Skip to main content

สถานการณ์การนำเข้าส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย ปี 2558

Page 1

2015

ศูนยขอมูลอัญมณีและเครื่องประดับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแหงชาติ (องคการมหาชน)

สถานการณ์การน�าเข้าส่งออก สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยปี 2558 ในภาพรวมมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครือ่ งประดับของไทยขยายตัวรอยละ 14.68 ขณะทีม่ ลู ค่าการนําเขาเพิม่ ขึน้ รอยละ 9.87 โดยทองคําที่ยังมิไดขึ้นรูปหรือทองคํากึ่งสําเร็จรูปเปนสินคาหลักทั้งในการส่งออกและการนําเขา แต่หากพิจารณา มูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยไม่รวมทองคําฯ จะพบว่าขยายตัวจากปก่อนหนารอยละ 3.62 อย่างไรก็ตาม มูลค่าการส่งออกในป 2559 มีแนวโนมเติบโตในระดับใกลเคียงกับป 2558 จากปจจัยลบทางเศรษฐกิจของโลกและประเทศ คูค่ า สําคัญทีฟ่ น ตัวอย่างล่าชา ขณะทีไ่ ดรบั ปจจัยบวกจากค่าเงินบาททีอ่ อ่ นค่าลง และราคาวัตถุดบิ ทีท่ รงตัวอยูใ่ นระดับค่อนขางตํา่ มู ล ค่ า การส่ ง ออกอั ญ มณี แ ละเครื่ อ งประดั บ ไทยตาม พิกดั อัตราศุลกากรตอนที ่ 71* ในปี 2558 เพิม่ ขึน้ ร้อยละ 14.68 (ร้อยละ 9.27 ในหน่วยของเงินเหรียญสหรัฐ) จากเดิมในปี 2557 ที่ มี มู ล ค่ า 323,535.87 ล้ า นบาท (10,061.06 ล้านเหรียญสหรัฐ) มาอยูท่ ี่ 371,025.45 ล้านบาท (10,993.34 ล้านเหรียญสหรัฐ) นับเป็นสินค้าส่งออกที่ส�าคัญในอันดับที่ 3 และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.13 ของสินค้าส่งออกโดยรวม ของไทย อย่างไรก็ตาม หากน�ามูลค่าการส่งออกดังกล่าว ข้ า งต้ น หั ก ออกด้ ว ยการส่ ง ออกทองค� า ที่ ยั ง มิ ไ ด้ ขึ้ น รู ป ซึ่ ง ส่ ว นใหญ่ เป็ น สิ นค้ า เพื่ อ การลงทุ น ในสั ด ส่ ว นราวร้ อ ยละ 34.69 พบว่า การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ที่แท้จริงมีมูลค่า 242,311.31 ล้านบาท (7,186.10 ล้าน เหรียญสหรัฐ) ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 3.62 (ลดลงร้อยละ 1.31 ในหน่วยของเงินเหรียญสหรัฐ)

ส่ ว นมู ล ค่ า การน� า เข้ า สิ นค้ า ดั ง กล่ า วขยายตั ว เพิ่ ม ขึ้ น ร้ อ ยละ 9.87 (ร้ อ ยละ 4.38 เมื่ อ พิ จ ารณาในหน่ ว ยเงิ น เหรียญสหรัฐ) จากมูลค่า 308,114.99 ล้านบาท (9,495.89 ล้ า นเหรี ย ญสหรั ฐ ) มาอยู่ ที่ 338,511.56 ล้ า นบาท (9,912.26 ล้านเหรียญสหรัฐ) ทั้ ง นี้ หากพิ จ ารณาดุ ล การค้ า สิ น ค้ า อั ญ มณี แ ละ เครื่ อ งประดั บ พบว่ า ในปี 2558 ไทยเกิ นดุ ล 32,513.89 ล้านบาท (1,081.08 ล้านเหรียญสหรัฐ) ดังแผนภาพที่ 1 ซึ่ง เป็นการเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นจากปี 2557 ราว 2 เท่าตัว อันเนือ่ งมาจากการส่งออกสินค้าส�าคัญหลายรายการได้เพิม่ สูง ขึ้นไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับทอง เพชรเจียระไน พลอยเนื้อแข็งและพลอยเนื้ออ่อนเจียระไน ขณะที่มูลค่าการน�าเข้า สินค้าประเภทวัตถุดิบในปีนี้ไม่สูงมากนัก

แผนภาพที่ 1 มูลค่าการน�าเข้าส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย ปี 2549-2558 ลานบาท 700,000 600,000 500,000 400,000 300,000 200,000 100,000 0 -100,000 -200,000 -300,000

2549

มลูคาการนำเขา 155,470.76 มลูคาการสงออก 139,850.68 ดลุการคา -15,620.08

2550 147,126.33 185,136.58 38,010.25

2551 313,304.98 274,092.75 -39,212.22

2552 206,033.50 333,700.05 127,666.55

2553 2554 2555 2556 337,333.92 629,811.43 518,803.25 562,833.95 366,818.00 371,239.34 408,040.19 305,820.06 29,484.08 -258,572.09 -110,763.06 -257,013.90

2557 308,114.99 323,535.87 15,420.88

2558 338,511.56 371,025.45 32,513.89

ที่มา: กระทรวงพาณิชย์ ประมวลผลโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) สถานการณการนำเขาสงออกสินคาอัญมณีและเครื่องประดับไทยป 2558


สถานการณ์การส่งออก สิ น ค้ า ที่ มี มู ล ค่ า การส่ ง ออกสู ง สุ ด ในปี 2558 คื อ ทองค�ำที่ยังมิได้ขึ้นรูปหรือทองค�ำกึ่งส�ำเร็จรูป ด้วยสัดส่วน ร้ อ ยละ 34.69 ของมู ล ค่ า การส่ ง ออกอั ญ มณี แ ละ เครื่องประดับไทย และมีอัตราการเติบโตร้อยละ 43.52 (ร้อยละ 36.97 ในหน่วยเงินเหรียญสหรัฐ) อันเนื่องมาจาก มูลค่าการส่งออกทองค�ำในช่วงไตรมาส 2, 3 และ 4 ของปี 2558 เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.15, 4.64 เท่า และร้อยละ 69.42 ตามล�ำดับเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ มูลค่าการส่งออกทองค�ำตลอดปีเติบโตในแนวบวก สวนทาง กับราคาทองค�ำเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลงต�่ำกว่าระดับ 1,200 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ นับตัง้ แต่เดือนมีนาคม 2558 เป็นต้นมา โดยราคาทองค�ำเฉลีย่ ตลอดปี 2558 อยูท่ ี่ 1,160.06 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ (http://www.kitco.com) อันได้รบั ปัจจัยลบ จากการแข็ ง ค่ า ของเงิ น เหรี ย ญสหรั ฐ อั น เนื่ อ งมาจาก เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจน รวมถึง การคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง สหรัฐหรือเฟด ซึ่งได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากร้อยละ 0.25 เป็นร้อยละ 0.50 เมือ่ เดือนธันวาคมทีผ่ า่ นมา และมีแนวโน้ม จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 4 ครั้งในปี 2559 โดยตลาด ที่ไทยส่งออกทองค�ำฯ ไปมากที่สุด คือ สวิตเซอร์แลนด์ รองลงมาคือ กัมพูชา และสิงคโปร์ ซึ่งทั้ง 3 ตลาดมีสัดส่วน รวมกันกว่าร้อยละ 77 เครื่องประดับแท้ เป็นสินค้าส่งออกที่ส�ำคัญรองลงมา เป็นอันดับ 2 ในสัดส่วนร้อยละ 33.62 ของมูลค่าการ ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย และมีอัตราขยายตัว ร้อยละ 0.84 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งหากแยกพิจารณาในสินค้ารายการส�ำคัญพบว่า เครื่องประดับทอง เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.27 เมื่อเทียบ กั บ ปี ก ่ อ นหน้ า อั น เป็ น ผลจากการส่ ง ออกไปยั ง ฮ่ อ งกง สหรัฐอเมริกา และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตลาดหลักใน 3 อันดับแรกซึ่งมีสัดส่วนรวมกันราวร้อยละ 60 ต่างมีมูลค่า เติบโตร้อยละ 14.41, ร้อยละ 6.69 และร้อยละ 6.60 ตามล�ำดับ เนือ่ งจากเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาฟืน้ ตัวอย่าง ต่ อ เนื่ อ ง ผนวกกั บ ราคาทองค� ำ ที่ อ ยู ่ ใ นระดั บ ต�่ ำ ท� ำ ให้ เครื่องประดับทองมีราคาไม่สูง จึงดึงดูดให้ชาวอเมริกันซึ่ง ชืน่ ชอบการบริโภคเครือ่ งประดับทองอยูแ่ ล้ว มีความต้องการ ซื้อเครื่องประดับทองมากยิ่งขึ้น ส่งผลต่อเนื่องให้มูลค่าการ ส่งออกไปยังฮ่องกงซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกต่อสินค้านี้ไปยัง สหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ อีกทอดหนึ่งเพิ่มขึ้นตามไป ด้วย นอกจากนี้ ราคาเครื่องประดับทองที่ไม่ได้ปรับตัวสูง

2

สถานการณการนำเขาสงออกสินคาอัญมณีและเครื่องประดับไทยป 2558

ยังจูงใจชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ซึ่งเป็นประเทศผู้บริโภค เครื่องประดับทองอันดับ 5 ของโลกให้มีความต้องการซื้อ เครือ่ งประดับทองเพิม่ มากขึน้ โดยนอกเหนือจากการบริโภค ภายในประเทศแล้ ว ส่ ว นหนึ่ ง สหรั ฐ อาหรั บ เอมิ เ รตส์ ยังส่งออกเครือ่ งประดับทองต่อไปยังตลาดอืน่ ๆ ในตะวันออก- กลางอีกด้วย ส่ ว นมู ล ค่ า ส่ ง ออกไปยั ง สหราชอาณาจั ก ร และ สวิตเซอร์แลนด์ ตลาดส�ำคัญในอันดับที่ 4 และ 5 ปรับตัว ลดลงร้อยละ 9.34 และร้อยละ 27.45 ตามล�ำดับ เนื่องจาก ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจของยุโรปที่ฟื้นตัวอย่าง เปราะบาง ส่งผลให้ผบู้ ริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จา่ ยและ ชะลอการซื้อสินค้ามูลค่าสูงอย่างเครื่องประดับทองออกไป เครื่องประดับเงิน ลดลงร้อยละ 1.64 นับเป็นมูลค่า ที่ลดลงครั้งแรกในรอบกว่า 1 ทศวรรษ โดยเป็นผลจาก การส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ซึง่ ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด ราวร้อยละ 36 และสหราชอาณาจักร ตลาดในอันดับ 5 ได้ ลดลงร้อยละ 6.19 และร้อยละ 4.24 ตามล�ำดับ แม้ว่าการ ส่งออกไปยังเยอรมนี ออสเตรเลีย และฮ่องกง ซึง่ อยูใ่ นอันดับ 2, 3 และ 4 จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.26, ร้อยละ 6.05 และร้อยละ 20.30 ตามล�ำดับก็ตาม มูลค่าการส่งออกเครือ่ งประดับเงินไปยังสหรัฐอเมริกาที่ ลดลงนั้น เนื่องมาจากการส่งออกส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 50 เป็นของบริษัทต่างชาติที่มาตั้งฐานการผลิตในไทย ส่งออก เครื่องประดับเงินไปสหรัฐฯ ได้ลดลง เนื่องจากแบรนด์ ดังกล่าวมีราคาค่อนข้างสูงใกล้เคียงกับเครื่องประดับทอง และเครื่อ งประดับ แพลทินัมซึ่งราคาวัต ถุดิบในปี 2558 อยูใ่ นระดับต�ำ ่ หากแต่เครือ่ งประดับเงินไม่สามารถเก็บสะสม ความมั่ ง คั่ ง ได้ ผู ้ บ ริ โ ภคส่ ว นใหญ่ จึ ง หั น ไปเลื อ กซื้ อ เครื่องประดับทองและเครื่องประดับแพลทินัมซึ่งสามารถ สะสมเป็นสินทรัพย์ได้แทน สะท้อนให้เห็นได้จากมูลค่า การส่งออกเครื่องประดับทองและเครื่องประดับแพลทินัม ของไทยไปยังสหรัฐฯ ที่เติบโตสูงขึ้น เครื่องประดับแพลทินัม ขยายตัวร้อยละ 11.77 จากการส่งออกไปยังฮ่องกง สหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์ ตลาดส�ำคัญในอันดับ 2, 3 และ 4 ต่างมีอัตราการเติบโต ร้อยละ 17.56, 1.07 เท่า และ 2.05 เท่า ตามล�ำดับ รวมถึง การส่งออกไปยังจีนตลาดศักยภาพในอันดับ 6 ก็มีมูลค่า เพิ่ ม ขึ้ น ถึ ง 10.69 เท่ า ขณะที่ ก ารส่ ง ออกไปยั ง ญี่ ปุ ่ น


และสหราชอาณาจักร ที่อยู่ในอันดับ 1 และ 5 มีมูลค่า ลดลงร้อยละ 11.23 และร้อยละ 34.21 ตามล�ำดับ ทั้งนี้ เครือ่ งประดับแพลทินมั ได้รบั ความนิยมเพิม่ ขึน้ นัน้ ส่วนหนึง่ เป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบแพลทินัมในปีที่ผ่านมาลดลงถึง ร้อยละ 23.97 จึงดึงดูดใจให้คู่แต่งงานและผู้มีกำ� ลังซื้อสูงที่ นิยมบริโภคเครื่องประดับแพลทินัมเพิ่มสูงขึ้น เพชร เป็นสินค้าส่งออกที่ส�ำคัญในอันดับที่ 3 คิดเป็น สัดส่วนร้อยละ 16.16 และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.56 จาก การส่งออกสินค้าหลักอย่างเพชรเจียระไน ทีเ่ ติบโตได้รอ้ ยละ 3.34 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยตลาดหลักในการส่งออก เพชรของไทย คือ ฮ่องกง ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดราว ร้อยละ 42 ขยายตัวสูงขึ้นร้อยละ 17.02 ส่วนการส่งออกไป ยังเบลเยียม อินเดีย อิสราเอล และสหรัฐอเมริกา ที่อยู่ใน อันดับ 2, 3, 4 และ 5 ต่างมีมลู ค่าลดลงร้อยละ 2.41, ร้อยละ 35.12, ร้อยละ 20.48 และร้อยละ 1.03 ตามล�ำดับ

จีน และอินเดีย ตลาดหลักในอันดับ 1, 2, 3 และ 5 ที่ล้วน ขยายตัวได้รอ้ ยละ 21.26, ร้อยละ 22.24, ร้อยละ 18.69 และ ร้อยละ 4.04 ตามล�ำดับ ส่วนการส่งออกไปยังสวิตเซอร์แลนด์ ตลาดส�ำคัญในอันดับ 4 ปรับตัวลดลงร้อยละ 1.68 พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน เติบโตถึงร้อยละ 30.28 จากการส่งออกไปยังฮ่องกง ตลาดที่ส�ำคัญที่สุดด้วยมูลค่า เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 42.82 รวมถึงสหรัฐอเมริกา และจีน ซึ่งอยู่ในอันดับ 2 และ 3 ก็เติบโตได้ร้อยละ 12.56 และ ร้อยละ 31.28 ตามล�ำดับ ขณะเดียวกันไทยยังสามารถ ส่ ง ออกไปยั ง ตลาดที่ มี แ นวโน้ ม เติ บ โตได้ ดี อ ย่ า ง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ศรีลงั กา สิงคโปร์ และโปแลนด์ ทีอ่ ยู่ ในอันดับ 7, 8, 11 และ 13 ได้สงู ขึน้ กว่า 1.49 เท่า, 10.60 เท่า, 1.10 เท่า และ 3.25 เท่า ตามล�ำดับ สะท้อนถึงความนิยม ในการบริโภคพลอยเนื้ออ่อนเจียระไนซึ่งมีหลากหลายชนิด และราคาย่อมเยาทีเ่ พิม่ มากขึน้ ส่วนการส่งออกไปยังอินเดีย และสวิตเซอร์แลนด์ ที่อยู่ในอันดับ 4 และ 5 มีมูลค่าลดลง ร้อยละ 17.88 และร้อยละ 4.99 ตามล�ำดับ

พลอยสี เป็ น สิ น ค้ า ส่ ง ออกอั น ดั บ 4 ด้ ว ยสั ด ส่ ว น ร้อยละ 9.45 และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 19.22 เมื่อ เที ย บกั บ ปี ก ่ อ นหน้ า ทั้ ง นี้ หากแยกพิ จ ารณาเป็ น ราย เครื่องประดับเทียม เป็นสินค้าส่งออกในอันดับที่ 5 ผลิตภัณฑ์ พบว่า ในสัดส่วนร้อยละ 3.55 และขยายตัวเล็กน้อยร้อยละ 0.82 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากการส่งออกไปยังสิงคโปร์ พลอยเนื้อแข็งเจียระไน (ทับทิม แซปไฟร์ และ และเยอรมนี ทีอ่ ยูใ่ นอันดับ 3 และ 4 เติบโตได้รอ้ ยละ 12.10 มรกต) เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.54 โดยพลอยเนื้อแข็งเจียระไนที่ และร้อยละ 23.45 ตามล�ำดับ ขณะที่มูลค่าการส่งออกไปยัง ไทยส่งออกราวร้อยละ 45 เป็นแซปไฟร์ซงึ่ มีอตั ราการเติบโต ลิกเตนสไตน์ สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร ตลาดใน ร้อยละ 13.60 ขณะที่เป็นการส่งออกทับทิมในสัดส่วนราว อันดับ 1, 2 และ 5 ปรับตัวลดลงร้อยละ 0.77, ร้อยละ 3.92 ร้อยละ 38 มีมูลค่าสูงขึ้นร้อยละ 22.07 เมื่อเทียบกับปีก่อน และร้อยละ 4.61 ตามล�ำดับ ส่วนหนึง่ อาจเป็นเพราะผูบ้ ริโภค หน้า ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกพลอยเนื้อแข็งเจียระไนที่เติบโต หั น ไปซื้ อ เครื่ อ งประดั บ แท้ อ ย่ า งเครื่ อ งประดั บ เงิ น หรื อ ได้ดีนั้น เป็นผลจากการส่งออกไปยังฮ่องกง สหรัฐอเมริกา เครื่องประดับเทียมจากแหล่งอื่นแทน ตารางที่ 1 มูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยระหว่างเดือนมกราคม-ธันวาคม ปี 2557 และ 2558 ÃÒ¡รายการ 1. ทองคำที่ยังมิไดขึ้นรูปหรือทองคำกึ่งสำเร็จรูป

มูลคา (ลานบาท) สัดสวน (รอยละ) เปลี่ยนแปลง ม.ค.-ธ.ค. 57 ม.ค.-ธ.ค. 58 ม.ค.-ธ.ค. 57 ม.ค.-ธ.ค. 58 (รอยละ) 89,683.27

128,714.14

27.72

34.69

43.52

123,695.40

124,730.82

38.23

33.62

0.84

2.1 เครื่องประดับเงิน

54,395.27

53,505.73

16.81

14.42

-1.64

2.2 เครื่องประดับทอง

60,970.75

62,357.21

18.85

16.81

2.27

2.3 เครื่องประดับแพลทินัม

3,526.45

3,941.37

1.09

1.06

11.77

2.4 อื่นๆ

4,802.93

4,926.51

1.48

1.33

2.57

59,021.64

59,943.45

18.24

16.16

1.56

5,656.55

5,362.07

1.75

1.45

-5.21

52,753.13

54,515.11

16.31

14.69

3.34

611.96

66.27

0.19

0.02

-89.17

29,412.70

35,064.90

9.09

9.45

19.22

1,759.42

1,536.08

0.54

0.41

-12.69

2. เครื่องประดับแท

3. เพชร 3.1 เพชรกอน 3.2 เพชรเจียระไน 3.3 อื่นๆ 4. พลอยสี 4.1 พลอยกอน

สถานการณการนำเขาสงออกสินคาอัญมณีและเครื่องประดับไทยป 2558

4.2 พลอยเนื้อแข็งเจียระไน

18,170.89

21,175.63

5.62

5.71

16.54

4.3 พลอยเนื้อออนเจียระไน

9,482.39

12,353.19

2.93

3.33

30.28

3


2.1 เครื่องประดับเงิน

54,395.27

53,505.73

16.81

14.42

-1.64

2.2 เครื่องประดับทอง

60,970.75

62,357.21

18.85

16.81

2.27

2.3 เครื่องประดับแพลทินัม

3,526.45

3,941.37

1.09

1.06

11.77

2.4 อื่นๆ

4,802.93

4,926.51

1.48

1.33

2.57

3. เพชร 18.24 ตารางที ่ 1 มูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดั59,021.64 บไทยระหว่างเดื59,943.45 อนมกราคม-ธันวาคม ปี 2557 และ16.16 2558 (ต่อ) 3.1 เพชรกอน

3.2 เพชรเจียระไน ÃÒ¡รายการ 3.3 อื่นๆ 1. พลอยสี ทองคำที่ยังมิไดขึ้นรูปหรือทองคำกึ่งสำเร็จรูป 4.

5,656.55

5,362.07

1.75

1.45

1.56 -5.21

มูลคา (ลานบาท) 54,515.11 52,753.13

สั16.31 ดสวน (รอยละ)14.69 เปลี่ยนแปลง 3.34 (ร อ ยละ) ม.ค.-ธ.ค. 57 ม.ค.-ธ.ค. 58 ม.ค.-ธ.ค.0.19 57 ม.ค.-ธ.ค.0.02 58 66.27 611.96 -89.17 89,683.27 29,412.70

128,714.14 35,064.90

27.72 9.09

34.69 9.45

43.52 19.22

123,695.40 1,759.42

124,730.82 1,536.08

38.23 0.54

33.62 0.41

0.84 -12.69

2.1 ่องประดั 4.2 เครื พลอยเนื ้อแข็บงเงิเจีนยระไน

54,395.27 18,170.89

53,505.73 21,175.63

16.81 5.62

14.42 5.71

-1.64 16.54

2.2 ่องประดั ทองยระไน 4.3 เครื พลอยเนื ้อออบนเจี

60,970.75 9,482.39

62,357.21 12,353.19

18.85 2.93

16.81 3.33

2.27 30.28

2.3 ่อเครื ่องประดั 5. เครื งประดั บเทียบมแพลทินัม

3,526.45 13,051.07

3,941.37 13,158.15

1.09 4.03

1.06 3.55

11.77 0.82

4,802.93 3,807.78

4,926.51 3,862.18

1.48 1.18

1.33 1.04

2.57 1.43

59,021.64 4,864.01

59,943.45 5,551.81

18.24 1.51

16.16 1.49

1.56 14.14

5,656.55 323,535.87

5,362.07 371,025.45

1.75 100.00

1.45 100.00

-5.21 14.68

54,515.11 16.31 3.2 เพชรเจียระไน 14.69 52,753.13 ที่มา: กระทรวงพาณิ ชย์ ประมวลผลโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอั ญมณีและเครื่องประดั การมหาชน) 0.02 66.27บแห่งชาติ (องค์ 0.19 3.3 อื่นๆ 611.96

3.34

2. เครื งประดัอบนแท 4.1 ่อพลอยก

อื่นสๆังเคราะห 6. อั2.4 ญมณี 3. อืเพชร 7. ่นๆ 3.1้งสิเพชรก อน ÃÇÁ·Ñé§ÊÔ¹รวมทั ้น (1+2+3+4+5+6+7)

4. พลอยสี

29,412.70

ตลาดส่ งออกสิ 4.1 พลอยก อน นค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยที 1,759.42่ มีมูลค่4.2าสูพลอยเนื งสุดในปี้อแข็2558 อยละ คือ ฮ่องกง ด้วยสัดส่วนร้ งเจียระไน 18,170.89 ี ม ู ล ค่ า ส่ ง ออกลดลงร้ อ ยละ 21.454.3หากแต่ ม 0.75 จากการ พลอยเนื้อออนเจียระไน 9,482.39 ำ ฯ ส่ง5.ออกทองค� ที ม ่ ม ี ล ู ค่ า ลดลงถึ ง ร้ อ ยละ 53.91 แม้ ว่าการ 13,051.07 เครื่องประดับเทียม ส่งออกสินค้าหลักอย่างเพชรเจียระไน เครื่องประดับทอง 3,807.78 6. อัญมณีสังเคราะห พลอยเนื้อแข็งและพลอยเนื้ออ่อนเจียระไน จะขยายตัวได้ อื่นๆ ร้อ7.ยละ 17.55, ร้อยละ 14.41, ร้อยละ 21.26 และร้4,864.01 อยละ 323,535.87 ร ¹ Ô Ê § é Ñ · Á Ç Ã วมทั ง ้ สิ น ้ (1+2+3+4+5+6+7) 42.82 ตามล�ำดับก็ตาม สวิตเซอร์แลนด์ เป็นตลาดส่งออกที่ส�ำคัญอันดับ 2 ใน สัดส่วนร้อยละ 16.57 ด้วยมูลค่าเติบโตถึงร้อยละ 64.18 เนื่องมาจากการส่งออกสินค้าหลักอย่างทองค�ำฯ ในสัดส่วน เกือบร้อยละ 88 ปรับตัวสูงขึ้นถึงร้อยละ 81.94 สหรั ฐ อเมริ ก า เป็ น ตลาดส่ ง ออกอั ญ มณี แ ละ เครื่องประดับที่ส�ำคัญในอันดับ 3 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 11.88 ด้วยอัตราการขยายตัวร้อยละ 0.90 โดยสินค้าส่งออก หลักกว่าร้อยละ 75 เป็นเครือ่ งประดับแท้ แม้วา่ ส่วนมากเป็น เครื่องประดับเงินที่ปรับตัวลดลงร้อยละ 6.19 หากแต่การ ส่งออกเครือ่ งประดับทองยังเติบโตได้รอ้ ยละ 6.69 นอกจากนี้ ไทยยังสามารถส่งออกเพชรเจียระไน พลอยเนื้อแข็งและ พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน สินค้าส�ำคัญรองลงมาได้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 0.09, ร้อยละ 22.24 และร้อยละ 12.56 ตามล�ำดับ

35,064.90

9.09

9.45

-89.17 19.22

1,536.08 ส่วนตลาดส่งออกอั0.54 ญมณีและเครื0.41 ่องประดับของไทยที -12.69 ่ ส�ำ21,175.63 คัญในอันดับ 5 คือ5.62 เยอรมนี ในสั5.71 ดส่วนร้อยละ16.54 5.70 บตัวเพิม่ ขึน้ ร้อยละ 7.84 น เป็ น ผลจากการส่ ง ออกสิ นค้า อั ปรั12,353.19 2.93 3.33 30.28 หลั13,158.15 กอย่างเครื่องประดับ4.03 แท้ ในสัดส่วนราวร้ อยละ 88 ซึ่ง 3.55 0.82 ส่วนใหญ่เป็นเครือ่ งประดับเงินทีข่ ยายตัวเพิม่ ขึน้ ร้อยละ 8.26 3,862.18 1.18 1.04 1.43 รวมถึงเครื่องประดับทองก็เติบโตสูงขึ้นร้อยละ 14.69 5,551.81

1.51

1.49

14.14

14.68 371,025.45 ส�ำหรับตลาดอื่น100.00 ๆ ที่มีความส�ำ100.00 คัญในล�ำดับถัดมาและ มีมูลค่าส่งออกขยายตัวในแนวบวก ได้แก่ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตลาดในอันดับ 6, 7 และ 9 ที่ต่างมีอัตราการเติบโตร้อยละ 25.25, ร้อยละ 12.97 และ ร้อยละ 13.84 ตามล�ำดับ โดยสินค้าส่งออกหลักไปยังสิงคโปร์ เป็นทองค�ำฯ ในสัดส่วนราวร้อยละ 80 ซึ่งมีมูลค่าสูงขึ้นถึง ร้อยละ 37.08 อีกทั้งไทยยังสามารถส่งออกสินค้าส�ำคัญ ถัดมาอย่างเครื่องประดับเทียมได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.10 อีกด้วย

ส่วนมูลค่าการส่งออกไปยังญี่ปุ่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลจากการส่งออกสินค้าส�ำคัญไม่วา่ จะเป็นเครือ่ งประดับ- ทอง ทองค�ำฯ และเพชรเจียระไน ที่ล้วนขยายตัวสูงขึ้น ร้อยละ 32.80, ร้อยละ 15.53 และร้อยละ 70.40 ตามล�ำดับ

ส� ำ หรั บ การส่ ง ออกไปยั ง สหรั ฐ อาหรั บ เอมิ เ รตส์ ที่ ม ี มูลค่าเพิม่ ขึน้ นัน้ ส่วนใหญ่เป็นการส่งออกเครือ่ งประดับทอง กั ม พู ช า นั บ เป็ น ตลาดส่ ง ออกในอั น ดั บ ที่ 4 ด้ ว ย ที่เติบโตสูงขึ้นร้อยละ 6.60 อีกทั้งสินค้าส�ำคัญรองลงมาทั้ง สัดส่วนร้อยละ 8.13 และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 1.02 เท่า โดย เพชรเจียระไน พลอยเนื้อแข็งและพลอยเนื้ออ่อนเจียระไน สินค้าส่งออกเกือบทั้งหมดเป็นทองค�ำฯ ซึ่งขยายตัวสูงถึง ต่างขยายตัวได้ร้อยละ 29.41, ร้อยละ 38.29 และ 1.49 เท่า 1.03 เท่า ตามล�ำดับ

4

สถานการณการนำเขาสงออกสินคาอัญมณีและเครื่องประดับไทยป 2558


ขณะที่การส่งออกไปยังเบลเยียม ตลาดในอันดับ 8 ปรับตัวลดลงร้อยละ 3.24 เนื่องจากสินค้าส่งออกหลักอย่าง เพชร ในสัดส่วนราวร้อยละ 95 ซี่งส่วนใหญ่เป็นเพชรเจียระไน มีมูลค่าลดลงร้อยละ 9.94

อย่ า งเพชรเจี ย ระไน และสิ น ค้ า ส� า คั ญ ถั ด มาอย่ า ง เครื่องประดับทอง และพลอยก้อนได้ลดลงร้อยละ 35.15, ร้อยละ 20.33 และร้อยละ15.50 ตามล�าดับ ขณะที่ไทยยัง สามารถส่ ง ออกพลอยเนื้ อ แข็ ง เจี ย ระไน และอั ญ มณี สังเคราะห์ไปยังตลาดนี้ได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.04 และร้อยละ ส่วนการส่งออกสินค้าไปยังอินเดีย ตลาดในอันดับ 10 33.02 ตามล�าดับ มี มู ล ค่ า ลดลงนั้ น เป็ น ผลจากการส่ ง ออกสิ น ค้ า หลั ก แผนภาพที่ 2 ตลาดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยในปี 2558 สวติเซอรแลนด 16.57% (+64.18%)

ฮองกง 21.45% (-0.75%)

สหรฐัอเมรกิา 11.88% (+0.90%)

กัมพูชา 8.13% (+102.31%) อื่นๆ 18.90% (+5.70%) อนิเดยี 2.19% ญี่ปุน (-28.04%) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส 3.59% 2.75% เบลเยียม (+13.84%) 3.59% (+12.97%) (-3.24%)

สิงคโปร 5.25% (+25.25%)

เยอรมนี 5.70% (+7.84%)

ที่มา: กระทรวงพาณิชย์ ประมวลผลโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

ทั้ ง นี้ หากพิ จ ารณามู ล ค่ า การส่ ง ออกอั ญ มณี แ ละ เครือ่ งประดับไทย (ไม่รวมทองค�า) ไปยังตลาด/ภูมภิ าคต่างๆ ในระหว่างปี 2555-2558 ดังตารางที่ 2 จะเห็นได้ว่า ในปี 2558 มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 3.62 ซึ่งเติบโตในอัตราที่ ลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากเศรษฐกิจของ หลายประเทศส�าคัญชะลอตัว ท�าให้ภาพรวมเศรษฐกิจโลก ยังคงอยู่ในภาวะซบเซา

เป็นประเทศผู้น�าเข้าเพื่อส่งออกต่อไปยังสหรัฐอเมริกาและ ตลาดอื่นๆ ขยายตัวได้ค่อนข้างสูง สะท้อนให้เห็นว่าการท�า ตลาดโดยตรงของไทยในสหรัฐอเมริกายังท�าได้ไม่ค่อยดีนัก ฉะนั้น นอกเหนือจากการเร่งปรับปรุงคุณภาพสินค้าให้เป็น ที่ต้องการของผู้บริโภคชาวอเมริกันแล้ว ผู้ประกอบการไทย ควรพิ จ ารณาปรั บ กลยุ ท ธ์ ก ารท� า ตลาดและช่ อ งทางการ เข้าถึงลูกค้ากลุ่มต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาให้เพิ่มมากขึ้นด้วย

โดยมูลค่าการส่งออกในปี 2558 ที่ขยายตัวได้นั้นมา จากแรงขับเคลื่อนของตลาดหลักเดิมอย่างฮ่องกง สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา ซึง่ มีสดั ส่วนรวมกันเกือบร้อยละ 70 ด้วยอัตราการเติบโตร้อยละ 19.04, ร้อยละ 2.13 และร้อยละ 0.91 ตามล�าดับ แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาจะฟื้นตัวใน ทิศทางบวกอย่างต่อเนื่องจนท�าให้ธนาคารกลางสหรัฐปรับ ขึน้ อัตราดอกเบีย้ เป็นครัง้ แรกในรอบ 10 ปีเมือ่ เดือนธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา หากแต่การส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกากลับ เติบโตได้เพียงเล็กน้อย ในขณะที่การส่งออกไปยังฮ่องกงซึ่ง

ส่วนการส่งออกไปยังสหภาพยุโรปที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็น ผลมาจากการส่งออกไปยังเยอรมนี ที่ครองส่วนแบ่งสูงสุด เกือบร้อยละ 40 ได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.15 แม้ว่าตลาดส�าคัญ ในอันดับ 2 และ 3 อย่างเบลเยียม และสหราชอาณาจักร จะมีมูลค่าลดลงร้อยละ 3.24 และร้อยละ 21.79 ตามล�าดับ ก็ตาม โดยสินค้าหลักที่ส่งออกไปยังตลาดสหภาพยุโรปคือ เครื่องประดับเงิน ที่ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 5.48 ขณะที่สินค้า ส�าคัญรองลงมาอย่างเครื่องประดับทอง และเพชรเจียระไน หดตัวลงร้อยละ 3.03 และร้อยละ 8.91 ตามล�าดับ สถานการณการนำเขาสงออกสินคาอัญมณีและเครื่องประดับไทยป 2558

5


พ ล อ ย


ตารางที่ 3 มูลค่าการนำ�เข้าอัญมณีและเครือ่ งประดับไทยในระหว่างเดือนมกราคม-ธันวาคม ปี 2557 และ 2558 ÃÒ¡รายการ 1. ทองคำที่ยังมิไดขึ้นรูปหรือทองคำกึ่งสำเร็จรูป

มูลคา (ลานบาท) สัดสวน (รอยละ) เปลี่ยนแปลง ม.ค.-ธ.ค. 57 ม.ค.-ธ.ค. 58 ม.ค.-ธ.ค. 57 ม.ค.-ธ.ค. 58 (รอยละ) 214,404.34

247,170.08

69.59

73.02

15.28

31,756.08

28,819.59

10.31

8.51

-9.25

2.1 เพชรกอน

12,619.50

10,647.41

4.10

3.15

-15.63

2.2 เพชรเจียระไน

18,966.41

18,000.62

6.16

5.32

-5.09

2.3 อื่นๆ

170.18

171.56

0.06

0.05

0.81

3. โลหะเงิน

18,412.45

19,132.61

5.98

5.65

3.91

4. เครื่องประดับแท

18,499.37

18,476.42

6.00

5.46

-0.12

4.1 เครื่องประดับเงิน

2,670.76

2,161.03

0.87

0.64

-19.09

4.2 เครื่องประดับทอง

12,814.05

13,230.39

4.16

3.91

3.25

4.3 เครื่องประดับแพลทินัม

1,493.07

1,807.87

0.48

0.53

21.08

4.4 อื่นๆ

1,521.49

1,277.13

0.49

0.38

-16.06

11,971.22

12,783.87

3.89

3.78

6.79

566.71

629.00

0.18

0.19

10.99

5.2 พลอยเนื้อแข็งเจียระไน

5,976.44

6,302.00

1.94

1.86

5.45

5.3 พลอยเนื้อออนเจียระไน

5,428.07

5,852.87

1.76

1.73

7.83

6. อัญมณีสังเคราะห

4,323.70

4,445.91

1.40

1.31

2.83

7. อื่นๆ

8,747.83

7,683.08

2.83

2.27

-12.17

308,114.99

338,511.56

100.00

100.00

9.87

2. เพชร

5. พลอยสี 5.1 พลอยกอน

ÃÇÁ·Ñé§ÊÔ¹รวมทั้งสิ้น (1+2+3+4+5+6+7)

ที่มา: กระทรวงพาณิชย์ ประมวลผลโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

แหล่งน�ำเข้าสินค้าอัญมณีและเครือ่ งประดับทีส่ ำ� คัญทีส่ ดุ ของไทย คือ สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยสัดส่วนการน�ำเข้า ร้อยละ 32.62 และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.72 ส่วนแหล่ง น� ำ เข้ า ที่ มี มู ล ค่ า สู ง รองลงมาเป็ น ญี่ ปุ ่ น ในสั ด ส่ ว น ร้อยละ 11.23 ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 34.43 ส�ำหรับแหล่ง น�ำเข้าส�ำคัญในล�ำดับ 3 และ 4 ได้แก่ ออสเตรเลีย และ ฮ่ อ งกง ซึ่ ง มี สั ด ส่ ว นร้ อ ยละ 9.91 และร้ อ ยละ 9.16

8

สถานการณการนำเขาสงออกสินคาอัญมณีและเครื่องประดับไทยป 2558

ตามล�ำดับ ที่ต่างมีมูลค่าน�ำเข้าเติบโตร้อยละ 23.57 และ 1.56 เท่า ตามล�ำดับ ขณะที่ สหรัฐอเมริกา ตลาดในอันดับ 5 ในสัดส่วนร้อยละ 5.60 มีมูลค่าลดลงถึงร้อยละ 43.97 โดย สินค้าน�ำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และ สหรัฐอเมริกาเกือบทัง้ หมดเป็นทองค�ำฯ ส่วนสินค้าน�ำเข้าจาก ฮ่องกงกว่าครึง่ หนึง่ เป็นทองค�ำฯ รองลงมาเป็นเพชรเจียระไน


แผนภาพที่ 3 แหล่งน�าเข้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยในปี 2558 ญี่ปุน 11.23% (+34.43%)

สวติเซอรแลนด 32.62% (+20.72%)

ออสเตรเลีย 9.91% (+23.57%)

ฮองกง 9.16% (+156.97%)

อื่นๆ 14.40% (+3.71%)

เบลเยียม อนิเดยี แอฟริกาใต 2.57% 3.48% 2.61% (-24.35%) (+3.78%) (-36.56%)

จีน 4.79% ไทย (+17.14%) 3.63% (-22.66%)

สหรฐัอเมรกิา 5.60% (-43.97%)

ที่มา: กระทรวงพาณิชย์ ประมวลผลโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

บทสรุป มูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครือ่ งประดับของไทยในปี 2558 ขยายตัวได้ร้อยละ 14.68 (ร้อยละ 9.27 เมื่อพิจารณา ในหน่วยเงินเหรียญสหรัฐ) แต่หากพิจารณาถึงมูลค่าการส่งออก สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยเมื่อไม่รวมการส่งออก ทองค�าฯ พบว่าเติบโตสูงขึน้ ร้อยละ 3.62 (ลดลงร้อยละ 1.31 เมื่อพิจารณาในหน่วยเงินเหรียญสหรัฐ) และหากพิจารณา ถึ ง มู ล ค่ า การส่ ง ออกอั ญ มณี แ ละเครื่ อ งประดั บ ของไทย เมื่อหักออกด้วยมูลค่าการส่งออกทองค�าฯ และมูลค่าการ น� า เข้ า สิ น ค้ า ที่ ส ่ ง กลั บ จากการเข้ า ร่ ว มงานแสดงสิ น ค้ า

ในต่ า งประเทศ พบว่ า มู ล ค่ า การส่ ง ออกสิ น ค้ า อั ญ มณี และเครื่องประดับสุทธิขยายตัวร้อยละ 5.53 (ร้อยละ 0.47 เมื่อพิจารณาในหน่วยเงินเหรียญสหรัฐ) ดังตารางที่ 4 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการส่งออกที่แท้จริงของสินค้า อัญมณีและเครือ่ งประดับไทยทีเ่ ติบโตได้ หากแต่เติบโตได้ใน อัตราลดลงมากเมือ่ เทียบกับอัตราการขยายตัวของมูลค่าการ ส่งออกไม่รวมทองค�าฯ และมูลค่าส่งออกสุทธิในปี 2557 ที่ขยายตัวได้ถึงร้อยละ 13.43 และร้อยละ 14.79 ตามล�าดับ

ตารางที่ 4 มูลค่าการส่งออกสุทธิของสินค้าอัญมณีและเครือ่ งประดับไทยระหว่างเดือนมกราคม-ธันวาคม ปี 2557 และ 2558 ÃÒ¡รายการ มูลคาสงออกอัญมณีและเครื่องประดับทั้งหมด หัก มูลคาสงออกทองคำฯ คงเหลือมูลคาการสงออกที่ ไมรวมทองคำฯ หัก มูลคาสินคาสงกลับจากการเขารวมงานแสดง

มูลคา (ลานบาท) สัดสวน (รอยละ) เปลี่ยนแปลง ม.ค.-ธ.ค. 57 ม.ค.-ธ.ค. 58 ม.ค.-ธ.ค. 57 ม.ค.-ธ.ค. 58 (รอยละ) 323,535.87

371,025.45

100.00

100.00

14.68

89,683.27

128,714.14

27.72

34.69

43.52

233,852.60

242,311.31

72.28

65.31

3.62

15,868.94

12,272.36

4.90

3.31

-22.66

217,983.66

230,038.95

67.38

62.00

5.53

สินคาในตางประเทศ คงเหลือมูลคาสงออกสุทธิ

ที่มา: กระทรวงพาณิชย์ ประมวลผลโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) สถานการณการนำเขาสงออกสินคาอัญมณีและเครื่องประดับไทยป 2558

9


จะเห็นได้ว่ามูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ไทยที่ แ ท้ จ ริ ง ในปี 2558 ยั ง สามารถขยายตั ว ได้ หากแต่เป็นไปในอัตราทีล่ ดลงตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจ โลก ส�ำหรับแนวโน้มการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ไทย (ไม่รวมทองค�ำฯ) ในปี 2559 นั้น อาจจะเติบโตได้ใน ระดับใกล้เคียงกับปี 2558 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะคู ่ ค ้ า ส� ำ คั ญ ของไทยฟื ้ น ตั ว อย่ า งเปราะบาง หรือบางประเทศยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว นอกจากนี้ยังมี ปั จ จั ย เสี่ ย งอี ก หลายประการที่ อ าจบั่ น ทอนการส่ ง ออก ของไทยได้ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวค่อนข้างช้าและเปราะบาง ผู้บริโภคมีก�ำลังซื้อลดลง ในปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกถูก ขับเคลื่อนด้วยสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก ซึ่งดัชนีทางเศรษฐกิจ หลายตัวส่งสัญญาณในทิศทางที่ดี จนท�ำให้ธนาคารกลาง สหรัฐหรือเฟดปรับขึน้ อัตราดอกเบีย้ นโยบายเป็นครัง้ แรกใน รอบ 10 ปี และมีแนวโน้มจะทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก ในปี 2559 อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว มีผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น และส่งผลต่อการ ส่ ง ออกของบริ ษั ท รายใหญ่ ห ลายรายที่ อ อกมาต�่ ำ กว่ า ที่ คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ ยังส่งผลกดดันต่อภาวะเงินทุนไหล ออกจากตลาดเกิดใหม่ให้กลับเข้าสู่สหรัฐอเมริกาอีกด้วย อีกทั้งตลาดเกิดใหม่บางประเทศที่เป็นผู้ผลิตน�้ำมัน ยังได้รับ ผลกระทบจากราคาน�้ำมันดิบในตลาดโลกที่อยู่ในระดับต�่ำ อาทิ บราซิล อาเซอร์ไบจาน และเวเนซุเอลา เป็นต้น ขณะที่ บางประเทศเป็นผูส้ ง่ ออกสินค้าโภคภัณฑ์ซงึ่ ได้รบั ผลกระทบ อย่างหนักหลังจากจีนลดการบริโภคสินค้าลง อันเป็นผลท�ำให้ เศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้อยู่ในภาวะถดถอย และอาจ ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ตอ่ ประเทศอืน่ ๆ ในภูมภิ าค ตลอดจน กระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของโลกตามไปด้วย ส่วนสหภาพยุโรป แม้ภาพรวมเศรษฐกิจของภูมิภาคมี แนวโน้ ม เติ บ โตอย่ า งค่ อ ยเป็ น ค่ อ ยไป จากมาตรการ ผ่อนคลายนโยบายเชิงปริมาณหรือคิวอีซึ่งจะยังคงใช้อยู่ จนถึงเดือนมีนาคมปี 2560 ทัง้ นี้ เศรษฐกิจของสหภาพยุโรป เสี่ยงต่อการถูกบั่นทอนจากปัญหาเศรษฐกิจในบางประเทศ ไม่วา่ จะเป็นปัญหาหนีส้ าธารณะของกรีซ และการแบกภาระ ดูแลผู้อพยพจากซีเรียและอิรักอีกจ�ำนวนมาก รวมถึงการที่ ฟินแลนด์ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจถดถอยของคู่ค้า หลักอย่างรัสเซีย ส่วนเศรษฐกิจของสวิตเซอร์แลนด์ออ่ นแอ ลงอย่างรุนแรงหลังยกเลิกการผูกค่าเงินไว้กบั ยูโร ซึง่ กระทบ ต่อการส่งออกและรายได้จากนักท่องเที่ยวยุโรป

10

สถานการณการนำเขาสงออกสินคาอัญมณีและเครื่องประดับไทยป 2558

ส� ำ หรั บ เศรษฐกิ จ จี น อยู ่ ใ นภาวะชะลอตั ว อย่ า ง ต่อเนื่อง จากการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่ เน้นการบริโภคภายในประเทศแทนการส่งออก เพื่อให้เป็น สั ง คมที่ ส ามารถเลี้ ย งตั ว เองได้ แ ละลดความเหลื่ อ มล�้ ำ ในสังคม โดยเศรษฐกิจจีนในปี 2558 ขยายตัวได้ร้อยละ 6.9 นับเป็นระดับต�่ำที่สุดในรอบ 25 ปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้ม จะชะลอการเติบโตในปี 2559 เนื่องจากการหดตัวของภาค ส่งออก ปัญหาสต๊อกสินค้าอสังหาริมทรัพย์ล้นตลาด และ หนี้สินของรัฐบาลท้องถิ่นกว่า 2 เท่าของจีดีพี ทั้งนี้ จีนเป็น มหาอ�ำนาจเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลกและเป็นคูค่ า้ รายใหญ่ ของสหรั ฐ อเมริ ก า สหภาพยุ โ รป และอาเซี ย น ดั ง นั้ น การซบเซาของเศรษฐกิ จ จี น ย่ อ มส่ ง ผลกระทบต่ อ กลุ ่ ม ประเทศดังกล่าว และกระทบเป็นลูกโซ่ตอ่ ไปยังประเทศอืน่ ๆ อั น น� ำ ไปสู ่ ก ารฉุ ด รั้ ง การเติ บ โตของเศรษฐกิ จ โลกอย่ า ง หลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจอันดับ 3 ของโลก เข้าสูภ่ าวะถดถอยมานับตัง้ แต่การปรับขึน้ ภาษีมลู ค่าเพิม่ เมือ่ เดือนเมษายนปี 2557 อีกทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของ รัฐบาลภายใต้การน�ำของนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะไม่ได้ ผลตามที่คาดหวัง อย่างไรก็ดี ในปี 2559 ภาครัฐพยายาม กระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการใช้นโยบายดอกเบี้ย ติดลบร้อยละ 0.1 และการคงนโยบายการเพิ่มปริมาณเงิน ในระบบที่ 80 ล้านล้านเยนต่อปี ซึง่ ก็นา่ จะช่วยพยุงเศรษฐกิจ ญี่ปุ่นให้ขยายตัวได้ดีขึ้น ภั ย ก่ อ การร้ า ยและความขั ด แย้ ง ทางการเมื อ ง ระหว่างประเทศ ที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้นใน ปั จ จุ บั น จากในอดี ต ที่ เ กิ ด ขึ้ น อยู ่ เ ฉพาะในกลุ ่ ม ประเทศ ตะวันออกกลางได้ขยายวงกว้างออกไปยังหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการก่อการร้ายของกลุ่มไอเอสในกรุงปารีสเมื่อ ช่วงปลายปี 2558 อีกทั้งยังประกาศที่จะก่อเหตุซ�้ำในเมือง ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาและประเทศในสหภาพยุโรป รวมถึง การแผ่ขยายอิทธิพลมายังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วย สร้างความหวั่นวิตกให้กับผู้คนทั่วโลกเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีข้อพิพาทระหว่างซาอุดิอาระเบียกับอิหร่าน วิกฤติผู้อพยพในประเทศซีเรีย ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ ระหว่างจีนและญี่ปุ่น รวมถึงความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย กับกลุ่มประเทศนาโต้ในกรณียูเครน เหล่านี้นับเป็นปัจจัย เสี่ ย งที่ มี ผ ลต่ อ ความมั่ น คง ความปลอดภั ย ในชี วิ ต และ ทรัพย์สิน ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และ บัน่ ทอนบรรยากาศการค้าและการลงทุน ซึง่ ในทีส่ ดุ แล้วก็จะ ไปฉุดดึงเศรษฐกิจโลกให้ร่วงลงตามไปด้วย


อัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนสูง จากปัจจัย การด�ำเนินนโยบายการเงินที่แตกต่างกันของประเทศหลัก ส�ำคัญทัง้ สหรัฐอเมริกา จีน ญีป่ นุ่ และยุโรป ซึง่ มีผลต่อความ ผันผวนของการเคลือ่ นย้ายเงินทุน และกระทบต่อค่าเงินบาท ให้แกว่งตัวขึ้นลงตามไปด้วย โดยในปีที่ผ่านมาค่าเงินบาท อ่อนค่าลงนับตั้งแต่จีนลดค่าเงินหยวนในเดือนสิงหาคม 2558 ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินสกุลในเอเชียรวมถึงไทยลดลงตาม ไปด้วย กอปรกับการปรับขึน้ อัตราดอกเบีย้ ของเฟดเมือ่ ปลายปี ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดเงินทุนไหลออกจากไทยและกดดันให้ค่า เงินบาทอ่อนค่าลงไปอีก อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นปี 2559 ค่าเงินบาทได้ปรับตัวขึ้นจากการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือ บี โ อเจได้ ป ระกาศใช้ น โยบายดอกเบี้ ย ติ ด ลบ ซึ่ ง ส่ ง ผล ให้มีเงินทุนจากนักลงทุนญี่ปุ่นไหลเข้ามาในตลาดพันธบัตร และตลาดหุ้นไทยมากขึ้น และในช่วงเดียวกันจีนได้ปรับลด ค่าเงินหยวนลง ซึง่ นับเป็นระดับการอ่อนค่ามากทีส่ ดุ ในรอบ 5 ปี และมีผลท�ำให้เงินบาทแข็งค่าขึน้ เมือ่ เทียบกับเงินหยวน เช่นเดียวกับการคาดการณ์ว่าเฟดอาจชะลอการปรับขึ้น อัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนมีนาคม 2559 ก็จะช่วย สนับสนุนการแข็งค่าขึน้ ของเงินบาทเมือ่ เทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ตาม การที่จีนมีแนวโน้มที่อาจจะปรับลดค่า เงินหยวนลงอีกหากภาคส่งออกยังคงซบเซา จะกดดันให้ ประเทศอืน่ ๆ แข่งขันกันลดค่าเงิน เพือ่ รักษาความสามารถใน การส่งออก ซึง่ หากค่าเงินบาทอ่อนค่าน้อยกว่าเงินสกุลอืน่ ๆ ก็จะท�ำให้เสียเปรียบในการส่งออกได้ ดังนั้น จะเห็นได้ว่า ในปี 2559 อัตราแลกเปลี่ยนยังคงเสี่ยงที่จะมีความผันผวน อยู่ในระดับสูง

เพื่อลดทอนผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวข้างต้น ผู้ประกอบการควรติดตามความเคลื่อนไหวสถานการณ์ เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าส�ำคัญอย่างใกล้ชิด และเตรียม ประเมินความเสีย่ งสถานการณ์ตา่ งๆ เพือ่ เตรียมพร้อมรับมือ กับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด รวมถึงติดตาม พฤติ ก รรมการบริ โ ภคสิ น ค้ า ทั้ ง ในกลุ ่ ม ตลาดเดิ ม และ ตลาดใหม่ เพื่อจะได้ผลิตสินค้าได้ตรงความต้องการของ กลุ ่ ม เป้ า หมาย อี ก ทั้ ง ควรน� ำ เทคโนโลยี ม าใช้ ป รั บ ปรุ ง ประสิทธิภาพการผลิตให้มากขึ้น และให้ความส�ำคัญในการ สร้างมูลค่าเพิม่ ให้กบั สินค้า ในขณะเดียวกันก็ตอ้ งเร่งพัฒนา คุณภาพและรูปแบบดีไซน์สินค้าให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตลอดจนให้ความส�ำคัญในการสร้างตราสินค้าเป็นของ ตนเอง เพือ่ ท�ำให้ลกู ค้าจดจ�ำและเกิดความภักดีในสินค้าของ แบรนด์ อั น น� ำ ไปสู ่ ค วามยั่ ง ยื น ของกิ จ การในระยะยาว นอกจากนี้ ยั ง ควรท� ำ ป้ อ งกั น ความเสี่ ย งจากการผิ ด นั ด ช�ำระหนี้ของประเทศคู่ค้าด้วยการท�ำเลตเตอร์ออฟเครดิต (Letter Of Credit หรือ L/C) และป้องกันความเสี่ยงจาก อั ต ราแลกเปลี่ ย นโดยการใช้ เ ครื่ อ งมื อ ในการบริ ห าร ความเสีย่ ง เช่น สัญญาซือ้ ขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (FX Futures) หรือ สิทธิในการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (FX Option) เหล่านี้น่าจะช่วยให้มูลค่าการส่งออกอัญมณี และเครื่องประดับไทยเติบโตอย่างมีเสถียรภาพต่อไปได้

* พิกัดอัตราศุลกากรตอนที่ 71 ว่าด้วย “ไข่มุกธรรมชาติหรือไข่มุกเลี้ยง รัตนชาติหรือกึ่งรัตนชาติ โลหะมีค่า โลหะที่หุ้มติดด้วยโลหะมีค่า และ ของที่ท�ำด้วยของดังกล่าว เครื่องเพชรพลอย และรูปพรรณที่เป็นของเทียม เหรียญกษาปณ์” สถานการณการนำเขาสงออกสินคาอัญมณีและเครื่องประดับไทยป 2558

11


จัดทำ�และเผยแพร่โดย ศูนย์ขอ้ มูลอัญมณีและเครือ่ งประดับ สถาบันวิจยั และพัฒนาอัญมณีและเครือ่ งประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เลขที่ 140, 140/1-3 และ 140/5 อาคารไอทีเอฟ-ทาวเวอร์ ชัน้ 1-4 และ 6 ถนนสีลม แขวงสุรยิ วงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 โทร 02 634 4999 ต่อ 444 โทรสาร 02 634 4970 เว็บไซต์ www.git.or.th/gem อีเมล์ database@git.or.th

เอกสารฉบับนี้เป็นลิขสิทธิ์ของสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) การพิมพ์ซ้ำ�หรือการนำ�ข้อมูลทั้งหมด หรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ไม่ว่าจะโดยวิธีการใดก็ตาม จะต้องได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณี และเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

12

สถานการณการนำเขาสงออกสินคาอัญมณีและเครื่องประดับไทยป 2558


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
สถานการณ์การนำเข้าส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย ปี 2558 by Gem and Jewelry Library - Issuu