Page 1

ป ฏิ วั ติ ค ว า ม คิ ด ติ ด อ า วุ ธ ป ญ ญ า • http://www.demo-crazy.com

DemoCrazy

VOLUME

18 พฤษภาคม 2553

สัมภาษณ

สองสาวใสสุดจี๊ด จากการชุมนุม ของกลุมเสื้อหลากสี

พวกเธอออกมาทําไม?

อานตอ หนา

3

MULTI-COLOR POWER ในฉบับพบกับ “เรื่องเลาในคืนนองเลือด” โดย วรภัทร วีรพัฒนคุปต


.2. DemoCrazy

EDITORIAL

Volume 18 | May 2010

รวมสมทบทุนเพื่อผลิตวารสาร ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนวิภาวดีรังสิต บัญชีสะสมทรัพย เลขที่บัญชี 196-0-71142-0 ชื่อบัญชี สํานักพิมพเพื่อนชีวิต

บก.บอกกลาว

ประเทศไทยแพไมได แม ว า การแสดงออกทาง ความคิดเห็นทางการเมืองขณะนี้จะ แบ งออกเป น เฉดสี ตา งๆ คล า ยกั บ กี ฬ าสี แต ก ารแข ง ขั น ครั้ ง นี้ คงไม เหมื อ นกั บ การแข ง กี ฬ า ที่ ผู ช นะก็ ตอ งไม ห ยิ่ ง ยโสโอหั ง ผู แ พ ก็ ต อ งมี น้ําใจนักกีฬา แลวมาเริ่มแขงขันกัน ใหม แ ต ส ถ า น ก า ร ณ ท า ง การเมื อ งขณะนี้ ไ ม เ หมื อ นกั น เลย เดิมพันครั้งนี้มันสูงยิ่ง มันหมายถึง ประเทศไทยทั้ ง ประเทศ ไม ใ ช แ ค รู ป ร า งลั ก ษณะพื้ น ที่ ข องประเทศที่ เปนรูปขวานทองเทานั้น หากแตยัง หมายรวมถึง ประชาชนผูอยูอ าศั ย ในผืน แผน ดิน ไทยไม วา จะเป นเชื้ อ ชาติใด ยังหมายรวมถึงระบอบการ ปกครองของประเทศ ยั ง หมาย รวมถึ ง อธิ ป ไตยของประเทศ ยั ง หมายรวมถึงระบบเศรษฐกิจ การคา และตลาดของประเทศ ยั ง หมาย รวมถึงเกียรติยศ ศักดิ์ศรีของคนในชาติ ยังหมายรวมถึงสถาบันหลักของชาติ และยังหมาย รวมถึงชีวิต และความสุข ของทุกลมหายใจบนแผนดินไทย เพราะฉะนั้น ประเทศไทยแพไมได! คุณทอได เหนื่อยได แพได ... แตประเทศไทยแพไมได ผมทอได เหนื่อยได แพได ... แตประเทศไทยแพไมได คนไทย 60 กวาลานคนทอได เหนื่อยได แพได... แตประเทศไทยแพไมได !!! หากจะมีมือสักคูมากอบมากูสถานการณ ณ ขณะนี้มันคงดี แตมาถึงขั้นนี้ มือคู เดียวคงชวยประเทศไมได แมวามือคูนั้นจะมีอํานาจบารมีมากแคไหน แมวามือคูนั้นจะชวย ประเทศชาติมาแลวนับครั้งไมถวน แตคราวนี้ถึงเวลาแลวหละที่มือคูอื่นอีกหลายๆลานคู จะตองมาชวยประเทศไทยใหพนจากภาวะพายแพ ถึงเวลาแลวหละที่มือคูอื่นๆ จะตองมา ชวยเจาของมือคูนั้น เวลานี้วิกฤตประเทศมาถึงแลว ใครทําอะไรไดตองทํา ใครทําอะไรไมไดก็ตอง พยายามทํา อยาใหการนิ่งเฉยของคุณ ทําใหเพื่อนรวมชาติของคุณตองสูญเสีย อยาใหการนิ่งเฉยของคุณ ทําใหบานเมืองตองสูญสลาย เวลานี้คงเปนเวลาสําคัญที่จะบอกวา “ความเปนกลางคือหลุมหลบภัยของ คนขี้ขลาด” ถึงเวลาที่คุณตองเลือกขางประเทศชาติ เลือกยืนขางความถูกตอง รวม ปกปองประเทศชาติ DemoCrazy เองก็จะพยายามทําทุกอยางเพื่อไมใหประเทศไทยตองแพพาย เชนเดียวกัน แมจะเปนเพียงเสียงเล็กๆ แตก็จะไมยอมใหเสียงเล็กๆ นี้เงียบไปเปน อันขาด ตราบใดที่ยังเหลือขุนเขาแมกไม ฟนไฟ ลมหายใจ ประเทศชาติ ตราบนั้น เรายังคงมีความหวัง! แสงธรรม ชุนชฎาธาร บรรณาธิการแพได แตประเทศไทยแพไมได

DemoCrazy สถาปนา เมษายน พ.ศ.2551

บรรณาธิการ • แสงธรรม ชุนชฎาธาร ผูชวยบรรณาธิการ • กิตตินันท นาคทอง กองบรรณาธิการ • ยุรชัฎ ชาติสุทธิชัย • แบงค งามอรุณโชติ • ศตวรรษ อินทรายุธ • กฤติน ดิ่งแกว • กฤช วีรกุล • ภรณศมน จรีเวรุไวโรจน ชางภาพ • รวมชัย ตันจันทรพงศ คอลัมนิสตประจํากองบรรณาธิการ • ชเนษฎ ศรีสุโข • วรภัทร วีรพัฒนคุปต • ธนิก วิไลลักษณ • ชฎาพร แยมรูการ สมาชิกสัมพันธ (สมัครสมาชิก/รองเรียนการจัดสง) • สุพัตรา พองพรหม โทรศัพท 089-420-0117 โครงการนิตยสาร DemoCrazy สํานักงานเลขที่ 90/43 หมูบานอยูเจริญ ซอยทรงสะอาด ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพ 10900 กองบรรณาธิการเดโมเครซี่ โทรศัพท 0-2277-6413 โทรสาร 0-2691-4609 อีเมล democrazy@live.com สนับสนุนวารสาร โทร. 08-1813-7877

สมัครสมาชิก

อุปถัมภรายป เพียง 500 บาท/ป • รับเดโมเครซี่ 1 ป 12 ฉบับ สงถึงบานทางไปรษณีย • ของที่ระลึกสําหรับสมาชิก สมาชิกสัมพันธ โทร. 089-420-0117

ON THE WEB:

www.demo-crazy.com


DemoCrazy .3.

Volume 18 | May 2010

แตง(โม) พลอย

อายุ 27 ป อายุ : … ป อาชีพ : AE อาชีพ : บริษัทออรกาไนเซอร ลามแปลภาษา

DemoCrazy’s People ประชาธิปไตยโดยคนรุนใหม

สัมภาษณโดย SAKA_!

ท า มกลางคลื่ น ลมแห ง วิ ถี ก ารเมื อ งในป จ จุ บั น ดล บันดาลใหกลุมสีตางๆเกิดขึ้นมากมาย DemoCrazy ไดไป สั ง เกตการณ ก ารชุ ม นุ ม ของกลุ ม เสื้ อ หลากสี ที่ มี ก ารชุ ม นุ ม อย า งต อ เนื่ อ งตั้ ง แต วั น ที่ 13 เมษายน 2553 ที่ อ นุ ส าวรี ย ชั ย สมรภูมิ และเปลี่ยนพื้นที่ในการชุมนุมไปเรื่อยๆ โดยกลุมนี้จะ ชุมนุมทุกวันไมเวนวัน ในเวลาประมาณ 16.00 – 18.00 น. จาก การสังเกตการณของDemoCrazy กลุมผูชุมนุมกลุมนี้มีกลุมคน รุนใหมมากหนาหลายตาทยอยกันมารวมไมเวนแตละวัน อะไร กันที่ทําใหพวกเขาเหลานั้นเงยหนาออกจากคอมพิวเตอร และ กาวขาออกมาตากแดดตากลม? สงสัยไปสงสัยมา ก็ไปสะดุด ตาสะดุดใจเขากับสองสาวรุนใหมใสจี๊ด DemoCrazy จึงพุงตรง เขาไปสัมภาษณแคะเคาะเจาะลึกเกี่ยวกับการชุมนุมในครั้งนี้

แตง(โม) • ไพลิน จารุนนทวิวัฒน

อายุ 27 ป จบการศึกษาคณะศิลปะศาสตร มหาวิทยาลัยศรีปทุม อาชีพ : AE บริษัทออรกาไนเซอร

พลอย • มณีธันวา นัยนะแพทย

จบการศึกษาคณะ BBA มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ อาชีพ : ลามแปลภาษา

สิ่ ง ใดกั น เล า ที่ ถี บ คุ ณ ออกจากบ า นจากพลั ง เงี ย บ ออกมาสงเสียงเปนพลังคนเคยเงียบ และรวมชุมนุมกับ กลุมเสื้อหลากสี?

แตง: มันทนไมไหวแลว เรื่องหลักๆเลยที่ออกมาเปนเรื่อง ของสถาบันฯ การโจมตีสถาบันฯของกลุมคนเสื้อแดง จากสื่อตางๆ ที่ไดรับมา พวกเขาไมไดพูดถึงพลเอกเปรม จากหลักฐานหลายๆ อยางแสดงวาอํามาตยเขาที่พูดถึงหมายถึงพระมหากษัตริย เชน ที่วาอํามาตยอายุแปดสิบกวาป อํามาตยไมรักคนไทย ทั้งที่จริงๆ ทานรักมาก สิ่งเหลานี้คือความตั้งใจจะกระทบกระเทียบอยางแรง สวนเรื่องการชุมนุมของกลุมเสื้อแดงที่กระทบกับสิทธิสวนบุคคลก็ รําคาญเปนปกติ แตประเด็นเรื่องการจาบจวงสถาบันฯ นี่แรงมาก


.4. DemoCrazy

Volume 18 | May 2010

มารวมตัวกัน ของคนที่รัก ชาติ รัก ในหลวง ไมใ ชก ารชุม นุม ภาพที่ ออกไปดูสดใส สนุกสนาน และมีพลัง

ทามกลางสถานการณขณะนี้ที่มีระเบิดรายวัน ออกมา ชุมนุมแบบนี้ แลวกังวลเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยบาง ไหม?

พลอย : ไมกลัวเลย เกิดมาครั้งเดียว ก็ตายครั้งเดียว ถาได ตายเพื่อชาติจะเปนไรไป แตง : (พยักเพยิดเห็นดวย) แตที่มานี่ก็ไมมีความรุนแรง อะไร ไมไดถูกยิง M79 มีแตถูกกลองรัวยิงชัตเตอร (หัวเราะ)

กับเหตุการณความรุนแรงเมื่อ 10 เมษายน 2553 คนรุน ใหมรูสึกยังไง? พลอย : ฟงเรื่องของทักษิณมานานแลว โดยเฉพาะที่ให สัมภาษณกับสื่อตางประเทศเปนภาษาอังกฤษ ในเมืองไทยบางคน อาจจะไมไดติดตาม แตเราเปนลาม ฟงดูแลวรูเลยวาเขาตั้งใจดูถูกและ จาบจวงในหลวง โดยเฉพาะที่ใหสัมภาษณกับ Time Online

แตเขาก็บอกวาเขาภาษาอังกฤษไมดี เลยมีการสื่อสาร ผิดพลาด…

พลอย : ไมจริง ภาษาอังกฤษของเขาดี ไปเรียนถึงเมือง นอกเมืองนา เพียงแตวาสําเนียงของเขาไมดีเฉยๆ จะปฏิเสธโดยบอก วาฟงคําถามไมรูเรื่องเลยตอบไมรูเรื่องไมได

พวกคุณออกมารวมชุมนุมทางการเมืองเปนครั้งแรกหรือ เปลา?

แตง : กอนหนานี้เคยสนับสนุนกลุมเสื้อเหลืองในการไล ทักษิณ แตไมเคยออกมารวมชุมนุมเลย บางอยางก็อาจจะเห็นตางกับ พันธมิตร แตนี่เปนครั้งแรกที่ทนไมไหวแลวออกมาจริงๆ ก็ออกมา หลายวันแลว พลอย : นี่เปนครั้งแรกและวันแรกที่ออกมาเลย หลังจาก สังเกตการณมานานแลว มาครั้งแรกก็โดน DemoCrazy สัมภาษณ เลย (หัวเราะ)

แตง : รูสึกแยมากๆเลย ทําไมมันถึงเปนขนาดนี้ ไมใชคน ไทยดวยกันหรือ ยอมรับวากลุมเสื้อแดงบางคนก็ไปชวยทหาร แตบาง คนก็ลากทหารไปตื๊บ สวนคลิปที่เห็นคนเสื้อดําถืออาวุธสงคราม และมี เลเซอรยิงใสทหารระดับคุมกําลังแลวคนเสื้อแดงไปบอกวาเปนการตัด ตอ ตองบอกวาบาหรือเปลา สงสัยฝายความมั่นคงวาทําไมไมใหทหาร พกอาวุธ ทั้งๆที่รูวาอีกฝายมีอาวุธสงคราม พลอย : ตอนนั้นพลอยไมไดอยูประเทศไทยไปทําธุระที่ ตางประเทศเลยไมไดติดตามสถานการณอยางใกลชิด คิดวาความ รุนแรงนาจะมาจากการที่กลุมคนเสื้อแดงไปยึดอาวุธทหาร

ทางออกของประเทศไทยขณะนี้คืออะไร?

พลอย : ควรจะมีการยุติการชุมนุม แตง : ตอนนี้ความแตกแยกมันเยอะไปหมดแลว แผลลึก แล วในสั งคม ทางแกคื อ ควรตอ งเผยแพรข อมู ลที่ ถูก ตอ งอยา งแรง นาจะเขาไปตาม อบต. อบจ. ที่เคาฟงแตเสื้อแดง ตองทําใหเขาใจให ไดเสียที!

ยุบสภาฯพอจะเปนทางออกไดไหม พลอย : อยายุบ...!!! แตง : ใหเปนไปตามวาระเถอะ

ถายุบสภาแลวมีการเลือกตั้งใหมทันทีจะเกิดอะไรขึ้น

แตง : GDP ของประเทศจะกระเตื้องทันที คนจะมีรายได

พอออกมารวมแลวความรูสึกในการรวมการชุมนุมของ จากการรับเงินชวงเลือกตั้ง เพราะพรรคบางพรรคเคาจะเอาเงินมาลง คุณทั้งสองคนเปนอยางไร? มากๆ เพือ่ หวังจะชนะแลวเปลี่ยนทุกอยางใหได พลอย : ไดอารมณรวมมาก นี่คือของจริง คนมารวม มากกวาที่เคยคิดไว และใชความสงบอยางไมนาเชื่อ นอกจากนั้นยัง ผลจะออกมาเปนยังไง? รักษาความสะอาดไดดีมาก แตง : คนที่มามากันดวยใจ เปนพลังเงียบมากันดวย หลายหลากเหตุผล เพราะขณะนี้บานเมืองวิกฤตถึงขนาดนั้นแลว ยิ่ง เปรียบเทียบกับการชุมนุมของกลุมคนเสื้อแดงยิ่งเห็นความแตกตาง อยางในวันที่เขากระจายไปตามพื้นที่ตางๆทั่วกรุงเทพฯ ตอนนั้นก็มี รุนพี่ที่เปนสีแดง เขามาชวนไปรับจางมาแสดงการตอนรับคนเสื้อแดง เพื่ อ ให เ ห็ น ภาพว า คนกรุ ง เทพฯเห็ น ด ว ยกั บ เสื้ อ แดง อั น นี้ เ ราก็ เห็นชัดๆ เลยวาเขาจางมา

ในโลกยุคปจ จุบันอินเตอรเน็ตมีผลกับความสนใจทาง การเมืองของคนรุนใหมไหม?

พลอย : มีผลมาก…(เนนเสียงยาว) คนไทยที่รักในหลวง หลายต อ หลายคนที่ อ าจจะไม มี พื้ น ที่ ใ นการแสดงออก เพราะไม สามารถมารวมได เช นอยู ตางประเทศ เขาก็สามารถแสดงออกได เชนใน Facebook แสดงออกกันไดทั่วโลก แตง : ใช… คนรุนใหมมีพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็น ทางการเมืองมากก็ในโลกอินเตอรเน็ตนี่แหละ แลวก็พากันออกมา แสดงออกจริงๆ จังๆ ทําใหกลาออกมารวมเพราะรูวาคนวัยเดียวกันก็ ยังคิดเหมือนกันอีกมากและชวนกันออกมา ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นมันคือการ

แตง : ไมอยากจะคิด พลอย : ดูแลวเคานาจะชนะนะถาทุมเงินสุดตัว แตประเทศ จะแยมากเลย


DemoCrazy .5.

Volume 18 | May 2010

ราคาพิเศษ! 1 กลอง 10 ซอง

เกมจั บ ผิด ภาพ อริส มั น ต ป น ตึ ก แยกให อ อกว า ภาพไหนคืออริสมันต

ถาคุณทักษิณ เค าปวยตายอยางที่มีขาวลือกันเรื่อยๆ เหตุการณจะจบไหม?

แตง : ยังไมจบ เพราะพวกคนที่คิดรายกับสถาบันคน อื่นๆยังอยู ตองจัดการใหดีไมใหสถาบันไดรับผลกระทบกระเทือน เชนใจ อึ้งภากรณ ที่เขียนบทความแรงมาก มีคนเคาถามเหมือนกัน วา แล วมึ ง ไปโกรธเคา ทํ า ไม เค า ด า พ อมึงเหรอ ก็ ตอบเค า ไปว า เออ! เคาดาพอของเราจริงๆ นี่นา พลอย : แตพลอยวาเหตุการณคงจะยังไมจบทันที แตจะ คอยๆจบ คิดและหวังวามันจะจบ เพราะถาเคาไมอยูแลว กลุมผู ชุมนุมก็จะไมมีคนเสี้ยม ไมมีน้ําเลี้ยง และคงไมมีคนใหเงินแกนนํา บางคนไปเปดรานอาหารไทยสาขาที่ 4 ที่เมืองนอก คนเหลานี้นาจะ คอยๆ จางไป แตง : (ถามขึ้นมา) แลวโอค เอม อุงอิ๊ง หละ? พลอย : พวกนั้นมีสมองที่ไหน

แลวถาสมมุติวาคุณเปนลูกทักษิณหละ คุณจะทํายังไง กับสถานการณนี้?

แตง : ไมสมมุติไดไหม รับไมได แตถาเกิดเปนจริงๆก็คน ไมมีหนาไปลอยหนาลอยตาอยูที่นูนที่นี่ คงหลบไปอยูสักประเทศ แบบเงียบๆ แลวใชเงินของพอมาจัดการอริสมัน ตกอนเลย คนนี้ ทําลายประเทศไมไหวแลว พลอย : เราคงจะนาสงสารมาก ตองสงบเสงี่ยมเจียมตัว เพราะคงทําอะไรไมได คงจะบอกพอวาถาไมสงสารประเทศชาติ ก็ สงสารลูกบาง

450.-

เซซามิโอ งาดําสกัดผสมน้ําผึง้ สั่งซื้อโดยตรงที่

มาลีรตั น แกวกา

โทร. 081-8136318 พวกคุณชอบใครที่สุดในกลุมคนเสื้อแดง?

แตง : หา! %$&!@!! ถามยังงี้จริงๆ เหรอ ถาชอบที่สุดก็ คงอริสมันต เพราะอยากใหเขาไปที่ชอบที่ชอบ พลอย : ชอบอริสมันต เพราะเขาทําใหเรามีเกมจับผิดใน อินเตอรเน็ตเลน เกมจับผิดภาพอริสมันตปนตึก (รูปประกอบดานบน)

แลวใครบางที่คุณคิดวาไมเขาทา ในกลุมคนเสื้อแดง?

แตง : ใจ อึ้งภากรณ คนนี้มายุงกับพอเรามากเกินไป พูดจาไมดีจาบจวง คนที่พูดจาอยางนี้แตงไมอยากใหเคาตายงาบ เคานาจะโดนคนไทยทุกคนตบปากทีละคนเพราะการจาบจวง พลอย : พลอยไมชอบคนหนาคลายอึ่งอาง เพราะมันพอง ลมมากเกินไป ดูยโสโอหัง สยองพองขน โกหกไปวันๆ โดยไมสนใจ วาคนทั่วไปเคาคิดยังไง

ไมอยากถามคําถามสุดทายเลย เพราะมันแปลวาเรา ตองจากกันแลว สุดทาย… อยากฝากอะไรกับผูอาน DemoCrazy ที่ตามอานมาจนถึงบรรทัดนี้

แตง : ออกมาทําอะไรกันไดแลว บานเมืองกําลังวุนวาย อยาเกงแคหนาคอมพิวเตอร! พลอย : ประชาธิปไตยที่มีประมหากษัตริยเปนประมุข เปนระบอบที่ดีที่สุด เหมาะสมกับเมืองไทยที่สุด รักในหลวงของเรา มากๆนะคะ และฝากถึงพวกแกนนําเสื้อแดงวา “แคสงสัย ทําไมไม รักในหลวง”…. นั่นคือบทสัมภาษณที่ยังดัง กองอยูในหู และอบอวล อยูในความทรงจําของ DemoCrazy …ถาคนรุนใหมของเราหัน มาสนใจป ญ หาบ า นเมื อ งกั น มากขึ้ น เพราะป ญ หาและ สถานการณที่ทักษิณสราง อยางนี้เราจะนับวาเปนคุณูปการ เพียงหนึ่งเดียวของระบอบทักษิณไดไหมหนอ?


.6. DemoCrazy

Volume 18 | May 2010

พลเมืองหลากสี ภาพโดย รวมชัย ตันจันทรพงศ

เก็บภาพบรรยากาศการรวมตัวกันของกลุมคนเสื้อหลากสี ที่ตอตานการ ทําเพื่อคนคนเดียวของคนเสื้อแดง โดย รวมชัย ตันจันทรพงศ ตากลอง มือใหมที่เพิ่งหัดถายภาพไดไมถึงเดือน ก็เจองานที่ทาทาย ดูมุมมองการ ชุมนุมผานเลนสของเขาไดเลย... ติดตามผลงานของรวมชัยไดที่ www.facebook.com/ruamchai.tanchanpong


Volume 18 | May 2010

DemoCrazy .7.


.8. DemoCrazy

Volume 18 | May 2010


Volume 18 | May 2010

DemoCrazy .9.


.10. DemoCrazy

Volume 18 | May 2010

Thai Reform

กฤติน ดิ่งแกว นักศึกษาคณะนิติศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร

ปฏิรูปประเทศไทย : ขอเสนอเพื่อการ ‘หยุดพูด’ แลว ‘เริ่มทํา’ ? ผมวาวันนี้ ”ประเทศไทย” กับ “ประชาธิปไตย” ทิ้งชวง ระยะหางกันมากกวาเดิม แตถาถามวาผมเอาอะไรมาเปนมาตรวัดความหางที่วานั้น? ผมก็ไมรูหรอกครับ เพราะยิ่งนานไป ผมก็คิดไดไมครบถวนสักที วา อะไรคือคุณสมบัติของรัฐที่จะเรียกไดวาเปนรัฐ ‘ประชาธิปไตย’ (ดูนา อับอายนะครับ เรียนกฎหมายมาขนาดนี้แลว ยังใหความหมายคําๆ เดียวนี้ไมได หรือวายิ่งเรียนยิ่งหาคําตอบไมไดก็ไมรูนะ...) แตอยาง หนึ่งที่ผมมั่นใจก็คือ ประชาธิปไตยจะไมมีทางเกิดขึ้นโดยการสูญเสีย เลือดเนื้อและชีวิต!! ปฏิ เ สธมั้ ย ล ะ ครั บ ว า ประเทศไทยทุ ก วั น นี้ อ ยู ใ นสภาวะ ‘เลอะ-ลม-เหลว-แหลก’ เรามีประชาชนจํานวนไมนอยที่กําลังใช เสรีภาพอยางฟุงเฟอ จนมองขามหนาที่ของพลเมือง ซ้ํารายยังมีคน บางกลุ ม วางตั ว เหนื อ กฎหมาย ทํ า ทุก อยางที่ก ฎหมายหา มโดยไม เกรงกลัวความผิด ไมสนใจวากําลังขัดขืนกติกาที่สังคมรวมกันกําหนด ขึ้น ปฏิเสธความคิดเห็นของคนอื่นโดยสิ้นเชิง จนผมเองก็ไมแนใจวา สิ่งที่เขาทํา คือแบบอยางของสังคมประชาธิปไตยที่พวกเขาเรียกรอง กันจริงๆหรือ ถาเปนเชนนั้นจริง ผมก็คงไมอยากไดประชาธิปไตย (แบบนั้น) หรอก เหมื อ นประเทศไทยจะยั ง โชคร า ยไม พ อ เพราะใน สถานการณไมปกติ เราก็มีรัฐบาลที่ไมสามารถรักษาความศักดิ์สิทธิ์ ของกฎหมายเอาไวได ถึงกับมีการพูดกันวา ขนาด”กฎหมา” ยังบังคับ ใชไดดีกวา “กฎหมาย” มิหนําซ้ํารัฐบาลยังยอมในสิ่งที่ไมควรยอม ทํา ในสิ่ ง ที่ ไ ม ค วรทํ า และไม ทํ า ในสิ่ ง ที่ ต อ งทํ า อาการละล า ละลั ง ของ รัฐบาลทําใหประชาชนที่หวังจะเห็นความสงบตองปวดใจตามๆกันไป นิติรัฐที่พยายามจะสรางก็กลับพังทลายเหมือนปราสาททรายยามคลื่น

ซัด ไมตองพูดถึงเรื่องปญหาสังคม เศรษฐกิจที่นับวันจะย่ําแย จิตใจ ของประชาชนทั่วไปเสื่อมลงเพราะขาดสติ ไมเรียนรูที่จะยอมรับความ แตกตาง จิตสํานึกพลเมืองเปนสิ่งที่หาไดยากขึ้นทุกทีในสังคมไทย ที่ แตไหนแตไรมาไดชื่อวาเปนสังคมแหงความรวมมือรวมใจ จนทาน ว.วชิ ร เมธี ได นิ ย ามสภาพสั ง คมไทยป จ จุ บั น ว า “การเมื อ งวิ ก ฤติ เศรษฐกิจวิกล คนวิวาท ชาติวิโยค” ถึ ง ตรงนี้ สิ่ ง ที่ แ วบขึ้ น ในหั ว ผมก็ คื อ ตกลงนี่ ใ ช มั้ ย คื อ ประเทศไทยที่เราตองการ? ถาไมใช แลวเราอยากไดประเทศไทย แบบไหน? ปญหาเหลานี้มีความพยายามในการแกไขมาหลายสิบป แต พูดกันตามตรงเถอะครับ มีปญหาไหนบางที่แกไขไดแลวบาง? พอจะ แกปญหาการเมือง ก็ไปติดที่อํานาจของคนนั้น ผลประโยชนของคนนี้ ตามสไตลการเมืองเกาๆที่มัวแตเสพอํานาจ พอจะแกปญหาสังคม ก็ เหนื่อยใจกับระบบการศึกษาที่มัวแตผลิตคนเขาระบบแรงงาน ไมได สอนใหดํารงชีวิตในสังคมได เจอเขาแบบนี้ คนที่ตั้งใจจะแกปญหา ประเทศชาติก็เหนื่อยใจ ทอแทเสียจนเลิกสนใจ แลวกลับไปใชชีวิต เปนพลเมืองที่ดีอยูเพียงลําพัง ... ไมรูเหมือนกันนะครับวาเราเสียคนที่ ตั้งใจดีแบบนี้ไปกี่คนแลว แลวปจจุบันรัฐบาลจะทําอะไรตอไปเพื่อแกปญหาที่ซับซอน แบบนี้...ก็ไมมีใครรูอีกเหมือนกัน เพราะสิ่งที่รัฐบาลสื่อสารออกมา ตอนนี้ไมมีอะไรมากไปกวา “ประชามติ แกรัฐธรรมนูญ ยุบสภา เลือกตั้งใหม” วนไปวนมาอยูอยางนั้น กลายเปนการแกปญหาเพื่อ อนาคตระยะสั้น ไมสนใจจะวางเปาหมายของประเทศในระยะยาวเลย เหตุผลเทานี้ เพียงพอหรือยังครับที่เราทุกคนในชาติจะ มารวมกัน “ปฏิรูปประเทศไทย” กันจริงๆ เสียที


Volume 18 | May 2010

DemoCrazy .11.

“ประเทศไทยที่เราตองการ จะตองมีประชากร ที่มีลักษณะอยางไร คิดไดยังไง ก็ทําอยางนั้น” ปฏิรูป ว. สมควร, เหมาะสม, เชน ปฏิรูปเทส คือถิ่นที่ สมควร หรือ ถิ่นที่เหมาะสม ; เทียม, ไมแท, เชน มิตรปฏิรูป. ก. ปรับปรุงใหสมควร เชน ปฏิรูปบานเมือง. (ป.). เปดพจนานุกรมคนคําวา ‘ปฏิรูป’ ถึงไดเขาใจวาที่ผานมา เราปฏิรูปกันไมสําเร็จ ก็เพราะเรามัวแตพูด ซึ่งการพูดอยางเดียวนั้น ไมอาจทําใหเกิดการ ’ปรับปรุงใหสมควร’ ได แลวทีนี้เราจะเริ่มยังไง? คําถามแรกคงหนีไมพน “ใครจะ เปนคนเริ่ม” หลายคนบอกวาภาคประชาชนตองเริ่มกอน ซึ่งผมเองก็เห็น ดวยอยางยิ่งในหลักการ เพราะการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มจากประชาชน ขึ้นไปสูภาครัฐ มักจะเกิดผลที่รวดเร็วกวาการเปลี่ยนแปลงจากภาครัฐ ลงมา ตัวอยางที่นาจะเทียบเคียงไดก็คือกระแสธงเขียว ที่เรียกรอง การปฏิรูปการเมืองจนเกิดรัฐธรรมนูญ 2540 แตพอเปนสมัยนี้ สมัยที่ ประชาชนที่มีความคิดเห็น (โดยเฉพาะความคิดเห็นทางการเมือง) รวมกลุมเพื่อเรียกรองใหรัฐบาลทําตามขอเรียกรองของตน ความเห็น ของแตละกลุมที่แตกตางกัน (อยางมาก) นี้เอง หากจะรอใหทุกกลุม เริ่มดําเนินการกันไปกอน อาจทําใหกระบวนการปฏิรูปประเทศดําเนิน ไปไดไมราบรื่นนัก ครั้นจะใหรัฐบาลดําเนินการ ก็อาจจะมีคนปฏิเสธ โดยมีความคิดเห็นของกลุมวารัฐบาลมีความไมชอบธรรมตางๆ นานา ผมจึงมองไปอีกทางหนึ่ง วาหากประชาชนจะเริ่มปฏิรูปการเมือง ไม ว า จะกลุ ม ความคิ ด ใด ก็ ต อ งร ว มใจกั น เสนอให รั ฐ บาลดํ า เนิ น การ เพื่อใหมีเจาภาพในการปฏิรูปประเทศเสียกอน โดยอาจเสนอรูปแบบ และที่ ม าของเจ า ภาพ (ในรูป ของคณะกรรมการ หรือ สภาเพื่อ การ ปฏิรูปประเทศ) เพื่อใหรัฐบาลแกไขรัฐธรรมนูญ เพิ่มเติมหมวดที่วา ดวยการปฏิรูปประเทศ เพื่อใหกระบวนการดังกลาวเกิดสภาพบังคับ ในเชิงสัญลักษณ (ตามความเชื่อของระบบการเมืองไทยที่วา สิ่งที่ถูก บัญญัติในรัฐธรรมนูญ มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง แมไมมีบทกําหนด โทษก็ตาม) และเปนการเริ่มกระบวนการปฏิรูปประเทศโดยสมบูรณ อยางไรก็ตาม ที่ผมอธิบายมานี้เปนเพียง ‘รูปแบบ’ เทานั้น การปฏิรูปที่จะสําเร็จไดนั้น ผมยังยืนยันวาทุกๆ ฝายตองมีสวนรวม ดังนั้นเมื่อภาครัฐเปดโอกาสใหแลว ภาคพลเมืองเองก็ตองตื่นตัวมาก พอที่จะรวมกันปฏิรูปประเทศ อยางนอยที่สุดก็ดวยการปฏิรูปตัวเรา เอง คิดงายๆ เลยครับวาประเทศไทยที่เราตองการ จะตองมีประชากร ที่มีลักษณะอยางไร คิดไดยังไง ก็ทําอยางนั้นเลยครับ รัฐบาลอาจจะ ลองกําหนดชวงระยะเวลาสักเดือนหนึ่ง เรียกวาชวงเวลาของ ‘คนไทย ที่พึงประสงค’ เพื่อใหคนไทยที่อยากจะเห็นประเทศไทยที่ดีกวา ได รวมกันเรียนรูในการเปนพลเมืองที่ดีของชาติในทุกๆ ดาน โดยภาครัฐ จะเปน ฝ า ยกระตุน ประชาชนใหคิดถึง ประโยชนที่ช าติจ ะไดรับเป น สํา คั ญ โดยไมไ ปบัง คั บ หรื อกํา หนดเสีย เองวา ประชาชนจะตอ งทํ า ตัวอยางไร (พูดงายๆ คือใหประชาชนกําหนดประเทศดวยตัวเอง)

รวมทั้งขยายระยะเวลาไปเรื่อยๆ จนสํานึกพลเมืองไดซึมซาบเขาสูวิถี ชีวิ ต ของประชาชนโดยสมบู ร ณ ความรั ก และหวงแหนในชาติ ก็ จ ะ ตามมา วิธีการนี้ไ มตองพูดถึงเลยครับวาใชระยะเวลานานเทา ไหร (เพราะนานแน ๆ ) แต ผ ลที่ ไ ด จ ะดี ก ว า การสร า งความรั ก ชาติ แ บบ ฉาบฉวยอยางที่ทํากันทุกวันนี้อยางไมตองสงสัยเลยครับ กลับมาที่การปฏิรูปในทางรูปแบบกันตอนะครับ... สิ่งที่เราทํากันมาซ้ําๆ เดิมๆ คือการเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม เพื่อแกปญหาเกาๆ แถมเปนการแกที่ปลายเหตุ โดยไมรูวาปญหาที่ แทจริงมีตนสายมาจากอะไร หนึ่งในนั้นเปนคําถามที่ยังถกเถียงกันอยู ไมจบวา ตกลงปญหาทั้งหมดอยูที่ระบบ หรืออยูที่ตัวบุคคล? ที่จริง ปญหาบางเรื่องอาจเกิดจากระบบ บางเรื่องอาจเกิดจากตัวบุคคล แต ไมวาจะอยางไรผมเห็นวา หากเราสามารถแกปญหาที่ระบบ ก็มั่นใจ ได ใ นระดั บหนึ่ งว า ตั ว บุค คลอาจจะสร า งป ญ หานอ ยลง เพราะหาก บุคคลที่เกี่ยวของมีสํานึกพลเมือง ก็จะไมสรางปญหาใหสังคมเปนแน ผมจึงมองวาเราควรชวยกันปรับปรุงระบบ ใหเหมาะสมกับสภาพที่ ประเทศไทยสามารถ ‘ใช’ ในการทําให ‘บรรลุ’ เปาหมายที่ตองการได สวนการรางรัฐธรรมนูญใหม ผมวาก็เปนเรื่องที่ควรทํา แตการรา ง รัฐธรรมนูญจะไมใชธงหลักของการปฏิรูปประเทศไทย ที่มุงเนน’การ ปรับปรุงทุกสิ่งใหดีขึ้น’ ผมลืมพูดเรื่องการกําหนดเปาหมายไปใชมั้ยครับ? ผมคิ ด ว า การกํ า หนดเป า หมาย เป น เรื่ อ งที่ สํ า คั ญ ”อย า ง ยิ่งยวด” และตองมาจากความคิดเห็นของคนทั้งประเทศ ที่ไหลมาสู คณะกรรมการ/สภาเพื่อการปฏิรูปประเทศ กอนจะสังเคราะหออกมา เปน ‘เปาหมายประเทศไทย’ เปาหมายที่วานี้จะไมเปนเพียงคําขวัญ หนึ่งบรรทัด ที่ดูสวยหรูแตมีรูโบ (คือเอาไปใชจริงไมได) เปาหมายนี้ จะตองพูดถึงเรื่องทุกเรื่องที่ประเทศไทยจําเปนในการขับเคลื่อน ไมวา จะเป น เป า หมายด า นการเมื อ ง เศรษฐกิ จ สั ง คม ศิ ล ปวั ฒ นธรรม การศึกษา กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การสื่อสารมวลชน การ ปองกันการทุจริต ฯลฯ โดยทุกเรื่องจะมีตัวแทนในคณะกรรมการ/สภา ปฏิรูปประเทศที่มีความรูความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ รับผิดชอบใน การเปดรับฟงความคิดเห็นจากประชาชน “อยางเปดกวางและจริงใจ” ก อ นจะสรุ ป เป น เป า หมายของแต ล ะเรื่ อ ง (อาจจะแถมวิ ธี ก ารไปสู เปาหมายดวย) เปาหมายที่วานี้สําคัญมาก เพราะเมื่อมีการ ‘ประกาศ เปาหมาย’ ก็เทากับวาเปนประกาศเจตนารมณรวมกันในการพัฒนา ชาติ ตอจากนี้ไปจะตองไดรับความรวมมืออยางสูงจากทุกๆฝาย และ หากเราสามารถสรางพลเมืองไทยที่พึงประสงค(อยางที่กลาวไปแลว) ได ใ นช ว งนี้ ผมว า การปฏิ รู ป ประเทศจะเดิ น หน า ได เ ร็ ว ขึ้ น เพราะ อาจจะหมายรวมถึ งการเสี ย สละผลประโยชนห รื ออํ า นาจของกลุ ม การเมืองเกาๆ เพื่อสิ่งที่ดีกวาที่ประชาชนไดกําหนดแลว... ไวมีโอกาสจะเขียนตอถึงกระบวนการตอจากนี้นะครับ อยากแลกเปลี่ ย นกั บ คุ ณ ผู อ า นจั ง เลย เขี ย นมาคุ ย กั น ได ที่ gryffindreamt@gmail.com นะครับ ... จริงจังนะเรื่องเนี้ย!!


.12. DemoCrazy

Volume 18 | May 2010

แลววันพรุงนี้...จะดีกวาเดิม

แบงค งามอรุณโชติ • นิสิตปริญญาโท คณะเศรษฐศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย • http://bankngam.wordpress.com

มองสังคมไทยโดยกรอบ “ความใหม (Modernity)” หากจะกลาวถึงเรื่องของความใหมแลว เราคงจะคุนชินกับคํา วา กอนสมัยใหม (Pre-modern), สมัยใหม (Modern) และ หลัง สมัยใหม (Postmodern) กันอยูบาง แตหากถามวา มันคืออะไรกันแน ที นี้ ห ละครั บ เริ่ ม เกาหั ว ขยั บ ตั ว ไม ติ ด เก า อี้ กั น ถ ว นหน า ไม เ ว น แมกระทั่งคนที่อางถึงคําเหลานี้อยูบอยครั้ง ก็อาจจะกลับมาตั้งคําถาม กับตัวเองวา “เอ แลวมันคืออะไรกันนิ๊” ผมเปนคนหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม ใชคําทั้งสามคําขางตน โดยเฉพาะไอที่บอกวากอนและหลังสมัยใหมนี่ ยิ่งไมเคยไดใชเลยครับ เพราะ ลําพังการจะกลาวใหชัดเจนลงไปถึงคํา วา “สมัยใหม” นี่ก็ปวดกบาลพอสมควรแลว กระทั่งมาถึงบาง (เกือบ) ออ ก็ตอนไดอานงานชื่อ POST MODERN ชะตากรรมโพสตโมเดิรน ในอุงมือนักปรัชญาการเมืองโบราณ ของอาจารยไชยยันต ไชยพร, ผูเชี่ยวชาญดานการฉีกบัตรเลือกตั้ง (อยางนอยพอผมก็รูจักอาจารย ในฐานะดังกลาว) จึงขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ดวยครับ หนังสือของอาจารยไชยยันต เปรียบเปรยตัวอาจารยเองเปน เสมือนพนักงานขายวิชา ที่ตองการจะขาย “อะไรใหมๆ” ใหแกนิสิต ไดเขาใจ โดยการจะเขาใจอะไรใหมๆ ไดโดยที่ไมทราบวา อะไรที่มัน เกาๆคืออะไร? และ อะไรที่มันจะใหมกวาคืออะไร? นั้นก็จะเปนการ เขาไมถึงอะไรใหมๆ เพราะ มันจะใหมไดก็โดยเปรียบเทียบกับอะไร เกาๆบางอยาง หรือ อะไรที่ใหมกวาบางสิ่งนั้นเอง (ผมคงติดวิธีการ เขียนชวนหัวเชนนี้มาจากอาจารยไชยยันตซะแลวหละครับ, ไมนา เลย) กลาวใหงายเขา อาจารยไชยยันตพยายาม “ขาย” ความรูเรื่อง “หลังสมัยใหม” ดวยการชี้ใหนิสิตนักศึกษาในชั้นไดเขาใจเสียกอนวา ไอที่เราเรียกวา “สมัยเกา” และ “สมัยใหม” นั้นเปนอยางไรนั่นเอง โดย ที่วาเกา, ใหม และ ใหมกวา ที่กลาวมาเกือบทั้งหมดนั้น เปนโลกทัศน ที่มีศูนยกลางอยูที่ “ตะวันตก” นั่นเอง รายละเอียดแบบลดรูปใหรวบรัดกระทัดทรง อาจกลาวไดวา โลกเรามีกลุมคนที่เปน “สมัยเกา” (Ancient) ซึ่งมองวา เพลโต, โสเคร ติส ไดใหหลักอันมั่นคงเอาไวโดยสมบูรณ ดีแลว ถือเปนจุดยุติในการ แสวงหาคําตอบที่เด็ดขาดฉลาดเฉลียว เกินกวาภูมิปญญาฉาบฉวยใน ปจจุบันจะจับไดไลทัน หรือ หักลางลงได ในขณะที่อีกฝากหนึ่ง กลุม คนแบบสมัยใหม (Modern) ตางรูสึกตื่นรู (Enlighten) เมื่อไดเขาถึง วิทยาศาสตร อันใหกฎเกณฑที่ตายตัว, การทํานายที่แมนยํา และ การ ควบคุมซึ่งธรรมชาติไดในระดับหนึ่ง ซึ่งสงผลให เกิดการปะทะกระทั้น กันอยูตลอดเวลา โดยเฉพาะกลุมสมัยใหมนั้น เริ่มรุกไลที่จะวิพากษ กลุมสมัยเกาวา แข็งทื่อตายตัว, งมงาย และ ขาดมาตรฐานที่แนนอน เป น สากล ซึ ง ตั ว อย า งที่ ชั ด เจนก็ เ ช น กลุ ม สมั ย เก า อาจเชื่ อ มั่ น ใน ศาสนา-ศาสดา ในขณะที่ หัวหอกสมัยใหมอยาง นิทเช (Nietzsche) กลับประกาศอหังการวา “พระเจาตายแลว” เปนตน เมื่อวิเคราะหอยางถึงที่สุดก็จะพบวา “หลักการ” ของความ เป น สมั ย เก า กั ด กิ น ตนเอง โดยไม รู ตั ว อาทิ เมื่ อ เรากล า วว า สิ่ ง ที่ คนพบในยุคกอนสมัยใหม หรือ งายๆ คือ ของที่คนบุราณนานปเคา

คนพบไวชางประเสริฐอยูแลว เราเพียงเขาใหถึงอินใหได แลวเอากลับ ใชใหเขากับสถานการณปจจุบันเทานั้น เทากับวา ชุดความรูที่มีอยูบน โลกควรที่จะ “เทาเดิมตลอด” กลาวคือ แคเปลี่ยนรูปแบบการประยุกต แต ห ลั ก การไม ไ ด เ ปลี่ ย นไปเลย เพราะหากคิ ด จะพั ฒ นาหลั ก การ สําคัญของสมัยเกาไปเสียแลวก็จะกลายเปนสมัยใหมไปเสียนี่ ความ เปนสมัยเกาจึงตองเกาเก็บแบบจอนนี่วอรคเกอรบลูเลเบิ้ล เรียกวายิ่ง เกายิ่งเกา (ไมเชื่อดูซิ เรื่องกวาสองพันปแลว อ.ไชยยันต ยังเอามาทํา เงินได, แถมขายซ้ําขายซอนไดไมรูจบสิบกวาปมาแลวอีกตางหาก) ในขณะที่บรรดาสมัยใหม ทั้งหลายก็ตองหมั่นใหมใหตลอด คือ นอกจากใหมเมื่อเทียบกับสมัยเกาแลว พวกเดิ้ลทั้งหลายยังตอง ใหมเมื่อเทียบกับใหมดวย ดั งนั้น เมื่อมีพวกพยายามใหมให “ใหม กวาเดิม” เยอะเขา ก็ทําใหเกิดพวก “หลังสมัยใหม” ขึ้นมานั้นเอง (เรื่องชักไปกันใหม เอย! ใหญ แลวหละซิครับ พี่นอง) ทวา การทํา อะไรใหมๆเพียงแคใหรู-เขาใจ-วิพากษบางอยาง มากขึ้นกวาสมัยใหม นั้ น ยั ง ไม ถื อ ว า เป น กลุ ม หลั ง สมั ย ใหม เ สี ย ที เ ดี ย ว การจะเป น หลั ง สมัยใหมไดนั้น จะตองเอาการเอางานกับการวิพากษ “ตัวสมัยใหม” เสียเอง (ซึ่งควรเปนธรรมชาติของพวกสมัยใหมอยูแลว ไมเชนนั้นคง ตองกลาวหาเสียวาเปนใหมเนียน-ใหมไมจริง-ใหมขี้ฮกจกเปรต) กลาวคือ ภายหลังเกิดกลุมสมัยใหมขึ้น กลุมสมัยใหมนั้น ได ละทิ้งโลกนามธรรมเขาสูโลกของการชั่งตวงวัด, โลกซึ่งมีสัณฐานอยู บนความแนนอนชุดหนึ่ง ความมีเหตุมีผลที่ชัดเจนดุจเดียวกับความ แนนอนซึ่งเผยใหเห็นในทางคณิตศาสตรวา 1+1=2 ฯลฯ ซึ่งสุดทาย แลวความพยายามถอดสมัยเกาออกจากสังคม (หรืออยางนอยก็ตัว ปจเจกเอง) ไดสงผลใหสังคม หรือ ปจเจกชนที่ชื่นชมสมัยใหม ดูเปลา เปลือยจาก “จิตวิญญาณ” และ การตีความที่กวางขวางแตเดิมก็หดตัว ลงอยางมาก จนเครงครัดกระทั่งแข็งทื่อตายตัวมากเกินไป ในการนี้ กลุมหลังสมัยใหมจึงมองวา แทจริงแลวพวกสมัยใหมนั้น ไมไดทําให เกิ ด ชุ ด กฎเกณฑ อั น เป น ข อ เท็ จ จริ ง แท แต เ ป น การสร า ง “อภิ ม หา อรรถาธิบาย” (Meta-narrative) ขึ้นมาเพื่อกะเกณฑ ใหเกิดเสนแบง แหงที่ สําหรับจําแนกแยกแยะและใหความหมายแกสถานะบางอยาง ดวย “คํา” ที่ทรงพลัง อาทิ โงเงาเตาตุน-ฉลาดบัดซบเลิกคบดีกวา, ดีที่ โลกลืม-เลวลืมโลก เปนตน กลาวอยางถึงที่สุดแลว กลุมหลังสมัยใหม มุงที่จะริดทําลายเสนแบงเหลานี้ ใหจงได นั่นเอง


Volume 18 | May 2010

“ประเทศไทย จึงควรถูกนิยามวาเปนประเทศที่ สังคมเกา แตคนคละเคลาเกา ใหม และ ใหมกวา” ยอนกลับไปยอหนาที่สองบรรทัดสุดทาย เราจะพบวา โลก ทัศนเชนวานี้ เปนการแบงสรร และ ใหนิยามคํา ของความใหมในแบบ ตะวั นตกเปน สํ า คัญ คํา ถามคื อ แลวหากเราเอากรอบแนวคิดเรื่อง ความใหมดังกลาวมาสวมกอดเขากับ “ประเทศไทย” แลว เราจะ อธิบายความใหมของสังคมไทยไดอยางไรบาง? อ.ไชยยันต ได กลาวถึงแนวทางการตอบคําถามนี้เอาไวคอนขางนาสนใจ (อันที่จริง อ.ไมไดใหแนวทางตอบ แต อ.ชี้ใหเห็นวานิสิตของอาจารยจากสอง สํานักคิด ซึ่งไดแก เกษตร-จุฬาฯ เห็นวาอยางไร) กลาวคือ ประเทศ ไทย นั้นมีสถานะความใหม ก้ํากึ่งอยูระหวางความเปนสมัยใหมและ สมัยเกา ทั้งนี้เพราะ เราจะพบวา “ในเมือง” เราเขาถึงศาสตรและบูชา วิทยาการความรู มากกวา การกราบไหวบูชาเจลแปะหนาผากลดไข ซึ่งตกมาจากฟา (เหมือนที่ภาคชนบททําไดอยางเปนธรรมชาติ ไร จริตจะกานมารยาสิ้นเดียงสาเสียนี่กระไร) ประเทศไทย จึงเกา-ใหมไม พรอมกัน ในสวนของผูเขียนนั้น ถามองแบบสมัยใหม (คือยังพยายาม ใชเหตุใชผลในการอธิบาย-ขีดเสน ใหแกความใหมของสังคมไทยอยู) ผูเขียนคิดวา เราอาจใชเกณฑอื่นนอกเหนือจาก “พื้นที่” ในการแบง ความเกา-ใหม ของสังคมไทยไดเชนกัน อาทิ การแบงความเกาใหม โดยใชเกณฑทาง “ชนชั้น” โดยหากเรามองสังคมไทยแบบโครงสราง ระบอบผสม (Structural of mixed regime) ตามแนวคิดของ อริสโต เติ้ล (ผมดูเปนพวกสมัยเกาดวยการอางภูมิปญญาดั้งเดิม ทั้งๆ ที่พึ่ง บอกวาตนเองจะวิเคราะหแบบสมัยใหม, งงไหมครับ... ผมงง?) สังคม คงแบ งออกไดเปนสามระดับดวยกันคือ (1) โครงขายของเอกอัค ร ปญญาชนสาธารณะ (Network of monarchy), (2) อภิชน (Aristocrat) และ (3) ปจเจกชนคนธรรมดา (Population) ซึ่งแตละชน ชั้ น มี ร ะดั บ พั ฒ นาการของความใหม ไ ม เ หมื อ นกั น โดยผมขอตั้ ง ขอสังเกตไวดังนี้คือ บรรดาประชาชนทั่วไปนั้น เราคงทราบกันดีอยูแลววา เกา รอยละรอยครับ เกาอยางลายครามเรียกพี่ คนเหลานี้ ยึดโยงอยูกับคติ ทางนามธรรมที่ไมตองการ การชั่งตวงวัด และมิใชเพราะเขาเชื่อวา มาตราวัดนั้นมันไมมีอยูแบบบรรดาพวกหลังสมัยใหม หากแตเพราะ พวกเขาเชื่ อ วา ภู มิป ญ ญาดั้ง เดิ ม ที่ มีม าคือ ความจริ ง แท อาทิ การ ทํานายฝน, การหามกินของแสลง ฯลฯ ในขณะที่อภิชนทั้งหลาย

DemoCrazy .13. อาศัยขีดความสามารถที่สูงกวา เขาสูใจกลางของทรัพยากร, อํานาจ รัฐ และที่สําคัญที่สุด คือเรื่องของวิทยาการความรู เชนนี้เอง อภิชน เหลานี้จึงมี “อภิสิทธิ์” ที่จะผูกขาดการตีความความ “โง” ของ ประชาชนทั้ ง หลาย และกี ด ดั น เขาออกไปจากวงอํ า นาจที่ อ ภิ ช น ทั้งหลายจับจองอยู แตที่เหนือชั้นอยางถึงที่สุด คงจะหนีไมพนบรรดา โครงขาย ของเอกอัครปญญาชนสาธารณะของไทย (โดยละที่จะไมกาวลวงไป ถึ ง สถาบั น พระมหากษั ต ริ ย ) บรรดาข า ราชบริ พ าร และ กลุ ม นั ก วิ ท ยาการ ซึ่ ง ยึ ด โยงอยู กั บ เขตชั้ น ทางสั ง คมสู ง สุ ด นี้ อ ย า งสํ า คั ญ กลาวคือ คนในขายเขตอํานาจระดับบนสุดเหลานี้ “มองขาด” ในเรื่อง ของ “หลมสมัยเกา” และ “หลมสมัยใหม” ซึ่งคนไทยชั้นกลาง และ ลาง ตกอยูอยางเหนียวแนน และ ใชประโยชนจากสถานการณดังกลาวได อยางคุมคายิ่ง กลุมคนเหลานี้ เชน หมอประเวศ วะสี, สุเมธ ตันติเวช กุล ฯลฯ จึงมีรากฐานที่มั่นคงดุจผืนผาในสังคมไทย เพราะ เขาเหลานี้ เขาใจทั้งศาสตรสมัยใหมซึ่งไดใจชาวชั้น อภิชนทั้งหลาย และ ทําให คนทั่วไปรูสึกวา “อิน” กับเรื่องสมัยเกาไดอยางคงเสนคงวา ผานการ อางคําบาลี, พุทธศาสนสุภาษิต เชน การยกเอาวิถีชุมชนดั้งเดิม คนดี ศรีอยุธยา มาปลุกเปาใหมีชีวิตอยางสมจริงไดอีกครั้ง เปนตน แตการจะตัดสินเสียตรงนี้วา บรรดาคนเยี่ยงหมอประเวศ คือ คนพันธุหลังสมัยใหม ก็ไมอาจกลาวไดเต็มปากกระดากคํา เพราะ บรรดาเขาๆ ที่เราเห็นอยูวา ชวงใชความเปนสมัยเกาและใหมไดอยาง ช่ําชอง เสมือนมองความเปนสมัยเกา และ ใหมเปนเพียง “เครื่องมือ” ในการสรางนิยามบางอยา ง หรือ ที่ศัพทแสงแบบเดิ้ลหนอยเขาจะ เรียกวา วาทกรรม (Discourse) ก็ตาม ในทรรศนะของผมแลว คน เหลานี้เพียงแค เกือบหลังสมัยใหม (Near postmodern), กอนหลัง สมัยใหม (Pre-postmodern) เทานั้น เพราะบุคคล หรือ กลุมคน เหลานี้ ไมไดทวงถาม ถกรื้อ วาทกรรมที่เขาเขาใจและใชมันไดอยาง คลองมือเหลานี้เลย เขาเพียงแค “ใชมันทั้งคู” (ทั้งสมัยเกาและใหม) อย า งที่ บ อกนั่ น หละ ดั ง นั้ น เขาจึ ง ไม ใ ช ห ลั ง สมั ย ใหม แม เ ห็ น ถึ ง จุดออนของสมัยเกาและใหมก็ตาม และหากเรามองลึก ลงไปจริงๆ ก็จะพบวา สัง คมเชน วา นี้ เปนรูปชั้นทางสังคมที่มีมาเนิ่นนานยอนไปไดถึง อยุธยาเสียดวยซ้ํา (ในอยุธยาเรามีศูนยกลางอํานาจซึ่งเขาถึงวิทยาการใหมๆ และทรงไว ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีอนั ดีงาม ซึ่งทั้งสองสิ่งขางตนถูกใชกํากับสังคม ได เป นอยา งดี ในขณะที่เจ า ขุน คุ ณพระยาทั้ งหลายตา งสนใจเพีย ง วิทยาการ และ ประชาชนซึ่งเปนไพรฟาขาแผนดินก็ศิโรราบตอคติ ทางวัฒนธรรม) เราจึงอาจกลาวไดวา แมคนไทยจะมีคนสมัยใหม-เกาและ (เกือบ) หลังสมัยใหม อยูรวมกันอยางเปนระบบ ซึ่งสรางดุลย สัมพันธและตอรองกันอยูในทีตลอดเวลาก็ตาม แตรูปชั้นทางสังคมที่ แสดงถึงความสัมพันธระหวางกลุมคนสมัยใหม-เกา-และหลังสมัยใหม ที่วามานี้ กลับเกาเสียยิ่งกวาเกา, ในนัยนี้ สังคมไทยจึงนาจะจัดไดวา เปนสังคมแบบ “สมัยเกา” อยางจะแจงทีเดียว โดยสรุป ประเทศไทย จึงควรถูกนิยามวาเปนประเทศที่ “สังคมเกา แตคนคละเคลาเกา, ใหม และ ใหมกวา” นั่นเอง

Become a Fan

DemoCrazy Facebook

facebook.com/demo-crazy

http://www.demo-crazy.com


.14. DemoCrazy

Volume 18 | May 2010

บท (ความ) โดย กา

“สีอะไร?” ผมเชื่อวา หัวขอในฉบับนี้ คงเปนประโยคที่พวกเราได ยิน ไดใช กันบอยในปจจุบัน กอนที่จะคุยเรื่องการบานการเมือง กับใครสักคน หากเราจะตอบคําถามนี้แบบกลางๆ บวกดวยอ็อพชั่นอยาก รูอยากเห็นเพิ่ม เขาไปอีกหนอย ก็มี ความเปนไปไดสูงที่เราจะถาม กลับไปวา “ทําไมตองมีสีดวยวะ?” “อาว สีจะบอกวามึงเปนใครไง” “หะ โทษที ขอตัวชวยดวย” “ก็เหมือนกับที่งานของมึงเปนตัวบอกวามึงคือใคร แตตอนนี้ เปลี่ยนเปนสีแทน” “ออ สีบอกวรรณะ” “ไมใชวรรณะ แตเปนระดับสมองวะ” “อาว นี่มึงดูถูกพวกสี**นะเนี่ย” “กูยังไมไดพูดเลย มึงสิดูถูก” “เฮย ไมใช ไมถึงขนาดนั้น ของอยางนี้มันไมไดวัดกันที่สังกัด แตเปนรายบุคคล” “นั่นแหละ ตองใหทําเปนขอสอบอัตนัย คําถามคือ สีอะไร? จงอธิบายเหตุผล พรอมยกตัวอยาง...” “โห นี่ มึ ง ลอกข อ สอบตอนเรี ย นมานี่ ห ว า ...อย า ลื ม ให เปรียบเทียบดวย 5555” “เสร็จแลวเราก็จะไดรูวาใครเปนยังไง ใครสอบตก ไลกลับ บานใหหมด” “ขอแรกเลย ใครจะมาทําขอสอบมึง เอาเวลาไปขายไอติมที่ ม็อบดีกวา ขาววาขายดีโคตร” “พลิกวิกฤตใหเปนโอกาส” “กูอยากมีโอกาสโดยไมตองเจอวิกฤตไดไหมวะ” “ทาจะยาก ไปถามมารคดู” “อืม กูไมเขาใจจริงๆ วานี่มันเกิดอะไรขึ้น ทําไมบูรพาพยัคฆ ของกูถึงไดกลายเปนงอยขนาดนั้น ถูกทํารายทั้งกายใจและศักดิ์ศรี” “ทหารแตงโม” “คงอยางงั้นใชมั้ยวะ มันไมมีทฤษฎีอื่นแลวนี่ เลนจริงเจ็บจริง คลุกวงในกันจริงขนาดนี้ ฟดกันเองแหง ชั้นผูนอยซวยโคตร” “ก็ งี้แ หละ ชั้ น ล า งสุด ของหว งโซ อ าหาร...พลเรือ นและพล ทหาร” “เดี๋ยวนี้นายพลก็ไมเวนแลว one standard” “เมื่อไหรมันจะจบสักทีวะ” “มึงวามันจะจบยังไง” “ไมรูวะ แตนาจะเร็วๆ นี้”

“เจรจาหรือเลือด หรือทั้งคู” “วัดใจนาย” “วัดความดันดวย” “เหอะๆ” “มึงวาจริงรึเปลาวะ” “ที่ใดมีควันที่นั่นยอมมีไฟ” “กูขอภาวนา” “สวดชวยเขาเหรอ” “ไมตองถึงมือกูหรอก คน ‘ชวย’ เขาเพียบ กูไปเจอในเว็บนึง หลายคนแผเมตตาใหแลวดวยนะเวย” “ยังเร็วเกินไป ศึกยังไมจบอยาเพิ่งนับศพทหาร” “นับศพประชาชนแทนไปกอน” “เฮอ เก็บตังคแลวไปพเนจรเมืองนอกดีกวาวะ สัก 10 ปคอย แวะกลับมาเยี่ยมบาน” “หวังวาตอนนั้นคงไมโดนปดสนามบิน” “กูนั่งเรือมาก็ได” “ระวังเจอซึนามิ” “รถไฟก็ไดเอา” “ตกราง ไมถึงบานแหง” “งั้นกูเดินเอาก็ได ขามชายแดนจากประเทศเพื่อนบาน” “ระวังเหอะมึง เกิดกลายเปนรัฐไทยใหมข้ึนมา พาสปอรตเกา มึงใชไมได ไมมีประเทศสังกัด” “UN รับรองเปลา รัฐไทยใหม ไมรับรองก็กลายเปนพี่นองกับ ไตหวัน” “เรามีลาวเปนพี่นอง พอแลว” “แตบางคนดูจะยังไมพอ” “ใหเขาไปหาพี่นองแถบมอนเตเนโกรสิ” “ไปที่(เขา)ชอบ” “สา...ธุ” “แลวตกลงเราอยูสีอะไรกันดี ไมแดง ไมเหลือง ไมชมพู” “หลากสีล็อกไวหมดแลววะที่เหลือ” “งั้นสีเทาละกัน อึมครึมดี” “อืม ก็เหมาะสม เหมือนอยูในหมอกควัน มองไมเห็นอะไร” “ไมใชวาไมมองนะ แตถูกทําใหมองไมเห็นตนเพลิง” “อยางนี้แหละ Hidden Agenda ลับ ลวง พราง ภาค 2” “กําหนดออกเมื่อเรื่องจบ อยางนี้ทุกที” “แลวที่ออกมาก็ใชวาจะเปนความจริงทั้งหมดดวยนะ อยางนี้ ทุกที นี่แหละควายเผือกของแท” “5555” …ครั บ ฉบั บ นี้ ผ มคงต อ งขอลากั น ห ว นๆ เพี ย งเท า นี้ รัก ษาเนื้ อรั ก ษาตั ว กั น ให ดี จนกวา จะเจอกั น ฉบั บ หน า นะครั บ


DemoCrazy SPECIAL PUBLICATIONS วรภัทร วีรพัฒนคุปต

เรื่องเลาในคืนนองเลือด วันเสารที่ 10 เมษายน 2553 อนุสาวรียประชาธิปไตยถูกนําไปสรางเปน ผมคือหนึ่งในคนที่ปวารณาตัวเขามาเปน สันติอาสาสักขีพยาน ตั้งแตวันแรกที่ เครือขายสันติวิธีประกาศจัดตั้ง Peace Room แตเนื่องดวยความผิดพลาดบางอยาง ทําใหผมยังไมไดเขารับการฝกอบรม เปนเรื่องเปนราว แตผมอาศัยประสบการณ จากการเคยรวมปฏิบตั ิการภาคสนามเมื่อป 2551 ตั้งแตตอนชวงที่พวกเรายังใชสีขาวเปนสัญลักษณ ของสันติวิธี ทามกลางบรรยากาศความรอนแรง ทางการเมืองจากการชุมนุมของ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บายวันนั้น หลังจากทราบวามีการสลายการชุมนุมเกิดขึ้น ผมตัดสินใจเขาไปสังเกตการณเหตุการณในพื้นที่ ตอนแรกผมเลือก ไปที่ราชประสงค เพราะคิดวานาจะเปนที่ที่ผมเขาไปไดรวดเร็วที่สุด แลว เนื่องจากผมนั่งรถใตดินไปโผลที่สวนลุมพินีได ระหวางที่นั่งไป นองสาวของผม 2 คน (มี 3 คน คนนึงอยูตางประเทศ ทั้งหมดไมใช นองแทๆ แตก็ยิ่งกวานองแทๆ) รูไดโดยเซนสวาผมจะตองเขาไปที่ ชุมนุมแนๆ เลยโทรศัพทมาสอบถามและ SMS แสดงความหวงใยมา

.1.

น อ ง ผ ม อ า จ จ ะ เ ป น เ ด็ ก ที่ ทํ า กิ จ ก ร ร ม นั ก ศึ ก ษ า ใ น มหาวิทยาลัย ออกคายอาสาตางๆ แตไมใชคนที่ชอบอะไรๆ กับเรื่อง การเมืองสักเทาไหร และปกติไมคอยจะอะไรๆ กับเรื่องของผมมาก แตเหมือนครั้งนี้นองผมจะรูสึกได วา ครั้งนี้จะตองมีอะไรสัก อยางที่ รุนแรงกวาทุกครั้งที่ผานมา แมแตเพื่อนผมเองที่โทรมาหาผมตอนบายเพื่อชวนไปเดิน หาง ผมถามมันไปวา “มึงไมรูใชไหมนี่ตอนนี้ขางนอกเปนยังไงกัน” แลวผมเอาโทรศัพทใหมันฟงขาวทีวี (ตอนกอนออกจากบาน) เพื่อน ผมที่ปกติตอมความตื่นตัว รูรอนรูหนาวกับเรื่องการเมืองมีปญหา แต ครั้งนี้มันยังพูดวา “คืนนี้มียกที่สองแนๆ” ผมไปถึงที่สวนลุมพินี แลวก็เดินตะลอนๆ ไปเรื่อยๆ ผมเห็น ชายคนหนึ่ ง ที่ นั่ ง อยู ริ ม ฟุ ต บาท ถื อ ไม สั้ น ที่ เ หลาให แ หลมพอจะ กระซวกไสคนได แลวพอบนเวทีใหญประกาศแถลงเรื่องอาวุธสงคราม ที่ยึดมาได ผมเลยนั่งมอไซดไปหนาเวทีใหญที่ราชประสงค แตไปไม ทันที่เขาแถลงเรื่องอาวุธบนเวที


ผมไปถึงเวทีราชประสงค หลังจากรับขาวเหนียวหมูทอดที่ แจกหลังเวทีมารองกระเพาะแลว ผมเดินไปหนาเวทีใหญ อริสมันต พงศเรืองรอง หรือพี่กี้ร นักรองที่ผมเคยปลื้มมากตอนสมัยยังเด็กๆ กําลังปราศรัยบนเวที มีใจความตอนหนึ่งพูดวา “....ตอไปนี้ถาพี่นอง เจอนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ไหน ใหจับตัวมาได ทันที...” สักพัก ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ (ปกติจะเรียก “พี่เตน”) ขึ้นมา ปราศรัยบนเวทีตอ พี่เตนประกาศบนเวทีวาขางบนตึกสูงๆ ที่ไมแนใจ วา ชื่อตึก อะไร เปนตึก ที่อยูหลังอาคารหางเซ็นทรัลเวิลด ขางบนมี หนวยซุมยิงหรือที่เรียกวาสไนเปอรอยู มวลชนขางลางเริ่มโห พรอมชู ตีนตบ หัวใจตบขึ้นมา ตะโกนเรียกใหเจาหนาที่ที่ถูกทําใหเขาใจวา เปนหนวยสไนเปอรลงมาจากตึก หลั ง จากนั้ น พี่ เต น ก็ ไ ด ใ ห ที่ห นา เวที สาธิต การจุ ด โคมลอย โดยบอกว า ถ า หากมี เ ฮลิ ค อปเตอร บิ น มา ให จุ ด โคมลอยเพื่ อ สร า ง ทัศนียภาพที่สวยงามใหคนที่อยูบนเฮลิคอปเตอรไดดู (ความหมาย จริงๆ ก็คือใชโคมลอยเพื่อกอกวนการบินนั่นเอง) หลังจากเห็นวาโดยรวมยังไมมีอะไรนาหวง ผมจึงหลบไปพัก อยูบริเวณอาคารหลังหนึ่งภายในโรงพยาบาลตํารวจ เพื่อหาที่เสียบ ชารตแบตโทรศัพทและกลองถายรูปเพื่อพรอมสําหรับคืนนี้ พรอมสง SMS ถามนองสาว 2 คนวากลับถึงบานกันเรียบรอยหรือยัง? คนนึง โทรตอบกลับมาวาถึงแลว แตอีกคนยังไมตอบกลับมา ตอนก อ นเดิ น เข า ไปในโรงพยาบาล ผมผ า นหลั ง เวที พยายามสังเกตพวกการดชุดดํา โดยรวมมองไมเห็นอาวุธ แตมีคน หนึ่งที่ผมสังเกตเห็นมีสิ่งของลักษณะคลายปลายมีดสปาตาอยูในฝก โผลออกมาจากชายเสื้อยูนิฟอรม จนพอสักทุมกวาๆ ขางนอกมีเสียงเฮ พรอมสั่นตีนตบ หัวใจ ตบดังสนั่นรัวยาวนานกวาปกติ ผมจึงออกไปดูวาเกิดอะไรขึ้น ตอนนั้น แกนนําทั้งหมดขึ้นไปบนเวที วีระ มุสิกพงศ อานแถลงการณยกระดับ ขอเรียกรองใหนายกฯ ยุบสภาและออกไปจากประเทศไทยทันที ผมคิดวายังไมมีอะไร แลวเกิดเปรี้ยวปากอยากกินขาวไข เจียว เลยไปสั่งขาวไขเจียวกิน ปรากฏวาพี่เตนประกาศวามีเรื่องดวน คือ มีการโปรยแกสน้ําตาลงมาจากเฮลิคอปเตอร ที่บริเวณเวทีผานฟา ผมรี บ ถื อ กล อ งข า วไข เ จี ย ววิ่ ง กลั บ เข า ไปที่ โ รงพยาบาล ตํารวจทันทีเพื่อไปเก็บขาวของที่วางทิ้งไว ดวยความรีบจึงวิ่งชนคน จนไขเจียวหลน เซ็งเปดมากครับ แตไมมีเวลาแลว เลยตองยอมตัดใจ แมจะเปรี้ยวปากขนาดไหนก็ตาม ผมรีบวิ่งออกมา แลวกระโดดขึ้นทายรถกระบะของผูชุมนุม บนกระบะรถอัดกันแนนมาก ระหวางอยูบนรถผมเอายาสีฟนใกลชิดที่

บรรณาธิการ แสงธรรม ชุนชฎาธาร • บรรณาธิการฉบับพิเศษ กิตตินันท นาคทอง • ผูเขียน วรภัทร วีรภัทรคุปต • จัดพิมพโดย กองบรรณาธิการเดโมเครซี่ สํานักงานเลขที่ 90/43 หมูบานอยูเจริญ ซอยทรงสะอาด ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. 10900 โทรศัพท 0-2277-6413 โทรสาร 02-691-4609 E-mail : democrazy@live.com • http://www.demo-crazy.com • ฉบับพิเศษ .2. อภินันทนาการสําหรับวารสารเดโมเครซี่ ฉบับที่ 18 ประจําเดือนพฤษภาคม 2553


ซื้อมาจากในเซเวนขึ้นมาปายตาเพื่อปองกันแกสน้ําตา แลวก็แจกคน อื่นๆ บนรถ ระหวางรถวิ่งไปใกลถึงเวทีผานฟา ผมเพิ่งสังเกตเห็นวาที่ ผมไดยินเสียงของพี่เตนพูดออกลําโพงตลอด คือรถคันที่ผมเกาะมา ขับนําหนารถแกนนําอยู เมื่อไปถึงที่เวทีผานฟา พี่เตนประกาศขอเวลาแกนนําหารือ ทาที แลวประกาศวาใหรถโมบายลยูนิตที่ใชถายทอดสดของพีเพิล แชนแนล ไปถายทอดสดสถานการณที่สะพานมัฆวานรังสรรคดวย ผมเลยกระโดดขึ้นมอเตอรไซตผูรวมชุมนุมคนหนึ่งเพื่อไปที่นั่น แต การจราจรติดขัด สักพักบนเวทีของระดมพลใหไปที่สี่แยกคอกวัว ผม เลยกระโดดลงจากมอเตอรไซต ยกมือไหวขอบคุณพี่เขา แลวกระโดด ขึ้นเกาะรถสิบลอของแกนนํา แตทายรถแนนมาก ผมเห็นวายืนเกาะ อยู น อกตั ว กระบะไปเรื่ อ ยๆ คงไม เ วิ ร ก เพราะผมน้ํ า หนั ก ตั ว มาก พอสมควร เลยตัดสินใจลงไปเดินดีกวา ผมก็เดินไปจนถึงอนุสาวรียประชาธิปไตย รถแกนนําที่ผม เดินตามมา เขาใจวานาจะเปนพี่เตน (ตอนนั้นกําลังมึนๆ) มาหยุดตรง แถวๆ หนาทางเขาถนนดินสอ ผมเริ่มรูสึกไดถึงกลิ่นไอ รสชาติ และ ความแสบตาที่คุนเคยของแกสน้ําตา ที่ผมเคยสัมผัสมันมาเมื่อ 2 ปที่ แลว พื้นบริเวณนั้นเปยกไปหมด จากการใชน้ํามาสาดบรรเทาพิษจาก แกสน้ําตา ตอนนั้นพวกที่อยูขางหนากําลังกระโดดขึ้นรถถังที่ผูชุมนุม ยึดไวไดประมาณ 4-5 คัน รถเครื่องเสียงแกนนําเปดเพลงใหผูชุมนุม ไดโยกกันอยางสนุกสนาน สักพักหนึ่งผมไดยินเสียงดัง “แปะๆๆๆๆ” เหมือนเสียง ประทัด แทรกเขามา จนพอปดเสียงเพลงแลว ผมถึงไดเริ่มรูวามันคง ไมใชประทัดตรุษจีนแลว ทุกคนเริ่มกมลงหมอบ ผมวิ่งหลบไปตรงฐาน อนุสาวรียแลวหมอบตามคนอื่นๆ ขณะเดียวกันฝูงชนหนาปากทาง ถนนดินสอก็ไดขวางปาสิ่งของตอบโตเสียงดังกลาว คราวนี้แนชัดแลววามันไมใชประทัดยักษที่เอาไวกอกวนกัน ดวย แตมันคือเสียงปนกล และมีเสียงดังตูมดังปนมาพรอมกลุมควัน เขาใจวาคงเปนแกสน้ําตา ผมเริ่มวิ่งไปซายทีขวาที วิ่งไปหมอบไป เปนระยะๆ ในมือก็ถือกลองถายรูปไวดวย สักพักหนึ่ง ผมเห็นบนอาคารเรียนหลังหนึ่งในโรงเรียนสตรี วิทยา มีแสงเลเซอรปรากฏขึ้น ผมไมแนใจวาแสงเลเซอรนี้ฉายลงจาก ตึก หรือวาฉายขึ้นไปบนตึกกันแน แตผมเขาใจวานาจะฉายขึ้นไปบน ตึกมากกวา แตก็ดูไมออกอีกวาฉายมาจากตรงไหน และไมรูวาคือ อะไร เลยตัดสินใจวิ่งหลบออกมา ผมเริ่มเปนหวงนองสาวผมอีกคนที่ยังไมโทรกลับหาผมวาถึง บานแลวหรือวาอยูที่ไหน ผมเลยเอามืออีกขางที่ยังวางอยูโทรหานอง ผม แตโทรไมติดเลยฝากขอความไว ตอมาเสียงระเบิดตูมใหญดังขึ้น ผมรูสึกไดถึงแรงสะเทือน และเสียงที่นากลัวมาก นากลัวกวาเสียงระเบิดแกสน้ําตาเมื่อตอน 7

.3.

ตุลาที่เคยทําใหผมกลายเปนคนจิตหลอน กลัวทุกครั้งที่ไดยินเสียงดัง ไปชวงหนึ่ง แตเที่ยวนี้ผมไมรูวาอะไรระเบิด นอ งสาวผมโทรกลับ มาดว ยความตกใจ พรอ มๆ กั บที่ผ ม เห็นผูไดรับบาดเจ็บคนแรกถูกหามออกมา ผมเลยวิ่งเขาไปเพื่อที่จะดู และลองพยายามถายรูปดู แตกลองผมมีปญหาระบบซูมคาง ซูมเขา ออกไมได ถายไมไดแลว ปดกลองเลนสก็ไมยอมหุบกลับ ตอนนั้น ผมลื่ ม ล ม ลงเพราะพื้ น เปย ก ศอกเป น แผลเล็ก นอ ย เจ็บ กระดู ก นิ ด หนอย มืออีกขางก็ยังถือโทรศัพทคุยกับนองสาวที่พยายามขอใหผม กลับบาน นองผมบอกวาตอนแรกเห็นผมโทรมานึกวาจะใหเขาไปชวย ผมตอบกลับทันทีวา “ไมตองเลย พี่โทรมาเพื่อความแนใจวาหนูกลับ ถึงบานหรือยัง หรือวาไปติดคางที่จุดไหน จะไดไปรับ” ผมคอยๆ ขยับวิ่งจากฝงดานที่ไปสนามหลวง วนออมตรง อนุสาวรียแลวเดินกลับไปตรงถนนดินสอ พยายามเขาไปใหถึงขาง หนาที่ปะทะกันอยูมากขึ้น ระหวางนั้นผมยังคุยโทรศัพทกับนองสาว อยู ผมดึงผาปดปากลง ผมเริ่มรูสึกแสบตาหนักขึ้น และเริ่มแสบคอ หายใจไมสะดวกจากฤทธิ์ของแกสน้ําตา ที่ไมแนใจวาเกิดจากการยิ่ง เมื่อสักครู หรือแกสน้ําตาที่ยังตกคางจากการโปรยเมื่อตอนหัวค่ํากัน แน ผมจึงหยิบยาสีฟนมาปายตรงรอบดวงตาและตรงจมูกใหเขมขึ้น เนื่องดวยผมเองก็สายตาไมดี เวลากลางคืนผมยิ่งมีปญหาใน การมองเห็น ผมเลยไมแนใจวาตรงจุดไหนที่ผมพอเขาไปหลบไดบาง ผมจึงวิ่งไปหารถถังคันที่จอดปดปากทางเขาถนนดินสออยู หวังจะดู ภาพทางฝงทหารชัดๆ แตเสียงปนดังมาอีกชุด ผมจึงรีบกระโจนหลบ ไปหมอบหลังรถถัง ผมเริ่มรูสึกหูอื้อเพราะเสียงปน จึงหยิบโฟมอุดหู ขึ้นมาอุดหูไว ผมวิ่งออกมาจากรถถังเพื่ อไปดูตรงดานหนาปากทางเขา ถนนดินสอ เสียงปนอีกชุดดังขึ้น ผมจึงฉากหลบไปตรงดานขางที่มี รานแมคโดนัลด ผมเริ่มรูสึกวาขางหนาไปอีกคงไมใชที่ที่ผมจะเดินขึ้น ไปไดแลว และกลองถายรูปผมก็เสียไปแลว ทําอะไรไมไดแลว เลย หลบอยูหนารานแมคฯ เมื่อเสียงปนสงบแลว ผมเห็นมีคนถูกหามออกมา พรอมกับ ฝู ง ชนที่ วิ่ ง กรู เ ข า ไปหาจํ า นวนมาก ทั้ ง เสี ย งตะโกนว า “อย า ทํ า เขาๆๆๆ” พระก็ตะโกนวา “อยาทําเขานะโยม” ดังขึ้นพรอมกับเสียงที่ ตะโกนวา “ไปชวยมันทําไม เมื่อกี้มันจะฆาพวกเรา” ผมรูไดโดยเซนส วาคนที่กําลังโดนหามอยูตองเปนทหารแนๆ ผมเลยรีบเขาไปชวยกัน ฝูงชนสวนที่กําลังเคียดแคนทหาร บรรยากาศชุลมุนมาก ทั้งคนที่เขา มาชวยหามฝูงชน กับฝูงชนที่จะเขามาทํารายทหารปนกันมั่วไปหมด บางคนถือไมจะมาตี บางคนขวางปาสิ่งของใส ผมตองเขาไปหามคนที่ อารมณ เดือ ดด ว ยการกระโดดล็อ คคอ ล็ อ คแขน บางคนผมเข า ไป ขวางตรงหนา ยกมือไหวและเขาไปโอบเขาพรอมพูดวา “อยาทําเขา เลยพี่ เขาก็ประชาชนเหมือนเรา” บางคนก็สงบลงได บางคนก็หันมา ดาสวนผมวา “ไปสงสารมันทําไม มันฆาพวกเรา” บางคนก็ทําทา เหมือนจะตอยผมแทนดวย ผมก็พยายามเอาน้ําเย็นลูบเขา


หลังจากนั้นผมจึงคุยโทรศัพทกับรุนพี่คนหนึ่ง ระหวางเดิน คุยเพื่อฟงรายงานจากขาวทีวี มีผูชุมนุมคนนึงเดินเขามาเกาะแขนผม และบอกผมวาใหผมหลบออกจากตรงที่ยืนอยู ตรงนั้นมีระเบิด ผม ตกใจรีบหลบออกมา รุนพี่ที่ผมคุยโทรศัพทอยูจึงบอกใหผมรีบกลับ บาน เพราะมีขาวลือเรื่องการวินาศกรรม แตเมื่อผมเห็นมีเหตุการณฝูงชนลุกฮือคลายๆ กับเมื่อสักครู ผมก็รูไดวาคราวนี้เปนทหารโดนหามมาอีกแนๆ ผมเลยเขาไปชวย หามปรามฝูงชนแบบเดิมอีกรอบ แตคราวนี้คนที่โดนหามออกมาไมได ถูกสงขึ้นรถพยาบาล แตกลับเดินไปสงที่เวทีใหญ ผมถึงเพิ่งรูวา นี่คือ ทหารที่ถูกควบคุมตัวมาสอบสวนหลังเวที แตผมก็ไมรูจะทําอยางไรดี เลยตองทําใจ และเดินกลับไปที่อนุสาวรียประชาธิปไตยอีกรอบ เดิน สวนกับขบวนที่ถืออาวุธสงครามที่อางวายึดไดจากฝายทหารไปที่เวที ใหญ ระหวางทาง ผมหิวและยังเปรี้ยวปากอยากกินขาวไขเจียว อยู เลยเดินไปสั่งไขเจียวชะอมใสเนื้อไก ระหวางรอขาวไขเจียว ผู ชุมนุมที่จับกลุมกันประมาณ 5 คนตรงรถเข็นขายโอเลี้ยงที่อยูใกลๆ กัน กําลังพูดคุยกันถึงบรรยากาศการปะทะกันเมื่อสักครูอยางดุเด็ด เผ็ดรอน หลังไดขาวไขเจียวที่สั่งแลว ผมเดินไปกินไปดวยความหิว เห็ น ผู ค นยั ง มุ ง ตรงแถวๆ รถถั ง จึ ง เดิ น ไปดู ระหว า งนั้ น บนเวที ก็ ประกาศรายชื่อทหารที่ถูกจับตัวมาไดพรอมรายการอาวุธที่แตละคน ยิงใสผู ชุม นุมไปด วย ผมไปถึงตรงรถถัง ผูชุม นุม จํานวนมากกําลัง กระโดดขึ้นไปถายรูปบนรถถังบาง บางคนก็เหมือนกําลังถอดชิ้นสวน ตางๆ บนรถถัง ผมหันกลับไปเห็นคนกลุมหนึ่งที่ดูเหมือนกําลังมุงดูรูปจาก กลอง บางคนหยิบกลองตัวเองมาถายรูปที่ปรากฏอยูในกลองนั้นไป ผมจึงเดินเขาไปดู โดยที่มือก็กําลังตักขาวไขเจียวกินอยู ภาพที่ผม เห็นในกลองคือ ภาพเศษสมองกอนโตอยูบนพื้นถนน ปกติผมเปนคน กลัวเลือด กลัวภาพอะไรที่เปนแผล เปนเศษซากแบบนี้อยูแลว ผม แทบสําลักขาว แตก็ยังอุตสาหหยิบกลองขึ้นมาขอเก็บภาพ เพราะเห็น วาเลนสกลองที่ตอนแรกปดไมเขา ตอนนี้ปดไดแลว แตพอถายเสร็จ ก็เกิดปญหาเดิมอีก คือกลองปดไมได... จากนั้นผมจึงตัดสินใจกลับดวยความรูสึกอิดโรย เหนื่อย มึน เครียด แตคืนนั้นผมก็ยังตองมานั่งรางจดหมายเปดผนึกที่จะเผยแพร

.4.

ตออีก จนกระทั่งไดออกมาเปนจดหมายเปดผนึก 29 พลเมืองและ องคกรพลเมืองผูหวงใยบานเมือง ที่มีทั้งนักศึกษา นักกิจกรรม นัก สิทธิมนุษยชน นักธุรกิจ นักวิชาการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิก สภารางรัฐธรรมนูญ อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ และกลุม องคกรพลเมืองตางๆ พรอมใจกันลงนาม เหตุการณคืนนั้นไดใหขอคิดที่สําคัญแกผมอยางหนึ่ง ผมได เห็นความกลาหาญ เสียสละ รอยเลือด คราบน้ําตา น้ําใจของเพื่อนผูมี ความคิดทางการเมืองแตกตางจากความเชื่อสวนตัวของผม เห็นถึง พลังศรัทธาอันแรงกลาของมวลชนที่มาดวยใจบริสุทธิ์ ในที่นี้ผมไมมี คําตอบเรื่องความถูกหรือผิด ผมรูสึกได เพียงวา พวกเขาคือเพื่อน มนุ ษ ย เ หมื อ นผม พวกเขาคื อ ประชาชนที่ ใ ฝ ห าสั ง คมที่ เ ป น ธรรม เหมือนผม พวกเขาคือผลผลิตของสังคมที่ลมเหลวในการดูแลความ อยูดีกินดีอยางทั่วถึงเทาเทียม ลมเหลวในการสรางสังคมที่เปนธรรม และยุติธรรม ทําใหพวกเขาตองออกมาถามหาสิ่งที่สังคมไทยไมมีให พวกเขา แมจะรูทั้งรูหรือไมรูวามีใครฉวยโอกาสจากศรัทธาบริสุทธิ์ ของพวกเขา ผมได แ ต ห วั ง ว า นี่ ค งจะเป น ครั้ ง สุ ด ท า ยที่ ก ารเปลี่ ย นผ า น สังคมจะตองแลกดวยเลือดเนื้อ และชีวิตเชนนี้ เพราะที่ผมออกมาแบบ นี้ ทําใหนองสาวผมอีกคนที่อยูตางประเทศรูสึกไมสบายใจมากๆ เธอ ขอผมวาไมมีครั้งตอไปไดไหมที่ผมจะไปทําอะไรแบบนี้อีก เธอไมได อยากใหผมเห็นแกตัว แตเธออยากใหผมนึกถึงความรูสึกของคนขาง หลังที่หวงใยผมบาง ปกติผมไมเคยขัดนองสาวผมเลย แตครั้งนี้ผม ยอมรับวาผมอ้ําอึ้งที่จะรับปาก แมจะไมอยากใหนองสาวผมตองไม สบายใจแบบนี้อีก ผมเลยไดแตหวังในสิ่งที่ไมคอยเห็นความหวังเชนนี้ ผมหวัง วา การสูญ เสียครั้ง สุด ทา ยนี้จ ะไมสูญเปลา แต จะตองนําไปสูการที่ทุกคนไดตั้งสติ คิดทบทวน รวมมือกันสราง สังคมใหมที่เปนธรรมดวยความรักและสันติภาพ ผมไม อ ยากให เ ราเริ่ ม ต น ประวั ติ ศ าสตร ใ หม ข อง มนุษยชาติดวยความโหดรายอีกแลว * เรื่องนี้เขียนจากสิ่งที่ผมคอยๆลําดับความคิดไดจาก เหตุ ก ารณ ต รงหน า ซึ่ ง เวลานั้ น ผมอาจไม ค อ ยมี ส ติ เ ท า ที่ ค วร รายละเอียดบางสวนอาจสลับเวลากันบาง แตเนื้อหาสิ่งที่เจอครบถวน ทุกรายละเอียดสิ่งที่ไดสัมผัสและรูสึก


Volume 18 | May 2010

DemoCrazy .19.

มองมุมหมอ

ชเนษฎ ศรีสุโข • นักศึกษาแพทยชั้นปที่ 6 โรงพยาบาลราชวิถี บทความนี้ ไ ด แ รงบั น ดาลใจจากผู ใ หญ ใ จดี ท า นหนึ่ ง เมตตาบอกวาผมเปนพวก Antisocial ครับ คําๆ นี้ Anti-social แปลตรงตัวภาษาไทย คงหมายถึง พวก ตอต า นสัง คมครับ หลายคนก็เอาคํา นี้ไ ปกลาวหากลุม ผูชุม นุม ทาง การเมืองในชวงเร็วๆนี้เชนกัน ดังนั้น จึงอยากเขียนถึงความหมาย ของคํ า นี้ ใ นทางการแพทย น ะ ครั บ เพื่ อ ให เ ห็ น การใช คํ า นี้ ใ น ความหมายเชิงวิชาการ ที่คอนขางจะรุนแรงพอสมควรนะครับ Antisocial เป น เรื่ อ งของบุ ค ลิ ก ภาพครั บ ซึ่ ง ถ า เป น บุคลิกภาพเดนในดานนี้เราจะใชคําวา Antisocial personality trait แต ถาบุคลิกภาพเปลี่ยนแปลงจนผิดปกติเราเรียก Antisocial personality disorder (อยูในกลุมบุคลิกภาพแบบ Cluster B) เปนโรคที่วินิจฉัยใน วัยผูใหญครับ Antisocial หมายถึง ลักษณะคนที่มีการกระทํากระทบหรือ ละเมิดสิทธิของผูอื่น ผิดปกติวิสัยของคนทั่วไป ผิดคานิยม และผิด กฎหมาย มักหักหามใจไมไดและไมรูสึกผิดแตอยางใด จุดเริ่มตนของบุคลิกภาพเชนนี้ เชื่อกันวาเริ่มมาตั้งแตวัยเด็ก ในกลุมโรค Disruptive behavioral disorders ซึ่งประกอบดวย Oppositional defiant disorder และ Conduct disorder มักเกิดใน ประชากรกลุมเด็กผูชายที่มีประวัติการถูกทารุณในวัยเด็ก โดยเชื่อกันวาคนที่เปน Antisocial ในวัยผูใหญ จะ เริ่มตนจากการเปน Oppositional disorder ในวัยเด็กเล็ก เด็กกลุมโรคดังกลาวจะมีลักษณะพฤติกรรมมองวาคนอื่น

เลวรายและเปนศัตรูไปเสียหมด ไมเชื่อฟงผูใหญหรือการสอนสั่งใดใด ชอบเถียงคําไมตกฟาก ควบคุมอารมณตนเองไมได พฤติกรรมรุนแรง ในเด็กอาจเริ่มจากการชอบรังแกสัตวตัวเล็กๆ บี้แมลง ดึงหางจิ้งจก ฯลฯ ตางเปนๆ เปนระยะเวลา 6 เดือนขึ้นไป หลังจากเปนกลุมโรคดังกลาวมาพอประมาณแลว พอเปนวัย เด็กโตและวัยรุน ก็จะเปลี่ยนเปนกลุมโรค conduct disorder ผูปวยจะ มีพฤติกรรมที่ละเมิดสิทธิของคนอื่นๆตลอดเวลา หรือกระทํารุนแรง อย า งผิ ด ปกติ วิ สั ย ของคนวั ย เดี ย วกั น กระทํ า ซ้ํ า ๆมากกว า 1ป พฤติกรรมรุนแรงที่วาอาจมีตั้งแตการขมขืน การจี้ปลน การฆาสัตว ตางๆ หรือพฤติกรรมที่ไมจัดวารุนแรงมาก อาทิเชน การขโมยของ การโกหก การชอบแกลงผูอื่น การสรางความรําคาญใหคนอื่นๆ ถาไลตามระดับอายุ จะไดดังแผนภาพที่แสดงงายๆ 1.เด็ก 2.วัยรุน 3.ผูใหญ ดังนั้น พอเปน ผูใ หญ จึงเปน Antisocial personality disorder ซึ่งพฤติกรรมความรุนแรงก็จะมากขึ้น คนเปนโรคนี้จํานวน มากเกี่ยวพันกับการกระทําผิดกฎหมาย จึงไดรับขอหาและไปอยูใน สถานกักกัน ในตางประเทศก็มีการวิจัยในสถานกักกันตางๆ พบวามี อาชญากรเปนกลุมโรคนี้คอนขางมากครับ การรั ก ษาใช ก ารบํ า บั ด พฤติ ก รรมในระดั บ บุ ค คล ครอบครัว และจิตบําบัดครับ จึ ง ขอจบบทความไว เ ท า นี้ หวั ง ว า จะเป น ประโยชน แ ก สาธารณชนและผูใหญใจดีไมมากก็นอยครับ หากผิดพลาดประการใด รบกวนสงคําแนะนํา-ติชมไดที่ ginfreeces@hotmail.com ครับ


.20. DemoCrazy

Volume 18 | May 2010

บทความพิเศษ วรภัทร วีรพัฒนคุปต

เมื่อม็อบไพร เปนแคหมาก ในกระดาน ของจริงคือ “ขบวนการกอการรายขามชาติ” 22 เมษายน 2553 23.41 น. อันที่จริงคืนนี้ผมอยากเขานอนเร็วๆ เพราะพรุงนี้ตองตื่นเชา แตมีสิ่งที่ทําใหผมรูสึกไมสบายใจอยางจริงจัง กับสิ่งที่คลอยหลังผมมา แค นิ ด เดีย ว ผมเพิ่ งเสร็ จ จากการบัน ทึก เทปรายการคม ชั ด ลึ ก ที่ เนชั่นชาแนล ตอนกลับนั่งรถรุนพี่กลับมาผานตรงสีลม (ขึ้นสะพาน ขามแยก) แตผมบังเอิญอยากกินเมนูโปรดที่มาบุญครอง และตองการ รีบกลับบานเนื่องจากวันรุงขึ้นตองตื่นเชา ปรากฏวาระหวางผมเปด Facebook ไปคอมเมนทลิ้งค บันทึกขอความที่นองสาวผมคนที่ตอนนี้อยูตางประเทศแทกมาให รุน น อ งผมที่ จ บจากโรงเรี ย นเดี ย วกั น ที่ เ ป น เพื่ อ นคณะเดี ย วกั น กั บ นองสาวผมมาคอมเมนทตอจากผมวามีระเบิดลงที่สีลม ผมจึงรีบเช็ค ขาว ปรากฏวา มีระเบิดจริงอยางที่วา เปนการยิงระเบิด M79 มาจาก ฝงคนเสื้อแดงใสกลุมผูชุมนุมชาวสีลมที่ออกมาแสดงพลังปกปองถนน สีลม ไมใหคนเสื้อแดงบุกเขามายึด ซึ่งการเผชิญหนาอยางตึงเครียด ระหวางประชาชน 2 ฝาย ณ จุดนี้ไดดําเนินมารวมสองสามวันแลว ผลจากเหตุ ก ารณ ค รั้ ง นั้ น ทํ า ให มี ผู เ สี ย ชี วิ ต 3 ราย และ บาดเจ็ บ อี ก ร ว ม 75 ราย หลายรายส อ แววพิ ก าร หลายคนที่ ไ ด รั บ ทราบข า วนี้ ต า งรู สึ ก หวั่ น ใจว า นี่ คื อ เค า ลางว า “สงครามกลาง เมือง”กําลังจะเริ่มแลว!!! และกอนที่ผมจะลงมือเขียนบทความนี้ นองสาวของผมอีก2 คนโทรมาหาผม ดวยความเปนหวงกลัววาผมจะเขาไปอยูในพื้นที่เกิด เหตุอีกเหมือนอยางเมื่อคืนนองเลือด 10 เมษายนที่ผานมาอีก นองผม ตกใจที่ ผ มไม รั บ โทรศั พ ท แต ค วามจริ ง คื อ ตอนนั้ น ผมกํ า ลั ง ไปยิ ง ระเบิดที่หนักในลําไลใหญของผมอยู (ตึ่ง!!!) เมื่ อ น อ งผมรู ว า ผมปลอดภั ย ดี เ พราะเหตุ แ ห ง ความหิ ว แนนอนวาพวกเธอยอมตองโลงใจขึ้นเยอะที่ผมยังปลอดภัยดี รางกาย ครบ 32 ในขณะที่ผมตอบนองผมทางโทรศัพทวา ผมไมอยากจะคิดวา เปนความโชคดีของผม มันอาจเปนความโชคดีของผม แตมันคือความ โชคดีที่มาพรอมกับรอยเลือดและคราบน้ําตาของเพื่อนมนุษยดวยกัน ใหคิดแควาเรารอด แตเพื่อนเราเจ็บ ตาย คงไมใช

เหมือนกับวาครั้งนี้คนทั่วไปในสังคมจํานวนมากกําลังรับรู และรูสึกรวมไดถึงสัญญาณที่นากลัวในวันนี้ไดรวมกัน แมระดับความ ตื่นตัวทางการเมืองจะแตกตางกัน วันนี้สิ่งที่ผมคิดวาผมควรทําความเขาใจกับสังคมก็คือ สิ่ ง ที่ เ รากํ า ลั ง เผชิ ญ หน า อยู จ ริ ง ๆแล ว ไม ใ ช ค วามขั ด แย ง ทาง การเมือง แตมันคือขบวนการกอการราย!!! ผมไม ไ ด พู ด เกิ น ความจริ ง เพราะวั น นี้ เ รื่ อ งราวของการ ทุจริตคอรัปชั่นระดับมโหฬาร ธุรกิจนอกกฎหมายและการฟอกเงิน ขามชาติ ขบวนการขยายอํานาจเบ็ดเสร็จทางการเมือง ลมกระดาน ทุ ก คนที่ อ ยู ฝ า ยตรงข า ม ขบวนการติ ด อาวุ ธ สงครามหนั ก และ แทรกแซงบอนทําลายเอกภาพของฝายความมั่นคง ขบวนการปลุก ปนกระแสลมลางสถาบันพระมหากษัตริย ทั้งหมดนี้คือสิ่งเดียวกัน มีแหลงที่มาแหลงเดียวกัน!!! จริ ง ๆ แล ว นั บ แต วั น ที่ 13 มี น าคมที่ เ ริ่ ม การชุ ม นุ ม ใหญ บริเวณถนนราชดําเนินเปนตนมา จนกระทั่งถึงชวงของการเขาปด แยกราชประสงคอันเปนแหลงเศรษฐกิจสําคัญของชนแทบทุกระดับ ชั้นในเมืองหลวง ผมเขามาสังเกตการณความเปนไปขางในตลอด จน รูสึกเชื่อสนิทใจวา ขบวนการเสื้อแดงครั้งนี้มีความอารยะขึ้นอยางมาก จนผมรูสึกอยากจะชวยลางภาพความนากลัวของคนเสื้อแดงที่คนไทย เคยรู สึ ก เมื่ อ เมษาเลื อ ดป ที่ แ ล ว ใหม ให ค นเข า ใจว า นี่ คื อ พื้ น ที่ สรางสรรคสําหรับการเรียนรูพลวัตรทางการเมืองภาคประชาชน กระทั่งในคืนนองเลือด 10 เมษายน ทันทีที่ผมไดยินเสียง ประกาศบนเวทีราชประสงความีการโปรยแกสน้ําตาจากเฮลิคอปเตอร บริเวณเวทีสะพานผานฟาฯ ผมรีบกระโดดขึ้นรถกระบะไปกับคนเสื้อ แดงที่จะไปสมทบที่นั่น จนกระทั่งไดอยูในเหตุการณปะทะกันระหวาง ทหารกับผูชุมนุม ทามกลางความวุนวายที่ผมยอมรับจริงๆ วาผมเอง ก็ยังไมรูดวยซ้ําวากระสุนปน ระเบิดที่ผมวิ่งหลบอยูเปนของใครกันแน กระสุนนัดไหนจากใครกันแนที่สามารถปลิดชีวิตผมและคนเสื้อแดงได เหตุการณครั้งนั้นทําใหผมรูสึกรักคนเสื้อแดงอยางจับหัวใจ เพราะผมเห็นเลือด เห็นคราบน้ําตา พลังศรัทธาของคนรากหญาที่


Volume 18 | May 2010

ใฝหาความเปนธรรมในสังคม ผมรูสึกวาผมเห็นสิ่งเดียวกับที่ผมเห็น ในขณะที่รูสึกวาสายตาตัวเองกําลังจะมืดบอดเพราะแกสน้ําตาวันที่7 ตุลาคม 2551 ผมเห็นความศรัทธาในการตอสูอยางเสียสละเพื่อสังคม ที่เปนธรรม ในคืนนั้นก็เชนเดียวกัน มันผิดกันแคสีเสื้อ เวลาสถานที่ และคําพูดบางคําเทานั้น แ ต ท า ย ที่ สุ ด ค ว า ม จ ริ ง วั น นี้ ที่ ผ ม ต อ ง พู ด ก็ คื อ “ผูกอการราย” มีอยูจริง.... วันนี้คนเสื้อแดง ที่เราเขาใจวาเปนผลผลิตของความขัดแยง ทางสังคมที่ฝงรากมานาน ซึ่งปะทุขึ้นดวยแรงขัดแยงทางการเมือง ก็กําลังกลายเปนเพียงหมากในกระดานที่ถูกทักษิณฉวยโอกาสเทานั้น แตสิ่งที่ลึกล้ําซับซอนกวาคือการกอการราย ที่ไดปรากฏรูป ขึ้นในวันที่ 10 เมษายน พรอมกับแผนการกอการรายที่ลึกล้ําชนิดที่ ปฏิบัติการหนึ่งครั้งหวังผลไดหลายทาง ทางหนึ่ง ผูกอการรายชุดดํา ฆาประชาชนตายในระหวางที่ เหตุการณชุนละมุนจากการยิงกระสุนกระดาษและกระสุนยาง ทําให เกิดความสับสน จนภาพออกมาใหคนเขาใจวาทหารฆาคนเสื้อแดงไป แบบเต็มๆ ในอีกทาง ไอโมงชุดดําฆาทหารตาย เพื่อสะทอนภาพความ ออนแอ ขาดประสิทธิภาพของกองทัพ ลดทอนความเชื่อมั่นของ ประชาชน นํามาสูความรูสึกเสื่อมศรัทธาตอฝายความมั่นคง นอกจากนี้ยังสามารถใชในการสรางเงื่อนไขใหกับขบวนการ เสื้อ แดงที่ห วัง ผลไดเปน ฝา ยใชค วามรุน แรงในขั้ น บัน ไดต อ ไปของ สงครามกอการร ายได โดยที่มวลชนที่มวลชนที่เชื่อมั่นในแนวทาง สันติวิธีก็มีแนวโนมเห็นคลอยตามไปดวย จนสุดทายทําใหการจับ อาวุธของคนเสื้อแดงกลายเปนสิ่งที่รูสึกไดวาชอบธรรม นับเปนการ วางกลไกที่ลึกล้ําหลายชั้นจนผมเองยังรูสึกวาตนเองประเมินทุกอยาง ผิดพลาดมาตลอด แผนขั้นตอไปของทักษิณวันนี้ที่ใชการกดดันรัฐบาลดวยการ สรางความเสียหายแกยานธุรกิจสําคัญอยางราชประสงคและตามดวย สีลมจนนํามาสูมิคสัญญีคืนนี้ สิ่งที่หวังผลคือ ยกระดับความขัดแยงกับ ฝา ยรั ฐ บาลกั บ ผู ที่ ถู ก เรี ย กว า อํ า มาตย ให ก ลายเป น ความขั ด แย ง ระหวางประชาชนกับประชาชน และเปน “สงครามกลางเมือง” เต็ม รูปแบบ เพื่อสรางเงื่อนไขใหรัฐบาลอยูในสภาวะเสมือนไมสามารถ ควบคุมอะไรในประเทศได การแทรกแซงจนตํารวจและทหารจนดอยประสิทธิภาพชนิด ที่วาการบุกจับแกนนําไพรที่นอนโรงแรมหาดาวยังลมเหลวไมเปนทา แผนปฏิบัติการของหนวยอรินทราช (หนวยคอมมานโดตํารวจ) ยังรั่ว

DemoCrazy .21.

ไปถึงวินมอไซดรับจางแถวทาวนอินทาวนได (Gu จะบาตาย) บางคนอาจมีคําถามวา ทักษิณเปนนักธุรกิจทําไมถึงไมกลัว ผลกระทบจากการไปสรางความเดือดรอนใหพวกภาคธุรกิจดวยกัน ไมกลัววาจะตองกลับเมืองไทยทามกลางเสียงยี้ของคนชนชั้นเดียวกัน หรอกหรือ? (ผมไมมองทักษิณเปนไพร ทักษิณตางหากคืออํามาตย ยุคใหมตัวจริงที่บังอาจคิดการกบฏ) คําตอบของคําถามไมใชสิ่งใหมเลย เพราะเราตองไมลืมวา ทักษิณกับ “ขงเบจิ๋ว” (คนตรวจพรูฟไมตองเติม “ง” ใหนะครับ) ก็คือ อาชญากรเศรษฐกิจป 2540 ตัวจริง ที่นําประเทศไทยเขาสูเงื่อนไข การขายชาติตามสัญญาทาส การสรางเงื่อนไขใหธุรกิจของคนไทยพัง ลมจนตองขายใหตางชาติมาเทคโอเวอรในราคาลดกระหน่ําซัมเมอร เซลส 1,000% ถูกเหมือนไดฟรีแถมใหดอกเบี้ยก็เปนสิ่งที่เคยเกิดขึ้น มาแลว (และโปรดสังเกตวาในวันนั้นที่คนไทยพังกันถวนหนา รวมทั้ง ครอบครัวของผมดวย ทักษิณกลับกลายเปนมหาเศรษฐีที่สวนกระแส ขึ้นมารุงเรือง) และโปรแกรมการขายชาติ ก็ ไ ม ใ ช เ รื่ อ งเหนื อ ความ คาดหมาย เพราะทั ก ษิ ณ พยายามทํ า มานานแล ว ตั้ ง แต ส มั ย เป น นายกฯ ไมวาจะเปนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจดวยเงื่อนไขที่สามานย สุดๆ การพยายามทําเขตการคาเสรีที่ยกอธิปไตยใหทุน ขามชาติมี อภิสิทธิ์เหนือคนไทย การผลักดันกฎหมายตางๆ เกี่ยวกับขาวและ การเกษตรที่จะบีบใหเกษตรกรไทยตองเขาสูการเปนทาสของระบบ พันธสัญญา ทําลายความหลากหลายทางชีวภาพอันเปนทุนสําคัญ ของชุมชนไทย และการยกผลประโยชนทรัพยากรพลังงานใตทะเลให เปนของโจรขางบาน รวมทั้งการทําลายความหลากหลายทางชีวภาพ ลุมน้ําโขงอันเปนมรดกล้ําคาชิ้น สุดทายของคนอีสานพรอมกับขาย อธิปไตยของไทยเหนือสันปนน้ําโขงใหเพื่อนบาน ที่ไดกระทําผา น “นอมินีผูลวงลับ” กับ “นองเขย” โดยมี “ทะแนะตาไมสามัคคี” เปน ผูรับมอบอํานาจดําเนินการคนสําคัญ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คนไทยควรตองรูทันไดแลว และควรตอง ตื่นไดแลว ความขัดแยงนี้ลึกล้ํา ซับซอน และรายแรงเกินกวาที่เราจะ อยูเฉยๆ ดวยความหวังวามันจะดีขึ้นเองโดยไมตองทําอะไรไดอีกแลว ผมไมไดตองการใหพวกเราเกลียดมวลชนเสื้อแดง เราตอง สงสารพวกเขา พยายามดึงพวกเขามาผลักดันสังคมใหมดวยกัน แต กั บ โจรก อ การร า ยนั้ น ถ า คนไทยยั ง รั ก ชาติ รั ก ใน หลวงจริง คนไทยตองตื่นไดแลว พลังเงียบตองชวยกัน ส ง เสี ย งได แ ล ว ว า “เราคนไทย รั ก ในหลวง หวงแหน แผนดิน”


.22. DemoCrazy

Volume 18 | May 2010

โลกทัศนแบบวรภัทร

วรภัทร วีรพัฒนคุปต • อดีตเลขาธิการสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร

การปฏิรูป การศึกษา ตองทําให มนุษย เปนมนุษย ผมเขียนบทความนี้ฆาเวลาระหวางรอนองสาวของผมที่ อยูสิงคโปร สงรายงานเรื่องประชาธิปไตยไทยมาใหผมชวยดู ให ความเห็น ผมเลยมีเวลานั่งตกผลึกความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ผมไดฟง ทาน นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลาวปาฐกถาเปดงานสมัชชา ขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ฟงแนวคิดของทานนายกฯ คนนี้แลวก็รูสึกวาเปนแนวคิดที่มี วิสัยทัศนกวางไกล และยังมองไปถึงปญหาในรายละเอียดภาคการ ปฏิ บั ติ ซึ่ ง เป น เหตุ ใ ห ก ารปฏิ รู ป การศึ ก ษารอบแรกยั ง ไม ป ระสบ ความสําเร็จเทาที่ควร แตกระนั้น ก็ยังมีสิ่งที่นาผิดหวังอยู เพราะแนวคิดที่พูดมา ทั้งหมดเทาที่ฟง ผมยังรูสึกวา ทายที่สุดแลว เรายังแคตองการผลิตคน รุนใหมออกมาเปนแรงงานที่จะตอบสนองการเดินตามกระแสโลกา ภิ วั ต น โ ลกเท า นั้ น ในฐานะที่ เ ราเป น ประเทศที่ ผู นํ า ทุ ก ยุ ค ทุ ก สมั ย พรอมใจปฏิญาณตนเขาสูการพาสังคมไทยไปสูการเปนโลกานุวัตร นั่ น คื อ เป น ประเทศเชลยผู เ ดิ น ตามกระแสโลกาภิ วั ฒ น ที่ มี ป ระเทศ มหาอํานาจทุนนิยมเปนผูนํา ผมไมไดอยากจะเห็นการศึกษาไทยทําใหคนทวนกระแสโลก ขนาดจะปดประเทศไปเลยอะไรขนาดนั้น ตรงกันขามถาใหผมเสนอ ไอเดี ย ผมยั ง สนั บ สนุ น การมุ ง พั ฒ นาการผลิ ต บุ ค ลากรด า น วิ ท ยาศาสตร ต ามที่ ท า นนายกฯ ได ก ล า วเสี ย ด ว ยซ้ํ า เพราะผมก็ ตองการเห็นประเทศไทยสามารถพัฒนาตัวเองใหยืนหยัดทามกลาง กระแสโลกาภิวัตนได ไมใชการวิ่งตามโลก เปนทาสของกระแสหลัก ของโลกอยางที่เปนอยู การที่เราพัฒนาวิทยาศาสตรเทคโนโลยีดวย ตนเองไดจึงนับวาเปนสิ่งจําเปน แตสิ่งที่สําคัญกวา ที่ผมรูสึกวาทานนายกฯ ยังไมไดให หลักประกันคือ การทําใหผูเรียนอยางมีความสุข จากสิ่งที่ตนเอง สนใจจริงๆ แมแตการพัฒนาบุคลากรทางดานวิทยาศาสตรเองก็สามารถ สรางได ถาหากวารัฐบาลไดจัดสภาพสังคมที่เอื้อตอความอยากเรียนรู ของเด็กและเยาวชนในเรื่องนั้นๆ ไดดี และใหผูเรียนไดเรียนรูไปกับ มันอยางมีความสุข ตามหลักการพัฒนาให “เกง ดี มีสุข” แตกั บสภาพการณที่ เปนอยูป จ จุบัน ผมรูสึก วา การศึก ษา

บานเรากําลังพัฒนาคนไปสูทิศทางของความ “เกง เห็นแกตัว และ เปนทุกข” มากกกวา เพราะสุดทายแลว สิ่งที่ทานนายกฯ ไดนําเสนอมาเกี่ยวกับ ปญหาที่เห็นวาควรเรงแกไข ก็ยังวนเวียนกลับไปเรื่องของการที่เด็ก สอบวัดความรูไดต่ํากวามาตรฐานที่ผูใหญเปนคนตั้ง ที่ตองเนนย้ําวาเปนมาตรฐานที่ผูใหญเปนคนตั้ง เพราะวา ณ ขณะปจจุบันเวลานี้ที่ผมกําลังเขียนบทความอยู มีเด็กไทยอีกนับแสน คนที่กําลังมีความทุกขกับการสอบ GAT – PAT จริ ง ๆ ผมว า วิ ธี คิ ด มั น ผิ ด ตั้ ง แต ก ารจั ด ระบบการเรี ย นใน หองเรียนแลว ทุกวันนี้ผมคิดวาที่เด็กตองเรียนวิชาอะไรตางๆ กัน สัปดาหละเกือบ 15 วิชาไมใชสหวิทยาการ แตกลับกลายเปนการการ เรียนรูในสิ่งที่เกินความจําเปน แลวสุดทายเด็ก ก็ตองกลับเขา สูร ะบบโลกของการแขงขัน เพี ย งเพื่ อ ให ไ ด เ รี ย นในสถาบั น การศึ ก ษาที่ มี ชื่ อ เสี ย ง เรี ย นใน สาขาวิชาที่มองเห็นชองทางการทําเงินไดมาก ภายใตบริบทแวดลอม อยางการถูกคาดหวังของครอบครัว คานิยมของสังคม ซึ่งสิ่งเหลานี้ก็ สงผลตอระดับความเหลื่อมล้ําทางดานโอกาสที่จะไดรับการสงเสริม สนับสนุนทางการศึกษา (อยางนอยๆ คนเรียนเปนวิศวกรสังคมอยาง ผม ก็รูสึกวาถูกทอดทิ้งจากสังคมเหมือนกัน) พูดสรุปอยางงายๆ คือ ทุกวันนี้เด็กไทยเราไมไดอยูใน สภาพสังคมที่เอื้อตอการเรียนรู แตอยูในสภาพของการถูกยัด เยียดใหตองเรียนรู นาแปลกใจตรงที่วา หลายปที่ผานมา ไดมีนักวิชาการดาน การศึกษาคนสําคัญๆ ในบานเรา ออกมาพูดถึงระบบการศึกษาแนว ใหมหลายๆ แนว ที่เนนการใหผูเรียนไดฝกการมีจินตนาการ มีความ ฉลาดทางอารมณ มากกวาการเรียนแบบยัดเยียด แขงขัน ที่ทําใหเด็ก มีแ ตค วามรู แตขาดความคิดสรางสรรค ขาดความสามารถในการ ดํารงชีวิตอยางมีความสุข ไมวาจะเปน ดร.วิจิตร ศรีสอาน, ดร.รุง แกวแดง ฯลฯ แต ใ นวั น ที่ ค นเหล า นี้ มี อํ า นาจตั้ ง แต ก ารเป น ข า ราชการ ระดับสูง จนถึงวันที่เปนผูบริหารกระทรวงศึกษาธิการ กลับไมมีคน ไหนทําในสิ่งที่ตัวเองเคยเสนอสมัยเปนนักวิชาการกันสักคน สิ่งที่รายที่สุดเลยคือ ตั้งแตเรื่องวาดวยระบบการศึกษา ไป


Volume 18 | May 2010

DemoCrazy .23.

“ถาตอไปประเทศไทย จะมีแตหุนยนตที่กิน ขาวแทนน้ํามัน มีชีวิต แตขาดความเปน มนุษย มีความรู แตไม มีความคิดสรางสรรค ทํางานเปน แตดูแล สังคมไมได” จนถึงระบบการสอบเขามหาวิทยาลัย จนมาถึงการปฏิรูปการศึกษา ครั้งนี้ รัฐบาลพูดถึงแตการระดมผูทรงคุณวุฒิมาชวยกันคิด ชวยกัน ขับเคลื่อน แล ว เด็ ก เยาวชนในฐานะผู รั บ ผลกระทบจากระบบ การศึกษาละ.... สิ่งที่เราควรตองยอมรับความจริงก็คือ ปญหาความลมเหลว ของประเทศเรา ตั้ งแตการพัฒ นาในเชิงเศรษฐกิจ สัง คม ไปจนถึง การเมืองที่ทุกวันนี้รัฐบาลปจจุบันเองก็กําลังถูกปญหามะเร็งการเมือง ระยะสุดทายเลนงานอยูทุกวี่ทุกวัน มันก็มีรากฐานมาจากปญหาระบบการศึกษา ที่ไมเปดชองให คนไดพัฒนาตนเองตามอัตลักษณ ศักยภาพของแตละคน แตถูกยัด เยียดใหเขาสูระบบการผลิตใหเปนประเภทเดียวกัน มีแคเพียงวาใคร ที่ แ ข็ ง แรงพอและเชื่ อ งพอก็ ส ามารถอยู ร อดได แต สํ า หรั บ คนที่ ไ ม แข็งแรงพอตอการเปนทาสทางความคิดได ก็จะตองขาดใจตายไปจาก ระบบกลางสนามสอบแขงขัน หรือหันเขาหาพฤติกรรมเบี่ยงเบนทาง สั ง คม ที่ สํ า คั ญ คื อ แค เ พี ย งการมี ส ว นร ว มของเด็ ก และเยาวชนใน นโยบายที่มีผลกระทบตอตนเองอยางเรื่องการศึกษา ที่ผานมาก็ไม เคยมี อ ย า งจริ ง จั ง เวที ที่ รั บ ฟ ง เสี ย งของเด็ ก เยาวชน แล ว นํ า ไป ขั บ เคลื่ อ นจริ ง รวมถึ ง การมี สั ด ส ว นเด็ ก เยาวชนในคณะกรรมการ นโยบายต า งๆ ก็ มี น อ ยมาก (และอยู ใ นวงจํ า กั ด ) มั น ก็ น า จะเป น คํา ตอบของคํ า ถามได วา ทํา ไมทรั พ ยากรมนุ ษย ใ นสั ง คมไทยถึ ง มี ปญหาเรื่องวุฒิภาวะประชาธิปไตย อันเปนเหตุแหงความแตกแยก วุนวายในบานเมืองเราในปจจุบัน ดั ง นั้ น ถ า การปฏิ รู ป การศึ ก ษายั ง ไม หั น มาทบทวน ให ความสําคัญกับการสรางบรรยากาศการเรียนรูเพื่อการคนพบตัวตน ของผูเรียน และพัฒนาศักยภาพในสิ่งที่เปนตัวเองไดอยางเต็มที่ แต มุงการผลิตใหเปนประเภทเดียวกัน และคัดทิ้งคนที่ไมสามารถทําตาม ไดใหตองหายไปจากการมีตัวตนในสังคมดังที่เปนอยู ผมวานาเปน หวงแลวนะ ถาตอไปประเทศไทยจะมีแตหุนยนตที่กินขาวแทนน้ํามัน มีชีวิต แตขาดความเปนมนุษย มีความรู แตไมมีความคิดสรางสรรค ทํางานเปน แตดูแลสังคมไมได ผมขอเสนอวา องคกรที่เปนเหมือน สสส. ในดานการศึกษา ที่ทานรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการไดพูดถึง ควรตองมีหนาที่ นอกเหนือจากการสนับสนุนองคกรภาคประชาสังคมในการจัดการ

เรี ย นรู แ ล ว ควรสนั บ สนุ น กิ จ กรรมนอกหลั ก สู ต รสํ า หรั บ เด็ ก และ เยาวชนดวย เพราะการทํากิจกรรมนอกหลักสูตร เปนเสมือนชองทาง ที่จ ะทํา ใหเ ด็ ก ได พั ฒ นาตนเองตามความสนใจ อีก ทั้ ง เป น การฝ ก ทัก ษะชี วิตที่ดี รวมถึงฝก การมี จิต อาสาที่จ ะทํา อะไรเพื่อผูอื่ น เพื่ อ สังคม หรือกลุมที่นอกเหนือไปจากครอบครัว และโรงเรียน และเพื่ อ การบู ร ณาการไปในทิ ศ ทางเดี ย วกั น ผมคิ ด ว า รั ฐ บาลควรสนั บ สนุ น ให เ กิ ด โรงเรี ย นนํ า ร อ งแนวการสอนแบบวอ ลดอรฟ หรือแนวแบบที่ ดร.มีชัย วีรไวทยะ กําลังทําอยูที่โรงเรียนลํา ปลายมาศพัฒนา ที่บุรีรัมย ซึ่งเนนการศึกษาเพื่อพัฒนาความเปน มนุษยที่สมบูรณ ทั้งรางกาย ความคิด อารมณ จิตวิญญาณ ซึ่งหาก เรานํารองระบบการศึกษาแนวนี้ พรอมกับการพัฒนาการเรียนรูนอก หลักสูตรผานกิจกรรมขององคกรภาคประชาสังคม กลุมกิจกรรมเด็ก และเยาวชน รวมถึงการจัดสภาพบรรยากาศในสังคม ทั้งสื่อโทรทัศน วิท ยุ อิน เตอร เ น็ ต รวมถึง การพัฒ นาขยายสถานที่ หอ งสมุด มี ชี วิ ต หรือสถานที่สําหรับการเรียนรูตลอดชีวิตดวยแนวคิดสมัยใหมตามแนว ที่สํานักบริหารองคความรู (องคการมหาชน) ซึ่งไดริเริ่มทํามาตั้งแต สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ใหมีทั่วประเทศ แลวสงเสริมใหเด็กยากจน ดอ ยโอกาส เข า ถึง สถานที่ เ หล า นี้ไ ด ม ากขึ้น ผมเชื่อ วา เราจะสรา ง สังคมแหงการเรียนรู (Knowledge Base Society) ที่จะทําใหเราได ประชากรที่มีมากกวาความรู แตเปนประชากรที่มีความสุขสมบูรณใน ความเปนมนุษย และมีจิตอาสา มีสํานึกรับผิดชอบที่จะรวมกันดูแล สังคมไดอีกดวย ในข อ สุ ด ท า ย ผมตั้ ง ใจหยิ บ ยกผลงานที่ เ ป น ความดี ข อง นักโทษชายทัก ษิณขึ้น มา (เทา ที่พอจะนึกไดอยา งสุดๆ แลว) เพื่อ สนองนโยบายของทา นนายกฯ อภิสิทธิ์ ที่ไ ดก ลา วย้ํา วา “ในเรื่อง การศึกษา ตองไมแบงขางรัฐบาล หรือฝายคาน ไมแบงสี ไมแบง ขาง” อยางนอยแมผิดหวังในหลายๆ ประเด็น แตผมก็ดีใจที่สุดที่ ทานนายกฯ ไดย้ําชัดขอนี้ เพราะทุกวันนี้เด็กและเยาวชนไทยโชคราย มากพอแลว กับการเปนเหยื่อของวิธีคิดที่ใจแคบของผูใหญและความ ลมเหลวของระบบราชการที่สงผลกระทบตอการขับเคลื่อนนโยบาย การศึกษา อยาใหพวกเราตองโชครายกับการเปนเหยื่อของความ ขัดแยงทางการเมืองอีกเลย...


.24. DemoCrazy

SSS

Volume 18 | May 2010

SONG SOCIAL SPIRIT

โดย ก-ฤ-ช

“ความฝนอันสูงสุด” ของไทยทั้งผอง

ผมเขียนบทความนี้ในชวงเวลาที่ประเทศไทยอันเปนที่รัก ยิ่งของผมและชาวไทยทั้งหลายกําลังเผชิญวิกฤติรอบดาน วิกฤติที่ ไมใชเรื่องบังเอิญ หากแตเปนสิ่งที่คนบางกลุมจงใจใหแผนดินนี้ลุก เปนไฟเพื่อหวังกอบโกยผลประโยชนที่เปนของคนไทยทั้งผองมา เปนของพวกเขาเสียเอง ทุกครั้งที่ผมรูสึกถึงความออนแอของคนใน ชาติ ซึ่งอาจหมายรวมถึงผมดวยนั้น ผมจะนึกถึงบทเพลงพระราช นิพนธ “ความฝนอันสูงสุด” อยูเสมอ และครั้งนี้ก็เชนกัน “ความฝนอันสูงสุด” เปนบทเพลงพระราชนิพนธใน พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ลําดับที่ 43 ซึ่งทรงพระราชนิพนธใน ป พ.ศ. 2514 โดยสมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระ ราชเสาวนี ยใ ห ท า นผู ห ญิง มณี รัตน บุน นาค ประพั น ธ บทกลอน แสดงความนิยมสงเสริมคนดีใหปฏิบัติหนาที่เพื่อประเทศชาติเพื่อ ตอบแทนคุ ณ แผ น ดิ น เกิ ด และพระราชทานแก ขา ราชการทหาร ตํารวจ และพลเรือน เพื่อเตือนสติมิใหทอถอยในการทําความดี โดย ถอดความมาจากเพลง “The Impossible Dream” ซึ่งเปนเพลง ละครบรอดเวยเรื่อง “Man of La Mancha” ตอมา สมเด็จพระนาง เจ า ฯ พระบรมราชิ นี น าถ ได ก ราบบั ง คมทู ล พระกรุ ณ าขอให พระบาทสมเด็ จ พระเจ า อยู หั ว ทรงพระราชนิ พ นธ ทํ า นองในคํ า กลอนดังกลาว บทเพลงพระราชนิ พ นธ นี้ เ ตื อ นสติ ใ ห เ ราคนไทยทุ ก คน อยาไดละความพยายามที่ทําความดี แมจะเปนความดีที่ไมมีผูใด มองเห็นหรือรับรูก็ตาม จง “ปดทองหลังองคพระปฏิมา” หลายคน อาจทอแทในการทําความดี เพราะทําดีแลวมักไมไดดี ผมจึงขออาง คําสอนของทานพุทธทาสที่วา “ทําดี ดี ทําชั่ว ชั่ว” ซึ่งหมายความวา การทําดีนั้นยอมดีเสมอ และเมื่อทําดีแลวไมควรคาดหวังสิ่งตอบ แทน และการทําชั่วนั้นเปนสิ่งที่ชั่วราย สวนคนที่ทําชั่วหรือทําผิด ตองยอมรับในความผิดนั้นเสียกอนจึงจะสมควรไดรับการใหอภัย จากผูอื่น เหนือไปกวานั้นเขาจะตองมุงแกไขสิ่งที่ผิดใหถูกตองดวย ผมมักบอกกับตัวเองเสมอวา เราไมสามารถเลือกยืน ตรงกลางระหวางความดีและความชั่ว หรือระหวางถูกและผิด ได เหตุ ที่ ป ระเทศชาติ ต อ งเผชิ ญ กั บ วิ ก ฤติ เ ช น นี้ ก็ เ พราะ สังคมไทยเปนสังคมที่ประนีประนอม ซึ่งไมใชเรื่องผิด หากแต การประนีประนอมนั้นตองกระทําเปนกรณี ๆ ไป เราจึงไมควร อยางยิ่งที่จะประนีประนอมกับความชั่วหรือความผิด เราจะ ยอมใหคําวา “สังคมสีเทา” เปนนิยามของสังคมไทยไมไดอีก ต อ ไป เพราะผลของมั น ได กํ า เนิ ด ขึ้ น และพั ฒ นากลายเป น วิกฤติในปจจุบันที่เราคนไทยเจ็บปวดที่สุด เหลาขาราชการทั้งหลายควรตองตระหนักและสําเหนียก เสมอวา เมื่อทานไดขึ้นชื่อวาเปน “ขาราชการ” แลว ทานตองปฏิบัติ หนาที่ใหสมกับสิ่งที่ทานไดปฏิญาณไว เมื่อขาราชการบางสวนไม ปฏิบัติห น า ที่ ดว ยความกลา หาญ ซื่อสัตย สุจ ริต และมี คุ ณธรรม ยึ ด ถื อ ความดี เ ป น ที่ ตั้ ง และเห็ น แก ผ ลประโยชน ข องชาติ เ หนื อ ผลประโยชนสวนตน ทานก็ไมสมควรไดรับการยกยอง สรรเสริญ

ความฝนอันสูงสุด

เพลงพระราชนิพนธในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ขอฝนใฝในฝนอันเหลือเชื่อ ขอสูศึกทุกเมื่อไมหวั่นไหว ขอทนทุกขรุกโรมโหมกายใจ ขอฝาฟนผองภัยดวยใจทะนง จะแนวแนแกไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเปนผุยผง จะยอมตายหมายใหเกียรติดํารง จะปดทองหลังองคพระปฏิมา ไมทอถอยคอยสรางสิ่งที่ควร ไมเรรวนพะวาพะวังคิดกังขา ไมเคืองแคนนอยใจในโชคชะตา ไมเสียดายชีวาถาสิ้นไป นี่คือปณิธานที่หาญมุง หมายผดุงยุติธรรมอันสดใส ถึงทนทุกขทรมานนานเทาใด ยังมั่นใจรักชาติองอาจครัน โลกมนุษยยอมจะดีกวานี้แน เพราะมีผูไมยอมแพแมถูกหยัน คงยืนหยัดสูไปใฝประจัญ ยอมอาสัญก็เพราะปองเทิดผองไทย

จากคนไทยทั้งชาติ โดยเฉพาะในสถานการณที่สถาบันหลักของ ประเทศกําลังถูกทาทายอยางหนักจากคนบางกลุม คํารองที่วา “จะ รักชาติจนชีวิตเปนผุยผง” และ “ยอมอาสัญก็เพราะปองเทิดผอง ไทย” สะทอนภาพความรักและหวงแหนประเทศชาติ และการ ปกปองสถาบันหลักรวมถึงอธิปไตยของประเทศดวยชีวิต ผมเชื่อ เชนเดียวกับคนไทยสวนใหญวา สถาบันพระมหากษัตริยถือเปน ศู น ย ร วมจิ ต ใจคนไทยทั้ ง ผอง หรื อ อาจกล า วได ว า สถาบั น พระมหากษัตริยทําใหความเปน “ชาติ” นั้นชัดเจนและแข็งแรงขึ้น นั้นก็เพราะพระมหากรุณาธิคุณที่แผมาถึงคนไทยทุกคนอยางเทา เทียมกัน หลายคนมั ก พู ด ว า อยากให ค นไทยรั ก กั น แต เ ราต อ ง ยอมรับวาทามกลางความขัดแยงและความรูสึกเกลียดชังที่รุนแรง ในแผนดินไทยนี้ยากที่จะกอใหเกิดความรักขึ้นได แตก็ไมใชวาจะ เปนไปไมได แตผมเองก็ยังจินตนาการไมออกวามันจะเกิดขึ้นดวย เหตุปจจัยใด ผมคิดวาในเวลานี้เราคนไทยอาจยังไมจําเปนตองรัก กันก็ได แตเราตองอยูรวมกันใหได ถึงเวลาแลวครับที่เราคนไทยจะรวมกันตั้งปณิธานวาเรา จะตอบแทนคุณแผนดินอันเปนที่เกิด ที่ทํากิน และที่อยูอาศัย โดย รว มกายรว มใจทํ า ความดี ปกป อ งชาติบ า นเมื อ งและสถาบั น อั น สูงสุดดวยชีวิต เพื่อให “ประเทศไทย” ดํารงอยูสืบไป หากเรา เพิกเฉยตอการกระทําอันชั่วรายของคนบางกลุม เราอาจสิ้นชาติก็ เปนได

“ถึงทนทุกขทรมานนานเทาใด ยังมั่นใจรักชาติ องอาจครัน”


DemoCrazy .25.

Volume 18 | May 2010

ถลกหนัง

โดย แบงค งามอรุณโชติ

มุมมองตอบุคคล สองบุคลิก คนปวยจริงหรือ? ผมเปนคนหนึ่งที่เขาใจมาตลอดวา พฤติกรรมการมี สองบุคลิกคือ “ความปวยไข” ที่ตองการการรักษา เพราะ คน สองบุคลิกนาที่จะเปนสภาพจิตซึ่งไมมั่นคง และ ออนไหว ผม ไมเชี่ยวชาญดานจิตวิทยามากพอจะสรุปถึงสาเหตุของการเกิด บุคลิกภาพที่มากกวา 1 ในคนๆ เดียวได อยางรัดกุมเพียงพอ แตเทาที่เรียกรูจากหนังเรื่องหนึ่งชื่อ “ขอโทษ แฟนผมโหด แต นาหอม” (หนังตลกเกาหลี ครับ) ผมคิดวา บุคลิกภาพซอน นาจะเกิดมาจากการที่สภาพจิตใจไมพรอมยอมรับความจริง บางอยา ง ที่กระเทื อนตอความรูสึกอย าล้ําลึก จึงไดสรางอีก บุคลิกหนึ่ง (หรือมากกวานั้น) ขึ้นมาเพื่อจัดการกับปญหา และอยา งที่ยืนยันไปในตอนตน ผมไดรั บรูเรื่องราวของ ของบุคลิกภาพซอนนี้จากการดูหนังเกาหลีเรื่องหนึ่ง ตอนแรกผม ตั้ ง ใจดู เ พื่ อ ผ อ นคลายเครี ย ดจากสถานการณ ก ารบ า น (เรื่ อ ง วิ ท ยานิ พ นธ ข องผมเอง) และ เรื่ อ งการเมื อ ง (ความรุ น แรงทาง การเมืองของไทยในป 2553) ทวา ปรากฏดูๆ ไปกลับยิ่งรูสึกวา หนังเรื่องนี้มีอะไรอะไร มากกวาที่คิดครับ คือ คนเขียนบทหนังจงใจที่จะตั้งคําถามอยางจัง ถึ ง การดํ า รงอยู ข องบุ ค ลิ ก ภาพซ อ นในคนๆหนึ่ ง ว า “ตกลง บุคลิกภาพซอนนั้นมีตําแหนงแหงที่อยางไรในสังคม?” สําหรับคําอธิบายทางการแพทยมาตรฐานแลว บุคลิกภาพ ซอนนั้นอาจเหมือน “สวนเกิน” ที่ตองตัดออกไปใหสภาพจิตกลับสู เสถียรภาพ และ ยอมรับตอสภาพปญหาไดโดยบุคลิกภาพเดี่ยว ทวา นั่นคือคําอธิบายเดียว และ เปนคําอธิบายที่ถูกตองสมบูรณ จริงหรือ? หากวิเคราะหโดยอิงหลักการของแนวคิดแบบ “หลัง สมัยใหม” (Postmodern) ก็จะพบวา จริงๆแลว ยังมีเหตุผลอีกดาน หนึ่งใหเราคนพบไดเสมอ เหตุผลทางการแพทยมาตรฐานดังที่ได กลาวมาแลวจึงไมใชทั้งหมด เพียงทวาเปน อภิมหาอรรถกถาธิบาย (Meta-narrative) (ในภาษาของอ.ไชยยันต ไชยพร) หรือก็คือ เปน การใหความหมายหลัก ที่มีอิทธิพลเหนือพฤติกรรมหนักในสังคม เทานั้นเอง ตัวหนังไดสะทอน “อีกเหตุผล” หนึ่ง ออกมาไดอยาง จะแจ ง ดวยการชี้ วา แมน างเอกของเรื่องซึ่ งมีบุค ลิ ก ภาพซอนจะ เปนคนปวยในสายตาคนรอบขางของเธอ ทวา สําหรับพระเอกซึ่ง มาเจอเธอที ห ลั ง (โดยไม รู ว า เธอป ว ย ในนิ ย ามของคนทั่ ว ไป) พระเอกกลับหลงรักเธอ(กลาวอยางเครงครัดคงตองบอกวา หลังรัก บุคลิกภาพซอนของเธอโดยคิดวาเปนเธอ, หรือบุคลิกภาพซอนควร จัดเปนอีกเธอหนึ่ง?) เมื่อเปนเชนนี้ พระเอกตองเผชิญกับเงื่อนปม ในใจที่หนักหนวงอยางมากคือ จะยอมใหนางเอกเขารับการบําบัด

(และบุคลิกภาพซอนซึ่งพระเอกหลงรักจะหายไป) หรือจะ ไมยอม ให น างเอกไปรั ก ษา ซึ่ ง นางเอกจะเป น คนป ว ยในความหมาย มาตรฐานตอไป ประเด็นนี้ถือวา ลึกซึ้งอยางมาก เพราะสําหรับคนอื่นแลว บุคลิกภาพซอนของนางเอกคือสวนเกิน และ นางเอกคือคนปวย ทวา สําหรับพระเอกบุคลิกภาพซอนคือคนรัก และ นางเอกก็แ ค ผูหญิงที่อารมณผันผวนคนหนึ่ง การจะบําบัดเพื่อใหบุคลิกภาพที่ พระเอกรักหายไป ในกรณีนี้เทากับวา การบําบัด นั่นคือการ “ฆา” คนรักของพระเอกดีๆ นี่เองมิใชหรือ ผมน้ําตาไหลเมื่อเห็นพระเอก ของเรืองรองไหดูนางเอกเขารับการบําบัด กระทั่งหายเปนปรกติ ภาพนี้ยอนแยงตอ “ความรูสึกมาตรฐาน” ที่สังคมพยายามสราง นิยามดั้งเดิม ไวอยางยิ่ง เพราะปกติคนปวยหายปวย = ดีใ จ ยิ้ม happy ending ทวาสําหรับเรื่องนี้การที่นางเอกหายปวยคือความ ทุกแสนสาหัสของพระเอก (และของคนดูชางออนไหวอยางผม)ซะนี่ สุดทาย หนังตลก (ที่ทําใหผมเสียน้ําตา) เรื่องนี้พยายาม ประนีประนอมกับคนดู (ที่คาดวาจะไดดูหนยังตลกไมใชหนังเศรา) ดว ยการ ให น างเอกกลับมาฟน ความสัม พัน ธ กับ พระเอกอีก ครั้ ง หลังจากหาย (แบบงงๆ คือ จําไมไดไมเปนไร เรามาเริ่มเรียนรูกัน ไหมนะ 555) ซึ่ ง ถ า เป น ผม คงไม ล ดละการตั้ ง คํ า ถามแรงๆให ท า ยสุ ด แล ว มั น มี มี ที่ ล งจอดให กั บ ความรู สึ ก คั บ ข อ งใจ และ ให ความรูสึกที่จะตองทวงถามสังคมกับการใหคํานิยายมาตรฐานกับ บางอยาง (แมกระทั้งสิ่งที่เปนศาสตรสุดๆอยางเรื่องการแพทยนี้) บางที ยัง ละเลยความเป น คน หรื อ ความเขา ใจที่เ คารพในความ แตกตาง (คนที่มีบุคลิกภาพไมสอดคลองกับคนทั่วไปอาจไมปวย แคแปลกหนะเขาใจไหมวาแคแปลก?) แลวคุณยังจะเชื่ออีกหรือวา มันมีความหมายที่แข็งทื่อ ตายตัวใหแกทุกๆ อยางอยูจริง ?


.26. DemoCrazy

Volume 18 | May 2010

“ความรุนแรงไมใชคําตอบในการ แกไขปญหา ความรุนแรงมีแตมนั ได สรางบาดแผลและความราวรานใหกับ ผูที่ไดรับผลกระทบ”

สัมภาษณพิเศษ “รุงมณี เมฆโสภณ” ประชาธิปไตยเปอ นเลือด จากวันนั้น... ถึงวันนี้ กิตตินันท นาคทอง / ยุรชัฎ ชาติสุทธิชัย เหตุการณนองเลือดอีกหนาหนึ่งในประวัติศาสตรการ เมื อ งไทยซึ่ ง เป น ที่ รู จั ก กั น ดี คื อ เหตุ ก ารณ พ ฤษภาทมิ ฬ เมื่ อ ป 2535 ซึ่ ง ป จ จุ บัน นี้นั บเปน ปที่ 18 แห ง การครบรอบเหตุก ารณ หากแต ค วามน า สนใจหนั ง สื อ ที่ ชื่ อ ว า “เบื้ อ งลึ ก เบื้ อ งหลั ง พฤษภา 35 ประชาธิปไตยเปอนเลือด” โดยนักเขียนที่ชื่อ รุงมณี เมฆโสภณ อดีตเจาหนาที่บีบีซีไทยและกอง บก.นสพ.ผูจัดการ ในประโยคที่ ว า “เหมื อ นมาไกล แต ไ ปไม ถึ ง ไหน” สะท อ นให เ ห็ น ถึ ง พั ฒ นาการของการเมื อ งไทย ที่ ยั ง หนี ไ ม พ น วงจรอุบาทว รวมทั้งเหตุนองเลือดที่เกิดขึ้นราวกับประวัติศาสตร ถูก ซ้ํา รอยเดิ ม วั น นี้ เ ราจะมาพูด คุย กับผู เ ขียน “ประชาธิ ปไตย เป อ นเลื อ ด” กั บ ทั ศ นคติ ว า ด ว ยเหตุ ก ารณ น องเลื อ ด และ พัฒนาการที่ไปไมถึงไหนของการเมืองไทยวามันเพราะอะไร ในโอกาสนี้ เ รายั ง ได พู ด คุ ย กั บ ทายาทของราชบั ณ ฑิ ต และนักรัฐศาสตรคนสําคัญคนหนึ่งของไทย “พชร สมุทวณิช” ซึ่ง ไดรวมวงสนทนาในโอกาสนี้ แมวาสิ่งที่เกิดขึ้นเราคงไมมีคําตอบ ใหกับสังคม ที่เปนสูตรสําเร็จตายตัว แตอยางนอยเรายังมีความ เชื่อเสมอวาบานเมืองในยามนี้มีทางออกเสมอ ถาโอกาสถูกเปด ออกมาราวกับแสงสวางที่ปลายอุโมงค ... เมื่อไหรก็เมื่อนั้น DemoCrazy : ในฐานะคนที่ไมไดผานเหตุการณพฤษภา ท มิ ฬ อ ธิ บ า ย ค ร า ว ๆ ว า มั น เ กิ ด อ ะ ไ ร ขึ้ น แ ล ะ ห นั ง สื อ ประชาธิปไตยเปอนเลือดเลมนี้จะบอกอะไรกับผูอาน? รุงมณี : พฤษภาฯ เนี่ย หัวใจของการตอสูสมัยนั้นเนี่ยอยู ตรงที่วา เขาตองการนายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง นั่นคือประเด็น หลัก เปาหมายใหญ แตเสร็จแลวเขาไดนายกรัฐมนตรีที่ไมไดมาจาก การเลือกตั้งอีก แตทุกคนแฮปป พชร : ชวงหลังจากคุณอานันท (ปนยารชุน : นายกรัฐมนตรี

ในขณะนั้น) ซึ่งจริงๆ แลวเนี่ย มันนาจะเปน พูดใหจบคือไมตองการ นายกรัฐมนตรีที่มาจากเผด็จการทหาร รุงมณี : คืออยางนี้ โดยหลักเนี่ยก็คือ ประเด็นของการสืบ ทอดอํานาจ (กลัวในการสืบทอดอํานาจของทหาร) ถูกตอง เพราะวา การปฏิวัติเนี่ย แตประเด็นก็คือมันเบี่ยงเบน แตมันมีความซับซอนอยู ในสถานการณ ซึ่ ง ถ า อ า นเล ม นี้ แ ล ว เนี่ ย จะเข า ใจอย า งมาก ประชาธิปไตยเปอนเลือดเนี่ยจะใหเหตุผลวาทําไม ที่สําคัญที่สุดก็คือ เวลาเราเห็นปรากฏการณเนี่ยวามันเกิดอยางนี้ขึ้น มันเปนอยางนี้ แต มันไมใชแคนั้น ทําไม พล.อ.สุจินดา (คราประยูร : หัวหนาคณะ รสช.) ซึ่งประกาศตั้งแตแรกบอกวาจะไมรับ แตในหนังสือเนี่ยจะบอก มันจะ คอยๆ คลี่คลายวาทําไมถึงตองรับ เหตุผลเนี่ยคือตอนที่เคายึดอํานาจเนี่ยเขาประกาศชัดเจน ตั้งแตตนวาจะคืนอํานาจ แลวก็ไมเปนนายกฯ เอง ไปตะเกียกตะกาย หาคนที่เขาคิดวาเหมาะสมมา เสร็จแลวสถานการณมันพัฒนาไปเนี่ย จนกระทั่งถึงพูดงายๆ วามันมีพัฒนาการของสถานการณ มันไมใชแค วา หนึ่งบวกหนึ่งเปนสอง วาโอเค ปฏิวัติมาแลวก็เปนแบบสมัยกอน ซึ่งในนี้เนี่ยเคาจะพูดชัด อันหนึ่งก็คือวาที่ไมเลาใหฟงทั้งหมดเนี่ย เพราะวา หนังสือมันจะคอยๆ คลี่คลาย (มันจะอานแลวชัดเจนกวา) ใช มันจะละเอียด แลวจะทําใหเราเขาใจสถานการณขึ้น แลวก็อันหนึ่ง ที่วิธีเขียนในนี้เนี่ย แตละชิ้นเนี่ยซึ่งปกติจะไมคอยมีใครทํา ก็คือวา มัน จะมีลอมกรอบ มีเรื่องประกอบ ซึ่งถาเปนคนทําหนังสือพิมพบอกมัน เปนลอมกรอบ เพื่อที่จะขยายใหเขาใจมากขึ้น เวลามีตัวละครเดนขึ้นมา เวลาเขาพูดพาดพิงถึงอันนี้ แทนที่ จะไปทํ า แบบนั ก วิ ช าการ แต นี่ วิ ธี ก ารทํ า ในลั ก ษณะที่ เ ขาเรี ย กว า วิธีการทางวารสารศาสตรหรือหนังสือพิมพ คือแทนที่จะไปมีเชิงอรรถ ดัชนียาวเหยียด หรือตองไปพลิกหนาแลวก็ไปเปดโนน เราทําใหอาน ใหงายขึ้นวา โอเค ตอนนี้พูดถึงคนนี้ คนนี้คือใคร พูดถึงสถานการณ อยางสมมติพูดถึงกรณีการตั้งที่ปรึกษา บานพิษณุโลก ที่พลเอกชาติ ชายมีขอดีขอเสียอยางไร


Volume 18 | May 2010

พชร : ขอดีของหนังสือเลมนี้ก็คือ วิธีการเขียนของพี่รุงเนี่ย เปนรูปแบบของการเขียนใน นสพ.ผูจัดการ ในยุคแรกๆ ซึ่งตอนนั้นได ชื่อวาเปนการอธิบายความที่งาย แลวก็มีขอมูลความรูในการดีไซนใน แตละเรื่อง มีองคประกอบ มีหลายๆ อยางใหเขาใจงาย เพราะฉะนั้น เลมนี้เนี่ยนาจะเปนหนังสือที่ดีมาก รุงมณี : แลวในนี้คือสวนหนึ่ง ตองเขาใจกอนวาเปาหมาย แมวาหลายคนจะมาสนใจวามันเปนเรื่องเกี่ยวกับพฤษภาฯ แตโดย เปาหมายของเรื่องนี้ ไมใชอยูที่เหตุการณพฤษภาฯ แตเปนชวงระยะ เปลี่ยนผานจากรัฐบาลพลเอกเปรม (ติณสูลานนท) รัฐบาลพลเอกชาติ ชาย (ชุนหะวัน) ชวงระยะเวลานั้นเกิดอะไรขึ้น ในชวง 2531 จนถึง กุมภาพันธ 2534 ทําไมจึงนําไปสูการรัฐประหารคราวนั้น ตัวละครที่ เกี่ยวเนื่อง จริงๆ แลว ดร.ชัยอนันต (สมุทวนิช) บอกวา จริงๆ แลว สถานการณมันสามารถยอนไปถึง 2524 ได แตถาขนาดนั้นมันก็คง (ทํามือใหเห็นความหนาของหนังสือ) เพราะขนาดนี้คนเขียนเขาตกใจ เอง วาทําไมมันหนาไดขนาดนี้ แตขอประทานโทษนะคะ ถูกนะคะ ประมาณแบบสองหนาบาท (หัวเราะ) สิ่ ง หนึ่ ง ก็ คื อ ว า ในฐานะนั ก เรี ย นน อ ยในการศึ ก ษา ประวัติศาสตรการเมืองไทย เลมนี้จะสามารถบอกเลาที่ไปที่มากอนที่ จะเกิดปรากฏการณ หรืออาการของโรค ที่เกิดเปนเหตุการณพฤษภา ทมิฬขึ้นมา มันตองมีที่ไปที่มา มันมีความขัดแยงตรงไหน มันมีการ ตอสูกันอยางไร แลวทําไมถึงเปนอยางนั้น ในขณะเดียวกันมันจะมี กระบวนการตั ด สิ น ใจ ว า ทํ า ไมถึ ง ทํ า อย า งนี้ ตรงนี้ มั น เป น เกร็ ด ประวัติศาสตรที่ไมคอยมีใครพูดถึง DemoCrazy: คําวา "เหมือนมาไกล แตไปไมถึงไหน" ใน ความหมายของผูเขียนคืออะไร? รุงมณี : หลายคนอาจจะใชคําวา "วงจรอุบาทว" ก็คือมันวน แลววนอีก แตวามันจะมีลักษณะอยางหนึ่งก็คือวา เราคิดวาทุกครั้งที่ เกิดการเปลี่ยนแปลง มันควรจะมีพัฒนาการที่กาวหนาขึ้น แตโดย ขอเท็จจริงเวลามันผานไป เกือบ 20 ป เราจะเห็นไดวาเราก็ยังไมไป ไหนกันเลยเพราะฉะนั้น คําๆ นี้มันจะอยูในคําของผูเขียน จากใจของ ผูเขียนที่บอก ก็เดินมาไกลแตยังไปไมถึงไหน หรือบางทีเราเองซึ่ง เปรียบเสมือนวาเหมือนเกาอี้โยก นั่งเกาอี้โยก โยกไปโยกมามือกําลัง เคลื่อนไหว หลายคนคิดวามันกําลังเคลื่อนไหว แตมันนิ่งอยูกับที่ DemoCrazy: นับตั้งแตป 2535 จนถึงวันนี้ คือเหมือนกับ วาจะเปลี่ยน แตก็ยังไมเปลี่ยนเทาไหร ในเรื่องของประชาธิปไตย รุ ง มณี : คื อ มั น ควรจะมี พั ฒ นาการที่ ดี ก ว า นี้ ไม ใ ช ว า ยอนกลับไปกลับมา เชน หลายคนกลาววาการรัฐประหารในป 2534 นาจะเปนการรัฐประหารครั้งสุดทาย แมแตพลเอกสุจินดาก็พูดเชนนั้น เหมือนกันวา เขาไมคิดวาจะมีการรัฐประหารอีกแลว เพราะรัฐประหาร แลวทหารรูเองจากบทเรียนในประวัติศาสตรวา ถาทหารยึดอํานาจ แล ว ก็ ค รอบครองอํ า นาจเอง ผลที่ ไ ด รั บ ก็ เ หมื อ นกั บ สมั ย จอมพล ประภาส (จารุเสถียร) จอมพลถนอม (กิตติขจร) ก็คือ อยูนานไปก็จะ เต็มไปดวยความเกลียดชัง แลวหลังจากนั้นก็ถูกประชาชนไมพอใจ แลวโคนลมในที่สุด เพราะฉะนั้นเขารูบทเรียนนั้น เขาถึงไมอยากจะให ประวัติศาสตรมัน ซ้ํา รอย เพราะฉะนั้นกรณีพฤษภามัน ก็นา จะเปน บทเรียนที่เพียงพอ แตในที่สุดมันก็เกิดกรณีของ 19 กันยายน 2549 ขึ้นมาอีก แลวก็เห็นไหมวาทหารเองก็ทําอะไรไมได ก็เหมือนเดิม แลว ก็ตองหาตัวชวย ตัวชวยทําไมไดดังใจ เปลี่ยนก็ไมได แลวก็ทําใหเวลา มันถูกหายไปโดยไมไดประโยชน ทั้งๆ ที่มีอํานาจขนาดใหญ ทั้งๆ ที่มี อํานาจพิเศษ ที่จะแกไขปญหา เพราะฉะนั้น ปญหาที่เปนรากฐานของ สังคมจริงๆ มันก็ถูกสะสม ทับซอน หมักหมม ตองใชคําวาไมใชสะสม มันหมักหมม (เนนเสียง) แลวจนกระทั่งมันบานปลายจนเปนความ ขัดแยงของสังคมที่เปนอยูในขณะนี้

DemoCrazy .27. DemoCrazy: เปรียบเทียบเหตุนองเลือดระหวางป 2535 กับยุคปจจุบัน มีความแตกตางกันอยางไร? ความแตกต า งมั น เห็ น ได ชั ด คื อ ตอนนั้ น มั น ไม มี ค วาม แตกแยกในสั ง คม สั ง คมค อ นข า งจะชั ด เจน ชู ธ งเดี ย ว คื อ ไม เ อา นายกรั ฐ มนตรีที่ ไ ม ไ ด ม าจากการเลื อ กตั้ง ไม ต อ งการการสื บ ทอด อํา นาจของเผด็จ การทหาร หรื อ ทหาร ตอ งการประชาธิ ป ไตย แต สังคมที่เปนอยูในปจจุบันนี้มันมีความขัดแยง มีความแตกแยกทาง ความคิด ซึ่งความแตกแยกทางความคิด ก็ไมใชเรื่องผิดปกติ ของ สังคมที่ศิวิไลซ ความแตกแยกทางความคิดเปนสิ่งที่เกิดขึ้นได เพี ย งแต ว า มั น มี ป ระเด็ น ป ญ หาก็ คื อ ว า ความขั ด แย ง ณ ขณะนี้ มันเกิดแทรกตัวดวยความเกลียดชัง ซึ่งเปนสิ่งที่นากลัว และ เปนสิ่งที่อันตราย เพราะความเกลียดชัง มันจะทําใหบางครั้งเกิดอคติ แลวก็เกิดความรุนแรงตามมาได เพราะฉะนั้นนั่นคือความแตกตาง ของสังคมในชวงพฤษภากับชวงหลังๆ โดยเฉพาะในชวงหลังตั้งแตป 2548-49 เรื่อยมาจนถึงปจจุบัน แลวบางทีก็ตองยอมรับวา ไมมีใคร คาดมากอนวาสถานการณจะมาไกลขนาดนี้ ในเชิงของความขัดแยง แลวก็ความแตกแยกทางความคิด DemoCrazy: หลังจากที่มันแตกแยกขนาดนี้แลว มันจะ ดําเนินตอไปอยางไร รุงมณี : ไมมีใครตอบไดหรอกวามันจะเกิดอะไรขึ้น แตใน ลักษณะของพัฒนาการทางสังคม มันไมมีอะไรที่หยุดนิ่ง มันก็จะตอง ถึ ง ใครจะบอกว า มั น เป น ทางตั น มั น ไม มี ท างออกแล ว แต เ ราเป น นักเรียนวิทยาศาสตร เราเรียนมาทางดานวิทยาศาสตร เราไมเชื่อวา มันจะตัน ทายที่สุดมันก็มีทางออก เพียงแตทางออกนั้น สิ่งที่ทุกคน กลัวในขณะนี้ก็คือ ความเสียหาย ความรุนแรง การสูญเสีย คําเหลานี้ มันเปนสิ่งที่คนที่มองสังคมในขณะนี้วิตก แตสิ่งที่ตามมาก็คือวา เมื่อ เกิ ด ความวิ ต กขึ้ น หลายฝ า ยก็ อ อกมาแสดงความคิ ด เห็ น มี ค วาม พยายามที่จะเสนอแนวทางตางๆ ในการแกไขปญหา วิก ฤตการณใ ดก็ต าม มัน จะนํา มาสูลัก ษณะนี้ เพียงแตว า หลายคนอาจจะไมไดดังใจ หลายคนอาจจะไมรูสึกวามันเปนไปอยางที่ ตัวเองตองการ แนนอน มันเรื่องของกลุมคน ของความพึงพอใจของ แตละกลุมคน แตอยางไรก็ตามในวิกฤตการณมันมีเรื่องที่ดีเกิดขึ้น คือ กระบวนการในการแลกเปลี่ยน จะแลกเปลี่ยนกันโดยที่ไมใชการพูดจากันดีๆ อาจจะมีวิวา ทะ การแลกเปลี่ยนที่มีลักษณะที่รุนแรง ขัดแยง แตมันจะกอเกิดให เกิดแนวความคิดใหม คือคุยๆ กันไปแลว เหมือนมันไมมีทางออก แต แลวมันก็เกิดไอเดียบางอยางขึ้น ทําไมเราไมไปตรงนั้น ทําไมเราไม ไปทางนี้ มีทางเลือก มีแนวทางมากขึ้น แตไมอาจสรุปไดวา แนวทาง ไหนมั น ถู ก ต อ งที่ สุ ด แนวทางไหนมั น เป น แนวทางที่ ป ระเสริ ฐ สุ ด ในขณะนี้ อย า งน อ ยที่ สุ ด มี ค วามพยายามของผู ค นมากกลุ ม ที่ จ ะ ช ว ยกั น เพื่ อ ประคั บ ประคองสั ง คมไม ใ ห มั น แตกร า วไปมากกว า นี้ DemoCrazy: ในชวงพฤษภาทมิฬที่ประชาชนเกลียดชัง ทหาร กับในชวงหลัง 19 กันยายน 2549 ที่ประชาชนเอาดอกไม ใหทหาร เหมือนกับเปนเรื่องมุมกลับโดยสิ้นเชิง รุงมณี : มันจะมีแนวความคิดแบบนี้แหละ ก็เห็นมีการพูด กันแบบวา ตอนนี้ไมชอบเสื้อแดง เสื้อแดงเผชิญหนากับทหาร ก็ไป เอาใจทหาร ดูแลทหาร แลวก็เอาใจทหาร แตก็ตองระวังวาไมใชการ ส ง สั ญ ญาณผิ ด ๆ ที่ จ ะให ท หารทํ า การปฏิ วั ติ แต มั น ก็ ไ ม ไ ด เ ป น หลักประกันอีกวาเขาจะไมปฏิวัติ ไมมีใครกลารับประกันวาจะไมมีการ ปฏิวัติอีก บางทีมันไมมีทางออกเลย อันนั้นอาจจะเปนทางออกเพื่อจะ คลายๆ กับเบรคสถานการณขึ้นมา แตหลังจากนั้นมันก็เปนอีกเรื่อง หนึ่งแลว เราจะใหทุกอยางมันวนกลับไปกลับมา กลับมากลับไปแบบ นี้ หรือเราจะทําอะไรที่มากกวานี้ มันอยูที่วา คิดกันบางหรือเปลาวา


.28. DemoCrazy เราจะฝาขามตรงนี้ไปอยางไรดวยกัน จริงๆ แลวมันเปนปญหา ไมใช ปญ หาความขั ด แย ง ตรงนี้น ะ มั น เป น ป ญ หาใหญ ข องชาติ แล ว มั น ตองการระดมความคิดขนาดใหญ แลวบางทีมันอาจจะตองหยุด หยุด ในที่นี้ก็คือหยุดทุกอยางไวกอน แลวดูซิวาตกลงปญหาอยูตรงไหน จะ ทํายังไง จะแกยังไง มันไมอับจนหรอก เราเปนคนไมเชื่อวาทุกอยาง มันอับจน เราไมเชื่อวาการอับจนทางปญญา เราไมเชื่อความอับจนใน การหาทางออก เพียงแตวาตองเปดกวางรับฟง และยอมรับความคิดที่ แตกตางใหได มันไมมีใครไดอะไรทั้งหมด พชร : มีบางคนพูดถึงขั้นวา มันมีทฤษฎีที่ที่คนสนใจ และ คนรูสึกวามันอาจจําเปน เมื่อกี้นี้คลายๆ ออฟ (ผูสัมภาษณ) พูดถึง เรื่องสนับสนุนหาทางออกโดยทหาร มันรูสึกวาทางนั้นมันมีความเชื่อ อยางที่พี่รุง (รุงมณี) บอกวา คือความเละเทะ ถูกสั่งสมมาจนกระทั่ง ระยะเวลาหนึ่งมัน ทํา อะไรไมไ ดแ ลว มันอาจตองหยุดตรงนั้น หรือ อาจจะถึ ง ขั้ น ป ด ประเทศ หรื อ ว า หยุ ด นิ่ ง ๆ เพื่ อ ล า งทํ า อะไรสั ก ประมาณปหนึ่ง เพราะฉะนั้นคนก็เลยบอกวาสิ่งนี้มันจะเกิดขึ้นไมได แนๆ เลย นอกจากระบบพิเศษหรือเปลา รุ ง มณี : ก็ มี ก ารพู ด กั น ไป ก็ ต อ งดู ว า อะไรที่ มั น จะเป น ทางออก ทางเลือก คือมันตองมีออพชั่น (Option : ตัวเลือก) ทางนี้ได ไหม ขอเสนอที่พชรพูด หรือขอเสนอที่คนอื่นคิดออกมา เอามาเรต (Rate : จัดอันดับ) กัน พชร : หยุดที่พี่รุง (รุงมณี) พูดมันลักษณะไหน แลวมันจะมี หนทางยังไงที่จะหยุดได มันคงหยุดเฉยๆ ไมได รุง มณี : แนนอนๆ ประเด็น ก็คือวา (จริงๆ มันคงไมห ยุด เอง) มันตองการพลังขนาดใหญมาหยุดเหมือนกัน พลังขนาดใหญ บางคนอาจจะพูดถึงผูมีบารมีที่จะหยุดสถานการณ ตองมีบารมีขนาด ใหญ ตองมีอํานาจขนาดใหญ แตบางทีเราบอกไมไดวาอะไร แลวบาง ทีเราก็นึกไมออกเหมือนกันวาอะไร แตเราเชื่อวาพอสถานการณมัน ไปถึงจุดหนึ่งแลว บางทีไมเคยมีใครบอกหรอก กรณีของพฤษภาเหมือนกัน ไมมีใครบอกหรอกจะจบยังไง จะหยุดยังไง เพียงแตวากรณีของพฤษภา เหตุการณที่มันเปนชวง วิกฤติจริงๆ เนี่ย มันอยูแคประมาณ 4 พฤษภาถึง 24 พฤษภา โอเค มันมีไซดเอฟเฟกตหลังจากนั้นนะ มันมีดีเลยเอฟเฟกต ไซดเอฟเฟกต เพียงแตวามันเปนชวงจํากัดสั้นๆ แตตอนนี้เนี่ยมันยืดเยื้อมาตั้งแต 48 ถึงปจจุบัน มันยาวมากเลยนะ พชร : ที่ พี่ รุ ง พู ด ถู ก ที่ สุ ด ก็ คื อ คนมองว า มั น ต อ งมี อ ะไร อํานาจที่ยิ่งใหญมาก และอยูภายนอกเหนือความขัดแยงมาจัดการไง ทีนี้ทหารที่พูดเมื่อกี้ มันบังเอิญเปนอํานาจภายนอกที่จับตองไดและ เห็นอยู ลอยอยูตัวเดียว นอกนั้นมันก็เปนอํานาจที่เราไมกลาพูดถึง ถูกไหม จริงๆ แลวถามวาคนตองการเรียกรองทหารใหมาปฏิวัติเหรอ (ไมใช เขาเรียกรองอยากจะใหบานเมืองมันสงบ มันปกติ) รุง มณี : ตองระวังไง เพราะวาการสงสัญญาณแบบนี้เนี่ย มันมีดีกรีแตละคนไมเทากัน และตองยอมรับวาปญหาบางคนบอกวา ปญหาคอรัปชั่น ปญหานักการเมืองที่ฉอฉล เปนปญหาใหญของชาติ รัฐประหารก็เปนปญหาใหญของชาติเชนเดียวกัน พชร : แลวเปนปญหาที่ ถายอนไปเมื่อใกล 35 อันนี้ปญหา ใหญที่เราผานพนมาสองปญหาตองแก คือ เราเจอ เรารูสึกวามันมี ปญหาคอรัปชั่นมากนะ เราเอาทหารมาแกเมื่อป 34 แลวในที่สุดพอถึง 35 เราก็แกปญหาในเรื่องที่ทหารเขามา แลวตอนนี้เนี่ย เรากลายเปน ตองเลือกหนึ่งในสองทาง มันเปนชอยส (Choice) ที่เราตองเลือก รุงมณี : เราไมตองหาคําตอบหรอกวามันจะเปนยังไง เราไม ต อ งการว า โอเค พอนั ก การเมื อ งมั น ฉ อ ฉล เอาทหารมาปราบ นักการเมือง เสร็จแลวเราตองการเลือกตั้งกันใหม เราก็ไดนักการเมือง ที่ฉอฉลมาอีก แลวก็วนไป พอนักการเมืองฉอฉลก็ ไมเอา พชร : ทีนี้มันก็กลายเปนวงจรอุบาทวเหมือนเดิมนะสิ (ใช

Volume 18 | May 2010

ถูกตอง ที่อาจารยชัยอนันตพูดไว) ตอนนี้ มันจะเปนไปไดไหมที่ถาพูด ถึงเรื่องทหารแลว มันเปนไปไดไหมที่มันจะมีอะไรอื่นที่อยูขางนอก รุงมณี : ไมมีใครรู แตถึงจุดหนึ่งมันตองมี แลวถึงจุดหนึ่ง อะไรที่เราคิดวายังลังเล ยังไมตัดสินใจ อาจจําเปนตองตัดสินใจ เพราะ บางครั้งปจจัยในการที่เปนเงื่อนไขของการตัดสินใจ มันบอกไมไดวา ตองตัดสินใจวันนี้นะ เราไมรูวาอีกวันสองวันขางหนา อีกอาทิตยสอง อาทิตยขา งหนา มัน จะเกิด อะไรขึ้น มากกวา นี้ ถามัน มีค วามรุน แรง มากกวานี้ แตตองบอกวา อยาไปคิดวาความรุนแรงมันจะนําไปสูการ แกปญหา เพราะบางคน คิดอยางนักตอสูบางคนคิดวามีความรุนแรง มีความสูญเสียจะเปนชัยชนะ อยางแบบพวกสุดขั้ว แลวเชื่อวาเมื่อ รุนแรงถึงที่สุดแลว มันจะนําไปสูชัยชนะ แตชัยชนะบนความสูญเสีย มันเปนบาดแผล มันเปนความเจ็บปวด เพราะฉะนั้น สิ่งที่เรากําลังคุย อยูนี้ มันอาจจะไมมีคําตอบสําเร็จรูป มาถามเรา ไมรู เราก็ไมรู เรา อยากรูเหมือนกัน แตในขณะเดียวกัน พวกเราที่ทําสื่อหรือเขียนหนังสืออะไร ตออะไรดวย มีหนาที่อีกอยางหนึ่ง นอกจากติดตาม ก็ตองมีหนาที่ สังเกตการณดวย คือติดตามเพื่อที่จะหาขอเท็จจริงมานําเสนอ แตใน ขณะเดียวกันก็ตองถอยออกมา แลวทําหนาที่ออฟเซิรฟ (Observe : สังเกตการณ) เพื่อจะทําใหเห็นภาพ บางครั้งการคลุกฝุน คลุกอยูในสถานการณ (ทําใหเราไมเห็น วาขางนอกเกิดอะไรขึ้น) ใช เราจะเห็นขอจํากัด เหมือนกับวา เวลา ทํ า ไมประวั ติ ศ าสตร มั น มี ป ระโยชน มั น มี ป ระโยชน ต รงที่ ว า ใน สถานการณที่มันกําลังชุลมุน เราไมมีเวลาจะมาสนใจรายละเอียด แต พอทิ้งไวซักชวงหนึ่ง หลายอยางตกตะกอน ตกผลึก เราก็จะมองเห็น ไดมากขึ้น แตละคนก็จะมีมุมมอง มันไมมีอะไรสมบูรณที่สุด เราไม ส ามารถคุ ย กั บ ทุ ก คนได เราไม ส ามารถอยู ใ นทุ ก สถานการณได เพราะสถานการณหนึ่ง มันไมใชมีแคสองดาน โปรด เขาใจวามันไมใช มันมีมิติของมัน แลวมิติของแตละเรื่องที่เกิดขึ้นเปน ประวั ติ ศ าสตร มั น เกี่ ย วพั น กั บ คน พอเกี่ ย วกั บ คน มั น ไม ใ ช เ รื่ อ ง ขอเท็จจริงเพียงอยางเดียวแลว อารมณ ความรูสึก ความเปนมนุษย สิ่งเหลานี้มันประกอบกันทั้งสิ้น พชร : มันเทียบไดไหมที่ตอนนั้น คนที่จัดการกับม็อบเปน ป ญ ญาชนกลุ ม หนึ่ ง ซึ่ ง อยู ใ นลอนดอนแล ว ก็ เ มเนจ (Manage) เหมือนกับตอนนี้ที่สถานการณเหมือนมาจากดูไบ รุงมณี : ไมเหมือน จริงๆ แลวปจจัยเงื่อนไขทุกอยางในการ เปลี่ยนแปลงตองเกิดจากภายใน ภายนอกเนี่ยอาจจะแบบชวย หรือ ทําใหเปนตัวเรงสถานการณไดบาง แตไมใชปจจัยชี้ขาด ปจจัยชี้ขาด ตองมาจากภายใน ขางนอกมีคนกดดัน มันอาจจะแบบมีแรงกระแทก แตวาไมใชตัวชี้ขาด DemoCrazy: ขอเรียกรองบนเวที นปช. ที่แกนนํา ประกาศอยางเชน เมื่อไหรที่ผูชุมนุมเสียเลือดเนื้อ นายกฯ ตอง ยุบ สภาแลว ออกนอกประเทศทั น ที เหมื อนกับ พยายามให มั น เหมือนอดีตผูนําประเทศในยุคที่ผานมา ที่วาประชาชนบาดเจ็บ ลมตายแลวรัฐบาลอยูไมได จัดวามันเปนทฤษฎีหรือไม รุงมณี : ไมใชทฤษฎีหรอก มันเปนขอเสนอ เวลาตั้งเงื่อนไข ขอเสนอในการเรียกรอง มันมีหลายดิกรี แลวขอเสนอที่มันจะ เขาคิด วาสรางแรงกดดัน ก็คือขอเสนอที่เปนไปไมได ขอเสนอที่มันเปนไป ไมไดมันจะสรางแรงกดดัน จริงๆ การยื่นขอเสนอมันก็จะมีระดับของ มั น ไปเรื่ อ ยๆ แล ว แต ว า จะคิ ด ค น มั น เป น เครื่ อ งมื อ ข อ เสนอเป น เครื่องมือ พชร : มันมีจุดเหมือนและจุดตางอยางหนึ่งระหวาง การกอ ตัวของการเรียกรองของกลุมคน หรือที่เรียกวาม็อบ เขาใจงายๆ เมื่อ


Volume 18 | May 2010

“ขอดีของหนังสือเลมนี้ก็คือ วิธีการเขียนของพี่รุง เนี่ย เปนรูปแบบของการเขียนใน นสพ.ผูจดั การ ในยุค แรกๆ ซึ่งตอนนั้นไดชื่อวาเปนการอธิบายความที่งาย แลวก็มีขอมูลความรูในการดีไซนในแตละเรื่อง มี องคประกอบ มีหลายๆ อยางใหเขาใจงาย เพราะฉะนั้น เลมนี้เนี่ยนาจะเปนหนังสือที่ดีมาก” พชร สมุทวณิช ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย เ ป อ น เลือด เหมือนมาไกล แตไปไมถึง ไหน เปนผลงานเขียนเลมลาสุดของ อ ดี ต เ จ า ห น า ที่ วิ ท ยุ บี บี ซี ภ า ค ภาษาไ ทย รุ ง มณี เมฆโสภณ ตี พิ ม พ ค รั้ ง แรกเมื่ อ เดื อ นมี น าคม 2553 โดยสํ า นั ก พิ ม พ บ า นพระ อาทิตย เนื้อหาโดยหลักเปนหนังสือ บัน ทึก ประวั ติศ าสตร ก ารเมื อ งไทย ในช ว งเหตุ ก ารณ พ ฤษภา 2535 ภายใตสถานการณการตอสูระหวาง ค ณ ะ ท ห า ร นั ก ก า ร เ มื อ ง แ ล ะ ประชาชน ที่ ทํ า ให ก ารนองเลื อ ด เกิดขึ้น โดยเฉพาะเบื้องลึกเบื้องหลัง ที่ถูกเก็บงําความจริงมาเกือบ 20 ป ถูกเปดเผยเปนครั้งแรก รุงมณีอาศัยขอมูลและเกร็ดความรูแบบวงในที่ไมปรากฏอยูทั่วไป และไมเคยมีผูใดบันทึกไว โดยเชื่อมโยงเหตุการณและพฤติกรรมบุคคลผูมี สวนรวมในภาคการเมือง ซึ่งการศึกษาเหตุการณในอดีตไดสงผลใหเห็นถึง ความจริงและเบื้องหลังของสถานการณการเมืองไทยที่วิกฤตไดชัดเจนขึ้น ศ.ดร.ชัยอนันต สมุทวณิช ราชบัณฑิตและนักรัฐศาสตรคนสําคัญ พูดถึงหนังสือ “ประชาธิปไตยเปอนเลือด” ของ รุงมณี เมฆโสภณ ไวตอน หนึ่งวา “รุงมณี เขียนเรื่องนี้โดยอาศัยขอมูลและเกร็ดความรู “วงใน” ที่ไม ปรากฏอยูทั่วไป และไมเคยมีผูใดบันทึกไว และสามารถเชื่อมโยงเหตุการณ และพฤติกรรมของบุคคลผูมีสวนสําคัญในสถานการณตาง ๆ ไดเปนอยางดี หนังสือนี้จึงเปนบันทึกทางประวัติศาสตรที่มีคุณคาอยางยิ่ง” หนังสือประชาธิปไตยเปอนเลือดหนา 470 หนา ทายเลมแถม ซีดีบันทึกเสียงประวัติศาสตร “รําลึกเหตุการณ พฤษภาคม 35” ของวิทยุ บีบีซี ภาคภาษาไทย หาซื้อไดในราคา 295 บาท ตามรานหนังสือทั่วไป

DemoCrazy .29. สมัย 35 เทียบกับสมัยนี้ นั่นก็คือมีคนเรียกม็อบ 35 วา ม็อบมือถือ เปนการกอตัวของชนชั้นกลางที่มาประทวง เรียกรอง กับชวงนี้มันเรียกไดไหมวาเปนการประทวงของ ชนชั้นลาง แลวตรงนี้มีจุดเหมือนจุดตางอยางไร รุง มณี : มันปนแลว เมื่ อกอนเนี่ยมันเปน เรื่อง ของชนชั้นกลาง และเทคโนโลยีที่เขามาใหมในชวงนั้น คือ มือถือ แตมื อถือ ตอนนั้ น มัน แพง เพราะฉะนั้น ที่บ อกว า ไม ใ ช ช นชั้ น กลางระดั บ ล า งด ว ย เป น ชนชั้ น กลางต อ ง ระดับสูง เพราะวา ม็อบมือถือตอนนั้น มือถือมัน ยังแพง นักการเมือง หรือนักธุรกิจใหญๆ (เปนสัญลักษณเฉยๆ) ถูกตอง (แตวาจริงๆ แลวเปนการกอตัวของชนชั้นกลาง) ถู ก ต อ ง ชนชั้ น กลางที่ มั น มี เ ครื อ ข า ย เครื อ ข า ยใช เทคโนโลยีสมัยใหมที่เขามา พชร : ที่มีมุขแกกเล็กๆ ที่ตลกก็คือ มือถือตอน นั้นเนี่ยดําเนินกิจการโดย ทักษิณ ชินวัตร (ทุกคนหัวเราะ) รุงมณี : แตสมัยนี้เนี่ยมันมีความซับซอน ม็อบ แดงอาจจะเปน ม็อบชนชั้น ลา งหรือ รากหญา แตไ มใ ชมี ม็อบแดงอยางเดียว จริงๆ แลวแตเดิมสมัยพฤษภาเนี่ยมัน ไมมีปญหาเรื่องชนชั้นนะ แตตอนนี้มันคอนขางจะชัด พชร : คื อ พฤษภา 35 มัน เป น การโตเ ถีย งกั น เรื่องกระบวนการและวิธีทางการเมือง สมัยนี้ที่นากลัวกวา คือมันมีการกอรูปของความรูสึกของการแบงชนชั้น แบบ รู สึ ก ว า ความไม เ ท า เที ย ม เพราะระบบชนชั้ น ที่ มี ม าแต ดั้งเดิม รุ ง มณี : ถู ก ต อ ง แต อั น หนึ่ ง เนี่ ย มั น จะต อ ง แยกแยะ ในกลุมเนี่ยมันไมชัดเจน คือมันแฝง มันมีวาระ ซอนเรน ที่ซอนๆ กันอยูในนั้น กลุมม็อบเสื้อแดงไมไดมี แตรากหญา มีกลุมที่อาจจะบอกวาเปนกลุมแนวความคิด ซ า ยจั ด กลุ ม ผลประโยชน ท างการเมื อ ง กลุ ม ที่ เ สี ย ประโยชนทางการเมือง ไมใชกลุมผลประโยชนอยางเดียว นะ คําวาเสียประโยชนทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ มันเกี่ยว เนื่องกัน เพราะฉะนั้นมันมีความซอน มันมีหลายเลเยอร (Layer : แบงเปนชั้นๆ) เวลาวิเคราะหม็อบ วิเคราะห มวลชน เราไมสามารถชี้เปรี้ยงไป แลวก็บอกวา กลุมนี้ เปนอยางนี้ หรือถาคนที่จะแกปญหาไมเขาใจธรรมชาติ ของกลุม ม็อบ ก็จ ะมีค วามรูสึก ที่ผิดพลาด แตอัน หนึ่งที่ ต อ งระมั ด ระวั ง ก็ คื อ ว า คนทั่ ว ๆ ไปเนี่ ย ที่ ไ ม ไ ด มี ค วาม เขาใจในเรื่องพวกนี้ มักจะมองแบบเหมารวม แลวพอเหมารวมมันจะถางความขัดแยงใหหาง ออกไป แลวก็ยากที่จะเยียวยา คือบางครั้งจะมีทัศนะดูถูก วา ฉั น เป น กลุ ม ที่ ไ ฮโซหน อ ย ฉั น เป น กลุ ม คนกรุ ง เทพฯ ในขณะที่พวกนั้นพวกอีสาน พวกรากหญา พวกถูกซื้อ คือ ใชกันจนเปนคําพูดปกติแลว แตจ ริงๆ เนี่ยมันมีเลเยอร ของมัน มั น อาจจะมี พวกทั้ งที่ รั บ จา ง พวกที่ตั้ ง ใจจะมา แลวก็พวกที่ถูกใช แลวในนั้นเนี่ยอีกอันหนึ่งก็คือวา มันไม รู ว า ใครใช ใ คร คนนี้ ใ ช ค นนี้ คนนั้ น ใช ค นนี้ ซ อ นกั น อยู อยางนากลัว ตอนนี้ทักษิณอาจจะถูกใช แต ก็ อย า งที่บ อก สถานการณ ยังไมจ บ เพราะ ฉะนั้นเนี่ยเราไมตองไปสรุป เพียงแตวาในฐานะผูติดตาม การเปลี่ยนแปลงของสังคม จะตองมองอยางเขาใจ และ อยามองอยางมีอคติ ตองแยกแยะใหได มันมีกี่กลุม กลุม ไหนอยางไร พชร : จริ ง ๆ แล ว ผมมองว า สั ง คมไทยเนี่ ย ที่ ผานมามีลักษณะที่ไมเหมือนกับสังคมอื่น ถาผมจะเรียก งายๆ สังคมไทยก็เปนสังคมน้ําปน เราอยูไดโดยเอาผลไม หลายๆ อยา งมาปน รวมกัน แลวพอปน ออกมาก็อยูกัน อยางกลมกลืน


.30. DemoCrazy

Volume 18 | May 2010

รุงมณี : แตตอนนี้น้ําปนมันถูกทิ้ง ปนแลวถูกวางทิ้งเอาไว พชร : ถูก มันถูกวางทิ้ง แลวมันมีตัวกระตุนอะไรบาง อยาง ที่มากเกินไปจนทําใหมันตกตะกอนเปนชั้นๆ ซึ่งเปนเรื่องอันตราย เพราะมันจะไมใชกลายเปนน้ําปนที่อรอย คือเมื่อกอนน้ําปนสังคมไทย มันกลมกลืน เราอยาเอาตะวันตกไปเปรียบเทียบเลย เพราะเราไมไดมี ระบบดี ข นาดนั้ น เราอยู ไ ด เ พราะความเป น น้ํ า ป น แต ว า ถ า มั น ถู ก ปญหาตางๆ หรือวามันไมมีกลไกที่จะหมุนน้ําปนหรือวาอะไรอีกนานา เนี่ย มันทําใหเกิดการตกตะกอนแลวมันเปนชั้น น้ําปนก็เปนน้ําที่มัน เน า กิ น ไม ไ ด ป ญ หาก็ คื อ มั น ก็ ต อ งมี ก ลไกบางอย า งที่ ม าหมุ น สังคมไทยใหมันผสมกลมกลืนกันตอไป ซึ่งตรงนี้เนี่ยมันเปนเรื่องสวน หนึ่งเนี่ยมันไมใชใครหรืออะไร แตตองพรอมใจกันทั้งหมดวา ใหผสม กลมกลืนกันอะไรสักอยาง ซึ่งถาจะถกวาน้ําปนไมดกี ็เปนอีกเรื่องหนึ่ง DemoCrazy: เมื่ อ มองความเคลื่ อ นไหวในตอนนี้ การ ต อ สู ท างการเมื อ งด ว ยมวลชนเห็ น ว า มี ก ารใช บ ทเรี ย นจาก เหตุการณพฤษภา หรือเหตุการณนองเลือดอื่นๆ ไมวาจะเป น มอเตอรไซตพฤษภา หรือแมกระทั่งวลีที่วา เสียงปนแตก เลือด นองพื้น จักตองชนะ รุงมณี : ไมหรอก ทุกอยางมันตอบของมัน ดวยขอเท็จจริง ทางสังคม ที่สมัยพฤษภามีเรื่องมอเตอรไซตก็คือ มันเปนเรื่องของการ เพิ่ ง เริ่ ม เอามวลชน เมื่ อ ตอนนั้ น มอเตอร ไ ซต วิ น เพิ่ ง เกิ ด ก็ มี ก าร มองเห็นศักยภาพของกลุมกอนของคนกลุมนี้ แลวก็จะมีลักษณะของ การจั ด ตั้ ง ทางการเมื อ ง ของพรรคการเมื อ งมากกว า แต มั น ก็ ไ ม ทั้ ง หมด มั น ก็ จ ะมี โ ดยธรรมชาติ เ ข า รวมกลุ ม กั น มา แต ร ะยะหลั ก มอเตอรไซตเองของขบวนม็อบหลังๆ ตองยอมรับวาสวนหนึ่ง การ เคลื่ อนขบวนต างๆ เมื่อกอนม็ อบเดิน เวลาจะไปไหนทีนะเดิน แต ระยะหลังงายขึ้น มันขึ้นอยูกับสภาพความเปนจริงของสภาพแวดลอม มั น ร อ น เดิ น ไม ไ หวแล ว มอเตอร ไ ซต ค ล อ งตั ว มอเตอร ไ ซต ก็ ไ ด ประโยชนดวย พอวิ่งแถวนี้เขาก็ไดเงินดวย เขาจัดวินปกติ เขาสราง วินใหม วินสัญจรวางั้นเถอะ เขาก็ไดดวย เขาอาจจะมีสวนรวมทางการเมือง เราไมอยากไปพูดเรื่อง รับจางอะไรใหสะเทือนใจกันเปลาๆ มันอาจจะมีบาง แตวามันมีหลาย อยาง ไมมีหรอกโนฟรีลันซ (No free lunch : ของฟรีไมมีในโลก) เขา จะเรียกวา คาใชจาย คาเสียโอกาส คาอะไรก็แลวแต มันมี ไมมีโนฟรี แลนซ เพียงแตวาไปๆ มาๆ เนี่ยสวนหนึ่งมันอิน พอมาแลวจะเริ่มตน จากอะไรก็ตาม เดี๋ยวนี้ตามวินมอเตอรไ ซต จานดาวเทียมก็มีดูทีวี วิทยุก็มีตั้ง แลวของพวกนี้นะ ไมตองไปเอาคนอื่นคนไกลหรอก เสื้อ เหลืองนะดูกันสามวันมันก็ติดแลว เสื้อแดงมันก็เหมือนกัน มันเสพ พวกนี้ยิ่งกวาละครน้ําเนาอีก มันเปนการผลิตซ้ําแลวไมไดรับขอมูลอื่น พชร : พื้นฐานของสังคมไทยเนี่ย ตั้งแตอดีตถึงปจจุบันอยู ไดดวยความเชื่อ รุงมณี : ก็พอเชื่อแลว จบ เชื่อเธอฉันรับเธอ จบ พชร : แตความเชื่อไมไดไมดนี ะ มันมีทั้งความเชื่อที่ดี แตวา มันมีความเสี่ยงในแงการอยูไดดวยความเชื่อในเปอรเซ็นตที่มากกวา มากกวาเรื่องตรรกะเหตุผลอะไรอยางนี้ มันก็มีสวนที่อันตราย จะมี เรื่องความเชื่อ เรื่องผสมปนเปสัก 20 เปอรเซ็นตก็ยังพอรับได รุงมณี : พูดจริงๆ แลวเนี่ยนะ ถาในฐานะของคนที่ติดตาม เรื่องทางสังคมเนี่ย สถานการณขณะนี้เนี่ยเปนสถานการณที่นาสนใจ มาก นาศึกษา นาคนควา แตตองคนควาอยางจําแนกและแยกแยะ แลวก็ที่สําคัญคือ ตองมีความละเอียด ความละเอียดในมนุษย เวลา มองปรากฏการณไหนก็ตามเนี่ย ตองมองแลวอะไรที่เกี่ยวกับคนเนี่ย ตองมีความลึกซึ้ง มีความเขาใจ ไมใชวามองอะไรแลวก็เหมา มันงาย ไป ตองระวัง ของอยางนี้ถาหัดมอง คือถาเริ่มตนมองแบบงายๆ คิด อะไรแบบมักงาย มองอะไรงายๆ มันก็จะโตขึ้นแบบ คิดอะไรงายๆ มันจะขาดความละเอียด ความประณีต เรื่องพวกนี้เนี่ย เธอเห็นใบไมที่ เขาบอก เด็ดดอกไมสะเทือนถึงดวงดาว มันตองละเอียดขนาดนั้นนะ มันไมใชวามองอะไรแบบเปนดุนๆ เพราะวาทุกอยางที่มันเกาะเกี่ยว ในสังคมเนี่ย มันเกี่ยวโยงถึงกันหมด

แลวไมใชการไปเลเบื้ล (Label: ตราหนา) หรือไปประทับตรา คน มันงาย บอกไอนี่ลูกคอมมิวนิสต แถมเปนคอมมิวนิสตนอกคอก คือมันไมใช มันงาย แลวถาสมมติวามีบางคนออนไหว โดนดาแบบนี้ นาคิด ตกลงพอกูเปนคอมมิวนิสตนอกคอกจริงเหรอเปลา หรือคิดเลย วาพอเปนคอมมิวนิสต แตไมไดหมายความวาทุกคนในสังคมคิดแบบ เหมารวม แตใหระมัดระวัง คนที่ตองทํางานเกี่ยวกับสื่อ เพราะวาคนที่ทํางานเกี่ยวกับ สื่ อ เนี่ ย ไม ใ ช รั บ ผิ ด ชอบแค ตั ว เอง (แต ต อ งรั บ ผิ ด ชอบต อ คนอ า น) ถูกตอง คุณเขียนหนังสือคุณตองรับผิดชอบคนอาน ทําไมเราตองเปน บากับคําผิดสักตัวหนึ่ง มันไมควรผิด หรือวามันผิดไปแลวฉันจะทําไง ฉันนอนไมหลับสองวัน หรือคนทําวิทยุพอจะพูดอะไรไป ไมใชแบบจะ พูดอะไรก็ได ทีวีก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเนี่ยหนาที่ของคนทํางานสื่อ มันตองรับผิดชอบ แลวความรับผิดชอบเนี่ยมัน 24 ชั่วโมง มันไมใช รับผิดชอบเฉพาะตอนเขียนหนังสือเสร็จ มันตองรับผิดชอบเมื่อพิมพ เสร็จไปแลวอานแลวมันผิดเนี่ย ตองแก ขอโทษเปน ไมใชวาแบบไม เคยขอโทษใครเลย ตองยอมรับเวลาเราผิดเหมือนกัน DemoCrazy: การทําผิดแลวยอมรับผิด บางทีก็นาคิดวา ความขัดแยงที่เกิดขึ้นก็เพราะวาไมมีใครยอมใคร รุงมณี : มนุษยมันมีทิฐิ มันมีอีโก ปญหาอีกอยางหนึ่งก็คือ วามุงแตชัยชนะ แลวคิดอยางเดียว พวกนี้ไมเคยเลนกีฬา ถาเลนกีฬา แลวมันรูวาไมมีใครชนะตลอดหรอก บางวันเราก็สุขภาพไมดี บางวัน เรานอนไมพอ บางวันเราแวนหาย เพราะฉะนั้น เงื่อนไขตางๆ มันมา กําหนดหมดแลว วาวันนั้นเปนอยางไร สถานการณในขณะนั้นเปน อยางไร เพราะฉะนั้นนักยุทธศาสตรในการประเมินสถานการณเปน เรื่องที่สําคัญ การขาว ขอมูล เปนเรื่องที่สําคัญ ขอมูลผิด ทุกอยางผิด หมด เหมือนกับที่คุณสนธิ (ลิ้มทองกุล) ชอบพูด กลัดกระดุมเม็ดแรก ผิด มันก็ผิดจนเม็ดสุดทาย ก็ใสเสื้อลักๆ ลั่นๆ พชร : ขอถามอี ก คํ า ถามหนึ่ ง ทุ ก ครั้ ง ที่ เ กิ ด วิ ก ฤตการณ เกี่ยวกับเรื่องคน วิกฤตการเมือง ทุกครั้งก็คือจบเปนรูปแบบเดียวกัน แลวก็ตามประเพณีดั้งเดิมของไทยแตโบราณกาลมา คิดวาครั้งนี้จะ เปนอยางนั้นหรือเปลา


DemoCrazy .31.

Volume 18 | May 2010

รุงมณี : ตอบไมได อาจจะ หรืออาจจะไม แตถาแบบเดิมก็ โอเค หนั ง ม ว นเก า ๆ แต ถ า ไม มั น จะเกิ ด อะไรขึ้ น หลายคนกํ า ลั ง คาดหมายวา เออ ครั้งนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ อาจจะเปนการ เปลี่ ย นแปลงที่ ไ ม เ หมื อ นเดิ ม อี ก ต อ ไปแล ว หน า ประวั ติ ศ าสตร จ ะ เปลี่ยนเลยหรือเปลา มีคนคิด แตถามเรา ไมรู แตเราวิตก วิตกไมรูไง เพราะวาเราไมไดอยูกับปจจัยที่ชี้ขาดการเปลี่ยนแปลงนั้น ถาเราอยู หรือเรากุมสภาพ ถาตรวจสอบไดหรือถามวาจะเอาอยางนี้หรือเปลา จะเอาอยางนี้ไหม จบ DemoCrazy: พูดงายๆ ก็คือวา ทุกสิ่งทุกอยางมันไมมี สูตรสําเร็จ รุงมณี : สําหรับเรา เราไมเชื่อในสูตรสําเร็จ เราไมเชื่อใน สูตรสําเร็จวามันจะเปนอยางนี้ เนื่องจากวามันมีตัวแปรที่ควบคุมได และตั ว แปรที่ ค วบคุ ม ไม ไ ด เ ลย ไม ใ ช ค วบคุ ม ยาก ควบคุ ม ไม ไ ด ควบคุมยากอาจจะควบคุมได ควบคุมไมไดคือนอกเหนือการควบคุม DemoCrazy: พูดถึงความแตกแยกในสังคมไทยก็คือวา มั น อาจจะมี อี ก ส ว นหนึ่ ง ที่ แ บบว า มั น ควบคุ ม ไม ไ ด แ ล ว โดยเฉพาะอยางยิ่งแนวคิดทัศนคติเกี่ยวกับการเมือง โดยเฉพาะ เรื่องของบุคคล เรื่องของกลุม เรื่องของฝายตางๆ รุงมณี : เรายังเชื่อวา ไมคิดวาทุกอยางมันเลวรายถึงขนาด นั้น มันอาจตองใชเวลา เพราะเราปลอยเวลามา มันพัฒนามาจนความ ขัดแยงมันมาสูจุดนี้ เราอยาไปหวังอะไรแคชั่วขามคืน มันอาจจะตอง ใชเวลาอีกในการที่จะเยียวยาหรือแกไข แตตองมองโลกในแงบวกวา มันนาจะตองทําได แตเราไมไดหมายความวาคนในสังคมตองรักกัน ตองคิดเหมือนกัน การคิดตางไมใชปญหา คิดไมเหมือนกันก็ไมใ ช ปญหา ผัวเมียที่เขาบอกนอนเตียงเดียวกัน ยังฝนคนละเรื่อง ก็ยังรัก กันได มีลูกกันได คนในสังคมมันไมจําเปนตองคิดเหมือนกัน การแตกแยกทางความคิดไมใชเรื่องผิดปกติ มันเปนปญหา พื้นฐานของคนที่อยูรวมกันมากกวาหนึ่งคน ไมตองหนึ่งคนดวย ตัว เราเองยังขัดแยงในจิตใจ เรายังสับสนในตัวเราเอง เรายังตัดสินใจ ไม ไ ด นั่ น ขนาดตั ว เราคนเดี ย ว มี ค นมากกว า หนึ่ ง คน มั น ก็ ย อ มมี ปญหาแตปญหาพวกนี้ไมใชเรื่องแบบ The End of The World (วัน โลกาพินาศ) มันไมใชเรื่องที่จะแตกดับกันไปตรงนี้ เพียงแตวาในเมื่อ เราปลอยเวลาใหมันขยายขัดแยงกันมาขนาดนี้เนี่ย เราก็อยาหวังวา อะไรก็ตามทําใหพรุงนี้ทุกอยางเหมือนเดิม ทุกคนรักกัน จูบปากกัน เหมือนเดิม ไมใช มันไมงายขนาดนั้น มันก็ตองใชเวลาอีกเหมือนกัน DemoCrazy: เหตุการณพฤษภา 35 มีการกอตั้งสมาพันธ ประชาธิปไตย ที่ตอนนั้นมีทั้ง พล.ต.จําลอง ศรีเมือง มีท้ังหมอ เหวง โตจิราการ จากที่เมื่อกอนมีอุดมการณเหมือนกัน มาวันนี้ ตางฝายตางก็แยกยายกันคนละเวที บงบอกอะไร รุงมณี : อันนี้ตองไปอานที่ลุงจําลองใหสัมภาษณ ตอนที่อยู รวมกันไมมีบุญคุณอะไรกัน มันก็รวมกัน แลวพอตางคนตางไป ตาง คนตางก็มีอุดมการณใหมของตัวเองก็วากันไป คือตอนที่รวมกันก็รวม ตอนที่เผชิญหนาก็เผชิญหนากัน มนุษยมันเปลี่ยนแปลงได อยาไปฟูม ฟายกับมัน เมื่อมันเปลี่ยนก็เปลี่ยน แตตองยอมรับวามันเปนอยางนี้ มันเปนอยางนี้นี่เอง DemoCrazy: จากที่ไดคนควาหาขอมูลจนมาเปนหนังสือ เลมนี้ ไดอะไรจากการทําหนังสือประชาธิปไตยเปอนเลือดเลมนี้ และมีสิ่งใดบางที่นาจะเปนบทเรียนกับบานเมืองในปจจุบัน รุงมณี : จริงๆ มันเยอะในแงมุมหลายแงมุมที่ไดเนี่ย เราจะมี ความเขาใจ มีผลึกตอสถานการณไดชัดเจนขึ้น วาเหตุการณในกรณี พฤษภาเนี่ย มันมีรายละเอียดของเหตุการณที่ไมนาเกิด แลวเราก็ไดรู วามันมี จริงๆ ในนี้ยังไมไดเขียนอีกตั้งเยอะ อยางปมปญหาความออน ดอย ความออนหัดของหนวยทหารบางหนวย ทําใหสถานการณมัน นําไปสูความรุนแรงมากขึ้น

หรือการตัดสินใจในบางจุด ทําไมถึงทําใหสถานการณมัน สงบ มันยุติลงไปได จริงๆ สถานการณพอหลังจะเขาเฝาฯ ยังไมจบ คือสิ่งเหลานี้เนี่ย Along the Line ก็คือในขั้นตอนของการศึกษา คนควา ตองบอกวา ระหวางในการทําขอมูล เราไดยอยขอเท็จจริง ได รั บ รู ข อ มู ล ใหม เราจะมี ค วามเข า ใจต อ สถานการณ ไ ด ม ากขึ้ น ใน ขณะเดียวกันก็เก็บรับบทเรียนสิ่งเหลานี้ สิ่งที่เราไดแนๆ ที่สุดเนี่ยก็คือวา ความรุนแรงไมใชคําตอบ ในการแกไขปญหา ความรุนแรงมีแตมันไดสรางบาดแผลและความ ราวรานใหกับผูที่ไดรับผลกระทบ แลวกวาความรูสึกเหลานี้เนี่ยจะ ไดรับการเยียวยามันนาน หรือบางคนเนี่ยเปนบาดแผลซึ่งไมสามารถ ที่จะลบลางออกไปจากจิตใจไปได และมันเหมือนเปนบาปที่ตกอยู บางครั้ง เราจะไมเขาใจเลยวา คนที่ผานเหตุการณมาทําไม เขาคิดอยางนี้ หรือบางคนที่ผานเหตุการณนี้นะ เหตุการณพฤษภา เนี่ ย กลั ว มาก ยอมทํ า ทุ ก อย า งก็ ไ ด ที่ จ ะไม ใ ห เ กิ ด การสู ญ เสี ย จน บางครั้งในสายตาของบางคนเนี่ย กลายเปนเหมือนกับพวกขี้แพ ไมสู กลัว ขี้ขลาด แตจริงๆ แลวเนี่ย สําหรับเขาเนี่ยมันมีบาดแผลในใจ ซึ่ง ถาคนไมไดผานหรือไมไดอยูในสถานะเขาอาจจะไมเขาใจ สิ่งที่เราทํางานสวนหนึ่ง นอกจากความเขาใจสถานการณ แลว เราไดค วามเขาใจตรงนี้ มนุษยแ ตล ะคนไมเหมือนกัน มีมิติที่ แตกตาง มีการรับรูเหตุการณๆ หนึ่งเนี่ย ความรูสึกที่เขาไดรับเนี่ยไม เทากันนะ บางคนสะเทือนใจมาก บางคนสะเทือนใจนอย บางคนลืม แลววันรุงขึ้น แตบางคนเนี่ยฝงใจไปอีกสิบๆ ป นั่นคือสิ่งที่เราได เรายังถือวาเปนนักเรียนนอยในการเรียนรูประวัติศาสตร ทางการเมือง เราก็ยังเรียนรูตอไปเรื่อยๆ เพียงแตวาเรามีเวลาที่ จะมาทบทวน รายเรียงเหตุการณ เอาผลึกที่เราไดมาเผยแพร เรา ไมคิดวามันสมบูรณที่สุด แตเราคิดวาเรามีความตั้งใจที่จะทํางาน ในเสี้ยวหนึ่ง เพื่อที่จะไดเผยแพรออกไปเทานั้น

บางบทกวี กาสะลอง

สงกรานตเลือด

สงกรานตเดือดเลือดสาดกราดกลางกรุง ปะทะพุงวุนวายรายหนักหนา พรอมทหารตํารวจราษฎรประชา อางตนมาคนหาปรพชาธิปไตย 10 เมษาเผชิญหนาเผด็จศึก เขาขอยึดืนพื้นที่ตาวผลักไส ตางฝายตางตาตอตอวากันไป สุดทายไทยที่เจ็บช้ําย้ําน้ําจา ประเทศไทยเหตุใดเปนเชนนี้ ไทยนองพี่แตกฝายทําไมหนา อุดมการณแตกตางที่อางมา อางรักษาอางขาทําเพื่อไทย กี่ชีวิตกี่เลือดเนื้อที่ตองสูญ เพื่อเทิดทูนทดแทนแลกสิ่งใหม เลือดนั่นหรือคือการแลกอธิปไตย ไทยทําไทยแลวใครจะชวยเรา ปูกอบกูเอกราชมายาวนาน ไยลูกหลานไมสํานึกกลับโงเขลา อันขวานไทยไมขึ้นใครไทยของเรา ตองปวดราวไทยแยกแตกกันเอง


ป ฏิ วั ติ ค ว า ม คิ ด ติ ด อ า วุ ธ ป ญ ญ า • http://www.demo-crazy.com

ป 18 DemoCrazy พฤษภาทมิฬ

‘ความรุนแรง’ไมใชคําตอบ 26

สัมภาษณพิเศษ รุงมณี เมฆโสภณ กับทัศนะวาดวย “ประชาธิปไตยเปอนเลือด”

DemoCrazy • Volume 18  

DemoCrazy Volume 18, May 2010

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you