​ีลั​ักษณะลำำ�ตั​ัวรู​ูปโล่​่ (shieldshaped) ของขอบปี​ีก มี​ีลั​ักษณะสี​ีดำำ�หรื​ือน้ำำ�ตาลเข้​้ม มี​ีจุ​ุดสี​ีเหลื​ือง/ส้​้มเรี​ียงตาม ขอบลำำ�ตั​ัว ดู​ูดกิ​ินผลอ่​่อนและผลแก่​่ของเสาวรสทำำ�ให้​้ผลเป็​็นรอยบุ๋​๋�ม มี​ีตำำ�หนิ​ิ ผลร่​่วง หรื​ือคุ​ุณภาพลดลง

การป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัด

เนื่​่� องจากเป็​็นแมลงกลุ่​่�มปากดู​ูด จึ​ึงมี​ีวิ​ิธี​ีการป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัดเช่​่นเดี​ียวกั​ับ

การจั​ัดการเพลี้​้�ยไฟ

ก

ข

ค

มวน stink bug (ก) ลั​ักษณะของผลเสาวรสที่​่�ถู​ูกมวนเข้​้าทำำ�ลาย (ข-ค)

2.4 ปลวก (Termite) ปลวกเป็​็นแมลงสั​ังคม ประกอบด้​้วยวรรณะสื​ืบพั​ันธุ์​์� วรรณะกรรมกร วรรณะทหาร ระยะไข่​่ 30-50 วั​ัน ตั​ัวอ่​่อน 360-720 วั​ัน สำำ�หรั​ับตัวั เต็​็มวั​ัยวรรณะสื​ืบพั​ันธุ์​์� เพศเมี​ียอาจมี​ีอายุ​ุนาน 10-50 ปี​ี สามารถวางไข่​่วั​ันละ 30,000 ฟอง ปลวกกั​ัดกิ​ิน เนื้​้�อไม้​้ทั้​้�งภายในและภายนอก พร้​้อมสร้​้างทางเดิ​ินไปทั่​่�วลำำ�ต้​้น ทำำ�ให้​้ต้​้นพื​ืชมี​ีอาการ

• 37 •


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

เหี่​่�ยวตาย เหมื​ือนกั​ับอาการขาดน้ำำ� บางครั้​้�งทำำ�ลายรากทำำ�ให้​้ต้​้นพื​ืชยื​ืนต้​้นตายหรื​ือ หั​ักโค่​่น การระบาดพบระบาดหนั​ักในฤดู​ูฝน และช่​่วงที่​่�แปลงปลู​ูกมี​ีความชื้​้�นสู​ูง

ลั​ักษณะเสาวรส ยื​ืนต้​้นตายจากปลวก เข้​้าทำำ�ลายบริ​ิเวณราก

ก

ข

ปลวก Termite (ก) ปลวกที่​่�เข้​้าทำำ�ลายภายในกิ่​่�ง เถา เสาวรส (ข) การป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัด

1. เมื่​่�อพบระบาดเล็​็กน้​้อยให้​้ตั​ัดส่​่วนที่​่�ถู​ูกทำำ�ลาย ทิ้​้�งกำำ�จั​ัดอย่​่างถู​ูกวิ​ิธี​ี หรื​ือขู​ูดเอาส่​่วนที่​่�ถู​ูกทำำ�ลายออก 2. ควรระวั​ังช่​่วงฤดู​ูฝนหรื​ือต้​้นพื​ืชที่​่มี​ีค � วามชื้​้�นสู​ูงเหมาะต่​่อการเข้​้าทำำ�ลาย ของปลวก 3. ใช้​้ไส้​้เดื​ือนฝอยปราบหนอน ชนิ​ิ ด Steinernema sp. และ Heterorhabditis sp. ราดหรื​ือพ่​่นบริ​ิเวณโคนต้​้นหรื​ือส่​่วนที่​่ถู​ู � กทำำ�ลายเพื่​่� อกำ�ำ จั​ัดปลวก

• 38 •


สถาบั​ัน วิ​ิจั​ัย และพั​ัฒนาพื้​้�น ที่​่�สู​ูง (องค์​์ก ารมหาชน)

4. ถ้​้าจำำ� เป็​็ น ต้​้องใช้​้สารเคมี​ีควรใช้​้สารสตาร์​์ เ กิ​ิ ล จี​ี ® หรื​ือฟิ​ิ โ พรนิ​ิ ล

(fipronil) 5% - เอสเซ็​็นต์​์® ราดบริ​ิเวณโคนต้​้นและดิ​ิน รอบๆ ต้​้น เพื่​่� อป้​้องกั​ันปลวก ทำำ�ลายลำำ�ต้​้น

2.5 แมลงปากกั​ัด เช่​่น ตั๊​๊�กแตน จิ้​้�งหรี​ีด จิ้​้�งโกร่​่ง (จิ้​้�งกุ่​่�ง) แมลงในกลุ่​่�มแมลงปากกั​ั ด เช่​่ น ตั๊​๊� ก แตน มั​ั ก พบเข้​้ากั​ั ด กิ​ิ น ต้​้นเล็​็ ก ระยะย้​้ายปลู​ูกใหม่​่ พบระบาดมากสร้​้างความเสี​ียหายอย่​่างรวดเร็​็ว การใช้​้สารเคมี​ี ฉี​ีดพ่​่นมั​ักไม่​่ได้​้ผลมากนั​ัก เนื่​่� องจากแมลงกลุ่​่�มนี้​้�ว่​่องไว รวดเร็​็ว เช่​่น จิ้​้�งหรี​ีด จิ้​้�งโกร่​่ง บางชนิ​ิดมั​ักออกหาอาหารในเวลากลางคื​ืน และหลบตั​ัวอยู่​่�ในหลุ​ุมลึ​ึก แมลงกลุ่​่�มนี้​้� จะเข้​้าทำำ�ลายโดยการกั​ัดกิ​ินบริ​ิเวณโคนต้​้น ทำำ�ให้​้บริ​ิเวณกล้​้าที่​่เ� ปลี่​่ย � นยอดไม่​่สามารถ เจริ​ิญเติ​ิบโตได้​้ การใช้​้สารฉี​ีดพ่​่นจึ​ึงไม่​่ได้​้ผล การป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัด

1. วิ​ิ ธี​ี ก ล โดยการหาพลาสติ​ิ ก หลอดกาแฟ ห่​่ อหุ้​้� ม บริ​ิ เ วณโคนต้​้น เพื่​่� อไม่​่ให้​้แมลงเข้​้ามากั​ัดได้​้ 2. การใช้​้มื​ือจั​ับ วิธี ิ ก ี ารนี้​้�ได้​้ผลในระดั​ับหนึ่​่ง� เพราะเสาวรสปลู​ูกกลางแจ้​้ง แมลงกลุ่​่�มนี้​้�สามารถเข้​้าทำำ�ลายได้​้ทุ​ุกทิ​ิศทาง การใช้​้มื​ือจั​ั บเพี​ียงอย่​่างเดี​ียวจะยั​ัง ไม่​่เป็​็นวิ​ิธีก ี ารที่​่�ดี​ีมากนั​ัก 3. รองก้​้นหลุ​ุ ม ด้​้วยสารเคมี​ี ไทอะมี​ีทอกแซม (Thiamethoxam) -

สตาร์​์เกิ​ิลจี​ี® เพื่​่� อป้​้องกั​ันการเข้​้าทำำ�ลายของแมลงตั้​้�งแต่​่ย้​้ายปลู​ูก

ก

ข จิ้​้�งกุ่​่�ง (ก) ตั๊​๊�กแตน (ข)

• 39 •


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

ค

ง แมลงปากกั​ัดโดยกั​ัดกิ​ินต้​้นกล้​้า (ค-ง)

จ

ฉ

วิ​ิธี​ีการใช้​้ขวดพลาสติ​ิกหุ้​้�มบริ​ิเวณโคนต้​้น (จ) หลอดพลาสติ​ิก (ฉ) ป้​้องกั​ันแมลงกั​ัดกิ​ินต้​้นกล้​้า

2.6 แมลงวั​ันทอง แมลงวั​ันผลไม้​้ (Fruit fly) แมลงวั​ันผลไม้​้ในเสาวรส (Fruit fly) เป็​็นแมลงศั​ัตรู​ูสำำ�คั​ัญที่​่�ทำำ�ให้​้ผลผลิ​ิต เสี​ียหายเป็​็ น วงกว้​้าง โดยชนิ​ิ ดที่​่� พบ ได้​้บ่​่อยในประเทศไทย ได้​้แก่​่ Bactrocera dorsalis และ Bactrocera correcta ตั​ัวเต็​็มวั​ัยเพศเมี​ียวางไข่​่ในผล ไข่​่ฟัก ั เป็​็นหนอน ภายในผลประมาณ 2-10 วั​ั น หนอนโตเต็​็ ม ที่​่� แ ล้​้วกระโดดลงดิ​ิ น เพื่​่� อ เข้​้าดั​ั ก แด้​้ และจะอยู่​่�ในดิ​ิ น ประมาณ 7-14 วั​ั น ออกเป็​็ น ตั​ั ว เต็​็ ม วั​ั ย และเริ่​่� ม ขยายพั​ั น ธุ์​์�ต่​่ อ โดยตั​ัวเมี​ียเข้​้าทำำ�ลายด้​้วยการวางไข่​่ใต้​้ผิ​ิวผลเสาวรส บริ​ิเวณที่​่�วางไข่​่จะเกิ​ิดรอยจุ​ุด สี​ีน้ำำ�ตาลหรื​ือรอยแผลเล็​็ก ๆ ไข่​่ฟั​ักเป็​็นหนอนชอนไชกิ​ินเนื้​้�อภายในผล ผลอาจเน่​่า ร่​่ ว งก่​่ อ นกำำ� หนด หรื​ือคุ​ุ ณ ภาพลดลงหากมี​ีเชื้​้� อ ราและแบคที​ีเรี​ียเข้​้าซ้ำำ� จะทำำ� ให้​้ ผลเน่​่าเร็​็วขึ้​้�น

• 40 •


สถาบั​ัน วิ​ิจั​ัย และพั​ัฒนาพื้​้�น ที่​่�สู​ูง (องค์​์ก ารมหาชน)

ก

ข

แมลงวั​ันทอง หรื​ือแมลงวั​ันผลไม้​้ (ก) ลั​ักษณะการทำำ�ลายจากแมลงวั​ันผลไม้​้ (ข) การป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัด

1. เมื่​่�อพบผลเสาวรสที่​่ถู​ู � กแมลงวั​ันผลไม้​้เจาะผล ให้​้นำำ�ผลผลิ​ิตที่​่ร่� ว่ งหล่​่น นำำ�ออกจากแปลง เพราะไข่​่หรื​ือหนอนจะอาศั​ัยอยู่​่�ภายใน และเมื่​่�อเข้​้าสู่​่�ระยะดั​ักแด้​้ จะทิ้​้�งตั​ัวลงดิ​ิน เกิ​ิดการระบาดซ้ำำ�เรื่​่�อย ๆ ควรนำำ�ออกจากแปลงและทำำ�ลายอย่​่างถู​ูกวิ​ิธี​ี 2. การใช้​้กั​ั บดั​ั ก กาวเหนี​ียวสี​ีเหลื​ือง และกั​ั บดั​ั ก อย่​่ า งง่​่ า ยโดยใช้​้สาร เมธิ​ิลยู​ูจิ​ินอลล่​่อแมลงวั​ันทอง จะทำำ�ให้​้ล่​่อเพศผู้​้� ไม่​่ให้​้เกิ​ิดการผสมพั​ันธุ์​์�กั​ับตั​ัวเมี​ีย และวางไข่​่ได้​้ 3. การใช้​้สารป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัดสามารถใช้​้ได้​้ทั้​้� งสารชี​ีวภั​ัณฑ์​์และสารเคมี​ี สารชี​ีวภั​ั ณฑ์​์ ได้​้แก่​่ เชื้​้�อราบิ​ิวเวอร์​์เรี​ีย เช่​่น พี​ีพี​ี-เบ็​็บ ผลิ​ิตภั​ัณฑ์​์ โครงการหลวง

บู​ูเวริ​ิน® เป็​็นต้​้น ส่​่วนสารเคมี​ี ได้​้แก่​่ โปรวาโด® โมแลน® เอสเซ็​็นต์​์® เอ็​็กซอล® เป็​็นต้​้น

ก

ข การใช้​้กั​ับดั​ักอย่​่างง่​่ายร่​่วมกั​ับสารล่​่อเมธิ​ิลยู​ูจิ​ินอล (ก) การใช้​้กั​ับดั​ักกาวเหนี​ียวสี​ีเหลื​ือง (ข)

• 41 •


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

2.7 ไรแดงเที​ียม (Mite) ไรแดงเที​ียมที่​่� พบทำำ� ลายเสาวรสบ่​่ อ ยอยู่​่�ในสกุ​ุ ล Brevipalpus spp. โดยเฉพาะชนิ​ิ ด Brevipalpus phoenicis และชนิ​ิ ด ใกล้​้เคี​ียง จั​ั ด อยู่​่�ในวงศ์​์ Tenuipalpidae มี​ีขนาดเล็​็กมาก ลำำ�ตั​ัวแบน สี​ีส้​้มแดงถึ​ึงแดงเข้​้ม เคลื่​่� อนที่​่�ช้​้ากว่​่า ไรแดงทั่​่�วไป ตั​ัวเต็​็มวั​ัยเพศเมี​ีย มี​ีลั​ักษณะเป็​็นรู​ูปไข่​่ มี​ีสี​ีส้​้ม ขนาด 0.214 มิ​ิลลิ​ิเมตร สามารถไข่​่ ไ ด้​้ 10-20 ฟอง ระยะไข่​่ น าน 4-5 วั​ั น ระยะตั​ั ว อ่​่ อ นนาน 5-6 วั​ั น ตั​ั วเต็​็ มวั​ั ย 6-8 วั​ั น รวมระยะเจริ​ิญเติ​ิ บโตจากไข่​่จนถึ​ึงตั​ั วเต็​็ มวั​ั ยนาน 9-10 วั​ั น โดยไรแดงมั​ักระบาดในช่​่วงที่​่มี​ีอา � กาศร้​้อน และแห้​้งแล้​้ง หรื​ือช่​่วงที่​่ฝ � นทิ้​้�งช่​่วงเวลานาน มั​ักอาศั​ัยอยู่​่�บริ​ิเวณใต้​้ใบ รอยแตกของเปลื​ือก หรื​ือส่​่วนที่​่�มี​ีขน ตั​ัวอ่​่อนและตั​ัวเต็​็มวั​ัย ดู​ูดกิ​ิ น น้ำำ� เลี้​้� ย งบริ​ิ เ วณใต้​้ใบและบนใบ และด้​้านล่​่ า งตามผลและกิ่​่� ง ของเสาวรส ส่​่วนที่​่�ถู​ูกทำำ�ลายมี​ีอาการแห้​้งกร้​้านเป็​็นจุ​ุดสี​ีขาวและมี​ีสี​ีเหลื​ืองปนเขี​ียวอ่​่อน มั​ักพบ บริ​ิเวณผลหรื​ือใบเสาวรส เมื่​่�อสั​ัมผั​ัสมี​ีผงสี​ีแดงหลุ​ุดติ​ิดมา

ลั​ักษณะผลเสาวรส ที่​่�ถู​ูกไรแดงเข้​้าทำำ�ลาย

แปลงเสาวรสที่​่มี​ี� ไรแดงเข้​้าระบาด

• 42 •


สถาบั​ัน วิ​ิจั​ัย และพั​ัฒนาพื้​้�น ที่​่�สู​ูง (องค์​์ก ารมหาชน)

การป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัด

1. ตั​ัดแต่​่งส่​่วนที่​่�ถู​ูกทำำ�ลายทิ้​้�งนอกแปลงอย่​่างถู​ูกวิ​ิธี​ี และสำำ�รวจแปลง บ่​่อยครั้​้�งในช่​่วงที่​่�มี​ีอากาศแล้​้ง ฝนทิ้​้�งช่​่วงและอุ​ุณหภู​ูมิ​ิตํ่​่า 2. เมื่​่� อพบการระบาดให้​้ใช้​้สารกำำ� จั​ั ด ไรพ่​่ น ไม่​่ ส ามารถใช้​้ร่​่ ว มกั​ั บ สารป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัดแมลงได้​้ สารกำำ�จั​ัดไรที่​่�ใช้​้ได้​้ผลในการป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัดไรแดงเที​ียม ได้​้แก่​่ สาร โอไมท์​์ โพรพาไกต์​์ หรื​ือสาร อะมิ​ิทราซ การใช้​้สารกำำ�จั​ัดไรไม่​่ควรพ่​่น สารชนิ​ิ ด เดี​ียวกั​ั น ติ​ิ ด ต่​่ อกั​ั น เป็​็ น เวลานาน ควรใช้​้สลั​ั บ ชนิ​ิ ด กั​ั น เพื่​่� อป้​้ อ งกั​ั น ไร สร้​้างความต้​้านทานต่​่อสารกำำ�จั​ัดไร และใช้​้เมื่​่�อจำำ�เป็​็นเท่​่านั้​้�น

• 43 •


โปรแกรมการจั​ัดการศั​ัตรู​ูพื​ืชที่​่�สำำ�คั​ัญ ของเสาวรสหวานโดยวิ​ิธี​ีการแบบผสมผสาน (Integrated Pest Management; IPM) โปรแกรมการจั​ัดการศั​ัตรู​ูพื​ืชที่​่�สำำ�คั​ัญโดยวิ​ิธี​ีการผสมผสาน สำำ�หรั​ับการผลิ​ิต เสาวรสหวานบนพื้​้�นที่​่� สู​ูง เป็​็นแนวทางการจั​ั ดการศั​ั ตรู​ูพื​ืชที่​่� วิ​ิจั​ัยและพั​ัฒนาขึ้​้� น เพื่​่� อสนั​ับสนุ​ุนการผลิ​ิตเสาวรสหวานให้​้มี​ีประสิ​ิทธิภ ิ าพสอดคล้​้องกั​ับสภาพแวดล้​้อม และบริ​ิบทของพื้​้�นที่​่� เพาะปลู​ูกบนพื้​้�นที่​่� สู​ูง โดยมุ่​่�งเน้​้นการลดความเสี​ียหายจาก ศั​ั ตรู​ูพื​ื ชควบคู่​่�ไปกั​ั บ การลดต้​้นทุ​ุ น การผลิ​ิ ต ลดความเสี่​่� ย งจากการใช้​้สารเคมี​ี ทางการเกษตร และส่​่งเสริ​ิมความยั่​่�งยื​ืนของระบบการผลิ​ิต แนวทางดั​ังกล่​่าวประกอบด้​้วยการบู​ูรณาการวิ​ิธีก ี ารจั​ัดการศั​ัตรู​ูพื​ืชหลายรู​ูปแบบ ร่​่วมกั​ัน ได้​้แก่​่ การเฝ้​้าระวั​ังและสำำ�รวจการระบาดของศั​ัตรู​ูพื​ืช การใช้​้วิ​ิธีเี ขตกรรม ที่​่�เหมาะสม การใช้​้วิ​ิธี​ีกลและวิ​ิธี​ีทางกายภาพ การใช้​้ชี​ีวภั​ัณฑ์​์ รวมถึ​ึงการเลื​ือกใช้​้ สารป้​้ อ งกั​ั น กำำ� จั​ั ด ศั​ั ตรู​ูพื​ื ชอย่​่ า งถู​ูกต้​้องตามชนิ​ิ ด ของศั​ั ตรู​ูพื​ื ช ระยะการระบาด และระดั​ับความเสี​ียหายทางเศรษฐกิ​ิจ ทั้​้�งนี้​้�มี​ีการสลั​ับกลุ่​่�มสารออกฤทธิ์​์� (Mode of Action) เพื่​่� อป้​้องกั​ันและชะลอการเกิ​ิดการดื้​้�อสารของศั​ัตรู​ูพื​ืช ตลอดจน

ลดผลกระทบต่​่อสิ่​่ง� แวดล้​้อมและสิ่​่�งมี​ีชี​ีวิ​ิตที่​่�เป็​็นประโยชน์​์ในระบบนิ​ิเวศ เนื่​่� อ งจากศั​ั ตรู​ูพื​ื ชแต่​่ ล ะชนิ​ิ ด มี​ีชี​ีววิ​ิ ท ยา พฤติ​ิ ก รรมการระบาด

และความไวต่​่อวิ​ิธีก ี ารควบคุ​ุมแตกต่​่างกั​ัน การใช้​้วิ​ิธีก ี าร จั​ั ดการเพี​ียงวิ​ิ ธี​ีเดี​ียวอาจไม่​่สามารถควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืช ได้​้อย่​่างมี​ีประสิ​ิทธิภ ิ าพ ดั​ังนั้​้�น การประยุ​ุกต์​์ใช้​้แนวทาง การจั​ั ดการศั​ัตรู​ูพื​ืชแบบผสมผสานจึ​ึงเป็​็นทางเลื​ือก ที่​่เ� หมาะสมในการเพิ่​่�มประสิ​ิทธิภ ิ าพการควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืช ลดการพึ่​่� ง พาสารเคมี​ี และเพิ่​่� ม ความยั่​่� ง ยื​ืนของการผลิ​ิ ต เสาวรสหวานบนพื้​้�นที่​่�สู​ูง

• 44 •


สถาบั​ัน วิ​ิจั​ัย และพั​ัฒนาพื้​้�น ที่​่�สู​ูง (องค์​์ก ารมหาชน)

จากความสำำ�คั​ัญดั​ังกล่​่าว สำำ�นั​ักวิ​ิ จั​ัย ภายใต้​้โครงการวิ​ิ จั​ัย การจั​ัดการศั​ัตรู​ูพื​ืชที่​่�เหมาะสมต่​่อบริบทพื้ ิ �น ้ ที่​่� ได้​้ดำำ�เนิ​ินการศึ​ึกษา วิ​ิจั​ัย และทดสอบเทคโนโลยี​ีการจั​ั ดการศั​ัตรู​ูพื​ืชแบบผสมผสาน ในแปลงปลู​ูกเสาวรสหวานบนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง เพื่​่� อ พั​ั ฒ นาองค์​์ ค วามรู้​้� เทคโนโลยี​ี และโปรแกรมการจั​ัดการศั​ัตรู​ูพื​ืชที่​่�มี​ีประสิ​ิทธิภ ิ าพและ เหมาะสมกั​ั บสภาพพื้​้�นที่​่� ผลการวิ​ิ จั​ัยที่​่� ได้​้สามารถนำำ�ไปใช้​้เป็​็ น แนวทางในการถ่​่ ายทอดเทคโนโลยี​ีแก่​่ เกษตรกรและเจ้​้าหน้​้าที่​่� ิ ที่​่�เกี่​่�ยวข้​้อง รวมทั้​้�งสนั​ับสนุ​ุนการประยุ​ุกต์​์ใช้​้ให้​้เหมาะสมกั​ับบริบท ของแต่​่ ล ะพื้​้� นที่​่� อั​ั น จะนำำ� ไปสู่​่�การเพิ่​่� ม ประสิ​ิ ทธิ​ิ ภ าพการผลิ​ิ ต ความปลอดภั​ัยของผู้​้�ผลิ​ิตและผู้​้�บริ​ิโภค ตลอดจนความยั่​่�งยื​ืนของ ระบบการผลิ​ิตเสาวรสหวานในระยะยาว

• 45 •


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

ปฏิ​ิทิ​ินการจั​ัดการศั​ัตรู​ูพื​ืช ในการปลู​ูกเสาวรสหวาน เม.ย.

พ.ค.

มิ​ิ.ย.

ก.ค.

ส.ค.

ปลู​ูกใหม่​่

ออกดอก

เริ่​่�มออกดอก

ติ​ิดผลเล็​็ก

ระยะย้​้ายปลู​ูก เสาวรสกล้​้าเสี​ียบยอด (เมษายน-พฤษภาคม)

ระยะเลี้​้�ยง เถา-เริ่​่�มออกดอก

เจริ​ิญเติ​ิบโต ออกดอก

• เตรี​ียมพื้​้�นที่​่�ปลู​ูก ปรั​ับสภาพ pH ของดิ​ิน ที่​่� 5.5 • ขุ​ุดหลุ​ุมปลู​ูกขนาด 30x30x30 ซม. 100 ต้​้น/ไร่​่ • ผสมดิ​ินกั​ับปุ๋​๋�ยอิ​ินทรี​ีย์​์จากมู​ูลวั​ัว รองก้​้นหลุ​ุมก่​่อนปลู​ูกอั​ัตรา 100 กรั​ัม/ต้​้น • ใช้​้ผ้​้าตาข่​่ายคลุ​ุมต้​้นเสาวรสในระยะแรก ป้​้องกั​ันเพลี้​้�ยไฟ เพลี้​้�ยอ่​่อน ซึ่​่�งเป็​็นแมลงพาหะนำำ�โรคไวรั​ัส นอกจากนี้​้�ยั​ังป้​้องกั​ันแมลงปากกั​ัด กั​ัดกิ​ินต้​้นกล้​้าได้​้อี​ีกทางหนึ่​่ง� • หลี​ีกเลี่​่�ยงการปลู​ูกในพื้​้�นที่​่�ใกล้​้ แปลงปลู​ูกพริ​ิก มะเขื​ือเทศ แตงกวา ฟั​ักทอง เพื่​่�อป้​้องกั​ันแมลงพาหะนำำ�โรค

โรคโคนเน่​่ารากเน่​่าโคนเน่​่า (Fusarium sp. และ Pythium spp.) • เชื้​้�อราไตรโคเดอร์​์มา พี​ีพี​ี-โตรโค, ไตรซาน โรยรอบโคนต้​้น และกลบดิ​ินตาม

แมลงกั​ัดกิ​ินต้​้นกล้​้า (ตั๊​๊�กแตน จิ้​้�งหรี​ีด จิ้​้�งกุ่​่�ง)

โรคไวรั​ัส

โรคไวรั​ัส

พ่​่นธาตุ​ุอาหารเสริ​ิม แคลเซี​ียม โบรอน เหล็​็ก และฮอร์​์โมน เพื่​่�อให้​้พื​ืช แข็​็งแรงอยู่​่�เสมอ

พ่​่นธาตุ​ุอาหารเสริ​ิม แคลเซี​ียม โบรอน เหล็​็ก และฮอร์​์โมน เพื่​่�อให้​้พื​ืช แข็​็งแรงอยู่​่�เสมอ

ศั​ัตรู​ูพื​ืช เพลี้​้�ยไฟ เพลี้​้�ยหอย ไร

โรคพื​ืชแสดง อาการทางใบ (โรงใบจุ​ุด โรคใบไหม้​้)

• ชี​ีวภั​ัณฑ์​์ บิ​ิวเวอร์​์เรี​ีย เช่​่น พี​ีพี​ี-เบ็​็บ, บู​ูเวอริ​ิน • ฟี​ีนิ​ิลไพราโซล เช่​่น ฟิ​ิ โพรนิ​ิล • อิ​ิมิ​ิดาโคลพริ​ิด เช่​่น โปรวาโด • โพพาไกต์​์ เช่​่น โอไมท์​์ โพรพาไกต์​์

• เชื้​้�อราไตรโคเดอร์​์มา เช่​่น พี​ีพี​ี-โตรโค, ไตรซาน • เชื้​้�อแบคที​ีเรี​ียบี​ีเอส (BS) เช่​่น พี​ีพี​ี-บี​ีเค33, ลาร์​์มิ​ินา, กั​ัปตันั บี​ีเอส • ฟอฟอสอี​ีทิ​ิลอะลู​ูมิ​ิเนี​ียม เช่​่น อาลิ​ิเอท • แมนโคเซป เช่​่น ไดแทน แมนโคเซบ

• เชื้​้�อราเมทาไรเซี​ียม พี​ีพี​ี-เมทา, เมทาซาน • สารเคมี​ีไดโนที​ีฟู​ูแรน เช่​่น สตาร์​์เกิ​ิลจี​ี • วิ​ิธีกี ล ใช้​้หลอดพลาสติ​ิก สวมหุ้​้�มโคนกล้​้า

ก.ย.

โรคไวรั​ัส พ่​่นธาตุ​ุอาหารเสริ​ิมแคลเซี​ียม โบรอน เหล็​็ก และฮอร์​์โมน เพื่​่�อให้​้พื​ืชแข็​็งแรงอยู่​่�เสมอ สารชี​ีวภั​ัณฑ์​์ ปลอดภั​ัยสู​ูง • เชื้​้�อราไตรโคเดอร์​์มา (Trichoderma harzianum) • เชื้​้�อราเมทาไรเซี​ียม (Metarhizium anisopliae) • เชื้​้�อราบิ​ิวเวอร์​์เรี​ีย (Beauveria bassiana) • เชื้​้�อแบคที​ีเรี​ียบี​ีเอส (Bacillus subtilis) • เชื้​้�อแบคที​ีเรี​ียบี​ีเอ (Bacillus amyloliquefaciens) สารเคมี​ีป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัดศั​ัตรู​ูพื​ืช • สตาร์​์เกิ​ิลจี​ี ระยะปลอดภั​ัย 14-21 วั​ัน • ฟิ​ิโพรนิ​ิล ระยะปลอดภั​ัย 14-21 วั​ัน ระยะปลอดภั​ัย 14-21 วั​ัน • โปรวาโด • โอไมท์​์ โพรพาไกต์​์ ระยะปลอดภั​ัย 7-14 วั​ัน • อาลิ​ิเอท ระยะปลอดภั​ัย 7-14 วั​ัน • ไดเทน แมนโคเซบ ระยะปลอดภั​ัย 7-14 วั​ัน • โฟลิ​ิ อาร์​์ ฟอส ระยะปลอดภั​ัย 7-14 วั​ัน • ฟอรั่​่�ม ระยะปลอดภั​ัย 3-7 วั​ัน

โรคจากเชื้​้�อไวรั​ัส : ให้​้เพิ่​่�มความแข็​็งแรงให้​้กั​ับต้​้นพื​ืช เช่​่น ฉี​ีดพ่​่นนมจื​ืด 200 มล./น้ำำ�� 20 ล.

• 46 •


สถาบั​ัน วิ​ิจั​ัย และพั​ัฒนาพื้​้�น ที่​่�สู​ูง (องค์​์ก ารมหาชน)

ต.ค.

พ.ย.

ธ.ค.

ม.ค.

ก.พ.

มี​ี.ค.

• รากเน่​่าโคนเน่​่า • แมลงกั​ัดต้​้นกล้​้า

• เพลี้​้�ยไฟ / ไร • เพลี้​้�ยหอย

• โรคพื​ืช แสดงอาการทางใบ

เจริ​ิญเติ​ิบโต-ออกดอก-ติ​ิดผล (4-6 รุ่​่�น) โรคพื​ืชแสดงอาการทางใบ และผล (โรคผลเน่​่าแอนแทรกโนส ผลเน่​่าไฟท็​็อปเธอรา) • เชื้​้�อราไตรโคเดอร์​์มา เช่​่น พี​ีพี​ี-โตรโค, ไตรซาน • เชื้​้�อแบคที​ีเรี​ียบี​ีเอส (BS) เช่​่น พี​ีพี​ี-บี​ีเค33, ลาร์​์มิ​ินา, กั​ัปตั​ันบี​ีเอส • เชื้​้�อราบี​ีเอ (BA) เช่​่น พี​ีพี​ี-บี​ี15 • ฟอฟอสอี​ีทิ​ิล-อะลู​ูมิ​ิเนี​ียม เช่​่น อาลิ​ิเอท • ฟอสโฟนิ​ิก เอซิ​ิ เช่​่น โฟลิ​ิ อาร์​์ ฟอส • ไดเมทโธมอฟ เช่​่น ฟอรั่​่�ม

ผลเน่​่าแอนแทรกโนส / ผลเน่​่าจากไฟท็​็อปเธอรา / แผลสะเก็​็ด

ผลเน่​่าแอนแทรกโนส / ผลเน่​่าจากไฟท็​็อปเธอรา / แผลสะเก็​็ด

เสริ​ิมธาตุ​ุอาหารรอง แคลเซี​ียม โบรอน เหล็​็ก และฮอร์​์โมน เป็​็นต้​้น

• 47 •


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

ตารางที่​่� 1 ชนิ​ิดสารชี​ีวภั​ัณฑ์​์ วิ​ิธี​ีและอั​ัตราการใช้​้ที่​่�เหมาะสม สำำ�หรั​ับการใช้​้ใน การควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืชในการปลู​ูกเสาวรสหวาน

ชนิ​ิดศั​ัตรู​ูพื​ืช 1. โรคโคนเน่​่าราก เน่​่าจากเชื้​้�อรา

• Fusarium sp.

• Alternaria sp. • Pythium spp.

2. โรครากเน่​่าโคนเน่​่า

ชนิ​ิดสารควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืช วิ​ิธีแี ละอั​ัตราการใช้​้ที่​่เ� หมาะสม 1. เชื้​้�อราไตรโคเดอร์​์มา 1.1 พี​ีพี​ี-ไตรโคอาร์​์

ผลิ​ิตภั​ัณฑ์​์ของมู​ูลนิ​ิธิ​ิ

โครงการหลวง

1.2 ไตรซาน®

1. รองก้​้นหลุ​ุมหรื​ือโรย

รอบโคนต้​้นและกลบดิ​ินตาม อั​ัตรา 100-200 กรั​ัม/ต้​้น

2. ฉี​ีดพ่​่น อั​ัตรา 200 กรั​ัม/น้ำำ� 20 ลิ​ิตร เป็​็นระยะ ๆ

หรื​ือ โรคผลเน่​่า ไฟธอฟทอร่​่า

Phytophthora sp. 2. โรคทางใบจากราชั้​้�นสู​ูง 2.1 แบคที​ีเรี​ียบี​ีเอส • โรคใบจุ​ุดหรื​ือ

โรคผลเน่​่าจากเชื้​้�อรา

Alternaria sp. และ Fusarium sp.

• โรคแผลสะเก็​็ด หรื​ือ โรคสแคบ

Cladosporium spp

และ Phomopsis sp.

• โรคผลเน่​่า

แอนแทรคโนส

Bacillus subtilis

2.1.1 พี​ีพี​ี-บี​ีเค33

ผลิ​ิตภั​ัณฑ์​์ของ

ม้ลนิ​ิธิโิ ครงการหลวง

2.1.2 ลาร์​์มิน่ ิ า่ ® เจน-แบค®

1. ฉี​ีดพ่​่น อั​ัตรา 200 กรั​ัม/น้ำำ� 20 ลิ​ิตร ทุ​ุก ๆ 7 วั​ัน

ช่​่วงเจริ​ิญเติ​ิบโต หรื​ือ หลั​ังติ​ิดผลขนาดเล็​็ก ตลอดระยะเวลา ปลู​ูก - เก็​็บเกี่​่�ยว

กรี​ีนแท๊​๊บ®

2. ฉี​ีดพ่​่น อั​ัตรา 200 กรั​ัม/น้ำำ�

บาซิ​ิทั​ัส®

พ่​่นหลั​ัง ติ​ิดผลขนาดเล็​็ก

กั​ัปตั​ันบี​ีเอส®

ไปโอเบส®

ไปออนแบค®

Colletotrichum sp. 2.2 แบคที​ีเรี​ียบี​ีเอ Bacillus amyloliquefaciens

2.2.1 พี​ีพี​ี-บี​ี15 ผลิ​ิตภั​ัณฑ์​์ ของมู​ูลนิ​ิธิ​ิ

โครงการหลวง

• 48 •

20 ลิ​ิตร ทุ​ุก ๆ 7 วั​ัน ตลอดระยะเวลา ปลู​ูก - เก็​็บเกี่​่�ยว


สถาบั​ัน วิ​ิจั​ัย และพั​ัฒนาพื้​้�น ที่​่�สู​ูง (องค์​์ก ารมหาชน)

ชนิ​ิดศั​ัตรู​ูพื​ืช 3. ตั๊​๊�กแตน จิ้​้�งหรี​ีด จิ้​้�งกุ่​่�ง

ชนิ​ิดสารควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืช วิ​ิธีแี ละอั​ัตราการใช้​้ที่​่เ� หมาะสม 3. เมทาไรเซี​ียม

3.1 พี​ีพี​ี-เมทา ผลิ​ิตภั​ัณฑ์​์ ของมู​ูลนิ​ิธิ​ิ

โครงการหลวง

3.2 เมทาซาน®

เมธาไรเซี​ียม®

เมตาไรต์​์® กั​ัปตั​ันเมทา® 4. กลุ่​่�มแมลงปากดู​ูด

เพลี้​้�ยไฟ เพลี้​้�ยอ่​่อน

เพลี้​้�ยแป้​้ง เพลี้​้�ยหอย แมลงหวี่​่�ขาว มวน

แมลงวั​ันหนอนชอนใบ แมลงวั​ันทอง

4.1 บิ​ิวเวอร์​์เรี​ีย

1 พี​ีพี​ี-เบ็​็บ ผลิ​ิตภั​ัณฑ์​์ ของมู​ูลนิ​ิธิ​ิ

1. โรยรอบโคนต้​้นและ กลบดิ​ินตาม

อั​ัตรา 50 กรั​ัม/ต้​้น

ระยะย้​้ายปลู​ูก (ต้​้นกล้​้า)

2. ฉี​ีดพ่​่น อั​ัตรา 200 กรั​ัม/น้ำำ� 20 ลิ​ิตร ทุ​ุก ๆ 5 วั​ัน

จนกว่​่าต้​้นกล้​้าจะเจริ​ิญเติ​ิบโต 1. ฉี​ีดพ่​่น อั​ัตรา 200 กรั​ัม/น้ำำ�

20 ลิ​ิตร ทุ​ุก ๆ 5 วั​ัน จนกว่​่า ต้​้นกล้​้าจะเจริ​ิญเติ​ิบโต

โครงการหลวง

2. ติ​ิดตั้​้�งกั​ับดั​ักฟี​ีโรโมนร่​่วมกั​ับ

กั​ัปตั​ันเมทา+บิ​ิว®

จำำ�นวน 30 แผ่​่น/ไร่​่ หรื​ือ

2 บู​ูเวริ​ิน® บิ​ิว-เวอร์​์®

4.2 สารปลอดภั​ัย 1 สบู่​่�อ่​่อน

กั​ับดั​ักกาวเหนี​ียวสี​ีน้ำำ�เงิ​ิน

มากกว่​่า เพื่​่� อใช้​้ล่​่อเพลี้​้�ยไฟ

2 ปิ​ิโตรเลี่​่�ยมออยล์​์

3 พี​ีโรโมนล่​่อเพลี้​้�ยไฟ หมายเหตุ​ุ : การใช้​้สารป้​้องกั​ั นกำำ�จั​ั ดศั​ัตรู​ูพื​ืช ควรฉี​ีดพ่​่นเน้​้นบริ​ิเวณใต้​้ใบ และบริ​ิเวณที่​่� แมลง อาศั​ัยอยู่​่� พยายามฉี​ีดพ่​่นให้​้ถู​ูกตั​ัวแมลง ในกรณี​ีการใช้​้สารชี​ีวภั​ัณฑ์​์ควรฉี​ีดพ่​่นในช่​่วงเวลาเย็​็น หลี​ีกเลี่​่�ยงช่​่วงแสงแดดจั​ัด

• 49 •


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

ตารางที่​่� 2 ชนิ​ิดสารเคมี​ีป้​้องกั​ันกำำ�จั​ัดศั​ัตรู​ูพื​ืช วิ​ิธี​ีและอั​ัตราการใช้​้ที่​่�เหมาะสม สำำ�หรั​ับการใช้​้ในการควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืชในการปลู​ูกเสาวรสหวาน

ชนิ​ิดศั​ัตรู​ูพื​ืช

ชนิ​ิดสารควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืช วิธีแี ละอั​ัตราการใช้​้ที่​่เ� หมาะสม

1. โรคทางใบจากราชั้​้�นสู​ูง 1.1 กลุ่​่�ม M3 แมนโคเซบ • โรคใบจุ​ุดหรื​ือโรค

ผลเน่​่าจากเชื้​้�อรา

Alternaria sp. และ

(Mancozeb) 80%WP ไดเทน เอ็​็ม 45®

Fusarium sp.

1. ฉี​ีดพ่​่น อั​ัตรา 40 กรั​ัม/น้ำำ� 20 ลิ​ิตร ทุ​ุก ๆ 14 วั​ัน

ช่​่วงเจริ​ิญเติ​ิบโต หรื​ือ

หลั​ังติ​ิดผลขนาดเล็​็ก

ตลอดระยะเวลาปลู​ูก -

• โรคผลเน่​่า

เก็​็บเกี่​่�ยว

แอนแทรคโนส

Colletotrichum sp.

• โรคแผลสะเก็​็ด หรื​ือ • โรคสแคบ

Cladosporium spp

และ Phomopsis sp.

2. โรคผลเน่​่าไฟธอฟทอร่​่า 2.1 กลุ่​่�ม 33 Phosphorous Phytophthora sp.

acid - โพลิ​ิ - อาร์​์ฟอส®

อาลิ​ิเอท®

2.2 กลุ่​่�ม 40 ไดมิ​ิโธมอฟ (Dimethomorph

50% WP) - ฟอรั่​่�ม 3. ตั๊​๊�กแตน จิ้​้�งหรี​ีด จิ้​้�งกุ่​่�ง

3.1 กลุ่​่�ม 4A ไทอะมี​ีทอกแซม (Thiamethoxam) – สตาร์​์เกิ​ิลจี​ี®

3.2 กลุ่​่�ม 2B ฟิ​ิโพรนิ​ิล

1. ฉี​ีดพ่​่น อั​ัตรา 200 กรั​ัม/น้ำำ� 20 ลิ​ิตร ทุ​ุก ๆ 7-14 วั​ัน

พ่​่นหลั​ังติ​ิดผลขนาดเล็​็ก ตลอดระยะเวลาปลู​ูก -

เก็​็บเกี่​่�ยว

1. รองก้​้นหลุ​ุมหรื​ือโรยรอบ โคนต้​้นและกลบดิ​ินตาม อั​ัตรา 5-10 กรั​ัม/ต้​้น

ป้​้องกั​ันแมลงกั​ัดกิ​ินต้​้นกล้​้า

(fipronil) 5% - เอสเซ็​็นต์​์® 2. ใช้​้ฉี​ีดพ่​่น : อั​ัตรา 10-30 ซี​ีซี​ี ต่​่อน้ำำ� 20 ลิ​ิตร ทุ​ุก ๆ 10 วั​ัน

• 50 •


สถาบั​ัน วิ​ิจั​ัย และพั​ัฒนาพื้​้�น ที่​่�สู​ูง (องค์​์ก ารมหาชน)

ชนิ​ิดศั​ัตรู​ูพื​ืช 4. กลุ่​่�มแมลงปากดู​ูด

เพลี้​้�ยไฟ เพลี้​้�ยอ่​่อน

เพลี้​้�ยแป้​้ง เพลี้​้�ยหอย แมลงหวี่​่�ขาว มวน

ชนิ​ิดสารควบคุ​ุมศั​ัตรู​ูพื​ืช วิธีแี ละอั​ัตราการใช้​้ที่​่เ� หมาะสม 4.1 กลุ่​่�ม 4A อะเซทามิ​ิพริ​ิด -

1. ใช้​้ฉี​ีดพ่​่น : อั​ัตรา 2.5-10 กรั​ัม

4.2 กลุ่​่�ม 2B ฟิ​ิโพรนิ​ิล

2. ใช้​้ฉี​ีดพ่​่น : อั​ัตรา 10-30 ซี​ีซี​ี

โปรวาโด®/โมแลน®

(fipronil) 5% - เอสเซ็​็นต์​์®

แมลงวั​ันหนอนชอนใบ 4.3 กลุ่​่�ม 5 สไปนี​ีโทแรม แมลงวั​ันทอง

5. ไรแดง ไรแดงเที​ียม

เอ็​็กซอล®

5.1 กลุ่​่�ม 12C โพรพาไกต์​์ โพรพาไกต์​์® โอไม้​้ท์​์®

5.2 กลุ่​่�ม 19 อะมิ​ิทราซ -

ต่​่อน้ำำ� 20 ลิ​ิตร ทุ​ุก ๆ 3 วั​ัน

ต่​่อน้ำำ� 20 ลิ​ิตร ทุ​ุก ๆ 10 วั​ัน

3. ใช้​้ฉี​ีดพ่​่น : อั​ัตรา 10-30 ซี​ีซี​ี

ต่​่อน้ำำ� 20 ลิ​ิตร ทุ​ุก ๆ 3-5 วั​ัน

1. ใช้​้ฉี​ีดพ่​่น : อั​ัตรา 40 ซี​ีซี​ี

ต่​่อน้ำำ� 20 ลิ​ิตร ทุ​ุก ๆ 14 วั​ัน

อะมิ​ิทราซ®

หมายเหตุ​ุ : การใช้​้สารป้​้ อ งกั​ั น กำำ� จั​ั ด ศั​ั ตรู​ูพื​ื ช โดยเฉพาะสารเคมี​ีกำำ� จั​ั ด แมลงศั​ั ตรู​ูพื​ื ชควรเน้​้น การสลั​ับกลุ่​่�มสารเพื่​่� อป้​้องกั​ันการดื้​้�อยาของแมลง หากมี​ีการใช้​้สารเคมี​ีในกลุ่​่�มเดิ​ิมซ้ำำ� ๆ บ่​่อย ๆ จะส่​่งผลให้​้สารเคมี​ีชนิ​ิดนั้​้�นไม่​่สามารถควบคุ​ุมแมลงศั​ัตรู​ูพื​ืชชนิ​ิดนั้​้�นได้​้อี​ีก ทำำ�ให้​้แมลงศั​ัตรู​ูพื​ืช จะยิ่​่�งกลั​ับมาระบาดหนั​ักและสร้​้างความเสี​ียหายมากขึ้​้�น

นอกจากโปรแกรมการจั​ัดการศั​ัตรู​ูพืช ื เพื่​่� อให้​้เกษตรกรเลื​ือกใช้​้สารชี​ีวภัณ ั ฑ์​์

หรื​ือใช้​้สารเคมี​ีที่​่�เหมาะสมแล้​้วนั้​้�น เกษตรกรยั​ังควรต้​้องมี​ีการจั​ัดการสวนที่​่�ดี​ี

ร่​่วมด้​้วย ดั​ังนี้​้�

1. การเตรี​ียมพื้​้�นที่​่� เพื่​่� อให้​้เหมาะสมต่​่อการปลู​ูก เช่​่น แหล่​่งน้ำำ� การวางระบบ

การให้​้น้ำำ� การทำำ�โคกหรื​ือเนิ​ิน (Mounding หรื​ือ Raised Planting Bed) การทำำ� คลั​ังอาหาร เป็​็นวิ​ิธีที่ ี �แ ่ นะนำำ�สำำ�หรั​ับการปลู​ูกเสาวรส โดยเฉพาะในพื้​้�นที่​่�ที่�่มี​ีฝนตกชุ​ุก หรื​ือดิ​ินระบายน้ำำ�ไม่​่ดี​ี เป็​็นต้​้น 2. ปรั​ับสภาพความเป็​็นกรด-ด่​่างของดิ​ิน (pH ดิ​ิน) ด้​้วยโดโลไมท์​์ ให้​้อยู่​่�ในช่​่วง ที่​่�เหมาะสม 5.5-6.8 3. เลื​ือกใช้​้ต้​้นพั​ันธุ์​์�หรื​ือต้​้นเสี​ียบยอดจากแหล่​่งที่​่�น่​่าเชื่​่�อถื​ือ มี​ีความแข็​็งแรง ปลอดโรค ให้​้ผลผลิ​ิตสู​ูง ไม่​่แสดงอาการไวรั​ัส ลดการเกิ​ิดโรค 4. ไม่​่ควรปลู​ูกเสาวรสในแปลงเดิ​ิม ลดการสะสมศั​ัตรู​ูพื​ืช

• 51 •


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

5. กำำ�จั​ัดวั​ัชพื​ืชในแปลงอย่​่างสม่ำำ�เสมอ ลดแหล่​่งพาหะนำำ�โรค 6. การจั​ัดการสวนที่​่�ดี​ี ได้​้แก่​่ การสางใบ ตั​ัดแต่​่งกิ่​่�ง การปลิ​ิดผล และควรนำำ� ชิ้​้�นส่​่วนเหลื​ือทิ้​้�งออกจากแปลง นำำ�ไปกำำ�จั​ัดให้​้ถู​ูกวิ​ิธี​ี 7. หมั่​่�นสำำ�รวจแปลงอย่​่างสม่ำำ�เสมอ โดยเฉพาะช่​่วงฤดู​ูฝนเพื่​่� อเฝ้​้าระวั​ังโรค 8. เนื่​่� องจากเสาวรสออกดอกหลายรุ่​่�น ควรระมั​ั ด ระวั​ั ง การใช้​้สารเคมี​ี ช่​่ ว งออกดอก หากใช้​้สารมี​ีฤทธิ์​์� รุ​ุ น แรงจะยิ่​่� ง ส่​่ ง ผลให้​้ดอกร่​่ ว ง เลื​ือกใช้​้สารเคมี​ี ที่​่�มี​ีกลุ่​่�มสารออกฤทธิ์​์�ต่​่างกั​ัน หรื​ือรู​ูปแบบของสารเคมี​ี เช่​่น รู​ูปแบบน้ำำ� (Suspension Concentrate; SC) รู​ูปแบบสู​ูตรน้ำำ�มั​ัน (Suspo-Emulsion; SE) รู​ูปแบบแคปซู​ูล ขนาดเล็​็กมากแช่​่ในน้ำำ� (Capsule Suspension; CS) เป็​็นต้​้น ปั​ัจจั​ัยของสารเคมี​ี เหล่​่านี้​้�มี​ีผลต่​่อการทำำ�ให้​้ดอกร่​่วง โดยละอองน้ำำ�และตั​ัวยาที่​่�ฉี​ีดพ่​่นจะเข้​้าไปทำำ�ให้​้ เกสรตั​ั วเมี​ียชื้​้�น หรื​ือสารเคมี​ีอาจกั​ั ดละอองเกสรตั​ั วผู้​้�จนฝ่​่อเสี​ียหาย นอกจากนี้​้� หลี​ีกเลี่​่�ยงสู​ูตร EC ซึ่​่�งจั​ัดอยู่​่�ในกลุ่​่�มสารเคมี​ีสู​ูตรร้​้อน สารเคมี​ีที่​่�เป็​็นสู​ูตรน้ำำ�มั​ันเข้​้มข้​้น จะมี​ีความร้​้อนสู​ูง หากฉี​ีดโดนดอกจะทำำ�ให้​้ดอกไหม้​้ แห้​้ง และร่​่วงทั​ันที​ี เป็​็นต้​้น 9. โรคจากเชื้​้� อ ไวรั​ั ส ไม่​่ มี​ี สารเคมี​ีป้​้ อ งกั​ั น โรค ควรทำำ� ให้​้พื​ืชแข็​็ ง แรง เช่​่ น ให้​้ปุ๋​๋�ยหมั​ักและน้ำำ�สม่ำำ�เสมอ อาหารเสริ​ิม ธาตุ​ุอาหารรอง แคลเซี​ียม (Ca) โบรอน (B) และเหล็​็ก (Fe) เป็​็นต้​้น

• 52 •


เอกสารอ้​้างอิ​ิง กรมวิ​ิ ชาการเกษตร. 2553. คำำ�แนะนำำ�การป้​้องกั​ั นกำำ�จั​ั ดแมลงและสั​ัตว์​์ศั​ัตรู​ูพื​ืช

ปี​ี 2553. เอกสารวิ​ิชาการเกษตร. กลุ่​่�มกี​ีฏและสั​ัตววิ​ิทยา สำำ�นั​ักวิ​ิจั​ัยพั​ัฒนา การอารั​ักขาพื​ืช กรมวิ​ิชาการเกษตร, กรุ​ุงเทพฯ. 303 หน้​้า

กรมวิ​ิชาการเกษตร. 2559. การศึ​ึกษาผลกระทบที่​่�เกิ​ิดจากการเปลี่​่�ยนแปลงสภาพ

ภู​ูมิ​ิอากาศต่​่อการผลิ​ิตพื​ืชไร่​่และพื​ืชทดแทนพลั​ังงาน. รายงานโครงการวิ​ิจั​ัย กรมวิ​ิชาการเกษตร กรุ​ุงเทพฯ. 346 หน้​้า

กรมวิ​ิชาการเกษตร. 2561. การจั​ัดการศั​ัตรู​ูพื​ืชแบบผสมผสาน (Integreted Pest Management-IPM). (ระบบออนไลน์​์). https://doa.go.th/share/attachment.

php?aid=2957 (3 เมษายน 2569).

กรมส่​่งเสริ​ิมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์​์. 2555. การจั​ัดการศั​ัตรู​ูพื​ืช.

ในเอกสารวิ​ิชาการ การจั​ัดการศั​ัตรู​ูพื​ืช.กลุ่​่�มสื่​่�อส่ง่ เสริ​ิมการเกษตร ส่​่วนส่​่งเสริ​ิม

และเผยแพร่​่ สำำ�นั​ักพั​ัฒนาการถ่​่ายทอดเทคโนโลยี​ี กรมส่​่งเสริ​ิมการเกษตร. 82 หน้​้า

กรมส่​่งเสริ​ิมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์​์. 2555. ศั​ัตรู​ูธรรมชาติ​ิที่�่สำำ�คั​ัญ.

ในเอกสารวิ​ิ ชาการ กลุ่​่�มสื่​่�อส่​่งเสริ​ิมการเกษตร ส่​่วนส่​่งเสริ​ิมและเผยแพร่​่ สำำ�นั​ักพั​ัฒนาการถ่​่ายทอดเทคโนโลยี​ี กรมส่​่งเสริ​ิมการเกษตร. 82 หน้​้า

ธี​ีรนาฎ ศั​ักดิ์​์�ปรี​ีชากุ​ุล ปั​ัณชพั​ัฒน์​์ แจ่​่มเกิ​ิด และณั​ัฐพล กามล. 2567. รายงาน

ความก้​้าวหน้​้าโครงการวิ​ิจั​ัยการจั​ัดการเพลี้​้�ยไฟในพื​ืชเศรษฐกิ​ิจเพื่​่� อรองรั​ับ การเปลี่​่�ยนแปลงสภาพอากาศบนพื้​้�นที่​่�สู​ูง. 29 หน้​้า

ปั​ัณชพั​ัฒน์​์ แจ่​่มเกิ​ิด อั​ัจฉรา ภาวศุ​ุทธิ์​์� ธีรี นาฎ ศั​ักดิ์​์�ปรี​ีชากุ​ุล คมสั​ันต์​์ อุ​ุตมา และ ณิ​ิชากร จั​ันเสวี​ี. 2565. การวิ​ิจั​ัยพั​ันธุ์​์�และเทคโนโลยี​ีการผลิ​ิตไม้​้ผลเศรษฐกิ​ิจ

แบบประณี​ีตบนพื้​้�นที่​่�สู​ูง. ในรายงานฉบั​ับสมบู​ูรณ์​์. สถาบั​ันวิ​ิจั​ัยและพั​ัฒนา พื้​้�นที่​่�สู​ูง (องค์​์การมหาชน). 71 หน้​้า

• 53 •


คู่​่ � มื​ือ การจั​ัด การศั​ัตรู​ูพื​ืชของ เสาวรสหวาน บนพื้​้� น ที่​่� สู​ู ง

ปั​ัณชพั​ัฒน์​์ แจ่​่มเกิ​ิด อั​ัจฉรา ภาวศุ​ุทธิ์​์� ธีรี นาฎ ศั​ักดิ์​์�ปรี​ีชากุ​ุล คมสั​ันต์​์ อุ​ุตมา และ ณิ​ิชากร จั​ันเสวี​ี. 2566. โครงการทดสอบพั​ันธุ์​์�และพั​ัฒนาเทคโนโลยี​ีการผลิ​ิต แบบประณี​ีตสำำ�หรั​ับไม้​้ผลเศรษฐกิ​ิ จบนพื้​้�นที่​่� สู​ูง. ในรายงานฉบั​ับสมบู​ูรณ์​์. สถาบั​ันวิ​ิจั​ัยและพั​ัฒนาพื้​้�นที่​่�สู​ูง (องค์​์การมหาชน). 126 หน้​้า ปั​ัณชพั​ัฒน์​์ แจ่​่มเกิ​ิด อั​ัจฉรา ภาวศุ​ุทธิ์​์� ธี​ีรนาฎ ศั​ักดิ์​์�ปรี​ีชากุ​ุล ณั​ัฐพล กามล คมสั​ันต์​์

อุ​ุตมา และณิ​ิชากร จั​ันเสวี​ี. 2564. โครงการวิ​ิจั​ัยเทคโนโลยี​ีการผลิ​ิตไม้​้ผล สำำ�คั​ัญบนพื้​้�นที่​่�สู​ูงเพื่​่� อรองรั​ับการเปลี่​่�ยนแปลงสภาพภู​ูมิ​ิอากาศ. ในรายงาน ฉบั​ับสมบู​ูรณ์​์. สถาบั​ันวิ​ิจั​ัยและพั​ัฒนาพื้​้�นที่​่�สู​ูง (องค์​์การมหาชน). 55 หน้​้า

วิ​ิรั​ัตน์​์ ปราบทุ​ุกข์​์ อั​ัจฉรา ภาวศุ​ุทธิ์​์� และพิ​ิมุ​ุกต์​์ พั​ันธรั​ักษ์​์เดชา. 2555. การปลู​ูก เสาวรสหวาน. สถาบั​ันวิ​ิจั​ัยและพั​ัฒนาพื้​้�นที่​่�สู​ูง (องค์​์การมหาชน). 60 หน้​้า

• 54 •


สถาบั​ันวิ​ิจั​ัยและพั​ัฒนาพั้�นที่​่�สูง (องค์​์การมหาชน) 65 หมู่​่� 1 ถนนสุ​ุเทพ ตำำ�บลสุ​ุเทพ อำำ�เภอำเมู่ือำง จั​ังหวั​ัดเชี​ียงใหมู่� 50200 โทรศั​ัพท์ 0 5332 8496-8 ‫ ׀‬โทรสุ�ร 0 5332 8494, 0 5332 8229 www.hrdi.or.th


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
E-book_คู่มือการจัดการศัตรูพืชของเสาวรสหวานบนพื้นที่สูง by HRDI - Issuu