Skip to main content

โอกาสการค้าพลอยสีในจีน

Page 1

GIT TRADE REVIEW

INFORMATION CENTER ISSUE 3 / 2009

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

โอกาสการค้าพลอยสีในจีน 1. ศักยภาพของเศรษฐกิจจีน

นับตั้งแต่วิกฤติการณ์ทางการเงินซึ่งมีจุดเริ่มจากภาค การเงินของสหรัฐอเมริกาได้ก่อตัวขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อปลายปี 2551 ภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นยุโรป เอเชีย หรือตะวันออกกลาง ต่างได้รบั ผลกระทบโดยถ้วนหน้า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ล้วนชะลอตัว ลงอย่างต่อเนือ่ งจนถึงปัจจุบนั ขณะทีส่ าธารณรัฐประชาชนจีน เป็นหนึง่ ในไม่กปี่ ระเทศในโลกทีย่ งั คงมีการเติบโตทางเศรษฐกิจ อย่ า งเข้ ม แข็ ง อี ก ทั้ ง ยั ง อาจเป็ น กำลั ง สำคั ญ ในการฟื้ น ฟู เศรษฐกิจของโลก โดยเมือ่ เดือนตุลาคม 2552 กองทุนการเงิน-

ระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) ได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2552 จะชะลอตัวลง ร้อยละ 1.1 ก่อนที่จะปรับเป็นบวกร้อยละ 3.1 ในปี 2553 หากแต่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2552 และ 2553 จะเท่ากับร้อยละ 8.5 และ 9.0 ตามลำดับ ซึ่ง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความสำเร็จของรัฐบาลจีนในการ ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างครบวงจรด้วยจำนวน งบประมาณที่ สู ง ราว 5.9 แสนล้ า นเหรี ย ญสหรั ฐ หรื อ ประมาณ 4 ล้านล้านหยวน นับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2552

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกและประเทศสำคัญ ปี 2550-2553 หน่วย: ร้อยละ

15

10 2550

5

2551 2552p

0 เม็ก ซิโก

อิน เดีย

จีน

รัส เซีย

ญี่ป สห ุน ราช อาณ าจัก ร

เยอ รม นี ฝร ั่งเศ ส

โลก สห รัฐ อเม ริก า

-5

2553p

-10

ที่มา: www.imf.org หมายเหตุ: p = ประมาณการ

โอกาสการค้าพลอยสีในจีน


ตารางตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน

รายการ ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (ร้อยละ) อัตราการว่างงาน (ร้อยละ) อัตราการขยายตัวของค่าจ้างที่แท้จริง (ร้อยละ) ดัชนีราคาผู้บริโภค (ร้อยละ) การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (พันล้านเหรียญสหรัฐ) เงินทุนสำรองรวมทองคำ (พันล้านเหรียญสหรัฐ) ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (พันล้านเหรียญสหรัฐ)

โอกาสการค้าพลอยสี ในจีน

2549 12.5 4.1 12.7 1.5 78.1 1,074.0 2,645.0

2550 10.5 4.2 - 4.8 85.4 1,533.0 3,378.0

2551 10.0 4.2 - 4.6 85.0 1,991.0 4,4182.0

2552 p 8.0 4.2 - 4.0 87.0 2,345.5 5,080.0

ที่มา: www.thailand-china.com หมายเหตุ: p = ประมาณการ

จากรายงานของบริษัทที่ปรึกษา Bain & Company ระบุว่า ผลจากเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้มูลค่าการบริโภค สินค้าฟุ่มเฟือยทั่วโลกในปี 2551 ปรับตัวลดลงร้อยละ 3 จากเดิมที่มูลค่าการบริโภคในปี 2550 เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.5 นอกจากนี้ ยังคาดว่าในปี 2552 มูลค่าการบริโ ภคสินค้า ฟุ่มเฟือยในประเทศสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกา ยุโรป และ ญี่ปุ่นน่าจะคงที่หรือหดตัวลง ยกเว้นในตลาดจีนที่มูลค่า การบริโ ภคน่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2551 มูลค่าการบริโ ภคสินค้าฟุ่มเฟือยในจีนยังขยายตัวได้เป็น อย่างดี ส่วนต้นปี 2552 มูลค่าการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือย อาจชะลอตั ว ลงไปบ้ า ง แต่ ใ นช่ ว งครึ่ ง ปี ห ลั ง นี้ มู ล ค่ า

การบริโภคเติบโตอย่างมากน่าจะช่วยให้มูลค่าการบริโภค สินค้าฟุ่มเฟือยตลอดทั้งปี 2552 ของจีนยังขยายตัวได้ ทั้งนี้ ข้อมูลของ World Luxury Association ระบุว่า ในแต่ละปีจีนบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยมูลค่ากว่า 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 20 ของมูลค่า การบริโภคสินค้าฟุม่ เฟือยทัว่ โลก และหากมูลค่าการบริโภค สินค้าฟุ่มเฟือยของจีนยังเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ในอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีมูลค่าสูงถึง 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะทำให้จีนครองตำแหน่งประเทศผู้นำในการบริโ ภค สินค้าฟุ่มเฟือยแทนที่ประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ รายงานของ Gold Survey 2009 ยั ง ระบุว่า ในปี 2551 จีนเป็นตลาดเครื่องประดับเพียงแห่ง เดียวในโลกที่มูลค่าการบริโภคยังเติบโตได้ด้วยอัตราการ ขยายตัวร้อยละ 6.3 ในขณะที่การบริโ ภคเครื่องประดับ ในตลาดสำคัญอื่นๆ ทั่วโลกต่างปรับตัวลดลง โดยเฉพาะ ในสหรัฐฯ ทีม่ ลู ค่าการบริโภคลดลงเกือบ 1 ใน 3 ซึง่ ถือเป็น ระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี

2548 11.6 4.2 12.8 1.8 79.1 822.5 2,243.9

กลุม่ ประชากรทีม่ สี ว่ นสำคัญในการบริโภคอัญมณีและ เครื่องประดับจนมูลค่าการค้าเติบโตอย่างต่อเนื่องก็คือ กลุ่มคนชั้นกลาง จากรายงานของ China Association of Branding Strategy ระบุวา่ จำนวนคนชัน้ กลางของจีน หรือผูบ้ ริโภคทีส่ ามารถครอบครองซือ้ หาสินค้าทีเ่ ป็นสิง่ ของ แบรนด์หรูหราจะเพิ่มจำนวนขึ้นจากเดิม 170 ล้านคน ในปี 2551 เป็ น 250 ล้ า นคนในปี 2553 หรื อ คิ ด เป็ น สัดส่วนเกือบร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมดของจีน ซึ่งประชากรกลุ่มนี้มีรายได้มากกว่า 8,700 เหรียญสหรัฐ หรื อ ประมาณ 60,000 หยวนต่ อ คนต่ อ ปี นอกจากนี้ รายงานพิเศษของ The China Business Review ฉบับ เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2552 ระบุวา่ จำนวนคนชัน้ กลาง ของจีนจะเพิม่ เป็น 340 ล้านคนในปี 2559 โดยเป็นผลมา จากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวจากหัวเมืองหลัก อย่างเช่นปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ไปสู่หัวเมืองชั้นรอง เช่น อู๋ฮั่น หังโจว และฉงชิ่ง เป็นต้น ทัง้ นี้ เป็นทีน่ า่ สังเกตว่าเมืองทีม่ ศี กั ยภาพทางเศรษฐกิจ โดยพิจารณาจากดัชนีทางเศรษฐกิจที่อ้างอิงจากมูลค่า การค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโ ภค และรายได้ต่อคนต่อปี พบว่า เมืองที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงมักจะตั้งอยู่ด้าน ฝั่งตะวันออกของประเทศเริ่มตั้งแต่เมืองเซินหยาง ปักกิ่ง และเซี่ยงไฮ้ เรื่อยมาจนถึงบริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมปาก แม่น้ำไข่มุก (Pearl River Delta) ซึ่งอยู่ ใกล้กับมาเก๊า และฮ่องกงด้วย


ที่มา: http://www.celendo.eu/china-travel-guide.aspx

ตารางดัชนีทางเศรษฐกิจที่สำคัญของตลาดผู้บริโภคในเมืองสำคัญของจีน ปี 2550

เมือง เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง กวางโจว (กวางตุ้ง) เซินเจิ้น (กวางตุ้ง) เทียนจิน อู๋ฮั่น (หูเป่ย) หนานจิง (เจียงซู) เฉิงตู (เสฉวน) หังโจว (เจ้อเจียง) ซูโจว (เจียงซู) เซินหยาง (เหลียวหนิง) ชิงเต่า (ซานตง) อู๋ซี (เจียงซู) จี่หนาน ฉงชิ่ง

มูลค่าการขายปลีกสินค้า อุปโภคบริโ ภค (พันล้านหยวน) 384.8 380.0 259.5 191.5 160.4 151.8 138.1 135.7 129.6 125.0 123.2 119.9 113.5 110.3 85.6

มูลค่าการค้าปลีกต่อคน (หยวน) 20,708 23,271 25,831 22,226 14,383 17,040 18,623 10,789 16,488 14,172 17,356 14,298 18,939 16,785 12,748

รายได้ต่อคนต่อปี (หยวน) 66,367 58,204 71,808 79,645 46,122 35,582 53,638 26,525 52,590 91,911 45,561 45,399 83,923 39,261 26,956

ที่มา: www.hktdc.com

นอกจากนี้ หากพิ จ ารณาศั ก ยภาพของผู้ บ ริ โ ภคใน หน่วยของครัวเรือน จากการศึกษาของ McKinsey ยังพบว่า ภายในปี 2558 ประชากรจีนจำนวนกว่า 4 ล้านครัวเรือน จะมีรายได้มากกว่า 37,000 เหรียญสหรัฐต่อปี หรือประมาณ 250,000 หยวน โดยจี น จะเป็ น ประเทศที่ มี ค รั ว เรื อ นมี อำนาจในการซื้อสูงสุดเป็นอันดับที่ 4 ของโลก รองจาก สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และ สหราชอาณาจักร ตามลำดับ

จากข้ อ มู ล ทั้ ง หมดข้ า งต้ น สามารถสะท้ อ นให้ เ ห็ น ถึ ง ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศจีนได้เป็นอย่างดี อี ก ทั้ ง จำนวนผู้ บ ริ โ ภคที่ มี ศั ก ยภาพที่ ท วี จ ำนวนเพิ่ ม ขึ้ น ความต้องการบริโ ภคสินค้าฟุ่มเฟือย รวมถึงอัญมณีและ เครื่องประดับยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงอาจกล่าว ได้วา่ จีนเป็นตลาดอัญมณีและเครือ่ งประดับที่มศี กั ยภาพสูง และควรเป็นอีกหนึ่งตลาดเป้าหมายในการขยายมูลค่าการ ส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทย โอกาสการค้าพลอยสีในจีน


2. ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับจีน

ด้วยจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก อีกทั้งชนชั้น กลางซึ่งถือเป็นผู้บริโ ภคที่มีศักยภาพสูงกำลังทวีจำนวน เพิม่ ขึน้ อย่างต่อเนือ่ ง ทำให้ปจั จุบนั จีนนับเป็นตลาดอัญมณี และเครื่องประดับที่มีความสำคัญเพิ่มขึ้นตามลำดับ จาก สถิ ติ ข้ อ มู ล การบริ โ ภคสิ น ค้ า อั ญ มณี แ ละเครื่ อ งประดั บ รายการสำคัญพบว่าในปี 2551 จีนบริโภคทองคำ 395.6 ตัน มากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากอินเดีย แต่ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2552 ปริมาณการบริโภคทองคำของจีน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.1 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี ก่อนหน้า ในขณะที่ปริมาณการบริโภคทองคำของอินเดีย ลดลงกว่าร้อยละ 50 จึงทำให้จีนเป็นประเทศผู้บริโ ภค ทองคำสูงสุดของโลก อีกทัง้ จีนยังมีมลู ค่าการบริโภคเพชร สูงถึง 300 ล้านเหรียญสหรัฐ จัดเป็นผูบ้ ริโภคเพชรสูงเป็น อันดับที่ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นตาม ลำดับ นอกจากนี้ จีนยังเป็นประเทศทีม่ กี ารบริโภคแพลทินมั สู ง สุ ด ในโลก ด้ ว ยปริ ม าณที่ สู ง ราว 9 แสนออนซ์ ต่ อ ปี รวมถึงยอดการบริโภคเครือ่ งประดับภายในประเทศของจีน ยังมีมูลค่ามากกว่า 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

2.1 การผลิต

นอกจากการเป็ น ตลาดอั ญ มณี แ ละเครื่ อ งประดั บ ที่ มี ศั ก ยภาพแล้ ว อุ ต สาหกรรมการผลิ ต อั ญ มณี แ ละ เครื่องประดับของจีนก็ยังนับได้ว่ามีความเข้มแข็งและมี พัฒนาการอย่างต่อเนื่อง โดยในอดีตโรงงานผลิตอัญมณี และเครื่องประดับส่วนใหญ่ ในจีนเป็นของนักลงทุนจาก ฮ่องกง แต่ปัจจุบันผู้ประกอบการชาวจีนได้หลั่งไหลเข้าสู่ อุตสาหกรรมนี้เพิ่มขึ้น ซึ่งผลจากการถ่ายทอดเทคโนโลยี การผลิตจากต่างชาติ ผนวกกับความใฝ่รู้และความมานะ อุ ต สาหะของผู้ ป ระกอบการชาวจี น ส่ ง ผลให้ เ กิ ด การ ยกระดับคุณภาพสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่ผลิต ในจี น ขึ้ น ตามลำดั บ โดยจี น มี ศู น ย์ ก ลางการผลิ ต และ การค้าที่สำคัญส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ ในบริเวณมณฑล กวางตุ้ ง และเขตเศรษฐกิ จ พิ เ ศษเซี่ ย งไฮ้ โดยเฉพาะ มณฑลกวางตุ้งที่มีเ มืองเซินเจิ้นและเมืองกวางโจวเป็น ฐานการผลิตสินค้าอัญมณีและเครือ่ งประดับทีส่ ำคัญ ทัง้ นี้ เมืองเซินเจิ้นเป็นฐานการผลิตอัญมณีและเครื่องประดับ เพือ่ การบริโภคในประเทศ ส่วนการผลิตทีเ่ มืองกวางโจวนัน้ มักเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกเป็นหลัก

โอกาสการค้าพลอยสี ในจีน

เซินเจิ้นถือเป็นเมืองศูนย์กลางการผลิตและการค้า อัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญที่สุดของจีน โดยเป็น แหล่งรวมของโรงงานและผู้ประกอบการค้าเครื่องประดับ กว่าร้อยละ 70 ของประเทศ ในปี 2551 มีมูลค่าการผลิต เครื่องประดับรวมทั้งสิ้น 8.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 6 หมื่นล้านหยวน ภายในเมืองเซินเจิ้นมีการ รวมกลุม่ ของผูป้ ระกอบการทีเ่ รียกว่า Shenzhen Gold & Jewelry Industry Clustering Base ตั้งอยู่ที่เขตสุ่ยเป้ย (Shuibei) ซึง่ มีผปู้ ระกอบการผลิตเครือ่ งประดับเปิดกิจการ อยู่ในเขตนีก้ ว่า 1,600 ราย คิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 80 ของอุตสาหกรรมเครื่องประดับในเซินเจิ้น มีศูนย์กลาง การผลิตอยู่ที่ Shuibei Wanshan Industrial Zone โดย เป็นที่ตั้งของ Shenzhen Gold Jewelry Association ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมอุตสาหกรรมอัญมณี และเครื่องประดับในเซินเจิ้น รวมถึงสนับสนุนการวิจัย พัฒนา วิเคราะห์ ตรวจสอบคุณภาพสินค้า และการพัฒนา บุคลากรอีกด้วย นอกจากนี้ เขตสุย่ เป้ยยังมีศนู ย์กลางการ กระจายสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญ 2 แห่ง คือ Shuibei International Jewelry Center และ Shuibei Jewelry and Color Gemstone Center ที่มีลักษณะ เป็นอาคารขนาดใหญ่ 4-5 ชั้น ภายในมีร้านค้าจำหน่าย สิ น ค้ า ที่ ห ลากหลายทั้ ง พลอยร่ ว ง เครื่ อ งประดั บ ทอง เครื่องประดับเงิน หยก และไข่มุก ซึ่งการรวมกลุ่มของ วิสาหกิจในเขตสุ่ยเป้ยนี้สะท้อนให้เห็นถึงความครบถ้วน ของเมืองเซินเจิ้นในฐานะศูนย์กลางการผลิตและการค้า

ที่สำคัญที่สุดของจีน ด้านเมืองกวางโจวนั้น มีเขตปานหยู (Panyu) เป็น ศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับ

ทีส่ ำคัญ โดยเขตดังกล่าวนีเ้ ป็นทีต่ งั้ ของโรงงานผลิตอัญมณี และเครื่ อ งประดั บ จำนวนมาก รวมถึ ง อุ ต สาหกรรม สนับสนุนที่สำคัญครบถ้วน อีกทั้งยังมี Shawan Jewelry Industrial Park ซึ่ ง ดำเนิ น งานในลั ก ษณะของสวน อุตสาหกรรมผลิตเครื่องประดับที่เน้นการมอบสิทธิพิเศษ ด้านภาษีเป็นการจูงใจผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการต่างชาติ ให้เข้ามาเปิดดำเนินกิจการ และเน้นการผลิตเครือ่ งประดับ เพือ่ การส่งออก รวมถึงมี Worldmart Gems & Jewelry Emporium ซึ่งเป็นศูนย์สรรพสินค้าจำหน่ายอัญมณีและ เครื่องประดับทั้งปลีกและส่งด้วย ทั้งนี้ ในเขตปานหยู มีบริษัทผู้ประกอบการผลิตอัญมณีและเครื่องประดับราว 400 แห่ง คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 80 ของจำนวน ผู้ประกอบการทั้งหมดในเมืองกวางโจว


2.2 การนำเข้า

ผลจากการที่จีนได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก ตั้ ง แต่ ปี 2544 ทำให้ จี น ต้ อ งผ่ อ นปรนและปรั บ เปลี่ ย น กฎระเบียบการค้าให้สอดคล้องกับกติกาสากลมากยิ่งขึ้น ประเทศต่างๆ จึงสามารถส่งสินค้าเข้ามาจำหน่ายในจีน ได้ ส ะดวกมากขึ้ น อย่ า งไรก็ ต าม สิ น ค้ า อั ญ มณี แ ละ เครือ่ งประดับทีจ่ นี นำเข้ามักเป็นสินค้าประเภทวัตถุดบิ หรือ สินค้าขั้นกลาง ส่วนสินค้าสำเร็จรูปยังมีมูลค่าไม่มากนัก โดยในปี 2551 จีนนำเข้าอัญมณีและเครื่องประดับด้วย

มูลค่าการนำเข้าอัญมณีและเครื่องประดับในประเทศจีน ปี 2543-2551

มูลค่าสูงถึง 7,536.41 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตร้อยละ 20.49 เมื่อเทียบกับปี 2550 ซึ่งสินค้านำเข้าหลักกว่าร้อยละ 40 เป็นเพชร แบ่งเป็นเพชรก้อน และเพชรที่เจียระไนแล้ว ในสัดส่วนที่ ไม่ต่างกันนัก รองมาคือ แพลทินัม และเงิน ตามลำดับ ส่วนเครื่องประดับแท้เป็นสินค้านำเข้าอยู่ ใน อันดับที่ 5 โดยร้อยละ 90 เป็นเครื่องประดับทอง ขณะที่ สินค้านำเข้าสำคัญในอันดับถัดมา คือพลอยสี ซึ่งกว่า ร้อยละ 50 เป็นพลอยเนื้ออ่อนที่เจียระไนแล้ว โครงสร้างสินค้านำเข้าของจีน

เครือ่ งประดบัแท 3% ของทําดวยโลหะ มีคา 4%

พลอยสี เครือ่ งประดบั อืน่ ๆ เทยีม 1% 2% 2%

เงนิ 10%

เพชร 40%

แพลทนิมั 38%

ที่มา : Global Trade Atlas

2.3 การบริโ ภค

จากข้อมูลของ Gem & Jewelry Trade Association of China ระบุวา่ ผูบ้ ริโภคสินค้าอัญมณีและเครือ่ งประดับ ชาวจีนในปัจจุบนั ส่วนใหญ่จะมีอายุระหว่าง 29-40 ปี ผูซ้ อื้ ในกลุ่มรองมาคือ กลุ่มอายุ 22-28 ปี และกลุ่มคนที่อายุ น้ อ ยกว่ า 22 ปี ตามลำดั บ ซึ่ ง ในอดี ต ผู้ บ ริ โ ภคชาวจี น ส่ ว นใหญ่ นิ ย มอั ญ มณี จ ำพวกหยก ไข่ มุ ก ทั บ ทิ ม และ เครื่องประดับทอง 24 กะรัต โดยความนิยมในทองคำ ไข่มุก และหยก ผูกติดกับค่านิยมและวัฒนธรรมของจีน มาช้านาน จนกระทัง่ เมือ่ ปี 2536 เดอ เบียร์ส ได้เริม่ แนะนำ เพชรเข้าสูต่ ลาดจีน โดยได้ทมุ่ งบประมาณโฆษณาประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ปัจจุบันเพชรสามารถครอบครองตลาดจีนไว้ ได้ อย่างเบ็ดเสร็จ เครื่องประดับเพชรบนตัวเรือนแพลทินัม กลายเป็นสินค้าที่ ได้รบั ความนิยมทีส่ ดุ ในหมูช่ าวจีน โดยมี เครื่องประดับเพชรสำหรับงานแต่งงานเป็นส่วนตลาดที่ ใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ การโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้าง การรั บ รู้ ถึ ง คุ ณ ค่ า ของเพชรของ เดอ เบียร์ส ที่ ใช้เป็น ตัวแทนของความรักที่มั่นคงโดยการใช้พรีเซ็นเตอร์ดารา

ที่มา : Global Trade Atlas

หรือนางแบบจีน ส่งผลให้ชาวจีนหันมาซื้อเพชรเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง ส่วนเครือ่ งประดับทอง 24 กะรัต ปัจจุบนั อาจไม่ ได้รบั ความนิยมในกลุม่ ผูบ้ ริโภคชาวจีนรุน่ ใหม่มากนัก โดยถูกมอง ว่าเป็นสินค้าสำหรับผู้ใหญ่ จึงพากันหันไปนิยมเครือ่ งประดับ แพลทินัม และเครื่องประดับทองขาวตามกระแสแฟชั่น โลหะสีขาว อย่างไรก็ดี เครือ่ งประดับทอง 18 กะรัต สไตล์ ตะวันตกเริม่ ได้รบั ความนิยมในตลาดจีนมากขึน้ ตามลำดับ บรรยากาศการซื้อขายอัญมณีและเครื่องประดับ ณ Cai Shi Kou Department Store กรุงปักกิ่ง

โอกาสการค้าพลอยสีในจีน


โอกาสการค้าพลอยสี ในจีน

พลอยก้อน พลอยเนื้อแข็งเจียระไน พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน

2547

2548

2549

2550

2551

ที่มา : Global Trade Atlas

มูลค่าและแหล่งนำเข้าพลอยสีของจีน ปี 2549-2551 ลานเหรียญสหรัฐ 50 40 30

2549

20

2550 2551

10

รเล ีย บร าซ ิล อิน เดีย อุร ุกว ัย รัส เซีย ฮอ งก เกา ง หล ีใต อื่น ๆ

0

า

สเต

แม้จีนจะมีวัตถุดิบประเภทพลอยสีอยู่ภายในประเทศ อย่ า งอุ ด มสมบู ร ณ์ ไม่ ว่ า จะเป็ น พลอยเนื้ อ แข็ ง หรื อ

พลอยเนื้ออ่อน แต่พลอยส่วนใหญ่มักมีคุณภาพไม่สูงนัก ทำให้ ในแต่ละปีจนี ต้องนำเข้าพลอยสีเฉลีย่ กว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนใหญ่ราวร้อยละ 50 เป็นการนำเข้าพลอยเนือ้ อ่อนทีเ่ จียระไนแล้ว รองมาคือ พลอยก้อน และพลอยเนือ้ แข็งทีเ่ จียระไนแล้ว ด้วยสัดส่วนราวร้อยละ 30 และ 20 ตามลำดับ ประเทศไทยถือเป็นแหล่งนำเข้าพลอยสีที่สำคัญที่สุด ของจีนด้วยมูลค่ากว่า 40 ล้านเหรียญสหรัฐ มีส่วนแบ่ง ในตลาดกว่ า ร้ อ ยละ 30 ของมู ล ค่ า การนำเข้ า พลอยสี ทั้งหมด โดยพลอยเนื้ออ่อนที่เจียระไนแล้วเป็นพลอยสีที่ จีนนำเข้าจากไทยมากทีส่ ดุ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 55 รอง มาคือพลอยเนื้อแข็งที่เจียระไนแล้วและพลอยก้อนที่มี สัดส่วนร้อยละ 43 และร้อยละ 2 ตามลำดับ ทัง้ นี้ เป็นทีน่ า่ สังเกตว่า มูลค่าการนำเข้าพลอยเนือ้ อ่อน ที่เจียระไนแล้วของจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึง่ น่าจะเป็นผลมาจากกระแสความนิยมในตลาดทีช่ นื่ ชอบ

ล้านเหรียญสหรัฐ

160 140 120 100 80 60 40 20 0

พม

3.1 การนำเข้า

สัดส่วนมูลค่าการนำเข้าพลอยสีของจีน ปี 2547-2551

ออ

ในอดี ต พลอยสี ร วมถึ ง เครื่ อ งประดั บ ที่ ต กแต่ ง ด้ ว ย พลอยสีเป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโ ภคชาวจีน โดยระหว่างปี 2537-2540 ถื อ เป็ น ช่ ว งเวลาที่ รุ่ ง เรื อ งที่ สุ ด ของตลาด พลอยสี มียอดจำหน่ายสูงถึงปีละ 8 หมืน่ ล้านหยวน หรือ ประมาณ 9.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ และประมาณร้อยละ 80 ของพลอยสีที่จำหน่ายในตลาดล้วนนำเข้ามาจากไทย ต่อมาความนิยมในพลอยสี ในจีนได้ลดลงตามลำดับ นับ ตั้งแต่เพชรได้เข้าสู่ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับจีน เมื่อปี 2536 ซึ่งผลจากโฆษณาและประชาสัมพันธ์ด้วย งบประมาณมหาศาล ทำให้ในเวลาต่อมาเครือ่ งประดับเพชร ที่ มี ตั ว เรื อ นทำด้ ว ยแพลทิ นั ม และทองขาวเป็ น ผู้ ค รอง ตลาดอัญมณีและเครือ่ งประดับในจีน ปัจจุบนั ตลาดพลอยสี ภายในประเทศจีนมีขนาดเล็กมากเมือ่ เทียบกับตลาดอัญมณี และเครื่องประดับประเภทอื่น อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญใน ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับของจีนหลายรายให้ข้อมูล ที่สอดคล้องกันว่า พลอยสียังถือเป็นสินค้าที่มีศักยภาพใน ตลาดจีน โดยพบว่ายังมีความต้องการบริโภคพลอยสีแฝงเร้น อยู่ในหมู่ชาวจีนจำนวนมาก

อัญมณีทมี่ สี สี นั หลากหลายและราคาไม่สงู นัก ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคชาวจีนก็ยังขาดความรู้ความเข้าใจในคุณค่าของ พลอยเนื้อแข็ง (ทับทิม แซปไฟร์) อยู่อีกมาก

ไ แอ ทย ฟร ิกาใ ต

3. ตลาดพลอยสีในจีน

ที่มา : Global Trade Atlas

สัดส่วนการนำเข้าพลอยสีจากไทย พลอยกอน 2%

พลอยเนื้อแขง็ เจยีระไน 43%

พลอยเนื้อออน เจยีระไน 55%

ที่มา : Global Trade Atlas


3.2 การบริโ ภค

ก่อนที่เพชรจะเข้ามาครอบครองตลาดอัญมณีและ เครือ่ งประดับในจีน พลอยสีรวมถึงเครือ่ งประดับทีต่ กแต่ง ด้วยพลอยสีเป็นสินค้าหลักซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค แต่ปจั จุบนั ความนิยมในพลอยสีลดลงอย่างต่อเนือ่ ง จนกระทัง่

มูลค่าการค้าในตลาดจีนเหลือเพียงร้อยละ 5-10 ของ มูลค่าการค้าอัญมณีและเครื่องประดับรวมเท่านั้น โดย เครื่องประดับตกแต่งด้วยพลอยสี ในตลาดจีนส่วนใหญ่

มั ก เป็ น สิ น ค้ า คุ ณ ภาพระดั บ กลางถึ ง ล่ า ง ตกแต่ ง ด้ ว ย พลอยเนื้ อ อ่ อ นเป็ น หลั ก อี ก ทั้ ง ยั ง มี รู ป แบบไม่ ทั น สมั ย และมีแบบให้เลือกไม่มาก ขณะทีส่ นิ ค้าตกแต่งด้วยพลอย- เนื้อแข็งอย่างทับทิมและไพลินก็พบเห็นได้น้อย หากจะมี วางจำหน่ายในตลาดอยูบ่ า้ ง ก็มกั เป็นเครือ่ งประดับชิน้ เล็ก และรูปแบบไม่คอ่ ยสวยงามนัก ฉะนัน้ ผูบ้ ริโภคจึงมักขาด แรงจูงใจในการซื้อสินค้าประเภทนี้ จากงานวิจยั ของ Gemstones Research and Grading (Assessment) Center แห่ง Sun Yat - Sen University พบว่า ในปี 2551 การบริโภคเครื่องประดับพลอยสีในจีน มีมลู ค่าราว 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณร้อยละ 5.5 ของมูลค่าการบริโภคเครื่องประดับโดยรวม สาเหตุที่ การบริโ ภคเครื่องประดับพลอยสี ในจีนยังคงมีสัดส่วนที่ น้อยมาก ก็เนือ่ งมาจากผูบ้ ริโภคชาวจีนยังขาดความเข้าใจ และตระหนักถึงคุณค่าของพลอยสี โดยมองว่าพลอยสี มิใช่สินค้าที่สามารถคงคุณค่าทางเศรษฐกิจได้นาน เมื่อ เทียบกับเครื่องประดับทอง 24 กะรัต หรือเครื่องประดับ ที่ตกแต่งด้วยเพชร นอกจากนี้ จากการสัมภาษณ์ Mr. Xiaofei Guo รอง- เลขาธิ ก าร Shenzhen Gold Jewelry Association โดยคณะผู้ แ ทนสถาบั น วิ จั ย และพั ฒ นาอั ญ มณี แ ละ เครื่ อ งประดั บ แห่ ง ชาติ เมื่ อ เดื อ นสิ ง หาคม 2552 ได้ ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันปัญหาที่สำคัญของพลอยสี ใน ตลาดจีน คือ เรื่องราคาและมาตรฐาน โดยพลอยสี ไม่มี ระบบการแบ่งระดับราคาและกำหนดมาตรฐานคุณภาพของ สินค้าที่ชัดเจนเหมือนเพชร อีกทั้งในช่วงปี 2538-2539 ผู้บริโภคชาวจีนจำนวนไม่น้อยยังประสบกับปัญหาพลอย ที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ผบู้ ริโภคขาดความเชือ่ มัน่ ในพลอยสี ทั้งนี้ Mr. Guo เห็นว่า แนวทางที่จะทำให้พลอยสีเป็นที่ ยอมรับในตลาดจีน นอกจากเรือ่ งมาตรฐานแล้ว ยังจะต้อง มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์พลอยสี ให้เป็นที่รู้จักอย่าง กว้างขวางขึ้น

อย่างไรก็ดี ตลาดพลอยสีของจีนน่าจะยังมี โอกาส เติบโตได้อย่างมีศักยภาพโดยเฉพาะในตลาดระดับบน ดัง จะเห็นได้จากการที่ผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายใน ฐานะผู้นำในการค้าเครื่องประดับพลอยสีของจีนได้เห็น ความสำคัญและมุ่งสร้างมาตรฐานพลอยสีเพื่อเสริมสร้าง การยอมรับจากผู้บริโ ภคอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น บริษัท Xinzhongtai Gemstone Co., Ltd. Shenzhen ซึ่งเป็น บริษัทที่ผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับพลอยสีสำหรับ ผู้บริโ ภคในระดับบน ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมือง เซินเจิ้น และสาขาอีก 1 แห่งอยู่ ในกรุงปักกิ่ง ได้จัดทำ ระบบมาตรฐานทับทิมและแซปไฟร์ของตนเองขึ้นภายใต้ การสนับสนุนจาก National Gems & Jewelry Technology Administrative Center ดังนั้น สินค้าของบริษัทจึงได้รับ ความเชื่อถือและเป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโ ภค โดยผู้บริโ ภค ยินดีที่จะจ่ายเงินซื้อสินค้าจากบริษัทแม้ว่าจะมีราคาที่ ค่อนข้างสูง ปัจจุบันเครื่องประดับพลอยสีที่ โดดเด่นของ บริษัท คือ สินค้าในคอเล็กชั่นที่เรียกว่า “RS” ซึ่งย่อมา จาก Ruby-Sapphire ที่ ได้นำพลอยสีประเภททับทิมและ ไพลินไปตกแต่งบนตัวเรือนเครื่องประดับ ทั้งนี้ สินค้าที่ ผลิตโดยบริษัทเน้นการออกแบบที่เรียบหรู มีสไตล์ อีกทั้ง ยังมีความประณีต และสวยงาม ราคาเฉลีย่ ของสินค้าต่อชิน้ อยู่ที่ 10,000 หยวน หรือประมาณ 1,470 เหรียญสหรัฐ

ตัวอย่างของเครื่องประดับพลอยสี ในตลาดระดับบนของจีน

โอกาสการค้าพลอยสีในจีน


3.3 โอกาสการค้า

แม้ ปั จ จุ บั น มู ล ค่ า การค้ า พลอยสี แ ละเครื่ อ งประดั บ ตกแต่ ง พลอยสี ใ นประเทศจี น ยั ง คงมี สั ด ส่ ว นที่ ต่ ำ มาก เมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าการค้าอัญมณีและเครื่องประดับ โดยรวมของประเทศ แต่ผู้เชี่ยวชาญในตลาดอัญมณีและ เครื่องประดับของจีนต่างเชื่อมั่นว่า เครื่องประดับพลอยสี จะหวนคืนสูก่ ระแสนิยมในหมูผ่ บู้ ริโภคชาวจีนอีกครัง้ อย่างช้าๆ ความต้องการบริโภคจะเพิม่ สูงขึน้ ไปพร้อมๆ กับพัฒนาการ ในตลาดทั้งในด้านการกำหนดมาตรฐานสินค้าและระดับ การรับรู้ ในคุณค่าของพลอยสีในสายตาผู้บริโภค งานวิจัยในเอกสาร White Book about Chinese Color Stone Market (2009) ซึ่งสอบถามกลุ่มตัวอย่าง 1,445 รายใน 16 เมืองใหญ่ของจีนให้ข้อมูลที่สนับสนุน ความเชื่อดังกล่าวข้างต้น โดยพบว่า ผู้บริโภคร้อยละ 77.5 ของกลุ่มตัวอย่างที่มีเครื่องประดับพลอยสี ในครอบครอง แล้ ว ยั ง ตั้ ง ใจที่ จ ะซื้ อ เพิ่ ม อี ก ในอนาคต ขณะที่ ผู้ บ ริ โ ภค ร้ อ ยละ 52 ของกลุ่ ม ตั ว อย่ า งที่ ไ ม่ เ คยซื้ อ เครื่ อ งประดั บ พลอยสีเลยประสงค์ที่จะเริ่มต้นซื้อในอนาคต ในทำนอง เดียวกัน จากคำสัมภาษณ์ของเจ้าหน้าทีฝ่ า่ ยประชาสัมพันธ์ ของ Cai Shi Kou Department Store ซึ่ ง เป็ น ห้ า ง สรรพสินค้าที่จำหน่ายอัญมณีและเครื่องประดับรายใหญ่ ที่สุดของจีน มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงปักกิ่ง ได้รับข้อมูล ที่สะท้อนแนวโน้มเชิงบวกว่า ขณะนี้พลอยสี ได้กลับเข้าสู่ ความนิยมในตลาดจีนบ้างแล้ว โดยเฉพาะพลอยสีแดงจะ ได้รับความชื่นชมจากผู้บริโภคจีนเป็นพิเศษ รวมถึงปัจจุบัน

คนรุ่นใหม่ก็ ได้หันมาเลือกซื้อเครื่องประดับตกแต่งพลอยสี กันมากขึ้น ทั้งนี้ ด้วยจำนวนประชากรที่มีมากที่สุดในโลก อีกทั้ง

คนชั้นกลางที่มีศักยภาพในการซื้อและชื่นชอบในสินค้า อัญมณีและเครื่องประดับก็กำลังทวีจำนวนขึ้นตามลำดับ จึ ง เห็ น ได้ ชั ด ว่ า ตลาดอั ญ มณี แ ละเครื่ อ งประดั บ ของจี น ย่อมมีแนวโน้มเติบโตขึน้ อย่างต่อเนือ่ ง และเมือ่ เปรียบเทียบ มู ล ค่ า การบริ โ ภคพลอยสี ใ นตลาดจี น กั บ การบริ โ ภคใน ตลาดโลกแล้วพบว่า ระดับการบริโ ภคยังแตกต่างกันมาก โดยการบริโ ภคในตลาดจีนมีสัดส่วนเพียงแค่ร้อยละ 3.31 เท่านั้น จึงอาจกล่าวได้ว่ายังคงมีช่องว่างทางการตลาดอยู่ อีกมากสำหรับพลอยสีในประเทศจีน แต่อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ตลาดพลอยสี ในจีนที่ยังมี ข้อจำกัดเช่นในปัจจุบนั นับว่าเป็นเรือ่ งยาก ผูป้ ระกอบการไทย ที่ต้องการทำตลาดสินค้าพลอยสีและเครื่องประดับพลอยสี จะต้องมีความอดทนและอาศัยความพยายามอย่างสูง โดย หากภาครัฐและเอกชนไทยได้ประสานความร่วมมือกันใน การสร้างมาตรฐานคุณภาพและความเชื่อมั่นในตัวสินค้า ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมโฆษณาประชาสัมพันธ์และส่งเสริม การจำหน่ายที่ดึงดูดใจ ก็น่าจะมีส่วนช่วยในการสร้างการ รับรู้ ในคุณค่าของพลอยสีและกระตุ้นให้เกิดความต้องการ บริโ ภคเครื่องประดับพลอยสี ในหมู่ผู้บริโ ภคชาวจีนได้ ใน ที่สุด

4. ข้อเสนอแนะในการรุกเข้าสู่ตลาดพลอยสีของจีน แม้ ปั จ จุ บั น พลอยสี ที่ มี แ นวโน้ ม เติ บ โตได้ ดี ที่ สุ ด ใน ตลาดจีน คือ พลอยเนื้ออ่อน เนื่องจากมีความสวยงาม และสีสันที่หลากหลายซึ่งสามารถตอบสนองต่อกระแส แฟชั่นได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีระดับราคาที่ ไม่สูงนักเมื่อ เทียบกับพลอยเนือ้ แข็ง แต่ทา่ มกลางช่องว่างทางการตลาด ที่ มี อ ยู่ อี ก มากก็ เ ป็ น โอกาสอั น ดี ส ำหรั บ พลอยเนื้ อ แข็ ง ที่ เจียระไนแล้วทั้งทับทิมและแซปไฟร์ซึ่งถือเป็นสินค้าที่มี ชื่อเสียงของไทย และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ถึงความเชี่ยวชาญในการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการเผาและ การเจียระไน ผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับไทย จึงควรทีจ่ ะสร้างการรับรูแ้ ละการส่งเสริมการส่งออกพลอยสี ประเภทนี้เข้าสู่ตลาดจีนให้เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะ สำหรับการรุกเข้าสู่ตลาดพลอยสีในประเทศจีนมีดังนี้

โอกาสการค้าพลอยสี ในจีน

4.1 กำหนดมาตรฐานคุณภาพพลอยสี

เนื่องจากในอดีตผู้บริโภคชาวจีนยังขาดความตระหนัก ถึ ง คุ ณ ค่ า ของพลอยสี ไ ม่ ว่ า จะเป็ น พลอยเนื้ อ อ่ อ นและ พลอยเนื้อแข็ง จึงหันไปนิยมบริโ ภคเพชรตามกระแสการ โฆษณาประชาสั ม พั น ธ์ ข อง เดอ เบี ย ร์ ส ขณะเดี ย วกั น

ผู้ บ ริ โ ภคบางส่ ว นก็ ยั ง ขาดความเชื่ อ มั่ น ต่ อ คุ ณ ภาพของ พลอยสี โ ดยเฉพาะพลอยเนื้ อ แข็ ง ที่ ถู ก มองว่ า ผ่ า นการ ปรั บ ปรุ ง คุ ณ ภาพและไม่ มี ค วามคงทนถาวร อี ก ทั้ ง ยั ง ไม่สามารถคงคุณค่าทางเศรษฐกิจได้ ดังนั้น หน่วยงาน เกี่ยวข้องของไทยทั้งภาครัฐและเอกชนจึงควรประสาน ความร่วมมือกับหน่วยงานในระดับนานาชาติอย่าง The International Colored Gemstone Association (ICA)


รวมถึงหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญต่อการรับรองคุณภาพ มาตรฐานสิ น ค้ า อั ญ มณี แ ละเครื่ อ งประดั บ ในจี น อย่ า ง National Gems & Jewelry Technology Administrative Center (NGTC) และ Gem & Jewelry Trade Association of China (GAC) ในการสร้างมาตรฐานพลอยสีร่วมกัน ตลอดจนแสวงหาแนวทางสร้างภาพลักษณ์ทดี่ ีให้กบั พลอยสี ของไทย ซึ่งหากมีการกำหนดมาตรฐานคุณภาพพลอยสี ให้ เป็นทีย่ อมรับผ่านการประสานงานของหน่วยงานทีเ่ ชือ่ ถือได้ ของทั้งสองประเทศแล้ว จะทำให้ผู้บริโภคชาวจีนเกิดความ เชื่อมั่นต่อคุณภาพมาตรฐานของพลอยสี ในทำนองเดียวกับ เพชร พลอยสี ข องไทยก็ จ ะได้ รั บ การยอมรั บ และเป็ น ที่ ต้องการในตลาดจีนมากขึ้น ทั้งนี้ ในเบื้องต้นผู้แทนของ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ ได้เดินทางไปเจรจาความร่วมมือในการจัดทำมาตรฐาน คุณภาพพลอยสีร่วมกันระหว่างสถาบันกับ NGTC เมื่อต้น เดือนสิงหาคม 2552 ขณะนีท้ งั้ สองฝ่ายกำลังอยู่ในระหว่าง ดำเนินการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน บรรยากาศการเจรจาความร่วมมือในการจัดทำมาตรฐาน คุณภาพพลอยสีระหว่างจีนและไทย

4.2 ตีฆ้องร้องป่าว

เมือ่ ได้มาตรฐานคุณภาพพลอยสีซงึ่ เป็นทีย่ อมรับร่วมกัน ระหว่างฝ่ายจีนและไทยแล้ว หน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องควรจะได้ สร้างการรับรู้ ในระบบมาตรฐานดังกล่าวแก่ผบู้ ริโภค ควบคู่ กับการจัดกิจกรรมโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความ ตระหนักในคุณค่าของเครื่องประดับที่ตกแต่งด้วยพลอยสี จากประเทศไทยอย่างต่อเนือ่ ง ทัง้ นี้ จากงานวิจยั ในเอกสาร White Book about Chinese Color Stone Market (2009) ระบุว่า ช่องทางที่ผู้บริโภคชาวจีนรับทราบข่าวสาร เกี่ยวกับพลอยสีมากที่สุดคือ นิตยสารแฟชั่น รองลงมาคือ หนังสือพิมพ์เฉพาะทาง และโทรทัศน์ ตามลำดับ ส่วนช่องทาง ทีผ่ บู้ ริโภครับทราบข่าวสารเกีย่ วกับเครือ่ งประดับมากทีส่ ดุ คือ โทรทัศน์ รองลงมาคือ ป้ายโฆษณากลางแจ้ง และ นิตยสาร แฟชั่น ในสัดส่วนที่เท่ากัน ดังนั้น การประชาสัมพันธ์ผ่าน ช่องทางดังกล่าวจะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ เป็นอย่างดี โดยในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ควรเน้นไปที่ กลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นคนชั้นกลางรุ่นใหม่ วิธีการนำเสนอ จะต้องดึงดูดใจ กระชับ และตรงประเด็น นอกจากนี้ จากการวิจัยของบริษัทสินค้าแบรนด์เนม ระดับโลกหลายรายพบว่า ชาวจีนส่วนหนึง่ มักนิยมซือ้ สินค้า ฟุ่มเฟือยขณะที่เดินทางออกท่องเที่ยวในต่างแดน ฉะนั้น นอกเหนือจากการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนัก ในคุณค่าของพลอยสี ไทยเพื่อกระตุ้นความต้องการบริโภค โดยตรงในประเทศจีนแล้ว กิจกรรมดังกล่าวยังอาจดำเนินการ ได้ภายในประเทศไทยด้วย เนือ่ งจากในแต่ละปีมนี กั ท่องเทีย่ ว ชาวจีนเดินทางมายังประเทศไทยโดยเฉพาะปี 2549-2550 ด้วยจำนวนไม่ตำ่ กว่า 1 ล้านคน อีกทัง้ ในแต่ละปีนกั ท่องเทีย่ ว ชาวจีนมีการใช้จา่ ยในประเทศไทยจำนวนกว่า 2 หมืน่ ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หากหน่วยงาน ที่ เ กี่ ย วข้ อ งสามารถจั ด กิ จ กรรมส่ ง เสริ ม การขายหรื อ โฆษณาประชาสั ม พั น ธ์ พ ลอยสี ใ ห้ แ ก่ นั ก ท่ อ งเที่ ย วจี น ที ่

เดินทางมายังประเทศไทยด้วยแนวทางที่เหมาะสม เช่น การแจกแผ่นพับภาษาจีน และแนะนำร้านค้าที่เชื่อถือได้ ในย่านการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญ รวมถึง การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายทีน่ า่ ดึงดูดใจแก่นกั ท่องเทีย่ ว ชาวจีน ก็นา่ จะช่วยกระตุน้ ความต้องการบริโภคพลอยสีไทย ในหมู่ผู้บริโภคชาวจีนได้อีกทางหนึ่งด้วย

โอกาสการค้าพลอยสีในจีน


- ผู้ ป ระกอบการที่ ต้ อ งการเข้ า ไปตั้ ง โรงงานผลิ ต สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ และดำเนินธุรกิจ ลานบาท ค้ า ส่ ง ภายในประเทศจี น อาจพิ จ ารณาเมื อ ง คน 1,200,000 30,000 เซินเจิ้น หรือ เมืองปานหยู เนื่องจากสองเมืองดัง 1,000,000 25,000 กล่าวถือเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าส่งซึ่ง 800,000 20,000 หน่ ว ยงานภาครั ฐ มี น โยบายส่ ง เสริ ม การค้ า และ 600,000 15,000 การลงทุนที่เปิดกว้างสำหรับนักธุรกิจต่างชาติ 400,000 10,000 200,000 5,000 • ส่งสินค้าเข้าไปจำหน่ายโดยผ่านผู้นำเข้าหรือตัวแทน 0 0 การค้าชาวจีน 2546 2547 2548 2549 2550 จาํนวนนกัทองเที่ยว (คน) 624,214 779,070 761,904 1,033,305 1,003,141 รายไดจากนกัทองเที่ยว (ลานบาท) 13,910.54 19,678.87 20,426.96 26,890.26 28,497.14 ผู้ประกอบการไทยอาจพิจารณาส่งสินค้าอัญมณี และเครื ่ อ งประดั บ ที่ มี คุ ณ ภาพในระดั บ กลางถึ ง สู ง ที่มา: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เข้าไปจำหน่ายในตลาดจีนผ่านผู้นำเข้าหรือตัวแทน การค้ า ชาวจี น ที่ เ ชื่ อ ถื อ ได้ ในเมื อ งหรื อ มณฑลที่ สอดคล้ อ งกั บ กลุ่ ม เป้ า หมายของบริ ษั ท โดยอาศั ย 4.3 เข้าตลาดอย่างมีชั้นเชิง ประโยชน์ด้านภาษีศุลกากรจากข้อตกลงเขตการค้า

เสรี อ าเซี ย น-จี น (ASEAN-China Free Trade การเข้าสูต่ ลาดอัญมณีและเครือ่ งประดับจีนอาจกระทำ Agreement: ACFTA) ที่ มี ผ ลบั ง คั บ ใช้ ม าตั้ ง แต่ ได้หลายรูปแบบ ซึ่งประเด็นที่ควรพิจารณา อีกทั้งตัวอย่าง ปี 2548 ทำให้ปจั จุบนั อากรขาเข้าสำหรับสินค้าอัญมณี ของแนวทางการเข้าสู่ตลาดจีนที่ประสบความสำเร็จใน และเครื่องประดับไทยในจีนได้ทยอยลดลงตามลำดับ รูปแบบต่างๆ มีดังนี้ ดังนี้ • เลือกพื้นที่เป้าหมายอย่างเหมาะสม - สิ น ค้ า ในกลุ่ ม Normal Track I ได้ แ ก่ อั ญ มณี และเครื่ อ งประดั บ เกื อ บทั้ ง หมด อากรขาเข้ า ได้ เนื่องจากประเทศจีนมีอาณาเขตกว้างใหญ่ ไพศาล ทยอยลดลงตั้ ง แต่ วั น ที่ 20 กรกฎาคม 2548 ดังนั้น การเลือกพื้นที่หรือจุดเริ่มต้นในการเข้าตลาดจึง กระทั่งเหลือศูนย์ภายในวันที่ 1 มกราคม 2553 เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไทยควรพิจารณาอย่างละเอียด ถี่ถ้วน โดยในเบื้องต้นมีข้อเสนอแนะดังนี้ - สินค้าในกลุม่ Normal Track II ที่ได้รบั ความยืดหยุน่ ให้ลดภาษีเหลือศูนย์ภายในวันที่ 1 มกราคม 2555 - ผู้ ป ระกอบการที่ มี ค วามพร้ อ มในเรื่ อ งเงิ น ทุ น ได้ แ ก่ สิ น ค้ า ในพิ กั ด 71131991, 71131999, ทรัพยากรต่างๆ และต้องการที่จะเข้าไปดำเนิน 71132010, 71132090, 71141100, 71141900, ธุ ร กิ จ ค้ า ปลี ก อั ญ มณี แ ละเครื่ อ งประดั บ โดยตรง 71142000, 71159090, 71161000, 71162000, ควรมุ่ ง ไปยั ง เมื อ งขนาดใหญ่ อาทิ เ ช่ น ปั ก กิ่ ง 71171100 และ 71179000 เซี่ยงไฮ้ และ กวางโจว เป็นต้น (ยกเว้นสินค้าในพิกัด 71171900 ซึ่งอยู่ ในข่าย - ผู้ประกอบการที่ยังไม่พร้อมในเรื่องเงินทุน และ สินค้าอ่อนไหวที่จีนจะยังคงอัตราอากรขาเข้าอยู่ที่ ทรัพยากรต่างๆ มากนัก ควรเข้าไปยังเมืองในระดับ ร้อยละ 17) รองลงมา เช่น เหอหนาน อูฮ๋ นั่ และ หูเป่ย เป็นต้น ซึ่งเมืองเหล่านี้อาจมีความเจริญทางเศรษฐกิจน้อย ทั้งนี้ สินค้าที่จะได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษีศุลกากร กว่า แต่การแข่งขันก็จะไม่สูงเท่ากับในเมืองใหญ่ จาก ACFTA จะต้องเป็นสินค้าที่มีเกณฑ์การผลิตที่ ใช้ วัตถุดบิ ในประเทศผูส้ ง่ ออกทัง้ หมด (Wholly Obtained) - ผู้ ป ระกอบการที่ ต้ อ งการเข้ า ไปประกอบธุ ร กิ จ หรื อ เกณฑ์ ก ารผลิ ต ที่ ใ ช้ วั ต ถุ ดิ บ ในประเทศ (Local ค้าส่งอัญมณีและเครื่องประดับ อาจพิจารณาไป Content) ซึ่งกำหนดให้มีสัดส่วนมูลค่าวัตถุดิบภายใน เปิดดำเนินกิจการที่เมืองเซินเจิ้น เนื่องจากเมือง ประเทศไม่ ต่ ำ กว่ า ร้ อ ยละ 40 ของราคา FOB โดย ดั ง กล่ า วถื อ เป็ น ศู น ย์ ก ลางการค้ า อั ญ มณี แ ละ เครื่องประดับที่สำคัญของจีน

จำนวนและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวจีนในประเทศไทย ระหว่าง ปี 2546-2550

10

โอกาสการค้าพลอยสี ในจีน


สามารถนำวัตถุดิบจากประเทศสมาชิกของอาเซียน ของธุรกิจด้วย อาทิเช่น Dimexon Diamonds Ltd ทุกประเทศมารวมกันได้ บริษัทผู้ผลิตเครื่องประดับทองและแพลทินัมที่ตกแต่ง ด้วยเพชรสัญชาติอินเดีย ซึ่งมีกำหนดเริ่มสายการผลิต • เปิดดำเนินกิจการในฮ่องกง สินค้าทีเ่ มืองชิงเต่าในมณฑลซานตงในช่วงปลายปี 2552 มี น โยบายที่ จ ะตอบแทนสั ง คมด้ ว ยการจ้ า งคนงาน จี น และฮ่ อ งกงมี ค วามสั ม พั น ธ์ ท างเศรษฐกิ จ ที่ ท้องถิน่ ทีห่ หู นวกจำนวน 13 คน เข้าทำงานในบริษทั ซึง่

แน่นแฟ้น ฉะนั้น การเข้าไปดำเนินธุรกิจในฮ่องกงจึง การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทมีภาพลักษณ์ ที่ดีในสายตาประชาชนในท้องถิ่น เปรี ย บเสมื อ นการได้ ก้ า วเข้ า ไปในประเทศจี น ด้ ว ย นอกจากนี้ ทั้ ง สองประเทศยั ง มี ค วามตกลงว่ า ด้ ว ย หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ ใกล้ชิด (Closer Economic • จัดทำเว็บไซต์ภาษาจีนเพือ่ สือ่ สารกับผูซ้ อื้ ภายในประเทศ Partnership Arrangement : CEPA) ทำให้สินค้าที่ ผลิ ต ในฮ่ อ งกงภายใต้ เ งื่ อ นไขที่ ก ำหนดสามารถส่ ง การสื่อสารด้วยวิธีนี้ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการ เข้าไปในประเทศจีนโดยได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากร เข้าถึงผู้บริโ ภคชาวจีนได้อย่างกว้างขวาง จากข้อมูล ผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับไทยจึงอาจ ของ China Internet Network Information Center พิจารณาเข้าไปตั้งบริษัทผลิตสินค้าในฮ่องกงเพื่อให้ ได้ ระบุวา่ ในปี 2551 ชาวจีนที่ใช้อนิ เตอร์เน็ตมีจำนวนถึง เกณฑ์ แ หล่ ง กำเนิ ด สิ น ค้ า ที่ ก ำหนดแล้ ว ส่ ง เข้ า ไปยั ง 298 ล้านคน หรือกว่าร้อยละ 20 ของประชากรจีน ประเทศจีนโดยตรง หรืออาจพิจารณาเข้าเป็นหุ้นส่วน ทั้งประเทศ โดยจำนวนผู้ ใช้อินเตอร์เน็ตนี้มีอัตราการ หรือร่วมลงทุนกับผู้ผลิตชาวฮ่องกงที่ส่งออกสินค้าไป เติบโตถึงร้อยละ 41.9 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ ยังประเทศจีนได้อีกทางหนึ่ง การเลือกซื้อสินค้าที่รวมถึงอัญมณีและเครื่องประดับ เป็ น กิ จ กรรมหนึ่ ง ของนั ก ท่ อ งอิ น เตอร์ เ น็ ต ชาวจี น • ร่วมมือกับคู่ค้าที่เชี่ยวชาญในตลาดจีน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบนั การค้าอัญมณีและเครือ่ งประดับ ในประเทศจีนผ่านระบบออนไลน์ยังมีมูลค่าไม่สูงนัก วิธกี ารนีจ้ ะช่วยลดความเสีย่ งจากการลงทุนโดยตรง เมื่ อ เที ย บกั บ ช่ อ งทางอื่ น ๆ หากแต่ ผู้ เ ชี่ ย วชาญใน ภายในประเทศจีนได้เป็นอย่างดี ดังจะเห็นได้จากกรณี อุตสาหกรรมต่างเห็นพ้องกันว่า ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ตัวอย่างของบริษทั ที่ใช้แนวทางดังกล่าวนีจ้ นประสบผล การค้าอัญมณีและเครื่องประดับผ่านอินเตอร์เน็ตจะ กลายเป็นช่องทางการค้าที่สำคัญและมีแนวโน้มเติบโต สำเร็จคือ International Group Italian Manufacturing ได้อย่างต่อเนื่อง SpA (IGIM) ซึ่ ง เป็ น บริ ษั ท ของอิ ต าลี ไ ด้ ร่ ว มมื อ กั บ Chow Tai Fook บริษทั ของฮ่องกง ผลิตเครือ่ งประดับ จากข้อเสนอแนะแนวทางการรุกเข้าสูต่ ลาดอัญมณี ภายใต้แบรนด์ Luca Carati ส่งเข้าไปจำหน่ายในตลาดจีน โดย IGIM ใช้ ป ระโยชน์ จ ากเครื อ ข่ า ยการค้ า ของ และเครื่องประดับจีนที่กล่าวมาข้างต้น ผู้ประกอบการ ไทยควรจะได้ พิ จ ารณาถึ ง แนวทางที่ เ หมาะสมกั บ Chow Tai Fook ที่มีร้านค้าปลีกในประเทศจีนเป็น ตนเองมากที่ สุ ด รวมถึ ง อาจเดิ น ทางเข้ า ไปสำรวจ จำนวนมาก ในขณะเดียวกัน Chow Tai Fook ก็จะได้

ตลาดในประเทศจีนด้วยตนเองหรือหาโอกาสเข้าชม รั บ ประโยชน์ ใ นด้ า นภาพลั ก ษณ์ สิ น ค้ า ที่ ดี จ ากการ งานแสดงสิ น ค้ า อั ญ มณี แ ละเครื่ อ งประดั บ ในเมื อ ง ร่วมมือกับสินค้าแบรนด์เนมจากอิตาลี จึงถือว่าได้รับ ประโยชน์ดว้ ยกันทัง้ สองฝ่าย ดังนัน้ หากผูป้ ระกอบการ สำคัญด้วย ทัง้ นี้ สิง่ สำคัญประการหนึง่ ทีผ่ ปู้ ระกอบการ ไทยสามารถหาคู่ ค้ า ที่ มี ป ระสบการณ์ สู ง ในตลาด ไทยควรตระหนักไว้เสมอก็คือ พึงหลีกเลี่ยงการแข่งขัน อัญมณีและเครื่องประดับจีนก็จะช่วยให้การรุกเข้าสู่ ด้านราคากับผู้ผลิตอัญมณีและเครื่องประดับในจีน แต่ ตลาดจีนสามารถกระทำได้ง่ายยิ่งขึ้น ควรทีจ่ ะหันมาพัฒนาและยกระดับคุณภาพสินค้าของตน ให้สูงขึ้น เน้นตลาดระดับกลางถึงระดับบนเป็นหลัก • ผูกมิตรกับคนในท้องถิ่น พร้อมทัง้ สร้างการรับรู้ ใน แบรนด์ของสินค้า ซึง่ เหล่านี้ จะช่วยเพิม่ โอกาสทางการค้าและการแข่งขันให้แก่สนิ ค้า นอกจากความสัมพันธ์ส่วนตัวกับนักธุรกิจท้องถิ่น อัญมณีและเครื่องประดับไทยในตลาดจีนได้ดียิ่งขึ้น จะถื อ เป็ น สิ่ ง สำคั ญ อย่ า งยิ่ ง ต่ อ ความสำเร็ จ ในการ ดำเนินธุรกิจในประเทศจีนแล้ว บริษัทยังอาจพิจารณา จัดกิจกรรมเพื่อสังคมแก่คนในท้องถิ่นเพื่อความยั่งยืน

โอกาสการค้าพลอยสีในจีน

11


ภารกิ จ ของศู น ย์ ข้ อ มู ล คื อ การให้ บ ริ ก ารข้ อ มู ล การค้ า อัญมณีและเครื่องประดับที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์

ระบบฐานข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับออนไลน์ซึ่งจัดทำขึ้นโดยศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับของสถาบัน เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเผยแพร่ข้อมูลเชิงลึกด้านต่างๆ ในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับสู่สาธารณชนอย่าง กว้างขวางและมีประสิทธิภาพเพื่อใช้ประโยชน์ในการวางแผนกลยุทธ์การผลิตและการตลาดได้อย่างเหมาะสม พัฒนา รูปแบบสินค้าได้สอดคล้องกับความต้องการของผูบ้ ริโภค ปรับเปลีย่ นกลยุทธ์ ได้ทนั ต่อการเปลีย่ นแปลงของสภาพแวดล้อม ทางธุรกิจ ตลอดจนหลีกเลีย่ งการเกิดข้อเสียเปรียบทางการค้า ระบบฐานข้อมูลออนไลน์นำเสนอข้อมูลด้านการตลาดอัญมณีและเครื่องประดับ สถิติมูลค่าการนำเข้าส่งออก กฎระเบียบการค้า อัตราภาษีศุลกากร งานแสดงสินค้าและการประชุมสัมมนานานาชาติด้านอัญมณีและเครื่องประดับ รายชื่อผู้นำเข้าในประเทศคู่ค้าที่สำคัญ รายชื่อผู้ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย ฯลฯ ผู้สนใจสามารถใช้บริการได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพียงคลิกเข้าไปที่ http://gemandjewelrydb.git.or.th/gem

จัดทำและเผยแพร่ โดย สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) อาคารวิจัยและตรวจสอบอัญมณี ชั้ น 6 ในบริ เ วณคณะวิ ท ยาศาสตร์ จุ ฬ าลงกรณ์ ม หาวิ ท ยาลั ย ถนนพญาไท แขวงวั ง ใหม่ เขตปทุ ม วั น กรุ ง เทพฯ 10330 โทร 02 218 5470-4 โทรสาร 02 218 5474 เว็บไซต์ www.git.or.th อีเมล์ jewelry@git.or.th

เอกสารฉบับนี้เป็นลิขสิทธิ์ของสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) การพิมพ์ซ้ำหรือการนำข้อมูลทั้งหมดหรือ

ส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ ไม่ว่าจะโดยวิธีการใดก็ตาม จะต้องได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับ แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

12

โอกาสการค้าพลอยสี ในจีน


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
โอกาสการค้าพลอยสีในจีน by Gem and Jewelry Library - Issuu