Skip to main content

สูจิบัตร ฟังดนตรีที่จุฬาฯ “80 สมพัตสร์ ครูสมพงษ์ ภู่สร” วันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2569

Page 1

ฟังดนตรีที่จุฬาฯ “๘๐ สมพัตสร์ ครูสมพงษ์ ภู่สร” โดย ชมรมดนตรีไทย สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ วันศุกร์ที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๙ ณ หอแสดงดนตรี อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


รายการแสดง ๑. สาธุการ ชั้นเดียว ออกตระมงคลจักรวาล วงปี่พาทย์ไม้แข็งเครื่องคู่ โดย ชมรมดนตรีไทย สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ๒. โหมโรงมหาจุฬาลงกรณ์ วงมโหรีเครื่องใหญ่ โดย ชมรมดนตรีไทย สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๓. เพลงบูชาครู ชุด ๘๐ สมพัตสร์ ครูสมพงษ์ ภู่สร วงมโหรีเครื่องใหญ่ โดย ชมรมดนตรีไทย สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๔. เพลงเพชรน้อย สามชั้น วงมโหรีเครื่องใหญ่ โดย มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ๕. การบรรเลงเดี่ยวฆ้องวงใหญ่ เพลงมุล่ง ชั้นเดียว โดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ๖. เพลงมังกรทอง เถา วงปี่พาทย์ไม้เเข็งเครื่องใหญ่ โดย มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ๗. การบรรเลงเดี่ยวระนาดทุ้ม เพลงพญาโศก สามชั้น โดย ครูสมพงษ์ ภู่สร ๘. เพลงทยอยนอก สามชั้น วงมโหรีเครื่องใหญ่พิเศษ โดย ชมรมดนตรีไทย สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


ครูสมพงษ์ ภู่สร

ภูมิหลัง ครู ส มพงษ์ ภู ่ ส ร เกิ ด เมื ่ อ วั น ที ่ ๑๖ พฤศจิ ก ายน พ.ศ. ๒๔๘๘ ณ ตำบลทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรของนายลาภ และนางพิม ภู่สร มีพี่น้องร่วมบิดามารดาทั้งหมด ๖ คน สมรสกับนางพินทอง ภู่สร (นามสกุลเดิม ชัยวงษ์) มีบุตรธิดาทั้งหมด ๓ คน ได้แก่ นางสุรมะณีย์ ภู่สร นางสาวณิชารีย์ ภู่สร และนายสมชาย ภู่สร ในวัยเด็ก ครูสมพงษ์ ภู่สร ได้อาศัยอยู่กับย่า ณ จังหวัดกาญจนบุรี จนกระทั่งมีอายุครบ ๗ ปี บิดาจึงได้พากลับมาเข้ารับการศึกษา ณ โรงเรียน บ้านโป่ง ตำบลทุ่งคอก อำเภอสองพี ่น ้ อ ง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยสำเร็ จ การศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ภายหลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ ว ตั้งใจจะประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม ซึ่งเป็นอาชีพหลักของครอบครัว จนกระทั่งเมื่ออายุได้ ๑๒ ปี จึงได้มีโอกาสเริ่มฝึกหัดปี่พาทย์ โดยการชักชวน ของนายชั้น แซ่ตั้ง ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้า


เส้นทางสู่การเป็นนักดนตรีไทย ครู ส มพงษ์ ภู ่ ส ร เริ ่ ม ฝึ ก หั ด ดนตรี ไ ทยครั ้ ง แรกเมื ่ อ อายุ ๑๒ ปี ณ วัดทุ่งคอก ตำบลทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งทางวัดมี เครื่องดนตรีไทยประจำอยู่แล้ว โดยมีหลวงพ่อแดง วัดทุ่งคอก เป็นผู้สนับสนุน และจัดหาครูมาสอน คือ ครูสนิท (ไม่ทราบนามสกุล) ซึ่งเป็นครูคนแรกของครู สมพงษ์ ภู่ส ร โดยท่านได้เริ่ มต้น ฝึ ก ฆ้ อ งวงใหญ่เ ป็น เครื่ อ งดนตรีช ิ้ น แรก เพลงแรกที่ได้รับการถ่ายทอด คือ เพลงสาธุการ ครูสมพงษ์ ภู่สร ฝึกหัดดนตรี ไทยที่บ้านนายชั้น แซ่ตั้ง ซึ่งเป็นญาติ และมีศักดิ์เป็นน้า โดยใช้เครื่องดนตรี ของวัดทุ่งคอก จังหวัดสุพรรณบุรี เรียนอยู่ไม่ถึงหนึ่งปี ก็ย้ายสำนักไปเรียนกับ นายแสวง ทองประเสริฐ เป็นเวลาประมาณหนึ่งปีกว่า ในช่วงนี้ได้เรียนดนตรี ไทยระดับพื้นฐาน ตั้งแต่เพลงสาธุการ โหมโรงเช้า โหมโรงเย็น และสามารถ บรรเลงประกอบลิเกวิกได้ รวมถึงมีโอกาสไปช่วยงานครู ใช้วิชาดนตรีไทยใน การประกอบอาชีพได้ หลั ง จากนั ้ น ครู ส มพงษ์ ไ ด้ ข วนขวายและฝึ ก ฝนดนตรี ไ ทยอย่ า ง ต่อเนื่อง โดยเล่นดนตรีไทยเป็นอาชีพเสริม เนื่องจากในต่างจังหวัดนั้นไม่ได้มี งานดนตรีทุกวัน และยังคงประกอบอาชีพหลัก คือ เกษตรกรรม ควบคู่กับ การรับงานดนตรีตามโอกาส เมื่อมีงานก็ไปร่วมบรรเลงจึงได้รับทั้งรายได้และ ฝึกประสบการณ์ไปพร้อมกัน ลักษณะการเล่นดนตรีไทยในอดีต โดยเฉพาะ การบรรเลงประกอบลิ เก มี ค วามแตกต่า งจากปั จจุบ ัน ผู ้ แ สดงไม่ไ ด้แจ้ง ล่วงหน้าว่าจะร้องเพลงใด นักดนตรีจึงต้องฟังและสามารถรับเพลงให้ได้ทั นที หากไม่สามารถรับเพลงได้ บางครั้งปี่พาทย์ต้องขอให้ลิเกต่อเพลงให้ ก่ อน อย่างไรก็ตาม นักดนตรีที่มีความชำนาญจะสามารถใช้หน้าทับและด้นเพลง ตามทำนองที่ผู้แสดงร้องได้ ทั้งนี้ ความสามารถของแต่ละบุคคลนั้นแตกต่างกัน บางคนเมื่อไม่สามารถรับเพลงได้ก็จะทำให้การบรรเลงหยุ ดชะงัก จนผู้ชม สามารถสังเกตได้ว่า “ปี่พาทย์จนเพลง” ซึ่งคำว่า “จน” ในที่นี้หมายถึงการไม่


สามารถดำเนินเพลงต่อได้ โดยเปรียบเทียบนักดนตรีที่บรรเลงประกอบลิเก เสมือน “คนล่อเป้านักมวย” กล่าวคือ เมื่อลิเกออกมาร้อง นักดนตรีต้องตั้งใจ ฟังและสามารถรับรู้ได้ว่าผู้แสดงจะร้องเพลงใด โดยผู้แสดงไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ว่าจะร้องเพลงอะไร ต่อมา เนื่องจากขาดแคลนผู้เรียนเพลงมอญ ครูแสวง ทองประเสริฐ จึงส่งครูสมพงษ์ ภู่สร เข้ามาศึกษาต่อที่กรุงเทพมหานคร โดยเริ่มเรียนที่วัดหัว ลำโพงกับนายเอิ้น หมอนวดดี ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นนายอุทัย อุชุจินดามัย และเป็นผู้ดูแลเครื่องดนตรีของวัดหัวลำโพง ในช่วงเวลานั้นครูได้เข้ามาเรียนรู้ และฝึกปฏิบัติดนตรีท่ามกลางบริบทที่ มีงานดนตรีจำนวนมาก ซึ่งสามารถ ประกอบเป็น อาชีพเลี้ยงตนเองได้ เมื่อเข้ามาอยู่ที่ว ัดหัว ลำโพง ครูมีอายุ ประมาณ ๑๔-๑๕ ปี และเรียนเพลงมอญกับครูเอิ้น อย่างต่อเนื่อง โดยเรียน และฝึกปฏิบัติในช่วงเวลาหลังเลิกงาน เนื่องจากในขณะนั้นมีงานดนตรีเกือบ ทุกวัน การเรียนเพลงมอญในกรุงเทพมหานครทำให้ครูได้เรียนรู้รูปแบบและ วิธีการบรรเลงที่แตกต่างจากที่เคยเรียนที่ต่างจังหวัด โดยอาศัยการจดจำและ ปฏิภาณในการต่อเพลง เนื่องจากสมัยนั้นยังไม่มีเครื่องบันทึกเสียงสำหรับใช้ ทบทวนบทเรียน หลังจากเรีย นเพลงที่สามารถใช้ป ระกอบอาชีพได้แล้ว ครูเอิ้นได้ แนะนำให้ครูสมพงษ์เรียนเพลงประเภทเสภา และพาไปฝากเรียนกับครูสมภพ ขำประเสริฐ โดยเริ่มเรียนตั้งแต่พื้นฐานของปี่พาทย์เสภา รวมถึงเพลงโหมโรง เสภา ซึ่งแตกต่างจากโหมโรงเช้าและโหมโรงเย็นที่เคยเรียนมา ในช่วงแรกครู เรียนเพียงคนเดียวและมีงานบรรเลงเครื่องไทย ประเภทเพลงเสภาไม่มากนัก ต่อมามีเพื่อนร่วมรุ่นจากต่างจังหวัดมาฝากเรียนที่วัดหัวลำโพง และได้แยกย้าย กันเรียนตามเครื่องดนตรี โดยเพื่อนที่ชื่อวิชัย เรียนระนาดกับครูประสิทธิ์ ถาวร ส่ ว นครู ย ัง คงเรี ย นกั บ ครู ส มภพ ขำประเสริ ฐ ที ่ บ ้ า นย่ านบางยี่เรือ กรุงเทพมหานคร โดยครูไปเรียนที่บ้านครูสมภพและเริ่มเรียนจากมือฆ้อง


เพลงเชิ ด ก่ อ นเรี ย นเพลงประเภทเสภาและเพลงที ่ ใ ช้ บ รรเลงประกอบ การทำงานทั่วไป รวมถึงเพลงเถา การเรียนในช่วงนี้มีเพื่อนร่วมรุ่นจากต่างจังหวัดเข้ามาเรียนด้วย และ มีการเรียนรวมกันเป็นวงตามเครื่องดนตรีที่มีอยู่ ได้แก่ ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฆ้องวงใหญ่ โดยผู้ที่ยังไม่ได้ต่อเพลงจะนั่งฟังและจดจำไปก่อน โดยเพลงที่เรียน ส่วนใหญ่จะเป็นเพลงเสภา เพลงเถา และเพลงที่ใช้ ประกอบการทำงานทั่วไป ส่วนเพลงมอญจะเรียนกับครูเอิ้นเป็นหลัก สำหรับการเรียนเพลงเดี่ยว ครูเล่า ว่าเริ่มมีในช่วงหลังจากมีการประชันขันแข่ง นอกจากนี้ ครูยังได้เรียนรู้เพลง เพิ่มเติมจากครูดนตรีท่านอื่น ๆ และในระหว่างการทำงาน ครูมีโอกาสได้ เรีย นรู้จ ากครูท่านอื่น ๆ โดยเป็น การแนะนำและสาธิตวิธ ีการบรรเลงใน ช่วงเวลาว่าง อย่างไรก็ตาม หากกล่าวถึงการเรียนอย่างเป็นหลัก ครูยังคงยึด การเรียนกับครูสมภพเป็นสำคัญ หลังจากเรียนรู้และฝึ กฝนดนตรีไทยกับครูหลายท่าน ครูสมพงษ์ได้ ประกอบอาชีพนักดนตรีตามงานต่าง ๆ โดยเฉพาะการบรรเลงปี่พาทย์และ ดนตรีมอญ ต่อมาเมื่ออายุประมาณ ๒๐ กว่าปี ครูได้มีโ อกาสทำงานด้ าน การแสดงดนตรีในห้องอาหารสุวรรณหงส์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแสดงเพื่อ ต้ อ นรั บ แขกชาวต่า งชาติ ต่ อ มาได้ ม ี โ อกาสเล่ นดนตรี ท ี่ โ รงแรมดุส ิตธานี หลังจากนั้นครูได้มีโอกาสมาทำงานเล่นดนตรีที่ห้องอาหารสีลมวิลเลจ ซึ่งได้ ทำงานร่วมกับครูบุญยงค์ เกตุคง จึงได้มีโอกาสสอบถามมือฆ้องเพลงที่ท่านได้ ประพันธ์ไว้โดยตรงเพื่อความถูกต้อง ซึ่งต่อมาองค์ความรู้นี้ครูสมพงษ์ได้นำมา ถ่ายทอดต่อให้แก่ลูกศิษย์ของท่าน และคอยย้ำเตือนมือที่มักจะตีกันผิดแก่ลูก ศิษย์อยู่เสมอ เพื่อเป็นการรักษามือฆ้องที่ถูกต้องของครูบุญยงค์ไว้ เส้นทางการเรียนเพลงหน้าพาทย์ของครูสมพงษ์นั้น ท่านได้รับการ ถ่ายทอดเพลงหน้าพาทย์จากครูพริ้ง ดนตรีรส เมื่ออายุประมาณ ๓๐ ปี ต่อทุก เพลงที่ใช้ในการประกอบพิธ ีโดยเว้น ไว้แค่เพลงองค์พระพิราพ ต่อมาเมื่อ


ครูสมพงษ์ อายุประมาณ ๔๐ ปี ครูสมภพ ขำประเสริฐ จึงได้เรียกให้เข้ารับ การถ่ า ยทอด “เพลงองค์ พ ระพิ ร าพ” ซึ ่ ง เป็ น เพลงหน้ า พาทย์ ส ู ง สุ ด ที ่ มี ความสำคัญในวงการดนตรีไทย ภายหลังจากเข้ารับ ราชการทหารเกณฑ์เมื่ออายุประมาณ ๒๐ ปี เป็นเวลา ๒ ปี ครูได้กลับมาประกอบอาชีพนักดนตรีปี่พาทย์ตามเดิม ก่อนจะ ก้าวเข้าสู่เส้นทางการทำงานในกองดุริยางค์ทหารอากาศ เมื่ออายุประมาณ ๓๒-๓๓ ปี โดยสมัครเข้าทำงานในตำแหน่งลูกจ้าง เนื่องจากมีอายุเกินเกณฑ์ สำหรับการบรรจุเป็น ข้าราชการทหาร โดยเริ่มจากการเป็นลูกจ้างรายวัน ประมาณ ๓ ปี ก่อนจะได้รับการบรรจุเป็นลูกจ้างประจำเมื่ออายุเกือบ ๔๐ ปี ในช่วงที่ทำงานที่กองดุริยางค์ทหารอากาศ ครูทำหน้าที่เป็นนักดนตรี โดยตำแหน่งประจำเต็มแล้วจึงทำหน้าที่ตามเครื่องดนตรีที่ขาด ครูได้เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนความรู้กับนักดนตรีในวง รวมถึงการเรียนรู้วิธีการบรรเลง เพิ่มเติมจากครูดนตรีที่มาร่ว มงาน ครูสมพงษ์ทำงานที่กองดุ ริยางค์ท หาร อากาศจนเกษียณอายุราชการ ครูสมพงษ์ได้เล่าว่า สมัยก่อนที่ครูจะเข้ามา ทำงานที่กองดุริยางค์ทหารอากาศนั้น ครูโองการ กลีบชื่น เป็นผู้สอน และปรับ วงดนตรีไทยที่นั่น ดังนั้นวงดนตรีไทยดุริยางค์ทหารอากาศจึงมีโอกาสได้ปรับ และเล่นเพลงของครูโองการ กลีบชื่น ที่ท่านประพัน ธ์ไว้ห ลายบทเพลง เมื่อครูส มพงษ์ได้เข้าไปทำงาน จึงได้รับการถ่ายทอดต่อมาจากที่กองดุริยางค์ทหารอากาศ ซึ่งต่อมาท่านจึงได้ ถ่ายทอดให้แ ก่ล ู ก ศิ ษย์ ต่ อ ไป นอกจากนี้ครู ได้กล่าวถึง ความประทั บ ใจที่ ผู้บังคับบัญชาให้ความสำคัญกับความรู้และประสบการณ์ด้านดนตรีของครู โดยเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการรับฟังและให้ความคิดเห็นในการคัดเลือก นักเรีย นดุ ร ิย างค์ แม้จ ะไม่ ได้ มี ตำแหน่ งเป็ น กรรมการอย่ า งเป็น ทางการ ที่สำคัญการทำงานที่กองดุริยางค์ทหารอากาศนั้นยังเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจ


ของครู เนื่องจากได้รับคัดเลือกเป็นบุคคลดีเด่นของหน่วยงานกองดุริยางค์ ทหารอากาศ ประเภทลูกจ้าง ติดต่อกันถึง ๓ ปี ตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๖-๒๕๔๘ เส้นทางการประกอบอาชีพปี่กลอง นอกจากอาชีพหลักคือการเป็นลูกจ้างประจำที่กองดุริยางค์ทหาร อากาศแล้ว ครูได้เริ่มฝึกเป่าปี่ชวาเพื่อเพิ่มทักษะสำหรับการประกอบอาชีพ เสริ ม คื อ อาชี พ ปี ่ ม วย โดยได้ ร ั บ คำแนะนำจากครู เ อิ ้ น ให้ เ รี ย นเพิ ่ ม เติม และท่านนำไปฝากให้เรีย นกับ ครูว ัง ซึ่งเป็น ผู้ส อนดนตรีที่โ รงเรียนราชินี ครูวังสอนปี่หลายประเภท โดยครูสมพงษ์ เริ่มเรียนจากปี่ชวา ก่อนที่จะหัด ปี่ใน ในบทเพลงเดี่ยวเชิดนอกในภายหลัง ครูได้เล่าว่า “...จริง ๆ ครูเริ่มเรียนปี่ผิดวิธี ครูเอิ้นฝากไปเรียน ๓ คน คนแรกให้ ห ั ด เป่ า ปี ่ ม อญ คนที ่ ๒ ให้ ห ั ด เป่ า ปี ่ ใ น คนที ่ ๓ ให้ ห ั ด เป่ า ปี ่ ช วา แล้ ว ครู เ นี ่ ย ไปหั ด เป่ า ปี ่ ช วา ซึ่งจริง ๆ แล้วการหัดปี่ควรที่จะเริ่มจากปี่ใน...” (สมพงษ์ ภู่สร, สัมภาษณ์, ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๙) นอกจากการฝึกเป่าปี่แล้ว ครูยังได้เรียนรู้การตัดลิ้นปี่ โดยเริ่มจากการ ฝึกกับครูวัง ก่อนจะได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากครูและนักดนตรีหลายท่านที่มาร่วม ทำงานตามวัดและงานดนตรีต่าง ๆ เช่น ครูสมนึก บุญจำเริญ ท่านอยู่กอง ดุริยางค์ทหารบก เวลานั้นท่านมาทำงานปี่พาทย์ที่วัดหั วลำโพงเป็นประจำ เมื่อเสร็จงานแล้วในช่วงเวลาเย็นท่านก็จะมาต่อปี่มอญให้ ต่อมาก็ยังมีครูสมบัติ เดชบุญลือ ท่านเรียนกับครูพุ่ม โตสง่า ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับครูสมภพ ขำประเสริ ฐ พอครู ส มบั ต ิ ม าที ่ ว ั ด หั ว ลำโพง ครู ส มภพท่ า นก็ เ ลยบอกว่ า “ช่ ว ยต่ อ ปี ่ ใ นให้ เ ด็ ก มั น หน่ อ ย ต่ อ ให้ ไ ล่ น ิ ้ ว ไล่ อ ะไรหน่ อ ย” ครู เ ลยก็ ไ ด้


เต่ า กิ น ผั ก บุ ้ ง มาเพลงหนึ ่ ง นอกจากนี ้ ครู ส มพงษ์ ไ ด้ ม ี โ อกาสไปเรี ย นปี่ กับครูเทียบ คงลายทอง จากการที่ครูเอิ้นเป็นผู้พาไปฝากเรียน อย่างไรก็ตาม ครูมีโ อกาสเรีย นกับ ครูเทีย บเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ และไม่ได้เรียนต่อเนื่อง เนื่องจากในขณะนั้นครูมีภาระในการทำงานและต้องดูแลครอบครัว ครูจึงไม่ ค่อยกล่าวอ้างตนเองว่าเป็นลูกศิษย์ครูเทียบ แม้จะเคยไปเรียนและนำดอกไม้ ธูปเทียนไปเคารพครูเทียบก็ตาม เนื่องจากเห็นว่าถ้าจะกล่าวว่าเป็นลูกศิษย์ครู เทียบควรหมายถึงผู้ที่ได้เรียนกับครูอย่างจริงจัง ครูสมพงษ์ ภู่สร มีโอกาสเข้าไปช่วยงานของกรมศิลปากรบ้างเป็นครั้ง คราว เนื่องจากสามารถเป่าปี่ชวาได้ และบางครั้งนักดนตรีที่รับผิดชอบงานไม่ สามารถมาปฏิ บ ั ต ิ ห น้ า ที ่ ไ ด้ ครู จ ึ ง ได้ ร ั บ การเรี ย กให้ ไ ปบรรเลงแทน โดยเฉพาะงานที ่ เ กี ่ ย วข้ อ งกั บ การแสดงของกรมศิ ล ปากร ประสบการณ์ ดังกล่าวทำให้ครูได้มีโอกาสทำงานร่วมกับ นักดนตรีและครูดนตรีไทยที่มี ความสามารถหลายคน อีกหนึ่งช่วงสำคัญในเส้นทางการเป็นนักดนตรีอาชีพของครูสมพงษ์ ภู่สร คือการเข้าร่วมประกวดวงปี่กลองหรือ การบรรเลงปี่มวย ซึ่งนอกจากจะ เป็นเวทีแสดงความสามารถด้านการบรรเลงแล้ว ยังเป็นพื้นที่ที่ครูได้สั่งสม ประสบการณ์ แ ละพั ฒ นาความเชี ่ ย วชาญในการบรรเลงดนตรี ส ำหรั บ ประกอบการชกมวยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบรรเลงปี่ชวาและการทำ หน้าที่ร่วมกับวงปี่กลอง ซึ่งต้องอาศัยทั้งทักษะทางดนตรี ความแม่นยำใน การบรรเลง และความเข้ า ใจในจั ง หวะและบรรยากาศของการชกมวย จากความมุ่งมั่นและประสบการณ์ที่สั่งสมมา ครูสมพงษ์ได้เข้าร่วมการประกวด ในระดั บ ประเทศและได้ ร ั บ รางวั ล อย่ า งต่ อ เนื ่ อ ง ได้ แ ก่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้ ร ั บ รางวั ล รองชนะเลิ ศ อั น ดั บ ๑ จากการประกวดวงปี ่ ก ลองประกอบ มวยไทย ประเภทประชาชนทั่ว ไป จัดโดยคณะกรรมการกีฬามวย ต่อมา ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้ ร ั บ รางวั ล ชนะเลิ ศ จากการประกวดปี ่ ช วาประกอบ


การชกมวยแห่งประเทศไทย จัดโดยวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้ร ับ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ จากการประกวด วงปี่กลองประกอบการชกมวย จัดโดยการกีฬาแห่งประเทศไทย ผลงานจาก การประกวดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถและความเชี่ยวชาญของ ครูสมพงษ์ รางวัลที่ได้รับอย่างต่อเนื่องนั้นนับเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึง การยอมรับในฝีมือการเป่าปี่ชวาของท่าน จึงนับเป็นอีกหนึ่งความภาคภู มิใจ ของครูสมพงษ์ ภู่สร เส้นทางการเป็นครูดนตรีไทย จุดเริ่มต้นที่ท่านได้มาเป็นอาจารย์ประจำชมรมดนตรีไทย สโมสรนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยครูสมพงษ์ ภู่สร ได้รู้จักกับอาจารย์พิชิต (รอง ศาสตราจารย์พิชิต ชัยเสรี) จากการทำงานร่วมกันในบริบทของการแสดง ดนตรี โดยอาจารย์พิชิตเคยช่วยงานครูพริ้ง และมีความสนใจในการเรียนรู้ เพลงจากครูดนตรีไทยหลายท่าน ทั้งยังมีความสัมพันธ์กับครูดนตรีในสาย ต่าง ๆ ทำให้ครูมีโอกาสได้รู้จักและแลกเปลี่ยนความรู้กับอาจารย์พิชิต โดย ครูสมพงษ์ ภู่สร ท่านได้รับการชักชวนจากอาจารย์พิชิตให้มาช่วยสอนที่ชมรม ดนตรีไทย สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๒๔ จนถึง ปัจจุบัน รวมเป็นเวลาถึง ๔๕ ปี ซึ่งในสมัยนั้นมีอาจารย์ประจำชมรมร่วมกัน อีก ๒ ท่าน คือ อาจารย์เจริญใจ สุนทรวาทิน และอาจารย์เบ็ญจรงค์ ธนโกเศศ และมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์อารดา กีระนันทน์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรม ซึ่ง ชมรมดนตรีไทย สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในสมัยนั้นอยู่ข้างหลัง ศาลาพระเกี้ยว ตึกจุลจักรพงษ์ และในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ชมรมดนตรีไทย สโมสร นิ ส ิ ต จุ ฬ าลงกรณ์ ม หาวิ ท ยาลั ย ได้ ย ้ า ยมาอยู ่ ท ี ่ อ าคารจามจุ ร ี ๙ ชั ้ น ๖ จนถึงปัจจุบัน


ครูสมพงษ์เคยให้สัมภาษณ์เหตุการณ์ครั้งที่อาจารย์พิชิตพาท่านมา สอนที่ชมรมดนตรีไทย สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไว้ว่า “...มีอยู่วันหนึ่ง อาจารย์พิชิตได้ขับรถมาหาที่ กอง ดุริยางค์ทหารอากาศแล้วพูดว่า คุณสมพงษ์ ไปธุระกับผม หน่ อ ย ครู ก ็ ไ ด้ ถ ามว่ า อาจารย์ จ ะให้ ผ มไปไหนครั บ ครูพิชิตตอบกลับว่า ผมจะให้ไปสอนเด็ก ครูก็ตอบอาจารย์ พิ ช ิ ต ไปว่ า ผมไม่ ม ี ค วามรู ้ อ ะไร ผมสอนไม่ ไ ด้ ห รอกครั บ อาจารย์พิชิตตอบครูว่า ผมให้คุณมาสอนดนตรี ไม่ได้ให้มา สอนหนังสือ...” (สมพงษ์ ภู่สร, สัมภาษณ์, ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๙) เหตุการณ์นี้จึงเป็นเหตุให้ครูสมพงษ์ ตกลงไปสอนที่ชมรมดนตรีไทย สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๖-๒๕๒๘ ครูสมพงษ์ ภู่สร มีโอกาสไปสอนที่ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน โดยได้รับการชักชวน จากครูประชิต ขำประเสริฐ ซึ่งในขณะนั้นท่านเป็นครูสอนดนตรีที่โรงเรียน ดังกล่าว ครูสมพงษ์ได้เป็นครูพิเศษสอนอยู่ประมาณ ๒ ปี ลักษณะการสอนใน ชมรมดนตรีไทยของโรงเรียนเน้ นการสอนรวมวงและการปฏิบัติเครื่องดนตรี โดยเฉพาะเครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องตี ความสัมพันธ์ของครูส มพงษ์ ภู่สร กับมหาวิทยาลัยราชภัฏ จัน ทร เกษมนั ้ น เริ ่ ม ต้ น ขึ ้ น เมื ่ อ รองศาสตราจารย์ จ ั น ทร์ พ ร นวลแพ่ ง (ครู ต ุ ๊ ก ) ดำรงตำแหน่งประธานสาขาวิชาดนตรีไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ในขณะนั้น ได้เรียนเชิญครูสมพงษ์ มาเป็นอาจารย์พิเศษเพื่อถ่ายทอดองค์ ความรู้ทางดนตรีไทยให้แก่นักศึกษา ในช่วงแรกครูยังไม่ได้เกษียณอายุราชการ


ยังมีงานประจำอยู่ที่กองดุริยางค์ทหารอากาศ จึงทำให้ไม่สะดวกที่จะไปสอน อย่างต่อเนื่อง ครูจะเข้าไปสอนเป็นครั้งคราว และเมื่อเกษียณอายุราชการแล้ว ครูจึงสามารถเข้าไปสอนได้อย่างเต็มที่ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ครูสมพงษ์ได้ ปฏิบัติหน้าที่เป็นอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๕ จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลากว่า ๒๔ ปี นับเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทาง ดนตรี ไ ทยที ่ ม ี บ ทบาทสำคั ญ ในการถ่ า ยทอดองค์ ค วามรู ้ แ ละสื บ สาน ศิลปวัฒนธรรมไทยให้แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมมาอย่าง ยาวนาน นอกจากบทบาทด้านการสอนแล้ว ครูสมพงษ์ ภู่สร ยังได้รับการ ยกย่องเชิดชูเกียรติจากมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม โดยในปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ท่านได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลเพชรสยาม สาขาดนตรีไทย นาฏศิลป์ และนันทนาการทางดนตรีไทย ซึ่งจัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เพื่อเชิดชูบ ุคคลผู้มี คุ ณูป การต่ อวงการศิล ปวัฒ นธรรมไทย และต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๔๖ มหาวิทยาลัย ราชภัฏจัน ทรเกษมได้มอบเกียรติและประกาศ ยกย่ อ งคุ ณ ู ป การของครู ส มพงษ์ ภู ่ ส ร ด้ ว ยการมอบ ปริ ญ ญากิ ต ติ มศักดิ์ สาขาดนตรีไทย นับเป็นเกียรติประวัติอันทรงคุณค่า และสะท้อนถึงความ ผูกพัน อัน ยาวนาน ตลอดจนคุณูป การของครูส มพงษ์ที่มีต่อมหาวิทยาลัย ราชภัฏจันทรเกษมตลอดมา ต่อมา ครูสมพงษ์ ภู่สร มีโอกาสเข้าไปสอนที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ โดยได้รับการเชิญจากลูกศิษย์รุ่นแรกของครู สมภพ ขำประเสริฐ คือ อาจารย์โกวิท แก้วสุวรรณ ซึ่งขณะนั้นทำงานอยู่ที่ มหาวิ ท ยาลั ย ศิ ล ปากร ท่ า นได้ เ ชิ ญ ครู ไ ปสอน ตั ้ ง แต่ พ.ศ. ๒๕๔๙ ซึ่งครูทำหน้าที่เป็น อาจารย์พิเศษสอนทักษะดนตรีไทย เครื่องมือปี่ พาทย์ ณ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และยังคงปฏิบัติหน้าที่สืบเนื่อง มาจนถึงปัจจุบัน


นอกจากนี ้ ครู ส มพงษ์ ภู ่ ส ร ได้ ร ั บ เชิ ญ จาก อาจารย์ ป ระสาน บริบ ูร ณางกูร ให้มาช่ว ยสอนที่ คณะศิล ปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาราชภั ฏ สวนสุน ัน ทา โดยปฏิบ ัติห น้าที่เป็น อาจารย์พิเศษ สอนเครื่องมือปี่พ าทย์ ราว พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๗ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๔ สาขาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ ได้เชิญ ครูสมพงษ์ ภู่สร ให้ปฏิบัติหน้าที่อาจารย์พิเศษ สอนในรายวิชาทักษะเครื่องมือ เอกฆ้องวงใหญ่ และยังคงปฏิบัติหน้าที่สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ประวัติการทำงาน พ.ศ. ๒๕๒๖๒๕๔๙ ๒๕๒๔ปัจจุบัน ๒๕๒๖ ๒๕๔๖ปัจจุบัน ๒๕๔๙ปัจจุบัน ๒๕๖๔ปัจจุบัน

หน่วยงาน เข้ารับราชการในตำแหน่งนักแสดงชั้น ๑ สังกัดแผนกดนตรีไทย กองดุริยางค์ทหารอากาศ อาจารย์ ป ระจำชมรมดนตรี ไ ทย สโมสรนิ ส ิ ต จุ ฬ าลงกรณ์ มหาวิทยาลัย อาจารย์ พ ิ เ ศษวิ ช าดนตรี ไ ทย โรงเรี ย นสาธิ ต มหาวิ ท ยาลั ย ศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน อาจารย์พิเศษสาขาวิชาดนตรีไทยศึกษา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม อาจารย์ พ ิ เ ศษสาขาวิ ช าสั ง คี ต ศิ ล ป์ ไ ทย คณะอั ก ษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร อาจารย์พิเศษสาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย


รางวัล พ.ศ. รางวัลที่ได้รับ ๒๕๓๓ โล่ ร างวั ล เกี ย รติ ค ุ ณ พ่ อ ตั ว อย่ า ง ประจำปี ๒๕๓๓ สมาคม ผู้อาสาสมัคร และช่วยการศึกษา ๒๕๔๓ รางวัลเพชรสยาม สาขาดนตรีไทย นาฎศิลป์ และนันทนาการ ทางดนตรีไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ๒๕๔๔ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ ประกวดวงปี่กลองประกอบมวยไทย ประเภทประชาชนทั่วไป คณะกรรมการกีฬามวย ๒๕๔๕ รางวั ล ชนะเลิ ศ การประกวดปี ่ ช วาประกอบการชกมวย แห่งประเทศไทย วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ๒๕๔๖ รั บ คั ด เลื อ กเป็ น บุ ค คลดี เ ด่ น ของหน่ ว ยงานกองดุ ร ิ ย างค์ ทหารอากาศ ประเภทลูกจ้าง ๒๕๔๖ รางวั ล รองชนะเลิ ศ อั น ดั บ ๑ ประกวดวงปี ่ ก ลองประกอบ การชกมวย การกีฬาแห่งประเทศไทย ๒๕๔๗ รั บ คั ด เลื อ กเป็ น บุ ค คลดี เ ด่ น ของหน่ ว ยงานกองดุ ร ิ ย างค์ ทหารอากาศ ประเภทลูกจ้าง ๒๕๔๕- ปริญญาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สถาบันราชภัฏจันทรเกษม ๒๕๔๖ ๒๕๔๘ รั บ คั ด เลื อ กเป็ น บุ ค คลดี เ ด่ น ของหน่ ว ยงานกองดุ ร ิ ย างค์ ทหารอากาศ ประเภทลูกจ้าง


กิจกรรมการแสดงดนตรีไทยและเผยแพร่ดนตรีไทยในประเทศ พ.ศ. ๒๕๑๗ ๒๕๑๘ ๒๕๑๙ ๒๕๒๔

กิจกรรม บรรเลงประชันวง พิธีไหว้ครูสมาคมสหายศิลปินวัดพระพิเรนทร์ บรรเลงประชันวง พิธีไหว้ครูสมาคมสหายศิลปินวัดพระพิเรนทร์ บรรเลงถวายมือ พิธีไหว้ครูสมาคมสหายศิลปินวัดพระพิเรนทร์ บรรเลงงานร้ อ ยปี ห ลวงประดิ ษ ฐไพเราะ (ศร ศิ ล ปบรรเลง) ณ โรงละครแห่งชาติ ๒๕๒๔ ปี่พาทย์ป ระชัน วง ในรายการดนตรีไทยพรรณนา ครั้งที่ ๑๒ ณ โรงละครแห่งชาติ เป็นการประชันวงระหว่างวงดุริยประณีต และวงประคองศิลป์ (ครูสมพงษ์ ภู่สร บรรเลงในตำแหน่งคน ฆ้องเล็ก วงประคองศิลป์) ๒๕๓๗ บรรเลงดนตรี ไ ทยถวายสมเด็ จ พระบรมโอรสาธิ ร าช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ณ พระตำหนักนนทบุรี ๒๕๕๑- ร่ว มบรรเลงดนตรีไทยงานครูอ าวุโ สแห่ งรัต นโกสิน ทร์ เฉลิ ม ปัจจุบัน พระเกีย รติส มเด็จ พระกนิษฐาธิ ร าชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ๒๕๖๐ ได้รับเกียรติเป็นนักดนตรีรับเชิญในตำแหน่งคนปี่ชวาบรรเลงใน นามวงดนตรีไทยกองดุริยางค์ทหารอากาศในงานพระราชพิธี ถวายพระเพลิ ง พระบรมศพ พระบาทสมเด็ จ พระปรมิ น ทร มหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ ๙) ณ พระเมรุมาศ มณฑลพิธี ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร


กิจกรรมการแสดงดนตรีไทยและเผยแพร่ดนตรีไทยต่างประเทศ พ.ศ. กิจกรรม ๒๕๒๕ ไปราชการ ณ ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ดนตรีไทย และนาฏศิลป์ไทย โดยศูนย์เยาวชนทหารอากาศ ๒๕๒๗ เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมดนตรีไทย และนาฏศิลป์ไทย ณ ประเทศอังกฤษ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ครั้งที่ ๑ ๒๕๒๘ เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมดนตรีไทย และนาฏศิลป์ไทย ณ ประเทศอังกฤษ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ครั้งที่ ๒ ๒๕๓๐ เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมดนตรีไทย และนาฏศิลป์ไทย ณ ประเทศฟินแลนด์ โดยบริษัท ประเสริฐสร (สีลมวิลเลจ)


ผลงานการประพันธ์ทางเดี่ยวเครื่องดนตรีไทย ประเภท ทางเดี่ยวระนาดเอก ทางเดี่ยวฆ้องวงใหญ่

ทางเดี่ยวฆ้องวงเล็ก

ทางเดี่ยวปี่ใน

เพลง นารายณ์แปลงรูป สามชั้น ฉิ่งมุล่ง (รางวัลชนะเลิศ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์) อาหนู สามชั้น นารายณ์แปลงรูป สามชั้น สุรินทราหู สามชั้น ภิรมย์สุรางค์ สามชั้น อาหนู สามชั้น นารายณ์แปลงรูป สามชั้น สุรินทราหู สามชั้น ภิรมย์สุรางค์ สามชั้น สุดสงวน สามชั้น


๑. สาธุการ ชั้นเดียว ออกตระมงคลจักรวาล เพลง “สาธุการ ชั้นเดียว” เป็นบทเพลงที่ใช้สำหรับการสักการบูชา พระรัตนตรัย เพื่อความเป็นสิริมงคล เปรียบเสมือนการอัญเชิญคุณพระศรี รัตนตรัยให้มาสถิตและคุ้มครองผู้ที่มาร่วมงาน ณ สถานที่แห่งนี้ และต่อด้วย เพลง “ตระมงคลจักรวาล” เพื่อความเป็นสิริมงคลและการอวยพรแก่ผู้ที่มา ร่วมงาน เพื่อให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีความร่มเย็นเป็นสุข รายนามนักดนตรี ปี่นอก ปี่ใน ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก ตะโพน กลองทัด ฉิ่ง ควบคุมวง

นายธนภัทร เพชรสัมฤทธิ์ นายมณต์มนัส ลือชัย อาจารย์เสาวภาคย์ อุดมวิชัยวัฒน์ นายธีรวิชชุ์ อรรถศิริ นายวีรปรัชญ์ พุ่มศุขโข นางสาวภัทราพร กิขุนทด อาจารย์ภิรมย์ ใจชื้น นายปฏิพล ชำนาญกลาง นางสาวพรปวีณ์ จันทร์ผ่อง อาจารย์สมพงษ์ ภู่สร


๒. โหมโรงมหาจุฬาลงกรณ์ เพลง “โหมโรงมหาจุ ฬ าลงกรณ์ ” มี จ ุ ด เริ ่ ม ต้ น จากทำนองเพลง “มหาจุฬาลงกรณ์” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลย เดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๔๙๒ ตามคำขอของ ศาสตราจารย์ ม.ร.ว.สุมนชาติ สวัสดิกุล เพื่อใช้เป็นเพลงประจำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา และ นายสุ ภ ร ผลชี ว ิน เป็ น ผู ้ ป ระพั น ธ์ ค ำร้อ ง ต่ อ มาในปี พ ุ ท ธศั ก ราช ๒๔๙๗ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้น ายเทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล นำทำนอง ดังกล่าวมาปรับปรุงเรียบเรียงเป็นทางเพลงไทยเดิม และนำขึ้นบรรเลงถวาย เพื่อทรงตรวจสอบและแก้ไขจนเป็นที่พอพระราชหฤทัย ภายหลัง นายเทวา ประสิทธิ์ได้นำเพลงนี้มาพัฒนาและเรียบเรียงเพิ่มเติมในระหว่างการสอนดนตรี ไทยให้แก่ช มรมดนตรีไทย สโมสรนิส ิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนเป็น “เพลงโหมโรงมหาจุฬาลงกรณ์” และใช้เป็นเพลงโหมโรงประจำการบรรเลง ดนตรีไทยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสืบมาจนถึงปัจจุบัน


รายนามนักดนตรี ซอสามสาย ซอด้วง ซออู้ จะเข้ ขลุ่ยหลิบ ขลุ่ยเพียงออ ระนาดเอก ระนาดเอกเหล็ก ระนาดทุ้ม ระนาดทุ้มเหล็ก ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก กลองแขก ฉิ่ง กรับพวง โหม่ง ควบคุมวง

นายกฤตบุญ ฉัตรบุรานนท์ นายธชาโชติ โกฎเพชร นายจักรพงษ์ สมพร นายนราธิป เพียรทอง นายปฏิพล แซ่ลี้ นายจุฑาภัทร บุญศรี นางสาวกันตพร คุณพนิชกิจ สิบตำรวจเอก พสิษฐ์ วิสัยกล้า ว่าที่ร้อยตรี โกญจนาท วิบูลย์เพ็ง นางสาวเบญจลักษณ์ เป้าทอง นายสิทธิพงษ์ เพ็งพานิช นายวีรปรัชญ์ พุ่มศุขโข นายนิรุตติ์ หนักเพ็ชร์ นายชัชวัสส์ วกสุดจิต นางสาวฐิติมา กฤษสุวรรณ นางสาวเสาวภาคย์ อุดมวิชัยวัฒน์ นายวิโรจน์ รัตนะ นายปฏิพล ชำนาญกลาง ว่าที่ร้อยตรีณัฐพล นาคะเต นางสาวลภัสรดา ไววิลา นางสาวปวริศา สามารถ อาจารย์สมพงษ์ ภู่สร


๓. เพลงบูชาครู ชุด ๘๐ สมพัตสร์ ครูสมพงษ์ ภู่สร เพลงบูชาครู ชุด ๘๐ สมพัตสร์ ครูสมพงษ์ ภู่สร เป็นการรวมตัวของ นิ ส ิ ต ปั จ จุ บ ั น ที ่ เ ป็ น สมาชิ ก ชมรมดนตรี ไ ทย สโมสรนิ ส ิ ต จุ ฬ าลงกรณ์ มหาวิทยาลัย เพื่อแสดงมุทิ ตาคารวะ และอำนวยพรแด่ค รูส มพงษ์ ภู่ส ร โดยอาจารย์ศักริน ทร์ สู่บ ุญ อาจารย์ป ระจำชมรมดนตรีไทย สโมสรนิสิต จุ ฬ าลงกรณ์ ม หาวิ ท ยาลั ย ได้ ผ ู ก เพลงมโหรี ขึ้ น จำนวน ๓ เพลง ได้ แ ก่ เพลงแขกไทร เพลงดอกไม้ไทร และเพลงมหาชัย อธิบายความหมายได้ ดังนี้ เพลงแขกไทร สื่อความหมายว่า ครูส มพงษ์เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้แก่ศิษย์ ทั้งหลาย เพลงดอกไม้ไทร สื่อถึงความเป็นสิริมงคล และความรักความเมตตา ที่ครูสมพงษ์มีต่อศิษย์ และเพลงมหาชัย หมายถึงการอำนวยชัยแด่ครูสมพงษ์ ภู่สร นายอุรุพงษ์ บุญญาผลา นิสิตเก่าชมรมดนตรีไทย สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย เป็นผู้ประพันธ์บทร้อง


บทร้อง เพลงชุดบูชาครู “๘๐ สมพัตสร์ ครูสมพงษ์ ภู่สร” เพลงแขกไทร สองชั้น เผดียงพาทย์ระนาดฆ้องก้องประสาน ศุภวารการมงคลดลสุขี มุทิตาคารวะครูดนตรี สดุดีด้วยลำนำคำสุนทร เพลงดอกไม้ไทร สองชั้น ขับบรรเลงเพลงมโหรีศรีสวัสดิ์ “แปดสิบสมพัตสร์ ครูสมพงษ์ ภู่สร” ผู้สืบสานสยามพาทย์สถาพร เกียรติกำจรจารึกอยู่คู่แดนไทย (เชิดชูครูของศิษย์เอย) เพลงมหาชัย สองชั้น ขออำนาจพุทธคุณบุญกุศล โปรดบันดาลสิริพัฒน์จรัสสมัย ช่วยคุ้มครอง “ครูสมพงษ์” ยืนยงไว้ เป็นร่มไทรแผ่ไพศาลนิจกาลเทอญ นายอุรุพงษ์ บุญญาผลา ประพันธ์


รายนามนักดนตรี ขับร้อง

ซอสามสาย ซอด้วง ซออู้ จะเข้ ขลุ่ยเพียงออ

อาจารย์ ดร.ดุษฎี สว่างวิบูลย์พงศ์ นายอุรุพงษ์ บุญญาผลา นายกานต์ เตียสกุล นายจุฑาภัทร บุญศรี นายธนพล เหรียญสมบูรณ์ นายณัฐภัทร พูลเขต นายกฤติณ แซ่หล่า ศาสตราจารย์ ดร.วิพรรณ ประจวบเหมาะ นางสาวกัสมาพร เพ่งเล็งดี นางสาวปาณิสรา บุญโยประการ นางสาวปุญญิศา โสรัจจตานนท์ นางสาวปฐมาวดี มหาอุป นางสาวปิ่นประภา พันธุ์งาม นายศุภวัฒน์ เสริมสร้าง นายณัชณนนท์ ใจดี นายเศรษฐศาสตร์ ศิริกุลวิวัฒน์ นางสาวชิตชนก สายสำอางค์ นางสาวมีขวัญ กุลรัตนโชติ นายกันตพัฒน์ สุวรรณโรจน์ นายยศนันทน์ สอนสาย นายภูริพัฒน์ ไมตรีธรรม นายอภิวัชร์ เดชฟุ้ง


ขลุ่ยหลิบ ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ระนาดเอกเหล็ก ระนาดทุ้มเหล็ก ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก กลองแขก ฉิ่ง ฉาบเล็ก กรับพวง โหม่ง ควบคุมวง

นายธนกฤต น้อยเนาวรัตน์ นายณปวริศร์ วิรัตน์สกุลชัย นางสาวกษมา ชวัยวัง นายพุทธิกร ด้วงธิวงศ์ นายกรภัทร์ จันจินดา นายภาวัช ศิลป์จารุ นางสาววรรณษา บุญรณศิริกุล นายปริญญาพงษ์ หินประกอบ นายสุรัติ หลิมศิริวงษ์ นางสาวพิชญาพร พิมพ์ทอง นายณภัทร ศิริวัฒน์ นางสาวศศิภา ชยเดชบำรุง นางสาววาศิณี สุวรรณแพทย์ อาจารย์ศักรินทร์ สู่บุญ อาจารย์ ดร.ดุษฎี สว่างวิบูลย์พงศ์


๔. เพลงเพชรน้อย สามชั้น เพลงเพชรน้อย เดิมเป็นเพลงอัตราจังหวะสามชั้นของเก่า ผู้ประพันธ์ คือ หมื่นประคมเพลงประสาน (ใจ นิตยผลิน) ในเวลาต่อมาครูบุญยงค์ เกตุคง ได้นำมาตัดทอนเป็นอัตราจังหวะสองชั้น และชั้นเดียว จนครบเป็นเพลงเถา โดยมี ครู ร งค์ วงษ์ ส วรรค์ เป็ น ผู ้ ป ระดิ ษ ฐ์ ค ำร้ อ ง และได้ ม อบหมา ยให้ ครูจำเนียร ศรีไทยพันธุ์ เป็นผู้ประดิษฐ์ทางขับร้อง บทร้อง เพลงเพชรน้อย เถา สามชั้น เพชรน้ำค้างพร่างหล่นบนใบไผ่ ระบัดใบเบิกร่มบังลมแรง

เจียระไนนพรัตน์จรัสแสง ระวังแวงแวดเว้นเร้นระวี

สองชั้น จำเรียงเรไรคลอรอฤกษ์เร้า พระขวัญเอ๋ยอย่าเลยไร้ความใยดี

สร้อยรัดเกล้าเนาวรัตน์จรัสสี ฝากสร้อยนี้ถนอมไว้แนบใจนาง เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ประพันธ์

ชั้นเดียว สู้ประดิษฐ์เพชรน้อยเป็นสร้อยให้ ขอน้ำใจขนิษฐาอย่าหมองหมาง ถึงตัวไกลใจอยู่เป็นคู่นาง ใช่จะร้างแรมชมภิรมย์เอย บุญยงค์ เกตุคง ประพันธ์


รายนามนักดนตรี ขับร้อง ซอสามสาย ซอสามสายหลิบ ซอด้วง ซออู้ จะเข้ ขลุ่ยเพียงออ ขลุ่ยหลิบ ระนาดเอกมโหรี ระนาดเอกเหล็กมโหรี ระนาดทุ้ม ระนาดทุ้มเหล็กมโหรี ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก โทน-รำมะนา ฉิ่ง ฉาบเล็ก กรับพวง โหม่ง ควบคุมวง

นางสาวปณิตา ฉายาชวลิต นายชวัล สุขกลม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิปปวิชญ์ กิ่งแก้ว นายวงศ์รพี ยี่โถทอง นางสาวเพชรลดา ตั้นตระกูล นางสาวณัฐธิดา รัตนะ นายโชติ ปราโมช ณ อยุธยา นางสาวศศิกานต์ เกตุแก้ว นางสาววินิทรา ปัญญา นางสาวเยาวเรศ ซังแฟง อาจารย์ฐานิสร์ พรรณรายณ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กฤษณพงศ์ ทัศนบรรจง นางสาวกมลพร บุญคุ้ม นายกฤษตฤณ บุญรพีภัทร รองศาสตราจารย์ ดร.อัศนีย์ เปลี่ยนศรี นางสาวนันท์นภัทร ไพรวรรณ์ นางสาวกานต์พิชชา มีรส ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุณฑริกา คงเพชร นางสาวอุมากร เขียวเสน นางสาวณัตธิมา อินทรทัศน์ นายฐนกร แซ่หลี้ นางสาวณฐิยา กือสันเทียะ ศาสตราจารย์พงษ์ศิลป์ อรุณรัตน์


๕. การบรรเลงเดี่ยวฆ้องวงใหญ่ เพลงฉิ่งมุล่ง ชั้นเดียว เดี่ยวฆ้องวงใหญ่ เพลงฉิ่งมุ่งล่ง ชั้นเดียว สำนวนนี้ เป็นสำนวนที่ ครูสมพงษ์ ภู่สร ได้ปรับปรุงขึ้นจากโครงสร้างของเดี่ยวฆ้องมอญ เพลงฉิ่งมุ่งล่ง ชั้นเดียว ทางครูสมภพ ขำประเสริฐ โดยท่อนที่ ๑ เป็นมือที่ได้รับการถ่ายทอด จากครูสมภพ ขำประเสริฐ โดยตรง ท่อนที่ ๒ และท่อนที่ ๓ นี้ ครูสมภพได้ อนุญาตให้ครูสมพงษ์ได้คิดทางเดี่ยวขึ้นเอง โดยมีแนวทางการใช้มือพิเศษ สำหรับทางเดี่ยวตามแนวทางของครูสมภพ ขำประเสริฐ ครูสมพงษ์ ภู่สร เล่าถึงการสอนของครูสมภพ ว่า สำนักปี่พาทย์ของ ท่าน การประดิษฐ์ทำทางเดี่ยวนั้น มือที่ทำขึ้นต้องเรียบเรียงให้เหมาะกับผู้ บรรเลง ตีแล้วมือไม่ขัดกันจนทำให้เพลงเสีย และต้องแสดงเอกลักษณ์ของ เครื่องดนตรีได้อย่างเฉิดฉาย” โดยท่านได้ยกตัวอย่างเพลงฉิ่งมุ่ งล่ง ชั้นเดียว ที่ต้องใช้ ความเร็ว และความแม่น ยำในการบรรเลง โดยเฉพาะท่ อ น ๓ นี้ ต้องทำมือฆ้องให้สอดคล้องกันไปทั้งท่อน หากสังเกตจะเห็นได้ว่าทางเดี่ยว สำนวนนี้ ครูสมพงษ์ได้ทำทางให้มีความต่อเนื่องของมือเชื่อมกัน ไม่มีการโดด ข้ามลูกในแต่ละวรรคไปมามากนัก ทำให้ผู้ตีสามารถตีได้อย่างพลิ้วไหวไม่มี สะดุ ด สำนวนที่ ป รากฏอยู่ ในเดี ่ย วฆ้ อ งวงใหญ่ เ พลงฉิ่ ง มุ ่ง ล่ ง ชั ้ น เดียวนี้ จึงแสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถของครูสมพงษ์ ภู่สร ที่เรียบเรียงเพลง เดี่ยวได้อย่างไพเราะน่าฟัง และยึดหลักวิชาการของสำนักดนตรีครูส มภพ ขำประเสริ ฐ สมกั บ ที ่ ค รู ส มพงษ์ ภู ่ ส ร เป็ น ศิ ษ ย์ ก ้ น กุ ฏ ิ ข องครูส มภพ ขำ ประเสริฐ ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ นายธนภัทร เพชรสัมฤทธิ์ ได้ใช้เดี่ยวฆ้องวงใหญ่ เพลงมุ่งล่ง ชั้นเดียว สำนวนนี้เข้าประกวดดนตรีไทยในรายการนาฏยวาทิต กิตติประกาศ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ ๕ ของสถาบันบัณฑิต


พัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม ได้รับรางวัลชนะเลิศ เป็นความภูมิใจของ ครูสมพงษ์ ภู่สร อีกประการหนึ่งด้วย รายนามนักดนตรี ฆ้องวงใหญ่

ฉิ่ง กรับไม้ ควบคุมวง

นางสาวกชกร สุขวรรณ นายกรธวัช ตันสุธรรม นายธนดล กัลยานุกูล นายธนภัทร เพชรสัมฤทธิ์ นายบุณพิภพ นนสุวรรณ นางสาวพรปวีณ์ จันทร์ผ่อง นายภัทรพงษ์ อินนวล นางสาวภัทราพร กิขุนทด นายภาวัช ศิลป์จารุ นายยุทธนา กันญานะ นายนรวิชญ์ รุ่งเรือง นายสถาพร บ้านเกาะ นายสมเกียรติ เวชการ นายวีรปรัชญ์ พุ่มศุขโข นายปฏิพล ชำนาญกลาง อาจารย์สมพงษ์ ภู่สร


๖. วงมังกรทอง เถา เพลงมั ง กรทอง เถา นี ้ เป็ น ทางเพลงของ ครู โ องการ กลี บ ชื่ น เมื่อครูสมพงษ์ อายุได้ประมาณ ๓๒ ปี ท่านได้ทำงานเป็นลูกจ้างรายวันอยู่ ประมาณ ๓ ปี ก็มีโอกาสได้บรรจุเป็นลูกจ้างประจำที่ดุริยางค์ทหารอากาศ ซึ่งในขณะนั้น นาวาอากาศโท อารี สุขะเกศ เป็นผู้บังคับกองดุริยางค์ทหาร อากาศ ซึ่งครูสมพงษ์ก็ได้ทำงานที่ดุริยางค์ทหารอากาศเป็นอาชีพหลักจนท่าน เกษียณอายุ ครูสมพงษ์ได้เล่าว่าในสมัยก่อนที่ครูจะเข้ามาทำงานที่ดุริยางค์ทหาร อากาศนั้น ครูโองการ กลีบชื่น เป็นผู้สอน และปรับวงดนตรีไทยที่นั่น ดังนั้นที่ ดุริยางค์ทหารอากาศจึงมีโอกาสได้ปรับและเล่นเพลงของครูโองการ กลีบชื่น ที่ท่านประพันธ์ไว้หลายเพลง ซึ่งเพลงมังกรทอง เถา นั้ น เป็นหนึ่งในเพลงที่ ครูสมพงษ์ได้รับการถ่ายทอดต่อมาจากที่ดุริยางค์ทหารอากาศ ต่อมาท่านจึงได้ถ่ายทอดและปรับวงให้นักศึกษาสาขาวิชาดนตรีไทย ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ใช้บรรเลงในงานดนตรีไทยอุดมศึกษา ครั้งที่ ๔๖ ศรีวิชยคีตา ปัญญาสมวรรษราชภัฏสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ ๒๓-๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๖ บทร้อง เพลงมังกรทอง เถา สามชั้น พ่อเอยพ่องูช่างดูปราดเปรียว ทุกเวลาสุขสบายกับแม่งู หากินตามประสาในไพร ยามเย็นตะวันลับไม้ เอะอะกราวเกรียวไล่เลี้ยวอยู่ไปมา

เจียวหนาอยู่ในถ้ำแก้วแววตา ผู้เป็นที่รักพร้อมพรักด้วยลูกน้อยใหญ่ ไม่มีใครย่ำยีบีฑาเอยถึงยามเย็นเอย ต่างพากันออกไปเล่นที่ลานหญ้า ทั้งแม่ลูกล้วนปรีดาเป็นที่น่าสนุกเอย ทั้งแม่ลูกล้วนปรีดาเป็นที่น่าสนุกเอย


ครั้นเกือบเวลาพลบค่ำแล้ว เจ้าเล่นกันสำราญใจ แม่จะพาไปยังบ่อใหญ่ เราไปต้องไม่ช้านัก มาถึงบ่อน้ำเอยถึงบ่อน้ำดังใจหมาย ยิ่งเล่นก็ยิ่งเพลิน ขึ้นจากบ่อรีบกลับคูหา ขึ้นจากบ่อรีบกลับคูหา

แม่งูเรียกลูกแก้วเข้ามาใกล้ ควรได้พักผ่อนนะลูกรัก น้ำใสไหลเย็นเห็นประจักษ์ กะว่าสักพักก็กลับมา พวกลูกงูแสนดีใจแยกกันไปเล่นธารา เวลาก็เกินไปนานช้า เจ้าผิดสัญญาที่ว่าไว้เอย เจ้าผิดสัญญาที่ว่าไว้เอย

สองชั้น แม่เอ๋ยแม่งู ฉันไปกินน้ำหนา ไปกินน้ำบ่อไหน ฉันจะบอกบัดเดี๋ยวนี้ ไปกินน้ำเอย ไปกินน้ำบ่อหิน ไปกินน้ำเอย ไปกินน้ำบ่อหิน บินเอ๋ยบินร่อน รักเจ้ากินนารา รักเจ้ากินนารา ฉันจะขอถามอีกสักหน่อย ฉันจะขอถามอีกสักหน่อย เมื่อเจ้าไปเที่ยว เราไปกินอีกบ่อ

เจ้าไปสู่ที่ไหนมา กลับมาเมื่อตะกี้ จงบอกฉันไปให้ถ้วนถี่ บอกไปซิอย่าเนิ่นช้า กินน้ำบ่อหิน บินไปบินมา กินน้ำบ่อหิน บินไปบินมา ดังกินนรบนเวหา บินมาบินไป บินมาบินไป ถามอะไรบ่อยบ่อยไปทีเดียว ถามอะไรบ่อยบ่อยไปทีเดียวเออ กินน้ำบ่อเดียวหรือไฉน หนึ่งหนาเจ้าพ่องูใหญ่


ไปกินน้ำบ่ออะไร ไปกินน้ำเอย ไปกินน้ำบ่อโศก ไปกินน้ำเอย ไปกินน้ำบ่อโศก โศกเอ๋ยโศกเศร้า รักเจ้าพวงดอกโศก รักเจ้าพวงดอกโศก

จงบอกเราไปเร็วเถิดหนา กินน้ำบ่อโศก โยกไปโยกมา กินน้ำบ่อโศก โยกไปโยกมา คิดถึงเจ้าทุกเวลา โยกมาโยกไป โยกมาโยกไป

ชั้นเดียว ร้องรำระบำแม่งู ให้ยืนยงดำรงสืบไป มาร่วมร้องเอยมาร่วมร้องกัน สลัดทุกข์ทิ้งเสียพลัน เราคนไทยร้องรำอย่างไทย เพลงของเรามีแต่ไม่นำพา มาร่วมรำเอยมาร่วมรำกัน นานนานจะมีโอกาสเช่นนี้

เป็นการเชิดชูศิลปะของไทย คู่กับชาติไทยตลอดกาลนาน ร่วมร้องกันให้สุขสันต์ จะไม่มีวันโรยรา จะไม่มีวันโรยรา สำราญบานใจกันทั่วถ้วนหน้า แล้วใครจะมานิยมยินดี รำกันด้วยความเปรมปรี ควรสามัคคีกันไว้เถิดเอย ควรสามัคคีกันไว้เถิดเอย


รายนามนักดนตรี ขับร้อง ปี่ใน ระนาดเอก ระนาดเอกเหล็ก ระนาดทุ้ม ระนาดทุ้มเหล็ก ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก กลองแขก ฉิ่ง ฉาบเล็ก กรับไม้ โหม่ง ควบคุมวง

นายศุภสัณห์ คำจริง นางสาวสุนิตา เนตรสุวรรณ นายจักรภัทร แก้วกับเพชร นายพิพัฒน์ มากทองดี นางสาวปณิตา ปาสิทธา นายภาคภูมิ เทียนทอง นางสาวสาธิตา ชัยรถ นางสาวแสงระวี แสงผาลา นายบุณพิภพ นนสุวรรณ นายสุขุม แสงจันทร์ นายยุทธนา ดุลย์มา นายธนดล กัลยานุกูล นางสาวกมลชนก เวชสุวรรณ์ นางสาวกชกร สุขวรรณ นางสาวโยษิตา ทองประสม อาจารย์เสาวภาคย์ อุดมวิชัยวัฒน์


๗. การบรรเลงเดี่ยวระนาดทุ้ม เพลงพญาโศก สามชั้น เพลงพญาโศก สองชั้น เป็นเพลงโบราณสมัยอยุธยาเดิมอยู่ในเพลง เรื่องพญาโศก มักใช้บรรเลงและขับร้องประกอบโขนละครในฉากโศกเศร้า รำพึงรำพันถึงความทุกข์หรือการสูญเสีย ต่อมาปลายรัชกาลที่ ๔ ครูมีแขก (พระประดิษฐ์ไพเราะ) ได้นำมาขยายเป็นอัตรา ๓ ชั้น พร้อมประดิษฐ์ทางเดี่ยว ขึ้น ซึ่งกลายมาเป็นเพลงเดี่ยวครูกลางสำหรับเครื่องดนตรีไทยทุกชนิดจนถึง ปัจจุบัน เพลงเดี่ยวทุ้มพญาโศก สามชั้น สำนวนนี้ เป็นของคุณครูสมภพ ขำ ประเสริฐ ท่านได้ประพันธ์ไว้ในครั้งที่มีการประชันดนตรีไทยวัดพระพิเรนทร์ใน ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ครูสมพงษ์ ภู่สรท่านได้ให้สัมภาษณ์ว่า “...ในตอนนั ้ น เป็ น การประชั น ๔ วง มี ว งบ้ า นใหม่ ห าง กระเบน วงศิษย์มาลัยมาลย์ อีกวงจำชื่อไม่ได้ แต่มาจาก เมืองนนท์ มีครูประสงค์ พิณพาทย์ เป็นผู้ตีระนาดเอก และ วงสุดท้ายคือวงวัดหัวลำโพง ที่มีคุณครูสมภพ ขำประเสริฐ เป็นผู้ปรับวง ผู้ที่ตีทุ้มในครานั้น คือ นายองอาจ อ่วมอนงค์ หรือนายแดง...” (สมพงษ์ ภู่สร, สัมภาษณ์, ๑๙ สิงหาคมคม ๒๕๖๙) รายนามนักดนตรี ระนาดทุ้ม กลองสองหน้า ฉิ่ง

อาจารย์สมพงษ์ ภู่สร นายพงศกร เกิดวิเชียร นายธีรวิชชุ์ อรรถศิริ


๘. เพลงทยอยนอก สามชั้น เพลงทยอยนอก เป็นเพลงประเภทหน้าทับสองไม้ มี ๒ ท่อน และมี เที่ยวกลับดำเนินทำนองแตกต่างกัน รวมเป็น ๔ ท่อน พระประดิษฐ์ไพเราะ (มี ดุริยางกูร) หรือครูมีแขก ได้แต่งขยายขึ้นจากเพลงเรื่องทยอย ใช้ทางเสียงที่ เรียกว่า “ทางนอก” จึงเรียกว่า “ทยอยนอก” กล่าวได้ว่าเป็นเพลงแม่บทของ เพลงลูกล้อลูกขัด แม้ทำนองสองชั้นของเก่าจะเป็นเพลงที่มีความหมายไป ในทางโศกเศร้า แต่เมื่อขยายเป็น สามชั้ น พระประดิษฐ์ ไ พเราะได้ แ ทรก ลูกเล่น ไว้อย่างพิส ดาร บทขับ ร้องที่ใช้ในครั้งนี้ ได้ มีก ารประพันธ์ ขึ้ น ใหม่ โดย นายอุรุพงษ์ บุญญาผลา นิสิตเก่าชมรมดนตรีไทย สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์ มหาวิ ท ยาลั ย บทร้ อ งนั ้ น กล่ า วถึ ง งานในวั น นี ้ เ มื ่ อ ถึ ง เวลาหนึ ่ ง ก็ ต ้ อ งมี การจากลา และเป็นการขอให้คุณครูสมพงษ์ ภู่สร มีแต่ความสุข อายุยืนนาน ซึ่งการแสดงชุดนี้เป็นการบรรเลงที่ศิษย์ทุกคนตั้งใจรังสรรค์ขึ้นเพื่อมอบเป็น ของขวัญแด่ คุณครูสมพงษ์ ภู่สร ด้วยความรัก ความเคารพ และความกตัญญู กตเวที การบรรเลงในครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันของศิษย์เ ก่า ซึ่งล้วนเคยเป็น สมาชิกชมรมดนตรีไทย สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในช่วงที่กำลัง ศึกษาอยู่ระดับปริญญาตรี และต่างมีความผูกพันกับคุณครูมาอย่างยาวนาน จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่ศิษย์ทุกคนจะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง เพื่อถ่ายทอด ความรู้สึกจากหัวใจว่า ตลอดเส้นทางแห่ งการเป็นครูของคุณครูสมพงษ์นั้น ได้สร้างและหล่อหลอมลูกศิษย์ไว้มากมาย และทุกคนยังคงระลึกถึงพระคุณ ของครูด้วยความรักและความเคารพเสมอมา บทเพลงนี้จึงมิได้เป็นเพียงการ บรรเลงเพื่อความไพเราะ หากแต่เป็นเสมือน ของขวัญจากศิษย์ถึงครู เป็น เสีย งดนตรีที่บ อกเล่าแทนความรู้ส ึกของลูกศิษย์ทุกคนว่า สิ่งที่คุ ณครูได้ ถ่ายทอด ทั้งองค์ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และจิตวิญญาณแห่งดนตรีไทย ยังคงงอกงามและส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่สิ้นสุด


บทร้อง เพลงทยอยนอก สามชั้น โอ้เวลาดึกแล้วเพื่อนแก้วเอ๋ย ขอฝาก “ทยอยนอก” บอกความนัย แม้จะลาจากกันในวันนี้ ขอเชิญครูมาชูช่วยอำนวยพร

รายนามนักดนตรี ขับร้อง

ซอสามสาย

ซอด้วง

ซออู้

พวกเราเคยร้องเล่นเป็นสุขได้ ช่างฟังเพลินเจริญใจไม่อยากจร แต่ดวงจิตมิตรไมตรีสโมสร ให้อายุบวรเกษมสันต์ทุกท่านเทอญ นายอุรุพงษ์ บุญญาผลา ประพันธ์

นายพิชชากร กาบิล นายอธิพัชร์ พงศ์ศิริโภคิน นางสาวสาวิตรี แจ่มใจ นางสาวปทิตตา อ้วนล่ำ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรพงษ์ บ้านไกรทอง นายปริญญา ทัศนมาศ นายเบญจภูมิ ท่าฉลาด นางสาวปัญญดา เหลืองอร่ามกุล นายพากเพียร โตอินทร์ นายนริทร ประเทศ นายวรปรัชญ์ ทองหล่อ นายฐิติพงศ์ ทองศรี นายสุเมธ สุขสวัสดิ์ นายพรพงษ์ สีลายงค์ นายรวี อ่างทอง นายนัฐวุฒิ สืบสุข


จะเข้

ขลุ่ยหลิบ ขลุ่ยเพียงออ ระนาดเอก ระนาดเอกเหล็ก ระนาดทุ้ม ระนาดทุ้มเหล็ก ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก กลองแขก ฉิ่ง ฉาบเล็ก กรับพวง

นายบรรพต โปทา นายวุทธาฤทธิ์ อ่อนสนิท นายไกรสิทธิ์ อัจฉริยะประสิทธิ์ นายรวิภาส พยุงวงษ์ นายธนภัทร เพชรสัมฤทธิ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชัชวาล สนิทสันเทียะ นายจุฑาภัทร บุญศรี นายโสภณ เดชฉกรรจ์ นางสาวพจนี อินทสนธิ นายสันติ วิลัยสูงเนิน นายวีรปรัชญ์ พุ่มศุขโข นายพณฤทธิ์ โกมลสิงห์ ว่าที่ร้อยตรีชินาวัตร ดุริยปรีชา ประฐมธานี รองศาสตราจารย์ ดร.อัศนีย์ เปลี่ยนศรี นายธีรวิชชุ์ อรรถศิริ นางสาวภคมน ปกรณ์พานิช นางสาวพรปวีณ์ จันทร์ผ่อง นายรณกร ดงเรืองศรี นายธนัท วัฒนาวณิช นายศุภณัฐฏ์ โอภาสวงศ์ นายก้องเกียรติ จรพงษ์ นายปฏิพล ชำนาญกลาง นายสมเกียรติ เวชการ นายภัทรพงษ์ อินนวล นางสาวลภัสรดา ไววิลา


โหม่ง ควบคุมวง

นายวิโรจน์ รัตนะ นางสาวปวริศา สามารถ อาจารย์สมพงษ์ ภู่สร อาจารย์ศักรินทร์ สู่บุญ


“ครูดนตรีต้องตรงต่อเวลา ไม่เช่นนั้นจะก้าวหน้าลำบาก”


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook