Page 1


สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ วิสัยทัศน์ เป็นผู้นำ�วิชาการและบริการระดับชาติ ด้านนิติจิตเวชและวิกฤตสุขภาพจิต ภายในปี พ.ศ.2554

พันธกิจ พัฒนา ถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และให้บริการด้านนิติจิตเวช และวิกฤตสุขภาพจิตตามมาตรฐาน

ค่านิยมหลัก (Core Value) มุ่งมั่น จัดแนวคิด จิตพัฒนา เน้นลูกค้า ผ่านระบบ ครบทีม


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

สาส์นแสดงความยินดี

นายแพทย์อภิชัย มงคล อธิบดีกรมสุขภาพจิต ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ตลอดระยะเวลา ๔๐ ปี ที่ผ่านมา จากโรงพยาบาลนิติจิตเวชสู่สถาบันกัลยาณ์ ราชนครินทร์ จะเห็นได้ว่า สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์มีเป้าหมายในการให้บริการทั้ง ผู้ป่วยนิติจิตเวชและผู้ป่วยจิตเวชทั่วไป รวมทั้งครอบครัว ผู้ดูแลและผู้ได้รับผลกระทบ จากผู้ป่วย โดยมีก ารพัฒนาที่ดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้ านการบริการ วิชาการ บุคลากร การปรับแนวคิดระบบการจ่ายเงินงบประมาณหรือการจ่ายเงินแบบเหมารวม และด้าน การจัดการข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาด้านอาคารสถานที่ สิง่ อำ�นวยความสะดวกต่างๆ จวบจนปัจจุบนั สามารถผลิตผลงานและนวตกรรมทีม่ คี ณ ุ ภาพ ตอบสนองต่อความต้องการของสังคม รวมทัง้ มุง่ เน้นการพัฒนางานบริการด้านนิตจิ ติ เวชและ วิกฤตสุขภาพจิตสู่ความเป็นเลิศ โดยอาศัยองค์ความรู้จากการวิจัยควบคู่ไปกับการพัฒนา ในด้านต่างๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพการบริการให้เท่าเทียมกับนานาชาติต่อไป ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กระผมขอขอบคุณข้าราชการ ทุกท่านที่ช่วยเหลืองานของกรมสุขภาพจิตมากมายหลายเรื่อง การมีงานมากถ้ามองใน แง่ดี คือเป็นโอกาสในการสร้างความเจริญก้าวหน้า พัฒนาตนเอง สร้างความภาคภูมิใจ และความสำ�เร็จในอนาคต จึงขออวยพรให้ทา่ นทั้งหลายประสบความสุข มีกำ�ลังใจในการ ทำ�งานให้สำ�เร็จ เป็นกำ�ลังที่เข้มแข็งและทำ�งานสำ�คัญๆของกรมสุขภาพจิตต่อไป

(นายอภิชัย มงคล) อธิบดีกรมสุขภาพจิต 1


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

สาส์นแสดงความยินดี

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ข่าวดีในอดีตเมือ่ ๔๐ ปีทผี่ า่ นมาซึง่ สร้างความหวังให้แก่ผปู้ ว่ ยนิตจิ ติ เวช คือ การก่อตัง้ โรงพยาบาลนิติจิตเวชโดยเริ่มให้บริการมาตั้งแต่วันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นต้นมา นับว่าเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทยที่ให้การดูแลผู้ป่วย จิตเวชที่เกี่ยวข้องกับคดี จากวันนั้นถึงวันนี้ ในนามสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ภายหลัง การปรับองค์กรให้มคี วามคล่องตัว การให้บริการด้านนิตจิ ติ เวชก็ยงั คงเป็นภารกิจหลัก โดย ให้การบำ�บัดรักษาผูป้ ว่ ยจิตเวชทีเ่ กีย่ วข้องกับคดี ร่วมกับการปกป้องและพิทกั ษ์สทิ ธิ์ เพือ่ ให้ ผู้ป่วยดังกล่าวได้รับการยอมรับและมีสิทธิเท่าเทียมกับคนอื่นๆ ทั่วไปในสังคม ดังนั้นการ ผลักดันให้มีและประกาศใช้ พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ.๒๕๕๑ ในประเทศไทยจึงเป็น อีกผลงานหนึ่งที่สำ�คัญของสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ นอกจากนี้ บทบาทการเป็นผู้นำ� ด้านการพัฒนางานวิกฤตสุขภาพจิตยังได้สร้างผลงานที่โดดเด่น มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ ต่อสังคมในวงกว้าง ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กระผมขอร่วมแสดง ความชืน่ ชมและยินดี รวมทัง้ ขออวยพรให้ผบู้ ริหารและบุคลากรทุกท่าน ประสบแต่ความรุง่ เรือง ขยายงานในด้านจิตเวช นิติจิตเวช และวิกฤตสุขภาพจิตให้กว้างขวาง มีความวัฒนาถาวร เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศในยุคต่อไป

(นายเกียรติภูมิ วงศ์รจิต) รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต 2


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

สาส์นแสดงความยินดี

นายแพทย์อิทธิพล สูงแข็ง รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

งานในหน้าทีร่ บั ผิดชอบของสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ มีความสำ�คัญยิง่ ต่อการ พัฒนางานของกรมสุขภาพจิต เนื่องจากมีภารกิจสำ�คัญในการพัฒนางานด้านนิติจิตเวช และวิกฤตสุขภาพจิต สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ จึงมีบทบาทสำ�คัญในด้านการวิจัย และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านนิติจิตเวชและวิกฤตสุขภาพจิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำ�คัญในการดูแล ช่วยเหลือทัง้ ผูป้ ว่ ยจิตเวชทัว่ ไปและผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวช รวมทัง้ พัฒนาบุคลากรด้านสุขภาพจิตให้ มีความรูค้ วามสามารถให้อยูใ่ นระดับสากล ดังนัน้ จากผลงานความสำ�เร็จทีผ่ า่ นมาจึงแสดง ให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจและเสียสละของชาวสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ในการปฏิบตั ิ ภาระหน้าที่ด้วยความอุตสาหะ มุ่งมั่นและตั้งใจมาโดยตลอด ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กระผมขอส่งความ ปรารถนาดี และขอให้กำ�ลังใจแก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ทุกท่าน ในการทีจ่ ะปฏิบตั หิ น้าทีพ่ ฒ ั นาด้านนิตจิ ติ เวชและวิกฤตสุขภาพจิตให้บรรลุเป้าหมาย และเจริญก้าวหน้าสืบต่อไป

(นายอิทธิพล สูงแข็ง) รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต 3


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

สาส์นแสดงความยินดี

นายแพทย์ทวี ตั้งเสรี รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

การพัฒนางานด้านสุขภาพจิตและจิตเวช โดยเฉพาะงานด้านนิติจิตเวชและวิกฤต สุขภาพจิตนับเป็นภารกิจที่สำ�คัญของสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ในการร่วมพัฒนางาน ตามนโยบายของกรมสุขภาพจิต เพื่อพัฒนาสังคมและประเทศชาติ สังคมจะเจริญก้าวหน้า ได้เพียงใดขึ้นอยู่กับคุณภาพของประชาชนเป็นสำ�คัญ การส่งเสริมด้านการดูแลสุขภาพจิต และจิตเวช ทั้งในคนปกติทั่วไป ผู้ป่วยจิตเวชและผู้ป่วยนิติจิตเวช จึงมีความสำ�คัญเป็นอย่าง ยิ่ง ดังนั้น สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์จึงมุ่งเน้นการพัฒนางานอย่างเป็นระบบ เพื่อแก้ไข ปัญหาและตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการทั้งด้านจิตเวชทั่วไป นิติจิตเวชและ วิกฤตสุขภาพจิต ทำ�ให้มีผลงานก้าวหน้าและประสบความสำ�เร็จด้วยดีมาโดยตลอด ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กระผมขอแสดงความยินดี และขอส่ ง ความปรารถนาดี ม ายั ง บุ ค ลากรและผู้ ที่ เ กี่ ย วข้ อ งทุ ก ท่ า นด้ ว ยความจริ ง ใจ มีความภูมิใจที่เห็นสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์มีการพัฒนาและก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง จึงหวังเป็นอย่างยิง่ ว่า สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์จะสามารถพัฒนางานด้านนิตจิ ติ เวชและ วิกฤตสุขภาพจิตสู่ความเป็นเลิศได้ในอนาคตอันใกล้นี้

(นายทวี ตั้งเสรี) รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต 4


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

คำ�นำ� โรงพยาบาลนิติจิตเวช ได้เปิดให้บริการครั้งแรกตั้งแต่วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๑๔ และต่ อ มาได้ รั บ พระกรุ ณ าโปรดเกล้ า โปรดกระหม่ อ มจากสมเด็ จ พระเจ้ า พี่ น างเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวฒ ั นา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ประทานนามโรงพยาบาลนิตจิ ติ เวชใหม่วา่ “สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์” และทรงประกอบพิธเี ปิดเมือ่ วันอาทิตย์ที่ ๑๖ มิถนุ ายน ๒๕๔๕ ดั ง นั้ น ในโอกาสที่ ส ถาบั น กั ล ยาณ์ ร าชนคริ น ทร์ เวี ย นมาครบรอบ ๔๐ ปี ในวั น ที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๔ นี้ เพื่อเป็นการรำ�ลึกถึงบทบาทหน้าที่ของโรงพยาบาลนิติจิตเวชและ สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ที่ผ่านมา รวมทั้งบทบาทหน้าที่ที่จะพัฒนาต่อไปในอนาคต คณะทำ�งานจัดทำ�หนังสือที่ระลึก ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ จึงได้จัดทำ�หนังสือ “สี่สิบปีนิติจิตเวช: เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ ราชนครินทร์” ขึน้ โดยรวบรวมผลงานทีก่ ระทำ�ตามภารกิจหลักทีส่ �ำ คัญเกีย่ วกับการพัฒนา งานนิตจิ ติ เวชและวิกฤตสุขภาพจิตของแต่ละวิชาชีพ ซึง่ ได้สงั่ สมประสบการณ์และองค์ความรู้ เพื่อมุ่งหวังให้เกิดการพัฒนางานนิติจิตเวชและวิกฤตสุขภาพจิตในระดับประเทศ รวมทั้ง การรวบรวมนานาทัศนะจาก ความทรงจำ� แง่คิด และมุมมองต่างๆ ทั้งในอดีตและต่อไป ในอนาคต ของอดีตผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นเครื่องเตือนความจำ�และ เป็นแนวทางในการพัฒนาให้สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ก้าวต่อไปในอนาคตอย่างมั่งคง

สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

5


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

สารบัญ ผู้ป่วยจิตเวชกับปัญหาในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา นิติจิตเวช : จากงานบริการเชิงรับสู่การคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยจิตเวชเชิงรุก สู่ความเป็นเลิศทั้งสองด้าน...ความฝันจะเป็นจริงได้หรือ เส้นทางสู่ความเป็นเลิศด้านนิติจิตเวช อัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของนิติจิตวิทยาในประเทศไทย สังคมสงเคราะห์นิติจิตเวช : กว่าจะส่งผู้ป่วยถึงฝั่ง บทบาทพยาบาลนิติจิตเวช : จากปัจจุบันสู่อนาคต กิจกรรมบำ�บัดในงานนิติจิตเวชเชิงรุก จากงานบริการนิติจิตเวชชุมชนสู่...ผู้จัดการรายกรณี วิกฤตสุขภาพจิตจากอดีตสู่ผลลัพธ์ในอนาคต นานาทัศนะ...สู่อนาคตทศวรรษที่ ๕ นานากิจกรรม

หน้า ๙ ๒๑ ๕๓ ๕๗ ๖๑ ๖๙ ๗๕ ๘๑ ๘๗ ๙๓ ๑๐๓ ๑๑๕

7


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ผู้ป่วยจิตเวชกับปัญหาในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา* ศาสตราจารย์แสวง บุญเฉลิมวิภาส**

ผู้ป่วยจิตเวชหรือผู้ที่มีความผิดปกติทางจิต เป็นผู้ที่มีโอกาสก่อให้เกิดอันตราย ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ซึ่งบุคคลในครอบครัวจะต้องช่วยกันดูแลและหากความผิดปกติ ทางจิตนั้นเป็นมากขึ้น ก็จำ�เป็นจะได้รับการบำ�บัดรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ รวมทั้งมาตรการทางกฎหมายที่จะเข้ามาช่วยดูแลอีกทางหนึ่งด้วย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นใน กระบวนการยุติธรรมและยังคงเป็นปัญหาอยู่ ก็คือความเข้าใจที่ไม่ตรงกันระหว่างจิตแพทย์ กับนักกฎหมายรวมทั้งสื่อมวลชนด้วยเกี่ยวกับอาการทางจิตเวชของผู้ป่วยในแต่ละกรณี ดังทีพ่ บอยูบ่ อ่ ยครัง้ ว่าในบางครัง้ สือ่ จะพาดหัวข่าวรวมทัง้ ลงความเห็นไปแล้วว่า ผูก้ ระทำ�ผิด อันเกิดจากความเบี่ยงเบนทางเพศนั้นเป็นโรคจิต ซึ่งถ้าหากนักกฎหมายเข้าใจเช่นนั้นด้วย ก็อาจส่งผลให้ผู้กระทำ�ผิดได้รับการยกเว้นโทษ ในขณะที่จิตแพทย์จะให้ความเห็นว่า ผู้ที่มี ความเบี่ยงเบนทางเพศเป็นผู้ป่วยจิตเวช ที่มีความผิดปกติทางบุคลิกภาพ แต่ไม่ถึงขั้นเป็น โรคจิต ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ทางกฎหมายจะไม่ถือเป็นเหตุยกเว้นโทษ เพราะถือว่าเขาเหล่านั้น กระทำ � ผิ ด ในขณะที่ ยั ง รู้ ผิ ด ชอบ แต่ ในกรณี ต รงข้ า มที่ จิ ต แพทย์ มี ค วามเห็ นตรงกั น ว่ า ผูก้ ระทำ�ผิดหรือผูท้ กี่ �ำ ลังจะกระทำ�ผิด มีอาการของโรคจิต เพราะมีอาการหลงผิด (delusion) หวาดระแวง (paranoid) สมควรได้รบั การบำ�บัดรักษาโดยด่วน สือ่ บางฉบับรวมทัง้ บุคลากร ในกระบวนการยุติธรรมด้วย กลับให้ความเห็นว่า ไม่น่าจะเป็นโรคจิตเพราะบุคคลนั้นยัง ทำ�งานได้ตามปกติและยังวางแผนในการกระทำ�ความผิดได้ เหมือนเข้าใจว่า คนที่เป็น โรคจิตหรือคนบ้านั้นจะต้องบกพร่องทางด้านสติปัญญาไปด้วย เรื่องเหล่านี้หากยังเข้าใจ ไม่ตรงกัน จะส่งผลโดยตรงให้การใช้มาตรการทางกฎหมายทั้งในประมวลกฎหมายอาญา และในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาคลาดเคลื่อนไปด้วย ผู้เขียนจึงมีความเห็น ว่าบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมไม่ว่าจะเป็นตำ�รวจ อัยการ ศาล ควรจะได้มีการ จัดสัมมนาในเรื่องนี้ร่วมกับทางกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เพื่อทำ�ความเข้าใจ * พิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกใน ดุลพาห ปีที่ ๕๔ เล่ม ๓, กันยายน – ธันวาคม ๒๕๕๐, หน้า ๑๖-๒๕. ** ที่ปรึกษาศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

9


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ร่วมกันในเรือ่ งดังกล่าว เพือ่ ให้มาตรการในการดูแลและควบคุมผูป้ ว่ ยจิตเวชเป็นไปโดยเหมาะสม ยิ่งจะมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติสุขภาพจิตในประเทศไทยด้วยแล้ว คงต้องถือเป็น ความจำ�เป็นอย่างยิ่งที่จะทำ�ความเข้าใจร่วมกันในศาสตร์ทางด้านนิติจิตเวช บทความนี้ คงมีสว่ นช่วยทำ�ความเข้าใจในปัญหาทีเ่ กิดขึน้ และก่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน อันจะนำ�ไปสู่ การกำ�หนดแนวทางทีเ่ หมาะสมในการดูแลผูป้ ว่ ยจิตเวชให้เกิดความปลอดภัยทัง้ ผูป้ ว่ ยจิตเวชเอง และปลอดภัยกับสังคมโดยรวมด้วย

๑ การดำ�เนินคดีอาญากับผู้ต้องหาหรือจำ�เลยที่มีปัญหาทางจิตเวชและ บทบาทของจิตแพทย์

การดำ�เนินคดีอาญาโดยปกติจะผ่านขั้นตอนจากพนักงานสอบสวน เมื่อสอบสวน เสร็จ พนักงานสอบสวนหรือตำ�รวจจะส่งเรือ่ งให้พนักงานอัยการเพือ่ ดำ�เนินการฟ้องร้องและ ศาลจะเป็นองค์กรสุดท้ายที่ทำ�หน้าที่พิจารณาพิพากษาคดีต่อไป ในขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ หากพบว่า ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำ�ความผิดมีความผิดปกติทางจิตและไม่อยู่ในสภาพที่จะ ต่อสู้คดีได้ กฎหมายจะกำ�หนดให้ผู้นั้นได้รับการบำ�บัดโดยจิตแพทย์เสียก่อนจนกว่าจะต่อสู้ คดีได้จึงจะดำ�เนินการต่อไป ซึ่งจะกล่าวถึงในรายละเอียดดังนี้ ๑.๑ ในขั้นการสอบสวนฟ้องร้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๔ ได้บัญญัติว่า “ในระหว่างทำ�การสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา ถ้ามีเหตุควร เชือ่ ว่าผูต้ อ้ งหาหรือจำ�เลยเป็นผูว้ กิ ลจริตและไม่สามารถต่อสูค้ ดีได้ ให้พนักงานสอบสวนหรือ ศาลแล้วแต่กรณี สัง่ ให้พนักงานแพทย์ตรวจผูน้ นั้ เสร็จแล้วให้เรียกพนักงานแพทย์ผนู้ นั้ มาให้ ถ้อยคำ� หรือให้การว่าตรวจได้ผลประการใด ในกรณี ที่ พ นั ก งานสอบสวนหรื อ ศาลเห็ น ว่ า ผู้ ต้ อ งหาหรื อ จำ � เลยเป็ น ผูว้ กิ ลจริตและไม่สามารถต่อสูค้ ดีได้ ให้งดการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้อง หรือพิจารณาไว้จนกว่า ผู้นั้นหายวิกลจริตหรือสามารถจะต่อสู้คดีได้ และให้มีอำ�นาจส่งตัวผู้นั้นไปยังโรงพยาบาล โรคจิต หรือมอบให้แก่ผู้อนุบาล ข้าหลวงประจำ�จังหวัด หรือผู้อื่นที่เต็มใจไปดูแลรักษาก็ได้ ตามแต่จะเห็นสมควร กรณีที่ศาลงดการไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาดั่งบัญญัติไว้ในวรรคก่อน ศาลจะสั่งจำ�หน่ายคดีเสียชั่วคราวก็ได้” 10


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

บทบัญญัติในมาตรา ๑๔ ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ดังกล่าว เป็นกฎหมายซึ่งได้ใช้บังคับมานาน ถ้อยคำ�ที่ใช้ในตัวบทจึงเป็นถ้อยคำ�ที่ระบุไว้ กว้ า งๆ เช่ น ให้ ส่ ง ตั ว ผู้ ที่ วิ ก ลจริ ต ไปยั ง โรงพยาบาลโรคจิ ต เพราะในเวลานั้ น ยั ง ไม่ มี โรงพยาบาลที่จะควบคุมผู้ป่วยคดีโดยเฉพาะ โรงพยาบาลจิตเวชแห่งแรกก็คือโรงพยาบาล คนเสียจริต ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลโรคจิตธนบุรี และเปลี่ยนเป็นสถาบัน จิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยาในปัจจุบนั จนกระทัง่ ในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ กระทรวงสาธารณสุข จึงได้สร้างโรงพยาบาลนิติจิตเวชขึ้นให้เป็นหน่วยงานที่ทำ�หน้าที่ดังกล่าว ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๔๕ โรงพยาบาลนิติจิตเวชได้เปลี่ยนชื่อเป็นสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ แม้มีประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จะวางหลักเกณฑ์ไว้เพื่อ คุม้ ครองผูป้ ว่ ยจิตเวช โดยให้สง่ ตัวไปรับการบำ�บัดรักษาก่อนจนกว่าจะต่อสูค้ ดีได้ แต่ปญ ั หา ที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติก็คือ ความเข้าใจที่ยังไม่ตรงกันระหว่างจิตแพทย์กับนักกฎหมายว่า อาการของผู้ป่วยจิตเวชระดับใดที่จะถือว่า สามารถต่อสู้คดีได้แล้วเพราะความสามารถใน การต่อสู้คดีได้หรือไม่ เป็นข้อกฎหมายซึ่งนักกฎหมายจะต้องเป็นผู้วินิจฉัยมากกว่าจะให้ จิตแพทย์เป็นผู้ลงความเห็น บทบาทของจิตแพทย์ควรเป็นเพียงผู้ตรวจและสรุปอาการของ ผู้ป่วยจิตเวชเพื่อเป็นข้อมูลแก่การปรับบทกฎหมาย นักกฎหมายจึงจำ�เป็นต้องมีความรู้ทาง นิติจิตเวชอันจะทำ�ให้สามารถปรับข้อเท็จจริงสู่ข้อกฎหมายได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติ ตลอดมาก็คือ ยังไม่ชัดเจนว่าใครควรจะเป็นผู้วินิจฉัยว่าผู้ต้องหาหรือจำ�เลยต่อสู้คดีได้แล้ว ผู้เขียนเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมจะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา สัมมนาร่วมกับจิตแพทย์และบุคลากรทางด้านสาธารณสุข เพื่อทำ�ความเข้าใจร่วมกันและ หากเป็นไปได้ ควรจะโยงหลักกฎหมายดังกล่าวมาสู่อาการอันเป็นข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่ของ ผู้ป่วยจิตเวช และกำ�หนดเป็นตารางให้จิตแพทย์สามารถระบุได้ จากนั้นจึงนำ�ผลนั้นและ ความเห็นของจิตแพทย์มาปรับเข้ากับข้อกฎหมายเพื่อวินิจฉัยต่อไป ๑.๒ ขั้นตอนการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล โดยหลักกฎหมายอาญา บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ตอ่ เมือ่ ได้กระทำ� การที่กฎหมายบัญญัติเป็นความผิด คำ�ว่า “กระทำ�” ในความหมายของกฎหมายก็คือ การเคลือ่ นไหวหรือไม่เคลือ่ นไหวร่างกายภายใต้บงั คับของจิตใจ ซึง่ เรียกว่าโดยรูส้ �ำ นึก ดังนัน้ การเคลื่อนไหวร่างกายของคนละเมอ คนถูกสะกดจิตหรืออาการจากโรคลมชัก (epilepsy) จึงไม่ถือว่ามีการกระทำ�ในความหมายของกฎหมาย 11


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

จากหลักกฎหมายดังกล่าว หากปรากฏว่าผู้ใดได้ทำ�สิ่งใดลงไปและจาก การตรวจวินิจฉัยทางจิตเวช พบว่า ขณะที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายนั้น จิตใจของบุคคลนั้น ไม่สามารถบังคับการเคลื่อนไหวได้เช่นเดียวกับกรณีของโรคลมชักย่อมต้องถือว่าไม่มี การกระทำ�ในความหมายของกฎหมาย สิง่ ทีแ่ สดงออกจึงไม่ถอื ว่าผิดกฎหมาย แต่หากได้ผา่ น ขั้นของการกระทำ�มาแล้ว เพียงแต่ผู้นั้นมีความผิดปกติทางจิตถึงขนาดไม่สามารถรู้ผิดชอบ หรือไม่สามารถบังคับตนเองได้ และได้กระทำ�ผิดไปในขณะที่ไม่สามารถรู้ผิดชอบ หรือ ไม่สามารถบังคับตนเองได้นั้น กฎหมายจะพิจารณาเป็นเหตุยกเว้นโทษ เพราะถือว่า ผู้กระทำ�ผิดในสภาวะจิตใจเช่นนั้นขาดความชั่ว (Schuld or Culpability) บทกฎหมายที่ บัญญัติเรื่องนี้ไว้ได้แก่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๕ ซึ่งบัญญัติว่า “ผู้ใดกระทำ�ความผิดในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับ ตนเองได้เพราะมีจติ บกพร่อง โรคจิตหรือจิตฟัน่ เฟือน ผูน้ น้ั ไม่ตอ้ งรับโทษสำ�หรับความผิดนัน้ แต่ถา้ ผูก้ ระทำ�ความผิดยังสามารถรูผ้ ดิ ชอบอยูบ่ า้ ง หรือยังสามารถบังคับ ตนเองได้บ้าง ผู้นั้นต้องรับโทษสำ�หรับความผิดนั้น แต่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมาย กำ�หนดไว้สำ�หรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้” จากบทบัญญัตมิ าตรา ๖๕ ดังกล่าว กฎหมายจะยกเว้นโทษให้กบั ผูก้ ระทำ�ผิด ก็ตอ่ เมือ่ บุคคลนัน้ ได้กระทำ�ผิดในขณะทีไ่ ม่สามารถรูผ้ ดิ ชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้ ซึ่งมีความหมายดังนี้ การกระทำ�ผิดในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบ ตามคำ�อธิบายทางตำ�รา ได้อธิบายความหมายกรณีไม่สามารถรู้ผิดชอบ ไว้วา่ คือ การทีผ่ กู้ ระทำ�ไม่รวู้ า่ การกระทำ�นัน้ ผิดหรือชอบด้วยศีลธรรม แต่ถา้ สามารถรูไ้ ด้วา่ เป็นการกระทำ�ทีไ่ ม่ควรกระทำ�ก็ถอื ได้ว่ารูผ้ ดิ ชอบแล้ว ความรูผ้ ดิ ชอบนัน้ จึงมิได้หมายความ ถึงกับรูว้ า่ การกระทำ�นัน้ ถูกหรือผิดกฎหมาย แต่เป็นการรูผ้ ดิ ชอบตามศีลธรรม ทำ�นองเดียว กับการกระทำ�ของเด็กซึ่งยังขาดความรู้ผิดชอบ การกระทำ�ผิดในขณะไม่สามารถบังคับตนเองได้ สำ�หรับกรณีผู้กระทำ�ไม่สามารถบังคับตนเองได้นั้น ได้มีคำ�อธิบายว่า หมายถึง การกระทำ�ที่ผู้กระทำ�รู้ว่าตนกำ�ลังทำ�อะไรอยู่ ทั้งรู้ว่าการกระทำ�นั้นเป็นผิดไม่ควร กระทำ�แต่ไม่สามารถบังคับตนเองให้ยับยั้งการกระทำ�นั้นเสียได้ ความไม่สามารถบังคับ ตนเองได้ในเรือ่ งนี้ หมายความว่าจิตใจของผูก้ ระทำ�สามารถบังคับการกระทำ�ได้โดยรูส้ �ำ นึก และรู้ว่าผิด แต่ผู้กระทำ�ไม่สามารถบังคับจิตใจของตนได้เพราะความบกพร่องของจิต 12


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

หลักกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ถือเป็นหลักกฎหมายทีน่ �ำ มาปรับใช้กบั กรณี ของผูป้ ว่ ยจิตเวชทีก่ ระทำ�ความผิด อนึง่ การจะปรับใช้หลักกฎหมายหรือข้อกฎหมายดังกล่าว ได้ จำ�เป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ความรู้ทางจิตเวชมายุติข้อเท็จจริงเสียก่อน เพื่อให้เกิดความ เข้าใจที่ถูกต้อง จึงจะสามารถปรับข้อกฎหมายได้

๒ การจำ�แนกหรือการแบ่งกลุ่มของโรคทางจิตเวช

การจะนำ�หลักกฎหมายมาปรับใช้ได้เพื่อกำ�หนดมาตรการที่เหมาะสมกับผู้ป่วย จิตเวชนั้น จำ�เป็นอย่างยิ่งที่นักกฎหมายจะต้องทำ�ความเข้าใจในศาสตร์ทางด้านจิตเวชเป็น เบื้องต้น เพื่อนำ�ความรู้ดังกล่าวมาช่วยพิจารณายุติข้อเท็จจริงเสียก่อนที่จะนำ�ไปสู่การปรับ บทกฎหมายทีเ่ กีย่ วข้อง สำ�หรับการแบ่งกลุม่ ของโรคทางจิตเวช แพทย์จะมองอาการทางจิต ของบุคคลในมุมกว้าง เพราะมองในแง่ของการบำ�บัดรักษา ดังนั้นการจำ�แนกหรือแบ่งกลุ่ม โรคทางจิ ต เวชตามหลั ก สากลซึ่ ง จั ด ทำ � โดยองค์ ก ารอนามั ย โลกตามระบบ ICD-10 (International Statistical Classification of Diseases and Related Health Problems 10th Revision-1992) โดยได้แบ่งกลุม่ ของโรคทางจิตเวชเป็น ๑๐ กลุม่ ซึง่ อาจสรุปได้โดยสังเขปดังนี้ กลุ่มที่ ๑ ความผิดปกติทางจิตใจที่เกิดจากโรคทางกาย เช่น โรคของสมอง การได้รบั บาดเจ็บของสมองและรวมถึงกลุม่ ทีส่ มองทำ�หน้าทีผ่ ดิ ปกติไป (Organic including symptomatic mental disorders) โรคในกลุ่มนี้ ได้แก่ โรคสมองเสื่อม (Dementia) ชนิดต่างๆ นอกจากโรคสมองเสื่อมแล้ว โรคในกลุ่มนี้ที่พบร่วมกับสมองเสื่อม ก็คืออาการ เพ้อคลั่ง (Delirium) โรคกลุ่มนี้ เดิมเรียกกันว่า Organic Brain Syndrome กลุม่ ที่ ๒ ความผิดปกติทางจิตและพฤติกรรม เนือ่ งจากการใช้สารออกฤทธิต์ อ่ จิตและประสาท (Mental and behavioural disorders due to psychoactive substance use) ซึ่งได้แก่ อาการและพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากพิษยาโดยเฉียบพลันหรืออาการติดสารเสพติด รวมทั้งอาการที่เกิดจากการถอนยาด้วย กลุ่มที่ ๓ โรคจิตเภทและหลงผิด (Schizophrenia, Schizotypal and delusional disorders) เป็นโรคที่มีความผิดปกติที่แสดงถึงความยุ่งเหยิงทางความคิดและประสาทรับรู้ เป็นพื้นฐานและการแสดงออกทางอารมณ์ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ หรือไม่มีอารมณ์ที่ แสดงออกไปในทางใดทางหนึ่ง ความรู้สึกและสติปัญญายังมีอยู่ตามปกติ โรคนี้เดิมจัดอยู่ ในกลุ่มโรคจิตที่ไม่ได้เกิดจากพยาธิสภาพของสมอง (Non organic psychosis) แต่ปัจจุบัน คำ�ว่าโรคจิต (Psychosis) ไม่ได้จัดเป็นกลุ่มใหญ่ หากแต่อาการของโรคจิต (Psychotic 13


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

disorder) อาจเป็นอาการที่อยู่ในกลุ่มโรคหลายกลุ่ม โรคกลุ่มนี้รวมเอากลุ่มที่มีอาการ หลงผิด (Delusion disorders) ในเรือ่ งต่างๆ เข้าไว้ดว้ ย เช่น หลงผิดคิดว่ามีคนคอยจะทำ�ร้าย หรือปองร้าย (Delusion of persecution) หลงผิดคิดว่ามีคนนินทาหรือพูดเรื่องเกี่ยวกับตน (Delusion of reference) หลงผิดคิดว่าตนเป็นคนสำ�คัญ เช่น คิดว่าตนเป็นพระเจ้า หรือ มหาเศรษฐี (Delusion of grandeur) เป็นต้น กลุ่มที่ ๔ ความผิดปกติทางอารมณ์ (Mood or affective disorders) โรคกลุ่มนี้ เป็นโรคที่มีการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานคืออารมณ์ ตั้งแต่อารมณ์เศร้า (Depression) จนถึง อารมณ์ครื้นเครง (Elation) การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ดังกล่าวจะเกิดเป็นพักๆ และเป็น ซํ้าๆ เมื่อเกิดสภาวะเครียด และความผิดปกติทางอารมณ์ดังกล่าวอาจเกิดสลับกันไปใน รูปแบบต่างๆ เช่น เศร้า (Depressive) ไม่สนุก (hypomanic) และครื้นเครงเฮฮา (manic) ผสมกันหลายอารมณ์ เรียกว่า Bipolar affective disorder โรคในกลุ่มนี้พบในคนสูงอายุ เป็นส่วนใหญ่ อาจพบร่วมกับอาการของโรคจิต (Psychotic symptoms) คือมีอาการหลงผิด ประสาทหลอนร่วมด้วย หรือไม่มีอาการของโรคจิตก็ได้ กลุ่ ม ที่ ๕ กลุ่มโรคประสาท โรคที่ เ กิ ด จากความเครี ย ดและอาการของ โรคทางกาย (Neurotic stress-related and somatoform disorders) โรคกลุม่ นีเ้ ป็นกลุม่ ใหญ่มาก และพบในผูป้ ว่ ยทัว่ ไปเป็นส่วนใหญ่ โรคประสาทวิตกกังวล (Generalised anxiety disorder) พบได้มากที่สุดมักมีอาการตกใจง่าย เหงื่อออกมาก ปวดศีรษะ ใจสั่น วิงเวียน อาการ แน่นท้อง ท้องอืด กล้ามเนือ้ เกร็ง ตัวสัน่ กลัวตายหรือกลัวการประสบอุบตั เิ หตุ โรคประสาทกลัว (Phobic anxiety disorder) เช่น กลัวคนมาก ๆ กลัวการเข้าสมาคม (Social phobia) กลัวที่โล่งแจ้ง (Agoraphobia) กลัวเดินทางคนเดียวกลัวไปไหนคนเดียว โรคประสาทกลุม่ นี้ ทีส่ �ำ คัญอีกกลุม่ หนึง่ คืออาการของโรคทางกาย (Somatoform disorders) ผูป้ ว่ ยจะรูส้ กึ ว่าตนเป็นโรคของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายอยูต่ ลอดเวลา ต้องไปหาหมอ อยู่เรื่อยๆ ทั้งๆ ที่หมอตรวจไม่พบพยาธิสภาพ (Hypochondriacal disorder) ผู้ป่วยใน กลุม่ นีจ้ ะมีอาการต่างๆ คล้ายมีโรคทางกาย เช่น ไอเรือ้ รัง ท้องเสียบ่อยๆ ปวดท้องเป็นประจำ� ถ่ายปัสสาวะปวด ท้องอืด สะอึก ถอนหายใจบ่อยๆ ปัสสาวะบ่อย เป็นต้น กลุ่มที่ ๖ กลุ่มพฤติกรรมที่เกิดจากความผิดปกติทางสรีรวิทยา (Behavioural syndromes associated with physiological disturbances and physical factors) พฤติกรรม กลุ่มนี้ ได้แก่ ความผิดปกติในการกิน (Eating disorders) ได้แก่พวกไม่อยากกินอาหาร (Anorexia nervosa) รวมทั้งความผิดปกติในการนอน (Non organic sleep disordes) 14


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ได้แก่พวกนอนไม่หลับ (Non Organic insomnia) หรือตรงกันข้ าม นอนหลับได้ทั้ง กลางคืนกลางวัน (Non organic hypersomnia) นอกจากนัน้ ยังมีพวกขีล้ ะเมอ (SleepwalkingSomnambulism) พวกนีล้ ะเมอลุกขึน้ ทำ�อะไรโดยไม่รตู้ วั และพวกนอนฝันร้าย (Nightmares) ฝันแต่สิ่งน่ากลัว พฤติกรรมทางเพศไม่ปกติ (Sexual dysfunction, non organic) ได้แก่การ ไม่สามารถจะมีเพศสัมพันธ์ได้ตามต้องการ เช่น ไม่มีอารมณ์ทางเพศ (Lack or loss of sexual desire) ไม่มีความสุขกับเพศสัมพันธ์ (Lack of sexual enjoyment) หรืออวัยวะเพศ ไม่พร้อม (เช่น อวัยวะเพศชายไม่แข็งตัว ในหญิงไม่มีการตื่นตัวของอวัยวะเพศ) กลุ่มที่ ๗ บุคลิกภาพและพฤติกรรมผิดปกติในผู้ใหญ่ (Disorders of adult personality and behaviour) บุคลิกภาพผิดปกติในกลุ่มนี้ ได้แก่กลุ่มที่แสดงออกโดย พฤติกรรมผิดปกติประเภทต่างๆ เช่น บุคลิกภาพหวาดระแวง (Paranoid personality) จะมีลกั ษณะเป็นคนอารมณ์หวัน่ ไหวมาก ไม่ไว้ใจใคร หวาดระแวงสงสัย อิจฉาริษยา มองโลก ในแง่ร้าย บุคลิกภาพแยกตัว (Schizoid personality) ได้แก่คนที่แยกตัวจากสังคม ไม่ชอบ คบหาสมาคมกับใคร ขี้อาย ชอบอยู่ลำ�พังคนเดียว ไม่ชอบทำ�งานรวมกลุ่ม บุคลิกภาพที่ ต่อต้านสังคม (Dissocial personality) กลุ่มที่ ๘ ปัญญาอ่อน (Mental retardation) กลุ่มปัญญาอ่อน หมายถึง ภาวะ ที่มีระดับสติปัญญาด้อยหรือตํ่ากว่าปกติ ซึ่งมีสาเหตุเกิดขึ้นในระหว่างการเจริญเติบโตใน วัยเด็ก ทำ�ให้เด็กนั้นมีความสามารถจำ�กัดในด้านการเรียน การปรับตัวให้เข้ากับสังคม หรือมีการเจริญเติบโตไม่สมวัย หรือทัง้ สองอย่าง ส่วนสาเหตุของปัญญาอ่อนอาจแบ่งได้เป็น  สาเหตุที่มีอยู่ก่อนปฏิสนธิ ได้แก่ บิดาหรือมารดามีประวัติว่าเคยมีพี่น้อง เป็นคนปัญญาอ่อนมาก่อน  สาเหตุของการปฏิสนธิ เกิดจากความผิดปกติของยีนที่ปรากฏในเด็กทาง กรรมพันธุ์  สาเหตุขณะตั้งครรภ์ ได้แก่ ครรภ์แฝด ครรภ์ที่มีนํ้าหล่อเด็กมากหรือน้อย เกินไป ความพิการของเด็ก ตลอดจนโรคของมารดาในขณะตั้งครรภ์  สาเหตุเกิดระหว่างการคลอด ได้แก่ การคลอดก่อนกำ�หนด  สาเหตุที่เกิดภายหลังคลอด โดยเฉพาะระยะหลังคลอดใหม่ๆ ซึ่งสมองยัง เจริญเติบโตไม่เต็มที่ กลุม่ ที่ ๙ ความผิดปกติของการพัฒนาการทางจิต (Disorders of Psychological development) การพัฒนาการทางจิต ทีด่ �ำ เนินไปอย่างไม่ปกติมผี ลทำ�ให้มคี วามผิดปกติของ พฤติกรรมต่างๆ ในวัยเด็ก เช่น ความผิดปกติเกีย่ วกับการพูดและการใช้ภาษา เช่น พูดไม่ชดั 15


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

พูดติดอ่าง ออกเสียงคำ�บางคำ�บางกลุม่ ไม่ได้ อ่านและเขียนหนังสือไม่ได้ คิดเลขไม่ได้ เป็นต้น รวมถึงโรคออติสซึม (Childhood Autism) กลุม่ ที่ ๑๐ พฤติกรรมและอารมณ์ผดิ ปกติทเี่ กิดในเด็กและวัยรุน่ (Behavioural and emotional disorders with onset usually occurring in childhood and adolescence) ความผิดปกติ หรือ โรคในกลุม่ นี้ เป็นโรคทีเ่ กิดในเด็กและวัยรุน่ โดยเฉพาะ เช่น ซนเกินขนาด อยูไ่ ม่สขุ (Hyperkinetic disorders) เด็กกลุม่ นีท้ �ำ อะไรโดยรวดเร็วขาดความยัง้ คิด ชอบเสีย่ ง อย่างบ้าบิ่น ไม่ค่อยมีวินัย เปลี่ยนความสนใจบ่อย นอกจากนั้นยังมีกลุ่มโรคประสาทวิตก กังวลในเด็ก (Anxiety disorder of childhood) และพฤติกรรมผิดปกติอื่นๆ จะเห็นได้ว่าการจำ�แนกโรคในทางจิตเวชนั้น มีความละเอียดมาก เป็นการแบ่ง ผูป้ ว่ ยจิตเวชเป็นกลุม่ ๆ เพือ่ ให้เกิดความถูกต้องในการรักษาโรค แต่หากผูป้ ว่ ยจิตเวชเหล่านี้ กระทำ�ความผิดอาญา การใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อลงโทษหรือยกเว้นโทษจะต้อง พิจารณาให้สอดคล้องกับหลักกฎหมาย ซึ่งหากวิเคราะห์ปัญหาดังกล่าวให้ถ่องแท้ จะพบว่า การจำ�แนกโรคทางจิตเวชในทางการแพทย์จะครอบคลุมในลักษณะกว้าง โดยถือว่าผู้ที่มี ความผิดปกติทางจิตทัง้ หมดเป็นผูป้ ว่ ยไม่วา่ ความผิดปกตินนั้ จะเกิดจากปัญญาอ่อน (mental retardation) โรคประสาทวิตกกังวล (neurosis) โรคจิต (psychosis) ความผิดปกติทางเพศ (sexual deviation) รวมถึงผู้ที่ติดยาเสพติดด้วย เหล่านี้ล้วนเป็นผู้ป่วยที่ควรจะได้รับการ รักษา แต่หากมองในแง่กฎหมาย กฎหมายจะไม่ลงโทษหรือยกเว้นโทษให้ในความผิดปกติ บางประเภทเท่านั้น โดยถือหลักว่า ความเจ็บป่วยหรือความผิดปกติทางจิตจะต้องถึงขนาด ทีก่ ระทำ�โดยไม่สามารถรูผ้ ดิ ชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้เท่านัน้ กฎหมายจึงจะยกเว้น โทษให้ เพราะโดยหลักทัว่ ไปเมือ่ คนทำ�ผิดก็ตอ้ งลงโทษ การทีจ่ ะไม่ลงโทษหรือลดโทษให้ใคร จะต้องมีเหตุผลพิเศษ และเหตุผลพิเศษในกรณีที่มีความผิดปกติทางจิตนี้ก็คือ บุคคลนั้น จะต้องมีความผิดปกติขนาดไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้ ในขณะที่ กระทำ�ผิดนั้น ซึ่งกรณีที่เข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้แก่ผู้ป่วยโรคจิตและผู้ที่ปัญญาอ่อน สำ�หรับผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตบางอย่าง เช่น ผู้ที่เป็นโรคประสาท ผู้ที่มี บุคลิกภาพผิดปกติ ผู้ที่มีความผิดปกติทางเพศ หรือผู้ที่ติดยาเสพติดจึงไม่อยู่ในข่ายที่จะได้ รับการยกเว้นโทษตามมาตรา ๖๕ เว้นแต่ผู้ป่วยดังกล่าวจะมีความผิดปกติอย่างอื่น เช่น มีอาการของโรคจิตปนอยูด่ ว้ ย เหตุผลทีก่ ฎหมายไม่ยกเว้นโทษหรือลดโทษให้บคุ คลเหล่านีก้ ็ เพราะว่าบุคคลเหล่านี้ยังมีความรู้ผิดชอบหรือสามารถบังคับตนเองได้อยู่ แม้ว่าจะมีความ ผิดปกติในทางจิตใจทีจ่ ะชักนำ�ให้ท�ำ อะไรต่างไปจากคนธรรมดาได้งา่ ย แต่สงิ่ จูงใจนัน้ ก็ไม่ถงึ ขนาดทำ�ให้ความรู้ผิดชอบและความสามารถบังคับตนเองสูญเสียไป 16


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

๓ การส่งตัวผู้กระทำ�ผิดไปรับการบำ�บัดรักษา

หากผู้กระทำ�ผิดพิสูจน์ได้ว่าในขณะที่กระทำ�ผิดนั้นได้กระทำ�ไปโดยขาดความรู้ ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้ บุคคลนัน้ ย่อมได้รบั การยกเว้นโทษตามหลักกฎหมาย อาญาในมาตรา ๖๕ แต่หากการยกเว้นโทษดังกล่าว ศาลเห็นว่า การปล่อยตัวไปจะเป็นการ ไม่ปลอดภัยกับประชาชน ศาลจะสั่งให้คุมตัวไว้ในสถานพยาบาลก็ได้ ตามบทบัญญัติใน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๔๘ ซึ่งบัญญัติว่า “ถ้าศาลเห็นว่า การปล่อยตัวผู้มีจิตบกพร่อง โรคจิต หรือจิตฟั่นเฟือน ซึ่งไม่ต้อง รับโทษหรือได้รับการลดโทษตามมาตรา ๖๕ จะเป็นการไม่ปลอดภัยแก่ประชาชน ศาลจะ สั่งให้ไปคุมตัวไว้ในสถานพยาบาลก็ได้ และคำ�สั่งนี้ศาลจะเพิกถอนเสียเมื่อใดก็ได้” สถานพยาบาลที่กล่าวถึงในมาตรา ๔๘ โดยปกติจะส่งไปที่โรงพยาบาลนิติจิตเวช หรือสถาบันกัลยาราชนครินทร์ ซึ่งผู้กระทำ�ผิดที่ได้รับการยกเว้นโทษจะถูกควบคุมตัวไว้ จนกว่าจะหายเป็นปกติหรืออาการป่วยทุเลาลงจนเป็นที่แน่ใจว่าจะปลอดภัยแก่ประชาชน แต่บทบัญญัติดังกล่าว ยังขาดรายละเอียดในวิธีปฏิบัติที่ชัดเจน เช่น หากผู้ที่ศาลส่งตัวมา นั้นหายจากโรคที่เป็นอยู่หรือมีอาการทุเลาลงทางโรงพยาบาลจะปล่อยตัวได้เลยหรือไม่ หรือจะต้องรายงานก่อนและปล่อยเมือ่ ได้รบั อนุมตั ใิ ห้ปล่อยตัวและถ้าจะต้องรายงานจะต้อง รายงานกับใคร เหล่านีน้ า่ จะมีการกำ�หนดมาตรการทางปกครอง (administrative measure) ให้ชัดเจนเพื่อผู้ปฏิบัติจะได้ถือปฏิบัติได้ถูกต้อง

๔ มาตรการทางกฎหมายก่อนการกระทำ�ผิด

โดยเหตุ ผ ลที่ ว่ า การป้ อ งกั น มิ ให้ เหตุ ร้า ยเกิ ด ขึ้ น ย่ อ มดี ก ว่ า การแก้ ไขภายหลั ง ในหลายประเทศได้ออกกฎหมายกำ�หนดมาตรการทีจ่ ะควบคุม หรือจับตัวผูท้ เี่ ห็นว่ามีความ ผิดปกติทางจิตมารับการบำ�บัดรักษา เป็นมาตรการบังคับซึง่ มักเรียกกฎหมายในลักษณะนีว้ า่ “Commitment Law” โดยในประเทศที่มีกฎหมายสุขภาพจิต (Mental Health Act) จะให้ อำ�นาจบุคลากรทางการแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถจับบุคคลมาตรวจและควบคุม ตัวไว้รักษาเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับผู้ป่วยเอง และป้องกันเหตุร้ายซึ่งอาจจะเกิดกับ สังคมโดยส่วนรวม ถ้าเห็นว่าบุคคลใดมีพฤติกรรมที่เป็นอันตราย (dangerous behavior) การมีกฎหมายหรือมาตรการดังกล่าว ถ้ามองในแง่ของการป้องกันย่อมเป็นเรือ่ งทีด่ ี แต่สงิ่ หนึง่ ทีต่ อ้ งคำ�นึงควบคูก่ นั ไปก็คอื สิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลทีจ่ ะถูกกระทบ ดังนัน้ การออก กฎหมายประเภทนีจ้ งึ ต้องระบุให้ชดั เจนว่า กรณีเช่นไรทีจ่ ะถือว่าเป็นพฤติกรรมทีเ่ ป็นอันตราย สมควรที่จะใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าควบคุมเพื่อจำ�กัดเสรีภาพของบุคคล 17


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกาได้กำ�หนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่า บุคคลใดถือว่ามีพฤติกรรมที่เป็นอันตราย สมควรจะถูกบังคับรักษาไว้ดังนี้ ๑. ผู้ป่วยทางจิต (Mental illness patient) ๒. ขาดความสามารถในการตัดสินใจเกี่ยวกับการรักษา (lack the capacity to make an informed decision about hospitalization) ๓. มีพฤติกรรมที่จะก่ออันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่น (is likely to cause harm to self or others) ๔. มีความจำ�เป็นต้องได้รับการบำ�บัดรักษาอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันอันตราย (needs immediate hospitalization to prevent such harm) ส่วนประเทศอังกฤษ บุคคลที่อยู่ในข่ายต้องถูกบังคับรักษาได้แก่ Mental disorder คือบุคคลที่มีอาการป่วยทางจิต (Mental illness) บุคคลที่มี พัฒนาการทางจิตบกพร่องหรือไม่สมบูรณ์ (arrested or incomplete development of mind) รวมถึงบุคคลที่มีพฤติกรรมผิดปกติแบบ psychopathic disorder คือ ปัญญาความคิดปกติ แต่สติทรามและความผิดปกติทางจิตอืน่ ๆ หรือบุคคลทีไ่ ม่สามารถรูผ้ ดิ ชอบ (other disorder or disability of mind) อันได้แก่ บุคคลที่มีอาการต่อไปนี้ ๑. severe mental impairment หมายถึง บุคคลทีก่ ารพัฒนาทางจิตบกพร่องหรือ ไม่สมบูรณ์รวมทัง้ ความบกพร่องของเชาว์ปญ ั ญาและบกพร่องในการปรับตัวให้เข้ากับสังคม (impairment of intelligence and social functioning) ซึ่งมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมผิด ปกติแบบก้าวร้าวหรือขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดีอย่างรุนแรง (abnormally aggressive or seriously irresponsible conduct) เช่น บุคคลปัญญาอ่อนซึ่งมีระดับเชาว์ปัญญาตํ่ากว่า ๕๐ ๒. mental impairment หมายถึ ง บุ ค คลที่ ก ารพั ฒ นาทางจิ ต บกพร่ อ งหรื อ ไม่สมบูรณ์ (ไม่รวมถึงบุคคลตามข้อ ๑) รวมทัง้ มีความบกพร่องอย่างชัดเจนทางเชาว์ปญ ั ญา และการปรับตัวให้เข้ากับสังคม ซึ่งมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมผิดปกติแบบก้าวร้าวหรือ ขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดี เช่น บุคคลปัญญาอ่อนซึ่งมีระดับเชาว์ปัญญาตั้งแต่ ๕๐ ๓. psychopathic disorder หมายถึงบุคคลที่มีความผิดปกติที่ต่อเนื่องหรือความ ไม่สามารถของจิตใจ (ไม่ว่าจะมีความบกพร่องทางสติปัญญาด้วยหรือไม่ก็ตาม) ซึ่งมีผล ให้เกิดความก้าวร้าวที่ผิดปกติหรือความประพฤติที่ไม่รับผิดชอบอย่างรุนแรงของบุคคลนั้น เช่น บุคคลที่มีอาการผิดปกติทางจิตเนื่องจากไม่สามารถรู้ผิดชอบ มีความผิดปกติทางจิต แบบก้าวร้าว รุนแรง ขาดจริยธรรมและมโนธรรม (immoral conduct) มีพฤติกรรม 18


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ทางเพศที่ผิดปกติ (sexual deviancy) หรือมีความผิดปกติทางจิตเนื่องจากเสพสุราหรือ สารเสพติด (dependence on alcohol or drugs) บุคคลปัญญาอ่อน (mental retardation or handicap) กลุ่มอาการโรคจิตเนื่องจากสมองสูญเสียหน้าที่การทำ�งานและไม่สามารถ ทำ�งานได้อย่างปกติ (organic brain syndrome) สำ�หรับกรณีของประเทศไทย การป้องกันไม่ให้บุคคลวิกลจริตก่อเหตุร้ายขึ้นนั้น ไม่ปรากฏบทบัญญัตโิ ดยตรง จะมีอยูก่ เ็ ช่นทีป่ รากฏในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๓ (ลหุโทษ) ซึ่งบัญญัติว่า “ผูใ้ ดควบคุมดูแลบุคคลวิกลจริต ปล่อยปละละเลยให้บคุ คลวิกลจริตนัน้ ออกเทีย่ ว ไปโดยลำ�พัง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท” สำ�หรับมาตรการทางกฎหมายทีจ่ ะนำ�ตัวผูป้ ว่ ยจิตเวชทีม่ ภี าวะอันตรายหรือจำ�เป็น ต้องได้รบั การบำ�บัดรักษามาอยูใ่ นสถานพยาบาลนัน้ ตามกฎหมายไทย ยังไม่มบี ทบัญญัตใิ ด ทีจ่ ะนำ�มาปรับใช้บงั คับได้โดยตรง ทัง้ ๆทีใ่ นสังคมมีผปู้ ว่ ยจิตเวชปะปนอยูใ่ นสังคมและก็ไม่อาจ คาดหมายได้วา่ จะก่อเหตุขนึ้ เมือ่ ใด การเรียกร้องให้มกี ฎหมายสุขภาพจิตในประเทศไทยเพือ่ คุม้ ครองสังคมโดยรวมและคุม้ ครองผูป้ ว่ ยจิตเวชเองให้ได้รบั การบำ�บัดรักษา จึงถือเป็นเรือ่ ง ที่ควรแก่การพิจารณา โดยเฉพาะในระยะหลังได้เกิดคดีสะเทือนขวัญขึ้นในหลายกรณี เช่น การทีผ่ ปู้ ว่ ยจิตเวชบุกเข้าไปแทงเด็กหลายๆ คนในโรงเรียน ผูป้ ว่ ยจิตเวชไล่ท�ำ ร้ายหรือฆ่าคน ทำ�ให้เกิดคำ�ถามว่า ถ้าเห็นว่ามีพฤติกรรมทีเ่ ป็นอันตรายจากบุคคลใด ทำ�ไมไม่ปอ้ งกันเสียก่อน โดยนำ�ตัวผูป้ ว่ ยจิตเวชมารับการบำ�บัดรักษาก่อนทีจ่ ะก่อเหตุรา้ ยขึน้ เหตุผลเหล่านีท้ �ำ ให้เกิด การยกร่างพระราชบัญญัติสุขภาพจิตขึ้น โดยมีหลักการและเหตุผลว่า “จากสภาพปั ญ หาสั ง คมในปั จ จุ บั น มี ผ ลให้ บุ ค คลมี ปั ญ หาสุ ข ภาพจิ ต มากขึ้ น การเข้าถึงบริการสุขภาพจิตยังมีข้อจำ�กัดไม่ครอบคลุมตั้งแต่ในระดับชุมชน ประชาชน ส่วนใหญ่ยังขาดความรู้และยังมีทัศนคติด้านลบต่อผู้มีความผิดปกติทางจิต ทำ�ให้ไม่ได้รับ การรักษาและไม่ได้รบั บริการเทียบเท่ากับความเจ็บป่วยทางกาย มีผลทำ�ให้ผมู้ คี วามผิดปกติ ทางจิตมีอาการรุนแรงจนเป็นอันตรายต่อตนเอง ผูอ้ นื่ ทรัพย์สนิ และสังคม รวมทัง้ กฎหมายที่ เกีย่ วข้องทีม่ อี ยูก่ ระจัดกระจายอยูใ่ นกฎหมายอาญาหลายมาตราและยังไม่นำ�ไปสูก่ ารปฏิบตั ิ ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ป่วย ญาติและผู้ดูแล สิทธิในการบำ�บัดรักษาและ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพื่อให้ผู้มีความผิดปกติทางจิตให้ได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมกับ ประชาชนทัว่ ไป ได้รบั การบำ�บัดรักษาเท่าเทียมกับการเจ็บป่วยทางกาย สามารถอยูใ่ นชุมชนได้ 19


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

โดยทีส่ งั คมได้รบั ความปลอดภัย อันเนือ่ งมาจากผูม้ คี วามผิดปกติทางจิตได้รบั การดูแลรักษา ที่มีมาตรฐานอย่างทั่วถึงครอบคลุมและมีความต่อเนื่อง ตลอดจนเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิต ของประชาชานเป็นการป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพจิต จึงจำ�เป็นต้องตราพระราชบัญญัติ ฉบับนี้” จะเห็นได้วา่ โดยหลักการและเหตุผลของกฎหมายสุขภาพจิตดังกล่าวมุง่ คุม้ ครองทัง้ ตัวผูป้ ว่ ยจิตเวชเองและความปลอดภัยของสังคมด้วย การนำ�ตัวผูป้ ว่ ยจิตเวชมารับการบำ�บัด รักษา จึงต้องคำ�นึงถึงทั้งสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลและภยันตรายที่จะเกิดแก่สาธารณะ ในกฎหมายดังกล่าว จึงกำ�หนดข้อบ่งชี้ไว้ว่า บุคคลที่มีความผิดปกติทางจิตอันจะต้องถูก นำ�ตัวมาบำ�บัดรักษา จะต้องมีภาวะอันตราย หรือมีความจำ�เป็นต้องได้รับการบำ�บัดรักษา โดยผู้ใดพบเห็นบุคคลซึ่งมีพฤติกรรมอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีลักษณะดังกล่าว สามารถ แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทางด้านสาธารณสุข หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำ�รวจได้ จากนั้ น ให้ พ นั ก งานเจ้ า หน้ า ที่ นำ � ตั ว ผู้ ป่ ว ยจิ ต เวชนั้ น ไปยั ง สถานพยาบาลโดยไม่ ชั ก ช้ า เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและประเมินอาการเบื้องต้น โดยการประเมินต้องแล้วเสร็จภายใน ๔๘ ชั่วโมง นับแต่เวลาที่บุคคลนั้นมาถึง หากการประเมินในเบื้องต้น ไม่พบว่ามีภาวะ อันตรายหรือไม่มีเหตุที่จะต้องได้รับการบำ�บัดรักษา ก็ให้ปล่อยตัวไป แต่หากประเมินแล้ว ผลปรากฏว่า บุคคลนัน้ จำ�เป็นจะต้องได้รบั การตรวจโดยละเอียดอีกครัง้ ให้เจ้าพนักงานส่งตัว บุคคลนัน้ ไปตรวจหรือดูวา่ จะต้องบำ�บัดรักษาต่อไปหรือไม่ หากต้องรับตัวไว้บ�ำ บัดรักษาต่อไป ก็จะต้องจัดให้มีการประเมินอาการเป็นระยะๆ ด้วย การที่กฎหมายกำ�หนดขั้นตอนต่ างๆ ดังกล่ าวไว้ก็เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของบุคคล การประเมินเป็นระยะๆ ก็เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าบุคคลนั้นๆมี ภาวะอันตรายจำ�เป็นจะต้องคุมตัวไว้เพือ่ การบำ�บัดรักษา ทัง้ นีเ้ พือ่ ประโยชน์ของผูป้ ว่ ยเองและ ป้องกันอันตรายทีจ่ ะเกิดกับสังคมโดยรวมด้วย อีกทัง้ เพือ่ ไม่ให้เกิดข้อสงสัยว่า มีการควบคุม ตัวบุคคลไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การมีกฎหมายสุขภาพจิต จึงถือเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยคุ้มครองผู้ป่วยจิตเวช เองให้ได้รับการบำ�บัดรักษา ในขณะเดียวกัน ก็คุ้มครองอันตรายที่จะเกิดแก่สังคมด้วย แต่ นอกจากตัวบทกฎหมายทีม่ อี ยูแ่ ล้ว การจะทำ�ให้หลักการและเหตุผลของกฎหมายบรรลุความ มุ่งหมายได้ บุคลากรในกระบวนการยุติธรรมรวมทั้งสื่อมวลชนด้วย จะต้องมีความเข้าใจ ร่วมกันในความจริงเกี่ยวกับผู้ป่วยจิตเวช ศาสตร์ทางด้านนิติจิตเวชจึงเป็นความรู้ที่ควรแก่ การศึกษา หากผูท้ เี่ กีย่ วข้องมีความเข้าใจร่วมกัน ปัญหาทีม่ อี ยูใ่ นกระบวนการยุตธิ รรมคงจะ ค่อยๆ ดีขึ้น 20


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

นิติจิตเวช : จากงานบริการเชิงรับสู่การคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยจิตเวชเชิงรุก* แพทย์หญิงดวงตา ไกรภัสสร์พงษ์ รองผู้อำ�นวยการฝ่ายการแพทย์ สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

บทนำ� จิตแพทย์และนักกฎหมายหลายท่านได้ให้ความหมายของนิตจิ ติ เวชไว้หลากหลาย ซึง่ มีการสรุปว่า “นิตจิ ติ เวช เป็นการนำ�เอาหลักวิชาการทางจิตเวชศาสตร์ไปประยุกต์ใช้เพือ่ ประโยชน์ต่อกระบวนการยุติธรรม”๑ นิติจิตแพทย์จึงจำ�เป็นต้องปฏิบัติหน้าที่เสมือนหนึ่ง เป็นเครือ่ งมือของระบบกฎหมาย เพือ่ วัตถุประสงค์ของระบบกฎหมาย มิใช่เพือ่ วัตถุประสงค์ ทางการแพทย์ เพี ย งอย่ า งเดี ย ว นิ ติ จิ ต แพทย์ ยั ง มี ส่ ว นช่ ว ยให้ ก ระบวนการยุ ติ ธ รรมมี ประสิทธิภาพ สร้างความเป็นธรรมในสังคมและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากขึ้น๒ งานนิติจิตเวชเริ่มต้นจากการนำ�ประเด็นความเจ็บป่วยด้วยโรคจิตเวชที่เกี่ยวข้อง กับคดีอาญาเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี โดยในประเทศอังกฤษ ได้มีการบันทึกเกี่ยวกับ การตัดสินคดีด้วยวิธีพิจารณาเหตุผลของความวิกลจริตครั้งแรกในปี ค.ศ.๑๕๐๕ ต่อมาใน ปีค.ศ.๑๗๒๔ มีการต่อสู้คดีของ Edward Arnold ในคดีพยายามฆ่า Lord Onslow โดยมีชื่อ ว่า “right versus wrong test” หรือ “wild beast test” ซึ่งต้องพิสูจน์ว่าจำ�เลยสูญเสียความ เข้าใจและความจำ�โดยสิ้นเชิง ไม่รู้ว่าตนเองทำ�อะไร ไม่ต่างไปจากทารก คนป่าหรือสัตว์ป่า จึงไม่สมควรที่จะถูกลงโทษ นับเป็นกรณีที่ใช้เป็นบรรทัดฐานในการต่อสู้คดีว่าจำ�เลยไม่ผิด ถ้าพิสูจน์ได้ว่ามีภาวะวิกลจริตโดยสิ้นเชิงมาก่อนหน้าแล้ว และในคดีนี้ไม่มีการเบิกแพทย์ไป เป็นพยาน หลังจากนั้น ในปี ค.ศ.๑๗๓๖ Lord Hale นักกฎหมายได้เสนอแนวคิดว่า “ที่ใด ที่คนขาดความเข้าใจโดยสิ้นเชิง ที่นั้นก็ขาดซึ่งเจตจำ�นงเสรี” ดังนั้นการพิสูจน์ว่าจำ�เลยขาด เจตจำ�นงเสรีอันเนื่องมาจากเขาวิกลจริตในขณะกระทำ�ผิดหรือเนื่องจากความเป็นผู้เยาว์จน ขาดความเข้าใจไม่สามารถแยกถูกผิด ดีชั่วทางบรรทัดฐานทางศีลธรรม๓ จากรายละเอียด ดังกล่าวข้างต้น ในปี ค.ศ.๑๗๖๐ จึงได้เริ่มมีการเบิกแพทย์ “หมอบ้า” ไปเป็นพยานครั้ง แรกในคดีของ Earl Ferrers โดย Dr.John Monro แพทย์ของโรงพยาบาล Bethlem ไป * ตีพิมพ์ในวารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ปีที่ ๕๔ ฉบับผนวก ๑ ตุลาคม ๒๕๕๒:๑๑๕-๑๓๘.

21


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

เบิกความในฐานะลุงของจำ�เลยซึง่ เคยรักษาโรคจิตของ Ferrers มาก่อนก่อคดี แต่ไม่เคยตรวจ สภาพจิตของจำ�เลยหลังจากก่อคดี ซึ่งก่อนปี ค.ศ.๑๘๒๕ เกือบครึ่งหนึ่งของคดีที่แพทย์ไป เบิกความนั้นเป็นการเบิกความในฐานะของเพื่อนหรือแพทย์ที่เคยดูแลรักษาจำ�เลยมาก่อน และเป็นการเบิกความในฐานะพยานทั่วไป ไม่ใช่ในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญ การเบิกความ จิตแพทย์ในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญซึ่งได้ตรวจ จำ�เลยหลังจากก่อคดีแล้วเป็นผลโดยตรงจากการพัฒนาสถานบำ�บัดรักษาทางจิต (asylum) ในต้นคริสศตวรรษที่ ๑๙ ทำ�ให้จิตแพทย์มีประสบการณ์ทางคลินิกและเริ่มมี การยอมรับแนวความคิดของ “ภาวะวิกลจริตบางส่วน” เช่น มีความคิดหลงผิด คลุ้มคลั่ง มีความวิกลจริตในด้านคุณธรรมซึ่งความเข้าใจและกระบวนการใช้ความคิดของผู้ป่วยอาจ จะไม่เสียหาย คนทั่วไปจึงไม่สามารถวินิจฉัยได้ ต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ดังนั้น ในปี ค.ศ.๑๘๐๐ กรณีคดีพยายามฆ่า George III ของ James Hadfield จึงนับเป็นคดีแรกที่ นำ�ขึน้ ต่อสูใ้ นชัน้ ศาล โดยอาศัยแนวความคิดของ “ภาวะวิกลจริตบางส่วน” ในคดีนี้ Thomas Erskine ที่ปรึกษาทางกฎหมายของเขาได้ชี้ให้เห็นว่าความคิดหลงผิดของ Hadfield เกิดขึ้น หลังจากที่เขาได้รับอุบัติเหตุที่ศีรษะอย่างต่อเนื่องในระหว่างปฏิบัติหน้าที่เป็นทหาร เขาได้ รับการตัดสินว่าไม่ผิดและถูกส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล Bethlem๔ หลังจากนั้น ในปี ค.ศ.๑๘๓๘ Isacc Ray แพทย์ที่ทำ�งานในกระบวนการยุติธรรม ชาวอเมริกันซึ่งกลายเป็นนิติจิตแพทย์ที่มีความสำ�คัญต่อวงการนิติจิตเวชในระดับสากลได้ เขียนหนังสือ A Treatise on the Medical Jurisprudence of Insanity โดยในปี ค.ศ.๑๘๔๓ งานเขียนของเขาถูกนำ�มาอ้างอิงในการต่อสู้คดีของ M’Naghten ซึ่งตั้งใจลอบยิง Sir Robert Peel นายกรัฐมนตรีองั กฤษด้วยความคิดหวาดระแวงว่าพรรครัฐบาลอังกฤษจะส่งคนตามฆ่า แต่เขายิงผิดตัวกระสุนไปถูก Edward Drummond เลขานุการนายกรัฐมนตรีองั กฤษจนถึงแก่ ความตาย คณะลูกขุนได้ร่วมตัดสินว่า Daniel M’Naghten ป่วยเป็นโรคจิตจึงไม่ผิด คดีนี้ได้ ก่อให้เกิด M’Naghten Rules ที่กำ�หนดมาตรฐานทางกฎหมายของภาวะวิกลจริตว่า หมายถึงการขาดความสามารถในการแยกถูกผิด ต่อมาในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ ๑๙ กระบวนการยุติธรรมและสังคมไม่ให้การยอมรับการต่อสู้คดีในประเด็นวิกลจริต โดยสังคม ไม่เห็นด้วยกับบทบาทของแพทย์ทที่ �ำ ให้จ�ำ เลยต้องถูกกังขังในสถานบำ�บัดรักษาทางจิตและ ยกเว้นความผิดให้กบั อาชญากร จนกระทัง่ ในศตวรรษต่อมาได้มเี หตุการณ์ที่ John Hinckley ลอบสังหารประธานาธิบดี Ronal Reagan ในปี ค.ศ.๑๙๘๒ คดีนจี้ �ำ เลยได้รบั การตัดสินว่าไม่มี ความผิดเนื่องจากเป็นคนวิกลจริต และได้ถูกส่งตัวไปคุมตัวไว้ในโรงพยาบาล St.Elizabeths กรุงวอชิงตันดีซี จนถึงปัจจุบัน๔ 22


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

งานนิติจิตเวชของประเทศไทยในอดีต

งานนิติจิตเวชที่เป็นระบบนั้นเริ่มต้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ นับแต่พระองค์ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าให้จดั ตัง้ “โรงพยาบาลคนเสียจริต” ขึน้ ครัง้ แรกเมือ่ ๑ พฤศจิกายน ๒๔๓๒ สังกัดกรมพยาบาล กระทรวงธรรมการ ผู้ป่วยจิตเวชคดีที่รับไว้ในโรงพยาบาลยุคนั้นซึ่งมี ลักษณะกึ่งโรงพยาบาลกึ่งสถานที่กักขัง เป็นผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมเป็นอันตรายต่อผู้อื่น หรือ เป็นผู้ก่อคดีมีโทษ ถูกนำ�ส่งคุมตัวโดยพลตระเวนหรือหัวเมืองหรือกระทรวงมหาดไทยซึ่ง เทียบได้กับตำ�รวจ นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยที่ถูกส่งมาจากกองมหันตโทษ กองลหุโทษและศาล นำ�มาฝาก ผูท้ กี่ อ่ คดีตอ้ งถูกล่ามโซ่หรืออยูใ่ นห้องขัง เมือ่ ผูป้ ว่ ยอาการดีขนึ้ หน่วยงานทีน่ �ำ ส่ง ก็มารับตัวกลับไป แนวทางการรักษาในยุคนั้นเน้นความเมตตาสงสาร ดังคติไทยที่ว่า “อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา”๕ จากหลักฐานที่บันทึกในหอสมุดจดหมายเหตุแห่งชาติ ที่ ร.๕ ศธ. ๘.๗ ก/๒ เรือ่ งส่งตัวอ้ายท้วมเสียจริตมายังกรมพยาบาล ๒๘ มิถนุ ายน - ๕ กรกฎาคม ร.ศ.๑๑๓ (พ.ศ.๒๔๓๗) และที่ ร.๕ ศธ. ๘.๗/๙ เรื่องให้นายคล้อยแพทย์ชี้แจงวิธีตรวจคน เสียจริต ๑๕-๒๖ กันยายน ร.ศ.๑๒๒ (พ.ศ.๒๔๔๖) ทำ�ให้ได้ทราบระบบงานนิติจิตเวชสมัย นัน้ ว่าศาลพระราชอาญามีค�ำ สัง่ ให้หมอเฮส แพทย์ใหญ่ตรวจอาการอ้ายท้วมผูร้ า้ ยทีถ่ กู กล่าว หาว่าฟันนายคลํ้าตาย โดยหมอเฮสได้ทำ�บันทึกรายงานศาลพระราชอาญาว่าอ้ายท้วมเป็น คนเสียจริตพูดจาเลอะเลือนไป ศาลฯจึงมีคำ�สั่งให้ส่งตัวอ้ายท้วมไปให้แพทย์เจ้าพนักงาน รักษา เมื่อหายคลายจริตเมื่อใดก็ให้แพทย์เจ้าพนักงานส่งตัวอ้ายท้วมคืนกลับมาศาล เพื่อศาลพิพากษาความอ้ายท้วมต่อไป กฎหมายที่ใช้ในสมัยนั้น คือกฎหมายตราสามดวง โดยเฉพาะบทพระอัยการลักษณะวิวาทด่าตี คดีอา้ ยท้วมคนเสียจริตนีถ้ อื ว่าเป็นผูป้ ว่ ยจิตเวช คดีรายแรกของประเทศไทยซึง่ เทียบได้กบั ศาลส่งจำ�เลยซึง่ เชือ่ ได้วา่ วิกลจริตไปรักษายังสถาน พยาบาลจนกว่าจะต่อสู้คดี ๖ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๔ ในปัจจุบัน๖ ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๕๕ มีการจัดสร้างโรงพยาบาลตามแบบตะวันตกขึ้นใหม่ เปลี่ยนชื่อโรงพยาบาลเป็น “โรงพยาบาลโรคจิตธนบุรี” เริ่มมีการตรวจวินิจฉัยทางจิตเวช ด้วยวิชาการสมัยใหม่ พร้อมกับการมีผู้อำ�นวยการโรงพยาบาลโรคจิตคนแรกที่เป็นคนไทย คือ ศาสตราจารย์หลวงวิเชียรแพทยาคม และ ศาสตราจารย์นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้ว ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาจิตเวชศาสตร์ของไทย” ตามลำ�ดับ และ ในปี พ.ศ.๒๔๙๗ “โรงพยาบาลโรคจิตธนบุรี” ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา” 23


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

สังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โดยเชื่อว่าการเปลี่ยนชื่อนี้จะทำ�ให้ญาติและ ผู้ป่วยสบายใจ ประกอบกับทำ�ให้ประชาชนทั่วไปรู้สึกมีทัศนคติที่ดีขึ้นกับโรงพยาบาลและ ผู้ป่วย๗ ท่านอาจารย์ฝน แสงสิงแก้ว ได้อธิบายวิธีที่จะตรวจสอบภาวะแกล้งทำ�ในผู้ต้องหาที่ วิกลจริตหรือกล่าวว่าวิกลจริตเพื่อจะไม่ถูกดำ�เนินคดีว่ารู้ได้ไม่ยาก แต่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๑๕ วัน มีบางรายที่ผู้ต้องหาหรือคนไข้ผู้นั้นเคยมีประวัติฆ่าคนหรือชอบทำ�ร้ายชีวิตผู้อื่น มีบางรายแกล้งทำ�เป็นบ้า ถึงกับลงทุนกินอุจจาระ นีก่ จ็ บั เอาความจริงได้ไม่ยาก พอเผลอคน ก็กินอยู่เหมือนคนอื่นๆ กินอาหารที่ตัวเคยชอบ เอาอุจจาระให้กินก็ไม่กิน เราใช้วิธีแอบดู หรือลอบสังเกต๘ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงกระบวนการในชั้นศาลที่เกี่ยวข้องไว้ด้วยว่า ศาลจะคอย ติดตามฟังผล แม้ครบกำ�หนดเวลาแล้ว ศาลก็อาจขอให้ควบคุมตัวไว้ต่อไปก็ได้๙ ในช่วง เวลานั้นประเทศไทยได้ประกาศใช้กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. ๑๒๗ (พ.ศ.๒๔๔๑) ซึ่งมี กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานนิติจิตเวชหลายมาตรา๙ เช่น มาตรา ๔๖ วรรคแรกที่มีสาระว่า ไม่ให้เอาโทษแก่ผู้กระทำ�ผิดในเวลาที่วิกลจริต อันเกิดจากสัญญาวิปลาส หรือเกิดจาก พยาธิสภาพ เป็นเหตุให้ไม่สามารถรูผ้ ดิ ชอบหรือยับยัง้ ตนเองได้ในเวลาทีก่ ระทำ�ผิดสอดคล้อง กับประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๖๕ วรรคหนึ่งในปัจจุบัน๑๐ ส่วนสาระของมาตรา ๔๖ วรรคสองมีสาระว่า ให้สงั่ ผูว้ กิ ลจริตผูน้ นั้ ซึง่ อาจจะเกิดเหตุภยันตรายแก่ผอู้ นื่ ไปกักขังรักษาใน โรงพยาบาลสำ�หรับคนวิกลจริตหรือคุมขังรักษาในทีอ่ นื่ เพือ่ ป้องกันอันตรายแก่สาธารณชน สอดคล้องกับสาระของประมวลกฎหมายอาญามาตรการเพือ่ ความปลอดภัยแก่สงั คมมาตรา ๔๘๑๑ นอกจากนี้ในมาตรา ๔๗ แห่งกฎหมายลักษณะอาญามีเนื้อหาสาระว่าผู้กระทำ�ผิดใน เวลาวิกลจริตที่เกิดจากสัญญาวิปลาสหรือจากพยาธิสภาพ ถ้าปรากฏว่าในเวลานั้นยังพอมี สติจะรู้ผิดชอบหรือยับยั้งได้ ก็ควรต้องโทษ แต่ศาลจะลดหย่อนอาชญาให้เบาบางลงกว่าที่ กฎหมายกำ�หนดไว้ส�ำ หรับความผิดนัน้ ก็ได้ สอดคล้องกับสาระของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๕ วรรคสองเช่นเดียวกัน๙ แนวคิดที่จัดให้มีโรงพยาบาลจิตเวชคดีที่รับผิดชอบงานนิติจิตเวช เริ่มขึ้นเมื่อ ปลายปี พ.ศ.๒๔๙๖ เนื่องจากมีสถิติบุคคลที่แสดงอาการวิกลจริต หรือสติวิปลาสทางการ เมืองค่อนข้างมาก รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำ�รวจจับชาวญวนที่กำ�ลังปีนขึ้นไปบนเครื่องบินบี ๑๗ ของอเมริกันได้หนึ่งคน กรมตำ�รวจจึงได้เสนอต่อกระทรวงมหาดไทยจัดสร้างโรงพยาบาล โรคจิตขึ้นต่างหากเพื่อสะดวกในการควบคุม ดูพฤติการณ์และป้องกันการกระทำ�ของ ผู้ต้องหาหรือบุคคลบางคนที่แสดงวิกลจริตออกทางการเมืองและทางกระทำ�ผิดคดีอาญา 24


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ระหว่างที่ดำ�เนินการศึกษาหาสถานที่และงบประมาณนั้น ก็มีเหตุการณ์ว่ามีบุคคลวิกลจริต เข้าไปในท่าอากาศยานกรุงเทพหลายครั้ง โดยมีพฤติการณ์ซุกซ่อนตัวอยู่ในเครื่องบินเพื่อ เดินทางไปต่างประเทศ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องบินและผู้โดยสาร ในเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๖ ศาสตราจารย์นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้ว อธิบดีกรมการแพทย์สมัยนั้นพิจารณา เห็นความจำ�เป็นของการจัดตั้งโรงพยาบาลโรคจิตคดีเพื่อรับผู้ป่วยโรคจิตที่มีความโน้มเอียง ที่จะประกอบอาชญากรรม เป็นภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ให้เป็นสถานที่ที่มี ผู้ควบคุมดูแลกักกันโดยกวดขัน เพื่อป้องกันมิให้หลบหนีไปก่อความไม่สงบสุขแก่ประชาชน และเป็นผลเสียหายต่อคดี กรมการแพทย์จงึ ได้จดั ทำ�โครงการโรงพยาบาลโรคจิตคดีเสนอต่อ พระบำ�ราศนราดูร ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และได้มกี ารส่งเรือ่ งให้ศนู ย์ปอ้ งกันอาชญากรรม กรมตำ�รวจ กระทรวงมหาดไทย สำ�นักงานเลขาธิการของนายกรัฐมนตรี เพื่อนำ�เสนอต่อ คณะรัฐมนตรีพิจารณา เนื่องจากผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขโดยกองโรงพยาบาลโรคจิต กรมการแพทย์ ได้ ศึ ก ษาผลงานของต่ า งประเทศ พบว่ า งานนิ ติ จิ ต เวชทั่ ว โลกนั้ นทาง ฝ่ายสาธารณสุขเป็นผู้ดำ�เนินการ จึงได้เสนอโครงการนิติจิตเวชเข้าสู่การพิจารณาของ คณะรัฐมนตรีซงึ่ มีมติรบั หลักการโครงการจัดตัง้ โรงพยาบาลนิตจิ ติ เวช เมือ่ วันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๑๐ โดยใช้ที่ดินที่ทางจังหวัดธนบุรีจัดหาให้ ณ บริเวณทุ่งเนินทราย ตำ�บลทวีวัฒนา อำ � เภอตลิ่ ง ชั น และได้ รั บ บริ จ าคที่ ดิ น เพื่ อ ทำ � ถนนทางเข้ า จากนางสงวน ไชยนุ วั ติ การก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.๒๕๑๔ ภายใต้การบริหารของผู้อำ�นวยการท่านแรก คือ นายแพทย์ยรรยง โพธารามิก โดยผูป้ ว่ ยคดีรายแรกทีร่ บั ไว้เป็นผูต้ อ้ งหาหญิงคดีพยายามฆ่า สถานีตำ�รวจภูธรอำ�เภอเมืองฉะเชิงเทราส่งตรวจสภาพจิต๑๒ ในปี พ.ศ.๒๕๑๔ ผู้ อำ � นวยการโรงพยาบาลนิ ติ จิ ต เวชคนถั ด มาคื อ นายแพทย์สรุ นิ ทร์ ปิน่ รัตน์ ท่านเป็นผูบ้ กุ เบิกและวางรากฐานงานนิตจิ ติ เวชทีเ่ ป็นระบบของ ประเทศไทย นอกจากนี้ ท่านยังเป็นผู้วางภูมิทัศน์ของโรงพยาบาลนิติจิตเวช โดยจัดให้ส่วน ของหอผูป้ ว่ ยและหน่วยฟืน้ ฟูสมรรถภาพอยูภ่ ายในรัว้ ชัน้ ในสุด แล้วล้อมรอบด้วยบ้านพักของ เจ้ า หน้ า ที่ โดยมี ส่ ว นอำ � นวยการและบ้ า นพั ก ผู้ อำ � นวยการอยู่ ด้ า นหน้ า โรงพยาบาล การออกแบบเช่นนี้ก็เพื่อให้เจ้าหน้าที่และครอบครัวทำ�หน้าที่เป็นรั้ว สอดส่องป้องกันมิให้ ผูป้ ว่ ยหลบหนี อีกทัง้ ยังให้แนวคิดในการออกแบบหอผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชแก่สถาปนิก เพือ่ ให้เกิด มัน่ คงแข็งแรงยากต่อการหลบหนี ปลูกต้นไม้ ขุดสระ เลีย้ งปลา เลีย้ งวัวเพือ่ ฟืน้ ฟูสมรรถภาพ ของผูป้ ว่ ยเนือ่ งจากผูป้ ว่ ยในสมัยนัน้ ส่วนใหญ่มาจากภาคเกษตรกรรม ผลิตผลทีไ่ ด้กน็ �ำ มาทำ� อาหารให้แก่ผปู้ ว่ ย ท่านได้พฒ ั นาบุคลากรสาขาต่างๆ ให้มคี วามรูแ้ ละทักษะในกระบวนการ 25


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

นิติจิตเวช ส่งเสริมให้จิตแพทย์ได้ไปศึกษาดูงานด้านนิติจิตเวชที่ประเทศสหราชอาณาจักร ได้แก่ นายแพทย์ธำ�รง ทัศนาญชลีและนายแพทย์หม่อมหลวงสมชาย จักรพันธุ์ ซึ่งทั้งสอง ท่านก็ได้เป็นผูอ้ �ำ นวยการโรงพยาบาลนิตจิ ติ เวชในเวลาต่อมา นอกจากนี้ นายแพทย์สรุ นิ ทร์ ปิน่ รัตน์ ยั ง ได้ ถ่ า ยทอดประสบการณ์ แ ละองค์ ค วามรู้ วิ ช านิ ติ จิ ต เวชให้ แ ก่ จิ ต แพทย์ ที่ ศึ ก ษาใน ประเทศไทยอย่างเต็มที่ โดยมีนายแพทย์ประทักษ์ ลิขติ เลอสรวง เป็นนิตจิ ติ แพทย์รนุ่ สุดท้าย ทีไ่ ด้มโี อกาสทำ�งานร่วมกับท่าน และยังจัดให้มกี ารประชุมวิชาการสัญจรร่วมกับโรงพยาบาล จิตเวชในภูมภิ าค ทำ�ให้มบี ริการนิตจิ ติ เวชในภูมภิ าคเกิดขึน้ นอกจากนีม้ กี ารให้บริการบำ�บัด รักษาผู้ต้องขังจิตเวชในเรือนจำ� และตรวจประเมินสภาพจิตของนักโทษประหารรวม ทั้งได้ เขียนตำ�ราวิชานิตจิ ติ เวชศาสตร์ทถี่ อดจากประสบการณ์ตรงของท่านซึง่ สอดคล้องกับบริบท สังคมไทยในสมัยนัน้ ผูเ้ ขียนจึงมีความเห็นด้วยอย่างยิง่ กับนายแพทย์ประทักษ์ ลิขติ เลอสรวง อดีตนิตจิ ติ แพทย์ประจำ�โรงพยาบาลนิตจิ ติ เวชทีม่ คี วามเห็นว่า “สมควรทีพ่ วกเราคนรุน่ หลัง จะขอเชิดชูท่านอาจารย์นายแพทย์สุรินทร์ ปิ่นรัตน์ คือ บิดาแห่งนิติจิตเวชไทย”๑๓ ในส่ ว นของงานนิ ติ จิ ต เวชเด็ ก นั้ น จิ ต แพทย์ ที่ ได้ บุ ก เบิ ก ในการตรวจวิ นิ จ ฉั ย บำ�บัดรักษาและดูแลเยาวชนที่มีความผิดปกติทางจิตภายใต้หน่วยงานของศาลคดีเด็กและ เยาวชน คือ นายแพทย์เชียร สิริยานนท์ ผู้อำ�นวยการกองแพทย์ ศาลคดีเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรมได้จัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางกับสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและ เยาวชนกลางเป็นครัง้ แรกขึน้ เมือ่ วันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๕ หลังจากทีไ่ ด้มกี ารประกาศ ใช้พระราชบัญญัตจิ ดั ตัง้ ศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. ๒๔๙๔ และพระราชบัญญัตวิ ธิ พี จิ ารณา คดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. ๒๔๙๔ เพื่อให้แยกการปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนที่กระทำ�ผิดออก จากการปฏิบัติสำ�หรับผู้ใหญ่ซึ่งกระทำ�ผิดกฎหมาย โดยให้มีการสืบเสาะและพินิจข้อเท็จ จริงเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน โดยแพทย์และพนักงานคุมประพฤติไปพร้อมกับการสอบสวน ข้อเท็จจริงเกีย่ วกับการกระทำ�ผิดซึง่ ทำ�ให้ศาลได้ทราบสาเหตุแห่งการกระทำ�ผิดก่อนแล้วจึงใช้ มาตรการแก้ไข เยียวยาเด็กหรือเยาวชนด้วยวิธกี ารทีเ่ หมาะสมสำ�หรับแต่ละราย ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๖ ได้มกี ารปรับแก้กฎหมายทัง้ สองฉบับเพือ่ ให้การดำ�เนินคดีอาญาซึง่ อยูใ่ นอำ�นาจ พิจารณาพิพากษาคดีเด็กและเยาวชนเป็นไปด้วยความรวดเร็ว

นิติจิตเวชของประเทศไทยในปัจจุบัน

เนือ่ งจากมีการปฏิรปู ระบบราชการและได้รบั พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม จากสมเด็จพระเจ้าพีน่ างเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวฒ ั นา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ประทาน 26


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

นามโรงพยาบาลนิตจิ ติ เวชใหม่ว่า “สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์” และทรงประกอบพิธเี ปิด เมือ่ วันอาทิตย์ที่ ๑๖ มิถนุ ายน ๒๕๔๕๑๔ จึงก่อให้เกิดการเปลีย่ นแปลงระบบและขอบข่ายงาน นิตจิ ติ เวชของโรงพยาบาลนิตจิ ติ เวชซึง่ เดิมเน้นการให้บริการ แก่กระบวนการยุตธิ รรม เป็นที่ ศึกษาดูงานของวิชาชีพทีเ่ กีย่ วข้องอันได้แก่ แพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และนักกิจกรรมบำ�บัด มาสูก่ ารพัฒนามาตรฐานบริการและวิชาการนิตจิ ติ เวช การร่วมเป็น คณะกรรมการ อนุกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการใช้กฎหมายที่นอกเหนือจากคดีอาญาและ คดีแพ่ง เช่นการเป็นคณะอนุกรรมการในชุดต่างๆ ของหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรม รวมทั้งขยายบทบาทไปสู่การผลักดันการป้องกันการก่อคดีและการถูกละเมิดของผู้ป่วย จิตเวชด้วยการผลักดันการร่าง ผ่านและบังคับใช้กฎหมายสุขภาพจิตเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้ที่มี ความผิดปกติทางจิต๑๕,๑๖ ในปี พ.ศ.๒๕๔๗ สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ได้จดั ทำ�มาตรฐานบริการนิตจิ ติ เวช เพื่อใช้เป็นมาตรฐานบริการระดับประเทศ สำ�หรับหน่วยงานทั้งในและนอกกรมสุขภาพจิต โดยได้ขอ้ สรุปจากการประชุมปฏิบตั กิ ารของทีมสหวิชาชีพทีป่ ฏิบตั งิ านบริการนิตจิ ติ เวชจาก ๑๒ หน่วยงานทัง้ ในและนอกกรมสุขภาพจิตและผ่านการตรวจสอบจากผูท้ รงคุณวุฒิ จำ�นวน ๑๔ ท่าน๑๗ การพัฒนาบริการและวิชาการนิตจิ ติ เวชได้ใช้กลยุทธของการศึกษาวิจยั เพือ่ นำ�ผลการ ศึกษามาพัฒนางานได้ดียิ่งขึ้น ได้แก่ ศึกษาอัตราความสามารถในการต่อสู้คดี สาเหตุของ การป่วยซํ้าระหว่างพิจารณาคดี และระยะเวลาเฉลี่ยในการต่อสู้คดีของผู้ป่วยนิติจิตเวช หลังจำ�หน่ายถึงวันทีศ่ าลพิพากษา ผลการศึกษานีพ้ บว่ายังมีอตั ราของอาการกำ�เริบในระหว่าง การพิจารณาคดีจนต้องกลับมารักษาซํ้าร้อยละ ๒๑ เนื่องจากขาดการรักษาอย่างต่อเนื่อง และขาดการประเมินอาการและปรับแผนการรักษาอันเนื่องจากการขาดบริการจิตเวช ในเรือนจำ�๑๘ นอกจากนี้ ผลการศึกษาเกี่ยวกับการวินิจฉัยทางนิติจิตเวชด้านความรู้ผิดชอบ ความจำ�เป็นต้องบำ�บัดรักษาและภาวะอันตรายต่อการดำ�เนินคดีอาญาของผู้ป่วยนิติจิตเวช พบว่า ผู้ต้องหาที่ส่งตรวจประเมินอาการทางจิต จำ�นวน ๗๗ ราย คดีสิ้นสุดในชั้นพนักงาน สอบสวน จำ�นวน ๕ รายพนักงานสอบสวนได้สง่ สำ�นวนให้พนักงานอัยการ จำ�นวน ๗๒ ราย พนักงานอัยการสัง่ ไม่ฟอ้ ง จำ�นวน ๒๒ ราย รวมผูต้ อ้ งหาทีม่ คี วามผิดปกติทางจิตทีค่ ดีสนิ้ สุด ก่อนถึงชั้นศาลร้อยละ ๒๘.๕ ส่วนผลคำ�พิพากษาของศาลรวมทั้งสิ้น จำ�นวน ๒๗๔ รายนั้น โดยรวมศาลมี ค วามเห็ นตามที่ แพทย์ วิ นิ จ ฉั ย ในประเด็ นความรั บ ผิ ด ชอบต่ อ คดี อ าญา ร้อยละ ๔๙.๓ ส่วนในประเด็นการบังคับรักษานั้น เพียงหนึ่งในสามของจำ�เลยที่แพทย์ 27


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

มีความเห็นว่าจำ�เป็นต้องได้รับการรักษาต่อเนื่อง แล้วศาลใช้มาตรการทางกฎหมายสั่งให้ จำ�เลยไปรักษา นอกจากนีม้ เี พียงครึง่ หนึง่ ของจำ�เลยทีแ่ พทย์ระบุวา่ มีภาวะอันตรายแล้วศาล มีค�ำ สัง่ บังคับรักษาตามมาตรการเพือ่ ความปลอดภัย๑๙ จากการศึกษานีช้ ใี้ ห้เห็นว่าพนักงาน สอบสวนและอัยการยังรับฟังความคิดเห็นตามรายงานการตรวจวินิจฉัยทางนิติจิตเวชใน ประเด็นความรับผิดชอบในคดีอาญาเพื่อประกอบการพิจารณาสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากสิทธินำ� คดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปเมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญามาตรา ๓๙๒๐ และประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๖๕ วรรค ๑๑๑ ตามลำ�ดับ อย่างไรก็ตามอาจกล่าวได้ว่าเมื่อมีการปรับมาตรฐานบริการนิติจิตเวชตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๗ เป็นต้นมา ทำ�ให้ศาลมีความเห็นในประเด็นความรับผิดชอบต่อคดีอาญา เพิม่ ขึน้ จากการศึกษาเมือ่ เกือบยีส่ บิ ปีกอ่ นประมาณสิบเปอร์เซ็นต์ และศาลมีค�ำ สัง่ บังคับรักษา เพิม่ ขึน้ ๒๑ นอกจากนี้ จากการศึกษาดังกล่าว พบว่า ยังต้องพัฒนารูปแบบการรายงานวินจิ ฉัย ทางนิติจิตเวช วิธีการเบิกความเป็นพยานตลอดจนมีการถ่ายทอดความรู้ผ่านการอบรม ประชุม สัมมนาเพือ่ ให้ศาลมีความเข้าใจเกีย่ วกับความผิดปกติของจำ�เลยทีม่ ผี ลต่อการก่อคดี และความเห็นต่อการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อป้องกันการก่อคดีซํ้าอันเนื่องมาจาก ความเจ็บป่วยทางจิต การศึกษาอัตราอาการทางจิตกำ�เริบ การกลับมารักษาซํา้ การก่อคดีซาํ้ และการเข้าถึงบริการบำ�บัดรักษาของผู้กระทำ�ผิดคดีอาญาที่มีความผิดปกติทางจิตที่ศาลมี คำ�สั่งบังคับรักษาแบบผู้ป่วยในเพื่อความปลอดภัยต่อสังคมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๔๘ เป็นการศึกษาเปรียบเทียบผลของกระบวนการเตรียมจำ�หน่ายผูป้ ว่ ยสูช่ มุ ชนก่อน และหลังการดำ�เนินการตามแนวคิด “ยา-จิต-กิจวัตร-ปรับ-เตือน” พบว่า อัตราการก่อคดีซาํ้ การกลับมารักษาซํ้า การเข้าถึงบริการและการกำ�เริบของอาการทางจิตไม่แตกต่างกัน สะท้อนถึงการวางระบบเตรียมจำ�หน่ายที่ดีของนายแพทย์สุรินทร์ ปิ่นรัตน์ เนื่องจากอัตรา การก่อคดีซํ้ามีเพียงร้อยละ ๔.๘ เท่านั้น อย่างไรก็ตามก็ยังจะต้องพัฒนาระบบการเตรียม จำ�หน่ายและการติดตามหลังจำ�หน่ายต่อไป เนือ่ งจากประมาณครึง่ หนึง่ ของผูป้ ว่ ยทีจ่ �ำ หน่าย สู่ชุมชนมีอัตราการกลับมารักษาซํ้าและการกำ�เริบของอาการทางจิต และยังไม่สามารถ เข้ารับบริการรักษาได้อย่างสมํ่าเสมอถึงหนึ่งในสาม๒๒ การศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการกระทำ�ผิดครั้งแรกและการกระทำ�ผิดซํ้าของ ผู้ป่วยนิติจิตเวช พบว่า ผู้ที่กระทำ�ผิดครั้งแรกและกระทำ�ผิดซํ้าส่วนใหญ่ไม่ได้รับการรักษา อย่างต่อเนือ่ ง การกระตุน้ อารมณ์จากบุคคลแวดล้อมขณะกระทำ�ผิดและการเสพสารเสพติด ก่อนกระทำ�ผิดในผูป้ ว่ ยทีก่ ระทำ�ผิดซํา้ มีมากกว่าผูป้ ว่ ยทีก่ ระทำ�ความผิดครัง้ แรก๒๓ ในส่วนของ 28


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

การพัฒนานิติจิตวิทยานั้นได้มีการศึกษาเรื่องการประกอบอาชญากรรมกับความรู้ผิดชอบ ของผูก้ ระทำ�ผิดนิตจิ ติ เวชจำ�นวน ๓๔ คนโดยใช้แบบประเมิน Rogers Criminal Responsibility Assessment Scale (R-CRAS) พบว่า กลุม่ ทีไ่ ม่สามารถรูผ้ ดิ ชอบขณะประกอบอาชญากรรม มีการสูญเสียทั้งด้านการควบคุมการรู้คิดและการควบคุมพฤติกรรม ส่วนกลุ่มที่สามารถ รู้ผิดชอบบ้างไม่มีการสูญเสียด้านการควบคุมการรู้คิดแต่สูญเสียการควบคุมพฤติกรรม การศึกษานี้จะเป็นพื้นฐานของการพัฒนาเครื่องมือประเมินความรู้ผิดชอบทางอาญาของ ผู้ป่วยนิติจิตเวชต่อไป๒๔ นอกจากนี้ยังได้ศึกษาคุณภาพของแบบประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดพฤติกรรม รุนแรง HCR-20 ฉบับภาษาไทย๒๕ แม้ว่าจะได้ค่าคะแนน cut-off point ในเบื้องต้น จากการศึกษาในผู้ป่วยในก็ตาม แต่ก็ยังคงจำ�เป็นต้องพัฒนาและทดสอบเครื่องมือใน กลุม่ ตัวอย่างจำ�นวนมากขึน้ และมีการติดตามผลในชุมชนต่อไปซึง่ คาดหวังว่าจะได้เครือ่ งมือ ประเมินพฤติกรรมรุนแรงที่สามารถนำ�มาใช้ติดตามระดับความเสี่ยงของผู้ป่วยนิติจิตเวช ที่ศาลส่งมาบังคับรักษาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๔๘ ก่อนจำ�หน่ายสู่ชุมชน ส่วนการศึกษาในผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชเด็กและวัยรุน่ ทีส่ ง่ มาจากกระบวนการยุตธิ รรมนัน้ ส่วนหนึง่ ต้องการผลการวินิจฉัยเพื่อประกอบการพิจารณาของศาลซึ่งพบว่าความเจ็บป่วยทางจิตเวช มีผลต่อการประกอบคดี อีกส่วนหนึ่งส่งมาเพื่อการรักษา โดยพบว่า เยาวชนเกือบทั้งหมด มีปัญหาเสพสารเสพติดหลายชนิด๒๖ นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนาโปรแกรมกลุ่มเตรียม ต่อสู้คดี๒๗ เพื่อใช้ในกระบวนการเตรียมผู้ป่วยนิติจิตเวชให้สามารถต่อสู้คดีได้สำ�เร็จ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๑ เป็นต้นมา กรมสุขภาพจิตได้มอบหมายให้สถาบันกัลยาณ์ ราชนครินทร์พฒ ั นางานด้านนิตจิ ติ เวชให้เป็นศูนย์แห่งความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านนิตจิ ติ เวช โดยต้องพัฒนาให้ได้ตามกรอบมาตรฐานระบบบริการที่มีความเป็นเลิศเฉพาะทางสุขภาพ จิตและจิตเวชที่กรมสุขภาพจิตได้กำ�หนดเป็นแนวทางไว้ ๑๗ ประเด็น๒๘ ซึ่งกำ�ลังอยู่ระหว่าง ดำ�เนินการพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๒ สถาบันกัลยาณ์ ราชนครินทร์มีแผนการปรับปรุงมาตรฐานบริการนิติจิตเวชฉบับพ.ศ.๒๕๔๗ โดยจะถอด องค์ความรู้จากประสบการณ์ทำ�งานในช่วงห้าปีที่ผ่านมาและบูรณาการบทบัญญัติของ พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ.๒๕๕๑ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยคดีไปสู่วิธีการปฏิบัติ นอกจากนี้ยังมีแผนการพัฒนาคู่มือการใช้แบบประเมิน HCR-20 ฉบับภาษาไทย รวมถึง มีการปรับปรุงโปรแกรมกลุ่มเตรียมต่อสู้คดีโดยถอดองค์ความรู้จากประสบการณ์การนำ� โปรแกรมกลุ่มเตรียมต่อสู้คดีฉบับเดิม๒๗ ไปใช้ทางคลินิก 29


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ในการให้บริการนิติจิตเวชนั้น จิตแพทย์จำ�เป็นต้องทำ�งานร่วมกับทีมสหวิชาชีพ การให้ความเห็นใดๆ ต่อกระบวนการยุตธิ รรมต้องอยูบ่ นพืน้ ฐานของการได้ขอ้ มูล หลักฐาน ที่สามารถอธิบายลักษณะทางคลินิกได้และเชื่อมโยงกับจุดประสงค์ตามประเด็นกฎหมาย ที่กระบวนการยุติธรรมต้องการ ดังนั้นจึงต้องมีระบบรายงานและวิธีการสื่อสารที่เปลี่ยน จากภาษาทางการแพทย์เป็นภาษาทางสังคมทั่วไป ต้องมีความเป็นกลางและเที่ยงธรรม หากประเด็ น ใดที่ ไม่ ส ามารถยื น ยั น ให้ ค วามเห็ น ได้ เนื่ อ งจากข้ อ มู ล ไม่ พ อ จิ ต แพทย์ ก็ ไม่จำ�เป็นต้อง “ฟันธง” ซึ่งเมื่อปรากฏหลักฐานทางคดีอื่นๆ ในภายหลังที่ขัดหรือแย้งกับ ความเห็นของจิตแพทย์ทไี่ ด้ให้ไว้แล้วกับกระบวนการยุตธิ รรมก็จะทำ�ให้กระบวนการยุตธิ รรม ไม่เชื่อถือจิตแพทย์ได้ ประสบการณ์ของการเบิกความเป็นพยานผูเ้ ชีย่ วชาญนัน้ พบว่า จิตแพทย์สามารถ ตอบคำ�ถามได้มากกว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” จิตแพทย์ต้องทำ�หน้าที่ให้ความรู้ ความกระจ่าง ต่อกระบวนการยุติธรรม ต้องอธิบายด้วยภาษาที่ง่ายต่อความเข้าใจ ควรเชื่อมโยงระหว่าง ข้อมูลและการวินจิ ฉัยทางคลินกิ กับพฤติการณ์แห่งคดีหรือจุดประสงค์ของการเป็นพยานใน แต่ละคดีให้ได้ ทีส่ �ำ คัญควรทำ�หน้าทีเ่ สนอความเห็นต่อศาลในกรณีทเี่ กีย่ วข้องกับมาตรการ การรักษาที่เหมาะสมเนื่องจากจิตแพทย์เป็นผู้ที่มีข้อมูลทางคลินิกและทางสังคมของผู้ป่วย มากกว่าศาล ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการก่อคดีซํ้าในคดีอาญาและเป็นการช่วยให้ผู้ป่วยได้ รับการปฏิบัติที่เหมาะสมและมีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ หากมีข้อสงสัย ข้อโต้แย้งหรือ มีหนังสือสอบถามกระบวนการตรวจวินิจฉัยทางนิติจิตเวชจากกระบวนยุติธรรมโดยตรงก็ดี หรือสอบถามผ่านแพทยสภาก็ดี หน่วยงานให้บริการนิติจิตเวชควรหาสาเหตุแห่งข้อสงสัย ข้อโต้แย้งดังกล่าว วิธกี ารสือ่ สารโดยตรงด้วยวาจาก่อนมีการโต้ตอบโดยหนังสือนัน้ นอกจาก จะได้ทราบมุมมองทีแ่ ตกต่างกันเนือ่ งจากต่างฝ่ายต่างมีความเชีย่ วชาญเฉพาะงานของตนเอง แล้วยังเป็นโอกาสที่จะได้แลกเปลี่ยนโลกทัศน์และความรู้ รวมทั้งเป็นการสร้างสัมพันธภาพ ที่ดีระหว่างบุคลากรและหน่วยงานต่างสังกัดที่มีความแตกต่างในการทำ�งานอีกด้วย การได้ขอ้ มูลทีแ่ ท้จริงดังกล่าว สามารถนำ�มาพัฒนาระบบงานนิตจิ ติ เวชให้เชือ่ มโยง กับระบบงานของกระบวนการยุตธิ รรมได้ดขี นึ้ อันจะเป็นประโยชน์ตอ่ การเกิดความยุตธิ รรม ต่อการพิจารณาคดีหรือข้อพิพาททางกฎหมาย เนื่องจากนิติจิตแพทย์และหน่วยงานที่ให้ บริการนิตจิ ติ เวชในประเทศไทยมีความจำ�กัดอย่างมาก ดังนัน้ ทีมให้บริการนิตจิ ติ เวชจึงต้อง ให้บริการบำ�บัดรักษาผู้ป่วยจิตเวชที่มีปัญหาทางกฎหมายไปพร้อมกัน การให้บริการแบบ องค์รวมต่อเนื่องเป็นหลักการในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะการป้องกันมิให้ผู้ป่วยก่อคดีซํ้า 30


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

การทำ�ให้ผู้ป่วยจิตเวชคดีสามารถกลับไปใช้ชีวิตในชุมชนได้โดยเป็นที่ยอมรับของชุมชน ไม่เป็นอันตรายต่อชุมชนและพึ่งตนเองได้ การเยียวยาจิตใจของเหยื่อที่เกิดจากการกระทำ� ของผู้ป่วย การคุ้มครองผู้ป่วยที่ถูกเอารัดเอาเปรียบเนื่องด้วยมีความอ่อนแอเกิดขึ้นจาก ความเจ็บป่วยทางจิตเวชโดยการเป็นพยานศาลอาญาในฐานะพยานของผู้ป่วยที่เป็นเหยื่อ และการเป็นพยานศาลแพ่งในกรณีทมี่ กี ารร้องขอให้ผปู้ ว่ ยเป็นคนไร้ความสามารถ เสมือนไร้ ความสามารถ หรือ การพิสจู น์ความสามารถในการทำ�งาน เป็นต้น การทำ�งานดังกล่าวจำ�เป็น ต้องมีความกระตือรือร้น ต้องมีการทำ�งานร่วมกับครอบครัวของผูป้ ว่ ยจิตเวชคดีและเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข ตลอดจนเครือข่ายทางสังคมโดยต้องประสานความลงตัวระหว่างประโยชน์ที่ ผู้ป่วยจะได้รับกับการรักษาความลับของผู้ป่วย ส่วนบริการนิติจิตเวชที่เกี่ยวข้องกับการ ให้ความเห็นเรื่องเวชปฏิบัติทางจิตเวชในประเทศไทยนั้นมีความแตกต่างจากบริบทของ ต่างประเทศ กล่าวคือ บทบาทในประเด็นนี้ของประเทศไทยเป็นของแพทยสภา และ ราชวิ ท ยาลั ย จิ ต แพทย์ แห่ ง ประเทศไทยไม่ ใช่ ห น่ ว ยบริ ก ารที่ ให้ บ ริ ก ารนิ ติ จิ ต เวชทั่ ว ไป ในด้านการให้เอกสารรับรองการเรียกร้องค่าเสียหายจากความเจ็บป่วยทางจิตจากการ ทำ�งานก็ดีหรือจากอุบัติเหตุก็ดีซึ่งจะต้องพิสูจน์ภาวะแกล้งทำ�ร่วมด้วยนั้นก็พบว่ามีกรณี ดังกล่าวจำ�นวนน้อยมาก นี่ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่มีความแตกต่างกับต่างประเทศ ในงานบริ ก ารนิ ติ จิ ต เวชที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ งานราชทั ณ ฑ์ นั้ น สถาบั น กั ล ยาณ์ ราชนครินทร์ได้รับเชิญจากเรือนจำ�กลางบางขวางให้ไปตรวจสภาพจิตนักโทษประหาร หลั ง จากคดี ถึ ง ที่ สุ ด แล้ ว โดยได้ ดำ � เนิ นการมาตั้ ง แต่ ส มั ย นายแพทย์ สุ ริ นทร์ ปิ่ น รั ต น์ เป็นผู้อำ�นวยการโรงพยาบาลนิติจิตเวชดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จนถึงปัจจุบันในกรณีนี้ นิติจิตแพทย์จะต้องให้ความเห็นว่าจำ�เลยวิกลจริตหรือไม่ เนื่องจากประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญามาตรา ๒๔๘ ซึ่งมีเนื้อหาสาระว่า ถ้านักโทษประหารเกิดวิกลจริตก่อน ถูกประหารชีวติ ก็ให้รอการประหารชีวติ ไว้กอ่ นจนกว่าผูน้ นั้ จะหาย และถ้าหากนักโทษผูน้ นั้ หายวิกลจริตหลังจากหนึง่ ปีนบั จากวันพิพากษาถึงทีส่ ดุ ก็ให้ลดโทษประหารชีวติ เหลือจำ�คุก ตลอดชีวติ ดังนัน้ การตรวจสภาพจิตในกรณีนจี้ งึ ต้องมีความละเอียด รอบคอบและต้องคำ�นึง ถึงภาวะแกล้งทำ�ทุกราย อย่างไรก็ดี จากบันทึกการตรวจสภาพจิตกรณีดังกล่าวยังไม่พบว่า มีนักโทษที่แกล้งวิกลจริตเพื่อให้ตนได้ประโยชน์จากข้อกฎหมายมาตรานี้ ในทางทฤษฎีแล้วยังมีประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๔๖(๑) ทีใ่ ห้ศาลมีอ�ำ นาจสัง่ ให้ทเุ ลาการบังคับให้จ�ำ คุกไว้กอ่ นจนกว่าเหตุทจี่ �ำ เลยวิกลจริตจะหมดไป แต่จากประสบการณ์การทำ�งานที่ผ่านมา พบว่า มีเพียงสองรายเท่านั้นที่ศาลส่งตรวจตาม 31


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

มาตรานี้ ทั้งสองรายเป็นผู้ที่ต้องคดีครอบครองสารเสพติดและตรวจพบว่ าไม่วิกลจริต ในด้านการส่งเสริมสุขภาพจิตและการป้องกันปัญหาสุขภาพจิตของผู้ต้องขังก่อนปล่อยนั้น กรมสุขภาพจิตโดยสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ได้รับงบประมาณเพื่อพัฒนาสุขภาพจิต ผู้ต้องขังในปี พ.ศ.๒๕๔๔ และ พ.ศ.๒๕๔๖ จึงได้มีการศึกษาความชุกของความผิดปกติ ทางจิตเวชของผู้ต้องขังพบว่ามีความชุกของความผิดปกติทางจิตเวชของทุกกลุ่มโรคสูงกว่า ประชาชนไทยทั่วไปมาก๒๙ ปัญหาติดสารเสพติดเป็นปัญหาที่สำ�คัญซึ่งนำ�ไปสู่การก่อคดี ในอัตราสูงที่สุด และผู้ต้องขังเข้าถึงบริการบำ�บัดรักษาทางจิตเวชได้น้อยมาก นอกจากนี้ ยังได้จัดอบรมอบรมเจ้าหน้าที่ของเรือนจำ�ให้เป็นครู ก. เพื่อถ่ายทอดความรู้และให้บริการ ร่วมกับการอบรมอาสาสมัครสุขภาพจิตผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นการนำ�แนวคิดของงานสาธารณสุข มูลฐานมาประยุกต์ใช้ในเรือนจำ� ดังนั้นในปี พ.ศ.๒๕๔๔ จัดทำ�โครงการนำ�ร่องการอบรม หลักสูตรการดูแลสุขภาพจิตผูต้ อ้ งขังโดยมีกจิ กรรมทีพ่ ฒ ั นาผูร้ บั การอบรมทัง้ ด้านพุทธิพสิ ยั เจตพิสัยและทักษะพิสัย มีเนื้อหาความรู้เรื่องสุขภาพจิตและจิตเวช ทักษะการสื่อสารและ การประเมินทางจิตเวช การช่วยเหลือกรณีจิตเวชทั่วไปและกรณีจิตเวชฉุกเฉิน การรู้จัก ตนเองและการจัดการกับความเครียด โรคทางจิตเวช การปรึกษาเบือ้ งต้นและการช่วยเหลือ ทางจิตเวชพื้นฐาน ทำ�ให้ผู้รับการอบรมมีเจตคติที่ดีต่อตนเองและต่อบทบาทของความเป็น ผู้ช่วยเหลือ มีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้น๓๐ ในปี พ.ศ.๒๕๔๖ ได้ขยายการอบรมหลักสูตรการดูแลสุขภาพจิตผู้ต้องขังไป ทั่วทุกภาคโดยวิทยากรของโรงพยาบาลจิตเวช สังกัดกรมสุขภาพจิตใช้หลักสูตรที่ได้พัฒนา นำ�ร่องนั้นเป็นคู่มือ ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้เข้าอบรมเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังได้มีการ สำ�รวจสภาวะสุขภาพจิตและกลไกทางจิตของผู้ต้องขังและนักโทษไทยทั่วประเทศ พบว่า กลุม่ ตัวอย่างมีอตั ราสุขภาพจิตตํา่ กว่าคนปกติสงู กว่าประชากรกลุม่ อืน่ ๆ การศึกษาประเภท ของกลไกทางจิตในผู้ตอ้ งขังและนักโทษทีม่ ีคดีแตกต่างกันเป็นข้อมูลที่น่าจะสามารถนำ�ไปสู่ การพัฒนาโปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพจิตใจของผู้ต้องขังและนักโทษตามประเภทความผิด ได้๑๑ เป็นทีน่ า่ เสียดายทีโ่ ครงการดังกล่าวขาดความต่อเนือ่ งแม้วา่ จะมีการเขียนโครงการเพือ่ ของบประมาณไปแล้วก็ตาม เดิมทีผู้เขียนมีความตั้งใจว่าถ้าหากสามารถทำ�โครงการได้ ต่อเนือ่ งก็นา่ จะนำ�ไปสูก่ ารพัฒนาเรือนจำ�ต้นแบบทีม่ รี ะบบการดูแลสุขภาพจิตและจิตเวชของ ผู้ต้องขังได้ตั้งแต่ในระดับรากหญ้าของเรือนจำ� โดยมีรูปแบบของชุมชนช่วยกันดูแลตนเอง เป็นฐานและกิจกรรมดังกล่าวจะเป็นการพัฒนาคน สร้างคุณค่าชีวติ ให้แก่ผตู้ อ้ งขังและนักโทษได้ 32


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

อย่างไรก็ตาม ยังมีกิจกรรมที่พัฒนาสุขภาพจิตผู้ต้องขังที่ทำ�อยู่ในงานประจำ� อยู่บ้าง เนื่องจากกรมสุขภาพจิตได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกรมราชทัณฑ์ เมื่ อ วั นที่ ๒๔ กั น ยายน พ.ศ.๒๕๔๖ให้ นั ก วิ ช าการสุ ข ภาพจิ ต สั ง กั ด กรมสุ ข ภาพจิ ต สนั บ สนุ น วิ ท ยากรจั ด กิ จ กรรมการเรี ย นรู้ ในขอบเขตเนื้ อ หาการดู แ ลสุ ข ภาพจิ ต ให้ กั บ นั ก โทษที่ เ ข้ า สู่ ก ระบวนการเตรี ย มความพร้ อ มก่ อ นปล่ อ ยตั ว ๓๒ นอกจากนี้ ส ถาบั น กัลยาณ์ ราชนคริ นทร์ยังมีกิจกรรมติดตามตรวจประเมิ นความสามารถในการต่ อ สู้ ค ดี ของผู้ ต้ อ งขั ง วิ ก ลจริ ต ที่ ศ าลได้ ส่ ง ตรวจและรายงานต่ อ ศาลเป็ น ระยะ สถาบั นกั ล ยาณ์ ราชนครินทร์ จึงจำ�เป็นต้องจำ�หน่ายผู้ป่วยที่มีภาวะวิกลจริตเรื้อรังและไม่ตอบสนองต่อการ รักษาเท่าที่ควรบางรายกลับเรือนจำ� เนื่องจากได้รับการจัดสรรงบประมาณจำ�กัดเทียบเท่า การบริการจิตเวชทั่วไปจึงจำ�เป็นต้องมีมาตรการดังกล่าว กรมราชทัณฑ์ได้กำ�หนดให้รวม ผู้ต้องขังที่ศาลส่งตรวจให้สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญามาตรา ๑๔ จากทุกเรือนจำ�ไว้ที่เรือนจำ�พิเศษธนบุรี เมื่อผู้ต้องขังสามารถ ต่อสูค้ ดีได้แล้วก็จะมีหนังสือแจ้งให้ศาลเจ้าของคดีทราบเพือ่ ย้ายผูต้ อ้ งขังกลับเรือนจำ�ต้นสังกัด และดำ�เนินตามขั้นตอนการพิจารณาคดีต่อไป ในกรณีทผี่ ตู้ อ้ งขังมีคดีไม่ร้ายแรงมาก มีสภาพร่างกายทีท่ รุดโทรมและยังมีอาการ ของโรคจิตที่ส่งผลให้ต่อสู้คดีไม่ได้ สมควรจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากญาติและ เข้ารับบริการทางการแพทย์ทพี่ ร้อมมากกว่า ทางสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์กจ็ ะทำ�หน้าที่ ประสานกับญาติเพื่อแจ้งให้ทราบ ทั้งประเมินเจตคติและความสามารถในการดูแลผู้ป่วย ในชุมชน รวมทั้งประสานแจ้งข้อมูลทั้งหมดให้ศาลได้ทราบทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรและ มีภาพประกอบเพื่อให้ศาลได้พิจารณาและสืบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม บางรายศาลก็ใช้อำ�นาจ ทางกฎหมายสั่งให้ครอบครัวรับไปดูแล การดำ�เนินงานในลักษณะดังกล่าวเป็นการช่วยให้ ผู้ป่วยจิตเวชที่อ่อนด้อยได้รับการปฏิบัติอย่างมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เนื่องจากผู้ป่วย และครอบครัวไม่สามารถดำ�เนินการด้วยตนเอง อีกทัง้ เจ้าหน้าทีข่ องเรือนจำ�ก็คงไม่สามารถ ดำ�เนินการได้ จากประสบการณ์ที่ทำ�งานกับจำ�เลยที่เป็นผู้ต้องขังซึ่งป่วยด้วยโรคจิตเวชและ กระทำ�ผิดจากผลของความเจ็บป่วยนั้นพบว่า พวกเขาเป็นผู้ที่ไม่สามารถคุ้มครองสิทธิใน การต่อสู้คดีของตนเองได้เนื่องจากขาดความรู้ตัวว่าตนเองป่วย ครอบครัวก็ไม่มีความรู้ด้าน กฎหมายรวมทั้งมีข้อจำ�กัดทางเศรษฐฐานะไม่สามารถประกันตัวผู้ป่วยได้ จึงยากที่จะหา ทนายความว่าความให้ แม้ว่าจะมีประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๗๓ 33


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

กำ�หนดให้ศาลถามจำ�เลยคดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิตหรือในคดีที่จำ�เลยมีอายุไม่เกิน สิบแปดปีในวันที่ถูกฟ้องต่อศาลว่าจำ�เลยมีทนายความหรือไม่ตั้งแต่ก่อนเริ่มพิจารณาคดี ถ้าหากจำ�เลยไม่มี ก็เป็นหน้าที่ของศาลที่ต้องตั้งทนายความให้ หรือในกรณีที่คดีมีอัตรา โทษจำ�คุก ถ้าจำ�เลยไม่มีทนายความและต้องการทนายความก็ให้ศาลตั้งทนายความให้ เช่นกันก็ตาม๓๓ แต่จ�ำ เลยทีย่ งั มีอาการทางจิตโดยเฉพาะทีเ่ หลือแต่อาการ negative symptom ซึ่งกระบวนการยุติธรรมมักจะไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นอาการของผู้ป่วย มักจะได้ รับการประเมินว่าเป็นปกติรวมทั้งญาติของพวกเขาซึ่งขาดการศึกษาอาจจะไม่เข้าใจสิทธิ ดังกล่าวก็ได้ ดังนัน้ การให้ความรูแ้ ก่ญาติในการดำ�เนินการเพือ่ ต่อสูค้ ดีตามสิทธิทางกฎหมาย ดังกล่าวจึงเป็นอีกบทบาทหนึ่งของทีมนิติจิตเวช จึงเห็นได้ว่า บริบทของประเทศไทยมี ความแตกต่างกับบริบทของต่างประเทศที่พัฒนาแล้ว จึงทำ�ให้ไม่สามารถหาอ่านเนื้อหา ดังกล่าวในตำ�รานิติจิตเวชที่ผลิตจากสำ�นักพิมพ์ของประเทศทางตะวันตกได้เลย ในด้านระบบการบริการนิติจิตเวชเด็กและเยาวชนนั้นมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้อง กับระบบของศาลเยาวชนและครอบครัว โดยได้มีการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวขึ้น แทนศาลคดีเด็กและเยาวชนตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธี พิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.๒๕๓๔ ซึ่งศาลเยาวชนและครอบครัวมีอำ�นาจ พิจารณาพิพากษาคดีอาญาที่เด็กและเยาวชนกระทำ�ผิด และคดีเกี่ยวกับครอบครัวที่มีวิธี พิจารณาเป็นพิเศษแตกต่างจากคดีธรรมดา๓๔ ในปี พ.ศ.๒๕๓๗ ฯพณฯ นายประมาณ ชันซือ่ ประธานศาลฎีกาและศาสตราจารย์เริงธรรม ลัดพลี อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและ ครอบครัวกลางสมัยนั้น ได้มีการร่วมกันกับคณะผู้พิพากษาสมทบของศาลคดีเยาวชนและ ครอบครัวได้ชว่ ยกันจัดหางบประมาณ เพือ่ สร้างโรงพยาบาลตุลาการเฉลิมพระเกียรติซงึ่ เป็น หน่วยงานหนึง่ สังกัดสำ�นักงานศาลยุตธิ รรม เพือ่ รองรับภารกิจของศาลเยาวชนและครอบครัว เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งแรกในประเทศไทยทีใ่ ห้บริการแก่เด็กและเยาวชนทีก่ ระทำ�ผิด และมีปญ ั หาตามคำ�สัง่ ศาล๓๕ นอกจากนี้ ในส่วนของกฎหมายนัน้ ได้มกี ารแก้ไขพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๓ เพิ่มเติม เพื่อให้เข้ากับสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปในเวลาต่อมา๒๘

34


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

การพัฒนา ผลักดันและบังคับใช้พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. ๒๕๕๑ : จากบริการเชิงรับสู่การคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยจิตเวชเชิงรุก

กรมสุขภาพจิตได้กำ�หนดกลยุทธในการผลักดันให้มีกฎหมายสุขภาพจิตบังคับใช้ ในประเทศไทยไว้ในแผนพัฒนาสุขภาพจิตตามแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๘ พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๔๓๖ ดังนัน้ ในปีพ.ศ.๒๕๔๐ นายแพทย์อภิชยั มงคล ผูอ้ �ำ นวยการ โรงพยาบาลนิติจิตเวชในสมัยนั้น จึงได้จัดตั้งหน่วยงานภายในที่รับผิดชอบในการศึกษา กฎหมายสุ ข ภาพจิ ต ของประเทศต่ า งๆ และจั ด ให้ มี ก ารสั ม มนาในกลุ่ ม ผู้ บ ริ ห ารของ กรมสุขภาพจิตขึ้น ต่อมาในปีพ.ศ.๒๕๔๑ นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ผู้อำ�นวยการ โรงพยาบาลนิตจิ ติ เวชในสมัยนัน้ ได้ท�ำ การศึกษาเชิงคุณภาพในผูป้ ฏิบตั งิ านด้านกระบวนการ ยุติธรรมและผู้ที่ปฏิบัติงานด้านจิตเวชและสุขภาพจิต พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความเห็น ต่อประเด็นขอบเขตการบังคับรักษาผูท้ มี่ คี วามผิดปกติทางจิตสอดคล้องกัน คือ ควรกำ�หนด ขอบเขตการบังคับรักษาผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตที่มีพฤติกรรมเป็นอันตรายหรือมีความ ก้าวร้าวรุนแรงและขาดความสามารถในการตัดสินใจให้ความยินยอมในการรักษา๓๗ กรมสุขภาพจิตโดยโรงพยาบาลนิตจิ ติ เวชเริม่ ดำ�เนินการพัฒนากฎหมายสุขภาพจิต อย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๕๔๒-๒๕๔๔ โดยใช้ชื่อว่า “โครงการพิจารณา ร่ า งกฎหมายสุ ข ภาพจิ ต ” มี การประชุ ม คณะกรรมการร่า งกฎหมาย ๓ ครั้ ง ทำ � การ ประชาพิ จ ารณ์ แ ละปรั บ แก้ ก่ อ นส่ ง ให้ ก ระทรวงสาธารณสุ ข เพื่ อ ปรั บ แก้ ก่ อ นนำ � เสนอ คณะรั ฐ มนตรี ๓๘ รวมทั้ ง ได้ มี ก ารศึ ก ษาเชิ ง ปริ ม าณในกลุ่ ม การแพทย์ แ ละสาธารณสุ ข กลุ่มยุติธรรมและการควบคุม และกลุ่มปกครองท้องถิ่นต่อประเด็นขอบเขตการบังคับ รักษาผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตในช่วงเวลาดังกล่าว๓๙ เป็นที่น่าเสียดายที่ร่างกฎหมาย ฉบั บ นี้ ไม่ ไ ด้ มี ก ารนำ � เสนอต่ อ สภาผู้ แ ทนราษฎร และในเวลาต่ อ มาคณะกรรมการ ประสานงานสภาผู้ แ ทนราษฎร สำ � นั ก เลขาธิ ก ารรั ฐ มนตรี มี ก ารขอข้ อ มู ล เพิ่ ม เติ ม เมื่ อ วั น ที่ ๒๐ ตุ ล าคม พ.ศ.๒๕๔๗ และอนุ ก รรมการยุ ติ ธ รรมและสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน วุฒิสภาได้เชิญตัวแทนกรมสุขภาพจิตเข้าไปแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายสุขภาพจิต เมือ่ วันที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๗ และได้ให้ความเห็นต่อการผลักดันให้มกี ฎหมายสุขภาพจิต ที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพจิต การป้องกันและการคุ้มครองให้ผู้ที่มีความผิดปกติได้รับการ รักษา เพื่อคุ้มครองประชาชน ญาติและผู้ดูแลที่จะได้รับความเดือดร้อนจากภาวะอันตราย จากความผิดปกติทางจิต๓๘ 35


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

เมื่อกรมสุขภาพจิตรับทราบนโยบายและแนวทางการพัฒนากฎหมายสุขภาพจิต จากองค์การอนามัยโลกจึงได้กำ�หนดนโยบายและแผนการพัฒนากฎหมายสุขภาพจิต พ.ศ.๒๕๔๘-๒๕๕๐ ขึ้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักใน การพัฒนากฎหมายสุขภาพจิต พัฒนาร่างกฎหมายสุขภาพจิตและผลักดันให้มีกฎหมาย สุขภาพจิตทีส่ ามารถบังคับใช้ได้ กรมสุขภาพจิต โดยสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ได้ด�ำ เนินการ พัฒนาตามเจตนารมณ์และแนวทางขององค์การอนามัยโลก ๓ ฉบับ๔๐,๔๑,๔๒ ในปีพ.ศ.๒๕๔๘ มีการแต่งตั้งและประชุมผู้ทรงคุณวุฒิจากทุกภาคส่วนในสังคมที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้มี ความผิดปกติทางจิตในการกำ�หนดกรอบประเด็นกฎหมายสุขภาพจิตและให้ความเห็น เพิ่มเติมหลังจากที่ได้รับรายงานการสรุปการรับฟังความคิดของประชาชนภาคต่างๆ ที่มี ส่วนได้สว่ นเสียกับการดูแล และคุม้ ครองผูม้ คี วามผิดปกติทางจิตจากทัว่ ทุกภาคของประเทศ หลังจากมีการระดมความคิดเห็นอย่างหลากหลาย จากนั้นได้เริ่มมีการยกร่างกฎหมาย สุขภาพจิตโดยคณะกรรมการยกร่างซึง่ มีการประชุมครัง้ แรกเมือ่ วันที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๘ จนได้ร่างกฎหมายสุขภาพจิตเพื่อเสนอต่อกระทรวงสาธารณสุขหลังได้รับการแก้ไขเป็น ร่ างฉบั บ ที่ ๒ แล้ วเสร็จเมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๔๙ จากนั้ นนำ � เข้าสู่ ก ระบวนการ ทำ�ประชาพิจารณ์ทั่วประเทศ ๕ ครั้งระหว่างมกราคมถึงมีนาคม ๒๕๔๙๑๕ รวมทั้งได้สำ�รวจ ความคิดเห็นของจิตแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ นักกิจกรรมบำ�บัดของ โรงพยาบาลและสถาบัน สังกัดกรมสุขภาพจิตรวมทั้งแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาล ชุมชนทั่วประเทศต่อร่างกฎหมายสุขภาพจิตฉบับประชาพิจารณ์๑๖ หลังจากนัน้ ได้น�ำ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะทัง้ หมดเสนอต่อคณะทีป่ รึกษาและ คณะทำ�งานพัฒนากฎหมายสุขภาพจิตเพื่อขอข้อเสนอแนะเพิ่มเติม จากนั้นคณะกรรมการ ยกร่างกฎหมายสุขภาพจิตได้นำ�ข้อเสนอทั้งหมดไปปรับแก้จนได้ร่างกฎหมายสุขภาพจิต ฉบับสมบูรณ์เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๙๑๕ พร้อมที่จะนำ�เสนอต่อกระทรวง สาธารณสุข คณะรัฐมนตรีและสภาผู้แทนราษฎรตามขั้นตอนต่อไป หากแต่กระแสสังคมที่ จะให้ความสำ�คัญต่อการพัฒนากฎหมายสุขภาพจิตอยู่ในระดับตํ่า จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ กรณีผู้ป่วยโรคจิตเภท กระทำ�ความรุนแรงแทงนักเรียนบาดเจ็บสาหัส ๔ คนในโรงเรียน เอกชน ณ ใจกลางกรุงเทพมหานครเมือ่ วันที่ ๙ กันยายน ๒๕๔๙ ซึง่ นอกจากจะมีผลกระทบ ต่อจิตใจของสังคมรวมทั้งผู้ป่วยโรคจิตเวชและญาติในทางลบแล้ว๔๓ สังคมยังมีความสนใจ และตระหนักถึงความจำ�เป็นต้องป้องกันอันตรายจากการกระทำ�ของผูป้ ว่ ยโรคจิตอย่างมาก แต่เจตคติของสังคมเป็นลักษณะของความกลัว โกรธแค้นและรังเกียจเดียดฉันท์ กรมสุขภาพจิต 36


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

จึงได้เสนอต่อสาธารณชนถึงความสำ�คัญของการมีกฎหมายเพื่อคุ้มครองความปลอดภัย ของสังคม การลดภาวะอันตรายของผู้ป่วยโดยให้มีกลไกในการนำ�ผู้ป่วยสู่การบำ�บัดรักษา แต่เมื่อเหตุการณ์สงบ ผู้กระทำ�ผิดได้ถูกควบคุมตัวในกระบวนการรักษาและการดำ�เนินการ ทางคดีอาญา ฝ่ า ยการเมื อ งก็ ม องข้ า มความสำ � คั ญ ในการผลั ก ดั น กฎหมายสุ ข ภาพจิ ต จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่กระตุ้นความสนใจของสังคมอีกครั้งเมื่อมีข่าวว่ามีตำ�รวจจาก สถานีตำ�รวจนครบาลบางซื่อได้ยื่นเรื่องต่อศาลอาญาเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ฟ้องโรงพยาบาลศรีธญ ั ญาว่าคุมตัวแพทย์ อาจารย์ผสู้ อนและเจ้าของโรงเรียนกวดวิชาไว้โดย ๔๔ มิชอบด้วยกฎหมาย และขอให้ศาลไต่สวนเพื่อปล่อยตัวบุคคลในคำ�ร้องตามกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญามาตรา ๙๐๔๕ ประเด็นนี้ได้ทำ�ให้สังคมมีทัศนคติต่อความเจ็บป่วยทาง จิตเปลีย่ นไปจากเดิม เริม่ ตระหนักรูว้ ่าความเจ็บป่วยทางจิตเป็นเรือ่ งใกล้ตวั อาจเกิดกับใคร ก็ได้ ไม่จ�ำ กัดการศึกษา ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม รวมทัง้ ระดับสติปญ ั ญา ขณะเดียวกัน ก็เริ่มตระหนักถึงอุปสรรคในการเข้าถึงบริการบำ�บัดรักษา ผลกระทบที่เสียหายที่เกิดกับ ผู้ป่วยและครอบครัว รวมทั้งเป็นครั้งแรกที่โรงพยาบาลจิตเวชถูกฟ้องโดยพนักงานสอบสวน ในกรณีที่รับผู้ป่วยไว้รักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ เหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจจาก สังคมในระดับกว้างต่อเนื่องทั้งสองเรื่องข้างต้นเป็นกรณีตัวอย่างที่สามารถทำ�ให้บุคลากรที่ ไม่ได้ทำ�งานด้านจิตเวชและสุขภาพจิตเข้าใจถึงความจำ�เป็นในการต้องมีกลไกทางกฎหมาย เพื่ อ คุ้ ม ครองสิ ท ธิ ข องผู้ ที่ มี ค วามผิ ด ปกติ ท างจิ ต และกำ � หนดกระบวนการเพื่ อ ให้ ผู้ ที่ มี ความผิดปกติทางจิตทีม่ ภี าวะอันตรายและมีความจำ�เป็นต้องได้รบั การบำ�บัดรักษาได้รบั การ บำ�บัดรักษาทีไ่ ด้มาตรฐาน ทัง้ นีเ้ พือ่ ป้องกันอันตรายทีจ่ ะเกิดกับผูป้ ว่ ยและสังคมในการชีแ้ จง ทุกขั้นตอนของกระบวนการพัฒนา ร่างและผ่านกฎหมายในเวลาต่อมา

เบื้องหน้าและเบื้องหลังของการพัฒนา การผ่านร่างและการบังคับใช้ พ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ. ๒๕๕๑

กระบวนการพัฒนาร่าง พ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ...... ได้รับความสนใจอีกครั้ง จากฝ่า ยการเมื อ งในรัฐบาลสมัยฯพณฯ พลเอกสุ ร ยุ ท ธ์ จุ ลานนท์ เป็ นนายกรั ฐ มนตรี ประกอบกับการติดตามการดำ�เนินการอย่างใกล้ชิดของอธิบดีกรมสุขภาพจิตสมัยนั้น คือ นายแพทย์ ห ม่ อ มหลวงสมชาย จั ก รพั นธุ์ อี ก ทั้ ง ได้ รั บ ความสนั บ สนุ นทั้ ง ทางตรงและ ทางอ้อมจากปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รวมทั้ง 37


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

นายแพทย์อำ�พล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติที่ได้ช่วยผลักดัน ให้มีการบรรจุร่าง พ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ..... เข้าสู่การประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ วาระแรกเมื่อวันพุธที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐๔๖,๔๗ อีกทั้งได้เร่งรัดการประชุมของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ....ซึง่ นายแพทย์อ�ำ พล จินดาวัฒนะ เป็นเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ชุดนี้ โดยมีนายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ นายแพทย์อภิชัย มงคล กรมสุขภาพจิต ศาสตราจารย์นายแพทย์รณชัย คงสกนธ์ ได้เป็น คณะกรรมการในชุดดังกล่าว๔๕ นายแพทย์ศริ ศิ กั ดิ์ ธิตดิ ลิ กรัตน์ ผูอ้ �ำ นวยการสถาบันกัลยาณ์ ราชนครินทร์ ผู้เขียนและพันตำ�รวจเอกศรีโรจน์ เตชะมีเกียรติชัย จิตแพทย์กลุ่มงานจิตเวช และยาเสพติด โรงพยาบาลตำ�รวจได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้ชี้แจงและแสดง ความคิดเห็นต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ชุดดังกล่าว๔๘ หลังจากที่ได้มีการปรับแก้ร่างพ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ....ครั้งสุดท้ายแล้วจึงได้มี การนำ�เข้าเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติและได้มีมติผ่านร่างพ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ.... ในวาระสองและวาระสามของการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติครั้งที่ ๗๓/๒๕๕๐ เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๐๔๙ จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนการประกาศและบังคับใช้ ต่อไป พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้พระราชบัญญัตสิ ขุ ภาพจิต พ.ศ.๒๕๕๑ ณ วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑ และ มีการประกาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ ๒๕ ตอนที่ ๓๖ ก เมือ่ วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบด้วย ๕ หมวด ๕๓ มาตรา มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายตั้งแต่ วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑๕๐ เป็นต้นมา ในการยกร่างพระราชบัญญัติสุขภาพจิตโดยคณะกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติ สุขภาพจิตทีไ่ ด้รบั การแต่งตัง้ ตามคำ�สัง่ ของกรมสุขภาพจิตที่ ๑๐๘๖/๒๕๔๘ ลงวันที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๘ และคำ�สั่งที่ ๑๐๒๗/๒๕๔๘ ลงวันที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๘ (รายนาม คณะกรรมการสามารถดูได้จากเว็บไซท์ www.thaimentalhealthlaw.com) นั้น ขั้นตอนที่ใช้ เวลาอภิปรายกันนานทีส่ ดุ คือ การออกแบบกฎหมาย การออกแบบโครงสร้างของการบังคับใช้ จากการศึกษามาตรการทางกฎหมายในการบังคับรักษาผู้ป่วยทางจิตอย่างละเอียดลึกซึ้ง๕๑ และการมีประสบการณ์จากการทำ�งานที่เกี่ยวกับการพัฒนากฎหมายหลายฉบับ รวมทั้ง ประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรมและการสัมผัสกับรูปธรรม ที่เป็นจริงในการปฏิบัติงาน เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้มีความผิดปกติทางจิตที่เกี่ยวข้องกับ กฎหมายจึงทำ�ให้การออกแบบกฎหมายสุขภาพจิตของประเทศไทยโดยเฉพาะในกระบวนการ 38


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

นำ�ผู้ป่วยมาสู่การบังคับรักษายังคงให้อำ�นาจในการพิจารณาออกคำ�สั่งโดยคณะกรรมการ ที่มีความรู้และประสบการณ์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยจริง ไม่ต้องไปผ่านการส่งเรื่องไปให้ ศาลหรือคณะกรรมการฝ่ายปกครองเป็นผู้พิจารณาและตัดสินเหมือนในบางประเทศ๕๐ ซึง่ ไม่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย เมือ่ ผูป้ ว่ ยหรือผูด้ แู ลมีความเห็นคัดค้านคำ�สัง่ ของ คณะกรรมการสถานบำ�บัดรักษา กฎหมายก็ได้ก�ำ หนดกระบวนการคุม้ ครองสิทธิโดยให้มกี าร อุทธรณ์ได้ ในฉบับร่างนั้นจะพบว่ามีการออกแบบให้อุทธรณ์ผ่านคณะกรรมการสุขภาพจิต ประจำ�เขตซึ่งผู้แทนขององค์กรผู้ใช้บริการและผู้ดูแลเป็นคณะกรรมการด้วย๑๕ เมื่อร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวผ่านขั้นตอนกลั่นกรองก่อนนำ�เข้ าสู่การประชุม สภานิตบิ ญ ั ญัตแิ ห่งชาติวาระแรกนัน้ ได้มกี ารเสนอจาก นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ซึง่ ท่านเป็น คณะกรรมการกลัน่ กรองในชุดนัน้ ได้พจิ ารณาว่าอำ�นาจหน้าทีข่ องคณะกรรมการสุขภาพจิต เขตที่สำ�คัญ คือ การอุทธรณ์ ส่วนอำ�นาจหน้าที่ในการติดตามกำ�กับการปฏิบัติงานของ สถานบำ � บั ด รั ก ษาให้ เป็ น ไปตามมาตรฐานนั้ น มี ห น่ ว ยงานด้ า นบริ ห ารที่ ทำ � หน้ า ที่ นี้ ประจำ�อยู่แล้ว เพื่อไม่ให้การรับเรื่องและพิจารณาอุทธรณ์เป็นหลายมาตรฐานและน่าจะ มีจำ�นวนเรื่องที่อุทธรณ์ไม่มาก ท่านจึงได้เสนอให้ตัดส่วนนี้ออก แล้วให้มีคณะกรรมการ อุทธรณ์เพียงชุดเดียว คณะกรรมการยกร่างจึงได้นำ�ความคิดเห็นในส่วนนี้และส่วนอื่นๆ ที่คณะกรรมการกลั่นกรองได้ให้ความเห็นไว้เพื่อให้คณะกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติ สุขภาพจิตไปปรับ โดยได้เสนอความคิดเห็นดังกล่าวในการประชุมของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ.... คณะกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติสุขภาพจิตยังให้ความสำ�คัญและใช้เวลา ในการอภิปรายและยกร่างหมวดที่ว่าด้วยสิทธิของผู้ป่วยอีกด้วย เพราะเหตุว่าหลักการของ กฎหมายสุขภาพจิตเป็นการกำ�หนดมาตรการเพื่อคุ้มครองสังคมจากภยันตรายที่จะเกิดขึ้น จากผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตและมีภาวะอันตรายในขณะเดียวกันก็เป็นการคุ้มครองผู้ป่วย จิตเวชเองให้ได้รบั การบำ�บัดรักษา โดยถือว่าผูท้ จี่ ะต้องถูกนำ�ตัวมาบำ�บัดรักษานัน้ เป็นผูป้ ว่ ย มิใช่ผู้ต้องหาเพราะเขายังไม่ได้กระทำ�ผิด ดังนั้นกระบวนการบำ�บัดรักษาจึงต้องคำ�นึงถึง สิทธิผู้ป่วยและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นสำ�คัญ พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ.๒๕๕๑ จึงมีโครงสร้างให้มีคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติซึ่งมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายก รั ฐ มนตรี เป็ น ประธานกรรมการ มี รั ฐ มนตรี ก ระทรวงสาธารณสุ ข เป็ น รองประธาน มีขา้ ราชการซึง่ เป็นผูบ้ ริหารระดับสูงสุดของหน่วยงานราชการจากหลายกระทรวงทีเ่ กีย่ วข้อง ผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาวิชาชีพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาผู้มีความผิดปกติทางจิต 39


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

และองค์กรนิติบุคคลที่เป็นปากเสียงแทนผู้ป่วยซึ่งทำ�หน้าที่ในการกำ�หนดนโยบายและ มาตรการในการคุม้ ครองสิทธิของผูม้ คี วามผิดปกติทางจิต การเข้าถึงบริการทางด้านสุขภาพ และการอยู่ร่วมกันในสังคม การวาง กฎระเบียบ แบบหนังสือเพื่อการดำ�เนินการบังคับใช้ กฎหมาย การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องเป็นต้น นอกจากนี้ มี ก ารกำ � หนดหน้ า ที่ องค์ ป ระกอบ และแนวทางการดำ � เนิ นงาน ของคณะกรรมการสถานบำ�บัดรักษาซึ่งเป็นคณะกรรมการในระดับปฏิบัติการ เพื่อให้ มาตรการบังคับรักษาบุคคลที่มีความผิดปกติทางจิตที่จำ�เป็นต้องได้รับการบำ�บัดรักษา ได้รับ การตรวจ ประเมิน วินิจฉัยและมีคำ�สั่งการรั ก ษาอย่างรอบคอบ องค์ ป ระกอบ ของคณะกรรมการสถานบำ � บั ด รั ก ษาจึ ง ประกอบด้ ว ยวิ ช าชี พ ทางการแพทย์ ได้ แ ก่ จิตแพทย์ แพทย์ พยาบาลจิตเวช นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์และวิชาชีพทาง สั ง คม คื อ นั ก กฎหมาย ได้ เคยมี ก ารเสนอความคิ ด เห็ น ให้ เพิ่ ม องค์ ป ระกอบของ คณะกรรมการสถานบำ�บัดรักษาโดยเพิม่ ผูแ้ ทนของผูใ้ ช้บริการและผูด้ แู ล และ/หรือตัวแทน ขององค์กรปกครองท้องถิ่นด้วย แต่ตัวแทนของผู้ใช้บริการและผู้ดูแล (ผู้ป่วยและญาติ) ซึ่งเป็นคณะที่ปรึกษาและคณะทำ�งานการพัฒนากฎหมายสุขภาพจิตได้เสนอความคิดเห็น ยืนยันที่จะขอให้คงองค์ประกอบเดิมไว้ เนื่องจากเห็นว่าผู้ที่จะมาตัดสินและออกคำ�สั่งบังคับ รักษาต้องเป็นผูท้ มี่ คี วามรู้ มีความเชีย่ วชาญ มีประสบการณ์ในการรักษาและต้องการให้การ พิจารณาไม่ขยายวงออกไป ต้องการให้ค�ำ นึงถึงการรักษาความลับของผูป้ ว่ ย คณะกรรมการ ยกร่างพระราชบัญญัตสิ ขุ ภาพจิตให้ความเคารพและความสำ�คัญต่อความคิดเห็นจากตัวแทน ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง คือ ผู้ป่วยและญาติ จึงคงองค์ประกอบของคณะกรรมการ สถานบำ�บัดรักษาไว้ตามร่างเดิม รวมทั้ง ยังได้ให้ความสำ�คัญต่อสิทธิของผู้ป่วย โดยกำ�หนดขึ้นมาเป็นหมวด เฉพาะทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วยจิตเวชได้รับความคุ้มครองที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะถือว่าเป็นผู้ที่ อ่อนด้อยซึ่งต้องได้รับความคุ้มครองเป็นพิเศษ๕๐ ได้แก่ (๑) สิทธิของความยินยอมที่ได้รับ การบอกกล่าว การบำ�บัดรักษาจะกระทำ�ได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยหรือ ผู้ที่ให้ความยินยอมแทน ทั้งนี้ผู้ที่ให้ความยินยอมแทนนอกจากเป็นบุคคลที่มีบัญญัติใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้วยังเป็นผู้ที่ดูแลผู้ป่วยจริงๆ ในทางพฤตินัยซึ่งกำ�หนด จากประสบการณ์การดูแลบำ�บัดรักษาผูป้ ว่ ยจิตเวชทางคลินกิ และในชุมชน กฎหมายอนุญาต ให้มีการบังคับรักษาโดยไม่จำ�เป็นต้องได้รับความยินยอมโดยกำ�หนดข้อบ่งชี้ไว้ ๒ ประการ คือ บุคคลนั้นมีภาวะอันตรายหรือบุคคลนั้นมีความจำ�เป็นต้องได้รับการบำ�บัดรักษาและ เขาเป็นผู้ขาดความสามรถในการตัดสินใจให้ความยินยอมรับการรักษา (๒) สิทธิของการ 40


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ได้รับการปกปิดข้อมูลความเจ็บป่วยไว้เป็นความลับ เนื่องจากนอกจากจะคุ้มครองไม่ให้ สิทธิสว่ นตัวของผูป้ ว่ ยไม่ถกู ละเมิดแล้วยังเป็นการป้องกันการเกิดความเสียหาย และตราบาป ที่จะเกิดกับผูป้ ่วยและครอบครัวอีกด้วย ยกเว้นในกรณีที่อาจเกิดอันตรายต่อผู้ป่วยหรือผู้อื่น เพือ่ ความปลอดภัยต่อสาธารณชน และมีกฎหมายเฉพาะบัญญัตใิ ห้ตอ้ งเปิดเผย เช่น เมือ่ เป็น คำ�สั่งศาล (๓) สิทธิที่จะได้รับการบำ�บัดรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์โดยได้รับการ สนับสนุนจากรัฐ มีการกำ�หนดว่าการผูกมัดร่างกายหรือการแยกผู้ป่วยจะต้องกระทำ� ภายใต้มาตรฐานวิชาชีพ และให้ทำ�ได้ในกรณีที่ป้องกันการเกิดอันตรายต่อผู้ป่วยและบุคคล อื่นเท่านั้น ส่วนการบำ�บัดรักษาพิเศษที่ต้องล่วงลํ้าเข้าไปในร่างกายผู้ป่วยซึ่งอาจทำ�ให้เกิด ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายหรืออาจเป็นผลทำ�ให้ไม่สามารถแก้ไขให้ร่างกายกลับคืนสู่ สภาพเดิมได้ เช่น การรักษาด้วยไฟฟ้า การทำ�หมัน การผ่าตัดระบบประสาทและสมอง จะกระทำ�ได้ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยหรือผู้แทนเท่านั้น โดยผู้ป่วยหรือผู้แทน จะต้องได้รบั คำ�อธิบายเกีย่ วกับวิธกี ารรักษา ประโยชน์ทจี่ ะได้รบั ผลดีและภาวะแทรกซ้อนที่ จะเกิดขึน้ ยกเว้นกรณีฉกุ เฉินหรือมีความจำ�เป็นอย่างยิง่ เพือ่ ประโยชน์ของผูป้ ว่ ย หากมิได้รบั การรักษาจะเกิดอันตราย การบำ�บัดรักษาดังกล่าวต้องได้รบั ความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ จากคณะกรรมการสถานบำ�บัดรักษาเท่านั้น คณะผู้บำ�บัดรักษาต้องปรับเปลี่ยนจากเจตคติ และแนวปฏิบตั เิ ดิมทีอ่ าจเคยให้จติ แพทย์เป็นมีผอู้ �ำ นาจตัดสินใจแทน กรณีทผี่ ปู้ ว่ ยไม่สามารถ ตัดสินใจยินยอมได้หรือกรณีทไี่ ม่สามารถติดตามให้ผมู้ อี �ำ นาจตัดสินใจแทนให้ความยินยอม ได้มาเป็นการปฏิบตั ติ ามบทบัญญัตขิ องกฎหมาย ผูบ้ �ำ บัดรักษาเป็นผูท้ มี่ คี วามรูท้ างวิชาการ จิตเวช มีความเชี่ยวชาญในการรักษาด้วยวิธีการต่างๆ ทราบข้อบ่งชี้ ผลดี ผลเสียของการ รักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ในแต่ละห้วงเวลา คำ�นึงถึงผลลัพธ์ของการรักษา เป็นสำ�คัญจึงอาจทำ�ให้มองข้ามความสำ�คัญของการให้ความยินยอมในกรณีที่ทำ�หัตถการ ในขณะที่บุคคลต่างวิชาชีพและสังคมทั่วไปมีความรู้ และความรับรู้ที่ไม่ตรงกันกับผู้บำ�บัด รักษาจึงให้ความสำ�คัญกับสิทธิของการได้รับการบอกกล่าว การให้ความยินยอม และการ ตัดสินใจที่ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบของคณะบุคคลอย่างเป็นเอกฉันท์๔๖ และ (๔) สิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองจากการวิจัยทางคลินิก ได้มีการกำ�หนดหลักเกณฑ์ว่าต้องการ วิจัยที่ผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน ต้องได้ รับการอธิบายและความยินยอมจากผู้ป่วยหรือผู้แทนและสามารถยุติการเข้าร่วมการวิจัย นัน้ ๆได้ ดังนัน้ การวิจยั ทีก่ ระทำ�กับผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชจะต้องมีเหตุผลและมีจดุ มุง่ หมายทีช่ ดั เจน เพื่อประโยชน์ต่อผู้ป่วยและสังคม มิใช่เพียงเพื่อสร้างผลงานวิชาการเท่านั้น๕๑ 41


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

กระบวนการนำ�ส่งผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตที่มีภาวะอันตรายและมีความจำ�เป็น ต้องได้รับการบำ�บัดรักษาและบุคคลนั้นขาดความสามารถในการตัดสินใจให้ความยินยอม รับการรักษาเพือ่ ให้เข้าสูก่ ระบวนการบำ�บัดรักษานัน้ ได้ค�ำ นึงถึงบริบททีเ่ ป็นจริงในสังคมไทย ซึง่ มีระบบบริการสุขภาพตัง้ แต่ปฐมภูมจิ นถึงตติยภูมิ หน่วยบริการปฐมภูมเิ ป็นหน่วยบริการ พื้นฐานที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในหน่วยบริการดังกล่าวมีความ ใกล้ชดิ กับปัญหา มีความสัมพันธ์ทแี่ นบแน่นกับชุมชนและหน่วยงานอืน่ ๆ ในพืน้ ทีเ่ ช่น ตำ�รวจ พนักงานฝ่ายปกครอง ดังนั้นเมื่อมีผู้พบเห็นผู้ป่วยทางจิตซึ่งมีข้อบ่งชี้ต้องได้รับการรักษา ดังกล่าวในชุมชนก็สามารถนำ�ตัวเพือ่ ส่งประเมินในเบือ้ งต้นได้ เป็นการเพิม่ การเข้าถึงบริการ ให้แก่ผปู้ ว่ ย นอกจากนีก้ ารส่งต่อให้กบั หน่วยงานทีม่ คี วามเชีย่ วชาญเฉพาะทางจิตเวช (ในทีน่ ี้ คือ สถานบำ�บัดรักษา) กรณีที่แพทย์และพยาบาลที่ประเมินอาการเบื้องต้นเห็นว่าจะต้อง มีคำ�สั่งบังคับรักษานั้นก็ออกแบบให้สอดคล้องกับระบบส่งต่อที่มีการปฏิบัติเป็นประจำ�อยู่ แล้ว ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ยังได้ระบุกระบวนการนำ�ส่งผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตซึ่งมี ข้อบ่งชีต้ อ้ งได้รบั การบำ�บัดรักษาทีถ่ กู คุมตัวในสถานคุมตัวของรัฐ หรือคุมความประพฤติตาม คำ�สัง่ ศาลให้สามารถเข้าถึงบริการได้ซงึ่ บทบัญญัตทิ เี่ กีย่ วข้องนีก้ ไ็ ด้จากการศึกษาวิจยั ๒๙และ จากประสบการณ์ตรงในการทำ�งานของคณะกรรมการยกร่างพระราชบัญญัตสิ ขุ ภาพจิตทีไ่ ด้ สัมผัสถึงผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวที่มีความด้อยโอกาสมากกว่าผู้ป่วยที่อยู่ในสังคมทั่วไป ส่วนในประเด็นของการพิจารณามีคำ�สั่งบังคับรักษาก็ได้มีการกำ�หนดรูปแบบ และเกณฑ์ให้บังคับรักษาในโรงพยาบาลและนอกโรงพยาบาล ให้มีก ารทบทวนคำ�สั่ง บังคับรักษาแบบผู้ป่วยในเป็นระยะโดยคณะกรรมการสถานบำ�บัดรักษาเอง ซึ่งรูปแบบนี้ เป็นรูปแบบที่ยืดหยุ่นและปฏิบัติได้ง่ายกว่าที่จะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการ ทบทวนสุขภาพจิตที่เป็นองค์กรภายนอก๕๐ รวมทั้งในการสั่งจำ�หน่ายผู้ป่วยตามคำ�สั่ง บังคับรักษาออกจากโรงพยาบาลก็ได้ให้อำ�นาจแพทย์ผู้รักษาซึ่งเป็นวิธีการที่ปฏิบัติตาม ปกติอยู่แล้ว เพียงแต่เพิ่มการแจ้งให้คณะกรรมการสถานบำ�บัดรักษาทราบ การคงให้ แพทย์มีอำ�นาจสั่งจำ�หน่ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลแทนการกำ�หนดให้คณะกรรมการ สถานบำ � บั ด รั ก ษาพิ จ ารณาและมี คำ � สั่ ง จำ � หน่ า ยตามร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ สุ ข ภาพจิ ต พ.ศ.... ฉบั บ ที่ ผ่ า นมติ ค ณะรั ฐ มนตรี นั้ น ได้ รั บ การแก้ ไขในที่ ป ระชุ ม คณะกรรมการ กฤษฎี ก าซึ่ ง ให้ ค วามสำ � คั ญ กั บ เสรี ภาพของบุ ค คลที่ จ ะอยู่ ในสั ง คม จึ ง ได้ เปลี่ ย นสาระ ของบทบั ญ ญั ติ ในฉบับร่ างเพื่อลดขั้นตอนการดำ � เนิ นการปล่ อ ยตั ว ของผู้ ป่ ว ยสู่ สั ง คม ๔๖ มีการกำ�หนดให้มีการเตรียมความพร้อมก่อนจำ�หน่ายและติดตามผู้ป่วยที่ถูกบังคับรักษา 42


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

แบบผู้ป่วยในหลังจำ�หน่ายไว้ในส่วนการฟื้นฟูสมรรถภาพซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานของ โรงพยาบาลคุณภาพเรื่องการเตรียมจำ�หน่ายและการดูแลต่อเนื่องในหมวดการดูแลรักษา ผู้ป่วย แม้ว่าจะมีบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๔ ที่ คุ้มครองผู้ต้องหาหรือจำ�เลยที่วิกลจริตให้ได้รับการตรวจและรักษาจากแพทย์จนกว่าจะ ต่อสู้คดีได้๖ และประมวลกฎหมายอาญาที่กำ�หนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการพิจารณาคดี ผูป้ ว่ ยจิตเวชคดีเกีย่ วกับความรับผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๖๕๑๑ และ มาตรา ๕๖๕๔ รวมทั้งการสั่งคุมตัวบังคับรักษาในสถานพยาบาลกรณีมีภาวะอันตรายตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๔๘๑๐ และสั่งรักษาตัวตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๕๖(๔)๕๓ แล้วก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติก็ยังมีปัญหาอยู่หลายประการ เพื่อให้การดำ�เนินคดี กับผูป้ ว่ ยจิตเวชชัดเจนขึน้ จึงได้มกี ารกำ�หนดหมวดผูป้ ว่ ยคดีขนึ้ ในพระราชบัญญัตสิ ขุ ภาพจิต พ.ศ.๒๕๕๑๕๑ โดยกำ�หนดให้พนักงานสอบสวนหรือศาลส่งตัวผู้ต้องหาหรือจำ�เลยไปรับ การตรวจทีส่ ถานบำ�บัดรักษาพร้อมทัง้ รายละเอียดพฤติการณ์แห่งคดี เพือ่ ให้ได้ขอ้ มูลประกอบ การประชุมวินิจฉัยทางนิติจิตเวชโดยเร็ว เนื่องจากประสบการณ์ตรงในการปฏิบัติงานนั้น พบว่าหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมไม่เข้าใจความจำ�เป็นที่คณะตรวจวินิจฉัยทาง นิติจิตเวชต้องทราบเกี่ยวกับพฤติการณ์แห่งคดี เพื่อประกอบการประเมินความสามารถใน การต่อสู้คดี ความรับผิดทางอาญาและภาวะอันตราย จึงทำ�ให้พบว่ามีการส่งข้อมูลช้าหรือ ไม่ส่งให้หรือส่งให้ไม่ครบ จึงทำ�ให้ได้ข้อมูลไม่เพียงพอต่อการพิจารณาวินิจฉัยที่ครอบคลุม ถูกต้องและรวดเร็ว นอกจากเหตุ ผ ลดั ง กล่ า วแล้ ว ผู้ เ ขี ย นยั ง ได้ แ นวคิ ด ที่ ให้ มี พ นั ก งานสอบสวน หรื อ ศาลส่ ง รายละเอี ย ดพฤติ การณ์ แห่ ง คดี ม าพร้ อ มกั บ การส่ ง ผู้ ต้ อ งหาหรื อ จำ � เลยไป ตรวจสภาพจิตตามที่กฎหมายกำ�หนดนั้นเมื่อครั้งได้เป็นหัวหน้าคณะศึกษาดูงานระบบ บริการจิตเวช ณ เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๔ ซึง่ หน่วยบริการนิตจิ ติ เวชสามารถดำ�เนินการได้รวดเร็วเนือ่ งจากมีกฎหมายกำ�หนด การกำ�หนดให้มีการประเมินและรายงานความสามารถในการต่อสู้คดีเป็นระยะในกรณีที่ ผู้ป่วยยังไม่สามารถต่อสู้คดีได้ และการรายงานผลการบำ�บัดรักษาจำ�เลยที่ศาลส่งรักษา เพื่อเป็นการกำ�หนดตัวชี้วัดคุณภาพงานบริการนิติจิตเวช ทั้งนี้ ในอดีตเมื่อไม่มีข้อกำ�หนด ดั ง กล่ า ว พบว่ า ขาดการทบทวนกรณี ผู้ ป่ ว ยอย่ า งสมํ่ า เสมอทำ � ให้ ผู้ ป่ ว ยบางรายอยู่ ใน โรงพยาบาลนานกว่าที่กฎหมายกำ�หนด หรือบางรายอยู่ในโรงพยาบาลนานเกินความ 43


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

จำ�เป็น นอกจากนี้ การจัดทำ�รายงานต่อศาลอย่างสมํา่ เสมอยังเป็นวิธหี นึง่ ทีจ่ ะทำ�ให้ศาลได้มี ความรูค้ วามเข้าใจความเจ็บป่วยและกระบวนการบำ�บัดรักษาทางจิตเวชได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกด้วย๕๓ เมื่อพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ.๒๕๕๑ ที่ผ่านกระบวนการพัฒนาอย่างมี ส่วนร่วมจากผูม้ สี ว่ นได้สว่ นเสียในทุกขัน้ ตอนทีร่ ะบุตามแนวทางขององค์การอนามัยโลกแล้ว การบังคับใช้กฎหมายจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีการดำ�เนินการเพื่อให้มีคณะกรรมการสุขภาพจิต แห่งชาติโดยการกำ�หนดระเบียบเกี่ยวกับคุณสมบัติ การแต่งตั้งและการเลือกตั้งกรรมการ ที่มาจากส่วนที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนองค์กรเอกชนที่เป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ เพื่ อ คุ้ ม ครองดู แ ลผู้ มี ค วามผิ ด ปกติ ท างจิ ต ในคณะกรรมการสุ ข ภาพจิ ต แห่ ง ชาติ แ ละ คณะกรรมการอุทธรณ์ไปพร้อมๆ กันให้แล้วเสร็จทันตามทีร่ ะบุในบทเฉพาะกาล ผูท้ รงคุณวุฒิ สาขาการแพทย์จิตเวชได้รับการเสนอชื่อจากคณะกรรมการอำ�นวยการสมาคมจิตแพทย์ แห่งประเทศไทยให้เป็นคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ คือ พล.ต.นพ.วีระ เขื่องศิริกุล และได้เสนอชือ่ รศ.นพ.ณรงค์ สุภทั รพันธุ์ เป็นคณะกรรมการอุทธรณ์ ส่วนผูเ้ ขียนได้รบั การ เลือกตัง้ ให้เป็นผูแ้ ทนองค์กรภาคเอกชนฯ ในคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ ในระหว่างนัน้ ยังจำ�เป็นต้องเร่งดำ�เนินการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อยกร่างระเบียบและประกาศที่มีการ ระบุไว้ในพระราชบัญญัติฯ ซึ่งจะต้องกำ�หนดรายละเอียดที่เป็นรูปธรรมขึ้นคณะกรรมการ ชุดดังกล่าวส่วนหนึง่ มาจากคณะกรรมการยกร่างพระราชบัญญัตสิ ขุ ภาพจิต ได้มกี ารแต่งตัง้ นั ก กฎหมายจากหน่ ว ยงานที่ ต้ อ งกลั่ นกรองกฎระเบี ย บตามกฎหมายของกระทรวง สาธารณสุขเข้าเป็นคณะทำ�งานเพิม่ เติมตามแนวคิดของการทำ�งานแบบมีสว่ นร่วม หลังจาก ที่ต้องเร่งจัดทำ�ให้แล้วเสร็จได้มีการนำ�ร่างระเบียบและประกาศทั้งหลายเข้าสู่การพิจารณา เพื่อขอความเห็นปรับปรุงแก้ไขในที่ประชุมจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งมีผู้แทน ของผู้ป่วยและญาติเข้าร่วมประชุมซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ณ โรงแรมริชมอนด์ ในครั้งนั้นมี รศ.นพ.ณรงค์ สุภัทรพันธุ์ ตัวแทนจากราชวิทยาลัยจิตแพทย์ แห่ ง ประเทศไทยและพ.อ.หญิ ง นวพร หิ รั ญ วิ วั ฒ น์ กุ ล ตั ว แทนจากสมาคมจิ ต แพทย์ แห่งประเทศไทยเข้าร่วมประชุมด้วย โดยที่ประชุมได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและร่วมกัน ปรับถ้อยคำ�ให้เหมาะสม โดยเฉพาะความเห็นจากตัวแทนของสำ�นักงานอัยการสูงสุด สภาทนายความและสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยที่ได้กรุณาปรับถ้อยคำ�เพื่อลด ความเสี่ยงต่อการที่แพทย์จะถูกฟ้องร้องในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ รวมทั้ง ผู้ แทนจากฝ่ า ยสั ง คมสงเคราะห์ ที่ ให้ ข้ อ ชี้ แนะในการบริ ห ารจั ด การเพื่ อ ให้ ก ารกำ � หนด 44


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

หน่วยงานด้านสงเคราะห์และสวัสดิการเป็นไปตามความเป็นจริงและมีการกำ�หนดอย่างมี ส่วนร่วมจากผู้บริหารต่างหน่วยงาน คณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติได้พิจารณาและลงมติเห็นชอบต่อร่างระเบียบ และประกาศต่างๆ ในการประชุมครัง้ แรกเมือ่ พฤหัสบดีที่ ๒๖ มิถนุ ายน พ.ศ.๒๕๕๑ อย่างไร ก็ตาม ขั้นตอนการประกาศใช้อย่างถูกต้องตามกฎหมายนั้นมีอุปสรรคจากผลกระทบของ เหตุการณ์ทางการเมืองที่ไม่สงบ ทำ�ให้การประกาศซึ่งต้องลงนามโดยฝ่ายการเมืองและ ต้องมีการประกาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษาต้องเลื่อนระยะเวลาออกไปจนสถานการณ์ ทางการเมืองสงบพอสมควรแล้วจึงได้มีการประกาศใช้ในเวลาต่อมา การกำ�หนดสถานบำ�บัดรักษาตามกฎหมายฉบับนี้นั้น นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิตได้ให้นโยบายว่าขอให้เป็นความสมัครใจ ท่านปรารถนาที่จะเห็นการ บังคับใช้กฎหมายเกิดจากความเข้าใจและความพร้อม โดยเน้นเรื่องการสื่อสารเพื่อเผยแพร่ เจตนารมณ์และสาระของกฎหมายให้สถานพยาบาลต่างๆ ได้เข้าใจ พร้อมกันนี้ได้มีการ สอบถามความพร้อมและความสมัครใจไปยังโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิและตติยภูมิทุกแห่ง มีโรงพยาบาลที่สมัครเป็นสถานบำ�บัดรักษาในรอบแรกซึ่งอยู่นอกสังกัดกรมสุขภาพจิตถึง ๒๓ แห่ง๕๕ มากกว่าที่ผู้เขียนได้ประมาณการไว้มาก จากการสอบถามในรอบที่สอง พบว่า มีหน่วยงานเสนอชือ่ เข้ามาเพิม่ เติมจากรอบแรกเป็นสองเท่า ปัจจุบนั อยูร่ ะหว่างรวบรวมเพือ่ ดำ�เนินการประกาศตามขั้นตอนต่อไป การที่จะทำ�ให้พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ.๒๕๕๑ สามารถบังคับใช้สมดัง เจตนารมณ์ เพื่อให้ผู้มีความผิดปกติทางจิตซึ่งอ่อนด้อยความสามารถในการตัดสินใจได้รับ การรักษา และให้ความสำ�คัญต่อการคุ้มครองสิทธิมากกว่าผู้ป่วยทั่วไป และเพื่อคุ้มครอง สังคมจากอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากพฤติกรรมของผู้ป่วยจิตเวชนั้นต้องอาศัยความเข้าใจ ร่วมกันทั้งในเรื่องความจริงที่เกี่ยวกับผู้ป่วยจิตเวช และความร่วมมือของบุคลากรทางด้าน สาธารณสุข บุคลากรในกระบวนการยุติธรรมรวมทั้งสื่อมวลชน อีกทั้งจะต้องมีการเตรียม อัตรากำ�ลังและงบประมาณเพือ่ การดำ�เนินงานบำ�บัดรักษา ฟืน้ ฟูสมรรถภาพและสงเคราะห์ ช่วยเหลือผูป้ ว่ ยในสถานบำ�บัดรักษาและในชุมชน รวมถึงสนับสนุนองค์กรทีใ่ ห้ความช่วยเหลือ ผูป้ ว่ ยจิตเวชด้วย๕๒,๕๖ การสือ่ สารเพือ่ เผยแพร่ความรูค้ วามเข้าใจให้กบั เครือข่ายผูป้ ฏิบตั งิ าน ตามกฎหมายอย่างถูกต้องและทั่วถึงเป็นสิ่งที่จำ�เป็น รวมทั้งสถานศึกษาที่ผลิตบุคลากร สาขาอาชีพต่างๆ ที่มีส่วนในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ.๒๕๕๑ จะต้อง มีการสอนและจัดกระบวนการเรียนรูต้ ามเจตนารมณ์และสาระของบทบัญญัตทิ เี่ กีย่ วข้องใน หลักสูตรต่อไป 45


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

บุ ค คลที่ มี ส่ ว นสำ � คั ญ อย่ า งมากต่ อ การพั ฒ นา ผลั ก ดั น ผ่ า นและบั ง คั บ ใช้ พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ.๒๕๕๑ ที่สมควรได้รับการยกย่อง คือ ศาตราจารย์ นายแพทย์วิทูรย์ อึ้งประพันธ์ อาจารย์นิติเวชที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านกฎหมายที่ ทำ�งานในการพัฒนากฎหมายทางการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศ ศาสตราจารย์ แสวง บุญเฉลิมวิภาส อาจารย์คณะนิตศิ าสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทอี่ ทุ ศิ ตนให้แก่การ พัฒนากฎหมายทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข ซึง่ ท่านเป็นผูม้ คี วามรูแ้ ละประสบการณ์ อย่างสูงด้านนิตจิ ติ เวช ท่านผูพ้ พิ ากษาชิงชัย ศรประสิทธิ์ ผูซ้ งึ่ ทำ�งานด้วยการศึกษาเกีย่ วกับ องค์ความรู้ด้านนิติจิตเวชอย่างจริงจังโดยไม่ประสงค์ออกนาม อาจารย์ประเวศ อรรถศุภผล ผู้อำ�นวยการฝ่ายกฎหมายสวัสดิการสังคม สำ�นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งเป็นผู้มี ประสบการณ์ในการร่าง ตรวจสอบกฎหมายทีเ่ กีย่ วข้องกับการแพทย์ สาธารณสุขและสังคม รวมทั้งเป็นคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรหลายคณะ นายแพทย์วิสัย พฤกษะวัน อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม ผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในด้านการแพทย์ ราชทัณฑ์และด้านกฎหมาย อาจารย์อ�ำ นาจ บุปผามาศ ทนายความทีม่ ปี ระสบการณ์ในการ พิทกั ษ์สทิ ธิของผูอ้ อ่ นด้อยทางสังคม รวมทัง้ รองศาสตราจารย์ ดร. บรรเจิด สิงคะเนติ ภาควิชา กฎหมายมหาชน คณะนิตศิ าสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทุกท่านทีไ่ ด้เอ่ยนามมาแล้วนัน้ เป็นแบบอย่างของบุคลากรที่เสียสละเวลาส่วนตัว เพื่อทำ�งานพัฒนากฏหมายสุขภาพจิต โดยใช้วนั หยุดซึง่ ควรเป็นวันพักผ่อนส่วนตัวและได้ให้ความช่วยเหลือในการทำ�ความเข้าใจกับ คณะกรรมการชุดต่างๆ รวมทั้งได้ให้ข้อเสนอแนะและกำ�ลังใจต่อผู้ปฏิบัติงานมาโดยตลอด นอกจากนี้ยังมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย พอเพียง นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากที่ได้มีโอกาส ทำ�งานกับเครือข่ายบุคคลากรนอกวงการจิตเวชที่มีจุดประสงค์และเป้าหมายในการทำ�งาน ร่วมกัน ดังนัน้ กฎหมายสุขภาพจิตฉบับนีจ้ งึ เกิดจากการทำ�งานแบบพหุภาคี การมีสว่ นร่วม การรับฟังและเคารพความคิดเห็นซึง่ กันและกัน การแสวงหาจุดร่วมบนความเห็นทีแ่ ตกต่าง การวิเคราะห์และหาข้อสรุปทางสายกลางระหว่างความคิดที่หลากหลายและสอดคล้องกับ บริบทของสังคมไทย ความยืดหยุน่ ความกล้าแสดงความคิดเห็นแบบตรงไปตรงมาบนท่าที ที่อ่อนน้อมเป็นปัจจัยแห่งความสำ�เร็จของการได้มาซึ่งกฎหมายสุขภาพจิตของประเทศไทย การทีจ่ ะบังคับใช้กฎหมายเพือ่ คุม้ ครองศักดิศ์ รีและสิทธิของผูป้ ว่ ยจิตเวชโดยผูป้ ฏิบตั มิ คี วาม สมัครใจและมีความสุขจากการทำ�งานยังคงเป็นสิ่งที่ท้าทายและมีคุณค่าควรที่จิตแพทย์ ทัง้ หลายจะได้รว่ มกันเป็นส่วนหนึง่ ทีจ่ ะแบ่งปันความสุขให้กบั ผูป้ ว่ ย ครอบครัวและสังคมไทย ต่อไป 46


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

บทบาทของจิตแพทย์ในด้านนิติจิตเวชทางสังคม

อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาทีผ่ า่ นมา พบว่า มีจติ แพทย์หลายท่านทีม่ บี ทบาทด้าน นิตจิ ติ เวชทางสังคม (social legal psychiatry) ได้แก่ การมีสว่ นร่วมผลักดันกฎหมายทีเ่ กีย่ วข้อง กับการดูแลรักษาผู้ป่วยจิตเวชที่เกี่ยวข้อง เช่น ศาสตราจารย์นายแพทย์รณชัย คงสกนธ์ ทีม่ สี ว่ นผลักดันพระราชบัญญัตฟิ นื้ ฟูสมรรถภาพผูต้ ดิ สารเสพติด พ.ศ.๒๕๔๕ และกฎหมาย ทีเ่ กีย่ วข้องอืน่ ๆ อีกหลายฉบับ พ.ญ.เบญจพร ปัญญายงทีม่ สี ว่ นร่วมผลักดันพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้ถูกกระทำ�ความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.๒๕๕๐ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นอีกหลาย ท่านที่มีส่วนในการอบรมนักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์ตามพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมวิธีพิจารณาความอาญา ฉบับที่ ๒๐ พ.ศ.๒๕๔๒ (วิธีสืบพยานเด็ก)๕๗ นอกจากนี้ ยังมีจิตแพทย์ที่มีบทบาทคุ้มครองสิทธิของผู้ป่วย เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กร เอกชนและนิ ติ บุ ค คลที่ มี จุ ด ประสงค์ คุ้ ม ครองสิ ท ธิ แ ละการดู แ ลผู้ ป่ ว ยทางจิ ต เช่ น แพทย์หญิงสมรัก ชูวานิชวงศ์ นอกจากเป็นนายกสมาคมสายใยครอบครัวแล้วยังเป็น บรรณาธิการนิตยสารเพื่อนรักษ์สุขภาพจิตซึ่งตีพิมพ์มาแล้วกว่าแปดปี

บทสรุปจากอดีตถึงปัจจุบัน...แลไปข้างหน้า

งานนิติจิตเวชมีความขยายตัวจากการบริการให้ความเห็นทางการแพทย์กรณีที่มี การฟ้องร้องโดยมีจดุ เริม่ ต้นจากคดีอาญา ลักษณะของคดีหรือข้อพิพาททางกฎหมายประเภท ต่างๆ เปลี่ยนแปลงพัฒนาไปตามลักษณะของสังคมที่เปลี่ยนไป ต้องรู้จักประยุกต์ใช้ตำ�รา จากต่างประเทศให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยเนื่องจากมีบริบทที่แตกต่างกันมาก การยึดแต่ทฤษฎีโดยไม่เข้าใจสังคมที่เป็นจริงจะทำ�ให้นิติจิตแพทย์ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ ที่เที่ยงธรรมได้ เนื่องจากสังคมมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นิติจิตแพทย์ก็ต้องศึกษาและ รูเ้ ท่าทันการเปลีย่ นแปลงนัน้ ๆ เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม นอกจากจะติดตามความก้าวหน้า ทางการแพทย์แล้ว ยังต้องติดตามความก้าวหน้าของกฎหมายทีม่ กี ารปรับปรุงแก้ไข รวมทัง้ กฎหมายทีพ่ ฒ ั นาใหม่ จึงทำ�ให้งานนิตจิ ติ เวช ณ ปัจจุบนั นีม้ ขี อบข่ายขยายไปสูง่ านนิตจิ ติ เวช เพื่อสังคมดังได้กล่าวมาแล้ว ดังนั้น ความคาดหวังของสังคมที่มีต่อจิตแพทย์จึงมิได้จำ�กัดอยู่แค่บทบาทการ รักษาทางคลินิก หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญในการบริการนิติจิตเวชเท่านั้น แต่สังคมยังคาดหวัง ให้จติ แพทย์ได้มบี ทบาททางสังคมในการพิทกั ษ์สทิ ธิของผูป้ ว่ ย รวมทัง้ การปฏิบตั หิ น้าทีต่ าม กฎหมายทีม่ ลี กั ษณะคุม้ ครองผูอ้ อ่ นด้อยหรือผูอ้ อ่ นแอกลุม่ ต่างๆ ในสังคมโดยเฉพาะกฎหมาย 47


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

มหาชนที่ออกใหม่ ด้วยเหตุดังกล่าว จิตแพทย์จึงไม่ควรทำ�งานอยู่ในกรอบแคบๆ ของงาน คลินกิ เท่านัน้ ควรจะเปิดใจและเปิดตัวทีจ่ ะทำ�งานร่วมกับบุคคลหลากหลายสถานะทางสังคม ให้มากขึ้น ในขณะเดียวกัน สถาบันการศึกษาก็ควรปรับหลักสูตรและจัดกระบวนการเรียน รูข้ องนักศึกษาแพทย์และแพทย์ประจำ�บ้านในมิตทิ มี่ คี วามกว้างและสัมพันธ์กบั สังคมเพิม่ ขึน้ เพื่อให้จิตแพทย์รุ่นใหม่เป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง

เอกสารอ้างอิง

๑. รณชัย คงสกนธ์. ความหมายและความสำ�คัญของนิติจิตเวชศาสตร์. ใน: รณชัย คงสกนธ์. นิติจิตเวชศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ ๑. กรุงเทพมหานคร: หจก.บางกอกบล็อก; ๒๕๔๙. หน้า ๒๔-๒๖. ๒. สุรินทร์ ปิ่นรัตน์. นิติจิตเวชศาสตร์ ๑. ใน: เกษม ตันติผลาชีวะ. ตำ�ราจิตเวชศาสตร์ สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; ๒๕๓๖. หน้า ๑๐๖๘-๙. ๓. Hawkins-Leon CG. “Literature as law”: the history of the insanity plea and action application within the law & literature canon. Temple Law Review 1999; 72(2): 381-449. ๔. Gold LH. Rediscovering forensic psychiatry. In: Simon RI, Gold LH. Textbook of forensic psychiatry. 1st ed. Arlington: American Psychiatric Publishing, Inc.; 2004. page 3-36. ๕. ประทักษ์ ลิขติ เลอสรวง, สาลิกา โค้วบุญงาม. หนังสือทีร่ ะลึกครบ ๒๐ ปี โรงพยาบาล นิติจิตเวช. กรุงเทพมหานคร:โรงพยาบาลนิติจิตเวช กรมสุขภาพจิต; ๒๕๓๔. ๖. สหัส สิงหวิรยิ ะ. คำ�อธิบายประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญา. กรุงเทพมหานคร: สำ�นักพิมพ์นิติบรรณาการ; ๒๕๔๘. หน้า ๗๕. ๗. ชัยฤทธิ์ กฤษณะ. วิวัฒนาการโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา. ใน: โรงพยาบาล สมเด็จเจ้าพระยา.โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ๑๑๒ ปี. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์ พรินติ้งแอนด์พับบลิกชิ่ง; ๒๕๔๕.หน้า ๔๓. ๘. สุรพล เย็นอุรา. บันทึกเมื่อปี ๒๕๒๐. ใน:หนังสืออนุสรณ์เนื่องในงานพระราชทาน เพลิงศพ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้ว ๒๕ มกราคม ๒๕๒๔. ๙. ประทักษ์ ลิขติ เลอสรวง. ๑๐๐ ปี นิตจิ ติ เวช. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ๒๕๓๔; ๓๖(๑): ๓๐. 48


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

๑๐. ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ. ประมวลกฎหมายอาญา ฉบับอ้างอิง. พิมพ์ครั้งที่ ๒๒. กรุงเทพมหานคร:บริษัทสำ�นักพิมพ์วิญญูชน จำ�กัด; ๒๕๕๑. หน้า ๑๕๖-๙. ๑๑. ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ. ประมวลกฎหมายอาญา ฉบับอ้างอิง. พิมพ์ครั้งที่ ๒๒. กรุงเทพมหานคร:บริษัทสำ�นักพิมพ์วิญญูชน จำ�กัด; ๒๕๕๑. หน้า ๙๕. ๑๒. นงลักษณ์ ศาสตรา และคณะ. ประวัตคิ วามเป็นมาโรงพยาบาลนิตจิ ติ เวช. ใน: ระลึก ๓๐ ปี นิติจิตเวช. กรุงเทพมหานคร: โรงพยาบาลนิติจิตเวช กรมสุขภาพจิต; ๒๕๔๔. ๑๓. ประทักษ์ ลิขิตเลอสรวง. อาจารย์สุรินทร์ ปิ่นรัตน์ “บิดาแห่งนิติจิตเวชไทย”. ใน: ระลึก ๓๐ ปี นิติจิตเวช. กรุงเทพมหานคร: โรงพยาบาลนิติจิตเวช; ๒๕๔๔. ๑๔. ดวงตา ไกรภัสสร์พงษ์และคณะ. นิตจิ ติ เวชสาส์นสรรสูส่ ถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์. กรุงเทพมหานคร: สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์; ๒๕๔๕. ๑๕. สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต. สรุปผลการดำ�เนินงานโครงการพัฒนา กฎหมายสุขภาพจิต ปีงบประมาณ ๒๕๔๙. กรุงเทพมหานคร: สถาบันกัลยาณ์ราช นครินทร์; ๒๕๔๙. ๑๖. สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต. สรุปรายงานความคิดเห็นต่อร่าง กฎหมายสุขภาพจิตของบุคลากรสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร: สถาบันกัลยาณ์ ราชนครินทร์; ๒๕๔๙. ๑๗. สถาบั น กั ล ยาณ์ ร าชนคริ น ทร์ กรมสุ ข ภาพจิ ต . มาตรฐานบริ ก ารนิ ติ จิ ต เวช. กรุงเทพมหานคร: สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์; ๒๕๔๗. ๑๘. สุพรรณี แสงรักษา, ดวงตา ไกรภัสสร์พงษ์. ความสามารถในการต่อสู้คดีของผู้ป่วย นิติจิตเวช. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย ๒๕๕๐; ๑๕(๒): ๙๓-๑๐๐. ๑๙. วนัทดา ถมค้าพาณิชย์, ดวงตา ไกรภัสสร์พงษ์. ความเห็นของจิตแพทย์ตอ่ การดำ�เนิน คดีอาญา. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย ๒๕๕๒; ๑๗(๒): ๑๑๘--๒๘. ๒๐. สหัส สิงหวิรยิ ะ. คำ�อธิบายประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญา. กรุงเทพมหานคร: สำ�นักพิมพ์นิติบรรณาการ; ๒๕๔๘. หน้า ๑๔๓-๔. ๒๑. สุปรีชา วงศ์พุทธา, ราณี ฉายินทุ. รายงานการวิจัยเรื่อง การศึกษาความสัมพันธ์ ระหว่างการพิพากษาของศาลกับผลการตรวจวินิจฉัยของแพทย์ในผู้กระทำ�ผิด ทางอาญาที่มีปัญหาทางจิตเวช. กรุงเทพมหานคร: โรงพยาบาลนิติจิตเวช; ๒๕๓๘. ๒๒. ดวงตา ไกรภัสสร์พงษ์. การบังคับรักษาผูก้ ระทำ�ผิดคดีอาญาทีม่ คี วามผิดปกติทางจิต. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย ๒๕๕๑; ๑๖(๒): ๑๐๘--๑๘. 49


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

๒๓. ราณี ฉายินทุ, นงลักษณ์ สาตรา. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการกระทำ�ผิดครั้งแรกและ การกระทำ�ผิดซํา้ ของผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวช. วารสารสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ๒๕๔๗; ๑(๓): ๙๓-๑๐๐. ๒๔. ณัฐวุฒิ อรินทร, อัศวิน วัฒนวิบูลย์, สุนีย์ กัลป์ยะจิตร, ดวงตา ไกรภัสสร์พงษ์. การ ประกอบอาชญากรรมกับความสามารถรู้ผิดชอบของผู้กระทำ�ผิดนิติจิตเวช. วารสารสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ๒๕๕๐; ๓(๑): ๕๐-๖๑. ๒๕. วัลลี ธรรมโกสิทธิ์. ความตรงของแบบประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดพฤติกรรม รุนแรง: HCR-๒๐. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย ๒๕๕๐; ๑๕(๒): ๑๐๑-๙. ๒๖. รัชนีกร เอีย่ มผ่อง. การศึกษาผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชเด็กและวัยรุน่ . วารสารสถาบันกัลยาณ์ ราชนครินทร์ ๒๕๕๑; ๔(๑): ๕๐-๖๑. ๑๓๒-๔๒. ๒๗. อุทยา นาคเจริญและคณะ. รายงานการวิจยั ผลของโปรแกรมกลุม่ เตรียมความพร้อม ในการต่อสูค้ ดี ความสามารถในการต่อสูค้ ดีของผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เิ วช. กรุงเทพมหานคร: สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์; ๒๕๔๘. ๒๘. สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์. ร่างมาตรฐานระบบบริการที่มีความเป็นเลิศเฉพาะ ทางนิติจิตเวช. กรุงเทพมหานคร: สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์; ๒๕๕๑. ๒๙. ดวงตา ไกรภัสสร์พงษ์. ความผิดปกติทางจิตเวชของผูต้ อ้ งขัง: การศึกษาในเรือนจำ� เขตกรุงเทพมหานครและเรือนจำ�กลางบางขวาง. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย ๒๕๔๕;๑๐(๒):๗๗-๘๘. ๓๐. ดวงตา ไกรภัสสร์พงษ์. การประเมินโครงการนำ�ร่องการอบรมหลักสูตรการดูแล สุขภาพจิตผู้ต้องขัง. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย ๒๕๔๕;๑๐(๒):๑๑๓-๒๒. ๓๑. ดวงตา ไกรภัสสร์พงษ์. สุขภาพจิตและกลไกทางจิตของผู้ต้องขังและนักโทษไทย. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย ๒๕๕๐;๑๕(๒):๗๙-๙๒. ๓๒. สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์. รายงานการสัมมนาการเตรียมสุขภาพจิตผู้ต้องขัง ก่อนปล่อย. กรุงเทพมหานคร: สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์; ๒๕๔๖. ๓๓. สหัส สิงหวิรยิ ะ. คำ�อธิบายประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญา. กรุงเทพมหานคร: สำ�นักพิมพ์นิติบรรณาการ; ๒๕๔๘. หน้า ๓๙๓-๕. ๓๔. ประวัตศิ าลเยาวชน. ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง. เข้าถึงได้ท:ี่ http://www.jvnc. coj.go.th/info.php?info=sub_menu&cid=๑. [๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๒]. ๓๕. ประวัตโิ รงพยาบาลตุลาการเฉลิมพระเกียรติ. โรงพยาบาลตุลาการเฉลิมพระเกียรติ. เข้าถึงได้ที่ : http://www.th.coj.go.th/hospital.html. [๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๒]. 50


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

๓๖. กรมสุขภาพจิต. แผนพัฒนาสุขภาพจิตตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ง ชาติ ฉบับที่ ๘ พ.ศ.๒๕๔๐-๒๕๔๔. นนทบุรี: กรมสุขภาพจิต;๒๕๔๐. ๓๗. เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, ประภาศ อุครานันท์. การศึกษาแนวคิดและกระบวนการเกี่ยว กับการบังคับรักษาผูม้ ปี ญ ั หาสุขภาพจิตและจิตเวช. กรุงเทพมหานคร:โรงพยาบาล นิติจิตเวช กรมสุขภาพจิต; ๒๕๔๑. ๓๘. สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์. โปสเตอร์เผยแพร่พ.ร.บ.สุขภาพจิต ปีงบประมาณ ๒๕๔๙. เข้าถึงได้ที่: http://www.thaimentalhealthlaw.com/pdf_files/kwam_pen_ ma.pdf [๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙]. ๓๙. นงลักษณ์ สาตรา, ดวงตา ไกรภัสสร์พงษ์. ความคิดเห็นของบุคลากรของรัฐต่อ การบังคับรักษาผู้มีความผิดปกติทางจิต. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย ๒๕๔๔;๙(๒):๖๓-๗๑. ๔๐. World Health Organization. Draft WHO resource book on mental health, human rights and legislation. Geneva: WHO; 2004. ๔๑. World Health Organization. WHO checklist on mental health legislation In: WHO resource book on mental health legislation. Geneva: WHO; 2005. page 11954. ๔๒. World Health Organization. Guidance instrument for developing, adopting and implementing mental health legislation. Geneva: WHO; 2003. ๔๓. กอบโชค จูวงษ์, มล.สมชาย จักรพันธุ.์ ผลกระทบข่าวความรุนแรงในโรงเรียนเอกชน กรุงเทพมหานครต่อผูป้ ว่ ยโรคจิตเวชและญาติ. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย ๒๕๔๙;๑๔(๑):๑-๑๓. ๔๔. พิลึกจับแพทย์ชื่อดังส่งศรีธัญญา เจ้าตัวลั่นไม่ได้บ้ า. หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐. ๔๕. สหัส สิงหวิรยิ ะ. คำ�อธิบายประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญา. กรุงเทพมหานคร: สำ�นักพิมพ์นิติบรรณาการ; ๒๕๔๘. หน้า ๒๓๔-๙. ๔๖. สำ�นักรายงานการประชุมและชวเลข สำ�นักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่ สำ�นักงานเลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ. บันทึกการประชุมสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ ครั้งที่ ๖๔/๒๕๕๐ เป็นพิเศษ; ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๐; ณ ตึกรัฐสภา. กรุงเทพมหานคร: รัฐสภา; ๒๕๕๐, หน้า ๘-๙. 51


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

๔๗. สำ�นักกฎหมาย สำ�นักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่สำ�นักงานเลขาธิการสภา นิติบัญญัติแห่งชาติ. เอกสารประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ....(คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) บรรจุระเบียบวาระการประชุมสภานิติบัญญัติแห่ง ชาติ ครั้งที่ ๖๒/๒๕๕๐; ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๐; ณ ตึกรัฐสภา. กรุงเทพมหานคร: รัฐสภา; ๒๕๕๐. ๔๘. สำ�นักกรรมาธิการ ๓ สำ�นักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่สำ�นักงานเลขาธิการ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ. รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระ ราชบัญญัตสิ ขุ ภาพจิต พ.ศ.... สภานิตบิ ญ ั ญัตแิ ห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร: รัฐสภา; ๒๕๕๐. ๔๙. สำ�นักรายงานการประชุมและชวเลข สำ�นักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่ สำ�นักงานเลขาธิการสภานิตบิ ญ ั ญัตแิ ห่งชาติ. บันทึกการประชุมสภานิตบิ ญ ั ญัตแิ ห่งชาติ ครั้งที่ ๗๓/๒๕๕๐; ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๐; ณ ตึกรัฐสภา. กรุงเทพมหานคร: รัฐสภา; ๒๕๕๐, หน้า ๒,๗. ๕๐. สำ�นักนายกรัฐมนตรี. ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๒๕ ตอนที่ ๓๖ ก. กรุงเทพมหานคร: สำ�นักนายกรัฐมนตรี; ๒๕๕๑, หน้า ๓๗-๕๔. ๕๑. ชิ ง ชั ย ศรประสิ ท ธิ์ . มาตรการทางกฎหมายในการบั ง คั บ รั ก ษาผู้ ป่ ว ยทางจิ ต (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). กรุงเทพมหานคร: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์; ๒๕๔๐. ๕๒. แสวง บุญเฉลิมวิภาส. กฎหมายสุขภาพจิต มาตรการบังคับรักษาผู้มีความผิดปกติ ทางจิต. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย ๒๕๔๙;๑๔(๓):๒๐๗-๑๒. ๕๓. สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล. มาตรฐาน HA และเกณฑ์พิจารณา: บูรณาการภาพรวมระดับโรงพยาบาล. กรุงเทพมหานคร: สถาบันพัฒนาและรับรอง คุณภาพโรงพยาบาล;๒๕๔๓, หน้า ๑๐๗-๘. ๕๔. ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ. ประมวลกฎหมายอาญา ฉบับอ้างอิง. พิมพ์ครั้งที่ ๒๒. กรุงเทพมหานคร:บริษัทสำ�นักพิมพ์วิญญูชน จำ�กัด; ๒๕๕๑. หน้า ๑๐๐-๑๑. ๕๕. สำ�นักนายกรัฐมนตรี. ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๒๖ ตอนพิเศษ ๖๒ ง. ประกาศ กระทรวงสาธารณสุข เรื่อง รายชื่อสถานบำ�บัดรักษาทางสุขภาพจิต พ.ศ.๒๕๕๑. กรุงเทพมหานคร: สำ�นักนายกรัฐมนตรี; ๒๕๕๒, หน้า๔๔-๖. ๕๖. แสวง บุญเฉลิมวิภาส. ผู้ป่วยจิตเวชกับปัญหาในกระบวนการยุติธรรม. วารสาร สุขภาพจิตแห่งประเทศไทย ๒๕๕๐;๑๕(๒):๖๗-๗๘. ๕๗. สหัส สิงหวิรยิ ะ. คำ�อธิบายประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญา. กรุงเทพมหานคร: สำ�นักพิมพ์นิติบรรณาการ; ๒๕๔๘. หน้า ๓๐๔-๗. 52


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

สู่ความเป็นเลิศทั้งสองด้าน...ความฝันจะเป็นจริงได้หรือ นายแพทย์ศิริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์ ผู้อำ�นวยการสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ขึ้นชื่อว่าความสำ�เร็จย่อมเป็นที่ปรารถนา แต่ผู้บริหารหลายคนต่างก็ยอมรับและ สารภาพว่า แค่บริหารองค์กรทำ�ให้ได้ตามมาตรฐานธรรมดาสามัญอย่างที่ควรจะเป็นนั้น ก็ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา! แล้วนี่จะให้ไปไกลถึงขั้นจะให้เป็นเลิศนั้น มิต้องถึงขั้นเลือด ตาแทบกระเด็นหรอกหรือ และที่หนักไปกว่านั้นก็คือไม่ใช่ต้องการเป็นเลิศแค่ดา้ นเดียวแต่ อยากจะก้าวไปสูค่ วามเป็นเลิศทัง้ สองด้านเลยทีเดียว มันคงเป็นได้เพียงแค่ฝนั กลางวันแน่ๆ เลย นีค่ อื สิง่ ทีห่ ลายคนคงตัง้ คำ�ถามกับตัวเองและคิดถึงคำ�ตอบทีค่ วรเป็นหลังจากทีไ่ ด้ทราบ ถึงวิสัยทัศน์ของสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ความเป็นเลิศทางวิชาการเป็นสิง่ ทีก่ รมสุขภาพจิตปรารถนาให้หน่วยงานในสังกัด กรมสุขภาพจิตทุกแห่งก้าวไปให้ถงึ สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์เป็นหน่วยงานหนึง่ ในสังกัด กรมสุขภาพจิตทีม่ คี วามต้องการมุง่ ไปสูค่ วามเป็นเลิศด้วยเช่นกัน หากแต่วา่ ถ้าชือ่ ของสถาบัน กัลยาณ์ราชนครินทร์ยงั เป็นชือ่ เดิม คือ โรงพยาบาลนิตจิ ติ เวช เราคงมองออกตัง้ แต่แรกเลย ว่าโรงพยาบาลแห่งนี้ควรจะเป็นเลิศในด้านใด แต่อย่างไรก็ตาม ชื่อของโรงพยาบาล ได้เปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๕ พร้อมกับบทบาทหน้าที่ใหม่ที่เพิ่มเข้ามานั่นก็คือ งานวิกฤตสุขภาพจิต ดังนั้น ความเป็นเลิศทั้งเรื่องนิติจิตเวชและวิกฤตสุขภาพจิตจึงเป็น เรื่องที่ผู้บริหารของสถาบันกัลยาณ์ฯรวมทั้งเจ้าหน้าที่ของสถาบันกัลยาณ์ฯให้ความสำ�คัญ ดังที่ปรากฏขึ้นมาครั้งแรกในวิสัยทัศน์ของสถาบันกัลยาณ์ฯตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๘ ซึ่งก็เป็น ช่วงเวลาหลังจากทีส่ ถาบันกัลยาณ์ฯได้รบั มอบหมายให้ท�ำ หน้าทีเ่ กีย่ วกับงานวิกฤตสุขภาพจิต มาไม่กปี่ ี จวบจนปัจจุบนั ความปรารถนาทีจ่ ะเป็นเลิศทัง้ ด้านนิตจิ ติ เวชและวิกฤตสุขภาพจิต ก็ยังคงอยู่แม้ข้อความในวิสัยทัศน์ของสถาบันกัลยาณ์ฯจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

มองไปข้างหน้าอย่างมีความหวัง มองข้างหลังอย่างภาคภูมิใจ

การทีจ่ ะก้าวต่อไปข้างหน้าอาจต้องย้อนกลับไปดูรากฐานของเรา ว่ามีตน้ ทุนอะไร สะสมมาบ้าง การดำ�เนินงานของสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ตงั้ แต่อดีตทีผ่ ่านมา นับตัง้ แต่ เริม่ ก่อตัง้ ในชือ่ โรงพยาบาลนิตจิ ติ เวชก็มจี ดุ เริม่ ทีแ่ ตกต่างจากโรงพยาบาลจิตเวชอืน่ ๆ เพราะ 53


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ผู้บริหารระดับสูงในสมัยนั้นต้องการให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางและถือเป็นความโชคดี ของโรงพยาบาลทีม่ ผี บู้ ริหารทีม่ วี สิ ยั ทัศน์ รอบรูแ้ ละมุง่ มัน่ ทีจ่ ะพัฒนาโรงพยาบาลมาตัง้ แต่แรก ผู้บริหารทั้งหลายเหล่านั้นได้วางรากฐานงานนิติจิตเวชมาอย่างมั่นคงและน่าภาคภูมิใจ แม้ทา่ นอาจจะไม่เคยได้กล่าวถึงความเป็นเลิศมาก่อน แต่การทีโ่ รงพยาบาลทำ�งานนิตจิ ติ เวช มาอย่างสมํา่ เสมอยาวนานและมีมาตรฐาน เป็นแหล่งศึกษาดูงานจนเป็นทีย่ อมรับของสังคม โดยทั่วไป นั่นก็อาจจะเรียกได้ว่าทำ�งานมุ่งสู่ความเป็นเลิศนั่นเอง ประกอบกับการที่เรามี บุคลากรทีม่ คี ณ ุ ภาพสูงในทุกวิชาชีพ ทัง้ กลุม่ คนทีม่ ปี ระสบการณ์และทีเ่ ป็นคนรุน่ ใหม่ไฟแรง ในสัดส่วนทีเ่ หมาะสม ขณะนีเ้ รามีแพทย์ทกี่ �ำ ลังเรียนต่อด้านนิตจิ ติ เวชทีต่ า่ งประเทศอยูอ่ กี ถึง ๒ ท่าน เรามีทมี ทีส่ ามารถผลักดันให้เกิดกฎหมายสุขภาพจิตให้เกิดขึน้ ในประเทศไทยได้เป็น ครัง้ แรก ดังนัน้ การทีจ่ ะเป็นเลิศด้านนิตจิ ติ เวชของสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ จึงดูเหมือนว่า ความฝันนั้นคงไม่ไกลเกินจริงนัก ส่วนการดำ�เนินงานด้านวิกฤตสุขภาพจิตอาจเป็นงานใหม่ทสี่ ถาบันได้รบั มอบหมาย จากกรมสุขภาพจิตให้ด�ำ เนินการ เนือ่ งจากเหตุการณ์บา้ นเมืองในช่วงนัน้ มีวกิ ฤตสุขภาพจิต เกิดขึ้นบ่อยครั้งโดยเฉพาะกรณีจี้ตัวประกันจากกรณีที่เมายาบ้า สถาบันได้มีโอกาสส่ง บุคลากรไปอบรมที่ต่างประเทศแล้วกลับมาสร้างหลักสูตรการเจราจาต่อรอง นับเป็นเรื่อง ที่เป็นประโยชน์อย่างสูงเพราะสามารถนำ�ไปอบรมให้กับบุคลากรทั้งในและนอกกระทรวง สาธารณสุข เช่น ตำ�รวจ อย่ างต่อเนื่อง รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการคลี่คลายวิกฤต จี้ตัวประกันในโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี ก็ทำ�ให้งานวิกฤตสุขภาพจิตของสถาบันเป็นที่รู้จัก และเป็นที่ยอมรับมากขึ้น และในเวลาต่อมาได้เริ่มเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำ�งานด้าน วิกฤตสุขภาพจิตกรณีภัยพิบัติจากธรรมชาติและจากนํ้ามือมนุษย์ โดยอาศัยประสบการณ์ จากการทำ�งานร่วมกับหน่วยงานสุขภาพจิตในพื้นที่ เพื่อรับมือกับกรณีภัยพิบัติสึนามิและ ภัยพิบัติธรรมชาติอื่นๆ รวมทั้งภัยจากมนุษย์ในเหตุการณ์ชายแดนใต้ การที่ท่านอธิบดี กรมสุขภาพจิตคนปัจจุบัน นายแพทย์อภิชัย มงคล ได้มอบหมายให้สถาบันเป็นหน่วยงาน หลักในการดำ�เนินงานด้านวิกฤตสุขภาพจิตอย่างครบวงจรตั้งแต่ การพัฒนาแนวปฏิบัติ การเยียวยาจิตใจ การพัฒนาระบบรายงาน การพัฒนาบุคลากรของกรมสุขภาพจิตและ หน่วยงานอื่นๆ ย่อมเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความไว้วางใจของกรมสุขภาพจิตต่อสถาบันใน การทำ�งานด้านวิกฤตสุขภาพจิต หากแต่เพียงว่างานด้านนี้ยังมีบุคลากรที่น้อยอยู่มากและ ประสบการณ์ในการทำ�งานไม่ยาวนานเหมือนงานด้านนิตจิ ติ เวช อย่างไรก็ตาม ความมุง่ มัน่ และพยายามของบุคลากรทีท่ �ำ งานด้านนีร้ วมทัง้ การได้รบั การสนับสนุนจากผูบ้ ริหารระดับสูง มาทดแทน คงทำ�ให้ความฝันนั้นเป็นจริงได้เช่นกัน 54


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ก้าวสู่ความเป็นเลิศ ไม่ (จำ�เป็น) ต้องสุดยอดไปเสียทุกอย่างหรอก!!

ผูร้ ไู้ ด้กล่าวไว้วา่ ในความเป็นจริง การเป็นเลิศนัน้ ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องทำ� ทุกสิ่งทุกอย่างให้สุดยอดไปเสียทุกอย่าง องค์กรหรือหน่วยงานที่ได้ชื่อว่ามีหน่วยงานที่เป็น เลิศนัน้ เขาพยายามทำ�ให้บริการของเขาประมาณ ๘๐% มีความเป็นมาตรฐาน (Standard) อย่างที่ควรจะเป็นเท่านั้น และใช้ความพยายามมากขึ้นในบางบริการที่เขาพิจารณาแล้วว่า เขาจะทำ�ได้ดีกว่าที่อื่นอีกประมาณ ๑๕% ให้เหนือกว่ามาตรฐานธรรมดา (Sur-standard) และเขาจะทุม่ เทอย่างสุดกำ�ลังไปในสิง่ ทีเ่ ขาจะสามารถทำ�ได้ดที สี่ ดุ ชนิดทีค่ นอืน่ ไม่มที างเลียน แบบได้ ส่วนอีกประมาณ ๕% ให้เป็นบริการชนิดสุดยอด (Supreme) ซึ่งสองปัจจัยหลังนี้ เองอาจเป็นสิ่งนำ�พาองค์กรก้าวสู่ความเป็นเลิศได้อย่างไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย ดังนั้น หากนำ�แนวคิดนี้มาประยุกต์ใช้กับสถาบันกัลยาณ์ฯที่ต้องการมุ่งสู่ความ เป็นเลิศ การได้รบั การรับรองคุณภาพมาตรฐาน HA และมุง่ มัน่ รักษามาตรฐานนีไ้ ว้ได้อย่าง ต่อเนือ่ งถึง ๒ ครัง้ รวมทัง้ การพยายามเข้าสูม่ าตรฐาน ISO ทัง้ 9002 และ 27001 ย่อมแสดง ว่าเราทำ�สำ�เร็จในเรือ่ งมาตรฐานอย่างทีค่ วรจะเป็นได้แล้วถึง ๘๐% สำ�หรับในประเด็นถัดไป เรือ่ งเหนือกว่ามาตรฐานธรรมดา เมือ่ เร็วๆ นี้ เราได้มโี อกาสนำ�ทีมไปศึกษาดูงานเชิงเปรียบ เทียบที่ต่างประเทศ ทำ�ให้เราพบว่าโรงพยาบาลของเขามีมาตรฐานสูงกว่าเราในหลายด้าน ถ้าเราพยายามทำ�ให้สถาบันกัลยาณ์ฯมีมาตรฐานให้สงู ขึน้ อีกประมาณ ๑๕% โดยใช้มาตรฐาน ของต่างประเทศเป็น Benchmark เช่น โครงสร้างอาคารสถานที่ เครื่องมืออุปกรณ์ที่มี มาตรฐาน การให้บริการอย่างมืออาชีพ มีศูนย์การฝึกอบรมโดยมีหลักสูตรการฝึกอบรม ที่เป็นรูปธรรมชัดเจน ซึ่งเท่าที่ประเมินดูแล้ว ถ้าเรามุ่งมั่นจริงๆ เราก็สามารถที่จะพัฒนา มาตรฐานให้เทียบเคียงเขาได้อย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม เราคงต้องพยายามเพิ่มขึ้น อีกประมาณ ๕% ที่จะพัฒนาให้งานของเรามีเนื้องานชนิดสุดยอด (Supreme) ไม่ว่าจะเป็น งานด้านนิติจิตเวชหรือวิกฤตสุขภาพจิต จากรายละเอียดดังกล่าวข้างต้น ผู้เขียนเห็นว่า เราเดินมาถูกทางแล้วที่เราต้อง เริ่มจากฝันก่อน แล้วมุ่งมั่นที่จะทำ�ตามฝัน คือ “คิดไกลและไปให้ถึง” เราอาจเริ่มจาก การมีเป้าหมายเล็กๆ ก่อน เพราะเมื่อสำ�เร็จในเรื่องเล็กๆแล้วมันจะสร้างกำ�ลังใจอย่าง ต่อเนือ่ งระหว่างเดินทางสูค่ วามเป็นเลิศเพราะเส้นทางนีย้ อ่ มมีอปุ สรรคเกิดขึน้ นานับประการ เราคงต้องการกำ�ลังใจที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างไม่ท้อถอย ผู้เขียนคิดว่างานส่วนที่ยากก็คือ งานที่ต้องพัฒนาให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้นและงานที่เหนือมาตฐานเพราะสิ่งนี้เองที่ต้องการ 55


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรใหม่ เพื่อรองรับกระบวนการสู่วิสัยทัศน์และ เป้าหมาย ถึงแม้ว่า ค่านิยมและวัฒนธรรมขององค์กรอาจเปลี่ยนแปลงยาก เนื่องจากการ เป็นหน่วยงานที่มีอายุมานานถึง ๔๐ ปี ย่อมมีวัฒนธรรมขององค์กรที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา แต่อย่าลืมว่าโลกทุกวันนีก้ า้ วไปอย่างรวดเร็วมาก ประกอบกับบุคลากรของสถาบันกัลยาณ์ฯ ได้มีการปรับเปลี่ยนกันเข้ามาทำ�งานในสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ซึ่งประกอบด้วยหลาย กลุม่ หลายวัย ดังนัน้ จึงคิดว่าน่าจะยังพอมีโอกาสในการเปลีย่ นแปลงค่านิยมและวัฒนธรรม ที่สืบทอดกันมาได้บ้าง ซึ่งวัฒนธรรมที่ดีเราคงต้องเก็บรักษาไว้ต่อไป และปรับเปลี่ยน วัฒนธรรมองค์กรให้ทันโลกสมัยใหม่ มีการทำ�งานอย่างมืออาชีพ ทำ�งานเป็นทีม ลดทิฐิ คิดถึงทีมก่อน รวมทัง้ มีการพัฒนาบุคลากรในทุกวิชาชีพอย่างต่อเนือ่ งก็เป็นสิง่ จำ�เป็นอย่างยิง่ และการได้ไปศึกษาดูงานต่างประเทศก็จะทำ�ให้มีโลกทัศน์ที่กว้างขึ้น มีความรู้ที่เท่าทันใน ระดับสากลและเสริมแรงบันดาลใจให้กลับมาพัฒนาสถาบันกัลยาณ์ฯต่อไป อย่างไรก็ตาม ปัจจัยแห่งความสำ�เร็จอยู่ที่กลุ่มทีมนำ�ของสถาบันว่ามีความมุ่งมั่น ไปสู่ความเป็นเลิศจริงหรือไม่ กล้าที่จะทำ�ตามฝัน ต้องสื่อสารให้ทีมงานทุกคนต่างเข้าใจ เห็นภาพฝันแบบเดียวกันและพร้อมจะเดินไปด้วยกัน รวมทั้งการได้รับการสนับสนุนจาก ผู้บริหารกรมสุขภาพจิต ซึ่งประกอบด้วย การมีนโยบายที่ต่อเนื่อง การสนับสนุนบุคลากร และงบประมาณที่เหมาะสม ดังนั้น หากมีปัจจัยเหล่านี้มาสนับสนุน ผู้เขียนคิดว่า “ฝันนี้ไม่ ไกลเกินเอื้อม”

56


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

เส้นทางสู่ความเป็นเลิศด้านนิติจิตเวช แพทย์หญิงวนัทดา ถมค้าพาณิชย์ นายแพทย์ชำ�นาญการพิเศษ

หากได้ยนิ คำ�ว่า Excellence Center เมือ่ ๓-๔ ปีกอ่ น คงมีไม่กคี่ นทีไ่ ด้ยนิ คำ�นีแ้ ล้ว รู้ว่าหมายถึงอะไร แต่ทุกวันนี้โดยเฉพาะในกรมสุขภาพจิตหลายคนก็คงจะคุ้นเคยดี สถาบัน กัลยาณ์ราชนครินทร์ก็เป็นหน่วยงานแรกๆ ในสังกัดกรมสุขภาพจิตที่ต้องพยายามคุ้นเคย และเดินไปให้ถึงกับคำ�ว่า Center of Excellence in Forensic Psychiatry หรือ ความเป็นเลิศ ด้านนิติจิตเวช งานนิติจิตเวชของสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์โดยเฉพาะงานด้านบริการนั้น ได้ดำ�เนินงานมาเป็นเวลานานและในปีนี้นับเป็นปีที่ ๔๐ แล้ว ดังนั้นจึงได้มีก ารสั่งสม ประสบการณ์และถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น กลั่นกรองจนได้สิ่งดีๆ ให้กับผู้ป่วย แม้จะมีการ เปลี่ยนแปลงมากมายโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คือ การเปลี่ยนวิสัยทัศน์จาก ด้านบริการเพียงอย่างเดียว มาเน้นเรื่องการพัฒนาด้านวิชาการควบคู่กันไป และได้รับการ ประทานนามจากสมเด็ จ พระเจ้า พี่ น างเธอเจ้ า ฟ้ า กั ล ยาณิ วั ฒ นาว่ า “สถาบั นกั ล ยาณ์ ราชนครินทร์” โดยเปลีย่ นจากชือ่ เดิม คือ โรงพยาบาลนิตจิ ติ เวช หลังจากนัน้ สถาบันกัลยาณ์ ราชนครินทร์นำ�โดยกรมสุขภาพจิตก็ได้นำ�เครื่องมือต่างๆ มาใช้ในการพัฒนางานวิชาการ หลายอย่าง เช่น R to R, CQI, KM ก่อให้เกิดผลงานวิชาการมากมาย และได้รับรางวัลทั้ง ในระดับหน่วยงานและระดับกรม รวมถึงได้นำ�เสนอผลงานในระดับนานาชาติ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ทางกรมสุขภาพจิตได้มแี นวคิดให้จดั ตัง้ Excellence Center ในหน่วยงานที่มีศักยภาพเพียงพอ เพื่อพัฒนาหน่วยงานนั้นๆ ให้ก้าวไปอีกระดับ เพื่อให้มี การบริการที่ดีขึ้น มีวิชาการที่เข้มแข็งกว่าเดิม มีบุคลากรที่มีศักยภาพ และเป็นแหล่งศึกษา ดูงานของบุคลากรจากภายนอก รวมถึงสามารถผลิตบุคลากรภายนอกหน่วยงานให้มคี วาม สามารถไม่ยงิ่ หย่อนไปกว่ากัน การดำ�เนินงานช่วงแรกเต็มไปด้วยความยากลำ�บาก เนือ่ งจาก กรอบความคิดของศูนย์ความเป็นเลิศในตอนนั้นยังไม่ชัดเจน ทำ�ให้หน่วยงานต่างๆ รวมถึง สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์เกิดความสับสน อย่างไรก็ตาม จากความพยายามของผูบ้ ริหาร แผนงาน ซึ่งก็คือโรงพยาบาลศรีธัญญารวมถึงหน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมกันทำ�ให้งานสามารถ ดำ�เนินก้าวหน้ามาจนถึงปัจจุบัน 57


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

เมือ่ ได้ทบทวนแนวคิดในการจัดตัง้ Excellence Center ทัง้ ๔ ด้าน ดังได้กล่าวมาแล้ว คือ การบริการทีด่ ี วิชาการเข้มแข็ง บุคลากรมีความสามารถ และเป็นแหล่งศึกษาดูงานของ บุคลกรจากภายนอก จึงพอจะสรุปผลงานที่ผ่ านมาที่ สั ม พั นธ์ กั บ แนวคิ ด ในการจั ด ตั้ ง Excellence Center ได้ดังนี้ ด้านบริการ ผูป้ ว่ ยนอกได้มกี ารจัดห้องตรวจกรณีผปู้ ว่ ยทีม่ คี ดีเฉพาะ เพือ่ ให้แพทย์ ที่มีป ระสบการณ์ ด้า นนิติจิตเวชเป็นผู้ตรวจ และมี พ ยาบาลที่ คั ด กรองเฉพาะ สำ � หรั บ ผู้ป่วยในมีการพัฒนากลุ่มเตรียมต่อสู้คดี เพื่อให้สามารถใช้กับผู้ป่วยนิติจิตเวชได้ง่ายขึ้น การนำ� HCR-20 ที่แปลเป็นภาษาไทยมาใช้คัดกรองก่อนเพิกถอนผู้ป่วยตามประมวล กฎหมายอาญามาตรา ๔๘ ที่ว่าด้วยการรักษาผู้ป่วยจนกว่าอาการจะดีเพื่อป้องกันอันตราย ต่อสังคม รวมถึงการวางแผนในอนาคต เพือ่ ปรับปรุงระบบบริการนิตจิ ติ เวช ณ แผนกผูป้ ว่ ยนอก ให้เป็น one-stop service มีความสะดวก ครบวงจร และลดตราบาปของผู้ป่วยนิติจิตเวช รวมถึงการปรับปรุงระบบโครงสร้างผูป้ ว่ ยใน เพือ่ ความปลอดภัยของทัง้ ผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชและ เจ้าหน้าที่ ด้านวิชาการ มีการสนับสนุนให้บุคลากรทำ�งานด้านวิชาการมากขึ้น ซึ่งเป็นส่วน สำ�คัญอย่างยิ่งในการที่จะทำ�ให้การบริการสามารถเดินไปข้างหน้าและทำ�ให้ผู้ป่วยได้รับ การบริการที่ดีขึ้น จากผลการวิจัยเรื่อง ความเห็นของแพทย์ต่อการดำ�เนินคดีอาญา ชี้ให้ เห็นถึงความต่างของการวินจิ ฉัยของแพทย์กบั ศาลเรือ่ งความรูผ้ ดิ ชอบและภาวะอันตรายของ ผู้ป่วยนิติจิตเวชต่อสังคม ซึ่งส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงในการลงความเห็นของแพทย์ต่อ กระบวนการยุติธรรม เพื่อให้การวินิจฉัยมีความกระจ่างมากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ทำ�การ แปล HCR-20 เป็นภาษาไทย โดยใช้กระบวนการวิจัย รวมทั้งการใช้ KM เพื่อพัฒนาคู่มือ HCR-20 และคูม่ อื กลุม่ เตรียมต่อสูค้ ดี ทำ�ให้ผปู้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชได้รบั ประโยชน์จากการบริการ มากขึ้นดังที่ได้กล่าวไปแล้ว การพัฒนาบุคลากร แม้ว่าสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ได้มีการพัฒนาบุคลากร อย่างสมํ่าเสมอ แต่ทิศทางการพัฒนาบุคลกรด้านนิติจิตเวชนั้นยังไม่ชัดเจน ต่อมาจึงได้มี การกำ�หนดรูปแบบในการพัฒนาบุคลากรขึ้นใหม่ โดยแบ่งการพัฒนาบุคลากรออกเป็น ๖ วิชาชีพ และได้ก�ำ หนดความสามารถและความเชีย่ วชาญของบุคคลต่างๆ รวมถึงการส่งเสริม ในด้านการศึกษาและฝึกอบรมต่างๆ ทำ�ให้สถาบันกัลยาณ์ฯได้มีรูปแบบในการพัฒนา บุคลากรด้านนิติจิตเวชที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ปัจจุบันมีแพทย์กำ�ลังศึกษาต่อด้านนิติจิตเวช ระดับปริญญาเอกทีป่ ระเทศอังกฤษ จำ�นวน ๒ ท่าน และได้สนับสนุนบุคลากรทัง้ ทีมบริหาร 58


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

และสหวิชาชีพไปศึกษาดูงานทีป่ ระเทศสิงคโปร์ เพือ่ วางแผนในการพัฒนาโครงสร้างบุคลากร ของสถาบันกัลยาณ์ฯต่อไป การพัฒนาเพื่อเป็นแหล่งศึกษาดูงาน เนื่องจากสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เป็นสถาบันแห่งเดียวในประเทศไทยที่ให้บริการด้านนิติจิตเวช ดังนั้น จึงเป็นแหล่งศึกษา ดูงานของนักศึกษาทั้งระดับปริญญาตรีและหลังระดับปริญญาตรีจากหลายสถาบัน รวมถึง บุคลากรที่สนใจที่จะศึกษาดูงานด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งแต่เดิมการรับผู้ศึกษาดูงานนั้นไม่ได้ มีหลักสูตรการศึกษาที่ชัดเจน บางครั้งไม่ทราบวัตถุประสงค์ของการมาศึกษาดูงาน หรือ จุดประสงค์ของการมาศึกษาดูงานไม่ตรงกับสถานที่ที่มาศึกษาดูงาน เป็นต้น ดังนั้น จึงได้ มีการจัดทำ�หลักสูตร เพื่อให้มีการเรียนการสอนที่เป็นกิจจะลักษณะ มีการประเมินที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมหรือศึกษาดูงานได้รับประโยชน์สูงสุด ณ วันนี้ เมื่อเดินมาถึงจุดหนึ่งและมองย้อนกลับไปเมื่อ ๑ ปีที่ผ่านมา สถาบัน กัลยาณ์ราชนครินทร์ได้กลับมาถามตัวเองว่าอะไรคือ Excellence Center และถ้าเราอยากเป็น ทีห่ นึง่ ของประเทศเราเป็นหรือยัง เราจึงได้ไปขอรับคำ�ปรึกษาจากผูเ้ ชีย่ วชาญด้านนีโ้ ดยเฉพาะ คือ ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์อภิชาต ศิวยาธร อดีตรองคณบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ปัจจุบันดำ�รงตำ�แหน่งผู้อำ�นวยการพัฒนาคุณภาพ โรงพยาบาลบำ�รุงราษฎร์อินเตอร์ ท่านบอกว่าหากที่นี่เป็นที่เดียวที่ให้บริการด้านนิติจิตเวช และให้บริการด้านนีม้ านานขนาดนี้ ทีน่ กี่ ค็ งดีทสี่ ดุ ในประเทศไทยแล้ว หากว่าเราอยากดีขนึ้ อยากเก่งขึน้ เราต้องเทียบกับต่างประเทศไปทีละขัน้ เริม่ จากภูมภิ าคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อน ซึ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้คงจะเป็นที่ประเทศสิงคโปร์ และหากว่าเราเทียบเขาได้จนเก่งกว่า เขาแล้วค่อยยกระดับเป็นเอเชียต่อไป ดังนัน้ ทีมบริหารนำ�โดยผูอ้ �ำ นวยการสถาบันกัลยาณ์ฯได้จดั ให้มโี ครงการไปศึกษา ดูงานที่ Institute of Mental Health (IMH) ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งทำ�ให้มีความรู้และแนวทาง ในการพัฒนางานด้านนิตจิ ติ เวช ทัง้ ด้านระบบโครงสร้าง ด้านการพัฒนาคน รวมถึงวิสยั ทัศน์ ในการทำ�งาน ทำ�ให้เรามองเห็นความฝันที่จะเป็นเลิศด้านนิติจิตเวชชัดเจนมากขึ้น อย่างไร ก็ตาม จากการไปศึกษาดูงานที่ IMH ที่ผ่านมา ทำ�ให้เราทราบว่า งานด้านนิติจิตเวชของเรา มีบางสิ่งที่พัฒนาดีแล้วและสามารถพัฒนาบางสิ่งให้ทัดเทียมกับที่ IMH ได้ไม่ยากนัก ซึ่งจะ นำ�เราไปสู่การพัฒนาที่ดียิ่งๆ ขึ้นไปในอนาคต นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ จนถึงปัจจุบัน แม้ว่าจะเข้าใจกรอบแนวคิดของศูนย์ความ เป็นเลิศมากขึน้ แต่ในกระบวนการทีก่ า้ วเดินไปนัน้ ก็ยงั มีความยากลำ�บาก เริม่ ตัง้ แต่ค�ำ ถาม 59


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ว่าเราจะทำ�อย่างไรให้ไปสูจ่ ดุ ๆนัน้ จนกระทัง่ เราจะทำ�ได้หรือไม่ ความรูส้ กึ ตัง้ แต่ทอ้ ถอยไปสู่ ความท้าทาย การเดินไปข้างหน้า เดินถอยหลังกลับมาทบทวนใหม่ วางแผน ลบแผนทิง้ แล้ว วางแผนใหม่ ความขัดแย้ง ความเหนื่อยต่อการเปลี่ยนแปลง จนถึงวันนี้ชาวสถาบันกัลยาณ์ ราชนครินทร์ก็ยังสู้ด้วยกัน และก็ยังจะสู้ด้วยกันต่อไป วันนี้ลำ�บากก็จริง หากเราไม่ก้าวต่อ เราก็จะอยู่เพียงแค่นี้ แต่หากเรามองไปข้างหน้าค่อยๆช่วยกันก้าวขาออกไป เราก็จะเดินไป ได้ไกลกว่าทีเ่ ดิม บางครัง้ เราได้เดินมาแล้วโดยไม่รตู้ วั จำ�ได้แต่ความลำ�บาก จึงอยากให้ลอง มองว่าเราได้ทำ�อะไรแล้วบ้าง แล้วจะเห็นว่ามีบางสิ่งที่เราทำ�ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงใน สถาบันแห่งนี้ แม้วา่ จะเป็นสิง่ เล็กๆ น้อยๆ แต่ทกุ ท่านเมือ่ รวมกันก็เป็นสิง่ ทีย่ งิ่ ใหญ่ทเี่ รียกว่า... สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

60


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

อัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของนิติจิตวิทยาในประเทศไทย ณัฐวุฒิ อรินทร์ นักจิตวิทยาชำ�นาญการพิเศษ

Look Inside: An Overview of Forensic Psychology

นิติจิตวิทยา คำ�ไทยคำ�นี้อาจไม่คุ้นหูคุ้นตา หากจะสืบค้นในเวบไซด์ชื่อดังอย่าง Google ก็แทบจะหาข้อมูลไม่ได้เช่นกัน นิติจิตวิทยา มาจากภาษาอังกฤษคำ�ว่า Forensic Psychology ความหมายอ้างตามสากล สรุปได้วา่ “เป็นศาสตร์ทปี่ ระยุกต์ความรูด้ า้ นจิตวิทยา โดยเฉพาะจิตวิทยาคลินิก การสัมภาษณ์ การตรวจวินิจฉัย การรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อ รายงานผลการวินิจฉัยตามวัตถุประสงค์การส่งตรวจของผู้นำ�ส่ง ที่ประกอบด้วยบุคคลใน กระบวนการยุตธิ รรม เช่น ศาล ทนาย ตำ�รวจ เป็นต้น โดยผลการตรวจวินจิ ฉัยจะเป็นข้อมูล ช่วยการพิจารณาตัดสินใจตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งทางแพ่งและอาญา” ปัจจุบัน ในต่างประเทศ นักนิติจิตวิทยามีบทบาทหน้าที่เฉพาะ ต้องผ่านการ ฝึกฝน และจบเฉพาะทาง มีหน่วยงานให้ฝึกปฏิบัติและให้การรับรอง เช่น American Board of Forensic Psychology (ABFP) สำ�หรับประเทศไทย โดยสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์อยู่ ระหว่างการจัดทำ�หลักสูตรนิติจิตเวชสำ�หรับนักจิตวิทยาคลินิก และคิดว่าในเวลาอันใกล้นี้ เราพร้อมแล้วทีจ่ ะนำ�เสนอผลผลิตของเราสูท่ อ้ งตลาด เพือ่ ให้ผมู้ สี ว่ นได้สว่ นเสีย (Stakeholder) ได้รู้จักเราอย่างลึกซึ้งในฐานะสถาบันที่เป็นเลิศ ไม่ใช่รู้จักเราเพียงแค่ภายนอกเท่านั้น

Forensic Psychology vs. clinical Psychology

นักนิติจิตวิทยามีส่วนที่แตกต่างกับนักจิตวิทยาคลินิก กล่าวคือ นักจิตวิทยา คลินิกมีลักษณะเด่นด้านการใช้เครื่องมือทางจิตวิทยาคลินิก (Traditional Psychological Tests) ที่มุ่งการวินิจฉัย เพื่อบำ�บัดรักษา ในขณะที่ลักษณะงานที่เป็นเอกลักษณ์สากลของ นิตจิ ติ วิทยา คือ การตรวจเพือ่ รายงานผลตามวัตถุประสงค์การนำ�ส่งทางกฎหมาย (psycholegal questions) และต้องมีทักษะ ความรู้ วิธีการในการใช้เครื่องมือพิเศษเฉพาะทาง (forensic assessment) รวมทั้ง รวบรวมข้อมูลนอกเหนือไปจากข้อมูลทางคลินิก เช่น ข้อมูลประวัติ การกระทำ�ผิดและพฤติกรรมแห่งคดี ซึง่ ส่วนใหญ่ต�ำ ราในต่างประเทศมักจะกล่าวถึงลักษณะ งานเฉพาะทางของนักนิตจิ ติ วิทยาในการตรวจประเมินทัง้ คดีอาญาและแพ่ง ยกตัวอย่าง เช่น 61


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

 ความสามารถรู้ผิดชอบในการกระทำ�ผิดทางอาญา (Sanity evaluations หรือ Criminal Responsibility)  ความสามารถในการต่อสู้คดี (Competency Evaluations หรือ Competency to Stand Trial)  ความเสี่ยงในการก่อความรุนแรง (Violence Risk Assessment หรือ Risk of re-offending)  การแกล้งทำ� (Malingering and Deception)  ความสามารถในการทำ�งาน และความเหมาะสมในการทำ�งาน (Competency, Fitness to duty)  ความสามารถในการทำ�พินย ั กรรม หรือทำ�สัญญาทางกฎหมาย (Testamentary Capacity)  ความสามารถในการดูแล เลี้ยงดูบุตร (Child Custody) ประเทศไทยหรืออีกหลายประเทศที่เราอาจไม่ทราบ นักจิตวิทยาคลินิกต้องทำ� หน้าที่เป็นนักนิติจิตวิทยาด้วย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกสำ�หรับประเทศกำ�ลังพัฒนาที่มีข้อจำ�กัด ด้านงบประมาณเพือ่ พัฒนาบุคลากร ในขณะทีป่ ระเทศสิงคโปร์ ซึง่ เป็นประเทศทีพ่ ฒ ั นาแล้ว ก็ยังพบว่า นักนิติจิตวิทยา คือ บุคคลที่มีพื้นฐานมาจากนักจิตวิทยาคลินิก และก็ทำ�หน้าที่ ทั้ง ๒ บทบาทเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมานักจิตวิทยาคลินิกของสถาบันกัลยาณ์ ราชนครินทร์ก็สามารถปฏิบัติงานได้ดี มีมาตรฐานเทียบเคียงได้กับขอบเขตการทำ�งาน ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น

Go Beyond Borders: Traditional Tests, Knowledge, and Skill

เจตนาของหนังสือเล่มนีจ้ ะแสดงถึงการก้าวไปสูร่ ะดับสากลของงานด้านนิตจิ ติ เวชที่ บ่มเพาะมานานถึง ๔๐ ปี ผู้เขียนเองเมื่อคิดบวกลบเวลาที่ไปเรียนต่อแล้ว เอาเข้าจริงมีเวลา ปฏิบัติงานนิติจิตวิทยาเพียง ๘ ปีเท่านั้น (ณ ปี ๒๕๕๔) ซึ่งในช่วง ๒ ปีแรก ได้เรียนรู้งาน จากพีๆ่ นักจิตวิทยาคลินกิ แต่การศึกษาค้นคว้าและเรียนรูด้ ว้ ยตนเองก็มคี วามสำ�คัญ ดังนัน้ ความสงสัย ความอยากรู้จึงเกิดขึ้นมากมาย จำ�ได้ว่าตอนนั้นอยากเรียนต่อด้านนิติจิตวิทยา (Forensic Psychology) และทราบว่าเมืองไทยไม่มี ต้องไปต่างประเทศ และก็ทราบว่าเป็นไป ไม่ได้ ระหว่างนั้นรู้สึกคับข้องใจมากๆ ว่าอะไรคือ นิติจิตวิทยา หรือเป็นเพียงแค่การทำ�การ ตรวจวินิจฉัยทางจิตวิทยาคลินิก (clinical psychological assessment) หรือเปล่า แล้ว 62


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

นิติจิตวิทยาแตกต่างกับจิตเวชอย่างไร รวมทั้งนิติจิตวิทยาน่าจะมีองค์ความรู้ ทักษะและ เครือ่ งมือเฉพาะทางทีแ่ ตกต่างออกไป เราต้องก้าวข้ามข้อสงสัย วิถปี ฏิบตั เิ ดิมๆ ความรูเ้ ดิมๆ และต้องหาเครื่องมือใหม่ๆ

“...ผู้ป่วยรู้ตัวหรือไม่..... รู้ผิดชอบชั่วดีหรือไม่.... ควบคุมตัวเองได้หรือไม่.....มีสติดีหรือไม่.....ในขณะทำ�ผิด?.......” ดังนัน้ สิง่ แรกทีส่ นใจและศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง คือ ความสามารถรูผ้ ดิ ชอบทาง อาญา (Criminal Responsibility) ในเวลา ๓ ปีต่อมา ผู้เขียนขอลาเรียนต่อโดยเทียบเคียง ว่าสาขาอะไรในประเทศไทยน่าจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราสนใจ ซึ่งก็คือ อาชญาวิทยาและงาน ยุติธรรม (Criminology and Criminal Justice) ถือว่าได้ความรู้และทฤษฎีมาช่วยอธิบาย เกี่ยวกับการกระทำ�ผิดได้ดีทีเดียว แต่ด้วยความคาดหวังมากเกินไปของผู้เขียนจึงรู้สึกว่า ความรูท้ ไี่ ด้ยงั ไม่ถงึ ขีดสุด ถึงแม้จะเลือกศึกษาเกีย่ วกับเหยือ่ วิทยา (Victimology) และ ทฤษฎี ทางจิตวิทยาทีเ่ กีย่ วข้องกับการก่ออาชญากรรม (Psychological Perspective of Criminality) แล้วก็ตาม ฉะนั้น นักนิติจิตวิทยาควรจะมีความรู้ด้าน อาชญาวิทยา (Criminology) ด้วย ซึ่งจะช่วยให้สามารถวิเคราะห์สาเหตุการกระทำ�ผิดในรูปแบบต่างๆ ได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ ภูมิใจก็คือการทำ�วิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเครื่องมือประเมินความสามารถรู้ผิดชอบทางอาญา (Criminal Responsibility Scale) และถูกนำ�มาปรับใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในงานบริการ นิติจิตเวช งานสอน ที่มีหลักฐานและข้อมูลวรรณกรรมในระดับสากล และสามารถทำ�ให้ ผูเ้ ขียนมีขอ้ มูล มีความรู้ มีเครือ่ งมือ มีแนวทางเชิงวิชาการในการวิเคราะห์ และตอบคำ�ถาม ข้างต้นได้ หลังจากนั้นมีการนำ�เครื่องมือมาศึกษาวิจัยต่อในปี พ.ศ.๒๕๕๐ กับกลุ่มผู้ป่วย นิติจิตเวชที่มีขนาดมากขึ้น เพื่อดูประสิทธิภาพของเครื่องมือ พบว่ามีค่าความเชื่อมั่นและ ความเที่ยงตรงสูง ผลงานวิจัยนี้ได้ถูกรับการคัดเลือกให้นำ�เสนอในการประชุมวิชาการ นานาชาติ กรมสุขภาพจิต ประจำ�ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ในขณะทีผ่ เู้ ขียนดำ�รงตำ�แหน่งนักจิตวิทยาระดับ ๓ และ ๔ ได้เคยมีความคิดอยาก ไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ เพือ่ นำ�ความรูม้ าพัฒนางานนิตจิ ติ วิทยาให้ชดั เจนขึน้ แต่ตอนนัน้ ไม่กล้าพูดความรู้สึกนี้กับใคร และระบบงานก็ยังคงดำ�เนินต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่มีเทคโนโลยี ที่แสดงถึงเอกลักษณ์ด้านนิติจิตวิทยาอย่างแท้จริง ผู้เขียนได้แต่คิดอยู่ในใจ ดังนั้น หลังจาก 63


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

เรียนจบปริญญาโทความฝันดังกล่าวก็ยังคงมีอยู่ จึงได้ทำ�การสืบค้นหาทุนมหาวิทยาลัย ต่างประเทศทีเ่ ปิดสอนนิตจิ ติ วิทยา (Forensic Psychology) ในระดับปริญญาเอก ไปงาน Expo ทีจ่ ดั ศึกษาต่อต่างประเทศและก็เขียนใบสมัครไป และสมัครขอทุนคณะกรรมการข้าราชการ พลเรือนทุกปี ติดต่อกันหลายปี (ตอนนั้นรู้สึกว่ามีความหวัง) ยอมรับว่าตนอยากเรียน เฉพาะทางนิติจิตวิทยามากจริงๆ และไม่คิดที่จะเรียนในเมืองไทยด้วย แต่สุดท้ายเราเข้าใจ ระบบราชการดี จนตอนนี้เลิกขอแล้ว แต่นั่นก็เป็นความฝันของเราและเป็นความสุขที่ได้ฝัน ระหว่างที่มีความสุขกับความฝัน มีการสืบค้นหาทุน และหาความรู้ผ่านโลก ไร้พรมแดนจากอินเตอร์เน็ต แม้ภาษาอังกฤษไม่ได้แข็งแรง อยากรูว้ า่ ต่างประเทศเขาทำ�อะไร กันบ้าง มีเครือ่ งมือทดสอบอะไรบ้าง หรือมีองค์ความรูอ้ ะไรบ้างเกีย่ วกับนิตจิ ติ วิทยา มันเป็น ความยากที่จะสร้างองค์ความรู้แต่ละเรื่อง ที่เกิดจากการค้นคว้าและอ่านด้วยตนเอง ต้องใส่ใจ สนใจ ตั้งใจ และรักมันจริง โดยไม่ต้องมีคนสั่งให้ทำ� ทำ�เพราะอยากจะทำ� แต่ในเมื่อตัวเราต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในเทคโนโลยีด้านนิติจิตวิทยา สิ่งที่ทำ�ได้ก็คือ อ่าน..และอ่าน.. ไม่เข้าใจ....ก็อ่านให้เข้าใจ...

“...มีเกณฑ์... มีแนวทางในการพิจารณาผู้ป่วยคดี ว่าจะไม่ก่อความรุนแรงซํ้าอีกอย่างไร...” ลำ�ดับต่อมาที่ผู้เขียนต้องการพัฒนาเอกลักษณ์เฉพาะทางด้านนิติจิตวิทยา คือ การประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรง (Violence Risk Assessment) ใช้เวลา ประมาณ ๒ ปีในการศึกษารายละเอียดต่างๆ ของคูม่ อื ตำ�รา วิธกี ารทางสถิติ ระเบียบวิธวี จิ ยั งานวิจยั อืน่ ๆ ทีเ่ กีย่ วข้อง รวมถึงส่ง e-mail ข้อสงสัยต่างๆ ไปถามเจ้าของคูม่ อื ในต่างประเทศ จนตกผลึกขององค์ความรู้ และเก็บข้อมูลทำ�วิจัยในกลุ่มตัวอย่างของไทยอีกประมาณ ๑ ปี รวมแล้วเรื่องนี้ก็ใช้เวลาไม่น้อยทีเดียว งานวิจัยนี้ได้รับคัดเลือกนำ�เสนอในการประชุม วิชาการนานาชาติ กรมสุขภาพจิต ประจำ�ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ จากนั้น มีการฝึกอบรมให้ความรู้ แนวคิดทฤษฎี และวิธกี ารประเมินแก่บคุ ลากรด้านนิตจิ ติ เวช ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้จดั พิมพ์เป็น คูม่ อื เพือ่ เผยแพร่ให้ผปู้ ฏิบตั ทิ ดลองใช้ ในปีเดียวกันนีไ้ ด้รบั คัดเลือกให้แสดงผลงานนวัตกรรม ในรูปแบบโปสเตอร์ในการประชุมวิชาการสุขภาพจิตนานาชาติ กรมสุขภาพจิต ประจำ�ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ปัจจุบนั เครือ่ งมือประเมินความเสีย่ งต่อการเกิดความรุนแรง HCR-20 ได้ถกู นำ�มา 64


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ใช้เป็นมาตรฐานบริการหนึง่ ในการประเมินผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชก่อนจำ�หน่าย เพือ่ ความปลอดภัย ของสังคม โดยในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ มีงานวิจัยรองรับว่าเครื่องมือประเมินนี้มีประสิทธิภาพดี ในการทำ�นายความรุนแรงของผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชหลังจำ�หน่าย ความจริงผูเ้ ขียนทราบจากการ อ่านตำ�ราอยู่แล้วว่า เครื่องมือดังกล่าวนี้มีใช้กันอย่างกว้างขวางในหลายประเทศ (เจ้าของ ผูผ้ ลิตเป็นชาวแคนนาดา) และมีงานวิจยั ในต่างประเทศกล่าวถึงมากมาย แต่อะไรก็ไม่เท่ากับ การรู้และเห็นด้วยตัวเอง จากการได้มีโอกาสไปดูงานนิติจิตวิทยาที่ Institute of Mental Health (IMH) ประเทศสิงคโปร์ และ HCR-20 ก็ถูกนำ�มาใช้ในประเทศนี้ด้วย ทำ�ให้ตนเอง รู้สึกดีไม่น้อย แต่เดาไม่ออกว่าทีมของเราจะรู้สึกอย่างไร ความสำ�เร็จของเทคโนโลยีได้รับ ความร่วมมือ และผลักดันจากหลายฝ่าย ได้แก่ องค์กรสหวิชาชีพ ศูนย์ความเป็นเลิศด้าน นิติจิตเวช องค์กรแพทย์ กลุ่มพัฒนาวิชาการ ต้องขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย

“ เราจะรู้ได้ไงว่าคนไข้แกล้งป่วย... ...แกล้งบ้า...แกล้งจำ�ไม่ได้... ?” คำ � ถามนี้ ใ นฐานะที่ ถู ก คาดหวั ง ว่ า เป็ น ผู้ เชี่ ย วชาญด้ า นนิ ติ จิ ต เวช คงจะถู ก ถามบ่อยๆ หรือถูกคาดหวังว่าคุณคงรู้แล้ว เอกลักษณ์ของนิติจิตวิทยาอีกอย่างหนึ่งที่ นักนิติจิตวิทยาต้องมีความรู้และทักษะเพิ่มเติมจากนักจิตวิทยาคลินิก คือ การตรวจจับ การแกล้งทำ� (malingering and deception) สำ�หรับนักนิตจิ ติ วิทยาก็จะถูกถามว่ามีแบบทดสอบ อะไร ถือว่าเป็นความเครียดทีเ่ ราตอบได้ไม่เต็มปาก เพราะส่วนใหญ่จะตอบจากการวิเคราะห์ผล ในการทดสอบทางจิตวิทยาคลินกิ (Traditional Tests) แต่อย่างไรก็ตาม ยังจำ�เป็นอยู่ เพราะ ไม่สามารถสรุปได้จากแบบทดสอบเดียว แต่นนั่ ก็ยงั ไม่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ทแี่ ท้จริง ของนักนิติจิตวิทยา ถือเป็นความคับข้องใจเรื่อยมาที่อยากจะค้นคว้าและศึกษา และ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ นี้ได้ศึกษาเฉพาะในส่วนของการแกล้งมีความบกพร่องด้านความจำ�ก่อน (memory malingering) การศึกษาเรือ่ งนีถ้ อื ว่ามีเวลาค่อนข้างน้อยในการทบทวนวรรณกรรม เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีอื่นๆ ที่กล่าวผ่านมา อย่างไรก็ตามการศึกษาวิจัย เกณฑ์ปกติของ แบบทดสอบการแกล้งมีความบกพร่องด้านความจำ�ในกลุ่มประชากรคนไทยนั้นจะทำ�ให้ ทราบว่ามีค่าเกณฑ์ปกติอย่างไรบ้าง เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการเทียบเคียงพิจารณาตัดสินใจ ร่วมกับข้อมูลอื่นๆ ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ที่จะบอกว่า คนนี้ๆ มีความเป็นได้ที่จะแกล้งทำ� 65


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

มากกว่าคนทั่วไป และการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการประเมินการแกล้งมีอาการทางจิต (Psychopathology Malingering) ถือเป็นงานที่ท้าทายสำ�หรับนักนิติจิตวิทยาของไทยต่อไป

“...ผู้ป่วยพร้อมที่จะไปต่อสู้คดี.... ….พร้อมขึ้นศาลได้หรือยัง...?” ในประเด็นคำ�ถามนี้ นักนิตจิ ติ วิทยาต้องรูว้ ธิ กี ารประเมินทีเ่ รียกว่า ความสามารถ ในการต่อสู้คดี (Competency to Stand Trial) และวิธีการรายงานผล แม้ปัจจุบันไม่มี แบบประเมินเฉพาะเหมือนสาเหตุการส่งตรวจด้านกฎหมายอืน่ ๆ (psycholegal questions) ดังกล่าวข้างต้น ทัง้ นีเ้ พราะประเด็นนีม้ วี ธิ กี ารพิจารณาทีใ่ ช้ทกั ษะไม่ยากและซับซ้อนมากนัก เพราะเป็นการประเมินสภาพจิตในปัจจุบนั แต่กม็ เี กณฑ์ในการประเมินทีใ่ ช้รว่ มกับผลการตรวจ ทางจิตวิทยาคลินิกอื่นๆ ได้แก่ การสังเกตอาการ พฤติกรรมและอารมณ์ขณะทำ�ทดสอบ นอกจากนี้ นั ก นิ ติ จิ ต วิ ท ยายั ง ต้ อ งใช้ เครื่ อ งมื อ วิ นิ จ ฉั ย ระดั บ เชาวน์ ปั ญ ญา (Intelligence Test) พยาธิสภาพทางสมอง (Neuropsychological Test) และ ลักษณะบุคลิกภาพ (Personality Tests) ประกอบในการอธิบายลักษณะสภาพจิตใจ (Psychopathology) ระดับ เชาวน์ปญ ั ญา (Intellectual Function) ลักษณะพยาธิสภาพทางสมอง (Neuropsychological Function) ของอาชญากร ผู้ต้องขัง รวมไปถึงผู้ป่วยนิติจิตเวชที่เชื่อมโยงกับการกระทำ�ผิด และข้อกฎหมาย โดยเฉพาะคดีทางแพ่งที่ยังไม่ได้กล่าวถึง เช่น

...นาง ก. จะสามารถสอนหนังสือต่อไปได้หรือไม่... ...นาย ข. จะเป็นทหารได้หรือไม่... ...นาง ค. จะสามารถจัดการมรดกทรัพย์สินตนเองได้หรือไม่... ดังนั้น ผลการตรวจทางนิติจิตวิทยาจะสะท้อนความสามารถต่างๆ และลักษณะ สภาพทางจิต ณ ปัจจุบันของผู้ป่วย จากนั้นจะนำ�ผลดังกล่าวไปใช้ประกอบการพิจารณาใน แต่ความสามารถตามวัตถุประสงค์นำ�ส่งต่างๆ อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า นักนิตจิ ติ วิทยา จะเป็นเพียงผูเ้ ดียวในการตัดสิน ในคำ�ถามดังกล่าว ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย และข้อมูลจากวิชาชีพอืน่ ๆ ร่วมกัน พิจารณาอย่างรอบคอบและเป็นธรรมตามมาตรฐานบริการ 66


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

Go Forward: To be Excellence, Professional and Growth

ความเป็นเลิศด้านนิติจิตวิทยา มุ่งมั่นสู่การผลิตผลงานวิจัยเพื่อลงวารสารเฉพาะ ทางนิตจิ ติ วิทยาระดับนานาชาติ รวมถึงการมีโอกาสพัฒนาตนเอง ในการนำ�เสนอผลงานการ ประชุมระดับนานาชาติ ตัวอย่างวารสารเฉพาะทางนิติจิตวิทยาในระดับนานาชาติ (Forensic Psychology Journals)  American Journal of Forensic Psychology  Behavioral Sciences & The Law  Criminal Justice and Behavior  Journal of Forensic Psychology Practice  Law and Psychology Review  Psychology, Crime, & Law  Psychology, Public Policy, and Law

Last Word: Infinity Acts

จากประสบการณ์การทำ�งานด้านนิติจิตเวชในระยะเวลา ๘ ปีที่ผ่านมาของผู้เขียน บอกได้ว่ามีแรงบันดาลใจที่จะพัฒนางานนิติจิตวิทยา เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของ นักนิติจิตวิทยา (Forensic Psychologist) และแตกต่างจากนักจิตวิทยาคลินิก (Clinical Psychologist) อย่างไร แม้ทงั้ สองงานจะมีบางส่วนทีเ่ ชือ่ มกันอยู่ แต่ตอ้ งบอกให้ได้วา่ อะไรคือ เอกลักษณ์ของงานนิติจิตวิทยาที่แท้จริง มาถึงวันนี้ผู้เขียนคิดว่าใกล้ทำ�สำ�เร็จแล้ว แม้อาจจะ ไม่สามารถเรียกตนเองว่าเป็นนักนิติจิตวิทยา (Forensic Psychologist) ได้ก็ตาม ท้ายสุด.....กับสิง่ ทีอ่ ยากทำ�มานานและเคยบอกกับเพือ่ นสนิทไม่กคี่ น คือ การเขียน คูม่ อื หรือหนังสือ Forensic Psychology สักเล่ม แต่นนั่ คือสิง่ ทีเ่ กิดขึน้ ในใจมานานแล้ว.. และ สาเหตุที่ยังไม่สามารถทำ�ได้เพราะมีหลายปัจจัย

“ ....... Pursuing our Dream of Becoming a Professional Forensic Psychologist....... ” 67


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

สังคมสงเคราะห์นิติจิตเวช : กว่าจะส่งผู้ป่วยถึงฝั่ง ลัดดา จีระกุล นักสังคมสงเคราะห์ชำ�นาญการ

โลกใบที่หมุนช้า : กับการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่...ของ “ลุงสม” (นามสมมติ) ลุงสมมารับการรักษาที่สถาบันกัลยาณ์ฯตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๔๘ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ตลอดระยะเวลาทีบ่ �ำ บัดรักษาไม่มญ ี าติมาเยีย่ ม และลุงสมก็จ�ำ ไม่ได้วา่ ตนเองมี ภูมิลำ�เนาอยู่ที่ไหน จนเวลาล่วงเลยมาจนถึงปี พ.ศ. ๒๕๔๗ คุณลุงเกิดจำ�ขึ้นมาได้ว่าตนเอง มีภมู ิล�ำ เนาอยูใ่ กล้วดั แห่งหนึง่ ย่านลาดกระบัง นักสังคมสงเคราะห์ได้พาลุงสมลงไปติดตาม หาญาติ แต่กไ็ ม่พบ พบเพียงท่านเจ้าอาวาสทีร่ จู้ กั คุน้ เคย จากความคุน้ เคยนำ�สูก่ ารช่วยเหลือ ดูแล โดยท่านยินดีให้ผู้ป่วยไปพักอาศัยอยู่ที่วัดได้ แต่ปัญหาที่สำ�คัญอีกอย่างหนึ่งที่ส่งผลให้ ลุ ง สมอาจไม่ ได้ รั บ การรั ก ษาอย่ า งต่ อ เนื่ อ ง และมี ค วามเสี่ ย งสู ง ต่ อ การก่ อ คดี ซํ้ า ก็ คื อ “คุณลุงไม่มีหลักฐานแสดงความเป็นตัวตน คือ ไม่มีบัตรประชาชน” ทำ�ให้ลุงสมขาดสิทธิ ในเรื่องการรักษาพยาบาลไปโดยปริยาย ความท้าทายเริ่มเกิดขึ้นเมื่อลุงสมไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป เพราะคุณลุงไม่ เคยมีบัตรประชาชนมาก่อนตลอดชีวิต อีกทั้งยังถูกคัดชื่อไปอยู่ในทะเบียนบ้านกลางของ กรุงเทพมหานคร ดังนั้นการดำ�เนินการเบื้องต้นเพื่อช่วยให้ลุงสมมีบัตรประชาชนจึงต้องหา หลักฐานเพื่อยืนยันว่าเป็นลุงสมจริง ไม่ใช่การสวมสิทธิของบุคคลอื่น หลักฐานที่สำ�คัญ ได้แก่ หลักฐานการเป็นทหาร (ส.ด.๙) หลักฐานทางการศึกษา และบุคคลยืนยันทั้งหมด ๓ คน นักสังคมสงเคราะห์ใช้เวลาในการตรวจสอบยืนยันจนกระทั่งสามารถนำ�ชื่อของลุงสม ออกจากทะเบียนบ้านกลางเข้าสูท่ ะเบียนบ้านทีเ่ ตรียมไว้ได้ ขัน้ ตอนนีใ้ ช้เวลานานกว่า ๓ เดือน หลังจากนัน้ จึงนำ�ไปสูข่ นั้ ตอนของการทำ�บัตรประชาชน ในขัน้ ตอนการทำ�บัตรประชาชนมีสงิ่ ทีน่ า่ ยินดีพอๆกับการทีล่ งุ สมมีบตั รประชาชนใบแรกเลยทีเดียว นัน่ ก็คอื นักสังคมสงเคราะห์ สามารถสื บ เสาะหาพี่ ช ายที่ ยั ง มี ชี วิ ต อยู่ แ ละติ ด ต่ อ ให้ พี่ ช ายมายื น ยั น เพื่ อ ให้ ลุ ง สมมี บัตรประชาชนในครั้งนี้ด้วย จาก ๓๐ ปี ทีอ่ า้ งว้าง โดดเดีย่ ว จากคนไทยไร้สทิ ธิมาสูค่ วามเท่าเทียมในชีวติ มนุษย์ คนหนึง่ เรือ่ งราวของลุงสม คือ ความงดงามเล็กๆ ทีม่ อี ยูใ่ นชีวติ ธรรมดาๆ ทีท่ �ำ ให้เราได้วาง ระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชอย่างครบวงจรมากขึ้นในเรื่องสิทธิของการเป็นคนไทย 69


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

สิทธิของการเป็นคนไทย

เราทุกคนทราบกันดีว่าการเจ็บป่วยด้วยโรคจิตเวชเป็นภาระที่สร้างความทุกข์ อย่างมหันต์ทั้งต่อผู้ป่วย ครอบครัว และชุมชน การบริการทางการแพทย์แบบที่เน้นการให้ บริการที่โรงพยาบาลด้วยแพทย์เฉพาะทาง กลับไม่สามารถรองรับปัญหาดังกล่าวได้ดี เท่าที่ควร เพราะอะไรหรือ!!! คำ�ตอบมีอยู่ที่คำ�พูดของ George Carlin (อ้างในโกมาตร จึงเสถียรทรัพย์:๒๕๕๐)

“If you think you know answer, you are part of the problem” คนที่คิดว่าตนเองมีคำ�ตอบแล้วสำ�หรับปัญหาต่างๆ มักเป็นตัวสร้างปัญหาเสียมากกว่าที่จะแก้ปัญหา เราในฐานะบุคลากรทางการแพทย์มกั คิดว่าตนมีความรูม้ ากทีส่ ดุ ในเรือ่ งแนวทาง การแก้ไขปัญหา คิดว่าตนเองมีคำ�ตอบสำ�เร็จรูปสำ�หรับปัญหาทุกอย่างและพร้อมที่จะให้ คำ�แนะนำ�กับผู้ป่วย-ญาติ มากกว่าที่จะรับฟังและเรียนรู้ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของ “เต๋า” (นามสมมติ) ผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังที่ก่อคดีฆ่าคนในชุมชนเสียชีวิต ทั้งมารดาและพี่น้องไม่ อยากรับกลับไปดูแลที่บ้าน ไร้ซึ่งที่พักพิง บั้นปลายของชีวิตก็คงหนีไม่พ้นต้องไปใช้ชีวิตอยู่ ในสถานสงเคราะห์เป็นแน่แท้---ทุกอย่างมีคำ�ตอบสำ�เร็จรูป

70


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ถ้าคิดกันแค่นี้ทุกอย่างก็สำ�เร็จลุล่วง ผู้ป่วย “มีที่อยู่ มีคนดูแล มียารับประทาน ต่อเนือ่ ง” วันหนึง่ เราก็น�ำ คำ�ตอบสำ�เร็จรูปนีไ้ ปมอบให้กบั ผูป้ ว่ ยทีเ่ ข้าข่ายดังกล่าว และวันนัน้ ก็มาถึง “เต๋า” ก็เช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่น่าทึ่งกว่านั้น “เต๋า” ก็ได้เตรียมคำ�ตอบบางอย่าง มอบให้เราเหมือนกัน นั่นก็คือ “สถานสงเคราะห์เขาเก็บไว้ให้คนที่ไม่มีญาติไม่ใช่หรือครับ แต่ผมยังมีญาติ มีบ้าน ผมขออยู่บ้านได้หรือเปล่าครับ” “เต๋า” ทำ�เสียงอ่อยๆ เหมือนกับ พยายามต่อรองให้ตนเองได้อยู่กับครอบครัวโดยหารู้ไม่ว่าญาติพี่น้องไม่อยากดูแลเพราะ “เต๋า” มีพฤติกรรมก้าวร้าว ไม่เชือ่ ฟัง แต่สงิ่ ที่ “เต๋า”ต่อรองก็เพือ่ พยายามทีจ่ ะบอกว่าตลอด ระยะเวลาทีผ่ า่ นมา “เต๋า” ต่อสูเ้ พียงลำ�พังบนความเจ็บป่วยทางจิตทีไ่ ม่ได้รบั การเยียวยามา นานกว่า ๑๐ ปี แต่เขาก็ยังมีชีวิตรอดมาได้ ณ เวลานั้น เขาไม่มีแม้แต่บ้านที่พักพิง อาศัย นอนที่วัด เพราะฉะนั้นคำ�ตอบที่ว่า “มีที่พักพิง มีอาหารครบ ๓ มื้อ มียารับประทานตลอด ชีวติ ” จึงไม่ใช่ค�ำ ตอบทีจ่ ะบอกว่า “เต๋า” จะมีความสุขกับชีวติ ในบัน้ ปลายได้ จากคำ�ต่อรองสู่ การเจรจากับครอบครัวรอบใหม่ ปรับทัศนคติของญาติ หาอาชีพให้ จนในทีส่ ดุ แม่ยอมรับให้ “เต๋า” อยูท่ บ่ี า้ น “เต๋า” มีงานทำ� (ร้านปันนํา้ ใจ) มีรายได้ไม่มาก แต่กไ็ ม่เป็นภาระของครอบครัว เรื่องราวของ “เต๋า” จึงเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ที่ทำ�ให้เราได้เห็นและได้ชื่นชมกับ ศักยภาพทีม่ อี ยู่ เป็นเพราะเรามองว่าผูป้ ว่ ยจิตเวชต้องการการดูแลทีส่ อดคล้องกับบริบทและ เงือ่ นไขชีวติ ของผูป้ ว่ ยแต่ละคน เราในฐานะของผูด้ แู ลไม่เพียงแต่ตอ้ งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่ กำ�ลังคุกคามชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังต้องแสวงหาวิธีการที่จะลดปัจจัย เสี่ยงและเสริมสร้างสุขภาพในระยะยาวไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างกระบวนการ เรียนรู้ หรือการเสริมสร้างบทบาทของครอบครัวในเรื่องของกระบวนการเยียวยารักษา อีกทั้งยังต้องตระหนักถึงข้อจำ�กัดของผู้ป่วยและครอบครัวในการเข้าถึงการรักษา เพราะ การรักษาโรคทางจิตเวชนั้นมักเป็นภาระการดูแลที่ยืดเยื้อยาวนานไปตลอดชีวิต สิ้นเปลือง ทัง้ เงินและเวลา ในบางกรณีระบบบริการสุขภาพทีเ่ ป็นอยูน่ อกจากจะแก้ปญ ั หาได้อย่างจำ�กัดแล้ว ยังอาจเป็นสิ่งที่เพิ่มความทุกข์ซํ้าเติมให้กับผู้ป่วยและญาติได้ หากไม่ระมัดระวัง

71


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

เมือ่ เขียนมาถึงตรงนี้ ทำ�ให้ผเู้ ขียนนึกถึงคำ�พูดของ ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี ที่กล่าวไว้ว่า...

“ศักดิ์ศรีและคุณค่าแห่งความเป็นคน คือ สิ่งที่สำ�คัญที่สุดของมนุษย์ ศักดิ์ศรี คือ การทำ�สิ่งที่ถูกต้อง คุณค่าอยู่ที่การมีหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์” อย่างไรก็ตาม จากการทำ�งานด้านสังคมสงเคราะห์ที่ผ่านมา เรามุ่งหวังให้ผู้ป่วย นิติจิตเวชสามารถดูแลตนเองได้ ไม่เป็นภาระของครอบครัว จึงเกิดการพัฒนาจนได้วงล้อ การทำ�งานที่นำ�เอาทุกเรื่องราวที่ยุ่งยากซับซ้อนของผู้ป่วยนิติจิตเวชแต่ละรายมาวิเคราะห์ เพือ่ หาหนทางการให้ความช่วยเหลือร่วมกัน บนพืน้ ฐาน “ศักดิศ์ รีและคุณค่าแห่งความเป็นคน” ดังนัน้ เรือ่ งราวของ “ศักดิ”์ (นามสมมติ) น่าจะเป็นตัวอย่างทีด่ ที สี่ ามารถอธิบายการทำ�งาน ของวงล้อนี้ให้เข้าใจได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ความเจ็บป่วยเรื้อรังที่เป็นปมชีวิตของตนเองและครอบครัวที่มีเหตุการณ์ทั้งดี และเลวร้ายเข้ามาในชีวิต บางเรื่องสร้างบาดแผลให้ชีวิตจนเกินเยียวยา......

ผลของการกระทำ� เป้าหมายถูก: ดำ�เนินต่อไป เป้าหมายผิด: หยุด และทบทวนหาวิธีการใหม่ ในการเยียวยา --หยุดทำ�ตามความเคยชิน--

ที่เป็นทางเลือกใน การเยียวยาชีวิตให้เป็นอิสระ จากปมชีวิตที่ประสบอยู่

ตรวจสอบ: หาสาเหตุของปัญหาต่าง ๆ ที่อยู่เบื้องหลัง กำ�หนด: เป้าหมายที่ดีกับชีวิต ขับเคลื่อน: ไปสู่เป้าหมายนั้น---ต่อรองกับสังคม

72


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

“ศักดิ์” เกิดและเติบโตที่จังหวัดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน เรื่องราวในวัยรุ่นของศักดิ์ ไม่แตกต่างจากวัยรุน่ อืน่ ๆ จนกระทัง่ “ศักดิ”์ เข้าสูว่ ยั ผูใ้ หญ่ เขามีภาระทีต่ อ้ งรับผิดชอบมากขึน้ มีภรรยาและบุตรที่ต้องดูแล ชีวิตต้องดิ้นรนต่อสู้กับระบบทุนนิยม การที่จะทำ�ให้ตนเอง พอมีพอกิน พอมีหน้ามีตาในหมู่บ้านก็ต้องไปทำ�งานต่างประเทศ “ศักดิ์” ก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาจึงเดินทางไปทำ�งานต่างประเทศจนกระทั่งมีความเจ็บป่วยทางจิตจากการทำ�งานหนัก และไม่ได้พักผ่อน เมื่ออาการทางจิตสงบเขาก็ยังคงเดินทางไปทำ�งานต่างประเทศเช่นเคย จนกระทั่ ง ไม่ ส ามารถต่ อ สู้ กั บ ความเจ็ บ ป่ ว ยที่ รุ ม เร้ า ได้ เขาจึ ง ต้ อ งกลั บ มาทำ � ไร่ ทำ � นา เลี้ยงสัตว์อยู่ที่บ้าน โดยให้ภรรยาเป็นผู้หารายได้เพียงลำ�พัง และแล้ววันหนึ่ง “ศักดิ์” ก็มอี าการทางจิตกำ�เริบและก่อคดีฆา่ เพือ่ นบ้านในทีส่ ดุ เหตุการณ์ดงั กล่าวเปลีย่ นแปลงชีวติ ของเขานับจากวันนั้นเป็นต้นมา หลังจากศาลพิจารณายกฟ้อง “ศักดิ์” ถูกส่งตัวมาบำ�บัด รักษาที่สถาบันกัลยาณ์ฯตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๔๘ เขาอยากกลับบ้านไปอยู่ กับภรรยาและบุตร แต่ไม่สามารถทำ�ได้เพราะคนในชุมชนไม่ยอมรับ รวมทั้งกลับไปอยู่กับ ครอบครัวก็ไม่ได้เนื่องจากในครอบครัวมีบุคคลที่เจ็บป่วยทางจิตและมีภาระที่ต้องดูแลอยู่ แล้ว “ศักดิ์” จะต้องไปอยู่สถานสงเคราะห์อย่างนั้นหรือ ! ไม่ใช่คำ�ตอบแบบนั้นแน่นอน เพราะ “ศักดิ์” มี ศักยภาพภายใน หลายอย่าง และยังมีความมุ่งมั่น ความตั้งใจที่จะ ประกอบอาชีพเพือ่ ดูแลตนเองในยามทีไ่ ม่มใี ครให้พงึ่ พิง จึงได้มกี ารตัง้ เป้าหมายชีวติ ให้กบั “ศักดิ”์ โดยเริม่ ต้นจากการทำ�งาน โดยนักสังคมสงเคราะห์คอยเป็นพีเ่ ลีย้ งและดูแลในยามที่ เขาไม่สามารถเผชิญกับปัญหาต่างๆ ได้ เริม่ จากการลองถูกลองผิด สูส่ งิ่ ทีค่ ดิ ว่าดีทสี่ ดุ ผลสรุป ในวันนี้ “ศักดิ”์ มีงานทำ�ตามความต้องการ มีรายได้เพียงพอต่อการดำ�เนินชีวติ และเหลือพอ ที่จะส่งไปจุนเจือครอบครัว วงล้อหมุนไปตามวิถชี วี ติ ของคนแต่ละคนไม่เคยหยุด..เมือ่ สะดุด..กลับมาหาหนทาง เยียวยากันใหม่ แต่สิ่งที่พึงระวัง อย่าทำ�ตามความเคยชิน อย่างที่เป็นอยู่ เพราะจะไม่ได้ เรียนรู้ถึงความงดงามในชีวิตของเขาเหล่านั้น ดังนัน้ เมือ่ มองภาพงานสังคมสงเคราะห์นติ จิ ติ เวช เราจะเห็นว่าเป็นงานทีใ่ ห้บริการ กับผูต้ อ้ งหา จำ�เลย ผูเ้ สียหาย ทีพ่ นักงานสอบสวนหรือศาลสงสัยว่าจะมีความผิดปกติทางจิต หรื อ ส่ ง มาบำ � บั ด รั ก ษาในกรณี มี ภ าวะอั นตรายต่ อ สั ง คม หรื อ ส่ ง มาเพื่ อ ตรวจประเมิ น ความสามารถในการทำ�งานหรือทำ�นิติกรรมสัญญา เพราะฉะนั้นการทำ�งานด้านวิชาชีพจึง ต้องสอดรับกับมาตรฐานวิชาชีพสังคมสงเคราะห์นิติจิตเวชอันประกอบไปด้วย การวินิจฉัย ทางสังคม ไม่วา่ จะเป็นกรณีของ “ศักดิ”์ หรือ “เต๋า” ทัง้ คูล่ ว้ นผ่านกระบวนการทำ�งานดังกล่าวนี้ มาแล้วด้วยกันทัง้ นัน้ นักสังคมสงเคราะห์นติ จิ ติ เวชจึงต้องวางแผนศึกษาประวัตคิ วามเป็นมา 73


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ของผู้ ป่ ว ยโดยละเอียด ตั้งแต่เกิดจนถึงวันที่กระทำ � ความผิ ด ให้ ค รอบคลุ ม ทั้ ง ทางด้าน กาย-จิต-สังคม (Bio-Psycho-Social) โดยการสัมภาษณ์ผปู้ ว่ ย ญาติ/บุคคลใกล้ชดิ เพือ่ นบ้าน ผู้เสียหาย (บางกรณี) ตลอดจนการเยี่ยมบ้านและการรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่ เกีย่ วข้องไม่วา่ จะเป็นพนักงานสอบสวน ศาล อัยการ โรงพยาบาลของรัฐและเอกชน เป็นต้น จากนัน้ นำ�ข้อมูลมาวิเคราะห์เพือ่ หาสาเหตุทางสังคมทีเ่ กีย่ วข้องกับความเจ็บป่วยทางจิตและ สาเหตุของการกระทำ�ความผิด เพือ่ นำ�เสนอในทีป่ ระชุมตรวจวินจิ ฉัยทางนิตจิ ติ เวชพร้อมทัง้ ลงความเห็นทางด้านคลินิกและกฎหมาย นอกจากนี้เรายังพบว่า การก่อคดีของผู้ป่วยจิตเวชแต่ละราย หากเกิดจากความ เจ็บป่วยทางจิต เมื่อผู้ป่วยอาการทางจิตทุเลาและรับรู้ถึงการกระทำ�ของตนเอง หลายคน เกิดความรู้สึกเศร้า เสียใจ รู้สึกผิด กรณีของ “ศักดิ์” และ “เต๋า” ก็เช่นกัน เราจึงต้องมีการ บำ�บัดทางด้านจิตใจ เช่น การให้คำ�ปรึกษา การทำ�จิตบำ�บัดประคับประคอง ครอบครัว บำ�บัด ควบคู่กับการรักษาด้วยยา เพื่อให้อาการทางจิตของผู้ป่วยทุเลาและพร้อมที่จะเผชิญ หน้ากับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในชีวิต และที่ผ่านมายังพบอีกว่าบุคคลในครอบครัวของ ผู้ป่วย ผู้เสียหายและชุมชนเองก็ได้รับผลกระทบจากการกระทำ�ความผิดด้วยเช่นกัน เราจึง ต้องเยียวยาจิตใจเขาเหล่านั้นด้วย เพื่อให้เขามีแนวทางในการจัดการปัญหาและลดความ เสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพจิต ในผู้ป่วยบางรายการทำ�งานไม่ได้จบลงที่การวินิจฉัยทาง สังคมและการบำ�บัดทางสังคมเท่านั้น แต่ต้องมีการฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม เพื่อฟื้นฟู ทักษะให้ผู้ป่วยสามารถประกอบอาชีพได้ตามศักยภาพของตนเอง และสิ่งที่สำ�คัญสำ�หรับ ผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชคือ การพิทกั ษ์สทิ ธิทมี่ งุ่ เน้นการไม่ท�ำ ให้ผปู้ ว่ ย “ถูกเลือกปฏิบตั ”ิ แต่จะต้อง ทำ�ให้ผู้ป่วยได้รับ “ความเท่าเทียม” เท่ากับคนอื่นๆ ในสังคม ความเท่าเทียมที่ว่านั้นคือ การเปิดโอกาสให้ผปู้ ว่ ยสามารถใช้สทิ ธิของตนเองได้เท่ากับคนอืน่ ๆ สามารถพัฒนาคุณภาพ ชีวิตของตนให้มีความสมบูรณ์ที่สุดตามบริบทของแต่ละคน ดังนั้น จึงเห็นได้ว่าการทำ�งาน ของนักสังคมสงเคราะห์ต้องดำ�เนินงานโดยการใช้ทักษะของงานสังคมสงเคราะห์เพื่อพิสูจน์ ความจริงและพิทักษ์สิทธิให้กับผู้ป่วยนิติจิตเวช ผลจากการปฏิบัติงานดังกล่าวจะช่วยผดุง ความยุติธรรมในฐานะวิชาชีพหนึ่งในทีมพยานผู้เชี่ยวชาญได้

เราในฐานะนักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพจึงมองว่า : งานไม่ใช่แค่สิ่งที่ต้องทำ�ให้บรรลุผลสำ�เร็จตามตัวชี้วัด แต่งานที่ทำ�ด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์นั้นเป็นได้มากกว่าการทำ�ตามหน้าที่ 74


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

บทบาทพยาบาลนิติจิตเวช : จากปัจจุบันสู่อนาคต ทองพูน ปินทะนา พยาบาลวิชาชีพชำ�นาญการ

ตลอดระยะเวลา ๔๐ ปี ที่ผ่านมา สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ มีภารกิจหลัก ในการให้บริการนิติจิตเวชทั่วประเทศและมีการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลมาโดยตลอด โดยเฉพาะด้านบริการและด้านวิชาการ สิ่งที่ยืนยันได้ว่าสถาบันแห่งนี้ ให้บริการแก่ผู้ที่มา ใช้บริการอย่างมีคุณภาพ คือ การที่สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล ให้การรับรอง คุณภาพมาตรฐานตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๗ เป็นต้นมา โดยให้การรับรองอย่างต่อเนื่องมาจนถึง ปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม สถาบันกัลยาณ์ฯยังคงมีการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อความ เป็นเลิศด้านนิติจิตเวช ผู้ป่วยนิติจิตเวช ซึ่งเป็นบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพจิต โรคทางจิตเวชและเกี่ยวข้อง กั บ กระบวนการยุ ติ ธ รรมหรื อ ความเป็ นธรรมทางสั ง คม ผู้ ป่ ว ยเหล่ า นี้ ส่ ว นใหญ่ เป็ น ผู้ป่วยจิตเวชที่ก่อคดีทางอาญา หากไม่ได้รับการบำ�บัดที่สอดคล้องกับความเจ็บป่วยและ ประเด็นทางกฎหมาย อาจทำ�ให้ผู้ป่วยไม่ได้รับการช่วยเหลือตรงตามปัญหาและนำ�ไปสู่การ ก่อคดีซํ้าได้ จึงนับว่าเป็นผู้ป่วยที่มีปัญหายุ่งยากซับซ้อน รวมทั้งมีกระบวนการบำ�บัดและ ขัน้ ตอนทางนิตจิ ติ เวชทีซ่ บั ซ้อนเช่นกัน ดังนัน้ พยาบาลนิตจิ ติ เวชทีใ่ ห้การดูแลจะต้องมีความรู้ และเข้าใจในกระบวนการนิติจิตเวชและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี

บทบาทของพยาบาลนิติจิตเวชด้านบริการ

วิชาชีพพยาบาล มีหน้าทีห่ ลักคือ การพยาบาล ซึง่ เป็นทีท่ ราบกันดีวา่ การพยาบาล เป็นบริการที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือบุคคลทั้งในภาวะปกติ เจ็บป่วยหรือสนองต่อความ ต้องการของบุคคล ครอบครัว และชุมชน โดยมีจดุ มุง่ หมายเพือ่ บรรเทาความเจ็บป่วย ความ ทุกข์ทรมาน รวมทั้งการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ตลอดจนการยกระดับความ มีสขุ ภาพดีของบุคคล ครอบครัวและชุมชน โดยสังคมคาดหวังว่า จะต้องเป็นบริการทีม่ คี ณ ุ ภาพ สูงสุด โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยนิติจิตเวช ซึ่งเป็นผู้ป่วยเฉพาะทางที่ต้องได้รับการพยาบาล ที่แตกต่างจากผู้ป่วยจิตเวชทั่วไป ดังนั้น พยาบาลนิติจิตเวชซึ่งเป็นหนึ่งในทีมสหวิชาชีพ ทีใ่ ห้การดูแลผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวช จึงนับว่าเป็นวิชาชีพทีส่ �ำ คัญและมีบทบาทหลักในการให้บริการ 75


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

แก่ผู้ป่วยนิติจิตเวชตั้งแต่แรกรับจนกระทั่งจำ�หน่าย ตลอดจนการติดตามดูแลหลังจำ�หน่าย กรณีทเี่ ป็นผูป้ ว่ ยในต้องดูแลผูป้ ว่ ยตลอด ๒๔ ชัว่ โมง พยาบาลนิตจิ ติ เวชจึงมีบทบาททีส่ �ำ คัญ ในการดูแลผู้ป่วยนิติจิตเวชเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ พยาบาลนิติจิตเวชต้องมีการปฏิบัติงานโดยการผสมผสานศาสตร์ ทางการพยาบาล ความรูด้ า้ นจิตเวชศาสตร์และศาสตร์ทางนิตจิ ติ เวชหรือกฎหมายทีเ่ กีย่ วข้อง มาประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วย เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่กระบวนการยุติธรรมและสังคม และเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการพิทักษ์สิทธิ์และการผดุงความยุติธรรมตามที่กฎหมายกำ�หนด การดูแลผูป้ ว่ ยให้ได้รบั บริการทีม่ คี ณ ุ ภาพไม่วา่ จะเป็นผูป้ ว่ ยทางกายหรือทางจิตเวช พยาบาลต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการพยาบาล ซึ่งมาตรฐานการพยาบาลเป็นเครื่องมือ สำ�คัญของการประกันคุณภาพการพยาบาล เนือ่ งจากเป็นแนวทางในการจัดบริการและการ ปฏิบัติการพยาบาลเพื่อให้เกิดผลดีต่อผู้รับบริการ ด้วยเหตุนี้ กลุ่มการพยาบาลของสถาบัน กัลยาณ์ฯจึงได้มีการศึกษาวิจัยและจัดทำ�มาตรฐานการพยาบาลนิติจิตเวชขึ้น เพื่อใช้เป็น แนวปฏิบตั กิ ารพยาบาลแก่ผปู้ ว่ ยนิตจิ ติ เวช ญาติ หน่วยงานทีส่ ง่ ผูป้ ว่ ยมาตรวจรักษาและบำ�บัด นับเป็นเครื่องมือที่สำ�คัญที่ใช้ในการประเมินว่า การพยาบาลที่ผู้ป่วยนิติจิตเวชได้รับนั้น มีคณ ุ ภาพหรือไม่ เนือ่ งจากการพยาบาลนิตจิ ติ เวช เป็นการบำ�บัดดูแลผูม้ ปี ญ ั หาสุขภาพจิตและ จิตเวชทีเ่ กีย่ วข้องกับกระบวนการยุตธิ รรม เพือ่ ให้การเจ็บป่วยทางจิตกลับเข้าสูภ่ าวะปกติหรือ สามารถกลับไปดำ�เนินการทางกระบวนการยุตธิ รรมได้ในเวลาทีเ่ หมาะสม รวมทัง้ การส่งเสริม สุขภาพจิตทั่วไป การป้องกันความเจ็บป่วย ปัญหาสุขภาพจิต บำ�บัดดูแล ฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ป่วยจิตเวชและนิติจิตเวชมิให้ป่วยซํ้าหรือก่อคดีซํ้า เพราะฉะนั้น พยาบาลนิติจิตเวชจึงต้อง มีความรู้ ความเข้าใจในมาตรฐานการพยาบาลนิติจิตเวชอย่างแท้จริง นอกจากนี้ พยาบาล นิตจิ ติ เวชยังต้องใช้กระบวนการพยาบาลซึง่ เป็นเครือ่ งมือและวิธกี ารสำ�คัญทางวิทยาศาสตร์ อย่างหนึ่งของวิชาชีพในการปฏิบัติการพยาบาลซึ่งจะช่วยทำ�ให้ผู้รับบริการได้รับประโยชน์ สูงสุด โดยกระบวนการพยาบาลสำ�หรับการพยาบาลนิติจิตเวช มีทั้งหมด ๕ ขั้นตอน ดังนี้ ๑. การประเมินทางการพยาบาล คือ การสังเกตอาการพฤติกรรมของผู้ป่วย โดย เฉพาะการประเมินภาวะแกล้งทำ� (malingering) ซึ่งผู้ป่วยตั้งใจที่จะแสดงอาการทางจิตเวช โดยทีไ่ ม่มกี ารเจ็บป่วยจริง เพือ่ ผลประโยชน์ทางกฎหมายหรือการได้รบั การลดโทษทางอาญา ๒. การวินจิ ฉัยทางการพยาบาล เป็นการวิเคราะห์ ระบุถงึ ภาวะสุขภาพหรือปัญหา โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีของผู้ป่วยนิติจิตเวช หากพยาบาลไม่สามารถให้ 76


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

การวินิจฉัยปัญหาและความต้องการของผู้ป่วยนิติจิตเวชได้ถูกต้อง จะทำ�ให้ผู้ป่วยนิติจิตเวช ได้รับการดูแลที่ไม่สอดคล้องกับปัญหาที่แท้จริงทั้งทางด้านคลินิกและกฎหมาย ๓. การวางแผนการพยาบาล เป็นการจัดระบบการปฏิบตั กิ ารพยาบาลให้เหมาะสม กับสภาพปัญหาและความต้องการของผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวช เนือ่ งจากการวางแผนการดูแลผูป้ ว่ ย นิติจิตเวชแต่ละราย แต่ละประเภทมีความแตกต่างกันทั้งสภาพปัญหาและความต้องการ ๔. การปฏิบัติการพยาบาล เป็นการนำ�แผนการพยาบาลไปปฏิบัติต่อผู้ป่วย นิติจิตเวช เพื่อจัดการกับปัญหาและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ป่วยนิติจิตเวช ๕. การประเมินผลการพยาบาล เป็นการตรวจสอบคุณภาพการพยาบาลที่เกิด จากการปฏิบัติการพยาบาลและใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการพยาบาลต่อไป นอกจากนี้ พยาบาลนิตจิ ติ เวชต้องมีการบันทึกข้อมูลหรือรายงานต่างๆ ทีเ่ กีย่ วข้อง กับผู้ป่วยนิติจิตเวชอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง เพราะสิ่งเหล่านี้มีประโยชน์ต่อการนำ�ไปใช้ เป็นพยานหลักฐาน เพื่อประกอบการดำ�เนินการทางกระบวนการยุติธรรม ซึ่งประกอบด้วย ๑. ด้านการบำ�บัดรักษาและฟื้นฟู พยาบาลนิติจิตเวชจะต้องมีการวางแผน การดูแลผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชแต่ละรายให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของผูป้ ว่ ย นิติจิตเวช มีการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการ และประเภทผู้ป่วย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วยนิติจิตเวชสามารถกลับไปสู่กระบวนการยุติธรรมหรือ กลับไปสู่สังคมภายนอกได้โดยเร็วที่สุด ๒. ด้านการวินจิ ฉัยทางนิตจิ ติ เวช พยาบาลนิตจิ ติ เวชต้องแสดงความคิดเห็นใน ขั้นตอนการวินิจฉัยทางนิติจิตเวชทั้งในด้านคลินิกและด้านกฎหมาย ดังนั้น พยาบาล นิติจิตเวช ต้องมีความรู้ด้านการวินิจฉัยโรคทางจิต อาการทางจิต และหลักในการพิจารณา ความรั บ ผิ ด ชอบทางอาญา ต้ อ งทำ � ความเข้ า ใจกั บ พฤติ ก รรมและความคิ ด ของผู้ ป่ ว ย นิติจิตเวชขณะประกอบคดี หรือ ที่มาของการก่อเหตุ รวมทั้งต้องสามารถให้ความเห็นหรือ ข้อเสนอแนะในการวางแผนการดูแลผูป้ ว่ ย เพือ่ ให้เกิดความปลอดภัยในกรณีทผี่ ปู้ ว่ ยกลับไป สู่ชุมชนและเพื่อให้ผู้ป่วยนิติจิตเวชได้รับการติดตามดูแลภายหลังจำ�หน่ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งอาการทางจิตและความก้าวหน้าในการดำ�เนินคดีของผู้ป่วยนิติจิตเวช เพื่อใช้ในวางแผน การดูแลที่เหมาะสมต่อไป

77


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

บทบาทด้านการพิทักษ์สิทธิและมาตรการความปลอดภัย

บทบาทด้านการพิทกั ษ์สทิ ธิ เป็นบทบาททีส่ �ำ คัญยิง่ ของพยาบาลนิตจิ ติ เวชในการ ดูแลผู้ป่วยนิติจิตเวช โดยพยาบาลนิติจิตเวชจะต้องดำ�เนินการและคำ�นึงถึงสิ่งเหล่านี้ ได้แก่ ๑) ผู้ป่วยต้องได้รับทราบข้อมูลที่สำ�คัญเกี่ยวกับการรักษาของตนเอง การเปิดเผยข้อมูล เกีย่ วกับการรักษาพยาบาล ต้องมีแนวทางในการปฏิบตั งิ าน เช่น กรณีผปู้ ว่ ย/ญาติขอดูขอ้ มูล ของตนเองหรือผูป้ ว่ ย กรณีหน่วยงานราชการร้องขอและกรณีมหี นังสือจากหน่วยงานเอกชน/ รัฐวิสาหกิจ/บริษัทประกันชีวิต ๒) การรักษาความลับ ๓) การลงนามในเอกสาร ๔) กรณี ญาติเยี่ยม และ ๕) การป้องกันผู้ป่วยทำ�นิติกรรมสัญญาในโรงพยาบาล ดังนั้นพยาบาล นิติจิตเวชควรติดตามผลการดำ�เนินคดีและวางแผนการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อ พิทักษ์สิทธิ์มิให้ผู้ป่วยนิติจิตเวชถูกเอารัดเอาเปรียบหรืออาจก่อให้เกิดความยุ่งยากทาง กฎหมายในภายหลัง รวมทัง้ ช่วยให้ผปู้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชได้กลับเข้าสูก่ ระบวนยุตธิ รรมโดยเร็วทีส่ ดุ ส่ ว นมาตรการความปลอดภัย นับเป็ น อี ก บทบาทหนึ่ ง ที่ สำ � คั ญ ของพยาบาล นิติจิตเวช ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยนิติจิตเวชได้รับความปลอดภัยขณะอยู่ในโรงพยาบาล โดยดูแล ให้ผู้ป่วยนิติจิตเวชได้รับการบำ�บัดรักษาที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของ ผู้ป่วยนิติจิตเวชอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับความปลอดภัยของ ผู้ป่วยนิติจิตเวช ประกอบด้วย การสังเกตและการพูดคุยกับผู้ป่วยนิติจิตเวช โดยสังเกตจาก อาการทางคลินิก พฤติกรรมการแสดงออก ความรู้สึกผิดต่อคดี พฤติกรรมก้าวร้าว รวมทั้ง ต้องประเมินความเสี่ยงต่อการทำ�ร้ายผู้อื่น การทำ�ร้ายตนเอง/การฆ่าตัวตาย การหลบหนี การเกิดอุบตั เิ หตุ การเกิดผลข้างเคียงจากการบำ�บัดรักษา รวมถึงการเกิดอัคคีภยั สิง่ เหล่านี้ นับเป็นความเสี่ยงที่สำ�คัญในผู้ป่วยนิติจิตเวช หากพยาบาลนิติจิตเวชสามารถดูแลผู้ป่วย นิตจิ ติ เวชไม่ให้เกิดความเสีย่ งดังกล่าวได้ จะทำ�ได้ผปู้ ว่ ยได้รบั ความปลอดภัย ซึง่ เป็นการแสดง ให้เห็นถึงการพยาบาลนิติจิตเวชที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน

บทบาทของพยาบาลนิติจิตเวชด้านวิชาการ

๑. ผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีด้านนิติจิตเวช เช่น งานวิจัย การพัฒนามาตรฐาน บริการ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการ หน่วยงานและสามารถเผยแพร่ให้หน่วยงานอื่น นำ�ไปปรับใช้ในการดูแลผู้ป่วยนิติจิตเวช ๒. เผยแพร่หรือถ่ายทอดความรูด้ า้ นการพยาบาลนิตจิ ติ เวชให้กบั หน่วยงานต่างๆ ทีเ่ กีย่ วข้อง รวมทัง้ การให้ความรูก้ บั บุคลากรทางการแพทย์ทมี่ าฝึกงานทีส่ ถาบัน ได้แก่ แพทย์ 78


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ประจำ�บ้าน นักศึกษาพยาบาล เป็นต้น ๓. พัฒนาองค์ความรู้ด้านการพยาบาลนิติจิตเวชให้เป็นศูนย์กลางวิชาการด้าน นิติจิตเวช

ความสำ�เร็จของพยาบาลนิติจิตเวชในการปฏิบัติงาน ขึ้นอยู่กับ

๑. การค้นคว้า พยาบาลนิติจิตเวชต้องค้นคว้าหาความรู้หรือข้อมูลที่ยังไม่เข้าใจ ให้ชัดเจน เพื่อนำ�ไปพัฒนาการพยาบาลนิติจิตเวชให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ๒. การรวบรวม พยาบาลนิติจิตเวชต้องรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย นิติจิตเวชจากทุกแหล่งให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อใช้ในการวางแผนการพยาบาลให้ สมบูรณ์ ๓. การตัดสินใจ พยาบาลนิติจิตเวชต้องวางแผนและหาแนวทางที่จะใช้ในการ รักษาพยาบาลผู้ป่วยนิติจิตเวช โดยเลือกแนวทางที่สามารถปฏิบัติได้ดีที่สุด ๔. การลงมือปฏิบัติ พยาบาลนิติจิตเวชต้องให้บริการหรือปฏิบัติการพยาบาล ตามแผนการพยาบาลที่กำ�หนดไว้ ๕. การแยกความแตกต่าง พยาบาลนิติจิตเวชต้องจัดลำ�ดับความสำ�คัญก่อน และหลังเกี่ยวกับสภาพปัญหาและความต้องการของผู้ป่วยนิติจิตเวช เพื่อจะได้จัดบริการ การพยาบาลให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาและความต้องการนั้นๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กลุ่มการพยาบาลของสถาบันได้มีการนิเทศ กำ�กับและ ติดตามผลการปฏิบตั งิ านของบุคลากรทางการพยาบาลอย่างใกล้ชดิ มีการวิเคราะห์ปญ ั หาที่ พบจากการปฏิบัติงานและนำ�มาวางแผนการพัฒนาอย่างสมํ่าเสมอ โดยปัญหาที่พบ ได้แก่ ๑. พยาบาลนิติจิตเวชยังขาดการนำ�หลักวิชาการทางวิชาชีพมาปฏิบัติให้ถูกต้อง และครอบคลุม เช่น มาตรฐานการพยาบาลนิตจิ ติ เวช กระบวนการพยาบาลนิตจิ ติ เวช ซึง่ สิง่ เหล่านีเ้ ป็นหัวใจสำ�คัญในการปฏิบตั งิ านของพยาบาลนิตจิ ติ เวชทีจ่ ะแสดงให้เห็นถึงคุณภาพ การพยาบาล กลุ่มการพยาบาลของสถาบันจึงได้มีการจัดอบรมฟื้นฟูความรู้ให้กับบุคลากร พยาบาลเป็นระยะๆ นอกจากนีย้ งั จัดให้หวั หน้างานทำ�การนิเทศ กำ�กับติดตามและประเมินผล ซํ้าอย่างสมํ่าเสมอ ๒. พยาบาลนิตจิ ติ เวชบางคนยังขาดความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการนิตจิ ติ เวช และการพยาบาลผู้ป่วยนิติจิตเวช รวมทั้งยังไม่เข้าใจมาตรฐานการพยาบาลนิติจิตเวชและ กฎหมายทีเ่ กีย่ วข้อง กลุม่ การพยาบาลของสถาบันจึงได้สนับสนุนให้เข้ารับการอบรมในประเด็น 79


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ที่เกี่ยวข้องดังกล่าวเพิ่มเติม ๓. การจัดกลุ่มกิจกรรมบำ�บัดสำ�หรับผู้ป่วยนิติจิตเวช พบว่า กลุ่มกิจกรรมบำ�บัด สำ�หรับผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชยังไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของผูป้ ว่ ยแต่ละราย จึงได้จดั ให้มกี ารทบทวนกลุม่ กิจกรรมบำ�บัดต่างๆ เพือ่ หาโอกาสพัฒนา รวมทัง้ มีการวางแผน การจัดกลุ่มกิจกรรมบำ�บัดร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ๔. ขาดระบบการเตรียมพยาบาลนิติจิตเวชที่จะมาดูแลผู้ป่วยนิติจิตเวชทั้งด้าน ความรู้ ทักษะและสมรรถนะในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยนิติจิตเวช อย่างไรก็ตาม จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น กลุ่มการพยาบาลของสถาบันได้มี การดำ�เนินการแก้ไข/พัฒนาอย่างต่อเนือ่ ง ทำ�ให้ปญ ั หาในการดูแลผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชลดลง

คุณสมบัติของพยาบาลนิติจิตเวชที่นำ�ไปสู่ความเป็นเลิศ

๑. มีความมุ่งมั่นและความกระตือรือร้นในการพัฒนาตนเองและพัฒนางาน โดย การศึกษา ค้นคว้าและหาความรู้อยู่เสมอ ๒. มีความรับผิดชอบ มีคุณธรรมและจริยธรรมและรักษาความลับของผู้ป่วย นิติจิตเวช ๓. มีทกั ษะในการสังเกต การแก้ปญ ั หา การตัดสินใจ การสร้างสัมพันธภาพ การมี ความคิดสร้างสรรค์ เพือ่ ทีจ่ ะวิเคราะห์ขอ้ มูลต่างๆ ของผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชทีไ่ ด้จากการรวบรวม อย่างมีระบบ ๔. มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ ผู้ป่วยนิติจิตเวชและการพยาบาลนิติจิตเวช ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้รับบริการ จากรายละเอียดดังกล่าวข้างต้น แสดงให้เห็นถึงบทบาทที่สำ�คัญของพยาบาล นิตจิ ติ เวชผูท้ จี่ ะให้การดูแลผูป้ ว่ ยจิตเวชทีเ่ กีย่ วข้องกับคดี และผูเ้ ขียนเชือ่ ว่าหากทุกคนสามารถ ปฏิบตั ไิ ด้ จะนำ�สู่ “ความเป็นเลิศด้านการพยาบาลนิตจิ ติ เวช” และจะทำ�ให้บรรลุเป้าหมาย ขององค์กร คือ มีความเป็นเลิศด้านนิติจิตเวช ในอนาคตอันใกล้นี้

“พยาบาลนิติจิตเวช จึงต้องมีการพัฒนาการพยาบาลให้มีคุณภาพ โดยการพัฒนาตนเองและพัฒนางานอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา”

80


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

กิจกรรมบำ�บัดในงานนิติจิตเวชเชิงรุก นางสาวอินทิรา อะตะมะ นักกิจกรรมบำ�บัดชำ�นาญการ

กิจกรรมบำ�บัดในงานนิติจิตเวชถือเป็นความท้าทายหนึ่งในการประกอบวิชาชีพ ของนักกิจกรรมบำ�บัด ในการกำ�หนดการมีส่วนร่วมทั้งการประเมินและการบำ�บัดผู้ป่วย นิติจิตเวชเฉพาะราย โดยผู้ป่วยนิติจิตเวชแต่ละรายนั้นก็มีปัญหาและความจำ�เป็นในการ บำ�บัดที่แตกต่างกันไป นักกิจกรรมบำ�บัดต้องวิเคราะห์กิจกรรมเพื่อกำ�หนดขั้นตอน วิธีการ อุปกรณ์ และสภาพแวดล้อมทีเ่ หมาะสม ลักษณะทีส่ �ำ คัญของการวางแผนทางกิจกรรมบำ�บัด คือ การจัดการด้านสิง่ แวดล้อมซึง่ จะช่วยส่งเสริมความสามารถในการประกอบกิจกรรมของ ผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวช โดยการให้ผปู้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชได้มโี อกาสสำ�รวจบทบาทและทางเลือกทีเ่ หมาะสม กับตนเอง สร้างแรงจูงใจในการพัฒนาและปรับปรุงทักษะการทำ�งาน ทำ�ให้เกิดความภาคภูมใิ จ ในตนเอง เครื่องมือที่ใช้ประเมินกิจกรรมบำ�บัดสำ�หรับผู้ป่วยนิติจิตเวชของสถาบันกัลยาณ์ ราชนครินทร์ได้มกี ารบูรณาการ ปรัชญา กรอบอ้างอิง และแนวคิดทีเ่ กีย่ วข้องกับความสัมพันธ์ ระหว่างบุคคล สิ่งแวดล้อม และกิจกรรมการดำ�เนินชีวิต โดยเน้นกิจกรรมการดำ�เนินชีวิต ของมนุษย์ (Human Occupation) ได้แก่ องค์ประกอบภายในและภายนอกของมนุษย์ที่มี แรงบันดาลใจในการทำ�กิจกรรมหนึง่ เป็นประจำ� ไม่อยูว่ า่ ง มีเป้าหมาย สร้างคุณค่าและความสุข ต่อการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนือ่ ง โดยแบบประเมินทีใ่ ช้เป็นแบบประเมินทีน่ ยิ มใช้กนั อย่าง แพร่หลายในต่างประเทศ คือ แบบประเมินตามแนวคิด Model of Human Occupation (MOHO) ของ Gary kielhofner ซึง่ ใช้วธิ สี งั เกตพฤติกรรม เพือ่ ประเมินทักษะในการประกอบ กิจกรรมรูปแบบต่างๆ ในชีวิตประจำ�วันหรือกิจกรรมที่ผู้ป่วยคุ้นเคย ๓ ทักษะ ได้แก่ ๑) ทักษะการเคลือ่ นไหว (Motor Skills) เป็นทักษะการแสดงออกในรูปการเคลือ่ นไหวร่างกาย และวัตถุสิ่งของขณะประกอบกิจกรรมที่มีจุดมุ่งหมายต่างๆ ๒) ทักษะการจัดระเบียบการ กระทำ� (Process Skills) เป็นทักษะการแสดงออกในรูปของการรู้จักจัดรูปแบบการกระทำ� ให้เหมาะสมกับรูปแบบวัตถุสิ่งของและลักษณะทางกายภาพขณะประกอบกิจกรรมที่มี จุดมุ่งหมายต่างๆ และ ๓) ทักษะทางสังคม (Social Skills) เป็นทักษะทางการแสดงออก 81


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ในแง่ของการรู้จักจัดรูปแบบการกระทำ�ให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมและสังคม และมีเกณฑ์ การแบ่งระดับทักษะเป็น ๔ ระดับ คือ ๑. สำ�หรับการแสดงออกที่บ่งถึงความบกพร่อง (Deficit Performance) แสดงให้ เห็นได้จากการทีผ่ ทู้ ดสอบต้องให้ความช่วยเหลืออย่างมาก ใช้เวลานานเกินกำ�หนด มีโอกาส เกิดอันตรายต่อตนเองและผู้อื่นสูง ๒. สำ�หรับการแสดงออกทีบ่ ง่ ถึงการขาดประสิทธิภาพ (Ineffective Performance) เช่น ทำ�งานไม่ก้าวหน้า กว่าจะทำ�กิจกรรมสำ�เร็จก็เป็นไปด้วยความยากลำ�บาก ๓. สำ�หรับการแสดงออกที่ยังมีข้อสงสัย (Questionable Performance) คือ สามารถทำ�กิจกรรมได้สำ�เร็จตามเวลาที่กำ�หนด แต่ยังมีข้อบกพร่องทางการแสดงออก ทางการกระทำ�เล็กๆ น้อยๆ ทำ�ให้ยังไม่สามารถตัดสินให้เป็นทักษะที่สมบูรณ์ได้ ๔. สำ � หรั บ การแสดงออกที่ บ่ ง ถึ ง ความสามารถที่ เพี ย งพอ (Competence Performance) คือ สามารถแสดงทักษะในการประกอบกิจกรรมได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ นอกจากนี้ นักกิจกรรมบำ�บัดของสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ยงั ได้น�ำ แบบบันทึก พฤติกรรม The Comprehensive Occupational Therapy Evaluation (COTE) Scales ของคาร์เรน อาร์ คูส์ (Karen R. Kunz) และซารา เจ. เบรแมน (Sara K. Brayman) ปี ๑๙๙๙ มาใช้ เพื่อประเมินพฤติกรรมที่เกิดขึ้นขณะผู้ป่วยนิติจิตเวชเข้าร่วมกลุ่มกิจกรรม โดยมีเกณฑ์แบ่ง ลำ�ดับของพฤติกรรมเป็น ๕ ลำ�ดับขั้น คือ ๐ - ๔ เริ่มต้นจาก ๐ หมายถึง พฤติกรรมนั้น เป็นปกติหรือมีความเหมาะสมจนถึง ๔ หมายถึง มีความบกพร่องหรือมีปญ ั หาในพฤติกรรม นั้นๆ แบ่งออกเป็น ๓ ส่วน คือ ส่วนที่ ๑ พฤติกรรมทั่วไป (general behavior) หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถโดยทั่วไปของผู้ป่วยนิติจิตเวช เป็นพฤติกรรมที่สามารถเห็นได้ ในทุกสถานการณ์ มิใช่เฉพาะจากสังเกตได้ในกลุ่มกิจกรรมที่นักกิจกรรมบำ�บัดจัดให้ เท่านั้น ส่วนที่ ๒ พฤติกรรมความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (Interpersonal behavior) หมายถึง พฤติกรรมระหว่างบุคคลที่เกิดขึ้นในกลุ่มทั้งในสถานการณ์ที่ถูกกำ�หนดหรือสร้าง เงือ่ นไขไว้และสถานการณ์ทไี่ ม่ก�ำ หนดหรือไม่มเี งือ่ นไข พฤติกรรมนีเ้ ป็นพฤติกรรมทีส่ ง่ ผลถึง การแสดงออกในกิจกรรมทางสังคมทุกชนิด บุคคลจะมีความสามารถในการปฏิบตั กิ จิ กรรม ในชีวติ ประจำ�วันได้มปี ระสิทธิภาพขนาดไหนนัน้ ส่วนใหญ่ขนึ้ อยูก่ บั พฤติกรรมความสัมพันธ์ ระหว่างบุคคล ส่วนที่ ๓ พฤติกรรมการทำ�งาน (task behavior) หมายถึง ความสามารถ ในการปฏิบตั กิ จิ กรรมทีเ่ กีย่ วข้องกับการใช้ชวี ติ ประจำ�วันของผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวช ได้แก่ กิจกรรม 82


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

การดูแลรักษาตนเอง กิจกรรมเกี่ยวกับงานอาชีพหรือกิจกรรมยามว่าง ในหน่วยบำ�บัดรักษานั้น ผลการประเมินความสามารถในการประกอบกิจกรรม และการบันทึกพฤติกรรมขณะเข้าร่วมกิจกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วยนิติจิตเวชถือเป็น สิง่ สำ�คัญในการใช้เป็นข้อมูลประกอบในกระบวนการวินจิ ฉัยทางนิตจิ ติ เวช ทัง้ ความเจ็บป่วย ทางจิต ความรู้ผิดชอบ และความสามารถในการต่อสู้คดี โดยอธิบายได้จากระดับทักษะที่ ผู้ป่วยนิติจิตเวชแสดงออกผ่านการทำ�กิจกรรม เช่น ผู้ป่วยนิติจิตเวชที่มีความบกพร่องใน ทักษะการเคลือ่ นไหว ย่อมมีความยากลำ�บากในการก่อคดี เช่น วิง่ ราวทรัพย์ ทำ�ร้ายร่างกาย หากวิเคราะห์รว่ มกับข้อมูลทีไ่ ด้จากการบันทึกพฤติกรรมการทำ�งานทีพ่ บว่ามีความบกพร่อง ด้วยแล้ว ยิ่งเป็นการยืนยันความสามารถของผู้ป่วยนิติจิตเวชในด้านนี้มากขึ้น ส่วนผู้ป่วย นิติจิตเวชที่มีความบกพร่องในทักษะการจัดระเบียบการกระทำ� ย่อมมีความยากลำ�บาก ในการคิดวางแผนที่จะก่อคดีที่ยุ่งยากซับซ้อน มีหลายขั้นตอน การวางแผนจัดหาอาวุธ การหลบหนี การซ่อนหรือทำ�ลายหลักฐานพยาน คงเป็นไปได้ยาก หรือในกรณีที่ผู้ป่วย นิติจิตเวชมีความบกพร่องในทักษะทางสังคม ก็อาจมีความยากลำ�บากในการจะต่อสู้คดี เพราะมีปัญหาในการพูดคุยสื่อสาร ทั้งการเริ่มต้นพูดคุยสนทนา หรือการจะตอบคำ�ถาม ได้ถูกต้องตรงประเด็น หากถูกสอบสวนหรือให้การในชั้นศาล แม้แต่การรับรู้สิทธิ การรู้จัก ปกป้องตนเอง ก็อาจทำ�ไม่ได้ ดังนัน้ จึงจำ�เป็นอย่างยิง่ ทีน่ กั กิจกรรมบำ�บัดจะต้องคิดวิเคราะห์ และพิจารณาคัดเลือกกิจกรรมประเมินทีเ่ หมาะสม เพือ่ ให้สามารถประเมินผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชได้ อย่างถูกต้องหรือใกล้เคียงกับความสามารถทีแ่ ท้จริงมากทีส่ ดุ เพือ่ ช่วยให้ผลการตรวจวินจิ ฉัย ทางนิติจิตเวชมีความแม่นยำ�มากขึ้น ทั้งนี้นอกจากจะใช้ประกอบในการวินิจฉัยทางนิติจิตเวชแล้ว ข้อมูลที่ได้จ าก ผลการประเมินความสามารถและบันทึกพฤติกรรมเหล่านี้ยังใช้เพื่อการวางแผนให้บริการ ฟื้นฟูสมรรถภาพ และติดตามความก้าวหน้าของการได้รับบริการ ซึ่งถือเป็นบทบาทสำ�คัญ ในการให้บริการกิจกรรมบำ�บัดในหน่วยบำ�บัดรักษา ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยนิติจิตเวชได้พัฒนา ทักษะของตนเอง เพือ่ ให้มคี วามพร้อมในการต่อสูค้ ดีและสามารถออกไปดำ�เนินชีวติ ในสังคม ได้อย่างสงบสุข โดยการพัฒนาศักยภาพการทำ�กิจกรรมที่เกิดจากการมองเห็นคุณค่าของ ผู้ป่วยนิติจิตเวชเอง รวมทั้งการวางแผนให้บริการทางกิจกรรมบำ�บัดแก่ผู้ป่วยนิติจิตเวชนั้น จะต้ อ งเป็ นการวางแผนเฉพาะราย เนื่ อ งจากผู้ ป่ ว ยนิ ติ จิ ต เวชแต่ ล ะรายต่ า งมี รู ป แบบ การดำ�เนินชีวิตที่แตกต่างกัน และมีความจำ�เป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทราบถึงสภาพปัญหาและ ความจำ�เป็นทีแ่ ท้จริงของผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวช โดยการประสานข้อมูลร่วมกันระหว่างวิชาชีพต่างๆ 83


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ในทีมนิติจิตเวช เช่น นักสังคมสงเคราะห์ พยาบาลนิติจิตเวช ฯลฯ เพื่อให้ได้ข้อมูลในการ วางแผนที่ถูกต้อง อีกสิ่งหนึ่งที่ละเลยไม่ได้ในการจัดให้บริการกิจกรรมบำ�บัดด้านนิติจิตเวช ในหน่วยบำ�บัดรักษานั้น คือ การระบุปัจจัยเสี่ยงทางคลินิกที่อาจเป็นอันตรายต่อตัวผู้ป่วย นิ ติ จิ ต เวชหรื อ บุ ค คลอื่ นที่ เ กี่ ย วข้ อ ง เนื่ อ งจากมี ค วามจำ � เป็ นต้ อ งจั ด หาอุ ป กรณ์ แ ละ สภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับการทำ�งานในสภาพแวดล้อมจริง เพื่อให้ผู้ป่วยนิติจิตเวชได้ พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยต้องมีความปลอดภัย ทัง้ ต่อผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชและผูใ้ ห้การบำ�บัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการทำ�ร้ายตนเอง ทำ�ร้ายผู้อื่น หรือหลบหนี ดังนั้นการใช้อุปกรณ์ ต่างๆ ต้องมีมาตรการหรือข้อจำ�กัดในการใช้ การจัดเก็บ ตรวจสอบให้ครบถ้วน รวมทั้ง สถานที่ในการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมนั้น ควรเป็นสถานที่ที่มีรั้วรอบขอบชิด โต๊ะเก้าอี้ควร ยึดติดอยู่กับพื้น ในกรณีที่ผู้ป่วยนิติจิตเวชมีอัตราโทษสูงหรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาคดี ควรจัดกิจกรรมภายในหอผู้ป่วยเท่านั้น และผู้บำ�บัดไม่ควรอยู่ตามลำ�พังกับผู้ป่วยนิติจิตเวช ที่กำ�ลังให้บริการ นอกจากการให้บริการในหน่วยงานแล้ว บทบาทของนักกิจกรรมบำ�บัดอีกด้านหนึง่ คือ การให้บริการผู้ป่วยนิติจิตเวชในชุมชน ซึ่งต้องอาศัยการทำ�งานร่วมกับผู้ดูแล ได้แก่ ญาติพี่น้อง หรือบุคลากรด้านสาธารณสุข ดังนั้น สิ่งสำ�คัญของการประสบความสำ�เร็จของ งานฟื้ น ฟู ส มรรถภาพในชุ ม ชนคื อ การปรั บ เจตคติ ข องผู้ ดู แ ลให้ มี ส่ ว นร่ ว มในการฟื้ น ฟู สมรรถภาพผู้รับบริการอย่างแท้จริง นักกิจกรรมบำ�บัดต้องแสดงให้ชุมชนเห็นถึงศักยภาพ ของผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชโดยการให้ขอ้ มูลความสามารถของผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชและวิธกี ารช่วยเหลือ เพื่อให้ผู้ป่วยนิติจิตเวชสามารถทำ�กิจกรรมตามบทบาทได้อย่างเหมาะสม ลดตราบาปและ ความกังวลใจของผู้ดูแล นักกิจกรรมบำ�บัดควรสำ�รวจกิจกรรมที่มีอยู่ในชุมชนที่ผู้ป่วย นิติจิตเวชจะกลับไปใช้ชีวิต รวมทั้งวิเคราะห์ความเหมาะสมของกิจกรรมเหล่านั้น เพื่อให้ คำ�แนะนำ�แก่ผู้ดูแลว่าผู้ป่วยนิติจิตเวชน่าจะสามารถทำ�กิจกรรมในขั้นตอนใดได้บ้าง อาจ ดัดแปลงรูปแบบหรือขัน้ ตอนเพือ่ ช่วยให้ผปู้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชสามารถมีสว่ นร่วมหรือทำ�กิจกรรมได้ ตามศักยภาพทีม่ อี ยู่ นอกจากนัน้ นักกิจกรรมบำ�บัดยังต้องพิจารณาการประกอบอาชีพทีอ่ าจ มีความเสีย่ งต่อการกระตุน้ การเกิดอาการทางจิตหรือการก่อคดีซาํ้ เช่น การเสิรฟ์ อาหารใน ร้านที่ขายเครื่องดื่มของมึนเมา การอยู่เวรยามเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เป็นต้น การให้บริการกิจกรรมบำ�บัดในงานนิติจิตเวชภายนอกหน่วยงาน ยังรวมถึงการ ให้บริการในเรือนจำ� ซึง่ ถือเป็นอีกชุมชนหนึง่ ทีม่ ขี อ้ จำ�กัดในด้านสภาพแวดล้อมทีอ่ าจไม่เอือ้ ต่อ การให้บริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะการให้บริการกิจกรรมบำ�บัดแก่ผู้ป่วยนิติจิตเวช 84


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

เนื่องจากมีระบบการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด ทำ�ให้มีข้อจำ�กัดในเรื่องการใช้เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม นักกิจกรรมบำ�บัดสามารถพิจารณาทรัพยากรที่มีอย่าง จำ�กัดในเรือนจำ�มาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการฟืน้ ฟูสมรรถภาพแก่ผปู้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชได้ โดยต้อง ศึกษารูปแบบการใช้ชวี ติ ในเรือนจำ� และกิจกรรมทีม่ ใี นกองงานต่างๆ เพือ่ นำ�มาวิเคราะห์และ ให้คำ�แนะนำ�แก่ผู้ดูแลในเรือนจำ�ได้ ทั้งนี้การปรับเจตคติของเจ้าหน้าที่ในเรือนจำ�ให้ยอมรับ และให้โอกาสผู้ป่วยนิติจิตเวชได้ทำ�กิจกรรมต่างๆ ถือว่ามีความสำ�คัญยิ่ง เนื่องจากโดย ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยนิติจิตเวชในเรือนจำ�มักถูกมองเป็นผู้ไร้ความสามารถ และถูกแยกกลุ่ม ไม่ให้เกีย่ วข้องกับการทำ�งานหรือกิจกรรมใดๆ เนือ่ งจากมองว่าจะรบกวนกลุม่ เสียเวลา และ ทำ�ให้ทรัพย์สินเสียหายไปโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้น นักกิจกรรมบำ�บัดจึงควรส่งต่อข้อมูล ความสามารถของผู้ป่วยนิติจิตเวชหลังจำ�หน่ ายจากหน่วยบำ�บัดรักษา เพื่อสื่อสารให้ ผู้รับผิดชอบในเรือนจำ�เข้าใจถึงระดับความสามารถของผู้ป่วยและโอกาสพัฒนา โดยระบุ วิธกี ารหรือขัน้ ตอนมอบหมายกิจกรรมให้แก่ผปู้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชเป็นรายบุคคล ซึง่ จะช่วยให้ผดู้ แู ล มีแนวทางในการจัดการมากขึน้ รวมทัง้ ควรมีแผนการติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนือ่ งหรือ แบบประเมินอย่างง่าย เพื่อประเมินผลและปรับแผนการดูแลผู้ป่วยนิติจิตเวชให้เหมาะสม ต่อไป ดังนั้น กิจกรรมบำ�บัดในงานนิติจิตเวชของประเทศไทยจึงถือว่าเป็นสิ่งใหม่ และ มีนักกิจกรรมบัดเพียงไม่กี่คนที่รู้จัก แต่ในต่างประเทศนั้นมีการให้บริการกิจกรรมบำ�บัด สำ�หรับผู้ป่วยนิติจิตเวชมาเป็นระยะเวลานานแล้ว โดยครอบคลุมทั้งในหน่วยบำ�บัด ชุมชน และเรือนจำ� ซึง่ นักกิจกรรมบำ�บัดของประเทศไทยต้องเรียนรูแ้ ละนำ�มาปรับปรุงขัน้ ตอนหรือ วิธกี ารให้ท�ำ งานได้ใกล้เคียงกับต่างประเทศ แต่ทงั้ นีต้ อ้ งขึน้ อยูก่ บั ความเหมาะสมตามบริบท และกฎหมายของประเทศไทยด้วย เพื่อที่จะสามารถทำ�ได้จริงและเกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ต่อผู้ป่วยนิติจิตเวชซึ่งเป็นผู้รับบริการ

85


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

จากงานบริการนิติจิตเวชชุมชนสู่...ผู้จัดการรายกรณี สุพรรณี แสงรักษา พยาบาลวิชาชีพชำ�นาญการ

“ก็ญาติมันรู้จักกับศาล มันถึงไม่ติดคุก ลูกเขาน่ะแค้น ถ้ามันกลับมาน่ะมันถูก เขาฆ่าแน่เลยหมอ......” “ไม่ต้องให้มันออกมาเลยนะหมอ กลับมามันก็เป็นเหมือนเดิมอีก เมี ย เขาไม่ อ ยากเห็ น หน้ า มั น เขาเพิ่ ง ทำ � บุ ญ ครบร้ อ ยวั น แฟนไปไม่ น านนี้ เ อง ไอ้ ชั ย (นามสมมติ) ไม่นา่ ทำ�เขาเลย จริงๆก็ไม่ใช่ใครอืน่ ญาติกนั แท้ๆ...” คำ�พูดของแม่ภรรยาของ ผู้เสียชีวิตดังมาทางโทรศัพท์ระหว่างพูดคุยกับพยาบาลนิติจิตเวชชุมชน โดยผ่านการเจรจา ของทีมพยาบาลโรงพยาบาลประจำ�จังหวัด ซึ่งลงพื้นที่เยี่ยม “อ้อย” (นามสมมติ) ภรรยา ของผู้เสียชีวิต พยาบาลเยี่ยมบ้านเล่าว่าท่าทีของอ้อยและญาติๆ เป็นมิตรมากขึ้นเมื่อมา เยี่ยมบ้านในครั้งที่ ๒ การทำ�งานของพยาบาลนิติจิตเวชชุมชนโดยประสานกับเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขในพื้นที่เกิดขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ “ชัย” ชายร่างเล็กวัย ๔๐ ปี ถูกศาลส่งเข้ามา บำ�บัดรักษาในสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์เป็นครั้งที่ ๒ ตามคำ�พิพากษาของศาล โดยศาล พิเคราะห์ว่า “...การที่จำ�เลยดื่มสุราจนมีอาการหูแว่วว่าจะมีคนมาฆ่า เมื่อพบผู้เสียหายจึง เข้าใจว่าผู้เสียหายจะมาฆ่า จำ�เลยจึงฆ่าผู้เสียหาย แม้การกระทำ�ดังกล่าวจะมีสาเหตุเริ่มมา จากการดื่มสุราของจำ�เลยก็ตาม แต่จำ�เลยหาได้กระทำ�ไปเพราะมึนเมาสุราไม่ แต่กระทำ� ไปด้วยอาการวิกลจริต เพราะบุคคลปกติที่ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกัน ย่อมไม่มีเหตุที่จะฆ่า ผู้อื่นโดยไม่มีเหตุผล พฤติกรรมดังกล่าวข้างต้นจึงแสดงให้เห็นว่าจำ�เลยฆ่าผู้ตายในขณะ ไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้ เพราะมีจิตบกพร่อง โรคจิตหรือ จิตฟั่นเฟือน ถึงแม้การที่จำ�เลยมีจิตบกพร่องหรือจิตฟั่นเฟือนนั้นจะไม่เป็นอยู่ตลอดเวลา โดยจะมีอาการหลังจากจำ�เลยดืม่ สุราก็ตาม แต่จำ�เลยไม่ตอ้ งรับโทษสำ�หรับความผิดดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๕ วรรคแรก สำ�หรับไม้ดา้ มเสียมของกลางเป็นทรัพย์ ทีใ่ ช้ในการกระทำ�ความผิดอันต้องริบไว้ พิพากษายกฟ้องแต่ให้ขงั จำ�เลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ เมือ่ พิเคราะห์พฤติการณ์ทจี่ ำ�เลยยังต้องรับประทานยาเพือ่ รักษาอาการทางจิตอยู่ การปล่อย ตัวจำ�เลยไปจะเป็นการไม่ปลอดภัยแก่ประชาชน จึงให้สง่ จำ�เลยไปคุมตัวไว้ในสถานพยาบาล ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๔๘ เพื่อรักษาพยาบาลต่อไป จนกว่าจิตแพทย์ผู้บำ�บัด 87


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

รักษาเห็นว่าจำ�เลยได้รับการบำ�บัดรักษาจนความผิดปกติทางจิตหาย หรือทุเลา และไม่มี ภาวะอันตรายแล้ว ตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓๗ และ ๓๘ จึง ให้ปล่อยตัวไป...” บทบาทของพยาบาลนิติจิตเวชชุมชนในการดูแล “ชัย” มีหลักการในการดูแล เช่นเดียวกับผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชรายอืน่ ๆ คือ ให้บริการด้านสุขภาพจิตและจิตเวชอย่างต่อเนือ่ งแก่ ผู้ป่วยนิติจิตเวช รวมทั้งครอบครัว ชุมชนที่ผู้ป่วยนิติจิตเวชอาศัยอยู่ ตลอดจนผู้ที่ได้รับ ผลกระทบจากอาการทางจิตของผู้ป่วยนิติจิตเวช โดยดำ�เนินกิจกรรมตั้งแต่ผู้ป่วยนิติจิตเวช เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จนกระทัง่ จำ�หน่ายกลับสูช่ มุ ชน ด้วยการเตรียมความพร้อม ผู้ป่วยนิติจิตเวชก่อนจำ�หน่ายกลับสู่ชุมชน เพื่อให้ผู้ป่วยนิติจิตเวชมีความรู้ความเข้าใจและมี ความสามารถในการดูแลตนเอง รวมทัง้ เตรียมความพร้อมญาติหรือผูด้ แู ล ครอบครัว ชุมชน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ มีเจตคติที่ดี ยอมรับผู้ป่วย นิติจิตเวชและติดตามผู้ป่วยนิติจิตเวชหลังกลับสู่ชุมชนให้ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และ เพือ่ ให้ญาติ ครอบครัวหรือผูด้ แู ลและชุมชน มีสว่ นร่วมในการดูแลผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชทีบ่ ้าน ซึง่ จะทำ�ให้ผปู้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชสามารถปรับตัวเข้ากับครอบครัว ชุมชน และดำ�รงชีวติ อยูใ่ นสังคมได้ อย่างปกติสุข โดยไม่กระทำ�ผิดซํ้า สำ�หรับกรณีของชัย นอกจากพยาบาลนิติจิตเวชชุมชนได้ ดำ�เนินการดังรายละเอียดที่กล่าวมาแล้ว ยังได้ทำ�งานเชื่อมโยงกับนักสังคมสงเคราะห์ เกีย่ วกับการศึกษาข้อมูลของชัยและติดต่อกับญาติตงั้ แต่ชยั เข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาล ครั้งแรก ดังนั้น ภายหลังชัยได้รับการรักษาจนอาการทางจิตสงบ พยาบาลประจำ�ตึกได้ ส่งชัยไปเข้ารับการบำ�บัดสุราโดยใช้หลักอริยสัจ ๔ (Bumi-CBT; Buddhish Motivation Interview-Cognitive Behavior Therapy) ส่งผลให้ชัยได้คิดทบทวนและวิเคราะห์สิ่งที่เกิด ขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการดื่มสุรา และในวันที่พยาบาลนิติจิตเวชชุมชนเข้าไปพบชัย เพื่อเตรียม ความพร้อมก่อนจำ�หน่าย ชัยยกมือไหว้ ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย จำ�พยาบาลได้ สีหน้าเศร้า นัง่ ก้มหน้าไม่สบตา นํา้ เสียงแหบเล็กน้อย พูดน้อย ต้องกระตุน้ ซํา้ ๆ หลังจากพูดคุยเรือ่ งทัว่ ๆ ไป แล้วพยาบาลนิตจิ ติ เวชชุมชนจึงซักถามเกีย่ วกับคดี ซึง่ ชัยเล่าว่า “ไปฆ่าเขาตอนนัน้ ไม่รสู้ กึ ตัว กลัวเขามาทำ�ร้าย” ชัยรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเล่าเรื่องราวตามการรับรู้ของ ตัวเองว่า สาเหตุเกิดจากการดื่มสุราอย่างหนักทำ�ให้ชีวิตตกตํ่า “ไม่น่าทำ� ทำ�ไปโดยที่คน ตายก็ไม่รู้ตัว” “เราป่วย เขาหมดกรรม” จากการประเมินอาการทางจิตพบว่าชัยมีการ รับรู้ตนเองเกี่ยวกับโรคทางจิตเวชดีขึ้น และจากการประเมินการบริหารจัดการความเสี่ยง 88


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ในอนาคตทั้ง ๕ ข้อ ได้แก่ ๑) การวางแผนที่ขาดความเป็นไปได้ ๒) การเผชิญกับสิ่งที่เป็น ความเสีย่ ง ๓) บุคคลสนับสนุนในการดูแลรักษา ๔) ความร่วมมือในการรักษาอย่างต่อเนือ่ ง และ ๕) การเผชิญและการจัดการกับความเครียด พบว่า ประเด็นที่เป็นปัญหาและยังต้องได้รับ การจัดการแก้ไข คือ การเผชิญกับสิง่ ทีเ่ ป็นความเสีย่ ง นัน่ คือ บ้านของภรรยาผูต้ ายอยูต่ ดิ กับ บ้านชัย และยังคงมีความโกรธแค้นในตัวชัยอยู่ ส่วนชัยนัน้ หลังจากพยาบาลนิตจิ ติ เวชชุมชน ได้สะท้อนความรูส้ กึ ของผูท้ สี่ ญ ู เสียบุคคลอันเป็นทีร่ กั ชัยเข้าใจในความรูส้ กึ ของภรรยาผูต้ าย และญาติๆ มากขึน้ ดังนัน้ เมือ่ สอบถามความรูส้ กึ ทีเ่ กิดขึน้ และสิง่ ทีอ่ ยากทำ�เพือ่ ไถ่บาปและ ช่วยให้ความทุกข์ใจลดน้อยลง ชัยบอกว่าต้องการบวชให้ผู้เสียชีวิตและเข้าใจว่าการบวชจะ ช่วยลดแรงต้านจากญาติผู้เสียชีวิตด้วย ส่วนการเตรียมความพร้อมญาติในการดูแลชัย พยาบาลนิติจิตเวชชุมชนเริ่มต้น จากการประเมินผู้ดูแลโดยการพูดคุยกับญาติซึ่งเป็นน้องชายและน้องสะใภ้ พบว่า ญาติมี ความห่วงใยชัย รวมทั้งมีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคทางจิตเวชและการดูแลผู้ป่วยจิตเวช ตลอดจนรับรูอ้ าการเตือนของผูป้ ว่ ยจิตเวช และรับรูว้ ่าชัยมีอาการทางจิตสงบลงภายหลังได้ รับการรักษา พร้อมทั้งเล่าว่า ถ้าชัยไม่ดื่มสุราจะมีบุคลิกภาพเรียบร้อย เงียบๆ ไม่ค่อยพูด ให้ทำ�อะไรก็ทำ� แต่ไม่มั่นใจเรื่องการควบคุมการดื่มสุราของชัย และเมื่อส่งโทรศัพท์ให้ชัย พูดคุยกับน้องชายโดยเปิดเสียงโทรศัพท์ให้ดงั เพือ่ ให้ได้ยนิ เสียงญาติดว้ ย ทัง้ สองฝ่ายดูหว่ งใย ถามทุกข์สุขกัน น้องชายบอกกับชัยว่าไม่ได้ทอดทิ้ง แต่ระยะทางจากบ้านและโรงพยาบาลที่ ชัยรักษาตัวอยูไ่ กลกันมาก ไม่สะดวกในการเดินทางมาเยีย่ ม ซึง่ ชัยเข้าใจดี และต่อมาน้องชาย ก็ได้ส่งเงินมาให้ชัยใช้จ่ายเป็นประจำ�ทุกเดือน นอกจากนี้ พยาบาลนิติจิตเวชชุมชนยังได้ทำ�การประเมินและเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบด้านจิตใจจากการก่อคดีของผู้ป่วยนิติจิตเวช โดยทำ�งานประสานกับเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขในพื้นที่ มีการส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับการก่อคดีและความเจ็บป่วยทางจิต รวมทั้ง ผลกระทบทีเ่ กิดขึน้ ให้กบั เจ้าหน้าทีส่ าธารณสุขในพืน้ ทีไ่ ด้รบั ทราบ เพือ่ ลงพืน้ ทีป่ ระเมินปัญหา สุขภาพจิตเบือ้ งต้น แล้วแจ้งผลให้กบั พยาบาลนิตจิ ติ เวชชุมชนทราบ ในกรณีของชัยก็เช่นกัน หลังจากได้รับข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตของผู้เสียหายจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใน พื้นที่แล้ว พยาบาลนิติจิตเวชชุมชนจึงได้พูดคุยกับผู้เสียหายทางโทรศัพท์ เพื่อให้รับรู้ถึง ความห่วงใยทีม่ ี ให้การปรึกษาถึงความทุกข์ใจทีเ่ กิดขึน้ กับผูเ้ สียหาย เพือ่ ช่วยลดความวิตกกังวล และความโกรธที่มีต่อชัย นับเป็นองค์ประกอบที่สำ�คัญในการเตรียมชุมชนเพื่อลดแรงต้าน ในการกลับสู่ชุมชนของชัย ส่วนชัยหลังจากอาการทางจิตสงบ ชัยมีการรับรู้ตนเองเกี่ยวกับ 89


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

โรคทางจิตเวช รับรู้อาการเตือนและสิ่งที่เป็นสาเหตุที่ทำ�ให้อาการทางจิตกำ�เริบดีขึ้น รวมทัง้ ยอมรับว่าเกิดความรูส้ กึ ผิด ดังนัน้ การกล่าวคำ�ว่า “ขอโทษ” ของชัย แม้วา่ ชัยจะไม่มี โอกาสได้กล่าวกับ “อ้อย” ภรรยาผู้ตายโดยตรง แต่ชัยได้กล่าวผ่านมารดาของอ้อย ซึ่งเป็น คำ�พูดของชัยในขณะที่อาการทางจิตสงบ แตกต่างจากการรับรู้ในวันเกิดคดี โดยอ้อยเล่าว่า ในวันเกิดเหตุชัยเป็นผู้ป่วยทางจิตที่น่าหวาดกลัว ภาพและเสียงของชัยยังคงติดหูติดตาอ้อย แต่การให้ข้อมูลเป็นระยะๆ กับผู้ที่เกี่ยวข้องในชุมชน และญาติผู้เสียชีวิตรับรู้ว่า “วันแรก ที่พยาบาลนิติจิตเวชชุมชนพบชัยนั้น ชัยมีอาการทางจิตกำ�เริบอย่างรุนแรงเหมือนที่ผู้คน ในชุมชนพบเห็นก็จริง แต่หลังจากได้รบั การรักษาอยูใ่ นโรงพยาบาลแล้ว ชัยมีอาการทางจิต สงบลง และเกิดความรูส้ กึ ผิดต่อสิง่ ทีไ่ ด้กระทำ�ลงไป” นับว่าเป็นการเตรียมชุมชนให้ยอมรับ และมีความพร้อมในการที่จะต้องอยู่ร่วมกับผู้ป่วยนิติจิตเวชอีกวิธีหนึ่ง รวมทั้งการลงพื้นที่ ของทีมนิตจิ ติ เวชชุมชนในการเยียวยาสภาพจิตใจผูเ้ สียหายและทำ�ความเข้าใจกับชุมชน เพือ่ สร้างความมั่นใจแก่ชุมชน ดังนั้น หลังการประชุมเพื่อยกเลิกการควบคุมรักษาตัวผู้ป่วยใน สถานพยาบาลจนกว่าจะปลอดภัยต่อสังคมตามที่ระบุไว้ใน พรบ.สุขภาพจิต พ.ศ.๒๕๕๑ ทีมนิติจิตเวชมีความเห็นว่า “ชัยมีอาการทางจิตสงบ มีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคทาง จิตเวชและสามารถดูแลตนเองได้ แต่ควรกลับไปเยีย่ มบ้านก่อนทีจ่ ะขอคำ�สัง่ ศาลเพือ่ ยกเลิก การถูกควบคุมตัวตามที่ พรบ.สุขภาพจิต พ.ศ.๒๕๕๑ กำ�หนดไว้” โดยการเยี่ยมบ้าน ซึ่งมี เป้าหมายเพื่อประเมินการปรับตัวและการดูแลตนเองเกี่ยวกับความเจ็บป่วยทางจิตของชัย และครอบครัว รวมทัง้ ปฏิกริ ยิ าระหว่างชัยกับผูเ้ สียหายและชุมชน ดังนัน้ การเยีย่ มบ้านของ ชัยจึงต้องมีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่เกี่ยวกับประวัติการเจ็บป่วย ทางจิตเวชและอาการทางจิตทีเ่ กีย่ วข้องกับการก่อคดีของชัย เพือ่ วางแผนการลงพืน้ ทีเ่ ข้าไป พูดคุยกับผู้เสียหายและชุมชน ซึ่งเป็นไปตาม พรบ.สุขภาพจิต พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๑๖ จากการทำ�งานนิติจิตเวชชุมชนที่ผ่านมา พบว่า ปัญหาและอุปสรรคส่วนใหญ่ เกิดขึน้ เมือ่ ผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชอาการทางจิตสงบลง แต่ไม่สามารถจำ�หน่ายออกจากโรงพยาบาลได้ เนื่องจากครอบครัว ชุมชนหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ยอมรับ ซึ่งส่งผลให้การจำ�หน่ายผู้ป่วย ต้องชะลอไว้ก่อนเป็นเวลานาน นอกจากนี้ การที่ผู้ป่วยนิติจิตเวชอยู่ในโรงพยาบาลยิ่งนาน เท่าไหร่ ยิ่งส่งผลให้ชุมชนผลักไสผู้ป่วยนิติจิตเวชออกจากชุมชนมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น การทำ�งานด้านการเตรียมความพร้อมผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวช ครอบครัว และชุมชนก่อนจำ�หน่าย ต้องใช้ ระยะเวลาในการดำ�เนินงานและอาจต้องลงไปทำ�งานในพืน้ ทีห่ ลายครัง้ เพือ่ ให้ชมุ ชนมีความรู้ ความเข้าใจ และยอมรับว่าผู้ป่วยนิติจิตเวชเป็นส่วนหนึ่งของชาวบ้านในชุมชน นอกจากนี้ 90


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ปัจจัยสำ�คัญทีจ่ ะช่วยให้ผปู้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชได้กลับสูช่ มุ ชนตามเป้าหมายของการบำ�บัดรักษานัน้ คือการทีผ่ ปู้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชมี “ผูจ้ ดั การรายกรณี” โดยเริม่ เข้าไปทำ�งานเพือ่ เตรียมความพร้อม ผู้ป่วยนิติจิตเวช ครอบครัว และชุมชน ตั้งแต่ผู้ป่วยนิติจิตเวชเข้ามารับการรักษาในสถาบัน กัลยาณ์ฯ หรือเป็นต้นแบบในการทำ�งานเชิงรุกตั้งแต่ผู้ป่วยนิติจิตเวชยังไม่เข้ามารักษา ในสถาบันกัลยาณ์ฯ โดยการประสานกับเจ้าหน้าสาธารณสุขในพื้นที่ ลงไปในที่เกิดเหตุ หลังจากที่มีการก่อคดีหรือกระทำ�ผิดเกิดขึ้น หรือประสานงานกับพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำ�รวจ ตามพรบ.สุขภาพจิต พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๒๒ ๒๓ และ ๒๔ เมื่อมีความเสี่ยงที่อาจเกิดภาวะอันตรายจากผู้ป่วยจิตเวชในชุมชน ซึ่งเป็นการ ป้องกันการกระทำ�ผิดหรือการก่อคดีในผู้ป่วยจิตเวช ตลอดจนติดตามผู้ป่วยนิติจิตเวช หลังจำ�หน่ายกลับไปอยู่ในเรือนจำ� เป็นที่ปรึกษากรณีผู้ป่วยนิติจิตเวชมีอาการทางจิตกำ�เริบ โดยเฉพาะอย่างยิง่ ในรายทีม่ ภี าวะอันตรายและก่อนจะได้รบั การปล่อยตัว ต้องมีการประสาน กับเจ้าหน้าที่สถานพยาบาลในเรือนจำ�เพื่อให้ส่งผู้ป่วยนิติจิตเวชเข้ารับการบำ�บัดรักษาและ ฟื้ น ฟู ส ภาพจิ ต ก่ อ นจำ � หน่ า ยกลั บ สู่ ชุ ม ชน รวมทั้ ง ติ ด ตามผู้ ป่ ว ยนิ ติ จิ ต เวชหลั ง พ้ น โทษ กลับสู่ชุมชนให้ได้รับการรักษาต่อเนื่อง สำ�หรับกรณีของชัย ปัญหาและอุปสรรคคือ ไม่สามารถจำ�หน่ายชัยออกจาก โรงพยาบาลได้ทงั้ ๆ ทีช่ ยั อาการทางจิตสงบและมีความต้องการทีจ่ ะกลับไปอยูก่ บั ครอบครัว และแล้ววันที่ชัยรอคอยก็มาถึง...แม้ว่าชัยจะยังไม่ได้กลับบ้าน แต่วันนี้ทีมนิติจิตเวชชุมชน ได้นำ�ชัยกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ก่อนที่จะส่งชัยให้ถึงมือญาตินั้น ได้มีการประสานงานกับ โรงพยาบาลประจำ�จังหวัด สำ�นักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ อาสาสมัครสาธารณสุข รวมทัง้ ผูใ้ หญ่บา้ น เจ้าหน้าทีอ่ งค์การบริหารส่วนตำ�บล และญาติของชัย โดยนัดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาประชุมร่วมกัน เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาในพื้นที่ โดยเฉพาะ ประเด็นอารมณ์และความรู้สึกของญาติผู้เสียชีวิต และไม่ลืมที่จะพูดถึงปัญหาการดื่มสุรา อย่างแพร่หลายในหมู่บ้าน ทุกฝ่ายรับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมีชัยร่วมฟังเรื่องราวต่างๆ ด้วย และชัยได้ให้ความมั่นใจกับทุกคนอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นในการเลิกดื่มสุรา รวมทั้ง การดูแลตนเองเรื่องการรับประทานยา และการเตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับปฏิกิริยาของ ญาติผเู้ สียชีวติ หลังจากนัน้ ทุกคนได้เข้าไปในชุมชน โดยอ้อยยังไม่พร้อมทีจ่ ะให้ชยั เข้ามาพบ และกล่าวคำ�ขอโทษ เพราะยังรูส้ กึ กลัวและโกรธชัย รวมทัง้ กังวลว่าลูกชายจะก่อคดีท�ำ ร้ายชัย แต่กร็ บั รูว้ า่ ชัยรูส้ กึ ผิดต่อเหตุการณ์ทเ่ี กิดขึน้ และจากการประเมินสภาพจิตเบือ้ งต้น พบว่า อ้อยมี อารมณ์เศร้า ร้องไห้บอ่ ย นอนไม่หลับ โดยเฉพาะเมือ่ รูว้ า่ ชัยจะกลับมาเยีย่ มบ้าน และหลังจาก 91


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ให้การปรึกษาจนอ้อยเข้าใจถึงปัญหาสุขภาพจิตของตนเอง อ้อยจึงยินดีที่จะไปรับการรักษา จากแพทย์ที่โรงพยาบาล นอกจากนี้อ้อยและผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งญาติๆของอ้อย รับปากว่า จะพูดคุยกับลูกชายของอ้อย โดยผู้ใหญ่บ้านจะเรียกลูกชายของอ้อยมาพูดคุยพร้อมกับคน ที่ลูกชายของอ้อยเคารพ ซึ่งอ้อยได้เข้ามาช่วยปรับความเข้าใจด้วย เพื่อป้องกันความรุนแรง ที่อาจจะเกิดขึ้น ในที่สุด “ชัย” ก็ได้เยี่ยมบ้านเป็นเวลา ๑ เดือน โดยระหว่างอยู่บ้านนั้น น้องสะใภ้และน้องชายของชัยเป็นผู้ดูแล ภายใต้การติดตามดูแลของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในเรื่อง การรับประทานยา ความเสี่ยงต่อการดื่มสุรา การดูแลสุขภาพจิต การปฏิบตั กิ จิ วัตรประจำ�วัน การปรับตัว และการสังเกตอาการเตือนของชัย ปัจจุบันชัยกลับมาจากเยี่ยมบ้าน ซึ่งน้องชายเล่าว่า ทุกอย่างลงตัว ชัยมีความรับผิดชอบ ต่องานและรับประทานยาได้ถกู ต้อง ตรงเวลา รวมทัง้ พูดคุยกับลูกชายของอ้อยได้เป็นอย่างดีแล้ว การทำ�งานในครัง้ นี้ สำ�เร็จลงได้ดว้ ยการประสานงานกันในทีมสุขภาพ ซึง่ รับผิดชอบ ต่อประชาชนในพื้นที่ และการเข้ามามีส่วนร่วมในการทำ�งานของแกนนำ�ในชุมชน ในการ ช่วยกันคิดวางแผนและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งให้บริการตรวจรักษาแก่ผู้ที่ได้รับ ผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีการสร้างเครือข่ายตามโครงสร้างพื้นฐานของระบบ บริการสุขภาพที่สอดคล้องกับการแบ่งพื้นที่ฝ่ายปกครองในชุมชน เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ในการช่วยเหลือ และมีการเชื่อมโยงระหว่างเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ รวมทั้งมีระบบ “ผู้จัดการรายกรณี” ที่เข้าใจผู้ป่วยนิติจิตเวชและปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง จึงทำ�ให้การ ทำ�งานรวดเร็วทันเวลา ภายใต้การพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตและจิตเวช ซึ่งเป็นการ ทำ�งานตามข้อตกลงร่วมกัน โดยมีระบบการให้การปรึกษาที่สามารถช่วยเหลือเมื่อพื้นที่มี ปัญหาอย่างทันท่วงที และมีการประเมินผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นร่วมกัน อันจะนำ�มาซึ่งการพัฒนา คุณภาพงานมุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านนิติจิตเวชต่อไป

92


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

วิกฤตสุขภาพจิตจากอดีตสู่ผลลัพธ์ในอนาคต ราณี ฉายินทุ หัวหน้าศูนย์วิกฤตสุขภาพจิต

ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญกับเหตุการณ์วิกฤตในหลายรูปแบบ ส่ ง ผลกระทบต่ อ ความรู้ สึ ก ของกลุ่ ม คนในวงกว้า ง เช่ น กรณี ก ารพยายามฆ่ า ตั ว ตาย ของผูป้ ระสบภาวะวิกฤตในชีวติ ทีเ่ กิดขึน้ หลายครัง้ หลายครา โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ต้มยำ�กุ้ง ตามด้วยวิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ กรณีนักศึกษาพม่าบุกยึดสถานทูตพม่า ประจำ�ประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ กรณีกลุ่มกระเหรี่ยงก็อตอาร์มี่บุกยึด โรงพยาบาลศูนย์ราชบุรเี มือ่ วันที่ ๒๔-๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๓ กรณีคนคลุม้ คลัง่ จากฤทธิ์ ยาบ้าใช้อาวุธมีดจีจ้ บั นิสติ สาวชัน้ ปีที่ ๑ คณะเศรษฐศาสตร์เป็นตัวประกันทีป่ า้ ยรถประจำ�ทาง ใกล้บันไดทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสและจบลงด้วยการเสียชีวิตของเหยื่อตัวประกันเมื่อ ต้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๔ รวมทั้งกรณีผู้ติดยาบ้าจับเด็กหรือผู้หญิงเป็นตัวประกัน ที่เกิดต่อมาหลังจากนั้นอีกหลายกรณีหรือแม้แต่การเกิดสถานการณ์วิกฤตในชายแดนใต้ ที่เรื้อรังมายาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๗ เรื่อยมา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นความรุนแรงที่เกิดจาก นํ้ามือมนุษย์ ไม่เพียงเท่านี้ประเทศไทยยังเผชิญกับความรุนแรงที่เกิดจากภัยธรรมชาติ อาทิ การเกิดคลืน่ ยักษ์สนึ ามิเมือ่ วันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๗ ทีก่ ลืนชีวติ ผูค้ นกว่าห้าพันคน และสูญหายอีกนับหมื่นคน รวมทั้งสถานการณ์แพร่กระจายของโรคร้าย เช่น การเกิด อุบตั กิ ารณ์ของโรคเอดส์ การระบาดของไข้หวัดนก โรคซาร์ส และไข้หวัดสายพันธุใ์ หม่ ๒๐๐๙ นอกจากนี้ ยั ง เกิ ด วิ ก ฤตการณ์ ท างการเมื อ งมี ก ารชุ ม นุ ม ทางการเมื อ ง และมีการปะทะกันระหว่างผู้เข้าร่วมชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ทำ�ให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เป็นจำ�นวนมาก โดยเฉพาะในเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ มีผู้เสียชีวิต จำ�นวน ๙๒ คน ได้รบั บาดเจ็บจำ�นวน ๑,๙๐๒ คน รวมทัง้ ยังทำ�ลายทรัพย์สนิ ของทางราชการ และเอกชน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ธนาคาร โรงภาพยนตร์ ศาลากลางจังหวัด ร้านค้า บ้านเรือนได้รบั ความเสียหายจำ�นวนมาก นอกจากนีใ้ นปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้เกิดปัญหาอุทกภัย รุนแรงเกือบทั่วประเทศซึ่งทำ�ให้พืชสวนไร่นาเกิดความเสียหาย โดยมีผู้ประสบภัยจำ�นวน ๗,๐๓๘,๒๔๘ ราย มีผู้เสียชีวิตจำ�นวน ๑๘๐ ราย และเมื่อเดือนมีนาคม ปีพ.ศ. ๒๕๕๔ ได้ 93


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

เกิดอุทกภัยรุนแรงเกิดขึ้นใน ๗ จังหวัดทางภาคใต้ ทำ�ให้มีผู้ประสบภัยจำ�นวนมากเช่นกัน มีผเู้ สียชีวติ จำ�นวน ๖๖ ราย และประชาชนมีภาวะเครียดสูง จำ�นวน ๒๕๙ ราย มีปญ ั หาเสีย่ งต่อ การฆ่าตัวตาย จำ�นวน ๑๑๕ ราย นอกจากนีย้ งั ได้เกิดสถานการณ์การสูร้ บกันบริเวณชายแดน ไทย-กัมพูชา เมื่อปลายเดือนเมษายน ๒๕๕๔ ที่ผ่านมามีผลให้ทหารและชาวบ้านเสียชีวิต ชาวบ้านมีภาวะเครียดและมีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายจำ�นวนหนึ่ง ดังนั้น อาจกล่าว ได้วา่ เหตุวกิ ฤตทีเ่ กิดจากภัยธรรมชาติและนํา้ มือมนุษย์ลว้ นเป็นอุบตั กิ ารณ์ทมี่ แี นวโน้มขยาย ผลกระทบเป็นวงกว้างมากขึน้ โดยเฉพาะกระทบต่อจิตใจ ความรูส้ กึ ของประชาชนทำ�ให้เกิด ความตระหนก ตื่นกลัวและหวั่นไหวไปกับสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น จากสถานการณ์ วิ ก ฤตต่า งๆที่ เ กิ ด ขึ้ น งานด้ า นวิ ก ฤตสุ ข ภาพจิ ต ของสถาบั น กัลยาณ์ราชนครินทร์หรือในอดีตคือ โรงพยาบาลนิติจิตเวช จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ได้มี บทบาทสำ�คัญต่อประเทศชาติเป็นอย่างมาก เนื่องจากได้รับมอบหมายจากกรมสุขภาพจิต ให้เป็นผู้รับผิดชอบหลักและเป็นแม่ข่ายด้านวิกฤตสุขภาพจิต ทั้งในด้านการบริหารจัดการ ช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผูป้ ระสบภาวะวิกฤต ด้านการป้องกันปัญหาวิกฤตสุขภาพจิต การสร้าง เครือข่ายด้านวิกฤตสุขภาพจิต การผลักดันให้เกิดศูนย์วิกฤตสุขภาพจิตหรืองานบริการ ด้านวิกฤตสุขภาพจิตขึน้ ในหน่วยงานต่างๆทัง้ ภาครัฐและเอกชน หน่วยงานวิกฤตสุขภาพจิต ของสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์จึงมีการพัฒนางานวิกฤตสุขภาพจิตทั้งด้านระบบบริการ และวิชาการอย่างต่อเนื่องตลอดมา งานวิกฤตสุขภาพจิตเริ่มดำ�เนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ ๒๕๔๐ หลังจากประเทศไทย เกิดปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ประชาชนไม่สามารถหาทางออกของปัญหาได้ บางรายพยายาม ฆ่ า ตั ว ตายเพื่ อ หนี ปั ญ หา ขณะเดี ย วกั น พบว่ า มี ปั ญ หายาเสพติ ด ระบาดจำ � นวนมาก เกิดเหตุการณ์คนร้ายมีอาการคลุ้มคลั่งเพราะเมายาบ้าก่อเหตุจับตัวประกันหลายครั้ง ดังนั้น ในฐานะที่โรงพยาบาลนิติจิตเวชเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาด้านสุขภาพจิต และความรุนแรงในสังคม ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับผู้ที่ ก่ออาชญากรรม จึงได้รับการติดต่อให้เข้าร่วมการฝึกอบรมหลักสูตรการเจรจาต่อรอง ตัวประกันร่วมกับกองบัญชาการตำ�รวจนครบาลในหัวข้อจิตวิทยาที่เกี่ยวกับการเจรจา ต่อรองกรณีมีการจับตัวประกัน ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมเป็นเจ้าหน้าที่ตำ�รวจนครบาลระดับ สัญญาบัตรจำ�นวน ๓๐ นาย เพื่อให้นายตำ�รวจเหล่านี้มีความรู้ด้านการเจรจาต่อรองและ สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที ซึ่งถือว่าเป็นก้าวแรกของสถาบันกัลยาณ์ ราชนครินทร์ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับงานด้านวิกฤตสุขภาพจิตของประเทศ 94


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

จากจุ ด เริ่ ม ต้ นที่ ห วั ง ผลด้ า นการเตรี ย มความพร้ อ มสำ � หรั บ เมื อ งใหญ่ อ ย่ า ง กรุ ง เทพมหานคร และถื อ ได้ ว่ า เป็ นจุ ด เริ่ ม ต้ น สำ � หรั บ วงการสุ ข ภาพจิ ต ในเมื อ งไทย เพราะถึงแม้เราจะมีบุคลากรและหน่วยงานที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านสุขภาพจิต และจิตเวชจำ�นวนมากก็ตาม แต่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาต่อรองนั้นอาจถือได้ว่าเป็น เรือ่ งใหม่ ดังนัน้ ก้าวแรกจึงอาจกล่าวได้วา่ เป็นการฝึกร่วมกันระหว่างสำ�นักงานตำ�รวจแห่งชาติ และกรมสุขภาพจิต และหลังจากนัน้ ได้พบว่าปัญหาสังคมได้เพิม่ มากขึน้ ประชาชนเจอมรสุม ชีวติ รอบด้านและหาทางออกโดยการฆ่าตัวตาย กลายเป็นปัญหาสังคมทีเ่ จ้าหน้าทีบ่ า้ นเมือง ต้องเข้าไปยื่นมือให้ความช่วยเหลือ เหตุการณ์นาทีชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่หาดใหญ่กับ ความปราถนาดีของผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือแต่ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์จึงทำ�ให้ชีวิตของเธอ ทีพ่ าดบนระเบียงตึกและกำ�ลังหาทางรอดอยูน่ นั้ พลัดตกลงมาสิน้ ลมหายใจอย่างน่าเสียดาย ด้ ว ยความตระหนั ก ต่ อ ปั ญ หาที่ มี แ นวโน้ ม ว่ า จะเพิ่ ม ขึ้ น ในปี พ .ศ.๒๕๔๒ กรมสุขภาพจิตโดยมีทา่ นอธิบดีขณะนัน้ คือนายแพทย์วนิ ยั วิรยิ กิจจาและพล.ต.อ วรรณรัตน์ คชรัตน์ ผู้บัญชาการตำ�รวจนครบาลในขณะนั้น ได้มอบหมายให้โรงพยาบาลนิติจิตเวช ศูนย์สุขภาพจิตที่ ๑๓ และกองกำ�กับการสืบสวนสอบสวนนครบาล ๒ จัดทำ�โครงการอบรม หลักสูตรการเจรจาต่อรองแก่ขา้ ราชการตำ�รวจนครบาลจำ�นวน ๔๐๐ นาย โดยใช้งบประมาณ ของศูนย์สุขภาพจิตที่ ๑๓ จำ�นวน ๕๔๐,๔๘๐ บาท และหลังจากนั้นทางสำ�นักงานตำ�รวจ แห่งชาติได้มงี บประมาณจัดการฝึกอบรมเจ้าหน้าทีต่ �ำ รวจเพิม่ อีก ๙๐๐ นาย โดยโรงพยาบาล นิติจิตเวชได้ให้การสนับสนุนด้วยดีตลอดมา เมือ่ วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้มเี หตุการณ์อนั คาดไม่ถงึ เกิดขึน้ เมือ่ มีนกั ศึกษา พม่าบุกยึดสถานทูตพม่าประจำ�ประเทศไทย และเมื่อวันที่ ๒๔-๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๓ กลุ่มกระเหรี่ยงก็อตอาร์มี่บุกยึดโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี จากทั้ง ๒ เหตุการณ์ดังกล่าว นายกรัฐมนตรีได้มคี �ำ สัง่ ให้จติ แพทย์และนักจิตวิทยาของโรงพยาบาลนิตจิ ติ เวชเป็นทีป่ รึกษา ชุดเจรจาต่อรอง และได้เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจจนสำ�เร็จลุล่วงด้วยดี ต่อมาในปี ๒๕๔๓ สำ�นักงานรักษาความมัน่ คงทางการทูต สถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำ � ประเทศไทยและโครงการให้ ค วามช่ ว ยเหลื อ ด้ า นการต่ อ ต้ า นการก่ อ การร้ า ย แห่งกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ฝ่ายตำ�รวจ ๒ นาย และจากโรงพยาบาลนิติจิตเวชอีก ๒ คน คือ นายแพทย์ประภาส อุครานันท์ และนางวัลลี ธรรมโกสิทธิ์ นักจิตวิทยาเข้าร่วมประชุมปรึกษาและฝึกเรื่องการเจรจาต่อรองตัวประกัน ณ วิทยาลัยเอฟ บี ไอ เมืองควอนติโก้ รัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา ๒๐ วัน 95


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

หลังจากจบการอบรม โรงพยาบาลนิติจิตเวชได้ขยายผลหลักสูตรดังกล่าวโดยการฝึกอบรม ให้กับเจ้าหน้าที่ตำ�รวจของสถาบันพัฒนาข้าราชการตำ�รวจ รวมทั้งบุคลากรสาธารณสุขอีก หลายครั้ง ปรากฏการณ์ปัญหาวิกฤตสุขภาพจิตของประเทศก็ยังเกิดขึ้นเป็นระยะจนกระทั่ง ต้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้มีเหตุการณ์คนเมายาบ้าคลุ้มคลั่งได้ใช้อาวุธมีดจี้จับ นิสิตสาวชั้นปีที่ ๑ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นตัวประกันขณะรอ รถประจำ�ทางที่ป้ายรถประจำ�ทางใกล้ทางขึ้นสถานีรถไฟบีทีเอส ข้างสถานีขนส่งหมอชิต เหตุการณ์ดังกล่าวจบลงด้วยความสลดใจเมื่อนิสิตสาวผู้เคราะห์ร้ายทนพิษบาดแผลที่ถูก แทงจากด้านหลังทะลุปอดไม่ไหวได้เสียชีวิตลงอย่างน่าเศร้า การจากไปของเธอมิได้เกิดขึ้น โดยผ่านไปเลยเท่านั้น แต่ก่อให้เกิดกระแสความตื่นตัวอย่างกว้างขวางในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งการป้องกันการสูญเสียในอนาคตต่อไป กรมสุขภาพจิตโดยท่านอธิบดีคือ นายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ในขณะนั้น ได้เล็งเห็นถึงความสำ�คัญของปัญหาดังกล่าวจึงได้มอบหมายให้โรงพยาบาลนิติจิตเวชจัดตั้ง ศูนย์วิกฤตสุขภาพจิต (Mental Health Crisis Center : MCC) ขึ้นอย่างเป็นทางการเป็น หน่วยงานแรกของกรมสุขภาพจิต โดยมีพิธีเปิดศูนย์วิกฤตสุขภาพจิตเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ มีบทบาทหน้าที่ด้านการเป็นที่ปรึกษาให้กับเจ้าหน้าที่ตำ�รวจ และบุคลากร สาธารณสุขเมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤต การประสานเครือข่าย รวมทั้งการจัดตั้งทีมสุขภาพจิต เคลื่อนที่ที่เป็นรูปธรรม ประกอบด้วยทีมสหวิชาชีพได้แก่ จิตแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ เภสัชกร และทีมสนับสนุนอื่นๆ ร่วมเป็นทีมออกปฏิบัติงานช่วยเหลือ ผูท้ อี่ ยูใ่ นภาวะวิกฤตเมือ่ มีความจำ�เป็น พร้อมทัง้ มีการขยายรูปแบบการบริการและสนับสนุน เครือข่าย ต่อมาเมือ่ มีการปรับเปลีย่ นโครงสร้างของส่วนราชการ จากโรงพยาบาลนิตจิ ติ เวช เป็นสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ซึง่ เป็นสถาบันแห่งแรกของกรมสุขภาพจิตทีม่ บี ทบาทเด่น ในด้านวิชาการเกีย่ วกับวิกฤตสุขภาพจิต มีภารกิจสำ�คัญทีร่ ว่ มมือกับสำ�นักงานตำ�รวจแห่งชาติ ในหลักสูตรการเจรจาต่อรองแก้ไขเหตุวกิ ฤตตามแผนกรกฎ ๔๑ ประจำ�ปี ๒๕๔๕ โดยได้รว่ ม เป็นวิทยากรฝึกอบรมข้าราชการตำ�รวจระดับรองสารวัตร และชัน้ ประทวน สังกัดตำ�รวจภูธร ภาค ๑ ถึง ๙ และกองบัญชาการตำ�รวจนครบาล ขณะเดียวกันสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ก็ได้สนับสนุนบุคลากรที่รับผิดชอบงานด้านวิกฤตสุขภาพจิตร่วมเป็นผู้เผยแพร่ความรู้ด้าน การให้การปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตแก่เครือข่ายในพื้นที่รับผิดชอบตลอดมา 96


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ในปีงบประมาณ ๒๕๔๗ งานวิกฤตสุขภาพจิตมีความสำ�คัญและได้รับความสนใจ มากขึน้ เนือ่ งจากประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤตสุขภาพอย่างต่อเนือ่ ง ได้แก่ เกิดการระบาด ของโรคไข้หวัดนก โรคซาร์ส สถานการณ์วกิ ฤตในพืน้ ทีจ่ งั หวัดชายแดนใต้ ซึง่ ทำ�ให้สว่ นวิกฤต สุขภาพจิตของสถาบันกัลายาณ์ราชนครินทร์ได้รับงบประมาณจากกรมสุขภาพจิตในการ ดำ�เนินงานเพือ่ พัฒนางานด้านวิกฤตสุขภาพจิตทัง้ ด้านการบริการ วิชาการ ทีค่ ล่องตัวมากขึน้ จึงได้มกี ารพัฒนาและสนับสนุนเครือข่ายให้มกี ารจัดตัง้ ศูนย์วกิ ฤตสุขภาพจิต (Mental Health Crisis Center :MCC) ขึ้นในโรงพยาบาลจิตเวชสังกัดกรมสุขภาพจิต และในระดับจังหวัด เช่น รพศ. รพท. ทุกภาคของประเทศ พร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขที่เป็น เครือข่ายด้านวิกฤตสุขภาพจิตให้มีความรู้ด้านการเจรจาต่อรอง ความรู้เรื่องการช่วยเหลือ เยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต ตลอดจนพัฒนาเทคโนโลยี คู่มือ แผ่นพับ วีชีดีด้านวิกฤต สุขภาพจิตต่างๆ ซึง่ เป็นการขยายเครือข่ายทุกภาคทัว่ ประเทศให้สามารถช่วยเหลือประชาชน ได้อย่างทันท่วงที มีประสิทธิภาพ ซึง่ ผลของการขยายเครือข่ายทำ�ให้เกิดศูนย์วกิ ฤตสุขภาพจิต หรือหน่วยบริการวิกฤตสุขภาพจิตขึ้นในหน่วยงานระดับจังหวัดหลายแห่ง ในปีงบประมาณ ๒๕๔๘ วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ ประเทศไทยได้เกิดสถานการณ์ คลืน่ ยักษ์สนึ ามิขนึ้ คร่าชีวติ ประชาชน ๕,๐๐๐ กว่าคนและสูญหายอีกนับหมืน่ คน บ้านเรือน ได้รับความเสียหายจำ�นวนมาก ส่วนวิกฤตสุขภาพจิตของสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ได้ ร่วมกับกรมสุขภาพจิตจัดทีมสุขภาพจิตออกไปช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผูป้ ระสบภัย และมีการ ติดตามดูแลต่อเนื่องในรายที่พบว่ามีความเสี่ยงร่วมกับศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพจิต อำ�เภอเขาหลัก จังหวัดพังงา จากเหตุการณ์ในครัง้ นัน้ ทำ�ให้งานด้านวิกฤตสุขภาพจิตมีความสำ�คัญมากยิง่ ขึน้ กรมสุขภาพจิตจึงมอบหมายให้สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ร่วมในการจัดทำ�แนวปฏิบัติ ระดับชาติในการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต รวมทั้งเป็นผู้จัดทำ�แนวปฏิบัติ การช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตผู้ประสบภาวะวิกฤตในระดับกรมและระดับจังหวัด ตลอดจน จัดตั้งศูนย์เตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติขึ้นที่กรมสุขภาพจิต ขณะเดียวกันส่วนวิกฤต สุ ข ภาพจิ ต ของสถาบั น กั ล ยาณ์ ร าชนคริ น ทร์ ยั ง ได้ รั บ การสนั บ สนุ น งบประมาณจาก กรมสุขภาพจิตด้านการพัฒนางานด้านวิกฤตสุขภาพจิตต่อเนือ่ งอีก โดยได้ขยายเครือข่ายด้าน วิกฤตสุขภาพจิตลงไปทีห่ น่วยงานระดับอำ�เภอ คือ ในโรงพยาบาลชุมชนทุกภาคของประเทศ และยังสนับสนุนวิทยากรถ่ายทอดความรูด้ า้ นวิกฤตสุขภาพจิตทัง้ ภาครัฐและเอกชนเรือ่ ยมา ทำ�ให้เครือข่ายวิกฤตสุขภาพจิตมีจำ�นวนมากขึ้น สร้างความมั่นใจว่าเวลาประชาชนประสบ ปัญหาวิกฤตของชีวติ เครือข่ายเหล่านีจ้ ะสามารถออกไปให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตและป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาว 97


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ระหว่างปีพ.ศ. ๒๕๔๙ - ๒๕๕๐ หลังจากเกิดสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ชายแดนใต้ กรมสุขภาพจิตจึงมีนโยบายจัดตั้งศูนย์เยียวยาจิตใจขึ้นในโรงพยาบาลชุมชน ทุกแห่งรวมทั้งหมด ๓๗ แห่ง มีก ารจัดจ้างนักจิตวิทยาประจำ�ศูนย์เยียวยาฯดังกล่าว พร้อมทั้งมอบหมายให้สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์โดยส่วนวิกฤตสุขภาพจิตรับผิดชอบ เป็นผู้จัดการแผนงาน ในการดำ�เนินงานด้านวิกฤตสุขภาพจิตในพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งก็ได้มี การพัฒนาทั้งด้านการบริการ วิชาการ และจัดการฝึกอบรมบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ ให้มีความรู้ด้านการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการจัดตั้งศูนย์ Child Trauma ขึ้นที่สถาบันกัลยาณ์์ราชนครินทร์พร้อมทั้งพัฒนา Web Site Child Trauma รวม ทัง้ พัฒนาเทคโนโลยีตา่ งๆ เช่น คูม่ อื หลักสูตรการเยียวยาจิตใจผูไ้ ด้รบั ผลกระทบ แนวปฏิบตั ิ การเยียวยาจิตใจ เป็นต้น นอกจากนี้หลังจากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงหลายๆเหตุการณ์ สถาบันกัลยาณ์์ราชนครินทร์ยังได้ร่วมพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ทหาร ตำ�รวจที่ปฏิบัติงาน ในพืน้ ทีช่ ายแดนใต้ ด้านการเจรจาต่อรองหลายรุน่ ด้วยกัน เพือ่ เตรียมความพร้อมรับมือหาก เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ เครือข่ายวิกฤตสุขภาพจิตในพื้นที่มีความ เข้มแข็ง มีระบบการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบที่มีประสิทธิภาพ มีระบบการ นิเทศติดตาม ขณะเดียวกันในปีพ.ศ. ๒๕๕๐ ประเทศไทยได้เกิดปัญหาอุทกภัยโคลนถล่มที่ จังหวัดอุตรดิตถ์ คร่าชีวติ ประชาชนจำ�นวน ๑๐๐ คน ทีมวิกฤตสุขภาพจิตของสถาบันได้ออกไป ให้การช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผูป้ ระสบภัย และเป็นทีป่ รึกษาในการดำ�เนินงานของศูนย์วกิ ฤต สุขภาพจิต โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ด้วยทำ�ให้การดำ�เนินงานลุล่วงไปด้วยดี ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๒ กรมสุขภาพจิตมีนโยบายจัดตั้งศูนย์เตรียม ความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติขึ้นที่สถาบันกัลยาณ์์ราชนครินทร์ โดยมี ผู้อำ�นวยการสถาบันกัลยาณ์ฯเป็นผู้อำ�นวยการศูนย์เตรียมความพร้อมฯอีกตำ�แหน่งหนึ่ง มีบทบาทสำ�คัญในด้านการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบตั ิ รวมทัง้ ร่วมจัดทำ�แผนและพัฒนา ระบบบริหารจัดการสาธารณภัยด้านการวางแผนและสาธารณสุข และแผนการปฏิบัติงาน รับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข พัฒนาเว็บไซต์ของศูนย์เตรียม พร้อมฯ ขณะเดียวกันในปีนี้ได้มีเหตุการณ์ภัยพิบัติจากพายุนากรีสเกิดขึ้นในประเทศพม่า งานวิ ก ฤตสุ ข ภาพจิ ต ของสถาบั นกั ล ยาณ์ ฯ ก็ ยั ง มี บ ทบาทในการประสานที ม วิ ก ฤตจาก หน่วยงานในสังกัดกรมสุขภาพจิตเพื่อเดินทางไปให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากกรณีเกิด พายุนากรีสทีป่ ระเทศพม่า ซึง่ บุคคลากรของสถาบันกัลยาณ์ฯ คืออาจารย์วลั ลี ธรรมโกสิทธิ์ และแพทย์หญิงเบญจพร ปัญญายง เป็นตัวแทนร่วมเดินทางไปให้การเยียวยาจิตใจผูป้ ระสบภัยด้วย 98


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

และในปีเดียวกันนี้ มีเหตุการณ์ที่สะเทือนใจของคนไทยทั้งประเทศ คือ การเกิด สถานการณ์วกิ ฤตทีร่ นุ แรงทางการเมือง มีการปะทะกันระหว่างผูเ้ ข้าร่วมชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ ของรัฐ ทำ�ให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำ�นวนมาก ส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้ได้รับผล กระทบ ศูนย์เตรียมความพร้อมฯและส่วนวิกฤตสุขภาพจิตของสถาบันกัลยาณ์ฯ มีบทบาท สำ�คัญต่อเหตุการณ์วิกฤตในครั้งนี้เป็นอย่างมาก ทำ�ให้ส่วนวิกฤตสุขภาพจิตของสถาบัน กัลยาณ์ฯ ต้องปรับตัว ปรับบทบาทให้มีความคล่องตัวทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ ทำ�ให้สว่ นวิกฤตสุขภาพจิตของสถาบันกัลยาณ์ฯ ต้องรีบพัฒนาระบบการเตรียมความพร้อม พัฒนาระบบการบริการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านการจัดทีมสุขภาพจิตเคลื่อนที่ มีการจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่พร้อมใช้ รวมทั้งพัฒนาศักยภาพของทีมเยียวยาจิตใจ มีการ ซ้อมแผนปฏิบัติการรับมือภัยพิบัติ และที่สำ�คัญต้องประสานแผนและผลการดำ�เนินงาน กับหน่วยงานทั้งในและนอกสังกัดกรมสุขภาพจิต ในการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ได้รับ ผลกระทบ โดยเฉพาะญาติผู้สูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน หลังจากนั้นจึงรายงานให้ผู้บริหาร กรมสุขภาพจิตทราบ พร้อมทั้งได้สนับสนุนทีมออกให้การช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ได้รับ ผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังได้พัฒนาจัดทำ�แนวปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยา จิตใจกรณีวกิ ฤตทางการเมือง เพือ่ ให้ทมี ได้ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบตั งิ านทีเ่ ป็นมาตรฐาน เดียวกัน ถึงแม้ว่าการปฏิบัติงานของเราจะต้องเผชิญกับปัญหาความแตกต่างทางความคิด ของประชาชนและการแสดงปฏิกิริยาของผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพจิต ในระยะยาว จากสถานการณ์วกิ ฤตทางการเมืองทีเ่ กิดขึน้ ในพืน้ ทีก่ รุงเทพมหานคร ส่งผลกระทบ ต่อทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงส่งผลต่อวิถีชีวิตของคนในสังคมเมือง ซึ่งมีความซับซ้อน เป็นสังคมแห่งการแข่งขัน ประชาชนต้องต่อสูด้ นิ้ รนเพือ่ ความอยูร่ อด ทำ�ให้เกิดความเครียด มีปัญหาสังคมเกิดขึ้นมากมาย การดำ�เนินงานด้านวิกฤตสุขภาพจิตของสถาบันกัลยาณ์ฯก็ ยังต้องดำ�เนินการต่อไป ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับงบประมาณจากกรมสุขภาพจิต แต่นับว่าเป็น ความโชคดีของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร งานวิกฤตสุขภาพจิตจึงได้ขอสนับสนุน งบประมาณจากสำ�นักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต ๑๓ พื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้งบมาประมาณ ๑๐ ล้านบาท เพื่อดำ�เนินงานด้านวิกฤตสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง การพัฒนาระบบการให้บริการปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต ๑๓๒๓ ทำ�ให้การดำ�เนินงานด้านนี้ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นไปด้วยดี พร้อมทั้งได้ดำ�เนินการพัฒนาศักยภาพบุคลากร สาธารณสุข ตำ�รวจ อาจารย์มหาวิทยาลัยในพืน้ ทีก่ รุงเทพมานครให้มคี วามรูด้ า้ นการเจรจา 99


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ต่อรองและการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต นับเป็นการขยายเครือข่ายด้าน วิกฤตสุขภาพจิตสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร ขณะเดียวกันสถาบันกัลยาณ์์ราชนครินทร์ยังได้จัดทีมสุขภาพจิตเคลื่อนที่ให้การ ช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบร่วมกับบุคลากรสาธารณสุขของกรุงเทพมหานคร รวมทั้งผลิตคู่มือและหลักสูตรการช่วยเหลือด้านจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต และนอกจากนี้ ยังได้พัฒนาระบบการให้บริการปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต ๑๓๒๓ ตามที่ได้รับมอบหมาย จากสถาบันกัลยาณ์ฯ เพื่อเป็นช่องทางหนึ่งที่ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพจิต ได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดความเครียดหรือความทุกข์ใจ ซึ่งได้มีการขยายคู่สายของการให้ บริการของสถาบันกัลยาณ์ฯเพิ่มขึ้นเป็น ๓ สายพร้อมทั้งสนับสนุนให้หน่วยงานในสังกัด กรมสุขภาพจิตได้เพิ่มคู่สายการให้บริการเป็น ๓๑ คู่สาย มีการพัฒนาศักยภาพผู้ให้ บริการโดยการฝึกอบรมเพิ่มพูนความรู้ พัฒนาองค์ความรู้ ผลิตคู่มือการให้บริการปรึกษา ผลิตสปอร์ตโฆษณา ประชาสัมพันธ์สายด่วนสุขภาพจิตผ่านสือ่ วิทยุ และเผยแพร่แก่หน่วยงาน ที่ให้บริการสายด่วนของหน่วยงานในสังกัดกรมสุขภาพจิตเพื่อประชาสัมพันธ์ และตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ จนถึงปัจจุบัน สถาบันกัลยาณ์ฯได้มีการปรับเปลี่ยน โครงสร้างการบริหารของสถาบันกัลยาณ์ฯ มีการจัดตัง้ ศูนย์วกิ ฤตสุขภาพจิต (Mental Health Crisis Center : MCC) ขึ้น แทนศูนย์เตรียมความพร้อมฯและกลุ่มพัฒนาความเป็นเลิศ ด้ า นวิ ก ฤตสุ ข ภาพจิ ต ให้ ดำ � เนิ นงานด้ า นวิ ก ฤตสุ ข ภาพจิ ต อย่ า งต่ อ เนื่ อ งตามนโยบาย ของกรมสุขภาพจิตที่มอบหมายให้สถาบันกัลยาณ์ฯเป็นผู้รับผิดชอบหลักและเป็นแม่ข่าย ด้านวิกฤตสุขภาพจิตและด้านการบริการปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต โดยเฉพาะยังเป็นศูนย์ ประสานการดำ�เนินงานเมือ่ เกิดสถานการณ์ภยั พิบตั ขิ องประเทศขึน้ ไม่วา่ จะเป็นการประสาน แผนการดำ�เนินงาน การประสานผลลัพธ์ของการเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัย พัฒนาระบบ การรายงาน มีการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติ ขั้นตอนการดำ�เนินงาน ของทีมเยียวยาจิตใจของหน่วยงานสังกัดกรมสุขภาพจิตทีเ่ ป็นระบบและมีมาตรฐานเดียวกัน ขณะเดียวกันในระหว่างนี้ประเทศไทยได้เกิดสถานการณ์วิกฤตหลายอย่างทั้งที่เป็นปัญหา อุทกภัยร้ายแรงในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและ ภาคใต้ รวมทั้งการเกิดปัญหาการสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้ผู้ประสบภัย เสียชีวติ ทรัพย์สนิ ได้รบั ความเสียหายจำ�นวนมาก ศูนย์วกิ ฤตสุขภาพจิตของสถาบันกัลยาณ์ฯ ต้องทำ�งานหนักมากขึ้น ต้องประสานแผนและประสานผลการดำ�เนินงานที่ทีมช่วยเหลือ เยียวยาจิตใจของหน่วยงานในสังกัดกรมสุขภาพดำ�เนินงาน เพื่อรายงานต่อผู้บริหาร 100


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

กรมสุขภาพจิตทุกวัน พร้อมทั้งร่วมประชุม War Room กับกระทรวงสาธารณสุขทุกวัน เพื่อ รายงานผลการเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัย พร้อมทั้งประสานทีมเยียวยาจิตใจของสถาบัน กัลยาณ์ฯไปให้การช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผูป้ ระสบอุทกภัยดังกล่าว รวมทัง้ เยีย่ มเยียนเยียวยา จิตใจครอบครัวพยาบาลไทยที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศนิวซีแลนด์ นอกจากนี้ ในด้ า นวิ ช าการยั ง ได้ จั ด ทำ � แผนเตรี ย มความพร้ อ มเพื่ อ รั บ มื อ กั บ สถานการณ์วิกฤตของกรมสุขภาพจิต เพื่อให้มีแผนการดำ�เนินงานด้านวิกฤตที่ชัดเจน ส่วน ด้านการบริการปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต ๑๓๒๓ ก็ยังคงมีการพัฒนาด้านบุคลากร มีการ พัฒนามาตรฐานบริการปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต ๑๓๒๓ เพื่อให้ผู้ให้บริการมีแนวทาง การดำ�เนินงานที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งร่วมพัฒนาโปรแกรมเป็นแนวปฏิบัติในการ ให้บริการของผูใ้ ห้การปรึกษา มีการปรับปรุงระบบการรายงานการให้บริการผ่านทางเว็บไซต์ และพัฒนาระบบ Call Center อย่างต่อเนื่อง เป็นต้น กล่ า วโดยสรุ ป การดำ � เนิ น งานด้ า นวิ ก ฤตสุ ข ภาพจิ ต ของสถาบั น กั ล ยาณ์ ราชนครินทร์หรือโรงพยาบาลนิติจิตเวชตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปี ที่ผ่านมา ได้มีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าเป็นกำ�ลังสำ�คัญของกรมสุขภาพจิตและ เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างมาก ซึ่งได้มีการพัฒนาทั้งด้านการบริหารจัดการด้าน ระบบบริการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต เมื่อมีสถานการณ์วิกฤตเกิดขึ้น ขณะเดียวกันยังได้พฒ ั นาด้านวิชาการ การพัฒนาเทคโนโลยีทเ่ี กีย่ วข้องกับงานวิกฤตสุขภาพจิต การให้บริการปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต ๑๓๒๓ ตลอดจนได้ดำ�เนินการพัฒนาศักยภาพ บุคลากรทั้งในสังกัดกรมสุขภาพจิต รวมทั้งเครือข่ายวิกฤตสุขภาพจิตทั้งภาครัฐและเอกชน ทัว่ ประเทศ เพือ่ ให้เกิดความเข้มแข็งและเป็นกำ�ลังสำ�คัญในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาจิตใจ ผูป้ ระสบภาวะวิกฤต เป็นการป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาวของประชาชน แต่อย่างไร ก็ตาม ผูป้ ฏิบตั งิ านด้านวิกฤตสุขภาพจิตของสถาบันกัลยาณ์ฯก็ยงั คงต้องมีความตืน่ ตัวพร้อม รับสถานการณ์วกิ ฤตทัง้ ทีเ่ ป็นภัยพิบตั จิ ากธรรมชาติและภัยจากการกระทำ�ของมนุษย์ซงึ่ อาจ จะเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้ ซึ่งต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและตลอดไป เพื่อผลลัพธ์ในอนาคต คือ ประชาชนผูป้ ระสบภัยหรือผูป้ ระสบปัญหาวิกฤตในชีวติ สามารถดำ�รงชีวติ อยูใ่ นสังคมได้ อย่างมีความสุข ไม่เป็นภาระต่อสังคมต่อไป

101


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

นานาทัศนะ…สู่อนาคตทศวรรษที่ ๕ นายแพทย์สุจริต สุวรรณชีพ

อดีตรักษาการในตำ�แหน่งผู้อำ�นวยการโรงพยาบาลนิติจิตเวช ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๒๖-๒๕๒๗ อดีตรองอธิบดีกรมสุขภาพจิต

ปัจจุบันดำ�รงตำ�แหน่งที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต โรงพยาบาลนิ ติ จิ ต เวชเป็ น องค์ ก รที่ มี ชื่ อ เสี ย ง สิ่ ง ที่ ป ระทั บ ใจคื อ ในสมั ย นายแพทย์สรุ นิ ทร์ ปิน่ รัตน์ท่านได้วางกรอบการฟืน้ ฟูสมรรถภาพผูป้ ว่ ย เช่น เลีย้ งสัตว์ อาทิ เป็ด ไก่ วัวและปลูกผัก ได้ประโยชน์ ๒ ทาง คือทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ป่วยมีอาหารรับประทาน ขณะเดียวกันก็ฟนื้ ฟูผปู้ ว่ ย เนือ่ งจากผูป้ ว่ ยนิตจิ ติ เวชต้องอยูโ่ รงพยาบาลนานจึงต้องมีกจิ กรรม รองรับ การฟื้นฟูผู้ป่วยระยะแรกไม่มีเจ้าหน้าที่อาชีวบำ�บัด ท่านมอบให้ฝ่ายการพยาบาลที่ ทำ�งานเป็นทีมได้มีการประชุมร่วมกันในการเลือกกิจกรรมที่เหมาะสม เกณฑ์หลักในการ พิจารณา คือ ความถนัดและอาการที่ต้องแก้ไข นอกจากนี้โรงพยาบาลนิติจิตเวชมีความ แตกต่างจากที่อื่น คือ การรักษาผู้ป่วยของโรงพยาบาลอื่นๆ เป็นการค้นหาว่าเป็นโรคอะไร แต่เราเน้นว่าโรคทีเ่ ป็นมีสว่ นไหนทีไ่ ม่เป็นโรค เพราะต้องให้การต่อศาลว่าผูป้ ว่ ยยังมีสว่ นไหน ที่ดีที่ยังคงเหลืออยู่ อีกประเด็นของความต่างคือ การรักษาในโรงพยาบาลทั่วไปต้องเร่งให้ ผูป้ ว่ ยสงบแต่เราจะต้องสังเกตอาการก่อน โดยให้ยาอ่อนๆ เพือ่ ดูอาการทีแ่ ท้จริง ซึง่ บางครัง้ เจ้าหน้าทีก่ ไ็ ด้รบั บาดเจ็บระหว่างการดูแล ปัจจุบนั ทราบว่าผูอ้ �ำ นวยการใช้หลักการของ KM (Knowledge Management) มาใช้เพื่อพัฒนามาตรฐานการดูแล การพัฒนางานนิตจิ ติ เวชในอนาคต ได้แก่ ประเด็นของกฎหมายสุขภาพจิตควรหา งบประมาณสนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมสุขภาพจิต เพราะกฎหมายควรมี ๒ ด้าน คือ ด้านการบำ�บัด รักษา ฟื้นฟูและการส่งเสริมป้องกัน ที่ต้องให้ความสนใจและประคับประคองญาติมากขึ้น อีกประเด็น คือ การทำ�ให้วิชานิติจิตเวชศาสตร์สามารถอธิบายให้ทุกคนทราบว่าพฤติกรรม อย่างนี้เกิดเนื่องมาจากสาเหตุใด และมีแรงจูงใจในการเกิดพฤติกรรมดังกล่าวอย่างไร 103


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

นายแพทย์ธำ�รง ทัศนาญชลี

อดีตผู้อำ�นวยการโรงพยาบาลนิติจิตเวช ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๒๗-๒๕๓๒

สถาบั นกั ล ยาณ์ ร าชนคริ นทร์ เป็ น หน่ ว ยงานหลั ก ด้ า นนิ ติ จิ ต เวชศาสตร์ ข อง ประเทศที่ช่วยผดุงความยุติธรรมให้ผู้ป่วยจิตเวช การพัฒนาระบบริการยุคแรกอาศัย องค์ความรู้จากตำ�ราต่างประเทศ กระผมเป็นคนแรกที่แปลตำ�ราภาษาอังกฤษโดยตรง เพื่อนำ�มาประยุกต์ใช้กับงานในบริบทของประเทศไทย เช่น ผู้ป่วยภาวะรุนแรง (Violence) ถ้าแปลเป็นภาวะอันตรายต่อสังคม ตามที่ระบุในมาตรา ๔๘ หมายถึง ภาวะที่บุคคลนั้น เป็นอันตราย มี ๓ ประการ คือ ๑) อันตรายต่อตนเอง ๒) อันตรายต่ออืน่ และ ๓) อันตรายต่อ ทรัพย์สมบัติ หรือการแปลคำ�ว่า Forensic เป็นภาษาไทย คือ นิตจิ ติ เวชศาสตร์ ซึง่ แต่เดิมใช้ค�ำ ว่า นิติจิตเวชวิทยาจนใช้แพร่หลายถึงปัจจุบัน โรงพยาบาลนิ ติ จิ ต เวชยุ ค แรกก่ อ ตั้ ง โดยนายแพทย์ ย รรยง โพธารามิ ก และยุคที่ ๒ ทีว่ างรากฐานบริการเป็นสมัยของนายแพทย์สรุ นิ ทร์ ปิน่ รัตน์ มาสมัยผมเป็นการ พัฒนาวิชาการที่มีความโดดเด่น มุ่งพัฒนาองค์ความรู้ด้านนิติจิตเวชศาสตร์ ถึงแม้ว่าต่อมา เราต้องเปิดบริการจิตเวชทั่วไป เพื่ออำ�นวยความสะดวกให้ประชาชนในจังหวัดใกล้เคียงที่มี ความยากลำ�บากในการเข้าไปรับยาที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา การพัฒนาต่อในอนาคต แบ่งออกเป็น ๒ แนวทาง คือ ๑. พัฒนาระบบบริการ เราต้องทำ�งานประสาน ให้เป็นส่วนหนึง่ ของกระบวนการ ยุติธรรมให้ได้ และควรบ่งบอกให้คนภายนอกรู้จักภารกิจหลักของสถาบันฯ ส่วนด้าน กฎหมายสุขภาพจิตต้องดูว่าปฏิบัติได้จริงหรือ ค้นหาจุดที่ต้องแก้ไข หากพบก็ให้แก้ที่เรา หรือแก้ที่ระบบเป็นอันดับแรก ๒. พัฒนางานวิชาการ เช่น พัฒนากฎหมายวิชาการและบังคับใช้ไปด้วยกัน ด้านการรวบรวมข้อมูลตัวเลข จัดเป็นพืน้ ฐานข้อมูลทีเ่ กีย่ วข้องกับนิตจิ ติ เวชศาสตร์ เนือ่ งจาก เรามีโอกาสที่จะเข้าเรือนจำ�และประสานกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมได้ง่าย 104


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

นายแพทย์หม่อมหลวงสมชาย จักรพันธุ์

อดีตผู้อำ�นวยการโรงพยาบาลนิติจิตเวช ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๓๒-๒๕๓๖ อดีตอธิบดีกรมสุขภาพจิต

ปัจจุบันดำ�รงตำ�แหน่งที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต ความร่วมมือร่วมใจในการทำ�งานของเจ้าหน้าที่ทุกระดับ เป็นสิ่งสำ�คัญที่ทำ�ให้ หน่วยงานมีความเจริญเติบโต งอกงาม และเป็นทีน่ า่ เชือ่ ถือของสังคม ซึง่ การสร้างความเชือ่ มัน่ ในการทำ�งานของบุคลากรนั้นจะต้องใช้กระบวนการจัดการความรู้ด้านนิติจิตเวช ซึ่งเป็น กระบวนการสำ�คัญทีน่ �ำ มาใช้ในการรวบรวมผลงานทีไ่ ด้สะสมไว้ตลอดระยะเวลา ๔๐ ปี โดย การจัดทำ�เป็นเอกสารข้อมูลจากสิ่งที่ได้เรียนรู้ในแง่มุมต่างๆ ของการทำ�งานทั้งด้านความ เจ็บป่วยทางจิตเวช ด้านกฎหมายและด้านสังคม เพื่อเผยแพร่ให้สังคมได้รับรู้ เข้าใจและมี ส่วนร่วมในการช่วยเหลือบุคคลกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตาม ความสำ�เร็จสูงสุดของสถาบันกัลยาณ์ ราชนครินทร์ คือ การผลักดันเรื่องการบังคับใช้พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งจะประสบความสำ�เร็จได้ต้องทำ�ให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน

105


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

นายแพทย์อภิชัย มงคล

อดีตผู้อำ�นวยการโรงพยาบาลนิติจิตเวช ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๓๙-๒๕๔๐

ปัจจุบันดำ�รงตำ�แหน่งอธิบดีกรมสุขภาพจิต โรงพยาบาลนิติจิตเวชเป็นหน่วยงานที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ในช่วงที่มารับตำ�แหน่ง ผู้อำ�นวยการมีนโยบายเน้นการพัฒนางานวิชาการและวางระบบการจัดการข้อมูลข่าวสาร และเทคโนโลยีต่างๆ และเป็นช่วงเวลาที่มีการปรับเปลี่ยนหลายอย่าง อาทิ เปลี่ยนชื่อจาก โรงพยาบาลนิติจิตเวชเดิมเป็นสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ จัดระบบงานที่เกี่ยวข้องกับ กระบวนการยุติธรรมให้มีความชัดเจน เริ่มผลักดันให้เกิดกฎหมายสุขภาพจิตของประเทศ ซึ่งปัจจุบันประกาศใช้แล้ว สิ่งที่กำ�ลังทำ�ต่อไป คือ การปรับแนวคิดระบบการจ่ายเงิน งบประมาณ หรือการจ่ายเงินแบบเหมารวม (ค่า DRG) ที่เหมาะสมกับการดูแลผู้ป่วย นิติจิตเวช หากสำ�เร็จจะส่งผลให้โรงพยาบาลจิตเวชหรือโรงพยาบาลทั่วไปสามารถดูแล ผูป้ ว่ ยคดีได้ดขี นึ้ อีกประการคือ การมีคา่ ตอบแทนให้กบั ผูเ้ ชีย่ วชาญทีเ่ ป็นพยานศาล เพือ่ เป็น ขวัญกำ�ลังใจให้กบั คนทำ�งานทีจ่ ะเร่งหาข้อสรุปเพือ่ เฉลยเรือ่ งบางเรือ่ งทีป่ ระชาชนสนใจอย่าง รวดเร็ว ถือเป็นการให้ข้อมูลที่ทำ�ให้สังคมเกิดการเรียนรู้ในระยะเวลาอันสมควร สิง่ ทีส่ ถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ตอ้ งทำ�ต่อไปในอนาคต คือ การขยายองค์ความรู้ ที่มีอยู่แล้วไปสู่โรงพยาบาลจิตเวชหรือหน่วยบริการจิตเวชอื่นๆให้เขาสามารถทำ�งานได้ เหมือนสถาบันกัลยาณ์ฯ 106


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต

อดีตผู้อำ�นวยการโรงพยาบาลนิติจิตเวช ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๗

ปัจจุบันดำ�รงตำ�แหน่งรองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ในอนาคต อยากเห็นประเทศไทยมีศาลด้านสุขภาพจิต มี Mental Health Court โดยไม่แยกอำ�นาจศาล ปัจจุบนั เราเริม่ มีศาลเด็ก ศาลครอบครัว แต่ศาลเหล่านีจ้ ะดำ�เนินการ เมื่อมีคดีแล้ว แต่จริงๆแล้วคนเหล่านั้นไม่ใช่อาชญากร ถ้ามีศาลสุขภาพจิต ก็จะทำ�หน้าที่ใน การพัฒนาระบบการรักษา ฟื้นฟู พัฒนาความสัมพันธ์ในครอบครัว ป้องกันการถูกทำ�ร้าย และไม่มีกักกัน นอกจากนี้ การทำ�แผนพัฒนาควรมี expert opinion และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เข้ามามีส่วนร่วมในการทำ�แผน เพื่อตอบสนองความต้องการที่ตรงกับสภาพปัญหา ส่วนองค์ประกอบในการพัฒนา ช่วงแรกจะต้องรวบรวมองค์ความรู้ ศึกษาดูงาน ต่างประเทศ ประเมินความพร้อมในระบบด้านต่าง ๆ ถ้าระบบสังคมมีความพร้อมจะทำ�ให้ การดำ�เนินการง่ายขึ้น และจะสามารถสร้างระบบที่ให้บริการเฉพาะมากขึ้น นอกจากนี้ ควรมีการทบทวนพันธกิจและมุ่งแสวงหาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ รวมทั้งมีการจัดระบบงาน ให้เหมาะสมกับคน จัดระบบงานที่มากเกินไปให้เหมาะสม และที่สำ�คัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ทุกคนจะต้องมีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ 107


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

นายแพทย์ปรีชา อินโท อดีตอธิบดีกรมสุขภาพจิต

ปัจจุบันดำ�รงตำ�แหน่ง ที่ปรึกษาสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ การพัฒนาระบบการรักษาของสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ จะต้องมีการปรับปรุง ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการอยู่เสมอ เช่น ในแผนกผู้ป่วยนอกอาจมีการ สำ�รวจความพึงพอใจโดยการสุ่มสัมภาษณ์ผู้รับบริการครั้งละประมาณ ๓๐ คน ทุก ๔ เดือน เพื่ อ นำ � สู่ ก ารปรั บ วิ ธี ดำ � เนิ นการให้ ผู้ ใช้ บ ริ ก ารพึ ง พอใจและมี ทิ ศ ทางในการให้ บ ริ ก าร ส่วนการพัฒนางานด้านนิติจิตเวชนั้น ควรมีการพัฒนาบุคลากรแพทย์ให้มีความเชี่ยวชาญ ทางนิติจิตเวช โดยสนับสนุนให้มีการศึกษาต่อต่างประเทศ

นายแพทย์จินดา โสมนัส อดีตจิตแพทย์

การทำ�งานด้านนิติจิตเวช ต้องพยายามพูดให้คนเข้าใจและมีทัศนคติที่ดีต่อคนไข้ นิติจิตเวช ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่มีข้อสงสัย รวมทั้งต้องทำ�งานอย่างตรงไปตรงมา ไม่มี อิทธิพลหรือการเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ในโอกาสที่งานด้านนิติจิตเวชดำ�เนินมาครบรอบปีที่ ๔๐ นับว่าเราเป็นสถาบันที่ เก่าแก่ ขอให้พวกเราช่วยเหลือกัน พัฒนางาน และรักษาสถาบันของเราให้เจริญก้าวหน้า ต่อไป ขอให้มคี วามสุข อยากได้อะไรขอให้สมความปรารถนาและยังระลึกถึงทุกๆคนอยูเ่ สมอ 108


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

นายแพทย์ประทักษ์ ลิขิตเลอสรวง อดีตจิตแพทย์

อนาคตงานด้านนิติจิตเวช ควรมีการพัฒนาในประเด็นดังต่อไปนี้ ๑. การพัฒนางานวิชาการสุขภาพจิตจะต้องมีหลักวิชาการที่สุจริตและโปร่งใส ๒. กระบวนการทางกฎหมายแต่ละมาตราจะต้องมีหลักการรองรับ ๓. มีการเชื่อมโยงภาษากฎหมายกับภาษาทางคลินิก ๔. ค วรมี ก ารขยายกรอบวิ ช าการด้ า นนิ ติ ติ จิ ต เวชและกฎหมายในอนาคต เป็นเชิงป้องกัน การบริการสังคม การฟื้นฟูผู้ติดสารเสพติด ความรุนแรง ครอบครัว เด็กและวัยรุ่น รวมถึงนิติจิตเวชเด็ก ๕. การควบคุม การบำ�บัดรักษาด้านนิติจิตเวชต้องคำ�นึงถึงสิทธิและมนุษยธรรม ๖. การบังคับรักษาควรเน้นเชิงป้องกัน ๗. ศาลยังต้องการความรู้ว่าควรจะดำ�เนินการตัดสินแค่ไหน อย่างไร

ดังนั้น จึงยังต้องพัฒนาด้านวิชาการอีกมากเพื่อช่วยให้ศาลเข้าใจบุคคลเหล่านั้น

109


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

นางโกสุม นิลพงษ์

อดีตหัวหน้าพยาบาลคนแรก ในอดีต บุคลากรของโรงพยาบาลนิติจิตเวชอยู่กันอย่างพี่น้อง อยู่ด้วยใจ มีอะไรก็ แบ่งปันกัน มีการผ่อนคลายด้วยการไปเทีย่ วพักผ่อนพร้อมกัน รวมทัง้ มีการพูดคุยและปรึกษา หารือกัน

110


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

นางนงลักษณ์ สาตรา

อดีตหัวหน้ากลุ่มงานสังคมสงเคราะห์

มุมมองของนักสังคมสงเคราะห์ในยุคแรกของโรงพยาบาลนิตจิ ติ เวชได้มองเห็นถึง ความเปลี่ยนแปลง และการพัฒนาความเป็นนิติจิตเวชในทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะศักยภาพ ด้านวิชาการจนเป็นที่ยอมรับขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งมี เป้าหมายที่จะพัฒนาจนเป็น “สถาบันนิติจิตเวชแห่งเอเชียอาคเนย์” เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ ขององค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ หัวใจสำ�คัญของการทำ�งานด้านนิติจิตเวช คือ การประชุมวินิจฉัยทางนิติจิตเวชแบบทีมสหวิชาชีพ (Case Conference) ที่ทำ�ให้หลาย หน่วยงานยอมรับ โดยมีการทำ�งานประสานกันเป็นทีมจิตเวชในการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยซึ่ง ประกอบด้วย จิตแพทย์ พยาบาลจิตเวช นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และนักอาชีวบำ�บัด พร้อมทั้ง มีมาตรการจำ�กัดบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องในการเข้าประชุม นอกจากนี้ กระบวนการพัฒนา “ความเป็นนิติจิตเวช” ในยุคก่อนมีหลายด้าน อาทิเช่น ด้านวิชาการ จะมุง่ เน้นการพัฒนาบุคลากรให้มคี วามรู้ ความเชีย่ วชาญ ซึง่ ริเริม่ โดย ผูอ้ �ำ นวยการทีท่ �ำ หน้าทีเ่ ป็นผูใ้ ห้ความรูด้ า้ นจิตเวชศาสตร์ และเรียนรูจ้ ากผูป้ ว่ ยภายหลังการ ตรวจวินิจฉัยถึงสาเหตุและแรงจูงใจในการก่อคดี พร้อมทั้งมุ่งเน้นให้บุคลากรมีความเติบโต และมีคณ ุ ภาพจนได้รบั การกล่าวถึงว่า “คนนิตจิ ติ เวช เป็นคนมีคณ ุ ภาพ” ส่วนด้านบริหาร จะใช้หลักการอยู่ร่วมกันแบบครอบครัว เสมือนระบอบพ่อปกครองลูกของสุโขทัย และเน้น ความรัก ความสามัคคีเป็นนํา้ หนึง่ ใจเดียวกัน และสุดท้ายการพัฒนาด้านภูมทิ ศั น์ จะมุง่ เน้น การปลูกต้นไม้เพื่อคงรักษาระบบนิเวศและความเป็นธรรมชาติ โดยเลือกสรรพันธุ์ไม้ มาเพาะชำ�เองเพื่อใช้ในการตกแต่งโรงพยาบาล รวมถึงพัฒนากิจกรรมฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวช ด้วยสิ่งแวดล้อมบำ�บัด และฝึกอาชีพเกษตรกรรมโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมทั้ง บริหารผลผลิตที่ได้ด้วยระบบสหกรณ์ 111


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

นางวัลลี ธรรมโกสิทธิ์

อดีตหัวหน้ากลุ่มงานจิตวิทยา

ปัจจุบันดำ�รงตำ�แหน่งที่ปรึกษาสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ความภาคภู มิ ใ จสู ง สุ ด ของการทำ � งานในสถาบั นกั ล ยาณ์ ร าชนคริ นทร์ คื อ ความสามัคคีเป็นนํ้าหนึ่งใจเดียวกันของบุคลากรที่ส่งผลให้งานประสบความสำ�เร็จตาม คำ�กล่าวทีว่ า่ “ถึงแม้คนเราจะน้อย แต่กท็ �ำ งานทุกอย่างให้ประสบผลสำ�เร็จได้” และการได้รบั มอบหมายให้ทำ�งานในระดับประเทศหลายๆอย่างจนเป็นที่ยอมรับ ได้แก่ งานนิติจิตเวช ที่ครอบคลุมถึงการพัฒนาพระราชบัญญัติสุขภาพจิตและงานวิกฤตสุขภาพจิต

112


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

แพทย์หญิงนิตยา สโรบล อดีตหัวหน้ากลุ่มงานทันตกรรม

การทำ�งานในระยะแรกเปิดบริการ มีการเรียนรูจ้ ากตำ�ราวิชาการและจากผูป้ ว่ ยจิตเวช โดยตรง ควบคู่กันไปและให้บริการทั้งโรคทางกายและโรคทางจิตเวช เนื่องจากบริเวณ ใกล้เคียงไม่มีโรงพยาบาลที่รักษาโรคทางทันตกรรม การพัฒนางานบริการด้านทันตกรรมในระยะเริ่มต้น ต้องใช้ความมุ่งมั่น กำ�ลังใจ และอยู่บนพื้นฐานที่ต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยจิตเวช มีการพัฒนาคุณภาพงาน โดยการศึกษาจากตำ�รา เรียนรู้จากสถาบันสมเด็จเจ้าพระยา และที่สำ�คัญคือศึกษาโดยตรง จากผู้ป่วย ประสานกับทางตึกผู้ป่วยให้ส่งคนไข้มาทำ�ฟัน จึงพบว่าผู้ป่วยจิตเวชไม่เคยรับ บริการทางทันตกรรมมาก่อน และเนื่องจากเป็นทันตแพทย์จึงพยายามทำ�ความเข้าใจกับ ผู้ป่วยจิตเวช โดยการเข้าร่วมฟังการประชุมวินิจฉัยโรค และศึกษาเรื่องยาทางจิตเวชเพื่อให้ เข้าใจปัญหาทางทันตกรรมของผู้ป่วยจิตเวชและเริ่มรวบรวมการดูแลรักษาและให้ความ สำ�คัญกับการป้องกันการติดเชื้อในรายที่ผู้ป่วยต้องทำ�ศัลยกรรมที่เกี่ยวข้องกับฟัน สิ่งที่อยากให้พัฒนาต่อไปคือ เป็นการติดตามผู้ป่วยนิติจิตเวชระยะยาว เพื่อให้ได้ ข้อมูลเชิงคุณภาพที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด และฟื้นฟูวารสารนิติจิตเวชเพื่อแสดงความ เชี่ยวชาญเฉพาะขององค์กร 113


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

นายยืนยง สุขสืบนุช

อดีตหัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจหลักคืองานด้านนิติจิตเวช ช่วงที่ผ่านมาจะพบเห็นการเปลี่ยนแปลงที่นำ�ไปสู่การพัฒนาของสถาบันฯ ๒ ด้าน คือ การเปลี่ยนแปลงความเป็นอยู่ภายในและคุณภาพของงาน ซึ่งในการเปลี่ยนแปลงคุณภาพ ของงานนัน้ จะพบว่ามีสงิ่ ดีๆหรือผลงานใหม่ๆทีเ่ ปรียบเหมือนวัตถุดบิ อันทรงคุณค่าและเป็น ทีย่ อมรับให้เลือกใช้ อย่างไรก็ตาม สิง่ สำ�คัญจากการนำ�วัตถุดบิ ดังกล่าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ สูงสุดนัน้ ควรนำ�วัตถุดบิ นัน้ มาหลอมรวมกันให้มคี วามเป็นตัวของตัวเอง และปรับให้เหมาะสม กับบริบทของสถาบันฯ

114


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

นานากิจกรรม กิจกรรมเกีย่ วกับการปรับปรุงแก้ไขและบังคับใช้ พรบ.สุขภาพจิต พ.ศ. ๒๕๕๑

115


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ

116


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

เยี่ยมเยียนและเยียวยาจิตใจประชาชนที่ประสบภาวะวิกฤตสุขภาพจิต

117


สี่สิบปีนิติจิตเวช : เลิศลํ้าในไทย ก้าวไกลสู่สากล ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

รายชื่อคณะทำ�งาน นายแพทย์ศิริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์ แพทย์หญิงดวงตา ไกรภัสสร์พงษ์ นางสาวเบญจวรรณ สามสาลี นางสาววิไล เสรีสิทธิพิทักษ์ นางสาวสมลักษณ์ เดิดขุนทด นางสุกัญญา กิจเครือ นางสาวสำ�ราญ บุญรักษา นางกัลนิกา ศรีวงศ์วรรณ นางดวงจันทร์ บัวคลี่ นายมานิจ คณาธรรม นายไพโรจน์ สุขเกิด นางสาวอุทยา นาคเจริญ นางสาวเพ็ญพรรณ์ ชิตวร นางสาวบุปผา ดวงเดือน นางวรารัตน์ ยอดราช

118

ผู้อำ�นวยการ รองผู้อำ�นวยการฝ่ายการแพทย์ หัวหน้ากลุ่มการพยาบาล นักจิตวิทยาเชี่ยวชาญ พยาบาลวิชาชีพชำ�นาญการ พยาบาลวิชาชีพชำ�นาญการ พยาบาลวิชาชีพชำ�นาญการ พยาบาลวิชาชีพชำ�นาญการ พยาบาลวิชาชีพชำ�นาญการ พยาบาลวิชาชีพชำ�นาญการ พยาบาลวิชาชีพชำ�นาญการ พยาบาลวิชาชีพชำ�นาญการ พยาบาลวิชาชีพชำ�นาญการ พยาบาลวิชาชีพชำ�นาญการ พนักงานช่วยเหลือคนไข้

ที่ปรึกษา คณะทำ�งาน คณะทำ�งาน คณะทำ�งาน คณะทำ�งาน คณะทำ�งาน คณะทำ�งาน คณะทำ�งาน คณะทำ�งาน คณะทำ�งาน คณะทำ�งาน คณะทำ�งาน คณะทำ�งาน คณะทำ�งาน คณะทำ�งาน


หนังสือ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์  

หนังสือ ๔๐ ปี สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you