ในภาพรวมมู ล ค่ า การส่ ง ออกอั ญ มณี แ ละเครื่ อ งประดับ ของไทยเติบ โตได้ร้อ ยละ 29.60 ขณะที่มูลค่าการน�ำเข้าลดลงร้อยละ 12.90 โดยทองค�ำที่ยังมิได้ขึ้นรูปหรือทองค�ำกึ่งส�ำเร็จรูปยังคง เป็นสินค้าหลักทัง้ ในด้านการส่งออกและน�ำเข้า แต่หากพิจารณามูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครือ่ งประดับไทย ไม่รวมทองค�ำฯ จะพบว่าลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ 3.03 อย่างไรก็ตาม มูลค่าการส่งออกในปี 2560 มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นจากปี 2559 จากปัจจัยบวกเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นจากนโยบายกระตุ้น เศรษฐกิจของประเทศมหาอ�ำนาจขนาดใหญ่อย่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปและญี่ปุ่นที่ ปรับตัวในทิศทางดีขนึ้ มาตัง้ แต่ปลายปี 2559 อีกทัง้ มีมาตรการภาครัฐช่วยสนุบสนุนเพิม่ ขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ ผู้ประกอบการ ขณะที่อาจได้รับปัจจัยลบจากความไม่ชัดเจนในการด�ำเนินนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ ซึ่งอาจ สร้างความผันผวนให้กับเศรษฐกิจโลกและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการเมืองและเศรษฐกิจในสหภาพยุโรป และภัยก่อการร้าย ซึ่งจะฉุดความเชื่อมั่นการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยอย่างอัญมณีและเครื่องประดับ มูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยตามพิกัดอัตรา ศุลกากรตอนที่ 71* ในปี 2559 เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.60 จากเดิมในปี 2558 ที่มีมูลค่า 10,993.35 ล้านเหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 14,247.60 ล้านเหรียญสหรัฐ นับเป็นสินค้าส่งออกที่ส�ำคัญในอันดับที่ 3 และ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6.62 ของสินค้าส่งออกโดยรวมของไทย อย่างไรก็ตาม หากน�ำมูลค่าการส่งออกดังกล่าวข้างต้นหักออกด้วย การส่งออกทองค�ำที่ยังมิได้ขึ้นรูปซึ่งมีสัดส่วนราวร้อยละ 51 พบว่า การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครือ่ งประดับทีแ่ ท้จริงมีมลู ค่า 6,968.54
ล้านเหรียญสหรัฐ ปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ 3.03 ส่วนการน�ำเข้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ มีมูลค่าลดลง ร้อยละ 12.90 จากมูลค่า 9,912.26 ล้านเหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 8,633.19 ล้านเหรียญสหรัฐ ทัง้ นี้ หากพิจารณาดุลการค้าสินค้าอัญมณีและเครือ่ งประดับพบว่า ในปี 2559 ไทยได้ดุล 5,614.41 ล้านเหรียญสหรัฐ ดังแผนภาพที่ 1 ซึ่งนับเป็นการเกินดุลการค้าเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน
แผนภาพที่ 1 มูลค่าการน�ำเข้าส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย ปี 2550 – 2559 ลานเหร�ยญสหรัฐ 30,000 25,000 20,000 15,000 10,000 5,000 0 -5,000 -10,000
มูลคานำเขา มูลคาสงออก ดุลการคา
2550
2551
2552
4,223.40
9,398.72
5,998.49
5,381.39
8,270.07
1,157.99
-1,128.65
2553
2554
2555
2556
2557
2558
2559
10,437.82 20,650.47 16,646.19
18,456.32
9,495.89
9,912.26
8,633.19
9,761.40
11,652.06 12,301.06 13,147.55
10,084.78 10,061.06
10,993.35 14,247.60
3,762.91
1,214.24
-8,371.54
1,081.09
-8,349.41 -3,498.64
565.17
5,614.41
ที่มา: กรมศุลกากร ประมวลผลโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแหงชาติ (องคการมหาชน)
สถานการณ์การนำ�เข้าส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย ปี 2559 1
1
สถานการณ์การส่งออก
สินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุดในปี 2559 ในสัดส่วนร้อยละ 51.09 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยโดยรวม คือ ทองค�ำที่ยังมิได้ขึ้นรูปหรือทองค�ำกึ่งส�ำเร็จรูป ด้วยมูลค่า เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 91.19 อันเนื่องมาจากการส่งออกเพื่อท�ำก�ำไร จากส่วนต่างของราคา ซึ่งราคาทองค�ำเฉลี่ยตลอดปี 2559 ปรับตัว สูงกว่าปี 2558 เกือบร้อยละ 8 ท�ำให้ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 1,250.74 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ (http://www.kitco.com) ซึง่ เป็นผลมาจากการทีเ่ ฟดชะลอการปรับขึน้ อัตราดอกเบีย้ ผลกระทบ จาก Brexit ท�ำให้ธนาคารกลางชั้นน�ำของโลกด�ำเนินมาตรการ ผ่อนคลายทางการเงิน ซึ่งมีผลท�ำให้อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต�่ำ และการเข้าซื้อทองค�ำของกองทุนรายใหญ่ของโลกอย่าง SPDR รวมถึงธนาคารกลางจีนและรัสเซียที่เข้าซื้อทองค�ำเพื่อสะสมเป็น เงินทุนส�ำรองแทนการถือเงินเหรียญสหรัฐที่เสี่ยงขาดเสถียรภาพ คาดว่าปัจจัยดังกล่าวจะยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองค�ำ ในปี 2560 ต่อไป ทั้งนี้ ตลาดหลักส่งออกทองค�ำฯ ของไทย คือ สวิตเซอร์แลนด์ ซึง่ มีสดั ส่วนสูงสุดกว่าร้อยละ 56 รองลงมาคือ สิงคโปร์ และกัมพูชา ตามล�ำดับ
เครื่องประดับแท้
เป็นสินค้าส่งออกที่ส�ำคัญเป็นอันดับ 2 คิดเป็น สัดส่วนร้อยละ 25.03 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย และปรับตัวลดลงร้อยละ 3.56 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่ง หากแยกพิจารณาในสินค้ารายการส�ำคัญพบว่า เครื่องประดับทอง หดตัวลงร้อยละ 4.28 เมือ่ เทียบกับปีกอ่ นหน้า ปัจจัยหลักมาจากความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจโลก ประกอบกับวัตถุดิบ ที่ใช้ผลิตอย่างทองค�ำมีราคาเฉลี่ยสูงขึ้นเกือบร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับปี ก่อนหน้า กดดันความต้องการซือ้ เครือ่ งประดับทองของผูบ้ ริโภคให้ออ่ นแอลง ส่งผลให้ไทยส่งออกไปยังตลาดส่วนใหญ่ได้ลดลง โดยเฉพาะตลาดหลักใน 2 อันดับแรกของไทยและเป็นตลาดหลักของโลกอย่างฮ่องกงและสหรัฐอเมริกา รวมถึงสหราชอาณาจักร ตลาดในอันดับ 5 ต่างมีมูลค่าลดลงร้อยละ 1.36, ร้อยละ 0.73 และร้อยละ 21.28 ตามล�ำดับ ส่วนการส่งออกไปยัง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสวิตเซอร์แลนด์ ที่อยู่ในอันดับ 3 และ 4 ยังสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องร้อยละ 20.36 และร้อยละ 11.15 ตามล�ำดับ โดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์น�ำเข้าเครื่องประดับทองเพิ่มขึ้นนั้น ส่วนหนึง่ เพือ่ จ�ำหน่ายให้กบั คนท้องถิน่ และชาวอินเดียซึง่ มีจำ� นวนกว่าร้อยละ 40 ของจ�ำนวนประชากรทั้งหมดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (Euromonitor, กั น ยายน 2559) และอี ก ส่ ว นหนึ่ ง ส่ ง ออกต่ อ ไปยั ง ประเทศอื่ น ๆ ใน ตะวันออกกลางซึ่งมีความต้องการบริโภคเครื่องประดับทองเพิ่มขึ้น 2 สถานการณ์การนำ�เข้าส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย ปี 2559
เครื่องประดับเงิน ปรับตัวลดลงร้อยละ 1.61
ซึ่ ง อาจเป็ น ผลมาจากราคาโลหะเงิ น เฉลี่ ย เพิ่ ม สู ง ขึ้ น กว่ า ร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่งผลลบต่อความต้องการ เครือ่ งประดับเงิน จึงท�ำให้ไทยส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาและ เยอรมนี ตลาดหลักใน 2 อันดับแรกที่ครองสัดส่วนรวมกัน กว่าร้อยละ 60 ได้ลดลงร้อยละ 10.12 และร้อยละ 2.21 ตามล�ำดับ ในขณะทีร่ าคาเฉลีย่ วัตถุดบิ แพลทินมั ปรับตัวลดลง เมือ่ เทียบกับปีกอ่ นหน้า จึงดึงดูดผูท้ ชี่ นื่ ชอบเครือ่ งประดับสีขาว ในสองประเทศดังกล่าว หันไปซือ้ เครือ่ งประดับแพลทินมั แทน สะท้อนได้จากมูลค่าการส่งออกเครื่องประดับแพลทินัมไปยัง สหรัฐฯ และเยอรมนีที่เพิ่มสูงขึ้น ส�ำหรับการส่งออกไปยัง ตลาด 3 อันดับถัดมาอย่างออสเตรเลีย ฮ่องกง และจีน ยัง สามารถเติบโตได้ดีร้อยละ 9.52, ร้อยละ 7.12 และร้อยละ 79.81 ตามล�ำดับ ทั้งนี้ ผู้ส่งออกอันดับหนึ่งใน 3 ตลาด ดังกล่าวคือ แพนดอร่า ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเครื่องประดับเงิน แบรนด์เนมเป็นทีน่ ยิ มในประเทศดังกล่าว ฉะนัน้ ผูป้ ระกอบการ ไทยจึงควรพัฒนาการผลิตและเร่งสร้างแบรนด์สนิ ค้าเพือ่ การ เติบโตของธุรกิจในระยะยาว เครื่องประดับแพลทินัม ลดลงร้อยละ 13.42 สอดคล้องกับการคาดการณ์ของ SFA (Oxford) ที่ระบุว่าใน ปี 2559 โลกมีความต้องการซื้อเครื่องประดับแพลทินัม ลดลงร้อยละ 10 ท�ำให้ผู้ซื้อชะลอการน�ำเข้าเครื่องประดับ แพลทินัม เพราะต้องการระบายสินค้าที่ค้างในสต๊อกก่อน จึง ส่งผลให้ไทยส่งออกไปยังผู้น�ำเข้าเพื่อส่งออกต่ออย่างฮ่องกง และสิงคโปร์ซึ่งเคยเป็นตลาดส�ำคัญใน 5 อันดับแรกของปี ที่ผ่านมาได้ลดลง จนท�ำให้มีสัดส่วนลดลงเกือบ 2 เท่า และ 3 เท่า ตามล�ำดับ ขณะทีก่ ารส่งออกไปญีป่ นุ่ และสหรัฐอเมริกา ตลาดหลักใน 2 อันดับแรกเติบโตได้รอ้ ยละ 8.16 และร้อยละ 4.39 ตามล�ำดับ เนื่องจากราคาเฉลี่ยวัตถุดิบแพลทินัมที่ ลดลงกว่าร้อยละ 6 เมือ่ เทียบกับปีกอ่ นหน้า ในขณะทีว่ ตั ถุดบิ โลหะเงิ น ปรั บ ตั ว สู ง ขึ้ น ท� ำ ให้ ร าคาเครื่ อ งประดั บ เงิ น โดยเฉพาะสินค้าแบรนด์เนมมีราคาสูงขึ้นมากตามไปด้วย จึงอาจจูงใจผู้ที่ชอบเครื่องประดับสีขาว รวมถึงคู่แต่งงานใน ทัง้ 2 ประเทศหันมาเลือกซือ้ เครือ่ งประดับแพลทินมั มากยิง่ ขึน้
เพชร
เป็นสินค้าส่งออกทีส่ ำ� คัญในอันดับที่ 3 ในสัดส่วนร้อยละ 11.73 และมีมูลค่าลดลงร้อยละ 5.95 จากการส่งออกเพชรเจียระไน ซึ่งเป็นสินค้าหลักในหมวดนี้ได้ลดลงร้อยละ 2.88 เมื่อเทียบกับปี ก่อนหน้า เนื่องจากราคาเพชรเฉลี่ยลดลง โดยราคาเฉลี่ยเพชรขนาด 1, 3 และ 5 กะรัตลดลงร้อยละ 2 ส่วนเพชรขนาด 0.5 กะรัตลดลง ร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (RAPAPORT, มกราคม 2560) โดยราคาเพชรที่ลดลงนั้น ส่วนหนึ่งมาจากก�ำลังซื้อเพชรลดลงตาม ความซบเซาของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับผูซ้ อื้ มีความกังวลกับเพชร สังเคราะห์ที่เหมือนกับเพชรแท้จนแยกไม่ออก ส่งผลกระทบต่อระดับ อุปสงค์ในตลาด จึงท�ำให้ไทยส่งออกไปได้ลดลง โดยเฉพาะตลาดส�ำคัญ อย่างเบลเยียม และสหรัฐอเมริกา ที่อยู่ในอันดับ 2 และ 5 ปรับตัว ลดลงร้อยละ 10.42 และร้อยละ 18.90 ตามล�ำดับ แม้ว่าการส่งออก ไปยังฮ่องกง อินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่อยู่ในอันดับ 1, 3 และ 5 จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.48, ร้อยละ 21.61 และร้อยละ 23.12 ตามล�ำดับก็ตาม ทั้งนี้ เพชรรูปทรงใหม่ๆ และเพชรแฟนซี ก�ำลังเป็นสิ่งที่ตลาดให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้
พลอยสี
เป็นสินค้าส่งออกอันดับ 4 ด้วยสัดส่วนร้อยละ 7.49 และมีมูลค่าเติบโตร้อยละ 2.41 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทั้งนี้ หากแยกพิจารณาเป็นรายผลิตภัณฑ์ พบว่า
พลอยเนื้อแข็งเจียระไน (ทับทิม แซปไฟร์ และมรกต)
ขยายตัวร้อยละ 6.51 โดยไทยส่งออกแซปไฟร์ราวร้อยละ 42 หาก แต่มีมูลค่าหดตัวลงร้อยละ 1.67 ขณะที่เป็นการส่งออกทับทิมใน สัดส่วนราวร้อยละ 41 ขยายตัวสูงขึ้นร้อยละ 16.37 เมื่อเทียบกับ
ตารางที่ 1
ปีก่อนหน้า ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกพลอยเนื้อแข็งเจียระไนที่เติบโต ได้ดนี นั้ เป็นผลจากการส่งออกไปยังฮ่องกง สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ และอินเดีย ตลาดหลักในอันดับที่ 1, 2, 3 และ 5 ที่ต่างขยายตัวได้ ร้อยละ 13.48, ร้อยละ 17.84, ร้อยละ 9.57 และร้อยละ 8.12 ตามล�ำดับ ขณะทีก่ ารส่งออกไปยังจีน ตลาดส�ำคัญในอันดับ 4 ปรับตัว ลดลงร้อยละ 48.09 พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน มีมูลค่าลดลงร้อยละ 4.67 เนือ่ งจากการส่งออกไปยังฮ่องกง ตลาดทีค่ รองส่วนแบ่งสูงสุดกว่าร้อยละ 62 รวมถึงจีน และอินเดีย ซึ่งอยู่ในอันดับ 4 และ 5 ปรับตัวลดลง ร้อยละ 6.18, ร้อยละ 43.41 และร้อยละ 27.51 ตามล�ำดับ ส่วน การส่งออกไปสหรัฐอเมริกา และสวิตเซอร์แลนด์ ทีอ่ ยูใ่ นอันดับ 2 และ 3 สามารถเติบโตได้ร้อยละ 38.29 และร้อยละ 73.60 ตามล�ำดับ
เครื่องประดับเทียม
เป็นสินค้าส่งออกในอันดับที่ 5 คิดเป็น สัดส่วนร้อยละ 2.86 และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.37 เมื่อเทียบกับ ปีกอ่ นหน้า ส่วนหนึง่ อาจเป็นเพราะกลุม่ วัยรุน่ หรือคนรุน่ ใหม่ทมี่ กี ำ� ลังซือ้ ไม่สูงนิยมสินค้าแฟชั่นทันสมัย ราคาย่อมเยา ซึ่งสินค้าไทยสามารถ ตอบสนองได้ จึงท�ำให้ไทยส่งออกไปหลายตลาดส�ำคัญได้สูงขึ้นไม่ว่า จะเป็นลิกเตนสไตน์ สิงคโปร์ เยอรมนี และฝรั่งเศส ตลาดในอันดับ 1, 3, 4 และ 5 ที่ต่างเติบโตได้ร้อยละ 3.81, ร้อยละ 2.40, ร้อยละ 12.06 และร้อยละ 6.75 ตามล�ำดับ เว้นเพียงสหรัฐอเมริกา ซึ่งอยู่ ในอันดับ 2 ปรับตัวลดลงร้อยละ 11.42 ทั้งนี้ ไทยเป็นผู้ส่งออก เครื่องประดับเทียมไปยังสหรัฐฯ เป็นอันดับสองรองจากจีนที่ครอง ส่วนแบ่งสูงสุดว่าร้อยละ 73
มูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยระหว่างเดือนมกราคม-ธันวาคม ปี 2558 และ 2559 รายการ
มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐ) ม.ค.-ธ.ค. 58 ม.ค.-ธ.ค. 59
สัดส่วน (ร้อยละ) ม.ค.-ธ.ค. 58 ม.ค.-ธ.ค. 59
เปลี่ยนแปลง (ร้อยละ)
1 ทองค�ำที่ยังมิได้ขึ้นรูปหรือทองค�ำกึ่งส�ำเร็จรูป
3,807.24
7,279.06
34.63
51.09
91.19
2 เครื่องประดับแท้
3,697.42
3,565.96
33.63
25.03
-3.56
2.1 เครื่องประดับเงิน
1,585.62
1,560.05
14.42
10.95
-1.61
2.2 เครื่องประดับทอง
1,848.60
1,769.57
16.82
12.42
-4.28
2.3 เครื่องประดับแพลทินัม
116.34
100.73
1.06
0.71
-13.42
2.4 อื่นๆ
146.86
135.61
1.33
0.95
-7.66
3 เพชร
1,777.42
1,671.60
16.17
11.73
-5.95
3.1 เพชรก้อน
158.97
100.85
1.45
0.71
-36.56
1,616.48
1,569.92
14.70
11.02
-2.88
1.97
0.83
0.02
0.00
-58.04
3.2 เพชรเจียระไนแล้ว 3.3 อื่นๆ
สถานการณ์การนำ�เข้าส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย ปี 2559 3
ตารางที่ 1
มูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยระหว่างเดือนมกราคม-ธันวาคม ปี 2558 และ 2559 (ต่อ) รายการ
มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐ) ม.ค.-ธ.ค. 58 ม.ค.-ธ.ค. 59
สัดส่วน (ร้อยละ) ม.ค.-ธ.ค. 58 ม.ค.-ธ.ค. 59
เปลี่ยนแปลง (ร้อยละ)
4 พลอยสี
1,041.69
1,066.77
9.48
7.49
2.41
4.1 พลอยก้อน
45.52
46.89
0.41
0.33
3.01
4.2 พลอยเนื้อแข็งเจียระไน
628.33
669.22
5.72
4.70
6.51
4.3 พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน
367.84
350.66
3.35
2.46
-4.67
5 เครื่องประดับเทียม
390.91
408.00
3.56
2.86
4.37
6 อัญมณีสังเคราะห์
114.30
111.80
1.04
0.78
-2.19
7 อื่นๆ
164.37
144.41
1.49
1.02
-12.13
10,993.35
14,247.60
100.00
100.00
29.60
รวม (1+2+3+4+5+6+7)
ที่มา: กรมศุลกากร ประมวลผลโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
ฮ่องกง เป็นตลาดส่งออกทีส่ ำ� คัญอันดับ 2 ในสัดส่วนร้อยละ ตลาดส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยที่ 16.87 และมีมูลค่าสูงขึ้นร้อยละ 2.20 เนื่องมาจากการส่งออก มีมูลค่าสูงสุดในปี 2559 คือ สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยสัดส่วน สิน ค้า ส�ำคัญอย่า งเพชรเจีย ระไน พลอยเนื้อแข็ง เจีย ระไน และ ร้อยละ 30.25 และเติบโตกว่า 1.36 เท่า อันเป็นผลจาก ทองค�ำฯ ได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.48, ร้อยละ 13.48 และร้อยละ 12.72 การส่ ง ออกทองค� ำ ฯ ซึ่ ง เป็ น สิ น ค้ า หลั ก ในสั ด ส่ ว นราว ตามล�ำดับ ร้อยละ 95 ได้เพิ่มขึ้นกว่า 1.56 เท่า อีกทั้งเครื่องประดับ สหรัฐอเมริกา เป็นตลาดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับที่ ทอง สินค้าส�ำคัญถัดมาก็ขยายตัวได้ร้อยละ 11.15 ส�ำคัญในอันดับ 3 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8.84 หากแต่มีมูลค่าลดลง ทั้ ง นี้ จากรายงานของ Euromonitor พบว่ า ในปี ร้อยละ 3.90 จากการส่งออกเครื่องประดับแท้ซึ่งเป็นสินค้าหลักใน 2559 เครื่องประดับทองมีสัดส่วนสูงที่สุดในตลาด สัดส่วนกว่าร้อยละ 74 โดยกว่าครึ่งหนึ่งเป็นการส่งออกเครื่องประดับเงิน เครื่ อ งประดั บ แท้ ข องสวิ ต เซอร์ แ ลนด์ โดยทอง ที่หดตัวลงร้อยละ 10.12 ส่วนที่เหลือเป็นเครื่องประดับทองก็ปรับตัวลง สีกุหลาบเป็นที่นิยมมากที่สุด ในขณะที่ความต้องการ เล็กน้อยร้อยละ 0.73 ในขณะที่สินค้าส�ำคัญถัดมาอย่างพลอยเนื้อแข็งและ เครื่ อ งประดั บ ทองสี เ หลื อ งก็ ยั ง คงที่ นอกจากนี้ พลอยเนื้ออ่อนเจียระไนยังคงเติบโตได้ดีร้อยละ 17.84 และร้อยละ 38.29 เครื่ อ งประดั บ ที่ ท� ำ จากโลหะผสม อาทิ ทองค� ำ ตามล�ำดับ สีเหลือง, ทองสีกุหลาบ และเงิน รวมถึงการใช้วัสดุ สิงคโปร์ นับเป็นตลาดส่งออกในอันดับที่ 4 ด้วยสัดส่วนร้อยละ 7.93 หลากหลายผสมตกแต่งบนตัวเรือนเครื่องประดับ และขยายตัวถึงร้อยละ 95.09 โดยเป็นผลจากการส่งออกสินค้าหลักอย่าง อาทิ คริสตัล พลอยเนื้อแข็งและพลอยเนื้ออ่อน ทองค�ำฯ ในสัดส่วนราวร้อยละ 90 ได้เพิ่มสูงขึ้นกว่า 1.22 เท่า นอกจากนี้ ไทย เจียระไน ก็ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงปีที่ ยังสามารถส่งออกสินค้าล�ำดับถัดมาอย่างเครื่องประดับเทียมได้เพิ่มขึ้นร้อยละ ผ่านมา 2.40 ส่วนตลาดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยที่ส�ำคัญในอันดับ 5 คือ ออสเตรเลีย จากการส่งออกทองค�ำฯ สินค้าหลักในสัดส่วนราวร้อยละ 74 ได้สูง กว่า 39.88 เท่า อีกทั้งสินค้ารองลงมาอย่างเครื่องประดับเงินก็เติบโตได้ร้อยละ 9.52
4 สถานการณ์การนำ�เข้าส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย ปี 2559
แผนภาพที่ 2 ตลาดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยในปี 2559 ฮ่องกง 16.87% (+2.20%)
สหรัฐอเมริกา 8.84% (-3.90%) สิงคโปร์ 7.93% (+95.09%) ออสเตรเลีย 5.15% (+318.34%)
สวิตเซอร์แลนด์ 30.25% (+136.39%)
ที่มา: กรมศุลกากร ประมวลผลโดย สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและ เครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
กัมพูชา 4.71% (-24.86%)
อื่นๆ 14.07% (-6.25%)
เยอรมนี 4.20% (-4.82%) ญี่ปุ่น 3.33% (+20.45%) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2.40% (+13.34%) เบลเยียม 2.25% (-19.36%)
ในส่วนของการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ที่ลดลงนั้น เนื่องจากไทย ทั้ ง นี้ หากพิ จ ารณาการส่ ง ออกอั ญ มณี แ ละ ส่ ง ออกสิ น ค้ า หลั ก อย่ า งเครื่ อ งประดั บ แท้ ทั้ ง เครื่ อ งประดั บ เงิ น และ เครื่องประดับไทย (ไม่รวมทองค�ำ) ไปยังตลาด/ เครื่องประดับทองได้ลดลง ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากราคาเฉลี่ยโลหะเงิน ภูมิภาคต่างๆ ในระหว่างปี 2556-2559 ดังตารางที่ และทองค� ำ ที่ ป รั บ ตั ว สู ง กว่ า ปี ก ่ อ นหน้ า ประกอบกั บ ผู ้ บ ริ โ ภคมี 2 จะเห็นได้ว่า ในปี 2559 มีมูลค่าลดลงร้อยละ 3.03 ความกั ง วลต่ อ ความผั น ผวนทางเศรษฐกิ จ และผลการเลื อ กตั้ ง จากการส่งออกไปยังตลาดหลักเดิมอย่างสหภาพยุโรป ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งแม้จะทราบ และสหรัฐอเมริกา รวมถึงญี่ปุ่น และอาเซียน ได้ลดลง แล้วว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ ร้อยละ 8.06, ร้อยละ 4.10, ร้อยละ 24.26 และร้อยละ หากแต่นโยบายเศรษฐกิจของทรัมป์ยังไม่มีความชัดเจน จึงท�ำให้ 3.22 ตามล�ำดับ ผูบ้ ริโภคชะลอการซือ้ สินค้าฟุม่ เฟือยออกไป สะท้อนได้จากตัวเลข ในปีที่ผ่านมาสหภาพยุโรปยังคงเผชิญกับปัญหาการ น�ำเข้าเครื่องประดับแท้ของสหรัฐฯ ที่เริ่มลดลงมาตั้งแต่ไตรมาส ฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างเชื่องช้า การออกจาก 3 ต่อเนื่องถึงต้นไตรมาส 4 สมาชิกสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร และภัยก่อการร้าย ส�ำหรับญีป่ นุ่ นัน้ เศรษฐกิจภายในประเทศยังคงชะลอการ ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ อันเป็นปัจจัยฉุดความเชื่อมั่น เติบโต นักลงทุนจึงนิยมซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองค�ำฯ การบริโภค สะท้อนให้เห็นจากดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ซึ่งท�ำให้ไทยส่งออกทองค�ำฯ ไปยังญี่ปุ่นได้เพิ่มขึ้นขณะที่ ที่ อ ยู ่ ใ นแนวลบตลอดปี ส่ ง ผลให้ มู ล ค่ า การส่ ง ออกไปยั ง ผู้บริโภคทั่วไปมีอุปสงค์ต่อสินค้าฟุ่มเฟือยลดลง ท�ำให้ไทย เยอรมนี เบลเยียม และสหราชอาณาจักร ตลาดหลักใน 3 ส่งออกสินค้ารองลงมาทั้งเครื่องประดับทอง และเพชร อันดับแรกที่ครองส่วนแบ่งรวมกันราวร้อยละ 75 ปรับตัวลดลง เจียระไนได้น้อยลง ส่วนเครื่องประดับแพลทินัม ซึ่งเป็น ร้อยละ 4.96, ร้อยละ 19.36 และร้อยละ 6.79 ตามล�ำดับ โดย สิ น ค้ า หลั ก ยั ง เป็ น ที่ ต ้ อ งการของคู ่ แ ต่ ง งานและผู ้ มี เครื่องประดับเงิน เป็นสินค้าส่งออกหลักในเยอรมนี ส่วนสินค้า ก�ำลังซื้อชาวญี่ปุ่น จึงท�ำให้ยังคงเติบโตได้ดีในตลาดนี้ หลักในเบลเยียมเป็นเพชรเจียระไน และสินค้าหลักในสหราชอาณาจักรเป็นเครื่องประดับทอง ที่ล้วนมีมูลค่าลดลงทั้งสิ้น
สถานการณ์การนำ�เข้าส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย ปี 2559 5
ส่วนการส่งออกไปยังอาเซียนปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี ติดต่อกัน โดยไทยส่งออกไปยังหลายตลาดได้ลดลง โดยเฉพาะ สิงคโปร์ ซึ่งครองส่วนแบ่งสูงสุดกว่าร้อยละ 63 มีมูลค่าลดลงร้อยละ 9.44 จากการส่ ง ออกสิ น ค้ า ถั ด มาทั้ ง เครื่ อ งประดั บ ทองและ เครื่องประดับเงินได้ลดลง แม้ว่าเครื่องประดับเทียมซึ่งเป็นสินค้าหลัก จะขยายตัวได้ก็ตาม ส่วนมาเลเซีย ตลาดในอันดับ 2 ก็ปรับตัวลดลง ร้อยละ 19.97เนื่องจากไทยส่งออกสินค้าหลักอย่างเครื่องประดับเงิน รวมถึงสินค้าส�ำคัญล�ำดับถัดมาอย่างเครื่องประดับทองได้ลดน้อยลง ส�ำหรับตลาดอันดับ 3 คือ เวียดนามมีมูลค่าสูงขึ้นร้อยละ 11.97 จาก การส่งออกพลอยเนื้ออ่อนเจียระไน และเครื่องประดับเทียมที่เติบโต กว่า 2.85 เท่า และ 2.46 เท่า ตามล�ำดับ อีกทั้งอัญมณีสังเคราะห์ก็ ขยายตัวได้ดีอีกด้วย ส�ำหรับตลาดที่น่าสนใจคือ เมียนมา ที่ได้เปิด ประเทศและเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ท�ำให้ผู้บริโภคมีก�ำลังซื้อและมีคนรวยเพิ่มมากขึ้น และมีแนวโน้ม ต้องการบริโภคเครื่องประดับเพื่อสวมใส่แสดงฐานะและเก็บสะสม เป็นสินทรัพย์มากยิ่งขึ้น ท�ำให้ไทยส่งออกไปยังเมียนมาได้สูงขึ้นถึง เกือบ 6 เท่า โดยนอกจากทองค�ำฯ แล้ว ไทยยังสามารถส่งออก เพชรเจียระไนไปยังเมียนมา จากที่ไม่เคยส่งออกมาก่อนเลย อีกทั้งยัง ส่งออกพลอยเนื้อแข็งเจียระไน และเครื่องประดับทองได้เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าอีกด้วย ฉะนัน้ ผูป้ ระกอบการจึงควรเร่งรุกท�ำตลาดเมียนมาเพือ่ ช่วงชิงความเป็นผู้น�ำในตลาดเมียนมาก่อนใคร ส�ำหรั บ ตลาดที่ ยั ง เติ บ โตได้ ได้ แ ก่ ฮ่ อ งกง กลุ ่ ม ประเทศ ตะวันออกกลาง อินเดีย ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก จีน รวมถึงรัสเซีย และประเทศเครือรัฐเอกราช ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.69, ร้อยละ 5.79, ร้อยละ 13.02, ร้อยละ 14.05 ,ร้อยละ 2.64 และร้อยละ 8.26 ตามล�ำดับ
ตารางที่ 2 มูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย (ไม่รวมทองค�ำ) ไปยังตลาด/ภูมิภาคต่างๆ ในระหว่างปี 2556 – 2559 ประเทศ/ภูมิภาค
2556
มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐ) 2557 2558
2559
2556
สัดส่วน (ร้อยละ) 2557 2558
2559
เปลี่ยนแปลง (ร้อยละ) 57/56 58/57 59/58
ฮ่องกง
1,623.61 1,822.07 2,056.48 2,070.72 23.83
25.02
28.62
29.72
12.22 12.87
0.69
สหภาพยุโรป
1,600.78 1,662.16 1,619.65 1,489.30 23.50
22.83
22.54
21.37
3.83
-2.56 -8.06
สหรัฐอเมริกา
1,319.11 1,359.87 1,310.11 1,256.34 19.36
18.68
18.23
18.03
3.09
-3.66 -4.10
กลุ่มประเทศ ตะวันออกกลาง
729.51
598.85
562.63
595.27
10.71
8.22
7.83
8.54
-17.91 -6.05
อินเดีย
314.22
350.00
240.13
271.38
4.61
4.81
3.34
3.89
11.39 -31.39 13.02
ญี่ปุ่น
285.08
255.87
272.34
206.25
4.18
3.51
3.79
2.96
-10.25 6.44 -24.26
ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก 171.30
181.74
177.63
202.58
2.51
2.50
2.47
2.91
6.09
อาเซียน
158.41
205.58
177.86
172.13
2.33
2.82
2.47
2.47
29.78 -13.48 -3.22
จีน
57.40
111.03
149.44
153.38
0.84
1.52
2.08
2.20
93.43 34.59
รัสเซีย และกลุ่ม ประเทศเครือรัฐเอกราช
74.57
160.25
55.49
60.07
1.09
2.20
0.77
0.86
114.90 -65.37 8.26
อื่นๆ
478.28
574.10
564.35
491.12
7.04
7.89
7.86
7.05
20.03 -1.70 -12.95
รวม
6,812.27 7,281.52 7,186.11 6,968.54 100.00 100.00 100.00 100.00
6.89
5.79
-2.26 14.05 2.64
-1.31 -3.03
ที่มา: กรมศุลกากร ประมวลผลโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
การส่งออกไปยังกลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็น ผลมาจากการส่งออกไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตลาดอันดับหนึ่งใน ภูมิภาคนี้ได้สูงขึ้นร้อยละ 13.33 เนื่องจากการส่งออกเครื่องประดับทองและเพชรเจียระไน ซึ่งเป็นสินค้าหลักได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งไทยยัง สามารถส่งออกไปยังกาตาร์ และบาห์เรน ตลาดในอันดับ 3 และ 4 ได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.36 และร้อยละ 2.93 ตามล�ำดับ โดยสินค้า 6 สถานการณ์การนำ�เข้าส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย ปี 2559
ส่งออกหลักในกาตาร์เป็นเครื่องประดับทองที่ขยายตัวได้ดี ส่วนสินค้า หลั ก ในบาห์ เ รนเป็ น เครื่ อ งประดั บ ทองหดตั ว ลงเล็ ก น้ อ ย ขณะที่ เพชรเจียระไนสินค้าส�ำคัญถัดมาเติบโตสูงมากกว่า 108 เท่า ส่วนการ ส่งออกไปยังอิสราเอล ซึ่งเป็นตลาดอันดับ 2 มีมูลค่าลดลงร้อยละ 2.62 เนือ่ งจากการส่งออกเพชรก้อน ซึง่ เป็นสินค้ารองลงมาได้นอ้ ยลง ขณะที่เพชรเจียระไนซึ่งเป็นสินค้าหลักก็เติบโตได้เล็กน้อย
มูลค่าส่งออกไปยังอินเดียที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการส่งออกสินค้าหลักอย่างเพชรเจียระไนได้เพิ่มสูงถึง ร้อยละ 21.61 ทั้งนี้ การส่งออกส่วนหนึ่งมาจากกิจการเพชรเจียระไนของอินเดียที่มาตั้งฐานการผลิตในไทยได้ ส่งเพชรเจียระไนกลับไปยังอินเดียทั้งเพื่อใช้ในประเทศและส่งออกต่อไปยังประเทศที่สาม นอกจากนี้ ไทยยัง สามารถส่งออกพลอยเนื้อแข็งเจียระไน พลอยก้อน และไข่มุก สินค้าส�ำคัญรองลงมาได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย ส่ ว นมู ล ค่ า การส่ ง ออกไปยั ง ประเทศหมู ่ เ กาะแปซิ ฟ ิ ก ที่ เ ติ บ โตได้ นั้ น เนื่ อ งจากการส่ ง ออกไปยั ง ตลาดหลั ก อย่ า ง ออสเตรเลียได้สูงขึ้นร้อยละ 16.09 โดยสินค้าหลักในตลาดนี้ เป็นเครื่องประดับแท้ ซึ่งกว่าร้อยละ 62 เป็นเครื่องประดับเงิน ส่วนที่เหลือเป็นเครื่องประดับทอง ที่ล้วนขยายตัวได้ดี ขณะที่ ตลาดรองลงมาของภูมิภาคนี้อย่างนิวซีแลนด์ มีมูลค่าลดลง ร้อยละ 8.66 จาการส่งออกสินค้าส�ำคัญถัดมาอย่างโลหะเงิน เศษหรือของที่ใช้ไม่ได้ท�ำด้วยโหละมีค่า และเครื่องประดับทอง ได้ลดลง แม้ว่าจะส่งออกสินค้าหลักอย่างเครื่องประดับเงิน ได้เพิ่มขึ้นก็ตาม การส่งออกไปยังจีนทีเ่ พิม่ ขึน้ นัน้ เป็นผลมาจากการส่งออก เครื่องประดับเงินที่เติบโตสูงถึงเกือบร้อยละ 80 และก้าวขึ้นเป็น สินค้าอันดับหนึ่งแทนที่พลอยสีเจียระไน ซึ่งน่าจะเป็นผลส�ำเร็จ จากการที่บริษัทแพนดอร่าได้ร่วมมือกับ Oracle Investment (Hong Kong) Limited (Oracle) ในการจัดจ�ำหน่ายสินค้า แบรนด์แพนดอร่าในจีนตั้งแต่ปี 2558 รวมถึงการเปิดร้านค้า ปลีกกระจายตัวในหลายเมืองส�ำคัญของจีนอย่างเซี่ยงไฮ้ และ ปักกิ่ง เป็นต้น ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากชาวจีน โดยเฉพาะ ชนชั้ น กลางที่ เ ป็ น คนรุ ่ น ใหม่ ซึ่ ง มั ก ชื่ น ชอบสิ น ค้ า แฟชั่ น แบรนด์เนม นอกจากนี้ แพนดอร่ายังได้รุกตลาดออนไลน์จีน โดยเริม่ จากวางขายสินค้าบนเว็บไซต์ชอื่ ดังในจีนอย่าง Tmall.com และได้เริ่มเปิดร้านค้าออนไลน์ของบริษัท (eSTORE ) เมื่อเดือน ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้การซื้อสินค้าออนไลน์ในตลาดจีน ก�ำลังเติบโตอย่างมาก จึงน่าจะส่งผลให้ยอดขายในตลาดจีน เพิ่มมากยิ่งขึ้น ส� ำ หรั บ การส่ ง ออกไปยั ง รั ส เซี ย และเครื อ รั ฐ เอกราชที่ ขยายตัวได้นั้น เนื่องมาจากการส่งออกไปยังยูเครน คาซัคสถาน และอาร์เมเนีย ตลาดในอันดับ 2, 3 และ 4 ได้เพิ่มสูงถึงร้อยละ 86.98, 1.25 เท่า และร้อยละ 65.52 ตามล�ำดับ โดยสินค้า ส่งออกหลักไปยูเครนและคาซัคสถานเป็นเครื่องประดับเงินที่ เติบโตได้สูง ส่วนตลาดอาร์เมเนีย ไทยส่งออกเพชรก้อนได้ เพิม่ ขึน้ จากทีไ่ ม่มสี ง่ ออกเลยในปี 2558 และท�ำให้เพชรก้อนเป็น สินค้าอันดับหนึ่งในตลาดนี้ อีกทั้งไทยยังส่งออกเพชรเจียระไน ได้เพิ่มขึ้นด้วย ในขณะที่ตลาดอันดับ 1 อย่างรัสเซีย มีมูลค่า ลดลงร้ อ ยละ 4 เนื่ อ งจากการส่ ง ออกสิ น ค้ า ส� ำ คั ญ อย่ า ง เครื่องประดับทอง และพลอยสีได้ลดลง แม้ว่าไทยยังสามารถ ส่งออกเครื่องประดับเงินซึ่งเป็นสินค้าหลักได้เพิ่มขึ้นก็ตาม
2
สถานการณ์การนำ�เข้า
การน�ำเข้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับในปี 2559 มี มูลค่า 8,633.19 ล้านเหรียญสหรัฐ ปรับตัวลดลงร้อยละ 12.90 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยทองค�ำที่ยังมิได้ขึ้นรูป หรือทองค�ำกึ่งส�ำเร็จรูป เป็นสินค้าที่มีมูลค่าการน�ำเข้าสูงสุด ด้วยสัดส่วนถึงร้อยละ 68.39 หากแต่มีมูลค่าลดลงร้อยละ 18.34 โดยเป็นผลจากการน�ำเข้าทองค�ำฯ ในไตรมาสที่ 1 และ 3 ลดลงมากถึงร้อยละ 51.28 และร้อยละ 33.18 ตามล�ำดับ เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่มีการ น�ำเข้าในไตรมาส 2 และ 4 เพิม่ ขึน้ หากแต่นำ� เข้าเพิม่ ขึน้ ไม่มาก โดยเติบโตร้อยละ 9.28 และร้อยละ 10.01 ตามล�ำดับ ทั้งนี้ ไทยน�ำเข้าทองค�ำฯ ลดลง น่าจะเป็นผลจากราคาทองค�ำเฉลี่ย ในปี 2559 ที่ปรับตัวสูงกว่าปี 2558 ผู้ประกอบการจึงชะลอ การน�ำเข้า เพือ่ รอซือ้ ในช่วงทีร่ าคาปรับลดลง ทัง้ นี้ แหล่งน�ำเข้า ทองค�ำ 3 อันดับแรก ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ ทีห่ ดตัวลงร้อยละ 5.94 ถัดมาเป็นออสเตรเลีย ปรับตัวลดลงร้อยละ 18.89 และ ฮ่องกง เพิ่มขึ้นร้อยละ 34.43 ตามล�ำดับ ส�ำหรับสินค้าน�ำเข้า ส�ำคัญรองลงมาคือ เพชร หดตัวลงร้อยละ 7.13 จากการ น�ำเข้าเพชรก้อนลดลงมากร้อยละ 27.94 ขณะที่น�ำเข้าเพชร เจียระไนเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.29 ส่วน โลหะเงิน เป็นสินค้า น�ำเข้าในล�ำดับที่ 3 และปรับตัวลดลงร้อยละ 6.40 สินค้า น�ำเข้าอันดับ 4 คือ เครื่องประดับแท้ มีมูลค่าลดลงร้อยละ 3.57 โดยส่วนมากเป็นการน�ำเข้าเครือ่ งประดับทองทีห่ ดตัวลง ร้อยละ 7.76 อีกทั้งเครื่องประดับแพลทินัมก็มีมูลค่าลดลง ร้อยละ 52.55 ส�ำหรับ พลอยสี สินค้าน�ำเข้าอันดับ 5 หดตัวลง ร้อยละ 9.11 เนือ่ งจากไทยน�ำเข้าพลอยเนือ้ อ่อนเจียระไนและ พลอยก้อนลดลง ขณะที่น�ำเข้าพลอยเนื้อแข็งเจียระไนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 83 เป็นการน�ำเข้า วัตถุดบิ ซึง่ ผูป้ ระกอบการน�ำเข้ามาสร้างมูลค่าเพิม่ ก่อนส่งออก ไปยังตลาดต่างประเทศ
สถานการณ์การนำ�เข้าส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย ปี 2559 7
ตารางที่ 3 มูลค่าการน�ำเข้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยระหว่างเดือนมกราคม-ธันวาคม ปี 2558 และ 2559 รายการ 1 ทองค�ำที่ยังมิได้ขึ้นรูปหรือทองค�ำกึ่งส�ำเร็จรูป
มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐ) ม.ค.-ธ.ค. 58 ม.ค.-ธ.ค. 59
สัดส่วน (ร้อยละ) ม.ค.-ธ.ค. 58 ม.ค.-ธ.ค. 59
เปลี่ยนแปลง (ร้อยละ)
7,230.98
5,904.58
72.95
68.39
-18.34
2 เพชร
845.78
785.48
8.53
9.10
-7.13
2.1 เพชรก้อน
313.63
225.99
3.16
2.62
-27.94
2.2 เพชรเจียระไนแล้ว
527.12
554.99
5.32
6.43
5.29
5.03
4.50
0.05
0.05
-10.53
3 โลหะเงิน
561.82
525.85
5.67
6.09
-6.40
4 เครื่องประดับแท้
542.28
522.94
5.47
6.06
-3.57
4.1 เครื่องประดับเงิน
63.46
101.59
0.64
1.18
60.08
4.2 เครื่องประดับทอง
388.75
358.59
3.92
4.15
-7.76
4.3 เครื่องประดับแพลทินัม
52.76
25.04
0.53
0.29
-52.55
4.4 อื่นๆ
37.31
37.72
0.38
0.44
1.08
5 พลอยสี
375.75
341.52
3.79
3.96
-9.11
5.1 พลอยก้อน
18.61
12.02
0.19
0.14
-35.48
5.2 พลอยเนื้อแข็งเจียระไน
184.64
207.91
1.86
2.41
12.60
5.3 พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน
172.50
121.59
1.74
1.41
-29.51
4.80
149.72
0.05
1.73
3,017.36
350.85
403.10
3.54
4.67
14.90
9,912.26
8,633.19
100.00
100.00
-12.90
2.3 อื่นๆ
6 เศษหรือของที่ใช้ไม่ได้ท�ำด้วยโลหะมีค่า 7 อื่นๆ รวม (1+2+3+4+5+6+7)
ที่มา: กรมศุลกากร ประมวลผลโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
แหล่งน�ำเข้าสินค้าอัญมณีและเครือ่ งประดับทีส่ ำ� คัญทีส่ ดุ ของไทย คือ สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยสัดส่วนการน�ำเข้าร้อยละ 34.08 และมี มูลค่าลดลงร้อยละ 8.13 ส่วนแหล่งน�ำเข้าที่มีมูลค่าสูงรองลงมาเป็น ฮ่องกง ในสัดส่วนร้อยละ 11.93 ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 13.37 ส�ำหรับ แหล่งน�ำเข้าส�ำคัญในล�ำดับ 3 และ 4 ได้แก่ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 9.30 และร้อยละ 4.93 ตามล�ำดับ ที่ต่างมีมูลค่า น�ำเข้าลดลงร้อยละ 18.23 และร้อยละ 61.97 ตามล�ำดับ ขณะที่
8 สถานการณ์การนำ�เข้าส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย ปี 2559
กัมพูชา เป็นตลาดในอันดับ 5 ด้วยสัดส่วนร้อยละ 3.99 มีมูลค่าสูง ถึงกว่า 3,055 เท่า โดยสินค้าน�ำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกาเกือบทั้งหมดเป็นทองค�ำฯ ส่วนสินค้าน�ำเข้าจาก ฮ่องกงเกือบร้อยละ 70 เป็นทองค�ำฯ รองลงมาเป็นเพชรเจียระไน ส�ำหรับสินค้าน�ำเข้าจากญี่ปุ่นกว่าร้อยละ 74 เป็นทองค�ำฯ รองลงมา เป็นโลหะแพลทินัม ขณะที่สินค้าน�ำเข้าจากกัมพูชากว่าร้อยละ 63 เป็นทองค�ำฯ รองลงมาเป็นเศษหรือของที่ใช้ไม่ได้ท�ำด้วยโลหะมีค่า
แผนภาพที่ 3 แหล่งน�ำเข้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยในปี 2559 สวิตเซอร์แลนด์ 34.08% (-8.13%)
ฮ่องกง 11.93% (+13.37%) อื่นๆ 15.15% (-26.66%) ออสเตรเลีย 9.30% (-18.23%) เบลเยียม 3.06% (+2.90%) จีน 3.39% (-38.85%)
ไทย 6.68% (+59.88%) อินเดีย 3.52% (+17.66%)
สหรัฐอเมริกา 3.97% (-39.13%)
กัมพูชา 3.99% (+305,502.42%)
ญี่ปุ่น 4.93% (-61.97%)
ที่มา: กรมศุลกากร ประมวลผลโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
3
บทสรุป
มูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยในปี 2559 เติบโตร้อยละ 29.60 แต่หากพิจารณาถึงมูลค่าการส่งออกสินค้า อัญมณีและเครื่องประดับไทยเมื่อไม่รวมการส่งออกทองค�ำฯ พบว่า ลดลงร้อยละ 3.03 และหากพิจารณาถึงมูลค่าการส่งออกอัญมณีและ
ตารางที่ 4
เครือ่ งประดับของไทย เมือ่ หักออกด้วยมูลค่าการส่งออกทองค�ำฯ และ มูลค่าการน�ำเข้าสินค้าที่ส่งกลับจากการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าใน ต่างประเทศ พบว่า มูลค่าการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ สุทธิปรับตัวลดลงร้อยละ 6.35 ดังตารางที่ 4
มูลค่าการส่งออกสุทธิของสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยระหว่างเดือนมกราคม-ธันวาคม ปี 2558 และ 2559 รายการ
มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐ) ม.ค.-ธ.ค. 58 ม.ค.-ธ.ค. 59
สัดส่วน (ร้อยละ) ม.ค.-ธ.ค. 58 ม.ค.-ธ.ค. 59
เปลี่ยนแปลง (ร้อยละ)
มูลค่าส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ
10,993.35
14,247.60
100.00
100.00
29.60
หัก มูลค่าส่งออกทองค�ำ
3,807.24
7,279.06
34.63
51.09
91.19
คงเหลือมูลค่าการส่งออกที่ไม่รวมทองค�ำฯ
7,186.11
6,968.54
65.37
48.91
-3.03
360.77
576.79
3.28
4.05
59.88
6,825.34
6,391.75
62.09
44.86
-6.35
หัก มูลค่าสินค้าส่งกลับจากการเข้าร่วม งานแสดงสินค้าในต่างประเทศ
คงเหลือมูลค่าส่งออกสุทธิ
ที่มา: กรมศุลกากร ประมวลผลโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
สถานการณ์การนำ�เข้าส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย ปี 2559 9
จะเห็นได้ว่ามูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ไทยที่แท้จริงในปี 2559 หดตัวลง เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่ ค่อนข้างผันผวน อีกทั้งราคาวัตถุดิบทั้งโลหะทองและเงินที่ ปรับตัวสูงกว่าปี 2558 ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อสินค้า ฟุ่มเฟือย รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะกลุม่ มิลเลนเนียล หรือทีเ่ รียกว่า กลุม่ เจเนอเรชันวาย ซึง่ ก�ำลังกลายเป็นกลุม่ ผูบ้ ริโภคขนาดใหญ่ของโลกให้ความสนใจ ซือ้ สินค้าประเภทอุปกรณ์เทคโนโลยี หรือการเดินทางท่องเทีย่ ว มากกว่ า ซื้ อ เครื่ อ งประดั บ ส� ำ หรั บ การส่ ง ออกอั ญ มณี แ ละ เครือ่ งประดับไทย (ไม่รวมทองค�ำฯ) ในปี 2560 นัน้ มีแนวโน้ม ปรับตัวดีขนึ้ จากปัจจัยเศรษฐกิจโลกทีม่ ที ศิ ทางขยายตัวเพิม่ ขึน้ จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และจีน รวมถึง เศรษฐกิจของสหภาพยุโรปและญี่ปุ่นที่มีแนวโน้มฟื้นตัว อีกทั้ง มาตรการของภาครัฐที่ออกมาสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลาง การค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก มาตรการเพิ่มขีด ความสามารถในการแข่ ง ขั น และมาตรการส่ ง เสริ ม ด้ า น การตลาด อย่างไรก็ดี ยังมีอีกหลายปัจจัยเสี่ยงที่อาจท�ำให้การ ส่งออกไทยสะดุดลง ดังรายละเอียดต่อไปนี้
เศรษฐกิจของยูโรโซน มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นหลังจากครึ่งปีหลัง 2559 ขยายตัวได้ดีเกินคาด ทั้งนี้ European Economic Forecast ได้คาดการณ์ว่าในปี 2560 เศรษฐกิจยูโรโซนจะเติบโตได้ร้อยละ 1.7 เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 จากปี 2559 เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากราคา น�้ำมันที่ลดต�่ำลง และค่าเงินยูโรที่อ่อนค่าลง ซึ่งส่งผลให้ส่งออกได้ เพิม่ ขึน้ อย่างไรก็ตาม ภาวะหนีส้ าธารณะของเหล่าประเทศสมาชิกทีอ่ ยู่ ในระดับสูง รวมถึงการเดินหน้าเจรจาออกจากอียขู องส หราช อาณาจักร และการเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเยอรมนี โดย กระแสของฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่มีนโยบายแยกตัวจากอียูก�ำลังได้รับ ความสนใจจากประชาชนเพิ่มขึ้น มีนัยยะต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ยุโรปในปีนี้ ส�ำหรับจีนนั้น ไอเอ็มเอฟปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้เป็น ร้อยละ 6.5 เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 จากคาดการณ์เดิมในเดือนตุลาคม 2559 เนื่องจากได้แรงหนุนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล อย่างต่อเนื่อง อนึ่ง เศรษฐกิจจีนมีความเสี่ยงจากปัญหาสัดส่วนหนี้ ต่อจีดีพีที่อยู่ในระดับสูง และความล่าช้าในการแก้ปัญหาภาคธุรกิจที่ อาจฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจจีนได้ ส่ ว นเศรษฐกิ จ ญี่ ปุ ่ น มี ทิ ศ ทางดี ขึ้ น ในปี 2560 หลั ง เงิ น เยน อ่อนค่าลงนับตั้งแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งช่วยกระตุ้น การส่งออก และการบริโภคส่งสัญญาณฟืน้ ตัว นอกจากนีเ้ ศรษฐกิจญีป่ นุ่ ยังได้รับแรงหนุนจากรัฐบาลเลื่อนปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มออกไปเป็น ปี 2562 และธนาคารกลางญีป่ นุ่ ยังคงมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน ในปีนี้ รวมถึงรัฐบาลยังเตรียมมาตรการการคลังช่วยเหลือเศรษฐกิจ อีกด้วย โดยรัฐบาลญีป่ นุ่ คาดการณ์วา่ เศรษฐกิจญีป่ นุ่ จะเติบโตได้รอ้ ยละ 1.5 ในปีงบประมาณ 2560 (1 เมษายน 2560 – 31 มีนาคม 2561) จากเดิมทีค่ าดการณ์ไว้รอ้ ยละ 1.2 อย่างไรก็ดกี ารใช้จา่ ยครัวเรือนและ เงินเฟ้อที่ยังไม่ฟื้นตัวจะเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจญี่ปุ่นต่อไป
นโยบายของประเทศคู่ค้า กระทบการส่งออกทั้งทาง เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น แต่ยังมีทิศทาง ไม่แน่นอน โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ได้ ตรงและทางอ้อม เริ่มจากนโยบายกีดกันการค้าของประธานาธิบดี
คาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปี 2560 จะมีอัตราการเติบโตร้อยละ 3.4 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.1 ในปี 2559 จากอานิสงส์นโยบายกระตุ้น เศรษฐกิจของสหรัฐฯ และจีน โดยไอเอ็มเอฟคาดว่านโยบายของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ จะช่วยผลักดัน ให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโตได้ร้อยละ 2.3 จากเมื่อปีที่ผ่านมาขยายตัว ได้ร้อยละ 2.2 อย่างไรก็ดี มาตรการกระตุ้นทางการคลัง รวมถึง แผนการลดภาษีและการทุ่มใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน อาจท�ำให้ เงินเฟ้อสูงขึ้น และอาจท�ำให้เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นเพื่อควบคุม เงินเฟ้อ อันจะกดดันให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น การส่งออกของ สหรัฐฯ ก็จะชะลอตัวลง สกัดการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐได้
10 สถานการณ์การนำ�เข้าส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย ปี 2559
สหรัฐฯ ที่ประกาศจะขึ้นภาษีน�ำเข้าจากจีน ในแง่บวก สินค้าไทยจะ ส่งออกไปยังสหรัฐฯ ได้เพิม่ ขึน้ เพราะจีนเป็นคูแ่ ข่งสินค้าเครือ่ งประดับ ที่ ส� ำ คั ญ ในตลาดสหรั ฐ ฯ ในแง่ ล บการส่ ง ออกสิ น ค้ า วั ต ถุ ดิ บ และ กึง่ วัตถุดบิ ของไทยทีส่ ง่ ไปจีน เพือ่ เป็นห่วงโซ่หนึง่ ในการผลิตเป็นสินค้า ส�ำเร็จรูปเพือ่ จ�ำหน่ายในต่างประเทศอาจลดลง หรือกรณีลาวเก็บ VAT ร้อยละ 10 จากสินค้าที่พลเมืองลาว และผู้ที่อยู่อาศัยในลาวหิ้วผ่าน ชายแดนและสนามบินนานาชาติ กระทบการส่งออกทางอ้อม เพราะ โดยปกติจะมีชาวลาวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและซื้อเครื่องประดับใน ฝั่งไทย ทั้งเพื่อสวมใส่และน�ำไปจ�ำหน่ายต่อในลาว หรือกรณีรัฐบาล เมียนมาประกาศปิดเหมืองโมกกอย่างไม่มีกำ� หนด น่าจะท�ำให้วัตถุดิบ อัญมณีจากเมียนมาไหลมาสูไ่ ทยลดลง ท�ำให้ไทยขาดความหลากหลาย ของวัตถุดบิ ส่วนกรณีนโยบายปราบปรามทุจริตคอรัปชัน่ ของจีนตัง้ แต่ ปี 2556 ยังคงมีผลถึงปัจจุบัน ท�ำให้การบริโภคสินค้าหรูรวมถึง อัญมณีและเครื่องประดับในจีนลดลง กระทบการส่งออกสินค้าหลัก อย่างพลอยสีไทยให้ลดลงตามไปด้วย
อัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง
นั บ ตั้ ง แต่ ก ารเลื อ กตั้ ง ประธานาธิ บ ดี ส หรั ฐ ฯ เมื่ อ เดื อ น พฤศจิกายน 2559 ซึ่งนโยบายต่างๆ ของผู้น�ำสหรัฐฯ ยังไม่ ชัดเจน รวมถึงเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยเมื่อเดือนธันวาคม 2559 มีผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ รวมถึ ง ไทย ส่ ง ผลให้ เ งิ น เหรี ย ญสหรั ฐ มี ทิ ศ ทางแข็ ง ค่ า ขึ้ น อย่างต่อเนื่อง กดดันให้เงินสกุลอื่นๆ รวมถึงเงินบาทอ่อนค่าลง ซึง่ จะคงอยูใ่ นระยะครึง่ ปีแรก อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ไทยคาดว่า หลังทราบนโยบายของนายทรัมป์ทชี่ ดั เจน ก็จะส่งผลให้เงินบาท กลับมาแข็งค่าขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจากเฟดมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตรา ดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งในปีนี้ ก็จะส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลงอีก นอกจากนี้ ยังต้องจับตาการเลือกตัง้ ทีจ่ ะเกิดขึน้ ในหลายประเทศ ในยุโรปในปีนี้ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสร้างความผันผวนให้กับ อัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อย ฉะนั้น เพื่อสร้างโอกาสให้กับธุรกิจท่ามกลางปัจจัยเสี่ยง ต่างๆ ข้างต้น ผู้ประกอบการจะต้องรู้จักปรับตัวให้ทันต่อการ เปลี่ยนแปลง บริหารการผลิตให้มีประสิทธิภาพ และเน้นผลิต สิ น ค้ า ในรู ป แบบใหม่ ที่ เ ป็ น เอกลั ก ษณ์ เ ฉพาะตั ว หรื อ สร้ า ง เรือ่ งราว (Story) ให้กบั สินค้าหรือแบรนด์ และสร้างความแตกต่าง ให้ เ หนื อ คู ่ แ ข่ ง ขั น เพื่ อ หลี ก เลี่ ย งสงครามราคา ด้ ว ยการน� ำ เทคโนโลยี แ ละนวั ต กรรมใหม่ ๆ มาใช้ ใ นการผลิ ต ให้ ม ากขึ้ น ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยี 3D Printing ที่ก�ำลังได้รับความนิยม ในกลุ่มชาวตะวันตก หรือเทคโนโลยีสเกลาร์ซึ่งบริษัท Devik Trader ของอินเดียน�ำมาใช้ผลิตจี้สร้อยคอตกแต่งด้วยเพชร หรือบริษัท BlueOcean ของจีนที่ได้คิดค้นเทคโนโลยีการขึ้นรูป ด้ ว ยไฟฟ้ า (Complete Ion-Controlled Penetration Electroforming) เพือ่ ผลิตทองเนือ้ แข็ง และจ�ำหน่ายให้แก่ผผู้ ลิต เครื่องประดับในจีน เป็นต้น รวมถึงให้ความส�ำคัญกับการท�ำ ตลาดเฉพาะกลุ่มมากขึ้น อาทิ กลุ่มสาวโสดที่มีก�ำลังซื้อสูงและ ซื้อสินค้าโดยไม่กังวลกับภาระครอบครัว หรือกลุ่มผู้ชายที่หันมา ใส่เครื่องประดับที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น และกลุ่มผู้สูงอายุที่ทวี จ�ำนวนมากขึ้นในหลายประเทศ เป็นต้น อีกทั้งควรเพิ่มการท�ำ ตลาดออนไลน์ให้มากขึ้น เนื่องจากเป็นช่องทางที่เข้าถึงผู้บริโภค ทุกกลุ่มได้อย่างรวดเร็วและไม่จ�ำกัดจ�ำนวน และอาจพิจารณา วางขายสินค้าบนแพลทฟอร์มของเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Amazon, Ebay และ Alibaba เป็นต้น นอกจากนี้ อัตราแลกเปลี่ยนที่ ผันผวนค่อนข้างสูง อันท�ำให้ยากต่อการคาดการณ์ ผูป้ ระกอบการ ก็ควรบริหารความเสี่ยงด้วยการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ ล่วงหน้า (Forward Contract) หนทางเหล่านี้น่าจะช่วยให้การ ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยในปีนี้ขยายตัวได้ดีขึ้น
* พิกัดอัตราศุลกากรตอนที่ 71 ว่าด้วย “ไข่มุกธรรมชาติหรือไข่มุกเลี้ยง
รัตนชาติหรือกึ่งรัตนชาติ โลหะมีค่า โลหะที่หุ้มติดด้วยโลหะมีค่า และของ ที่ท�ำด้วยของดังกล่าว เครื่องเพชรพลอย และรูปพรรณที่เป็นของเทียม เหรียญกษาปณ์”
เอกสารฉบั บ นี้ เ ป็ น ลิ ข สิ ท ธิ์ ข องสถาบั น วิ จั ย และพั ฒ นาอั ญ มณี แ ละ เครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) การพิมพ์ซ�้ำหรือการน�ำ ข้ อ มู ล ทั้ ง หมดหรื อ ส่ ว นหนึ่ ง ส่ ว นใดไปเผยแพร่ ไ ม่ ว ่ า จะโดยวิ ธี ก าร ใดก็ตาม จะต้องได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากสถาบันวิจัย และพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
สถานการณ์การนำ�เข้าส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย ปี 2559 11
ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ
แหล่งรวมข้อมูลด้านการค้าอัญมณีและเครื่องประดับเพื่อพาธุรกิจไทยพิชิตชัยทั่วโลก โลกธุรกิจในปัจจุบันใครก็ตามที่เข้าถึง ข้อมูลได้กอ่ นและรูจ้ กั การบริหารข้อมูลอย่าง ชาญฉลาดย่อมเป็นผู้ชนะ ศูนย์ข้อมูลอัญมณี และเครื่องประดับ สถาบันวิจัยและพัฒนา อัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การ มหาชน) ในฐานะแหล่งอ้างอิงทางวิชาการ ได้จัดท�ำข้อมูลเชิงลึกด้านการตลาดอัญมณี และเครื่องประดับ เพื่อชี้น�ำและเตือนภัยแก่ อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย ช่ ว ยเสริ ม สร้ า งความเข้ ม แข็ ง และเพิ่ ม ขี ด ความสามารถในการแข่งขัน พร้อมติดอาวุธ ทางปัญญาแก่ผู้ประกอบการให้มีข้อมูลแบบ “รู้เขา รู้เรา” ประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจ ตลอดจนให้ ห น่ ว ยงานรั ฐ และเอกชนที่ เกี่ ย วข้ อ งได้ ใ ช้ เ ป็ น ข้ อ มู ล เพื่ อ การก� ำ หนด นโยบายและกลยุทธ์ส่งเสริมการค้าสินค้า อั ญ มณี แ ละเครื่ อ งประดั บ ไทยให้ เ ติ บ โตใน ตลาดการค้าโลกอย่างมั่นคง
งานบริการศูนย์ข้อมูล ฐานข้อมูลด้านการตลาดอัญมณีและเครื่องประดับ
(http://infocenter.git.or.th) เป็นช่องทางหลักในการเผยแพร่ ข้อมูลเชิงลึกด้านการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่ได้คัดสรรข้อมูล ที่จ�ำเป็น แม่นย�ำ และทันต่อเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค นโยบาย/มาตรการทางการค้า รายชื่อผู้น�ำเข้าใน ตลาดส�ำคัญ ปฎิทินงานแสดงสินค้า ฯลฯ นับเป็นเครื่องมือที่ทรง ประสิทธิภาพซึ่งตอบโจทย์แก่ผู้ใช้บริการในสภาวะที่ข้อมูลท่วมท้น เช่นทุกวันนี้ Social Network เป็นอีกหนึง่ ช่องทางในการให้บริการข้อมูลด้าน การค้าอัญมณีและเครื่องประดับ โดยผู้ใช้บริการเข้าถึงได้ผ่านเฟซบุ๊ค ที่ Facebook.com/GITInfoCenter ช่องทางไลน์ที่ git_info_center และช่องยูทูปที่ GIT Information Center ห้ อ งสมุ ด อั ญ มณี แ ละเครื่ อ งประดั บ ศูนย์รวมทรัพยากร สารสนเทศด้านอัญมณีและเครือ่ งประดับนับหมืน่ รายการ พร้อมก้าวสู่ การเป็น e-Library อย่างเต็มรูปแบบภายใต้แนวคิด “GIT Library is everywhere” สามารถเข้าถึงบริการได้ที่ www.git.or.th/library
บริการให้ค�ำปรึกษาและสนับสนุนข้อมูล ด้านการค้าอัญมณี
และเครื่องประดับ ตลอดจนแนะน�ำแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งในและ ต่างประเทศแก่หน่วยงานรัฐและเอกชน ผู้ประกอบการ นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป ทั้งในลักษณะการตอบค�ำถามผ่านทางโทรศัพท์ที่ 02-634 4999 ต่อ 444 และ อีเมล์ database@git.or.th
เอกสารเผยแพร่ความรูด้ า้ นการตลาดอัญมณีและเครือ่ งประดับ
คู่มือศึกษาและเรียนรู้ตลาดชั้นดีส�ำหรับผู้ประกอบการไทย ครบถ้วน ด้วยข้อมูลด้านการผลิต การตลาด โอกาสและอุปสรรคทางการค้า พร้อมแนะน�ำกลยุทธ์ในการรุกเข้าพิชิตชัยในแต่ละตลาด สัมมนาทางวิชาการ ร่วมรับฟังการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน อัญมณีและเครื่องประดับและประสบการณ์ในการด�ำเนินธุรกิจจาก บรรดานักวิชาการและผูท้ รงคุณวุฒทิ คี่ ร�ำ่ หวอดอยูใ่ นภาคอุตสาหกรรมฯ เพื่ อ น� ำ ข้ อ มู ล ไปประยุ ก ต์ ใ ช้ ใ นการตั ด สิ น ใจทางธุ ร กิ จ ได้ อ ย่ า งมี ประสิทธิภาพ
สอบถามข้อมูลงานบริการเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ข้อมูลฯ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) 140, 140/1-3, 140/5 อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ชั้น 4 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 โทรศัพท์ : 02-634-4999 ต่อ 444 โทรสาร : 02-634-4999 ต่อ 436 อีเมล์ : database@git.or.th เฟซบุ๊ค : GITInfoCenter ไลน์ : git_info_center