Issuu on Google+


www.samgler.org


หองสมุดหนังสือเกา จรวดถลมเมือง (เลม ๓)

พล * นิกร * กิมหงวน เจาของหนังสือ อาจารยกิกติ ติพล หวังคณาลาภ เอื้อเฟอ ไฟลเอกสาร โดย คุณสมชัย เกษมสมพร แปลงเปนไฟล pdf โดย โกหลังวัง “ปง” พลทหารรางใหญสะดุงเฮือกสุดตัวปลอยปนแลวลมลงสิ้นใจตายกลางถนน โดยไมรอชา พลควา มือเยื่อลากไปริมถนนแลวกระโจนลงไปตามความลาดชันของทางหลวง ไฟฉายที่เตนทหลังเล็กถูกฉายกราด มา พอประจําปนกลเบาเตรียมพรอมที่จะสงกระสุนออกจากลํากลอง แตเมื่อไมเห็นเปาหมายก็ไมยิง พลพา เยื่อวิ่งออมไปทางหลังกระโจมนั้นอยางระมัดระวัง ทั้งสองบุกกอหญาคาซึ่งทวมศีรษะ ขณะนี้ทหารที่อยูใน


เตนทคนหนึง่ ไดควาปนเล็กยาวคูม อื ออกมานอกเตนทยกไฟฉายกราดไปรอบ ๆ สิน้ สุดทีร่ า งของทหารแดง สามคนซึ่งคนหนึ่งตายไปแลวและสองคนถูกหมัดเด็ดนอนหงายเหยียดยาวอยูกลางถนน ทหารคนนั้นรองตะโกนบอกพลปนกลเบาที่อยูในเตนทดวยภาษาของเขา เยื่อรีบกระซิบบอกพล ทันที “คุณพลครับ มันรองบอกใหทหารในเตนท โทรศัพท ขอกําลังมาชวย” พลพยักหนารับทราบ เขาวิ่งปราดมาทางหลังเตนทแลวหยุดยืนแหวกผาเตนทออก จากแสงตะเกียง รั้วอันสลัวรางพล แลเห็นทหารแดง ซึ่งนั่งอยูในเตนทขางปนกลเบากระบอกนั้นเพียงคนเดียวกําลังยกหู โทรศัพทสนามขึ้น และใชมือหมุนกริ่งเรียกอีกฝายหนึ่ง พลจําเปนตองสังหารทหารแดงผูน ้ี เขายกรีวอลเวอรคูมือขึ้นจองหมายระดับหนาอก และเหนี่ยวไก ยิงทันที พอสิ้น เสียงปนพลทหารแดงก็ปลอยหูโทรศัพทหลุดจากมือลมลงนอนตายอยูขางปนกลกระบอกนั้น สวนทหารอีกคนหนึง่ วิง่ หนีไป ทางสามสหายกับเจาคุณปจจนึกฯ และเจาแหวดวยความรักตัวกลัวตาย เพราะ ไมอาจจะทราบวาขาศึกที่ลอบเขาจูโจมพวกเขานั้นมีจานวนมากน ํ อยเทาใด พลทหารผูนาสงสารผูนั้น กระโจน ลงไปริมทางระหวางอาเสี่ยกับนิกรซึ่งนอนหมอบอยูเคียงกัน นิกรยกปากกระบอกปนพกยัดเขาไป ในรูหูขางซายของขาศึก แตยังไมทันจะกระดิกนิ้วเหนี่ยวไกยิง กิมหงวนก็ยกดามปนพก ฟาดกบาลทหารแดง เสี่ยกอนเสียงดังปอก เทานี้เองพลทหาร รูปรางบอบบางเหมือนคนอดฝน ก็สน้ิ สติสมประดี เสียงพลรองตะโกนโหวก ๆ “มาโวยพวกเรา เรียบรอยแลว” อาเสี่ยกับนิกรพรอมดวย ดร. ดิเรก เจาคุณปจจนึกฯ กับเจาแหวตางรีบลุกขึ้นพากันขึ้นไปบนทาง หลวง พลกับเยื่อยืนเดนอยูกลางถนน ทั้งสองกําลังกวักมือและรองตะโกนเรียก ทุกคนวิ่งเหยาะ ๆ เขาไปหา ดวยความดีใจ นายทหารขาศึกกําลังโงเงลุกขึ้นนั่งอยางสะลืมสะลือ ดร. ดิเรก ยกเทาขวาเตะปลายคางเต็ม เหนี่ยว นายทหารแดงสะดุง เฮือก แลวหลับตาอมยิ้ม นาสงสารลมตัวลงนอนเหยียดยาวตอไป “ไปโวยรีบเดินทางกันตอไป” พลพูดละลํ่าละลัก “เกือบเสียทามนแลว พอมันเขามาจะคนกันตัด สินใจตอยหนามันเลย นายเยื่อก็ซัดทหารคนหนึ่งมอยกระรอกไป อีกคนหนึ่งถูกกัน ยิงตาย เราสองคน กระโดดหนีลงไปขางถนนออมไปทางหลัง เตนทปนกลเบา ทหารคนหนึ่งกําลังจะพูดโทรศัพทสนามกันจึง จําเปนตองยิงมันทิ้งเสีย อีกคนหนึ่งวิ่งทะเลิ่กทะลั่กไปทางพวก แก กันก็พอจะเดาไดวาพวกแกกับคุณอาคงจะ กําจัดมันไดโดย ไมยากนัก ไปเถอะ กันกระทืบเครื่องโทรศัพทพังยับไปแลว และถอดกระสุนปนกลเบาทั้ง ซองเหวี่ยงทิ้งไปแลว” นายเยื่อพูดเสริมขึ้น “คุณพลกลาหาญเด็ดเดีย่ วเหลือเกินครับ ถาคุณปลอยใหมันคนและมันคนพบปนพกในตัวคุณมัน จะตองยิงคุณทิ้งทันที อา—ประเดีย๋ วครับ ผมจะไปยึดปนพกของพวกนายทหารแดงเอาไวใชเปนประโยชน ของผม” หลานชายของผูใหญเหียกวิ่งเหยาะๆ ไปที่รางนายทหารหนุมซึ่งนอนสิ้นสติสมประดีอยูกลางถนน แลวกมลงกระชาก ปนพกในซองปนออกมา เมือ่ เขาแลเห็นพลทหารคนหนึง่ เริม่ กระดุกกระดิกนายเยื่อก็ยก


ดามปนพกฟาดกบาลเต็มเหนี่ยว เขาวิง่ หัวเราะหึ ๆ กลับมาหาคณะพรรคสี่สหายซึ่งกําลังวิพากษ-วิจารณกนั เสียงจอกแจกจอแจ เจาคุณปจจนึก ฯ กลาวถามชายหนุมผูนาทางทั ํ นที “ยังอยูอีกไกลไหมนายเยื่อกวาเราจะถึงโขดพระ ผจญภัยอยางนี้ไมสนุกแน ฉันหายใจไมทั่วทอง เลย ลงไปหมอบอยูข า งงูเหาตัวหนึง่ นอนขดอยูด ว ยความหนาว จะรองเอะอะก็กลัวถูกยิงตองอุดปากตัวเอง ตลอดเวลา เคราะหดีที่งูมันไมกัด” หลานชายของผูใหญเหียกหัวเราะหึ ๆ “อีกอยางมากก็ในราว ๓ กิโลเทานั้นแหละครับ” ทานเจาคุณพยักหนารับทราบ “ถายังงั้นก็รีบไปกันเถอะ เสียงปนพกที่ดังขึ้นอาจจะทําใหพวกทหารแดงในบริเวณใกลเคียงแหกัน มาที่นี่ก็ได” นิกรพูดโพลงขึ้น “เราเดินกันไปเปนกลุมดีกวา เดินแยกกันเสียว ๆ ยังไงชอบกล ใหเยื่อลวงหนาไปกอน ถามีอะไร เกิดขึ้นก็ใหนายเยื่อ เปดไฟฉายขึ้นเปนสัญญาณ พวกเราจะไดรีบหลบลงขางทาง” เยือ่ เห็นพองดวย “ดีเหมือนกันครับ ถาเชนนัน้ ผมจะเดินลวงหนาไปกอน สัก ๕๐ เมตร แลวพวกคุณตามไป ถาผม เปดไฟฟาเดินทางขึ้นก็หมายความวาผมเผชิญกับพวกทหารแดง พวกคุณจะตอง รีบหลบลงขางทางทันที แลว ก็ถามีรถยนตแลนผานไปมาก็ตองหลบเหมือนกันนะครับ เพราะในตอนดึกเชนนีม้ แี ตรถทหาร คอมมิวนิสต เทานัน้ ” หลานชายของผูใหญบานเหียกโบกมือใหคณะพรรคสี่สหายแลวเดินดุม ๆ ไปจากที่นั้น ดร. เรกบน พึมพําเบา ๆ “หนาววะ แลวก็เมื่อยเต็มทน” เจาแหวยิ้มใหนายแพทยหนุม “รับประทานขาผมแทบจะหลุดแลว แตเราตองแข็งใจหนอยนะครับ” สี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ ตางเดินรวมกลุม ติดตามนายเยือ่ ไป กิมหงวนลวงกระเปากางเกงหยิบ บุหรี่ออกมาแจกจายเพื่อน ๆ แตพลหามไมใหสูบบุหรี่ โดยชี้แจงวาแสงไฟบุหรี่อาจจะทําใหหนวยทหาร คอมมิวนิสตมองเห็น ใกลหมูบานโขดพระเขาไปตามลําดับ ถนนตอนนีเ้ ปน ถนนลาดยางแอสฟลทเรียบรอย มีปายภาษา ตางประเทศเขียนบอกไวรมิ ทางวาอีกหนึง่ กิโลเมตรถึงโขดพระ ทุกคนแลเห็น ปายนี้ก็กระปรี้กระเปราขึ้น อยางไรก็ตามขณะที่คณะพรรค สี่สหายเดินผานหมูบานเล็ก ๆ แหงหนึง่ เสียงเครือ่ งยนตของ รถยนตคนั หนึง่ ก็ดังแววมาแตไกลและใกลเขาตามลําดับ ถนนตอนนีเ้ ปนทางโคง ดานหนึง่ เปนปาและอีกดานหนึง่ เปน ทอง นาอันเวิง้ วางกวางขวาง พลรองบอกพรรคพวกของเขาทันที “หลบโวยพวกเรา มีรถคันหนึง่ แลนมาจากโขดพระ คงเปนรถทหารแดงแน ๆ”


ทุกคนรีบหลบลงขางทางหลวงอยางรวดเร็วฉับพลัน หลังจากนั้นเพียงครูเดียวรถบรรทุกขนาด ใหญคันหนึ่งก็เลี้ยวมาตามสวนโคงของถนน แสงไฟฟาหนารถสองสวางจา หนวยกลาตายกับนายเยื่อหมอบ นิ่งเฉย ปลอยใหรถคันนั้นแลนผานไปดวย ความเร็วสูง สีส่ หายตางสังเกตเห็นทหารแดงอยูใ นรถบรรทุก ขนาดใหญประมาณหนึ่งหมวด ทหารเหลานีท้ าหน ํ าทีร่ กั ษาการณอยูท ต่ี ลาดโขดพระ มีกาลั ํ งทั้งหมดหนึ่ง กองรอย แตแลวหมวดนีก้ ไ็ ดรบั คําสั่งใหถอนกําลังกลับไปที่เมืองซึ่งเปนคําสั่งทางวิทยุ ผูบ งั คับหมวดจึงรีบ พาทหารในบังคับบัญชาของเขาเดินทางไปในเมืองตามคําสั่ง เมื่อรถบรรทุก ๑๐ ลอผานพนไปไกลทุกคนก็ขึ้นมาบนถนนและเขามารวมกําลังกัน นายเยื่อกลาว กับหนวยกลาตายอยางเปนงานเปนการวา “รีบไปที่ตลาดโขดพระเถอะครับ เราจะตองไปใหถงึ นัน่ โดยเร็วทีส่ ดุ พวกเราไมปลอดภัยเสียแลว ประเดี๋ยวพวกทหารทีอ่ ยูใ นรถคันนัน้ จะเห็น พรรคพวกของมันนอนอยูกลางถนนตอนสี่แยก มันจะตองยอน กลับมาตลาดโขดพระ หรือมิฉะนัน้ ก็คงวิทยุบอกใหพวกทหารที่ตลาดโขดพระเตรียมเลนงานพวก-เรา อยา ลืมวานายทหารแดงกับพลทหารสองคนเพียงแตสลบไปคุณพลยิงมันตายเพียงสองคนเทานั้น รีบไปเถอะ ครับ” เจาคุณปจจนึก ฯ เห็นพองดวย “นั่นนะซี เราใกลจะถึงโขดพระอยูแลว รีบจําสั ้ กครูคง จะถึง” นิกรทําตาละหอย เขาถอนหายใจเฮือกใหญแลวกลาววา “เราวิ่งไปไมดีหรือนายเยื่อจะไดไปถึงบานอาหอยเสีย เร็ว ๆ ฉันเมือ่ ยและงวงนอนออนเพลียจน บอกไมถูกแลว” อาเสี่ยมองดูหนานายจอมทะเลนอยางขบขันแลวยกฝามือผลักหนานิกรคอนขางแรง “อดทนหนอยซีโวย เรากําลังทํางานเพื่อชาติไมไดมา ทัศนาจรหรือมาเดินตากอากาศเลนตอนดึก ๆ แกอยากไปถึงเร็ว ๆ ก็วิ่งไปกอนซี” นิกรสั่นศีรษะ “ไมเอาโวย วิ่งไปคนเดียวเดี๋ยวถูกยิงตาย” ดร. ดิเรกหัวเราะชอบใจ “เราตองคิดวาการผจญภัยของเราเปนเรือ่ งสนุก เดินทางกันตอไปเถอะอยามัวโอเออยูเ ลย” นายเยื่อพาหนวยกลาตายทั้ง ๖ คนออกเดินทางตอไป เขาเดินนําหนาเหมือนเชนเคย ทิ้งระยะหาง ประมาณ ๓๐ เมตร มือขวาของหลานชายผูใหญบานเหียกถือไฟฟาเดินทางดวงหนึ่งสายตาของชายหนุมจอง มองไปขางหนาคนหาทหารแดงซึง่ อาจจะตัง้ หนวยรักษาการณอยู ณ ที่ใดที่หนึ่ง ความคาดคะเนของนายเยือ่ เปนไปโดยถูกตองรถบรรทุกทหารคันนัน้ แลนไปถึงสีแ่ ยกโรงเลือ่ ย และโรงงานแปงมัน สําปะหลัง ทหารทีอ่ ยูใ นรถก็แลเห็นทหารแดง ๓ คน นอน อยูกลางถนน ผูบังคับหมวด ที่นั่งคูอยูกับคนขับรีบสั่งใหคน ขับรถบรรทุกหยุดรถทันที หลังจากทหารบนรถไดชวยกัน แกไขนายทหาร และพลทหารคนหนึง่ ใหฟน ขึน้ มา นายทหาร ประจําดานนั้นก็บอกใหทราบวาเขากับทหารของเขาถูกยิงและ ถูกทําราย สงสัยวาผูที่ทาร ํ ายคือหนวยกลาตายของทหารไทย และกําลังหลบหนีไปทางโขดพระ


วิทยุสนามถูกสงมาที่หนวยทหารประจําตลาดโขดพระทันที ทหารแดงทัง้ สองหมวดทราบขาวก็รบี กระจายกําลังกันไปทั่วตลาดเตรียมปะทะกับหนวยกลาตายจัดวางกําลังซุมไวหลายแหง ตามเวลาที่กลาวนี้ ตลาดโขดพระอยูในความสงบเงียบ พวกชาวบานรานตลาดกําลังหลับนอนอยางสุขสบาย บริเวณตลาดมีแต ทหารแดงเดินรักษาการณเปนหมู ๆ หมูละ ๓ คน หรือ ๕ คน นายเยื่อพาคณะพรรคสี่สหายมาถึงเขตตลาดบานโขดพระแลว ทุกคนรวมกําลังกันในปาละเมาะ แหงหนึง่ หลังโรง ยอมผาของชาวจีน พลกระซิบกระซาบกับคณะพรรคของเขาวา “เราจะตองแอบซอนตัวอยูที่นี่กอนจนกวาเราจะแนใจ วาเราปลอดภัย ถาทหารแดงทีน่ ง่ั รถบรรทุก ผานเราไปสงวิทยุ มาติดตอกับกองทหารทีน่ ่ี พวกทหารแดงทีน่ ก่ี ค็ งเตรียมรับ มือเราอยางเต็มที่” เจาคุณปจจนึกฯ เห็นพองดวย ทานยกมือตบบาพลเบาๆ “แกรอบคอบมากอายหลานชาย เราอยาพยายามคิดวาทหารแดงมันโงจนเกินไป นายเยื่อเขาก็ยืนยัน แลววาที่ตลาดนี้ มีทหารแดงรักษาการณอยูต ลอดเวลา เพือ่ คอยระวังหนวยใตดนิ ชาวพืน้ เมืองกอวินาศกรรม และขณะนี้ก็คงคอยเลนงานพวก เราดวย” พลหันมามองดูหลานชายผูใหญเหียก ซึ่งยืนอยูทางซายของเขา พลกระซิบกับเยื่อเบา ๆ วา “นองชาย แกกลาพอที่จะเล็ดลอดเขาไปลาดตระเวนดูลาดเลาในตลาดไดไหมละ พวกเราไมกลา เสี่ยงภัยเขาไปก็เพราะเราพูดภาษาพื้นเมืองไมได ถาทหารมันจับไดเราก็จนมุม สําหรับแกเปนคนพืน้ เมืองถึง เพลี่ยงพลํ้าถูกจับก็พอแกตัวได” นายเยื่อยิ้มเล็กนอย “ไดครับ ผมจะเขาไปในตลาดเอง ถาถูกจับผมก็จะบอกทหารวาผมอยูที่บานอาของผม ทหารมันไม เชื่อพาไปที่บานอา คนทีบ่ า นก็จะยืนยันวาผมเปนหลานของอาหอย” “ดีทีเดียวนองชาย” พลพูดดวยเสียงกระซิบ “ระวังตัว ใหมากนะ พวกเราจะรอแกอยูท น่ี แ่ี หละ” เยื่อจัดแจงคาดผาขาวมาเคียนพุงใหแนนเขาแลวสงมีดพกคูมือของเขากับปนพกของนายทหารแดง ใหเจาแหว “เก็บมีดและปนไวดวยพี่แหว ทหารแดงมันออกคําสั่ง หามพกอาวุธ ถามันจับฉันและคนอาวุธได ในตัวฉันฉันจะถูก สงตัวไปในเมือง ถาไมมีอาวุธก็พอจะพูดกับมันได เพราะฉันเปนคนพืน้ เมืองและอาของ ฉันอยูที่นี่ ผูคนที่ตลาดนี้รูจักกับ ฉันทั้งนั้น” เจาแหวยิ้มใหหลานชายผูใหญเหียก “โชคดีนะเยื่อ แกมีบญ ุ คุณตอพวกเรามาก ขอใหแก ปลอดภัย” “ขอบคุณมากพี่แหว ทนยุงกัดสักครูนะ อยางชาครึ่ง ชั่วโมงฉันจะกลับมา” พูดจบเยือ่ ก็พาตัวเดิน ออกไปจากละเมาะหลังโรงยอมผา ตรงเขาไปดานหลังหมูบ า นของตลาดโขด พระ เวลาผานพนไปในราว ๓๕ นาที หนวยกลาตายยืนกระสับกระสายไปตามกน ทุกคนอยากอาบนํา้ อยากดืม่ เครือ่ งดืม่ อยากสูบบุหรี่ และกินอาหารเบา ๆ โดยเฉพาะอยากจะนอนหลับที่สุด นิกรอาปากหาวตลอดเวลา


จากแสงดาวระยิบระยับ พลกับ ดร. ดิเรกตางแลเห็นรางอันดําตะคุม ของใครคนหนึง่ กําลังเดินตรง เขามาอยางรอนรน “เฮย ทหารนีห่ วา” พลกระซิบบอกนายแพทย “ทหารแน ๆ เสียงท็อปบูทยํ่าพื้นดินไดยินถนัด” “ออไร มันมาคนเดียวไมเปนไร” ทุกคนใจเตนระทึกไปตามกัน เจาคุณปจจนึก ฯ ยกปนพกขึน้ จองเตรียมพรอม แลวกระซิบบอกสี่ สหายกับเจาแหว “ยืนเฉย ๆ อยากระดุกกระดิก ถามันบุกเขามาในละเมาะพยายามล็อคคอมนและเอามันใหอยู อยา ใชปน เปนอันขาด” นิกรกระซิบบอกกิมหงวน “มันเดินรีม่ าทางนีน้ ห่ี วา หรือมันมาหาทีข่ ้ี” กิมหงวนยกมือปดปากนิกรทันที รางนัน้ เคลือ่ นตรงเขามาราวกับรูว า หนวยกลาตายซอนตัวอยูใ น ละเมาะตอนนี้ เมือ่ เขามาใกลทกุ คนก็แนใจวาเจาของรางนัน้ แตงเครือ่ งแบบทหาร ขาศึกสะพานปนเล็กยาว สวมดาบ รางนั้นหยุดยืนนอกพุมไมหางจากหนวยกลาตายราว ๔ เมตร มีเสียงจุปากดังขึ้นเบา ๆ “ไมตอ งตกใจครับ ผมเอง” สี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหว จําเสียงหลานชายของผูใหญเหียกได ตางถอนหายใจโล งอกไปตามกัน ทหารปลอมเดินกาวสวบ ๆ เขามาหา พลปราดเขาไปสวมกอดเยื่อ ดวยความดีใจ “ยังไงกันแนอายนองชาย แกเปนทหารคอมมิวนิสต แลวหรือนี่” พลถามดวยเสียงกระซิบกระซาบ เยื่อหัวเราะเบา ๆ “จําเปนตองเปนครับ ผมบุกเขาไปในตลาดพบทหาร คนหนึ่งนั่งสัปหงกอยูขางรานขายหมู ผมควา ไมไดดนุ หนึง่ ประเคนกบาลมันทีเดียวฟุบไปเลย แลวผมก็ลากเขาไปในตรอกแคบ ๆ ลอกคราบมันออกเอา เครื่องแบบของมันมาแตง รูปรางของมันพอเหมาะกับผมเชียวครับ ที่ตลาดมีทหารแดงรักษาการณอยูหลาย แหง พวกคุณไมมีทางที่จะเขาไปบานอาผมไดหรอกครับ เวนแตวา จะปลอมเปนทหารแดงเหมือนอยางผม มันเดินกันเปนหมู ๆ ตลอดเวลาครับ” พลพยักหนารับทราบ “แลวทําอยางไรพวกเราถึงจะไดเครื่องแบบแดงละ” ชายหนุม หัวเราะเบา ๆ “ผมพอจะชวยหาใหไดครับ ผมจะยอนกลับเขาไปในตลาดเดี๋ยวนี้ ผมจะไปที่บานอาผมกอนและ บอกใหอารูวาพวกคุณมาถึงนี่แลว อาจะไดเตรียมทีท่ างไวตอ นรับ อีกสักครูผมจะหลอกพาทหารแดงมาให พวกคุณรุมกินโตะทีละคน ใชวิธีบีบคอหรือตีกบาลมันดวยดามปนพกนะครับ อยายิงมันเปนอันขาด” ทุกคนนึกสนุกขึ้นมาทันที “ออไร ออไร” ดร. ดิเรกพูดเบา ๆ ดวยเสียงหัวเราะ “ยูรบี ไปพาทหารแดงมาเถอะ เราพรอมแลว” เยื่อมองดูคณะพรรคสี่สหายแลวกลาววา


“อดทนหนอยนะครับ อยางชาอีกครึ่งชั่วโมงพวกคุณจะไดรับประทานอาหารวางที่บานอาผม และ ไดพักผอนหลับนอน กัน” ทหารปลอมเดินออกไปจากที่ซอนอยางภาคภูมิใจ เยือ่ เปนราษฎรคนหนึง่ ที่เกลียดชังคอมมิวนิสต มาแตไหนแตไร แลว ดังนัน้ การทําลายลางพวกแดงจะดวยวิธีใดก็ตามจึงเปน งานที่เขาพอใจมาก “เยื่อมันแนโวย” เสี่ยหงวนพูดพึมพํา “เขากลาหาญ และใจเย็นมาก ทีแรกทีเ่ รารูจ กั เขาก็รสู กึ วาเขา เครงขรึมสงบเสงี่ยมเหมือนกะเทยวะ ความจริงเขาเปนเสือรายคนหนึง่ ” นิกรยืนสัปหงกสักครูก็ซบหนาลงพิงบาเจาคุณปจจนึก ฯ พอตาของเขา ทานเจาคุณยกมือขวาผลัก นิกรเต็มแรง “เฮย” ทานดุเสียงกระซิบ “อายเวรนีช่ า งงวงเหงาหาวนอนเสียจริง ๆ อดทนเสียบางซีโวย” นิกรสะอื้น “มันเหลือที่จะทนแลวครับคุณพอ ยุงกัดจนแสบไปหมด ทัง้ ตัว หิวจนทองติดกระดูกสันหลัง งวง ใจจะขาด เมื่อยจนบอกไมถูกวาผมยืนอยูไดอยางไร ถาในชั่วโมงนี้ผมไมไดนอนผมคง ตายแน” ดร. ดิเรกหมัน่ ไสเต็มทนก็ยกมือเขกกบาลนิกรคอนขางแรง “เวอรี่แบด ยูไมเขมแข็งเสียเลย เวลาสงครามจริง ๆ ลําบากกวานี้อีกหลายเทารูไหม” นิกรคอนปะหลับปะเหลือก เดินเลี่ยงเขาไปยืนขางเจาแหวแลวกระซิบถาม “มีอะไรกินบางไหมวะ อายแหว” “ปูโธ” เจาแหวคราง “รับประทานผมจะเอาอะไรมาให คุณรับประทานละครับ” “แกชวยไปหาซื้อที่ตลาดหนอยไดไหมวะ ไปเคาะประตูเรียกรานกาแฟใหเขาติดไฟตมนําชงให ้ เรา เปนพิเศษกระปองละ ๑๐ บาทก็เอา” เจาแหวจุปาก “รับประทานผมไปผมก็ถูกยิงมองเทงเทานั้นเอง” นิกรถอยไปยืนพิงตนแคตนหนึ่งและยืนหลับไป สามสหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหวตาง สอดสายตามองไปรอบ ๆ ตลอดเวลา ใน ๕ นาทีนน้ั เองทุกคนก็แลเห็นรางของ คนสองคนพากันเดินตรงเขา มา และเมื่อเขามาใกลก็พอสังเกตไดวาเปนทหารทั้งคู ทหารปลอมพาทหารจริงเขามาหยุดยืนเบือ้ งหนา ละเมาะแลวกลาวขึ้นดัง ๆ “อยาลืมวา เราจะตองแบงขาวของเงินทองทีอ่ ยูใ นหีบ คนละครึ่งนะโวย” ทหารแดงซึ่งถูกเยื่อหลอกลวงมารับคําทันที “เออนา หีบบรรจุขา วของอันมีคา ทีแ่ กวาคนรายตองเอามาหมกซอนไวแนนอน เราจะบอกใหคน อื่นรูไ มไดเปน อันขาด” นายเยื่อพาทหารแดงบุกเขามาในละเมาะ ทามกลางความมืด เสีย่ หงวนกระโดดเขาตวัดรัดคอดวย ทอนแขนขวาของเขาทันที พลชกทองทหารแดงเต็มเหนี่ยวหลายที ทั้งหมัดซายหมัดขวาเสียงราวกับซอมชก กระสอบแลวก็กลาวกับอาเสี่ยเบาๆ


“ปลอยไดอายหงวนเสร็จแลว ถูกกันชกจัง ๆ อยางนี้กวาจะฟนก็คงไมตํ่ากวาหนึ่งชั่วโมง ทหารคน นี้รูปรางขนาดอายแหว พอดี ใหอา ยแหวลอกคราบมันแลวแตงเครือ่ งแบบทหารแดง เลย” ในสองสามนาทีนน้ั เอง เจาแหวก็กลายเปนทหารคอม-มิวนิสต มีปนเล็กยาวสวมดาบพรอมเปน อาวุธประจําตัว เยื่อกลาวกับเจาแหวอยางครึกครื้น “เขาทีมากพี่แหว รูส กึ วาพีแ่ หวโกขน้ึ อีก” เจาแหวหัวเราะ “โกกะผีอะไรละ ฟอรมเหม็นสาบจะตายโหง เจาของมันคงไมเคยซัก” หลานชายผูใหญเหียกมองดูคณะพรรคสี่สหายแลวยิ้มให เขากลาวกับทุกคนดวยเสียงแผวเบาวา “ผมไปพบกับอาของผมแลวครับ ไปปลุกอาตื่นขึ้น อาและคนทีบ่ า นตืน่ เตนไปตามกันเมือ่ ทราบ ขาววาพวกคุณมาถึงนีอ่ าสัง่ ใหคนของอาเตรียมติดไฟชงกาแฟหุงขาวตมไวตอ นรับแลวครับ ขอใหอดใจอีก สักครูผมกับพี่แหวจะไปพาทหารแดงมาใหกินโตะ เพือ่ ลอกคราบเอาเครือ่ งแตงตัวของมัน ที่ตลาดทหาร คอมมิวนิสตมากหนาหลายตาเหลือกินครับถาไมแตงเครือ่ งแบบทหารเปนไปไมรอด ผมเองเดินผานพวก ทหารแดงตั้งหลายคนแตไมมีใครสนใจกับผม บางแหงทหารแดงไดตั้งปนกลไว เตรียมพรอม อยูใ นบริเวณ ตลาด” เจาคุณปจจนึก ฯ ยกมือตบบานายเยื่อ “หลานชาย เธอพยายามเลือกทหารแดงที่มีรูปรางอวนเตี้ยพุงพลุยขนาดฉันมาใหสักคนนะ” นายเยื่อยิ้มใหทานเจาคุณ “แหม—ขนาดทานหายากเหลือเกินครับ ถามีก็คงเปน นายทหาร แตวาผมจะพยายามหามาใหได ใชอุบายหลอกลวงมันมาที่น”ี่ นิกรพูดตัดบทดวยเสียงงัวเงีย “ไปเถอะนองชายอยาโอเออยูเลย กันไดกลิ่นขาวตมที่บานอาหอยของแกแลว” เยื่อหัวเราะชอบใจ แลวเปลี่ยนสายตามาที่เจาแหว “เราแตงทหารอยางนีป้ ลอดภัยแน ในตลาดมัน มืดมีแตแสงตะเกียง รัว้ รุบหรูบางแหง ทหารแดงมันไมรหู รอกวาเราเปนทหารปลอม” เจาแหวสงปนพกกับมีดพกใหหลานชายของผูใหญบานเหียก ตอจากนัน้ นายเยือ่ ก็พาเจาแหวเดิน ออกไปจากที่ซอนมุงตรงเขาไปในตลาด เยือ่ เดินนําหนาเจาแหวเดินตามหลัง ขณะที่ผานหนาตลาดสดซึ่งเปน ตลาดนัดมีการจําหนายกุงปลาเฉพาะตอนเชา เยือ่ กับเจาแหวแลเห็นทหารสองคนยืนสนทนากันอยูห นาราน คารานหนึ่ง ทามกลางความมืดสลัว เยือ่ พาเจาแหวเดินเขาไปหา ทหารแดงคนหนึง่ ปราดเขามาหาเยือ่ แลว กลาวถาม “ไมขีดไฟมีไหมพรรคพวก” เยื่อกับเจาแหวหยุดชะงัก “สูบบุหรีห่ รือเพือ่ น” เยื่อถามยิ้ม ๆ แลวลวงกระเปากางเกง หยิบไมขีดไฟออกมาสงใหทหารแดง ซึ่งกําลังจะตกเปนเหยือ่ ของเขา “ระวังนะเพือ่ น เจานายมาเห็นแกสูบบุหรี่ขณะ ที่กําลังเปนยามแกจะเคราะห ราย”


“เห็นก็เห็นเถอะวะ หนาวจะตายโหงอยูแ ลว อยากบุหรี่ใจจะขาด” แลวเขาก็ขีดไมขีดจุดบุหรี่สูบ “แกสองคนกําลังจะ ไปไหนละ” เยื่อมองซายมองขวา แลวกระซิบกระซาบบอกเจาหมอ นั่นซึ่งมีรูปรางสูงชะลูดขนาดเดียวกับเสี่ย หงวน “ไปหาเหลากินแกหนาววะ” “ฮา” ทหารแดงอุทาน “ที่ไหนวะ กันไปดวยคน” “หลังหมูบานนี่เอง กันซอนไวในละเมาะสองสามขวด แกสองคนอยากอุนเครื่องแกหนาวก็ไปกับ กันซี หลบไปแวบเดียวเจานายไมทนั รูห รอกวะ ปานนีเ้ จานายก็คงนอนกรน ครอก ๆ กันหมดแลว” ทหารแดงเดินเขามาหาเพื่อนของเขาแลวกระซิบกระซาบกันชวนไปกินเหลาตามคําชวนของเยือ่ เทานี้เองพลทหารทั้ง สองคนก็ตกเปนเหยือ่ ของเยือ่ กับเจาแหว เยือ่ กับเจาแหวพาออก ไปทางหลังตลาด ทหาร แดงคนหนึง่ ยกมือขวากอดคอเจาแหว แลวถามยิ้ม ๆ “แกอยูก องรอยไหนวะ” เยื่อรีบเดินเขามาพูดขัดขึ้นทันที “อยาไปกวนใจมันโวย เพื่อนของกันมันกําลังเศราซึม ไมยอมพูดกับใครมาตั้งแตหัวคําแล ่ ว มันได ขาววาเมียของมัน ตามชูไป ปลอยมันตามเรือ่ งเถอะ” ทหารแดงหัวเราะกากแลวตบหลังเจาแหวเบา ๆ “เพื่อนเอย จะไปเอาความแนนอนอะไรกับผูห ญิงวะ ยายของกันอายุเกือบ ๗๐ ปแลว อยูก บั ตาของ กันมาตั้ง ๔๐ กวาปยังหนีตามเด็กหนุมคราวหลานไป ตากันไมเจ็บใจห���อกเพราะ ปลงตก แตเสียดายตะบัน หมากเทานั้น” เจาแหวพูดภาษาของชาวเมืองนี้ไมได จึงแกลงทําเปนฮึดฮัดปดมือแลวเดินหนีไป เวลาผานพนไปอีกในราว ๑๐ นาที ทหารปลอมไดมาปรากฏตัวขึน้ ในตลาดโขดพระอีกครัง้ หนึง่ คราวนี้มาดวยกัน ๔ คน คือนายเยื่อ กับพล กิมหงวน และเจาแหว ตางแตงเครือ่ งแบบทหารแดงอยางครบครัน สวมหมวกผามีแกปสะพายปนเล็ก ยาวติดดาบปลายปน คาดเข็มขัดกระเปากระสุนและมีเครือ่ งหลังพรอม เพราะเจาคุณปจจนึก ฯ กับนิกรและ ดร. ดิเรกยังไมมี เครือ่ งแบบทหารแดง จึงตองซุม ซอนตัวอยู ในละเมาะนั้น นายเยื่อพาสองสหายกับเจาแหวออกลาทหารแดงอีก พลกับเสี่ย หงวนรูสึกตื่นเตนสนุกสนาน ลืมความเหน็ดเหนือ่ ยทีไ่ ดเดิน ทางมาหลายชั่วโมง เยื่อเคยเปนทหารของประเทศนี้มาแลวจึงรูจัก และเขาใจในระเบียบทหารเปนอยางดี เขาสั่งใหเดิน เปนแถวเรียงเดี่ยว ตามกันไป คลายกับเดินรักษาการณหรือจะไปเปลี่ยนเวรยามที่ใดที่หนึ่ง พลกับเสี่ยหงวน ผานทหารแดงหลายแหง บางทีก็ผานรังปนกลหนักและปนกลเบาซึ่งทําใหนึกเสียว ๆ เหมือนกัน แตทหาร แดงไมมีใครระแวงสงสัยอะไรเลย เมื่อเดินผานซอยเล็ก ๆ อันเปนที่เปลี่ยวและที่มืดแหงหนึ่ง สองสหายกับเจาแหวและเยื่อก็รูสึกวามี ทหารหมูหนึ่งเดินสวนทางมา เยื่อเปดไฟฉายสองกราดไปแสงไฟในมือของเขาจับรางนายทหารขาศึกคน


หนึ่งกับทหารติดตามอีกสองคน นายทหารขาศึกผูนี้มียศพันโทและมีตาแหน ํ งเปนผูบังคับกองพัน เขาเพิง่ เดิน ทางมาถึงโขดพระโดยรถจี๊ปเมื่อในราว ๑๐ นาที ทีแ่ ลวมานีพ้ รอมดวยผูต ดิ ตาม ซึ่งคนหนึ่งเปนสิบโทมีปน พก เปนอาวุธ และคนหนึ่งเปนสิบตรีสะพานปนกลมือทําหนาทีค่ มุ ครองผูบ งั คับกองพันผูเ ปนนายของเขา ผูบังคับกองพันไดพบกับผูบังคับกองรอยทั้งสองคนแลวเขาไดรับรายงานจากผูบังคับกองรอยวา ขณะนี้ทหารกําลังลาดตระเวนตลาดโขดพระ ทุกตรอกทุกซอกทุกมุม ตามทางที่จะ ผานเขามาในเขตตลาดก็ วางกําลังไวทุกแหง ถาหากวาหนวยกลาตายของกองทัพไทยบุกเขามาก็คงไดปะทะกันแนนอน ผูบังคับกอง พันเจาของรางอวนเตี้ยพุงพลุยแบบเดียวกับเจาคุณปจจนึก ฯ ไดสั่งกําชับผูบังคับกองรอยทั้งสองคนให พยายามคนหาหนวยกลาตายใหได หลังจากนัน้ เขาก็พาทหารติดตามประจําตัวเขาออกตรวจตลาด ทําให ทหารยามหลายคนถูกเตะถูกตบหนา ในฐานที่ปฏิบัติหนาที่ไมเขมแข็งเชนวามานั่งคุยกันหรือยืนสัปหงก นาย พลผูนี้ดุมาก ทหารทั้งกองพันเกรงกลัวยิ่งกวาหนูกลัวแมว เมื่อผูบังคับกองพันถูกไฟฉายสองหนา เขาก็หยุดชะงักดวยอารมณวูวาม “เฮย—ใครฉายหนากูวะ กู…ผูกองพัน” เยื่อใจหายวาบรีบปดไฟฉายทันที เขาหันมาพูดกับสองสหายและเจาแหวเบา ๆ “ใจดีสเู สือนะครับ ผมจะสมมุติตัวเปนผูหมู” พ.ท. ทหารแดงพาทหารองครักษประจําตัวเขาเดินรี่เขามาหาเยื่อกับสองสหายและเจาแหวอยาง เดือดดาล เมื่อเยื่อปลดปนเล็กยาวลงมาจากบายกขึ้นกระทําวันทยาวุธอยางแข็งแรง เสี่ยหงวนกับพลและเจา แหวก็รบี กระทําตามเยื่อ เยื่อกลาวรายงานตนอยางเขมแข็ง “กระผมสิบตรีเยื่อ จันทรหอม ไดรบั คําสั่งจากผูบังคับหมวดใหนําทหารเดินตรวจบริเวณตลาดนี้ เหตุการณปกติครับผม กระผมตองขอประทานโทษที่บังอาจฉายไฟถูกใบหนาอันสงางามของทานเขา เพราะ ไมทราบวาทานเปนผูบังคับกองพัน ผูบังคับหมวดสั่งไววาถาเห็นคนผานไปมาใหฉายไฟดูขอรับ ควรมิควร แลวแตจะโปรด” พ.ท. ทหารแดงยิม้ ออกมาได เขายกมือวันทยหัตถคํานับเยื่อ “ดีมาก แกเขมแข็งดีมาก อา—แกชวยฉันหนอยไดไหมผูหมู” “ไดครับผม ทุกอยางที่ทานผูกองพันประสงคแลว กระผมยินดีปฏิบัติตามคําสั่งเสมอ” ผูบงั คับกองพันอวนเตีย้ ซึ่งใกลจะปลดเกษียณอายุแลวหัวเราะชอบใจ “หาเหลาใหฉันกินสักขวดเถอะวะ ฝนมันตกหนักอากาศคืนนีห้ นาวเหลือเกิน ฉันแกแลวทนความ หนาวไมใครได” “ไดซีครับ กระผมจะพาทานและทหารติดตามไปที่โรง ยอมผา ที่นั่นที่บานเล็ก ๆ อยูหลังหนึ่ง กระผมจะปลุกเจาของบานใหลุกขึ้นจัดหาเหลาใหทาน แลวก็ทา นผูก องพันจะตองการความอบอุน จากเด็ก สาว ๆ บางกระผมก็พอจะห ใหได” นายพันทหารแดงลืมตาโพลง “งั้นเรอะ โอ—แกนี่วิเศษแท แลวฉันจะขอใหเปน สิบโท บอกลูกนองแกเรียบวุธเถอะ”


เยื่อหันมาบอกใหสองสหายกับเจาแหวเรียบวุธ ตอจาก นัน้ เขาก็พาผูบังคับกองพันกับทหารติด ตามทัง้ สองคนออกไปจากตลาดโขดพระ พล กิมหงวนกับเจาแหวเดินตามมาขางหลัง พลกระซิบกับเสี่ยหงวน “ฟาดกบาลมันดวยพานทายปน กันจะตีผูกองพัน แกตีทหารที่สะพายปนกลมือ อีกคนหนึง่ ใหอา ย แหวจัดการ รอให ถึงที่พวกเราซอนเสียกอน แกเปนคนใหสญ ั ญานนะ” อาเสี่ยพยักหนา “เออ แกตกลงกับอายแหวใหเรียบรอยเถอะ เราเก็บอายสามคนนี่ไดเราก็สบายแลว จะไดไปพัก ผอนหลับนอนกันเสียที” พอออกมาหลังตลาด พบกับกิมหงวนและเจาแหวก็เตรียมพรอมที่จะเลนงานทหารแดงทั้ง ๓ คน ผู บังคับกองพันคุยเสียงโขมงโฉงเฉง เสียงดังฟดชัดตามธรรมดาของผูม อี านาจ ํ เขาบอกเยื่อวาหนวยกลาตาย ของกองทัพไทยบังอาจมาก ฆาทหารประจําดานกักรถตาย ๒ คน ทํารายบาดเจ็บถึงสลบ ๓ คนแลวหลบหนี มาทางบานโขดพระ ฉะนั้น เขาจะตองพยายามจับตัวหรือสังหารหนวยกลาตายใหได ในที่สุดหลานชายของผูใหญเหียกก็พาผูบังคับกองพันและทหารติดตามบุกเขามาถึงบริเวณละเมาะ ซึ่งเจาคุณ ปจจนึกฯ กับนิกรและ ดร. ดิเรกซอนตัวอยู พ.ท. ทหารแดงหันมาถามเยื่อ “เฮย—บานเขาอยูที่ไหนวะผูหมู แถวนีม้ นั รกรางเหลือเกิน” เยื่อวา “ใกลจะถึงแลวครับผูกองพัน เรือนโรงหลังใหญ ทีแ่ ลเห็นคือโรงยอมผาครับ บานเขาอยูทาง ซายติด ๆ กัน” “เออ คอยยังชัว่ หนอย” ทันใดนัน้ เอง กิมหงวนก็รองขึ้นดวยเสียงอันดัง “เลียะพะ” เทานี้เองพลกับกิมหงวนและเจาแหวก็ปราดเขาเลนงานผูบังคับกองพันทหารแดง กับทหารติดตาม ทั้งสองคนดวยพานทายปนตามที่ตกลงกันไว ทหารแดงทั้งสามคนถูกตีกบาลอยางจังลมลงสลบเหมือดอยูบน กอหญา เจาคุณปจจนึก ฯ พา ดร. ดิเรกกับนิกรออกมาจากทีซ่ อ นดวยความตืน่ เตนดีใจ เยื่อกลาวกับคณะพรรคสี่สหาย “เร็วครับ ชวยกันลอกคราบมันออก โชคดีแท ๆ ทีเ่ ราหลอกเอาตัวผูบ งั คับกองพันมาได รูปราง ขนาดเดียวกับทาน เจาคุณพอดี” เจาคุณปจจนึก ฯ หนาตืน่ “เปนถึงผูกองพันเชียวหรือนายเยื่อ” “ครับ มันขอรองใหผมพามาหาเหลากินเลยพบจุดจบที่นี่เห็นจะอีกนานกวาจะฟน” ใน ๑๐ นาทีนน้ั เอง เจาคุณปจจนึก ฯ ก็กลายสภาพเปนพันโททหารแดง ซึง่ เครือ่ งแบบตลอดจน ทอปบูทพอเหมาะ กับทานทั้งชุด นิกรกับ ดร. ดิเรกทําหนาทีเ่ ปนทหารติดตาม นิกรสะพายปนกลในทาทาง ทะมัดทะแมง ดร. ดิเรก คาดปน ของนายสิบผูเคราะหราย ทุกคนชวยกันลากตัวทหารแดงทั้งสามคนเขาไป ซอนไวในพุมไมอันหนาทึบ ตอจากนัน้ เยือ่ ก็พา หนวยกลาตายตรงเขาไปในตลาดโขดพระอยางสบายใจ


เมื่อเขามาในเขตตลาดเยื่อก็เดินนําหนา ถัดมาเจาคุณปจจนึก ฯ ติดตามมาดวยนิกร และ ดร. ดิเรก สวนพล กิมหงวนและเจาแหวตามมากลุมหลัง ถนนในตลาดเปนคอนกรีตตัดผานไปมาหลายสาย พวกทหาร แดงเขาใจวาเจาคุณปจจนึก ฯ เปนผูบังคับกองพันผานไปทางไหนก็ลุกขึ้นกระทําความเคารพอยางแข็งแรง หนวยกลาตายไดรูความจริงวาถาหากวาไมปลอมแปลงเปนทหารคอมมิวนิสตแลว จะไมมีโอกาสไดเขามา ปวนเปยนในตลาดนี้เลย เพราะทหารแดงไดจัดวางยามอยาง แข็งแรงแทบทุกตรอกทุกซอกทุกมุม ในที่สุดหลานชายของผูใหญบานเหียกก็พาคณะพรรคสี่สหายมาถึงบานอาของเขาโดยปลอดภัย บานของนายหอยเปนเรือนโบราณหลังใหญปลูกอยูใ นเขตตลาด มีรั้วบานทําดวยไม รวกกัน้ บริเวณทัง้ สีด่ า น ประตูรั้วเปนประตูสังกะสี หนาบาน ของนายหอยนักธุรกิจคนสําคัญของบานโขดพระ มีรถยนตบรรทุก ขนาดใหญจอดอยู ๓ คัน นายเยื่อเคาะประตูรว้ั เบาๆ เปนสัญญาณ เมือ่ บานประตูถกู เปดออก ก็รีบบอกใหหนวยกลาตายเขา ไปในบานอาของเขาทันที นายเยื่อพาทหารปลอมทั้ง ๖ คน บุกขึน้ ไปบนเรือน หลังใหญ พอขึน้ มาบนเรือน ทุกคนก็ไดเผชิญหนากับชายชรา คนหนึง่ ซึ่งมีรูปรางหนาตาคลายกับผูใหญเหียกมาก จากแสงตะเกียงรั้วที่จุด แขวนไวทาให ํ สี่สหายจองมองดูนายหอยเปนตา เดียว แลวนายเยื่อก็กลาวแนะนําทุก ๆ คน “ทานผูน แ้ี หละครับอาของผม” สี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหวตางถอดหมวกและปลดปนเล็กยาวลงมาวางไวที่ระเบียง หนาหอง ทุกคนไดกระพุมมือไหวนองชายของผูใหญเหียกอยางนอบนอม พล กลาวกับนายหอยทันที “ผมขอบคุณมากครับคุณอา เทาทีค่ ณ ุ อาไดกรุณาชวย เหลือพวกเราในยามคับขันเชนนี้” นายหอยรับไหวและเชิญใหนั่ง ซึง่ เขาเองก็ทรุดตัวลงนัง่ ขางเจาคุณปจจนึก ฯ “ผมเปนราษฎรคนหนึง่ ที่แอนตี้คอมมิวนิสตครับ” นายหอยพูดยิ้ม ๆ “ผมไดรับคําสั่งจากพี่เหียก ใหคอยชวยเหลือ พวกคุณ ยินดีมากที่พวกคุณบุกบั่นมาจนถึงบานผมไดโดยปลอดภัย แตพวกคุณจะตองหลบ ซอนอยูที่นี่อยางนอยไมตากว ํ่ าสองวัน จนกวาผมจะมีทางสงพวกคุณเขาสูประเทศไทยโดยแนใจวาเปนทางที่ ปลอดภัยจริง ๆ” เจาคุณปจจนึกฯ ยิ้มใหนายหอย “ขอบคุณมากนายหอย ฉันและพวกเราจะไมลืมความกรุณาของนายหอยเลย ฉันคือ พลโท พระยา ปจจนึกพินาศ นีพ่ นั เอกดิเรก ณรงคฤทธิ์ นัน่ พันตรี พล พัชราภรณ คนนัน้ พันตรีกิมหงวน ไทยแท คนนี้พัน ตรีนิกร การุณวงศ แลวก็นี่ สิบเอกแหว โหระพากุล เราคือหนวยกลาตายของกองทัพไทย ซึ่งนายเยื่อก็คงจะ เลาเรื่องของพวกเราใหนายหอยฟงแลว” “ครับ เยื่อมันเลาใหผมฟงแลว และพี่เหียกก็จดหมาย เลามาใหฟงเชนเดียวกัน ยินดีมากครับที่ไดมี โอกาสรูจักกับ คุณ และพวกคุณ ๆ เหลานี้ เราอยาเพิ่งคุยกันเลยนะครับ ผมรูดีวาทุกคนกําลังเหน็ดเหนือ่ ยออน เพลียในการเดินทาง กอน อืน่ อาบนําผลั ้ ดเปลีย่ นเครือ่ งแตงตัวกันเสียกอนเถอะครับ ผมเตรียมเสือ้ ผาแบบชาว พื้นเมืองไวใหคนละชุดแลว เครือ่ งแบบทหารผมจะรีบเผาใหหมดในคืนวันนี้ สวนปนและเครื่องบาง ชิ้นที่ เผาไฟไมไหมผมก็จะใชใหเด็กของผมเอาไปทิ้งนอกบาน เอาไวในบานไมไดหรอกครับ ทหารแดงมันคนพบ เขาผมตอง


ถูกยิงเปาแนนอน” พูดจบชายชราก็หันมาทางหลานชายของ เขา “อายเยื่อ เอ็งพาคุณ ๆ เขาไปใน หองทางขวานั่น อาจัด ที่หลับที่นอนไวใหเรียบรอยแลว ใหอาบนําอาบท ้ ากันเสีย โองนํ้าที่นอกชานขางครัวมี นํ้าฝนอยูเ ต็มทัง้ ๔ โอง อีกสักครูขาว ตมก็จะสุกแลว บังเอิญอามีกุงสดอยูสองกิโลเลยใหเขาตมขาว ตมกุง เลี้ยงพวกคุณ” นิกรกลืนนําลายเอื ้ ๊อก “คุณอาครับ ทานเสียกอนแลวอาบนําไม ้ ดหี รือครับ” พลเอื้อมมือบิดหูนกิ รเต็มแรง ตอจากนั้นเยื่อก็พาหนวยกลาตายทุกคน ลุกขึ้นเดินเขาไปในหองที่ นายหอยจัดไวตอ นรับขณะนีค้ นของนายหอยสองคนกําลังเรงตมขาวตมและชงกาแฟอยูในครัว ในชั่วโมงนั้นเองหนวยกลาตายก็อาบนําผลั ้ ดเปลี่ยน เครือ่ งแตงตัว และรับประทานขาวตมดื่มกาแฟ กันเรียบรอย ดวยความชวยเหลือของนองชายผูใหญบานเหียกผูใจดี บรรดาเครือ่ งแบบ และอาวุธตลอดจน เครื่องหลังของทหารแดงรวม ๗ ชุด นายหอยไดใชใหคนของเขานําออกไปทิ้งในที่รกราง แหงหนึง่ นอกเขต บาน และยากที่ทหารแดงจะคนพบได ที่ นายหอยไมกลาเผาเสื้อผาเสื้อฟอรมทหารก็เพราะเกรงวากลิ่นผา ไหมจะกระจายไปไกลในตอนดึก จึงตกลงใหคนเอาไปทิ้งทั้งหมดโดยใหคนของเขาสองคนออกไปทาง ประตูรว้ั หลังเขตบาน สี่สหายกับเจาคุณปจจนึกฯ และนายเยือ่ นอนหลับเหมือนตาย ทุกคนเหน็ดเหนือ่ ยอิดโรยไปตามกัน ประวัติศาสตรอาจจะซํารอยเก ้ าอีกแลวเหมือนกับเหตุ- การณที่หมูบานกลางนาที่แลวมา ตอนเชาวันนัน้ เอง ในราว ๗.๐๐ น. เศษ ขณะที่สี่สหายกับเจาคุณปจจนึกฯ และเจาแหวกําลังนอน หลับสนิทอยูในหองนายหอยก็พานายเยื่อหลานชายของเขากระหืดกระหอบเขามาดวยสีหนาตื่นเตน ตระหนกตกใจ เยื่อรองเรียกหนวยกลาตายใหลุกขึ้น เขาทรุดตัวลงนัง่ ดึงแขนดึงขาแลวรองเรียกโดยไมเกรงใจ สี่ สหายกับเจาคุณ ปจจนึก ฯ ตกใจตื่นรีบพรวดพราดลุกขึ้นนั่งพากันมองดูสองอาหลานอยางงง ๆ “มีอะไรเกิดขึน้ หรือนายหอย” ทานเจาคุณถามเสียงสั่น นายหอยเดินเขามานั่งลงในกลุมหนวยกลาตาย “ไมปลอดภัยเสียแลวครับ เด็กของผมกลับมาจากตลาดเดีย๋ วนีเ้ อง บอกผมวาทหารแดงกระจาย กําลังไปทัว่ และเขาคนอาคารรานคาบานเรือนทุกแหงในตลาดนี้ ทหารแดงคนหนึง่ อธิบายใหชาวบานทราบ วาเมื่อคืนนี้หนวยกลาตายของไทยบุกเขามาในตลาดบานโขดพระทํารายทหารแดงถึง ๗ คนแลวลอกคราบ เอาเครื่องแตงตัวและปนไปทหารแดงคนหนึ่งที่ถูกทํารายเปนผูบังคับกองพัน ขณะนี้ทหารไมยอมใหคนที่อยู ในตลาดออกไปจากเขตตลาดแมแตคนเดียว คนในไมใหออกคนนอกไมใหเขา การตรวจคนไดกระทําอยางถี่ ถวนโดยไมไวหนาใครคือคน ทุกบาน” “ตายหา” เสี่ยหงวนคราง นายหอยฝนหัวเราะ


“ยังครับยังไมตาย พวกคุณรีบลงไปจากเรือนผมเถอะครับ บริเวณบานผมมีทถ่ี งึ สองไร ทางหลัง บานคอนขางรกพอ มีที่หลบซอนตัวไดหลายแหง แตตอ งชวยตัวเองนะครับ ผมจะคอยรับหนาพวกทหารบน บาน ไปเถอะครับอยาชักชาเลย” “วา” นิกรคราง “ยังไมไดลางหนาอาบนําและยั ้ งไมได รับประทานอาหารเชาเลยครับคุณอา” นายหอยทําหนาชอบกล “ถายังงั้นคุณอยูบนเรือนกับผมก็ไดครับ สวนคนอืน่ ๆ ไปซอนในสวนหลังบาน” นายจอมทะเลนสั่นศีรษะ “ไมเอาครับ ผมหนีดกี วา ขืนอยูบ นบานทหารแดงมา ที่นี่มันก็ยิงผมทิ้งเทานั้นเอง” หนวยกลาตายตางควาปนพกคูมือและซองธนบัตรลุกขึ้นสองอาหลานนอกจากหองอยางรอนรน ลงบันไดหลังเรือนบุก เขาไปในสวนหลังบาน ซึ่งมีไมยืนตนจําพวกมะมวง ขนุน และอื่นๆ ตามพืน้ ดินมีหญา คาตนไมลมลุกปกคลุมเปนบางแหงขณะนั้นเองชายหนุมคนหนึ่งซึ่งเปนลูกจางของนายหอยไดวิ่ง เขามาหา และรายงานใหเขาทราบ “นายครับ ทหารแดงมันมาแลวครับ” นายหอยส���ุงเล็กนอย เขากลาวกับหนวยกลาตายทันที “ชวยตัวเองนะครับ ผมกลับขึ้นเรือนละ” พูดจบนายหอยก็พาหลานชายกับลูกจางของเขากลับไปที่ เรือนใหญเพื่อ คอยรับหนาทหารแดง ไมใหทหารแดงพิรุธสงสัย หนวยกลาตายยืนรวมกลุมกันอยูใตตนสมโอตนหนึ่ง เจาคุณปจจนึก ฯ กวาดสายตามองไปรอบ ๆ แลวกลาวกับพลวา “อาจะลงไปซอนในบอนัน้ ผักหญาขึน้ รกรุงรังทหารแดงคงไมเห็น ถามันมาใกลบออาจะดําโผล จมูกขึ้นมาหายใจ” เสี่ยหงวนพูดเสริมขึ้น “เอ—ถาขาศึกมันเห็นเปนตะพาบนําเอาป ้ นกดโปงเขาให คุณอามิแยหรือครับ” เจาคุณปจจนึก ฯ ทําคอยน “พูดเปนบา เร็วโวย—ใครจะซอนตรงไหนก็เลือกที่ซอน ตามความพอใจ ถาถูกจับอยาซัดกันนะ โวย” ตางคนตางแยกยายกันไปเลือกที่ซอนตัวเทาที่จะหาไดในยามคับขันซึ่งมีเวลาจํากัด ดร. ดิเรกกับพล และเจาแหวเขาไปซอนในพุมไมอันหนาทึบแหงหนึ่ง กิมหงวนกับนิกรวิ่งเหยาะๆ ไปทางทายสวน “เฮย ซอนทีไ่ หนดีโวย” อาเสี่ยถาม นิกรมองไปที่บอกสเล็ก ๆ หลังหนึ่ง “ในบอกสนั่นดีไหม” อาเสี่ยหัวเราะ “ไมปลอดภัยแน เวนแตเราจะลงไปซอนใตบอกสแลวโผลจมูกขึ้นมา” นิกรยิ้มแหง ๆ


“กวาขาศึกจะถอยไปเหม็นตายหา ขึน้ ไปซอนบนตนไมเถอะวะอายเสีย่ ตนไมตนนั้นคลายกับตน ประดูตนใหญและใบดกมาก มีกิ่งกานสาขาคลายตนไทรขึ้นไปซอนบนตนไมเถอะวะทหารแดงคงมองไม เห็นและนึกไมถึงวาเราจะขึ้นไปแอบอยูบนตนไม” เสี่ยหงวนนิ่งคิดสักครูก็เห็นพองดวย “ดีเหมือนกัน เร็ว…อายกร ปานนีท้ หารแดงคงบุกเขา มาในบานอาหอยของเราแลว” สองสหายตางวิ่งเหยาะ ๆ ไปทีต่ น ไมตน นัน้ ตางคนตางปนปายขึ้นไปบนตนของมัน โดยไมยาก ลําบากอะไร สักครูหนึ่งกิมหงวนกับนิกรก็ขึ้นมาเกือบถึงยอดสูงจากพื้นดินไมตํากว ่ า ๖ เมตร ทั้งสองนั่งยอง ๆ เคียงคูกันที่คบไม แตหารูไมวางูเหลือมตัวหนึ่งไดเกาะพันกิ่งไมอยูขางหนา และกําลังแลบลิ้นแผล็บ ๆ จอง ดูนิกรกับกิมหงวน มันเปนงูขนาดใหญยาวประมาณ ๓ เมตรเศษ ณ บัดนี้ทหารแดง ๑๐ คน ในบังคับบัญชาของนายสิบคนหนึ่งไดบุกเขามาในบานของนายหอยแลว ๔ คน ขึ้นไปบนเรือนแบบจูโ จมอีก ๖ คน กระจายกําลังกันไปรอบบริเวณบาน ทําการตรวจคนหนวยกลาตาย อาเสี่ยกับนิกรอยูบนที่สูงจึงแลเห็นทหารแดงอยางถนัด ทหารที่เขามาในสวนหลังบานถือปน กลมือในทา เตรียมยิง มีเพียงสองคนที่ถือปนเล็กยาวสวมดาบ ในทาเฉียงอาวุธ นิกรวาคาถาพึมพําเบา ๆ “นะปด โมปด พุทธปด ธาปด ยะปด” อาเสี่ยมองดูอยางแปลกใจแลวกระซิบถาม “ปดอะไรวะ” “ก็ปดหูปดตาทหารขาศึกไมใหมันแลเห็นเรานะซี” อาเสี่ยอมยิ้ม แตแลวพอแลเห็นงูเหลือมซึ่งกําลังทําทาจะพุงเขามาหาเขากับนิกร กิมหงวนก็หยุดยิ้ม ทันทีทันควัน อาเสี่ยใจหายวาบอกสั่นขวัญแขวน เขาจองตาเขม็งมองดูงตู วั นัน้ ทั้งเกลียดทั้งกลัวทั้งขยะแขยง งูเหลือมคอย ๆ เลื่อนตัวเขามาใกลสองสหายอีกเล็กนอยแลวก็หยุดนิ่งเฉย เสีย่ หงวนเมมปากแนนเอือ้ มมือเขีย่ แขนนิกรพูดเบา ๆ “อายกร” “หือ” “งูเหลือมนะมันกัดคนตายไหมวะ” นิกรขมวดคิ้วยน “ไมตายหรอก แตถามันตัวใหญมากมันก็อาจจะกินคนได” อาเสี่ยถอนหายใจหนัก ๆ “ขนาดเทาแขนเรากินเราไดไหม” นิกรชักรําคาญ “วา เรากําลังอยูในระหวางคับขันเสือกมาอภิปรายหรือ วิจารณเรือ่ งงู ทหารขาศึกมันมาโนนแลว เห็นไหม” เสี่ยหงวนฝนยิ้ม


“แตงูเหลือมที่กันพูดถึงมันอยูใกลเรากวาทหารแดงวะ แกหันหนาไปทางซายซีอายกร แลวแกจะ ไดเห็นภาพที่ทําให แกแทบพลัดตกตนไม” นิกรใจหายวาบ “อยาลอเลนนา” “ไมใชลอ กันพูดจริง ๆ ตัวเกือบเทาขากันเชียวโวย” อาเสี่ยพูดเสียงกระซิบ “ไมรูวามันเสือกขึ้นมา อยูบนตนไมตน นี้ไดอยางไร” นายจอมทะเลน พยายามปลอบใจตนเองใหเขมแข็ง คอย ๆ หันหนาไปทางซายทีละนอย พอแล เห็นงูเหลือมตัวใหญ นิกรก็ตกใจแทบช็อค งูคอ ย ๆ เลื้อยใกลเขามาอีก นิกรจองตา เขม็งมองดูมนั และแลว เขาก็ใชความรวดเร็ววองไวของเขา เอือ้ มมือควาคองูจบั มันเหวีย่ งลงไปจากตนไม งูเหลือมใหญลอยละลิ่วลง สูเบื้องลางเสียงดังตุบ นิกรกับอาเสีย่ ตางถอนใจโลงอก ไปตามกัน กิมหงวนยื่นมือขวาใหนิกรจับ “แกแนโวย แกกลาผิดมนุษย” นิกรฝนยิม้ “เปลา กันไมไดทาเพราะความกล ํ า กันทําเพราะความ รักตัวกลัวตายตางหาก” กิมหงวนมองลงไปที่โคนตนไมแลวกลาวขึ้นเบา ๆ “มันคงไมพยายามเลื้อยขึ้นมาหาเราอีกนะ” นิกรพยักหนา “งูเหลือมหรืองูหลามไมใชงูที่ดุราย แตเมือ่ มันหิวมันกิน ไมเลือกแมกระทั่งคน ขนาดนี้ก็พอจะกิน เราไดเหมือนกัน เพราะปากมันกวางถึง ๑๘๐ องศา” อาเสี่ยจุยปาก “เงียบโวย ทหารบุกมาทางเราแลว” สองสหายเงียบกริบ ทหารแดง ๓ คนเดินบุกสวบ ๆ เขามาชวยกันคนหาตามสุมทุมพุมไมและตาม ที่รกหวุดหวิดจะไดพบกับ พล และ ดร. ดิเรกกับเจาแหว แตเคราะหดที ท่ี หารเดินเลยไป ทหารแดงคนหนึง่ ถือปนกลมือยืนจังกาอยูร มิ บอทีเ่ จาคุณปจจนึก ฯ ลงไปหลบซอนตัวอยู ทานเจา คุณเห็นเขาก็ตกใจคอย ๆ ดําลงไป เบือ้ งบนศีรษะของทานเต็มไปดวยตนหญา และพืชที่เกิดตามริมนําปกคลุ ้ ม ไปหมด ทานโผลแตเพียงสวน จมูกและปากขึ้นมาหายใจ ทหารแดงกวาดสายตามองไปรอบ ๆ บอ ทันใดนั้น เองปลิงควายตัวหนึ่งไดวายมาเกาะจมูกทานเจาคุณพอดี เจาคุณปจจนึก ฯ ทั้งเกลียดทั้งสะอิดสะเอียนจนบอก ไมถูก แตความรักตัวกลัวตายทําใหทานตองนิ่งเฉยปลอยใหปลิงควายตัวนั้นกัดกินเลือดของทานอยางสบาย ทหารแดงยืนอยูท ป่ี ากบอเกือบ ๕ นาที ก็เดินไปหาเพือ่ นของเขาคนหนึง่ พวกทหารชวยกันคนหา บริเวณหลังบานจนทั่วเมื่อไมพบเห็นใครก็พากันกลับไปหาผูบังคับหมูที่เรือน ใหญ ซึ่งขณะนี้ไดควบคุมตัว นายหอยเจาของบานไวและกําลังตรวจคนบานอยางละเอียดถี่ถวน เจาคุณปจจนึกฯ คอย ๆ โผลศีรษะขึ้นมาพนพื้นนํา้ ทานเอื้อมมือขวาจับปลิงที่เกาะจมูกทาน กระชากออกแลวโยนขึ้น ไปบนอากาศอยางหัวเสีย ปลิงควายตัวนั้นลอยละลิ่วหลนลงมา กลางศีรษะของ ทานเจาคุณพอดีเสียงดังแปะ เจาคุณปจจนึก ฯ ทําคอยนรีบยกมือจับปลิงขวางไปกลางบอเต็มแรง


อยางไรก็ตามทานเจาคุณยังไมกลาขึ้นมาจากบอนั้น นํ้าในบอเย็นเยียบเหมือนนําแข็ ้ ง พืชในนําบาง ้ ชนิดทําใหทานคัน ยิบ ๆ ไปทั่วตัว ทานยืนแชนาอยู ํ้ สักครูใหญ ๆ นายเยื่อก็วิ่งเหยาะ ๆ เขามาในสวนหลังบาน รองตะโกนบอกหนวยกลาตาย “ปลอดภัยแลวครับ ทหารแดงกลับไปหมดแลว” เจาคุณปจจนึก ฯ รีบขึน้ มาจากบอนํ้าทันที นิกรกับ กิมหงวนปนปายลงมาจากตนไมใหญตนนั้น นายเยื่อแลเห็นเขาก็อดหัวเราะไมได ในเวลาเดียวกัน พลก็พา ดร. ดิเรก กับเจา แหวบุกออกมาจากที่ซอน ทุก คนเขามาหอมลอมเยือ่ ผูใ จดี “เปนยังไงบางเยื่อ อาหอยถกจับหรือเปลา” พลถาม อยางรอนรน “เปลาครับ อากับผมไดตอ นรับพวกทหารเปนอยางดี เอาบุหรี่มาแจกมันคนละซองแลวปฏิเสธวา เราไมรูไมเห็นใน เร���่องที่เกี่ยวกับหนวยกลาตายของกองทัพไทย นายสิบผูบังคับ หมูมันพาอาผมเขาไปคน หองนอน มันออกปากไถเงินอาผมหนึ่งรอยอาแกก็ควักกระเปาหยิบใหมันโดยดี แลวก็พาทหารไปโดยไมได ระแวงสงสัยวาพวกคุณจะหลบซอนอยูในบานนี”้ สี่สหายกับเจาคุณปจจนึกฯ และเจาแหวตางถอนหายใจโลงอกไปตามกัน “สิ้นเคราะหไปที” ทานเจาคุณพูดยิ้ม ๆ “ไปบนเรือน เถอะโวย อาลงไปแชอยูในนําหนาวแทบแย ้ แลวก็คนั จนบอก ไมถูก มิหนําซํ้ายังถูกปลิงเกาะขยะแขยงจะตายเสียแลว” เสีย่ หงวนหัวเราะหึ ๆ “ยังดีกวาผม ผมกับอายกรขึน้ อยูบ นตนไมโนน เจองู เหลือมตัวเบอเริม่ นึกวาเสร็จมันเสียแลว บังเอิญอายกรเกิด แสดงเปนวีรบุรษุ ขึน้ จับงูเหลือมเหวี่ยงลงมาจากตนไม ผมกับ อายกรเลยรอดตายจากงูตวั นัน้ ” นายเยื่อทําหนาตืน่ ๆ “หรือครับ โอ—ในสวนนี่มีงูหลามอยูสองสามตัวครับ มันเคยขโมยไกอาผมไปกินบอยๆ บางที หมาเฝาบานก็ถูกมันลากเอาไปกิน เมือ่ เดือนกอนก็ลากเอาอายทุยไปกินตัวหนึง่ แลว” พลอาปากหวอ “ลากเอาควายไปกิน…” นายเยือ่ หัวเราะ “ไมใชควายหรอกครับ อายทุยคือสุนัขของอาผม แต ชือ่ มันเหมือนควาย ไปบนบานเถอะครับ จะ ไดอาบนําอาบท ้ าเตรียมตัวรับประทานอาหารเชากัน” นิกรสดชื่นเขมแข็งขึ้นทันที “ไปโวยพวกเรา ปลอดภัยแลว กินขาวเสียใหเสร็จจะ ไดนอนตออีกสักหาหกชัว่ โมงใหคมุ กับทีเ่ รา ตรากตรํามา” หลายชายนายหอยเดินนําหนาพาหนวยกลาตายออกจากสวนตรงไปทีเ่ รือนใหญ ถึงแมทหารแดง ไปแลวทุกคนก็ยงั ระมัดระวังตัวอยูน น่ั เอง


สองวันทีบ่ า นโขดพระ หนวยกลาตายตางซุมซอนตัวอยูในบานของนายหอยอยางเงียบเชียบ คนใน บานของนายหอยเทานัน้ ทีร่ คู วามจริงในเรือ่ งนี้ แตทุกคนเปนที่ซื่อสัตยตอนายหอยและทํางานใตดนิ รวมกัน ดังนั้นบุคคลภายนอกจึงไมมใี ครลวงรูค วามจริงในเรือ่ งนี้ ตลาดบานโขดพระถูกทหารเขมรแดงปดหามติดตอกับโลกภายนอกเพียงสองวัน นายทหารชัน้ ผู ใหญของคอมมิวนิสตก็สั่งใหเปดการจราจรตามเดิม นับตัง้ แตรงุ อรุณของวันใหมรถ โดยสารหลายคันพาผู โดยสารออกจากตลาดบายหนาเขาไปในเมืองหรือตามอําเภอตางๆ ประชาชนและยวดยานพาหนะมีการ สัญจรไปมาเหมือนเชนเดิม แตทหารแดงยังทําการตรวจคนอยู นายหอยกับหลานชายของเขาไดรวมมือกันวางแผนการที่จะสงสี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ เดิน ทางไปยังพรมแดนในวันนี้ ซึ่งหนวยกลาตายทุกคนอาจจะตองเสี่ยงภัยเสี่ยงชีวิตเปนครั้งสุดทาย ตอนบายวันนัน้ เอง นุนหลายสิบกระสอบถูกขนขึ้น บรรทุกรถเชฟโรเล็ทของนายหอยรวมสองคัน ที่หนาบานของ นายหอย หนวยกลาตายหลบซอนตัวอยูในกระสอบคนละกระ-สอบซึ่งในกระสอบมีนุน บรรจุอยูบางตามสมควร นายหอยสั่งใหคนของเขาชวยกันหาม พล นิกร กิมหงวนไวรถคันหนา และเอา กระสอบนุนทับไวขางบน สวน ดร. ดิเรก เจาคุณปจจนึกฯ และเจาแหวซอนตัวอยูใ นรถคันหลัง ทุกคนตอง ยอมอึดอัด ทรมานตัวอยูใ นกระสอบ อยางไรก็ตามมันเปนวิธเี ดียวเทานัน้ ที่จะไดเดินทางกลับคืนประเทศ ไทยดวยความชวยเหลือของนายหอยและพรรคพวกของเขา รถบรรทุกเชฟโรเล็ททั้งสองคันบรรทุกกระสอบนุน ซึ่ง ยังไมไดแกะเปลือกกองสูงทวมหลังคารถ ในราว ๑๓.๐๐ น. รถทัง้ สองคันก็เคลือ่ นออกจากหนา บานของนายหอยนักธุรกิจ คนสําคัญของตลาดโขดพระ นายหอยนั่งคูกับคนขับในรถคัน หนา สวนนายเยื่อ นั่งกับคนขับในรถคันหลัง รถทั้งสองแลนผานถนนในตลาดบายหนาออกไปทางทายตลาด ทหารแดงที่รักษาการณอยูในที่ตาง ๆ ไมไดระแวงสงสัยอะไรเพราะเห็นอยูแลววารถยนตบรรทุกทั้งสองคันนี้บรรทุกนุน กระสอบนุนที่เกาและ ขาดทําใหเห็นนุน ทีแ่ ลบหลุดออกมา นายหอยแตงกายแบบชาวพืน้ เมืองนัง่ ใจเตนระทึกตอนหนา เขาบอกตัว เองวาถาทหารแดงรูจับไดวาเขาใหความชวยเหลือหนวยกลาตายเขาจะตองถูกยิงเปาอยางไมมีปญหา รถทั้งสองคันผานยานชุมนุมชนอันหนาแนนไปตามลําดับ ในที่สุดก็ออกมานอกเขตตลาดเขาสูทาง หลวงซึ่งแยกเขาไปในตัวจังหวัดทางหนึ่ง และอีกทางหนึ่งไปบานครุฑอันเปน หมูบานชายแดน นายหอยใจหายวาบเมื่อแลเห็นถนนตอนทางแยกถูกปดโดยไมกั้นถนนอันหนึ่งและมีปายบอกให หยุดรถ ทหารแดงคนหนึ่งถือปนเล็กยาวสวมดาบยืนอยูกลางถนนหลังไมกั้น เขาหันมาบอกกับคนขับรถของ เขาทันที “ทําจิตใจใหเปนปกติ ขาจะเจรจากับมันเอง อยาแสดงกิริยาใหเปนพิรุธเปนอันขาด” รถบรรทุกนุนทั้งสองคันแลนมาหยุดใกล ๆ กันหางจาก ไมกั้นถนนราว ๑๐ เมตรเปนอยางมาก สิบ โททหารคอมมิวนิสตรูปรางบอบบางคนหนึ่งสะพายปนกลมือเดินเขามาหยุดยืนขางรถ นายหอยรีบกลาวทัก อยางยิ้มแยม “สวัสดีครับหมู”


“สวัสดีลุง บรรทุกนุนมาตั้งเยอะแยะจะเอาไปไหน” “เอาไปสงลูกคาที่บานครุฑครับหมู” ส.ท. ผูนั้นถอยออกไปยืนกลางถนนแลวเงยหนาขึ้นมอง ดูกระสอบนุนในรถบรรทุกทั้งสองคัน สัก ครูเขาก็เขามายืนเกาะรถขาง ๆ นายหอย “เจานายเขาสั่งวาถาของบรรทุกเปนกระสอบ หรือเปนหีบใหเอามาคนดูกอ น เกรงวาพวกหนวย กลาตายจะซอนไป ขนลงมาตรวจดูทีละกระสอบเถอะลุง ฉันนะไมอยากจะเขมงวดกวดขันอะไรหรอกแต ตองทํางานตามหนาที”่ นายหอยใจเตนระทึก “โธ—หมู ขืนยกลงมาทั้งสองคันรถผมก็แยซีครับ เสียเวลาตาย คนที่ไหนมันจะแอบซอนอยูใน กระสอบได หายใจ ออกเมือ่ ไหรครับ กรุณาผมเถอะหมู ถาผมเอานุนไปสงเขาชา เกินไปเขาอาจจะไมรับซื้อ นุน ของผมก็ได” ส.ท. ทหารแดงยิม้ เล็กนอย “ฉันผอนผันใหลุงก็ไดเหมือนกันแตลุงก็ตองชวยฉันบาง สองเดือนแลวฉันยังไมไดรบั เงินเดือน สักรอยเปนยังไงลุง” นายหอยรีบลวงกระเปาหยิบธนบัตรออกมาปกหนึ่ง นับสงใหผูบังคับหมูโดยดี “นี่ครับ ผมยินดีใหคานําร ้ อนนําชาผู ้ หมูดีกวาจะเสียเวลายกนุนลง” ทหารแดงยิ้มแปน เขาถอยหลังออกไปยืนกลางถนนแลวรองตะโกนบอกพลทหารซึ่งเปนลูกนอง ของเขา “เปดไมกั้นโวย ตรวจแลวเรียบรอย” ไมกั้นถนนถูกยกขึ้นทันที เชฟโรเล็ทบรรทุกทั้งสองคันเคลื่อนออกจากที่อยางแชมชา และแลว ความเร็วของมันก็ทวี ขึน้ เล็กนอย หนวยกลาตายทนทุกขทรมานอยูในกระสอบ บาง ขณะก็รูสึกอึดอัดแทบ จะขาดใจตายเพราะหายใจไมสดวก แตทกุ คนก็ตอ งอดทนเพือ่ อิสรภาพ ในที่สุด รถบรรทุกเชฟโรเล็ททั้งสองคันก็มาถึงหมูบานครุฑซึ่งเปนชุมนุมชนอันหนาแนน มีตลาด รานคาและมีความเจริญพอ ๆ กับโขดพระ ทีน่ ม่ี ที หารแดงประมาณหนึง่ หมวด ทําหนาที่รักษาการณ แต ทหารคอมมิวนิสตเหลานี้ปราศจาก ระเบียบวินัยไมสูจะสนใจกับหนาที่เทาใดนัก รถบรรทุกนุน ของนาย หอยผานเขามาในตลาดโดยไมมีการตรวจคนมันแลน ตามกันไปตามถนนในตลาดขณะที่ประชาชนกําลังจาย ตลาดกัน สักครูก็เลี้ยวเขาไปในเขตบานใหญหลังหนึ่ง เจาของบานเปนธุรกิจทีม่ ฐี านะดีมอี ายุรนุ ราวคราว เดียวกับนายหอยและเปนเพือ่ นรวมสาบานนายหอย คบกันตัง้ แตเด็ก ๆ มีการติดตอสัม-พันธกันทั้งในดาน สวนต���วและในดานการคามานานแลว เปน ที่รักใครไววางใจกันเปนอยางดี นายหอยไดติดตอกับนายเบื๊อกนักธุรกิจเจาของบานหลังนี้ไวเรียบรอยแลว ในเรือ่ งทีเ่ ขาจะสง หนวยกลาตายแหงกองทัพไทยรวม ๖ คนมาที่นี่หลังจากเขาไดรับจดหมายจากผูใหญเหียกพี่ชายของเขาซึ่ง นายเบื๊อกก็จดหมายตอบนายหอยไปแลววา ยินดีใหความชวยเหลือหนวยกลาตายทุกสิ่งทุกประการเทาที่เขา จะชวยได โดยเฉพาะเขาเตรียมเรือหางยาวไวสําหรับพาคณะสี่สหายเดินทางขามแมนากลั ํ้ บสูดินแดนประเทศ


ไทย บานของนายเบื๊อกหนาบานหันเขาสูตลาดแตทางหลังบานลงแมนาํ้ ซึ่งฝงตรงขามก็คือ ราชอาณาจักร แหงประเทศไทยนัน่ เอง รถเชฟโรเล็ททั้งสองคันแลนมาหยุดหนาเรือนโรงอัน กวางใหญหลังหนึ่ง เมื่อนายหอยกาวลงจาก รถชายชรารางสูงใหญคนหนึ่งก็เดินลงมาจากเรือนชั้นเดียวแบบโบราณอยางรอนรน ชายผูน ค้ี อื นายเบือ๊ ก เพื่อนเกลอของนายหอยนั่นเอง “เฮ—อายหอย ขาอยูน โ่ี วย” นายเบื๊อกรองเรียกเพื่อนของเขาดวยความดีใจแลววิ่งเหยาะ ๆ มาทีร่ ถ บรรทุก สองสหายปราดเขาจับมือกันและทักทายกันอยาง สนิทสนม “ขาเอานุนมาสงแกวะ แลวก็มีนุนพิเศษมาดวย ๖ กระสอบ ใจหายใจควํามาตลอดทางเชี ่ ยวอาย เกลอ กลัววาอายพวกทหารแดงมันจะคนพบ” นายหอยพูดกับเพื่อนรักของเขาดวยความดีใจ “ออกมาจาก ตลาดโขดพระไมทันไรติดดานกักรถเสียคานําร ้ อนนําชาให ้ ทหารไปหนึ่งรอยเลยไมตองเอากระสอบนุนลง มาใหมนั ตรวจถาใหตรวจเปนพบแน” ชายชรารางสูงใหญทาหน ํ าตืน่ เขามองไปที่กระสอบนุนบนรถทั้งสองคันแลวถามโดยเร็ว “กระสอบนุน พิเศษทีเ่ อ็งวาอยูร ถคันไหนละหอย” “อยูทั้งสองคัน คันละ ๓ คน เรียกคนของเอ็งมาชวยกันเอานุน ลงเถอะ หนวยกลาตายทั้ง ๖ คนถูก นุนทับมาชั่วโมงครึ่งคงจะแยเต็มทน” นายเบื๊อกหันไปทางเรือนใหญแลวรองตะโกนเรียกชายหนุมกลุมหนึ่งซึ่งยืนออกันอยูขางบันได เรือนใหมาหาเขา ตอ จากนั้นคนของนายเบื๊อกกับคนขับรถทั้งสองคน และนายเยื่อ ก็ชวยกันลําเลียงกระสอบ นุนลงจากรถ นายหอยสั่งใหชวยกันยกกระสอบที่บรรจุหนวยกลาตาย เขาไปในเรือนโรงหลังคาสังกระสีหลัง นั้นทั้ง ๖ กระสอบ ทัง้ นีเ้ พราะเกรงวาผูค นทีเ่ ดินผานไปมานอกรัว้ บานแลเห็นหนวยกลาตายเขา กอนจะแก กระสอบออกนายหอยไดสั่งใหชายหนุมคนหนึ่งปดประตูเรือนโรงนั้น ตอจากนั้นคนของนายเบื๊อกกับคน ขับรถก็ชวยกันแกกระสอบทั้งหกใบออกอยางรวดเร็ว สี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหวถูกประคองตัวออกมาจากกระสอบในทาทางออนระโหย โรยแรงไปตามกัน ทุกคนตางรีบสูดอากาศบริสุทธิ์เขาปอดและยกมือปดนุนที่เกาะอยูตามเนื้อตัว หนวยกลา ตายหายใจถี่เร็วเหมือนกับคนทีไ่ ดรบั ความเหน็ดเหนือ่ ย ทานเจาคุณปจจนึก ฯ ทําทาเหมือนกับจะเปนลม อยางไรก็ตามชั่วเวลาเพียงเล็กนอยเมื่อไดรับอากาศบริ-สุทธิ์ภายนอก หนวยกลาตายทั้ง ๖ คนก็รูสึก สดชื่นแข็งแรงขึ้นทีละนอย ทุกคนดีใจอยางยิ่งเทาที่หนีมาจากโขดพระไดโดยปลอดภัย เจาคุณปจจนึก ฯ โผเขากอดนายหอยดวยความรัก “ขอบคุณมากนายหอย พวกเราเปนหนี้บุญคุณนายหอยอยางมากมายทีเดียว เราใกลจะถึงประเทศ ไทยแลวไมใชหรือ” นายหอยยิ้มใหทานเจาคุณ


“ครับ ใกลจะถึงแลว ชัว่ แตแมน้าคั ํ น่ ขวางหนาเทานัน้ ผมรับรองวาเจาคุณกับพวกคุณ ๆ เหลานี้มี หวังไดกลับเขา ประเทศไทยอยางแนนอน เปนยังไงบางครับ ทางมันไมใคร ดีรถมันคงฟดแย” เจาคุณปจจนึก ฯ ถอนหายใจเฮือกใหญ “รถยนตฟด พอทนได แตหายใจไมออกนะซีทาท ํ าจะขาดใจตายตั้งหลายครั้ง รูที่เจาะไวก็ถูก กระสอบนุน ใบอืน่ เลือ่ นลงมาปด กวาจะถึงนี่เลนเอาทุลักทุเลนึกวาตายเสียแลว” นายหอยหันมายิ้มใหสี่สหาย “ผมดีใจดวยครับ ที่ผมกับเด็กของผมสามารถพาพวก คุณมาถึงบานครุฑ อา—กอนอืน่ โปรดรูจ กั กับเพื่อนรักของผม เสียหนอยเถอะครับ เขาคือเจาของบานนี้ นายเบื๊อกคือเพื่อนรวมสาบานของผม มีอัธยาศัย ใจคอคลาย ๆ กับผม” สี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหวตางมองดูนายเบื๊อกเปนตาเดียว ทุกคนยกมือไหวนายเบื๊อก ชายชราเจาของรางสูงใหญอยางนอบนอม นายเบื๊อกรีบรับไหวอยางภาคภูมิใจ ในเกียรติทเ่ี ขาไดรบั “สวัสดีครับทุก ๆ คน ผมเตรียมชวยเหลือพวกคุณมา หลายวันตัง้ แตผมไดรบั จดหมายจากนายหอย รูขาววาทหารแดงมันปดตลาดโขดพระผมไมสบายใจเลย กลัววาพวกคุณจะเสียทาถูกจับ แตเจาหอยมันก็ อุตสาหพาพวกคุณหลบหนีมาจนได” พลยกมือไหวนายเบื๊อกอีกครั้ง “ในนามแหงหนวยกลาตาย ผมขอขอบพระคุณในความ กรุณาของคุณอาครับ ผมจะไมลืมเลยวา คุณลุงเหียกคุณอาหอยและคุณลุงเบื๊อกไดมีพระคุณตอเราอยางลนเหลือจนวันตายก็ไมลืมครับ” เจาคุณปจจนึก ฯ เดินเขามายื่นมือใหนายเบื๊อกสัมผัส “ยินดีเหลือเกินที่ไดรูจักกัน ขอโทษเถอะนองชาย นองชายชื่อเบื๊อกจริง ๆ หรือวาเปนชือ่ เลน ๆ” “ผมชื่อเบื๊อกจริง ๆ ครับ เปนภาษาของเราแปลวา รวดเร็ว วองไว” เสียหงวนหัวเราะหึ ๆ แลวพูดเสริมขึ้น “ถาเปนภาษาไทยละกอแปลไมไดความเลยครับคุณอา” เจาคุณปจจนึก ฯ ไดแนะนําตัวเองไหนายเบือ๊ กรูจ กั และแนะนําชื่อสี่สหายกับเจาแหวเปนรายตัวทํา ใหนายเบื๊อกปลื้มใจมากที่เขาไดรูจักกับนายทหารชั้นผูใหญของกองทัพบกไทย ซึ่งไดเดินทางลอบเขามากอ วินาศกรรมทําลายฐานทัพจรวดพินาศยอยยับไปดวยความกลาหาญสมศักดิ์ศรีของนักรบไทย นาย เบือ๊ กได สนทนาปราศรัยกับหนวยกลาตายดวยอัธยาศัยไมตรีจิตแลวกลาววา “เชิญขึ้นไปพักผอนอาบนํ้าอาบทาบนบานผมกอนเถอะครับ เสือ้ กางเกงทีเ่ ปรอะเปอ นนุน ฝุน ละอองสกปรกหมดแลว ผมจะหาใหเปลี่ยนใหมคนละชุด อยางชาอีกหนึ่งชั่วโมงผมก็จะสงขามฟากไปทาง ฝงประเทศไทย มาถึงนีแ่ ลวคงปลอดภัยรอยเปอรเซ็นตครับ” ดร. ดิเรกกลาวกับนายเบื๊อกอยางเปนงานเปนการ “ขอบคุณครับคุณอา พวกเราอยากจะกลับเขาเขตประเทศไทยโดยเร็วที่สุด เราไปกันยังงี้ก็ไดครับ” นายเบื๊อกหันมาทางนายแพทยหนุม


“อยางนอยก็ควรจะทานเครื่องดื่มเย็น ๆ กันเสียคนละ ขวด และสูบบุหรี่นั่งพักผอนอีกสักครู ถาไม ขึ้นไปบนเรือน ผมนัง่ คุยกันโรงเก็บของของผมนีก่ ไ็ ด หลังบานผมลงแมนาเลยครั ํ้ บ เรือหางยาวจอดเตรียมไว แลวเปนเรือสวนตัวของผมเอง ประเดี๋ยวผมจะใหเด็กของผมพาพวกคุณไปลงเรือขามฟากไปฝงประเทศไทย” พลยกมือไหวนายเบื๊อกแลวกลาววา “กรุณาเถอะครับ เราทุกคนอยากขามฟากไปโดยเร็วที่สุดที่จะเร็วได อยาใหเราตองรบกวนอะไร คุณอาอีกเลยครับ” นายเบื๊อกยิ้มใหพล “ขอใหผมไดตอ นรับพวกคุณบาง สักนิดหนอยก็ยังดี เครือ่ งดืม่ เย็น ๆ ผมแชไวเยอะแยะ ตูเ ย็นนํา้ มันกาดของผมมีครับ” พูดจบชายชราก็หันมาทางชายหนุมคนหนึ่ง “อายหนู รีบขึน้ ไปบนเรือนเอานําอั ้ ดลม และบุหรีม่ าตอนรับแขกของขา เร็ว ๆ” สี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหวตางทรุดตัวลงนั่งพักผอนบนมายาว นายหอยสั่งใหคนขับ รถยกมายาวมาใหเขาสองตัว แลวเขากับนายเบื๊อกและนายเยื่อ คนขับรถและคนของนายเบื๊อกก็นั่งรวมกันบน มายาวสองตัวนั้น นายเบื๊อกได ซักถามเรื่องราวของหนวยกลาตายนับตั้งแตกระโดดรมลงปฏิบัติการที่ฐาน ทัพจรวด เสี่ยหงวนกับนิกรผลัดกันเลาใหฟง ซึง่ เปนการตอเติมเรือ่ งโดยใสฝอยเขาไปจึงทําใหผฟู ง ตืน่ เตน สนุกสนานหัวเราะกันอยางครืน้ เครง อีกสักครูหนึ่ง คนของนายเบื๊อกรวมสองคนก็ถือถาดใสขวดนําอั ้ ดลมแชเย็นและบุหรี่เดินเขามาใน เรือนโรงหลังนี้ ชายชราเจาของบานสั่งใหคนของเขาเสิรฟใหคณะพรรคสี่สหายโดยทั่วหนากัน และเสิรฟให ทุก ๆ คนซึ่งอยูในทีมดวย “ฟงเรื่องที่เลาใหฟงรูสึกวาพวกคุณเกงมากทีเดียวครับ”นายเบื๊อกกลาวชมดวยความจริงใจ “ที่ผม ชอบที่สุดก็คือตอนลอกคราบทหารแดงมาแตงที่ตลาดโขดพระ รูส กึ วาตืน่ เตนขบ ขันดีครับ พวกคุณกลาเสี่ยง ภัยมาก ความจริงผมอยากจะเชิญใหอยูร บั ประทานอาหารเย็นกับผม ผมจะใหคนของผมจัดอาหารเลี้ยงอยาง เต็มที่ ทหารแดงที่นี่มีไมกี่คนมันไมสนใจหรอกครับ บานผมมันไมเคยเขามาตรวจคน อยูท านอาหารเย็นกับ ผมกอนไมดีหรือครับ คํา่ ๆ ขามฟากไปปลอดภัยดีมาก ตอนกลางวันอยางนีอ้ าจจะพบเรือยนตเร็วซึง่ เปนเรือ ตรวจการณของคอมมิวนิสตก็ได” นิกรหันมามองดูเพือ่ นเกลอของเขา “หรือจะอยูกินขาวกับคุณอาเบื๊อกกอน ไหน ๆ ทานมีศรัทธาตอพวกเราแลวไมนาจะปฏิเสธเลย” ดร. ดิเรกสัน่ ศีรษะ “งานของเรายังมีอีกมากโวยอายกร เราจะตองรีบขามไปเพื่อสงรายงานไปใหกองบัญชาการทราบ วาเราทํางานสําเร็จ เรารอดตายและกลับเขาประเทศเราไดโดยปลอดภัย แกกลัวคุณอา จะเสียศรัทธาแกอยูคน เดียวก็แลวกัน แลวคํา่ ๆ คนของคุณอา ก็จะเอาเรือไปสงแกเอง” นิกรยิ้มแหง ๆ “คนเดียวทาจะไมเหมาะ แฮะ แฮะ มาดวยกันก็ตองไปดวยกัน”


คณะพรรคสี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ สนทนากับนายเบื๊อกไมถึงครึ่งชั่วโมง พลก็กลาวกับชาย ชรารางใหญอยางนอบนอม “คุณอาครับ ไดโปรดใหคนของคุณอาพาพวกเราลงเรือขามไปฝง ไทยเถอะครับ พวกเราหายเงียบ มาอยูในประเทศนี้หลายวันแลว ผูบังคับบัญชากําลังรอฟงขาวพวกเราอยู ผมหวังอยางยิ่งวาวันหนึ่งพวกเราคง จะมีโอกาสไดขามมากราบเยี่ยมเยียนคุณอาอีกในเมื่อพวกคอมมิวนิสตถูกทําลายไปหมด เพราะประเทศไทย กับประเทศนี้ก็เปนพันธมิตรกัน มีความสัมพันธตอกันเหมือนญาติสนิทมานานแลว” นายเบื๊อกพยักหนารับทราบและยิ้มใหพล “ผมเห็นใจพวกคุณมากที่อยากกลับไปฝงไทย เชิญซีครับผมกับหอยจะไปสงที่เรือของผมริมฝงแม นํ้า” พูดจบนายเบื๊อก ก็ยกมือตบบาชายหนุมคนหนึ่งซึ่งนั่งอยูขาง ๆ เขา และเปนหลานชายของเขา “อายเพ็ง เอ็งขับเรือพาพวกคุณ ๆ ไปสง ฝงไทยหนอยซีนะ” ชายหนุมรางผอมบางพยักหนา “ไดซีลุง ถาบังเอิญกลับไมไดฉันก็จะอยูทางฝงไทยและดึก ๆ จะพายเรือขามมา” ทุกคนตางลุกขึ้น นายหอยกับนายเบือ๊ กเดินนําหนาพาหนวยกลาตายออกไปจากเรือนโรงหลังนัน้ คนขับรถบรรทุก กับคนของนายเบื๊อกสามสี่คนติดตามไปดวย นายหอยกับนายเบื๊อกพาหนวยกลาตายออก ไปทางหลังบาน ซึ่งเปนไรออยและพืชผักตาง ๆ พอสุดไรกเ็ ปนชายหาดติดตอกับริมแมนา้ํ เรือ ชะลาติด เครื่องยนตลําหนึง่ ซึง่ เรียกวาเรือหางยาวจอดอยูท ท่ี า นํ้าเรือลํานีเ้ ปนเรือสวนตัวของนายเบือ๊ กสําหรับใชเดิน ทางไปตามตําบลตาง ๆ ริมฝง แมนา้ํ ทุกคนยืนจับกลุมอยูในบริเวณดง กลวยซึ่งติดตอกับชายหาด นายเบือ๊ ก กลาวกับพลวา “อยาใหพวกผมออกไปริมแมนาเลยครั ํ้ บ ทหารแดงมันเห็นเขาจะสงสัย พวกคุณพากันไปลงเรือที ละคนเถอะครับ เดินไปเฉย ๆ โดยไมรบี รอนอะไรอยาใหชาวบานริมแมนาสนใจได ้ํ ” แลวเขาก็หันมาทาง หลานชายของเขา “เอ็งไปกอนอายเพ็ง ลองติดเครือ่ งยนตดแู ละแกเชือกผูกเรือใหเรียบรอย” เจาเพ็งรูสึกภาคภูมิที่ไดรับมอบหมายหนาที่จากลุงใหเปนนายเรือพาหนวยกลาตายไปสงแผนดิน ไทย เขาเดินผานหาดทรายตรงไปที่เรือชะลาลํานัน้ กาวลงไปในเรือแกโซผกู หัวเรือออก หลังจากนั้นเขาก็ ลองติดเครื่องดูซึ่งเครื่องยนตหางยาวก็ทางานอย ํ างงายดาย เพ็งดับเครื่องแลวมองมาทางดงกลวยพยักหนา เรียกคณะพรรคสี่สหาย พล นิกร กิมหงวน ดร. ดิเรก เจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหวตางรําลาชายชราทั ่ ้งสองดวยความอาลัย รักและซาบซึ้งใจในบุญคุณอันใหญหลวงเหลือที่จะกลาว นายหอยกับนาย เบื๊อกไดใหศีลใหพรขอใหปลอด ภัยและสวัสดี ตอจากนัน้ หนวยกลาตายก็อําลานายเยื่อกับผูที่มาสงทุกคน พลยกมือตบบาหลานชายผูใหญเหียกคอนขางแรง “นองชาย กลับไปถึงบานกลางนาละกอบอกคุณลุงดวยวาพวกเรากราบขอบคุณทั้งคุณลุงและคุณ ปาทั้งสอง เราจะสํานึกในบุญคุณของคุณลุงคุณปาตลอดจนพวกพี่นองชาวนาทุกคนไปจนวันตาย สําหรับแก ก็มีบุญคุณตอพวกเราไมนอ ย ลากอนนองชาย” เยื่อทําตาแดง ๆ เหมือนกับจะรองไห


“สวัสดีครับ วันหนึง่ เราคงจะไดพบกันอีก” ดร. ดิเรกเดินไปลงเรือหางยาวเปนคนแรก เจาคุณปจจนึกฯ เปนคนทีส่ อง ตอจากนั้นก็กิมหงวน เจา แหว นิกร และพลเปนคนสุดทาย เรือชะลาลํานีไ้ มใหญโตจนเกินไป เคยบรรทุกคนได ๕ คนทั้งนายทาย เมือ่ ตองบรรทุกคนถึง ๗ คนเรือก็เพียบ กราบเรือสูงจากนําเพี ้ ยง ๓ นิว้ อยางไรก็ตาม นายเพ็งยืนยันวาถึงเรือเพียบ ก็ขามฟากไปไดอยางสบายรับรองวาไมลม เขาเคยบรรทุกมาแลวถึง ๘ คน เครื่องยนตหางยาวถูกสตาทขึ้นแลว นายเพ็งบังคับมันแลนถอยหลังออกหางจากฝงทีละนอย หนวย กลาตายตางโบกมืออําลาชายชราทั้งสอง และทุกคนที่ยืนรวมกลุมอยูในดงกลวยเมื่อเรือถอยหลังออกไปหาง จากฝงตามสมควร นายเพ็งก็บังคับเครื่องยนตใหหยุดและเดินหนา เรือชะลาคอย ๆ เลี้ยวซายเปนวงกวางจาก ชายหาดบานครุฑ เหหัวออกกลางแมนา้ํ ในเวลาเดียวกันนี้เอง เรือยนตเร็วของทหารแดงลําหนึ่งไดแลนตามสายนํามาด ้ วยความเร็วสูง นาย ทหารคอมมิวนิสตซง่ึ มียศเปนรอยตรี นัง่ อยูต อนหัวเรือขางคนขับ เมือ่ เขาเห็น เรือชะลากําลังกลับลําและมี ชายฉกรรจอยูในเรือหลายคนเขาก็ยกกลองสองทางไกลขึ้นสองมองดู ภาพที่ปรากฏในกลองสองทางไกลนั้นชวยใหเขามองเห็นหนวยกลาตายอยางถนัด นายทหารแดง นึกเฉลียวใจทันทีวา ชายฉกรรจในเรือชะลาติดเครือ่ งยนตลํานั้นอาจจะเปนหนวยกลาตายของกองทัพไทย ดัง นั้นเขาจึงสั่งใหคนขับหรือนายทายเรงเครื่องยนตเต็มที่แลนออมไปดักหนากลางแมนาแล ํ้ วรองตะโกนบอก ทหารบนดาดฟาใหประจําปนกลหนักเตรียมยิง นิกรแลเห็นเรือยนตเร็วของคอมมิวนิสตแลนปราดมา กลางแมนํา้ เขาก็รอ งบอกคนถือทาย “เฮ—นองชาย นัน่ เรือเร็วของใครนะสวยจังเลย วิง่ เร็วเสียดวย” ทุกคนมองตามสายตานิกร นายเพ็งกําลังบังคับเรือชะลาใหแลนตัดขามฟากดวยการแลนเฉลียง พอ แลเห็นเรือตรวจฝงแมนาของทหารคอมมิ ํ้ วนิสตเขาก็ใจหายวาบ ใบหนาของเด���กหนุม ซีดเผือด “แยละครับ เรือทหารแดง” หนวยกลาตายสะดุง เฮือกพรอม ๆ กัน พลมองดูเรือยนตเร็วซึง่ อยูห า งจากเรือชะลาราว ๒๐๐ เมตร แลวเขาก็รอ งบอกนายเพ็ง “เลี้ยวซายนายเพ็ง แลนตามนําและตั ้ ดขามฟาก ขืนแลนทวนนําไปหามั ้ นเปนเสร็จมันแน” เพ็งไมมีสติแลวแตยังสามารถบังคับเรือได เมื่อพลสั่งเชนนี้เขาก็บังคับเรือใหเลี้ยวซายแลนตามนํ้า ทันที แลวเรงเครื่องยนตเต็มที่ ถึงแมเรือยนตเร็วของคอมมิวนิสตจะมีความเร็วมากแตกไ็ มเร็วกวาเรือหางยาว เทาใดนัก ประกอบทั้งแลนตามนําด ้ วยกันและอยูหางตั้ง ๒๐๐ เมตรเศษ ดังนัน้ นายทหารแดงจึงสั่งพลปนกล หนักระดมยิงทันที เสียงปนกลหนักดังคํารามขึน้ หนึง่ ชุด กระสุนปนหลนนําห ้ างจากเรือชะลาไมกี่มากนอย เจาแหว กับนิกรตัวสั่นงันงก นายเพ็งบังคับเรือชะลามาถึงกลางแมนาแล ํ้ ว ซึง่ ครึง่ หนึง่ ของแมนาด ้ํ านนีเ้ ปรียบเหมือน ราชอาณาจักรของไทย เรือชะลาแลนเฉียงมุงตรงสูฝงแผนดินไทยดวยความเร็วสูง เรือยนตเร็วของทหารแดง ไลกวดกระชัน้ ชิดเขามาอีก หนวยกลาตายตื่นเตนดีใจไปตามกัน เมื่อเรือหางยาวใกลจะถึงฝงไทยแลว


นายทหารแดงสั่งทหารใชปนกลหนักยิงมาที่เรือชะลาอีกหนึ่งชุด กระสุนปนเลยขึ้นไปบนฝงไทย ทันใดนั้นเองปนกลมือของตํารวจชายแดน ก็แผดคํารามลั่น ริมฝง แมนา้ํ เรือยนตเร็วลํานัน้ เบนหัวออกไป กลางแมนําและรี ้ บขามฟากกลับไปทันที หนวยกลาตายรอดตายอยางหวุดหวิด ทุกคนลืมตัวลุกขึ้นยืนกระโดดโลดเตนรองไชโยลั่น เรือ ชะลาจวนจะถึงฝงอยูแลว นายทายรองตะโกนหามเสียงหลง “นั่งลง นัง่ ลงครับเรือจะลม นั่งลง” ไมมีใครฟงเสียงนายทาย นิกรกับเสี่ยหงวนกระโดด ตัวลอยเตนแรงเตนกาดวยความดีใจ เรือชะลา ติดเครือ่ งยนตเอียงวูบพลิกควํ่าลงทันที หนวยกลาตายดําผุดดําวายเปยกนํามอมแมมไปตามกั ้ น ตางหัวเราะตอ กระซิกพากันวายนําเข ้ าหาฝง นายเพ็งควาโซหวั เรือวายนําจู ้ งเรือเขาฝงอยางนาสงสาร เมื่อหนวยกลาตาย เหยียบผืนแผนดินไทย ทุกคนก็กอดและจูบแสดงความดีอกดีใจเหลือที่จะกลาว เมื่อตํารวจชายแดนที่รักษาการณอยูตามริมฝงแมนาได ํ้ ทราบความจริงวา สี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหวคือหนวยกลาตายที่ไดไปปฏิบัติการอยางอาจหาญทําลาย ฐานทัพจรวดของกองทัพแดงและ หลบหนีกลับมาไดอยางหวุดหวิด บรรดาพลตํารวจนายสิบและนายตํารวจก็ตน่ื เตนดีใจไปตามกัน ผูบังคับ กองตํารวจชายแดนไดพาหนวยกลาตายไปยังสถานีตารวจภู ํ ธรอําเภอทันที หลังจากนัน้ ผูว า ราชการจังหวัด และขาราชการชั้นผูใหญอีกหลายทานก็ไดทราบขาวนี้รีบรุดมาเยี่ยมหนวยกลาตายที่สถานีตารวจ ํ แสดงความ ยินดีตอคณะพรรคสี่สหายอยางจริงใจพรอมทั้งใหความชวยเหลือทุกสิ่งทุกประการ ดร. ดิเรกรีบโทรเลขดวนถึง พล. อ. หลวงชาญตะลุมบอนผูบัญชาการปองกันพระนครรายงานให ทราบวาหนวยกลาตายไดกระโดดรมลงในบริเวณ ณ ฐานทัพจรวดของคอมมิวนิสตและสามารถทําลายฐาน ทัพจรวดราบคาบไปแลวในคืนวันนั้น แตตอ งหลบซอนอยูใ นเมืองนัน้ ถึง ๖ วันเพิง่ หนีเล็ดรอดกลับมาได จะ พักผอนทองเที่ยวสังเกตการณอยูในจังหวัดนี้สักสามสี่วันจึงจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ทานผูบ ญ ั ชาการปอง กันพระนครไดตอบโทรเลขนายแพทยหนุมแสดงความยินดีเปนอยางยิ่ง ขอรองใหทุกคนกลับกรุงเทพฯ โดย เร็ว และบอกมาวาทานไดตดิ ตอแจงไปใหครอบครัวของคณะพรรคสีส่ หายทราบแลววา ทุกคนปลอดภัยและ กลับเขามาในประเทศไทยแลว จังหวัดนี้ไมมกี องทหาร เปนจังหวัดชายแดนทีย่ งั ไมสจู ะเจริญนัก ผูบ งั คับกองตํารวจภูธรเลาให คณะพรรคสี่สหายฟงวามีพวกคอมมิวนิสตแทรกซึมอยูหลายรอยคน สวนมากเปน ชนชั้นกรรมกรยากที่จะ ทําการจับกุมไดเพราะไมมีหลักฐาน ยืนยัน เจาหนาที่เพียงแตทราบวาคนเหลานี้เปนสมาชิกคอมมิวนิสต ทํางานใตดินใหพวกแดงเพื่อทําลายลางประเทศไทยและชาติไทยที่รักของเขา ผูวาราชการจังหวัดและภรรยาของทานไดออ นวอน ขอรองใหหนวยกลาตายทั้ง ๖ คนไปพักที่จวน ของทาน หัวหนาศาล และศึกษาธิการจังหวัดก็มาเชิญใหไปพักที่บาน พวกนายตํารวจขอรองใหพกั ทีก่ อง ตํารวจ โดยมอบบานพักของนายตํารวจหลังหนึ่งใหเปนที่พัก สี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหว ตาง ซาบซึ้งในไมตรีจติ ของขาราชการชัน้ ผูใ หญเหลานีเ้ ปนอยางยิง่ ดร. ดิเรกไดเรียนใหทา นผูใ หญเหลานีท้ ราบ วา


“พวกเราจะพักที่กองตํารวจภูธรในคืนนีเ้ พียงคืนเดียว เทานัน้ แหละครับ เรามีราชการสําคัญบาง อยางที่จะตองทํา พรุงนี้พวกเราจะไปพักตามโรงแรมที่ตลาดและเราจะกระทําตนเหมือนชนชัน้ กรรมกร เพือ่ ประโยชนในการสืบราชการลับ ของเรา ทานขาหลวง ทานหัวหนาศาล ทานศึกษาธิการ และ ผูบังคับกอง โปรดอยาสนใจกับพวกเราเลยครับ เราจะไดทางานของเราโดยสะดวก ํ และกรุณาอยาแพรงพรายใหใครรูเ ปน อันขาดวาพวกเราคือหนวยกลาตายเพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยของชีวิตพวกเรา โดยเฉพาะคือตัวของผมซึ่ง ทางฝายศัตรูไดจา งคนมาฆาผมเปนเงินลาน ผมขอขอบพระคุณทุกทานเทาทีไ่ ดแสดงความเอือ้ อารีตอ พวกเรา พวกเราจะไมไปเยี่ยมทานขาหลวงหรือใคร ๆ เปนอันขาด ถาเราหายไปก็หมายความวาพวกเรากลับกรุงเทพฯ และถาหากวาพบพวกเราตามตลาด หรือที่ไหนก็ตามกรุณาอยาทักทายหรือสนใจกับพวกเราเลยนะครับ มิ ฉะนั้นงานสืบสวนของเราจะไมไดผล” เมื่อนายแพทยหนุมอางถึงราชการลับ ทานผูว า ราชการจังหวัดและขาราชการชัน้ ผูใ หญทกุ คนทีร่ ว ม สนทนาดวยตางก็เขาใจ และไมมีใครกลาซักถามอะไรอีก ตอนสายวันรุงขึ้น หนวยกลาตายทั้ง ๖ คนไดออกจากกองตํารวจภูธรอําเภอเมืองของจังหวัดนีไ้ ป เชาโรงแรมของ ชาวจีนอยูในตลาด ซึง่ โรงแรมทีก่ ลาวนีเ้ ปนหองแถวไมสองชัน้ เครือ่ งนอนและเครือ่ งใช สกปรก ฝาหองเจาะรูหลายรู สี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ แตงกายดวยเสื้อผาราคาถูก ๆ แบบ ชนชั้นกรรมกร กางเกงขายาวสีกรมทา เสือ้ ยืดคอปก รองเทาผาใบพื้นยาง มีกระเปาเสื้อผาเกา ๆ คนละกระเปาซึ่งเครื่องแตง ตัวและกระเปาเสือ้ ผานีผ้ บู งั คับกองตํารวจภูธรไดเอือ้ เฟอ จัด หามาใหตามคําขอรองของนายแพทยหนุม หนวยกลาตายเชาหองชั้นบนติด ๆ กันรวมสามหอง ตางใชชื่อปลอมในสมุดทะเบียนโรงแรม และแจงวาเดินทางมาจากจังหวัดใกลเคียง มีอาชีพตาง ๆ กัน แลว แตจะสมมุติขึ้น โดยเฉพาะนิกรแจงวาเปนหมอดู เจาแหวเปนหมอนวด เจาคุณปจจนึก ฯ เปนชางไม พลเปน พอคา กิมหงวนเปนชางฟต และ ดร. ดิเรกเปนชางไฟฟา เจาคุณปจจนึก ฯ กับ ดร. ดิเรกพักอยูห อ งเดียวกันคือหองหมายเลข ๓ พลกับนิกรพักหองหมายเลข ๔ อาเสี่ยกับเจาแหวพักอยูหองหมายเลข ๕ อากาศในตอนกลางวันรอน อบอาว หนวยกลาตายไดตกลงกันไว วาจะพักผอนนัง่ ๆ นอน ๆ อยูใ นหองพอเทีย่ งจึงลงไปรับประทานอาหารชัน้ ลางของโรง- แรม ซึ่งเปนที่ จําหนายอาห���รและเครือ่ งดืม่ และเปนรานสามคูหา สวนชัน้ บนเปนหองพัก มีหอ งพักรวม ๘ หอง โรงแรม อาจิวนี้เปนโรงแรมชั้นที่หนึ่งของเมืองนี้แลว เพราะมีหอ งนํ้าหองสวมอยูชั้นบน มีอาหารและเครือ่ งดืม่ จําหนาย สวนโรงแรมอืน่ ๆ คับแคบอุดอูม าก ฝาหองเจาะรูโหวขนาดกําปน ลอดได โดยเฉพาะฝาหองนําเจาะ ้ เปนถํ้ามองทั้งสี่ดาน หองนอนของโรงแรมอาจิวมีรูบางตามสมควรแตไมมาก สวนหองนํ้าก็อาจจะมีรูเพียง สองสามแหงเทานัน้ เจาหนาทีข่ องโรงแรมพยายามอุดรูทพ่ี วกนักเจาะไชชอบทํารูไวเสมอ มันเปนเวลา ๑๑.๓๐ น. เศษ ขณะที่พลกับนิกรกําลังนอนสนทนากันอยูบ นเตียงนอนขนาด ๕ ฟต เสี่ยหงวนก็ถือวิสาสะเดินเขา มาในหองดวยใบหนายิ้มแยม แลวอาเสี่ยจุปากทํากิริยาบุยใบกับเพื่อนเกลอ ทั้งสอง “เจอของดีแลวโวยอายพล” กิมหงวนพูดเสียงกระซิบกระซาบ พลกับนิกรตางลุกขึ้นนั่ง


“ของดีอะไรของแกวะ” พลถามยิ้ม ๆ “เลดี้วะ อยูห อ งติด ๆ กับหองกัน สวยขนาดหยาดฟามาดินเชียวโวยใหดิ้นตายซีเอา” นิกรขมวดคิ้วยน “ทําไมแกเห็นละ” อาเสี่ยยิ้มแหง ๆ “แอบดูตามรูขางฝาหองนะซี กันไดยินเสียงหลอนสั่งเครื่องดื่ม เสียงหวานเหมือนระฆังเงินก็อดสน ใจไมได สองคนกับอายแหวแอบดูหลอน อุย—ทั้งขาวทั้งอวบอัดเชพแนเหลือเกิน ใบหนางามแฉลม อายุ อยางมากก็ ๒๕ เทานัน้ ทาทางยังเปนนางสาว ไมเชื่อไปแอบดูซีวะ” นิกรหัวเราะหึ ๆ ยกมือทั้งสองพาดไหลแลวโบกออกไป “อายเวรเอย กะหรีป่ ระจําโรงแรมนะซี” เสี่ยหงวนลืมตาโพลง “ปูโธ—แกคิดวากันดูคนไมออกหรือวะวาหลอนเปนกะหรีห่ รือคนดี เสียงที่หลอนพูดกับบอยนั้น นุมนวลนาฟงมาก ถาเปนกะหรี่ก็ตองจาลั่นหองไปแลว การแตงตัวก็สุภาพเรียบรอยสวมกระโปรงดําเสื้อคอ ปกสีขาวแบบงาย ๆ แตเกมาก ทาทางเปนผูดีมีสกุลทุกกระเบียดนิ้ว มีกระเปาเสื้อผาใบใหญวางอยูบนเกาอี้ หนาโตะเครือ่ งแปงใบหนึง่ ” พลมีความเห็นเชนเดียวกับนายจอมทะเลน เขายิ้มใหกิมหงวนแลวกลาวเบา ๆ วา “ผูหญิงดีจะมาเชาโรงแรมอยูต ามลําพังไดหรือวะ กะหรี่ที่สงบเสงี่ยมนารักถมเถไป” อาเสี่ยยกมือเกาศีรษะอยางโมโห “แกสองคนดูถูกคนจนเกินไป เห็นหลอนเสียกอนเถอะคอยลงความเห็นวาหลอนเปนกะหรีห่ รือ เปลา” พลหันมายิ้มใหนิกร “ไป—ไปดูหลอนหนอยซิอายกร ถาหลอนสวยอยางที่อายหงวนวา และถาหลอนเปนคนดีกันจะได ลองจีบหลอนดู” “อาว” กิมหงวนอุทาน “ถายังงั้นก็ไดยิงกันเทานั้นแหละ กันจองไวแลวนะจะบอกให กันคิดวา หลอนคงเปนลูกผูดีมีเงินมาจากฝงโนน และที่มาพักอยูที่นี่ก็เพื่อรอขึ้นรถไฟพรุงนี้เชา” คราวนีพ้ ลเห็นพองดวย “เออ อาจจะจริงก็ได” แลวพลก็ฉุดแขนนิกรลุกขึ้นจากเตียงนอน กิมหงวนพาเพื่อนเกลอทั้งสองออกจากหองไป พลจัด แจงปดหองใสกุญแจแลวพานายจอมทะเลนเดินตามอาเสี่ยเขาไปในหองนอนหมายเลข ๕ เมือ่ เขามาในหอง สามสหายก็เงียบกริบ ตางแลเห็นเจาแหวกําลังยืนโกงโคงมองดูอกี หองหนึง่ ตามรูเล็ก ๆ ทีฝ่ าหอง พลกับนิกร เดินจรดปลายเทาเขามาหาเจาแหว คอย ๆ ดึงศีรษะเจาแหวขึ้นแลวเขากับพลก็กมลงมองดูตามรูคนละรู สองสหายแลเห็นหญิงสาวเจาของเรือนรางอันอวบอัด ใบหนางามแฉลมอยางที่พวกออรเหลนชอบ พูดกันวาไฉไลเปนบาคนหนึ่งแตงกายเรียบ ๆ นั่งอยูที่โตะหินและกําลังกมหนากมตาเขียนหนังสือบนโตะ


นั้น มีแกวกาแฟดําเย็นแกวหนึง่ เอกสารปกหนึ่ง และกระเปาซิปรูดหนึ่งกระเปา ทั้งพลและนิกรตางตะลึงใน ความงามของหลอน ซึ่งยากที่จะหาใครเปรียบได บุคลิกลักษณะทาทางของหลอนเปนผูดีมีสกุล ไมใชหญิง โสเภณีตามโรงแรม นิ้วนางมือซายของหลอนสวมแหวนเพชรลูกราคาไมตากว ํ่ าสามหมื่น นิว้ มือของหลอน เรียวเล็กเปน ลําเทียน ทาเล็บสีแดงสด ทาทางของหลอนสงบเสงี่ยมและบอกใหรูวาหลอนมีการศึกษา ประตู หองนอนของหลอนปดใสกลอน หลอนอยูในหองอยางเงียบที่สุด สักครูหนึ่งพลกับนิกรก็เงยหนาขึ้นและหันมามองดูกัน พลพยักหนาและพูดกับนิกรโดยไมออก เสียง “ไมเลวโวย หลอนสวยและนารักมาก” นิกรชักติดใจสาวงามผูนี้เสียแลว เขากระซิบกระซาบกับเจาแหวเบา ๆ “ไปตามดิเรกมาอายแหว อีตาแกพุงพลุยพอตาขาไมตองใหตามมานะ ถาตามมาแกซัดใหหมอบเลย ไมใชเรือ่ งของคนแก” เจาแหวฝนยิ้มพรอมกระซิบตอบ “รับประทานขืนซัดทาน ผมก็โดนกะรทืบตายเทานัน้ เอง” พูดจบเจาแหวก็เดินยองออกไปจากหอง พล นิกร กิมหงวนตางกมลงมองดูสาวสวยตามรูที่เจาะไวตอไป ในหองนอนหองนีม้ รี เู ล็ก ๆ อยู ประมาณ ๑๐ รู ซึ่งเลือกดูไดตามสบาย หลังจากนัน้ สักครูเ จาแหวก็เดินนําหนาพา ดร. ดิเรกเขามาในหอง นาย แพทยหนุม เผลอตัวพูดออกมาดัง ๆ ตามนิสยั ของคนเปดเผย “ไหนวะผูหญิงสวย อยูห อ งไหนวะ” สามเกลอตางสะดุง เฮือกพรอม ๆ กัน รีบเงยหนาขึน้ จากรูฝาหอง หันมาทําตาเขียวกับ ดร. ดิเรก อา เสี่ยแยกเขี้ยวขบกรามกรอดแลวชี้ไปที่ฝาหองพลางกระซิบบอก ดร. ดิเรก “หลอนอยูห อ งนี้ เสือกแหกปากออกมาได” นายแพทยหนุมยิ้มแหง ๆ แลวพูดเสียงกระซิบ “ขอโทษทีลืมไป” พล นิกร กิมหงวน และ ดร. ดิเรก ตางกมมองดูตาม รูฝาหองคนละรู ดร. ดิเรกขมวดคิว้ ยนใจเตน ระทึกเมื่อแลเห็นสาวสวยผูเลอโฉม เขายอมรับวาหลอนเปนหญิงสาวที่สวยและมีเสนหอยางยิ่ง ปาก แกม คิ้ว คาง กระจุมกระจิ๋มเปนที่นาพิสมัย ดร. ดิเรกมองจนนํ้าลายยืด “โอ—สวยมาก สวยขนาดรองนางสาวไทยอายมวนตวนไปเลย” ดร. ดิเรกนึกในใจ สี่สหายลอบชมโฉมหลอนเกือบ ๑๐ นาที พลก็บุยใบชวนเพื่อนเกลอทั้งสามออกจากหองพักหอง นั้นแลวพากันกลับไปที่หองของเขา จัดแจงไขกุญแจเปดประตูออก สี่สหายบุกเขาไปในหอง พลกับนิกรทรุด ตัวลงนั่งบนเตียงนอน อาเสี่ยกับ ดร. ดิเรกนัง่ ลงบนเกาอีโ้ ตะหินคนละตัว อาเสี่ยยิ้มใหพลและนิกรและกลาววา “ไง—แกยังคิดวาหลอนเปนกะหรีห่ รือเปลา” พลสั่นศีรษะ


“กันเชื่อวาหลอนเปนสุภาพสตรีที่มีเกียรติ มีฐานะดีมีความรูสูงและคงไมใชคนไทย หลอนอาจจะ เปนเจาหญิงก็ได ใหดิ้นตายเถอะวะ หลอนสวยอะไรอยางนั้น” “ออไร ออไร” ดร. ดิเรกเห็นพองดวย “หลอนสวยมากทีเดียว ลักษณะทาทางไมใชคนชั้นตํ่าหรือ คนพืน้ เมือง” คนรับใชของโรงแรมคนหนึง่ เดินผานมาทางหนาหอง นิกรแลเห็นเขาก็รอ งเรียกเด็กหนุม ทีม่ อี ายุ อยูในวัย ๑๖ ปเปนอยางมาก “ตีโ๋ วย” เจาตี๋หยุดชะงักพิงไมกวาดดอกหญาและที่ใสขี้ผงไวขางประตู โผลหนาเขามามองดูสี่สหายดวย สายตาที่ไมเลื่อมใสศรัทธาเทาใดนัก เพราะเขาใจวาสี่สหายเปนคนจน ๆ ชัน้ กรรมกรทีม่ าพักโรงแรมนี้ และ เขาไมหวังจะไดทิปแมแตบาทเดียว “วาไง” เจาตี๋ถามหวน ๆ นิกรกวักมือเรียก “มานีแ่ นะ อัว๊ ถามอะไรหนอย” หนุมจีนเดินเขามาในหอง “ถามอะไรวะ อั๊วไมมีความรูอะไรมากนัก อยากรูอะไรลื้อก็ไปถามผูจัดการดีกวา” “แหมโวย” นิกรคราง “มึงนี่ชักจะเบงมากไปแลว พูดจาใหมันมีนามี ���้ นวลนาฟงหนอยเถอะวะ อยาง นอยพวกอั๊วก็เปนผูอ ดุ หนุนโรงแรมของลือ้ บอกอัว๊ หนอยเถอะวะตี๋ ผูห ญิงทีอ่ ยูห อ งเลข ๖ นะเปนใครมาจาก ไหน และอยูกับใคร” เจาตี๋ยิ้มแสยะมองดูนิกรอยางเหยียดหยาม “ไมใชธุระของลื้อนา เขาเปนใครมาจากไหนไมสําคัญ แตเขาทิปอั๊วทีละ ๕ บาท ๑๐ บาท ก็เปนคน สําคัญสําหรับอัว๊ แลว” อาเสี่ยชักฉิวลวงกระเปาเสื้อเชิ้ตหยิบธนบัตรใบละรอยบาทออกมาปกหนึ่งแลวสงใหเจาตี๋หนึ่ง ฉบับ “เอา—เอาไปแดกขนม มีใครบางวะที่กลาทิปลื้อครั้งละรอยบาทอยางนี้ อัว๊ จนก็จริงโวยแตพวกอัว๊ ทุกคนใจสปอรต” เด็กหนุม คนรับใชของโรงแรมอาจิวอาปากหวอจองมองดูกิมหงวนอยางตืน่ ๆ แตไมยอมรับ ธนบัตรใบละรอยบาทที่ เสี่ยหงวนยื่นมาใหเขา จนกระทั่งอาเสี่ยคะยั้นคะยอ “เอาซี อยาทําเปนกระดากกระเดือ่ งหนอยเลยวะ” เจาตีย๋ ม้ิ แหง ๆ “อั๊วไมกลาเอาไว ลื้อพิมพที่ไหนวะ” เสี่ยหงวนทําคอยนแลวหัวเราะ “แบ็งคดีโวยไมใชแบ็งคเก รัฐบาลเขาพิมพไมใชอั๊วพิมพ เอา—เอาไป ถาใชไมไดมากระทืบอั๊วหรือ ถาแบ็งคใบนี้เก เอาตํารวจมาลากคออัว๊ เลย”


คราวนีเ้ จาตี๋เชื่อสนิทวาเปนความจริง เขายกมือไหว กิมหงวนอยางนอบนอม แลวรับธนบัตรมาพับ เก็บใสกระเปา เปลี่ยนบทบาททาทีใหม แสดงกิริยาเคารพนบนอบสี่สหายทันที เขายกมือไหวเสี่ยหงวนแลว พูดอยางพินอบพิเทา “อา….ขอบคุณนะครับ พวกคุณมีอะไรจะใชผมก็โปรดบัญชามาเถอะครับ ผมยินดีรับใชดวยความ ซื่อสัตยกตัญู” นิกรหัวเราะชอบใจ แลวกลาวกับเพื่อนเกลอของเขาอยางขบขัน “เงินนะมันมีอํานาจอยางนี้แหละเพื่อน อายตี๋มันเห็นพวกเราแตงตัวซอมซอก็ไมสนใจกับเรา และ พูดกับเราอยางหวน ๆ ตัง้ แตเราเขามาโรงแรมนีแ้ ลว แตพออายเสีย่ สงครุฑไปใหหนึง่ รอย อายตี๋สภุ าพราบ เรียบเหมือนกับสําเร็จวิชาโรงแรมมาจากสวิตเซอรแลนด” พูดจบนิกรก็พยักหนากับเด็กหนุม แลวกลาวถาม อยางเปนงานเปนการ “บอกอัว๊ หนอยเถอะวะ ผูห ญิงทีอ่ ยูห อ งเลข ๖ นะเปนใคร” เจาตีย๋ ม้ิ อาย ๆ “เปนลูกเศรษฐีใหญฝงโนนครับ” พลกลาวกับเพื่อนเกลอของเขา “หลอนไมใชคนไทย” แลวเขาก็ถามคนรับใชประจํา โรงแรม “รูไ หมวาหลอนชือ่ อะไร” เจาตี๋สน่ั ศีรษะ “ไมทราบครับ” “มาพักอยูที่นี่กี่วันแลว หลอนพักอยูคนเดียวใชไหม” กิมหงวนซักเจาตี๋ดวยความสนใจ “ครับ พักอยูคนเดียว เขาจะมาเปดรานขายของทีเ่ มืองนีค้ รับ เลาใหผูจัดการฟงวาขณะนี้กาลั ํ งวิ่งเตน เซงหองแถว เขามีญาติพน่ี อ งอยูท น่ี ห่ี ลายคนครับ แตไมยอมไปพักบานพี่นอง” “คงจะรวยมาก” ดร. ดิเรกพูดขึน้ เปรย ๆ เจาตี๋อมยิม้ “ครับ รวยมากทีเดียว ซื้อโอเลี้ยงหนึ่งแกวใหผม ๑๐ บาททุกที” เสี่ยหงวนมองดูเจาตี๋แลวกลาววา “ลื้อแอบไปดูชอ่ื หลอนในสมุดโรงแรมหนอยเถอะวะอายตี๋ พวกเราอยากรูว า หลอนชือ่ อะไร” เจาตี๋รีบรับคําทันที “ครับ ไดครับ ผมจะลงไปดูใหเดี๋ยวนี้” พูดจบเด็กหนุม ก็พาตัวออกไปจากหองพักอยางรอนรน เต็ม ใจรับใชอาเสี่ย กิมหงวน และคิดวาจะไมยอมปริปากบอกใครเปนอันขาดเทาที่อาเสี่ยทิปเขาถึง ๑๐๐ บาทซึ่งเปน โชคอันมหาศาลของเขาเทากับถูกเลขทาย ๒ ตัวสลากกินแบงรัฐบาลครึ่งใบ นิกรลุกขึ้นยกแขนทั้งสองขึ้นบิดขี้เกียจพรอมกับอาปากหาวดวยเสียงอันดัง เขาเดินเรือ่ ยเปอ ยออก ไปจากหองพักของเขา เลีย้ วขวามือไปทีห่ อ งของเจาคุณปจจนึก ฯ และนายแพทยหนุม สักครูนิกรก็วิ่งกระหืด กระหอบกลับเขามาในหอง ทําใหสามสหายตกอกตกใจไปตามกัน “อะไรวะอายกร” พลถามโดยเร็ว


ใบหนาของนิกรซีดเผือด เขาชีม้ อื ไปทางฝาหองซึง่ ติดกับหองนอนของทานเจาคุณ แลวพูด ละลําละลั ่ กแทบไมเปนภาษามนุษย “คุณพอ….คุณพอเปนลมตายอยูบนเตียง” “ฮา” พล กิมหงวน และนายแพทยหนุมรองขึ้นพรอม ๆ กัน ราวกับนัดกันไวแลวเผนพรวดลุกขึ้น ยืน โดยไมมีใครซักถามอะไรอีก พลวิ่งนําหนาพา ดร. ดิเรก กับกิมหงวน และนิกรออกจากหองตรงไป ที่หองนอนหมายเลข ๓ ประตูหองเปดกวางทั้งสองบาน สี่สหายบุกเขามาในหองอยางรอนรน และหยุดยืน รวมกลุมกันจองตาเขม็งมองดูเจาคุณปจจนึกฯ ซึ่งกําลังนอนหงายลืมตาโพลงอาปากกวางอยูบนเตียงนอนนั้น พล กิมหงวน และ ดร. ดิเรกคอย ๆ หันหนามองดูนกิ รเปนตาเดียว ตางคนตางขบเขี้ยวเคี้ยวฟน ทํา ใหนิกรถอยหลังกรูด พลยกมือเทาสะเอวทําทาเหมือนกับจะหักคอนิกรแตแลวเขาก็หวั เราะหึ ๆ “แกจะบาหรือวะอายกร คุณอาทานนอนหลับแท ๆ เสือกวิ่งไปบอกไดวาทานเปนลมตาย” นิกรยิ้มแหง ๆ “นอนหลับทําไมถึงลืมตาโพลงยังงั้นละหวา อาปากซะดวย และก็คนนอนหลับในทานอนหงายก็ ตองกรนนะซี” ดร. ดิเรกถอนหายใจเฮือกใหญ “แกนาจะรูดีวาคุณพอทานมักจะหลับในทานี้ ที่ทานไมกรนอาจจะเปนเพราะทานยังหลับไมสนิทก็ ได คนบางคนนอนหลับในทานอนหงายแตไมกรนก็ม”ี “วา” นิกรคราง “กันนอนโกงโคงยังกรนนีห่ วา คุณพอไมตายแนนะ” “เออ” ดร. ดิเรกตวาดแวด นิกรเดินจรดปลายเทาเขามายืนดูพอตาของเขาใกล ๆ แลวปลงอนิจจัง “โถ—อากาศมันรอนอาวจนเหงือ่ หัวลานไหล นอนหลับลืมตายังงี้มองดูคลาย ๆ ผีตกนําตายที ้ ่กาลั ํ ง ขึ้นอึด้ ทึด่ ” เจาคุณปจจนึกฯ หลับตาและหุบปากทันที แลวทานก็ลืมตาขึ้นมองดูลูกเขยจอมทะเลนของทาน “เดี๋ยวก็ถีบเปรี้ยงเขาใหเทานั้นเอง อายเราจะนอนคิดอะไรเสียหนอย วุน วายไมเขาเรือ่ ง อยูด ี ๆ ก็ โวยวายไปบอกเพื่อนวาเราเปนลมตาย ระยํานี”่ นิกรยิ้มแหง ๆ “ไมไดหลับหรอกหรือครับ” ทานเจาคุณพรวดพราดลุกขึ้นนั่ง มองดูนกิ รอยางเคือง ๆ “ใครบอกแกวาฉันหลับ ฉันกําลังนอนคิดถึงพฤติการณอันกลาหาญของพวกเราที่แลวมา กลับไป กรุงเทพฯ จะเขียนบันทึกลงในอนุทินสีเลือดแลวขายลิขสิทธิใหบริษัทสราง ภาพยนตรเอาไปทําหนัง” ดร. ดิเรกเห็นพองดวย “ออไร คงสนุกและตืน่ เตนนาดูกวาหนังเรือ่ งอนุทนิ เชลยศึกแน ๆ เชียวครับ เรื่องของเราบูสะบั้น หั่นแหลก”


ทานเจาคุณยิ้มแปน “นัน่ นะซี ตอนทําลายฐานทัพจรวดจะเปนตอนทีต่ น่ื เตนหวาดเสียวนาดูทส่ี ดุ ” แลวทานก็ยิ้มใหเสี่ย หงวน “อาควรจะตัง้ ชือ่ เรือ่ งนีว้ า อะไรดีวะอายหงวน” อาเสี่ยนิ่งคิด “ตองมีคําวาวีรบุรษุ หรือวีรชนอยูด ว ยครับ เหมือนอยางหนังเรือ่ งเลือดวีรชนหรือเหนือวีรบุรษุ ” “เออ แกลองคิดดูซวิ า ควรจะใหชอ่ื เรือ่ งนีว้ า อยางไร” เสี่ยหงวนขมวดคิ้วยน นั่งตรึกตรองอยูสักครูก็ดีดมือแปะแลวกลาววา “ชื่อนี้เปนเด็ดแนครับคุณอา….วีรกรรมนกตะกรุม” เจาคุณปจจนึก ฯ ยิ้มดวยมุมปากขางซาย นัยนตาของทานคอย ๆ แข็งกราวขึ้นตามลําดับ พอทาน ลวงมือลงไปในกระเปากางเกงเพือ่ จะหยิบปนพกคูม อื ออกมา กิมหงวนก็ยอขาลงตํา่ แลวกระโดดตัวลอย เหมืองจิงโจเผนแผล็วออกไปจากหอง ในเวลาเดียวกันนัน้ เอง เจาตี๋ก็เดินลอยหนาตรงเขามาหาอาเสีย่ กิมหงวนหันไปมองดูทางหองเจาคุณปจจนึก ฯ ไดยนิ เสียงตึงตังโครมครามก็รว���ู า เพือ่ น ๆ คงจะ ชวยกันแยงปนและหามปรามทานเจาคุณไมใหออกมาฆาเขา อาเสี่ยยิ้มใหเจาตี๋แลวกลาวถามเบา ๆ “วาไงอายตี๋ ผูห ญิงทีอ่ ยูห อ งนัน้ ชือ่ อะไรวะ” เจาตี๋มองซายมองขวาแลวกระซิบบอก “ชื่อเรวดีครับ” อาเสี่ยยิ้มแปน ยกมือขวาตบบาซายเด็กหนุม “ดีมาก ขอบใจนะ แลวอยาไปบอกเขาละวาอั๊วถาม ชือ่ เสียงของเขา ไมมอี ะไรหรอก อัว๊ เห็นหลอน สวยและมาพักอยูตามลําพังก็อดสนใจไมได” พล นิกร และนายแพทยหนุมพากันเดินออกจากหองหมายเลข ๓ เจาคุณปจจนึก ฯ โผลหนามาที่ ประตู เมื่อกิมหงวนหันไปมองดูทานเจาคุณก็ยกมือชี้หนาอาเสี่ยแลวรองตะโกนลั่น “ระวังตัวใหดีนะอายหงวน ทะลึ่งนักอายสัตว” อาเสี่ยทําคอยนรีบถอยหลังเขาไปในหองนอนหมาย เลข ๔ สามสหายติดตามเขามาในหอง พล กลาวถามกิมหงวนทันที “อายตี๋บอกชื่อหลอนใหแกรูแลวไมใชหรือ” เสี่ยหงวนพยักหนา “หลอนชือ่ เรวดีวะ ชื่อเพราะมากแตแปลวาอะไรก็ไมรูเหมือนกัน” นายพัชราภรณนิ่งนึก “เรวดีคือดาวปลาตะเพียน เปนชื่อดาวฤกษที่ ๒๗ มีดว ยกันรวม ๓๒ ดวง” ดร. ดิเรกมองดูพลอยางเลื่อมใส “ยูรูภาษาไทยพอตัวทีเดียว” พลยิ้มแหง ๆ “เปลาหรอก มันบังเอิญทีก่ นั รูน ะ ”


นิกรยกนาฬิกาขอมือขึ้นดูเวลา แลวกลาวกับเพื่อนเกลอของเขา “อีก ๑๐ นาทีเที่ยงแลวโวย ไดเวลาอาหารกลางวันแลว ลงไปกินขาวกันเถอะพวกเรา” เสี่ยหงวนมองดูนายจอมทะเลนอยางหมั่นไส “พยายามสนใจกับเรื่องอื่นบางซีวะอายกร” นิกรหัวเราะ “ก็ไมใชเรือ่ งกินหรอกหรือทีม่ นุษยเรายังชีวติ อยูไ ด นากินกันเสียกอนเถอะวะ แลวจะคุยกันหรือทํา อะไรกัน จะนอนพักผอนนั่งแคะสะดือเลน ถอนขนจั๊กกะแรเลนก็ตามใจ” พลขยับเทาจะเตะ นิกรถอยหลังกรูดยกแขนขึ้นปดปองทําใหพลอดหัวเราะไมได “ไปตามคุณอามาซี จะไดลงไปกินขาวพรอม ๆ กัน แลวเรียกอายแหวมาดวย อยากรูเ หลือเกินวา เครื่องยอยอาหารของแกมันทําดวยอะไรวะ ถึงยอยเร็วนัก ผิดกวาคนอืน่ แกกินไดตลอดวันและไมเลือกวา อะไรกินไดทั้งนั้น กินกระทั่งสบูหอมยาสีฟน” นิกรยิ้มเอียงอาย พาตัวเองเดินออกไปจากหองพักของเขา สักครูหนึ่งเขาก็กลับเขามาโดยมีเจาแหว ติดตามมาดวย “คุณพอบนวารอน ขี้เกียจแตงตัวลงไปขางลางโวย ทานนุงกางเกงในตัวเดียวนอนผึ่งพุงอยูบนเตียง สั่งใหกันสั่งขาวผัดและแกงจืดขึ้นมาใหทาน เราลงไปกินกันก็แลวกัน” สี่สหายกับเจาแหวพากันออกจากหองนอน พลจัดแจงปดประตูใสกญ ุ แจหองเรียบรอย เขารูด วี า โรงแรมตามตางจังหวัดนั้น ไมเหมือนโรงแรมหัวหินหรือเอราวัณ เมือ่ ออกไปพนหองลืมใสกญ ุ แจตองถูกยก เคา ดังนัน้ พลจึงรอบคอบเสมอ หนวยกลาตายในบทบาทของคนชั้นตําเดิ ่ นผานระเบียงหนา พอสุดหองหมายเลข ๖ ก็เลี้ยวซายมือ เพื่อจะลงบันไดไปขางลาง ดานหลังมีหองพักอีกแถวหนึ่งคือหองเตียงเดี่ยวหมายเลข ๑ และเลข ๒ หองเตียง คูหมายเลข ๗ และ ๘ ตอนกลางเปนทางเดินกวางประมาณ ๓ เมตร มีโตะอาหารตัง้ อยู ๓ โตะ ซึง่ เปนโตะหิน สี่สหายกับเจาแหวตางหยุดชะงัก มองดู หญิงสาวเจาของนามเรวดี หลอนนัง่ อยูท โ่ี ตะอาหารโตะหนึง่ และกําลังกมหนากมตารับประทาน อาหารอยางสงบเสงี่ยม พนักงานโรงแรมคนหนึง่ นัง่ เฝาคอยปรนนิบตั ริ บั ใชอยูข า ง ๆ เปนการเอาอกเอาใจ หญิงสาวผูนี้เปนพิเศษ อาเสี่ยกระซิบกับเพื่อนเกลอของเขา “กินกันที่นี่โวย พวกเรา เราจะสั่งอาหารเพียงอยางสองอยางเทานั้น เพือ่ ใหสมกับวาเราเปนคนจน” นิกรคอนปะหลับปะเหลือกแลวกระซิบวา “ถายังงั้น เชิญแกสามคนกับอายแหวกินบนนี้ กันจะลงไปยัดขางลางใหเต็มคราบ มันเรือ่ งอะไรวะ จะตองกินอยางอด ๆ อยาก ๆ” ดร. ดิเรกมองดูนกิ รอยางเคือง ๆ “ออไร เกทเอาท”


นิกรเดินตุปดตุปองลงบันไดไปขางลาง เพือ่ ไปรับประทานอาหารตามลําพัง และตั้งใจวาเขาจะสั่ง มากินใหเต็มคราบ พล กิมหงวน กับ ดร. ดิเรกและเจาแหวเดินเขาไปนัง่ ทีโ่ ตะวางโตะหนึง่ ใกล ๆ กับสาวสวย ผูเลอโฉมและมีกิริยามารยาทเรียบรอยแสดงความเปนผูดี เสี่ยหงวนพยักหนาเรียกจีนหนุมรูปรางใหญใหมา หาเขา คนรับใชลุกเดินเขามาหยุดยืนขางโตะสามสหาย “มีอะไรกินบาง” กิมหงวนถาม เจาหมอนั่นวางทายโส เพราะเห็นวาสามสหายแตงตัวซอมซอตามแบบคนจน “มีทุกอยาง ลือ้ จะกินขาวตมหรือขาวสวย สั่งได” เสี่ยหงวนพยักหนารับทราบ “เอาขาวสวยเถอะวะ คอยอิม่ หนอย แกงจืดชามละ เทาไร” “สามบาทก็มี หาบาทก็ม”ี ดร. ดิเรกแกลงพูดขึ้นดัง ๆ “โอโฮ ชามละสามบาทเชียวรึ ไมเอาละแพงไป เอาผัดดีกวา กับขาวที่เขาทําใสจานไวในตูหนาราน อั๊วเห็นแลวและจําได อาผัดกานามาหนึ่งบาท เตาหูเ ค็มหนึง่ บาท ขาวสวย ๔ ชาม ตะเกียบดวย” บอยโรงแรมสั่นศีรษะและมองดูสามสหายกับเจาแหวอยางปลงอนิจจัง “ลื้อ ๔ คนสั่งกับขาว ๒ บาท กินคนละคําหมดแลว” พลซอนยิ้มไวในหนาแลวกลาวกับเจาบอยหนุม “ความจริงอั๊วอยากจะสั่งอาหารดี ๆ เหมือนคุณผูห ญิงคนนัน้ แตพวกอัว๊ เปนคนจนนีน่ ะเฮีย มีเงิน อยูนิดหนอยเทานั้น ลื้อชวยจัดมาตามนี้ก็แลวกัน แลวขอขาวผัดไขดาวหนึง่ จาน แกงจืดหนึ่งชาม เอาไปให หองเลข ๓ ดวยนะ เขาวานอั๊วชวยสั่งใหเขา นํ้าแข็งใสนําชาสั ้ กแกว สําหรับพวกอัว๊ นํ้าแข็งไมตอ ง นํ้าบนหิ้ง นั่นก็มีกินแลว” เจาบอยหนุมพยักหนาแลวพาตัวเองลงบันไดไป พล กิมหงวน และนายแพทยหนุมตางรูสึกวาสาว งามผูมีนามวาเรวดีไดชาเลื ํ องมองมาที่โตะเขาสองสามครั้ง แสดงวาหลอนมีความสนใจเหมือนกัน เสี่ยหงวน แกลงปรับทุกขกับเพื่อน ๆ อยางนาสงสาร “เฮอ….โลกหนอโลก โชคมนุษย พวกเราพากันบุกบั่นไปเกือบทั่วประเทศแลว หางานทํายากเหลือ เกิน บางครั้งไดทางานก็ ํ ไมพอกิน เห็นจะตองขามฟากไปเสี่ยงโชคทางฝงโนน” เรวดีมองดูหนาเสี่ยหงวนทันที หลอนนัง่ อยูห า งจาก สามสหายไมถึง ๓ เมตร พอสบตากิมหงวน หลอนก็ยิ้มใหและกลาววา “ดิฉันเสียใจที่จะบอกคุณวา การครองชีพทางฝงโนนลําบากยากแคนอยางที่สุด คุณเปนคนไทยขาม ไปหางานทําคงไมสาเร็ ํ จหรอกคะ” อาเสี่ยหันมามองดูหลอน แลวยกมือไหวอยางนอบนอม “ขอบพระคุณครับที่กรุณาชี้แจงใหทราบ คุณมาจากฝง โนนหรือครับ” “คะ ถูกแลว เพราะการหากินในประเทศเราฝดเคือง ดิฉันกับคุณพอจึงคิดจะมาตั้งถิ่นฐานทํามาหา กินในเมืองนี”้


พลยิ้มใหหลอนและพูดเสริมขึ้น “คุณคงถูกทหารคอมมิวนิสตรบกวนเปนแน” “มิไดคะ ดิฉันเปนราษฎรคนหนึ่งที่ไมมีความหมายอะไร สําหรับคอมมิวนิสต แตในประเทศดิฉนั ประชาชนกําลังยากจนมาก การคาแยทีเดียวคะ ดิฉันกับคุณพอกะมาเปดรานคาที่น”ี่ พลยกมือไหวหลอนและกลาววา “ขอบคุณครับ ที่คุณใหเกียรติสนทนากับคนจน ๆ อยางพวกเรา” หลอนยิม้ นารัก “ดิฉันไมเคยรังเกียจเหยียดหยามคนจนหรอกคะ คนจนก็มีความเปนมนุษยเชนเดียวกับทานที่เปน เศรษฐี ดิฉันเองเมือ่ แตกอ นก็เคยอดมือ้ กินมือ้ มาแลว อา….ดิฉันคิดวาพวกคุณคงไมใชชาวเมืองนี้เปนแน” ดร. ดิเรกกลาวกับหลอนอยางสุภาพ “ครับ เรามาจากกรุงเทพฯ ครับ พวกเราเปนนักเผชิญโชคบุกบัน่ มาหางานทําครับ ทองเที่ยวมา หลายจังหวัดแลว มาดวยกัน ๖ คนครับ บางทีก็มีงานทําบางทีก็วางงาน” เรวดียิ้มใหนายแพทยหนุม “พวกคุณทํางานกรรมกรหรือคะ” “ครับ เราไมมีความรูอะไร เพราะไดเลาเรียนมาเพียงเล็กนอย ก็ตองทํางานโดยใชกาลั ํ งกายเขาแลก ขึ้นชื่อวางานแลว จะเปนงานหนักหรืองานเบา พวกเราเอาทัง้ นัน้ แหละครับ” “โถ….นาสงสาร บางทีดิฉันอาจจะชวยเหลือพวกคุณไดบาง ขอโทษเถอะคะ พวกคุณใครมีความรู พิเศษบางไหมคะ” สามสหายกับเจาแหวตางมองดูหนากันและยิ้มใหกัน พลกลาวกับหลอนวา “สําหรับผม ความรูพ เิ ศษก็เห็นจะมีแตเพียงขับรถยนตเปนครับ” “ออ แลวเพือ่ น ๆ ของคุณละคะ” พลมองดูนายแพทยหนุมแลวกลาวกับหลอน “เพื่อนผมคนนี้มีความรูพิเศษดีกวาพวกเราครับ แตกเ็ ขาทํานองวิชาทวมหัวเอาหัวไมรอด เขาเปน ชางไฟฟาและชางวิทยุที่มีความสามารถพอตัวแตไมมีประกาศนียบัตร ไมมีพรรคพวกสนับสนุน นายจางไม เชื่อถือความสามารถ เลยตองมาทํางานกรรมกรแบบเดียวกับพวกผม” พูดจบก็ชี้มือไปที่อาเสี่ย “เพือ่ นผมคน นี้เปนชางฟตครับ” เสี่ยหงวนพูดเสริมขึ้น “ผมฟตไดทุกอยางครับ นับตัง้ แตจกั รเย็บผา เครือ่ งยนต เครือ่ งไฟฟา รถยนต เรือยนต แตทําได ขนาดงู ๆ ปลา ๆ เทานัน้ ” พลแนะนําเจาแหวตอไป “คนนี้มีความรูพ เิ ศษเปนหมอนวดครับ” เจาแหวยิ้มเอียงอายกระพุมมือไหวเรวดีทันที


“สวัสดีครับ ถาคุณรูสึกปวดเมื่อยขัดยอกเนื้อตัวละกอ กรุณาใหผมไดมีโอกาสรับใชสักครั้งนะ ครับ” ใบหนาของหญิงสาวแดงระเรือ่ พลยกเทาเตะหนาแขงเจาแหวดังโปกแลวดุเจาแหวดวยเสียง กระซิบ “เสือกพูดออกมาได เธอเปนผูห ญิงแกจะนวดใหเธอไดหรือ” เจาแหวฝนหัวเราะแลวกระซิบตอบ “รับประทานก็ผมไมถอื นีค่ รับ” ดร. ดิเรกยกเทาเตะหนาแขงเจาแหวคอนขางแรง เรวดียิ้มใหพลแลวกลาวกับพลตอไป “เมื่อกี้นี้คุณบอกดิฉันวาคุณมาดวยกัน ๖ คน” “ครับ ถูกแลวครับ เพือ่ นของเราคนหนึง่ เขาลงไปหาอาหารรับประทานขางลาง หรืออาจจะไปเดิน เลนที่ตลาดก็ได อีกคนหนึง่ เปนญาติผใู หญของเราครับ พักอยูที่หองหมายเลข ๓ เพือ่ นผมมีความรูพ เิ ศษเปน หมอดูครับ สวนอาของผมเปน หมอโบราณ มีความรูในทางแพทยแผนโบราณอยูบาง แตก็ ไมมีใบอนุญาต ประกอบโรคศิลปะ” เรวดีนิ่งอึ้งไปสักครู “ดิฉันรูสึกวาพวกคุณมีทาทางเฉลียวฉลาดกวาพวกคนชั้นกรรมกรหรือคนชั้นตํ่านะคะ คงจะไดรบั การศึกษาอยางดีมาแลว” เสี่ยหงวนตอบแทนนายพัชราภรณ “ขั้นอานออกเขียนไดเทานั้นเองแหละครับคุณ ทาดีครับแตทีเหลว พวกเราอยูก รุงเทพฯ มันก็เลย ภาคภูมิไปเอง ทั้ง ๆ ทีจ่ นกรอบเดินเตะฝุน บอย ๆ บางทีก็หาเชากินคํา่ บางทีก็หาวันนี้ แตพรุง นีห้ รือมะรืนนี้ ถึงไดกิน เมื่อเชาก็ตองขายสายสรอยไปหนึ่งเสน เอาเงินมาจายคาหองพัก ๓ หอง ๖๐ บาท ซื้อเสื้อแจกกัน คนละตัว ซื้อของใชอื่น ๆ บางเทาที่จาเป ํ น เหลือเงินอยูอ กี ๑๐ บาท พอคาอาหารกลางวันมือ้ นี”้ เรวดียม้ิ เศรา ๆ “แตพวกคุณก็ยังมีของแตงตัวอยูนี่คะ มีนาฬิกาขอมือเรือนทองทุกคน ปากกาปลอกทองคนละชุด และสรอยคอเสนโต ๆ คนละเสน” อาเสี่ยแกลงทําเปนขบขันหัวเราะชอบใจ “ผมไมอายคุณหรอกครับ ทีจ่ ะเรียนใหคณ ุ ทราบวา ปากกาของพวกเราซื้อมาจากหางแบกะดิน ตลาดนัดสนามหลวงดามละ ๑ บาท รูปรางคลายปากกาชั้นเยี่ยม ความจริงมันเสียหมดแลวเขียนไมได เราติด กระเปาไวโก ๆ ยังงั้นเอง สรอยคอหรือครับ อยางของผมยังงี้โตเกือบเทาโซผูกลิง ถาเปนทองจริง ๆ ก็หนัก ในราว ๑๐ บาท” พูดจบกิมหงวนก็ดึงสรอยคอเสนใหญออกมาและแกลงพูดวา “ดูซีครับ ที่ชุบไวบางแหงมัน ลอกจนเขียว เราซือ้ มาจากพาหุรดั ครับ เสนละไมกี่บาท นาฬิกาของผมนีก่ ไ็ มมเี ครือ่ งตองคอยหมุนเอา” เรวดีทั้งขันทั้งเศราใจ แตไมกลายิม้ หรือหัวเราะ


“โถ….พวกคุณคงลําบากมากนะคะ พากันเรรอ นมาจนถึงเมืองนีเ้ พือ่ เสีย่ งโชคหางานทํา ถาหากวา พวกคุณไมเลือกงาน เปนคนหนักเอาเบาสูแ ลว ดิฉันก็มีทางพอที่จะใหความชวยเหลือหางานใหพวกคุณทํา ไดคะ” สามสหายกับเจาแหวแกลงทําเปนตืน่ เตนดีใจ ตางรีบยกมือไหวหลอนและแยงกันกลาวคําขอบคุณ หลอน ดร. ดิเรกกลาวในนามเพื่อน ๆ ของเขา “เปนพระคุณหาที่สุดมิไดเชียวครับ พวกผมไมเคยเลือกงานหรอกครับ ถาไดเงินแลวปนเอาทัง้ นัน้ งานหนักงานเบาไมแปลกครับ คนจนอยางพวกผมจะอยูเฉย ๆ โดยไมมีงานทํานั้นไมได” “ดีแลวคะ ดิฉันจะไดใหความชวยเหลือพวกคุณตอไป แตจะตองคิดดูกอ นวาจะใหคณ ุ ทํางานอะไร ดี รอไวเย็น ๆ ใหดิฉันพบคุณพอของดิฉันกอนนะคะ คุณพอจะมาที่นี่ในราว ๑๗ น. คะ” พลยกมือไหวหลอน “ขอบคุณครับ ผมถือโอกาสนีแ้ นะนําผมและเพื่อน ๆ ใหคณ ุ ไดรจู กั ชือ่ ไวดว ย ผมชื่อฤทธิ์ครับ เพื่อนคนนี้ชื่อแหว คนสายตาสั้นชื่อคง และคนที่สวมแวนตาขอบกระชื่อมั่น เพือ่ นของเราอีกคนหนึง่ ทีล่ งไป ขางลางชือ่ เดชครับ ญาติผใู หญของเราชือ่ อูด ” หลอนยิ้มใหเขา “ยินดีคะที่ไดรูจักพวกคุณ ดิฉนั ชือ่ เรวดีคะ พวกคุณจะเรียกดิฉันวาออยก็ได เพราะคุณพอกับพวก ญาติ ๆ และเพือ่ นฝูงของดิฉนั เรียกดิฉนั วาอยางนี”้ คนรับใชของโรงแรมแบกถาดไมเดินขึน้ บันไดมา ในถาดมีขาวสวย ๔ ชามพรอมดวยตะเกียบ ๕ คู มีเตาหูตมเค็มที่หั่นเปนชิ้นเล็ก ๆ หนึง่ จาน กานาผัดหมูหนึ่งจาน จานที่ใสกับเปนจานเล็กขนาดจานรองถวย กาแฟ จีนหนุม นําถาดมาวางบนโตะแลวยกของในถาดออก เสี่ยหงวนมองดูลูกจางของโรงแรมอยางหมั่นไส “อั๊วนึกวาอหิวาตเอาลื้อไปกินเสียแลว สั่งตั้งโกฎิปเพิ่งเอาขึ้นมาให” จีนหนุม ทําหนาเขียวกับอาเสี่ย “ตอนเที่ยงมีคนกินแยะโวย ลื้อสั่งกับขาว ๒ บาท ขาว ๔ ชาม เอาเร็ว ๆ ยังไง ตองขายคนที่ซื้อมาก ๆ กอน ถูกไมถูก” พลกลาวถามคนรับใชทันที “แลวขาวผัดไขดาวกับแกงจืดของหอง ๓ ละ เมื่อไรได” หนุมจีนพยักหนา “ตองรอเดี๋ยว ไมเกินสองชั่วโมงไดแน” เรวดีรองเรียกบอยเบา ๆ เจาหมอนัน่ ถือถาดเปลาแลนเขาไปหาหลอน และแสดงทาทีพินอบพิเทา หลอนอยางออกนอกหนา “คุณตองการอะไรหรือครับ” หลอนมองดูอาหารของสามสหายและเจาแหวอยาง เศราใจ แลวหลอนก็กระซิบกับคนรับใชเบา ๆ “ไปจัดอาหารดี ๆ มาใหโตะนี้สี่หาอยาง เร็ว ๆ หนอย นะจะ แลวคิดเงินที่ฉัน”


“ครับ ครับ อยางชาอีก ๑๐ นาทีผมจะเอาขึน้ มาใหครับ คุณตองการนําแข็ ้ งหรือเครือ่ งดืม่ อะไรเย็น ๆ อีกบางไหมครับ โอวัลตินเย็นสักแกวชงขน ๆ ใสนมสดมาก ๆ อยางที่ คุณชอบ….” กิมหงวนจุปากแลวกระซิบกับเพื่อนเกลอทั้งสอง “กูอยากเอาใบละรอยขวางหนาอายบอยนี่เหลือเกิน มันประจบประแจงคุณเรวดีอยางนาหมัน่ ไส เพราะมันไดทิป แสดงตัวเปนคนจนนีไ่ มดโี วย หมูหมาดูถูกหมด เปนมหาเศรษฐีไปที่ไหนใคร ��� ก็ซูฮกยก ยอง” เจาบอยหนุมถือถาดไมเดินลงบันไดไปขางลาง สามสหายไดสนทนากับสาวสวยตอไปอยางนอบ นอม สักครูหนึ่งอาหารที่หลอนสั่งใหก็ถูกนํามาขึ้นเสิรฟใหสามสหาย มีแกงจืดเครือ่ งในไกหนึง่ ชาม ไกผัด หนอไมสด แฮกน๋ึ ตามแบบรานอาหารในชนบท แลวก็กุงผัดพริกพรอมดวยขาวเปลาใสจานมา ๕ จานมีชอ น ซอมพรอม นํ้าแข็งใสนําชาอี ้ ก ๔ แกว สามสหายแกลงมองดูหลอนอยางซาบซึ้งในความเอื้ออารีของหลอน พลกลาวกับหลอนอยางยิ้ม แยมวา “ผมไมสามารถจะพูดอยางไรจึงจะสมกับที่คุณกรุณาพวกเรา” เสี่ยหงวนยกมือไหวทวมหัว “เจาประคูน ขอใหคุณอายุมั่นขวัญยืน เงินทองไหลมาเทมา นึกเงินไดเงินนึกทองไดทอง อยูกับคุณ พอคุณแมจนแกจนเฒา ถือไมเทายอดทอง ไดเปนเจาคนนายคนเถิดคะราบ” เรวดีเผลอตัวหัวเราะคิก เสียงหัวเราะของหลอนนาฟงและนารักมาก “ทานกันเถอะคะ ทานเสียใหอิ่มแลวคอยคุยกัน ถึงแมพวกคุณจะยากจน ดิฉนั ก็เชือ่ วาทุกคนเปน สุภาพบุรุษที่ดิฉันพอจะไววางใจได” ดร. ดิเรกมองดูอาหารบนโตะและพูดพึมพํา “มายก็อด ขอพระองคจงคุม ครองประทานความรมเย็นเปนสุขใหแกคณ ุ ออย ผูม เี มตตาจิตแกพวก เราเถิด” ครั้นแลวสามสหายกับเจาแหวก็เริม่ ลงมือรับประทานอาหารกันอยางเอร็ดอรอย แกลงแสดงทาทาง ตื่นเตนดีใจเหมือนกับวาเกิดมาในชีวิตไมเคยไดกินอาหารดี ๆ เชนนี้ ใครคนหนึ่งเดินขึ้นบันไดมา และผิวปากเพลงชาติเบา ๆ นิกรนัน่ เอง พอโผลพนขั้นบันไดพลก็รีบ ขยิบตาและบุยใบเปนความหมาย เขาแกลงทักนิกรในนามใหมซึ่งเขาตั้งขึ้นเอง “มาซีเดช แกไปไหนมาวะ” นิกรหยุดชะงักทําหนาเซอ ๆ บอกตัวเองวาเขาชือ่ นิกร แตทําไมพลถึงเรียกเขาวาเดช พอรูวาพลคง จะโกหกตอแหลกับแมสาวงามผูเลอโฉม นิกรก็ยิ้มออกมาได เดินเขามาหาเพือ่ นเกลอของเขา นิกรลืมตา โพลงเมื่อแลเห็นอาหารดี ๆ บนโตะกําลังรอน ๆ สงกลิ่นหอมนากิน “เออเฮอ กินกันอยางเศรษฐียงั งี้เชียวหรือพรรคพวก”


พลวา “คุณออยเธอกรุณาสั่งมาเลี้ยงพวกเรา รูจักกับเธอเสียซีนะ คุณออยรับปากวาจะหางานให พวกเราทํา” พูดจบพลก็หันมาหาเรวดีซึ่งกําลังมองมาทางคณะพรรคของเขา “คุณออยครับ คุณคงไมรังเกียจที่ จะรูจักกับเดชเพือ่ นของเราอีกคนหนึง่ ” นิกรทรุดตัวลงนั่งพับเพียบบนพื้นแลวกมลงกราบหลอนแสดงความเคารพอยางสูงสุด เรวดีตกใจ รีบรับไหวเขาทันที “อุยตาย ทําไมคุณกราบดิฉันละคะ ดิฉันเปนเด็กกวาคุณมาก” นิกรยิ้มแหง ๆ “ผมดีใจครับที่คุณจะกรุณาใหงานทํา อา…ผมกราบตีนก็ไดครับ เมือ่ คุณคิดวาคุณเปนเด็กกวาผมไม สมควรที่ผมจะกราบคุณ” แลวนิกรก็กมลงกราบหลอนอีกครั้งหนึ่ง ดร. ดิเรกเผลอตัวหัวเราะลัน่ “เฮ….ลุกขึ้นยู คุณออยขอรองไมใหยกู ราบเธอยังดันกราบเธออีก” นิกรยิ้มเจื่อน ๆ แลวลุกขึน้ ทรุดตัวลงนัง่ รวมโตะกับเพือ่ นเกลอของเขากับเจาแหว พอสบตากับ เรวดี นายจอมทะเลนก็ยกมือไหวหลอนอยางนอบนอม “สวัสดีครับ คุณออย” เรวดียม้ิ นารัก “ออยคะไมใชออย ดิฉนั ชือ่ เรวดีแตชอ่ื เลน ๆ ของดิฉนั ชือ่ ออย ยินดีคะที่ไดรูจักกับพวกคุณ เชิญ พวกคุณรับประทานอาหารกันเสียกอนเถอะคะ ดิฉันจะเขาไปทําธุระในหองสักครู ขอโทษนะคะ” พูดจบสาว สวยก็ลุกขึน้ ยืนแลวเดินออกไปทางดานหนาเฉลียงโรงแรมเพือ่ กลับไปหองของหลอน สี่สหายกับเจาแหวตางมองดูเรวดีจนลับตา นิกรกลาวกับพลวา “พวกเราโกหกตอแหลหลอนไววายังไงบอกใหกันรูบางซีโวย เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนเสียงกันใหมหมด แลวใชไหม” พลพยักหนาแลวหัวเราะ “เปลี่ยนใหมแลวทุกคน เราบอกหลอนวาพวกเราเปนนักเผชิญโชค เดินทางมาหางานทําทีจ่ งั หวัดนี้ กันชื่อฤทธิ์มีความรูพิเศษขับรถยนตเปน แกชือ่ เดชความรูพ เิ ศษก็คอื หมอดู” นิกรอมยิม้ “แลวอายหงวน…. “อายหงวนชื่อมั่นเปนชางฟต” “ฟตตะวักตะบวยอะไรวะ ขับรถยนตสายไฟหัวเทียนหลุดยังติดไมได” “เถอะนา เราโกหกหลอนนี่หวา” พลพูดเสียงดุ ๆ แตเสียงของเขาไมดงั นักเพราะเกรงวาเรวดีจะได ยิน ทั้งนี้ก็เพราะดานหลังหองพักอยูใกล ๆ กับที่รับประทานอาหาร “อายหงวนชือ่ มัน่ จําไวใหดี ดิเรกชือ่ คงมี ความรูพิเศษเปนชางวิทยุและชางไฟฟา อายแหวชือ่ อายแหวตามเดิม” นิกรหัวเราะชอบใจ “เขาทีเหมือนกัน แลวพอตาหัวเหนงของกันละหลอน รูจ กั หรือยัง”


“ยัง คุณอายังไมไดออกมาจากหอง เราบอกหลอนแลวเรามีญาติผใู หญมาดวยคนหนึง่ ชือ่ อูด คือคุณ อานั่นแหละ เออ….ขาวผัดกับแกงจืดของทานยังไมไดเลยโวย ปานนี้คงหิวแยแลว” พูดจบพลก็มองดูเจาแหว “ลงไปขางลางหนอยเถอะวะอายแหว ไปเตือนขาวผัดและแกงจืดของคุณอา” นิกรพูดเสริมขึน้ “สั่งขาวเปลาเผื่อขาจานโวยอายแหว นํ้าแข็งเปลาหนึ่งแกว” เจาแหวรับคําสั่งแลวลุกขึ้นพาตัวเองเดินลงบันได ดร. ดิเรกทําตาปริบ ๆ มองดูนายจอมทะเลน “ยูกินมาจากขางลางแลวไมใชหรือ” “กินแลวแตวากินไดอีกนี่หวา เอาโวยกินขาวกันเถอะ กันกินกับไปพลาง ๆ กอน กับขาวลวนแตนา กินทั้งนั้น” บายวันนัน้ เอง ในราว ๑๕.๐๐ น. เศษ สี่สหายกับเจาคุณปจจนึกฯ และเจาแหวก็พากันออกเที่ยวชม อาคารรานตลาดและสภาพความเปนไปของพลเมืองในจังหวัดนี้ซึ่งเปนจังหวัดชายแดนในสภาพของคนชั้น กรรมกร จึงไมมีใครสนใจเอาใจใสกับคณะพรรคสี่สหายของเขา หนวยกลาตายทั้ง ๖ คนนั่งรถสามลอเที่ยว รอบเมือง แลวลงเดินชมตลาดจนทั่วกลับมา โรงแรมอาจิวในเวลา ๑๗.๓๐ น. พอขึ้นมาชั้นบนโรงแรม เจาตีเ๋ ด็กหนุม ทีเ่ สีย่ หงวนทิปเงินไปรอยบาทไดปราดเขามาหาคณะพรรค สี่สหาย แลวยืน่ กระดาษแผนหนึง่ ใหเสีย่ หงวนอยางนอบนอม “คุณผูหญิงที่พักอยูหอง ๖ ฝากจดหมายนี้ไวใหพวกคุณครับ” ทุกคนตื่นเตนไปตามกัน อาเสี่ยดึงธนบัตรใบละ ๒๐ บาทออกมาจากกระเปาเสื้อยืดหนึ่งฉบับสงให เด็กรับใช “ขอบใจโวยตี๋ เธอไมอยูห รอกหรือ” “ไมอยูห รอกครับ พอเขามารับตัวไปธุระกันครับ เขาฝากจดหมายผมไวใหพวกคุณ” “ดีมาก ขอบใจนะ” หนวยกลาตายเดินออมไปทางเฉลียงดานหนาโรงแรมตรงมาทีห่ อ งพักหมายเลข ๔ ซึ่งเปนหองพัก ของพลกับอาเสี่ย พลลวงกระเปากางเกงหยิบลูกกุญแจออกมาไขกุญแจเปดประตูออก ทุกคนพากันเขาไปใน หองยืนรวมกลุมอยูกลางหอง พอกิมหงวนคลีจ่ ดหมายของเรวดีออก นิกรก็ถือวิสาสะกระชากเอาไปจากมือ อาเสีย่ “มา….กันอานใหพวกเราฟงดีกวา” อาเสี่ยจุปากแลวยกมือเกาศีรษะ “แหม….ทะลึ่งเด็ดขาดเลยอายนี”่ นิกรหัวเราะแลวอานขอความตัวอักษรหวัดแกมบรรจง ซึ่งมีอยูไมกี่บรรทัดใหทุกคนฟงดวยเสียง แจว ๆ เหมือนเด็ก นักเรียนชั้นประถมอานหนังสือ

จบตอนสาม (โปรดติดตามเลมที่ ๔)


samgler-135 book 3