Skip to main content

สูจิบัตรออนไลน์ ดนตรีไทยร่วมสมัย “วงโจงกระเบน” วันที่ 5 มีนาคม 2564

Page 1

ฟังดนตรีที่จุฬาฯ ONLINE ในโอกาสครบรอบ ๑๐๔ ปี แห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพลงไทยจากบทพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า โดย “วงโจงกระเบน” วงดนตรีร่วมสมัย อำนวยเพลงโดย ร้อยเอกสมนึก แสงอรุณ วันศุกร์ที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๔

รายการแสดง ⦁ โหมโรงมหาจุฬาลงกรณ์ ⦁ ฟังดนตรีเถิดชื่นใจ ⦁ ดวงใจ ⦁ ปากเป็นเอกเลขเป็นโท ⦁ ไร้รักไร้ผล ⦁ เกียรติศักดิ์ทหารเสือ ⦁ ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง ⦁ ความรัก ⦁ สุริยันจันทรา ⦁ ตับวิวาหพระสมุทร ⦁ พระอาทิตย์ชิงดวง ⦁ เมืองกังวล

ขับร้องโดย ดวงฤทัย วงศ์เกตุ ขับร้องโดย สวรรยา รุ่งมณีพิพัฒน์ ขับร้องโดย มัชฌิมา มีบำรุง ขับร้องโดย ดวงฤทัย วงศ์เกตุ ขับร้องโดย ณกฤศ จิรารัฐพัชร ขับร้องโดย ภาณุภัค โมกขศักดิ์ ขับร้องโดย มัชฌิมา มีบำรุง ขับร้องโดย ณกฤศ จิรารัฐพัชร ขับร้องโดย ภาณุภัค โมกขศักดิ์ สวรรยา รุ่งมณีพิพัฒน์ ขับร้องโดย ภาณุภัค โมกขศักดิ์ ขับร้องหมู่ ร้องนำโดย ดวงฤทัย วงศ์เกตุ


ประวัติวงดนตรี โจงกระเบน วงดนตรีไทยร่วมสมัยที่ผสมผสานระหว่างดนตรีไทย และดนตรีสากล ซึ่งมีทั้งในรูปแบบของขนาดเล็ก จนถึงวงออร์เคสตราขนาดใหญ่ ที่มีเครื่องดนตรีไทย และดนตรีสากลผสมผสานกันอย่างกลมกลืน ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ โดย ร.อ.สมนึก แสงอรุณ สมาชิกในวงประกอบด้วยกลุ่มลูกศิษย์ดนตรีไทย ดนตรีสากล และกลุ่ม เพื่อน พี่ น้องในสถาบันดนตรีต่าง ๆ ของร้อยเอกสมนึก แสงอรุณ แนวเพลงที่บรรเลงมีหลากหลายรูปแบบ มี การนำเพลงไทยของเดิม มาเรียบเรียงใหม่ในแบบฉบับของวงโจงกระเบน ประพันธ์เพลงขึ้นใหม่ในรูปแบบของ ดนตรีร่วมสมัย ตลอดจนเพลงที่อยู่ในกระแสสังคมหรือเพลงสมัยนิยมวงโจงกระเบนก็นำมาบรรเลงในฉบับของ ตนเองด้วย วงโจงกระเบนมีผลงานการแสดงต่าง ๆ มากมาย ที่สำคัญเช่น แสดงในรายการคุณพระช่วย แสดง ในรายการไทยโชว์ ทาง TPBS รายการฟัง ดนตรีท ี่จ ุฬาฯ รายดนตรีก วีศิล ป์ TPBS แสดงในงานสำคัญ ของ หน่วยงานสำคัญของชาติ เช่น กระทรวงวัฒ นธรรม กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงต่างประเทศ และ ทำเนียบรัฐบาล เป็นต้น วงโจงกระเบนออกแสดงเผยแพร่วัฒนธรรมในประเทศหลายประเทศ นอกจากนี้วงโจง กระเบนยังให้กำเนิดนักดนตรี และวงดนตรีใหม่ หลายวง ที่สำคัญเช่น “วงสไบ” ดนตรีไทยร่วมสมัยหญิงไทย วง ชิงชันดนตรีร่วมสมัยเด็กไทย วงแตรวงแต้ติ๊ดตู๋ ปัจจุบันวงโจงกระเบน ยังคงสร้างสรรค์ผลงานเพลง และการแสดง ร่วมสมัยรูปแบบใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ที่อยู่ วงโจงกระเบน โรงเรียนดนตรีสาธุการ เลขที่ ๖๘ หมู่ ๕ ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ๑๒๑๕๐ โทร ๐๘๖-๕๐๖-๕๐๓๗ Email: nuekjongkraben@hotmail.com


ประวัติ และข้อมูลเพลง โหมโรงมหาจุฬาลงกรณ์ ทำนอง ครูเทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล เรียบเรียง ร้อยเอกสมนึก แสงอรุณ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๒ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลง “มหาจุฬาลงกรณ์” เป็นเพลงประจำสถาบันของจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย หลังจากนั้น ในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ นายเทวาประสิทธิ์ พาทย โกศล นำทำนองเพลง “มหาจุฬาลงกรณ์" ซึ่งเป็นเพลงที่มีทำนองเพลง ในแนวสากลมาปรับปรุงให้มีทำนองเพลง ในแนวไทยเดิมพื่อใช้สำหรับเป็นเพลงโหมโรงก่อนการบรรเลงดนตรีไทย นายเทวาประสิทธิ์รับพระราชทานตาม พระราชประสงค์จึงนำเพลง “มหาจุฬาลงกรณ์” มาปรับปรุงและประดิษฐ์ทำนองประพันธ์ขึ้นเป็นเพลง “โหมโรง มหาจุฬาลงกรณ์” และได้บรรเลงวงปี่พาทย์ถวายหน้าพระที่นั่ง จึงทำให้พระองค์ทรงพระราชทานเพลง “โหมโรง มหาจุฬาลงกรณ์” ที่นายเทวาประสิทธิ์ได้ประพันธ์ขึ้นนี้แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งนับเป็นเพลงไทยเพลงแรก ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาจากเพลงไทยสากล ในเวลาต่อมา เมื่อนายเทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล ไปสอนดนตรีไทยให้แก่ชมรมดนตรีของสโมสรนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้นำเพลง “โหมโรงมหาจุฬาลงกรณ์” มาถ่ายทอดแก่นิสิตชมรมดนตรีไทย และใช้ เป็นเพลงโหมโรงในการบรรเลงดนตรีไทยของชมรมฯ ตลอดมา เนื่องด้วยความไพเราะของเพลงโหมโรงนี้ทำให้ ได้รับความนิยมในการบรรเลงจนได้ถ่ายทอดไปถึงวงดนตรีไทยของภาควิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ และ ภาควิชาดุริยางคศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงวงดนตรีไทยของคณะอื่น ๆ ใน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มีการจัดตั้งชมรมดนตรีไทยขึ้น


ฟังดนตรีเถิดชื่นใจ คำร้อง บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ เรื่อง "เวนิสวาณิช" ทำนอง สง่า อารัมภีร เรียบเรียง ร้อยเอกสมนึก แสงอรุณ ฟังดนตรีเถิดชื่นใจเป็นเพลงไทยสากล ที่ประพันธ์ขึ้นโดยใช้ความหมายของบทร้อง นำมาใส่ทำนองดนตรี ให้มีอารมณ์ความรู้สึกถึงความหมายของบทร้องซึ่งบทร้องในเพลงนี้ได้นำมาจากบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ เรื่อง เวนิสวาณิช ตอน "ลอเรนโซ บรรยายให้ เช็สซิกา ฟังเกี่ยวกับเรื่องคนไม่มีดนตรีในหัวใจ" บทร้อง ชนใดไม่มีดนตรีกาล อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ ฤาอุบายมุ่งร้ายฉมังนัก และดวงใจย่อมดำสกปรก ไม่ควรใครไว้ใจในโลกนี้

ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์ มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี ราวนรกชนกล่าวมานี่ เจ้าจงฟังดนตรีเถิดชื่นใจ

ดวงใจ คำร้อง พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน เรียบเรียง ร้อยเอกสมนึก แสงอรุณ เพลงดวงใจดัดแปลงคำร้องมาจากบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ เรื่องท้าวแสนปม เป็นเพลงจังหวะ waltz บันทึกครั้งแรกโดยเพ็ญศรี พุ่มชูศรี ครั้งที่สองโดย รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส จับความตอนที่นางอุษา รำพึงรำพัน ถึงความรักของนางที่มีต่อพระชินเสน บทร้อง โอ้ว่าดวงใจอยู่ไกลลิบ เหลือจะหยิบมาชมภิรมย์ขวัญ เหมือนดวงดาววาววามอยู่ไกลครัน ชิดสวรรค์สุดเอื้อมมาเชยชม เสียแรงชื่ออุษานารี ไยไม่มีเทวามาอุ้มสม ปล่อยให้นั่งฟูมฟกอกตรม ร้าวระบมจิตใจดังไฟราญ อ้าองค์เทวาสุรารักษ์ ทรงฤทธิส์ ิทธิศักดิ์มหาศาล ช่วยดลใจให้ชู้คู่ชีวาน เสียวซ่านเสน่หามาไวไว


ปากเป็นเอก เลขเป็นโท (โยสลัม) คำร้อง บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ ทำนอง เพลงโยสลัม (ของเก่า) เรียบเรียง ร้อยเอกสมนึก แสงอรุณ เพลงปากเป็นเอก เลขเป็นโทนี้ ได้นำบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ มาเรียบเรียงใส่ทำนองเพลงไทยเดิม คือ เพลงโยสลัม แล้วเรียบเรียงดนตรีแบบดนตรีสากล บทร้อง ปากเป็นเอกเลขเป็นโทโบราณว่า หนังสือตรีมีปัญญาไม่เสียหลาย ถึงรู้มากไม่มีปากลำบากกาย มีอุบายพูดไม่เป็นเห็นป่วยการ ถึงเป็นครูรู้วิชาปัญญามาก ไม่รู้จักใช้ปากให้จัดจ้าน เหมือนเต่าฝั่งนั่งซื่อฮื้อรำคาญ วิชาชาญมากเปล่าไม่เข้าที ใครช่างพูดพลิกแพลงเหมือนแรงมาก คนนิยมลมปากมากเชียวพี่ ถึงรู้น้อยถ้อยคำให้ขำดี คงเป็นทีส่ มคะเนทีเ่ ฉโก

ไร้รักไร้ผล คำร้อง พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน เรียบเรียง ภูวดล นุตตานนท์ เพลงไร้รักไร้ผล คำร้องมาจากบทชวนรักชาติ เรื่อง ไร้รักไร้ผล พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎ เกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกระตุ้นให้คนไทยมีความรักชาติ ศาสนา และสมานสามัคคี บทร้อง เรานี้เกิดมาแล้วชาติหนึง่ ไม่ควรให้เสียทีทเี่ กิดมา แม้ใครตั้งจิตรักตัว ควรจะร้อนอกร้อนใจ ชาติใดไร้รักสมัครสมาน แม้ชาติย่อยยับอับจน

ควรคำนึงถึงชาติศาสนา ในหมู่ประชาชาวไทย จะมัวนอนนิ่งอยู่ไฉน เพื่อให้พรั่งพร้อมทั่วตน จะทำการสิง่ ใดก็ไร้ผล บุคคลจะสุขอยู่อย่างไร


เกียรติศักดิ์ทหารเสือ คำร้อง บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ ทำนอง สง่า อารัมภีร์ เรียบเรียง ประทีป สุพรรณโรจน์ เกียรติศักดิ์ทหารเสือ เป็นเพลงประกอบละครเวทีเรื่อง "เกียรติศักดิ์ทหารเสือ" ของศักดิ์เกษม หุตาคม หรือ "อิง อร" เมื่อ ประมาณ พ.ศ. ๒๔๙๐-๒๔๙๕ ขับ ร้องโดยบุญช่วย หิร ัญ สุนทร ประพันธ์ท ำนองโดย สง่า อารัมภีร และสุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ โดยใช้คำร้องจากโคลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว บทร้อง มโนมอบพระผู้ แขนถวายให้ทรงธรรม์ ดวงใจให้ขวัญจิต เกียรติศักดิร์ ักของข้า มโนมอบพระผู้ แขนมอบถวายทรงธรรม์ ดวงใจมอบเมียขวัญ เกียรติศักดิร์ ักข้า

สถิตอยู่ยอดสวรรค์ พระผ่านเผ้าเจ้าชีวา ยอดชีวิตและมารดา ชาติชายแท้แก่ตนเอง เสวยสวรรค์ เทอดหล้า และแม่ มอบไว้แก่ตัว

ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง (สร้อยเพลง) คำร้อง บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ ทำนอง สร้อยเพลง (ทำนองเก่า) เรียบเรียง ร้อยเอกสมนึก แสงอรุณ สร้อยเพลง เป็นเพลงไทยเดิมอัตรา ๒ ชั้น หน้าทับปรบไก่ มี ๕ จังหวะหน้าทับ เป็นเพลงเก่าทีม่ ีมาแต่เดิม ไม่ทราบนามผู้แต่ง ใช้บรรเลงและขับร้องประกอบการแสดงโขนละคร บทร้อง ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง เคี่ยวเข็ญเย็นค่ำกรำไป เขาจะเห็นแก่หน้าค่าชื่อ ไหนจะต้องเหนื่อยยากลำบากกาย

คงจะต้องบังคับขับไส ตามวิสัยเชิงเช่นผู้เป็นนาย จะนับถือพงศ์พันธุ์นั้นอย่าหมาย ไหนจะอายทั่วทั้งโลกา


ความรัก คำร้อง พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ ทำนอง สง่า อารัมภีร์ เรียบเรียง ร้อยเอกสมนึก แสงอรุณ เพลงความรักคำร้องทัง้ หมดมาจากวรรณคดีเรื่องเวนิสวาณิช พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎ เกล้าเจ้าอยูห่ ัว เป็นตอนวงดนตรีบรรเลงและขับร้องเพลงขณะที่บัสสานิโยกำลังพิจารณาหีบเสี่ยงทายทัง้ สามใบ ของนางปอร์เซีย ถ้าผู้ใดเลือกได้หบี ใบที่มีรปู นางปอร์เซียผู้นนั้ จะได้เป็นคู่ครองของนาง บทร้อง ความเอยความรัก เริ่มเพาะเหมาะกลางหว่างหัวใจ แรกจะเกิดเป็นไฉนใครรูบ้ ้าง ใครถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงรตี ตอบเอ๋ยตอบถ้อย ตาประสบตารักสมัครไซร้ แต่ถ้าแม้สายใจไม่สมัคร ได้แต่ชวนเพื่อนยามาพร้อมกัน

เริ่มสมัครชั้นต้น ณ หนไหน หรือเริม่ ในสมองตรองจงดี อย่าอำพรางตอบสำนวนให้ควรที่ ผู้ใดมีคำตอบขอบใจเอย เกิดเมือ่ เห็นน้องน้อยอย่าสงสัย เหมือนหนึง่ ให้อาหารสำราญครัน เหมือนฆ่ารักเสียแต่เกิดย่อมอาสัญ ร้องรำพันสงสารรักหนักหนาเอย

สุริยันจันทรา คำร้อง บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ ทำนอง สุรพล แสงเอก เรียบเรียง ร้อยเอกสมนึก แสงอรุณ เพลง "สุริยันจันทรา" คำร้องของเพลงนี้นำมาจากบทละครเรื่อง "วิวาหพระสมุทร" ซึ่งรัชกาลที่ ๖ นำโครง เรื่องมาจากตำนานกรีกโบราณ ที่ผู้คนเกรงกลัวในอำนาจพระสมุทร ทุกๆ ๑๐๐ ปี จะต้องส่งสาวพรหมจารีไปเป็น เจ้าสาวของพระสมุทร โดยจับหญิงสาวมัดเชือกทิ้งไว้ที่ทะเลให้คลื่นพัดลงในทะเล เมื่อหญิงนั้นหายไป ชาวเมืองก็ จะบอกว่าหญิงผู้นั้นได้วิวาห์กับพระสมุทรแล้ว เจ้าหญิงอันโดรเมดารักกันอยู่กับเจ้าชายอันเดร แต่พระบิดาเจ้า หญิงไม่โปรดเจ้าชายอันเดรเพราะเจ้าชายยากจน จนเมื่อใกล้ถึงเวลาต้องส่งเจ้าสาวคือเจ้าหญิงอันโดรเมดาให้พระ สมุทร มีเรือรบของอังกฤษมาจอดเทียบท่า เจ้าหญิงอันโดรเมดาส่งพี่เลี้ยงสาวไปขอความช่วยเหลือจากนาวา เอกไลอ้อน ผู้บังคับการเรือรบ นาวาเอกไลอ้อนรับช่วยเหลือโดยประกาศตัวเป็นผูแ้ ทนพระสมุทร นำเจ้าบ่าวที่ พระ สมุทรพอใจคือเจ้าชายอันเดรมารับตัวเจ้าสาวไป เจ้าชายอันเดรจึงได้แต่งงานกับเจ้าหญิงอั นโดรเมดาสมปรารถนา


สำหรับเพลง"สุริยันจันทรา" เนื้อร้องนำมาจากตอนที่เจ้าชายอันเดรไปยืนร้องเซเรเนดอันโดรเมดาให้นางเผยตัว ออกมาที่ระเบียงวัง บทร้อง ถึงกลางวันสุริยันแจ่มประจักษ์ ไม่เห็นหน้านงลักษณ์ยิ่งมืดใหญ่ ถึงราตรีมจี ันทร์อันอำไพ ไม่เห็นโฉมประโลมใจยิง่ มืดมน อ้าดวงสุริย์ศรีของพีเ่ อย ขอจงเผยหน้าต่างนางอีกหน ขอเชิญจันทร์แจ่มกระจ่างกลางสกล เยี่ยมมาให้พี่ยลเยือกอุรา

ตับวิวาหพระสมุทร คำร้อง พระราชนิพนธ์ใน รัชกาลที่ ๖ ทำนอง คลื่นกระทบฝัง่ บังใบ แขกสาหร่าย (ของเก่า) เรียบเรียง ร้อยเอกสมนึก. แสงอรุณ เพลงตับวิวาหพระสมุทร เป็นเพลงประเภทตับเรื่อง บทร้องมาจากตอนหนึ่งของบทละครพูดสลับลำเรื่อง "วิวาหพระสมุทร" พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๑ จุดมุ่งหมายเพี่อพระราชทานแก่คณะเสือป่า กองเสนาหลวงรักษาพระองค์ แสดงเก็บเงินบำรุงราชนาวีสมาคมแห่ง กรุงสยาม ณ พระราชวังสนามจันทร์ เนื้อเรื่องได้เค้ามาจากนิยายกรีกเก่า เชื่อว่าถ้าหญิงงามตายในทะเลจะช่วยให้ รอดพ้นจากอุทกภัย เนื้อเรื่องกล่าวถึงประชาชนชาวกรีก ณ เกาะ อัลฟะเบตา โง่เขลา หลงเชื่อในอำนาจทางทะเล เมื่อครบรอบ ๑๐๐ ปี จะต้องส่งสาวพรหมจารีไปเป็นเจ้าสาวของพระสมุทร กษัตริย์มิดัสผู้ครองเกาะจำใจส่งราช ธิดาชื่ออันโดรเมดาไปสังเวยทางทะเลแต่อันเดรคู่รักของนางออกอุบาย ขอให้นายนาวาเอกเอดเวิดไลออน กัปตัน เรืออังกฤษมาขู่ชาวเมืองให้ยกนางให้อันเดร นางจึงรอดชีวิต และได้แต่งงานกับอันเดรสมปรารถนา คุณค่าทาง วรรณคดี เป็นบทละครสุขใจและขบขันบางตอน เป็นเรื่องรักสดชื่นจบลงด้วยความสุข กระบวนกลอนและฉันท์ ประณีตบรรจง บทร้องเพราะทำนองดี บทร้อง เพลงคลื่นกระทบฝั่ง อันโดรเมดาสุดาสวรรค์ ยิ่งกว่าชีวันเสน่หา ขอเชิญสาวสวรรค์ขวัญฟ้า เปิดวิมานมองมาให้ชื่นใจ ถึงกลางวันสุริยันแจ่มประจักษ์ ไม่เห็นหน้านงลักษณ์ยิ่งมืดใหญ่ ถึงราตรีมจี ันทร์อันอำไพ ไม่เห็นโฉมประโลมใจยิง่ มืดมน อ้าดวงสุริย์ศรีของพีเ่ อ๋ย ขอเชิญเผยหน้าต่างนางอีกหน ขอเชิญจันทร์แจ่มกระจ่างกลางสากล เยี่ยมมาให้พี่ยลเยือกอุรา


เพลงบังใบ ได้ยินคำสำเนียงเสียงเสนาะ แสนไพเราะรสรักเป็นหนักหนา เหมือนยินเสียงหงส์ทองที่ฟ่องฟ้า กล่อมสุนทรวอนว่าน่ายินดี ถึงแม้ว่าจะสนิทนิทรา ก็ผวาเมื่อสดับศัพท์เสียงพี่ ถึงดิฉันร้อนรุมกลุ้มฤดี เสียงเหมือนทิพย์วารีมาประพรม แต่โอ้ว่าอนิจจาได้กินหวาน มิช้านานต้องกลืนทั้งขื่นขมมม พอพี่ไปใจน้องต้องระทม ยิ่งมาชมก็ยิ่งช้ำระกำใจ

เพลงแขกสาหร่าย ถ้าแม้พี่เลือกได้ตามใจพี่ จะไปพ้นทีน่ ี้นั้นหาไม่ จะยืนชมขวัญตาผู้ยาใจ กว่าจะได้สวมกอดแม่ยอดรัก โอ้พ่อยอดยาจิตของมิตรเอ๋ย เมื่อไรเลยจะได้เชยชิดชม กลิ่นหอมได้ดอมดมห่างรักหักอารมณ์ โอ้แสนระทมระทวยเอย ถ้าแม้ไม่เกรงใจบิดาเจ้า จะลักองค์นงเยาว์จากตำหนัก นี่หากเกรงโฉมฉายจะขายพักตร์ จึงจำหักใจคอยดูถ้อยที โอ้อันโดรเมดานิจจาเอ๋ย กระไรเลยเจ้าบ่เคยชํ้าใจ หมดหอมต้องตรอมในแทบจะบรรลัย หัวใจจะขาดเสียแล้วเอย

พระอาทิตย์ชิงดวง คำร้อง พระราชนิพนธ์ใน รัชกาลที่ ๖ ทำนอง ประพันธ์โดยพระประดิษฐ์ไพเราะ (มี ดุริยางกูร) เรียบเรียบ ร้อยเอกสมนึก แสงอรุณ เพลงพระอาทิตย์ชิงดวง เถา ของเดิมทำนอง ๒ ชั้น ของพระประดิษฐ์ไพเราะ (ครูมีแขก) แต่งตามคำ บัญชาของสมเด็จพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เพื่อใช้บรรเลงเป็นเพลงลาที่ซาบซึ้งประทับใจ มีชั้น เชิง ฝากรักฝากอาลัยด้วยทำนองลูก เล่นแทรกอยู่แพรวพราย ต่อมาราว พ.ศ. ๒๔๘๖ หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ได้นำมาทำเป็นเพลงเถาซึ่งยังคงลีลาของทำนองและชั้นเชิงเดิมและเพิ่มใหม่ไว้อย่างน่าฟัง


บทร้อง เรื่อยเรื่อยภุมรินบินว่อน เกลือกเกสรบัวทองผ่องใส รื่นรื่นรสสุคนธ์ปนไป สองใจจิตสนิทนอน ดอกเอย เจ้าดอกบัวผัน บุหงาสวรรค์ ของเรียมนี่เอย เจ้าหน้านวลเอย เจ้าหน้านวลยวนใจให้พเี่ ชย ไม่ละไม่เลยไม่ลืมชม แม้ห่างอินทรีย์อกพี่ระบม อกตรอมอกตรมเสียจริงเอย เจ้าภุมรินเอยกลัวกลิ่นบุปผา เกสรผกาไม่ราโรย จะคลึงจะเคล้าจะเฝ้าสงวน จะยั่วจะยวนเมื่อลมโชย จะกอบจะโกย กลิ่นไปเอย ดอกเอ๋ย เจ้าดอกโกมุท เจ้าแสนสวยสุด ของเรียมนี่เอย เมืองกังวล คำร้อง ถนอม อัครเศรณี ทำนอง สง่า อารัมภีร เรียบเรียง ผู้ช่วยศาสตราจารย์พันเอกชูชาติ พิทักษากร บทกลอน" เมืองไร้กังวล" บทนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง "เมืองกังวล" ที่มีคุณสง่า อรัมภีร์ ประพันธ์ ทำนองจากบทกลอนที่เดิมเข้าใจกันว่าเป็นพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ ๖ แต่ต่อมามีการอ้างอิง มล.ปิ่น มาลากุล ว่าท่านเป็นผู้แจ้งว่า ประพันธ์นี้เดิมชื่อ กลอนหัวใจเมือง ซึ่งมี คุณถนอม อัครเศรณี เป็นผู้ประพันธ์ บทร้อง เมืองใดไร้สงิ่ อันพึงมี พระมหาธีรราชเจ้าจอมปรัชญา เมืองใดไม่มีทหารหาญ เมืองใดไร้จอมพารา เมืองใดไม่มีพณิชเลิศ เมืองใดไร้ศลิ ปโสภณ เมืองใดไม่มีกวีแก้ว เมืองใดไร้นารีงาม เมืองใดไม่มีดนตรีเลิศ เมืองใดไร้ธรรมอำไพ

ย่อมเสื่อมศักดิ์ศรีไร้คุณค่า ทรงพระนิพนธ์ไว้ว่าน่ากังวล เมืองนั้นไม่นานเป็นข้า เมืองนั้นไม่ช้าอับจน เมืองนั้นย่อมเกิดขัดสน เมืองนั้นไม่พ้นเสื่อมทราม เมืองนั้นไม่แคล้วคนหยาม เมืองนั้นสิ้นความภูมิใจ เมืองนั้นไม่เพริศพิสมัย เมืองนั้นบรรลัยแน่เอย


ประวัติผู้อำนวยเพลง และผู้เรียบเรียง

ร้อยเอกสมนึก แสงอรุณ นักดนตรีไทยดนตรีและสากลร่วมสมัย ถนัดเครื่องเป่าทั้งไทยและสากล จบการศึกษาจากโรงเรียนดุริยางค์ ทหารบก จบการศึกษาปริญญาตรี และปริญญาโท ดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาวิชาดนตรีไทย และดนตรีสากลกับครูดนตรี ที่มีชื่อเสียงหลายท่านอาทิ พันโทเสนาะ หลวงสุนทร (ศิลปิน แห่งชาติ) ครูจำเนียร ศรีไทยพันธ์ (ศิลปินแห่งชาติ) พันโทวิชิต โห้ไทย (ศิลปินแห่งชาติ) ผศ.พ.อ.ชูชาติ พิทักษากร (ศิลปินแห่งชาติ) อาจารย์แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ (ศิลปินแห่งชาติ) พันเอกประสิทธิ์ จินดาอินทร์ จ่าสิบเอกทวี ไทย พยัคฆ์ จ่าสิบเอกสมชาย ดุริยประณีต ผศ. สงบศึก ธรรมวิหาร อาจารย์ไพทูรย์ อุณหกะ อาจารย์อานันท์ นาคคง รศ.ดร.ณรุทธ์ สุทธจิตต์ อาจารย์ดำริห์ บรรณวิทยกิจ ศ.ดร.ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร ศ.ดร.วีรชาติ เปรมานนท์ และ คณาจารย์ทางดนตรีอีกหลายท่าน เป็นนักดนตรีไทยและสากลร่วมสมัย นักประพันธ์เพลง นั กเรียบเรียงเสียงประสาน ผู้อำนวยเพลง เป็นผู้ ก่อตั้งวงดนตรีโจงกระเบนบรรเลงในรายการคุณพระช่วย และเป็นที่ปรึกษา และออกแบบดนตรีในรายการคุณ พระช่วย ปี พ.ศ. ๒๕๔๗-๒๕๕๑ ก่อตั้งวงดนตรีสไบ เคยร่วมงานกับศิลปินและวงดนตรีสำคัญ เช่น วงฟองน้ำ วง กอไผ่ วงบอยไทย วงบางกอกไซโลโฟน วงสวนพลูคอรัส วงไหมไทย วงบางกอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า วงสยามฟิวฮา โมนิค ร่วมงานกับ ริชาร์ด ฮาร์วี่ (Richard Harvel) ในผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์สุริโยไท และเพลงสารคดี บรมราชาภิเษก ร่วมทำงานกับละครเพลงหลายเรื่องเช่น จันทร์อินทร์เดอะมิวสิคคัล (๒๐๐๑) สี่แผ่นดินเดอะมิว สิคคัล แม่นาคเดอะมิวสิคคัล มหาชนกบัลเล่ต์โอเปร่า เป็นผู้อำนวยการดนตรีละครเพลงรอยดุริยางค์เดอะมิ วสิค คัล ผลงานที่มีความภูมิใจสูงสุดคือได้รับกียรติเป็นผู้อำนวยเพลงให้กับวงมหาดุริยางค์ไทยสากลในงานยุว สังคีต ศิลป์แผ่นดินไทยถวายชัยองค์ภูมิพล และเรียบเรียงเพลงประกอบการแสดงโขน ของมูลนิธิศิลปาชีพในสมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงอีกทั้งมีผลงานการประพันธ์เพลง และเรียบเรียง


เพลงเป็นจำนวนมาก อาทิ เพลงละโว้ สำหรับเดี่ยวปี่ในกับวงออร์เคสตรา เพลงวิสาขบูชา สำหรับวงออร์เคสตรา เพลงพรหมมาศ สำหรับวงดุริยางค์เครือ่ งลม และเพลงมอญดูดาว๒๐๑๙ สำหรับวงดนตรีร่วมสมัยบิ๊กแบน เป็นต้น ร้อยเอกสมนึก แสงอรุณ เป็นครูดนตรีไทยและสากล หลายสถาบัน อาทิ โรงเรียนดุริยางค์ทหารบก มูลนิธิ หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บ้านละครมรดกใหม่ชลประคัล จันทร์เรือง และโรงเรียนดนตรีสาธุการ ปัจจุบันเป็นคณะทำงานดนตรีมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ กรมดุรยิ างค์ ทหารบก เป็นผู้อำนวยการดนตรีโรงเรียนดนตรีส าธุการ เป็นคณะทำงานศาสนา ศิลปวัฒนธรรม สภาศึกษา แห่งชาติ และเป็นหัวหน้าวงดนตรีโจงกระเบน

ประวัตินักร้อง ผศ.ภาณุภัค โมกขศักดิ์ อาจารย์ป ระจำสาขาวิชาดนตรีไทย ภาควิชาดนตรี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จบการศึกษา ด้ า นดนตรี ไ ทย (ขั บ ร้ อ งไทย) จากคณะมนุ ษ ยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และจบการศึกษาด้านมานุษยดุริ ยางควิทยา จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนคริ นทรวิ โ รฒ มี ค วามสนใจศึก ษาในด้า นดนตรีก ารขับ ร้องที่ หลากหลาย เป็นนักร้ องประจำคณะหุ่นกระบอกอาจารย์จักร พันธุ์ โปษยกฤต, วงคำหวาน และวงวรุณทิต ติดตามผลงานได้ ในเพจตีกรับขับเสภา, เพจหัดร้องเพลงไทยกับครูเป็น, เพจวง วรุณทิต และเฟสบุ๊คภาณุภัค แห่งสำนักหมื่นขับ

ณกฤศ จิรารัฐพัชร เป็นนักดนตรีไทยและดนตรีร่วมสมัย ถนัดในด้านเครื่องสาย ทั้งดนตรีไทย ดนตรีพื้นเมือง ตลอดจนดนตรีประจำชาติของชาติ ต่างๆ จบการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรี วิชาเอกจะเข้ จากคณะ มนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ศึกษาวิชาดนตรีกับครู หลายท่านอาทิเช่น ผศ.ณรงค์ เขียนทองกุล อาจารย์ขุนอิน ณรงค์ ฤทธิ์ โตสง่า ผศ.วันชัย เอื้อ จิตรเมศ ร้อ ยเอกสมนึก แสงอรุณ อาจารย์สุรพล ธัญวิบูลย์ มีประสบการณ์ร่วมงานกับวงดนตรีร่วม


สมัยต่างๆ เช่น วงบอยไทย วงขุนอิน วงบางกอกอคูสติก วงโจงกระเบน วงสไบ วงเสียงไทยคอรัส ฯลฯ เป็นจิต อาสาในโครงการจังหวะชีวิต ให้กับสมาคมสายใยครอบครัว และเสถียรธรรมสถาน เป็นผู้ก่อตั้ง ประพันธ์ และบรรเลงให้กับวง "แก้วนนทรี" เพื่อเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการสร้างสรรค์ผลงานเรียบเรียงและบรรเลงเพลงไทย สำหรับวงมหาดุริยางค์ ชิงถ้วยพระราชทานจากรายการ อัศจรรย์คันธรรพ ได้รับรางวัล รองชนะเลิศ, ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทยในโครงการ ASEAN Youth Ensemble 2018 มีผลงานการบันทึกเสียง และงานแสดงดนตรีในระดับประเทศและระดับนานาชาติมากมาย อาทิ อัลบั้ม บอยไทย ไลฟ์ , บันทึก เสียง ซอเอ้อหู (ซอจีน ) เพลงประกอบละครเรื่อง "กี่เ พ้า ", ซอด้วง ในเพลงประจำทีม แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เวอร์ชั่นภาษาไทย "Glory Glory Man United", ซออู้ เพลงประกอบภาพยนตร์ แผลเก่า , ซออู้ ซอสามสาย ประกอบละครเวทีสี่แผ่นดิน เดอะมิวสิคัล , ซออู้ ซอสามสาย ประกอบละครเวที รอยดุริยางค์ เดอะ มิวสิคัล, ซออู้ ประกอบละครเวที ลิเกธรรมประวัติ อชาตศัตรู เดอะมิวสิคัล และเป็นผู้บรรเลงซออู้ ในเพลง” ออเจ้าเอย” ประกอบละครบุพเพสันนิวาส สวรรยา รุ่งมณีพิพัฒน์ จบการศึกษาปริญญาตรีจากสาขาดุริยางคศิลป์ไทย คณะ ศิล ปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ม หาวิทยาลัย เคยเป็นตัวแทน มหาวิท ยาลัยไปเข้าร่วมโครงการ The 1st Asean 3+ Youth Cultural Forum at University of Malaya โ ค ร ง ก า ร แลกเปลี่ยนวัฒ นธรรมไทย-จี น, ไทย-เกาหลี, ไทย-ญี่ป ุ่น ณ อาคารศิล ปวัฒ นธรรม จุฬาลงกรณ์ม หาวิท ยาลัย ปัจ จุบ ันรับ ราชการที ่ ก รมประชาสั ม พั น ธ์ ในตำแหน่ ง ดุ ร ิ ย างคศิ ล ปิ น ความสามารถพิเศษนอกเหนือจากการเป็นนักดนตรี คือการร้อง เพลง

มัชฌิมา มีบำรุง จบการศึ ก ษาระดั บ ปริ ญ ญาตรี จ ากคณะศิล ปกรรม ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันรับราชการตำแหน่ง นั ก ร้ อ งวงดนตรี ก รมประชาสั ม พั น ธ์ และวง Pop-Opera “Fivera” ค่าย Tero Music ผลงานที่ผ่านมา อาทิ สี่เเผ่นดิน เดอะมิวสิคัล รางวัลชนะเลิศและรางวัล Popular Vote จาก การประกวด Broadway Performer Singing Competition ปี ๒๕๕๗, รางวัลชนะเลิศ CU Singing Contest ครั้งที่ ๒๓


ขับร้องเดี่ยวร่วมกับวงดุริยางค์ อาทิ Royal Bangkok Symphony Orchestra, วงไหมไทยออร์เคสตร้า, วงดุริยางค์กรมศิลปากร, วงดุริยางค์ทหารบก, และ วง Feroci Philhamonic Winds ฯ แสดงต่างประเทศ อาทิ สาธารณรัฐมัลดีฟส์, สาธารณรัฐประชาชนจีน, สาธารณรัฐแห่งรัฐคูเวต, สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล ฯลฯ ผลงานเพลงประกอบละคร เรื่องรากนครา เพลง "หัวใจรอคำว่ารัก" (เข้าชิง ๑ ใน ๕ เพลงละครดีเด่นจาก รางวัลโทรทัศน์ทองคำครั้งที่ ๓๒), เรื่องบางกอกนฤมิตร เพลง “สร้างมาด้วยรัก" เรื่องภริยา เพลง”ได้ไปแค่ตัว” และผลงานเพลง ไม่มีวันปล่อยมือเธอ - PRD Band ฯ พากษ์เสียงพูดเเละร้องให้ตัวละครเอกในเรื่อง Over The Moon(เฟยเฟย) เเละเรื่อง Jingle Jangle (เจอนีย์) ทาง Netfilx ในปี ๒๕๖๒ ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วม Asian Friendship Concert ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน

ดวงฤทัย วงศ์เกตุ นักดนตรี และนักร้อง กรมดุริยางค์ทหารบก จบการศึกษา จากโรงเรียนดุริยางค์ทหารบก และรับราชการอยู่กรมดุร ิย างค์ ทหารบกตั้งแต่ ๒๕๔๑ เดิมทีได้มีตำแหน่งเป็นนักดนตรีตำแหน่ง Cello และได้มีผลงานการแสดงมากมายที่เกี่ยวข้องกับกองทัพบก รวมถึงการร่วมวงออร์เคสตราของกองทัพบก แต่ได้มีความชอบใน การร้ อ งเพลงจึง เริ ่ ม ผั น ตั ว เองมาร้ องเพลงและทำการแสดง ปัจ จุบ ันรับราชการทหาร ยศจ่าสิบ เอก ตำแหน่ง นักดนตรีกรม ดุริยางค์ทหารบก และเป็นสมาชิกวงดนตรีไทยร่วมสมัยหญิงไทย วง “สไบ” และเป็นนักร้องประจำวงดนตรีไทยร่วมสมัยวง “โจง กระเบน”


รายนามนักดนตรี วงดนตรีโจงกระเบน ปี่ใน ขลุ่ย คลาริเนท เปียโน กลองชุด กีตาร์เบส ไวโอลิน ไวโอลิน วิโอล่า เชลโล ดับเบิล้ เบส โอโบ คลาริเนท ทรัมเป็ท ทรอมโบน เพอคัสชั่นและกลองไทย ระนาดเอก ฆ้องวงใหญ่ ซอด้วง และขับร้อง ซออู้ และขับร้อง ขับร้อง ขับร้อง ขับร้อง ขับร้อง และคีย์บอร์ด เจ้าหน้าที่โน้ตเพลง ผู้จัดการวง

ร้อยเอกสมนึก แสงอรุณ วิกรานต์ บุญไชย นิพนธ์ จริยะตระกูล ประวิช ดวงแก้ว ปณริตรา โกศลสิริพจน์ ปลื้มปิติ โชติกุโล ธรรม์ปพน ปริญญากุล นภัสนันท์ สร้อยสุวรรณ ยศพนธ์ อ่อนสำอางค์ สาธุการ แสงอรุณ ศรศักดิ์ สุขส่ง ธนกฤต ด้วงคงมนศรี สมเจต โคสี พงศกร ลำลอง วาณิช ราชาเดช จาตุรนต์ ยิ้มศิริ ปยุต ธนพูนหิรัญ ธนวิชญ์ นรเทพ ณกฤศ จิรารัฐพัชร สวรรยา รุง่ มณีพิพฒ ั น์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาณุภัค โมกขศักดิ์ มัชฌิมา มีบำรุง ดวงฤทัย วงศ์เกตุ ณริษฎา จันทรศุภแสง วาณิช ราชาเดช อัญชรินทร์ แสงอรุณ

คณะทำงาน ร้อยเอกสมนึก แสงอรุณ อาจารย์อานันท์ นาคคง วาณิช ราชาเดช อัญชรินทร์ แสงอรุณ สวรรยา รุง่ มณีพิพฒ ั น์

ผู้อำนวยการผลิต ผู้อำนวยเพลง และควบคุมการฝึกซ้อม พิธีกร เจ้าหน้าที่โน้ตเพลง ประสานงานวงดนตรี และศิลปิน ออกแบบเสื้อผ้า ข้อมูลสูจบิ ัตร และโน้ตเพลง


ธนวิชญ์ นรเทพ จาตุรนค์ ยิ้มศิริ ชายใหญ่ นรากร ณัฐนนท์ ยาคำ อดิศร คุณประทุม

ข้อมูลสูจบิ ัตร และจัดทำ ผู้จัดการเวที และประสานงาน ฝ่ายสนับสนุน ฝ่ายสนับสนุน ฝ่ายสนับสนุน

ขอขอบคุณ กองดุริยางค์กองทัพไทย กรมดุริยางค์ทหารบก กองดุริยางค์ทหารอากาศ กรมประชาสัมพันธ์ มหาวิยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ชมรมดนตรีไทยร่วมสมัย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โครงการห้องเรียนดนตรี โรงเรียนหอวัง สถาบันดนตรีสาธุการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พันเอกชูชาติ พิทักษากร (ศิลปินแห่งชาติ) พันโทเสนาะ หลวงสุนทร (ศิลปินแห่งชาติ) อาจารย์ไพทูรย์ อุณหะกะ อาจารย์อานันท์ นาคคง อาจารย์ประยุทธ ชาญอักษร ผศ.ภาณุภัค โมกขศักดิ์


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
สูจิบัตรออนไลน์ ดนตรีไทยร่วมสมัย “วงโจงกระเบน” วันที่ 5 มีนาคม 2564 by Chulalongkorn University - Issuu