GIT TRADE REVIEW
INFORMATION CENTER ISSUE 4 / 2008
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
กฎหมายห้ามนำเข้าทับทิมและหยกจากพม่าไปยังสหรัฐอเมริกา (JADE ACT 2008) การประกาศบังคับใช้กฎหมาย Tom Lantos Block Burmese JADE (Junta’s Anti-Democratic Efforts) Act of 2008 หรือที่เรียกอย่างย่อว่า JADE Act 2008
ซึ่ ง ลงนามโดยประธานาธิ บ ดี จ อร์ จ ดั บ เบิ ล ยู บุ ช เมื่ อ
ปลายเดือนกรกฎาคม 2551 เพื่อห้ามนำทับทิมและหยก จากพม่ารวมถึงเครื่องประดับที่มีทับทิมและหยกจากพม่า เป็นส่วนประกอบเข้ามายังสหรัฐอเมริกาทัง้ จากประเทศพม่า โดยตรงและผ่านประเทศทีส่ าม โดยเชือ่ ว่าเป็นมาตรการหนึง่ ที่สามารถตัดเส้นทางการไหลเข้าของเงินทุนที่สนับสนุน รัฐบาลเผด็จการพม่าได้นั้น ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อ อุตสาหกรรมอัญมณีและเครือ่ งประดับนานาชาติโดยเฉพาะ อย่างยิ่งกับประเทศผู้ผลิตและส่งออกทับทิมที่เจียระไนแล้ว และเครื่องประดับตกแต่งทับทิมเป็นสินค้าสำคัญอย่างเช่น ประเทศไทย อีกทั้งนโยบายของรัฐบาลใหม่สหรัฐฯ ภายใต้ การนำของนายบารัก โอบามา ก็มีแนวโน้มที่จะมุ่งเน้นเรื่อง สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนประชาธิ ป ไตยเป็ น สำคั ญ การแก้ ไขหรื อ ยกเลิกกฎหมายดังกล่าวนี้จึงไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ ในอนาคต
อันใกล้ ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับ ไทยจึงควรตั้งรับด้วยการปฎิบัติตามข้อกำหนดแห่งกฎหมาย นี้ อ ย่ า งเคร่ ง ครั ด ขณะเดี ย วกั น ก็ จ ำเป็ น ต้ อ งปรั บ ตั ว ให้ สอดคล้องกับสถานการณ์การค้าที่แปรเปลี่ยนไปควบคู่กัน ไปด้วย
1. ที่มาของ JADE Act 2008
พม่ า เป็ น แหล่ ง วั ต ถุ ดิ บ อั ญ มณี ที่ ส ำคั ญ อาทิ ทั บ ทิ ม หยก แซปไฟร์ สปิเนล และเพริดอท เป็นต้น ในบรรดา อัญมณีดังกล่าว ทับทิมและหยกถือเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียง และได้รับความนิยมจากนานาชาติมากที่สุด โดยเฉพาะ ทับทิมนั้น พม่าได้รับการกล่าวขานว่าเป็นแหล่งของทับทิม
คุณภาพดีที่สุด ด้วยสีสันที่สวยงามและมีผลผลิตมากที่สุด ในโลก อาจกล่าวได้ว่าทับทิมส่วนใหญ่ราวร้อยละ 90 ที่ จำหน่ายในตลาดโลกล้วนมาจากพม่าทัง้ สิน้ ทัง้ นี้ จากข้อมูล ของสำนักงานสถิติ (Central Statistical Organization) กระทรวงการวางแผนและพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติพม่า (Ministry of National Planning and Economic Development) ระบุ ว่ า ปั จ จุ บั น พม่ า ผลิ ต ทั บ ทิ ม ได้ ปี ล ะ
มากกว่ า 1 ล้ า นกะรั ต และเคยผลิ ต ทั บ ทิ ม ได้ สู ง สุ ด ราว 3.35 ล้านกะรัตในปีงบประมาณ1 2547-2548 ทับทิมพม่าที่ ได้รับความนิยมส่วนใหญ่มาจาก 2 แหล่ง ใหญ่ คือ จากเมืองโมกก (Mogok) ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือ ของมั ณ ฑเลย์ ได้ รั บ การกล่ า วขานว่ า เป็ น แหล่ ง ทั บ ทิ ม
สีเลือดนก (Pigeon Blood) ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด และ
อีกแหล่งอยู่ที่เ มืองมองซู (Mong Hsu) ทางตอนใต้ของ
รัฐฉาน แต่ที่นี่พบทับทิมในปริมาณที่น้อยกว่าและมีคุณภาพ ด้อยกว่าทับทิมที่พบในเมืองโมกก ดังนั้น ทับทิมจากเมือง มองซูจึงต้องผ่านการปรับปรุงคุณภาพโดยการเผาเพื่อให้มี ความสวยงามมากขึ้น อย่างไรก็ดี ในราวปี 2543-2544 ได้ มีการทำเหมืองทับทิมเพิ่มเติมที่นาย่า (Namya หรือ Namyazeik) ทางตอนเหนือของรัฐคะฉิน่ แต่ทบั ทิมแหล่งนี้ ชื่อเสียงไม่แพร่หลายเหมือนทับทิมจาก 2 แหล่งข้างต้น ขณะที่ ห ยกพม่ า ส่ ว นใหญ่ ม าจาก Phakant (Hpakant)
รัฐคะฉิ่น เป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง มีความสวยงาม จึงเป็น ทีต่ อ้ งการและได้รบั ความนิยมเป็นอย่างสูงในกลุม่ ผูบ้ ริโภค ซึง่ ในแต่ละปีพม่าสามารถผลิตหยกได้มากกว่า 10,000 ตัน โดย ในปีงบประมาณ 2550-2551 ผลิตได้ประมาณ 20,235 ตัน ทั้งนี้ แผนที่แสดงแหล่งทับทิมและหยกของพม่า รวมถึง เส้นทางการกระจายสินค้าไปสู่ตลาดต่างประเทศปรากฏ
ดังรูปที่ 1
ปีงบประมาณของพม่าครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่เดือนเมษายน-มีนาคมของทุกปี
1
กฎหมายห้ามนำเข้าทับทิมและหยกจากพม่าไปยังสหรัฐอเมริกา
รูปที่ 1 แสดงแหล่งทับทิมและหยกของพม่า รวมถึงเส้นทาง การกระจายสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ
ที่มา: http://www.uvm.edu/envnr/gemecology/assets/ myanmar_map.html
องค์ ก รด้ า นสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนชื่ อ ดั ง Human Rights Watch ประเมินว่าอุตสาหกรรมพลอยสีนำรายได้มาสู่ ประเทศพม่าราวปีละ 600 ล้านเหรียญสหรัฐ และหาก พิ จ ารณาเฉพาะทั บ ทิ ม และหยกพบว่ า สามารถสร้ า ง
รายได้ ให้ประเทศกว่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนใหญ่ มาจากการจัดกิจกรรมประมูลพลอย ซึ่งปกติจัดขึ้นปีละ
2 ครัง้ ณ เมืองย่างกุง้ ของพม่า โดยในแต่ละครัง้ มีผเู้ ข้าร่วม งานกว่า 1,000 ราย ซึ่งราวร้อยละ 70-80 เป็นผู้ซื้อจาก ต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เป็นทีท่ ราบกันดีอยูว่ า่ ธุรกิจการค้าพลอย ในประเทศพม่ า ถู ก ควบคุ ม และบริ ห ารงานโดยรั ฐ บาล เหมืองพลอยส่วนใหญ่ดำเนินการโดยสัมปทานของรัฐหรือ ผูท้ เี่ กีย่ วข้องกับรัฐบาลทหาร ไม่วา่ จะเป็นญาติหรือพวกพ้อง ชาวพม่าท้องถิ่นทั่วไปไม่สามารถกระทำได้ หรืออาจจะ กระทำได้เพียงส่วนน้อย นอกจากนั้น รัฐบาลทหารพม่า ยังถูกกล่าวหาว่าธุรกิจการทำเหมืองของเอกชนที่ โ มกก เป็นแค่หน้าฉากเท่านั้น ชาวพม่าท้องถิ่นไม่ ได้มีส่วนร่วม อย่างแท้จริง
กฎหมายห้ามนำเข้าทับทิมและหยกจากพม่าไปยังสหรัฐอเมริกา
ดังนั้น ธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับของพม่าจึงถูก มองว่าเป็นแหล่งระดมทุนของรัฐบาลทหารพม่าทีป่ กครอง ประเทศในระบอบสังคมนิยม และมีส่วนสนับสนุนการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้ ป ระเทศผู้ น ำที่ ป กครองในระบอบประชาธิ ป ไตย
และคำนึ ง ถึ ง เรื่ อ งสิ ท ธิ แ ละเสรี ภ าพเป็ น สำคั ญ อย่ า ง สหรัฐอเมริกาได้มมี าตรการประท้วงหรือประกาศคว่ำบาตร รัฐบาลพม่ามาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2540 และมีการ ปรับปรุงให้เข้มงวดมากขึน้ ในปี 2546 โดยได้ออกกฎหมาย ที่เรียกว่า Burmese Freedom and Democracy
Act 2003 ซึง่ เป็นการต่อต้านการนำเข้าสินค้าโดยตรงจาก พม่าทุกประเภท รวมถึงอัญมณีและเครื่องประดับด้วย (กฎหมายดังกล่าวนี้ ได้รับการต่ออายุในปี 2551) ต่อมาในเดือนกันยายน 2550 รัฐบาลทหารพม่าได้ ดำเนินการปราบปราบพระสงฆ์และประชาชนอย่างรุนแรง หลังจากที่ ได้ออกมาประท้วงรัฐบาลกรณีการปรับขึ้นราคา น้ำมันอย่างไม่เป็นธรรม ซึง่ หลังจากทีข่ า่ วสารได้แพร่หลาย ไปยังนานาชาติ ทัว่ โลกต่างประณามการกระทำของรัฐบาล ทหารพม่า ทำให้สหรัฐฯ มีแนวคิดที่จะมีบทลงโทษหรือ คว่ำบาตรพม่าเพิ่มเติม ดังนั้นเมื่อวันที่ 29 กรกฏาคม 2551 ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช จึงได้ลงนามใน กฎหมายว่าด้วยการคว่ำบาตรพม่า (Tom Lantos Block Burmese JADE (Junta’s Anti-Democratic Efforts) Act of 2008 : JADE Act 2008) ซึง่ เป็นการห้ามนำเข้า ทับทิมและหยกจากพม่าโดยตรง รวมถึงการนำเข้าสินค้า ดังกล่าวผ่านประเทศที่สาม โดยมุ่งหวังที่จะหยุดยั้งธุรกิจ การค้าอัญมณีของพม่า ซึ่งเชื่อว่าเป็นเส้นทางการเงินที่ สนับสนุนรัฐบาลทหารพม่ามาโดยตลอด
2. สาระสำคัญของ JADE Act 2008
JADE Act 2008 ซึ่ ง ลงนามโดยประธานาธิ บ ดี
จอร์จ ดับเบิลยู บุช เมื่อวันที่ 29 กรกฏาคม 2551 และมี ผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2551 มีสาระสำคัญ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอัญมณีและเครื่องประดับคือ ห้าม นำทั บ ทิ ม และหยกจากพม่ า รวมถึ ง เครื่ อ งประดั บ ที่ มี
ทับทิมและหยกจากพม่าเป็นส่วนประกอบ (Burmese Covered Articles) เข้ามายังสหรัฐอเมริกาทัง้ จากประเทศ พม่าโดยตรงและผ่านประเทศที่สาม โดยในเบื้องต้น
กรมศุลกากรสหรัฐฯ (U.S. Customs & Border Protection) ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับของกระทรวง
ความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Department of Homeland Security) ได้ออกแผนปฏิบัติการเพื่อรองรับการบังคับใช้ กฎหมายดังกล่าวข้างต้นเป็น 2 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 ในช่วง 30 วันแรกหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ คือ ระหว่างวันที่ 27 กันยายน - 26 ตุลาคม 2551 ถือว่าอยู่ ในช่วงระยะเวลาของการผ่อนผัน (Grace Period)
กล่าวคือ ผู้นำเข้าและ/หรือส่งออกทับทิมและหยกรวมถึง
เครือ่ งประดับทีม่ ที บั ทิมและหยกเป็นส่วนประกอบ (NonBurmese Covered Articles) ไปยังตลาดสหรัฐฯ จะต้อง ปฎิบตั ติ ามข้อกำหนดข้างล่างนี้ กรณีทยี่ งั ไม่สามารถปฏิบตั ิ ตามข้อกำหนดได้ทั้งหมด จะยังคงได้รับการอนุโลมให้
นำเข้าและส่งออกสินค้าได้ • ผู้นำเข้า จะต้องสำแดงสินค้านำเข้าตามระบบ พิ กั ด อั ต ราศุ ล กากรใหม่ เ พื่ อ แสดงว่ า สิ น ค้ า ทั้ ง ประเภท วั ต ถุ ดิ บ หรื อ สิ น ค้ า สำเร็ จ รู ป นั้ น ไม่ มี ทั บ ทิ ม หรื อ หยก
จากพม่าเป็นส่วนประกอบ ซึ่งสินค้าที่ ได้รับผลกระทบ
ส่ ว นใหญ่ จ ะอยู่ ใ นพิ กั ด 7103, 7113 และ 7116
รายละเอียดตามภาคผนวก นอกจากนี้ ผู้นำเข้าจะต้อง เก็บข้อมูลของสินค้าที่ซื้อ แหล่งผลิต และรายละเอียด การนำเข้ า สิ น ค้ า ที่ บ่ ง ชี้ ว่ า ไม่ มี ห ยกและทั บ ทิ ม เป็ น
ส่วนประกอบเป็นเวลา 5 ปี รวมถึงต้องสามารถแสดง ข้ อ มู ล ดั ง กล่ า วได้ ทั น ที ห ากเจ้ า หน้ า ที่ ก รมศุ ล กากรของ สหรัฐฯ ต้องการตรวจสอบ • ผู้ส่งออก จะต้องทำเอกสารรับรองด้วยตนเอง (ในรูปแบบใดก็ ได้) ที่ระบุว่าสินค้าที่ส่งออกไม่มีหยกหรือ ทับทิมจากพม่าเข้ามาเกี่ยวข้องตรงตามข้อกำหนดของ กฎหมายดังตัวอย่างต่อไปนี้ “I (exporter company name) certify to the best of my knowledge and belief, that the jadeite or ruby gemstones that are the subject of this exportation, whether they are exported as loose stones or incorporated in articles of jewelry, are subject to a system of verifiable controls from mine to place of exportation of final finishing which demonstrates that such gemstones were not mined in or extracted from Burma.
I further certify that I maintain records for all transactions involving the importation and exportation of rubies and jadeite from countries other than Burma and that such records will be made available to the relevant government authorities upon request” นอกจากนี้ ผู้ส่งออกจะต้องมี CBP Paper Entry ที่ ออกโดยกรมศุลกากรสหรัฐฯ แนบประกอบด้วย ระยะที่ 2 กรมศุลกากรของสหรัฐฯ ระบุว่า แผนปฏิบัติการใน ระยะที่ 2 จะเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นตั้งแต่การได้มา ของวัตถุดิบจนถึงกระบวนการผลิต และคาดว่าอาจมีการ กำหนดระเบี ย บปฎิ บั ติ ท างการค้ า ในด้ า นการรั บ รอง
แหล่งกำเนิดของสินค้าขึ้นในลักษณะเดียวกับ Kimberley Process Certification Scheme (KPCS) ของเพชร ณ ปัจจุบัน (เดือนธันวาคม 2551) สหรัฐฯ ยังคงใช้แนวทาง ปฏิบัติในระยะที่ 1 ในการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวนี้ ทั้ ง นี้ ตั้ ง แต่ เ ดื อ นพฤศจิ ก ายน 2551 กรมศุ ล กากร สหรัฐฯ ได้ปรับปรุงแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการนำเข้า และส่งออกที่กล่าวมาข้างต้น โดยยกเลิกข้อกำหนดที่ ให้
ผู้ส่งออกทำเอกสารรับรองด้วยตนเอง (ในรูปแบบใดก็ ได้) ที่ ร ะบุ ว่ า สิ น ค้ า ที่ ส่ ง ออกไม่ มี ห ยกหรื อ ทั บ ทิ ม จากพม่ า
เข้ามาเกี่ยวข้องแนบไปกับสินค้าที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ ระเบี ย บใหม่ ซึ่ ง อ้ า งอิ ง จากคำแถลงของประธานาธิ บ ดี สหรั ฐ ฯ ลำดั บ ที่ 8294 เรื่ อ งการปรั บ ปรุ ง กฎหมาย Burmese Freedom and Democracy Act 2003 และ กฎหมาย JADE Act 2008 รวมทั้งระเบียบ 19 CFR 141.86 (j) ของกรมศุลกากรสหรัฐฯ กำหนดให้ผู้ส่งออกที่ ประสงค์จะส่งออกทับทิมและหยก ตลอดจนเครือ่ งประดับ ที่มีทับทิมและหยกเป็นส่วนประกอบเข้าไปยังสหรัฐฯ จะ ต้องมีระบบการตรวจสอบและรับรองเพื่อแสดงว่าสินค้า
ดังกล่าวไม่ ได้มาจากเหมืองหรือมีส่วนประกอบของทับทิม และหยกจากพม่า โดยผู้ส่งออกจะต้องพิมพ์ข้อความ
ดังกล่าวข้างล่างนี้ในใบกำกับสินค้า (Export Commercial Invoice) พร้อมระบุชื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในธุรกรรม ครั้งนี้ และให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน ด้วย
กฎหมายห้ามนำเข้าทับทิมและหยกจากพม่าไปยังสหรัฐอเมริกา
JADE Act – Importer Certification Ruby or jadeite exported to the United States requires the following certification to be completed by the exporter or the merchandise is prohibited from entry into the United States per the Tom Lantos Block Burmese JADE Act of 2008. I, (Responsible Employee of Exporter Full Name) certify that the jadeite or ruby gemstones that are the subject of this exportation, whether they are exported as loose stones or incorporated in articles of jewelry, are subject to a system of verifiable controls from mine to place of exportation or final finishing which demonstrates that such gemstones were not mined in or extracted from Burma (Myanmar). I, (Responsible Employee of Exporter Full Name) further certify that I will maintain records for all transactions involving the importation and exportation of rubies and jadeite from countries other than Burma (Myanmar) and that such records will be made available to the relevant government authorities upon request. ___________________ (Printed Name of Responsible Employee of Exporter) ___________________ (Signature of Responsible Employee of Exporter) ___________________ (Name of Exporting Company) ___________________ (Date) อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น จะไม่มผี ลครอบคลุมถึงทับทิมและหยก รวมถึงเครือ่ งประดับ ที่ มี ทั บ ทิ ม และหยกจากแหล่ ง อื่ น เป็ น ส่ ว นประกอบซึ่ ง
นำเข้ามายังสหรัฐฯ เพือ่ ใช้สว่ นบุคคล กรณีสนิ ค้าดังกล่าว จากพม่าและแหล่งอื่นที่ ได้เคยถูกส่งออกไปจากสหรัฐฯ
กฎหมายห้ามนำเข้าทับทิมและหยกจากพม่าไปยังสหรัฐอเมริกา
ก่อนประกาศใช้กฎหมายนี้ (รวมถึงติดตัวออกไปเพื่อใช้ ส่วนบุคคล) หากต้องการนำกลับเข้ามาในประเทศอีกครั้ง จะต้องกระทำโดยบุคคลคนเดียวกัน อีกทั้งจะต้องไม่สร้าง มูลค่าเพิม่ หรือมีการเปลีย่ นแปลงใดๆ ในสินค้านัน้ นอกจากนี้ ทับทิมและหยกจากพม่าและเครื่องประดับที่มีทับทิมและ หยกจากพม่ า เป็ น ส่ ว นประกอบซึ่ ง นำเข้ า มายั ง สหรั ฐ ฯ ก่ อ นการประกาศใช้ ก ฎหมายฉบั บ นี้ ก็ ยั ง สามารถวาง จำหน่ายในตลาดได้ตามปกติ
3. ผลกระทบจาก JADE Act 2008
3.1 ผลกระทบต่อการค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ในระดับนานาชาติ แม้ว่าประมาณร้อยละ 90 ของทับทิมที่จำหน่ายใน ตลาดโลกจะมาจากประเทศพม่า แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า พม่ า เป็ น เพี ย งแหล่ ง วั ต ถุ ดิ บ ที่ ส ำคั ญ เท่ า นั้ น การสร้ า ง มู ล ค่ า เพิ่ ม แก่ ทั บ ทิ ม ไม่ ว่ า จะด้ ว ยการเจี ย ระไนหรื อ ปรับปรุงคุณภาพด้วยวิธีต่างๆ มักเกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ ดั ง นั้ น JADE Act 2008 จึ ง ส่ ง ผลกระทบทางการค้ า อย่างรุนแรงต่อประเทศที่สามซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้า อัญมณีและเครื่องประดับกึ่งสำเร็จรูปและสำเร็จรูปที่ ใช้ ทั บ ทิ ม หรื อ หยกจากพม่ า เป็ น ส่ ว นประกอบของสิ น ค้ า เพราะนอกจากจะไม่ ส ามารถส่ ง สิ น ค้ า ดั ง กล่ า วเข้ า ไป จำหน่ายในตลาดสหรัฐฯ ได้ โดยสิน้ เชิงแล้ว ผูป้ ระกอบการ จากนานาชาติ ยั ง จะต้ อ งเฝ้ า ติ ด ตามการออกประกาศ
เกี่ ย วกั บ แนวทางปฏิ บั ติ ต่ า งๆ ในการยื น ยั น ว่ า สิ น ค้ า
ของตนปราศจากส่ ว นประกอบของทั บ ทิ ม หรื อ หยกที่ มี
แหล่งกำเนิดมาจากพม่าอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังอาจมี ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการออกเอกสารรับรองแหล่งกำเนิด ทางภูมิศาสตร์ของสินค้าโดยหน่วยงานกลางที่เชื่อถือได้ อีกด้วย นอกจากนี้ แม้ว่าปัจุบันผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้า อัญมณีและเครื่องประดับที่มีส่วนประกอบของทับทิมและ หยกจากพม่าจะยังสามารถส่งสินค้าดังกล่าวเข้าไปจำหน่าย ในตลาดอื่นๆ ได้ทั่วโลก แต่การรณรงค์อย่างจริงจังของ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนของสหรัฐฯ ทีพ่ ยายามชักชวน ให้ประเทศอืน่ ต่อต้านการนำเข้าทับทิมหรือหยกจากพม่าใน ลักษณะเดียวกันโดยเฉพาะประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป และประเทศพัฒนาแล้วอืน่ ๆ อาจส่งผลให้ประเทศเหล่านี้ ออกกฎหมายหรือระเบียบปฏิบัติในทำนองเดียวกันกับ สหรัฐฯ ซึง่ จะก่อให้เกิดผลกระทบทีร่ นุ แรงยิง่ ขึน้ ต่อการค้า อัญมณีและเครือ่ งประดับ
ขณะเดียวกัน ผลที่เกิดขึ้นอีกประการหนึ่งจากการ ประกาศใช้ JADE Act 2008 ก็คือ ราคาทับทิมก้อนจาก แหล่งอื่นๆ ทั่วโลกจะปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการซื้อ ที่ เ พิ่ ม สู ง ขึ้ น กอปรกั บ ประเทศแหล่ ง ผลิ ต ทั บ ทิ ม ก้ อ น
บางประเทศอย่างเช่นมาดากัสการ์ ได้ออกกฎหมายห้าม นำพลอยก้อน (ซึ่งรวมถึงทับทิม) ส่งออกไปจำหน่ายใน ต่างประเทศก่อนที่จะผ่านการสร้างมูลค่าเพิ่มจากภายใน ประเทศแล้ว ยิ่งอาจทำให้เกิดการขาดแคลนทับทิมก้อน ในตลาดโลก ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อระดับราคาวัตถุดิบ ทับทิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ ได้ สำหรับในส่วนของประเทศพม่านัน้ ผูท้ ี่ได้รบั ผลกระทบ จากกฎหมาย JADE Act 2008 ของสหรั ฐ ฯ อย่ า ง
เต็มที่ก็คือ บรรดาผู้ค้าพลอยรายย่อยซึ่งเป็นคนท้องถิ่น ชาวพม่ า ที่ ปั จ จุ บั น ไม่ ส ามารถหารายได้ ม าเลี้ ย งชี พ ได้
ราบรืน่ เช่นทีผ่ า่ นมา ขณะทีร่ ฐั บาลทหารพม่าซึง่ เป็นต้นตอ ของปั ญ หากลั บ ยั ง คงไม่ ไ ด้ รั บ ผลกระทบจากกฎหมาย
ดังกล่าวมากนัก ดังจะเห็นได้จากการที่รัฐบาลยังคง สามารถจั ด ประมู ล สิ น ค้าและ/หรือจำหน่ายให้แก่ผู้ซื้อ
รายใหญ่ ได้ตามปกติ นอกจากนี้ เนื่องด้วยประเทศจีน
รวมถึงประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาด
ผู้ซื้อหยกรายใหญ่ของพม่า ดังนั้น การค้าหยกของพม่าจึง ไม่ ได้รับผลกระทบใดๆ จากการออกกฎหมายฉบับนี้ 3.2 ผลกระทบต่อตลาดอัญมณีและเครื่องประดับ ของสหรัฐอเมริกา สหรัฐฯ เป็นตลาดอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญ ที่ สุ ด ด้ ว ยสั ด ส่ ว นราวร้ อ ยละ 20 ของมู ล ค่ า การนำเข้ า สินค้าดังกล่าวจากทั่วโลก ดังนั้น การประกาศกฎหมาย JADE Act 2008 ห้ามนำเข้าทับทิมและหยกจากพม่าใน พิกัดอัตราศุลกากรตอนที่ 7103, 7113 และ 7116 ย่อม
ส่ ง ผลกระทบอยู่ บ้ า งต่ อ ตลาดการค้ า อั ญ มณี แ ละ
เครื่องประดับภายในประเทศ กล่าวคือ ผู้ประกอบการ
ที่ ไ ด้ น ำทั บ ทิ ม และ/หรื อ หยกจากพม่ า หรื อ สิ น ค้ า ที่ มี
ส่วนประกอบของทับทิมและหยกจากพม่าเข้ามายังตลาด สหรั ฐ ฯ ก่ อ นการประกาศบั ง คั บ ใช้ ก ฎหมายฯ ยั ง คง สามารถจำหน่ายสินค้าดังกล่าวนี้ ได้ตามปกติ อีกทั้งยัง
มี แ นวโน้ ม ที่ จ ะจำหน่ า ยได้ ใ นระดั บ ราคาที่ สู ง ขึ้ น แต่
ขณะเดียวกันในการนำเข้าสินค้าดังกล่าวข้างต้นภายหลัง จากที่กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ ผู้ประกอบการจำเป็นจะ ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากยิง่ ขึน้ และจะต้องปฎิบตั ติ าม
ข้อกำหนดของกฎหมายฯ อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้
ความตระหนักในเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้าเริ่มได้รับการ
กล่าวขานกันอย่างกว้างขวางยิง่ ขึน้ ในหมูผ่ บู้ ริโภคชาวสหรัฐฯ
ด้วยเหตุนี้ จึงมีแนวโน้มที่การออกใบรับรองแหล่งกำเนิด ทางภูมศิ าสตร์ของอัญมณี โดยห้องปฎิบตั กิ ารวิเคราะห์และ ตรวจสอบอัญมณีทเี่ ชือ่ ถือได้จะเป็นทีต่ อ้ งการมากยิง่ ขึน้ ใน ตลาดสหรัฐฯ 3.3 ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ อุ ต ส า ห ก ร ร ม อั ญ ม ณี แ ล ะ
เครื่องประดับของไทย ประเทศไทยเป็ น ศู น ย์ ก ลางการผลิ ต และการค้ า อัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยมี ทั บ ทิ ม ที่ เ จี ย ระไนแล้ ว และเครื่ อ งประดั บ แท้ ต กแต่ ง
ทับทิมเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญประเภทหนึ่ง ข้อมูลจาก สถาบันวิจยั และพัฒนาอัญมณีและเครือ่ งประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ระบุวา่ ในแต่ละปีประเทศไทยสามารถ สร้างรายได้จากการส่งออกสินค้าดังกล่าวไปยังสหรัฐฯ
ซึ่ ง เป็ น ตลาดส่ ง ออกสำคั ญ ที่ สุ ด ด้ ว ยมู ล ค่ า เฉลี่ ย ปี ล ะ
150 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 15 ของมูลค่าการ
ส่งออกสินค้า อัญมณีและเครื่องประดับไปยังสหรัฐฯ โดย รวม และวัตถุดิบอัญมณีที่นำมาผลิตเป็นสินค้าส่งออก
ดังกล่าวนี้ก็ล้วนแต่มีแหล่งกำเนิดจากพม่าเกือบทั้งสิ้น
ดังนั้น การบังคับใช้กฎหมาย JADE Act 2008 จึงน่าจะ
ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อยอดการส่งออกสินค้าอัญมณี และเครื่องประดับไทยไปยังตลาดสหรัฐฯ ในช่วง 3-4 ปี
ข้างหน้า (ยอดส่งออกที่ลดลงในช่วง 1-2 ปีนี้เป็นผล
มาจากปั ญ หาภาวะการชะลอตั ว ทางเศรษฐกิ จ ภายใน ประเทศสหรัฐฯ เป็นสำคัญ) นอกจากนี้ ในส่วนของสินค้าที่มีส่วนประกอบของ ทั บ ทิ ม จากแหล่ ง อื่ น ซึ่ ง แม้ ว่ า จะยั ง คงได้ รั บ อนุ ญ าตให้
นำเข้ามายังสหรัฐฯ ได้ แต่การส่งออกจากประเทศผู้ผลิต ก็จะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากยิ่งขึ้น ผู้ประกอบการไทยจำเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ ในระเบียบ ปฏิบัติของกฎหมาย JADE Act 2008 อย่างเคร่งครัด เพื่อมิให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง
4. อุ ต สาหกรรมอั ญ มณี แ ละเครื่ อ งประดับไทยตั้งรับและปรับตัว
หลังจาก JADE Act 2008 มีผลบังคับใช้ รัฐบาล สหรัฐฯ ได้มอบหมายให้ Jewelers Vigilance Committee และ America Gem Trade Association เป็นหน่วยงาน หลักทำงานร่วมกับสถาบัน หน่วยงาน/องค์กรนานาชาติ รวมถึงผู้ที่มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรม อัญมณีและเครื่องประดับ ดำเนินการรวบรวมข้ อ มู ล ที่ เกี่ ย วข้ อ งสำหรั บ นำไปจั ด ทำเป็ น แนวทางปฏิ บั ติ ใ ห้ กฎหมายห้ามนำเข้าทับทิมและหยกจากพม่าไปยังสหรัฐอเมริกา
สอดคล้องกับการบังคับใช้กฎหมายฯ เพื่ออำนวยความ สะดวกแก่ผู้ประกอบการสหรัฐฯ ในการนำเข้าทับทิมและ หยกที่ มิ ไ ด้ มี แ หล่ ง กำเนิ ด จากพม่ า นอกจากนี้ คณะ ทำงานดั ง กล่ า วจะต้ อ งจั ด ทำมาตรการปรั บ ปรุ ง ระบบ ควบคุมการตรวจสอบ (Verifiable Control) ร่วมกับ ประเทศผู้ส่งออกในการรับประกันว่าสินค้าของตนไม่มี ส่ ว นประกอบของทั บ ทิ ม หรื อ หยกจากพม่ า เพื่ อ รองรั บ
การประกาศใช้บังคับเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้าของรัฐบาล สหรัฐฯ ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยในฐานะที่มีทับทิมเจียระไน แล้วและเครื่องประดับที่ตกแต่งด้วยทับทิมเป็นหนึ่งใน สินค้าส่งออกหลัก จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับระบบ ควบคุมการตรวจสอบพลอยสีดังกล่าวข้างต้น โดยนอก เหนื อ จากการจั ด ทำเอกสาร JADE Act – Importer Certification ตามข้อกำหนดแห่งกฎหมายของสหรัฐฯ แล้ว การนำเอกสารรับรองแหล่งกำเนิดทางภูมิศาสตร์ ของอั ญ มณี ที่ อ อกโดยห้ อ งปฎิ บั ติ ก ารวิ เ คราะห์ แ ละ
ตรวจสอบอัญมณีที่เชื่อถือได้แนบประกอบไปด้วยก็น่าจะ เป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งสำหรับผู้ประกอบการไทยใน การสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ซื้อและหน่วยงานภาครัฐ ของสหรัฐฯ ทั้งนี้ ปัจจุบันห้องปฎิบัติการวิเคราะห์และ ตรวจสอบอัญมณีของสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและ เครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้ ให้บริการ ตรวจสอบแหล่ ง กำเนิ ด อั ญ มณี และเพื่ อ ช่ ว ยบรรเทา ปั ญ หาอั น เกิ ด จากกฎหมาย JADE Act 2008 แก่
ผู้ประกอบการไทย ห้องปฎิบัติการฯ จึงได้เพิ่มบริการรับ ตรวจสอบอัญมณีขนาดเล็ก รวมถึงการตรวจสอบอัญมณี แบบหมู่ และอัญมณีที่อยู่ ในตัวเรือนเครื่องประดับ (ซึ่ง เหล่ า นี้ เ ป็ น สิ น ค้ า ที่ ส่ ง ออกไปยั ง ตลาดสหรั ฐ ฯ มากใน ระดั บ หนึ่ ง ) จากเดิ ม ที่ รั บ ตรวจสอบเฉพาะอั ญ มณี ที่ มี ขนาดใหญ่กว่า 0.50 กะรัตเท่านั้น นอกจากนี้ กรณี ที่ ผู้ ป ระกอบการไทยต้ อ งการผลิ ต สินค้าที่มีทับทิมเป็นส่วนประกอบเพื่อตอบสนองต่อความ ต้ อ งการของผู้ บ ริ โ ภคชาวอเมริ กั น อาจต้ อ งพิ จ ารณา
นำเข้าทับทิมก้อนจากแหล่งวัตถุดิบอื่นๆ เช่น ศรีลังกา แทนซาเนี ย เคนยา เวี ย ดนาม ฯลฯ ซึ่ ง ในประเด็ น นี้ หน่ ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้ อ งทั้ ง ภาครั ฐ และเอกชนก็ จ ะต้ อ ง
ร่วมมือกันแก้ ไขปัญหาด้านระเบียบปฎิบัติในการนำเข้า วัตถุดิบอัญมณีอย่างเร่งด่วนเพื่อให้เกิดการไหลเข้าของ วัตถุดิบได้อย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ อย่างไรก็ตาม แนวทางสำคัญทีส่ ดุ สำหรับอุตสาหกรรม อัญมณีและเครื่องประดับไทยในการรับมือกับผลกระทบ
กฎหมายห้ามนำเข้าทับทิมและหยกจากพม่าไปยังสหรัฐอเมริกา
จากกฎหมาย JADE Act 2008 ฉบับนีก้ ค็ อื การเลิกพึง่ พา ตลาดหลักเดิมอย่างสหรัฐอเมริกา และหันไปแสวงหา ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพทดแทนอย่างเช่น รัสเซีย จีน อินเดีย และตะวันออกกลาง ซึ่งแม้ว่าผู้บริโ ภคในตลาด เหล่านี้ยังอาจขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ พลอยสีอยู่อีกมาก แต่ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับ ภายในประเทศก็ยังมี โอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ข้อมูลโดยสังเขปของตลาดอัญมณีและเครื่องประดับใน แต่ละประเทศสรุปได้ดงั นี ้ รั ส เซี ย มี จ ำนวนประชากรมากกว่ า 140 ล้ า นคน อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 8.1 แม้วา่ ปัจจุบนั ผูบ้ ริโภคชาวรัสเซียยังคงขาดความรูเ้ กีย่ วกับ พลอยสีอยู่บ้าง หากแต่ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับ
รัสเซียก็มีการรับรู้ ในคุณค่าของทับทิมจากประเทศไทยใน ระดับหนึ่ง อีกทั้งความต้องการซื้อพลอยสี ในตลาดรัสเซีย
ก็มีแนวโน้มที่สดใสทั้งพลอยเนื้อแข็งและพลอยเนื้ออ่อน จีน มีจำนวนประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน อัตรา การขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 11.9 แม้ว่า ในปั จ จุ บั น ความต้ อ งการซื้ อ ทั บ ทิ ม หรื อ เครื่ อ งประดั บ ตกแต่งทับทิมในหมู่ผู้บริโ ภคชาวจีนจะยังน้อยเมื่อเทียบ กับเพชร หากแต่ผู้บริโ ภคในตลาดกำลังต้องการสินค้าที่ แปลกใหม่ อี ก ทั้ ง แฟชั่ น อั ญ มณี ห ลากสี ก็ ก ำลั ง อยู่ ใ น กระแสนิยม ดังนั้น เครื่องประดับตกแต่งอัญมณี ในตลาด จีนจึงมีแนวโน้มได้รับความนิยมมากขึ้นตามลำดับ อิ น เดี ย มี จ ำนวนประชากรราว 1.15 พั น ล้ า นคน อั ต ราการขยายตั ว ทางเศรษฐกิ จ เฉลี่ ย สู ง ถึ ง ร้ อ ยละ 9 แ ม้ ว่ า อิ น เดี ย จะเป็ น ประเทศผู้ ผ ลิ ต พลอยสี แ ละ
เครื่ อ งประดั บ ตกแต่ ง อั ญ มณี ที่ ส ำคั ญ รายหนึ่ ง ของโลก หากแต่ก็ยังไม่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตพลอยเนื้อแข็ง มากนักเมื่อเทียบกับประเทศไทย ด้วยเหตุนี้ ในแต่ละปี อินเดียจึงต้องนำเข้าพลอยเนื้อแข็งจากประเทศไทยซึ่ง ได้แก่ ทับทิม แซปไฟร์ มูลค่าไม่น้อยเพื่อนำไปผลิตเป็น สินค้าตอบสนองความต้องการซื้อภายในประเทศและ เพื่อการส่งออก ตะวั น ออกกลาง เป็ น กลุ่ ม ประเทศที่ มี ฐ านะทาง เศรษฐกิจดี อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ ในระดับสูง โดยเฉพาะประเทศในกลุม่ สมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือ รั ฐ อ่ า วอาหรั บ (Gulf Cooperation Council) ซึ่ ง ประกอบไปด้วย บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดิอาระเบีย จากผลการสำรวจ ในปี 2551 ของ Dubai Gems Club ระบุว่า พลอยสี
กำลังได้รับความนิยมในตลาดตะวันออกกลางโดยเฉพาะ อย่างยิ่งในอีก 2-3 ปีข้างหน้า พลอยเนื้อแข็งเป็นสินค้า
ภาคผนวก พิกัดอัตราศุลกากรใหม่ตามกฎหมาย JADE Act 2008 7103 Precious stones (other than diamonds) 7103.10 Unworked or simply sawn or roughly shaped; 7103.10.20 Unworked 10 (00) Rubies 20 (00) Jadeite 80 (00) Other 7103.10.40 10 (00) Rubies 20 (00) Jadeite 80 (00) Other Otherwise worked: *** (Rubies covered in 7103.91.00) 7103.99 Other: 7103.99.10 Cut but not set and suitable
for use in the manufacture
of jewelry 20 (00) Jadeite 80 (00) Other 7103.99.50 Other 20 (00 Jadeite 80 (00) Other 7113 Articles of jewelry and parts there of… Of precious metal whether or
not plated or clad… 7113.11 Of silver, whether or not
plated or clad… Other: 7113.11.20 Valued not over
$18 per dozen
pieces or parts 15 (00) Containing jadeite or
rubies 80 (00) Other 7113.11.50 Other 15 (00) Containing jadeite or
rubies 80 (00) Other
ที่ขายดีที่สุดโดยเรียงจาก ทับทิม แซปไฟร์ และมรกต
ตามลำดับ
7113.19 Of other precious metal, whether
or not plated or clad… Other: Necklaces and neckchains, of gold: 7113.19.21 Rope 15 (00) Containing jadeite or
rubies 80 (00) Other 7113.19.25 Mixed Link 15 (00) Containing jadeite or
rubies 80 (00) Other 7113.19.29 Other: 15 (00) Containing jadeite or
rubies 80 (00) Other 7113.19.50 Other: 15 (00) Containing jadeite or
rubies 80 (00) Other 7116 Articles of natural or cultured pearls;
precious or semi precious stones 7116.20 Of precious or semi precious
stones Articles of jewelry: 7116.20.05 Valued not over
$40 per piece 15 (00) Containing jadeite or
rubies 80 (00) Other 7116.20.15 Other: 15 (00) Containing jadeite or
rubies 80 (00) Other Source: http://www.jvclegal.org (September 29, 2008)
กฎหมายห้ามนำเข้าทับทิมและหยกจากพม่าไปยังสหรัฐอเมริกา
ภารกิ จ ของศู น ย์ ข้ อ มู ล คื อ การให้ บ ริ ก ารข้ อ มู ล การค้ า อัญมณีและเครื่องประดับที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์
ระบบฐานข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับออนไลน์ซึ่งจัดทำขึ้นโดยศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับของสถาบัน เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเผยแพร่ข้อมูลเชิงลึกด้านต่างๆ ในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับสู่สาธารณชนอย่าง กว้างขวางและมีประสิทธิภาพเพื่อใช้ประโยชน์ในการวางแผนกลยุทธ์การผลิตและการตลาดได้อย่างเหมาะสม พัฒนา
รูปแบบสินค้าได้สอดคล้องกับความต้องการของผูบ้ ริโภค ปรับเปลีย่ นกลยุทธ์ ได้ทนั ต่อการเปลีย่ นแปลงของสภาพแวดล้อม ทางธุรกิจ ตลอดจนหลีกเลีย่ งการเกิดข้อเสียเปรียบทางการค้า ระบบฐานข้อมูลออนไลน์นำเสนอข้อมูลด้านการตลาดอัญมณีและเครื่องประดับ สถิติมูลค่าการนำเข้าส่งออก
กฎระเบียบการค้า อัตราภาษีศุลกากร งานแสดงสินค้าและการประชุมสัมมนานานาชาติด้านอัญมณีและเครื่องประดับ รายชื่อผู้นำเข้าในประเทศคู่ค้าที่สำคัญ รายชื่อผู้ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย ฯลฯ ผู้สนใจสามารถใช้บริการได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพียงคลิกเข้าไปที่ http://gemandjewelrydb.git.or.th/gem
จัดทำและเผยแพร่ โดย สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) อาคารวิจัยและตรวจสอบอัญมณี ชั้ น 6 ในบริ เ วณคณะวิ ท ยาศาสตร์ จุ ฬ าลงกรณ์ ม หาวิ ท ยาลั ย ถนนพญาไท แขวงวั ง ใหม่ เขตปทุ ม วั น กรุ ง เทพฯ 10330
โทร 02 218 5470-4 โทรสาร 02 218 5474 เว็บไซต์ www.git.or.th อีเมล์ jewelry@git.or.th
เอกสารฉบับนี้เป็นลิขสิทธิ์ของสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) การพิมพ์ซ้ำหรือการนำข้อมูลทั้งหมดหรือ
ส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ ไม่ว่าจะโดยวิธีการใดก็ตาม จะต้องได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับ แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
กฎหมายห้ามนำเข้าทับทิมและหยกจากพม่าไปยังสหรัฐอเมริกา